ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ในสวนขวัญ

SHARE
ตอนที่ 13

ภูมินั่งแท็กซี่กลับถึงบ้านที่เปิดเป็นอู่ เจอโอมมารออยู่แล้ว ภูมิลงจากรถก็บอกโอมว่า ตนกำลังจะโทร.หาอยู่พอดี

โอมเปิดฉากอ่อยก่อนว่างานนี้ทำสำเร็จตนจ่ายให้ไปตั้งตัวได้เลย ภูมิถามว่า “ตกลงจะให้ผมทำอะไร”

“กำจัดไอ้ไม้ให้ฉัน”

ภูมิบอกว่าตนทำไม่ได้ ถ้าแค่ต่อยตีก็ยังพอได้ โอมเสนอตัวเลขทันที “ฉันพร้อมจ่ายแกห้าแสน” เมื่อภูมิปฏิเสธอีกก็เพิ่มให้เป็นหนึ่งล้าน!

“พี่ไม่เข้าใจ เรื่องคราวก่อน ตำรวจก็ยังตามจับผมอยู่เลย พ่อผมต้องล้มป่วยก็เพราะเป็นห่วงเรื่องนั้น ผมตัดสินใจแล้วล่ะครับ ผม...จะกลับตัว”

โอมยังใจเย็นหว่านล้อมภูมิอีก เมื่อไม่สำเร็จก็โมโหด่าก่อนกลับไป “ไอ้ขี้ขลาด อยากจะจมปลักอยู่กับความยากจนข้นแค้นแบบนี้ก็เชิญตามสบายเลย ไอ้โง่เอ๊ย” ด่าแล้วเดินหัวเสียออกจากอู่ โทร.หาศักดิ์ทันทีบอกว่า ถ้าอยากให้งานสำเร็จก็ให้หาคนมาช่วย

ทั้งสองนัดพบกันที่รกร้างข้างแหล่งเสื่อมโทรม

ศักดิ์บอกว่าตนแนะนำคนให้เท่านั้น เรื่องอื่นตกลงกันเอง เพราะตนไม่อยากติดคุกตอนแก่ แล้วชี้ให้ดูบอกว่า “โน่นไงไอ้หมึก มาโน่นแล้ว”

ศักดิ์นั่งดูอยู่ในรถ ส่วนโอมเอาซองเงินและรูป รวมทั้งแผนที่บ้านของไม้ไปให้หมึก พูดกันไม่กี่คำ หมึกก็เก็บทุกอย่างใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินไป โอมกลับมาที่รถยิ้มเหี้ยมบอกศักดิ์ว่า

“อีกไม่นาน เราก็จะได้ข่าวดี คนที่ขวางทางเรา จะไม่มีอีกแล้ว”

ooooooo

ฝ่ายศักดิ์ก็ยังร่วมมือกับโอมและอลงกรณ์เกลี้ยกล่อมจูงใจย่าขวัญต่อไป วันนี้ศักดิ์หลอกย่าให้ไปที่สำนักงานขายเพื่อรุมกันหว่านล้อมแกมบังคับให้ย่าเป็นหุ้นส่วนในโครงการใหม่

ย่ายืนยันไม่ร่วมโครงการ โอมโมโหชักปืนออกมาจะยิงย่า ศักดิ์เข้าแย่งปืนปกป้องแม่ ไม้ได้ข่าวย่ามาที่สำนักงานโครงการจึงรีบตามมา เจอเหตุการณ์พอดีจึงพุ่งเข้าไปเอาตัวบังย่าไว้ เป็นจังหวะที่โอมเหนี่ยวไกพอดี ไม้ถูกยิงที่ต้นแขนอย่างจัง จึงต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล ส่วนโอมอาศัยความชุลมุนหลบหนีไป

ที่หน้าห้องผ่าตัด...ทั้งย่าขวัญ หทัย เป็ดปุ๊กและเชียร นั่งรอฟังข่าวการผ่าตัดไม้อยู่อย่างห่วงใย

ย่าขวัญนั่งดมยาและให้ปากคำตำรวจด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ถามว่าศักดิ์จะถูกดำเนินคดีไหม ตำรวจบอกว่าถ้าให้ปากคำเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีก็คงกันไว้เป็นพยาน ย่าถามอีกว่าตนจะไม่เอาเรื่องอลงกรณ์ได้ไหม เพราะอย่างน้อยเราก็เป็นคนรู้จักมักคุ้นกัน

“คงไม่ได้หรอกครับคุณย่า คดีแบบนี้ยอมความกันไม่ได้”

ฟังตำรวจแล้วย่าหันมองหทัยด้วยความสงสาร เห็นใจ หทัยเข้ากอดย่าอย่างเข้าใจความปรารถนาดี อดที่จะรำพึงไม่ได้ว่า “ทำไมคนในครอบครัวของฉันต้องมาทำเรื่องแบบนี้ด้วย”

“ความโลภไงแม่หทัย คนเราพอถูกความโลภเข้าครอบงำ ไอ้ที่เคยทำดีทำชอบก็กลับกลายเป็นคิดผิดทำผิดไปเสียได้ น่าเสียดายอนาคตจริงๆ กำลังจะไปได้ไกลแท้ๆ” ฟังย่าแล้วหทัยร้องไห้อย่างเจ็บปวด “ร้องเถอะหทัย ร้องให้เต็มที่ แล้วก็ร้องให้จบเสียตรงนี้ เพราะต่อไป เธอจะต้องเข้มแข็งมากๆเลย รู้ใช่ไหม”

“ค่ะคุณแม่” หทัยพยักหน้า แต่ยังร้องไห้หนัก

“ผ่าตัดเสร็จแล้วครับ” เชียรบอกทุกคนอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นหมอเดินออกจากห้องผ่าตัด

ooooooo

ไม้ถูกนำไปในห้องพัก เป็ดปุ๊กช่วยเอาหมอนหนุน หลังและแขนที่ผ่าตัดให้อยู่ในท่าสบาย พลางบอกไม้ว่า

“ตอนนี้ตำรวจจัดการทุกอย่างเกือบเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่คุณโอมที่ตำรวจยังตามจับตัวอยู่” ไม้บอกว่าคนอื่นตนไม่สนใจ ห่วงแต่เธอกับคุณย่าเท่านั้น “คุณหมอตรวจแล้วไม่มีรอยขีดข่วนสักนิด ส่วนฉันได้แผลนิดหน่อยถือว่าสบายมาก” พลางถลกแขนเสื้อโชว์รอยถลอกให้ดู

ไม้โน้มตัวเข้าไปเป่าเพี้ยง! ที่รอยถลอกบอกให้หายเร็วๆนะ เขาขอโทษและตำหนิตัวเองว่าไม่น่าชวนเธอไปเจอเรื่องอันตรายแบบนั้นเลย

“จะขอโทษทำไม ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟที่ไหนยังไง ฉันก็ต้องไปกับนายอยู่แล้ว”

ไม้ยิ้มชื่นใจ แล้วอ้อนให้เธอเป่าเพี้ยงให้บ้าง เป็ดปุ๊กเอาใจ ก้มเป่าให้เขินๆ

ขณะบรรยากาศกำลังดีๆนี่เอง ประตูห้องเปิดออก ย่าขวัญเดินนำหทัยเข้ามา พอไม้เห็นหทัยก็ชักสีหน้าใส่ทันที ถามว่ายังกล้ามาอีกหรือ!

แต่ไม่ว่าไม้จะแข็งกร้าวและปฏิเสธหทัยอย่างไร เธอก็ยังใจเย็นพยายามพูดดีด้วยความเป็นห่วงลูก ย่าขวัญก็คอยเตือนสติไม้ว่าหทัยต้องรับเรื่องเลวร้ายมากมายแล้วจะพูดให้แย่ไปกว่านั้นอีกทำไม

ไม้จึงบอกให้หทัยกลับไปเสียตนอยากพักผ่อน หทัยบอกว่าแล้วค่อยมาเยี่ยมใหม่ ไม้ตอบพลางพลิกตัวหันหลังให้ว่า

“ไม่จำเป็น!!”

เมื่อหทัยกลับไปแล้ว เป็ดปุ๊กที่ไม่พอใจท่าทีแข็งกร้าวของไม้ที่มีต่อหทัยก็ติติงเขาว่า รู้ไหมว่าหทัยรอนานแค่ไหนกว่าจะได้เข้ามาพบเขา แล้วไปไล่กันแบบนั้นมันเกินกว่าเหตุไปแล้ว

ไม้ขอร้องอย่าพูดเรื่องนี้เลยตนยังไม่อยากทะเลาะด้วย เชียรหิ้วถุงอาหารเข้ามาจึงชวนเป็ดปุ๊กไปกินข้าวกัน เชียรเตือนลูกว่าไปพูดอะไรกับไม้ตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ น้ำกำลังเชี่ยวอย่าเอาเรือเข้าไปขวาง เป็ดปุ๊กพยักหน้าอย่างเข้าใจ

ooooooo

เช้าวันต่อมา ศักดิ์ไปหาย่าที่บ้าน เขากราบย่าแล้วเงยหน้าพูดอ้อนวอนขอความเห็นใจ...

“แม่ครับ...ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเป็นแบบนี้จริงๆนะครับ ผมโดนไอ้สองพ่อลูกมันหลอก ผมไม่ได้ตั้งใจจับแม่มาทำอันตรายอะไรเลยจริงๆนะครับ”

ย่าขวัญบอกว่าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ตนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ถึงศักดิ์จะชั่วจะเลวอย่างไรคนเป็นแม่ก็คงปล่อยให้ตำรวจจับเข้าคุกไม่ได้หรอก ศักดิ์โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง แล้วรุกคืบอ้อนขอให้ย่าช่วยเรื่องเงินที่ตนเป็นหนี้ให้ด้วย บอกว่าไม่กี่ล้านเอง ทั้งยังสัญญาว่าถ้าได้เงินก้อนนี้แล้วจะเลิกยุ่งกับแม่อีก

“ฉันนี่แหละขอประกาศเลิกยุ่งกับแก ณ บัดนี้! แกจงไปจัดการกับชีวิตของแกเองก็แล้วกัน อย่ามายุ่งกับฉันอีกเลย ฉันทั้งเหนื่อยทั้งหน่ายกับแกมามากพอแล้ว” พูดแล้วย่าลุกขึ้นเดินออกไป ศักดิ์ลุกไปขวางถามว่าจะไปไหนยังพูดกันไม่รู้เรื่องเลย “ฉันไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว ถอยไป แม่จะไปหาไม้”

“แม่จะไปหามันทำไม” ศักดิ์เสียงแข็ง

“ก็ไม้มันยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อดูแลแม่ แม่ก็ต้องไปดูแลมันสิ” ศักดิ์ตัดพ้อว่าแล้วแม่ไม่คิดจะดูแลตนบ้างหรือ “แล้วที่ผ่านๆมาแกดูแลแม่รึเปล่าล่ะ ถ้าคิดว่าไม่ ก็หลีกไป”

“แม่...นี่แม่จะไม่สนใจ ไม่ให้เงินฉันจริงๆเหรอ”

“ศักดิ์ แม่จะบอกอะไรให้นะ คนที่เป็นแม่เป็นลูก มันมีอะไรมากกว่าเรื่องเงินนะ ถ้าศักดิ์จะโกรธจะเกลียดแม่เพราะแม่ไม่ให้เงินก็ไม่มีปัญหา เพราะแม่มั่นใจว่า ได้ทำหน้าที่แม่ที่ดีที่สุดของศักดิ์แล้ว แต่ศักดิ์ล่ะ ลองถามตัวเองว่าเป็นลูกที่ดีของแม่พอที่จะมาเรียกร้องสิ่งนั้นสิ่งนี้รึยัง” ย่าเดินออกไปอย่างไม่สนใจศักดิ์อีกเลย

“แม่!!!” ศักดิ์มองตามย่าขวัญไปด้วยดวงตาแห้งผาก

ooooooo

หทัยมาพบอลงกรณ์ที่ห้องขัง เขาอ้อนวอนให้เธอต้องหาทนายที่เก่งที่สุดมาพาตนออกไป หทัยบอกว่าตนพยายามช่วยเต็มที่ แต่ทุกอย่างก็ต้องขึ้นอยู่กับกฎหมายและความผิดที่เขาทำ

อลงกรณ์โวยวายว่าตนทำทุกอย่างเพื่อเธอและลูก หทัยโต้ว่าเขาทำทุกอย่างเพื่อตัวเองมากกว่า ตอนนี้ตำรวจยังตามโอมไม่เจอไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร เขาเคยคิดเป็นห่วงลูกบ้างไหม อลงกรณ์อ้างว่าตนอยู่ในคุกแบบนี้จะให้ทำอะไรได้

“ก็ไม่ต้องทำอะไรค่ะ อยู่นิ่งๆ คิดทบทวนสิ่งที่คุณทำ แล้วปล่อยให้ฉันจัดการทุกอย่างไปตามที่ควรจะเป็น คนผิดยังไงก็ต้องรับโทษนะคะ” หทัยบอกว่าจะช่วยเท่าที่ช่วยได้แล้วกลับไป

อลงกรณ์เปลี่ยนจากอ้อนวอนเป็นโมโหตะโกนโวยวาย ว่าเธอต้องช่วยตน ต้องพาตนออกจากที่นี่!! แต่หทัยไม่สนใจ อลงกรณ์เลยนั่งคอตกอย่างหมดหวัง

ooooooo

ตอนที่ 12

แก้วสะใจมากกับการส่งภาพตนกับไม้ไปให้เป็ดปุ๊กดู เชื่อว่าเป็ดปุ๊กที่ไม่มีความอดทนจะต้องตัดสวาทไม้แน่นอน เก็จเตือนความจำแก้วว่าถ้าทำสำเร็จก็อย่าลืมตนแล้วกันเพราะตนเป็นคนวางแผนให้

“ฉันยกที่ดินให้พี่ไปเลย 10 ไร่” แก้วตอบทันที เก็จถามว่าสิบไร่จากที่ได้เป็นร้อยไร่เนี่ยนะ แบบนี้ตนเปลี่ยนใจไปช่วยเป็ดปุ๊กดีไหมนี่ “อ๋อ...จะหักหลังน้องในไส้ไปเข้าข้างศัตรูเหรอ” แก้วมองหน้าพี่สาว

“พูดเล่น อย่างนังเป็ดน่ะเหรอฉันจะดีกับมัน ชาตินี้ขอประกาศเป็นศัตรูกับมันจนตายกันไปข้าง”

ไก่กุ๊กมาได้ยิน เขามองสองพี่น้องอย่างไม่พอใจ แต่ไม่ได้พูดอะไร แม้ใจหนึ่งจะรักน้องแต่อีกใจก็อยากได้เงิน

ข้างฝ่ายศักดิ์กับอลงกรณ์ก็เร่งดำเนินการที่จะเอาที่ดินผืนนั้นของย่าให้ได้ วันนี้ศักดิ์ไปหาย่าที่บ้านอีก เขาพยายามหว่านล้อม จนย่าต้องบอกว่า

“แม่ตั้งใจไว้ว่าถ้าแม่ตาย จะยกส่วนหนึ่งให้วัดกับโรงเรียน ส่วนด้านที่ติดถนนก็จะให้เอาเงินมาทำมูลนิธิ หรือกองทุนเป็นกองทุนการศึกษาให้เด็ก แล้วก็ช่วยพระสงฆ์อาพาธ”

เมื่อศักดิ์ทั้งหว่านล้อม ทั้งคุกคามย่าไม่สำเร็จ อลงกรณ์ก็เข้าไปเสริม เขาเกลี้ยกล่อมย่าว่า

“ถ้าคุณย่าจะขายที่ดินผืนนี้ ทางผมกับคุณศักดิ์ก็ยินดีนะครับ ขอแค่ว่าเป็นราคากันเองสักหน่อย พอให้เหลือกำไรเล็กๆน้อยๆให้ลูกหลาน”

ระหว่างนั้นศักดิ์พยายามจะท้วงติงว่าที่เราคุยกันไม่ใช่อย่างนี้ ถูกอลงกรณ์ส่งสัญญาณให้เงียบ แล้วตัวเองก็ใช้วาทศิลป์และผลประโยชน์มาหว่านล้อมย่า รับปากว่าถ้าย่าขายที่ดินให้ตนทำโครงการ นอกจากผลประโยชน์ด้านอื่นๆแล้ว ทางโครงการยังจะให้บ้านใหญ่ตบแต่งสวยงามให้ย่าได้อยู่อย่างมีความสุขในบั้นปลายของชีวิต

ระหว่างที่อลงกรณ์ ศักดิ์ และโอมกำลังรุมกันกล่อมย่านั่นเอง ดำมาเห็นและได้ยิน รีบวิ่งกลับไปที่ร้านสวนขวัญว่า “คุณศักดิ์ คุณอลงกรณ์ และคุณโอม อยู่ที่บ้านคุณย่าครับ”

ได้ยินชื่อคนพวกนี้เท่านั้น ไม้วิ่งอ้าวออกจากร้านไปทันที พอศักดิ์เห็นไม้ก็ชักสีหน้าตวาดถาม

“ไงวะไอ้ไม้ แจ้นเข้ามาเลยเหรอ กลัวย่าจะยกที่ดินให้ฉันรึไง”

“ผมมาดูแลย่า ไม่อยากให้ย่าถูกใครหลอก” ไม้ตอบอย่างไม่ไว้หน้าใคร ย้ำกับศักดิ์ว่า “ถ้าอาศักดิ์มาทำให้ย่าไม่สบายใจอย่างนี้ ผมว่าอย่ามาเลยดีกว่า กลับไปเสียเถอะ”

ศักดิ์ที่มีอคติกับไม้อย่างมากอยู่แล้วลุกขึ้นเผชิญ หน้าไม้ จนย่าไม่สบายใจบอกไม้ให้ใจเย็น ไม้บอกศักดิ์ด้วยอารมณ์เย็นลงว่า “เอาเป็นว่าผมขอร้องดีๆ อาศักดิ์อย่ารบกวนย่าอีกเลย ย่าแก่แล้ว ผมไม่อยากมีเรื่องกับอา”

“แล้วถ้าเกิดกูอยากมีเรื่องกับมึงล่ะ เพราะครั้งนี้กูจะไม่ยอมมึงอีกแล้วไอ้ไม้ ที่ดินผืนนี้ต้องเป็นของกู กูเป็นลูกแม่มึงมันแค่หลานอย่ามาสะเออะ แม่มึงน่ะแผนสูง กะฮุบที่ดินทั้งสองผืน ผัวตายแทนที่จะคืนที่ดินให้แม่ กลับฮุบเอาไว้ แล้วยังส่งมึงมาให้แม่กูเลี้ยง พอแม่ตายจะได้มรดกอีก ทำตัวเหมือนพวกสิบแปดมงกุฎ หลอกตุ๋นคนแก่ไปวันๆ”

“อย่าพูดถึงเขาอย่างนั้น” ไม้ปราม แทนที่ศักดิ์จะเพลากลับยิ่งด่า ไม้ยิ่งเตือนศักดิ์ก็ยิ่งด่า จนไม้ทนไม่ได้ซัดหมัดใส่หน้าจนศักดิ์หงายไม่เป็นท่า ย่าขวัญรีบเข้ามาขวาง

“หยุดนะไม้ อย่าทำอาเขา พอ...พอได้แล้ว ศักดิ์แม่ขอร้อง กลับไปก่อนได้ไหมลูก กลับไปก่อน”

“มึงกับกูอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้แล้วไอ้ไม้ ไม่ใครก็ใครต้องตายกันไปข้าง!” ศักดิ์อาฆาต

พอดีเชียรกับเป็ดปุ๊กเข้ามา ย่าขอให้ทั้งสองช่วยหน่อย แต่ศักดิ์ไม่สนใจพุ่งเข้าไปต่อยไม้ แต่ไม้ฉากหลบได้เฉียดฉิวและผลักศักดิ์คะมำหัวทิ่มพื้น อลงกรณ์บอกให้โอมไปช่วยพาศักดิ์ออกไป ส่วนตัวเองบอกศักดิ์ว่าเรากลับก่อนดีกว่า เข้าไปกระซิบว่า “แบบนี้ไม่ดีกับพวกเราหรอก” ศักดิ์ยังฮึดฮัด ส่วนไม้เห็นเป็ดปุ๊กมองอยู่ก็ไม่ทำอะไรอีก

เชียรมองย่าขวัญอย่างเข้าใจความเจ็บปวด เข้าประคองและจับมือย่าไว้อย่างปลอบใจ ย่าขอร้องให้ทุกคนกลับไปก่อน เมื่อพวกศักดิ์กลับไปแล้ว ไม้พยายามจะชี้แจงกับเป็ดปุ๊ก เธอยกมือไม่ให้พูดแล้วเดินออกจากบ้านย่าไป

ooooooo

เป็ดปุ๊กกลับถึงบ้าน ก็ได้รับรู้เรื่องที่ทำให้ตัวเองช็อก เมื่อเพื่อนของเชียรคนนั้นโทร.มาถามเรื่องขายบ้าน เชียรไม่อยู่ตรงนั้นเป็ดปุ๊กรับสายแทนจึงรู้เรื่องราวทั้งหมด

เชียรลงมาเห็นเป็ดปุ๊กถือโทรศัพท์ยืนช็อกอยู่ ก็ตกใจรีบเดินมาหามองหน้าเธออึ้งพูดอะไรไม่ออก

เป็ดปุ๊กเป็นฝ่ายถามพ่อว่า คิดจะบอกเรื่องนี้กับตนเมื่อไหร่ เชียรขอโทษบอกว่า ไม่คิดจะปิดบังแต่คิดว่าพ่อน่าจะจัดการเรื่องนี้ได้

“จัดการยังไงคะพ่อ พี่ไก่กับพี่เก็จจะเอาบ้านเก่าของพ่อไปขายอยู่ไม่กี่วันแล้ว พ่อยังคิดว่าพ่อจะจัดการได้อยู่เหรอคะเป็ดรู้นะคะว่าพ่อรักพี่ไก่มาก แต่พ่อจะปล่อยให้พี่ไก่ทำอย่างนี้มันไม่ถูกต้องนะคะ สิ่งที่พี่ไก่กับพี่เ ก็จทำเป็นเรื่องผิดกฎหมายพวกเขากำลังจะโกงบ้านของพ่อนะคะ” เป็ดปุ๊กพูดด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน

เชียรตำหนิตัวเองว่าถ้าตอนนั้นโอนบ้านนี้ให้เป็ดปุ๊กไปก็คงไม่มีเรื่องแต่ตอนนี้ไม่ทันแล้ว แต่เป็ดปุ๊กเชื่อว่า ไม่ว่าบ้านนี้จะเป็นชื่อใครถ้าพวกเขาอยากได้ก็ต้องหาวิธีเอาไปจนได้ บอกเชียรอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“เป็ดจะไม่ยอมให้พวกเขาทำแบบนี้กับพ่อเป็นอันขาด เดี๋ยวเป็ดจะคุยกับพี่ไก่ให้รู้เรื่อง” เธอโทร.หาไก่กุ๊กทันทีแต่เขาไม่รับสาย เธอจึงตัดสินใจไปหาเขาที่บ้าน แม้เชียรจะพยายามห้ามปรามแต่เธอก็หุนหันขับรถออกไปแล้ว

แต่พอไปถึง ไม่มีใครอยู่ที่บ้านเลย ถาม รปภ.ได้ ความว่าพวกเขาออกไปทั้งครอบครัวตั้งแต่ตอนเย็นแล้วเห็นว่าจะไปเลี้ยงฉลองขายบ้านได้กับจะไปดูคอนโดที่ไหนสักแห่งนี่แหละ เป็ดปุ๊กถามเรื่องคอนโด รปภ.เล่าว่า

“ก็คุณไก่กับคุณเก็จจะขายบ้านไปอยู่คอนโดกัน เห็นว่าจะซื้อทั้งที่กรุงเทพฯ แล้วก็ที่หัวหินด้วย คุณเก็จเขาบอกคนทั้งหมู่บ้านทั่วเลยล่ะครับ คุณไม่รู้เหรอครับ”

เป็ดปุ๊กแค้นจนพูดไม่ออก หันหลังเดินกลับมาขึ้นรถขับออกไปด้วยอารมณ์พลุ่งพล่านสับสน ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม้โทร.เข้ามือถือด้วยความเป็นห่วงเธอก็ไม่รับสาย

ooooooo

ที่บ้านหทัย...อลงกรณ์ โอมและศักดิ์นั่งคุยกันอย่างเคร่งเครียด อลงกรณ์ถามถึงเรื่องที่ย่าบอกว่าจะยกที่ดินให้วัดข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

ศักดิ์เชื่อว่าแม่พูดไปอย่างนั้นเองสุดท้ายก็ต้องยกให้ตนถ้าไม้ไม่มาขวางเสียกอน จิกตาพูดว่า ถ้าไม้ตายไปเสียคนอุปสรรคก็คงจะหมดไป อลงกรณ์บอกว่าทำอย่างนั้นแล้วเราจะได้ที่ดินมายังไง ศักดิ์บอกว่าก็ต้องรอให้แม่ตายก่อน

โอมระห่ำถึงขั้นเสนอว่าจะให้ตามเมื่อไรบอกมา พรุ่งนี้เลยไหม

“หลานชาย...คนที่พูดถึงน่ะแม่อานะ อาว่าปล่อยให้แกไปตามธรรมชาติดีกว่า” ศักดิ์ปราม

“งั้นก็มีคนเดียวที่ต้องตาย...ไอ้ไม้!!” โอมฟันธง

ศักดิ์เห็นด้วย ถามว่าแล้วใครจะจัดการ อลงกรณ์กว้างขวางไม่ใช่หรือ น่าจะรู้จักพวกมือปืนรับจ้างบ้าง อลงกรณ์ปฏิเสธว่าตนเป็นนักธุรกิจไม่ใช่นักเลง โอมเสนอตัวขอจัดการเองตนมีเด็ก แต่อลงกรณ์ไม่เห็นด้วยบอกว่าเรื่องนี้เอาไว้ค่อยๆแก้ปัญหาไปดีกว่า เอาไว้พิจารณาเป็นวิธีสุดท้ายก็แล้วกัน

หทัยแอบมาได้ยิน เธอใจไม่ดีคืนนี้จึงติงและเตือนอลงกรณ์ว่า ตนไม่ห้ามเขาที่คิดจะทำโครงการใหม่ แต่อยากฝากให้ดูแลโอมด้วยอย่าให้เขาทำอะไรเลยเถิด เพราะถ้าลูกทำผิดเราทั้งสองคนจะเสียใจไปตลอดชีวิต

“ผมรู้หรอกน่า อะไรควรไม่ควร” อลงกรณ์ตัดบทอย่างรำคาญใจ แต่ลึกๆแล้วเขาก็อดห่วงโอมไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

เป็ดปุ๊กไปหาไก่กุ๊กไม่เจอซ้ำยังได้ยินเรื่องราวที่พี่ชายกับพี่สะใภ้กำลังวางแผนจะขายบ้าน เธอกลับมานั่งเครียดที่สวนหย่อมหน้าหมู่บ้าน

โอมผ่านมาเห็น  เขาลงจากรถไปแสดงความห่วงใย ถามว่ามีเรื่องอะไรทุกข์ใจไม่สบายใจขอให้เพื่อนคนนี้ช่วยแบ่งเบาบ้าง เป็ดปุ๊กที่กำลังมืดแปดด้าน ตัดสินใจบอกเขาว่าเพื่อนของเพื่อน มีปัญหาเกี่ยวกับที่ดิน

เข้าทางโอมทันทีเขาบอกว่าเรื่องที่ดินเป็นเรื่องที่ตนถนัดทุกเรื่องทุกขั้นตอน ถามว่าเพื่อนเธอมีปัญหาอะไรหรือ

“เอ่อ...พี่ชายของเขาแอบขโมยโฉนดที่ดิน แล้วปลอมลายเซ็นทำใบมอบอำนาจปลอม แล้วเอาบ้านของพ่อเพื่อนไปขายน่ะค่ะ เป็ดควรบอกเพื่อนให้ทำยังไงดีค่ะ”

“อืม...สงสัยเรื่องนี้เราคงต้องคุยกันนานแล้วมังครับคุณเป็ด” โอมผายมือชวนไปนั่งที่เก้าอี้ม้าหินแล้วคุยกับเป็ดปุ๊กอย่างจริงจังตั้งใจและรู้จริง เป็ดปุ๊กนิ่งฟังอย่างตั้งใจมากๆ

หลังจากคุยกันแล้ว โอมพูดก่อนแยกกันกลับว่า

“ไม่ต้องห่วงนะครับ เรื่องนี้ผมจะหาทางช่วยเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนคุณเป็ดปุ๊กอย่างดีที่สุด เชื่อใจผมนะครับ”

“ขอบคุณมากค่ะคุณโอม” เป็ดปุ๊กเอ่ยด้วยความจริงใจและมีความหวัง โอมจับมือเธอบีบอย่างให้กำลังใจ

มือถือของเป็ดปุ๊กที่เธอทิ้งไว้ในรถ สว่างวาบๆครั้งแล้วครั้งเล่า มีมิสคอลล์เข้ามานับสิบครั้ง

เป็นสายจากไม้ที่ตามหาเธอด้วยความเป็นห่วง เมื่อไม่มีเสียงตอบรับเขาก็ยิ่งร้อนใจ

ooooooo

รุ่งขึ้น โอมมาหาเป็ดปุ๊กที่บ้านแต่เช้า เขาเอาเบอร์โทรศัพท์ของทนายให้เพื่อนของเพื่อนของเพื่อนเธอให้เพื่อปรึกษาเรื่องนี้ เป็ดปุ๊กถามว่าค่าทนายแพงไหม

โอมบอกว่าไม่ต้องห่วง เพื่อนของเพื่อนของเพื่อนเธอก็เหมือนเพื่อนตน เพื่อนตนคนนี้ให้คำปรึกษาฟรี

“จริงๆเป็ดน่าจะถามเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนดูก่อนนะบางทีเขาอาจจะจัดการปัญหาเองได้” เชียรติง แต่เป็ดปุ๊กเห็นว่ามีคนให้ปรึกษาดีกว่าคิดเอง ขอบคุณโอมที่มาบอกแต่เช้าบอกว่าเกรงใจจัง

เมื่อโอมจะกลับเป็ดปุ๊กจึงเดินมาส่งที่หน้าบ้าน เธอไม่รู้ว่าไม้หิ้วถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งปีนข้ามกำแพงมาอยู่ในบริเวณบ้านแล้ว เขามองโอมอย่างไม่ไว้ใจ เมื่อเป็ดปุ๊กมาส่งแล้วโอมถือวิสาสะจับมือลา ไม้ทนไม่ได้โยนถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งทิ้งตรงไปกระชากคอเสื้อตวาด “แกไม่มีสิทธิ์มาจับมือคุณเป็ดปุ๊ก”

เป็ดปุ๊กเข้ามาห้ามไม้ โอมด่าไม้สาดเสียเทเสียไม้เลยต่อยหน้าจนล้มลงไปกองแล้วจะตามซ้ำ เป็ดปุ๊กถลาเข้าไปห้ามเลยถูกไม้ผลักกระเด็นไปไม่ตั้งใจ พอเป็ดปุ๊กลุกขึ้นได้ก็เข้าไปพยุงโอมลุกขึ้นขอโทษเขาที่อุตส่าห์มาช่วยแล้วเจอเรื่องแบบนี้

เหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้เป็ดปุ๊กไม่พอใจไม้ ยิ่งเมื่อนึกถึงรูปที่แก้วส่งให้ก็ยิ่งเจ็บใจ ไล่ไม้ให้กลับไปเสียก่อนที่ตนจะเกลียดเขาจริงๆ ไม้พยักหน้าอย่างยอมรับผิดเดินก้มหน้ากลับไป

เชียรที่ดูเหตุการณ์อยู่ รู้สึกเสียใจที่เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะการตัดสินใจที่ช้าเกินไปของตน คืนนี้เขานอนคิดตรึกตรองถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น แล้วตัดสินใจที่จะทำอะไรบางอย่าง

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เป็ดปุ๊กกำลังจะไปทำงาน แต่ไม่เห็นพ่อเรียกหาทั่วบ้านก็ไม่พบ ออกไปหานอกบ้านไม่เจอพ่อแต่กลับเจอไม้ยืนหน้าเศร้าอยู่ เธอเดินผ่าเขาไปอย่างไม่สนใจ

พอไม้รู้ว่าเชียรหายไปและเป็ดปุ๊กจะไปตามหาที่บ้านเก่า ไม้อาสาขับรถให้เพราะภาวะจิตใจเธอเวลานี้ไม่ควรขับรถ

ที่บ้านเก่าเชียร วันนี้ทุกคนคึกคักร่าเริงเป็นพิเศษเพราะคนซื้อบ้านนักจะมาทำสัญญาซื้อขายกันวันนี้ แม้ไก่กุ๊กดีใจที่จะได้เงิน แต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี จิตใต้สำนึกของเขาก็ยังรู้สึกว่าไม่ควรทำ แต่ขัดเก็จไม่ได้จำต้องทำร่าเริงแจ่มใสไปด้วย

แต่แล้วไก่กุ๊กที่พยายามยิ้มก็หน้าเจื่อนเมื่อเห็นเชียรเดินเข้ามาในบ้านมองทั้งไก่กุ๊กและเก็จด้วยใบหน้าถมึงทึง

“พะ...พ่อ...พ่อมาได้ยังไงเนี้ย” ไก่กุ๊กถามเสียงแหบแทบไม่เป็นภาษา

“พ่อ...” เก็จอุทานออกมาเสียงหายไปในลำคอ ฝันสลายไปในพริบตา!

ooooooo

เมื่อเป็ดปุ๊กรู้ว่าพ่อไปที่บ้านไก่กุ๊กแล้ว จึงให้ไม้ขับรถไปส่งที่บริษัท ไม้เองก็ต้องการไปเคลียร์เรื่องรูปที่แก้วส่งมาให้เป็ดปุ๊กเหมือนกัน

ไปถึงบริษัทเป็ดปุ๊กเข้าไปในบริษัทคนเดียว พอผลักประตูห้องทำงานเข้าไป แก้วก็ทักขึ้นมาก่อนว่า

“นึกว่าวันนี้จะไม่มาทำงานเสียอีก ความจริงถ้ายังไม่สบายใจจะลาหยุดก็ได้นะ”

เป็ดปุ๊กเดินผ่านไปที่โต๊ะตัวเอง นั่งลงแล้วจึงถามว่า ตนจะไม่สบายใจเรื่องอะไร แก้วสวนทันควันว่าก็เรื่องถูกผู้ชายหลอกไง เป็ดปุ๊กชะงักไปนิดหนึ่งนึกรู้ว่าเรื่องอะไร ตอบไปอย่างไม่ยี่หระว่า

“บังเอิญฉันไม่ค่อยสนใจเรื่องแบบนี้สักเท่าไหร่ ฉันเป็นห่วงงานจะเสียมากกว่าถ้าไม่มา”

เมื่อเห็นรูปนั้นทำอะไรเป็ดปุ๊กไม่ได้ แก้วเดินมาทำเป็นหวังดีว่าอย่าหลอกตัวเองเลย ถ้าทำงานทั้งที่สติสตังไม่อยู่กับตัวจะทำให้งานเสียมากกว่า เป็ดปุ๊กลุกขึ้นเผชิญหน้าแก้วพูดอย่างหนักแน่นว่า

“จะบอกให้นะแก้ว ฉันอาจจะเคยรู้สึกดีกับไม้ แต่ฉันก็ไม่ใช่เจ้าของหัวใจเขา เขาจะเลือกคบหากับใคร ฉันก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามเขา เพราะฉะนั้นเรื่องระหว่างเธอกับเขาน่ะ ไม่ได้มีปัญหากับสติสตังของฉันหรอก”

แก้วชะงักอึ้ง ผิดหวังที่ทำร้ายจิตใจของเป็ดปุ๊กไม่ได้ แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ เยินยอว่าเธอช่างเป็นผู้หญิงแกร่งจริงๆ แบบนี้ก็สบายใจได้ถ้าตนจะลงเอยกับไม้ก็ทำได้โดยไม่ทำให้เพื่อนรักต้องเจ็บปวดนัก

“อดีตเพื่อนต่างหาก” เป็ดปุ๊กสวนทันควันแล้วนั่งลง “ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอทำงานก่อน”

“ฉันยังมีเรื่องที่ต้องคุยกับเธออีก ไหนๆเธอก็ยินดีหลีกทางให้ฉันแล้ว ฉันอยากให้เธอช่วยบอกรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวไม้ให้หน่อย ฉันจะได้ดูแลเขาถูก อย่างอาหารโปรดของเขา เสื้อผ้าที่เขาชอบใส่ หนังที่เขาชอบดู”

“แล้วชอบสีอะไรด้วย!” เสียงไม้แทรกเข้ามา ทำเอาแก้วหน้าเสียหันไปเห็นไม้ยืนอยู่ที่ประตูห้องทำงาน แต่เธอก็ปรับสีหน้าได้ฉับพลัน ร้องทักเสียงใสดีใจสุดๆ...

“คุณไม้...” แก้วถลาไปหา ไม้ยกมือห้าม แล้วเดินเข้าไปหาเอง พูดว่า

“ถ้าคุณเป็นผม จะไม่ดีใจที่ได้เจอผม” แก้วยิ้มแหย ถามว่ายังไงหรือ? “คุณทำลายชื่อเสียงผม ด้วยรูปบ้าๆนั่น” แก้วอ้างว่านั่นเป็นรูปจริง “ผมแค่ไปจัดสวนในห้องน้ำให้คุณ มันก็เท่านั้น รูปที่คุณถ่ายจริงๆแล้วมันไม่มีอะไรเลยใช่ไหม! พูดความจริงออกมา ผมกับคุณไม่มีอะไรกัน ผมไม่เคยถูกเนื้อต้องตัวคุณ แม้แต่ปลายนิ้วก้อย ก็ไม่เคยสะกิดถูกคุณใช่ไหม พูดซี!”

“ชะ...ใช่...ๆ” แก้วตอบหน้าเผือด ไม้หันมองเป็ดปุ๊กผายมือไปทางแก้วทำนองว่าได้ยินหรือยัง? แก้วก็ยังตื๊อว่า “แต่วันนึง เราอาจจะถูกเนื้อต้องตัวกันก็ได้ไม่ใช่เหรอคะ”

“ไม่มีทางจะมีวันนั้น เพราะผมไม่ได้ชอบคุณ แล้วจะไม่มีวันชอบด้วย” ถูกไม้พูดอย่างไม่ไว้หน้าขนาดนี้แล้ว แก้วก็ยังด้านพอที่จะขอเวลาเพื่อจะได้รู้จักกันดี “ไม่จำเป็นต้องรู้จักหรอกครับ ผมไม่มีวันชอบผู้หญิงคนไหนได้อีกแล้ว เพราะในใจผม มีเธอคนนั้นคนเดียว” ไม้หันมองไปทางเป็ดปุ๊กที่นั่งอึ้งอยู่ เธอสะดุ้งเขินทำหน้าไม่ถูก

“คุณเป็ดปุ๊ก ผมต้องขอโทษที่ไม่ได้บอกความจริงคุณ ที่ผมขอติดรถคุณมาเนี่ย ผมตั้งใจจะมาที่นี่มาบอกให้คุณรู้ว่า ความจริงมันเป็นยังไง และผมอยากให้คุณ... เข้าใจผม”

เป็ดปุ๊กยิ้มอย่างตื้นตัน พยักหน้าบอกเขาว่า “ฉันเข้าใจแล้ว” เพื่อนๆ พากันปรบมือให้ไม้กับเป็ดปุ๊ก แก้วทนอยู่ไม่ได้เดินปึงปังออกจากห้องไปเลย

ooooooo

หทัยเข้าไปในห้องทำงานของโอม เห็นเขากำลังดูนิตยสารเกี่ยวกับปืนอยู่รู้สึกไม่สบายใจ จึงขอคุณด้วย

โอมถามว่าอะไร พอหทัยบอกว่าเรื่องธุรกิจที่ เขากำลังทำกับพ่อ อยากให้เขาใจเย็นๆ บางทีอะไรมันก็ไม่ได้ดังใจเราเสมอไป โอมทำไขสือถามว่าธุรกิจอะไรหรือ แม่พูดให้ชัดๆ เลยดีกว่า หทัยจึงบอกว่า

“ที่ลูกกับพ่อกำลังจะทำกับคุณศักดิ์น่ะ” โอมร้องอ๋อ...ออกมาทันทีว่าโครงการจัดสรรบนที่ดินของอีแก่นั่น ทำให้หทัยไม่พอใจ แต่ไม่อยากมีปัญหา จึงเข้าเรื่องที่อยากจะเตือนอยากจะพูดว่า

“ย่าขวัญไม่มีวันยอมยกที่ดินให้คุณศักดิ์ แม่ไม่อยากให้ลูกเหนื่อยเปล่า บางทีถ้าลูกกับพ่อจะไปหาที่ดินแปลงใหม่...”

“ผมกับพ่อก็แค่พยายามทำมาหากิน เพื่อจะได้มีชีวิตอยู่รอด ไม่ต้องอดตาย เพราะบังเอิญผมไม่มีบุพการีที่เมตตาทิ้งมรดกไว้ให้ผมเหมือนไม้มัน”

โอมยังคงพูดเรื่องเก่าไม่เลิก หทัยขอร้องอยากให้โอมเข้าใจตนบ้าง ถูกโอมย้อนถามว่าแล้วแม่เข้าใจตนบ้างไหม! เคยคิดบ้างไหมว่าตนรู้สึกยังไงที่ต้องกลายเป็นลูกนอกคอก ประกาศกร้าวกับหทัยว่า

“ผมไม่สนอะไรแล้วแม่ ผมจะทำในสิ่งที่ต้องทำ แม่เลิกยุ่งกับผมได้แล้ว บางทีเรื่องที่ดินมันอาจจะจบง่ายๆ ได้ ถ้าไอ้ไม้มันตายไปสักคน” พูดแล้วผละไปเลย

หทัยตกใจมากพยายามจะคุยกับโอม แต่เขาก็เดินหนีไปแล้ว เธอทรุดนั่งอย่างรู้สึกแย่มากๆ

โอมขับรถออกไป ระหว่างทางก็โทร.หาภูมิบอกว่าอยากเจอ มีงานให้ทำ ภูมิถามว่างานอะไร

“ไอ้ไม้ ฉันทนมันไม่ไหวแล้ว ก็อย่างที่เราเคยคุยกันไว้ไง” ภูมินิ่งอึ้งไปชั่วขณะ บอกว่าตอนนี้ตนยังไม่อยากทำอะไร เพราะเรื่องเก่าตำรวจยังตามกวนอยู่ “อะไรวะ! กูจ่ายมึงไปเยอะแล้วนะเว้ย แล้วไม่ห่วงพี่สาวมึงจะตกงานเหรอ”

โอมขู่ภูมิทั้งเรื่องเงินที่เอาไปแล้วและพี่สาวเขาที่เป็นแม่บ้านอยู่บ้านหทัย ภูมิไม่พอใจแต่ถ่วงเวลาขอเช็กอะไรให้แน่ใจหน่อยแล้วจะโทร.กลับ โอมยื่นคำขาดว่าต้องการคำตอบภายในวันนี้!

พอวางสายจากโอม ภูมิก็โทร.นัดแตนออกมาพบกัน แตนดี๊ด๊าดีใจเพราะไม่ได้เจอกับภูมิมานานแล้ว กอปรกับวันนี้ย่าไม่อยู่ทางสะดวก ก้มมองชุดที่ตัวเองใส่อยู่บ่นว่า “ชุดนี้ซิ่งไม่พอ” แล้ววิ่งตื๋อเข้าบ้านย่าขวัญไป

ooooooo

วันนี้ทุกคนที่ร้านสวนขวัญพากันแปลกใจที่ไม้จะเลี้ยงหมูกระทะ แถมยังยิ้มแย้มอารมณ์ดีกลับมาอย่างที่ไม่เคยเห็นกันมาก่อน ใครถามอะไรก็ไม่ยอมบอก เอาแต่ไล่ทุกคนให้รีบไปเก็บร้าน

ขณะทุกคนกำลังงงนั่นเอง ตัวเฉลยก็ปรากฏขึ้น...ทุกคนมองไปที่หน้าร้าน เห็นเป็ดปุ๊กลงจากรถหิ้วถุงอาหารพะรุงพะรังมาสองสามถุง เดินยิ้มแย้มแจ่มใสเข้ามาทักทาย

“สวัสดีจ้ะ ฝ้าย ดำ” ฝ้ายถามว่าหิ้วอะไรมาด้วยมากมาย “ขนมจ้ะ เอามาฝาก ถุงนี้ของพวกเธอที่เหลือนี่เอามาให้ไม้เขา แล้วนี่เขาไปไหนล่ะ กลับมาหรือยัง”

ฝ้ายบอกว่ากลับมาตั้งแต่เย็นแล้วพอมาถึงก็เข้าไปที่บ้านเลย ดำจะไปตามให้เป็ดปุ๊กบอกว่าไม่ต้อง ตนจะไปหาเอง

พอเป็ดปุ๊กเดินไป ดำก็ทำเสียงกระซิบกระซาบว่า

“คุณเป็ดก็ระรื่น พี่ไม้ก็ระริก แบบนี้สงสัยจะยาว แล้วเราจะได้กินหมูกระทะไหมเนี่ย”

“สงสัยจะอด ไม่เป็นไร เพื่อความสุขของพี่ไม้ ฝ้ายยอมทน” ฝ้ายทำหน้าฮึดยังไงก็จะรอกินหมูกระทะค่ำนี้

ooooooo

เป็ดปุ๊กตะโกนถามที่เชิงบันไดว่าไม้อยู่ข้างบนหรือเปล่า เขาบอกว่าอยู่กำลังจัดบ้านนิดหน่อยเดี๋ยวลงไป เธอตะโกนบอกว่าไม่ต้องลงมาหรอก แล้วปืนขึ้นบันไดไปเลย

ปรากฏว่าไม้กำลังตอกตะปูขึงม่านหน้าต่างสีสดใส พอเป็ดปุ๊กขึ้นไปเห็นเธอทักว่าไม่ค่อยเข้ากับเขาเท่าไหร่

“ก็ผมไม่ได้ทำไว้ให้ตัวเองนี่ครับ”

เป็นคำตอบที่ทำให้เป็ดปุ๊กเขินจนต้องรีบเปลี่ยนเรื่องบอกว่าเอาขนมมาฝาก ไม้รับไปดูแล้วบอกว่าเป็นของชอบตนทั้งนั้นเลยดีใจที่เธอจำได้

“จำได้ซี แล้วก็ขอบคุณที่วันนี้นายช่วยกู้หน้าฉันด้วย” ไม้บอกว่าตนตั้งใจทำอย่างนั้นอยู่แล้ว “ทำไมเหรอ กลัวฉันจะโกรธนายรึไง”

“นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญกว่านั้น ผมไม่อยากให้คุณต้องถูกเขาดูถูก ถูกเยาะเย้ย ทำให้ต้องอาย คนดีอย่างคุณ มีแต่ควรทะนุถนอม ควร...ให้ความรัก”

เป็ดปุ๊กมองหน้าไม้อึ้ง ต่างสบตากันนิ่งอยู่อึดใจแล้วไม้ก็เอาถุงวางบนโต๊ะ หันมายื่นมือไปจับมือเธอขึ้นมา

“คุณเป็ด ผมรู้ว่า ผมอาจไม่ดีพอสำหรับคุณ แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า คุณมีค่าที่สุดสำหรับผม”

“นายนี่ ชอบดูถูกตัวเองเสมอเลย รู้ไว้ด้วยนะ นายเองก็สำคัญสำหรับฉัน ตอนฉันตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่นี่ เพราะฉันรู้สึกดี ที่เห็นต้นไม้ร่มครึ้ม ฉันคิดว่าที่นี่จะต้องทำให้ฉันกับพ่อมีความสุข มีร่มเงาไม้ให้ได้พักพิง แต่เมื่อได้มาอยู่จริงๆ ฉันก็รู้สึกว่าที่นี่ให้ฉันได้มากกว่านั้น ฉันได้พบกับผู้คนดีๆมากมาย โดยเฉพาะนาย...ไม้”

ไม้ยิ้มปลื้ม...ประคองมือเธอขึ้นแนบแก้มตัวเองเอ่ยอย่างซึ้งใจ...

“ผมสัญญานะครับคุณเป็ด ผมพร้อมจะเป็นต้นไม้ให้คุณ ได้พักพิงตลอดไป ถ้าคุณต้องการ...”

ไม้โน้มหน้าเข้าไปจะหอมด้วยความรัก พลันก็สะดุ้งเมื่อเสียงฝ้ายแหวกอากาศเข้ามาว่า “พี่ไม้...อยู่หรือเปล่า พี่ไม้” ไม้ถอนใจหงุดหงิดถามว่ามีอะไรหรือ “คุณย่าให้มาตามพี่น่ะค่ะ มีเรื่องด่วน”

แม้จะหงุดหงิดแต่พอรู้ว่าย่ามีเรื่องด่วน ทั้งไม้และเป็ดปุ๊กก็รีบไปหาทันที

ooooooo

เรื่องด่วนของย่าคือ แตนหายไปจากบ้านย่ากลับมาก็เจอแต่จดหมายวางอยู่บนโต๊ะ คาดว่าภูมิคงมารับที่บ้าน

ไม้ไม่พอใจที่ภูมิมาเหยียบจมูกถึงบ้าน บอกย่าว่าไม่ต้องห่วง เพราะแตนเขียนบอกไว้ว่าจะกลับไม่ดึก

แต่ย่าหวังว่า ถ้าภูมิรู้ว่าแตนไปเป็นพยานให้ตำรวจ คดี ของภูมิ กลัวแตนจะถูกภูมิทำร้าย เป็ดปุ๊กเสนอให้ลองโทร. หาแตนดูดีไหม

ไม้โทร.ไปหาแตนทันที ซักถามแล้วสรุปได้ว่า ภูมิไม่ได้พูดถึงเรื่องตำรวจ แสดงว่าไม่สงสัยเรื่องนี้ แต่พอถามว่าตอนนี้อยู่ไหน แตนก็วางสายไปแล้ว

“เราไปตามหาเขากันไหมล่ะไม้ ใช้รถของฉันก็ได้” ไม้ถามว่าแล้วจะไปตามที่ไหน ย่าบอกว่าก็ไปมันทุกที่นั่นแหละ บ้านเพื่อนมัน ที่ที่มันชอบไปอยู่ไปกินน่ะ ไม้บอกว่าหลายที่เลยนะ เป็ดปุ๊กพูดทันทีว่า “ไม่เป็นไร กี่ที่ฉันก็ไปได้”

ooooooo

เมื่อถูกเชียรขัดขวางจนขายบ้านไม่ได้ทำให้ฝันสลาย ชีวิตครอบครัวก็ยิ่งแร้นแค้น เพราะเอาเงินไปฉลองล่วงหน้ากันไปมากมาย ไก่กุ๊กยิ่งถูกเก็จด่าหาว่าทำให้ครอบครัวแทบต้องออกไปขอทานกินอยู่แล้ว

ไก่กุ๊กถามว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไร ในเมื่อเงินเดือนได้มาก็ให้ไปหมด ตนได้เงินไปใช้แค่วันละร้อยเท่านั้น เก็จก็พาลมาเรื่องบ้านอีกว่า ทำไมไม่มีปัญญาเอาบ้านมาเป็นของเราจะได้แบ่งให้เขาเช่าได้เงินใช้บ้าง ไก่กุ๊กบอกว่าตนพูดกับพ่อแล้ว ก็ถูกสวนทันควันว่า

“แล้วมันสำเร็จไหมล่ะ ถ้าอยากได้บ้านนี้ก็ต้องทำมากกว่าพูดแล้ว” ไก่กุ๊กถามว่าทำอะไร? “ก็ใครเป็นเจ้าของบ้านอยู่ละ ถ้าไม่มีมันบ้านก็ต้องเป็นของไก่ใช่ไหม”

ไก่กุ๊กตกใจ แต่พอดีแก้วมาขัดจังหวะ เก็จเลยออกไปพบแก้วบ่นกับน้องสาวว่า “เบื่อไก่จริงๆ ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง” แล้วถามแก้วว่า “เรื่องของแกเป็นยังไง ใกล้ความจริงหรือยัง”

แก้วจึงเล่าให้เก็จฟังว่า เมื่อเช้าไม้ไปที่ออฟฟิศ ไปด่าตนที่แอบถ่ายรูปเขาอยู่กับตนแล้วส่งไปให้เป็ดปุ๊กตามแผนที่เก็จแนะนำ เล่าอย่างเจ็บใจว่า

“เขาไปด่าแก้วว่าทำให้เขาเสียหาย เขาบังคับให้แก้วบอกทุกคนว่า เขาไม่เคยมีอะไรกับแก้ว แม้แต่ปลายนิ้วก้อยก็ไม่เคยสะกิดถูกตัวแก้ว”

แก้วเจ็บใจว่าไม้ทำอย่างไม่คิดถึงจิตใจตนเลย เก็จบอกให้ใจเย็นๆ ช่างมันเถอะ แต่แก้วไม่ยอม

“ไม่ได้บอกให้ยอมมัน แต่เราต้องค่อยๆคิดต้องสู้กับมันต้องเอาชนะมันให้ได้ ถ้าเอาชนะไม่ได้ก็ต้องกำจัดมันให้พ้นทาง นังเป็ดมันเป็นปัญหาทั้งของพี่ แล้วก็ของแก มันเป็นศัตรูของเรา ทางเดียวที่เราจะอยู่อย่างเป็นสุขได้ก็ต้องไม่มีมัน”

ไก่กุ๊กมาได้ยินสองพี่น้องคุยกัน เขารู้สึกไม่สบายใจ พอดีมือถือแก้วดังขึ้น ไก่กุ๊กจึงรีบหลบไป

แก้วเห็นเป็นสายจากโอมก็ชะงัก ไม่อยากคุยด้วย แต่พอโอมบอกว่าอยากคุยด้วยเป็นเรื่องเกี่ยวกับอนาคตขอเราสองคน โอมหว่านล้อมจนแก้วยอมไปพบกัน

เมื่อไปพบกันที่ร้านอาหาร โอมสั่งอาหารไว้รอแล้ว เมื่อแก้วไปถึง เขาชวนกินไปคุยไปดีไหม แล้วเขาก็รำพึงรำพันถึงความสูญเสียของตัวเอง โดยเฉพาะต้องสูญเสียคนรัก จนแก้วปลอบใจว่ายังไงเราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ แล้วขอเขาอย่าพูดเรื่องนี้ดีกว่า

“นี่แหละครับ คือเรื่องสำคัญที่ผมจะคุยกับคุณแก้ว ผมจะบอกว่า...เพราะความไม่แน่นอนนี่แหละ อีกไม่นานทุกอย่างอาจจะกลับมาเป็นของผม”

โอมพูดถึงไม้ว่าเป็นคนมีศัตรูเยอะถ้าไม้ตายไปทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นของตน จึงไม่อยากให้แก้วปักใจกับไม้นัก อยากให้เผื่อใจไว้ให้ตนบ้าง เพราะถ้าถึงวันนั้น ตนต่างหากที่จะมีทุกสิ่งทุกอย่าง

โอมทั้งกล่อมทั้งอ่อยจนแก้วบอกเขาว่าที่จริงตนก็ยังมีเขาอยู่ในใจเสมอ เสนอว่า

ตอนที่ 11

วันนี้ กะรัตพาคนที่จะซื้อบ้านมาพบเก็จที่บ้านของ เชียร ทุกคนเอาอกเอาใจลุ้นเต็มที่ให้ขายบ้านได้สำเร็จ

คนซื้อพิจารณาสัญญาซื้อขายแล้วติงว่า ตนยังไม่เห็นคุณเชียรเจ้าของที่ดินเลย เก็จบอกว่าพ่อป่วยเป็นอัมพาตอยู่ต่างจังหวัดคงไม่สะดวกที่จะมาจัดการเรื่อง พวกนี้ ทั้งเก็จและกะรัตช่วยกันพูดให้เห็นถึงอุปสรรคที่เชียรจะเข้ามาเซ็นสัญญาซื้อ ขาย จนในที่สุด คนซื้อตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้ เก็จถามว่าจะซื้อขายกันเมื่อไหร่ดี

“อีกสองสามวัน ขอผมจัดการธุระบางอย่างให้เรียบร้อยก่อน แต่ผมจะซื้อแน่ๆครับ อย่าขายให้ใคร”

พอคนซื้อกลับไป เก็จ กะรัต และไก่กุ๊กก็โผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ เก็จพร่ำพูดไม่ขาดปากว่า

“เราจะรวยกันแล้วนะคะคุณ!!! เราจะรวยกันแล้วววว!!!”

เก็จ ดีใจจนจัดฉลองล่วงหน้า ซื้ออาหารมามากมาย พอดีแก้วเดินหน้าบอกบุญไม่รับเข้ามาเพราะยังติดต่อไม้ไม่ได้ เก็จบอกให้ไก่กุ๊กโทร.ไปถามเป็ดปุ๊กให้ ไก่กุ๊กไม่อยากยุ่งด้วย กะรัตเร่งรัดว่าเรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถิดมาฉลองกับเก็จก่อนดีกว่า

พอแก้วรู้ว่าพี่สาวจะรวยเป็นสิบๆล้าน เพราะขายบ้านหลังนี้ก็ดีใจด้วย แมวเมี้ยวคุยอวดว่าคุณแม่จะไปซื้อคอนโดฯที่หัวหินด้วย

“พี่เก็จรวยแล้วอย่าลืมแก้วนะ” แก้ฝากเนื้อฝากตัว ไก่กุ๊กติงว่าตอนนี้เรามาฉลองกันก่อนดีกว่า แล้วยกแก้วขึ้นชนกันอย่างเบิกบานใจ

ooooooo

ที่ ตลาดสดไม่ไกลจากรีสอร์ตนัก ไม้กับเป็ดปุ๊ก ออกไปซื้อของมาทำอาหาร แต่เป็ดปุ๊กเลือกไม่เป็นจึงต้องอาศัยไม้มาช่วยเลือก เขาจึงแนะนำวิธีดูกุ้งสดปลาสด แต่ก็ไม่วายหยอกว่า

“คุณนี่นะ...ทำอาหารก็ไม่เป็นอะไรก็ไม่ได้สักอย่าง จะไปเป็นแม่บ้านแม่เรือนใครได้เนี่ย”

“ฉันก็หาแฟนที่เป็นคนทำให้ฉันสิ มันจะยากอะไร”

“โว้ววว...พอดีเลย” ไม้ทำเสียงตื่นเต้นชี้ที่ตัวเอง “นี่ไง คนที่ทำให้คุณได้ทุกอย่าง ผมนี่เหมาะกับคุณที่สุด”

พวก แม่ค้าที่ได้ยินก็พากันยิ้ม เป็ดปุ๊กค้อนให้ควับหนึ่ง แล้วเร่งให้รีบเลือกเสีย พอไม้พาเลือกแม่ค้าก็ชมว่าเป็ดปุ๊กโชคดีที่ได้แฟนเก่ง เป็นพ่อบ้านพ่อเรือนด้วยน่ารักจริงๆ เป็ดปุ๊กพยายามจะท้วงติง ถูกไม้ชิงพูดขึ้นก่อนว่า

“แฟนผมเขาขี้อายครับ จริงๆเขาปลื้มมาก” แล้วชวนกันเลือกปลา ทำเป็นไม่สนใจเป็ดปุ๊กที่กระฟัดกระเฟียดใส่ ไม้แอบกระซิบแซว “เอาน่า...อย่าทำให้แม่ค้าเขาหน้าแตกเลยนะ เลยตามเลย...”

ออก จากตลาดสด เดินไปอีกมุมหนึ่ง ไม้พาไปร้านขายขนมสำหรับเด็กๆ เขาเลือกซื้อแหวนลูกอมแล้วเอามาสวมให้เป็ดปุ๊ก จากนั้นก็สวมให้ตัวเองวงหนึ่งแล้วยกแหวนขึ้นกิน

“อร่อยนะ ลองกินดูสิ” ไม้ชวนทำหน้านิ่งทั้งที่ใจเขินมาก

ข่าว นี้รู้ถึงแก๊งสามแสบ แตนดีใจที่อย่างน้อยไม้ก็กล้าทำจนได้ ถือว่ามีพัฒนาการดีขึ้น ฝ้ายมั่นใจว่าเป็ดปุ๊กต้องมีใจให้ไม้อยู่แล้ว ถึงได้ใส่แหวนให้กันได้

“ถ้าเรื่องมันไม่เป็นอย่างที่เราคิดกันไว้ล่ะ ถ้าเกิดคุณเป็ดปุ๊กเขาปฏิเสธขึ้นมาจะมองหน้ากันติดเหรอ” ไม้ไม่มั่นใจ

“จะ มากลัวอะไรกันตอนนี้ ลงทุนลงแรงกันขนาดนี้แล้ว เป็นไงก็ต้องเป็นกันละ!” ดำเด็ดเดี่ยวมาก แตนเห็นด้วย ดำได้ใจยุทันที “อยากมีเมียก็อย่ากลัวหน้าแตกสิคุณไม้ ท่องไว้ สู้โว้ย!!”

ooooooo

เย็น นี้ เป็ดปุ๊กที่นอนกับย่าขวัญ ยังติดใจความประทับใจของย่ากับปู่ ทวงสัญญาที่ย่าจะเล่าให้ฟัง ย่าถามว่าอยากฟังหรือ เธอบอกว่าอยากฟังมากเลย ย่าจึงเล่าให้ฟังอย่างมีชีวิตชีวาราวกับเรื่องเพิ่งเกิดขึ้นใหม่ๆนี่เอง...

“หลัง จากที่ปู่พยายามส่งจดหมายหาย่าเกือบ 2 ปี ในที่สุดย่าก็ตัดสินใจตอบรับที่จะมาเจอปู่เป็นครั้งแรก ปู่ขับรถพาย่ามาที่นี่ก่อนจะบอกรักย่า...ตอนนั้นย่ายังไม่ตอบรับ เพราะกะจะลองใจปู่ต่อไป แต่ปู่ก็ไม่ท้อ ยังคงทำเหมือนเดิมอย่างที่เคยปฏิบัติ และไม่เคยทวงถามคำตอบ...”

ย่าหยุดยิ้มเมื่อนึกถึงบรรยากาศเวลานั้นแล้วจึงเล่าต่อ

“จน ย่าเองทนไม่ไหว และเมื่อเราได้มีโอกาสกลับมาที่นี่อีกครั้งหลังจาก 1 ปีให้หลัง ย่าก็ตัดสินใจตอบรับรักปู่ และปู่ก็ขอย่าแต่งงานที่นั่น บนสันเขื่อนศรีนครินทร์นั่น ย่ายังจำภาพนั้นได้ไม่เคยลืม...”

เป็ดปุ๊กซึ้งจนน้ำตาคลอ บอกย่าว่าโรแมนติกจังเลย ชมว่าย่าขวัญโชคดีที่ได้ความรักจากผู้ชายดีๆอย่างคุณปู่

“ย่า ไม่ได้โชคดีคนเดียวหรอกนะ เป็ดปุ๊กก็โชคดีเหมือนย่านี่แหละ” ย่าลูบหัวเธออย่างเอ็นดู “เป็ดปุ๊กเป็นคนน่ารักใครเห็นก็ต้องรัก ย่าเชื่อว่าเป็ดปุ๊กจะต้องเจอคนดีๆเหมือนย่า ย่ามั่นใจในคนของย่า เพราะย่าเลี้ยงมาเองกับมือ” ย่าขวัญรวบรัดเป็ดปุ๊กถามงงๆว่า “อะไรนะคะ” ย่าหัวเราะขำๆบอกว่าไม่มีอะไรหรอก แต่ก็ยังคุยต่อว่า...

“นอกจากที่นี่จะสวยแล้ว ทุกอณูของอากาศมีความรักและความทรงจำดีๆของย่า ย่ามีความสุขทุกครั้งที่ได้มา”

“คุณย่ากับคุณปู่รักกันมากเหลือเกิน” เป็ดปุ๊กรำพึง มองแหวนลูกอมที่ไม้สวมให้ ยิ้มอย่างมีความสุข

ooooooo

ด้วยการสร้างบรรยากาศและโอกาสที่ดี ทำให้ความรู้สึกและความสัมพันธ์ระหว่างเป็ดปุ๊กกับไม้ดีขึ้นเรื่อยๆต่างยอมรับกันมากขึ้น

เย็นนี้...ขณะเป็ดปุ๊กปิ้งกุ้งอยู่นั้น หนวดกุ้งติดตะแกรงเธอจึงใช้มือหยิบ ปรากฏว่าร้อนจนเธอสะดุ้งปล่อยกุ้งสะบัดมือไปมา ไม้รีบเข้ามาดูแล้วพาไปทายาใน
บ้าน เขาดูแลอย่างคล่องแคล่วและเบามือจนเธอแซวว่าสงสัยทำแบบนี้กับผู้หญิงบ่อย กระมัง

ไม้มองหน้าจ้องตาถามว่า เอาเรื่องจริงเลยไหม เธอย้อนถามว่าจะโกหกหรือไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไรตนก็ไม่อยากรู้

“ถ้า รวมคุณด้วยก็เป็นสาม” เป็ดปุ๊กชักสีหน้าใส่ทันทีว่าเห็นไหม คิดแล้วไม่มีผิด “เดี๋ยวก่อน ฟังให้จบก่อนสิคนแรกก็คือย่าขวัญ คนที่สองก็ตั๊กแตน ส่วนคนที่สาม..ก็คุณนี่ไง”

เป็ดปุ๊กเขินเก๊กหน้าเชิดบอกว่าจ้างให้ก็ไม่ เชื่อ ไม้รู้แกวเลยถามว่าตอนนี้หายเจ็บมือหรือยัง เธอบอกว่าไม่รู้สึกเจ็บแล้ว ไม้บอกว่าจะพาไปที่ที่หนึ่ง เธอถามว่าจะไปตอนนี้เลยหรือ พวกเรากำลังกินบาร์บีคิวกันอยู่นะ

“มันไม่หมดง่ายๆหรอกคุณ ไปกับผมแป๊บเดียวนะ...นะ...นะ...เวลาผมมีน้อย”

ไม้อ้อนจนเธอยอมไปแต่ปรามว่าถ้ากลับมาแล้วไม่ ได้กินกุ้งเขาต้องรับผิดชอบ ไม้ยิ้มดีใจ บอกกับตัวเองว่า

“ครั้งนี้แหละไอ้ไม้...ต้องทำให้สำเร็จ!!!”

ooooooo

ไม้พาเป็ดปุ๊กขี่จักรยานไปที่สันเขื่อนศรีนครินทร์ เธอตะลึงอึ้งกับธรรมชาติที่สวยงามของบริเวณเขื่อน ถามไม้ว่าพามาที่นี่ทำไมหรือ

“ตอน เด็กๆย่าเล่าให้ผมฟังบ่อยๆว่าปู่เคยบอกรักและมาขอแต่งงานท่านที่นี่ ผมเลยคิดว่า ถ้าผมมาที่นี่บ้างผมอาจจะสมหวัง” เธอมองหน้าเธอทวนคำ...สมหวัง? “ใช่!! คือผมจะไม่อ้อมค้อมแล้วนะครับคุณเป็ด...คือผม...พาคุณมาที่นี่เพื่อจะบอกคุณ ว่า ผมชอบคุณ ผมอยากจะดูแลคุณเหมือนที่คุณปู่ได้ดูแลย่าตลอดไป”

ถูกสารภาพรักอย่างไม่ทันตั้งตัว เป็ดปุ๊กเขินจนหน้าแดง ทำอะไรไม่ถูก

“แต่ผมไม่รู้ว่าคุณคิดกับผมยังไง...คุณเป็ดปุ๊กรู้สึกยังไงกับผมบ้าง คุณชอบผมบ้างไหม”
เป็น คำถามตรงเสียจนเป็ดปุ๊กอึกอักพูดไม่ออก ขณะกำลังลำบากใจนั้น เสียงมือถือก็ดังขึ้น เป็นสายจากแตนตามให้ไปกินกุ้ง เธอรับสายแล้วบอกไม้อย่างสบายใจว่า “แตนโทร.ตามกลับไปกินบาร์บีคิว บอกว่าถ้าไม่รีบกลับจะไม่เหลือกุ้งให้ด้วย รีบไปเถอะ” พูดแล้วขึ้นจักรยานปั่นออกไปเลย ไม้มองเหวอนึกโมโหแตนที่โทร.มาขัดจังหวะสำคัญ พึมพำเซ็งๆ...

“โหยยย...ไอ้น้องเวร ผิดจังหวะทุกที...”

เมื่อกลับไปกินบาร์บีคิวกัน ไม้ก็ยังแอบกระซิบบอกเป็ดปุ๊กว่า “ผมยังรอคำตอบของคุณอยู่นะ” เธอทำหู ทวนลมชมกับย่าขวัญว่า กุ้งนี่สดจังเลย ไม้เลยได้แต่ทำหน้าเซ็งกับความเฉไฉของเธอ

แก๊งสามแสบเห็นสถานการณ์ยังไม่คืบหน้า ปรึกษากันแล้วเห็นพ้องกันว่าเราต้องไปเชิญผู้ช่วยคนสำคัญมา นั่นคือย่าขวัญนั่นเอง

ooooooo

คืนนี้ ขณะเป็ดปุ๊กพยุงย่าขวัญมาที่เตียงนอนย่านั่ง ลงแล้วบอกให้เป็ดปุ๊กนั่งข้างๆ เธอถามว่าย่ามีอะไรจะคุยหรือ

ย่าถามอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า เห็นไม้หลานชายตนเป็นคนอย่างไร เธอนิ่งไปอึดใจจึงบอกว่าไม้ก็เป็นคนดี

“แล้ว คิดจะชอบเจ้าไม้หลานย่าบ้างไหมล่ะ” ย่าถามตรงเสียจนเป็ดปุ๊กเขินพูดไม่ออก “ไม่ต้องเขินย่าหรอกนะ ย่าเห็นว่าหนูน่ะเป็นเด็กดีแล้วย่าเองก็รักและเอ็นดูหนูที่สำคัญย่าก็รู้ว่า เจ้าไม้หลานย่าน่ะมันชอบหนูมากทีเดียวนะ”

“คือว่า...ไม่ใช่ว่าเป็ดปุ๊ก จะไม่ชอบไม้หรอกนะคะ แต่เรื่องแบบนี้ต้องคิดให้รอบคอบใช่ไหมคะคุณย่า แล้วไม้เองก็มีผู้หญิงมาชอบเยอะแยะ บางทีไม้อาจจะเจอคนที่ถูกใจกว่าเป็ดก็ได้นะคะคุณย่า”

ฟังแล้วย่าขวัญยิ้ม อย่างมีความหวัง พยักหน้าบอกว่า “เอาล่ะๆย่าพอจะรู้คำตอบของหนูแล้ว เฮ้อ...หลานชายย่านี่มันซื่อบื้อจริงๆมาตีโพยตีพาย ผู้หญิงเขาคิดยังไงก็ดูไม่ออก”

เวลาเดียวกัน เชียรที่นอนห้องเดียวกับไม้ เห็นไม้นอนก่ายหน้าผากแล้วลุกพรวดถามโพล่งว่า

“ผมควรทำยังไงดีครับ”

“ความรักน่ะมันต้องใช้เวลา ให้เวลากับเป็ดปุ๊กอีกสักพัก อย่าใจร้อนไปเลย”

“ผม เข้าใจครับ ถึงแม้วันนี้เป็ดปุ๊กจะไม่ชอบผม แต่ผมก็จะไม่ท้อ ผมจะรอและจะคอยปกป้องดูแลเป็ดปุ๊กให้ดีเหมือนที่คุณเชียรดูแลเป็ดปุ๊กให้ ได้”

“เป็ดปุ๊กโชคดีจริงๆที่ได้เจอคนดีๆอย่างเธอนะไม้ ฉันเอาใจช่วยให้เธอเอาชนะใจเป็ดปุ๊กให้ได้”

ไม้ล้มตัวลงนอนอีกครั้ง คราวนี้นอนอย่างสบายใจที่เชียรเป็นใจและเอาใจช่วยตน

ooooooo

โอมเร่งให้อลงกรณ์สร้างหมู่บ้านใหม่เพราะต้องการเอาชนะไม้ที่โอมหาว่าแย่งทุกอย่างไปจากตน

“คน อย่างไอ้ไม้มันไม่มีทางจะมาเทียบกับลูกของพ่อได้อยู่แล้ว ลูกพ่อทั้งเก่งทั้งฉลาด ส่วนไอ้ไม้...มันก็แค่ไอ้คนสวนคนขายต้นไม้” อลงกรณ์ยิ้มเยาะ แล้วสองพ่อลูกก็หัวเราะกันอย่างสะใจ

วันนี้ โอมไปเจอแก้วที่ห้างขณะเธอไปเดินซื้อของ โอมรี่เข้าไปทักถามอย่างหาเรื่องว่า วันนี้มีเวลาช็อปปิ้งไม่เอาเวลาไปตามไม้หรือไง แก้วไม่พอใจบอกว่าเรื่องของตน แล้วจะเดินหนี ถูกโอมเดินตามกวนประสาทอีกว่า อย่างเธอไม้ไม่สนใจหรอก เขาสนใจเป็ดปุ๊กต่างหาก งานวันเกิดย่าก็เห็นกันอยู่แล้วว่าไม้เอาอกเอาใจเป็ดปุ๊กขนาดไหน แต่กับเธอไม่เห็นไม้สนใจอะไรเลย เห็นแล้วอดสมเพชไม่ได้

แก้วฉุกคิดอะไร ได้เปลี่ยนเป็นอ่อยโอมว่าเรามาช่วยกันดีไหม “ถ้าไม้เป็นของฉัน เป็ดปุ๊กก็จะเป็นของคุณไง” ถูกโอมปฏิเสธอย่างไม่แยแสว่าตนไม่มีวันช่วยเธอ คนอย่างตนเท่านั้นที่จะได้เป็นพระเอกไม่ใช่ไม้ แล้วโอมก็ตรงเข้าบีบแขนแก้วกัดฟันพูดใส่หน้าว่า

“นอกจากผมจะไม่ช่วยคุณแล้ว ผมยังจะขัดขวางและคอยสมน้ำหน้าคุณเวลาที่คุณผิดหวังจากมัน!” แก้วสะบัด

แขนออกด่าโอมว่าบ้า ถูกสวนทันควันว่า “ใช่ผมมันบ้า แต่ก็ดีกว่าผู้หญิงที่หิวเงินอย่างคุณ!” ด่าแล้วผละไปเลย

ooooooo

วันนี้ระหว่างแก๊งสามแสบลงไปเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานนั้น เป็ดปุ๊กเดินเลี่ยงไปอีกด้านหนึ่งของน้ำตก ไม้ตามไป พอเธอเห็นก็ถามว่าตามมาทำไม ไม้ทำเสียงนุ่มนวลอย่างพระเอกบอกว่า

“ผมเป็นห่วงคุณ”

เป็ดปุ๊กเลยเดินหนี เดินพลาดจะล้ม ไม้ช่วยประคองไว้แล้วไม่ยอมปล่อย บอกว่าจะปล่อยก็ต่อเมื่อเธอบอกว่ารู้สึกอย่างไรกับตน เป็ดปุ๊กบอกว่ายังไงตนก็ไม่ชอบผู้ชายที่เอาแต่ใจ มุทะลุ ใจร้อน ไม่มีเหตุผล

“คุณกำลังจะบอกว่าคุณไม่ชอบผมด้วยใช่ไหม” ไม้ถามหน้าเสีย เป็ดปุ๊กพยักหน้าประชด “งั้นผมก็เข้าใจแล้ว คงไม่มีประโยชน์ที่จะถามเอาคำตอบอะไรจากคุณอีก” ไม้น้อยใจก้มหน้าจะเดินกลับ

“ถึงแม้ฉันจะไม่ชอบพฤติกรรมแบบที่ฉันพูด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่ได้ชอบนายสักหน่อย” เป็ดปุ๊กรีบพูดขึ้นลอยๆ ไม้ดีใจกระโดดตัวลอยเข้ามาถามว่าจริงหรือ แล้วขโมยหอมแก้มเธอฟอดหนึ่ง บอกว่าถือเป็นจูบมัดจำก็แล้วกัน พูดแล้ววิ่งจู๊ดไปอย่างลิงโลดใจ เป็ดปุ๊กวิ่งไล่ทุบ แก้เขินแต่ตามไม่ทัน

แก๊งสามแสบเล่นน้ำเสร็จขึ้นมา ต่างมองกันตาค้างเมื่อเห็นไม้เดินจูงมือเป็ดปุ๊กลงมาที่รีสอร์ต เป็ดปุ๊กเขินกับสายตาที่มองมา เลยรีบเข้าไปบอกย่ากับพ่อว่าคงหิวกันแล้วเดี๋ยวจะไปหาอะไรให้ทานดีกว่า แล้วรีบเดินไปอีกทาง

“อืมม...คงไม่มีปัญหาแล้วมังคะคุณเชียร” ย่ามองตามเป็ดปุ๊กกับไม้ไปอย่างเอ็นดู

“ได้อย่างนั้นก็ดีสิครับ” เชียรยิ้มปลื้มไปด้วย

ooooooo

คืนนี้ก่อนแยกย้ายกันเข้าห้องพัก ไม้จับมือเป็ดปุ๊กเอ่ย “ฝันดีนะครับเป็ดปุ๊ก” เธออวยพรเขาเช่นกัน ไม้ทำตาเยิ้มตอบว่า “ถ้างั้นคืนนี้ผมก็คงต้องฝันถึงคุณน่ะซิ ถึงจะเรียกว่าฝันดี” เลยถูกค้อนปรามเขินๆว่าพูดอะไรให้อายคุณพ่อตนบ้าง

ก่อนเข้าห้องพัก มือถือเชียรดังขึ้น พอรับสายใบหน้าที่ยิ้มแย้มยินดีเมื่อครู่ก็กลายเป็นเครียดถามว่า

“ว่าไงนะ...ใครจะขายบ้านนะ! บ้านไหน?!...บ้านเก่าของผม!!” เชียรยืนช็อกเป็ดปุ๊กผิดสังเกตถามพ่อว่าใครโทร.มา เชียรไม่อยากให้ลูกไม่สบายใจ บอกว่าคนโทร.ผิด แต่พอเข้าห้องนอนเชียรโทร.กลับหาเพื่อนที่โทร.มา จึงรู้รายละเอียดว่า...

“ลูกชายกับลูกสะใภ้นายบอกว่านายป่วยมากจนมาจัดการอะไรเองไม่ได้ ฉันก็เลยเป็นห่วง นายเป็นอะไรมากรึเปล่า” พูดแล้วเห็นเชียรเงียบไป เพื่อนเรียกจนเชียรบอกว่าแค่นี้ก่อนแล้วจะโทร.กลับไปคุยใหม่

เชียรทบทวนถึงวันที่ไก่กุ๊กพาแมวเมี้ยวกับนกจิ๊บมาหาแล้วหายไปขณะตนเล่นกับหลานอยู่หน้าบ้าน อึดใจใหญ่ไก่กุ๊กก็ออกมารีบเรียกลูกๆกลับ ก็คาดเดาได้ว่าวันนั้นไก่กุ๊กขึ้นไปขโมยโฉนดไป เชียรพึมพำอย่างเจ็บปวดใจ...

“ไก่กุ๊ก...ทำไมลูกถึงทำกับพ่อแบบนี้”

ooooooo

กลับจากเมืองกาญจน์ ย่าขวัญจัดของที่ซื้อมาฝากใครต่อใครมาวางไว้เตรียมเอาไปให้ หทัยมาเยี่ยมพอดีย่าบอกว่าไปเมืองกาญจน์กับไม้มาและซื้อวุ้นมะพร้าวอ่อนกับมะขามกวนของโปรดของเธอมาฝากด้วย

หทัยดีใจที่ย่าไปพักผ่อน ย่าบอกว่าไม่ได้ไปเพื่อตัวเองแต่ไปเพื่อช่วยไม้ให้ได้บอกรักสาวเสียที ย่าบอกหทัยว่าไม้ชอบเป็ดปุ๊ก หทัยถามว่าแล้วสำเร็จไหม ย่าพูดอย่างภูมิใจว่า “ลองแม่ออกแรงเองอย่างนี้ไม่สำเร็จได้ยังไงล่ะ”

“หนูเป็ดเป็นคนดีมาก คนอย่างนี้ล่ะถึงจะเหมาะกับไม้ หทัยอยากมีส่วนช่วยจังเลยค่ะ แต่ไม้คง...” หทัยหยุดกึกเพราะมีเสียงคนเปิดประตูเข้ามา ทั้งสองหันมอง เห็นศักดิ์เดินเข้ามา  เขายกมือไหว้ย่า พอเห็นหน้าหทัยก็หน้าตึงบอกว่า นึกว่าแม่อยู่คนเดียว หทัยจึงลุกขึ้นบอกว่าจะกลับพอดี แล้วไหว้ลาย่า

ขณะเดินออกไปนั้น ได้ยินเสียงศักดิ์แว่วออกมาว่า “ผมมีเรื่องอยากคุยกับแม่ วันก่อนในงานวันเกิดแม่ ผมได้คุยกับคุณกรณ์แล้วได้ความคิดอะไรดีๆหลายอย่างเลยแม่” ได้ยินศักดิ์เอ่ยชื่ออลงกรณ์ หทัยจึงหยุดฟัง

ศักดิ์มาบอกย่าว่าอลงกรณ์จะทำหมู่บ้านใหม่ต่อยอดจากหมู่บ้านเสริมขวัญ คุยว่าเป็นโครงการดี อลงกรณ์ทำอะไรก็สำเร็จ คาดว่าถ้าได้ทำเฟสสองรับรองกำไรมหาศาลแน่ๆ ย่าถามว่าเขามีที่ดินแล้วหรือ

ศักดิ์บอกว่าที่ผืนนี้ไง เพราะสุดท้ายย่าก็ต้องยกให้ตนอยู่ดี ย่าบอกว่าไม่เคยพูดว่าจะยกให้ศักดิ์ ศักดิ์โมโหหาเรื่องว่าย่าคิดจะเก็บไว้ยกให้ไม้ใช่ไหม พูดอย่างไม่พอใจว่าอะไรๆก็ประเคนให้ไม้  แต่ใจจืดใจดำกับลูกตัวเองด่าว่า “เป็นแม่ประสาอะไร!”

