ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พริกกับเกลือ

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

พริกกับเกลือ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ภายในงานเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดของบริษัทโมเดิร์นคาร์ตระการตาด้วยแสงสีเสียงและพริตตี้สาวสวยสุดเซ็กซี่ ทำให้บรรยากาศคึกคักจนดึงดูดความสนใจจากผู้ชมและนักข่าวได้เป็นอย่างดี

“โมเดิร์นคาร์” บริษัทผู้นำเข้ารถหรูจากยุโรปบริหารงานโดยคุณเจตนาและคุณวันดี สองสามีภรรยาที่กว้างขวางในธุรกิจยานยนต์ชั้นนำของเมืองไทย ทั้งคู่มีบุตรสาวคนเดียวคือจิตรวรรณ หรือ “จี๊ด” ซึ่งเธอเรียนจบแล้วแต่ยังไม่ได้ทำงานเป็นเรื่องเป็นราว เฉิดฉายไปมาประสาคุณหนูผู้มีอันจะกิน

จี๊ดมีคู่หมั้นคือเทวัญ หนุ่มหล่อหัวหน้าฝ่ายสื่อสารการตลาดของโมเดิร์นคาร์ นอกจากคู่หมั้นที่เป็นพนักงานในบริษัทของบิดา จี๊ดยังมีเพื่อนสนิทหญิงชายอีกสามคนคือ ใจดี เงาะ ยอดชาย ดังนั้นงานเปิดตัวรถยนต์ในวันนี้ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนให้ดีเยี่ยม แต่ขณะที่งานเริ่มต้นขึ้นแล้ว ยอดชายกลับมีความกังวลบางอย่างในสีหน้า เขาเพียรโทร.หาจี๊ดตลอดเวลาเพื่อห้ามเธอทำอะไรบ้าๆ แต่เธอไม่ยอมทำตามแถมตวาดใส่ด้วย ความรำคาญก่อนตัดสายทิ้งแล้วซิ่งรถซอกแซกต่อไปบนท้องถนนเพื่อมุ่งสู่งานอันแสนอลังการของบิดา

เวลาเดียวกันนั้น นายเศกกับภรรยาสาวคราวลูกกำลังเตรียมตัวออกจากบ้านเพื่อไปงานนี้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าถูกใครบางคนจับจ้องและแอบสะกดรอยตามด้วยรถแท็กซี่ที่เจ้าของนั่งตื่นตระหนกอยู่เบาะข้าง ส่วนผู้โดยสารหนุ่มประจำที่คนขับพุ่งทะยานไปอย่างน่ากลัว

ที่แท้ผู้โดยสารหนุ่มคนนั้นก็คือศยามบุตรชายของนายเศกนั่นเอง ศยาม หรือ “ดิ่ง” เพิ่งกลับจากเมืองนอกด้วยหัวใจสุดบอบช้ำเนื่องจากมารศรีหนีกลับเมืองไทยมาแต่งงานกับบิดาของเขา มารศรีเป็นคนรักของศยาม ทั้งคู่รักกันมากถึงขนาดสัญญาว่าถ้าเรียนจบจะแต่งงานกัน แต่อยู่ดีๆ มารศรีก็หนีกลับเมืองไทยโดยทิ้งข้อความบอกลาไว้เพียงสั้นๆ ทำให้ศยามตกใจและไม่เข้าใจ จนกระทั่งทราบข่าวจากศุวิมลน้องสาวว่ามารศรีแต่งงานกับบิดาของตน ศยามแทบช็อก และรีบพาตัวเองกลับเมืองไทยโดยไม่บอกให้ใครรู้

ศยามขับแท็กซี่ไล่ตามรถบิดาไปเรื่อย กระทั่งถึงสี่แยกเขาจำต้องหยุดติดไฟแดง แต่รถของบิดาผ่านไปแล้วอย่างพอดิบพอดี ขณะจอดติดไฟแดงอยู่นั้นไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีรถหรูอีกคันพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง ศยามกับเจ้าของแท็กซี่ตกใจนั่งตัวแข็งทื่อกันครู่หนึ่งก่อนผ่อนลมหายใจออกมาได้เมื่อรถคันนั้นเบรกดังเอี๊ยดพร้อมกับหักหลบไปสงบอยู่อีกด้าน

ไม่ทันจะหายตกใจ สาวสวยนางหนึ่งในรถคันหรูก็เปิดประตูลงมาด้วยความฉุนเฉียว เธอปรี่เข้าไปต่อว่าชายหนุ่มที่นั่งนิ่งในแท็กซี่ ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายผิด

“คิดว่าถนนเป็นลานจอดรถหรือไง”

“เดี๋ยวๆๆ ถ้าจะมีใครผิดมากกว่าก็คือคุณ เพราะคุณขับฝ่าไฟแดง อยากให้เรียกตำรวจมาตัดสินไหมล่ะ” ศยามลงมาตอกกลับจนเธอหน้าเจื่อน แต่ยังไม่ยอมรับ แถกไปว่าตนไม่มีเวลาเถียงกับคนขับแท็กซี่อย่างเขา พอเธอขยับจะกลับมาที่รถ ศยามร้องถามจะไปไหน หล่อนหันขวับมาจ้องเขม็งพร้อมเปล่งเสียงสูงอย่างดูแคลน

“อ๋อ...อยากจะเรียกร้องค่าเสียหาย ทั้งๆที่รถไม่ได้เป็นอะไรสักนิด มุกหากินตื้นๆ ได้! เอาไปเลย”

หญิงสาวหยิบแบงก์พันยื่นให้ ชายหนุ่มไม่รับแถมมองหน้าเธออย่างไม่พอใจ แต่เธอกลับตีความว่าเขาโลภมากจึงเพิ่มให้อีกหลายใบแล้วสั่งเขาถอยไป ปรากฏว่าเขายังยืนจ้องหน้าเธออย่างเอาเรื่อง

“เอ๊ะนายนี่ยังไง จะโลภไปถึงไหน ฉันให้เท่านี้ก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว อย่ามาทำเป็นหยิ่งโก่งราคา ฉันไม่ใจอ่อนกับพวกหัวหมออย่างนายหรอกนะ”

ศยามหน้าตึงด้วยความโกรธ จับข้อมือเธอแน่นจนเธอเริ่มกลัว สั่งให้เขาปล่อย ไม่งั้นตนร้องจริงๆด้วย

“ร้องเลย! เก่งนักใช่มั้ย คิดว่าจะทำอะไรใคร เหยียบหัวใครก็ได้ใช่มั้ย ร้องเลยสิ”

จี๊ดชะงัก เปลี่ยนใจไม่ร้องแต่กระทืบเท้าเขาเต็มแรงแล้ววิ่งกลับไปขึ้นรถตัวเองขับหนีด้วยความเร็ว ศยามเจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากพึมพำด่า พอคนขับแท็กซี่ลงมาเรียก ชายหนุ่มได้สติรีบขอโทษ และขอชดใช้ค่าเสียเวลากับค่าตกใจให้เขาด้วยเงินของตัวเอง ไม่ยอมให้เขาเอาเงินของผู้หญิงคนนั้นที่โยนทิ้งไว้

“อย่าเอาของเขาเลย เงินที่ให้เราด้วยความดูถูกมันไม่มีคุณค่าพอให้เราเอาไปใช้หรอก พี่เอาของผม...ส่วนเงินของผู้หญิงคนนั้นผมฝากพี่เอาไปทำบุญโลงศพให้ศพไม่มีญาติด้วยได้ไหม ถือว่าทำบุญให้เจ้าของเงิน จะได้ตายดีๆหน่อย”

“ครับ ขอบคุณครับพี่” ไอ้หนุ่มแท็กซี่พนมมือไหว้

เสร็จเรื่องแล้วศยามเดินจากมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จมอยู่กับความทุกข์ความเจ็บช้ำที่เสียคนรักไปโดยไม่ทันตั้งตัวเตรียมใจ

ooooooo

งานเปิดตัวรถหรูรุ่นใหม่ของโมเดิร์นคาร์ดำเนินไปท่ามกลางความตื่นตาตื่นใจของผู้ชม ยังความปลาบ-ปลื้มแก่เจ้าของงานถึงกับยืนยิ้มหน้าบาน ถึงขนาดเอ่ยชมว่าที่ลูกเขยที่ออกแบบงานได้อย่างยอดเยี่ยม

เทวัญยิ้มกว้างรับคำชมจากเจตนาและวันดี ชายหนุ่มดูอ่อนน้อมถ่อมตนกับผู้ใหญ่แต่ซ่อนความร้ายกาจในแววตา สักครู่เสียงฮือฮาดังขึ้นด้านหนึ่งเนื่องจากเศกควงมารศรีเข้ามา เจตนากับวันดีข่มใจเดินปั้นยิ้มไปทักทายคู่แข่งรายใหญ่ของตนที่โดนนักข่าวรุมถ่ายรูป

“ไม่อยากเชื่อว่างานเปิดตัวรถใหม่ของโมเดิร์นคาร์จะได้รับเกียรติจากคุณเศก เจ้าของบริษัทลักชัวรี่คาร์ด้วย”


“พูดแบบนี้เดี๋ยวผมก็เข้าใจผิดคิดว่าคุณเจตนาแค่ส่งจดหมายเชิญคู่แข่งมาร่วมงานเป็นมารยาทหรอกครับ”

เสือสองตัวข่มและแข่งขันกันอยู่ในทีภายใต้หน้ากากแห่งมิตร วันดีมองมารศรีหัวจดเท้าก่อนเอ่ยทักด้วยถ้อยคำดูแคลนว่า เพิ่งได้เห็นภรรยาใหม่ของคุณเศกชัดๆ สวยและเด็กกว่าที่คิดไว้เสียอีก

“คุณวันดีก็ดูสวยสมวัยมากเช่นกันค่ะ”

วันดีแทบสะอึก ถูกมารศรีแดกดันเข้าให้แล้ว จังหวะนี้รัตนาเลขานุการของเจตนาเดินมาส่งสัญญาณให้นายทราบว่าตนมีเรื่องจะคุย เจตนาจึงแยกตัวออกไปโดยมีสายตาคมกริบของวันดีมองตามด้วยความไม่พอใจ

รัตนาแจ้งกำหนดการกับเจตนาว่าอีกสิบนาทีท่านต้องให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ ซึ่งตนร่างคำตอบเป็นแนวทางไว้ให้แล้ว เจตนาขอบคุณเลขาฯที่ดูแลไม่ขาดตกบกพร่องในหน้าที่ แต่วันดีกลับชำเลืองมองอย่างหมั่นไส้ เพราะคิดมาตลอดว่ารัตนามีพฤติกรรมเลยเถิดกับสามีตน หาใช่แค่ลูกน้องกับเจ้านายธรรมดา และจี๊ดก็เป็นอีกคนที่คิดเช่นเดียวกับมารดา วันนี้เธอจึงปรากฏตัวในงานเพื่อจัดการกับเมียน้อยของบิดา

จี๊ดก้าวฉับๆเข้ามาพร้อมเปล่งเสียงประชดบิดา “หวานไม่แคร์สื่อเลยนะคะคุณพ่อ”

เสียงนั้นดังไม่ใช่เล่น ดึงดูดความสนใจจากผู้ชมรถให้หันขวับมามองเธอเป็นตาเดียว เจตนาค่อนข้างหน้าเสียอุทานชื่อลูกสาวอย่างประหวั่นพรั่นพรึง แต่สาวจี๊ดไม่สนใครหน้าไหน นอกจากรัตนาที่ปักใจเสียแล้วว่าเธอคือเมียน้อย

“นังคนที่คิดแย่งคุณพ่อไปจากคุณแม่หน้าตาเป็นอย่างนี้นี่เอง หน้าตาดีนี่ ไม่น่าจะหาแฟนยาก ชอบแย่งสามีคนอื่นนักหรือไง”

“ยายจี๊ด! อย่าฉีกหน้าพ่อตรงนี้...กลับบ้านไป” เจตนาคว้าแขนลูกสาว ส่วนวันดีปรี่มาปรามลูกด้วยเช่นกัน แต่ท่าทีไม่ได้จริงจังอะไรเลย

“จี๊ด...อย่าทำแบบนี้”

“โอเคค่ะ จี๊ดไม่ฉีกหน้าคุณพ่อก็ได้ แต่ขอฉีกหน้ามันแทน” เธอจ้องหน้ารัตนาแล้วหันไปประกาศกับสื่อมวลชน “ทุกคนคะ จี๊ดขอโทษที่เข้าใจผิดว่าคุณรัตนาแอบเป็นเมียน้อยคุณพ่อ มันไม่จริงเลย ช่วยลงข่าวให้ถูกด้วยนะคะ ว่าคุณพ่อแค่สนิทสนมกับคุณรัตนามากกว่าพนักงานคนอื่นๆนิดหน่อย ก็แค่อยู่ๆก็ขึ้นเงินเดือนให้เป็นพิเศษ คุณรัตนาคงทำงานเก่งม้ากมาก ไม่ได้ใช้เต้าไต่หรอกค่ะ”

“ยายจี๊ด!!” เจตนาขึ้นเสียง แต่ลูกสาวหาได้สะดุ้งสะเทือน กลับจีบปากประจานรัตนาต่อไปโดยไม่ได้ใส่ใจว่าทำให้พ่ออับอายขายหน้าด้วยเหมือนกัน

“หรือสดๆร้อนๆอย่างเมื่อคืนนี้ประชุมเลิกดึก คุณพ่อก็พาไปดินเนอร์ แล้วก็ไปส่งที่คอนโด...อุ๊บ...อย่าคิดว่าเป็นคอนโดที่คุณพ่อแอบซื้อให้อยู่นะคะ ไม่ใช่หรอกค่ะ คุณรัตนาเป็นแค่เลขาฯ ไม่ใช่เมียน้อย”

ยอดชายวิ่งเข้ามา ตามด้วยใจดีและเงาะ ทั้งสามเรียกจี๊ดเป็นเสียงเดียว ก่อนที่ยอดชายจะประกบจี๊ดเพื่อพาตัวออกมาถ้าไม่อยากลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ แต่จี๊ด ขัดขืนและไม่ฟังใครทั้งนั้น แม้แต่คู่หมั้นอย่างเทวัญ

“จี๊ด...พี่ขอล่ะ เราค่อยคุยเรื่องนี้กันได้ไหม เห็นไหมว่าทุกอย่างมันกำลังจะพัง”

“ที่งานนี้ต้องพังไม่ใช่เพราะใครหรอกค่ะ แต่เพราะความไม่รู้จักพอของผู้หญิงคนนี้”

รัตนาหน้าซีดหน้าเสีย จะปฏิเสธว่าไม่ใช่อย่างที่จี๊ดกล่าวหา แต่จี๊ดขัดทันควันว่า

“ไม่ใช่เมียน้อย? คิดเหรอว่าฉันจะเชื่อ ถ้าเธอยังไม่หยุด เธอเละกว่านี้แน่”

อาฆาตเสร็จ คุณหนูจี๊ดก็สะบัดพรืดจากไป ทิ้งความอับอายไว้ให้รัตนาที่แทบไม่กล้ามองหน้าใคร โดยเฉพาะพวกสื่อที่กระหายข่าว

บรรยากาศอึดอัดในบัดดล! เจตนาเครียด วันดีแอบยิ้มสะใจ แต่พอสามีมองมาเธอก็เดินหนีทันที มีหรือเจตนาจะปล่อยไปง่ายๆ เขาเดินตามไปต่อว่าภรรยา ในขณะที่เทวัญก็ตามมาตำหนิจี๊ดที่หน้างาน

“จี๊ดทำอย่างนี้ไม่น่ารักเลยนะ”

“พี่เทวัญว่าจี๊ดเหรอ”

“ไม่ว่าจี๊ดจะไม่พอใจอะไร จี๊ดก็ไม่ควรเอาครอบครัวตัวเองมาประจานในที่สาธารณะแบบนี้ มันมีแต่เสียทุกฝ่าย”

“จี๊ดก็ไม่ได้อยากทำตัวแบบนี้ แต่จี๊ดทนไม่ไหวที่ต้องเห็นคุณแม่กับคุณพ่อทะเลาะกันเพราะมันทุกวัน จี๊ดเลยต้องมาแฉมันออกสื่อนี่ไง จะได้เลิกทำตัวทุเรศสักที”

“พี่เตือนจี๊ดกี่ครั้งแล้ว ว่าจี๊ดโตแล้วนะ จี๊ดต้องหัดอดทน นั่นมันเรื่องของผู้ใหญ่ที่ต้องจัดการกันเอง แต่จี๊ดไม่เชื่อพี่เลย พี่เสียใจ”

“พี่เทวัญโกรธจี๊ดเหรอ จี๊ดไม่ได้ตั้งใจ อย่าโกรธจี๊ดนะ”

“พี่รักจี๊ดและเข้าใจจี๊ดเสมอ แต่คราวนี้จี๊ดทำเกินไปจริงๆ จี๊ดกลับไปก่อนนะ พี่ต้องกลับไปเคลียร์กับนักข่าว แล้วพี่จะโทร.หา โอเคมั้ย”

“ค่ะ รีบโทร.หาจี๊ดเร็วๆนะ”

หญิงสาวออดอ้อนอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เทวัญยิ้มให้ แต่พอลับหลังก็แอบถอนใจด้วยความเหนื่อยหน่าย สวนกับยอดชายและใจดีที่ตามออกมา...

อีกด้านหนึ่ง เจตนากำลังต่อว่าวันดี เขาไม่ชอบที่เธอใช้ลูกเป็นเครื่องมือ วันดีปฏิเสธและอ้างว่าจี๊ดทำเอง แต่ถ้าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่เห็นต้องกลัวเลย

“ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่เคยมีอะไรระหว่างผมกับรัตนา”

“พิสูจน์สิว่าคุณบริสุทธิ์ใจ” วันดีท้าทาย เมื่อสามีถามว่าพิสูจน์ยังไง เธอตอบโดยไม่ต้องตรึกตรองเลยว่า ไล่มันออก!

“ไล่คนทำงานดีๆออกด้วยเหตุผลไร้สาระแบบนี้น่ะเหรอ ผมทำไม่ได้”

“แค่นี้...ฉันก็ได้คำตอบแล้วล่ะ”

วันดีไม่ฟังอะไรอีกแล้ว เดินหนีออกไปทันที เจตนาเครียดจัด รัตนาแอบฟังอยู่รู้สึกแย่กับตัวเองที่เป็น ต้นเหตุของเรื่องนี้ เธอเดินเข้ามาบอกเจตนาว่า ตนจัดการให้นักข่าวกลับไปหมดแล้ว

“ส่วนผม...ต้องจัดการกับยายจี๊ด!” พูดขาดคำ เจตนาจ้ำอ้าวไป รัตนาก้าวตามด้วยสีหน้าไม่สู้ดี เกรงเรื่องจะบานปลาย

ooooooo

อีกมุมหนึ่งนอกงาน เศกเดินยิ้มอารมณ์ดีควงแขนมารศรีออกมาสนทนากันตามลำพัง

“นายเจตนามีทายาทสืบทอดธุรกิจที่ไร้วุฒิภาวะได้ขนาดนี้ แล้วโมเดิร์นคาร์จะเอาอะไรมาสู้กับลักชัวรี่คาร์ของผม งานนี้ถูกดิสเครดิตโดยที่ผมไม่ต้องทำอะไรเลย”

“คุณเห็นสายตาที่ยายคุณหญิงวันดีมองศรีไหมคะ ทำอย่างกับว่าศรีมาแต่งงานกับคุณเพราะหวังสมบัติ”

“ผมเคยบอกแล้วไง ว่าใครจะคิดยังไงผมไม่สน ผมรู้ดีกว่าใครว่าคุณไม่ใช่ผู้หญิงหิวเงิน อย่าไปแคร์คนอื่นเลย แคร์ผมคนเดียวก็พอ”

“เพราะอย่างนี้ไงคะ ศรีถึงได้รักและบูชาคุณเหลือเกิน” กำลังเอียงหน้าซบไหล่ออดอ้อนสามี พลันสายตามารศรีเหลือบไปเห็นชายคุ้นหน้า พอเธอร้องเอ๊ะ ชายคนนั้นหลบวูบหายไป ส่วนเศกข้องใจว่าภรรยาสาวของตนเป็นอะไร?

“เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะ ศรีขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”

มารศรีลุกลี้ลุกลนจนเศกประหลาดใจ แต่ไม่ติดใจอะไร เดินไปนั่งรออย่างอารมณ์ดี...มารศรีไม่ได้เข้าห้องน้ำ แต่เดินชะเง้อหาชายหนุ่มคนนั้น ซึ่งเธอคลับคล้ายคลับคลาว่าเขาคืออดีตคนรัก มองไปพลางพึมพำไปพลางว่า ดิ่งอยู่เมืองนอกจะมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง เราคงตาฝาด

เธอเดินไปเดินมาครู่หนึ่งก่อนตัดใจจะกลับไปหาเศก แต่พอหันหลังก็ชนเศกเข้าอย่างจังจนร้องว้ายด้วยความตกใจ

“ผมเอง...เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ”

“เปล่า...เปล่าค่ะ”

“เห็นคุณหายไปนาน ผมเป็นห่วง”

“ศรีหาห้องน้ำไม่เจอค่ะ แต่เรียบร้อยแล้วค่ะ เราจะเข้างานกันอีกไหมคะ”

“ไม่ต้องแล้วล่ะ ผมไม่ชอบซ้ำเติมคู่แข่ง...แต่ก็สะใจ ดีนะ”  เศกยิ้มหยัน ควงแขนภรรยาเดินออกไปโดยไม่รู้ว่าลูกชายสุดที่รักแอบมองตามด้วยแววตาของคนช้ำรัก

ศยามหรือนายดิ่งเดินหมดอาลัยตายอยากออกมาข้างถนนเพียงลำพัง ภาพอดีตอันหวานชื่นของเขากับมารศรีที่เมืองนอกตอกย้ำให้ยิ่งเจ็บลึกแทบหมดแรงยืน จนต้องหาที่อิงก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงไปตรงนั้น

“มารศรี...คุณหนีผมมาแต่งงานกับพ่อผม...ทำไมคุณทำกับผมแบบนี้!”

ooooooo

ตอนแรกตั้งใจจะกลับออกจากงานตามที่รับปากเทวัญไว้ แต่พอคุณหนูจี๊ดเจอสายตาตำหนิของยอดชายกับใจดีเข้าก็เปลี่ยนใจอยากเอาชนะใครต่อใครขึ้นมาอีก โดยเฉพาะนังเมียน้อยพ่อ ถ้าตนกลับก็เท่ากับแพ้มัน

เจตนาตั้งใจมาจัดการลูกสาว ปรากฏว่าเดินมาได้ยินเธอกำลังพูดจาก้าวร้าวรัตนาอยู่พอดี ก็เลยยิ่งโกรธ สั่งให้เธอขอโทษรัตนาเดี๋ยวนี้ แต่จี๊ดโวยวายไม่ยอมทำตามอย่างเด็ดขาด รัตนาเห็นท่าไม่ดี ไม่ต้องการให้พ่อลูกบาดหมางกันมากกว่านี้ จึงเข้ามาไกล่เกลี่ย บอกเจตนาว่าไม่เป็นไร ตนไม่ถือสา แต่กลับทำให้จี๊ดแทบกรี๊ด ตะคอกใส่หน้ารัตนาด้วยความโมโห

“แกมีสิทธิ์อะไรมาถือสาหรือไม่ถือสาฉัน”

“ยายจี๊ด! แกไม่ได้มีสำนึกเลยใช่มั้ย แกไปกล่าวหารัตนา ถ้าเขาเอาเรื่องฟ้องร้องแกขึ้นมา แกนั่นแหละจะเป็นฝ่ายผิด”

“เอาสิ ฟ้องเลย คนเขาจะได้รู้กันทั่วว่าแกเป็นเมียน้อยพ่อฉัน”

“พ่อจะพูดกับแกเป็นครั้งสุดท้าย ว่ารัตนาไม่ใช่เมียน้อย”

“ถ้าไม่ใช่แล้วเป็นอะไรคะ กิ๊ก คู่นอน หรือนางบำเรอ”

เจตนารับไม่ได้ตบหน้าจี๊ดโทษฐานดูถูกเหยียดหยามคนอื่น จี๊ดเจ็บใจมากกว่าเจ็บตัวจนน้ำตาแทบร่วง ต่อว่าพ่อเห็นคนอื่นดีกว่าลูกแท้ๆ

“ก่อนที่แกจะพูดอะไร แกหัดดูตัวเองก่อน ตั้งแต่เรียนจบมาแกเคยทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง งานการไม่เคยทำ เอาแต่เที่ยวเล่นสำมะเลเทเมา หาเรื่องให้คนอื่นเดือดร้อน แกทำตัวไร้สาระ ไร้ค่า ไร้สมองแบบนี้ แล้วยังมีหน้าไปดูถูกคนอื่นอีกเหรอ”

จี๊ดแค้นแต่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากร้องกรี๊ดอย่างเด็กเอาแต่ใจ ยอดชายกับใจดีเลยต้องเข้ามาลากเธอออกไป...รัตนาหันมาขอโทษเจตนา แต่เขาชิงตัดบทเสียก่อนว่า ไม่ใช่ความผิดของเธอ แต่คนที่พยายามยัดเยียดความผิดให้รัตนาคือวันดี เธอแอบมองอยู่นานก่อนจะฉวยโอกาสเมื่อสามีผละไปแล้วเข้ามาตำหนิรัตนาด้วยท่าทีเย็นชา

“เห็นแล้วใช่ไหมว่าเพราะเธอ เรื่องมันถึงได้วุ่นวายขนาดนี้ ควรจะพิจารณาตัวเองนะว่าควรทำยังไง”

ฟังแล้วรัตนายิ่งเครียด ที่สุดก็ตัดสินใจไปขอลาออก กับเจตนาต่อหน้าวันดีและเทวัญ แต่เจตนาปฏิเสธการลาออกของเธอ ทำให้วันดีเจ็บใจถึงกับสะบัดหน้าเดินหนีไปทันที

ด้านคุณหนูจี๊ดที่โดนเพื่อนสองคนพาออกไปยังลานจอดรถเพื่อพาเธอกลับไปสงบสติอารมณ์ที่บ้าน โดยยอดชายตั้งท่าจะขับรถให้ แต่จี๊ดแว้ดใส่อย่างไม่ยอมแล้วขึ้นขับเองด้วยความเร็วสูง จนยอดชายกับใจดีที่นั่งมาด้วยอกสั่นขวัญผวา

ความโกรธความโมโหทำให้จี๊ดซิ่งแซงคันโน้นคันนี้อย่างบ้าระห่ำ เพื่อนห้ามเท่าไหร่เธอก็ไม่ฟัง ที่สุดก็ได้เรื่อง รถของเธอเกือบชนนายดิ่งที่กำลังจะข้ามถนน โชคยังดีที่ดิ่งโดดหลบทันแต่ก็ล้มลงศีรษะกระแทกขอบทาง ในขณะที่รถของจี๊ดหมุนคว้างเสียงดังสนั่นก่อนแฉลบไปจอดนิ่งอยู่หน้าต้นไม้ใหญ่
สภาพรถไม่ได้เสียหายและคนข้างในก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรเลย แต่จี๊ดยังห่วงรถตัวเอง เธอลงจากรถพร้อม เพื่อนแล้วพุ่งปราดไปเล่นงานชายหนุ่มที่นอนเจ็บอยู่กับพื้นถนน จะให้เขารับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด พอเห็นชัดว่าเขาคือใคร สาวเจ้าก็ยิ่งวีนใส่ไม่ไว้หน้า

“นี่นาย!! นายคนขับแท็กซี่ ฉันว่าแล้ว...ยอดชาย ใจดี ออกมาห่างๆ อีตานี่เป็นมิจฉาชีพ เป็นสิบแปดมงกุฎ ก่อนหน้านี้มันก็ใช้มุกคล้ายๆแบบนี้กับฉันมาทีนึงแล้ว”

ดิ่งพยายามจะบอกว่าตนไม่ใช่โจร แต่จี๊ดไม่ฟัง ทำท่าจะโทร.แจ้งตำรวจมาจับเขา

“จะบ้าเหรอจี๊ด เธอขับรถเกือบจะชนคนตายแล้วยังจะกล้าเรียกตำรวจมาอีกเหรอ  คนที่ซวยจะเป็นเธอมากกว่า” ยอดชายโพล่งขึ้นมา จี๊ดถึงชะงักคิดตาม ส่วนใจดีเร่งให้พาเขาไปหาหมอก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง จี๊ดไม่สนและไม่ยอมให้ดิ่งขึ้นรถตัวเอง เธอเดินหนีไป สตาร์ตเครื่อง แต่ครู่เดียวก็ลงมาด้วยท่าทีหงุดหงิด เพราะรถสตาร์ตไม่ติด

“โอ๊ย! รถบ้า เป็นอะไรอีกเนี่ย พวกแกใครซ่อมรถเป็นบ้าง”

ยอดชายและใจดีปฏิเสธเป็นเสียงเดียว ดิ่งซึ่งเรียนด้านวิศวะเครื่องยนต์มาโดยตรงจึงอาสาซ่อมให้ แต่กว่าจะเสร็จก็มืดค่ำ และดิ่งก็ก้มๆเงยๆอยู่กับรถนานจนมีอาการมึนงงก่อนจะหมดสติต่อหน้าทุกคน

ถึงขนาดเขาหมดสติไปแล้ว จี๊ดก็ยังไม่ยอมให้เพื่อนพาเขาขึ้นรถ กระทั่งใจดีพบว่าดิ่งหัวแตกและสาเหตุ ต้องมาจากถูกรถเฉี่ยว ยอดชายจะพาเขาส่งโรงพยาบาล แต่จี๊ดกลัวเป็นเรื่องใหญ่กลายเป็นคดีความเลยจำยอมพาเขามาที่บ้านตัวเองซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด โดยให้เพื่อนประคอง เขาเข้าไปที่โรงรถแล้วให้ป้าเพ็ญเอาอุปกรณ์ทำแผลมาจัดการ

ooooooo

ศุวิมล น้องสาวของดิ่งเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เธอไม่ชอบแม่เลี้ยงเพราะรู้แน่แก่ใจว่ามารศรีหวังทรัพย์สินเงินทองจากพ่อของเธอ อีกทั้งเรื่องราวระหว่างมารศรีกับดิ่งเธอก็รับรู้มาตลอด จึงไม่แปลกที่เธอจะคอยเหน็บแนมทุกครั้งที่มีโอกาส

และค่ำคืนนี้ก็เช่นกัน ขณะเศกกลับเข้าบ้านพร้อมมารศรี ศุวิมลทำทีมาชวนพ่อคุยเรื่องงานเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ของโมเดิรน์คาร์ ก่อนจะแกล้งเอ่ยชื่อดิ่งเพื่อให้มารศรีสะดุ้งเล่น

พูดถึงนายดิ่ง เศกเป็นปลื้มทุกที คาดหวังว่าลูกชายต้องเรียนจบกลับมาสานต่อกิจการของครอบครัวให้ลักชัวรี่ คาร์เจริญรุ่งเรืองกว่าโมเดิรน์คาร์ของนายเจตนา

“คุณศรี...คุณยังไม่เคยเจอเจ้าลูกชายตัวดีของผม รับรองว่าคุณจะต้องปวดหัวกับมัน แต่ไม่ต้องห่วง เขาเป็นคนจิตใจดี และเข้าใจคนอื่น คุณกับเขาจะต้องเข้ากันได้ดี”

มารศรีนิ่งเงียบไปด้วยความกังวลใจ แล้วขอตัวผละจากสองพ่อลูกเพื่อลองโทร.หาดิ่ง เช็กว่าเขาอยู่ที่ไหนกันแน่ ทำไมเธอถึงตาฝาดเห็นเขาที่งานนั้นได้

เมื่อโทร.ไปแล้วไม่มีคนรับสาย นั่นยิ่งทำให้มารศรีกระวนกระวายไม่สบายใจ หากดิ่งทิ้งปริญญากลางคันกลับมาเมืองไทย เธอจะพูดกับเขาและอธิบายกับนายเศกอย่างไรดี?

ooooooo

ทางด้านคุณหนูจี๊ด หลังสั่งการป้าเพ็ญทำแผลให้ดิ่งโดยมีเพื่อนอีกสองคนคอยช่วยเหลือ ส่วนตัวเธอเข้าบ้านอาบน้ำสบายใจเฉิบ เสร็จปุ๊บออกมาเห็นทุกอย่างเรียบร้อย เธอจัดแจงจะไล่ดิ่งออกไปให้พ้นบ้านทั้งๆที่เขายังไม่ได้สติ

ยอดชายกับใจดีไม่เห็นด้วยจึงช่วยกันห้าม แต่จี๊ดฟังซะที่ไหน เธอเข้ามาเขย่าตัวดิ่งอย่างแรง แต่แล้วต้องผงะตกใจเมื่อโดนเขาสวมกอด ร่ำร้องเหมือนเธอเป็นคนรัก ที่เพิ่งทิ้งเขาไป นี่เองทำให้จี๊ดฉวยโอกาสซ้ำเติมเมื่อเขาฟื้นขึ้นมาด้วยอาการงุนงง

“ที่นี่ที่ไหน?”

“ยังมีหน้ามาถามอีก ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้”

“ผมทำอะไรผิด ผมถูกคุณขับรถเฉี่ยว แล้วผมก็ซ่อมรถให้คุณ แล้วนี่เหรอที่คุณตอบแทนผม”

“จะเอาเงินเท่าไหร่ บอกมาตรงๆเลย ห้าพันพอมั้ย”

“คุณคิดว่าเงินของคุณมันยิ่งใหญ่มากนักเหรอ คงจะถูกสปอยจนเสียคนสินะ”

“จนแล้วยังหยิ่ง แบบนี้น่ะสิ ผู้หญิงถึงได้ทิ้งไป”

ดิ่งชะงักกึก คนอื่นหน้าเสียกันหมด หวาดหวั่นว่าเรื่องจะไม่จบง่ายๆเสียแล้ว

“ฉันไม่ได้อยากรู้หรอกนะ แต่นายครวญครางเอง... ทำไมทำกับผมแบบนี้ อย่าทิ้งผมไป...เชอะ คนอย่างนายผู้หญิงที่ไหนจะไปเอา เอ้าเอาเงินไป เผื่อจะทำให้แฟนนายเห็นหัว”

“คุณไม่ได้รู้อะไรเลยเกี่ยวกับชีวิตผม ก็อย่าพูดมาก”

“คนอย่างนายเห็นแค่ติ่งหูฉันก็รู้จุดจบ ผู้ชายห่วยๆ ไม่เอาไหน คบไปก็ชีวิตล่มจม แฟนนายถึงได้ทิ้ง พอถูกทิ้งนายก็ทำตัวเป็นไอ้ขี้แพ้ จน เครียด กินเหล้า สุดท้ายก็เข้าคุกเข้าตะราง ฉันพูดถึงชีวิตนายถูกใช่มั้ย ไอ้ขี้แพ้”

ดิ่งโกรธกระชากจี๊ดมาจ้องหน้า ยอดชายรีบเข้ามาขอร้องดิ่งอย่ามีเรื่องกันเลย แต่ดิ่งระงับโทสะไม่ไหวเสียแล้ว เขาด่าจี๊ดไปหลายคำก่อนจะเดินออกจากบ้านมาด้วยความโมโห

เขาออกมาได้ครู่เดียว ทุกคนได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหน้าบ้าน พอวิ่งกรูออกมาก็เห็นดิ่งถูกยิงบาดเจ็บที่แขนเพราะพยายามช่วยเหลือเจตนากับวันดีที่จะโดนมือปืนนิรนามลอบยิง

เจตนากับวันดีจะพาดิ่งไปโรงพยาบาล แต่ดิ่งขอร้องเอาไว้ ไม่อยากให้เรื่องบานปลายถึงตำรวจ เจตนาจึงเปลี่ยนเป็นตามหมอประจำครอบครัวมารักษาเพื่อตอบแทนบุญคุณคนที่ช่วยชีวิตตนไว้

หมอเวทย์ทำแผลให้ดิ่ง พลางมองดูเขาอย่างคลับคล้ายคลับคลา จี๊ดเห็นท่าทีของหมอเวทย์แล้วนึกสงสัย แต่ยังไม่พูดอะไรนอกจากจับตามองเฉยๆ

“เรียบร้อยครับ ที่เหลือต่อจากนี้ก็ล้างแผลทุกวัน ไม่กี่วันก็หาย กระสุนแค่ถาก”

จี๊ดได้จังหวะหมอเวทย์ทำแผลให้ดิ่งเสร็จ อาสาถือกระเป๋าไปส่งลุงหมอที่หน้าบ้าน แล้วซักถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัย แต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรนอกเหนือจากคำว่า ลุงคุ้นๆ แต่จำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน

จี๊ดเดินหน้ามุ่ยกลับเข้ามาในบ้าน ได้ยินพ่อให้ดิ่งไปนอนห้องพักแขกแต่แม่ไม่ไว้ใจคนแปลกหน้าจะให้พักห้องคนสวนที่ว่างอยู่ จี๊ดเลยได้ทีเล่นงานดิ่งเข้าให้อีก

“ใช่ค่ะ ทำตัวมีพิรุธ ไม่ยอมไปโรงพยาบาล พอจะแจ้งตำรวจก็ดูกลัวๆ นายเป็นใคร อยู่ที่ไหน ทำมาหากินอะไร”

“ผมชื่อดิ่ง เป็นช่างซ่อมรถอยู่ที่ต่างจังหวัด ต้องรีบกลับบ้านไปทำงาน ไม่งั้นถูกไล่ออก เลยไม่อยากถูกตำรวจสอบสวนเสียเวลา พอใจหรือยัง”

“ไม่พอ และไม่เชื่อ ขอดูบัตรประชาชนหน่อย”

“ดูทำไม”

“ฉันจะเช็กประวัตินาย ว่าเป็นใครกันแน่” เธอไม่พูดเปล่า เข้าค้นตัวเขาเพื่อจะเอากระเป๋าเงิน แต่ดิ่งขัดขืนและรู้ว่าตัวเองถูกล้วงกระเป๋าไปแล้วตอนเดินชนกับชายคนหนึ่ง จี๊ดกลับไม่เชื่อกล่าวหาเขาทันที “นั่นไง มุกกระเป๋าเงินหาย จะได้ไม่ต้องแสดงตัวใช่มั้ย”

“พอเถอะ ป้าเพ็ญพานายดิ่งไปพักเถอะ ส่วนยายจี๊ดมานี่” เจตนาดึงลูกสาวออกไป วันดีตามมาพูดจาให้ท้ายลูก ทำให้เจตนาโกรธมากขึ้นพลอยตำหนิวันดีด้วยอีกคน จี๊ดไม่พอใจเลยเถียงพ่อคอเป็นเอ็น

“จี๊ดกำลังปกป้องคุณพ่ออยู่นะ ดูสิ ทั้งสารรูปทั้งพฤติกรรมของนายคนนั้นมันไม่น่าไว้ใจ นายนั่นต้องเป็นคนไม่ดี”

“ถ้าแกมองว่าคนที่ช่วยชีวิตคนอื่นโดยไม่คิดถึงชีวิตตัวเองเป็นคนไม่ดี พ่อว่าแกนั่นแหละมีปัญหา”

“คุณพ่อ...”

“พ่ออนุญาตให้นายดิ่งพักอยู่ที่นี่จนกว่าจะหายดี และห้ามแกไปออกฤทธิ์ใส่เขา ไม่งั้นฉันจะไม่จ่ายเงินเดือนแก”

“ทำไมคุณพ่อเห็นคนอื่นดีกว่าหนู ดีกว่าคุณแม่ตลอดเวลา” จี๊ดบ่นไล่หลังพ่อที่เดินหน้าตึงจากไป น้ำตาพาลจะไหลด้วยความน้อยใจ แล้วไปนั่งซึมเศร้าที่สนาม ยอดชายสงสารแต่ไม่กล้าเข้ามาปลอบ ลึกๆแล้วยอดชายแอบรักจี๊ดมานาน ซึ่งเรื่องนี้ใจดีทราบดี และเคยบอกให้เขาถอดใจแต่จนป่านนี้ยอดชายก็ยังทำไม่ได้

ป้าเพ็ญเห็นคุณหนูของตนนั่งซึมอยู่นานจึงออกมาตาม จี๊ดสะเทือนใจที่คนอื่นยังห่วงใย เธอกอดป้าเพ็ญและรำพันเสียงสั่นเครือว่าเกลียดคุณพ่อ

“อย่าพูดอย่างนี้นะคะ มันบาป คุณพ่อรักคุณหนูกับคุณผู้หญิงมาก ป้ารู้ดี”

“ไม่จริง คุณพ่อดีแต่พูด แต่การกระทำไม่ใช่ จี๊ดกับคุณแม่เหมือนตัวรำคาญในสายตาคุณพ่อ คอยดูนะ ยิ่งรำคาญ จี๊ดจะยิ่งจัดเต็ม” เธอลุกพรวดไปด้วยความเจ็บใจ แววตาอาฆาตมาดร้ายนายดิ่ง พรุ่งนี้ต้องกำจัดหมอนั่นให้จงได้!

วันรุ่งขึ้น ดิ่งตื่นแต่เช้ามารดน้ำต้นไม้ จี๊ดออกมายืนมองด้วยความหมั่นไส้ก่อนหันไปเรียกนายแช่มมาไล่เขาออกไปจากบ้านของตนเดี๋ยวนี้ แถมขู่แช่มด้วยว่าถ้าไม่อยากเป็นศัตรูกับตนก็ต้องทำตาม

เจอไม้นี้เข้าไป แช่มไม่มีทางเลือก ทั้งผลักทั้งดันดิ่งเป็นการใหญ่ ส่วนจี๊ดก็ด่าๆๆ พอเจอดิ่งสวนให้บ้างก็โมโหคว้าสายยางฉีดน้ำใส่เขา แต่ดันโดนแช่มเปียกไปทั้งตัว

เมื่อเห็นว่าวิธีนี้กำจัดนายดิ่งไม่ได้แน่ จี๊ดเดินแผนต่อไปด้วยการแอบจิ๊กนาฬิกาข้อมือพ่อมาซ่อนไว้แล้วโยนความผิดให้ดิ่ง เจตนารู้ทันจึงไม่ตกใจอะไรเลย แต่เขาก็ยอมให้ดิ่งจากไปตามใจที่ต้องการ

ooooooo

เศกตกใจเมื่อเห็นหนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวเจตนาถูกมือปืนไล่ยิง...แต่ในขณะเดียวกันคนสั่งการกำลังหัวเสียอยู่ในห้องพัก เทวัญคิดการณ์ใหญ่ที่จะฮุบกิจการของเจตนาเนื่องจากมีความแค้นในอดีตที่ไม่มีใครล่วงรู้ เขาเข้ามาจีบจี๊ดเพื่อปูทางให้ตัวเองก้าวไปสู่ความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้...

