ตอนที่ 9
วันเดียวกันนี้เถ้าแก่ด่านตามนาบุญมาพบและเอาตัวอย่างรังนกในตลาดมืดให้ดู นาบุญจำได้ว่าเป็นของที่เกาะจึงคิดวางแผนรวบตัวคนขายให้กับเถ้าแก่ด่าน
แผนล่อซื้อของนาบุญเกือบสำเร็จถ้าแผนไม่ไหวตัวพาคนของตนหนีไปพร้อมรังนก
“นึกแล้วไม่ผิดว่ามันล่อซื้อจริงๆ” แผนบ่นอย่างเจ็บใจหลังจากหนีพวกนาบุญมาได้
“เอาไงต่อพี่”
“ให้เรื่องเงียบก่อนเว้ย มีโอกาสค่อยปล่อยใหม่ ถ้าปล่อยตลาดมืดไม่ได้ก็ลงตลาดกลางมันตรงๆนี่แหละ”
ฝ่ายนาบุญที่รอดปลอดภัยกลับมาหารัตตวัลย์ เขาบอกเธอว่าจำโจรปล้นรังนกที่เกาะได้ เป็นคนเดียวกับคนที่เอารังนกมาปล่อยในตลาดมืด รัตตวัลย์เป็นห่วงเขามากที่เสี่ยงอันตรายต่อสู้กับโจร ถามว่าไม่เป็นอะไรแน่ใช่ไหม
“แน่ที่สุดครับคุณนาย...เออ ไม่ได้เรียกแบบนี้นานแล้ว เรียกทีก็ดีเหมือนกัน”
“ค่ะนายหัว บู๊เหลือเกิน ทำไมไม่แจ้งตำรวจคะ เสี่ยงเองทำไม”
“ยังไม่มีหลักฐานจะไปแจ้งอะไรล่ะคุณ นึกเหมือนกันว่าน่าจะใช่พวกที่ไปปล้นเกาะ แล้วก็ใช่มันจริงๆ”
“คุณต้องระวังตัว”
“คนที่ต้องระวังมากกว่าคือคุณ ตกลงจะต้องช่วยเงินเขารึเปล่า”
“ช่วยเท่าไหร่ก็หมดค่ะ นี่เสนอให้เขาหามืออาชีพมาร่วมทุน ไม่งั้นไปไม่รอดแน่”
“หาคนมาร่วมทุน” นาบุญทวนคำอย่างไตร่ตรอง
หลังแยกจากกันแล้ว คืนนั้นนาบุญยังกลับมาจอดรถเฝ้าหน้าบ้านรัตตวัลย์ด้วยความเป็นห่วง เห็นห้องเธอยังเปิดไฟก็นึกรู้ว่าเอางานกลับมาทำ อยากจะเข้าไปบอกให้นอนได้แล้วก็ไม่กล้า
นาบุญจอดรถอยู่อย่างนั้นยันเช้าอีกวัน สนออกมาเห็นก็ทำทีบอกว่าไม่มีอะไร แค่ผ่านมา สนอมยิ้มรู้ทัน เดินมาแตะรถยนต์ก่อนแซวว่า
“สงสัยนายจะผ่านมานาน เครื่องเย็นเชียว”
นาบุญเก้อเขิน รีบเปลี่ยนเรื่องถามว่าเป็นยังไงกันบ้าง
“เรียบร้อยดีครับ แต่คุณนายทำงานจนดึกทุกคืน ข้าวก็ไม่ค่อยกิน”
“ผอมอยู่แล้ว เดี๋ยวได้ปลิวตามลม”
“นายจะกลับแล้วเหรอครับ”
“ยัง...เดี๋ยวมา”
นาบุญขับรถออกไปไม่นานก็กลับมาพร้อมโจ๊กร้อนๆสำหรับสองแม่ลูก รัตตวัลย์กับมันปูกินอย่างเอร็ดอร่อย นึกว่าสนซื้อมาให้
“ผมไม่ได้ซื้อเอง เศรษฐีภูเก็ตซื้อมาส่งให้ครับ เห็นว่าผ่านมา เลยนอนหลับในรถจนถึงเช้า”
“โธ่เอ๊ย...ลำบากแย่ ทำแบบนี้ทำไม”
บุหรงบอกว่านายหัวคงห่วง แต่สนแย้งทันทีว่า
“ไม่คงล่ะ...ห่วงมาก”
รัตตวัลย์ยิ้มเขิน แล้วกลบเกลื่อนบอกมันปูว่ามีโจ๊กแล้วต้องกินกับนมเย็นถึงจะเข้ากันเพราะมันคือสูตรของชาวเกาะ จากนั้นสองแม่ลูกไปช่วยกันชงนมเย็นอย่างสนุกสนาน ส่วนบุหรงกับสนเดินออกมาคุยกันมุมหนึ่ง










