ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ในสวนขวัญ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แก้วสะใจมากกับการส่งภาพตนกับไม้ไปให้เป็ดปุ๊กดู เชื่อว่าเป็ดปุ๊กที่ไม่มีความอดทนจะต้องตัดสวาทไม้แน่นอน เก็จเตือนความจำแก้วว่าถ้าทำสำเร็จก็อย่าลืมตนแล้วกันเพราะตนเป็นคนวางแผนให้

“ฉันยกที่ดินให้พี่ไปเลย 10 ไร่” แก้วตอบทันที เก็จถามว่าสิบไร่จากที่ได้เป็นร้อยไร่เนี่ยนะ แบบนี้ตนเปลี่ยนใจไปช่วยเป็ดปุ๊กดีไหมนี่ “อ๋อ...จะหักหลังน้องในไส้ไปเข้าข้างศัตรูเหรอ” แก้วมองหน้าพี่สาว

“พูดเล่น อย่างนังเป็ดน่ะเหรอฉันจะดีกับมัน ชาตินี้ขอประกาศเป็นศัตรูกับมันจนตายกันไปข้าง”

ไก่กุ๊กมาได้ยิน เขามองสองพี่น้องอย่างไม่พอใจ แต่ไม่ได้พูดอะไร แม้ใจหนึ่งจะรักน้องแต่อีกใจก็อยากได้เงิน

ข้างฝ่ายศักดิ์กับอลงกรณ์ก็เร่งดำเนินการที่จะเอาที่ดินผืนนั้นของย่าให้ได้ วันนี้ศักดิ์ไปหาย่าที่บ้านอีก เขาพยายามหว่านล้อม จนย่าต้องบอกว่า

“แม่ตั้งใจไว้ว่าถ้าแม่ตาย จะยกส่วนหนึ่งให้วัดกับโรงเรียน ส่วนด้านที่ติดถนนก็จะให้เอาเงินมาทำมูลนิธิ หรือกองทุนเป็นกองทุนการศึกษาให้เด็ก แล้วก็ช่วยพระสงฆ์อาพาธ”

เมื่อศักดิ์ทั้งหว่านล้อม ทั้งคุกคามย่าไม่สำเร็จ อลงกรณ์ก็เข้าไปเสริม เขาเกลี้ยกล่อมย่าว่า

“ถ้าคุณย่าจะขายที่ดินผืนนี้ ทางผมกับคุณศักดิ์ก็ยินดีนะครับ ขอแค่ว่าเป็นราคากันเองสักหน่อย พอให้เหลือกำไรเล็กๆน้อยๆให้ลูกหลาน”

ระหว่างนั้นศักดิ์พยายามจะท้วงติงว่าที่เราคุยกันไม่ใช่อย่างนี้ ถูกอลงกรณ์ส่งสัญญาณให้เงียบ แล้วตัวเองก็ใช้วาทศิลป์และผลประโยชน์มาหว่านล้อมย่า รับปากว่าถ้าย่าขายที่ดินให้ตนทำโครงการ นอกจากผลประโยชน์ด้านอื่นๆแล้ว ทางโครงการยังจะให้บ้านใหญ่ตบแต่งสวยงามให้ย่าได้อยู่อย่างมีความสุขในบั้นปลายของชีวิต

ระหว่างที่อลงกรณ์ ศักดิ์ และโอมกำลังรุมกันกล่อมย่านั่นเอง ดำมาเห็นและได้ยิน รีบวิ่งกลับไปที่ร้านสวนขวัญว่า “คุณศักดิ์ คุณอลงกรณ์ และคุณโอม อยู่ที่บ้านคุณย่าครับ”

ได้ยินชื่อคนพวกนี้เท่านั้น ไม้วิ่งอ้าวออกจากร้านไปทันที พอศักดิ์เห็นไม้ก็ชักสีหน้าตวาดถาม

“ไงวะไอ้ไม้ แจ้นเข้ามาเลยเหรอ กลัวย่าจะยกที่ดินให้ฉันรึไง”

“ผมมาดูแลย่า ไม่อยากให้ย่าถูกใครหลอก” ไม้ตอบอย่างไม่ไว้หน้าใคร ย้ำกับศักดิ์ว่า “ถ้าอาศักดิ์มาทำให้ย่าไม่สบายใจอย่างนี้ ผมว่าอย่ามาเลยดีกว่า กลับไปเสียเถอะ”

ศักดิ์ที่มีอคติกับไม้อย่างมากอยู่แล้วลุกขึ้นเผชิญ หน้าไม้ จนย่าไม่สบายใจบอกไม้ให้ใจเย็น ไม้บอกศักดิ์ด้วยอารมณ์เย็นลงว่า “เอาเป็นว่าผมขอร้องดีๆ อาศักดิ์อย่ารบกวนย่าอีกเลย ย่าแก่แล้ว ผมไม่อยากมีเรื่องกับอา”

“แล้วถ้าเกิดกูอยากมีเรื่องกับมึงล่ะ เพราะครั้งนี้กูจะไม่ยอมมึงอีกแล้วไอ้ไม้ ที่ดินผืนนี้ต้องเป็นของกู กูเป็นลูกแม่มึงมันแค่หลานอย่ามาสะเออะ แม่มึงน่ะแผนสูง กะฮุบที่ดินทั้งสองผืน ผัวตายแทนที่จะคืนที่ดินให้แม่ กลับฮุบเอาไว้ แล้วยังส่งมึงมาให้แม่กูเลี้ยง พอแม่ตายจะได้มรดกอีก ทำตัวเหมือนพวกสิบแปดมงกุฎ หลอกตุ๋นคนแก่ไปวันๆ”