หลังจากดิ่งออกจากบ้านเจตนามาแล้วทั้งๆที่ไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียว เขาเดินไปเรื่อยเปื่อยอย่างไม่มีจุดหมาย โชคดีที่เจตนานั่งรถผ่านมาเห็นจึงชวนเขาไปทำงานที่บริษัทของตน โดยจะมอบหมายให้ยอดชายที่เป็นหัวหน้าฝ่ายบริการและซ่อมบำรุงมาจัดการ แต่พอดียอดชายไม่อยู่เพราะเอารถที่ซ่อมเสร็จแล้วออกไปส่งลูกค้า รัตนาจึงต้องโทร.ตาม

ปรากฏว่ายอดชายเอารถไปส่งลูกค้าในมหาวิทยาลัยที่ศุวิมลสอนอยู่ และบังเอิญทั้งคู่ได้พบกัน แต่เป็นการพบกันที่ไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย เนื่องจากศุวิมลเข้าใจผิดว่ายอดชายเป็นพวกขี้หลีที่ชอบแอบมองนักศึกษา เธอเลยด่าเขาชุดใหญ่ก่อนจะเอามือถือถ่ายรูปเขาไว้เผื่อให้ยามเอาไปติดประจาน ถ้าเขายังโผล่มาป้วนเปี้ยนแถวนี้อีก

ยอดชายกลับไปด้วยความเซ็ง หลังจากโดนอาจารย์ศุวิมลอบรมราวกับตนเป็นเด็กนักเรียน พอถึงบริษัทเขารีบมาพบเจตนาเพื่อรับดิ่งเป็นพนักงานในฝ่ายที่ตนเป็นหัวหน้า โดยเขาให้ดิ่งทดลองงานสามเดือนตามระเบียบบริษัท ถ้างานดีเป็นที่พอใจก็บรรจุเป็นพนักงานประจำ

ขณะพูดคุยกันอยู่นั้น เทวัญพรวดพราดเข้ามาถามเจตนาเรื่องข่าวโดนลอบยิงด้วยท่าทีห่วงใย เจตนาบอกไม่เป็นไร ดวงตนยังแข็ง โชคดีได้นายดิ่งมาช่วยเอาไว้ เทวัญไม่พอใจดิ่งแต่แสร้งชื่นชมและขอบใจเขา ก่อนถามเจตนาต่อไปว่า ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานใครเป็นผู้ต้องสงสัยบ้างหรือเปล่า

“ไม่รู้สิ ฉันว่าฉันก็ไม่เคยไปสร้างศัตรูที่ไหน”

“ท่านไม่สงสัยบ้างเหรอครับว่าอาจจะเป็นฝีมือของบริษัทลักชัวรี่คาร์”

“หมายถึงนายเศกน่ะเหรอ”

“ครับ..ถ้าจะมีใครคิดร้ายกับท่าน ก็ต้องเป็นนายเศก เท่านั้นครับ อย่างที่รู้บริษัทลักชัวรี่คาร์ของนายเศกอยากจะขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของธุรกิจรถซุปเปอร์คาร์แทนที่โมเดิร์นคาร์ของเรามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ก็ทำไม่ได้”

ดิ่งไม่พอใจที่บิดาของตนถูกเทวัญพาดพิง ขณะที่ยอดชายซึ่งไม่ชอบหน้าเทวัญอยู่แล้วก็ขัดขึ้นว่า

“ถ้าคุณเศกคิดจะใช้วิธีนี้กำจัดคู่แข่ง เขาคงทำไปนานแล้วล่ะมั้งครับ คุณเทวัญ”

“นายจะไปรู้อะไร ต้นปีหน้าบริษัทเราเพิ่งมีออเดอร์เฟอรารี่ลอตใหญ่ นี่คือช่วงเวลาที่เขาจะต้องทำทุกอย่างเพื่อแย่งตลาดไปจากเรา”

“เพราะออเดอร์นี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าระหว่างโมเดิร์นคาร์กับลักชัวรี่คาร์ ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าตลาดตัวจริง” เจตนาวิเคราะห์คล้อยตาม เทวัญได้ใจใส่ร้ายเศกอีกหลายคำทำให้ดิ่งทนไม่ไหวโพล่งออกไป

“ไม่จริง คุณเศกไม่ใช่คนอย่างนั้น”

ทุกคนชะงักแปลกใจ เทวัญตั้งข้อสังเกตว่าดิ่งพูดเหมือนรู้จักนายเศก ดิ่งปฏิเสธว่าไม่รู้จัก แต่ตนคิดว่ามันไม่แฟร์ ไม่ยุติธรรมที่จะปรักปรำคนอื่นโดยไม่มีหลักฐานชัดเจน แค่การตั้งข้อสันนิษฐานลอยๆ

“มันก็จริง ฉันรู้จักนายเศกพอสมควร เขาเป็นคนที่เล่นตามเกม”

ยอดชายเห็นด้วยกับเจตนา แต่เทวัญค้านว่าเจตนามองคนในแง่ดีเกินไป

“จนกว่าจะมีหลักฐานที่ดีกว่านี้ค่อยมาว่ากัน นายออกไปได้แล้ว ฉันจะคุยงานกับนายดิ่งต่อ”

เจตนาตัดบทจนเทวัญหงุดหงิดในอารมณ์กลับออกไป ดิ่งมองตามด้วยความไม่ไว้ใจที่เทวัญพยายามยัดเยียดข้อหาให้บิดาของตน เหตุนี้เองทำให้ดิ่งตกปากรับคำทำงานที่นี่ แต่พอดิ่งกลับออกจากห้องเจตนาไปครู่หนึ่งก็ถูกเทวัญพุ่งมากระชากคอเสื้อดึงเข้ามุมลับตาคน

“อย่าคิดว่าแกช่วยชีวิตคุณเจตนาไว้แล้วแกจะ

กร่างข้ามหัวใครยังไงก็ได้ ฉันเป็นคู่หมั้นของลูกสาวท่าน รู้ไว้ซะ ถ้าจะทำงานที่นี่อย่าทำตัวมีปัญหากับฉันอีก”

ดิ่งนิ่งจ้องหน้าเทวัญอย่างไม่เกรงกลัว

“มองหน้าฉันแบบนี้ หมายความว่ายังไง”

ดิ่งไม่ตอบแต่กระแทกตัวเทวัญแนบกำแพงอย่างรวดเร็ว “ผมไม่อยากมีปัญหาอะไรกับคุณหรอกนะ แต่ผมไม่ชอบถูกรังแกและไม่ชอบถูกใครข่มขู่ ถ้าคุณไม่ทำเหมือนเมื่อกี๊ รับรองเราไม่มีปัญหากันแน่”

เทวัญโกรธสุดๆ จะชกดิ่งแต่กลับถูกดิ่งผลักออก เป็นจังหวะที่จี๊ดโผล่มาเห็นพอดี เธอเข้าใจผิดว่าดิ่งทำร้ายเทวัญ เลยตบหน้าและด่าเขาด้วยถ้อยคำรุนแรง

“ไอ้คนเลว นายมันกุ๊ยข้างถนนชัดๆ นายทำร้ายพี่เทวัญ”

“คุณถามคู่หมั้นคุณดีกว่า ว่าใครทำร้ายใครก่อนกันแน่”

“จี๊ด...อย่าไปยุ่งกับมัน เดี๋ยวถูกมันทำร้าย” เทวัญห้ามแต่จี๊ดไม่ฟัง ตั้งหน้าตั้งตาด่านายดิ่งลูกเดียว

“ฉันไม่จำเป็นต้องถามหรอก ฉันรู้จักพี่เทวัญดี พอๆกับที่ฉันรู้จักสันดานคนอย่างนาย อันธพาล ดีแต่ระรานคนอื่น”

ดิ่งโกรธแต่ไม่อยากมีเรื่องกับจี๊ด หันเดินหนีไปทันที จี๊ดยิ่งโมโหก้าวตามไม่ลดละ สั่งให้เขากลับมาขอโทษพี่เทวัญของตนเดี๋ยวนี้

“ถ้าจะมีใครต้องพูดขอโทษ คนคนนั้นก็คือคุณ เพราะคุณปกป้องคู่หมั้นแบบไม่ลืมหูลืมตา ยังไม่ทันรู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น คุณก็ตัดสินว่าผมผิด แล้วก็ตบหน้าผมแล้ว”

“แบบนี้ใช่มั้ย” จี๊ดตบหน้าดิ่งอีกฉาดแล้วเชิดใส่ “จะบอกให้นะว่าคนอย่างนาย ฉันอยากจะตบหน้าเมื่อไหร่ ยังไง ฉันก็ทำได้ เพราะนายต้องผิดเสมอ”

ดิ่งคว้าแขนทั้งสองข้างของจี๊ดไว้แน่น ตะคอกใส่อย่างเหลือทน “ถึงคุณจะรวย เป็นลูกเจ้าของบริษัท แต่ก็ไม่มีสิทธิ์ทำกับคนอื่นแบบนี้”

เทวัญเห็นดังนั้นวิ่งเข้ามาชกดิ่ง แล้วจะซ้ำให้หนำใจ แต่พวกเจตนาโผล่มาเสียก่อน...จี๊ดฟ้องพ่อว่าดิ่งทำร้ายเทวัญแล้วยังจะทำร้ายตนด้วย ก็เลยโดนเอาคืนเสียบ้าง เจตนาไม่เชื่อและมองลูกสาวอย่างเหนื่อยหน่ายเต็มทน และเมื่อยอดชายกับใจดีพาดิ่งไปประคบรอยช้ำบนใบหน้า เจตนาจึงอบรมจี๊ดเป็นการส่วนตัว

“พ่อนึกไม่ถึงเลยว่าแกจะร้ายกาจได้ขนาดนี้ ใส่ความคนที่ไม่มีทางสู้ แกไม่รู้สึกละอายใจบ้างเหรอ”

“ทำไมจี๊ดต้องละอายด้วย”

“เพราะแกไม่เคยทำอะไรที่เป็นสาระเลย แล้วยังเที่ยวไปดูถูกเหยียดหยามคนอื่นอีก ถึงนายดิ่งจะไม่ได้มีฐานะ ไม่ได้จบการศึกษาสูง และไม่มีหัวนอนปลายเท้า แต่เขามีความรักดี มีศักดิ์ศรี ไม่งอมืองอเท้ารอโชคชะตา และไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างไร้คุณค่าเหมือนแก”

จี๊ดอึ้งไปด้วยความน้อยใจ เจตนามองออกและอดสงสารไม่ได้ พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบบอกลูกให้เลิกทำตัวเหลวไหลไร้สาระแล้วมาทำงานกับพ่อ...ดิ่งกำลังจะไปเริ่มงานที่ฝ่ายบริการฯผ่านมาได้ยินพอดี เขาชะงักแอบฟังสองพ่อลูกสนทนากัน แล้วจี๊ดก็ทำให้เจตนาอารมณ์เสียขึ้นมาอีก เมื่อเธอยืนกรานว่าไม่อยากทำงานร่วมกับเมียน้อยของพ่อ

“แกกลัวตัวเองว่าจะห่วยแตกกว่าคนที่แกดูถูกเอาไว้มากกว่า”

จี๊ดโต้ว่าไม่เคยกลัว พ่อจึงท้าให้มาทำงานพิสูจน์คำพูด อย่าทำให้พ่อต้องผิดหวังมากไปกว่านี้

“ใช่สิ จี๊ดมันไม่ดี ไม่ได้เรื่อง เชิญพ่อไปหวังไปภูมิใจกับคนอื่นเถอะ ไม่ต้องมายุ่งกับจี๊ด”

ลูกสาวผลุนผลันออกไปหาคู่หมั้น ทิ้งคนเป็นพ่อยืนหน้าเคร่งอย่างช้ำใจ ดิ่งรู้สึกเห็นใจเจตนาและไม่พอใจการกระทำของจี๊ด เขาเดินตามเธอไปเพื่อจะเจรจา แต่พอมาเจอเทวัญอยู่ด้วยก็เลยเป็นเรื่องขึ้นมาอีก

สองฝ่ายโต้เถียงกันดุเดือด ดิ่งหนักไปทางตำหนิจี๊ดว่าทำตัวงี่เง่าไร้สาระจนพ่อผิดหวังเสียใจ อีกหน่อยบริษัทที่พ่ออุตส่าห์สร้างขึ้นมาจนยิ่งใหญ่คงไปไม่รอดเพราะมีลูกไม่เอาไหนแบบนี้ จี๊ดโกรธมากกับคำสบประมาทของดิ่ง รีบบอกเทวัญว่าพรุ่งนี้ตนจะมาทำงานที่โมเดิร์นคาร์เพื่อพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าตนทำงานได้ แล้วตนก็จะกำจัดนายดิ่งออกไปจากที่นี่ให้ได้ด้วย

ค่ำแล้วแต่ดิ่งยังทำงานไม่มีทีท่าว่าจะกลับ ยอดชายจึงเข้ามาบอกให้เลิกได้แล้ว พลางกระเซ้าเขาว่ามาวันแรกก็เจอเรื่องวุ่นวายขนาดนี้ หวังว่าคงไม่ถอดใจหนีไปเสียก่อน ดิ่งยิ้มบางๆ ตัดสินใจถามสิ่งที่ติดค้างในใจ

“คุณยอดครับ ผมถามอะไรหน่อยสิ คุณเทวัญมีปัญหาอะไรกับคุณเศกเจ้าของลักชัวรี่คาร์หรือเปล่า”

“ไม่เคยได้ยินว่ามีปัญหากัน แต่ก็ไม่แน่ เพราะคนอย่างเทวัญมีปัญหาได้กับทุกอย่างในโลก ถ้าไม่อยากมีปัญหาก็อย่าเข้าใกล้...ไปล่ะ”

ยอดชายกลับไปแล้ว แต่ดิ่งยังไม่ขยับ ครุ่นคิดสงสัยว่าทำไมเทวัญถึงพยายามจะใส่ร้ายพ่อของตน...ในเวลาเดียวกันนั้น นายเศกกำลังต่อสายถึงลูกชายที่เมืองนอก แต่ไม่เจอตัวจึงคุยกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่อยู่อพาร์ตเมนต์เดียวกัน

สิ่งที่เพื่อนของลูกชายบอกทำให้เศกอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนกดตัดสายด้วยความโมโห แล้วบอกกับลูกสาวที่รอฟังอยู่ว่า ดิ่งหายตัวไปหลายวัน ไม่เข้าเรียน และไม่ได้ เข้าสอบไฟนอล

“พี่ดิ่งไม่เข้าสอบ แล้วพี่ดิ่งไปไหน”

“มันกลับมาเมืองไทยแล้ว”

“อะไรนะ!”

“มันคิดอะไรของมัน ทำไมถึงทิ้งเรียนมากลางคันแบบนี้ ไอ้ลูกไม่รักดี”

มารศรีแอบฟังสองพ่อลูกด้วยสีหน้าวิตกกังวล...วันนั้นที่เธอเห็น แสดงว่าใช่ดิ่งจริงๆด้วย

ooooooo

ตอนที่ 2

ค่ำคืนนั้น นายดิ่งออกจากศูนย์บริการของโมเดิร์นคาร์อย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ไม่รู้จะไปซุกหัวนอนที่ไหนเพราะไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท ขณะที่ เขากำลังหันหน้าหันหลังอยู่ริมถนน นายแช่มคนขับรถของเจตนาเดินมาเรียก...

นับเป็นโชคดีของดิ่งอีกครั้งที่เจตนาเมตตาพากลับไปพักที่บ้าน แต่ดิ่งขอพักที่ห้องคนสวนแทนห้องรับรองแขกที่เจตนาตั้งใจให้อยู่ และถ้าได้รับเงินเดือนก็จะขยับขยายหาที่อยู่เอง

หลังจากทำความตกลงกันเสร็จแล้ว ดิ่งบังเอิญเดินไปได้ยินจี๊ดยืนคุยโทรศัพท์กับเทวัญ เทวัญแอบมีสัมพันธ์กับพริตตี้สาวโดยที่จี๊ดไม่ระแคะระคาย เขานัดหล่อนมานอนที่คอนโดฯ แต่โกหกจี๊ดว่ามีลูกน้องที่บริษัทเอาแผนการตลาดครึ่งปีหลังมาให้เซ็นอนุมัติ

จี๊ดเชื่ออย่างง่ายดาย พอวางสายเห็นเงาใครบางคนแถวพุ่มไม้จึงเรียกให้ออกมา พอเห็นชัดว่าเป็นใครก็โวยวายนึกว่าเขาจะกลับมาแก้แค้น ดิ่งต้องใช้ความอดทนกับเธออย่างมากกว่าจะพูดกันรู้เรื่องว่าพ่อของเธอเห็นว่าตนไม่มีที่ไป เลยให้มาพักที่นี่ชั่วคราว แต่กระนั้นจี๊ดก็ไม่พอใจอยู่ดี เธอแจ้นไปฟ้องแม่ แล้วอีกครู่เดียววันดีก็มาต่อว่าเจตนาที่ให้ชายแปลกหน้าไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าเข้ามาอยู่ในบ้าน ถ้าเกิดมันคิดฆ่าปาดคอชิงทรัพย์ยกบ้านจะทำยังไง

แค่เรื่องเล็กๆ ทำให้สองสามีภรรยาทะเลาะกันจนได้ วันดีหาว่าสามีไม่รับฟังความคิดเห็นของตน ขณะที่เจตนาก็มีเหตุผลที่ช่วยเหลือดิ่งเพราะเขามีบุญคุณ เมื่อพูดกันไม่รู้เรื่องวันดีจึงไล่สามีออกจากห้อง จี๊ดเจอพ่อตรงหน้าประตูเลยโดนพ่อดุจนจ๋อยไป แต่ยังไงเธอก็ไม่มีวันยอมแพ้นายสิบแปดมงกุฎนั่นแน่ๆ

จี๊ดหาทางไล่ดิ่งออกจากบ้านโดยมีเทวัญคอยให้ท้าย เธอกลั่นแกล้งดิ่งทุกทางแล้วให้สำรวยสาวใช้คอยเป็นลูกมือ แต่สำรวยแอบปลื้มในความหล่อของดิ่ง แผนของจี๊ดจึงไม่ค่อยจะสำเร็จ...

ด้านมารศรีที่ทราบแน่ชัดแล้วว่าดิ่งกลับมาเมืองไทย แต่เธอยังมืดแปดด้านว่าเขาไปพักอยู่ที่ไหน เช่นเดียวกับพ่อและน้องสาวของดิ่ง ทั้งคู่กำลังกลุ้มและกังวล โดยเฉพาะคนเป็นพ่อที่ตั้งความหวังไว้ว่าจะให้ลูกชายคนโตกลับมาสานต่อกิจการ

“พี่ดิ่งไม่เคยเป็นคนแบบนี้ พี่ดิ่งรักคุณพ่อมาก การทำให้คุณพ่อเสียใจเป็นสิ่งสุดท้ายในโลกที่พี่ดิ่งจะทำ”

“แล้วพ่อไปทำอะไรให้มันล่ะ ฮึ”

ศุวิมลก้มหน้านิ่ง ตอบไม่ได้...

“จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม พ่อต้องการคำอธิบาย และถ้าเจ้าดิ่งมันไม่มาให้พ่อเห็นหน้าภายในสามวัน พ่อจะถือว่ามันไม่ใช่ลูกพ่อ มันจะไม่ได้อะไรจากพ่อเลยแม้ซักสลึงเดียว”

ศุวิมลตกใจ แต่ลึกๆก็เข้าใจว่าพ่อเสียใจ เจ็บใจ และแค้นใจที่ลูกชายหายไปโดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ส่วนมารศรีผู้ซึ่งเป็นต้นเหตุค่อยๆถอยกลับออกมาหลังซุ่มฟังสองพ่อลูกอยู่นานแล้ว

“ฉันลงทุนไปตั้งเยอะ ฉันต้องได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ฉันไม่ยอมให้คุณกลับบ้านมาเจอพ่อแน่...ดิ่ง ฉันต้องหาคุณให้เจอ” มารศรีบอกกับตัวเองอย่างมาดหมาย...

ooooooo

เช้าวันใหม่ ยอดชายพาดิ่งมาแนะนำตัวกับลุงแปลงที่เป็นหัวหน้าช่างในศูนย์บริการ ลุงแปลงใจดีเป็นที่รักเคารพของลูกน้อง ส่วนแต๋วที่เป็นธุรการก็มีไมตรีกับทุกคน โดยเฉพาะชายหนุ่มรูปหล่ออย่างดิ่ง แต๋วมองเพลินจนช่างโพที่ตามจีบเธออยู่เขม่นตาเขียวไม่พอใจดิ่ง

แต่ไม่ทันที่ใครจะทำอะไรยังไง จี๊ดก็เดินหน้าเชิดเข้ามาประกาศกับบรรดาพนักงานว่า

“ทุกคนฟังให้ดี ฉันเกลียดขี้หน้านายคนนี้ และจะทำทุกทางให้มันออกไปจากบริษัท ใครไม่อยากมีปัญหา คิดให้ดีว่าจะเป็นมิตรหรือเป็นศัตรูกับฉัน” พูดจบก็เดินเชิดเริดหยิ่งออกไปทันที

แต๋วฟังแล้วสยองแทนดิ่ง สงสัยว่าพี่ดิ่งสุดหล่อไปทำอะไรให้คุณหนูจี๊ดไม่พอใจ?

ผละจากพนักงานกลับไปถึงห้องทำงานพ่อ จี๊ดเห็นรัตนานั่งโต๊ะหน้าห้องในตำแหน่งเลขาฯ เธอหมั่นไส้เข้ามาหาเรื่องจะแย่งที่นั่งรัตนา แต่ไม่สำเร็จเพราะเจตนามาขัดขวาง และมอบหมายให้จี๊ดเป็นได้แค่เด็กฝึกงาน ต้องเรียนรู้งานเลขาฯทุกอย่างจากรัตนา

“ไม่...ถ้าจี๊ดไม่ได้เป็นเลขาฯ จี๊ดไม่ทำ”

“ฉันก็ไม่คาดหวังว่าแกจะจริงจังอยู่แล้ว ฉันไม่รู้ว่าแกไปเจอใครหรือเจออะไรมา ถึงอยากจะมาทำงาน แต่ไม่ใช่เพราะพ่อแน่ๆ และไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไร แกก็ยังเป็นแกไม่มีวันเปลี่ยน”

“คุณพ่อ!!”

จี๊ดแผดเสียง แต่พ่อเมินไม่สน หันไปถามรัตนาว่าดิ่งมาทำงานแล้วใช่ไหม รัตนาตอบรับและว่ายอดชาย

พาดิ่งไปที่ฝ่ายช่างแล้ว...เพียงได้ยินชื่อนายดิ่ง คุณหนูจี๊ดก็มีแรงฮึด บอกพ่อว่าตนทำงาน เป็นผู้ช่วยก็ได้ จะให้ทำอะไรว่ามาเลย

“งั้นก็เตรียมเอกสารประชุมด้วย” เจตนาสั่งการแล้วเดินเข้าห้องไป จี๊ดทั้งอายทั้งโกรธแต่จำต้องรับเอกสารจากรัตนามา

“นี่ค่ะ ต้องถ่ายเอกสารยี่สิบชุด”

สาวจี๊ดสะอึกอึ้งก่อนเดินกระฟัดกระเฟียดไปที่เครื่องถ่ายเอกสาร แต่ด้วยความไม่เคยทำจึงต้องให้รัตนามาสอน พอรู้เข้าหน่อยก็ตวัดเสียงไล่รัตนา ซ้ำยังหาว่าเธอเป็นเมียน้อยพ่อ ต่อไปนี้ตนจะจับตาดูเธอแทนแม่ตลอดเวลา ใจดีกับเงาะเดินมาเห็นจี๊ดกำลังเหวี่ยงใส่รัตนา ใจดีรีบห้ามและพาจี๊ดออกมานั่งคุยกันมุมหนึ่ง

ใจดีไม่เห็นด้วยในการกระทำของจี๊ด และเธอก็เชื่อว่ารัตนาไม่ใช่เมียน้อย แต่เงาะกลับไม่คิดเช่นนั้น พูดจายุแหย่ให้จี๊ดเกลียดรัตนาหนักขึ้นไปอีก ใจดีทั้งเซ็งทั้งระอาได้แต่บอกกับเพื่อนรักว่า

“จี๊ด...แกมาทำงานที่นี่ก็ดีแล้ว แกช่วยเปิดหูเปิดตารับความจริงหน่อยนะ แล้วแกจะได้รู้ว่าพี่รัตนาเป็นคนยังไงกันแน่ จะได้เลิกอคติซะที”

จี๊ดนิ่งฟังแต่ยังไม่เชื่อในสิ่งที่เพื่อนพูด จู่ๆเธอมีอาการพะอืดพะอมโรคกระเพาะกำเริบ ใจดีกับเงาะต้องพาไปห้องพยาบาล และเดี๋ยวเดียวยอดชายก็ตามมาอีกคนด้วยท่าทีร้อนรนเป็นห่วงจี๊ดเอามากๆ

ส่วนที่ฝ่ายบริการฯ ในมุมของช่าง แต๋วกับดิ่งมีเหตุให้ใกล้ชิดกันโดยบังเอิญ โพกับด้วงเห็นเข้าก็ไม่พอใจ ด้วงยุโพให้เล่นงานดิ่ง แต่พอดีเทวัญเข้ามาเจอ แล้วซักไซ้จนรู้ว่าช่างเก่าเขม่นช่างใหม่ จึงคิดจะดึงทั้งคู่มาเป็นพวกเพื่อจัดการดิ่งให้ได้

เทวัญทราบเรื่องจี๊ดโรคกระเพาะกำเริบนอนอยู่ห้องพยาบาล เขารีบไปดูแลแฟนสาว เป็นจังหวะที่ใจดีกับเงาะดึงยอดชายพ้นจากห้องมา เทวัญเข้าไปดูแลเอาใจจี๊ด แต่พอน้องเชอรี่โทร.มาหาเขาก็อ้างว่าลูกน้องโทร.ตาม ขอตัวสักครู่ ให้จี๊ดนอนพักไปก่อน เสร็จธุระแล้วจะพาไปส่งบ้าน

ด้านโพกับด้วง หลังรับคำสั่งจากเทวัญให้จัดการดิ่ง สองหนุ่มสบโอกาสตอนดิ่งเอาอะไหล่เก่าเข้าไปเก็บหลังศูนย์ซ่อม รุมชกต่อยดิ่งแทบทรุดถ้ายอดชายกับลุงแปลงไม่วิ่งเข้ามาห้าม แต่พอลุงแปลงซักถามและคาดโทษด้วงกับโพถึงขั้นไล่ออก ดิ่งสงสารทั้งคู่ รีบโกหกว่าพวกเราไม่ได้มีเรื่องกัน ที่ตนปากแตกเพราะถูกของบนชั้นหล่นใส่ ลุงแปลงกับยอดชายไม่เชื่อ แต่จำต้องปล่อยเลยตามเลยอย่างที่ดิ่งต้องการ ในขณะที่ด้วงกับโพพากันแปลกใจทำไมดิ่งถึงไม่เอาเรื่องพวกตน

