กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

ในสวนขวัญ

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ในสวนขวัญ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

บรรยากาศยามเช้าวันนี้ ท้องฟ้าแจ่มใส ต้นไม้ใบหญ้า สดชื่นรับวันใหม่ที่เริ่มต้น...แต่สำหรับบัวบูชาหรือเป็ดปุ๊กหญิงสาววัย 27 ปี กับเชียรผู้เป็นพ่อ ภาวะจิตใจไม่ปกติแม้จะพยายามสงบนิ่งก็ตาม...

เพราะสองพ่อลูก กำลังจะย้ายออกจากบ้านนี้ บ้านที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่รุ่นพ่อคือเชียร จนรุ่นลูก และถึงหลาน แม้จะอาลัยอาวรณ์ แต่ก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่าการอยู่ในสภาพที่ “ร้อน” ทั้งยามหลับและยามตื่น...

เป็ดปุ๊กเดินออกมาหาพ่อถามว่าไปใส่บาตรมาหรือ เชียรพยักหน้าพูดเนิบๆว่า

“ไปอยู่บ้านใหม่ ไม่รู้ว่าจะได้ใส่บาตรหรือเปล่า หมู่บ้านอย่างนั้น เขาคงไม่ให้พระให้ใครๆเข้าไปง่ายๆ หรอกมั้ง”

“ไม่เป็นไรนี่พ่อ เสาร์อาทิตย์ เราก็ไปใส่บาตรที่วัดแถวนั้นก็ได้ เห็นมีตั้งหลายวัด”

“พ่อซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋มาด้วย กินด้วยกันก่อนไปนะ” เชียรตัดบท

“จ้ะพ่อ” เป็ดปุ๊กรับคำแล้วเดินกลับเข้าบ้านไปกับพ่อ

แต่ไม่ทันเข้าบ้านก็เจอกับเก็จเกยูร หรือเก็จ พี่สะใภ้วัยสามสิบ เดินออกมาพร้อมแมวเมี้ยวลูกชายวัดแปดขวบ กับนกจิ๊บลูกสาววัยหกขวบ เชียรหยุดทักหลานทั้งสองอย่างเอ็นดูว่าจะไปเที่ยวไหนกัน ในขณะที่เก็จทำคอแข็งเชิดไปทางอื่น

“แม่จะพาหายายครับคุณปู่” แมวเมี้ยวบอกปู่อย่างน่าเอ็นดู

เชียรอึ้งไปนิดหนึ่ง แล้วพยายามยิ้มบอกหลานทั้งสอง “งั้นมาให้ปู่กอดทีนึงเร้ว”

ขณะแมวเมี้ยวกับนกจิ๊บจะโผเข้าไปให้ปู่กอดนั้น ถูกเก็จผู้เป็นแม่จับบ่าทั้งสองคนไว้แน่น ทำให้ปู่กางเขนเก้อและหลานก็โผเก้อ เก็จมองหน้าเชียรอย่างชิงชัง พูดกับลูกแต่จิกเชียรว่า

“อย่าไปกวนคุณปู่เลยลูก คุณปู่จะหนีพวกเราไปอยู่บ้านใหม่แล้ว เฮ้อ...ยังโชคดีนะที่ไม่เอาตู้เย็น เตาแก๊ส ไมโครเวฟ ไปด้วย ไม่งั้นละก็...พวกเราได้อดตายกันแน่เลย”

“อ้าว...แล้วคุณปู่กับคุณอาเป็ดปุ๊กจะเอาตู้เย็นที่ไหนใช้ล่ะแม่” แมวเมี้ยวมีแก่ใจเป็นห่วงปู่ เก็จได้ทีพูดประชดว่า

“เศรษฐี เขาก็ซื้อใหม่หมดน่ะซี คิดดูซีลูก บ้านเก่าเขายังอยู่ไม่ได้เลย เรามันคนจนก็อยู่กันตามประสาจนไปแหละนะ แมวเมี้ยว นกจิ๊บ”

“แล้วใครล่ะพี่เก็จ ที่ทำให้เป็ดกับพ่ออยู่บ้านตัวเองไม่ได้” เป็ดปุ๊กพูดขึ้นอย่างทนไม่ไหว

เก็จโต้ว่าไม่มีใครบังคับ  พ่อกับเป็ดตัดสินใจเอง อีกทั้งโทษว่าพ่อกับเป็ดกำลังทิ้งให้ตนกับลูกต้องผจญกับความทุกข์ตามลำพัง

“เก็จ พ่อขอโทษที่ไก่ก่อปัญหาให้เก็จไม่รู้จักจบสิ้น แต่พ่อช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ” เชียรขอโทษแทนไก่กุ๊กลูกชาย

“พ่อไม่ได้บังคับให้เขาแต่งงานกันนะพ่อ พ่อไม่ต้องขอโทษหรอก” เป็ดปุ๊กจับแขนพ่อพาเดินไปห้องพัก

นกจิ๊บถามปู่ว่าจะมาบ้านนี้อีกไหม เก็จพูดประชดว่าเขาไม่มาแล้ว เขาไปอยู่บ้านใหม่หลังใหญ่กว่าสวยกว่าแพงกว่าบ้านนี้ เชียรสะเทือนใจจนน้ำตาคลอ ไม่ตอบโต้เก็จ แต่พูดกับหลานทั้งสองเสียงเครือ

“ตั้งใจเรียนนะแมวเมี้ยว นกจิ๊บ แล้วปู่จะกลับมา จะซื้อขนมมาฝาก”

เชียรพูดไม่ทันจบเก็จก็ดึงลูกทั้งสองไป ทั้งหลานและปู่ต่างมองกันอย่างอาวรณ์

“เป็ดว่าเราไปกันเลยดีกว่านะพ่อ ไปหาอะไรกินข้างหน้า” เป็ดปุ๊กชวน

ooooooo

เป็ดปุ๊กเข้าไปหิ้วกระเป๋าเดินทางของเชียรออกจากห้อง เชียรตามออกมาแล้วจะปิดประตู ไก่กุ๊กเดินมาบอกพ่อว่าไม่ต้องใส่กุญแจตนอาจจะลงมาใช้เป็นห้องทำงาน เชียรจึงปล่อยมือ

ไก่กุ๊กถามว่าจะไปกันเลยหรือ ตนไม่ได้บังคับให้พ่อทำแบบนี้ พ่อกับเป็ดคิดกันเอง ตัดสินใจกันเองเป็ดปุ๊ก

บอกพี่ชายว่าอย่าพูดอะไรอีกเลย ยังไงมันก็ย้อนไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ไก่กุ๊กย้อนว่าจะไม่ให้พูดได้ยังไง พ่อก็เป็นพ่อตนเหมือนกัน

“เป็ดปุ๊ก อย่าทะเลาะกันอีกเลยลูก ไก่กุ๊กพ่อฝากบ้านด้วย ดูแลบ้านดีๆนะ บ้านนี้อยู่ได้จนแมวเมี้ยวกับนกจิ๊บโตเป็นหนุ่มเป็นสาวเลยล่ะ พ่อไม่อยู่ ไก่โตแล้ว เป็นหัวหน้าครอบครัว ต้องรับผิดชอบชีวิตลูกเมียให้ดีพ่อเชื่อว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้นลูกต้องใช้ความรักประคับประคองครอบครัวของลูกให้มันผ่านไปให้ได้ แล้วมีอะไรก็โทร.หาเป็ดปุ๊ก ยังไงพี่น้องก็ต้องช่วยเหลือดูแลกันอยู่แล้วล่ะ”

ระหว่างนั้นไก่กุ๊กก้มหน้าฟังไม่กล้าสบตา พอพ่อพูดจบก็ยกมือไหว้แล้วหันหลังเดินออกจากบ้านไปเลย

เป็ดปุ๊กชวนพ่อไปกันเถอะ เชียรบอกให้ไปนิมนต์พระพุทธรูปที่ห้องพระบนห้องพ่อมาด้วย

“องค์ที่เป็นหินอ่อน ที่พ่อกับแม่ได้เป็นของขวัญแต่งงานจากหลวงพ่อเจ้าอาวาสน่ะ เข้าบ้านใหม่ต้องเอาพระเข้าบ้านก่อน จะได้เป็นสิริมงคล”

แต่พอเป็ดปุ๊กไปถึงหน้าห้องพระปรากฏว่า ประตูห้องพระมีกุญแจคล้องสายยูล็อกไว้แล้ว!

เป็ดปุ๊กกับเชียรต่างเสียความรู้สึกมาก แต่เชียรก็ปลอบใจลูกว่า “ไม่เป็นไร เรามีพระอยู่ในใจก็พอ”

“จ้ะพ่อ...” เป็ดปุ๊กกอดพ่อน้ำตาไหล “พ่อ...เป็ดอยากบอกพ่อว่า พ่อคือพระของเป็ด บ้านใหม่ของเป็ด ไม่ต้องมีพระพุทธรูปองค์ไหนอีกแล้วก็ได้ ขอแค่มีพ่ออยู่ด้วย ก็เป็นสิริมงคลพอแล้ว” เชียรลูบหัวเป็ดปุ๊ก เอาผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาให้ลูกแล้วพากันขึ้นรถออกไป...

ระหว่างทาง ต่างนั่งนิ่งเงียบ เชียรมองออกไปนอกหน้าต่างใจลอย เป็ดปุ๊กมองอย่างเข้าใจความรู้สึก...จึงเปิดเพลงให้ฟังเพื่อให้พ่อผ่อนคลาย...

ooooooo

บ้านใหม่ที่เป็ดปุ๊กกับเชียรย้ายไปอยู่ ไกลจากบ้านเดิมพอสมควรเป็ดปุ๊กบอกว่าไปไกลๆ จะได้ไม่มีใครตามมากวน

เชียรถามว่าแน่ใจหรือว่าเขาจะไม่ตามมา เป็ดปุ๊กจึงนึกได้ว่า ระยะทางไม่เป็นอุปสรรคสำหรับคนอย่างเก็จเลย

บ้านใหม่นี้ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ เป็ดปุ๊กบอกว่ารู้ว่าพ่อชอบแบบนี้ เชียรพยักหน้ามองไปสองข้างทางอย่างตื่นตาชื่นใจจนรถมาถึงทางเข้าหมู่บ้านมีป้ายขนาดใหญ่ว่า “บ้านเสริมขวัญ” เมื่อผ่านเข้าไปก็พบกับความร่มรื่นสวยงามด้วยไม้ดอกไม้ประดับตลอดทาง...

ท่ามกลางบรรยากาศที่ชื่นตาชื่นใจนี้ เป็ดปุ๊กไม่ทันเห็นรถกระบะเก่าๆ คันหนึ่งที่ถอยออกจากซอยข้างหน้าท้ายรถมีไม้กระถางมาเต็ม พอเห็นเธอเหยียบเบรกทันที

“ฤกษ์ดีจริงๆวันนี้” เป็ดปุ๊กประชดหัวเสียขณะลงจากรถไปดูคู่กรณีก็ลงจากรถมาเช่นกัน เขาคือ ตฤณ หรือไม้ ชายหนุ่มวัยสามสิบเจ้าของร้านต้นไม้สวนขวัญในหมู่บ้าน เขานุ่งกางเกงยีนเก่าๆเปื้อนดิน ใส่หมวกสานมีผ้าขาวม้าพันหน้าไว้ เขาลงมาดูรถที่เกือบชนกัน

“ถอยออกมาแบบนี้ได้ยังไง!” เป็ดปุ๊กเปิดฉากทันที

“คุณน่ะขับรถยังไง!” ไม้สวนทันควัน

เป็ดปุ๊กลมออกหู ถามว่าถอยรถออกมาทำไมไม่ดูว่ามีรถวิ่งมาหรือเปล่า เชียรเตือนว่าไม่เป็นไรน่าเพราะมันไม่ได้ชน เป็ดปุ๊กไม่ยอมเพราะถูกหาว่าขับรถไม่ดู ซ้ำขอโทษสักคำก็ไม่มี ไม้เองก็ไม่ยอมถามว่าใครกันแน่ที่ต้องขอโทษ

ขณะทั้งสองกำลังโต้เถียงกันหน้าดำหน้าแดงนั่นเอง หทัยแม่ของไม้กับพิกุลพนักงานขายก็วิ่งออกมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น เป็ดปุ๊กตวัดมองไม้ที่ทำยืนเฉย บอกหทัยว่า ไม่มีอะไร แล้วแนะนำพ่อกับหทัยให้รู้จักกัน

“พ่อคะ นี่คุณหทัยเจ้าของหมู่บ้าน นี่คุณพ่อฉันค่ะ”

ทั้งสองไหว้กัน ไม่ทันไร โอมหรืออลังการน้องชายต่างพ่อของไม้ก็ขับรถมาจอดพรืด โวยใส่ไม้ทันที

“มีอะไรกันครับ เฮ้ย ไอ้ไม้ นี่แกขับรถชนรถลูกค้าเหรอ ทำไมแกก่อเรื่องได้ตลอดเวลาเลยวะ”

ไม้ถามโอมว่ามีตาดูหรือเปล่า รถมันชนที่ไหน โอมหันมาทางเป็ดปุ๊กกับเชียร “ยังไงก็ต้องขอโทษแทนคนสวนด้วยนะครับ ผม โอม เป็นผู้จัดการหมู่บ้านครับ”

เชียรรับไหว้โอมงงๆ ส่วนหทัยไกล่เกลี่ยว่าไม่มีอะไรแล้วก็เชิญคุณบัวบูชากับคุณเชียรเข้าไปในบ้านได้เลย ยังไงก็ต้องขอโทษอีกครั้ง เป็ดปุ๊กกับเชียรขึ้นรถขับออกไป พิกุลปรารภว่าน่าสงสาร ย้ายเข้าบ้านทั้งทีเสียฤกษ์หมด

โอมยังจะหาเรื่องไม้ หทัยขออย่ามีเรื่องกันเลยให้ แยกย้ายกันไปเสีย ไม้กับโอมมองหน้ากันแล้วต่างคนต่างไป

ooooooo

พอขับรถเข้าในบริเวณบ้าน เป็ดปุ๊กก็ได้กลิ่นหอมชื่นใจโชยมา มองไปเห็นกิ่งชงโคที่มีดอกสีม่วงอมขาวจากนอกรั้วยื่นเข้ามา บอกพ่อว่าวันก่อนยังไม่ ออกดอก ไม่นึกว่าจะหอมอย่างนี้

“ได้เห็นหญ้าเขียวๆ ทำให้บ้านดูน่าอยู่ขึ้นเยอะเลย” เชียรเอ่ย สีหน้าสดชื่นขึ้น เดินไปหยุดดูหลุมที่ขุดไว้กลางสนาม “แต่รู้สึกเขาจะยังทำไม่เสร็จดี คงเตรียมไว้เอาต้นไม้มาลง” เป็ดปุ๊กบ่นว่า บอกแล้วว่าจะย้ายเข้ามาวันนี้น่าจะจัดการให้เรียบร้อย เชียรมองในแง่ดีว่า “เขาอาจจะกำลังเลือกต้นที่ดีที่สุดให้เราก็ได้”

“พ่อรู้ได้ไง”

“เขาตั้งใจทำให้ดีที่สุดเพื่อเรา ดูซิ เป็ดบนอ่างบัวน่ารักมาก เหมือนกับเขาทำเพื่อเป็ดปุ๊ก โดยเฉพาะเลยนะเนี่ย” เชียรชี้ให้ดูว่า เขาใช้เป็ดเป็นตุ๊กตาประดับอ่างบัวทั้งที่ใครๆ มักเอาเต่าบ้าง แป๊ะตกปลาบ้าง ย้ำว่า“แต่นี่เขาจงใจใช้เป็ด” แล้วเชียรก็เล่าอย่างมีความสุขว่า ตอนตั้งชื่อให้ลูกว่า “เป็ดปุ๊ก” ก็เพื่อให้คล้องจองกับ “ไก่กุ๊ก” เป็น กุ๊กกับปุ๊ก

พูดถึงอดีตแล้วเชียรก็กลับเงียบขรึมลงไปอีก เป็ดปุ๊กเลยรีบชวนพ่อเข้าบ้านเปลี่ยนบรรยากาศต่างก็เข้าห้องตัวเองเอาของออกจากกระเป๋ามาจัด เชียรหยิบรูปตัวเองกับแม่ของเป็ดปุ๊กมาวางอย่างคิดถึง ความหลัง แต่พอหยิบรูปของตัวเองถ่ายคู่กับไก่กุ๊กในชุดครุยรับปริญญาก็กลับเอารูปเก็บในลิ้นชัก พึมพำเศร้าๆ เหมือนหลอกตัวเองว่า

“มันเต็มโต๊ะไปหมดแล้ว”

จัดของเสร็จ เป็ดปุ๊กชวนพ่อออกไปซื้ออาหารซื้อเผื่อไว้ทั้งเย็นนี้และพรุ่งนี้ เชียรขออยู่บ้าน เป็ดปุ๊กจึงออกไปคนเดียว บอกพ่อให้เปิดทีวีดูแก้เหงาหรือจะออกไปเดินเล่นแถวสโมสรก็ได้

ooooooo

ที่สวนหย่อมในหมู่บ้าน ไม้กำลังยกไม้กระถาง ลงจากหลังรถ หทัยก็ขับรถกอล์ฟเข้ามากับพิกุล พอ เห็นหน้าแม่  ไม้ดักคอทันทีว่า “ถ้าจะพูดเรื่องอุบัติเหตุเมื่อกี้...”

หทัยขัดขึ้นว่าจะมาถามเรื่องบ้านลูกค้าเมื่อกี้

“อ๋อ...เป็ดปุ๊กผู้น่าสงสาร” ไม้เอ่ย หทัยทำหน้างง พิกุลจึงช่วยชี้แจงว่า ที่เรียกเธอเช่นนั้นเพราะเวลาเธอมาดูบ้านทีไรหน้าตาไม่มีความสุขเหมือนคนอื่นที่มาดูบ้านเลย ยิ่งวันนี้ย้ายเข้ามาอยู่ ก็มีกันแค่สองคนพ่อลูกเท่านั้น

“อย่าให้เขาได้ยินเชียวนะ แต่จะว่าไป เขาก็น่าสงสารกันจริงๆ นี่แหละที่อยากคุยด้วย อยากให้ดูแลสองพ่อลูกนี่ให้ด้วย รู้สึกเขาจะไม่มีใครแล้ว” หทัยฝากฝังไม้บอกว่าตนทำเต็มที่แล้ว กำลังเลือกต้นไม้ให้อยู่วันสองวันนี้คงเอาไปลงได้

หทัยจึงฝากให้ดูด้วยก็แล้วกัน พอหทัยกลับไปที่รถ ไม้บอกพิกุลอย่างรู้กันว่า เห็นเพื่อนบ้านของเป็ดปุ๊กไม่ได้ไปไหน ไปช่วยดูหน่อยก็ดี พิกุลถามด้วยสีหน้าตกใจว่า “เขาอยู่บ้านเหรอคะ”

ขณะเป็ดปุ๊กกำลังจะออกไปซื้ออาหารนั่นเอง เจอ ไข่มุก เพื่อนบ้านของเป็ดปุ๊กมาก้มๆเงยๆที่ประตู พอ เห็นเป็ดปุ๊กออกมาก็ร้องทัก “สวัสดีค่า...” อย่างสนิทสนมแล้วแนะนำตัวเองยาวเหยียดแบบไม่เว้นวรรคให้เป็ดปุ๊กพูดเลย...

“ฉันอยู่บ้านตรงข้ามบ้านคุณนะค่ะ พอดีเห็นคุณเข้ามาจอดเลยแวะมาทักทายหน่อย ฉันชื่อไข่มุกค่ะ”

“ยินดีค่ะคุณไข่มุก ฉันบัวบูชา เรียกเป็ดปุ๊กก็ได้ค่ะ”

“คุณเป็ดปุ๊กทำงานอะไรเหรอคะ แล้วนี่จะมาอยู่กันกี่คน บ้านฉันอยู่กันสามคนพ่อแม่ลูก มาอยู่ได้ปีกว่าๆ แล้ว ไม่เคยทำเสียงดังหนวกหูใคร เพราะไม่ชอบให้ใครมาทำเสียงดังโหวกเหวกเหมือนกัน เราชอบอยู่กันอย่างสงบๆ น่ะค่ะ”

“อ๋อ...ค่ะ...ดีค่ะ...เอ่อ...จะให้ตอบที่ถามเลยไหมคะ” เป็ดปุ๊กถามอย่างตั้งรับไม่ทัน พอไข่มุกพยักหน้า เธอจึงเล่า

“ฉันทำงานบริษัทส่งออกจิวเวลลี่ค่ะ อยู่กับพ่อสองคนเท่านั้น แล้วก็คิดว่าคงไม่ทำเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้านด้วย”

“ว่าได้เหรอคุณ บ้านซอยยี่สิบสามน่ะ อยู่กันสองคนแม่ลูก แต่แม่ดันหูตึง เปิดโทรศัพท์เสียงดังลั่น แล้วพูดคุยกันทีอย่างกับคนทะเลาะกัน ลมดีๆ ได้ยินมาถึงซอยเราเลยนะคะ”

เป็ดปุ๊กบอกเจื่อนๆ ว่าพอดีคุณพ่อตนหูไม่ตึงคงไม่ดังมาก ไข่มุกเหลียวซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวังแล้วกระซิบกระซาบ “บ้านเราอยู่ริมกำแพงหมู่บ้านเหมือนกัน... ระวังไว้หน่อยก็ดีนะคะ” ทำให้เป็ดปุ๊กใจไม่ดีถามว่าระวังอะไรหรือ เพราะคุณหทัยบอกว่าไม่มีปัญหาอะไร “เขาจะขายบ้าน ก็ต้องพูดแบบนั้นซีคะ แหม...อย่าให้พูดเลย เดี๋ยวอยู่ๆ ไป คุณก็คงได้รู้ฤทธิ์ไอ้พวกโรคจิตนอกกำแพงเองแหละ...ดีใจที่ได้เจอกันนะคะ ฉันไปก่อน ไว้วันหลังค่อยคุยกันใหม่”

ไข่มุกออกมาเม้าท์สมใจแล้วก็เดินกลับเข้าบ้านไปเลย ทิ้งให้เป็ดปุ๊กหันมองไปทางกำแพงอดหวั่นใจไม่ได้...

ขณะนั้นเอง พิกุลขับรถกอล์ฟมาจอดที่หน้าบ้านรีบลงมาทักทาย “คุณบัวบูชา แหม รีบแทบแย่ ทันไหมคะเนี่ย” แต่พอเป็ดปุ๊กถามว่าทันอะไรหรือ พิกุลกลบเกลื่อนว่า ทันช่วยขนของ แต่พอรู้ว่าเธอกำลังจะไปซื้ออาหาร ก็อาสาพาไป

ooooooo

ระหว่างไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตนั่นเอง พิกุลเลียบเคียงถามว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม หมายถึงไม่มีอะไรที่ไม่สบายใจใช่ไหม

“เหมือนจะเริ่มมีเหมือนกันนะคะ คือ...กำลังสงสัยเรื่องสวนนอกกำแพงน่ะค่ะ ตกลงมันมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

“ไม่ทันจริงๆ ด้วย” พิกุลถอนใจพึมพำ แล้วถาม “คุณบัวบูชาได้คุยอะไรกับใครมาเหรอคะ”

เป็ดปุ๊กจึงเล่าเรื่องที่ไข่มุกมาเตือนว่าให้ระวังคนโรคจิตนอกกำแพง พิกุลถอนใจยาวพูดออกตัวก่อนเล่าว่า

“พูดแล้วอย่าหาว่าพิกุลนินทาลูกค้าเลยนะคะ มันไม่จริงอย่างที่คุณไข่มุกเธอพูดหรอกค่ะ เจ้าของที่ดินข้างกำแพงนั่นน่ะ เป็นคนไว้ใจได้ พิกุลเอาหัวเป็นประกันเลยค่ะ” เห็นเป็ดปุ๊กยังไม่สบายใจ เลยแถมให้ “เอาหัวคุณหทัยอีกหัวยังได้เลยค่ะ เอ่อ...แล้วเรื่องต้นไม้เป็นยังไงบ้างคะ” พอเธอชมว่าเยี่ยม บ้านน่าอยู่ขึ้นมากเลย พิกุลอวดทันทีว่า “บอกแล้วไงคะว่าคนสวนที่นี่เก่ง มือเย็น ถึงแม้จะ...เอ่อ...ใจร้อนไปสักนิดน่ะค่ะ”

เป็ดปุ๊กเอะใจถามว่าคนที่ตนเกือบขับรถชนใช่ไหม เป็นลูกเจ้าของบ้านด้วยหรือ

“นั่นน่ะค่ะ...เอ่อ...จะว่าเป็นลูกเจ้าของบ้านก็ได้ค่ะ เป็นคนของเรา ถ้าคุณบัวบูชาอยากได้ต้นอะไรเพิ่มก็บอกเลยนะคะ จะให้เขาจัดมาให้” เป็ดปุ๊กบอกว่ายังเหลือหลุมกลางสวนไม่รู้จะลงอะไร แล้วฉุกคิดถามว่าคิดตังค์เพิ่มไหม? “อ๋อ...ไม่ค่ะ ต้นไม้ให้พร้อมบ้านค่ะ”

“โล่งอก...เห็นลงให้เยอะเหลือเกิน สวยๆ ทั้งนั้น” เป็ดปุ๊กหัวเราะสบายใจ

เวลาเดียวกันนั้น ไม้มากดกริ่งหน้าบ้าน บอกเชียรที่ออกมาว่าพรุ่งนี้จะเอาต้นไม้มาลง เชียรมองเต็มตาถามว่าเขาเป็นสวนหรือ ไม้หัวเราะเบาๆ บอกว่า “ครับ ที่เราเจอกันตอนเช้าไง ลูกสาวคุณขับรถเกือบชนรถผม”

เชียรพยักหน้านึกออกว่าตอนนั้นเขามีผ้าขาวม้าปิดหน้าไว้ ไม้บอกว่าตนแวะมาบอกแค่นี้ ยิ้มให้แล้วเดินไป

ooooooo

ซื้ออาหารสำเร็จกลับมา เป็ดปุ๊กเอาทั้งของตัวเองและของพ่อเข้าไมโครเวฟแล้วยกออกมานั่งกินกัน เธอพยายามสร้างบรรยากาศให้สดชื่น เพราะเป็นม้ือแรกที่นั่งกินสองคนอย่างเงียบเหงา

เป็ดปุ๊กบอกพ่อว่าลองกินดูถ้าชอบ พรุ่งนี้พ่อทำกินเองก็ได้ เข้าเวฟแค่ 3 นาทีเอง หรือถ้าไม่ชอบก็มีอย่างอื่นให้เลือกเลยถูกบ่นว่า

“เห็นแล้วล่ะ ไม่รู้ซื้อมาทำไมเยอะแยะ ตู้เย็นก็ยังไม่มี มันจะไม่เสียก่อนเหรอ ถ้าเจ้ายักษ์เบิ้มอยู่ด้วยคงต้องเทให้มัน มันคงสบายไปเลย” พูดแล้วก็นิ่งไปอีก เป็ดปุ๊กถอนใจบอกว่าพูดถึงบ้านโน้นทีไรพ่อเป็นแบบนี้ทุกที อย่าพูดถึงอีกเลย เชียรก็เลยบ่นตัวเอง “มันเคยชินน่ะ พ่อไม่ควรพูดเลย ไม่ควรจะคิดด้วยซ้ำ”

เชียรลงมือกินอาหาร แต่กินอย่างฝืดฝืน ครู่เดียวก็บอกว่าอิ่มแล้วทั้งที่ยังเหลือยู่ครึ่งหนึ่ง

“ที่เหลือเก็บไว้ก่อนก็ได้ค่ะ เผื่อดึกๆ พ่อหิวก็มาอุ่นกินได้ พ่อไปนั่งดูทีวีย่อยอาหารก่อนก็แล้วกัน เป็ดล้างเอง”

เชียรลุกไปเปิดทีวีดูข่าว นั่งดูทีวีแต่ใจเหม่อลอยคิดไปถึงเรื่องในอดีต...

วันนั้น...ที่ห้องอาหารบ้านเก่า ขณะเชียรกับเป็ดปุ๊ก นั่งกินอาหารเช้ากันอยู่นั้น เก็จเดินลงบันไดปึงปังมา ตรงมายืนตรงเชียรพูดเกรี้ยวกราด

“ขอร้องพ่อเป็นร้อยครั้งแล้วมังคะ ให้พ่อช่วยพูดกับเขา ทำไมมันไม่มีอะไรดีขึ้นเลยคะ” เป็ดปุ๊กพูดแทนว่า พ่อพูดให้ทุกครั้งแต่เขาไม่เชื่อเอง “แต่มันหนักขึ้นทุกวัน วันก่อนไปงานบ้านญาติเก็จ ก็ไปเมาแอ๋ให้เก็จอายญาติพี่น้อง ถ้าอยากเมาทำไมไม่เมากับญาติพี่น้องของตัวเอง!”

เป็ดปุ๊กบอกว่าพี่ไก่เขาก็เมาอย่างนี้ทุกงาน เก็จสวนทันควันว่า

“เก็จทนไม่ไหวแล้ว เก็จจะเลิกกับไก่! เก็จจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว ผู้ชายเลวๆ พรรค์อย่างนี้ อยู่ด้วยก็ไม่เห็นชีวิตจะดีขึ้น มีแต่สร้างปัญหาให้ทุกข์ใจทุกวี่วัน”

เชียรขอให้ใจเย็นๆ ค่อยพูดค่อยจา ผัวเมียก็เหมือนลิ้นกับฟัน เก็จก็ยิ่งเสียงดังบอกว่าตนทนไม่ไหวแล้ว ระบายความอัดอั้นออกมาแล้วถามเชียรว่า รู้ไหมว่าลูกชายพ่อมีเงินเดือนเหลือกลับมาให้ตนกับลูกใช้กี่บาท!

