ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พริกกับเกลือ

SHARE
ตอนที่ 19

แยกกับทันวิทย์มาแล้ว ดิ่งและจี๊ดแวะไปที่บ้านยอดชาย เจอเขากำลังเป็นพ่อครัวหัวป่าก์ โดยมีศุวิมลชิมไปวิจารณ์ไปอย่างชื่นมื่นมีความสุข

เมื่อจี๊ดกับดิ่งมาร่วมวง บรรยากาศยิ่งอบอวลไปด้วยความสุข แต่พอจี๊ดพูดเรื่องงานกับยอดชายที่จะไม่ให้กลับไปทำที่โมเดิร์นคาร์ ยอดชายก็ตีโพยตีพายทั้งที่ยังฟังไม่จบ

“อะไรนะจี๊ด ตำแหน่งเดิมของฉัน เธอได้คนใหม่มาทำแล้ว?” ว่าแล้วนายยอดก็เดินหน้าตูมหนีไป จี๊ดเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง เลยต้องให้ศุวิมลช่วยอีกแรง

“หยุดเดี๋ยวนี้นะคุณยอด ไม่หยุด ศุโกรธ”

“คุณศุไม่เข้าใจ”

“ที่ศุไม่เข้าใจก็คือจะตีโพยตีพายไปทำไม ฟังให้จบก่อนสิ”

“โอเค...เธอไม่ให้ฉันกลับไปทำงานที่โมเดิร์นคาร์ แล้วไงจี๊ด”

“เพราะเธอต้องไปรับตำแหน่งผู้ช่วยผู้บริหารสูงสุดของบริษัทใหม่ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของโมเดิร์นคาร์และลักชัวรี่คาร์”

“หา!! บริษัทใหม่?” ยอดชายกับศุวิมลประสานเสียงด้วยความตกใจ

“หลังจากที่พ่อผมตัดสินใจวางมือให้ผมดูแลธุรกิจ” ดิ่งขยายความ โดยที่จี๊ดคอยเสริมเป็นระยะ

“รวมถึงพ่อฉันด้วย ท่านจะเกษียณตัวเองแล้วพาคุณแม่ทัวร์รอบโลก”

“ผมและคุณจี๊ดเรามีความคิดว่า การรวมตัวกันของสองบริษัทน่าจะเป็นการดีกว่าการทำตลาดแข่งกันเอง”

“เธอต้องออกจากงานเพราะแผนการของฉัน และเธอยังช่วยเหลือฉันเปิดโปงพี่เทวัญอย่างสุดความสามารถ เธอสมควรได้รับมัน เรียกเงินเดือนมาเลย ฉันสู้”

“แล้วจี๊ดกับคุณดิ่งล่ะ ทำไมไม่นั่งเก้าอี้นี้เอง” ยอดชายข้องใจ

“ผมจำเป็นต้องมีคนที่ผมไว้ใจได้ดูแลงานแทนระหว่างที่ผมเดินทางไปศึกษาต่อให้จบ...ผมจะได้ไม่มีอะไรค้างคาใจ”

“ส่วนฉันก็จะตามไปดูแลแฟนของฉันให้แน่ใจว่าจะไม่ออกนอกลู่นอกทาง และอาจจะไปเรียนคอร์สสั้นๆสักคอร์ส เช่น เรียนภาษาเยอรมัน”

“แต่มันยิ่งใหญ่เกินไปสำหรับผม ผมอาจจะทำไม่ได้”

“กลัวอะไร ฉันอยู่ทั้งคน” ศุวิมลให้กำลังใจเต็มที่ ยอดชายเลยยินดีไม่มีปัญหา “นั่นสินะ มีคุณอยู่ทั้งคน ผมจะกลัวอะไร”

หลังเคลียร์กับยอดชายเรียบร้อยแล้ว จี๊ดกับดิ่งเข้ามาที่โมเดิร์นคาร์เพื่อพูดคุยกับพวกลุงแปลงเรื่องงานที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งทุกคนได้รับตำแหน่งใหม่กันถ้วนหน้า

“ที่ลุงแปลงกับนายโพได้เลื่อนตำแหน่งไม่ใช่เพราะจี๊ดหรอกค่ะ แต่เพราะตัวของลุงแปลงและนายโพต่างหากที่ทำให้ตัวเองได้รับความดีความชอบ”

“ดีใจด้วยนะลุงแปลงกับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบริการ แล้วก็หัวหน้าช่างคนใหม่” แต้วยิ้มหวานให้โพ

“ฉันก็ยินดีกับเธอด้วยนะแต้ว สำหรับการเป็นเลขาของผู้ช่วยผู้บริหารสูงสุด”

“แต้วเหรอคะ โอ๊ย...ดีใจที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณค่ะคุณจี๊ด...พี่โพ แต้วได้เป็นเลขาผู้บริหาร” แต้วดีใจจนลืมตัวเข้าไปกอดโพแน่น เลยถูกจี๊ดแซวว่าสองคนนี้ความสัมพันธ์คืบหน้าไปเร็วมาก

“ตอนที่เจ้าโพถูกยิงบาดเจ็บ ยัยแต้วเนี่ยแหละครับไปคอยดูแลไม่ห่างเลย” ลุงแปลงอธิบาย

“พี่โพอยู่คนเดียว คนดีสมควรได้รับการดูแลไม่ใช่เหรอลุง”

“ในที่สุดแต้วก็เห็นความดีของเอ็งนะโพ เชื่อลุงหรือยังว่าให้อดทน”

“ครับลุง”

จี๊ดมองลูกน้องทุกคนด้วยความสบายใจ แต่พอเดินออกไปมุมหนึ่งเห็นยอดชายมาพร้อมใจดีและเงาะก็แปลกใจ ถามทุกคนว่ามีอะไรกันถึงมาเป็นแพ็กแบบนี้

“ฉันมาลา” เงาะเอ่ยปาก ทำเอาจี๊ดชะงัก ถามเธอว่ามาลาไปไหน? “ฉันว่าฉันจะไปอยู่ต่างจังหวัด เพื่อนฉันคนหนึ่งแนะนำที่ทำงานให้”

“เพื่อนคนไหน สนิทหรือเปล่า”

“ก็ไม่ค่อยสนิท แต่ฉันไม่มีทางเลือก ฉันไม่อยากอยู่ในที่เดิมๆ ฉันไม่อยากอยู่สู้หน้าเธอ ฉันรู้สึกผิดกับเธอเหลือเกิน ฉันไม่เคยเป็นเพื่อนที่ดีของเธอเลย มีแต่ความอิจฉาริษยา คอยแต่อยากจะแทนที่เธอ ไม่ว่าจะเป็นตอนเรียน หรือวันนั้น...วันที่เธอสวมชุดที่สวยและสง่างามดุจเจ้าหญิงเดินลงมาจากรถกับพี่เทวัญ”

เงาะนึกย้อนไปวันงานเปิดตัวรถยนต์ของโมเดิร์นคาร์ที่จี๊ดสวยสง่าเคียงคู่กับเทวัญ

“ฉันอยากจะยืนอยู่ตรงนั้นแทนที่เธอ ฉันอยากมีคนรักที่สมบูรณ์พร้อมอย่างที่เธอมี อยากเป็นทุกอย่างที่เธอเป็น แต่ยิ่งต้องการมากเท่าไหร่ ความฝันของฉันมันยิ่งลอยห่างออกไป...และจางหาย สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่สิ่งที่เป็นของฉันจริงๆ นั่นก็คือศักดิ์ศรีที่ถูกทำลายด้วยมือของคนชั่วคนนั้น...ฉันสู้เธอไม่ได้เลยจี๊ด ฉันยอมรับ และก็ยอมแพ้แล้ว”

“เป็นเพื่อนกัน ทำไมต้องสู้กันด้วยล่ะเงาะ”

“เธอยังคิดว่าฉันเป็นเพื่อนเธออยู่อีกเหรอ”

“ใช่” จี๊ดตอบหนักแน่นและสวมกอดเงาะด้วยความสงสาร

“เธอมันโง่จริงๆ”

“ใครบอก ฉันฉลาดต่างหาก...ฉันรู้ว่าเธอรักฉัน ไม่อย่างนั้นเธอจะเปลี่ยนใจกลับมาช่วยฉันแฉความเลวของพี่เทวัญทำไม”

“ใช่...แกรักจี๊ด” ใจดียืนยัน ยอดชายก็เช่นกัน เขาย้ำว่าเพราะเงาะรู้และเข้าใจแล้วว่าจี๊ดรัก ถึงได้ยอมให้อภัยและไม่เอาผิดเธอ

“เธอดีกับฉันเหลือเกินจี๊ด แต่ฉัน...”

“ฟังฉันนะเงาะ ที่ชีวิตฉันดีได้อย่างนี้เพราะฉันมีเพื่อนอย่างพวกแกทั้งนั้น ฉันไม่โง่ที่จะปล่อยแกไปแน่... เราจะอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมสี่คน”

เงาะสบตาเพื่อนๆ เห็นแต่ความรักและความปรารถนาดีจากทุกคน ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ บอกรักทุกคนด้วยความซาบซึ้ง...ตื้นตันใจ

หลังจากสบายใจทั้งเรื่องลูกน้องและเพื่อนพ้องทุกคนแล้ว จี๊ดนัดพบดิ่งอีกครั้งในเย็นนั้น สองคนพูดคุย

หยอกล้อกันอย่างมีความสุข โดยไม่รู้เลยว่ามุมหนึ่งนั้นมารศรีจับตามองด้วยความริษยาและเคียดแค้น

ooooooo

จากนั้นไม่กี่วันถัดมา มารศรีก็ดั้นด้นไปพบเทวัญที่ยังกบดานอยู่ในบ้านเช่าซอมซ่อ เทวัญไม่เต็มใจต้อนรับ มองเธออย่างหวาดระแวง

“ดูสภาพคุณตอนนี้สิ ไม่ผิดอะไรกับหมาจนตรอก”

“แกตามหาฉันเจอได้ยังไง ใครส่งแกมา ตำรวจเหรอ”

“โถๆๆ ไม่ต้องระแวงฉันหรอก ฉันมาคนเดียว”

“ไม่ต้องมาสงสาร แกต้องการอะไร...มาทำไม”

“ฉันมาเพราะฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณที่ต้องอยู่อย่างไร้ค่า เพราะสองคนนั่น”

“ไอ้ดิ่ง...นังจี๊ด”

“รู้ไหมว่าตอนนี้สองคนนั้นมีความสุขด้วยกันมากแค่ไหน ในขณะที่คุณและฉันกลับต้องมีชีวิตอยู่เหมือนตกนรกทั้งเป็น คุณทนได้เหรอ”

เทวัญไม่ตอบ...แววตามีแต่ความเคียดแค้น

“แต่ฉันทนไม่ได้...ดิ่งเคยเป็นของฉัน เพราะนังจี๊ดคนเดียวทำให้ฉันต้องอยู่อย่างคนที่ไร้หัวใจ ฉันต้องการแก้แค้น...และฉันรู้ว่าคุณเองก็รอวันชำระแค้นสองคนนั่นเหมือนกัน”

เมื่อเทวัญไม่ปฏิเสธแถมยังร่วมมือกับมารศรีเพื่อชำระแค้นดิ่งกับจี๊ด...วันเดียวกันนี้ มารศรีจึงวางแผนโทร. ไปหาจี๊ดและพูดจาสำนึกผิดต่างๆนานา ก่อนเอาความตายมาอ้างจนทำให้จี๊ดตกหลุมพรางยอมออกจากบ้านมาพบเธอ

“คุณบอกดิ่งหรือเปล่าว่ามาหาฉัน”

“สบายใจเถอะ ดิ่งไม่รู้ว่าฉันมาหาคุณ”

“ทำไมคุณไม่บอกเขา”

“ฉันรู้...ถ้าดิ่งรู้ว่าคุณติดต่อกลับมา คุณจะถูกตัดความช่วยเหลือทางด้านการเงิน คุณอาจจะต้องอยู่อย่างลำบาก”

“แต่ฉันก็ไม่ได้คิดจะอยู่”

“คุณต้องอยู่...จะเอาชีวิตตัวเองทิ้งไปง่ายๆได้ยังไง”

“ไม่มีใครเห็นฉันมีค่า มีความสำคัญ”

“พ่อและแม่คุณล่ะ คุณลืมไปแล้วเหรอว่าท่านรักคุณ พ่อแม่เห็นเรามีค่าและเราคือคนสำคัญของท่านเสมอ กลับไปสิ ไปหาท่าน ไปอยู่กับท่าน”

“คุณคงมองโลกอุดมคติมากไปหน่อย โลกของความเป็นจริงมันไม่ได้งดงามและสวยหรูอย่างที่คุณพูดหรอก พ่อแม่ฉันไม่มีวันให้อภัยในสิ่งที่ฉันทำ”

“ไม่จริง! พ่อแม่พร้อมจะให้อภัยและเข้าใจเราเสมอ ถ้าคุณไม่คิดจะอยู่เพื่อตัวเอง ทำไมไม่อยู่เพื่อท่าน คนที่ให้ชีวิตคุณ”

“เฮ้อ...คุณหนูจี๊ด คุณนี่ช่างเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองเหลือเกินนะ แต่รู้ไหมว่าเธอพลาดแล้ว”

“มารศรี...หมายความว่าไง”

“ไหนบอกว่าตัวเองไม่เชื่ออะไรใครง่ายๆแล้วไง... จิตใจที่งดงามของเธอมันทำให้เธอพลาด”

จี๊ดตัดสินใจหันหลังกลับ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเทวัญเดินเข้ามา

“ดีใจที่ได้เจอน้องจี๊ดอีกครั้ง” พูดเท่านั้นเทวัญก็รวบตัวจี๊ดแล้วโปะยาสลบทันที

ooooooo

ขณะที่จี๊ดหายออกไปจากบ้านโดยไม่มีใครรู้เห็น โทรศัพท์มือถือก็ติดต่อไม่ได้ และที่สำคัญตอนนี้ก็มืดค่ำ แล้วด้วย...พ่อแม่เป็นห่วงเธอมาก เช่นเดียวกับดิ่งและพวกยอดชายต่างกระวนกระวายไม่รู้จะไปตามหาเธอที่ไหน

แต่จู่ๆทันวิทย์ก็พรวดพราดเข้ามาบอกเล่าว่า วันก่อนตนถูกเทวัญข่มขู่แย่งกระเป๋าเงินไป แถมเขายัง ประกาศด้วยว่าเขารอวันที่จะแก้แค้นทุกคน...

เวลานั้น จี๊ดสลบไม่รู้สติอยู่ในบ้านริมทะเล มารศรีใจร้อนอยากให้เทวัญจัดการเสียเลย แต่เทวัญอยากให้เธอฟื้นขึ้นมาก่อน

“ฟื้นเหรอ? ยังจะใจเย็นอยู่อีก ถ้าพวกมันแห่กันมาช่วยนังนี่ล่ะ”

“ไม่มีใครตามเจอหรอก อย่าตื่นไปหน่อยเลยน่า”

“ฉันไม่ได้ตื่น แต่ฉันต้องการให้แกจัดการมันเดี๋ยวนี้ มันย่อยยับได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี”

“มันจะไปสะใจอะไร ถ้าฉันทำอะไรมันทั้งๆที่มันยังไม่ได้สติ ต้องให้มันลืมตาสิ จะได้เห็นว่าฉันทำลายมันยังไงอย่างเต็มตา”

มารศรียิ้มอย่างสะใจ เทวัญขยับเข้าใกล้จี๊ด ลูบไล้ตามใบหน้าเธออย่างแผ่วเบา

“น้องจี๊ดต้องเป็นของพี่ก่อน ส่วนไอ้ดิ่งจะได้ครอบครองแค่ของเหลือเดนของพี่”

เทวัญใจเย็นยังไม่ลงมือ...จนกระทั่งเช้าวันใหม่จี๊ดฟื้นขึ้นมา เธอตั้งสติพยายามหาทางหนี จะใช้โทรศัพท์มือถือโทร.หาดิ่ง แต่มารศรีเข้ามาเห็นเสียก่อน

ดิ่งจดจ่ออยู่กับมือถือตัวเองตลอดเวลาและภาวนาให้จี๊ดเปิดเครื่องสักที เขาจะได้รู้ว่าเธออยู่ไหน เพราะมือถือของจี๊ดติดตั้งโปรแกรมจีพีเอสเอาไว้

จี๊ดทำได้แค่เปิดเครื่องแต่หมดสิทธิ์โทร.หาใครทั้งนั้นเพราะมารศรีขัดขวางและปิดมันลงอีกครั้ง ส่วนเทวัญก็พยายามจะขืนใจจี๊ด มารศรีสะใจเป็นบ้ารีบเปิดมือถือตัวเองเพื่อถ่ายคลิป แต่ทันใดดิ่งโทร.เข้ามา เธอตกใจและลังเลที่จะรับ

“ไอ้มารคอหอย รีบรับโทรศัพท์มัน อย่าทำให้มันสงสัยว่าเธอกำลังทำอะไร” เทวัญออกคำสั่ง...มารศรีจึงเดินเลี่ยงออกไป ส่วนจี๊ดพยายามส่งเสียงร้องเท่าที่เสียงจะดังได้

ขณะคุยโทรศัพท์กับมารศรี ดิ่งพยายามเก็บรายละเอียดเสียงที่ได้ยิน ทั้งเสียงคนร้องและเสียงคลื่น ทำให้เขามั่นใจว่าต้องอยู่ชายทะเลที่ไหนสักแห่ง แต่พอเขาสอบถาม มารศรีก็รีบปิดเครื่องหนีแล้วเดินกลับไปบอกเทวัญอย่างเป็นกังวล

“ดิ่งสงสัยว่าฉันร่วมมือกับคุณ”

“เธอมันหน้าโง่ เปิดมือถือทำไม”

“ฉันต้องการถ่ายคลิปประจานมัน”

“นังบ้า” เทวัญตบหน้ามารศรีจนเซถลา “แกประจานมัน ฉันก็ซวย ทุกคนต้องเห็นฉัน”

“ถึงตอนนั้นฉันก็ทำให้แกหนีออกไปนอกประเทศนี้เรียบร้อยแล้ว”

เทวัญไม่เชื่อ เข้ายื้อแย่งมือถือจากมารศรี จี๊ดฉวยโอกาสนี้วิ่งหนีออกไปหาที่ซ่อนแถวโขดหิน เทวัญกับมารศรีตามหาแต่ไม่พบ แต่ผ่านไปสักพักจี๊ดก็จนมุมอีกจนได้ และเกือบจะถูกมารศรียิงตาย ถ้าพวกดิ่งและตำรวจตามมาช่วยไว้ไม่ทัน

ดิ่งจับสัญญาณจีพีเอสจากมือถือของจี๊ดจนนำกำลังตำรวจตามมาถูก เทวัญแค้นมากตั้งใจยิงดิ่ง แต่ไม่คาดคิดว่ามารศรีจะแย่งปืนจากมือเขาแล้วยิงกระหน่ำจนร่างเทวัญทรุดฮวบตายคาที่

มารศรีถูกตำรวจควบคุมตัวเพื่อไปดำเนินคดี แต่เธอขอเวลาสักครู่เพื่อคุยกับดิ่งก่อน

“ดิ่ง...ถึงฉันจะชั่วและร้ายกาจยังไง แต่ฉันก็รักคุณ รักไม่น้อยกว่าที่ผู้หญิงคนนี้รัก และฉันก็ทำได้ทุกอย่างเพื่อการขอโทษคุณ...คุณจะไม่ให้อภัยฉันก็ได้ เพราะฉันคงไม่ดีพอที่จะรับมัน ขอแค่อย่างเดียว ช่วยกอดฉันอีกสักครั้ง...เป็นครั้งสุดท้าย”

ดิ่งสงสารมารศรี หันมองจี๊ดที่ยืนอยู่ข้างกัน เห็นเธอพยักหน้าให้เขาจึงเข้าไปสวมกอดมารศรีที่บ่อน้ำตาแตกร่ำไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร

“ถ้าคุณหยุดวิ่งตามหาการให้อภัยของผม คุณจะมองเห็นว่าผมได้ให้อภัยคุณมานานแล้ว”

“ขอบคุณค่ะดิ่ง...อ้อมกอดของคุณทำให้ฉันอุ่นใจเสมอ ฉันจะจำสัมผัสนี้ไว้ว่าอย่างน้อยครั้งหนึ่งฉันก็เป็นคนที่คุณเคยรัก ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นคนทำมันพังด้วยมือของฉันเอง”

“ผมเข้าใจคุณ และภาวนาให้คุณเข้าใจผม เข้าใจทุกคนและเข้าใจเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น...ความโลภ ความทะเยอทะยานอยากได้อยากมีอยากเป็นด้วยวิธีที่ผิดและทำร้ายคนอื่น สุดท้ายมันจะเหลือเพียงแค่ความสูญเสียและความเจ็บปวดกับทุกคนเท่านั้น”

“คุณพูดถูก...” มารศรีผละจากอ้อมกอดของดิ่ง หันไปเอ่ยกับจี๊ดอย่างจริงใจ “ฉันไม่รักษาคนดีอย่างดิ่งเอาไว้เอง ขอให้ความรักของคุณกับดิ่งมั่นคงและสวยงามเหมือนที่ฉันเห็น...ต่อไปตราบนานเท่านาน”

“ไม่ต้องห่วง ฉันจะรักเขา ดูแลเขาให้ดีที่สุด”  จี๊ดรับปาก

มารศรียิ้มทั้งน้ำตาให้จี๊ดและดิ่งเป็นครั้งสุดท้าย... แล้วเดินไปหยุดตรงหน้าทันวิทย์

“เธอไม่ใช่เด็กน้อยของฉัน และเธอก็ไม่ได้เป็นไก่อ่อนอย่างที่พี่ชายเธอกล่าวหา เธอเป็นผู้ชายที่ดี สักวันหนึ่งเธอจะได้พบผู้หญิงที่ดีที่เหมาะสมและคู่ควรกับเธอ อย่าคิดถึงสายลมที่พัดผ่านชีวิตเธอเพียงแค่วูบหนึ่งเลยนะ...ขอให้เธอโชคดี”

ทันวิทย์กลั้นน้ำตาไม่อยู่ มองตามมารศรีเดินจากไปพร้อมตำรวจอย่างสลดหดหู่ใจ

ooooooo

หลายวันผ่านไป รัตนาในชุดเตรียมเดินทางไปต่างประเทศตั้งใจมาลาครอบครัวของเจตนาที่บ้าน ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสหลังเหตุการณ์ร้ายๆผ่านพ้นไป

“เดินทางปลอดภัยนะรัตนา ถึงที่อเมริกาเรียบร้อยแล้วอย่าลืมส่งข่าวมา”

“ค่ะท่าน ขอบพระคุณค่ะ”

“และอย่าลืมนะคะว่าคุณรัตนายังมีสถานภาพเป็นผู้ช่วยของจี๊ดอยู่”

“เป็นพระคุณกับดิฉันอย่างสูงค่ะ ที่คุณจี๊ดยังให้ความไว้วางใจ”

“เดี๋ยวนี้คนดีๆไว้ใจได้หายาก” วันดีเอ่ยนิ่งๆ ยอมรับรัตนาแล้วแต่ยังรักษาฟอร์มไว้เหนียวแน่น

สองพ่อลูกแอบยิ้มให้กัน จากนั้น จี๊ดก็เดินตามรัตนาออกมาหน้าบ้านจะขอไปส่งด้วยตัวเอง

“เกรงใจค่ะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณจี๊ด”

“เธอยังเป็นพนักงานของจี๊ดอยู่ ไม่ควรจะขัดใจเจ้านาย” วันดีตามออกมา...ส่งยิ้มให้รัตนาด้วยไมตรี “บอกนายแช่มหรือยังจี๊ดว่าลูกจะไปส่งรัตนาที่สนามบิน”

ตอนที่ 18

ภายในงานมอบรางวัลนักธุรกิจคลื่นลูกใหม่ยอดเยี่ยม เทวัญยืนยิ้มหน้าบานเตรียมตัวขึ้นรับรางวัลอันทรงเกียรติ แต่พอเหลือบเห็นกลุ่มของรัตนาที่มีทั้งลุงแปลง โพ แต้ว เขายิ้มเหยียดก่อนเดินเข้าไปพูดจาดูถูกทั้งกลุ่มจนโพทนไม่ได้แทบจะมีเรื่องชกต่อยถ้ารัตนากับแต้วไม่ห้ามไว้เสียก่อน

ผ่านเลยกลุ่มรัตนามาแล้ว เทวัญตรงไปหาเจตนากับวันดี ถามถึงจี๊ดที่ยังไม่เห็นมา เจตนาบอกว่าจี๊ดแวะไปรับใจดีมาด้วยเพราะรถเธอเสีย เทวัญกระตุกวาบด้วยความไม่ไว้วางใจ...

ขณะนั้นจี๊ดกับใจดีอยู่ที่บ้านยอดชาย สองสาวกำลังแสดงเหตุการณ์จำลองเมื่อครั้งที่ยุพาถูกเทวัญไล่ล่าเพื่อฟื้นความจำให้เธอ แต่ทำมาทำไปดันกลายเป็นตลกขบขันเสียจนดิ่งกับยอดชายกลั้นหัวเราะไม่ไหว แถมยุพาก็เอาแต่นั่งมองเฉยไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย

เมื่อเห็นว่าวิธีของจี๊ดไม่ได้ผล ดิ่งจึงยุติไว้ก่อนแล้วชวนเธอไปงานมอบรางวัลฯ ใจดีเห็นสองคนควงแขนกันไปก็อดคิดถึงโยฮันน์ไม่ได้ ยอดชายแอบสังเกตและพูดขึ้นอย่างรู้ทัน

“คิดถึงฝรั่งเหรอใจดี”

“เขาหายไปหลายวันแล้ว ไม่รู้กลับไปเยอรมันหรือยัง”

“ของแบบนี้ยิ่งวิ่งตามมันจะวิ่งหนี อย่าตาม อย่าคิด เดี๋ยวมันก็มาเอง”

“ใช่ แต่ตอนนี้ขอวิ่งตามเพื่อนไปก่อนนะ” ใจดีวิ่งอ้าวตามจี๊ดกับดิ่งออกไป ยอดชายจึงหันกลับมาดูแลยุพาต่อ...

เมื่อทั้งสามคนมาถึงงานมอบรางวัลฯ ก็แยกกันเข้าไปเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต หารู้ไม่ว่ามารศรีแอบมองด้วยความเคียดแค้นดิ่งกับจี๊ดที่หวานกันเหลือเกิน แต่พอเธอจะก้าวตามก็ต้องชะงักเมื่อเห็นทันวิทย์เดินเข้ามา

ทันวิทย์เข้ามาแสดงความยินดีกับพี่ชายพร้อมย้ำว่าตัวเองได้เผาเสื้อตัวนั้นทิ้งไปแล้ว เทวัญโล่งใจเดินยิ้มมาหาจี๊ดแล้วพาเธอไปเผชิญหน้ากับดิ่งอย่างอวดๆ

“ยินดีที่ได้พบกันแบบซึ่งๆหน้าสักที หลังจากที่คุณเอาแต่ทำอะไรลับหลังผมอย่างน่าไม่อาย”

“ยินดีเหมือนกันครับ กับคนที่ชอบทำอะไรลับหลังเหมือนกัน แต่ขอแก้ตัวหน่อยนะ ว่าการกระทำของผมเป็นการกระทำของมนุษย์ที่มีหัวใจ ส่วนคุณมัน...หมาลอบกัด”

ถูกดิ่งศอกกลับรุนแรง เทวัญถึงกับของขึ้นจะเข้าทำ ร้ายดิ่ง แต่จี๊ดขัดขวางจริงจังจนเขาต้องเปลี่ยนท่าทีและน้ำเสียง

“ไม่ต้องห่วงค่ะ พี่ไม่ทำอะไรมันหรอก...พี่จะยืนดูความย่อยยับของมันเฉยๆ”

“พี่เทวัญจะทำอะไร”

“ไม่ต้องกลัวหรอกว่าพี่จะทำอะไร เพราะกลัวไปก็ไม่ช่วยให้มันรอด”

เทวัญควงจี๊ดออกไปหาเจตนาและวันดี ดิ่งไม่เข้าใจคำพูดเทวัญแต่เพื่อความปลอดภัยก็ต้องระวังตัว

อีกมุมหนึ่ง รัตนาเพิ่งทราบว่าตัวเองได้รับอีเมล์จดหมายจากเยอรมัน เธอรีบหาที่ปริ้นต์ทันที ในขณะเดียวกันยอดชายที่บ้านสวนก็ตื่นเต้นยินดีที่จู่ๆความทรงจำของยุพากลับคืนมาทั้งหมดหลังจากเธอเดินสะดุดล้มศีรษะกระแทกพื้น

ขณะดิ่งรับฟังข่าวดีจากยอดชาย เป็นเวลาที่เทวัญกับจี๊ดขึ้นเวทีเพื่อรับมอบรางวัลนักธุรกิจชายหญิงคลื่นลูกใหม่ยอดเยี่ยม เทวัญฉีกยิ้มให้นักข่าวถ่ายรูปคู่กับจี๊ดแล้วเดินมาที่โพเดียม

“ขอบคุณทุกๆท่านที่มาให้กำลังใจและมาร่วมแสดงความยินดีกับรางวัลอันทรงเกียรตินี้...วันนี้เป็นวันที่ผมภูมิใจมากที่สุดครับ เพราะนอกจากผมแล้ว...คุณจิตรวรรณคู่หมั้นของผมก็ได้รับรางวัลนี้ด้วยเช่นกัน เธอเป็นคนสวยและเก่งมาก รางวัลนี้ทำให้ผมมั่นใจที่จะเป็นคู่ชีวิตของเธอได้อย่างสมศักดิ์ศรี”

เสียงปรบมือดังกราว...วันดีสบตาเจตนาที่ยืนนิ่งไม่ได้ยินดีไปกับเทวัญ ยิ่งกลุ่มของโพไม่ต้องพูดถึงทุกคนมองเทวัญ อย่างไม่พอใจ ตรงกันข้ามกับทันวิทย์ที่ยิ้มภูมิใจในตัวพี่ชายมาก
จี๊ดบนเวทีสังเกตเห็นรัตนากับใจดีวิ่งเข้ามาพร้อมโบกจดหมายในมือขึ้นเหนือศีรษะ เทวัญเองก็เห็นแต่ไม่เข้าใจว่าสองคนนั้นพยายามจะทำอะไร

“เชิญคุณจิตรวรรณกล่าวกับแขกผู้มีเกียรติต่อเลยครับ” เทวัญประกาศผ่านไมโครโฟน

“ขอบคุณค่ะพี่เทวัญ...ขอบคุณท่านคณะกรรมการที่เล็งเห็นว่าดิฉันเหมาะสมและคู่ควรกับรางวัลนี้...ดิฉันทำงานหนักค่ะ เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็นว่าดิฉันทำได้ รางวัลนี้ทำให้ดิฉันมีกำลังใจที่จะทำงานหนักต่อไป เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจนำเข้ารถยนต์ของเรา แต่ดิฉันคงทำงานต่อไปไม่ได้ถ้ายังมีพวกเหลือบริ้นคอยบ่อนทำลายชีวิต ทั้งชีวิตการงานและเรื่องส่วนตัว”

“น้องจี๊ด...พูดอะไร” เทวัญถามเบาๆ แต่จี๊ดกลับ พูดใส่ไมค์ว่า

“พี่เทวัญถามดิฉันว่าพูดอะไรออกไป...ขออธิบายเพิ่มเติมนะคะ ว่าตัวเหลือบตัวริ้นที่ดิฉันหมายถึงคือพี่เทวัญนั่นแหละค่ะ”

เสียงฮือฮาดังขึ้นด้วยความสงสัย เทวัญรีบแย่งไมค์จากมือจี๊ด บอกกล่าวทุกคนว่าคู่หมั้นของตนคงเหนื่อยจากการทำงานหนัก...แต่จี๊ดรีบดึงไมค์กลับคืนมา

“ดิฉันมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน และขอประกาศไว้ต่อหน้าท่านแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายรวมทั้งสื่อมวลชนในที่นี้ว่าดิฉันขอถอนหมั้นจากผู้ชายที่เป็นตัวบ่อนทำลายบริษัทของดิฉัน...คนนี้”

แขกทุกคนวิจารณ์กันเซ็งแซ่ วันดีไม่พอใจจะไปห้ามจี๊ดแต่เจตนาจับมือเธอไว้แน่น และบอกว่ามันถึงเวลาแล้ว

“วันนี้ทุกคนจะได้รู้ความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากาก เทพบุตรของผู้ชายที่ชื่อเทวัญ...รัตนาเอาจดหมายมาให้ฉัน”

รัตนาทำตามอย่างเร่งด่วน เมื่อจี๊ดได้จดหมายก็โชว์ให้ทุกคนดู

“นี่เป็นจดหมายที่คุณเทวัญส่งให้บริษัทผลิตรถยนต์ของเยอรมันเพื่อขอถอนโมเดิร์นคาร์จากการเป็นผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทย ลงชื่อและตำแหน่งของตัวเองชัดเจน ทำให้โมเดิร์นคาร์พลาดโอกาสสำคัญ”

เทวัญคิดอ่านแก้เกมด้วยการเข้าไปแย่งจดหมายจากจี๊ดและแย่งไมค์มาพูดเอง “ใช่! ผมไม่ปฏิเสธ แต่ผมทำเพราะคำสั่งของคุณจิตรวรรณ”

“อะไรนะ!” จี๊ดตะลึงคาดไม่ถึง

“พี่จำเป็นต้องปกป้องศักดิ์ศรีของพี่บ้าง พี่ทนมานานแล้ว...ทุกท่านครับ คุณจิตรวรรณต้องการให้ลักชัวรี่คาร์บริษัทของคุณศยามชู้รักของเธอได้ผลประโยชน์โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของผม ไม่สนใจว่าจะเกิดความเสียหายแก่บริษัทของพ่อแม่บังเกิดเกล้ายังไง นายศยามเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”

ทุกคนหันไปจับจ้องดิ่งซึ่งยืนอึ้งไม่เชื่อหูกับเกมของเทวัญ รวมทั้งวันดีที่กำลังสับสนเหลือเกิน

“ผมต้องทนเห็นพฤติกรรมอันน่ารังเกียจของคุณจิตรวรรณมานาน วันนี้จะเป็นวันที่ทุกคนจะได้รู้ความจริงภายใต้หน้ากากของผู้หญิงคนนี้เหมือนกัน” เทวัญตอกย้ำและมองจี๊ดอย่างท้าทาย

จี๊ดเจ็บแค้นมาก รู้สึกเสียหน้าเมื่อเห็นสายตาทุกคนมองมาอย่างเหยียดหยาม วันดีทนไม่ไหวสะบัดมือหลุดจากเจตนาพุ่งไปที่ข้างเวที สั่งจี๊ดให้ลงมาจะทนยืนอับอายอยู่ทำไม และเมื่อเธอเห็นดิ่งเข้ามาเรียกจี๊ดก็ยิ่งโมโห ตวาดไล่ดิ่งไปให้พ้น

“ให้จี๊ดยืนอยู่บนนั้นต่อไปเถอะค่ะ” เงาะส่งเสียงเข้ามาพร้อมก้าวขึ้นเวทียืนคั่นกลางระหว่างจี๊ดกับเทวัญ

เทวัญร้อนใจ จ้องเงาะเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ แต่เงาะไม่สนใจ เปิดฉากผ่านไมค์อย่างจริงจัง

“ดิฉันชื่อเงาะ เป็นเพื่อนสนิทที่คบกับคุณจี๊ดมานานและยังทำงานที่โมเดิร์นคาร์ ทำให้รู้จักนิสัยใจคอของผู้หญิงคนนี้ดีว่าเป็นคนยังไง จี๊ดหมั้นกับพี่เทวัญ แต่หัวใจของตัวเองกลับไปอยู่ที่คุณศยาม ดิฉันขอยืนยัน ซึ่งดิฉันไม่แปลกใจเลยที่จี๊ดเป็นอย่างนั้น เพราะพี่เทวัญเป็นคนเลวชาติ ส่วนคุณศยามคือคนที่ช่วยเหลือจี๊ดและคนรอบตัวจี๊ดให้รอดพ้นจากแผนชั่วร้ายทั้งหมดที่ผู้ชายเลวๆคนนี้ทำกับทุกคน”

“ผู้หญิงคนนี้โกหก! เพราะผมไม่คิดจะจริงจังกับผู้หญิงคนนี้ เขาเลยมาทำลายผม” เทวัญตอบโต้

“เหรอ...แต่แกเคยหลอกฉันว่าแกจริงจังกับฉัน...เขาโอนเงินให้ฉันเป็นค่าเลี้ยงดูเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับฉัน และปิดปากไม่ให้ฉันเอาเรื่องที่ฉันเห็นเขาแอบคบกับผู้หญิงคนหนึ่งลับๆไปบอกจี๊ด ฉันก็หลงเชื่อ...จนกระทั่งได้เห็นธาตุแท้ ของเขาว่าชอบทำร้ายผู้หญิง จิตใจโหดเหี้ยม แต่ฉันก็ยังจะทนอยู่ใต้อุ้งเท้าของเขา ทำงานให้เขาตามแต่จะสั่ง เพราะฉันกลัว...กลัวว่าเขาจะฆ่าฉัน เหมือนกับที่เขาพยายามฆ่าเจ๊ยุพา”

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังต่อเนื่อง เทวัญหน้าซีดเริ่มเลิ่กลั่ก

“เขาสารภาพกับฉันว่าเจ๊ยุพาจะทำให้เขาและฉันต้องลำบาก เมื่อเจ๊ยุพาไม่ตายเขาจึงสั่งให้ฉันสะกดรอยตามจี๊ดและเพื่อนๆ จนเมื่อฉันรู้ว่าเจ๊ยุพาอยู่ที่บ้านของยอดชาย เขายืมมือฉันให้เป็นคนปลิดชีวิตเจ๊ยุพาเพื่อปิดปากไม่ให้มีใครมีชีวิตรอดมาเป็นพยานเอาผิดเขาได้ ซึ่งฉันเกือบจะทำสำเร็จ แต่เพื่อนทุกคนที่รักฉันและให้โอกาสฉันเสมอเข้ามาขวางฉันไม่ให้ฉันต้องกลายเป็นฆาตกรเหมือนแก”

“ใครก็ได้ช่วยแจ้งตำรวจมาจับผู้หญิงคนนี้ด้วย ผู้หญิงคนนี้ถูกใครก็ตามที่เป็นศัตรูกับผมจ้างวานมาให้ใส่ร้ายผม” เทวัญประกาศก้อง

“ไม่มีใครจ้างฉันทั้งนั้น เรียกตำรวจมาจับเลย ฉันไม่กลัว  ฉันจะได้เอาหลักฐานทั้งหมดให้ตำรวจเอาผิดแก...ไอ้คนชั่ว!!”

เงาะไม่พูดเปล่าแต่ตบหน้าเทวัญโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว เทวัญแสร้งอึ้งไม่ตอบโต้ มารศรียืนมองจากมุมหนึ่งยิ้มอย่างมีความสุข พึมพำกับตัวเองว่าละครเรื่องนี้สนุกจริงๆ

“เงาะ...แค่พี่ไม่รักเงาะก็ทำกับพี่ได้ถึงขนาดนี้ เหรอ เนี่ยเหรอที่เงาะบอกว่ารักพี่จนยอมทรยศเพื่อนรัก เงาะไม่ได้รักพี่จริง ทำร้ายพี่ทำไม” เทวัญตัดพ้อ

“จนถึงตอนนี้คุณก็ยังพลิกลิ้นปลิ้นปล้อนเอาตัวรอดอย่างไม่ละอายแก่ใจ ไม่เกรงกลัวต่อบาปที่ตัวเองทำเลยสักนิด” จี๊ดระเบิดเสียงอย่างสุดทน

“เพราะพี่ไม่ได้ทำอะไรผิด อย่ามากล่าวหากันลอยๆ”

สิ้นเสียงของเทวัญ...ทันวิทย์เดินขึ้นมาพร้อมเสื้อเปื้อนเลือด เทวัญถึงกับหน้าถอดสี ด่าทอน้องชายทำไมถึงไม่ทำลายมันทิ้ง ทันวิทย์บอกเหตุผลว่าตนทนไม่ไหวพี่ไม่เคยรักษาสัญญา ดิ่งเห็นได้จังหวะตามมาประจานความผิดใหญ่หลวงของเทวัญที่ฆ่าด้วงตายอย่างโหดเหี้ยม

“ไม่จริง...ทุกคนโกหก อย่าไปเชื่อ ผมบริสุทธิ์ ผมไม่ได้ทำอะไรผิด”

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องไปพิสูจน์ตัวเองในศาล” ยอดชายพายุพาและตำรวจเข้ามาพร้อมหมายจับ

เทวัญหาทางรอดให้ตัวเองด้วยการจับจี๊ดเป็นตัวประกัน ล็อกคอเอาปืนจี้แล้วลากเธอออกไปท่ามกลางเสียงวี้ดว้าย แตกตื่นของผู้คน โพเห็นดังนั้นพุ่งเข้าไปจะล็อกเทวัญ แต่กลับโดนเขายิงสวนจนโพทรุดฮวบ แต้วกับพวกลุงแปลงรีบวิ่งเข้ามาดู ส่วนวันดีตกใจเป็นลมในอ้อมแขนเจตนา

จี๊ดถูกเทวัญลากขึ้นไปบนดาดฟ้า ดิ่งนำทีมตามมาเพื่อช่วยเหลือ จี๊ดเองก็พยายามเกลี้ยกล่อมเทวัญให้มอบตัวแต่เขาดึงดันไม่ยอมท่าเดียว

“เงียบสักที! พี่จะไม่ยอมติดคุกแม้สักวินาทีเดียว รู้ไว้ซะ”

“พี่เทวัญ...พี่อยากได้อยากมีอยากเป็นจนทำได้ ทุกอย่างแม้แต่เรื่องเลวร้ายที่สุดเลยเหรอ อะไรทำให้พี่มองข้ามความรู้สึกผิดชอบชั่วดี”

“ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไม่เคยทำให้ใครประสบความสำเร็จถึงจุดสูงสุดและกลายเป็นตำนานให้คนพูดถึง”

“แต่สิ่งที่คนพูดถึงคุณคือการประณามและหยามเหยียด ไม่ใช่คำสรรเสริญชื่นชม...เป็นตำนานแห่งความอัปยศที่น้องชายคุณจะต้องแบกรับไปจนตลอดชีวิต หรืออาจจะยาวนานกว่านั้น” ดิ่งสวนทันควัน ทันวิทย์ยืนอยู่ข้างกัน กล่าวกับพี่ชายทั้งน้ำตาเอ่อคลอ

“พี่มีความรู้สึกรักตัวกลัวตาย คนอื่นเขาก็รู้สึกเหมือนกัน ชีวิตพี่หรือชีวิตใครต่างก็มีค่าด้วยกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นได้โปรดอย่าปลิดชีวิตใครอีกเลย”

“เพ้อเจ้อ...ไร้สาระ!!” เทวัญตวาดพลางลากจี๊ดมาประชิดขอบดาดฟ้าเหมือนจะพากระโดดลงไปด้วยกัน

ดิ่งและทุกคนตกใจพากันร้องห้าม พร้อมกันนั้นดิ่งก็พุ่งเข้าใส่เทวัญ แต่ไม่ทันถึงตัว ปืนในมือเทวัญลั่นเปรี้ยง! คาดไม่ถึงว่าจี๊ดจะวิ่งมารับกระสุนแทนดิ่ง ร่างเธอสะดุ้งเฮือกแล้วค่อยๆทรุดลง

ตำรวจตัดสินใจยิงสวน แต่เทวัญกระโดดลงไปข้างล่างซึ่งเป็นระเบียงห้อง กลุ่มตำรวจหาทางจับ ในขณะที่ดิ่งกับพวกยอดชายรีบพาจี๊ดส่งโรงพยาบาล

เทวัญลัดเลาะเร้นกายเข้าไปในห้องหนึ่งของโรงแรมแล้วฉวยชุดแขกอาหรับสวมใส่หนีตำรวจไปได้ แต่มิได้รอดพ้นสายตาของมารศรี

ooooooo

หลายวันผ่านไป จี๊ดอาการดีขึ้นมากแต่เดินเอง ไม่ค่อยถนัดนักเพราะโดนยิงบริเวณสะโพก แต่ถึงแม้เธอ จะยังไม่หายดี ก็ยังอุตส่าห์ให้รัตนาหอบงานมาให้ทำถึงบ้าน

วันนี้ดิ่งมาเจอจี๊ดกำลังรั้นกับรัตนาเรื่องทำงาน เขาไม่พอใจทั้งดุและกำหราบจนเธอเถียงไม่ออก วันดีกับเจตนาแอบมองมายิ้มๆ พอใจที่ดิ่งสยบจี๊ดได้

“ฉันดีใจที่เห็นลูกปลอดภัยและมีความสุขกับคนที่เขารัก” วันดีเอ่ยกับสามี

“ทีนี้เชื่อแล้วใช่ไหมว่านายดิ่งเป็นคนดี และไม่มีข้อโต้แย้งใดๆได้เลยถ้ายัยจี๊ดจะรักผู้ชายแบบนายดิ่ง”

“ค่ะ เขาเอายัยจี๊ดอยู่จริงๆ ขอโทษนะคะที่เคยดื้อดึง เชื่อมั่นในความคิดของตัวเองมากเกินไป”

“ไม่สายเกินไปที่จะตัดคำว่ามากเกินไปออกไปซะ แล้วเพิ่มการฟังคนอื่นให้มากขึ้น ทีนี้มันก็จะพอดีและลงตัว”

“ฉันรู้สึกว่าฉันโชคดีเหลือเกินที่คุณยังรักฉัน  และจะไม่ให้อภัยตัวเองเลยถ้าต้องเสียคุณไปจริงๆในวันนั้น”

“ผมก็เป็นคนโชคดีที่มีภรรยาที่รักผมมาก ผมก็จะไม่ให้อภัยตัวเองเหมือนกัน ถ้ายอมปล่อยคุณไป”

วันดีและเจตนากอดกันอย่างเข้าใจและมีความสุข รัตนากำลังจะกลับเดินผ่านมาเห็น เธอยิ้มสบายใจก่อนออกเดินต่อไปสู่เส้นทางชีวิตของตัวเองที่หมายมั่นเอาไว้

ฟากฝั่งนายยอดชายกับศุวิมล กว่าจะลงเอยกันได้ศุวิมลก็ต้องเสียเวลาอธิบายจนน้ำลายแห้งคอว่าที่แท้คำนวณคือเพื่อนสาวและมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว ส่วนเธอรักเขาคนเดียว และไม่เคยง้อใครขนาดนี้มาก่อน

“ผมขอโทษที่คิดเองเออเองจนเข้าใจผิด...แต่ผมก็รักคุณนะ” ยอดชายเอ่ยเสียงหวาน

“ทำไมถึงรัก”

“เพราะคุณแปลกไง”

“คุณยอด!” ศุวิมลเสียงเขียว ยอดชายรีบกลับคำว่าล้อเล่น พร้อมกุมมือเธอ “ดีกันนะ...ผมสัญญา ต่อไปนี้ผมจะไม่คิดเองเออเอง และถ้าเกิดอะไรขึ้นผมจะไม่กลัว ผมจะเดินหน้าลุยสู้เพื่อพิชิตอุปสรรค ผมจะทำให้คุณเดินไป กับผมอย่างมั่นใจและมั่นคง”

“ก็ได้” เธอตอบด้วยท่าทีเขินอาย

“แล้วคุณรับได้เหรอที่ผมมีแต่ตัวกับเงินเก็บไม่เท่าไหร่ แถมยังตกงานอีก”

“ฉันรักคุณที่ตัวคุณ ไม่ใช่ที่ตัวเลขในบัญชีธนาคาร อีกอย่างเงินเดือนฉันก็ไม่ได้ขี้เหร่ ไม่อดตายหรอก”

ยอดชายซาบซึ้งสุดใจ พอเธอกำชับให้เขารีบหางานทำ เขารับปากแข็งขันทันที

“ไม่ต้องห่วง เงินเดือนทุกบาททุกสตางค์ของผม ผมจะให้คุณหมดเลย”

“ให้มันจริงเหอะ” ศุวิมลแกล้งทำตาเขียวใส่ ยอดชายยิ้มรับ ยอมให้หมดทุกอย่างโดยเฉพาะตัวและหัวใจ

ooooooo

ขณะที่คนอื่นกำลังมีความสุขสมหวัง โดยเฉพาะดิ่งกับจี๊ดและยอดชายกับศุวิมล แต่เทวัญกลับมีชีวิตความเป็นอยู่ตกต่ำอย่างที่สุด ต้องอดมื้อกินมื้อ หลบซ่อนตัวในบ้านเช่าซอมซ่อต่างจังหวัด ที่สำคัญเขายังจมอยู่กับความเคียดแค้น รอวันชำระมันทุกคนให้สาสม!

หลังจากดิ่งส่งพ่อไปพักฟื้นร่างกายที่บ้านพักตากอากาศระยะหนึ่ง โดยมีป๊อดคอยดูแลอย่างใกล้ชิด...ถึงวันนี้เหมือนมีปาฏิหาริย์ เศกอาการดีขึ้นมาก เดินเองได้แม้จะยังไม่เต็มร้อย แต่นั่นก็ทำให้ดิ่งกับศุวิมลดีใจเป็นที่สุด ถึงกับตอบแทนป๊อดด้วยการส่งไปเรียนต่อช่างยนต์ที่เยอรมัน

ป๊อดตื่นเต้นที่จะได้ไปเรียนเมืองนอก เขาขอบคุณทุกคนแล้วขอตัวไปโทร.บอกแม่อย่างด่วนจี๋ สวนกับแม่บ้านที่เดินนำเจตนาเข้ามาพอดี สามคนพ่อลูกมองเจตนาอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะเศกที่ไม่คิดว่าศัตรูทางธุรกิจของตนจะกล้ามาเยือนถึงถิ่น

แต่การมาครั้งนี้ของเจตนาไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นใดเลย นอกจากมาแสดงความยินดีที่เศกอาการดีขึ้นมากจนเกือบเป็นปกติ และมาขอโทษที่เคยเข้าใจเขาผิด ว่าเขาอาจจะมีส่วนรู้เห็นเรื่องที่ตนถูกลอบยิง

“ไม่เป็นไร” เศกยิ้มให้เจตนาอย่างเป็นมิตร

“ลูกชายคุณเป็นคนดีมาก เขาไม่เคยทำให้ผมผิดหวัง ไม่ว่าเขาจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายมากแค่ไหน เขาก็ยังคงยึดมั่นในหนทางแห่งความดีเอาไว้ได้อย่างน่าชื่นชม”

“อืม...ผมภูมิใจในตัวเขา”

“ได้ข่าวว่าคุณวางมือหมดแล้ว...แล้วให้นายดิ่งดูแลทุกอย่างทั้งหมดอย่างสมบูรณ์” เศกพยักหน้ารับ เจตนาจึงกล่าวต่อด้วยความมั่นใจ “ลักชัวรี่คาร์ภายใต้การนำของดิ่งจะต้องเจริญรุดหน้าและเติบโตอย่างมั่นคงแน่นอน”

“ขอบคุณ”

“ผมมาก็มีเรื่องจะพูดกับคุณแค่นี้ เราคงได้พบกันอีก” เจตนาลุกขึ้นจะกลับ แต่ต้องชะงักเมื่อเศกเอ่ยปากขอหนูจี๊ดมาเป็นลูกสาวของตนอีกคน...

เวลาเดียวกันนั้นเอง หนูจี๊ดกำลังนอนยิ้มสบายใจอยู่ที่บ้าน พอเธอเห็นรัตนาเดินเข้ามาก็รีบหลับตาลงเหมือนว่าหลับ รัตนายิ้มเอ็นดู จัดผ้าห่มคลุมให้อย่างเบามือแล้วทำท่าจะกลับออกไป เผอิญวันดีที่กำลังจะไปงานการกุศลเดินเข้ามาเห็น เธอเรียกรัตนาให้มาช่วยเลือกเข็มกลัดติดเสื้อ จี๊ดแอบมองทั้งคู่ด้วยความปลาบปลื้ม

ตอนแรกรัตนาเกร็งพอสมควรเมื่อต้องอยู่ใกล้วันดี แต่พอวันดีกระเซ้าเธอด้วยรอยยิ้ม อาการเกร็งนั้นค่อยหายไป

“เธอคงกลัวฉันมากเลยสินะ แต่ก็นั่นแหละนะ ฉันร้ายกับเธอไว้เยอะ”

“ค่ะ”

“เธอเป็นคนจริงใจดีนะ...นี่จ้ะ เข็มกลัดสองอันนี้ เธอช่วยฉันเลือกหน่อย ฉันควรจะติดเข็มกลัดอันไหนถึงจะเข้ากับชุดนี้”

รัตนายังไม่เลือกหากแต่ถามวันดีว่าชอบอันไหน พอได้คำตอบ เธอบอกว่าสวยดี แต่ไม่เข้ากับชุด มันดูเยอะไป อีกอันน่าจะดีกว่า เรียบแต่หรู อยู่บนตัวเสื้อได้อย่างสง่างามกลมกลืน แต่ก็มีความโดดเด่นในตัวเอง

วันดีมองเข็มกลัดที่รัตนาเลือกอย่างพึงพอใจ “รู้ไหมว่าเธอมีคุณสมบัติเหมือนกับเข็มกลัดอันนี้...เรียบง่ายแต่ก็งามสง่า อยู่อย่างกลมกลืน แต่ไม่ถูกกลบ เธอโดดเด่นด้วยสิ่งที่เธอเป็น ไม่ใช่สิ่งที่เธอสร้าง...ขอบใจนะ ฉันจะติดเข็มกลัดอันที่เธอเลือก เพราะฉันเชื่อในความจริงใจของเธอ”

วันดีเดินยิ้มออกไป รัตนาดีใจอย่างที่สุดที่วันดีเอ่ยปากชม พลันเสียงแซวของจี๊ดก็ลอยลมมา

“ได้ยินหมดแล้วนะ แหม...ยิ้มไม่หุบเลยน้า...”

รัตนาหันกลับมาด้วยรอยยิ้ม แล้วถือโอกาสจี๊ดอารมณ์ดียื่นซองขาวในมือให้เธอ จี๊ดนึกว่าซองผ้าป่า แต่พอได้ยินรัตนาบอกว่าจดหมายขอลาออกไปศึกษาต่อ เธอถึงกับลุกพรวดด้วยความตกใจ

“ฉันไม่อนุมัติ” จี๊ดเสียงดังฟังชัด

“คุณจี๊ดคะ ฟังดิฉันก่อนนะคะ”

“เธอไป...แล้วใครจะช่วยฉัน ตอนนี้เธอมีความสำคัญกับชีวิตฉัน แล้วจะทิ้งกันไปแบบนี้ได้ยังไง”

“คุณจี๊ดเคยมีความฝันแล้วยังทำไม่สำเร็จหรือเปล่าคะ” จี๊ดเมินหนี แต่รัตนายังพยายามให้เหตุผลต่อไปว่า “ในชีวิตของดิฉันมีความฝันอยู่สองอย่าง...หนึ่งคือทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณของท่านประธาน โดยเฉพาะการได้ช่วยงานท่าน และตอนนี้คุณจี๊ดก็เก่งแล้ว จนสามารถช่วยงานท่านได้ทุกอย่าง คุณจี๊ดทำให้ความฝันของดิฉันเป็นความจริง ตอนนี้คุณจี๊ดช่วยทำให้ความฝันอีกข้อหนึ่งของดิฉันเป็นความจริงด้วยได้ไหมคะ”

“ให้เธอไปเรียนต่อน่ะเหรอ”

“ค่ะ ดิฉันเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ความรู้และประสบการณ์ในโลกกว้างจะช่วยให้ดิฉันมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขและมีค่า มีเป้าหมาย”

จี๊ดทำใจไม่ค่อยได้แต่ก็ยอมรับ ถามเธอว่าคุณพ่อรู้เรื่องนี้หรือยัง?

“ท่านทราบแล้วค่ะ แต่ท่านไม่ตัดสินใจ ให้ดิฉันมาคุยกับคุณจี๊ด”

“จะไปนานแค่ไหน”

“แค่สองปีเท่านั้นค่ะ”

“ฉันไม่ให้เธอไป...ถ้าเธอไม่สัญญาว่าจะกลับมาทำงานกับฉันเหมือนเดิม สัญญาได้ไหมว่าจะกลับมาอยู่กับฉันเหมือนเดิม”

“สัญญาค่ะ ขอบคุณนะคะคุณจี๊ด”

จี๊ดสวมกอดรัตนาด้วยความรักและเคารพ รัตนารู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก...วันดีแอบมองเงียบเชียบ สีหน้าเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ

ooooooo

วันหนึ่ง ทันวิทย์นัดพบจี๊ดที่ร้านอาหาร จี๊ดมากับดิ่งและพูดคุยกับเขาอย่างเป็นกันเอง เมื่อทันวิทย์บอกว่าตนเรียนจบแล้ว และกำลังจะรับปริญญา จี๊ดดีใจด้วยและรับปากจะไปแสดงความยินดีกับเขาในวันนั้น

“ผมรู้ว่าพี่งานยุ่ง ผมคงไม่รบกวน”

“ไม่ได้รบกวนเลย ยังไงพี่ก็รักเธอและคิดว่าเธอเป็นน้องชายของพี่เสมอ” จี๊ดเอ่ยอย่างจริงใจ ส่วนดิ่งแสดงความยินดีและให้กำลังใจสำหรับอนาคตอันสดใสของเขา

ทันวิทย์ได้ฟังถึงกับน้ำตาซึม สะท้อนใจนึกไปถึงพี่ชายที่ตนมีส่วนทำให้เขาต้องพบกับความลำบาก

“ทันวิทย์ อย่าร้องไห้เลย...พี่เทวัญเลือกที่จะเดินทางนั้น เขาก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขาเลือก”

“เราทำดีแล้ว ที่ไม่สนับสนุนให้พี่ชายถลำลึกไปมากกว่านี้”

สองคนช่วยกันปลอบทำให้ทันวิทย์คลายความเศร้าลงได้บ้าง และส่ายหน้าเมื่อจี๊ดถามว่าพี่เทวัญติดต่อเราบ้างหรือเปล่า

สมควรแก่เวลา สองฝ่ายเตรียมแยกกันตรง

หน้าร้าน จี๊ดอวยพรทันวิทย์ให้โชคดี หากขาดเหลืออะไรบอกได้เลยไม่ต้องเกรงใจ ทันวิทย์ยกมือไหว้จี๊ดและดิ่งก่อนเดินออกไป...พอทั้งคู่จะขึ้นรถ จี๊ดนึกได้ว่าลืมบอกทันวิทย์ให้ไปสมัครงานที่บริษัทของตน จึงเดิน

ย้อนกลับมามองหาแต่ก็ไม่เห็นเขาเสียแล้ว

“ไปไหนของเขานะ เร็วจัง”

“ค่อยโทร.หาเขาก็ได้”

จี๊ดเชื่อดิ่ง เดินกลับไปที่รถด้วยกัน โดยไม่เห็นว่าตรงมุมกำแพงใกล้ๆนั้นทันวิทย์ถูกเทวัญล็อกตัว

มือหนึ่งปิดปาก และอีกมือถือปืนจ่อไว้

จากนั้นเทวัญลากทันวิทย์ไปยังมุมลับตา เขาแย่งเป้ของน้องมาค้นหาเงินและของมีค่าโดยไม่สนว่าน้องจะสอบถามด้วยความเป็นห่วงสักเพียงใด

“กระเป๋าเงินอยู่ไหน เอามาให้ฉันเดี๋ยวนี้”

“พี่ไม่มีทางหนีรอดหรอก สักวันตำรวจก็ต้องตามหาพี่จนเจอ”

เทวัญโกรธตบหน้าน้องชายเต็มแรง “ไหนแกบอกว่าแกรักฉัน แต่แกก็ไปเข้าข้างพวกมัน ไอ้น้องเลว”

“ผมรักพี่ แต่ผมก็จะไม่เข้าข้างคนทำผิด มอบตัวเถอะครับ”

“ฉันไม่ผิด แล้วฉันก็จะรอวันชำระแค้นพวกมัน...และแกด้วย”

เทวัญเล็งปืนใส่ แต่ทันวิทย์ไม่กลัวตายเลยสักนิด แถมมองอย่างท้าทาย ที่สุดพี่ชายก็ทำไม่ลง รีบค้นหาตามตัวน้องจนเจอกระเป๋าเงิน แล้วสำทับกึ่งขู่อีกครั้งก่อนวิ่งหนีหายไปทันที

“อย่าตามมานะ นี่เป็นการเตือนครั้งสุดท้าย หากฉันเห็นหน้าแกอีกครั้ง นั่นหมายถึงฉันจะไม่เหลือความปรานีให้แกอีกแล้ว”

ooooooo

ตอนที่ 17

ดิ่งกับจี๊ดพรางตัวเพื่อไปพบโยฮันน์ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง โดยทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าเทวัญก็มีนัดกับใครคนหนึ่งที่นี่เหมือนกัน...

เมื่อดิ่งและจี๊ดเจรจากับโยฮันน์ว่าพวกตนต้องการเอกสารที่ใครบางคนในโมเดิร์นคาร์ส่งไปทางเยอรมันเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของบริษัท และใส่ร้ายป้ายสีลักชัวรี่คาร์ โยฮันน์รับปากช่วยเหลือแต่จะได้เรื่องยังไงต้องรอดูต่อไป เพราะตนเป็นวิศวกรไม่ใช่เจ้าหน้าที่ฝ่ายเอกสารโดยตรง

เสร็จธุระแยกจากโยฮันน์มาแล้ว ดิ่งกับจี๊ดเห็นเทวัญโดยบังเอิญ ดิ่งจำผู้ชายที่เดินคุยกับเทวัญได้ว่าเขาคือคณะกรรมการคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลนักธุรกิจคลื่นลูกใหม่ของสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ จี๊ดจึงตั้งข้อสังเกตว่าที่เทวัญได้รางวัลนี้มาต้องมีนอกมีในกันแน่ ถึงนัดมาคุยกันส่วนตัวแบบนี้...แล้วดิ่งกับจี๊ดก็เลี่ยงหลบออกไปโดยคิดว่ารอดพ้นสายตาของเทวัญ แต่หารู้ไม่ว่าเทวัญเห็นพวกเขาแต่ทำเป็นไม่กระโตกกระตากต่างหาก

ดิ่งกับจี๊ดแวะมาเยี่ยมยุพาที่บ้านสวนของยอดชาย ยุพายังมีอาการหวาดผวาจนกลายเป็นคลุ้มคลั่งหมอจึงให้ยาระงับประสาททำให้เธอนอนหลับทั้งวัน จี๊ดสงสารยอดชายที่ต้องดูแลยุพาจนร่างกายซูบซีดอิดโรย แต่ดิ่งพูดอย่างรู้ทันว่าเหนื่อยกายคงไม่เท่ากับเหนื่อยใจ

“นี่ยังปรับความเข้าใจกับคุณศุไม่ได้อีกเหรอยอด”

“ได้แล้วจะมายืนตาลอยอยู่แบบนี้เหรอคุณ...ออกตัวช้าตลอดจะไปสู้คนอื่นเขาได้ยังไง”

จี๊ดตีแขนดิ่งเพื่อปรามไม่ให้พูดมาก เพราะเธอสงสารเพื่อนรัก อยากให้เขาสมหวังจึงขอให้ดิ่งช่วยซึ่งดิ่งย้ำว่าตนช่วยแล้ว แต่ที่เหลือยอดชายต้องปิดจ๊อบด้วยตัวเอง

เมื่อกลับไปบ้านเจอน้องสาวนั่งตรวจงานนักศึกษา ดิ่งเลียบเคียงถามเธอว่าทำไมเดี๋ยวนี้กลับดึกนัก ศุวิมลบอกว่าตนต้องช่วยอาจารย์คำนวณทำวิจัย และใกล้สอบแล้วตนกลัวตัดเกรดเด็กไม่ทันก็เลยอยู่ทำที่คณะ

“ตกลงเรากับนายคำนวณนี่ยังไง”

“ก็ไม่ยังไงนี่คะ”

ศุวิมลเหลือบมองข้างหลังพี่ชาย เห็นแม่บ้านหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าใบโตของมารศรีออกไปหน้าบ้าน ส่วนมารศรีเดินมาหยุดตรงหน้าดิ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ตายแล้ว...รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมากะทันหัน เมื่อเห็นก้อนเนื้อร้ายกำลังจะกระเด็นออกไปจากชีวิต”

“ศุ...อย่าซ้ำเติมคน” ดิ่งปรามน้อง

“ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนค่ะ แต่เป็นก้อนมะเร็งที่ไม่มีใครต้องการ...พี่ดิ่งคะ หวังว่ามะเร็งก้อนนี้มันจะไม่กลับมาคอยทำลายใครอีกนะคะ เพราะโอกาสจะไม่มีเป็นครั้งที่สองสำหรับคนที่ไม่มีสำนึก”

มารศรีเก็บอารมณ์และความแค้น กลืนก้อนแข็งๆ ลงคอไม่ตอบโต้ หากแต่มองศุวิมลที่สะบัดหน้าออกไปอย่างเคียดแค้น

“ผมจัดการเรื่องเงินให้คุณเรียบร้อยแล้ว ขอให้คุณโชคดี”

มารศรีไม่พูดอะไรสักคำ แต่ตอบแทนความ ปรารถนาดีของดิ่งด้วยการตบหน้าเขาฉาดใหญ่ แล้วตบซ้ำอีกทีเมื่อเขายังคงนิ่งสงบ ก่อนระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างเจ็บปวด คับแค้น

“ทำไม? จะมีความรู้สึกอะไรกันบ้างไม่ได้เลยใช่มั้ย ถึงจะไม่มีความรักให้ ก็บอกฉันสิว่าคุณเจ็บ หรือไม่ก็เกลียด หรืออะไรก็ได้ ไม่ใช่เย็นชาแบบนี้”

“คุณแคร์ความรู้สึกคนอื่นด้วยเหรอ...มารศรี”

“คนที่ฉันแคร์ในโลกนี้มีคนเดียวคือคุณ ถึงคุณจะไม่แคร์ฉันเลยก็ตาม”

“ใช่ เพราะผมไม่แคร์คุณ ผมจึงไม่มีความรู้สึกอะไรเลย”

ยิ่งฟัง มารศรียิ่งเจ็บแค้น ฟูมฟายน้ำตาเข้าไปทุบตีเขาพัลวัน ขณะที่ปากก็พล่ามพูดคำว่า “ทำไม?” ไม่หยุดหย่อน

“คุณรู้ดีว่าทำไม ถ้าคุณไม่เริ่มต้นในวันนั้น มันก็จะไม่จบลงอย่างในวันนี้ โชคดีนะ ผมช่วยคุณได้เท่านี้”

ดิ่งผละออกไปแล้ว ทิ้งให้มารศรียืนร่ำไห้อย่างเดียวดายด้วยความเจ็บแค้นใจอย่างที่สุด

ooooooo

เทวัญนัดพบจี๊ดนอกออฟฟิศเพื่อคาดคั้นเอาความจริงที่เขาเห็นเธอกับดิ่งที่โรงแรม จี๊ดโดนจู่โจมถึงกับปฏิเสธไม่ออก นั่นยิ่งทำให้เขาโมโหกระชากแขนเธอพร้อมกับตะคอกถามว่า นัดเจอกับมันกี่ครั้งแล้ว

“พี่เทวัญ...จี๊ดเจ็บ ปล่อยนะ”

“เจ็บแค่นี้มันไม่เท่ากับที่พี่เจ็บเพราะถูกน้องจี๊ดหลอกมาตลอดว่าไม่มีอะไรกับมันลับหลังพี่ ยังจะกล้าปฏิเสธไหมว่าไม่มีอะไร”

“แล้วพี่เทวัญจะทำไมจี๊ด”

“แพศยา!!” เทวัญลืมตัวเงื้อมือจะตบ...แต่ต้องชะงักเมื่อจี๊ดเชิดหน้าใส่อย่างไม่เกรงกลัว

“เอาเลย...อยากจะทำร้ายจี๊ดก็เอาเลย จี๊ดมันแพศยา ตบเลย แล้วก็เลิกๆกับจี๊ดไปซะ” เธอท้าทายเสียจนเขาอึ้งไปอย่างนึกไม่ถึง “ว่ายังไงล่ะคะ ถ้าพี่เทวัญไม่ไป จี๊ดจะไปเอง”

เทวัญไตร่ตรองครู่หนึ่งก่อนเปลี่ยนท่าที โอบไหล่เธออย่างอ่อนโยนและเอ่ยอย่างนุ่มนวล

“อย่ากลัวพี่เลยจ้ะ พี่ไม่มีทางทำร้ายจี๊ดแม้แต่ปลายเล็บ ถึงแม้ว่าน้องจี๊ดจะรักมัน และกำลังร่วมมือกับมันทำร้ายพี่ พี่เสียใจมากเลยนะคะ แต่พี่จะไม่มีวันเลิกกับน้องจี๊ดหรอกค่ะ ยังไงพี่ก็จะแต่งงานกับน้องจี๊ดให้ได้”

“แต่จี๊ดไม่ได้รักพี่เทวัญ ได้ยินมั้ย จี๊ดไม่ได้รัก” เธอผลักเขาออกห่าง

“ไม่เป็นไร...ตอนนี้ไม่ได้รัก แต่ก็เคยรัก พอแต่งงานกัน พี่จะทำให้น้องจี๊ดกลับมารักพี่เหมือนเดิม”

“จี๊ดไม่แต่ง!!” เธอประกาศแล้วเดินหนี เทวัญมีหรือจะปล่อยไปง่ายๆ คว้าตัวเธอมากอดแน่น ไม่สนว่าเธอจะดิ้นรนเพียงใด

“ขยะแขยงพี่มากใช่ไหม แล้วไอ้ดิ่งมันทำยังไงบ้างล่ะที่จี๊ดชอบ บอกซิพี่จะทำ...แบบนี้ใช่ไหม” เทวัญจะรุกรานล่วงเกินแต่จี๊ดหลบทันและตบหน้าเขาอย่างแรงก่อนวิ่งหนีไป โดยมีเสียงตะโกนตอกย้ำของเขาไล่หลัง

“ยังไงพี่ก็ไม่เลิก ได้ยินมั้ยน้องจี๊ด พี่จะไม่ไปไหน”

จี๊ดตื่นตระหนกตกใจกลับมานั่งเครียดในบ้าน แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พ่อฟังเพื่อขอความช่วยเหลือ

“คุณพ่อช่วยพูดกับคุณแม่ให้จี๊ดทีได้ไหมคะ ถ้าคุณแม่เข้าใจ จี๊ดจะไม่ลังเลเลยที่จะกำจัดพี่เทวัญออกไปจากชีวิตจี๊ดในตอนนี้ จี๊ดแคร์แต่คุณแม่คนเดียว...จี๊ดรู้ว่ามันยาก แต่อย่างน้อยถ้าเราสองคนช่วยกัน คุณแม่ก็น่าจะฟังบ้าง”

“รู้ใช่ไหมว่าเราอาจจะเจอกับอะไรบ้าง”

“รู้ค่ะ แต่ก็ยังดีกว่าไม่คิดทำอะไรเลยไม่ใช่เหรอคะคุณพ่อ”

เจตนาไม่ตอบ แต่สีหน้าบ่งบอกว่าหนักใจมากหากต้องเจรจากับวันดี

ooooooo

ยอดชายกับศุวิมลยังเล่นแง่ไม่ยอมพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาทั้งที่ต่างก็มีใจให้กันและกัน แม้ดิ่งพยายามช่วยเหลือก็ยังไม่บังเกิดผลเสียที

เช้าวันนี้ ขณะยอดชายเดินซึมคิดถึงศุวิมลออกมาหน้าบ้าน จู่ๆเงาะโผล่มาเงียบเชียบจนยอดชายผงะตกใจเหมือนเห็นผี เพราะร้อยวันพันปีเงาะไม่เคยจะมาที่นี่

“เงาะ...มาได้ยังไง วันนี้ไม่ทำงานเหรอ”

“วันนี้หยุด คิดถึงเธอเลยมา แล้วก็คิดถึงที่นี่ด้วย คิดถึงตอนสมัยเรียนที่เรามานั่งติวหนังสือด้วยกันที่นี่ สนุกมากเลย”

“ยังจำมันได้ด้วยเหรอ”

“จำได้สิ ฉันไม่เคยลืม เมื่อยแล้ว ร้อนด้วย เข้าไปคุยในบ้านได้ไหม”

ยอดชายรีบขวาง พยายามหลอกล่อเพราะถ้าเงาะเข้าไปต้องเจอเจ๊ยุพาอย่างแน่นอน

“อย่าดีกว่านะเงาะ พอดีเราเพิ่งให้คนมาฉีดปลวกน่ะ เหม็นเป็นบ้าเลย เราถึงต้องออกมาอยู่ข้างนอกนี่ไง”

“ไม่เป็นไร พอดีนึกขึ้นได้ว่าจริงๆแล้วเรามีธุระต้องรีบไปทำต่อ เธอสบายดีนะ”

“สบายดี”

“แต่เหมือนคนอดนอนเนอะ นอนดึกเหรอ ทำอะไรอยู่ล่ะ”

“ก็...อ่านหนังสือทำอะไรไปเรื่อยเปื่อย มันนอนไม่หลับน่ะ ตกงานก็งี้แหละ”

“งั้นไม่กวนแล้ว เธอควรจะนอนพักบ้างนะ ฉันเป็นห่วง”

“จ้ะ ขอบใจนะ” ยอดชายยิ้มรับอย่างไม่มีพิรุธ พอเงาะคล้อยหลังก็รีบกลับเข้าบ้าน โดยไม่เห็นว่าเงาะย้อนกลับมาแอบดูด้วยความสงสัย

ตอนที่ 16

บ่ายนั้น รัตนารับคำสั่งจากเจตนาให้มาแจ้งเทวัญว่าตอนเย็นเขาต้องไปประชุมโครงการ จัดหารถให้ผู้บริหารของยูเอ็นด้วยกันกับท่าน เทวัญแปลกใจทำไมต้องเป็นตน แล้วจี๊ดไปไหน?

“คุณจี๊ดไปประชุมกับลักชัวรี่คาร์ค่ะ”

คำตอบของรัตนา ทำให้เทวัญหึงหวงขึ้นมา ยิ่งเมื่อตัวเองเสร็จงานในค่ำนั้นแล้วตามไปพบจี๊ดที่บ้านและทราบว่าทางลัก ชัวรี่คาร์ส่งนายดิ่งมาเจรจากับเธอ เขาก็แสดงอาการฮึดฮัดถามเธอว่า ทำไมไม่ให้ตนไปด้วย

“ก็พี่ต้องไปกับคุณพ่อ แยกกันทำงานไม่ดีกว่าเหรอคะ”

“พี่ไม่ไว้ใจมัน”

“จี๊ดก็ไม่ไว้ใจค่ะ เลยต้องขอเป็นคนไปคุยเอง”

“คุยเรื่องอะไร”

“ขอ ให้ลักชัวรี่คาร์ปฏิเสธทางเยอรมัน เพราะเราจะขอเป็นดีลเลอร์ให้กับเยอรมันเหมือนเดิม โดยอธิบายให้ทางคุณศยามฟังว่าเราถูกคนในทรยศหักหลัง โดยแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จให้กับทางเยอรมันถึงความไม่พร้อมของเรา และทางคุณศยามยินดีที่จะพิจารณาข้อเสนอของจี๊ด...จี๊ดรู้ค่ะว่าพี่เทวัญหึง แต่พี่เทวัญต้องแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวนะคะ ว่ามันไม่เกี่ยวกัน”

“งั้นน้องจี๊ดต้องยืนยันกับพี่ว่าจะไม่มีเรื่องฉาวโฉ่เกิดขึ้นเป็นอันขาด”

“รับรองค่ะ สบายใจหรือยังคะ”

“ยัง...”

“แล้ว ต้องให้จี๊ดทำยังไงคะพี่เทวัญถึงจะสบายใจ เฮ้อ ทั้งๆที่จี๊ดทำเพื่ออนาคตของเราแท้ๆเลยนะคะ จี๊ดไม่เก่ง ไม่ได้ทำให้พี่เทวัญภูมิใจเลยใช่ไหม”

“พี่ขอโทษ...จี๊ดของพี่เก่งมาก พี่ภูมิใจในตัวน้องจี๊ดมากนะคะ”

“งั้นเราไปปาร์ตี้กันนะ”

“พี่เหนื่อย อยากพักผ่อน วันนี้ทำงานเยอะเหลือเกิน ขอตัวนะคะ”

จี๊ด ไม่คิดเหนี่ยวรั้งเขาสักนิด แต่รีบหยิบมือถือออกมาโทร.หาใจดีที่กำลังแอบค้นหาข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ของเทวัญ โดยมีรัตนาคอยดูต้นทางอย่างกระวนกระวายใจดีหาจดหมายฉบับที่ จี๊ดมั่นใจว่าเทวัญส่งไปทางเยอรมันไม่เจอ แถมสายยังหลุดจากจี๊ดเนื่องจากแบต มือถือหมดกะทันหัน จี๊ดร้อนใจเลยต้องบึ่งรถเข้ามาด้วยตัวเอง แต่ไม่คิดว่าจะเจอเทวัญอย่างจังตรงหน้าออฟฟิศ

จี๊ดกับรัตนาพยายามคุยถ่วง เวลาไม่ให้เทวัญเข้าในห้องทำงาน ส่วนใจดีก็เร่งจัดการถ่ายโอนข้อมูลทั้งหมดในคอมพิวเตอร์ใส่แฟลชไดรฟ์ของตน แต่กว่าจะเสร็จก็เล่นเอาจี๊ดกับรัตนาลุ้นใจหายใจคว่ำ แถมเทวัญยังทำเหมือนไม่ไว้ใจ เข้ามาสำรวจโต๊ะทำงานตัวเอง โดยไม่เห็นใจดียืนแอบตัวลีบอยู่มุมห้อง

เมื่อสำรวจข้าวของไม่มีอะไรผิด สังเกต แต่แปลกใจทำไมคอมพิวเตอร์ยังเปิดอยู่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มั่นใจว่าปิดมันแล้ว...เทวัญได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ โดยไม่ปริปากถามอะไรจี๊ด

คืนเดียวกันนี้ ดิ่งกลับเข้าบ้านมาช่วยป๊อดดูแลเศก ขณะเข็นรถพาพ่อเข้านอน ดิ่งเห็นมารศรีนั่งซึมหน้าตาหม่นหมองก็อดสงสารไม่ได้ เศกเองก็เห็น รู้สึกสะเทือนใจไม่น้อยเหมือนกัน

เมื่อเข้ามาในห้องซึ่งป๊อดจัดที่นอนรอ อยู่แล้ว ดิ่งเอ่ยกับพ่อเรื่องมารศรีที่เขาคิดว่าเธอน่าจะกลับตัวกลับใจได้ แต่ป๊อดแทรกขึ้นทันทีว่าไม่มีทาง

“ป๊อด...ยาก่อนนอนเตรียมหรือยัง” ดิ่งทำเสียงดุ

“ยังครับ” ป๊อดตอบเสียงอ่อย ค่อยๆถอยออกไป

“ถ้ามารศรียอมกลับตัวกลับใจ คุณพ่อจะยกโทษให้เธอไหมครับ คุณพ่อจะให้โอกาสมารศรีได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องอีกครั้งหรือเปล่าครับ”

เศกเมินหน้าหนี สายตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและไม่พร้อมจะให้อภัย ซึ่งดิ่งก็เข้าใจจึงตัดบทว่า “ไว้ให้เป็นเรื่องของอนาคตเถอะครับ”

เวลา นั้นมารศรียังนั่งเศร้าอยู่ที่เดิม แต่ฉับพลันแววตาของเธอวาวโรจน์ไปด้วยความแค้น พร้อมจะทำลายทุกคนที่เย็นชาและชิงชังตนอย่างสาสม!

ooooooo

เช้าวันนี้ ศุวิมลนัดเพื่อนเกย์ก้ามปูมาควงเย้ยยอดชาย แต่ยอดชายไม่รู้จึงเป็นเหตุให้เขาโมโหหึงยัดกำปั้นใส่หมอนั่นจนปากแตก ก่อนจะผลุนผลันออกไปท่ามกลางเสียงก่นด่าของศุวิมล..

ดิ่งเห็นเหตุการณ์ โดยตลอด รู้สึกเหนื่อยใจกับคู่นี้จริงๆ แต่พอดิ่งทราบความคืบหน้าอาการยุพาจากยอดชาย เขากระตือรือร้นตามไปที่บ้านสวนทันที

ด้านสาวจี๊ด ใจดี และรัตนา ทั้งสามคนกำลังขะมักเขม้นอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องทำงานจี๊ดเพื่อหาไฟล์ เอกสารแจ้งไปทางเยอรมัน แต่ค้นอย่างละเอียดก็ไม่มีสิ่งที่ต้องการ

“โธ่เอ๊ย...อุตส่าห์เสี่ยงตายเข้าไปขโมยมาจนเกือบถูกจับได้ ไม่มีซะงั้น” ใจดีบ่น

“เขาคงลบมันออกไปแล้ว” รัตนาเปรยเบาๆ

“แต่ ถ้าลบลงถังขยะ ข้อมูลมันก็จะยังคงอยู่ ต่อให้ลบข้อมูลในถังขยะไปด้วยแล้วก็เถอะ มันจะยังคงอยู่ในเครื่อง แสดงว่า...กู้ได้” จี๊ดพูดโพล่งขึ้นมา รัตนาถึงกับยิ้มออก เสริมขึ้นว่า

“ถ้ายังไม่มีการฟอร์แมต หรือว่าล้างเครื่อง”

“งั้น ก็ต้องยกฮาร์ดดิสก์ในห้องพี่เทวัญไปให้ฝ่ายไอทีจัดการ สงสัยต้องทุบหัวพี่เทวัญให้สลบไปวันสองวันมั้งแก เราถึงจะทำอย่างนี้ได้” ใจดีหนักใจล่วงหน้า

จี๊ดครุ่นคิดหาทาง ระหว่างนี้เองมือถือเธอดังขึ้น... พอกดรับครู่หนึ่งก็แหกปากอย่างแตกตื่น “อะไรนะ เจ๊ยุพาฟื้นแล้ว!!”