เทวัญหลบแฟนสาวออกมาคุยโทรศัพท์กับกิ๊ก แต่จู่ๆกิ๊กสาวกลับโผล่มาเซอร์ไพรส์ตรงหน้า เล่นเอาชายหนุ่มสะดุ้งตกใจรีบพาเธอหลบไปคุยกันมุมหนึ่ง

เชอรี่นัวเนียออดอ้อนเสียจนเขาใจคอไม่ดีกลัวใครมาเห็น

จึงเร่งเธอกลับไปก่อนแล้วคืนนี้ค่อยเจอกัน

ทันทีที่ผลักไสเชอรี่ไปได้ เงาะเดินผ่านมาทักเทวัญ แล้วทั้งคู่ก็เดินคุยกันไปอีกด้าน เงาะแอบชอบเทวัญจึงพยายามทอดสะพาน เทวัญเหมือนจะดูออก เขายิ้มให้เธอด้วยรอยยิ้มชวนฝัน ซึ่งแค่นี้ก็ทำให้เงาะหัวใจ

พองโตไปด้วยความหวัง

ooooooo

ดิ่งตั้งใจมาที่ห้องพยาบาลเพื่อประคบรอยช้ำบริเวณปากตัวเองที่โดนโพชก แต่ไม่เจอเจ้าหน้าที่จึงนั่งรอโดยไม่รู้ว่าจี๊ดนอนพักอยู่บนเตียงที่มีม่านกั้น กระทั่งได้ยินเสียงเธอขอน้ำดื่ม เขาหยิบยื่นส่งให้ดีๆ แต่เธอกลับหาเรื่องด่าเขาลั่นห้องแถมยังเอาน้ำแก้วนั้นสาดใส่หน้าเขาด้วย

การกระทำของเธอทำให้ชายหนุ่มจ้องเขม็งอย่างเหลืออด แต่ไม่ทันจะทำอะไร เธอก็ลุกพรวดจากเตียงจนเซถลาเกือบล้มถ้าเขารับไว้ไม่ทัน ถึงกระนั้นเธอยังดีดดิ้นทำให้เสียหลักล้มทับไปบนเตียงแคบๆด้วยกัน

จังหวะนี้เองเจ้าหน้าที่พยาบาลเข้ามาพอดี ดิ่งรีบดึงม่านปิดแล้วปรามจี๊ดห้ามส่งเสียงถ้าไม่อยากให้คนอื่นเห็นว่าเราประกบกันอยู่

แม้จะไม่ส่งเสียงแต่จี๊ดก็จิกข่วนแขนเขาจนแสบไปหมด เจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงกุกกักเข้าใจว่าจี๊ดตื่นแล้วจึงเปิดม่านเข้าไปหา เป็นจังหวะที่ดิ่งตัวเลื่อนลงจากเตียงหนีกรงเล็บของจี๊ดไปใต้เตียงพอดี

จี๊ดออกอุบายไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าตนอยู่กับดิ่งจึงวานเธอไปตามเทวัญให้ที จากนั้นก็หันมาไล่ดิ่งออกไปจากห้องโดยเร็ว แล้วให้เทวัญประคองตนไปที่รถ โดยมียอดชายตามมามองอย่างห่วงใย

เทวัญขับรถมาส่งจี๊ดถึงหน้าบ้านแล้วกลับไปทำงานต่อ จี๊ดไม่ได้เข้าบ้านหลังใหญ่ของตนแต่ย่องไปทางห้องพักคนสวนเพื่อค้นหาหลักฐานที่จะยืนยันว่านายดิ่งเป็นใคร แต่ระหว่างนี้เองโชคไม่เข้าข้างเธอ เพราะดิ่งได้รับมอบหมายจากยอดชายให้ขับรถของเธอกลับมาไว้ที่บ้าน ดิ่งจึงจับได้คาหนังคาเขาว่าจี๊ดแอบเข้าห้องตน โดยทีี่ป้าเพ็ญกับสำรวยก็อยู่ในเหตุการณ์ ส่วนวันดีเพิ่งจะเข้ามาทีหลัง

คุณหนูจี๊ดเถียงดิ่งฉอดๆ ก่อนสรุปอย่างถือสิทธิ์ความเป็นเจ้าของบ้านว่าตนมีสิทธิ์ค้นห้องคนอาศัยอย่างเขา

“ทำไม กลัวว่าฉันจะเจออะไรไม่ชอบมาพากลหรือไง ถึงได้ไม่พอใจ”

“ที่ไม่พอใจ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะคุณไม่มีมารยาท”

“บ้านฉัน จะทำไม”

“จี๊ด...พอเถอะลูก อย่าเอาทองไปรู่กระเบื้อง ทีหลังไม่ต้องไปยุ่ง ถ้ามันเกิดทำอะไรเราขึ้นมาจะแย่นะ”

ถ้อยคำดูถูกของวันดีทำเอาดิ่งหน้าชา แต่ยังพูดอย่างใจเย็นว่า

“ผมคิดอยู่เสมอว่าผมอาศัยบ้านคุณอยู่ และผมก็อยู่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ต้องกลัวหรอกครับว่าผมจะทำร้ายพวกคุณ เมื่อถึงเวลาของผม ผมก็จะไป ขอตัวกลับไปทำงานครับ”

“เดี๋ยวก่อน...คุณเจตนาให้เธออาศัย ฉันขัดไม่ได้เพราะถือเป็นการตอบแทนบุญคุณ แต่ฉันก็ไม่สบายใจนัก ถ้าจะเห็นเธอใช้ไฟใช้น้ำบ้านฉันฟรีๆไปจนถึงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้”

วันดีทำให้ดิ่งอึ้งแล้วอึ้งอีก ขณะที่จี๊ดยิ้มสะใจ แล้วเดินตามไปสำทับเขาอีกอย่างเหนือกว่า

“อย่าลืมนะ รีบกลับมารดน้ำดูแลต้นไม้และทำหน้าที่คนสวนทั้งหมด ซึ่งจะเป็นงานของนายแลกกับที่ซุกกะลาหัว”

ดิ่งข่มความโกรธจ้องหน้าเธอนิ่ง จี๊ดหมั่นไส้ยิ่งท้าทาย

“ฉันจะโขกสับ อาละวาดให้นายอยู่ไม่เป็นสุข ถ้านายยังทนอยู่ได้ แสดงว่านายต้องมีแผนทำอะไรสักอย่างที่นี่ ถึงต้องอยู่”

“เอาเวลาระแวงผมไประวังคนใกล้ตัวเถอะ”

“พูดเรื่องอะไร”

“บอกไปก็คงเท่านั้น เพราะคุณมันสวย...แต่โง่ แถมเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำงานวันแรกก็หาเรื่องอู้มาทำเรื่องไร้สาระ เกินจะเยียวยาจริงๆ”

ถูกเขาด่าเป็นชุดจนพูดไม่ออก จี๊ดได้แต่เต้นแร้งเต้นกาด่าไล่หลังดิ่งที่เดินลิ่วออกไปแล้ว

ooooooo

วันเดียวกันนี้ มารศรีบังเอิญพบหมอเวทย์ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง สองฝ่ายทักทายอย่างจำกันได้ ก่อนที่หมอเวทย์จะเปรยว่าอยากคุยกับคุณเศกเรื่องลูกชายคนโตที่อยู่เมืองนอก

“มีอะไรเหรอคะ” มารศรีซักทันที

“คือผมเพิ่งไปเจอผู้ชายคนหนึ่งที่หน้าเหมือนลูกชายท่านมา”

“ที่ไหนคะ”

“ที่บ้านของคุณเจตนาครับ เขาช่วยชีวิตคุณเจตนาเอาไว้จากการถูกลอบยิง”

“เหรอคะ แต่เอ...ไม่น่าจะเป็นไปได้นะคะ คุณศยามเขายังเรียนที่เยอรมันอยู่เลย”

“คงเป็นแค่คนหน้าเหมือน จริงๆผมก็แค่คลับคล้าย คลับคลา เพราะไม่ได้เจอคุณศยามนานมากแล้ว”

“ค่ะ เรื่องธรรมดาค่ะ ขอบคุณนะคะที่เล่าสู่กันฟัง เย็นนี้ดิฉันจะไปเล่าให้คุณเศกฟังเองค่ะ ว่าคุณหมอปล่อยไก่”

หมอเวทย์หัวเราะน้อยๆก่อนบอกลา ทิ้งปริศนาคาใจไว้ให้มารศรีว่า ทำไมดิ่งถึงไปอยู่ที่บ้านคู่แข่งของพ่อตัวเอง แต่เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจมารศรีดั้นด้นไปถึงบ้านเจตนา เธอจอดรถแอบมองเข้าไปแต่ไม่เห็นใครสักคน จึงเปลี่ยนเป็นโทร.เข้าเบอร์บ้านถามหาคุณศยาม ป้าเพ็ญรับสายแล้วบอกไปว่าคุณคงโทร.ผิด ที่นี่ไม่มีคนชื่อนั้น

“แล้วคุณดิ่งล่ะคะ” มารศรีซักต่อ

“คุณดิ่งเหรอคะ คุณดิ่งไปทำงานค่ะ”

จี๊ดอยู่ไม่ไกลได้ยินป้าเพ็ญเอ่ยชื่อดิ่ง เธอเข้ามาแย่งโทรศัพท์จากมือป้าเพ็ญแล้วกรอกเสียงแข็งๆลงไปจนอีกฝ่ายอึกอัก ไปไม่เป็น

“เป็นอะไรกับนายนั่น แล้วเอาเบอร์ที่นี่มาจากไหน นายนั่นบอกหรือไง...ฉันถามว่าเป็นอะไรกับนายนั่น ช่วยมาเอาตัวเขากลับไปเลยนะ เพราะที่นี่มีแต่คนรังเกียจ แล้วหัดใช้สมองคิดหน่อยนะ นายนั่นเป็นแค่คนอาศัย อย่า

สะเออะโทร.เข้ามาหา อยากเจออยากคุยก็ไปหาทางกันเอาเอง”

มารศรีสะดุ้งแล้ววางสายหนีทันที จี๊ดโกรธจัด แผดเสียงด่าว่าไม่มีมารยาท ขณะที่มารศรีก็แทบกรี๊ดกับความร้ายกาจของเธอ

“นังบ้า ปากจัด...แสดงว่าบ้านนี้ไม่มีใครรู้ว่าดิ่งเป็นลูกชายคุณเศก แต่ดิ่งต้องรู้จักสิว่าบ้านนี้เป็นใคร...ดิ่ง

จะทำอะไรกันแน่” มารศรีนิ่วหน้าแปลกใจแต่จำต้องถอยกลับไปตั้งหลักก่อน

ส่วนสาวจี๊ดยังหงุดหงิดไม่หาย เข้าใจว่าดิ่งให้เบอร์โทร.บ้านของตนกับคนอื่นอย่างไม่เกรงใจ จึงบ่นกับแม่ไปหลายคำก่อนจะโทร.หาเทวัญเพื่อนัดทานอาหารเย็น ขณะนั้นเทวัญอยู่กับเชอรี่ที่ห้างสรรพสินค้าจึงโกหกแฟนสาวว่าออกมาพบลูกค้านอกบริษัท

เจรจากับจี๊ดเสร็จ เทวัญต้องอ้อล้อกับเชอรี่ต่อเพราะเธองอนเมื่อรู้ว่าจะต้องกลับเอง ขณะง้อกันไปงอนกันมาไม่คิดว่าเงาะจะมาเห็นจังๆ หลักฐานขนาดนี้ทำให้เทวัญปฏิเสธไม่ออก เขายอมรับขณะอยู่กับเงาะตามลำพังว่าเขานอกใจจี๊ด ด้วยเหตุผลที่ว่า

“พี่อึดอัด ไม่เป็นตัวของตัวเองเลยเวลาที่อยู่กับจี๊ด”

“แต่เห็นพี่กับจี๊ดรักกันดี อีกไม่กี่ปีก็จะแต่งงานกันแล้วไม่ใช่เหรอคะ”

“จี๊ดต่างหากที่อยากแต่ง แต่พี่...ไม่แน่ใจ”

“อะไรนะคะ!” เงาะสีหน้าตกใจ แต่หัวใจแอบพองโต

“เงาะก็รู้นิสัยจี๊ด เอาแต่ใจตัวเอง ชอบออกคำสั่ง ไม่ฟังเหตุผล ซึ่งพี่ก็ต้องยอม ไม่มีผู้ชายคนไหนรู้สึกภาคภูมิใจนักหรอกที่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ พี่ต้องการอยู่กับคนที่เห็นว่าพี่มีค่า”

“แล้วทำไมพี่ไม่เลิกกับจี๊ดซะล่ะคะ”

“พี่เลิกไม่ได้เพราะจี๊ดเคยขู่ว่า...เขาจะฆ่าตัวตาย”

“อะไรนะคะ” เงาะผงะตกใจ

เทวัญลอบยิ้มสมใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเงาะที่ตกหลุมพราง แล้วตีหน้าเศร้าขอความเห็นใจจากเธอต่อไป

“ตอนนี้ความรู้สึกที่พี่มีต่อจี๊ดมันไม่ใช่ความรัก มันคือความสงสารเท่านั้น พี่รอแค่ถ้าพี่เจอรักแท้จากใครสักคน พี่คงกล้าหาญพอจะบอกเลิกจี๊ดทันที”

“ผู้หญิงคนเมื่อกี๊ใช่หรือยังคะ”

“ไม่ใช่...วันนี้พี่นัดเขามาเพื่อบอกเลิก เพราะพี่คิดว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เทวัญสบตาเงาะอย่างมีความหมาย เงาะหวั่นไหวใจแทบละลาย...

ooooooo

ใกล้เวลาเลิกงาน ดิ่งมาล้างมือเตรียมตัวกลับบ้านเจอโพเข้าพอดี โพถือโอกาสถามเขาว่าทำไมไม่พูดความจริงที่โดนตนชกเพราะเขาไปยุ่งกับแต๋ว

“คงไม่ยุติธรรมถ้านายต้องถูกไล่ออก เพราะนายเข้าใจฉันผิด”

“อะไรนะ”

“ฉันไม่ได้ยุ่งกับแต๋ว” ดิ่งยืนยันจริงจังจนโพอด รู้สึกไม่ได้ว่าเขาจริงใจ ไม่ได้โกหก แต่ไม่ทันพูดอะไรกันต่อ ด้วงเดินเข้ามาอีกคน ดิ่งเลยชิ่งออกไปเพราะไม่อยากมีเรื่อง

“พี่จะเชื่อมัน...หรือเชื่อฉัน”

“เงียบน่าไอ้ด้วง” โพตวาดจนด้วงหน้าเสีย แล้วเดินออกไปอย่างหงุดหงิด

ด้วงเจ็บใจที่ไม่เป็นไปตามแผน เขารีบโทร.หาเทวัญผู้สั่งการ พอเทวัญรู้ว่าดิ่งยังไม่โดนไล่ออกก็ยิ่งอาฆาต สั่งด้วงกลั่นแกล้งมันต่อไป

ก่อนกลับบ้านในเย็นนั้น เจตนาแวะมาหาดิ่งและพูดคุยเรื่องจี๊ดยอมทำงานที่นี่เนื่องจากต้องการลบคำ

สบประมาทของเขา ซึ่งเจตนาค่อนข้างพอใจ ชื่นชมดิ่งที่ทำให้ลูกสาวตนคิดอยากทำงาน แม้วันแรกจะแกล้งป่วย แต่ก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี

“จะว่าไป...ฉันชักจะไม่เชื่อว่านายเป็นแค่ช่างซ่อมรถธรรมดาๆซะแล้วสิ”

“ผมก็แค่คนบ้านนอก พูดไปตามเรื่องตามราว แต่มันบังเอิญไปทำให้ลูกสาวท่านเกิดแรงฮึดก็ได้มั้งครับ”

“ยังไงก็ขอบใจ...เอ้อ นายแปลงบอกฉัน...นายฝีมือดีนี่ คงจะดีถ้านายจะทำงานที่นี่ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ต้องกลับต่างจังหวัด ว่าไง สนใจไหม”

“ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นหรอกครับ แต่วันนี้ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด”

“นั่นสินะ” เจตนาส่งยิ้มบางๆ รู้สึกว่าดิ่งมีอะไรปิดบังมากกว่าที่เห็น

ทันทีที่เจตนากลับออกไป ยอดชายเดินเข้ามาอีกทาง เขาชวนกึ่งบังคับดิ่งให้ไปทานอาหารค่ำด้วยกัน โดยไม่บอกให้ใจดีกับจี๊ดทราบล่วงหน้า ใจดีตกใจเมื่อเห็นดิ่ง เธอรีบรั้งยอดชายไปคุยกันมุมหนึ่งก่อนที่จี๊ดจะมาถึง

“แกจะบ้าเหรอ ชวนคุณดิ่งมากินข้าวด้วยทำไม”

“อ้าว ไม่ดีเหรอ ก็คิดว่าแกชอบ”

“ฉันน่ะชอบ แต่ยายจี๊ดเอาแกตายแน่”

“เฮ้ย! ที่สาธารณะ จี๊ดไม่กล้าทำอะไรหรอก เอาน่า สันติภาพจะไม่เกิดถ้าไม่มีใครกล้าหาญลุกขึ้นมาตั้งโต๊ะเจรจา”

“แกแน่ใจเหรอว่าจี๊ดจะยอมเจรจาด้วย”

“เพื่อนรักออกตัวแรงรับประกันว่าคุณดิ่งไม่ใช่คนเลวร้ายถึงขนาดนี้ ก็ต้องยอมกันบ้าง” ยอดชายยิ้มมั่นใจ แต่ใจดียิ้มไม่ออก หวาดหวั่นว่าจะทะเลาะกันมากกว่าปรองดอง

แล้วก็เป็นจริงอย่างที่ใจดีคิด เพียงเห็นหน้านายดิ่งแวบเดียวคุณหนูจี๊ดก็ปรี๊ดแตกจนลูกค้าทั้งร้านหันขวับมาจ้อง ดิ่งอายและไม่พอใจอย่างมากกับถ้อยคำเหยียดหยามของจี๊ด เขาตัดปัญหาเดินดุ่มออกจากร้าน จึงไม่ทันเห็นศุวิมลที่มากับเพื่อน แต่ศุวิมลเห็นพี่ชายเต็มตา เธอผละจากเพื่อนวิ่งตามเขาไปทันที แต่สักครู่ก็คลาดกันไปอย่างน่าเสียดาย

ส่วนที่โต๊ะอาหาร ยอดชายโดนจี๊ดสวดยับที่ชวนคนนอกมาโดยไม่บอกกล่าวกันก่อน เธอสำทับว่าทีหลังอย่าทำอีกถ้ายังอยากเป็นเพื่อนกับตนต่อไป และตนก็ไม่อยากมีเพื่อนเพิ่ม ไม่จำเป็นต้องหาใครมายัดเยียดให้

ยอดชายอยากค้านแต่คิดว่าไม่มีประโยชน์ ยอมจำนนไปก่อน ส่วนใจดีชวนเปลี่ยนเรื่องให้สั่งอาหารกันดีกว่า จี๊ดจึงถามหาเงาะทำไมยังไม่มา พอได้ยินใจดีบอกว่าเงาะจะมาช้าเพราะติดคุยงาน จี๊ดนึกไปถึงแฟนหนุ่มสุดขยันของตนก็คงจะมาช้าเหมือนกัน แต่ยังไงเขาต้องมาเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองการทำงานวันแรกให้ตนอยู่แล้ว

“แล้วจะทำแค่วันเดียวด้วยหรือเปล่า” ใจดีแซว

“บ้าสิ...ยังไม่รู้แพ้ชนะเลย” ตอบไปแล้วเห็นเพื่อนทั้งสองคนชะงัก จี๊ดรีบกลับลำ “บริษัทพ่อฉันนะ ทำเล่นๆได้ไง คอยดูโหมดจริงจังของฉันก็แล้วกัน แล้วจะแปลกใจ”

ยอดชายฟังแล้วกระเซ้าจี๊ดไปอีกคำสองคำก่อนจะหน้าซีดใจแป้วที่จี๊ดเอ่ยถึงเทวัญด้วยความรัก ใจดีมองเพื่อนชายอย่างเข้าใจความรู้สึก พอเขาขอตัวไปห้องน้ำ เธอรู้ทันทีว่าเขาต้องการหลบไปทำใจ แต่แค่โผล่ออกมานอกร้านเขาก็ชนเข้ากับเพื่อนสาวของศุวิมลที่ถือแก้วน้ำเดินหันหน้าหันหลังเหมือนมองหาใคร

ต่างคนต่างขอโทษกัน แต่น้ำในแก้วของเธอหกใส่เป้ากางเกงของเขาเปียกเป็นวงใหญ่ ยอดชายเดินแยกมาด้วยความเซ็งสุดขีดพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำที่เป้ากางเกง ศุวิมลผ่านมาเห็นเขาก้มๆเงยๆ พอเผชิญหน้าก็จำได้แม่นว่าเคยเจอที่มหาวิทยาลัย ซึ่งครั้งนั้นเธอตัดสินไปแล้วว่าเขาคือพวกถ้ำมอง ซ้ำวันนี้ยังมาเจอในลักษณะเหมือนโรคจิตชอบอวดของสงวน เธอเลยด่ากระจายจนเขาต้องอธิบายความจริงให้ฟัง แต่ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ยังปักใจว่าเขาไม่ปกติอย่างแน่นอน

เทวัญมาถึงหน้าร้านอาหารแล้วแต่ยังถูกสาวเงาะออดอ้อนอ้อยอิ่งอยู่ในรถหลังจากไปนอนด้วยกันมา เทวัญปากหวานว่ารักเงาะ ไม่ได้รักจี๊ด แต่เงาะต้องเก็บเรื่องของเราเป็นความลับไว้ก่อนจนกว่าตนจะบอกเลิกจี๊ด

เงาะกำลังหลงเขาเต็มที่ หอมแก้มเขาซ้ายขวาก่อนให้สัญญาแล้วเดินเข้าร้านไปอย่างว่าง่าย ส่วนเทวัญทิ้งช่วงสักครู่ถึงจะตามเข้าไปเพื่อไม่ให้ใครสงสัย แต่ทว่าความลับไม่มีในโลกจริงๆ ดิ่งเห็นทั้งคู่ด้วยความบังเอิญ ขณะที่ใจดีก็เห็นกับตาตัวเองว่าเงาะกับเทวัญน่าจะมีสัมพันธ์กันไม่ธรรมดา ถึงได้นั่งเอาขาเกี่ยวกันไปมาอยู่ใต้โต๊ะ

ใจดีเห็นแล้วทนไม่ไหว แต่ไม่อยากให้จี๊ดเสียใจจึงส่งซิกกับยอดชายให้ลุกออกไปนอกร้านเพื่อบอกเล่าสิ่งที่เห็นให้ฟัง และยืนยันว่าตนไม่ได้ตาฝาดแน่ เงาะกำลังทำตัวเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ยอดชายสงสารจี๊ดจับใจ ใจดีก็เช่นกัน ทั้งสงสารจี๊ดทั้งอยากตบเงาะ ทำท่าจะกลับเข้าไปบอกจี๊ดเสียให้ได้

“เดี๋ยวก่อน ใจดีใจเย็นๆ เรามาช่วยกันหาทางออกสวยๆให้กับเรื่องนี้ดีกว่า ยังไงเงาะก็เพื่อน ถ้าจี๊ดรู้ตอนนี้เสียเพื่อนแน่”

ใจดีหยุดชะงัก...แล้วสองคนก็มองหน้ากันอย่างกลัดกลุ้ม

ooooooo

เทวัญมาส่งจี๊ดถึงบ้าน ดิ่งยืนมองจากในสวนแล้วอดนึกถึงภาพเทวัญจู๋จี๋กับเงาะในรถไม่ได้ หาก

จี๊ดรู้จะเรื่องใหญ่สักแค่ไหน  แต่ตัวเองคงไม่กล้าเสนอ

หน้าพูดแน่ เขาได้แต่รำพึงกับตัวเองว่า คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ

พอจี๊ดลงจากรถเดินเข้ามาเห็นดิ่งหันหลังจะกลับห้องพัก เธอเดินฉับๆมาเรียกเขาด้วยน้ำเสียงแสนกระด้าง

“เดี๋ยว! ช่วยบอกญาติโกโหติกาของนายด้วยนะว่าไม่ต้องโทร.เข้าบ้านนี้อีก ไม่สะดวกรับสายให้”

ดิ่งทวนคำว่าญาติอย่างแปลกใจ จี๊ดเลยใส่ต่อด้วยท่าทีหงุดหงิด

“ก็ให้เบอร์บ้านนี้กับใครไปล่ะ”

“ผมไม่...”

