ตอนที่ 14
ทั้งสามพยายามทำร่าเริงทั้งที่หัวใจหดหู่เศร้าหมอง แล้วพากันเดินหัวเราะออกไป
แต่พอออกจากห้องซ้อม ทั้งสามก็ชะงักเมื่อเห็นกลุ่มเพื่อนๆนักดนตรี และนักศึกษาในสาขาสังคีตศิลป์เดินขึ้นบันได โผล่มาทีละคน...ทีละคน
“พวกแก...” เมทัก มองทุกคนอย่างตื่นเต้น
“พวกเรามาคิดดูแล้ว พวกเราเห็นแก่ตัวมากเลย ที่ปล่อยให้พี่ยชญ์ แก แล้วก็มิ่งต่อสู้เพื่อสาขาเราอยู่ตามลำพัง พวกเราขอโทษนะ” เพื่อนที่เดินนำขึ้นมาก่อนเอ่ยขึ้น ทุกคนยกมือไหว้ยชญ์ เพื่อนอีกคนรีบพูดต่อว่า
“ขอโทษครับพี่ยชญ์ พวกเราจะสู้กับพี่ยชญ์ เมและมิ่งด้วยกันครับ”
ยชญ์ เมกับมิ่งที่เพิ่งผ่านความผิดหวังเสียใจมาอย่างหนัก มองหน้าเพื่อนๆอึ้ง ตื้นตันใจ เมกับมิ่งถึงกับน้ำตาไหล
“มันต้องอย่างนี้สิ พวกเราจะสู้ไปด้วยกันนะ”
ยชญ์พูดอย่างเข้มแข็ง เมชูกำปั้นขึ้นตะโกน สู้ๆ!! พวกเพื่อนๆพากันชูกำปั้นตะโกนสู้ๆ แล้วกอดกัน อย่างดีใจ
ยชญ์มองทุกคนอย่างตื้นตันใจแล้วชะงักถาม “เดี๋ยว...แล้วต้องล่ะ ต้องหายไปไหน”
“ต้องลาออกแล้วค่ะ” มิ่งบอก
ยชญ์อึ้ง สบตากับเมและมิ่งอย่างเข้าใจ แต่ไม่มีใครพูดอะไรเลย
ooooooo
ยชญ์กับนักศึกษาทั้งหมดในสาขาสังคีตศิลป์รีบไปที่ห้องอธิการบดีซึ่งบรรดาอาจารย์ยังอยู่กันครบ ยชญ์ยื่นลายเซ็นของนักศึกษาให้ด็อกเตอร์สำราญ
“คุณทำได้ยังไง คุณยชญ์” ด็อกเตอร์ดูแล้วถามทึ่ง
“ไม่ใช่ผมหรอกครับ เพราะน้องๆทุกคนยังรักและยังต้องการเรียนในสาขานี้”
“แล้วทำไมตอนแรกนักศึกษาจึงขอย้ายสาขาล่ะครับ หรือเพราะนักศึกษากลัวอาถรรพณ์ของเพลงท่วมธรณี” อาจารย์อีกท่านถาม
“มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดครับ” ยชญ์ตอบทันที อาจารย์อีกท่านถามต่อว่า
“คุณยชญ์กำลังจะบอกว่าเพลงท่วมธรณีไม่ได้มีอาถรรพณ์ทำให้อาจารย์โฉมยงค์และพวงแพรตายใช่ไหมคะ”
“ครับ ไม่มีแน่นอน”
ด็อกเตอร์สำราญบอกว่าดีและบอกข่าวดีว่า
“ทางกองประกวดยังให้โอกาสวงดนตรีของเราเข้าร่วมการแข่งขันที่มีการเลื่อนวันประกวดมาเป็นวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ผมหวังว่าคุณยชญ์คงจะพาวงของเราคว้าชัยชนะมาให้ได้นะครับ”
“อะไรนะครับ” ยชญ์ถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
ด็อกเตอร์ถามว่าเขาเป็นคนขอร้องตนเองไม่ใช่หรือว่าอย่าถอนตัวจากการประกวด และยืนยันขันแข็งว่า “ถ้าท่านรับปากผม ผมจะพยายามแก้ปัญหาให้ได้โดยเร็วที่สุด”
ยชญ์กลับมานั่งเครียดอยู่กับเมและมิ่งที่ร้านกาแฟ
“ใจเย็นๆนะ นายเคยบอกฉันเองไม่ใช่เหรอว่าปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไขเสมอ” เมปลอบอย่างเห็นใจ
“ฉันขอร้องด็อกเตอร์ไม่ให้ถอนการประกวด เพราะคิดว่าเรามีเวลาที่จะเปลี่ยนเพลงได้ แต่มาเกิดเหตุการณ์ต่างๆมากมาย ทำให้เราทำเรื่องไม่ทันแล้ว”
เมนิ่งใช้ความคิดหนัก อึดใจเดียวก็ร้องดีใจตื่นเต้นว่า
“เรามีทางออกแล้ว” ยชญ์ถามว่ายังไง? “เพลงท่วมธรณีมีอาถรรพณ์ในคืนวันเพ็ญไม่ใช่เหรอ ถ้าวันประกวดไม่ได้ตรงกับวันเพ็ญล่ะ”
“ฉันเช็กแล้ว วันประกวดตรงกับวันเพ็ญพอดี” ยชญ์บอก ทำเอาทุกคนมองหน้ากันเครียด
ooooooo
เทิดกับพุกยังคงเดินตามดวงแก้วที่ส่องทางให้ จู่ๆเทิดก็หันมองหน้าพุกยิ้มอย่างภูมิใจ พุกถามว่า
“หน้าฉันมีอะไร”
“ข้าแค่ภูมิใจในตัวเอ็ง พอข้าได้ฟังเพลงชั่วนิจนิรันดร์ของเอ็งอย่างเปิดใจแล้ว ยอดเยี่ยมมาก เผลอๆดีกว่าเพลงข้าอีก”
“ไม่หรอกพี่ ฉันแต่งเพลงชั่วนิจนิรันดร์ขึ้นมาเพื่อแก้เพลงพี่ ถ้าเพลงต้นเรื่องไม่ดี เพลงฉันจะดีกว่าได้เช่นไร” เทิดส่ายหน้าบอกว่าผ่านมากี่ปีพุกก็ไม่เปลี่ยน ชอบปอปั้นตนอยู่เรื่อย “จริงนะพี่ เพลงท่วมธรณีของพี่เหนือกว่าของฉันมากโข ถ้าไม่ติดที่เป็นเพลงอาถรรพณ์ มันคงเป็นเพลงอมตะที่สะเทือนใจที่สุดแล้ว”
“เออ แล้วเอ็งทำยังไง เพลงเอ็งถึงมีอำนาจต้านพลังไสยดำได้”