จากนั้นไม่นาน จี๊ดไปโผล่ที่บ้านสวนของยอดชายด้วยความตื่นเต้นดีใจ แต่พอได้ฟังดิ่งอธิบายอาการยุพา เธอก็เงียบงันไปทันที

“กระสุนได้ทำลายเส้นประสาทที่เชื่อมต่อกับสมอง...ทำให้ความทรงจำระยะสั้นของเจ๊ยุพาหายไป”

“แล้วมันจะทำให้เกิดอะไรขึ้น”

“เหมือนสวรรค์แกล้งนะ เจ๊ยุพาจำทุกคนและเหตุการณ์ทุกอย่างได้ แต่จำได้แค่ก่อนหน้าที่คุณจะเข้าไปทำงานที่โมเดิร์นคาร์”

“แปลว่า...จะไม่มีหลักฐานอะไรเอาผิดพี่เทวัญได้อีกครั้งอย่างนั้นเหรอ”

“ใช่!!” ดิ่งกับยอดชายประสานเสียง

จี๊ดเจ็บใจเข้าไปเขย่าตัวยุพาอย่างกราดเกรี้ยว “นึกสินึก ว่าพี่เทวัญใช้ให้เธอทำอะไรบ้าง เขาเป็นคนยิงเธอใช่ไหม นึกสิ”

“โอ๊ย...คุณ จี๊ด อย่าค่ะ” ยุพาร้องลั่น แต่จี๊ดไม่ฟัง ยังเขย่าร่างเธอต่อไป ดิ่งกับยอดชายต้องเข้ามาดึงจี๊ดออกห่าง แล้วช่วยกันกล่อมให้เธอใจเย็น

“หมอบอกว่าไม่ใช่จะไม่มีทางรักษา แต่ต้องใช้เวลาสักพักให้สมองได้รับการฟื้นฟูและคืนความทรงจำ”

“สัก พัก แล้วเมื่อไหร่ล่ะ เวลาของฉันเหลืออีกไม่มาก อีกไม่นานก็ถึงวันแต่งงานของฉันกับพี่เทวัญ...รู้ไหมว่ามันทรมานฉันมากเลยนะ ที่ต้องอดทนทำเป็นยิ้ม ทำเป็นรักคนที่ฉันไม่ได้รัก” จี๊ดปล่อยโฮ ร่างสั่นสะท้านด้วยความคับแค้นใจ

ดิ่งเข้าใจดึงเธอมากอดปลอบ “ผมรู้ว่าคุณฝืนใจมากแค่ไหน....ผมรู้...เงียบก่อนนะ ใจเย็นๆก่อน เราจะช่วยกันหาทางแก้ไข”

“แก้ไขยังไง ในเมื่อเราทำทุกอย่างแล้ว แต่ฟ้าก็ไม่เป็นใจเลย”

“มันต้องมีทางสิ แต่เราต้องใจเย็นๆ เชื่อผมนะ”

“ฉันขอไม่เชื่อนายได้มั้ย”

“คุณจะทำอะไร”

“ฉันจะจบเรื่องนี้ด้วยตัวของฉันเอง” จี๊ดหุนหันพลันแล่นออกไป ยอดชายเร่งดิ่งให้รีบตาม เพราะจี๊ดจอมเหวี่ยงคนเดิมกลับมาแล้ว...

จี๊ดตั้งใจกลับไปบอกเลิกเทวัญ แต่เจอวันดีอยู่กับเขา เธอเลยไม่กล้าพูดต่อหน้าแม่ แถมยังต้องรับปากจะไปกินข้าวกับท่านพร้อมเทวัญ

ดิ่งตามมาแอบมอง พอมีจังหวะตอนเทวัญพาวันดีไปขึ้นรถ ดิ่งรีบลากจี๊ดออกมา โดยไม่รู้ว่าเงาะเห็นเข้าโดยบังเอิญ...เงาะโทร.บอกเทวัญทันที

“เงาะเห็นจี๊ดกับนายดิ่งออกไปด้วยกันค่ะ”

“ไอ้ ดิ่ง!!...ตามไปดูพวกมันว่าไปไหน ทำอะไร นอกจากนั้นคอยตามดูพวกนังใจดีและนังรัตนาด้วย พวกมันกำลังรวมหัวกันทำอะไรสักอย่างแน่ๆเพื่อทำร้ายฉัน”

เทวัญกดวางสายแล้วไปฟ้องวันดีว่าจี๊ดกับดิ่งแอบพบกัน...วันดีโกรธลูกสาวมาก ยกเลิกเรื่องกินข้าวเพื่อรอลากจี๊ดกลับไปเคลียร์กันที่บ้าน

ดิ่งกับจี๊ดหลบไปคุยกันมุมหนึ่ง จี๊ดยอมรับว่าตนคิดจะบอกเลิกเทวัญ แต่ไม่ทันได้บอกเพราะเห็นแก่แม่

“พอเห็นหน้าคุณแม่ ฉันก็พูดไม่ออก และคิดว่าคงไม่กล้าพูดอีก เพราะอาจจะทำให้คุณแม่ไม่สบาย”

“แม่คุณ ปักใจเชื่อว่านายเทวัญคือคนที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ต่อให้ใครพูดอะไรท่านก็จะไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด และท่านอาจจะไปบอกนายเทวัญ ทำให้มันไหวตัวก็ได้”

“เพราะฉะนั้น ฉันต้องรอจนกว่าจะมีหลักฐานที่มัดพี่เทวัญจนดิ้นไม่หลุดใช่ไหม”

“นี่คือเหตุผลที่ผมต้องให้คุณใจเย็น แต่คุณก็ไม่เชื่อผม...ผมน้อยใจมากเลยรู้มั้ย”

“ฉันขอโทษ”

“แค่คำพูดไม่พอ” ดิ่งขยับเข้ากอด เธอรีบปรามว่าอย่าเยอะ “แต่คุณทำให้ผมเสียใจนะ”

“ฉันก็กำลังเสียใจอยู่เหมือนกันนะ อย่ามาเรียกร้องโอเว่อร์และถอยไป ฉันอึดอัด”

ดิ่งคิดจะแกล้ง แต่ทันใดมองไปเห็นเงาะเดินตรงมา เขารวบตัวจี๊ดหาที่ซ่อนและรอจนเงาะเดินผ่านไปถึงยอมแยกย้ายต่างคนต่างไป

เมื่อจี๊ดกลับมาที่ออฟฟิศก็โดนแม่วันดีลากตัวไปชำระความที่บ้าน จี๊ดตกใจมากถามแม่รู้ได้ยังไงว่าตนกับนายดิ่งพบกัน

“แม่รู้ได้ยังไงไม่สำคัญ ตกลงมันเป็นความจริงใช่มั้ย”

เจตนากลับมาพอดี ถามว่าแม่ลูกมีอะไรกัน ทำไมเสียงดังลั่นบ้าน

“คุณมาก็ดีแล้ว จะได้อยู่ช่วยกันคุยกับลูกให้รู้เรื่อง ว่าสิ่งที่ลูกกำลังทำ ฉันรับไม่ได้”

“จี๊ดทำอะไร” เจตนาแปลกใจ...จี๊ดอึกอักปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไร วันดีโกรธจัดตวาดแว้ด

“ยังจะโกหกอีกเหรอ มีคนเห็นว่าเรากับนายดิ่งไปพบกัน”

“จี๊ดไม่ได้โกหก จี๊ดพบกับนายดิ่ง แต่จี๊ดไม่ได้ทำอะไร”

“พบกันทำไม” วันดีคาดคั้น

“จี๊ดมีเรื่องงานที่กำลังเจรจากับเขาอยู่ พี่เทวัญก็รู้เรื่องนี้”

วันดีอึ้งไปนิด...ก่อนพูดโพล่งเมื่อเจตนาอยากรู้ว่าเทวัญพูดอะไรกับวันดี “เทวัญกลัวว่าจี๊ดกับนายดิ่งแอบคบกันลับหลังเขา”

“บ้าที่สุด!” เจตนาสบถอย่างไม่พอใจ จี๊ดก็ว่าเทวัญไม่ให้เกียรติตน แต่วันดียังออกรับแทนว่าเทวัญรักลูกมาก เขาย่อมต้องหึงเป็นธรรมดา

“ธรรมดาเหรอคะ นี่มันไม่ธรรมดาแล้วนะคะ ไม่ให้เกียรติจี๊ด เป่าหูคุณแม่ จี๊ดไม่ชอบ” จี๊ดหาทางเลี่ยงออกไปจากสถานการณ์ทันที

ตอนที่ 15

กว่าดิ่งจะหาทางหลบออกจากบ้านจี๊ดไปได้โดยไม่ทำให้เทวัญรู้ เห็น ก็เล่นเอาจี๊ดกับพวกป้าเพ็ญลุ้นกันตัวโก่ง...แต่แล้วจี๊ดกลับถูกเทวัญซักถาม ด้วยความแปลกใจที่ยังเห็นเธอใส่เสื้อผ้าชุดเดิมของเมื่อวาน

เธอคิดหาคำตอบเอาตัวรอดอย่างรวดเร็ว บอกเขาว่าเมื่อคืนตนไม่ได้อาบน้ำ เพราะมัวแต่ร้องไห้จนผล็อยหลับไป

“ร้องไห้? ร้องไห้เรื่องอะไร”

“เรื่องเงาะค่ะ”

“ทำไมอีกล่ะคะ เงาะมาทำอะไรให้น้องจี๊ดไม่สบายใจอีกเหรอ”

“พี่ เทวัญรู้หรือเปล่าคะ ว่าเงาะไปหาจี๊ดที่ออฟฟิศ มาบอกว่าเงาะกับพี่เทวัญไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ แล้วเงาะก็หายไปไม่ติดต่อจี๊ดอีก...จี๊ดกับใจดีพยายามตามหา เพราะอยากให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม พอรู้ว่าบ้านอยู่ไหน เงาะก็ไม่ยอมออกมาพบหน้าจี๊ด จี๊ดควรทำยังไงดีคะ”

เทวัญครุ่นคิดแก้ปัญหา ให้ตัวเองด้วยการแนะนำจี๊ดควรอยู่ห่างๆเงาะ ถึงเงาะจะเป็นเพื่อนแต่ไว้ใจไม่ได้ วันนั้นพูดอย่าง มาวันนี้พูดอีกอย่าง เขาต้องการอะไรกันแน่ตนก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ เขาทำให้ตนเสียหาย ทำให้เราสองคนต้องผิดใจกัน

“พี่เทวัญไม่ชอบเงาะเหรอคะ”

เขาตอบรับทันทีทันใด พอจี๊ดถามว่าไม่เคยติดต่อเงาะเลยใช่ไหม เขาก็ยืนยันว่าไม่เคย จะให้ไปสาบานที่ไหนก็ได้

“พี่เทวัญมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

“พี่มั่นใจ”

“ค่ะ จี๊ดจะเชื่อพี่เทวัญ”

เทวัญยิ้มย่ามใจทำท่าจะสวมกอด แต่จี๊ดถอยหนี อ้างว่าตนยังไม่ได้อาบน้ำ เขาจึงให้เธอรีบไปอาบน้ำแต่งตัวจะได้รีบเข้าออฟฟิศ...

เวลา นั้นที่บ้านเงาะ ยอดชายกับใจดียังปักหลักเฝ้ารออยู่หน้าบ้าน รอจนหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เงาะเคาะกระจกรถเรียกให้ออกมาคุยกันสองคนตามเงาะเข้ามาในบ้าน นั่งลงพูดคุยกันประสาเพื่อน

“ฉันไม่สบาย หลับไม่รู้เรื่องเลย ขอโทษทีนะ” เงาะโกหกหน้าตาย...ยอดชายกับใจดีสบตากันไม่อยากจะเชื่อ

“ทำไมเธอไม่ติดต่อพวกเรา หนีหายไป ติดต่อไม่ได้ จนเราต้องพยายามตามหา”

“ตามหาฉันทำไม”

“เงาะ...แกบอกพวกเรามาตรงๆ แกกำลังทำอะไรอยู่กันแน่”

เงาะ นิ่งอึ้งคิดหาคำตอบ พลันเสียงโทรศัพท์มือถือใจดีดัง เห็นเบอร์จี๊ดโชว์หน้าจอ แต่เธอพูดขึ้นว่าแม่ โทร.มา ขอตัวสักครู่...เมื่อใจดีลุกออกไปแล้ว ยอดชายพยายามกล่อมเงาะอย่างใจเย็น

“เงาะ...ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกันนะ พวกเรายินดีให้อภัยเธอเสมอ”

“ให้อภัย? ฉันทำอะไรผิดอีกล่ะทีนี้”

“เธอเองก็รู้ตัวดี”

“ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด” เงาะยืนกรานเสียงแข็ง

ส่วนใจดีที่หลบมาคุยโทรศัพท์กับจี๊ด เธอรายงานว่าเจอเงาะแล้ว แต่เงาะยังโกหกพวกเราอยู่

“แกต้องพยายามตะล่อมให้เงาะยอมรับให้ได้ เงาะเป็นหลักฐานสำคัญเพียงอย่างเดียวในตอนนี้ ที่จะทำให้ฉันตัดพี่เทวัญออกไปจากชีวิตฉันได้”

“ฉันจะพยายามนะจี๊ด แต่ถ้าไม่สำเร็จล่ะ”

“ฉันก็ต้องเตรียมแผนสอง” จี๊ดวางสายอย่างหนักใจ...

พอใจดีกลับมาช่วยยอดชายกล่อมเงาะให้พูดความจริงเรื่องความสัมพันธ์กับเทวัญ เงาะก็โวยวายใส่ทั้งคู่ด้วยความรำคาญ

“จะให้ฉันทำยังไงพวกเธอถึงจะเชื่อว่าฉันกับพี่เทวัญไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ”

“พวกเราไม่มีวันเชื่อ เพราะมันไม่ได้เป็นเรื่องจริง”

“เงาะ แกกลัวอะไร พี่เทวัญขู่แกใช่มั้ย”

“พี่เทวัญไม่ได้ขู่ฉัน เราสองคนไม่เคยพบกัน”

“แต่ฉันเห็นรถพี่เทวัญแถวบ้านแก แกจะปฏิเสธมั้ยว่าพี่เทวัญไม่ได้มาหาแก”

“ฉันไม่รู้ เขาอาจจะมีธุระแถวนี้ก็ได้”

“ยอมรับ เถอะเงาะ เธอเป็นคนฉลาด เธอต้องรู้ว่าการช่วยเหลือนายเทวัญไม่ใช่เรื่องถูกต้อง และเธออาจจะถูกนายเทวัญจัดการเมื่อไหร่ก็ได้เพื่อปิดปาก”

“ไม่ต้องมาสั่งสอนฉัน ฉันรู้ว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่ และฉันก็จะไม่เป็นอะไรเพราะพี่เทวัญเด็ดขาด”

“เธอแน่ใจขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ฉันจะทำให้พวกเธอเห็นว่าฉันแน่ใจ”

เงาะท่าทางมั่นใจมาก แต่ยังไม่ยอมเผยรายละเอียดให้ยอดชายกับใจดีรับรู้

ooooooo

ดิ่ง กลับไปถึงบ้านตัวเอง พบศุวิมลกำลังจะออกไปสอนหนังสือ สองพี่น้องพูดคุยกันพักหนึ่งก็มีเรื่องให้ตกอกตกใจ เมื่อแม่บ้านวิ่งหน้าตาตื่นมาบอกว่าคุณมารศรีแย่แล้ว นอนน้ำลายฟูมปากอยู่ในห้อง

มารศรีต้องการเรียกร้องความเห็นใจจากดิ่ง หมายจะรั้งเขากลับมาเป็นคนรักดังเดิม เพราะเวลานี้ตัวเองเหมือนไม่เหลือใครแล้ว แถมยังเครียดที่โดนเทวัญคุกคามจนอยู่ไม่เป็นสุข เธอจึงเลือกเสี่ยงชีวิตด้วยการกินยานอนหลับเกินขนาด ซึ่งดิ่งก็รีบพาเธอส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงที

ส่วนที่โมเดิร์นคาร์ จี๊ดกับรัตนานั่งคุยกันเรื่องเทวัญและเงาะที่ต่างคนไม่ยอมพูดความจริง โดยเฉพาะเงาะที่ปากแข็งมาก จี๊ดเลยคิดจะใช้แผนสอง แต่พอรัตนาอยากรู้แผนสองคืออะไร จี๊ดกลับตอบอย่างเนือยๆว่ายังไม่รู้เลย

“อ้าว...” รัตนาอุทานเบาๆ

“ยัง คิดไม่ออก...แหม ก็ฉันต้องใช้สมองทำงานด้วยนี่นา คิดเรื่องเจ้าเล่ห์ๆไม่ค่อยลื่นไหล ไม่เหมือนเมื่อก่อน เธอช่วยคิดหน่อยสิ ฉันควรจะทำยังไงให้เงาะกลับใจ”

“บางทีเราอาจจะไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้นะคะ”

“หมายความว่ายังไง”

“ดิฉันเชื่อมั่นในการทำความดีค่ะ ว่าเป็นสิ่งที่จะช่วยคลี่คลายทุกอย่าง”

เสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะ...แล้วคนที่ก้าวเข้ามาก็ทำให้จี๊ดกับรัตนาประหลาดใจสุดๆ

เงาะนั่นเอง!! เธอมาอย่างมีแผน แต่ทำตัวใสซื่อตีหน้าเศร้าชี้แจงกับจี๊ดว่า

“ฉันรู้ว่าเธอไม่ค่อยเชื่อฉันเรื่องพี่เทวัญ ฉันถึงมาที่นี่เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ”

“ยืนยันยังไง”

“ฉันขอมาทำงานที่นี่เหมือนเดิมได้ไหมจี๊ด”

“ทำไมถึงอยากกลับมาทำงานที่นี่”

“ฉัน จะทำให้เธอเห็นว่าฉันสามารถอยู่ใกล้เธอและพี่เทวัญได้โดยที่ไม่มีอะไรผิด ปกติ ไม่ดีเหรอ ถ้าฉันอยู่ในสายตาเธอตลอดเวลา เธอจะได้มั่นใจในคำพูดของฉัน”

จี๊ด สบตารัตนาอย่างขอความเห็น รัตนาแอบพยักหน้าให้ยอมรับเงาะเข้าทำงาน พอจี๊ดเอ่ยปากออกมาอย่างนั้น เงาะท่าทีดีใจมาก จับมือจี๊ดบีบเบาๆอย่างซาบซึ้ง

“ขอบคุณมากนะจี๊ด ขอบคุณมากจริงๆ ที่เธอยอมให้โอกาสฉัน”

“ฉัน รักเธอนะเงาะ เพราะเราเป็นเพื่อนกันมานาน ฉันให้โอกาสเพื่อนได้เสมอไม่ว่าจะกี่ครั้งกี่หน เพราะฉันไม่อยากให้ความเป็นเพื่อนของเราต้องหมดไปเพราะผู้ชาย”

“ฉันรู้....เธอเป็นคนดีนะจี๊ด ฉันรักเธอ”

เงาะ ปั้นยิ้มทำเป็นสำนึกอย่างจริงใจ แต่หาได้รอดพ้นการสังเกตของรัตนาไม่...หลังจากเงาะออกไปแล้ว จี๊ดต้องการฟังเหตุผลว่าทำไมรัตนาถึงอยากให้ตนรับเงาะเข้ามาทำงานอีก

“ถ้าคุณเงาะร่วมมือกับคุณเทวัญจริง การเห็นศัตรูอยู่ในที่แจ้งดีกว่าให้เขาซ่อนตัวอยู่ในที่ลับนะคะคุณจี๊ด”

“เธอคิดว่าเงาะจะทำอะไร”

“เขาคงคิดว่าคุณจี๊ดคงจะเลิกจับตามองเขา หากออกมาแสดงความจริงใจแบบนี้”

“เชอะ...คิดว่าฉันโง่เหรอ ไม่มีทาง”

“แต่คุณจี๊ดก็ต้องทำเป็นโง่ก่อนนะคะ ยิ่งโง่เท่าไหร่ยิ่งดี คนที่คิดว่าตัวเองฉลาดจะได้ย่ามใจทำอะไรก็ไม่ระวังตัว”

“แกล้งโง่เหรอ ฉันทำไม่เป็น...”

พูดไม่ทันขาดคำ เห็นเทวัญเดินมา จี๊ดถลาร่าเริงเข้าไปประจ๋อประแจ๋ทันที

“พี่เทวัญขา...จี๊ดมีข่าวดีค่ะ จี๊ดรับเงาะมาทำงานเหมือนเดิมแล้วค่ะ”

“อะไรนะ!!” เทวัญตกใจ

“ก็เงาะยอมมาพบจี๊ด ยืนยันความบริสุทธิ์ใจทุกอย่าง และขอโอกาสจี๊ด เพื่อนทั้งคน จี๊ดจะไม่ให้โอกาสได้ยังไงล่ะคะ จี๊ดทำถูกต้องไหมคะ”

เทวัญคิดอะไรไม่ออกเลยเออออตามน้ำไป “อ๋อ...ก็ถูกค่ะ น้องจี๊ดทำดีแล้วค่ะ”

“น่ารักที่สุดเลย...ไปค่ะ จี๊ดไปส่งที่ห้องทำงาน” จี๊ดยิ้มหวานควงเทวัญออกไป รัตนาอมยิ้มกับความแกล้งโง่ไม่เป็นของจี๊ด ซึ่งเนียนมากจนน่าตกใจ

ooooooo

ที่โรงพยาบาล มารศรีนอนหลับสนิทหน้าซีดเซียวหลังจากหมอล้างท้องให้เรียบร้อยแล้ว ดิ่งนั่งอยู่ข้างเตียงมองเธอด้วยความสงสาร ขณะที่ศุวิมลยืนห่างออกมา แววตามีแต่ความสมเพช

“คิดอะไรไม่ออก ก็ใช้ความตายเป็นที่พึ่ง สิ้นคิด”

“มารศรีอาจจะสิ้นหวังจริงๆก็ได้”

“ก็นั่นแหละค่ะ ทำแบบนี้ยิ่งแน่ใจว่ามารศรีไม่เคยมีสมอง หรือมีก็ใช้คิดแต่ในเรื่องเลวร้าย เรื่องสร้างสรรค์คิดไม่เป็น เลยคิดได้แค่นี้”

“ยัยศุ...ไปหัดปากร้ายมาจากไหน”

“เหมือนพี่ดิ่งนั่นแหละ”

“เอาล่ะๆ อย่าเพิ่งต่อว่าอะไรมารศรีเลย ให้เขานอนพักเถอะ”

“หมอเวทย์น่าจะล้างท้องให้ไม่ทัน น่าจะตายๆไปซะเลย อยู่ไปก็ทำให้คนอื่นเดือดร้อน”

“ศุ...” ดิ่งเสียงแข็งจนน้องสาวหน้างอ

“ก็ได้ค่ะ ศุไปก็ได้ ดูซิ ไม่ได้เข้าสอนอีกแล้ว ถ้าศุถูกคณบดีเรียกไปด่าเมื่อไหร่ศุจะมาด่าแม่นี่คืน”

ศุ วิมลเดินฟึดฟัดออกไป แล้วยิ่งหงุดหงิดไปกันใหญ่เมื่อเพียรโทร.หายอดชายแล้วเขาไม่ยอมรับสายเลยสัก ครั้ง...ขณะนั้นยอดชายอยู่กับใจดี เขานั่งหน้าเศร้ามองโทรศัพท์มือถือตัวเองอย่างลังเล ใจดีถามว่าทำไมไม่รับ ก็ได้คำตอบกำกวมว่าไม่แน่ใจ

“ไม่แน่ใจอะไร โอ๊ย...อย่าให้ฉันถามมากได้มั้ย”

“ก็ฉันไม่อยากพูดอะไรมากไปกว่านี้ ยิ่งพูดยิ่งเจ็บ”

“เจ็บอะไร แกยังไม่ได้อกหักนะยอด คุณศุเขาบอกเลิกกับแกแล้วหรือไง”

“ถึงไม่พูดก็เห็นเค้าลาง ฉันเป็นได้แค่เพื่อนสนิทที่คิดไม่ซื่อไปวันๆ คุณศุถึงไม่ยอมขยับฐานะให้ฉันเป็นแฟนสักที”

“ถึงเขาไม่ได้แต่งตั้งแกอย่างเป็นทางการ แต่การกระทำเขาก็บอกอยู่โต้งๆแล้วว่าแกคือผู้ชายที่เขามีใจให้”

“แต่ไม่ใช่ฉันคนเดียว คุณศุแทงกั๊ก ฉันไม่อยากเป็นช้อยส์”

“โอ๊ย ปวดประสาท ตอนนี้อยากมีแฟนเป็นของตัวเองมาก มีแฟนเมื่อไหร่ฉันจะทิ้งแกให้อยู่คนเดียว”

“คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า”

“เออ สิ มีคนรู้ใจดีกว่าไม่มี อย่างแกมีแล้วก็เยอะ อยากให้เป็นอย่างโน้นอย่างนี้ แล้วทำไมไม่คุยกับคุณศุให้รู้เรื่องไปเลย เอามาคิดเองอยู่ได้ น่าเบื่อ”

ใจดีลุกพรวดด้วยความรำคาญ พูดประชดยอดชายว่าตนจะไปหาแฟนเป็นของตัวเอง เผลอๆอาจเจอที่หน้าปากซอยเลยก็ได้...ยอดชายหน้าจ๋อยกลุ้มเรื่องศุวิมล คิดไปคิดมาทำท่าจะโทร.กลับหาเธอ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ... นั่งกลุ้มต่อไป

ooooooo

มี เรื่องให้ดิ่งตื่นเต้นอีกแล้ว...เมื่อลุงแปลงโทร.แจ้งข่าวว่าตามหาเจ๊ยุพา ไม่เจอ ทั้งที่แหล่งข่าวน่าเชื่อถือ ดิ่งรู้สึกไม่ชอบมาพากล ให้ลุงแปลงกลับมาก่อน แล้วตนจะโทร.หาอีกที

ดิ่งรีบวางสายเพราะมารศรีมองมา เธอแสร้งบ่นเขาน่าจะปล่อยให้เธอตายไปซะ เธอไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออะไรและเพื่อใคร?

“คุณพ่อคุณแม่คุณล่ะศรี ท่านยังอยู่ ท่านจะเสียใจมากแค่ไหนถ้าคุณฆ่าตัวตาย”

“เขาไม่สนใจไยดีอะไรในตัวศรีนักหรอก ไม่เห็นเหรอว่าเขาไม่ติดต่อศรีเลย”

“คุณต่างหากที่ไม่ติดต่อท่าน...คุณไม่เคยมองเห็นว่ามีใครที่รักคุณบ้าง”

“ใช่...กว่าศรีจะเห็น มันก็สายเกินไป”

“ยังหรอก...ตอนนี้ยังมีโอกาส ผมช่วยคุณเพราะไม่อยากให้คุณเสียโอกาสที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง”

“คุณไม่เหลือความรักให้ฉันแม้สักนิดเลยเหรอคะดิ่ง”

“ไม่เหลือเลยแม้สักนิด นอกจากความรักในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แต่ความรักของใครก็ไม่สำคัญเท่ากับคุณต้องรักตัวเองนะศรี”

“คุณเป็นคนดีเหลือเกิน ฉันโง่เองที่ทิ้งคุณไป”

“อย่าพูดถึงอดีตให้มันมาทำร้ายตัวคุณอีกเลย จำไว้นะว่าคุณยังมีโอกาส”

ดิ่งสรุปอย่างเด็ดเดี่ยวแล้วกลับออกไปโดยไม่ฟังเสียงร่ำร้องทั้งน้ำตาของมารศรี

ooooooo

เทวัญ ไม่ชอบใจที่เงาะกลับมาทำงานในโมเดิร์นคาร์อีกครั้ง แต่ต่อหน้าจี๊ดเขาต้องซ่อนความรู้สึกนี้ไว้อย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้เป็นที่ สังเกต

ด้านลุงแปลงกับโพที่ผิดหวังเพราะตามหาเจ๊ยุพาไม่พบ พอพวกเขากลับเข้ามาทำงานได้สักพัก แต้วก็วิ่งหน้าตื่นมาเล่าว่าเจ๊ยุพาโทร.หาตน บอกว่าเทวัญนัดให้แกมาเจอ แต่แกกลัวตัวเองเป็นอันตรายเลยโทร.บอกพวกเราไว้ก่อน

“งั้นพวกเอ็งไปหาเจ๊ยุพา ข้าจะโทร.ตามคุณดิ่ง” ลุงแปลงสั่งการ...แล้วนำลิ่วออกไป

ไล่เลี่ยกันนั้นเอง เทวัญจ้ำอ้าวออกมาหน้าออฟฟิศ จี๊ดเห็นเข้าพอดีจะตามไปซักถามแต่รัตนามาฉุดเธอไว้เสียก่อน

“คุณจี๊ดคะ จะไปไหนคะ”

“ฉันจะตามพี่เทวัญไป”

“แต่คุณดิ่งสั่งดิฉันไว้ว่าห้ามคุณจี๊ดทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายเด็ดขาด เชื่อคุณดิ่งเถอะนะคะ”

“ก็ได้”

“คุณท่านรอประชุมอยู่นะคะ ไปค่ะ”

จี๊ดจำใจเดินกลับเข้ามา ทั้งที่ในใจยังไม่ปล่อยวาง จึงหาทางหลอกล่อรัตนาอีกครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะรัตนาดักทางเธอได้หมด

ooooooo

หลังจากส่งข่าวไปที่แต้วแล้ว ยุพาถึงเดินทางมาพบเทวัญตามนัด เมื่อทั้งคู่เผชิญหน้ากัน เทวัญไม่รอช้ากระชากยุพาให้ไปด้วยกัน กลุ่มของดิ่งมาถึงจึงพบแต่ความว่างเปล่า

เทวัญตบตีทำร้ายยุพา ในขณะที่โทรศัพท์มือถือของเธอดังตลอดเวลาเพราะแต้วโทร.มา

“แกบอกพวกมันใช่ไหมว่ากลับมากรุงเทพฯ มันถึงได้โทร.หาแกไม่หยุด”

พูดไม่ทันขาดคำ มือถือเทวัญดังขึ้น จี๊ดนั่นเอง...เธอโทร.เข้ามาหลังทราบเรื่องจากนายดิ่ง

เทวัญละล้าละลัง ชี้หน้าขู่ยุพาไม่ให้ส่งเสียง ก่อนตัดสินใจกดรับด้วยน้ำเสียงปกติ “ฮัลโหล...ว่าไงคะน้องจี๊ด”

“พี่เทวัญอยู่ไหนคะ”

“พี่กำลังออกมาพบท่านรัฐมนตรี น้องจี๊ดมีอะไรด่วนหรือเปล่าคะ พี่ติดคุยกับท่านอยู่”

“เอ๊ะ เสียงมือถือใครดังอยู่ตลอดเลยคะ”

“ของท่านรัฐมนตรีน่ะ”

ยุพา ฉวยจังหวะเทวัญเผลอคว้ามือถือตัวเองที่พื้นแล้ววิ่งหนี เทวัญตกใจร้องเฮ้ยขึ้นมาทำให้จี๊ดซักถามด้วยความสงสัย แต่เขารีบกดสายทิ้งแล้ววิ่งตามไปจัดการยุพาด้วยปืนของมารศรีที่เขาเอามาจาก ทันวิทย์

ร่างยุพาทรุดฮวบลง พร้อมๆกับเสียงที่เธอพูดใส่มือถือบอกสถานที่กับแต้ว เทวัญคิดว่ายุพาสิ้นใจแล้วจึงผละไปอย่างเร่งรีบ แต่ความจริงเธอแกล้งตาย และรอดมาได้ ด้วยความช่วยเหลือของพวกดิ่ง

จี๊ดกับรัตนารับรู้เรื่องยุพาจากดิ่งแล้ว แต่พวกเธอยังทำตัวปกติไม่สงสัยอะไรเทวัญเลยสักนิด ทำให้เขาย่ามใจในความผิดของตัวเอง แต่อีกครู่ต่อมาเทวัญก็มีอันต้องหงุดหงิดหัวเสีย เมื่อเจตนาเรียกพบแล้วยัดเยียดใจดีให้เป็นเลขาฯส่วนตัว นั่นหมายความว่าต่อไปนี้เทวัญทำอะไร ใจดีจะคอยเป็นหูเป็นตาให้จี๊ดอย่างเต็มที่

หลังจากส่งตัวยุพาให้หมอรักษาจนอาการพ้นขั้นโคม่าแล้ว ดิ่งตัดสินใจย้ายเธอมารักษาต่อที่บ้านสวนของยอดชาย เพราะถ้าเทวัญรู้ว่าเธอยังไม่ตายเกรงจะไม่ปลอดภัย พอจี๊ดมาเห็นสภาพยุพาก็อดเวทนาไม่ได้ภาวนาขอให้เธอปลอดภัย อย่ามีอันเป็นไปเหมือนนายด้วงเลย

ขณะที่ดิ่งกับจี๊ดพูดคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข ไม่คาดคิดว่าศุวิมลจะปรากฏตัวต่อหน้ายอดชาย เธออยากรู้ว่าเขาเป็นอะไรทำไมไม่รับโทรศัพท์ ยอดชายยังงอนไม่หายบอกปัดว่าไม่มีอะไร แต่เธอไม่เชื่อ แถมหาว่าเขาเล่นตัว ถามประชดว่าภูมิใจมากนักหรือที่ผู้หญิงมาตามง้อ

“คุณมาง้อผมเหรอ”

“ขอโทษ ฉันใช้คำผิด ฉันไม่ได้มาง้อ แต่ฉันไม่ชอบ อยู่แบบสงสัยหรือค้างคาใจ คุณเป็นอะไรของคุณกันแน่”

“ผมอยู่ตรงไหนในใจของคุณครับคุณศุ”

เจอคำถามนี้เข้าไป ศุวิมลเป็นฝ่ายเดินหนียอดชายเพราะไม่กล้าเผยความในใจ

“พอผมพูดความจริง คุณก็หนี พอผมหนี คุณก็ไล่ล่าผมให้ผมพูดความจริง”

“ต้องให้พูดอะไร พูดยังไงอีก ไม่เข้าใจผู้หญิงเลยใช่มั้ย”

“ไม่เข้าใจและเหนื่อยมาก”

“ถ้าเหนื่อยนักก็ไม่ต้องตาม หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ ฉันเองก็เหนื่อยกับคุณมากแล้วเหมือนกัน”

“เหนื่อยกับผม?”

“ใช่! ตั้งแต่เรารู้จักกันมา ไม่เคยมีสักวันที่ฉันจะสบายใจเรื่องคุณ ไม่เรื่องนั้นก็เรื่องนี้ ทำให้ฉันเป็นห่วงได้ทุกเรื่อง”

“ตกลงผมอยู่ตรงไหนในหัวใจของคุณ” เห็นเธอนิ่งไม่ตอบ เขายิ่งน้อยใจพูดออกไปโดยไม่ระวัง “เพราะไม่มีที่ให้ผมอยู่ในนั้น อย่างดีก็คงแค่ให้เกาะอยู่ขอบๆ เผื่อพลาดจากผู้ชายคนอื่นๆ จะได้เกี่ยวผมขึ้นมาใช่มั้ย”

เธอโกรธจัดตบหน้าเขาดังฉาด โทษฐานพูดจาดูถูก ดิ่งกับจี๊ดมาเห็นพอดี แล้วดิ่งรีบตามศุวิมลไป ขณะที่จี๊ดเข้ามาปลอบยอดชาย

“ไม่เป็นไรหรอกจี๊ด ยอดชินแล้ว ยอดคงเกิดมาเพื่อที่จะอยู่คนเดียว ก็ขอให้ยอดอยู่คนเดียวเถอะ” พูดจบเขาเดินหนีไป จี๊ดมองตามด้วยความสงสารเพื่อน

ฝ่ายศุวิมลที่เดินน้ำตาซึมออกไปก็บอกพี่ชายว่าตนอยากอยู่คนเดียว แต่ดิ่งยังตามไม่ลดละ และเตือนสติน้องสาวว่า

“ศุอยู่คนเดียวมานานพอแล้ว ถึงเวลาที่ศุควรจะมองหาใครอีกคนมาร่วมแบ่งปันทุกอย่างในชีวิต”

“คิดว่าศุไม่อยากมีเหรอ ศุพยายามแล้ว แต่พี่ดิ่งก็เห็น เขาคิดกับศุในแง่ลบขนาดนั้นได้ยังไง ศุรับไม่ได้”

“ก็ศุไม่ได้ทำให้เขาเข้าใจว่าศุคิดยังไงกับเขา”

“ต้องให้บอกทุกเรื่องเลยหรือไง”

“กับลูกศิษย์ ศุมีความอดทนอธิบายทุกอย่างให้เขาเข้าใจในสิ่งที่ศุต้องการสื่อสาร แต่กับคนที่ศุรัก ทำไมถึงได้อดทนน้อยนัก คุณยอดชายแค่ต้องการความมั่นใจจากศุ เพราะเขาไม่อยากถลำลึกไปกว่านี้ เขาเคยเจ็บมา เขาย่อมระวังกับความรักครั้งใหม่มากขึ้นเป็นธรรมดา”

“เขาไม่ได้ระวัง แต่เขากลัว ศุต้องการผู้ชายที่กล้าหาญ ไม่ใช่คนที่ยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ออกตัววิ่งแข่ง”

“ก็ไปบอกเขาสิ ไม่ใช่พี่”

“ไม่บอก”

“ทำไมล่ะ”

“ลูกศิษย์ของศุยังอ่อนต่อโลกและด้อยประสบการณ์ จำเป็นที่ศุต้องอดทนสอนเขา แต่คุณยอดไม่ใช่เด็ก ถ้าเขาทำให้ศุมั่นใจไม่ได้ว่าเขามีภาวะความเป็นผู้นำพอที่ศุจะวางหัวใจและชีวิตไว้กับเขาได้ ศุก็จะจบ เพราะศุจริงจังค่ะ ไม่ต้องการคบใครเล่นๆ แต่ก็ไม่อยากเสียเวลาด้วย ถ้ามันไม่ใช่”

“เฮ้อ!!” ดิ่งถอนใจเฮือกใหญ่ แล้วกลับมาบอกจี๊ดว่าน้องสาวของตนใจแข็ง แต่ยังไงตนก็ไม่ยอมให้ยอดชายทำน้องสาวตนอกหัก

ดังนั้น ดิ่งจึงวกกลับมาพูดคุยยอดชาย โดยที่จี๊ดก็ร่วมด้วยช่วยกัน แต่จนแล้วจนรอดยอดชายก็ยังไม่มั่นใจว่าจะนำพาความรักของตนกับศุวิมลไปได้ตลอดรอดฝั่ง

ooooooo

ตอนที่ 14

ดิ่งกับโพมาถึงโรงพยาบาลและพบลุงแปลงมารออยู่ก่อนแล้ว ส่วนยอดชายที่มาพร้อมลุงแปลงแยกขึ้นไปบนห้องจี๊ด ด้วงวนเวียนอยู่แถวนั้นเห็นยอดชายก็ตกใจรีบถอยกลับลงมา แล้วเกือบจะถูกพวกดิ่งจับตัวได้ถ้าเขาไม่หูตาไววิ่งซิกแซ็กหลบหนีออกไปเสีย ก่อน

ยอดชายขึ้นมาหาจี๊ด เป็นจังหวะที่เทวัญกำลังคาดคั้นจี๊ดว่ากระเป๋าเสื้อผ้าผู้ชายในห้องเป็นของ ใคร ยอดชายจึงรับสมอ้างว่าเป็นของตน แต่เทวัญไม่เชื่อ ไล่บี้จะให้จี๊ดพูดออกมาให้ได้ว่าเป็นของดิ่งที่มานอนเฝ้ากันทั้งคืน

เมื่อจี๊ดนิ่งไม่ยอมรับ เทวัญกระชากกระเป๋าใบนั้นจากมือยอดชายและพูดอย่างมั่นใจว่า “ฉันรู้ว่าไม่ใช่ของนาย”

“แล้วพี่เทวัญคิดว่าเป็นของใครล่ะคะ” จี๊ดถามเสียงเขียว

“น้องจี๊ดตอบพี่มาสิว่าของใคร พี่ไม่โง่นะน้องจี๊ด พี่รู้ว่าตอนนี้น้องจี๊ดกำลังนอกใจพี่”

จี๊ดอึ้งไปอย่างไม่คาดคิด เทวัญถามว่าตนพูดแทงใจดำใช่ไหม?

“พี่เทวัญกำลังดูถูกจี๊ด”

“พี่ดูออกต่างหาก ทุกคนกำลังรวมหัวกันหลอกพี่ เสื้อผ้าในกระเป๋านั่นเป็นของไอ้ดิ่ง...น้องจี๊ดรักมันใช่มั้ย”

“ผมเป็นคนมานอนเฝ้าจี๊ด ไม่ใช่คุณดิ่ง อย่าหา เรื่องจี๊ด”

“แก ไม่เกี่ยว” เทวัญผลักยอดชายเซไป ยอดชายโมโหจะเอาเรื่องเขาให้ได้แต่รัตนารีบห้ามไว้ พร้อมกันนี้ก็เตือนเทวัญด้วยว่าที่นี่โรงพยาบาล คุณจี๊ดกำลังไม่สบายกรุณามีมารยาทด้วย

“ผมไม่จำเป็นต้องรักษามารยาท ในขณะที่คู่หมั้นผมกำลังนอกใจและดูหมิ่นศักดิ์ศรีผม ถ้าน้องจี๊ดไม่ได้เป็นอย่างที่พี่ว่า น้องจี๊ดจะต้องลุกขึ้นมาเถียงหัวชนฝา แต่นี่ไม่ใช่...แสดงว่าน้องจี๊ดโกหก”

“ใช่! จี๊ดโกหก จี๊ดรักนายดิ่ง และจี๊ดขอถอนหมั้นพี่เทวัญ”

“น้อง จี๊ดหักหลังพี่อย่างหน้าไม่อายที่สุด...น้องจี๊ดจะไม่ได้ในสิ่งที่น้องจี๊ด ต้องการ คุณแม่และคุณพ่อรวมถึงทุกคนในสังคมจะต้องรู้เรื่องนี้”

เทวัญขู่ ฟ่อแล้วผลุนผลันออกไป...จี๊ดใจเสีย ขาแข้งอ่อนแรง เจ็บใจตัวเองไม่น่าพลาดเลย คำพูดของเธอทำให้เทวัญถือไพ่เหนือกว่า รัตนาเข้าใจช่วยปลุกปลอบเธอ ส่วนยอดชายเตือนจี๊ดต้องเข้มแข็ง แล้วเธอจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้

จี๊ดพูดไม่ออกเอาแต่นั่งซึม พอเห็นดิ่งเปิดประตูเข้ามา เธอน้ำตารื้นขึ้นทันที รัตนารู้งานรีบชวนยอดชายออกไปรอนอกห้อง

“นาย ด้วงหนีไปได้...โพและลุงแปลงเลยกลับไปที่ออฟฟิศ ถ้านายเทวัญกลับไป นายด้วงอาจจะ...” ดิ่งพูดไม่ทันจบ จี๊ดโผเข้ากอดเขาแน่น สะอื้นไห้อย่างเจ็บใจตัวเอง ดิ่งกอดตอบปลอบเธออย่างนุ่มนวล “ผมรู้เรื่องแล้ว ไม่ต้องร้องไห้...ผมรักคุณ”

“นายดิ่ง...ฉันรักนาย”

สองคนสบตากันด้วยความรัก เขาจุมพิตเธอแผ่วเบา แล้วถามยิ้มๆ “โรแมนติกดีไหม เราบอกรักกันในโรงพยาบาล”

“จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปหลังจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ต้องเสียหายเพราะฉัน ใครต่อใครก็ต้องพากันพูดจาดูถูกพวกเรา”

“คุณจะต้องไม่เสียหายเพราะขี้ปากใคร”

“นายหมายความว่ายังไง”

“คุณเชื่อผมได้ไหม”

“นายบอกฉันมาเถอะว่าฉันต้องทำอะไร ต่อไปนี้ฉันจะเชื่อนายทุกอย่าง”

“ขอ เพียงเราสองคนอดทนต่อไปอีกสักพัก ทุกอย่างมันจะต้องคลี่คลาย ถึงวันนั้นเราจะรักกันอย่างที่เราอยากจะรัก โดยที่ไม่มีใครต้องเสียหาย”

“ฉันจะอดทน”

“งั้นฟังผมนะ รับปากสิว่าจะเชื่อผม ทำตามที่ผมบอก”

จี๊ดพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ฟังดิ่งพูดทุกคำอย่างตั้งใจ

ooooooo

เมื่อเทวัญมาฟ้องพ่อแม่ของเธอถึงบ้านในเช้าวันรุ่งขึ้น จี๊ดแสดงความเอาแต่ใจปฏิเสธเสียงแข็งต่อหน้าทุกคน

“ก็พี่เทวัญคาดคั้นจี๊ดเหมือนว่าจี๊ดไปทำผิด มีกิ๊ก นอกใจ พูดความจริงก็ไม่เชื่อ อยากยัดเยียดจี๊ดให้นายดิ่งนัก จี๊ดก็จัดให้ไงคะ”

“น้องจี๊ดจะปฏิเสธเหรอว่าไม่ได้คิดอะไรกับนายดิ่ง”

“ใช่ค่ะ”

“แค่คำพูด จะให้พี่เชื่อเหรอ”

“ถ้า ไม่เชื่อก็จนปัญญา เพราะจี๊ดก็มีแค่คำพูดเป็นสิ่งยืนยัน แล้วพี่เทวัญล่ะคะ มีอะไรมายืนยันว่าจี๊ดกับนายดิ่งมีอะไรกัน นอกจากคำสันนิษฐานของพี่เทวัญเอง”

“นั่นสิ...ไม่ใช่ว่าแม่จะเข้าข้างลูก ตัวเองนะเทวัญ แม่ไม่เคยเห็นว่ายัยจี๊ดจะไปสานสัมพันธ์กับนายดิ่งตอนไหน ใช่ไหมคะคุณ” วันดีหันมาขอความเห็นสามี

“เรื่องนี้ค่อยๆพูดค่อยๆจากันดีกว่านะ อย่าเพิ่งด่วนใจร้อนสรุปว่าอะไรเป็นอะไร”

“แต่ผม...”

“หรือ ว่าพี่เทวัญอยากจะถอนหมั้นกับจี๊ดเพราะพี่เทวัญมีคนอื่น แต่หาเรื่องใส่ร้ายให้จี๊ดเป็นคนผิด พี่เทวัญจะได้เลิกกับจี๊ดอย่างชอบธรรม”

“พี่ไม่เคยมีใคร”

“จี๊ดก็เหมือนกัน”

วัน ดีมองทั้งคู่เถียงกันไปมาอย่างระอาใจ ตัดบทว่าแม่จะหาฤกษ์ยามให้เร็วที่สุด แต่งกันเสียทีจะได้จบเรื่อง...เทวัญยิ้มกริ่มพอใจ แต่จี๊ดดูนิ่งขรึม จนคนเป็นพ่อแอบมองด้วยความสงสัย ครั้นวันดีพาเทวัญออกจากบ้านไปหาฤกษ์แต่งงานจากพระที่วัด อยู่ทางนี้เจตนาจึงสอบถามเอาความจริงจากจี๊ด

หลังฟังเหตุผลของลูกสาวแล้ว เจตนาถึงกับถอนหายใจก่อนทักท้วงอย่างไม่เห็นด้วย

“แต่พ่อไม่แคร์ขี้ปากชาวบ้านหรอกนะ ถ้าจะต้องทำให้ลูกต้องฝืนใจตัวเองคบกับนายเทวัญ”

“แต่ คุณแม่แคร์ค่ะ จี๊ดไม่อยากให้คุณแม่เสียใจ จนกว่าจี๊ดจะมีหลักฐานเอาผิดพี่เทวัญได้อีกครั้ง คุณแม่จะได้เคลียร์ ไม่เข้าข้างพี่เทวัญอีก”

“แน่ใจนะว่าทำแบบนี้ดีที่สุดแล้ว”

“ค่ะ จี๊ดจะไม่ยอมให้ใครใช้จี๊ดเป็นเครื่องมือทำให้ ตัวเองกลายเป็นฝ่ายถูกต้อง ทั้งๆที่ทำเลวเอาไว้มากมาย หรือมาข่มขู่ เพราะหวังผลประโยชน์เด็ดขาด คุณพ่อต้องช่วยจี๊ดนะคะ ช่วยพวกเราทุกคน”

“พ่อไม่เคยเข้าข้างคนผิด น่าเสียดายนะ เป็นคนเก่ง มีความสามารถ ไม่น่าเอาความฉลาดของตัวเองมาใช้ในทางที่ผิดเลย”

“เขาเคยรักจี๊ดจริงหรือเปล่า อะไรทำให้พี่เทวัญทำได้ถึงขนาดนี้ ใจร้ายถึงกับสั่งฆ่าคนได้ลงคอ”

“เสียใจไหมลูก”

“เสียใจที่จี๊ดเคยมองคนผิด”

“คน อย่างเทวัญไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง อยากได้ อยากมี และอยากเป็น แต่รู้อะไรไหมลูก ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้นมันต้องใช้ความพยายามและความอดทน อย่างมาก”

“แต่พี่เทวัญอดทนไม่พอ”

“ใช่ หวังใช้ทางลัดเพื่อไปสู่ความสำเร็จ ผลจะออกมาเป็นยังไงรู้ไหม”

“เขาจะกลายเป็นทาสของซาตาน...ขายวิญญาณให้กับความชั่วร้าย”

“สิ่ง ที่เขาจะได้รับคือความหายนะ ไม่ใช่ความสำเร็จที่สวยงามและน่าภูมิใจ เราต้องไม่ปล่อยให้คนแบบนี้ขึ้นมามีอำนาจเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นคนดีๆจะอยู่ไม่ได้ แล้วสังคมจะล่มสลาย”

“จี๊ดกับนายดิ่งจะร่วมมือกันกระชากหน้ากากคนเลวให้เร็วที่สุดค่ะ”

“แล้วคิดว่า...นายเทวัญจะสงสัยอะไรมั้ย”

“จี๊ดก็ภาวนาค่ะ ว่าขอให้เรื่องเรียบร้อยก่อนที่เขาจะสงสัย” จี๊ดคาดหวัง...ซึ่งคนเป็นพ่อก็ให้กำลังใจเธอทำดีอย่างเต็มที่

ooooooo

วันเดียวกันนี้ เทวัญนัดพบมารศรีและบอกเล่าเรื่องที่ตัวเองกำลังจะแต่งงานกับจี๊ด เทวัญดีใจจนเก็บอาการไม่มิด แต่มารศรีไม่เชื่อว่าจี๊ดรักเขา เพราะเธอได้ยินกับหูเห็นมากับตาว่าดิ่งกับจี๊ดมีใจให้กัน

“แล้วทำไมน้องจี๊ดถึงได้ยอมแต่งงานกับฉัน” เทวัญขึ้นเสียงอย่างฉุนๆ

“นั่นเป็นคำถามที่คุณต้องหาคำตอบเอาเอง ฉันเอาข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาบอกคุณแล้ว...เลิกยุ่งกับฉันได้หรือยัง”

“ยัง!” เขาสวนทันควันจนเธอสะดุ้ง

“แกมันเลว...ฉันไม่น่าเชื่อน้ำคำแกเลย แกมันไม่มีสัจจะ”

“มัน ก็เลวพอกัน ตลบหลังให้ไอ้ทันวิทย์ฆ่าฉัน ฉันไม่คิดหรอกว่าต่อไปนี้แกจะอยู่เฉยๆไม่คิดหักหลังฉันอีก...จำไว้ เธอไม่มีทางหนีไปจากฉันพ้น...จนกว่าจะตายกันไปข้างนึง”

สองฝ่ายจ้องหน้า กันอย่างเกลียดชัง...แล้วจากนั้นไม่นาน มารศรีก็ทำทีไปชวนดิ่งกินข้าว บอกมีเรื่องจะปรึกษา แต่แกล้งแย้มให้เขารู้ว่าจี๊ดกำลังจะแต่งงานกับเทวัญเดือนหน้า

เมื่อดิ่ง กับมารศรีไปถึงร้านอาหารในตอนค่ำ ปรากฏว่าเจอจี๊ดกับเทวัญมากินอยู่ก่อนแล้ว ดิ่งสงสัยว่าจะเป็นความจงใจของมารศรี แต่เขาก็ทำเฉยเสีย ยอมนั่งลงที่โต๊ะติดกัน

จี๊ดลอบมองดิ่งอย่างหึงหวง ไม่ชอบใจที่เขามากับแม่เลี้ยง แต่เธอต้องเล่นละครตบตาเทวัญกับมารศรีให้แนบเนียนว่าไม่สนใจเขา ทำเป็นเอาใจเทวัญราวกับรักกันปานจะกลืนกิน

ขณะที่สองฝ่ายกินไปคุยไปอย่าง ไม่ค่อยจะดีกันนัก โดยเฉพาะมารศรีกับจี๊ดที่หาจังหวะแขวะกันอยู่เรื่อย พลันเสียงโทรศัพท์มือถือเทวัญดังขึ้น เจ้าตัวเห็นเบอร์ไม่คุ้นแต่ก็กดรับแล้วอึ้งไปนิดก่อนจะหันมาบอกจี๊ดว่าพี่ ขอตัวไปคุยโทรศัพท์จากสวีเดนสักครู่

ดิ่งมองตามเทวัญอย่างสงสัย พอมีจังหวะก็ลุกตามไปโดยไม่ให้เขารู้ตัว...เทวัญหลบออกมาคุยโทรศัพท์กับด้วง ถามมันว่าหายหัวไปไหนมา ตนพยายามจะติดต่อตั้งหลายครั้งแต่ติดต่อไม่ได้ ด้วงไม่ตอบแต่ย้อนถามกลับไปอย่างมีอารมณ์ว่า

“แกทำอะไรไว้ล่ะ ไอ้เทวัญ”

“ฉันทำอะไร”

“ก็ตำรวจที่โผล่มา ฝีมือแกไม่ใช่เหรอ”

“ฉันไม่รู้เรื่อง ฉันอยากจะเจอแกเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ”

ด้วง นิ่งลังเล แต่ที่สุดก็ตัดสินใจรับนัดเทวัญอีกหนึ่ง ชั่วโมงมาเจอกัน ดังนั้นเทวัญจึงต้องกลับเข้าไปโกหกจี๊ดว่าตนมีงานด่วนต้องรีบกลับ ส่วนดิ่งที่แอบเห็นท่าทีไม่น่าไว้ใจของเทวัญก็สังหรณ์ใจ รีบโทร.บอกยอดชายให้ออกติดตามเขาไปด่วน ยอดชายกำลังกินข้าวกับศุวิมลก็เลยต้องบอกลาเธอกะทันหันแถมยังนั่งซ้อนมอเต อร์ไซค์ป๊อดออกไปเพราะกลัวจะไม่ทัน

ขณะเทวัญพาจี๊ดออกจากร้านอาหารแล้วไป ส่งบ้าน จี๊ดสังเกตท่าทางเขาลนๆรีบๆผิดปกติ แต่ไม่ซักถาม ทำเป็นบ่นเสียดายที่ยังไม่ได้คุยเรื่องงานแต่งของเราเป็นเรื่องเป็นราว

“ไว้คุยกันวันหลังก็ได้ค่ะ พี่ไปก่อนนะ นัดคุยงานกับทางสวีเดนตอนสี่ทุ่ม”

“โอ๊ย...อีกตั้งนานกว่าจะสี่ทุ่ม”

“พี่ต้องไปเตรียมหัวข้อก่อน จะได้จบซะทีเดียวคืนนี้เลย”

“ก็ได้ค่ะ อย่าลืมทำรายงานส่งจี๊ดด้วยนะ”

“จ้ะ...เจ้า นาย” เทวัญตอบเสร็จก็หอมแก้มจี๊ดที่เอียงหน้ามาให้ จี๊ดแสร้งยิ้มและโบกมือลา แต่พอเขาออกรถไปแล้วเธอหน้าเครียด เช็ดรอยจูบที่แก้มตัวเองก่อนจะรีบโทร.หาดิ่ง

“ฮัลโหล นายดิ่ง! ทำไมมาร้านเดียวกัน แล้วทำไมต้องอี๋อ๋อกับยัยมารศรีจนเกินเหตุ หรือว่าถ่านไฟเก่าคุขึ้นมาอีก”

“วางสายแล้วมาคุยกันตัวต่อตัวดีๆดีกว่า” ดิ่งเดินเข้ามาข้างหลัง จี๊ดถึงสะดุ้งตกใจ

“ว้าย!!...มาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วพี่เทวัญไม่เห็นนายหรือไง แล้วยัยมารศรีล่ะ...มานี่เลย เดี๋ยวแม่ฉันเห็น”

จี๊ด ลากดิ่งไปที่มุมลับตา แล้วเปิดฉากคาดคั้นเรื่องมารศรีอย่างหึงหวง กับถามเรื่องเทวัญไม่หยุดหย่อน จนดิ่งเวียนหัวไม่รู้จะตอบคำถามไหนก่อน

“นี่คุณ ฟังให้ดีนะ นายเทวัญไม่เห็นผมหรอก ผมเข้ามาหลังจากแน่ใจว่าเขาออกไปแล้ว ส่วนมารศรี เรามารถคนละคัน ผมไม่ต้องไปส่งเขา”

“ชิ...ชอบล่ะสิ นั่งเบียดกันขนาดนั้น”

“หึงเหรอ?”

“ใครบ้างไม่หึง ทีหลังนั่งให้ห่างๆหน่อยนะ แล้วก็ไม่ต้องทำอี๋อ๋อมากก็ได้”

“โอเค...แต่คุณตีบทแตกมากเลยนะ ยิ่งกว่านางอิจฉาตัวจริง”

“ไม่รักไม่ร้ายหรอก”

“โอ๊ย...หัวใจ ผมเต้นแรงจนจะหลุดออกมานอกอก...ไม่รักไม่ร้าย” ดิ่งแซวขำๆ จี๊ดเขินนิดๆ แล้วเปลี่ยนเรื่อง ถามเขาว่า มาหาตนทำไม? “นอกจากจะมาเคลียร์เรื่องที่คุณหึง ว่าผมก็แค่เล่นละครตบตามารศรี อยากให้คุณมั่นใจว่าผมไม่มีทางอ่อนไหว...ก็มีอีกเรื่องที่ผมให้คุณยอดตามนาย เทวัญไป เขาอาจจะนัดกับนายด้วง”

“เราควรจะไปด้วยมั้ย”

“ผมไปเอง...คุณอยู่ที่นี่” ดิ่งรีบเดินออกไป แต่จี๊ดไม่ยอมให้เขาไปคนเดียว เดินตามมาดึงมือเขา รบเร้าจะไปด้วยให้ได้

“นะ...ให้ฉันไปด้วย ฉันกลัวนายโดนลูกหลง”

“คุณไป ผมยิ่งมีห่วง ผมเองก็กลัวคุณได้รับอันตรายไปด้วย ถ้าเกิดอะไรขึ้น”

“ฉันไม่กลัว ฉันเคยเรียนคาราเต้ ฉันป้องกันตัวเองได้ เผลอๆฉันอาจจะช่วยนายได้”

“คุณจี๊ด...เราก็ไม่ได้เก่งหรือรับมือกับทุกสถานการณ์ได้หรอก”

“นายก็ไม่ได้เก่ง”

“แต่ก็ดีกว่าลากคุณไปเสี่ยงด้วย ผมไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรแม้แต่ปลายเล็บ อย่าทำให้ผมเป็นห่วงเลยนะ อยู่ฟังข่าวทางนี้”

จี๊ดพยักหน้าอย่างจำยอม ดิ่งกอดและหอมหน้าผากเธอด้วยความรักและห่วงใย

ooooooo

ท่ามกลาง ความมืดสลัวในซอยแห่งหนึ่ง เทวัญเลี้ยวรถเข้าไปโดยมีมอเตอร์ไซค์ของป๊อดตามหลังมาห่างๆ ยอดชายที่ซ้อนท้ายคอยจับตามองไม่วางตา แต่เพราะความมืดและซอยแคบทำให้ไม่ถนัดนักจึงตามเทวัญไม่ทัน ไม่รู้ว่าเขาจอดรถแล้วลงเดินไปทางไหน

สองคนเห็นแต่รถเทวัญจอดอยู่จึงแยกย้ายกันตามหา สักครู่ดิ่งตามมาสมทบแล้วช่วยกันติดตามเพราะแน่ใจว่าเทวัญต้องไม่ไปไหนไกลแน่ๆ

มุมหนึ่งในซอย เทวัญกับด้วงเผชิญหน้ากัน ด้วงพกมีดปลายแหลมหมายแก้แค้นเทวัญเพราะเข้าใจว่าเมื่อคราวก่อนโดนเขาหัก หลังจะให้ตำรวจมาจับ แต่เทวัญยืนยันว่าไม่จริง และรีบต่อรองเรื่องเงินที่ด้วงต้องการ

“ฉันมีเงินมาให้แกล้านนึง พร้อมที่ซ่อนตัว แกจะได้ไม่อยู่อย่างลำบาก จนกว่าคดีจะเงียบหายไปหรือไม่ก็หมดอายุความ”

“คิดจะใช้เงินปิดปากฉันเหรอ ไม่มีทาง”

“แกมีบุญคุณกับฉันนะด้วง ฉันสำนึกมาตลอด เพราะความช่วยเหลือของแกทำให้ฉันมีวันนี้ วันแต่งงานกับน้องจี๊ด”

“เงินอยู่ไหน”

“ที่รถ...เชื่อฉันเถอะ ฉันไม่มีทางหักหลังคนที่ลงเรือลำเดียวกับฉันหรอก”

“คราวนี้ฉันจะยอมเชื่อแก...ตุกติกแกโดนเสียบแน่!”

ด้วง ค่อยๆคลายแขนที่รัดคอเทวัญ แต่ยังไม่ปล่อยเสียทีเดียว ระหว่างนี้เองยอดชายเดินเข้ามาใกล้ทั้งคู่โดยไม่รู้ตัว กระทั่งเสียงมือถือของเขาดังเพราะศุวิมลโทร.มา ด้วงกับเทวัญชะงักมอง แล้วพริบตานั้นเทวัญก็ฉวยโอกาสที่ด้วงเผลอแย่งมีดมาทันที

ด้วงถูกเทวัญ แทงตายอย่างเลือดเย็นแล้วรีบร้อนกลับไปที่รถในสภาพเสื้อเปื้อนเลือด ป๊อดเห็นกับตาและพยายามจะใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานแต่ไม่สำเร็จเพ ราะแบตหมด ส่วนดิ่งไปเจอศพด้วงก่อนใคร ไม่ช้าตำรวจก็วิ่งเข้ามาพร้อมยอดชาย

นึกไม่ถึงว่าดิ่งจะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยฆ่านายด้วง ตำรวจควบคุมตัวเขาไปสถานีตำรวจ ส่วนยอดชายรีบโทร.บอกจี๊ดด้วยความตกอกตกใจ

จี๊ด ได้ฟังถึงกับเข่าอ่อน แต่ไม่เชื่อว่าดิ่งทำอย่างนั้น เช่นเดียวกับเจตนาที่ยังไม่อยากให้วันดีปรักปรำนายดิ่งว่าใจคอโหดเหี้ยม เพราะเขาแค่เป็นผู้ต้องสงสัย

ooooooo

เทวัญรีบกลับคอนโดฯเพื่อทำลายหลักฐาน แต่ทันวิทย์เห็นเสียก่อนว่าเสื้อพี่ชายเปื้อนเลือด

“พี่ไปทำอะไรมา”

“เรื่องของฉัน” เทวัญเดินหนีเข้าห้อง ถอดเสื้อใส่ถุงแล้วเอาไปทิ้งถังขยะข้างคอนโดฯ โดยไม่รู้เลยว่าทันวิทย์ แอบตามมาเก็บถุงนั้นไว้...

ขณะเดินกลับเข้ามาในคอนโดฯ เทวัญเห็นตำรวจคุยกับ รปภ. เขาพยายามเก็บพิรุธแล้วเดินต่อ แต่หลังจาก รปภ. ชี้มือมาที่เขา ตำรวจก็ตรงดิ่งมาหา ถามเขาอย่างสุภาพว่า

ตอนที่ 13

ความใกล้ชิดชนิดถึงเนื้อถึงตัวของดิ่งกับมารศรีทำให้จี๊ดที่มาเห็นโดยบังเอิญรู้สึกไม่พอใจ เธอตำหนิพวกเขาไปหลายคำก่อนจะวกเข้าเรื่องตัวเองว่ามาพบดิ่งเพราะต้องการเจรจาธุรกิจ มารศรีไม่เชื่อแต่ก็จนใจต้องกลับออกมาด้วยความเจ็บแค้นจี๊ด

เมื่ออยู่กันสองต่อสอง จี๊ดกลับไม่พูดเรื่องธุรกิจ แต่คาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ว่าดิ่งสะกดรอยตามตนกับเทวัญทำไม ดิ่งยังไม่อยากพูดความจริงในตอนนี้จึงตีรวนไปเรื่อยจนเธอหงุดหงิดหันไปหันมา แล้วเกือบจะเห็นกล้องวงจรปิดที่ดิ่งแอบติดเอาไว้เชื่อมต่อกับทางบ้านเพื่อจับผิดมารศรี

ตอนที่ 12

หลังจากทำให้ดิ่งกับจี๊ดเข้าหน้ากันไม่ติดไปแล้ว ครั้งนี้เทวัญยังร่วมมือกับมารศรีวางแผนทำลายความเชื่อมั่นคนรอบข้างจี๊ดอีกคน นั่นก็คือยอดชาย!

เทวัญวางยาจี๊ดจนไม่ได้สติแล้วพาเข้าโรงแรม จากนั้นก็โทร.ไปบังคับยุพาให้บอกยอดชายว่าจี๊ดถูกตนพาเข้าโรงแรม เมื่อยอดชายรู้เรื่องจึงรีบตามไปช่วยจี๊ด แต่กลายเป็นว่ายอดชายตกเป็นเหยื่อถูกเทวัญกล่าวหาว่าจะทำมิดีมิร้ายจี๊ด โชคดีที่ตนตามมาช่วยไว้

จี๊ดฟื้นขึ้นมาและเชื่อคำพูดเทวัญ แต่ดิ่งที่รู้จากมารศรีว่าเกิดเรื่องไม่ดีกับจี๊ดตามมาในเวลาไล่เลี่ยกับยอดชายไม่เชื่อ เขาอยากให้จี๊ดฟังยอดชายอธิบายก่อน แต่จี๊ดไม่ฟัง เธอด่าและตบหน้ายอดชายด้วยความโกรธและผิดหวัง ก่อนวิ่งหนีออกไปทั้งน้ำตา

เมื่อไม่มีจี๊ดในห้องนี้แล้ว เทวัญแสยะยิ้มมองยอดชายและดิ่งอย่างสะใจ ยอดชายกัดฟันกรอดแค้นใจจะทำร้ายเทวัญ แต่ดิ่งรีบห้ามไว้

“อย่า...คุณยอด”

“ขืนแกแตะต้องฉันแม้แต่นิดเดียวอีก เรื่องนี้ถึงตำรวจแน่ อย่าลืมนะว่าชะตาของแกอยู่ที่ลิ้นของฉัน ควรจะทำดีต่อฉันให้มากๆ ถ้าไม่อยากให้เรื่องถึงตำรวจ”

เทวัญข่มขู่แล้วเดินกร่างออกไป ยอดชายสุดเจ็บใจ สองมือกำแน่นจนเล็บแทบจิกเนื้อตัวเอง ขณะเทวัญวิ่งตามจี๊ดไปหน้าโรงแรม เป็นจังหวะที่ศุวิมลมาถึงพอดี เธอฟังมารศรีใส่สีตีไข่ให้ร้ายยอดชายมาเต็มสองหู เมื่อเห็นจี๊ดวิ่งร้องไห้ไปอย่างนั้น อีกทั้งยอดชายเดินหน้าเศร้าออกมาพร้อมดิ่ง เธอจึงเชื่อสนิท ปราดเข้าไปตบหน้ายอดชายอย่างหมดศรัทธา

“ศุ...ฟังก่อนสิ เรื่องเป็นมายังไงเรายังไม่รู้ พี่ไม่เชื่อว่าคุณยอดจะทำเรื่องแบบนี้กับคุณจี๊ดได้หรอกนะ”

“เขาหลงรักคุณจี๊ดมาตลอด เมื่อสบโอกาสทำไมจะทำไม่ได้”

“คุณคิดว่าผมเลวจริงๆเหรอคุณศุ”

ศุวิมลชะงัก แต่ความเสียใจมีมากกว่าจะมีสติยั้งคิด เธอหนีออกไปทันที ดิ่งเห็นใจยอดชายมาก ให้กำลังใจว่าไม่ต้องเครียด ความจริงจะปกป้องเขาเอง

“คุณเชื่อผมใช่ไหม” ยอดชายถามดิ่ง

“ใช่...คุณต้องไม่หวั่นไหว ต้องยืนยันความบริสุทธิ์ของคุณ ไม่อย่างนั้นมันก็จะเข้าทางแผนนายเทวัญ และมารศรี สองคนนี้กำลังร่วมมือกันทำลายทุกคนที่อยู่

รอบตัวจี๊ดและผม ตอนนี้หลักฐานเดียวที่เรามีคือเจ๊ยุพา ต้องหาทางทำให้เจ๊ยอมรับให้ได้ว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนของมัน”

ยอดชายเห็นด้วยกับความคิดของดิ่ง...คลายความวิตกกังวลลงไปได้บ้าง ทางด้านเทวัญที่พาจี๊ดไปส่งบ้าน เขา แนะนำให้เธอแจ้งความเอาผิดยอดชาย แต่เธอปฏิเสธเพราะไม่ต้องการอับอายมากไปกว่านี้ พร้อมกันนี้ก็ขอร้อง เขาห้ามบอกพ่อแม่ของเธอด้วย เธอไม่อยากให้ท่านไม่ สบายใจ

“แล้วน้องจี๊ดจะจัดการเรื่องนายยอดชายยังไง”

“จี๊ดยังไม่รู้ จี๊ดขอเวลา...พรุ่งนี้จี๊ดอาจจะคิดออก ว่าจะเอายังไง”

เทวัญยิ้มสะใจขณะมองตามจี๊ดเดินเข้าบ้าน ถึงแม้เธอจะไม่เอาเรื่องแต่ก็ได้ผล...กำจัดยอดชายออกไปให้พ้นทาง

จี๊ดกำลังจะขึ้นห้องต้องชะงักเมื่อเหลือบไปเห็นพ่อแม่นั่งดูทีวีอยู่ด้วยกันกะหนุงกะหนิง แสดงว่าแผนจองโต๊ะอาหารในร้านหรูให้พ่อกับแม่ดินเนอร์กันลุล่วงด้วยดี จี๊ดมองภาพนั้นด้วยความสุข แต่เมื่อนึกถึงเรื่องตัวเองก็หน้าหมองลง ผิดหวังกับเพื่อนรักที่หลงไว้ใจกันตลอดมา

ooooooo

เช้าวันต่อมา ดิ่งเตรียมตัวออกไปทำงานตามปกติ มารศรีเห็นแล้วขัดใจจนอยู่เฉยไม่ได้ เข้ามาทักถามเขาว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเมื่อคืน ไม่นึกเดือดร้อนอะไรบ้างเลยหรือ?

“ในเมื่อเรื่องใหญ่ที่ว่า...มันไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆ จะให้ผมเดือดร้อนทำไม” ดิ่งยอกย้อนจนมารศรีชะงักไปอย่างไม่พอใจที่เขาทำเป็นทองไม่รู้ร้อนแบบนี้

ก่อนออกจากบ้าน ดิ่งแวะมาหาพ่อและเห็นป๊อดกำลังปรนนิบัติดูแลท่านอย่างดีก็สบายใจ แต่เมื่อ ป๊อดขอคุยส่วนตัวกับดิ่งเรื่องปฏิกิริยาหวาดกลัวของเศกที่มีต่อมารศรีทุกครั้งที่เธอเอาน้ำชามาให้กิน ดิ่งรู้สึกไม่ไว้ใจสั่งป๊อดว่าต่อไปนี้ไม่ต้องให้ท่านดื่มชา ให้อ้างว่าลุงหมอสั่ง เพราะช่วงนี้อาการท่านยังทรง ไม่ควรดื่มของพวกนี้

เมื่อดิ่งออกไปทำงานแล้ว ป๊อดจัดแจงเทน้ำชาเก็บใส่ขวดขนาดเล็กไว้ มารศรีเข้ามาเห็นป๊อดล้างกระติกน้ำชาก็ตวาดแว้ดไม่พอใจ แต่โชคดีของป๊อดที่เธอไม่เห็นขวดน้ำชาที่เขาเอาซ่อนไว้

จี๊ดยังทำใจไม่ได้เรื่องยอดชาย เธอไม่มีกะจิตกะใจไปทำงาน วันดีเห็นลูกซึมเศร้าเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงว่าไม่สบายหรือเปล่า จี๊ดบ่นปวดหัวแต่ไม่ยอมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ฟัง บอกแค่ว่าเมื่อคืนไปทานข้าวกับเทวัญเลยกลับดึก

“พูดถึงเทวัญ...เมื่อไหร่จะตบจะแต่งได้สักทีล่ะลูก ไปไหนมาไหนด้วยกันแบบนี้มานานแล้ว แม่ว่ามันควรจะถึงเวลาได้แล้วนะ รออะไร”

“รอให้งานลงตัวก่อนดีกว่าค่ะคุณแม่”

“จี๊ด...ลูกผู้หญิงต่อให้ทำงานเก่งยังไง เมื่อแต่งงานมีครอบครัว เราก็ต้องเลือกครอบครัวก่อนงานนะลูก สามีหรือลูกคือคนที่เราต้องดูแลมากกว่าอะไรทั้งหมด”

“จี๊ดทราบค่ะ จี๊ดถึงต้องขอทำงานให้ดีที่สุดก่อนไงคะคุณแม่”

“ตามใจ ถ้าลูกแม่เป็นฝั่งเป็นฝากับเทวัญ คนที่แม่มั่นใจว่าจะดูแลจี๊ดได้ดีที่สุดเมื่อไหร่ วันนั้นแม่จะมีความสุข มากที่สุดมากกว่าวันนี้อีก”

“ค่ะแม่ จี๊ดก็คงจะเหมือนกัน” จี๊ดน้ำตาซึมรู้สึกสับสนในใจอย่างที่สุด พอเห็นป้าเพ็ญเดินเข้ามาจี๊ดแอบซับน้ำตา ก่อนเดินออกไปพบแขกที่ป้าเพ็ญแจ้งว่ามารออยู่

ใจดีทราบเรื่องที่เกิดกับจี๊ดจากยอดชายแล้ว เธอไม่พอใจที่จี๊ดเชื่อคนง่าย และยืนยันว่ายอดชายไม่เลวทราม แบบนั้นแน่

“ยอดเล่าอะไรให้เธอฟัง” จี๊ดถามเสียงแข็ง

“เล่าเรื่องเพื่อนที่ทำตัวน่าผิดหวังมากที่สุดอย่างเธอให้ฟังไงล่ะ”

“ใจดี...ฉันเป็นเหยื่อนะ”

“ยอดต่างหากที่ตกเป็นเหยื่อของนายเทวัญ โดยที่ใช้เธอเป็นเครื่องมือ อย่าโง่ได้ไหมจี๊ด แค่นี้ก็ดูไม่ออกหรือไงว่านายเทวัญมันวางแผนล่อให้ยอดเข้าไปติดกับ นึกทบทวนซิว่าครั้งสุดท้ายเธออยู่กับใคร อยู่กับนายนั่น ไม่ใช่ยอด”

“ฉันอยู่กับยอด ยอดเป็นคนพาฉันเข้าโรงแรม ถึงฉันจะไม่มีสติ แต่ฉันก็เห็นยอด ฉันเห็นเพื่อนฉันกำลังจะทำร้ายฉัน”

“จี๊ด...”

“ไม่ต้องพูด พอ! ถ้าคิดว่าฉันโง่ก็ไม่ต้องมาเสียเวลา เพราะไม่ว่ายังไงฉันก็จะเชื่อของฉันแบบนี้ ออกไปให้พ้น ไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีก”

วันดีได้ยินเสียงทุ่มเถียง เดินเข้ามาถามทั้งคู่ว่าทะเลาะอะไรกัน ใจดีทำท่าจะเล่าแต่จี๊ดขัดจังหวะบอกแม่ว่าใจดีมาขอลาออกจากงาน   และตนก็อนุมัติเรียบร้อยแล้ว

“ทำไมล่ะใจดี” วันดีตกใจมาก

“ไม่มีอะไรค่ะคุณแม่ หนูก็แค่เบื่อที่ต้องทำงานกับคนอวดฉลาด ขอบคุณมากจี๊ดที่ทำให้ฉันตาสว่างว่ากว่าสิบปีที่เราคบกันมามันไม่ได้ช่วยอะไรได้เลย ขอให้เธอโชคดี”

ใจดีเดินออกไปด้วยความผิดหวังในตัวจี๊ด หลังจากนั้นก็ไประบายความอัดอั้นกับยอดชายทั้งน้ำตา

“ฉันเจ็บใจ...แล้วก็เสียใจ”

“ที่ต้องตกงานโดยที่ไม่ทันตั้งตัวน่ะเหรอ”

“นั่นก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่เสียใจที่สุดคือจี๊ดไม่ฟังฉันเลย”

“อาจจะยังไม่ถึงเวลา”

“แล้วเมื่อไหร่ล่ะยอด ฉันกำลังจะทนไม่ไหวแล้วนะ ที่ไอ้คนเลวอย่างนายเทวัญมันยังลอยนวลทำชั่วกับคนอื่นอยู่แบบนี้ เราจะทำอะไรมันไม่ได้เลยเหรอ”

“ทำได้สิ เราต้องมั่นใจว่าความดีจะต้องชนะความชั่ว แต่เราต้องไม่ท้อแท้ไปซะก่อน เราต้องอดทน”

“ฉันเอาใจช่วยเธอนะ”

“ขอบใจนะ ฉันจะไม่ยอมให้นายเทวัญมันทำสำเร็จหรอก” ยอดชายมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แต่เมื่อใจดีถามถึงศุวิมลเพราะทราบดีว่าเธอปลื้มเขาไม่น้อย ชายหนุ่มกลับมีสีหน้ายุ่งยากใจเข้ามาแทนที่

แล้ววันเดียวกันนี้ ยอดชายก็ตัดสินใจไปพบศุวิมลที่มหาวิทยาลัยเพื่ออธิบายความจริง แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ยังไม่เชื่อเขาอยู่ดี เดินหนีเขาไปด้วยความรู้สึกสับสนในใจ

ooooooo

ที่ออฟฟิศโมเดิร์นคาร์ ยุพาถูกเทวัญเรียกมาด่าที่ไม่ยอมปล่อยข่าวฉาวที่เกิดขึ้นกับจี๊ด ยุพาแม้จะขี้เม้าท์แต่คราวนี้เธอไม่กล้า เพราะเรื่องแบบนี้ไม่เป็นผลดีกับจี๊ดแน่

“แต่ดีกับฉัน!!” เทวัญตะคอกจนยุพาสะดุ้ง

“คุณเทวัญขา...เจ๊ยอมทำตามคุณทุกอย่างแล้ว แต่เจ๊ขอเถอะนะคะ เจ๊สงสารคนดีๆอย่างคุณยอด คุณเทวัญจะเลวไปถึงไหนคะ”

เทวัญโกรธจัดตบหน้ายุพาอย่างแรง พร้อมกับประกาศกร้าวว่าตนเลวได้มากกว่านี้ ลุงแปลงกับโพเดินเข้ามาเห็นเทวัญตบหน้ายุพาจะจะ อยากรู้ว่าเขาทำร้ายผู้หญิงทำไม เทวัญเอาตัวรอดว่ายุพาขโมยเงินตน ตนจะทำให้เธอถูกไล่ออก

“ไม่ได้นะคะ ยุพาถูกไล่ออกไม่ได้นะ หนี้เพียบเลย”

“เรื่องของแก จนกว่าแกจะยอมรับผิดว่าแกเป็นคนขโมยกระเป๋าเงินฉันไป”

ยุพาหน้าซีดหน้าเสีย แล้วยังต้องมาลำบากใจเมื่อถูกลุงแปลงกับโพคาดคั้นว่าเป็นขโมยจริงหรือเปล่า ตอนแรกยุพาเหมือนจะระบายความจริงที่ถูกเทวัญขู่บังคับ แต่พอนึกถึงความร้ายกาจของเทวัญก็ไม่กล้า...

ทางด้านนายดิ่ง หลังจากเอาน้ำชาที่ป๊อดแอบเก็บไว้ส่งถึงมือหมอเวทย์ พร้อมให้ข้อมูลที่ตนสงสัย หมอจึงรับปากจะเอาชานี้ไปเข้าแล็บตรวจเช็กอย่างละเอียด แต่ตอนนี้หมออยากให้ดิ่งไปเยี่ยมจี๊ดบ้าง เพราะเมื่อเช้าตนเพิ่งไปตรวจดูอาการเธอมา เธออ่อนเพลียและเครียดมาก

ดิ่งเป็นห่วงจี๊ดขึ้นมาทันที คิดอ่านจะช่วยเธอยังไงต่อไป แต่เวลานี้เขาต้องไปจัดการยอดชายก่อน เพราะทราบว่าเขาเก็บตัวไม่ทำงานทำการ โดยดิ่งหนีบเอาศุวิมลไปด้วย หลังจากชี้แจงจนเธอเข้าใจในตัวยอดชายแล้ว

เมื่อศุวิมลเข้าใจ ยอดชายดีใจและมีกำลังใจขึ้นมาก เขาจะใช้พลังของความรักแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ให้จงได้...

