ตอนที่ 9
กระต่ายหน้าเสียรู้สึกผิด เอ่ยปากขอโทษเสียงแผ่ว ...อิสเรสฝืนยิ้มและพูดทิ้งท้ายก่อนขอตัวไปทำงานต่อ
“ขอบใจนะที่เข้าใจผม”
กระต่ายสงสารอิสเรสไม่น้อย พึมพำกับตัวเองว่า “ถ้าไม่มีพี่กลด ต่ายอาจจะยอมยกอาเล็กให้คุณก็ได้”
ooooooo
การเจรจาเป็นผลสำเร็จ ทรงมณีชักแม่น้ำทั้งห้าโน้มน้าวเพ็ญลักษณ์จนเธอยอมไปช่วยทำรายการทีวีทั้งที่ไม่มีประสบการณ์ ซึ่งวันงานจะมีเมื่อไหร่ทรงมณีจะแจ้งมาอีกที
ทรงมณี ชวนพิศ และกระต่ายกลับถึงกรุงเทพฯตอนค่ำ ทรงมณีขอบใจกระต่ายที่ช่วยเหลือ แต่ย้ำว่าห้ามบอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด กระต่ายอึ้งไปนิดเพราะเล่าแผนการให้ปู่ฟังไปแล้ว ชวนพิศสังเกตเห็นทักทันทีว่า
“อุ๊ย ทำหน้าเหมือนความลับแตกไปแล้วนะคะคุณต่าย”
“เปล่าค่ะ ต่ายยังไม่ได้บอกใครเลย และจะไม่มีทางบอกใครด้วย เรื่องนี้ต้องเป็นความลับ รู้กันแค่เราค่ะ”
“ดีมาก...เข้าบ้านพักผ่อนซะนะ ป้าไปล่ะ”
กระต่ายพนมมือไหว้ทั้งสองคนก่อนลงจากรถเดินตรงเข้าบ้าน แต่จู่ๆทรงกลดโผล่พรวดมาดึงแขนเธอไว้
“คราวนี้ห้ามปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรกับแม่พี่แล้ว เพราะพี่เห็นจะจะคาตาว่าเราเพิ่งจะลงจากรถแม่พี่”
กระต่ายหน้าเจื่อน บ่นอุบอิบว่าความลับไม่มีในโลกจริงๆ
หลังฟังแผนการอันแยบยลของทรงมณีที่มีกระต่ายให้ความร่วมมือเต็มที่ ทรงกลดอึ้งอย่างคาดไม่ถึง
“นี่ถึงขนาดลงทุนจัดรายการการกุศลบริจาคเงินสร้างบ้านเด็กกำพร้าออกทีวีเลยเหรอ ขี่ช้างจับตั๊กแตนจริงๆ”
“ใครบอกว่าขี่ช้างจับตั๊กแตน อย่ามองในสิ่งที่คุณป้ากำลังทำเพื่อพี่กลดในแง่ร้ายสิคะ คุณป้าท่านปรารถนาดีกับพี่กลดจริงๆนะ ต่ายไม่เคยเห็นแม่ที่ไหนรักลูก ทำเพื่อลูกได้เท่าที่คุณป้าทำเลย”
“พี่รู้ดีว่าคุณแม่คิดยังไง”
“คุณป้าทำเพื่อความสุขของพี่กลดจริงๆนะ ท่านเองก็ดูมีความสุขมากที่ได้ทำอย่างนั้น ต่ายรู้นะว่าท่านเหงา ท่านเหมือนพ่อปู่ของต่าย ความสุขของท่านคือการได้อยู่กับลูกหลาน เห็นลูกหลานรักใคร่ปรองดอง ไม่ทะเลาะกัน แต่ไม่มีใครอยู่กับคุณป้าเลย นอกจากคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกหลาน...และมันก็เป็นความสุขของต่ายด้วย ความสุขของต่ายมีแค่สองอย่าง นอกจากได้กลับไปอยู่กับพ่อก็คือการได้เห็นพี่กลดดูแลอาเล็กแทนต่าย...ต่ายไม่มีแม่ อาเล็กเป็นเหมือนแม่ของต่าย ถ้าคนที่ต่ายรักที่สุดได้ดูแลซึ่งกันและกันก็คงดี”
“พี่อยากเห็นรอยยิ้มแบบนี้ของต่ายตลอดเวลาเลยนะ”
“ก็เลิกปากแข็งซะทีสิ ตอนนี้ต่ายจะยิ้มหรือไม่ยิ้ม... ขึ้นอยู่กับพี่กลดเลยนะ”
ทรงกลดลำบากใจเรื่องเพ็ญลักษณ์ทั้งที่อยากเคลียร์ให้ชัดเจน แต่กระต่ายพูดมาแบบนี้อีก ยิ่งเหมือนน้ำท่วมปากจนพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
เช้าวันถัดมาทรงกลดเจอแม่ดักรอ ทรงมณีบอกข่าวดีเรื่องที่เพ็ญลักษณ์มาช่วยงานการกุศล ทรงกลดรู้จากกระต่ายเมื่อคืนแต่โดนกำชับไม่ให้บอกว่ารู้มาจากเธอเพราะกลัวทรงมณีเล่นงาน ชายหนุ่มจำต้องเล่นละครแสร้งตกใจเพื่อตบตาแม่ แล้วยังต้องรับปากเมื่อแม่ขอร้องแกมบังคับให้เขาไปช่วยงานนี้ด้วย
หลวงราชไมตรีคาดหวังกับแผนการนี้ไม่น้อยคุยกับคล้ายว่าถ้าเพ็ญลักษณ์ลงเอยกับทรงกลดจริง ตนไม่ขัดข้องเพราะน่าจะฝากฝังลูกสาวไว้กับเขาได้ ไม่เหมือนศักรินทร์