“แล้วดูซิ มันบอกมันไม่มีเงิน แต่กลับพาเพื่อนพาลูกน้องไปเลี้ยงเหล้าได้ทุกคืน เวรกรรมอะไรของกูวะ ที่ต้องมาอยู่ในนรกแบบนี้ เบื่อ! ทนไม่ไหวแล้วเว้ย!!”

เชียรยังพยายามขอให้ใจเย็น โวยวายแบบนี้ไม่มีประโยชน์หรอก ถูกเก็จมองตาขวางเสียงเขียวใส่

“พ่อนั่นแหละ เลี้ยงลูกมายังไงถึงได้ทั้งเลวทั้งชั่ว ไร้ความรับผิดชอบแบบนี้ เงินเดือนไม่พอใช้ ลูกเต้าไม่เคยช่วยเลี้ยงดู แล้วดูซี เมื่อคืนมันกลับบ้านตีอะไร มันบอกว่าไปงานเลี้ยงเกษียณเจ้านาย ทำไมเก็จจะไม่รู้ มันไปกับผู้หญิงที่ทำงานด้วยกัน ไอ้ระยำ!!”

“พี่เก็จคะ ใจเย็นๆก่อนได้ไหม” เป็ดปุ๊กลุกขึ้น

“ใครจะเย็นไหว เธอไม่มีครอบครัว ไม่มีวันรู้หรอกว่าฉันต้องอดทนมากแค่ไหน ฉันเบื่อไอ้ผู้ชายเลวชาตินี้เต็มทนแล้ว” พูดแล้วเก็จเดินกระแทกเท้าออกไปที่ห้องรับแขก เชียรกับเป็ดปุ๊กตามไปขอให้ใจเย็นๆ จะทำอะไรให้นึกถึงลูกบ้าง

เก็จย้อนว่าเพราะนึกถึงลูกตนถึงยอมทนอยู่มาจนทุกวันนี้ แต่วันนี้ทนไม่ไหวแล้วและจะไม่ทนอีกต่อไป ลูกเต้าก็ให้เลี้ยงกันไปเองตนไม่เอาแล้ว ชีวิตก่อนแต่งงานของตนดีมาตลอด แต่พอแต่งงานชีวิตก็มีแต่ดิ่งลงเหวไม่ได้งอกงามเหมือนคนอื่นเลย เก็จด่าไก่กุ๊กลามปามมาถึงเชียร จนเป็ดปุ๊กทนไม่ได้ลุกขึ้นโต้เสียงแข็งว่า รู้อยู่ว่าไก่กุ๊กเป็นแบบนี้ตั้งแต่หนุ่มๆ แล้วทำไมพอมีปัญหากลับมาลงที่พ่อ

“ก็เราเป็นพ่อลูก เป็นพี่น้องกันนี่” เก็จพาล

“แต่พี่ก็เป็นเมียพี่ไก่นะคะ ที่สำคัญไม่มีใครบังคับให้พี่เก็จแต่งงานกับพี่ไก่เลย พี่เลือกกันเอง แต่งกันเอง แล้วเวลามีปัญหา ทำไมมันถึงต้องมาลงที่พ่อกับเป็ด พี่โตจนป่านนี้แล้ว จนมีลูกเต้าด้วยกัน ทำไมไม่หัดรับผิดชอบชีวิตตัวเอง เวลามีปัญหาก็หาทางแก้กันไปซี จะมาหารือพ่อกับเป็ดก็ไม่ว่า แต่ไม่ใช่มาด่าทอหยาบคายเหมือนคนเสียสติแบบนี้”

แทนที่เก็จจะได้สติกลับตวาดให้หุบปากไม่งั้นจะตบให้คว่ำ เชียรตกใจเรียกปราม เป็ดปุ๊กก็เลือดขึ้นหน้าปรามว่า อย่ามาหยาบคายกับตนแบบนี้นะ!

“ทำไม! ลูกผู้ลากมากดีมาจากไหนกันวะ หน็อย! ทำเป็นฟังไม่ได้ ฟังไม่ได้ก็ออกไปเลย! ไม่ต้องมาอยู่่ร่วมบ้านกับคนอย่างอีเก็จซีวะ”

เก็จเหิมเกริมจนไล่เจ้าของบ้านออกจากบ้าน เป็ดปุ๊กโกรธมาก เห็นพ่อยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูกก็สงสารเลยยิ่งโกรธ

ขณะนั้นเอง ไก่กุ๊กยังไม่สร่างเมาเดินลงมาเอ็ดตะโร “อะไรเนี่ย เสียงดังเอะอะ คนจะนอนก็ไม่ได้นอน” มองเก็จแล้วหันมองพ่อถามอย่างไม่พอใจ “นี่พ่อไปว่าอะไรเก็จอีกเหรอ”

เป็ดปุ๊กกับเชียรมองหน้ากันพูดไม่ออก ในขณะที่ไก่กุ๊กยังพล่ามไม่หยุด...

“พ่อไม่รักผมเหรอ ไม่อยากเห็นผมเติบโตมีครอบครัวที่มั่นคงอบอุ่นหรือไง ทำไมถึงได้จ้องหาเรื่องเก็จนัก” แล้วหันมาทางเป็ดปุ๊ก “แกก็อีกคนนึงเป็ด ทำไมชอบยุ่งเรื่องส่วนตัวของฉันกับเก็จนัก ต่างคนต่างอยู่ได้ไหม โตๆกันแล้ว อย่ามาก้าวก่ายกันเลย”

เชียรยืนมึนไม่รู้จะพูดยังไง เก็จสะบัดหน้าขึ้นข้างบน ไก่กุ๊กมองงงๆ แล้วเดินตามขึ้นไปพลางร้องถามเก็จ...

“เดี๋ยว...ตกลงทะเลาะกันเรื่องอะไร?”

เป็ดปุ๊กลุกไปจับไหล่พ่ออย่างเข้าใจความรู้สึกกัน เชียรถามว่า “เราหาบ้านใหม่อยู่กันดีไหมเป็ดปุ๊ก”

“แต่บ้านหลังนี้เป็นบ้านของพ่อนะ เป็ดรู้ว่าพ่อรักบ้านหลังนี้มาก ทำไมอยู่่ดีๆ พ่อถึง...” เป็ดปุ๊กพูดไม่ออก

“เพราะมันไม่ดีแล้วน่ะซิ” เชียรตอบอย่างกล้ำกลืน เป็ดปุ๊กเสนอว่าลองคุยกับไก่กุ๊กอีกทีดีไหม อย่าเพิ่งคิดเรื่องย้ายออกไปเลย “พ่อคิดมานานแล้วเป็ด มันคงถึงเวลาแล้ว”

เป็ดปุ๊กนั่งลงข้างพ่อ กอดเอวซบไหล่พ่อน้ำตาไหลอย่างอัดอั้น เชียรเองก็น้ำตาคลอด้วยความรู้สึกไม่ต่างกัน...

เชียรยังนั่งนึกถึงวันนั้น...พอดีเป็ดปุ๊กล้างจานเสร็จเดินมาบอกพ่อว่า พรุ่งนี้ตนไปทำงานพ่อดูอาหารกล่องในตู้เลือกว่าจะกินอะไรแล้วอุ่นไมโครเวฟเอา

เชียรพยักหน้าพึมพำอะไรเบาๆ แล้วกดปิดทีวีลุกเดินขึ้นชั้นบนเงียบๆ

เป็ดปุ๊กรู้ว่าใจพ่อไม่อยู่กับตัว มองตามพ่อไปพูดอะไรไม่ออกเช่นกัน...จนเมื่อเข้าห้องตัวเองเธอรำพึงหนักใจ...

“ทำไมมันไม่เห็นดีขึ้นเลย ออกมาอยู่กันแบบนี้แล้ว มันต้องดีขึ้นสิ พ่อน่าจะมีความสุขสิ เป็ดทำถูกหรือเปล่าพ่อ  เป็ดทำให้พ่อยิ่งเป็นทุกข์มากขึ้นหรือเปล่า? ...ฉันทำถูกหรือเปล่า??” เป็ดปุ๊กสะอื้นอย่างอัดอั้น สับสน

พลันเธอก็ชะงักเมื่อมองไปนอกหน้าต่างที่ยังไม่มีผ้าม่าน เห็นต้นไม้ที่นอกรั้วไหวเอนแปลกๆ!

ooooooo

รุ่งขึ้น บรรดาของใช้ทั้งตู้้เย็น ช่างโทรศัพท์ ก็ยกตู้เย็นและมาต่อสายโทรศัพท์ให้ที่บ้าน เป็ดปุ๊กเล็งที่ตั้งตู้เย็นขยับไปขยับมาอยู่นานกว่าจะเข้าที่ถูกใจ

พอเซ็นรับตู้เย็น ช่างโทรศัพท์ก็มาบอกว่าเชื่อมต่อสายโทรศัพท์กับสายในบ้านเรียบร้อยแล้วใช้งานได้เลย บอกว่าบ้านนี้ขออินเตอร์เน็ตไว้ด้วย ตนติดตั้งและทดลองสัญญาณให้เรียบร้อยแล้วขอให้เซ็นรับด้วย

เซ็นรับเสร็จ ก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายอยู่หน้าบ้าน โผล่ไปดูเห็นรถกระบะคันเมื่อวานบรรทุกต้นไม้สูงประมาณสองเมตรกำลังถอยเข้าบ้าน

เป็ดปุ๊กยืนดูอยู่ที่ระเบียงถามพ่อว่าต้นอะไรหรือ เชียรบอกว่าต้นอะไรสักอย่างชื่อมันแปลกๆ แต่ก็นึกไม่ออก

เห็นไม้กับคนงานทำงานกันกลางแดด เป็ดปุ๊กไปเอาน้ำเย็นออกมา ถามพ่อว่าเขาบอกหรือยังว่าต้นอะไร เชียรบอกว่ายังให้ไปถามเขาดู เป็ดปุ๊กยกถาดน้ำไปให้ ไม้หยิบแก้วน้ำส่งต่อให้ลูกน้องโดยไม่ขอบคุณสักคำ เป็ดปุ๊กมองอึ้งแต่ก็ถามว่า

“ต้นอะไรคะ”

“ต้นไม้”

เป็ดปุ๊กนึกว่าเขาพูดเล่นเลยพูดขำๆว่ารู้ว่าเป็นต้นไม้แต่มันต้นอะไร จะมีดอกไหม ชอบน้ำมากหรือเปล่า แดดด้วย ตนจะได้ดูแลถูก ได้รับคำตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเดิมว่า

“ปลูกอยู่กลางสนามแบบนี้ก็ต้องชอบแดดอยู่แล้วล่ะ ส่วนดอก ถ้าดูแลดี ก็คงจะออกให้เห็นหรอก”

“ตอบแบบนี้อย่าตอบดีกว่า” เธอบ่นเบาๆ แต่ไม้เกิดหูดีได้ยินขึ้นมาถามว่า ว่าไงนะ “คุณคงจะเหนื่อย ไม่เป็นไรหรอกทำงานให้เสร็จเสียจะได้พัก” พูดแล้วจะเดินกลับ ฉุกคิดได้หันมาถาม “เกือบลืม คุณเป็นคนปลูกต้นไม้พวกนั้นใช่ไหม” เธอมองไปทางต้นไม้รอบบ้าน “ขอบคุณมากนะ ฉันชอบอ่างบัวกับเป็ดตัวนั้น น่ารักดี”

เขาเพียงพยักหน้านิดเดียวกับคำชมนั้น แต่มันก็ทำให้เป็ดปุ๊กพอใจที่รู้ว่าคุยกันรู้เรื่อง

ขณะเป็ดปุ๊กกำลังจะเข้าบ้านนั่นเอง ได้ยินเสียงไข่มุกแว้ดลูกชายที่มาขี่จักรยานเล่นให้เข้าบ้าน พอมองไปเห็นไข่มุกกับไม้จ้องหน้ากันเขม็ง ทำให้เธอเดาได้ว่าสองคนนี้มีปัญหากันแน่ เธอเดินมาชวนพ่อเข้าบ้าน เชียรหันมองไม้โบกมือให้นิดหนึ่งเชิงลาแล้วตามเป็ดปุ๊กเข้าบ้าน

ooooooo

การเข้ามาอยู่ในบ้านที่ยังไม่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน เลยทำให้เป็ดปุ๊กต้องหัวหมุนเมื่อบรรดาช่างต่างๆมาพร้อมกันในคราวเดียว ทั้งช่างติดเครื่องกรองน้ำ ช่างติดดาวเทียมช่างประชา มะรุมมะตุ้มถามรายละเอียดมากมายทั้งยังเสนอเพิ่มนั่นเติมนี่หวังทำเงินได้มากขึ้น

ไม้รู้ทันบรรดาช่างเหล่านั้น เขาเดินเข้ามาช่วยจัดการ เพราะหลายอย่างทางหมู่บ้านติดตั้งไว้ให้แล้วไม่ต้องทำใหม่ เป็ดปุ๊กเห็นเขาเข้ามาคุยในบ้านแล้วก็ยังไม่ถอดหมวกและผ้าคลุมหน้า เธอพูดทีเล่นทีจริงว่า

“ขอโทษนะ นี่มันก็อยู่ในบ้านแล้ว ไม่ต้องใส่หมวกแล้วปิดหน้าไว้ก็ได้มั้ง”

ไม้จึงจำต้องถอดหมวกและผ้าปิดหน้าออก เป็ดปุ๊กมองอึ้งไปชั่วขณะ เมื่อเห็นใบหน้าที่หล่อเหลามีเคราเสน่ห์ของเขาแต่เก็บอาการ คุยเรื่องงานต่ออย่างเป็นการเป็นงาน

ในที่สุด ไม้ก็เป็นคนจัดการทุกอย่างให้เธอได้เรียบร้อยอย่างรู้ทันบรรดาช่างที่หมายเอารัดเอาเปรียบ ทำให้เธอรู้สึกดีและขอบคุณเขา ไม้บอกว่า “ที่มานี่เพื่อจะบอกว่าพรุ่งนี้เย็นจะเอาต้นไม้มาลงให้อีก”

“คงไม่ค่ำนะ ค่ำแล้วก็อยากจะพักผ่อน”

“ก็เพิ่งบอกว่า ‘เย็น’ ไง” ย้ำเสียงเข้มหน้าขรึมแล้วเดินออกไปเลย เป็ดปุ๊กเห็นลีลาเขาแล้วอยากขำ แต่ขำไม่ออก

ooooooo

พวกช่างทำงานเสร็จพากันกลับ ขณะเดินผ่านไม้ที่ดูแลการปลูกต้นไม้อยู่ก็มองเขาอย่างไม่พอใจจนเชียรดูออกบอกว่า ท่าทางพวกนั้นจะไม่ชอบเขาเท่าไหร่

“พวกนี้คอยแต่จะจ้องเอาเปรียบลูกค้า ต้องรู้ทันหน่อย เอ่อ...เรื่องที่ว่าจะเอาต้นไม้มาลงเพิ่มน่ะครับ ขอเป็นพรุ่งนี้ได้ไหมครับ พอดีติดธุระนิดหน่อย”

เชียรบอกว่าเมื่อไรก็ได้เพราะตนอยู่บ้านทุกวัน เอ่ยปากว่ายังไงก็ขอให้ช่วยกันดูแลด้วย เพราะตนไม่รู้เรื่องอะไรนัก แล้วหันบอกเป็ดปุ๊กให้ขอบคุณเขา เธอจึงเอ่ยขอบคุณ เขามองหน้าเธอแว่บหนึ่งแต่ไม่พูดไม่มีแม้แต่รอยยิ้ม แต่พอจะออกไปก็กลับหันมาถามว่า

“ทำไมไม่จ้างแม่บ้านมาช่วยทำความสะอาดบ้านให้” เธอดีใจถามว่ามีหรือ “มี...มีทุกอย่างแหละ แม่บ้าน คนสวนรับจ้างตัดหญ้า รดน้ำต้นไม้ ส่งหนังสือพิมพ์ รับจ้างซักรีด ผู้จัดการเขาไม่ได้บอกคุณเหรอ”

เป็ดปุ๊กดีใจบอกว่ากำลังอยากได้คนซักรีดอยู่ถามว่าจะติดต่อได้ยังไง เขาบอกให้โทร.หาพิกุลเธอจัดการได้ทุกอย่างในหมู่บ้านนี้

ขณะนั้นเอง นภ เด็กหนุ่มวัย 15 มาร้องเรียกไม้อยู่หน้าบ้าน ไม้พยักหน้าให้เด็กหนุ่มยิ้มๆแล้วเอ่ยลาเชียร หันไปร้องบอกคนงานให้กลับกันได้แล้ว ส่วนตัวเองเดินไปพูดอะไรกับนภเล็กน้อยแล้วพากันเดินออกไปทางปากซอย

เมื่อไม้ไปแล้ว เชียรพูดอย่างสบายใจว่าถ้าไม่ได้ไม้มาช่วยสงสัยเราจะหมดไปอีกหลายพัน เป็ดปุ๊กพูดเสียงประชดว่า “ดีจังเลยนะคะ” พอพ่อติงว่าน้ำเสียงเหมือนไม่พอใจไม้ เธอเลยบ่นให้ฟังว่า

“ก็มันน่าไหมล่ะคะ คนอะไรพูดจามะนาวไม่มีน้ำ เราอุตส่าห์พูดดีด้วย เอาน้ำเย็นไปบริการ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี”

เชียรติงว่านิสัยเขาคงเป็นแบบนั้น แต่ตนคิดว่า เขาเป็นคนสวน เป็นชาวบ้านคิดอะไรก็พูดอย่างนั้น ถูกเป็ดปุ๊กดักคอว่าท่าทางเหมือนพ่อจะชอบเขามาก

“พ่อว่าเขาเป็นคนดี”

“อย่าเชื่อใจคนเร็วนักนะพ่อ” เธอเตือนแล้วเดินงอนๆออกไป เชียรมองตามยิ้มขำๆ

ooooooo

คืนนี้ เป็ดปุ๊กจะไปซื้ออาหารก็ถูกไข่มุกออกมาดักเป่าหูยุยงเรื่องต้นไม้ที่ไม้เอามาปลูก หาว่าเขาเอาต้นไม้ที่โละทิ้งขายถูกๆมาปลูกให้แล้วเรียกเก็บเงินแพงๆ

พอเห็นเป็ดปุ๊กสนใจฟังก็เม้าท์มันว่า “ไอ้คนนี้มันไว้ใจไม่ได้หรอก มันโรคจิต แล้วยังวิปริตทางเพศด้วย มันชอบเด็กผู้ชาย” พอเป็ดปุ๊กตกใจก็ชี้ไปทางปากซอย “โน่นไง ปากซอยเรานั่นแหละ มันไปมั่วกับเด็กผู้ชายอยู่ที่นั่น”

เป็ดปุ๊กมองไปที่ปากซอย เห็นรถกระบะของไม้จอดอยู่ที่นั่นจริงๆ

เมื่อขับรถผ่าน เป็ดปุ๊กอดมองเข้าไปในบ้านหลังนั้นไม่ได้ แล้วเธอก็ผงะเมื่อเห็นเงาสองคนเหมือนกำลังทำอะไรกันอยู่ เธอรีบขับรถออกไปทันที

ที่แท้ไม้มาติวคณิตศาสตร์ให้นภ แต่นภทำดินสอร่วงกลิ้งหายแล้วก้มหา ไม้ยืนข้างหลังช่วยหา เงาเลยออกมาทำให้เป็ดปุ๊กเห็นเป็นอย่างอื่น พอขับรถออกไป เธอพึมพำสมเพช

“ไม่นึกเล้ย...หน้าตาก็พอดูได้ แต่ดันวิปริตทางเพศ โรคจิตจริงๆนายไม้”

ooooooo

แก้ว หรือ แก้วกรพินธุ์ เป็นน้องสาวของเก็จเกยูรพี่สะใภ้ของเป็ดปุ๊ก แก้วอายุเท่ากับเป็ดปุ๊กทำงานที่เดียวกันแต่เป็นผู้ช่วยเป็ดปุ๊ก

วันนี้แก้วไปหาพี่สาวที่บ้านเดิมของเชียร สองพี่น้องคุยกันอย่างออกรสเรื่องเป็ดปุ๊กกับพ่อย้ายออกจากบ้านนี้ เก็จด่าว่ายัยนี่มันเพี้ยน แก้วติงว่าก็พี่ไปด่าพ่อเขาเสียขนาดนั้น

“ถ้ารู้จักเลี้ยงลูกชายให้ดีก็ไม่ถูกด่า” แก้วเลยหัวเราะขำๆถูกพี่สาวถามว่าขำอะไร

“คนที่ผิดน่าจะเป็นคนที่ไปเลือกเขามาเป็นสามีมากกว่า ถ้าพี่รู้จักระวังหน่อยก็คงไม่ต้องมานั่งเครียด อย่างแก้วเนี่ยต้องให้ชัวร์ก่อนถึงจะยอม” แต่พอพี่สาวถามว่าตอนนี้ชัวร์รึยัง แก้วก็ยิ้มเขินแล้วเปลี่ยนเรื่อง

ถามว่าเป็ดปุ๊กเอาเงินจากไหนไปซื้อบ้านหลังใหม่ทั้งที่เงินเดือนก็มากกว่าตนไม่เท่าไหร่ เก็จบอกว่าเงินเก็บของพ่อคงถอนไปจนหมดบัญชีแล้วกระมัง แล้วบ่น

“ไอ้ผัวเราก็ไม่ขวางสักนิด นี่แหละยิ่งทำให้เจ็บใจ แล้วที่แย่หนักขึ้นไปอีกก็คือ พอพ่อมันไม่อยู่ มันก็ไม่ให้เงินเราเพิ่ม รู้ไหม ทั้งพี่ทั้งหลานจะอดตายกันอยู่แล้ว คงไม่ทนนานหรอก พี่จะเลิกกับมัน จะได้จบๆเสียที”

แล้วเก็จก็ต้องเสียงอ่อน เมื่อถูกกะรัตผู้เป็นแม่ออกมาปรามให้ใจเย็นๆ แล้วสาธยายผลประโยชน์ที่จะได้รับในอนาคตว่า แม่ของไก่กุ๊กระบุไว้ว่าบ้านหลังนี้ต้องโอนให้หลาน ฉะนั้นให้ทนอยู่ต่อไป เมื่อวันหนึ่งทางโน้นโอนบ้านกับที่ดินให้หลาน เธอก็ขอเป็นผู้จัดการมรดกแล้วขายเสีย เผลอๆได้เป็นสิบล้าน

“อย่านานนักก็แล้วกัน” เก็จยอมทำตามที่แม่แนะนำเมื่อนึกถึงเงินก้อนโต

ooooooo

อลงกรณ์ พ่อของโอมอลังการสามีใหม่ของหทัย กำลังโทรศัพท์คุยกับเฮียชัยเกี่ยวกับการเปิดโครงการหมู่บ้านใหม่ รับปากว่าจะให้เฮียชัยมาสร้าง แต่ตอนนี้ยังมีปัญหาเรื่องที่ดิน เขาพูดโดยไม่รู้ว่าหทัยเข้ามายืนฟังอยู่ว่า

“ต้องรอคุณหทัยเขาก่อน แต่ผมว่าไม่น่ามีปัญหาครับ ไม่นานหรอก ผมออดอ้อนนิดหน่อยคุณหทัยเขาก็ต้องยอมอยู่แล้ว” แต่พอหันมาเห็นหทัยยืนอยู่ก็หน้าเสียรีบวางสาย บอกหทัยว่า “เฮียชัยโทร.มาคุยน่ะ คุณเข้ามานานแล้วเหรอ”

“นานพอจะได้ยินแผนของคุณก็แล้วกัน” หทัยไม่เห็นด้วยที่เขาจะไปยุ่งกับที่ดินแปลงติดกันนี้ เตือนว่า “ถ้าอยากจะทำก็ไปหาซื้อที่ที่อื่น แล้วเปิดหมู่บ้านใหม่ ไปเลย”

อลงกรณ์อ้างเหตุผลทางธุรกิจว่าจะประหยัดได้มากหากสร้างอยู่ติดกับที่ดินตรงนี้ แต่ไม่ว่าเขาจะอ้างเหตุผลอะไรอย่างไร หทัยก็ไม่เห็นด้วย ยืนยันคำเดียวว่า เหตุผลของเขานั้น “เอาไปใช้กับคนอื่นก็แล้วกัน แต่ไม่ใช่ที่แปลงนั้น ยังไงฉันก็ไม่ไปเจรจาให้คุณ”

“แม่มัวแต่ลังเลแบบนี้ เดี๋ยวก็โดนคาบไป” โอมติง

“ถ้าเขาจะขายที่ให้คนอื่น ก็เป็นสิทธิ์ของเขา อย่างน้อยแม่ก็มีความสุขที่ไม่มีส่วนทำสิ่งผิดๆ” พูดแล้ว เดินออกไป

“อดเลยพ่อ” โอมทำหน้าผิดหวัง อลงกรณ์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดกับลูกชายอย่างมุ่งมั่นว่า

“แกคิดว่าพ่อจะยอมง่ายๆเหรอ?”

ooooooo

ตอนที่ 2

ย่าขวัญ หญิงชราวัยเกือบ 80 เป็นเจ้าของที่ดินที่อยู่รายรอบหมู่บ้านสวนขวัญ ย่าขวัญเป็นชาวสวนมา แต่เกิด ย่ามีชีวิตที่เรียบง่าย ที่สำคัญ ย่าเป็นคนดูแลไม้มาตั้งแต่เด็ก จึงมีความผูกพันกันมาก

วันนี้ ไม้ไปหาย่าขวัญ เห็นย่าเก็บผักบุ้งมากำขายกำละ 5 บาท ก็แซวว่าย่ารวยแย่เลย

“เงิน ห้าบาทสิบบาทมันเงินไหมล่ะ รวมๆเข้ามันก็เป็นพันเป็นหมื่นนี่ แล้วค่าหมี่กะทิของย่าล่ะ อย่ามางุบงิบทำเป็นลืม” พอถูกย่าทวง ไม้ก็ควักเงินออกมาให้ ย่ารับไปเหน็บที่ชายพก

ไม้ถามถึงตั๊กแตนเด็กกำพร้าที่ย่ารับมาเลี้ยงไว้ตั้งแต่เด็กจนปัจจุบันโตเป็นสาวแล้วว่าหายไปไหนไม่อยู่ช่วยงานและดูแลย่า

“ไป โรงเรียนแล้วมั้ง เดี๋ยวเลิกเรียนมันก็กลับบ้าน เด็กมันกำลังสาวก็งี้แหละ เพื่อนเยอะ มันยังเด็กติดเพื่อนติดเที่ยวตามประสาเหมือนไม้ไง ตอนเป็นเด็กก็ชอบหนีโรงเรียนไปเที่ยว ย่าไม่เคยว่าสักคำ”

“มันไม่เหมือนกันนี่ย่า”

“ย่ารู้ไม้ไม่ได้หนีเที่ยวเพราะอยากสนุก แต่อยากให้มีเรื่อง อยากประชดเขา อยากให้เขาร้อนใจ”

“เพราะ ไม่รักดีก็เลยต้องเป็นคนสวนกระจอกๆอยู่อย่างนี้” ไม้บ่นตัวเอง ถามย่าว่าวันนี้ทำอะไรกิน ย่าบอกว่าต้ม กะทิสายบัว ไม้เตรียมลงมือช่วย ย่าบอกว่า “เดี๋ยวคุณหทัยเขาจะแวะมากินข้าวเช้าด้วย บอกว่าจะเอาหมี่กรอบมาฝากด้วย เขาไปเจอเจ้าอร่อยมา”

พอไม้รู้ว่าหทัยจะมา เขาเปลี่ยนใจขอกลับทันทีบอกย่าว่าพรุ่งนี้จะมาใหม่ ย่าถอนใจบ่นงึมงำ “รู้งี้ไม่บอกซะก็ดี”

ooooooo

วันนี้โอมประคองดอกไม้ช่อใหญ่ไปให้แก้วที่บริษัท แต่ไม่เจอแก้วจึงฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ บอกว่าตนมีธุระแต่เขียนโน้ตบอกไว้แล้ว

เป็ด ปุ๊กขับรถเข้าบริษัทพอดี เห็นหลังโอมเดินออกไป พอมาถึงเคาน์เตอร์เห็นดอกไม้ช่อใหญ่ ถามพนักงานว่าของใคร พอรู้ว่าของแก้ว เธอถามว่า “นั่นหนุ่มของเขาเหรอ”

“ค่ะ...คุณบัวบูชาไม่รู้จักเหรอคะ” เธอส่ายหน้าบอกว่ายังไม่เคยเจอรู้แต่ว่าหล่อและรวยมาก “คุณแก้วโชคดี จังเลยนะคะ” พนักงานคนนั้นพูดต่อ เป็ดปุ๊กพยักหน้า มองดอกไม้ช่อนั้น...