“ฉันไม่เสียเวลาฟังนายหรอก มองก็ไม่ได้อยากจะมอง” ว่าแล้วคุณหนูจี๊ดก็ปึงปังจากไป ทิ้งนายดิ่งยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความสงสัยว่าใครกันที่โทร.หา?

ในคืนเดียวกันที่บ้านนายเศก มารศรีเห็นสามีกลุ้มใจเรื่องลูกชายที่ยังหาตัวไม่เจอ เธอเข้ามาปลอบพร้อมทั้งให้กำลังใจเขาเต็มที่ แต่แล้วมารศรีต้องชะงักด้วยความหวั่นวิตกเมื่อศุวิมลมาเล่าให้พ่อฟังด้วยท่าทีตื่นเต้นว่าเห็นพี่ดิ่งเมื่อตอนหัวค่ำ

“แล้วทำไมเขาไม่คิดจะกลับบ้านมาหาพ่อหาน้อง คนใจร้าย” มารศรีแสร้งกรีดเสียงตำหนิดิ่ง

“คงมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้พี่ดิ่งไม่อยากกลับ”

“นี่คุณศุกำลังจะบอกว่า...เพราะฉันเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้เหรอคะ”

“ก็ไม่แน่ พี่ดิ่งอาจจะประท้วงที่พ่อแต่งงานใหม่”

“ไม่ใช่หรอกน่า มันซะอีกที่บอกพ่อว่าอยากให้พ่อแต่งงานใหม่ เพราะไม่อยากให้พ่อเหงา”

“จะอะไรก็แล้วแต่...ศุว่าพี่ดิ่งกำลังมีปัญหา ศุจะพยายามตามหาพี่ดิ่งให้เร็วที่สุดค่ะคุณพ่อ”

เศกพยักหน้าอย่างเหนื่อยใจ มารศรีครุ่นคิดต้องพยายามเจออดีตคนรักของตนให้ได้ก่อนใคร

ooooooo

รุ่งขึ้นมารศรีออกจากบ้านแต่เช้า เธอบอกสาวใช้ว่าไปทำบุญที่วัด แต่ความจริงเธอแอบไปดักนายดิ่งที่หน้าบ้านเจตนา ดิ่งซึ่งเก็บเสื้อผ้าทั้งหมดใส่กระเป๋าตั้งใจจะออกจากบ้านนี้หลังจากรู้ว่ามีคนโทร.หา แต่พอออกจากห้องก็เจอสาวจี๊ดยืนตีหน้ายักษ์ เข้ามาแย่งกระเป๋าของเขามาค้นเพื่อดูว่าเขาขโมยอะไรไปบ้าง

เมื่อค้นทุกซอกทุกมุมก็ไม่เจอของมีค่าจึงโยนกระเป๋าคืนเขาไปด้วยความหงุดหงิด แล้วตั้งคำถามจับผิดอีกว่า จะรีบไปไหนตั้งแต่ไก่โห่

“ไปทำงาน กลัวรถติด นี่อย่าบอกนะว่าเฝ้าจับตาผมตลอดเวลาไม่หลับไม่นอน”

“ใช่! ทำงานแล้วต้องเอาเสื้อผ้าไปด้วยทำไม ฉันรู้ว่าญาตินายโทร.หาเพื่อส่งสัญญาณบางอย่าง นายถึงคิดจะรีบออกไป แล้วอ้างว่าไปทำงาน แต่ให้ญาตินายที่ได้ข้อมูลแผนที่บ้านฉันจากนายย้อนรอยมาขึ้นบ้านฉัน”

“เฮ้ยคุณ ดูหนังมากไปมั้ง เพ้อเจ้อ!”

เขาเดินหนีอย่างเอือมระอา แต่เธอยังไม่ยอมรามือ ก้าวไปดักหน้าสั่งเขาเสียงเขียว

“ยังไปไม่ได้”

“นี่ผมต้องขึ้นรถเมล์นะ ต้องใช้เวลาเดินทาง ไม่ได้สบายขับรถปร๊าดเดียวถึงเหมือนคุณ”

“ฉันจะให้นายไปทำงานกับฉัน”

“อะไรนะ”

“ถ้านายบริสุทธิ์ใจจริง ก็ต้องนั่งรถไปกับฉัน แต่ถ้าไม่ แสดงว่านายคิดหนีและกำลังจะทำชั่วอย่างที่ฉันคิด ฉันจะแจ้งตำรวจ”

“วุ่นวายจริงพับผ่า...ไปด้วยก็ได้ แต่ต้องรีบพาผมไปเข้างานให้ทันแปดโมง ตอนนี้อีกห้านาทีเจ็ดโมงเช้า ถ้าออกจากบ้านเกินเจ็ดโมงสิบห้า...สายแน่นอน”

“อีกยี่สิบนาที” เธอต่อรอง

“ถ้าไม่ทัน ผมไปก่อน”

“ทัน! รออยู่ตรงนี้แหละ ไม่ได้ๆ เข้าไปรอในบ้าน ฉันจะให้ป้าเพ็ญคุมตัวนายไว้...มานี่” เธอจิกแขนเสื้อเขาลากเข้าข้างใน...มารศรีแอบดูอยู่ข้างรั้วบ้านด้วยสีหน้าเจ็บใจ ก่นด่านังจี๊ดตัวแสบมาตัดหน้าไปซะได้!

ooooooo

จี๊ดทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ได้เสมอ...แม้แต่ป้าเพ็ญยังอดขำในความจุ้นจ้านเอาแต่ใจของเธอไม่ได้ พอส่งนายดิ่งขึ้นรถไปกับคุณหนูจี๊ดแล้ว เจตนาออกมาเห็นป้าเพ็ญยืนยิ้ม ซักถามจนรู้ว่าลูกสาวของตนไปทำงานแล้วพร้อมนายดิ่ง คนเป็นพ่อถึงกับอึ้งกิมกี่ ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้

ตลอดทางจี๊ดซิ่งสุดขีด พอถึงบริษัทนายดิ่งถึงกับท้องไส้ปั่นป่วนพะอืดพะอมอยากจะอ้วก พอดีลุงแปลงเดินผ่านมาเห็น เขาทักทายลูกสาวเจ้านายอย่างคุ้นเคย

“สวัสดีครับคุณจี๊ด มาแต่เช้าเลยนะครับ”

“อ๋อ...ค่ะ พอดีตื่นเต้น อยากทำงานค่ะลุง”

“ดีครับ ท่านได้ยินคงชื่นใจ”

ดิ่งแอบทำเสียงหมั่นไส้ แล้วขอตัวไปตอกบัตร ลุงแปลงเลยเดินตามไปด้วย ส่วนสาวจี๊ดเขม่นมองนายดิ่งไปอย่างมาดหมาย หากเขาตุกติกคิดหนีเมื่อไหร่เป็นต้องเห็นดีกันแน่!

หลังจากหมายหัวนายดิ่งไว้แล้ว จี๊ดไม่รู้จะทำอะไรต่อเพราะยังไม่ถึงเวลาเข้างานของตัวเอง แต่พอเธอเดินเข้าไปข้างในก็เห็นรัตนานั่งทำงานอยู่แล้ว รัตนาทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม แต่จี๊ดไม่สนใจเดินเลยไปนั่งโต๊ะตัวเองอย่างเชิดๆเริดๆ

รัตนาเก้อเล็กน้อยแต่ยังพยายามจะชวนเธอคุยเรื่องงาน แต่สาวจี๊ดก็ขัดขึ้นเสียอีกว่า

“ยังไม่ถึงเวลางาน อีกห้าสิบนาที...ไม่ต้องมาทำเป็นขยันใส่”

รัตนาหน้าเสีย จี๊ดลุกเดินออกไปเรียกหาแม่บ้านเสียงดังลั่น

“แม่บ้าน แม่บ้าน ยังไม่มาทำงานกันหรือไง จะฟ้องคุณพ่อหักเงินเดือนซะนี่”

“ยังไม่ถึงเวลางานของแม่บ้านน่ะค่ะ คุณจี๊ดจะรับกาแฟใช่ไหมคะ เดี๋ยวดิฉันไปดูให้นะคะ รอสักครู่ค่ะ”

รัตนารีบออกไป จี๊ดมองตามอย่างหมั่นไส้...ในขณะเดียวกันที่ศูนย์บริการฯ แต๋วเข้ามาขอโทษดิ่งที่โพชกต่อยเขาเมื่อวาน ดิ่งไม่ถือสาและว่าท่าทางโพชอบแต๋วมาก แต่แต๋วปฏิเสธว่าไม่ได้ชอบคนอารมณ์รุนแรงอย่างนั้น

“แต่เขาดูจริงใจนะ”

“ยังไงก็ไม่สน ช่างเถอะ...ลืมไป มีโทรศัพท์ของดิ่งจ้ะ”

ดิ่งแปลกใจและอยากรู้ว่าใครกันที่พยายามโทร.หา พอได้มารับสายก็ตกใจไม่น้อยกับน้ำเสียงเศร้าสร้อยของมารศรี

“ดิ่ง...ขอบคุณสวรรค์ที่คุณยอมรับสายฉัน ขอบคุณจริงๆ”

“คุณตามหาผม...ได้ยังไง”

“มันไม่สำคัญหรอกค่ะ สำคัญที่ฉันหาคุณเจอแล้ว ฉันจำเป็นต้องพบคุณ ฉันมีเรื่องที่ต้องอธิบายให้คุณฟังค่ะ”

“ไม่จำเป็น”

“คุณไม่สงสัยบ้างเหรอคะว่าทำไมจู่ๆฉันถึงได้หายไปจากชีวิตคุณ ขอโอกาสให้ฉันอธิบายนะคะดิ่ง แค่ครั้งเดียว หลังจากนั้นไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นฉันก็จะไม่ขอร้องอะไรคุณอีกแล้วนะคะ”

ดิ่งนิ่งฟังอย่างลังเล...แต่เวลานั้นคุณหนูจี๊ดไม่ได้ลังเลอะไรเลยที่จะกลั่นแกล้งรัตนา เธอจงใจปัดถ้วยกาแฟที่รัตนาอุตส่าห์เอามาเสิร์ฟหกเลอะเทอะพื้นแล้วสั่งให้เช็ดถูทำความสะอาด ยอดชายเข้ามาเห็นความร้ายกาจของเพื่อนก็โพล่งขึ้นทันทีที่รัตนาออกไปแล้วว่า นี่มันลีลาของตัวอิจฉาในละครชัดๆ

“พูดอะไรของเธอ...ยอด”

“พูดในสิ่งที่ฉันเห็น”

จี๊ดหน้าตึง เดินฮึดฮัดออกไปมุมหนึ่ง ยอดชายตามมาอธิบายว่าพี่รัตนาเป็นคนดีมาก มีแค่จี๊ดกับแม่เท่านั้นที่เชื่อว่าเธอมีอะไรกับคุณเจตนา จี๊ดหาว่าเขามองคนแง่ดีเกินไป ย้ำว่าคนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ

“ใช่ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ แต่ควรใช้วิจารณญาณในการดูคน ไม่ใช่ใช้อคติ”

“ฉันไม่ได้มีอคติ ฉันมั่นใจว่าผู้หญิงคนนั้นคิดจะใช้เต้าไต่ ไม่งั้นจะทนให้ฉันโขกสับอยู่แบบนี้หรอก เพราะอยากได้สมบัติพ่อฉันไง ถึงได้ทนอยู่อย่างนี้”

“ผิดแล้ว...เพราะพ่อจี๊ดมีบุญคุณช่วยชีวิตพี่รัตนาเอาไว้ต่างหาก”

“อะไรนะ”

“พี่รัตนาถูกโจรวิ่งราวทำร้ายนอนสลบอยู่ริมถนน พ่อจี๊ดไปเจอเข้า ถ้านำตัวไปส่งโรงพยาบาลไม่ทัน พี่เขาอาจจะตายไปแล้วก็ได้ พี่เขาสำนึกบุญคุณท่าน เลยตั้งใจอยู่ทำงานรับใช้อย่างถึงที่สุด”

“เฮอะ!” จี๊ดทำเสียงสูงไม่เชื่อ

“อย่าตะแบง แล้วก็จะตัดสินใครหัดเช็กข้อมูลให้มันรอบด้านก่อน”

“ไม่ต้องมาเข้าข้างกันเลย”

“งั้นถ้าฉันจะบอกเธอว่าพี่เทวัญของเธอกำลังนอกใจเธอ จะว่ายังไง”

“เธอมันอคติ เธอไม่ชอบพี่เทวัญอยู่แล้วเลยหาทางใส่ร้าย”

“จี๊ด...เธอไม่รู้จักนิสัยเพื่อนเธอจริงๆเหรอ”

“จะให้เชื่อได้ไง ฉันดูของฉันดีแล้ว คบกันมาสามปีไม่เคยมีเรื่องเหลวไหล”

“ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน เขาอาจจะดีแตกตอนปีที่สี่ก็ได้”

จี๊ดเมินหน้าหนีอย่างไม่พอใจ พลันเหลือบไปเห็นดิ่งเดินดุ่มๆไปนอกออฟฟิศ เธอพุ่งความสนใจไปที่เขาทันที รีบตัดบทกับยอดชายว่าไว้ค่อยคุยกันใหม่ ว่าแล้วเดินแกมวิ่งออกไปเลย

ดิ่งตัดสินใจออกไปพบมารศรี โดยไม่รู้ว่าจี๊ดนั่งแท็กซี่อีกคันสะกดรอยตามมา กระทั่งถึงที่นัดหมายเธอเห็นกับตาว่าเขามาพบใคร ก็ตกใจแทบผงะ

“นายดิ่งรู้จักกับคุณมารศรีได้ยังไง...มาคุยอะไรกัน”

สาวจี๊ดไม่รอช้า หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาตั้งใจถ่ายรูปทั้งคู่ไว้เป็นหลักฐาน แต่เจ้ากรรมดันมีคนเดินผ่านมาชนเธอจนมือถือเกือบหล่น เธอหันไปบ่นอย่างหงุดหงิด พอหันกลับมาอีกทีก็ไม่มีดิ่งและมารศรีอยู่ตรงนั้นแล้ว

ooooooo

ตอนที่ 3

มารศรีเล่นละครตบตาดิ่งได้แนบเนียนสมจริงด้วยการบีบน้ำตารำพันว่าเธอยังรักเขาอยู่ คิดถึงเขาตลอดเวลาที่จากมา ตอนแรกดิ่งหมางเมินไม่อยากฟัง แต่พอเธอเว้าวอนหนักเข้าเขาก็ทำท่าจะใจอ่อน

“คุณคงจะโกรธและเกลียดฉันมากเลยใช่ไหม”

“จู่ๆผู้หญิงที่ผมรักก็หายตัวไป...แล้วจู่ๆผมก็รู้ว่าเธอไปแต่งงานกับพ่อตัวเอง ผมควรจะรู้สึกอย่างนั้นไหม”

“แล้วคุณคิดว่าฉันอยากให้เป็นอย่างนี้เหรอ”

“แต่ที่ผมเห็น คุณมีความสุขมาก”

“ไม่เคยมีความสุขเลย ไม่มีสักวินาทีเดียว เพราะฉันต้องทำ...เพราะฉันไม่มีทางเลือก”

“ทางเลือกอะไรที่ทำให้คุณทำเรื่องทุเรศๆแบบนี้ คุณรู้ใช่ไหมว่าท่านเป็นพ่อผม แล้วทำไมคุณ...”

“พ่อคุณข่มขืนฉัน!”

มารศรีสวนขึ้นมาด้วยสีหน้าเจ็บปวด ดิ่งตกใจแทบช็อก ค้านว่าไม่จริง พ่อของตนเป็นคนดี ไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด

“ไม่มีใครดีพร้อมไปหมดทุกอย่างหรอกนะ พ่อคุณชอบฉัน อยากได้ฉัน ทั้งๆที่ฉันบอกเขาไปแล้วว่าฉันเป็นแฟนคุณ”

“คุณโกหก!”

“ฉันจะโกหกเพื่ออะไร ทั้งๆที่มันทำให้ฉันอับอาย ไร้ซึ่งศักดิ์ศรี ไม่เหลือคุณค่า ไม่กล้ากลับไปสู้หน้าคุณแบบนี้ ฉันจะทำทำไม?”

มารศรีน้ำตาไหลพรากวิ่งหนีไป ดิ่งวิ่งตามเพราะรู้สึกเป็นห่วงและเริ่มหวั่นไหวกับเหตุผลของเธอ พอเห็นปฏิกิริยาดิ่งอ่อนลง มารศรียิ่งจัดหนัก ทำทีจะโดดลงแม่น้ำฆ่าตัวตาย ดิ่งหลงกลเหนี่ยวรั้งเธอไว้สุดแรง แล้วพาเธอมานั่งสงบสติอารมณ์ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จต่อไป

“ที่ฉันต้องรีบกลับเมืองไทยเพราะโรงงานของพ่อกับแม่มีปัญหา...ท่านอาจจะกลายเป็นคนล้มละลาย ฉันสงสารท่านมาก ไม่รู้จะช่วยได้ยังไง แล้วคุณเศกก็เข้ามา...ฉันเพิ่งรู้ว่าเขาเป็นเพื่อนของคุณพ่อ ฉันดีใจที่รู้ว่าเขาเป็นคุณพ่อของดิ่ง ฉันเลยแนะนำตัวว่าเป็นแฟนดิ่ง แต่เขาไม่สนใจ เขาบอกว่าชอบฉันตั้งแต่แรกพบ ถึงฉันจะพยายามถอยห่าง...จนวันหนึ่งในงานเลี้ยงประจำปีของลักชัวรี่คาร์ ฉันเป็นตัวแทนพ่อกับแม่ไปแสดงความยินดี... ขากลับคุณเศกอาสาไปส่งฉัน ฉันปฏิเสธ เพราะไม่อยากใกล้ชิดเขา”

มารศรีเสริมเติมแต่งเหตุการณ์เพื่อเรียกคะแนนสงสารจากดิ่ง ทั้งที่ความจริงเธอนั่นแหละที่เป็นคนทอดสะพานให้นายเศกผู้ร่ำรวย เนื่องจากจมไม่ลงในฐานะครอบครัวตัวเองที่เปลี่ยนไป เธอถึงขนาดเอาตัวเข้าแลก แต่ยังมีหน้าเล่าให้ดิ่งฟังว่าถูกเศกข่มขืนจนต้องยอมแต่งงานด้วย เพื่อรักษาเกียรติยศของตัวเองและพ่อแม่

“คุณเข้าใจฉันหรือเปล่า ว่าฉันไม่มีทางเลือก” ดิ่งฟังแล้วอึ้ง กำมือแน่น ทั้งแค้นและเสียใจ “ไม่เชื่อใช่ไหม งั้นไปสิ ไปถามพ่อคุณเองว่ามันจริงอย่างที่ฉันพูดหรือเปล่า”

“ผมไม่มีทางกลับไปเหยียบบ้านนั้นอีก” ดิ่งโพล่งออกมาอย่างเจ็บปวด “ผมไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคนแบบนั้น...และคุณ ก็ไม่ใช่ไม่มีทางเลือก คุณเลือกได้ศรี คุณไม่จำเป็นต้องอยู่กับคนที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคุณ ถ้าคุณไม่ได้รักเขา...หรือว่าคุณรักพ่อผม”

“ฉันไม่เคยรักเขา แต่ฉันรักพ่อและแม่ของฉัน ฉันทำเพื่อพวกท่านค่ะ”

มารศรีตีหน้าเศร้า แต่พอดิ่งผลุนผลันไปแล้ว ใบหน้าเศร้าๆนั้นเปลี่ยนเป็นสะใจสมใจขึ้นมาทันที

“เมื่อคุณไม่กลับ...มรดกส่วนที่เป็นของคุณก็จะกลายมาเป็นของฉันมากขึ้น...เงินทำให้ฉันสบาย... ไม่ใช่ความรัก” มารศรีพึมพำด้วยความดีใจ ก้าวเดินออกไปอีกทางอย่างมั่นใจกับสิ่งที่ตัวเองเลือก

ooooooo

หลังคลาดสายตาจากดิ่งมาอย่างน่าเสียดาย จี๊ดรีบกลับเข้าบริษัทมาบอกเล่าสิ่งที่เห็นให้พ่อฟัง และเมื่อดิ่งกลับมา เจตนาจึงเรียกเขามาพบในทันที โดยที่จี๊ดก็ตามเข้ามาเตรียมสมน้ำหน้าเขาด้วย

“ยายจี๊ดบอกฉันว่า...นายไปเจอกับคุณมารศรี ภรรยาคุณเศก เจ้าของบริษัทที่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจของฉัน”

ดิ่งชะงัก ไม่คิดว่าจี๊ดจะตามไปเห็น แถมเธอยังลอยหน้าฟ้องพ่อว่า ท่าทางทั้งคู่สนิทสนมกันมากด้วย

“ยายจี๊ด...ออกไปก่อน พ่อจะคุยกับเขาเอง”

“ไม่ค่ะ จี๊ดจะอยู่ดูน้ำหน้าพวกไส้ศึก ยอมรับมาเลยว่านายคือคนที่คุณมารศรีว่าจ้างให้มาเป็นสายลับล้วงข้อมูลของบริษัทเรา”

“คุณมารศรีกับผมเป็นเพื่อนกันครับ”

“คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างนายมีเพื่อนระดับคุณมารศรีเหรอ เพ้อเจ้อ โกหกหน้าด้านๆ”