หทัยทนฟังไม่ได้เปิดประตูเข้าไปเตือนศักดิ์ว่าแม่เพิ่งไปทำบุญมาอย่าหาเรื่องมารกใจแม่อีกเลย ถูกศักดิ์ชี้หน้าว่าอย่าคิดว่าตนไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ อยากได้ที่ผืนนี้เหมือนกันใช่ไหม ด่าหทัยว่า

“เธอมันก็ใจดำเหมือนแม่นั่นแหละ อะไรๆก็ยกให้ไอ้ไม้หมด ทั้งๆที่คุณกรณ์เขาอุตส่าห์ช่วยลงแรงทำกันมากลับไม่ได้สักแดงเดียว จนเขาต้องมาคิดทำโครงการใหม่ ระวังให้ดีเถอะ สักวันทั้งลูกทั้งผัวจะเฉดหัวทิ้ง แล้วอย่าหวังว่าไอ้ไม้มันจะเลี้ยงเธอนะ ได้ยินว่ามันไม่เคยคิดว่าเธอเป็นแม่ไม่ใช่เหรอ”

ทั้งสองโต้เถียงกันจนย่าขอร้องให้กลับไปก่อน ตนอยากอยู่เงียบๆ ทั้งสองจึงแยกย้ายกันไป

ooooooo

หทัยเครียดมากจึงไปนั่งที่สวนหย่อมของหมู่บ้าน เป็ดปุ๊กขับรถผ่านมาเห็นหน้าตาหทัยไม่ดีนักจึงจอดรถลงไปถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

เพราะเห็นเป็ดปุ๊กเป็นคนดี หทัยจึงเล่าความไม่สบายใจให้ฟังทั้งหมด แล้วสรุปสุดท้ายให้ฟังว่า อลงกรณ์กับโอมไม่พอใจตนหาว่าหลอกพวกเขาทำงานแล้วยกประโยชน์ให้ไม้ ทั้งที่เขาก็ได้ค่าบริหารไปแล้ว และเมื่อครู่นี้เองก็ได้เจอศักดิ์ที่บ้านย่า ศักดิ์มาขอที่ดินของย่าเพื่อให้อลงกรณ์ไปทำโครงการใหม่ เล่าอย่างสะเทือนใจว่า

“ฉันเห็นสายตาของคุณแม่ตอนที่คุณศักดิ์บอกว่าต้องการที่ดินแล้ว ฉันรู้ว่าท่านเจ็บปวด ทำไมคนดีๆอย่างท่านต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้ด้วย แต่ถ้าฉันไปขวางก็เหมือนกับฉันอยากจะได้ที่ผืนนั้นให้ไม้อีก คุณกรณ์กับลูกโอม ก็คงจะยิ่งเกลียดฉัน ฉันไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้จะหันไปทางไหน ฉันไม่มีใครเลย...”

หทัยเช็ดน้ำตา ฝืนยิ้มบ่นตัวเองและขอโทษเป็ดปุ๊กที่เอาเรื่องรกสมองมาให้เธอ เป็ดปุ๊กยิ้มอย่างให้กำลังใจบอกว่าไม่เป็นไร ได้พูดให้คนอื่นฟังบ้างดีกว่าเก็บไว้กับตัวคนเดียว แล้วยิ้มให้กันอย่างเห็นใจเข้าใจกัน

พอแยกจากหทัย เป็ดปุ๊กตัดสินใจกับตัวเองว่า “ถึงเวลาที่เราต้องคุยเรื่องนี้กันจริงๆจังๆสักทีแล้วล่ะ” แล้วเธอก็เดินบ่ายหน้าเข้าไปในร้านสวนขวัญ

แต่พอเข้าไปเจอแก้วกำลังออดอ้อนฉอเลาะไม้ให้ช่วยเลือกต้นไม้ในร่มให้ไปปลูกที่คอนโด เลยหมดอารมณ์ที่จะคุยกับไม้ หันหลังกลับด้วยความรู้สึกเจ็บปวดลึกๆ

ส่วนเชียรก็เครียดจัด โทร.กลับไปหาเพื่อนคนนั้น บอกว่าตนไม่เคยคิดจะขายบ้านหลังนั้นเลย เพื่อนบอก เชียรว่าตนคงไม่ทำอะไรต่อไปแล้ว แต่ลูกชายกับลูกสะใภ้เชียรนั้นน่าเป็นห่วงกว่า

เชียรกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะเอาเรื่องก็เห็นแก่ลูก แต่จะปล่อยให้ทำต่อไปก็คงไม่ดีเพราะลูกไม่ควรทำผิดแบบนี้

ooooooo

ที่โต๊ะอาหารกลางวัน หทัยมานั่งอยู่ก่อนแล้ว ได้ยินเสียงโอมกับอลงกรณ์เดินคุยกันเข้ามา โอมเร่งรัด อลงกรณ์ว่าเมื่อเขาไม่โทร.มาเราก็โทร.ไปหาเขา อลงกรณ์ บอกว่าเรื่องแบบนี้เร่งมากไปก็ไม่ดี

แต่พอทั้งสองมาเห็นหทัยนั่งอยู่ก็หยุดคุยกัน หทัยจึงเป็นฝ่ายเล่าว่า เมื่อวานไปหาแม่มา ท่านเพิ่งกลับจากกาญจนบุรี ถูกอลงกรณ์กับโอมรุมกันตำหนิว่าทำไมไม่ไปด้วย เธอควรทำตัวให้ใกล้ชิดท่านหน่อย แล้วก็ลามปามมาถึงผลประโยชน์เรื่องหมู่บ้าน โอมหาว่าหทัยยกให้ไม้ หมด ทั้งที่ไม่มีสติปัญญาจะมาบริหารอะไรได้เลย

หทัยตัดสินใจพูดกับอลงกรณ์เรื่องศักดิ์ไปหาย่าเมื่อวานว่า

“ฉันขอคุณแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าไปยุ่งกับที่ดินของท่าน คนแก่น่ะ ไม่อยากย้ายไปไหน อยากตายอยู่ที่ บ้านตัวเอง ฉันรู้นะคุณพยายามจะยืมมือคุณศักดิ์ให้ไป ขอที่ดินจากคุณแม่ แต่ฉันคงต้องบอกคุณว่ามันไม่มีทาง สำเร็จหรอก เพราะฉันอยู่ที่นั่น เมื่อวานนี้แล้วก็ได้ยินคุณแม่ ปฏิเสธที่จะยกที่ดินให้คุณศักดิ์...เลิกคิดเรื่องนี้เถอะนะคะ”

“หทัย...เรื่องที่ดินหมู่บ้าน ผมยอมคุณ ผมจะไม่ยุ่งเกี่ยว แต่เรื่องงานในอนาคตของผม คุณก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งเหมือนกัน”

พูดแล้วอลงกรณ์ลุกเดินออกไปไม่มีอารมณ์จะกินข้าวต่อ หทัยได้แต่มองตามแล้วถอนใจ...หนักใจ...

ooooooo

วันนี้ไม้ไปรับงานที่สำนักงานหมู่บ้าน โอมมาที่ สำนักงาน พอเห็นไม้ก็พูดดูถูกเหยียดหยามต่างๆนานา

ไม้อดทนฟัง แต่พอโอมด่าเลยเถิดไปว่า “พวกมึง มันโง่ทั้งโคตร ทั้งพ่อ ทั้งย่ามึงนั่นแหละ” ไม้ก็หมดความอดทน พุ่งเข้ากระชากคอเสื้อตวาด

“คุณไม่มีสิทธิ์แม้จะคิดด่าโคตรเหง้าของผม” โอม ทำปากกล้าจะจับเขาเข้าคุก ไม้เลยเดินเข้าหาบอกว่าไหนๆ ก็จะเข้าคุกแล้วก็เอาให้คุ้มอีกสักเปรี้ยง

โอมยกมือป้องกลัวตาเหลือก พอดีหทัยเข้ามากับ อลงกรณ์ หทัยบอกไม้ให้หยุด โอมสำออยทันทีร้องขอให้แม่ช่วยด้วย แต่หทัยไม่สนใจเดินผ่านไปหาไม้ถามว่า เรื่องอะไรกัน ไม้มองหน้าแล้วเดินไปเลย หทัยตามไปจนถึง หน้าสำนักงานขอให้หยุดคุยกันก่อน พอดีไม้เห็นรถเป็ดปุ๊ก ขับมา เขาออกไปยืนขวางกลางถนน พอรถหยุดเขาเปิดประตูรถขึ้นนั่งบอกขอไปด้วย แล้วบอกให้ออกรถเลย

หทัยยืนมองรถเป็ดปุ๊กไปอย่างเหนื่อยใจ เมื่อกลับ มาถามพิกุลที่ประจำอยู่สำนักงานว่าเกิดอะไรขึ้น ทีแรกพิกุลก็ไม่กล้าพูดกลัวถูกโอมเล่นงาน แต่สุดท้ายก็ยอมบอกแต่ขอร้องว่าอย่าบอกใครว่าตนเป็นคนบอก

“คุณโอมทั้งด่า ทั้งดูถูกเหยียดหยามคุณไม้ แถมยังดูถูกไปถึงคุณย่า บอกว่าคุณไม้เป็นลูกไม่มีพ่อ เรียกคุณไม้ว่าไอ้โง่ โง่ทั้งโคตร โง่ทั้งตระกูล ทั้งพ่อคุณไม้ ทั้งคุณ...”

“พอแล้ว...พอ...ฉันพอนึกออกแล้ว” หทัยยกมือห้าม แล้วเดินไปห้องทำงานสูดลมหายใจลึกๆ พร้อมที่ จะเข้าไปเผชิญปัญหากับโอมและอลงกรณ์ที่อยู่ในห้อง

แต่หทัยก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะถูกทั้งโอมและอลงกรณ์ตั้งป้อมต่อต้านหาว่าเธอเข้าข้างไม้ รัก ไม้มากกว่าโอม จนหทัยเสียงดังใส่โอมว่า

“พอเสียทีโอม หยุดพูดสิ่งที่โอมคิดแล้วพยายามยัดเยียดให้แม่เป็นสักที แม่เบื่อ เบื่อเหลือเกิน...” หทัยพูดอย่างเจ็บปวดแล้วเดินออกจากห้องไป อลงกรณ์เข้ามาปลอบโอมให้ใจเย็นๆ ให้เชื่อพ่อ เมื่อถึงเวลาเราจะต้องได้ในสิ่งที่มันควรเป็นของเรา

โอมมองหน้าพ่ออย่างแปลกใจ ส่วนอลงกรณ์ไม่พูดอะไร มีแต่รอยยิ้มและแววตาที่ร้ายกาจ

ooooooo

ไม้เล่าเรื่องที่มีปัญหาจนชกต่อยกับโอมให้เป็ดปุ๊กฟัง เธอถามว่าโอมด่าว่าเขาโง่ เขาก็เลยแสดงความโง่ด้วยการต่อยโอมหรือ

“มันด่าผม แล้วยังด่าพ่อผม ด่าย่าผมด้วย” ไม้พูดอย่างไม่หายแค้น เป็ดปุ๊กถามว่าเขาเลยยอมด้วยการทำโง่ๆ? ไม้มองขวับตัดพ้อว่า “ผมนึกว่าคุณจะเข้าใจผมเสียอีก คุณไม่รู้หรอก อยู่ดีๆก็มีคนมาพูดดูถูกคนที่คุณรัก คุณจะรู้สึกยังไง”

“ทำไมฉันจะไม่เคยเจอ เจอมาถึงกับต้องหนีมาอยู่ที่นี่เลยไง”

“แต่คุณก็ไม่กล้าตอบโต้คนที่ทำร้ายคุณ”

“อะไรคือ ‘กล้า’ ล่ะไม้ ฉันเคยไปทำบุญที่วัดวัดหนึ่ง หลวงพ่อท่านเขียนติดไว้ว่า ‘คนที่เก่งกล้าที่สุด คือคนที่ให้อภัยศัตรูของเขา’ ฉันอ่านแล้วชอบมากเลย” ไม้ถามว่าจะให้ตนลืมทุกอย่างเลยหรือ “การให้อภัยไม่ใช่การลืม แต่มันคือการปลดปล่อยตัวเราเองออกจากการจองจำกับความรู้สึกเจ็บปวดจากคนหรืออดีต”

ไม้นิ่งไปเหมือนเป็ดปุ๊กพูดโดนใจ เป็ดปุ๊กพูดต่ออย่างมีความหวังว่า

“ถ้าทำได้  ไม่ใช่แค่ตัวนายที่จะมีความสุข คุณหทัยแม่นายก็จะรู้สึกดีด้วย...อย่าลืมสิ ญาติผู้ใหญ่ที่นายควรเคารพยังมีอีกคน”

“ผมจะลองเก็บไปคิดดูก็แล้วกัน แล้วนี่คุณจะไปไหนต่อ” พอเป็ดปุ๊กบอกว่าจะไปซื้อกับข้าวที่ตลาด ไม้เสนอว่า “แวะร้านขนมที่คุณเคยซื้อฝากย่าด้วยนะ ย่าชอบมากเลย ผมจะซื้อไปฝากแก”

“ได้...ความจริงเรามาคิดทำอะไรดีๆให้คนที่เรารักดีกว่าที่จะคิดหมกมุ่นอยู่กับความแค้น นายว่าจริงไหม”

ไม้หันมองหน้าเธอ ยิ้มให้แล้วพยักหน้า

ooooooo

แก้วหัวเสียหัวปั่นที่ยังฉกไม้จากเป็ดปุ๊กไม่สำเร็จ เก็จชี้ช่องว่าตราบใดที่ไม้ยังไม่ได้แต่งงาน แก้วก็ยังมีสิทธิ์ แล้วสอนมารยาร้อยเล่มเกวียนให้เอาชนะไม้ รับรองวิธีนี้ไม่มีผู้ชายรอดสักคน

ฟังแผนของเก็จแล้ว แก้วโทร.หาไม้ทันที เป็นเวลาที่เขากับเป็ดปุ๊กซื้ออาหารกลับถึงบ้านย่าพอดี ไม้กำลังจัดของจึงให้เป็ดปุ๊กรับแทน แก้วจึงฝากให้ช่วยบอกไม้ว่าว่างแล้วให้โทร.กลับด้วย ไม้บอกเป็ดปุ๊กว่าคงเป็นเรื่องจัดสวนในห้องคอนโดของแก้ว เป็ดปุ๊กบอกว่าตอนนี้เขาว่างแล้วก็รีบโทร.กลับเลย

“ถ้าคุณไม่ชอบ ผมจะโทร.ไปบอกยกเลิกเขา จะไม่ทำงานนี้”

“ทำไมฉันต้องไม่ชอบ นี่ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น ที่จะเที่ยวหึงไม่เข้าเรื่อง ถ้านายบริสุทธิ์ใจ นายก็รับงานเขาทำ”

ฝ่ายแก้ววางสายจากเป็ดปุ๊กแล้วเล่าให้เก็จฟัง พูดอย่างสิ้นหวังว่า “จบแน่...ลองนังเป็ดมันอยู่กับเขาแบบนี้ มันต้องไม่ยอมให้เขามายุ่งกับแก้วอีกแน่ๆ เราจะทำยังไงดีล่ะพี่ มีวิธีไหนอีก แก้วจะทำยังไง”

“ก็...ทำใจมั้ง”

ทันใดนั้น ไม้โทร.กลับหาแก้ว เธอดีใจมากรีบนัดพรุ่งนี้ไปจัดสวนกันเลย เก็จถามแก้วว่าเป็ดปุ๊กยอมหรือ

“แก้วรู้นิสัยมัน มันต้องทำเป็นใจกว้าง  ทำเป็นไว้ใจคุณไม้ หึๆแก้วจะทำให้มันรู้ว่า...มันคิดผิด!” แก้วยิ้มร้าย

แต่พอไม้ไปจัดสวนจริงๆ  เขาพาดำไปด้วย  แก้วจึงหาทางกันดำออกไป  บอกให้ไปซื้อน้ำดื่มเพราะตนไม่ได้เตรียมไว้ พอดำออกไป เธอเห็นไม้ร้อนจนเหงื่อออกก็บอกว่าแอร์เสียถ้าร้อนก็ให้ถอดเสื้อเสีย  ไม้จึงถอดเสื้อตัวนอกออกเหลือแต่เสื้อกล้าม  จากนั้นเธอก็อ่อยไม้ยั่วยวนเขาด้วยลีลาดาดๆ  นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวมายืนยั่ว  แต่ไม้ไม่หลงกลซ้ำยังบอกให้ไปแต่งตัวให้เรียบร้อยเสีย  เธอเลยแก้เกี้ยวว่าแค่แหย่เล่นเท่านั้น  เพราะข้างในยังใส่ชุดปกติแล้วถอดผ้าขนหนูให้ดู

“อย่าเล่นแบบนี้อีกนะครับ  ไม่งั้นผมจะไม่ทำงานต่อ”

“ค่ะ ดุจัง ไม่เล่นก็ไม่เล่น” แก้วทำเสียงอ้อนๆ แล้วจึงเอามือถือขึ้นมาดูภาพที่แอบถ่าย  ภาพจากมุมกล้องเหมือนแก้วกับไม้กำลังกอดกันในชุดตัวเองนุ่งผ้าขนหนูและไม้ใส่แต่เสื้อกล้าม

ooooooo

หลังจากอลงกรณ์รู้จากหทัยว่าศักดิ์ไปหาย่าขวัญพูดเรื่องที่ดิน  วันต่อมาเขานัดศักดิ์ไปคุยกันที่ร้านอาหารถามดักคอว่าคิดจะรวยคนเดียวรึไง  มาแอบถามความรู้จากตนแล้วเลยจะทำเอง

ศักดิ์ชี้แจงว่าตนไปคุยกับแม่ตามที่เราได้คุยกันไว้แล้ว  แต่แม่ยังไม่ยอมให้ที่ดินตน  อลงกรณ์ถามว่าบอกท่านด้วยหรือเปล่าว่าถ้าทำตามแผนการของตนจะได้กำไรมหาศาล  เสนอตัวจะไปคุยให้ท่านเห็นภาพเอง ศักดิ์ติงว่ากลัวจะผิดหวังมากกว่า

“ผมไม่ใช่เพิ่งมาทำธุรกิจนะครับคุณศักดิ์เชื่อผมสิ เรื่องแบบนี้ไม่ต้องมาถามว่าท่านจะยอมยกที่ดินให้เราหรือเปล่า  แต่ต้องถามว่า  เราจะต้องจ่ายเท่าไหร่ถึงจะได้ที่ดินต่างหาก เงินน่ะซื้อได้ทั้งนั้นแหละครับ ขอแต่ให้มากพอเท่านั้น”

ศักดิ์พยักหน้าอย่างยอมรับในชั้นเชิงของอลงกรณ์ ในขณะที่อลงกรณ์ยิ้มร้ายมองศักดิ์ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ดูแคลนว่าแม้แต่ตัวศักดิ์เองตนก็ยังซื้อได้เลย!

ooooooo

วันนี้  แก้วไม่ไปทำงาน  อ้อมกับกุ้งเดินมาบอกเป็ดปุ๊กว่าแก้วโทร.มาบอกว่านัดคนไปจัดสวนที่คอนโด พอรู้ว่าคนจัดสวนคือไม้ กุ้งถามว่า

“แล้วคุณเป็ดปล่อยให้เขาไปทำได้ยังไง  คุณแก้วเนี่ยไว้ใจไม่ได้นะ”

“ได้ยินว่าเขาเลิกกับลูกชายเจ้าของหมู่บ้านจัดสรรจะหันไปจับ...” อ้อมไม่กล้าพูดต่อ แต่เป็ดปุ๊กพูดเติมให้จบว่า

“ไม้เขาเป็นทายาทตัวจริง” กุ้งถามว่าเธอไม่กลัวหรือ อ้อมก็ติงว่าใจกว้างเกินไปหรือเปล่า “เป็ดไม่มีสิทธิ์ใจกว้างหรือใจแคบกับใครทั้งนั้นแหละ  เป็ดกับไม้ไม่ได้เป็นอะไรกัน  ไม้เขามีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้  เอาเหอะ ทำงานดีกว่า  ขี้เกียจคิดเรื่องนี้แล้ว” พูดแล้วเป็ดปุ๊กหันไปง่วนกับคอมพิวเตอร์  ทั้งที่ใจยังวกวนกังวลเรื่องที่เพื่อนร่วมงานทั้งสองติติง

แต่เพราะไม่มีสมาธิ  สติไม่นิ่ง ใจไม่สงบจึงทำให้พิมพ์งานผิดบ่อยมากจนตัวเองก็บ่นว่า ผิดอีกแล้ว...ผิดอีกแล้ว...

แต่พอสายๆ ก็ได้รับโทรศัพท์จากแก้วบอกว่าไม้ทำสวนเสร็จแล้ว  พอเธอบอกว่าเสร็จเร็วนี่  แก้วก็หัวเราะร่าพูดเป็นนัยว่า

“นั่นน่ะสิ  นึกว่าจะนานกว่านี้ ไม่ทันนกกระจอกจิบน้ำเลย” เป็ดปุ๊กถามว่าแล้วพอใจไหมล่ะ “ก็โอเคนะ แม้จะไม่ถึงใจเท่าไหร่ฉันก็ชอบ” เป็ดปุ๊กเอะใจถามว่าพูดเรื่องอะไร?  แก้วก็ตอบเป็นปริศนาว่า “ก็ทุกเรื่องนั่นแหละแล้วแต่เธอจะจินตนาการ  แล้วพูดเยาะว่า “ฉันต้องขอบใจเธอด้วยที่ใจกว้างยอมแบ่งคุณไม้ให้ฉันใช้บ้าง”

“แค่นี้ใช่ไหม ฉันต้องทำงานแล้ว” เป็ดปุ๊กตัดบท ก็ยังถูกแก้วยื้อไว้กวนประสาทว่าวันนี้อนุญาตให้กลับไปซับน้ำตาได้ เป็ดปุ๊กถามฉุนๆ ว่าเรื่องอะไรตนต้องซับน้ำตา “ก็เรื่องที่ฉันกับคุณไม้ทำกันนะซี หมายถึงสวนในห้องน้ำน่ะนะ  เดี๋ยวฉันจะส่งรูปไปให้ดูว่าคุณไม้เขาทำได้ดีแค่ไหน”

แก้วกดวางสายไปอึดใจเดียว ก็มีเสียง MMS เข้ามา เป็ดปุ๊กกดเปิดดู ภาพในจอค่อยๆชัดขึ้น เป็นรูปที่แก้วนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวถ่ายในมุมกล้องที่เหมือนกำลังกอดอยู่กับไม้ที่ใส่แต่เสื้อกล้ามที่แก้วแอบถ่ายไว้

เป็ดปุ๊กตะลึงอึ้งกับภาพนั้น...

ooooooo

ตอนที่ 10

แก้วเดินตามไม้เข้าไปหลังร้านออดอ้อนตัดพ้อว่าหนีมาอีกแล้ว ไม่พอใจอะไรหรือเปล่า  ไม้ถามประชดว่าตนจะมีสิทธิ์ไม่พอใจอะไรได้

“งั้นคุณไม้ก็คงไม่ได้คิดอะไรถ้าเป็ดปุ๊กกับคุณโอมจะสนิทสนมกัน ก็ดีนะคะเป็ดปุ๊กมาช่วยดามอกให้โอม แก้วค่อยสบายใจหน่อย”

ไม้ตัดบทถามว่าตกลงเธอเลือกต้นไม้ได้หรือยัง ถ้าได้ตนจะได้ไปจัดสวนเพราะลูกค้าอื่นรออยู่ แก้วบอกว่าตนก็เป็นลูกค้าวีไอพี เขาต้องดูแลตนด้วย แล้วทำจริตดูต้นไม้ถาม
โน่นนี่ จนไม้ทนไม่ไหวตะโกนเรียกฝ้ายให้มาดูแลแทน ฝ้ายมาอย่างเร็วจี๋ยินดีจัดการให้

พอไม้เดินออกไปแก้วจะตาม ถูกฝ้ายออกมาขวางเสนอตัวพร้อมเซอร์วิสเต็มที่! แก้วจ้องฝ้ายแล้วสะบัดไปทางอื่นอย่างขัดใจ ฝ้ายมองอย่างสะใจจริงๆ

ตกเย็น ย่าขวัญกับแตนออกมายืนรอไม้เพื่อถามข่าวที่ให้เอาอาหารไปฝากและชวนมาฉลองวัน เกิดย่า พอไม้กลับย่าถามทันทีว่า “เป็นไง...เอาของกินไปให้บ้านนั้นแล้ว สำเร็จไหม”

“ผมไม่ได้เอาไปให้ที่นั่นหรอกเอาไปให้ฝ้ายกับดำกินที่ร้าน” แตนบ่นว่าทำเสียแผนหมด ย่าอุตส่าห์ทำให้ “ก็อยากจะทำตามแผนหรอกนะ แต่ผมเห็นโอมเขามารับคุณเป็ดปุ๊กออกไปข้างนอก เขาอาจจะไปเที่ยว กินข้าว ดูหนัง ผมไม่อยากให้อาหารย่าเป็นหมันก็เลยเอาไปให้คนอื่นที่อยากกินมากกว่า”

ย่าถามว่าคิดเอาเองหรือเปล่า ไม้ยืนยันว่าตนเห็นกับตา ไม่ได้มโนเองเลย

“ก็แค่สิบตาเห็น ไม่เท่ามือคลำ ยังไม่ได้ขยำขยี้แล้วก็มาเดามั่ว หนูเป็ดปุ๊กที่เรารู้จักเป็นคนอย่างนั้นรึไง?” ไม้อึกอักตอบไม่ได้เลยโดนย่าปราม “ย่าจะให้โอกาสเราครั้งสุดท้ายนะ วันนี้ย่าทำปลาทูต้มเค็ม พรุ่งนี้เอาไปให้เขา แล้วก็ชวนสองพ่อลูกนั่นมางานวันเกิดย่าด้วย”

“แต่ผม...”

“โอกาสสุดท้ายแล้วนะ ถ้าเมื่อไหร่รั้วกันขโมยขึ้นมากั้น ต่อให้อาหารกี่อย่าง...กี่อย่าง...ก็คงช่วยไม่ได้แล้ว!”

พูดแล้วย่าหันหลังเดินเข้าบ้านไปเลย แตนค้อนไม้ทีหนึ่งแล้วตามย่าไป ไม้ยืนมึนสับสนสุดๆ คืนนี้เลยนอนก่ายหน้าผากที่บ้านต้นไม้นึกเห็นภาพเป็ดปุ๊ก นับแต่ตอนตบหน้าตน ปกป้องโอม แสดงท่าทีสนิทสนมกับโอม กระทั่งสุดท้ายเห็นนั่งรถไปกับโอมอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส คิดแล้วลุกพรวดขึ้นมองไปที่หน้าต่างห้องเป็ดปุ๊ก นาทีนี้เขาตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้ว

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ไม้ไปกดกริ่งหน้าบ้านเป็ดปุ๊ก เชียรออกมามองไม้อย่างแปลกใจที่วันนี้มาแปลก แล้วเรียกเข้าบ้าน ไม้ยืนหน้านิ่ง ครู่หนึ่งตัดสินใจพูดเป็นการเป็นงาน

“ไม่ เป็นไรครับ” พลางยื่นถุงอาหารให้ “ย่าผมให้เอาปลาทูต้มเค็มมาให้ แล้วฝากเชิญคุณวิเชียรกับคุณเป็ดปุ๊กไปงานวันเกิดของย่าวันเสาร์หน้าน่ะ ครับ”

“งานบ้านๆ แบบนั้นล่ะชอบ แล้วอยากให้ฉันช่วยอะไรไหม” เชียรถาม

“ช่วยไปงานก็พอครับ งั้นผมกลับก่อนนะครับ” เชียรถามว่าไม่เข้าบ้านก่อนหรือ “ไม่เป็นไรครับ”

พูดเสร็จเหลือบมองหน้าเป็ดปุ๊กแว่บหนึ่งก่อนจะเดินไป เป็ดปุ๊กรีบออกมายืนข้างพ่อมองไม้รู้สึกแปลกๆ

ถามพ่อว่าเขาคิดจะทำอะไรของเขา อยู่ดีๆ ก็มากดกริ่งแถมยังทำตัวเสียเป็นทางการ เชียรย้อนถามว่า

“ก็ ลูกอยากให้เป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ” เธอถามงงๆว่าอะไรนะ เชียรชี้แจงว่า “ก็ที่ลูกอยากติดรั้วกันขโมยก็เพราะอยากให้ไม้เป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ”

เชียรเดินกลับเข้าบ้านไปเงียบๆ  เป็ดปุ๊กมองตาม รู้สึกเจ็บปวดที่เรื่องราวกลายเป็นแบบนี้ไป

ooooooo

ที่ ร้านสวนขวัญ ไม้นั่งซึมถอนใจเฮือกๆ ฝ้ายดำกับแตนแอบดูแล้วซุบซิบอะไรกัน อึดใจเดียวแตนก็ถูกสองคนผลักออกไปหาไม้ แตนหน้าตาขึงขังตรงหน้าไม้ พูดฉอดๆ

“ฉัน เคยคิดว่าพี่ไม้เป็นคนกล้า กล้าชนปัญหา กล้าสู้คนไม่ดี กล้าทุกๆเรื่อง แต่ทำไมเรื่องแค่นี้พี่ไม้ถึงไม่กล้า หา! กะอีแค่ผู้หญิงที่ตัวเองชอบ ทำไมไม่กล้าไปบอกเขา ไปง้อเขา มานั่งถอนหายใจเฮือก แล้วปล่อยให้คนอื่นมาแย่ง ก็สมน้ำหน้าแล้วล่ะ”

แตนพูดแล้วถอยฉากไป ไม้ร้องงงๆ “เฮ้ย...นี่มัน...” ไม้ไม่ทันพูดอะไร ดำก็ผลักฝ้ายเข้าไปยืนแทนแตน ฝ้ายเปิดฉากได้ทันทีเช่นกัน...

“มี คนเคยบอกไว้ การจะชอบใครมันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้น เมื่อเจอคนที่ใช่ ก็ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือไป ปัญหาของความรักแก้ได้ด้วยการลดทิฐิ ถ้าสองคนไม่ลดทิฐิที่มีต่อกันก็ไม่มีทางเข้าใจกัน แต่ในกรณีนี้ ฝ้ายคิดว่าพี่ไม้ควรต้องลดทิฐิก่อน เพราะผู้ชายขี้เก๊ก มันน่าเกลียด!! อ้อ...น่าหมั่นไส้ด้วย!!” กระแทกเสียงสะบัดหน้าใส่แล้วหันไปมองดำที่ยืนตัวสั่นอยู่เพราะถึงคิวตัวเอง แล้วแต่ไม่กล้าออกไป

ไม้เห็นดังนั้น ลุกเดินไปหาท่าทางเอาเรื่องถามว่า “มีอะไรจะพูดเหมือนคนอื่นไหม” ดำติดอ่างขึ้นกะทันหัน พูดตะกุกตะกักว่า มี...แต่เหมือนจะลืมไปแล้ว ไม้บอกว่าให้เวลาสามวิจะพูดไม่พูด ดำยิ่งสั่นแต่ก็ยังพยายามพูดตะกุกตะกัก

“อยากได้ ความรัก จากอีกฝ่าย...ตะ...ต้องจ่ายด้วย...ความรัก...ของเราก่อน” ไม้ถามว่าไปจำมาจากไหน ดำตอบอย่างผึ่งผายว่า “เฟซบุ๊ก” ไม้ขำแต่กลั้นหัวเราะไว้ ถามว่า แล้วมีอะไรจะพูดอีกไหม ดำรีบท่องเร็วปรื๋อ

“ความรัก คือการที่คุณมีเหตุผลนับร้อยที่จะบอกลาใครบางคน แต่ก็ยังคงมองหาเหตุผลดีๆเพียงหนึ่งเหตุผลเพื่อที่จะอยู่ต่อ” ท่องจบก็ยืนตัวแข็งทื่อ ไม้ถามว่ามีอะไรอีกไหม ดำยิ้มแหยๆส่ายหน้าดิก “ไม่มีแล้ว...”

ไม้มองฝ้าย แตน ดำ อีกครั้ง แล้วตัดสินใจวิ่งออกจากร้านไป ทั้งสามตกใจ ฝ้ายตะโกนถาม “พี่ไม้...จะไปไหน?”

“บ้านคุณเป็ดปุ๊ก” ไม้หันมาตะโกนบอกแล้ววิ่งต่อ สามตัวแสบได้ยินคำว่า “บ้านเป็ดปุ๊ก” ก็หันมองหน้ากัน แล้วกระโดดตีมือกันด้วยความดีใจ ดำตะโกนบอก

“ทำให้สำเร็จนะพี่”

ไม้หันมองทั้งสามอีกที ยิ้มให้อย่างมั่นใจแล้ววิ่งไปเร็วกว่าเดิม ท่ามกลางความตื่นเต้นเอาใจช่วยของสามแสบตัวช่วยสำคัญ

ooooooo

ไม้ไปยืนดักรอเป็ดปุ๊กอยู่ที่หน้าบ้าน พอเห็นรถเธอแล่นเข้ามาก็กระโดดออกไปยืนกางแขนขวางรถไว้ เป็ดปุ๊กตกใจเบรกสนั่นจนตัวเองหัวคะมำ พอจอดรถก็ลงมาอย่างเอาเรื่อง!

แต่ก่อนที่เป็ดปุ๊กจะทันพูดอะไร ไม้ก็เดินเข้าไปหาพูดจริงจังจนเธอชะงัก

“ก่อนที่คุณจะว่าอะไร ผมขอบอกให้รู้ไว้ก่อนว่า นี่เป็นวิธีสุดท้ายแล้วที่ผมคิดได้ที่จะทำให้คุณยอมหยุดฟังที่ผมพูด ผมจะพูดแค่อีกครั้งเดียว ถ้าคุณจะเกลียดจะโกรธ จะไม่ให้อภัยผม ก็แล้วแต่คุณแล้วล่ะ”

เห็นท่าทางไม้ขึงขังจริงจังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เป็ดปุ๊กจึงหยุดฟัง ถามว่าอยากพูดเรื่องอะไร

“เรื่องที่คุณหาว่าผมโกหก...คุณคิดว่าคนที่พ่อตายตั้งแต่อายุสามขวบ แล้วแม่ก็มาทิ้งเขาไป ไม่กลับมาหาเขาอีกเลยจนสิบปีผ่านไป เขาอยากเล่าเรื่องนี้ให้ใครต่อใครฟังไหม?”

เป็ดปุ๊กอึ้งมองเขานิ่งพูดไม่ออก ไม้พูดต่อด้วยความ รู้สึกจากก้นบึ้งในหัวใจว่า

“คุณมีพ่อที่น่ารัก แล้วแม่ของคุณก็คงจะน่ารักด้วย คนน่ารักก็จะเลือกที่จะอยู่กับคนน่ารัก แต่ผม...ไม่เคยมีใครเลย ตอนเด็กๆ ผมมักจะถูเพื่อนล้อ ถูกเด็กที่โตกว่ารังแก ผมอยากมีใครสักคนที่กอดผม บอกผมว่าไม่เป็นไรแล้วแม่อยู่ที่นี่ แต่ก็ไม่มี อดีตของผมไม่ใช่เรื่องน่าจดจำมันมีแต่เรื่องที่ผมอยากลืม เพราะอย่างนี้ไง ผมถึงไม่เคยเล่าเรื่องของผมให้คุณฟัง”

เป็ดปุ๊กเริ่มจากนิ่งฟัง หน้าเริ่มเศร้าแล้วน้ำตาก็คลอจนต้องหันมองไปทางอื่นกลบเกลื่อน

“เอาเป็นว่า ผมขอโทษที่ผมปิดบังเรื่องนี้กับคุณก็แล้วกัน ส่วนคุณจะให้อภัยผมหรือเปล่า ก็แล้วแต่คุณ”

เป็ดปุ๊กนิ่งไปอึดใจก่อนถาม “แล้วเรื่องแก้วล่ะ คิดยังไงถึงไปยุ่งกับเขา”

“ก็...เขา...น่ารัก” พอเป็ดปุ๊กมองขวับตาขวาง ไม้อยากขำท่าทางของเธอ แต่รีบบอกว่า “เปล่าหรอก...โอมกับพ่อเขาไปหาย่าผมที่บ้าน ผมอยากรู้ว่าพวกเขาคิดจะทำอะไร ผมก็เลยขอให้คุณแก้วช่วยผมสืบให้ มันก็เท่านั้นเอง”

“แค่นั้นจริงหรือ” ถามแล้วจ้องหน้าอย่างคาดคั้นค้นหา

“ผมไม่มีวันคิดอย่างอื่นนอกจากนั้น” พูดแล้วจ้องตายืนยันความจริงใจ “ผมตอบคุณทุกคำถามแล้วนะ ทีนี้ผมก็มีคำถามเหมือนกัน คุณอยากกั้นรั้วระหว่างบ้านคุณกับบ้านผมมากเลยเหรอ”

เป็ดปุ๊กไม่ทันตอบ แตนก็วิ่งอ้าวมา พอวิ่งมาถึงก็กระหืดกระหอบบอกไม้ให้รีบหนีไปเพราะตำรวจกำลังจะมาจับเขา เป็ดปุ๊กตกใจถามว่า “มาจับไม้เรื่องอะไร” แต่ไม่ทันทำอะไรตำรวจก็มาถึงตัวแล้ว

ตำรวจแจ้งว่า มีหลักฐานใหม่ว่าคดีเก่าเรื่องบุกรุกผลตรวจลายนิ้วมือเพิ่มว่าไม่มีลายนิ้วมือคนอื่นเลยนอกจากของคนในบ้านกับของไม้ แตนฟังอยู่ด้วย ตัดสินใจโพล่งขึ้นว่า “ไม่ใช่พี่ไม้หรอกค่ะ” ผู้หมวดถามว่าเธอรู้หรือว่าเป็นใคร แตนพยักหน้า

ooooooo

เวลาเดียว พ่อของภูมิที่เปิดบ้านเป็นอู่ซ่อมรถ สงสัยว่าภูมิเอาเงินที่ไหนมาซื้อแท็บเล็ตเล่น ภูมิโกหกว่าตนทำงานแต่งรถให้เพื่อน แต่ตอบไม่ทันสิ้นเสียงรถตำรวจก็มาจอดหน้าบ้านแล้ว แต่พอตำรวจเข้ามาถามหาภูมิปรากฏว่าเขาหายตัวไปแล้ว

ตำรวจบอกพ่อของภูมิว่า ถ้าภูมิกลับมาให้ติดต่อที่สถานีทันที ถ้าเขาให้ความร่วมมืออาจจะถูกกันไว้เป็นพยาน พ่อของภูมิขอให้ช่วยเล่าให้ฟังได้ไหมว่ามันเรื่องอะไรกัน ตำรวจจึงเล่ารายละเอียดให้ฟัง แตนนั่งฟังอยู่ด้วยสีหน้าไม่สบายใจ ไม้เห็นหน้าแตนแล้วก็พอจะเดาเรื่องได้

เมื่อกลับไปเล่าให้ย่าขวัญฟัง ถึงความเกี่ยว โยงระหว่างภูมิผู้ต้องสงสัยกับพี่สาวเขาที่เป็นแม่ครัวที่บ้านหทัย ไม้เชื่อว่าโอมคงจ้างให้ภูมิทำ ย่าถามว่าเขา ทำทำไม

“มันไม่ชอบไม้ คงอยากให้คุณเป็ดเกลียดไม้ จะได้เห็นไม้ไม่มีความสุข” ย่าถามว่าแล้วสำเร็จไหมล่ะ “สำเร็จทั้งสองอย่างเลยย่า เขาเกลียดไม้แล้วไม้ก็ไม่มีความสุข”

ไม้พูดอย่างรู้สึกแย่ ย่ามองไม้สงสารจับใจ ลูบหัวเขาเบาๆ ถามว่าคิดมากไปหรือเปล่า เขาบอกไม้หรือ ไม้บอกว่าแค่มองตาก็รู้แล้ว

“จะบอกอะไรให้นะ ผู้หญิงกับผู้ชายคิดอะไรไม่ เหมือนกันหรอก เวลาผู้ชายนึกชอบผู้หญิง ก็จะต้องให้ ได้คำตอบเดี๋ยวนั้นว่ารักเขาไหม ถ้าไม่รักก็เลิกไปเลย แต่ผู้หญิงน่ะ กว่าจะตัดสินใจได้ว่าจะรักใคร ก็ต้องคิด แล้วคิดอีก ต้องศึกษาต้องลองใจสารพัด ให้แน่ใจจริงๆ ว่าถ้าบอกรักเขาไปแล้ว จะไม่ถูกเขาทิ้ง”

“มันคงไม่มีประโยชน์แล้วล่ะย่า ไม้ทิ้งไพ่ใบสุดท้าย ไปแล้ว แล้วมันก็ไม่สำเร็จ” ไม้พูดอย่างท้อใจ พอดีเสียงเจ้าเอ๋งเห่าขึ้น ย่ามองไปแล้วหันถามไม้ยิ้มๆว่า

“แน่ใจนะว่าไม่สำเร็จ”

ooooooo

ที่หน้าบ้าน เชียรกับเป็ดปุ๊กกำลังเดินเข้ามา เชียรหิ้วปลาทับทิมตัวโตมาด้วยบอกย่าว่าไปตลาดเจอตัวใหญ่ดีเลยซื้อมาฝาก ย่าถามว่าจะทำอะไรกินดี  ไม้เสนอว่าให้ทำปลาสามรส เป็ดปุ๊กขอหัดทำด้วย

“ไม่ต้องหัดหรอก ปลาสามรสไม่ยาก วันนี้หนูเป็ดปุ๊กเป็นแขกสักวัน  ไม้...พาหนูเป็ดปุ๊กทัวร์หน่อยสิ”

ไม้ถามว่าทัวร์สวนของย่านี่หรือ ย่าคิดๆแล้วบอกว่าไปบ้านต้นไม้ของไม้นั่นแหละ

ไม้พาเป็ดปุ๊กเดินไปในสวนของย่าจนถึงบ้านต้นไม้ของเขา เป็ดปุ๊กแหงนมองบอกว่าตนไม่ขึ้นไปหรอก ไม้บอกว่าไม่ขึ้นไม่ได้เกิดย่าถามแล้วเธอจะตอบยังไง ถามดักคอว่ากลัวมีใครเห็นแล้วเอาไปซุบซิบนินทาหรือ หรือกลัวตนจะทำอะไร

“ขึ้นไปเถอะ ผมสัญญาว่าขึ้นไปแล้วจะรู้สึกดีจนไม่อยากลงมาเลยล่ะ” ไม้หว่านล้อมล่อใจจนเธอยอมขึ้นไป

“ไม่ต้องรีบนะ เดี๋ยวจะก้าวพลาด” ไม้ให้เธอขึ้นไปก่อนตัวเองคอยระวังตามหลัง

ขึ้นไปบนบ้านต้นไม้แล้ว เป็ดปุ๊กเดินไปที่หน้าต่าง เห็นว่าจากหน้าต่างนี้มองผ่านหน้าต่างห้องนอนตนเห็นในห้องพอดี! ไม้ยอมรับว่าตนเคยมองไปเห็นเธอกับพ่อแต่ไม่เคยแอบดูอะไรที่เธอทำเป็นส่วนตัว บอกเธอว่าที่คุณย่าให้พาเธอขึ้นมาก็เพื่อให้ดูวิว ได้รับลมเย็นๆจะได้คลายเครียด

บนบ้านต้นไม้ที่บรรยากาศดีนี่เอง ไม้ถามว่าเธอคิดจะกั้นรั้วบ้านจริงหรือ ถ้ากั้นเพราะไม่อยากให้ตนปีนข้ามไปก็ให้บอก ต่อไปจะได้ไม่ทำ เป็ดปุ๊กบอกว่าตนไม่กั้นแล้วโอเคไหม ไม้ยิ้มดีใจถามว่า

“แสดงว่าเราไม่โกรธกันแล้วใช่ไหม”

“ก็แล้วแต่นายจะคิด...ฉันว่าฉันกลับดีกว่า”

“แล้วที่ผมชวนคุณมางานวันเกิดย่า คุณจะมาใช่ไหม ผมอยากให้คุณมานะ” เธอถามว่าทำไมต้องมา “ผมก็แค่อยาก ให้คุณมาอยู่เป็นเพื่อนผม เพราะเอาเข้าจริง ผมไม่เคยอยู่เวลาจัดงานวันเกิดย่าสักครั้ง คนมันเยอะ เรื่องก็แยะ น่าเบื่อ”

“ฉันไม่น่าเบื่อรึไง”

“กับคุณผมไม่เคยเบื่อ” ไม้มองหน้าเธอเต็มตา พูดจริงจัง แล้วต่างก็เขินกับแววตาที่เปิดเผยความในใจต่อกัน เป็ดปุ๊กรีบตัดบทขอกลับดีกว่า

ระหว่างเดินผ่านสวนกลับไปที่บ้านย่า เป็ดปุ๊ก

เสนอตัวอยากช่วยย่าทำอะไรในงานวันเกิด ไม้บอกว่าแค่เธอมาร่วมงานก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว

“มากไปมั้ง ฉันสำคัญขนาดนั้นเชียว”

“สำหรับบางคน...” ไม้พูดเบาๆ พอเธอหันมองหน้าเขายืนยันว่า “ผมว่า ย่าต้องอยากให้คุณมา”

“นายนี่พูดไม่รู้เรื่องแล้ว เอ้า...คิดเร็วๆฉันจะช่วยอะไรได้บ้าง”

ooooooo

กลับถึงบ้านย่าขวัญ เจอหทัยออกมาทัก พอไม้เห็นหทัยก็ขอตัวกลับทันที  บอกว่าไม่อยากให้บรรยากาศเสีย

จึงเหลือเพียงย่าขวัญ เชียร เป็ดปุ๊ก และหทัย นั่งกินข้าวกัน หทัยตำหนิตัวเองว่าไม่น่ามาทำให้บรรยากาศเสียเลย เป็ดปุ๊กชวนคุยเปลี่ยนบรรยากาศ ถามย่าว่าอาทิตย์หน้าจะจัดงานวันเกิด มีอะไรจะให้ตนช่วยบ้างไหม

“แค่ช่วยพาคุณพ่อมาร่วมงานด้วยก็ดีที่สุดแล้วล่ะจ้ะหนูเป็ด”

เมื่อเป็ดปุ๊กบอกว่าตนอยากช่วยเพื่อตอบแทนที่คุณย่าเคยช่วยเราสองพ่อลูกมามาก หทัยบอกว่าตนกำลังอยากได้คนช่วยพอดี เสนอว่าให้มาช่วยตนพาย่าไปตัดเสื้อผ้าและทำผมสำหรับงานวันเกิดดีกว่า ทีแรกย่าก็ไม่อยากสิ้นเปลือง แต่เมื่อทุกคนช่วยกันกล่อมย่าจึงรับปาก

กลับบ้านแล้ว เป็ดปุ๊กคิดถึงบรรยากาศขณะไม้มาเจอหทัยแล้วไม้ขอตัวกลับทันที เธอเห็นหทัยหน้าเสียก็รู้สึกสงสารถามตัวเองว่า “ฉันจะช่วยนายยังไงดีนะ...”

ooooooo

ช่วงเวลาเดียวกันนั้น เก็จกำลังหัดปลอมลายเซ็นของเชียรเอาจริงเอาจัง เมื่อตัวเองทำได้ไม่ดีพอก็จะให้ไก่กุ๊กช่วย ไก่กุ๊กไม่อยากทำเพราะละอายใจ

บ้านยังไม่ทันขาย ทั้งเก็จและไก่กุ๊กก็วางแผนใช้เงินกันอย่างสำราญใจ โดยเก็จเตรียมซื้อคอนโดหรูอยู่ ไก่กุ๊กก็จะเปลี่ยนรถใหม่ แก้วเสียวๆถามว่าไม่กลัวเชียรแจ้งตำรวจจับหรือ เก็จยิ้มเยาะว่า กว่าจะรู้ก็คงนอนพะงาบๆ อยู่โรงพยาบาลแล้ว ทำอะไรไม่ได้หรอก แล้วเร่งแก้วให้รีบจับไม้ให้อยู่ ขืนช้าเป็ดปุ๊กจะคาบไปเสียก่อน

ส่วนกะรัตแม่ของเก็จก็คอยเงินค่านายหน้าขายบ้านจะเอาไปใช้หนี้พนันให้ศักดิ์ วันนี้ก็มาเร่งรัดเก็จว่าเมื่อไรจะขายบ้านได้เสียที ตนหาคนซื้อไว้แล้วเขาเร่งอยู่ยิกๆขืนช้าเขาเปลี่ยนใจจะชวด เก็จบอกว่าต้องขอเวลาเพื่อทำให้เนียน

“แล้วที่ดินพ่อเขาล่ะ เห็นว่าไปขออยู่ทุกวันไม่ใช่เหรอ” แก้วถาม

“ก็อีแก่นั่นมันงก ไม่ยอมยกให้ง่ายๆน่ะสิ วันเกิดมันพรุ่งนี้พวกเราถึงต้องยกกองทัพจัดเต็มไปช่วยพ่อแกหน่อย” กะรัตบอกแล้วสั่งเก็จให้พาเด็กๆไปด้วย เผื่อจะเรียกร้องความสงสารได้บ้าง

“มันไม่ใช่หลานแท้ๆ ของเขาจะเรียกร้องความสงสารได้ไงแม่ แก้วว่านะ ถ้าอยากจะชนะนังสะใภ้ใหญ่นั่นละก็ เราต้องหาซื้ออะไรที่คนแก่ๆชอบเอาไปเป็นของขวัญให้เขาก็ดีนะแม่” แก้วเสนอ

“เสียเงินอีกแล้วล่ะสิฉัน...เฮ้อ...เอาก็เอาเพื่อสมบัติร้อยล้าน ว่ามาเลยจะซื้ออะไรดี” กะรัตบ่นแล้วสุมหัวกันคบคิด

ooooooo

หทัย เป็ดปุ๊กและย่าขวัญ พากันไปเลือกซื้อผ้าเพื่อตัดชุด ย่าขวัญเลือกผ้าสองชิ้นเตรียมตัดสองชุด เผื่อวันงานของไม้ด้วย เมื่อเลือกผ้าและแต่งหน้าทำผมทำเล็บเสร็จกลับถึงบ้าน เจอไม้รออยู่แล้ว

ไม้ไม่พอใจเป็ดปุ๊ก หาว่าพาย่าไปทำใจแตก เพราะย่าไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม้ประชดว่าถ้าวันไหนเขาพาเชียรไปทำอะไรแบบนี้บ้างก็อย่ามาว่ากัน ตนทำให้เชียรรักตนได้มากกว่าเธอด้วย

“ถ้าคิดว่าแน่จริงก็ลองทำดู อ้อ...แต่ฉันขอแนะนำอะไรอย่าง ถ้าว่างนักละก็แทนที่จะมาทำดีกับพ่อของฉัน นายไปทำดีกับคุณหทัยแม่ของนายก่อนจะดีกว่ามั้ง”

พูดไปแล้วเป็ดปุ๊กชะงักรู้ตัวว่าไม่น่าพูดไปแบบนั้น ยิ่งเห็นไม้หน้าบึ้งก็ไม่สบายใจ พยายามจะพูดแก้แต่ไม้ก็นะสะบัดหน้าเข้าบ้านไปแล้ว เธอได้แต่อึ้งรู้ตัวว่าพูดแรงเกินไป...

หลายวันผ่านไป เป็ดปุ๊กชะเง้อมองไปที่กำแพงที่ไม้เคยปีนข้ามมา เชียรเดาใจได้บอกว่าวันนี้เขาไม่มาหรอก เพราะเขาต้องไปช่วยย่าขวัญเตรียมงานวันพรุ่งนี้ แต่เป็ดปุ๊กเชื่อว่าเขาไม่มาเพราะโกรธตนมากกว่า ยอมรับกับพ่อว่า

“เป็ดไม่ดีเองล่ะค่ะที่ไปพูดสะกิดใจเขาเรื่องคุณหทัย เขาก็เลยโกรธ” เชียรบอกว่าเขาโกรธแสดงว่าเขารู้สึก “เป็ดรู้ว่าที่เขายิ่งทำไม่ดีกับคุณหทัยมากเท่าไหร่ ก็หมายถึงเขาก็ยิ่งต้องการความรักจากคุณหทัยมากเท่านั้น จริงๆคุณหทัยก็รักเขามากอยู่แล้ว แค่เขาลดทิฐิและเปิดใจมันก็เท่านั้นเอง”

พูดแล้วเห็นเชียรนั่งยิ้ม เธอถามว่าตนพูดอะไรผิดหรือเปล่า เชียรบอกว่าเธอพูดถูกทุกอย่าง ที่ตนยิ้มเพราะดีใจที่เธอเป็นห่วงไม้ เธอแก้เกี้ยวว่า “ก็ไม่ได้ห่วงขนาดนั้น”

“คนเราก็เป็นห่วงกันได้ไม่แปลกหรอก ดีเสียอีกถ้าเป็ดห่วงแล้วเป็ดพูด พ่อว่าบางทีไม้อาจจะยอมฟังบ้างก็ได้”

“แล้วทำไมเขาต้องฟังเป็ดด้วยล่ะคะ” เป็ดปุ๊กสงสัย เชียรไม่ตอบได้แต่ยิ้มๆแล้วลุกเดินออกไป

ooooooo

จริงอย่างที่เชียรบอก เพราะวันนี้ไม้กับฝ้ายดำ และแตน ช่วยกันจัดสถานที่จัดงานวันเกิดให้ย่ากันอย่างเอาจริงเอาจัง ไม้ทำงานเอาเป็นเอาตายจนฝ้ายแซวว่า ทำงานให้หนักเพื่อให้ลืมเรื่องบางเรื่อง

ย่าแนะว่าให้ไปหาเป็ดปุ๊กเสียเขาจะได้ไม่คิดว่าเรางอน ไม้บอกว่าตนมีแผนเด็ดกว่านั้น รับรองแผนนี้เวิร์กแน่เป็นไพ่ตายใบสุดท้ายถ้าไม่สำเร็จจริงๆก็คงเลิก

“แผนอะไรเหรอพี่ไม้” ฝ้ายถาม

“พรุ่งนี้ฉันกะว่าจะบอกคุณเป็ดปุ๊กว่าฉันชอบเขาให้ได้” ไม้พูดขึงขังจริงจัง ทุกคนได้ยินก็พากันกระโดดโลดเต้นหัวเราะกิ๊วก๊าวดีอกดีใจ ไม้มองพวกเขาแล้วก็ยิ่งมุ่งมั่นที่จะทำให้ได้

ไม่นานเชียรกับเป็ดปุ๊กก็มาถึง วันนี้เป็ดปุ๊กสวยจนย่าชม แล้วขอให้ช่วยแต่งตัวให้ไม้ด้วยจะได้หล่อเป็นกับเขาบ้าง หลังจากเป็ดปุ๊กไปช่วยแต่งตัวให้ไม้ออกมา แตนเห็นถึงกับอึ้ง

“ว้าวววว...พี่ไม้ ไม่อยากเชื่อว่ะหล่อกระแทกใจขนาดนี้”

ไม้บอกว่าคนจัดเสื้อให้เขาเก่ง ย่าขอบใจเป็ดปุ๊กชมว่าอย่างนี้ค่อยหล่อสมกันหน่อย พูดแล้วหันไปถามเชียรอย่างรู้กันว่า ว่าไหม แล้วผู้ใหญ่ทั้งสองก็มองเป็ดปุ๊กกับไม้ด้วยความรู้สึกเดียวกัน

ขณะบรรยากาศกำลังสดชื่นแจ่มใสนั่นเอง จู่ๆ ไก่กุ๊ก เก็จ แมวเมี้ยวและนกจิ๊บก็พากันเข้ามา กลายเป็นเชียรกับไก่กุ๊กต่างทักกันว่ามาได้ยังไง จึงรู้ว่าย่าขวัญเป็นแม่ของศักดิ์พ่อเลี้ยงของเก็จนั่นเอง ไก่กุ๊กบอกว่าตนมางานย่าทุกปี

แก้วเองพอเห็นไม้ก็ดี๊ด๊าวิ่งเข้าไปทักว่ามางานนี้ด้วยหรือ ไม้พูดหน้านิ่งว่างานวันเกิดย่าตน ย่าขวัญจึงชี้แจงว่าทุกปีไม้ไม่เคยอยู่แต่วันนี้มีแขกสำคัญมาเขาก็เลยอยู่

เก็จรี่เข้ามาแจม พูดเชียร์ว่า แก้วพูดถึงไม้บ่อยมาก มองหน้าไม้บอกว่ารู้สึกจะคุ้นๆหน้าเคยเจอกันมาก่อน

“อ๋อ...ครับ ผมที่ขโมยหมาที่บ้านคุณแล้วก็ทะเลาะกันเรื่องต้นกรรณิการ์ไงครับ”

“นายย...ไอ้คนสวน!!” เก็จเปลี่ยนสีหน้าและน้ำเสียงทันที

ย่าบอกไม้ให้พาแขกเข้าบ้าน ส่วนแมวเมี้ยวกับนกจิ๊บเจอปู่ก็เกาะแจชวนไปเล่นกันอีกทาง พอเข้าไปในดงต้อยติ่ง แมวเมี้ยวเด็ดฝักต้อยติ่งให้ไก่กุ๊กดูบอกว่ามีเยอะกว่าบ้านเราอีก บ่นๆว่า “ถ้าเราย้ายไปอยู่คอนโดแล้วพวกเราก็อดเล่นอะไรอย่างนี้สิครับ”

เป็ดปุ๊กตกใจถามว่าย้ายไปอยู่คอนโดอะไรกันหรือ นกจิ๊บเล่าจ๋อยๆว่า “ก็คุณพ่อคุณแม่บอกว่าพวกเราต้องย้าย...”

“ไม่มีอะไรหรอก เด็กๆดูละครพระเอกอยู่คอนโด ก็เลยอยากอยู่ เลยพูดเพ้อเจ้อไปอย่าสนใจเลย” ไก่กุ๊กรีบขัดขึ้น แล้วไล่แมวเมี้ยวกับนกจิ๊บไปเล่นที่อื่น ทางนี้ผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน เชียรรู้สึกแปลกๆกับท่าทีของไก่กุ๊ก

เป็ดปุ๊กมองออกไปเห็นแก้วเกาะแขนไม้เดินมาทางสวนพอดี!

ooooooo

แก้วเกาะแขนไม้ฉอเลาะว่าตนโทร.หาหลายครั้งเขาไม่รับสายและไม่ยอมโทร.กลับด้วย ตัดพ้อว่าทำเหมือนตนไม่มีความสำคัญ พอไม้ถามว่ามีธุระอะไรหรือ เธอก็อ้อนว่า

“ก็แก้วคิดถึง...” พูดแล้วเห็นไม้นิ่งไปเลยรีบแก้ “คิดถึงสวนที่คุณไม้จะมาทำให้น่ะสิคะ ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงอยากเห็นเร็วๆ” พอไม้บอกว่าแล้วจะหาเวลาไปทำให้ ก็กระแซะ “ขอบคุณมากนะคะ คุณไม้ใจดีจังเลย”

แก๊งสามแสบแอบดูอยู่อย่างหมั่นไส้ คิดหาทางที่จะแยกไม้ออกมา แล้วจู่ๆ ดำก็ถูกแตนยกเท้ายันโครมเดียวถลาออกไปยืนตรงหน้าไม้พอดี! ไม้ถามนำว่าจะมาตามไปไหนใช่ไหม ดำหัวไวรับลูกทันทีว่าจะมาตามให้ไปรับพระที่วัดเพราะได้เวลาแล้ว

“จริงด้วย...งั้นผมขอตัวนะครับคุณแก้ว ตามสบายถ้าอยากชมสวนก็ให้สามคนนี้” เขาชี้ไปที่สามแสบ “พาไปแล้วกัน” พูดแล้วไม้ผละไปเลย เธอเหวอไปอึดใจแล้วหันมองสามแสบ ปรากฏว่าหายไปหมดไม่เหลือสักแสบ!

แก้วเจ็บใจ เดินกลับเข้าไปในบ้านเล่าให้เก็จฟัง เก็จยุว่า

“งั้นเอาอย่างนี้ แกนั่งสงบสติอารมณ์รออยู่ในนี้ รอให้คนเยอะ แล้วเราค่อยแสดงตัวเรา แกน่ะเป็นตัวจริงของคุณไม้ นังเป็ดมันหน้าบางไม่กล้าทำอะไรหรอก ตอนนี้แกก็ไปเอาใจยายย่านั่น ถ้าได้คนแก่มาเป็นพวก รับรองว่าทุกอย่างสะดวก”

แก้วพยักหน้าจ้องรอโอกาสที่จะแสดงตัวเต็มที่

ที่ห้องโถงกลางอันเป็นสถานที่สำหรับพิธีสงฆ์ ศักดิ์กับกะรัตพยายามเอาอกเอาใจย่าคอยดูแลพัดวีให้เป็ดปุกกระซิบกับเชียรว่า “สอพลอกันจนออกนอกหน้าเลยนะคะพ่อ” ถูกเชียรหน้าขึงใส่นิดหนึ่งไม่ให้พูด เธอเลยหันไปเล่นกับแมวเมี้ยวและนกจิ๊บ ครู่เดียวหทัย โอม และอลงกรณ์ก็เข้ามา ทั้งสามรีบเดินเข่าเข้าไปไหว้ย่าขวัญ ย่าขอบใจที่มากัน

“ต้องมาสิครับ งานวันเกิดคุณย่าทั้งที แล้ววันนี้ผมมีของขวัญและข้อเสนอดีมาบอกคุณย่าด้วยนะครับ” อลงกรณ์เปิดฉากทันที ย่าถามว่าตกลงเป็นของขวัญหรือข้อเสนอดีๆกันแน่ โอมรีบเสริมว่าข้อเสนอดีๆ สำหรับหมู่บ้านใหม่ ย่ายกมือห้ามทันที “โอย...อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลย โน่น พระมาแล้ว ไปฟังพระธรรมคำสอนกันก่อนไป๊ แม่หทัยพาไปหาที่นั่งซิ”

พอหทัยพาอลงกรณ์กับโอมออกมานั่งอีกมุมหนึ่ง ศักดิ์ที่นั่งอยู่ไม่ไกลนักก็แนะนำตัวกับอลงกรณ์ว่า ตนชื่อศักดิ์เป็นลูกชายของย่าขวัญ อลงกรณ์ยิ้มยินดีบอกว่าได้ยินหทัยพูดถึงอยู่บ่อยๆ

พอไม้เดินนำพระไปนั่งที่อาสนะแล้วย่ากวักมือเรียกไม้ให้ไปนั่งข้างๆ แก้วนึกกระหยิ่มว่าเดี๋ยวย่าต้องเรียกตน พอเก็จสะกิดแก้วก็รีบลุกจะไปนั่งข้างไม้ ปรากฏว่าย่าหันมาเรียกเชียรกับเป็ดปุ๊กให้ไปนั่ง บอกว่าเดี๋ยวจะได้ช่วยถวายของพระกัน

แก้วหน้าแตกกระแทกตัวนั่งลงตามเดิม จิกตามองเป็ดปุ๊กอย่างแค้นใจ สุดท้ายทนไม่ได้ลุกไปนั่งแทรกกลางระหว่างไม้กับเป็ดปุ๊กทั้งที่พระกำลังสวด แก้วเลยลุกไปนั่งกับแมวเมี้ยวและนกจิ๊บแทน

โอมเห็นไม้นั่งคู่กับเป็ดปุ๊กก็ฮึดฮัดจะไปเอาเรื่อง ถูกอลงกรณ์เตือนสติว่าอย่าลืมว่าเรามาที่นี่ทำไม ถ้าวู่วามทุกอย่างจะพังหมด! โอมจึงจำต้องนิ่งทั้งที่ใจร้อนรุมๆ

ศักดิ์คอยจังหวะอยู่ เมื่ออลงกรณ์ลุกเดินออกไปข้างนอก เขารีบตามไปบอกว่าอยากคุยกับเขา แล้วรีบทำเวลาเลย

“ผมได้ยินที่คุณคุยกับแม่ของผม ผมว่าเราสองคนมีสิ่งที่อยากทำเหมือนกัน เราสองคนน่าจะร่วมมือกันนะครับ”

ศักดิ์พูดเพียงเท่านั้นก็เป็นที่เข้าใจกัน ต่างยื่นมือออกไปสัมผัสเป็นสัญญาสุภาพบุรุษ อลงกรณ์ยิ้มสมใจในผลสำเร็จ

ในงานนี้ หทัยกับกะรัตซึ่งเป็นสะใภ้ใหญ่กับสะใภ้เล็ก ต่างชิงดีกันอย่างออกนอกหน้าที่จะทำให้ย่าขวัญพอใจ กะรัตเอาพระพุทธรูปมาเป็นของขวัญ ส่วนหทัยเอาน้ำมนต์มาฝากบอกย่าว่า

“น้ำมนต์วัดพระแก้วค่ะแม่ เอาใส่ไว้ในตุ่มน้ำกินน้ำใช้ จะได้เป็นสิริมงคลค่ะ”

“ขอบใจมากนะหทัย” ย่าขวัญรับไว้อย่างชื่นชมมาก กะรัตกับเก็จมองหน้ากันอย่างเจ็บใจที่แพ้หทัยอีกจนได้

ooooooo

โอมเจ็บใจที่ถูกแก้วฉีกหน้าด้วยการเข้าไปเกาะติดไม้ไม่ยอมห่าง เมื่อสบโอกาสจึงถามขู่ว่าทำอะไรเกรงใจตนบ้างไหม แก้วถามว่าเราไม่มีอะไรกันทำไมต้องเกรงใจ

เมื่อโอมอ้างว่าเรายังเป็นแฟนกัน แก้วบอกเลิกนาทีนั้นเลย แล้วย้ำว่าต่อไปนี้เขาไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับตนอีก พูดแล้วเดินเชิดไป ทิ้งโอมยืนแค้น จิกตามองคำรามเบาๆ

“ได้...ถ้าคุณกล้าทำแบบนี้กับผม ก็อย่าหวังว่าคุณจะได้สิ่งที่คุณต้องการง่ายๆเหมือนกัน!”

จากนั้นโอมก็หันไปเกาะแกะเป็ดปุ๊กถามเรื่องติดรั้วกันขโมย เป็ดปุ๊กบอกว่าไม่ติดแล้วปล่อยไว้อย่างเก่าดีกว่า

“แต่ว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นมาอีก...ผมกลัวว่า...”

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากที่นี่หรอกค่ะคุณโอม เป็ดไว้ใจ คนที่นี่ ในสวนนี้ทุกคนเป็นคนดี ถึงเราจะไม่ได้อยู่ในหมู่บ้าน เดียวกัน แต่ก็เป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันแน่นอนค่ะ”

โอมผิดหวังมาก พูดอะไรไม่ออก เป็ดปุ๊กจึงขอตัว ไปตามหลานๆ บอกว่าออกมาวิ่งเล่นนานแล้วไม่รู้ไปซน ที่ไหน โอมพยักหน้า แต่พอเป็ดปุ๊กเดินไปเขากำมือแน่นแค้นสุดๆ

เป็ดปุ๊กเดินออกมาไม่เท่าไรก็เจอไม้มาดักถามว่า เมื่อกี๊แอบไปคุยอะไรกะหนุงกะหนิงกับโอม เป็ดปุ๊กเลยแกล้ง ยั่วถามว่าทำไมต้องบอกด้วย ไม้เปลี่ยนเป็นอ้อนให้บอก เธอจึงบอกว่าแค่บอกโอมว่าไม่ติดรั้วกันขโมยแล้วเท่านั้น

ไม้ถอนใจเฮือกใหญ่ ยาว จนเธอถามว่าทำไมต้อง ถอนใจเยอะขนาดนั้น เขาบอกว่าถอนใจเรื่องอื่น เธอเลย คาดคั้นเอาบ้างว่าเรื่องอะไร ไม้อำไม่บอกตรงนี้แต่ให้ตาม ไปแล้วจะบอก รับรองว่าเธอจะได้รับคำตอบที่คุ้มสุดๆ

ไม้พาเดินไปจนถึงศาลาริมน้ำสวยงามร่มรื่น เป็ดปุ๊ก ตื่นตาตื่นใจมากที่ในสวนย่ามีที่แบบนี้ด้วย ไม้บอกว่า

“ที่นี่เป็นที่ลับของผม ผมจะพามาเฉพาะคนพิเศษเท่านั้น” พอเธอแหย่ว่าเขาน่าจะพาแก้วมา เลยถูกบ่นว่า “เอาอีกแล้ว ชอบพูดถึงคนอื่นอยู่เรื่อยเลย ถ้าผมชวนเขา มาจริงๆคุณจะเสียใจ” เธอเลยตัดบทว่ามีอะไรจะเล่าว่ามาเลยตนจะได้กลับไปเล่นกับหลาน ไม้ตกใจกลัวเสียแผน เมื่อเห็นเธอหงุดหงิด

แต่พอตั้งสติจะพูดความในใจ เสียงแตนก็แหวกเข้า มาทำลายบรรยากาศ แตนทะเล่อทะล่าเข้ามาบอกไม้ว่า ให้รีบไปช่วยย่าเร็วๆ ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่แล้ว อาศักดิ์กำลัง... พอไม้กับเป็ดปุ๊กลุกวิ่งไป แตนก็เขกหัวตัวเองบ่นว่า...

“โห...พี่ไม้อุตส่าห์พามาที่โรแมนติก ไม่น่าเล้ยเรา...”

ooooooo

เรื่องใหญ่ที่แตนมาบอกคือ ศักดิ์กับอลงกรณ์กำลังช่วยกันหว่านล้อมให้ย่าขายที่ดินให้พวกตนเอาไปทำหมู่บ้านจัดสรร หลังจากศักดิ์กับอลงกรณ์คุยฟุ้ง ถึงโครงการใหญ่โตแล้ว โอมล่อใจย่าว่า

“ถ้าย่าขวัญมาร่วมเป็นเจ้าของโครงการกับเรา ย่าขวัญจะต้องได้สิทธิประโยชน์เหนือผู้ร่วมลงทุนคนอื่นแน่ เพราะคุณย่าขวัญคือเจ้าของที่ ถือเป็นผู้ร่วมลงทุนรายใหญ่ ที่สุดครับ”

เชียรนั่งฟังทั้งสามหว่านล้อมย่าขวัญอยู่อย่างสมเพช หทัยพยายามบอกให้มาคุยกับย่าวันอื่นดีกว่า แต่อลงกรณ์ยืนยันว่าวันนี้แหละดีที่สุดแล้วถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดย่าด้วย ศักดิ์เข้าไปกระซิบย่าว่า

“ถ้าคุณแม่สนใจ ผมจะดำเนินการให้คุณแม่เอง ถ้าคุณแม่ยกให้ผม ผมจะเรียกราคาให้สูงที่สุดเลยครับ”

ไม้กับเป็ดปุ๊กเข้ามาถึง ไม้จะพรวดเข้าไปขวาง เป็ดปุ๊กเตือนสติว่าอย่าก่อเรื่องเลย วันนี้เป็นวันเกิดคุณย่า และตนเชื่อว่าคุณย่าจัดการเรื่องนี้ได้ ไม้จึงอ่อนลงรับปากว่า

“ก็ได้ ผมจะไม่ก่อเรื่อง...เพราะมีคุณอยู่ด้วย” เป็ดปุ๊กติงว่าตนไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลยแค่ยืนอยู่ตรงนี้เท่านั้น “ก็นั่นแหละ ผมจะทำให้ดีสุด ถ้าคุณอยู่ข้างๆผมแบบนี้ตลอด” ไม้หวานเอาดื้อๆ แต่พอพูดแล้วก็เขินตัวเอง ไม่กล้าสบตาเป็ดปุ๊ก เธอเห็นแล้วยิ้มเขินๆขำๆ

ย่าจัดการได้จริงๆ เพราะหลังจากฟังทั้งศักดิ์ อลงกรณ์ และโอม หว่านล้อมสารพัดแล้ว ย่าชวนไปกินข้าว กันก่อน เพราะได้เวลาแล้วเดี๋ยวจะเสียสุขภาพ อลงกรณ์เก็บความรู้สึกผิดหวังรีบเข้าประคองจะพาย่าไป แต่ย่าบอก ว่าเดินเองได้ ยังไม่แก่ถึงขั้นต้องพยุงหรอก แล้วย่าก็ลุกขึ้น เดินเองอย่างกระฉับกระเฉง อลงกรณ์เลยเก้อ จ๋อยไป

เก็จสังเกตเห็นเชียรกับย่าขวัญสนิทสนมกันและย่าก็เอ็นดูเป็ดปุ๊กมาก เธอขอให้เชียรช่วยพูดกับย่าให้ขาย ที่ดินให้อลงกรณ์ ถือว่าเป็นการช่วยให้ลูกหลานได้ลืมตา อ้าปากกับเขาได้ กะรัตลุ้นว่าช่วยๆหน่อย ถ้าสองคนช่วยพูดย่าต้องฟังแน่

“คงจะไม่เหมาะหรอกมั้ง  เพราะมันเรื่องส่วนตัวของเขา  แล้วถึงผมจะพูดจริงๆ  ผมก็คงพูดให้ย่าขวัญเก็บที่ทางไว้มากกว่า  บ้านจัดสรรน่ะมีเยอะแล้ว  แต่ผืนดินที่เต็มไปด้วยต้นไม้แบบนี้หาได้ยากเต็มที  คนแก่อย่างผมน่ะ ไม่นิยมขายที่ขายทางหรอก ขอโทษนะ”

เก็จกับกะรัตรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า  พอเชียรเดินไปกะรัตคำราม “หน็อยไอ้แก่ แทนที่จะช่วยกลับมาด่าเราทางอ้อม”

“ไม่อยากขายที่ทางกินงั้นเหรอ  คอยดูเถอะ  แกเจอแสบกว่านั้นแน่!!!” เก็จจิกตาอาฆาต

ooooooo

เมื่อกลับไปที่บ้านกะรัต  แก้วบ่นอย่างหัวเสียว่าวันนี้แทนที่จะได้ซีนกลับถูกแย่งซีนไปหมด  กะรัตบอกให้ใจเย็นๆ โอกาสหน้ายังมี  ถามศักดิ์สามีใหม่พ่อเลี้ยงของเก็จกับแก้วว่า

“คุณแน่ใจสองพ่อลูกนั่นนะคะ  ว่าจะไม่ถูกพวกเขาหลอกใช่ไหม”

“ไม่หรอกน่า  คนมันได้ผลประโยชน์ร่วมกัน  ยังไงมันก็ต้องช่วยกันให้สำเร็จ  ลองคิดดูนะคุณ  กำไรจาก ขายที่ให้หมู่บ้าน รวยเป็นหลายๆร้อยล้านเลย”

ฟังศักดิ์แล้วทุกคนพากันฝันหวาน...

ส่วนโอมกลับถึงบ้านก็ถามอลงกรณ์ว่ามั่นใจหรือว่าศักดิ์จะช่วยให้ย่าขวัญยอมขายที่ให้เราได้จริง

“หน้าตาอย่างนั้นดูก็รู้ว่าอยากได้เงินใจจะขาด แค่เราเสนอผลประโยชน์ให้นิดเดียว  ก็รีบโร่ไปขอที่ดินมาให้เราแล้ว  ดี  พวกเราจะได้ไม่ต้องเหนื่อยให้แม่ๆลูกๆเขาจัดการกันเอง พอนายนั่นได้ที่ดินปุ๊บ เราก็กดราคาปั๊บ หน้าโง่แบบนั้นไม่มีทางตามเราทันหรอก ใช่ไหม”

สองพ่อลูกมองหน้าหัวเราะกันอย่างสำราญใจ

ฝ่ายเก็จ  พอกลับถึงบ้านก็ด่าทั้งลูกทั้งผัวว่าพาไปหวังจะได้พึ่งพาให้ช่วยทำงาน แต่ที่ไหนได้หายหัวไปไหนกันหมด  ปล่อยให้ตนทำงานหนักอยู่คนเดียว  เหนื่อยแทบตาย

ไก่กุ๊กบอกว่าเหนื่อยก็ไม่ต้องทำ  เพราะวันนี้ตนเจอพ่อแล้วรู้สึกไม่ดีเลย เราไม่ควรทำแบบนั้น

“พอเลย! หยุดพูด!! ฉันรู้ว่าคุณจะพูดอะไร ถ้าคุณไม่ช่วยก็อย่ามาทำให้ฉันเขว แล้วบอกไว้เลยนะว่าฉันเดินหน้ามาขนาดนี้แล้วไม่มีทางหยุดแน่!!” พูดแล้วเดินปึงปังขึ้นข้างบนเลย ไก่กุ๊กได้แต่นั่งซึมอย่างรู้สึกผิดต่อพ่ออยู่ตรงนั้น...

ooooooo

แก๊งสามแสบสุมหัวกันบ่นไม้ว่า  แค่เรื่องจะบอกรักผู้หญิงก็ยังทำไม่ได้ ไม้แก้ตัวว่าคนเยอะเรื่องแยะขนาดนี้ตนไม่มีโอกาสจะพูดอะไรเลย

พอย่าขวัญรู้ก็บ่นเซ็งๆ  “ไม่นึกเลยว่าหลานชายฉันจะซื่อบื้อมากกว่าที่คิดไว้ซะอีก” ไม้บอกว่าโอกาสไม่ได้มีง่ายๆ “โอกาสไม่มีก็ต้องสร้างให้มันมีสิ  นี่ถ้าฉันรอให้แกทำเอง มีหวังฉันไม่มีทางได้หลานสะใภ้แน่ๆ สงสัยงานนี้ฉันคงต้องลงมือเองซะแล้ว”

แผนใหม่ของย่าขวัญคือ  จัดทัวร์นั่งรถไฟไปเที่ยวน้ำตกกัน  เมื่อมาพบกันที่สถานีรถไฟธนบุรี  ย่าบอกลูกทัวร์อันมีเชียร เป็ดปุ๊ก ไม้ ฝ้าย แตนและดำว่าย่ามีความหลังประทับใจกับคุณปู่ที่กาญจนบุรี  แต่เอาไว้ค่อยเล่าทีหลัง

ระหว่างเดินทางย่าก็พยายามให้ไม้ได้ใกล้ชิดและช่วยเหลือเป็ดปุ๊ก เพื่อให้ทั้งสองได้ใกล้ชิดและเข้าใจกันมากขึ้น โดยมีแก๊งสามแสบร่วมมือประสานอย่างสนุกสนาน พยายามกันใครต่อใครไม่ให้ไปนั่งเป็นก้างขวางคอเพื่อเปิดโอกาสให้ไม้ได้พูดความในใจกับเป็ดปุ๊กเสียที

ไม้ไม่ทันได้บอกอะไรเป็ดปุ๊ก ก็นั่งหลับคอพับซบไหล่เป็ดปุ๊กเสียแล้ว ทุกคนเลยได้ดูภาพถูกใจหัวเราะกันคิกคัก

เป็นวันเดียวกับที่เก็จพาแก้วนั่งแท็กซี่บ่ายหน้ามาที่ร้านสวนขวัญ หมายพาน้องมาอ่อยจับไม้ให้ได้ เมื่อมาถึงร้านสวนขวัญทั้งสองชะงักเมื่อมีกระดาษเขียนติดไว้ที่หน้าร้านว่า “หยุด 2 วัน”

เก็จหงุดหงิดถามแก้วว่าไม่รู้หรือว่าวันนี้เขาปิดร้าน แล้วจะทำยังไงกันต่อไป ถามว่าบ้านย่าขวัญอยู่ข้างหลังนี่ใช่ไหม พอรู้ว่าใช่ เก็จชวนลุยไปกันเลย ทั้งสองเดินย่องแย่งไปตามสวนที่ขรุขระถูกกิ่งไม้เกี่ยวใบไม้ร่วงใส่หัว กว่าจะไปถึงก็ทุลักทุเล พอไปถึงแก้วเป็นคนร้องเรียกย่าขวัญ

เจ้าเอ๋งออกมาต้อนรับก่อน สองพี่น้องถอยกรูดไล่เจ้าเอ๋งพัลวัน พลันก็ได้ยินเสียงแมนตะโกนออกมาว่า

“นั่นใคร? มาหาใคร??” แก้วบอกว่ามาหาย่าขวัญ แมนบอกว่าย่าไม่อยู่ เก็จถามว่าไปไหน แมนตอบอย่างไม่สนใจว่า “บอกไม่ได้”

สองพี่น้องหัวเสียมาก เก็จชี้ไปที่แก้วแล้วบอกแมนว่า ฝากบอกย่าด้วยว่าแฟนไม้มาเยี่ยม

“ใช่ที่ไหน แฟนพี่ไม้เขาไปกับพี่ไม้ ไปกับย่าโน่น”

แก้วเชื่อว่าต้องเป็นเป็ดปุ๊กแน่ๆ เก็จโมโหด่าแมนว่าแค่นี้ก็บอกไม่ได้ว่าไปไหนกัน ขู่แมนว่าขืนทำอะไรพวกตนมีหวังเข้าคุกแน่ แมนเลยยุเจ้าเอ๋ง “กัดมันเลย!” เจ้าเอ๋งกระโจนใส่ สองพี่น้องวิ่งหนีกับแทบไม่ทัน

ลุยไปหาถึงบ้านแล้วไม่เจอ และไม่รู้ว่าพวกไม้ไปพักผ่อนกันที่ไหน เก็จยุให้แก้วโทร.เข้ามือถือไม้เลย

ooooooo

เมื่อเดินทางมาถึงรีสอร์ตแล้ว เป็ดปุ๊กขอบคุณไม้บอกว่าวันนี้พ่อตนมีความสุขมากเลย ตนไม่เห็นพ่อมีความสุขอย่างนี้มานานแล้ว

“ผมก็ต้องขอบคุณคุณเหมือนกันนะ ที่ทำให้ย่าผมมีความสุขมากตอนงานวันเกิด” เป็ดปุ๊กสรุปว่าแสดงว่าเราสองคนหายกัน “ไม่หายหรอก เพราะคุณต้องช่วยให้ย่าผมมีความสุขอีก แล้วผมก็ช่วยให้พ่อคุณมีความสุขเยอะๆ สัญญาไหม” พูดแล้วยื่นนิ้วก้อยออกไป เป็ดปุ๊กมองอยู่ครู่หนึ่งจึงยื่นก้อยไปเกี่ยวก้อยเขารับสัญญา

แก๊งสามแสบไปถึงไม่ทันเข้าห้องพักก็พากันกระโดดน้ำเล่น เชียรจึงให้พนักงานขนกระเป๋าของพวกเขาไปไว้ที่ห้อง ไม้ชวนเป็ดปุ๊กเล่นน้ำกันไหม เธอบอกว่าไม่ เพราะเอาหนังสือเล่มโตมาอ่านด้วย ไม้บ่นเซ็งๆ ว่ามาที่นี่มาอ่านหนังสือ...โหย...

“คอยดูเหอะไอ้หนังสือ ฉันจะทำให้แกกลับลงไปอยู่ในกระเป๋าตามเดิมให้ได้!!” ไม้มองหนังสือเล่มนั้นเขม็ง

การมาทัวร์ครั้งนี้ นอกจากเป็นแผนของย่าที่จะเปิดโอกาสให้ไม้ได้ใกล้ชิดเป็ดปุ๊กแล้ว ตัวย่าเองก็คุยกับเชียรอย่างเปิดใจเป็นทางการประสาผู้ใหญ่ว่า

“คุณเชียรคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ ที่เจ้าไม้หลานฉันจะจีบลูกสาวคุณเชียรอย่างจริงๆจังๆ”

“ถ้าไม้รักลูกสาวผมจริง ผมก็คงไม่รังเกียจหรอกครับ เพราะผมก็รู้สึกกับไม้เหมือนลูกหลานคนหนึ่งของผมเหมือนกัน ตั้งแต่มาอยู่ที่บ้านใหม่ ก็ได้ไม้นี่แหละที่ทำให้ชีวิตที่เหี่ยวเฉาของผมมีความสุข”

“ได้ยินคุณเชียรพูดแบบนี้ ฉันก็ดีใจ ค่อยมีความหวังขึ้นมาหน่อย”

“ผมก็หวังว่าไม้จะเป็นต้นไม้ใหญ่ให้ลูกเป็ดปุ๊กของผมได้อาศัยร่มเงาพักพิงอิงอาศัยอย่างมีความสุขในวันที่ผมไม่ได้อยู่กับเขา”

“คุณเชียรไม่ต้องห่วงนะคะ ต้นไม้ต้นนี้ฉันเลี้ยงดู ใส่ปุ๋ย พรวนดินมากับมือ เขาจะไม่ให้แค่ร่มเงา แต่เขาสามารถเป็นหลักยึดที่มั่นคงให้หนูเป็ดปุ๊กได้แน่นอนค่ะ”

เชียรบอกว่าตนไม่มีปัญหา เรื่องที่เหลือก็ต้องเป็นเรื่องของเด็กๆเขาเอง

“เรื่องนั้นน่ะน่าเป็นห่วง เพราะหลานชายฉันมันซื่อบื้อเหลือเกิน” ย่ายิ้มขำๆ เชียรพลอยหัวเราะขำไปด้วย

ooooooo

เป็ดปุ๊กพักผ่อนด้วยการมานั่งข้างบ่อปลา อ่าน หนังสือไปให้อาหารปลาไป ถูกไม้มาฉุดให้ลุกขึ้นพาไปล่องแพตกปลา แต่ขณะเขาตกปลา เธอก็ให้อาหาร ปลาไปด้วย เลยถูกบ่น...