แก้วรับช่อดอกไม้เข้าไปในห้องทำงานซึ่งอยู่ห้องเดียวกับเป็ดปุ๊กที่เป็นหัวหน้าพนักงานแผนกส่งออกอัญมณี พูดอวดดังๆอย่างปลื้มมากว่า

“เขากะเวลาดีจังเลย พอช่อที่แล้วเหี่ยว ก็ส่งช่อใหม่มา”

เป็ด ปุ๊กนั่งอยู่ในสุด มองแก้วอย่างดีใจด้วย บ่นเสียดายที่ไม่ทันได้เห็นหน้าว่าหล่อแค่ไหน แก้วบอกว่าก็หน้าบ้านๆนี่แหละ ไว้วันหลังจะพามารู้จัก พอเป็ดปุ๊กขอดูรูปในมือถือแก้วบอกว่าไม่มี เป็ดปุ๊กเลยหยอกว่าคงไม่ใช่กลัวตนแย่งนะ

แก้วชะงักมองเป็ดปุ๊กน่ิงไปครู่ หนึ่งแล้วหัวเราะออกมาถามว่า “พูดเล่นใช่ไหมเนี่ย อย่างเป็ดเนี่ยนะ แย่งไหวเหรอ” พอเห็นเพื่อนอึ้งก็แก้ว่า “แก้วพูดเล่นถ้าเป็ดแย่งเขาไปได้นะ แก้วยกให้เลย ถ้าเขาเป็นผู้ชายที่พร้อมจะตีจากแก้วไปหาคนอื่นเราจะมาเก็บเขาไว้ทำไม ตัดขาดมันไปเลย”

“มิน่า...ถึงไม่ยอมถ่ายรูปเขาไว้ เผื่อจะตัดขาดนี่เอง”

“เพราะถ้าเขาเป็นคนดีจริงๆ เขาก็จะไม่มีวันทำอย่างนั้น แล้วแก้วก็จะไม่มีวันยอมเสียเขาไปให้ใครด้วย”

เป็ดปุ๊กถามว่าแล้วตกลงเขาดีหรือไม่ดี แก้วบอกว่ากำลังดูใจอยู่ แล้วทำเป็นแหย่อีกว่า

“เอ...หรือจะลองให้รู้จักเป็ดดี ดูซิว่า เขาจะสนใจเป็ดไหม จะได้รู้กันไปเลย”

“โอ๊ย...อย่าเลยจ้ะ ยังไม่อยากมีปัญหา อยู่คนเดียวแบบนี้ดีแล้ว”

“เป็ด ไม่รู้อะไร ถ้าเราเจอใครสักคนที่ดีจริงๆน่ะนะ ชีวิตเราจะไม่เหมือนเดิมอีกเลย เราจะมีใครอีกคนที่คอยอยู่ ข้างๆเรา เป็นกำลังใจให้เรา แก้ปัญหาให้เรา ทำให้เรารู้สึกว่ามีค่า โลกนี้จะน่าอยู่ขึ้นอีกมาก” แก้วพูดจนเป็ดปุ๊กเคลิ้มแล้วหักมุมเอาดื้อๆ “พูดแล้วเป็ดก็คงไม่เข้าใจ เพราะยังไม่มีคนคนนั้น เดี๋ยวเอาดอกไม้ใส่แจกันก่อนดีกว่า”

แก้วประคองช่อดอกไม้เดินพลิ้วออกไปอย่างมีความสุข ทิ้งให้เป็ดปุ๊กนั่งคิดถามตัวเองว่า...

“คนคนนั้น...ใครล่ะ”

ooooooo

ไม้ เดินไปที่สวนหลังร้านต้นไม้ของตัวเอง ที่นั่น มีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ความร่มรื่นไปทั้งสวน ที่สำคัญ บนต้นไม้ใหญ่นั้น เขามีบ้านต้นไม้ปลูกอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ มีบันไดลิงสำหรับปีนขึ้นไปบนบ้าน...

บ้าน บนต้นไม้ของเขา มีหน้าต่างที่ตรงกับหน้าต่างห้องนอนของเป็ดปุ๊กพอดี นี่เองทำให้เขาเห็นเธอนั่งร้องไห้ในคืนที่ย้ายเข้ามาอยู่ เขาติดใจสงสัยแต่นั้นมาว่า ทำไมเธอต้องร้องไห้ในคืนแรกที่ย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่นี้...

และวันนี้ เมื่อเขาปีนขึ้นไปบนบ้านต้นไม้แล้วมองมาที่บ้านเป็ดปุ๊ก ก็เห็นเชียรออกมายืนพิงผนังเหม่อมองเศร้าเหงาอยู่คนเดียว...เห็นแล้ว ไม้นิ่งคิดอะไรบางอย่าง

ไวเท่าความคิด เขาไปหาเชียรที่บ้าน อ้างว่าจะมาคุยเรื่องต้นไม้และขอเข้ามาดูต้นไม้ที่เพิ่งเอามาลง เชียรจึงเล่าว่า

“ลูกสาว เขาว่า ถามเธอแล้วว่านี่ต้นอะไร เธอบอกว่าต้นไม้” ไม้ยิ้มขำๆ บอกว่าต้นบุหงาราตรี เชียรจึงนึกออกบ่นตัวเองขำๆว่าคิดอยู่ทั้งคืน
ไม้ คุยเรื่องต้นบุหงาราตรี ถามว่าเคยปลูกไหม เชียรบอกว่าเคยเห็นแต่ไม่เคยปลูก ไม้เลยบรรยายทั้งต้นและดอกให้ฟังอย่างรู้จริง ย้ำในตอนท้ายว่า “ต้นไม้เพิ่งเอามาลงดิน ต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ เดี๋ยวจะไม่รอด”

“ต้นไม้ ลงดินใหม่ ก็คงคล้ายๆกับฉันที่เพิ่งย้ายเข้าบ้านใหม่” เชียรเปรียบเทียบ ไม้เสริมว่าต้องใส่ใจเป็นพิเศษเหมือนกัน เชียรเลยพูดติดตลกว่า “แต่ไม่ต้องรดน้ำนะ” แล้วหัวเราะกันสบายใจ

ไม้รดน้ำต้นไม้และจะจัดสวน พื้นที่เล็กๆที่เหลืออยู่ให้ เขาคุยเรื่องการปลูกการดูแลรักษาต้นไม้นานาชนิดอย่างผู้รู้ จนเชียรฟังเพลิน แล้วถามว่าจะเอาอย่างไรดี เชียรขอปรึกษาเป็ดปุ๊กดูก่อน พูดแล้วหัวเราะบ่นแทนเขาว่าเสียเวลาบรรยายเสียตั้งนาน ไม้ได้จังหวะถามว่าแล้วเป็ดปุ๊กไปไหนเสียล่ะ

พอเชียรบอกว่าไปทำงาน ไม้ก็อาสาจะไปซื้อก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อยมาให้กิน เชียรบอกว่าเกรงใจ แต่ที่แท้กลัวเป็ดปุ๊กรู้แล้วจะเป็นห่วง เพราะเคยเตือนไว้ว่าอย่าไว้ใจคนแปลกหน้า

ไม้หว่านล้อมจนในที่สุดเชียรฝากซื้อหมี่ขาว ระหว่างนั่งกินด้วยกันนั่นเอง ไข่มุกมาแอบดูอยู่ริมรั้วอย่างอยากรู้อยากเห็น

ooooooo

วันนี้ แก้วมาเล่าให้เป็ดปุ๊กฟังว่า เมื่อวานไปเยี่ยมเก็จมา หลานบอกว่าคิดถึงคุณปู่กับคุณอาเป็ดมาก

เป็ด ปุ๊กดีใจถามว่าจริงหรือ แมวเมี้ยวกับนกจิ๊บเป็นอย่างไรบ้าง แก้วบอกว่าหงอยๆ บ่นแต่ว่าคิดถึงอาเป็ด ส่วนเก็จก็เอาแต่บ่นเรื่องไก่กุ๊กว่าไม่ได้สนใจลูกเท่าไร แล้วถามว่า “เป็ดไม่คิดจะเข้าไป...”

“หลานน่ะฉันก็คิดถึงแต่เรื่องพี่ไก่กับพี่เก็จ มันเรื่องของผัวเมียเขา ฉันทำอะไรไม่ได้หรอก ถึงพี่ไก่จะเป็นพี่ชาย แต่เขาก็ไม่ยอมปรับปรุงตัว” แก้วถามว่าเป็ดก็เลยพาพ่อหนี? “ขืนอยู่ต่อไป ทั้งพ่อทั้งเราคงช้ำใจตายคาบ้าน”

ระหว่างนั้นแก้วส่งสัญญาณบางอย่างไปที่ประตู เป็ดปุ๊ก มองไปเห็นพิมพาเจ้านายของตนยืนมองอยู่อย่างไม่พอใจ

“บัวบูชา มาคุยกันหน่อย” พิมพาสั่ง เป็ดปุ๊กดูอาการก็รู้ว่าต้องเป็นเรื่องไม่ค่อยดีแน่

เป็ด ปุ๊กถูกพิมพาที่เป็นหัวหน้าเรียกไปตำหนิที่ส่งโบรชัวร์ของสองเดือนก่อนไปให้ ลูกค้าที่เบลเยียม เป็ดปุ๊กหน้าเสีย บอกว่าแก้วเป็นคนบอกฝ่ายศิลป์เอามาให้ตน

“แล้วเธอได้ดูก่อนหรือเปล่า เรื่องนี้จะไปโทษแก้วเขาไม่ได้ เธอเป็นหัวหน้า เธอต้องเป็นคนรับผิดชอบสิ ดีนะที่ลูกค้าเขาอีเมล์มาถึงพี่โดยตรง ถ้าเขาไม่พอใจแล้วตัดสินใจไปสั่งสินค้าจากคนอื่น เราจะเสียหายแค่ไหน เธอก็รู้ว่าเศรษฐกิจยุโรปตอนนี้เป็นยังไง เขาสั่งซื้อสินค้าจากเรา มันบุญแค่ไหนแล้ว”

เป็ดปุ๊กก้มหน้าเอ่ยขอโทษ พิมพาถามว่าช่วงนี้มีปัญหาอะไรหรือ มีปัญหาครอบครัวหรือเปล่า เมื่อเป็ดปุ๊กเล่าให้ฟังว่าตนเพิ่งย้ายบ้านใหม่เลยวุ่นๆ ก็ถูกถามจี้เรื่องครอบครัว เป็ดปุ๊กเอะใจว่าพิมพารู้เรื่องในครอบครัวตนได้อย่างไร แต่ก็เล่าว่า

“ค่ะ เป็ดมีปัญหากับพี่สะใภ้กับพี่ชายค่ะ แล้วมันก็ลามมาถึงพ่อ นี่เลยเป็นเหตุให้เป็ดต้องย้ายบ้าน”

พิมพาพูดอย่างรู้ดีว่าย้ายไปอยู่เสียไกลเลยทำให้มาทำงานสายด้วย เธอยอมรับว่ารถติดมากยังปรับตัวไม่ได้

“พี่ก็เห็นใจนะ แต่เธอต้องรู้จักแยกแยะระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว จะให้เรื่องส่วนตัวมาทำให้งานเสียไม่ได้ มันจะเสียหายไปกันใหญ่ พยายามหน่อย ตั้งใจทำงานเหมือนอย่างที่เธอเคยเป็นมาก่อนหน้านี้”

เมื่อเป็ดปุ๊กกลับมาที่ห้องทำงาน แก้วรี่มาถามทันทีว่าพิมพาว่าอย่างไรบ้าง พอรู้ว่าถูกด่าเรื่องที่แก้วเอาโบรชัวร์เก่าส่งไปให้ลูกค้า แก้วทำเป็นตกใจรีบขอโทษ

“ไม่แน่นะ อีกหน่อยพี่พิมเขาอาจจะให้แก้วเป็นหัวหน้า แล้วให้เป็ดเป็นลูกน้องแก้วก็ได้” แก้วอึ้งไปนิดหนึ่งแล้วทำเป็นติงว่าพูดอะไรอย่างนั้น เป็ดปุ๊กหัวเราะ เบา ถามว่า “ทำไม กลัวงานหนักล่ะซิ แค่พูดขำๆ น่ะไม่ต้องตกใจ คงไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก”

แต่พอแก้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ ก็พึมพำกับตัวเองว่า “มันก็ไม่แน่”

ooooooo

ก่อนกลับบ้านคืนนี้ เป็ดปุ๊กแวะที่ซุปเปอร์มาร์เกต เลือกซื้ออาหาร พลาง โทร.บอกพ่อว่าตนซื้ออาหารเสร็จแล้วเดี๋ยวจะเข้าบ้าน

“โธ่เอ๊ย...ก่อนซื้อทำไมไม่ โทร.มาถามก่อน พ่อมีของกินแล้ว ปลาอินทรีเค็มชิ้นเบ้อเริ่ม”

“เดี๋ยวๆ พ่อ แล้วพ่อไปซื้อมาจากไหน เขาให้รถกับข้าวเข้ามาในหมู่บ้านเหรอ”

“เปล่า ไม้เขาเอามาฝาก” เป็ดปุ๊กทวนชื่ออย่างสงสัย เชียรบอกว่า “ก็คนสวนของหมู่บ้านที่มาลงต้นไม้ให้เราไงล่ะ”

เป็ดปุ๊กบอกว่ารู้ แต่สงสัยว่าทำไมเขาถึงเอามาให้ เชียรบอกว่าเขามาดูต้นไม้วันนี้เลยเดินติดมาให้พ่อชิม

“พ่อก็ไม่น่าไปรับของเขา ไม่ได้รู้จักคุ้นเคยกันสักหน่อย เอาล่ะค่ะ ยังไงเป็ดก็จะซื้อไป ก็เลือกแต่ของที่พ่อชอบๆ ทั้งนั้นแหละ อีกยี่สิบนาทีคงถึงบ้านนะคะ”

เป็ดปุ๊กบ่นอย่างเป็นห่วง เชียรเองฟังแล้วก็ไม่สบาย ใจเหมือนกัน

ooooooo

ที่ลานจอดรถของห้างที่เป็ดปุ๊กไปซื้อของนั่นเอง แตนกับภูมิ เพื่อนชายกำลังเต้นกันอย่างบ้าคลั่งจากเพลงที่เปิดกระหึ่มจากรถกระบะของภูมิที่จอดอยู่

ทันใดนั้น ไม้ขับรถเข้ามาจอดข้างรถของเป็ดปุ๊ก ลงจากรถเดินอ้าวไปหาแตนที่กำลังเต้นอยู่ พอภูมิเห็นไม้ เท่านั้นก็วิ่งไปขึ้นรถขับพุ่งหนีไปจนเกือบชนไม้ ดีแต่เขา โดดกลิ้งหลบทันแต่ก็เจ็บตัว แตนตกใจทำอะไรไม่ถูก พอตั้งสติได้ก็วิ่งไปที่รถเป็ดปุ๊กขอให้พาตนหนีไอ้โรคจิตคนนั้นด้วย ขณะเดียวกันไม้ก็วิ่งโขยกเขยกมาตะโกนให้ ช่วยจับตัวแตนไว้ด้วย

แตนเห็นจวนตัวจึงวิ่งหนีไป ไม้วิ่งมาถึงถามเป็ดปุ๊ก ว่าทำไมไม่จับตัวไว้ให้ตน ก็ถูกสวนทันควันว่า

“เรื่องอะไรฉันต้องทำตามที่นายบอก นายมันโรค จิต” พูดแล้วขึ้นรถเลย ไม้จับประตูไว้ก็ถูกเธอเอากระเป๋าสตางค์ทุบจนต้องปล่อย เธอถอยรถพรืดออกไปทันที ไม้ ยืนหงุดหงิด เพราะนอกจากจับแตนไม่ได้แล้วยังถูกเป็ดปุ๊ก ด่าว่าโรคจิตอีก

เป็ดปุ๊กกลับถึงบ้านก็จัดอาหารทานกันสองพ่อลูก บนโต๊ะมีปลาอินทรีเค็มทอดมีพริกกับหอมซอยโรยทับ เชียรบีบมะนาวแล้วกินกับข้าวร้อนๆจนหมด ส่วนกับข้าวที่เป็ดปุ๊กซื้อมาเชียรแทบไม่ได้แตะเลย

ระหว่างนั้นเป็ดปุ๊กยังพูดถึงเรื่องที่พ่อคบกับไม้อย่างไม่สบายใจกลัวพ่อถูกหลอก เชียรเชื่อว่าไม้ไม่ใช่ คนเลวร้ายอะไร  เขาเป็นแค่คนสวนแต่มีน้ำใจและถ้าเขา คิดร้ายจริงก็ไม่เห็นว่าเขาจะเอาอะไรไปจากพ่อได้ บ้านก็แทบไม่มีสมบัติอะไร

เป็ดปุ๊กงอนที่เห็นพ่อชื่นชอบไม้ เมื่อเชียรบอกว่า ไม้ถามว่าที่ริมกำแพงที่ว่างอยู่จะให้เขาจัดสวนแบบไหน เป็ดปุ๊กตอบงอนๆว่า “ตามใจพ่อเถอะค่ะ”

เมื่อเก็บถ้วยชามไปล้าง เป็ดปุ๊กเห็นถุงก๋วยเตี๋ยวสองถุงในถังขยะก็ชะงักถามพ่อว่า เมื่อกลางวันพ่อออกไปซื้อก๋วยเตี๋ยวมากินหรือ พอรู้ว่าพ่อฝากไม้ซื้อมากิน เธอ ก็หน้าตึง จนเชียรต้องบอกว่าถ้าเธอไม่ชอบไม่อยากให้ฝากไม้ซื้อก๋วยเตี๋ยวพ่อก็จะไม่ทำอีก เธอก็ยังคงแสดงความห่วงใยย้ำเตือนว่า อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า

ความเห็นต่างทำให้บรรยากาศไม่ดีนัก เป็ดปุ๊ก จึงเลิกพูดเรื่องไม้ และเชียรก็ขึ้นไปพักผ่อน เธอนิ่งคิดถาม ตัวเองว่า

“อะไรกันเนี่ย ฉันทำผิดเหรอ?” นั่งสับสนหงุดหงิด สุดท้ายก็ไปลงที่ไม้ “เพราะอีตานั่น อีตาคนสวน!”

แล้วความเชื่อเรื่องไม้เป็นโรคจิตก็ตอกย้ำความคิดของเป็ดปุ๊กอีก เมื่อเธอเอาขยะไปทิ้งหน้าบ้าน เจอนภ มาถามว่าพรุ่งนี้ไม้จะมาที่นี่อีกไหม พอรู้ว่ามาก็ฝากบอกไม้ว่าพรุ่งนี้ช่วงบ่ายตนอยู่บ้านให้แวะไปหาด้วย

พอนภไป ไข่มุกก็โผล่ขึ้นมาที่รั้วถามว่าเด็กนั่น มาคุยอะไรหรือ พอเป็ดปุ๊กเล่าให้ฟัง ไข่มุกฟันธงฉัวะ

“นั่นไง! เห็นไหมล่ะคะ กล้าจริงๆเลย ถึงกับมา ฝากบอกให้ไปมั่วกันที่บ้าน ไม่รู้จักอาย”

เป็ดปุ๊กนึกถึงเรื่องที่ลานจอดรถ เล่าว่ากับผู้หญิงไม้ก็มีท่าทีแปลกๆ ไข่มุกตีขลุมว่า

“แสดงว่ามันชอบมั่วทั้งสองเพศ  ทั้งผู้หญิงผู้ชาย มันเอาหมด” แล้วบอกเป็ดปุ๊กให้เตือนพ่อเธอด้วย  เป็ดปุ๊ก ติงว่าพ่อแก่แล้ว ไข่มุกก็มั่วว่า “ไอ้พวกนี้เดาใจมันไม่ออกหรอกค่ะ” กับเด็กมันชอบมั่วกับคนแก่ก็ไม่แน่หรอกค่ะ อึ๋ย...นึกแล้วขนลุก”

เห็นไข่มุกทำขนลุกขนชันขนาดนั้น เป็ดปุ๊กก็พลอย สยองไปด้วย พอกลับเข้าห้องนอน เธอก็อดคิดไม่ได้ว่า ทำไมเราต้องมาเจอกับคนแบบนี้ด้วยนะ

ooooooo

วันนี้ไม้ขนอุปกรณ์การทำสวนหย่อมมาทำสวนไม้น้ำ เชียรช่วยทำด้วย เลยยิ่งสนิทสนมกัน จนเชียรเล่าปัญหาครอบครัวของตนให้ฟัง  และไม้ก็เล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังว่า

“ผมอยู่กับย่า  ย่าเป็นคนสวนแถวนี้  ก็วิ่งเล่นในสวน อยู่กับต้นไม้ต้นไร่มาตั้งแต่เด็ก  แต่ผมค่อนข้างจะใจร้อน ย่ายังบอกว่า ไม่น่าตั้งชื่อผมว่า “ไม้” น่าจะชื่อ “ไฟประลัยกัลป์” มากกว่า เล่าแล้วก็หัวเราะขำตัวเอง

เชียรถามถึงพ่อแม่เขา ไม้เล่าว่าพ่อตายแม่มีสามีใหม่  เชียรเห็นไม้ขรึมไปเลยไม่อยากซักอะไรให้สะเทือนใจอีก  ก็พอดีนภมาหา ถามไม้ว่า “พี่เขาบอกพี่ไม้หรือเปล่าว่า บ่ายนี้ผมอยู่บ้าน”

“คุณลุงเขาบอกแล้ว  พี่กำลังทำงาน  เดี๋ยวเย็นๆจะไปหา”

เมื่อนภกลับไป  เชียรถามไม้ว่าเด็กคนที่เป็ดปุ๊กฝากตนบอกใช่ไหม

“ครับ น่าสงสาร พ่อแม่ส่งให้มาเรียนกรุงเทพฯ ต้องอยู่บ้านคนเดียว  มาเถอะครับรีบทำให้เสร็จเดี๋ยวต้องไปอยู่เป็นเพื่อนเขาอีก”

เป็ดปุ๊กเลิกงานขับรถกลับ ผ่านบ้านนภเห็นรถของไม้จอดอยู่  เธอเลยลงไปชะเง้อมองข้างใน ขณะกำลังกระเย้อกระแหย่งก็มีเสียงถามจากข้างหลังว่า

“ให้ช่วยอุ้มไหม” เป็ดปุ๊กตกใจถามว่ามาทำอะไรข้างหลังตน “ก็เห็นคุณชะเง้อดูอะไรเลยมาถามว่าจะให้ช่วยอุ้มขึ้นไปไหมจะได้เห็นถนัดๆ”

เป็ดปุ๊กแก้เกี้ยวว่าตนมาดูให้แน่ใจว่าเขากับน้องคนนั้นได้เจอกันหรือเปล่า  เธอแอบซักถามจนรู้ว่าเขาสนิทกับนภเป็นพิเศษ  เลยแกล้งถามว่าแล้วเด็กสาวเมื่อคืนล่ะ ไม้บอกว่านั่นเป็นเด็กของตน  ชอบหนีเที่ยว  เธอถามอีกว่า

“เด็กของนาย? หมายความว่าไม่ใช่ทั้ง ‘เพื่อน’ หรือ ‘กิ๊ก’?”

ก็พอดีนภออกมา เป็ดปุ๊กจึงกลับบ้าน กลับมาเห็นพ่อสดชื่นแจ่มใสทั้งยังชมไม้ให้ฟังว่าแต่งสวนเก่ง  ก็คิดเตลิดไปไกล บอกพ่อว่าไม่อยากให้พ่อยุ่งกับไม้มากนัก พอเชียรถามว่าทำไม เธอโพล่งไปว่า

“เขาเป็นพวกโรคจิต เขามีอะไรกับเด็กผู้ชายที่บ้านอยู่ปากซอย  เป็ดเห็นกับตาเลยพ่อแล้วตัวเขาก็บอกเองว่า เด็กคนนั้นเป็นมากกว่าเพื่อน  แล้วไม่ใช่แค่เด็กผู้ชายนะพ่อ ยังมีเด็กผู้หญิงเลี้ยงไว้อีกคน เมื่อวานเป็ดเห็นเขาไปตามล่าเด็กนั้นที่ห้าง” เชียรติงว่ากล่าวหาเขาแบบนี้เรื่องใหญ่นะ “เป็ดไม่ได้กล่าวหาเขากับคนอื่น แต่เป็ดแค่อยากให้พ่อรู้ อย่าว่างั้นงี้เลยนะพ่อ พ่อเองก็อาจจะกลายเป็นเหยื่อของเขาสักวันก็ได้”

ฟังแล้วเชียรอึ้ง วันรุ่งขึ้น เมื่อไม้มาจัดสวนต่อ เชียร มีทีท่าระแวง  ระมัดระวังตัว  จนสุดท้ายไม่สบายใจขอตัวเข้าไปพักในบ้านอ้างว่าไม่สบายตัว  แล้วไม่ออกไปช่วยไม้อีกเลย

เมื่อไม้จะกลับ  เชียรจึงเสนอว่าคราวหน้าให้ฝ้ายมาทำแทนก็ได้ แต่ไม้ขอทำเองเพราะถึงฝ้ายจะมีฝีมือแต่อารมณ์แปรปรวน  อารมณ์ดีก็ดี  หงุดหงิดขึ้นมาก็มั่ว แล้วโอบไหล่นภออกไป เชียรมองตามอึ้งๆ

ooooooo

ศักดิ์พ่อของเก็จกับแก้ว  ขับรถพากะรัตไปห้าง ส่งกะรัตเข้าห้างไปก่อนแล้วตัวเองเอารถไปหาที่จอด ปรากฏว่าถูกนักเลงทวงหนี้โต๊ะบอลตามล่า  หนีสุดชีวิต แต่สุดท้ายก็ถูกจับซ้อมเกือบตาย

กะรัตรอนานไม่เห็นศักดิ์มาจึงออกมาตาม เจอพวกนั้นยังซ้อมศักดิ์อยู่ จึงตะโกนว่าตำรวจมา ก่อนที่พวกนั้นจะหนีไปมันยื่นคำขาดว่าสองอาทิตย์ต้องใช้หนี้ให้หมด!

กะรัตพาศักดิ์ไปทำแผลที่บ้านของเชียรที่เก็จอยู่กับลูก  กะรัตบอกว่าศักดิ์เป็นหนี้พนันบอลหนึ่งล้านบาท หากไม่หาทางช่วยมีหวังถูกนักเลงทวงหนี้เอาชีวิตแน่  เก็จถามว่าแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ตั้งล้านบาท  กะรัตเสนอว่าให้ขายบ้านหลังนี้ใช้หนี้แล้วไปหาซื้อทาวน์เฮาส์อยู่ เก็จบอกว่าพ่อของไก่กุ๊กคงไม่ยอมเพราะจะเก็บไว้ให้หลาน

“ฝากเก็จไว้  ถ้าไม่อยากให้พ่อถูกกระทืบตายก็พยายามยุให้รีบขายบ้านเสีย ให้นายไก่ทำก็ได้ อ้างลูกอ้างเมียเข้าไว้”

เก็จฟังแล้วได้แต่ถอนใจหนัก...

ooooooo

เชียรแอบดูไม้ขับรถออกไปอย่างสมเพชตัวเองที่ต้องหลบๆซ่อนๆทั้งที่อยู่บ้านตัวเอง แต่พอมองไปอีกฝั่งเห็นไข่มุกก็ทำลับๆล่อๆแอบดูไม้อยู่เหมือนกัน

นภพาไม้ไปที่บ้าน นภบอกว่าพรุ่งนี้ตนต้องทดสอบมวยปล้ำก่อนเข้าเรียนแต่ยังไม่ค่อยรู้เรื่องเลย ไม้จึงต้องสอนให้มีการกอดรัดปล้ำกัน เลยเป็นเหยื่อสายตาของไข่มุกที่มาแอบดู แต่ข้างหลังไข่มุกยังมีเชียรอีกคน ไข่มุกหันมาเจอชี้ย้ำว่าเห็นหรือยังว่าไม้ไม่ปกติ แต่เชียรก็ยังเห็นว่าไม้ปกติดี

เมื่อซ้อมมวยปล้ำเสร็จไม้เดินออกมา ไข่มุกเผ่นแน่บทันที เหลือแต่เชียรที่ไม้เดินออกมาเจอถามว่าเมื่อกี้คุยกับใครหรือ ทำเอาเชียรหาข้ออ้างแทบไม่ทันแต่ก็เอาตัวรอดได้บอกไม้ว่าเขาหูฝาดกระมัง ตนเดินเล่นผ่านมาเท่านั้น ไม้ถามดักคอว่า มาเดินเล่นทั้งที่แดดกำลังเปรี้ยงนี่หรือ!