“อย่าพูดถึงเขาอย่างนั้น” ไม้ปราม แทนที่ศักดิ์จะเพลากลับยิ่งด่า ไม้ยิ่งเตือนศักดิ์ก็ยิ่งด่า จนไม้ทนไม่ได้ซัดหมัดใส่หน้าจนศักดิ์หงายไม่เป็นท่า ย่าขวัญรีบเข้ามาขวาง

“หยุดนะไม้ อย่าทำอาเขา พอ...พอได้แล้ว ศักดิ์แม่ขอร้อง กลับไปก่อนได้ไหมลูก กลับไปก่อน”

“มึงกับกูอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้แล้วไอ้ไม้ ไม่ใครก็ใครต้องตายกันไปข้าง!” ศักดิ์อาฆาต

พอดีเชียรกับเป็ดปุ๊กเข้ามา ย่าขอให้ทั้งสองช่วยหน่อย แต่ศักดิ์ไม่สนใจพุ่งเข้าไปต่อยไม้ แต่ไม้ฉากหลบได้เฉียดฉิวและผลักศักดิ์คะมำหัวทิ่มพื้น อลงกรณ์บอกให้โอมไปช่วยพาศักดิ์ออกไป ส่วนตัวเองบอกศักดิ์ว่าเรากลับก่อนดีกว่า เข้าไปกระซิบว่า “แบบนี้ไม่ดีกับพวกเราหรอก” ศักดิ์ยังฮึดฮัด ส่วนไม้เห็นเป็ดปุ๊กมองอยู่ก็ไม่ทำอะไรอีก

เชียรมองย่าขวัญอย่างเข้าใจความเจ็บปวด เข้าประคองและจับมือย่าไว้อย่างปลอบใจ ย่าขอร้องให้ทุกคนกลับไปก่อน เมื่อพวกศักดิ์กลับไปแล้ว ไม้พยายามจะชี้แจงกับเป็ดปุ๊ก เธอยกมือไม่ให้พูดแล้วเดินออกจากบ้านย่าไป

ooooooo

เป็ดปุ๊กกลับถึงบ้าน ก็ได้รับรู้เรื่องที่ทำให้ตัวเองช็อก เมื่อเพื่อนของเชียรคนนั้นโทร.มาถามเรื่องขายบ้าน เชียรไม่อยู่ตรงนั้นเป็ดปุ๊กรับสายแทนจึงรู้เรื่องราวทั้งหมด

เชียรลงมาเห็นเป็ดปุ๊กถือโทรศัพท์ยืนช็อกอยู่ ก็ตกใจรีบเดินมาหามองหน้าเธออึ้งพูดอะไรไม่ออก

เป็ดปุ๊กเป็นฝ่ายถามพ่อว่า คิดจะบอกเรื่องนี้กับตนเมื่อไหร่ เชียรขอโทษบอกว่า ไม่คิดจะปิดบังแต่คิดว่าพ่อน่าจะจัดการเรื่องนี้ได้

“จัดการยังไงคะพ่อ พี่ไก่กับพี่เก็จจะเอาบ้านเก่าของพ่อไปขายอยู่ไม่กี่วันแล้ว พ่อยังคิดว่าพ่อจะจัดการได้อยู่เหรอคะเป็ดรู้นะคะว่าพ่อรักพี่ไก่มาก แต่พ่อจะปล่อยให้พี่ไก่ทำอย่างนี้มันไม่ถูกต้องนะคะ สิ่งที่พี่ไก่กับพี่เ ก็จทำเป็นเรื่องผิดกฎหมายพวกเขากำลังจะโกงบ้านของพ่อนะคะ” เป็ดปุ๊กพูดด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน

เชียรตำหนิตัวเองว่าถ้าตอนนั้นโอนบ้านนี้ให้เป็ดปุ๊กไปก็คงไม่มีเรื่องแต่ตอนนี้ไม่ทันแล้ว แต่เป็ดปุ๊กเชื่อว่า ไม่ว่าบ้านนี้จะเป็นชื่อใครถ้าพวกเขาอยากได้ก็ต้องหาวิธีเอาไปจนได้ บอกเชียรอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“เป็ดจะไม่ยอมให้พวกเขาทำแบบนี้กับพ่อเป็นอันขาด เดี๋ยวเป็ดจะคุยกับพี่ไก่ให้รู้เรื่อง” เธอโทร.หาไก่กุ๊กทันทีแต่เขาไม่รับสาย เธอจึงตัดสินใจไปหาเขาที่บ้าน แม้เชียรจะพยายามห้ามปรามแต่เธอก็หุนหันขับรถออกไปแล้ว

แต่พอไปถึง ไม่มีใครอยู่ที่บ้านเลย ถาม รปภ.ได้ ความว่าพวกเขาออกไปทั้งครอบครัวตั้งแต่ตอนเย็นแล้วเห็นว่าจะไปเลี้ยงฉลองขายบ้านได้กับจะไปดูคอนโดที่ไหนสักแห่งนี่แหละ เป็ดปุ๊กถามเรื่องคอนโด รปภ.เล่าว่า