“นี่คุณให้อาหารปลาแบบนั้น ปลาตัวไหนมันจะมากินเบ็ดผมล่ะ”

“ปลาโง่ไงล่ะ ปลาฉลาดๆ ก็จะรู้ว่าไม่ควรกินเบ็ด” เธอลอยหน้าตอบกวนๆ ไม้เลยถามว่าเธอชอบกินปลาไหม “ก็ชอบนะ กินปลาจะได้ฉลาดๆไง คุณไม่ชอบกินปลาใช่ไหมล่ะ ฉันรู้!!”

ไม้รู้ตัวว่าถูกแอบว่า ไม่ตอบโต้ แต่อ้อนว่าหิวน้ำให้ช่วยหยิบและป้อนให้ด้วยเพราะตนมือไม่ว่าง พอเป็ดปุ๊กทำให้ เขาทำท่าชื่นใจบอกว่า

“ถ้าคุณดีกับผมแบบนี้ตลอดไป สัญญาว่าผมจะจับปลาให้คุณกินทุกวันเลยดีไหม”

“ใครบอกว่าฉันอยากกินปลาทุกวัน”

“งั้นผมจะตามใจคุณทุกอย่างเลยดีไหม”

ถูกจีบเอาดื้อๆ แบบนี้ เป็ดปุ๊กถามเขินๆเก้อๆ ว่าทำไมต้องมาตามใจตนด้วย

“ก็เพราะว่า...ผม...ผม”

ไม้มัวแต่อึกอัก เสียงมือถือของเขาก็ดังขัดจังหวะขึ้น ไม้ทำท่าเซ็ง พอหยิบมือถือขึ้นดูปรากฏชื่อ “แก้ว” ไม้ยิ่งเซ็งจนบอกไม่ถูก ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะรับหรือไม่รับดี

แก้วโทร.จากร้านอาหารที่นั่งกินอยู่กับเก็จ พอไม้รับสายเธอถามทันทีว่าเขาอยู่ไหน ไม้ยิ่งมีพิรุธ พอถูกแก้วคาดคั้นหนักเข้าก็ทำเป็นสัญญาณไม่ดีไม่ได้ยินแล้วตัดสายเลย แก้วโมโหบ่นกับเก็จว่าปิดเครื่องเฉยเลย

“ฉันว่าแกวิกฤติแล้วล่ะ” เก็จฟันธง

พอเป็ดปุ๊กรู้ว่าแก้วโทร.มา อารมณ์ที่แจ่มใสก็หายไปสิ้น พูดประชดว่าผู้ชายก็อย่างนี้แหละพอไม่อยากคุยด้วยก็แกล้งทำเป็นสัญญาณไม่ดี ไม้บอกว่าตนไม่อยากคุยด้วย เธอถามประชดอีกว่าแก้วสวยเสียขนาดนั้นทำไมไม่อยากคุย

ไม้คิดว่าขืนคุยกันต่อมีหวังเสียบรรยากาศแน่เลยชวนตกปลากันดีกว่า แต่เป็ดปุ๊กหมดอารมณ์แล้ว นั่งหย่อนเท้าตีน้ำอย่างหงุดหงิด ไม้ถามดุๆว่าทำไมเกเรอย่างนี้ตีน้ำแบบนี้ปลาก็หนีหมดสิ เป็ดปุ๊กเลยงอนลุกขึ้นบอกว่าจะกลับให้เอาแพเข้าฝั่งเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่กลับก็จะว่ายน้ำกลับเอง

“โอเค...โอเค...ผมยอมคุณแล้ว ผมจะเข้าฝั่งเดี๋ยวนี้” ไม้มองเป็ดปุ๊กที่งอนตุปัดตุป่องหนีไปนั่งไกลๆ แล้วส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ

สุดท้ายแผนจะบอกความในใจของไม้ก็ล้มเหลวตามเคย พวกแก๊งสามแสบเห็นอาการที่กลับมาของทั้งสองก็เดาเรื่องได้ ฝ้ายบอกพรรคพวกว่า งอนแบบนี้มีลุ้น เข้าไปยุไม้ว่า

“ไม่เคยได้ยินเหรอว่าผู้หญิงงอนน่ะแสดงว่าเขามี ใจ รีบตามไปง้อสิพี่ไม้”

“ไม่อ่ะ ขืนไปตอนนี้ได้โดนดีแน่ ฉันรอให้เขาใจเย็นก่อน เกิดบุ่มบ่ามแบบเมื่อกี๊จะเสียงานใหญ่หมด” ไม้พูดอย่างไว้เชิงแต่ที่แท้ไม่มีท่า จนต้องไปนอนหนุนตักย่ารำพึงรำพันกับย่า “ย่าครับ ทำไมเราจะจีบผู้หญิงสักคนมันยากนักล่ะครับ ตอนนี้ผมทั้งเหนื่อยทั้งมึน แถมมีอาการสิ้นหวังนิดๆแล้วนะครับ”

“ผู้หญิงน่ะจีบไม่ยากหรอก แต่ผู้หญิงดีๆน่ะจีบยาก จำไว้นะไม้ ของดีทุกอย่างกว่าจะได้มาก็ต้องใช้ความพยายามทั้งนั้น” ย่าขีดเส้นตายให้ไม้ว่า “มีเวลาอีกแค่สองวัน ถ้ายังทำไม่ได้ก็อย่าไปบอกใครว่าเป็นหลานย่า”

“ก็ถ้าย่าขวัญลงมือช่วยผมขนาดนี้แล้ว ยังไงผมก็ต้องทำให้สำเร็จให้ได้” ไม้ฮึดขึ้นมาอีกครั้ง ลุกขึ้นหอมแก้มย่า ย่าเองก็หอมแก้มไม้ซ้ายขวาแล้วยิ้มให้กันอย่างอบอุ่น

เป็ดปุ๊กเห็นย่าหลานแสดงความรักต่อกันก็มองอึ้ง เมื่อได้คุยกันเธอถามว่าทำไมเขากับย่าถึงได้สนิทกันมาก ตนเห็นเขานอนหนุนตักย่า กอด และหอมย่าแล้วแอบอิจฉาเพราะตนไม่เคยทำแบบนี้กับพ่อเลย

“อาจจะเพราะผมสนิทกับย่ามาตั้งแต่เด็กมั้ง ตั้งแต่เล็กจนโต ย่าก็ทั้งกอดทั้งหอมทั้งฟัดผมแบบนี้ คุณไม่เคยทำกับพ่อคุณเหรอ” พอเธอส่ายหน้าเขาถามว่า “แล้วอยากลองทำดูไหมล่ะ”

เป็ดปุ๊กบอกว่าอยากทำแต่ไม่กล้า ไม้ถามว่ารู้ไหมว่าทำไมถึงไม่กล้า บอกว่าเพราะเธอคิดมากเกินไป แนะว่า ถ้าเธออยากทำก็ทำไปเลยไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น เธอก็ยังบอกว่าไม่กล้าอยู่ดี

“มันจะต้องใช้ความกล้าอะไรมากมาย แค่กอดพ่อตัวเอง คุณลองทำดูเถอะ กอดท่านเมื่อยังมีโอกาสให้กอด ดีกว่ากอดตอนที่ท่านไม่รู้สึกอะไรแล้ว”

ไม้มองหน้าลุ้นให้กำลังใจ เป็ดปุ๊กพยักหน้าอย่างเข้าใจ และเมื่อเธอไปหาเชียรที่นั่งเล่นอยู่ที่ท่าน้ำ เธอเดินเข้าไปนั่งข้างพ่อ ยิ้มให้และโผเข้ากอดพ่อ หอมพ่อ เชียรกอดตอบ สองพ่อลูกนั่งกอดกันอยู่ที่ศาลาริมน้ำอย่างมีความสุข

ไม้แอบดูอยู่ เขายิ้มดีใจที่เป็ดปุ๊กกอดและหอมพ่อได้อย่างที่ใจปรารถนา...

ooooooo

อลงกรณ์กับโอมรุกศักดิ์หมายให้แผนการสำเร็จโดยเร็ว จึงนัดศักดิ์พบกันที่ร้านอาหารหรู ทานข้าวไปคุยกันไป อลงกรณ์หว่านล้อมและให้ความหวังผลประโยชน์มหาศาลที่ศักดิ์จะได้รับ

ศักดิ์ที่กำลังหิวเงินถามว่าตนต้องทำอย่างไรบ้าง อลงกรณ์ขยับเข้าใกล้พูดเบาลงว่า

“ง่ายนิดเดียว...ขอแค่คุณศักดิ์ไปขอให้คุณแม่ของคุณโอนที่ดินมาให้แล้วคุณศักดิ์ก็เอามาขายต่อพวกเรา รับรองคุณศักดิ์จะรวยๆๆ กลายเป็นเศรษฐีภายในพริบตา นอกจากคุณศักดิ์จะได้เงินค่าขายที่แล้วผมยังจะแบ่งผลกำไรของโครงการตามเปอร์เซ็นต์ที่เราตกลงกันไว้อีกด้วย แล้วยังจะแถมบ้านหลังใหญ่ที่ติดกับคลับเฮาส์ให้อีกหนึ่งหลังเลยนะครับ”

ศักดิ์ยิ้มอย่างมีความหวังรับปากแข็งขันว่า “ข้อเสนอดีๆอย่างนี้ผมไม่พลาดแน่ ผมต้องทำให้แม่โอนที่ดินมาให้ผมให้ได้” อลงกรณ์ชูแก้วชวนฉลองให้กับความสำเร็จที่รออยู่ข้างหน้า ทั้งสามหัวเราะร่าอย่างมีความสุข แต่ศักดิ์ไม่ทันเห็นว่าอลงกรณ์กับโอมสองพ่อลูกแอบสบตากันอย่างสมใจ

ooooooo

ที่รีสอร์ต...เช้านี้เป็ดปุ๊กเห็นย่าขวัญกับฝ้ายกำลังออกไปข้างนอก ถามว่าจะไปไหนกันหรือ ย่าบอกว่าเห็นมีเตาบาร์บีคิวเลยจะไปซื้อกุ้งแม่น้ำตัวโตๆมาปิ้งกินกันเย็นนี้

“งั้นดีเลยค่ะ ขอเป็ดไปด้วยนะคะ กำลังเบื่อๆ”

ย่าตอบรับด้วยความดีใจว่าจะได้มีคนไปช่วยถือของให้ แล้วให้เธอไปรอที่ด้านหน้าเพราะบอกรถตู้ให้รออยู่ที่นั่นแล้ว  ส่วนย่าเองบอกว่าต้องกลับไปเอากระเป๋าสตางค์ก่อน แอบขยิบตากับฝ้ายที่มองย่างงๆ แล้วพากันกลับเข้าไปแต่พอย่าผละไป ไม้ก็เดินมาถามเป็ดปุ๊กว่าจะไปไหนกันหรือ พอดีย่าออกมาหน้าซีดๆบอกว่าย่ารู้สึกมึนหัวสงสัยความดันขึ้น บอกให้ไม้ไปช่วยซื้อของที่ตลาดกับเป็ดปุ๊กแทนด้วย เห็นเป็ดปุ๊กทำท่าลังเล ย่าถามว่า “ไปกันได้ใช่ไหม” เธอจำต้องรับคำเสียงอ่อยๆ

ย่าขวัญมองตามทั้งสองที่เดินไปขึ้นรถตู้ยิ้มอย่างสมใจ...

ooooooo

ตอนที่ 9

ไม้มาแอบดูแอบฟังที่หน้าต่าง ย่าขวัญนั่งกับพื้น อลงกรณ์กับโอมก็นั่งพื้นด้วย อลงกรณ์เอ่ยขึ้นว่า

“ความ จริงผมอยากมาพบกับคุณย่าตั้งนานแล้ว แต่หทัยเขาไม่ยอมให้มา เขาบอกว่ามีธุระอะไรเขาจัดการเอง” โอมที่นั่งติดกับอลงกรณ์ก็เอ่ยขึ้นอย่างอ่อนน้อมว่า

“ผมว่าผมเคยเห็นคุณย่าหลายครั้งแล้ว แต่เพราะไม่รู้จักเลยไม่ได้ไหว้คุณย่า”

“โอย...ฉันก็ไม่ใช่คนสลักสำคัญอะไรที่ต้องมานบมาไหว้หรอก”

อลงกรณ์หันไปสอนโอมและแอบยอย่าในทีว่า “เห็นไหมโอม ผู้เฒ่าผู้แก่บ้านเรามักจะถ่อมตัวแบบนี้แหละ น่าเคารพนับถือจริงๆ”

“ยัง ไงผมก็ขอฝากเนื้อฝากตัวกับคุณย่าไว้ด้วยนะครับ นึกว่าผมเป็นเหมือนหลานคุณย่าอีกคนนึง” โอมฝาก เนื้อฝากตัว  อลงกรณ์ได้จังหวะยัดเยียดโอมให้เกี่ยวดองกับย่าขวัญว่า

“โอมมันก็ลูกของหทัย ที่เคยเป็นลูกสะใภ้ของคุณย่า”

“คนแก่อย่างฉัน ก็เห็นทุกคนเป็นลูกเป็นหลานทั้งนั้นแหละ” ย่าพูดอย่างมีเมตตา อลงกรณ์ได้จังหวะเร่งโอมว่า

“คุณย่ายอมรับแล้ว กราบคุณย่าซะซิลูก”

“ขอบพระคุณมากครับคุณย่า” โอมคลานเข้าไปกราบตรงหน้าย่าขวัญ ย่าอึ้งไปแต่ก็รับไหว้

ไม้แอบดูแอบฟังอยู่ เขาไม่พอใจกับการกระทำของสองพ่อลูก พึมพำเบาๆ

“มันจะมาไม้ไหนของมัน?!”

ooooooo

เช้า​วัน​ต่อ​มา เป็ด​ปุ๊​ก​ขับ​รถ​ออก​ไป​ทำ​งาน​  เชียร​เปิด​ประตู​ให้​รถ​ออก​ไป​จน​พ้น​แล้ว ก็​รีบ​ปิด​ประตู​ล็อก​กุญแจ​ออก​จาก​บ้าน​ไป​ทันที

พิกุล​ไม่สบาย​ใจ​เรื่อง​แก้ว​เมื่อ​คืน​นี้ เช้า​นี้​จึง​มา​ดัก​พบ​เป็ด​ปุ๊​ก เล่า​ให้​ฟัง​ว่า​แก้ว​อาจจะ​เลิก​กับ​โอม เตือน​ว่า แก้ว​เลิก​กับ​โอม​ก็​เพื่อ​หัน​มา​จับ​ไม้ เป็ด​ปุ๊​กถา​ม​ว่า​แล้ว​ไม้​ว่า​ยัง​ไง

“อัน​นี้พิกุล​ก็​ไม่​รู้​ค่ะ รู้​แต่​ว่า​ต้อง​รีบ​บอก​ให้​คุณ​เป็ด​ปุ๊​ก​รู้ ​ จะ​ได้​ปรับ​ความ​เข้าใจ​กับ​คุณ​ไม้ ไม่​งั้น​เสร็จ​คุณ​แก้ว​แน่ๆ” เป็ด​ปุ๊​กบ​อก​ว่า​เรื่อง​นี้​ไม่​เกี่ยว​กับ​ตน ไม้จะ​เสร็จ​ใคร​ก็​เรื่อง​ของ​เขา “โธ่...คุณ​เป็ด พิกุล​พูด​จริงๆนะคะ หนุ่ม​เจ้าสำราญ​อย่าง​คุณ​โอม เขา​ยัง​เอาอยู่ คน​ซื่อๆอย่าง​คุณ​ไม้​จะ​ไป​เหลือ​เหรอ​คะ”

เป็ด​ปุ๊​ก​เล่า​สิ่ง​ที่​ได้​เห็น​เมื่อ​คืน​ให้​พิกุล​ฟัง​ว่า​ทั้ง​คู่​กิน​ข้าว​กัน​กะหนุงกะหนิง ท่าทาง​มี​ความ​สุขมาก​เลย บอก​พิกุล​ว่า​ไม่​ต้อง​ห่วง​ไม้​หรอก เขา​ไม่​ใช่​เด็กๆแล้ว พูด​แล้ว​ขอตัว​ไป​ทำ​งาน​เพราะ​ขืน​ช้า​รถ​จะ​ติด​มาก

ต่อหน้า​พิกุล เป็ด​ปุ๊​ก​พูด​อย่าง​ไม่​แคร์ แต่​พอ​ขับ​รถ​ออก​มา สีหน้า​เธอ​ก็​เปลี่ยน​ไป รู้สึก​ไม่สบาย​ใจ​ไม่​น้อย​เหมือน​กัน

เมื่อ​ไป​ถึง​ห้อง​ทำ​งาน เป็ด​ปุ๊​ก​ก็​ต้อง​เจอ​กับ​แก้ว​ที่มา​เสนอ​จะ​คืน​ตำแหน่ง​ให้   อ้าง​ว่า​เพราะ​ตัว​เองความสามารถ​ไม่​พอ ​ทำ​งาน​ผิดพลาด​บ่อย​จน​ถูก​พิมพา​ตำหนิ​ประจำ เป็ด​ปุ๊​ก​ติง​ว่า​อยู่ดีๆพิมพา​จะ​คืน​ตำแหน่ง​ให้​ตน​ได้​ยัง​ไง

“แก้ว​จะ​บอก​ว่า​เป็น​ความ​เข้าใจ​ผิด  แก้ว​จัดการได้” แก้ว​พูด​อย่าง​มั่นใจ​และ​อยาก​คืน​ตำแหน่ง​ให้​มาก แต่​พอ​จะ​ผละ​ไป​ก็​หัน​มา​ถาม​ว่า “เออ...มี​อีก​เรื่อง​นึง เป็ด​กับ​คุณ​ไม้​เลิก​กัน​แล้ว​ใช่​ไหม”

“ทำไม​ต้อง​เลิก เรา​ไม่​เคย​มี​อะไร​กัน” แก้วถาม​อย่าง​ตื่นเต้น​ว่า​เป็ด​ไม่​เคย​คบ​ไม่​เคย​เป็น​แฟน​กัน​หรือ? “ใช่...เขา​แค่​เป็น​คนสวน​ใน​หมู่​บ้าน”

“งั้น​ก็​โล่ง​ใจ​ไป​ที คือ​แก้ว​กับ​โอม​คง​ไป​กัน​ไม่​รอด แล้ว​แก้ว​ก็​เห็น​ว่า ไม้​เป็น​ผู้ชาย​ที่​น่า​สนใจ ถ้า​เป็ด​กับไม้​ไม่ได้​มี​อะไร​กัน แก้ว​ก็​จะ​ได้​สบายใจ​ที่​คบหา​กับ​ไม้​เขา”

“ตาม​สบาย” เป็ด​ปุ๊​ก​ตอบ​เรียบๆแล้ว​เดิน​ไป​นั่ง​โต๊ะ​ทำ​งาน พยายาม​ที่​จะ​ไม่​ให้​ตัว​เอง​สับสน​ว้าวุ่น​ใจ ส่วน​แก้ว​เดิน​ตัว​ปลิว​กลับ​ไป​นั่ง​ที่​โต๊ะ​อย่าง​เบิกบาน​ใจ​มาก

ooooooo

ฝ่าย​เ​ชี​ยร พอ​ใส่​กุญแจ​ประตู​รั้ว​แล้ว​ก็​ไป​หานภ พา​กัน​เดิน​ไป​หา​ย่า​ขวัญ​ที่​บ้าน ระหว่าง​เดิน​ไป​ใน​สวน​ที่​ไกล​พอ​สมควร เ​ชี​ยร​ถาม​นภ​ว่า ย่า​ขวัญ​อยู่​คนเดียวหรือ

“ย่า​อยู่​กับ​แตน​ครับ น้อง​สาว​พี่​ไม้ แต่​ไม่​ใช่น้อง​แท้ๆหรอก​ครับ พ่อ​แม่​เขา​เอา​มา​ฝาก​ให้​ย่า​เลี้ยง​ตั้งแต่​เล็กๆบอก​จะ​ไป​ทำ​งาน​ต่าง​จังหวัด แล้ว​ก็​หาย​ไปเลย”

เ​ชี​ยร​เปรยๆว่า​คง​เหมือนกับ​ไม้ นภบอก​ว่า​ไม้​แย่​กว่า เพราะ​แตน​ไม่ได้​เจอ​พ่อ​แม่​เลย ส่วน​ไม้​ยัง​เห็น​กัน​อยู่​แต่​เข้าไป​หาไม่​ได้ กอด​เขา​ไม่ได้ เ​ชี​ยร​เห็น​ด้วย​ถาม​ว่า​แล้ว​ตัว​นภ​ล่ะ

“ผม​โชค​ดี​กว่า​พี่​ไม้​กับ​แตน​เยอะ​ครับ พ่อ​แม่​ผม​ยัง​อยู่ เดือน​นึง​จะ​ได้​เจอ​กัน​ที ถ้า​คิดถึง​ก็​โทร.​คุย​กันได้”

“ยัง​ไง​ก็​ไม่​เหมือนได้​อยู่​พร้อมหน้า​กัน​หรอก”

พอดี​เดิน​มา​ถึง​บ้าน​ย่า​ขวัญ เจ้า​เอ๋ง​ออก​มา​ต้อนรับ นภ​ส่งเสียง​บอก​ย่า

“คุณ​ย่า​ครับ อยู่​ไหม​ครับ” ย่า​ร้อง​ถาม​มา​ว่าใคร​น่ะ “ผม​เอง​ครับ นภ​ครับ ลุง​เ​ชี​ย​รอ​ยาก​จะ​คุย​กับ​ย่า​ครับ”

นภ​ร้อง​บอก​ก็​พอดี​เข้าไป​เจอ​กัน เชียร​ยกมือ​ไหว้ ย่า​ขวัญ​รับไหว้​ยิ้มแย้ม​ยินดี

เ​ชี​ยร​มา​คุย​เรื่อง​ไม้​กับ​เป็ด​ปุ๊​ก ย่า​บอก​ว่า​พอ​รู้อยู่ เพราะ​ตั้งแต่​วัน​นั้น​ยัง​ไม่​เคย​เห็นไม้​หัวเราะ​อีก​เลย เ​ชี​ยร​บ่น​ว่า​เป็ด​ปุ๊​ก​ดื้อ​จริงๆ ตน​พยายาม​อธิบาย​ว่า​ไม้​มี​เหตุผล​ของ​เขา​ก็​ไม่​ยอม​ฟัง ส่วน​ย่า​ขวัญ​ก็​บ่น​ว่า​ไม้​ก็​หยิ่ง​เกินไป​ที่​จะ​อธิบาย​ความรู้สึก​ของ​ตัว​เอง​กับ​คน​อื่น

“คน​นึง​ไม่​ยอม​พูด อีก​คน​ก็​ไม่​ยอม​ฟัง ถ้า​ปล่อยไป​แบบ​นี้​หวัง​เกลียด​กัน​จน​ตาย ผม​เสียดาย​ความ​สัมพันธ์ดีๆที่​เขา​เริ่ม​กัน​ไว้​น่ะ​ครับ มี​วิธี​ไหน​ที่​จะ​แก้​ปัญหา​นี้​ไหมครับ”

“ก็​ต้อง​ให้​เขา​ได้​มี​โอกาส​ใกล้​ชิด​กัน ได้​ช่วยเหลือ​กัน บ่อยๆเข้า​ก็​กลับ​มา​ดี​กันเอง​แหละ”

เ​ชี​ยร​ก็​คิด​อย่าง​นั้น แต่​ไม่​รู้​จะ​ทำ​อย่างไร​ให้​เป็น​จริง ย่า​ขวัญ​เสนอ​ให้​ทำ​แบบ​ใน​ละคร​ให้​หลอก​เป็ดปุ๊ก​ไป​ที่​เปลี่ยวๆแล้ว​มี​โจร​มา​ปล้น ไม้​มา​เจอ​ช่วย​ไว้​ได้​เลย​กลาย​เป็น​พระเอก​ไป​เลย เ​ชี​ย​รติ​ง​ว่า​มุก​นี้​มัน​เชย​ไป ย่า​เสนอ​มุก​ใหม่​ให้​ไม้​ชวน​เป็ด​ปุ๊​ก​ไป​พาย​เรือ​เล่น​แล้ว​เรือล่ม ไม้​ช่วย​ขึ้น​มา​แล้ว​ผายปอด?

“เป็ด​นี่​เขา​เป็น​นักกีฬา​ว่ายน้ำ​มหา​ลัย​นะ​ครับ เคย​ว่าย​ข้าม​แม่น้ำ​มา​แล้วด้วย” ย่า​ขวัญ​ยิ้ม​เจื่อน เ​ชี​ยรเ​สนอ​ใหม่​ว่า​ให้หา​อะไร​ง่ายๆ ที่​เป็ด​ทำไม่​เก่ง​แต่​ไม้​ช่วย​ได้​แล้ว​หา​เวลา​ดีๆให้​สอง​คน​ได้​อยู่​กัน​ตามลำพัง

ย่า​เอง​ก็​คิด​ไม่​ออก บ่น​ว่า​มัว​แต่​วาง​แผน​กัน​เลย​ทำ​กับข้าว​ไม่​เสร็จ ​พอดี​วัน​นี้​ว่า​จะ​ทำ​ปลาทู​ต้มเค็มด้วย เ​ชี​ยร​ปรารภ​ว่า​ขั้น​ตอน​เยอะ​เหมือน​กัน ฉุกคิด​อะไร​ได้​ถาม​ย่า​ว่า​ไม้​ทำ​ต้มเค็ม​ปลาทู​เป็น​ไหม พอ​ย่า​ขวัญ​บอก​ว่า​ทำ​ได้ ทำ​อร่อย​ด้วย เ​ชี​ยร​ยิ้ม​ออก​บอก​ว่า​เป็ด​ปุ๊​ก​ทำ​ไม่​เป็น​แน่

“หมายความ​ว่า​ไง”

“ก็​เรื่อง​แผน​ของ​เรา​ไง​ครับ ผม​ว่า แผน​ปลาทู​ต้มเค็ม​เนี่ย เด็ด​ที่สุด” เ​ชี​ยร​ยิ้ม​กับ​ย่า​อย่าง​มั่นใจ

ooooooo

เลิก​งาน​แล้ว เป็ด​ปุ๊​ก​กำลัง​จะ​ถอย​รถ​ออก​เพื่อกลับ บ้าน เหลือบ​​เห็น​แก้วยืน​อยู่​ใต้​ต้นไม้ เธอ​ลดกระจกลงจะ ทัก แล้ว​ก็​ต้อง​ชะงัก​เมื่อ​เห็น​รถ​กระบะ​ของ ไม้แล่นเข้า มาแก้วลง​จาก​ฟุตปาท​ไป​ยืน​โบก​เรียก

พอ​รถ​กระบะ​ของ​ไม้​เข้าไป​จอด​เทียบ แก้ว​เปิดประตู​รถ​ก้าว​ขึ้น​ไป​นั่ง​คู่​แล้ว​รถ​ของ​ไม้​ก็​ขับ​ผ่าน​รถ​ของ​เป็ด​ปุ๊กอ​อก​ไป​ ทำให้​เธอ​เห็น​แก้ว​พูด​คุย​กับ​ไม้​อย่าง​สดชื่น​แจ่มใส แม้​เธอ​จะ​บอก​ตัว​เอง​ว่า​ไม่​ใช่​เรื่อง​ของ​เรา​แต่​ใจ​ก็​อด​ร้อน​ผ่าวๆ ขึ้น​มา​ไม่ได้

เมื่อ​แก้ว​พา​ไม้​ไป​ถึง​คอน​โด​ที่​เธอ​อยู่ เธอ​พูดออกตัว​ขณะ​พา​ไม้​เข้าไป​ว่า​ไม่ได้​หรูหรา​อะไร​แค่​พอ​อยู่​ได้​เพราะ​ตน​ก็​ไม่​ใช่​ไฮโซ​มา​จาก​ไหน ไม้​ถาม​ว่า​ไม่​น่า​กลัว​ใช่​ไหม แก้ว​ทำ​เสียง​น่า​เห็นใจ​ว่า

“สำหรับ​ผู้หญิง​ตัว​คน​เดียว บางที​ก็​รู้สึก​เหมือนกัน ก็ได้​แต่​หวัง​ว่า สัก​วัน​จะ​มี​ผู้ชาย​ดีๆ มา​อยู่​เป็น​เพื่อนคอยปกป้อง”

“โอม​ยังไม่​ดี​พอ​เหรอ” ไม้​ได้ที​ถาม​จน​แก้ว​อึ้ง แต่พอดี​เดิน​มา​ถึง​หน้า​ห้อง เธอ​เปิด​ประตู​ชวน​เขา​เข้าไป

แผน​อ่อย​ไม้​เริ่ม​ทันที​ที่​ก้าว​เข้า​ห้อง​แล้ว​เธอ​จึงปิดไฟ พอ​หัน​กลับ​มา​ไม้​ที่​ก้าว​ตาม​เข้า​มา​หยุด​กึก​หน้า​กับ​หน้า​เกือบ​สัมผัส​กัน เธอ​เดิน​เข้า​ไป​นั่ง​ไขว่ห้าง​ที่​เตียง ทอดสะพาน​อ่อย​ไม้​ว่า ไม่​ต้อง​รีบ​ร้อน​ตน​มี​เวลา​ให้​เขา​ทั้ง​คืน บอกเขา​ให้​ไป​เอา​เบียร์​เย็นๆ ใน​ตู้​เย็น​มา​ดื่ม​ก่อน​ก็ได้ ตน​ขอ​เวลา​ไป​ล้าง​ตัว​สัก​ครู่

ไม้​บอก​ว่า​ตน​ไม่​มี​เวลา​จะ​ให้​จัด​สวน​ตรง​ไหนบอก​มา​เลย แต่​แก้ว​พยายาม​จะ​ให้​เขา​ดื่ม​อะไร​ก่อน

“คุณ​แก้ว ผม​มา​ทำ​งาน​นะ​ครับ ถ้า​ยัง​ไม่​อยากทำ ผม​จะ​ได้​กลับ” ไม้​ไร้​อารมณ์​จน​แก้ว​เริ่ม​หงุดหงิด พาไปดู​ใน​ห้องน้ำ​และ​ที่​ระเบียง ไม้​ลงมือ​ทำ​งาน​ทันที “ผม​วัดไป​ก่อน แล้ว​จะ​ออก​แบบ​มา​ให้​คุณ​ดู”

ระหว่าง​นั้น​แก้ว​มา​ยืน​ดู​ที่​หน้า​ห้องน้ำ ไม้​วัดพื้นที่​ครู่​หนึ่ง​เขา​ถาม​ขึ้น​อย่าง​ไม่​มี​ปี่​มี​ขลุ่ย​ว่า “คุณ​จะ​ทิ้งโอม​จริงๆ หรือ” แก้ว​บอก​ว่า เรา​ไป​กัน​ไม่ได้ ไม้​ดักคอว่า“ไม่ใช่​เพราะ​คุณ​เพิ่ง​รู้​ว่า​เขา​ไม่ได้​เป็น​เจ้าของ​ที่ดิน​หมู่​บ้านเหรอ”

แก้ว​อึ้ง​ไป​นิดหนึ่ง​จึง​บอก​ว่า​ไม่​เกี่ยว​หรอก ไม้​วัดพื้น​ที่​และ​จด​เสร็จ​พอดี หัน​มา​บอก​เธอ​ว่า

“ที่จริง โอม​กับ​พ่อ​เขา​ก็​ไม่​ใช่​จะ​ไม่​มี​อะไร​เหลือ​หรอก​นะ เพราะ​เขา​ไม่​คิด​หยุด​ที่​จะ​ทำ​ธุรกิจ” พูด​แล้ว​เดิน​ออก​ไป​ที่​ระเบียง​เพื่อ​วัดพื้น​ที่​และ​วาง​แผนผัง​ต่อ แก้วตา​มอ​อก​มา​ถาม​ว่าที่​เขา​พูด​หมายความ​ว่า​อย่างไร ไม้​จึง​เล่า​ให้​ฟัง​ว่า

เมื่อ​วาน​โอม​กับ​พ่อ​เขา​ไป​หา​ย่า​ที่​บ้าน เอา​ผล​ไม้​ไป​ฝาก ตน​เชื่อ​ว่า​เขา​อยาก​ขอ​ซื้อ​ที่ดิน​ของ​คุณ​ย่า​เพื่อ​ทำ​หมู่​บ้าน​ต่อ แต่​เมื่อ​วาน​ยัง​ไม่​เห็น​พูด​เรื่อง​นี้ ไม้​หยุด​ทำงาน​หัน​เผชิญหน้า​พูด​อย่าง​ตั้งใจ​ให้​เธอ​ฟัง​ว่า

“ถ้า​เขา​คิด​จะ​ซื้อขาย​อย่าง​ปกติ ผม​ก็​คง​จะ​ไม่ห่วง​อะไร แต่​คน​อย่าง​สอง​พ่อ​ลูก​คู่​นี้​ไม่​เคย​ทำ​อะไร​ตรง​ไป​ตรง​มา” แก้ว​บอก​ว่า​ก็​อย่า​ให้​คุณ​ย่า​ขาย “ผม​กลัว​เขา​จะ​คิด​ไม่​ดี​กับ​ย่า​ผม ผม​อยาก​จะ​รู้​ว่าจริงๆแล้ว​เขา​มี​แผน​จะ​ทำ​อะไร และ​คุณ​เป็น​คน​ที่​จะ​ช่วย​ผม​ได้”

“แก้ว​น่ะ​เหรอ” เธอ​ทำ​ตา​โต ไม้​บอก​ว่า​โอม​ต้อง​ยอม​บอก​ทุก​อย่าง​เธอ​อยู่​แล้ว “แล้ว...ถ้า​แก้ว​ยอม​ช่วย​คุณ แก้ว​จะ​ได้​อะไร”

“ทุก​อย่าง​ที่​คุณ​ต้องการ” ไม้​ตอบ​ทันที​อย่าง​หนักแน่น จน​แก้ว​นิ่ง​ไป ทวน​คำ​เชิง​ถาม “ทุก​อย่าง?” พอ​ไม้​พยัก​หน้า เธอ​ก็​พยัก​หน้า​รับ​ทันที​เช่น​กัน

ooooooo

กลับ​ถึง​บ้าน​เย็น​นี้ ระหว่าง​นั่ง​กิน​ข้าว​เย็น​ด้วย​กัน เป็ด​ปุ๊​ก​ตัดสินใจ​เล่า​เรื่อง​แก้ว​มา​ขอโทษ​และ​จะ​คืน​ตำแหน่ง​งาน​ให้​ตน เ​ชี​ยร​ถาม​ว่า​อยู่ดีๆ ทำไม​แก้ว​ถึง​คิด​ขึ้น​มา​ได้

“เขา​แค่​อยาก​ได้​อะไร​บาง​อย่าง​ที่​คิด​ว่า​เป็น​ของ​เป็ด​น่ะ​ค่ะ คือ​เขา​คิด​ว่า​เป็ด​คบ​กับ​ไม้ เลย​ยื่น​ข้อ​เสนอ​ให้​เป็ด​ยก​ไม้​ให้​เขา​แลก​กับ​ตำแหน่ง” เ​ชี​ยร​ตกใจ​ถาม​ว่า​ลูก​ยอม​เขา​หรือ “เป็ด​จะ​มี​สิทธิ์​อะไร​ไป​ห้าม​เขา​คะ เป็ด​ไม่ได้​มี​อะไร​กับ​ไม้​สัก​หน่อย เป็ด​บอก​เขา​ไป​ว่า สำหรับ​เป็ด ไม้​เป็น​แค่​คนสวน​ของ​หมู่​บ้าน”

“โธ่​เอ๊ย...ทำไม​ไป​พูด​อย่าง​นั้น”

“ก็​ไม้​เป็น​แค่​นั้น​สำหรับ​เป็ด​จริงๆนี่​คะ” พูด​แล้ว​ยิ้ม​เศร้าๆ ก้มหน้า​กิน​ข้าว​ต่อ เ​ชี​ย​รม​อง​ที่​จาน​ปลาทู​ต้มเค็ม​ตัดสินใจ​พูด​ว่า

“เป็ด​รู้​ไหม อาหาร​จาน​โปรด​ที่สุด​ของ​พ่อ​คือ​อะไร” เธอ​ถาม​ว่า​น้ำพริก​กะปิ​รึ​เปล่า “ไม่​ใช่...ปลาทู​ต้มเค็ม​ต่างหาก ตอน​แม่​ยัง​อยู่​ทำให้​พ่อ​กิน​บ่อยๆ แต่​พอ​ไม่​มี​แม่​แล้ว พ่อ​ก็​ไม่ค่อย​ได้​กิน มัน​หา​ซื้อ​ยาก ใน​ตลาด​เขา​ก็​ไม่ค่อย​ทำ เพราะ​ขั้น​ตอน​มัน​เยอะ”

เป็ด​ปุ๊​ก​เงย​หน้า​ถาม​พ่อ​ว่า ตั้งใจ​จะ​บอก​อะไร​หรือ เ​ชี​ย​รบ​อก​ว่า​อยาก​ให้​เป็ด​ทำ​เป็น​จะ​ได้​ทำให้​พ่อ​กิน เธอ​รับปาก​จะ​หา​สูตร​จาก​อินเตอร์เน็ต​ก่อนแล้ว​จะ​หัด​ทำให้พ่อกิน

“จะ​ไป​หัด​ทำ​เอง​ทำไม ใน​เมื่อ​เรา​มี​ครู​ที่​เก่ง​มากๆอยู่​แล้ว พ่อ​อยาก​ให้​ลูก​ไป​หัด​ทำ​กับ​ย่า​ของ​ไม้​ได้​ไหมล่ะลูก”

เป็ด​ปุ๊​ก​มอง​หน้า พ่อ​ลูก​สบตา​กัน​นิ่ง เธอ​เริ่ม​แน่ใจ​ว่า​พ่อ​ไม่ได้​มี​เจตนา​แค่​ให้​ไป​หัด​ทำ​ปลาทู​ต้มเค็ม​แน่ คิด​อยู่​ครู่​หนึ่ง​จึง​ตัดสินใจ​บอก​ว่า “เอา​ซี​คะ เป็ด​ก็​อยาก​เรียน​ทำ​กับข้าว​กับ​คุณ​ย่า​อยู่​แล้ว”

เ​ชี​ยร​ยิ้ม​โล่ง​ใจ​ที่​งาน​ยาก​ชิ้น​นี้​สำเร็จ​ลง​ได้ เป็ดปุ๊กรับ​ปาก​พ่อ​แล้ว พอ​หัน​มอง​ไป​ทาง​อื่น​ดวงตา​เธอ​ก็​มี​แวว​มาด​มั่น​มาก​กว่า​การ​ที่​จะ​เรียน​ทำ​กับข้าว​กับ​ย่า​ขวัญ​อย่าง​เดียว

เช้า​วัน​รุ่ง​ขึ้น เ​ชี​ย​รก​ระวี​กระ​วาด​มา​เปิด​ประตู​ให้​เป็ด​ปุ๊​ก​ขับ​รถ​ไป​บ้าน​ย่า​ขวัญ​เพื่อ​เรียน​การ​ทำ​ปลาทู​ต้มเค็ม ก่อน​รถ​จะ​เคลื่อน​ออก​ไป เ​ชี​ยร​ชะโงก​ไป​กำชับ​ที่​หน้าต่าง​รถ​ว่า

“สัญญา​กับ​พ่อ​นะ ว่า​จะ​ไม่​ไป​ก่อ​เรื่อง​อะไร” เธอ​บอก​ว่า​ตน​ไม่​ใช่​เด็ก​แล้ว​ไม่​ต้อง​ห่วง “แล้ว​เก็บ​สูตร​มา​ให้​ครบ​ล่ะ”

แต่​พอ​เป็ด​ปุ๊​ก​ขับ​รถ​ไป​ไม่ทัน​ที่​เ​ชี​ยร​จะ​กลับ​เข้าบ้าน รถ​ของ​ไก่​กุ๊ก​ก็​ขับ​มา​จอด​หน้า​บ้าน แมว​เมี้ยว​กับ​นก​จิ๊บ​เปิด​ประตู​รถ​วิ่ง​มาก​อด​เ​ชี​ยร​ต่าง​บอก​ว่า​คิดถึง​ปู่​ที่สุด​เลย

“ปู่​ก็​คิดถึง​แมว​เมี้ยว​กับ​นก​จิ๊บ​มาก​เลย​นะ​ลูก แล้ว​ทำไม​อยู่ดีๆถึง​มา​หา​ปู่​ได้​ล่ะ​ลูก” ถาม​หลาน​แล้ว​เงย​หน้า​ขึ้น​เห็น​ไก่​กุ๊ก​หน้า​เศร้า​ลง​จาก​รถ

ooooooo

เมื่อ​เข้า​มา​นั่ง​ที่​ห้อง​รับแขก​ใน​บ้าน​แล้ว ไก่​กุ๊ก​เข้าไป​กราบ​เท้า​เ​ชี​ยร

“ไก่​ขอโทษ​นะ​ครับ​พ่อ ตั้งแต่​วัน​นั้น ไก่​ก็​รู้สึก​ผิด​ตลอด อยาก​จะ​มา​ขอโทษ​พ่อ​แต่​ก็​ไม่​กล้า เพราะ​มัน​อาย​ที่​ทั้ง​ไก่​กับ​เ​ก็​จ​ทำตัว​โลภ​มาก อยาก​ได้​ของ​ที่​ไม่​ใช่​ของ​เรา ตอน​นี้​เรา​สอง​คน​รู้​แล้ว​ล่ะ​ครับ เรา​ไม่​ควร​ทำ​อย่าง​นั้น”

เ​ชี​ย​รบ​อก​ว่า​ตน​ไม่ได้​คิดถึง​มัน​แล้ว​และ​ไม่​เคยถือ​โทษ​โกรธ​อะไร​ลูก​ด้วย ไก่​กุ๊ก​ถาม​ว่า​แล้ว​โกรธ​เ​ก็​จ​หรือเปล่า

“พ่อ​ไม่​โกรธ​ใคร​ทั้งนั้น​แหละ แค่​ลูก​พา​หลาน​มา​เยี่ยม​พ่อ​แบบ​นี้ พ่อ​ก็ดี​ใจ​มาก​แล้ว คิด​ว่า​ชาติ​นี้​ทั้ง​ชาติ​จะ​ไม่ได้​เจอ​กัน​แล้ว​เสีย​อีก” เ​ชี​ย​รม​อง​แมว​เมี้ยว​กับ​นก​จิ๊บ​ที่​วิ่ง​ไล่​เล่น​กับ​ยักษ์​เบิ้ม​อย่าง​สนุกสนาน​อยู่​หน้า​บ้าน​ก็​ยิ้ม​อย่าง​มี​ความ​สุข

ไก่​กุ๊ก​ขอ​พา​หลาน​มา​เยี่ยม​พ่อ​บ่อยๆ เ​ชี​ยร​พยัก​หน้า​ดีใจ ถาม​ว่า​กิน​อะไร​มา​หรือ​ยัง พลาง​จะ​ลุก​ไป​หา​ของกิน​ให้ ไก่​กุ๊ก​รีบ​บอก​ว่า​เดี๋ยว​ตน​ไป​หา​เอง ถ้า​ไม่​มี​อะไร​กิน​จริงๆก็​จะ​แสดง​ฝีมือ​ข้าว​ผัด​ไก่​ให้​กิน​เอง

เ​ชี​ย​รอ​อก​ไป​ดู​หลานๆเล่น​กับ​ยักษ์​เบิ้ม ทั้ง​สอง​ชวน​ปู่​ลง​มา​เล่น​ด้วย​กัน ต่าง​แย่ง​ปู่​ให้​ไป​กับ​ตน เ​ชี​ยร​เลย​ให้​เป่า​ยิง​ฉุ​บ​กัน ทั้ง​ปู่​ทั้ง​หลาน​ต่าง​หยอก​ล้อ​กัน​อย่าง​สนุกสนาน​อยู่​หน้า​สนาม

ไก่​กุ๊ก​แอบ​ดู​เห็น​พ่อ​เพลิน​อยู่​กับ​หลาน​ก็​ย่อง​ขึ้น​ข้าง​บน มอง​หา​ห้อง​นอน​ของ​เ​ชี​ยร พอ​เจอ​ก็​เปิด​เข้าไป​เปิด​ลิ้นชัก​ค้น​หา​สิ่ง​ที่​ต้องการ​อย่าง​เร็ว

เพียง​ไม่​นาน ไก่​กุ๊ก​ก็​ลง​มา​เรียก​แมว​เมี้ยว​กับ​นกจิ๊บ​ให้​รีบ​กลับ จน​เ​ชี​ยร​แปลก​ใจ เด็กๆก็​งอแง​ไม่ยอม​กลับ ถูก​ไก่​กุ๊กดุ​ว่า​พ่อ​บอก​ให้​กลับ​ก็​กลับ​สิ บอก​เ​ชี​ยร​ว่า​แล้ว​จะ​พา​หลาน​มา​ใหม่​วัน​นี้​มี​งาน​ด่วน​ต้อง​รีบ​ไป​ทำ

พอ​ออก​มา​ขึ้น​รถ ไก่​กุ๊ก​โทร.​รายงาน​เ​ก็​จ​ทันที “เ​ก็จ​เหรอ...ผม​ได้​ทุก​อย่าง​มา​แล้ว ไม่​คิด​เลย​ว่า​พ่อ​จะ​ทำ​กับเรา​สอง​คน​แสบ​อย่าง​นี้ เอา​เถอะ ค่อย​ไป​คุย​กัน​ที่​บ้าน ผมไม่​อยาก​คุย​ต่อหน้า​ลูก แค่​นี้​นะ”

เ​ก็​จ​พอใจ​มาก​ที่​ไก่​กุ๊ก​ขโมย​โฉนด​จาก​เ​ชี​ยร​มาได้ บอก​ว่า​ตน​จะ​ขาย​บ้าน​นี้ เรื่อง​โฉนด​ที่​ยัง​เป็น​ชื่อ​เ​ชี​ยร​นั้น​ไม่​ต้อง​ห่วง​ตน​มี​วิธี ไก่​กุ๊ก​ถาม​ว่า​มัน​ผิด​กฎหมาย​หรือเปล่า

“ไม่​ต้อง​ถาม​อะไร​มาก​หรอก คุณ​มี​หน้าที่​ทำ​ตาม​ที่​ฉัน​บอก​เท่านั้น​ก็​พอ เรื่อง​อื่น​เดี๋ยว​ฉัน​กับ​แม่​จัดการ​เอง”

ไก่​กุ๊ก​นิ่ง​ไป​อย่าง​กังวล​ใจ

ooooooo

ที่​บ้าน​ย่า​ขวัญ เป็ด​ปุ๊​ก​กำลัง​เรียน​การ​ทำ​ปลาทู​ต้มเค็ม​อย่าง​ใส่ใจ ย่า​บอก​ขั้น​ตอน​การ​ทำ​อย่าง​ละเอียด บอก​ว่าการ​ทำ​ปลาทู​ต้มเค็ม​นี้​ต้อง​ใช้​ความ​อดทน​มาก​เพราะ​ต้อง​ต้ม​นาน​ถึง 3 วัน​ถึง​จะ​อร่อย

“มัน​เป็น​การ​ฝึก​ความ​อดทน ทั้งคน​ทำ ทั้งคน​กิน เขา​ว่า​ใคร​ทำ​ปลาทู​ต้มเค็ม​เก่ง​จะ​เป็น​คน​ใจเย็น แต่บาง​ทีก็​ไม่​จริง​เหมือน​กัน” ย่า​พูด​ขำๆพอ​เป็ด​ปุ๊​กถา​ม​ว่า​ยังไง​หรือ ย่า​ตอบ​ทันที​เหมือน​รอ​จังหวะ​อยู่​ว่า “ก็​อย่าง​ไม้​ไง เขา​ทำ​อร่อย​มาก ก้าง​งี้​เปื่อย​เชียว แต่​แทนที่จะ​เป็น​คน​ใจเย็น กลับ​ใจร้อน...ใจร้อน​แล้ว​ก็​ใจแข็ง​ด้วย”

ย่า​เห็น​เป็ด​ปุ๊​ก​มอง​ตา​แป๋ว​ก็​เล่า​ต่อว่า

“หทัย​แม่​ของ​ไม้​นะ เขา​ทำ​ไม่​ถูก​ที่​ปิด​เรื่อง​ไม้เป็น​ความ​ลับ แต่​หลาย​ปี​หลังจาก​นั้น​เขา​ก็​รู้สึก​ผิด เขา​คิด​จะ​บอก​ความ​จริง​ให้​ทุก​คน​รู้ เขา​จะ​กลับ​มา​รับ​ไม้​ไป​อยู่​กับ​เขา แต่​ไม้​เอง​ที่​ไม่​ยอม​กลับ​ไป ไม้​ไม่​ยอม​รับ​ว่า​เขา​เป็น​แม่ แล้ว​หนี​ออก​ไป​จาก​บ้าน​ย่า​ไป​เลย วัน​ที่​ย่า​ไป​รับ​ไม้​กลับ​มา ไม้​ให้​ย่า​สัญญา​ว่า​จะ​ต้อง​ไม่​พูด​ถึง​แม่​เขา​อีก เขา​ก็​จะ​ไม่​พูด​ถึง เขา​ให้​ถือว่า​แม่​ของ​เขา...ตาย​ไป​จาก​โลก​นี้​แล้ว”

“ทำไม​ต้อง​ทำ​ถึง​ขนาด​นั้น”

“ก็​คง​ต้อง​ถาม​เขา​เอง​มั้ง ที่​ย่า​อยาก​จะ​บอก​หนูเป็ด​ก็​คือ อย่า​ไป​ว่าที่​เขา​ไม่​เคย​บอก​เรื่อง​แม่​เลย เขา​ไม่ได้โกหก เขา​อยาก​คิด​ว่า​เขา​ไม่​เคย​มี​แม่​ต่างหาก”

ฟัง​ย่า​เล่า​แล้ว​เป็ด​ปุ๊​ก​นิ่ง​ไป​นาน แล้ว​ชวน​ย่า “เป็ด​ว่า เรา​มา​ทำ​ปลาทู​ต้มเค็ม​กัน​ต่อ​เถอะ​ค่ะ”

ย่า​ขวัญ​สอน​ให้​เป็ด​ปุ๊​ก​ล้วง​ไส้​ปลา​ออก ย่า​ทำให้​ดู​และ​ให้​ทำ​ตาม เป็ด​ปุ๊​ก​ล้วง​ไส้​ปลา​ออก​มา​ท่าทาง​แข​ยง​แต่​ก็​ทำได้​จน​ย่า​ชม​ว่า​เก่ง ครั้ง​แรก​ก็​ทำได้​เลย ย่า​เอาชาม​มา​ให้​ใส่ไส้​ปลา​ที่​ล้วง​ออก​มา​บอก​ว่า​เอา​ไว้​ทำ​ไตปลา

นั่ง​ทำ​ปลา​กัน​ครู่​เดียว ย่า​เหลือบ​มอง​นาฬิกา​ที่ผนัง บอก​เป็ด​ปุ๊​กว่า “ย่า​จะ​ให้​หนู​เป็ด​ทำ​ปลา​ไป​ก่อน​นะ หมดนี่​เลย​เสร็จ​แล้ว​จะ​มา​ทำ​เครื่อง​กัน เดี๋ยว​ย่า​ไป​ตัด​อ้อย​ก่อน” เธอ​ถาม​ว่า​ตัด​มา​ทำ​อะไร? “ก็​ทำ​ปลาทู​ต้มเค็ม​นี่แหละ ต้อง​เอา​อ้อย​มา​วาง​รอง​ไว้​ก้น​หม้อ มัน​จะ​ได้​หอม แล้วปลา​ไม่​ติด​หม้อ”

เป็ด​ปุ๊​กถา​ม​ว่า​คุณ​ย่า​ปลูก​อ้อย​ไว้​ด้วย​หรือ ย่า​บอกว่า​ปลูก​ไว้​นิดหน่อย​ที่​หลัง​บ้าน​ให้​เธอ​ทำ​ปลา​ไป​ก่อน​เดี๋ยวย่ามา

ooooooo

พอ​ย่า​ออก​ไป​ไม่​นาน ไม้​ก็​ส่งเสียง​เข้า​มา ร้อง​บอก​ย่า​ว่า “ไม้​มา​แล้ว” ไม่ได้​ยิน​เสียง​ตอบ​ของย่า​แต่​ได้ยิน​เสียง​กุกกัก​ใน​ครัว​เลย​เดิน​ไป​ดู เจอ​เป็ด​ปุ๊​กอยู่ใน​ครัว ไม้​ถาม​ว่า​มา​ทำ​อะไร​เหรอ

พอ​เป็ด​ปุ๊​กบ​อก​ว่า​มา​เรียน​ทำ​ปลาทู​ต้มเค็ม​กับ​ย่า ไม้​ก็​ร้อง “อ๋อ...อย่าง​นี้เอง” เธอ​ถาม​ว่า​หมายความ​ว่า​ยัง​ไง?

“ย่า​บอก​ให้​ผม​มา​หา บอก​จะ​ให้​ช่วย​สอน​คนทำ​ปลาทู​ต้มเค็ม แล้ว​ย่า​ไป​ไหน​ล่ะ” เป็ด​ปุ๊​กบ​อก​ว่า​ไป​ตัด​อ้อย

ไม้​เห็น​เธอ​ล้วง​ไส้​ปลาทู​ใส่​ใน​ชาม เขา​บอก​ว่าล้วง​ไส้​หมด​แล้ว​ก็​เอา​ไป​ล้าง​น้ำ เธอ​สะบัด​เสียง​ใส่​ว่า​ตน​มา​เรียน​กับ​ย่าไม่​ใช่​เขา ไม้​ทำ​หน้า​อ่อนใจ​ถาม​ว่า

“คุณ​ยัง​ไม่​เข้าใจ​เหรอ การ​ที่​ย่า​ไม่​อยู่​ก็​เพื่อ​จะเปิด​โอกาส​ให้​ผม​เป็น​คน​สอน​คุณ...อ้อย​เนี่ย​ต้อง​ตัด​เตรียม​ไว้​ตั้งแต่​แรก​ไม่​ใช่​มา​ตัดตอน​นี้ เถอะน่า มา​เรียน​ให้​เสร็จๆ ตามใจ​คน​แก่​หน่อย”

เป็ด​ปุ๊​ก​หา​ว่า​เขา​พูด​เอง​เออ​เอง​เพราะ​ไม่​เห็น​ย่า​บอก​ตน​เลย ไม้​บอก​ว่า​ขืน​ย่า​บอก เธอ​ก็​ไม่​มา​เรียน​เพราะ​เธอ​เกลียด​ตน แล้ว​ไม้​ก็​ใช้​ไม้​อ่อน เอ่ย​ขึ้น​ว่า

“เอา​งี้...ปกติ​ผม​ไม่​ทำ​หรอก​นะ ผม​ขอโทษ​ทุก​อย่าง​ที่​ผม​ทำ​ผิด​ต่อ​คุณ” พูด​แล้ว​ยื่น​นิ้ว​ก้อย​ออก​ไป เป็ดปุ๊ก​สะบัด​หน้า หา​ว่า​เขา​มอง​ตน​เป็น​เด็ก ไม้​ชัก​หงุดหงิด​ถาม​ว่า “จะ​เอา​ยัง​ไง​กัน​อีก​ล่ะ​คุณ​ณณ...ขอโทษ​ก็​แล้ว ขอ​คืนดี​ก็​แล้ว ยัง​จะ​อะไร​อีก อย่า​มี​อคติ​นัก​เลย​น่า”

โดน​หา​ว่า​มี​อคติ เลย​เป็น​เรื่อง​ขึ้น​มา​อีก หาว่า​ไม้​ขอโทษ​ขอ​คืนดี​ก็​แค่​ทำ​เล่นๆ ไม่ได้​รู้ตัว​ว่า​ทำ​ผิดจริงๆ เลย​ใช่​ไหม

“ผม​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ผม​เชื่อ ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ผม​อยาก​ทำ ใคร​จะ​คิด​ว่า​ถูก​หรือ​ผิด​ก็ตาม​ใจ ผม​ช่วย​ไม่ได้” ไม้ฉุนขึ้นมา

“รวม​ทั้ง​เรื่อง​แก้ว​ด้วย​ไหม” ไม้​ถาม​ว่า​แก้ว​เกี่ยว​อะไร​ด้วย “ก็​ที่​ไป​กิน​ข้าว​กับ​เขา แล้ว​ก็​ไป​รับ​เขา​ถึง​หน้า​บริษัท​น่ะ อยาก​จะ​ทำ​มาก​เลย​ใช่​ไหม เคย​คิด​บ้าง​ไหม ว่า​คน​คน​นั้น​ใส​่ร้าย​ฉัน จน​ฉัน​ถูก​เจ้านายเกลียด แล้ว​ลด​ตำแหน่ง​ฉัน ทั้งๆที่​ฉัน​ไม่ได้​ทำ​อะไร​ผิด​เลย”

ไม้อึ้งไปกับอารมณ์พลุ่งพล่านของเธอจนตัวเองก็สับสน อึดอัด เลยโพล่งไปว่า

“คุณคอยแอบตามผมตลอดเวลาหรือไง ถึงได้รู้ว่าผมไปไหนกับใคร กินข้าวกับใคร”

“ฉันไม่บ้าแอบตามนายหรอก แต่นายนั่นแหละ ที่ชอบทำอะไรประเจิดประเจ้อ อยากอวดว่ามีสาวควงรึไง ปัดโธ่...คนอื่นเขาก็มีเหมือนกัน”

“ยกเว้นคุณ” พูดไปแล้วไม้ก็สะดุ้งเมื่อเสียงแว้ดว่า ว่าไงนะ! แต่เขาก็ยังเล่าต่อได้ไม่สะดุดว่า “ผมจะบอกว่าคนมีอคติ ใจแคบ มองคนอื่นในแง่ร้ายอย่างคุณนี่แหละ ที่ไม่มีวันจะมีใครอยากควง!”

เป็นคำปรามาสที่ทำให้เป็ดปุ๊กทั้งโกรธทั้งอาย คว้าปลาทูได้ก็ปาไม้ไม่ยั้ง ไม้รับไว้จนเต็มมือ ตัวสุดท้ายรับไม่ทันถูกปาเลยตัวเขาไป มันลอยไปโดนหน้าพิกุลที่เดินเข้ามาจังๆ เป็ดปุ๊กรีบขอโทษ ถามว่าเจ็บไหม

“ไม่เจ็บหรอกค่ะ แต่มันคาวไปหน่อย ทะเลาะกันเหรอคะ” ไม้ดุว่าเธอไม่เกี่ยว “พิกุลจะมาบอกคุณไม้ว่าบ่ายๆ ถ้าว่างให้พาคนงานไปตัดต้นไม้ที่ซอย 6 ด้วย”

“ไม่ต้องบ่ายหรอก จะไปทำให้เดี๋ยวนี้เลย ว่างแล้ว” พูดแล้วมองเป็ดปุ๊กฉุนๆ แล้วเดินออกไป เจอย่าขวัญกลับมาพอดี ย่าถามว่ามาแล้วหรือ “กำลังจะกลับแล้วย่า ลูกศิษย์ย่าเขาไม่ยอมให้ผมสอน ไปนะย่า”

“อะไรของมัน” ย่าเกาหัวแกรกๆ พอหันเข้าบ้านก็เห็นเป็ดปุ๊กเดินออกมาอีกคน เธอบอกย่าว่าขอกลับบ้านก่อน “อ้าว...อะไรอีกล่ะ” ย่ายิ่งงง

“อาจารย์พิเศษของคุณย่า ทำเป็ดหมดอารมณ์ค่ะ ไว้วันหลังเป็ดมาเรียนใหม่นะคะ ขอโทษด้วยค่ะ” พูดแล้วยกมือไหว้ลาเลย ย่ารับไหว้ค้างอยู่อย่างนั้น หันไปถามพิกุลว่าไปทำอะไรเขาหรือ พิกุลบอกว่าตนไม่ได้ทำ ถูกปลาทูปาใส่เต็มหน้าด้วยซ้ำ ย่าถามว่า “เขาทะเลาะกันเหรอ”

“ก็คงงั้นล่ะค่ะ แล้วพิกุลพอจะรู้ด้วยว่า ทะเลาะกันเรื่องใคร”

ย่ากับพิกุลพากันไปที่ร้านต้นไม้สวนขวัญ ฝ้ายฟันธงว่าต้องทะเลาะกันเรื่องแก้วแน่ๆ พิกุลเลยเล่าว่าตอนตนเข้าไปก็ได้ยินพูดถึงชื่อแก้วแว่วๆ เหมือนกัน

ย่าขวัญไม่รู้จักแก้ว ถามว่าเป็นใคร ซักไซ้จนรู้ว่าเป็นแฟนของโอม ย่าเอามือทาบอก อุทาน...“แล้วไม้ไปยุ่งกับผู้หญิงคนนี้อีก มันคิดยังไงของมัน เดี๋ยวเหอะ กลับมาย่าจะฟาดให้หลังลายเลย”

เมื่อรู้จากพิกุลว่าแก้วคิดจะจับไม้เพราะเพิ่งรู้ว่าเป็นมหาเศรษฐี ย่าก็ยิ่งเป็นห่วงกลัวเรื่องจะยุ่งกันใหญ่ ถามว่าจะทำอย่างไรดี พิกุลนิ่งไปอึดใจ พอคิดออกก็บอกอย่างตื่นเต้นว่า “พิกุลรู้แล้วค่ะ เรื่องนี้ต้องให้ถึงหูคุณโอม!”

ooooooo

หลังจากแก้วรับปากจะทำงานให้ไม้แล้ว วันนี้เธอไปห้างกับโอม เธอเลือกซื้อเสื้อผ้าของตัวเอง พอจะซื้อโอมชี้ว่าตัวโน้นดอกก็สวยดี เธอเปลี่ยนตามใจเขาทันที แล้วฉอเลาะถามว่าช่วงนี้เขาสบายใจขึ้นแล้วใช่ไหม

พอเห็นโอมอารมณ์ดีขึ้นก็ปะเหลาะถามเรื่องงานว่าเรื่องที่เขาไม่ได้เป็นเจ้าของหมู่บ้านตัวจริง ไม่มีปัญหาแล้วใช่ไหม โอมบอกว่ากำลังหาทางออกอยู่ แก้วยอว่าพ่อเขาเก่งอยู่แล้ว

“พ่อกำลังพยายามสร้างความสัมพันธ์กับย่าของไอ้ไม้ จะหว่านล้อมให้เขายอมขายที่ดินหลังหมู่บ้านให้ จะได้ขยายหมู่บ้านออกไปอีก” แก้วเลียบเคียงว่าถ้าซื้อได้ก็ไม่ต้องห่วงว่าที่ดินจะไม่ใช่ของเขาอีก “แน่นอน! มันต้องเป็นของผมในที่สุด”

แก้วทำเป็นดีใจ แล้วฉุกคิดได้ถามว่าถ้าเขาไม่ยอมขายล่ะ?

“ไม่เห็นยาก คนแก่อยู่บ้านคนเดียว เราก็วางยาให้แกนอนหลับแล้วก็ปั๊มลายนิ้วมือขายที่ให้เราเลย เผลอๆได้ราคาถูกๆด้วย” โอมหัวเราะร่าอย่างย่ามใจ แก้วหัวเราะผสมโรงถามว่าต้องเป็นความคิดเขาแน่ๆเลยใช่ไหม “เรื่องแบบนี้ มันต้องเอาทุกทางแหละ”

แยกจากโอม แก้วไปหาไม้ที่ร้านสวนขวัญทันที ฝ้ายเห็นแก้วมาหาไม้ก็โทร.เม้าท์กับพิกุลทันที พิกุลคุยโทรศัพท์สบายๆเพราะคิดว่าตัวเองอยู่คนเดียว ด่าแก้วว่าผู้หญิงไร้ยางอาย กลางวันอยู่กับโอม ตกเย็นก็มาหาไม้

โอมเองก็กลับมาที่สำนักงานขาย ได้ยินพิกุลคุยเกี่ยวพันกับแก้วและตนก็แอบฟัง

“ฉันน่ะนะ อยากให้คุณโอมรู้จริงจริ๊งว่าแฟนของตัวเองน่ะ นิสัยยังไง” พูดแล้วหันไปเห็นโอม พิกุลรีบวางสายแล้วทำเป็นก้มหน้าก้มตาทำงาน แต่โอมไม่ยอมปล่อยผ่าน ตรงไปตะคอกถามว่า “พูดโทรศัพท์กับใคร แล้วอะไร แฟนฉันทำไม” พิกุลบอกว่าไม่มีอะไรแค่คุยขำๆ โอมตวาดว่าตนไม่ขำ ด่าพิกุลว่าคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงแบบนี้ต้องไล่ออก

พิกุลถือโอกาสนี้ตัดพ้อทวงบุญคุณว่าตนอุตส่าห์สอดส่องสอดแนมความประพฤติแฟนเขาให้ยังจะไล่ออกอีก พูดอ่อยว่าแบบนี้ตนก็จะไม่บอกอะไรเด็ดๆให้เขาเหมือนกัน โอมถามว่าเธอรู้อะไรมา

“ก็รู้เรื่องที่คุณแก้วเธอพยายามไปทำตัวสนิทสนมกับคุณไม้น่ะสิคะ นี่สายก็รายงานมาว่าตอนนี้ก็ไปออเซาะฉอเลาะกับคุณไม้ที่ร้านสวนขวัญน่ะค่ะ”

โอมบอกไม่เชื่อแต่ผลุนผลันออกจากสำนักงานขายไปทันที

ooooooo

แก้วกำลังยิ้มหวานเข้าไปหาไม้โน้มหน้าเข้าไปกระซิบจนปากเกือบจูบแก้มไม้ว่า มีข่าวดีมาบอกเรื่องที่ไม้วานให้ทำเมื่อวาน ไม้ทำเป็นยิ้มยินดีชวนไปคุยกันข้างในดีกว่า

เมื่อแก้วเล่าแผนการของโอมให้ไม้ฟัง เขาโมโหมากถามว่าคิดจะทำกันอย่างนั้นเลยหรือ ขอบคุณแก้วที่ช่วยสืบให้ แก้วอ่อยเต็มที่ทั้งเกาะแกะกระแซะไม่หยุด แต่แล้วก็หงุดหงิดเมื่อมือถือดังขึ้น เป็นสายจากโอม เธอบอกว่าเรื่องงาน  แล้วขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก

โอมถามว่าเธออยู่ไหน แก้วโกหกว่าอยู่บนรถแท็กซี่กำลังจะกลับบ้าน โอมโมโหตวาดว่าโกหกตนทำไม แก้วทำเป็นงอนเสียงแข็งใส่ว่า

“ถ้าโอมจะโทร.มาหาเรื่องแก้วแบบนี้ แก้วไม่คุยด้วยแล้วนะคะ แค่นี้นะ” พูดแล้วตัดสายหันจะเข้าไปหาไม้ พลันก็แทบช็อกเมื่อเห็นโอมลงจากรถที่จอดอยู่หน้าร้าน เดินถือโทรศัพท์ตรงรี่เข้ามาในร้าน!

พิกุลรู้ว่าโอมไปที่ร้านสวนขวัญกลัวจะมีเรื่องราวใหญ่โตจึงโทร.บอกนภให้รีบไปที่นั่น อย่างน้อยถ้าโอมเห็นลูกบ้านก็อาจจะเกรงสายตาบ้าง นภออกมาเจอรถเป็ดปุ๊กกับเชียรผ่านมาพอดีเลยโบกรถให้ช่วยไปส่งที่ร้านสวนขวัญด้วย

โอมเข้าไปเผชิญหน้าแก้ว ถามว่าทำไมต้องโกหกตนด้วย และเธอมาทำอะไรที่นี่ แก้วโกหกว่ามาหาเลือกซื้อต้นไม้ทั้งสองโต้เถียงกันเสียงดัง ไม้เดินออกมาถามว่ามีอะไรกันหรือ โอมมองแก้วขวับตวาดว่าเธอตั้งใจมาหาไม้!

“ใช่...แก้วตั้งใจมาหาคุณไม้ แก้วมาให้เขาช่วยเลือกต้นไม้ให้”

โอมยิ่งโมโหเมื่อรู้ว่าแก้วให้ไม้ไปดูคอนโดมาแล้ว ลากแก้วให้ไปคุยกันข้างนอก แก้วขืนตัวไม่ยอมไป ไม้ทนไม่ได้เข้าขวางบอกว่าแก้วไม่อยากไปก็อย่าบังคับ และตนไม่ยอมให้ใครมาอวดเบ่งกับผู้หญิงในร้านตน โอมอ้างว่าแก้วเป็นแฟนตน

“ก็แค่แฟน ผัวเมียกันยังบังคับกันไม่ได้เลย ไม่มีใครมีสิทธิ์เป็นเจ้าชีวิตใคร โดยเฉพาะคนอย่างนาย!”

“ทำไม! คนอย่างฉันเป็นยังไง!!”

“ฉันรู้ว่านายกับพ่อกำลังคิดจะทำอะไรกับย่า เพื่อให้ได้ที่ดินของย่า อย่าหวังว่านายจะทำสำเร็จ ฉันไม่มีวันยอมหรอก”

โอมหันขวับถามแก้ว “แก้วบอกอะไรมัน!!” แก้วยืนอึ้งพูดไม่ออก

เป็ดปุ๊กขับรถมาถึงหน้าร้านพอดี เชียร นภ รีบลงจากรถไป เจอไม้กับโอมกำลังดุเดือดเลือดพล่านกัน เห็นแก้วหลบไปอยู่ข้างหลังไม้ ไม้ไล่โอมให้กลับไปก่อน โอมบอกว่าตนจะกลับก็ต่อเมื่อมีแก้วไปด้วย แก้วไม่ยอมไป อ้อนวอนไม้ว่าถ้าตนไปก็ต้องถูกโอมทำร้าย

โอมยิ่งโมโหที่ไม้ปกป้องแก้ว เมื่อถูกไม้ไล่ก็พุ่งเข้าชก แต่ถูกไม้ชกจนจุกตามด้วยอัปเปอร์คัตเข้าที่ปลายคางหมดสติไป เป็ดปุ๊กมาเห็นพอดีเธอถลาไปประคองโอม ตะโกน “พอแล้ว จะฆ่ากันให้ตายเลยรึไง!” เธอพยายามเรียกโอมจนเขาลืมตาขึ้น “เป็นยังไงบ้างคะ...ฉันว่าคุณโอมกลับไปก่อนดีกว่าค่ะ อย่าทะเลาะกันเลยไม่มีประโยชน์”

ส่วนแก้วก็เข้าไปหาไม้ ตำหนิโอมว่าใช้ไม่ได้จริงๆ ถามว่าเขาไม่เป็นอะไรใช่ไหม ไม้ไม่ตอบแต่เดินหงุดหงิดเข้าไปหลังร้าน แก้วรีบตามไป ฝ้ายกับดำมองตามอย่างฮึดฮัดหมั่นไส้มาก ฝ้ายพึมพำอย่างรับไม่ได้ว่า

“บ้าเหรอ! ฉันเบื่อพี่ไม้ ไม่พูดอะไรกับคุณเป็ดสักคำ ผู้ชายอะไรซื่อบื้อ!!”

ooooooo

โอมกลับถึงบ้านในสภาพบอบช้ำ หทัยตกใจถามว่าไปโดนอะไรมา โอมฟ้องว่าถูกไม้ชกอวดผู้หญิงคงอยากโชว์ว่าตัวเองใหญ่โตเต็มที่ หทัยถามว่าผู้หญิงที่ไหน โอมไม่บอกแต่อาฆาตไม้ว่า

“ผมไม่ปล่อยมันไว้แน่ ผมแจ้งความให้ตำรวจจับมันเข้าคุก เอาข้อหาพยายามฆ่าเลย พยานเห็นกันเยอะแยะ แล้วคราวนี้แม่ช่วยมันไม่ได้ด้วย”

หทัยไม่สบายใจเตือนสติว่ายังไงก็เป็นพี่น้องกัน แต่โอมไม่ขอนับญาติด้วย หทัยเสนอจะแบ่งเงินค่าที่ดินส่วนของตนให้โอมครึ่งหนึ่งแลกกัน โอมถามว่าแล้วอีกครึ่งล่ะ หทัยบอกว่าจะเก็บไว้ใช้เอง

“แม่เก็บไว้ให้ไอ้ไม้ต่างหาก ยังไงไอ้ไม้มันก็ได้มากกว่าผมใช่ไหมล่ะครับ ครึ่งหมู่บ้านก็เป็นของมัน แล้วมันยังจะได้ครึ่งนึงของแม่อีก” โอมชี้หน้าหทัยอย่างก้าวร้าว “แม่จำไว้นะครับ ผมจะหยุดก็ต่อเมื่อผมได้ส่วนที่เป็นของแม่ทั้งหมด ยังไงผมก็ไม่มีวันยอมปล่อยให้มันได้ทุกอย่างไปหมดหรอก!!”

พูดแล้วโอมเดินหุนหันปึงปังออกไป หทัยมองตามด้วยความกังวลมาก

ooooooo

เก็จหัวเราะร่า เมื่อรู้จากแก้วว่าโอมถูกไม้ต่อย ยุน้องว่า

“น่าจะเป็นโอกาสของแกแล้วล่ะ รุกให้มันสุดๆหน่อย กับคุณโอมยังทำสำเร็จมาแล้ว คุณไม้นี่ก็แค่คนสวน อยู่กับดินกับหญ้า ไม่เคยเจออะไรอย่างแกหรอก ยิ้มหวานๆ ฉอเลาะนิดหน่อย แค่นี้ก็เสร็จแล้ว หรือจะต้องให้ฉันสอนอะไรแกอีก”

“ไม่ต้องหรอก ผู้ชายคนเดียว มันไม่ยากขนาดนั้น”

ระหว่างนั้น ไก่กุ๊กเดินผ่านมาได้ยินสองพี่น้องคุยกัน เขาหลบไปหลังเสาเงี่ยหูฟัง

“งั้นก็รีบๆหน่อย เอาคุณไม้มาเป็นของแกให้ได้ ฉันจะได้สมน้ำหน้านังเป็ดมันที่ต้องเสียทุกอย่างให้แก ทั้งงาน ทั้งผู้ชาย ที่สำคัญเงินหลายๆๆๆล้าน!” สองพี่น้องหัวเราะร่ากันอย่างพออกพอใจ

ไก่กุ๊กนิ่งงัน...ไม่สบายใจกับสิ่งที่ได้ยิน

ooooooo

วันนี้โอมบุกไปหาแก้วถึงที่ทำงาน เจอแก้วเดินคุยมากับพิมพาพอดี เขาตรงเข้าไปดึงแขนแก้วบอกว่าอยากคุยด้วย แม้พิมพาจะบอกว่าเรากำลังคุยงานกันอยู่ก็ไม่สนใจ บอกว่าแป๊บเดียวแล้วลากแก้วไปเลย

โอมลากแก้วไปที่สวนหย่อมบริเวณตึก แก้วพยายามสะบัดแขนขืนตัว โอมไม่ปล่อยบอกว่าต้องการคำอธิบายที่เธอกำลังทิ้งตนไปหาไม้ แก้วพูดหน้าตาเฉยว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ตนมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้

เมื่อถูกโอมจี้ว่าเธอเอาความลับของตนไปบอกไม้ แก้วบอกว่าเป็นความลับแล้วมาบอกตนทำไม เมื่อไม้ถามตนจึงเล่าให้ฟัง ซ้ำยังพูดอย่างตำหนิว่า

“บอกตามตรงเลยนะ สิ่งที่โอมกับพ่อคิดจะทำ ไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย ถ้าแก้วทำให้โอมทำตามแผนไม่ได้ โอมก็คิดแผนใหม่แล้วกัน แค่นี้นะ แก้วต้องกลับไปทำงานแล้ว”

โอมไม่ยอมปล่อย พูดกรอกหูแก้วว่าเธอกำลังคิดผิด เพราะไม้ไม่ใช่คนดี ไม้แอบเข้าไปในบ้านเป็ดปุ๊กหมายข่มขืนมาแล้ว แก้วตัดบทอย่างรำคาญใจว่า ตนดูออกว่าใครเป็นยังไงและถ้าไม้เป็นอย่างที่โอมพูดจริง ตนก็พร้อมจะรับผลของมัน

แก้วสะบัดกลับไป โอมมองตามคำรามแค้น

“นึกว่าฉันแคร์แกนักเหรอ คอยดู! ทั้งแก ทั้งไอ้ไม้ ไม่มีวันมีความสุขหรอก!!”

พอแก้วกลับไปหาพิมพาที่ห้องทำงาน เธอถูกพิมพาตำหนิว่า โอมทำแบบนี้ไม่แคร์ว่าอาชีพการงานของเธอจะเสียหายเลย เธอเป็นหัวหน้าแล้ว ถ้ามีอะไรแบบนี้บ่อยๆ จะส่งผลถึงตำแหน่งของเธอ

แก้วบอกว่าตนเลิกกับโอมแล้ว และถือโอกาสบอกว่าจะขอคืนตำแหน่งหัวหน้าให้เป็ดปุ๊กเพราะเธอชำนาญงานกว่าตน แต่พิมพาไม่เห็นด้วยเพราะเป็ดปุ๊กทำงานนัดลูกค้าแล้วลืมเอกสาร ซ้ำยังแอบหนีไปช็อปปิ้งบ่อยๆ ถามว่าแก้วเป็นคนรายงานเองไม่ใช่หรือ แบบนี้จะปล่อยให้เป็นหัวหน้าได้ยังไง แก้วทำเป็นใจกว้างบอกว่าเราน่าจะให้โอกาสเขา

“พี่รู้ว่าแก้วหวังดีกับเพื่อน แต่พี่ไม่ไว้ใจเขาอีกแล้ว ความจริงไม่ไล่ออกไปเลยก็บุญแค่ไหนแล้ว”

แก้วแอบเจ็บใจที่แผนคืนตำแหน่งให้เป็ดปุ๊กแลกกับไม้ของตนไม่สำเร็จ เมื่อกลับไปเจอเป็ดปุ๊กที่ห้องทำงาน เธอบอกว่าคุยให้แล้วแต่พิมพาไม่ยอม แต่พอเป็ดปุ๊กถามเหตุผล แก้วอึกอักแล้วตัดบทว่า พิมพาบอกว่าขอคิดก่อนแล้วทวงสัญญาว่าตนทำส่วนของตัวเองแล้วเธอก็อย่าลืมทำส่วนของตัวเองด้วยแล้วกัน ยกไม้ให้ตนและอย่ายุ่งกับไม้อีก

“ก็ไม่เคยยุ่งอยู่แล้ว อยากได้เขาก็เอาไปเลย ฉันไม่เกี่ยว”

“เธอนี่น่ารักไม่เปลี่ยนเลย” แก้วยอแล้วเดินเริงร่าไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง

เป็ดปุ๊กแอบถอนใจไม่อยากหวังอะไรมาก...

ooooooo

โอมวางแผนจะแกล้งไม้ เขาขับรถกอล์ฟไปจอดหน้าบ้านเป็ดปุ๊กมองไปยังกำแพงที่ไม้เคยปีนข้ามไปมา ยิ้มอย่างสะใจแล้วขับรถออกไป เชียรที่รดน้ำต้นไม้อยู่แปลกใจกับท่าทางแปลกๆของโอม

รุ่งเช้า ขณะเป็ดปุ๊กจะไปทำงาน โอมก็ขับรถกอล์ฟ มาจอด เป็ดปุ๊กจึงเดินไปหา โอมแจ้งว่าทางโครงการอยาก จะติดรั้วกันขโมยให้บ้านเธอ โน้มน้าวใจว่า

“ตอนนี้ทุกบ้านติดกันหมดแล้ว มีแต่บ้านคุณเป็ดปุ๊ก นี่แหละครับที่ยังไม่ติด ทางโครงการก็เลยอยากติดให้เพื่อ กันบุคคลที่ไม่หวังดีปีนเข้าปีนออก”

เชียรพยายามบอกว่ากำแพงนี้ติดกับสวนของไม้กับ คุณย่า คนปีนเข้าออกก็มีแต่ไม้คงไม่มีหัวขโมยที่ไหนหรอก

โอมหว่านล้อมแสดงความห่วงใยและปรารถนาดี แล้วรวบรัดกับเป็ดปุ๊กว่า ถ้าจะติดเดี๋ยวเราไปเลือกรั้วกัน เลย ทางโครงการบริการฟรี เชียรถามเป็ดปุ๊กว่าจะติดจริงๆ หรือ เธอคิดหนักแต่แล้วก็บอกพ่อว่า “ติดก็ได้ค่ะ” โอม รวบรัดนัดพรุ่งนี้จะมารับไปดูเหล็กดัดกันขโมยกันเลย เป็ดปุ๊กรับคำแล้วขอตัวไปทำงาน

เชียรไม่สบายใจ ไปเล่าให้ไม้ฟังที่ร้านสวนขวัญ ไม้คิดเครียดแต่ก็บอกเชียรว่า

“ยังไงคุณเป็ดก็ตัดสินใจแล้ว ก็คงต้องตามนั้น ขอบคุณนะครับที่มาบอก คงถึงเวลาที่ผมต้องเข้าตามตรอกออกทางประตูสักที” ไม้พยายามพูดติดตลก แต่ทั้งตัวเองและเชียรต่างก็ขำไม่ออก

ooooooo

ย่าขวัญหาวิธีใหม่ที่จะให้ไม้ได้ติดต่อสัมพันธ์กับเป็ดปุ๊ก วันนี้ก็ฝากแกงหอยขมกับผัดเผ็ดปลาดุกให้ไม้เอาไปฝากเชียร ไม้เกี่ยงให้ย่าเอาไปให้เอง เพราะ เป็ดปุ๊กคงไม่ชอบที่จะให้ตนปีนกำแพงเข้าไปเลยกำลังจะติดรั้วกั้น

แต่ย่าขวัญไม่ละความพยายาม เช้ามืดวันต่อมา ก็ปีนขึ้นไปหาไม้ที่บ้านต้นไม้ของเขา ไม้ตื่นมาตกใจบ่นว่าย่าปีนขึ้นมาได้ไง เดี๋ยวตกไปแข้งขาหัก ย่าบอกว่า ร้องเรียกแล้วไม่เห็นตื่นเลยใจร้อน ไม้ถามว่าจะให้ตนทำอะไรหรือ

“เอานี่ไปให้บ้านนั้น” ย่าส่งถุงอาหารให้มากมายหลายอย่าง ไม้กำลังจะเกี่ยง ถูกย่าตัดบทว่า “จะเอาไป ให้ยังไงย่าไม่สน แต่เราต้องไปเชิญหนูเป็ดกับพ่อเขามา งานวันเกิดย่าอาทิตย์หน้าด้วย”

“อะไรนะ!!” ไม้หายงัวเงียเป็นปลิดทิ้ง

“รู้ว่าได้ยิน รู้ว่าเข้าใจ ไม่ต้องมาทำหน้างง” ย่า ตัดบทแล้วกลับไปเลย

ไม้มองถุงอาหารคิดหนัก...จะเอาไงดี???