กลับถึงบ้าน เชียรโทร.เล่าให้เป็ดปุ๊กที่ยังติดงานอยู่ฟัง เป็ดปุ๊กได้ทียืนยันสิ่งที่ตนเตือนพ่อทันที พอดีพิกุลมาทักเชียรเป็ดปุ๊กจึงขอคุยกับพิกุล พิกุลฟังเป็ดปุ๊กครู่หนึ่งถามว่า จะเอาอย่างนั้นเลยหรือ

แผนที่เป็ดปุ๊กให้พิกุลช่วยคือ ให้เธอนัดชาตรีผู้ชายนะยะมาพบไม้ทำทีติดต่อจะจ้างไปปลูกต้นไม้แต่งสวน แต่ที่แท้มาอ่อยหวังให้ไม้หลุดความ “วิปริต” ออกมา โดยเป็ดปุ๊กกับเชียรมาแอบดูอยู่ห่างๆ

ปรากฏว่าไม้ทนชาตรีไม่ได้จนลุกหนี เมื่อชาตรีตามตื๊อเลยโดนไม้ต่อยเสียคว่ำแล้วเดินหัวเสียออกไป

งานนี้ไม้พิสูจน์ตัวเองได้อย่างชัดแจ้งโดยไม่รู้ตัว และเชียรก็เชื่อสนิทใจว่าเขาไม่ได้ “วิปริต” อย่างที่ถูกกล่าวหา เชียรรู้สึกผิดจึงตามไปเรียกจะขอโทษ ไม้ถามเชียรว่าต้องการอะไรหรือ? เป็ดปุ๊กชิงตอบแทนเชียรว่า

“พ่อไม่ได้ต้องการหรอก ฉันต้องการเอง ฉันแค่อยากจะพิสูจน์ว่านายเป็นอย่างที่เขาลือกันหรือเปล่า”

“เป็นยังไง” ไม้ยังงง เป็ดปุ๊กโพล่งออกไปว่าเป็นเกย์ไง! ไม้ถามว่า “แล้วคุณเชียรคิดว่าผมเป็นอย่างนั้นเหรอครับ อ้อ...มิน่า วันนี้คุณถึงทำท่าแปลกๆ คุณ

เชียร คุณคิดอย่างนั้นจริงๆเหรือครับ” ไม้ถามจริงจังมาก จ้องหน้าเป็ดปุ๊กบอกว่า “ผมไม่ได้เป็นเกย์ ผมเป็นผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์” ซ้ำท้าว่าตนพิสูจน์ความเป็นชายได้ ให้หาใครมาให้ตนพิสูจน์ก็ได้

เป็ดปุ๊กร้อนตัวที่เขาจ้องหน้าตนเลยด่า “นี่! ไม่ต้องมามองฉัน ไอ้โรคจิต”

เลยกลายเป็นสองคนโต้เถียงกันไปมา จนเชียรต้องปรามเป็ดปุ๊กที่ด่าไม้และขอร้องให้ทั้งสองพอได้แล้ว

เชียรรู้สึกแย่กับเรื่องที่เกิดขึ้น

กลับถึงบ้านแล้ว เชียรยังเครียดไม่หาย จนเป็ดปุ๊กถามว่าพ่อจะเครียดไปกับเขาทำไม

“ก็พ่อทำให้เขาต้องอายพ่อไม่ทันคิด จริงๆพ่อก็ยังไม่เชื่อหรอกว่าไม้เขาจะเป็น...” เป็ดปุ๊กขัดขึ้นว่าแล้วพ่อรู้ได้ยังไงว่าไม่ได้เป็น “ลูกก็เห็น เขาชกเพื่อนพิกุลเสียกระเด็นขนาดนั้น”

“ผู้ชายคนนั้นอาจจะไม่ใช่สเปกเขาก็ได้ เขาชอบเด็กหนุ่มๆไม่ชอบแบบนั้น”

“เป็ด เมื่อไหร่ลูกจะเลิกมีอคติกับเขา แค่นี้พ่อว่ามันก็แย่สำหรับเขาแล้วนะ”

“จริงด้วยซีคะ” เป็ดปุ๊กน้ำเสียงน้อยใจ ตัดพ้อนิดๆ “ทำไมเป็ดต้องอคติกับเขาด้วย เขาเป็นคนสำคัญของพ่อ เป็ดควรจะเลิกมองเขาในแง่ร้ายใช่ไหมคะ ได้ค่ะ...เป็ดจะไม่พูดถึงเขาอีกเลยก็ได้ ถ้าทำให้พ่อไม่มีความสุข”

พูดเสร็จเป็ดปุ๊กลุกไปเลย ทำให้เชียรรู้สึกแย่มาก แต่เมื่อไปนั่งคิดแล้ว ทั้งเชียรและเป็ดปุ๊กต่างรู้สึกไม่ดี จึงมาขอโทษกัน เชียรบอกเป็ดปุ๊กที่เสียใจจนตัวเองน้ำตาไหลว่า

“พ่ออยากบอกให้เป็ดปุ๊กรู้ สำหรับพ่อ ไม่มีใครสำคัญมากกว่าลูก ลูกสำคัญที่สุดเสมอ”

พ่อลูกโผเข้ากอดกันด้วยความรัก...และเข้าใจ...

ooooooo

วันนี้ เชียรได้รับโทรศัพท์จากไม้ เขาถามว่าบ้านฝั่งโน้นอยู่ไหน พอรู้ว่าไม่อยู่ก็บอกว่าจะมาทำสวนน้ำต่อ พอเชียรวางสายก็ได้ยินเสียงไม้ดังมาจากนอกกำแพงขอปีนกำแพงเข้ามา เชียรอนุญาตขำๆที่วันนี้เขามาแปลก

พอปีนกำแพงเข้ามาแล้ว ไม้ชี้แจงว่าที่มาแบบนี้เพราะไม่อยากเป็นขี้ปากคน แล้วขอโทษเรื่องเมื่อคืนที่ตนพูดอะไรไปไม่ค่อยดี เชียรก็ขอโทษไม้ที่คิดอะไรบ้าๆแบบนั้น แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าเขาเป็นอย่างไร ไม้ถามว่าแล้วเป็ดปุ๊กล่ะ เชียรตัดบทว่า

“รายนั้นช่างเขาเถอะ อีกหน่อยเขาก็เข้าใจเอง”

“ก็ได้ครับ คงไม่เป็นอันตรายกับผมนัก ผมจะมาขออนุญาตทำสวนไม้น้ำต่อให้เสร็จด้วย”

“ได้เลย เชิญ ฉันจะช่วยเธอด้วย” แล้วก็พากันไปจัดสวนน้ำที่ข้างบ้าน

ooooooo

เป็ดปุ๊กยังง่วนอยู่กับงานที่โต๊ะ มองจอคอมฯแล้วหันถามแก้วที่กำลังคุยโทรศัพท์เบาๆว่าไฟล์บริษัทคุณกอบกุลที่ให้ไปแก้เสร็จหรือยัง

แก้วกระซิบกับปลายสายว่าแค่นี้ก่อน ทำงานก่อน กดวางสายทำหน้าหงุดหงิด แล้วหันมาปั้นยิ้มถามเป็ดปุ๊กว่ามีอะไรหรือ เป็ดปุ๊กถามถึงงานที่ฝากไปแก้ว่าเอามาหรือเปล่า แก้วชะงักบอกว่ายังไม่เสร็จและอยู่ที่บ้าน อ้างว่าเพราะรายละเอียดเยอะพรุ่งนี้ได้ไหม

“เป็ดต้องเสนอให้พี่พิมเซ็นพรุ่งนี้ จะไม่ทันน่ะซี ต้องส่งให้ลูกค้าแต่เช้า...ไม่เป็นไรเปิดไฟล์สำรองที่บ้านแต่ก็ต้องรีบกลับไปทำให้เสร็จ” พูดแล้วเก็บคอมฯหยิบกระเป๋า แก้วถามว่าจะกลับแล้วหรือ “ก็ใช่น่ะซิ ฝากบอกพี่พิมด้วยแล้วกัน”

พอเป็ดปุ๊กออกไป แก้วก็หยิบมือถือขึ้นมากด บอกปลายสายเบาๆว่า “บ่ายว่าง มารับได้เลย...ไปซื้อของก่อนแล้วค่อยไปดินเนอร์กัน...ค่ะ...เดี๋ยวเจอกัน” วางสายอย่างอารมณ์ดีแล้วหันบอกกุ้งกับอ้อมที่ทำงานในห้องเดียวกันว่า “ฝากบอกพี่พิมด้วยนะ เป็ดกับแก้วต้องรีบกลับไปแก้งานที่บ้าน” แล้วคว้ากระเป๋าสะพายออกไปเลย อ้อมกับกุ้งได้แต่ส่ายหน้าเบื่อๆ

ooooooo

เป็ดปุ๊กกลับถึงบ้านก็อารมณ์เสีย เมื่อเห็นเชียรไปแต่งสวนไม้น้ำอยู่งกๆ ซ้ำพอเดินเข้าบ้านก็เจอไม้ครวญเพลงลูกทุ่งล้างจานอยู่ในครัว เธอฉุนขาดเข้าไปตวาดถาม

“นายเข้ามาทำอะไรในบ้าน!” ไม้ตกใจบอกว่ามาทำสวน “มาทำสวนงั้นเหรอ! แล้วนั่นอะไร ฉันเห็นพ่อฉันทำงานงกๆอยู่นั่นน่ะ ส่วนนายมาขลุกอยู่ในครัวฉันมาหาของ กิน!” พลางชี้ไปที่แก้วสองใบใส่น้ำแข็ง มีน้ำขุ่นๆอยู่ในแก้ว

เป็ดปุ๊กทำท่าเหมือนจับขโมยได้ ก็พอดีเชียรเข้ามาบอกว่าไม้มาทำสวนต่อให้เสร็จ และวันนี้คุณย่าของเขายังฝากต้มปลาทูสายบัวมาให้ เพิ่งกินกันมื้อเที่ยงนี่เอง และยังมีน้ำลูกตาลอีก ตนให้ไม้มาจัดใส่ถ้วย เชียรชี้ไปที่แก้วสองใบถามไม้ว่านั่นใช่ไหม ไม้หยิบส่งให้เชียรแก้วหนึ่งและส่งให้เป็ดปุ๊กแก้วหนึ่ง

เป็ดปุ๊กหน้าแตกแต่ยังปั้นหน้าปึ่งไม่กินน้ำลูกตาล เชียรบ่นตัวเองว่ากินต้มปลาทูสายบัวเสียหมด ไม่ได้เหลือไว้ให้เป็ดปุ๊กเพราะอร่อยมาก ไม้บอกว่าเดี๋ยวจะให้ฝ้ายเอามาให้ใหม่ ส่งทางกำแพงนี่แหละ เป็ดปุ๊กตาลุกถามว่านี่ปีนกำแพงส่งของกันหรือ ไม้จึงลากลับ เชียรถามว่าจะปีนกำแพงกลับอีกหรือ

“ก็ต้องอย่างนั้นล่ะครับ” ไม้ตอบแล้วเดินไปทางกำแพง เป็ดปุ๊กตกใจมองตาค้าง...พอไม้ปีนกำแพงออกไปแล้ว เธอบ่นพ่อว่าทำไมให้เขาเข้ามาแบบนี้ ทำเหมือนพวกขโมยขโจร เรื่องเมื่อวานก็ยังไม่เคลียร์เลย

“แต่พ่อเคลียร์แล้วนะ เขาไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกคุณไข่มุกใส่ความแน่” แล้วเชียรก็เปลี่ยนเรื่องขอให้เป็ดปุ๊ก

พาไปดูต้นไม้หน่อย เห็นไม้บอกว่าฝั่งโน้นมีแต่ต้นไม้สวยๆ นัดพรุ่งนี้ไปกันแต่เช้าเลยก็ดี เป็ดปุ๊กทำหน้างอนๆที่พ่อไม่ฟังตนเลย

ooooooo

โอมมารับแก้ว พาเธอไปร้านอาหารหรู แก้วกินดื่มอย่างตื่นเต้นกับบรรยากาศที่ไม่เคยเจอโอมปาก หวานจนแก้วเคลิ้มชวนดื่มหมายเคลมแก้วในคืนนี้
กินดื่มกันอย่างโรแมนติก เมื่อเรียกบริกรมาเช็กบิล โอมใช้บัตรเครดิตปรากฏว่าไม่ผ่าน ใช้อีกใบ ไม่ผ่านอีก! โอมเสียหน้ามากเขาเอ่ยปากกับแก้ว แก้วเสียความรู้สึกจนบอกไม่ถูกแต่ก็ฝืนยิ้ม ส่งบัตรเครดิตของตนให้บริกร

กลับถึงบ้าน โอมต่อว่าหทัยว่า ทำไมไม่เคลียร์บัตรให้ตน รู้ไหมตนต้องอายแค่ไหนเมื่อรูดบัตรไม่ผ่านทั้งสองใบ หทัยจึงเอาใบแจ้งหนี้มาให้ดู ถามทีละรายการที่มียอดรายการละสองสามหมื่น มีทั้งรูดสร้อย รูดต่างหู ดอกไม้ เสื้อผ้า ถามว่ารูดสิ่งเหล่านี้ไปให้ใคร?

“โธ่แม่...ผมคบกับผู้หญิงก็ต้องเอาใจเขาบ้างไม่ให้อะไรเลยใครเขาจะมาสนใจผม”

หทัยบอกว่าถ้าผู้หญิงที่สนใจแต่ของพวกนี้ก็เลิกคบได้แล้ว ถามว่าแล้วไปเจอกันที่ไหนทำไมไม่พามาให้แม่รู้จัก คงไม่ต่างจากที่เคยหิ้วมาจากคลับจากบาร์นั่นหรอก

ขณะแม่ลูกกำลังเครียดใส่กันอยู่นั้น อลงกรณ์เข้ามาถามว่าทะเลาะอะไรกันหรือ โอมฟ้องทันทีว่าแม่ไม่เคลียร์บัตรเครดิตให้ ทำให้ตนเสียหน้าต้องขอให้ผู้หญิงจ่ายค่าอาหารให้ อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกที่ไหน หทัยเอาบิลให้อลงกรณ์ดูว่าโอมใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายขนาดไหน โอมโต้ว่านั่นมันอยู่ในวงเงิน เป็นเงินเดือนของตน

“โอม...อย่าขึ้นเสียงกับแม่แบบนี้ เดี๋ยวพ่อจัดการให้เอง”

พอโอมออกไป หทัยบอกให้เขาเตือนลูกด้วยว่าใช้จ่ายแบบนี้วันหนึ่งเงินที่มีมันก็หมดได้

“ไม่หรอก ถ้าคุณยอมให้ผมขยายโครงการ เราจะมีเงินเหลือเฟือ ใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด แล้วก็ไม่ต้องให้ลูกต้องอายแบบนี้” พูดแล้วอลงกรณ์เดินออกไป หทัยมองตามด้วยความรู้สึกที่แย่มาก...

ooooooo

รุ่งเช้า ไม่ทันที่เชียรกับเป็ดปุ๊กจะออกไปดูต้นไม้ ก็ได้รับโทรศัพท์จากแมวเมี้ยว ที่แอบโทร.มาด้วยความคิดถึงปู่กับอา แต่คุยกันไม่ทันไร แมวเมี้ยวก็รีบวางสาย เพราะเก็จเดินลงมา ทำให้เชียรยิ่งไม่สบายใจที่หลานต้องตกอยู่ในสภาพนั้น

เป็ดปุ๊กชวนพ่อไปดูต้นไม้กันดีกว่าจะได้สบายใจขึ้น ระหว่างทางเป็ดปุ๊กถามพ่อว่านายคนสวนไม่ได้จัดต้นไม้ไว้ให้หรือพ่อถึงต้องมาหาเอง ถูกเชียรติงว่าอย่าไปเรียกเขาว่า “นายคนสวน” อย่างนั้น เขาชื่อไม้และชื่อจริงคือ “ตฤณ” ทำให้เป็ดปุ๊กเอะใจว่าทำไมพ่อรู้เขาลึกขนาดนั้น

“ความจริงไม้เขาบอกว่าเขาก็อยู่แถวนี้ ทำสวนอยู่กับย่า” เป็ดปุ๊กอุทานทึ่งว่ารู้จักไปถึงพี่น้องเขาด้วย! “ไม่ได้รู้จักหรอก แต่เขาพูดถึงบ่อยๆ แล้วก็เอาของกินที่ย่าเขาทำมาฝากพ่อบ่อยๆ ย่าเขาทำขนมจีนน้ำพริกอร่อยมากเลย กินมาหลายที่แล้วไม่อร่อยเท่านี้”

ฟังพ่อแล้วเป็ดปุ๊กพูดประชดนิดๆว่า “ย่าหลานคู่นี้ดูจะมีน้ำใจกับพ่อจริงๆนะ” แล้วบอกว่าเห็นร้านขายต้นไม้ร้านหนึ่งค่อนข้างใหญ่มีขนมจีนน้ำพริกวางขายด้วย ชวนแวะซื้อไปกินกัน อดเหน็บไม่ได้ว่า “อาจจะอร่อยกว่าของย่านาย...ไม้ ก็ได้” เชียรไม่พูดแต่สายหน้านิดๆรู้ว่าถูกลูกสาวเหน็บ

ปรากฏว่าร้านที่เป็ดปุ๊กพาพ่อแวะเข้าไปดูต้นไม้คือร้าน “สวนขวัญ” ของไม้นั่นเอง เขาพาเชียรไปดูต้นไม้น้ำ ฝ้ายอยู่กับเป็ดปุ๊ก พูดอย่างมีเจตนากันท่าว่าตนจัดต้นไม้ให้เธอได้ทุกชนิด ยกเว้น “ไม้” เดียวเท่านั้น ไม่ยอมจัดให้แน่ เพราะ “ต้นนั้นฝ้ายจองแล้ว” เป็ดปุ๊ก

บอกว่าอยากได้เครื่องมือทำสวนจะได้ช่วยพ่อทำ ไม่ต้องใช้บริการนายไม้ของเธอ

“นายไม้ของเธอ...อูยยย...พูดถูกใจฝ้ายจังเลย มาเลยค่ะฝ้ายจะช่วยดูให้  แบบนี้ทั้งลดทั้งแถมแจกสะบัดไปเลย” ฝ้ายดีใจจนเนื้อเต้นที่เป็ดปุ๊กพูดว่า “นายไม้ของเธอ”

ฝ้ายจัดเครื่องมือทำสวนมาให้กองโต พอดีไม้พาเชียรเลือกต้นไม้เสร็จกลับมา เชียรขอนั่งพักเหนื่อยบอกเป็ดปุ๊กว่าอยากได้ต้นอะไรอีกก็ไปเลือกเอา ไม้บอกฝ้ายให้เอาน้ำวุ้นใบเตยมารับแขก เชียรบอกว่ามีน้ำวุ้นใบเตยเหมือนที่ออฟฟิศหทัยเลย เมื่อฝ้ายไปเอาน้ำวุ้นใบเตย ไม้จึงเดินนำเป็ดปุ๊กไปดูต้นไม้ ถามว่าอยากดูต้นอะไร เธอบอกว่าอยากได้ต้นลั่นทม เขาจึงพาไปดู

ระหว่างนั้นเธอถามว่าจะเรียกว่าต้นลีลาวดีได้ไหม ไม้ย้อนถามว่าทำไมต้องเรียกอย่างนั้น

“ก็เขาถือกันไม่ใช่เหรอ เรียกลั่นทมมันเหมือนทุกข์ระทม จะดีได้ยังไง”

“แค่ชื่อต้นไม้ทำอะไรเราไม่ได้หรอกคุณ...บางคนไม่ทันได้ปลูกลั่นทมด้วยซ้ำ อยู่นอกบ้านดูเก่งกล้าสามารถ แต่พอกลับเข้าห้องนอนเท่านั้น นั่งร้องไห้ขี้มูกโป่ง ไม่รู้จะเศร้าสร้อยทุกข์ระทมอะไรนักหนา”

ไม้พูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาเป็ดปุ๊กงงว่าเขากำลังพูดถึงใคร แต่ความระแวงไม้ยังกรุ่นในใจ เลยตัดสินใจพูดว่าดูเขาตีสนิทกับพ่อตนมาก แวะเวียนไปหาที่บ้านทุกวัน เอาของกินไปให้ ปีนกำแพงเข้าไปในบ้าน ถามว่าทำแบบนี้ต้องการอะไร ไม้บอกว่าไปทำสวน เธอไม่เชื่อ แต่พอไม้จะอธิบาย เธอยกมือห้ามทันที...

“ไม่...ไม่ต้องอธิบาย ฉันไม่สนใจว่านายมีจุดประสงค์อะไร จะดีหรือจะร้าย สิ่งที่ฉันต้องการก็คือ จากนี้ไป ฉันไม่ต้องการให้นายไปยุ่งกับพ่อฉันอีก พูดง่ายๆคือไม่ต้องเข้าไปในบ้านฉันอีก”

“คุณถามพ่อคุณหรือยัง...ผมว่าพ่อคุณไม่เห็นด้วยแน่” ย้อนถามว่า “ถ้าผมไม่เชื่อคุณแล้วไปหาพ่อคุณอีกล่ะ” เธอเสียงเข้มว่าจะแจ้งตำรวจจับข้อหาบุกรุก ไม้นิ่งไปอึดใจแล้วเปลี่ยนเรื่องถามว่า “ตกลงคุณยังจะเอาต้นลั่นทมอยู่ไหม” ทำให้เป็ดปุ๊กคิดว่าเขายอมตนแล้ว

ooooooo

เมื่อเลิกงานกลับบ้านคืนนี้ เป็ดปุ๊กเชื่อว่าไม้ต้องแอบเข้ามาที่บ้านอีกแน่ๆ แต่ไปดูที่สวนข้างบ้านเห็นแต่เครื่องมือที่เธอซื้อมาวางระเกะระกะอยู่ จึงเดินเข้าไปในบ้าน

เชียรนอนอยู่ที่โซฟา ได้ยินเสียงเป็ดปุ๊กก็ลุกขึ้นถามว่าค่ำแล้วหรือ บ่นว่าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เธอจึงเข้าครัวไปจัดอาหาร ได้ยินพ่อบ่นว่า “ไม่รู้เขาไปไหน” เธอหันกลับมาถามว่าใครหรือ

“ไม้...นึกว่าจะมาช่วยจัดสวนน้ำ” เป็ดปุ๊กบอกว่าคงติดธุระกระมัง “ก็น่าจะบอกกันหน่อย ปล่อยให้เรารอทั้งวัน”

เป็ดปุ๊กรู้สึกผิดขึ้นแว่บหนึ่ง เพราะเธอเป็นคนห้ามเขาเข้ามาในบ้านเอง

จัดอาหารเสร็จนั่งกินกัน เธอเห็นพ่อหงอยๆ เนือยๆ เหมือนช่วงแรกที่ย้ายเข้ามาใหม่ๆ ก็ใจไม่ดี บอกพ่อว่า

“พ่อไม่ต้องห่วงเรื่องสวนน้ำนะ เป็ดจะหาเวลาช่วยพ่อเอง”

“อีกสองวันถ้าไม่เอามันลงคงตายหมด พรุ่งนี้พ่อต้องทำให้เสร็จ” เธอถามว่าพ่อจะทำคนเดียวหรือ พ่อทำคนเดียวไม่ไหวหรอก “พรุ่งนี้ไม้เขาคงมาช่วย” เชียรพูดอย่างมีความหวัง เป็ดปุ๊กอึ้งพูดไม่ออก ไม่กล้าบอกพ่อว่าพรุ่งนี้เขาก็ไม่มาหรอก

ooooooo

ไม้ไปกินข้าวกับย่าขวัญที่บ้านสวน ย่าถามว่าวันนี้ไม่ไปจัดสวนหรือถึงมากินมื้อเที่ยงกับย่าได้

ไม้บอกว่าวันนี้ว่าง ย่าเตือนว่าอย่าขี้เกียจเดี๋ยวหทัยจะว่าเอาได้ ถามว่าวันนี้จะแบ่งต้มส้มปลาทูไปให้บ้านโน้นไหม

“เอาไว้ก่อนก็ได้ย่า เพลาบ้างก็ดี”

ย่าถามว่ามีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า แต่ก่อนเห็นไปทำงานอยู่บ้านนั้นทุกวัน สองสามวันนี้ไม่เห็นไปกลับมาขลุกอยู่กับย่า เขาตอบเลี่ยงๆ ว่าอยู่กับย่าแล้วสบายใจดีถามว่าหรือย่าไม่อยากเจอตน

ย่าหัวเราะบอกว่าคนแก่จะมีความสุขก็ตอนได้เจอลูกหลานนี่แหละ ไม่เจอแค่สองวันก็เหงาแย่แล้ว ไม้ถามว่าแล้วถ้าหายไปสักอาทิตย์ล่ะ

“คนแก่ๆ ถ้าไม่มีใครมาคุยด้วยเล่นด้วย ก็ต้องอยู่เงียบๆ ได้แต่แก่ลงไปเรื่อยๆ ทุกวัน” ไม้ถามว่าคนแก่เหมือนกันหมดไหม “เป็นเหมือนกันหมดแหละ แต่จะไปเรียกร้องอะไรเขาก็ไม่ได้ เขาก็ต้องทำมาหากินกันทั้งนั้น...ย่าถึงต้องหาอะไรทำให้มันไม่ต้องคิด ไม่มีเวลาเหงาไง ถึงวันพระวันโกนก็ไปคุยกับหลวงพ่อที่วัด”

ไม้นิ่งคิดตามที่ย่าพูด มองย่าอย่างเข้าใจความรู้สึกของคนแก่ และอดคิดถึงคนแก่อีกคนไม่ได้...

ooooooo

ตอนที่ 3

วันนี้ ไม้ขึ้นไปบนบ้านต้นไม้ มองไปที่บ้านเป็ดปุ๊ก เห็นเชียรกำลังทำสวนน้ำอยู่คนเดียวท่าทางเหนื่อยเพลีย เขาไม่สบายใจจนไม่อยากดูต่อ แต่พอหันกลับมือถือก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ของเชียร พอไม้รับสายเชียรถามทันทีว่า ไม่เห็นมาที่บ้านหลายวันแล้ว เห็นไม้อึกอักก็บอกว่าไม่เป็นไรถามว่าวันนี้จะมาไหม ตนอยากทำให้มันเสร็จๆ ไปเท่านั้น กลัวต้นไม้จะตายเสียหมด

ไม้ฝืนใจบอกว่าคงไม่ได้เพราะตนอยู่ต่างจังหวัดอีก

หลายวันกว่าจะกลับ แต่ถ้าต้นไม้จะตายเสียหมด พวกนั้นตายก็ไม่เป็นไรให้ไปเอาใหม่ที่ร้านได้ ตนจะให้ฝ้ายพาเด็กๆไปทำให้ แต่เชียรอยากให้เขาทำเองมากกว่า บอกว่ากลับมาวันไหนโทร.บอกก็แล้วกัน พอวางสายจากเชียร ไม้ก็รู้สึกตัวเองไม่น่ารับปากเป็ดปุ๊กว่าจะไม่ไปที่บ้านเธออีกเลย

แต่ความลับไม่มีในโลก เย็นนี้พิกุลเจอเชียรที่สวนหย่อมใกล้สำนักงาน เธอทักอย่างคุ้นเคยและรู้เรื่องดีว่าสวนไม้น้ำที่บ้านเสร็จแล้วใช่ไหม เพราะได้ยินไม้บอกว่าไปทำให้ที่บ้าน จึงรู้จากเชียรว่ายังไม่เสร็จเพราะไม้ไปทำโครงการที่ต่างจังหวัด พิกุลบอกว่าเราไม่มีโครงการอยู่ต่างจังหวัดและไม้ก็ไม่ได้ไปไหนตนเพิ่งเจอเขาเมื่อบ่ายนี้เอง

“แต่เขาบอกผมว่า...ทำไมต้องโกหกกันด้วย” เชียรพึมพำอย่างเสียความรู้สึก พิกุลตกใจที่ตัวเองทำให้เชียรรู้ว่าไม้โกหก แต่ก็นึกสงสัยว่าทำไมไม้ต้องโกหกด้วย

ตกค่ำเมื่อพิกุลมาเล่าให้ไม้ฟัง ไม้ตกใจบอกพิกุลว่า ตนไม่ได้โกหกเพียงแต่บอกความจริงไม่หมดเท่านั้นเอง ถามพิกุลว่าแล้วจะบอกเชียรอย่างไรดี พิกุลบอกว่าวิธีที่ดีที่สุดคือให้พูดความจริงทั้งหมดและบอกความจำเป็นที่ต้องปดด้วย พอดีเชียรโทร.เข้ามือถือ ไม้ดูเบอร์แล้วหน้าเสียเดินเลี่ยงไปรับสาย

“สวัสดีครับคุณเชียร ครับ...ใช่ครับ...พิกุลบอกแล้วเหรอครับ ผมขอโทษนะครับ เอางี้แล้วกันครับ เดี๋ยวผมจะไปหาคุณเชียรรอแป๊บนะครับ”

แล้วไม้ก็ไปจริงๆ โดยปีนกำแพงเข้าไปตามเคย พอขึ้นไปนั่งบนกำแพงก็บอกเชียรว่าตนมีของมาฝากด้วยเป็นการไถ่โทษ แล้วหันไปบอกลูกน้องให้ส่งมาเลย มันคือต้นไม้น้ำจำนวนหนึ่งกับปุ๋ยและยาบำรุงต้นไม้จำนวนหนึ่ง แต่ขณะรับของขึ้นมาน้ำหนักเสียดุลต้นไม้ทำท่าจะร่วง เชียรรีบเข้าไปช่วยรับไว้

“ผมลงไปนะครับ จะได้อธิบายให้คุณเชียรเข้าใจ” เมื่อเชียรพยักหน้าเขาจึงกระโดดจากกำแพงลงไป

ooooooo

ลงมาแล้ว ไม้เล่าความจริงให้เชียรฟัง เชียรบ่นเป็ดปุ๊กว่าคนเราจะดูกันแต่ภายนอกไม่ได้ ไม้บอกว่าตนไม่อยากให้เขามีปัญหากับลูกจึงขอตัดปัญหาไปสักระยะ รอให้เป็ดปุ๊กหายร้อนเสียก่อนค่อยมาใหม่

เชียรกลัวต้นไม้จะรอไม่ไหว ไม้จะให้ฝ้ายกับเด็กๆมาทำพอให้ต้นไม้อยู่รอดไปก่อน แล้วอาทิตย์หน้าตนจะมาตบแต่งให้สวยอีกที เชียรจำใจพยักหน้า อดบ่นไม่ได้อีกว่า

“เอางั้นก็ได้ น่าเสียดายนะ ถ้าเป็ดปุ๊กมีโอกาสได้รู้จักตัวเธอจริงๆ เขาจะรู้ว่าเธอเป็นคนดีแค่ไหน”

“จะมีวันนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ครับ” ไม้ยิ้มอย่างไม่มีความหวังนัก พอดีเป็ดปุ๊กโทร.เข้ามือถือเชียรบอก ว่ากำลังซื้อกับข้าวอยู่หน้าหมู่บ้าน ไม้ได้ยิน เขาพรวดไปที่กำแพงกระโดดเกาะกำแพงดึงตัวขึ้นไปแล้วทิ้งตัวลงอีกฝั่งทันที เชียรก็รีบหันไปหยิบผ้าใบมาคลุมของที่ไม้ขนมา เอาหินทับไว้เรียบร้อย พอดีเป็ดปุ๊กมาถึงพร้อมกับข้าวที่ซื้อมา

เธอถามพ่อว่าเป็นยังไงบ้าง เชียรบอกว่าสบายดีกลางวันว่าจะทำสวนแต่รู้สึกเหนื่อยเลยไปนอนพักตกเย็นก็มาเดินออกกำลังกาย เธอถามอย่างระแวงว่าพ่อทำสวนกับใครหรือ?