“ผมพูดความจริงครับ ผมกับคุณมารศรีเคยรู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียน แล้วเราก็ไม่ได้เจอกันนานมาก”

“เรียนอะไร เรียนที่ไหน โรงเรียนอะไร”

จี๊ดใส่เป็นชุด จนเจตนาต้องปรามให้พอที แต่ลูกสาวยังไม่ลดละ คาดคั้นจะเอาคำตอบจากนายดิ่งให้ได้

“โรงเรียนอะไรล่ะ บอกมาสิ ฉันจะไปเช็กว่ามีจริงหรือเปล่า ซึ่งขอเดาว่านายมั่ว สารภาพความจริงมาเดี๋ยวนี้”

“จี๊ด...พ่อบอกให้พอ ออกไปได้แล้ว”

“คุณพ่อจะไม่ไล่หมอนี่ออกเหรอ ไม่ได้นะคะ”

“จะให้พ่อไล่ออกเพราะแค่เขาเป็นเพื่อนกับภรรยาคู่แข่งเหรอจี๊ด”

“เพื่อนจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรือถึงจะจริง...คุณพ่อไม่กลัวความลับบริษัทรั่วไหลไปถึงหูเขาเหรอ มันไม่คุ้มกันเลย ยังไงคุณพ่อก็ต้องไล่มันออกไป”

“ดิ่ง...ออกไปทำงานไป”

ชายหนุ่มรับคำแล้วเดินออกไป จี๊ดไม่พอใจอย่างแรง ฮึดฮัดขัดใจที่พ่อไม่เข้าข้าง

“ถ้าไม่มีหลักฐาน พ่อไม่ไล่ใครออกทั้งนั้น แกก็ออกไปทำงานได้แล้ว ไม่อย่างนั้นพ่อจะไล่แกออก”

จี๊ดแค้นใจเดินกระฟัดกระเฟียดออกไป เจตนาเหนื่อยใจกับจี๊ดมาก ส่วนเรื่องของดิ่งเขาคิดแค่ว่า โลกกลมจริงๆ ที่ดิ่งเป็นเพื่อนกับภรรยานายเศก

ooooooo

วันเดียวกัน เศกซึมเศร้าอยู่กับบ้าน ไม่ยอมไป ทำงานจนพนักงานที่บริษัทต้องนำเอกสารมาให้เซ็น ศุวิมลทราบดีว่าพ่อยังทำใจไม่ได้เรื่องลูกชายคนโต แต่เธอก็ไม่อยากเห็นพ่อตกอยู่ในสภาพแบบนี้

“ศุกำลังให้เพื่อนที่เป็นตำรวจช่วยตามหาพี่ดิ่งให้แล้ว อีกไม่นานต้องได้ข่าวแน่ๆค่ะ คุณพ่ออย่าเพิ่งท้อแท้หมดหวังนะคะ”

“ถ้าคุณดิ่งตั้งใจจะหลบหน้า ตามหาไปก็เท่านั้นแหละค่ะ” มารศรีเอ่ยขึ้นมาด้วยความมั่นใจ

“ความคิดของพี่ดิ่ง มีแต่พี่ดิ่งที่รู้ คนที่ไม่รู้ กรุณาอย่าสันนิษฐานให้คนอื่นเสียหาย”

“ศรีพูดไปตามเนื้อผ้านะคะคุณศุ ไม่เห็นต้องว่าศรีขนาดนี้เลย”

“แกเลิกก้าวร้าวคุณศรีได้แล้ว ตอนนี้คุณศรีเป็นคนในครอบครัว เป็นเมียพ่อ ให้เกียรติเขาบ้าง”

“แต่เมียพ่อก็ควรจะรู้ว่าอะไรควรพูดหรือไม่ควรพูด โดยเฉพาะเรื่องพี่ดิ่ง ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับเขา”

“พ่อไม่อยากได้ยินชื่อไอ้ลูกเนรคุณ ห้ามใครพูดถึงมันอีก ในเมื่อมันตัดพ่อออกจากชีวิตของมันได้ พ่อก็ตัดมันออกจากชีวิตของพ่อได้เหมือนกัน”

ศุวิมลตกใจคาดไม่ถึง เศกเดินหนีไปทันที มารศรีแอบยิ้มสมใจ ก่อนจะตีหน้าเศร้าตามไปเอาใจเศก...

ส่วนที่ศูนย์บริการของโมเดิร์นคาร์ ยามนี้ดิ่งกำลังเหนื่อยหน่ายใจกับคุณหนูจี๊ดตัวแสบที่ไม่ลดละเลิกจับผิดเขาเสียที เธอตามมาอาละวาดฟาดงวงฟาดงากับเขาอีกยก

“ไม่ว่านายคิดจะทำอะไร ขอให้รู้ไว้ว่าฉันจะคอยจับผิด และจะหาทางเล่นงานนายให้ได้ ระวังตัวไว้ให้ดี”

“ถามจริง ตั้งแต่เริ่มทำงานมา คุณได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์บ้างหรือยัง”

“จับผิดนายนี่แหละงานของฉัน”

“อืม...ความสามารถต่ำดี”

“นายดูถูกฉัน?”

“ดีใจจังที่ไม่ได้ดูผิด ขอตัวนะ ผมจะไปทำตัวให้มีประโยชน์กับบริษัท” ดิ่งคว้าอุปกรณ์ทำงานเดินหนีไป จี๊ดเจ็บใจจะตามไปรังควานอีก แต่ยอดชายกับใจดีเข้ามาขวางไว้เสียก่อน

แล้วจี๊ดก็ใส่สีตีไข่ให้เพื่อนทั้งสองคนฟังว่านายดิ่งเป็นไส้ศึก ใจดีติงจี๊ดว่าคิดมากไปเองหรือเปล่า เขาอาจจะเป็นเพื่อนกันจริงๆก็ได้ ขณะที่ยอดชายบอกว่าพวกตนก็ฐานะยากจน ยังเป็นเพื่อนกับจี๊ดได้เลย

“มันไม่เหมือนกัน” จี๊ดตะแบง พอเพื่อนๆให้อธิบายมาชัดๆ เธอก็เถียงไม่ออก พาลพาโลหาว่าพวกเขาเข้าข้างนายนั่นมากกว่าเพื่อน

“พวกเราไม่ได้เข้าข้างใคร แต่แค่เขารู้จักกันไม่ได้แปลว่าเขาเป็นไส้ศึก เหตุผลมันไม่พอ”

“นายนั่นไม่น่าไว้ใจ...เพียงพอแล้ว”

“พอเหอะ อคติเต็มหัวใจแบบนี้ พูดไปก็ไม่เวิร์กแล้วยอด”

ใจดีตัดบท แต่จี๊ดโกรธควันออกหู ยื่นคำขาดว่าพวกเธอจะเป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่ คำตอบคือศัตรู คุณหนูจี๊ดถึงกับผงะ คาดไม่ถึงว่าสองเพื่อนรักจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้

“พวกแกเปลี่ยนไป ตั้งแต่นายนั่นเข้ามาสร้างความวุ่นวายในชีวิตฉัน ทำเหมือนฉันโง่ ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร แล้วพวกแกก็ยังมีอคติกับพี่เทวัญหาว่าพี่เทวัญกำลังจะนอกใจฉัน อ๋อ ที่พวกแกเข้าข้างนายดิ่ง เพราะนายนั่นก็เกลียดพี่เทวัญเหมือนกันใช่มั้ย ใส่เสื้อสีเดียวกันนี่เอง”

“ใจดี...ไปทำงานเหอะ เริ่มเยอะแล้ว” ยอดชายตัดบทลุกนำใจดีออกไป จี๊ดหงุดหงิดไม่ได้ดังใจ อยากกรี๊ดให้กระจาย ถ้าไม่ติดขัดว่าพนักงานทั้งหลายจะแตกตื่นตกใจ

ooooooo

ดิ่งเตรียมตัวเอารถลูกค้าที่ซ่อมเสร็จแล้วออกไปทดลองขับ ลุงแปลงเดินเข้ามาทักก่อนพูดถึงเรื่องคุณหนูจี๊ดที่ดิ่งเพิ่งเจอฤทธิ์เดชของเธอมา

“อย่าไปถือสาแกเลยนะ อดทนไว้ จริงๆแล้วแกเป็นคนแพ้ความดีนะ ลุงรู้ว่าเอ็งเป็นคนดี อีกไม่นานคุณจี๊ดก็ต้องยอมแพ้”

“แสดงว่าคุณเทวัญเป็นคนดี คุณจี๊ดเลยยอมแพ้ให้”

“หรือว่าเอ็งไม่คิดว่าเขาดีล่ะ”

“ไม่ทราบครับลุง ผมรู้จักเขาแค่เพียงไม่นาน คนเราดูกันแค่สั้นๆไม่ได้หรอกครับ”

“ก็จริง...เอ็งไปทำงานเถอะ”

ดิ่งยิ้มรับแล้วหันกลับไปทำหน้าที่ของตน แต่ไม่น่าเชื่อว่าการที่ดิ่งนำรถของลูกค้าออกไปทดสอบนอกบริษัทจะทำให้เขาได้พบเจอกับสิ่งไม่คาดฝัน

รถที่ดิ่งขับกับรถของเทวัญเกือบชนกันหน้าโรงแรมม่านรูด ที่สำคัญผู้หญิงที่นั่งมากับเทวัญคือเงาะเพื่อนสนิทของจี๊ดนั่นเอง เทวัญกับเงาะหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ปฏิเสธไม่ออกเพราะหลักฐานคาตา

“แกตามฉันมาใช่มั้ย” เทวัญตะคอกใส่

“ผมเอารถลูกค้ามาเทสต์ กำลังจะกลับ”

“เดี๋ยวก่อน...แกบอกฉันซิ ว่าแกเห็นอะไร”

“คุณออกมาจากม่านรูดกับคุณเงาะเพื่อนคุณจี๊ด”

“ไม่ใช่...แกเห็นฉันมาคนเดียว! ไม่งั้นแกเดือดร้อนแน่”

“คุณควรจะไปทำอะไรให้มันไกลๆออฟฟิศหน่อยนะ แต่ไม่ต้องห่วง ผมไม่ได้มีนิสัยขี้ฟ้องใคร ยิ่งเรื่องคาวๆ

แบบนี้อยู่นอกเหนือความสนใจของผม”

ว่าแล้วดิ่งขึ้นรถขับออกไป เทวัญวิตกกังวลว่าดิ่งจะปากโป้ง เขาเดินหน้าเครียดกลับมาขึ้นรถ พอเจอสาวเงาะลนลานหวาดหวั่นก็ยิ่งโมโห

“เขาจะเอาเรื่องไปบอกจี๊ดหรือเปล่าคะ พี่เทวัญจะเดือดร้อนหรือเปล่าคะ”

“เงียบน่า!!” เทวัญหลุดปากตะคอกจนเงาะสะดุ้งตกใจ พอรู้ตัวก็รีบปลี่ยนท่าที จับมือเธอบีบเบาๆ ให้กำลังใจ “ไม่มีใครต้องเดือดร้อนเพราะเรื่องนี้ ยกเว้นมัน...ไอ้ดิ่ง”

ครั้นกลับมาถึงออฟฟิศ เทวัญทำทีไปหยั่งเชิงจี๊ด ปรากฏว่าจี๊ดไม่รู้เรื่อง เอาแต่มุ่งมั่นจะจัดการนายดิ่งให้จงได้ เพราะกลัวเขามาสืบความลับเอาไปให้บริษัทคู่แข่ง

ใกล้ค่ำกลับถึงบ้าน จี๊ดนำเรื่องที่เห็นดิ่งนัดพบมารศรีมาเล่าให้แม่วันดีฟัง เท่านั้นเองก็เป็นเรื่อง วันดีตรงดิ่งไปห้องพักคนสวน โดยมีสาวจี๊ดกับป้าเพ็ญตามหลัง

“ฉันคงให้เธออยู่ร่วมชายคาไม่ได้อีก เธอคงจะรู้ว่าเพราะอะไร คุณเจตนาอาจจะไม่เห็นว่ามันสำคัญ แต่ฉันไม่ใช่ ฉันต้องตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อความปลอดภัยของโมเดิร์นคาร์ เธอต้องไปอยู่ที่อื่น”

“รีบๆไปสิ” จี๊ดเร่งยิกๆ เลยโดนดิ่งสวนเข้าให้ว่า

“กลัวคุณท่านจะมาเห็นเสียก่อนหรือไง”

พูดขาดคำ เสียงเจตนาดังเข้ามาพอดี “มีเรื่องอะไรกัน คุณวันดี ยายจี๊ด”

สองแม่ลูกสะดุ้ง หันมองเจตนาที่เดินมากับนายแช่ม...

วันดีดึงดันจะให้นายดิ่งออกจากบ้านหลังนี้ เธอหาว่าสามีมองคนในแง่ดีเกินไป ถึงขนาดนี้แล้วยังคิดว่านายดิ่งไว้ใจได้อยู่อีกหรือ? ส่วนจี๊ดก็บ่นแล้วบ่นอีกว่า ไม่เข้าใจพ่อจริงๆ

“การเชื่อใจคนสักคนหนึ่งมันไม่มีอะไรต้องเข้าใจยาก” เจตนาเน้นย้ำ ทำให้วันดียิ่งโมโห บอกว่าสักวันถ้านายเศกเล่นงานเขาสำเร็จ แล้วจะรู้สึก “ผมรู้จักนายเศกดี เขาเป็นนักธุรกิจ ไม่ใช่เป็นมาเฟีย เป็นไปไม่ได้ที่นายดิ่งเข้ามาแทรกซึมในบริษัทโดยยอมลงทุนเอาตัวเองเข้าเสี่ยงตายช่วยผมแบบนั้น”

ดิ่งคิดไม่ถึงว่าเจตนาจะให้ความเชื่อใจตนมากขนาดนี้ แต่โดยส่วนตัวแล้วเขาไม่ต้องการเห็นความแตกแยกในครอบครัวของใคร จึงเอ่ยปากขอเป็นฝ่ายไปเพื่อยุติปัญหาทุกอย่าง แต่เจตนาอยากให้เขาอยู่ที่นี่เพื่อพิสูจน์

ตัวเองว่าบริสุทธิ์ใจจริงอย่างที่ยืนยันกับตนไว้ และทำให้ทุกคนเห็นว่าเขาไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอย่างที่เข้าใจ

นอกจากนี้ เจตนายังกำชับลูกเมียด้วยว่า ถ้าไม่อยากมีเรื่องกับตน ก็ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะเห็นทั้งคู่ระรานนายดิ่ง...สองแม่ลูกไม่พอใจแต่พูดไม่ออกเพราะเจตนาท่าทีขึงขังจริงจังมาก ส่วนดิ่งสังเกตสีหน้าคุณหนูจี๊ดก็รู้ทันทีว่าปัญหายังไม่จบแน่ แต่เธอจะรู้บ้างไหมว่าเรื่องของตัวเองยังเอาตัวไม่รอด แฟนหนุ่มนอกใจไปมีสัมพันธ์ลับๆกับเพื่อนสนิท ทำแบบนี้แสดงว่าหมอนั่นต้องไม่ใช่คนดี

คืนเดียวกันนี้ เทวัญขับรถไปส่งเงาะที่หน้าอพาร์ต– เมนต์ เงาะยิ้มระรื่น มีความสุข แต่พอได้ยินเขาบอกว่าช่วงนี้เราต้องห่างกันสักพัก สาวเจ้าก็ชะงักหน้าเจื่อน

“ถึงไอ้ดิ่งมันจะไม่ปากโป้ง แต่พี่ก็ไม่ไว้ใจ...เราอย่าเพิ่งทำอะไรให้จี๊ดเห็นพิรุธเลยดีกว่า”

“ถึงเมื่อไหร่ล่ะคะ”

“ก็จนกว่าพี่จะแน่ใจว่าไอ้ดิ่งมันจะไม่อยู่ปากโป้งเรื่องของเรา”

“อย่านานนักนะ เงาะต้องอกแตกตายแน่ๆเลย ถ้าต้องห่างพี่เทวัญนานๆ”

“เอาน่า...ดีซะอีก ยิ่งห่าง...ความรักของเราจะยิ่งมีค่านะ รู้ไหม”

“ก็ได้ค่ะ”

“จำไว้นะ ถ้าอยากให้ความรักของเราสมหวัง เงาะต้องใจเย็น ถ้าพี่จบกับจี๊ดไม่สวย พี่จะถูกออกจากงานโดยที่ไม่มีอะไรติดตัวออกมาสักบาท”

เทวัญชี้แจงแกมขู่ก่อนจะหอมแก้มเธออย่างเอาใจ เงาะยิ้มหน้าบานเดินเข้าที่พักไปโดยไม่รู้ว่าลับหลังแล้วเขาไม่ได้มีใจกับเธอเลยสักนิด ที่อ้างเหตุผลให้ห่างกันก็เพราะเขาต้องการสลัดเธอทิ้งนั่นเอง

กลับเข้ามาในห้องพักได้ครู่เดียว เงาะแปลกใจที่ยอดชายกับใจดีแวะมาหาโดยไม่บอกล่วงหน้า พอได้ยินธุระของเพื่อน สาวเงาะถึงกับตกใจจนหน้าซีด แต่ยังพยายามเก็บพิรุธปฏิเสธว่าตนไม่เคยยุ่งกับเทวัญ

“แต่ฉันเห็นเธอกับพี่เทวัญเขี่ยเท้ากัน” ใจดียืนยัน

เงาะชะงักทำท่าจะจนมุม แต่แล้วแสร้งโวยวายกลบเกลื่อนหาว่าใจดีทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์จี๊ดถึงขนาดมาใส่ร้ายกันแบบนี้ ใจดีจะโต้เถียงแต่ยอดชายปรามเอาไว้

“เอาล่ะ ถ้าเงาะยืนยัน พวกเราก็จะเชื่อเธอ”

“ไม่เชื่อก็ไม่ได้ว่า...ฉันมันคนไม่สำคัญ เชิญไปเลียแข้งเลียขายายจี๊ดตามสบาย”

“เงาะ แกพูดเกินไปแล้วนะ” ใจดีต่อว่า

“ก็ฉันน้อยใจนี่ เอะอะทุกคนก็เข้าข้างเอาใจยายจี๊ดจนไม่สนว่าฉันจะเป็นยังไง มากล่าวหากันแบบนี้ ฉันเสียหาย ฉันเสียใจ”

เงาะเล่นละครแนบเนียนเสียจนใจดีกับยอดชายมองหน้ากันอึ้งๆ รู้สึกแย่เหมือนกันที่ทำให้เพื่อนเสียใจ จากนั้นเงาะก็เชิญทั้งคู่กลับ และไม่วายปิดประตูใส่หน้าพวกเขาดังโครม

“เฮ้อ...เหมือนเราเป็นคนผิดเลยเนอะ” ใจดีบ่นเบาๆ กับยอดชาย

“อืม...ช่างเหอะ เพื่อนอาจจะคิดได้เลยรีบกลับตัว เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

“แล้วก็โมโหเราเนียนๆ”

“หน้าที่เราคือคอยเตือนสติเพื่อนเวลาที่เห็นว่าเพื่อนกำลังจะทำผิด ก็คอยดูกันต่อไป” ยอดชายตัดบทแล้วเดินนำใจดีออกไป

ooooooo

คืนนั้นจี๊ดไม่รามือจากดิ่งง่ายๆ เธอวางแผนขังเขาไว้ในห้องพักโดยบังคับนายแช่มให้ร่วมมือ ดิ่งขอร้องอย่างไรเธอก็ไม่ฟัง แถมเดินลอยหน้ากลับไปพร้อมพวงกุญแจ

เช้าขึ้นดิ่งกระวนกระวายเพราะออกจากห้องไม่ได้ อีกทั้งใกล้เวลาเข้างานแล้วด้วย พอเห็นนายแช่มจะเดินผ่านจึงเรียกให้มาเปิด แต่นายแช่มบอกว่าไม่มีกุญแจ แต่ถึงมีก็ไม่กล้าเปิด เพราะตนไม่อยากเป็นศัตรูกับคุณจี๊ด

“เม้าท์อะไรฉัน” เสียงคุณหนูจี๊ดดังมา แช่มตกใจร้องจ๊าก รีบหลบมุมแอบดูสถานการณ์

ดิ่งขอร้องให้จี๊ดเปิดประตูเพราะไม่อยากไป

ทำงานสาย เธอยอมไขกุญแจ แต่ไม่วายขู่อีกว่าจะขังเขาแบบนี้ทุกวัน ถ้าไม่อยากไปสายก็ย้ายไปอยู่ห้องเช่าที่อื่น ดิ่งได้ฟังยิ่งหงุดหงิด แล้วพลิกสถานการณ์ด้วยความหมั่นไส้จับเธอขังไว้ในห้องแทน

จี๊ดเต้นเร่าๆ ร้องโวยวายเป็นบ้าเป็นหลัง แต่ดิ่งไม่สนใจ

“ถ้าคุณขังผมทุกวัน ผมก็จะขังคุณไว้เหมือนกัน ตาต่อตาฟันต่อฟัน คุณจะได้รู้ว่ามันสนุกแค่ไหนที่ถูกขัง”

“นายกล้าทำแบบนี้กับฉันในบ้านฉันเหรอ ฉันจะฟ้องพ่อ”

“เชิญ” ดิ่งเอากุญแจใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินหูทวนลมออกไป

แช่มโผล่ออกมามอง ตะลึงและทึ่งในความกล้าของดิ่งที่กล้าเปิดสงครามกับมหาอำนาจ พอจี๊ดเหลือบเห็นแช่มเข้าก็ออกคำสั่งให้เขาไปเอาเลื่อยมาเปิดประตูให้ตนเดี๋ยวนี้

ooooooo

ด้วงไม่ถูกชะตากับดิ่งตั้งแต่วันแรก แถมพอมีคนให้ท้ายอย่างเทวัญ ด้วงยิ่งจ้องหาเรื่องดิ่ง...แล้วเช้านี้ได้โอกาสดิ่งมาทำงานสาย ด้วงแขวะเขาทันทีว่า

“เมื่อวานก็อู้งาน วันนี้ก็มาสาย คิดว่าเป็นเด็กเส้นเด็กฝากแล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอวะ”

“พอดีเมื่อเช้าผมมีเรื่องนิดหน่อย ขอโทษทุกคนด้วยครับ”

ด้วงจะต่อความยาว แต่พอดีแต๋วเข้ามาแทรกเสียก่อน อีกทั้งลุงแปลงก็เร่งให้ช่างทุกคนทำงาน เพราะวันนี้ต้องส่งรถลูกค้ารายหนึ่งที่เอามาซ่อมเบรกและตรวจช่วงล่าง คนอื่นๆจึงแยกย้าย ยกเว้นด้วงที่ยืนแอ็กท่ามองมือถือตัวเองที่มีเสียงเรียกเข้ามา

“ไอ้ด้วง ถ้าเรื่องส่วนตัว ข้าหักเงินเดือน”

“คุณเทวัญโทร.มาน่ะลุง ไม่รับได้ไง” ว่าแล้วด้วงเดินไปคุยโทรศัพท์อีกทาง

ลุงแปลงไม่ชอบใจ บ่นด้วยความสงสัยว่า “ไอ้นี่ ตีซี้ผู้บริหาร...มีเรื่องอะไรให้มันทำนักวะ คนละแผนกแท้ๆ”

เทวัญโทร.มาออกคำสั่งกับด้วงว่า “เอาให้มันพูดไม่ได้ ถึงตายฉันก็ไม่สน” สั่งเสร็จวางสาย...พึมพำกับตัวเองอย่างมุ่งมั่น “ฉันไม่มีทางปล่อยให้แกทำฉันพังก่อนหรอกไอ้ดิ่ง ในเมื่อฉันยังไปไม่ถึงเส้นชัย”

หลังจากนั้นไม่นานนัก จี๊ดมาปรากฏตัวที่ศูนย์ บริการฯ เธอเจาะจงอยากคุยกับด้วงและโพ หลังทราบมาว่าทั้งคู่ไม่ชอบหน้านายดิ่งเหมือนกัน...