เช้าวันเดียวกัน โอมไปรับเป็ดปุ๊กเพื่อพาไปดูรั้ว แต่เช้า เธอไปกับเขาท่ามกลางความไม่สบายใจของเชียร ระหว่างนั่งรถไปด้วยกันเธอนิ่งเงียบ โอมเอื้อมมาจับมือเธอบอกว่าไม่ต้องคิดมากพร้อมเมื่อไหร่ค่อยติดก็ได้

โอมพยายามโยงไปถึงไม้กับแก้ว บอกว่าไม่ต้องคิดมาก เธอบอกว่าเรื่องคนอื่นตนไม่สนใจอยู่แล้ว แต่ระหว่างรถผ่านหน้าร้านสวนขวัญนั่นเอง โอมเห็นไม้ยืนอยู่ก็ชี้ให้เป็ดปุ๊กดู เธอหันมองสบตากับไม้พอดี แต่รถ ยังไม่ทันผ่านหน้าร้าน แก้วก็เดินออกมาเกาะแขนไม้อย่าง สนิทสนม โอมเห็นแก้วกลับช็อกไปเอง

แก้วออกมาที่ฟุตปาท เห็นโอมกับเป็ดปุ๊กนั่งรถผ่าน ก็ทำเป็นตื่นเต้นชี้ให้ไม้ดู

“อู๊ย...นั่นมันรถโอมนี่ ทำไมอยู่ดีๆนั่งรถไปด้วยกัน หรือว่าเขา...” ไม้ไม่อยากฟังหันเดินกลับเข้าไปในร้าน แก้วมองตามอย่างรู้ทัน ยิ้มร้ายพึมพำ

“คิดจะแก้เผ็ดฉันงั้นเหรอ...เชิญเลย...ผู้ชายพรรค์นั้น ฉันไม่สนหรอก!!”

ooooooo

ตอนที่ 8

เป็ดปุ๊กออกจากห้องน้ำกำลังจะกลับไปห้องเพื่อทำงานตามคำสั่งของแก้ว  มาเจอโอมออกจากลิฟต์พอดี เธอชะงักยิ้มทักทาย  โอมไม่เพียงไม่ยิ้มรับหากยังมองเธออย่างไม่พอใจด้วย

โอมเดินมาหาเป็ดปุ๊กเหมือนจะพูดอะไร  แต่ไม่ทันพูดแก้วก็ทักเสียงแจ่มใสว่า มาแล้วหรือ  โอมถามหน้านิ่งๆว่านัดให้มารับห้าโมงเย็นไม่ใช่หรือ  นี่ห้าโมงกว่าแล้ว  แก้วเอ่ยอ้อนๆว่ารอแป๊บเดียวขอเข้าห้องน้ำก่อน

แต่แล้วแก้วก็เปลี่ยนใจเมื่อเห็นท่าทีโอมจะเข้าไปคุยกับเป็ดปุ๊ก  หันกลับมาบอกให้โอมไปรอในห้องทำงานก็ได้ ให้กุ้งพาไปสั่งให้จัดน้ำเย็นให้ด้วย

“ก็บอกแล้วไง ว่าผมจะรอที่นี่  แก้วก็เข้าห้องน้ำไปซี” โอมเสียงหงุดหงิด แก้วรู้ทันเจตนาของโอมแต่จำต้องยอม แต่พอเข้าห้องน้ำกลับแอบดูทางประตู เห็นโอมเดินไปหาเป็ดปุ๊ก แก้วเปลี่ยนใจถอยออกมาบอกกุ้งว่า

“แก้วว่าไปเลยดีกว่า กุ้งช่วยหยิบกระเป๋าให้แก้วด้วยซี” แล้วแก้วก็เดินกลับไปหาโอมที่ยืนเผชิญหน้ากับเป็ดปุ๊ก  เลยกลายเป็นสามคนยืนอยู่ด้วยกันต่างคนต่างเงียบ จนแก้วสั่งอย่างอวดอำนาจเป็นหัวหน้าเป็ดปุ๊กว่า

“อย่าลืมนะเป็ด งานที่สั่งให้เสร็จคืนนี้เลย พรุ่งนี้แก้วต้องเอาไปให้พี่พิม” เป็ดปุ๊กดูออกว่าเธอต้องการแสดงตัวอวดโอม จึงพยักหน้ารับไม่ตอบโต้อะไร พอดีกุ้งเอากระเป๋ามาให้แก้วรับแล้วชวน “ไปกันเลยค่ะโอม”

“แก้วเขาโชคดีจังเลยนะ ลักกี้อินเกมแล้วยังลักกี้อินเลิฟด้วย” กุ้งเอ่ยขึ้น

“คิดงั้นเหรอ” เป็ดปุ๊กพูดนิ่งๆแล้วเดินเข้าห้องทำงาน กุ้งมองตามไม่เข้าใจว่าเป็ดปุ๊กหมายถึงอะไร

ooooooo

ระหว่างเดินไปลานจอดรถกับโอม แก้วถามว่าเมื่อกี๊คุยอะไรกับเป็ดปุ๊กหรือ เห็นกระซิบอะไรกัน โอมตอบมึนตึงว่า ก็แค่ทักกันนิดหน่อยเอง

“แสดงความเสียใจที่เขาถูกลดตำแหน่งเหรอคะ” แก้วถามอย่างจงใจอวดตัวที่ได้เลื่อนตำแหน่งด้วย แต่โอมไม่ยินดียินร้าย เออออให้จบๆไปว่านั่นแหละ แล้วถามว่าจะไปไหน

“แวะซื้อของหน่อยก็แล้วกันนะคะ  แล้วค่อยไปหาข้าวกิน กินแถวทองหล่อก็ได้”

“ไม่รู้จะซื้ออะไรนักหนา” โอมพึมพำ  แก้วหันมองหน้า เขาทำไม่รู้ไม่ชี้ถอยรถพรืดแล้วขับออกไปเลย

ไปถึงร้านอาหาร โอมสั่งของตัวเองทันที “แซลมอนสเต็ก ซุปเห็ด”

“หอยเชลล์ทอดกระเทียม สลัดปู” แก้วสั่งแล้วเงยหน้าถามบริกร “ปูสดหรือเปล่า” พอบริกรบอกว่าสด เธอก็บ่น “คราวก่อนก็บอกว่าสด ที่ไหนได้ กลิ่นแรงเลย”

“แล้วจะไปสั่งทำไม กินอย่างอื่นสิ หมูไก่อะไรก็มีตั้งเยอะแยะ” เธอบอกว่าตนอยากกินปู “งั้นก็ต้องทน เขามีอะไรให้กินก็กินไป บ่นนั่นบ่นนี่เสียเวลาเปล่าๆหิวแล้ว”

แก้วอึ้งไปนิดหนึ่ง บอกบริกร  “เอาอย่างที่สั่งนั่นแหละ” พอบริกรออกไป เธอหันฉอเลาะกับถามโอมว่า “โมโหหิวเหรอคะหรือเครียดงาน”

โอมบอกว่าก็ทั้งหมดนั่นแหละ แก้วถามเอาใจว่ามีอะไรให้ตนช่วยได้ก็บอกได้เลยตนยินดีทำให้ทุกอย่าง เขาปฏิเสธว่าเธอช่วยอะไรไม่ได้หรอกเพราะเป็นเรื่องในครอบครัว  กระนั้นเธอก็ยังตอแยอย่างมั่นใจตัวเองมากว่า

“นั่นน่ะแก้วยิ่งช่วยได้ใหญ่เลย  ทะเลาะกับคุณแม่เหรอคะ  ให้แก้วไปคุยกับท่านซี  รับรองท่านจะยิ่งรักลูกชายสุดหัวใจเลยล่ะ” โอมถามประชดว่าลูกชายคนไหน? เธอทำเสียงสูงถามว่า “ลูกคนไหน? หมายความว่าไงคะ”

“ผมไม่ใช่ลูกคนเดียวของแม่ ผมเพิ่งรู้ ก่อนแม่จะมาแต่งงานกับพ่อ   แม่ผมน่ะเขามีผัวมาก่อนแล้ว  แล้วก็มีลูกกับผัวเก่าคนนึง”  แก้วอึ้งไปนิดหนึ่งแล้วพูดให้เขาสบายใจสร้างบรรยากาศให้ดีว่า  แบบนี้เป็นเรื่องธรรมดา  แม่ตนก็มีสามีสองคน โอมขัดขึ้นว่า  “ถ้ามีผัวมีลูกมันก็ไม่เป็นไรหรอก แต่มันกลายเป็นว่า ลูกคนแรกของเขาเป็นเจ้าของทุกๆ อย่างน่ะซี”

คราวนี้แก้วชะงัก ถามว่าเป็นเจ้าของทุกอย่างหมายความว่ายังไง โอมบอกว่าที่ดินที่เอามาทำหมู่บ้านเสริมขวัญนั้น  ครึ่งหนึ่งเป็นของแม่ตน  แต่อีกครึ่งหนึ่งเป็นของลูกอีกคนของแม่ แก้วยิ่งสนใจถามว่าทำไมหรือ? โอมกระชากเสียงอย่างมีอารมณ์ว่า

“ก็ที่ดินตรงนั้นเป็นของพ่อมัน มันเลยได้ไปคนละครึ่งกับแม่ ส่วนผมก็เป็นแค่ลูกจ้างของมัน ไม่มีอะไรเป็นของผมสักตารางนิ้ว แล้วเชื่อไหม? ถ้าแม่ตาย แม่ก็อาจจะยกเงินที่ขายที่ดินของแม่ให้มันอีก เพราะเป็นที่ดินของพ่อมัน!”

แก้วอึ้ง มองโอมจากสายตาที่เห็นเป็นทายาทมหาเศรษฐีกลายเป็นแค่ผู้จัดการโครงการคนหนึ่งเท่านั้น! โอมยังเล่าต่ออย่างเจ็บใจว่า

“แต่ผมจะไม่ยอมหรอก ผมจะไม่ยอมให้คนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่ได้เครียด ไม่ได้เหนื่อยสร้างหมู่บ้านนี้ มาชุบมือเปิบเอาทุกอย่างไปง่ายๆ ผมไม่มีวันยอม!”

ooooooo

เพราะย่าขวัญบอกเชียรว่าเรื่องของไม้กับเป็ดปุ๊กนั้นเชียรต้องช่วยด้วย   วันนี้ที่บ้านย่าขวัญจึงมีการระดมทำอาหารเตรียมใส่บาตรกันหลายอย่าง  เชียรก็เตรียมของใส่บาตรเช่นกัน

“พ่อว่าบ้านเรามันมีเรื่องไม่ค่อยดีอยู่เรื่อย  พ่ออยากจะทำบุญใส่บาตรสักหน่อย”

“ก็ดีเหมือนกัน พักนี้เป็ดว่าดวงเป็ดตกยังไงก็ไม่รู้ งั้นให้เป็ดช่วยเตรียมของนะคะ”

“ไม่ต้องหรอกพ่อจัดการเอง ลุกขึ้นไปอาบน้ำอาบท่า เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนอนหลับให้สนิท พรุ่งนี้จะได้ตื่นมาด้วยจิตใจสดชื่นแจ่มใส พร้อมจะให้อภัยคนอื่น” เป็ดปุ๊กทักว่าอันหลังนี่ฟังแปลกๆ เชียรพูดแก้เกี้ยวว่า “พ่อก็พูดไปเรื่อยแหละ ไป...ขึ้นไปนอน”

เป็ดปุ๊กขึ้นนอนอย่างว่าง่ายแต่ก็ยังติดใจท่าทีแปลกๆ ของพ่ออยู่ ส่วนเชียรก็หันไปเตรียมของใส่บาตรพรุ่งนี้ด้วยอารมณ์แจ่มใส

รุ่งเช้า เป็ดปุ๊กขับรถบ่ายหน้าไปตลาดตรงที่จะใส่บาตร เธอชะงักเมื่อเห็นย่าขวัญ ไม้และแตนยืนอยู่ก่อนแล้ว เธอถามพ่ออย่างพยายามระงับความรู้สึกว่า “แผนของพ่อใช่ไหม?”

“พ่ออยากใส่บาตร พอดีรู้ว่าย่าเขามาใส่บาตรที่ตลาดทุกเช้า ก็เลย...”

“ก็เลย อยากให้เป็ดใส่บาตรร่วมขันกับนายไม้” เธอดักคอ เชียรบอกว่าอยากให้เธอได้คุยเคลียร์ใจเรื่องที่ไม่เข้าใจกัน “พ่อคะ...เฉพาะปัญหาของเป็ดเองก็เยอะแยะแล้ว เป็ดไม่อยากเคลียร์อะไรกับใครแล้วค่ะ เป็ดขอโทษนะคะพ่อ พ่อลงตรงนี้เถอะ เป็ดไม่ใส่บาตรแล้ว นะคะพ่อ เป็ดว่าพ่อหาคนไปส่งที่บ้านได้อยู่แล้ว”

เชียรจำต้องหิ้วของใส่บาตรลงไป เป็ดปุ๊กขับรถออกไปทันที เธอไม่แม้แต่จะมองไม้ที่ยืนมองเธออยู่ เชียรเดินไปหาย่าขวัญบอกว่าเป็ดปุ๊กมีธุระด่วน ไม้ติงว่า “ผมว่าเพราะเขาเห็นผมอยู่ที่นี่มากกว่า”

“ไม่หรอกไม้ เธอไม่เกี่ยว”

“ขอบคุณครับ ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ” ไม้ไม่มีอาการใดๆ หันถามย่าขวัญว่า “คนที่ขวางคนอื่นไม่ให้เขาทำบุญนี่ บาปหนักไหมย่า” เลยถูกตบไหล่เบาๆ อย่างปลอบใจ

ooooooo

ส่งพ่อไปใส่บาตรแล้ว เป็ดปุ๊กบ่ายหน้าไปทำงาน ไปถึงก็หยุดลังเลว่าจะเข้าไปดีหรือไม่

“ยังไงก็หนีไม่พ้น จะกลัวทำไม” บอกตัวเองแล้วก้าวเข้าไป มองปราดไปที่โต๊ะทำงาน รู้สึกแปลกที่วันนี้ไม่มีงานวางไว้ให้ทำเลย รู้จากกุ้งว่า วันนี้พิมพาให้แก้วไปพบลูกค้าด้วยกันแต่เช้าเลยไม่มีเวลาจัดงานให้ทำ อ้อมพูดแทรกขึ้นอย่างระบายความอึดอัดว่า วันนี้เลยเป็นวันปลอดมลพิษสำหรับออฟฟิศเรา ได้พักผ่อนกันบ้าง

แล้วทั้งกุ้งและอ้อมก็เม้าท์กันว่าถ้าวันนี้แก้วอยู่มีหวังพวกเราเละกันถ้วนหน้า ท่าทางน่าจะทะเลาะกับแฟนมา อ้อมรู้ลึกกว่านั้นว่า “เห็นว่าแฟนเขามีปัญหากับที่บ้าน เลยมาหงุดหงิดใส่เขา”

“เขาบ่นว่าปัญหาใหญ่ด้วยนะ ขนาดอาจต้องตัดสินใจว่าจะคบกันต่อไปหรือเปล่าเลยล่ะ เป็ดพอจะรู้ไหมว่าแฟนแก้วมีปัญหาอะไร เขาเป็นผู้จัดการหมู่บ้านที่เป็ดอยู่นี่” กุ้งเล่าไปแซะหาข่าวไปด้วย

“คุณโอมน่ะเหรอ...ก็ไม่ค่อยแน่ใจนะ เขาก็มีปัญหาโน่นนี่อยู่ตลอดนั่นแหละ” เป็ดปุ๊กตอบคิดๆ

ooooooo

โอมเดินวนหงุดหงิดงุ่นง่านรออลงกรณ์อยู่ที่บ้าน พอเห็นพ่อหิ้วกระเป๋ากลับมาก็ตรงรี่ไปต่อว่าทันที ว่าทำไมไปดูที่นานจัง รู้ไหมตนมีเรื่องจะบอก

พออลงกรณ์นั่งลงเท่านั้น โอมก็เปิดฉากทันทีว่าอยากรู้ว่าพ่อรู้เรื่องสามีคนแรกของแม่รึเปล่า! อลงกรณ์ตอบสบายๆ ว่า รู้ว่าเคยแต่งงานมาก่อนเจอตน โอมเสียงเข้มใส่พ่อว่า “ทำไมพ่อไม่เห็นเคยบอก”

“ทำไมต้องบอก แฟนคนแรกเขาตายไปแล้ว ไม่ควรจะพูดถึงหรอก”

ไม่ควรพูดถึงเหรอพ่อ ทั้งๆ เราจะไม่ได้อะไรเลย ลูกของมันจะได้ทุกอย่างงั้นเหรอพ่อ!” อลงกรณ์ตกใจเพราะไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเหมือนกัน ถามว่าอะไร? ลูกใคร? “ก็ลูกของแม่กับผัวคนแรกของเขาไงครับ!”

อลงกรณ์ตกใจถามว่าเขามีลูกด้วยหรือ ถามโอมว่ารู้ได้ยังไง เล่ามาให้หมดเดี๋ยวนี้เลย

ฟังโอมเล่าแล้ว อลงกรณ์ลิ่วไปหาหทัยที่สำนักงานขายทันที ไปถึงก็ระเบิดอารมณ์ใส่จนหทัยรับไม่ทัน เขาหาว่าเธอหลอกให้เขาสร้างหมู่บ้านนี้อ้างว่าเพื่อครอบครัว เพื่อลูกเรา แต่กลายเป็นว่าตนถูกหลอกให้ต้องเหนื่อยยากเพื่อลูกของมัน!

หทัยนิ่งไปเมื่อรู้ว่าอลงกรณ์หมายถึงเรื่องอะไร อลงกรณ์ยังระเบิดระบายอารมณ์ไม่ยั้งว่า

“ทำไมคุณไม่เคยบอกผมว่าคุณมีลูกกับมัน แล้วเด็กคนนั้นคือ...นายไม้!!”

ขณะนั้นเองไม้กับเชียรกลับจากใส่บาตรแวะมาที่สำนักงานขายเพราะเชียรจะมาแจ้งเรื่องวอเปเปอร์ที่บ้านหลุด พิกุลเชิญให้เข้าไปนั่งในสำนักงาน ทั้งสองชะงักมองหน้ากันเลิ่กลั่กเมื่อได้ยินเสียงหทัยกับอลงกรณ์ทะเลาะกันอยู่ในห้อง

อลงกรณ์ถามหทัยว่าเห็นตนเป็นอะไร เป็นควายที่จะหลอกใช้เมื่อไหร่ก็ได้หรือ หทัยบอกว่าตนไม่เคยคิดอย่างนั้น

“แล้วทำไมไม่เคยบอกผมว่าคุณมีลูกกับผัวเก่าคุณ!”

“พูดให้มันดีๆ หน่อยซีคุณ”

ทั้งพิกุลและเชียรหันมองหน้าไม้ เห็นเขาเริ่มโกรธแล้ว เชียรจะชวนกลับ ก็พอดีเสียงอลงกรณ์ตวาดลั่นออกมาว่าตนถูกหทัยหลอกมาเกือบสามสิบปี พูดอย่างเจ็บใจว่า จะประกาศให้ทุกคนรู้ให้หมด ให้ทั้งโลกรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงแบบไหน

ไม้เริ่มทนฟังไม่ได้กำหมัดแน่นก้าวพรวดๆ ออกจากสำนักงาน เชียรรีบตาม พิกุลยืนเหวอทำอะไรไม่ถูก เชียรตามไปถามไม้ว่าจะไปทั้งที่แม่เขาถูกว่าขนาด

นี้หรือ หว่านล้อมว่า “แม่อาจจะไม่ได้เลี้ยงดูเธอเขาต้องมีเหตุผลของเขา เธอไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินแม่” ไม้โต้ว่าตนไม่คิดตัดสินแต่ไม่อยากยุ่งด้วย “เธอไม่ยุ่งไม่ได้แม่คือผู้ให้กำเนิดเธอ เธอเป็นตัวเป็นตน มีชีวิตจิตใจอยู่อย่างนี้ได้ก็เพราะแม่คลอดเธอมา”

“ผมจำไม่ได้ว่า ผมขอมาเกิดตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เธอนี่ดื้อเหมือนอย่างที่ย่าเธอบอกจริงๆ ก็ได้...ถ้าเธอไม่คิดจะช่วยแม่ ฉันจะทำเอง” เชียรหันหลังกลับไปทันที

“เดี๋ยวครับคุณเชียร ผมจัดการเอง” ไม้ร้องบอกแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานหทัย

ooooooo

หทัยกับอลงกรณ์ยังโต้เถียงกันอย่างรุนแรง เธอถามว่าเรื่องผ่านไปกี่ปีแล้ว จะรื้อฟื้นขึ้นมาทำไม

อลงกรณ์โต้ว่าเพราะเธอกำลังจะยกเงินที่ดินหมู่บ้านนี้ทั้งหมดให้ไม้ หทัยยืนยันว่ามันเป็นสิทธิ์ของไม้เพราะเป็นของพ่อเขา อลงกรณ์ถามว่าแล้วที่ตนกับโอมเหนื่อยยากสร้างหมู่บ้านนี้ขึ้นมาล่ะ?!

“คุณก็ได้เงินเดือน ได้เปอร์เซ็นต์ค่าก่อสร้างไปตั้งกี่สิบล้านแล้วยังไม่พออีกเหรอ”

“ผมต้องการได้มากกว่านั้น”

“ต้องเท่าไหร่ถึงจะพอ” ไม้ถามโพล่งขึ้น หทัยตกใจ ส่วนอลงกรณ์หันตะคอกทันทีว่าใครเชิญเข้ามา! ไม้มองหน้าสวนไปอย่างไม่สะทกสะท้านว่า “อย่างผม ไม่ต้องมีใครเชิญหรอก ผมอยากไปไหนมาไหนก็ได้ อย่าลืมซิ หมู่บ้านนี้สร้างบนที่ดินของผม”

อลงกรณ์ด่าไม้ว่ากร่างขึ้นมาเลยนะ หทัยรีบบอกไม้ให้ออกไปก่อน ไม้มองหน้าหทัยอึ้ง อลงกรณ์ตรงรี่มาตวาด

“ได้ยินแล้วใช่ไหม ออกไปซะ ห้องนี้สำหรับผู้บริหาร ไม่ใช่คนสวนจะเข้ามาเพ่นพ่าน”

ไม้กับอลงกรณ์ยังโต้เถียงกันอย่างรุนแรง  อลงกรณ์

ด่าไม้ว่าคางคกขึ้นวอ ไม้สวนทันควันว่า ยังดีกว่าคางคกตกวอแล้วตะเกียกตะกายขึ้นมาด่าว่าผู้หญิงอย่างไร้เกียรติ

“มากไปแล้วไอ้ไม้!” อลงกรณ์ตรงเข้าชกไม้ทันทีไม้หลบได้เฉียดฉิว แต่พออลงกรณ์หันกลับมาก็ถูกไม้ซัดหมัดใส่เต็มหน้าหงายตึง ลากเก้าอี้ติดมือล้มไปด้วย

พิกุลกับเชียรได้ยินเสียงตึงตังวิ่งเข้ามา หทัยเห็นอลงกรณ์ล้มจึงเข้าประคองถามว่า ไม่เป็นอะไรนะคุณ

“ไม่เป็นได้ยังไง ฟันหักแล้วมั้ง” อลงกรณ์หันอาฆาตไม้ว่า “ฉันจะเอาแกเข้าคุกไอ้ไม้!!”

หทัยขอร้องอย่ามีเรื่องกันเลย บอกให้ไม้ออกไปเสีย ไม้อึ้งหันมองเชียรแล้วเดินไป หยุดพูดกับเชียรขณะเดินผ่านเขาว่า “เห็นหรือยังว่าผมสำคัญสำหรับเขาแค่ไหน”

หทัยมองตามไม้ไป เชียรดูออกว่า เธอห่วงใยและไม้สำคัญกับเธอมาก...

เพราะแก้วไม่อยู่ เป็ดปุ๊กเคลียร์งานเสร็จจึงกลับก่อน เชียรขอเคลียร์เรื่องที่เธอเข้าใจไม้ผิด หว่านล้อมว่า

“คือคนเราเนี่ยนะลูก ต่างก็มีเหตุผลเวลาทำอะไรทั้งนั้นใช่ไหม บางคน เราอาจจะรู้สึกว่าเขาทำอะไรไม่เข้าท่า หรือไม่ดีในสายตาเรา แต่จริงๆ แล้ว เขามีเหตุผลที่จะทำอย่างนั้น” เป็ดปุ๊กถามงงๆ ว่าพ่อตั้งใจจะพูดเรื่องอะไร? “คือ...พ่ออยากให้ลูกเปิดใจให้กว้างๆ ไว้ก่อน ก่อนจะตัดสิน อะไร ให้ใช้เวลาอีกหน่อย ทำความเข้าใจกับสิ่งที่เขาทำก่อน”

พอเป็ดปุ๊กรู้ว่าพ่อต้องการคุยเรื่องไม้กับตน เธอบอกว่ายังไม่คุย อ้างว่าตนเครียดมามากแล้ว วันนี้เป็นวันที่โล่งอกมากอยากพักผ่อนให้สบาย ไม่อยากเอาเรื่องหนักหัวมาใส่สมองอีก แล้วเดินขึ้นข้างบนไปเลย เชียรเลยต้องเงียบไป

ooooooo

แก้วฝันสลายเมื่อรู้ว่าที่แท้โอมไม่มีสมบัติอะไร เลย ฐานะที่แท้จริงของเขาเป็นเพียงผู้จัดการโครงการเท่านั้น เมื่อไปเล่าให้เก็จฟัง เก็จยุให้เธอทิ้งโอมเศรษฐีกำมะลอแล้วหันมาจับลูกชายเจ้าของที่ดินเศรษฐีตัวจริงคนนั้นแทน

แก้วบอกว่าตนยังไม่รู้จักคนนั้นด้วยซ้ำ จะถามโอมก็น่าเกลียด เก็จยุว่าใครๆ ก็ทำอย่างนี้ อย่างแม่เรายังทิ้งพ่อมาหาน้าศักดิ์เลย จี้แก้วให้สืบให้ได้ว่าลูกชายคนแรกของหทัยเป็นใคร แล้วสลัดโอมให้หลุดหันไปล็อกคอนายนั่นไว้แทน แล้วชีวิตเธอจะเป็นสุข

เวลาเดียวกัน เก็จก็ไปหากะรัตผู้เป็นแม่วางแผนที่จะฮุบบ้านอีกครั้ง กลับมาเห็นไก่กุ๊กเมามาก็ด่าเปิง แล้วบงการให้ทำตามแผนที่แม่วางมาใหม่

ไก่กุ๊กถามว่าเธอแน่ใจได้ยังไงว่าแผนของเธอกับแม่คราวนี้จะได้ผล?

“ได้ผลแน่นอน ต่อให้เป็นบ้านของใคร สุดท้ายมันก็จะต้องกลายเป็นของเรา” ไก่กุ๊กถามว่าจะทำยังไง?“ฉันมีวิธีของฉันก็แล้วกัน แล้ววิธีของฉันก็จะทำให้หลานๆได้ไปหาคุณปู่สมใจอยากด้วย”

พูดแล้วเก็จยิ้มร้าย ในขณะที่ไก่กุ๊กเงยหน้ามองเพดานถอนใจเซ็งๆ

ooooooo

เจตนาดีของเชียร กลายเป็นเรื่องให้เป็ดปุ๊กกับไม้ทะเลาะกันอีกจนได้...

เมื่อเป็ดปุ๊กอาบน้ำสระผม แต่น้ำไหลอ้อยอิ่งมาก เธอร้องบอกเชียร เชียรหวังดีโทร.บอกไม้ให้มาช่วยดูให้ ไม้ไม่รู้ว่าเธอกำลังอาบน้ำสระผมอยู่ เขาปิดน้ำเพื่อตรวจว่าเกิดอะไรขึ้น เป็ดปุ๊กโวยวาย เชียรไม่ได้ยิน เธอเดินลงมาดูฟองแชมพูฟูเต็มหัว พอเห็นไม้กำลังตรวจท่ออยู่เท่านั้น เธอทั้งโกรธทั้งอาย โวยลั่น...

“นาย...เอ๊ย...คุณมาทำอะไร!”

“ซ่อมเครื่องปั๊มน้ำ” ไม้เห็นสภาพเธอก็ตกใจตอบแทบไม่ทัน เชียรบอกว่าตนให้ไม้มาดูเอง เป็ดปุ๊กหาว่าไม้จงใจแกล้งตนใช่ไหม ตนกำลังสระผมอยู่แท้ๆ ก็มาปิดน้ำ

ไม้บอกว่าตนไม่รู้ เชียรก็บอกว่าคิดว่าเธอหลับไปแล้ว เป็ดปุ๊กหาว่าพ่อแก้ตัวแทนไม้

“ผมขอโทษ คุณอยากล้างหัวใช่ไหม” ไม้ถามด้วยความหวังดี เชียรถามไม้ว่าเปิดเครื่องได้ไหม “ได้ครับๆ เปิดก่อนก็ได้” ว่าแล้วไม้หยิบสายยางมาถือ เชียรร้องบอกว่าเปิดน้ำแล้วนะ ไม่ทันสิ้นเสียงน้ำก็พุ่งกระฉูดใส่เป็ดปุ๊ก เธอตกใจร้องโวยวาย ยกมือปัดป้องชุลมุน ปากก็ด่าลั่น

“จะบ้าเหรอ อะไร!”

“ขอโทษครับ ขอโทษ” ไม้ตกใจรีบปิดน้ำ แต่กว่าจะปิดได้สำเร็จเป็ดปุ๊กก็เปียกโชกไปแล้ว แถมฟองแชมพูยังไหลย้อยลงมาตามหน้า เธอฟ้องพ่อว่าถูกไม้แกล้ง เขาจงใจแก้แค้นที่ตนตบหน้าเขา ไม้พยายามชี้แจง เธอบอกว่าไม่อยากฟังคำแก้ตัว ไม่ต้องพูดแล้ว

“ผมไม่เคยแก้ตัว แค่อยากให้คุณฟังว่าความจริงเป็นยังไง ทั้งเรื่องน้ำที่มันพุ่งออกไปนี่ด้วย แต่ในเมื่อคุณไม่ต้องการฟัง ผมก็ไม่อธิบายแล้ว” พูดแล้วหันบอกเชียร “คุณเชียรครับเครื่องปั๊มน้ำไม่ได้เสียนะครับ เข้าใจว่าปลายท่อข้างบนคงมีเศษทรายไปอุดไว้ บ้านสร้างใหม่จะมีปัญหานี้ประจำ พรุ่งนี้ผมจะมาดูให้อีกทีก็แล้วกันนะครับ”

ไม้เก็บเครื่องมือเอ่ยลาเชียร เชียรบอกว่าเดี๋ยวตนไปส่ง เป็ดปุ๊กหงุดหงิดตัวเปียกม่อลอกม่อแลกร้องถาม

“แล้วไงเนี่ย ข้างบนใช้น้ำได้หรือยังล่ะ”

ooooooo

รุ่งขึ้น ไม้มาซ่อมให้ตามสัญญา เขาหมุนที่ปลายก๊อกน้ำออก มีดินโคลนอุดอยู่ เขาเอาให้เชียรดู

“นี่ไงครับ ที่มันมาอุดอยู่ ทำให้น้ำไหลไม่แรง ที่เครื่องทำน้ำอุ่นก็คงจะมีดินแบบนี้อุดอยู่ เดี๋ยวผมจะดูให้”

“ขอบใจมากนะไม้... แล้วก็ขอโทษด้วย”  ไม้ถามว่าขอโทษเรื่องอะไร “เรื่องที่เป็ดเขาตบหน้าเธอ”

“ผมเคยเจ็บมากกว่านี้มาเยอะ เพราะผมเคยโกหกคุณเป็ด”

เชียรพูดอย่างเข้าใจว่า เขามีเหตุผลที่จะต้องทำอย่างนั้น และอยากให้เขาได้มีโอกาสอธิบายให้เป็ดปุ๊กฟัง ไม้บอกว่าตนไม่มีสิทธิ์บังคับให้ใครคิดอะไร

“แน่ใจเหรอว่าต้องการอย่างนั้น...เธอแน่ใจใช่ไหม ว่าอยากให้เป็ดเขาเข้าใจเธอผิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตอบฉันตรงๆ ซิไม้ ความรู้สึกของเป็ดที่มีต่อเธอ มันไม่สำคัญอะไรเลยจริงๆ เหรอ” เชียรมองหน้าไม้อย่างค้นหา ไม้นิ่งไปครู่หนึ่ง จึงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า

“ครับ...ไม่สำคัญ”

เชียรอึ้ง ถอยออกมา ไม้ก็หันไปซ่อมเครื่องต่ออย่างไม่อยากคุยเรื่องนี้ต่ออีก แต่ในแว่บหนึ่ง เขาก็รู้สึกสับสนคำตอบที่ให้เชียรไป เพราะจริงๆ แล้ว...มันสำคัญกับเขามาก...

ooooooo

เช้านี้ เป็ดปุ๊กมาถึงห้องทำงานไม่เห็นแก้วก็พูดกับอ้อมและกุ้งว่าไม่น่าเชื่อว่าโชคดีซ้อนสองวันเลย

อ้อมกับกุ้งบอกว่าเสียใจด้วยเพราะวันนี้แก้วมา แล้วอาจโชคร้ายด้วยเพราะกำลังถูกพิมพาเรียกไปว่า ออกจากห้องมาอาจจะอาละวาดกับพวกเราก็ได้ เป็ดปุ๊กถามว่า “เขามีปัญหาอะไรเหรอ”

“รู้สึกจะหาเรื่องอะไรไม่เจอสักอย่างนี่แหละ” กุ้งบอก เป็ดปุ๊กกำลังคิดว่าเรื่องอะไรที่หาไม่เจอ ก็พอดีพิมพาเดินนำแก้วเข้ามาปากก็บ่นมาด้วย...

“ก็ไหนบอกว่าตอนรับมอบงานดูหมดแล้ว” แก้วบอกว่าตนไม่เห็นแฟ้มนี้จริงๆ “ลองดูใหม่ อาจจะผ่านตาเธอไปก็ได้” ทั้งสองเดินผ่านโต๊ะเป็ดปุ๊กไปที่โต๊ะแก้ว เป็ดปุ๊กไหว้พิมพา เธอรับไว้แต่ไม่ได้ทักอะไร ในขณะที่แก้วเดินผ่านหน้าตึงเพราะคิดว่าถูกเป็ดปุ๊กวางยา

มาถึงโต๊ะ แก้วเปิดคอมฯให้พิมพาดู พิมพาบอกให้ดูตรง “ลูกค้า” แต่พอเปิดดูไม่พบสิ่งที่กำลังหา พิมพาถามว่า “เธอเผลอไปลบทิ้งหรือเปล่า?” แก้วบอกว่าตนยังไม่ได้เปิดดูด้วยซ้ำ “อ้าว...ไหนว่าศึกษางานหมดแล้ว” พิมพาจับเท็จ แก้วชะงัก ชี้แจงว่าตนยังไม่ได้ดูลึกลงไปในรายละเอียด

“ถ้าอย่างนั้น เธอก็ต้องดูใหม่ทั้งหมด แล้วก็หางานที่พี่ต้องการให้เจอ”

เป็ดปุ๊กชำเลืองมองแก้วเห็นหน้าแย่มากก็อดคิดไม่ได้ว่าเป็นความรับผิดชอบของตนด้วยไม่ได้ ลุกยืนเอ่ยอย่างสำรวม “ขอโทษนะคะ...หาอะไรเหรอคะ”

พิมพาบอกว่าหาแฟ้มของบริษัทสตาร์ลักซ์ เป็ดปุ๊ก บอกว่าบริษัทนี้เลิกกิจการไปปีหนึ่งแล้ว พิมพาจึงเล่าว่า

“คุณดาวแยกตัวมาเปิดอีกบริษัทหนึ่ง ทีนี้เขาอยากให้เราโค้ดราคาสินค้าให้เขา พี่ก็เลยอยากดูว่าเราเคยค้าขายกันยังไง แต่หาแฟ้มเก่าไม่เจอ เป็ดลบแฟ้มเขาไปแล้วหรือเปล่า”

“ต้องลบไปแล้วแน่ๆ เลย แก้วถึงหาไม่เจอ” แก้วโยนกลองทันที

“ไม่ได้ลบค่ะ แต่แยกเก็บไว้ที่แฟ้มงานเก่า”

พิมพาถามว่าตรงไหน บอกแก้วให้ลุกขึ้นให้เป็ดปุ๊กเข้ามานั่งแทน เธอเปิดหาแฟ้มอย่างคล่องแคล่ว พิมพาเห็นถึงความชำนาญงานของเป็ดปุ๊ก ในขณะที่แก้วยืนหน้าบึ้งรู้สึกถูกหักหน้าต่อหน้าเจ้านาย ไม่นานเป็ดปุ๊กก็หาเจอ

“อืม...ยังอยู่ครบ เดี๋ยวก๊อบปี้ไปลงเครื่องให้พี่ด้วย” พิมพาพอใจ แล้วหันไปสั่งแก้ว “แล้วเรื่องบรรยายสรุปผลงานของบริษัท อย่าลืมรีบทำให้พี่ด้วยล่ะ ด่วนเลย”

แก้วรับคำ พอพิมพาออกไป แก้วตรงมาบอกให้เป็ดปุ๊กลุกตนจะทำเอง พูดอย่างไม่ไว้ใจว่าเดี๋ยวก๊อปไปลงผิดที่ตนจะเดือดร้อนอีก

“เท่าที่จำได้ เป็ดไม่เคยทำอย่างนั้นนะ คนที่เคยเดือดร้อนรู้สึกจะเป็นเป็ดมากกว่า” เป็ดปุ๊กติง ถูกแก้วมองขวับเสียงเขียวใส่ ถามว่า จะหาเรื่องกันเหรอ ต่างจ้องกันไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายแก้วก็เป็นฝ่ายหันไปทำงานต่อ พูดอย่างไว้ท่าว่า

“แก้วไม่อยากเสียเวลามาทะเลาะ” แต่พอนั่งลงก็นึกได้หันมาสั่ง “อ้อ เป็ด แล้วเมื่อกี๊ได้ยินที่พี่พิมเขาสั่งงานแล้วใช่ไหม เรื่องบรรยายสรุปผลงานบริษัทน่ะ แก้วขอพรุ่งนี้เลยนะ” เป็ดปุ๊กถามว่าพิมพาพูดกับแก้วไม่ใช่หรือ “พูดกับแก้วเพราะแก้วเป็นหัวหน้า แก้วก็ต้องสั่งงานต่อให้ลูกน้องซี มันเข้าใจยากนักเหรอ?”

เป็ดปุ๊กบอกว่าเข้าใจแล้ว แต่พรุ่งนี้คงไม่ทัน แก้วบอกว่ามะรืนนี้ก็ได้

“อย่างเร็วก็ต้องอาทิตย์หน้า” เป็ดปุ๊กบอกแก้วเสียงเข้มขึ้นว่าไม่ได้ยินหรือว่าพิมพาเขาต้องการด่วน เป็ดปุ๊กยืนยันว่า “ด่วนที่สุดก็ต้องอาทิตย์หน้า”

“แล้วแก้วจะไปบอกพี่พิมเขายังไง”

“มันเป็นหน้าที่ของหัวหน้าที่จะต้องคิดหาคำตอบ เป็ดว่าเรื่องพูดแก้ตัวอย่างนี้แก้วเก่งอยู่แล้ว” แก้วไม่พอใจลุกยืนทันที แต่เป็ดปุ๊กไม่สนใจ พูดต่อว่า “หรือแก้วจะเอาไปทำเองทั้งหมด เป็ดก็ยินดีนะ”

แก้วได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเพราะตัวเองก็ทำไม่ได้จำต้องนั่งลงอย่างหงุดหงิด

อ้อมที่ฟังการโต้ตอบกันตลอดเวลา ทีแรกแอบยกแม่โป้งให้เป็ดปุ๊กโป้งเดียว สุดท้ายยกให้สองโป้งเลย เป็ดปุ๊กไม่ได้รู้สึกดีใจที่โต้ชนะแก้ว เธอรู้สึกว่าเป็นเรื่องไร้สาระมากกว่า นั่งทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างมีสมาธิ

แก้วหงุดหงิดทำงานไม่มีสมาธิ จนต้องลุกไปห้องน้ำ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันคำรามคนเดียว...

“คิดว่าชนะฉันงั้นเหรอนังเป็ด ถึงยังไงฉันก็เป็นหัวหน้าแก ศักดิ์ศรีแกกับฉันมันผิดกัน” หงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ครู่นึงก็นึกอะไรได้ หยิบมือถือขึ้นมาโทร.ออก แล้วเงี่ยหูฟังเสียงปลายสายใจจดจ่อ

“โอมเหรอ...โอมอยู่ไหนน่ะ ก็แค่บอกว่าทำงานอยู่ก็พอแล้ว...ทำไมต้องหงุดหงิดด้วย...ไม่มีอะไรหรอก แก้วอยากหาคนคุยด้วย...งานเหรอ...มีซี...ทำไมเหรอ โอเคๆ โอมงานเยอะ ไม่มีเวลาคุย งั้นก็แค่นี้ละกันนะ”

พอวางสายจากโอม แก้วก็สบถ “บ้าจริงๆ ก็คนมันเครียด อยากหาที่ระบาย ไม่เข้าใจหรือยังไง ไม่งั้นจะมีแฟนไว้ทำไม คุยกันแค่ห้านาทีสิบนาทีก็ไม่ได้ งานๆๆๆ!!! ไม่รู้จะทำไปทำไม ตัวเองก็รู้ว่าทำไปให้คนอื่น!”

ooooooo

ระบายอารมณ์แล้วเดินออกจากห้องน้ำ แก้วก็ได้รับโทรศัพท์จากเก็จ เธอดีใจบอกว่ากำลังหาคนคุยอยู่พอดีเลย เก็จถามว่ามีปัญหาอะไรอีกหรือ

แก้วบอกว่าวันนี้ตนถูกเป็ดปุ๊กตบหน้า พอเก็จตกใจก็บอกว่า ไม่ใช่ตบจริงๆ แต่ทำให้ตนหน้าแตก

“โธ่เอ๊ย...นึกว่ามันกล้าทำร้ายน้องฉัน จะได้บุกไปตบมันกลับ แล้วไง มันทำอะไรแก”

แก้วเล่าเหตุการณ์ให้เก็จฟัง เก็จย้ำว่าเตือนแล้วว่าต้องระวังจะถูกเป็ดปุ๊กเล่นงานกลับ ยุยงว่า

“ยังไงเราก็เป็นหัวหน้ามัน หาเรื่องมันได้เรื่อยๆ อยู่แล้ว นี่เพิ่งนึกได้ว่าจะถามอะไร ตกลงแกรู้หรือยังว่าใครเป็นเจ้าของที่ดิน” พอแก้วบอกว่ายัง เก็จเร่ง “เฮ้ยอย่า ชะล่าใจซี หรืออยากจะจมปลักอยู่กับนายโอมตลอดชีวิต”

ตกเย็น แก้วก็นั่งแท็กซี่ไปที่สำนักงานขายของหมู่บ้าน ปรากฏว่ารถติดมาก แก้วจึงลงตรงนั้น จ่ายค่ารถแล้วเดินไปอย่างหงุดหงิด ผ่านรถกระบะของไม้ที่จอดขนถุงปุ๋ยอยู่ริมฟุตปาท พอแก้วเดินมาถึงรถของไม้ เห็นไม้ทำงานอยู่ริมฟุตปาท เธอจึงลงไปเดินที่ริมถนน แต่ถุงปุ๋ยใบหนึ่งขาดทำให้ปุ๋ยเทลงมาถูกแก้วเต็มๆ

“โอ๊ย...อะไรเนี่ย” แก้วร้องลั่น ดำที่รับปุ๋ยอยู่บนรถรีบขอโทษ ถูกแหวใส่ “ขอโทษแล้วมันหายไหมดูสิ... เลอะเทอะไปหมดเลย”

“เดี๋ยวผมปัดให้ครับ” ไม้เข้ามาแก้ไขสถานการณ์ เอาผ้าขนหนูที่คอมาปัดปุ๋ยที่เปื้อนแก้ว ทำให้ปุ๋ยยิ่งฟุ้งกระจาย  ไม้รีบบอกว่าปุ๋ยนี้ไม่อันตรายเพราะมันเป็นปุ๋ยอินทรีย์ไม่ใช่ปุ๋ยเคมี ถูกแก้วหาว่าทำผิดแล้วยังไม่ยอมรับผิดอีก

“ยอมรับซิครับ คนของผมก็ขอโทษแล้ว จะช่วยปัดออกคุณก็ไม่ยอม” ไม้เริ่มเสียงแข็ง

“แกยิ่งทำให้ฉันเลอะ แกมันผิดตั้งแต่แรกที่มาจอดรถขนปุ๋ยอยู่ตรงนี้ ทำให้รถติด ทำให้ฉันต้องลงเดิน แล้วพอเห็นฉันก็ไม่ยอมหยุด ฉันไม่ยอมปล่อยแกไว้หรอก ฉันจะให้คุณโอมไล่แกออก”

“อย่าขนาดนั้นเลยครับ” ไม้อ้อนวอน

“คนทำผิดก็สมควรได้รับโทษ ไม่ต้องมาอ้อนวอนให้เสียเวลา” แก้วสะบัดตรงไปที่สำนักงานขายอย่างเอาเรื่อง

“สงสัยเขายังไม่รู้ว่าคุณไม้...” ดำเอ่ยขึ้น ถูกไม้จุ๊ปากไม่ให้พูด

ooooooo

แก้วขึ้นไปที่สำนักงานขาย พิกุลลุกมาต้อนรับ พอเห็นสภาพก็ถามว่าไปทำอะไรมาดูเปื้อนๆ

“ยิ่งพูดยิ่งหงุดหงิด คุณโอมอยู่ใช่ไหม” พิกุลบอกว่าไม่อยู่ ไม่ได้เข้าออฟฟิศตั้งแต่เช้า แก้วหน้าตึงถามว่า “แล้วทำไมเขาบอกแก้วว่าเขาทำงานที่นี่ทั้งวัน หรือแอบหนีไปเที่ยวกับใคร”

พิกุลบอกว่าคงอยู่ที่บ้านเพราะช่วงนี้จิตใจไม่ค่อยปกติมีเรื่องให้คิดมาก แก้วถามว่าเรื่องลูกชายอีกคนของหทัยใช่ไหม พิกุลตกใจถามว่าเธอก็รู้หรือ

“โอมเขาเล่าให้ฟังค่ะ พูดไปคุณแม่โอมก็ใจร้ายนะ ไม่เคยบอกเรื่องนี้ให้โอมเขารู้” พิกุลบอกว่าเรื่องมันซับซ้อน หทัยเองก็ไม่อยากปิดบังแต่มันจำเป็น แก้วได้โอกาสสืบรู้ทันที

“จำเป็นยังไง ลูกชายคนนั้นพิกลพิการหรือเป็นบ้างั้นหรือ”

“ไม่ใช่หรอกค่ะ” พิกุลหัวเราะขำ “พี่ชายคุณโอมน่ะเป็นสุภาพบุรุษหนุ่มรูปหล่อเลยนะคะ” แก้วสนใจจี๋ถามว่าพิกุลรู้จักด้วยหรือ “สนิทกันด้วยล่ะค่ะ ยังคิดจะจีบเป็นแฟนอยู่เลย แต่เรามันบุญไม่ถึง” พูดแล้วพิกุลก็หัวเราะขำตัวเอง

“แหม...ฟังที่บรรยาย ชักอยากรู้จักแล้วซิ เขาเป็นใครเหรอ” แก้วถามอย่างไม่สงวนท่าที ยิ่งเมื่อพิกุลบอกว่าเธอเคยเจอแล้ว แก้วก็ยิ่งอยากรู้ว่าเป็นใคร คนไหน

“ก็คุณไม้ไงคะ...ที่ทำสวนในหมู่บ้านน่ะ”

“ไม้...” แก้วอุทานตาโตอย่างคาดไม่ถึง นึกอะไรได้รีบย้อนกลับไปที่รถขนปุ๋ย แต่ไปถึงปรากฏว่ารถขนปุ๋ยไม่อยู่แล้ว พิกุลเดินออกมาถามว่ามีอะไรหรือ “อ๋อ...พอดีฉันจะกลับแล้ว เห็นมีรถเมื่อกี๊ ว่าจะขอติดรถไปลงที่หน้าปากทาง” พูดพลางพยายามมองหารถของไม้แต่ไม่เจอ

“งั้นติดรถพิกุลไปก็ได้นะคะ พิกุลกำลังจะกลับพอดี”

แก้วจำต้องพยักหน้า มองเศษปุ๋ยที่ยังเปื้อนอยู่ที่ริมฟุตปาทอย่างเจ็บใจที่ออกมาช้าไป

ooooooo

ระหว่างนั่งรถพิกุลออกไปนั้น แก้วซักไซ้เพื่อหาทางรู้เรื่องของไม้ ทำทีถามโน่นถามนี่ แล้ววกเข้าประเด็นอยากรู้ที่สุดถามว่า ไม้มีแฟนหรือยัง

พิกุลบอกว่าแฟนยังไม่มี มีแต่คนที่ชอบ แก้วถามทันทีว่าใครหรือ

“ก็คุณเป็ดปุ๊ก” พูดแล้วนิ่งไป ก่อนเล่าต่อด้วยสีหน้าเซ็งๆว่า “แต่พวกลูกน้องคุณไม้เขามาเล่าให้ฟังว่าตอนนี้คุณไม้กับคุณเป็ดปุ๊กกำลังทะเลาะกันอยู่”

แก้วดีใจวาบขึ้นมาถามว่า “เรื่องอะไรเหรอ”

“ก็เรื่องที่คุณไม้โกหกเรื่องที่ว่าเขาเป็นลูกของคุณหทัยน่ะค่ะ คุณเป็ดปุ๊กแกโกรธมาก ไม่ยอมเจอกับคุณไม้เลยค่ะ”

“เหรอออออ...” แก้วลากเสียงยาวดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ต้องหันหน้าไปทางหน้าต่างแอบยิ้ม วางแผนที่จะใกล้ชิดไม้ ถามว่า “คุณไม้เนี่ยจัดสวนเก่งนะ ถ้าแก้วจะขอคำปรึกษาจากเขาบ้าง เขาจะว่าอะไรไหม”

พิกุลพาซื่อบอกว่าไม่ว่าหรอก แต่อาจหาตัวยากหน่อยเพราะงานเยอะ  ถ้าไม่อยู่หมู่บ้านก็อยู่ร้านชื่อร้านสวนขวัญ พลางชี้ไปข้างหน้าให้ดูร้าน แก้วดีใจมากได้ลู่ทางที่จะกระแซะไม้ บอกพิกุลว่าขอลงตรงนี้ได้ไหมเพราะเห็นต้นไม้สวยดีจะซื้อไปไว้ที่ห้องพักหน่อย พิกุลเลยต้องจอดรถให้ลง พอขับรถออกไปก็บ่นงึมงำคนเดียว...

“นี่มันอะไรกันเนี่ยคุยเรื่องไม้อยู่ดีๆ ก็ลงจากรถ เดินไปเข้าร้านสวนขวัญซะงั้น เอ๊ะ...หรือว่า...” พิกุลฉุกคิด ได้ตบปากตัวเองเบาๆ “โอ๊ย...ไม่น่าเลยเรา เล่าเรื่องคุณไม้ไปซะเยอะเลย ทำไงดี...ทำไงดี...” พิกุลเพิ่งรู้ว่าพลาดเอาตอนนี้เอง

ooooooo

แก้วเข้าไปในร้านสวนขวัญ ทำทีดูต้นไม้โน่นนี่ ฝ้ายออกมาเชิญชวนถามว่าต้องการไม้แบบไหน ตนจะช่วยหาให้

แก้วบอกว่าอยากได้ไม้ประดับ แต่พอฝ้ายถามว่าสนามที่บ้านประมาณกี่ตารางวา ก็บอกว่าไม่มี  ฝ้ายงงถามว่าแล้วจะปลูกต้นไม้ยังไง

“ปลูกที่ระเบียงไง ในห้องน้ำก็ได้ มันเป็นห้องพักในคอนโดน่ะ” ฝ้ายหัวเราะบอกว่าแบบนั้นต้องไม้กระถางต้นเล็กๆ แล้วพาเดินไปดูในส่วนนั้น ระหว่างนั้นแก้วทำเป็นดูต้นไม้แต่กวาดตามองไปรอบๆ มองหาไม้ แล้วก็สมใจนึกเมื่อเห็นไม้เดินออกมา เธอดีใจมากรีบเข้าไปทักเสียงแจ่มใส

“สวัสดีอีกครั้งค่ะ”

“รู้ว่าผมอยู่นี่ด้วย” ไม้เอ่ยงงๆ ถามประชดว่า “ตกลงโอมอนุมัติให้ไล่ผมออกรึเปล่า”

“คุณก็รู้ว่าโอมเขาทำแบบนั้นกับคุณไม่ได้ จริงๆ แล้วแก้วมาที่นี่ตั้งใจจะมาขอโทษคุณ”

ไม้มองหน้าแก้วแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ฝ้ายเองก็มองเหวอถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน

“อ๋อ...พอดีเมื่อตอนเย็นมีอุบัติเหตุนิดหน่อย” ไม้บอกแล้วแนะนำแก่ฝ้ายว่า “นี่คุณแก้วแฟนคุณโอม”

แก้วชะงักที่ไม้แนะนำแบบนั้น แต่ก็ยังปั้นหน้ายิ้มหวาน ฉอเลาะต่อว่า “แก้วต้องขอโทษอีกครั้งนะคะ ที่ทำกิริยาไม่ดีใส่คุณ พอดีแก้วหงุดหงิดเรื่องที่ทำงานก็เลยโวยใส่คุณไม้มากไปหน่อย พอคิดได้ว่าเป็นแค่อุบัติเหตุก็เลยรู้สึกผิด พิกุลเขาบอกว่าคุณไม้มีร้านต้นไม้อยู่ที่นี่ เลยขอติดรถเขามา ตั้งใจจะมาขอโทษคุณไม้โดยเฉพาะเลยนะคะ”

ไม้ดักคอว่าไหนว่าจะมาดูต้นไม้ แก้วแหลไปได้เนียนๆว่าก็ด้วยนั่นแหละ พอดีอยากทำสวนเล็กๆที่คอนโด ถามว่า “คุณไม้พอจะช่วยได้ไหมคะ” พอไม้บอกว่าร้านตนเป็นร้านต้นไม้ เรื่องแบบนี้เป็นหน้าที่อยู่แล้ว แก้วทำเป็นตื่นเต้นเกินเหตุเข้าไปเกาะแขนไม้ ถามอ้อน “ดีใจจังเลย คุณไม้ช่วยไปจัดสวนที่คอนโดแก้วได้ไหมคะ”

“ก็ได้ครับ” ไม้จำต้องตอบแบบนั้น แก้วดีใจกระโดดกอดแขนเขาอีก ดีใจเหมือนเด็กได้ของถูกใจ ฝ้ายเหล่อย่างไม่ชอบใจ หาทางกันไม้ออกไป เตือนว่าหกโมงกว่าแล้ว เดี๋ยวต้องไปกินข้าวแล้ว ย่ารออยู่

แก้วหูผึ่ง ถามว่าไปกินข้าวที่ไหนกันหรือ พอไม้บอกว่าบ้านย่า กินด้วยกันหมดเป็นครัวใหญ่ ก็ดี๊ด๊าอยากไปกินด้วย พอเห็นไม้กับฝ้ายมองแปลกๆ ก็ทำเป็นหัวเราะพูดกลบเกลื่อนว่า

“ล้อเล่นน่ะค่ะ แก้วไม่รบกวนหรอกค่ะ แต่พูดเรื่องอาหารแล้วก็เกิดหิวขึ้นมาเลย คุณไม้พอจะแนะนำร้านอาหารอร่อยๆแถวๆนี้ให้หน่อยได้ไหมคะ”

แก้วทั้งอ่อยทั้งอ้อนจนไม้ต้องแนะนำร้านอาหารและพาไปส่ง เพราะเธออ้างว่าไปไม่ถูกและไม่มีรถ แต่พอไปถึงก็เว้าวอนขอให้นั่งกินเป็นเพื่อนจะได้ช่วยแนะนำอาหารให้ตนด้วย พอไม้นั่ง เธอก็ให้เขาเป็นคนสั่งอาหารให้

“เอางี้นะครับ ผมจะสั่งให้คุณแก้ว แล้วก็นั่งอยู่เป็นเพื่อน แต่ยังไงผมก็ต้องกลับไปกินข้าวที่บ้านย่า”

แก้วถามว่าแล้วถ้าจะชวนไปต่อที่อื่นอย่างไปฟัง เพลง? ไม้ปฏิเสธทันทีว่าตนคงไปไม่ได้ เธอเลยทำเป็นหัวเราะขำ บอกว่าพูดเล่น ตนไม่รบกวนขนาดนั้นหรอก แค่เขามานั่งเป็นเพื่อนก็ขอบคุณมากแล้ว

“ครับ...” ไม้โล่งใจ หยิบเมนูมาดูถามว่า “ชอบปลาไหมครับ เมนูปลาที่นี่อร่อยมาก”

“ค่ะ...ได้ค่ะ” แล้วแก้วก็นั่งมองหน้าจนไม้อึดอัดหันมองไปทางอื่น แต่พอหันมาอีกทีเธอก็ยังนั่งมองเขาอยู่ แก้วหวังใช้สายตาสื่อให้ไม้รู้ถึงความปรารถนาของตัวเอง

ooooooo

ที่บ้านย่าขวัญ ฝ้าย แตน ดำ และแมน นั่งล้อมวงกินข้าวและคุยกันอย่างมีอารมณ์ โดยมีฝ้ายเป็นหัวโจกฝ้ายเล่าว่าตนเห็นสายตาเวลาที่แก้วมองไม้แล้วรู้เลยว่างานนี้มีงาบไม้แน่ แตนติงว่าแก้วมีโอมอยู่แล้วจะมายุ่งกับไม้อีกทำไม ฝ้ายจีบปากจีบคอพูดอย่างหมั่นไส้ว่า

“ก็เขารู้ว่าคุณโอมไม่ใช่เจ้าของที่ดินในหมู่บ้านแต่คุณไม้ต่างหากที่เป็นน่ะซิ” ดำแทรกขึ้นว่าพิกุลเป็นคนบอก แน่เลย ย่าขวัญถามทันทีว่ามันยังไงกัน? ดำเล่าอย่างออกรสว่า

“ตอนเย็นผมทำปุ๋ยหกใส่เขา เขายังด่าแหลกอยู่เลย พี่ไม้ไปขอโทษเขาก็ไม่ยอม บอกว่าจะให้คุณโอมไล่พี่ไม้ออกเลย แล้วเขาก็ขึ้นไปบนสำนักงาน ไปคุยกับพิกุล”

ฝ้ายฟันธงว่าต้องใช่แน่ๆ พิกุลต้องบอกว่าไม้เป็นมหาเศรษฐี แล้วหันถามย่าอย่างกังวลว่าแล้วจะทำยังไงกันดี ย่าย้อนถามว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับตน ฝ้ายถามว่า “ย่าจะปล่อยให้พ่ีไม้เสร็จนังนั่นเหรอ”

“ฉันจะทำอะไรได้ ไม้มันจะเสร็จใครมันก็เสร็จของมันเอง”

ฝ้ายถามว่าย่าไม่สงสารเป็ดปุ๊กหรือ แตนก็ว่าต้องเกิดศึกสายเลือดแน่ๆ เพราะโอมต้องโกรธเกลียดไม้มากๆเลย

“พวกแกก็พูดไปเรื่อย มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ ไม้มันไม่ใช่เด็กๆแล้ว มันคิดเองเป็นหรอก แต่ยังไงพวกแกก็ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา ถ้ามีอะไรไม่เข้าท่าก็รีบมาบอกให้ย่ารู้ เข้าใจไหม”

ทุกคนรับปากจะช่วยย่าดูแล ย่าขวัญเองทีแรกก็ไม่กระไร แต่ฟังฝ้ายกับแตนแล้วก็อดเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

แก้วใช้เวลาให้เป็นประโยชน์เต็มที่ ทั้งออดอ้อนหว่านเสน่ห์เอาอกเอาใจไม้ ในขณะที่ไม้เองก็แค่นั่งเป็นเพื่อนและฟังเธอคุย จนนึกอะไรขึ้นมาได้ถามแก้วว่า เป็ดปุ๊กเคยพูดว่าแก้วเป็นเพื่อนที่เขารักมาก

“เดี๋ยวนี้คงไม่พูดแบบนั้นแล้วมั้ง” แก้วหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่ง

“ผมพอรู้อยู่ว่าตอนนี้คุณสองคนมีปัญหากันถึงได้ถามว่าคุณเป็นเพื่อนกันมานานหรือยัง แล้วไม่เสียดายมิตรภาพที่เคยมีกันมาเหรอครับ”

แก้วตักอาหารอย่างใจคอไม่ปกติ ทำให้อาหารหล่นลงจานทำให้มีเศษอาหารกระเด็นเปื้อนที่แก้ม แต่เธอไม่รู้ตัว

แก้วยอมรับว่าเป็นเพื่อนกันมาหลายปี แต่เป็ดปุ๊กคิดเอาเปรียบตนตลอดมา เล่าด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า

“เราเริ่มทำงานพร้อมๆกัน แต่เขาโชคดีได้เป็นหัวหน้าก็เพราะแก้วคอยช่วยงานเขา แต่พอมีตำแหน่ง หลายๆครั้งเขาก็ใช้งานแก้วหนักๆเหมือนแก้วเป็นลูกน้องไม่ใช่เพื่อน ที่เกิดเรื่องคราวนี้ก็เพราะความไม่รับผิดชอบในหน้าที่ของเขาเองทำให้งานเสียหาย พอเจ้านายรู้เข้าก็ไม่พอใจ แก้วอยากจะช่วยก็ช่วยไม่ได้ แก้วผิดเหรอคะ เขาหาว่าแก้วแกล้งเขาใช่ไหมคะ”

“ก็...ไม่หรอกครับ” ไม้ตอบอึ้งๆเห็นเศษอาหารติดที่แก้มเธอ แต่บอกแล้วเธอก็เช็ดไม่ถูกที่สักที สุดท้ายเขาจึงช่วยเช็ดให้ เป็นจังหวะที่เป็ดปุ๊กขับรถมาติดตรงนั้นเห็นเข้าพอดีเธอโกรธมาก

พอกลับถึงบ้าน เชียรบอกว่าวันนี้ไม้มาแก้ไขเรื่องน้ำจนไหลดีแล้ว เสนอว่าเสาร์นี้จะทานข้าวด้วยกันขอบคุณเขา เธอบอกว่าแล้วแต่พ่อเพราะตนไม่อยู่ เชียรเสนอเปลี่ยนเป็นวันอาทิตย์ก็ได้ คราวนี้เธอบอกตรงๆว่า

“วันอาทิตย์ก็ไม่อยู่ ไม่ได้ทำงานหรอกค่ะ แต่จะไม่อยู่ทุกวันที่นายนั่นมาที่บ้าน”

เชียรอึ้งไป  หว่านล้อมว่าให้โอกาสเขาบ้าง  รับฟังเขาหน่อย เขามีเหตุผลที่ไม่บอกความจริง เป็ดปุ๊กระบายอารมณ์ค้างที่ติดมาทันทีว่า คนอย่างเขาต้องมีเหตุผลอยู่แล้ว พูดประชดว่า

“แม้แต่ที่ไปนั่งคุยหัวเราะต่อกระซิกกับแก้วที่ร้านอาหาร! เป็ดไม่อยากจะพูด มันขยะแขยง พ่อได้เจอเขาก็ลองถามดูเองแล้วกัน ไม่ต้องมาอธิบายกับเป็ดนะ ว่าเขามีเหตุผลอะไรที่ทำอย่างนั้น เป็ดไม่อยากเก็บเอามาเป็นอารมณ์” พูดอย่างมีอารมณ์แล้วเดินขึ้นข้างบนไปเลย เชียรมองตามอย่างหนักใจ

ooooooo

ไม้กลับมาถึงบ้านย่าขวัญ ถูกย่าบ่นว่าทำแบบนี้ได้ยังไง จะคบกับใครทำไมไม่รู้จักเลือก ทำเอาไม้งง ย่าเลยบอกว่า

“ก็ฝ้ายเขามาบอกว่าไม้จะไปคบกับแฟนของ คุณโอมเขา” ไม้ด่าฝ้ายว่าบ้าไปแล้ว เพิ่งจะได้คุยกับแก้วครั้งเดียวเอง ถูกแตนดักคอว่าสมัยนี้แค่คุยครั้งแรกก็ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ไม้ด่าแตนว่าตัวเองน่ะซี ย่าเบรกว่า “ไม่ต้องไปว่าแตนมัน ทุกคนเขาก็เป็นห่วงไม้ทั้งนั้น ถามจริง ผู้หญิงนั่นเขารู้ไหมว่าจริงๆไม้เป็นใคร”

“ก็คงรู้มั้ง เพราะพูดกับไม้ดีเชียว พรุ่งนี้จะถามพิกุลอีกที ว่าไปบอกอะไรเขา”

“ย่าน่ะกลัวแทนไม้รู้ไหม พอคนมันรู้ฐานะของไม้ มันก็จะพากันมาตีสนิท แล้วก็จะตักตวงผลประโยชน์จากเรา จากนี้ไปจะเลือกคบใครก็ต้องดูให้ดี ใครท่าทางไม่ดีก็ไม่ต้องไปยุ่ง แต่ถ้าเจอคนดีๆก็ต้องรักษาเอาไว้ อย่าปล่อยให้คลาดกันง่ายๆ”

“แต่บางคนเขาก็เป็นคนเลือกเองว่าอยากจะคบไม้ไหม” ไม้พูดความรู้สึกลึกๆของตัวเองออกมา ย่าขวัญรู้ทันทีว่าเขาหมายถึงใคร ก็พอดีเสียงเจ้าเอ๋งเห่าขึ้น ย่าเลยหันไปสนใจว่าใครมา

ไม้ลุกขึ้นเดินออกไปดู แต่ไม่ทันออกจากประตูก็ชะงัก เมื่อเห็นอลงกรณ์กับโอมเดินเข้ามา โอมหิ้วถุงผลไม้มาสองถุงใหญ่ พอทั้งสองเห็นไม้ก็ชะงักไปเหมือนกัน

“เรามาหาคุณย่าขวัญ” อลงกรณ์เอ่ยขึ้นเหมือนจะกันไม้ออกไปเสีย

และไม้ก็ถูกกันออกไปจริงๆ โดยย่าบอกให้ไม้ออกไปก่อน แตนสงสัยว่าย่ากลัวไม้จะมีเรื่องกับโอม ไม้เองก็ระแวงว่าสองพ่อลูกต้องมีจุดประสงค์อะไรแน่ๆแตนยุให้กลับเข้าไปดู ไม้บอกว่าขืนเข้าไปโดนย่าด่าตายแน่

“ก็ถ้าไม่ให้อยู่ด้วย พี่ไม้ก็ไปแอบฟังสิ”

“เออ...ใช่...จริงด้วย ขอบใจนะแตน”

ooooooo

ตอนที่ 7

ระหว่างนั่งรถกลับจากบ้านย่าขวัญ ในมือเป็ดปุ๊กมีดอกไม้ดอกหนึ่ง เธอนั่งนิ่งเงียบ ไม้ถามว่าดีขึ้นไหม เธอพยักหน้าบอกว่าดีขึ้นมากเลย เขาทักว่าแต่หน้ายังดูหงอยๆอยู่ ยั่วว่ายิ้มหน่อยสิ

“บ้า...รู้สึกดี แต่ยังไม่ดีขนาดยิ้มได้หรอก” พูดแล้วก็ยิ้มออกมานิดๆ ไม้ยิ้มกว้างกว่าบอกว่า

“ผมหวังไม่เยอะหรอก แค่ยิ้มเท่าที่คุณยิ้มอยู่นี่ผมก็โอเคแล้ว” เมื่อมาถึงหน้าบ้าน เขามองไปรอบบ้านถามว่า “อยู่คนเดียวได้นะ”

“ถ้าไม่ได้แล้วนายจะอยู่ด้วยเหรอ”

“ถ้าคุณต้องการ ผมนอนกับยักษ์เบิ้มก็ได้ ผมไม่ถือหรอก”

“แต่ฉันถือ!! นายกลับไปเถอะ ฉันอยู่ได้”

ไม้มองหน้า ยื่นมือไปจับมือเธอ แล้วเอาอีกมือกุมไว้ เป็ดปุ๊กประหม่าจนรู้สึกมือสั่นแต่ก็ข่มไว้พยายามทำนิ่งเฉย

“เหมือนที่ย่าบอก แล้วมันจะผ่านไป” เธอพยักหน้า

บอกว่าตนก็คิดอย่างนั้น ไม้ปล่อยมือเอ่ยลา “ผมไปล่ะ” แล้วเดินไปที่กำแพงจะปีนกลับไป เป็ดปุ๊กมองตาม ตะโกนบอก

“ขอบคุณมากนะไม้ สำหรับทุกอย่าง”

ไม้หันมายิ้ม นิ่งไปนิดหนึ่งเหมือนจะพูดอะไร  เป็ดปุ๊กเองก็เหมือนกำลังจะพูดอะไรแล้วต่างก็พูดออกมาพร้อมกัน

“ฝันดีนะ...”

พูดแล้วก็ชะงักหัวเราะออกมาพร้อมกันแล้วต่างก็เขินกันไปทั้งคู่ ไม้ปีนรั้วขึ้นไปแล้วหันมองเธออีกครั้ง เมื่อเธอโบกมือให้เขินๆ เขาจึงกระโดดข้ามไปอีกฝั่ง แต่เป็ดปุ๊กยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองดอกไม้ในมือรู้สึกหน้าร้อนผ่าวๆ...นึกถึงอดีตเมื่อครั้งที่เธอไปที่ร้านสวนขวัญ

วันนั้น ไม้เดินตามออกมาส่ง แต่พอเธอหันมองเขาก็หายไปแล้ว อึดใจเดียวก็เห็นเขาถือดอกไม้น่ารักๆ ดอกหนึ่งมายื่นให้ เวลานั้นเธอมองดอกไม้งงๆ

“ทำอะไรของนายน่ะ”

“ผู้ชายแบบผม ปลอบคนได้แบบนี้แหละ รับไปสิ เขาว่ากันว่า ผู้หญิงเวลาได้ดอกไม้จะรู้สึกดีขึ้นไม่ใช่เหรอ”

“เขาหมายถึงช่อดอกไม้ใหญ่ๆเยอะๆ” เป็ดปุ๊ก

บอกขำๆ ไม้มองดอกไม้ดอกนั้นถามว่าแสดงว่าแบบนี้ไม่ได้ “เผอิญฉันเองก็ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น...ขอบใจนายมากนะ”

วันนั้น...เป็ดปุ๊กมองดอกไม้ในมือ ยิ้มให้ไม้...เป็นยิ้มที่หวานและสวยที่สุดเท่าที่เคยยิ้มมา...

แต่คืนนี้ เมื่อไม้มอบดอกไม้ให้เธอแล้ว กลับถึงบ้านก็ถามตัวเองเขินๆว่า “ดอกไม้งั้นเหรอ...ทำไปได้ไงวะ”

เป็ดปุ๊กเอง เมื่อเข้าห้องนอน เธอเอาดอกไม้ดอกนั้นวางไว้ที่หัวเตียง ยิ้มมีความสุขอย่างประหลาด เดินไปวางกระเป๋าที่โต๊ะเครื่องแป้ง ยิ้มกับตัวเองในกระจก พึมพำขำตัวเอง...

“นี่เรายิ้มมากขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย...บ้าจริง...”

พอนึกขึ้นได้รีบหยิบมือถือขึ้นมาจะโทร.หาพ่อ แต่พอดูนาฬิกาเป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว เธอบอกตัวเองว่า

“พ่อคงหลับแล้ว”

ooooooo

เชียรไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น จะไปบอกไก่กุ๊กก็ลังเล จะไปที่ห้องตัวเองก็ชะงัก สุดท้ายบอกตัวเองว่าคิดว่าทำเพื่อหลานก็แล้วกัน ตัดสินใจตรงไปที่ห้องนอนไก่กุ๊ก พลันก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงคุยกันจากข้างใน...

“บอกจริงๆนะเก็จ ผมไม่คิดว่าไอ้แผนที่คุณทำจะสำเร็จ พ่อยกบ้านให้เป็ดปุ๊กไปแล้ว ยังไงก็ไม่มีทางยกให้เราได้อีกหรอก”

“ทำไมจะไม่ได้ ถ้าพ่อให้ได้ก็ต้องเอาคืนได้ นังน้องสาวคุณคงไม่งกเก็บบ้านไว้สองหลังคนเดียวหรอก ยังไงก็ต้องเห็นแก่หลานบ้างแหละ”

“แต่ที่เราทำแบบนี้ ผมรู้สึกเหมือนกำลังหลอกพ่อยังไงก็ไม่รู้นะคุณ”

“ก็ขอดีๆ อยากไม่ให้ ไปให้คนอื่น มันก็ต้องทำแบบนี้แหละ ถ้าคุณทำอะไรไม่ได้ก็อยู่เฉยๆไปเลย เดี๋ยวฉันให้ลูกจัดการเอง”

เชียรยืนช็อกอยู่ตรงหน้าประตู มือที่ยกจะเคาะก็ตกลงข้างตัว...ตั้งสติอยู่ครู่หนึ่งจึงกลับไปพาหลานนอนแล้วตัวเองก็ขอกลับมานอนที่ห้อง บอกแมวเมี้ยวกับ
นกจิ๊บว่าปู่มีเรื่องคิดอะไรสักหน่อย ห่มผ้าให้หลานนอนแล้วพึมพำสลดใจ...

“ไม่น่าทำแบบนี้กับลูกเลย...เด็กๆ ไม่รู้เรื่องอะไรกันเลยสักนิด...”

ooooooo

กลางดึกคืนนี้ เป็ดปุ๊กสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงเหมือนคนพยายามงัดบ้าน เธอลุกขึ้นนั่ง ฉุกคิดว่าอาจเป็นพ่อกลับมาเพราะนอนไม่หลับก็ได้ เปิดประตูห้องจะลงไปดู

เธอต้องผวาเฮือก เมื่อเห็นไอ้โม่งสะท้อนในกระจก เธอตกใจมากรีบกลับเข้าห้องปิดประตูล็อกทันที ยืนใจสั่นอยู่ครู่หนึ่งจึงตั้งสติได้ค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของ รปภ.ในหมู่บ้าน โทร.ไปบอกว่ามีขโมยขึ้นบ้านตนให้รีบมาดู บอกว่าเวลานี้ตนอยู่ชั้นบนแต่ขโมยอยู่ชั้นล่าง

โทร.แจ้งแล้วก็ย่องมาที่ประตูมองจากช่องใต้ประตูเห็นเท้าคนร้ายเดินผ่านไปมา พยายามจะเปิดห้องนั้นห้องนี้ เธอทนไม่ได้โทร.แจ้ง 191 เร่งให้รีบมาเพราะตนอยู่บ้านคนเดียว

แต่พอวางโทรศัพท์ลงเท่านั้น คนร้ายก็มาจับลูกบิดประตูห้องนอนบิดไปมาหลายครั้งพยายามจะเปิดเข้ามา เมื่อเปิดไม่ได้มันกระแทกประตูและเขย่า เป็ดปุ๊กกลัวมาก คิดหาทางหนีออกจากห้อง เดินไปเปิดประตูระเบียงออกไปตะโกน

“ช่วยด้วยค่ะ ขโมยขึ้นบ้าน ช่วยด้วย...”

เสียงกระแทกประตูดังขึ้นเหมือนจะพังเข้ามาให้ได้ เธอตัดสินใจปีนข้ามลูกกรงระเบียงออกไปยืนข้างนอกพยายามจะหย่อนตัวเองลงไป แต่เหยียบพลาดเลยตกจากระเบียงลงไป เธอเจ็บจนร้องครางออกมา

จู่ๆก็มีคนมาคุกเข่าลงข้างๆ เธอตกใจผงะแต่พอได้ยินเสียง “คุณเป็นอะไร ไม่ต้องกลัว นี่ผมเองไม้” เธอโผเข้ากอดเขาแน่นละล่ำละลักบอกว่ามีขโมยเข้าบ้าน ตนหนีออกมาทางระเบียง ไม้มองที่ระเบียงถามว่าเธอกระโดดลงมาหรือ แล้วตอนนี้หัวขโมยยังอยู่ไหม

“อยู่...ตอนที่ฉันกำลังปีนออกมา ฉันเห็นมันเข้าไปในห้อง” ไม้ลุกจะไปดู เป็ดปุ๊กร้องห้ามด้วยความเป็นห่วง ทำให้ไม้ชะงัก ก็พอดีหัวหน้า รปภ.ขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าบ้าน ไม้เร่งให้เธอรีบไปหา รปภ. เธอลุกเดินกะเผลก ไม้จึงช่วยพยุงไป

ปรากฏว่าไม่ใช่มีแค่หัวหน้า รปภ.กับลูกน้องมาเท่านั้น หากแต่โอมก็มาด้วย เขารีบมาหาเธอบอกให้เปิดประตูรั้ว เป็ดปุ๊กเปิดให้ โอมเดินเข้ามาพอเห็นไม้เท่านั้น เขาชักสีหน้าถามทันที

“แกมาทำอะไรที่นี่!”

เป็ดปุ๊กขอร้องอย่าเพิ่งถามอะไรเลย เพราะขโมยยังอยู่ในบ้าน หัวหน้า รปภ.ถามว่ามันมากันกี่คน เป็ดปุ๊กบอกว่าตนเห็นคนเดียว โอมสั่งให้เข้าไปดูและจับตัวมันมาให้ได้ หัวหน้า รปภ.บอกว่าตนไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย

“ไอ้ขี้ขลาดเอ๊ย...” โอมด่าหัวหน้า รปภ.แล้วหันบอก เป็ดปุ๊ก “ไม่ต้องกลัวนะครับ เดี๋ยวผมเข้าไปดูเอง”เธอบอกว่า โทร.เรียกตำรวจแล้ว โอมพูดอย่างไม่เชื่อถือว่า “มัวแต่รอ มันจะหนีไปก่อนน่ะซีครับ”

ไม้ขวางไว้บอกว่าเขาไม่ควรเข้าไปทำลายหลักฐาน ถูกโอมถามหาเรื่องว่า

“ทำไมเหรอ แกกลัวว่าฉันจะเห็นหลักฐานอะไรที่เป็นของแกงั้นเหรอ” แล้วหันบอกเป็ดปุ๊ก “ผมจะไม่แตะต้องอะไรให้หลักฐานเสียหายแน่นอนครับ” แล้วพูดใส่หน้าไม้ “ผมก็อยากจับมันกับพวกเข้าคุกเหมือนกัน”

“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกค่ะ ดิฉันกลัวคุณโอมจะเป็นอันตราย”

“ไม่ต้องห่วงครับ” แต่หันสั่งหัวหน้า รปภ.กับลูกน้อง “พวกคุณไปกับผม”

พอเข้าไปในบ้าน โอมยืนอยู่ที่ห้องโถง พวกรปภ.แยกย้ายกันออกค้นหา ครู่เดียวก็กลับมารายงานว่าไม่พบ ทั้งในบ้านและหลังบ้าน หัวหน้า รปภ.จะขึ้นไปดูข้างบน

“ไม่ต้อง ฉันขึ้นไปเอง” โอมทำท่าเข้มแข็งกล้าหาญ มากจนหัวหน้า รปภ.ประหลาดใจ

โอมขึ้นไปที่ห้องนอนเป็ดปุ๊กกวาดตามองไปทั่วห้อง เห็นหน้าต่างบานหนึ่งเปิดค้างไว้เหมือนเพิ่งมีคนปีนออกไป เขาลงไปบอกเป็ดปุ๊กว่าไม่มีใครในบ้าน มันคงหนีไปแล้ว ก็พอดีตำรวจมาถึง โอมรีบไปรับหน้าแนะนำตัวว่า

“ผมอลังการ ผู้จัดการหมู่บ้าน คนร้ายมันหนีไปแล้วล่ะครับ”

ผู้หมวดมองโอมอย่างแปลกใจ เมื่อพากันไปนั่งที่ม้าหินหน้าบ้าน ผู้หมวดถามเป็ดปุ๊กว่า มีคนร้ายเข้าบ้านเธอ แต่โอมกับ รปภ.เข้าไปดูแล้วไม่มีใคร โอม ตอบแทนว่า “ผมว่ามันหนีไปแล้ว”

“ทำไมไม่รอให้ตำรวจมาก่อน คุณกับคนของคุณ เข้าไปในบ้านแบบนั้น อาจจะทำลายหลักฐานสำคัญไปก็ได้” ผู้หมวดตำหนิ โอมบอกว่าตนไม่ได้แตะต้องอะไรเลย อ้างหัวหน้า รปภ.ให้เป็นพยาน

“ตอนผู้จัดการขึ้นไปข้างบน ผมไม่รู้นะครับ” หัวหน้า รปภ.บอก แต่พอถูกโอมจิกตามองก็หยุดพูดทันที ตำรวจถามเป็ดปุ๊กว่าเข้าไปดูหรือยังว่ามีอะไรหายบ้างไหม พอเธอบอกว่ายัง

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวรอพิสูจน์หลักฐานมา แล้วค่อยเข้าไปดูก็ได้” ผู้หมวดบอก

ไม้ถามทันทีว่าจะมีมาเก็บลายนิ้วมือด้วยหรือ ถูกโอมแขวะทันทีว่า กลัวว่าตำรวจจะรู้ว่าไอ้หัวขโมยนั่นเป็นตัวเองรึไง ไม้ปรามว่าพูดให้ดีๆ โอมก็ยียวนว่า

“งั้นแกอธิบายมาซิ ทำไมแกถึงได้มาถึงที่นี่เร็วนัก” หันถามเป็ดปุ๊กว่า “คุณบอกไม่ใช่เหรอครับว่า พอคุณตกลงมาไม้ก็มาถึง” พอเป็ดปุ๊กพยักหน้า โอมหันไล่บี้ไม้ “แกเข้ามาทางไหน”

เป็ดปุ๊กอ่านเกมออก ขัดขึ้นว่า “ไม้ไม่จำเป็นต้องแอบเข้ามาขโมยของหรอก เขาจะเข้ามาบ้านนี้เมื่อไหร่ก็ได้ ที่ผ่านมาของที่บ้านก็ไม่เคยหาย”

โอมสวนทันควันว่าไม้ไม่ต้องการมาขโมยของแต่ต้องการมาทำอย่างอื่น ไข่มุกได้ทียุเป็ดปุ๊กว่า

“คุณเป็ด คุณไว้ใจมันมากเกินไป ฉันแอบเห็นหลายครั้งแล้ว แววตามันเวลามองคุณน่ะ ลามกสุดๆ”

ไม้ทนไม่ไหวโต้ว่าตนไม่ได้แอบเข้ามาในบ้านนี้ ไข่มุกไม่สนใจยุตำรวจให้จับไม้ไปเลย ไม่อย่างนั้นเขาต้องหนีแน่ๆ

“เอาล่ะๆ เดี๋ยวพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบขอเชิญคุณไปสถานีด้วย” ผู้หมวดตัดบท ไม้อึ้งหันมองเป็ดปุ๊กเธอได้แต่มองเขาอย่างเห็นใจ

ooooooo

พอไม้ไปถึงสถานีตำรวจ จ่าเวรเห็นหน้าไม้ก็พึมพำอย่างเบื่อหน่ายว่าไอ้นี่อีกแล้วเหรอ? ผู้หมวดสั่งให้พาไปห้องสอบสวนเลย โอมรีบลุกตามไปด้วย

ผู้หมวดสอบถามชื่อ นามสกุลแล้ว ไม้ถามว่าจะสอบปากคำตนในฐานะอะไร  โอมยุหมวดว่าให้แจ้งข้อหาเลยว่าขโมย  ลักทรัพย์ยามวิกาล บุกรุกหรือพยายามกระทำอนาจาร ไม้มองขวับ ถามผู้หมวดว่าให้โอมเข้ามาด้วยทำไม โอมอ้างว่าตนเป็นพยานและรู้ประวัติเลวๆของไม้ดีทุกอย่าง

“เอาเลยซี  พูดมาเลย  นายรู้ประวัติอะไรของฉัน” ไม้ลุกพรวดท้าเสียงดัง จนผู้หมวดต้องลุกขึ้นห้าม แล้วขอสอบปากคำไม้ตามลำพัง เชิญคนอื่นออกไปก่อน โอมทำท่าอิดออด เป็ดปุ๊กเลยต้องดันหลังให้ออกไป เขายังพูดอาฆาตว่า

“เดี๋ยวผมจะเปิดโปงมันให้คุณเป็ดได้รู้ทุกอย่าง คุณเป็ดถูกมันหลอกมาตลอดเลยรู้ไหมครับ”

ออกจากห้องสอบสวนแล้ว โอมเปิดฉากใส่ร้ายป้ายสีไม้ทันที  บอกเป็ดปุ๊กว่าตนรู้จักไม้ตั้งแต่แม่มาสร้างหมู่บ้านแล้วพลางจะเล่าให้ฟัง ถูกเธอขัดขึ้นว่า

“ไว้ทีหลังได้ไหมคะ พอดีมีเรื่องจะคุยกับน้องเขา ขอโทษนะคะ” เป็ดปุ๊กอ้างนภแล้วเดินไปหา พอนภถามว่ามีอะไรหรือ เธอบอกว่า “เปล่าหรอก ขี้เกียจคุยกับคุณโอม”

นภบอกเป็ดปุ๊กว่าไม้ไม่มีวันเป็นขโมย ตนรู้จักไม้มาปีกว่า ไม้เข้านอกออกในบ้านตนตลอดของในบ้านไม่เคยหายสักชิ้น แต่ไม้กลับเป็นคนเอาต้นไม้มาลงให้เต็มสนาม ทำน้ำพุให้โดยที่ตนไม่ต้องจ่ายเลยสักบาทเดียว

“เขาก็เอามาให้พี่เยอะแยะ พี่ก็เชื่อว่าไม้ไม่ใช่ขโมย แต่ไม่รู้ว่าตำรวจจะคิดเหมือนเราหรือเปล่าน่ะซิ”

เป็ดปุ๊กฉุกคิดได้หยิบมือถือขึ้นโทร.หาเชียรที่ยังหลับอยู่ เขาตกใจถามว่ามีปัญหาอะไรหรือ พอเป็ดปุ๊กเล่าให้ฟังเขาเองก็ไม่รู้จะช่วยไม้ได้อย่างไร ฉุกคิดขึ้นได้ถามว่าคุณหทัยรู้เรื่องหรือยัง แนะนำว่าหทัยเป็นนายจ้างไม้ เขาน่าจะช่วยได้ แต่พอถามเบอร์โทร.ของหทัย เชียรไม่มี แนะให้ลองถามโอมดู เธอเชื่อว่าโอมต้องไม่ยอมบอกแน่ แต่ไม่รบกวนพ่อบอกว่าเดี๋ยวจะลองหาวิธีดู

พอเล่าให้นภฟัง นภเสนอให้ลองโทร.หาพิกุลแล้วต่อสายคุยกับหทัยเองเลยน่าจะได้ แต่พอโทร.บอก พิกุล เธอไปหาหทัยที่บ้านเอง บอกหทัยว่าไม้ถูกตำรวจจับ เท่านั้นเอง หทัยแต่งตัวออกจากบ้านตรงไปที่สถานีตำรวจทันที

ooooooo

ไม้ไม่เพียงถูกโอมตามมาจิกจี้ให้ตำรวจเล่นงานเขาให้ได้เท่านั้น หากแต่ไข่มุกตัวแสบก็ตามมาดูด้วยว่าตำรวจเอาไม้เข้าคุกหรือยัง พอรู้จากโอมว่ากำลังสอบสวนอยู่ ก็หงุดหงิดผิดหวัง
ครู่เดียว ตำรวจก็นำตัวไม้ออกมา ผู้หมวดสั่งจ่าเวร ให้เปิดห้องขังด้วย  เป็ดปุ๊กตกใจถามว่าจะจับไม้เลยหรือ ยังไม่ได้สอบปากคำตนเลย ผู้หมวดบอกว่าให้ไม้รอในนั้นระหว่างสอบปากคำเธอ

“ได้ไง!” เป็ดปุ๊กไม่พอใจ ถูกไข่มุกแทรกขึ้นว่าแสดงว่าตำรวจมั่นใจว่าไม้ผิดจริง ไม้แอบเข้าไปในบ้านเธอ คิดจะทำอะไรเธอก็ไม่รู้ เป็ดปุ๊กไม่พอใจย้อนถามว่า “คุณรู้ได้ยังไงว่าเป็นไม้”

ไข่มุกตอบแบบเอาสีข้างเข้าถูว่าเชื่อเถอะว่าเป็นไม้นั่นแหละ โอมก็ย้ำว่าตนบอกแล้วว่าเธอถูกไม้หลอก

“ให้ตำรวจขังมันไว้น่ะดีแล้วล่ะ ปล่อยมันออกมา เดี๋ยวมันก็เที่ยวงัดแงะบ้านใครๆอีก”

ไม้ถูกนำตัวเข้าห้องขัง เขาเกาะลูกกรงมองเป็ดปุ๊ก ขณะจ่าเวรกำลังจะปิดประตู พลันก็ชะงักกึก...