“จะทำกับใคร ก็ทำคนเดียวน่ะซี ไม้เขาไม่ว่างมาช่วย” แล้วยกถุงกับข้าวขึ้นดู ชมว่ากับข้าวดูน่ากิน ตนหุงข้าวไว้แล้วเดี๋ยวเราไปกินกันเลย พลางเดินนำเข้าบ้านไปอย่างคึกคักกระฉับกระเฉง

“ถ้านายไม้ไม่มา แล้วทำไมพ่อถึงดูคึกคักนัก ไม่ซึมเหมือนเมื่อวาน?” เป็ดปุ๊กนึกสงสัย มองไปที่สวนน้ำเห็นบางอย่างผิดปกติ เดินไปเปิดผ้าใบที่คลุมบางอย่างออกดู เห็นของแล้วก็ยิ่งสงสัย

ooooooo

รุ่งเช้า เป็ดปุ๊กขับรถไปที่สวนขวัญ ก่อนถึงเธอเอากระเป๋าสะพายมาหยิบตลับแป้งจะเติมแป้งที่หน้า แต่ถูกรถคันหลังบีบแตรเตือน เธอจึงวางกระเป๋าไว้บนตักแล้วขับเลี้ยวเข้าไปในร้านสวนขวัญ

เดินเข้าไปในร้านไม่เห็นใครเลย เธอวางกระเป๋าที่ยังไม่ได้ปิดไว้บนโต๊ะหันหาใครบางคน

“มาแต่เช้าเลย” เสียงไม้ทักจากข้างหลัง เธอสะดุ้งมือปัดถูกกระเป๋าตกของในกระเป๋าหล่นออกมา เธอรีบก้มเก็บ ไม้ช่วยเก็บด้วยกลับถูกสั่งไม่ต้องยุ่ง ตนเก็บเอง

ที่แท้เธอต้องการมาต่อว่าไม้ที่ไม่ทำตามที่รับปากไว้ เมื่อวานยังไปที่บ้านอีก ไม้บอกว่าที่จริงตนก็ไม่อยากไป แต่รู้สึกว่าพ่อเธอรู้สึกแย่มากเลยต้องไปดูแล กลับถูกย้อนประชดว่าเขาเป็นญาติฝ่ายไหนของพ่อไม่ทราบ ไม้ทนไม่ได้เลยย้อนถามว่า

“ผมก็อยากจะถามคุณเหมือนกันว่าคุณเป็นลูกแบบไหนถึงได้ปล่อยให้พ่อต้องเป็นทุกข์แบบนั้น”

“นายไม้! ไม่ต้องมากวน จะบอกให้นะ ฉันพยายามทำสิ่งที่ดีที่สุดให้พ่อของฉัน นายเป็นคนนอก ไม่รู้หรอกว่าเราสองคนต้องเจออะไรมาบ้าง คนอย่างนายทำได้ก็แค่หลอกให้คนแก่หายเหงา แต่นายไม่ได้รู้ดีพอจนพอจะช่วยให้เขาหายทุกข์แล้วกลับมามีความสุขได้หรอก มันเป็นหน้าที่ของฉันนี่ อย่าได้มาทำเป็นเก่ง ยังไงนายก็ไม่ใช่ลูกของพ่อ”

เป็ดปุ๊กว่าฉอดๆ หยุดหายใจพยายามระงับความโกรธแต่ก็ยังไม่วายขู่ว่า

“ถ้าฉันรู้ว่านายไปที่บ้านฉันอีก ฉันให้ตำรวจลากคอนายเข้าคุกแน่ จำไว้ด้วย!” พูดแล้วเดินกลับไปเลย

ooooooo


เป็ดปุ๊กไปถึงบริษัทสายไป 15 นาที เจอแก้วกำลังคุยอะไรอยู่กับพิมพา พอเธอเดินเข้าไปก็ถูกพิมพามองด้วยหางตาแล้วเดินผ่านไปเลย เป็ดปุ๊กสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น?

ถามแก้วจึงรู้ว่า พิมพามาถึงบริษัทตั้งแต่เจ็ดโมง พอตนมาถึงพิมพาก็เอาเอกสารมาถามว่ารู้จักลูกค้ารายนี้ไหมแล้วให้ทำใบเสนอราคาให้ เป็ดปุ๊กเปิดแฟ้มดู บอกแก้วว่าแก้วเซ็นรับรองไปเองแบบนี้ก็ต้องรับผิดชอบไปจนกว่าจะจบงาน แก้วตอบอย่างมั่นใจว่า ตนทำได้ไม่ลองแล้วจะทำได้หรือ

“ลูกค้าเจ้านี้เป็นลูกค้ารายใหญ่ จะมาทดลองอะไรไม่ได้หรอก ไม่เป็นไร เดี๋ยวเป็ดจะโทร.ไปเคลียร์กับลูกค้า แล้วรับงานมาทำเอง” แต่พอจะเอามือถือมาโทร. ปรากฏว่ามือถือหาย เป็ดปุ๊กเชื่อว่าต้องตกที่ร้านต้นไม้ตอนทำกระเป๋าตกแน่ๆ

แก้วพยายามที่จะให้เป็ดปุ๊กใช้มือถือตัวเองโทร.ไปติดต่อลูกค้า แต่เป็ดปุ๊กรู้ทันบอกว่าเดี๋ยวลูกค้าโทร.กลับแล้วจะสับสน หันไปใช้โทรศัพท์ออฟฟิศโทร.แล้วบอกให้โทร.กลับมือถือของตน ทำให้แก้วไม่พอใจนัก

ตกเย็น เป็ดปุ๊กไปที่ร้านสวนขวัญ ปรากฏว่าไม้ไม่อยู่ เธอบอกฝ้ายว่าจะมาถามไม้ว่าขโมยมือถือของตนไปหรือเปล่า ฝ้ายสวนทันทีว่าไม้ไม่ใช่คนแบบนั้น แต่เป็ดปุ๊กก็ยังยืนยันว่าไม้ต้องเก็บไว้แน่ ฝ้ายจึงรับปากว่าถ้าเจอก็จะถามให้

“ไม่ใช่แค่ถาม บอกให้เขาเอาไปคืนฉันเลย เพราะถ้าฉันไม่ได้โทรศัพท์คืน ฉันจะแจ้งตำรวจ”

ฝ้ายทำหน้าสยอง ถามว่าโทรศัพท์เธอยี่ห้ออะไรรุ่นไหน

ooooooo

ที่บ้านย่าขวัญ...ไม้กำลังว่ากล่าวตักเตือนตั๊กแตนเรื่องไม่สนใจการเรียนเอาแต่เที่ยว แม้แต่กับย่าขวัญก็ไม่อยู่ดูแลช่วยงาน ที่สำคัญชอบทำตัวเป็นสก๊อยเที่ยวแรดไปหาผู้ชาย

แตนโต้ว่าตนต้องมองหาเพื่อนชายเสียแต่ตอนนี้ไม่รอจนแก่งั่กอย่างเขาหรอก ป่านนี้ก็ยังหาแฟนไม่ได้

“พี่ไม่ใช่หาไม่ได้ แต่ไม่อยากหาต่างหาก มีไปทำไมแฟน กวนตัวกวนใจเปล่าๆ”

พอดีฝ้ายเข้ามาบอกไม้ว่าเมื่อกี๊เป็ดปุ๊กมาหา ตอนนี้กลับไปแล้วแต่ฝากมาบอกว่า ให้เอาโทรศัพท์มือถือที่เก็บไว้ไปคืนโดยด่วน ไม้ทำหน้างง ฝ้ายอธิบายว่า

“ก็มือถือที่คุณเป็ดปุ๊กเขาทำหล่น แล้วใครบางคนแอบเก็บไว้เป็นที่ระลึก ไว้ดูแทนตัวยามฝันถึงน่ะซีคะ” เห็นไม้ยังทำหน้างง ฝ้ายบอกว่า “เขาบอกเมื่อเช้าเขาทำกระเป๋าตกที่ร้าน”

“ไม่เห็นมีโทรศัพท์ ไหนบอกมาซิ โทรศัพท์

ยี่ห้ออะไร รุ่นอะไร เก่าแค่ไหน”

แม้จะบอกว่าไม่เห็น แต่ค่ำนี้ไม้ก็ไปหาแถวที่เป็ดปุ๊กทำกระเป๋าสะพายหล่นเมื่อเช้า ฝ้ายก็ยังพยายามอำว่าเขาเก็บได้และเอาไว้เป็นที่ระลึก

“ฉันไม่เห็น และก็ไม่คิดจะเก็บอะไรของยัยนั่นเป็นที่ระลึกหรอก”

“จริงหรือคะ หมายความว่าคุณเป็ดปุ๊กไม่ได้มีความหมายอะไรเลยเหรอ”

“ไม่มี แล้วไม่มีวันจะมีด้วย คนอะไรรั้น คิดว่าตัวเองรู้ไปหมดทุกอย่าง ไม่เคยฟังคนอื่น เที่ยวไปพูดว่าฉันผิดปกติ”

ฝ้ายสนใจจี้ถามว่าผิดปกติยังไงหรือ ไม้ตัดบทว่าไม่อยากพูด แล้วบ่น

“จริงๆแล้วตัวเองก็เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆที่แทบไม่เข้าใจโลกเลย”

“เจอกันกี่ครั้ง เข้าใจเขาดีจังเลยนะคะ อย่างกับ.... กำลังพูดถึงตัวเอง” ไม้มองขวับถามว่าอะไรนะ! “ฝ้ายว่าคุณเป็ดปุ๊กก็คล้ายๆกับคุณนั่นแหละ แบบนี้ถ้าได้แต่งกัน ส่วนที่ดีก็คงจะส่งเสริมกันจนเจริญรุ่งเรือง แต่ส่วนที่ไม่ดีที่เหมือนกัน มันจะทำให้เหมือนตกนรกทั้งเป็นเลยล่ะค่ะ”

“งั้นฉันก็โชคดี ฉันไม่ต้องตกนรก เพราะฉันไม่มีวันจะแต่งงานกับคุณเป็ดแน่ เอาล่ะ หาต่อก่อน ถ้ามันตกอยู่จริงๆก็ต้องเจอ ไม่งั้นคุณเป็ดเขาก็ต้องโกหก”

“ไม่โกหกหรอกค่ะ ท่าทางเขาเดือดร้อนจริงๆ”

ฝ้ายพูดจริงจังจนไม้นิ่งคิด...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ไม้ไปหาเชียรที่บ้าน พอรู้ว่าเป็ดปุ๊กไปทำงานแล้ว เขาจึงขอเข้าไปแต่งสวนน้ำให้เสร็จพอเข้าบ้านก็เอามือถือออกมาให้เชียรถามว่าของเป็ดปุ๊กหรือเปล่า

เชียรถามว่าแล้วโทรศัพท์ไปอยู่กับเขาได้อย่างไร ไม้จึงเล่าให้ฟัง แล้วพูดออกตัวว่า ตนใช้มือถือรุ่นนี้ไม่ค่อยเป็นเลยกดผิด สงสัยจะลบข้อมูลในโทรศัพท์ไปหมด ไม่รู้เธอจะโกรธตนหรือเปล่า

“จะโกรธได้ไง ไปทำของตกไว้เอง โชคดีแค่ไหนแล้วที่ได้คืน” ไม้บอกว่าถ้าเธอคิดอย่างนั้นก็ดี  แล้วตีหน้าเศร้า เชียรจึงพูดให้สบายใจว่า “บอกข่าวดีให้ก็ได้ ฉันได้ยินเขาบอกว่าเขาเซฟข้อมูลโทรศัพท์ไว้ในคอมพิวเตอร์เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง เขาเอากลับมาใส่ในโทรศัพท์ได้ไม่ยากหรอก มา...มาช่วยกันทำสวนให้เสร็จๆเถอะ” ขณะไปทำสวนกัน เชียรเปรยๆว่า “บอกตามตรงนะ ไม่ได้เจอหน้าเธอ 2-3 วัน มันเหงาจริงๆเลย”

ทั้งสองช่วยกันทำสวนน้ำทั้งเพลินทั้งมีความสุข

ตกค่ำเป็ดปุ๊กกลับมาเห็นสวนแต่งเสร็จแล้ว เห็นความสวยงาม แล้วเธอเชื่อว่าไม่ใช่ฝีมือของลูกน้องแน่ บ่นพ่อว่าพูดไม่เชื่อจริงๆ

แต่แล้วก็ใจเสียเมื่อร้องเรียกพ่อแล้วไม่มีเสียงตอบรับ เมื่อเดินหาจนทั่วบ้านแล้วไม่เจอ เอะใจว่าถ้าไปไหนพ่อก็น่าจะทิ้งโน้ตไว้ เดินหาไปจนถึงห้องครัว เห็นมือถือวางอยู่ก็ฉุกคิดว่า มือถือมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เชื่อว่าพ่อต้องอยู่กับไม้แน่ๆ

ooooooo

อึดใจเดียว เป็ดปุ๊กก็ไปถึงร้านสวนขวัญ ถามฝ้ายทันทีว่าไม้อยู่ไหม ฝ้ายบอกว่ากำลังจะปิดร้านพรุ่งนี้ค่อยมาซื้อก็แล้วกัน เป็ดปุ๊กบอกว่าตนไม่ได้มาซื้ออะไรแต่มาหานายไม้

ฝ้ายพูดถ่วงเวลาและกลบเกลื่อนเพื่อไม่ให้เป็ดปุ๊กเข้าไปหลังร้าน เป็ดปุ๊กเลยบอกว่า

“มีคนเอาโทรศัพท์ไปคืนฉันแล้ว นายไม้เอาไปคืนใช่ไหม” ฝ้ายบอกว่าตนไม่ทราบ “แล้วเขาอยู่ไหน พ่อฉันมาอยู่กับเขาหรือเปล่า” ฝ้ายบอกไม่ทราบเหมือนกัน “ไม่รู้ว่าเขาอยู่ไหนเหรอ หรือไม่รู้ว่าพ่อฉันอยู่กับเขาหรือเปล่า”

ฝ้ายตอบไม่สบตาว่าไม่รู้ทั้งสองอย่าง เป็ดปุ๊กจึงบุกไปหลังร้านบอกว่าจะไปหาพ่อเอง ฝ้ายขู่ว่าหลังร้านรกมีงูชุม แต่ก็หยุดเป็ดปุ๊กไม่ได้ ฝ้ายยืนเกาหัวบ่น “ไม่สำเร็จ เฮ้อ...ถูกด่าอีกแน่ๆนังฝ้ายเอ๊ย”

ในที่สุด เป็ดปุ๊กก็เจอเชียรอยู่บนบ้านต้นไม้ เธอตกใจถามว่าพ่อขึ้นไปทำไม

“ขึ้นมาดูบ้านต้นไม้ของนายไม้เขา เท่ไหมล่ะ มีบ้านต้นไม้ด้วย”

เป็ดปุ๊กเป็นห่วงบอกให้พ่อลงมา เชียรไม่อยากให้ลูกเป็นห่วงจึงค่อยๆไต่บันไดลงมา แต่พลาดตกลงมาสูงประมาณ 3 เมตรทำให้เจ็บจนลุกไม่ขึ้น ไม้อุ้มไปหน้าร้านแล้วเรียกรถพยาบาลมารับไป

ระหว่างที่เชียรเข้าห้องฉุกเฉินนั้น เป็ดปุ๊กกับไม้รออยู่ข้างนอกก็โต้เถียงกันรุนแรง เป็ดปุ๊กโทษว่าเพราะเขาพาพ่อขึ้นไปบนบ้านต้นไม้จึงทำให้พ่อต้องตกลงมาเจ็บ ไม้โต้ว่าพ่อเธอรบเร้าอยากขึ้นไปเองตนเลยต้องพาขึ้นไป ชี้ให้เห็นว่า

“คุณนี่เก่งแต่ยัดเยียดความผิดให้คนอื่นจังเลยนะ ผมจะบอกอะไรให้ ความผิดไม่ได้อยู่ที่ผมหรอกมันอยู่ที่ ‘คุณ’ ต่างหาก!” พอถูกถามอย่างไม่พอใจว่ายังไงนะ! ไม้ชี้แจงว่า “ถ้าคุณเข้าใจพ่อคุณดีพอ รู้ว่าเขากำลังรู้สึกอะไร คุณก็ควรจะดูแลเขาให้ดีกว่านี้ ไม่ปล่อยให้เขาต้องรู้สึกโดดเดี่ยว เหมือนอยู่คนเดียวในโลก แล้วเขาก็คงไม่มาหาผม แล้วให้ผมต้องทำหน้าที่แทนคุณอยู่นี่ไง”

เป็ดปุ๊กนิ่งอึ้ง ครู่หนึ่งเธอร้องไห้ พูดปนสะอื้น...

“ฉันเป็นลูกที่แย่มากใช่ไหม ทำให้นายต้องทำหน้าที่แทนฉัน ทั้งหมดนี่มันเป็นความผิดของฉัน!!”

พอเห็นน้ำตาเธอ ไม้ก็ใจไม่ดี รีบบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจว่าเธอแบบนั้น แต่เป็ดปุ๊กก็เอาแต่ร้องไห้โทษแต่ว่าเป็นความผิดของตัวเอง

หมอตรวจแล้วปรากฏว่าเชียรแค่สะโพกครากเท่านั้น พอเชียรออกมาเห็นเป็ดปุ๊กตาแดงๆถามว่าร้องไห้หรือ ไม้จึงบอกว่า “เขาเป็นห่วงคุณมากครับ” เชียรเรียกเป็ดปุ๊กเข้าไปหา จับมือเธอขอโทษที่ตนทำให้ต้องเป็นห่วง ไม้ผสมโรงขอโทษด้วย เชียรถามว่าเขาเกี่ยวอะไรด้วย ไม้ตำหนิตัวเองว่าไม่น่าจะให้เขาขึ้นไปตั้งแต่แรกแล้ว

“ฉันบังคับให้เธอพาฉันขึ้นไปต่างหาก นี่...แล้วจะบอกให้นะไม้ ถึงจะต้องเจ็บ แต่มันก็คุ้มที่ได้ขึ้นไปบนนั้น” แล้วหันบอกเป็ดปุ๊ก “วันหลังพ่อจะพาขึ้นไป”

“บนนั่นน่ะมันห้องนอนผม ผู้หญิงที่จะขึ้นไปบนนั้นได้ มีแต่เจ้าสาวของผมเท่านั้น”

“ถ้างั้นชาตินี้ก็คงไม่มีผู้หญิงคนไหนได้ขึ้นไปบนนั้น” เป็ดปุ๊กปรามาสเสียจนไม้อึ้ง

“พูดแบบนั้นได้ยังไงลูก” เชียรติง ไม้เอ่ยขึ้นว่าถ้าไม่เป็นอะไรมากตนก็ขอตัว แต่พอเขาเดินออกไปเป็ดปุ๊กนึกอะไรได้ตามออกไปเรียก แต่ไม้หายไปแล้ว เธอบ่นว่าคนหรือผีเนี่ย เชียรถามว่ามีอะไรหรือ

“ว่าจะถามเขาเรื่องโทรศัพท์เป็ดน่ะค่ะ เป็ดเห็นมันวางอยู่บนโต๊ะในครัว”

ระหว่างนั่งรถกลับกันนั้น เชียรเล่าว่าไม้เอาโทรศัพท์มาคืนบอกว่าเจออยู่ใต้ตู้ในร้าน แต่เป็ดปุ๊กยังมองเขาในแง่ร้ายว่าถ้าตนไม่ไปขู่ก็คงไม่ได้คืน เธอมองเขาในแง่ลบไปหมดทุกอย่าง จนเชียรติงว่า

“เมื่อไหร่ลูกถึงจะเชื่อพ่อสักทีว่าไม้น่ะเขาเป็น คนดี...พ่อขอร้องนะ เลิกมองไม้ในแง่ร้ายสักที เขาดีกับพ่อ ดีกับพวกเรามาก ถ้าไม่มีเขา พ่อก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองจะเป็นยังไง”

เมื่อกลับถึงบ้าน เชียรดูยาในถุงจึงรู้ว่าหายไปสองซอง บอกให้เป็ดปุ๊กไปหาในรถ เธอไม่เพียงเจอยาที่หล่นอยู่ หากยังเจอโทรศัพท์ด้วย เธอรู้สึกละอายใจวูบขึ้นมามอง โทรศัพท์ที่ไม้เอามาให้ เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ยังมีอีกเรื่องที่ค้างคาใจ

เอายาให้พ่อแล้วเธอขึ้นไปที่ห้องนอน มองโทรศัพท์ในมือพึมพำ... “นายทำแบบนี้ทำไม”

ooooooo

รุ่งขึ้น ก่อนออกไปทำงาน เธอบอกพ่อว่าถ้าวันนี้ไม้มาให้เขาอยู่รอด้วย ตนมีอะไรอยากคุยกับเขาหน่อย

เชียรแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของลูก แต่ก็รับ ปากว่าถ้าไม้มาก็จะบอกให้แต่ไม่รู้ว่าเขาอยากจะอยู่คุยหรือเปล่า เห็นเชียรหิ้วถุงขยะจะไปทิ้งเลยรับเอาไปทิ้งเอง ปรากฏว่าถังขยะเต็มจนล้น พอดีขับรถไปสวนกับพิกุลจึงชะลอรถถามว่าทำไมเขาไม่มาเก็บขยะ

พิกุลบอกว่าเป็นแบบนี้ทุกหมู่บ้านบนถนนสายนี้เลยเพราะรถขยะของเทศบาลเสีย กว่าจะซ่อมเสร็จเป็นเดือน แต่ก็บอกว่าไม่ต้องตกใจ ตนคุยกับเขาแล้ว เขาบอกว่าจะเกลี่ยรถมาขนไปอาจจะอีกสักวันสองวัน ตนจะคอยจี้เขาให้อีกที

แต่พอไปถึงที่ทำงาน  เป็ดปุ๊กก็รู้สึกแก้วหน้าบึ้งตึงผิดปกติ เมื่อมีโทรศัพท์เข้ามือถือก็กดทิ้ง เป็นอยู่อย่างนี้หลายครั้งจนมีสายเข้าเครื่องบนโต๊ะขอคุยกับแก้ว แต่พอจะบอกแก้ว แก้วปฏิเสธไม่คุย เป็ดปุ๊กเลยต้องปดว่าแก้วออกไปข้างนอก แต่พอจะถามชื่อปรากฏว่าปลายสายวางไปแล้วแต่เป็ดปุ๊กก็เดาได้ว่าคงเป็นแฟนกัน ถามแก้วว่าทะเลาะกันหรือ

“เปล่าหรอก แค่รู้สึกว่าเขาไม่พร้อม” เธอถามว่าแล้วเขาต้องทำอย่างไรถึงจะพร้อมสำหรับแก้ว “ก็ไม่ต้องทำอะไรมากหรอก แค่ทำให้รู้ว่าเขาแคร์เรา พร้อมที่จะทำเพื่อเรา ให้เรารู้ว่าความรู้สึกของเราสำคัญสำหรับเขา” พูดแล้วทำงานต่อ

เป็ดปุ๊กนิ่งคิดไปกับคำตอบของแก้ว...

ooooooo

วันนี้เชียรโทร.ไปหาไม้ เขามาเอาบ่ายแก่ๆ เขาถามอาการเจ็บสะโพกว่าเป็นอย่างไรบ้าง เชียรบอกว่าได้ยาแก้ปวดไปก็ดีขึ้น แต่ยังไม่กระฉับกระเฉงนัก

ไม้ถามว่าโทร.ให้ตนมาหามีอะไรหรือ เชียรบอกว่าตนอยากมีเพื่อนคุยถามว่าว่างไหม ไม้บอกว่าบ่ายนี้ว่าง จึงชวนไปดูต้นไม้กัน ระหว่างนั้นเชียรชวนให้อยู่ถึงเย็นได้ไหม รอจนกว่าเป็ดปุ๊กจะกลับมา ไม้ตอบรับด้วยความยินดี จะอยู่ทานข้าวด้วยกันเลยก็ได้เพราะเห็นย่าขวัญบอกว่าเย็นนี้จะทำปลาทูต้มเค็ม เดี๋ยวจะให้ฝ้ายไปเอามาส่งให้ทางกำแพง

“ปลาทูต้มเค็มเหรอ เดี๋ยวนี้หากินยากนะเนี่ย”

“ต้องแก่ระดับย่าผมเท่านั้นแหละครับถึงจะกล้าทำ” ไม้พูดขำๆ แล้วหัวเราะกันอย่างสบายใจ

เป็ดปุ๊กกลับมาเห็นถังขยะที่บ้านยังเต็มจนล้นอยู่ เธอมองเบื่อๆ แล้วมองเลยไปที่บ้านไข่มุกที่เมื่อเช้าขยะก็เต็มเหมือนกัน แต่ตอนนี้กลับไม่มีขยะเหลือในถังเลย เธอพึมพำแปลกใจ “ทำไมเป็นแบบนี้...”

เมื่อเข้าบ้านเจอไม้รออยู่ เธอชวนไปคุยข้างนอกกัน เชียรแซวเธอว่าอย่ารุนแรงกับไม้เขานะ เธอบอกว่าจะพยายามแล้วเดินออกไปคุยกับไม้ข้างนอก

“นายทำแบบนี้ทำไม” เธอเปิดฉากอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พอไม้ถามว่าหมายความว่ายังไง เธอจึงบอกว่า“นายเอา โทรศัพท์เครื่องนึงมาให้พ่อฉัน บอกว่าฉันทำตกไว้ที่นั่น แต่จริงๆแล้ว โทรศัพท์ของฉันมันตกอยู่ใต้เบาะในรถ” พูดแล้วเห็นไม้นิ่งก็พูดเสียงเข้ม “ที่ฉันเกลียดมากๆก็คือคนโกหก”

“ผมไม่ชอบเหมือนกัน แล้วก็ไม่เคยโกหกมาก่อน แต่ตั้งแต่เจอคุณผมโกหกเป็นไฟเลย” เป็ดปุ๊กเดือดปุดที่เขาหาว่าตนทำให้เขาโกหก “เปล่าๆเอางี้ ผมก็แค่ไม่อยากเห็นคุณไม่สบายใจ ท่าทางคุณเดือดร้อนมากเวลาไม่มีโทรศัพท์ ผมไม่อยากให้งานคุณเสีย ไม่อยากให้คุณมีปัญหา”

เธอถามว่าตนมีปัญหาแล้วเกี่ยวอะไรกับเขา   ไม้ตอบหน้านิ่งว่า “เวลาคุณมีปัญหา ผม...ผมก็...ถูกด่า”

เป็ดปุ๊กไม่รู้จะพูดอะไรจะด่ายังไงอีก เลยเอาโทรศัพท์คืนให้เขา แต่ไม้ไม่รับคืนอ้างว่าใช้ไม่เป็น เธอบอกว่าไม่อยากเป็นหนี้เขา  เขาบอกว่าผ่อนให้ตนก็ได้ เธออ้างอีกว่าไม่อยากมีสองเครื่อง  เขาแนะนำว่าเอาไว้เผื่อทำตกที่ไหนอีก

เป็ดปุ๊กเตือนอย่างหงุดหงิดว่าอย่ากวนประสาทได้ไหมวันนี้ตนมีเรื่องกวนใจมากอยู่แล้ว ไม้ยังอยากยั่วอีกแต่ก็เปลี่ยนใจถามว่าเครียดเรื่องอะไร  เรื่องงานหรือเรื่องบ้าน เธอจึงเล่าเรื่องถังขยะให้ฟังว่า

“เขาบอกว่ารถขยะเสีย เลยมาเก็บขยะทั้งหมู่บ้านไม่ได้ แต่ทำไมบ้านอื่นเขาขนไปทิ้งได้?” ไม้ถามว่าบ้านไหน เป็ดปุ๊กพาเขาเดินไปหน้าบ้านผายมือไปที่ถังขยะบ้านไข่มุก “เมื่อเช้ามันก็ล้นเหมือนที่บ้านฉัน แต่ตอนนี้ มันหายไปหมดแล้ว”

ไม้เดินไปดูถังขยะบ้านไข่มุก เห็นว่าในถังไม่มีขยะเลย เขาพูดเสียงดังอย่างไม่พอใจ

“ทำแบบนี้อีกแล้วหรือ”

ooooooo

เย็นวันรุ่งขึ้นมีปัญหาใหญ่โตขึ้นทันที เมื่อไข่มุกมาโวยวายที่สำนักงานขายขอพบผู้จัดการ พิกุลบอกว่าผู้จัดการออกไปแล้วก็จะให้ตามกลับมา พิกุลไม่ตาม แต่ก็พอดีหทัยเข้ามา ไข่มุกหันไปไล่บี้ทันที พาหทัยไปที่หน้าบ้านตนแล้วชี้ให้หทัยดูรั้วสังกะสีเก่าๆที่มากั้นระหว่างบ้านตนกับสวนของไม้ หทัยถามว่าใครทำ

“ก็จะใครเสียอีกล่ะไอ้บ้าคนสวนของคุณนั่นแหละแสบจริงๆ”

เป็ดปุ๊กกลับมาเห็นคนมุงกันอยู่ถามว่ามีอะไรหรือ ไข่มุกชี้ให้ดูรั้วสังกะสีที่เพิ่งมากั้น เป็ดปุ๊กถามว่าใครมากั้นหรือ

“ไอ้บ้าคนสวนนั่นแหละ” เป็ดปุ๊กถามว่าเขาทำได้ยังไง  เจ้าของสวนยอมได้ยังไง “มันก็คงไปหลอกลวงอะไรเจ้าของสวนเขาน่ะซีคะเขาถึงยอมให้มันทำแบบนี้”

ครู่หนึ่ง เชียรออกมาถามว่ามีอะไรกันหรือ พอรู้ว่าเรื่องรั้วสังกะสี เชียรบอกว่าพวกคนสวนมากั้นตอนกลางวัน เป็ดปุ๊กถามว่าไม้ด้วยหรือเปล่า พอเชียรบอกว่าด้วย ไข่มุกได้ทีถล่มไม่ยั้ง...