แต่ในเวลาเดียวกัน เจตนากำลังหัวเสียอย่างหนักหลังทราบข่าวเม้าท์ว่าลูกสาวของตนถูกยอดชายพาเข้าโรงแรม เขาสั่งรัตนาไปตามยุพามาซักถาม ซึ่งยุพาก็ตอบ หนักแน่นว่าเป็นเรื่องจริง แต่เจตนาไม่เชื่อ และถึงแม้จี๊ดจะมายืนยันด้วยตัวเอง เขาก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี

“ไม่มีใครเชื่อกันทั้งนั้นล่ะค่ะ แต่มันเป็นเรื่องจริง พี่เทวัญคือคนที่ไปช่วยจี๊ดเอาไว้ได้ทันเวลา”

“ยังไงพ่อก็ไม่เชื่อ ไปเรียกยอดชายมา”

“คุณยอดลาพักร้อนค่ะ กว่าจะครบกำหนดก็อีกสองสามวัน” รัตนารีบบอก

“คนที่ไม่ได้ทำผิดต้องหนีหน้าทำไมล่ะคะ รอให้เขากลับมาก่อนก็ได้ ค่อยสำเร็จโทษกัน”

“รัตนา...ไปออกประกาศ ถ้ามีใครในออฟฟิศพูดเรื่องยัยจี๊ดกับยอดชายอีก ฉันจะไล่ออก”

“ห้ามไฟไม่ให้มีควันได้ไงล่ะคะคุณพ่อ พูดกันไปเถอะ จี๊ดไม่แคร์ ดีซะอีก คนที่ทำผิดคิดชั่วจะได้ละอายแก่ใจบ้าง”

“แต่มันทำให้คุณจี๊ดต้องเสื่อมเสีย” รัตนาทักท้วง

“ฉันไม่มีอะไรจะเสีย ใครพูดได้ก็พูดไป จะคิดซะว่ามันคือวัคซีนที่จะทำให้ฉันแข็งแรงขึ้น จี๊ดไปทำงานนะคะคุณพ่อ” จี๊ดลุกเดินออกไป...สร้างความประหลาดใจแก่เจตนาและรัตนามากที่เห็นจี๊ดไม่อ่อนไหว...

หลังจากเคลียร์เรื่องยอดชายกับศุวิมลได้แล้ว ดิ่งเดินหน้าเรื่องตัวเองบ้าง เขามาปรากฏตัวที่โมเดิร์นคาร์อ้างตัวเป็นลูกค้าที่ต้องการพบจี๊ด รัตนากรุยทางให้โดยดี โดยไม่ให้ใครเข้าไปยุ่ง แม้แต่ รปภ.ที่จี๊ดจะให้เข้ามาลากตัวดิ่งออกไป

ดิ่งยั่วเหย้าต่อปากต่อคำกับจี๊ดเพราะทราบดีว่าเธอยังมีใจให้เขาอยู่ ยิ่งพอเธอปากแข็ง เขาก็ยิ่งแกล้งจนเธอหัวเสียเต้นแร้งเต้นกาน่าเอ็นดู

“ฉันบอกให้ออกไปได้แล้ว”

“ก็ รปภ.คุณยังไม่มา ผมก็ยังไม่ไป ยังไม่ได้คุยเรื่องงานของผมเลย”

“บริษัทฉันไม่รับคุณเป็นลูกค้า”

“งั้นผมคงต้องไปคุยกับคุณพ่อคุณ”

“เรื่องนี้ท่านให้ฉันตัดสินใจ”

“งั้นฟังไว้ เอาไว้พิจารณา...ผมมีออเดอร์จากเพื่อนสนิทที่ต้องการรถยี่ห้อที่คุณเป็นผู้แทนจำหน่ายหลายคันอยู่ และจะสั่งทุกปีด้วย เพื่อเป็นรถประจำตำแหน่งให้กับผู้บริหาร...สนใจมั้ย”

“มาบอกฉันทำไม”

“ผมแค่อยากช่วยเพื่อนผม”

“แต่ฉันไม่...”

“ไม่ต้องห่วง...ผมไม่ได้ช่วยคุณ บอกแล้วว่าผมช่วยเพื่อนผม โอเค...ไว้ค่อยให้คำตอบผมก็ได้ แต่อย่าช้านะ เพราะมีคู่แข่งรอฉกอยู่เหมือนกัน”

เขาไม่พูดเปล่า เดินเข้าหาจนเธอถอยไปชนโต๊ะ เขายิ่งชอบใจที่แกล้งเธอได้ ทำท่าจะโอบแต่โดนเธอผลักจนเซออกมา

“เลิกแกล้งฉันสักที ออกไปให้พ้น นายมันสกปรกทั้งตัวและหัวใจ ฉันรังเกียจและขยะแขยงนายที่สุด และนายก็น่าจะรู้แล้วนะ ว่าคำตอบของฉันเรื่องออเดอร์ที่นายเอามาเสนอมันคืออะไร ฉันไม่มีทางดีลกับนาย เพราะฉันไม่ไว้ใจนาย”

“และไม่ไว้ใจคุณยอดชาย แต่ไว้ใจนายเทวัญ?”

“ใช่! จบมั้ย!”

“จบแน่ เพราะสุดท้ายคุณจะไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่ความภาคภูมิใจในตัวเอง เพราะความดื้อที่ไม่ยอม ฟังใคร...ไม่รู้จะนิยามตัวคุณว่าอะไรดี”

“กลับไปซะนายดิ่ง”

“รู้แล้ว...คุณมันเป็นประเภทสวยแต่รูปจูบไม่หอม หรือไม่ก็สวยแต่โง่ หรือไม่ก็...”

จี๊ดทนไม่ไหว ด่าและปาข้าวของใส่เขาพัลวัน แต่แล้วเธอต้องหยุดชะงักและผละไปจากดิ่งทันทีที่เจตนาโทร.มาบอกข่าวบางอย่าง

รัตนาแอบถ่ายคลิปเทวัญให้เงินยุพาได้โดยบังเอิญแล้วนำมาส่งต่อเจตนา เจตนาจึงเรียกจี๊ดมาดูหลักฐาน เพราะสงสัยว่าเทวัญจะเป็นตัวการกลั่นแกล้งยอดชาย ซึ่งเขาจะเรียกทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้มาสอบสวนหาความจริง

“ทุกคนต่างมีความจริงของตัวเอง ไม่ได้ผลหรอกค่ะคุณพ่อ”

“ยัยจี๊ด แกเป็นอะไร อย่างน้อยพ่อก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับยอดชาย”

“อย่าเลยค่ะ”

“นั่นเพื่อนรักของแกนะจี๊ด”

“เคยเป็นค่ะ แต่ตอนนี้ไม่ใช่”

“จี๊ด...อย่าทำตัวไม่มีเหตุผล”

“นี่เป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆค่ะ จี๊ดขอโทษถ้าทำให้ทุกคนผิดหวัง จี๊ดขออนุญาตไล่ยอดชายออกจากงาน แต่ถ้าคุณพ่อไม่อนุญาต จี๊ดก็จะเป็นคนลาออกเอง”

“นี่ขู่พ่อเหรอ”

“ไม่ได้ขู่ค่ะ จี๊ดทำจริง ขอตัวไปจัดการเคลียร์เรื่องวุ่นวายทั้งหมดก่อนนะคะ” จี๊ดลุกขึ้นเดินออกไปโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น

เจตนาหนักใจความดื้อดึงของลูกสาว บ่นกับรัตนาว่าทำไมจี๊ดถึงไม่ฟังอะไรบ้างเลย

“ท่านคะ บางทีตอนนี้อาจจะต้องปล่อยให้คุณจี๊ดทำในสิ่งที่ต้องการไปก่อนดีกว่านะคะ น้ำเชี่ยวอย่าเพิ่งขวางเรือ”

“แต่ฉันเสียดายคนดีมีฝีมืออย่างยอดชาย”

ในที่สุด จี๊ดก็ไล่ยอดชายออกจากงานท่ามกลางความตกใจของพวกลุงแปลงและฝ่ายบริการฯ แต่สะใจสมใจเทวัญอย่างที่สุด...เมื่อดิ่งทราบเรื่องจึงชวนยอดชายมาทำงานด้วยกัน แต่ถูกเขาปฏิเสธเพราะกลัวจะเป็นเหตุผลให้เทวัญยิ่งโจมตีพวกเรา ลุงแปลงเห็นด้วย เพราะตอนนี้อะไรๆเทวัญก็โยนให้เป็นความผิดบริษัทของดิ่งทั้งนั้น ซึ่งจี๊ดก็เชื่อทุกอย่าง

“ทั้งหมดนี้ทำให้เรามั่นใจได้ว่านายเทวัญต้องการกำจัดพวกเราไม่ให้อยู่ใกล้คุณจี๊ด”

ยอดชายเชื่อในข้อสรุปของดิ่ง แต่ยังวิเคราะห์ต่อไปว่าทั้งหมดทั้งมวลที่เทวัญทำ ไม่น่าจะเป็นเพราะหึงหวงจี๊ดอย่างเดียว น่าจะมีเหตุผลอื่นแอบแฝง ซึ่งพวกเราต้องสืบกันต่อไป

ooooooo

หลังจากกำจัดยอดชายได้แล้ว เทวัญนัดพบมารศรี เพื่อเคลียร์เรื่องที่เธอมีสัมพันธ์สวาทกับทันวิทย์ซึ่งเขาต้องการให้เธอเลิกติดต่อกัน แต่การมาครั้งนี้ของมารศรีเธอพกปืนมาด้วย ทำให้เทวัญไม่พอใจใช้กำลังข่มเหงขืนใจเธอราวสัตว์ป่าล่าเหยื่อ

หลังจากเสร็จสมอารมณ์หมายแล้ว เทวัญกลับมาที่คอนโดฯ และพบว่าจี๊ดมารออยู่ ทั้งจี๊ดและทันวิทย์ที่นั่งคุยอยู่ด้วยกันตกใจเมื่อเห็นรอยขาดตรงไหล่เสื้อเทวัญ พอพวกเขาทักถาม เทวัญก็อ้างว่าถูกเพื่อนแกล้งดึงจนเสื้อขาด

จี๊ดไม่ติดใจอะไร แต่ทันวิทย์ไม่เชื่อ นึกถึงมารศรี จึง โทร.ไปหาแต่เธอไม่รับสาย แต่แล้ววันรุ่งขึ้นเหมือนคิดอะไรได้ เธอกลับเป็นฝ่ายนัดทันวิทย์มาพบในโรงแรมเดิมที่โดนเทวัญย่ำยีข่มเหง ก่อนจะยัดเยียดปืนให้เขาเอาไปจัดการเทวัญเป็นการแก้แค้น และเพื่อยืนยันคำพูดที่เขาบอกว่ารักเธอจริงๆ ดังนั้นเขาต้องทำได้เพื่อเธอ...

เทวัญพอใจมากที่ระยะนี้จี๊ดเอาใจเขาเป็นพิเศษ วันนี้ทั้งคู่ไปเดินเล่นในสวนสาธารณะร่มรื่น โดยไม่รู้ว่าดิ่งกับยอดชายแอบสะกดรอยตาม ดิ่งเห็นเทวัญใกล้ชิดแตะต้องเนื้อตัวจี๊ดก็แอบเจ็บ ขณะที่ยอดชายไม่สบอารมณ์ทำท่าจะทนไม่ไหวอยากเข้าไปตะบันหน้าเทวัญสักเปรี้ยงแต่ถูกดิ่งห้ามไว้ไม่ให้บุ่มบ่ามจนเสียเรื่อง

ขณะคู่รักกำลังสวีตหวานพูดคุยเรื่องแต่งงานกันอยู่นั้น มีชายท่าทางลึกลับคนหนึ่งเหมือนจ้องทำอะไรพวกเขา ดิ่งกับยอดชายซุ่มจับตามองตลอดเวลาและนึกไปถึงไอ้ด้วง กลัวมันย้อนกลับมาทำร้ายเทวัญแล้วจี๊ดจะพลอยโดนลูกหลงไปด้วย พอเห็นเขายิ่งเข้าใกล้ สองหนุ่มจึงปรากฏตัวช่วยกันจับ แต่กลายเป็นว่าต้องหน้าแตกเพราะเข้าใจผิด แถมจี๊ดยังจับได้ด้วยว่าพวกเขาแอบตามเธอกับเทวัญมา
เมื่อโดนจี๊ดคาดคั้น ดิ่งกับยอดชายพูดไม่ออกบอกไม่ถูก พากันเดินหนีไปดื้อๆ ทำให้จี๊ดยิ่งสงสัย ในขณะที่เทวัญเริ่มร้อนใจ คิดว่าสองคนนี้ต้องตามสะกดรอยตัวเองแน่ๆ

เมื่อสงสัยแล้วจี๊ดไม่ปล่อยผ่าน ค่ำวันนั้นเองเธอตามไปคาดคั้นดิ่งถึงบ้าน แต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรจากเขา นอกจากว่าเป็นความบังเอิญ

“คิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ” จี๊ดฮึ่มฮั่มเดินตามดิ่งไปทั่วบ้าน ดิ่งรำคาญหนักเลยหนีเข้าห้องน้ำ แต่เธอก็ยังยืนเฝ้าหน้าประตู กระทั่งป๊อดเข็นรถเศกผ่านมาเห็น เธอหน้าเจื่อน ยกมือไหว้เศกและแนะนำตัวเองอย่างเขินๆ ก่อนจะถูกป๊อดเชิญกลับไปตามคำสั่งของดิ่ง

ขณะป๊อดเดินออกมาส่งจี๊ดหน้าบ้าน ศุวิมลเพิ่งกลับมา เธอทักทายจี๊ดด้วยดี และตกใจหลังฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นวันนี้ที่สวนสาธารณะ หลังจากจี๊ดกลับไปแล้วศุวิมลจึงมารบเร้าเอากับพี่ชาย อยากรู้ที่มาที่ไปมันยังไงกันแน่

เมื่อรู้ว่าดิ่งกับยอดชายเอาตัวเองเข้าเสี่ยงเพื่อจับผิดเทวัญ ศุวิมลเป็นห่วงพวกเขา เผลอพูดเสียงดังด้วยความตกใจ

“มันอันตรายมากเลยนะพี่ดิ่ง คุณยอดก็นะ ปล่อยให้พี่ดิ่งทำแบบนี้ได้ยังไง”

“ใจเย็นก่อนศุ เบาๆสิ เดี๋ยวมารศรีเข้ามาได้ยิน”

“ขอโทษค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ รายนั้นพอมีตาป๊อดมาช่วยก็หายหัวไม่ค่อยอยู่บ้าน ป่านนี้ไม่รู้ไปไหนต่อไหน”

“ทำให้พี่ไม่มีหลักฐานพอที่จะเอาผิดมารศรีได้ว่าทำอะไรกับคุณพ่อบ้าง”

“ยัยนั่นมันร้าย ไม่เผลอตัวง่ายๆหรอก”

“ศุ...เก็บทุกอย่างเป็นความลับนะ อย่าเผลอตัวพูดออกไปว่าพี่ทำอะไรบ้าง พี่ไม่อยากให้มารศรีรู้ตัว”

“พี่น่าจะบอกคุณจี๊ดว่ากำลังทำอะไรอยู่”

“คุณจี๊ดกำลังมีอคติ พูดไปก็เท่านั้น”

“ก็ถ้าพี่ไม่พูด เธอก็จะยังคงอคติอยู่อย่างนี้”

“ให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกยังจะง่ายกว่าเปลี่ยนความคิดคุณจี๊ด”

พูดแล้วดิ่งตัดบทด้วยการเดินหนีน้องสาวทันที...ศุวิมล เซ็งจัด บ่นพึมว่าพอกันทั้งคู่ ไม่พูดแล้วจะเข้าใจกันได้ยังไง

ooooooo

ทันวิทย์ทั้งรักและสงสารมารศรีมากถึงกับคิดฆ่าพี่ชายตัวเองตามคำสั่งเธอ แต่เพราะความอ่อนหัดทำให้เขาพลาด ถูกเทวัญตบเปรี้ยงจนปืนกระเด็นหลุดจากมือ

“ไอ้ทันวิทย์...นี่แกคิดจะฆ่าฉันด้วยปืนของนังมารศรี ใช่มั้ย”

“ไม่ใช่ คุณมารศรีไม่เกี่ยว”

“ไอ้น้องโง่ ไม่รู้ตัวหรือไงว่าแกกำลังถูกมันยืมมือทำร้ายฉัน” เทวัญเงื้อมือจะตบทันวิทย์อีก ทันวิทย์ยกมือไหว้ขอร้อง

“ผมขอร้องนะพี่ ปล่อยคุณมารศรีไปเถอะ พี่ทำร้ายเธอมามากพอแล้ว คุณมารศรีเธอน่าสงสารนะพี่ ปล่อยเธอไปเถอะนะ เห็นแก่ผมเถอะนะ ผมทนเห็นเธอเสียใจเพราะพี่ไม่ได้อีกแล้ว”

ทันวิทย์กอดขาเทวัญ ขอร้องเหมือนจะขาดใจ เทวัญมองน้องอย่างเดือดดาล

“แกตอบฉันมาก่อน นังมารศรีมันใช้ให้แกทำแบบนี้ใช่มั้ย”

ทันวิทย์ร้องไห้ส่ายหน้าไม่ยอมรับ แต่เทวัญไม่เชื่อ และอาฆาตแค้นจะเอาคืนมารศรีให้ถึงที่สุด ครั้นเช้าขึ้นแอบได้ยินทันวิทย์โทร.รายงานมารศรีว่าทำงานไม่สำเร็จ เทวัญยังอารมณ์ค้างจึงเข้ามากระชากโทรศัพท์ไปพูดเอง

“เธอกับฉันเห็นจะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้แล้วนะมารศรี”

“ไอ้เทวัญ!” มารศรีอุทานหน้าตาตื่น

“ไง ตกใจมากหรือไง...ไอ้ทันวิทย์มันไก่อ่อนเกินกว่าจะทำตามคำสั่งเธอได้”

“คำสั่งอะไร”

“ไม่ต้องทำเป็นไม่รู้เรื่อง เตรียมรอรับผลของการหักหลังได้เลย” เทวัญเขวี้ยงโทรศัพท์มือถือทิ้งแล้วหันไปชี้หน้าทันวิทย์ “จำไว้นะ ว่าฉันจะไม่มีโอกาสให้แกอีก ถ้าแกเห็นคนอื่นดีกว่าฉัน ฉันจะฆ่าแกทิ้งซะ”

เทวัญเดินออกไปอย่างฉุนเฉียว ทิ้งทันวิทย์นั่งอึ้ง เครียดและสับสน ฝ่ายมารศรีก็เครียดมากเช่นกัน คิดหนักเพื่อหาทางหนีทีไล่เอาตัวรอด

แล้วสายวันนี้เอง มารศรีก็ตามดิ่งไปถึงบริษัท เข้ามาพูดจาออดอ้อนอ่อนหวาน แถมจู่โจมนั่งตักเขาอย่างรวดเร็วจนเขาตั้งตัวไม่ทัน จังหวะนี้เอง จี๊ดฝ่าด่านเลขาหน้าห้องเข้ามาเห็นภาพนี้จังๆ ถึงกับชะงักไปด้วยความเสียใจ เจ็บใจ...

ตอนที่ 11

หลังจากโดนเทวัญกระทำย่ำยีจนสาแก่ใจ มารศรีพาร่างกายอันอ่อนล้าหมดแรงออกมาเจอทันวิทย์ที่ยังปักหลักรอเธออยู่

ทันวิทย์ทั้งรักและสงสาร...สวมกอดมารศรีแล้วบอกว่า “ผมรักคุณ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นยังไง ผมก็รักคุณนะ”

“เหรอ...ถามหน่อย ทำไมถึงรักฉัน”

“ผม...” เขาอึกอักตอบไม่ถูก

“ตอบมาสิ ทำไมถึงรักฉัน ฉันมีอะไรดี ไม่เห็นเหรอ ฉันถูกพี่ชายเธอย่ำยี ยังจะรักฉันอยู่อีกเหรอ โง่หรือเปล่า”

“ผมไม่ได้โง่ ผมยิ่งสงสารคุณ”

“แต่ฉันไม่ต้องการความสงสารจากใคร”

“ผมรักคุณ รักจริงๆ” ทันวิทย์ยืนยันทั้งน้ำตาซึมๆ

“ไม่เคยมีใครรักฉัน ต้องการฉันจริงๆหรอก ไม่มี!!” มารศรีร้องไห้เสียใจวิ่งเตลิดออกไป ทันวิทย์ยืนซึมด้วยความปวดร้าว พอเห็นพี่ชายเดินผิวปากอารมณ์ดีออกมา ก็พุ่งเข้าใส่จะทำร้ายเขา

“พี่มันเลว!!!”

เทวัญหลบทันท่วงที และบิดข้อมือน้องชายจนร้องโอ๊ย!!

“ฉันไม่ได้เลวน้อยไปกว่านังนั่นหรอก หัดฉลาดได้แล้วไอ้น้องโง่...แกไม่ควรเสียใจ ให้ค่ากับผู้หญิงเหลือเดนแบบนั้นจนต้องมาทำร้ายฉัน ไม่งั้นแกได้ไสหัวออกไปนอนข้างถนนแน่”

เทวัญผลักน้องชายล้มคว่ำไม่เป็นท่า แล้วเดินหนี อย่างหัวเสีย...ฝ่ายมารศรีที่ออกจากที่นั่นมา เธอเดินน้ำตา ไหลพรากด้วยความเจ็บปวดเคียดแค้น แล้วนึกย้อนถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ถูกเทวัญฉุดกระชากลากเข้าไปข่มขืนใน ห้อง แถมมันยังสำทับด้วยว่า

“ถ้าแกไม่ยอมทำให้ไอ้ดิ่งหายไปจากชีวิตของน้องจี๊ด เรื่องของเราคืนนี้จะต้องถึงหูผัวแก่ของแก”

“แล้วแกไม่กลัวเรื่องนี้จะถึงหูน้องจี๊ดของแกบ้างหรือไง”

“ไม่กลัว...เพราะน้องจี๊ดไม่มีทางเชื่อแก ไม่เคย มีผู้หญิงคนไหนทำให้น้องจี๊ดเชื่อได้ว่าฉันนอกใจ”

“อย่ามั่นใจในตัวเองนักเลย”

“ลองดูก็ได้นะ แต่รับรองว่างานนี้คนที่เสียคือแก ไม่ใช่ฉัน”

“ไอ้คนชั่ว ชั่วยิ่งกว่า...” เธอด่าได้แค่นั้นก็ถูกเทวัญ ตบเปรี้ยง

“ถ้าไม่เชื่อฉันและไม่ทำตามที่ฉันสั่ง แกจะถูกฉันเล่นงานจนไม่เหลือดี จำไว้!”

คิดมาถึงตรงนี้ มารศรีแค้นแทบกระอัก คำรามลั่น “ฉันเกลียดแก...ไอ้เทวัญ นังจี๊ด ฉันเกลียดแก!!”

ooooooo

ในเวลาเดียวกันที่บ้านเจตนา...จี๊ดกำลังก่นด่านายดิ่งที่ทำให้เธออกหักยับเยิน “คนบ้า ไอ้บ้า ไม่มี หัวใจ ไม่ใช่คน...บ้าที่สุด”

ด่าเสร็จก็สะอึกสะอื้นอย่างยากที่จะทำใจ  สำรวยเลียบเคียงเข้ามาดู แต่ฉับพลันทันใดก็ต้องแจ้นกลับไปเพราะจี๊ดตาขวางใส่อย่างน่ากลัว วันดีกับเพ็ญยืนมองจากอีกมุม สงสัยกันว่าจี๊ดเป็นอะไร ทำไมอารมณ์ขึ้นๆลงๆ ทั้งที่ยังสาวยังแส้แต่ทำตัวเหมือนวัยทอง

“ป้าเพ็ญไปดูเขาหน่อยไป” วันดีเอ่ยปาก

“แล้วคุณผู้หญิงไม่...”

“เข้าไปก็ได้ทะเลาะกันไม่จบ เดี๋ยวนี้ลูกมันไม่ค่อยอยากจะคุยกับฉันหรอก ฉันมันหมาหัวเน่า ไม่เหมือนนังเมียน้อยนั่น”

วันดีเดินหงุดหงิดออกไป เพ็ญถอนใจเฮือก มองหนูจี๊ดของตนด้วยความสงสาร พอออกมาตามให้เข้าบ้านพักผ่อน จี๊ดก็ปฏิเสธนิ่งๆ ป้าเพ็ญจึงใช้น้ำเย็นเข้าลูบ

“คุณหนูจี๊ดเป็นอะไรคะ”

“จี๊ดเจ็บและไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอะไรเลย จี๊ดพยายามมีสติ คิดว่าคงมองคนไม่ผิด แต่แล้ว...ความเชื่อของจี๊ดก็ถูกทำลาย เพราะอะไรก็ไม่มีเหตุผลอธิบายให้เข้าใจ จี๊ดกลายเป็นคนโง่ที่ยืนเคว้งคว้างอยู่ในความมืด เหมือนคนตาบอด ไม่รู้จะไปทางไหนดี...ยังเหลืออะไรให้จี๊ดได้เชื่อมั่นได้อยู่อีกคะ ป้าเพ็ญ”

เพ็ญงุนงงตอบไม่ถูก ได้แต่ถอยห่างออกมาเงียบๆ ไม่รบกวนจี๊ดอีกต่อไป

ooooooo

ข้างฝ่ายนายดิ่ง...หลังจากทำร้ายจิตใจจี๊ดแล้ว เขาตัดสินใจกลับมาที่บ้านพ่อ ปรากฏตัวให้ท่านรู้ว่าเขายังไม่ตาย พร้อมบอกเหตุผลกับท่านว่า

“ผมจำเป็นต้องปล่อยข่าวอย่างนั้น เพื่อตามจับตัว คนร้ายครับ แต่ว่ามันก็รอดตัวไปจนได้ ผมจึงกลับมา”

“พ่อดีใจนะที่แกกลับมา พ่อขอโทษนะลูก พ่อขอโทษ”

“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษคุณพ่อ”

“ดิ่ง...กลับมาอยู่บ้านเรานะ”

“ครับ ผมจะกลับมาอยู่ที่นี่ ผมจะไม่หนีไปไหน อีกแล้ว”

เศกกอดลูกชายด้วยความรักและความคิดถึง

ศุวิมลยืนมองน้ำตาซึมซาบซึ้งใจ

“ตอนนี้...พ่อรู้แล้วว่าใครกันแน่ที่รักพ่อมากที่สุด และมีความหมายกับพ่อมากที่สุด”

ดิ่งและศุวิมลดีใจที่ได้ยินคำพูดประโยคนั้นของพ่อ หลังจากนั้นศุวิมลพาพ่อขึ้นไปนอน เสร็จแล้วกลับลงมาคุยกับดิ่งที่ดูเคร่งเครียดเหมือนมีอะไรในใจ แต่เมื่อเธอถามเขาว่าคิดจะทำอะไรกันแน่ ดิ่งกลับทำไขสือ

“หมายความว่ายังไง”

“ศุรู้ว่าพี่ดิ่งคงไม่ยอมกลับบ้านมาง่ายๆแน่ ถ้าไม่คิดจะทำอะไร”

“พี่อยากกลับมาช่วยศุดูแลคุณพ่อ ก็แค่นั้น”

“กลับมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับผู้หญิงอสรพิษที่เคยทำพี่ดิ่งเสียใจจนเสียผู้เสียคนคนนั้นแบบปรองดองน่ะเหรอ ศุไม่เชื่อ”

“เชื่อเถอะ ไม่มีอะไรจะดีไปกว่า...การยอมปรองดองกับมารศรีอีกแล้ว”

“ศุไม่เข้าใจพี่ดิ่งเลย” ศุวิมลบ่นเสร็จก็ผละไปอย่าง หงุดหงิด จึงไม่ได้ยินสิ่งที่พี่ชายพูดขึ้นมาอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ

“ให้พี่กระชากหน้ากากของมารศรีสำเร็จ ถึงตอนนั้นศุจะเข้าใจพี่”

ooooooo

มารศรีมาถึงบ้านกลางดึก โดยไม่รู้ว่าดิ่งกลับมาแล้ว เธออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเข้านอนตามปกติ แต่ไม่ทันหลับ เศกรู้สึกตัวถามเธออย่างไม่พอใจว่า ไปไหนมา?

“ฉันไปนอนกับคนอื่นมาค่ะ”

เธอตอบหน้าตาเฉย เศกแทบไม่เชื่อหู ถามย้ำว่าพูดจริงหรือพูดเล่น

“ฉันพูดจริง”

ความอดทนของเศกหมดลงทันที เขาตบหน้าเธอ ฉาดใหญ่ พร้อมเกิดอาการหัวใจกำเริบหอบสั่นไปทั้งตัว

“คุณไม่เคยรักผมเลยตั้งแต่แรกใช่ไหม”

“ใช่! ฉันไม่เคยรักคุณเลย ได้ยินมั้ยไอ้แก่”

“คุณศรี...” เศกครางออกมาด้วยความเจ็บปวด ผิดหวัง...มารศรียังไม่สะใจ เดินเข้ามาใกล้ พูดใส่หน้าเขาอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“ฉันรักดิ่ง แต่ฉันพลาดเองที่เห็นเงินของคุณสำคัญ กว่าหัวใจของตัวเอง กว่าฉันจะรู้ตัวมันก็สายเกินไป ตอนนี้ดิ่งไม่อยู่แล้ว...แล้วคุณจะอยู่ไปทำซากอะไร เป็นคนผลักไสให้ดิ่งไปตาย คุณต้องรับผิดชอบ ได้ยินมั้ย”

เศกยันตัวลุกขึ้นแต่โงนเงน  อาการกำเริบรุนแรงถึงกับล้มลงเสียงดังโครมคราม ดิ่งกับศุวิมลได้ยินเสียงรีบวิ่งมาเคาะประตูเรียก นั่นเองมารศรีถึงรู้ว่าดิ่งอยู่ในบ้านหลังนี้

มารศรีตกใจมาก คิดหาทางเอาตัวรอดด้วยการ ไปเปิดประตูห้องแล้วร้องไห้โฮ

“ช่วยคุณเศกด้วย ช่วยด้วยค่ะ”

สองพี่น้องเข้าประคองเศกที่หมดสติไปแล้ว มารศรีลอบยิ้มสาสมใจ ก่อนจะบีบน้ำตาต่อไปอย่างตกใจทำอะไรไม่ถูก...

ooooooo

สายวันรุ่งขึ้น เจตนาทราบข่าวเศกอาการโคม่าอยู่โรงพยาบาลจึงปรึกษารัตนาว่าตนควรไปเยี่ยมเขาดีหรือไม่

“ไม่มีอะไรไม่ดีหรอกค่ะ ในเมื่อท่านไปด้วยมิตรภาพ”

“เขาจะคิดอย่างนั้นหรือเปล่า”

“เขาจะคิดยังไงไม่สำคัญเท่ากับที่เราคิดหรอกค่ะ”

เจตนามองรัตนาอย่างพึงพอใจ แววตาลึกซึ้งฉายชัดออกมาจนรัตนารู้สึกได้รีบหลบตาวูบ วกเข้าเรื่องงานทันที

“นี่ค่ะ ตารางงานของวันนี้ ดิฉันขอตัวไปดูคุณจี๊ดก่อนนะคะ” รัตนารีบเกินไปจนเดินสะดุดขาตัวเองเกือบล้มถ้าเจตนาเข้ามารับไว้ไม่ทัน

ยามใกล้ชิดกัน...ทั้งคู่ตกอยู่ในภวังค์ จี๊ดเดินเข้าไปเห็นพอดี...รีบถอยออกมาแอบดูเงียบๆอย่างจับสังเกต

“ขอประทานโทษค่ะ ดิฉันซุ่มซ่ามจริงๆ ขอตัวนะคะ”  รัตนาผละออกจากอ้อมแขนเจตนาแล้วเดินออกไปทันที

จี๊ดเห็นดังนั้นรีบก้าวตามไปถามรัตนาด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจนักว่า

“คุณพ่อหาเลขาคนใหม่ได้แล้ว ทำไมไม่ปล่อยให้เขาทำงาน เธอยังไปวนเวียนอีกทำไม”

รัตนาสะดุ้ง รู้ได้ทันทีว่าจี๊ดไม่ไว้ใจ “วันนี้เลขาท่านลาป่วยค่ะ ดิฉันเลยต้องทำหน้าที่แทนชั่วคราว”

จี๊ดเพ่งมองรัตนาอย่างอ่านความรู้สึก ทำให้รัตนาอึดอัดมากยิ่งขึ้น ไม่ค่อยกล้าสู้หน้าจี๊ด

ooooooo

ที่บ้านเศก...ศุวิมลไม่มีกะจิตกะใจไปสอนหนังสือ เธออยากไปเฝ้าพ่อที่โรงพยาบาลแต่ดิ่งไม่ยอม คะยั้นคะยอน้องสาวให้ไปทำหน้าที่ของตัวเอง

“คุณพ่ออาการหนักขนาดนี้ ศุจะไปอยู่กับคุณพ่อ”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า”

“ไม่เป็นไรเหรอคะ ลุงหมอบอกว่าคุณพ่ออาจจะเป็นอัมพาต”

“แต่ก็อาจจะไม่เป็น...คุณพ่อต้องหาย” ดิ่งปลอบน้อง ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจว่าพ่อจะหาย “ไปทำงานเถอะไป ศุไปก็ทำอะไรไม่ได้ ลุงหมอห้ามเยี่ยมเด็ดขาด ไม่เห็นเหรอ ลูกศิษย์ต้องการศุนะ คนดูแลคุณพ่อมีอยู่แล้ว”

“ยัยมารศรีน่ะเหรอ ศุไม่ไว้ใจ”

“อย่างอแงสิ ศุไปทำหน้าที่ของศุ ส่วนทางนี้พี่ดูแลเอง ไม่ต้องห่วง”

ศุวิมลจนใจยอมไปแต่โดยดี ส่วนดิ่งเดินมาที่โต๊ะอาหารเห็นแม่บ้านกำลังจัดเตรียม เขาถามอย่างแปลกใจว่าใครให้ทำ

“ฉันเองค่ะ” มารศรีเยื้องย่างเข้ามาด้วยรอยยิ้มหวานๆ สั่งแม่บ้านว่า “ไปเตรียมของให้ฉันไปเฝ้าไข้คุณเศก ทางนี้ฉันจัดการเอง”

ครั้นแม่บ้านออกไปแล้ว มารศรีถือโอกาสควงแขนดิ่งมานั่งโต๊ะ แต่ดิ่งขืนตัวไม่ไว้ใจเธอ

“นั่งก่อนนะคะ ทานอะไรก่อน แล้วเดี๋ยวเราค่อยไปโรงพยาบาลพร้อมกัน...ทำไมตัวแข็งเชียวคะ ไม่เอาน่า ทำตัวสบายๆเถอะ กลัวเหรอ”

“เปล่า”

“อย่ากลัวเลย ฉันไม่เคยคิดร้ายกับคุณ ฉันดีใจมากที่รู้ว่าคุณยังมีชีวิต มันทำให้ฉันมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง รู้ไหมคะดิ่ง”

ดิ่งไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ มารศรีวางตัวปกติกินอาหารเช้าไปเงียบๆ พลางชำเลืองมองดิ่งที่ไม่แตะต้องอะไรเลย

“ทำไมไม่ทานอะไรเลยล่ะคะ”

“ผมไม่หิว”

“เป็นห่วงคุณพ่อ?”

“ใช่ ไม่มีใครกินอะไรลง ยกเว้นคุณ”

“ฉันคือภรรยาคุณเศก ฉันมีหน้าที่ต้องดูแลเขา ซึ่งไม่รู้จะหนักหนาสาหัสแค่ไหน ฉันต้องทานค่ะ เพื่อความพร้อมของตัวเอง ทำไมอคติกับฉันจัง”

“ผมขอโทษ ผมอาจจะรู้สึกเครียดมากเกินไป”

“อย่าเครียดสิคะ เราเป็นครอบครัวเดียวกันเรา ต้องช่วยกัน ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ไม่ทอดทิ้งไปไหน ฉันสัญญา”

“ขอบคุณที่รู้หน้าที่ของตัวเอง ผมก็จะทำหน้าที่ของผมเหมือนกัน...ขอตัว” ดิ่งตัดบทอย่างใจเย็น เพราะมีแผนบางอย่างในใจ แต่มารศรีไม่ได้เอะใจ มองตามเขาไปอย่างมุ่งมาดปรารถนา

“ฉันจะไม่ยอมให้คุณทิ้งฉันไปไหนอีกแล้วเหมือนกัน ฉันลงทุนกับคุณมามากแล้ว”

ooooooo

จี๊ดสร้างผลงานดีเด่นอีกแล้วด้วยการทำให้ทางบริษัทรถที่สวีเดนยอมรับโมเดิร์นคาร์เป็นดีลเลอร์รายเดียวของเมืองไทย งานนี้จี๊ดเลยได้รับคำชมจากพ่อจนยิ้มหน้าบาน

รัตนาเองก็เป็นปลื้มไปกับจี๊ด เธอแสดงความยินดีก่อนจะรับคำสั่งจากจี๊ดให้ไปบอกฝ่ายการตลาดเตรียมตัวประชุมในบ่ายนี้ และเมื่อรัตนากลับออกไปแล้ว จี๊ดที่เหมือนรอโอกาสอยู่ตามลำพังกับพ่อก็ยิงตรงด้วยคำถามที่ทำให้เจตนาถึงกับสะอึกอึ้ง และกลายเป็นหงุดหงิด

“คุณพ่อคิดยังไงกับรัตนากันแน่”

“พ่อไม่ได้คิดอะไร ทุกอย่างมันยังเหมือนเดิม”

“แน่ใจเหรอคะ”

“แน่ใจเหรอ? แกหมายความว่ายังไง”

“แต่จี๊ดเห็นสายตาที่คุณพ่อมองรัตนามันไม่เหมือนเดิม จี๊ดเข้าใจค่ะ ว่าความรู้สึกของคนเรามันเปลี่ยนกันได้ และจี๊ดก็รู้แล้วว่ารัตนาเป็นคนน่ารักและเป็นคนดี ใครได้อยู่ใกล้ย่อมเกิดความรู้สึกที่ดีด้วยได้ไม่ยาก แต่ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นได้ แต่เราจะปล่อยให้มันเติบโตต่อไปไม่ได้หรอกค่ะคุณพ่อ”

“ทำไมล่ะ”

“ความจริงกับความฝันมันอยู่กันคนละฝั่งค่ะ” จี๊ดพูดอย่างเจ็บปวด เพราะตัวเองก็ตกอยู่ในสภาพนี้เช่นกัน

เมื่อออกจากห้องพ่อมาแล้ว จี๊ดเดินเหม่อลอยน้ำตาคลอจนไปชนกับดิ่งเข้าอย่างจัง แวบแรกที่เห็นเขา เธอเผลอยิ้มด้วยความดีใจ แต่พอนึกได้ว่าเขาไม่ไยดีเธอแล้ว ก็เชิดหน้าปั้นปึ่งใส่

“ผมมาพบคุณเจตนา” ดิ่งพูดเรียบๆ

“กล้ามากนะที่มาเหยียบที่นี่ มีธุระอะไรไม่ทราบคะคุณศยาม”

“ผมมีธุระกับคุณเจตนา”

“คุณพ่อไม่อยู่ และคิดว่าท่านคงไม่อยากพบคุณเหมือนกัน”

“มาพบฉันเหรอดิ่ง เชิญสิ” เสียงเจตนาดังมาก่อนตัว ดิ่งเลยได้ทียิ้มเย้ยจี๊ด

“ทีหลังอย่าคิดแทนคนอื่น เพราะมันไม่ถูกต้องเสมอไปหรอก”

“ฉันคิดแทนพ่อฉัน เพราะฉันต้องการปกป้องท่านจากคนปลิ้นปล้อนเชื่อไม่ได้อย่างนาย”

“อย่าตัดสินผม” ดิ่งทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนหันไปยกมือสวัสดีเจตนา จี๊ดเจ็บใจสะบัดพรืดจะไป แต่เจตนาเรียกไว้

“เดี๋ยวก่อนจี๊ด...บอกแม่บ้านให้ช่วยหาเครื่องดื่มมาให้นายดิ่งด้วยนะ”

“ไม่บอกค่ะ เพราะไม่ให้กิน...เปลือง!!” จี๊ดกระแทกกระทั้นออกไป เจตนาถึงกับส่ายหน้าบอกดิ่งว่า

“ยังเหมือนเดิม อย่าไปถือสาเลยนะ”

“ผมเข้าใจเธอดีครับ”

“แต่ฉันไม่เข้าใจเธอเลย...ดิ่ง” ว่าแล้วเจตนาก็เดินนำดิ่งไปที่ห้องทำงาน

เมื่ออยู่กันตามลำพัง ดิ่งนำเช็คฉบับหนึ่งยื่นให้เจตนา บอกว่าเป็นค่าเสียหายที่ตนเคยทำรถของเขาพัง

“เธอไม่ได้ทำมันพัง มันเกิดจากอุบัติเหตุที่เธอไม่ได้ตั้งใจ”

“แต่เป็นความเลินเล่อของผม”

“แล้วถ้าเธอไม่ใช่คุณศยาม ทายาทของนายเศก เธอจะชดใช้ฉันยังไง...ฉันไม่รับ”

ดิ่งอึกอักไม่รู้จะแก้ตัวยังไง ได้แต่ยกมือไหว้ขอบคุณเขา

“แน่ใจเหรอว่ามาเพราะเรื่องนี้ ไม่ได้อยากมาหายัยจี๊ด” โดนเจตนาดักคอตรงๆ ดิ่งถึงกับนิ่งอึ้งไปอย่าง เขินอาย

ooooooo

ตอนที่ 10

ยอดชายมาส่งข่าวดิ่งเรื่องจี๊ดตกลงใจแต่งงานกับเทวัญ เขาย้ำว่าเธอพูดเองโดยไม่มีใครบังคับ ดิ่งฟังแล้วหน้าเสีย ใจหาย แต่พยายามซ่อนความรู้สึกไม่ให้ยอดชายเห็น เอ่ยอย่างปลดปลงว่าเขาสองคนคงเกิดมาเป็นเนื้อคู่กัน จี๊ดคงรักเทวัญมากจนทำให้มองข้ามเรื่องทั้งหมดได้

“แต่ข้อนี้ผมเถียง จี๊ดไม่ได้รักนายเทวัญ”

“แต่คุณบอกว่าคุณจี๊ดเป็นคนเอ่ยปากเอง ไม่รักแล้วจะยอมแต่งงานด้วยทำไม”

“ผมไม่รู้...รู้แต่ว่าจี๊ดรักคุณ...แล้วคุณล่ะ” ยอดชายจ้องหน้าดิ่งจริงจังรอคำตอบ แต่ดิ่งก็ไม่ยอมเผยความในใจออกมา...ยอดชายเซ็งสุดๆ กลับไปบ่นให้ศุวิมลฟังว่าจี๊ดและดิ่งปากแข็งด้วยกันทั้งคู่

“เรื่องปกติ” ศุวิมลเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ แต่

ยอดชายหน้ายุ่งไม่เข้าใจว่าปกติยังไง? “นี่คุณไม่รู้จักนิสัยเพื่อนตัวเองหรือไง ส่วนฉันรู้จักนิสัยของพี่ชายตัวเองดี”

“ปากอย่างใจอย่าง” ยอดชายเข้าใจแล้ว แต่ยังไงก็ไม่ยอมให้จี๊ดลงเอยกับผู้ชายเลวๆอย่างเทวัญ ตนทำใจไม่ได้ ศุวิมลเห็นท่าทีหมอนี่ชักจะเยอะ ปรามให้เลิกพูดแล้วกินข้าว ตอนชวนออกมาเห็นบ่นนักว่าหิวมาก ยอดชายตักข้าวใส่ปาก แต่ยังคิดเรื่องเดิมไม่หยุด มุ่งมั่นว่าตนนี่แหละจะสร้างความร้าวฉานให้จี๊ดกับเทวัญ แต่ศุวิมลต้องช่วยด้วย...

ค่ำนั้น จี๊ดเอางานกลับมาทำต่อที่บ้าน แรกๆก็มีสมาธิดี แต่สักพักใจลอยไปถึงดิ่ง คิดถึงเขาจนน้ำตาซึมออกมาไม่รู้ตัว

“นายดิ่ง...” เธอรำพึงชื่อเขา โดยไม่รู้ว่าเทวัญมายืนข้างหลังนานแล้ว...เทวัญไม่พอใจแต่ไม่แสดงออกในทันที ปรากฏตัวและบอกเธอว่า พี่มีเรื่องจะคุยด้วย “เรื่องงานหรือเปล่าคะ ไว้รอไว้คุยที่ออฟฟิศพรุ่งนี้เช้าไม่ดีกว่าเหรอคะ” พูดเสร็จจี๊ดลุกขึ้นเก็บโน้ตบุ๊กและเอกสารจะกลับขึ้นห้อง

“ระหว่างพี่กับน้องจี๊ดที่กำลังจะแต่งงานกัน มีเรื่องให้คุยแค่เรื่องงานเท่านั้นเหรอ”

จี๊ดชะงัก พยายามปั้นหน้ายิ้มเป็นปกติ ถามเขาว่าไปอารมณ์เสียมาจากไหน ตนล้อเล่นแค่นิดเดียวก็โมโหซะแล้ว

“เพราะเมื่อกี้พี่ได้ยินน้องจี๊ดเรียกชื่อไอ้ดิ่ง”

“พี่เทวัญหูเฝื่อนแล้วล่ะค่ะ จี๊ดไม่ได้พูด”

เทวัญซ่อนความไม่พอใจที่จี๊ดโกหกซึ่งหน้า ตัดพ้อว่า “พี่ขอโทษ...ช่วงนี้พี่รู้สึกไม่ค่อยดี แปลกๆ เหมือนพี่ถูกน้องจี๊ดกำลังเล่นละครหลอกพี่อยู่”

จี๊ดใจหายวาบที่เทวัญเหมือนจะรู้ทัน เธอจัดแจงวางโน้ตบุ๊กและเอกสารลงแล้วเข้ามาคล้องแขนเทวัญ ส่งสายตาหวานฉ่ำ

“เล่นละครหลอกพี่เทวัญด้วยการยอมแต่งงานด้วย ช่วยทำงานอย่างสุดความสามารถเนี่ยน่ะเหรอคะ จี๊ดลงทุนหลอกพี่เทวัญมากเกินไปหน่อยล่ะมั้ง แล้วจี๊ดจะทำไปทำไม ใครได้ประโยชน์ นอกจากพี่เทวัญคนเดียว”

เทวัญนิ่งไปอย่างครุ่นคิด เริ่มไม่แน่ใจในความคิดของตน...จี๊ดลอบมอง ลุ้นให้เขาตายใจเพื่อแผนของตนจะได้ดำเนินต่อไป

ooooooo

แล้วเช้าวันใหม่ จี๊ดก็เดินเกมต่อเพื่อจับให้มั่นคั้นให้ตาย เธอจ้างวานยุพาแอบตามเทวัญแล้วถ่ายคลิปมาเป็นหลักฐาน เธออยากรู้ว่าเขาไปไหนทำอะไรกับใครบ้าง  อ้างว่าอยากให้ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอซื่อสัตย์กับเธอเพียงคนเดียว

ยุพาเห็นแก่เงินค่าจ้างที่ได้มากกว่าเทวัญเป็นสองเท่า มีหรือเธอจะปฏิเสธ กระดี๊กระด๊าออกไปทำงานอย่างคล่องแคล่วว่องไว เธอสะกดรอยตามไปจนเห็นเทวัญพูดคุยกับชายคนหนึ่งก่อนส่งซองเงินให้ แต่ชายคนนั้นสวมหมวกกันน็อกจึงหมดปัญญาที่เธอจะเห็นหน้าตาของเขาได้

หลังจากชายคนนั้นขี่มอเตอร์ไซค์จากไปแล้ว โพที่ซ่อนตัวในแท็กซี่มองมาจากอีกมุมก็รีบบอกคนขับรถให้ตามมอเตอร์ไซค์คัน นั้นไป เพราะมันคือไอ้ด้วงน้องชายของเขาเอง ส่วนยุพารีบกลับเข้าออฟฟิศนำคลิปที่แอบถ่ายไว้มาให้จี๊ด โดยบรรยายอย่างมันปากว่ากิ๊กของเทวัญเป็นผู้ชาย กอดจูบลูบคลำกันไม่อายใคร

“เจ๊ยุพา ในคลิปนี่เห็นแค่พี่เทวัญยื่นซองให้เฉยๆ”

“เจ๊ก็จินตนาการเอาหลังจากนี้ เวลาที่อยู่กันสองต่อสอง ไม่ใช่ที่สาธารณะแบบนี้ไงคะ”

จี๊ดทำหน้าเอือมระอา ไล่ยุพาออกไปโดยไม่ยอมคืนมือถือให้ แล้วถ้าเธอบอกใครเรื่องนี้จะโดนไล่ออกสถานเดียว

ด้านเทวัญ หลังสั่งงานด้วงแล้วเขาไปพบเงาะที่นัดมาอย่างกะทันหัน เงาะมาเพื่อบอกว่าตนกำลังท้องและต้องการให้เขารับผิดชอบ เทวัญไม่เชื่อแถมยังด่าเงาะอย่างหยาบคาย

“แน่ใจเหรอว่าท้องกับฉัน อย่างเธอสำส่อนกับใครต่อใครบ้างจะไปรู้เหรอ หรือไม่ก็ไม่ได้ท้อง แต่อยากจะจับฉัน เลยตอแหล”

เงาะสุดทนตบหน้าเขาอย่างแรง แต่เทวัญตบสวนแรงกว่าจนเงาะเซเกือบล้ม

“อย่ามาอวดเก่งกับฉัน ถ้ายังอยากมีลมหายใจก็อยู่ให้ห่างๆ สร้างเรื่องวุ่นวายเมื่อไหร่แกไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่!”

เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจ เทวัญเตะเข้าท้องเงาะแล้วจิกหัวขึ้นมาอย่างไม่ปรานี

“ขี้อิจฉาอย่างแก มันทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว คิดเหรอว่าฉันจะเชื่อว่าแกท้องจริงๆ”

เขาเหวี่ยงเงาะออกไปแล้วเดินจากมาอย่างสะใจ เงาะเจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ สบถด้วยความโกรธแค้น

“ไอ้เทวัญ...ไอ้สารเลว!!!!”

ooooooo

ด้วงรับงานจากเทวัญให้ฆ่าดิ่งแลกกับเงินสองแสน ซึ่งด้วงปฏิบัติการในวันนี้เลย โดยไม่รู้ว่าโพแอบตามมาตลอด เมื่อด้วงถือปืนเข้าไปคุกคามจะทำร้ายดิ่งที่อยู่กับป๊อดในอู่ โพจึงรีบเข้าห้ามและตักเตือนด้วงไปหลายคำ แต่ด้วงไม่สนใจแถมด่าโพอย่างไม่นับญาติ

นี่เองทำให้โพโมโหมากเตะต่อยด้วงจนเลือดสาด แต่ด้วงหาได้หยุดพฤติกรรมอันเลวทราม คว้าปืนที่พื้นขึ้นมายิงดิ่งจนนอนจมกองเลือด โดยที่โพกับป๊อดไม่ทันตั้งตัว

“พี่ดิ่งตายแล้ว!!” ป๊อดอุทานเสียงหลง ด้วงกำลังวิ่งไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ได้ยินชัด มันรีบบึ่งรถออกไปโดยเร็ว...

หลังจากนั้นไม่นานการเสียชีวิตของดิ่งก็รู้ถึงหูยอดชาย ในขณะที่เทวัญอยู่หน้าบ้านจี๊ดก็ทราบจากด้วงทางโทรศัพท์แล้วเหมือนกัน

“แกแน่ใจนะ ว่าไอ้ดิ่งมันตายแล้วจริงๆ” เทวัญถามย้ำ

“ไม่แน่ใจแล้วผมจะติดต่อคุณเหรอ ไม่เชื่อพรุ่งนี้รออ่านข่าวได้เลย”

“ดี...แล้วจะติดต่อเอาส่วนที่เหลือไปให้” เทวัญวางสายแล้วสะดุ้งเมื่อหันมาเจอจี๊ดยืนอยู่ข้างหลัง “น้องจี๊ด... มายืนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เมื่อกี๊เองค่ะ”

“เข้าบ้านดีกว่าจ้ะ น้ำค้างลง เดี๋ยวไม่สบาย”

จี๊ดไม่ทันขยับเดิน ป้าเพ็ญวิ่งออกมายื่นโทรศัพท์มือถือให้ บอกว่าคุณยอดชายโทร.มา...จี๊ดเดาว่าเป็นเรื่องใหญ่แน่ เพื่อนรักถึงรอไม่ได้

เมื่อได้ฟังยอดชายแจ้งข่าวการตายของดิ่ง จี๊ดแทบช็อก พยายามประคองสติ เก็บโทรศัพท์ที่ทำหล่นขึ้นมามือไม้สั่น

“น้องจี๊ด...ยอดชายบอกอะไร”

“อ๋อ...ยอดบอกจี๊ดว่านายดิ่งถูกยิง...เสียชีวิต”

“นายดิ่งน่ะเหรอ”

“ใช่ นายดิ่งตายแล้ว...น่าใจหายนะคะพี่เทวัญ ไม่น่าเลย ถึงจะเกลียดขี้หน้ากันยังไงก็อดใจหายไม่ได้อยู่ดี จี๊ดขอตัวนะคะ ทำงานค้างไว้ ลาพี่เทวัญเลยนะคะ”

จี๊ดผละไปทันที พยายามฝืนตัวเองไม่ร้องไห้ให้ใครเห็น พอลับหลังเทวัญ น้ำตาจี๊ดร่วงราวทำนบแตก เธอเข้าห้องปิดประตูร่ำไห้คร่ำครวญอย่างหมดฟอร์ม

“นายดิ่ง...ทำไมต้องเป็นแบบนี้ ฉันยังไม่ได้บอกความจริงนายเลยว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่”

ศุวิมลเองก็ช็อกไปครู่หนึ่งหลังทราบข่าวร้ายจากปากยอดชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า เศกได้ยินเสียงศุวิมลกรีดร้องจึงเดินออกมาพร้อมมารศรี พอรู้ข่าวลูกชายตาย เศกถึงกับเข่าอ่อน ยอดชายกับศุวิมลต้องช่วยกันประคองเขาเข้าบ้าน ขณะที่มารศรีก็แทบหมดแรงยืน น้ำตาซึมด้วยความเสียใจ เพราะลึกๆเธอยังรักดิ่งอยู่

ooooooo

หลังจากทำให้ใครต่อใครเข้าใจผิดว่าตัวเองตาย ทั้งๆที่แค่โดนยิงบาดเจ็บและได้รับการรักษาจนออกจากโรงพยาบาลกลับมาอาศัย บ้านลุงแปลงเป็นที่พักฟื้น...ดิ่งไม่ค่อยสบายใจนัก แต่มันจำเป็นต้องทำเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

สายวันนี้ ยอดชายที่ร่วมรู้เห็นก็เดินทางมาเยี่ยมดิ่ง พร้อมทั้งสาธยายเป็นคุ้งเป็นแควจนลุงแปลง โพ และป๊อดรู้สึกเหนื่อยแทน

“รู้ไหมว่าผมต้องใช้ทักษะทางการแสดงมากแค่ไหน เวลาที่ไปแจ้งข่าวการตายของคุณให้ทุกคนรู้ แถมยังโกหกบ้านคุณอีกว่าคุณบริจาคร่างกายให้โรงพยาบาล เพื่อที่จะได้ไม่ต้องจัดงานศพ นี่ดีนะที่ตำรวจเจ้าของคดีเห็นด้วยกับคุณ ที่ให้ช่วยปกปิดจะได้สืบเบาะแสได้สะดวกขึ้น”

“พูดซะยาว...เหนื่อยมั้ย” ดิ่งถามยิ้มๆ
“มาก...แต่อะไรไม่เหนื่อยเท่า ถ้าวันหนึ่งต้องเล่าความจริงให้น้องสาวคุณฟัง เห็นอนาคตตัวเองเลย”

“ผมไม่มีทางเลือก ผมไม่อยากให้มารศรีรู้อะไรทั้งนั้น เพราะเรื่องต้องถึงนายเทวัญแน่ สองคนนั่นติดต่อกันอยู่...แล้วคุณพ่อผมเป็นยังไงบ้าง”

ขณะที่ดิ่งฟังยอดชายเล่าถึงอาการของเศกอยู่นั้น... นายเศกกำลังนั่งซึมอยู่ที่บ้าน เขาหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต ข้าวปลาไม่ยอมกิน เอาแต่กล่าวโทษตัวเอง

“ผมขับไล่ไสส่งลูกไปตาย ผมต่างหากที่เป็นคนทำให้เขาตาย”

เศกเสียใจอย่างหนัก มารศรีกลัวตัวเองจะร้องไห้ตามไปด้วย เธอมองเขาอย่างแค้นใจแต่ทำเป็นพูดปลอบประโลม

“คิดได้ตอนนี้มันก็สายไปแล้วค่ะ ยังไงคุณดิ่งก็ไม่ฟื้น...ไม่ทานข้าว ดื่มเครื่องดื่มร้อนๆแล้วกันนะคะ ยังไงคุณก็ต้องทานอะไรรองท้องเสียหน่อย”

มารศรีไม่รอคำตอบ ลุกไปผสมยาพิษลงในเครื่องดื่มมากกว่าทุกครั้งแล้วสั่งแม่บ้านเอาไปให้เศกกิน เพราะตนมีธุระด่วนต้องจัดการ

ooooooo

ที่บ้านลุงแปลง ดิ่งนั่งซึมหลังฟังยอดชายเล่าว่าเศกเสียใจมากเมื่อทราบข่าวลูกชายเสียชีวิต ดิ่งคิดมากว่าตัวเองทำให้อาการป่วยของพ่อทรุด ยอดชายจึงให้กำลังใจ

“เอาน่าคุณดิ่ง...อีกไม่นานทุกคนก็จะได้รู้ความจริง ถึงเวลานั้นคุณก็จะได้กลับไปอยู่กับครอบครัวแล้ว”

“ขอบคุณครับคุณยอด ขอบคุณทุกคน ลุงแปลง ป๊อด”

“พักให้สบายเถอะคุณดิ่ง ถือซะว่าบ้านลุงก็เหมือนบ้านคุณ”

“ก็ดีนะพี่ดิ่ง ป๊อดถือว่าป๊อดได้มาเที่ยวด้วย แม่บอกไม่ต้องรีบกลับ ให้อยู่นานๆ”

“คงขี้เกียจเลี้ยงแกน่ะสิ แกต้องอยู่กับฉัน อย่าไปเพ่นพ่านที่ไหน ระวังไอ้มือปืนมันจะมาเก็บ ฐานรู้เห็นเหตุการณ์”

พูดแล้วดิ่งหันไปที่โพ ถามว่าได้ข่าวด้วงบ้างไหม โพบอกว่าไม่มีใครเห็นมันกลับไปที่ห้องอีกเลย คงหนีไปกบดาน

“นายก็ระวังๆตัวไว้บ้างนะโพ ขอโทษด้วยที่ชีวิตนายต้องไม่ปลอดภัยเพราะฉัน”

“อย่างมากก็แค่เจ็บ ยังไงไอ้ด้วงมันก็ไม่กล้าฆ่าฉันหรอก”

“ทุกคนพักอยู่ที่นี่จนกว่าคุณดิ่งจะหายดี ส่วนผม ลุงแปลง และโพคงต้องไปทำงานตามปกติ และทำตัวปกติ” ยอดชายสรุป แต่ยังไม่เดินตามคนอื่นๆออกไป เขาถามหยั่งเชิงดิ่ง “ไม่อยากรู้เหรอว่าจี๊ดเป็นยังไงบ้าง...เมื่อรู้ว่าคุณตาย”

“คงสะใจและดีใจใช่ไหม”

คำตอบเศร้าๆของดิ่งทำเอายอดชายถอนใจเฮือก หนักใจแทนจริงๆ ในขณะเดียวกัน จี๊ดอยู่ออฟฟิศ เธอไม่ได้สะใจหรือดีใจอย่างที่ดิ่งคิดเลยแม้แต่น้อย เธอกำลังเศร้าสร้อย ใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว รัตนาแอบมองด้วยความเป็นห่วง ก่อนตัดสินใจเข้ามาทักและเปิดทางให้ว่า

“คุณจี๊ดมีอะไร...คุยกับดิฉันได้นะคะ เสียใจก็คือเสียใจ คิดถึงก็คือคิดถึง คุณจี๊ดปิดดิฉันไม่ได้หรอกค่ะ”

จี๊ดน้ำตาร่วงเผาะ รัตนารีบจูงมือเธอไปหามุมสงบคุยกัน จี๊ดเหมือนคนสับสนคิดไม่ตก พูดออกมาอย่างเลื่อนลอย

“ไม่รู้เป็นอะไร...ฉันอยากร้องไห้ จริงๆแล้วฉันควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ไม่มีคนลวงโลกคนนั้นอยู่บนโลกนี้”

“เชื่อแน่เหรอคะ ว่าคุณดิ่งเป็นคนลวงโลก”

“เชื่อสิ ฉันมั่นใจ”

“แล้วทำไมต้องอยากร้องไห้”

“ฉันคงดีใจมากจนปลื้มปีติ น้ำตานี้คือน้ำตาแห่งความปีติ เธอไม่เคยเป็นเหรอ”

“นี่เป็นน้ำตาแห่งความเสียใจค่ะ เสียใจมาก คิดถึงมาก ทรมานมาก”

“เพ้อเจ้อ ไม่จริง!”

“คุณจี๊ดคิดจะทำอะไรอยู่กันแน่คะ”

จี๊ดชะงักเล็กน้อยกับคำถามนี้ ทำไขสือว่าทำอะไร รัตนาจึงเข้าประเด็น ถามว่าทำไมถึงแต่งกับเทวัญในเมื่อไม่ได้รักเขา จี๊ดฟังแล้วสะอึก โดนแทงใจดำจนอึ้งไป

ในเวลานั้นเอง อีกมุมหนึ่งในออฟฟิศ เงาะซึ่งทนไม่ได้ที่เทวัญกับจี๊ดจะแต่งงาน จึงมาปรากฏตัวเพื่อแฉความเลวร้ายของเทวัญให้จี๊ดรู้ ใจดีพยายามห้ามแต่เงาะไม่ฟัง เอะอะเอ็ดตะโรจนเริ่มเป็นที่สนใจของพนักงาน โดยเฉพาะยุพาจอมสอดรู้ ถึงขนาดเอาโทรศัพท์มือถือมาถ่ายคลิป

ขณะที่เงาะยังโวยวาย เทวัญก้าวมาเผชิญหน้า เขาท้าทายให้เธอแฉมาเลย เขาอยากรู้เหมือนกันว่าจะมีใครหน้าไหนเชื่อคำพูดของเพื่อนทรยศอย่างเธอ

เจอแบบนี้เข้า เงาะถึงกับอึ้งงันไปเหมือนกัน

“พูดสิ พูดเลย...ถ้าไม่มีอะไรจะพูดก็ไปตามยามมาลากตัวนังนี่ออกไป” เทวัญทิ้งท้ายแล้วผละไปทันที เงาะกรี๊ดอย่างไม่พอใจ ยืนยันจะไม่ไปไหนถ้ายังไม่ได้พบกับจี๊ด

รัตนากับจี๊ดยังคุยกันอยู่ที่เดิม จี๊ดยอมเปิดใจมากขึ้นเมื่อรัตนาจับความรู้สึกของเธอได้

“ฉันกำลังรู้สึกดีกับนายดิ่ง...หลังจากที่ฉันได้สัมผัสตัวตนของเขา เขาเป็นคนเอาใจใส่และดูแลฉัน ทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยที่มีเขาอยู่ใกล้ ฉันเจ็บหรือปวดก็นอนใจได้ว่าอีกไม่นานก็หาย เพราะเขาจะไม่ปล่อยให้ฉันทรมาน ฉันดีใจที่ฉันจะมีคนดีๆเป็นเพื่อนอีกคน...

แต่แล้ว...ก็ไม่ใช่”

“แต่...”

“แต่นายดิ่งเป็นคนดีใช่ไหม ส่วนพี่เทวัญเป็น

คนเลว ฉันก็อยากจะเชื่ออย่างนั้นนะ ฉันถึงต้องพิสูจน์ ฉันต้องการรู้ว่า...”

เธอพูดไม่ทันจบ พนักงานหญิงคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงานว่าเงาะมาอาละวาดต้องการพบคุณจี๊ด... รัตนาจึงรีบร้อนไปพร้อมกับจี๊ด เป็นจังหวะที่เงาะถูกยามลากตัวออกมาหน้าออฟฟิศ โดยมีใจดีตามติดเพราะเป็นห่วงเพื่อน ส่วนยุพายังตั้งหน้าตั้งตาถ่ายคลิปตลอดเวลา

จี๊ดสั่งให้ยามปล่อยเพื่อนของตน แต่เงาะสวนจี๊ดทันควันว่า “ฉันไม่ใช่เพื่อนเธอ”

“เงาะ แกบ้าไปแล้วเหรอ เราสามคนเป็นเพื่อนกันนะ” ใจดีไกล่เกลี่ย

“เคยเป็น แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ฉันเป็นเมียของพี่เทวัญ ไม่ได้เป็นเพื่อนเธอ”

ทุกคนครางฮือ จี๊ดตกใจรู้สึกชาไปทั้งตัว

“เธอมันโง่จริงๆนะจี๊ด เชื่อเหรอ...เชื่อในสิ่งที่เขาแก้ตัวกับเธอเหรอ ว่าฉันอิจฉาเธอจนกุเรื่องขึ้นมาทั้งหมด ฉันจะยอมแลกความเป็นเพื่อนกับเธอด้วยเรื่องนี้เหรอ”

“คุณจี๊ดคะ เข้าข้างในดีกว่าค่ะ” รัตนาคว้าแขนจี๊ด

“แหม...นังองครักษ์พิทักษ์เมียน้อย เอ๊ะ ลืมไปว่าเธอก็เมียน้อย ทำไม? จะไปติวความเป็นเมียน้อยมืออาชีพว่าควรทำตัวยังไงเวลากินน้ำใต้ศอกน่ะเหรอ”

เงาะหยาบคายจนรัตนาทนไม่ไหวตบหน้าเธอฉาดใหญ่ “สำหรับการดูถูกลูกผู้หญิงด้วยกัน...ยาม เอาตัวออกไป ถ้าไม่สำเร็จฉันจะรายงานท่านประธานว่าไม่สามารถดูแลความสงบเรียบร้อยได้”

“ครับผม” ยามเข้ามารวบตัวเงาะ ใจดีสนับสนุนให้ลากไปเร็วๆ ไม่ต้องปรานี เงาะดิ้นรนไม่สิ้นฤทธิ์ ตะโกนลั่น

“แกมันโง่! ถูกมันหลอกใช้ โง่กันทั้งบ้าน”

จี๊ดเจ็บปวด รู้สึกเสียหน้ามากกว่าเสียใจ...เทวัญยืนมองอยู่ห่างๆ สีหน้าเคียดแค้นชิงชังเงาะอย่างที่สุด แต่ตอนนี้เขาต้องเร่งหาทางแก้ตัวกับจี๊ดให้ได้ก่อน พอเขาตามไปถึงห้องทำงานกลับถูกจี๊ดไล่อย่างสุภาพว่าเธออยากอยู่คนเดียว

เทวัญทั้งเครียดทั้งเซ็ง เย็นนั้นเลยไปดื่มที่ผับแล้วเจอมารศรีมึนเมาอยู่ก่อน มารศรีเห็นเทวัญก็ของขึ้น คว้าแก้วเหล้าสาดใส่หน้าเขาจนผู้คนใกล้เคียงแตกตื่น

เทวัญโกรธแต่พยายามใจเย็น ถามว่า “เป็นบ้าอะไรของคุณ”

“ฉันรู้ว่าดิ่งตายเพราะคุณ คุณมันเลว อำมหิต”

“เราสองคนก็ไม่ได้ต่างกันหรอกมารศรี”

“ฉันไม่เหมือนคุณ อย่างน้อยฉันก็ยังมีหัวใจที่จะรักคนอื่น แต่คุณมันรักใครไม่เป็นนอกจากตัวเอง ถุย!!”

เทวัญหมดความอดทนทำท่าจะตบมารศรี แต่ต้องชะงักเมื่อเธอเชิดหน้าท้าทาย

“เอาสิ แล้วจะได้เห็นว่าฉันจะเอาคืนคุณยังไงได้บ้าง...กลับไปนอนหนาวได้เลย ฉันเอาคืนคุณแน่โทษฐานที่คุณทำลายหัวใจของฉัน” ท่าทีจริงจังของมารศรีทำให้เทวัญแอบหวั่น หนาวๆร้อนๆขึ้นมาเหมือนกัน

ooooooo

หลังจากเมาแอ๋ออกจากผับ มารศรีแอบไปยั่วยวนทันวิทย์น้องชายของเทวัญจนมีสัมพันธ์กันลึกซึ้ง เธอยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อจะใช้เขาเป็นเครื่องมือในการแก้แค้นเทวัญ แต่ลึกๆก็คึกคักที่ได้นอนกับเด็กหนุ่ม ไม่น่าเบื่อเหมือนคนแก่เจ็บออดๆแอดๆอย่างนายเศก

มารศรีกลับเข้าบ้านกลางดึกเห็นเศกนั่งเหม่อลอย แก้วเครื่องดื่มที่ตัวเองใส่ยาลงไปจำนวนมากก็ยังวางอยู่ข้างๆ พอได้ยินเศกบ่นถึงดิ่ง อยากตายแทนลูก มารศรีก็เกรี้ยวกราดด้วยความโมโหและเสียใจ

“ใช่! คนที่ควรจะตายคือคุณ ไม่ใช่ดิ่ง...อยากตายนักใช่มั้ย” พูดขาดคำเธอหันไปหยิบแก้วเครื่องดื่มมากรอกปากเศก “กินเข้าไป จะได้ตายสมใจ...กินเข้าไป”

เศกบ่ายเบี่ยงไม่อ้าปากแล้วปัดแก้วตกแตก ศุวิมลวิ่งเข้ามาเห็นเหตุการณ์ถามว่ามีเรื่องอะไรกัน มารศรีไม่ตอบแต่มองสองพ่อลูกดวงตาวาวโรจน์ก่อนสะบัดหน้าเดินหนีไป ศุวิมลกอดปลอบพ่อด้วยความสงสาร เศกเฝ้ามองแต่แก้วเครื่องดื่มที่หล่นแตกกระจาย รู้สึกติดใจกับคำพูดแปลกๆของมารศรีที่พยายามยัดเยียดให้กิน

ครั้นวันรุ่งขึ้น เศกจึงแอบตามหมอเวทย์มาที่บ้านโดยกำชับศุวิมลห้ามบอกใครเรื่องนี้ โดยเฉพาะมารศรีห้ามให้รู้เด็ดขาด แต่ดิ่งที่พรางตัวมาสอดส่องเพราะเป็นห่วงพ่อเห็นหมอเวทย์หายเข้าไปในบ้านก็ยิ่งวิตกกังวล

มารศรีเกือบจะได้เข้าไปในห้องเศกที่หมอเวทย์กำลังตรวจอาการ ถ้าศุวิมลมาขัดขวางไว้ไม่ทัน สองคนโต้เถียงกันอีกตามเคย แต่คราวนี้มารศรีด่าแรงจนศุวิมลหน้าชา ถึงกับออกปากไล่ออกจากบ้าน

“หูหนวกหรือไง ทำไมไม่ไปให้พ้นๆสักที”

“ไม่ได้หูหนวก แต่ไม่สนใจ”

“เลว!” โดนด่าแต่มารศรีกลับหัวเราะร่า ศุวิมลเลยว่า ไม่ใช่แค่เลวแต่ยังบ้าอีกต่างหาก

“คุณอ่านคนไม่เก่งเลยนะคุณศุ เก่งแต่ในตำรา แต่สอบตกวิชาชีวิตจริง จะบอกอะไรให้นะ คุณไม่รู้จักฉัน...มีอะไรอีกมากที่คุณยังไม่รู้”

“แค่นี้ฉันก็ขยะแขยงเธอเต็มทน ต้องการอะไรกันแน่ หรือจะรอให้พ่อฉันง่อยเปลี้ย จะได้สวมรอยปลอมพินัยกรรมฮุบสมบัติมาเป็นของตัวเอง”

มารศรียิ้มเยือกเย็น...หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจากกระเป๋าสะพายแล้วกดบันทึกเสียง  ศุวิมลตกใจ

ถามทันที “ทำอะไรของเธอ”

“อัดเสียงเธอไว้ไง...เป็นหลักฐานที่ฉันจะใช้ฟ้องเธอข้อหาหมิ่นประมาท กัดฉันไม่เลิก ฉันก็จะกัดเธอไม่ปล่อย”

มารศรีเดินนวยนาดจากไป ทิ้งศุวิมลยืนอึ้งคาดไม่ถึง...ดิ่งแอบมองอยู่ไม่ไกล กลุ้มใจที่บ้านร้อนเป็นไฟ ที่สุดเขาตัดสินใจออกมาปรากฏตัวต่อหน้าน้องสาว ตอนแรกศุวิมลไม่เชื่อนึกว่าโดนผีพี่ชายหลอก แต่พอจับต้องเนื้อตัวเขาสักครู่ก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ

หลังฟังพี่ชายเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ศุวิมลหน้าซีดอุทานออกมา “ถึงกับฆ่าแกงกันเลยเหรอ ทำไมใจคออำมหิตโหดเหี้ยมได้อย่างนี้”

“พี่ไม่รู้ว่าทำไมไอ้ด้วงถึงต้องการจะฆ่าพี่ จะว่า ความแค้นส่วนตัวก็ไม่น่าถึงขนาดนั้น”

“ก็ใครล่ะที่แค้นพี่มาก คนนั้นแหละ”

“ก็มีอยู่คนเดียว”

“นายเทวัญ...ซึ่งเขากำลังจะแต่งงานกับคุณจี๊ด พี่ดิ่งรู้ไหม คุณจี๊ดกลายเป็นคนละคนหลังจากที่รู้ว่าพี่ตาย”

“ยังไง?” ดิ่งนิ่วหน้าแปลกใจ...

ooooooo

จี๊ดมุ่งมั่นตั้งใจทำงานและสร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่เจตนาจนได้รับตำแหน่งผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร ทั้งที่ตำแหน่งนี้เทวัญหมายตาและไขว่คว้าอยู่ตั้งนาน

เทวัญไม่พอใจแต่แสร้งยิ้มแย้มยินดีกับจี๊ด พูดให้เธอสบายใจว่า “จะพี่หรือน้องจี๊ดทำก็เหมือนกัน เพราะเราสองคนมีหน้าที่ช่วยงานท่านด้วยกันทั้งคู่ แสดงความยินดีด้วยนะจ๊ะ ว่าที่เจ้าสาวคนเก่งของพี่”

“ขอบคุณค่ะ”

“มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกนะจ๊ะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณพ่อได้โอนให้คุณรัตนามาเป็นผู้ช่วยจี๊ดแล้ว”

รัตนาตกใจเพราะไม่รู้ตัวมาก่อน กระทั่งเห็นจี๊ดส่งซิกให้ยอมรับ เธอจึงยิ้มรับบางๆ

“จี๊ดขอคุณพ่อไว้ คุณรัตนาเป็นคนที่คุณพ่อไว้ใจมากที่สุด จี๊ดจึงอยากได้คุณรัตนามาอยู่ข้างๆ”

“แล้วพี่น่าไว้ใจน้อยกว่าคุณรัตนาหรือไงจ๊ะ”

“จี๊ดไม่ได้พูดอย่างนั้นนะคะ พี่เทวัญร้อนตัวทำไม”

“น้องจี๊ดเป็นอะไรไป เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายกับพี่”

“จี๊ดก็เป็นจี๊ดอย่างนี้ล่ะค่ะ เอาแน่เอานอนไม่ได้เหมือนเดิม พี่เทวัญก็รู้จักจี๊ดดีนี่คะ เอ๊ะ หรือว่าพี่เทวัญร้อนตัวร้อนใจกลัวว่าจี๊ดจะไม่ไว้ใจ”

ตอนที่ 9

ต่อหน้าคนอื่นจี๊ดทำเก่งกาจเข้มแข็ง แต่พอลับหลังก็แสดงความอ่อนแอออกมาอย่างสุดจะกลั้น เธอหลบเข้าไปร้องไห้ในห้องเก็บของ บังเอิญเจ๊ยุพาต้องการเอกสารในห้องนั้น รัตนาซึ่งรู้เห็นอยู่ก่อนจึงขัดขวางอย่างสุดกำลัง ทำให้ยุพานึกเอะใจสงสัย แต่ก็ไม่อาจสาระแนอะไรได้ถนัด ต้องล่าถอยกลับไปด้วยความหมั่นไส้รัตนา

จี๊ดได้ยินทุกอย่างหน้าห้อง เธอออกมาขอบคุณรัตนาก่อนจะทำตามคำแนะนำไปพักผ่อนในห้องทำงานของเจตนา เพราะตอนนี้ท่านออกไปงานเลี้ยง รับรองไม่มีใครมากวนใจแน่

“แล้วทำไมเธอไม่ไปกับพ่อ”

“เป็นงานเลี้ยงส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับงาน ท่านไม่ต้องมีเลขาตามไปหรอกค่ะ”

จี๊ดฟังแล้วยิ่งรู้สึกดีกับรัตนา และตัดสินใจขอปรึกษาเรื่องดิ่ง รัตนาจึงเปรียบเปรยให้ฟังว่า พ่อของจี๊ดเคยสอนตนไว้ว่า ให้ใส่ต่างหูหนักๆถ่วงเอาไว้ทั้งสองข้าง เราไม่ควรฟังความข้างเดียว ทุกคนควรได้รับโอกาสที่จะอธิบายเหตุผล ส่วนจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ

ฟังแล้วจี๊ดถอนใจดังเฮือก รัตนายิ้มบางๆ อธิบายต่อไปอย่างใจเย็น

“ยากใช่ไหมคะ แต่ดิฉันอยากให้คุณจี๊ดเริ่มคิดแบบนี้ให้ได้ อย่าลืมนะคะ นี่คือคุณสมบัติอย่างหนึ่งของผู้บริหารที่ดี และในอนาคตคุณจี๊ดก็ต้องมาบริหารแทนคุณพ่อ”

“ฉันอาจจะ...”

“อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยค่ะ แต่ตอนนี้คุณจี๊ดควรจะฟังคำอธิบายจากคุณดิ่งบ้าง ลองคิดเปรียบเทียบกับตัวเองดูนะคะ ถ้าคุณจี๊ดมีเหตุผลที่อยากอธิบาย แต่ไม่มีใครฟังคุณจี๊ดเลย คุณจี๊ดรู้สึกยังไงคะ”

“ไม่ยุติธรรม”

“ค่ะ ไม่ยุติธรรมสำหรับคนดีอย่างคุณดิ่งที่อาจจะมีความจำเป็นอะไรบางอย่าง ซึ่งบอกใครไม่ได้”

“คนดีเหรอ ทำไมเธอมั่นใจในตัวนายนั่นมากขนาดนี้”

“เวลาเราอยู่ใกล้ใครแล้วรู้สึกเย็น มีความสุข ไม่ร้อนใจ มีแต่การทำสิ่งดีๆด้วยกัน...เขาคนนั้นน่าจะเป็นคนแบบไหนคะ”

จี๊ดอึ้ง...เห็นด้วยกับรัตนา แต่ยังมีความกังวลใจเพราะหมายถึงการเสียฟอร์ม...ส่วนที่หน้าห้อง ยุพาแอบฟังอย่างสอดรู้สอดเห็น พอเทวัญเดินมาทัก ยุพาตกใจผงะออกมา จากนั้นก็ใส่สีตีไข่เสียจนเทวัญร้อนใจโทร.ไปตัดพ้อกับวันดี

“คุณแม่ครับ จะให้ผมคืนดีกับน้องจี๊ดได้ยังไง ในเมื่อเมียน้อย...เอ่อ...ผมขอโทษครับ คนรอบข้างน้องจี๊ด โดยเฉพาะยัยรัตนานั่นคอยเสี้ยมน้องจี๊ดอยู่แบบนี้ ดีนะที่เจ๊ยุพาได้ยินแล้วรายงานผม”

พูดไปแล้วเขานิ่งฟังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนวางสายแล้วหันมาบอกยุพาว่า คุณวันดีให้ไปพบที่บ้านด่วน

“ว้าย...ตายแล้ว งั้นดิฉันไปเลยนะคะ เรื่องสอพลอ เอ๊ย ดูแลจิตใจเจ้านายสำคัญมากกว่างานตัวเองค่ะ” ยุพาระริกระรี้ออกไป

เทวัญนึกถึงดิ่งแล้วยิ่งแค้นและอาฆาต “น้องจี๊ด จะต้องมองแกเป็นผู้ชายมักมาก ปลิ้นปล้อน ลวงโลก เท่านั้น...ไอ้ดิ่ง!”

ooooooo

แยกจากยอดชายแล้วดิ่งกลับมาที่บ้านตัวเอง เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมจะอาบน้ำ แต่ต้องชะงักถอยกลับออกมาเมื่อเห็นมารศรียืนยิ้มหวานอยู่ข้างใน

มารศรีไม่ปล่อยโอกาสทองไปง่ายๆ เธอยั่วยวนทั้งคำพูดและลีลาพลางโถมเข้ากอดรัดฟัดจูบดิ่งพัลวันแม้เขาผลักไส ด่าให้อย่างเจ็บแสบเธอก็ยังหน้าด้านหว่านล้อมราว กับคู่รักที่รักกันมาก นั่นก็เพราะเธอมีแผนสร้างความร้าวฉานให้ดิ่งกับจี๊ดมากยิ่งขึ้น ด้วยการตัดต่อคลิปเหตุการณ์นี้ ที่แอบถ่ายเอาไว้แล้วส่งไปเข้ามือถือของจี๊ด

เมื่อดิ่งย้อนกลับมาที่บ้านจี๊ดอีกครั้งในตอนค่ำ จี๊ดโกรธมากไม่ต้อนรับแถมด่าเขาชุดใหญ่ก่อนจะเอาคลิปที่ได้รับให้เขาดู

“ความจริงมันไม่ได้เป็นแบบนั้น”

“แล้วเป็นแบบไหน”

“ผมถูกจัดฉาก”

“มารศรีก็แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่นายเป็นผู้ชายอกสามศอก ดูฉลาดไม่ได้โง่ จะให้ฉันเชื่อเหรอว่านายถูกจัดฉาก ทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากตัณหาและความใคร่ของนาย...ชั่ว เลว มักมาก ปลิ้นปล้อน ลวงโลก”

“ไม่จริง!!”