“อย่านะคะ ขังไม่ได้!!” เสียงหทัยนั่นเอง เธอเดินตรงไปหาไม้ โอมมองอย่างไม่พอใจถามว่าแม่มาทำไมตนจัดการเองได้อยู่แล้ว “จัดการได้ยังไง ทำไมเขาถึงเอาไม้ไปขัง” โอมฟ้องว่ามันเป็นขโมย! “ตฤณไม่ใช่ขโมยแน่ค่ะ เอาเขาออกมาเถอะ ดิฉันขอยืนยันค่ะ ตฤณไม่มีวันเป็นขโมย” หทัยยืนยันกับผู้หมวด

โอมไม่พอใจถามว่าแม่ไปรับรองไม้ได้ยังไงไข่มุกก็แสดงตัวว่าตนรู้จักประวัติไม้ดี ถามหทัยว่าทำแบบนี้ ไม่ห่วงลูกบ้านหรือ เกิดไม้ไปงัดบ้านตนจะว่ายังไง

หทัยยืนยันหนักแน่นว่าไม้ไม่ใช่คนแบบนั้นเด็ดขาด บ่นว่าถ้าตนรู้ตั้งแต่ตอนอยู่บ้านเป็ดปุ๊กก็ไม่ต้องมาโรงพักแล้ว เมื่อไข่มุกไม่ยอมจะเอาไม้เข้าคุกให้ได้ หทัยจึงบอกผู้หมวดว่า

“ดิฉันบอกได้เพียงแต่ว่า ไม้ไม่ใช่คนร้ายเด็ดขาด เพราะไม้เป็นลูกชายสามีเก่าดิฉัน เจ้าของที่ดินที่ตั้งหมู่บ้าน เสริมขวัญ ไม้เป็นทายาทของฉัน หรือจะพูดให้ถูกต้องก็คือ เขาเป็นเจ้าของหมู่บ้านเสริมขวัญ และเป็นหลานชายคนเดียวของเจ้าของที่ดินแถบนี้ทั้งหมด ไม้ไม่มีวันทำอะไรแบบนั้นเด็ดขาด ฉันมั่นใจในตัวเขา”

เป็ดปุ๊กตะลึงอึ้งเมื่อรู้ความจริง ในขณะที่ไม้มองเธอนิ่งๆ เรียบๆ และไม่พูดอะไรสักคำ เมื่อเป็ดปุ๊กออกจากห้องสอบสวน เจอนภกับพิกุลนั่งรอฟังข่าวอยู่ ทั้งสองรีบถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ตำรวจจะจับไม้หรือเปล่า

เป็ดปุ๊กมองหน้าพิกุลถามขึ้นว่า “คุณรู้มาตลอด” พิกุลชะงักนิ่ง รู้ว่าเป็ดปุ๊กรู้ความจริงแล้ว พอดีประตูห้องสอบสวนเปิด ไม้เดินมาหยุดตรงหน้าเป็ดปุ๊ก ต่างมองหน้ากันนิ่ง เธอมองหน้าไม้แล้วเดินออกจากสถานีไปเลย ไม้อยากเรียกแต่ก็ไม่ได้เรียก...

หทัยกับผู้หมวดเดินตามออกมา โอมเดินออกมาเป็นคนสุดท้ายสีหน้ายังไม่หายมึน ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินแม่พูดไปเมื่อครู่นี้เลย

ไม้เร่งฝีเท้าเดินตามเป็ดปุ๊กไป พอเป็ดปุ๊กใช้รีโมตเปิดประตูรถ ไม้ก็รีบขอคุยด้วยพลางยื่นมือจับแขนเธอไว้ ผลก็คือถูกเธอหันมาตบหน้าเพี๊ยะ!

“ฉันอุตส่าห์ไว้ใจนาย แต่นายโกหก หลอกฉันมาตลอด ทำแบบนี้ได้ยังไงคุณไม้!” ตบและด่าแล้วก็ขึ้นรถทันที ไม้ยืนมึน ก็พอดีนภตามมาสมทบ ทักไม้แซวๆ

“สวัสดีครับท่าน ไม่อยากเชื่อว่าพี่ไม้จะเป็นมหาเศรษฐีร้อยล้าน”

ไม้หันมองนภ แต่ไม่ขำด้วย หันกลับไปมองตามรถของเป็ดปุ๊กที่แล่นฉิวไปหน้าจ๋อยๆ

ooooooo

คนที่ต้องเผชิญปัญหาหนักคือหทัย เธอถูกโอมโกรธที่ไม่เคยบอกเรื่องไม้ให้รู้ พอกลับถึงบ้านหทัยเรียกให้ฟังตนก่อน ก็ถูกถามว่ายังมีความจริงอะไรที่ไม่ได้บอกตน ถามประชดว่า

“แค่ที่แม่พูดไปเมื่อกี๊ยังเซอร์ไพรส์ผมไม่พอรึไงครับ ไอ้ผมก็นึกๆ อยู่เหมือนกันว่า ทำไมแม่ถึงให้ความสำคัญกับไอ้คนสวนกระจอกนี่นัก ที่แท้มันก็เป็นลูกกับผัวเก่าของแม่นี่เอง!”

“หยุดพูดจาหยาบคายดูถูกไม้เขาได้แล้ว ยังไงเขาก็เป็นพี่ชายลูกนะ”

“ผมไม่นับญาติกับมัน ต่อให้มันรวยล้นฟ้า เป็นเจ้าของที่ดินหมดประเทศ ผมก็ไม่นับญาติกับมัน ผมเกลียดมัน ได้ยินไหมครับคุณแม่ ผมเกลียดมัน ยิ่งรู้ว่ามันเป็นลูกชายคุณแม่ ผมก็ยิ่งเกลียด ผมกับมันไม่มีทางอยู่โลกเดียวกันได้ จำไว้นะครับคุณแม่”

พูดใส่หน้าหทัยแล้วจะเดินเข้าบ้าน นึกอะไรขึ้นได้หันกลับมาพูดต่อ

“อ้อ...อย่านึกว่ามันเป็นเจ้าของที่ดินแล้วผมจะกลัวมันนะ ถ้ามันเข้ามายุ่งหรือมาทำใหญ่ทำโตในหมู่บ้านที่ผมกับคุณพ่อช่วยกันสร้างเมื่อไหร่ ผมไม่ทำมันแค่เข้าคุกแน่ ผมจะทำให้มันเจ็บกว่านั้นอีก!”

โอมเดินเตะกระถางข้างทางล้มกลิ้งแล้วเดินเข้าบ้านไป หทัยได้แต่ยืนเสียใจ คิดไม่ถึงว่าโอมจะไม่พอใจมากถึงขนาดนี้

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ฝ้ายไปยืนตะโกนใต้บ้านต้นไม้ ตะโกนเรียกอยู่นานก็ไม่มีเสียงตอบรับเลยถามว่าอยู่หรือเปล่าหรือต้องให้ปีนขึ้นไปเรียก

“หนวกหูจริงๆ รู้ไหมเมื่อคืนกว่าจะกลับเกือบตีสาม เปิดร้านเองไม่ได้รึไง” ไม้โผล่หน้ามาถามอย่างหงุดหงิดงัวเงีย พอฝ้ายบอกว่าที่ต้องมาตามเพราะคุณย่าอยากพบ ไม้หน้าเสียสงสัยว่าต้องเป็นเรื่องเมื่อคืนนี้แน่ ตะโกนลงมาว่า “ไปบอกย่าว่าฉันไม่ค่อยสบาย เย็นๆจะแวะไปหา”

เหตุเพราะหทัยไปหาย่าขวัญแต่เช้าเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ย่าฟัง ระหว่างย่าให้ฝ้ายไปเรียกไม้มาหา หทัยก็อยู่ช่วยย่าเด็ดผักไปพลาง ย่าทำกับข้าวไปก็บ่นไปว่าทำไมดวงไม้ถึงได้สมพงศ์กับโรงพักขนาดนี้ เรื่องเดิมยังไม่ทันจบก็มีเรื่องใหม่อีกแล้ว

“เป็นความผิดของหนู ที่ไม่ได้เลี้ยงดูเขาให้ดี ปล่อยให้เป็นภาระของแม่”

“ไม่ต้องโทษตัวเองหรอก มันโตแล้ว เป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้ต้องรู้ผิดรู้ถูกเองแล้ว ที่หทัยไปช่วยมันบนโรงพักก็ถือว่าดีมากแล้ว ไม่งั้นเมื่อคืนมันได้นอนที่นั่นแน่”

“หนูไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าตัวเองทำถูกหรือเปล่า” ย่าถามว่าเรื่องอะไร “ก็ที่บอกให้ทุกคนรู้ว่า

ไม้เป็นลูกของหนูไง ไม่รู้มีกี่คนที่ไม่พอใจ”

“โอมเพิ่งรู้ใช่ไหม เขาก็คงจะตกใจมาก”

“ค่ะ เขาโกรธหนูมากเลยล่ะค่ะ เมื่อเช้าเจอหน้าก็ไม่ยอมมองหน้า ไม่พูดกันเลย ก็คงต้องให้เวลาเขาสักพัก แต่ไม้เองก็โกรธหนูเหมือนกัน”

“เรื่องไม้น่ะ เดี๋ยวเขามาแม่จะคุยกับเขาเอง เอาใจยากจริงๆ แม่ไม่อยู่ด้วยก็โกรธแม่ พอแม่บอกคนอื่นว่าตัวเป็นลูกก็ไม่ชอบอีก” ย่าบ่นอุบอิบ พอดีฝ้ายมาบอกว่าไม้ไม่มา ย่าบอกทันทีว่า “เขาไม่มา เราก็ไปหาเขาเองสิ จะกลัวอะไรล่ะ”

แต่พอไปถึงบ้านต้นไม้ หทัยขอหลบรอที่ต้นไม้อีกต้นหนึ่ง พอย่าขวัญมาเรียก ไม้โผล่มา ย่าหันไปเรียกหทัยให้ออกมา ไม้มองตามไปพอเห็นหทัยก็ถามอย่างไม่ชอบใจว่า “ย่า!! พาเขามาทำไม” ย่าบอกว่าแม่เขามีเรื่องอยากคุยด้วย ไม้จึงปีนบันไดลงมาเงียบๆ พอเห็นหทัยที่ย่าหันไปเรียกให้ออกมา ไม้ก็มองหน้านิ่ง

“เป็นไงบ้างลูก” หทัยถามใจไม่ดีนัก

“เรียกลูกได้เต็มปากเลยนะ” ไม้ประชด พอถูกย่าเรียกปราม เขาบอกหทัยว่า “กลับไปเถอะ ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ...ย่าไม่ควรพาเขามา” ย่าขวัญบอกว่าแม่เขาเป็นห่วง ควรจะขอบคุณที่เขามาเยี่ยม “ไม่ล่ะ...แต่ถ้าเขารีบกลับไปตอนนี้ ไม้จะยกมือขอบคุณท่วมหัวเลย”

ย่าหมั่นไส้เลยหักไม้ฟาดแขนไม้ไปหลายที เขาตัดพ้อย่าว่าตีตนทำไม ย่าสั่งให้ขอโทษแม่เดี๋ยวนี้

“ย่าเห็นเขาดีกว่าไม้เหรอ” เสียงไม้น้อยใจ เมื่อย่าย้ำให้ขอโทษ เขาตอบทันทีว่า “ไม้ไม่ขอโทษ” แล้วหันหลังเดินหนีไปเลย ย่าพยายามเรียกให้กลับมา แต่ไม้ทำหูทวนลมเดินหายไปในสวน

“ไม่เป็นไรค่ะแม่ อย่าไปว่าไม้เลย” หทัยน้ำตาไหล “หนูไม่ควรจะมาที่นี่ หนูต้องขอโทษแม่ด้วยค่ะ ที่ทำให้แม่ลำบากใจ” หทัยไหว้ลาน้ำตาไหล ย่าขวัญดึงเธอเข้าไปกอดปลอบใจ...

ooooooo

เช้าวันเดียวกัน เป็ดปุ๊กตื่นขึ้นมานึกถึงที่หทัยพูดเมื่อคืนนี้แล้วพึมพำอย่างโมโหอยู่คนเดียว

“คนโกหก!! ทำไมนายต้องมาโกหกฉันกับพ่อด้วย!!”

เสียงมือถือดังขึ้น เป็ดปุ๊กลุกไปรับ พอเห็นเป็นสายจากพ่อ เธอดีใจมากรีบกดรับ เชียรโทร.มาถามเรื่องไม้ เธอบอกว่าเรียบร้อยแล้ว ตำรวจปล่อยไม้ออกมาแล้ว เพราะหทัยไปพูดให้ เชียรพูดอย่างโล่งใจว่านึกแล้วว่าหทัยต้องช่วยได้เพราะเป็นเจ้านายของไม้และเป็นเจ้าของหมู่บ้านด้วย ตำรวจต้องฟังอยู่แล้ว

เป็ดปุ๊กบอกแต่เพียงว่าจัดการเรื่องนั้นเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้เล่าเรื่องที่หทัยบอกฐานะที่แท้จริงของไม้

เช้านี้ ไก่กุ๊กกับเก็จวางแผนให้ลูกๆอ้อนชวนปู่ไปเที่ยวสวนสนุกกัน เชียรบอกว่าอยากกลับบ้านเพราะเมื่อคืนมีขโมยขึ้นบ้านเป็ดปุ๊ก ทั้งเก็จและไก่กุ๊กลุ้นให้ไปเที่ยวกับหลานก่อนเพราะขโมยก็ไม่ได้อะไรไปและเป็ดปุ๊กก็ไม่ได้เป็นอะไร

เชียรรู้แผนการของสองผัวเมียอยู่แล้ว ยิ่งเห็นทั้งสองแสดงความเห็นแก่ตัว เขาจึงตัดสินใจพูดออกมาว่า...

“งั้นถ้าพ่อบอกว่า ไม่ว่าพ่อจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน แต่ยังไงพ่อก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจโอนบ้าน พวกเรายังอยากจะให้พ่ออยู่อีกรึเปล่า” เก็จพยายามแก้ตัว ถูกเชียรตัดบทว่า “เมื่อคืนพ่อได้ยินเรื่องที่เราสองคนคุยกันหมดแล้ว ถ้าอยากได้อะไร ทำไมไม่พูดกับพ่อตรงๆ ทำไมต้องบังคับเด็กๆ มาพูดแทนด้วย เด็กเป็นผ้าขาวซึมซับทุกสิ่งที่ผู้ใหญ่สอนอย่างไม่รู้ตัว ลูกควรจะสอนให้พวกแกคิดดี ทำดีมากกว่าทำตัวเป็นเด็กขี้ขอแบบนั้น”

พอถูกเชียรจับไต๋ได้ เก็จก็พลิกโฉมหน้าทันที ตำหนิกล่าวโทษว่าเพราะเชียรลำเอียงตนจึงต้องสอนลูกอย่างนั้น ด่าว่า

“มีอะไรก็ประเคนให้ลูกสาวหมด แต่ลูกสะใภ้กับหลานไม่มีจะกิน ยังทำเฉย เป็นพ่อเป็นปู่ภาษาอะไร!”

“ถ้าเราสองคนไม่คิดจะเอาบ้านไปขายกิน ทำไมพ่อจะไม่ให้”

“พ่อไม่ต้องพูดหรอก พ่อยิ่งพูดพวกเราก็ยิ่งผิดหวัง ยังไงผมก็ไม่ใช่ลูกรักของพ่ออยู่แล้วนี่ พ่ออยากทำอะไรก็เชิญเถอะ” ไก่กุ๊กผสมโรงกับเก็จ เชียรยังพยายามจะชี้แจง แต่ถูกเด็กๆรบเร้าให้รีบไปเที่ยวสวนสนุกกัน เลยถูกเก็จด่าลูกประชดเชียร ไล่ลูกให้ขึ้นข้างบนและไม่ต้องลงมาอีกจนกว่าจะเที่ยง เด็กทั้งสองเลยหน้าจ๋อยเดินคอตกขึ้นข้างบนตามคำสั่ง

เชียรพูดอย่างสะเทือนใจว่าโกรธผู้ใหญ่ไปลงที่เด็กมันไม่ดี เด็กไม่ได้ทำผิดอะไร ก็ถูกเก็จสวนอย่างกราดเกรี้ยวว่าจะมาสนใจอะไรกันตอนนี้ ลูกของตนตนจะทำยังไงก็ได้ ส่วนไก่กุ๊กก็เดินออกมาบอกเชียรอย่างเลือดเย็นว่า

“คุณพ่ออยากกลับก็ตามใจนะครับ แต่ไก่คงไม่ไปส่ง” พูดแล้วเดินไปเลย เชียรได้แต่มองตามอย่างสะท้อนใจ...

ooooooo

หลังเกิดเหตุการณ์ขโมยขึ้นบ้านเป็ดปุ๊กแล้ว วันต่อมาโอมก็นัดภูมิไปพบกันที่ถนนนอกเมือง เอาเงินให้สองหมื่นบาทบอกให้หนีไปไกลๆสักพัก อย่าเจอใคร เรื่องจะได้ไม่มาถึงตน มีอะไรให้ช่วยอีกแล้วจะเรียก

ภูมิพาแตนไปอยู่ที่บ้านพักหลังอู่ซ่อมรถของพ่อ พอกลับไปถึงก็บอกแตนว่าเดี๋ยวจะพาไปส่งที่บ้าน กำชับว่า

“อย่าลืมที่บอกไว้นะ ถ้าใครถามก็บอกว่าเมื่อคืนแตนอยู่ที่งานปาร์ตี้กับพี่แล้วก็เพื่อนๆ งานเลิกดึกพี่เมา แตนไม่ให้พี่ไปส่ง แล้วก็เลยค้างอยู่ที่บ้านพี่”

แตนรับปากว่าไม่ลืม ถามว่าแล้วจริงๆ เขาไปไหนมา พูดทีเล่นทีจริงว่าเผื่อเขาไปฆ่าใครตนก็จะได้รู้ไว้

“พี่เมาหลับอยู่ใกล้ๆแตนไง” พูดแล้วเดินออกไป แตนยักไหล่อย่างไม่เชื่อแล้วเดินตามภูมิไป

แตนกลับมาถึงร้านสวนขวัญ ไม้ถามว่าเมื่อคืนไปไหนมา แตนโกหกตามที่ภูมิสั่งไว้ ไม้ถามว่ามีอะไรกับมันแล้วรึยัง? แตนนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนที่จะตอบว่า “แตนไม่โง่หรอกน่า ผู้หญิงน่ะ พอเสร็จผู้ชายก็ไร้ค่า” ไม้ย้ำว่าคราวหน้าห้ามไปค้างกับมันอีก

“พี่ไม้เขาเป็นอะไร ทำไมต้องมาแว้ดใส่แตนด้วย” แตนบ่นกับฝ้าย ฝ้ายจึงเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ฟัง แตนถามว่าแล้วเกี่ยวอะไรกับไม้ด้วย

“คุณไม้แกเข้าไปช่วยคุณเป็ดเร็วกว่าเพื่อน ตำรวจเขาก็เลยสงสัยแก แต่โชคดีได้คุณหทัยเขาไปช่วย เขาบอกตำรวจว่าคุณไม้เป็นลูกชายเขา ไม่มีทางเป็นขโมย ตำรวจก็เลยปล่อยตัวแก”

แตนตกใจตาโตเมื่อรู้ว่าไม้เป็นลูกหทัยเจ้าของหมู่บ้าน ฝ้ายทะเล้นว่ารู้งี้ตนรวบหัวรวบหางไม้ไปนานแล้ว พูดแล้วหัวเราะขำตัวเอง แต่แตนไม่สนใจเพราะมัวแต่ตื่นเต้นกับข้อมูลใหม่ที่เพิ่งรู้

ooooooo

เชียรต้องนั่งแท็กซี่กลับบ้านเอง เจอเป็ดปุ๊กนั่งเศร้าอยู่ ทั้งพ่อและลูกต่างโผเข้ากอดกัน เชียรลูบหัวลูกสาวบอกว่าไม่เป็นไรแล้ว พ่อกลับมาแล้วเป็ดปุ๊กร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดพ่อ

เชียรถามลูกว่าเขาทำกับลูกขนาดนี้แล้วยังจะไปทำงานที่นั่นอีกหรือ เป็ดปุ๊กยืนยันว่าตนต้องเคลียร์ตัวเองก่อนเพราะถ้าลาออกตอนนี้เขาจะเขียนใบรับรองประวัติงานว่าอย่างไร ตอนนี้ก็จะได้หางานใหม่ไปเรื่อยๆด้วย คิดว่าบางทีไม่ต้องเป็นหัวหน้าเขางานก็อาจจะเบาลง

เชียรชมว่าลูกเข้มแข็งขึ้นมาก ถามว่าแล้วเรื่องไม้ล่ะ เธอบอกว่าเรื่องจบไปแล้ว อย่าพูดถึงอีกเลย ให้พ่อเล่าเรื่องบ้านโน้นให้ฟังดีกว่า เมื่อเชียรเล่าความจริงให้ฟัง เป็ดปุ๊กตกใจมาก แต่ก็มั่นใจว่าหลานฉลาดและลึกๆแล้วไก่กุ๊กก็เป็นคนจิตใจดี

“ถ้าพี่ไก่จะรู้สึกตัว เลิกสำมะเลเทเมาแล้วเป็นเสาหลักให้ครอบครัวมากกว่านี้ พี่เก็จเองก็ไม่ต้องลำบาก หลานๆก็ไม่ต้องถูกสอนให้ทำอะไรแย่ๆแบบนั้น”

เชียรเชื่อว่าตราบใดที่พวกเขายังไม่เลิกความคิดนี้ก็ต้องมีเรื่องอีกแน่ๆ จึงตัดสินใจจะโอนบ้านให้เป็ดปุ๊กจริงๆ เธอขอบคุณพ่อ แต่ไม่อยากให้ทำ อยากให้พ่อเก็บบ้านหลังนั้นไว้ให้คนที่พ่ออยากให้จริงๆ ตนเองก็มีบ้านหลังนี้อยู่แล้ว จะมีอีกหลังไปทำไม

ooooooo

แตนส่อพิรุธเพราะเมื่อตำรวจมาสอบถามข้อเท็จจริงบางอย่างกับย่าขวัญ พอเห็นตำรวจ แตนก็หนีออกทางหลังบ้านไปเลย ย่าขวัญที่จะให้แตนไปหิ้วของให้ที่ตลาดเลยต้องไปขอแรงไม้ไปช่วยหิ้วตะกร้าให้แทน

ไม้แปลกใจว่าทำไมย่าไม่ใช้แตน ฝ้ายตอบแทนว่า “ก็ไม่รู้มัน เห็นตำรวจไปที่บ้านมันก็หายหัวไปเลย”

“ตำรวจอะไรอีกล่ะ” ไม้ทำเสียงรำคาญ

“ผู้หมวดที่ทำคดีของไม้นั่นแหละ เขาถามเรื่องไม้ เขามาถามเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไม้กับหนูเป็ดด้วย” ย่าบอกฝ้ายแทรกขึ้นว่า ตำรวจคงอยากรู้ว่าเป็นไปได้ไหมว่าไม้จะแอบเข้าไปปล้ำเป็ดปุ๊ก

“บ้าใหญ่แล้ว แล้วย่าตอบเขาไปว่ายังไง” ไม้ถามใจจดจ่อ

“ย่าบอกว่า ย่าก็อยากให้ไม้ทำสำเร็จ” ไม้ตกใจถามว่าทำไมย่าพูดแบบนั้น ย่าหัวเราะร่า “ย่าพูดเล่น จะพูดแบบนั้นได้ไง ย่าแค่บอกว่าไม้ไม่ทำหรอก ไม่จำเป็นต้องทำด้วย สองคนเขาชอบๆกันอยู่แล้ววันนึงก็ต้องได้แต่งกัน”

“อันนี้ก็พูดเล่นใช่ไหมย่า” ไม้ทำหน้าไม่ถูก ย่าบอกว่า “พูดจริง ทำไมต้องหน้าแดงขนาดนั้นด้วย ไข้ยังไม่ลดรึไง” ไม้เร่งย่าแก้เขินว่า “ไปตลาดเลยก็แล้วกัน ขี้เกียจพูดกับย่าแล้ว ไม่รู้อะไรจริงอะไรไม่จริง” ว่าแล้วรีบเดินไปกลบเกลื่อนอาการเขิน ย่ากับฝ้ายมองตามไปหัวเราะกันกิ๊กกั๊ก

ooooooo

เป็นเวลาที่เป็ดปุ๊กกับเชียรไปซื้ออาหารที่ตลาดเหมือนกัน เธอพาพ่อไปที่ร้านขายน้ำพริกเจ้าเดิมที่ไม้เคยพามาซื้อพอเห็นหน้าเป็ดปุ๊ก แม่ค้าก็ถามถึงไม้ว่าไม่ได้มาด้วยหรือ

“ทำไมต้องมาด้วยล่ะคะ” เป็ดปุ๊กระงับอาการเต็มที่ แม่ค้าบอกว่าก็เคยเห็นมาด้วยกัน “แค่บังเอิญเจอกันในตลาดสองสามครั้งเองป้า” แล้วเธอก็ถามเชียรว่าเลือกน้ำพริกได้หรือยัง เชียรตอบแซวๆว่า กำลังสนใจเรื่องคนช่วยหิ้วกระเป๋าอยู่ ทำให้เป็ดปุ๊กเขินจนทำหน้าไม่ถูก

“พูดถึงก็มาพอดี พาย่าขวัญมาด้วย” แม่ค้าร้องทักอย่างตื่นเต้น

เป็ดปุ๊กตกใจรวบรัดว่าพ่อไม่เอาแล้วก็ไปกันเถอะ เชียรยังไม่อยากไป ถามว่าไม่อยู่ทักไม้กับย่าเขาก่อนหรือ ก็พอดีย่าเห็นเป็ดปุ๊กกับเชียร บอกไม้ให้ตามไปเรียกไว้หน่อย เพราะย่าจะบอกเขาเรื่องตำรวจ เผื่อตำรวจไปถามจะได้พูดตรงกัน เร่งไม้ให้ไปตามเร็วๆไม้บอกย่าว่าอย่าเลย ถูกย่าเอ็ดว่าเป็นอะไร แล้วย่าก็ตะโกนเรียกเอง

เป็ดปุ๊กชะงักนิดหนึ่งแล้วเดินต่อไป ย่าแปลกใจว่าเป็นอะไร ไม้แก้ต่างให้ว่า เขาคงรีบไปไหนกระมัง

“มันเกิดอะไรขึ้น ไม้กับหนูเป็ดมีปัญหาอะไรกัน เล่าให้ย่าฟังเดี๋ยวนี้” ย่าเสียงเข้มจนไม้นิ่งไป

ส่วนเชียร พอกลับถึงบ้านก็ถามเป็ดปุ๊กว่าเป็นอะไรทำไมต้องหนีไม้แบบนี้ด้วย ไหนว่าไม่มีปัญหาอะไรกันแล้วไง เป็ดปุ๊กก้มหน้ายอมรับว่ายังมีเรื่องที่ตนไม่ได้เล่าให้พ่อฟัง ถูกพ่อย้ำถามว่าเรื่องอะไร เธอจึงยอมรับว่า

“คุณหทัยเขาบอกตำรวจว่า ไม้เป็น...เป็นลูกชายแท้ๆของเขา ไม้เป็นลูกชายจากสามีคนแรกของคุณหทัย เป็นเจ้าของที่ดินที่สร้างหมู่บ้านนี้ เป็นเจ้าของที่สวนข้างกำแพงเราด้านนี้ และเป็นหลานของย่าขวัญซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินเกือบทั้งหมดในย่านนี้”

เป็ดปุ๊กบอกว่าไม้โกหกตน โกหกมาตลอด เขา คงขำสะใจที่เห็นเราเข้าใจผิด และเราไม่รู้ว่าเขายังโกหกอะไรเราอีก

“เป็ด พ่อว่าลูกคิดมากไป”

“ค่ะ เป็ดต้องคิดมาก เพราะสิ่งที่เป็ดเกลียดที่สุดคือการโกหก พ่อก็สอนเป็ดมาตลอดว่าคนโกหกไม่ทำชั่วไม่มี เป็ดเพิ่งจะถูกเพื่อนที่เป็ดรักหลอกลวง แล้วต้องมารู้ว่าคนที่เป็ดหลงไว้ใจก็หลอกลวงพอๆกัน เป็ดรับไม่ได้หรอกพ่อ”

เชียรฟังแล้วอึ้งไปพูดอะไรไม่ออก

ooooooo

เพราะเป็ดปุ๊กต้องการอยู่เคลียร์ทุกอย่างให้ชัดเจนเพื่อประวัติการทำงานของตัวเอง แต่เธอก็ถูกแก้วกลั่นแกล้งสารพัด วางอำนาจเป็นหัวหน้าสั่งการดุด่าว่ากล่าวอย่างไม่คำนึงถึงความรู้สึกของเพื่อน

ระหว่างนั้น เป็ดปุ๊กจับได้ว่า ถูกแก้วกลั่นแกล้งเรื่องเอกสารที่เคยให้แก้วทำแล้วแก้วบอกว่าอยู่ที่บ้าน ที่แท้อยู่ในลิ้นชักนั่นเอง แก้วก็ทำหน้าตายบอกว่าโชคดีมากเลยที่เจอ สั่งเป็ดปุ๊กช่วยสะสางให้เรียบร้อยก็แล้วกัน

ไม่เพียงเท่านั้น แก้วยังสั่งงานให้เป็ดปุ๊กทำให้เสร็จภายในวันนี้ทั้งที่ใกล้เวลาเลิกงานแล้ว ขอไว้ทำพรุ่งนี้ก็ไม่ยอม

“คงไม่ได้หรอก เพราะงานนั่นแก้วต้องเสนอพี่พิมแต่เช้าพรุ่งนี้ จัดการให้เรียบร้อยเถอะ อย่าให้แก้วต้องรายงานพี่พิมว่าเป็ดทำให้งานเสียเลย”

เป็ดปุ๊กลุกขึ้น แก้วถามอย่างจับผิดว่าจะไปไหน เธอบอกว่าไปเข้าห้องน้ำ และเมื่อเข้าไปยืนดูหน้าตัวเองจากกระจกห้องน้ำก็พึมพำอย่างสมเพชตัวเองมาก

“จะปล่อยไปอย่างนี้เหรอ จะปล่อยให้ตัวเองน่าสมเพชแบบนี้เหรอ...ฉันทำอะไรไม่ได้...ทำอะไรไม่ได้จริงๆ”

เธอยืนสะอื้นอยู่หน้ากระจกอย่างอัดอั้น...

ooooooo

ย่าขวัญกลับจากตลาดก็ให้ฝ้ายขี่จักรยานไปส่งที่หน้าบ้านเป็ดปุ๊กแล้วบอกให้กลับไปเสียบ่ายๆค่อยมารับ

เชียรได้ยินเสียงกดกริ่งออกมาเปิดประตูทักย่าขวัญอย่างตื่นเต้นว่าไปยังไงมายังไงกัน ย่าบอกว่าเอาน้ำพริกมาฝากแต่ที่แท้ย่าต้องการมาคุยกับเชียรเรื่องไม้กับเป็ดปุ๊กเพราะรู้สึกว่าเธอจงใจหนีไม้เมื่อเช้านี้ เชียรเล่าให้ฟังอย่างผู้ใหญ่ด้วยกันว่า

“เป็ดเขาโกรธที่ไม้แกล้งทำตัวเป็นคนสวนกระจอกๆ ทั้งๆที่เป็นลูกเจ้าของหมู่บ้านแล้วก็เป็นเจ้าของที่ดินทั้งหมดแถบนี้อีก เขาบอกว่าเขาเกลียดคนโกหกมากที่สุด”

“จริงๆไม้มันก็ไม่ได้จะปกปิดอะไรหรอกนะ กับหทัยน่ะไม้ยังไม่อยากเรียกว่าแม่เลย” เชียรตกใจถามว่าทำไมหรือ “พ่อไม้ตายตอนไม้เพิ่งจะสามขวบ ไม่นานหลังจากนั้น หทัยเขาก็พบผู้ชายคนใหม่ เขากลัวผู้ชายปฏิเสธถ้ารู้ว่าเคยมีลูก ก็เลยปิดเรื่องไม้ไว้แล้วก็เลยต้องปิดไม่ให้คนอื่นๆรู้ไปด้วย เขาขอให้ฉันช่วยเลี้ยงดูไม้แทนเขา วันหนึ่งเขามาหาฉัน ตอนนั้นไม้อายุสิบสามได้มั้ง เขาถามฉันเรื่องไม้ แต่ที่เรากำลังคุยกัน ไม้มาได้ยินพอดีเลยรู้ว่าเขาเป็นแม่ตัวเอง ไม้โกรธมากๆหนีออกจากบ้านหายไปเป็นเดือน เตลิดไปอยู่ที่วัดแถวอยุธยาโน่น  ชาวบ้านเขาไปทำบุญไปเจอเข้าจำได้ ฉันก็เลยจะไปรับตัวกลับ ต้องขอร้องอ้อนวอนอยู่นาน ที่สุดต้องสัญญาว่าจะไม่ให้แม่มายุ่งกับมัน มันถึงยอมกลับ”

ย่าขวัญบอกเชียรว่า ตนไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่หวังว่าเมื่อไม้โตขึ้นจะเข้าใจแม่ และตอนนี้ก็แอบหวังว่าเป็ดปุ๊กจะช่วยไม้ได้ คนใจร้อนอย่างนี้ต้องได้ผู้หญิงดีๆมารดน้ำเย็นให้ เชียรฟังแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ผมอยากช่วยไม้จังเลย”

“ช่วยหนูเป็ดด้วยล่ะ เก็บความขึ้งโกรธไว้แบบนี้ มีแต่ความทุกข์...ย่าว่าเราคงต้องช่วยกันแก้ปัญหาแล้วล่ะ”

เชียรพยักหน้าด้วยความยินดี...

ooooooo

ตอนที่ 6

คืนนี้ โอมเมากลับบ้าน หทัยถามว่าขับรถกลับมาเองหรือ ถ้าโดนตำรวจจับพ่อแม่ต้องเดือดร้อนไปด้วย

“โอ๋ยยย...ห่วงแต่ไอ้คนสวนคนโปรดของแม่ดีกว่า มันกำลังจะทำเรื่องงามหน้าให้แม่” หทัยถามว่าไม้ทำอะไร “มันไปยุ่งกับลูกค้าของเรา คนที่ชื่อเป็ดปุ๊กน่ะ”

หทัยอึ้งถามว่า ทำไมตนไม่รู้เรื่อง โอมฟ้องว่าเห็นไม้ขับรถให้เป็ดปุ๊กสองครั้งแล้ว พอหทัยติงว่าแค่ขับรถให้กันเท่านั้น ไม้ไม่ใช่คนแบบนั้น โอมหาว่าหทัยเอาแต่เข้าข้างไม้ พูดอย่างมีอารมณ์ว่า

“มันมีอะไรดีนักหนา ก็แค่ไอ้คนสวนขี้ครอก สถุล ชั้นต่ำ พ่อแม่ไม่รู้จักสั่งสอน”

“พอ!! หยุดได้แล้วโอม แม่ไม่อยากฟัง ลูกไปอาบน้ำเถอะ” พูดแล้วหทัยเดินหนีไป โอมโวยวายตามหลังว่า

“แม่ก็ดีแต่อย่างนี้แหละ ระวังไว้เหอะ มันก่อเรื่องขึ้นมาเมื่อไหร่ แม่จะเดือดร้อน บริษัทของเราก็จะต้องเสียหายไปด้วย แล้วอย่าหาว่าผมไม่เตือน!”

หทัยชะงักฟังอย่างหนักใจ

ooooooo

ถึงวันเสาร์ที่นัดจะไปทำสวนเล็กๆในห้องน้ำให้เป็ดปุ๊ก ไม้สั่งฝ้ายกับแตนให้หาไม้ประดับมาให้ แต่พอเห็นต้นไม้ที่ยกมา ไม้บ่นว่าใบไม่สวย

“เปลี่ยนต้นใหม่มาเลย เอาต้นที่ใบมันอิ่มๆเงาๆแล้วใบเยอะๆหน่อย”

ไม้เข้มงวดพิถีพิถันจนฝ้ายกับแตนสงสัยว่ารายนี้ต้องเป็นลูกค้าพิเศษแน่ ไม้บอกว่าไม่ได้พิเศษอะไร ให้รีบไปเลือกต้นไม้มาใหม่ แต่เขาพูดไม่ทันขาดคำ เป็ดปุ๊กก็โทร.มาถามว่าจะมาหรือยัง ไม้ตอบเสียงแจ่มใสว่า

“กำลังเลือกต้นไม้อยู่ครับ คัดแต่ที่สวยที่สุดให้เลยครับ รับรองคุณเห็นต้องชอบ”

แตนกับฝ้ายเลยจับเท็จได้ หัวเราะคิกคักแซวกันว่า แบบนี้ต้องคัดแต่ชั้นหนึ่ง ไม่อย่างนั้นหัวขาดแน่ เลือกต้นไม้ให้แล้ว แตนทำทีบอกว่าตนไปด้วยไม่ได้ เพราะต้องดูหนังสือ ไม้บอกว่างานนี้ตนทำคนเดียว แล้วเร่งไปเอาต้นไม้เอากระถางมา

ขนต้นไม้กับกระถางไปถึงบ้านเป็ดปุ๊ก เจอเธอมาชะเง้อคอยอยู่แล้ว เธอรีบมาเปิดประตู ไม้ถามถึงเชียรเธอบอกว่าอยู่ในบ้าน ไม้มองไปแล้วยกมือไหว้ เชียรรับไหว้ยิ้มๆแล้วหลบไป

ไม้เอาทั้งต้นหน้าวัว  พลูด่าง เฟิร์น และตีนตุ๊กแกมา เป็ดปุ๊กดูแล้วบอกว่าสวยๆทั้งนั้น ถามว่าเป็นไม้มงคลทั้งนั้นใช่ไหม ไม้บอกว่าต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นมงคลทั้งนั้น ถามว่าเธอถือไหมล่ะ คุณพ่อเธอถือไหม ไม้พูดเองเออเองว่า ก็อยู่กันแค่สองคน ยิ่งห้องน้ำอยู่ชั้นบนคนอื่นแทบไม่ได้ยุ่ง แล้วจะไปสนใจทำไม

“ถามนิดเดียวเอง” เป็ดปุ๊กบ่นอุบอิบที่ไม้ตอบเสียยืดยาว

เพราะไม้มาคนเดียว เป็ดปุ๊กจึงขมีขมันช่วย ยกต้นไม้  ยกกระถางและดินที่หนักเอาการ จนไม้บอกว่าไม่ต้องยก ตนเอาขึ้นเองได้ เธอบอกว่า “ก็อยากช่วยนี่”

ไม้ออกแบบวางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อเริ่มลงมือตบแต่งทำแผนที่วางไว้ โดยให้เป็ดปุ๊กเป็นผู้ช่วยคอยเอาต้นไม้ออกจากกระถาง เอาดินใส่กระถางใหม่ที่เอามา งานนี้เป็ดปุ๊กได้เรียนรู้การทำงานจากการปฏิบัติ ทำให้เธอรับรู้ว่างานปลูกต้นไม้ไม่ใช่ทำได้ง่ายๆ ต้องมีวิธี ขั้นตอน และที่สำคัญต้องใส่ใจมีความรักในงานด้วย

จากการช่วยกันทำงาน สอนงาน ทำให้มีความใกล้ชิดกันมาก ต่างรู้สึกแปลกๆเขินๆต่อกัน พอแต่งห้องน้ำเสร็จ เป็ดปุ๊กอวดเชียรว่าสวยมากเลย ชวนพ่อขึ้นไปดู

แม้จะยินดีกับความสุขของลูก แต่เชียรก็ไม่แจ่มใส เขาบอกเป็ดปุ๊กว่าเมื่อกี๊ไก่กุ๊กโทร.มาบอกว่าจะปรับปรุงบ้านเก่าของเราให้เป็นบ้านเช่า

เป็ดปุ๊กหงุดหงิดขึ้นทันที บอกว่านั่นเป็นบ้านของพ่อ ไก่กุ๊กไม่มีสิทธิ์ทำอะไรแบบนั้น เชียรบอกว่าตนเคยพูดกับไก่กุ๊กว่าบ้านนี้ก็เป็นบ้านของไก่เหมือนกัน เธอท้วงติงว่า “บ้านเพื่ออยู่อาศัย แต่ไม่ใช่เอาไปหากิน”

“เขาว่าพ่อไม่ได้อยู่ช่วยเขา ถ้าทำบ้านเช่าเขาจะได้มีเงินเลี้ยงหลาน” เธอถามว่าแล้วพ่อตอบไปอย่างไร “พ่อ...พ่อ...ไม่ได้พูดอะไร มันพูดไม่ออก...”

“งั้นเป็ดจะไปพูดกับเขาเอง” เป็ดปุ๊กคว้ากระเป๋าออกจากบ้านไปทั้งที่อยู่ในชุดลำลอง บอกเชียรว่า “เป็ดจะไม่ยอมให้เขาทำอย่างนั้นเด็ดขาด” บอกไม้ให้ช่วยเปิดประตูหน่อย ไม้รีบวิ่งไปเปิดประตูรั้วยืนดูจนรถเธอเคลื่อนออกไป เชียรตามมาถามว่าเปิดประตูให้เขาทำไม อย่างน้อยก็ควรให้เขาเย็นลงกว่านี้ก่อน ถ้าเป็นแบบนี้มันต้องแย่แน่ๆไม้เลยเครียดไปด้วย

ooooooo

เป็ดปุ๊กไปถึงบ้านเก่าเห็นป้าย “ให้เช่า” แขวนที่ประตูรั้ว เธอกระชากออกทันที ไก่กุ๊กออกมาโวยวายว่าทำอะไร!

สองพี่น้องเลยโต้เถียงกันรุนแรง ไก่กุ๊กอ้างว่าตนบอกพ่อแล้วพ่อไม่เห็นว่าอะไร เป็ดปุ๊กบอกว่าที่พ่อไม่พูดเพราะพูดไม่ออกต่างหาก ต่างโต้เถียงกันด้วยเหตุผลของตัวเอง ไก่กุ๊กโมโหจะตบหน้าเป็ดปุ๊ก ถูกไม้ที่ขับรถพาเชียรมาจับมือตรึงไว้ ไก่กุ๊กหันตวาดเสียงเขียว “อะไรวะ แกเป็นใคร!” ไม้ไม่ฟังเสียงซัดเปรี้ยงเข้าที่หน้าจนไก่กุ๊กหงายหลังเซไปชนประตู

“ไม้อย่า!” เป็ดปุ๊กจับตัวไม้ไว้ เชียรก็รีบลงจากรถมาร้องห้าม “ไม่เอาไม้ อย่าทำอะไรไก่ เขาเป็นพี่เป็ด”

เก็จได้ยินเสียงเอะอะออกจากบ้านมาถามว่าทำอะไรกัน ไก่กุ๊กฟ้องว่าหมอนั่นชกตน เก็จเห็นไม้ก็จำได้ บอกว่าจะเรียกตำรวจมาจับ เชียรรีบเข้าไปหาไก่กุ๊กชวนเข้าไปคุยกันในบ้านดีกว่า แล้วดึงแขนเข้าไปเลย

ooooooo

เข้าไปในบ้านแล้ว สองพี่น้องก็ยังโต้เถียงกันรุนแรง ไม้ที่ตามเข้าไปด้วยจะช่วยเป็ดปุ๊กจัดการกับไก่กุ๊ก เชียรรีบห้ามแต่เก็จกลับท้าให้ทำเลย ตนจะเอาเข้าคุกให้ไม่ได้ออกมาเลย ซ้ำหาว่าเชียรลำเอียงเข้าข้างแฟนลูกสาวให้มาทำร้ายลูกชาย เป็ดปุ๊กยังยืนยันไม่ยอมให้เอาบ้านไปแบ่งเช่า อ้างว่าบ้านนี้เป็นบ้านของพ่อ พ่อให้อยู่อาศัยจะอยู่ไปกันจนตายก็ได้ เตือนไก่กุ๊กว่าทำอะไรให้คิดถึงลูกบ้าง มีคนอื่นมาอยู่ในบ้านด้วยแล้วแมวเมี้ยวกับนกจิ๊บจะอยู่กันอย่างไร เมื่อต่างยืนยันความคิดของตัวเอง ไก่กุ๊กจึงเสนอให้ขายบ้านนี้เสียแล้วเอาเงินมาแบ่งกันจะได้หมดปัญหา

“ไก่....พ่ออนุญาตให้แกแบ่งบ้านนี้ทำเป็นบ้านเช่าไม่ได้...เพราะ...เพราะบ้านนี้ไม่ใช่ของพ่อแล้ว”

ทั้งไก่กุ๊กและเก็จตกใจถามว่าพ่อพูดอะไร แล้วทั้งสองก็ตะลึงเมื่อเชียรบอกว่า

“พ่อโอนบ้านนี้ให้เป็ดไปแล้วตั้งแต่ก่อนแม่ของลูกจะเสีย เพราะพ่อกับแม่รู้ว่าเป็ดปุ๊กจะรักษาบ้านนี้ไว้ได้ แต่ไม่ใช่ลูก” ไก่กุ๊กโวยวายว่าพ่อไม่ยุติธรรม “เป็ดจะรักษาบ้านนี้ไว้ไม่ใช่เพื่อตัวเป็ด แต่เพื่อครอบครัวของเรา เพื่อไก่กับหลาน”

พอเก็จรู้ว่าตัวเองถูกกันออกจากทรัพย์สินส่วนนี้ ก็ด่าเชียรว่าลำเอียง รักลูกไม่เท่ากัน คนแบบนี้ไม่ตายดีแน่และถ้าตายเมื่อไหร่ก็ไม่ต้องมาบอก ตนไม่ไปเผาผีแน่ เก็จด่าเชียรจนเป็ดปุ๊กทนไม่ได้สั่งให้หยุด เก็จก็ยังด่าไม่หยุด โดยที่ไก่กุ๊กเอาแต่นั่งตาลอยทำอะไรไม่ได้เลย เชียรจึงชวนเป็ดปุ๊กกลับ

“จะหนีไปไหนล่ะทั้งพ่อทั้งลูกนั่นแหละ ไอ้คนเห็นแก่ตัว!” เก็จยังด่าไล่หลังจนทั้งสามออกจากบ้านไป

ooooooo

วันนี้ย่าขวัญกับแตนไปที่ตลาด บรรดาพ่อค้าแม่ค้าพากันยกมือไหว้ย่าด้วยความนับถือคนเก่าแก่ที่มีเมตตาอัธยาศัยใจดี ย่าทักทายพ่อค้าแม่ค้า แม่ค้าน้ำพริกบอกย่าว่าแต่งสะใภ้เมื่อไร ย่าก็ไม่ต้องเหนื่อยมาทำกับข้าวให้หลานกินแล้ว

ย่าชะงักถามว่าหลานสะใภ้ที่ไหน แม่ค้าน้ำพริกบอกว่าคนทั้งตลาดเขารู้กันแล้ว เพราะหลานชายย่าช่วยหิ้วกระเป๋าเดินโชว์ตัวหลายวันก่อน

“เจ้าไม้น่ะเหรอหิ้วกระเป๋าให้ผู้หญิง” ย่าหันถามแตนทันที เพราะกลัวไม้จะไปคว้าผู้หญิงที่ไม่รู้ว่าเป็นคนดีหรือคนร้าย  จะมาทำให้หลานตนเสียคนหรือเปล่า แตนรับรองว่าคงไม่หรอกเพราะท่าทางเธอดีออก

ย่าคาดคั้นจนแตนต้องบอกว่า ผู้หญิงคนนั้นชื่อเป็ดปุ๊กอยู่ข้างหลังสวนเรานี่เอง ย่าจึงนึกออกถามว่าที่อยู่กันสองคนพ่อลูกใช่ไหม แตนตาโตถามว่าย่ารู้ด้วย

“ไม้มันเคยเล่าให้ฟัง เออ...ถ้าเป็นคนนี้ก็ไม่เป็นไร ค่อยยังชั่วหน่อย เพราะฟังจากไม้มันพูด มันว่าสองคนนี้เป็นคนดีทั้งพ่อทั้งลูก ถ้าไม้มันลองช่วยเขาหิ้วกระเป๋าแบบนี้ แสดงว่าไม่ใช่แค่คนรู้จักธรรมดาแล้ว สงสัยเราต้องลุยแล้วล่ะ” แตนถามว่าจะลุยยังไง? “ก็ช่วยไอ้ไม้มันไง ให้ย่าได้หลานสะใภ้สมพรปากแม่ค้าน้ำพริกนั่น จะช่วยกันไหม”

แตนรีบปฏิเสธอ้างว่ายังเด็ก เรื่องพรรค์นี้ไม่ถนัด ไม่ใช่มืออาชีพอย่างย่า ทีแรกย่าก็พอใจ แต่พอฉุกคิด หันถามว่าหมายความว่าไงไอ้มืออาชีพน่ะ ปรากฏว่าแตนเดินอ้าวหนีไปแล้ว

ooooooo

ระหว่างเชียรนั่งรถกลับมากับเป็ดปุ๊กนั้น เธอถามพ่อว่าทำไมไม่บอกเรื่องโอนบ้านให้ตนเลย เชียรจึงบอกความจริงว่า ตนโกหกเพราะอยากหยุดทุกอย่างที่ไก่กุ๊กจะทำไว้เท่านั้น

แม้จะหยุดเรื่องนี้ได้ในวันนี้แต่เชียรก็เชื่อว่าพวกนั้นต้องคิดทำอะไรอีกแน่ๆ เป็ดปุ๊กกุมมือพ่อปลอบใจว่าตนไม่ยอมให้เขาทำร้ายพวกเราอีกแล้ว

จริงอย่างที่เชียรคาดการณ์ แม้ไก่กุ๊กจะหยุดทุกอย่างลง แต่กะรัต เก็จ และศักดิ์พ่อของเธอ ไม่ยอมหยุดเพราะหมายมั่นปั้นมือไว้ว่าจะได้เงินก้อนโตจากการขายบ้านมาใช้หนี้

ทั้งสามสุมหัวขบคิดกัน แม้เก็จจะเชื่อว่าเชียรไม่กล้าโกหกเพราะเป็นคนธรรมะธัมโม แต่ศักดิ์ไม่เชื่อจนกว่าจะเห็นโฉนด กะรัตเตือนเก็จต้องใจเย็นๆ  ตนมีวิธีจะเอาบ้านหลังนี้มาเป็นของเธอ ไม่ว่าจะโอนไปแล้วหรือยัง

ไวเท่าความคิด เพียงเย็นนี้ ศักดิ์ก็ไปหาย่าขวัญที่บ้าน ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่กับตักย่าคร่ำครวญน่าเวทนา...

“แม่ต้องช่วยผมนะครับ ผมไม่รู้จะไปพึ่งใครอีกแล้ว ผมเหลือแต่แม่คนเดียวเท่านั้น” ศักดิ์เล่าไปร้องไห้ไปว่า ตนถูกหลอกให้เอาเงินไปลงทุนแล้วเจ๊งไม่เป็นท่า ตอนนี้ตนถูกเจ้าหนี้ตามทวง ตนจะไปยืมใครอีกก็ไม่ได้แล้ว พวกมันจะเอาชีวิตตนท่าเดียว

ย่าขวัญฟังศักดิ์แล้วถามว่าเท่าไหร่ ศักดิ์เงยหน้ามองแม่แทบจะยิ้มทั้งน้ำตา รีบบอกว่าสองล้าน

“แม่จะเอาเงินที่ไหนมาให้มากขนาดนั้น แม่ไม่มีหรอก”

ศักดิ์แนะตามแผนว่าให้ย่าขายที่สักไร่สองไร่ก็ได้แล้ว ถ้ายังไม่พอก็อาจเพิ่มมาอีกนิดหน่อย ยังไงก็ไม่เกินห้าไร่ ตนหาคนซื้อให้ได้ เพราะรู้จักคนที่จะช่วยซื้อ ย่าขวัญถอนใจยาว บ่นว่า

“จริงๆที่ดินแม่ก็แบ่งให้แกไปแล้ว แกก็ขายให้พี่ชายแกหมด”

ศักดิ์อ้างว่าตนจำเป็นต้องใช้เงินไปลงทุน แต่ตนไม่เก่ง ลงทุนอะไรก็พลาด ตนจะไม่ทำอีกแล้วแต่คราวนี้แม่ต้องช่วย ไม่อย่างนั้นตนตายแน่ๆ

“ตายไปซะ จะได้หมดทุกข์ไงอา” เสียงไม้โพล่งขึ้น ไม้รีบมาที่นี่เพราะแตนวิ่งไปบอกให้รีบมาช่วยย่า เพราะศักดิ์กำลังมาหลอกไถเงินย่าอยู่ที่บ้าน

ศักดิ์ไล่ตะเพิดไม้ไปให้พ้นตนจะคุยกับแม่คนอื่นไม่เกี่ยว ไม้ถามย่าว่าศักดิ์มาหลอกไถเงินอีกใช่ไหม คราวนี้เท่าไหร่? ศักดิ์โต้ว่าตนมีปัญหาเรื่องการลงทุน ถูกไม้ประชดว่าลงทุนแทงบอลเสียมากกว่า ถามย่าว่าศักดิ์จะเอากี่แสน?

“สอง...” ย่าพูดได้แค่นั้นก็ถูกศักดิ์ขัดขึ้น ตวาดไม้ว่าทำไมตนต้องบอก เงินแม่ตนไม่ใช่เงินเขาไล่ไปให้พ้นเลย

ศักดิ์ลุกขึ้นจะชกไม้ ไม้ตั้งการ์ดท้า ย่าขวัญขอร้องอย่ามีเรื่องกันเลย ศักดิ์ทำเป็นฮึดฮัดบ่นว่าถ้าย่าไม่ห้ามได้เห็นดีกัน ย่าบอกศักดิ์ให้กลับไปก่อนแล้วจะโอนเงินไปให้ ศักดิ์ถามว่าเท่าที่ตนขอใช่ไหม

“มีเท่าไหร่ก็ให้ได้แค่นั้น”

ศักดิ์ครวญว่าตนตายแน่ ย่าถามว่าแล้วจะเอาไหม เขาจำต้องพยักหน้าไหว้ลา ย่าหันจิกมองไม้แล้วเดินดุ่มไปเลย

พอศักดิ์ไป ย่าบ่นไม้ว่า “ไม่รู้จะมีเรื่องกับเขาทำไม อย่าลืมสิ เขาเป็นลูกย่า”

“แล้วไม้เป็นอะไร” ไม้ถามเสียงสะท้านแล้วเดินออกจากบ้านไปในสวนเลย ย่าขวัญถอนใจแล้วเดินตามไปถามว่า โกรธย่าหรือ ที่บอกว่าเขาเป็นลูกย่าก็ไม่ได้ หมายความว่าเขาสำคัญกว่าไม้

“ไม้ไม่อยากให้ย่าถูกหลอก เขาไม่ได้เอาเงินไปลงทุนหรอก เขาเอาไปเล่นการพนัน”

ย่าปรารภว่าคนเป็นแม่เห็นลูกลำบากก็อดช่วยไม่ได้ หวังแต่ว่าช่วยแล้วเขาจะกลับเนื้อกลับตัว ไม้บอกว่ากับคนคนนี้ไม่มีทางเลย

“ย่าก็ช่วยเท่าที่ช่วยได้ อย่างน้อยก็ยังดีกว่าต้องเสียที่ดินไปอีก” ไม้ถามว่าเขามาขอที่ดินย่าอีกหรือ ก็ย่าแบ่งให้เขากับพ่อของตนเท่าๆ กันไปแล้ว ย่าบอกว่าที่ดินที่แบ่งให้ศักดิ์ขายให้พ่อของไม้หมดแล้ว ไม้บอกว่าแบบนี้เขาก็หมดสิทธิ์แล้ว

“ย่ารู้ ยังไงย่าก็ไม่ยอมหรอก ถึงต้องช่วยด้วยเงินไง อย่าโกรธย่านะ อย่าน้อยใจย่าด้วย ทุกวันนี้ย่าก็เหลือไม้คนเดียวนี่แหละที่ช่วยดูแลย่า หวังดีกับย่า ไม้ต้องอยู่กับย่าไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีย่านะ”

“ไม้บอกแล้วไง ไม้ไม่มีวันโกรธย่า ไม้ไม่มีวันทิ้งย่าไปไหนหรอกจ๊ะ” ไม้กอดย่าไว้น้ำตาไหล

ooooooo

เมื่อกลับมาที่บ้าน ย่าขวัญบอกไม้ว่าเย็นนี้ให้กินข้าวด้วยกัน แล้วถามถึงผู้หญิงที่ไม้ถือกระเป๋าให้ที่ตลาด ไม้อึ้งถามว่าย่ารู้หรือ ย่าบอกว่าคนที่ตลาดลือกัน

ไม้ไม่อยากให้เล่าลือกันเรื่องนี้เพราะจะทำให้ฝ่ายหญิงเสียหาย บอกย่าว่าเรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน เขาเป็นเจ้าของบ้าน ตนเป็นแค่คนสวน ย่าแซวว่า เหมือนดอกฟ้ากับหมาวัดหรือ แต่ก็ให้กำลังใจว่าเรื่องของบุพเพสันนิวาสไม่เลือกชาติตระกูลหรอก ไม้ขอร้องอย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย ย่าหัวเราะ พูดอย่างเอ็นดูว่า

“ได้...ได้...ยังไงมีอะไรอยากให้ย่าช่วยก็บอกแล้วกัน”

“จริงๆก็มีอยู่เรื่องนึง” ไม้พูดแค่นั้น ย่าขวัญมองหน้าสงสัยว่าเรื่องอะไร

ไม้เล่าเรื่องต้นกรรณิการ์ที่บ้านเก่าของเชียรถูกเก็จเอาไปขาย ทำให้เชียรกับเป็ดปุ๊กเศร้าเสียใจ เพราะเป็นต้นไม้ที่ผูกพันกับแม่ของเป็ดปุ๊กมาก ดังนั้น วันต่อมา ย่าขวัญจึงให้คนบรรทุกต้นกรรณิการ์อายุเท่าๆ กับต้นที่ถูกขายไป เอาไปปลูกให้ที่บ้านเป็ดปุ๊ก

เห็นทั้งเชียรและเป็ดปุ๊กแปลกใจ ย่าจึงแนะนำตัวเองว่าเป็นย่าของไม้ ได้ยินไม้พูดถึงสองคนพ่อลูกให้ฟังบ่อยๆ และรู้เรื่องต้นกรรณิการ์จากไม้ด้วย จึงเอามาปลูกให้ ไม้ได้ข่าวรีบตามมา ตัดพ้อย่าว่าจะมาก็ไม่บอกกันด้วย

“ก็ถ้ามัวแต่บอก ย่าก็คงไม่ได้มารู้จักคุณเชียรกับหนูเป็ดปุ๊กเองน่ะสิ”

เมื่อไม้มา เขาจึงลงมือปลูกต้นกรรณิการ์และตอกคอกล้อมพยุงต้นไว้อย่างแข็งแรง ทั้งเชียรและเป็ดปุ๊กดูการทำงานที่ทะมัดทะแมงของไม้อย่างชื่นชม ส่วนย่าขวัญก็มองเป็ดปุ๊กอย่างเอ็นดู ชมกับเชียรว่าลูกสาวน่ารักและสุภาพมาก

เพื่อตอบแทนน้ำใจย่าขวัญและไม้ เชียรขอเลี้ยงมื้อเย็น ถามว่าอยากกินอะไรเดี๋ยวจะให้เป็ดปุ๊กออกไปซื้อมา

“อุ๊ย...ไม่ต้องหรอกคุณ ไม่ต้องออกไปซื้อ เพราะย่าเตรียมกับข้าวมาด้วยแล้ว” แตนบอกว่าคุณย่าจะมาปาร์ตี้ที่บ้านพี่เป็ดปุ๊ก ย่าบอกว่า “เสื่อสาดก็เอามาเรียบร้อยกินกันตรงสนามหญ้านี่แหละ”

เชียรดีใจมาก ย่าขวัญเร่งให้ลำเลียงอาหารมาเลย จัดแจงปูเสื่อนั่งกินกันที่หน้าบ้านสบายๆอย่างคนในครอบครัว

ooooooo

ไข่มุกเห็นย่าขวัญเอาต้นกรรณิการ์มาให้และไม้ก็ช่วยปลูกให้อย่างรวดเร็วงดงาม อิจฉาตาร้อนจนทนไม่ได้ ไปเรียกร้องโอมที่เป็นผู้จัดการหมู่บ้านให้เอาต้นไม้ไปปลูกที่บ้านตนด้วย ไม่อย่างนั้นจะถือว่าสองมาตรฐาน!

โอมต้องการหาเรื่องไม้อยู่แล้วรับปากกับไข่มุกแต่ขอไปดูต้นไม้ที่บ้านเป็ดปุ๊กก่อน ไปถึงเจอที่หน้าบ้านเป็ดปุ๊กกำลังตั้งวงกินข้าวกันอย่างสนิทสนม มีทั้งย่าขวัญ ไม้ แตน เชียร และเป็ดปุ๊ก ก็ยิ่งแค้นใจหึงเป็ดปุ๊กและอาฆาตมาดร้ายไม้อารมณ์เสียจนออกไปกินข้าวกับแก้วก็หงุดหงิดใส่เธอ

แก้วผิดสังเกตถามว่าเป็นอะไร โอมบอกว่าเพื่อนเธอนั่นแหละที่ทำให้ตนอารมณ์เสีย แก้วถามว่าใครหรือ?

“ก็คุณเป็ดไง ทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกับไอ้คนสวนนั่นจนน่าเกลียด”

แก้วแค้นเป็ดปุ๊กที่ทำให้โอมไขว้เขวไปจากตน ด่าเป็ดปุ๊กและเรียกอย่างหยาบคายจนโอมตวาดให้พอ ทำให้แก้วยิ่งแค้นลุกไปจากโต๊ะ คิดว่าโอมจะตามง้อไปยืนคอยอยู่หน้าร้านก็ไม่เห็นโอมมาง้อ แอบดูที่หน้าต่างเห็นโอมเรียกบริกรมาสั่งอาหารเพิ่มอีก เธอก็แทบกรี๊ดคำรามอย่างอาฆาตแค้น

“คนเลวใจร้าย ใจดำ ทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง! เพราะแกคนเดียวนังเป็ด อยากจะแย่งผู้ชายของฉันนักเหรอ ฉันไม่มีวันยอมแกหรอก คอยดูสิฉันจะทำทุกอย่างให้แกจมดินลงไปเลย! จมดินลงไปเล้ย!!”

แต่เป็นเวลาที่เป็ดปุ๊กมีความสุขมาก เมื่อเห็นพ่อนั่งอยู่ใต้ต้นกรรณิการ์มีเจ้ายักษ์เบิ้มหมอบอยู่ใกล้ๆ เธอไปเรียกพ่อให้เข้าบ้านเพราะน้ำค้างเริ่มลงแล้ว

“อีกสักแป๊บนะลูก รู้ไหมวันนี้เป็นวันที่พ่อมีความสุขมากเลย”

“ใช่ค่ะ...เหมือนครอบครัวเราได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง”

“อืมม...เพียงแต่ไม่มีลูกชายอยู่ด้วย” พูดแล้วเชียรนิ่งไปนิดหนึ่ง เป็ดปุ๊กรู้ว่าพ่อคิดถึงไก่กุ๊ก เธอกอดแขนพ่อเอาหน้าซบที่ต้นแขน มองเจ้ายักษ์เบิ้มที่เห่าใส่สองพ่อลูกอยู่ บอกพ่อยิ้มๆว่า

“นี่ไงพ่อ ลูกชายพ่อ เขาประท้วงแล้วว่าเขาอยู่ที่นี่”

เชียรหัวเราะออกมา ใช้มือขยุ้มหัวยักษ์เบิ้มแล้วแหงนมองต้นกรรณิการ์อย่างมีความสุข...

ooooooo

เวลาเดียวกันที่บ้านเก่าของเชียร ไก่กุ๊กกำลังถูกเก็จรุกหนักทั้งหว่านล้อมทั้งขู่ให้เขาทำตามแผนของกะรัต

ไก่กุ๊กถามว่าทำไมเราไม่อยู่เฉยๆแล้วเลิกยุ่งกับทางโน้นเสียที เก็จถามว่าจะยอมได้อย่างไรในเมื่อพ่อเขาลำเอียงรักลูกไม่เท่ากัน สาธยายว่าตั้งแต่พ่อกับน้องเขาไป รายจ่ายทุกอย่างก็ตกอยู่กับเราหมด ไก่กุ๊กบอกว่าตนก็เอาเงินเดือนให้เธอจนเกือบหมดทุกเดือน เก็จก็ยังบอกว่าไม่พอใช้อยู่ดี

“แต่ยังไงเป็ดเขาก็ไม่ยอมหรอก” ไก่กุ๊กเชื่ออย่างนั้น

“เราก็ไม่ได้ยุ่งกับเขานี่ มันน่าสมน้ำหน้าเขาด้วยซ้ำถ้าแผนนี้สำเร็จมันจะไม่เหลืออะไรสักอย่าง ยังไงเก็จก็ไม่ยอมให้ไก่ปฏิเสธ ไก่จะต้องทำตามแผนของแม่!”

ไก่กุ๊กนิ่งไปอย่างลำบากใจเพราะไม่อยากทำอย่างนั้นเลย

ooooooo

ภูมิที่แตนเคยไปเปิดเพลงดิ้นกันสะบัดที่ลาน จอดรถห้างสรรพสินค้าจนไม้ไล่ตามหนีกันกระเจิงนั้น เป็นน้องชายของแม่บ้านบ้านหทัย ถูกไม้แจ้งตำรวจว่าพยายามล่อลวงแตนเลยหลบหน้าไปหลายวัน

คืนนี้ภูมิย่องมาหาของกินที่ตู้เย็น โอมมาเจอ พอภูมิเล่าเรื่องไม้ให้ฟัง โอมด่าไม้ว่าบ้า ถามภูมิว่าเกลียดมันไหม ภูมิบอกว่า “ก็จัดว่าใช้ได้เลย” โอมมองหน้าถามวัดใจว่า

“อยากแก้แค้นมันไหม เผอิญตอนนี้ฉันมีอะไรสนุกๆ เกี่ยวกับไอ้ไม้อยากให้นายช่วยทำ”

โอมยิ้มร้าย แต่ยังไม่บอกภูมิว่าจะให้ทำอะไร

ooooooo

หลังจากแก้วแกล้งให้เอกสารผิดจนมีปัญหาในการติดต่องานกับกอบกุลแต่เป็ดปุ๊กก็แก้ปัญหาได้จนสามารถดึงลูกค้ากลับมาและสั่งสินค้าไปลอตใหญ่ แล้ว แก้วก็ยังเจ็บใจไม่หาย

เมื่อมาถูกโอมหมางเมินและทำท่าจะหันไปหาเป็ดปุ๊กแก้วยิ่งแค้นใจ วางแผนทำลายเป็ดปุ๊กอีกครั้งคราวนี้ปั้นเรื่องเท็จ แอบก๊อบปี้เอกสารที่เสนองานแก่กอบกุลจากคอมฯที่ใช้ด้วยกัน แล้วเอาไปฟ้องพิมพา บิดเบือนข้อเท็จจริง หาว่าเป็ดปุ๊กทำงานผิดพลาดแต่ตนได้แก้ไขจนได้ลูกค้าคืนมา พลางเอาเอกสารให้ดูทุกรายการเซ็นชื่อ แก้วกรพินธ์ เลิศนภางค์ เป็นผู้เสนอทั้งหมด!

พิมพาเห็นเอกสารก็หูเบา เรียกเป็ดปุ๊กไปตำหนิอย่างรุนแรง แม้เป็ดปุ๊กจะพยายามชี้แจ้งแต่เธอไม่ฟัง สั่งปลดจากตำแหน่ง แต่งตั้งแก้วขึ้นมาแทนและให้เป็ดปุ๊กลงไปเป็นผู้ช่วยแก้ว

เป็ดปุ๊กเสียใจมากที่เจ้านายไม่ฟังคำชี้แจงของตนเลย ขณะเดียวกันก็เจ็บปวดที่ถูกแก้วแทงข้างหลัง เมื่อเจอกันจึงถามว่าทำแบบนี้ทำไม แก้วสวนกลับอย่างไม่เหลือความเป็นเพื่อนว่า

“ก็เพราะเธอไม่รู้จักหยุดหว่านเสน่ห์ใส่ผู้ชายของฉันไงเป็ด ทั้งหมดเป็นเพราะตัวเธอเอง รู้ไว้ด้วยนะไม่มีใครชนะไปหมดทุกอย่างหรอก” เป็ดปุ๊กงงกับข้อกล่าวหาของแก้ว ก่อนแยกไปแก้วยังสั่งในฐานะหัวหน้าว่า “อ้อ พี่พิมเขาบอกว่าวันนี้เขาอนุญาตให้เธอกลับบ้านได้ จะได้กลับไปทำใจ”และเมื่อเข้าห้องทำงาน แก้วก็วางอำนาจสั่งการทันที

“ทุกคน...ขอแนะนำตัวหัวหน้าฝ่ายคนใหม่ของพวกเธอ...”

เป็ดปุ๊กพยายามที่จะเคลียร์ตัวเองในเรื่องนี้ เมื่อไปนั่งในรถจึงพยายามโทร.หากอบกุล แต่ต้องผิดหวังอย่างมากเมื่อเลขาของกอบกุลบอกว่าเจ้านายเดินทางไปต่างประเทศอีกสองอาทิตย์จึงจะกลับ

ดูหน้าจอมือถือเห็นเบอร์ที่ไม่ได้รับสายจากพ่อ จึงโทร.กลับ แต่หน้าจอดับทันทีเพราะแบตหมด!

ooooooo

เชียรอยู่บ้านคนเดียว แต่ไม่รู้สึกเหงาเพราะมีต้นกรรณิการ์เป็นเพื่อน เช้านี้หลังจากเป็ดปุ๊กออกไปทำงานแล้ว เชียรก็รดน้ำให้ต้นกรรณิการ์ไปฮัมเพลงไปอย่างมีความสุข

แต่แล้วก็แปลกใจเมื่อจู่ๆไก่กุ๊กก็มากดออดเรียกที่ประตูรั้ว เชียรไปเปิดประตูให้อย่างตื่นเต้นแปลกใจ ถามว่า

“ไปยังไงมายังไงถึงมาถึงนี่ได้ ใครบอกว่าพ่อกับเป็ดปุ๊กอยู่ที่นี่ หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับแมวเมี้ยวกับนกจิ๊บ?”

ไก่กุ๊กไหว้เชียรบอกว่าไม่มีอะไรหรอก แค่มาเยี่ยมพ่อเท่านั้น แล้วชมว่าบ้านสวยอากาศดีและไม่ไกลจากเมืองมาก เมื่อเชียรพาเข้าบ้าน ไก่กุ๊กตั้งสติเหมือนเตรียมภารกิจสำคัญบางอย่าง แต่เชียรไม่ทันสังเกต

พามานั่งในห้องรับแขกแล้ว เชียรถามประสาพ่อที่รักและเป็นห่วงลูกว่ากินอะไรมาหรือยังจะเอาโจ๊กที่เป็ดปุ๊กทำให้เมื่อเช้ามาให้กิน ไก่กุ๊กบอกว่าตนกินมาเรียบร้อยแล้ว แล้วลงจากเก้าอี้เข้าไปกอดขาพ่อ จนเชียรทั้งตกใจและแปลกใจ

“ไก่มาที่นี่ ไก่อยากจะขอโทษทุกเรื่องที่ไก่ทำไป ไก่รู้ว่าไก่ทำให้พ่อไม่สบายใจ ทำให้พ่อเสียใจ ไก่ขอโทษนะพ่อ พ่อยกโทษให้ไก่ด้วยนะ” พูดแล้วก้มกราบแทบเท้าเชียร ครู่หนึ่งจึงเงยหน้าน้ำตาคลอทำให้เชียรพลอยน้ำตาคลอไปด้วย ลูบหัวลูกบอกให้ลุกขึ้น พ่อไม่เคยถือโทษโกรธเคืองลูกเลย

“ไม่ครับ ถ้าพ่อให้อภัยไก่จริง พ่อต้องกลับไปอยู่บ้านเราด้วยกัน ไก่อยากให้พ่อกลับไปอยู่บ้านของพ่อ บ้านที่พ่อกับแม่สร้างขึ้นมา ให้ลูกหลานอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวนะพ่อนะ กลับไปอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกหลานที่บ้านเราเถอะนะครับ”

เชียรบอกว่าอยู่อย่างนี้ก็ดีแล้ว เก็จก็จะได้ไม่รำคาญตนเรื่องกินอยู่ ไก่กุ๊กก็แก้ต่างให้เก็จว่าเธอเป็นคนปากไวปากร้ายแต่พอคิดได้ก็มาเสียใจ เพราะ “จริงๆเก็จเขาเป็นคนน่าสงสารนะพ่อ เขามีแต่พ่อเลี้ยง ที่ไม่ได้รักผูกพันอะไรกันเลย เก็จเขารักเคารพพ่อมาก พอพ่อไม่อยู่เขาก็เคว้งคว้างไปหมด เมื่อพวกเราคุยกัน ทั้งไก่กับเก็จอยากให้บ้านเป็นบ้านเหมือนเดิม เป็นบ้านที่มีพ่ออยู่ด้วย”

เชียรที่เจ็บปวดกับการต้องทิ้งไก่กุ๊กและหลานๆมา บอกไก่กุ๊กว่าตนเองก็อยากกลับไปแต่ขอถามเป็ดปุ๊กก่อน

“พ่อจะไม่ให้โอกาสไก่กับเก็จแก้ตัวเลยเหรอ ไก่เป็นลูกพ่อเหมือนกันนะ ไก่กับเก็จก็ดูแลพ่อได้เหมือนกับเป็ด บางทีจะดีกว่าด้วยซ้ำ เพราะอย่างน้อยไก่จะไม่ยอมปล่อยให้พ่อต้องอยู่คนเดียวแบบนี้แน่”

เห็นพ่อใจอ่อนแต่ยังลังเล ไก่กุ๊กเสนอว่าถ้าไม่อยากกลับไปอยู่เลยก็ไปค้างกับหลานๆ นอนคุยกับหลานสักสองสามคืนก็ยังดี พอให้หลานหายคิดถึงปู่แล้วตนจะพาพ่อมาส่งเอง เป็นข้อเสนอที่เชียรเห็นด้วย แต่ขอโทร.บอกเป็ดปุ๊กก่อน เขาจะได้ไม่เป็นห่วง

แต่โทร.ไม่ติด จึงเขียนโน้ตทิ้งไว้ ไก่กุ๊กอาสาขึ้นไปจัดกระเป๋าให้ พอไก่กุ๊กขึ้นไปพ้นสายตาพ่อก็ถอนใจอย่างโล่งอกที่ทำหน้าที่ตามคำสั่งเก็จได้สำเร็จ

ooooooo

ระหว่างที่ไก่กุ๊กไปหลอกล่อให้เชียรมาที่บ้านนั้น เก็จก็ซักซ้อมกับแมวเมี้ยวและนกจิ๊บให้ทำตามคำเสี้ยมสอนของตนว่าให้ทำตัวเป็นเด็กดี ทำตัวให้น่ารัก คุณปู่จะได้รักเยอะๆเพราะเมื่อคุณปู่รักแล้วหลานจะขออะไรคุณปู่ก็ให้หมด ย้ำจำให้ขึ้นใจว่า “ลูกต้องขอบ้านหลังนี้” แมวเมี้ยวอยากได้หุ่นยนต์มากกว่า นกจิ๊บก็อยากได้ตุ๊กตามากกว่า เก็จบอกลูกว่า ถ้าขายบ้านหลังนี้ได้แล้วจะซื้อให้คนละ 10 ตัวเลย

ไก่กุ๊กพาเชียรกลับมาที่บ้านเก่า เชียรเห็นหลุมที่เคยปลูกต้นกรรณิการ์ก็เศร้าใจ ไก่กุ๊กแก้ตัวว่าวันนั้นตนกินเลี้ยงกับหัวหน้ากลับมาตอนเช้าปรากฏว่าเก็จขายต้นกรรณิการ์ไปแล้วเพราะตอนนั้นร้อนเงินมาก

แมวเมี้ยวกับนกจิ๊บมาถึงก็โผเข้าหาปู่ด้วยความรักและคิดถึง แต่ก็แอบหวังจะได้ตุ๊กตากับหุ่นยนต์ที่แม่สัญญาจะซื้อให้ ปู่กับหลานคุยกันอย่างน่ารัก ไม่นานเก็จก็เอาน้ำกระเจี๊ยบเย็นๆมาให้ บอกว่าพอรู้ว่าพ่อจะมาก็รีบหาซื้อกระเจี๊ยบมาทำให้เพราะรู้ว่าพ่อชอบดื่ม

จากนั้นเก็จก็ทำเป็นสำนึกผิดสารภาพว่าตนทำผิดกับพ่อมาก พูดไม่ดีกับพ่อ ทำตัวไม่ดีกับพ่อ เป็นเพราะเครียดเลยทำอะไรไปโดยไม่รู้ตัว พูดเหมือนสัญญาว่า “ตอนนี้เก็จรู้แล้วว่าเก็จทำผิดมากๆเก็จจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นอีก พ่อยกโทษให้เก็จด้วยนะคะ” พูดแล้วบีบน้ำตาร้องไห้ฮือๆ เชียรเลยถือแก้วน้ำกระเจี๊ยบค้าง ทำอะไรไม่ถูกกับความสำนึกเกินคาดของเก็จ

แต่พอไก่กุ๊กกับเก็จเจอกันตามลำพัง ต่างก็พอใจกับแผนการที่ดำเนินไปได้ด้วยดี เก็จบ่นลูกๆว่ายังเล่นละครไม่เก่งพอ แต่คืนนี้จะให้ไปนอนกับปู่จะได้อ้อนกันเยอะๆ ไก่กุ๊กเริ่มรู้สึกไม่ดีและกังวลกับแผนการที่เก็จบงการขึ้นมา...

ooooooo

เป็ดปุ๊กกลับถึงบ้านเจอแต่โน้ตของเชียรที่เขียนบอกไว้ว่า...