“เห็นไหมคะ เป็นมันจริงๆด้วย เนี่ยมันมีเจตนาจะแกล้งฉันชัดๆคิดดูซีคะ ถ้าตั้งใจจะทำรั้วจริงๆทำไมไม่ทำให้ตลอดจนถึงบ้านคุณเป็ดปุ๊ก นี่ตั้งใจทำเฉพาะที่บ้านฉันคนเดียว”

“แล้วทำไมเขาถึงต้องแกล้งคุณด้วยล่ะคะ”

เป็ดปุ๊กถาม ไข่มุกอึกอักก่อนที่จะร่ายยาวออกมาอย่างมีอารมณ์ว่า

“ก็...เพราะมันไม่ชอบฉัน ฉันไม่ได้จ่ายเงินค่าทำสวนให้มัน ก็มันทำไม่ได้ดังใจ ฉันสั่งอย่างมันทำอย่าง” แล้วหันไปพูดกับหทัย “ไม่รู้ล่ะ คุณต้องจัดการเรื่องนี้ให้ฉันด้วยนะคะ ดิฉันไม่ยอมหรอก ซื้อบ้านหลังตั้งหลายล้าน จะมามีรั้วแบบนี้อยู่ติดกำแพงได้ยังไง สกปรก บังแดดบังลม อย่างกับคุก ดูแล้วทุเรศนัยน์ตาเป็นที่สุด”

“ค่ะ...ใจเย็นๆก่อนค่ะ เดี๋ยวฉันจะคุยให้เอง จะให้เขารีบรื้อออกไปค่ะ” หทัยรับปาก

“แน่ใจเหรอว่าเขาจะยอม” เสียงไม้แทรกเข้ามา

ทุกคนหันมองเห็นไม้นั่งหน้านิ่งอยู่บนกำแพง

“เรื่องแบบนี้มันขอกันง่ายๆ ไม่ได้หรอกครับ” ไม้พูดทั้งที่ยังนั่งคร่อมอยู่บนกำแพง เชียรทำหน้า บุ้ยใบ้ให้ไม้ลงจากกำแพงเสีย ไม้จึงเอ่ย “ขออนุญาตนะครับคุณเชียร”

ไข่มุกถือวิสาสะเข้ามาในบ้านชี้ให้ทุกคนดูพฤติกรรมของไม้ที่นั่งอยู่บนกำแพง ยุเป็ดปุ๊กว่าอย่ายอม ให้แจ้งตำรวจจับเลย หทัยพูดเบาๆกับพิกุลให้ไปบอกไม้ลงมาเสีย พิกุลไม่กล้า เป็ดปุ๊กจึงร้องบอกไม้ให้ลงมาเสีย เขาเล่นแง่ว่าถ้าตนลงไปเธอก็เรียกตำรวจจับน่ะซิ

“อย่างกับนายอยู่บนนั้นตำรวจจะจับนายไม่ได้” เป็ดปุ๊กโต้ เขาสวนมาว่าตนไม่ได้ทำผิดอะไร “ปีนกำแพงบ้านคนอื่นเข้ามาเนี่ยนะไม่ผิด”

“ผมขออนุญาตแล้ว ใช่ไหมครับคุณเชียร” ไม้หาพยาน

เชียรพยักหน้าแล้วบอกเป็ดปุ๊กว่า ไม้ขออนุญาตตนเมื่อกี๊นี้และตนก็อนุญาตแล้ว เป็ดปุ๊กพูดไม่ออกได้แต่ส่ายหน้าเบื่อๆกับผู้ชายสองคนนี้

ไข่มุกกัดไม่ปล่อย สั่งไม้ให้ไปเอารั้วสังกะสีออกเดี๋ยวนี้ ไม้บอกว่าคงยากเพราะเจ้าของเขาขอร้องให้ตนทำเอง ไข่มุกหาว่าเขาหลอกเจ้าของสวน ไม้โต้ว่าเจ้าของสวนเขามีเหตุผลของเขา เป็ดปุ๊กถามแทรกขึ้นว่าเหตุผลอะไร

พอไม้ถามไข่มุกว่าจะให้ตนสาธยายให้ทุกคนฟังไหม ไข่มุกชะงักแต่ยังปากกล้าตัดบทว่า

“ไม่ต้องมาพูดมาก รื้อออกไปให้หมดเดี๋ยวนี้เลย ไม่อย่างนั้นฉันจะให้คุณหทัยไล่คนบ้าอย่างแกออก”

“เจ้าของที่เขากำลังจะให้คุณหทัยไล่ลูกบ้านบางคนที่ไร้สติ นิสัยทราม ชอบเอาขยะโยนข้ามรั้วไปที่เขาเหมือนกัน”

พอถูกไม้แฉ ไข่มุกก็แถว่าตนไม่รู้เรื่อง ไม้เลยกระโดดจากกำแพงลงมาสาวไส้เสียเลย...

“ไม่รู้ไม่เห็นเหรอ แสดงว่าไม่เข็ดใช่ไหม วันก่อนโยนถุงเปลือกกุ้งหัวกุ้งเข้าไป ถูกเหวี่ยงกลับออกมายังไม่เข็ดใช่ไหม วันหลังโยนอะไรเข้าไป จะโยนกลับออกมาให้หมดเลย แล้วจะแถมขยะของฝั่งนู้นเข้ามาให้ด้วย”

“อย่านะ!” ไข่มุกร้องลั่น

ไม้ถามว่าไม่ชอบเหมือนกันใช่ไหม ใครๆ ก็ไม่ชอบขยะทั้งนั้น บ้านใครใครก็รัก แต่ไข่มุกก็ยังตะบี้ตะบันตะแบงจะเอาชนะให้ได้ กระทั่งอ้างว่าที่ฝั่งโน้นเป็นสวนรกๆ ไม่มีคนอยู่ ไม้ถามว่ารู้ได้ยังไงว่าไม่มีคนอยู่ แต่ถึงไม่มีคนอยู่แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรเอาขยะไปทิ้งในเขตที่ดินของเขา

เมื่อไข่มุกแถไปไม่เลิกอ้างว่าเจ้าของที่เขายังไม่ว่าอะไรเลย ไม้ชี้ให้เห็นว่าการที่เขากั้นรั้วก็แสดงว่าเขาไม่พอใจ แล้วถามว่าหรือถ้าอยากจะให้ชัดกว่านี้เดี๋ยวตนจะไปบอกให้ทำรั้วสูงจนพ้นบ้านคุณไปเลย

หทัยเห็นท่าเรื่องจะไม่จบง่าย เดินเข้าไปบอกไข่มุกให้ออกมาก่อนเดี๋ยวตนจะคุยให้เอง ไข่มุกเลยได้โอกาสถอยออกมาเพราะตัวเองกำลังจะจนแต้ม เป็ดปุ๊กที่ยืนฟังมาแต่ต้น มองไม้อึ้งๆ กับความปากจัดของเขา

พอออกไปคุยกับหทัย ไข่มุกเล่นแง่อีก ยืนยันต้องให้เขามารื้อรั้วออกไปให้หมด ทำเป็นหัวหมออ้างกฎหมายว่าทำแบบนี้ไม่ได้ แต่พอพิกุลถามว่ากฎหมายให้ทำได้แค่ไหนหรือ ไข่มุกก็ชะงักย้อนเสียงเขียวว่าจะไปรู้ได้ไงตนไม่ใช่ทนาย

“เอาเถอะๆ” หทัยตัดบทสงบศึก “ก็เอาอย่างที่ฉันบอกก็แล้วกันนะคะ เดี๋ยวฉันไปคุยกับเขาให้ ทำใจร่มๆ เถอะค่ะ คิดมากจะเครียดไปเปล่าๆ”

ooooooo

เป็ดปุ๊กเสนอว่าไม้น่าจะคุยกับเจ้าของสวนให้เขาค่อยๆ คุยกับไข่มุกบ้าง ไม้บอกว่าไม่มีใครเคยคุยดีๆ กับเขาได้

แต่ทั้งสองเหมือนขมิ้นกับปูน พูดกันไม่กี่คำก็โต้เถียงกันหน้าดำหน้าแดง เมื่อเป็ดปุ๊กไม่อยากให้เขาทะเลาะกับเพื่อนบ้าน ส่วนไม้ก็ไม่ต้องการเพื่อนบ้านแบบนั้นเหมือนกัน ต่างเสียงดังหน้าตึงใส่กัน จนเชียรต้อง ออกมาหย่าศึก เอาน้ำใบเตยมาดับร้อน ส่งให้คนละแก้ว แต่พอเป็ดปุ๊กรู้ว่าเป็นของที่ย่าของไม้เอามาให้ก็ไม่ยอมดื่ม ไม้เลยคว้าไปดื่มเอง พูดประชดว่า

“ผมไม่อยากให้คนที่ไม่เต็มใจได้ดื่มน้ำใบเตยฝีมือย่าผมหรอก”

ขณะนั้นเองเสียงหทัยแทรกเข้ามาว่าขอเข้าไปหน่อยได้ไหม เป็ดปุ๊กไปเปิดประตูให้ หทัยบอกว่าอยากคุยกับไม้หน่อย พอไม้รู้ว่าหทัยมาก็บอกเชียรว่าตนไม่มีอะไรจะคุยด้วย ว่าแล้วก็ออกไปกระโดดเกาะกำแพงดึงตัวขึ้นไปคร่อมโดดลงไปนอกกำแพงทันที เชียรบอกว่าหทัยเขาคงไม่อยากคุยเรื่องนั้นกระมัง

“ไม่ใช่แค่เรื่องนั้นหรอกค่ะ” หทัยตอบสีหน้าอ่อนใจ ผิดหวัง

เชียรกับเป็ดปุ๊กมองหน้ากันงงๆ แต่พอถามพิกุลด้วยสายตา พิกุลก็หลบตาก้มหน้านิ่งไม่ตอบ

เป็นปัญหาหนักใจของเป็ดปุ๊ก แม้เธอจะรู้ว่าไม้ไม่ผิดแต่ก็ไม่อยากมีปัญหากับไข่มุกที่เป็นเพื่อนบ้าน

“งั้นเอางี้ ลูกอยู่ฝั่งยัยนั่น พ่อจะอยู่ข้างไม้เขาเอง” เชียรเสนอทีเล่นทีจริง เป็ดปุ๊กบอกว่าตนไม่อยู่ข้างใครทั้งนั้น บอกพ่อว่าพอเถอะ เรื่องไร้สาระ “ถ้ามันเกิดขึ้นกับเรา มันก็คงไม่ไร้สาระ” เชียรติงแล้วเปลี่ยนเรื่องว่า “พรุ่งนี้วันหยุดพาพ่อไปหาไม้เขาหน่อยนะ อยากจะไปดูต้นไม้หน่อย ไม่รู้เขาจะมีต้นข่อยไหม”

รุ่งขึ้นเป็ดปุ๊กขับรถพาเชียรไปหาไม้ที่ร้านสวนขวัญ ฝ้ายกับแตนมองเธอแล้วซุบซิบหัวเราะกันคิกคัก ซ้ำแตนยังทะเล้นถามเชียรว่าจะมาคุยเรื่องสินสอดหรือ ทำให้เป็ดปุ๊กยิ่งระแวงว่าไม้ต้องเอาตนมาพูดเสียๆหายๆแน่เลย

เมื่อไม้ออกมา แตนกับฝ้ายทำเมียงๆมองๆทำหน้าล้อไม้ ไม้ไล่ทั้งสองให้ไปช่วยย่าขวัญทำขนม แล้วจึงถามเชียรว่ามีอะไรจะให้ช่วยหรือ เชียรถามว่าตกลงไม้เล่าให้เจ้าของสวนฟังหรือยังเรื่องที่ไข่มุกไม่พอใจ เตือนไม้ให้เตรียมรับสถานการณ์ไว้บ้าง ไม้ถามงงๆว่าสถานการณ์อะไรหรือ?

ooooooo

วันต่อมา เชียรรู้สึกผิดปกติเมื่อโทร.ไปหาไม้แล้วเขาไม่รับสาย จากนั้นไม่นานฝ้ายกับนภก็มาหาที่บ้านบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว เมื่อคืนไข่มุกพาตำรวจมาจับไม้ไปกล่าวหาว่าถูกไม้ทำร้าย

เชียรตกใจถามว่าทำไมเพิ่งมาบอก ฝ้ายบอกว่าไม้ห้ามพวกตนบอกใคร นภเล่าเพิ่มเติมว่าทีแรกไข่มุกก็กล่าวหาไม้ว่าทำร้ายร่างกาย ต่อมาก็หาว่าไม้พยายามฆ่า ทั้งเป็ดปุ๊กและเชียรต่างตกใจมาก

เมื่อพากันไปโรงพัก เป็ดปุ๊กถูกไข่มุกเรียกให้ไปเป็นพยานให้ตน อ้างว่าเป็ดปุ๊กเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เป็ดปุ๊กยืนยันว่าตนเห็นเหตุการณ์จริงแต่ขอให้ปากคำเฉพาะกับรองสารวัตร ไข่มุกพยายามจะอยู่ฟังด้วย จนรองสารวัตรต้องเชิญให้ออกไป ไม่นานรองสารวัตรก็ให้จ่านำตัวไม้เข้าไปในห้องสอบสวน ไม้ออกมาในสภาพถูกใส่กุญแจมือ

“นั่งสิ เล่าให้ฟังซิว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

“ผู้หญิงคนนั้นบุกรุกเข้ามาพยายามจะรื้อรั้วที่สร้างไว้ ผมเข้าไปห้ามขอให้ออกไปจากสวน เขาก็ไม่ฟัง ผมก็เลยจับแขนเขาไว้จะพาออกไป แล้วเขาก็หันมาตบหน้าผม ไม่ใช่ทีเดียวแต่หลายทีผมจำไม่ได้ไม่ทันได้นับ ผมทนไม่ไหวก็เลยผลักเขาออกไป เขาล้มไปนอนกับพื้นมันก็แค่นั้น ผมไม่ได้คิดจะทำร้ายเขา เรื่องฆ่าแกงก็ยิ่งไม่เคยคิด”

“เขาโกหก อย่าไปเชื่อมัน” ไข่มุกผลักประตูผลัวะเข้ามาค้านลั่น แก้ตัวว่าตนไม่ได้ทำอะไร ไม้ต่างหากที่ตั้งใจจะฆ่าตน สั่งรองสารวัตรให้เอาไม้กลับไปขังเดี๋ยวนี้เลย ไข่มุกโวยวายจนรองสารวัตรต้องเรียกจ่าให้มาเอาตัวออกไป แล้วรองสารวัตรก็ไขกุญแจมือไม้บอกว่า

“ที่คุณพูดมันตรงกันกับที่คุณบัวบูชาให้การ แล้วคุณอยากจะแจ้งความเขากลับที่เขาใส่ร้ายคุณไหม”

“ความจริงก็น่าสนใจนะครับ...แต่อย่าเลยครับ ให้มันจบๆไปเถอะ”

รองสารวัตรเห็นว่าดีแต่เพื่อให้เรื่องจบจริงๆ ก็อยากให้เขาไปขอร้องเจ้าของที่ดินให้เอารั้วสังกะสีออกแล้วถ้าไข่มุกทิ้งขยะเข้าไปในที่ดินของเขาอีก  ก็ให้มาแจ้งตำรวจ เราจะได้จัดการให้ ตอนนี้ให้กลับไปได้แล้ว

ไม้ขอบคุณเป็ดปุ๊กที่เป็นพยานให้ตน เธอบอกว่าก็แค่พูดไปตามที่เห็น บอกว่าเขาโชคดีที่ตนเห็นตอนถูกทำร้ายพอดี

“ผมโชคดีที่คุณเมตตาผมต่างหาก” พูดแล้วเห็นเธอนิ่ง ไม้มองไปที่เชียร “หมายถึงคุณกับพ่อ”

เป็ดปุ๊กหมั่นไส้บอกว่าน่าจะปล่อยให้เขาติดคุกแล้วไปให้การที่ศาลก็ดี เตือนเขาว่าอย่าให้มันเกิดขึ้นอีก ตนไม่ค่อยมีเวลาว่างไปเที่ยวช่วยใครต่อใคร พูดแล้วขับรถไปเลย

กลับถึงบ้าน เธอถามพ่อว่าสบายใจแล้วใช่ไหม บ่นไม้ว่าไม่รู้จะเข็ดหรือเปล่า  ชอบมีเรื่องกับชาวบ้านนัก

“เขาก็มีเรื่องกับคนที่มาหาเรื่องเขาเท่านั้นแหละ แต่ลูกก็ดุไปหน่อยนะ ที่ขู่เขาไปแบบนั้น” เธอบอกว่ารู้สึกว่าเขาจะไม่ค่อยเชื่อ เชียรพูดลอยๆว่า “เขาคงดูออก” พอเธอถามว่าดูอะไรออก เชียรพูดเรียบๆ เรื่อยๆ ว่า “ดูออกว่าไม่ได้ดุจริงไง ถึงปากจะบอกว่าชิงชังเขาแค่ไหน แต่พฤติกรรมมันกลับบอกว่าใจเป็นห่วง”

“พ่อ!...เว่อร์ไปแล้ว ใครเป็นห่วง เป็ดเนี่ยนะ เป็นห่วงนายนั่น ฝันไปเถอะ เป็ดทำทุกอย่างก็เพื่อพ่อ อยากให้พ่อสบายใจ เข้าใจให้ถูกด้วยนะคะ” เป็ดปุ๊กทำหน้างอนเสียงหงุดหงิด เชียรเหล่ลูกสาวยิ้มอย่างรู้ทัน

ooooooo

วันนี้ไม้ไปบ้านย่าขวัญ  พอเห็นหน้าย่าถามว่าเมื่อวานหายไปไหน ย่ารออยู่ทั้งวัน ไม้ชะงักแต่ไม่กล้าเล่าให้ย่าฟัง บอกว่าตนติดธุระ ถามย่าว่ารอตน ทำไมหรือ

“จะถามว่าคุณเป็ดปุ๊กเขาชอบขนมอะไร” ไม้ถามว่าทำไมย่าอยากรู้ “ก็จะทำขนมไปฝากเขา แต่ไม่ต้องแล้วล่ะ ย่าทำเสร็จหมดแล้ว มีขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย ขนมมัน หวังว่าเขาคงจะชอบนะ”

“ทำไมต้องทำฝากเขาด้วย”

“เขาจะได้เมตตาหลานชายของย่าไง  จะให้ ผู้หญิงรักผู้หญิงชอบ มันต้องหมั่นไปเยี่ยมไปหา แล้วก็มีของกินของใช้ไปฝากเขา” ย่าขวัญพูดเสียจนไม้ร้องว่า ไปกันใหญ่แล้ว ย่าดักคอว่า “ไม่ไปใหญ่ไปเล็กหรอก ย่ารู้หมดแล้ว นังฝ้ายมันบอก”

“ไอ้สองคนน่ะมันเพ้อเจ้อ ไม้กับคุณเป็ดปุ๊กไม่มีอะไรกันหรอกย่า เจอกันทีไรก็ทะเลาะกันทุกครั้ง แล้วจะบอกให้นะ ผู้หญิงที่ไม้จะทุ่มเทชีวิตจิตใจให้ มีคนเดียวเท่านั้นแหละ” พูดแล้วไม้โผเข้ากอดซบหน้ากับแขนย่าอ้อนๆ

“ไม้เอ๊ย...จะมารักมาหลงย่าคนเดียวไม่ได้หรอก สักวันไม้ต้องมีครอบครัว ผู้ชายจะเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์ได้ มันต้องมีเมียมีลูก”

“แล้วก็มาตายหนีลูกไปตั้งแต่ลูกยังเล็กๆ น่ะเหรอ ไม่หรอกย่า ไม้ไม่อยากเป็นอย่างนั้น”

ย่าขวัญลูบหัวไม้อย่างเข้าใจความรู้สึกของเขา...

ooooooo

ไม้เอาขนมที่ย่าขวัญฝากมาให้เป็ดปุ๊กที่บ้าน เป็ดปุ๊กยังไม่กลับ เขาจึงเอาเข้าไปเก็บให้ในครัวกับเชียร

ขณะนั้นเองเชียรได้รับโทรศัพท์จากแมวเมี้ยวที่โทร.จากตู้สาธารณะแถวโรงเรียน พูดไปร้องไห้ไปว่า “คุณปู่ต้องช่วยแมวเมี้ยวนะครับ” เชียรตกใจถามว่าเป็นอะไร แมวเมี้ยวก็ร่ำร้องแต่ให้ปู่ไปหาที่โรงเรียน แล้วจะเล่าให้ฟัง...

เชียรว้าวุ่นใจเพราะไม่รู้จะไปโรงเรียนแมวเมี้ยว

อย่างไร เอ่ยปากขอให้ไม้ช่วยพาไปที่หน้าหมู่บ้านตนจะเรียกแท็กซี่ไปเอง

“ผมทำได้ดีกว่านั้นอีกครับ ผมจะพาคุณเชียรไปโรงเรียนหลานคุณเอง” ไม้แสดงน้ำใจ เชียรรู้สึกดี ยิ้มขอบใจเขา

ooooooo

ตอนที่ 4

นอกจากแมวเมี้ยวจะโทร.ถึงปู่เชียรแล้วยังโทร.ถึงอาเป็ดปุ๊กด้วย ร้องไห้ขอให้อามาหาที่โรงเรียน เป็ดปุ๊กยังติดงานบอกหลานว่าขอดูเวลาอีกที ถ้าไปได้จะรีบไป

พอวางสายจากแมวเมี้ยว แก้วก็แสดงน้ำใจถามว่าหลานให้ไปช่วยไม่ใช่หรือ ไม่ต้องห่วง งานทางนี้ตนจะทำต่อให้เอง เป็ดปุ๊กกลัวว่าถ้าพิมพารู้จะต้องไม่พอใจ

“แกไปประชุมกับกรมส่งออก ไม่เลิกง่ายๆหรอก อย่างน้อยก็ห้าโมงเย็น แกคงไม่กลับเข้ามาแล้วละ หรือถ้าจะกลับก็คงเย็น ถ้าแกเข้ามาก่อนแก้วกลับ แก้วจะบอกให้ว่าเป็ดเพิ่งออกไปตะกี้เอง”

“ขอบใจมากนะแก้ว ได้ยินแมวเมี้ยวพูดไปสะอื้นไปแล้วรู้สึกแย่มากๆเลย งั้นเป็ดไปก่อนนะ”

แก้วยิ้มให้อย่างเต็มใจ แต่พอเป็ดปุ๊กลุกไป รอยยิ้มแก้วก็เปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ชิงชังทันที!

ปรากฏว่า เป็ดปุ๊กลุกไปไม่นาน พิมพาก็เข้ามา มองปราดไปที่โต๊ะทำงานของเป็ดปุ๊กเห็นแก้วนั่งแทน แก้วเองก็ตกใจที่พิมพากลับเร็วกว่าที่คิด พิมพาถามว่าเป็ดปุ๊กไปไหน แก้วตอบไม่เต็มเสียงว่ากลับไปแล้ว

“กลับไปแล้ว! เพิ่งจะบ่ายสองเนี่ยนะ” แก้วชี้แจงว่าหลานโทร.มาขอให้ไปหาเป็ดปุ๊กเลยต้องรีบไป “หลาน! หลานอะไร แล้วมีเรื่องรุนแรงขนาดไหนถึงต้องทิ้งงานทิ้งการไปหา”

แก้วก็ไม่ทราบค่ะ แต่พี่พิมไม่ต้องห่วงเรื่องงานหรอกนะคะ แก้วเอามาทำให้แล้ว” พิมพาถามว่าเธอรู้เรื่องด้วยหรือ แก้วตอบอวดๆว่า “รู้ซีคะ แก้วช่วยเป็ดปุ๊กเขาทำบ่อยๆ บางทีแก้วก็รับมาทำทั้งโครงการเลย ก็มีอย่างช่วงที่เป็ดย้ายบ้าน เขายุ่งๆ แก้วก็เลยเอามาทำเอง”

พิมพาพึมพำว่าไม่เคยรู้เลย เตือนให้ระวังอย่าให้อะไรผิดพลาดได้ สั่งว่า “ถ้าเขากลับมาให้ไปหาพี่ทันที” แก้วบอกว่าวันนี้คงไม่กลับแล้ว “งั้นก็พรุ่งนี้ มาถึงก็ให้ไปหาพี่เลย” พิมพาสั่งหน้าตาไม่พอใจแล้วออกไป

แก้วทำเป็นกลัวแทนเป็ดปุ๊ก แต่พริบตาเดียวก็แอบยิ้ม...

ooooooo

ไม้พาเชียรไปถึงโรงเรียน บอกชื่อจริงบอกชั้นเรียนของแมวเมี้ยวแล้ว รปภ.ก็ยังไม่ยอมให้เข้า ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น จนกระทั่งแมวเมี้ยวเห็นปู่มาจึงขออนุญาตครูออกมารับ รปภ.จึงเปิดประตูให้เข้าไป

แมวเมี้ยวดีใจมากบอกว่านึกว่าปู่จะไม่มาแล้ว เชียรจึงแนะนำให้รู้จักไม้ บอกว่าน้าไม้เขาใจดีช่วยพาปู่มา แมว–เมี้ยว ยกมือไหว้ เชียรถามว่ามีเรื่องอะไรถึงอยากให้ปู่มา

แมวเมี้ยวเล่าเรื่องที่ตนกับนกจิ๊บจับเจ้ายักษ์เบิ้มอาบน้ำ แม่กลับมาเห็นก็ไม่พอใจที่เจ้าเบิ้มยักษ์สะบัดน้ำทำเลอะเทอะขู่ว่าจะให้เขาเอาไปทำลูกชิ้น ตนไม่อยากให้ยักษ์เบิ้มเป็นลูกชิ้น ไม้ถามว่ายักษ์เบิ้มนี่เป็นหมาไหม เชียรบอกว่าเป็นหมาที่บ้านเก่า

เป็ดปุ๊กมาถึงพอดี ถามเชียรว่าพ่อมาได้ยังไง พอเชียรบอกว่าไม้พามา เธอมองขวับไปที่เขา ไม้สบตายักไหล่นิดๆ เธอหมั่นไส้เลยพูดว่า “ไม่ใช่ เป็ดจะถามว่าพ่อมาที่นี่ทำไม” เชียรเล่าให้ฟังแล้วถามว่าเธอมาทำไม จึงรู้ว่าแมวเมี้ยวโทร.ขอให้มา

“แมวเมี้ยวนึกว่าปู่จะไม่มา แมวเมี้ยวกลัวจะไม่มีใครช่วยยักษ์เบิ้ม” พูดแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น

“ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร ไหนเล่าให้อาฟังหน่อยซิ เรื่องมันเป็นยังไง” เป็ดปุ๊กกอดหลานปลอบใจ

ooooooo

ฟังแมวเมี้ยวเล่าแล้ว ทั้งเป็ดปุ๊กและเชียรต่างไม่พอใจเก็จที่ทำร้ายจิตใจลูก ทั้งที่รู้ว่าลูกผูกพันกับยักษ์เบิ้มมาก

เป็ดปุ๊กถามว่าแล้วพ่อจะทำยังไง เพราะรับปากแมวเมี้ยวไว้ว่าจะช่วย เชียรบอกว่าจะไปคุยกับเก็จดู เธอติงว่าหลานจะได้โดนเล่นงานที่เอาเรื่องมาบอกเรา

“พาหมาออกมาซีครับ” ไม้เสนอ “เอาหมามาเลี้ยงที่บ้านคุณ เท่าที่ฟัง ท่าทางเขาก็ไม่ค่อยอยากเลี้ยงไว้เท่าไหร่ เอาไปไว้ที่โน่นมันน่าจะมีความสุขมากกว่า ช่วยเฝ้าบ้านให้คุณแล้วยังเป็นเพื่อนแก้เหงาได้ด้วย”

เป็ดปุ๊กทักท้วงว่ามันไม่ง่าย เด็กๆรักมันมาก มาพรากมันไปได้ยังไง “ผมว่าตรงกันข้าม หลานๆจะได้มีข้ออ้างมาเยี่ยมคุณปู่กับคุณอาได้มากขึ้นต่างหาก”

“ดีเหมือนกัน อ้างว่ามาเยี่ยมหมาง่ายกว่าบอกว่ามาหาปู่” เชียรเห็นพ้อง แต่เป็ดปุ๊กเชื่อว่ายังไงเก็จก็ไม่ให้ลูกมา แต่ตอนนี้เราต้องหาทางเอายักษ์เบิ้มออกมาก่อน ถามเชียรว่าจะไปเมื่อไหร่ดี ไม้เสนอว่าไหนๆก็ออกมาแล้วไปตอนนี้เลยดีไหม เชียรเห็นด้วย เป็ดปุ๊กจึงไปบอกแมวเมี้ยวที่สนามเด็กเล่น