“สงเคราะห์อะไรให้นะ ถือว่าทำบุญ ถ้าไม่อยากตกนรกขุมที่ลึกกว่านี้ เดินไปบอกพ่อนายแบบแมนๆว่านายกับมารศรียังมีเยื่อใยต่อกัน ขอเมียพ่อซึ่งเป็นแฟนเก่านายกลับไปเสพสุขกันเหมือนเดิมตามประสาหญิงชั่วชาย โฉด” ว่าแล้วจี๊ดหันหลังกลับ ดิ่งตะโกนว่าตนยังพูดไม่จบ แต่เธอตวาดแว้ดว่าไม่ฟัง

“ต้องฟัง เพราะมันเกี่ยวกับคุณ ผมไม่ได้รักมารศรี เพราะผมรัก...”

จี๊ดหยุดกึก ใจเต้นแรง ค่อยๆหันกลับมารอฟัง

“ผมรักใคร...ผมจะหาแต่สิ่งดีๆมาให้เขา ทำให้เขามีความสุขที่สุดในชีวิต ซึ่งไม่ใช่มารศรี แต่เป็น...”

พลันเสียงแตรรถดังขึ้น ดิ่งและจี๊ดหันไปมอง คิดไม่ถึงว่าจะเป็นมารศรี เธอลงจากรถเดินนวยนาดมาควงแขนดิ่งแสดงความเป็นเจ้าของ

“กะแล้วว่าคุณต้องมาที่นี่ ไงคะคุณจี๊ด...คิดยังไงใส่ชุดนอนลงมาคุยกับคนรักของดิฉัน”

“มารศรี...พอได้แล้ว” ดิ่งตวาด

“อ๋อ...ฉันลงมาเอาคลิปอุบาทว์ให้คนรักของเธอดูน่ะ อยากดูไหม” จี๊ดตอบโต้มารศรีแล้วเขวี้ยงมือถือ ตัวเองใส่ด้วยความโมโห มารศรีหลบทันแต่มือถือของจี๊ดหล่นแตกแถมเจ้าของยังเหยียบขยี้ซ้ำเพราะแค้นใจ เรื่องคลิป จนดิ่งต้องเข้ามาเตือน

“คุณจี๊ดใจเย็นๆก่อนนะ อย่าให้มิตรภาพของเราต้องพังเพราะความโกรธความไม่มีสติแบบนี้เลย”

“เออ ฉันมันไม่มีสติ ฉันมันไม่มีอะไรดี กลับไปไป๊!!” จี๊ดตะโกนลั่นไล่ดิ่งและมารศรี พวกป้าเพ็ญได้ยินเสียงเอะอะรีบวิ่งออกมาดู จี๊ดเลยให้คนของตนช่วยกันไล่สองคนนี้ มารศรีเห็นท่าไม่ดีลากดิ่งขึ้นรถขับออกไป แล้วหยุดตรงกลางซอย ดิ่งรีบลงอย่างรวดเร็ว

“ดิ่ง...เดี๋ยวศรีไปส่งที่บ้านไงคะ ขึ้นรถเถอะค่ะ อย่าใจน้อยสิคะ”

“ถ้าคุณยังไม่เลิกยุ่งกับผม...ผมจะทำให้คุณอยู่ที่บ้านเราไม่ได้”

“แลกกันไหมล่ะ พ่อคุณก็อาจจะตายวันพรุ่งนี้เลยก็ได้ เพราะถูกฉันปั่นหัวจนเครียด หัวใจวายตายเรื่องคุณ”

ดิ่งแค้นจนพูดอะไรไม่ออกที่มารศรีเอาชีวิตของพ่อมาต่อรอง เขาส่ายหน้าเดินหนีไปอย่างรับไม่ได้

“ยังไงคุณก็หนีฉันไปไม่พ้นหรอก ถ้าฉันไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าใครจะได้” มารศรีตะโกนไล่หลังด้วยความสะใจ ก่อนหยิบมือถือของตนออกมาโทร.หาเทวัญ

กรอกเสียงไปว่า “แผนของคุณได้ผลดีเกินคาด!”

ที่แท้ผู้อยู่เบื้องหลังคลิปนั้นก็คือเทวัญนั่นเอง เทวัญวางแผนให้มารศรีจัดฉากเหมือนพลอดรักกับดิ่งแล้วตัดต่อส่งไปให้จี๊ด ซึ่งแผนนี้ลุล่วงเป็นที่น่าพอใจ เพราะจี๊ดทั้งโกรธทั้งเสียใจ อีกทั้งวันดีก็ยิ่งชิงชังดิ่ง ถือโอกาสตอกย้ำกับลูกสาวว่า

“ไม่มีใครรักและจริงใจกับลูกเท่ากับเทวัญ

อีกแล้วนะ คนอื่นเข้ามาหาลูกเพราะหวังผลประโยชน์ทั้งนั้น ถ้าลูกใจอ่อน ลูกก็จะพบแต่ความเสียใจ...ตัดใจจากนายดิ่งซะ แล้วเดินหน้าต่อไป”

“จี๊ดไม่ได้รู้สึกอะไรกับนายนั่นสักหน่อย ไม่เห็นจะต้องตัดใจอะไร ขอตัวนะคะ”

จี๊ดทำเป็นปากแข็ง แต่พออยู่ในห้องคนเดียวก็หลั่งน้ำตาด้วยความเสียใจ เจ็บใจ...ในขณะที่ดิ่งเองเมื่อกลับไปถึงบ้านก็หมกมุ่นอยู่กับเรื่องที่เกิดขึ้น ยิ่งคิดก็ยิ่งมืดมน มองไม่เห็นหนทางที่เขากับจี๊ดจะเข้าใจกันได้

ooooooo

วันนี้หมออนุญาตให้เศกกลับบ้าน...มารศรีทำตัวเป็นเมียที่แสนดีมารอรับ แถมพอถึงบ้านยังอาสาดูแลเรื่องหยูกยาของเศกอีก ห้ามคนอื่นยุ่งเด็ดขาด

ศุวิมลหมั่นไส้แขวะมารศรีไปหลายคำ ทำให้เศก ไม่ค่อยพอใจ ขึ้นเสียงว่า

“ยัยศุ...ให้โอกาสคุณศรีบ้างไม่ได้หรือไง”

“คุณพ่อให้ไปคนเดียวเถอะค่ะ สำหรับศุ...ไม่มีวัน”

ศุวิมลยืนยันแล้วเดินหนี เศกเครียดขึ้นมาอีก มารศรีเอาใจด้วยคำพูดหวานๆ ก่อนจะขอตัวไปจัดยาก่อน อาหารมาให้เขา แล้วจะแอบเอายาพิษผสมลงในยา แต่เศกเดินมาส่งเสียงทัก เธอเลยชะงัก รีบซ่อนซองยา...ฝ่ายศุวิมลที่ฮึดฮัดออกมา เธอรีบโทร.หาพี่ชาย บอกให้รู้ว่าพ่อกลับบ้านแล้ว...ดิ่งอยู่กับยอดชายในอู่ซ่อมรถที่เจ้าของต้องการเซ้งกิจการ เมื่อได้ยินน้องว่ามาอย่างนั้น ดิ่งตอบกลับว่าดีแล้ว พรุ่งนี้พี่จะได้ออกมาเลย

“พี่ดิ่ง! จะปล่อยให้ศุรับมือกับนังแม่เลี้ยงอสรพิษนั่นคนเดียวได้ไง รู้ไหมเมื่อกี้นะ...”

เพียงได้ยินชื่อมารศรี ดิ่งไม่อยากฟังอะไรอีก รีบยัดโทรศัพท์ใส่มือยอดชายให้คุยแทน แต่แค่ยอดชายพูดฮัลโหล ทางโน้นก็แหวใส่ว่าไม่คุยกับเขา จะคุยกับพี่ชาย ของตนเท่านั้น

“คุณดิ่งติดธุระ ให้ผมคุยแทน”

“ธุระอะไรนักหนาที่สำคัญกว่าเรื่องผู้หญิงอสรพิษนั่น” ศุวิมลตะเบ็งเสียง...ยอดชายสะดุ้งหูแทบแตก ดิ่งเดินกลับมาคว้าโทรศัพท์ไปคุยเอง

“พี่ไม่อยากฟังเรื่องของมารศรี...แค่นี้นะ พี่มีธุระ”

ดิ่งวางสายแล้วปิดเครื่อง เดินกลับไปหาเจ้าของอู่ เพื่อเจรจาเซ้งกิจการอู่ซ่อมรถมาทำต่อ ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็เรียบร้อย และดิ่งตั้งใจจะย้ายมาพรุ่งนี้เลย ยอดชายท้วงว่าทำไมใจร้อนนัก ดิ่งไม่ตอบแต่หันไปบอกลาเจ้าของอู่ แล้วจะพายอดชายไปเลี้ยงข้าวขอบคุณที่ช่วยแนะนำที่นี่ให้

“ดีมาก กำลังหิว แต่คิดดีแน่แล้วนะว่าทำคนเดียวไหว”

“ไหวสิ เดี๋ยวคงหาลูกมือสักคน”

“บริษัทพ่อคุณก็ออกใหญ่โต ทำไมไม่ไปช่วยดูแล”

“มีคนดูแลแทนผมแล้วล่ะ”

“แล้วคุณไว้ใจคุณมารศรีเหรอ”

“ไม่...แต่ตอนนี้ผมทำได้ดีที่สุดคือคอยดูอยู่ห่างๆ”

“เป็นผมหน่อยไม่ได้...”

“ไปเถอะ เดี๋ยวรถติดตอนเข้าเมือง...อ้อ...อย่าบอกใครนะว่าผมมาอยู่ที่นี่”

“ทำไมล่ะ”

“ผมชอบอยู่เงียบๆ ลืมไปเลยว่ามีผมอยู่ในโลกนี้ได้ยิ่งดี”

ยอดชายทราบดีว่าดิ่งหมายถึงใคร แต่เพื่อความมั่นใจจึงขอเสียมารยาทถามเรื่องส่วนตัวว่าเขาคิดยังไงกับจี๊ด ดิ่งเลี่ยงที่จะไม่ตอบ บอกว่าตนไม่มีสิทธิ์คิดอะไรตอนนี้ พูดเสร็จก็เดินนำยอดชายไปที่รถทันทีเลย

“แต่ผมรู้ว่าคุณคิดยังไงกับจี๊ด” ยอดชายพึมพำหน้าเศร้า เพราะตัวเองยังตัดใจจากจี๊ดไม่ได้...

ooooooo

ยามที่เจ็บปวด ผิดหวัง และเสียใจ...จี๊ดอยากมีใครสักคนเป็นเพื่อน เธออุตส่าห์มาง้อใจดีที่ยังมึนตึงกับเธออยู่ ด้วยการชวนกินข้าวกลางวัน แต่ถูกใจดีปฏิเสธแถมตีรวนจนจี๊ดเสียงดังด้วยความโมโห

จังหวะนั้นเทวัญเข้ามาพอดี จี๊ดเลยไม่สนใจดี ชวนเทวัญไปกินข้าว เทวัญยิ้มร่ารับคำแล้วเดินตามเธอไป รัตนาเดินมาจากอีกทางมองตามทั้งคู่ไปอย่างแปลกใจ ใจดีจึงรายงานให้ฟังว่า

“ดีกันแล้วค่ะ พี่รัตนา...เพื่อนหนูเนี่ยไอคิวสูงแต่อีคิวต่ำจริงๆ”

“ไม่หรอกค่ะ คุณจี๊ดแยกแยะได้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี เพียงแต่ตอนนี้ยังเต็มไปด้วยความโกรธ เลยทำให้ไม่มีสติ และอาจจะยังไม่มีโอกาสได้คุยกับคุณดิ่ง”

“แปลว่าอีคิวต่ำค่ะพี่...เฮ้อ...แล้วจะช่วยเพื่อนหนูได้ยังไงดีล่ะคะ”

รัตนานิ่งไป คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะช่วยยังไง... แต่จี๊ดที่เมื่อครู่ทำเก่งต่อหน้าเพื่อน คิดได้แล้วว่าเธอไม่อยากกินข้าวกับเทวัญ พอพ้นสายตาใจดีมา จึงบอกเขาว่าตนเปลี่ยนใจแล้ว ตนอยากไปกินข้าวคนเดียว

“จะอร่อยเหรอ พี่ไปเป็นเพื่อนดีกว่านะ”

“บอกว่าไม่ก็ไม่สิคะ” จี๊ดขึ้นเสียงแล้วเดินหนีทันที ทิ้งให้เทวัญเสียหน้า หันรีหันขวางอย่างหงุดหงิด

จี๊ดไม่ได้ออกไปกินข้าว แต่กลับเข้ามานั่งซึมที่โต๊ะทำงาน รัตนามาเลียบๆเคียงๆก่อนจะชวนเธอไป

กินข้าวด้วยกัน อ้างว่ากินข้าวไม่ตรงเวลาระวังปวดท้อง... คำพูดนี้ทำให้จี๊ดนึกถึงตอนตัวเองปวดท้องที่บ้านพัก

ริมทะเลแล้วดิ่งคอยดูแล ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เธอรู้สึกดีกับดิ่งมาก แต่แล้วจี๊ดสลัดความรู้สึกนั้นออกไป ปฏิเสธรัตนาด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง

รัตนาไม่ถือสาแล้วออกไปกินข้าวกับใจดี แต่ไม่นึกว่าจะเจอวันดีตามระราน โดยมียุพาเจ้ากี้เจ้าการเป็นสายให้หลังรับคำสั่งจากเทวัญมาอีกที วันดีด่าประจานรัตนาจนคนทั้งร้านหันมองเป็นตาเดียว ใจดีห้ามเท่าไหร่วันดีก็ไม่ฟัง แถมยังอบรมสั่งสอนใจดีเข้าให้ด้วย

รัตนาอายมากกับถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามของวันดี คำก็เมียน้อย สองคำก็แย่งผัว เธอทั้งอายทั้งรับไม่ได้จะเดินหนี วันดียังตามกระชากแขนเธอไว้อีก

“จะหนีไปไหนล่ะ ไหนบอกว่าไม่ได้ทำอะไร

ผิดไง แล้วจะกลัวอะไรกับคำพูดของฉัน”

“ดิฉันไม่ได้กลัว แต่ดิฉันไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ที่นี่ตอนนี้”

“จำเป็นสิ ทุกคนดูหน้านังผู้หญิงคนนี้ไว้ให้ดีๆนะคะ แล้วกลับไประวังสามีของตัวเองด้วย ถ้าทำงานอยู่แถวๆนี้ ก็ให้หลีกห่างอย่าเข้าไปใกล้ เพราะหล่อนเอาไม่เลือกว่าผัวใคร”

“คุณวันดี กรุณาหยุดเถอะค่ะ”

“ฉันไม่หยุด! แล้วเมื่อแผนการชั่วๆยังไม่สำเร็จ หล่อนก็ใช้แผนการยุแหย่บ่อนทำลายครอบครัวของฉันไม่ให้มีความสุข เป่าหูลูกสาวฉันให้เปลี่ยนใจจากคู่หมั้นไปหาผู้ชายคนอื่น เลว!!”

รัตนาชักจะทนไม่ไหว จ้องหน้าวันดีเขม็ง ใจดีเห็นท่าไม่ดีกลัวจะมีการฟ้อนเล็บ จึงวิ่งออกไปเพื่อขอความช่วยเหลือ เผอิญเจอจี๊ดกำลังสวนเข้ามา ก็เลยลากเธอเข้ามาช่วยห้าม

วันดีทั้งด่าทั้งจะตบตีรัตนาให้ได้ พอจี๊ดขัดขวางก็ไม่พอใจ หาว่าลูกเข้าข้างคนอื่น เห็นคนอื่นดีกว่าแม่ตัวเอง

“แต่คุณแม่ทำไม่ถูก พี่รัตนาไม่ได้ยุ่งอะไรกับคุณพ่อเกินไปจากหน้าที่ของเลขา และที่สำคัญ พี่รัตนาไม่ได้ยุแหย่ให้จี๊ดกับพี่เทวัญแตกแยกกัน คุณแม่เข้าใจผิด คุณแม่มองไปรอบๆสิคะ”

วันดีทำตามที่ลูกบอก เห็นผู้คนมุงดูกันเต็ม พลางซุบซิบนินทากันสนุกปาก

“เรื่องในครอบครัวของเราไม่ใช่เรื่องสาธารณะนะคะ ถ้าคุณแม่ข้องใจ เราไปคุยกันที่บ้านได้ไหมคะ”

วันดีมองรัตนาอย่างเดือดแค้น แต่ก็เลือกที่จะเชื่อลูกสาวยอมกลับไปบ้านพร้อมกัน และทันทีที่ถึงบ้าน แม่ก็ต่อว่าลูกว่าเดี๋ยวนี้กลายเป็นพวกมันเต็มตัวแล้ว จี๊ดบอกตนไม่ได้เป็นพวกใคร ตนพูดตามที่เห็น และไม่อยากให้แม่หูเบา

“ลูกไม่รักดี” วันดีกระแทกเสียงอย่างคับแค้นใจ

“ไม่เกี่ยวนะคะคุณแม่”

“ทำไมจะไม่เกี่ยว ฉันทำแบบนี้ก็เพราะอยากให้ชีวิตของแกมีความสุข ไม่มีพวกมารมาคอยขัดขวาง”

“จี๊ดไม่เข้าใจ”

“เพราะมันทำให้แกหวั่นไหวกับนายดิ่ง ทั้งๆที่แกต้องแต่งงานกับเทวัญ”

“จี๊ดไม่ได้บอกว่าจี๊ดจะแต่งงานกับพี่เทวัญ”

“แกเปลี่ยนใจไม่ได้”

“แต่จี๊ดเป็นคนแต่ง ไม่ใช่คุณแม่ เลิกเจ้ากี้เจ้าการชีวิตจี๊ดสักที”

วันดีโกรธจะตบหน้าจี๊ด เจตนาเข้ามายับยั้งไว้ได้ทัน สั่งห้ามเธอทำร้ายลูก วันดีเถียงคอเป็นเอ็นว่าตนไม่ได้ทำร้าย แต่ต้องการเตือนสติลูก ลูกทำไม่ถูก

“คุณนั่นแหละที่ทำไม่ถูก มีสมอง มีสติบ้างหรือเปล่า ทำอะไรลงไปบ้าง รู้ตัวบ้างไหม”

“ฉันทำอะไรก็ผิดไปหมดใช่มั้ย...อ้อ...นังเมียน้อยคงไปสำออยออเซาะมาแล้วล่ะสิ ถึงได้มาเอาเรื่องกับฉัน”

“ผมไม่เคยมีเมียน้อย และคุณก็เลิกบังคับใจลูกให้ทำตามอารมณ์ของตัวเองได้แล้ว...และผมจะไปเซ็นใบหย่ากับคุณเดี๋ยวนี้”

สองแม่ลูกตกใจ...จี๊ดจะขอร้องพ่อ แต่เจตนาไม่เปิดโอกาส

“มันถึงเวลาแล้วลูก ฟางเส้นสุดท้ายสำหรับพ่อจริงๆ พ่อขอโทษ ไปคุณวันดี...ไปกับผม”

“ฉันไม่ไป!”

“คุณต้องไป แต่ถ้าคุณไม่ไปกับผมวันนี้ ก็เตรียมรอรับเอกสารจากทนายของผม เร็วหรือช้ามันก็ลงเอยเหมือนกัน เลือกเอา”

วันดีช็อก ไม่คิดว่าเจตนาเอาจริง เช่นเดียวกับจี๊ดที่รับไม่ได้ เธอผลุนผลันออกจากบ้านไปทั้งน้ำตา

ooooooo

ขณะที่จี๊ดออกจากบ้านไปด้วยความเสียใจเรื่องพ่อขอหย่าแม่...ดิ่งเองก็กำลังเก็บสัมภาระเตรียมออกจากบ้านหลังใหญ่ของพ่อในเช้าวันรุ่งขึ้นเพื่อไปอยู่อู่ซ่อมรถเล็กๆของตน ซึ่งครั้งนี้ดิ่งตั้งใจเอาแหวนแต่งงานของแม่ที่ท่านเคยให้ไว้ติดตัวไปด้วย

ดิ่งมีที่ไปแล้วแต่จี๊ดยังเคว้งคว้างท่ามกลางความมืดยามค่ำคืนและสายฝนโปรยปราย เธอไม่รู้จะหันหน้าพึ่งใคร ที่สุดก็ตัดสินใจไปหารัตนาถึงบ้านในสภาพเนื้อตัวเปียกโชกหนาวสั่น ส่วนดิ่งที่เก็บสัมภาระเตรียมพร้อมไว้แล้ว กลับต้องมาขุ่นมัวหัวเสียเมื่อเศกมาถามเขาว่า

“แกไม่คิดจะรับผิดชอบสิ่งที่แกทำเอาไว้บ้างหรือไง”

เศกทราบเรื่องที่โมเดิร์นคาร์ขอเป็นผู้จัดจำหน่ายรถของเยอรมันแต่ไม่สำเร็จ ซึ่งเขาเข้าใจว่าเป็นฝีมือของดิ่ง จึงต้องการให้สานต่อจนจบ แต่ดิ่งยืนยันเสียงแข็งว่าตนไม่รู้เรื่อง ไม่ได้เริ่ม และจะไม่ทำงานที่ได้มาด้วยการแทงข้างหลังคนอื่นอย่างน่าไม่อายแบบนี้...มารศรีได้ยินแล้วหมั่นไส้ สวนดิ่งทันควันว่า

“น่าไม่อายตรงไหน ธุรกิจคือการแข่งขัน ใครมีข้อมูลเหนือกว่าถือว่าได้เปรียบ”

“เป็นฝีมือของเธอกับนายเทวัญเองใช่ไหม”

เศกแปลกใจ ทวนชื่อเทวัญพลางมองหน้ามารศรีอย่างรอคอยคำตอบ

“ดิ่งเกลียดศรีจะตาย อะไรที่ทำให้ศรีเลวได้ เขาก็พูดออกมาได้ทั้งนั้น” มารศรีแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ดิ่งเจ็บใจจะตอบโต้ แต่เธอไม่เปิดโอกาส รีบตัดบทออดอ้อนขอความเห็นใจจากเศก “ศรีจะรู้จากใครไม่สำคัญเท่ากับที่ศรีทำเพื่อใครหรอกค่ะ ศรีอยากให้บริษัทของคุณแซงหน้าคู่แข่ง ศรีทำผิดเหรอคะ”

ดิ่งมองมารศรีที่เกาะกอดพ่อของตนอย่างชิงชังรังเกียจ

“ทีนี้คุณเศกก็รู้แล้วใช่ไหมคะ ว่าใครกันแน่ที่คุณควรจะให้สานงานต่อเพื่อความก้าวหน้าของบริษัท ลูกชายคุณไม่กล้าทำอย่างศรีแน่ เพราะอะไรรู้ไหมคะ...เพราะคุณดิ่งรักคุณจี๊ด ลูกสาวของนายเจตนาเข้าเต็มหัวใจแล้วน่ะสิคะ”

“ใช่ ผมรักคุณจี๊ดเต็มหัวใจ” ดิ่งยอมรับอย่างลูกผู้ชาย แต่มันทำให้เศกไม่พอใจ ตวาดใส่ลูกชายอย่างเอาเรื่อง

“ไอ้ดิ่ง! แกไปรักลูกศัตรูได้ยังไง”

“ได้ยังไงผมไม่รู้...รู้แต่ว่าตอนนี้ผมรักคุณจี๊ดและผมจะไม่มีทางทำร้ายคนที่ผมรัก”

“ดี งั้นฉันก็คิดถูกแล้วสินะที่ไล่แกออกไปจากชีวิตฉัน”

“ถ้าพ่อคิดว่าพ่อจะมีความสุขกับผู้หญิงคนนี้ได้จริงๆ พ่อก็ไม่จำเป็นต้องมีผม เพราะผมคงอยู่ร่วมชายคาเดียวกับผู้หญิงที่ผมเกลียดไม่ได้”

มารศรีเจ็บลึกเหมือนถูกมีดกรีดกลางใจเมื่อเห็นสายตายืนยันของดิ่ง และทันทีที่ดิ่งผลุนผลันออกไป เศก หน้าเครียดขึ้น มารศรีรีบปลอบใจ

“คนกำลังมีความรัก ต่อให้ช้างก็ฉุดเอาไว้ไม่อยู่หรอกค่ะ”

“ผมเลี้ยงมันได้แต่ตัวจริงๆ” เศกมองตามลูกชายด้วยความผิดหวัง...มารศรีเจ็บใจและแค้นใจดิ่งมาก

ooooooo

ที่บ้านรัตนา...จี๊ดเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วนั่งซึมเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นสายฝนโปรยปรายยิ่งรู้สึกเศร้าใจ เมื่อรู้สึกได้ว่ารัตนาเข้ามา จี๊ดเอ่ยวาจาโดยไม่เหลียวมอง

“อย่าบอกใครนะว่าฉันอยู่ที่นี่ ฉันไม่อยากเจอใคร”

รัตนารับคำเบาๆ ปลีกตัวออกไปให้จี๊ดได้อยู่ตาม ลำพัง...ในเวลาเดียวกันที่บ้านจี๊ด แม่วันดีกับพ่อเจตนาของจี๊ดนั่งกันคนละมุม วันดีกล่าวโทษเจตนาเป็นต้นเหตุทำให้ ลูกเสียใจเตลิดออกไปจากบ้าน คงสะใจเขาแล้วใช่ไหม?

“อย่าโทษผมคนเดียว เราสองคนเป็นคนทำให้ลูกเสียใจ”

“คุณนั่นแหละผิด อยากหย่าจนตัวสั่นแล้วใช่ไหม จะได้ไปแต่งงานกับมัน”

“ก็ไม่แน่...รัตนามีคุณสมบัติทุกอย่างพร้อมสำหรับการเป็นภรรยาที่ดี”

วันดีโกรธกรี๊ดกระจาย...เพ็ญเดินเข้ามา ตัดสินใจพูดในสิ่งที่อึดอัดมานาน

“เพ็ญขออนุญาตนะคะ คุณทั้งสองคนรักคุณหนูจี๊ดกันบ้างไหมคะ หรือรักแต่ตัวเอง”

“ป้าเพ็ญ...กล้าดียังไง” วันดีแว้ดใส่

“เพราะเพ็ญไม่กล้ามาตั้งแต่แรก...เลยไม่ได้พูดให้คุณท่านและคุณผู้หญิงฟัง ในฐานะที่เพ็ญเป็นคนเลี้ยง และเฝ้าดูการเจริญเติบโตของคุณหนูจี๊ด เธอน่าสงสารที่สุด”

“ไม่ต้องพูดแล้ว ออกไปเลยนะ” วันดีไล่เพ็ญอย่างฉุนเฉียว แต่เจตนาให้เพ็ญพูดต่อ เขาอยากฟังเสียงที่ไม่เคยได้ยิน และวันดีก็ควรจะฟังเสียบ้าง

วันดีหน้าตึงไม่พอใจกับถ้อยคำของสามี และเมื่อเพ็ญตั้งคำถามว่าทั้งคู่ทะเลาะกันเพื่ออะไร วันดีก็ตวาดสวนทันควันอีกว่า “ไม่ใช่เรื่องของเธอ”

“ค่ะ ไม่ใช่เรื่องของเพ็ญ แต่หันไปดูหัวใจของลูกบ้างเถอะค่ะ เคยรู้บ้างไหมคะ คุณหนูจี๊ดต้องการพวกคุณทั้งสองคน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง แต่ตอนนี้พวกคุณกำลังทำอะไรกันอยู่ ยังมีคุณหนูจี๊ดอยู่ในสายตากันหรือเปล่า...อย่าได้โทษใครเลยนะคะ ที่ทำไมคุณหนูจี๊ดถึงกลายเป็นคุณหนูนิสัยเสียในสายตาคนอื่น...ขอบพระคุณค่ะ ที่ให้เพ็ญได้พูด”

เจตนาและวันดีฟังแล้วอึ้งไปด้วยกัน...เหมือนถูกตบหน้า กระชากสติให้รู้คิดมากขึ้นกว่าเดิม

ooooooo

ตอนแรกตั้งใจค้างที่บ้านรัตนา แต่พอแอบได้ยินรัตนาโทร.หายอดชาย  จี๊ดก็เปลี่ยนใจหนีออกมาโดยไม่บอกกล่าว  เมื่อยอดชายพร้อมด้วยดิ่งและศุวิมลมาถึงจึงต้องตามหาจี๊ดกันให้วุ่น ฝ่ายมารศรีที่แอบได้ยินดิ่งคุยโทรศัพท์กับยอดชายก่อนผลุนผลันออกไปกับศุวิมล เธอแค้นใจนักหนาที่ดิ่งห่วงใยจี๊ด ก็เลยระบายความแค้นกับพ่อของเขาด้วยการผสมยาพิษในน้ำชาให้เศกกิน

ริมถนนเปลี่ยว...จี๊ดเกือบถูกชายเมายาสองคนลวนลาม ถ้าพวกดิ่งตามมาช่วยไว้ไม่ทัน และในขณะที่ ดิ่งกับจี๊ดทำท่าจะดีกัน จู่ๆเทวัญขับรถมาจอดพรืดแล้ววิ่งไปหาจี๊ด

“น้องจี๊ด พี่มารับแล้ว”

“พี่เทวัญ...”

จี๊ดอึ้งเหมือนกัน แต่ก็ยอมให้เทวัญสวมกอด โดยที่สายตาเธอจับจ้องอยู่ที่ดิ่งตลอดเวลา

“พี่ขอโทษที่มาช้า หลังจากรับสายน้องจี๊ด พี่ก็รีบมาแต่รถติดมากเลย...มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า”

ดิ่งเบือนหน้าหนี คนอื่นๆเซ็งมาก โดยเฉพาะยอดชายถึงกับพูดพึมพำงึมงำว่า “จังหวะนรกจริงๆ”

เทวัญไม่สนใจใคร ลูบหน้าลูบผมจี๊ดด้วยความเป็นห่วง...ในขณะที่จี๊ดยังไม่ละสายตาไปจากดิ่ง และดิ่งไม่กล้าหันมาสบตาเพราะกลัวใจตัวเองจะทนไม่ไหว

หลังจากเทวัญพาจี๊ดไปขึ้นรถ เขาเดินกลับมาที่พวกดิ่งอีกครั้ง จงใจพูดขึ้นเพื่อเยาะเย้ยดิ่ง

“ขอบใจนะที่ช่วยน้องจี๊ดเอาไว้ ฉันจะดูแลน้องจี๊ดเอง”

ดิ่งไม่พูดอะไรและจะผละไป เทวัญยังไม่สะใจเรียกเขาไว้อีก

“เดี๋ยวก่อนสิครับ คุณศยาม...เสียใจด้วยนะ”

“เรื่องอะไรที่ผมต้องเสียใจ”

“คุณรู้ดีว่าเรื่องอะไร เห็นๆอยู่ว่าน้องจี๊ดเลือกผม ไม่ใช่คุณ”

เทวัญยิ้มเย้ยแล้วเดินมาขึ้นรถขับออกไป จี๊ดไม่เหลียวมองดิ่ง...กล้ำกลืนความรู้สึกเอาไว้ภายใน ตัดสินใจมุ่งมั่นกับอะไรบางอย่างจากนี้ไป...

ooooooo

ยอดชายไปส่งดิ่งกับศุวิมลที่บ้าน พอดิ่งแยกตัวเข้าบ้านก่อน ศุวิมลถือโอกาสถามยอดชายว่าเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าตอนต่อสู้กับพวกเมายา

“เจ็บที่ใจ” ยอดชายพลั้งปากบอกความรู้สึกออกมา ทำเอาศุวิมลเป็นงง ถามเขาว่าพูดอะไร? “เปล่า...ผมกลับนะ ขอบคุณเหมือนกัน ที่ไปเป็นเพื่อนตามหาจี๊ด”

“ไม่เป็นไร...แต่เดี๋ยวก่อน”

“มีอะไรอีกครับคุณครู”

“จะให้โอวาท”

“เฮ้อ...ใช่เวลาไหมเนี่ย”

“เวลานี้แหละเหมาะที่สุดแล้ว...ทำใจดีๆนะ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป แล้วนายก็จะหายดี”

ยอดชายอึ้ง ไม่คิดว่าเธอจะรู้ทันเรื่องที่เขาแอบรักจี๊ด...ศุวิมลยิ้มให้เขาอย่างจริงใจและให้กำลังใจก่อนเดินเข้าบ้านไป

“นั่นสินะ เราควรจะทำใจได้แล้ว เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ถ้ายังจำแล้วเมื่อไหร่จะลืม” นายยอดย้ำกับตัวเองแล้วสูดหายใจเข้าเต็มปอด พยายามเริ่มต้นใหม่ด้วยการลืมจี๊ด...

ด้านคุณหนูจี๊ดที่เทวัญพาไปส่งถึงบ้าน เธอกำลังขอโทษพ่อแม่ที่ตนทำตัวไม่รู้จักโตเสียที ทำให้พวกท่านเป็นห่วงอยู่เรื่อย

“ไม่ต้องขอโทษ...พ่อต่างหากที่ต้องขอโทษลูก”

“คุณพ่อขา...จี๊ดรู้ตัวดีว่าที่ผ่านมาจี๊ดเป็นยังไง จี๊ดไม่เคยเป็นลูกที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจ สร้างแต่เรื่อง จี๊ดจะไม่ทำตัวแบบนี้อีกแล้ว...จี๊ดจะแต่งงานกับพี่เทวัญค่ะ”

ทุกคนตกใจมากกับการตัดสินใจของจี๊ด...เทวัญดีใจยิ้มหน้าบาน เช่นเดียวกับวันดีที่พอหายตกใจก็แทบจะลุกขึ้นไชโยโห่ร้อง ตรงกันข้ามกับเจตนาที่ไม่สบายใจ เขาตามไปคุยกับลูกสาวในห้องตามลำพัง ถามย้ำว่าลูกแน่ใจแล้วหรือ จี๊ดตอบรับโดยไม่ยอมสบตาพ่อ เพราะมันคือการฝืนใจตัวเองอย่างที่สุด เมื่อพ่อจี้จุดว่าทำไมต้องฝืนใจตัวเอง เธอก็กลบเกลื่อนด้วยการยืนยันขันแข็งว่าตนเต็มใจ

“ทำประชดเนี่ยเหรอ ที่บอกว่าจะทำให้พ่อแม่ภาคภูมิใจ ไม่ต้องเป็นห่วงอีก ยังไงแกก็เป็นเด็กที่ไม่รู้จักโตเหมือนเดิม...พ่อจะยังไม่หย่ากับแม่เพราะไม่อยากให้แกเสียใจ”

“จริงเหรอคะ”

“เพื่อคนที่พ่อรัก พ่อทำได้ทุกอย่าง แต่ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด พ่ออยากให้แกแน่ใจซะก่อนว่าแกรักและพร้อมจะแต่งงานกับเทวัญจริงๆ อย่าทำเพราะประชดใคร และก็อย่าทำเพื่อทำให้ใครพอใจ เพราะคนที่ต้องรับผิดชอบผลของการตัดสินใจคือตัวลูกเอง อยากขึ้นสวรรค์หรือลงนรก เราเลือกได้นะลูก ขอเพียงอย่าทิฐิ”

เจตนาลูบหัวลูกสาว เตือนสติว่ายังมีเวลา ขอให้คิดดีๆ จี๊ดสะเทือนใจแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ และเมื่อพ่อกลับออกไปแล้ว เธอพูดกับตัวเองอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ

“จี๊ดมีเหตุผลของจี๊ด...หวังว่าฉันคงตัดสินใจไม่ผิดที่ทำแบบนี้”

ooooooo

เช้าแล้ว...เป็นเวลาที่ดิ่งต้องออกจากบ้านพ่อตามที่ได้ตั้งใจไว้ ขณะเขาหิ้วกระเป๋าสัมภาระออกมาขึ้นแท็กซี่หน้าบ้าน เศกแอบดูลูกชายอยู่ในบ้าน ความรักความอาลัยฉายชัดทางสีหน้า แต่ก็ไม่คิดจะห้ามปราม ได้แต่ถอนหายใจเฮือกแล้วเฮือกเล่า โดยไม่รู้ว่าศุวิมลยืนมองอยู่ข้างหลัง

“คุณพ่อเห็นแก่ตัว หลอกตัวเอง ใจร้าย ศุเสียใจและผิดหวังมากนะคะ” คำพูดศุวิมลทำให้เศกสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันมามอง “ตอนนี้คุณแม่คงมองพวกเราด้วยความทุกข์ ที่คุณพ่อยอมแลกพี่ดิ่งกับผู้หญิงเลวๆคนหนึ่ง พวกเราเติมเต็มความรักในหัวใจคุณพ่อไม่พอเหรอคะ”

“จะไปไหนก็ไปไป๊ หรืออยากจะออกจากบ้านตามเจ้าดิ่งไปอีกคนก็เชิญ”

“ไม่ต้องไล่หรอกค่ะ เพราะศุจะไม่ไปไหน ศุจะอยู่ เป็นก้างขวางคอคุณพ่ออย่างนี้แหละ ขอโทษด้วยค่ะ”

ศุวิมลเดินหนีด้วยสีหน้าเรียบตึง เศกหงุดหงิดในอารมณ์ กลับไปนั่งที่โต๊ะอาหารไม่เห็นมารศรี ถามแม่บ้านก็ได้คำตอบว่าเธอออกไปวัดเพื่อหาฤกษ์ทำบุญบ้าน เศกนึกแปลกใจแต่ไม่ติดใจอะไร คว้าหนังสือพิมพ์มาอ่าน แต่ก็หงุดหงิดเกินกว่าจะอ่านรู้เรื่อง ลุกพรวดขึ้นสั่งแม่บ้านไปบอกให้คนเอารถออกเดี๋ยวนี้ตนจะเข้าออฟฟิศ

แม่บ้านลนลานออกไป แปลกใจทำไมเศกถึงหงุดหงิดงุ่นง่านนัก เศกเองก็ไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไร รู้แต่ว่าไม่ค่อยสบายตัว เหงื่อออกค่อนข้างมาก...เขาไม่รู้เลยว่าสาเหตุมาจากยาพิษที่สะสมในร่างกาย

ส่วนมารศรีเมียตัวแสบ บัดนี้เธอเดินทางไปพบเทวัญตามนัด ทำเป็นแสดงความดีใจหลังทราบข่าวว่าจี๊ดตกลงแต่งงานกับเขาแล้ว แต่พอเขาขอบคุณเธอ และยิ้มย่องว่าตัวเองประสบความสำเร็จไปอีกขั้น เธอก็หยอดให้เขาอดสะดุ้งสะเทือนไม่ได้ว่า อะไรๆก็ไม่แน่นอน อย่าเพิ่งย่ามใจไป

“อะไรจะมาขวางไม่ให้ผมแต่งงานกับน้องจี๊ดได้อีก” เทวัญถามเสียงขุ่น

“หัวใจของเขาไงล่ะ ดิ่งรักยัยจี๊ด ตอนที่สองคนนั่นอยู่ที่เกาะเกิดอะไรขึ้นบ้างใครจะไปรู้”

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ไม่งั้นน้องจี๊ดจะยอมแต่งงานกับผมเหรอ”

“แต่งเพราะอะไรล่ะ เพราะอยากลืมดิ่ง ไม่ได้แต่งเพราะรักคุณหรอก”

“ไม่จำเป็นต้องรัก เพราะผมก็ไม่ได้ต้องการความรักจากน้องจี๊ด บริษัทและทรัพย์สินทั้งหมดของนายเจตนาต่างหากที่ผมต้องการ”

“เป็นคำแก้ตัวของคนที่แพ้เกมหัวใจหรือเปล่า”

“ผมไม่ได้แพ้!”

“ดิ่งออกจากบ้านไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่แน่นะอาจจะรอวันเหมาะๆสักวันมารื้อฟื้นความหลังกับน้องจี๊ดของคุณ งานแต่งงานของคุณอาจจะเป็นหมันก็ได้...ใครจะไปรู้”

มารศรีทิ้งระเบิดแล้วเฉิดฉายจากไป เทวัญไม่พอใจและร้อนใจอยู่ไม่เป็นสุขขึ้นมาทันที

ooooooo

วันเดียวกันนี้ จี๊ดเข้าบริษัทด้วยท่าทีกระตือรือร้นการงาน หยิบโน่นทำนี่ดูวุ่นวายไปหมด ใจดีเห็นแล้วแอบซุบซิบรัตนาว่าวันนี้จี๊ดบ้าพลัง รัตนาไม่ออกความเห็น แต่เดินเข้าไปขอโทษจี๊ดเรื่องเมื่อคืนที่แอบโทร.บอกยอดชาย

“ไม่เป็นไร ฉันรู้ว่าเธอหวังดี แต่เธอควรจะแยกแยะได้แล้วนะว่าใครดีหรือไม่ดี”

“หมายถึงคุณดิ่งเหรอคะ”

“อยากเป็นมิตรหรือศัตรูกับฉัน?”

รัตนาเลิกคิ้วไม่เข้าใจ ใจดีจึงอธิบายให้ฟังว่า “ถ้าไม่อยากมีเรื่องกับจี๊ด ก็อย่าพูดถึงชื่อคุณดิ่งค่ะ”

รัตนาหน้าเสียไปนิด จี๊ดทำไม่รู้ไม่ชี้ เขียนหัวข้องานบนกระดาษต่อไปจนเสร็จ จากนั้นค่อยหันมาทางใจดี

“ขอบใจนะใจดีที่ช่วยอธิบายให้คุณรัตนาเข้าใจ แล้วแกล่ะ ตกลงจะเป็นมิตรหรือศัตรูกับฉัน ฉันให้เวลาแกคิดอีกสามวัน...คุณรัตนา คุณพ่ออยู่ไหม ฉันมีเรื่องงานจะคุยด้วย”

“ตอนนี้ยังว่างค่ะ”

ฟังคำตอบจากรัตนาแล้ว จี๊ดคว้าแฟ้มเอกสารออกไปทันที ระหว่างทางสวนกับเจ๊ยุพาจังๆ จี๊ดไม่ปล่อยผ่าน ดักหน้าคาดคั้นเจ๊ว่ารายงานแม่ของตนเรื่องรัตนาใช่ไหม ยุพาปากคอสั่นจนมุม

“ใช่...ใช่ค่ะ”

“แม่ฉันให้เท่าไหร่ ฉันให้สองเท่า แล้วหุบปากซะ ไม่งั้นฉันจะบีบให้คุณพ่อไล่เจ๊ออก เข้าใจมั้ย”

“เคลียร์ที่สุดค่ะ”

จี๊ดพอใจเยื้องย่างต่อไป แต่ยุพาจ๋อยสนิทรีบเดินกลับทางเดิม อับอายรัตนาและใจดีที่ยืนมองมาเป็นตาเดียว...

เมื่อเข้ามาในห้องทำงานพ่อ จี๊ดนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ภูมิใจผลงานตัวเองที่พ่อกำลังตั้งใจอ่านอยู่ตรงหน้า

“คิดเองทั้งหมดนี่เลยเหรอ”

“ค่ะ ในเมื่อเราเสียโอกาสการเป็นผู้จัดจำหน่ายรถจากเยอรมัน เราก็ต้องสร้างฐานลูกค้าที่มีอยู่ให้เพิ่มมากขึ้น เป็นไงคะ แผนการตลาดเชิงรุกของหนู”

“พ่อรอแนวคิดแบบนี้จากเทวัญมานานแล้วนะ เขาก็ยังทำออกมาให้พ่อไม่ได้สักที”

“ทำไมล่ะคะ”

“เขาบอกว่ายุ่งๆ”

“งั้น...ถ้าคุณพ่ออนุมัติเห็นด้วย จี๊ดเอาไปทำงานต่อเลยนะ” จี๊ดร่าเริงลุกขึ้นจะออกไป เจตนารีบเรียกไว้ เตือนสติลูกสาวอย่างรู้ทัน

“คนเราหนีอะไรหนีได้นะ แต่หนีความจริงไปไม่พ้นหรอก หรือถ้าหนีได้ ก็หนีได้ไม่นาน”

“จี๊ดไม่ได้หนีค่ะ จี๊ดกำลังเผชิญกับมันอยู่ จี๊ดจะตั้งใจทำงาน ทำหน้าที่ของตัวเอง นี่คือความจริงของจี๊ดในตอนนี้ค่ะ”

เจตนาพูดไม่ออก ได้แต่ถอนใจแล้วพึมพำกับตัวเองว่า พ่อมองจี๊ดไม่ผิดหรอก...ฝ่ายสาวจี๊ดเมื่อกลับออกมาที่โต๊ะทำงาน แอบเห็นจดหมายลาออกของรัตนา เธอคว้ามันมาฉีกต่อหน้าเพราะไม่เห็นด้วย

“ถ้าเธอลาออก แสดงว่าเธอไม่บริสุทธิ์ใจ และคุณแม่ก็เข้าใจถูกเรื่องเธอ เธอต้องอยู่เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้คุณแม่และทุกคนเห็นว่าเธอไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา”

รัตนาดีใจที่จี๊ดยอมรับตนแล้ว จึงรับปากตามที่เธอขอ

“ดีมาก เธอเชื่อฉัน เราก็คงเป็นมิตรกันได้”

จี๊ดเดินยิ้มจากไปได้ไม่นาน เสียงอินเตอร์คอมจากเจตนาบอกให้รัตนาตามเทวัญมาพบตนด้วย พอเทวัญเข้ามาพบเจตนาด้วยเรื่องที่จี๊ดทำแผนการตลาดเชิงรุกไว้แล้ว เขาไม่พอใจแต่ก็ข่มอารมณ์เอาไว้ รับปากเจตนาที่ต้องการให้เขาทำงานร่วมกับจี๊ด

เมื่อกลับมาที่ห้องทำงานตัวเอง เทวัญเกรี้ยวกราดกวาดเอกสารบนโต๊ะหล่นเกลื่อนกระจาย แล้วโทร.ตามยุพาเข้ามาสั่งให้ไปกระจายข่าวเรื่องที่จี๊ดตกลงแต่งงานกับตน ซึ่งยุพาทำได้รวดเร็วทันใจ พนักงานต่างพากันฮือฮาให้ความสนใจ

ใจดีเพิ่งทราบเรื่องก็ร้อนรนเป็นกังวลถึงขนาดไปลากจี๊ดมาซักถาม โดยมียอดชายกับรัตนาอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ใจดีเปิดฉากใส่จี๊ดว่าอยากเป็นศัตรูกับตนถาวรใช่ไหม จี๊ดทำงงว่าเรื่องอะไร ยอดชายเลยไม่อ้อมค้อม ถามจี๊ดว่าคิดดีแล้วเหรอเรื่องจะแต่งงาน

“ดีสิ ไม่เคยคิดอะไรดีเท่าครั้งนี้มาก่อนเลย”

“แล้วใช้อะไรคิด”

“นี่!! จะมากไปแล้วนะใจดี”

จี๊ดฉุนเฉียวไม่พอใจ รัตนาเกรงจะบานปลาย จึงไกล่เกลี่ยว่าอย่าใช้อารมณ์คุยกัน แบบนี้เมื่อไหร่จะคุยกันรู้เรื่อง

“ฟังนะ...ฉันจะแต่งงานกับพี่เทวัญ...จบมั้ย” จี๊ดยืนยันหนักแน่น

“ชีวิตแกได้จบแน่” ใจดีฟันธงโดยไม่ต้องพึ่งหมอดู

“ฉันรับผิดชอบชีวิตฉันเอง คนอื่นไม่ต้องยุ่ง” ว่าแล้วจี๊ดสะบัดพรืดจากไปอย่างไม่แคร์ใครทั้งนั้น

“ถ้าคุณดิ่งรู้เรื่องจะรู้สึกยังไงเนี่ย” รัตนาเปรยขึ้นมาอย่างหนักใจ

“ทำไมคะ ทำไมคุณดิ่งต้องรู้สึกอะไรด้วย”

ใจดีมองหน้ารัตนาสลับกับยอดชายไปมา ครู่เดียวก็เข้าใจได้โดยที่ไม่ต้องมีใครตอบคำถาม...ว่าดิ่งชอบจี๊ด...แล้วใจดีก็ต้องกินแห้วอีกตามเคย เพราะเธอแอบหมายปองดิ่งมาแต่แรก

ต่อมาในตอนบ่าย ยอดชายออกจากออฟฟิศมุ่งหน้าสู่อู่ซ่อมรถของช่างดิ่ง ที่ตอนนี้เขาได้ลูกมือมาหนึ่งคน ป๊อดเป็นวัยรุ่นแสบซ่า ชอบซิ่งมอเตอร์ไซค์ทำตัวเป็นเด็กแว้นให้แม่กลุ้มใจไม่เว้นวัน จนเมื่อป๊อดมาเจอดิ่งขณะนำรถมาให้ซ่อม ดิ่งจึงอบรมและตักเตือนทำให้ป๊อดกลับตัวกลับใจ แม่ของป๊อดเลยเอ่ยปากฝากฝังป๊อดไว้เป็นลูกมือของดิ่ง

ยอดชายขับรถออกจากออฟฟิศโดยไม่รู้ว่าโดนเทวัญแอบสะกดรอยตาม กระทั่งตามมาถึงอู่ซ่อมรถ เทวัญเห็นดิ่งเต็มสองตา รอยยิ้มเหี้ยมๆผุดขึ้นในหน้าเขาทันที หยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดเบอร์แล้วรอสายอึดใจหนึ่ง

“ไอ้ด้วง...ฉันมีงานให้แกทำ!” เทวัญสั่งการแล้วแสยะยิ้ม สายตาจับจ้องไปที่ดิ่งอย่างมาดหมาย

ooooooo

ตอนที่ 8

ดิ่งหน้าเสียและคิดว่าตัวเองต้องเดือดร้อนแน่ ถ้าแม่บ้านที่มาเจอเขาอย่างไม่คาดฝันพูดความจริงให้จี๊ดฟังว่าเขาเป็นลูกชายเจ้าของบ้านพักตากอากาศหลังนี้ แต่ดิ่งก็รีบเอาตัวรอดได้อย่างหวุดหวิดด้วยการดึงแม่บ้านไปคุยห่างจากจี๊ด

แม่บ้านรับฟังเขาด้วยดีก่อนจะมาตอบคำถามจี๊ดว่าดิ่งเป็นลูกชายของอดีตแม่บ้านหลังนี้ จี๊ดไม่ค่อยเชื่อนัก ซักไซ้ดิ่งเป็นการใหญ่ แต่สุดท้ายก็จับผิดเขาไม่ได้ ยอมเข้ามาอาศัยบ้านซุกหัวนอนอย่างไม่มีทางเลือก แต่พอดิ่งจะให้เธอทำความสะอาดบ้านแลกที่อยู่ที่กิน โดยอ้างว่าแม่บ้านบอกไว้ เธอก็เปลี่ยนใจไม่อยู่ เพราะทำงานบ้านไม่เป็น

ส่วนคุณพี่แม่บ้านของดิ่ง หลังจากตกปากรับคำดิ่งไว้แล้วว่าจะไม่พูดความจริง และที่สำคัญห้ามบอกใครที่กรุงเทพฯ ด้วยว่าตนมาพักกับผู้หญิง แต่เธอกลับไม่รักษาคำพูด โทร.ไปที่บ้านดิ่ง ปะเหมาะพอดีมารศรีรับสาย ก็เลยตั้งใจจะไปกระจ่ายข่าวให้เทวัญฟัง

ด้านคุณหนูจี๊ดขาวีน เธอหิ้วกระเป๋าออกจากบ้านพักตากอากาศไปยืนรอรถนานเป็นชั่วโมงก็ไม่เห็นมีผ่านมาสักคัน ดั้นด้นไปสอบถามร้านค้าแถวนั้นก็ได้คำตอบว่ารถหมดแล้ว และรีสอร์ตใกล้ๆ ก็ไม่มี ต้องเดินทางอีกหลายสิบกิโลกว่าจะเจอ

ในที่สุด จี๊ดก็ต้องย้อนกลับมาร่วมชายคากับนายดิ่ง และยอมทำความสะอาดบ้าน แม้จะทำไม่ได้เรื่อง และหนักไปทางโต้เถียง แต่ดิ่งก็นึกเอ็นดูเธอ สองคนทำไปทะเลาะกันไป จากทะเลาะกลายเป็นหยอกล้อสนุกสนานไปโดยไม่รู้ตัว

ooooooo

ที่กรุงเทพฯ หลังจากมารศรีเอางานมาอ้างกับเศกแล้วออกไปพบเทวัญ อยู่ทางนี้ทนายวิทยาได้ติดต่อมายังเศกเพื่อรายงานเรื่องที่ให้ไปสืบเกี่ยวกับมารศรี ซึ่งข้อมูลที่ได้มาทำให้เศกแทบช็อก เมื่อรู้ว่าแท้จริงแล้วมารศรีเคยเป็นคนรักของดิ่ง

หลังฟังข้อมูลจากทนายวิทยาแล้ว เศกเข้าไปเก็บตัวเงียบในห้องนอน ศุวิมลกลับมาไม่เห็น ทราบจากแม่บ้านว่าท่านเข้าห้องพักผ่อนก็ไม่เอะใจอะไร แต่มาติดใจตรงที่มารศรีทำไมต้องออกนอกบ้านในยามวิกาล แล้วเธอก็ยิ่งประหลาดใจเมื่อยอดชายมาขอพบอย่างปัจจุบันทันด่วน

ยอดชายมาที่นี่ถูกเพราะสอบถามข้อมูลจากลูกศิษย์ศุวิมลที่มหาวิทยาลัย เธอไม่ชอบใจนักกับความจุ้นจ้านของเขา กระชากเสียงถามว่า “มาทำไม?”

“ไม่มาแล้วจะรู้เหรอว่าจริงๆ แล้วคุณเป็นลูกสาวของคุณเศกแห่งลักชัวรี่คาร์”

“ฉันถามว่ามาทำไม”

“ผมก็แค่อยากรู้ว่า...ทำไมคุณถึงได้ตามติดคุณดิ่งนักหนา เลยอยากจะมาคุยด้วย และตอนนี้มันยิ่งทำให้ผมอยากรู้มากขึ้น”

“เชิญออกจากบ้านฉันไปได้แล้ว” เธอตัดบทเร็วจี๋ แต่เขาไม่สน อยากรู้ว่าเธอกับลักชัวรี่คาร์เกี่ยวข้องอะไรกับดิ่ง “ไม่รู้! ฉันบอกให้ออกไป”

“ไปก็ได้...แต่ผมต้องรู้คำตอบให้ได้”

“เรื่องของนาย” ศุวิมลผลักไสไล่เขาออกไป เศกออกมาเห็นพอดี ถามว่ามีอะไรกัน ศุวิมลกลัวความแตกเรื่องที่ตัวเองเจอดิ่งแล้ว จึงโกหกพ่อว่ายอดชายเป็นแฟนของตนเพื่อไม่ให้พ่อซักอะไรอีก

“ศุนัดเขามาเปิดตัวกับคุณพ่อ ให้คุณพ่อพิจารณาค่ะ แต่ท่าทางคุณพ่อจะเหนื่อย วันนี้คงไม่สะดวก ศุจะให้เขากลับก่อนนะคะ กลับบ้านค่ะ คุณยอดชาย” เธอรวบรัดแล้วลากเขาออกมาหน้าบ้านทันที

ยอดชายไม่ทันตั้งตัว เหวอไปครู่หนึ่งก่อนจะประท้วงขึ้นว่า “เป็นข้อแก้ตัวหลบเลี่ยงที่ซวยผมมากเลย”

“นายก็เกือบทำฉันซวยเหมือนกันแหละ”

“ซวยเรื่องอะไร บอกมา”

“ไม่บอก!”

“ไม่บอก ผมไม่กลับ แล้วผมจะไปกราบเรียนว่าที่พ่อตาว่าแฟนผมไปเฝ้าผู้ชายที่ชื่อดิ่งที่โมเดิร์นคาร์ ซึ่งเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกับพ่อตาทุกวัน” ยอดชายหันหลังทำท่าจะกลับเข้าไปข้างใน ศุวิมลตกใจรีบดึงเขาไว้ เธอทั้งขู่ทั้งขอร้องเขาก็ไม่ยอมท่าเดียว เอาแต่ตะโกนเรียกคุณพ่อให้ลั่นไปหมด

เมื่อหมดทางเลี่ยง ศุวิมลจำใจพูดความจริงออกมา ยอดชายได้ฟังถึงกับอึ้งย้งงงงวย ไม่อยากเชื่อว่าดิ่งคือศยามลูกชายของนายเศก แถมยังเป็นแฟนกับมารศรีด้วย

“พี่ดิ่งยังไม่ยอมเปิดเผยตัว ยังคงอยู่ที่โมเดิร์นคาร์ ไม่ยอมกลับบ้าน”

“หรือว่าแอบมาเป็นหนอนบ่อนไส้”

“ไส้อะไร แล้วทำไมตอนนี้บริษัทพ่อฉันถึงได้ทรุดเอาๆ อย่าเว่อร์ พี่ดิ่งเป็นคนดี ไม่คิดทำอะไรอย่างนั้นแน่นอน”

“ผมรู้ คุณดิ่งเป็นคนดี...หนอนบ่อนไส้คือคนอื่น...ไม่ใช่เขา”

“แล้วเพราะอะไรพี่ดิ่งถึงอยากอยู่ที่นั่นต่อไป”

“อาจจะมีเหตุผลอื่น เช่น เป็นห่วงสุขภาพพ่อคุณ กลัวท่านได้รับความกระทบกระเทือนใจถ้ารู้ความจริงเกี่ยวกับคุณมารศรีและคุณดิ่ง”

“จริงด้วยสิ สมองนายก็มีรอยหยักเหมือนกันเนอะ ทำไมฉันคิดไม่ได้นะ”

ยอดชายไม่พอใจทำท่าจะโวยใส่ เธอยิ้มแหยๆ รีบขอโทษเขาทันที หลังจากนั้นเธอไม่ลืมกำชับเขาอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับใคร เธออยากคุยกับพี่ดิ่งก่อน แต่ยอดชายตีรวนว่าไม่รับปาก เธอเลยขู่ว่า อยากตายนักใช่ไหม?

“ไม่อยาก...ไม่บอกก็ไม่บอก แต่ที่ไม่บอกไม่ใช่เพราะไม่อยากตาย แต่...”

“แต่อะไร”

“เหตุผลที่คุณดิ่งปกปิดฐานะของตัวเองอีกข้อหนึ่งคือ เขาต้องการช่วยผมกระชากหน้ากากคู่หมั้นของจี๊ด ที่

เคยใส่ร้ายพ่อคุณว่าบงการมือปืนมาลอบทำร้ายคุณเจตนา”

“เลวจริงๆ” ศุวิมลด่าใส่หน้ายอดชายเต็มๆ

“เฮ้ย! นายเทวัญนะ ไม่ใช่ผม”

“ก็ใช่น่ะสิ...ขอบใจนะที่เชื่อใจพี่ชายฉัน”

“ผมมีสมอง แยกแยะได้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี ช่วยมองผมซะใหม่นะยัยเพี้ยน”

“จะไม่มองว่าดีก็ตอนนี้แหละ ปากเสีย”

ยอดชายหัวเราะร่าเดินออกไป ศุวิมลเผลอยิ้ม แอบประทับใจเขาเหมือนกัน...ขณะเดียวกันนั้น นายเศก

กลับเข้ามาในห้องนอน แล้วก็หมกมุ่นครุ่นคิดด้วยความเสียใจเรื่องที่ทราบจากทนายวิทยาว่ามารศรีกับดิ่งเป็นแฟนกัน คิดมากก็เครียดมากจนนอนไม่หลับ

ค่ำคืนเดียวกันที่บ้านพักตากอากาศ จี๊ดมีอาการปวดท้องนอนร้องครวญครางด้วยโรคกระเพาะกำเริบ เดือดร้อนดิ่งต้องวิ่งวุ่นหายาให้เธอกินบรรเทา แต่กว่าเธอจะสงบลงได้ก็นานพอสมควร ทำเอาดิ่งใจหายใจคว่ำเฝ้าดูแลเธออย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

ส่วนที่กรุงเทพฯ มารศรีตั้งใจไปหาเทวัญที่คอนโดฯ แต่ดันมาเจอทันวิทย์น้องชายวัยรุ่นของเขา และถ้าเทวัญไม่กลับมาเจอเสียก่อน เธอคงได้เคี้ยวหญ้าอ่อนไปแล้วก็ได้

“คุณมีธุระอะไร รีบๆพูดมา ผมอยากพักผ่อนเต็มทีแล้ว” เทวัญเร่งเสียงเครียด

“รับปากฉันก่อน ว่าถ้าบอกไปแล้วคุณต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ ไม่ใช่ไร้น้ำยาอย่างที่แล้วๆมา”

“คุณมารศรี มันจะมากไปแล้วนะ”

“ทำไม จะทำอะไรฉัน”

“อย่าดูถูกผม เพราะผมทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด”

“งั้นบอกมาสิ...ถ้าดิ่งเป็นลูกชายของนายเศกแห่งลักชัวรี่คาร์ และเป็นคนพาคุณหนูจี๊ดไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของคุณเศก....คุณจะทำอะไรได้”

“อะไรนะ!” เทวัญตกใจกับข้อมูลใหม่ที่มารศรีจงใจเยาะเย้ยให้ฟัง               

ooooooo

ตั้งแต่เมื่อคืนถึงเช้าวันใหม่ ดิ่งอุทิศแขนตัวเองให้จี๊ดหนุนนอนจนเหน็บกินไปทั้งตัว ตื่นขึ้นมาเขาแทบเดินไม่เป็น จี๊ดรู้สึกผิดและสงสารจะช่วยบีบนวดให้ แต่เขาไม่ยอม สั่งเธอไปล้างหน้าแปรงฟันดีกว่า เดี๋ยวตนจะทำข้าวต้มให้กิน

เช้าวันเดียวกันที่กรุงเทพฯ ศุวิมลเพิ่งทราบว่าพ่อไม่สบายและหมดสติตั้งแต่เมื่อคืน เธอตกใจมากรีบพาท่านส่งโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน

แต่ดิ่งไม่รู้เลยว่าพ่อกำลังแย่ เขามีความสุขที่ได้อยู่ใกล้จี๊ด ขณะเดียวกัน จี๊ดเองก็รู้สึกดีกับเขามากขึ้นเรื่อยๆ ความใกล้ชิด...ไม่ว่าจะดีหรือทะเลาะกันเกิดเป็นความสัมพันธ์ลึกซึ้งในจิตใจที่ต่างฝ่ายต่างบอกกันไม่ได้

หลังจากดิ่งทำข้าวต้มปลาเสร็จเรียบร้อย เขาและเธอกินด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย แถมจี๊ดยังเปิดเพลงฟังอย่างมีความสุข แต่ไม่นึกเลยว่าช่วงเวลาแห่งความสุขจะสะดุดหยุดลงในอีกครู่ต่อมา เมื่อเทวัญกับมารศรีปรากฏตัวพร้อมกัน!

เมื่อเทวัญและมารศรีปรากฏตัว...ใช่แค่ความสุขของจี๊ดกับดิ่งจะเหือดหายไป แต่มันยังกลายเป็นความบาดหมางครั้งใหญ่ระหว่างเขาสองคนขึ้นมาทันที

เทวัญเปิดโปงความจริงเรื่องดิ่งเป็นลูกชายของเศกแห่งลักชัวรี่คาร์ คู่แข่งทางธุรกิจของพ่อจี๊ด นั่นหมายความว่าดิ่งต้องมีแผนชั่วอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ ถึงได้แฝงตัวเข้ามาในโมเดิร์นคาร์...จี๊ดตกใจและผิดหวังอย่างแรง คิดว่าดิ่งตั้งใจมาหลอก เธอต่อว่าเขาหลายคำ ขณะที่เทวัญก็พลอยกระหน่ำซ้ำเติมด้วยความสะใจ ไม่เชื่อว่าดิ่งบริสุทธิ์ใจอย่างที่พูดมา

“ใครจะเชื่อแก ฉันเข้าใจล่ะ เพราะอย่างนี้ใช่ไหม แกถึงได้ปกป้องพ่อแกว่าไม่ใช่คนจ้างวานฆ่าคุณเจตนา”

“พ่อผมเป็นคนดี”

“กล้าพูดคำนี้ได้ยังไง ที่แกทำทุกอย่างตั้งแต่ทำตัวเป็นฮีโร่ช่วยชีวิตคุณเจตนา สร้างเรื่องโกหกจนได้เข้ามาอยู่ในบ้าน เป่าหูทุกคนให้เห็นว่าฉันเป็นหนอนบ่อนไส้ นอกใจน้องจี๊ด สุดท้ายพอน้องจี๊ดใจอ่อนกับแก ทุกอย่างของโมเดิร์นคาร์ก็จะอยู่ในกำมือแก”

“ไม่...” ดิ่งพูดไม่ทันจบ จี๊ดขัดจังหวะสวนขึ้นมาทันทีด้วยความเสียใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว

“คนเลว! นายทำอย่างนี้กับฉันได้ยังไง” พูดจบหันไปมองมารศรีที่ยิ้มเย้ยอยู่ในที จี๊ดเจ็บใจด่าเข้าให้ “ทำได้ไง รวบทั้งลูกทั้งพ่อ คงมีแต่คนชั่วๆอยู่ในบ้านนั้นสินะ”

“ปากดี!” มารศรีตบหน้าจี๊ดแล้วสำทับอย่างเอาเรื่อง “ฉันไม่ใช่คนที่เธอนึกจะด่าก็ด่าได้ตามใจนะ”

เท่านั้นเอง จี๊ดสติแตกผลักมารศรีที่ไม่ทันตั้งตัวจนซวนเซล้มลงไป ดิ่งกับเทวัญเข้ามาห้ามเธอก็ไม่ฟัง ยังทำร้ายมารศรีต่อไป ที่สุดดิ่งต้องกอดเธอไว้ สั่งให้หยุดแต่จี๊ดกลับตบหน้าเขาอย่างเจ็บแค้นใจ หาว่าเขาปกป้องมารศรี

“ฉันโง่ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่หลังจากนี้อย่าหวังว่าฉันจะโง่เชื่อคนหลอกลวงอย่างนายอีก นายศยาม!”

จี๊ดวิ่งร้องไห้ออกไปด้วยความเสียใจ เทวัญได้โอกาสตามมาปลอบ ทิ้งมารศรีไว้กับดิ่งตามลำพังในบ้าน

“พี่เทวัญ จี๊ดขอโทษ”

“ไม่เป็นไรจ้ะ ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอโทษพี่ แค่จี๊ดปลอดภัยยังไม่ถูกไอ้สารเลวนั่นทำอะไร พี่ก็โล่งใจแล้ว ขอแค่นี้ แค่นี้จริงๆ”

“พี่เทวัญ...จี๊ดเกลียดเขา เกลียด!! ทั้งๆที่จี๊ดรู้สึกดีกับเขาไปแล้ว...รู้สึกดีไปแล้ว” คำพูดรำพึงรำพันของจี๊ดทำให้เทวัญยิ่งโกรธแค้นดิ่ง

“เสียไปแค่ความรู้สึก ไม่เป็นไรหรอกน้องจี๊ด อีกไม่นานก็หาย พี่จะอยู่เคียงข้างให้กำลังใจน้องจี๊ดเอง เงียบซะนะคนดี”

“แต่จี๊ดจะไม่ยอมให้มันเสียไปฟรีๆหรอก ใครที่ทำจี๊ดเจ็บ จี๊ดจะเอาคืนเป็นสองเท่า นายศยามต้องรับผิดชอบที่ทำให้จี๊ดเสียใจ”

เธอสะอื้นในอ้อมกอดเทวัญที่ยิ้มย่ามใจ วาดหวังว่าทุกอย่างกำลังจะกลับเข้าสู่ความปกติ ส่วนดิ่งยืนมองมาจากในบ้าน เห็นภาพสองคนนั้นโอบกอดกันก็หน้าสลด ต่างจากมารศรีที่กำลังหน้าระรื่นหวังจะคืนดีกับดิ่งให้ได้

เมื่อมารศรีเริ่มมารยาโผเข้าใส่ ดิ่งกลับนิ่งเฉยไม่รู้สึกอะไรตามไปด้วยทั้งนั้น นอกจากความรังเกียจที่เพิ่มมากขึ้น

“ทำแบบนี้ทำไม” ดิ่งถามเสียงขุ่น

“ทำอะไร...อ๋อ...ที่พาเจ้าของตัวจริงมาทวงคนรักคืนน่ะเหรอ”

“คุณกับนายเทวัญรู้จักสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เรื่องคนอื่นไว้ทีหลังได้ไหม ตอนนี้ที่นี่เหลือแค่เราสองคน ศรีคิดถึงคุณ อยากใช้เวลาอยู่กับคุณเหมือนเมื่อก่อน คุณยังคิดถึงศรีอยู่ใช่ไหม” ดิ่งปฏิเสธเสียงแข็งจนเธอผงะเล็กน้อย ถามว่าทำไม? “ยังต้องถามอีกเหรอ คนไม่มีสำนึกถูกผิดดีชั่วเท่านั้นแหละที่จะยังคิดถึงผู้หญิงที่ทิ้งเขาไปอย่างไม่ไยดีเพื่อแต่งงานกับพ่อของผู้ชายคนนั้น แล้วโกหกทุกคนหน้าตายว่าไม่เคยรู้จักกัน”

“ศรีบอกแล้วไงว่าศรีถูกข่มขืน จะให้ศรีเปิดเผยว่าเคยเป็นคนรักให้ชาวบ้านเขาซ้ำเติมเหยียบย่ำศักดิ์ศรีตัวเองอีกหรือไง”

“ตอนนี้ผมตาสว่างแล้ว ผมไม่เชื่อคำพูดโกหกหลอกลวงของคุณ”

“ไม่จริง คุณยังรักและคิดถึงศรี คุณไม่ลืมศรีไปง่ายๆ แบบนี้ เหมือนที่ศรีเองก็ไม่เคยลืมคุณ ดิ่งคะ เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม ศรีจะเลิกกับพ่อคุณ เราจะมีความสุขด้วยกัน ตอนนี้ศรีไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว นอกจากคุณคนเดียว”

มารศรีทั้งพูดทั้งนัวเนียกอดรัด แต่ดิ่งไม่เล่นด้วย ผลักเธอล้มลงอย่างไม่ไยดี

“ดิ่ง! คุณกล้าทำแบบนี้กับศรีได้ยังไง”

“เพราะผมขยะแขยงคุณไง ผมเคยโง่ไปรักคุณได้ยังไง ยิ่งคุณแสดงธาตุแท้ออกมาแบบนี้ ผมยิ่งปล่อยให้คุณทำลายครอบครัวผมต่อไปไม่ได้อีกแล้ว”

ดิ่งผลุนผลันไปแล้ว ทิ้งมารศรีเต้นเร่าๆ กรีดร้องด้วยความผิดหวัง

ooooooo

เทวัญพาจี๊ดกลับมาส่งบ้าน จี๊ดขอโทษพ่อกับแม่ก่อน จะเล่าความจริงเกี่ยวกับดิ่งให้ท่านฟัง วันดีซึ่งไม่ชอบดิ่งอยู่แล้วด่าไม่เลี้ยง ขณะที่เจตนายังนิ่งเงียบอย่างใช้ความคิด

“เราปล่อยให้เสือให้จระเข้มาอยู่ใกล้ตัวอยู่ได้ตั้งนาน ฉันเตือนคุณแล้วนะคุณเจตนา ว่ามันไม่น่าไว้ใจ...ลูกสาวไปค้างอ้างแรมกับคนลวงโลกอยู่ตั้งหลายวัน เพราะคุณเองที่เป็นคนปิดปากเงียบไม่บอกใครว่าลูกอยู่ที่ไหน ไงล่ะ ความเชื่อใจที่ให้กับคนผิดมันเกือบย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง นี่ถ้าตาเทวัญไม่...”

“หยุดพูดก่อนได้มั้ย ผมอยากคุยกับนายดิ่งก่อนที่จะสรุปว่าเขาเป็นเสือหรือจระเข้”

“แล้วที่จี๊ดเล่าไปทั้งหมดยังไม่พออีกเหรอคะ ทำไมคุณพ่อยังจะไปฟังคนโกหกคนนั้นอีก” ขาดคำของจี๊ด ...ดิ่งเดินเข้ามา เธอแผดเสียงใส่เขาทันที “นายดิ่ง!! ยังจะมีหน้ามาที่นี่อีกเหรอ ออกไปเลยนะ ออกไป”

จี๊ดผลักไสและทุบตีดิ่งไม่ยั้ง และดิ่งก็ปล่อยให้เธอทำอย่างนั้นโดยไม่ปกป้องตัวเอง

“ยัยจี๊ด พอได้แล้ว” เจตนาขึ้นเสียง...จี๊ดหยุดชะงัก มองดิ่งอย่างเกลียดชัง และยิ่งไม่พอใจเมื่อพ่อของตนเอ่ยปากขอคุยกับดิ่งเป็นการส่วนตัว

เมื่ออยู่กันตามลำพังดิ่งเริ่มต้นด้วยการยกมือไหว้ขอโทษเจตนา แต่เจตนาบอกว่าตนจะยังไม่รับคำขอโทษ จนกว่าเขาจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดที่เป็นความจริง

“ท่านยังจะรับฟังเหตุผลของผมอยู่เหรอครับ”

“ถ้าเธอคิดจะปกครองและบริหารคน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากที่สุด เธอต้องฟังเหตุผลทั้งสองด้าน ส่วนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ นั่นมันเป็นอีกเรื่อง”

“ครับ ผมพูดความจริงเสมอ...ผมไม่เคยคิดร้ายกับท่านและคนในครอบครัวท่าน ผมพยายามทำดีที่สุดเพื่อช่วยทุกคน”

“ทำไมไม่กลับบ้าน”

“ผมยังกลับไม่ได้ จนกว่าผมจะรู้ว่าทำไมคุณเทวัญต้องใส่ร้ายพ่อผม และที่สำคัญ ถ้าผมกลับไปอาจจะไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพของคุณพ่อ”

“เคยทำอะไรเพื่อตัวเองบ้างไหม”

“ท่านหมายความว่ายังไงครับ”

“ถ้าสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริง ฉันเห็นแต่เหตุผลที่ทำเพื่อคนอื่นทั้งนั้น ไม่เห็นมีอะไรที่เธอทำเพื่อตัวเองเลย”

“ผมจะกล้าทำอะไรเพื่อตัวเองอีก ในเมื่อผมขาดสติทำลายอนาคตของตัวเอง ทำให้คุณพ่อผิดหวังที่เรียนไม่จบ นับจากนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อชดเชยให้คุณพ่อ”

“คุณเศกโชคดีที่มีลูกชายอย่างเธอ”

“ท่านก็โชคดีครับ ที่มีลูกสาวอย่างคุณจี๊ด”

“เห็นความดีในตัวยัยจี๊ดเหมือนกันเหรอ”

“เธอเป็นคนดี คิดดี เพียงแต่อาจจะเรียกร้องความสนใจมากไปสักนิด”

เจตนาจับความรู้สึกของดิ่งได้ ถามลองใจว่า “คิดยังไงกับลูกสาวฉัน”

ดิ่งนิ่งเงียบไม่กล้าตอบ...แต่เวลานั้น เทวัญกำลังให้คำตอบกับวันดี เขามั่นใจว่าจี๊ดรักนายดิ่ง แล้วเมื่อเทวัญเดินออก มาได้ยินเจตนาพูดกับดิ่งก็ชะงักแอบฟังด้วยความไม่พอใจ

“ถึงเธอไม่พูด ฉันก็พอจะรู้...รู้ว่าเธอคิดยังไงกับลูกสาวฉัน”

“ที่ผมไม่พูด เพราะพูดออกไปมันก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไร ตอนนี้คุณจี๊ดเกลียดผม ท่านไม่เห็นเหรอครับ”

“รักมากก็แค้นมากไง ส่วนเธอ รักมากก็เสียใจมาก...ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกอย่างก็แล้วกัน ฉันมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่ง รู้ไหมอะไร”

“ไม่ทราบครับ”

“ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเวลา สักวันฉันคงจะยอมรับคำขอโทษของเธอและให้อภัยเธอได้ เธอเข้าใจฉันนะ”

“ขอบพระคุณครับ ที่ให้โอกาสผม” ดิ่งยกมือไหว้เจตนาอีกครั้ง...เทวัญแอบมองตาขวาง คำรามในลำคอ ด้วยความโกรธแค้น

“ฉันจะทำให้แกไม่มีโอกาสนั้น ไอ้ดิ่ง!”   

ooooooo

ตอนที่ 7

โพถูกด้วงทำร้ายไม่ได้ไปทำงาน ลุงแปลงถามใครก็ไม่มีใครรู้ ดิ่งจึงเสนอให้ไปตามที่บ้านดู ตนจะไปด้วย

ไปถึงเจอโพนอนซมระบมอยู่ที่บ้าน เขาบอกแต่เพียงว่าถูกทำร้ายชิงทรัพย์ แต่ไม่ยอมบอกว่าใครทำ ลุงแปลงบ่นว่าเดี๋ยวนี้ขโมยขโจรเกลื่อนเมืองจริงๆ คราวก่อนก็รัตนา คราวนี้ก็โพอีก ถามว่าแจ้งความหรือยัง โพบอกว่า ช่างเถอะ แจ้งไปก็จับตัวไม่ได้

“งั้นก็นอนพักผ่อนเสีย จะได้หายเร็ว ไปดิ่ง กลับกันเถอะ ไอ้โพจะได้พักผ่อน”

เมื่อลุงแปลงกับดิ่งไปแล้ว โพนอนเครียดกังวลเรื่องด้วงทำงานให้เทวัญ

ooooooo

เงาะนัดจี๊ดไปพบกันในร้านอาหารที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว ลับตา เงาะถามอย่างกังวลว่ามีใครรู้ไหมว่าจี๊ดมาหาตน จี๊ดถามว่าทำไมต้องเครียดขนาดนี้ กลัวอะไร กลัวใคร และไปไหนมา รู้ไหมว่าทุกคนเป็นห่วงเธอมาก

เงาะเล่าเรื่องถูกเทวัญทำร้ายให้ฟัง สารภาพความจริงทั้งหมดกับเพื่อนว่า

“ฉันอิจฉาเธอ ฉันยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เขามา โดยที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขาไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่เราเห็น เขาหลอกเธอ หลอกฉัน หลอกทุกคน”

จี๊ดไม่เชื่อ เงาะบอกว่าตนไม่มีอะไรยืนยันนอกจากคำพูดกับสภาพร่างกาย ถามว่า “เห็นฉันไหมจี๊ด เขาทำร้ายฉัน เพราะฉันขู่เขาว่าจะบอกเธอเรื่องเขาเอาฉันไปขังไว้ที่คอนโดฯ...เธอเกือบเห็นฉัน แต่น้องชายของเขาช่วยปิดบัง...”

จี๊ดช็อก เมื่อเงาะพูดตรงกับความจริง เงาะขอร้องเพื่อนว่า

“จี๊ด...ที่ผ่านมา ฉันขอโทษ เลิกกับเขาซะ ก่อนที่เธอจะลงนรกไปกับผู้ชายคนนี้”

ฟังเงาะพูดแล้วจี๊ดอึ้ง หน้าเสีย รับไม่ได้กับความร้ายกาจของเทวัญ

ooooooo

ที่ออฟฟิศโมเดิร์นคาร์ เทวัญเดินมาถามใจดีว่าจี๊ดอยู่ไหน ใจดีทำหน้างงร้อง “อ้าว...ใจดีคิดว่าจี๊ดกลับไปกับพี่เทวัญแล้วซะอีก”

ใจดีเป็นห่วงจี๊ดที่หายไป ชวนยอดชายไปหาที่บ้าน เมื่อวันดีรู้ก็บ่นว่าจี๊ดชอบทำอะไรให้คนอื่นเป็นห่วงอยู่เรื่อย ครู่เดียวเทวัญก็โผล่มา พอเห็นใจดีกับยอดชายก็ถามเสียงขุ่น “มากันทำไม”

“พวกผมเป็นเพื่อนจี๊ด เพื่อนหายไปติดต่อไม่ได้ จะให้ใจเย็นอยู่เฉยๆ ไม่เอาเรื่องมาบอกพ่อแม่จี๊ดก็คงไม่ได้” ยอดชายยียวน ใจดีแก้ตัวและแอบกัดเทวัญว่า “พวกเราไม่ได้ว่าพี่เทวัญใจเย็นอยู่เฉยๆ นะคะ”

“พวกเธอว่าฉัน! ไม่รู้ว่าฉันไปไหนทำอะไรบ้าง ก็อย่าพูดดีกว่า ไม่ชอบพวกมือที่สามที่คอยเสียบทุกครั้งที่มีโอกาส”

ยอดชายร้อนตัวถามว่า ว่าใคร เทวัญจ้องหน้าสวนทันควัน “ว่าคุณไง...นายแอบชอบจี๊ด ตอนนี้ก็มาเสนอหน้าบอกคุณแม่ แล้วใส่ร้ายฉัน อยากจะให้ฉันกับจี๊ดมีปัญหากันนักใช่ไหม”

“พอ! หยุดได้แล้ว เกรงใจฉันบ้างสิ!!” วันดีตะโกนขึ้น ทั้งสามถอยออกไป ต่างมองอย่างไม่พอใจกัน วันดียังตะโกน “ใครจะรู้บ้างเนี่ย ว่าจี๊ดไปไหน...”