“เป็ดปุ๊ก...พ่อพยายามโทร.หาเป็ดปุ๊กแล้ว แต่ลูกไม่รับสายเลย คงยุ่งอยู่ใช่ไหม พ่อจะบอกว่าคืนนี้พ่อไปนอนบ้านเก่านะ ไก่กุ๊กเขามารับพ่อ ไม่ได้มีปัญหาอะไร หรอก หลานๆคิดถึงปู่น่ะ...พ่อ”

เป็ดปุ๊กน้ำตาไหลพรากออกมาอย่างรู้สึกโดดเดี่ยว เศร้าเหงาที่สุดในชีวิต เธอไปนั่งที่บันไดระเบียงร้องไห้ออกมาให้สาแก่ใจที่อยากร้อง...

ไม้ไปเล่นฟุตบอลกับเด็กๆ ขณะมาส่งนภที่บ้าน มองไปที่บ้านเป็ดปุ๊กเห็นจอดรถไว้หน้าบ้านก็แปลกใจ เดินไปดูพบว่าประตูรั้วก็ยังเปิดแง้มไว้ พอมองเข้าไปในบ้านก็ชะงัก เมื่อเห็นเธอเอาหน้าซบกับฝ่ามือร้องไห้สะอึกสะอื้น ไม้ตัดสินใจเดินเข้าไปยืนตรงหน้า เป็ดปุ๊กรู้สึกมีคนเข้ามา พอเงยหน้าเห็นไม้ เธอรีบเช็ดน้ำตา

“ผมปลอบใครไม่เป็นหรอกนะ” ไม้เอ่ยขึ้นเรียบๆ ด้วยสีหน้านิ่งๆ

“ฉัน...ฉันก็ไม่ต้องการ...ให้ใครมาปลอบ” พูดไปอย่างนั้นทั้งที่ใจอ่อนแอเหลือเกิน “แค่อยากบอกนายว่า อย่าเพิ่งกลับ อยู่เป็นเพื่อนกันก่อน...ได้ไหม...” พูดแล้วสะอื้นฮักๆ...

ไม้ถามว่าร้องไห้ทำไม เดาไปต่างๆนานาและลงท้ายถามว่าหรือว่าอกหัก...ถามแล้วใจไม่ดีกลัวเธอจะตอบว่าใช่ แต่พอเธอบอกว่าเรื่องงาน ไม้ก็แอบโล่งใจ ทำเป็นเดาถูกว่า

“ก็ว่าแล้ว...อยากเล่าไหมว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องงานอะไรมันถึงหนักหนาขนาดทำให้ผู้หญิงเก่งอย่างคุณ นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นแบบนี้” เธอถามว่าอยากฟังจริงหรือ? “จริง...วันนี้ผมว่างอยากจะเล่าทั้งคืน ขยี้แค่ไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละผมพร้อม” ว่าแล้วก็นั่งลงข้างๆ อย่างปักหลักฟังจริงๆ

“ฉันถูกเจ้านายเรียกไปต่อว่าเรื่องงาน แล้วสุดท้ายเขาก็ปลดฉันจากตำแหน่งหัวหน้า ทั้งๆที่ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ฉันถูกใส่ร้าย คนที่ใส่ร้ายฉันได้มานั่งในตำแหน่งของฉัน ที่แย่คือคนคนนั้น ฉันคิดว่าเขาเป็นเพื่อนรักของฉัน...ฉันไม่อยากเชื่อว่า เขาทำอย่างนั้นกับฉันได้ยังไง” เล่าแล้วน้ำตาก็ไหลพรากออกมาอีก

“แล้วทำไมไม่บอกความจริงให้เจ้านายรู้” เสียงไม้เครียดขึ้นทันที

“เขาไม่ให้โอกาสฉันพูด ฉันพยายามจะหาพยานมายืนยันว่าฉันไม่ผิด เขาก็ไม่อยู่เมืองไทย ฉันไม่รู้จะทำยังไงไม่รู้จะขอให้ใครช่วย ฉันไม่มีใครเลย...”

ไม้อึ้งไปนาน เขาเอื้อมมือไปกุมมือเธอไว้แน่น พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น อ่อนโยน...

“ตอนนี้...คุณมีผมอยู่ที่นี่ไง”

เป็ดปุ๊กมองมือไม้ที่กุมมือตน มองหน้าไม้แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นอีกครั้งด้วยความรู้สึกซึ้งใจในยามที่ว้าเหว่สับสน

ooooooo

คืนเดียวกันนี้ แก้วดีใจจนทนอยู่ไม่ได้รีบไปเล่าให้เก็จฟังที่บ้านว่า ตนทำให้เป็ดปุ๊กถูกเด้งและตนได้ตำแหน่งแทน สะใจกว่านั้นคือพิมพาให้เป็ดปุ๊กลดลงมาเป็นผู้ช่วยตน

เก็จสะใจกับแก้ว บอกว่าสมน้ำหน้าเป็ดปุ๊กที่วันก่อนทำกร่างที่ตัวเองได้เป็นเจ้าของบ้านนี้และเที่ยวดูถูกคนอื่น พอเก็จเล่าว่าเชียรโอนบ้านนี้ให้เป็ดปุ๊กแล้ว แก้วก็แสดงความไม่พอใจ ถามว่าทำอย่างนี้ได้อย่างไรทั้งที่เก็จกับไก่กุ๊กและหลานๆยังอยู่บ้านนี้

“ก็มันลำเอียง รักลูกไม่เท่ากัน แต่ไม่เป็นไรหรอก ยัยเป็ดโดนลดตำแหน่งแบบนี้แผนของแม่น่าจะสำเร็จ”

“แม่มีแผนอะไรอีก” แก้วสนใจมาก แต่ถูกเสียงแมวเมี้ยวที่กำลังเล่นเกมอยู่กับปู่แว่วออกมา แก้วถามอย่างจำได้ว่านั่นมันเสียง...เก็จบอกว่าพ่อของไก่กุ๊ก ย้ำว่า นี่แหละ แผนของแม่ล่ะ แล้วลดเสียงเล่าให้แก้วฟัง...

“แม่เขาให้ไก่ไปอ้อนวอนพ่อเขาให้มาพักที่บ้าน เราจะได้ใช้โอกาสนี้หว่านล้อมพ่อให้โอนที่กลับมาให้ไก่แทน” แก้วถามว่าเขาจะยอมหรือเพราะเชียรรักเป็ดปุ๊กมาก ขนาดพากันย้ายไปอยู่บ้านใหม่ “แต่ก็สู้หลานไม่ได้หรอก แม่ให้เอาหลานมารัดใจเขา แล้วนี่ยัยเป็ดมาซวยถูกลดตำแหน่งอีก พอเงินไม่พอใช้ เขาก็ต้องยอมให้เราขายบ้านหลังนี้ แก้วเอ๊ย...แม่หาลูกค้าไว้แล้ว ได้กำไรเป็นล้านๆ เลยล่ะ” เก็จเล่าอย่างกระหยิ่ม

แก้วฟังแล้วดีใจไปด้วย แล้วขอตัวบอกว่าจะรีบกลับไปเตรียมแผนงานปรับปรุงฝ่ายให้นายปลื้มหน่อย

เชียรยังเล่นเกมอยู่กับแมวเมี้ยวกับนกจิ๊บ ปรากฏว่าแพ้หลาน บอกว่าอยากได้รางวัลอะไรปู่จะได้ไปหามาให้ แมวเมี้ยวบอกทันทีว่าอยากได้บ้านหลังนี้ เชียรอึ้งมองหน้าหลานอย่างไม่อยากเชื่อว่าเด็กไม่กี่ขวบจะคิดอยากได้บ้าน ถามว่า

“ใครสอนให้พูดอะไรแบบนี้หรือเปล่า” แมวเมี้ยวตอบไม่กล้าสบตาว่า เปล่า ตนพูดเองตนอยากได้เอง “เป็นเด็กเป็นเล็กจะอยากได้บ้านนี้ไปทำไม ไหนบอกปู่มาซิ”

“แมวเมี้ยวอยากเอาไปให้พ่อกับแม่ พ่อกับแม่บอกว่าปู่ให้บ้านอาเป็ดปุ๊กไปแล้ว แล้วอาเป็ดก็จะไล่พวกเราออกจากบ้าน พวกเราต้องไปนอนข้างถนน ไม่มีข้าวกิน”

“เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว มันไม่มีทางเป็นอย่างนั้นหรอก บ้านยังเป็นของปู่  ปู่ไม่ได้ให้ใครทั้งนั้น” เชียรบอกความจริงเพื่อให้หลานสบายใจ  ทำให้ทั้งแมวเมี้ยวกับนกจิ๊บดีใจ หยุดร้องไห้ อาสาจะเป็นคนดูแลบ้านหลังนี้เอง

เห็นความดีใจของหลาน เชียรเองกลับเครียด เมื่อหลานๆ หลับกันหมดแล้ว เชียรลงไปดูหลุมที่เคยปลูกต้นกรรณิการ์ พูดเหมือนต้นกรรณิการ์ยังอยู่ตรงนั้น...

“เพราะตอนผมตัดสินใจแก้ปัญหาวู่วามเกินไป เลยไม่ได้คิดถึงใจใครทั้งนั้น ขนาดเด็กไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วย ยังต้องมาคิดแบบนี้...ถ้าผมบอกพวกเขาว่าผมยังไม่ได้ยกบ้านนี้ให้ใคร ทุกอย่างมันจะดีขึ้นไหม”

ooooooo

ไม้นั่งเศร้าอยู่กับเป็ดปุ๊ก เมื่อตัวเองปลอบใครไม่เป็น ไม้จึงชวนเป็ดปุ๊กไปกินข้าวที่บ้านย่าขวัญ

ย่าขวัญดีใจมากที่ไม้ชวนเป็ดปุ๊กมากินข้าวด้วย ถามว่านั่งกินกับพื้นได้ไหม ไม้ซื้อโต๊ะกินข้าวมาแต่ไม่มีใครนั่ง เลยกลายเป็นที่วางของเต็มไปหมด เมื่อเอาอาหารมาวางก็ถามว่ากับข้าวแบบนี้กินได้ไหม

เป็ดปุ๊กบอกว่าตนนั่งกับพื้นได้และทานอาหารได้ ไม้นั่งข้างๆเป็ดปุ๊ก ตักอาหารให้เธอและย่า ถามย่าว่าแตนหายไปไหน ฝ้ายบอกว่าแฟนมารับไปแล้ว ไม้ถามว่าไอ้ภูมินั่นหรือ ย่าติงว่า “เอาน่า เขาไม่ได้เจอกันนานแล้ว”

“แล้วจะไม่ได้เจอกันอีกนาน ย่าน่ะห้ามหน่อย แตนมันจะเสียคนเพราะไอ้คนนี้แหละ”

ระหว่างกินข้าว ฝ้ายชวนคุยผ่อนคลายอารมณ์จนเป็ดปุ๊กหัวเราะออกมา ไม้รู้สึกดีที่เธอผ่อนคลายขึ้น ย่าขวัญก็ดูแลเธออย่างดี บอกว่าอย่ากินข้าวมากนักเหลือท้องไว้กินกล้วยบวชชีของย่าด้วย เป็ดปุ๊กรับคำยิ้มแย้ม...ไม้มองอย่างสบายใจ

กินข้าวและของหวานแล้ว ย่าให้เป็ดปุ๊กนั่งคุยกัน ถามว่า ร้องไห้เป็นอะไร บอกย่าได้ไหม เป็ดปุ๊ก

บอกว่ามีปัญหาเรื่องงาน ย่าถามอีกว่าแล้วแก้ได้ไหม? เธอบอกว่ายังไม่ได้ลองแก้ เพราะปัญหาเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกลางวันเลยยังตั้งตัวไม่ถูก

“ตอบแบบนี้แสดงว่ายังมีสติ ใช้ได้ เอาเถอะ ผ่านช่วงเวลาแย่ๆนี้ไปแล้วค่อยคิดค่อยแก้ไป ย่าว่าหนูเป็ดปุ๊กก็จะมองเห็นทางออกเองนั่นแหละ” เมื่อเป็ดปุ๊กพยักหน้า ย่าบอกอีกว่า “ปัญหาน่ะ มันทำร้ายเราไม่ได้หรอก มีแต่ตัวเราเอง ที่ยอมให้มันมาบั่นทอนจิตใจเรา...ถ้าวันไหนรู้สึกแย่ๆอีก ก็แวะมาได้นะ ชวนคุณพ่อมาด้วยก็ได้”

“ขอบพระคุณคุณย่ามากค่ะ” เป็ดปุ๊กไหว้ด้วยความรู้สึกเคารพนับถือจริงๆ รู้สึกเหมือนย่าช่วยยกภูเขาแห่งความทุกข์ออกไปจากตัวเธอจนหมด ไม้มองจากในครัว เขาดีใจที่ย่าช่วยทำให้เป็ดปุ๊กรู้สึกดีขึ้น...

ooooooo

ตอนที่ 5

พอเป็ดปุ๊กเริ่มเข้าใจไม้ขึ้นก็ถูกไข่มุกมาหยอดพิษใส่อีกแล้ว

เช้า นี้ขณะเป็ดปุ๊กกำลังจะไปทำงาน  ไข่มุกที่กำลังจะพาลูกชายไปส่งโรงเรียนก็รีบมาหาขอบคุณเรื่องรั้ว เป็ดปุ๊กบอกว่าเรื่องนี้ต้องไปขอบคุณไม้มากกว่าที่ยอมรื้อรั้วให้

“ฉัน ไม่พูดกับนายนั่นหรอกค่ะ ถ้ายังไงคงต้องฝากคุณเป็ดไปบอกเขาแทนฉันก็แล้วกัน เพราะคุณเป็ดสนิทกับเขา” พอเป็ดปุ๊กสะดุดใจคำว่าสนิท ไข่มุกก็พูดแหย่ยิ้มๆว่า “ฉันพอจะมองออกค่ะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องธรรมชาติ ชายหนุ่มกับหญิงสาวอยู่ใกล้ชิดกัน อะไรมันก็เกิดขึ้นได้”

ไข่มุกยิ่งพูด เป็ดปุ๊กก็ยิ่งสงสัย จนไข่มุกถามว่าเธอแน่ใจแล้วหรือว่านายคนสวนนี่ไว้ใจได้ เป็ดปุ๊กไม่ตอบเรื่องนี้ แต่ขอเคลียร์ก่อนว่าตนกับไม้ไม่มีอะไรกัน เขาแค่ทำสวนให้ที่บ้านและแวะมาคุยเป็นเพื่อนพ่อจริงๆ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ยํ้าว่า

“ไม่ใช่แบบที่คุณเคยสงสัย รวมถึงน้องที่อยู่ปากซอยด้วย นายไม้ช่วยเขาติวหนังสือก็แค่นั้น” ไข่มุกถามอย่างดูถูกว่า คนแบบนั้นมีสติปัญญาพอหรือ? “คุณไม่ควรด่วนสรุปว่าใครเป็นยังไงง่ายๆนะคะ...ฉันต้องไปแล้วค่ะเดี๋ยวรถติด ”

ไข่มุกมองตามรถของเป็ดปุ๊กไปอย่างหงุดหงิดที่เป่าหูไม่สำเร็จ

เป็ด ปุ๊กขับรถมาได้ช้าๆ ผ่านร้านขายหมูปิ้ง เธอฉุกคิดอะไรบางอย่าง พอมาถึงหน้าร้านสวนขวัญ เธอเขม้นมองเข้าไปไม่เห็นใครเลย แอบผิดหวัง พลันฝ้ายก็มาเคาะกระจกรถ พูดไปหอบไปว่า

“เห็นรถคุณเป็ดจอดอยู่ตรงนู้น ฝ้ายรีบวิ่งไป รถคุณเป็ดดั๊นนน...วิ่งมาจอดหน้าร้าน เฮ่อ...เสียพลังงานแท้ๆ” เป็ดปุ๊กถามว่ามีอะไรหรือเปล่า “อ๋อ...พี่ไม้เขาให้คอยดู ถ้าเห็นรถคุณเป็ดปุ๊กก็ให้เอาขนมมาให้ มีขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย ขนมมัน”

เป็ดปุ๊กหยิบถุงหมูปิ้งส่งให้ “งั้นก็เอาอันนี้ไปให้เขาด้วย คงไม่อร่อยเหมือนที่เขาเคยซื้อให้ฉันหรอก บอกเขาว่ายื่นหมูยื่นแมว แล้ววันนี้เขาไปไหนล่ะ”

“ยังไม่ตื่นเลยค่ะ เมื่อคืนดึกไปหน่อย” เป็ดปุ๊ก ถามทันทีว่าไปไหนหรือ พอดีรถคันหลังบีบแตรไล่ เธอเลยต้องรีบไปบอกฝ้ายว่า “ไว้คุยกันทีหลังนะ”

ฝ้ายมองถุงหมูปิ้งในมือพึมพำยิ้มล้อๆ “สงสัยงานนี้ต้องมีใครบางคนปลื้มจนหน้าบานแน่...”

ooooooo

กลางวันวันนี้โอมขับรถกอล์ฟมาจอดห่างจากหน้าบ้านเป็ดปุ๊กเล็กน้อย แล้วย่องไปที่ประตูรั้วมองเข้าไปในบ้าน

“โฮ่ง!!”

เสียงเจ้ายักษ์เบิ้มเห่ากระโชก โอมตกใจผงะหงายก้นจํ้าเบ้า

ไข่มุกโผล่มาถามว่าเป็นอะไร โอมบ่นว่าไม่ยักรู้ว่ามีหมา ไข่มุกบอกว่าเขาเพิ่งเอามาเลี้ยง แล้วถามจี้ไม่ปล่อยว่า

“แล้วคุณโอมมาทำอะไรแถวนี้หรือคะ” โอมบอกว่ามาดูรั้วสังกะสี “อ๋อ...รื้อไปเมื่อวันก่อนค่ะ”

โอม บ่นว่าจะเรียกทนายมาดูเสียหน่อย ถ้าไม่ยอมรื้อจะฟ้องเลย แต่เมื่อรื้อแล้วปัญหาหมดไปแล้วคงไม่ต้องฟ้อง แต่แอบด่า “ไอ้นี่มันฉลาด เวลาสร้างปัญหาให้เรา พอเราจะเอาเรื่อง มันก็จัดการหลักฐานเสียเรียบหมด”

ไข่มุกหาทางแซะต่อถามว่ามีปัญหาบ่อยหรือ พอโอมบอกว่าตลอดเวลา เลยยุว่าแล้วทำไมคุณแม่เขาถึงยังจ้างไว้น่าจะไล่ออกไปตั้งนานแล้ว

“ผม ก็พูดกับแม่หลายครั้งแล้ว ตั้งแต่ผมมาบริหารหมู่บ้านนี้ แต่แม่บอกว่ามันเป็นคนเก่า ทำงานตั้งแต่เริ่มสร้างหมู่บ้านแล้วก็เป็นคนแถวนี้ เวลามีปัญหามันช่วยคุยกับชาวบ้านได้ ผมก็คอยดูมันอยู่ ถ้ามันพลาดเมื่อไหร่ผมไม่เอามันไว้แน่”

ไข่มุกยุแหย่ต่ออีกว่าขืนทิ้งไว้ จะมีเรื่องใหญ่แน่ ทิ้งระเบิดว่า “ใครจะไปรู้ว่ามันคิดจะทำอะไร บางทีอาจ จะได้เสียกันแล้วก็ได้” เห็นโอมตกใจก็เป่าหูต่อ “ฝ่ายหญิงน่ะเขายังปฏิเสธอยู่ แต่ของแบบนี้ไม่มีใครยอมรับง่ายๆหรอก”

แม้ โอมจะพูดว่าตอนนี้อาจจะยังไม่มีอะไรกันเพราะเป็ดปุ๊กไม่น่าจะไปยุ่งกับคน พรรค์นี้ แต่ในอนาคตมันอาจจะทำอะไรก็ได้ แต่ในใจเขายิ่งเกลียดไม้หนักขึ้นไปอีก

ooooooo

เป็ดปุ๊กได้รับโทรศัพท์จากพิมพาในตอนสาย วางสายแล้วเธอหันถามแก้วว่าเอกสารประกอบที่ให้พิมพ์แต่เช้าอยู่ไหน แก้วจึงเพิ่งเอาให้ เป็ดปุ๊กรับแล้วรีบเอาไปที่ห้องพิมพาเลย

แต่พอพิมพาตรวจเอกสาร ปรากฏว่าส่งเอกสารประกอบผิด ทั้งยังพิมพ์ผิดมากมาย ถูกพิมพาตำหนิอย่างหงุดหงิดว่า

“ทำไมถึงได้ผิดนิดผิดหน่อยเยอะแยะไปหมด ตัวสะกด ไม้เอกไม้โท การันต์อย่างนี้น่ะ” เธอเอาปากกาวงที่ผิดไว้ยิ่งเห็นพร้อยไปหมด นั่นพอทำเนาแต่พอพลิกไปอีกก็ชะงักกึก ถามเสียงเข้มว่า “อะไรเนี่ย ผิดแบบนี้ได้ไง! นี่มันราคาสี่หมื่นนะ กลายเป็นสี่แสนได้ยังไง” คราวนี้กาไว้วงใหญ่มาก เท่ากับอารมณ์ที่ปรี๊ดขึ้นมา

“ไหนคะ” เป็ดปุ๊กเข้าไปดูใจคอไม่ดี พอเห็นก็ขอโทษบอกว่าเดี๋ยวจะไปแก้ ถูกพิมพาดันแฟ้มคืนแรงๆสั่งเข้ม

“เอาไปตรวจดูใหม่เลย ตรวจให้ละเอียดด้วย ผิดพลาดแบบนี้ เราเสียหายรู้ไหม เธอเป็นอะไรของเธอหืมม!”

เป็ดปุ๊กก้มหน้ารับผิด หยิบแฟ้มออกไป แต่พอไปถึงห้องทำงาน แก้วที่จ้องอยู่แล้วรี่เข้ามาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ท่าทางเหมือนจะไม่ค่อยดี เป็ดปุ๊กบอกว่าไม่ดีมากๆเลย แล้วเลื่อนแฟ้มให้แก้วดูที่พิมพาวงคำผิดไว้ บอกว่าเป็นผลงานพิมพ์ของแก้วทั้งนั้น แก้วดูแล้วทำทีถามว่า “พี่พิมเขาคงด่าแก้วใหญ่เลยซิ”

“อูยยย...ขนาดทนฟังไม่ได้เลยล่ะ หน้าเป็ดงี้ชาเลย” แก้วตกใจถามว่าจริงหรือเปล่า “หมายถึงตัวเป็ดน่ะที่โดนด่า เป็ดไม่ได้บอกพี่พิมหรอกว่าแก้วเป็นคนพิมพ์ เป็ดรับเต็มๆคนเดียวเลย”

แก้วทำเป็นซึ้ง ขอบใจแล้วชมว่าเป็ดปุ๊กเป็นคนดีมาก เป็ดปุ๊กไม่ได้ตำหนิแก้วแม้แต่คำเดียว กลับตำหนิตัวเองที่ไม่ได้ตรวจทานก่อน ปลอบใจกันเองว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวเราแก้ให้ถูกต้องเสียมันก็จบ แก้วทำเป็นกระตือรือร้นจะเอาไปแก้เลย

“ไว้ช่วงบ่ายก็ได้นี่เที่ยงแล้ว ไปหาอะไรกินกันดีกว่า” เป็ดปุ๊กชวนพลางหยิบกระเป๋าถือ แก้วเอาแฟ้มไปวางที่โต๊ะก็พอดีโอมโผล่เข้ามา เป็ดปุ๊กบอกแก้ว พอโอมบอกว่าจะมาชวนไปทานข้าวกัน แก้วดีใจมากชวนไปกันเลยดีไหม โอมหันชวนเป็ดปุ๊กไปทานด้วยกัน เธอยิ้มบอกว่าสองคนตามสบายดีกว่า แก้วรีบกันท่าบอกโอมว่า เป็ดเขาไม่ค่อยสะดวกหรอก

โอมปากหวานขอเลี้ยงตอบแทนที่เป็ดปุ๊กช่วยแก้ปัญหาที่หมู่บ้านให้ตนด้วย เมื่อเชิญไม่ไปก็ขอร้อง ทำให้เป็ดปุ๊กจำต้องไปแต่แซวขำๆว่า “ขออนุญาตเป็นก้างขวางคอสักวันแล้วกันนะแก้ว”

แก้วทำเป็นยิ้มแย้มยินดีแต่ใจหงุดหงิด ยิ่งเมื่อโอมแสดงท่าทีเทกแคร์เป็ดปุ๊กอย่างมากจนเหมือน

ตัวเองเป็นส่วนเกินก็ยิ่งไม่พอใจ ซ้ำยังแนะนำอาหารหรูเมนูต่างประเทศต่างๆอย่างกระตือรือร้น แก้วก็ทนไม่ได้ติงว่าทำไมไม่แนะนำตนบ้าง โอมตอบทันทีว่า “อย่างแก้วนี่...ต้องส้มตำปูปลาร้าก็ดีนะ”

“เอาเป็นว่า เป็ดสั่งอะไรก็สั่งให้แก้วด้วยก็แล้วกัน” แก้วกระชากเสียงนิดๆแล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำ หน้าเครียดเคืองที่โอมพูดดูถูกตน

ระหว่างนั้น โอมพูดเรื่องที่หมู่บ้านอีก ทำเป็นขอบคุณเป็ดปุ๊ก ชมว่าถ้าเธอไม่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องถึงหูสื่อหมู่บ้านจะเสียชื่อมาก ตำหนิไม้ว่า “ไอ้คนสวนคนนี้ก็เหลือเกิน ผมพูดกับมันไม่รู้เรื่อง ดีที่มันแอบชอบคุณเป็ดอยู่ เรื่องเลยง่ายขึ้นเยอะ”

เป็ดปุ๊กสะดุดหูถามว่าใครแอบชอบใคร โอมพูดตรงๆว่าไม้แอบชอบเธออยู่ใครๆก็รู้ แล้วตีกันว่า “ยังดีนะครับที่คุณเป็ดไม่รู้สึกอะไรไปกับมันด้วย” พูดแล้วเห็นเธอนิ่งเลยดักคอ “หรือว่าคุณเป็ดก็...คิดอะไรกับมัน”

“โอ๊ย...ไม่หรอกค่ะ เพิ่งรู้จักกันจะไปคิดอะไร เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว”

“ดีแล้วล่ะครับ มันกับคุณต่างชั้นวรรณะกันมาก แค่คนสวน อีกอย่างไอ้คนคนนี้มันไว้ใจไม่ได้เลย มันก็แค่นักเลงอันธพาลคนนึง มันใจร้อน มีเรื่องตีรันฟันแทงกับใครเขาไปทั่ว แถมยังเป็นเสือผู้หญิงด้วยนะครับ เด็กวัยรุ่นแถวหมู่บ้านมันเอาเป็นเมียหมด แล้วกลางคืนเนี่ยนะครับ มันออกเที่ยวทุกคืน กว่าจะกลับเข้าบ้านก็ดึกดื่นตีสองตีสาม”

“เหรอคะ” เป็ดปุ๊กทำหน้าแปลกใจ โอมบอกว่าแสดงว่าเธอยังไม่รู้ “ค่ะ...ก็ไม่รู้ค่ะ แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่”

“ดีแล้วล่ะครับ อย่าไปสนใจมัน คนแบบนี้...” โอมโน้มหน้าเข้าไปกระซิบ “มีไว้ให้หลอกใช้ก็พอ” แล้วหัวเราะชอบใจ แก้วเดินกลับมาเห็นยิ่งไม่พอใจ แต่พยายามข่มใจทำหน้าปกติเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะถามว่าตกลงสั่งอะไรกันแล้ว โอมบอกว่าเป็ดปุ๊กให้ตนสั่งแทน เลยถูกแก้วประชดเป็นนัยว่า เป็ดปุ๊กไว้ใจโอมเร็วจังเลย

“เป็ดไม่เคย ก็ต้องพึ่งคนที่เชี่ยวชาญ”

“โอมก็คงยินดีให้พึ่งไม่ว่าจะเรื่องไหน”

โอมรู้ว่าถูกเหน็บ พูดออกตัวว่า “คุณเป็ดเป็นลูกบ้านของผม ผมก็ต้องบริการเต็มที่อยู่แล้ว” แก้วประชดต่ออีกว่า ยังไงก็ให้ระวังหน่อยก็แล้วกัน ใช้บริการโอมมากๆเดี๋ยวจะติดใจ เป็ดปุ๊กพาซื่อบอกว่าตนจะให้โอมช่วยเฉพาะเรื่องที่ตัวเองทำไม่ได้เท่านั้น

“ก็เรื่องอย่างนั่นแหละ ที่คุณโอมเขาถนัด” แก้วจิกทั้งเป็ดปุ๊กและโอม ถูกโอมกระซิบปรามว่าอย่าทำให้เสียเรื่อง!

บรรยากาศการกินอาหารกร่อยจนเป็ดปุ๊กสงสัยว่าตนจะเป็นต้นเหตุหรือเปล่า

ooooooo

เป็ดปุ๊กกลับพร้อมอาหารที่สั่งเอากลับไปฝากพ่อที่บ้าน พอเล่าให้เชียรฟังว่าแก้วเป็นแฟนกับโอม เชียรพูดอย่างยินดีว่าโลกกลมจริงๆ

เมื่อจัดอาหารแล้ว เป็ดปุ๊กบอกพ่อให้ชวนไม้มากินด้วยกัน เชียรโทร.หาไม้ แต่เสียงปลายสายอึกทึกมาก เชียรชวน...

“ไม้...กินข้าวหรือยัง...จะชวนมากินด้วย เป็ดเขาไปได้อาหารอร่อยๆมา...ไงนะ...อยู่กับเด็กๆที่ไหนเหรอ...

อะไรนะ...ไม่ค่อยรู้เรื่องเลย เอาๆ ไม่เป็นไร ไว้วันหลังก็ได้...ครับ สวัสดี”

เป็ดปุ๊กฟังอยู่ด้วยอย่างใจจดจ่อ พอเชียรบอกว่าไม้มาไม่ได้ เธอถามว่าทำอะไรอยู่ เชียรบอกว่าไม้อยู่กับเด็กๆ เด็กไหนก็ไม่รู้ ตนฟังไม่ถนัด เสียงเพลงดังมาก ตึงๆตังๆ จังหวะแรงๆ แบบที่พวกวัยรุ่นชอบกัน เป็ดปุ๊กเดาว่าเหมือนในคอนเสิร์ตหรือ เชียรพูดคิดๆว่า “ไม่น่าใช่ เหมือนใน...ร้านเหล้า”

เป็ดปุ๊กคิดถึงคำบอกเล่าของโอมที่ร้านอาหารทันที รู้สึกจะเข้าเค้าอย่างที่โอมเล่าจริงๆ

ส่วนแก้ว กลับไปเล่าให้เก็จฟังที่บ้านอย่างไม่พอใจ แต่ปกป้องโอมว่าผู้ชายก็อย่างนี้แหละ แต่เป็ดปุ๊กนี่สิ...ไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นคนแบบนี้ เก็จยุทันทีว่า ฟังจากแก้วเล่าแล้วเชื่อว่าเป็ดปุ๊กต้องคิดจับโอมแน่ๆ

“แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว ต้องหาทางกำจัดมันให้เร็วที่สุด” แก้วจิกตาร้าย

พอดีไก่กุ๊กกรึ่มๆ กลับมา ถูกเก็จบ่นว่าเมามาอีกแล้ว ไก่กุ๊กโต้ว่าเมาที่ไหนแค่สองแก้วเอง แล้วถามหาลูกๆ พอรู้ว่าทำการบ้านอยู่ข้างบนก็จะขึ้นไป ถูกเก็จดักหน้าแบมือทวงว่าตอนเช้าบอกว่าจะวางเงินไว้ให้ไม่เห็นมี ไก่กุ๊กถามว่าจะพูดอะไรตอนนี้ พอเก็จบ่นว่าไม่มีเงินเหลือติดบ้านแล้ว ก็แนะว่าให้เอาแก้วแหวนเงินทองไปขายหรือเข้าโรงตึ๊งก็ได้

ทั้งสองโต้เถียงยื้อยุดกันโวยวาย ไก่กุ๊กผลักเก็จเซ แก้วเข้าประคองพี่สาว ไก่กุ๊กบอกว่าทั้งเนื้อทั้งตัวตอนนี้เหลืออยู่สองร้อยเองต้องเอาไว้เติมน้ำมันรถ พูดทิ้งท้ายว่า “แล้วจะหามาเองแหละ เงินน่ะ” แล้วขึ้นข้างบนไปเลย

แก้วจึงแบ่งเงินให้เก็จสองพันบอกว่าเอาไปใช้ก่อน เก็จรับเงินเซ็งๆ บอกว่าจะเอาไปซ่อมโน้ตบุ๊ก แก้วถามว่าโน้ตบุ๊กเป็นอะไร

“โดนไวรัสน่ะซี เจ้าแมวเมี้ยวเอาแฟลชไดรฟ์มาจากโรงเรียน พอเสียบเข้าไปในเครื่องเรา มันลบข้อมูลหายหมดเลย งานการไม่ต้องทำกัน แก้วก็ต้องระวังไว้ด้วยนะ”

“ไวรัสเหรอ...” แก้วนิ่งคิดเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้!

ooooooo

มีเรื่องค้างคาใจมาแต่เมื่อคืน เช้านี้ก่อนไปทำงานเป็ดปุ๊กผ่านร้านสวนขวัญจึงแวะเข้าไป เห็นฝ้ายกำลังขนดินหลายถุงมาวางก็ถามฝ้ายอย่างตำหนิว่าปล่อยผู้หญิงทำงานหนักแล้วเจ้าตัวหายไปไหน

ฝ้ายแกล้งโง่ถามว่าใครหรือ เธอตอบทันทีว่า “ก็นายไม้น่ะสิ”

“อ๋ออออ...” ฝ้ายลากเสียงยาวมากก่อนบอกว่า “ยังไม่ตื่นหรอกค่ะ เมื่อคืนดึกมาก กว่าจะกลับเข้าบ้านก็ตีสองตีสามเลยค่ะ” ถูกถามทันทีว่าเขาไปไหนหรือ “ก็...ไปอย่างที่เขาชอบไปนั่นล่ะค่ะ” ฝ้ายยิ่งทำเป็นมีพิรุธ

“ชอบไปไหนฝ้าย” เสียงไม้งัวเงียถามขึ้น พอฝ้ายกับเป็ดปุ๊กหันมา เขาหาวหวอดๆเข้ามาทักเป็ดปุ๊ก “มาแต่เช้าเลยมาหาผมเหรอ อย่าบอกนะว่าจะมาทวงคำขอบคุณเรื่องหมูปิ้ง ขอบคุณมากนะครับ หมูปิ้งอร่อยมาก”

“อย่าเว่อร์...ฉันรู้ว่าไม่ได้อร่อยขนาดนั้น” เธอสวนไปอย่างหมั่นไส้แกมเขิน

“ไอ้ความอร่อยมันไม่ได้อยู่ที่รสชาติอย่างเดียวนี่คุณ มันอยู่ที่น้ำใจด้วย” พูดแล้วก็เขินตัวเอง ส่วนเป็ดปุ๊กที่ทำท่าห้าวๆ เจอหยอดเข้าแบบนี้ก็เขินทำอะไรไม่ถูก จนไม้ถามขึ้นว่า “เอ่อ...แล้วคุณมาหาผมมีอะไรรึเปล่า”

มัวแต่เขินไม่ทันตั้งหลักเลยถามไปตรงๆว่า “จะมาถามว่าเมื่อคืนนายไปไหน” เลยถูกย้อนถามงงๆว่าอยากรู้ไปทำไม “ไม่ทำไมหรอก เมื่อคืนฉันซื้ออาหารฝรั่งมา ว่าจะตามนายไปกิน แต่พอดีนายไม่ว่างก็เลยอยากรู้ว่าหายไปไหน”

“ผมไปกับเด็กๆ”

“อ๋ออออ...คงสนุกกันน่าดูเลยเนอะ” ถูกสวนทันทีว่าพูดเหมือนประชด ถามว่าอยากให้ชวนไปรึเปล่าล่ะ “เชิญนายไปของนายเองเถอะ ที่อโคจรพรรค์นั้น ฉันไม่ชอบไป”

คำว่า “ที่อโคจร” ทำให้ทั้งคู่มองหน้ากัน ไม้งงว่าหมายถึงอะไร ส่วนเป็ดปุ๊กตั้งใจด่าแล้วเดินไปเลย ไม้ร้องถามว่า มาถามแค่นี้จริงๆหรือ เป็ดปุ๊กกระชากเสียงบอกว่า แค่นี้แหละเขาไม่ได้เจ็บไม่ได้ไข้ก็โอเคแล้ว”

“ขอบคุณนะคร้าบบบ ที่อุตส่าห์เป็นห่วง แล้วอาหารฝรั่งที่ว่าล่ะครับ ยังเก็บไว้ให้ผมอยู่หรือเปล่า จะได้แวะเข้าไปกิน” พอเธอบอกว่าเทให้ยักษ์เบิ้มกินหมดแล้ว ไม้ก็คราง... “โหยยยย...เสียดาย วันหลังซื้อมาอีกนะครับ”

“ฉันว่านายไปหากินกับเด็กๆ น่าจะอร่อยถูกใจกว่ามั้ง!” พูดแล้วสะบัดหน้าไปเลย

ไม้กับฝ้ายเดินออกมามองส่งจนรถเป็ดปุ๊กขับปรู๊ดออกไปแล้ว เขาบ่นกับฝ้ายว่าอะไรของเขาทำไมต้องโกรธขนาดนั้น ฝ้ายพูดยิ้มแซวว่าสงสัยจะหึง เพราะไม้บอกว่าไปกับเด็ก ไม้โวยว่าก็ตนไปกับเด็กจริงๆ ฝ้ายก็ไปด้วยไม่ได้ทำอะไรผิด

“ผู้หญิงน่ะ เวลาลมหึงมันพลุ่งพล่าน ก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น”

“แล้วจะมาหึงทำไม เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ไม่ต้องพูดแล้ว เดี๋ยวเกิดเข้าใจผิดมันจะไปกันใหญ่ เขาก็แค่โมโหที่ฉันไม่ได้ไปกินข้าวที่บ้านเขาเท่านั้นแหละ หึงเหิงอะไร” ไม้กลบเกลื่นทั้งที่แอบเขินแอบปลื้ม

“จริงๆก็แอบปลื้มใช่ไหมล่ะ โธ่เอ๊ย...” ฝ้ายมองตามยิ้มๆอย่างรู้ทัน

ooooooo

วันนี้ แก้วไปที่ห้องทำงานเช้ากว่าปกติ เหลียวหน้าเหลียวหลังอย่างมีพิรุธแล้วตรงไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเป็ดปุ๊ก เข้าไปง่วนอยู่กับเครื่อง อึดใจก็ปิดเครื่องแล้วรีบออกไปอย่างเร็ว

เป็ดปุ๊กมาถึงห้องทำงาน เปิดคอมฯเตรียมทำงาน แต่มีปัญหา คลิกเข้าไปแต่ละไดรฟ์ทุกไดรฟ์ว่างเปล่า เธอแปลกใจบอกอ้อมว่าคอมฯของตนเสีย แล้วคลิกให้ดู เมื่อคลิกเข้าไปในฮาร์ดดิสก์ปรากฏว่า ไม่มีอะไรเหลือเลย อ้อมเองก็ตกใจ

แก้วเพิ่งมา ทำยิ้มแย้มเข้ามาขอโทษเป็ดปุ๊กที่มาสายอ้างเหตุผลที่เป็นอมตะว่า “รถติด” แล้วทำทีชะโงกมาดูที่คอมฯ ถามว่าเป็นอะไรหรือ เป็ดปุ๊กบอกว่าไม่รู้เป็นอะไร ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์หายหมดเลย แก้วก็ทำเป็นตกใจว่าอย่างนี้ก็แย่สิ

“ไม่ใช่แค่แย่นะ วันโลกแตกเลยล่ะ เป็ดต้องรีบทำงานให้พี่พิมด้วย” พูดไม่ทันขาดคำพิมพาก็เดินเข้ามาขอดูงาน

“เหลืออีกนิดหน่อยค่ะ” เป็ดปุ๊กกลั้นใจบอก พอพิมพาบอกว่าเสร็จแล้วให้เอาไปให้เลยพลางหันเดินออกไป เป็ดปุ๊กตัดสินใจบอกว่า “คอมฯมีปัญหาค่ะ ข้อมูลหายไปหมดเลยค่ะ”

“อะไรนะ มันเกิดขึ้นได้ยังไง”

“เป็ดก็ไม่ทราบค่ะ เมื่อกี๊พอเปิดเครื่อง มันก็ขึ้นจอฟ้า เป็ดปิดแล้วเปิดใหม่อีกที มันก็หายไปหมด” พิมพาถามว่า ข้อมูลหายหมดเลยหรือ เป็ดปุ๊กตอบหน้าจ๋อยว่า “ที่เกี่ยวกับลูกค้าค่ะ”

“ไม่ได้ เธอต้องจัดการรวบรวมเอากลับมาให้หมด จะไปเอามาจากไหนก็แล้วแต่เธอ แล้วข้อมูลที่พี่ต้องการ เอามาให้พี่ก่อนเที่ยงด้วย” สั่งแล้วเดินกลับไปเลย

แก้วทำทีปลอบเป็ดปุ๊กให้ใจเย็นๆ ค่อยๆ คิดต้องมีทางออกแน่ ปากแก้วพูดไปอย่างนั้นทั้งที่สะใจว่าไม่มีทางแก้ได้

กุ้ง พนักงานอีกคนเดินเข้ามาถามว่าจะให้ตนช่วยไหม แฟนตนเป็นช่างคอมฯ เดี๋ยวจะตามมาช่วยดูให้ เพียงเท่านี้เป็ดปุ๊กก็ซึ้งใจจนพูดไม่ออก มองหน้ากุ้งอย่างมีความหวัง...

ooooooo

แฟนของกุ้งมานั่งหน้าคอมฯไม่นานก็เจอปัญหา บอกว่าไวรัสตัวนี้เพิ่งมาใหม่ โปรแกรมป้องกันไวรัสของเธอยังอัพเดตไม่ถึง เลยรอดเข้ามาได้ เป็ดปุ๊กถามว่ามันมาจากไหนเพราะเมื่อวานยังไม่มีปัญหาเลย

“ปกติจะมาจากแฟลชไดรฟ์ครับ คุณเอาแฟลชไดรฟ์ไปเสียบเครื่องอื่นที่มีไวรัส มาเสียบเครื่องนี้มันก็เข้าไปในเครื่อง”

เป็ดปุ๊กบอกว่าวันสองวันนี้ตนไม่ได้ใช้แฟลชไดรฟ์เลยและคอมฯตัวนี้ก็มีแต่ตนใช้กับแก้วเท่านั้น แก้วรีบบอกว่าตนไม่ได้แตะคอมฯตัวนี้มาเป็นอาทิตย์แล้ว เป็ดปุ๊กเลยสงสัยว่าอาจจะมาจากอินเตอร์เน็ต

“ไม่หรอกครับ ติดได้ทางแฟลชไดรฟ์อย่างเดียว” เป็ดปุ๊กถามอย่างกังวลว่าแล้วข้อมูลที่หายไปจะทำอย่างไร? “มันไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ จริงๆ แล้วก็อยู่ที่เดิมนั่นแหละ ไวรัสตัวนี้มันไปบังเอาไว้ไม่ให้เราเห็น เดี๋ยวพอกำจัดมันได้แล้วทุกอย่างก็จะกลับมาเหมือนเดิม”

“จริงเหรอคะ โอ้...อย่างกับสวรรค์มาโปรด กุ้ง...แฟนเธอนี่สุดยอดจริงๆ ขอบคุณมากนะคะ”เป็ดปุ๊กดีใจเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ทุกคนดีใจกับเธอด้วย ยกเว้น...แก้ว ที่นั่งหงุดหงิดผิดหวังแต่ไม่กล้าแสดงออก

ooooooo

เลิกงานแล้ว ขณะที่เป็ดปุ๊กกำลังขึ้นรถจะกลับบ้านนั่นเอง ก็ได้รับโทรศัพท์จากแมวเมี้ยวและนกจิ๊บที่แย่งกันเล่าอย่างตระหนกว่า แม่ขายต้นกรรณิการ์ของคุณปู่ไปแล้ว

กลับถึงบ้าน เป็ดปุ๊กเล่าให้พ่อฟังว่าเก็จตามร้านต้นไม้ให้มาดู พรุ่งนี้จะมาล้อมไป เชียรตกใจมากบอกตนไม่ยอมให้ขาย ชวนเป็ดปุ๊กรีบไปห้ามเขาเดี๋ยวนี้เลย เป็ดปุ๊กเสนอว่าเรา โทร.คุยกับไก่กุ๊กก่อนก็แล้วกัน บอกว่าพ่อไม่ให้ขาย

แต่พอโทร.ไปหาไก่กุ๊ก กลับได้รับคำตอบที่ฟังแล้วเจ็บปวดยิ่งขึ้นว่า ก็เป็ดกับพ่อย้ายไปแล้วจะมายุ่งอะไรอีก แต่ต้นไม้ขายไปก็หามาปลูกใหม่ได้

“แต่เขากำลังขายต้นกรรณิการ์นะพี่ พี่ไก่ก็รู้ว่าต้นนี้พ่อรักมาก แล้วก็น่าจะรู้ด้วยว่าทำไมพ่อถึงรัก”

ไก่กุ๊กบอกว่าเก็จไม่มีเงินใช้ก็เลยต้องขายต้นไม้ เป็ดปุ๊กย้ำว่า “จะขายต้นอะไรก็ขายไป แต่ต้นนี้ขายไม่ได้!”

“บอกเขาว่าพ่อจะซื้อเอง ไม่ต้องขายคนอื่น” เชียรพูดแทรกขึ้น ไก่กุ๊กรับปากว่าจะบอกเก็จให้ เป็ดปุ๊กย้ำให้บอกเก็จด้วยว่าอย่าเพิ่งให้ใครมาล้อมไป ไก่กุ๊กตอบอย่างขอไปทีว่า จะบอกให้ถ้าไม่ลืม แล้วหันไปชวนเพื่อนดื่มต่อ

เป็ดปุ๊กบ่นกับพ่อว่าเมาแล้วเดี๋ยวก็ลืม เชียรหาทางแก้ปัญหา รีบ โทร.ไปหาไม้จะให้ไปช่วยล้อมต้นกรรณิการ์มาไว้บ้านนี้แต่โทร.ไปไม่มีคนรับสาย เป็ดปุ๊กพูดอย่างเบื่อหน่ายว่าอย่าโทร.เลยตอนนี้เขาไม่รับสายหรอกคงกำลังเที่ยวสนุกอยู่ ตัดบทว่า

“เอางี้ เป็ดจะหาคนไปล้อมต้นไม้มาเองเลยดีกว่า พรุ่งนี้เป็ดจะโทร.ไปลางานแล้วไปเอาต้นไม้ให้พ่อเอง”

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ไม้ตื่นแต่เช้ามาช่วยฝ้ายจัดโน่นจัดนี่ทำไปหาวไป มือทำแต่ตามองไปที่ท้องถนน ฝ้ายรู้ทันทีว่าเขามองหาอะไร แกล้งบอกว่าตื่นไม่ไหวก็ไม่ต้องรีบตื่น หรือว่าจะแอบมารอใคร

ที่แท้ไม้มาดักรอรถของเป็ดปุ๊กที่จะผ่านหน้าร้าน เขาซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งเตรียมไว้ให้เธอด้วย รอจนเห็นรถเป็ดปุ๊กมาใกล้เตรียมจะเอาไปให้ แต่แล้วทั้งสองก็ชะงักเก้อ เมื่อเธอทำเป็นมองไม่เห็นและขับรถผ่านไป ทั้งสองมองตามไป เห็นเธอแวะเข้าไปร้านต้นไม้ถัดไปไม่ไกลนัก

“ไปเข้าร้านอื่นด้วย!! นี่พวกเราถูกเมินงั้นเหรอ” ฝ้ายถามอย่างทำใจไม่ได้

“ก็ช่างเขาสิเขามีสิทธิ์เลือกนี่” ไม้ทำปากแข็งแล้วยื่นถุงหมูปิ้งให้ “เอ้า เอาไปกิน” ฝ้ายให้เขาเก็บไว้กินเอง เลยถูกย้อนถามเสียงขุ่นว่า “เห็นแบบนี้แล้วจะกินลงไหมล่ะ เอาไป” ฝ้ายถามว่าแล้วเขาจะไปไหน “นอน!!!” ตอบห้วนๆ แล้วเดินไปเลย

“เฮ่อ...หมูปิ้งเป็นหมันเสียแล้ว!!” ฝ้ายมองถุงหมูปิ้งถอนหายใจยาว...

ที่แท้เป็ดปุ๊กไปติดต่อร้านต้นไม้ถัดไปว่าจ้างให้เขาไปช่วยล้อมต้นกรรณิการ์ที่บ้านเก่า โดยวาดแผนผังให้ นัดพบกันที่นั่นสิบโมงเช้า

เจ้าของร้านถามขนาดต้นไม้แล้วตีราคาล้อมสองพัน แนะนำว่าซื้อไปปลูกใหม่ถูกกว่าง่ายกว่าอย่างมากก็แค่พันเดียว

“ไม่เป็นไร ยังไงก็ต้องเก็บต้นนี้ไว้ พ่อรักมาก”

เป็ดปุ๊กกับเชียรไปถึงที่บ้านเก่า รอครู่หนึ่งกระบะของไม้ก็แล่นมาจอดต่อท้ายรถของเธอ เชียรถามงงๆ ว่า ไหนว่าจะจ้างคนอื่น เธอตอบงงๆ เหมือนกันว่าก็จ้างร้านอื่นแล้ว

ไม้ลงมาบอกว่าป้าศรีให้ตนมาล้อมต้นไม้แทนเพราะไกลเกินไป ป้าศรีบอกว่าเชียรรักต้นไม้นี้มาก ถามว่าต้นไหนเข้าไปเลยได้ไหมเพราะเป็นบ้านของเชียรเอง เป็ดปุ๊กลองเปิดประตูรั้วปรากฏว่าไม่ได้ล็อก บอกให้เข้าไปกันเลย

แต่พอเดินไปหาต้นกรรณิการ์ ปรากฏว่าเหลือแต่หลุม เชียรพึมพำน้ำตาคลอ “ไม่ทันแล้ว...”

ทั้งเชียรและเป็ดปุ๊กเศร้าเสียใจมาก ยืนมองหลุมต้นกรรณิการ์นิ่งเงียบอยู่อย่างนั้น จนไม้อดสงสารไม่ได้

ไม้เดินเลี่ยงไปดูที่หลุมต้นกรรณิการ์ ยืนมองอยู่ครู่หนึ่งก็นั่งยองๆ ที่ปากหลุมเหมือนเก็บอะไรตรงนั้น

เก็จกลับมาเห็นคนอยู่ในบ้านก็โวยวาย พอเห็นเชียรก็ถามว่าพ่อมาได้ยังไง เชียรบอกว่าได้ยินว่าจะขายต้นไม้เลยมา เก็จบอกว่าเขามาล้อมไปตั้งแต่เช้าแล้ว เป็ดปุ๊กบอกว่าตนฝากไก่กุ๊กมาบอกแล้วว่าพ่อจะขอซื้อไว้เอง จึงรู้ว่าเมื่อคืนไก่กุ๊กไม่ได้กลับบ้าน เก็จพูดอย่างไร้ความรู้สึกว่าถือเสียว่าขายไปเป็นค่าขนมหลานก็แล้วกัน

ขณะนั้นเอง ไม้เดินเข้ามาถามเก็จว่าเขาเอาต้นไม้ไปนานหรือยัง เก็จบอกว่าเอาไปตั้งแต่เช้ามืดเห็นว่าจะขนไปลงที่ชลบุรี ถามว่าตนจะตามวุ่นวายทำไม มีขายเยอะแยะซื้อใหม่มาปลูกก็หมดเรื่อง

คนที่มีความผูกพันมีความหลังกับต้นกรรณิการ์ กับคนที่เห็นมันเป็นเพียงต้นไม้ที่ขายแลกเงินได้ พูดกันอย่างไรก็ไม่เข้าใจความรู้สึกกันได้ เป็ดปุ๊กจึงชวนพ่อกลับ แต่บอกเก็จว่า

“พี่เก็จ เป็ดขอร้องนะ ถ้าจะทำอะไรกับบ้านหลังนี้ ช่วยบอกกันก่อน อย่าได้ถือวิสาสะทำแบบนี้อีก เพราะยังไงบ้านนี้ก็ยังเป็นบ้านของพ่อ ไม่ใช่บ้านพี่เก็จ”

“ไปแล้วก็ไปให้พ้นซีเว้ย กลับมาทำไม หน็อย! ทำเป็นสั่ง คอยดูกูจะรื้อให้เหี้ยนเลย ใครจะทำไม!”เก็จจิกตาร้าย พึมพำตามหลัง

เชียรกับเป็ดปุ๊กออกมานั่งในรถกันแล้ว ไม้เดินมาหาคลี่ผ้าเช็ดหน้าให้ดูเมล็ดพันธุ์เล็กๆ บอกว่าเป็นเมล็ดของต้นที่ถูกล้อมไป ตนจะเอาไปเพาะเป็นต้นให้

“จริงเหรอ...ขอบคุณมากนะไม้...ขอบคุณมาก...” เชียรน้ำตาคลอขึ้นมาอีก...เป็ดปุ๊กปลอบใจพ่อขณะขับรถ กลับว่า จะไปหาต้นกรรณิการ์มาปลูกที่สนามหน้าบ้านเรา

“มันไม่เหมือนกันหรอกลูก แม้แต่ที่ไม้เขาจะเพาะใหม่จากเมล็ดของมันก็จะไม่มีวันเหมือน...พ่อไม่เคยคิดว่าเขาจะทำได้ ถ้าพ่อรู้ว่าจะเป็นแบบนี้ พ่อคงขุดเอาไปลงที่บ้านใหม่ตั้งแต่แรกแล้ว”

“เป็ดว่า แม่รู้ค่ะว่าเราพยายามถึงที่สุดแล้ว” เป็ดปุ๊ก กุมมือพ่อไว้อย่างเข้าใจความรู้สึกกัน...

ooooooo

เช้าตรู่วันนี้ นภมาที่บ้านเป็ดปุ๊ก ถามว่าเมื่อวานเธอวานให้ไม้ไปทำธุระเสร็จหรือเปล่า เสร็จดึกเลยหรือ?

เมื่อรู้ว่าแยกกันตั้งแต่กลางวันแล้ว และไม่ได้ขุดต้นไม้มาปลูกด้วย นภทำหน้างงว่าแล้วไม้หายไปไหนเพราะนัดตนไว้ว่าตอนหัวค่ำจะโทร.นัดกันไปทำกิจกรรมพิเศษแล้วเงียบไปเลย เป็ดปุ๊กสงสัยว่ากิจกรรมพิเศษนั้นคืออะไร

“พี่ไม้เขารวบรวมพวกวัยรุ่นแถวนี้ไปทำกิจกรรมพิเศษกันตอนกลางคืน กลับมาอย่างมากก็ตีหนึ่ง พี่สนใจไหมล่ะครับ ถ้าวันนี้พี่ไม้ไป ไปด้วยกันก็ได้ครับ”
เป็ดปุ๊กถามว่าตนไปได้ด้วยหรือ พอนภบอกว่าได้ ไปสนุกด้วยกัน ทำให้เธออยากไปดูว่ามันคืออะไร

ปรากฏว่าเป็นกิจกรรมที่ไม้ระดมวัยรุ่นในหมู่บ้าน รวมทั้งฝ้ายและแตนด้วยไปช่วยกันขนขยะทิ้ง พัฒนาพื้นที่ตรงนั้นให้เป็นสวนหย่อม เป็ดปุ๊กทึ่งกับเรื่องใหม่ๆที่เพิ่งรู้ บ่นว่า “ไม่ยักรู้ว่ามีทำแบบนี้กันด้วย” แล้วเธอก็เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำกิจกรรมพิเศษอย่างไม่รังเกียจและไม่กลัวเหน็ดเหนื่อย ท่ามกลางเสียงเพลงคึกคักเร้าใจตลอดเวลา

ไม้สนใจดูแลเธอเป็นพิเศษเพราะเป็นสมาชิกใหม่ ฝ้ายกับแตนแอบดูหัวเราะกันคิกคัก ไม้ทำไม่รู้ไม่ชี้ เร่งมือขนขยะเสร็จก็ขุดหลุมลงต้นไม้กันอย่างสนุกสนาน

ไม้เลือกลงต้นหมาก ซึ่งต้องเตรียมดินอย่างละเอียด เป็ดปุ๊กเอาด้วย ทั้งสองจึงช่วยกันเตรียมดินปลูกต้นหมากด้วยกัน เธอบอกไม้ว่า

“ฉันอยากปลูก เพื่อทุกครั้งที่ฉันขับรถผ่าน ฉันจะได้มองดูมันแล้วบอกกับตัวเองว่า นั่นคือต้นไม้ที่ฉันปลูก” แล้วถามไม้ว่า “สวนหย่อมนี่ พอทำเสร็จแล้ว มีใครมาดูแลหรือเปล่า”

ไม้บอกว่าเทศบาลจะมาดูแล เธอเตือนว่าเคยเห็นบางแห่งสวยได้ไม่กี่วัน ต้นไม้ก็ตายหมด

“ผมไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้นหรอก ถ้าเขาไม่ดูแล พวกเราก็ต้องดูแลกันเอง ผมไม่เคยปล่อยให้ต้นไม้ที่ผมปลูกต้องตายไปต่อหน้าต่อตา ผมเข้าใจความรู้สึกของพ่อคุณดี”

“คิดแล้วก็น่าอาย เรื่องยักษ์เบิ้มก็ทีนึงแล้ว นี่มาเรื่องต้นกรรณิการ์อีก...นายคงรู้แล้วว่า ทำไมฉันกับพ่อต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ ถ้าฉันเอาเรื่องพี่สะใภ้ไปเล่าให้ใครฟัง เขาคงคิดว่าฉันแต่งเรื่องใส่ความเขา”

ไม้พูดเหมือนจะให้กำลังใจเธอว่า คนแบบนี้มีเยอะในโลก เขายกตัวอย่างว่า

“อากับอาสะใภ้ผมงี่เง่ากว่านี้อีก ถ้าฆ่าผมได้เขาคงฆ่าไปแล้วล่ะ” เป็ดปุ๊กถามว่าขนาดนั้นเลยหรือ ไม้หัวเราะบอกว่า ตนคงดูละครมากไป เป็ดปุ๊กนิ่งไปครู่หนึ่ง จึงเลียบเคียงถาม...

“รู้ไหม มีคนเขาบอกว่านายชอบออกนอกบ้านตอนกลางคืน กลับบ้านเกือบสว่าง ไม่คิดว่าจริงๆแล้วนายจะมาทำแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ”

“ผมอยากช่วยเด็กๆ ไม่ให้ไปเที่ยวเตร่เกเรน่ะ ว่าแต่ใครบอกคุณเหรอ”

เป็ดปุ๊กอึ้งไป ไม่ทันตอบเชียรก็โทร.เข้ามือถือถามว่าอยู่ไหน พ่อลงมาไม่เจอ รถก็ไม่อยู่ เธอบอกว่าอยู่ข้างนอกมาทำกิจกรรมพิเศษกับไม้ เชียรแปลกใจถามว่าอยู่กับไม้ทำกิจกรรมพิเศษอะไรหรือ?! พอเธอบอกว่ามาเปลี่ยนกองขยะให้เป็นสวนหย่อม เชียรตัดพ้ออย่างเสียดายว่าแล้วทำไมไม่ชวนพ่อมาด้วย

ขณะที่เธอกำลังคุยโทรศัพท์กับพ่อนั่นเอง ไม้เดินมาข้างหลังเห็นเธอกำลังคุยติดพันจึงไม่รบกวน หยุดยืนรอ จึงได้ยินเธอคุยกับพ่อ เชียรชมว่า “ไม้เขารู้จักทำนะ เปลี่ยนกองขยะเป็นสวนหย่อมเห็นไหมล่ะว่าเขาเป็นคนดี”

“พ่อเลิกสรรเสริญคุณความดีเขาสักทีได้ไหม มัน เอียน” พอหันมาเห็นไม้ เธอบอกเชียรว่า “แค่นี้ก่อนนะพ่อ เดี๋ยวก็คงจะกลับแล้ว” ปิดเครื่องแล้วถามไม้ว่ามาแอบฟังหรือ ไม้บอกว่าเปล่า เธอจับเท็จว่า “แล้วมายืนทำอะไรตรงนี้”

“จะมาตามคุณไปดู งานของเราเสร็จสมบูรณ์แล้ว”

ไม้พาไปดู ปรากฏว่าสวนหย่อมสวยงามมากเป็ดปุ๊กบอกว่าตนชอบมากต้องรักษามันไว้ให้ดีด้วย

“ทุกคนครับ ตบมือดังๆ ให้กับพี่ไม้ของเราด้วยครับ” นภร้องบอกเพื่อนๆ ทุกคนตบมือ ไม้ยิ้มรับแล้วหันมองเป็ดปุ๊ก บอกว่าตบมือให้ตัวเองด้วยทุกคนเลย เสียงตบมือดังยาวนาน ทุกคนยิ้มแย้มมีความสุขมาก

วันรุ่งขึ้น เป็ดปุ๊กขับรถผ่านสวนหย่อม เธอชะลอรถดู เห็นคนที่เดินผ่านไปมาพากันชี้ชวนดูกองขยะที่กลายเป็นสวนหย่อมที่สวยงามอย่างตื่นเต้น มีคนแก่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ มีนักจ๊อกกิ้งมายืดเส้นยืดสาย หลายคนยกมือถือขึ้นถ่ายรูป

เป็ดปุ๊กมองภาพเหล่านั้นอย่างมีความสุข หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้ยิ้มอย่างปลื้มใจในผลงานที่ตนมีส่วนร่วม

ooooooo

ไปถึงที่ทำงานแล้วเป็ดปุ๊กยังยิ้มจนอ้อมแซวว่าปลื้มอะไรมาแต่เช้า เธอถามอ้อมว่า

“เคยไหมเวลาที่เราได้ทำอะไรดีๆ มันก็จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นไปอีก” อ้อมถามว่าเรื่องอะไร เสริมสวย? ขัดหน้า?หรือซื้อกระเป๋าใบใหม่ เป็ดปุ๊กบอกว่า “ไปเก็บขยะ แล้วก็ทำให้ที่ตรงนั้นเป็นสวนหย่อมสวยๆ แบบนี้ไง” ว่าแล้วเปิดมือถือโชว์รูปที่ถ่ายมา อ้อมดูแล้วตื่นเต้นไปด้วย และเมื่อเป็ดปุ๊กแชร์ภาพสวนหย่อมลงในเฟซไทม์พร้อมสเตตัสว่า

“ความสุขเมื่อได้ช่วยสร้าง...สวนหย่อมเล็กๆ จากอดีตที่ทิ้งขยะ”

อ้อมเห็นแล้วกด like ให้เป็ดปุ๊กทันที ที่น่าปลื้มกว่านั้นคือ ผ่านไปถึงเที่ยงก็มีคนกดแชร์ออกไปมากมาย พร้อมคอมเมนต์ดีๆ เช่น “ขอบคุณนะคะที่ทำให้โลกนี้สวยขึ้นอีกนิด”... “คุณคือแรงบันดาลใจของผม”... “ขออนุญาตไปทำที่ชุมชนบ้างนะคะ”... “เยี่ยมมากเลยค่ะ กระทืบไลค์ให้เลย”

เป็ดปุ๊กอ่านคอมเมนต์เหล่านั้นแล้วพึมพำอย่างคิดไม่ถึง “จริงเหรอเนี่ย...” นึกขึ้นมาได้ หยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความ พิมพ์ไปยิ้มไป

“ขอบคุณมากสำหรับเรื่องเมื่อคืน นายทำให้ฉัน รู้สึกดีที่ได้ทำประโยชน์ให้คนอื่น ทำให้ฉันรู้สึกว่าโลก ใบนี้ยังสวยขึ้นได้อีกนิด ถ้าเราไม่หยุดคิดที่จะพยายาม ฉันแชร์รูปสวนเมื่อคืนลงในเฟซบุ๊ก คนมาไลค์เกือบร้อยแล้วนะ เยอะที่สุดตั้งแต่ฉันมีเฟซบุ๊กเลย นี่ถ้ายอดไลค์ถึงห้าร้อยเมื่อไหร่ ฉันจะพานายไปฉลอง อิอิ...”

ไม้ได้ยินเสียงข้อความเข้า เขาเปิดดูเห็นภาพ สัญลักษณ์ข้อความจากเป็ดปุ๊ก รีบเปิดดูอย่างตื่นเต้น อ่านเสร็จแล้ววางมือถือลงบ่นงงๆ “อะไรคือห้าร้อยไลค์??? ผู้หญิงนี่จริงเล้ย...ชอบมีอะไรงงๆ” แต่พอกดอ่านอีกครั้งก็ยิ้มสดชื่น พูดกับข้อความในมืิอถือ “ขอบคุณนะคุณเป็ด คุณมาถูกที่ถูกเวลาพอดี...” แล้วตะโกนร้องเพลงอย่างมีความสุข...

ooooooo

เลิกงานแล้วเป็ดปุ๊กไปที่ตลาด ตรงไปที่แผงขายน้ำพริกที่ไม้พามาซื้อวันก่อน แต่ไม่เห็นคนขาย ครู่หนึ่งไม้โผล่มาจากหลังแผง ทำเอาเธอสะดุ้งถามว่ามาทำอะไรตรงนี้

ไม้บอกว่าป้าคนขายไปธุระเลยฝากร้านไว้ ถามว่าวันนี้จะรับอะไรดี เธอบอกว่าจะซื้อน้ำพริกไปฝากพ่อแต่ยังเลือกไม่ถูก ไม้ถามว่าคุณพ่อเธอดีขึ้นหรือยัง

“ก็ดีขึ้น แต่ฉันรู้ว่าพ่อพยายามทำให้ฉันสบายใจมากกว่า” พูดแล้วนิ่งไป ไม้เข้าใจความรู้สึกของเธอเลยเปลี่ยนเรื่องถามว่าวันนี้ลองซื้อน้ำพริกปลาร้าไปฝากพ่อดีไหม เผื่อจะชอบ เธอบอกว่าพ่อชอบแต่เพราะคนที่บ้านเก่าไม่ชอบพ่อเลยไม่ได้กินมานานแล้ว พอดีป้าเจ้าของแผงมาถึง ถามว่ารับน้ำพริกอะไรดี ไม้ตอบแทนทันทีว่า

“น้ำพริกปลาร้าป้า แถมให้เยอะๆเลยนะจ๊ะพ่อของคุณเป็ดเขาชอบ”

เป็ดปุ๊กเหลือบมองไม้ยิ้มให้เขาอย่างขอบคุณ ไม้ยิ้มตอบ ทำให้ใบหน้าคมเข้มของเขาดูเท่สะดุดตา

ความรู้สึกดีๆที่เริ่มมีต่อกัน ทำให้เป็ดปุ๊กไว้ใจ เชื่อใจชวนเขาไปกินข้าวที่บ้าน ไม้พูดหน้าตาเฉยว่าตนจะขออนุญาตเธออยู่แล้ว เผื่อจะทำอะไรให้พ่อเธอหายเศร้าได้บ้าง ทำให้เป็ดปุ๊กยิ่งรู้สึกขอบคุณน้ำใจเขา

ไม้อาสาขับรถให้ เป็ดปุ๊กส่งกุญแจรถให้แล้วขึ้นนั่งข้างคนขับ ท่าทางสบายๆด้วยกันทั้งคู่

โอมออกจากร้านค้ามาเห็นพอดี เขามองตามรถไปอย่างไม่พอใจ

เชียรยิ้มแย้มดีใจ นั่งกินข้าวกับเป็ดปุ๊กและไม้อย่างเอร็ดอร่อยมีความสุข บนโต๊ะอาหารทุกคนต่างดูแลเอาใจใส่กันอย่างอบอุ่นอย่างคนในครอบครัว กินอิ่มแล้วเชียรบอกว่า “อร่อยจริงๆอดมาหลายเดือนแล้ว”

เป็ดปุ๊กจะขับรถไปส่งไม้ เขาขอปีนข้ามกำแพงไปเอง เธอเป็นห่วงเพราะมืดแล้วเดี๋ยวเกิดอุบัติเหตุ ก่อนไปไม้ขอบคุณที่ชวนกินข้าว บอกว่าถ้ามีอะไรที่จะตอบแทนได้ก็ยินดี เป็ดปุ๊กบอกว่า

“พอฉันได้ไปช่วยนายจัดสวนหย่อม มันทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันชักจะชอบต้นไม้ขึ้นมาแล้วสิ ฉันก็เลยอยากได้ต้นไม้มาประดับในห้องน้ำหน่อย บ้านจะได้มีสีเขียวๆทั่วๆ”

“ได้ครับ ผมจะเลือกไว้ให้ แล้ววันหยุดจะมาจัดให้นะครับ” เธอบอกว่าไม่ต้องรอวันหยุดหรอก “แต่ผมอยากเจอคุณ” พูดแล้วก็เขิน แก้เป็นว่า “หมายถึงคุณควรอยู่ด้วยจะได้บอกได้ว่าอยากให้จัดยังไง ตรงไหน”

เป็ดปุ๊กจึงนัดวันเสาร์ ไม้รับปากอย่างยินดี บอกว่าตนจะเตรียมต้นไม้ไว้ให้ก่อนเลยแล้วลากลับ เธอเตือนเขาให้ระวังด้วย ไม้กระโดดเกาะกำแพงดึงตัวขึ้นไปนั่งคร่อมแล้วหันมาโบกมือบ๊ายบายก่อนโดดตุ้บลงไป เป็ดปุ๊กยืนรอ ได้ยินเสียงเขาเดินสวบสาบๆไกล ออกไปจนเงียบ เธอยิ้มอย่างหายห่วงแล้วเดินกลับเข้าบ้าน

กลับมาเจอเชียรกำลังล้างจาน เธอรีบเข้าไปช่วยบ่นพ่อว่าบอกแล้วว่าเดี๋ยวจะมาล้างเอง

“ไม่เป็นไรหรอก พ่ออยากทำ กำลังมีความสุข” เธอถามว่ามีความสุขเรื่องอะไร “ไม่รู้ซิ...เพราะได้กินน้ำพริกปลาร้ามั้ง” พูดแล้วแอบยิ้ม

“จะว่าไป เป็ดก็มีความสุขเหมือนกัน” เชียร

มองหน้าทำเสียงล้อๆว่า เหรอ...เรื่องอะไรล่ะ “วันนี้ได้ทำอะไรดีๆ ได้เลี้ยงข้าวขอบคุณนายไม้เขา” แล้วเข้าช่วยพ่อล้างจาน เชียรถามว่า แค่นั้นเหรอ เรื่องที่ทำให้มีความสุขน่ะ เธอตอบไม่ลังเลว่า “ก็...แค่นั้นล่ะค่ะ”

สองพ่อลูกช่วยกันล้างจาน ต่างคนต่างคิดและ... ต่างคนต่างยิ้มไปกับความนึกคิดของตัวเอง...

ooooooo

ตอนที่ 4

นอกจากแมวเมี้ยวจะโทร.ถึงปู่เชียรแล้วยังโทร.ถึงอาเป็ดปุ๊กด้วย ร้องไห้ขอให้อามาหาที่โรงเรียน เป็ดปุ๊กยังติดงานบอกหลานว่าขอดูเวลาอีกที ถ้าไปได้จะรีบไป

พอวางสายจากแมวเมี้ยว แก้วก็แสดงน้ำใจถามว่าหลานให้ไปช่วยไม่ใช่หรือ ไม่ต้องห่วง งานทางนี้ตนจะทำต่อให้เอง เป็ดปุ๊กกลัวว่าถ้าพิมพารู้จะต้องไม่พอใจ

“แกไปประชุมกับกรมส่งออก ไม่เลิกง่ายๆหรอก อย่างน้อยก็ห้าโมงเย็น แกคงไม่กลับเข้ามาแล้วละ หรือถ้าจะกลับก็คงเย็น ถ้าแกเข้ามาก่อนแก้วกลับ แก้วจะบอกให้ว่าเป็ดเพิ่งออกไปตะกี้เอง”

“ขอบใจมากนะแก้ว ได้ยินแมวเมี้ยวพูดไปสะอื้นไปแล้วรู้สึกแย่มากๆเลย งั้นเป็ดไปก่อนนะ”

แก้วยิ้มให้อย่างเต็มใจ แต่พอเป็ดปุ๊กลุกไป รอยยิ้มแก้วก็เปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ชิงชังทันที!

ปรากฏว่า เป็ดปุ๊กลุกไปไม่นาน พิมพาก็เข้ามา มองปราดไปที่โต๊ะทำงานของเป็ดปุ๊กเห็นแก้วนั่งแทน แก้วเองก็ตกใจที่พิมพากลับเร็วกว่าที่คิด พิมพาถามว่าเป็ดปุ๊กไปไหน แก้วตอบไม่เต็มเสียงว่ากลับไปแล้ว

“กลับไปแล้ว! เพิ่งจะบ่ายสองเนี่ยนะ” แก้วชี้แจงว่าหลานโทร.มาขอให้ไปหาเป็ดปุ๊กเลยต้องรีบไป “หลาน! หลานอะไร แล้วมีเรื่องรุนแรงขนาดไหนถึงต้องทิ้งงานทิ้งการไปหา”

แก้วก็ไม่ทราบค่ะ แต่พี่พิมไม่ต้องห่วงเรื่องงานหรอกนะคะ แก้วเอามาทำให้แล้ว” พิมพาถามว่าเธอรู้เรื่องด้วยหรือ แก้วตอบอวดๆว่า “รู้ซีคะ แก้วช่วยเป็ดปุ๊กเขาทำบ่อยๆ บางทีแก้วก็รับมาทำทั้งโครงการเลย ก็มีอย่างช่วงที่เป็ดย้ายบ้าน เขายุ่งๆ แก้วก็เลยเอามาทำเอง”

พิมพาพึมพำว่าไม่เคยรู้เลย เตือนให้ระวังอย่าให้อะไรผิดพลาดได้ สั่งว่า “ถ้าเขากลับมาให้ไปหาพี่ทันที” แก้วบอกว่าวันนี้คงไม่กลับแล้ว “งั้นก็พรุ่งนี้ มาถึงก็ให้ไปหาพี่เลย” พิมพาสั่งหน้าตาไม่พอใจแล้วออกไป

แก้วทำเป็นกลัวแทนเป็ดปุ๊ก แต่พริบตาเดียวก็แอบยิ้ม...

ooooooo

ไม้พาเชียรไปถึงโรงเรียน บอกชื่อจริงบอกชั้นเรียนของแมวเมี้ยวแล้ว รปภ.ก็ยังไม่ยอมให้เข้า ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น จนกระทั่งแมวเมี้ยวเห็นปู่มาจึงขออนุญาตครูออกมารับ รปภ.จึงเปิดประตูให้เข้าไป

แมวเมี้ยวดีใจมากบอกว่านึกว่าปู่จะไม่มาแล้ว เชียรจึงแนะนำให้รู้จักไม้ บอกว่าน้าไม้เขาใจดีช่วยพาปู่มา แมว–เมี้ยว ยกมือไหว้ เชียรถามว่ามีเรื่องอะไรถึงอยากให้ปู่มา

แมวเมี้ยวเล่าเรื่องที่ตนกับนกจิ๊บจับเจ้ายักษ์เบิ้มอาบน้ำ แม่กลับมาเห็นก็ไม่พอใจที่เจ้าเบิ้มยักษ์สะบัดน้ำทำเลอะเทอะขู่ว่าจะให้เขาเอาไปทำลูกชิ้น ตนไม่อยากให้ยักษ์เบิ้มเป็นลูกชิ้น ไม้ถามว่ายักษ์เบิ้มนี่เป็นหมาไหม เชียรบอกว่าเป็นหมาที่บ้านเก่า

เป็ดปุ๊กมาถึงพอดี ถามเชียรว่าพ่อมาได้ยังไง พอเชียรบอกว่าไม้พามา เธอมองขวับไปที่เขา ไม้สบตายักไหล่นิดๆ เธอหมั่นไส้เลยพูดว่า “ไม่ใช่ เป็ดจะถามว่าพ่อมาที่นี่ทำไม” เชียรเล่าให้ฟังแล้วถามว่าเธอมาทำไม จึงรู้ว่าแมวเมี้ยวโทร.ขอให้มา

“แมวเมี้ยวนึกว่าปู่จะไม่มา แมวเมี้ยวกลัวจะไม่มีใครช่วยยักษ์เบิ้ม” พูดแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น

“ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร ไหนเล่าให้อาฟังหน่อยซิ เรื่องมันเป็นยังไง” เป็ดปุ๊กกอดหลานปลอบใจ

ooooooo

ฟังแมวเมี้ยวเล่าแล้ว ทั้งเป็ดปุ๊กและเชียรต่างไม่พอใจเก็จที่ทำร้ายจิตใจลูก ทั้งที่รู้ว่าลูกผูกพันกับยักษ์เบิ้มมาก

เป็ดปุ๊กถามว่าแล้วพ่อจะทำยังไง เพราะรับปากแมวเมี้ยวไว้ว่าจะช่วย เชียรบอกว่าจะไปคุยกับเก็จดู เธอติงว่าหลานจะได้โดนเล่นงานที่เอาเรื่องมาบอกเรา

“พาหมาออกมาซีครับ” ไม้เสนอ “เอาหมามาเลี้ยงที่บ้านคุณ เท่าที่ฟัง ท่าทางเขาก็ไม่ค่อยอยากเลี้ยงไว้เท่าไหร่ เอาไปไว้ที่โน่นมันน่าจะมีความสุขมากกว่า ช่วยเฝ้าบ้านให้คุณแล้วยังเป็นเพื่อนแก้เหงาได้ด้วย”

เป็ดปุ๊กทักท้วงว่ามันไม่ง่าย เด็กๆรักมันมาก มาพรากมันไปได้ยังไง “ผมว่าตรงกันข้าม หลานๆจะได้มีข้ออ้างมาเยี่ยมคุณปู่กับคุณอาได้มากขึ้นต่างหาก”

“ดีเหมือนกัน อ้างว่ามาเยี่ยมหมาง่ายกว่าบอกว่ามาหาปู่” เชียรเห็นพ้อง แต่เป็ดปุ๊กเชื่อว่ายังไงเก็จก็ไม่ให้ลูกมา แต่ตอนนี้เราต้องหาทางเอายักษ์เบิ้มออกมาก่อน ถามเชียรว่าจะไปเมื่อไหร่ดี ไม้เสนอว่าไหนๆก็ออกมาแล้วไปตอนนี้เลยดีไหม เชียรเห็นด้วย เป็ดปุ๊กจึงไปบอกแมวเมี้ยวที่สนามเด็กเล่น

แมวเมี้ยวกลัวไม่ได้พบเจ้ายักษ์เบิ้มอีก เชื่อว่าแม่ไม่ให้ไปแน่ๆเพราะขนาดตนอยากไปหาปู่แม่ยังไม่ยอมเลย แต่ก็ตัดใจจะอดทนเอาและจะบอกนกจิ๊บให้อดทนด้วย

เมื่อแมวเมี้ยวทำใจได้ ผู้ใหญ่ทั้งสามจึงพากันไปที่บ้านเดิมของเชียร แต่ก่อนไปไม้บอกให้เป็ดปุ๊กกับเชียรไปรอที่รถก่อนตนขอคุยอะไรกับแมวเมี้ยวแป๊บเดียว เป็ดปุ๊กมองตามงงๆว่าไม้จะไปคุยอะไร

มาถึงบ้านเก่าของเชียร ไม้ชมว่าบ้านร่มรื่น น่าจะอยู่สบาย เชียรบอกว่ามันเคยเป็นอย่างนั้น

แต่พอจะไขกุญแจเข้าบ้าน เชียรเสียเวลาหาลูกกุญแจพวงใหญ่อยู่นาน พอเจอก็ไขไม่ออกอีกเพราะไม่ได้ใช้นาน จนไม้ช่วยไขได้สำเร็จ ก็พอดีเก็จกลับมาถามอย่างไม่พอใจว่า “ทำอะไรกันน่ะ!” พอเดินมาเห็นเชียรก็ถามว่า “พ่อมาทำอะไร”

“เราจะมาเอาหมา” ไม้ตอบแทนเชียรที่อึกอักอยู่

เก็จไม่พอใจถามว่าจะเอาไปทำไมและเขาเป็นใคร เชียรบอกว่าเป็นคนสวนที่หมู่บ้านมาช่วยพายักษ์เบิ้มไป

ไม้ช่วยชี้แจงว่าเชียรจะเอาไปเฝ้าบ้าน เก็จสวนทันทีว่าแล้วบ้านนี้จะให้อะไรเฝ้า ขโมยยิ่งชุมอยู่ด้วย ให้ไปหาตัวใหม่เอา เป็ดปุ๊กช่วยพูดว่า หาตัวใหม่ก็ต้องฝึกอีกนาน แต่ยักษ์เบิ้มสนิทกับพ่ออยู่แล้ว

“แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ของพ่อแล้ว เก็จว่าพ่อไม่ได้คิดจะเอามันไปเฝ้าบ้านหรอก แต่คิดจะมาเอายักษ์เบิ้มไปเพื่อใช้เป็นตัวล่อให้หลานไปหาต่างหาก ใช่ไหมล่ะคะ ลูกไม้ตื้นๆ” เก็จยิ้มเยาะ

เป็ดปุ๊กไม่พอใจปรามว่าอย่ามาว่าพ่อแบบนี้ ไม้ก็ช่วยแก้ต่างว่า เชียรไม่ได้คิดแบบนั้น ชี้แจงเพิ่มเติมว่า

“นอกจากอยากได้ไปเฝ้าบ้านแล้ว ยังอยากได้เป็นเพื่อนด้วย กลางวันคุณเชียรอยู่บ้านคนเดียวมันเหงามากนะครับ”

“ถ้าเหงาก็ไม่ควรย้ายออกไปแต่แรก” เก็จโต้ไม้แล้วหันบอกเชียร “ขอโทษนะคะ เก็จให้ยักษ์เบิ้มไปไม่ได้หรอก” พูดแล้วปิดประตูรั้วเดินเข้าบ้านไปเลย

เป็ดปุ๊กถามว่าจะเอายังไงดี เชียรเชื่อว่าเก็จไม่ยอมให้แน่ๆ ไม้เลยเสนอว่า “ไม่ให้ก็ซื้อซิครับ น่าจะยอมนะ”

ooooooo

เป็ดปุ๊กกับเชียรตามเข้าไปเจรจาอีก เก็จยืนกระต่ายขาเดียวไม่ยอมให้ยักษ์เบิ้มไปเด็ดขาดอ้างว่าที่นี่ทุกคนรักและผูกพันกับมัน

เก็จอ้างว่า ทุกวันนี้ตนยอมจ่ายค่าอาหารเดือนละเป็นพันก็เพราะรักมัน แล้วไหนจะค่ายาค่าหมอหมดไปครั้งละพันสองพัน รวมเบ็ดเสร็จต้องหมดเงินไปเป็นหมื่น เชียรรับปากจะจ่ายให้

“ที่ว่าหมื่นนึงน่ะ เก็จพูดแบบรวมๆถ้าจะให้ตรงจริงๆอาจจะเกือบหมื่นห้า” เก็จเพิ่มตัวเลขทันที เมื่อเป็ดปุ๊กติติงว่ามากไป เก็จบอกงั้นก็กลับไปเลย แต่เชียรยังตัดใจไม่ได้ เก็จดูออกบอกเบอร์บัญชีของตนย้ำให้เชียร โอนเย็นนี้เลยก็ได้

ขณะนั้นเองมีโทร.เข้ามือถือเชียร เขารับสายหน้าตาแจ่มใสขึ้นทันที พอคุยเสร็จบอกเก็จว่าตนคงสู้ราคาไม่ไหว บำนาญก็นิดเดียวกลัวจะไม่พอใช้ แล้วเร่งเป็ดปุ๊กให้กลับ ไม่ทันใจก็จับมือจูงออกไปเลย

มาถึงหน้าบ้านเป็ดปุ๊กบอกว่ายังไม่ได้ลายักษ์เบิ้มเลย เชียรเร่งให้รีบไปด่วนเลย

พอรถเป็ดปุ๊กเคลื่อนไป เก็จก็ออกมาร้องเรียกยักษ์เบิ้ม ปรากฏว่าเงียบกริบ ฉุกคิดขึ้นมา เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ได้แต่สบถอย่างหัวเสีย “บ้าเอ๊ย!”