เมื่อจี๊ดกลับไปแล้ว ด้วงมาก้มๆเงยๆอยู่ข้างรถลูกค้าที่ดิ่งต้องเอาไปทดลองขับหลังซ่อมเสร็จ ดิ่งเดินมาเห็นถามด้วงว่าทำอะไร ด้วงเฉไฉว่าทำเหรียญหล่นเลยก้มเก็บ ดิ่งไม่ค่อยเชื่อ แต่ไม่ทันพูดอะไรต่อ ลุงแปลงเดินมาเร่งเขาเอารถไปลองเพราะใกล้เวลาลูกค้าจะมารับแล้ว ดิ่งจึงขึ้นสตาร์ตรถ

ดิ่งออกไปได้สักพัก ยอดชายก็ได้รับแจ้งว่าดิ่งประสบอุบัติเหตุรถที่เอาไปทดลองล้อหลุด ตอนนี้ดิ่งถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล เจตนาและคนอื่นๆทราบเรื่องก็ตกใจกันใหญ่ โดยเฉพาะจี๊ดที่หน้าซีดกว่าใคร อดคิดไม่ได้ว่าสาเหตุอาจมาจากตัวเองที่ไปสั่งด้วงกับโพจัดการนายดิ่ง

เมื่อเจตนารีบเร่งไปโรงพยาบาล รัตนาขึ้นรถไปด้วย แต่แล้วเธอเปลี่ยนใจกะทันหันขอกลับมาที่ออฟฟิศ เนื่องจากเห็นพิรุธบางอย่างของจี๊ด ส่วนเจ๊ยุพาเซลส์สาวแก่ช่างเม้าท์ไม่เห็นตอนรัตนากลับมา เห็นแต่ตอนนั่งรถออกไปสองต่อสองกับเจตนา จึงรีบโทร.

รายงานคุณวันดี

รัตนากลับเข้ามาแอบเห็นจี๊ดกำลังว้าวุ่นใจอย่างหนัก และได้ยินเสียงบ่นด้วยว่า “จะตายไหมเนี่ย ใช่ฝีมือสองคนนั่นหรือเปล่า ถ้าใช่...ฉันก็เป็นผู้จ้างวาน โอ๊ย...ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ”

“คุณจี๊ดใช้ให้ใครทำอะไรคุณดิ่งคะ” รัตนาปรากฏตัวพร้อมคำถามที่ทำให้จี๊ดสะดุ้งเฮือก!

เวลาเดียวกันนั้น เทวัญอยู่ที่ห้องทำงานกำลังคุยโทรศัพท์กับด้วงที่ส่งข่าวมา

ตอนที่ 4

เมื่อปักใจเสียแล้วว่ายอดชายคือ “ไอ้โรคจิต” ศุวิมลจึงคิดเล่นงานเขาให้ได้ด้วยการนำความมาบอก รปภ.ให้ช่วยค้นหาและจับตัวไว้ก่อนที่เขาจะไปทำอุบาทว์กับใครอีก

ขณะที่เธอกับ รปภ.โรงพยาบาลเดินหาตามห้องต่างๆ จนมาหยุดใกล้ห้องดิ่ง เป็นจังหวะที่ดิ่งตั้งใจออกไปเดินยืดเส้นยืดสายนอกห้อง สองพี่น้องเลยจ๊ะเอ๋กันอย่างไม่คาดฝัน ส่วนนายยอดไม่รู้ไม่เห็น นั่งอยู่ในห้องรอสาวจี๊ดว่าเมื่อไหร่จะมาดูแลนายดิ่งตามที่ตกลงกันไว้

ดิ่งพาน้องสาวไปคุยกันมุมหนึ่ง เขาบอกเหตุผลที่ไม่เรียนต่อและไม่กลับเข้าบ้านเพราะทำใจไม่ได้ที่พ่อแต่งงานใหม่กับคนรักของตน แถมพ่อยังข่มขืนมารศรีจนเธอต้องยอมแต่งงานด้วยเพื่อรักษาหน้าตัวเองและพ่อแม่ แต่แล้วดิ่งกลับเป็นฝ่ายอึ้ง เมื่อศุวิมลให้ข้อมูลที่แท้จริงว่ามารศรีโกหก

“เขาโกหกพี่ และโกหกคุณพ่อกับศุ รวมถึงทุกๆคนอย่างหน้าไม่อายที่สุด คุณพ่อไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขาเป็นแฟนพี่ดิ่ง...นึกไว้แล้วเชียวว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้รักคุณพ่อจริง ไว้ใจไม่ได้”

“แล้วมารศรีทำแบบนี้ทำไม”

“ไม่เห็นจะเดายาก โลภไงคะ เท่าที่พี่ดิ่งมีมันอาจจะไม่เพียงพอ ต้องระดับคุณพ่อถึงจะสนองความต้องการของตัวเองได้ ศุจะไปฉีกหน้ากากมันให้คุณพ่อรู้ความจริง พี่ดิ่งไปกับศุ”

“พี่ยังไปตอนนี้ไม่ได้”

“ทำไมล่ะคะ”

“มีคนใส่ร้ายคุณพ่อว่าเป็นคนสั่งฆ่าคุณเจตนามีคนต้องการจะกำจัดคุณเจตนาแล้วป้ายความผิดให้คุณพ่อ

พี่ต้องรู้ให้ได้ว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ พี่ต้องปกปิดตัวเองต่อไป ให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าพี่เป็นใคร”

“แต่ศุอยากทำให้คุณพ่อตาสว่าง ถ้าไม่มีพี่ดิ่งไปยืนยัน คุณพ่อไม่มีวันเชื่อศุ ท่านทั้งรักทั้งหลงยายนั่น”

“ศุ...ใจเย็น ดูแลคุณพ่อให้ดี ทำทุกอย่างอย่าให้คุณพ่อเสียทีมารศรี”

ศุวิมลไม่ทันจะรับปาก ยอดชายโผล่มาเห็น ต่างคนต่างอุทานใส่กันก่อนที่ศุวิมลจะวิ่งไล่ตียอดชายไปรอบตัวดิ่ง

“อย่าหนีนะ บอกให้หยุด”

“ไม่หยุดแล้วจะทำไม ทำโทษเหมือนนักเรียนคุณเหรอ ฝันไปเถอะ”

ศุวิมลเริ่มเหนื่อยหอบ ถามพี่ชายว่ารู้จักไอ้โรคจิตนี่ด้วยเหรอ ขณะที่ยอดชายก็ถามดิ่งว่ารู้จักยายอาจารย์เพี้ยนนี่ได้ยังไง เมื่อสองคนยังเถียงกันไปมาไม่มีทีท่าว่าจะหยุด แถมศุวิมลก็ทั้งด่าทั้งไล่ตียอดชายวุ่นวายไปหมด ดิ่งจึงเอ่ยปากขอร้องทั้งคู่ แล้วอธิบายกับน้องสาวว่า

“คุณศุวิมลครับ คุณยอดชายเป็นเจ้านายของผมเอง เขาไม่ได้เป็นโรคจิต”

“รู้จักชื่อยายเพี้ยนนี่ได้ไงคุณดิ่ง”

“พูดว่าฉันเพี้ยนอีกครั้งเดียว มีหัวแตก” ศุวิมลเงื้อง่า ยอดชายรีบหลบข้างหลังดิ่ง

“บังเอิญว่าคุณศุวิมลทำผ้าเช็ดหน้าหล่น ผมเลยเก็บให้ ทำให้ได้คุยกัน”

ศุวิมลหันมองพี่ชายที่แอบขยิบตาส่งซิกทำนองว่าไม่รู้จักกัน เธอเลยต้องตามน้ำไปก่อน

“ใช่ ฉันทำผ้าเช็ดหน้าหล่น กำลังคุยกันสนุก ก็มีสัมภเวสีโผล่มา”

“สัมภเวสีเลยเหรอ ทำผ้าเช็ดหน้าหล่นเนี่ยนะ หาแฟนด้วยวิธีอ่อยโบราณมาก นี่คนป่วยนะคุณ เว้นๆบ้างเถอะ”

“ไอ้บ้า ฉันไม่ได้...” ศุวิมลชะงัก เพราะดิ่งแทรกขึ้นอย่างว่า

“ผมเพลียแล้วครับ แล้วเจอกันนะครับคุณศุวิมล”

“เขาเจอคุณเลยเพลีย...ไปครับคุณดิ่ง” ยอดชายทำหน้าทะเล้นใส่ศุวิมลก่อนพาดิ่งออกไป ศุวิมลเจ็บใจยอดชายมาก แล้วก็นึกเป็นกังวลเรื่องที่พี่ชายปกปิดตัวเองอยู่ในบ้านคู่แข่งของพ่อ

ooooooo

จี๊ดมาถึงโรงพยาบาลแล้วพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า แต่เธอถูกเทวัญสกัดเอาไว้อย่างไม่ชอบใจ เขาท้วงว่าไม่เหมาะที่เธอจะมาค้างอ้างแรมกับนายดิ่ง

“นี่โรงพยาบาลนะคะ แล้วถ้านายนั่นมันจะทำอะไรจี๊ด คงไม่มีปัญญาทำหรอกค่ะ เดี้ยงขนาดนั้น”

“พี่ขอความจริง...ความจริงที่จี๊ดกำลังปกปิดพี่อยู่ ทำไมถึงต้องลดตัวมาทำดีกับมันขนาดนี้”

หญิงสาวลำบากใจสุดๆ จำเป็นต้องโกหกเขาว่า “จี๊ดไม่ได้มีอะไรปกปิดพี่เทวัญจริงๆนะคะ ตอนนี้จี๊ดพยายามทำดีกับนายนั่นเพื่อให้คุณพ่อสบายใจ”

“พี่ไม่อยากเชื่อเลยว่าจี๊ดจะเปลี่ยนความคิดได้เร็วขนาดนี้”

“จี๊ดอาจจะมองคนในแง่ร้ายเกินไป นายนั่นคงจะเป็นคนดี ไม่ได้เป็นสิบแปดมงกุฎอย่างที่เราเข้าใจ จี๊ดว่า...จี๊ดต้องให้โอกาสเขาค่ะ”

จี๊ดยิ้มยืนยัน เทวัญไม่ค่อยเชื่อนัก แต่ก็พยักหน้าเอาใจแฟนสาว

“น้องจี๊ดของพี่เป็นคนดีมาก แต่ระวังตัวไว้หน่อยแล้วกันนะ พี่เป็นห่วง”

“ค่ะ จี๊ดจะทำดีกับนายดิ่งเพื่อเป็นการไถ่โทษ...แบบจัดเต็มเลยค่ะ”

เมื่อเทวัญกลับไปแล้ว จี๊ดมุ่งหน้ามาที่ห้องดิ่งเพื่อทำตามข้อตกลง แต่เขากลับบอกเธอด้วยท่าทีเย็นชาว่า กลับบ้านไปเถอะ เธอเลยหงุดหงิดใส่ ถามว่าตกลงจะเอายังไง เธออุตส่าห์ทำใจได้แล้วว่าต้องมาดูแลเขา

“เปลี่ยนใจแล้ว ไม่อยากนอนผวากลัวว่าเมื่อไหร่คุณจะเอามีดมาเสียบข้างหลังผม”

“ถ้าฉันจะฆ่านายให้ตาย ไม่โง่ทำให้คนจับได้หรอก”

“นั่นไง ยิ่งไม่น่าไว้ใจ”

“นี่...คิดว่าฉันจะฆ่านายจริงๆหรือไง”

“คิด” ตอบแล้วก็หันไปปรับเตียงด้วยมือข้างเดียวอย่างยากลำบาก จี๊ดทนดูไม่ได้อาสาเข้ามาช่วย แต่ปรับสูงต่ำหลายครั้งไม่ได้ดังใจดิ่งเสียที กระทั่งรู้ว่าถูกเขาแกล้งเธอเลยคว้าหมอนมากดปิดหน้าเขา แต่ทำไปทำมาโดนเขากอดแน่นแทบหายใจไม่ออก

ทั้งคู่สบตากันด้วยความรู้สึกแปลกๆ หวิวๆ พอดียอดชายโผล่เข้ามาพร้อมกระเป๋าใบเล็ก จี๊ดรีบผละออกจากดิ่ง แล้วแก้เก้อว่าตนมาได้สักพักหนึ่งแล้ว แต่ถ้ายอดชายจะเฝ้าไข้นายดิ่ง ตนก็จะกลับบ้าน และไม่ถือว่าตนผิดคำพูด

เมื่อตกลงกันตามนั้นแล้ว ยอดชายเดินตามไปส่งจี๊ด และต้องฟังเธอบ่นนายดิ่งต่อไปอย่างหงุดหงิด

“ประสาท อารมณ์แปรปรวน ทำฉันเสียเวลาย้อนไปย้อนมา แกล้งกันชัดๆ เห็นฉันว่างมากหรือไง”

“คุณดิ่งเขาไม่อยากให้คุณพ่อเธอเป็นห่วงต่างหาก”

“อะไรนะ”

“ท่านโทร.มาหาฉัน เห็นเธอหอบกระเป๋าออกมา กลัวว่าเธอจะเสียใจเรื่องคุณแม่จนต้องหนีออกจากบ้าน คุณดิ่งเลยไม่อยากทำให้ท่านเป็นห่วง”

“เป็นคนดีอย่างนั้นเชียว”

“ใช่...ดีได้มากกว่านี้อีก ให้เล่ามั้ย”

“ไม่ต้อง ขี้เกียจเก็บไปฝัน...สยอง”

ครั้นยอดชายอาสาขับรถไปส่ง จี๊ดปฏิเสธเพราะตนอาจจะยังไม่กลับบ้าน ยอดชายนึกว่าเธอจะไปเที่ยวต่อ จึงเตือนว่าอย่าดึกนักเพราะพรุ่งนี้ต้องทำงาน ปรากฏว่าไม่ใช่อย่างนั้นแน่ แต่เธอจะไปทำอะไรดีๆต่างหาก

ooooooo

ในห้องคนไข้ที่เศกยังรักษาตัวอยู่ ศุวิมลเข้ามาเห็นมารศรีนั่งเฝ้าพ่อของตนแล้วอดนึกถึงคำพูดพี่ชายไม่ได้ มารศรีโกหกหน้าด้านๆ โยนความผิดให้เศกเพื่อขอความเห็นใจจากดิ่ง และถ้าดิ่งไม่รู้ความจริงจากเธอ ก็คงโกรธเกลียดพ่อไปแล้ว

มารศรีเห็นสายตาเมินหมางของศุวิมลก็พาลไม่อยากอยู่เฝ้าเศก ขอกลับไปนอนบ้านแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ เพราะยังไงคืนนี้ศุวิมลก็ตั้งใจจะเฝ้าเศกอยู่แล้ว ขณะที่มารศรีกลับออกมาที่ลานจอดรถ เธอเห็นจี๊ดขึ้นรถขับออกไปพอดี แต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยว่ามาทำไม?

คืนนั้น ดิ่งรอจนยอดชายหลับสนิทก่อนแอบออกไปที่ห้องพ่อ เขาแง้มประตูมองพ่อที่หลับบนเตียง

ส่วนน้องสาวนอนที่โซฟา ดิ่งเห็นสภาพอิดโรยของพ่อแล้วรู้สึกผิดที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้พ่อเสียใจจนล้มป่วย แต่สักครู่เขาต้องผละออกไปเมื่อเห็นพ่อลืมตาขึ้น

ด้านสาวจี๊ดที่ไม่ยอมกลับเข้าบ้านตัวเอง เธอไปขอนอนค้างที่บ้านใจดีสักสองสามวัน ใจดีไม่มีปัญหา อนุญาตให้เพื่อนนอนได้เป็นปี สบายใจแล้วค่อยกลับ แต่ผ่านไปสักครู่ใจดีก็ทำให้จี๊ดกระวนกระวายใจแทบนอนไม่หลับ แต่งตัวออกจากบ้านไปแต่เช้าเพื่อจะเอาความจริงว่าเทวัญนอกใจตนจริงหรือเปล่า

เทวัญผงะตกใจเมื่อจี๊ดจู่โจมเข้ามาซักถามด้วยความหวาดระแวงว่าเขาอาจมีกิ๊ก เนื่องจากมีผู้หวังดีเตือนมา เขาถามเธอว่าไปฟังใครมา จี๊ดชะงักไปนิดก่อนตอบอย่างชาญฉลาดว่า

“พี่เทวัญอย่ารู้แหล่งข่าวของจี๊ดเลยค่ะ บอกจี๊ดมาตามตรง มีกิ๊กหรือเปล่า”

“พี่รักจี๊ดคนเดียว ไม่เคยมีคนอื่น”

เทวัญสบตาเธอจริงจังมาก...มากเสียจนจี๊ดยิ้มออก ตอบเขาว่า

“จี๊ดเชื่อพี่เทวัญค่ะ สบายใจแล้ว...จี๊ดตัดสินใจแล้วค่ะ จี๊ดจะลางานสามวันเพื่อไปดูแลนายดิ่ง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจี๊ดจะมาเริ่มงานกับพี่เทวัญ แต่ระหว่างนี้จี๊ดไปนอนค้างบ้านใจดีนะคะ ไม่ต้องห่วง คืนนี้พี่เทวัญไปไหนหรือเปล่าคะ”

“งานรอเคลียร์เยอะเลยจ้ะ จะกลับไปทำงานต่อที่บ้าน”

“โอเคค่ะ ไว้โทร.คุยกันนะ”

ทันทีที่จี๊ดหันหลังเดินออกไป รอยยิ้มเธอเหือดหายกลายเป็นเครียดขึ้นมาแทนที่ เธอยังไม่ไว้ใจแฟนหนุ่ม แต่ต้องทำให้เขาตายใจไปก่อน ส่วนเทวัญนั้นออกอาการเคียดแค้นนายดิ่ง คิดว่าเขาน่าจะเป็นแหล่งข่าวของจี๊ด

ooooooo

ดิ่งค่อนข้างพอใจที่จี๊ดทำตามข้อตกลง เธอมาดูแลเขาหลังจากยอดชายที่เฝ้าอยู่เมื่อคืนต้องกลับไปทำงาน ส่วนมารศรีก็มาเยี่ยมเศกแต่เช้าเหมือนกัน เธอปากหวานออดอ้อนเขาเสียจนศุวิมลหมั่นไส้ และแอบแขวะทุกทีที่มีโอกาส แถมบางช่วงยังพูดจาคลุมเครือเหมือนดิ่งจะกลับบ้านในไม่ช้านี้ ทำให้มารศรี เริ่มระแวงว่า ศุวิมลอาจระแคะระคายอะไรบางอย่างมา

จี๊ดอยู่ดูแลนายดิ่งเป็นอย่างดี ไม่ว่าเขาจะใช้ทำอะไร เธอยินดีทำให้หมด ไม่เว้นแม้แต่ลงไปซื้อผลไม้ที่เขาอยากกิน และในร้านค้านี่เอง จี๊ดกับมารศรีเจอกันโดยบังเอิญ จี๊ดมีแผนบางอย่างในใจทันที พอซื้อของเสร็จจึงชวนมารศรีไปเยี่ยมนายดิ่งด้วยกัน จากนั้นก็คอยจับตาดูสองคนที่บอกว่าเป็นเพื่อนเก่าจะคุยอะไรกัน

เมื่อจี๊ดใช้วิธีนี้จับผิดเขา ดิ่งเลยเอาคืนด้วยการทึกทักว่าเธอคือกิ๊ก มารศรีตกใจและแอบหวงก้าง ส่วนจี๊ดจะโวยวายปฏิเสธ แต่หมดโอกาสเมื่อดิ่งแย่งพูด

“ขอโทษนะศรี ผมไม่น่าพูดออกไปเลย คุณจี๊ดเสื่อม เสียแย่เลย รู้ถึงไหนอายถึงนั่น ที่ลูกสาวท่านประธานของโมเดิร์นคาร์ที่มีคู่หมั้นอยู่แล้วแอบมากิ๊กกับช่างซ่อมรถยนต์กระจอกๆอย่างผม ศรีอย่าไปบอกใครนะ”

“นายดิ่ง!! คุณศรีคะ ฉันไม่...” จี๊ดชะงักหมดโอกาสชี้แจงอีก เพราะดิ่งหยิบสตรอเบอร์รี่ป้อนใส่ปากเธอรวดเร็ว มารศรีเห็นภาพบาดตาแล้วทนไม่ไหว ขอตัวกลับออกไปอย่างหงุดหงิดในอารมณ์

เมื่ออยู่กันตามลำพัง ดิ่งยังหยอกล้อเรียกจี๊ดว่าที่รัก พอเธอขยับจะตามไปอธิบายกับมารศรี เขารีบดึงเธอมากอด นี่เองทำให้จี๊ดทนไม่ไหวถึงกับตบหน้าเขาทันที...ดิ่งเจ็บใจ ยิ่งพอเธอท้าทายให้ตบคืน เขาเลยประกบปากจูบเธอเข้าให้

จี๊ดหัวเสียหนัก เพราะเกิดมายังไม่เคยโดนใครจูบ เธอโวยวายด่าทอเขาแล้ววิ่งหนีออกจากห้อง โดยที่ดิ่งยังอึ้งไม่หาย ไม่อยากเชื่อที่เธอโวยวายว่าไม่เคยโดนจูบ

ooooooo

ที่ศูนย์บริการโมเดิร์นคาร์ ด้วงถูกยอดชายเรียกตัวมาสอบสวนความผิดก่อนจะระบุว่าเขาแอบคลายน็อตล้อรถคันที่ดิ่งขับออกไปทดสอบ แต่ด้วงปฏิเสธและเอาตัวรอดไปได้เพราะยอดชายไม่มีหลักฐานมาเอาผิด

หลังจากพ้นสายตายอดชายมาแล้ว ด้วงรีบโทร.รายงานเทวัญว่าตนถูกยอดชายคาดคั้นถึงคนจ้างวาน

“แล้วแกตอบมันไปว่ายังไง”

“เรื่องอะไรผมจะบอกล่ะว่าผมเป็นคนทำ...ไม่ต้องถามเรื่องใครเป็นคนจ้าง ไอ้ผู้จัดการนั่นมันแค่ขู่ จริงๆ มันไม่รู้หรอกครับ มันเลยปล่อยผม”

“ดี...ช่วงนี้ระวังตัวหน่อย เป็นไปได้อย่าติดต่อหรือคุยกับฉัน”

“งั้นนายคงต้องหยอดน้ำมันหล่อลื่นให้ผมเพิ่มอีกสักหน่อยแล้วล่ะ”

เทวัญรู้สึกโกรธด้วงที่ต่อรอง แต่ยามนี้ทำอะไรรุนแรงไม่ได้ จำต้องยอมมันไปก่อน...หลังจากโอนเงินให้ด้วงแล้ว เทวัญเดินลิ่วไปในห้างสรรพสินค้า โดยไม่เห็นจี๊ดที่มาช็อปปิ้งแก้เซ็งหลังโดนนายดิ่งจ๊วบปาก แต่สักพักจี๊ดเป็นฝ่ายเห็นเทวัญ เธอหยุดมองและพึมพำขึ้นมาอย่างแปลกใจ

“ไหนบอกว่าอยู่เคลียร์งาน แล้วไปทำงานต่อที่บ้าน... แล้วมาทำไมที่นี่ หรือว่าที่ใจดีเตือนเรา...มันจะจริง” แล้วจี๊ดก็สะกดรอยตามเทวัญไปห่างๆ จังหวะที่เขาเลี้ยวไปทางหนึ่ง เธอเหลือบเห็นเงาะเดินมาอีกทาง จึงแอบตามไปพิสูจน์ให้รู้แจ้งเห็นจริง

ขณะที่จี๊ดกำลังมุ่งมั่นจับผิดแฟนหนุ่มกับเพื่อนสาวของตนอยู่ในห้างสรรพสินค้า เป็นโอกาสให้ศุวิมลได้เข้ามาเยี่ยมดิ่งในห้องคนไข้ สองพี่น้องคุยกันเรื่องพ่อที่หมอให้กลับบ้านได้แล้ว ส่วนดิ่งก็จะกลับพรุ่งนี้ แต่ยังต้องพักฟื้นต่อที่บ้านอีกสักระยะ ศุวิมลรับรู้อย่างโล่งอกแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าพี่ชายหัวแตกแขนหักได้ยังไง

“อุบัติเหตุ พี่สะเพร่าเอง...ว่าแต่มารศรีพูดอะไรเรื่องพี่อีกบ้างหรือเปล่า”

“ไม่เห็นพูดอะไรนี่ เมื่อบ่ายหายไปกินกาแฟซะนาน กลับมาก็ดูเครียดๆ”

“เขารู้ว่าพี่อยู่ที่นี่”

“นั่นไง คิดชั่วอยู่ร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ต้องสงสัย คงไม่อยากให้คุณพ่อรู้ว่าพี่ดิ่งกลับมาแล้ว พี่ดิ่งจะได้ถูกตัดออกจากกองมรดก”

พูดได้เท่านั้น ศุวิมลมีอันต้องยุติและบอกลาดิ่งกลับออกไป เพราะไม่อยากมีเรื่องกับยอดชายที่มาพร้อมลุงแปลง...