ที่หน้าบ้าน ป้าเพ็ญร้องทักด้วยความดีใจเมื่อเห็นจี๊ดกลับมา บอกว่าทุกคนเป็นห่วงมาก ทั้งคุณแม่ คุณยอด คุณใจดี และคุณเทวัญ ทุกคนรอฟังข่าวอยู่ในบ้าน บอกจี๊ดว่า “ป้าจะไปบอกทุกคนก่อนนะคะว่าคุณหนูจี๊ดกลับมาแล้ว”

พอจี๊ดได้ยินชื่อเทวัญก็หน้าเจื่อน ดังนั้น เมื่อทุกคนพากันออกมาด้วยความดีใจ เธอก็หายไปแล้ว ป้าเพ็ญใจไม่ดีบอกว่าเห็นเธอตาบวมเป่ง คงร้องไห้มาอย่างหนัก

“ผมจะไปตามหาจี๊ดเอง รถก็ยังอยู่ อาจจะยังไปไม่ไกล” ยอดชายขยับจะไป ถูกวันดีตวาด

“ไม่ต้อง! ให้ตาเทวัญไป เธอรออยู่ที่นี่แหละ”

ยอดชายชะงัก เทวัญตวัดมองยอดชายแว่บหนึ่งอย่างสะใจก่อนวิ่งออกไป

ooooooo

จี๊ดร้องไห้วิ่งเตลิดไปอย่างสับสน ชนเข้ากับดิ่งที่กำลังเดินกลับที่มุมเลี้ยวอย่างจัง ดิ่งเห็นสภาพของจี๊ดแล้วตกใจถามว่าใครทำอะไรเธอ

“พี่เทวัญโกหก โกหกมาตลอด” จี๊ดพยายามไม่ร้องไห้ให้ดิ่งเห็น ดิ่งปลอบให้ใจเย็นๆ เธอบอกเขาให้พาไปที ดิ่งถามงงๆ ว่าจะไปไหน “ไปไหนก็ได้ ฉันไม่อยากเจอใคร ฉันอยากอยู่คนเดียว”

ดิ่งสงสารมากดึงจี๊ดเข้าไปกอด เธอร้องไห้ออกมาอย่างทนต่อไปไม่ไหว ดิ่งยิ่งกอดเธอไว้แน่นด้วยความสงสารจับใจ จี๊ดเองก็กอดดิ่งไว้เหมือนยึดเขาไว้เป็นที่พึ่ง

เทวัญวิ่งมองซ้ายมองขวาพักหนึ่งก็หยุดหอบบ่น “จะอะไรนักหนา ทำตัววุ่นวายไม่เลิก น่ารำคาญ!!”

เขาตัดสินใจหันหลังกลับ ทั้งที่แค่เลี้ยวไปไม่กี่ก้าวก็จะเห็นจี๊ดกับดิ่งยืนกอดปลอบใจกันอยู่แล้ว

ooooooo

เช้าวันใหม่ ดิ่งพาจี๊ดไปถึงท่าเรือริมทะเล มีทั้งเรือประมงและเรือข้ามฟากจอดอยู่มากมาย ดิ่งชี้ให้เธอดูเกาะข้างหน้า บอกว่าจะพาเธอไปที่นั่น จี๊ดพึมพำว่าไม่คิดว่าเขาจะพามาไกลขนาดนี้

“ไม่ไปก็ได้ แค่หันหลังกลับแล้วขึ้นรถทัวร์ ซื้อตั๋วได้เลย รถออกทุกชั่วโมง” ดิ่งพูดอย่างไม่แคร์

“ไม่! คนอย่างจิตรวรรณ ไม่มีคำว่าหันหลังกลับ!” พูดแล้วเดินหน้าไปเลย ดิ่งถามขำๆ ว่ารู้หรือว่าจะลงเรือลำไหน “ไม่รู้ แต่ไม่ชอบเดินข้างหลัง”

ดิ่งแก้เผ็ดว่าอวดเก่งก็ไปเองแล้วกัน จี๊ดชักใจเสีย เลยยอมง้อดิ่งด้วยลีลาหวานแหววแล้วถามอ้อนๆ

“ไปเรือเฟอร์รี่ป่ะ”

“หรูเหมาะกับคุณหนูอย่างคุณเลยล่ะ” ดิ่งพูดหน้านิ่งๆ แล้วพาไปลงเรือประมง พอจี๊ดโวยดิ่งบอกว่าแค่นี้ก็หรูสำหรับตนแล้ว เพราะเงินตนมีไม่กี่บาทต้องประหยัด จี๊ดจะออกให้ก็ไม่เอาเพราะตนเป็นคนพาเธอมา

คุณหนูจี๊ดที่ไม่เคยใช้ชีวิตแบบชาวบ้าน เห็นปลาที่ชาวประมงจับได้ดิ้นหลุดออกมาที่เท้าก็ตกใจขยะแขยง กระโดดกอดคอดิ่งโหนไว้ดิ้นเร่าๆ ดิ่งหนักทนไม่ไหวปล่อยเธอหล่นดังตุ้บ จี๊ดโกรธจนลืมกลัวปลา ลุกขึ้นได้ก็จะเอาเรื่อง ถูกดิ่งจับปลาตัวนั้นยื่นไปดิ้นตรงหน้า แค่นั้นก็ปราบคุณหนูจี๊ดจอมพยศได้ชะงัดแล้ว

ยิ่งสายแดดก็ยิ่งร้อน ดิ่งเห็นหมวกปีกเก่าๆใบหนึ่งวางอยู่ ลุกไปหยิบมาใส่ให้ บอกว่าเดี๋ยวไม่สบาย ขี้เกียจดูแล

จี๊ดนั่งมองทะเลซึมๆ ดิ่งสงสาร อยากรู้ว่าเกิดอะไรกับเธอถึงเตลิดมาได้ขนาดนี้ แต่ก็ไม่อยากรุกเร้า จึงได้แต่มองอยู่เงียบๆ ด้วยความเห็นใจ...แอบลึกซึ้งไม่รู้ตัว

ooooooo

เจตนารู้ว่าจี๊ดหายไป รีบมาที่บ้าน ถามวันดีที่นั่งร้อนใจอยู่ว่าจี๊ดโทร.กลับมาหรือยัง แทนที่จะบอก วันดีกลับหาว่ามัวแต่กกกันเพลินถึงได้มาเอาตอนนี้

เจตนาไม่อยากมีเรื่องถามเทวัญแทน เทวัญบอกว่ายังไม่ติดต่อมา รอให้ครบยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วจะแจ้งความตำรวจให้ช่วยตามหา เจตนาถาม “รู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับจี๊ด”

“ไม่ทราบครับ ทราบแต่ว่าไอ้ดิ่งมันก็หายไปด้วย”

เจตนาถามว่าดิ่งย้ายออกไปแล้วไม่ใช่หรือ ป้าเพ็ญบอกว่าข้าวของยังอยู่ครบทุกอย่าง ถ้าย้ายออกไปจริงพวกตนต้องรู้ต้องเห็น วันดีแทรกขึ้นว่าดิ่งอาจจะลักพาตัวจี๊ดไป เจตนาติงว่าอย่าเพิ่งกล่าวหาใครโดยไม่มีหลักฐาน แล้วถามเทวัญ

“แน่ใจหรือเทวัญว่ายัยจี๊ดไม่ได้มีเรื่องทะเลาะอะไรกับใครก่อนจะหายตัวไปแบบนี้ ทะเลาะกับเธอรึเปล่า”

“เป็นไปไม่ได้หรอกครับ เราเพิ่งปรับความเข้าใจ

กันได้ด้วยซ้ำ...ผมแน่ใจว่านายดิ่งต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”

เทวัญแอบสะใจที่ใส่ไฟดิ่งได้เนียนๆ เจตนานิ่งไปอย่างหนักใจ

ooooooo

เรือประมงไปเทียบท่าที่เกาะ จี๊ดตื่นเต้นมากชมว่าสวยเหลือเกิน ถามว่าเขารู้จักที่นี่ได้ไง ดิ่งหน้าหมองลงก่อนเล่าว่า

“จะเชื่อไหม ถ้าผมบอกว่าตอนเด็กๆ ผมกับพ่อแม่และน้องสาวเคยมาเที่ยวที่นี่ เป็นการเที่ยวครั้งสุดท้ายอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันของครอบครัวเรา...

หลังจากนั้นไม่นาน...แม่ผมก็เสีย”

“เหรอ...แต่นายไม่เคยบอกฉันเลยนะว่าแม่นายเสียแล้ว” จี๊ดจับผิด ดิ่งบอกว่าบางเรื่องก็ไม่จำเป็นจะต้องบอก เธอจึงยอมรับว่าใช่ ถามว่าแล้วไม่มีเรือเล็กมารับไปส่งที่หาดหรือ ดิ่งมองหน้าเธอเซ็งๆ ตัดบทว่าบางอย่างมันก็ไม่จำเป็นต้องใช้ ว่าแล้วก็ลงน้ำเดินลุยไป

“นี่ รอฉันก่อนสิ” จี๊ดโวย ดิ่งเร่งให้รีบลงมา เธอกลัวเปียก เขาเลยเดินไปให้ขี่หลัง พอเธอเกาะหลังเขาก็แกล้งออกตัวเร็วจนเธอตกน้ำต๋อม ดิ่งยืนดูหัวเราะชอบใจ พอจี๊ดลุกขึ้นได้ก็ตะโกน “อย่าหนีนะ ฉันจะฆ่านาย...” พลางวิ่งไล่ตามไปที่ชายหาด

“อ่ะ...อยากจะฆ่าคนก็วิ่งตามให้ทัน เร็วสิ...เร้ว...” ดิ่งยั่วให้จี๊ดวิ่งไล่ตามอย่างสนุกสนาน

ooooooo

เพราะตกน้ำ โทรศัพท์เปียกใช้ไม่ได้ เมื่อขึ้นเกาะ ดิ่งไปร้านขายของชำเพื่อโทรศัพท์แจ้งเจตนาว่าจี๊ดอยู่กับตนไม่ต้องเป็นห่วง เจตนาฝากให้ดูแลจี๊ดและอยากรู้ว่าเธอเป็นอะไรทำไมต้องหนีไปอย่างนี้ ได้เรื่องอย่างไรให้รีบ โทร.บอกด้วย ส่วนตัวเขาไม่ต้องเป็นห่วง ตนจะบอกทุกคนว่าเขากลับบ้านที่ต่างจังหวัด

วางสายจากดิ่งแล้ว เจตนา โทร.บอกเทวัญทันที เทวัญอยู่กับมารศรีที่บาร์ในบ่อน ฟังเจตนาแล้วเทวัญบอกว่าเพื่อความสบายใจของจี๊ดตนเข้าใจ แต่พอวางสายจากเจตนา เทวัญทุบโต๊ะปังอย่างฉุนเฉียว

มารศรีเดาว่าต้องเป็นเรื่องคู่หมั้นแน่ถึงได้อารมณ์เสียขนาดนี้ เทวัญพูดอย่างแค้นใจว่าจี๊ดไปกับดิ่ง ตนไม่เชื่อที่เจตนาบอกว่าดิ่งกลับบ้านที่ต่างจังหวัด

“ดิ่งมีบ้านที่ต่างจังหวัดที่ไหนกันล่ะ เป็นคนกรุงเทพฯ นี่แท้ๆ”

“อะไรนะ!!??” เทวัญยิ่งโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

ooooooo

ดิ่งพาจี๊ดไปพักที่บ้านพักตากอากาศของครอบครัว เขาปดจี๊ดว่าเป็นบ้านของเจ้านายที่แม่เคยเป็นแม่บ้าน พวกตนถึงได้มีโอกาสมาเที่ยวที่นี่

เมื่อเข้าไปในบ้านพัก จี๊ดเดินสำรวจชมว่าเจ้านายแม่เขารสนิยมดี ดิ่งถามว่าดูออกด้วยหรือ เธอคุยโวทันที

“ดูออกสิ เพราะฉันเป็นคนมีรสนิยม”

“ยกเว้นเรื่องการเลือกคบผู้ชาย” ดิ่งหาทางเหน็บเอาจนได้ พอเห็นจี๊ดหน้าเศร้าก็สงสาร

ดิ่งหยอกแกมหยิก หลอกล่อ หว่านล้อม จนจี๊ดไว้วางใจ ถามขึ้นว่า อย่างตนจะมีคนมารักจริงๆไหม แล้วก็ระบายความอัดอั้นว่า

“พี่เทวัญรักฉันจริงๆ หรือเปล่า หรือว่าที่ยอมเป็นแฟนกับฉัน เอาใจฉัน ดูแลฉันเพราะต้องการอย่างอื่นจากฉัน” เธอหยุดไปนิดหนึ่งแล้วบอกว่า “เงาะมาหาฉัน และสารภาพความจริงกับฉันทุกอย่างเรื่องพี่เทวัญ”

ดิ่งอึ้ง...ในที่สุดจี๊ดก็รู้ความจริงที่เทวัญพยายามปกปิด

ฝ่ายเงาะ หลังคุยกับจี๊ดแล้วก็นัดยอดชายกับใจดีไปเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ยอดชายแค้นมาก เขาลุกพรวด พราดออกไป ใจดีตกใจรีบตามไป เงาะนั่งมองอยู่ด้วยความกังวลแต่เพียงครู่เดียวแววตาเธอก็เปลี่ยนเป็นสะใจ พึมพำ

“เมื่อฉันไม่มีความสุข ทุกคนรอบๆตัวเธอและฉันก็จะต้องไม่มีความสุขเหมือนฉัน...จี๊ด”

ซึ่งก็เป็นไปตามความอาฆาตของเธอ เพราะแม้จี๊ดจะหนีไปอยู่ถึงเกาะกลางทะเล แต่ก็ไม่อาจทำให้เธอสลัดพ้นความระทมใจได้ เธอยังร้องไห้และปลีกตัวอยู่คนเดียว ดิ่งเฝ้ามองอย่างเป็นห่วงอยู่ห่างๆ

ooooooo

เลิกงานแล้วศุวิมลรีบกลับบ้านด้วยความเป็นห่วงพ่อ แต่พอมาถึงกลับเห็นเศกออกกำลังบนลู่วิ่งอย่างจริงจัง พอเธอทักเศกพูดติดตลกให้ลูกสบายใจว่า

“พ่อไม่ได้เป็นอะไรมาก ขืนเอาแต่นอนเหมือนผักเน่าๆสักวันคงได้ล้มไม่ต้องลุก ต้องทำตัวเองให้กระฉับกระเฉงสิ”

“กลัวเมียจะเบื่อเหรอคะ”

เศกชะงักปิดเครื่องพูดอย่างไม่พอใจ “เป็นเรื่องธรรมดาของผู้หญิงที่ยังสวยยังสาว จะต้องเบื่อผัวแก่ๆขี้โรค คุณศรีไม่ผิดถ้าจะคิดแบบนี้ เพราะพ่อเข้าใจ...พ่อจะไม่มีวันทำให้เมียของพ่อไม่มีความสุข จำไว้”

“แล้วคุณพ่อรู้เหรอคะว่า ความสุขของเมียพ่อคืออะไรกันแน่ ความรักหรือเงิน!”

“เมื่อไหร่จะมองคุณศรีในแง่ดีบ้าง ที่เขายอมทำสัญญาก่อนจดทะเบียนสมรสกับพ่อยังพิสูจน์ตัวเขากับแกไม่ได้อีกรึไง”

พ่อลูกต่างไม่พอใจกัน เศกเดินออกไป ศุวิมลเดินตาม ถามเหมือนจะแฉเบื้องหลังของมารศรีว่า

“ถ้าวันหนึ่ง คุณพ่อรู้ความจริงเกี่ยวกับคนที่คุณพ่อรัก ว่าเขาอาจจะไม่ได้บริสุทธิ์เลิศเลออย่างที่คุณพ่อคิด คุณพ่อจะทำยังไง” เศกโมโหถามว่าไม่อยากให้พ่อมีความสุขบ้างรึไง ศุวิมลย้อนถามว่า “ด้วยการหลอกตัวเองไปวันๆ แบบนี้เหรอคะ หนูรู้ว่าคุณพ่อก็รู้สึก แต่คุณพ่อไม่ยอมรับ ทำไมต้องกลัวแม่นั่นไม่รัก ทั้งที่คุณพ่อมีหนู มีพี่ดิ่ง!”

“อย่าพูดถึงมัน!!”

“ต้องพูด ยังไงวันนี้หนูก็จะพูด คุณพ่อรู้ไหมว่าพี่ดิ่งกับยัยมารศรีน่ะเป็น...”

“เป็นอะไรคะ!” มารศรีแทรกขึ้นเสียงเข้ม เมื่อศุวิมลชะงัก เธอเดินเข้ามาพูดอย่างท้าทาย “คุณศุกำลังจะบอกอะไรคุณเศกเพื่อให้เข้าใจฉันผิดอีก!”

เห็นศุวิมลตกใจ งงตั้งรับไม่ทัน มารศรีคาดคั้น “ว่าไงล่ะคะ จะใส่ร้ายอะไรศรี อย่าเก่งแต่ลับหลังสิคะ ต่อหน้าก็ให้มันแน่จริง”

ศุวิมลโต้ว่าตนพูดความจริง เศกสั่งให้ทั้งสองหยุด แต่มารศรีไม่ยอม บอกว่าตนต้องอดทนกับอคติของลูกสาวเขามานานแล้ว ต่อไปนี้จะไม่ทนแล้ว

ระหว่างนั้นน้ำเสียงเศกเริ่มผิดปกติ แต่กำลังอยู่ในหน้าสิ่วหน้าขวานจึงไม่มีใครสังเกต

“คุณพ่อฟังหนูนะคะ ผู้หญิงคนนี้เป็นคนหน้าไหว้ หลังหลอกจริงๆแล้วเขาเป็น...”

ศุวิมลพูดไม่ทันจบ เศกก็ล้มตึงหมดสติเพราะโรคหัวใจกำเริบ เธอผวาเข้าไปดู ส่วนมารศรีก็แสร้งทำเป็นห่วงใยร้องเรียกสุดเสียง... “คุณเศกขา...คุณเศก!!!!”

ooooooo

ยอดชายบ่ายหน้าไปที่คอนโดฯเทวัญ เจอเทวัญกำลังจะเข้าที่พักพอดี ยอดชายพุ่งเข้าต่อยจนเทวัญเซไป ทันใดนั้น ทันวิทย์พรวดเข้ามาขวาง ยอดชายสั่งให้ถอยไป ทันวิทย์ไม่ถอย ถามว่าพี่ชายตนไปทำอะไรให้ถึงต้องมาต่อย

“ไม่ได้ทำพี่ แต่ทำเพื่อนพี่ ทั้งทำร้ายจิตใจจี๊ด ส่วนเงาะก็ถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ เตรียมตัวรับผลการกระทำของตัวเองได้เลยคุณเทวัญ เรื่องนี้ต้องถึงหูทุกคนแน่!”

ทั้งเทวัญและทันวิทย์ต่างตกใจที่ยอดชายรู้เรื่องนี้ เมื่อยอดชายไปแล้ว เทวัญพึมพำอย่างร้อนใจ

“มันรู้เรื่องนี้ได้ยังไง...เพราะแกที่ปล่อยนังเงาะไป!” เทวัญหันมาโทษทันวิทย์อย่างโกรธจัด

เวลาเดียวกัน จี๊ดก็ยังหมกมุ่นคิดไม่ตก หนักเข้าก็จะหาเหล้าดื่ม ดิ่งพยายามหว่านล้อมว่าอกหักแล้วกินเหล้า มีแต่คนโง่ๆ เท่านั้นที่ทำแบบนี้ จี๊ดตะโกนเหมือนคลั่งว่า จะไปฆ่าเทวัญ ดิ่งต้องจับตัว เมื่อพูดกันไม่รู้เรื่อง เขาลากเธอไปที่ห้องน้ำ จับใส่อ่างอาบน้ำเปิดฝักบัวฉีดใส่ พูดท่ามกลางเสียงกรีดร้องของจี๊ด...

“โดนน้ำเย็นๆ หน่อยเผื่อจะสงบขึ้น”

จี๊ดดิ้นหลุดแย่งฝักบัวจากดิ่ง ฉีดน้ำใส่เขาบ้างกลายเป็นสองคนแย่งฝักบัวฉีดน้ำใส่กัน เปียกโชกไปทั้งคู่

ทั้งน้ำที่เย็นฉ่ำและความนัวเนียใกล้ชิดกัน เปลี่ยนความรู้สึกที่จะเอาชนะคะคานกันเป็นมองกันอึ้งๆ เขินๆ... ขณะทั้งคู่ต่างใจเต้นแรง ดิ่งเกือบเผลอใจ จี๊ดสับสนแต่แล้วเธอก็ผลักเขาออก ลุกเดินหนีไปนั่งที่ริมทะเล

ตามองทะเลแต่ใจสับสน พึมพำเตือนตัวเองว่า

“ไปรู้สึกแบบนี้กับนายนั่นได้ยังไง ฉันต้องเกลียดสิ ไม่ใช่...”

“ถ้าคุณไม่ได้เกลียดผม แล้วคุณรู้สึกยังไงกับผม” ดิ่งที่มายืนฟังอยู่ถามขึ้น จี๊ดตกใจอึกอัก ดิ่งย้ำถามอีก เธอเลยลุกเดินหนีไป ดิ่งตามไปทวงคำตอบ จี๊ดเลยประชดว่า ตนไม่ได้เกลียดเขา แต่เกลียดมาก!

ดิ่งอึ้งไปกับคำตอบนั้น พูดเสียงแผ่วๆ ว่า “นั่นสินะ...ผมอยากให้คุณ...” พูดแล้วหยุดแค่นั้น จี๊ดไม่ยอมสั่งให้เขาพูดออกมาให้หมด

ดิ่งเปลี่ยนวิธีใหม่ พาเธอกลับบ้านพัก พาเข้าห้องบอกเธอให้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย จี๊ดยังรุกไม่เลิกคาดคั้นให้เขาตอบมาก่อนว่า อยากให้ตนรู้สึกกับเขาอย่างไร

“ได้! บอกก็ได้...ผมไม่อยากให้คุณเกลียดผม...ผมอยากให้คุณรู้สึกดีกับผม อ่อนโยนกับผมบ้าง”

จี๊ดอึ้งกับความรู้สึกของเขา ดิ่งปรามว่า อย่าลืมว่าตอนนี้เธอต้องพึ่งตนอยู่ บอกให้ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดเสีย แล้วเขาก็ออกไป ปิดประตูให้อย่างดี...

ooooooo

เพราะมารศรีถูกเทวัญยุยง เป่าหู และปรามาสว่า เธอยังห่วงอาลัยดิ่งอยู่ จะคอยดูว่าเธอจะทนกับความน่าเบื่อของผัวแก่ๆ ได้อีกนานแค่ไหน หรือกลัวไม่ได้สมบัติ

เทวัญยังยุว่าถ้าเป็นตนก็คงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ตัวเองได้ใช้ชีวิตตามที่ปรารถนา อยู่กับกองเงินกองทองที่หาทั้งชาติก็หาเองไม่ได้ ทำให้มารศรีเปลี่ยนท่าทีต่อเศก เป็นห่วงใยเอาใจฉอเลาะ เศกยิ่งหลง ถามว่า “คุณรักผมจริงๆ ใช่ไหม”

“ไม่มีอะไรจะเป็นความจริงมากไปกว่านี้แล้วค่ะ ศรีจะอยู่เคียงข้างคุณ ดูแลคุณเอง”

ศุวิมลพยายามจะบอกความจริงกับพ่อ กลับถูกเศกโบกมือให้ออกไปเสีย เมื่อมารศรีฉอเลาะจนเศกเคลิ้มแล้ว เธอก็ตามศุวิมลออกไป เศกรู้แก่ใจเรื่องที่ศุวิมลพยายามจะบอกแต่ไม่พูดออกมา เขาฉุกคิดตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง

มารศรีตามออกมาได้ยินศุวิมลกำลัง โทร.หาดิ่ง มารศรีตกใจพึมพำ “เจอดิ่งแล้วหรือ?”

ศุวิมลโทร.ไม่ติด แต่พอกดใหม่ก็ถูกมารศรีกระชากโทรศัพท์ไปถามว่า “โทร.หาใคร”

“โทร.หาพี่ชายฉัน ซึ่งก็คือแฟนเก่าที่เธอถีบหัวส่ง แล้วมาแต่งงานกับพ่อเขาแทนไงล่ะ!!!” ศุวิมลพูดใส่หน้า

มารศรีอึ้งตกใจ พลันเศกก็เดินเข้ามาถาม “ไอ้ดิ่งมันอยู่ไหน”

ศุวิมลถลาเข้าไปหาพ่อ ดีใจที่พ่อได้ยินสิ่งที่ตนอยากบอกแต่ไม่มีโอกาสพูด บอกพ่ออย่างตื่นเต้นดีใจว่า

“พี่ดิ่งกลับมาแล้วค่ะคุณพ่อ เมื่อถูกยัยมารศรีตีจากโดยไม่บอกเหตุผล แล้วมาแต่งงานกับคุณพ่อ ผู้หญิงคนนี้โกหกว่าไม่รู้จักพี่ดิ่ง ทั้งๆ ที่เขากับพี่ดิ่งเคยรักกันและพี่ดิ่งวาดฝันจะแต่งงานกับเขาด้วยซ้ำ แล้ว...”

“พอ!! พ่อถามว่าไอ้ดิ่งมันอยู่ไหน”

ศุวิมลแทบช็อก เมื่อถูกเศกตำหนิอย่างรุนแรงว่า ทั้งที่รู้ว่าตนไม่สบายก็ยังสร้างเรื่องมาให้ทุกข์ใจ ถ้าเกลียดมารศรีนักก็ไม่ต้องอยู่ที่นี่ “เพราะฉันไม่มีทางเลิกกับคุณศรีเพียงเพราะคำพูดของแก!”

เศกเดินกลับไปแล้ว มารศรีเย้ยศุวิมลที่ยังช็อกอยู่ว่า “รู้คำตอบจากคุณเศกแล้วใช่ไหม...เขาไม่เชื่อคุณ!”

ooooooo

เพราะถูกดิ่งขอร้องแกมขู่ว่าให้พูดกับตนดีๆ เพราะเธอต้องพึ่งตนอยู่ คืนนี้จี๊ดหิว เธอบอกเขาอย่างอ่อนหวาน...ดิ่งก็รีบทำให้โดยเร็ว แต่พอยกมาให้ จี๊ดผิดหวังอย่างแรง เพราะมันเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ดิ่งถามว่าจะกินไหม เธอทำหยิ่งบอกว่าไม่กิน แต่พอดิ่งจะยกไปเธอรีบคว้าไว้ บอกว่าอยากกินก็ไปทำเอาเอง ดิ่งบอกว่าซองนี้ซองสุดท้ายแล้ว จี๊ดเลยยิ่งหวง แต่เห็นหน้าดิ่งแล้วใจอ่อน เลยแบ่งกันกิน นั่งกันคนละฝั่งโซ้ยกันคนละคำ แต่พอคำต่อๆ ไปก็กลายเป็นแย่งกันอย่างดุเดือด ท่ามกลางเสียงเพลงโรแมนติกที่ดิ่งเอามาเปิดคลอตลอดเวลา

กินเสร็จ จี๊ดเข้านอน แต่พอล้มตัวลงนอนก็คิดถึงเรื่องที่ทำให้ตัวเองเสียใจและหนีมา เธอถอนใจ บอกตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวว่า “พรุ่งนี้ฉันจะตื่นมา แล้วลืมเรื่องเลวร้ายทุกอย่าง ฉันจะเข้มแข็ง ฉันต้องทำได้”

ดิ่งยืนอยู่ที่หน้าประตูได้ยินจี๊ดตั้งใจดี เขาพึมพำอย่างเชื่อมั่นว่า “คุณต้องทำได้สิ คุณจี๊ด ผมเอาใจช่วย”

แต่พอรุ่งขึ้น จี๊ดก็กลับซึมเศร้าเหมือนเดิม ดิ่งเดินเข้าไปทัก

“ผมคิดว่าคุณจะเข้มแข็ง และก็ดีขึ้นแล้วเสียอีก”

“ไม่รู้สิ บอกไม่ถูก...เดี๋ยวดีเดี๋ยวเศร้า สลับกันไปมา บางทีก็คิดนะ จะเศร้าดีหรือไม่เศร้าดี พอจะเศร้าก็ไม่อยากพอจะดีก็ดันเศร้า” ดิ่งฟังแล้วถอนใจบอกว่า บ้าแล้วล่ะ

จี๊ดมองขวับดุร้ายปานงูจะฉก แต่แล้วก็บ่นว่า ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้ว อยากจะลืมโลก ลืมความวุ่นวาย

ดิ่งลุกขึ้นส่งมือให้ จี๊ดถามว่าทำอะไร “ไม่อยากเศร้าไม่ใช่เหรอ ไป ผมจะพาไปร่าเริง”

ที่ยอดผา ดิ่งพาจี๊ดไปยืนมองทะเลที่กว้างไกลสุดสายตา คลื่นต้องแสงอาทิตย์เป็นประกายระยิบระยับ จี๊ดมองตะลึง

“สวยจัง...เขาไม่ได้เรียกพามาร่าเริง...เขาเรียก...

ลั้ลลา...” จี๊ดวิ่งไปสูดอากาศบริสุทธิ์ราวกับนกน้อยเริงลม

คนที่สบายใจยิ่งกว่าคือดิ่ง เขายืนมองจี๊ดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว...

ooooooo

ฝ่ายยอดชายกับใจดี หลังจากพบปะกับเงาะแล้ว ก็ยังเป็นห่วงคอยใกล้ชิดดูแลให้กำลังใจ และก็เบาใจเมื่อเงาะสัญญาว่าจะไม่ไปไหนอีกแล้ว

เทวัญที่เหมือนวัวสันหลังหวะ มีชนักปักหลัง คอยจับตาการเคลื่อนไหวของยอดชายและใจดีไม่วางตา เห็นสองคนยืนคุยกันก็มาแอบฟัง ได้ยินยอดชายฝากใจดีไปบอกเงาะว่าให้อดทนอีกหน่อย

“ไม่ต้องห่วง เงาะแค้นพี่เทวัญมาก ตั้งใจจะช่วยพวกเราเขี่ยพี่เทวัญให้พ้นจากชีวิตของจี๊ดและทุกคนให้ได้ เงาะพร้อมเป็นพยานยืนยัน คุณเจตนาก็รู้เรื่องแล้ว แต่จี๊ดดันไม่อยู่ คนที่จะตัดสินใจและทำให้เรื่องนี้จบคือจี๊ดคนเดียว”

เทวัญโกรธแค้นมาก เดินเครียดออกไปทันที

เทวัญดิ่งไปที่ห้องทำงานของเจตนา พอเห็นเจตนามองก็กินปูนร้อนท้องว่าท่านมองตนเหมือนเป็นฆาตกร ทำเอาเจตนางงบอกให้ใจเย็นๆ

“ผมคงเย็นต่อไปไม่ไหวแล้วครับ เมื่อทุกคนทำ อะไรกันลับหลัง โดยที่มีผมเป็นเหยื่อ”

เจตนาถามงงๆว่าพูดถึงเรื่องอะไร เทวัญโพล่งไปว่ามีคนมารายงานท่านเรื่องตนกับเงาะ เจตนายอมรับว่าใช่ และเพราะเรื่องนี้ทำให้จี๊ดหนีไป

“ทุกคนฟังความข้างเดียวจากผู้หญิงขี้อิจฉาคนนั้น แต่ไม่มีใครฟังผม ซึ่งเป็นคนรักที่คบหากันมานานของน้องจี๊ด!”

เทวัญแสดงอาการวิตก น้อยใจ โกรธเกรี้ยวจนเจตนาเริ่มลังเล เทวัญได้ทีรุกต่อ “ผมรักน้องจี๊ดอย่างจริงใจ สามปีที่พิสูจน์ตัวเองมามันไม่หนักแน่นเท่าคำใส่ร้ายจากผู้หญิงคนนั้นไม่กี่ประโยคเหรอครับ”

เจตนาบอกว่าตนตอบคำถามของเขาไม่ได้ เขาควรไปคุยกับจี๊ดเอง เทวัญถามทันทีว่า

“แล้วน้องจี๊ดอยู่ที่ไหนล่ะครับ”

“เมื่อเขาสบายใจเขาก็กลับมาเอง”

“ถึงตอนนั้นยังมีความยุติธรรมเหลือให้ผมอยู่อีกเหรอครับ น้องจี๊ดอาจจะปักใจเชื่อไปแล้วก็ได้ว่าผมมันเลว!”

ooooooo

จี๊ดกำลังสบายใจกับทิวทัศน์สวยงามที่ยอดหน้าผา เธอนั่งคุยกับดิ่งอารมณ์ดีเล่าให้เขาฟังว่า

“ฉันเจอพี่เทวัญครั้งแรกตอนนั้นฉันเรียนอยู่ปีสุดท้าย และมาฝึกงานที่ออฟฟิศของคุณพ่อ โดยมีเพื่อนๆ

ฉันอีกสามคนคือยอด ใจดี และเงาะมาด้วย...พี่เทวัญเป็นคนเก่ง หน้าตา นิสัย ฐานะดีมาก ดูแลฉันและเพื่อนดีที่สุด ตอนนั้นเขาคือคนที่เพอร์เฟกต์ และเป็นสุภาพบุรุษที่สุด... พี่เทวัญสารภาพกับคุณพ่อคุณแม่ว่ารักฉัน และขออนุญาตดูแลฉัน ฉันตอบตกลงก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะตอบเสียอีก”

ดิ่งถามว่าเธอรักเขาใช่ไหม จี๊ดบอกว่าที่ตอบตกลงเพราะอยากมีคนรัก อยากให้คนมารักเพราะไม่มีใครมารักตนเลย ทั้งที่ตนสวย รวย และเก่ง ดิ่งเปรยๆว่า “ก็เลือกเยอะทำไม”

“ไม่มีมาให้เลือกต่างหาก ไม่มีใครทนนิสัยฉันได้สักคน มีแต่พี่เทวัญที่รักในสิ่งที่ฉันเป็น...แต่ในที่สุด

เขาก็หลอกฉัน!”

“มีสิ...อย่าเพิ่งสิ้นหวังว่าจะไม่มีคนรักคุณจริง

รักตัวเองเสียก่อนแล้วค่อยไปรักคนอื่น เมื่อรักเป็น ตอนนั้น คุณก็จะได้รับความรักที่จริงใจตอบแทนกลับมา...ภายใต้เงื่อนไข ถ้าคนคนนั้นจริงใจกับคุณ”

ooooooo

เจตนาฟังเทวัญแล้วคิดเครียดไปด้วย เขาฝากข้อความไปตามเบอร์ที่ดิ่งให้ไว้ รุ่งขึ้นเมื่อดิ่งไปที่ร้านขายของชำก็ได้รับข้อความจากเจตนาว่า “เทวัญ

ต้องการคุยกับจี๊ด กลับบ้านด่วน...เจตนา”

เมื่อดิ่งบอกจี๊ด เธอปฏิเสธทันที “ฉันไม่กลับ” ดิ่งถามว่าทำไม เธอสะบัดเสียงใส่ “ยังไม่พร้อม”

ดิ่งพยายามหว่านล้อมให้เธอกลับไปแก้ปัญหาเสีย เพราะถ้าเกิดปัญหาแล้วไม่รีบเคลียร์ให้จบมันจะยิ่งยุ่งยาก เธอไม่ควรหนี ควรกลับไปเผชิญหน้า ถูกจี๊ดโต้เสียงเครือว่า

“นายไม่ใช่ฉัน นายไม่รู้หรอกว่ามันยากแค่ไหนที่ฉันต้องกลับไปคุยกับพี่เทวัญเรื่องที่เขามีอะไรกับเพื่อนสนิทฉัน มันไม่ง่าย! นายเข้าใจไหม!!”

ดิ่งไม่พูดแต่นึกในใจอย่างเจ็บปวดว่า “ทำไมจะไม่เข้าใจว่าการถูกหักหลังมันเป็นยังไง...”

คำยุยงเป่าหูของเทวัญทำให้มารศรีเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทุกวันนี้เธอดูแลเศกอย่างดีเยี่ยม เอาอกเอาใจฉอเลาะอ่อนหวาน ตีสองหน้าแบบคนหน้าเนื้อ

ใจเสือ เธอเหี้ยมพอที่จะวางยาให้เศกตายไปทีละน้อยๆ

อย่างเลือดเย็น!

แม้เศกจะหลงใหลมารศรี แต่ก็ระแวง เขาจ้างนักสืบให้สืบประวัติมารศรีมาให้หมด โดยเฉพาะตอนอยู่เยอรมันเธอเรียนที่ไหน เรียนอะไร ที่สำคัญมีคนรักอยู่ที่นั่นหรือเปล่า

ความกังวลทำให้เศกหวาดหวั่นถึงกับภาวนาว่า “อย่าให้ความจริงเป็นอย่างที่ผมคิดเคยคุณศรี...ผมรักคุณนะ”

ooooooo

ศุวิมลเสียใจที่ถูกพ่อไล่ เธอไปหาดิ่ง ถูกยอด- ชายกวนประสาทตามเคย หาว่าตามตื๊อผู้ชาย ในภาวะที่กดดันอัดอั้นทำให้เธอร้องไห้ออกมา ยอดชายกลัวคนเข้าใจผิดรีบพาเธอเข้าไปนั่งในห้อง อดเหน็บไม่ได้ว่าร้องไห้เพราะถูกผู้ชายทิ้ง ศุวิมลขำความเข้าใจผิดของยอดชายที่คิดว่าเธอหลงรักดิ่งและตามตื๊อ เธอหัวเราะออกมาทั้งที่น้ำตายังเปียกแก้ม

ยอดชายตกใจแกมแปลกใจกับศุวิมลที่ร้องไห้อยู่ดีๆก็หัวเราะออกมา เธอบอกว่าขำที่เขาคิดว่าตนตามตื๊อดิ่งไม่ยอมเลิก เกือบพลั้งปากบอกว่าดิ่งเป็นพี่ชายไปแล้ว ดีแต่แก้ทันว่า รู้จักกับดิ่งถูกชะตากันจนนับถือเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง

“แค่ไม่กี่วันเนี่ยนะ นับถือเป็นพี่เป็นน้องกันแล้ว”

“ความจริงใจไม่ได้วัดกันที่ระยะเวลา บางคนถ้าถูกชะตาแค่เห็นแป๊บเดียวก็อาจจะตายแทนกันได้ แต่บางคนถ้าไม่ถูกชะตาก็อยากจะฆ่าให้ตายได้เหมือนกัน”

ยอดชายทำหน้าสยอง ปลอบให้ทำใจดีๆไว้ แล้วจึงบอกว่า ดิ่งไม่อยู่ลางานกลับบ้านต่างจังหวัด พอรู้ว่าพี่ชายไม่อยู่ ศุวิมลก็ร้องไห้ออกมาอีกอย่างเสียใจ เคว้งคว้าง จนยอดชายใจไม่ดีบอกว่ามีอะไรจะให้ตนช่วยได้ก็ไม่ต้องเกรงใจ

“นายช่วยอะไรไม่ได้หรอก เรื่องนี้ซับซ้อนเกินกว่าที่คนสมองไม่ค่อยมีรอยหยักอย่างนายจะเข้าใจ ไปนะ”

ศุวิมลไปแล้ว ยอดชายเพิ่งรู้ตัวว่าถูกด่าว่าโง่ ได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันคำรามว่าต้องคิดบัญชีกับเธอให้สาสมเลย คอยดู!

ooooooo

เพราะจี๊ดยังอารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ดิ่งหาทางทำให้เธอลืมความเจ็บปวด วันนี้เลยอุ้มไปลงทะเล จี๊ดดิ้นเร่าๆถามว่าจะพาไปไหน เขาบอกว่า พาเอาความทุกข์ไปทิ้งทะเล

จี๊ดถูกโยนลงทะเล เธอลุกขึ้นได้ก็ไล่เอาคืน หนุ่มสาววิ่งไล่กันในทะเล จากที่จะเอาคืนกันกลายเป็นหยอกล้อกันอย่างร่าเริง ดิ่งยิ้มอย่างสบายใจที่ทำให้จี๊ดหัวเราะได้

เล่นกันจนเหนื่อย ขึ้นมานอนพักที่หาดทราย ดิ่งถามว่าคิดจะกลับบ้านเมื่อไหร่ จี๊ดบอกว่าอีกสองสามวัน ดิ่งถามวัดใจว่าไม่เป็นห่วงพ่อแม่บ้างรึไง

“ห่วง แต่...ไม่รู้สิ ไม่เป็นไรหรอกมั้ง ป้าเพ็ญกับสำรวยก็อยู่ ส่วนคุณพ่อท่านก็แข็งแรงดี” ดิ่งชี้ว่าตนหมายถึงท่านจะใจหายแค่ไหนที่ลูกสาวหายไป “ฉันไม่ห่วง เพราะฉันรู้ว่านายโทร.ไปบอกคุณพ่อฉันตั้งแต่วันแรกที่มาที่นี่แล้ว...เป็นไง...ฉันสวยและฉลาดแค่แกล้งทำโง่ไป

งั้นแหละ” จี๊ดคุยโว ทำเอาดิ่งทึ่ง ได้แต่ขำๆความเฮี้ยวของเธอ

เวลาเดียวกัน วันดีร้อนใจที่จนป่านนี้ลูกยังไม่กลับ เจตนาบอกว่าลูกอาจจะยังไม่หายโกรธก็ได้ วันดีอยากให้เทวัญออกตามหา เทวัญพูดเหน็บๆว่าตนก็อยากทำ แต่ท่าทางท่านไม่อยากให้ตนไป วันดีหันไปต่อว่าเจตนาว่าขัดขวางความสุขของลูก เพราะอยากแก้แค้นตน

“เลิกเพ้อเจ้อก่อนเถอะคุณวันดี ผมไม่บอกว่าจี๊ดอยู่ไหนเพราะผมเคารพความต้องการของลูก ต้องให้ลูกตัดสินใจเองว่าเขาจะพร้อมเมื่อไหร่” แล้วหันบอกเทวัญว่า “ฉันช่วยเธอดีที่สุดแล้วนะ ที่เหลือก็ต้องแล้วแต่จี๊ด”

ที่บ้านพักบนเกาะ เกิดเรื่องตกอกตกใจเมื่อแม่บ้านขี่มอเตอร์ไซค์มาที่บ้าน เห็นจี๊ดเดินอยู่หน้าบ้านก็ชี้หน้าตะโกนลั่น

“ช่วยด้วย...ช่วยด้วย...โจรปล้นบ้าน!!”

“เฮ้ย...ไม่ใช่นะ ไม่ใช่” จี๊ดตะโกนสวนไป ดิ่งวิ่งออกมา เธอถามหน้าตาตื่น “นายดิ่ง เขาว่าเราเป็นโจรปล้นบ้านเขา ยังไงเนี่ย!!”

“ซวยแล้ว!!!”

ooooooo

ตอนที่ 6

ที่ถนนคนเดินกลางคืน ศุวิมลพาลูกศิษย์ไปเดินดูแผงหนังสือเก่า แนะให้ลองซื้อหนังสือท่องเที่ยวที่ฝรั่งเขียนไปอ่านดูจะได้ฝึกทักษะการแปล ของตัวเอง

ขณะกำลังเพลินๆกับลูกศิษย์นั่นเอง ศุวิมลเหลือบเห็นยอดชายที่มองมาพอดี เธอสะบัดบ๊อบใส่ทันที ยอดชายหัวเราะหึๆ บอกตัวเองว่า “ถึงเวลาสนุกแล้ว...”

ศุวิมลเดินอ้าวไปจนลูกศิษย์ถามว่าครูหนีใคร หรือ เธอบอกว่าหนีสัมภเวสี ลูกศิษย์งงๆ ยอดชายพูดแทรกขึ้นว่า

“คนครับ ไม่ใช่ผีเร่ร่อน” แล้วชิงรุกต่อ บอกพวกลูกศิษย์ ศุวิมลที่กำลังงงๆว่า “พี่เป็นแฟนยัยอาจารย์เพี้ยนนี่จ้ะ”

พวกลูกศิษย์มองกันตาค้าง ส่วนศุวิมลร้อง “เฮ้ย!!!!!” ทิ้งช่วงไปนานกว่าจะปฏิเสธว่า “เปล่านะ”

ยอดชายยิ่งคึก บอกพวกลูกศิษย์ว่า “เราสองคนคลิกกันเลยตกลงคบหาดูใจกันตั้งแต่เมื่อวานนี้เอง... สดๆร้อนๆข้าวใหม่ปลามัน จริงไหมจ๊ะตัวเอง” พูดแล้วเข้าไปโอบศุวิมลทำเอาเธอเหวออายมาก

พวกลูกศิษย์ไม่อยากอยู่เป็น ก.ข.ค.เลยพากันไหว้ลา ศุวิมลตั้งหลักได้ก็กระทืบเท้ายอดชายเหยียบขยี้ๆจนเขาร้องลั่น

ooooooo

หลังจากฟังดิ่งพูดเป็นปริศนาให้คิดแล้ว จี๊ดคาดเดาไปต่างๆ นานา แล้วมาสะดุดที่เทวัญ คิดแล้วก็ช็อกเอง

เงาะถูกเอาตัวไปกักไว้ที่คอนโดฯเทวัญจริงๆ เพราะหลังจากที่เงาะไล่จี๊ดกลับไปแล้ว เทวัญก็มาเคาะประตูเรียก ถามว่าเธอบอกอะไรจี๊ดไปหรือเปล่า เงาะตกใจกลัวตัวสั่นยืนยันว่าไม่ได้บอก

“อยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว ไปอยู่กับฉัน ยังไงน้องจี๊ดก็ไม่มีทางไปที่บ้านฉัน...ที่นั่นจะเป็นที่ที่เธอจะอยู่อย่าง ปลอดภัยที่สุด โดยที่น้องจี๊ดหรือใครก็ไม่มารบกวน ไป!” เทวัญกระชากเงาะไป เธอกลัวจนร้องไห้แทบขาดใจ

หลังจากนั้น เงาะก็ถูกกักไว้ที่คอนโดฯ เธอกลัวจนกอดตัวเองร้องไห้ตลอดเวลา...

พอจี๊ดฉุกคิดได้ก็ชวนดิ่งไปที่คอนโดฯเทวัญคืนนั้นเลย ดิ่งถามว่าแน่ใจแล้วหรือ

“ไม่รู้ รู้แต่ว่า ถ้าจริง ฉันก็จะได้ช่วยเพื่อนแต่ถ้าไม่จริง นายก็ช่วยฉันด้วยแล้วกัน” ดิ่งถามว่าจะให้ช่วยยังไง “ก็...ช่วยหาผ้าซับน้ำตาให้ด้วย เพราะคราวนี้พี่เทวัญคงได้เลิกกับฉันแน่ๆ แล้วฉันก็จะต้องเสียใจ เสียน้ำตา”

มาถึงหน้าห้องเทวัญ จี๊ดเคาะประตูเรียก แต่ข้างในเงียบกริบ เธอเคาะเรียกครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังเงียบอยู่อย่างนั้น

แต่ในห้อง เงาะแทบจะกลั้นหายใจกลัวข้างนอกได้ยิน เธอหวาดผวาจนร้องไห้ไม่ออก มีแต่ความตระหนกตื่นกลัว...

ดิ่งแนะให้ลองโทร.ดู จี๊ดโทร.ปรากฏว่าเทวัญปิดเครื่อง จี๊ดหันไปจะเคาะประตูอีก ดิ่งจับมือเธอไว้บอกให้พอเถอะเล่นบุกแบบนี้แถมยังเสียงดังอย่างกับพูดออก ไมโครโฟนกระต่ายก็ตื่นตูมหมด บอกให้กลับไปก่อนถ้ายังสงสัยว่าเงาะอยู่ที่นี่ค่อยหาทางกันอีกที

โชคดี ที่กำลังจะกลับก็เจอทันวิทย์ที่เพิ่งกลับจากออกค่ายพอดี ทันวิทย์เปิดประตูเข้าไปถามจี๊ดว่ามีเรื่องอะไรกับเทวัญหรือ ถามว่าดิ่งเป็นใครมากับเธอได้ยังไง จี๊ดตัดบทว่าช่างเถอะ ตอนนี้ตนอยากรู้ว่าเทวัญเอาเงาะมาไว้ที่นี่หรือเปล่า แล้วบอกให้ดิ่งค้นให้ทั่ว ค้นถึงห้องนอนเลย

“ผมดูให้เองก็ได้ แต่ผมมั่นใจว่ายังไงพี่เทวัญก็ไม่มีทางทำอย่างที่พี่จี๊ดกล่าวหาเด็ดขาด มันงี่เง่ามากเลยรู้ป่ะ” จี๊ดถามว่าใครงี่เง่า “ก็พี่จี๊ดไง ไปฟังใครเป่าหูมา เอ้า...ดูเลย ดูให้เต็มตา” ทันวิทย์เดินนำเข้าไปในห้องนอน พลันเขาก็ชะงักกึก

เงาะกำลังเปิดตู้เสื้อผ้าจะเข้าไปซ่อน เธอส่งสัญญาณไม่ให้ทันวิทย์บอกจี๊ด พริบตานั้นจี๊ดเบียดตัวเองเข้าไป แต่ไม่เห็นอะไรแล้ว ทันวิทย์ได้ทีทำใจเย็นสู้เสือ ท้าให้ดูทุกซอกทุกมุมเลย หรือจะดูตู้เสื้อผ้าด้วยก็ได้จะเปิดให้ดูเดี๋ยวนี้

“ก็ดีนะ” ดิ่งขยับจะไปที่ตู้ ทันวิทย์ใจหายวาบ พลันจี๊ดก็บอกว่าไม่ต้อง ไม่มีก็ไม่มี แล้วกลายเป็นบ่นดิ่งว่า

“ฉันมันปัญญาอ่อนเอง ถ้าพี่เทวัญคิดจะทำอะไรเลวๆ แบบนั้นจริง เขาคงไม่โง่พาเงาะมาอยู่ที่นี่หรอก ฉันไม่น่าเชื่อนายเลย มันทำให้ฉันดูโง่มาก”

ดิ่งโต้ว่าตนไม่ได้บอกสักคำว่าเทวัญพาเงาะมาอยู่ที่นี่ จี๊ดพาลกระแชงประชดว่าตนผิดเอง พอใจหรือยัง ถามว่าจะกลับไหมหรือจะเดินกลับเอง ดิ่งเลยจำต้องเงียบเดินตามไป จี๊ดหันกำชับทันวิทย์ว่า

“ไม่ต้องบอกพี่เทวัญเรื่องนี้นะ พี่ไม่อยากให้พี่เทวัญโกรธพี่มากไปกว่านี้” แล้วตวัดเสียงสั่ง “นายดิ่ง...กลับ”

ทันวิทย์รีบปิดประตูล็อก เข้าไปถามเงาะที่ออกจากตู้เสื้อผ้านั่งร้องไห้อยู่ว่า “พี่จี๊ดตามหาคุณใช่ไหม” เงาะพยักหน้า ทันวิทย์หน้าเครียด ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ฝ่ายจี๊ด พอกลับถึงบ้านก็ตะบึงตะบอนใส่ดิ่งโทษว่าเขาทำให้ตนดูเป็นคนงี่เง่า แต่พออยู่คนเดียว เธอหยิบรูปถ่ายตัวเองคู่กับเทวัญขึ้นดู พึมพำ... “พี่เทวัญ...จี๊ดภาวนานะ ขอให้จี๊ดเข้าใจผิด...”

ooooooo

เมื่อหลอกได้เงินจากเศกแล้ว มารศรีก็นัดพบเทวัญที่บาร์ในบ่อน แต่คืนนี้เทวัญดูลุกลี้ลุกลน ไม่นานก็จะกลับ

“อะไรกัน ฉันเพิ่งได้เงินจากสามีมาสดๆ ร้อนๆ ตั้งสองล้านแน่ะ ช่วยฉันลุ้นหน่อยสิ น่า...อย่าเพิ่งกลับนะ”

เงินสองล้านกับการออดอ้อนของมารศรีทำให้เทวัญลุกเดินตามเธอเข้าไปข้างใน

กลับมาถึงคอนโดฯ เทวัญหงุดหงิดเมื่อถูกทันวิทย์ถามเรื่องเงาะ เทวัญอารมณ์เสียบอกว่าตนมีอะไรกับเงาะจริงๆ ทันวิทย์ผิดหวังมากต่อว่าพี่ชายที่ทำกับเพื่อนสนิทของจี๊ดที่เป็นคู่หมั้น ตัวเอง ซ้ำยังเอามาอยู่ที่ห้องจนจี๊ดเกือบจับได้

เมื่อเงาะออกมาอ้อนวอนให้ปล่อยตนไปเสียตนจะไม่ทำให้เขาเดือดร้อน ถูกเทวัญตวาดว่า ขู่ตนไว้มาก จะปล่อยให้ไปปากสว่างหรือไง เงื้อมือจะตบเงาะ ทันวิทย์ทนไม่ได้เข้าไปขวาง บอกพี่ชายว่าถ้าไม่ปล่อยเงาะ ตนจะไปบอกจี๊ดเอง

“ทันวิทย์ ไอ้น้องเลว แกขู่ฉัน...แกน่าจะตายไปพร้อมกับแม่และพ่อตั้งแต่อุบัติเหตุรถคว่ำวันนั้น ไม่น่ารอดมาเป็นหอกข้างแคร่ฉันเลย!” เทวัญพรวดพราดเข้าห้องปิดประตูปัง

เงาะรีบถามทันวิทย์ว่าตนไปได้หรือยัง “คุณรีบไปเถอะแล้วอย่าลืมทำตามที่พูดนะ อย่าให้พี่จี๊ดรู้เรื่องนี้”

“พี่สัญญา พี่จะไม่บอกจี๊ด จี๊ดจะไม่มีทางรู้ว่า จริงๆ แล้วคู่หมั้นของเขาเลวทรามขนาดไหน”

เงาะรับปากแต่ในใจคิดว่าไม่เอาไว้แน่ พอเงาะ วิ่งออกไป ทันวิทย์ก็ทรุดนั่งอย่างเหนื่อยใจ...

ooooooo

คืนนี้ มารศรีกลับบ้านเอาตอนตี 5 กว่าๆ เศกนั่งรออยู่ เขาข่มความรู้สึกถามว่าไปไหนมากลับบ้านเกือบเช้าทุกวัน มารศรีในสภาพมึนๆ ไม่ตอบ จนเศกโมโหเสียงดังใส่ เธอพูดเกือบเป็นตวาดว่าตนไม่จำเป็นต้องตอบ

ทั้งสองโต้เถียงกันรุนแรง เศกถามว่าตนทำอะไรให้ไม่พอใจหรือทำอะไรไม่ดีพอจนเธอต้องประชดกันแบบนี้ ศุวิมลได้ยินเสียงพ่อทะเลาะกับมารศรี จึงลุกมาถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ

มารศรีเปลี่ยนท่าทีเป็นเล่นละครดราม่าทันที รำพึงรำพันว่าตนยังมีความต้องการแต่เศกไม่เคยมองเห็นว่ามันสำคัญสำหรับคน เป็นเมียอย่างตน คร่ำครวญว่า

“ศรีไม่เคยนอกใจคุณ แต่ศรีแค่ขอไปเที่ยวสนุกกับเพื่อนเพื่อชดเชยความเหงาไม่ได้เหรอคะ” เธอเอียงคอเปิดไหล่ยื่นไปท้าให้พิสูจน์ว่ามีกลิ่นผู้ชายติดตัวมาหรือเปล่า

เศกอึ้ง เริ่มเครียด ทำให้ปวดหัวใจ จนศุวิมลขอให้มารศรีหยุดพูดได้แล้ว พลางประคองเศกไปนั่ง แต่มารศรียังพล่ามไม่เลิกหาว่าเศกดูถูกตน จนศุวิมลทนไม่ได้ พูดเสียงดัง “บอกให้พอได้แล้ว”

“อย่าลูก...อย่าไปว่าเขา...พ่อผิดเอง...คุณศรี...ผม...”

เศกพูดไม่ทันจบ มารศรีก็สะบัดไปแล้ว แต่แอบยิ้มสมใจที่ทำให้เศกเจ็บปวดได้ ศุวิมลขอร้องพ่อให้พักก่อน ตนจะตามหมอมาเดี๋ยวนี้เลย

สายๆ ศุวิมลโทร.บอกดิ่งว่า มารศรีก่อเรื่องอีกแล้วเพิ่งกลับมาเมื่อเกือบสว่างเมามาด้วย ตอนนี้สภาพของคุณพ่อแย่มากเลย

“แล้วอาการของคุณพ่อเป็นยังไงบ้าง”

“ลุงหมอบอกว่าคุณพ่อมีอาการของโรคหัวใจ อย่าทำให้ท่านเครียดอีก มันจะไม่ดีต่อสุขภาพ ไหนจะโรคเก่า แล้วยังมาโรคนี้อีก...พี่ดิ่งกลับมาสักทีได้ไหม ศุเซ็งเรื่องบ้าๆนี่เต็มที อยากให้มันจบๆเสีย”

ดิ่งนิ่งอึ้ง ใจหนึ่งอยากกลับไปดูอาการของพ่อ แต่อีกใจก็ลังเล กลัวพ่อจะรับไม่ได้

ooooooo

ที่บ้านจี๊ด...เจตนากับวันดีก็มีเรื่องกันไม่ได้หยุดหย่อน วันนี้วันดีก็ตำหนิเจตนาว่าทำเกินไปที่ให้ดิ่งตีสนิทกับจี๊ด หาว่าเขาพยายามที่จะให้ดิ่งขึ้นมา เทียบเท่าเทวัญ ปรามว่าทำอะไรอยู่รู้ตัวบ้างหรือเปล่า

“ผมคิดทุกอย่างที่ผมทำและก็ไม่ได้ตีค่าของคนที่ฐานะ คุณค่าของคนมันวัดกันที่จิตใจ”

วันดีสวนไปทันทีว่าจิตใจของดิ่งนั้นคือหาทางขยับฐานะตัวเองมาปอกลอกฮุบสมบัติของเราโดยผ่านจี๊ด เจตนามองอึ้งถามว่า “คุณคิดได้ยังไง”

วันดีโต้ว่าตนพูดความจริง โลกนี้ไม่มีใครทำอะไรโดยไม่หวังผลให้ตัวเอง เจตนามองวันดี พูดอย่างผิดหวังว่า

“นี่คือผู้หญิงที่ผมเคยรักและตัดสินใจใช้ชีวิตด้วยเพราะความดีคนเดิมหรือเปล่า หรือผู้หญิงคนนั้นจริงๆแล้วไม่เคยมีตัวตน นี่ต่างหากคือธาตุแท้...ผมบอกเป็นครั้งสุดท้ายนะ ผมอาจจะหมดความอดทนในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้ก็ได้ ถ้าคุณยังไม่หยุดทำตัวร้ายกาจและมีความคิดที่น่าเกลียดแบบนี้”

พอเจ้านายทะเลาะกัน บรรดาคนรับใช้ในบ้านก็พากันตึงเครียด เจตนาสั่งแช่มให้เอารถออก สำรวยเร่งแช่มที่กำลังกินข้าวเสียจนข้าวเกือบติดคอตาย

ooooooo

ขณะที่ดิ่งยืนรอจี๊ดเพื่อไปทำงานนั้น สมองเขายังเครียดเรื่องพ่อ แต่พอจี๊ดออกมาทั้งสองก็มีเรื่องยั่วแหย่โต้เถียงกันตามเคย จี๊ดโมโหไล่เขาให้ไปเองไม่ให้นั่งรถตน ก็พอดีดิ่งได้รับโทรศัพท์จากรัตนาบอกว่าได้ประวัติของผู้ชายที่เขาถ่ายรูปไว้แล้ว เราคงต้องคุยกันนาน นัดไปพบกันที่ร้านกาแฟคุณมดใกล้ออฟฟิศ ย้ำว่าให้รีบหน่อย

ดิ่งวิ่งไปที่รถจี๊ดเปิดประตูขึ้นไปนั่งหน้าตาเฉย จี๊ดไล่ก็ไม่ลงอ้างว่า ถ้าไม่ได้ไปรถเธอตนสายแน่ จี๊ดยัง ลอยหน้าว่าเขาไม่หยุด จนดิ่งร้อนใจลงไปเปิดประตูด้านคนขับดันเธอไปนั่งอีกเบาะแล้วขับรถออกไปอย่างเร็ว

แต่แทนที่จะไปที่ทำงาน เขากลับไปจอดที่ร้านกาแฟคุณมด บอกว่าจะไปซื้อกาแฟ จี๊ดไม่เชื่อตามไปด้วยความอยากรู้ว่าเขารีบมาที่นี่ทำไม

รัตนากำลังไปที่ร้านกาแฟอย่างเร่งรีบ นอกจากกระเป๋าสะพายแล้วเธอยังถือซองเอกสารมาด้วย

ด้วงรับงานจากเทวัญกำลังสะกดรอยจะจัดการรัตนาแต่คนมากจัดการไม่สะดวกจึงตามไปเรื่อยๆโดยที่รัตนาไม่รู้ตัว จนได้จังหวะลับตาคนมันใส่หมวกไหมพรมปิดหน้าพุ่งเข้าเอามีดจี้ รัตนาตกใจยอมให้กระเป๋าแต่หนีบซองเอกสารไว้แน่น มันผลักรัตนากระเด็นไปชนผนังจนสลบแล้วแย่งซองเอกสารไป

แต่ด้วงไม่ทันหนี ดิ่งกับจี๊ดก็มาถึง ดิ่งพุ่งทะยานเข้าถีบมันกระเด็นแล้วจะตามซ้ำ ถูกมันถีบจนเซไปชนจี๊ด มันอาศัยจังหวะนั้นจะวิ่งหนีไป จี๊ดถอดรองเท้าปาถูกหัวมันอย่างจังจนมันล้ม จี๊ดวิ่งเข้าไปตะลุมบอนมันทั้งจิกตีกัดข่วน จนดิ่งร้องเตือนให้ระวังตัว ไม่ทันขาดคำด้วงก็ตบจี๊ดเต็มแรงจนหน้าหงาย ดิ่งรีบวิ่งมาดู ด้วงอาศัยจังหวะนั้นวิ่งหนีรอดไปได้ ทั้งสองจึงรีบไปดูรัตนา

ooooooo

เทวัญพยายาม โทร.เข้ามือถือของจี๊ดแต่ไม่มีคนรับสายเพราะเธอรีบตามดิ่งไปเลยไม่ได้เอากระเป๋าไปด้วย เทวัญบ่นอย่างหัวเสียว่าไปไหนของเขา เจ๊ยุพาสาระแนเข้ามาบอกว่าดิ่งก็ยังไม่มาเหมือนกัน ตนจะเอาเอกสารฝ่ายขายมาเสนอท่านเซ็นปรากฏว่ารัตนาก็ไม่อยู่

เทวัญได้ยินชื่อรัตนาก็ฉุกคิดถึงงานที่ให้ด้วงไปทำ เขาพรวดพราดออกไปทันที

ที่มุมลับตาคน เทวัญได้รับเอกสารจากด้วง พอดึงออกมาดู เขาอ่านเบาๆ “ประวัติของคุณโชค”

เทวัญนึกถึงวันที่นัดพบนักธุรกิจที่ห้างสรรพสินค้าและรัตนามาเห็น เขาเดาได้ทันทีว่ารัตนากำลังทำอะไร ขยำกระดาษแผ่นนั้นคำรามอย่างเจ็บใจ “นังรัตนา!!”

เขาถามด้วงว่ามีใครเห็นหน้าหรือเปล่า ด้วงบอกว่าตนใส่หมวกไอ้โม่ง ถามอีกว่าสภาพรัตนาเป็นอย่างไร

“พอดีไอ้ดิ่งกับคุณจี๊ดไม่รู้โผล่จากไหน ผมเลยไม่ทันได้จัดการมัน” เทวัญตกใจเมื่อรู้ว่าสองคนนั้น

รู้เรื่องรัตนา ด้วงทวงค่าจ้าง เทวัญควักให้หนึ่งหมื่น

ด้วงทักท้วงว่าเราตกลงกันไว้สองหมื่น “เพราะนังรัตนา

มันไม่ได้อาการสาหัสอย่างที่ฉันอยากให้เป็น เอาไปแค่นั้น!”

ด้วงจะไม่ยอม ถูกเทวัญขัดขึ้นเสียงเข้ม “อย่าต่อรอง เพราะยังมีอีกหลายคนที่พร้อมจะรับงานจากฉันมาจัดการแกถ้าแกเรื่องมาก! หรือปากโป้ง!”

ขู่แล้วเทวัญเดินออกไป ด้วงมองเงินในมืออย่างเจ็บใจที่ถูกเบี้ยวได้มาแค่ครึ่งเดียว

ooooooo

โชคดีที่รัตนาแค่หัวโน ดิ่งกับจี๊ดจึงพาเธอกลับบ้าน ดิ่งร้อนใจเพราะมีเรื่องจะคุยกับรัตนา หาทางให้จี๊ดกลับไปก่อน แต่เธอไม่ยอมกลับเพราะอยากรู้ว่าเขาจะคุยอะไรกัน

จังหวะนั้นเอง เจตนากับยอดชายก็เข้ามาด้วยความเป็นห่วงรัตนา ยอดชายถามว่าตำรวจว่ายังไงบ้าง ดิ่งบอกว่าลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว และจะเร่งสืบหาตัวคนร้ายต่อไป

เจตนาบ่นรัตนาว่าบอกให้ซื้อรถไว้ใช้ก็ไม่ซื้อสักที เป็นผู้หญิงคนเดียวไปไหนมาไหนจะได้ปลอดภัย ถามว่าแล้วไปทำอะไรที่นั่น รัตนาบอกว่าตนจะปรึกษาดิ่งเรื่อง...ถูกจี๊ดขัดขึ้นว่าทำไมต้องปรึกษาดิ่งในเมื่อตัวเองเป็นเลขาของคุณพ่อ เจตนาพอจะเดาออกว่าคงต้องเป็นเรื่องใกล้ตัวจี๊ด รัตนาจึงไม่สะดวกจะพูด

“ยัยจี๊ดกลับออฟฟิศไปก่อนไป” เจตนาสั่ง เห็นจี๊ดทำท่าจะไม่ไปเลยบอกว่า “เทวัญตามหาตัวเราอยู่ เห็นว่ามีเรื่องจะคุย” จี๊ดอ้างว่าตนไม่มีอะไรจะคุย “งั้นช่วยไปประชุมฝ่ายขายแทนพ่อที ไปรับรู้แทนพ่อ แต่ไม่ต้องตัดสินใจ มารายงานพ่อก่อน”

จี๊ดทำท่าจะงอแงอีก ดิ่งเลยดักคอว่า “หรือไม่กล้า”

“ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จิตรวรรณทำไม่ได้ รู้จักฉันน้อยไป” จี๊ดฮึดขึ้นมาลุกเดินฉับๆ ออกไป ทุกคนเลยโล่งใจ

“เรื่องนายเทวัญใช่ไหม” เจตนาถามรัตนาเธอ ตอบรับว่าใช่

ฟังรายละเอียดจากรัตนาแล้ว เจตนาตั้งข้อสังเกตว่า คนฉลาดอย่างเทวัญทำไมถึงได้นัดทำอะไรที่ใกล้ออฟฟิศเราขนาดนี้ ยอดชายคาดว่าไม่มีใครสนใจ

“หรือไม่...ก็อาจจะเป็นการขุดบ่อล่อปลา” ดิ่งคาดคะเน เจตนาถามว่าหมายความว่ายังไง “เพื่อจะดูว่า...มีใครกำลังจับตามองเขาอยู่หรือเปล่า”

ทุกคนฟังการวิเคราะห์ของดิ่งแล้วต่างเห็นด้วย ดิ่งเองรู้สึกกังวลไม่น้อย

ooooooo

จี๊ดกลับไปที่ออฟฟิศ จับได้ว่ายุพากำลังโทรศัพท์เล่าเรื่องรัตนาให้ฟังอย่างออกรสเมามันว่าเจตนาถึงกับรีบแจ้นไปดูแลอย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาลทีเดียว

จี๊ดทนฟังไม่ได้ถามอย่างเอาเรื่องว่า เล่าเรื่องอะไรให้แม่ตนฟัง พูดเรื่องที่ไม่เป็นความจริง เพราะรัตนาไม่ได้เข้าโรงพยาบาลแต่กลับไปอยู่ที่บ้านแล้ว ตนเป็นคนพาไปเอง

จี๊ดไล่ยุพาออกจากงาน เทวัญมาเจอเข้าถามว่า มีเรื่องอะไรกัน พอจี๊ดกล่าวโทษว่ายุพาทำตัวเป็นพนักงาน ปากโทรโข่งชอบขยายเรื่องจนผิดเพี้ยนบิดเบือนไม่สนว่าจะเกิดผลกระทบที่ร้ายแรงกับใครบ้าง ตนขอไล่ออก

ยุพาอ้อนวอนเทวัญให้ช่วยตนด้วย เทวัญบอกจี๊ดว่าให้ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งวู่วาม

“ก็ได้ จี๊ดจะใจเย็น แต่ถ้าการเม้าท์ไม่มีเบรกของเจ๊ยุพาทำให้ครอบครัวของจี๊ดเดือดร้อน จี๊ดเครียดเมื่อไหร่ ได้เห็นดีกันแน่”

ยุพาโล่งใจ ขอบคุณเทวัญที่ช่วยไว้ เทวัญบอกว่าไม่ต้องห่วง ตนรู้ว่าเธอทำไปด้วยความปรารถนาดี ตนจะปกป้องเอง แล้วตบท้ายว่า

“ยังไงก็ตามผมอยากให้คุณช่วยเป็นหูเป็นตาให้คุณวันดีแบบนี้ต่อไป เชื่อผม คุณทำดีแล้ว...ผมภาวนานะ ให้คุณวันดีลุกขึ้นมาทำอะไรที่เด็ดขาดได้สักที”

“ค่ะ...ยุพาเห็นด้วย” ยุพาสอพลอดี๊ด๊า แล้วจะไปเข้าห้องประชุม พลันก็ชะงักตกใจเมื่อวันดีมาดักเรียกไว้

เมื่อได้เวลาประชุม ยุพายังไม่เข้ามา จี๊ดถามหา พนักงานคนหนึ่งบอกว่าเมื่อกี้เห็นเดินมาแล้ว จี๊ดลุกเดินออกมากำลังจะหันมองไปทางวันดีกับยุพา เทวัญรีบเรียกเบนความสนใจ บอกว่า “พี่อยากคุยด้วยนะ”

“จี๊ดต้องประชุมค่ะ ไม่ว่าง” พูดแล้วเดินกลับเข้าไปในห้อง ปิดประตูปังใส่หน้าเทวัญ จนเขาไม่พอใจมาก

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงและตอบแทนความดีของรัตนา เจตนาให้รถเธอไว้ใช้ก็ไม่เอา เจตนาจึงออกคำสั่งให้รับไว้ เขาพูดกับทุกคนตรงนั้นว่า

“ฉันต้องขอบใจพวกเธอมากนะที่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ฉัน...คงมีเรื่องต้องคุยกับเทวัญอย่างจริงจังเสียแล้ว”

“แต่ตอนนี้คุณมีเรื่องต้องคุยกับฉันก่อน!” วันดีโพล่งขึ้น แล้วเดินเข้ามาพร้อมยุพา

“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” เจตนาถามหลังจากหายตะลึง

“ทำอะไรไว้ล่ะ กลิ่นมันถึงได้เน่าโชยจนทำให้ฉันตามมาถูก ทำอะไรมียางอายบ้างไหมคุณเจตนา!”

ยอดชายพยายามบอกให้ทุกคนใจเย็นๆ แต่ไม่มีใครเย็น เจตนาโมโหถามวันดีว่าใครทำอะไรพูดมาเลย

“นังเมียน้อยมันสำออยอีท่าไหนเข้าล่ะ ถึงได้ตามมาดูแลกันถึงบ้าน แต่เมียตัวเองช้ำใจจนกระอักเลือดตาย กลับไม่เคยสนใจ!” รัตนาพยายามจะชี้แจง ถูกวันดีตวาดว่า “ฉันไม่ได้คุยกับหล่อนนังผู้หญิงไม่มีสำนึก!”

วันดีตบรัตนาจนหน้าหัน แล้วจะตามซ้ำ เจตนารีบเข้าไปขวาง สั่งให้หยุด ดิ่งก็เข้าไปช่วยห้าม ถูกวันดีตวาดอย่ามายุ่งจนเจตนาขอร้องให้ฟังตนก่อน ถูกตวาดสวนทันที

“หมดเวลาฟังแล้ว วันนี้ไม่ฉันก็มันต้องพังกัน ไปข้าง!”

ยอดชายจ้องหน้ายุพา เธอหลบสายตาเขาแล้วค่อยๆเดินเลี่ยงออกไป ยอดชายตามไปทันที

ส่วนเจตนาโกรธจนลืมตัว ตวาดให้วันดีหยุด พร้อมกับตบหน้าเธออย่างแรง แล้วทั้งเจตนาและวันดีต่างมองกันตะลึง เจตนายังคงยืนอึ้งอยู่ ส่วนวันดีค่อยๆหันมองสามีด้วยแววตาเสียใจ ตัดพ้อ...

ยุพาแก้ตัวกับยอดชายว่าตนถูกบังคับ ปฏิเสธวันดีไม่ได้ แล้วรีบขอตัว ยอดชายมองตามแล้วกดโทรศัพท์ถึงจี๊ดทันที

ooooooo

เมื่อกลับถึงบ้าน วันดีผิดหวัง เสียใจมาก ตัดพ้อต่อว่าเจตนาว่านับแต่แต่งงานมาเขาไม่เคยทำร้ายตนแม้แต่ปลายเล็บ แต่พอรัตนาเข้ามาเขาก็ทำกับตนแบบนี้ เจตนาบอกว่าเพราะเธอบ้าไปแล้ว ไม่มีสติ

วันดีโทษว่านิสัยเจ้าชู้ไม่รู้จักพอของเขาทำให้ตนเป็นบ้า จี๊ดขอร้องแม่ให้ฟังตนก่อน วันดีตวาด “ไม่ฟัง!”

“คุณแม่ฟังแต่คนอื่น แต่ไม่เคยฟังจี๊ด ฟังคุณพ่อ คนในครอบครัวคือคนที่คุณแม่ควรจะฟัง ไม่ใช่คนอื่นนะคะ”

วันดีอ้างว่าเพราะคนอื่นหวังดีกับตนมากกว่า เจตนารู้ว่าวันดีกู่ไม่กลับแล้ว บอกจี๊ดว่าไม่ต้องพูดแล้ว เพราะถ้าแม่เขาไม่เปิดใจพูดไปก็เท่านั้น พูดแล้วเดินหนีออกไป ถูกวันดีตวาดไล่หลังว่า

“จะไปไหน จะเอายังไง วันนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง”

“ผมจะไปอยู่ที่อื่น รอให้คุณสงบลงก่อนเราค่อยคุยเรื่องหย่า”

วันดีท้าว่าแน่จริงให้คุยวันนี้เลย เจตนาบอกว่าตนไม่คุยอะไรอีกแล้ว เขาเดินพรวดๆออกไปเลย จี๊ดตกใจร้องเรียกคุณพ่อ วันดีตะโกนไล่หลัง “ไปเลยไป๊... ไปเลย!!” แล้วร้องไห้แทบขาดใจ

จี๊ดสงสารโผเข้ากอดแม่ก็ถูกผลักไส จี๊ดจึงค่อยๆถอยออกไปด้วยความเสียใจ...

ดิ่งมองจี๊ดที่เดินออกมาด้วยความเห็นใจ ทันใดก็ต้องชะงักเมื่อเทวัญเดินเข้าไปหาจี๊ด พอจี๊ดบอกว่าพ่อกับแม่จะหย่ากันแล้วร้องไห้อย่างหนัก เทวัญกอดเธอไว้ ปลอบ โยนอย่างอบอุ่น...

“ไม่เป็นไรนะน้องจี๊ด เข้มแข็งเอาไว้ พี่ยังอยู่เคียงข้างน้องจี๊ดเสมอ”

ดิ่งมองภาพนั้นอย่างเจ็บลึก จนถูกแช่มมาตบไหล่พูดให้หายเครียดว่า

“มองคนระดับเดียวกันดีกว่า...นั่นน่ะเครื่องบิน มองไปก็เมื่อยเปล่าๆไม่ได้นั่งหรอก”

แล้วแช่มก็หน้าเสียค่อยๆเดินเลี่ยงไปเมื่อถูกดิ่งมองอย่างไม่ขำด้วย เขาหันมองเทวัญกับจี๊ดอีกครั้ง...