“ก็คุณไก่กับคุณเก็จจะขายบ้านไปอยู่คอนโดกัน เห็นว่าจะซื้อทั้งที่กรุงเทพฯ แล้วก็ที่หัวหินด้วย คุณเก็จเขาบอกคนทั้งหมู่บ้านทั่วเลยล่ะครับ คุณไม่รู้เหรอครับ”

เป็ดปุ๊กแค้นจนพูดไม่ออก หันหลังเดินกลับมาขึ้นรถขับออกไปด้วยอารมณ์พลุ่งพล่านสับสน ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม้โทร.เข้ามือถือด้วยความเป็นห่วงเธอก็ไม่รับสาย

ooooooo

ที่บ้านหทัย...อลงกรณ์ โอมและศักดิ์นั่งคุยกันอย่างเคร่งเครียด อลงกรณ์ถามถึงเรื่องที่ย่าบอกว่าจะยกที่ดินให้วัดข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

ศักดิ์เชื่อว่าแม่พูดไปอย่างนั้นเองสุดท้ายก็ต้องยกให้ตนถ้าไม้ไม่มาขวางเสียกอน จิกตาพูดว่า ถ้าไม้ตายไปเสียคนอุปสรรคก็คงจะหมดไป อลงกรณ์บอกว่าทำอย่างนั้นแล้วเราจะได้ที่ดินมายังไง ศักดิ์บอกว่าก็ต้องรอให้แม่ตายก่อน

โอมระห่ำถึงขั้นเสนอว่าจะให้ตามเมื่อไรบอกมา พรุ่งนี้เลยไหม

“หลานชาย...คนที่พูดถึงน่ะแม่อานะ อาว่าปล่อยให้แกไปตามธรรมชาติดีกว่า” ศักดิ์ปราม

“งั้นก็มีคนเดียวที่ต้องตาย...ไอ้ไม้!!” โอมฟันธง

ศักดิ์เห็นด้วย ถามว่าแล้วใครจะจัดการ อลงกรณ์กว้างขวางไม่ใช่หรือ น่าจะรู้จักพวกมือปืนรับจ้างบ้าง อลงกรณ์ปฏิเสธว่าตนเป็นนักธุรกิจไม่ใช่นักเลง โอมเสนอตัวขอจัดการเองตนมีเด็ก แต่อลงกรณ์ไม่เห็นด้วยบอกว่าเรื่องนี้เอาไว้ค่อยๆแก้ปัญหาไปดีกว่า เอาไว้พิจารณาเป็นวิธีสุดท้ายก็แล้วกัน

หทัยแอบมาได้ยิน เธอใจไม่ดีคืนนี้จึงติงและเตือนอลงกรณ์ว่า ตนไม่ห้ามเขาที่คิดจะทำโครงการใหม่ แต่อยากฝากให้ดูแลโอมด้วยอย่าให้เขาทำอะไรเลยเถิด เพราะถ้าลูกทำผิดเราทั้งสองคนจะเสียใจไปตลอดชีวิต

“ผมรู้หรอกน่า อะไรควรไม่ควร” อลงกรณ์ตัดบทอย่างรำคาญใจ แต่ลึกๆแล้วเขาก็อดห่วงโอมไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

เป็ดปุ๊กไปหาไก่กุ๊กไม่เจอซ้ำยังได้ยินเรื่องราวที่พี่ชายกับพี่สะใภ้กำลังวางแผนจะขายบ้าน เธอกลับมานั่งเครียดที่สวนหย่อมหน้าหมู่บ้าน

โอมผ่านมาเห็น  เขาลงจากรถไปแสดงความห่วงใย ถามว่ามีเรื่องอะไรทุกข์ใจไม่สบายใจขอให้เพื่อนคนนี้ช่วยแบ่งเบาบ้าง เป็ดปุ๊กที่กำลังมืดแปดด้าน ตัดสินใจบอกเขาว่าเพื่อนของเพื่อน มีปัญหาเกี่ยวกับที่ดิน

เข้าทางโอมทันทีเขาบอกว่าเรื่องที่ดินเป็นเรื่องที่ตนถนัดทุกเรื่องทุกขั้นตอน ถามว่าเพื่อนเธอมีปัญหาอะไรหรือ

“เอ่อ...พี่ชายของเขาแอบขโมยโฉนดที่ดิน แล้วปลอมลายเซ็นทำใบมอบอำนาจปลอม แล้วเอาบ้านของพ่อเพื่อนไปขายน่ะค่ะ เป็ดควรบอกเพื่อนให้ทำยังไงดีค่ะ”

“อืม...สงสัยเรื่องนี้เราคงต้องคุยกันนานแล้วมังครับคุณเป็ด” โอมผายมือชวนไปนั่งที่เก้าอี้ม้าหินแล้วคุยกับเป็ดปุ๊กอย่างจริงจังตั้งใจและรู้จริง เป็ดปุ๊กนิ่งฟังอย่างตั้งใจมากๆ

หลังจากคุยกันแล้ว โอมพูดก่อนแยกกันกลับว่า

“ไม่ต้องห่วงนะครับ เรื่องนี้ผมจะหาทางช่วยเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนคุณเป็ดปุ๊กอย่างดีที่สุด เชื่อใจผมนะครับ”