ด้านคุณหนูจี๊ดที่ห้างสรรพสินค้า เธอจับไม่ได้ไล่ไม่ทันว่าเทวัญนอกใจ เพราะความจริงแล้ววันนี้เงาะกับเทวัญไม่ได้นัดมาเจอกัน แต่เป็นการเจอกันโดยบังเอิญ เทวัญเลยรอดตัว ส่วนสาวเงาะก็เดินงอนหน้าง้ำจากไป

เทวัญฉลาดเป็นกรด เพิ่มน้ำหนักให้จี๊ดเชื่อใจด้วยการตำหนิเธอเป็นวักเป็นเวร

“พี่เจ็บปวดที่จี๊ดไม่ไว้ใจ ไม่ให้เกียรติพี่ ตั้งแต่เมื่อกลางวันที่จี๊ดทำตัวผิดปกติ มาตอนนี้จี๊ดก็สะกดรอยตามพี่ จี๊ดไปฟังอะไรมาจากใคร”

“คือ...จี๊ด...” เธออึกอักพูดไม่ออก

“พี่เคยทำร้ายจี๊ดไหม เคยทำให้จี๊ดเสียใจหรือเปล่า” เธอส่ายหน้า เขาเลยใส่อีกชุด “แล้วจี๊ดทำร้ายพี่ทำไม หรือจี๊ดเห็นพี่ต่ำต้อยกว่าจี๊ด ไม่มีอะไรสู้จี๊ดได้ จี๊ดถึงได้คิดกดหัวทำอะไรกับพี่ก็ได้”

“ไม่ใช่นะคะ จี๊ดไม่ได้ตั้งใจทำให้พี่เทวัญรู้สึกแบบนั้น”

“งั้นจี๊ดฟังนะ...เหลือความภูมิใจให้พี่บ้างได้ไหม ด้วยการไว้ใจและให้เกียรติ”

“จี๊ดขอโทษ...”

“พี่ไม่มีทางนอกใจจี๊ด เพราะจี๊ดคือผู้หญิงที่ดีที่สุดที่พี่อยากจะใช้ชีวิตด้วยกันไปจนวันตาย”

เจอประโยคสุดซึ้งนี้เข้าไป มีหรือสาวจี๊ดจะไม่ใจอ่อน...ถึงกับเอ่ยปากสัญญาจะไม่ทำให้เขาเสียใจอีก

ooooooo

แยกจากเทวัญมาแล้ว จี๊ดโทร.หาใจดี ปรากฏว่าใจดีแวะไปเยี่ยมดิ่งที่โรงพยาบาล โดยที่ยอดชายซึ่งมาตั้งแต่บ่ายก็ยังไม่กลับ จี๊ดจึงตามมาสมทบและตำหนิใจดีต่อหน้าทุกคน

“แกสร้างเรื่องให้ฉันกับพี่เทวัญเข้าใจผิดกันทำไม แกเกลียดอะไรเงาะ นั่นเพื่อนเรานะใจดี เงาะเสียใจมากรู้หรือเปล่า”

“ฉันก็เพื่อนแก และฉันก็เสียใจที่แกเลือกเชื่อยายเงาะ แต่ไม่เชื่อฉัน”

“แล้วจะให้ฉันเชื่อใคร นั่นก็เพื่อน นี่ก็เพื่อน ฉันลำบากใจนะ”

“ก็ใช้วิจารณญาณคิดสิ ว่าควรจะเชื่อใคร” ดิ่งพูดลอยๆ แต่จี๊ดหันขวับมาใส่ด้วยความโมโหว่าไม่ได้ถาม ไม่ได้อยากฟังความเห็น

“บางทีถ้าคุณฟังคนอื่นให้มากขึ้น เอาแต่ใจให้น้อยลง ชีวิตคุณอาจจะดีกว่านี้ก็ได้” คำพูดดีๆมีเหตุผลของดิ่งทำให้จี๊ดอึ้ง แต่ใจดีเสียใจกับจี๊ดมาก เอ่ยออกมาด้วยความน้อยใจ

“แต่ตอนนี้ฉันคงต้องเป็นฝ่ายกลับไปคิดแล้วล่ะ ว่าฉันควรจะมีระยะห่างกับเพื่อนที่เอาแต่อารมณ์ตัวเองอย่างแกหรือเปล่า บอกตรงๆ ฉันเหนื่อย”

ใจดีเดินหนีไปแล้ว ยอดชายเข้าใจความรู้สึกเธอ เขาเตือนสติจี๊ดก่อนตามเธอออกไป

“รักแฟนน่ะรักได้ แต่อย่ารักจนลืมเพื่อนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา”

จี๊ดหน้าถอดสี สับสนและเสียใจ รำพึงเบาๆ “เพื่อนกำลังจะเลิกคบกับฉันใช่ไหม”

“ผมจะให้คุณอยู่คนเดียวเงียบๆ เพื่อคิดทบทวนสิ่งที่คุณทำลงไป”

จี๊ดทำตามอย่างว่าง่าย เธอไม่โวยวายผลักไสเมื่อดิ่งพาไปนั่งที่โซฟา แล้วทิ้งเธอไว้คนเดียว ส่วนนายดิ่งก็หลบออกมาครุ่นคิดเรื่องความรักของตน...ถ้าเขามีสติ ไม่ปล่อยให้ความเสียใจเข้าครอบงำ เขาคงไม่ต้องทิ้งอนาคต ตัวเองมาแบบนี้

ค่ำวันเดียวกัน มารศรีผิดหวังที่อุตส่าห์ออดอ้อนอยากจดทะเบียนกับนายเศกเพื่อจะฮุบสมบัติเอาไว้เสียทั้งหมด นั่นก็เพราะเศกยังนึกถึงลูกสองคน เขาอยากเขียนพินัยกรรมให้ลูกๆเรียบร้อยเสียก่อน จะได้ไม่มีปัญหากันภายหลัง...

ที่โรงพยาบาล แม้นายดิ่งได้ให้เวลาสาวจี๊ดคิดทบทวนในสิ่งที่ทำกับเพื่อนรัก แต่ดูเหมือนจะไร้ผล เพราะเมื่อดิ่งกลับเข้ามาจี๊ดดันตั้งหน้าตั้งตาจับผิดเขาเสียนี่ เธออยากรู้ว่าเขาเป็นใครกันแน่ คำพูดของเขาที่เตือนสติให้เธอคิดเรื่องที่ทะเลาะกับเพื่อนนั้นไม่ธรรมดา เขาไม่น่าจะเป็นแค่ช่างซ่อมรถ

“อะไรของคุณเนี่ย ผมเป็นช่างซ่อมรถ...อย่าตัดสินคนแค่แวบแรกที่เห็น อย่าคิดว่าเขาจะเป็นยังไงโดยใช้มาตร– ฐานของตัวเอง เพราะเขาอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด”

“นั่นไง...ฉันรู้แล้วว่านายเป็นใคร นายต้องเคยเป็นพระมหา บวชเรียนมาไม่ต่ำกว่าสามพรรษาถึงได้คิดอะไรได้แบบนี้”

“อืม...โอเค หยุดเรื่องผมไปก่อนนะ มาคุยเรื่องของคุณก่อน”

“นายรู้เห็นอะไรเรื่องพี่เทวัญกับเงาะบ้าง บอกฉันมาเดี๋ยวนี้”

“คุณไม่ควรฟังใคร นอกจากจะพิสูจน์ให้รู้ด้วยตัวเอง คุณใจดีเป็นเพื่อนที่ดี ผมพูดได้เพียงเท่านี้”

จี๊ดรับฟัง...แล้วลุกออกไปโดยไม่พูดอะไรอีก ดิ่งมองตามงงๆ เดาอารมณ์เธอไม่ถูกจริงๆ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ยอดชายมารับดิ่งกลับไปอยู่บ้านจี๊ดเหมือนเดิม สำรวยสาวใช้ที่แอบปลื้มนายดิ่งกุลีกุจอมาดูแล และอาจช่วยเหลือถึงเนื้อถึงตัวเขา ถ้าป้าเพ็ญไม่ตามมาเบรกเสียก่อน

ยอดชายอยากให้ดิ่งพักฟื้นต่ออีกสักหน่อยแล้วค่อยไปทำงาน แต่ดิ่งไม่ยอม ดังนั้นยอดชายจึงกำหนดให้จี๊ดที่อยู่บ้านเดียวกันกับดิ่งเป็นคนรับส่ง

แต่บ่ายนี้จี๊ดนั่งรถเทวัญแล้วบังเอิญเก็บต่างหูข้างหนึ่งใต้เบาะได้ ซึ่งเธอจำแม่นว่ามันเป็นของเงาะ แต่เธอไม่กระโตกกระตากให้เทวัญรู้ พอถึงออฟฟิศก็รีบมาขอโทษใจดี แล้วต่อไปเธอจะพิสูจน์เรื่องนี้ด้วยตาตัวเอง

ค่ำนี้เอง จี๊ดรับนัดกินข้าวกับเทวัญที่คอนโดของเขา เทวัญยิ้มหวานคิดรวบรัดจี๊ดเสียคืนนี้เลย แต่โชคไม่เข้าข้าง คนที่มาถึงก่อนจี๊ดดันเป็นเงาะ เขากลัวจี๊ดจะขึ้นมาเห็นจึงกระชากเงาะเข้ามาในห้อง แล้วทั้งคู่ก็มีปากเสียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

เมื่อจี๊ดมาถึงหน้าห้อง ยิ่งทำให้เงาะโมโหหึง ยื่นคำขาดให้เทวัญตัดสินใจ ถ้าเลือกตนก็ไปเปิดประตูบอกจี๊ดเดี๋ยวนี้เลย แต่ถ้าเลือกจี๊ด ตนจะเป็นฝ่ายไปเปิดประตูแล้วบอกจี๊ดเองว่าเราเป็นอะไรกัน เทวัญโกรธมากที่เงาะไม่ให้ทางเลือก ทำเหมือนตนเป็นเบี้ยล่าง

เสียงเคาะประตูดังถี่ขึ้น เทวัญตัดสินใจลากเงาะเข้าห้องนอนแล้วตบหน้าเธออย่างแรง

“คนที่จะเป็นฝ่ายเสนอทางเลือกคือฉัน ไม่ใช่เธอ เมื่อคุยกันดีๆไม่ได้ ก็ไม่ต้องคุย ทนไม่ได้ก็ไปให้พ้น แต่ถ้าปากโป้ง ฉันเอาแกตาย!”

เทวัญเงื้อมือจะตบซ้ำ เงาะตกใจลนลาน พนมมือไหว้แทบจะกราบกราน

“เงาะขอโทษ เงาะเจ็บ อย่าทำเงาะเลย เงาะขอโทษ”

“จำไว้นะ อยู่เฉยๆ เงียบๆ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอีก”

เงาะสุดเจ็บช้ำ ตกใจและผิดหวังกับตัวตนแท้จริงของเทวัญ...ฝ่ายจี๊ดที่ยังไม่รู้จักตัวตนของคู่หมั้น แต่เธอกำลังระแวงเขานอกใจ เมื่อก้าวเข้ามาในห้องไม่เห็น

ทันวิทย์น้องชายของเทวัญ แต่เมื่อสักครู่เธอได้ยินเสียง เหมือนคนคุยกัน จึงถามซอกแซกว่าเขาอยู่กับใคร

เทวัญยืนยันว่าอยู่คนเดียว แล้วพยายามเปลี่ยนเรื่องชวนเธอทานอาหารที่เตรียมไว้ แต่จี๊ดไม่ยอมนั่ง เธอแค่จะมาบอกขอเลื่อนการหาฤกษ์แต่งงานของเราออกไปก่อน

“อะไรนะ ทำไมล่ะจี๊ด”

“จี๊ดรู้สึกว่า...จี๊ดอาจจะต้องการเวลาให้เราสองคนได้ศึกษานิสัยใจคอกันมากกว่านี้”

“สามปีที่ผ่านมายังไม่พออีกเหรอจี๊ด จี๊ดจะดูอะไรอีก เพราะมีพวกไม่หวังดี ไม่ชอบพี่คอยเป่าหูจี๊ดอยู่ใช่ไหม”

“ไม่มีใครเป่าหูจี๊ดได้” เธอยืนยันคำพูดด้วยการหยิบต่างหูของเงาะออกมาโชว์ “แล้วต่างหูของเพื่อนจี๊ดไปหล่นอยู่ในรถของพี่เทวัญได้ยังไง”

เทวัญหน้าซีดเผือด ละล่ำละลักว่าพี่ไม่รู้ เมื่อจี๊ดถามจี้อีกว่าเงาะเคยไปไหนมาไหนกับเขาหรือเปล่า เทวัญอึกอักมีพิรุธ

“แต่เท่าที่จี๊ดรู้ ไม่เคยใช่ไหมคะ”

“ใช่...ไม่เคย อาจจะมีใครที่ไม่หวังดีอยากให้เราเลิกกัน เอาต่างหูของเงาะไปใส่ไว้ในรถพี่ เพื่อให้เราทะเลาะกัน”

“ก็อาจเป็นได้ หรืออาจจะไม่ใช่ จี๊ดถึงได้ต้องการเวลาอีกสักหน่อย เพื่อความแน่ใจค่ะ พี่เทวัญเข้าใจจี๊ดนะคะ”

เทวัญพูดไม่ออก...เมื่อจี๊ดกลับไปแล้ว เขาตรงดิ่งเข้าไปจัดการเงาะในห้องนอน เขาตบเธอไม่เลี้ยง โทษฐานที่จงใจทิ้งต่างหูให้จี๊ดจับได้...ส่วนจี๊ดกลับมาถึงบ้านก็เอาแต่ร้องไห้ ความไว้เนื้อเชื่อใจต่อแฟนหนุ่มแทบไม่เหลือแล้ว...ดิ่งแอบเห็นแต่ไม่ออกมาทักถาม เขาเฝ้ามองเธออยู่เงียบๆด้วยความเห็นใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ จี๊ดในชุดทำงานใส่แว่นตาดำมายืนรอดิ่งอยู่ที่รถ ดูเผินๆเหมือนเธอกระตือรือร้นอยากทำงาน แต่เผอิญดิ่งรู้เห็นตั้งแต่เมื่อคืน ก็เลยจับไต๋ได้ว่าเธอไม่ได้ตื่นเช้า หากแต่ร้องไห้จนนอนไม่หลับและที่ต้องใส่แว่นกันแดดก็เพื่อปกปิดดวงตาที่แดงช้ำ

“นี่! ไม่รู้สักเรื่องไม่ได้หรือไง” จี๊ดโวยกลบเกลื่อน

“ได้...ไม่อยากเล่าก็ไม่ได้อยากรู้”

“ฉันไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องให้คนแปลกหน้าฟัง”

“เรื่องบางเรื่องก็เหมาะกับการเล่าให้คนแปลกหน้าฟัง เพราะเขาไม่รู้จักคุณ ไม่รู้จักใคร ไม่มีอารมณ์ร่วม แค่ฟังเพื่อให้คุณได้ระบายออกมาบ้าง...ก็เท่านั้น”

จี๊ดจำนนต่อเหตุผลของดิ่ง ค่อยๆถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นความผิดปกติที่ดิ่งพูดไว้ไม่มีผิด

“ฉันทำอย่างที่นายบอก ให้เวลา ให้โอกาสพี่เทวัญได้พิสูจน์ตัวเอง โดยที่จะยังไม่ด่วนตัดสินอะไร เพราะบางทีเขาอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้ แต่ฉันเสียใจมากเลยรู้ไหม ไม่เคยเสียใจอะไรขนาดนี้มาก่อนเลย”

“เสียใจ แสดงว่าตัดสินเขาไปแล้วว่าเขาทำผิดต่อคุณ”

“เปล่า...เสียใจเพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้กับชีวิตฉัน คอยดูนะ ถ้าเรื่องที่พี่เทวัญนอกใจฉันเป็นเรื่องจริง ฉันจะ...จะ...จะอะไรดีล่ะ”

“เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป”

“นายบวชเรียนมาตั้งหลายปี นายก็เข้าใจได้สิ แต่ฉันไม่นี่”

ดิ่งเผลอหัวเราะออกมาจนเธอแปลกใจ ถามเขาว่าขำอะไร?

“เชื่อจริงๆเหรอว่าผมบวชมานานจนเป็นพระมหา”

“จริงสิ...ทำไม หรือไม่ใช่”

“ผมยังไม่เคยบวช”

“แล้วทำไมไม่บอก” จี๊ดโมโหจิกตีเขาพัลวัน ดิ่งเจ็บร้องโอ๊ย โอดโอยว่าตนแขนหักยังเข้าเฝือกอยู่นะ ผู้หญิงอะไร ใจร้ายใจดำจริงๆ

จี๊ดชะงัก แล้วกลายเป็นเขินเมื่อเขารวบมือเธอไว้ ดิ่งเองก็ประหม่า ต่างคนต่างมองตากันไปมาก่อนจะแก้เขินด้วยการชวนกันเร่งรีบเข้าออฟฟิศ

เทวัญหน้าบึ้งตึงที่เห็นจี๊ดกับดิ่งมาพร้อมกัน เมื่อดิ่งเดินแยกไปในแผนกตัวเองแล้ว เทวัญก็ตั้งคำถามอย่างไม่พอใจจี๊ดว่า ไปทำดีกับมันทำไม?

“เรื่องบางเรื่อง พี่เทวัญก็ไม่จำเป็นต้องรู้เหตุผล”

“จี๊ดกำลังประชดพี่ใช่ไหม”

“ถึงจี๊ดจะเป็นคุณหนูนิสัยเสีย แต่จี๊ดไม่ใช่ผู้หญิงที่คบผู้ชายได้ไม่เลือกหน้านะคะ จี๊ดขอตัว มีประชุมไม่ใช่เหรอคะ จี๊ดอยากทำงาน ไม่อยากเอาเรื่องส่วนตัวมาทำให้เสียงานค่ะ”

จี๊ดผละเข้าไปข้างใน เทวัญมองตามอย่างหงุดหงิด อีกสักพักเทวัญเข้ามาในห้องทำงานของตัวเอง ไม่ทันจะลงนั่งดิบดีก็มีสายโอนเข้ามาว่า คุณมารศรีต้องการพูดด้วย...

มารศรีอ้างตัวเป็นเพื่อนเก่าของดิ่งก่อนจะนัดพบเทวัญนอกบริษัท เธอใส่ไฟเรื่องดิ่งกิ๊กกับจี๊ด ยืนยันเห็นกับตาว่าสองคนนี้มีสัมพันธ์กันไม่ธรรมดา เทวัญรู้สึกไม่พอใจแต่ยังข่มอารมณ์ ทำทีเป็นไม่เชื่อ

“ก็ตามใจ ลองคิดดูให้ดีนะ ถ้าฉันกุเรื่องขึ้น ฉันไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้เลย แล้วฉันจะทำทำไม”

“คนเราทำอะไรโดยไม่มีเหตุผลไม่ได้”

“เพราะฉันไม่อยากให้เพื่อนของฉันทำผิด” มารศรีทิ้งท้ายก่อนเดินจากไป...เทวัญกำมือแน่น เคียดแค้นนายดิ่งยิ่งขึ้นไปอีก...

ส่วนที่ออฟฟิศโมเดิร์นคาร์ ใจดีบ่นกับจี๊ดอย่างแปลกใจที่เงาะไม่มาทำงาน โทร.หาก็ปิดเครื่อง...พอเห็นนายดิ่งเดินมากับยอดชาย ใจดีเลิกบ่นทันที ปรี่มาถามไถ่อาการเจ็บป่วยของดิ่ง ระหว่างนี้เองมีฝรั่งคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทุกคนด้วยภาษาอังกฤษ แล้วถามว่าใครพูดภาษาเยอรมันได้บ้าง

ปรากฏว่าทุกคนใบ้กิน ฝรั่งคนนั้นจึงถามกึ่งตำหนิว่า บริษัทไม่ได้แจ้งไว้หรอกหรือว่าตนพูดภาษาเยอรมัน ดิ่งตัดสินใจแก้สถานการณ์ในนาทีนั้น ขอโทษเขาด้วยภาษาเยอรมันที่ชัดเป๊ะ ก่อนเชื้อเชิญเข้าไปพบคุณเจตนา

ดิ่งพามิสเตอร์โยฮันน์เข้าไปข้างในแล้ว แต่พวกจี๊ดยังยืนอึ้ง ทึ่ง ช็อก...คาดไม่ถึงว่านายดิ่งจะพูดภาษาเยอรมันได้คล่องขนาดนี้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.9 บุญวดี เผยด้านมืด เล่าเรื่องเลวๆ ของพีทให้ชาครีย์ฟัง
20 เม.ย. 2564

09:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 15:46 น.