เทวัญใช้ช่วงเวลาที่จี๊ดกำลังเสียใจ สับสน ว้าเหว่นี้ แสดงความรักความห่วงใยจนจี๊ดใจอ่อน เมื่อเขาเสนอให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม จี๊ดขอเวลาอีกหน่อย เพราะตอนนี้ตนสับสนไปหมดแล้ว

ดิ่งมองอยู่ แม้ไม่ได้ยินอะไร แต่เห็นท่าทีที่อ่อนลงของจี๊ด เขาพึมพำ “ความรักทำให้คนตาบอดเสมอ...”

ooooooo

เจตนาเรียกเทวัญไปคุย พูดตรงๆเรื่องเขากำลังขายความลับของบริษัทให้กับคู่แข่งนอกสายตาอย่างโชคมนูญกิจออโต้

เทวัญทำเป็นนึกได้ พูดขำๆว่าคงเป็นวันนั้นเอง เจตนาบอกให้อธิบาย เทวัญยังคงเล่าสบายๆว่า

“เขาต้องการให้ผมขายความลับของโมเดิร์นคาร์ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ทางการตลาด เพราะเขาต้องการขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดแทนเรา แต่ผมบอกปฏิเสธ” เจตนาจ้องหน้าถามว่าแน่ใจหรือ “ผมไม่มีอะไรยืนยันนอกจากคำพูดของผมที่จะเป็นตัวพิสูจน์ว่าผมทำหรือไม่ได้ทำ หากสิ่งที่เราคิดไปเป็นของโชคมนูญกิจ ค่อยเอาผิดผม”

เทวัญพูดอย่างมั่นใจ มองเจตนาด้วยความเชื่อมั่น จนเจตนาเริ่มลังเล

เมื่อเจตนาให้แช่มกับดิ่งไปส่งที่โรงแรมหรูแล้ว เขาบอกแช่มให้กลับไปดูแลวันดีกับจี๊ดตนขับรถเองได้ ส่วนดิ่งมาขออนุญาตออกไปอยู่ข้างนอก เจตนาตามใจเพราะเมื่อเขาไม่อยู่ดิ่งก็คงอยู่ยาก

“ท่านครับ...ท่านตัดสินใจแน่แล้วเหรอครับ” ดิ่งทำใจกล้าถามอย่างเป็นห่วง

เจตนาพูดอย่างเจ็บปวดว่า จริงๆแล้วตนไม่อยากให้เป็นอย่างนี้เลย แต่จะให้ทนถูกกดดันอย่างนั้นทุกวันก็คงไม่ไหว ดิ่งภาวนาขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย เพราะ ไม่เพียงตัวเจตนาหรือวันดีเท่านั้นที่เจ็บปวด จี๊ดเองก็ต้องเจ็บปวดไปด้วย เจ็บปวดกันทุกคน พูดแล้วเอ่ยลา ยกมือไหว้ขอบคุณสำหรับความเมตตา ตนจะไม่ลืมพระคุณ ตลอดไป

แต่พอดิ่งจะออกไป เจตนาเรียกไว้บอกว่า “เรื่องเทวัญ ไม่ต้องสืบหาอะไรต่อแล้วนะ ขอบใจที่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้”

ดิ่งรับคำเดินออกไปอึ้งๆ

ooooooo

จี๊ดเฝ้าวันดีอยู่ด้วยความสงสารเป็นห่วง เห็นแม่นอนนิ่งๆเธอจะไปพักผ่อน วันดีกลับเรียกไว้ ขอให้รับปากว่าจะไม่ทำให้แม่ผิดหวัง วันดีคร่ำครวญว่า ชีวิตครอบครัวของแม่ล้มเหลวไม่เป็นไร แต่แม่จะไม่ยอมให้เกิดกับลูกแบบนี้

จี๊ดขอแม่ว่าเรื่องนี้ให้ตนตัดสินใจเองได้ไหม ตนยังต้องการพิสูจน์เทวัญบางอย่าง ทำให้วันดีโกรธหาว่านับแต่คบกับดิ่งเธอก็เปลี่ยนไป วันดีโกรธจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้อาละวาดโวยวาย จนจี๊ดต้องเรียกป้าเพ็ญให้ช่วยตามหมอมาเร็วๆ

เมื่อดิ่งรู้จากป้าเพ็ญ เขาเป็นห่วงรีบขึ้นไปข้างบน เป็นเวลาที่วันดีอาละวาดผลักจี๊ดจนล้มกระแทกพื้น ดิ่งมาเห็นพอดีไม่ทันทำอะไร ก็ถูกวันดีไล่ตะเพิด ทั้งดิ่งและจี๊ดพยายามปลอบให้วันดีใจเย็นๆ จี๊ดบอกว่ายังไม่มีใครทำอะไรอย่างที่คุณแม่คิดเลย

“ไม่จริง...ไม่ต้องมาหลอกฉัน...กรี๊ดดดด...” วันดีแผดเสียงร้องจนหมดสติไป

หมอเวทย์ถูกตามตัวด่วน มาดูแลวันดีจนเธอ สงบแล้วจึงกลับ ดิ่งดักถามอย่างเป็นห่วงว่าคุณนายเป็น อย่างไรบ้าง

“หมอให้ยาระงับประสาทไปแล้ว คุณวันดีมีปัญหากับการควบคุมอารมณ์ตัวเอง ถ้ายังไม่เปิดใจรับฟังเหตุผลของใครยึดตัวเองเป็นใหญ่อยู่อย่างนี้ ก็จะยังเป็นอยู่ เหมือนเด็กที่เอาแต่ใจ พอไม่ได้อย่างใจก็... กราดเกรี้ยว” แล้วหมอก็แนะว่า “ทางที่ดี พาคุณวันดีแกเข้าวัดเข้าหาทาง ธรรมบ้างก็ดีนะ เผื่อจะเจอวิธีคิดที่ถูกต้อง คนวัยนี้น่าจะ นิ่งหรือเรียนรู้ชีวิตได้มากกว่านี้”

พูดแล้วหมอจะกลับ ดิ่งเดินไปส่ง ยังไม่ทันออกจากบ้านจี๊ด หมอก็ได้รับโทรศัพท์จากศุวิมลว่าเศกมีอาการเหนื่อยมาก หมอบอกว่าเดี๋ยวจะไปดูให้ ดิ่งอาสาขับรถไปส่งเป็นห่วงว่าหมอจะเหนื่อยเกินไป

เมื่อดิ่งขับรถไปถึงบ้านเศก หมอถามว่ารู้หรือเปล่าว่าสองบ้านนี้ไม่ค่อยอยากสุงสิงกันเท่าไหร่ แต่ใช้บริการหมอคนเดียวกัน พูดขำๆว่าไม่รู้จะตั้งป้อมอะไรกันนักหนา ดิ่งไม่แสดงความเห็นบอกหมอว่ารีบไปดูอาการของเศกเถอะ ตนจะรออยู่ที่รถไม่ไปรบกวน

ศุวิมลมารับหมอ เห็นดิ่งก็แปลกใจว่ามาได้ยังไง แต่ก็ทำเป็นไม่รู้จักกัน รับหมอไปดูพ่อแล้ว ศุวิมลแอบมาพบดิ่ง เขาถามว่าอาการของพ่อเป็นอย่างไรบ้าง

“ลุงหมอตรวจอยู่ค่ะ ท่านหายใจไม่ค่อยออกคง เพราะเครียดเรื่องที่ทะเลาะกับยัยมารศรี คุณพ่อหลง

ยัยนั่นมาก ทำอะไรน่าเกลียดๆ คุณพ่อก็ไม่เคยว่าอะไรเลย กลับเอาแต่โทษตัวเอง” บ่นแล้วถาม “พี่ดิ่งเมื่อไหร่จะกลับมาเปิดโปงยัยนั่นสักทีศุเหม็นหน้าจะแย่แล้ว”

ทันใดนั้น เสียงมารศรีมาเรียกศุวิมล ดิ่งรีบหันหลังให้ มารศรีเขม้นมองถามว่านั่นใคร ศุวิมลบอกว่าคนขับรถของลุงหมอ มารศรีบอกว่าเศกเรียกหา ศุวิมลจึงเดินเบี่ยงๆไป มารศรียังมองดิ่งคลับคล้ายคลับคลาจะจำได้แต่ไม่ติดใจ เลยกลับไป

หมอตรวจเสร็จจะกลับ เศกเห็นมารศรีแต่งตัวจะออกข้างนอกถามว่าจะไปไหน เธอบอกว่าจะไปคุยเรื่องงาน การกุศลที่คุยค้างอยู่เมื่อวาน ศุวิมลติงว่าคุณพ่อไม่ค่อยสบายอยู่

“ไม่เป็นไรยัยศุ...ไปเถอะคุณศรี อย่ากลับดึกนักล่ะ ผมเป็น...” เศกจะบอกว่าเป็นห่วงแต่พูดไม่ทันจบมารศรีก็ เดินออกไปแล้ว เศกหน้าเสียกลับเข้าห้องไปเศร้าๆ ศุวิมลกับ หมอมองตามไปด้วยความเป็นห่วง ส่วนดิ่งพึมพำอย่างหนักใจ

“ถ้าผมกลับ...พ่ออาจจะยิ่งเสียใจมากไปกว่านี้...”

ooooooo

มารศรีไปที่บาร์ในบ่อนเจอเทวัญที่นั่น เธออ่อยว่า นึกว่าจะไม่เจอเขาที่นี่เสียแล้ว เทวัญถามว่าคิดถึงตนมากหรือไง มารศรียิ้มยั่ว หยอกแกมหยิกว่าเข้าข้างตัวเอง มีคู่หมั้นอยู่แล้วทั้งคน

“แต่กำลังจะไม่ใช่ เพราะเพื่อนกระจอกของคุณ” เทวัญอารมณ์เสีย

มารศรีไม่พอใจพูดเยาะว่าเขาไร้น้ำยา เทวัญโมโหกระชากเธอเข้าไปจนร่างแนบชิดกันคำรามว่าประเมินตนต่ำเกินไปแล้ว มารศรียั่วเขาว่าอย่าประมาทดิ่งเป็นอันขาด ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนอยู่ใกล้ดิ่งเป็นเสร็จทุกราย คู่หมั้นเขาก็ไม่รอดแน่

พูดยั่วแล้วมารศรีเดินออกไป บอกว่าไประบายอารมณ์ ที่อื่นดีกว่าเพราะเขาไม่มีน้ำยา เทวัญมองตามคำรามแค้น

“สักวัน...เธอจะต้องเปลี่ยนคำพูด มารศรี”

ooooooo

ด้วยความสงสารเป็นห่วงแม่ จี๊ดรับปากกับวันดี ว่าจะแต่งงานกับเทวัญ เมื่อเจอดิ่งเธอบอกเขาว่ารับปากกับคุณแม่ว่าจะแต่งงานกับเทวัญเพื่อให้คุณแม่สบายใจ แต่ตัวเองไม่แน่ใจว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือเปล่า

ดิ่งอึ้งไปนาน จึงพูดออกมาด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “ผมคิดว่า...คุณเต็มใจ...”

“ฉันไม่รู้แล้วว่าตอนนี้ฉันคิดอะไรอยู่กันแน่ ฉันไม่แน่ใจ ฉันสับสน แต่ฉันก็ไม่อยากทำให้คุณแม่ต้องเสียใจอีก แค่เรื่องคุณพ่อก็หนักหนาพอแล้ว” พูดแล้วก็ร้องไห้อย่างอัดอั้น

ดิ่งสงสาร โอบปลอบประโลมใจ จี๊ดอึ้งไปด้วยความรู้สึกถึงอ้อมกอดที่อบอุ่นจริงใจของเขา เธอกอดตอบโดยไม่รู้ตัวเหมือนเด็กขาดที่พึ่ง

ครู่หนึ่ง จี๊ดผละออก ดิ่งถามว่าแน่ใจแล้วหรือที่จะทำแบบนั้น

“แล้วฉันมีทางเลือกที่ดีกว่านี้เหรอ...ตอนนี้ฉันใจไม่แข็งพอที่จะไม่แคร์ความรู้สึกของคุณแม่ ฉันไม่อยากเป็นลูกอกตัญญู ฉันอยากทำหน้าที่แทนคุณพ่อเข้าใจไหม”

“ผมเข้าใจ...เข้าใจ” ดิ่งมองลึกเข้าไปในดวงตาของจี๊ดนิ่ง...นาน...จนต่างรู้สึกหวั่นไหว

ที่มุมหนึ่ง มารศรีแอบดูอยู่ เธอพึมพำอย่างเจ็บใจ “คุณเคยรักฉัน...คุณเคยรักฉัน...คุณต้องรักฉัน!”

ooooooo

ด้วงเอาเงินที่ได้จากเทวัญไปใช้หนี้แต่ไม่พอ ถูกขีดเส้นตายว่าอีกสองวันไม่มีให้ได้ตายแน่ ด้วงเครียดมาก เมื่อถูกโพมาดักถามว่าไปเอาเงินจากไหน จับได้ว่าด้วงรับจ้างเทวัญทำร้ายรัตนา โพโกรธมาก

ที่น้องเห็นแก่เงินจนทำร้ายผู้หญิง ด้วงไม่แยแส

เมื่อหาเงินไม่ได้จึงทำร้ายโพและแย่งกระเป๋าเงินไป ทิ้งโพให้นอนบาดเจ็บอยู่เพียงลำพัง

ศุวิมลไปหาดิ่งที่ทำงาน ยอดชายเห็นเข้าก็พึมพำขำๆว่า “ยัยเพี้ยนเจอคุณดิ่งหักอก”

ยอดชายเดินไปเจอจี๊ด เธอถามว่าเห็นนายดิ่งไหม ยอดชายพูดอย่างคะนองปากว่าเจอ เห็นคุยกับอดีตแฟนอยู่ จี๊ดถามว่าคนไหน เดาว่ามารศรีใช่ไหมเพราะเธอเพิ่งได้ยินมาจากเทวัญว่ามารศรีเป็นแฟนเก่าของดิ่ง ยอดชายปฏิเสธเสียงสูงว่า

“ไม่ใช่...ไม่ใช่เลย”

เมื่อเจอดิ่ง จี๊ดพูดอย่างเอาเรื่องว่าเขามีเรื่องที่ยังบอกตนไม่หมด ยอดชายรีบตามมาแก้ว่าแฟนเก่าของดิ่งนั้นไม่ใช่มารศรีแต่คือศุวิมลที่เจอกันที่โรงพยาบาล แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ถามจี๊ดว่า มารศรีมาเกี่ยวอะไรด้วย เทวัญบอกอะไรเธอหรือ

ดิ่งบอกว่ามารศรีเป็นเพื่อนตน จี๊ดดักคอว่าเพื่อนหรือแฟน ด่าเขาว่าคนโกหก ดิ่งเลยเล่าให้เจ็บใจว่า

“อยากได้ยินว่าเป็นแฟนเหรอ ได้...ผมกับมารศรีเคยเป็นเพื่อนกัน ต่อมาเราก็รักกันจนเกือบจะแต่งงานกัน แต่จู่ๆเธอหายไปจากชีวิตผม ผมอกหัก เรียนไม่จบ

กลับมาเมืองไทย โกหกตรงไหน”

ขณะนั้น เทวัญเดินออกมาสมทบ ชี้ว่าดิ่งทำตัวน่าสงสัยจี๊ดจึงต้องซักไซ้ ดิ่งไม่แคร์บอกว่าอยากสงสัยอะไรก็สงสัย ไป ตนห้ามความคิดใครไม่ได้ บอกได้คำเดียวว่าตนไม่เคยคิดร้ายกับใคร ไม่ต้องมาระแวงกัน พูดแล้วเดินไปเลย

เทวัญทำเป็นปลอบจี๊ดให้ใจเย็นๆ ตนสัญญาว่าจะฉีกหน้ากากนายดิ่งออกมาให้ได้ จี๊ดบอกว่าช่างมันเถอะ เทวัญถามว่าไม่สงสัยดิ่งแล้วหรือ เธอตัดบทว่าไม่รู้ ตอนนี้ตนเครียดแล้วเดินผละไป

“เครียดหรือหึง!” เทวัญพึมพำหน้าเครียด แต่ที่อีกมุมหนึ่ง เงาะแอบดูเทวัญอยู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น

จี๊ดกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานครู่เดียวเสียงมือถือก็ดังขึ้น พอหยิบดูเบอร์ เธอพึมพำด้วยความดีใจมาก

“เงาะ...”

ooooooo

ตอนที่ 5

คุณหนูจี๊ดเดินฉับๆ หน้าเหวี่ยงมาตามทางเดินในออฟฟิศ ยอดชายกับใจดีตามประกบขอให้ใจเย็นๆ ก็ถูกวีนใส่

“ไม่! วันนี้ถ้าฉันไม่ได้ความจริงจากปากนายดิ่งว่าเป็นใคร มาจากไหนกันแน่ อย่ามาเรียกฉันว่าจี๊ดอีกต่อไป!”

ทั้งยอดชายและใจดีมองหน้ากันแบบสงสัยเหมือนกันว่า นายดิ่งเป็นแค่ช่างซ่อมรถยนต์อยู่อุตรดิตถ์แต่พูดเยอรมันได้เป็นไฟ แถมสำเนียงยังเป๊ะ แม้จะคิดเข้าข้างดิ่งว่าอาจจะตอนเรียน ม.ปลายสายศิลป์ เยอรมัน แต่ก็ไม่น่าคล่องขนาดนี้

ที่หน้าห้องทำงานเจตนา เจ้าตัวกำลังเช็กแฮนด์กับโยฮันน์แล้วดิ่งก็พาโยฮันน์ไป สวนกับจี๊ด ยอดชายและใจดีที่เดินอ้าวมากันพอดี จี๊ดเรียก “นายดิ่ง!” แค่น้ำเสียง สีหน้าและท่าทางของคุณหนูจี๊ด ดิ่งก็เดาออกถามว่า อยากรู้ว่าตนพูดเยอรมันได้ยังไงใช่ไหม “ใช่!”  จี๊ดตวัดเสียงแต่ไม่ทันพูดอะไรกัน เจตนาก็เอ่ยขึ้น

“มาคุยกับพ่อ ดิ่งพาโยฮันน์ไปที่ศูนย์ไป...เข้ามาสิจี๊ด”

ฟังเจตนาเล่าเรื่องดิ่งได้ทุนไปเรียนปริญญาโทวิศวะเครื่องยนต์ที่เยอรมันแต่เรียนไม่จบเพราะอกหักแล้ว จี๊ดถามว่าคุณพ่อเชื่อเขาหรือ

“เชื่อสิ เพราะพ่อรู้สึกตั้งแต่แรกแล้วว่านายดิ่งต้องไม่ใช่แค่ซ่างซ่อมรถธรรมดา” จี๊ดแย้งว่าเขาอาจโกหกก็ได้ “แต่เขาก็ไม่เคยโกหกว่าไม่ได้ทำหรือไม่ได้เป็น เพียงแต่ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องบอกเรื่องส่วนตัว”

“จำเป็นสิคะ จะมาอยู่มาทำงานกับเราเข้านอกออกในอย่างนี้ เราต้องรู้ข้อมูลของเขา” จี๊ดหาเรื่องจนได้

“จี๊ด...ทุกคนต่างมีมุมส่วนตัวที่ไม่อยากให้ใครรู้ทั้งนั้น และพ่อก็ถือว่ามันเป็นสิทธิ์ของเขาที่จะไม่เปิดเผย สำหรับนายดิ่ง มุมส่วนตัวที่ปกปิดไม่เคยทำร้ายเราเลย...มีแต่ช่วยกู้สถานการณ์เราทั้งนั้น”

“กู้สถานการณ์?????” จี๊ดแปลกใจกับคำนี้มาก

ส่วนยอดชายกับใจดีที่พุ่งไปหารัตนาทันทีที่จี๊ดเข้าไปคุยกับเจตนาในห้อง ทำงาน ฟังรัตนาชี้แจงเรื่องที่ให้ดิ่งไปเป็นล่ามให้โยฮันน์ เพราะล่ามที่ติดต่อไว้ป่วยกะทันหัน เจตนารู้ว่าดิ่งพอพูดเยอรมันได้เลยให้เป็นล่ามแล้วก็หายสงสัย

เมื่อจี๊ดคุยเสร็จออกมา เจตนาตามออกมาเรียกยอดชายกับรัตนาเข้าไปคุยต่อ ใจดีเลยเข้าประกบจี๊ดเม้าท์ต่อทันที จี๊ดยังอารมณ์พลุ่งพล่านไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินได้ฟัง เพราะยังมีบางอย่างที่ตนไม่ไว้ใจดิ่ง

“เออ! ทีคนไม่ดีล่ะเชื่อนักว่าเขาดี” ใจดีประชด จี๊ดถามว่าหมายถึงเทวัญอีกแล้วใช่ไหม “แกน่ะตายกับคนปากหวาน แค่เขาพ่นมาสองสามคำแกก็หลับหูหลับตาเชื่อและคิดว่าเขาเป็นคนดี”

“ก็ฉันรักเขา!” จี๊ดเชิดอย่างถือดี

“ไม่ใช่ เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าจีบแก มีแต่พี่เทวัญที่กล้าและยอมตามใจแกทุกอย่าง...แกเลยคิดว่านี่แหละคือความ รัก” ใจดีพูดตรงเสียจนจี๊ดอึ้ง

ooooooo

ขณะดิ่งกำลังเป็นล่ามให้โยฮันน์ในการอธิบายลักษณะการทำงานของเครื่องยนต์ อยู่นั้น แต๋วมาบอกว่า ยอดชายเรียกไปพบ ดิ่งขอเวลากับโยฮันน์ บอกว่าอีกสักครู่จะกลับมา

เวลาเดียวกัน เทวัญไปหาจี๊ดที่ฝ่ายการตลาด พูดหน้าเครียดๆ ว่ามีเรื่องจะคุยด้วย จี๊ดบ่นว่าทำไมต้องหัวเสียด้วย หมู่นี้ทำตัวแปลกๆ เทวัญทำเสียงเข้มว่า “จี๊ดก็ทำตัวแปลกไป อย่าให้พี่ต้องแฉนะ!”

“พี่เทวัญ! จี๊ดทำอะไรไม่ดีที่พี่ต้องใช้คำว่าแฉ!” จี๊ดเสียงดังจนเทวัญรีบจูงมือออกไปข้างนอก

ใจดีเป็นห่วงจี๊ด รีบตามไป ส่วนพนักงานที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันซุบซิบๆตามประสา

ใจดีเดินอ้าวไป ดิ่งสวนมาถามว่าหาใครหรือ ใจดีเล่าอย่างตื่นเต้นว่า จี๊ดกับเทวัญเหมือนจะมีเรื่องกัน ไม่รู้เทวัญไปอารมณ์เสียมาจากไหน จู่ๆก็คว้ามือจี๊ดออกไป บอกดิ่งว่าตนเป็นห่วงเพื่อนแล้วรีบเดินไป ดิ่งเป็นห่วงจี๊ดเลยตามไปด้วย

ooooooo

เทวัญพาจี๊ดไปคุยกันอย่างตึงเครียด เขาถามอย่างติดข้องใจเรื่องความรู้สึกของจี๊ดที่มีต่อดิ่งว่า เมื่อก่อนเกลียดไม่ชอบ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้เกลียดแล้วใช่ไหมเพราะแอบไปคบกันลับหลังตน ถามเกือบเป็นตะคอกว่าทำอะไรอายคนเขาบ้างหรือเปล่า?!

“หยุดดูถูกจี๊ดเดี๋ยวนี้นะ!” จี๊ดตบหน้าเทวัญฉาดใหญ่ เขายิ่งโกรธจับตัวเข้าไปเขย่าอย่างแรงจนจี๊ดตกใจ

เทวัญจับผิดจี๊ดว่า เดี๋ยวนี้ถึงกับบริการขับรถรับส่งดิ่ง ทีกับตนทำรังเกียจไม่เคยให้แตะต้องตัว ทำไม หรือว่าชอบของต่ำ ยิ่งพูดก็ยิ่งมีอารมณ์เขย่าร่างจี๊ดจนแทบยืนไม่ติด

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ดิ่งเสียงดัง กรากเข้ากระชากเทวัญออกจากจี๊ดผลักเขาอย่างแรง ส่วนใจดีรีบเข้าไปหาจี๊ดด้วยความเป็นห่วง เทวัญชี้หน้าดิ่งพูดอาฆาตมาดร้ายว่า

“จำใส่หัวแกไว้นะนั่นคู่หมั้นฉัน” ดิ่งสวนไปว่าเขาก็ควรดูแลคู่หมั้นดีกว่านี้ไม่ใช่ทำร้ายแบบนี้ เทวัญตวาดสวนไปว่า “แต่แกก็ไม่มีสิทธิ์มาดูแลแทนฉัน!”

พนักงานเริ่มชะเง้อดูกันมากขึ้นทุกที จี๊ดอายมาก ตำหนิเทวัญว่าไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้ เขาทำให้ตนผิดหวังมาก แล้วเดินปึงปังไปกับใจดี ส่วนเทวัญเห็นพนักงานมาชะเง้อดูกันก็ตวาดว่าไม่มีงานทำรึไง ไล่ตะเพิดให้ไปทำงานเสีย พนักงานเลยสลายตัวไป

ในหมู่คนที่มาชะเง้อดูอย่างอยากรู้อยากเห็นนั้น มีเจ๊ยุพาชะเง้อคอยาวอยู่อีกมุมหนึ่งด้วย

ดิ่งแปลกใจว่าทำไมเทวัญจึงแสดงความเป็นเจ้าของจี๊ดขนาดนี้ ตามไปถามจี๊ด เธอบอกว่าคงเป็นเพราะเขาหึง แล้วก็พูดอย่างถือตัวว่า

“ซึ่งไม่น่าจะหึงเลยสักนิด เพราะยังไงคนอย่างฉันก็ไม่มีทางคิดอะไรกับนายแน่...มันคนละชั้น!”

ใจดีติงว่าเพื่อนพูดแรง ดิ่งอย่าไปถือสาเลย ดิ่งบอกว่าตนชินแล้ว แต่ก็ยังติดใจว่าเทวัญคิดอย่างนั้นได้ยังไง ไปฟังใครมา ทบทวนแล้วนึกถึงเรื่องของหวานที่โรงพยาบาลที่เขาชมจี๊ดว่าอร่อยเลือกเก่ง หยอกว่าไม่เสียแรงที่ยอมเป็นกิ๊กด้วย เวลานั้นมารศรีอยู่ด้วย ซึ่งเขาก็ขอโทษมารศรีไปแล้วว่า

“ขอโทษนะศรี ผมไม่น่าพูดออกไปเลย คุณจี๊ดเสื่อมเสียแย่เลย รู้ถึงไหนอายถึงนั่นที่ลูกสาวท่านประธานของโมเดิร์นคาร์ที่มีคู่หมั้นอยู่แล้ว แอบมากิ๊กกับช่างซ่อมรถยนต์กระจอกๆอย่างผม ศรีอย่าไปบอกใครนะ”

คิดทบทวนแล้ว ดิ่งมั่นใจว่าเรื่องนี้ต้องมาจากมารศรีแน่

ooooooo

ศุวิมลรู้เรื่องที่เศกจะจดทะเบียนสมรสกับมารศรี เธอทักท้วงพ่อว่า ไหนมารศรีบอกว่าจะจดทะเบียนหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญไม่ใช่หรือ มารศรีเดินมาได้ยิน จึงแอบฟังอย่างไม่พอใจ

เศกให้เหตุผลกับศุวิมลว่าต้องจดทะเบียนเพราะถ้ามีลูกด้วยกันกับมารศรีก็ไม่อยากให้ลูกเป็นลูกนอกสมรส ศุวิมลตกใจถามว่าคิดจะมีลูกด้วยกันหรือ ขอให้รอดิ่งกลับมาก่อนดีไหม

“ทำไมพ่อต้องรอมัน บอกแล้วไงว่าอย่าพูดชื่อของมันให้พ่อได้ยิน” เศกเดินหนีไปอย่างโมโหจัด พลันมารศรีก็เดินเข้ามาพูดเย้ยศุวิมลว่า

“เสียใจด้วยจริงๆนะคะที่คุณเศกไม่เชื่อคุณ เพราะคุณเศกรักฉันมาก อย่าได้คิดขัดขวางความรักของเราอีกเลยค่ะ...เหนื่อยเปล่า”

ศุวิมลยืนมึน ทั้งเจ็บใจมารศรีและร้อนใจเรื่องพ่อจะจดทะเบียนสมรส คิดถึงพี่ชาย “พี่ดิ่ง...เอาไงดี??” เธอตัดสินใจไปหาดิ่งด้วยความร้อนใจ

ศุวิมลไปรอดิ่งที่มุมหนึ่งหน้าโมเดิร์นคาร์ ขณะกำลังโทร.บอกที่ยืนรออยู่นั้น หันมาเจอยอดชายยืนอยู่เกือบติดตัว ยอดชายถามอย่างคู่ปรับว่ามาทำอะไรที่หน้าออฟฟิศตน ศุวิมลโต้ว่าหน้าออฟฟิศก็จริงแต่เป็นทางเท้าสาธารณะ จะทำอะไรก็เรื่องของตน ยอดชายดักคอว่าหรือจะมาอ่อยดิ่ง

ศุวิมลด่าไปชุดใหญ่ก็ยังหยุดยอดชายไม่ได้ เลยต่อยเปรี้ยงเข้าที่ใบหน้า บอกว่า “นี่คือผลกรรมของพวกจิตอกุศล!”

ดิ่งออกมาพอดีรีบเข้ามาห้ามถามว่ามีอะไรกันหรือ เกือบเผลอเรียกเป็น “ยัยศุ” ดีแต่ยั้งปากไว้ทันเปลี่ยนเป็น “คุณศุ” แทน

ศุวิมลไม่สนใจยอดชาย เร่งดิ่งไปกันได้แล้ว

ยอดชายยังปากยาวร้องบอกดิ่งว่า

“อย่าคุณดิ่ง อย่าไปหลงกลยัยอาจารย์เพี้ยนนะ ดูแลตัวเองนะ ปลอดภัยกลับมานะ”

ศุวิมลเลยย้อนกลับไปเอากระเป๋าฟาด ดิ่งรีบคว้าตัวดึงออกไป ยอดชายโดนกระเป๋าเข้าที่เบ้าตาทั้งเจ็บตัวเจ็บใจ

ooooooo

จี๊ดรอดิ่งอยู่อย่างหงุดหงิด บ่นว่าไม่มีมารยาท ปล่อยให้ตนต้องรอ แล้วก็ยิ่งอารมณ์เสียเมื่อยอดชายผ่านมาบอกว่าดิ่งออกไปกับผู้หญิง

“อะไรนะ!! เห็นผู้หญิงอื่นสำคัญกว่าฉันได้ยังไง” คุณหนูจี๊ดวีนแตก ตำหนิอย่างหัวเสียว่า ไม่มาก็ไม่คิดจะแจ้งให้ทราบบ้างหรือไง ยอดชายบอกให้โทร.ไปถามเองเพราะดิ่งมีมือถือ เธอเหวี่ยงใส่อีกว่า “มีได้ไง!!”

“ฉันให้เขาเองตอนอยู่โรงพยาบาลไว้ติดต่อกันสะดวกๆ เครื่องถูกๆน่าอย่าไปว่าเขาเลย อ่ะ...เบอร์” ยอดชายให้เบอร์โทรศัพท์ของดิ่งแล้วผละไปบอกว่าจะรีบไปหาหมอ

“ไม่รู้จักจัดลำดับความสำคัญ...โอ๊ย...ทำฉันเครียดอีกแล้ว” จี๊ดบ่นดิ่งไม่เลิกแล้วกดมือถือ รอสาย

เทวัญแอบดูจี๊ดอยู่อีกมุมหนึ่งอย่างเจ็บใจ อึดใจเดียวเจ๊ยุพาก็โผล่มาแสดงความเห็นใจเขาเอาหน้าซ้ำเป่าหูยุยงว่ารัตนาใส่ไฟเขากับคุณหนูจี๊ด นินทาว่าเขาเจ้าชู้บ้างล่ะ ใช้กำลังบ้างล่ะ พูดแล้วทำเป็นออกตัวว่าที่เล่ามานี้ไม่เท่าของจริงหรอก ถ้าจะให้ได้ของจริงต้องคูณสอง

เทวัญฟังแล้วผละไปอย่างเจ็บใจ เจ๊ยกมือประคองแก้มตัวเองร้องตื่นเต้น

“โอย...โบนัสหกเดือนแน่ๆ โทร.รายงานคุณวันดีดีกว่า ฮิๆๆ”

ooooooo

โทร.เข้ามือถือของดิ่งครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่มีคนรับสาย จี๊ดเดินไปขึ้นรถอย่างหัวเสีย ถูกเทวัญพรวดมาดักหน้า บอกว่าต้องการคุยกันสองต่อสอง

เป็นเวลาที่ดิ่งไปนั่งคุยกับศุวิมลที่ร้านอาหารหรู เมื่อฟังน้องสาวเล่าเรื่องพ่อจะจดทะเบียนสมรสกับมารศรี เขาบอกว่าก็ให้จดไป ศุวิมลโวยเบาๆว่า แบบนี้ก็เท่ากับมารศรีได้สมบัติครึ่งหนึ่งของพ่อไปทันที ยังไงตนก็ไม่ยอม

“ไปคุยกับคุณอาสันติ ทนายความของคุณพ่อให้โน้มน้าวคุณพ่อ ทำสัญญาก่อนจดทะเบียนสมรสว่า มารศรีจะไม่มีสิทธิ์ในทรัพย์สินก่อนสมรสเด็ดขาด เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ” ดิ่งแนะ ศุวิมลดีใจที่พบทางออกบอกพี่ชายว่ามารศรีต้องแค้นจนอกแตกตายแน่ๆ ดูซิว่าจะใช้แผนอะไรมาหลอกล่อสูบเงินจากคุณพ่อได้อีก

พลันศุวิมลก็บอกพี่ชายว่าอย่าหันมองนะ มารศรีกำลังเดินเข้าร้าน ดิ่งพยายามหันหลังให้ประตูเต็มที่ แต่มารศรีก็เดินตรงมาที่โต๊ะนี้และกำลังจะมองมา ศุวิมลตัดสินใจทำเป็นลุกไปทักอย่างยินดีโดยเดินบังๆดิ่งไว้

ดิ่งอาศัยจังหวะนั้นหลบออกไป แต่ก็ตบตามารศรีไม่ได้ เธอเห็นที่โต๊ะศุวิมลมีจานอาหารสองที่สำหรับสองคน แต่ศุวิมลบอกว่าตนมาคนเดียว จึงเป็นเรื่องติดใจสงสัยของมารศรีว่า ศุวิมลมากับใครและทำไมต้องปิดบัง

เมื่อหลบออกพ้นสายตามารศรีแล้ว ดิ่งรีบไปหาจี๊ดที่ลานจอดรถตามที่นัดไว้ จี๊ดยังถูกเทวัญหาเรื่องไม่หยุด จนจี๊ดขู่ว่าถ้าไม่เลิกตนจะร้องขอความช่วยเหลือ เทวัญท้าให้ร้องเลย เรื่องของคนรักกันไม่มีใครอยากยุ่งด้วยหรอก

“ช่วยด้วย!!!” จี๊ดตะโกนทันที ถูกเทวัญสั่งให้เงียบ เธอสะบัดหลุดจากเทวัญ ถามอย่างเข้าใจไม่ได้ว่า “พี่เทวัญเป็นบ้าอะไร จู่ๆก็กลายเป็นคนที่จี๊ดไม่เคยรู้จัก จี๊ดคิดถูกแล้วล่ะที่ระงับงานแต่งของเรา” เทวัญตะคอกถามว่าคิดจะเลิกกับตนหรือ “ถ้าพี่เทวัญยังไม่เลิกคลั่ง...มันก็คงต้องเกิดขึ้น”

ดิ่งมาถึงพอดี จี๊ดวิ่งมาหาอย่างหวังพึ่ง ชวนรีบกลับกันเถอะ แล้วควงแขนดิ่งออกไปเลย เทวัญมองอย่างไม่พอใจมาก

ooooooo

ระหว่างเดินไปที่รถด้วยกัน จี๊ดเอาแต่ร้องไห้ ดิ่งบอกให้ใจเย็นๆ ตั้งสติ สติมาปัญญาก็เกิด จี๊ดบอกว่าตนเคยลองทำแล้วแต่ไม่สำเร็จ ดิ่งบอกให้ลองอีกที ถ้าครั้งแรกทำได้ก็จะมีครั้งต่อๆไป แล้วชวนกลับบ้าน

จี๊ดไล่ให้เขากลับเอง ดิ่งถามว่าเป็นอะไรไปเมื่อกี้ยังชวนกลับด้วยกันอยู่เลย จี๊ดโพล่งอย่างอารมณ์เสียว่า

“ฉันไม่พอใจที่นายไปกับผู้หญิงอื่น โดยทิ้งฉันให้รอ ไม่บอกกันสักคำ แถมยังปิดมือถือ บอกมามันคืออะไร!”

ดิ่งบ่นว่าอุตส่าห์รีบไปรีบกลับ จี๊ดเลยเร่งให้รีบขึ้นรถก่อนตนจะเปลี่ยนใจ ดิ่งขึ้นไปนั่งยิ้มกริ่มพูดลอยๆว่า

“คุณทิ้งผมไม่ลงหรอก ผมรู้” แล้วก็ผงะหงายเมื่อจี๊ดกระชากรถออกไปอย่างแรง

กลับถึงบ้าน วันดีเห็นดิ่งนั่งรถจี๊ดมาก็ตำหนิว่าอนุญาตให้นายคนนี้นั่งรถมาด้วยตั้งแต่เมื่อไหร่ สงสัยต่อไปตนต้องดูแลทุกฝีก้าวเสียแล้วเพื่อให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง จี๊ดถามว่าตนทำผิดอะไรหรือ

ดิ่งเห็นสถานการณ์แม่ลูกตึงเครียดจึงขอตัว วันดีไม่ยอมให้ไป สั่งหน้านิ่งเสียงเข้มว่า

“อยู่ให้ห่างๆลูกสาวฉันไว้ ถ้าอยากมีที่ซุกหัวนอนต่อไป ไปได้แล้ว” ไล่ดิ่งไปแล้วหันบอกจี๊ด “แม่มีเรื่องต้องคุยกับจี๊ดเดี๋ยวนี้เรื่องเทวัญ”

เมื่อไปนั่งคุยกันในห้องรับแขก วันดีตำหนิจี๊ดว่าเห็นกรวดดีกว่าเพชร จี๊ดชี้แจงว่าตนยังไม่ได้ทำอะไรเลยต้องมีคนใส่ร้ายแน่ๆ ถามว่าใครเอาเรื่องมาฟ้องคุณแม่

“พี่เอง!” เทวัญเผยตัวออกมา จี๊ดโกรธมากที่เทวัญไม่หายบ้าสักที ลุกเดินหนีขึ้นข้างบน วันดีบอกให้มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน จี๊ดไม่คุยจนกว่าเทวัญจะมีสติกว่านี้

“เรื่องแบบนี้ไม่มีใครทำใจให้มีสติได้หรอกนะจี๊ด” เทวัญติง

“แล้วทีเรื่องพี่เทวัญกับเงาะล่ะคะ ทำไมจี๊ดยังมีสติได้ ทั้งๆที่มีหลักฐานคาตา!”

เทวัญถูกยันจนอึ้ง วันดีเพิ่งได้ยินถามว่าเงาะเกี่ยวอะไรด้วย เทวัญรีบชี้แจงว่าไม่เกี่ยว แต่มีคนใส่ร้ายตน

“จี๊ดก็โดนใส่ร้ายเหมือนกัน จี๊ดไม่ได้ทำอะไรผิด จี๊ดจึงไม่จำเป็นต้องวุ่นวายทำให้อีกฝ่ายต้องกลายเป็นคนผิดแทนเหมือนที่พี่เทวัญทำ” เทวัญตัดพ้อว่าเธอไม่เชื่อตน “จี๊ดบอกแล้วไงคะ ว่าจี๊ดต้องการเวลา ยิ่งตอนนี้จี๊ดยิ่งมั่นใจว่าเราสองคนควรจะห่างกันสักพัก” พูดแล้ววิ่งออกจากบ้านไป เทวัญจะตาม วันดีบอกให้ปล่อยไปก่อนเดี๋ยวตนจะค่อยๆพูดเอง

ooooooo

ดิ่งยังวนเวียนอยู่แถวนั้น นึกเป็นห่วงว่าจี๊ดจะโดนอะไรบ้างก็ไม่รู้ พอเห็นจี๊ดวิ่งออกมาที่รถ เขารีบตามไปบอกว่าไม่อาจปล่อยให้เธอขับรถออกไปคนเดียวในอารมณ์แบบนี้ได้ จี๊ดจึงกระชากรถออกไป

จี๊ดขับรถไปที่ผับประจำ ดิ่งพยายามทัดทานว่าอย่าแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้เลย แต่เธอรั้นจะเข้าไปให้ได้ ขณะยืนถกเถียงกันนั้น การ์ดเข้ามาถามว่ามีอะไรกันหรือเปล่า ดิ่งพูดหน้าตายว่า

“แฟนผมอายุยังไม่ถึงยี่สิบเลย เข้าไปผิดกฎหมายนะ”

จี๊ดจะโวย ถูกการ์ดตัดบทว่าอย่าทำให้ตนต้องเดือดร้อนเลย ดิ่งรีบลากจี๊ดออกไป เทวัญเดินสวนเข้าไปอีกทางหนึ่งจึงไม่เห็นกัน

เทวัญเข้าไปมองหาแล้วบ่น “ปกติต้องมาที่นี่...แต่คืนนี้ไม่มา...จี๊ดไปไหน” แต่ขณะจะออกไปนั้น เหลือบเห็นมารศรีนั่งเซ็งอยู่มุมบาร์ในผับ เปลี่ยนใจเดินไปหาเธอทักว่าท่าทางเธอจะไม่สนุก พูดอ่อยว่ามาคนเดียวจะไปสนุกอะไร

มารศรีบอกว่าเบื่อๆเลยออกมาทำอะไรให้หายเบื่อ เทวัญชวนว่าตนมีอะไรสนุกๆแก้เบื่อให้ทำ สนใจไหม

“อะไรสนุกๆ แก้เบื่อ” ที่เทวัญพูดถึงคือบ่อน เทวัญโอบไหล่มารศรีเล่นอย่างมีความสุข ปรากฏว่ามารศรีเล่นจนหมดตัว บ่นว่าถ้ากลับเสียตั้งแต่แรกก็ไม่หมดตัว เทวัญปลอบให้ใจเย็นๆ วันหลังค่อยมาแก้มือใหม่

“นั่นสินะ ฉันควรจะกลับบ้านก่อน...ขอบคุณนะคะสำหรับความบันเทิงที่ถูกใจฉันมากในคืนนี้...แล้วเจอกัน”

ส่งมารศรีออกไปแล้ว เสี่ยเจ้าของบ่อนเดินมาหาเทวัญพูดอย่างพอใจว่า พามาบ่อยๆ ไฮโซสาวเปลี่ยวที่ชอบถลุงเงินสามีแบบนี้เฮียชอบ เทวัญยิ้มเจ้าเล่ห์มองตามหลังมารศรีไปบอกว่า “ผมก็ชอบ”

ผิดกับดิ่ง เขาพาจี๊ดจากหน้าผับไปทำบุญบริจาคโลงศพ ผ้าห่อศพ บอกเธอว่า ดีกว่าเอาเงินไปลงขวดจ่ายให้กับสิ่งไร้สาระ จี๊ดถามว่าทำแล้วได้อะไร

“ได้เสียสละ ได้ให้ ได้แบ่งปัน และได้บุญ...คุณจะได้ไม่อายุสั้นเพราะนิสัยแย่ๆแบบนี้” จี๊ดบ่นว่าหลอกด่าอีกแล้ว ดิ่งไม่สนใจบอกเธอ “ตามผมมา”

หลังจากทำบุญแล้วก็ไปเสี่ยงเซียมซี จี๊ดพูดด้วยสีหน้าแจ่มใส ขอบใจที่เขาพามา แล้วขอดูคำทำนายในใบเซียมซี ดิ่งปดว่าได้ไม่ค่อยดีเพราะเซียมซีทำนายว่า ช่วงนี้ซวยเพราะต้องคอยช่วยใครบางคนเลยไม่ได้เอากลับบ้าน

ระหว่างนั้นเอง จี๊ดได้รับโทรศัพท์จากยอดชายแจ้งข่าวเรื่องเงาะถูกทำร้ายอาการหนัก ขณะนี้อยู่ที่ห้องพัก เธอรีบไปหาเพื่อนด้วยความเป็นห่วง ไปเจอใจดีกับยอดชายดูแลเงาะอยู่ ใจดีบอกว่าเงาะยังพูดไม่ค่อยได้เพราะปากบวมเจ่อมาก เล่าว่า

“ฉันเพิ่งแวะมาดูเงาะเมื่อหัวค่ำเพื่อนข้างห้องบอกว่า...ให้เข้ามาดูเงาะหน่อย เงาะไม่ไหวแล้ว เข้ามาก็เห็นเพื่อนเป็นแบบที่เห็นนี่แหละ”

ดิ่งมองเงาะอย่างสงสาร พาลคิดไปถึงเทวัญแต่ไม่ได้พูดอะไร ยอดชายบอกเงาะว่ารักษาตัวให้ดีแล้วบอกมาว่ามันเรื่องอะไรกัน ใครที่ทำเธอถึงขนาดนี้ เงาะเอาแต่ร้องไห้ จี๊ดปลอบว่าไม่เป็นไร พวกตนอยู่ตรงนี้ไม่มีใครทำอะไรเธอได้อีกแล้ว เงาะมองจี๊ดอย่างรู้สึกผิดที่เคยทำไม่ดีกับเธอไว้มาก กอดจี๊ดร้องไห้อย่างหนัก

ooooooo

จี๊ดบอกยอดชายกับใจดีว่าให้กลับไปพักเสีย ตนจะเฝ้าเงาะเองผลัดกันเฝ้าจะได้ไม่เหนื่อยเกินไป ทั้งยังมีแก่ใจฝากยอดชายให้ไปส่งดิ่งด้วย เธอมองดิ่งพูดด้วยแววตาอ่อนโยนว่า

“ขอบใจนะที่พาฉันออกมาจากที่อโคจร ไปทำอะไรดีๆ แล้วก็...ทำให้ฉันยังมีสติ ได้ดูแลเพื่อนที่กำลังเดือดร้อน”

ดิ่งยิ้มอย่างสบายใจ รู้สึกดีกับความเปลี่ยนแปลงของเธอ

เมื่อดิ่งกับยอดชายกลับมาเล่าเรื่องเงาะให้เจตนากับวันดีฟัง เจตนาถามว่าเงาะยังไม่ยอมพูดอะไรหรือ สีหน้าเขากังวลเป็นห่วงเงาะ ส่วนวันดีมองดิ่งอย่างขวางหูขวางตา บอกว่าเสร็จเรื่องก็ไปได้แล้ว และวันหลังก็ไม่ต้องทำตัวเป็นฮีโร่ตามลูกสาวตนไปอีก ย้ำว่า “เธอไม่ควรเข้าไปยุ่ง แฟนเขามีให้เขาง้อกันเอง”

เมื่อพากันลากลับ ยอดชายถามดิ่งอย่างระแวงทั้งเรื่องเรียนเรื่องอกหัก สุดท้ายถามว่าแล้วตอนนี้เขามีรักใหม่แล้วหรือยัง พอดิ่งบอกว่ายัง ตนยังไม่พร้อมที่จะมีความรักครั้งใหม่กับใคร พูดแล้วดักคออย่างรู้ทันยอดชายว่า สบายใจนะ

ยอดชายไม่ตอบแต่แอบถอนใจโล่งอก

ooooooo

จี๊ดอยู่เฝ้าเงาะคนเดียว พยายามหว่านล้อมให้เงาะบอกว่าใครทำร้ายเธอ เงาะร่ำๆจะบอกอยู่แล้ว แต่พอนึกถึงคำขู่ของเทวัญที่ว่า ห้ามปากโป้งบอกใครเรื่องนี้ ไม่งั้นตนเอาตายแน่ สุดท้ายก็เปลี่ยนใจไม่ยอมบอก ทั้งยังแสดงความเกรี้ยวกราดไล่จี๊ดออกจากห้องบอกว่าอยากอยู่คนเดียว

เมื่อจี๊ดออกจากห้องไปแล้ว เงาะประคองตัวไปปิดประตูล็อก พึมพำ “จี๊ด...ฉัน...ขอ...โทษ...”

ดิ่งกลับไปแล้วก็ไม่สบายใจ คิดว่าจี๊ดต้องมีปัญหาอะไรบางอย่างแน่ เขาจึงย้อนไปที่คอนโดฯเงาะอีกที เจอจี๊ดเดินซึมๆลงมาพอดี เขาบอกเธอว่า “ผมคิดว่าคุณอาจจะเจอปัญหา เลย...ลองแวะมาดู”

“แล้วถ้าฉัน...ไม่...ไม่ได้มีปัญหาอะไร นายจะยืนรอฉันอยู่อย่างนี้ทั้งคืนหรือเปล่าเนี่ย”

ดิ่งบอกว่าถ้ารออีกห้านาทีไม่เจอตนก็คงกลับ จี๊ดเยาะๆว่าเป็นห่วงก็ไม่ห่วงให้ตลอดรอดฝั่ง

“ใครห่วงคุณ” ดิ่งทำเสียงเข้ม พอเธอถามว่าแล้วมาทำไม เขาแก้เกี้ยวว่า “ไม่อยากให้พ่อคุณไม่สบายใจ... ตกลงมีปัญหาใช่ไหม” เมื่อจี๊ดพยักหน้ารับ ดิ่งมองอย่างเห็นใจ

ดิ่งพาจี๊ดไปนั่งที่มุมสวย คุยกันเรื่องใครทำร้ายเงาะ จี๊ดบอกว่าถ้าตนรู้ไม่เอาไว้แน่ ดิ่งเห็นดึกมากแล้วชวนเธอกลับบ้าน เธอขออยู่ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่กรุงเทพฯ สักครั้ง เขาตามใจ ต่างนั่งมองไปเบื้องหน้า

จนกระทั่งพระอาทิตย์กำลังจะขึ้น ดิ่งสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่าจี๊ดเอาหัวพิงไหล่ มองดูจึงรู้ว่าเธอหลับไปแล้ว เขาพึมพำขำๆ

“ดูในฝันซะล่ะมั้ง...”

ooooooo

มารศรีกลับถึงบ้านเจอเศกที่กำลังไม่สบายนั่งรออยู่อย่างอิดโรย พอเห็นเธอกลับมาก็ถามว่าไปไหนมา ปิดมือถือทำไมตนโทร.ติดต่อไม่ได้เลย

มารศรีอึกอัก ศุวิมลพูดอย่างจับผิดว่าหรือไปทำอะไรไม่ดีมาถึงต้องหลบต้องซ่อนต้องปิดบัง มารศรีตวัดเสียงใส่ว่าไม่เคยไว้ใจกันเลยรึไง

“คุณไม่ต้องมาทำเป็นเสียงดังเหมือนคุณพ่อและฉันเป็นคนผิดนะ คุณพ่อไม่สบาย แต่ยังต้องมาอดหลับอดนอนรอคุณเพราะความเป็นห่วง...เพราะไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง ใครกันแน่ที่ผิด”

“ใช่...ฉันผิด ทำอะไรก็ผิด อยากไปสนุกกับเพื่อนตัวเองให้หายเครียด เพราะคนที่นี่ไม่เคยแคร์ฉันก็ผิด ถามหน่อยเอาฉันมาอยู่ที่นี่ เอามาทำซากอะไร!”

ทั้งเศกและศุวิมลต่างอึ้งกับความเกรี้ยวกราดหยาบคายของเธอ เมื่อมารศรีเดินหนีไป เศกพูดไล่หลังไปว่า

“ผมจะจดทะเบียนกับคุณ”

มารศรีชะงัก หันมองเศกอย่างแปลกใจ

ooooooo

เทวัญไปที่บ้านจี๊ดแต่เช้า พอรู้ว่ายังไม่กลับก็แสดงความเป็นห่วง แต่เพียงครู่เดียวจี๊ดก็กลับพร้อมดิ่ง พูดถึงเงาะว่าถูกทำร้าย ถามว่าใครทำ เงาะก็มีท่าทีกลัวและไม่ยอมบอก จี๊ดพูดอย่างแค้นใจว่าเพื่อนถูกทำร้ายถึงขนาดนี้ ถ้ารู้ตัวเมื่อไรตนไม่ปล่อยให้ลอยนวลแน่ เทวัญทำเป็นตกใจแต่แอบไม่พอใจ

เจตนาสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างจี๊ดกับเทวัญ เมื่อดิ่งมายืนรอจี๊ดเพื่อนั่งรถไปทำงานด้วยกัน ถูกเทวัญมาก่อกวนว่าไม่มีขารึไงถึงไปเองไม่ได้ แล้วพาลด่า “แกจงใจจะแย่งแฟนฉัน”

เจตนามาได้ยิน เขาทำเป็นทักเทวัญว่ายังไม่ไปหรือ แล้วชวนดิ่งไปด้วยกัน มีเรื่องจะคุยด้วย ไม่ต้องห่วงตนบอกจี๊ดแล้ว ทำให้เทวัญแค้นใจมากที่ดิ่งกลายเป็นคนสำคัญ แทนที่ตนไปแล้ว คำรามในใจ “ไอ้ดิ่ง...ไอ้หมาวัด แก!!!”

เมื่อเดินพ้นเทวัญมาแล้ว เจตนาถามดิ่งว่าทำไมจี๊ดต้องไปรับไปส่งเขา ดิ่งบอกว่าอาจเป็นเพราะเธอคิดว่าเป็นคนทำให้เกิดอุบัติเหตุกับตน เลยแสดงความรับผิดชอบ เจตนาเชื่อว่าไม่ใช่จี๊ดทำถามว่า พอรู้ไหมว่าใครทำ

“ก็พอรู้ครับ แต่ผมยังไม่มีหลักฐาน พูดตอนนี้ไปคงไม่ดี”

“เอาเถอะ สักวันฉันก็ต้องรู้ให้ได้ จะว่าไปฉันชอบนะตั้งแต่เธอเข้ามา ฉันว่ายัยจี๊ดที่ว่าแสบๆ เหมือนพริก...ดูจะลดความเผ็ดลงไปได้เยอะ ตั้งแต่ยอมไปทำงานกับฉัน กับ...เรื่องนายเทวัญ เพราะก่อนหมั้น ฉันก็ปรามแล้วปรามอีกว่าคิดให้ดี แต่แม่เขาออกตัวสนับสนุนเต็มที่...ตอนนั้นจี๊ดจะทำทุกอย่างที่ตรงข้ามกับความคิดของพ่อ ทั้งๆที่ตัวเองรักใครเป็นหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย”

ดิ่งออกตัวว่าคงไม่ใช่เพราะตน แต่เป็นเพราะจี๊ดเองที่หยุดคิดเรื่องทั้งหมดด้วยตัวเอง เจตนาเชื่อว่าเป็นเขา เพราะเขาไม่ยอมอ่อนข้อให้จี๊ดและจี๊ดเองก็แพ้ทางเขาชมว่า

“นายเป็นคนดี รักษาความดีของนายเอาไว้เหมือนเกลือรักษาความเค็มนะนายดิ่ง” แล้วเจตนาก็พูดทีเล่นทีจริงขำๆ ว่า “ถ้าพริกกับเกลือมาเจอกันคงอร่อยน่าดูถ้ามันเป็นไปได้นะฮ่ะๆๆๆ”

พอดีเดินมาถึงรถ ดิ่งทำท่าจะขึ้นรถ เจตนาบอกว่าให้ไปกับจี๊ด ตนแค่พูดเล่นเพราะอยากหาเวลาคุยด้วยเท่านั้น พูดเป็นนัยว่า “ยัยจี๊ดต้องรับผิดชอบนายให้ตลอด รอดฝั่ง”ว่าแล้วเดินยิ้มขึ้นรถไป

ดิ่งยืนยิ้มค้าง หัวใจเต้นจังหวะแปลกๆ พอหันไปอีกทีก็ตกใจ เมื่อเห็นจี๊ดแต่งตัวสวยรอออกไปทำงานด้วยกันแล้ว

ooooooo

ที่มุมหนึ่งของศูนย์บริการ ด้วงถูกนักเลงคุมโต๊ะบอลตามมาทวงหนี้ถึงที่ทำงาน ด้วงวิ่งหนี พวกมันไล่ตาม ดิ่งถามลุงแปลงว่าด้วงไปติดหนี้อะไรพวกมัน ลุงแปลงเชื่อว่าด้วงไปแทงบอลแล้วเสีย ดิ่งกับเพื่อนคนงานพากันวิ่งไปช่วยด้วงจนพวกนักเลงพากันถอยไป

ด้วงถูกเอาตัวไปสอบสวนที่ห้องทำงานยอดชาย ปรากฏว่าด้วงทำผิดกฎของบริษัทหลายครั้ง และลุงแปลงก็เคยห้ามแล้วว่าถ้าไปยุ่งกับการพนันอีกเมื่อไรถูกไล่ออกแน่

ยอดชายตัดสินให้ด้วงออกจากงาน ทั้งปรามด้วยว่า “แล้วอย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าเรื่องที่นายดิ่งเกิดอุบัติเหตุเป็นฝีมือนายด้วยเหมือนกัน” ด้วงทำปากกล้าทวงค่าชดเชย “นายทำผิดกฎและมีการตักเตือนล่วงหน้าแล้ว ไม่มีการจ่ายชดเชย”

“เออ! ตอนนี้ไม่เอาก็ได้ วันหลังกูจะมาทวง!” ด้วงถีบเก้าอี้กระเด็นใส่ยอดชายแล้วเดินออกไป ทุกคนมองอย่างระอากับความเกเรของเขา

ดิ่งยืนรอฟังผลอยู่แถวหน้าห้อง ด้วงพาลถามว่ามองอะไร ดิ่งเลยถามว่าเงินค่าจ้างที่ได้จากการทำร้ายตน เอาไปจ่ายหนี้ไม่พอหรือยังไง ด้วงพาลพุ่งเข้าต่อยดิ่งทันที ดีที่จี๊ดมาเห็นเลยเข้าห้าม ด้วงจะหันไปตบจี๊ดอีก ถูกดิ่งจับแขนผลักออกไป

โพมาห้ามด้วงและไล่ให้ออกไปเสีย ดิ่งกับจี๊ดต่างถามกันด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง ยอดชายมองอย่างใจเสียกับท่าทีที่ห่วงใยกันและกันของทั้งสอง

จี๊ดยังติดใจตามไปถามดิ่งที่กำลังเช็กรถอยู่ว่ารู้แล้วหรือว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นด้วงเป็นคนทำ ดิ่งบอกว่าใครๆ ก็รู้ จี๊ดบ่นว่าแล้วทำไมตนไม่รู้ ถามอีกว่าที่ด้วงถูกไล่ออกเพราะตนใช่ไหม

“มีอะไรทำไมไม่คุยกับยอดล่ะจี๊ด” เสียงยอดชายถามเครียดๆ ทำให้ดิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติของยอดชาย

เมื่อไปคุยกัน จี๊ดพูดอย่างโล่งใจว่า นึกว่าตนทำให้ด้วงต้องออกจากงานเสียอีก ยอดชายถามว่าเงาะเป็นอย่างไรบ้าง จี๊ดบอกว่าไม่รู้เพราะตนถูกเงาะไล่กลับตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

ขณะกำลังคุยกันอยู่นั่นเอง ใจดีก็มาบอกอย่างตื่นตกใจว่าเงาะหายไป ทั้งสามรีบไปที่ห้องพักของเงาะ ผู้จัดการเล่าว่า เงาะมาคืนห้อง เอากระเป๋าไปใบเดียวบอกว่าจะกลับมาเอาของที่เหลือภายหลัง ทั้งสามมองหน้ากันว่าเกิดอะไรขึ้นกับเงาะ

ooooooo

เทวัญมีท่าทีไม่ชอบมาพากล เขาไปพบชาย

แต่งกายดีคนหนึ่งที่ห้างสรรพสินค้า ส่งซองเอกสารให้ชายคนนั้นเปิดซองดูคร่าวๆ แล้วยิ้มอย่างพอใจ

รัตนาจะมาซื้อของเยี่ยมเงาะ ได้รับโทรศัพท์จากใจดีว่าเงาะหายไป พอเก็บโทรศัพท์ก็เห็นเทวัญกับชายคนนั้นท่าทางลุกลี้ลุกลน จึงยืนดู ครู่หนึ่งเห็นเทวัญผละไป รัตนาตัดสินใจตามชายคนนั้น เทวัญเห็นรัตนาตามไปจึงโทร.บอกชายคนนั้นให้รีบหลบไปเสียเพราะมีคนตาม เขาจ้องจิกรัตนาอย่างไม่พอใจ “สอดรู้สอดเห็นนักนะแก!”

เมื่อชายคนนั้นสลัดพ้นไปแล้ว รัตนาหันมาอีกทีเจอดิ่งยืนอยู่ เขายกมือถือให้รัตนาดูรูปที่แอบถ่ายชายคนนั้นไว้ บอกว่าตนสงสัยเทวัญว่ากำลังแอบทำอะไรบางอย่างลับหลังเจตนาที่ไม่ค่อยดี จึงแอบตามมาดู พูดติดตลกว่า

“กำลังคิดอยู่ว่า มือถือมีกล้องของคุณยอดชาย ผมจะใช้ประโยชน์อะไรได้นักหนา...เพิ่งเห็นประโยชน์ก็วันนี้แหละ”

รัตนายิ้มพอใจเมื่อเห็นหน้าชายคนนั้นชัดๆ บอกว่า เดี๋ยวตนจะสืบดูว่าเป็นใคร รัตนาถามว่าทำไมดิ่งถึงสงสัยเทวัญและคิดช่วยท่านประธาน

“เอ่อ...ผม...แค่ไม่อยากให้ท่านประธานเข้าใจผิดครับ มือถือนี้ไว้กับพี่ก่อนนะครับ แล้วผมค่อยไปเอาคืนตอนเย็น”

ดิ่งเดินไปแล้ว รัตนามองตามพึมพำสีหน้าสงสัย “เข้าใจผิด??...”

ooooooo

ในที่สุด มารศรีก็ยอมเซ็นชื่อในสัญญาที่จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทั้งหมดของเศกก่อนจด ทะเบียนสมรส เศกพอใจที่แก้ปมขัดแย้งกับลูกได้ ถามว่าอยากได้อะไรตนจะซื้อให้ มารศรีปรารภอย่างเกรงใจว่าตนรับปากกับเพื่อนที่ไปเจอกันเมื่อคืนว่าจะสมทบทุนโครงการสร้างบ้านให้คนด้อยโอกาส แต่ลืมไปว่าเงินตัวเองไม่พอ

“เท่าไหร่จ๊ะ ผมช่วย...โครงการดีๆ แบบนี้ผมยินดีสนับสนุน” เศกตอบรับด้วยความกระตือรือร้น

แม้ด้วงจะถูกไล่ออกไปแล้ว ลุงแปลงก็ยังเป็นห่วง บอกโพช่วยเตือนๆ เรื่องอบายมุขให้ด้วงเพลาๆ ลงบ้าง ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้แก่ตาย ลุงแปลงชมโพว่าดีที่ไม่แตะต้องอบายมุข แต่ให้ลดความใจร้อนลงบ้างเชื่อเถอะว่าสักวันแต๋วต้องเห็นใจ

แยกจากลุงแปลงแล้ว โพนึกเป็นห่วงด้วงว่าจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้พนันบอล

หารู้ไม่ ด้วงกำลังทำงานให้เทวัญ โทรศัพท์ต่อรองกันว่างานนี้ต้องให้ตนหนักหน่อย ให้คุ้มกับที่ต้องถูกไล่ออกจากงาน ฟังปลายสายแล้วด้วงตอบรับทันที “โอเค...จัดเต็ม” จากนั้นขึ้นมอเตอร์ไซค์ขี่ออกไป

วันนี้จี๊ดจะให้ดิ่งนั่งแท็กซี่กลับเอง อ้างว่ามีธุระส่วนตัว ดิ่งไม่ยอมลงนั่งทำไม่รู้ไม่ชี้ จนสุดท้ายจี๊ดต้องยอมให้ไปด้วย

เธอนัดเทวัญพบกันที่ร้านอาหารหรู โดยให้ดิ่งแยกไปนั่งอีกโต๊ะหนึ่ง เมื่อเทวัญมาถึง เขาดีใจมากที่จี๊ดเป็นฝ่ายนัดพบ ถามว่าหายโกรธตนแล้วใช่ไหม

ที่แท้จี๊ดต้องการถามเขาว่าเอาเงาะไปไว้ที่ไหน เทวัญทำไขสือพูดแบบตัดพ้อว่าทำไมถามตนแบบนี้ หาว่าเธอเปลี่ยนไปตั้งแต่มีดิ่งเข้ามาในชีวิต จี๊ดยอมรับ แต่เป็นการยอมรับที่ทำให้เทวัญเจ็บปวด เคียดแค้นดิ่งยิ่งขึ้นว่า

“ค่ะ เพราะนายดิ่งคอยให้สติจี๊ด” เทวัญหาว่าเธอวางแผนจะเลิกกับตน เมื่อเธอยืนยันว่าไม่ได้วางแผนแค่อยากรู้ว่าเงาะหายไปไหนเท่านั้นเอง

“พี่ไม่รู้ แล้วก็จำเอาไว้นะ จี๊ดยิ่งขับไล่พี่ พี่จะยิ่งอยู่ใกล้จี๊ด ไม่ยอมไปไหน!” พูดแล้วลุกไปอย่างอารมณ์เสีย

ดิ่งนั่งหันหลังให้แต่หูผึ่งคอยฟังตลอดเวลา เมื่อเทวัญไปแล้วเขาจึงเดินมาหาจี๊ดพูดเยาะว่าฉลาดมากที่เรียกเทวัญมาถามแบบนี้ แล้วชี้ให้คิดว่าบางทีเงาะอาจจะไม่ได้ไปไหนไกลก็ได้ ทิ้งท้ายว่า

“ถ้าผมเป็นคุณเงาะ ผมจะไปที่ไหนที่เพื่อนไม่มีทางคิดว่าเขาจะไป”

ooooooo

ตอนที่ 4

เมื่อปักใจเสียแล้วว่ายอดชายคือ “ไอ้โรคจิต” ศุวิมลจึงคิดเล่นงานเขาให้ได้ด้วยการนำความมาบอก รปภ.ให้ช่วยค้นหาและจับตัวไว้ก่อนที่เขาจะไปทำอุบาทว์กับใครอีก

ขณะที่เธอกับ รปภ.โรงพยาบาลเดินหาตามห้องต่างๆ จนมาหยุดใกล้ห้องดิ่ง เป็นจังหวะที่ดิ่งตั้งใจออกไปเดินยืดเส้นยืดสายนอกห้อง สองพี่น้องเลยจ๊ะเอ๋กันอย่างไม่คาดฝัน ส่วนนายยอดไม่รู้ไม่เห็น นั่งอยู่ในห้องรอสาวจี๊ดว่าเมื่อไหร่จะมาดูแลนายดิ่งตามที่ตกลงกันไว้

ดิ่งพาน้องสาวไปคุยกันมุมหนึ่ง เขาบอกเหตุผลที่ไม่เรียนต่อและไม่กลับเข้าบ้านเพราะทำใจไม่ได้ที่พ่อแต่งงานใหม่กับคนรักของตน แถมพ่อยังข่มขืนมารศรีจนเธอต้องยอมแต่งงานด้วยเพื่อรักษาหน้าตัวเองและพ่อแม่ แต่แล้วดิ่งกลับเป็นฝ่ายอึ้ง เมื่อศุวิมลให้ข้อมูลที่แท้จริงว่ามารศรีโกหก

“เขาโกหกพี่ และโกหกคุณพ่อกับศุ รวมถึงทุกๆคนอย่างหน้าไม่อายที่สุด คุณพ่อไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขาเป็นแฟนพี่ดิ่ง...นึกไว้แล้วเชียวว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้รักคุณพ่อจริง ไว้ใจไม่ได้”

“แล้วมารศรีทำแบบนี้ทำไม”

“ไม่เห็นจะเดายาก โลภไงคะ เท่าที่พี่ดิ่งมีมันอาจจะไม่เพียงพอ ต้องระดับคุณพ่อถึงจะสนองความต้องการของตัวเองได้ ศุจะไปฉีกหน้ากากมันให้คุณพ่อรู้ความจริง พี่ดิ่งไปกับศุ”

“พี่ยังไปตอนนี้ไม่ได้”

“ทำไมล่ะคะ”

“มีคนใส่ร้ายคุณพ่อว่าเป็นคนสั่งฆ่าคุณเจตนามีคนต้องการจะกำจัดคุณเจตนาแล้วป้ายความผิดให้คุณพ่อ

พี่ต้องรู้ให้ได้ว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ พี่ต้องปกปิดตัวเองต่อไป ให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าพี่เป็นใคร”

“แต่ศุอยากทำให้คุณพ่อตาสว่าง ถ้าไม่มีพี่ดิ่งไปยืนยัน คุณพ่อไม่มีวันเชื่อศุ ท่านทั้งรักทั้งหลงยายนั่น”

“ศุ...ใจเย็น ดูแลคุณพ่อให้ดี ทำทุกอย่างอย่าให้คุณพ่อเสียทีมารศรี”

ศุวิมลไม่ทันจะรับปาก ยอดชายโผล่มาเห็น ต่างคนต่างอุทานใส่กันก่อนที่ศุวิมลจะวิ่งไล่ตียอดชายไปรอบตัวดิ่ง

“อย่าหนีนะ บอกให้หยุด”

“ไม่หยุดแล้วจะทำไม ทำโทษเหมือนนักเรียนคุณเหรอ ฝันไปเถอะ”

ศุวิมลเริ่มเหนื่อยหอบ ถามพี่ชายว่ารู้จักไอ้โรคจิตนี่ด้วยเหรอ ขณะที่ยอดชายก็ถามดิ่งว่ารู้จักยายอาจารย์เพี้ยนนี่ได้ยังไง เมื่อสองคนยังเถียงกันไปมาไม่มีทีท่าว่าจะหยุด แถมศุวิมลก็ทั้งด่าทั้งไล่ตียอดชายวุ่นวายไปหมด ดิ่งจึงเอ่ยปากขอร้องทั้งคู่ แล้วอธิบายกับน้องสาวว่า

“คุณศุวิมลครับ คุณยอดชายเป็นเจ้านายของผมเอง เขาไม่ได้เป็นโรคจิต”

“รู้จักชื่อยายเพี้ยนนี่ได้ไงคุณดิ่ง”

“พูดว่าฉันเพี้ยนอีกครั้งเดียว มีหัวแตก” ศุวิมลเงื้อง่า ยอดชายรีบหลบข้างหลังดิ่ง

“บังเอิญว่าคุณศุวิมลทำผ้าเช็ดหน้าหล่น ผมเลยเก็บให้ ทำให้ได้คุยกัน”

ศุวิมลหันมองพี่ชายที่แอบขยิบตาส่งซิกทำนองว่าไม่รู้จักกัน เธอเลยต้องตามน้ำไปก่อน

“ใช่ ฉันทำผ้าเช็ดหน้าหล่น กำลังคุยกันสนุก ก็มีสัมภเวสีโผล่มา”

“สัมภเวสีเลยเหรอ ทำผ้าเช็ดหน้าหล่นเนี่ยนะ หาแฟนด้วยวิธีอ่อยโบราณมาก นี่คนป่วยนะคุณ เว้นๆบ้างเถอะ”

“ไอ้บ้า ฉันไม่ได้...” ศุวิมลชะงัก เพราะดิ่งแทรกขึ้นอย่างว่า

“ผมเพลียแล้วครับ แล้วเจอกันนะครับคุณศุวิมล”

“เขาเจอคุณเลยเพลีย...ไปครับคุณดิ่ง” ยอดชายทำหน้าทะเล้นใส่ศุวิมลก่อนพาดิ่งออกไป ศุวิมลเจ็บใจยอดชายมาก แล้วก็นึกเป็นกังวลเรื่องที่พี่ชายปกปิดตัวเองอยู่ในบ้านคู่แข่งของพ่อ

ooooooo

จี๊ดมาถึงโรงพยาบาลแล้วพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า แต่เธอถูกเทวัญสกัดเอาไว้อย่างไม่ชอบใจ เขาท้วงว่าไม่เหมาะที่เธอจะมาค้างอ้างแรมกับนายดิ่ง

“นี่โรงพยาบาลนะคะ แล้วถ้านายนั่นมันจะทำอะไรจี๊ด คงไม่มีปัญญาทำหรอกค่ะ เดี้ยงขนาดนั้น”

“พี่ขอความจริง...ความจริงที่จี๊ดกำลังปกปิดพี่อยู่ ทำไมถึงต้องลดตัวมาทำดีกับมันขนาดนี้”

หญิงสาวลำบากใจสุดๆ จำเป็นต้องโกหกเขาว่า “จี๊ดไม่ได้มีอะไรปกปิดพี่เทวัญจริงๆนะคะ ตอนนี้จี๊ดพยายามทำดีกับนายนั่นเพื่อให้คุณพ่อสบายใจ”

“พี่ไม่อยากเชื่อเลยว่าจี๊ดจะเปลี่ยนความคิดได้เร็วขนาดนี้”

“จี๊ดอาจจะมองคนในแง่ร้ายเกินไป นายนั่นคงจะเป็นคนดี ไม่ได้เป็นสิบแปดมงกุฎอย่างที่เราเข้าใจ จี๊ดว่า...จี๊ดต้องให้โอกาสเขาค่ะ”

จี๊ดยิ้มยืนยัน เทวัญไม่ค่อยเชื่อนัก แต่ก็พยักหน้าเอาใจแฟนสาว

“น้องจี๊ดของพี่เป็นคนดีมาก แต่ระวังตัวไว้หน่อยแล้วกันนะ พี่เป็นห่วง”

“ค่ะ จี๊ดจะทำดีกับนายดิ่งเพื่อเป็นการไถ่โทษ...แบบจัดเต็มเลยค่ะ”

เมื่อเทวัญกลับไปแล้ว จี๊ดมุ่งหน้ามาที่ห้องดิ่งเพื่อทำตามข้อตกลง แต่เขากลับบอกเธอด้วยท่าทีเย็นชาว่า กลับบ้านไปเถอะ เธอเลยหงุดหงิดใส่ ถามว่าตกลงจะเอายังไง เธออุตส่าห์ทำใจได้แล้วว่าต้องมาดูแลเขา

“เปลี่ยนใจแล้ว ไม่อยากนอนผวากลัวว่าเมื่อไหร่คุณจะเอามีดมาเสียบข้างหลังผม”

“ถ้าฉันจะฆ่านายให้ตาย ไม่โง่ทำให้คนจับได้หรอก”

“นั่นไง ยิ่งไม่น่าไว้ใจ”

“นี่...คิดว่าฉันจะฆ่านายจริงๆหรือไง”

“คิด” ตอบแล้วก็หันไปปรับเตียงด้วยมือข้างเดียวอย่างยากลำบาก จี๊ดทนดูไม่ได้อาสาเข้ามาช่วย แต่ปรับสูงต่ำหลายครั้งไม่ได้ดังใจดิ่งเสียที กระทั่งรู้ว่าถูกเขาแกล้งเธอเลยคว้าหมอนมากดปิดหน้าเขา แต่ทำไปทำมาโดนเขากอดแน่นแทบหายใจไม่ออก

ทั้งคู่สบตากันด้วยความรู้สึกแปลกๆ หวิวๆ พอดียอดชายโผล่เข้ามาพร้อมกระเป๋าใบเล็ก จี๊ดรีบผละออกจากดิ่ง แล้วแก้เก้อว่าตนมาได้สักพักหนึ่งแล้ว แต่ถ้ายอดชายจะเฝ้าไข้นายดิ่ง ตนก็จะกลับบ้าน และไม่ถือว่าตนผิดคำพูด

เมื่อตกลงกันตามนั้นแล้ว ยอดชายเดินตามไปส่งจี๊ด และต้องฟังเธอบ่นนายดิ่งต่อไปอย่างหงุดหงิด

“ประสาท อารมณ์แปรปรวน ทำฉันเสียเวลาย้อนไปย้อนมา แกล้งกันชัดๆ เห็นฉันว่างมากหรือไง”

“คุณดิ่งเขาไม่อยากให้คุณพ่อเธอเป็นห่วงต่างหาก”

“อะไรนะ”

“ท่านโทร.มาหาฉัน เห็นเธอหอบกระเป๋าออกมา กลัวว่าเธอจะเสียใจเรื่องคุณแม่จนต้องหนีออกจากบ้าน คุณดิ่งเลยไม่อยากทำให้ท่านเป็นห่วง”

“เป็นคนดีอย่างนั้นเชียว”

“ใช่...ดีได้มากกว่านี้อีก ให้เล่ามั้ย”

“ไม่ต้อง ขี้เกียจเก็บไปฝัน...สยอง”

ครั้นยอดชายอาสาขับรถไปส่ง จี๊ดปฏิเสธเพราะตนอาจจะยังไม่กลับบ้าน ยอดชายนึกว่าเธอจะไปเที่ยวต่อ จึงเตือนว่าอย่าดึกนักเพราะพรุ่งนี้ต้องทำงาน ปรากฏว่าไม่ใช่อย่างนั้นแน่ แต่เธอจะไปทำอะไรดีๆต่างหาก

ooooooo

ในห้องคนไข้ที่เศกยังรักษาตัวอยู่ ศุวิมลเข้ามาเห็นมารศรีนั่งเฝ้าพ่อของตนแล้วอดนึกถึงคำพูดพี่ชายไม่ได้ มารศรีโกหกหน้าด้านๆ โยนความผิดให้เศกเพื่อขอความเห็นใจจากดิ่ง และถ้าดิ่งไม่รู้ความจริงจากเธอ ก็คงโกรธเกลียดพ่อไปแล้ว

มารศรีเห็นสายตาเมินหมางของศุวิมลก็พาลไม่อยากอยู่เฝ้าเศก ขอกลับไปนอนบ้านแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ เพราะยังไงคืนนี้ศุวิมลก็ตั้งใจจะเฝ้าเศกอยู่แล้ว ขณะที่มารศรีกลับออกมาที่ลานจอดรถ เธอเห็นจี๊ดขึ้นรถขับออกไปพอดี แต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยว่ามาทำไม?

คืนนั้น ดิ่งรอจนยอดชายหลับสนิทก่อนแอบออกไปที่ห้องพ่อ เขาแง้มประตูมองพ่อที่หลับบนเตียง

ส่วนน้องสาวนอนที่โซฟา ดิ่งเห็นสภาพอิดโรยของพ่อแล้วรู้สึกผิดที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้พ่อเสียใจจนล้มป่วย แต่สักครู่เขาต้องผละออกไปเมื่อเห็นพ่อลืมตาขึ้น

ด้านสาวจี๊ดที่ไม่ยอมกลับเข้าบ้านตัวเอง เธอไปขอนอนค้างที่บ้านใจดีสักสองสามวัน ใจดีไม่มีปัญหา อนุญาตให้เพื่อนนอนได้เป็นปี สบายใจแล้วค่อยกลับ แต่ผ่านไปสักครู่ใจดีก็ทำให้จี๊ดกระวนกระวายใจแทบนอนไม่หลับ แต่งตัวออกจากบ้านไปแต่เช้าเพื่อจะเอาความจริงว่าเทวัญนอกใจตนจริงหรือเปล่า

เทวัญผงะตกใจเมื่อจี๊ดจู่โจมเข้ามาซักถามด้วยความหวาดระแวงว่าเขาอาจมีกิ๊ก เนื่องจากมีผู้หวังดีเตือนมา เขาถามเธอว่าไปฟังใครมา จี๊ดชะงักไปนิดก่อนตอบอย่างชาญฉลาดว่า

“พี่เทวัญอย่ารู้แหล่งข่าวของจี๊ดเลยค่ะ บอกจี๊ดมาตามตรง มีกิ๊กหรือเปล่า”

“พี่รักจี๊ดคนเดียว ไม่เคยมีคนอื่น”

เทวัญสบตาเธอจริงจังมาก...มากเสียจนจี๊ดยิ้มออก ตอบเขาว่า

“จี๊ดเชื่อพี่เทวัญค่ะ สบายใจแล้ว...จี๊ดตัดสินใจแล้วค่ะ จี๊ดจะลางานสามวันเพื่อไปดูแลนายดิ่ง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจี๊ดจะมาเริ่มงานกับพี่เทวัญ แต่ระหว่างนี้จี๊ดไปนอนค้างบ้านใจดีนะคะ ไม่ต้องห่วง คืนนี้พี่เทวัญไปไหนหรือเปล่าคะ”

“งานรอเคลียร์เยอะเลยจ้ะ จะกลับไปทำงานต่อที่บ้าน”

“โอเคค่ะ ไว้โทร.คุยกันนะ”

ทันทีที่จี๊ดหันหลังเดินออกไป รอยยิ้มเธอเหือดหายกลายเป็นเครียดขึ้นมาแทนที่ เธอยังไม่ไว้ใจแฟนหนุ่ม แต่ต้องทำให้เขาตายใจไปก่อน ส่วนเทวัญนั้นออกอาการเคียดแค้นนายดิ่ง คิดว่าเขาน่าจะเป็นแหล่งข่าวของจี๊ด

ooooooo

ดิ่งค่อนข้างพอใจที่จี๊ดทำตามข้อตกลง เธอมาดูแลเขาหลังจากยอดชายที่เฝ้าอยู่เมื่อคืนต้องกลับไปทำงาน ส่วนมารศรีก็มาเยี่ยมเศกแต่เช้าเหมือนกัน เธอปากหวานออดอ้อนเขาเสียจนศุวิมลหมั่นไส้ และแอบแขวะทุกทีที่มีโอกาส แถมบางช่วงยังพูดจาคลุมเครือเหมือนดิ่งจะกลับบ้านในไม่ช้านี้ ทำให้มารศรี เริ่มระแวงว่า ศุวิมลอาจระแคะระคายอะไรบางอย่างมา

จี๊ดอยู่ดูแลนายดิ่งเป็นอย่างดี ไม่ว่าเขาจะใช้ทำอะไร เธอยินดีทำให้หมด ไม่เว้นแม้แต่ลงไปซื้อผลไม้ที่เขาอยากกิน และในร้านค้านี่เอง จี๊ดกับมารศรีเจอกันโดยบังเอิญ จี๊ดมีแผนบางอย่างในใจทันที พอซื้อของเสร็จจึงชวนมารศรีไปเยี่ยมนายดิ่งด้วยกัน จากนั้นก็คอยจับตาดูสองคนที่บอกว่าเป็นเพื่อนเก่าจะคุยอะไรกัน

เมื่อจี๊ดใช้วิธีนี้จับผิดเขา ดิ่งเลยเอาคืนด้วยการทึกทักว่าเธอคือกิ๊ก มารศรีตกใจและแอบหวงก้าง ส่วนจี๊ดจะโวยวายปฏิเสธ แต่หมดโอกาสเมื่อดิ่งแย่งพูด

“ขอโทษนะศรี ผมไม่น่าพูดออกไปเลย คุณจี๊ดเสื่อม เสียแย่เลย รู้ถึงไหนอายถึงนั่น ที่ลูกสาวท่านประธานของโมเดิร์นคาร์ที่มีคู่หมั้นอยู่แล้วแอบมากิ๊กกับช่างซ่อมรถยนต์กระจอกๆอย่างผม ศรีอย่าไปบอกใครนะ”

“นายดิ่ง!! คุณศรีคะ ฉันไม่...” จี๊ดชะงักหมดโอกาสชี้แจงอีก เพราะดิ่งหยิบสตรอเบอร์รี่ป้อนใส่ปากเธอรวดเร็ว มารศรีเห็นภาพบาดตาแล้วทนไม่ไหว ขอตัวกลับออกไปอย่างหงุดหงิดในอารมณ์

เมื่ออยู่กันตามลำพัง ดิ่งยังหยอกล้อเรียกจี๊ดว่าที่รัก พอเธอขยับจะตามไปอธิบายกับมารศรี เขารีบดึงเธอมากอด นี่เองทำให้จี๊ดทนไม่ไหวถึงกับตบหน้าเขาทันที...ดิ่งเจ็บใจ ยิ่งพอเธอท้าทายให้ตบคืน เขาเลยประกบปากจูบเธอเข้าให้

จี๊ดหัวเสียหนัก เพราะเกิดมายังไม่เคยโดนใครจูบ เธอโวยวายด่าทอเขาแล้ววิ่งหนีออกจากห้อง โดยที่ดิ่งยังอึ้งไม่หาย ไม่อยากเชื่อที่เธอโวยวายว่าไม่เคยโดนจูบ

ooooooo

ที่ศูนย์บริการโมเดิร์นคาร์ ด้วงถูกยอดชายเรียกตัวมาสอบสวนความผิดก่อนจะระบุว่าเขาแอบคลายน็อตล้อรถคันที่ดิ่งขับออกไปทดสอบ แต่ด้วงปฏิเสธและเอาตัวรอดไปได้เพราะยอดชายไม่มีหลักฐานมาเอาผิด

หลังจากพ้นสายตายอดชายมาแล้ว ด้วงรีบโทร.รายงานเทวัญว่าตนถูกยอดชายคาดคั้นถึงคนจ้างวาน

“แล้วแกตอบมันไปว่ายังไง”

“เรื่องอะไรผมจะบอกล่ะว่าผมเป็นคนทำ...ไม่ต้องถามเรื่องใครเป็นคนจ้าง ไอ้ผู้จัดการนั่นมันแค่ขู่ จริงๆ มันไม่รู้หรอกครับ มันเลยปล่อยผม”

“ดี...ช่วงนี้ระวังตัวหน่อย เป็นไปได้อย่าติดต่อหรือคุยกับฉัน”

“งั้นนายคงต้องหยอดน้ำมันหล่อลื่นให้ผมเพิ่มอีกสักหน่อยแล้วล่ะ”

เทวัญรู้สึกโกรธด้วงที่ต่อรอง แต่ยามนี้ทำอะไรรุนแรงไม่ได้ จำต้องยอมมันไปก่อน...หลังจากโอนเงินให้ด้วงแล้ว เทวัญเดินลิ่วไปในห้างสรรพสินค้า โดยไม่เห็นจี๊ดที่มาช็อปปิ้งแก้เซ็งหลังโดนนายดิ่งจ๊วบปาก แต่สักพักจี๊ดเป็นฝ่ายเห็นเทวัญ เธอหยุดมองและพึมพำขึ้นมาอย่างแปลกใจ

“ไหนบอกว่าอยู่เคลียร์งาน แล้วไปทำงานต่อที่บ้าน... แล้วมาทำไมที่นี่ หรือว่าที่ใจดีเตือนเรา...มันจะจริง” แล้วจี๊ดก็สะกดรอยตามเทวัญไปห่างๆ จังหวะที่เขาเลี้ยวไปทางหนึ่ง เธอเหลือบเห็นเงาะเดินมาอีกทาง จึงแอบตามไปพิสูจน์ให้รู้แจ้งเห็นจริง

ขณะที่จี๊ดกำลังมุ่งมั่นจับผิดแฟนหนุ่มกับเพื่อนสาวของตนอยู่ในห้างสรรพสินค้า เป็นโอกาสให้ศุวิมลได้เข้ามาเยี่ยมดิ่งในห้องคนไข้ สองพี่น้องคุยกันเรื่องพ่อที่หมอให้กลับบ้านได้แล้ว ส่วนดิ่งก็จะกลับพรุ่งนี้ แต่ยังต้องพักฟื้นต่อที่บ้านอีกสักระยะ ศุวิมลรับรู้อย่างโล่งอกแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าพี่ชายหัวแตกแขนหักได้ยังไง

“อุบัติเหตุ พี่สะเพร่าเอง...ว่าแต่มารศรีพูดอะไรเรื่องพี่อีกบ้างหรือเปล่า”

“ไม่เห็นพูดอะไรนี่ เมื่อบ่ายหายไปกินกาแฟซะนาน กลับมาก็ดูเครียดๆ”

“เขารู้ว่าพี่อยู่ที่นี่”

“นั่นไง คิดชั่วอยู่ร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ต้องสงสัย คงไม่อยากให้คุณพ่อรู้ว่าพี่ดิ่งกลับมาแล้ว พี่ดิ่งจะได้ถูกตัดออกจากกองมรดก”

พูดได้เท่านั้น ศุวิมลมีอันต้องยุติและบอกลาดิ่งกลับออกไป เพราะไม่อยากมีเรื่องกับยอดชายที่มาพร้อมลุงแปลง...