“ขอบคุณมากค่ะคุณโอม” เป็ดปุ๊กเอ่ยด้วยความจริงใจและมีความหวัง โอมจับมือเธอบีบอย่างให้กำลังใจ

มือถือของเป็ดปุ๊กที่เธอทิ้งไว้ในรถ สว่างวาบๆครั้งแล้วครั้งเล่า มีมิสคอลล์เข้ามานับสิบครั้ง

เป็นสายจากไม้ที่ตามหาเธอด้วยความเป็นห่วง เมื่อไม่มีเสียงตอบรับเขาก็ยิ่งร้อนใจ

ooooooo

รุ่งขึ้น โอมมาหาเป็ดปุ๊กที่บ้านแต่เช้า เขาเอาเบอร์โทรศัพท์ของทนายให้เพื่อนของเพื่อนของเพื่อนเธอให้เพื่อปรึกษาเรื่องนี้ เป็ดปุ๊กถามว่าค่าทนายแพงไหม

โอมบอกว่าไม่ต้องห่วง เพื่อนของเพื่อนของเพื่อนเธอก็เหมือนเพื่อนตน เพื่อนตนคนนี้ให้คำปรึกษาฟรี

“จริงๆเป็ดน่าจะถามเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนดูก่อนนะบางทีเขาอาจจะจัดการปัญหาเองได้” เชียรติง แต่เป็ดปุ๊กเห็นว่ามีคนให้ปรึกษาดีกว่าคิดเอง ขอบคุณโอมที่มาบอกแต่เช้าบอกว่าเกรงใจจัง

เมื่อโอมจะกลับเป็ดปุ๊กจึงเดินมาส่งที่หน้าบ้าน เธอไม่รู้ว่าไม้หิ้วถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งปีนข้ามกำแพงมาอยู่ในบริเวณบ้านแล้ว เขามองโอมอย่างไม่ไว้ใจ เมื่อเป็ดปุ๊กมาส่งแล้วโอมถือวิสาสะจับมือลา ไม้ทนไม่ได้โยนถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งทิ้งตรงไปกระชากคอเสื้อตวาด “แกไม่มีสิทธิ์มาจับมือคุณเป็ดปุ๊ก”

เป็ดปุ๊กเข้ามาห้ามไม้ โอมด่าไม้สาดเสียเทเสียไม้เลยต่อยหน้าจนล้มลงไปกองแล้วจะตามซ้ำ เป็ดปุ๊กถลาเข้าไปห้ามเลยถูกไม้ผลักกระเด็นไปไม่ตั้งใจ พอเป็ดปุ๊กลุกขึ้นได้ก็เข้าไปพยุงโอมลุกขึ้นขอโทษเขาที่อุตส่าห์มาช่วยแล้วเจอเรื่องแบบนี้

เหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้เป็ดปุ๊กไม่พอใจไม้ ยิ่งเมื่อนึกถึงรูปที่แก้วส่งให้ก็ยิ่งเจ็บใจ ไล่ไม้ให้กลับไปเสียก่อนที่ตนจะเกลียดเขาจริงๆ ไม้พยักหน้าอย่างยอมรับผิดเดินก้มหน้ากลับไป

เชียรที่ดูเหตุการณ์อยู่ รู้สึกเสียใจที่เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะการตัดสินใจที่ช้าเกินไปของตน คืนนี้เขานอนคิดตรึกตรองถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น แล้วตัดสินใจที่จะทำอะไรบางอย่าง

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เป็ดปุ๊กกำลังจะไปทำงาน แต่ไม่เห็นพ่อเรียกหาทั่วบ้านก็ไม่พบ ออกไปหานอกบ้านไม่เจอพ่อแต่กลับเจอไม้ยืนหน้าเศร้าอยู่ เธอเดินผ่าเขาไปอย่างไม่สนใจ

พอไม้รู้ว่าเชียรหายไปและเป็ดปุ๊กจะไปตามหาที่บ้านเก่า ไม้อาสาขับรถให้เพราะภาวะจิตใจเธอเวลานี้ไม่ควรขับรถ

ที่บ้านเก่าเชียร วันนี้ทุกคนคึกคักร่าเริงเป็นพิเศษเพราะคนซื้อบ้านนักจะมาทำสัญญาซื้อขายกันวันนี้ แม้ไก่กุ๊กดีใจที่จะได้เงิน แต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี จิตใต้สำนึกของเขาก็ยังรู้สึกว่าไม่ควรทำ แต่ขัดเก็จไม่ได้จำต้องทำร่าเริงแจ่มใสไปด้วย

แต่แล้วไก่กุ๊กที่พยายามยิ้มก็หน้าเจื่อนเมื่อเห็นเชียรเดินเข้ามาในบ้านมองทั้งไก่กุ๊กและเก็จด้วยใบหน้าถมึงทึง

“พะ...พ่อ...พ่อมาได้ยังไงเนี้ย” ไก่กุ๊กถามเสียงแหบแทบไม่เป็นภาษา

“พ่อ...” เก็จอุทานออกมาเสียงหายไปในลำคอ ฝันสลายไปในพริบตา!

