ตอนที่ 10
โตมรผลักอ้อยแต่วืดแท็บเล็ตหล่นจอแตก กล่าวหาทั้งสองว่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคล จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดแล้วเดินฉุนเฉียวออกไปฟ้องวีนัสให้ลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ทำผิดให้เป็นตัวอย่าง หรือจะให้ตนฟ้องกระทรวง คนระดับตนร้องเรียนกระทรวงพัฒนาสังคมไม่กล้าอยู่เฉยแน่
“คุณตาโตมรไม่ต้องฟ้องที่ไหนหรอกค่ะ อ้อยไม่อยากให้คนอื่นเดือดร้อนไปด้วย อ้อยขอลาออกเองค่ะ”
ทุกคนตกใจมองอ้อยอย่างนึกไม่ถึง วีนัสขอร้องว่าอ้อยทำงานกับเรามานาน อะไรไม่ถูกใจคุณตาตนขอโทษตรงนี้เลย โตมรถามว่าขอโทษแล้วแก้ปัญหาสอดรู้สอดเห็นของสองคนนี้ได้ไหม อ้อยบอกว่าตนคนเดียวคุณตาเชาว์ไม่เกี่ยว และเหตุผลเดียวที่ตนทำก็เพราะเป็นห่วงคุณตาจริงๆ
บุษกรบอกว่าอ้อยดูแลพวกเราจากใจจริง นิ่มนวลว่าแก่แล้วให้อภัยง่ายๆมั่งสิ อี๊ดด่าว่างี่เง่าเอาแต่ใจแบบนี้ลูกหลานที่ไหนจะอยากอยู่ด้วย โตมรยังไม่ยอมบอกให้วีนัสเลือกเอาก็แล้วกันว่าตนกับแม่คนนั้น ใครสำคัญกับที่นี่มากกว่ากัน แล้วเดินไปเลย
อ้อยน้ำตาร่วง เชาว์หงุดหงิดมากบอกว่า “ผมเอง ผมจัดการเอง” แล้วเดินตามโตมรไป แต่เชาว์ก็ต้องหน้าม่อยถอยออกมาเมื่อถูกโตมรตอกหน้าว่า ถึงตนป่วยแต่ยังไม่ตาย แต่ไอ้พวกจุ้นจ้านสอดเรื่องชาวบ้านนั่นแหละจะตายก่อน
อ้อยยืนยันจะลาออกเพราะไม่อยากให้วีนัสเดือดร้อน ครั้งนี้ตนผิดจริงๆ เพราะคุณตาไม่ชอบให้ใครยุ่งเรื่องส่วนตัวอยู่แล้ว ฝากเชาว์ให้ช่วยดูแลคุณตาโตมรด้วยถ้าแกไม่กินข้าวช่วยชงโปรตีนเสริมให้แกกินด้วย
อี๊ดทนไม่ได้ขอไปจัดให้สำนึกหน่อย อ้อยขอร้องอย่าให้คุณตารู้สึกผิดเลย ที่นี่เป็นบ้านของท่าน ท่านสมควรจะอยู่ด้วยความสบายใจ
ยายพิกุลเสียดายอ้อยมาก ให้เงินอ้อยไปใช้ก่อนจะหางานใหม่ได้ อ้อยขอรับแค่ความรักจากทุกคนที่นี่ ยายพิกุลกอดอ้อยน้ำตาร่วง ทุกคนมองอ้อยอย่างใจหายเสียดายที่อ้อยลาออก
ฝ่ายโตมรเมื่อได้อยู่กับตัวเอง ก็อดคิดถึงความรัก การดูแลอย่างอบอุ่นและคอยเย้าแหย่ต่อปากต่อคำกับตนไม่ได้ คิดแล้วลุกขึ้นเดินไป
อ้อยกอดลาคุณตาคุณยายร้องไห้โฮ แล้วถือกระเป๋าเดินเศร้าๆไปจนถึงประตูรั้ว เห็นโตมรก็ยกมือไหว้ลา บอกให้คุณตารักษาสุขภาพด้วย โตมรขยับทำท่าจะตามแต่ใจทิฐิเกินกว่าจะเอ่ยปากเรียกอ้อยไว้...
ooooooo
เมื่อเนมเปลี่ยนเป้าหมายมาจับอาจารย์พฤกษ์ก็หาข้ออ้างง่ายให้ช่วยติวให้ พฤกษ์บอกว่าตนไม่ว่าง เนมตีหน้าเศร้าบอกว่างั้นปีนี้ตนก็ต้องตกแน่ๆ ตนอยากเรียนแต่ต้องทำงานหาค่าใช้จ่ายช่วยทางบ้าน