ด้านคุณหนูจี๊ดที่ห้างสรรพสินค้า เธอจับไม่ได้ไล่ไม่ทันว่าเทวัญนอกใจ เพราะความจริงแล้ววันนี้เงาะกับเทวัญไม่ได้นัดมาเจอกัน แต่เป็นการเจอกันโดยบังเอิญ เทวัญเลยรอดตัว ส่วนสาวเงาะก็เดินงอนหน้าง้ำจากไป

เทวัญฉลาดเป็นกรด เพิ่มน้ำหนักให้จี๊ดเชื่อใจด้วยการตำหนิเธอเป็นวักเป็นเวร

“พี่เจ็บปวดที่จี๊ดไม่ไว้ใจ ไม่ให้เกียรติพี่ ตั้งแต่เมื่อกลางวันที่จี๊ดทำตัวผิดปกติ มาตอนนี้จี๊ดก็สะกดรอยตามพี่ จี๊ดไปฟังอะไรมาจากใคร”

“คือ...จี๊ด...” เธออึกอักพูดไม่ออก

“พี่เคยทำร้ายจี๊ดไหม เคยทำให้จี๊ดเสียใจหรือเปล่า” เธอส่ายหน้า เขาเลยใส่อีกชุด “แล้วจี๊ดทำร้ายพี่ทำไม หรือจี๊ดเห็นพี่ต่ำต้อยกว่าจี๊ด ไม่มีอะไรสู้จี๊ดได้ จี๊ดถึงได้คิดกดหัวทำอะไรกับพี่ก็ได้”

“ไม่ใช่นะคะ จี๊ดไม่ได้ตั้งใจทำให้พี่เทวัญรู้สึกแบบนั้น”

“งั้นจี๊ดฟังนะ...เหลือความภูมิใจให้พี่บ้างได้ไหม ด้วยการไว้ใจและให้เกียรติ”

“จี๊ดขอโทษ...”

“พี่ไม่มีทางนอกใจจี๊ด เพราะจี๊ดคือผู้หญิงที่ดีที่สุดที่พี่อยากจะใช้ชีวิตด้วยกันไปจนวันตาย”

เจอประโยคสุดซึ้งนี้เข้าไป มีหรือสาวจี๊ดจะไม่ใจอ่อน...ถึงกับเอ่ยปากสัญญาจะไม่ทำให้เขาเสียใจอีก

ooooooo

แยกจากเทวัญมาแล้ว จี๊ดโทร.หาใจดี ปรากฏว่าใจดีแวะไปเยี่ยมดิ่งที่โรงพยาบาล โดยที่ยอดชายซึ่งมาตั้งแต่บ่ายก็ยังไม่กลับ จี๊ดจึงตามมาสมทบและตำหนิใจดีต่อหน้าทุกคน

“แกสร้างเรื่องให้ฉันกับพี่เทวัญเข้าใจผิดกันทำไม แกเกลียดอะไรเงาะ นั่นเพื่อนเรานะใจดี เงาะเสียใจมากรู้หรือเปล่า”

“ฉันก็เพื่อนแก และฉันก็เสียใจที่แกเลือกเชื่อยายเงาะ แต่ไม่เชื่อฉัน”

“แล้วจะให้ฉันเชื่อใคร นั่นก็เพื่อน นี่ก็เพื่อน ฉันลำบากใจนะ”

“ก็ใช้วิจารณญาณคิดสิ ว่าควรจะเชื่อใคร” ดิ่งพูดลอยๆ แต่จี๊ดหันขวับมาใส่ด้วยความโมโหว่าไม่ได้ถาม ไม่ได้อยากฟังความเห็น

“บางทีถ้าคุณฟังคนอื่นให้มากขึ้น เอาแต่ใจให้น้อยลง ชีวิตคุณอาจจะดีกว่านี้ก็ได้” คำพูดดีๆมีเหตุผลของดิ่งทำให้จี๊ดอึ้ง แต่ใจดีเสียใจกับจี๊ดมาก เอ่ยออกมาด้วยความน้อยใจ

“แต่ตอนนี้ฉันคงต้องเป็นฝ่ายกลับไปคิดแล้วล่ะ ว่าฉันควรจะมีระยะห่างกับเพื่อนที่เอาแต่อารมณ์ตัวเองอย่างแกหรือเปล่า บอกตรงๆ ฉันเหนื่อย”

ใจดีเดินหนีไปแล้ว ยอดชายเข้าใจความรู้สึกเธอ เขาเตือนสติจี๊ดก่อนตามเธอออกไป

“รักแฟนน่ะรักได้ แต่อย่ารักจนลืมเพื่อนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา”

จี๊ดหน้าถอดสี สับสนและเสียใจ รำพึงเบาๆ “เพื่อนกำลังจะเลิกคบกับฉันใช่ไหม”

“ผมจะให้คุณอยู่คนเดียวเงียบๆ เพื่อคิดทบทวนสิ่งที่คุณทำลงไป”

จี๊ดทำตามอย่างว่าง่าย เธอไม่โวยวายผลักไสเมื่อดิ่งพาไปนั่งที่โซฟา แล้วทิ้งเธอไว้คนเดียว ส่วนนายดิ่งก็หลบออกมาครุ่นคิดเรื่องความรักของตน...ถ้าเขามีสติ ไม่ปล่อยให้ความเสียใจเข้าครอบงำ เขาคงไม่ต้องทิ้งอนาคต ตัวเองมาแบบนี้

ค่ำวันเดียวกัน มารศรีผิดหวังที่อุตส่าห์ออดอ้อนอยากจดทะเบียนกับนายเศกเพื่อจะฮุบสมบัติเอาไว้เสียทั้งหมด นั่นก็เพราะเศกยังนึกถึงลูกสองคน เขาอยากเขียนพินัยกรรมให้ลูกๆเรียบร้อยเสียก่อน จะได้ไม่มีปัญหากันภายหลัง...

ที่โรงพยาบาล แม้นายดิ่งได้ให้เวลาสาวจี๊ดคิดทบทวนในสิ่งที่ทำกับเพื่อนรัก แต่ดูเหมือนจะไร้ผล เพราะเมื่อดิ่งกลับเข้ามาจี๊ดดันตั้งหน้าตั้งตาจับผิดเขาเสียนี่ เธออยากรู้ว่าเขาเป็นใครกันแน่ คำพูดของเขาที่เตือนสติให้เธอคิดเรื่องที่ทะเลาะกับเพื่อนนั้นไม่ธรรมดา เขาไม่น่าจะเป็นแค่ช่างซ่อมรถ

“อะไรของคุณเนี่ย ผมเป็นช่างซ่อมรถ...อย่าตัดสินคนแค่แวบแรกที่เห็น อย่าคิดว่าเขาจะเป็นยังไงโดยใช้มาตร– ฐานของตัวเอง เพราะเขาอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด”

“นั่นไง...ฉันรู้แล้วว่านายเป็นใคร นายต้องเคยเป็นพระมหา บวชเรียนมาไม่ต่ำกว่าสามพรรษาถึงได้คิดอะไรได้แบบนี้”

“อืม...โอเค หยุดเรื่องผมไปก่อนนะ มาคุยเรื่องของคุณก่อน”

“นายรู้เห็นอะไรเรื่องพี่เทวัญกับเงาะบ้าง บอกฉันมาเดี๋ยวนี้”

“คุณไม่ควรฟังใคร นอกจากจะพิสูจน์ให้รู้ด้วยตัวเอง คุณใจดีเป็นเพื่อนที่ดี ผมพูดได้เพียงเท่านี้”

จี๊ดรับฟัง...แล้วลุกออกไปโดยไม่พูดอะไรอีก ดิ่งมองตามงงๆ เดาอารมณ์เธอไม่ถูกจริงๆ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ยอดชายมารับดิ่งกลับไปอยู่บ้านจี๊ดเหมือนเดิม สำรวยสาวใช้ที่แอบปลื้มนายดิ่งกุลีกุจอมาดูแล และอาจช่วยเหลือถึงเนื้อถึงตัวเขา ถ้าป้าเพ็ญไม่ตามมาเบรกเสียก่อน

ยอดชายอยากให้ดิ่งพักฟื้นต่ออีกสักหน่อยแล้วค่อยไปทำงาน แต่ดิ่งไม่ยอม ดังนั้นยอดชายจึงกำหนดให้จี๊ดที่อยู่บ้านเดียวกันกับดิ่งเป็นคนรับส่ง

แต่บ่ายนี้จี๊ดนั่งรถเทวัญแล้วบังเอิญเก็บต่างหูข้างหนึ่งใต้เบาะได้ ซึ่งเธอจำแม่นว่ามันเป็นของเงาะ แต่เธอไม่กระโตกกระตากให้เทวัญรู้ พอถึงออฟฟิศก็รีบมาขอโทษใจดี แล้วต่อไปเธอจะพิสูจน์เรื่องนี้ด้วยตาตัวเอง

ค่ำนี้เอง จี๊ดรับนัดกินข้าวกับเทวัญที่คอนโดของเขา เทวัญยิ้มหวานคิดรวบรัดจี๊ดเสียคืนนี้เลย แต่โชคไม่เข้าข้าง คนที่มาถึงก่อนจี๊ดดันเป็นเงาะ เขากลัวจี๊ดจะขึ้นมาเห็นจึงกระชากเงาะเข้ามาในห้อง แล้วทั้งคู่ก็มีปากเสียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

เมื่อจี๊ดมาถึงหน้าห้อง ยิ่งทำให้เงาะโมโหหึง ยื่นคำขาดให้เทวัญตัดสินใจ ถ้าเลือกตนก็ไปเปิดประตูบอกจี๊ดเดี๋ยวนี้เลย แต่ถ้าเลือกจี๊ด ตนจะเป็นฝ่ายไปเปิดประตูแล้วบอกจี๊ดเองว่าเราเป็นอะไรกัน เทวัญโกรธมากที่เงาะไม่ให้ทางเลือก ทำเหมือนตนเป็นเบี้ยล่าง

เสียงเคาะประตูดังถี่ขึ้น เทวัญตัดสินใจลากเงาะเข้าห้องนอนแล้วตบหน้าเธออย่างแรง

“คนที่จะเป็นฝ่ายเสนอทางเลือกคือฉัน ไม่ใช่เธอ เมื่อคุยกันดีๆไม่ได้ ก็ไม่ต้องคุย ทนไม่ได้ก็ไปให้พ้น แต่ถ้าปากโป้ง ฉันเอาแกตาย!”

เทวัญเงื้อมือจะตบซ้ำ เงาะตกใจลนลาน พนมมือไหว้แทบจะกราบกราน

“เงาะขอโทษ เงาะเจ็บ อย่าทำเงาะเลย เงาะขอโทษ”

“จำไว้นะ อยู่เฉยๆ เงียบๆ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอีก”

เงาะสุดเจ็บช้ำ ตกใจและผิดหวังกับตัวตนแท้จริงของเทวัญ...ฝ่ายจี๊ดที่ยังไม่รู้จักตัวตนของคู่หมั้น แต่เธอกำลังระแวงเขานอกใจ เมื่อก้าวเข้ามาในห้องไม่เห็น

ทันวิทย์น้องชายของเทวัญ แต่เมื่อสักครู่เธอได้ยินเสียง เหมือนคนคุยกัน จึงถามซอกแซกว่าเขาอยู่กับใคร

เทวัญยืนยันว่าอยู่คนเดียว แล้วพยายามเปลี่ยนเรื่องชวนเธอทานอาหารที่เตรียมไว้ แต่จี๊ดไม่ยอมนั่ง เธอแค่จะมาบอกขอเลื่อนการหาฤกษ์แต่งงานของเราออกไปก่อน

“อะไรนะ ทำไมล่ะจี๊ด”

“จี๊ดรู้สึกว่า...จี๊ดอาจจะต้องการเวลาให้เราสองคนได้ศึกษานิสัยใจคอกันมากกว่านี้”

“สามปีที่ผ่านมายังไม่พออีกเหรอจี๊ด จี๊ดจะดูอะไรอีก เพราะมีพวกไม่หวังดี ไม่ชอบพี่คอยเป่าหูจี๊ดอยู่ใช่ไหม”

“ไม่มีใครเป่าหูจี๊ดได้” เธอยืนยันคำพูดด้วยการหยิบต่างหูของเงาะออกมาโชว์ “แล้วต่างหูของเพื่อนจี๊ดไปหล่นอยู่ในรถของพี่เทวัญได้ยังไง”

เทวัญหน้าซีดเผือด ละล่ำละลักว่าพี่ไม่รู้ เมื่อจี๊ดถามจี้อีกว่าเงาะเคยไปไหนมาไหนกับเขาหรือเปล่า เทวัญอึกอักมีพิรุธ

“แต่เท่าที่จี๊ดรู้ ไม่เคยใช่ไหมคะ”

“ใช่...ไม่เคย อาจจะมีใครที่ไม่หวังดีอยากให้เราเลิกกัน เอาต่างหูของเงาะไปใส่ไว้ในรถพี่ เพื่อให้เราทะเลาะกัน”

“ก็อาจเป็นได้ หรืออาจจะไม่ใช่ จี๊ดถึงได้ต้องการเวลาอีกสักหน่อย เพื่อความแน่ใจค่ะ พี่เทวัญเข้าใจจี๊ดนะคะ”

เทวัญพูดไม่ออก...เมื่อจี๊ดกลับไปแล้ว เขาตรงดิ่งเข้าไปจัดการเงาะในห้องนอน เขาตบเธอไม่เลี้ยง โทษฐานที่จงใจทิ้งต่างหูให้จี๊ดจับได้...ส่วนจี๊ดกลับมาถึงบ้านก็เอาแต่ร้องไห้ ความไว้เนื้อเชื่อใจต่อแฟนหนุ่มแทบไม่เหลือแล้ว...ดิ่งแอบเห็นแต่ไม่ออกมาทักถาม เขาเฝ้ามองเธออยู่เงียบๆด้วยความเห็นใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ จี๊ดในชุดทำงานใส่แว่นตาดำมายืนรอดิ่งอยู่ที่รถ ดูเผินๆเหมือนเธอกระตือรือร้นอยากทำงาน แต่เผอิญดิ่งรู้เห็นตั้งแต่เมื่อคืน ก็เลยจับไต๋ได้ว่าเธอไม่ได้ตื่นเช้า หากแต่ร้องไห้จนนอนไม่หลับและที่ต้องใส่แว่นกันแดดก็เพื่อปกปิดดวงตาที่แดงช้ำ

“นี่! ไม่รู้สักเรื่องไม่ได้หรือไง” จี๊ดโวยกลบเกลื่อน

“ได้...ไม่อยากเล่าก็ไม่ได้อยากรู้”

“ฉันไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องให้คนแปลกหน้าฟัง”

“เรื่องบางเรื่องก็เหมาะกับการเล่าให้คนแปลกหน้าฟัง เพราะเขาไม่รู้จักคุณ ไม่รู้จักใคร ไม่มีอารมณ์ร่วม แค่ฟังเพื่อให้คุณได้ระบายออกมาบ้าง...ก็เท่านั้น”

จี๊ดจำนนต่อเหตุผลของดิ่ง ค่อยๆถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นความผิดปกติที่ดิ่งพูดไว้ไม่มีผิด

“ฉันทำอย่างที่นายบอก ให้เวลา ให้โอกาสพี่เทวัญได้พิสูจน์ตัวเอง โดยที่จะยังไม่ด่วนตัดสินอะไร เพราะบางทีเขาอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้ แต่ฉันเสียใจมากเลยรู้ไหม ไม่เคยเสียใจอะไรขนาดนี้มาก่อนเลย”

“เสียใจ แสดงว่าตัดสินเขาไปแล้วว่าเขาทำผิดต่อคุณ”

“เปล่า...เสียใจเพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้กับชีวิตฉัน คอยดูนะ ถ้าเรื่องที่พี่เทวัญนอกใจฉันเป็นเรื่องจริง ฉันจะ...จะ...จะอะไรดีล่ะ”

“เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป”

“นายบวชเรียนมาตั้งหลายปี นายก็เข้าใจได้สิ แต่ฉันไม่นี่”

ดิ่งเผลอหัวเราะออกมาจนเธอแปลกใจ ถามเขาว่าขำอะไร?

“เชื่อจริงๆเหรอว่าผมบวชมานานจนเป็นพระมหา”

“จริงสิ...ทำไม หรือไม่ใช่”

“ผมยังไม่เคยบวช”

“แล้วทำไมไม่บอก” จี๊ดโมโหจิกตีเขาพัลวัน ดิ่งเจ็บร้องโอ๊ย โอดโอยว่าตนแขนหักยังเข้าเฝือกอยู่นะ ผู้หญิงอะไร ใจร้ายใจดำจริงๆ

จี๊ดชะงัก แล้วกลายเป็นเขินเมื่อเขารวบมือเธอไว้ ดิ่งเองก็ประหม่า ต่างคนต่างมองตากันไปมาก่อนจะแก้เขินด้วยการชวนกันเร่งรีบเข้าออฟฟิศ

เทวัญหน้าบึ้งตึงที่เห็นจี๊ดกับดิ่งมาพร้อมกัน เมื่อดิ่งเดินแยกไปในแผนกตัวเองแล้ว เทวัญก็ตั้งคำถามอย่างไม่พอใจจี๊ดว่า ไปทำดีกับมันทำไม?

“เรื่องบางเรื่อง พี่เทวัญก็ไม่จำเป็นต้องรู้เหตุผล”

“จี๊ดกำลังประชดพี่ใช่ไหม”

“ถึงจี๊ดจะเป็นคุณหนูนิสัยเสีย แต่จี๊ดไม่ใช่ผู้หญิงที่คบผู้ชายได้ไม่เลือกหน้านะคะ จี๊ดขอตัว มีประชุมไม่ใช่เหรอคะ จี๊ดอยากทำงาน ไม่อยากเอาเรื่องส่วนตัวมาทำให้เสียงานค่ะ”

จี๊ดผละเข้าไปข้างใน เทวัญมองตามอย่างหงุดหงิด อีกสักพักเทวัญเข้ามาในห้องทำงานของตัวเอง ไม่ทันจะลงนั่งดิบดีก็มีสายโอนเข้ามาว่า คุณมารศรีต้องการพูดด้วย...

มารศรีอ้างตัวเป็นเพื่อนเก่าของดิ่งก่อนจะนัดพบเทวัญนอกบริษัท เธอใส่ไฟเรื่องดิ่งกิ๊กกับจี๊ด ยืนยันเห็นกับตาว่าสองคนนี้มีสัมพันธ์กันไม่ธรรมดา เทวัญรู้สึกไม่พอใจแต่ยังข่มอารมณ์ ทำทีเป็นไม่เชื่อ

“ก็ตามใจ ลองคิดดูให้ดีนะ ถ้าฉันกุเรื่องขึ้น ฉันไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้เลย แล้วฉันจะทำทำไม”

“คนเราทำอะไรโดยไม่มีเหตุผลไม่ได้”

“เพราะฉันไม่อยากให้เพื่อนของฉันทำผิด” มารศรีทิ้งท้ายก่อนเดินจากไป...เทวัญกำมือแน่น เคียดแค้นนายดิ่งยิ่งขึ้นไปอีก...

ส่วนที่ออฟฟิศโมเดิร์นคาร์ ใจดีบ่นกับจี๊ดอย่างแปลกใจที่เงาะไม่มาทำงาน โทร.หาก็ปิดเครื่อง...พอเห็นนายดิ่งเดินมากับยอดชาย ใจดีเลิกบ่นทันที ปรี่มาถามไถ่อาการเจ็บป่วยของดิ่ง ระหว่างนี้เองมีฝรั่งคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทุกคนด้วยภาษาอังกฤษ แล้วถามว่าใครพูดภาษาเยอรมันได้บ้าง

ปรากฏว่าทุกคนใบ้กิน ฝรั่งคนนั้นจึงถามกึ่งตำหนิว่า บริษัทไม่ได้แจ้งไว้หรอกหรือว่าตนพูดภาษาเยอรมัน ดิ่งตัดสินใจแก้สถานการณ์ในนาทีนั้น ขอโทษเขาด้วยภาษาเยอรมันที่ชัดเป๊ะ ก่อนเชื้อเชิญเข้าไปพบคุณเจตนา

ดิ่งพามิสเตอร์โยฮันน์เข้าไปข้างในแล้ว แต่พวกจี๊ดยังยืนอึ้ง ทึ่ง ช็อก...คาดไม่ถึงว่านายดิ่งจะพูดภาษาเยอรมันได้คล่องขนาดนี้

ooooooo

ตอนที่ 3

มารศรีเล่นละครตบตาดิ่งได้แนบเนียนสมจริงด้วยการบีบน้ำตารำพันว่าเธอยังรักเขาอยู่ คิดถึงเขาตลอดเวลาที่จากมา ตอนแรกดิ่งหมางเมินไม่อยากฟัง แต่พอเธอเว้าวอนหนักเข้าเขาก็ทำท่าจะใจอ่อน

“คุณคงจะโกรธและเกลียดฉันมากเลยใช่ไหม”

“จู่ๆผู้หญิงที่ผมรักก็หายตัวไป...แล้วจู่ๆผมก็รู้ว่าเธอไปแต่งงานกับพ่อตัวเอง ผมควรจะรู้สึกอย่างนั้นไหม”

“แล้วคุณคิดว่าฉันอยากให้เป็นอย่างนี้เหรอ”

“แต่ที่ผมเห็น คุณมีความสุขมาก”

“ไม่เคยมีความสุขเลย ไม่มีสักวินาทีเดียว เพราะฉันต้องทำ...เพราะฉันไม่มีทางเลือก”

“ทางเลือกอะไรที่ทำให้คุณทำเรื่องทุเรศๆแบบนี้ คุณรู้ใช่ไหมว่าท่านเป็นพ่อผม แล้วทำไมคุณ...”

“พ่อคุณข่มขืนฉัน!”

มารศรีสวนขึ้นมาด้วยสีหน้าเจ็บปวด ดิ่งตกใจแทบช็อก ค้านว่าไม่จริง พ่อของตนเป็นคนดี ไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด

“ไม่มีใครดีพร้อมไปหมดทุกอย่างหรอกนะ พ่อคุณชอบฉัน อยากได้ฉัน ทั้งๆที่ฉันบอกเขาไปแล้วว่าฉันเป็นแฟนคุณ”

“คุณโกหก!”

“ฉันจะโกหกเพื่ออะไร ทั้งๆที่มันทำให้ฉันอับอาย ไร้ซึ่งศักดิ์ศรี ไม่เหลือคุณค่า ไม่กล้ากลับไปสู้หน้าคุณแบบนี้ ฉันจะทำทำไม?”

มารศรีน้ำตาไหลพรากวิ่งหนีไป ดิ่งวิ่งตามเพราะรู้สึกเป็นห่วงและเริ่มหวั่นไหวกับเหตุผลของเธอ พอเห็นปฏิกิริยาดิ่งอ่อนลง มารศรียิ่งจัดหนัก ทำทีจะโดดลงแม่น้ำฆ่าตัวตาย ดิ่งหลงกลเหนี่ยวรั้งเธอไว้สุดแรง แล้วพาเธอมานั่งสงบสติอารมณ์ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จต่อไป

“ที่ฉันต้องรีบกลับเมืองไทยเพราะโรงงานของพ่อกับแม่มีปัญหา...ท่านอาจจะกลายเป็นคนล้มละลาย ฉันสงสารท่านมาก ไม่รู้จะช่วยได้ยังไง แล้วคุณเศกก็เข้ามา...ฉันเพิ่งรู้ว่าเขาเป็นเพื่อนของคุณพ่อ ฉันดีใจที่รู้ว่าเขาเป็นคุณพ่อของดิ่ง ฉันเลยแนะนำตัวว่าเป็นแฟนดิ่ง แต่เขาไม่สนใจ เขาบอกว่าชอบฉันตั้งแต่แรกพบ ถึงฉันจะพยายามถอยห่าง...จนวันหนึ่งในงานเลี้ยงประจำปีของลักชัวรี่คาร์ ฉันเป็นตัวแทนพ่อกับแม่ไปแสดงความยินดี... ขากลับคุณเศกอาสาไปส่งฉัน ฉันปฏิเสธ เพราะไม่อยากใกล้ชิดเขา”

มารศรีเสริมเติมแต่งเหตุการณ์เพื่อเรียกคะแนนสงสารจากดิ่ง ทั้งที่ความจริงเธอนั่นแหละที่เป็นคนทอดสะพานให้นายเศกผู้ร่ำรวย เนื่องจากจมไม่ลงในฐานะครอบครัวตัวเองที่เปลี่ยนไป เธอถึงขนาดเอาตัวเข้าแลก แต่ยังมีหน้าเล่าให้ดิ่งฟังว่าถูกเศกข่มขืนจนต้องยอมแต่งงานด้วย เพื่อรักษาเกียรติยศของตัวเองและพ่อแม่

“คุณเข้าใจฉันหรือเปล่า ว่าฉันไม่มีทางเลือก” ดิ่งฟังแล้วอึ้ง กำมือแน่น ทั้งแค้นและเสียใจ “ไม่เชื่อใช่ไหม งั้นไปสิ ไปถามพ่อคุณเองว่ามันจริงอย่างที่ฉันพูดหรือเปล่า”

“ผมไม่มีทางกลับไปเหยียบบ้านนั้นอีก” ดิ่งโพล่งออกมาอย่างเจ็บปวด “ผมไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคนแบบนั้น...และคุณ ก็ไม่ใช่ไม่มีทางเลือก คุณเลือกได้ศรี คุณไม่จำเป็นต้องอยู่กับคนที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคุณ ถ้าคุณไม่ได้รักเขา...หรือว่าคุณรักพ่อผม”

“ฉันไม่เคยรักเขา แต่ฉันรักพ่อและแม่ของฉัน ฉันทำเพื่อพวกท่านค่ะ”

มารศรีตีหน้าเศร้า แต่พอดิ่งผลุนผลันไปแล้ว ใบหน้าเศร้าๆนั้นเปลี่ยนเป็นสะใจสมใจขึ้นมาทันที

“เมื่อคุณไม่กลับ...มรดกส่วนที่เป็นของคุณก็จะกลายมาเป็นของฉันมากขึ้น...เงินทำให้ฉันสบาย... ไม่ใช่ความรัก” มารศรีพึมพำด้วยความดีใจ ก้าวเดินออกไปอีกทางอย่างมั่นใจกับสิ่งที่ตัวเองเลือก

ooooooo

หลังคลาดสายตาจากดิ่งมาอย่างน่าเสียดาย จี๊ดรีบกลับเข้าบริษัทมาบอกเล่าสิ่งที่เห็นให้พ่อฟัง และเมื่อดิ่งกลับมา เจตนาจึงเรียกเขามาพบในทันที โดยที่จี๊ดก็ตามเข้ามาเตรียมสมน้ำหน้าเขาด้วย

“ยายจี๊ดบอกฉันว่า...นายไปเจอกับคุณมารศรี ภรรยาคุณเศก เจ้าของบริษัทที่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจของฉัน”

ดิ่งชะงัก ไม่คิดว่าจี๊ดจะตามไปเห็น แถมเธอยังลอยหน้าฟ้องพ่อว่า ท่าทางทั้งคู่สนิทสนมกันมากด้วย

“ยายจี๊ด...ออกไปก่อน พ่อจะคุยกับเขาเอง”

“ไม่ค่ะ จี๊ดจะอยู่ดูน้ำหน้าพวกไส้ศึก ยอมรับมาเลยว่านายคือคนที่คุณมารศรีว่าจ้างให้มาเป็นสายลับล้วงข้อมูลของบริษัทเรา”

“คุณมารศรีกับผมเป็นเพื่อนกันครับ”

“คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างนายมีเพื่อนระดับคุณมารศรีเหรอ เพ้อเจ้อ โกหกหน้าด้านๆ”

“ผมพูดความจริงครับ ผมกับคุณมารศรีเคยรู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียน แล้วเราก็ไม่ได้เจอกันนานมาก”

“เรียนอะไร เรียนที่ไหน โรงเรียนอะไร”

จี๊ดใส่เป็นชุด จนเจตนาต้องปรามให้พอที แต่ลูกสาวยังไม่ลดละ คาดคั้นจะเอาคำตอบจากนายดิ่งให้ได้

“โรงเรียนอะไรล่ะ บอกมาสิ ฉันจะไปเช็กว่ามีจริงหรือเปล่า ซึ่งขอเดาว่านายมั่ว สารภาพความจริงมาเดี๋ยวนี้”

“จี๊ด...พ่อบอกให้พอ ออกไปได้แล้ว”

“คุณพ่อจะไม่ไล่หมอนี่ออกเหรอ ไม่ได้นะคะ”

“จะให้พ่อไล่ออกเพราะแค่เขาเป็นเพื่อนกับภรรยาคู่แข่งเหรอจี๊ด”

“เพื่อนจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรือถึงจะจริง...คุณพ่อไม่กลัวความลับบริษัทรั่วไหลไปถึงหูเขาเหรอ มันไม่คุ้มกันเลย ยังไงคุณพ่อก็ต้องไล่มันออกไป”

“ดิ่ง...ออกไปทำงานไป”

ชายหนุ่มรับคำแล้วเดินออกไป จี๊ดไม่พอใจอย่างแรง ฮึดฮัดขัดใจที่พ่อไม่เข้าข้าง

“ถ้าไม่มีหลักฐาน พ่อไม่ไล่ใครออกทั้งนั้น แกก็ออกไปทำงานได้แล้ว ไม่อย่างนั้นพ่อจะไล่แกออก”

จี๊ดแค้นใจเดินกระฟัดกระเฟียดออกไป เจตนาเหนื่อยใจกับจี๊ดมาก ส่วนเรื่องของดิ่งเขาคิดแค่ว่า โลกกลมจริงๆ ที่ดิ่งเป็นเพื่อนกับภรรยานายเศก

ooooooo

วันเดียวกัน เศกซึมเศร้าอยู่กับบ้าน ไม่ยอมไป ทำงานจนพนักงานที่บริษัทต้องนำเอกสารมาให้เซ็น ศุวิมลทราบดีว่าพ่อยังทำใจไม่ได้เรื่องลูกชายคนโต แต่เธอก็ไม่อยากเห็นพ่อตกอยู่ในสภาพแบบนี้

“ศุกำลังให้เพื่อนที่เป็นตำรวจช่วยตามหาพี่ดิ่งให้แล้ว อีกไม่นานต้องได้ข่าวแน่ๆค่ะ คุณพ่ออย่าเพิ่งท้อแท้หมดหวังนะคะ”

“ถ้าคุณดิ่งตั้งใจจะหลบหน้า ตามหาไปก็เท่านั้นแหละค่ะ” มารศรีเอ่ยขึ้นมาด้วยความมั่นใจ

“ความคิดของพี่ดิ่ง มีแต่พี่ดิ่งที่รู้ คนที่ไม่รู้ กรุณาอย่าสันนิษฐานให้คนอื่นเสียหาย”

“ศรีพูดไปตามเนื้อผ้านะคะคุณศุ ไม่เห็นต้องว่าศรีขนาดนี้เลย”

“แกเลิกก้าวร้าวคุณศรีได้แล้ว ตอนนี้คุณศรีเป็นคนในครอบครัว เป็นเมียพ่อ ให้เกียรติเขาบ้าง”

“แต่เมียพ่อก็ควรจะรู้ว่าอะไรควรพูดหรือไม่ควรพูด โดยเฉพาะเรื่องพี่ดิ่ง ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับเขา”

“พ่อไม่อยากได้ยินชื่อไอ้ลูกเนรคุณ ห้ามใครพูดถึงมันอีก ในเมื่อมันตัดพ่อออกจากชีวิตของมันได้ พ่อก็ตัดมันออกจากชีวิตของพ่อได้เหมือนกัน”

ศุวิมลตกใจคาดไม่ถึง เศกเดินหนีไปทันที มารศรีแอบยิ้มสมใจ ก่อนจะตีหน้าเศร้าตามไปเอาใจเศก...

ส่วนที่ศูนย์บริการของโมเดิร์นคาร์ ยามนี้ดิ่งกำลังเหนื่อยหน่ายใจกับคุณหนูจี๊ดตัวแสบที่ไม่ลดละเลิกจับผิดเขาเสียที เธอตามมาอาละวาดฟาดงวงฟาดงากับเขาอีกยก

“ไม่ว่านายคิดจะทำอะไร ขอให้รู้ไว้ว่าฉันจะคอยจับผิด และจะหาทางเล่นงานนายให้ได้ ระวังตัวไว้ให้ดี”

“ถามจริง ตั้งแต่เริ่มทำงานมา คุณได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์บ้างหรือยัง”

“จับผิดนายนี่แหละงานของฉัน”

“อืม...ความสามารถต่ำดี”

“นายดูถูกฉัน?”

“ดีใจจังที่ไม่ได้ดูผิด ขอตัวนะ ผมจะไปทำตัวให้มีประโยชน์กับบริษัท” ดิ่งคว้าอุปกรณ์ทำงานเดินหนีไป จี๊ดเจ็บใจจะตามไปรังควานอีก แต่ยอดชายกับใจดีเข้ามาขวางไว้เสียก่อน

แล้วจี๊ดก็ใส่สีตีไข่ให้เพื่อนทั้งสองคนฟังว่านายดิ่งเป็นไส้ศึก ใจดีติงจี๊ดว่าคิดมากไปเองหรือเปล่า เขาอาจจะเป็นเพื่อนกันจริงๆก็ได้ ขณะที่ยอดชายบอกว่าพวกตนก็ฐานะยากจน ยังเป็นเพื่อนกับจี๊ดได้เลย

“มันไม่เหมือนกัน” จี๊ดตะแบง พอเพื่อนๆให้อธิบายมาชัดๆ เธอก็เถียงไม่ออก พาลพาโลหาว่าพวกเขาเข้าข้างนายนั่นมากกว่าเพื่อน

“พวกเราไม่ได้เข้าข้างใคร แต่แค่เขารู้จักกันไม่ได้แปลว่าเขาเป็นไส้ศึก เหตุผลมันไม่พอ”

“นายนั่นไม่น่าไว้ใจ...เพียงพอแล้ว”

“พอเหอะ อคติเต็มหัวใจแบบนี้ พูดไปก็ไม่เวิร์กแล้วยอด”

ใจดีตัดบท แต่จี๊ดโกรธควันออกหู ยื่นคำขาดว่าพวกเธอจะเป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่ คำตอบคือศัตรู คุณหนูจี๊ดถึงกับผงะ คาดไม่ถึงว่าสองเพื่อนรักจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้

“พวกแกเปลี่ยนไป ตั้งแต่นายนั่นเข้ามาสร้างความวุ่นวายในชีวิตฉัน ทำเหมือนฉันโง่ ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร แล้วพวกแกก็ยังมีอคติกับพี่เทวัญหาว่าพี่เทวัญกำลังจะนอกใจฉัน อ๋อ ที่พวกแกเข้าข้างนายดิ่ง เพราะนายนั่นก็เกลียดพี่เทวัญเหมือนกันใช่มั้ย ใส่เสื้อสีเดียวกันนี่เอง”

“ใจดี...ไปทำงานเหอะ เริ่มเยอะแล้ว” ยอดชายตัดบทลุกนำใจดีออกไป จี๊ดหงุดหงิดไม่ได้ดังใจ อยากกรี๊ดให้กระจาย ถ้าไม่ติดขัดว่าพนักงานทั้งหลายจะแตกตื่นตกใจ

ooooooo

ดิ่งเตรียมตัวเอารถลูกค้าที่ซ่อมเสร็จแล้วออกไปทดลองขับ ลุงแปลงเดินเข้ามาทักก่อนพูดถึงเรื่องคุณหนูจี๊ดที่ดิ่งเพิ่งเจอฤทธิ์เดชของเธอมา

“อย่าไปถือสาแกเลยนะ อดทนไว้ จริงๆแล้วแกเป็นคนแพ้ความดีนะ ลุงรู้ว่าเอ็งเป็นคนดี อีกไม่นานคุณจี๊ดก็ต้องยอมแพ้”

“แสดงว่าคุณเทวัญเป็นคนดี คุณจี๊ดเลยยอมแพ้ให้”

“หรือว่าเอ็งไม่คิดว่าเขาดีล่ะ”

“ไม่ทราบครับลุง ผมรู้จักเขาแค่เพียงไม่นาน คนเราดูกันแค่สั้นๆไม่ได้หรอกครับ”

“ก็จริง...เอ็งไปทำงานเถอะ”

ดิ่งยิ้มรับแล้วหันกลับไปทำหน้าที่ของตน แต่ไม่น่าเชื่อว่าการที่ดิ่งนำรถของลูกค้าออกไปทดสอบนอกบริษัทจะทำให้เขาได้พบเจอกับสิ่งไม่คาดฝัน

รถที่ดิ่งขับกับรถของเทวัญเกือบชนกันหน้าโรงแรมม่านรูด ที่สำคัญผู้หญิงที่นั่งมากับเทวัญคือเงาะเพื่อนสนิทของจี๊ดนั่นเอง เทวัญกับเงาะหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ปฏิเสธไม่ออกเพราะหลักฐานคาตา

“แกตามฉันมาใช่มั้ย” เทวัญตะคอกใส่

“ผมเอารถลูกค้ามาเทสต์ กำลังจะกลับ”

“เดี๋ยวก่อน...แกบอกฉันซิ ว่าแกเห็นอะไร”

“คุณออกมาจากม่านรูดกับคุณเงาะเพื่อนคุณจี๊ด”

“ไม่ใช่...แกเห็นฉันมาคนเดียว! ไม่งั้นแกเดือดร้อนแน่”

“คุณควรจะไปทำอะไรให้มันไกลๆออฟฟิศหน่อยนะ แต่ไม่ต้องห่วง ผมไม่ได้มีนิสัยขี้ฟ้องใคร ยิ่งเรื่องคาวๆ

แบบนี้อยู่นอกเหนือความสนใจของผม”

ว่าแล้วดิ่งขึ้นรถขับออกไป เทวัญวิตกกังวลว่าดิ่งจะปากโป้ง เขาเดินหน้าเครียดกลับมาขึ้นรถ พอเจอสาวเงาะลนลานหวาดหวั่นก็ยิ่งโมโห

“เขาจะเอาเรื่องไปบอกจี๊ดหรือเปล่าคะ พี่เทวัญจะเดือดร้อนหรือเปล่าคะ”

“เงียบน่า!!” เทวัญหลุดปากตะคอกจนเงาะสะดุ้งตกใจ พอรู้ตัวก็รีบปลี่ยนท่าที จับมือเธอบีบเบาๆ ให้กำลังใจ “ไม่มีใครต้องเดือดร้อนเพราะเรื่องนี้ ยกเว้นมัน...ไอ้ดิ่ง”

ครั้นกลับมาถึงออฟฟิศ เทวัญทำทีไปหยั่งเชิงจี๊ด ปรากฏว่าจี๊ดไม่รู้เรื่อง เอาแต่มุ่งมั่นจะจัดการนายดิ่งให้จงได้ เพราะกลัวเขามาสืบความลับเอาไปให้บริษัทคู่แข่ง

ใกล้ค่ำกลับถึงบ้าน จี๊ดนำเรื่องที่เห็นดิ่งนัดพบมารศรีมาเล่าให้แม่วันดีฟัง เท่านั้นเองก็เป็นเรื่อง วันดีตรงดิ่งไปห้องพักคนสวน โดยมีสาวจี๊ดกับป้าเพ็ญตามหลัง

“ฉันคงให้เธออยู่ร่วมชายคาไม่ได้อีก เธอคงจะรู้ว่าเพราะอะไร คุณเจตนาอาจจะไม่เห็นว่ามันสำคัญ แต่ฉันไม่ใช่ ฉันต้องตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อความปลอดภัยของโมเดิร์นคาร์ เธอต้องไปอยู่ที่อื่น”

“รีบๆไปสิ” จี๊ดเร่งยิกๆ เลยโดนดิ่งสวนเข้าให้ว่า

“กลัวคุณท่านจะมาเห็นเสียก่อนหรือไง”

พูดขาดคำ เสียงเจตนาดังเข้ามาพอดี “มีเรื่องอะไรกัน คุณวันดี ยายจี๊ด”

สองแม่ลูกสะดุ้ง หันมองเจตนาที่เดินมากับนายแช่ม...

วันดีดึงดันจะให้นายดิ่งออกจากบ้านหลังนี้ เธอหาว่าสามีมองคนในแง่ดีเกินไป ถึงขนาดนี้แล้วยังคิดว่านายดิ่งไว้ใจได้อยู่อีกหรือ? ส่วนจี๊ดก็บ่นแล้วบ่นอีกว่า ไม่เข้าใจพ่อจริงๆ

“การเชื่อใจคนสักคนหนึ่งมันไม่มีอะไรต้องเข้าใจยาก” เจตนาเน้นย้ำ ทำให้วันดียิ่งโมโห บอกว่าสักวันถ้านายเศกเล่นงานเขาสำเร็จ แล้วจะรู้สึก “ผมรู้จักนายเศกดี เขาเป็นนักธุรกิจ ไม่ใช่เป็นมาเฟีย เป็นไปไม่ได้ที่นายดิ่งเข้ามาแทรกซึมในบริษัทโดยยอมลงทุนเอาตัวเองเข้าเสี่ยงตายช่วยผมแบบนั้น”

ดิ่งคิดไม่ถึงว่าเจตนาจะให้ความเชื่อใจตนมากขนาดนี้ แต่โดยส่วนตัวแล้วเขาไม่ต้องการเห็นความแตกแยกในครอบครัวของใคร จึงเอ่ยปากขอเป็นฝ่ายไปเพื่อยุติปัญหาทุกอย่าง แต่เจตนาอยากให้เขาอยู่ที่นี่เพื่อพิสูจน์

ตัวเองว่าบริสุทธิ์ใจจริงอย่างที่ยืนยันกับตนไว้ และทำให้ทุกคนเห็นว่าเขาไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอย่างที่เข้าใจ

นอกจากนี้ เจตนายังกำชับลูกเมียด้วยว่า ถ้าไม่อยากมีเรื่องกับตน ก็ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะเห็นทั้งคู่ระรานนายดิ่ง...สองแม่ลูกไม่พอใจแต่พูดไม่ออกเพราะเจตนาท่าทีขึงขังจริงจังมาก ส่วนดิ่งสังเกตสีหน้าคุณหนูจี๊ดก็รู้ทันทีว่าปัญหายังไม่จบแน่ แต่เธอจะรู้บ้างไหมว่าเรื่องของตัวเองยังเอาตัวไม่รอด แฟนหนุ่มนอกใจไปมีสัมพันธ์ลับๆกับเพื่อนสนิท ทำแบบนี้แสดงว่าหมอนั่นต้องไม่ใช่คนดี

คืนเดียวกันนี้ เทวัญขับรถไปส่งเงาะที่หน้าอพาร์ต– เมนต์ เงาะยิ้มระรื่น มีความสุข แต่พอได้ยินเขาบอกว่าช่วงนี้เราต้องห่างกันสักพัก สาวเจ้าก็ชะงักหน้าเจื่อน

“ถึงไอ้ดิ่งมันจะไม่ปากโป้ง แต่พี่ก็ไม่ไว้ใจ...เราอย่าเพิ่งทำอะไรให้จี๊ดเห็นพิรุธเลยดีกว่า”

“ถึงเมื่อไหร่ล่ะคะ”

“ก็จนกว่าพี่จะแน่ใจว่าไอ้ดิ่งมันจะไม่อยู่ปากโป้งเรื่องของเรา”

“อย่านานนักนะ เงาะต้องอกแตกตายแน่ๆเลย ถ้าต้องห่างพี่เทวัญนานๆ”

“เอาน่า...ดีซะอีก ยิ่งห่าง...ความรักของเราจะยิ่งมีค่านะ รู้ไหม”

“ก็ได้ค่ะ”

“จำไว้นะ ถ้าอยากให้ความรักของเราสมหวัง เงาะต้องใจเย็น ถ้าพี่จบกับจี๊ดไม่สวย พี่จะถูกออกจากงานโดยที่ไม่มีอะไรติดตัวออกมาสักบาท”

เทวัญชี้แจงแกมขู่ก่อนจะหอมแก้มเธออย่างเอาใจ เงาะยิ้มหน้าบานเดินเข้าที่พักไปโดยไม่รู้ว่าลับหลังแล้วเขาไม่ได้มีใจกับเธอเลยสักนิด ที่อ้างเหตุผลให้ห่างกันก็เพราะเขาต้องการสลัดเธอทิ้งนั่นเอง

กลับเข้ามาในห้องพักได้ครู่เดียว เงาะแปลกใจที่ยอดชายกับใจดีแวะมาหาโดยไม่บอกล่วงหน้า พอได้ยินธุระของเพื่อน สาวเงาะถึงกับตกใจจนหน้าซีด แต่ยังพยายามเก็บพิรุธปฏิเสธว่าตนไม่เคยยุ่งกับเทวัญ

“แต่ฉันเห็นเธอกับพี่เทวัญเขี่ยเท้ากัน” ใจดียืนยัน

เงาะชะงักทำท่าจะจนมุม แต่แล้วแสร้งโวยวายกลบเกลื่อนหาว่าใจดีทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์จี๊ดถึงขนาดมาใส่ร้ายกันแบบนี้ ใจดีจะโต้เถียงแต่ยอดชายปรามเอาไว้

“เอาล่ะ ถ้าเงาะยืนยัน พวกเราก็จะเชื่อเธอ”

“ไม่เชื่อก็ไม่ได้ว่า...ฉันมันคนไม่สำคัญ เชิญไปเลียแข้งเลียขายายจี๊ดตามสบาย”

“เงาะ แกพูดเกินไปแล้วนะ” ใจดีต่อว่า

“ก็ฉันน้อยใจนี่ เอะอะทุกคนก็เข้าข้างเอาใจยายจี๊ดจนไม่สนว่าฉันจะเป็นยังไง มากล่าวหากันแบบนี้ ฉันเสียหาย ฉันเสียใจ”

เงาะเล่นละครแนบเนียนเสียจนใจดีกับยอดชายมองหน้ากันอึ้งๆ รู้สึกแย่เหมือนกันที่ทำให้เพื่อนเสียใจ จากนั้นเงาะก็เชิญทั้งคู่กลับ และไม่วายปิดประตูใส่หน้าพวกเขาดังโครม

“เฮ้อ...เหมือนเราเป็นคนผิดเลยเนอะ” ใจดีบ่นเบาๆ กับยอดชาย

“อืม...ช่างเหอะ เพื่อนอาจจะคิดได้เลยรีบกลับตัว เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

“แล้วก็โมโหเราเนียนๆ”

“หน้าที่เราคือคอยเตือนสติเพื่อนเวลาที่เห็นว่าเพื่อนกำลังจะทำผิด ก็คอยดูกันต่อไป” ยอดชายตัดบทแล้วเดินนำใจดีออกไป

ooooooo

คืนนั้นจี๊ดไม่รามือจากดิ่งง่ายๆ เธอวางแผนขังเขาไว้ในห้องพักโดยบังคับนายแช่มให้ร่วมมือ ดิ่งขอร้องอย่างไรเธอก็ไม่ฟัง แถมเดินลอยหน้ากลับไปพร้อมพวงกุญแจ

เช้าขึ้นดิ่งกระวนกระวายเพราะออกจากห้องไม่ได้ อีกทั้งใกล้เวลาเข้างานแล้วด้วย พอเห็นนายแช่มจะเดินผ่านจึงเรียกให้มาเปิด แต่นายแช่มบอกว่าไม่มีกุญแจ แต่ถึงมีก็ไม่กล้าเปิด เพราะตนไม่อยากเป็นศัตรูกับคุณจี๊ด

“เม้าท์อะไรฉัน” เสียงคุณหนูจี๊ดดังมา แช่มตกใจร้องจ๊าก รีบหลบมุมแอบดูสถานการณ์

ดิ่งขอร้องให้จี๊ดเปิดประตูเพราะไม่อยากไป

ทำงานสาย เธอยอมไขกุญแจ แต่ไม่วายขู่อีกว่าจะขังเขาแบบนี้ทุกวัน ถ้าไม่อยากไปสายก็ย้ายไปอยู่ห้องเช่าที่อื่น ดิ่งได้ฟังยิ่งหงุดหงิด แล้วพลิกสถานการณ์ด้วยความหมั่นไส้จับเธอขังไว้ในห้องแทน

จี๊ดเต้นเร่าๆ ร้องโวยวายเป็นบ้าเป็นหลัง แต่ดิ่งไม่สนใจ

“ถ้าคุณขังผมทุกวัน ผมก็จะขังคุณไว้เหมือนกัน ตาต่อตาฟันต่อฟัน คุณจะได้รู้ว่ามันสนุกแค่ไหนที่ถูกขัง”

“นายกล้าทำแบบนี้กับฉันในบ้านฉันเหรอ ฉันจะฟ้องพ่อ”

“เชิญ” ดิ่งเอากุญแจใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินหูทวนลมออกไป

แช่มโผล่ออกมามอง ตะลึงและทึ่งในความกล้าของดิ่งที่กล้าเปิดสงครามกับมหาอำนาจ พอจี๊ดเหลือบเห็นแช่มเข้าก็ออกคำสั่งให้เขาไปเอาเลื่อยมาเปิดประตูให้ตนเดี๋ยวนี้

ooooooo

ด้วงไม่ถูกชะตากับดิ่งตั้งแต่วันแรก แถมพอมีคนให้ท้ายอย่างเทวัญ ด้วงยิ่งจ้องหาเรื่องดิ่ง...แล้วเช้านี้ได้โอกาสดิ่งมาทำงานสาย ด้วงแขวะเขาทันทีว่า

“เมื่อวานก็อู้งาน วันนี้ก็มาสาย คิดว่าเป็นเด็กเส้นเด็กฝากแล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอวะ”

“พอดีเมื่อเช้าผมมีเรื่องนิดหน่อย ขอโทษทุกคนด้วยครับ”

ด้วงจะต่อความยาว แต่พอดีแต๋วเข้ามาแทรกเสียก่อน อีกทั้งลุงแปลงก็เร่งให้ช่างทุกคนทำงาน เพราะวันนี้ต้องส่งรถลูกค้ารายหนึ่งที่เอามาซ่อมเบรกและตรวจช่วงล่าง คนอื่นๆจึงแยกย้าย ยกเว้นด้วงที่ยืนแอ็กท่ามองมือถือตัวเองที่มีเสียงเรียกเข้ามา

“ไอ้ด้วง ถ้าเรื่องส่วนตัว ข้าหักเงินเดือน”

“คุณเทวัญโทร.มาน่ะลุง ไม่รับได้ไง” ว่าแล้วด้วงเดินไปคุยโทรศัพท์อีกทาง

ลุงแปลงไม่ชอบใจ บ่นด้วยความสงสัยว่า “ไอ้นี่ ตีซี้ผู้บริหาร...มีเรื่องอะไรให้มันทำนักวะ คนละแผนกแท้ๆ”

เทวัญโทร.มาออกคำสั่งกับด้วงว่า “เอาให้มันพูดไม่ได้ ถึงตายฉันก็ไม่สน” สั่งเสร็จวางสาย...พึมพำกับตัวเองอย่างมุ่งมั่น “ฉันไม่มีทางปล่อยให้แกทำฉันพังก่อนหรอกไอ้ดิ่ง ในเมื่อฉันยังไปไม่ถึงเส้นชัย”

หลังจากนั้นไม่นานนัก จี๊ดมาปรากฏตัวที่ศูนย์ บริการฯ เธอเจาะจงอยากคุยกับด้วงและโพ หลังทราบมาว่าทั้งคู่ไม่ชอบหน้านายดิ่งเหมือนกัน...

เมื่อจี๊ดกลับไปแล้ว ด้วงมาก้มๆเงยๆอยู่ข้างรถลูกค้าที่ดิ่งต้องเอาไปทดลองขับหลังซ่อมเสร็จ ดิ่งเดินมาเห็นถามด้วงว่าทำอะไร ด้วงเฉไฉว่าทำเหรียญหล่นเลยก้มเก็บ ดิ่งไม่ค่อยเชื่อ แต่ไม่ทันพูดอะไรต่อ ลุงแปลงเดินมาเร่งเขาเอารถไปลองเพราะใกล้เวลาลูกค้าจะมารับแล้ว ดิ่งจึงขึ้นสตาร์ตรถ

ดิ่งออกไปได้สักพัก ยอดชายก็ได้รับแจ้งว่าดิ่งประสบอุบัติเหตุรถที่เอาไปทดลองล้อหลุด ตอนนี้ดิ่งถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล เจตนาและคนอื่นๆทราบเรื่องก็ตกใจกันใหญ่ โดยเฉพาะจี๊ดที่หน้าซีดกว่าใคร อดคิดไม่ได้ว่าสาเหตุอาจมาจากตัวเองที่ไปสั่งด้วงกับโพจัดการนายดิ่ง

เมื่อเจตนารีบเร่งไปโรงพยาบาล รัตนาขึ้นรถไปด้วย แต่แล้วเธอเปลี่ยนใจกะทันหันขอกลับมาที่ออฟฟิศ เนื่องจากเห็นพิรุธบางอย่างของจี๊ด ส่วนเจ๊ยุพาเซลส์สาวแก่ช่างเม้าท์ไม่เห็นตอนรัตนากลับมา เห็นแต่ตอนนั่งรถออกไปสองต่อสองกับเจตนา จึงรีบโทร.

รายงานคุณวันดี

รัตนากลับเข้ามาแอบเห็นจี๊ดกำลังว้าวุ่นใจอย่างหนัก และได้ยินเสียงบ่นด้วยว่า “จะตายไหมเนี่ย ใช่ฝีมือสองคนนั่นหรือเปล่า ถ้าใช่...ฉันก็เป็นผู้จ้างวาน โอ๊ย...ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ”

“คุณจี๊ดใช้ให้ใครทำอะไรคุณดิ่งคะ” รัตนาปรากฏตัวพร้อมคำถามที่ทำให้จี๊ดสะดุ้งเฮือก!

เวลาเดียวกันนั้น เทวัญอยู่ที่ห้องทำงานกำลังคุยโทรศัพท์กับด้วงที่ส่งข่าวมา

ตอนที่ 2

ค่ำคืนนั้น นายดิ่งออกจากศูนย์บริการของโมเดิร์นคาร์อย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ไม่รู้จะไปซุกหัวนอนที่ไหนเพราะไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท ขณะที่ เขากำลังหันหน้าหันหลังอยู่ริมถนน นายแช่มคนขับรถของเจตนาเดินมาเรียก...

นับเป็นโชคดีของดิ่งอีกครั้งที่เจตนาเมตตาพากลับไปพักที่บ้าน แต่ดิ่งขอพักที่ห้องคนสวนแทนห้องรับรองแขกที่เจตนาตั้งใจให้อยู่ และถ้าได้รับเงินเดือนก็จะขยับขยายหาที่อยู่เอง

หลังจากทำความตกลงกันเสร็จแล้ว ดิ่งบังเอิญเดินไปได้ยินจี๊ดยืนคุยโทรศัพท์กับเทวัญ เทวัญแอบมีสัมพันธ์กับพริตตี้สาวโดยที่จี๊ดไม่ระแคะระคาย เขานัดหล่อนมานอนที่คอนโดฯ แต่โกหกจี๊ดว่ามีลูกน้องที่บริษัทเอาแผนการตลาดครึ่งปีหลังมาให้เซ็นอนุมัติ

จี๊ดเชื่ออย่างง่ายดาย พอวางสายเห็นเงาใครบางคนแถวพุ่มไม้จึงเรียกให้ออกมา พอเห็นชัดว่าเป็นใครก็โวยวายนึกว่าเขาจะกลับมาแก้แค้น ดิ่งต้องใช้ความอดทนกับเธออย่างมากกว่าจะพูดกันรู้เรื่องว่าพ่อของเธอเห็นว่าตนไม่มีที่ไป เลยให้มาพักที่นี่ชั่วคราว แต่กระนั้นจี๊ดก็ไม่พอใจอยู่ดี เธอแจ้นไปฟ้องแม่ แล้วอีกครู่เดียววันดีก็มาต่อว่าเจตนาที่ให้ชายแปลกหน้าไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าเข้ามาอยู่ในบ้าน ถ้าเกิดมันคิดฆ่าปาดคอชิงทรัพย์ยกบ้านจะทำยังไง

แค่เรื่องเล็กๆ ทำให้สองสามีภรรยาทะเลาะกันจนได้ วันดีหาว่าสามีไม่รับฟังความคิดเห็นของตน ขณะที่เจตนาก็มีเหตุผลที่ช่วยเหลือดิ่งเพราะเขามีบุญคุณ เมื่อพูดกันไม่รู้เรื่องวันดีจึงไล่สามีออกจากห้อง จี๊ดเจอพ่อตรงหน้าประตูเลยโดนพ่อดุจนจ๋อยไป แต่ยังไงเธอก็ไม่มีวันยอมแพ้นายสิบแปดมงกุฎนั่นแน่ๆ

จี๊ดหาทางไล่ดิ่งออกจากบ้านโดยมีเทวัญคอยให้ท้าย เธอกลั่นแกล้งดิ่งทุกทางแล้วให้สำรวยสาวใช้คอยเป็นลูกมือ แต่สำรวยแอบปลื้มในความหล่อของดิ่ง แผนของจี๊ดจึงไม่ค่อยจะสำเร็จ...

ด้านมารศรีที่ทราบแน่ชัดแล้วว่าดิ่งกลับมาเมืองไทย แต่เธอยังมืดแปดด้านว่าเขาไปพักอยู่ที่ไหน เช่นเดียวกับพ่อและน้องสาวของดิ่ง ทั้งคู่กำลังกลุ้มและกังวล โดยเฉพาะคนเป็นพ่อที่ตั้งความหวังไว้ว่าจะให้ลูกชายคนโตกลับมาสานต่อกิจการ

“พี่ดิ่งไม่เคยเป็นคนแบบนี้ พี่ดิ่งรักคุณพ่อมาก การทำให้คุณพ่อเสียใจเป็นสิ่งสุดท้ายในโลกที่พี่ดิ่งจะทำ”

“แล้วพ่อไปทำอะไรให้มันล่ะ ฮึ”

ศุวิมลก้มหน้านิ่ง ตอบไม่ได้...

“จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม พ่อต้องการคำอธิบาย และถ้าเจ้าดิ่งมันไม่มาให้พ่อเห็นหน้าภายในสามวัน พ่อจะถือว่ามันไม่ใช่ลูกพ่อ มันจะไม่ได้อะไรจากพ่อเลยแม้ซักสลึงเดียว”

ศุวิมลตกใจ แต่ลึกๆก็เข้าใจว่าพ่อเสียใจ เจ็บใจ และแค้นใจที่ลูกชายหายไปโดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ส่วนมารศรีผู้ซึ่งเป็นต้นเหตุค่อยๆถอยกลับออกมาหลังซุ่มฟังสองพ่อลูกอยู่นานแล้ว

“ฉันลงทุนไปตั้งเยอะ ฉันต้องได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ฉันไม่ยอมให้คุณกลับบ้านมาเจอพ่อแน่...ดิ่ง ฉันต้องหาคุณให้เจอ” มารศรีบอกกับตัวเองอย่างมาดหมาย...

ooooooo

เช้าวันใหม่ ยอดชายพาดิ่งมาแนะนำตัวกับลุงแปลงที่เป็นหัวหน้าช่างในศูนย์บริการ ลุงแปลงใจดีเป็นที่รักเคารพของลูกน้อง ส่วนแต๋วที่เป็นธุรการก็มีไมตรีกับทุกคน โดยเฉพาะชายหนุ่มรูปหล่ออย่างดิ่ง แต๋วมองเพลินจนช่างโพที่ตามจีบเธออยู่เขม่นตาเขียวไม่พอใจดิ่ง

แต่ไม่ทันที่ใครจะทำอะไรยังไง จี๊ดก็เดินหน้าเชิดเข้ามาประกาศกับบรรดาพนักงานว่า

“ทุกคนฟังให้ดี ฉันเกลียดขี้หน้านายคนนี้ และจะทำทุกทางให้มันออกไปจากบริษัท ใครไม่อยากมีปัญหา คิดให้ดีว่าจะเป็นมิตรหรือเป็นศัตรูกับฉัน” พูดจบก็เดินเชิดเริดหยิ่งออกไปทันที

แต๋วฟังแล้วสยองแทนดิ่ง สงสัยว่าพี่ดิ่งสุดหล่อไปทำอะไรให้คุณหนูจี๊ดไม่พอใจ?

ผละจากพนักงานกลับไปถึงห้องทำงานพ่อ จี๊ดเห็นรัตนานั่งโต๊ะหน้าห้องในตำแหน่งเลขาฯ เธอหมั่นไส้เข้ามาหาเรื่องจะแย่งที่นั่งรัตนา แต่ไม่สำเร็จเพราะเจตนามาขัดขวาง และมอบหมายให้จี๊ดเป็นได้แค่เด็กฝึกงาน ต้องเรียนรู้งานเลขาฯทุกอย่างจากรัตนา

“ไม่...ถ้าจี๊ดไม่ได้เป็นเลขาฯ จี๊ดไม่ทำ”

“ฉันก็ไม่คาดหวังว่าแกจะจริงจังอยู่แล้ว ฉันไม่รู้ว่าแกไปเจอใครหรือเจออะไรมา ถึงอยากจะมาทำงาน แต่ไม่ใช่เพราะพ่อแน่ๆ และไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไร แกก็ยังเป็นแกไม่มีวันเปลี่ยน”

“คุณพ่อ!!”

จี๊ดแผดเสียง แต่พ่อเมินไม่สน หันไปถามรัตนาว่าดิ่งมาทำงานแล้วใช่ไหม รัตนาตอบรับและว่ายอดชาย

พาดิ่งไปที่ฝ่ายช่างแล้ว...เพียงได้ยินชื่อนายดิ่ง คุณหนูจี๊ดก็มีแรงฮึด บอกพ่อว่าตนทำงาน เป็นผู้ช่วยก็ได้ จะให้ทำอะไรว่ามาเลย

“งั้นก็เตรียมเอกสารประชุมด้วย” เจตนาสั่งการแล้วเดินเข้าห้องไป จี๊ดทั้งอายทั้งโกรธแต่จำต้องรับเอกสารจากรัตนามา

“นี่ค่ะ ต้องถ่ายเอกสารยี่สิบชุด”

สาวจี๊ดสะอึกอึ้งก่อนเดินกระฟัดกระเฟียดไปที่เครื่องถ่ายเอกสาร แต่ด้วยความไม่เคยทำจึงต้องให้รัตนามาสอน พอรู้เข้าหน่อยก็ตวัดเสียงไล่รัตนา ซ้ำยังหาว่าเธอเป็นเมียน้อยพ่อ ต่อไปนี้ตนจะจับตาดูเธอแทนแม่ตลอดเวลา ใจดีกับเงาะเดินมาเห็นจี๊ดกำลังเหวี่ยงใส่รัตนา ใจดีรีบห้ามและพาจี๊ดออกมานั่งคุยกันมุมหนึ่ง

ใจดีไม่เห็นด้วยในการกระทำของจี๊ด และเธอก็เชื่อว่ารัตนาไม่ใช่เมียน้อย แต่เงาะกลับไม่คิดเช่นนั้น พูดจายุแหย่ให้จี๊ดเกลียดรัตนาหนักขึ้นไปอีก ใจดีทั้งเซ็งทั้งระอาได้แต่บอกกับเพื่อนรักว่า

“จี๊ด...แกมาทำงานที่นี่ก็ดีแล้ว แกช่วยเปิดหูเปิดตารับความจริงหน่อยนะ แล้วแกจะได้รู้ว่าพี่รัตนาเป็นคนยังไงกันแน่ จะได้เลิกอคติซะที”

จี๊ดนิ่งฟังแต่ยังไม่เชื่อในสิ่งที่เพื่อนพูด จู่ๆเธอมีอาการพะอืดพะอมโรคกระเพาะกำเริบ ใจดีกับเงาะต้องพาไปห้องพยาบาล และเดี๋ยวเดียวยอดชายก็ตามมาอีกคนด้วยท่าทีร้อนรนเป็นห่วงจี๊ดเอามากๆ

ส่วนที่ฝ่ายบริการฯ ในมุมของช่าง แต๋วกับดิ่งมีเหตุให้ใกล้ชิดกันโดยบังเอิญ โพกับด้วงเห็นเข้าก็ไม่พอใจ ด้วงยุโพให้เล่นงานดิ่ง แต่พอดีเทวัญเข้ามาเจอ แล้วซักไซ้จนรู้ว่าช่างเก่าเขม่นช่างใหม่ จึงคิดจะดึงทั้งคู่มาเป็นพวกเพื่อจัดการดิ่งให้ได้

เทวัญทราบเรื่องจี๊ดโรคกระเพาะกำเริบนอนอยู่ห้องพยาบาล เขารีบไปดูแลแฟนสาว เป็นจังหวะที่ใจดีกับเงาะดึงยอดชายพ้นจากห้องมา เทวัญเข้าไปดูแลเอาใจจี๊ด แต่พอน้องเชอรี่โทร.มาหาเขาก็อ้างว่าลูกน้องโทร.ตาม ขอตัวสักครู่ ให้จี๊ดนอนพักไปก่อน เสร็จธุระแล้วจะพาไปส่งบ้าน

ด้านโพกับด้วง หลังรับคำสั่งจากเทวัญให้จัดการดิ่ง สองหนุ่มสบโอกาสตอนดิ่งเอาอะไหล่เก่าเข้าไปเก็บหลังศูนย์ซ่อม รุมชกต่อยดิ่งแทบทรุดถ้ายอดชายกับลุงแปลงไม่วิ่งเข้ามาห้าม แต่พอลุงแปลงซักถามและคาดโทษด้วงกับโพถึงขั้นไล่ออก ดิ่งสงสารทั้งคู่ รีบโกหกว่าพวกเราไม่ได้มีเรื่องกัน ที่ตนปากแตกเพราะถูกของบนชั้นหล่นใส่ ลุงแปลงกับยอดชายไม่เชื่อ แต่จำต้องปล่อยเลยตามเลยอย่างที่ดิ่งต้องการ ในขณะที่ด้วงกับโพพากันแปลกใจทำไมดิ่งถึงไม่เอาเรื่องพวกตน

เทวัญหลบแฟนสาวออกมาคุยโทรศัพท์กับกิ๊ก แต่จู่ๆกิ๊กสาวกลับโผล่มาเซอร์ไพรส์ตรงหน้า เล่นเอาชายหนุ่มสะดุ้งตกใจรีบพาเธอหลบไปคุยกันมุมหนึ่ง

เชอรี่นัวเนียออดอ้อนเสียจนเขาใจคอไม่ดีกลัวใครมาเห็น

จึงเร่งเธอกลับไปก่อนแล้วคืนนี้ค่อยเจอกัน

ทันทีที่ผลักไสเชอรี่ไปได้ เงาะเดินผ่านมาทักเทวัญ แล้วทั้งคู่ก็เดินคุยกันไปอีกด้าน เงาะแอบชอบเทวัญจึงพยายามทอดสะพาน เทวัญเหมือนจะดูออก เขายิ้มให้เธอด้วยรอยยิ้มชวนฝัน ซึ่งแค่นี้ก็ทำให้เงาะหัวใจ

พองโตไปด้วยความหวัง

ooooooo

ดิ่งตั้งใจมาที่ห้องพยาบาลเพื่อประคบรอยช้ำบริเวณปากตัวเองที่โดนโพชก แต่ไม่เจอเจ้าหน้าที่จึงนั่งรอโดยไม่รู้ว่าจี๊ดนอนพักอยู่บนเตียงที่มีม่านกั้น กระทั่งได้ยินเสียงเธอขอน้ำดื่ม เขาหยิบยื่นส่งให้ดีๆ แต่เธอกลับหาเรื่องด่าเขาลั่นห้องแถมยังเอาน้ำแก้วนั้นสาดใส่หน้าเขาด้วย

การกระทำของเธอทำให้ชายหนุ่มจ้องเขม็งอย่างเหลืออด แต่ไม่ทันจะทำอะไร เธอก็ลุกพรวดจากเตียงจนเซถลาเกือบล้มถ้าเขารับไว้ไม่ทัน ถึงกระนั้นเธอยังดีดดิ้นทำให้เสียหลักล้มทับไปบนเตียงแคบๆด้วยกัน

จังหวะนี้เองเจ้าหน้าที่พยาบาลเข้ามาพอดี ดิ่งรีบดึงม่านปิดแล้วปรามจี๊ดห้ามส่งเสียงถ้าไม่อยากให้คนอื่นเห็นว่าเราประกบกันอยู่

แม้จะไม่ส่งเสียงแต่จี๊ดก็จิกข่วนแขนเขาจนแสบไปหมด เจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงกุกกักเข้าใจว่าจี๊ดตื่นแล้วจึงเปิดม่านเข้าไปหา เป็นจังหวะที่ดิ่งตัวเลื่อนลงจากเตียงหนีกรงเล็บของจี๊ดไปใต้เตียงพอดี

จี๊ดออกอุบายไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าตนอยู่กับดิ่งจึงวานเธอไปตามเทวัญให้ที จากนั้นก็หันมาไล่ดิ่งออกไปจากห้องโดยเร็ว แล้วให้เทวัญประคองตนไปที่รถ โดยมียอดชายตามมามองอย่างห่วงใย

เทวัญขับรถมาส่งจี๊ดถึงหน้าบ้านแล้วกลับไปทำงานต่อ จี๊ดไม่ได้เข้าบ้านหลังใหญ่ของตนแต่ย่องไปทางห้องพักคนสวนเพื่อค้นหาหลักฐานที่จะยืนยันว่านายดิ่งเป็นใคร แต่ระหว่างนี้เองโชคไม่เข้าข้างเธอ เพราะดิ่งได้รับมอบหมายจากยอดชายให้ขับรถของเธอกลับมาไว้ที่บ้าน ดิ่งจึงจับได้คาหนังคาเขาว่าจี๊ดแอบเข้าห้องตน โดยทีี่ป้าเพ็ญกับสำรวยก็อยู่ในเหตุการณ์ ส่วนวันดีเพิ่งจะเข้ามาทีหลัง

คุณหนูจี๊ดเถียงดิ่งฉอดๆ ก่อนสรุปอย่างถือสิทธิ์ความเป็นเจ้าของบ้านว่าตนมีสิทธิ์ค้นห้องคนอาศัยอย่างเขา

“ทำไม กลัวว่าฉันจะเจออะไรไม่ชอบมาพากลหรือไง ถึงได้ไม่พอใจ”

“ที่ไม่พอใจ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะคุณไม่มีมารยาท”

“บ้านฉัน จะทำไม”

“จี๊ด...พอเถอะลูก อย่าเอาทองไปรู่กระเบื้อง ทีหลังไม่ต้องไปยุ่ง ถ้ามันเกิดทำอะไรเราขึ้นมาจะแย่นะ”

ถ้อยคำดูถูกของวันดีทำเอาดิ่งหน้าชา แต่ยังพูดอย่างใจเย็นว่า

“ผมคิดอยู่เสมอว่าผมอาศัยบ้านคุณอยู่ และผมก็อยู่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ต้องกลัวหรอกครับว่าผมจะทำร้ายพวกคุณ เมื่อถึงเวลาของผม ผมก็จะไป ขอตัวกลับไปทำงานครับ”

“เดี๋ยวก่อน...คุณเจตนาให้เธออาศัย ฉันขัดไม่ได้เพราะถือเป็นการตอบแทนบุญคุณ แต่ฉันก็ไม่สบายใจนัก ถ้าจะเห็นเธอใช้ไฟใช้น้ำบ้านฉันฟรีๆไปจนถึงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้”

วันดีทำให้ดิ่งอึ้งแล้วอึ้งอีก ขณะที่จี๊ดยิ้มสะใจ แล้วเดินตามไปสำทับเขาอีกอย่างเหนือกว่า

“อย่าลืมนะ รีบกลับมารดน้ำดูแลต้นไม้และทำหน้าที่คนสวนทั้งหมด ซึ่งจะเป็นงานของนายแลกกับที่ซุกกะลาหัว”

ดิ่งข่มความโกรธจ้องหน้าเธอนิ่ง จี๊ดหมั่นไส้ยิ่งท้าทาย

“ฉันจะโขกสับ อาละวาดให้นายอยู่ไม่เป็นสุข ถ้านายยังทนอยู่ได้ แสดงว่านายต้องมีแผนทำอะไรสักอย่างที่นี่ ถึงต้องอยู่”

“เอาเวลาระแวงผมไประวังคนใกล้ตัวเถอะ”

“พูดเรื่องอะไร”

“บอกไปก็คงเท่านั้น เพราะคุณมันสวย...แต่โง่ แถมเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำงานวันแรกก็หาเรื่องอู้มาทำเรื่องไร้สาระ เกินจะเยียวยาจริงๆ”

ถูกเขาด่าเป็นชุดจนพูดไม่ออก จี๊ดได้แต่เต้นแร้งเต้นกาด่าไล่หลังดิ่งที่เดินลิ่วออกไปแล้ว

ooooooo

วันเดียวกันนี้ มารศรีบังเอิญพบหมอเวทย์ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง สองฝ่ายทักทายอย่างจำกันได้ ก่อนที่หมอเวทย์จะเปรยว่าอยากคุยกับคุณเศกเรื่องลูกชายคนโตที่อยู่เมืองนอก

“มีอะไรเหรอคะ” มารศรีซักทันที

“คือผมเพิ่งไปเจอผู้ชายคนหนึ่งที่หน้าเหมือนลูกชายท่านมา”

“ที่ไหนคะ”

“ที่บ้านของคุณเจตนาครับ เขาช่วยชีวิตคุณเจตนาเอาไว้จากการถูกลอบยิง”

“เหรอคะ แต่เอ...ไม่น่าจะเป็นไปได้นะคะ คุณศยามเขายังเรียนที่เยอรมันอยู่เลย”

“คงเป็นแค่คนหน้าเหมือน จริงๆผมก็แค่คลับคล้าย คลับคลา เพราะไม่ได้เจอคุณศยามนานมากแล้ว”

“ค่ะ เรื่องธรรมดาค่ะ ขอบคุณนะคะที่เล่าสู่กันฟัง เย็นนี้ดิฉันจะไปเล่าให้คุณเศกฟังเองค่ะ ว่าคุณหมอปล่อยไก่”

หมอเวทย์หัวเราะน้อยๆก่อนบอกลา ทิ้งปริศนาคาใจไว้ให้มารศรีว่า ทำไมดิ่งถึงไปอยู่ที่บ้านคู่แข่งของพ่อตัวเอง แต่เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจมารศรีดั้นด้นไปถึงบ้านเจตนา เธอจอดรถแอบมองเข้าไปแต่ไม่เห็นใครสักคน จึงเปลี่ยนเป็นโทร.เข้าเบอร์บ้านถามหาคุณศยาม ป้าเพ็ญรับสายแล้วบอกไปว่าคุณคงโทร.ผิด ที่นี่ไม่มีคนชื่อนั้น

“แล้วคุณดิ่งล่ะคะ” มารศรีซักต่อ

“คุณดิ่งเหรอคะ คุณดิ่งไปทำงานค่ะ”

จี๊ดอยู่ไม่ไกลได้ยินป้าเพ็ญเอ่ยชื่อดิ่ง เธอเข้ามาแย่งโทรศัพท์จากมือป้าเพ็ญแล้วกรอกเสียงแข็งๆลงไปจนอีกฝ่ายอึกอัก ไปไม่เป็น

“เป็นอะไรกับนายนั่น แล้วเอาเบอร์ที่นี่มาจากไหน นายนั่นบอกหรือไง...ฉันถามว่าเป็นอะไรกับนายนั่น ช่วยมาเอาตัวเขากลับไปเลยนะ เพราะที่นี่มีแต่คนรังเกียจ แล้วหัดใช้สมองคิดหน่อยนะ นายนั่นเป็นแค่คนอาศัย อย่า

สะเออะโทร.เข้ามาหา อยากเจออยากคุยก็ไปหาทางกันเอาเอง”

มารศรีสะดุ้งแล้ววางสายหนีทันที จี๊ดโกรธจัด แผดเสียงด่าว่าไม่มีมารยาท ขณะที่มารศรีก็แทบกรี๊ดกับความร้ายกาจของเธอ

“นังบ้า ปากจัด...แสดงว่าบ้านนี้ไม่มีใครรู้ว่าดิ่งเป็นลูกชายคุณเศก แต่ดิ่งต้องรู้จักสิว่าบ้านนี้เป็นใคร...ดิ่ง

จะทำอะไรกันแน่” มารศรีนิ่วหน้าแปลกใจแต่จำต้องถอยกลับไปตั้งหลักก่อน

ส่วนสาวจี๊ดยังหงุดหงิดไม่หาย เข้าใจว่าดิ่งให้เบอร์โทร.บ้านของตนกับคนอื่นอย่างไม่เกรงใจ จึงบ่นกับแม่ไปหลายคำก่อนจะโทร.หาเทวัญเพื่อนัดทานอาหารเย็น ขณะนั้นเทวัญอยู่กับเชอรี่ที่ห้างสรรพสินค้าจึงโกหกแฟนสาวว่าออกมาพบลูกค้านอกบริษัท

เจรจากับจี๊ดเสร็จ เทวัญต้องอ้อล้อกับเชอรี่ต่อเพราะเธองอนเมื่อรู้ว่าจะต้องกลับเอง ขณะง้อกันไปงอนกันมาไม่คิดว่าเงาะจะมาเห็นจังๆ หลักฐานขนาดนี้ทำให้เทวัญปฏิเสธไม่ออก เขายอมรับขณะอยู่กับเงาะตามลำพังว่าเขานอกใจจี๊ด ด้วยเหตุผลที่ว่า

“พี่อึดอัด ไม่เป็นตัวของตัวเองเลยเวลาที่อยู่กับจี๊ด”

“แต่เห็นพี่กับจี๊ดรักกันดี อีกไม่กี่ปีก็จะแต่งงานกันแล้วไม่ใช่เหรอคะ”

“จี๊ดต่างหากที่อยากแต่ง แต่พี่...ไม่แน่ใจ”

“อะไรนะคะ!” เงาะสีหน้าตกใจ แต่หัวใจแอบพองโต

“เงาะก็รู้นิสัยจี๊ด เอาแต่ใจตัวเอง ชอบออกคำสั่ง ไม่ฟังเหตุผล ซึ่งพี่ก็ต้องยอม ไม่มีผู้ชายคนไหนรู้สึกภาคภูมิใจนักหรอกที่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ พี่ต้องการอยู่กับคนที่เห็นว่าพี่มีค่า”

“แล้วทำไมพี่ไม่เลิกกับจี๊ดซะล่ะคะ”

“พี่เลิกไม่ได้เพราะจี๊ดเคยขู่ว่า...เขาจะฆ่าตัวตาย”

“อะไรนะคะ” เงาะผงะตกใจ

เทวัญลอบยิ้มสมใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเงาะที่ตกหลุมพราง แล้วตีหน้าเศร้าขอความเห็นใจจากเธอต่อไป

“ตอนนี้ความรู้สึกที่พี่มีต่อจี๊ดมันไม่ใช่ความรัก มันคือความสงสารเท่านั้น พี่รอแค่ถ้าพี่เจอรักแท้จากใครสักคน พี่คงกล้าหาญพอจะบอกเลิกจี๊ดทันที”

“ผู้หญิงคนเมื่อกี๊ใช่หรือยังคะ”

“ไม่ใช่...วันนี้พี่นัดเขามาเพื่อบอกเลิก เพราะพี่คิดว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เทวัญสบตาเงาะอย่างมีความหมาย เงาะหวั่นไหวใจแทบละลาย...

ooooooo

ใกล้เวลาเลิกงาน ดิ่งมาล้างมือเตรียมตัวกลับบ้านเจอโพเข้าพอดี โพถือโอกาสถามเขาว่าทำไมไม่พูดความจริงที่โดนตนชกเพราะเขาไปยุ่งกับแต๋ว

“คงไม่ยุติธรรมถ้านายต้องถูกไล่ออก เพราะนายเข้าใจฉันผิด”

“อะไรนะ”

“ฉันไม่ได้ยุ่งกับแต๋ว” ดิ่งยืนยันจริงจังจนโพอด รู้สึกไม่ได้ว่าเขาจริงใจ ไม่ได้โกหก แต่ไม่ทันพูดอะไรกันต่อ ด้วงเดินเข้ามาอีกคน ดิ่งเลยชิ่งออกไปเพราะไม่อยากมีเรื่อง

“พี่จะเชื่อมัน...หรือเชื่อฉัน”

“เงียบน่าไอ้ด้วง” โพตวาดจนด้วงหน้าเสีย แล้วเดินออกไปอย่างหงุดหงิด

ด้วงเจ็บใจที่ไม่เป็นไปตามแผน เขารีบโทร.หาเทวัญผู้สั่งการ พอเทวัญรู้ว่าดิ่งยังไม่โดนไล่ออกก็ยิ่งอาฆาต สั่งด้วงกลั่นแกล้งมันต่อไป

ก่อนกลับบ้านในเย็นนั้น เจตนาแวะมาหาดิ่งและพูดคุยเรื่องจี๊ดยอมทำงานที่นี่เนื่องจากต้องการลบคำ

สบประมาทของเขา ซึ่งเจตนาค่อนข้างพอใจ ชื่นชมดิ่งที่ทำให้ลูกสาวตนคิดอยากทำงาน แม้วันแรกจะแกล้งป่วย แต่ก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี

“จะว่าไป...ฉันชักจะไม่เชื่อว่านายเป็นแค่ช่างซ่อมรถธรรมดาๆซะแล้วสิ”

“ผมก็แค่คนบ้านนอก พูดไปตามเรื่องตามราว แต่มันบังเอิญไปทำให้ลูกสาวท่านเกิดแรงฮึดก็ได้มั้งครับ”

“ยังไงก็ขอบใจ...เอ้อ นายแปลงบอกฉัน...นายฝีมือดีนี่ คงจะดีถ้านายจะทำงานที่นี่ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ต้องกลับต่างจังหวัด ว่าไง สนใจไหม”

“ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นหรอกครับ แต่วันนี้ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด”

“นั่นสินะ” เจตนาส่งยิ้มบางๆ รู้สึกว่าดิ่งมีอะไรปิดบังมากกว่าที่เห็น

ทันทีที่เจตนากลับออกไป ยอดชายเดินเข้ามาอีกทาง เขาชวนกึ่งบังคับดิ่งให้ไปทานอาหารค่ำด้วยกัน โดยไม่บอกให้ใจดีกับจี๊ดทราบล่วงหน้า ใจดีตกใจเมื่อเห็นดิ่ง เธอรีบรั้งยอดชายไปคุยกันมุมหนึ่งก่อนที่จี๊ดจะมาถึง

“แกจะบ้าเหรอ ชวนคุณดิ่งมากินข้าวด้วยทำไม”

“อ้าว ไม่ดีเหรอ ก็คิดว่าแกชอบ”

“ฉันน่ะชอบ แต่ยายจี๊ดเอาแกตายแน่”

“เฮ้ย! ที่สาธารณะ จี๊ดไม่กล้าทำอะไรหรอก เอาน่า สันติภาพจะไม่เกิดถ้าไม่มีใครกล้าหาญลุกขึ้นมาตั้งโต๊ะเจรจา”

“แกแน่ใจเหรอว่าจี๊ดจะยอมเจรจาด้วย”

“เพื่อนรักออกตัวแรงรับประกันว่าคุณดิ่งไม่ใช่คนเลวร้ายถึงขนาดนี้ ก็ต้องยอมกันบ้าง” ยอดชายยิ้มมั่นใจ แต่ใจดียิ้มไม่ออก หวาดหวั่นว่าจะทะเลาะกันมากกว่าปรองดอง

แล้วก็เป็นจริงอย่างที่ใจดีคิด เพียงเห็นหน้านายดิ่งแวบเดียวคุณหนูจี๊ดก็ปรี๊ดแตกจนลูกค้าทั้งร้านหันขวับมาจ้อง ดิ่งอายและไม่พอใจอย่างมากกับถ้อยคำเหยียดหยามของจี๊ด เขาตัดปัญหาเดินดุ่มออกจากร้าน จึงไม่ทันเห็นศุวิมลที่มากับเพื่อน แต่ศุวิมลเห็นพี่ชายเต็มตา เธอผละจากเพื่อนวิ่งตามเขาไปทันที แต่สักครู่ก็คลาดกันไปอย่างน่าเสียดาย

ส่วนที่โต๊ะอาหาร ยอดชายโดนจี๊ดสวดยับที่ชวนคนนอกมาโดยไม่บอกกล่าวกันก่อน เธอสำทับว่าทีหลังอย่าทำอีกถ้ายังอยากเป็นเพื่อนกับตนต่อไป และตนก็ไม่อยากมีเพื่อนเพิ่ม ไม่จำเป็นต้องหาใครมายัดเยียดให้

ยอดชายอยากค้านแต่คิดว่าไม่มีประโยชน์ ยอมจำนนไปก่อน ส่วนใจดีชวนเปลี่ยนเรื่องให้สั่งอาหารกันดีกว่า จี๊ดจึงถามหาเงาะทำไมยังไม่มา พอได้ยินใจดีบอกว่าเงาะจะมาช้าเพราะติดคุยงาน จี๊ดนึกไปถึงแฟนหนุ่มสุดขยันของตนก็คงจะมาช้าเหมือนกัน แต่ยังไงเขาต้องมาเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองการทำงานวันแรกให้ตนอยู่แล้ว

“แล้วจะทำแค่วันเดียวด้วยหรือเปล่า” ใจดีแซว

“บ้าสิ...ยังไม่รู้แพ้ชนะเลย” ตอบไปแล้วเห็นเพื่อนทั้งสองคนชะงัก จี๊ดรีบกลับลำ “บริษัทพ่อฉันนะ ทำเล่นๆได้ไง คอยดูโหมดจริงจังของฉันก็แล้วกัน แล้วจะแปลกใจ”

ยอดชายฟังแล้วกระเซ้าจี๊ดไปอีกคำสองคำก่อนจะหน้าซีดใจแป้วที่จี๊ดเอ่ยถึงเทวัญด้วยความรัก ใจดีมองเพื่อนชายอย่างเข้าใจความรู้สึก พอเขาขอตัวไปห้องน้ำ เธอรู้ทันทีว่าเขาต้องการหลบไปทำใจ แต่แค่โผล่ออกมานอกร้านเขาก็ชนเข้ากับเพื่อนสาวของศุวิมลที่ถือแก้วน้ำเดินหันหน้าหันหลังเหมือนมองหาใคร

ต่างคนต่างขอโทษกัน แต่น้ำในแก้วของเธอหกใส่เป้ากางเกงของเขาเปียกเป็นวงใหญ่ ยอดชายเดินแยกมาด้วยความเซ็งสุดขีดพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำที่เป้ากางเกง ศุวิมลผ่านมาเห็นเขาก้มๆเงยๆ พอเผชิญหน้าก็จำได้แม่นว่าเคยเจอที่มหาวิทยาลัย ซึ่งครั้งนั้นเธอตัดสินไปแล้วว่าเขาคือพวกถ้ำมอง ซ้ำวันนี้ยังมาเจอในลักษณะเหมือนโรคจิตชอบอวดของสงวน เธอเลยด่ากระจายจนเขาต้องอธิบายความจริงให้ฟัง แต่ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ยังปักใจว่าเขาไม่ปกติอย่างแน่นอน

เทวัญมาถึงหน้าร้านอาหารแล้วแต่ยังถูกสาวเงาะออดอ้อนอ้อยอิ่งอยู่ในรถหลังจากไปนอนด้วยกันมา เทวัญปากหวานว่ารักเงาะ ไม่ได้รักจี๊ด แต่เงาะต้องเก็บเรื่องของเราเป็นความลับไว้ก่อนจนกว่าตนจะบอกเลิกจี๊ด

เงาะกำลังหลงเขาเต็มที่ หอมแก้มเขาซ้ายขวาก่อนให้สัญญาแล้วเดินเข้าร้านไปอย่างว่าง่าย ส่วนเทวัญทิ้งช่วงสักครู่ถึงจะตามเข้าไปเพื่อไม่ให้ใครสงสัย แต่ทว่าความลับไม่มีในโลกจริงๆ ดิ่งเห็นทั้งคู่ด้วยความบังเอิญ ขณะที่ใจดีก็เห็นกับตาตัวเองว่าเงาะกับเทวัญน่าจะมีสัมพันธ์กันไม่ธรรมดา ถึงได้นั่งเอาขาเกี่ยวกันไปมาอยู่ใต้โต๊ะ

ใจดีเห็นแล้วทนไม่ไหว แต่ไม่อยากให้จี๊ดเสียใจจึงส่งซิกกับยอดชายให้ลุกออกไปนอกร้านเพื่อบอกเล่าสิ่งที่เห็นให้ฟัง และยืนยันว่าตนไม่ได้ตาฝาดแน่ เงาะกำลังทำตัวเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ยอดชายสงสารจี๊ดจับใจ ใจดีก็เช่นกัน ทั้งสงสารจี๊ดทั้งอยากตบเงาะ ทำท่าจะกลับเข้าไปบอกจี๊ดเสียให้ได้

“เดี๋ยวก่อน ใจดีใจเย็นๆ เรามาช่วยกันหาทางออกสวยๆให้กับเรื่องนี้ดีกว่า ยังไงเงาะก็เพื่อน ถ้าจี๊ดรู้ตอนนี้เสียเพื่อนแน่”

ใจดีหยุดชะงัก...แล้วสองคนก็มองหน้ากันอย่างกลัดกลุ้ม

ooooooo

เทวัญมาส่งจี๊ดถึงบ้าน ดิ่งยืนมองจากในสวนแล้วอดนึกถึงภาพเทวัญจู๋จี๋กับเงาะในรถไม่ได้ หาก

จี๊ดรู้จะเรื่องใหญ่สักแค่ไหน  แต่ตัวเองคงไม่กล้าเสนอ

หน้าพูดแน่ เขาได้แต่รำพึงกับตัวเองว่า คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ

พอจี๊ดลงจากรถเดินเข้ามาเห็นดิ่งหันหลังจะกลับห้องพัก เธอเดินฉับๆมาเรียกเขาด้วยน้ำเสียงแสนกระด้าง

“เดี๋ยว! ช่วยบอกญาติโกโหติกาของนายด้วยนะว่าไม่ต้องโทร.เข้าบ้านนี้อีก ไม่สะดวกรับสายให้”

ดิ่งทวนคำว่าญาติอย่างแปลกใจ จี๊ดเลยใส่ต่อด้วยท่าทีหงุดหงิด

“ก็ให้เบอร์บ้านนี้กับใครไปล่ะ”

“ผมไม่...”