ooooooo

เมื่อเป็ดปุ๊กรู้ว่าพ่อไปที่บ้านไก่กุ๊กแล้ว จึงให้ไม้ขับรถไปส่งที่บริษัท ไม้เองก็ต้องการไปเคลียร์เรื่องรูปที่แก้วส่งมาให้เป็ดปุ๊กเหมือนกัน

ไปถึงบริษัทเป็ดปุ๊กเข้าไปในบริษัทคนเดียว พอผลักประตูห้องทำงานเข้าไป แก้วก็ทักขึ้นมาก่อนว่า

“นึกว่าวันนี้จะไม่มาทำงานเสียอีก ความจริงถ้ายังไม่สบายใจจะลาหยุดก็ได้นะ”

เป็ดปุ๊กเดินผ่านไปที่โต๊ะตัวเอง นั่งลงแล้วจึงถามว่า ตนจะไม่สบายใจเรื่องอะไร แก้วสวนทันควันว่าก็เรื่องถูกผู้ชายหลอกไง เป็ดปุ๊กชะงักไปนิดหนึ่งนึกรู้ว่าเรื่องอะไร ตอบไปอย่างไม่ยี่หระว่า

“บังเอิญฉันไม่ค่อยสนใจเรื่องแบบนี้สักเท่าไหร่ ฉันเป็นห่วงงานจะเสียมากกว่าถ้าไม่มา”

เมื่อเห็นรูปนั้นทำอะไรเป็ดปุ๊กไม่ได้ แก้วเดินมาทำเป็นหวังดีว่าอย่าหลอกตัวเองเลย ถ้าทำงานทั้งที่สติสตังไม่อยู่กับตัวจะทำให้งานเสียมากกว่า เป็ดปุ๊กลุกขึ้นเผชิญหน้าแก้วพูดอย่างหนักแน่นว่า

“จะบอกให้นะแก้ว ฉันอาจจะเคยรู้สึกดีกับไม้ แต่ฉันก็ไม่ใช่เจ้าของหัวใจเขา เขาจะเลือกคบหากับใคร ฉันก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามเขา เพราะฉะนั้นเรื่องระหว่างเธอกับเขาน่ะ ไม่ได้มีปัญหากับสติสตังของฉันหรอก”

แก้วชะงักอึ้ง ผิดหวังที่ทำร้ายจิตใจของเป็ดปุ๊กไม่ได้ แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ เยินยอว่าเธอช่างเป็นผู้หญิงแกร่งจริงๆ แบบนี้ก็สบายใจได้ถ้าตนจะลงเอยกับไม้ก็ทำได้โดยไม่ทำให้เพื่อนรักต้องเจ็บปวดนัก

“อดีตเพื่อนต่างหาก” เป็ดปุ๊กสวนทันควันแล้วนั่งลง “ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอทำงานก่อน”

“ฉันยังมีเรื่องที่ต้องคุยกับเธออีก ไหนๆเธอก็ยินดีหลีกทางให้ฉันแล้ว ฉันอยากให้เธอช่วยบอกรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวไม้ให้หน่อย ฉันจะได้ดูแลเขาถูก อย่างอาหารโปรดของเขา เสื้อผ้าที่เขาชอบใส่ หนังที่เขาชอบดู”

“แล้วชอบสีอะไรด้วย!” เสียงไม้แทรกเข้ามา ทำเอาแก้วหน้าเสียหันไปเห็นไม้ยืนอยู่ที่ประตูห้องทำงาน แต่เธอก็ปรับสีหน้าได้ฉับพลัน ร้องทักเสียงใสดีใจสุดๆ...

“คุณไม้...” แก้วถลาไปหา ไม้ยกมือห้าม แล้วเดินเข้าไปหาเอง พูดว่า

“ถ้าคุณเป็นผม จะไม่ดีใจที่ได้เจอผม” แก้วยิ้มแหย ถามว่ายังไงหรือ? “คุณทำลายชื่อเสียงผม ด้วยรูปบ้าๆนั่น” แก้วอ้างว่านั่นเป็นรูปจริง “ผมแค่ไปจัดสวนในห้องน้ำให้คุณ มันก็เท่านั้น รูปที่คุณถ่ายจริงๆแล้วมันไม่มีอะไรเลยใช่ไหม! พูดความจริงออกมา ผมกับคุณไม่มีอะไรกัน ผมไม่เคยถูกเนื้อต้องตัวคุณ แม้แต่ปลายนิ้วก้อย ก็ไม่เคยสะกิดถูกคุณใช่ไหม พูดซี!”

“ชะ...ใช่...ๆ” แก้วตอบหน้าเผือด ไม้หันมองเป็ดปุ๊กผายมือไปทางแก้วทำนองว่าได้ยินหรือยัง? แก้วก็ยังตื๊อว่า “แต่วันนึง เราอาจจะถูกเนื้อต้องตัวกันก็ได้ไม่ใช่เหรอคะ”

“ไม่มีทางจะมีวันนั้น เพราะผมไม่ได้ชอบคุณ แล้วจะไม่มีวันชอบด้วย” ถูกไม้พูดอย่างไม่ไว้หน้าขนาดนี้แล้ว แก้วก็ยังด้านพอที่จะขอเวลาเพื่อจะได้รู้จักกันดี “ไม่จำเป็นต้องรู้จักหรอกครับ ผมไม่มีวันชอบผู้หญิงคนไหนได้อีกแล้ว เพราะในใจผม มีเธอคนนั้นคนเดียว” ไม้หันมองไปทางเป็ดปุ๊กที่นั่งอึ้งอยู่ เธอสะดุ้งเขินทำหน้าไม่ถูก