แมวเมี้ยวกลัวไม่ได้พบเจ้ายักษ์เบิ้มอีก เชื่อว่าแม่ไม่ให้ไปแน่ๆเพราะขนาดตนอยากไปหาปู่แม่ยังไม่ยอมเลย แต่ก็ตัดใจจะอดทนเอาและจะบอกนกจิ๊บให้อดทนด้วย

เมื่อแมวเมี้ยวทำใจได้ ผู้ใหญ่ทั้งสามจึงพากันไปที่บ้านเดิมของเชียร แต่ก่อนไปไม้บอกให้เป็ดปุ๊กกับเชียรไปรอที่รถก่อนตนขอคุยอะไรกับแมวเมี้ยวแป๊บเดียว เป็ดปุ๊กมองตามงงๆว่าไม้จะไปคุยอะไร

มาถึงบ้านเก่าของเชียร ไม้ชมว่าบ้านร่มรื่น น่าจะอยู่สบาย เชียรบอกว่ามันเคยเป็นอย่างนั้น

แต่พอจะไขกุญแจเข้าบ้าน เชียรเสียเวลาหาลูกกุญแจพวงใหญ่อยู่นาน พอเจอก็ไขไม่ออกอีกเพราะไม่ได้ใช้นาน จนไม้ช่วยไขได้สำเร็จ ก็พอดีเก็จกลับมาถามอย่างไม่พอใจว่า “ทำอะไรกันน่ะ!” พอเดินมาเห็นเชียรก็ถามว่า “พ่อมาทำอะไร”

“เราจะมาเอาหมา” ไม้ตอบแทนเชียรที่อึกอักอยู่

เก็จไม่พอใจถามว่าจะเอาไปทำไมและเขาเป็นใคร เชียรบอกว่าเป็นคนสวนที่หมู่บ้านมาช่วยพายักษ์เบิ้มไป

ไม้ช่วยชี้แจงว่าเชียรจะเอาไปเฝ้าบ้าน เก็จสวนทันทีว่าแล้วบ้านนี้จะให้อะไรเฝ้า ขโมยยิ่งชุมอยู่ด้วย ให้ไปหาตัวใหม่เอา เป็ดปุ๊กช่วยพูดว่า หาตัวใหม่ก็ต้องฝึกอีกนาน แต่ยักษ์เบิ้มสนิทกับพ่ออยู่แล้ว

“แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ของพ่อแล้ว เก็จว่าพ่อไม่ได้คิดจะเอามันไปเฝ้าบ้านหรอก แต่คิดจะมาเอายักษ์เบิ้มไปเพื่อใช้เป็นตัวล่อให้หลานไปหาต่างหาก ใช่ไหมล่ะคะ ลูกไม้ตื้นๆ” เก็จยิ้มเยาะ

เป็ดปุ๊กไม่พอใจปรามว่าอย่ามาว่าพ่อแบบนี้ ไม้ก็ช่วยแก้ต่างว่า เชียรไม่ได้คิดแบบนั้น ชี้แจงเพิ่มเติมว่า

“นอกจากอยากได้ไปเฝ้าบ้านแล้ว ยังอยากได้เป็นเพื่อนด้วย กลางวันคุณเชียรอยู่บ้านคนเดียวมันเหงามากนะครับ”

“ถ้าเหงาก็ไม่ควรย้ายออกไปแต่แรก” เก็จโต้ไม้แล้วหันบอกเชียร “ขอโทษนะคะ เก็จให้ยักษ์เบิ้มไปไม่ได้หรอก” พูดแล้วปิดประตูรั้วเดินเข้าบ้านไปเลย

เป็ดปุ๊กถามว่าจะเอายังไงดี เชียรเชื่อว่าเก็จไม่ยอมให้แน่ๆ ไม้เลยเสนอว่า “ไม่ให้ก็ซื้อซิครับ น่าจะยอมนะ”

ooooooo

เป็ดปุ๊กกับเชียรตามเข้าไปเจรจาอีก เก็จยืนกระต่ายขาเดียวไม่ยอมให้ยักษ์เบิ้มไปเด็ดขาดอ้างว่าที่นี่ทุกคนรักและผูกพันกับมัน

เก็จอ้างว่า ทุกวันนี้ตนยอมจ่ายค่าอาหารเดือนละเป็นพันก็เพราะรักมัน แล้วไหนจะค่ายาค่าหมอหมดไปครั้งละพันสองพัน รวมเบ็ดเสร็จต้องหมดเงินไปเป็นหมื่น เชียรรับปากจะจ่ายให้

“ที่ว่าหมื่นนึงน่ะ เก็จพูดแบบรวมๆถ้าจะให้ตรงจริงๆอาจจะเกือบหมื่นห้า” เก็จเพิ่มตัวเลขทันที เมื่อเป็ดปุ๊กติติงว่ามากไป เก็จบอกงั้นก็กลับไปเลย แต่เชียรยังตัดใจไม่ได้ เก็จดูออกบอกเบอร์บัญชีของตนย้ำให้เชียร โอนเย็นนี้เลยก็ได้

ขณะนั้นเองมีโทร.เข้ามือถือเชียร เขารับสายหน้าตาแจ่มใสขึ้นทันที พอคุยเสร็จบอกเก็จว่าตนคงสู้ราคาไม่ไหว บำนาญก็นิดเดียวกลัวจะไม่พอใช้ แล้วเร่งเป็ดปุ๊กให้กลับ ไม่ทันใจก็จับมือจูงออกไปเลย

มาถึงหน้าบ้านเป็ดปุ๊กบอกว่ายังไม่ได้ลายักษ์เบิ้มเลย เชียรเร่งให้รีบไปด่วนเลย

พอรถเป็ดปุ๊กเคลื่อนไป เก็จก็ออกมาร้องเรียกยักษ์เบิ้ม ปรากฏว่าเงียบกริบ ฉุกคิดขึ้นมา เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ได้แต่สบถอย่างหัวเสีย “บ้าเอ๊ย!”

กลับมาถึงบ้าน เห็นไม้รออยู่แล้ว เป็ดปุ๊กบอกพ่อว่าเจอตัวก็ดีแล้วจะได้ต่อว่าสักหน่อยที่หนีกลับมาก่อน เชียรบอกว่าไม่เพียงไม่ควรต่อว่าแต่ยังต้องขอบใจเขาด้วย เธอถามว่าขอบใจเรื่องอะไร

ขณะเป็ดปุ๊กลงไปเปิดประตูรั้วนั่นเอง เสียงยักษ์เบิ้มเห่าทักทายมาจากข้างในวิ่งออกมาหา เธอวิ่งไปกอดคอลูบหัวมันด้วยความดีใจ เชียรยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่บอกลูกสาวว่า ทีแรกก็ว่าจะบอกแล้วแต่คิดอีกทีรอไว้เซอร์ไพรส์ดีกว่า

“สำเร็จจริงๆด้วย” เป็ดปุ๊กหัวเราะชอบใจ ไม้ไม่เคยเห็นเธอหัวเราะแบบนี้มาก่อน เขารู้สึกดีที่เห็นเธอมีความสุข พอเชียรขอบใจไม้ เป็ดปุ๊กก็ลุกมาขอบใจด้วย ไม้พยักหน้ายิ้มๆ

“เอ๊ะพ่อ...แล้วเราเอายักษ์เบิ้มมาแบบนี้ พี่เก็จเขาจะหาว่าเราเป็นขโมยหรือเปล่า”

“ก็หมาของคุณไม่ใช่หรือครับ เราเอาหมาของเรามา จะเป็นขโมยได้ยังไง” ไม้ตอบแทน แล้วถามว่าเรามีหลักฐานว่าเป็นเจ้าของไหม เช่นใบจดทะเบียนฝังไมโครชิพ เชียรบอกไม่มี  ไม้จึงแนะนำว่า “งั้นก็ใบฉีดวัคซีนที่มีชื่อคุณกับชื่อหมาก็ได้แค่นั้นก็พอแล้วครับ สบายใจได้”

เป็ดปุ๊กสงสัยว่าเขาเอาเจ้ายักษ์เบิ้มมาได้ยังไง เพิ่งรู้จักกันแท้ๆทำไมมันถึงตามมาง่ายนัก

นภที่เล่นกับยักษ์เบิ้มอยู่บอกว่าไม้มีของวิเศษ ไม้เห็นเธอทำหน้างง เขาจึงล้วงเอาถุงเท้าเด็กนักเรียนออกมายื่นให้บอกว่า “ฝากคืนแมวเมี้ยวด้วยก็แล้วกัน”

เป็นการเฉลยความสงสัยของเป็ดปุ๊กทั้งตอนที่เขาขอไปคุยกับแมวเมี้ยวก่อนออกจากโรงเรียนและสามารถพายักษ์เบิ้มมาได้โดยง่าย เพราะเจ้าถุงเท้าของแมวเมี้ยวนี่เอง

แล้วก็มีเรื่องทำให้เป็ดปุ๊กต้องเครียด เมื่อมีโทรศัพท์จากบ้านเก่าโทร.เข้ามือถือ เธอคิดว่าเก็จคงโทร.มาเล่นงานแน่ๆแต่พอรับสายก็ยิ้มออก กลายเป็นแมวเมี้ยวโทร.มาถามเรื่องยักษ์เบิ้ม แมวเมี้ยวเล่าว่า แม่โกรธใหญ่ บ่นเสียดายเงินหมื่น อาหลานนัดกันว่าจะวางแผนมาเยี่ยมเจ้ายักษ์เบิ้มกันสักวัน เชียรบอกผ่านเป็ดปุ๊กว่ารอให้แม่หายโกรธก่อน พอเป็ดปุ๊กบอกต่อแมวเมี้ยวก็หันบอกนกจิ๊บอีกต่อว่า “ปู่บอกให้แม่หายโกรธก่อน”

ooooooo

ที่โต๊ะอาหารเย็นบ้านเก็จ ซึ่งมีแก้วมาร่วมโต๊ะด้วย เก็จบ่นกับน้องสาวว่าเจ็บใจที่เกือบได้เงินหมื่นอยู่แล้วต้องมาชวดเพราะคนที่มากับเชียรแอบเอายักษ์เบิ้มไปเสียก่อน แก้วเสนอให้แจ้งตำรวจจับเลย

แมวเมี้ยวตกใจบอกไก่กุ๊กว่า “ไม่ได้นะครับ อย่าให้ตำรวจจับปู่นะครับพ่อ” นกจิ๊บก็อ้อนวอนอย่าเอาปู่เข้าคุก

“ไม่หรอกน่า หมาของเขา เขามาเอาคืนไปจะผิดได้ยังไง” ไก่กุ๊กปลอบใจลูก แล้วพูดกับเก็จ “คุณเองก็รำคาญมันจะแย่แล้วไม่ใช่เหรอ เห็นบ่นทุกวัน พ่อเอามันไปก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องคอยเก็บขี้มัน”

“ฉันไม่พอใจที่คุณพ่อมาใช้เล่ห์กระเท่ห์กับฉันต่างหาก” เก็จโต้แล้วปรามลูก “แล้วสองคนอย่าคิดนะว่าจะใช้เรื่องหมามาอ้างเพื่อจะไปหาปู่กับอา แม่ไม่มีวันให้ไป”

แก้วบอกพี่สาวให้ใจเย็นๆเพราะอีกไม่นานก็จะได้แก้แค้นเป็ดปุ๊กแล้ว พอดีกินข้าวอิ่มแก้วชวน

พี่สาวไปคุยกันข้างนอก เก็จสั่งไก่กุ๊กให้เก็บโต๊ะล้างจานด้วย แล้วเดินออกไปคุยกับแก้วที่หน้าบ้าน

แมวเมี้ยวกับนกจิ๊บอ้อนวอนพ่ออย่าให้แม่ทำอะไรอาเป็ด ไก่กุ๊กหัวเราะ บอกว่าเขาจะทำอะไรได้ นกจิ๊บอ้อนพ่อให้พาไปเยี่ยมยักษ์เบิ้มด้วย ไก่กุ๊กมองหน้าลูกพูดอำว่า

“นี่ถ้าพ่อคิดมากหน่อยนะ พ่อต้องว่าลูกสองคนอยู่เบื้องหลังการพาเจ้ายักษ์เบิ้มไปจากบ้านนี้แน่ๆ”

แมวเมี้ยวปฏิเสธไม่กล้าสบตาพ่อว่าตนไม่เกี่ยว นกจิ๊บก็เสียงอ่อยว่าตนไม่รู้เรื่อง

เก็จกับแก้วไปคุยกันที่หน้าบ้าน แก้วเล่าเรื่องที่เป็ดปุ๊กทิ้งงานให้ตนทำแล้วพิมพามาเจอ พูดอย่างสะใจว่า พิมพาไม่พอใจมาก งานนี้เป็ดปุ๊กต้องถูกว่า โทษฐานไม่ทำงานตามหน้าที่ เก็จถามว่าโทษหนักไหม

“แน่นอน พี่พิมเจ้านายแก้วเกลียดคนที่ไม่ตั้งใจทำงานที่สุด ดีไม่ดีเขาอาจจะปลดยายเป็ดปุ๊ก

ออกจากตำแหน่งแล้วให้แก้วเป็นหัวหน้าแทนก็ได้”

“จริงหรอ!! ถ้าอย่างนั้นก็สะใจสุดๆเลย ที่จริงไม่น่าจะทำแค่ให้มันถูกปลดออกจากตำแหน่งนะ น่าจะทำให้มันถูกไล่ออกไปซะเลย ถ้าได้แบบนั้นจริงๆ นะพี่จะฉลองสามวันสามคืนไม่หยุดเลย”

เก็จพูดอย่างสะใจแววตาร้ายกาจ แก้วแค่ยิ้มร้ายแต่ใจเหี้ยมที่จะทำให้ได้อย่างนั้นจริงๆ!

ooooooo

รุ่งขึ้น ก่อนเป็ดปุ๊กไปทำงาน ไม้โดดขึ้นกำแพงมือถือถุงมาสามถุงร้องเรียกเป็ดปุ๊กบอกว่าเอาอาหารหมามาให้ถุงหนึ่ง อีกถุงเป็นแกงส้มสารพัดผัก

ไม้ถามว่าเธอกินข้าวหรือยัง พอรู้ว่ายังก็เอาข้าวเหนียวหมูปิ้งที่ซื้อมากินเองให้เธอเอาไปกินในรถบอกว่าเจ้านี้อร่อยมากเลย เดี๋ยวตนค่อยไปซื้อใหม่ เตือนว่าขากลับอย่าลืมซื้ออาหารหมามาด้วย พูดเสร็จก็โดดแผล็วลงไปเลย

เมื่อเอาอาหารหมากับแกงส้มสารพัดผักไปให้เชียร เป็ดปุ๊กถามพ่อว่าทำไมเขาต้องทำดีกับเรานัก เชียร บอกว่าคงถูกชะตากระมัง พอเธอบอกว่าไม่อยากคิดแต่ก็อดคิดไม่ได้ เชียรก็พูดต่อให้ยิ้มๆ “...ว่าเขาสนใจลูก”

“บ้าซีพ่อ...หมายถึงเขามีเลศนัยอะไรแฝงอยู่รึเปล่า”

เชียรบอกให้เลิกมองไม้ในแง่ร้ายได้แล้ว เอาเป็นว่าเขาอยากทำดีกับเราเพื่อทดแทนที่ลูกช่วยให้เขาไม่ได้ติดคุกก็แล้วกัน เธอบอกว่าไม่ได้ช่วยแต่พูดในสิ่งที่เห็น แล้วบ่นพลางเดินไป “เบื่อเหมือนกันนะพ่อ ทำไมต้องมาทำให้เราคิดโน่นคิดนี่”

“เบื่อก็เลิกคิด” เชียรพูดตามหลัง เป็ดปุ๊กชะงักฟัง “เวลาคนทำไม่ดีกับเรา เรายังคิดว่าเป็นเพราะกรรมเก่าที่ทำไว้  ตอนนี้มีคนมาทำดีให้เรา ทำไมไม่คิดเสียว่าเป็นบุญเก่าบ้างล่ะ”

“นายไม้เนี่ยนะบุญ” พูดแล้วเบ้ปากส่ายหน้าเดินออกไป เชียรมองตามลูกสาวไปขำๆ

ไปถึงห้องทำงาน แก้วบอกทันทีว่าพิมพาให้ไปพบ เป็ดปุ๊กสูดลมหายใจเรียกกำลังใจก่อนเดินไปหาพิมพาที่ห้องทันทีที่เป็ดปุ๊กเข้าไปหา พิมพาตำหนิอย่างรุนแรงที่เธอทิ้งงานไปทำเรื่องไร้สาระ ตำหนิว่าระยะหลังเธอเปลี่ยนแปลงไปมากงานบกพร่องมากขึ้นเรื่อยๆ รู้ไหมว่าบริษัทต้องเสียหายแค่ไหน

แม้เป็ดปุ๊กจะชี้แจงอ้อนวอนและสัญญาว่าต่อไปจะแก้ไข พิมพาก็ไม่อ่อนข้อให้ สั่งให้เธอหยุดทำงานก่อนที่บริษัทจะเสียหายมากไปกว่านี้

แต่แล้วสถานการณ์ก็พลิกผัน เมื่อคุณกิตติจากไฮคลาสโทร.มาแจ้งว่า ต้องการให้บัวบูชารับผิดชอบทำโครงการสาขาที่ญี่ปุ่นงบสองร้อยล้านบาท พิมพาบอกว่าบัวบูชากำลังจะไปรับผิดชอบงานด้านอื่น แต่คุณกิตติยืนยันว่างานนี้ต้องเป็นบัวบูชาเท่านั้น พิมพาจึงจำต้องให้เป็ดปุ๊กกลับมาทำงานอีกครั้ง บอกให้เธอโทร.ไปหาคุณกิตติที่ไฮคลาสด้วย

“ขอบคุณพี่พิมมากค่ะ เป็ดจะทำให้ดีที่สุด ไม่ให้มีข้อบกพร่องอีกค่ะ” เป็ดปุ๊กยกมือไหว้ดีใจจนน้ำตาไหลพราก

ooooooo

ออกจากห้องพิมพาด้วยความรู้สึกสับสนที่เกือบถูกปลดจากตำแหน่งแต่กลับมีคนมาช่วยไว้ เธอเดินไปที่บันไดหนีไฟ ผลักประตูออกไปนั่งที่ขั้นบันได ร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น

คิดถึงคำพูดของพิมพาเมื่อครู่ที่ตำหนิว่าเธอทิ้งงานไปทำเรื่องไร้สาระ แล้วหยิบมือถือมากดถึงพ่อ พอเชียรรับสายได้ยินเสียงพ่อเธอก็สะอื้นฮักๆ ขึ้นมาทันที จนเชียรตกใจถามว่าเป็นอะไร ร้องไห้หรือ เธอบอกว่าตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว เชียรถามว่าแล้วตอนนี้และต่อไปล่ะ

เป็ดปุ๊กเล่าที่ถูกพิมพาตำหนิให้พ่อฟัง  เชียรติงว่าไร้สาระที่ไหน ถามย้ำว่าแล้วเรื่องจบหรือยัง เป็ดปุ๊กบอกว่าเขาไม่ปลดแล้วและให้โอกาสอีกครั้ง

“งั้นก็ดีแล้ว ไม่เป็นไรแล้วนะ พระคุ้มครองลูก ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ ทำใจให้สบายนะลูก ตั้งใจทำงานแล้วเย็นนี้ค่อยมาคุยกัน”

นั่งพักจนทำใจให้สงบได้แล้ว เป็ดปุ๊กกลับไปที่ห้องทำงาน แก้วมองอย่างอยากรู้อยากเห็น เมื่อเป็ดปุ๊กไม่เล่าเธอลุกไปถามว่าถูกพิมพาว่ายังไงบ้าง เป็ดปุ๊กพูดเรียบๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่า พูดเรื่องเมื่อวานโดนด่ามาชุดหนึ่ง

แก้วอยากรู้มากกว่านั้น ถามว่าแค่ด่าอย่างเดียวหรือ พอเป็ดปุ๊กถามว่าแล้วจะให้มีอะไรอีกล่ะ

“เปล่า เห็นเมื่อวานเขาโมโหมาก” แก้วพูดหน้าเจื่อนๆ ที่เป็ดปุ๊กไม่พูดอะไรมากกว่านั้นแล้วหันไปหาแฟ้มทำงานต่อ แก้วจึงจำต้องเดินกลับโต๊ะ เห็นบรรดาพนักงานในห้องมองเป็นตาเดียวก็เลิกคิ้วเชิงถามว่ามองอะไร ทำให้พนักงานเหล่านั้นต้องรีบหลบตาแทบไม่ทัน

ooooooo

เย็นนี้ ฝนตกหนักรถติดตั้งแต่เป็ดปุ๊กขับรถออกจากบริษัท ระหว่างนั้นได้ยินวิทยุรายงานสภาพการจราจรว่า กรมอุตุแจ้งว่าฝนอาจตกต่อเนื่องไม่ต่ำกว่าสองชั่วโมง และน้ำคงจะท่วมถนนเกือบทุกสาย...

ฝนตก รถติด เป็นของคู่กันที่ชีวิตคนในเมืองต้องเผชิญทุกครั้ง เป็ดปุ๊กบ่นอย่างอ่อนใจไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะกลับถึงบ้านและที่ทำให้เธอตกใจ ร้อนใจ จนแทบทนไม่ได้ เมื่อวิทยุรายงานว่า ระหว่างฝนตกมีโจรปีนเข้าบ้านที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน มีชายสูงอายุอยู่บ้านคนเดียว โจรตีหัวคุณลุงจนสลบแล้วขนของไปเกือบเกลี้ยงบ้าน เตือนเพื่อนบ้านให้ช่วยกันสอดส่องดูแลให้เพื่อนบ้านด้วย

เป็ดปุ๊กพยายามโทร.กลับบ้าน เมื่อไม่มีคนรับสายเธอยิ่งใจเสีย จนเมื่อกลับมาถึงร้านสวนขวัญ เธอทนไม่ได้ลงจากรถไปขอความช่วยเหลือ ไม้ถามว่ามีอะไรหรือ

“ฉันติดต่อพ่อไม่ได้เลย โทร.เข้าบ้านก็ไม่มีคนรับสาย” ไม้สงสัยว่าเชียรคงหลับอยู่ “ฉันโทร.นานมากแล้วนะเกือบชั่วโมงแล้ว ฉันเป็นห่วงน่ะรถก็ติดมาก ไม่รู้เมื่อไหร่จะถึงบ้าน...คืองี้ เมื่อกี้ฟังวิทยุ เขาบอกว่ามีโจรเข้าไปในบ้านหลังนึง แล้วใช้อาวุธตีชายสูงอายุเจ้าของบ้าน...ฉัน...ฉันกลัวจะเป็นพ่อ...”

“ไม่ใช่หรอกครับ ไม่เห็นได้ข่าวอะไรเลย” เป็ดปุ๊กติงว่าเขาอยู่ตรงนี้จะได้ข่าวยังไง “แล้วคุณอยากให้ผมช่วยยังไง”

“พาฉันปีนกำแพงเข้าไปที่บ้านหน่อย”

ไม้อึ้งไปกับข้อเสนอที่เธอเคยมีความเห็นกับตนตลอดมา

ooooooo

ไม้พาเป็ดปุ๊กเดินกางร่มไปที่กำแพง ตลอดทางเขาคอยดูแลเธออย่างดี คอยเตือนว่าตรงนั้นลื่นตรงนี้ขรุขระเมื่อเธอก้าวพลาดจะล้มเขาก็ประคองไว้ สุดท้าย ก็วางร่มเดินตากฝนบอกให้เธอจูงมือตนไว้จะได้ไม่ล้มอีก

ไม้จูงมือจนเป็ดปุ๊กเขินบอกว่าตนไม่เป็นไรแล้ว เดินตัวเปียกปอนมาถึงกำแพง ไม้ใช้สองมือประสานกันให้เธอเหยียบเพื่อปีนขึ้นบ่าและไต่ขึ้นกำแพง เมื่อเธอขึ้นไปบนกำแพงได้แล้ว เขาบอกให้รอก่อน แล้วตัวเองก็ปีนกำแพงโดดข้ามรั้วไปกางมือรอรับบอกให้เธอกระโดดลงมา

เป็ดปุ๊กกระโดดลงไปในอ้อมแขนไม้ เขาอุ้มเธอไว้แล้ววางลงที่พื้น เป็ดปุ๊กลงมาเขินๆ แล้วรีบพากันเดินเข้าไปในบ้าน เจ้ายักษ์เบิ้มวิ่งออกมารับ เชียรได้ยินเสียงเปิดประตูออกมาร้องถาม

“เป็ดปุ๊กเหรอ? มายังไงเนี่ย รถล่ะ”

“ปีนกำแพงเข้ามาครับ” ไม้ตอบแทน

“อะไรนะ” เชียรถามแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เมื่อเป็ดปุ๊กบอกว่าตนโทร.เข้ามาพ่อก็ไม่รับสาย ไม้เสริมว่าเธอได้ยินเรื่องมีโจรเข้าบ้านทำร้ายชายชราที่อยู่บ้านคนเดียวก็ยิ่งเป็นห่วง เชียรเดินไปชี้ให้ดูสายโทรศัพท์ที่หลุดจากปลั๊กที่ผนังฟ้องว่า “เจ้ายักษ์เบิ้มมันเดินไปเตะสายหลุด เมื่อบ่ายมันแอบเข้ามาในบ้าน”

ไม้ถามว่าแล้วจะให้ตนเอารถมาส่งให้ไหม พลางขอกุญแจรถ บอกว่าอีกสักครู่ถนนก็คงโล่งแล้ว ตนจะขับมาให้

เป็ดปุ๊กเอากุญแจรถให้ ขอบคุณเขาแล้วเดินขึ้นบ้านไป ไม้จึงเล่าให้เชียรฟังถึงความห่วงใยพ่อของเธอ

“จิตใจเขาคงยังไม่อยู่กับเนื้อกับตัวน่ะ” ไม้เอะใจถามว่ามีอะไรหรือ เชียรจึงเล่าเรื่องที่เมื่อวานเป็ดปุ๊กถูกพิมพาเรียกไปตำหนิและจะปลดจากตำแหน่ง แต่มีลูกค้ามาติดต่องานและระบุให้งานนี้ต้องเป็ดปุ๊กทำเท่านั้น ทำให้พิมพาต้องให้เธอทำงานต่อ ไม้ฟังแล้วถามอย่างไม่อยากเชื่อว่ามี
เรื่องแบบนี้ด้วยหรือ ไม่เห็นพูดให้ฟังกันเลย คงยังไม่ไว้ใจตน

“คงเป็นเพราะเขาเป็นห่วงฉันมากกว่า ลูกสาวคนนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่ค่อยจะคิดถึงตัวเอง เขาเป็นห่วงคนอื่นมากกว่าเสมอ”

ไม้อึ้ง อดสงสารเธอไม่ได้

ooooooo

วันนี้ หทัยมาหาเชียรที่บ้านแต่เช้า บอกว่าจะมาดูรั้วนั่นหน่อย มองไปแล้วพึมพำว่ายังไม่ยอมรื้ออีก

“มาก็ดีเลยคุณหทัย” เสียงไข่มุกแทรกขึ้นแล้วเปิดประตูเดินเข้ามาหาต่อว่านิดๆ “ไปหาไม่เคยเจอตัวเลย แล้วเมื่อไหร่จะจัดการให้ดิฉัน” พูดแล้วสะบัดหน้าไปทางรั้วสังกะสี

หทัยบอกจริงๆแล้วตนก็มาดูรั้วนี่แหละ ไข่มุกดักคอทันทีว่าแค่ดูหรือ ไม่คิดจะจัดการอะไรเลยหรือ? พอหทัยบอกว่ากำลังพยายาม ก็เล่นแง่เล่นคำอีกว่า

“พยายาม? แล้วจะอีกนานแค่ไหนล่ะคะ ฉันทนไม่ไหวแล้วนะคุณ หรือต้องให้ฉันไปแถลงข่าวกับสื่อก่อนว่าหมู่บ้านนี้เขาดูแลลูกบ้านแบบไหน”

หทัยติงว่าถ้าเธอไม่เอาขยะไปทิ้งในที่ของเขามันก็ไม่เกิดเรื่องแบบนี้ ไข่มุกสวนทันทีว่าพูดแบบนี้หาว่าเป็นความผิดของตนหรือ! อ้างว่าที่ตรงนั้นไม่มีคนอยู่ไม่มีใครใช้ทำประโยชน์อะไร เทศบาลก็ไม่มาเก็บขยะแล้วจะให้ตนหมักเชื้อโรคไว้ในบ้านหรือ ค่าเก็บขยะตนก็จ่ายไปทั้งปีแล้ว

“เอางี้นะคะ คุณไข่มุก จริงๆแล้วฉันไปคุยกับเจ้าของที่ดินมาแล้วล่ะ ถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่ทิ้งขยะไปในที่ดินของเขาอีก เขาก็จะรื้อรั้วให้” ไข่มุกสวนทันควันว่าบอกแล้วไงว่าไม่ทำแล้ว หทัยรับปากว่า “งั้นดิฉันก็จะไปพูดขอร้องเขาอีกที” แล้วหันไปทางเชียร “เป็นพยานด้วยนะคะ” เชียรถามว่าเรื่องอะไรหรือ หทัยบอกว่า “เรื่องที่คุณไข่มุกสัญญา”

“ยินดีครับ จะให้ไปศาลไหนก็ได้” เชียรรับปากทันที เลยถูกไข่มุกค้อนใส่เคืองๆ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะนั่งทานข้าวต้มก่อนเป็ดปุ๊กจะไปทำงานนั้น เชียรบอกว่าเมื่อเช้าหทัยมาดูรั้วและโดนไข่มุกต่อว่า เห็นแล้วก็นึกสงสารเพราะไม่ใช่ความผิดของเธอเลย