กลับมาถึงบ้าน เห็นไม้รออยู่แล้ว เป็ดปุ๊กบอกพ่อว่าเจอตัวก็ดีแล้วจะได้ต่อว่าสักหน่อยที่หนีกลับมาก่อน เชียรบอกว่าไม่เพียงไม่ควรต่อว่าแต่ยังต้องขอบใจเขาด้วย เธอถามว่าขอบใจเรื่องอะไร

ขณะเป็ดปุ๊กลงไปเปิดประตูรั้วนั่นเอง เสียงยักษ์เบิ้มเห่าทักทายมาจากข้างในวิ่งออกมาหา เธอวิ่งไปกอดคอลูบหัวมันด้วยความดีใจ เชียรยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่บอกลูกสาวว่า ทีแรกก็ว่าจะบอกแล้วแต่คิดอีกทีรอไว้เซอร์ไพรส์ดีกว่า

“สำเร็จจริงๆด้วย” เป็ดปุ๊กหัวเราะชอบใจ ไม้ไม่เคยเห็นเธอหัวเราะแบบนี้มาก่อน เขารู้สึกดีที่เห็นเธอมีความสุข พอเชียรขอบใจไม้ เป็ดปุ๊กก็ลุกมาขอบใจด้วย ไม้พยักหน้ายิ้มๆ

“เอ๊ะพ่อ...แล้วเราเอายักษ์เบิ้มมาแบบนี้ พี่เก็จเขาจะหาว่าเราเป็นขโมยหรือเปล่า”

“ก็หมาของคุณไม่ใช่หรือครับ เราเอาหมาของเรามา จะเป็นขโมยได้ยังไง” ไม้ตอบแทน แล้วถามว่าเรามีหลักฐานว่าเป็นเจ้าของไหม เช่นใบจดทะเบียนฝังไมโครชิพ เชียรบอกไม่มี  ไม้จึงแนะนำว่า “งั้นก็ใบฉีดวัคซีนที่มีชื่อคุณกับชื่อหมาก็ได้แค่นั้นก็พอแล้วครับ สบายใจได้”

เป็ดปุ๊กสงสัยว่าเขาเอาเจ้ายักษ์เบิ้มมาได้ยังไง เพิ่งรู้จักกันแท้ๆทำไมมันถึงตามมาง่ายนัก

นภที่เล่นกับยักษ์เบิ้มอยู่บอกว่าไม้มีของวิเศษ ไม้เห็นเธอทำหน้างง เขาจึงล้วงเอาถุงเท้าเด็กนักเรียนออกมายื่นให้บอกว่า “ฝากคืนแมวเมี้ยวด้วยก็แล้วกัน”

เป็นการเฉลยความสงสัยของเป็ดปุ๊กทั้งตอนที่เขาขอไปคุยกับแมวเมี้ยวก่อนออกจากโรงเรียนและสามารถพายักษ์เบิ้มมาได้โดยง่าย เพราะเจ้าถุงเท้าของแมวเมี้ยวนี่เอง

แล้วก็มีเรื่องทำให้เป็ดปุ๊กต้องเครียด เมื่อมีโทรศัพท์จากบ้านเก่าโทร.เข้ามือถือ เธอคิดว่าเก็จคงโทร.มาเล่นงานแน่ๆแต่พอรับสายก็ยิ้มออก กลายเป็นแมวเมี้ยวโทร.มาถามเรื่องยักษ์เบิ้ม แมวเมี้ยวเล่าว่า แม่โกรธใหญ่ บ่นเสียดายเงินหมื่น อาหลานนัดกันว่าจะวางแผนมาเยี่ยมเจ้ายักษ์เบิ้มกันสักวัน เชียรบอกผ่านเป็ดปุ๊กว่ารอให้แม่หายโกรธก่อน พอเป็ดปุ๊กบอกต่อแมวเมี้ยวก็หันบอกนกจิ๊บอีกต่อว่า “ปู่บอกให้แม่หายโกรธก่อน”

ooooooo

ที่โต๊ะอาหารเย็นบ้านเก็จ ซึ่งมีแก้วมาร่วมโต๊ะด้วย เก็จบ่นกับน้องสาวว่าเจ็บใจที่เกือบได้เงินหมื่นอยู่แล้วต้องมาชวดเพราะคนที่มากับเชียรแอบเอายักษ์เบิ้มไปเสียก่อน แก้วเสนอให้แจ้งตำรวจจับเลย

แมวเมี้ยวตกใจบอกไก่กุ๊กว่า “ไม่ได้นะครับ อย่าให้ตำรวจจับปู่นะครับพ่อ” นกจิ๊บก็อ้อนวอนอย่าเอาปู่เข้าคุก

“ไม่หรอกน่า หมาของเขา เขามาเอาคืนไปจะผิดได้ยังไง” ไก่กุ๊กปลอบใจลูก แล้วพูดกับเก็จ “คุณเองก็รำคาญมันจะแย่แล้วไม่ใช่เหรอ เห็นบ่นทุกวัน พ่อเอามันไปก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องคอยเก็บขี้มัน”

“ฉันไม่พอใจที่คุณพ่อมาใช้เล่ห์กระเท่ห์กับฉันต่างหาก” เก็จโต้แล้วปรามลูก “แล้วสองคนอย่าคิดนะว่าจะใช้เรื่องหมามาอ้างเพื่อจะไปหาปู่กับอา แม่ไม่มีวันให้ไป”

แก้วบอกพี่สาวให้ใจเย็นๆเพราะอีกไม่นานก็จะได้แก้แค้นเป็ดปุ๊กแล้ว พอดีกินข้าวอิ่มแก้วชวน

พี่สาวไปคุยกันข้างนอก เก็จสั่งไก่กุ๊กให้เก็บโต๊ะล้างจานด้วย แล้วเดินออกไปคุยกับแก้วที่หน้าบ้าน

แมวเมี้ยวกับนกจิ๊บอ้อนวอนพ่ออย่าให้แม่ทำอะไรอาเป็ด ไก่กุ๊กหัวเราะ บอกว่าเขาจะทำอะไรได้ นกจิ๊บอ้อนพ่อให้พาไปเยี่ยมยักษ์เบิ้มด้วย ไก่กุ๊กมองหน้าลูกพูดอำว่า

“นี่ถ้าพ่อคิดมากหน่อยนะ พ่อต้องว่าลูกสองคนอยู่เบื้องหลังการพาเจ้ายักษ์เบิ้มไปจากบ้านนี้แน่ๆ”

แมวเมี้ยวปฏิเสธไม่กล้าสบตาพ่อว่าตนไม่เกี่ยว นกจิ๊บก็เสียงอ่อยว่าตนไม่รู้เรื่อง

เก็จกับแก้วไปคุยกันที่หน้าบ้าน แก้วเล่าเรื่องที่เป็ดปุ๊กทิ้งงานให้ตนทำแล้วพิมพามาเจอ พูดอย่างสะใจว่า พิมพาไม่พอใจมาก งานนี้เป็ดปุ๊กต้องถูกว่า โทษฐานไม่ทำงานตามหน้าที่ เก็จถามว่าโทษหนักไหม

“แน่นอน พี่พิมเจ้านายแก้วเกลียดคนที่ไม่ตั้งใจทำงานที่สุด ดีไม่ดีเขาอาจจะปลดยายเป็ดปุ๊ก

ออกจากตำแหน่งแล้วให้แก้วเป็นหัวหน้าแทนก็ได้”

“จริงหรอ!! ถ้าอย่างนั้นก็สะใจสุดๆเลย ที่จริงไม่น่าจะทำแค่ให้มันถูกปลดออกจากตำแหน่งนะ น่าจะทำให้มันถูกไล่ออกไปซะเลย ถ้าได้แบบนั้นจริงๆ นะพี่จะฉลองสามวันสามคืนไม่หยุดเลย”

เก็จพูดอย่างสะใจแววตาร้ายกาจ แก้วแค่ยิ้มร้ายแต่ใจเหี้ยมที่จะทำให้ได้อย่างนั้นจริงๆ!

ooooooo

รุ่งขึ้น ก่อนเป็ดปุ๊กไปทำงาน ไม้โดดขึ้นกำแพงมือถือถุงมาสามถุงร้องเรียกเป็ดปุ๊กบอกว่าเอาอาหารหมามาให้ถุงหนึ่ง อีกถุงเป็นแกงส้มสารพัดผัก

ไม้ถามว่าเธอกินข้าวหรือยัง พอรู้ว่ายังก็เอาข้าวเหนียวหมูปิ้งที่ซื้อมากินเองให้เธอเอาไปกินในรถบอกว่าเจ้านี้อร่อยมากเลย เดี๋ยวตนค่อยไปซื้อใหม่ เตือนว่าขากลับอย่าลืมซื้ออาหารหมามาด้วย พูดเสร็จก็โดดแผล็วลงไปเลย

เมื่อเอาอาหารหมากับแกงส้มสารพัดผักไปให้เชียร เป็ดปุ๊กถามพ่อว่าทำไมเขาต้องทำดีกับเรานัก เชียร บอกว่าคงถูกชะตากระมัง พอเธอบอกว่าไม่อยากคิดแต่ก็อดคิดไม่ได้ เชียรก็พูดต่อให้ยิ้มๆ “...ว่าเขาสนใจลูก”

“บ้าซีพ่อ...หมายถึงเขามีเลศนัยอะไรแฝงอยู่รึเปล่า”

เชียรบอกให้เลิกมองไม้ในแง่ร้ายได้แล้ว เอาเป็นว่าเขาอยากทำดีกับเราเพื่อทดแทนที่ลูกช่วยให้เขาไม่ได้ติดคุกก็แล้วกัน เธอบอกว่าไม่ได้ช่วยแต่พูดในสิ่งที่เห็น แล้วบ่นพลางเดินไป “เบื่อเหมือนกันนะพ่อ ทำไมต้องมาทำให้เราคิดโน่นคิดนี่”

“เบื่อก็เลิกคิด” เชียรพูดตามหลัง เป็ดปุ๊กชะงักฟัง “เวลาคนทำไม่ดีกับเรา เรายังคิดว่าเป็นเพราะกรรมเก่าที่ทำไว้  ตอนนี้มีคนมาทำดีให้เรา ทำไมไม่คิดเสียว่าเป็นบุญเก่าบ้างล่ะ”

“นายไม้เนี่ยนะบุญ” พูดแล้วเบ้ปากส่ายหน้าเดินออกไป เชียรมองตามลูกสาวไปขำๆ

ไปถึงห้องทำงาน แก้วบอกทันทีว่าพิมพาให้ไปพบ เป็ดปุ๊กสูดลมหายใจเรียกกำลังใจก่อนเดินไปหาพิมพาที่ห้องทันทีที่เป็ดปุ๊กเข้าไปหา พิมพาตำหนิอย่างรุนแรงที่เธอทิ้งงานไปทำเรื่องไร้สาระ ตำหนิว่าระยะหลังเธอเปลี่ยนแปลงไปมากงานบกพร่องมากขึ้นเรื่อยๆ รู้ไหมว่าบริษัทต้องเสียหายแค่ไหน

แม้เป็ดปุ๊กจะชี้แจงอ้อนวอนและสัญญาว่าต่อไปจะแก้ไข พิมพาก็ไม่อ่อนข้อให้ สั่งให้เธอหยุดทำงานก่อนที่บริษัทจะเสียหายมากไปกว่านี้

แต่แล้วสถานการณ์ก็พลิกผัน เมื่อคุณกิตติจากไฮคลาสโทร.มาแจ้งว่า ต้องการให้บัวบูชารับผิดชอบทำโครงการสาขาที่ญี่ปุ่นงบสองร้อยล้านบาท พิมพาบอกว่าบัวบูชากำลังจะไปรับผิดชอบงานด้านอื่น แต่คุณกิตติยืนยันว่างานนี้ต้องเป็นบัวบูชาเท่านั้น พิมพาจึงจำต้องให้เป็ดปุ๊กกลับมาทำงานอีกครั้ง บอกให้เธอโทร.ไปหาคุณกิตติที่ไฮคลาสด้วย

“ขอบคุณพี่พิมมากค่ะ เป็ดจะทำให้ดีที่สุด ไม่ให้มีข้อบกพร่องอีกค่ะ” เป็ดปุ๊กยกมือไหว้ดีใจจนน้ำตาไหลพราก

ooooooo

ออกจากห้องพิมพาด้วยความรู้สึกสับสนที่เกือบถูกปลดจากตำแหน่งแต่กลับมีคนมาช่วยไว้ เธอเดินไปที่บันไดหนีไฟ ผลักประตูออกไปนั่งที่ขั้นบันได ร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น

คิดถึงคำพูดของพิมพาเมื่อครู่ที่ตำหนิว่าเธอทิ้งงานไปทำเรื่องไร้สาระ แล้วหยิบมือถือมากดถึงพ่อ พอเชียรรับสายได้ยินเสียงพ่อเธอก็สะอื้นฮักๆ ขึ้นมาทันที จนเชียรตกใจถามว่าเป็นอะไร ร้องไห้หรือ เธอบอกว่าตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว เชียรถามว่าแล้วตอนนี้และต่อไปล่ะ

เป็ดปุ๊กเล่าที่ถูกพิมพาตำหนิให้พ่อฟัง  เชียรติงว่าไร้สาระที่ไหน ถามย้ำว่าแล้วเรื่องจบหรือยัง เป็ดปุ๊กบอกว่าเขาไม่ปลดแล้วและให้โอกาสอีกครั้ง

“งั้นก็ดีแล้ว ไม่เป็นไรแล้วนะ พระคุ้มครองลูก ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ ทำใจให้สบายนะลูก ตั้งใจทำงานแล้วเย็นนี้ค่อยมาคุยกัน”

นั่งพักจนทำใจให้สงบได้แล้ว เป็ดปุ๊กกลับไปที่ห้องทำงาน แก้วมองอย่างอยากรู้อยากเห็น เมื่อเป็ดปุ๊กไม่เล่าเธอลุกไปถามว่าถูกพิมพาว่ายังไงบ้าง เป็ดปุ๊กพูดเรียบๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่า พูดเรื่องเมื่อวานโดนด่ามาชุดหนึ่ง

แก้วอยากรู้มากกว่านั้น ถามว่าแค่ด่าอย่างเดียวหรือ พอเป็ดปุ๊กถามว่าแล้วจะให้มีอะไรอีกล่ะ

“เปล่า เห็นเมื่อวานเขาโมโหมาก” แก้วพูดหน้าเจื่อนๆ ที่เป็ดปุ๊กไม่พูดอะไรมากกว่านั้นแล้วหันไปหาแฟ้มทำงานต่อ แก้วจึงจำต้องเดินกลับโต๊ะ เห็นบรรดาพนักงานในห้องมองเป็นตาเดียวก็เลิกคิ้วเชิงถามว่ามองอะไร ทำให้พนักงานเหล่านั้นต้องรีบหลบตาแทบไม่ทัน

ooooooo

เย็นนี้ ฝนตกหนักรถติดตั้งแต่เป็ดปุ๊กขับรถออกจากบริษัท ระหว่างนั้นได้ยินวิทยุรายงานสภาพการจราจรว่า กรมอุตุแจ้งว่าฝนอาจตกต่อเนื่องไม่ต่ำกว่าสองชั่วโมง และน้ำคงจะท่วมถนนเกือบทุกสาย...

ฝนตก รถติด เป็นของคู่กันที่ชีวิตคนในเมืองต้องเผชิญทุกครั้ง เป็ดปุ๊กบ่นอย่างอ่อนใจไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะกลับถึงบ้านและที่ทำให้เธอตกใจ ร้อนใจ จนแทบทนไม่ได้ เมื่อวิทยุรายงานว่า ระหว่างฝนตกมีโจรปีนเข้าบ้านที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน มีชายสูงอายุอยู่บ้านคนเดียว โจรตีหัวคุณลุงจนสลบแล้วขนของไปเกือบเกลี้ยงบ้าน เตือนเพื่อนบ้านให้ช่วยกันสอดส่องดูแลให้เพื่อนบ้านด้วย

เป็ดปุ๊กพยายามโทร.กลับบ้าน เมื่อไม่มีคนรับสายเธอยิ่งใจเสีย จนเมื่อกลับมาถึงร้านสวนขวัญ เธอทนไม่ได้ลงจากรถไปขอความช่วยเหลือ ไม้ถามว่ามีอะไรหรือ

“ฉันติดต่อพ่อไม่ได้เลย โทร.เข้าบ้านก็ไม่มีคนรับสาย” ไม้สงสัยว่าเชียรคงหลับอยู่ “ฉันโทร.นานมากแล้วนะเกือบชั่วโมงแล้ว ฉันเป็นห่วงน่ะรถก็ติดมาก ไม่รู้เมื่อไหร่จะถึงบ้าน...คืองี้ เมื่อกี้ฟังวิทยุ เขาบอกว่ามีโจรเข้าไปในบ้านหลังนึง แล้วใช้อาวุธตีชายสูงอายุเจ้าของบ้าน...ฉัน...ฉันกลัวจะเป็นพ่อ...”

“ไม่ใช่หรอกครับ ไม่เห็นได้ข่าวอะไรเลย” เป็ดปุ๊กติงว่าเขาอยู่ตรงนี้จะได้ข่าวยังไง “แล้วคุณอยากให้ผมช่วยยังไง”

“พาฉันปีนกำแพงเข้าไปที่บ้านหน่อย”

ไม้อึ้งไปกับข้อเสนอที่เธอเคยมีความเห็นกับตนตลอดมา

ooooooo

ไม้พาเป็ดปุ๊กเดินกางร่มไปที่กำแพง ตลอดทางเขาคอยดูแลเธออย่างดี คอยเตือนว่าตรงนั้นลื่นตรงนี้ขรุขระเมื่อเธอก้าวพลาดจะล้มเขาก็ประคองไว้ สุดท้าย ก็วางร่มเดินตากฝนบอกให้เธอจูงมือตนไว้จะได้ไม่ล้มอีก

ไม้จูงมือจนเป็ดปุ๊กเขินบอกว่าตนไม่เป็นไรแล้ว เดินตัวเปียกปอนมาถึงกำแพง ไม้ใช้สองมือประสานกันให้เธอเหยียบเพื่อปีนขึ้นบ่าและไต่ขึ้นกำแพง เมื่อเธอขึ้นไปบนกำแพงได้แล้ว เขาบอกให้รอก่อน แล้วตัวเองก็ปีนกำแพงโดดข้ามรั้วไปกางมือรอรับบอกให้เธอกระโดดลงมา

เป็ดปุ๊กกระโดดลงไปในอ้อมแขนไม้ เขาอุ้มเธอไว้แล้ววางลงที่พื้น เป็ดปุ๊กลงมาเขินๆ แล้วรีบพากันเดินเข้าไปในบ้าน เจ้ายักษ์เบิ้มวิ่งออกมารับ เชียรได้ยินเสียงเปิดประตูออกมาร้องถาม

“เป็ดปุ๊กเหรอ? มายังไงเนี่ย รถล่ะ”

“ปีนกำแพงเข้ามาครับ” ไม้ตอบแทน

“อะไรนะ” เชียรถามแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เมื่อเป็ดปุ๊กบอกว่าตนโทร.เข้ามาพ่อก็ไม่รับสาย ไม้เสริมว่าเธอได้ยินเรื่องมีโจรเข้าบ้านทำร้ายชายชราที่อยู่บ้านคนเดียวก็ยิ่งเป็นห่วง เชียรเดินไปชี้ให้ดูสายโทรศัพท์ที่หลุดจากปลั๊กที่ผนังฟ้องว่า “เจ้ายักษ์เบิ้มมันเดินไปเตะสายหลุด เมื่อบ่ายมันแอบเข้ามาในบ้าน”

ไม้ถามว่าแล้วจะให้ตนเอารถมาส่งให้ไหม พลางขอกุญแจรถ บอกว่าอีกสักครู่ถนนก็คงโล่งแล้ว ตนจะขับมาให้

เป็ดปุ๊กเอากุญแจรถให้ ขอบคุณเขาแล้วเดินขึ้นบ้านไป ไม้จึงเล่าให้เชียรฟังถึงความห่วงใยพ่อของเธอ

“จิตใจเขาคงยังไม่อยู่กับเนื้อกับตัวน่ะ” ไม้เอะใจถามว่ามีอะไรหรือ เชียรจึงเล่าเรื่องที่เมื่อวานเป็ดปุ๊กถูกพิมพาเรียกไปตำหนิและจะปลดจากตำแหน่ง แต่มีลูกค้ามาติดต่องานและระบุให้งานนี้ต้องเป็ดปุ๊กทำเท่านั้น ทำให้พิมพาต้องให้เธอทำงานต่อ ไม้ฟังแล้วถามอย่างไม่อยากเชื่อว่ามี
เรื่องแบบนี้ด้วยหรือ ไม่เห็นพูดให้ฟังกันเลย คงยังไม่ไว้ใจตน

“คงเป็นเพราะเขาเป็นห่วงฉันมากกว่า ลูกสาวคนนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่ค่อยจะคิดถึงตัวเอง เขาเป็นห่วงคนอื่นมากกว่าเสมอ”

ไม้อึ้ง อดสงสารเธอไม่ได้

ooooooo

วันนี้ หทัยมาหาเชียรที่บ้านแต่เช้า บอกว่าจะมาดูรั้วนั่นหน่อย มองไปแล้วพึมพำว่ายังไม่ยอมรื้ออีก

“มาก็ดีเลยคุณหทัย” เสียงไข่มุกแทรกขึ้นแล้วเปิดประตูเดินเข้ามาหาต่อว่านิดๆ “ไปหาไม่เคยเจอตัวเลย แล้วเมื่อไหร่จะจัดการให้ดิฉัน” พูดแล้วสะบัดหน้าไปทางรั้วสังกะสี

หทัยบอกจริงๆแล้วตนก็มาดูรั้วนี่แหละ ไข่มุกดักคอทันทีว่าแค่ดูหรือ ไม่คิดจะจัดการอะไรเลยหรือ? พอหทัยบอกว่ากำลังพยายาม ก็เล่นแง่เล่นคำอีกว่า

“พยายาม? แล้วจะอีกนานแค่ไหนล่ะคะ ฉันทนไม่ไหวแล้วนะคุณ หรือต้องให้ฉันไปแถลงข่าวกับสื่อก่อนว่าหมู่บ้านนี้เขาดูแลลูกบ้านแบบไหน”

หทัยติงว่าถ้าเธอไม่เอาขยะไปทิ้งในที่ของเขามันก็ไม่เกิดเรื่องแบบนี้ ไข่มุกสวนทันทีว่าพูดแบบนี้หาว่าเป็นความผิดของตนหรือ! อ้างว่าที่ตรงนั้นไม่มีคนอยู่ไม่มีใครใช้ทำประโยชน์อะไร เทศบาลก็ไม่มาเก็บขยะแล้วจะให้ตนหมักเชื้อโรคไว้ในบ้านหรือ ค่าเก็บขยะตนก็จ่ายไปทั้งปีแล้ว

“เอางี้นะคะ คุณไข่มุก จริงๆแล้วฉันไปคุยกับเจ้าของที่ดินมาแล้วล่ะ ถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่ทิ้งขยะไปในที่ดินของเขาอีก เขาก็จะรื้อรั้วให้” ไข่มุกสวนทันควันว่าบอกแล้วไงว่าไม่ทำแล้ว หทัยรับปากว่า “งั้นดิฉันก็จะไปพูดขอร้องเขาอีกที” แล้วหันไปทางเชียร “เป็นพยานด้วยนะคะ” เชียรถามว่าเรื่องอะไรหรือ หทัยบอกว่า “เรื่องที่คุณไข่มุกสัญญา”

“ยินดีครับ จะให้ไปศาลไหนก็ได้” เชียรรับปากทันที เลยถูกไข่มุกค้อนใส่เคืองๆ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะนั่งทานข้าวต้มก่อนเป็ดปุ๊กจะไปทำงานนั้น เชียรบอกว่าเมื่อเช้าหทัยมาดูรั้วและโดนไข่มุกต่อว่า เห็นแล้วก็นึกสงสารเพราะไม่ใช่ความผิดของเธอเลย

เป็ดปุ๊กถามว่าทำไมหทัยไม่บอกไข่มุก ถ้าไม่มีใครเอาขยะไปทิ้งที่ของเขาก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ เชียรพูดอย่างเห็นใจว่าจะให้ทำอย่างไรได้เพราะพูดแรงไปก็เสียลูกค้าโดยเฉพาะลูกค้าที่ชอบโวยวาย เธอจึงเสนอให้บอกไม้

“จะได้คุยกันไหมล่ะ พอคุณหทัยมานายไม้ก็เป็นต้องหนีหน้า” เป็ดปุ๊กจึงเสนอให้พ่อคุยแทนเพราะเห็นสนิทกัน

“พ่อก็เคยคุยแล้ว แต่เขาก็ยังดื้ออยู่ เหลืออีกคนเดียวเท่านั้นแหละที่เขาอาจจะฟัง เป็ดปุ๊ก พ่อน่ะไม่อยากให้ไม้เขามีปัญหากับคุณไข่มุกอยู่แบบนี้ วันก่อนจะเล่นงานไม้ข้อหาพยายามฆ่าทีแล้ว คราวนี้อาจจะลงทุนยิงหัวแม่เท้าตัวเองแล้วบอกว่าไม้ทำก็ได้”

“พ่อรู้ได้ยังไงว่าเขาจะฟังเป็ด”

“ไม่ลองก็ไม่รู้...แล้วบางทีอาจช่วยพิสูจน์อะไรบางอย่างก็ได้” พูดจนเป็ดปุ๊กระแวงถามว่าพิสูจน์อะไรหรือ? “ก็...เขาจะฟังลูกแค่ไหนไง”
พูดแล้วยิ้มในหน้า เป็ดปุ๊กแอบมองหน้าพ่ออย่างสงสัย

เช้าวันเดียวกัน ไม้ไปหาย่าขวัญ รู้จากย่าว่าเมื่อเช้าหทัยมาหาย่าบอกให้ช่วยพูดกับไม้ให้รื้อรั้วสังกะสีที่กำแพงให้เขาหน่อย ไม้บอกว่าตนทำรั้วเพื่อไม่ให้เขาทิ้งขยะ ย่าเล่าว่าหทัยคุยกับเขาแล้ว เขารับปากจะไม่ทำอีก

“แล้วเชื่อได้ไหมล่ะ รับปากว่าจะไม่ให้ลูกชายมายุ่งกับไม้แล้วเป็นไง มันหาเรื่องให้ไม้ชกได้ตลอด” ย่าไม่สบายใจเตือนไม้ว่าอย่าไปทำอะไรเขานะ “ถ้ามันไม่หยุดกวนไม้ได้ชกแน่”

“แล้วเรื่องรั้วว่ายังไง” ย่าต้องการคำตอบ

“ฝากย่าบอกเขาด้วยก็แล้วกัน พอใจเมื่อไหร่ไม้ก็จะรื้อให้”

ย่าได้แต่บ่นว่าไม้ชอบว่าแตนดื้อแต่ตัวเองก็พอกันนั่นแหละ

ooooooo

พอไม้กลับไปที่ร้านสวนขวัญ เจอเป็ดปุ๊กมาหาแต่เช้า ไม้นึกว่าเธอจะมาคุยเรื่องต้นลั่นทมอีก ถามว่าจะให้ไปลงเมื่อไร วันนี้เลยไหม

“เอาเป็นว่าเอาไปลงหลังจากนายรื้อรั้วสังกะสีนั่นลงก็แล้วกัน” ไม้ถามว่าทำไมต้องรื้อรั้วก่อน “ก็...แบบ...มันบังแดดไง ต้นไม้ไม่ได้แดดเดี๋ยวจะตายเสียก่อน”

“มันไม่บังขนาดนั้นหรอก แล้วถ้าผมไม่รื้อรั้วนั่นล่ะ” ไม้ทำหน้ารั้น พอได้รับคำตอบว่าก็ไม่ต้องปลูก ไม้ไม่พอใจขึ้นมาถามว่า “คุณรับงานใครมา คุณนายขอให้คุณมาพูดใช่ไหม คุณหทัยน่ะ”

“เปล่า ไม่เกี่ยวกับคุณหทัย ส่วนนึงเป็นเพราะพ่อฉันขอให้มาพูดกับนาย” ไม้ถามว่าแล้วอีกส่วนล่ะ “อีกส่วน ...ฉันอยากจะมาเองด้วย นายบอกเองว่า ถ้าเขาไม่ทิ้งขยะมา นายก็จะรื้อรั้วนั่นออก ตอนนี้เขาก็ไม่ได้ทิ้งแล้วนี่”

“ไม่ทิ้งเพราะทิ้งไม่ได้ต่างหาก”

“มันก็ไม่ทิ้งใช่ไหมล่ะ อย่าโยกโย้เลย ลูกผู้ชายพูดคำไหนต้องคำนั้น” ไม้แย้งว่าตนจะทำแบบนั้นกับคนดีๆเท่านั้น อย่าลืมว่าทีเขาจะเอาตนถึงตายเลย “แต่นายก็รอดมาแล้ว ลืมๆมันไปบ้างไม่ได้เหรอ” ไม้บอกว่าตนไม่ลืมอะไรง่ายๆ “หมายความว่าต้องเป็นศัตรูกับเขาไปตลอดชาติเลยรึไง”

“อาจไม่ใช่แค่ชาตินี้ชาติเดียว” ไม้ทำหน้ารั้น จนเป็ดปุ๊กมองหน้าเขานิ่งไปอึดใจ พูดตัดบทว่า

“ฉันจะไปหาซื้อที่อื่น กลัวนายจะเอาความแค้นไปฝังไว้ที่บ้านฉันด้วย” พูดแล้วเดินออกไปเลย

เจอไม้นี้ ไม้ก็อึ้ง หันมาคิดทบทวนสิ่งที่เป็ดปุ๊กพูดไปเมื่อครู่นี้...

เพราะแก้วเคยคุยอวดแม่กับเก็จไว้ว่ามีแฟนรวย วันนี้ทั้งกะรัตผู้เป็นแม่และเก็จ จึงมาหาถึงที่ทำงาน ทำทีเป็นห่วงเรื่องแก้วงอนกับแฟน เธอบอกว่ากำลังรอเขาเอาสร้อยอีกเส้นมาง้อค่อยหายโกรธ

ทั้งแม่และพี่สาวเช็กเพื่อความแน่ใจว่าแฟนแก้วรวยจริงหรือเปล่า เธอย้อนถามว่า แม่เขาทำหมู่บ้านเป็นร้อยๆล้านแค่นี้ยังรวยไม่พอหรือ กะรัตยุให้แก้วรวบหัว รวบหางเสียเลย

“แก้วยังไม่อยากคิดถึงขนาดนั้นหรอก แล้วแก้วก็ไม่อยากเหมือนพี่เก็จ”

“ใช่ ฉันมันพลาด แต่ฉันก็พยายามเอาคืนอยู่นี่ไง” เก็จยอมรับ

“บ้านนั้นน่ะเหรอ พ่อเป็ดจะโอนให้พี่แล้วใช่ไหม อ๋อ...เข้าใจแล้ว มานี่เพื่อจะมาบอกข่าวดีนี่เอง”

แก้วทำไขสือ แต่ทั้งแม่และพี่สาวไม่หลงกล เก็จบอกว่าจะมายืมเงินไปจ่ายค่ากระเป๋า เขาทวงมาแล้ว ส่วนกะรัตก็อ้างว่าจะขอเงินไปซื้อกระเช้าให้เสธ.อะไรสักคนนี่แหละ เขาช่วยพ่อยืดเวลาเรื่องหนี้พนันอะไรนั่นไว้ เราต้องตอบแทนบุญคุณเขาสักหน่อย

“แต่แก้วไม่มีหรอกนะ เงินเดือนแก้วก็นิดเดียว” เก็จขอให้ช่วยตนหน่อยเพราะอีกไม่นานแก้วก็จะได้เลื่อนตำแหน่งแทนเป็ดปุ๊กแล้ว แก้วตอบอย่างกระหยิ่มว่า “มันแน่นอนอยู่แล้วรีบไปกันเถอะค่ะแม่”

แก้วยังหาทางเลื่อยขาเก้าอี้เป็ดปุ๊กทุกวิถีทาง เอกสารที่เป็ดปุ๊กให้แก้วไปทำ และต้องใช้วันนี้ ก็แกล้งบอกว่าไม่ได้เอามา ทั้งที่เอกสารอยู่ในลิ้นชักแต่แกล้งเอาซ่อนไว้ใต้เอกสารอื่น อ้อมรู้ทันยืนยันว่าตนเห็นอยู่ในลิ้นชัก เป็ดปุ๊กจึงไปหาจนเจอ พอเป็ดปุ๊กหาเจอแก้วก็ทำเป็นบ่นตัวเองว่าทำไมเมื่อกี๊ตนหาไม่เจอ สงสัยเปิดข้ามไป

ได้เอกสารแล้ว ปรากฏว่าแก้วยังทำไม่เสร็จ เป็ดปุ๊กเร่งให้รีบทำเสีย แก้วก็ทำเป็นขอโทษอีกครั้งแล้วเอางานไปทำที่โต๊ะ แอบค้อนอ้อมอย่างไม่พอใจที่ทำให้ตนเสียแผน

แต่คืนนี้พอกลับถึงบ้าน เชียรบอกว่าหทัยมารอพบอยู่ เป็ดปุ๊กสงสัยว่าไม้ไปก่อเรื่องอะไรอีกแล้ว พอคุยกับหทัยจึงรู้ว่าไม้ไปรื้อรั้วสังกะสีนั้นแล้ว บอกเธอว่า

“ฝ้ายเขาไปเล่าให้ฟังว่า คุณเป็ดปุ๊กไปช่วยคุยกับไม้ให้ ต้องขอบคุณมากเลย ดิฉันกำลังจะจนปัญญาอยู่แล้ว ไม่รู้จะแก้ปัญหายังไง”

“ความจริงก็ไม่ได้คุยอะไรหรอกค่ะ แค่ไปถามดูว่าเมื่อไหร่จะรื้อ มันบังแดดต้นไม้ที่บ้านด้วย แล้วตอนนั้นก็ทะเลาะกันด้วย เขาไม่มีท่าทางจะยอมรื้อให้ด้วยซ้ำ”

“ไม้ก็เป็นแบบนี้แหละ ต้องทะเลาะกันก่อน...เอางี้ดีไหมคะ ดิฉันขอเลี้ยงอาหารเย็นคุณเป็ดปุ๊กกับคุณพ่อสักมื้อแทนคำขอบคุณ”

เป็ดปุ๊กบอกไม่ต้อง เชียรก็บอกว่าวันนี้มีอาหารค่ำหลายอย่างแล้วหทัยถามว่าทำเองหรือ เชียรบอกว่าไม้เอาแกงที่ย่าเขาทำมาฝาก หทัยพูดอย่างรู้ดีว่า คุณย่าทำกับข้าวอร่อย เชียรถามว่าเธอรู้จักหรือ?

“ดิฉันเป็นชาวสวนมาก่อนนะคะ งั้นเอาเป็นว่าเราค่อยนัดกันอีกทีก็แล้วกันนะคะ” หทัยกลับไปอย่างสบายใจ

ooooooo

เมื่อเป็ดปุ๊กไปทำงานในวันรุ่งขึ้น อ้อมเอาเอกสารมาให้เป็ดปุ๊กเซ็น เธอพลิกเอกสารแล้วกลับนั่งนิ่ง จนอ้อมสงสัยถามว่ามีปัญหาอะไรหรือ

“เปล่าหรอก กำลังคิดอะไรอยู่ คนเรานี่ก็แปลกนะ ปากก็เถียงเราฉอดๆถึงเวลากลับทำตามที่เราขอเฉยเลย”

อ้อมถามว่าผู้ชายหรือ พอเป็ดปุ๊กทำเสียงอือในลำคอ อ้อมสาธยายอย่างผู้รู้ว่า

“มันเป็นธรรมชาติของผู้ชายค่ะ เขาต้องเถียงไว้ก่อน ถึงจะเห็นด้วยกับเราก็เถอะ โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่เป็นคนพิเศษของเขา เขาจะยิ่งไม่ยอมง่ายๆตั้งหน้าตั้งตาเถียงอย่างเดียวเลย” พูดแล้วยิ้มแซวๆถามว่า “ว่าแต่ผู้ชายที่ไหนเหรอคะ ที่ชอบเถียงคุณเป็ด”

“ไม่ได้เถียงเป็ด พระเอกในละครน่ะ ละครเมื่อคืน” เป็ดปุ๊กแก้เกี้ยวไม่เนียน ถูกอ้อมจับได้เพราะตนดูละครทุกช่องเมื่อคืนไม่มีพระเอกอย่างที่ว่านี้เลย พอดีเป็ดปุ๊กเซ็นเอกสารเสร็จ อ้อมรับเอกสารแล้วเดินกลับไป

แก้วเข้ามาในห้องทำงาน เห็นเป็ดปุ๊กอารมณ์ดีเป็นพิเศษก็เข้าไปกระแซะถามว่าวันจันทร์เรามีนัดกับคุณกอบกุลที่บริษัทของเขาใช่ไหม  ถามว่าขอเลื่อนเป็นบ่ายวันนี้ได้ไหม เป็ดปุ๊กถามว่าทำไมหรือ

“คือวันนี้แก้วอยากออกเร็วหน่อยน่ะ มีนัดตอนเย็นถ้าไปคุยงานบ่ายนี้เลยแก้วจะได้ไปต่อเลย แต่ถ้าอยู่จนเลิกงานกว่าจะไปถึงมันจะค่ำ”

เป็ดปุ๊กกลัวพิมพามาแล้วไม่เห็นตนอยู่ออฟฟิศจะโดนว่าอีก  แก้วบอกว่าพิมพาจะว่าได้อย่างไรในเมื่อเราออกไปทำงาน ได้งานเร็วกว่ากำหนดด้วยพี่เขาน่าจะชอบ

แก้วเห็นเป็ดปุ๊กลังเลก็ถามอ่อยว่า “เป็ดเองล่ะไม่อยากกลับบ้านเร็วๆหรือ ไหนเคยบ่นว่าเป็นห่วงพ่อ”

“ความจริงก็ดีเหมือนกัน เอางี๋ เดี๋ยวเป็ดไปขออนุญาตพี่พิมเขาก่อนถ้าเขาโอเคเราก็ไปกัน” เป็ดปุ๊กตัดสินใจเช่นนี้เพราะใจรุมๆอยากกลับไปเร็วเหมือนกันแต่คนที่อยากเจอกลับไม่ใช่พ่อ...

พอเป็ดปุ๊กตกลง แก้วก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ คิดอะไรร้ายๆขึ้นมาอีกแล้ว

ooooooo

คุณกอบกุลตอบรับการเปลี่ยนนัดและรอพบอยู่ที่บริษัท พอเป็ดปุ๊กกับแก้วมาถึง กอบกุลขอเอกสารไปดูเลย

เป็ดปุ๊กหันไปขอเอกสารจากแก้ว แก้วทำเป็นค้นหาเอกสารอยู่นาน เป็ดปุ๊กเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ถามว่ามีอะไรหรือ แก้วบอกว่าไม่ได้เอาเอกสารมา เป็ดปุ๊กตกใจ จำต้องบอกกอบกุลว่า  สงสัยจะมีปัญหาจะขอเลื่อนเป็นวันจันทร์

“ไม่ได้! ดิฉันรับนัดอื่นไปแล้ว นัดข้างนอกด้วย เวลาดิฉันเป็นเงินเป็นทองนะคุณ ถ้าวันนี้ไม่ได้คุยดิฉันก็คงต้องไปหาสินค้าจากเจ้าอื่น ไม่รู้คุณพิมพาให้พวกคุณรับผิดชอบงานเป็นร้อยล้านได้ยังไง”

เป็ดปุ๊กรู้สึกแย่มาก ในขณะที่แก้วแอบยิ้มสะใจ พอออกไปก็ทำเป็นขอโทษ เป็ดปุ๊กบอกว่าไม่รู้จะทำอย่างไรดี ท่าทางกอบกุลโกรธมากๆด้วย ถามแก้วว่าจะกลับไปเอาเอกสารได้ไหม แก้วอ้างว่ากว่าจะไปกว่าจะมาเขาก็เลิกงานกันแล้ว และวันนี้ตนก็มีนัดด้วย

“แต่ถ้าเขาย้ายไปสั่งสินค้าที่อื่น พี่พิมต้องไล่เป็ดออกแน่ๆ”

“ไม่หรอกน่า สินค้าเรามีคุณภาพมากที่สุด วันหลังค่อยมาคุยกันใหม่ก็ได้ เป็ดลองนัดเขาใหม่ซี แก้วไม่มีเวลาแล้วเดี๋ยวจะสาย ไปก่อนนะ”

แต่พอเป็ดปุ๊กกลับไปขอนัดเวลาใหม่กับเลขา เลขากอบกุลบอกว่าช่วงนี้เจ้านายงานยุ่งมาก อาจต้องเป็นเดือนหน้า

“เดือนหน้า...ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นล่ะค่ะ เร็วที่สุดได้เมื่อไหร่คะ” เป็ดปุ๊กถามใจคอไม่อยู่กับตัว แต่พอหยิบมือถือขึ้นมาจะบันทึกไว้ในปฏิทิน ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ บอกเลขาว่า “เดี๋ยวค่ะ ไม่ต้องแล้ว ไม่ต้องเลื่อนนัดแล้ว ดิฉันเคยส่งเอกสารนี้ทางอีเมล์ไว้ค่ะ มือถือนี่เช็กอีเมล์ได้ ดิฉันจะส่งต่อมาให้คุณ แล้วคุณช่วยปริ๊นต์ออกมาได้ไหมคะ จะได้เอาเข้าไปคุยกับคุณกอบกุล”

“อ๋อ...ได้สิคะ ส่งมาเลย” เลขาของกอบกุลตอบรับด้วยความยินดี  ยังความดีใจแก่เป็ดปุ๊กราวกับรอดตาย

หลังจากเป็ดปุ๊กเข้าไปคุยกับกอบกุลแล้ว กอบกุลพอใจไม่ต่อรองราคาเลย และจะให้ลูกน้องรีบจัดทำรายการสั่งซื้อให้ ไม่เกินอาทิตย์หน้า

กอบกุลยังเล่าถึงความเครียดเมื่อรู้ว่าเป็ดปุ๊กไม่ได้เอาเอกสารมา เพราะถ้าไม่ได้สั่งสินค้าจากที่นี่ตนก็จะต้องเริ่มงานใหม่หมด ชมเป็ดปุ๊กว่า เธอหัวไวรู้จักแก้ปัญหา บอกว่าพิมพาโชคดีที่มีลูกน้องอย่างเธอ เป็ดปุ๊กพูดอย่างถ่อมตัวว่าเป็นความก้าวหน้าของเทคโนโลยี

“ไม่หรอก คุณฉลาดด้วย เป็นคนอื่นกลับบ้านแล้ว ดิฉันจะชมคุณกับคุณพิมพา”

“ขอบพระคุณค่ะ” เป็ดปุ๊กยกมือไหว้ทั้งซึ้งใจ ดีใจ โล่งใจ จนบอกไม่ถูก

ooooooo

เย็นนี้เป็ดปุ๊กซื้อขนมมา 3 ถุง แวะไปที่ร้านสวนขวัญ ให้ฝ้ายถุงหนึ่ง ฝากให้ไม้อีกถุงหนึ่ง พอดีไม้เดินออกมาเธอจึงให้เขาเองและอีกถุงฝากไม้เอาไปให้เจ้าของที่ดินหลังกำแพง
ฝ้ายได้ยินแล้วแอบหัวเราะขำๆ หลังจากแจกขนมหมดแล้ว เธอถามฝ้ายว่า วันก่อนได้ยินพ่อบอกว่าแถวนี้มีตลาดให้ฝ้ายช่วยบอกทาง ฝ้ายบอกทางอย่างละเอียด แต่ระหว่างนั้นไม้แวบออกไปก่อน พอเป็ดปุ๊กไปที่รถเจอเขานั่งที่นั่งข้างคนขับแล้วบอกเธอว่า “กำลังจะไปตลาดอยู่เหมือนกัน ขึ้นมาซิ เดี๋ยวจะบอกทางให้”

เป็ดปุ๊กอึ้งๆ แต่ก็ทำตามที่เขาบอก ไม้บอกทางไปทุกระยะถามว่านึกยังไงถึงอยากไปตลาด เพราะที่แล้วมาเห็นซื้อของจากซุปเปอร์มาร์เกตทั้งนั้น เป็ดปุ๊กหาว่าเขาแอบดูตู้เย็นตน ไม้บอกว่าก็แค่เปิดเอาน้ำเย็นก็เห็นแล้ว ถามว่าแล้วทำไมเธอไม่พาพ่อมาด้วย

“จะพามาทำไมให้พ่อเหนื่อย พ่ออยู่บ้านจะได้พักผ่อน เดี๋ยวฉันซื้อกลับไปให้เอง”

“พามาด้วยก็จะได้มาเดินเล่น ดูนั่นดูนี่เพลินดีออก จะให้นั่งๆ นอนๆ อยู่กับบ้านทั้งวันเซ็งตาย”

คำพูดของไม้ทำให้เป็ดปุ๊กได้คิดในอีกแง่หนึ่งเหมือนกัน

เมื่อไปถึงตลาด ไม้ทำตัวเป็นไกด์นำชมตลาดอย่างชำนาญ ซ้ำยังรู้เรื่องอาหารอย่างดีด้วย เขาพาเธอไปซื้อน้ำพริกบรรยายน้ำพริกแต่ละอย่างและผักจิ้มที่เหมาะกับคนสูงอายุอย่างพ่อเธอ

ซื้อน้ำพริกให้พ่อแล้ว เป็ดปุ๊กไปซื้อหมูปิ้ง ปรากฏว่ามือเปื้อนน้ำมัน ไม้ขอผ้าเช็ด คนขายหยิบผ้าให้ ผ้าก็มันย่องไปหมด เป็ดปุ๊กเลยวานไม้ให้หยิบสตางค์ในกระเป๋าถือให้ กว่าเขาจะหากระเป๋าสตางค์เจอก็แทบต้องรื้อออกมาทั้งกระเป๋าจากนั้นไปซื้อแกงจืดวุ้นเส้นอีกถุงแล้วจึงพากันกลับ”

เพราะมือเป็ดปุ๊กเปื้อนน้ำมัน ไม้จึงอาสาขับรถให้ เขาเอื้อมไปดึงเข็มขัดนิรภัยคาดให้ เธอตกใจที่เขาโน้มตัวมา แต่พอรู้เจตนาของเขาก็เบาใจบ่นอุบอิบ “แล้วไม่บอก”

ระหว่างนั่งรถกลับ เธอถามเขาว่าทำไมถึงได้ยอมรื้อรั้วออก เขาย้อนถามกวนๆ ว่ารื้อไปแล้วจะถามทำไม

“ฉันก็อยากรู้ วันนั้นฉันขอให้นายไปทำ นายก็เถียงฉันเอาเป็นเอาตาย ไปๆ มาๆ นายก็ยอมรื้อเฉยเลย มีเหตุผลอะไรพิเศษหรือเปล่า” เห็นเขานิ่งก็ย้ำถาม “ว่าไงทำไมนายยอมทำตามที่ฉันขอ”

“ก็เพราะ...” ไม้เขินจนพูดไม่ออก พอถูกรุกก็ยิ่งตื่นเต้น เลยแกล้งบอกว่า “ก็เพราะคุณ...พ่อคุณมาขอน่ะสิ”

“นายนี่มัน...” เป็ดปุ๊กทำเสียงขัดใจที่ไม่ได้ฟังเขาพูดอย่างที่ตัวเองอยากได้ยิน

ooooooo

ไม้ขับรถมาใกล้สำนักงานขาย เป็ดปุ๊กสังเกตเห็นอะไรบางอย่างในสำนักงาน บอกไม้ให้หยุดแล้วเธอก็เปิดประตูรถตรงไปที่สำนักงานขาย

เป็ดปุ๊กเห็นแก้วอยู่กับโอมในสำนักงานขาย เธอดีใจมากลงไปทัก ถามแก้วว่ามาที่นี่ได้ยังไง แล้วหันไปทักโอมว่า “ท่ีแท้ก็คุณนี่เอง” โอมเองก็พูดอย่างนึกไม่ถึงว่าเธอจะรู้จักกับแก้ว เป็ดปุ๊กบอกแต่เพียงว่าเราทำงานอยู่ด้วยกันเท่านั้น

โอมบอกว่าตนรู้จักกับแก้วมาได้ปีหนึ่งแล้ว ในงานปีใหม่ที่บ้านคุณย่า เป็ดปุ๊กพูดแซวๆ ว่า

“คุณโอมนี่เองที่ทำให้แก้วขอกลับเร็ววันนี้” แก้วเกี้ยวว่าเรานัดกันตั้งแต่เย็นแล้ว โอมก็ทำทีถามว่าคงไม่ได้ทำให้งานเสียใช่ไหม

“จริงๆ ก็เกือบค่ะ ว่าจะโทร.บอกแก้วอยู่ว่างานไม่มีปัญหาแล้ว เป็ดใช้มือถือโหลดเอกสารมาให้คุณกอบกุลเขาได้ เขาตกลงซื้อลอตใหญ่เลย” แก้วทำเป็นดีใจบอกว่าโชคดีจัง ทั้งที่ผิดหวังอย่างแรง “แล้วไงดี ไปบ้านเป็ดกันก่อนไหม จะได้พาชมบ้าน”

แก้วขอตัว เอาไว้วันหลังก็แล้วกัน ระหว่างนั้นโอมมองไปที่รถ ถามว่าเธอมากับใครหรือ พอรู้ว่ามากับไม้ แก้วทำเสียงสมเพชว่า “คนสวน” เป็ดปุ๊กจึงชี้แจงถึงสาเหตุที่มาด้วยกันให้ฟัง แล้วฝากโอมดูแลแก้วให้ดีด้วย

“ผมดูแลอย่างดีที่สุดแล้วครับ” โอมรับปากรับคำ เป็ดปุ๊กจึงโบกมือลาทั้งสองกลับไปที่รถ บอกไม้ให้กลับได้แล้ว

ขณะนั่งรถกลับนั่นเอง เป็ดปุ๊กเปรยๆว่า “ไม่น่าเชื่อเลย เราก็สงสัยอยู่ตั้งนานว่าใครเป็นแฟนแก้ว ที่ไหนได้ เป็นโอมนี่เอง” ไม้ถามทันทีว่าเขาเป็นแฟนกันหรือ “ก็ใช่น่ะซิคะ แก้วโชคดีมากเลย คุณโอมนี่แกทุ่มมากเลยนะ ซื้อดอกไม้ช่อใหญ่ๆ ให้แก้วเป็นประจำ”

“แล้วที่ผมให้คุณเป็นต้นไม้เลยล่ะ ไม่ดีกว่าเหรอ” ไม้แกล้งถาม แล้วทำเฉไฉว่า “พูดเล่นน่ะ ทำไมผู้หญิงถึงชอบดอกไม้” เป็ดปุ๊กบอกว่ามันสวยแล้วก็หอม “มันไม่ได้พิสูจน์อะไรเลย มีเงินจะซื้ออะไรก็ได้ เพื่อนคุณก็จะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาจะซื้อ”

“ไม่มั้ง...คุณโอมแกก็ดูเป็นคนดีออก”

“ก็ดูกันไปแล้วกัน เพื่อนคุณอาจจะโชคร้าย ไม่ใช่โชคดี”

เป็ดปุ๊กมองหน้าไม้อย่างไม่เข้าใจ

ooooooo

กลับถึงบ้าน เชียรออกมาเปิดประตูรั้วให้ ถามอย่างสงสัยว่าไม้มาได้ยังไง เป็ดปุ๊กเลยเล่าให้ฟัง เชียรเปลี่ยนเป็นถามว่าไปตลาดได้อะไรมากินบ้าง

พอเป็ดปุ๊กบอก เชียรทำท่าอร่อยบอกว่าน่ากินทั้งนั้น ไม้เห็นทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงขอตัวกลับ เป็ดปุ๊กชวนกินข้าวด้วยกัน ไม้ขอบคุณที่ชวน แล้วขออนุญาตกลับทางกำแพง พอไม้เดินไปเธอเรียกเขาไว้

“ไม้...เดี๋ยว...ฉันอยากขอโทษ...ที่เคยมองนายในแง่ร้าย คิดว่านายจะหลอกพ่อฉัน นายมีน้ำใจกับพ่อมาก แล้วก็กับ...”

“เอาเป็นว่า ผมรับรู้แล้วว่าคุณไม่ได้มองว่าผมเป็นขโมยขโจรก็แล้วกัน คุณไปกินข้าวเถอะ ผมก็จะกลับแล้ว”

ไม้โดดขึ้นกำแพงแต่อดหันมองเป็ดปุ๊กไม่ได้ เธอโบกมือให้ เขาเลยโบกตอบ ทำให้เสียจังหวะหล่นลงไปดังตุ้บ!

“ไม้...เป็นไรหรือเปล่า” เธอวิ่งไปถามริมกำแพง

“ไม่เป็นไรครับ นิดหน่อยเอง ไปแล้วครับ” พูดแล้วมีเสียงเดินเหยียบใบไม้ใบหญ้าสวบสาบๆ ห่างออกไปไข่มุกค่อยๆ โผล่ลูกตามองทุกอย่างอย่างไม่สะใจ

ooooooo

ตอนที่ 3

วันนี้ ไม้ขึ้นไปบนบ้านต้นไม้ มองไปที่บ้านเป็ดปุ๊ก เห็นเชียรกำลังทำสวนน้ำอยู่คนเดียวท่าทางเหนื่อยเพลีย เขาไม่สบายใจจนไม่อยากดูต่อ แต่พอหันกลับมือถือก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ของเชียร พอไม้รับสายเชียรถามทันทีว่า ไม่เห็นมาที่บ้านหลายวันแล้ว เห็นไม้อึกอักก็บอกว่าไม่เป็นไรถามว่าวันนี้จะมาไหม ตนอยากทำให้มันเสร็จๆ ไปเท่านั้น กลัวต้นไม้จะตายเสียหมด

ไม้ฝืนใจบอกว่าคงไม่ได้เพราะตนอยู่ต่างจังหวัดอีก

หลายวันกว่าจะกลับ แต่ถ้าต้นไม้จะตายเสียหมด พวกนั้นตายก็ไม่เป็นไรให้ไปเอาใหม่ที่ร้านได้ ตนจะให้ฝ้ายพาเด็กๆไปทำให้ แต่เชียรอยากให้เขาทำเองมากกว่า บอกว่ากลับมาวันไหนโทร.บอกก็แล้วกัน พอวางสายจากเชียร ไม้ก็รู้สึกตัวเองไม่น่ารับปากเป็ดปุ๊กว่าจะไม่ไปที่บ้านเธออีกเลย

แต่ความลับไม่มีในโลก เย็นนี้พิกุลเจอเชียรที่สวนหย่อมใกล้สำนักงาน เธอทักอย่างคุ้นเคยและรู้เรื่องดีว่าสวนไม้น้ำที่บ้านเสร็จแล้วใช่ไหม เพราะได้ยินไม้บอกว่าไปทำให้ที่บ้าน จึงรู้จากเชียรว่ายังไม่เสร็จเพราะไม้ไปทำโครงการที่ต่างจังหวัด พิกุลบอกว่าเราไม่มีโครงการอยู่ต่างจังหวัดและไม้ก็ไม่ได้ไปไหนตนเพิ่งเจอเขาเมื่อบ่ายนี้เอง

“แต่เขาบอกผมว่า...ทำไมต้องโกหกกันด้วย” เชียรพึมพำอย่างเสียความรู้สึก พิกุลตกใจที่ตัวเองทำให้เชียรรู้ว่าไม้โกหก แต่ก็นึกสงสัยว่าทำไมไม้ต้องโกหกด้วย

ตกค่ำเมื่อพิกุลมาเล่าให้ไม้ฟัง ไม้ตกใจบอกพิกุลว่า ตนไม่ได้โกหกเพียงแต่บอกความจริงไม่หมดเท่านั้นเอง ถามพิกุลว่าแล้วจะบอกเชียรอย่างไรดี พิกุลบอกว่าวิธีที่ดีที่สุดคือให้พูดความจริงทั้งหมดและบอกความจำเป็นที่ต้องปดด้วย พอดีเชียรโทร.เข้ามือถือ ไม้ดูเบอร์แล้วหน้าเสียเดินเลี่ยงไปรับสาย

“สวัสดีครับคุณเชียร ครับ...ใช่ครับ...พิกุลบอกแล้วเหรอครับ ผมขอโทษนะครับ เอางี้แล้วกันครับ เดี๋ยวผมจะไปหาคุณเชียรรอแป๊บนะครับ”

แล้วไม้ก็ไปจริงๆ โดยปีนกำแพงเข้าไปตามเคย พอขึ้นไปนั่งบนกำแพงก็บอกเชียรว่าตนมีของมาฝากด้วยเป็นการไถ่โทษ แล้วหันไปบอกลูกน้องให้ส่งมาเลย มันคือต้นไม้น้ำจำนวนหนึ่งกับปุ๋ยและยาบำรุงต้นไม้จำนวนหนึ่ง แต่ขณะรับของขึ้นมาน้ำหนักเสียดุลต้นไม้ทำท่าจะร่วง เชียรรีบเข้าไปช่วยรับไว้

“ผมลงไปนะครับ จะได้อธิบายให้คุณเชียรเข้าใจ” เมื่อเชียรพยักหน้าเขาจึงกระโดดจากกำแพงลงไป

ooooooo

ลงมาแล้ว ไม้เล่าความจริงให้เชียรฟัง เชียรบ่นเป็ดปุ๊กว่าคนเราจะดูกันแต่ภายนอกไม่ได้ ไม้บอกว่าตนไม่อยากให้เขามีปัญหากับลูกจึงขอตัดปัญหาไปสักระยะ รอให้เป็ดปุ๊กหายร้อนเสียก่อนค่อยมาใหม่

เชียรกลัวต้นไม้จะรอไม่ไหว ไม้จะให้ฝ้ายกับเด็กๆมาทำพอให้ต้นไม้อยู่รอดไปก่อน แล้วอาทิตย์หน้าตนจะมาตบแต่งให้สวยอีกที เชียรจำใจพยักหน้า อดบ่นไม่ได้อีกว่า

“เอางั้นก็ได้ น่าเสียดายนะ ถ้าเป็ดปุ๊กมีโอกาสได้รู้จักตัวเธอจริงๆ เขาจะรู้ว่าเธอเป็นคนดีแค่ไหน”

“จะมีวันนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ครับ” ไม้ยิ้มอย่างไม่มีความหวังนัก พอดีเป็ดปุ๊กโทร.เข้ามือถือเชียรบอก ว่ากำลังซื้อกับข้าวอยู่หน้าหมู่บ้าน ไม้ได้ยิน เขาพรวดไปที่กำแพงกระโดดเกาะกำแพงดึงตัวขึ้นไปแล้วทิ้งตัวลงอีกฝั่งทันที เชียรก็รีบหันไปหยิบผ้าใบมาคลุมของที่ไม้ขนมา เอาหินทับไว้เรียบร้อย พอดีเป็ดปุ๊กมาถึงพร้อมกับข้าวที่ซื้อมา

เธอถามพ่อว่าเป็นยังไงบ้าง เชียรบอกว่าสบายดีกลางวันว่าจะทำสวนแต่รู้สึกเหนื่อยเลยไปนอนพักตกเย็นก็มาเดินออกกำลังกาย เธอถามอย่างระแวงว่าพ่อทำสวนกับใครหรือ?

“จะทำกับใคร ก็ทำคนเดียวน่ะซี ไม้เขาไม่ว่างมาช่วย” แล้วยกถุงกับข้าวขึ้นดู ชมว่ากับข้าวดูน่ากิน ตนหุงข้าวไว้แล้วเดี๋ยวเราไปกินกันเลย พลางเดินนำเข้าบ้านไปอย่างคึกคักกระฉับกระเฉง

“ถ้านายไม้ไม่มา แล้วทำไมพ่อถึงดูคึกคักนัก ไม่ซึมเหมือนเมื่อวาน?” เป็ดปุ๊กนึกสงสัย มองไปที่สวนน้ำเห็นบางอย่างผิดปกติ เดินไปเปิดผ้าใบที่คลุมบางอย่างออกดู เห็นของแล้วก็ยิ่งสงสัย

ooooooo

รุ่งเช้า เป็ดปุ๊กขับรถไปที่สวนขวัญ ก่อนถึงเธอเอากระเป๋าสะพายมาหยิบตลับแป้งจะเติมแป้งที่หน้า แต่ถูกรถคันหลังบีบแตรเตือน เธอจึงวางกระเป๋าไว้บนตักแล้วขับเลี้ยวเข้าไปในร้านสวนขวัญ

เดินเข้าไปในร้านไม่เห็นใครเลย เธอวางกระเป๋าที่ยังไม่ได้ปิดไว้บนโต๊ะหันหาใครบางคน

“มาแต่เช้าเลย” เสียงไม้ทักจากข้างหลัง เธอสะดุ้งมือปัดถูกกระเป๋าตกของในกระเป๋าหล่นออกมา เธอรีบก้มเก็บ ไม้ช่วยเก็บด้วยกลับถูกสั่งไม่ต้องยุ่ง ตนเก็บเอง

ที่แท้เธอต้องการมาต่อว่าไม้ที่ไม่ทำตามที่รับปากไว้ เมื่อวานยังไปที่บ้านอีก ไม้บอกว่าที่จริงตนก็ไม่อยากไป แต่รู้สึกว่าพ่อเธอรู้สึกแย่มากเลยต้องไปดูแล กลับถูกย้อนประชดว่าเขาเป็นญาติฝ่ายไหนของพ่อไม่ทราบ ไม้ทนไม่ได้เลยย้อนถามว่า

“ผมก็อยากจะถามคุณเหมือนกันว่าคุณเป็นลูกแบบไหนถึงได้ปล่อยให้พ่อต้องเป็นทุกข์แบบนั้น”

“นายไม้! ไม่ต้องมากวน จะบอกให้นะ ฉันพยายามทำสิ่งที่ดีที่สุดให้พ่อของฉัน นายเป็นคนนอก ไม่รู้หรอกว่าเราสองคนต้องเจออะไรมาบ้าง คนอย่างนายทำได้ก็แค่หลอกให้คนแก่หายเหงา แต่นายไม่ได้รู้ดีพอจนพอจะช่วยให้เขาหายทุกข์แล้วกลับมามีความสุขได้หรอก มันเป็นหน้าที่ของฉันนี่ อย่าได้มาทำเป็นเก่ง ยังไงนายก็ไม่ใช่ลูกของพ่อ”

เป็ดปุ๊กว่าฉอดๆ หยุดหายใจพยายามระงับความโกรธแต่ก็ยังไม่วายขู่ว่า

“ถ้าฉันรู้ว่านายไปที่บ้านฉันอีก ฉันให้ตำรวจลากคอนายเข้าคุกแน่ จำไว้ด้วย!” พูดแล้วเดินกลับไปเลย

ooooooo


เป็ดปุ๊กไปถึงบริษัทสายไป 15 นาที เจอแก้วกำลังคุยอะไรอยู่กับพิมพา พอเธอเดินเข้าไปก็ถูกพิมพามองด้วยหางตาแล้วเดินผ่านไปเลย เป็ดปุ๊กสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น?

ถามแก้วจึงรู้ว่า พิมพามาถึงบริษัทตั้งแต่เจ็ดโมง พอตนมาถึงพิมพาก็เอาเอกสารมาถามว่ารู้จักลูกค้ารายนี้ไหมแล้วให้ทำใบเสนอราคาให้ เป็ดปุ๊กเปิดแฟ้มดู บอกแก้วว่าแก้วเซ็นรับรองไปเองแบบนี้ก็ต้องรับผิดชอบไปจนกว่าจะจบงาน แก้วตอบอย่างมั่นใจว่า ตนทำได้ไม่ลองแล้วจะทำได้หรือ

“ลูกค้าเจ้านี้เป็นลูกค้ารายใหญ่ จะมาทดลองอะไรไม่ได้หรอก ไม่เป็นไร เดี๋ยวเป็ดจะโทร.ไปเคลียร์กับลูกค้า แล้วรับงานมาทำเอง” แต่พอจะเอามือถือมาโทร. ปรากฏว่ามือถือหาย เป็ดปุ๊กเชื่อว่าต้องตกที่ร้านต้นไม้ตอนทำกระเป๋าตกแน่ๆ

แก้วพยายามที่จะให้เป็ดปุ๊กใช้มือถือตัวเองโทร.ไปติดต่อลูกค้า แต่เป็ดปุ๊กรู้ทันบอกว่าเดี๋ยวลูกค้าโทร.กลับแล้วจะสับสน หันไปใช้โทรศัพท์ออฟฟิศโทร.แล้วบอกให้โทร.กลับมือถือของตน ทำให้แก้วไม่พอใจนัก

ตกเย็น เป็ดปุ๊กไปที่ร้านสวนขวัญ ปรากฏว่าไม้ไม่อยู่ เธอบอกฝ้ายว่าจะมาถามไม้ว่าขโมยมือถือของตนไปหรือเปล่า ฝ้ายสวนทันทีว่าไม้ไม่ใช่คนแบบนั้น แต่เป็ดปุ๊กก็ยังยืนยันว่าไม้ต้องเก็บไว้แน่ ฝ้ายจึงรับปากว่าถ้าเจอก็จะถามให้

“ไม่ใช่แค่ถาม บอกให้เขาเอาไปคืนฉันเลย เพราะถ้าฉันไม่ได้โทรศัพท์คืน ฉันจะแจ้งตำรวจ”

ฝ้ายทำหน้าสยอง ถามว่าโทรศัพท์เธอยี่ห้ออะไรรุ่นไหน

ooooooo

ที่บ้านย่าขวัญ...ไม้กำลังว่ากล่าวตักเตือนตั๊กแตนเรื่องไม่สนใจการเรียนเอาแต่เที่ยว แม้แต่กับย่าขวัญก็ไม่อยู่ดูแลช่วยงาน ที่สำคัญชอบทำตัวเป็นสก๊อยเที่ยวแรดไปหาผู้ชาย

แตนโต้ว่าตนต้องมองหาเพื่อนชายเสียแต่ตอนนี้ไม่รอจนแก่งั่กอย่างเขาหรอก ป่านนี้ก็ยังหาแฟนไม่ได้

“พี่ไม่ใช่หาไม่ได้ แต่ไม่อยากหาต่างหาก มีไปทำไมแฟน กวนตัวกวนใจเปล่าๆ”

พอดีฝ้ายเข้ามาบอกไม้ว่าเมื่อกี๊เป็ดปุ๊กมาหา ตอนนี้กลับไปแล้วแต่ฝากมาบอกว่า ให้เอาโทรศัพท์มือถือที่เก็บไว้ไปคืนโดยด่วน ไม้ทำหน้างง ฝ้ายอธิบายว่า

“ก็มือถือที่คุณเป็ดปุ๊กเขาทำหล่น แล้วใครบางคนแอบเก็บไว้เป็นที่ระลึก ไว้ดูแทนตัวยามฝันถึงน่ะซีคะ” เห็นไม้ยังทำหน้างง ฝ้ายบอกว่า “เขาบอกเมื่อเช้าเขาทำกระเป๋าตกที่ร้าน”

“ไม่เห็นมีโทรศัพท์ ไหนบอกมาซิ โทรศัพท์

ยี่ห้ออะไร รุ่นอะไร เก่าแค่ไหน”

แม้จะบอกว่าไม่เห็น แต่ค่ำนี้ไม้ก็ไปหาแถวที่เป็ดปุ๊กทำกระเป๋าสะพายหล่นเมื่อเช้า ฝ้ายก็ยังพยายามอำว่าเขาเก็บได้และเอาไว้เป็นที่ระลึก

“ฉันไม่เห็น และก็ไม่คิดจะเก็บอะไรของยัยนั่นเป็นที่ระลึกหรอก”

“จริงหรือคะ หมายความว่าคุณเป็ดปุ๊กไม่ได้มีความหมายอะไรเลยเหรอ”

“ไม่มี แล้วไม่มีวันจะมีด้วย คนอะไรรั้น คิดว่าตัวเองรู้ไปหมดทุกอย่าง ไม่เคยฟังคนอื่น เที่ยวไปพูดว่าฉันผิดปกติ”

ฝ้ายสนใจจี้ถามว่าผิดปกติยังไงหรือ ไม้ตัดบทว่าไม่อยากพูด แล้วบ่น

“จริงๆแล้วตัวเองก็เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆที่แทบไม่เข้าใจโลกเลย”

“เจอกันกี่ครั้ง เข้าใจเขาดีจังเลยนะคะ อย่างกับ.... กำลังพูดถึงตัวเอง” ไม้มองขวับถามว่าอะไรนะ! “ฝ้ายว่าคุณเป็ดปุ๊กก็คล้ายๆกับคุณนั่นแหละ แบบนี้ถ้าได้แต่งกัน ส่วนที่ดีก็คงจะส่งเสริมกันจนเจริญรุ่งเรือง แต่ส่วนที่ไม่ดีที่เหมือนกัน มันจะทำให้เหมือนตกนรกทั้งเป็นเลยล่ะค่ะ”

“งั้นฉันก็โชคดี ฉันไม่ต้องตกนรก เพราะฉันไม่มีวันจะแต่งงานกับคุณเป็ดแน่ เอาล่ะ หาต่อก่อน ถ้ามันตกอยู่จริงๆก็ต้องเจอ ไม่งั้นคุณเป็ดเขาก็ต้องโกหก”

“ไม่โกหกหรอกค่ะ ท่าทางเขาเดือดร้อนจริงๆ”

ฝ้ายพูดจริงจังจนไม้นิ่งคิด...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ไม้ไปหาเชียรที่บ้าน พอรู้ว่าเป็ดปุ๊กไปทำงานแล้ว เขาจึงขอเข้าไปแต่งสวนน้ำให้เสร็จพอเข้าบ้านก็เอามือถือออกมาให้เชียรถามว่าของเป็ดปุ๊กหรือเปล่า

เชียรถามว่าแล้วโทรศัพท์ไปอยู่กับเขาได้อย่างไร ไม้จึงเล่าให้ฟัง แล้วพูดออกตัวว่า ตนใช้มือถือรุ่นนี้ไม่ค่อยเป็นเลยกดผิด สงสัยจะลบข้อมูลในโทรศัพท์ไปหมด ไม่รู้เธอจะโกรธตนหรือเปล่า

“จะโกรธได้ไง ไปทำของตกไว้เอง โชคดีแค่ไหนแล้วที่ได้คืน” ไม้บอกว่าถ้าเธอคิดอย่างนั้นก็ดี  แล้วตีหน้าเศร้า เชียรจึงพูดให้สบายใจว่า “บอกข่าวดีให้ก็ได้ ฉันได้ยินเขาบอกว่าเขาเซฟข้อมูลโทรศัพท์ไว้ในคอมพิวเตอร์เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง เขาเอากลับมาใส่ในโทรศัพท์ได้ไม่ยากหรอก มา...มาช่วยกันทำสวนให้เสร็จๆเถอะ” ขณะไปทำสวนกัน เชียรเปรยๆว่า “บอกตามตรงนะ ไม่ได้เจอหน้าเธอ 2-3 วัน มันเหงาจริงๆเลย”

ทั้งสองช่วยกันทำสวนน้ำทั้งเพลินทั้งมีความสุข

ตกค่ำเป็ดปุ๊กกลับมาเห็นสวนแต่งเสร็จแล้ว เห็นความสวยงาม แล้วเธอเชื่อว่าไม่ใช่ฝีมือของลูกน้องแน่ บ่นพ่อว่าพูดไม่เชื่อจริงๆ

แต่แล้วก็ใจเสียเมื่อร้องเรียกพ่อแล้วไม่มีเสียงตอบรับ เมื่อเดินหาจนทั่วบ้านแล้วไม่เจอ เอะใจว่าถ้าไปไหนพ่อก็น่าจะทิ้งโน้ตไว้ เดินหาไปจนถึงห้องครัว เห็นมือถือวางอยู่ก็ฉุกคิดว่า มือถือมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เชื่อว่าพ่อต้องอยู่กับไม้แน่ๆ

ooooooo

อึดใจเดียว เป็ดปุ๊กก็ไปถึงร้านสวนขวัญ ถามฝ้ายทันทีว่าไม้อยู่ไหม ฝ้ายบอกว่ากำลังจะปิดร้านพรุ่งนี้ค่อยมาซื้อก็แล้วกัน เป็ดปุ๊กบอกว่าตนไม่ได้มาซื้ออะไรแต่มาหานายไม้

ฝ้ายพูดถ่วงเวลาและกลบเกลื่อนเพื่อไม่ให้เป็ดปุ๊กเข้าไปหลังร้าน เป็ดปุ๊กเลยบอกว่า

“มีคนเอาโทรศัพท์ไปคืนฉันแล้ว นายไม้เอาไปคืนใช่ไหม” ฝ้ายบอกว่าตนไม่ทราบ “แล้วเขาอยู่ไหน พ่อฉันมาอยู่กับเขาหรือเปล่า” ฝ้ายบอกไม่ทราบเหมือนกัน “ไม่รู้ว่าเขาอยู่ไหนเหรอ หรือไม่รู้ว่าพ่อฉันอยู่กับเขาหรือเปล่า”

ฝ้ายตอบไม่สบตาว่าไม่รู้ทั้งสองอย่าง เป็ดปุ๊กจึงบุกไปหลังร้านบอกว่าจะไปหาพ่อเอง ฝ้ายขู่ว่าหลังร้านรกมีงูชุม แต่ก็หยุดเป็ดปุ๊กไม่ได้ ฝ้ายยืนเกาหัวบ่น “ไม่สำเร็จ เฮ้อ...ถูกด่าอีกแน่ๆนังฝ้ายเอ๊ย”

ในที่สุด เป็ดปุ๊กก็เจอเชียรอยู่บนบ้านต้นไม้ เธอตกใจถามว่าพ่อขึ้นไปทำไม

“ขึ้นมาดูบ้านต้นไม้ของนายไม้เขา เท่ไหมล่ะ มีบ้านต้นไม้ด้วย”

เป็ดปุ๊กเป็นห่วงบอกให้พ่อลงมา เชียรไม่อยากให้ลูกเป็นห่วงจึงค่อยๆไต่บันไดลงมา แต่พลาดตกลงมาสูงประมาณ 3 เมตรทำให้เจ็บจนลุกไม่ขึ้น ไม้อุ้มไปหน้าร้านแล้วเรียกรถพยาบาลมารับไป

ระหว่างที่เชียรเข้าห้องฉุกเฉินนั้น เป็ดปุ๊กกับไม้รออยู่ข้างนอกก็โต้เถียงกันรุนแรง เป็ดปุ๊กโทษว่าเพราะเขาพาพ่อขึ้นไปบนบ้านต้นไม้จึงทำให้พ่อต้องตกลงมาเจ็บ ไม้โต้ว่าพ่อเธอรบเร้าอยากขึ้นไปเองตนเลยต้องพาขึ้นไป ชี้ให้เห็นว่า

“คุณนี่เก่งแต่ยัดเยียดความผิดให้คนอื่นจังเลยนะ ผมจะบอกอะไรให้ ความผิดไม่ได้อยู่ที่ผมหรอกมันอยู่ที่ ‘คุณ’ ต่างหาก!” พอถูกถามอย่างไม่พอใจว่ายังไงนะ! ไม้ชี้แจงว่า “ถ้าคุณเข้าใจพ่อคุณดีพอ รู้ว่าเขากำลังรู้สึกอะไร คุณก็ควรจะดูแลเขาให้ดีกว่านี้ ไม่ปล่อยให้เขาต้องรู้สึกโดดเดี่ยว เหมือนอยู่คนเดียวในโลก แล้วเขาก็คงไม่มาหาผม แล้วให้ผมต้องทำหน้าที่แทนคุณอยู่นี่ไง”

เป็ดปุ๊กนิ่งอึ้ง ครู่หนึ่งเธอร้องไห้ พูดปนสะอื้น...

“ฉันเป็นลูกที่แย่มากใช่ไหม ทำให้นายต้องทำหน้าที่แทนฉัน ทั้งหมดนี่มันเป็นความผิดของฉัน!!”

พอเห็นน้ำตาเธอ ไม้ก็ใจไม่ดี รีบบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจว่าเธอแบบนั้น แต่เป็ดปุ๊กก็เอาแต่ร้องไห้โทษแต่ว่าเป็นความผิดของตัวเอง

หมอตรวจแล้วปรากฏว่าเชียรแค่สะโพกครากเท่านั้น พอเชียรออกมาเห็นเป็ดปุ๊กตาแดงๆถามว่าร้องไห้หรือ ไม้จึงบอกว่า “เขาเป็นห่วงคุณมากครับ” เชียรเรียกเป็ดปุ๊กเข้าไปหา จับมือเธอขอโทษที่ตนทำให้ต้องเป็นห่วง ไม้ผสมโรงขอโทษด้วย เชียรถามว่าเขาเกี่ยวอะไรด้วย ไม้ตำหนิตัวเองว่าไม่น่าจะให้เขาขึ้นไปตั้งแต่แรกแล้ว

“ฉันบังคับให้เธอพาฉันขึ้นไปต่างหาก นี่...แล้วจะบอกให้นะไม้ ถึงจะต้องเจ็บ แต่มันก็คุ้มที่ได้ขึ้นไปบนนั้น” แล้วหันบอกเป็ดปุ๊ก “วันหลังพ่อจะพาขึ้นไป”

“บนนั่นน่ะมันห้องนอนผม ผู้หญิงที่จะขึ้นไปบนนั้นได้ มีแต่เจ้าสาวของผมเท่านั้น”

“ถ้างั้นชาตินี้ก็คงไม่มีผู้หญิงคนไหนได้ขึ้นไปบนนั้น” เป็ดปุ๊กปรามาสเสียจนไม้อึ้ง

“พูดแบบนั้นได้ยังไงลูก” เชียรติง ไม้เอ่ยขึ้นว่าถ้าไม่เป็นอะไรมากตนก็ขอตัว แต่พอเขาเดินออกไปเป็ดปุ๊กนึกอะไรได้ตามออกไปเรียก แต่ไม้หายไปแล้ว เธอบ่นว่าคนหรือผีเนี่ย เชียรถามว่ามีอะไรหรือ

“ว่าจะถามเขาเรื่องโทรศัพท์เป็ดน่ะค่ะ เป็ดเห็นมันวางอยู่บนโต๊ะในครัว”

ระหว่างนั่งรถกลับกันนั้น เชียรเล่าว่าไม้เอาโทรศัพท์มาคืนบอกว่าเจออยู่ใต้ตู้ในร้าน แต่เป็ดปุ๊กยังมองเขาในแง่ร้ายว่าถ้าตนไม่ไปขู่ก็คงไม่ได้คืน เธอมองเขาในแง่ลบไปหมดทุกอย่าง จนเชียรติงว่า

“เมื่อไหร่ลูกถึงจะเชื่อพ่อสักทีว่าไม้น่ะเขาเป็น คนดี...พ่อขอร้องนะ เลิกมองไม้ในแง่ร้ายสักที เขาดีกับพ่อ ดีกับพวกเรามาก ถ้าไม่มีเขา พ่อก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองจะเป็นยังไง”

เมื่อกลับถึงบ้าน เชียรดูยาในถุงจึงรู้ว่าหายไปสองซอง บอกให้เป็ดปุ๊กไปหาในรถ เธอไม่เพียงเจอยาที่หล่นอยู่ หากยังเจอโทรศัพท์ด้วย เธอรู้สึกละอายใจวูบขึ้นมามอง โทรศัพท์ที่ไม้เอามาให้ เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ยังมีอีกเรื่องที่ค้างคาใจ

เอายาให้พ่อแล้วเธอขึ้นไปที่ห้องนอน มองโทรศัพท์ในมือพึมพำ... “นายทำแบบนี้ทำไม”

ooooooo

รุ่งขึ้น ก่อนออกไปทำงาน เธอบอกพ่อว่าถ้าวันนี้ไม้มาให้เขาอยู่รอด้วย ตนมีอะไรอยากคุยกับเขาหน่อย

เชียรแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของลูก แต่ก็รับ ปากว่าถ้าไม้มาก็จะบอกให้แต่ไม่รู้ว่าเขาอยากจะอยู่คุยหรือเปล่า เห็นเชียรหิ้วถุงขยะจะไปทิ้งเลยรับเอาไปทิ้งเอง ปรากฏว่าถังขยะเต็มจนล้น พอดีขับรถไปสวนกับพิกุลจึงชะลอรถถามว่าทำไมเขาไม่มาเก็บขยะ

พิกุลบอกว่าเป็นแบบนี้ทุกหมู่บ้านบนถนนสายนี้เลยเพราะรถขยะของเทศบาลเสีย กว่าจะซ่อมเสร็จเป็นเดือน แต่ก็บอกว่าไม่ต้องตกใจ ตนคุยกับเขาแล้ว เขาบอกว่าจะเกลี่ยรถมาขนไปอาจจะอีกสักวันสองวัน ตนจะคอยจี้เขาให้อีกที

แต่พอไปถึงที่ทำงาน  เป็ดปุ๊กก็รู้สึกแก้วหน้าบึ้งตึงผิดปกติ เมื่อมีโทรศัพท์เข้ามือถือก็กดทิ้ง เป็นอยู่อย่างนี้หลายครั้งจนมีสายเข้าเครื่องบนโต๊ะขอคุยกับแก้ว แต่พอจะบอกแก้ว แก้วปฏิเสธไม่คุย เป็ดปุ๊กเลยต้องปดว่าแก้วออกไปข้างนอก แต่พอจะถามชื่อปรากฏว่าปลายสายวางไปแล้วแต่เป็ดปุ๊กก็เดาได้ว่าคงเป็นแฟนกัน ถามแก้วว่าทะเลาะกันหรือ

“เปล่าหรอก แค่รู้สึกว่าเขาไม่พร้อม” เธอถามว่าแล้วเขาต้องทำอย่างไรถึงจะพร้อมสำหรับแก้ว “ก็ไม่ต้องทำอะไรมากหรอก แค่ทำให้รู้ว่าเขาแคร์เรา พร้อมที่จะทำเพื่อเรา ให้เรารู้ว่าความรู้สึกของเราสำคัญสำหรับเขา” พูดแล้วทำงานต่อ

เป็ดปุ๊กนิ่งคิดไปกับคำตอบของแก้ว...

ooooooo

วันนี้เชียรโทร.ไปหาไม้ เขามาเอาบ่ายแก่ๆ เขาถามอาการเจ็บสะโพกว่าเป็นอย่างไรบ้าง เชียรบอกว่าได้ยาแก้ปวดไปก็ดีขึ้น แต่ยังไม่กระฉับกระเฉงนัก

ไม้ถามว่าโทร.ให้ตนมาหามีอะไรหรือ เชียรบอกว่าตนอยากมีเพื่อนคุยถามว่าว่างไหม ไม้บอกว่าบ่ายนี้ว่าง จึงชวนไปดูต้นไม้กัน ระหว่างนั้นเชียรชวนให้อยู่ถึงเย็นได้ไหม รอจนกว่าเป็ดปุ๊กจะกลับมา ไม้ตอบรับด้วยความยินดี จะอยู่ทานข้าวด้วยกันเลยก็ได้เพราะเห็นย่าขวัญบอกว่าเย็นนี้จะทำปลาทูต้มเค็ม เดี๋ยวจะให้ฝ้ายไปเอามาส่งให้ทางกำแพง

“ปลาทูต้มเค็มเหรอ เดี๋ยวนี้หากินยากนะเนี่ย”

“ต้องแก่ระดับย่าผมเท่านั้นแหละครับถึงจะกล้าทำ” ไม้พูดขำๆ แล้วหัวเราะกันอย่างสบายใจ

เป็ดปุ๊กกลับมาเห็นถังขยะที่บ้านยังเต็มจนล้นอยู่ เธอมองเบื่อๆ แล้วมองเลยไปที่บ้านไข่มุกที่เมื่อเช้าขยะก็เต็มเหมือนกัน แต่ตอนนี้กลับไม่มีขยะเหลือในถังเลย เธอพึมพำแปลกใจ “ทำไมเป็นแบบนี้...”