“คุณเป็ดปุ๊ก ผมต้องขอโทษที่ไม่ได้บอกความจริงคุณ ที่ผมขอติดรถคุณมาเนี่ย ผมตั้งใจจะมาที่นี่มาบอกให้คุณรู้ว่า ความจริงมันเป็นยังไง และผมอยากให้คุณ... เข้าใจผม”

เป็ดปุ๊กยิ้มอย่างตื้นตัน พยักหน้าบอกเขาว่า “ฉันเข้าใจแล้ว” เพื่อนๆ พากันปรบมือให้ไม้กับเป็ดปุ๊ก แก้วทนอยู่ไม่ได้เดินปึงปังออกจากห้องไปเลย

ooooooo

หทัยเข้าไปในห้องทำงานของโอม เห็นเขากำลังดูนิตยสารเกี่ยวกับปืนอยู่รู้สึกไม่สบายใจ จึงขอคุณด้วย

โอมถามว่าอะไร พอหทัยบอกว่าเรื่องธุรกิจที่ เขากำลังทำกับพ่อ อยากให้เขาใจเย็นๆ บางทีอะไรมันก็ไม่ได้ดังใจเราเสมอไป โอมทำไขสือถามว่าธุรกิจอะไรหรือ แม่พูดให้ชัดๆ เลยดีกว่า หทัยจึงบอกว่า

“ที่ลูกกับพ่อกำลังจะทำกับคุณศักดิ์น่ะ” โอมร้องอ๋อ...ออกมาทันทีว่าโครงการจัดสรรบนที่ดินของอีแก่นั่น ทำให้หทัยไม่พอใจ แต่ไม่อยากมีปัญหา จึงเข้าเรื่องที่อยากจะเตือนอยากจะพูดว่า

“ย่าขวัญไม่มีวันยอมยกที่ดินให้คุณศักดิ์ แม่ไม่อยากให้ลูกเหนื่อยเปล่า บางทีถ้าลูกกับพ่อจะไปหาที่ดินแปลงใหม่...”

“ผมกับพ่อก็แค่พยายามทำมาหากิน เพื่อจะได้มีชีวิตอยู่รอด ไม่ต้องอดตาย เพราะบังเอิญผมไม่มีบุพการีที่เมตตาทิ้งมรดกไว้ให้ผมเหมือนไม้มัน”

โอมยังคงพูดเรื่องเก่าไม่เลิก หทัยขอร้องอยากให้โอมเข้าใจตนบ้าง ถูกโอมย้อนถามว่าแล้วแม่เข้าใจตนบ้างไหม! เคยคิดบ้างไหมว่าตนรู้สึกยังไงที่ต้องกลายเป็นลูกนอกคอก ประกาศกร้าวกับหทัยว่า

“ผมไม่สนอะไรแล้วแม่ ผมจะทำในสิ่งที่ต้องทำ แม่เลิกยุ่งกับผมได้แล้ว บางทีเรื่องที่ดินมันอาจจะจบง่ายๆ ได้ ถ้าไอ้ไม้มันตายไปสักคน” พูดแล้วผละไปเลย

หทัยตกใจมากพยายามจะคุยกับโอม แต่เขาก็เดินหนีไปแล้ว เธอทรุดนั่งอย่างรู้สึกแย่มากๆ

โอมขับรถออกไป ระหว่างทางก็โทร.หาภูมิบอกว่าอยากเจอ มีงานให้ทำ ภูมิถามว่างานอะไร

“ไอ้ไม้ ฉันทนมันไม่ไหวแล้ว ก็อย่างที่เราเคยคุยกันไว้ไง” ภูมินิ่งอึ้งไปชั่วขณะ บอกว่าตอนนี้ตนยังไม่อยากทำอะไร เพราะเรื่องเก่าตำรวจยังตามกวนอยู่ “อะไรวะ! กูจ่ายมึงไปเยอะแล้วนะเว้ย แล้วไม่ห่วงพี่สาวมึงจะตกงานเหรอ”

โอมขู่ภูมิทั้งเรื่องเงินที่เอาไปแล้วและพี่สาวเขาที่เป็นแม่บ้านอยู่บ้านหทัย ภูมิไม่พอใจแต่ถ่วงเวลาขอเช็กอะไรให้แน่ใจหน่อยแล้วจะโทร.กลับ โอมยื่นคำขาดว่าต้องการคำตอบภายในวันนี้!