“ฉันไม่เสียเวลาฟังนายหรอก มองก็ไม่ได้อยากจะมอง” ว่าแล้วคุณหนูจี๊ดก็ปึงปังจากไป ทิ้งนายดิ่งยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความสงสัยว่าใครกันที่โทร.หา?

ในคืนเดียวกันที่บ้านนายเศก มารศรีเห็นสามีกลุ้มใจเรื่องลูกชายที่ยังหาตัวไม่เจอ เธอเข้ามาปลอบพร้อมทั้งให้กำลังใจเขาเต็มที่ แต่แล้วมารศรีต้องชะงักด้วยความหวั่นวิตกเมื่อศุวิมลมาเล่าให้พ่อฟังด้วยท่าทีตื่นเต้นว่าเห็นพี่ดิ่งเมื่อตอนหัวค่ำ

“แล้วทำไมเขาไม่คิดจะกลับบ้านมาหาพ่อหาน้อง คนใจร้าย” มารศรีแสร้งกรีดเสียงตำหนิดิ่ง

“คงมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้พี่ดิ่งไม่อยากกลับ”

“นี่คุณศุกำลังจะบอกว่า...เพราะฉันเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้เหรอคะ”

“ก็ไม่แน่ พี่ดิ่งอาจจะประท้วงที่พ่อแต่งงานใหม่”

“ไม่ใช่หรอกน่า มันซะอีกที่บอกพ่อว่าอยากให้พ่อแต่งงานใหม่ เพราะไม่อยากให้พ่อเหงา”

“จะอะไรก็แล้วแต่...ศุว่าพี่ดิ่งกำลังมีปัญหา ศุจะพยายามตามหาพี่ดิ่งให้เร็วที่สุดค่ะคุณพ่อ”

เศกพยักหน้าอย่างเหนื่อยใจ มารศรีครุ่นคิดต้องพยายามเจออดีตคนรักของตนให้ได้ก่อนใคร

ooooooo

รุ่งขึ้นมารศรีออกจากบ้านแต่เช้า เธอบอกสาวใช้ว่าไปทำบุญที่วัด แต่ความจริงเธอแอบไปดักนายดิ่งที่หน้าบ้านเจตนา ดิ่งซึ่งเก็บเสื้อผ้าทั้งหมดใส่กระเป๋าตั้งใจจะออกจากบ้านนี้หลังจากรู้ว่ามีคนโทร.หา แต่พอออกจากห้องก็เจอสาวจี๊ดยืนตีหน้ายักษ์ เข้ามาแย่งกระเป๋าของเขามาค้นเพื่อดูว่าเขาขโมยอะไรไปบ้าง

เมื่อค้นทุกซอกทุกมุมก็ไม่เจอของมีค่าจึงโยนกระเป๋าคืนเขาไปด้วยความหงุดหงิด แล้วตั้งคำถามจับผิดอีกว่า จะรีบไปไหนตั้งแต่ไก่โห่

“ไปทำงาน กลัวรถติด นี่อย่าบอกนะว่าเฝ้าจับตาผมตลอดเวลาไม่หลับไม่นอน”

“ใช่! ทำงานแล้วต้องเอาเสื้อผ้าไปด้วยทำไม ฉันรู้ว่าญาตินายโทร.หาเพื่อส่งสัญญาณบางอย่าง นายถึงคิดจะรีบออกไป แล้วอ้างว่าไปทำงาน แต่ให้ญาตินายที่ได้ข้อมูลแผนที่บ้านฉันจากนายย้อนรอยมาขึ้นบ้านฉัน”

“เฮ้ยคุณ ดูหนังมากไปมั้ง เพ้อเจ้อ!”

เขาเดินหนีอย่างเอือมระอา แต่เธอยังไม่ยอมรามือ ก้าวไปดักหน้าสั่งเขาเสียงเขียว

“ยังไปไม่ได้”

“นี่ผมต้องขึ้นรถเมล์นะ ต้องใช้เวลาเดินทาง ไม่ได้สบายขับรถปร๊าดเดียวถึงเหมือนคุณ”

“ฉันจะให้นายไปทำงานกับฉัน”

“อะไรนะ”

“ถ้านายบริสุทธิ์ใจจริง ก็ต้องนั่งรถไปกับฉัน แต่ถ้าไม่ แสดงว่านายคิดหนีและกำลังจะทำชั่วอย่างที่ฉันคิด ฉันจะแจ้งตำรวจ”

“วุ่นวายจริงพับผ่า...ไปด้วยก็ได้ แต่ต้องรีบพาผมไปเข้างานให้ทันแปดโมง ตอนนี้อีกห้านาทีเจ็ดโมงเช้า ถ้าออกจากบ้านเกินเจ็ดโมงสิบห้า...สายแน่นอน”

“อีกยี่สิบนาที” เธอต่อรอง

“ถ้าไม่ทัน ผมไปก่อน”

“ทัน! รออยู่ตรงนี้แหละ ไม่ได้ๆ เข้าไปรอในบ้าน ฉันจะให้ป้าเพ็ญคุมตัวนายไว้...มานี่” เธอจิกแขนเสื้อเขาลากเข้าข้างใน...มารศรีแอบดูอยู่ข้างรั้วบ้านด้วยสีหน้าเจ็บใจ ก่นด่านังจี๊ดตัวแสบมาตัดหน้าไปซะได้!

ooooooo

จี๊ดทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ได้เสมอ...แม้แต่ป้าเพ็ญยังอดขำในความจุ้นจ้านเอาแต่ใจของเธอไม่ได้ พอส่งนายดิ่งขึ้นรถไปกับคุณหนูจี๊ดแล้ว เจตนาออกมาเห็นป้าเพ็ญยืนยิ้ม ซักถามจนรู้ว่าลูกสาวของตนไปทำงานแล้วพร้อมนายดิ่ง คนเป็นพ่อถึงกับอึ้งกิมกี่ ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้

ตลอดทางจี๊ดซิ่งสุดขีด พอถึงบริษัทนายดิ่งถึงกับท้องไส้ปั่นป่วนพะอืดพะอมอยากจะอ้วก พอดีลุงแปลงเดินผ่านมาเห็น เขาทักทายลูกสาวเจ้านายอย่างคุ้นเคย

“สวัสดีครับคุณจี๊ด มาแต่เช้าเลยนะครับ”

“อ๋อ...ค่ะ พอดีตื่นเต้น อยากทำงานค่ะลุง”

“ดีครับ ท่านได้ยินคงชื่นใจ”

ดิ่งแอบทำเสียงหมั่นไส้ แล้วขอตัวไปตอกบัตร ลุงแปลงเลยเดินตามไปด้วย ส่วนสาวจี๊ดเขม่นมองนายดิ่งไปอย่างมาดหมาย หากเขาตุกติกคิดหนีเมื่อไหร่เป็นต้องเห็นดีกันแน่!

หลังจากหมายหัวนายดิ่งไว้แล้ว จี๊ดไม่รู้จะทำอะไรต่อเพราะยังไม่ถึงเวลาเข้างานของตัวเอง แต่พอเธอเดินเข้าไปข้างในก็เห็นรัตนานั่งทำงานอยู่แล้ว รัตนาทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม แต่จี๊ดไม่สนใจเดินเลยไปนั่งโต๊ะตัวเองอย่างเชิดๆเริดๆ

รัตนาเก้อเล็กน้อยแต่ยังพยายามจะชวนเธอคุยเรื่องงาน แต่สาวจี๊ดก็ขัดขึ้นเสียอีกว่า

“ยังไม่ถึงเวลางาน อีกห้าสิบนาที...ไม่ต้องมาทำเป็นขยันใส่”

รัตนาหน้าเสีย จี๊ดลุกเดินออกไปเรียกหาแม่บ้านเสียงดังลั่น

“แม่บ้าน แม่บ้าน ยังไม่มาทำงานกันหรือไง จะฟ้องคุณพ่อหักเงินเดือนซะนี่”

“ยังไม่ถึงเวลางานของแม่บ้านน่ะค่ะ คุณจี๊ดจะรับกาแฟใช่ไหมคะ เดี๋ยวดิฉันไปดูให้นะคะ รอสักครู่ค่ะ”

รัตนารีบออกไป จี๊ดมองตามอย่างหมั่นไส้...ในขณะเดียวกันที่ศูนย์บริการฯ แต๋วเข้ามาขอโทษดิ่งที่โพชกต่อยเขาเมื่อวาน ดิ่งไม่ถือสาและว่าท่าทางโพชอบแต๋วมาก แต่แต๋วปฏิเสธว่าไม่ได้ชอบคนอารมณ์รุนแรงอย่างนั้น

“แต่เขาดูจริงใจนะ”

“ยังไงก็ไม่สน ช่างเถอะ...ลืมไป มีโทรศัพท์ของดิ่งจ้ะ”

ดิ่งแปลกใจและอยากรู้ว่าใครกันที่พยายามโทร.หา พอได้มารับสายก็ตกใจไม่น้อยกับน้ำเสียงเศร้าสร้อยของมารศรี

“ดิ่ง...ขอบคุณสวรรค์ที่คุณยอมรับสายฉัน ขอบคุณจริงๆ”

“คุณตามหาผม...ได้ยังไง”

“มันไม่สำคัญหรอกค่ะ สำคัญที่ฉันหาคุณเจอแล้ว ฉันจำเป็นต้องพบคุณ ฉันมีเรื่องที่ต้องอธิบายให้คุณฟังค่ะ”

“ไม่จำเป็น”

“คุณไม่สงสัยบ้างเหรอคะว่าทำไมจู่ๆฉันถึงได้หายไปจากชีวิตคุณ ขอโอกาสให้ฉันอธิบายนะคะดิ่ง แค่ครั้งเดียว หลังจากนั้นไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นฉันก็จะไม่ขอร้องอะไรคุณอีกแล้วนะคะ”

ดิ่งนิ่งฟังอย่างลังเล...แต่เวลานั้นคุณหนูจี๊ดไม่ได้ลังเลอะไรเลยที่จะกลั่นแกล้งรัตนา เธอจงใจปัดถ้วยกาแฟที่รัตนาอุตส่าห์เอามาเสิร์ฟหกเลอะเทอะพื้นแล้วสั่งให้เช็ดถูทำความสะอาด ยอดชายเข้ามาเห็นความร้ายกาจของเพื่อนก็โพล่งขึ้นทันทีที่รัตนาออกไปแล้วว่า นี่มันลีลาของตัวอิจฉาในละครชัดๆ

“พูดอะไรของเธอ...ยอด”

“พูดในสิ่งที่ฉันเห็น”

จี๊ดหน้าตึง เดินฮึดฮัดออกไปมุมหนึ่ง ยอดชายตามมาอธิบายว่าพี่รัตนาเป็นคนดีมาก มีแค่จี๊ดกับแม่เท่านั้นที่เชื่อว่าเธอมีอะไรกับคุณเจตนา จี๊ดหาว่าเขามองคนแง่ดีเกินไป ย้ำว่าคนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ

“ใช่ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ แต่ควรใช้วิจารณญาณในการดูคน ไม่ใช่ใช้อคติ”

“ฉันไม่ได้มีอคติ ฉันมั่นใจว่าผู้หญิงคนนั้นคิดจะใช้เต้าไต่ ไม่งั้นจะทนให้ฉันโขกสับอยู่แบบนี้หรอก เพราะอยากได้สมบัติพ่อฉันไง ถึงได้ทนอยู่อย่างนี้”

“ผิดแล้ว...เพราะพ่อจี๊ดมีบุญคุณช่วยชีวิตพี่รัตนาเอาไว้ต่างหาก”

“อะไรนะ”

“พี่รัตนาถูกโจรวิ่งราวทำร้ายนอนสลบอยู่ริมถนน พ่อจี๊ดไปเจอเข้า ถ้านำตัวไปส่งโรงพยาบาลไม่ทัน พี่เขาอาจจะตายไปแล้วก็ได้ พี่เขาสำนึกบุญคุณท่าน เลยตั้งใจอยู่ทำงานรับใช้อย่างถึงที่สุด”

“เฮอะ!” จี๊ดทำเสียงสูงไม่เชื่อ

“อย่าตะแบง แล้วก็จะตัดสินใครหัดเช็กข้อมูลให้มันรอบด้านก่อน”

“ไม่ต้องมาเข้าข้างกันเลย”

“งั้นถ้าฉันจะบอกเธอว่าพี่เทวัญของเธอกำลังนอกใจเธอ จะว่ายังไง”

“เธอมันอคติ เธอไม่ชอบพี่เทวัญอยู่แล้วเลยหาทางใส่ร้าย”

“จี๊ด...เธอไม่รู้จักนิสัยเพื่อนเธอจริงๆเหรอ”

“จะให้เชื่อได้ไง ฉันดูของฉันดีแล้ว คบกันมาสามปีไม่เคยมีเรื่องเหลวไหล”

“ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน เขาอาจจะดีแตกตอนปีที่สี่ก็ได้”

จี๊ดเมินหน้าหนีอย่างไม่พอใจ พลันเหลือบไปเห็นดิ่งเดินดุ่มๆไปนอกออฟฟิศ เธอพุ่งความสนใจไปที่เขาทันที รีบตัดบทกับยอดชายว่าไว้ค่อยคุยกันใหม่ ว่าแล้วเดินแกมวิ่งออกไปเลย

ดิ่งตัดสินใจออกไปพบมารศรี โดยไม่รู้ว่าจี๊ดนั่งแท็กซี่อีกคันสะกดรอยตามมา กระทั่งถึงที่นัดหมายเธอเห็นกับตาว่าเขามาพบใคร ก็ตกใจแทบผงะ

“นายดิ่งรู้จักกับคุณมารศรีได้ยังไง...มาคุยอะไรกัน”

สาวจี๊ดไม่รอช้า หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาตั้งใจถ่ายรูปทั้งคู่ไว้เป็นหลักฐาน แต่เจ้ากรรมดันมีคนเดินผ่านมาชนเธอจนมือถือเกือบหล่น เธอหันไปบ่นอย่างหงุดหงิด พอหันกลับมาอีกทีก็ไม่มีดิ่งและมารศรีอยู่ตรงนั้นแล้ว

ooooooo

ตอนที่ 1

ภายในงานเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดของบริษัทโมเดิร์นคาร์ตระการตาด้วยแสงสีเสียงและพริตตี้สาวสวยสุดเซ็กซี่ ทำให้บรรยากาศคึกคักจนดึงดูดความสนใจจากผู้ชมและนักข่าวได้เป็นอย่างดี

“โมเดิร์นคาร์” บริษัทผู้นำเข้ารถหรูจากยุโรปบริหารงานโดยคุณเจตนาและคุณวันดี สองสามีภรรยาที่กว้างขวางในธุรกิจยานยนต์ชั้นนำของเมืองไทย ทั้งคู่มีบุตรสาวคนเดียวคือจิตรวรรณ หรือ “จี๊ด” ซึ่งเธอเรียนจบแล้วแต่ยังไม่ได้ทำงานเป็นเรื่องเป็นราว เฉิดฉายไปมาประสาคุณหนูผู้มีอันจะกิน

จี๊ดมีคู่หมั้นคือเทวัญ หนุ่มหล่อหัวหน้าฝ่ายสื่อสารการตลาดของโมเดิร์นคาร์ นอกจากคู่หมั้นที่เป็นพนักงานในบริษัทของบิดา จี๊ดยังมีเพื่อนสนิทหญิงชายอีกสามคนคือ ใจดี เงาะ ยอดชาย ดังนั้นงานเปิดตัวรถยนต์ในวันนี้ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนให้ดีเยี่ยม แต่ขณะที่งานเริ่มต้นขึ้นแล้ว ยอดชายกลับมีความกังวลบางอย่างในสีหน้า เขาเพียรโทร.หาจี๊ดตลอดเวลาเพื่อห้ามเธอทำอะไรบ้าๆ แต่เธอไม่ยอมทำตามแถมตวาดใส่ด้วย ความรำคาญก่อนตัดสายทิ้งแล้วซิ่งรถซอกแซกต่อไปบนท้องถนนเพื่อมุ่งสู่งานอันแสนอลังการของบิดา

เวลาเดียวกันนั้น นายเศกกับภรรยาสาวคราวลูกกำลังเตรียมตัวออกจากบ้านเพื่อไปงานนี้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าถูกใครบางคนจับจ้องและแอบสะกดรอยตามด้วยรถแท็กซี่ที่เจ้าของนั่งตื่นตระหนกอยู่เบาะข้าง ส่วนผู้โดยสารหนุ่มประจำที่คนขับพุ่งทะยานไปอย่างน่ากลัว

ที่แท้ผู้โดยสารหนุ่มคนนั้นก็คือศยามบุตรชายของนายเศกนั่นเอง ศยาม หรือ “ดิ่ง” เพิ่งกลับจากเมืองนอกด้วยหัวใจสุดบอบช้ำเนื่องจากมารศรีหนีกลับเมืองไทยมาแต่งงานกับบิดาของเขา มารศรีเป็นคนรักของศยาม ทั้งคู่รักกันมากถึงขนาดสัญญาว่าถ้าเรียนจบจะแต่งงานกัน แต่อยู่ดีๆ มารศรีก็หนีกลับเมืองไทยโดยทิ้งข้อความบอกลาไว้เพียงสั้นๆ ทำให้ศยามตกใจและไม่เข้าใจ จนกระทั่งทราบข่าวจากศุวิมลน้องสาวว่ามารศรีแต่งงานกับบิดาของตน ศยามแทบช็อก และรีบพาตัวเองกลับเมืองไทยโดยไม่บอกให้ใครรู้

ศยามขับแท็กซี่ไล่ตามรถบิดาไปเรื่อย กระทั่งถึงสี่แยกเขาจำต้องหยุดติดไฟแดง แต่รถของบิดาผ่านไปแล้วอย่างพอดิบพอดี ขณะจอดติดไฟแดงอยู่นั้นไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีรถหรูอีกคันพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง ศยามกับเจ้าของแท็กซี่ตกใจนั่งตัวแข็งทื่อกันครู่หนึ่งก่อนผ่อนลมหายใจออกมาได้เมื่อรถคันนั้นเบรกดังเอี๊ยดพร้อมกับหักหลบไปสงบอยู่อีกด้าน

ไม่ทันจะหายตกใจ สาวสวยนางหนึ่งในรถคันหรูก็เปิดประตูลงมาด้วยความฉุนเฉียว เธอปรี่เข้าไปต่อว่าชายหนุ่มที่นั่งนิ่งในแท็กซี่ ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายผิด

“คิดว่าถนนเป็นลานจอดรถหรือไง”

“เดี๋ยวๆๆ ถ้าจะมีใครผิดมากกว่าก็คือคุณ เพราะคุณขับฝ่าไฟแดง อยากให้เรียกตำรวจมาตัดสินไหมล่ะ” ศยามลงมาตอกกลับจนเธอหน้าเจื่อน แต่ยังไม่ยอมรับ แถกไปว่าตนไม่มีเวลาเถียงกับคนขับแท็กซี่อย่างเขา พอเธอขยับจะกลับมาที่รถ ศยามร้องถามจะไปไหน หล่อนหันขวับมาจ้องเขม็งพร้อมเปล่งเสียงสูงอย่างดูแคลน

“อ๋อ...อยากจะเรียกร้องค่าเสียหาย ทั้งๆที่รถไม่ได้เป็นอะไรสักนิด มุกหากินตื้นๆ ได้! เอาไปเลย”

หญิงสาวหยิบแบงก์พันยื่นให้ ชายหนุ่มไม่รับแถมมองหน้าเธออย่างไม่พอใจ แต่เธอกลับตีความว่าเขาโลภมากจึงเพิ่มให้อีกหลายใบแล้วสั่งเขาถอยไป ปรากฏว่าเขายังยืนจ้องหน้าเธออย่างเอาเรื่อง

“เอ๊ะนายนี่ยังไง จะโลภไปถึงไหน ฉันให้เท่านี้ก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว อย่ามาทำเป็นหยิ่งโก่งราคา ฉันไม่ใจอ่อนกับพวกหัวหมออย่างนายหรอกนะ”

ศยามหน้าตึงด้วยความโกรธ จับข้อมือเธอแน่นจนเธอเริ่มกลัว สั่งให้เขาปล่อย ไม่งั้นตนร้องจริงๆด้วย

“ร้องเลย! เก่งนักใช่มั้ย คิดว่าจะทำอะไรใคร เหยียบหัวใครก็ได้ใช่มั้ย ร้องเลยสิ”

จี๊ดชะงัก เปลี่ยนใจไม่ร้องแต่กระทืบเท้าเขาเต็มแรงแล้ววิ่งกลับไปขึ้นรถตัวเองขับหนีด้วยความเร็ว ศยามเจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากพึมพำด่า พอคนขับแท็กซี่ลงมาเรียก ชายหนุ่มได้สติรีบขอโทษ และขอชดใช้ค่าเสียเวลากับค่าตกใจให้เขาด้วยเงินของตัวเอง ไม่ยอมให้เขาเอาเงินของผู้หญิงคนนั้นที่โยนทิ้งไว้

“อย่าเอาของเขาเลย เงินที่ให้เราด้วยความดูถูกมันไม่มีคุณค่าพอให้เราเอาไปใช้หรอก พี่เอาของผม...ส่วนเงินของผู้หญิงคนนั้นผมฝากพี่เอาไปทำบุญโลงศพให้ศพไม่มีญาติด้วยได้ไหม ถือว่าทำบุญให้เจ้าของเงิน จะได้ตายดีๆหน่อย”

“ครับ ขอบคุณครับพี่” ไอ้หนุ่มแท็กซี่พนมมือไหว้

เสร็จเรื่องแล้วศยามเดินจากมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จมอยู่กับความทุกข์ความเจ็บช้ำที่เสียคนรักไปโดยไม่ทันตั้งตัวเตรียมใจ

ooooooo

งานเปิดตัวรถหรูรุ่นใหม่ของโมเดิร์นคาร์ดำเนินไปท่ามกลางความตื่นตาตื่นใจของผู้ชม ยังความปลาบ-ปลื้มแก่เจ้าของงานถึงกับยืนยิ้มหน้าบาน ถึงขนาดเอ่ยชมว่าที่ลูกเขยที่ออกแบบงานได้อย่างยอดเยี่ยม

เทวัญยิ้มกว้างรับคำชมจากเจตนาและวันดี ชายหนุ่มดูอ่อนน้อมถ่อมตนกับผู้ใหญ่แต่ซ่อนความร้ายกาจในแววตา สักครู่เสียงฮือฮาดังขึ้นด้านหนึ่งเนื่องจากเศกควงมารศรีเข้ามา เจตนากับวันดีข่มใจเดินปั้นยิ้มไปทักทายคู่แข่งรายใหญ่ของตนที่โดนนักข่าวรุมถ่ายรูป

“ไม่อยากเชื่อว่างานเปิดตัวรถใหม่ของโมเดิร์นคาร์จะได้รับเกียรติจากคุณเศก เจ้าของบริษัทลักชัวรี่คาร์ด้วย”


“พูดแบบนี้เดี๋ยวผมก็เข้าใจผิดคิดว่าคุณเจตนาแค่ส่งจดหมายเชิญคู่แข่งมาร่วมงานเป็นมารยาทหรอกครับ”

เสือสองตัวข่มและแข่งขันกันอยู่ในทีภายใต้หน้ากากแห่งมิตร วันดีมองมารศรีหัวจดเท้าก่อนเอ่ยทักด้วยถ้อยคำดูแคลนว่า เพิ่งได้เห็นภรรยาใหม่ของคุณเศกชัดๆ สวยและเด็กกว่าที่คิดไว้เสียอีก

“คุณวันดีก็ดูสวยสมวัยมากเช่นกันค่ะ”

วันดีแทบสะอึก ถูกมารศรีแดกดันเข้าให้แล้ว จังหวะนี้รัตนาเลขานุการของเจตนาเดินมาส่งสัญญาณให้นายทราบว่าตนมีเรื่องจะคุย เจตนาจึงแยกตัวออกไปโดยมีสายตาคมกริบของวันดีมองตามด้วยความไม่พอใจ

รัตนาแจ้งกำหนดการกับเจตนาว่าอีกสิบนาทีท่านต้องให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ ซึ่งตนร่างคำตอบเป็นแนวทางไว้ให้แล้ว เจตนาขอบคุณเลขาฯที่ดูแลไม่ขาดตกบกพร่องในหน้าที่ แต่วันดีกลับชำเลืองมองอย่างหมั่นไส้ เพราะคิดมาตลอดว่ารัตนามีพฤติกรรมเลยเถิดกับสามีตน หาใช่แค่ลูกน้องกับเจ้านายธรรมดา และจี๊ดก็เป็นอีกคนที่คิดเช่นเดียวกับมารดา วันนี้เธอจึงปรากฏตัวในงานเพื่อจัดการกับเมียน้อยของบิดา

จี๊ดก้าวฉับๆเข้ามาพร้อมเปล่งเสียงประชดบิดา “หวานไม่แคร์สื่อเลยนะคะคุณพ่อ”

เสียงนั้นดังไม่ใช่เล่น ดึงดูดความสนใจจากผู้ชมรถให้หันขวับมามองเธอเป็นตาเดียว เจตนาค่อนข้างหน้าเสียอุทานชื่อลูกสาวอย่างประหวั่นพรั่นพรึง แต่สาวจี๊ดไม่สนใครหน้าไหน นอกจากรัตนาที่ปักใจเสียแล้วว่าเธอคือเมียน้อย

“นังคนที่คิดแย่งคุณพ่อไปจากคุณแม่หน้าตาเป็นอย่างนี้นี่เอง หน้าตาดีนี่ ไม่น่าจะหาแฟนยาก ชอบแย่งสามีคนอื่นนักหรือไง”

“ยายจี๊ด! อย่าฉีกหน้าพ่อตรงนี้...กลับบ้านไป” เจตนาคว้าแขนลูกสาว ส่วนวันดีปรี่มาปรามลูกด้วยเช่นกัน แต่ท่าทีไม่ได้จริงจังอะไรเลย

“จี๊ด...อย่าทำแบบนี้”

“โอเคค่ะ จี๊ดไม่ฉีกหน้าคุณพ่อก็ได้ แต่ขอฉีกหน้ามันแทน” เธอจ้องหน้ารัตนาแล้วหันไปประกาศกับสื่อมวลชน “ทุกคนคะ จี๊ดขอโทษที่เข้าใจผิดว่าคุณรัตนาแอบเป็นเมียน้อยคุณพ่อ มันไม่จริงเลย ช่วยลงข่าวให้ถูกด้วยนะคะ ว่าคุณพ่อแค่สนิทสนมกับคุณรัตนามากกว่าพนักงานคนอื่นๆนิดหน่อย ก็แค่อยู่ๆก็ขึ้นเงินเดือนให้เป็นพิเศษ คุณรัตนาคงทำงานเก่งม้ากมาก ไม่ได้ใช้เต้าไต่หรอกค่ะ”

“ยายจี๊ด!!” เจตนาขึ้นเสียง แต่ลูกสาวหาได้สะดุ้งสะเทือน กลับจีบปากประจานรัตนาต่อไปโดยไม่ได้ใส่ใจว่าทำให้พ่ออับอายขายหน้าด้วยเหมือนกัน

“หรือสดๆร้อนๆอย่างเมื่อคืนนี้ประชุมเลิกดึก คุณพ่อก็พาไปดินเนอร์ แล้วก็ไปส่งที่คอนโด...อุ๊บ...อย่าคิดว่าเป็นคอนโดที่คุณพ่อแอบซื้อให้อยู่นะคะ ไม่ใช่หรอกค่ะ คุณรัตนาเป็นแค่เลขาฯ ไม่ใช่เมียน้อย”

ยอดชายวิ่งเข้ามา ตามด้วยใจดีและเงาะ ทั้งสามเรียกจี๊ดเป็นเสียงเดียว ก่อนที่ยอดชายจะประกบจี๊ดเพื่อพาตัวออกมาถ้าไม่อยากลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ แต่จี๊ด ขัดขืนและไม่ฟังใครทั้งนั้น แม้แต่คู่หมั้นอย่างเทวัญ

“จี๊ด...พี่ขอล่ะ เราค่อยคุยเรื่องนี้กันได้ไหม เห็นไหมว่าทุกอย่างมันกำลังจะพัง”

“ที่งานนี้ต้องพังไม่ใช่เพราะใครหรอกค่ะ แต่เพราะความไม่รู้จักพอของผู้หญิงคนนี้”

รัตนาหน้าซีดหน้าเสีย จะปฏิเสธว่าไม่ใช่อย่างที่จี๊ดกล่าวหา แต่จี๊ดขัดทันควันว่า

“ไม่ใช่เมียน้อย? คิดเหรอว่าฉันจะเชื่อ ถ้าเธอยังไม่หยุด เธอเละกว่านี้แน่”

อาฆาตเสร็จ คุณหนูจี๊ดก็สะบัดพรืดจากไป ทิ้งความอับอายไว้ให้รัตนาที่แทบไม่กล้ามองหน้าใคร โดยเฉพาะพวกสื่อที่กระหายข่าว

บรรยากาศอึดอัดในบัดดล! เจตนาเครียด วันดีแอบยิ้มสะใจ แต่พอสามีมองมาเธอก็เดินหนีทันที มีหรือเจตนาจะปล่อยไปง่ายๆ เขาเดินตามไปต่อว่าภรรยา ในขณะที่เทวัญก็ตามมาตำหนิจี๊ดที่หน้างาน

“จี๊ดทำอย่างนี้ไม่น่ารักเลยนะ”

“พี่เทวัญว่าจี๊ดเหรอ”

“ไม่ว่าจี๊ดจะไม่พอใจอะไร จี๊ดก็ไม่ควรเอาครอบครัวตัวเองมาประจานในที่สาธารณะแบบนี้ มันมีแต่เสียทุกฝ่าย”

“จี๊ดก็ไม่ได้อยากทำตัวแบบนี้ แต่จี๊ดทนไม่ไหวที่ต้องเห็นคุณแม่กับคุณพ่อทะเลาะกันเพราะมันทุกวัน จี๊ดเลยต้องมาแฉมันออกสื่อนี่ไง จะได้เลิกทำตัวทุเรศสักที”

“พี่เตือนจี๊ดกี่ครั้งแล้ว ว่าจี๊ดโตแล้วนะ จี๊ดต้องหัดอดทน นั่นมันเรื่องของผู้ใหญ่ที่ต้องจัดการกันเอง แต่จี๊ดไม่เชื่อพี่เลย พี่เสียใจ”

“พี่เทวัญโกรธจี๊ดเหรอ จี๊ดไม่ได้ตั้งใจ อย่าโกรธจี๊ดนะ”

“พี่รักจี๊ดและเข้าใจจี๊ดเสมอ แต่คราวนี้จี๊ดทำเกินไปจริงๆ จี๊ดกลับไปก่อนนะ พี่ต้องกลับไปเคลียร์กับนักข่าว แล้วพี่จะโทร.หา โอเคมั้ย”

“ค่ะ รีบโทร.หาจี๊ดเร็วๆนะ”

หญิงสาวออดอ้อนอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เทวัญยิ้มให้ แต่พอลับหลังก็แอบถอนใจด้วยความเหนื่อยหน่าย สวนกับยอดชายและใจดีที่ตามออกมา...

อีกด้านหนึ่ง เจตนากำลังต่อว่าวันดี เขาไม่ชอบที่เธอใช้ลูกเป็นเครื่องมือ วันดีปฏิเสธและอ้างว่าจี๊ดทำเอง แต่ถ้าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่เห็นต้องกลัวเลย

“ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่เคยมีอะไรระหว่างผมกับรัตนา”

“พิสูจน์สิว่าคุณบริสุทธิ์ใจ” วันดีท้าทาย เมื่อสามีถามว่าพิสูจน์ยังไง เธอตอบโดยไม่ต้องตรึกตรองเลยว่า ไล่มันออก!

“ไล่คนทำงานดีๆออกด้วยเหตุผลไร้สาระแบบนี้น่ะเหรอ ผมทำไม่ได้”

“แค่นี้...ฉันก็ได้คำตอบแล้วล่ะ”

วันดีไม่ฟังอะไรอีกแล้ว เดินหนีออกไปทันที เจตนาเครียดจัด รัตนาแอบฟังอยู่รู้สึกแย่กับตัวเองที่เป็น ต้นเหตุของเรื่องนี้ เธอเดินเข้ามาบอกเจตนาว่า ตนจัดการให้นักข่าวกลับไปหมดแล้ว

“ส่วนผม...ต้องจัดการกับยายจี๊ด!” พูดขาดคำ เจตนาจ้ำอ้าวไป รัตนาก้าวตามด้วยสีหน้าไม่สู้ดี เกรงเรื่องจะบานปลาย

ooooooo

อีกมุมหนึ่งนอกงาน เศกเดินยิ้มอารมณ์ดีควงแขนมารศรีออกมาสนทนากันตามลำพัง

“นายเจตนามีทายาทสืบทอดธุรกิจที่ไร้วุฒิภาวะได้ขนาดนี้ แล้วโมเดิร์นคาร์จะเอาอะไรมาสู้กับลักชัวรี่คาร์ของผม งานนี้ถูกดิสเครดิตโดยที่ผมไม่ต้องทำอะไรเลย”

“คุณเห็นสายตาที่ยายคุณหญิงวันดีมองศรีไหมคะ ทำอย่างกับว่าศรีมาแต่งงานกับคุณเพราะหวังสมบัติ”

“ผมเคยบอกแล้วไง ว่าใครจะคิดยังไงผมไม่สน ผมรู้ดีกว่าใครว่าคุณไม่ใช่ผู้หญิงหิวเงิน อย่าไปแคร์คนอื่นเลย แคร์ผมคนเดียวก็พอ”

“เพราะอย่างนี้ไงคะ ศรีถึงได้รักและบูชาคุณเหลือเกิน” กำลังเอียงหน้าซบไหล่ออดอ้อนสามี พลันสายตามารศรีเหลือบไปเห็นชายคุ้นหน้า พอเธอร้องเอ๊ะ ชายคนนั้นหลบวูบหายไป ส่วนเศกข้องใจว่าภรรยาสาวของตนเป็นอะไร?

“เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะ ศรีขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”

มารศรีลุกลี้ลุกลนจนเศกประหลาดใจ แต่ไม่ติดใจอะไร เดินไปนั่งรออย่างอารมณ์ดี...มารศรีไม่ได้เข้าห้องน้ำ แต่เดินชะเง้อหาชายหนุ่มคนนั้น ซึ่งเธอคลับคล้ายคลับคลาว่าเขาคืออดีตคนรัก มองไปพลางพึมพำไปพลางว่า ดิ่งอยู่เมืองนอกจะมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง เราคงตาฝาด

เธอเดินไปเดินมาครู่หนึ่งก่อนตัดใจจะกลับไปหาเศก แต่พอหันหลังก็ชนเศกเข้าอย่างจังจนร้องว้ายด้วยความตกใจ

“ผมเอง...เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ”

“เปล่า...เปล่าค่ะ”

“เห็นคุณหายไปนาน ผมเป็นห่วง”

“ศรีหาห้องน้ำไม่เจอค่ะ แต่เรียบร้อยแล้วค่ะ เราจะเข้างานกันอีกไหมคะ”

“ไม่ต้องแล้วล่ะ ผมไม่ชอบซ้ำเติมคู่แข่ง...แต่ก็สะใจ ดีนะ”  เศกยิ้มหยัน ควงแขนภรรยาเดินออกไปโดยไม่รู้ว่าลูกชายสุดที่รักแอบมองตามด้วยแววตาของคนช้ำรัก

ศยามหรือนายดิ่งเดินหมดอาลัยตายอยากออกมาข้างถนนเพียงลำพัง ภาพอดีตอันหวานชื่นของเขากับมารศรีที่เมืองนอกตอกย้ำให้ยิ่งเจ็บลึกแทบหมดแรงยืน จนต้องหาที่อิงก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงไปตรงนั้น

“มารศรี...คุณหนีผมมาแต่งงานกับพ่อผม...ทำไมคุณทำกับผมแบบนี้!”

ooooooo

ตอนแรกตั้งใจจะกลับออกจากงานตามที่รับปากเทวัญไว้ แต่พอคุณหนูจี๊ดเจอสายตาตำหนิของยอดชายกับใจดีเข้าก็เปลี่ยนใจอยากเอาชนะใครต่อใครขึ้นมาอีก โดยเฉพาะนังเมียน้อยพ่อ ถ้าตนกลับก็เท่ากับแพ้มัน

เจตนาตั้งใจมาจัดการลูกสาว ปรากฏว่าเดินมาได้ยินเธอกำลังพูดจาก้าวร้าวรัตนาอยู่พอดี ก็เลยยิ่งโกรธ สั่งให้เธอขอโทษรัตนาเดี๋ยวนี้ แต่จี๊ดโวยวายไม่ยอมทำตามอย่างเด็ดขาด รัตนาเห็นท่าไม่ดี ไม่ต้องการให้พ่อลูกบาดหมางกันมากกว่านี้ จึงเข้ามาไกล่เกลี่ย บอกเจตนาว่าไม่เป็นไร ตนไม่ถือสา แต่กลับทำให้จี๊ดแทบกรี๊ด ตะคอกใส่หน้ารัตนาด้วยความโมโห

“แกมีสิทธิ์อะไรมาถือสาหรือไม่ถือสาฉัน”

“ยายจี๊ด! แกไม่ได้มีสำนึกเลยใช่มั้ย แกไปกล่าวหารัตนา ถ้าเขาเอาเรื่องฟ้องร้องแกขึ้นมา แกนั่นแหละจะเป็นฝ่ายผิด”

“เอาสิ ฟ้องเลย คนเขาจะได้รู้กันทั่วว่าแกเป็นเมียน้อยพ่อฉัน”

“พ่อจะพูดกับแกเป็นครั้งสุดท้าย ว่ารัตนาไม่ใช่เมียน้อย”

“ถ้าไม่ใช่แล้วเป็นอะไรคะ กิ๊ก คู่นอน หรือนางบำเรอ”

เจตนารับไม่ได้ตบหน้าจี๊ดโทษฐานดูถูกเหยียดหยามคนอื่น จี๊ดเจ็บใจมากกว่าเจ็บตัวจนน้ำตาแทบร่วง ต่อว่าพ่อเห็นคนอื่นดีกว่าลูกแท้ๆ

“ก่อนที่แกจะพูดอะไร แกหัดดูตัวเองก่อน ตั้งแต่เรียนจบมาแกเคยทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง งานการไม่เคยทำ เอาแต่เที่ยวเล่นสำมะเลเทเมา หาเรื่องให้คนอื่นเดือดร้อน แกทำตัวไร้สาระ ไร้ค่า ไร้สมองแบบนี้ แล้วยังมีหน้าไปดูถูกคนอื่นอีกเหรอ”

จี๊ดแค้นแต่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากร้องกรี๊ดอย่างเด็กเอาแต่ใจ ยอดชายกับใจดีเลยต้องเข้ามาลากเธอออกไป...รัตนาหันมาขอโทษเจตนา แต่เขาชิงตัดบทเสียก่อนว่า ไม่ใช่ความผิดของเธอ แต่คนที่พยายามยัดเยียดความผิดให้รัตนาคือวันดี เธอแอบมองอยู่นานก่อนจะฉวยโอกาสเมื่อสามีผละไปแล้วเข้ามาตำหนิรัตนาด้วยท่าทีเย็นชา

“เห็นแล้วใช่ไหมว่าเพราะเธอ เรื่องมันถึงได้วุ่นวายขนาดนี้ ควรจะพิจารณาตัวเองนะว่าควรทำยังไง”

ฟังแล้วรัตนายิ่งเครียด ที่สุดก็ตัดสินใจไปขอลาออก กับเจตนาต่อหน้าวันดีและเทวัญ แต่เจตนาปฏิเสธการลาออกของเธอ ทำให้วันดีเจ็บใจถึงกับสะบัดหน้าเดินหนีไปทันที

ด้านคุณหนูจี๊ดที่โดนเพื่อนสองคนพาออกไปยังลานจอดรถเพื่อพาเธอกลับไปสงบสติอารมณ์ที่บ้าน โดยยอดชายตั้งท่าจะขับรถให้ แต่จี๊ดแว้ดใส่อย่างไม่ยอมแล้วขึ้นขับเองด้วยความเร็วสูง จนยอดชายกับใจดีที่นั่งมาด้วยอกสั่นขวัญผวา

ความโกรธความโมโหทำให้จี๊ดซิ่งแซงคันโน้นคันนี้อย่างบ้าระห่ำ เพื่อนห้ามเท่าไหร่เธอก็ไม่ฟัง ที่สุดก็ได้เรื่อง รถของเธอเกือบชนนายดิ่งที่กำลังจะข้ามถนน โชคยังดีที่ดิ่งโดดหลบทันแต่ก็ล้มลงศีรษะกระแทกขอบทาง ในขณะที่รถของจี๊ดหมุนคว้างเสียงดังสนั่นก่อนแฉลบไปจอดนิ่งอยู่หน้าต้นไม้ใหญ่
สภาพรถไม่ได้เสียหายและคนข้างในก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรเลย แต่จี๊ดยังห่วงรถตัวเอง เธอลงจากรถพร้อม เพื่อนแล้วพุ่งปราดไปเล่นงานชายหนุ่มที่นอนเจ็บอยู่กับพื้นถนน จะให้เขารับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด พอเห็นชัดว่าเขาคือใคร สาวเจ้าก็ยิ่งวีนใส่ไม่ไว้หน้า

“นี่นาย!! นายคนขับแท็กซี่ ฉันว่าแล้ว...ยอดชาย ใจดี ออกมาห่างๆ อีตานี่เป็นมิจฉาชีพ เป็นสิบแปดมงกุฎ ก่อนหน้านี้มันก็ใช้มุกคล้ายๆแบบนี้กับฉันมาทีนึงแล้ว”

ดิ่งพยายามจะบอกว่าตนไม่ใช่โจร แต่จี๊ดไม่ฟัง ทำท่าจะโทร.แจ้งตำรวจมาจับเขา

“จะบ้าเหรอจี๊ด เธอขับรถเกือบจะชนคนตายแล้วยังจะกล้าเรียกตำรวจมาอีกเหรอ  คนที่ซวยจะเป็นเธอมากกว่า” ยอดชายโพล่งขึ้นมา จี๊ดถึงชะงักคิดตาม ส่วนใจดีเร่งให้พาเขาไปหาหมอก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง จี๊ดไม่สนและไม่ยอมให้ดิ่งขึ้นรถตัวเอง เธอเดินหนีไป สตาร์ตเครื่อง แต่ครู่เดียวก็ลงมาด้วยท่าทีหงุดหงิด เพราะรถสตาร์ตไม่ติด

“โอ๊ย! รถบ้า เป็นอะไรอีกเนี่ย พวกแกใครซ่อมรถเป็นบ้าง”

ยอดชายและใจดีปฏิเสธเป็นเสียงเดียว ดิ่งซึ่งเรียนด้านวิศวะเครื่องยนต์มาโดยตรงจึงอาสาซ่อมให้ แต่กว่าจะเสร็จก็มืดค่ำ และดิ่งก็ก้มๆเงยๆอยู่กับรถนานจนมีอาการมึนงงก่อนจะหมดสติต่อหน้าทุกคน

ถึงขนาดเขาหมดสติไปแล้ว จี๊ดก็ยังไม่ยอมให้เพื่อนพาเขาขึ้นรถ กระทั่งใจดีพบว่าดิ่งหัวแตกและสาเหตุ ต้องมาจากถูกรถเฉี่ยว ยอดชายจะพาเขาส่งโรงพยาบาล แต่จี๊ดกลัวเป็นเรื่องใหญ่กลายเป็นคดีความเลยจำยอมพาเขามาที่บ้านตัวเองซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด โดยให้เพื่อนประคอง เขาเข้าไปที่โรงรถแล้วให้ป้าเพ็ญเอาอุปกรณ์ทำแผลมาจัดการ

ooooooo

ศุวิมล น้องสาวของดิ่งเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เธอไม่ชอบแม่เลี้ยงเพราะรู้แน่แก่ใจว่ามารศรีหวังทรัพย์สินเงินทองจากพ่อของเธอ อีกทั้งเรื่องราวระหว่างมารศรีกับดิ่งเธอก็รับรู้มาตลอด จึงไม่แปลกที่เธอจะคอยเหน็บแนมทุกครั้งที่มีโอกาส

และค่ำคืนนี้ก็เช่นกัน ขณะเศกกลับเข้าบ้านพร้อมมารศรี ศุวิมลทำทีมาชวนพ่อคุยเรื่องงานเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ของโมเดิรน์คาร์ ก่อนจะแกล้งเอ่ยชื่อดิ่งเพื่อให้มารศรีสะดุ้งเล่น

พูดถึงนายดิ่ง เศกเป็นปลื้มทุกที คาดหวังว่าลูกชายต้องเรียนจบกลับมาสานต่อกิจการของครอบครัวให้ลักชัวรี่ คาร์เจริญรุ่งเรืองกว่าโมเดิรน์คาร์ของนายเจตนา

“คุณศรี...คุณยังไม่เคยเจอเจ้าลูกชายตัวดีของผม รับรองว่าคุณจะต้องปวดหัวกับมัน แต่ไม่ต้องห่วง เขาเป็นคนจิตใจดี และเข้าใจคนอื่น คุณกับเขาจะต้องเข้ากันได้ดี”

มารศรีนิ่งเงียบไปด้วยความกังวลใจ แล้วขอตัวผละจากสองพ่อลูกเพื่อลองโทร.หาดิ่ง เช็กว่าเขาอยู่ที่ไหนกันแน่ ทำไมเธอถึงตาฝาดเห็นเขาที่งานนั้นได้

เมื่อโทร.ไปแล้วไม่มีคนรับสาย นั่นยิ่งทำให้มารศรีกระวนกระวายไม่สบายใจ หากดิ่งทิ้งปริญญากลางคันกลับมาเมืองไทย เธอจะพูดกับเขาและอธิบายกับนายเศกอย่างไรดี?

ooooooo

ทางด้านคุณหนูจี๊ด หลังสั่งการป้าเพ็ญทำแผลให้ดิ่งโดยมีเพื่อนอีกสองคนคอยช่วยเหลือ ส่วนตัวเธอเข้าบ้านอาบน้ำสบายใจเฉิบ เสร็จปุ๊บออกมาเห็นทุกอย่างเรียบร้อย เธอจัดแจงจะไล่ดิ่งออกไปให้พ้นบ้านทั้งๆที่เขายังไม่ได้สติ

ยอดชายกับใจดีไม่เห็นด้วยจึงช่วยกันห้าม แต่จี๊ดฟังซะที่ไหน เธอเข้ามาเขย่าตัวดิ่งอย่างแรง แต่แล้วต้องผงะตกใจเมื่อโดนเขาสวมกอด ร่ำร้องเหมือนเธอเป็นคนรัก ที่เพิ่งทิ้งเขาไป นี่เองทำให้จี๊ดฉวยโอกาสซ้ำเติมเมื่อเขาฟื้นขึ้นมาด้วยอาการงุนงง

“ที่นี่ที่ไหน?”

“ยังมีหน้ามาถามอีก ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้”

“ผมทำอะไรผิด ผมถูกคุณขับรถเฉี่ยว แล้วผมก็ซ่อมรถให้คุณ แล้วนี่เหรอที่คุณตอบแทนผม”

“จะเอาเงินเท่าไหร่ บอกมาตรงๆเลย ห้าพันพอมั้ย”

“คุณคิดว่าเงินของคุณมันยิ่งใหญ่มากนักเหรอ คงจะถูกสปอยจนเสียคนสินะ”

“จนแล้วยังหยิ่ง แบบนี้น่ะสิ ผู้หญิงถึงได้ทิ้งไป”

ดิ่งชะงักกึก คนอื่นหน้าเสียกันหมด หวาดหวั่นว่าเรื่องจะไม่จบง่ายๆเสียแล้ว

“ฉันไม่ได้อยากรู้หรอกนะ แต่นายครวญครางเอง... ทำไมทำกับผมแบบนี้ อย่าทิ้งผมไป...เชอะ คนอย่างนายผู้หญิงที่ไหนจะไปเอา เอ้าเอาเงินไป เผื่อจะทำให้แฟนนายเห็นหัว”

“คุณไม่ได้รู้อะไรเลยเกี่ยวกับชีวิตผม ก็อย่าพูดมาก”

“คนอย่างนายเห็นแค่ติ่งหูฉันก็รู้จุดจบ ผู้ชายห่วยๆ ไม่เอาไหน คบไปก็ชีวิตล่มจม แฟนนายถึงได้ทิ้ง พอถูกทิ้งนายก็ทำตัวเป็นไอ้ขี้แพ้ จน เครียด กินเหล้า สุดท้ายก็เข้าคุกเข้าตะราง ฉันพูดถึงชีวิตนายถูกใช่มั้ย ไอ้ขี้แพ้”

ดิ่งโกรธกระชากจี๊ดมาจ้องหน้า ยอดชายรีบเข้ามาขอร้องดิ่งอย่ามีเรื่องกันเลย แต่ดิ่งระงับโทสะไม่ไหวเสียแล้ว เขาด่าจี๊ดไปหลายคำก่อนจะเดินออกจากบ้านมาด้วยความโมโห

เขาออกมาได้ครู่เดียว ทุกคนได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหน้าบ้าน พอวิ่งกรูออกมาก็เห็นดิ่งถูกยิงบาดเจ็บที่แขนเพราะพยายามช่วยเหลือเจตนากับวันดีที่จะโดนมือปืนนิรนามลอบยิง

เจตนากับวันดีจะพาดิ่งไปโรงพยาบาล แต่ดิ่งขอร้องเอาไว้ ไม่อยากให้เรื่องบานปลายถึงตำรวจ เจตนาจึงเปลี่ยนเป็นตามหมอประจำครอบครัวมารักษาเพื่อตอบแทนบุญคุณคนที่ช่วยชีวิตตนไว้

หมอเวทย์ทำแผลให้ดิ่ง พลางมองดูเขาอย่างคลับคล้ายคลับคลา จี๊ดเห็นท่าทีของหมอเวทย์แล้วนึกสงสัย แต่ยังไม่พูดอะไรนอกจากจับตามองเฉยๆ

“เรียบร้อยครับ ที่เหลือต่อจากนี้ก็ล้างแผลทุกวัน ไม่กี่วันก็หาย กระสุนแค่ถาก”

จี๊ดได้จังหวะหมอเวทย์ทำแผลให้ดิ่งเสร็จ อาสาถือกระเป๋าไปส่งลุงหมอที่หน้าบ้าน แล้วซักถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัย แต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรนอกเหนือจากคำว่า ลุงคุ้นๆ แต่จำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน

จี๊ดเดินหน้ามุ่ยกลับเข้ามาในบ้าน ได้ยินพ่อให้ดิ่งไปนอนห้องพักแขกแต่แม่ไม่ไว้ใจคนแปลกหน้าจะให้พักห้องคนสวนที่ว่างอยู่ จี๊ดเลยได้ทีเล่นงานดิ่งเข้าให้อีก

“ใช่ค่ะ ทำตัวมีพิรุธ ไม่ยอมไปโรงพยาบาล พอจะแจ้งตำรวจก็ดูกลัวๆ นายเป็นใคร อยู่ที่ไหน ทำมาหากินอะไร”

“ผมชื่อดิ่ง เป็นช่างซ่อมรถอยู่ที่ต่างจังหวัด ต้องรีบกลับบ้านไปทำงาน ไม่งั้นถูกไล่ออก เลยไม่อยากถูกตำรวจสอบสวนเสียเวลา พอใจหรือยัง”

“ไม่พอ และไม่เชื่อ ขอดูบัตรประชาชนหน่อย”

“ดูทำไม”

“ฉันจะเช็กประวัตินาย ว่าเป็นใครกันแน่” เธอไม่พูดเปล่า เข้าค้นตัวเขาเพื่อจะเอากระเป๋าเงิน แต่ดิ่งขัดขืนและรู้ว่าตัวเองถูกล้วงกระเป๋าไปแล้วตอนเดินชนกับชายคนหนึ่ง จี๊ดกลับไม่เชื่อกล่าวหาเขาทันที “นั่นไง มุกกระเป๋าเงินหาย จะได้ไม่ต้องแสดงตัวใช่มั้ย”

“พอเถอะ ป้าเพ็ญพานายดิ่งไปพักเถอะ ส่วนยายจี๊ดมานี่” เจตนาดึงลูกสาวออกไป วันดีตามมาพูดจาให้ท้ายลูก ทำให้เจตนาโกรธมากขึ้นพลอยตำหนิวันดีด้วยอีกคน จี๊ดไม่พอใจเลยเถียงพ่อคอเป็นเอ็น

“จี๊ดกำลังปกป้องคุณพ่ออยู่นะ ดูสิ ทั้งสารรูปทั้งพฤติกรรมของนายคนนั้นมันไม่น่าไว้ใจ นายนั่นต้องเป็นคนไม่ดี”

“ถ้าแกมองว่าคนที่ช่วยชีวิตคนอื่นโดยไม่คิดถึงชีวิตตัวเองเป็นคนไม่ดี พ่อว่าแกนั่นแหละมีปัญหา”

“คุณพ่อ...”

“พ่ออนุญาตให้นายดิ่งพักอยู่ที่นี่จนกว่าจะหายดี และห้ามแกไปออกฤทธิ์ใส่เขา ไม่งั้นฉันจะไม่จ่ายเงินเดือนแก”

“ทำไมคุณพ่อเห็นคนอื่นดีกว่าหนู ดีกว่าคุณแม่ตลอดเวลา” จี๊ดบ่นไล่หลังพ่อที่เดินหน้าตึงจากไป น้ำตาพาลจะไหลด้วยความน้อยใจ แล้วไปนั่งซึมเศร้าที่สนาม ยอดชายสงสารแต่ไม่กล้าเข้ามาปลอบ ลึกๆแล้วยอดชายแอบรักจี๊ดมานาน ซึ่งเรื่องนี้ใจดีทราบดี และเคยบอกให้เขาถอดใจแต่จนป่านนี้ยอดชายก็ยังทำไม่ได้

ป้าเพ็ญเห็นคุณหนูของตนนั่งซึมอยู่นานจึงออกมาตาม จี๊ดสะเทือนใจที่คนอื่นยังห่วงใย เธอกอดป้าเพ็ญและรำพันเสียงสั่นเครือว่าเกลียดคุณพ่อ

“อย่าพูดอย่างนี้นะคะ มันบาป คุณพ่อรักคุณหนูกับคุณผู้หญิงมาก ป้ารู้ดี”

“ไม่จริง คุณพ่อดีแต่พูด แต่การกระทำไม่ใช่ จี๊ดกับคุณแม่เหมือนตัวรำคาญในสายตาคุณพ่อ คอยดูนะ ยิ่งรำคาญ จี๊ดจะยิ่งจัดเต็ม” เธอลุกพรวดไปด้วยความเจ็บใจ แววตาอาฆาตมาดร้ายนายดิ่ง พรุ่งนี้ต้องกำจัดหมอนั่นให้จงได้!

วันรุ่งขึ้น ดิ่งตื่นแต่เช้ามารดน้ำต้นไม้ จี๊ดออกมายืนมองด้วยความหมั่นไส้ก่อนหันไปเรียกนายแช่มมาไล่เขาออกไปจากบ้านของตนเดี๋ยวนี้ แถมขู่แช่มด้วยว่าถ้าไม่อยากเป็นศัตรูกับตนก็ต้องทำตาม

เจอไม้นี้เข้าไป แช่มไม่มีทางเลือก ทั้งผลักทั้งดันดิ่งเป็นการใหญ่ ส่วนจี๊ดก็ด่าๆๆ พอเจอดิ่งสวนให้บ้างก็โมโหคว้าสายยางฉีดน้ำใส่เขา แต่ดันโดนแช่มเปียกไปทั้งตัว

เมื่อเห็นว่าวิธีนี้กำจัดนายดิ่งไม่ได้แน่ จี๊ดเดินแผนต่อไปด้วยการแอบจิ๊กนาฬิกาข้อมือพ่อมาซ่อนไว้แล้วโยนความผิดให้ดิ่ง เจตนารู้ทันจึงไม่ตกใจอะไรเลย แต่เขาก็ยอมให้ดิ่งจากไปตามใจที่ต้องการ

ooooooo

เศกตกใจเมื่อเห็นหนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวเจตนาถูกมือปืนไล่ยิง...แต่ในขณะเดียวกันคนสั่งการกำลังหัวเสียอยู่ในห้องพัก เทวัญคิดการณ์ใหญ่ที่จะฮุบกิจการของเจตนาเนื่องจากมีความแค้นในอดีตที่ไม่มีใครล่วงรู้ เขาเข้ามาจีบจี๊ดเพื่อปูทางให้ตัวเองก้าวไปสู่ความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้...

หลังจากดิ่งออกจากบ้านเจตนามาแล้วทั้งๆที่ไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียว เขาเดินไปเรื่อยเปื่อยอย่างไม่มีจุดหมาย โชคดีที่เจตนานั่งรถผ่านมาเห็นจึงชวนเขาไปทำงานที่บริษัทของตน โดยจะมอบหมายให้ยอดชายที่เป็นหัวหน้าฝ่ายบริการและซ่อมบำรุงมาจัดการ แต่พอดียอดชายไม่อยู่เพราะเอารถที่ซ่อมเสร็จแล้วออกไปส่งลูกค้า รัตนาจึงต้องโทร.ตาม

ปรากฏว่ายอดชายเอารถไปส่งลูกค้าในมหาวิทยาลัยที่ศุวิมลสอนอยู่ และบังเอิญทั้งคู่ได้พบกัน แต่เป็นการพบกันที่ไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย เนื่องจากศุวิมลเข้าใจผิดว่ายอดชายเป็นพวกขี้หลีที่ชอบแอบมองนักศึกษา เธอเลยด่าเขาชุดใหญ่ก่อนจะเอามือถือถ่ายรูปเขาไว้เผื่อให้ยามเอาไปติดประจาน ถ้าเขายังโผล่มาป้วนเปี้ยนแถวนี้อีก

ยอดชายกลับไปด้วยความเซ็ง หลังจากโดนอาจารย์ศุวิมลอบรมราวกับตนเป็นเด็กนักเรียน พอถึงบริษัทเขารีบมาพบเจตนาเพื่อรับดิ่งเป็นพนักงานในฝ่ายที่ตนเป็นหัวหน้า โดยเขาให้ดิ่งทดลองงานสามเดือนตามระเบียบบริษัท ถ้างานดีเป็นที่พอใจก็บรรจุเป็นพนักงานประจำ

ขณะพูดคุยกันอยู่นั้น เทวัญพรวดพราดเข้ามาถามเจตนาเรื่องข่าวโดนลอบยิงด้วยท่าทีห่วงใย เจตนาบอกไม่เป็นไร ดวงตนยังแข็ง โชคดีได้นายดิ่งมาช่วยเอาไว้ เทวัญไม่พอใจดิ่งแต่แสร้งชื่นชมและขอบใจเขา ก่อนถามเจตนาต่อไปว่า ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานใครเป็นผู้ต้องสงสัยบ้างหรือเปล่า

“ไม่รู้สิ ฉันว่าฉันก็ไม่เคยไปสร้างศัตรูที่ไหน”

“ท่านไม่สงสัยบ้างเหรอครับว่าอาจจะเป็นฝีมือของบริษัทลักชัวรี่คาร์”

“หมายถึงนายเศกน่ะเหรอ”

“ครับ..ถ้าจะมีใครคิดร้ายกับท่าน ก็ต้องเป็นนายเศก เท่านั้นครับ อย่างที่รู้บริษัทลักชัวรี่คาร์ของนายเศกอยากจะขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของธุรกิจรถซุปเปอร์คาร์แทนที่โมเดิร์นคาร์ของเรามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ก็ทำไม่ได้”

ดิ่งไม่พอใจที่บิดาของตนถูกเทวัญพาดพิง ขณะที่ยอดชายซึ่งไม่ชอบหน้าเทวัญอยู่แล้วก็ขัดขึ้นว่า

“ถ้าคุณเศกคิดจะใช้วิธีนี้กำจัดคู่แข่ง เขาคงทำไปนานแล้วล่ะมั้งครับ คุณเทวัญ”

“นายจะไปรู้อะไร ต้นปีหน้าบริษัทเราเพิ่งมีออเดอร์เฟอรารี่ลอตใหญ่ นี่คือช่วงเวลาที่เขาจะต้องทำทุกอย่างเพื่อแย่งตลาดไปจากเรา”

“เพราะออเดอร์นี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าระหว่างโมเดิร์นคาร์กับลักชัวรี่คาร์ ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าตลาดตัวจริง” เจตนาวิเคราะห์คล้อยตาม เทวัญได้ใจใส่ร้ายเศกอีกหลายคำทำให้ดิ่งทนไม่ไหวโพล่งออกไป

“ไม่จริง คุณเศกไม่ใช่คนอย่างนั้น”

ทุกคนชะงักแปลกใจ เทวัญตั้งข้อสังเกตว่าดิ่งพูดเหมือนรู้จักนายเศก ดิ่งปฏิเสธว่าไม่รู้จัก แต่ตนคิดว่ามันไม่แฟร์ ไม่ยุติธรรมที่จะปรักปรำคนอื่นโดยไม่มีหลักฐานชัดเจน แค่การตั้งข้อสันนิษฐานลอยๆ

“มันก็จริง ฉันรู้จักนายเศกพอสมควร เขาเป็นคนที่เล่นตามเกม”

ยอดชายเห็นด้วยกับเจตนา แต่เทวัญค้านว่าเจตนามองคนในแง่ดีเกินไป

“จนกว่าจะมีหลักฐานที่ดีกว่านี้ค่อยมาว่ากัน นายออกไปได้แล้ว ฉันจะคุยงานกับนายดิ่งต่อ”

เจตนาตัดบทจนเทวัญหงุดหงิดในอารมณ์กลับออกไป ดิ่งมองตามด้วยความไม่ไว้ใจที่เทวัญพยายามยัดเยียดข้อหาให้บิดาของตน เหตุนี้เองทำให้ดิ่งตกปากรับคำทำงานที่นี่ แต่พอดิ่งกลับออกจากห้องเจตนาไปครู่หนึ่งก็ถูกเทวัญพุ่งมากระชากคอเสื้อดึงเข้ามุมลับตาคน

“อย่าคิดว่าแกช่วยชีวิตคุณเจตนาไว้แล้วแกจะ

กร่างข้ามหัวใครยังไงก็ได้ ฉันเป็นคู่หมั้นของลูกสาวท่าน รู้ไว้ซะ ถ้าจะทำงานที่นี่อย่าทำตัวมีปัญหากับฉันอีก”

ดิ่งนิ่งจ้องหน้าเทวัญอย่างไม่เกรงกลัว

“มองหน้าฉันแบบนี้ หมายความว่ายังไง”

ดิ่งไม่ตอบแต่กระแทกตัวเทวัญแนบกำแพงอย่างรวดเร็ว “ผมไม่อยากมีปัญหาอะไรกับคุณหรอกนะ แต่ผมไม่ชอบถูกรังแกและไม่ชอบถูกใครข่มขู่ ถ้าคุณไม่ทำเหมือนเมื่อกี๊ รับรองเราไม่มีปัญหากันแน่”

เทวัญโกรธสุดๆ จะชกดิ่งแต่กลับถูกดิ่งผลักออก เป็นจังหวะที่จี๊ดโผล่มาเห็นพอดี เธอเข้าใจผิดว่าดิ่งทำร้ายเทวัญ เลยตบหน้าและด่าเขาด้วยถ้อยคำรุนแรง

“ไอ้คนเลว นายมันกุ๊ยข้างถนนชัดๆ นายทำร้ายพี่เทวัญ”

“คุณถามคู่หมั้นคุณดีกว่า ว่าใครทำร้ายใครก่อนกันแน่”

“จี๊ด...อย่าไปยุ่งกับมัน เดี๋ยวถูกมันทำร้าย” เทวัญห้ามแต่จี๊ดไม่ฟัง ตั้งหน้าตั้งตาด่านายดิ่งลูกเดียว

“ฉันไม่จำเป็นต้องถามหรอก ฉันรู้จักพี่เทวัญดี พอๆกับที่ฉันรู้จักสันดานคนอย่างนาย อันธพาล ดีแต่ระรานคนอื่น”

ดิ่งโกรธแต่ไม่อยากมีเรื่องกับจี๊ด หันเดินหนีไปทันที จี๊ดยิ่งโมโหก้าวตามไม่ลดละ สั่งให้เขากลับมาขอโทษพี่เทวัญของตนเดี๋ยวนี้

“ถ้าจะมีใครต้องพูดขอโทษ คนคนนั้นก็คือคุณ เพราะคุณปกป้องคู่หมั้นแบบไม่ลืมหูลืมตา ยังไม่ทันรู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น คุณก็ตัดสินว่าผมผิด แล้วก็ตบหน้าผมแล้ว”

“แบบนี้ใช่มั้ย” จี๊ดตบหน้าดิ่งอีกฉาดแล้วเชิดใส่ “จะบอกให้นะว่าคนอย่างนาย ฉันอยากจะตบหน้าเมื่อไหร่ ยังไง ฉันก็ทำได้ เพราะนายต้องผิดเสมอ”

ดิ่งคว้าแขนทั้งสองข้างของจี๊ดไว้แน่น ตะคอกใส่อย่างเหลือทน “ถึงคุณจะรวย เป็นลูกเจ้าของบริษัท แต่ก็ไม่มีสิทธิ์ทำกับคนอื่นแบบนี้”

เทวัญเห็นดังนั้นวิ่งเข้ามาชกดิ่ง แล้วจะซ้ำให้หนำใจ แต่พวกเจตนาโผล่มาเสียก่อน...จี๊ดฟ้องพ่อว่าดิ่งทำร้ายเทวัญแล้วยังจะทำร้ายตนด้วย ก็เลยโดนเอาคืนเสียบ้าง เจตนาไม่เชื่อและมองลูกสาวอย่างเหนื่อยหน่ายเต็มทน และเมื่อยอดชายกับใจดีพาดิ่งไปประคบรอยช้ำบนใบหน้า เจตนาจึงอบรมจี๊ดเป็นการส่วนตัว

“พ่อนึกไม่ถึงเลยว่าแกจะร้ายกาจได้ขนาดนี้ ใส่ความคนที่ไม่มีทางสู้ แกไม่รู้สึกละอายใจบ้างเหรอ”

“ทำไมจี๊ดต้องละอายด้วย”

“เพราะแกไม่เคยทำอะไรที่เป็นสาระเลย แล้วยังเที่ยวไปดูถูกเหยียดหยามคนอื่นอีก ถึงนายดิ่งจะไม่ได้มีฐานะ ไม่ได้จบการศึกษาสูง และไม่มีหัวนอนปลายเท้า แต่เขามีความรักดี มีศักดิ์ศรี ไม่งอมืองอเท้ารอโชคชะตา และไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างไร้คุณค่าเหมือนแก”

จี๊ดอึ้งไปด้วยความน้อยใจ เจตนามองออกและอดสงสารไม่ได้ พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบบอกลูกให้เลิกทำตัวเหลวไหลไร้สาระแล้วมาทำงานกับพ่อ...ดิ่งกำลังจะไปเริ่มงานที่ฝ่ายบริการฯผ่านมาได้ยินพอดี เขาชะงักแอบฟังสองพ่อลูกสนทนากัน แล้วจี๊ดก็ทำให้เจตนาอารมณ์เสียขึ้นมาอีก เมื่อเธอยืนกรานว่าไม่อยากทำงานร่วมกับเมียน้อยของพ่อ

“แกกลัวตัวเองว่าจะห่วยแตกกว่าคนที่แกดูถูกเอาไว้มากกว่า”

จี๊ดโต้ว่าไม่เคยกลัว พ่อจึงท้าให้มาทำงานพิสูจน์คำพูด อย่าทำให้พ่อต้องผิดหวังมากไปกว่านี้

“ใช่สิ จี๊ดมันไม่ดี ไม่ได้เรื่อง เชิญพ่อไปหวังไปภูมิใจกับคนอื่นเถอะ ไม่ต้องมายุ่งกับจี๊ด”

ลูกสาวผลุนผลันออกไปหาคู่หมั้น ทิ้งคนเป็นพ่อยืนหน้าเคร่งอย่างช้ำใจ ดิ่งรู้สึกเห็นใจเจตนาและไม่พอใจการกระทำของจี๊ด เขาเดินตามเธอไปเพื่อจะเจรจา แต่พอมาเจอเทวัญอยู่ด้วยก็เลยเป็นเรื่องขึ้นมาอีก

สองฝ่ายโต้เถียงกันดุเดือด ดิ่งหนักไปทางตำหนิจี๊ดว่าทำตัวงี่เง่าไร้สาระจนพ่อผิดหวังเสียใจ อีกหน่อยบริษัทที่พ่ออุตส่าห์สร้างขึ้นมาจนยิ่งใหญ่คงไปไม่รอดเพราะมีลูกไม่เอาไหนแบบนี้ จี๊ดโกรธมากกับคำสบประมาทของดิ่ง รีบบอกเทวัญว่าพรุ่งนี้ตนจะมาทำงานที่โมเดิร์นคาร์เพื่อพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าตนทำงานได้ แล้วตนก็จะกำจัดนายดิ่งออกไปจากที่นี่ให้ได้ด้วย

ค่ำแล้วแต่ดิ่งยังทำงานไม่มีทีท่าว่าจะกลับ ยอดชายจึงเข้ามาบอกให้เลิกได้แล้ว พลางกระเซ้าเขาว่ามาวันแรกก็เจอเรื่องวุ่นวายขนาดนี้ หวังว่าคงไม่ถอดใจหนีไปเสียก่อน ดิ่งยิ้มบางๆ ตัดสินใจถามสิ่งที่ติดค้างในใจ

“คุณยอดครับ ผมถามอะไรหน่อยสิ คุณเทวัญมีปัญหาอะไรกับคุณเศกเจ้าของลักชัวรี่คาร์หรือเปล่า”

“ไม่เคยได้ยินว่ามีปัญหากัน แต่ก็ไม่แน่ เพราะคนอย่างเทวัญมีปัญหาได้กับทุกอย่างในโลก ถ้าไม่อยากมีปัญหาก็อย่าเข้าใกล้...ไปล่ะ”

ยอดชายกลับไปแล้ว แต่ดิ่งยังไม่ขยับ ครุ่นคิดสงสัยว่าทำไมเทวัญถึงพยายามจะใส่ร้ายพ่อของตน...ในเวลาเดียวกันนั้น นายเศกกำลังต่อสายถึงลูกชายที่เมืองนอก แต่ไม่เจอตัวจึงคุยกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่อยู่อพาร์ตเมนต์เดียวกัน

สิ่งที่เพื่อนของลูกชายบอกทำให้เศกอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนกดตัดสายด้วยความโมโห แล้วบอกกับลูกสาวที่รอฟังอยู่ว่า ดิ่งหายตัวไปหลายวัน ไม่เข้าเรียน และไม่ได้ เข้าสอบไฟนอล

“พี่ดิ่งไม่เข้าสอบ แล้วพี่ดิ่งไปไหน”

“มันกลับมาเมืองไทยแล้ว”

“อะไรนะ!”

“มันคิดอะไรของมัน ทำไมถึงทิ้งเรียนมากลางคันแบบนี้ ไอ้ลูกไม่รักดี”

มารศรีแอบฟังสองพ่อลูกด้วยสีหน้าวิตกกังวล...วันนั้นที่เธอเห็น แสดงว่าใช่ดิ่งจริงๆด้วย

ooooooo