เป็ดปุ๊กถามว่าทำไมหทัยไม่บอกไข่มุก ถ้าไม่มีใครเอาขยะไปทิ้งที่ของเขาก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ เชียรพูดอย่างเห็นใจว่าจะให้ทำอย่างไรได้เพราะพูดแรงไปก็เสียลูกค้าโดยเฉพาะลูกค้าที่ชอบโวยวาย เธอจึงเสนอให้บอกไม้

“จะได้คุยกันไหมล่ะ พอคุณหทัยมานายไม้ก็เป็นต้องหนีหน้า” เป็ดปุ๊กจึงเสนอให้พ่อคุยแทนเพราะเห็นสนิทกัน

“พ่อก็เคยคุยแล้ว แต่เขาก็ยังดื้ออยู่ เหลืออีกคนเดียวเท่านั้นแหละที่เขาอาจจะฟัง เป็ดปุ๊ก พ่อน่ะไม่อยากให้ไม้เขามีปัญหากับคุณไข่มุกอยู่แบบนี้ วันก่อนจะเล่นงานไม้ข้อหาพยายามฆ่าทีแล้ว คราวนี้อาจจะลงทุนยิงหัวแม่เท้าตัวเองแล้วบอกว่าไม้ทำก็ได้”

“พ่อรู้ได้ยังไงว่าเขาจะฟังเป็ด”

“ไม่ลองก็ไม่รู้...แล้วบางทีอาจช่วยพิสูจน์อะไรบางอย่างก็ได้” พูดจนเป็ดปุ๊กระแวงถามว่าพิสูจน์อะไรหรือ? “ก็...เขาจะฟังลูกแค่ไหนไง”
พูดแล้วยิ้มในหน้า เป็ดปุ๊กแอบมองหน้าพ่ออย่างสงสัย

เช้าวันเดียวกัน ไม้ไปหาย่าขวัญ รู้จากย่าว่าเมื่อเช้าหทัยมาหาย่าบอกให้ช่วยพูดกับไม้ให้รื้อรั้วสังกะสีที่กำแพงให้เขาหน่อย ไม้บอกว่าตนทำรั้วเพื่อไม่ให้เขาทิ้งขยะ ย่าเล่าว่าหทัยคุยกับเขาแล้ว เขารับปากจะไม่ทำอีก

“แล้วเชื่อได้ไหมล่ะ รับปากว่าจะไม่ให้ลูกชายมายุ่งกับไม้แล้วเป็นไง มันหาเรื่องให้ไม้ชกได้ตลอด” ย่าไม่สบายใจเตือนไม้ว่าอย่าไปทำอะไรเขานะ “ถ้ามันไม่หยุดกวนไม้ได้ชกแน่”

“แล้วเรื่องรั้วว่ายังไง” ย่าต้องการคำตอบ

“ฝากย่าบอกเขาด้วยก็แล้วกัน พอใจเมื่อไหร่ไม้ก็จะรื้อให้”

ย่าได้แต่บ่นว่าไม้ชอบว่าแตนดื้อแต่ตัวเองก็พอกันนั่นแหละ

ooooooo

พอไม้กลับไปที่ร้านสวนขวัญ เจอเป็ดปุ๊กมาหาแต่เช้า ไม้นึกว่าเธอจะมาคุยเรื่องต้นลั่นทมอีก ถามว่าจะให้ไปลงเมื่อไร วันนี้เลยไหม

“เอาเป็นว่าเอาไปลงหลังจากนายรื้อรั้วสังกะสีนั่นลงก็แล้วกัน” ไม้ถามว่าทำไมต้องรื้อรั้วก่อน “ก็...แบบ...มันบังแดดไง ต้นไม้ไม่ได้แดดเดี๋ยวจะตายเสียก่อน”

“มันไม่บังขนาดนั้นหรอก แล้วถ้าผมไม่รื้อรั้วนั่นล่ะ” ไม้ทำหน้ารั้น พอได้รับคำตอบว่าก็ไม่ต้องปลูก ไม้ไม่พอใจขึ้นมาถามว่า “คุณรับงานใครมา คุณนายขอให้คุณมาพูดใช่ไหม คุณหทัยน่ะ”

“เปล่า ไม่เกี่ยวกับคุณหทัย ส่วนนึงเป็นเพราะพ่อฉันขอให้มาพูดกับนาย” ไม้ถามว่าแล้วอีกส่วนล่ะ “อีกส่วน ...ฉันอยากจะมาเองด้วย นายบอกเองว่า ถ้าเขาไม่ทิ้งขยะมา นายก็จะรื้อรั้วนั่นออก ตอนนี้เขาก็ไม่ได้ทิ้งแล้วนี่”

“ไม่ทิ้งเพราะทิ้งไม่ได้ต่างหาก”

“มันก็ไม่ทิ้งใช่ไหมล่ะ อย่าโยกโย้เลย ลูกผู้ชายพูดคำไหนต้องคำนั้น” ไม้แย้งว่าตนจะทำแบบนั้นกับคนดีๆเท่านั้น อย่าลืมว่าทีเขาจะเอาตนถึงตายเลย “แต่นายก็รอดมาแล้ว ลืมๆมันไปบ้างไม่ได้เหรอ” ไม้บอกว่าตนไม่ลืมอะไรง่ายๆ “หมายความว่าต้องเป็นศัตรูกับเขาไปตลอดชาติเลยรึไง”

“อาจไม่ใช่แค่ชาตินี้ชาติเดียว” ไม้ทำหน้ารั้น จนเป็ดปุ๊กมองหน้าเขานิ่งไปอึดใจ พูดตัดบทว่า

“ฉันจะไปหาซื้อที่อื่น กลัวนายจะเอาความแค้นไปฝังไว้ที่บ้านฉันด้วย” พูดแล้วเดินออกไปเลย

เจอไม้นี้ ไม้ก็อึ้ง หันมาคิดทบทวนสิ่งที่เป็ดปุ๊กพูดไปเมื่อครู่นี้...

เพราะแก้วเคยคุยอวดแม่กับเก็จไว้ว่ามีแฟนรวย วันนี้ทั้งกะรัตผู้เป็นแม่และเก็จ จึงมาหาถึงที่ทำงาน ทำทีเป็นห่วงเรื่องแก้วงอนกับแฟน เธอบอกว่ากำลังรอเขาเอาสร้อยอีกเส้นมาง้อค่อยหายโกรธ

ทั้งแม่และพี่สาวเช็กเพื่อความแน่ใจว่าแฟนแก้วรวยจริงหรือเปล่า เธอย้อนถามว่า แม่เขาทำหมู่บ้านเป็นร้อยๆล้านแค่นี้ยังรวยไม่พอหรือ กะรัตยุให้แก้วรวบหัว รวบหางเสียเลย

“แก้วยังไม่อยากคิดถึงขนาดนั้นหรอก แล้วแก้วก็ไม่อยากเหมือนพี่เก็จ”

“ใช่ ฉันมันพลาด แต่ฉันก็พยายามเอาคืนอยู่นี่ไง” เก็จยอมรับ

“บ้านนั้นน่ะเหรอ พ่อเป็ดจะโอนให้พี่แล้วใช่ไหม อ๋อ...เข้าใจแล้ว มานี่เพื่อจะมาบอกข่าวดีนี่เอง”

แก้วทำไขสือ แต่ทั้งแม่และพี่สาวไม่หลงกล เก็จบอกว่าจะมายืมเงินไปจ่ายค่ากระเป๋า เขาทวงมาแล้ว ส่วนกะรัตก็อ้างว่าจะขอเงินไปซื้อกระเช้าให้เสธ.อะไรสักคนนี่แหละ เขาช่วยพ่อยืดเวลาเรื่องหนี้พนันอะไรนั่นไว้ เราต้องตอบแทนบุญคุณเขาสักหน่อย

“แต่แก้วไม่มีหรอกนะ เงินเดือนแก้วก็นิดเดียว” เก็จขอให้ช่วยตนหน่อยเพราะอีกไม่นานแก้วก็จะได้เลื่อนตำแหน่งแทนเป็ดปุ๊กแล้ว แก้วตอบอย่างกระหยิ่มว่า “มันแน่นอนอยู่แล้วรีบไปกันเถอะค่ะแม่”

แก้วยังหาทางเลื่อยขาเก้าอี้เป็ดปุ๊กทุกวิถีทาง เอกสารที่เป็ดปุ๊กให้แก้วไปทำ และต้องใช้วันนี้ ก็แกล้งบอกว่าไม่ได้เอามา ทั้งที่เอกสารอยู่ในลิ้นชักแต่แกล้งเอาซ่อนไว้ใต้เอกสารอื่น อ้อมรู้ทันยืนยันว่าตนเห็นอยู่ในลิ้นชัก เป็ดปุ๊กจึงไปหาจนเจอ พอเป็ดปุ๊กหาเจอแก้วก็ทำเป็นบ่นตัวเองว่าทำไมเมื่อกี๊ตนหาไม่เจอ สงสัยเปิดข้ามไป

ได้เอกสารแล้ว ปรากฏว่าแก้วยังทำไม่เสร็จ เป็ดปุ๊กเร่งให้รีบทำเสีย แก้วก็ทำเป็นขอโทษอีกครั้งแล้วเอางานไปทำที่โต๊ะ แอบค้อนอ้อมอย่างไม่พอใจที่ทำให้ตนเสียแผน

แต่คืนนี้พอกลับถึงบ้าน เชียรบอกว่าหทัยมารอพบอยู่ เป็ดปุ๊กสงสัยว่าไม้ไปก่อเรื่องอะไรอีกแล้ว พอคุยกับหทัยจึงรู้ว่าไม้ไปรื้อรั้วสังกะสีนั้นแล้ว บอกเธอว่า

“ฝ้ายเขาไปเล่าให้ฟังว่า คุณเป็ดปุ๊กไปช่วยคุยกับไม้ให้ ต้องขอบคุณมากเลย ดิฉันกำลังจะจนปัญญาอยู่แล้ว ไม่รู้จะแก้ปัญหายังไง”

“ความจริงก็ไม่ได้คุยอะไรหรอกค่ะ แค่ไปถามดูว่าเมื่อไหร่จะรื้อ มันบังแดดต้นไม้ที่บ้านด้วย แล้วตอนนั้นก็ทะเลาะกันด้วย เขาไม่มีท่าทางจะยอมรื้อให้ด้วยซ้ำ”

“ไม้ก็เป็นแบบนี้แหละ ต้องทะเลาะกันก่อน...เอางี้ดีไหมคะ ดิฉันขอเลี้ยงอาหารเย็นคุณเป็ดปุ๊กกับคุณพ่อสักมื้อแทนคำขอบคุณ”

เป็ดปุ๊กบอกไม่ต้อง เชียรก็บอกว่าวันนี้มีอาหารค่ำหลายอย่างแล้วหทัยถามว่าทำเองหรือ เชียรบอกว่าไม้เอาแกงที่ย่าเขาทำมาฝาก หทัยพูดอย่างรู้ดีว่า คุณย่าทำกับข้าวอร่อย เชียรถามว่าเธอรู้จักหรือ?

“ดิฉันเป็นชาวสวนมาก่อนนะคะ งั้นเอาเป็นว่าเราค่อยนัดกันอีกทีก็แล้วกันนะคะ” หทัยกลับไปอย่างสบายใจ

ooooooo

เมื่อเป็ดปุ๊กไปทำงานในวันรุ่งขึ้น อ้อมเอาเอกสารมาให้เป็ดปุ๊กเซ็น เธอพลิกเอกสารแล้วกลับนั่งนิ่ง จนอ้อมสงสัยถามว่ามีปัญหาอะไรหรือ

“เปล่าหรอก กำลังคิดอะไรอยู่ คนเรานี่ก็แปลกนะ ปากก็เถียงเราฉอดๆถึงเวลากลับทำตามที่เราขอเฉยเลย”

อ้อมถามว่าผู้ชายหรือ พอเป็ดปุ๊กทำเสียงอือในลำคอ อ้อมสาธยายอย่างผู้รู้ว่า

“มันเป็นธรรมชาติของผู้ชายค่ะ เขาต้องเถียงไว้ก่อน ถึงจะเห็นด้วยกับเราก็เถอะ โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่เป็นคนพิเศษของเขา เขาจะยิ่งไม่ยอมง่ายๆตั้งหน้าตั้งตาเถียงอย่างเดียวเลย” พูดแล้วยิ้มแซวๆถามว่า “ว่าแต่ผู้ชายที่ไหนเหรอคะ ที่ชอบเถียงคุณเป็ด”

“ไม่ได้เถียงเป็ด พระเอกในละครน่ะ ละครเมื่อคืน” เป็ดปุ๊กแก้เกี้ยวไม่เนียน ถูกอ้อมจับได้เพราะตนดูละครทุกช่องเมื่อคืนไม่มีพระเอกอย่างที่ว่านี้เลย พอดีเป็ดปุ๊กเซ็นเอกสารเสร็จ อ้อมรับเอกสารแล้วเดินกลับไป

แก้วเข้ามาในห้องทำงาน เห็นเป็ดปุ๊กอารมณ์ดีเป็นพิเศษก็เข้าไปกระแซะถามว่าวันจันทร์เรามีนัดกับคุณกอบกุลที่บริษัทของเขาใช่ไหม  ถามว่าขอเลื่อนเป็นบ่ายวันนี้ได้ไหม เป็ดปุ๊กถามว่าทำไมหรือ

“คือวันนี้แก้วอยากออกเร็วหน่อยน่ะ มีนัดตอนเย็นถ้าไปคุยงานบ่ายนี้เลยแก้วจะได้ไปต่อเลย แต่ถ้าอยู่จนเลิกงานกว่าจะไปถึงมันจะค่ำ”

เป็ดปุ๊กกลัวพิมพามาแล้วไม่เห็นตนอยู่ออฟฟิศจะโดนว่าอีก  แก้วบอกว่าพิมพาจะว่าได้อย่างไรในเมื่อเราออกไปทำงาน ได้งานเร็วกว่ากำหนดด้วยพี่เขาน่าจะชอบ

แก้วเห็นเป็ดปุ๊กลังเลก็ถามอ่อยว่า “เป็ดเองล่ะไม่อยากกลับบ้านเร็วๆหรือ ไหนเคยบ่นว่าเป็นห่วงพ่อ”

“ความจริงก็ดีเหมือนกัน เอางี๋ เดี๋ยวเป็ดไปขออนุญาตพี่พิมเขาก่อนถ้าเขาโอเคเราก็ไปกัน” เป็ดปุ๊กตัดสินใจเช่นนี้เพราะใจรุมๆอยากกลับไปเร็วเหมือนกันแต่คนที่อยากเจอกลับไม่ใช่พ่อ...

พอเป็ดปุ๊กตกลง แก้วก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ คิดอะไรร้ายๆขึ้นมาอีกแล้ว

ooooooo

คุณกอบกุลตอบรับการเปลี่ยนนัดและรอพบอยู่ที่บริษัท พอเป็ดปุ๊กกับแก้วมาถึง กอบกุลขอเอกสารไปดูเลย

เป็ดปุ๊กหันไปขอเอกสารจากแก้ว แก้วทำเป็นค้นหาเอกสารอยู่นาน เป็ดปุ๊กเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ถามว่ามีอะไรหรือ แก้วบอกว่าไม่ได้เอาเอกสารมา เป็ดปุ๊กตกใจ จำต้องบอกกอบกุลว่า  สงสัยจะมีปัญหาจะขอเลื่อนเป็นวันจันทร์

“ไม่ได้! ดิฉันรับนัดอื่นไปแล้ว นัดข้างนอกด้วย เวลาดิฉันเป็นเงินเป็นทองนะคุณ ถ้าวันนี้ไม่ได้คุยดิฉันก็คงต้องไปหาสินค้าจากเจ้าอื่น ไม่รู้คุณพิมพาให้พวกคุณรับผิดชอบงานเป็นร้อยล้านได้ยังไง”

เป็ดปุ๊กรู้สึกแย่มาก ในขณะที่แก้วแอบยิ้มสะใจ พอออกไปก็ทำเป็นขอโทษ เป็ดปุ๊กบอกว่าไม่รู้จะทำอย่างไรดี ท่าทางกอบกุลโกรธมากๆด้วย ถามแก้วว่าจะกลับไปเอาเอกสารได้ไหม แก้วอ้างว่ากว่าจะไปกว่าจะมาเขาก็เลิกงานกันแล้ว และวันนี้ตนก็มีนัดด้วย

“แต่ถ้าเขาย้ายไปสั่งสินค้าที่อื่น พี่พิมต้องไล่เป็ดออกแน่ๆ”

“ไม่หรอกน่า สินค้าเรามีคุณภาพมากที่สุด วันหลังค่อยมาคุยกันใหม่ก็ได้ เป็ดลองนัดเขาใหม่ซี แก้วไม่มีเวลาแล้วเดี๋ยวจะสาย ไปก่อนนะ”

แต่พอเป็ดปุ๊กกลับไปขอนัดเวลาใหม่กับเลขา เลขากอบกุลบอกว่าช่วงนี้เจ้านายงานยุ่งมาก อาจต้องเป็นเดือนหน้า

“เดือนหน้า...ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นล่ะค่ะ เร็วที่สุดได้เมื่อไหร่คะ” เป็ดปุ๊กถามใจคอไม่อยู่กับตัว แต่พอหยิบมือถือขึ้นมาจะบันทึกไว้ในปฏิทิน ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ บอกเลขาว่า “เดี๋ยวค่ะ ไม่ต้องแล้ว ไม่ต้องเลื่อนนัดแล้ว ดิฉันเคยส่งเอกสารนี้ทางอีเมล์ไว้ค่ะ มือถือนี่เช็กอีเมล์ได้ ดิฉันจะส่งต่อมาให้คุณ แล้วคุณช่วยปริ๊นต์ออกมาได้ไหมคะ จะได้เอาเข้าไปคุยกับคุณกอบกุล”

“อ๋อ...ได้สิคะ ส่งมาเลย” เลขาของกอบกุลตอบรับด้วยความยินดี  ยังความดีใจแก่เป็ดปุ๊กราวกับรอดตาย

หลังจากเป็ดปุ๊กเข้าไปคุยกับกอบกุลแล้ว กอบกุลพอใจไม่ต่อรองราคาเลย และจะให้ลูกน้องรีบจัดทำรายการสั่งซื้อให้ ไม่เกินอาทิตย์หน้า

กอบกุลยังเล่าถึงความเครียดเมื่อรู้ว่าเป็ดปุ๊กไม่ได้เอาเอกสารมา เพราะถ้าไม่ได้สั่งสินค้าจากที่นี่ตนก็จะต้องเริ่มงานใหม่หมด ชมเป็ดปุ๊กว่า เธอหัวไวรู้จักแก้ปัญหา บอกว่าพิมพาโชคดีที่มีลูกน้องอย่างเธอ เป็ดปุ๊กพูดอย่างถ่อมตัวว่าเป็นความก้าวหน้าของเทคโนโลยี

“ไม่หรอก คุณฉลาดด้วย เป็นคนอื่นกลับบ้านแล้ว ดิฉันจะชมคุณกับคุณพิมพา”

“ขอบพระคุณค่ะ” เป็ดปุ๊กยกมือไหว้ทั้งซึ้งใจ ดีใจ โล่งใจ จนบอกไม่ถูก

ooooooo

เย็นนี้เป็ดปุ๊กซื้อขนมมา 3 ถุง แวะไปที่ร้านสวนขวัญ ให้ฝ้ายถุงหนึ่ง ฝากให้ไม้อีกถุงหนึ่ง พอดีไม้เดินออกมาเธอจึงให้เขาเองและอีกถุงฝากไม้เอาไปให้เจ้าของที่ดินหลังกำแพง
ฝ้ายได้ยินแล้วแอบหัวเราะขำๆ หลังจากแจกขนมหมดแล้ว เธอถามฝ้ายว่า วันก่อนได้ยินพ่อบอกว่าแถวนี้มีตลาดให้ฝ้ายช่วยบอกทาง ฝ้ายบอกทางอย่างละเอียด แต่ระหว่างนั้นไม้แวบออกไปก่อน พอเป็ดปุ๊กไปที่รถเจอเขานั่งที่นั่งข้างคนขับแล้วบอกเธอว่า “กำลังจะไปตลาดอยู่เหมือนกัน ขึ้นมาซิ เดี๋ยวจะบอกทางให้”

เป็ดปุ๊กอึ้งๆ แต่ก็ทำตามที่เขาบอก ไม้บอกทางไปทุกระยะถามว่านึกยังไงถึงอยากไปตลาด เพราะที่แล้วมาเห็นซื้อของจากซุปเปอร์มาร์เกตทั้งนั้น เป็ดปุ๊กหาว่าเขาแอบดูตู้เย็นตน ไม้บอกว่าก็แค่เปิดเอาน้ำเย็นก็เห็นแล้ว ถามว่าแล้วทำไมเธอไม่พาพ่อมาด้วย

“จะพามาทำไมให้พ่อเหนื่อย พ่ออยู่บ้านจะได้พักผ่อน เดี๋ยวฉันซื้อกลับไปให้เอง”

“พามาด้วยก็จะได้มาเดินเล่น ดูนั่นดูนี่เพลินดีออก จะให้นั่งๆ นอนๆ อยู่กับบ้านทั้งวันเซ็งตาย”

คำพูดของไม้ทำให้เป็ดปุ๊กได้คิดในอีกแง่หนึ่งเหมือนกัน

เมื่อไปถึงตลาด ไม้ทำตัวเป็นไกด์นำชมตลาดอย่างชำนาญ ซ้ำยังรู้เรื่องอาหารอย่างดีด้วย เขาพาเธอไปซื้อน้ำพริกบรรยายน้ำพริกแต่ละอย่างและผักจิ้มที่เหมาะกับคนสูงอายุอย่างพ่อเธอ

ซื้อน้ำพริกให้พ่อแล้ว เป็ดปุ๊กไปซื้อหมูปิ้ง ปรากฏว่ามือเปื้อนน้ำมัน ไม้ขอผ้าเช็ด คนขายหยิบผ้าให้ ผ้าก็มันย่องไปหมด เป็ดปุ๊กเลยวานไม้ให้หยิบสตางค์ในกระเป๋าถือให้ กว่าเขาจะหากระเป๋าสตางค์เจอก็แทบต้องรื้อออกมาทั้งกระเป๋าจากนั้นไปซื้อแกงจืดวุ้นเส้นอีกถุงแล้วจึงพากันกลับ”

เพราะมือเป็ดปุ๊กเปื้อนน้ำมัน ไม้จึงอาสาขับรถให้ เขาเอื้อมไปดึงเข็มขัดนิรภัยคาดให้ เธอตกใจที่เขาโน้มตัวมา แต่พอรู้เจตนาของเขาก็เบาใจบ่นอุบอิบ “แล้วไม่บอก”

ระหว่างนั่งรถกลับ เธอถามเขาว่าทำไมถึงได้ยอมรื้อรั้วออก เขาย้อนถามกวนๆ ว่ารื้อไปแล้วจะถามทำไม

“ฉันก็อยากรู้ วันนั้นฉันขอให้นายไปทำ นายก็เถียงฉันเอาเป็นเอาตาย ไปๆ มาๆ นายก็ยอมรื้อเฉยเลย มีเหตุผลอะไรพิเศษหรือเปล่า” เห็นเขานิ่งก็ย้ำถาม “ว่าไงทำไมนายยอมทำตามที่ฉันขอ”

“ก็เพราะ...” ไม้เขินจนพูดไม่ออก พอถูกรุกก็ยิ่งตื่นเต้น เลยแกล้งบอกว่า “ก็เพราะคุณ...พ่อคุณมาขอน่ะสิ”

“นายนี่มัน...” เป็ดปุ๊กทำเสียงขัดใจที่ไม่ได้ฟังเขาพูดอย่างที่ตัวเองอยากได้ยิน

ooooooo

ไม้ขับรถมาใกล้สำนักงานขาย เป็ดปุ๊กสังเกตเห็นอะไรบางอย่างในสำนักงาน บอกไม้ให้หยุดแล้วเธอก็เปิดประตูรถตรงไปที่สำนักงานขาย

เป็ดปุ๊กเห็นแก้วอยู่กับโอมในสำนักงานขาย เธอดีใจมากลงไปทัก ถามแก้วว่ามาที่นี่ได้ยังไง แล้วหันไปทักโอมว่า “ท่ีแท้ก็คุณนี่เอง” โอมเองก็พูดอย่างนึกไม่ถึงว่าเธอจะรู้จักกับแก้ว เป็ดปุ๊กบอกแต่เพียงว่าเราทำงานอยู่ด้วยกันเท่านั้น

โอมบอกว่าตนรู้จักกับแก้วมาได้ปีหนึ่งแล้ว ในงานปีใหม่ที่บ้านคุณย่า เป็ดปุ๊กพูดแซวๆ ว่า

“คุณโอมนี่เองที่ทำให้แก้วขอกลับเร็ววันนี้” แก้วเกี้ยวว่าเรานัดกันตั้งแต่เย็นแล้ว โอมก็ทำทีถามว่าคงไม่ได้ทำให้งานเสียใช่ไหม

“จริงๆ ก็เกือบค่ะ ว่าจะโทร.บอกแก้วอยู่ว่างานไม่มีปัญหาแล้ว เป็ดใช้มือถือโหลดเอกสารมาให้คุณกอบกุลเขาได้ เขาตกลงซื้อลอตใหญ่เลย” แก้วทำเป็นดีใจบอกว่าโชคดีจัง ทั้งที่ผิดหวังอย่างแรง “แล้วไงดี ไปบ้านเป็ดกันก่อนไหม จะได้พาชมบ้าน”

แก้วขอตัว เอาไว้วันหลังก็แล้วกัน ระหว่างนั้นโอมมองไปที่รถ ถามว่าเธอมากับใครหรือ พอรู้ว่ามากับไม้ แก้วทำเสียงสมเพชว่า “คนสวน” เป็ดปุ๊กจึงชี้แจงถึงสาเหตุที่มาด้วยกันให้ฟัง แล้วฝากโอมดูแลแก้วให้ดีด้วย

“ผมดูแลอย่างดีที่สุดแล้วครับ” โอมรับปากรับคำ เป็ดปุ๊กจึงโบกมือลาทั้งสองกลับไปที่รถ บอกไม้ให้กลับได้แล้ว

ขณะนั่งรถกลับนั่นเอง เป็ดปุ๊กเปรยๆว่า “ไม่น่าเชื่อเลย เราก็สงสัยอยู่ตั้งนานว่าใครเป็นแฟนแก้ว ที่ไหนได้ เป็นโอมนี่เอง” ไม้ถามทันทีว่าเขาเป็นแฟนกันหรือ “ก็ใช่น่ะซิคะ แก้วโชคดีมากเลย คุณโอมนี่แกทุ่มมากเลยนะ ซื้อดอกไม้ช่อใหญ่ๆ ให้แก้วเป็นประจำ”

“แล้วที่ผมให้คุณเป็นต้นไม้เลยล่ะ ไม่ดีกว่าเหรอ” ไม้แกล้งถาม แล้วทำเฉไฉว่า “พูดเล่นน่ะ ทำไมผู้หญิงถึงชอบดอกไม้” เป็ดปุ๊กบอกว่ามันสวยแล้วก็หอม “มันไม่ได้พิสูจน์อะไรเลย มีเงินจะซื้ออะไรก็ได้ เพื่อนคุณก็จะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาจะซื้อ”

“ไม่มั้ง...คุณโอมแกก็ดูเป็นคนดีออก”

“ก็ดูกันไปแล้วกัน เพื่อนคุณอาจจะโชคร้าย ไม่ใช่โชคดี”

เป็ดปุ๊กมองหน้าไม้อย่างไม่เข้าใจ

ooooooo

กลับถึงบ้าน เชียรออกมาเปิดประตูรั้วให้ ถามอย่างสงสัยว่าไม้มาได้ยังไง เป็ดปุ๊กเลยเล่าให้ฟัง เชียรเปลี่ยนเป็นถามว่าไปตลาดได้อะไรมากินบ้าง

พอเป็ดปุ๊กบอก เชียรทำท่าอร่อยบอกว่าน่ากินทั้งนั้น ไม้เห็นทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงขอตัวกลับ เป็ดปุ๊กชวนกินข้าวด้วยกัน ไม้ขอบคุณที่ชวน แล้วขออนุญาตกลับทางกำแพง พอไม้เดินไปเธอเรียกเขาไว้

“ไม้...เดี๋ยว...ฉันอยากขอโทษ...ที่เคยมองนายในแง่ร้าย คิดว่านายจะหลอกพ่อฉัน นายมีน้ำใจกับพ่อมาก แล้วก็กับ...”

“เอาเป็นว่า ผมรับรู้แล้วว่าคุณไม่ได้มองว่าผมเป็นขโมยขโจรก็แล้วกัน คุณไปกินข้าวเถอะ ผมก็จะกลับแล้ว”

ไม้โดดขึ้นกำแพงแต่อดหันมองเป็ดปุ๊กไม่ได้ เธอโบกมือให้ เขาเลยโบกตอบ ทำให้เสียจังหวะหล่นลงไปดังตุ้บ!

“ไม้...เป็นไรหรือเปล่า” เธอวิ่งไปถามริมกำแพง

“ไม่เป็นไรครับ นิดหน่อยเอง ไปแล้วครับ” พูดแล้วมีเสียงเดินเหยียบใบไม้ใบหญ้าสวบสาบๆ ห่างออกไปไข่มุกค่อยๆ โผล่ลูกตามองทุกอย่างอย่างไม่สะใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ตอนจบ "เรือนไหมมัจจุราช" เข้มข้นจนหยดสุดท้าย แฟนๆ แห่ชมสนั่นโซเชียล
15 ธ.ค. 2562

08:10 น.