พอวางสายจากโอม ภูมิก็โทร.นัดแตนออกมาพบกัน แตนดี๊ด๊าดีใจเพราะไม่ได้เจอกับภูมิมานานแล้ว กอปรกับวันนี้ย่าไม่อยู่ทางสะดวก ก้มมองชุดที่ตัวเองใส่อยู่บ่นว่า “ชุดนี้ซิ่งไม่พอ” แล้ววิ่งตื๋อเข้าบ้านย่าขวัญไป

ooooooo

วันนี้ทุกคนที่ร้านสวนขวัญพากันแปลกใจที่ไม้จะเลี้ยงหมูกระทะ แถมยังยิ้มแย้มอารมณ์ดีกลับมาอย่างที่ไม่เคยเห็นกันมาก่อน ใครถามอะไรก็ไม่ยอมบอก เอาแต่ไล่ทุกคนให้รีบไปเก็บร้าน

ขณะทุกคนกำลังงงนั่นเอง ตัวเฉลยก็ปรากฏขึ้น...ทุกคนมองไปที่หน้าร้าน เห็นเป็ดปุ๊กลงจากรถหิ้วถุงอาหารพะรุงพะรังมาสองสามถุง เดินยิ้มแย้มแจ่มใสเข้ามาทักทาย

“สวัสดีจ้ะ ฝ้าย ดำ” ฝ้ายถามว่าหิ้วอะไรมาด้วยมากมาย “ขนมจ้ะ เอามาฝาก ถุงนี้ของพวกเธอที่เหลือนี่เอามาให้ไม้เขา แล้วนี่เขาไปไหนล่ะ กลับมาหรือยัง”

ฝ้ายบอกว่ากลับมาตั้งแต่เย็นแล้วพอมาถึงก็เข้าไปที่บ้านเลย ดำจะไปตามให้เป็ดปุ๊กบอกว่าไม่ต้อง ตนจะไปหาเอง

พอเป็ดปุ๊กเดินไป ดำก็ทำเสียงกระซิบกระซาบว่า

“คุณเป็ดก็ระรื่น พี่ไม้ก็ระริก แบบนี้สงสัยจะยาว แล้วเราจะได้กินหมูกระทะไหมเนี่ย”

“สงสัยจะอด ไม่เป็นไร เพื่อความสุขของพี่ไม้ ฝ้ายยอมทน” ฝ้ายทำหน้าฮึดยังไงก็จะรอกินหมูกระทะค่ำนี้

ooooooo

เป็ดปุ๊กตะโกนถามที่เชิงบันไดว่าไม้อยู่ข้างบนหรือเปล่า เขาบอกว่าอยู่กำลังจัดบ้านนิดหน่อยเดี๋ยวลงไป เธอตะโกนบอกว่าไม่ต้องลงมาหรอก แล้วปืนขึ้นบันไดไปเลย

ปรากฏว่าไม้กำลังตอกตะปูขึงม่านหน้าต่างสีสดใส พอเป็ดปุ๊กขึ้นไปเห็นเธอทักว่าไม่ค่อยเข้ากับเขาเท่าไหร่

“ก็ผมไม่ได้ทำไว้ให้ตัวเองนี่ครับ”

เป็นคำตอบที่ทำให้เป็ดปุ๊กเขินจนต้องรีบเปลี่ยนเรื่องบอกว่าเอาขนมมาฝาก ไม้รับไปดูแล้วบอกว่าเป็นของชอบตนทั้งนั้นเลยดีใจที่เธอจำได้

“จำได้ซี แล้วก็ขอบคุณที่วันนี้นายช่วยกู้หน้าฉันด้วย” ไม้บอกว่าตนตั้งใจทำอย่างนั้นอยู่แล้ว “ทำไมเหรอ กลัวฉันจะโกรธนายรึไง”

“นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญกว่านั้น ผมไม่อยากให้คุณต้องถูกเขาดูถูก ถูกเยาะเย้ย ทำให้ต้องอาย คนดีอย่างคุณ มีแต่ควรทะนุถนอม ควร...ให้ความรัก”

เป็ดปุ๊กมองหน้าไม้อึ้ง ต่างสบตากันนิ่งอยู่อึดใจแล้วไม้ก็เอาถุงวางบนโต๊ะ หันมายื่นมือไปจับมือเธอขึ้นมา

“คุณเป็ด ผมรู้ว่า ผมอาจไม่ดีพอสำหรับคุณ แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า คุณมีค่าที่สุดสำหรับผม”

“นายนี่ ชอบดูถูกตัวเองเสมอเลย รู้ไว้ด้วยนะ นายเองก็สำคัญสำหรับฉัน ตอนฉันตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่นี่ เพราะฉันรู้สึกดี ที่เห็นต้นไม้ร่มครึ้ม ฉันคิดว่าที่นี่จะต้องทำให้ฉันกับพ่อมีความสุข มีร่มเงาไม้ให้ได้พักพิง แต่เมื่อได้มาอยู่จริงๆ ฉันก็รู้สึกว่าที่นี่ให้ฉันได้มากกว่านั้น ฉันได้พบกับผู้คนดีๆมากมาย โดยเฉพาะนาย...ไม้”

ไม้ยิ้มปลื้ม...ประคองมือเธอขึ้นแนบแก้มตัวเองเอ่ยอย่างซึ้งใจ...

“ผมสัญญานะครับคุณเป็ด ผมพร้อมจะเป็นต้นไม้ให้คุณ ได้พักพิงตลอดไป ถ้าคุณต้องการ...”