เมื่อเข้าบ้านเจอไม้รออยู่ เธอชวนไปคุยข้างนอกกัน เชียรแซวเธอว่าอย่ารุนแรงกับไม้เขานะ เธอบอกว่าจะพยายามแล้วเดินออกไปคุยกับไม้ข้างนอก

“นายทำแบบนี้ทำไม” เธอเปิดฉากอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พอไม้ถามว่าหมายความว่ายังไง เธอจึงบอกว่า“นายเอา โทรศัพท์เครื่องนึงมาให้พ่อฉัน บอกว่าฉันทำตกไว้ที่นั่น แต่จริงๆแล้ว โทรศัพท์ของฉันมันตกอยู่ใต้เบาะในรถ” พูดแล้วเห็นไม้นิ่งก็พูดเสียงเข้ม “ที่ฉันเกลียดมากๆก็คือคนโกหก”

“ผมไม่ชอบเหมือนกัน แล้วก็ไม่เคยโกหกมาก่อน แต่ตั้งแต่เจอคุณผมโกหกเป็นไฟเลย” เป็ดปุ๊กเดือดปุดที่เขาหาว่าตนทำให้เขาโกหก “เปล่าๆเอางี้ ผมก็แค่ไม่อยากเห็นคุณไม่สบายใจ ท่าทางคุณเดือดร้อนมากเวลาไม่มีโทรศัพท์ ผมไม่อยากให้งานคุณเสีย ไม่อยากให้คุณมีปัญหา”

เธอถามว่าตนมีปัญหาแล้วเกี่ยวอะไรกับเขา   ไม้ตอบหน้านิ่งว่า “เวลาคุณมีปัญหา ผม...ผมก็...ถูกด่า”

เป็ดปุ๊กไม่รู้จะพูดอะไรจะด่ายังไงอีก เลยเอาโทรศัพท์คืนให้เขา แต่ไม้ไม่รับคืนอ้างว่าใช้ไม่เป็น เธอบอกว่าไม่อยากเป็นหนี้เขา  เขาบอกว่าผ่อนให้ตนก็ได้ เธออ้างอีกว่าไม่อยากมีสองเครื่อง  เขาแนะนำว่าเอาไว้เผื่อทำตกที่ไหนอีก

เป็ดปุ๊กเตือนอย่างหงุดหงิดว่าอย่ากวนประสาทได้ไหมวันนี้ตนมีเรื่องกวนใจมากอยู่แล้ว ไม้ยังอยากยั่วอีกแต่ก็เปลี่ยนใจถามว่าเครียดเรื่องอะไร  เรื่องงานหรือเรื่องบ้าน เธอจึงเล่าเรื่องถังขยะให้ฟังว่า

“เขาบอกว่ารถขยะเสีย เลยมาเก็บขยะทั้งหมู่บ้านไม่ได้ แต่ทำไมบ้านอื่นเขาขนไปทิ้งได้?” ไม้ถามว่าบ้านไหน เป็ดปุ๊กพาเขาเดินไปหน้าบ้านผายมือไปที่ถังขยะบ้านไข่มุก “เมื่อเช้ามันก็ล้นเหมือนที่บ้านฉัน แต่ตอนนี้ มันหายไปหมดแล้ว”

ไม้เดินไปดูถังขยะบ้านไข่มุก เห็นว่าในถังไม่มีขยะเลย เขาพูดเสียงดังอย่างไม่พอใจ

“ทำแบบนี้อีกแล้วหรือ”

ooooooo

เย็นวันรุ่งขึ้นมีปัญหาใหญ่โตขึ้นทันที เมื่อไข่มุกมาโวยวายที่สำนักงานขายขอพบผู้จัดการ พิกุลบอกว่าผู้จัดการออกไปแล้วก็จะให้ตามกลับมา พิกุลไม่ตาม แต่ก็พอดีหทัยเข้ามา ไข่มุกหันไปไล่บี้ทันที พาหทัยไปที่หน้าบ้านตนแล้วชี้ให้หทัยดูรั้วสังกะสีเก่าๆที่มากั้นระหว่างบ้านตนกับสวนของไม้ หทัยถามว่าใครทำ

“ก็จะใครเสียอีกล่ะไอ้บ้าคนสวนของคุณนั่นแหละแสบจริงๆ”

เป็ดปุ๊กกลับมาเห็นคนมุงกันอยู่ถามว่ามีอะไรหรือ ไข่มุกชี้ให้ดูรั้วสังกะสีที่เพิ่งมากั้น เป็ดปุ๊กถามว่าใครมากั้นหรือ

“ไอ้บ้าคนสวนนั่นแหละ” เป็ดปุ๊กถามว่าเขาทำได้ยังไง  เจ้าของสวนยอมได้ยังไง “มันก็คงไปหลอกลวงอะไรเจ้าของสวนเขาน่ะซีคะเขาถึงยอมให้มันทำแบบนี้”

ครู่หนึ่ง เชียรออกมาถามว่ามีอะไรกันหรือ พอรู้ว่าเรื่องรั้วสังกะสี เชียรบอกว่าพวกคนสวนมากั้นตอนกลางวัน เป็ดปุ๊กถามว่าไม้ด้วยหรือเปล่า พอเชียรบอกว่าด้วย ไข่มุกได้ทีถล่มไม่ยั้ง...

“เห็นไหมคะ เป็นมันจริงๆด้วย เนี่ยมันมีเจตนาจะแกล้งฉันชัดๆคิดดูซีคะ ถ้าตั้งใจจะทำรั้วจริงๆทำไมไม่ทำให้ตลอดจนถึงบ้านคุณเป็ดปุ๊ก นี่ตั้งใจทำเฉพาะที่บ้านฉันคนเดียว”

“แล้วทำไมเขาถึงต้องแกล้งคุณด้วยล่ะคะ”

เป็ดปุ๊กถาม ไข่มุกอึกอักก่อนที่จะร่ายยาวออกมาอย่างมีอารมณ์ว่า

“ก็...เพราะมันไม่ชอบฉัน ฉันไม่ได้จ่ายเงินค่าทำสวนให้มัน ก็มันทำไม่ได้ดังใจ ฉันสั่งอย่างมันทำอย่าง” แล้วหันไปพูดกับหทัย “ไม่รู้ล่ะ คุณต้องจัดการเรื่องนี้ให้ฉันด้วยนะคะ ดิฉันไม่ยอมหรอก ซื้อบ้านหลังตั้งหลายล้าน จะมามีรั้วแบบนี้อยู่ติดกำแพงได้ยังไง สกปรก บังแดดบังลม อย่างกับคุก ดูแล้วทุเรศนัยน์ตาเป็นที่สุด”

“ค่ะ...ใจเย็นๆก่อนค่ะ เดี๋ยวฉันจะคุยให้เอง จะให้เขารีบรื้อออกไปค่ะ” หทัยรับปาก

“แน่ใจเหรอว่าเขาจะยอม” เสียงไม้แทรกเข้ามา

ทุกคนหันมองเห็นไม้นั่งหน้านิ่งอยู่บนกำแพง

“เรื่องแบบนี้มันขอกันง่ายๆ ไม่ได้หรอกครับ” ไม้พูดทั้งที่ยังนั่งคร่อมอยู่บนกำแพง เชียรทำหน้า บุ้ยใบ้ให้ไม้ลงจากกำแพงเสีย ไม้จึงเอ่ย “ขออนุญาตนะครับคุณเชียร”

ไข่มุกถือวิสาสะเข้ามาในบ้านชี้ให้ทุกคนดูพฤติกรรมของไม้ที่นั่งอยู่บนกำแพง ยุเป็ดปุ๊กว่าอย่ายอม ให้แจ้งตำรวจจับเลย หทัยพูดเบาๆกับพิกุลให้ไปบอกไม้ลงมาเสีย พิกุลไม่กล้า เป็ดปุ๊กจึงร้องบอกไม้ให้ลงมาเสีย เขาเล่นแง่ว่าถ้าตนลงไปเธอก็เรียกตำรวจจับน่ะซิ

“อย่างกับนายอยู่บนนั้นตำรวจจะจับนายไม่ได้” เป็ดปุ๊กโต้ เขาสวนมาว่าตนไม่ได้ทำผิดอะไร “ปีนกำแพงบ้านคนอื่นเข้ามาเนี่ยนะไม่ผิด”

“ผมขออนุญาตแล้ว ใช่ไหมครับคุณเชียร” ไม้หาพยาน

เชียรพยักหน้าแล้วบอกเป็ดปุ๊กว่า ไม้ขออนุญาตตนเมื่อกี๊นี้และตนก็อนุญาตแล้ว เป็ดปุ๊กพูดไม่ออกได้แต่ส่ายหน้าเบื่อๆกับผู้ชายสองคนนี้

ไข่มุกกัดไม่ปล่อย สั่งไม้ให้ไปเอารั้วสังกะสีออกเดี๋ยวนี้ ไม้บอกว่าคงยากเพราะเจ้าของเขาขอร้องให้ตนทำเอง ไข่มุกหาว่าเขาหลอกเจ้าของสวน ไม้โต้ว่าเจ้าของสวนเขามีเหตุผลของเขา เป็ดปุ๊กถามแทรกขึ้นว่าเหตุผลอะไร

พอไม้ถามไข่มุกว่าจะให้ตนสาธยายให้ทุกคนฟังไหม ไข่มุกชะงักแต่ยังปากกล้าตัดบทว่า

“ไม่ต้องมาพูดมาก รื้อออกไปให้หมดเดี๋ยวนี้เลย ไม่อย่างนั้นฉันจะให้คุณหทัยไล่คนบ้าอย่างแกออก”

“เจ้าของที่เขากำลังจะให้คุณหทัยไล่ลูกบ้านบางคนที่ไร้สติ นิสัยทราม ชอบเอาขยะโยนข้ามรั้วไปที่เขาเหมือนกัน”

พอถูกไม้แฉ ไข่มุกก็แถว่าตนไม่รู้เรื่อง ไม้เลยกระโดดจากกำแพงลงมาสาวไส้เสียเลย...

“ไม่รู้ไม่เห็นเหรอ แสดงว่าไม่เข็ดใช่ไหม วันก่อนโยนถุงเปลือกกุ้งหัวกุ้งเข้าไป ถูกเหวี่ยงกลับออกมายังไม่เข็ดใช่ไหม วันหลังโยนอะไรเข้าไป จะโยนกลับออกมาให้หมดเลย แล้วจะแถมขยะของฝั่งนู้นเข้ามาให้ด้วย”

“อย่านะ!” ไข่มุกร้องลั่น

ไม้ถามว่าไม่ชอบเหมือนกันใช่ไหม ใครๆ ก็ไม่ชอบขยะทั้งนั้น บ้านใครใครก็รัก แต่ไข่มุกก็ยังตะบี้ตะบันตะแบงจะเอาชนะให้ได้ กระทั่งอ้างว่าที่ฝั่งโน้นเป็นสวนรกๆ ไม่มีคนอยู่ ไม้ถามว่ารู้ได้ยังไงว่าไม่มีคนอยู่ แต่ถึงไม่มีคนอยู่แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรเอาขยะไปทิ้งในเขตที่ดินของเขา

เมื่อไข่มุกแถไปไม่เลิกอ้างว่าเจ้าของที่เขายังไม่ว่าอะไรเลย ไม้ชี้ให้เห็นว่าการที่เขากั้นรั้วก็แสดงว่าเขาไม่พอใจ แล้วถามว่าหรือถ้าอยากจะให้ชัดกว่านี้เดี๋ยวตนจะไปบอกให้ทำรั้วสูงจนพ้นบ้านคุณไปเลย

หทัยเห็นท่าเรื่องจะไม่จบง่าย เดินเข้าไปบอกไข่มุกให้ออกมาก่อนเดี๋ยวตนจะคุยให้เอง ไข่มุกเลยได้โอกาสถอยออกมาเพราะตัวเองกำลังจะจนแต้ม เป็ดปุ๊กที่ยืนฟังมาแต่ต้น มองไม้อึ้งๆ กับความปากจัดของเขา

พอออกไปคุยกับหทัย ไข่มุกเล่นแง่อีก ยืนยันต้องให้เขามารื้อรั้วออกไปให้หมด ทำเป็นหัวหมออ้างกฎหมายว่าทำแบบนี้ไม่ได้ แต่พอพิกุลถามว่ากฎหมายให้ทำได้แค่ไหนหรือ ไข่มุกก็ชะงักย้อนเสียงเขียวว่าจะไปรู้ได้ไงตนไม่ใช่ทนาย

“เอาเถอะๆ” หทัยตัดบทสงบศึก “ก็เอาอย่างที่ฉันบอกก็แล้วกันนะคะ เดี๋ยวฉันไปคุยกับเขาให้ ทำใจร่มๆ เถอะค่ะ คิดมากจะเครียดไปเปล่าๆ”

ooooooo

เป็ดปุ๊กเสนอว่าไม้น่าจะคุยกับเจ้าของสวนให้เขาค่อยๆ คุยกับไข่มุกบ้าง ไม้บอกว่าไม่มีใครเคยคุยดีๆ กับเขาได้

แต่ทั้งสองเหมือนขมิ้นกับปูน พูดกันไม่กี่คำก็โต้เถียงกันหน้าดำหน้าแดง เมื่อเป็ดปุ๊กไม่อยากให้เขาทะเลาะกับเพื่อนบ้าน ส่วนไม้ก็ไม่ต้องการเพื่อนบ้านแบบนั้นเหมือนกัน ต่างเสียงดังหน้าตึงใส่กัน จนเชียรต้อง ออกมาหย่าศึก เอาน้ำใบเตยมาดับร้อน ส่งให้คนละแก้ว แต่พอเป็ดปุ๊กรู้ว่าเป็นของที่ย่าของไม้เอามาให้ก็ไม่ยอมดื่ม ไม้เลยคว้าไปดื่มเอง พูดประชดว่า

“ผมไม่อยากให้คนที่ไม่เต็มใจได้ดื่มน้ำใบเตยฝีมือย่าผมหรอก”

ขณะนั้นเองเสียงหทัยแทรกเข้ามาว่าขอเข้าไปหน่อยได้ไหม เป็ดปุ๊กไปเปิดประตูให้ หทัยบอกว่าอยากคุยกับไม้หน่อย พอไม้รู้ว่าหทัยมาก็บอกเชียรว่าตนไม่มีอะไรจะคุยด้วย ว่าแล้วก็ออกไปกระโดดเกาะกำแพงดึงตัวขึ้นไปคร่อมโดดลงไปนอกกำแพงทันที เชียรบอกว่าหทัยเขาคงไม่อยากคุยเรื่องนั้นกระมัง

“ไม่ใช่แค่เรื่องนั้นหรอกค่ะ” หทัยตอบสีหน้าอ่อนใจ ผิดหวัง

เชียรกับเป็ดปุ๊กมองหน้ากันงงๆ แต่พอถามพิกุลด้วยสายตา พิกุลก็หลบตาก้มหน้านิ่งไม่ตอบ

เป็นปัญหาหนักใจของเป็ดปุ๊ก แม้เธอจะรู้ว่าไม้ไม่ผิดแต่ก็ไม่อยากมีปัญหากับไข่มุกที่เป็นเพื่อนบ้าน

“งั้นเอางี้ ลูกอยู่ฝั่งยัยนั่น พ่อจะอยู่ข้างไม้เขาเอง” เชียรเสนอทีเล่นทีจริง เป็ดปุ๊กบอกว่าตนไม่อยู่ข้างใครทั้งนั้น บอกพ่อว่าพอเถอะ เรื่องไร้สาระ “ถ้ามันเกิดขึ้นกับเรา มันก็คงไม่ไร้สาระ” เชียรติงแล้วเปลี่ยนเรื่องว่า “พรุ่งนี้วันหยุดพาพ่อไปหาไม้เขาหน่อยนะ อยากจะไปดูต้นไม้หน่อย ไม่รู้เขาจะมีต้นข่อยไหม”

รุ่งขึ้นเป็ดปุ๊กขับรถพาเชียรไปหาไม้ที่ร้านสวนขวัญ ฝ้ายกับแตนมองเธอแล้วซุบซิบหัวเราะกันคิกคัก ซ้ำแตนยังทะเล้นถามเชียรว่าจะมาคุยเรื่องสินสอดหรือ ทำให้เป็ดปุ๊กยิ่งระแวงว่าไม้ต้องเอาตนมาพูดเสียๆหายๆแน่เลย

เมื่อไม้ออกมา แตนกับฝ้ายทำเมียงๆมองๆทำหน้าล้อไม้ ไม้ไล่ทั้งสองให้ไปช่วยย่าขวัญทำขนม แล้วจึงถามเชียรว่ามีอะไรจะให้ช่วยหรือ เชียรถามว่าตกลงไม้เล่าให้เจ้าของสวนฟังหรือยังเรื่องที่ไข่มุกไม่พอใจ เตือนไม้ให้เตรียมรับสถานการณ์ไว้บ้าง ไม้ถามงงๆว่าสถานการณ์อะไรหรือ?

ooooooo

วันต่อมา เชียรรู้สึกผิดปกติเมื่อโทร.ไปหาไม้แล้วเขาไม่รับสาย จากนั้นไม่นานฝ้ายกับนภก็มาหาที่บ้านบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว เมื่อคืนไข่มุกพาตำรวจมาจับไม้ไปกล่าวหาว่าถูกไม้ทำร้าย

เชียรตกใจถามว่าทำไมเพิ่งมาบอก ฝ้ายบอกว่าไม้ห้ามพวกตนบอกใคร นภเล่าเพิ่มเติมว่าทีแรกไข่มุกก็กล่าวหาไม้ว่าทำร้ายร่างกาย ต่อมาก็หาว่าไม้พยายามฆ่า ทั้งเป็ดปุ๊กและเชียรต่างตกใจมาก

เมื่อพากันไปโรงพัก เป็ดปุ๊กถูกไข่มุกเรียกให้ไปเป็นพยานให้ตน อ้างว่าเป็ดปุ๊กเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เป็ดปุ๊กยืนยันว่าตนเห็นเหตุการณ์จริงแต่ขอให้ปากคำเฉพาะกับรองสารวัตร ไข่มุกพยายามจะอยู่ฟังด้วย จนรองสารวัตรต้องเชิญให้ออกไป ไม่นานรองสารวัตรก็ให้จ่านำตัวไม้เข้าไปในห้องสอบสวน ไม้ออกมาในสภาพถูกใส่กุญแจมือ

“นั่งสิ เล่าให้ฟังซิว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

“ผู้หญิงคนนั้นบุกรุกเข้ามาพยายามจะรื้อรั้วที่สร้างไว้ ผมเข้าไปห้ามขอให้ออกไปจากสวน เขาก็ไม่ฟัง ผมก็เลยจับแขนเขาไว้จะพาออกไป แล้วเขาก็หันมาตบหน้าผม ไม่ใช่ทีเดียวแต่หลายทีผมจำไม่ได้ไม่ทันได้นับ ผมทนไม่ไหวก็เลยผลักเขาออกไป เขาล้มไปนอนกับพื้นมันก็แค่นั้น ผมไม่ได้คิดจะทำร้ายเขา เรื่องฆ่าแกงก็ยิ่งไม่เคยคิด”

“เขาโกหก อย่าไปเชื่อมัน” ไข่มุกผลักประตูผลัวะเข้ามาค้านลั่น แก้ตัวว่าตนไม่ได้ทำอะไร ไม้ต่างหากที่ตั้งใจจะฆ่าตน สั่งรองสารวัตรให้เอาไม้กลับไปขังเดี๋ยวนี้เลย ไข่มุกโวยวายจนรองสารวัตรต้องเรียกจ่าให้มาเอาตัวออกไป แล้วรองสารวัตรก็ไขกุญแจมือไม้บอกว่า

“ที่คุณพูดมันตรงกันกับที่คุณบัวบูชาให้การ แล้วคุณอยากจะแจ้งความเขากลับที่เขาใส่ร้ายคุณไหม”

“ความจริงก็น่าสนใจนะครับ...แต่อย่าเลยครับ ให้มันจบๆไปเถอะ”

รองสารวัตรเห็นว่าดีแต่เพื่อให้เรื่องจบจริงๆ ก็อยากให้เขาไปขอร้องเจ้าของที่ดินให้เอารั้วสังกะสีออกแล้วถ้าไข่มุกทิ้งขยะเข้าไปในที่ดินของเขาอีก  ก็ให้มาแจ้งตำรวจ เราจะได้จัดการให้ ตอนนี้ให้กลับไปได้แล้ว

ไม้ขอบคุณเป็ดปุ๊กที่เป็นพยานให้ตน เธอบอกว่าก็แค่พูดไปตามที่เห็น บอกว่าเขาโชคดีที่ตนเห็นตอนถูกทำร้ายพอดี

“ผมโชคดีที่คุณเมตตาผมต่างหาก” พูดแล้วเห็นเธอนิ่ง ไม้มองไปที่เชียร “หมายถึงคุณกับพ่อ”

เป็ดปุ๊กหมั่นไส้บอกว่าน่าจะปล่อยให้เขาติดคุกแล้วไปให้การที่ศาลก็ดี เตือนเขาว่าอย่าให้มันเกิดขึ้นอีก ตนไม่ค่อยมีเวลาว่างไปเที่ยวช่วยใครต่อใคร พูดแล้วขับรถไปเลย

กลับถึงบ้าน เธอถามพ่อว่าสบายใจแล้วใช่ไหม บ่นไม้ว่าไม่รู้จะเข็ดหรือเปล่า  ชอบมีเรื่องกับชาวบ้านนัก

“เขาก็มีเรื่องกับคนที่มาหาเรื่องเขาเท่านั้นแหละ แต่ลูกก็ดุไปหน่อยนะ ที่ขู่เขาไปแบบนั้น” เธอบอกว่ารู้สึกว่าเขาจะไม่ค่อยเชื่อ เชียรพูดลอยๆว่า “เขาคงดูออก” พอเธอถามว่าดูอะไรออก เชียรพูดเรียบๆ เรื่อยๆ ว่า “ดูออกว่าไม่ได้ดุจริงไง ถึงปากจะบอกว่าชิงชังเขาแค่ไหน แต่พฤติกรรมมันกลับบอกว่าใจเป็นห่วง”

“พ่อ!...เว่อร์ไปแล้ว ใครเป็นห่วง เป็ดเนี่ยนะ เป็นห่วงนายนั่น ฝันไปเถอะ เป็ดทำทุกอย่างก็เพื่อพ่อ อยากให้พ่อสบายใจ เข้าใจให้ถูกด้วยนะคะ” เป็ดปุ๊กทำหน้างอนเสียงหงุดหงิด เชียรเหล่ลูกสาวยิ้มอย่างรู้ทัน

ooooooo

วันนี้ไม้ไปบ้านย่าขวัญ  พอเห็นหน้าย่าถามว่าเมื่อวานหายไปไหน ย่ารออยู่ทั้งวัน ไม้ชะงักแต่ไม่กล้าเล่าให้ย่าฟัง บอกว่าตนติดธุระ ถามย่าว่ารอตน ทำไมหรือ

“จะถามว่าคุณเป็ดปุ๊กเขาชอบขนมอะไร” ไม้ถามว่าทำไมย่าอยากรู้ “ก็จะทำขนมไปฝากเขา แต่ไม่ต้องแล้วล่ะ ย่าทำเสร็จหมดแล้ว มีขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย ขนมมัน หวังว่าเขาคงจะชอบนะ”

“ทำไมต้องทำฝากเขาด้วย”

“เขาจะได้เมตตาหลานชายของย่าไง  จะให้ ผู้หญิงรักผู้หญิงชอบ มันต้องหมั่นไปเยี่ยมไปหา แล้วก็มีของกินของใช้ไปฝากเขา” ย่าขวัญพูดเสียจนไม้ร้องว่า ไปกันใหญ่แล้ว ย่าดักคอว่า “ไม่ไปใหญ่ไปเล็กหรอก ย่ารู้หมดแล้ว นังฝ้ายมันบอก”

“ไอ้สองคนน่ะมันเพ้อเจ้อ ไม้กับคุณเป็ดปุ๊กไม่มีอะไรกันหรอกย่า เจอกันทีไรก็ทะเลาะกันทุกครั้ง แล้วจะบอกให้นะ ผู้หญิงที่ไม้จะทุ่มเทชีวิตจิตใจให้ มีคนเดียวเท่านั้นแหละ” พูดแล้วไม้โผเข้ากอดซบหน้ากับแขนย่าอ้อนๆ

“ไม้เอ๊ย...จะมารักมาหลงย่าคนเดียวไม่ได้หรอก สักวันไม้ต้องมีครอบครัว ผู้ชายจะเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์ได้ มันต้องมีเมียมีลูก”

“แล้วก็มาตายหนีลูกไปตั้งแต่ลูกยังเล็กๆ น่ะเหรอ ไม่หรอกย่า ไม้ไม่อยากเป็นอย่างนั้น”

ย่าขวัญลูบหัวไม้อย่างเข้าใจความรู้สึกของเขา...

ooooooo

ไม้เอาขนมที่ย่าขวัญฝากมาให้เป็ดปุ๊กที่บ้าน เป็ดปุ๊กยังไม่กลับ เขาจึงเอาเข้าไปเก็บให้ในครัวกับเชียร

ขณะนั้นเองเชียรได้รับโทรศัพท์จากแมวเมี้ยวที่โทร.จากตู้สาธารณะแถวโรงเรียน พูดไปร้องไห้ไปว่า “คุณปู่ต้องช่วยแมวเมี้ยวนะครับ” เชียรตกใจถามว่าเป็นอะไร แมวเมี้ยวก็ร่ำร้องแต่ให้ปู่ไปหาที่โรงเรียน แล้วจะเล่าให้ฟัง...

เชียรว้าวุ่นใจเพราะไม่รู้จะไปโรงเรียนแมวเมี้ยว

อย่างไร เอ่ยปากขอให้ไม้ช่วยพาไปที่หน้าหมู่บ้านตนจะเรียกแท็กซี่ไปเอง

“ผมทำได้ดีกว่านั้นอีกครับ ผมจะพาคุณเชียรไปโรงเรียนหลานคุณเอง” ไม้แสดงน้ำใจ เชียรรู้สึกดี ยิ้มขอบใจเขา

ooooooo

ตอนที่ 2

ย่าขวัญ หญิงชราวัยเกือบ 80 เป็นเจ้าของที่ดินที่อยู่รายรอบหมู่บ้านสวนขวัญ ย่าขวัญเป็นชาวสวนมา แต่เกิด ย่ามีชีวิตที่เรียบง่าย ที่สำคัญ ย่าเป็นคนดูแลไม้มาตั้งแต่เด็ก จึงมีความผูกพันกันมาก

วันนี้ ไม้ไปหาย่าขวัญ เห็นย่าเก็บผักบุ้งมากำขายกำละ 5 บาท ก็แซวว่าย่ารวยแย่เลย

“เงิน ห้าบาทสิบบาทมันเงินไหมล่ะ รวมๆเข้ามันก็เป็นพันเป็นหมื่นนี่ แล้วค่าหมี่กะทิของย่าล่ะ อย่ามางุบงิบทำเป็นลืม” พอถูกย่าทวง ไม้ก็ควักเงินออกมาให้ ย่ารับไปเหน็บที่ชายพก

ไม้ถามถึงตั๊กแตนเด็กกำพร้าที่ย่ารับมาเลี้ยงไว้ตั้งแต่เด็กจนปัจจุบันโตเป็นสาวแล้วว่าหายไปไหนไม่อยู่ช่วยงานและดูแลย่า

“ไป โรงเรียนแล้วมั้ง เดี๋ยวเลิกเรียนมันก็กลับบ้าน เด็กมันกำลังสาวก็งี้แหละ เพื่อนเยอะ มันยังเด็กติดเพื่อนติดเที่ยวตามประสาเหมือนไม้ไง ตอนเป็นเด็กก็ชอบหนีโรงเรียนไปเที่ยว ย่าไม่เคยว่าสักคำ”

“มันไม่เหมือนกันนี่ย่า”

“ย่ารู้ไม้ไม่ได้หนีเที่ยวเพราะอยากสนุก แต่อยากให้มีเรื่อง อยากประชดเขา อยากให้เขาร้อนใจ”

“เพราะ ไม่รักดีก็เลยต้องเป็นคนสวนกระจอกๆอยู่อย่างนี้” ไม้บ่นตัวเอง ถามย่าว่าวันนี้ทำอะไรกิน ย่าบอกว่าต้ม กะทิสายบัว ไม้เตรียมลงมือช่วย ย่าบอกว่า “เดี๋ยวคุณหทัยเขาจะแวะมากินข้าวเช้าด้วย บอกว่าจะเอาหมี่กรอบมาฝากด้วย เขาไปเจอเจ้าอร่อยมา”

พอไม้รู้ว่าหทัยจะมา เขาเปลี่ยนใจขอกลับทันทีบอกย่าว่าพรุ่งนี้จะมาใหม่ ย่าถอนใจบ่นงึมงำ “รู้งี้ไม่บอกซะก็ดี”

ooooooo

วันนี้โอมประคองดอกไม้ช่อใหญ่ไปให้แก้วที่บริษัท แต่ไม่เจอแก้วจึงฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ บอกว่าตนมีธุระแต่เขียนโน้ตบอกไว้แล้ว

เป็ด ปุ๊กขับรถเข้าบริษัทพอดี เห็นหลังโอมเดินออกไป พอมาถึงเคาน์เตอร์เห็นดอกไม้ช่อใหญ่ ถามพนักงานว่าของใคร พอรู้ว่าของแก้ว เธอถามว่า “นั่นหนุ่มของเขาเหรอ”

“ค่ะ...คุณบัวบูชาไม่รู้จักเหรอคะ” เธอส่ายหน้าบอกว่ายังไม่เคยเจอรู้แต่ว่าหล่อและรวยมาก “คุณแก้วโชคดี จังเลยนะคะ” พนักงานคนนั้นพูดต่อ เป็ดปุ๊กพยักหน้า มองดอกไม้ช่อนั้น...

แก้วรับช่อดอกไม้เข้าไปในห้องทำงานซึ่งอยู่ห้องเดียวกับเป็ดปุ๊กที่เป็นหัวหน้าพนักงานแผนกส่งออกอัญมณี พูดอวดดังๆอย่างปลื้มมากว่า

“เขากะเวลาดีจังเลย พอช่อที่แล้วเหี่ยว ก็ส่งช่อใหม่มา”

เป็ด ปุ๊กนั่งอยู่ในสุด มองแก้วอย่างดีใจด้วย บ่นเสียดายที่ไม่ทันได้เห็นหน้าว่าหล่อแค่ไหน แก้วบอกว่าก็หน้าบ้านๆนี่แหละ ไว้วันหลังจะพามารู้จัก พอเป็ดปุ๊กขอดูรูปในมือถือแก้วบอกว่าไม่มี เป็ดปุ๊กเลยหยอกว่าคงไม่ใช่กลัวตนแย่งนะ

แก้วชะงักมองเป็ดปุ๊กน่ิงไปครู่ หนึ่งแล้วหัวเราะออกมาถามว่า “พูดเล่นใช่ไหมเนี่ย อย่างเป็ดเนี่ยนะ แย่งไหวเหรอ” พอเห็นเพื่อนอึ้งก็แก้ว่า “แก้วพูดเล่นถ้าเป็ดแย่งเขาไปได้นะ แก้วยกให้เลย ถ้าเขาเป็นผู้ชายที่พร้อมจะตีจากแก้วไปหาคนอื่นเราจะมาเก็บเขาไว้ทำไม ตัดขาดมันไปเลย”

“มิน่า...ถึงไม่ยอมถ่ายรูปเขาไว้ เผื่อจะตัดขาดนี่เอง”

“เพราะถ้าเขาเป็นคนดีจริงๆ เขาก็จะไม่มีวันทำอย่างนั้น แล้วแก้วก็จะไม่มีวันยอมเสียเขาไปให้ใครด้วย”

เป็ดปุ๊กถามว่าแล้วตกลงเขาดีหรือไม่ดี แก้วบอกว่ากำลังดูใจอยู่ แล้วทำเป็นแหย่อีกว่า

“เอ...หรือจะลองให้รู้จักเป็ดดี ดูซิว่า เขาจะสนใจเป็ดไหม จะได้รู้กันไปเลย”

“โอ๊ย...อย่าเลยจ้ะ ยังไม่อยากมีปัญหา อยู่คนเดียวแบบนี้ดีแล้ว”

“เป็ด ไม่รู้อะไร ถ้าเราเจอใครสักคนที่ดีจริงๆน่ะนะ ชีวิตเราจะไม่เหมือนเดิมอีกเลย เราจะมีใครอีกคนที่คอยอยู่ ข้างๆเรา เป็นกำลังใจให้เรา แก้ปัญหาให้เรา ทำให้เรารู้สึกว่ามีค่า โลกนี้จะน่าอยู่ขึ้นอีกมาก” แก้วพูดจนเป็ดปุ๊กเคลิ้มแล้วหักมุมเอาดื้อๆ “พูดแล้วเป็ดก็คงไม่เข้าใจ เพราะยังไม่มีคนคนนั้น เดี๋ยวเอาดอกไม้ใส่แจกันก่อนดีกว่า”

แก้วประคองช่อดอกไม้เดินพลิ้วออกไปอย่างมีความสุข ทิ้งให้เป็ดปุ๊กนั่งคิดถามตัวเองว่า...

“คนคนนั้น...ใครล่ะ”

ooooooo

ไม้ เดินไปที่สวนหลังร้านต้นไม้ของตัวเอง ที่นั่น มีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ความร่มรื่นไปทั้งสวน ที่สำคัญ บนต้นไม้ใหญ่นั้น เขามีบ้านต้นไม้ปลูกอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ มีบันไดลิงสำหรับปีนขึ้นไปบนบ้าน...

บ้าน บนต้นไม้ของเขา มีหน้าต่างที่ตรงกับหน้าต่างห้องนอนของเป็ดปุ๊กพอดี นี่เองทำให้เขาเห็นเธอนั่งร้องไห้ในคืนที่ย้ายเข้ามาอยู่ เขาติดใจสงสัยแต่นั้นมาว่า ทำไมเธอต้องร้องไห้ในคืนแรกที่ย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่นี้...

และวันนี้ เมื่อเขาปีนขึ้นไปบนบ้านต้นไม้แล้วมองมาที่บ้านเป็ดปุ๊ก ก็เห็นเชียรออกมายืนพิงผนังเหม่อมองเศร้าเหงาอยู่คนเดียว...เห็นแล้ว ไม้นิ่งคิดอะไรบางอย่าง

ไวเท่าความคิด เขาไปหาเชียรที่บ้าน อ้างว่าจะมาคุยเรื่องต้นไม้และขอเข้ามาดูต้นไม้ที่เพิ่งเอามาลง เชียรจึงเล่าว่า

“ลูกสาว เขาว่า ถามเธอแล้วว่านี่ต้นอะไร เธอบอกว่าต้นไม้” ไม้ยิ้มขำๆ บอกว่าต้นบุหงาราตรี เชียรจึงนึกออกบ่นตัวเองขำๆว่าคิดอยู่ทั้งคืน
ไม้ คุยเรื่องต้นบุหงาราตรี ถามว่าเคยปลูกไหม เชียรบอกว่าเคยเห็นแต่ไม่เคยปลูก ไม้เลยบรรยายทั้งต้นและดอกให้ฟังอย่างรู้จริง ย้ำในตอนท้ายว่า “ต้นไม้เพิ่งเอามาลงดิน ต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ เดี๋ยวจะไม่รอด”

“ต้นไม้ ลงดินใหม่ ก็คงคล้ายๆกับฉันที่เพิ่งย้ายเข้าบ้านใหม่” เชียรเปรียบเทียบ ไม้เสริมว่าต้องใส่ใจเป็นพิเศษเหมือนกัน เชียรเลยพูดติดตลกว่า “แต่ไม่ต้องรดน้ำนะ” แล้วหัวเราะกันสบายใจ

ไม้รดน้ำต้นไม้และจะจัดสวน พื้นที่เล็กๆที่เหลืออยู่ให้ เขาคุยเรื่องการปลูกการดูแลรักษาต้นไม้นานาชนิดอย่างผู้รู้ จนเชียรฟังเพลิน แล้วถามว่าจะเอาอย่างไรดี เชียรขอปรึกษาเป็ดปุ๊กดูก่อน พูดแล้วหัวเราะบ่นแทนเขาว่าเสียเวลาบรรยายเสียตั้งนาน ไม้ได้จังหวะถามว่าแล้วเป็ดปุ๊กไปไหนเสียล่ะ

พอเชียรบอกว่าไปทำงาน ไม้ก็อาสาจะไปซื้อก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อยมาให้กิน เชียรบอกว่าเกรงใจ แต่ที่แท้กลัวเป็ดปุ๊กรู้แล้วจะเป็นห่วง เพราะเคยเตือนไว้ว่าอย่าไว้ใจคนแปลกหน้า

ไม้หว่านล้อมจนในที่สุดเชียรฝากซื้อหมี่ขาว ระหว่างนั่งกินด้วยกันนั่นเอง ไข่มุกมาแอบดูอยู่ริมรั้วอย่างอยากรู้อยากเห็น

ooooooo

วันนี้ แก้วมาเล่าให้เป็ดปุ๊กฟังว่า เมื่อวานไปเยี่ยมเก็จมา หลานบอกว่าคิดถึงคุณปู่กับคุณอาเป็ดมาก

เป็ด ปุ๊กดีใจถามว่าจริงหรือ แมวเมี้ยวกับนกจิ๊บเป็นอย่างไรบ้าง แก้วบอกว่าหงอยๆ บ่นแต่ว่าคิดถึงอาเป็ด ส่วนเก็จก็เอาแต่บ่นเรื่องไก่กุ๊กว่าไม่ได้สนใจลูกเท่าไร แล้วถามว่า “เป็ดไม่คิดจะเข้าไป...”

“หลานน่ะฉันก็คิดถึงแต่เรื่องพี่ไก่กับพี่เก็จ มันเรื่องของผัวเมียเขา ฉันทำอะไรไม่ได้หรอก ถึงพี่ไก่จะเป็นพี่ชาย แต่เขาก็ไม่ยอมปรับปรุงตัว” แก้วถามว่าเป็ดก็เลยพาพ่อหนี? “ขืนอยู่ต่อไป ทั้งพ่อทั้งเราคงช้ำใจตายคาบ้าน”

ระหว่างนั้นแก้วส่งสัญญาณบางอย่างไปที่ประตู เป็ดปุ๊ก มองไปเห็นพิมพาเจ้านายของตนยืนมองอยู่อย่างไม่พอใจ

“บัวบูชา มาคุยกันหน่อย” พิมพาสั่ง เป็ดปุ๊กดูอาการก็รู้ว่าต้องเป็นเรื่องไม่ค่อยดีแน่

เป็ด ปุ๊กถูกพิมพาที่เป็นหัวหน้าเรียกไปตำหนิที่ส่งโบรชัวร์ของสองเดือนก่อนไปให้ ลูกค้าที่เบลเยียม เป็ดปุ๊กหน้าเสีย บอกว่าแก้วเป็นคนบอกฝ่ายศิลป์เอามาให้ตน

“แล้วเธอได้ดูก่อนหรือเปล่า เรื่องนี้จะไปโทษแก้วเขาไม่ได้ เธอเป็นหัวหน้า เธอต้องเป็นคนรับผิดชอบสิ ดีนะที่ลูกค้าเขาอีเมล์มาถึงพี่โดยตรง ถ้าเขาไม่พอใจแล้วตัดสินใจไปสั่งสินค้าจากคนอื่น เราจะเสียหายแค่ไหน เธอก็รู้ว่าเศรษฐกิจยุโรปตอนนี้เป็นยังไง เขาสั่งซื้อสินค้าจากเรา มันบุญแค่ไหนแล้ว”

เป็ดปุ๊กก้มหน้าเอ่ยขอโทษ พิมพาถามว่าช่วงนี้มีปัญหาอะไรหรือ มีปัญหาครอบครัวหรือเปล่า เมื่อเป็ดปุ๊กเล่าให้ฟังว่าตนเพิ่งย้ายบ้านใหม่เลยวุ่นๆ ก็ถูกถามจี้เรื่องครอบครัว เป็ดปุ๊กเอะใจว่าพิมพารู้เรื่องในครอบครัวตนได้อย่างไร แต่ก็เล่าว่า

“ค่ะ เป็ดมีปัญหากับพี่สะใภ้กับพี่ชายค่ะ แล้วมันก็ลามมาถึงพ่อ นี่เลยเป็นเหตุให้เป็ดต้องย้ายบ้าน”

พิมพาพูดอย่างรู้ดีว่าย้ายไปอยู่เสียไกลเลยทำให้มาทำงานสายด้วย เธอยอมรับว่ารถติดมากยังปรับตัวไม่ได้

“พี่ก็เห็นใจนะ แต่เธอต้องรู้จักแยกแยะระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว จะให้เรื่องส่วนตัวมาทำให้งานเสียไม่ได้ มันจะเสียหายไปกันใหญ่ พยายามหน่อย ตั้งใจทำงานเหมือนอย่างที่เธอเคยเป็นมาก่อนหน้านี้”

เมื่อเป็ดปุ๊กกลับมาที่ห้องทำงาน แก้วรี่มาถามทันทีว่าพิมพาว่าอย่างไรบ้าง พอรู้ว่าถูกด่าเรื่องที่แก้วเอาโบรชัวร์เก่าส่งไปให้ลูกค้า แก้วทำเป็นตกใจรีบขอโทษ

“ไม่แน่นะ อีกหน่อยพี่พิมเขาอาจจะให้แก้วเป็นหัวหน้า แล้วให้เป็ดเป็นลูกน้องแก้วก็ได้” แก้วอึ้งไปนิดหนึ่งแล้วทำเป็นติงว่าพูดอะไรอย่างนั้น เป็ดปุ๊กหัวเราะ เบา ถามว่า “ทำไม กลัวงานหนักล่ะซิ แค่พูดขำๆ น่ะไม่ต้องตกใจ คงไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก”

แต่พอแก้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ ก็พึมพำกับตัวเองว่า “มันก็ไม่แน่”

ooooooo

ก่อนกลับบ้านคืนนี้ เป็ดปุ๊กแวะที่ซุปเปอร์มาร์เกต เลือกซื้ออาหาร พลาง โทร.บอกพ่อว่าตนซื้ออาหารเสร็จแล้วเดี๋ยวจะเข้าบ้าน

“โธ่เอ๊ย...ก่อนซื้อทำไมไม่ โทร.มาถามก่อน พ่อมีของกินแล้ว ปลาอินทรีเค็มชิ้นเบ้อเริ่ม”

“เดี๋ยวๆ พ่อ แล้วพ่อไปซื้อมาจากไหน เขาให้รถกับข้าวเข้ามาในหมู่บ้านเหรอ”

“เปล่า ไม้เขาเอามาฝาก” เป็ดปุ๊กทวนชื่ออย่างสงสัย เชียรบอกว่า “ก็คนสวนของหมู่บ้านที่มาลงต้นไม้ให้เราไงล่ะ”

เป็ดปุ๊กบอกว่ารู้ แต่สงสัยว่าทำไมเขาถึงเอามาให้ เชียรบอกว่าเขามาดูต้นไม้วันนี้เลยเดินติดมาให้พ่อชิม

“พ่อก็ไม่น่าไปรับของเขา ไม่ได้รู้จักคุ้นเคยกันสักหน่อย เอาล่ะค่ะ ยังไงเป็ดก็จะซื้อไป ก็เลือกแต่ของที่พ่อชอบๆ ทั้งนั้นแหละ อีกยี่สิบนาทีคงถึงบ้านนะคะ”

เป็ดปุ๊กบ่นอย่างเป็นห่วง เชียรเองฟังแล้วก็ไม่สบาย ใจเหมือนกัน

ooooooo

ที่ลานจอดรถของห้างที่เป็ดปุ๊กไปซื้อของนั่นเอง แตนกับภูมิ เพื่อนชายกำลังเต้นกันอย่างบ้าคลั่งจากเพลงที่เปิดกระหึ่มจากรถกระบะของภูมิที่จอดอยู่

ทันใดนั้น ไม้ขับรถเข้ามาจอดข้างรถของเป็ดปุ๊ก ลงจากรถเดินอ้าวไปหาแตนที่กำลังเต้นอยู่ พอภูมิเห็นไม้ เท่านั้นก็วิ่งไปขึ้นรถขับพุ่งหนีไปจนเกือบชนไม้ ดีแต่เขา โดดกลิ้งหลบทันแต่ก็เจ็บตัว แตนตกใจทำอะไรไม่ถูก พอตั้งสติได้ก็วิ่งไปที่รถเป็ดปุ๊กขอให้พาตนหนีไอ้โรคจิตคนนั้นด้วย ขณะเดียวกันไม้ก็วิ่งโขยกเขยกมาตะโกนให้ ช่วยจับตัวแตนไว้ด้วย

แตนเห็นจวนตัวจึงวิ่งหนีไป ไม้วิ่งมาถึงถามเป็ดปุ๊ก ว่าทำไมไม่จับตัวไว้ให้ตน ก็ถูกสวนทันควันว่า

“เรื่องอะไรฉันต้องทำตามที่นายบอก นายมันโรค จิต” พูดแล้วขึ้นรถเลย ไม้จับประตูไว้ก็ถูกเธอเอากระเป๋าสตางค์ทุบจนต้องปล่อย เธอถอยรถพรืดออกไปทันที ไม้ ยืนหงุดหงิด เพราะนอกจากจับแตนไม่ได้แล้วยังถูกเป็ดปุ๊ก ด่าว่าโรคจิตอีก

เป็ดปุ๊กกลับถึงบ้านก็จัดอาหารทานกันสองพ่อลูก บนโต๊ะมีปลาอินทรีเค็มทอดมีพริกกับหอมซอยโรยทับ เชียรบีบมะนาวแล้วกินกับข้าวร้อนๆจนหมด ส่วนกับข้าวที่เป็ดปุ๊กซื้อมาเชียรแทบไม่ได้แตะเลย

ระหว่างนั้นเป็ดปุ๊กยังพูดถึงเรื่องที่พ่อคบกับไม้อย่างไม่สบายใจกลัวพ่อถูกหลอก เชียรเชื่อว่าไม้ไม่ใช่ คนเลวร้ายอะไร  เขาเป็นแค่คนสวนแต่มีน้ำใจและถ้าเขา คิดร้ายจริงก็ไม่เห็นว่าเขาจะเอาอะไรไปจากพ่อได้ บ้านก็แทบไม่มีสมบัติอะไร

เป็ดปุ๊กงอนที่เห็นพ่อชื่นชอบไม้ เมื่อเชียรบอกว่า ไม้ถามว่าที่ริมกำแพงที่ว่างอยู่จะให้เขาจัดสวนแบบไหน เป็ดปุ๊กตอบงอนๆว่า “ตามใจพ่อเถอะค่ะ”

เมื่อเก็บถ้วยชามไปล้าง เป็ดปุ๊กเห็นถุงก๋วยเตี๋ยวสองถุงในถังขยะก็ชะงักถามพ่อว่า เมื่อกลางวันพ่อออกไปซื้อก๋วยเตี๋ยวมากินหรือ พอรู้ว่าพ่อฝากไม้ซื้อมากิน เธอ ก็หน้าตึง จนเชียรต้องบอกว่าถ้าเธอไม่ชอบไม่อยากให้ฝากไม้ซื้อก๋วยเตี๋ยวพ่อก็จะไม่ทำอีก เธอก็ยังคงแสดงความห่วงใยย้ำเตือนว่า อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า

ความเห็นต่างทำให้บรรยากาศไม่ดีนัก เป็ดปุ๊ก จึงเลิกพูดเรื่องไม้ และเชียรก็ขึ้นไปพักผ่อน เธอนิ่งคิดถาม ตัวเองว่า

“อะไรกันเนี่ย ฉันทำผิดเหรอ?” นั่งสับสนหงุดหงิด สุดท้ายก็ไปลงที่ไม้ “เพราะอีตานั่น อีตาคนสวน!”

แล้วความเชื่อเรื่องไม้เป็นโรคจิตก็ตอกย้ำความคิดของเป็ดปุ๊กอีก เมื่อเธอเอาขยะไปทิ้งหน้าบ้าน เจอนภ มาถามว่าพรุ่งนี้ไม้จะมาที่นี่อีกไหม พอรู้ว่ามาก็ฝากบอกไม้ว่าพรุ่งนี้ช่วงบ่ายตนอยู่บ้านให้แวะไปหาด้วย

พอนภไป ไข่มุกก็โผล่ขึ้นมาที่รั้วถามว่าเด็กนั่น มาคุยอะไรหรือ พอเป็ดปุ๊กเล่าให้ฟัง ไข่มุกฟันธงฉัวะ

“นั่นไง! เห็นไหมล่ะคะ กล้าจริงๆเลย ถึงกับมา ฝากบอกให้ไปมั่วกันที่บ้าน ไม่รู้จักอาย”

เป็ดปุ๊กนึกถึงเรื่องที่ลานจอดรถ เล่าว่ากับผู้หญิงไม้ก็มีท่าทีแปลกๆ ไข่มุกตีขลุมว่า

“แสดงว่ามันชอบมั่วทั้งสองเพศ  ทั้งผู้หญิงผู้ชาย มันเอาหมด” แล้วบอกเป็ดปุ๊กให้เตือนพ่อเธอด้วย  เป็ดปุ๊ก ติงว่าพ่อแก่แล้ว ไข่มุกก็มั่วว่า “ไอ้พวกนี้เดาใจมันไม่ออกหรอกค่ะ” กับเด็กมันชอบมั่วกับคนแก่ก็ไม่แน่หรอกค่ะ อึ๋ย...นึกแล้วขนลุก”

เห็นไข่มุกทำขนลุกขนชันขนาดนั้น เป็ดปุ๊กก็พลอย สยองไปด้วย พอกลับเข้าห้องนอน เธอก็อดคิดไม่ได้ว่า ทำไมเราต้องมาเจอกับคนแบบนี้ด้วยนะ

ooooooo

วันนี้ไม้ขนอุปกรณ์การทำสวนหย่อมมาทำสวนไม้น้ำ เชียรช่วยทำด้วย เลยยิ่งสนิทสนมกัน จนเชียรเล่าปัญหาครอบครัวของตนให้ฟัง  และไม้ก็เล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังว่า

“ผมอยู่กับย่า  ย่าเป็นคนสวนแถวนี้  ก็วิ่งเล่นในสวน อยู่กับต้นไม้ต้นไร่มาตั้งแต่เด็ก  แต่ผมค่อนข้างจะใจร้อน ย่ายังบอกว่า ไม่น่าตั้งชื่อผมว่า “ไม้” น่าจะชื่อ “ไฟประลัยกัลป์” มากกว่า เล่าแล้วก็หัวเราะขำตัวเอง

เชียรถามถึงพ่อแม่เขา ไม้เล่าว่าพ่อตายแม่มีสามีใหม่  เชียรเห็นไม้ขรึมไปเลยไม่อยากซักอะไรให้สะเทือนใจอีก  ก็พอดีนภมาหา ถามไม้ว่า “พี่เขาบอกพี่ไม้หรือเปล่าว่า บ่ายนี้ผมอยู่บ้าน”

“คุณลุงเขาบอกแล้ว  พี่กำลังทำงาน  เดี๋ยวเย็นๆจะไปหา”

เมื่อนภกลับไป  เชียรถามไม้ว่าเด็กคนที่เป็ดปุ๊กฝากตนบอกใช่ไหม

“ครับ น่าสงสาร พ่อแม่ส่งให้มาเรียนกรุงเทพฯ ต้องอยู่บ้านคนเดียว  มาเถอะครับรีบทำให้เสร็จเดี๋ยวต้องไปอยู่เป็นเพื่อนเขาอีก”

เป็ดปุ๊กเลิกงานขับรถกลับ ผ่านบ้านนภเห็นรถของไม้จอดอยู่  เธอเลยลงไปชะเง้อมองข้างใน ขณะกำลังกระเย้อกระแหย่งก็มีเสียงถามจากข้างหลังว่า

“ให้ช่วยอุ้มไหม” เป็ดปุ๊กตกใจถามว่ามาทำอะไรข้างหลังตน “ก็เห็นคุณชะเง้อดูอะไรเลยมาถามว่าจะให้ช่วยอุ้มขึ้นไปไหมจะได้เห็นถนัดๆ”

เป็ดปุ๊กแก้เกี้ยวว่าตนมาดูให้แน่ใจว่าเขากับน้องคนนั้นได้เจอกันหรือเปล่า  เธอแอบซักถามจนรู้ว่าเขาสนิทกับนภเป็นพิเศษ  เลยแกล้งถามว่าแล้วเด็กสาวเมื่อคืนล่ะ ไม้บอกว่านั่นเป็นเด็กของตน  ชอบหนีเที่ยว  เธอถามอีกว่า

“เด็กของนาย? หมายความว่าไม่ใช่ทั้ง ‘เพื่อน’ หรือ ‘กิ๊ก’?”

ก็พอดีนภออกมา เป็ดปุ๊กจึงกลับบ้าน กลับมาเห็นพ่อสดชื่นแจ่มใสทั้งยังชมไม้ให้ฟังว่าแต่งสวนเก่ง  ก็คิดเตลิดไปไกล บอกพ่อว่าไม่อยากให้พ่อยุ่งกับไม้มากนัก พอเชียรถามว่าทำไม เธอโพล่งไปว่า

“เขาเป็นพวกโรคจิต เขามีอะไรกับเด็กผู้ชายที่บ้านอยู่ปากซอย  เป็ดเห็นกับตาเลยพ่อแล้วตัวเขาก็บอกเองว่า เด็กคนนั้นเป็นมากกว่าเพื่อน  แล้วไม่ใช่แค่เด็กผู้ชายนะพ่อ ยังมีเด็กผู้หญิงเลี้ยงไว้อีกคน เมื่อวานเป็ดเห็นเขาไปตามล่าเด็กนั้นที่ห้าง” เชียรติงว่ากล่าวหาเขาแบบนี้เรื่องใหญ่นะ “เป็ดไม่ได้กล่าวหาเขากับคนอื่น แต่เป็ดแค่อยากให้พ่อรู้ อย่าว่างั้นงี้เลยนะพ่อ พ่อเองก็อาจจะกลายเป็นเหยื่อของเขาสักวันก็ได้”

ฟังแล้วเชียรอึ้ง วันรุ่งขึ้น เมื่อไม้มาจัดสวนต่อ เชียร มีทีท่าระแวง  ระมัดระวังตัว  จนสุดท้ายไม่สบายใจขอตัวเข้าไปพักในบ้านอ้างว่าไม่สบายตัว  แล้วไม่ออกไปช่วยไม้อีกเลย

เมื่อไม้จะกลับ  เชียรจึงเสนอว่าคราวหน้าให้ฝ้ายมาทำแทนก็ได้ แต่ไม้ขอทำเองเพราะถึงฝ้ายจะมีฝีมือแต่อารมณ์แปรปรวน  อารมณ์ดีก็ดี  หงุดหงิดขึ้นมาก็มั่ว แล้วโอบไหล่นภออกไป เชียรมองตามอึ้งๆ

ooooooo

ศักดิ์พ่อของเก็จกับแก้ว  ขับรถพากะรัตไปห้าง ส่งกะรัตเข้าห้างไปก่อนแล้วตัวเองเอารถไปหาที่จอด ปรากฏว่าถูกนักเลงทวงหนี้โต๊ะบอลตามล่า  หนีสุดชีวิต แต่สุดท้ายก็ถูกจับซ้อมเกือบตาย

กะรัตรอนานไม่เห็นศักดิ์มาจึงออกมาตาม เจอพวกนั้นยังซ้อมศักดิ์อยู่ จึงตะโกนว่าตำรวจมา ก่อนที่พวกนั้นจะหนีไปมันยื่นคำขาดว่าสองอาทิตย์ต้องใช้หนี้ให้หมด!

กะรัตพาศักดิ์ไปทำแผลที่บ้านของเชียรที่เก็จอยู่กับลูก  กะรัตบอกว่าศักดิ์เป็นหนี้พนันบอลหนึ่งล้านบาท หากไม่หาทางช่วยมีหวังถูกนักเลงทวงหนี้เอาชีวิตแน่  เก็จถามว่าแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ตั้งล้านบาท  กะรัตเสนอว่าให้ขายบ้านหลังนี้ใช้หนี้แล้วไปหาซื้อทาวน์เฮาส์อยู่ เก็จบอกว่าพ่อของไก่กุ๊กคงไม่ยอมเพราะจะเก็บไว้ให้หลาน

“ฝากเก็จไว้  ถ้าไม่อยากให้พ่อถูกกระทืบตายก็พยายามยุให้รีบขายบ้านเสีย ให้นายไก่ทำก็ได้ อ้างลูกอ้างเมียเข้าไว้”

เก็จฟังแล้วได้แต่ถอนใจหนัก...

ooooooo

เชียรแอบดูไม้ขับรถออกไปอย่างสมเพชตัวเองที่ต้องหลบๆซ่อนๆทั้งที่อยู่บ้านตัวเอง แต่พอมองไปอีกฝั่งเห็นไข่มุกก็ทำลับๆล่อๆแอบดูไม้อยู่เหมือนกัน

นภพาไม้ไปที่บ้าน นภบอกว่าพรุ่งนี้ตนต้องทดสอบมวยปล้ำก่อนเข้าเรียนแต่ยังไม่ค่อยรู้เรื่องเลย ไม้จึงต้องสอนให้มีการกอดรัดปล้ำกัน เลยเป็นเหยื่อสายตาของไข่มุกที่มาแอบดู แต่ข้างหลังไข่มุกยังมีเชียรอีกคน ไข่มุกหันมาเจอชี้ย้ำว่าเห็นหรือยังว่าไม้ไม่ปกติ แต่เชียรก็ยังเห็นว่าไม้ปกติดี

เมื่อซ้อมมวยปล้ำเสร็จไม้เดินออกมา ไข่มุกเผ่นแน่บทันที เหลือแต่เชียรที่ไม้เดินออกมาเจอถามว่าเมื่อกี้คุยกับใครหรือ ทำเอาเชียรหาข้ออ้างแทบไม่ทันแต่ก็เอาตัวรอดได้บอกไม้ว่าเขาหูฝาดกระมัง ตนเดินเล่นผ่านมาเท่านั้น ไม้ถามดักคอว่า มาเดินเล่นทั้งที่แดดกำลังเปรี้ยงนี่หรือ!

กลับถึงบ้าน เชียรโทร.เล่าให้เป็ดปุ๊กที่ยังติดงานอยู่ฟัง เป็ดปุ๊กได้ทียืนยันสิ่งที่ตนเตือนพ่อทันที พอดีพิกุลมาทักเชียรเป็ดปุ๊กจึงขอคุยกับพิกุล พิกุลฟังเป็ดปุ๊กครู่หนึ่งถามว่า จะเอาอย่างนั้นเลยหรือ

แผนที่เป็ดปุ๊กให้พิกุลช่วยคือ ให้เธอนัดชาตรีผู้ชายนะยะมาพบไม้ทำทีติดต่อจะจ้างไปปลูกต้นไม้แต่งสวน แต่ที่แท้มาอ่อยหวังให้ไม้หลุดความ “วิปริต” ออกมา โดยเป็ดปุ๊กกับเชียรมาแอบดูอยู่ห่างๆ

ปรากฏว่าไม้ทนชาตรีไม่ได้จนลุกหนี เมื่อชาตรีตามตื๊อเลยโดนไม้ต่อยเสียคว่ำแล้วเดินหัวเสียออกไป

งานนี้ไม้พิสูจน์ตัวเองได้อย่างชัดแจ้งโดยไม่รู้ตัว และเชียรก็เชื่อสนิทใจว่าเขาไม่ได้ “วิปริต” อย่างที่ถูกกล่าวหา เชียรรู้สึกผิดจึงตามไปเรียกจะขอโทษ ไม้ถามเชียรว่าต้องการอะไรหรือ? เป็ดปุ๊กชิงตอบแทนเชียรว่า

“พ่อไม่ได้ต้องการหรอก ฉันต้องการเอง ฉันแค่อยากจะพิสูจน์ว่านายเป็นอย่างที่เขาลือกันหรือเปล่า”

“เป็นยังไง” ไม้ยังงง เป็ดปุ๊กโพล่งออกไปว่าเป็นเกย์ไง! ไม้ถามว่า “แล้วคุณเชียรคิดว่าผมเป็นอย่างนั้นเหรอครับ อ้อ...มิน่า วันนี้คุณถึงทำท่าแปลกๆ คุณ

เชียร คุณคิดอย่างนั้นจริงๆเหรือครับ” ไม้ถามจริงจังมาก จ้องหน้าเป็ดปุ๊กบอกว่า “ผมไม่ได้เป็นเกย์ ผมเป็นผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์” ซ้ำท้าว่าตนพิสูจน์ความเป็นชายได้ ให้หาใครมาให้ตนพิสูจน์ก็ได้

เป็ดปุ๊กร้อนตัวที่เขาจ้องหน้าตนเลยด่า “นี่! ไม่ต้องมามองฉัน ไอ้โรคจิต”

เลยกลายเป็นสองคนโต้เถียงกันไปมา จนเชียรต้องปรามเป็ดปุ๊กที่ด่าไม้และขอร้องให้ทั้งสองพอได้แล้ว

เชียรรู้สึกแย่กับเรื่องที่เกิดขึ้น

กลับถึงบ้านแล้ว เชียรยังเครียดไม่หาย จนเป็ดปุ๊กถามว่าพ่อจะเครียดไปกับเขาทำไม

“ก็พ่อทำให้เขาต้องอายพ่อไม่ทันคิด จริงๆพ่อก็ยังไม่เชื่อหรอกว่าไม้เขาจะเป็น...” เป็ดปุ๊กขัดขึ้นว่าแล้วพ่อรู้ได้ยังไงว่าไม่ได้เป็น “ลูกก็เห็น เขาชกเพื่อนพิกุลเสียกระเด็นขนาดนั้น”

“ผู้ชายคนนั้นอาจจะไม่ใช่สเปกเขาก็ได้ เขาชอบเด็กหนุ่มๆไม่ชอบแบบนั้น”

“เป็ด เมื่อไหร่ลูกจะเลิกมีอคติกับเขา แค่นี้พ่อว่ามันก็แย่สำหรับเขาแล้วนะ”

“จริงด้วยซีคะ” เป็ดปุ๊กน้ำเสียงน้อยใจ ตัดพ้อนิดๆ “ทำไมเป็ดต้องอคติกับเขาด้วย เขาเป็นคนสำคัญของพ่อ เป็ดควรจะเลิกมองเขาในแง่ร้ายใช่ไหมคะ ได้ค่ะ...เป็ดจะไม่พูดถึงเขาอีกเลยก็ได้ ถ้าทำให้พ่อไม่มีความสุข”

พูดเสร็จเป็ดปุ๊กลุกไปเลย ทำให้เชียรรู้สึกแย่มาก แต่เมื่อไปนั่งคิดแล้ว ทั้งเชียรและเป็ดปุ๊กต่างรู้สึกไม่ดี จึงมาขอโทษกัน เชียรบอกเป็ดปุ๊กที่เสียใจจนตัวเองน้ำตาไหลว่า

“พ่ออยากบอกให้เป็ดปุ๊กรู้ สำหรับพ่อ ไม่มีใครสำคัญมากกว่าลูก ลูกสำคัญที่สุดเสมอ”

พ่อลูกโผเข้ากอดกันด้วยความรัก...และเข้าใจ...

ooooooo

วันนี้ เชียรได้รับโทรศัพท์จากไม้ เขาถามว่าบ้านฝั่งโน้นอยู่ไหน พอรู้ว่าไม่อยู่ก็บอกว่าจะมาทำสวนน้ำต่อ พอเชียรวางสายก็ได้ยินเสียงไม้ดังมาจากนอกกำแพงขอปีนกำแพงเข้ามา เชียรอนุญาตขำๆที่วันนี้เขามาแปลก

พอปีนกำแพงเข้ามาแล้ว ไม้ชี้แจงว่าที่มาแบบนี้เพราะไม่อยากเป็นขี้ปากคน แล้วขอโทษเรื่องเมื่อคืนที่ตนพูดอะไรไปไม่ค่อยดี เชียรก็ขอโทษไม้ที่คิดอะไรบ้าๆแบบนั้น แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าเขาเป็นอย่างไร ไม้ถามว่าแล้วเป็ดปุ๊กล่ะ เชียรตัดบทว่า

“รายนั้นช่างเขาเถอะ อีกหน่อยเขาก็เข้าใจเอง”

“ก็ได้ครับ คงไม่เป็นอันตรายกับผมนัก ผมจะมาขออนุญาตทำสวนไม้น้ำต่อให้เสร็จด้วย”

“ได้เลย เชิญ ฉันจะช่วยเธอด้วย” แล้วก็พากันไปจัดสวนน้ำที่ข้างบ้าน

ooooooo

เป็ดปุ๊กยังง่วนอยู่กับงานที่โต๊ะ มองจอคอมฯแล้วหันถามแก้วที่กำลังคุยโทรศัพท์เบาๆว่าไฟล์บริษัทคุณกอบกุลที่ให้ไปแก้เสร็จหรือยัง

แก้วกระซิบกับปลายสายว่าแค่นี้ก่อน ทำงานก่อน กดวางสายทำหน้าหงุดหงิด แล้วหันมาปั้นยิ้มถามเป็ดปุ๊กว่ามีอะไรหรือ เป็ดปุ๊กถามถึงงานที่ฝากไปแก้ว่าเอามาหรือเปล่า แก้วชะงักบอกว่ายังไม่เสร็จและอยู่ที่บ้าน อ้างว่าเพราะรายละเอียดเยอะพรุ่งนี้ได้ไหม

“เป็ดต้องเสนอให้พี่พิมเซ็นพรุ่งนี้ จะไม่ทันน่ะซี ต้องส่งให้ลูกค้าแต่เช้า...ไม่เป็นไรเปิดไฟล์สำรองที่บ้านแต่ก็ต้องรีบกลับไปทำให้เสร็จ” พูดแล้วเก็บคอมฯหยิบกระเป๋า แก้วถามว่าจะกลับแล้วหรือ “ก็ใช่น่ะซิ ฝากบอกพี่พิมด้วยแล้วกัน”

พอเป็ดปุ๊กออกไป แก้วก็หยิบมือถือขึ้นมากด บอกปลายสายเบาๆว่า “บ่ายว่าง มารับได้เลย...ไปซื้อของก่อนแล้วค่อยไปดินเนอร์กัน...ค่ะ...เดี๋ยวเจอกัน” วางสายอย่างอารมณ์ดีแล้วหันบอกกุ้งกับอ้อมที่ทำงานในห้องเดียวกันว่า “ฝากบอกพี่พิมด้วยนะ เป็ดกับแก้วต้องรีบกลับไปแก้งานที่บ้าน” แล้วคว้ากระเป๋าสะพายออกไปเลย อ้อมกับกุ้งได้แต่ส่ายหน้าเบื่อๆ

ooooooo

เป็ดปุ๊กกลับถึงบ้านก็อารมณ์เสีย เมื่อเห็นเชียรไปแต่งสวนไม้น้ำอยู่งกๆ ซ้ำพอเดินเข้าบ้านก็เจอไม้ครวญเพลงลูกทุ่งล้างจานอยู่ในครัว เธอฉุนขาดเข้าไปตวาดถาม

“นายเข้ามาทำอะไรในบ้าน!” ไม้ตกใจบอกว่ามาทำสวน “มาทำสวนงั้นเหรอ! แล้วนั่นอะไร ฉันเห็นพ่อฉันทำงานงกๆอยู่นั่นน่ะ ส่วนนายมาขลุกอยู่ในครัวฉันมาหาของ กิน!” พลางชี้ไปที่แก้วสองใบใส่น้ำแข็ง มีน้ำขุ่นๆอยู่ในแก้ว

เป็ดปุ๊กทำท่าเหมือนจับขโมยได้ ก็พอดีเชียรเข้ามาบอกว่าไม้มาทำสวนต่อให้เสร็จ และวันนี้คุณย่าของเขายังฝากต้มปลาทูสายบัวมาให้ เพิ่งกินกันมื้อเที่ยงนี่เอง และยังมีน้ำลูกตาลอีก ตนให้ไม้มาจัดใส่ถ้วย เชียรชี้ไปที่แก้วสองใบถามไม้ว่านั่นใช่ไหม ไม้หยิบส่งให้เชียรแก้วหนึ่งและส่งให้เป็ดปุ๊กแก้วหนึ่ง

เป็ดปุ๊กหน้าแตกแต่ยังปั้นหน้าปึ่งไม่กินน้ำลูกตาล เชียรบ่นตัวเองว่ากินต้มปลาทูสายบัวเสียหมด ไม่ได้เหลือไว้ให้เป็ดปุ๊กเพราะอร่อยมาก ไม้บอกว่าเดี๋ยวจะให้ฝ้ายเอามาให้ใหม่ ส่งทางกำแพงนี่แหละ เป็ดปุ๊กตาลุกถามว่านี่ปีนกำแพงส่งของกันหรือ ไม้จึงลากลับ เชียรถามว่าจะปีนกำแพงกลับอีกหรือ

“ก็ต้องอย่างนั้นล่ะครับ” ไม้ตอบแล้วเดินไปทางกำแพง เป็ดปุ๊กตกใจมองตาค้าง...พอไม้ปีนกำแพงออกไปแล้ว เธอบ่นพ่อว่าทำไมให้เขาเข้ามาแบบนี้ ทำเหมือนพวกขโมยขโจร เรื่องเมื่อวานก็ยังไม่เคลียร์เลย

“แต่พ่อเคลียร์แล้วนะ เขาไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกคุณไข่มุกใส่ความแน่” แล้วเชียรก็เปลี่ยนเรื่องขอให้เป็ดปุ๊ก

พาไปดูต้นไม้หน่อย เห็นไม้บอกว่าฝั่งโน้นมีแต่ต้นไม้สวยๆ นัดพรุ่งนี้ไปกันแต่เช้าเลยก็ดี เป็ดปุ๊กทำหน้างอนๆที่พ่อไม่ฟังตนเลย

ooooooo

โอมมารับแก้ว พาเธอไปร้านอาหารหรู แก้วกินดื่มอย่างตื่นเต้นกับบรรยากาศที่ไม่เคยเจอโอมปาก หวานจนแก้วเคลิ้มชวนดื่มหมายเคลมแก้วในคืนนี้
กินดื่มกันอย่างโรแมนติก เมื่อเรียกบริกรมาเช็กบิล โอมใช้บัตรเครดิตปรากฏว่าไม่ผ่าน ใช้อีกใบ ไม่ผ่านอีก! โอมเสียหน้ามากเขาเอ่ยปากกับแก้ว แก้วเสียความรู้สึกจนบอกไม่ถูกแต่ก็ฝืนยิ้ม ส่งบัตรเครดิตของตนให้บริกร

กลับถึงบ้าน โอมต่อว่าหทัยว่า ทำไมไม่เคลียร์บัตรให้ตน รู้ไหมตนต้องอายแค่ไหนเมื่อรูดบัตรไม่ผ่านทั้งสองใบ หทัยจึงเอาใบแจ้งหนี้มาให้ดู ถามทีละรายการที่มียอดรายการละสองสามหมื่น มีทั้งรูดสร้อย รูดต่างหู ดอกไม้ เสื้อผ้า ถามว่ารูดสิ่งเหล่านี้ไปให้ใคร?

“โธ่แม่...ผมคบกับผู้หญิงก็ต้องเอาใจเขาบ้างไม่ให้อะไรเลยใครเขาจะมาสนใจผม”

หทัยบอกว่าถ้าผู้หญิงที่สนใจแต่ของพวกนี้ก็เลิกคบได้แล้ว ถามว่าแล้วไปเจอกันที่ไหนทำไมไม่พามาให้แม่รู้จัก คงไม่ต่างจากที่เคยหิ้วมาจากคลับจากบาร์นั่นหรอก

ขณะแม่ลูกกำลังเครียดใส่กันอยู่นั้น อลงกรณ์เข้ามาถามว่าทะเลาะอะไรกันหรือ โอมฟ้องทันทีว่าแม่ไม่เคลียร์บัตรเครดิตให้ ทำให้ตนเสียหน้าต้องขอให้ผู้หญิงจ่ายค่าอาหารให้ อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกที่ไหน หทัยเอาบิลให้อลงกรณ์ดูว่าโอมใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายขนาดไหน โอมโต้ว่านั่นมันอยู่ในวงเงิน เป็นเงินเดือนของตน

“โอม...อย่าขึ้นเสียงกับแม่แบบนี้ เดี๋ยวพ่อจัดการให้เอง”

พอโอมออกไป หทัยบอกให้เขาเตือนลูกด้วยว่าใช้จ่ายแบบนี้วันหนึ่งเงินที่มีมันก็หมดได้

“ไม่หรอก ถ้าคุณยอมให้ผมขยายโครงการ เราจะมีเงินเหลือเฟือ ใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด แล้วก็ไม่ต้องให้ลูกต้องอายแบบนี้” พูดแล้วอลงกรณ์เดินออกไป หทัยมองตามด้วยความรู้สึกที่แย่มาก...

ooooooo

รุ่งเช้า ไม่ทันที่เชียรกับเป็ดปุ๊กจะออกไปดูต้นไม้ ก็ได้รับโทรศัพท์จากแมวเมี้ยว ที่แอบโทร.มาด้วยความคิดถึงปู่กับอา แต่คุยกันไม่ทันไร แมวเมี้ยวก็รีบวางสาย เพราะเก็จเดินลงมา ทำให้เชียรยิ่งไม่สบายใจที่หลานต้องตกอยู่ในสภาพนั้น

เป็ดปุ๊กชวนพ่อไปดูต้นไม้กันดีกว่าจะได้สบายใจขึ้น ระหว่างทางเป็ดปุ๊กถามพ่อว่านายคนสวนไม่ได้จัดต้นไม้ไว้ให้หรือพ่อถึงต้องมาหาเอง ถูกเชียรติงว่าอย่าไปเรียกเขาว่า “นายคนสวน” อย่างนั้น เขาชื่อไม้และชื่อจริงคือ “ตฤณ” ทำให้เป็ดปุ๊กเอะใจว่าทำไมพ่อรู้เขาลึกขนาดนั้น

“ความจริงไม้เขาบอกว่าเขาก็อยู่แถวนี้ ทำสวนอยู่กับย่า” เป็ดปุ๊กอุทานทึ่งว่ารู้จักไปถึงพี่น้องเขาด้วย! “ไม่ได้รู้จักหรอก แต่เขาพูดถึงบ่อยๆ แล้วก็เอาของกินที่ย่าเขาทำมาฝากพ่อบ่อยๆ ย่าเขาทำขนมจีนน้ำพริกอร่อยมากเลย กินมาหลายที่แล้วไม่อร่อยเท่านี้”

ฟังพ่อแล้วเป็ดปุ๊กพูดประชดนิดๆว่า “ย่าหลานคู่นี้ดูจะมีน้ำใจกับพ่อจริงๆนะ” แล้วบอกว่าเห็นร้านขายต้นไม้ร้านหนึ่งค่อนข้างใหญ่มีขนมจีนน้ำพริกวางขายด้วย ชวนแวะซื้อไปกินกัน อดเหน็บไม่ได้ว่า “อาจจะอร่อยกว่าของย่านาย...ไม้ ก็ได้” เชียรไม่พูดแต่สายหน้านิดๆรู้ว่าถูกลูกสาวเหน็บ

ปรากฏว่าร้านที่เป็ดปุ๊กพาพ่อแวะเข้าไปดูต้นไม้คือร้าน “สวนขวัญ” ของไม้นั่นเอง เขาพาเชียรไปดูต้นไม้น้ำ ฝ้ายอยู่กับเป็ดปุ๊ก พูดอย่างมีเจตนากันท่าว่าตนจัดต้นไม้ให้เธอได้ทุกชนิด ยกเว้น “ไม้” เดียวเท่านั้น ไม่ยอมจัดให้แน่ เพราะ “ต้นนั้นฝ้ายจองแล้ว” เป็ดปุ๊ก

บอกว่าอยากได้เครื่องมือทำสวนจะได้ช่วยพ่อทำ ไม่ต้องใช้บริการนายไม้ของเธอ

“นายไม้ของเธอ...อูยยย...พูดถูกใจฝ้ายจังเลย มาเลยค่ะฝ้ายจะช่วยดูให้  แบบนี้ทั้งลดทั้งแถมแจกสะบัดไปเลย” ฝ้ายดีใจจนเนื้อเต้นที่เป็ดปุ๊กพูดว่า “นายไม้ของเธอ”

ฝ้ายจัดเครื่องมือทำสวนมาให้กองโต พอดีไม้พาเชียรเลือกต้นไม้เสร็จกลับมา เชียรขอนั่งพักเหนื่อยบอกเป็ดปุ๊กว่าอยากได้ต้นอะไรอีกก็ไปเลือกเอา ไม้บอกฝ้ายให้เอาน้ำวุ้นใบเตยมารับแขก เชียรบอกว่ามีน้ำวุ้นใบเตยเหมือนที่ออฟฟิศหทัยเลย เมื่อฝ้ายไปเอาน้ำวุ้นใบเตย ไม้จึงเดินนำเป็ดปุ๊กไปดูต้นไม้ ถามว่าอยากดูต้นอะไร เธอบอกว่าอยากได้ต้นลั่นทม เขาจึงพาไปดู

ระหว่างนั้นเธอถามว่าจะเรียกว่าต้นลีลาวดีได้ไหม ไม้ย้อนถามว่าทำไมต้องเรียกอย่างนั้น

“ก็เขาถือกันไม่ใช่เหรอ เรียกลั่นทมมันเหมือนทุกข์ระทม จะดีได้ยังไง”

“แค่ชื่อต้นไม้ทำอะไรเราไม่ได้หรอกคุณ...บางคนไม่ทันได้ปลูกลั่นทมด้วยซ้ำ อยู่นอกบ้านดูเก่งกล้าสามารถ แต่พอกลับเข้าห้องนอนเท่านั้น นั่งร้องไห้ขี้มูกโป่ง ไม่รู้จะเศร้าสร้อยทุกข์ระทมอะไรนักหนา”

ไม้พูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาเป็ดปุ๊กงงว่าเขากำลังพูดถึงใคร แต่ความระแวงไม้ยังกรุ่นในใจ เลยตัดสินใจพูดว่าดูเขาตีสนิทกับพ่อตนมาก แวะเวียนไปหาที่บ้านทุกวัน เอาของกินไปให้ ปีนกำแพงเข้าไปในบ้าน ถามว่าทำแบบนี้ต้องการอะไร ไม้บอกว่าไปทำสวน เธอไม่เชื่อ แต่พอไม้จะอธิบาย เธอยกมือห้ามทันที...

“ไม่...ไม่ต้องอธิบาย ฉันไม่สนใจว่านายมีจุดประสงค์อะไร จะดีหรือจะร้าย สิ่งที่ฉันต้องการก็คือ จากนี้ไป ฉันไม่ต้องการให้นายไปยุ่งกับพ่อฉันอีก พูดง่ายๆคือไม่ต้องเข้าไปในบ้านฉันอีก”

“คุณถามพ่อคุณหรือยัง...ผมว่าพ่อคุณไม่เห็นด้วยแน่” ย้อนถามว่า “ถ้าผมไม่เชื่อคุณแล้วไปหาพ่อคุณอีกล่ะ” เธอเสียงเข้มว่าจะแจ้งตำรวจจับข้อหาบุกรุก ไม้นิ่งไปอึดใจแล้วเปลี่ยนเรื่องถามว่า “ตกลงคุณยังจะเอาต้นลั่นทมอยู่ไหม” ทำให้เป็ดปุ๊กคิดว่าเขายอมตนแล้ว

ooooooo

เมื่อเลิกงานกลับบ้านคืนนี้ เป็ดปุ๊กเชื่อว่าไม้ต้องแอบเข้ามาที่บ้านอีกแน่ๆ แต่ไปดูที่สวนข้างบ้านเห็นแต่เครื่องมือที่เธอซื้อมาวางระเกะระกะอยู่ จึงเดินเข้าไปในบ้าน

เชียรนอนอยู่ที่โซฟา ได้ยินเสียงเป็ดปุ๊กก็ลุกขึ้นถามว่าค่ำแล้วหรือ บ่นว่าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เธอจึงเข้าครัวไปจัดอาหาร ได้ยินพ่อบ่นว่า “ไม่รู้เขาไปไหน” เธอหันกลับมาถามว่าใครหรือ

“ไม้...นึกว่าจะมาช่วยจัดสวนน้ำ” เป็ดปุ๊กบอกว่าคงติดธุระกระมัง “ก็น่าจะบอกกันหน่อย ปล่อยให้เรารอทั้งวัน”

เป็ดปุ๊กรู้สึกผิดขึ้นแว่บหนึ่ง เพราะเธอเป็นคนห้ามเขาเข้ามาในบ้านเอง

จัดอาหารเสร็จนั่งกินกัน เธอเห็นพ่อหงอยๆ เนือยๆ เหมือนช่วงแรกที่ย้ายเข้ามาใหม่ๆ ก็ใจไม่ดี บอกพ่อว่า

“พ่อไม่ต้องห่วงเรื่องสวนน้ำนะ เป็ดจะหาเวลาช่วยพ่อเอง”

“อีกสองวันถ้าไม่เอามันลงคงตายหมด พรุ่งนี้พ่อต้องทำให้เสร็จ” เธอถามว่าพ่อจะทำคนเดียวหรือ พ่อทำคนเดียวไม่ไหวหรอก “พรุ่งนี้ไม้เขาคงมาช่วย” เชียรพูดอย่างมีความหวัง เป็ดปุ๊กอึ้งพูดไม่ออก ไม่กล้าบอกพ่อว่าพรุ่งนี้เขาก็ไม่มาหรอก

ooooooo

ไม้ไปกินข้าวกับย่าขวัญที่บ้านสวน ย่าถามว่าวันนี้ไม่ไปจัดสวนหรือถึงมากินมื้อเที่ยงกับย่าได้

ไม้บอกว่าวันนี้ว่าง ย่าเตือนว่าอย่าขี้เกียจเดี๋ยวหทัยจะว่าเอาได้ ถามว่าวันนี้จะแบ่งต้มส้มปลาทูไปให้บ้านโน้นไหม

“เอาไว้ก่อนก็ได้ย่า เพลาบ้างก็