ไม้โน้มหน้าเข้าไปจะหอมด้วยความรัก พลันก็สะดุ้งเมื่อเสียงฝ้ายแหวกอากาศเข้ามาว่า “พี่ไม้...อยู่หรือเปล่า พี่ไม้” ไม้ถอนใจหงุดหงิดถามว่ามีอะไรหรือ “คุณย่าให้มาตามพี่น่ะค่ะ มีเรื่องด่วน”

แม้จะหงุดหงิดแต่พอรู้ว่าย่ามีเรื่องด่วน ทั้งไม้และเป็ดปุ๊กก็รีบไปหาทันที

ooooooo

เรื่องด่วนของย่าคือ แตนหายไปจากบ้านย่ากลับมาก็เจอแต่จดหมายวางอยู่บนโต๊ะ คาดว่าภูมิคงมารับที่บ้าน

ไม้ไม่พอใจที่ภูมิมาเหยียบจมูกถึงบ้าน บอกย่าว่าไม่ต้องห่วง เพราะแตนเขียนบอกไว้ว่าจะกลับไม่ดึก

แต่ย่าหวังว่า ถ้าภูมิรู้ว่าแตนไปเป็นพยานให้ตำรวจ คดี ของภูมิ กลัวแตนจะถูกภูมิทำร้าย เป็ดปุ๊กเสนอให้ลองโทร. หาแตนดูดีไหม

ไม้โทร.ไปหาแตนทันที ซักถามแล้วสรุปได้ว่า ภูมิไม่ได้พูดถึงเรื่องตำรวจ แสดงว่าไม่สงสัยเรื่องนี้ แต่พอถามว่าตอนนี้อยู่ไหน แตนก็วางสายไปแล้ว

“เราไปตามหาเขากันไหมล่ะไม้ ใช้รถของฉันก็ได้” ไม้ถามว่าแล้วจะไปตามที่ไหน ย่าบอกว่าก็ไปมันทุกที่นั่นแหละ บ้านเพื่อนมัน ที่ที่มันชอบไปอยู่ไปกินน่ะ ไม้บอกว่าหลายที่เลยนะ เป็ดปุ๊กพูดทันทีว่า “ไม่เป็นไร กี่ที่ฉันก็ไปได้”

ooooooo

เมื่อถูกเชียรขัดขวางจนขายบ้านไม่ได้ทำให้ฝันสลาย ชีวิตครอบครัวก็ยิ่งแร้นแค้น เพราะเอาเงินไปฉลองล่วงหน้ากันไปมากมาย ไก่กุ๊กยิ่งถูกเก็จด่าหาว่าทำให้ครอบครัวแทบต้องออกไปขอทานกินอยู่แล้ว

ไก่กุ๊กถามว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไร ในเมื่อเงินเดือนได้มาก็ให้ไปหมด ตนได้เงินไปใช้แค่วันละร้อยเท่านั้น เก็จก็พาลมาเรื่องบ้านอีกว่า ทำไมไม่มีปัญญาเอาบ้านมาเป็นของเราจะได้แบ่งให้เขาเช่าได้เงินใช้บ้าง ไก่กุ๊กบอกว่าตนพูดกับพ่อแล้ว ก็ถูกสวนทันควันว่า

“แล้วมันสำเร็จไหมล่ะ ถ้าอยากได้บ้านนี้ก็ต้องทำมากกว่าพูดแล้ว” ไก่กุ๊กถามว่าทำอะไร? “ก็ใครเป็นเจ้าของบ้านอยู่ละ ถ้าไม่มีมันบ้านก็ต้องเป็นของไก่ใช่ไหม”

ไก่กุ๊กตกใจ แต่พอดีแก้วมาขัดจังหวะ เก็จเลยออกไปพบแก้วบ่นกับน้องสาวว่า “เบื่อไก่จริงๆ ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง” แล้วถามแก้วว่า “เรื่องของแกเป็นยังไง ใกล้ความจริงหรือยัง”

แก้วจึงเล่าให้เก็จฟังว่า เมื่อเช้าไม้ไปที่ออฟฟิศ ไปด่าตนที่แอบถ่ายรูปเขาอยู่กับตนแล้วส่งไปให้เป็ดปุ๊กตามแผนที่เก็จแนะนำ เล่าอย่างเจ็บใจว่า

“เขาไปด่าแก้วว่าทำให้เขาเสียหาย เขาบังคับให้แก้วบอกทุกคนว่า เขาไม่เคยมีอะไรกับแก้ว แม้แต่ปลายนิ้วก้อยก็ไม่เคยสะกิดถูกตัวแก้ว”

แก้วเจ็บใจว่าไม้ทำอย่างไม่คิดถึงจิตใจตนเลย เก็จบอกให้ใจเย็นๆ ช่างมันเถอะ แต่แก้วไม่ยอม

“ไม่ได้บอกให้ยอมมัน แต่เราต้องค่อยๆคิดต้องสู้กับมันต้องเอาชนะมันให้ได้ ถ้าเอาชนะไม่ได้ก็ต้องกำจัดมันให้พ้นทาง นังเป็ดมันเป็นปัญหาทั้งของพี่ แล้วก็ของแก มันเป็นศัตรูของเรา ทางเดียวที่เราจะอยู่อย่างเป็นสุขได้ก็ต้องไม่มีมัน”

ไก่กุ๊กมาได้ยินสองพี่น้องคุยกัน เขารู้สึกไม่สบายใจ พอดีมือถือแก้วดังขึ้น ไก่กุ๊กจึงรีบหลบไป

แก้วเห็นเป็นสายจากโอมก็ชะงัก ไม่อยากคุยด้วย แต่พอโอมบอกว่าอยากคุยด้วยเป็นเรื่องเกี่ยวกับอนาคตขอเราสองคน โอมหว่านล้อมจนแก้วยอมไปพบกัน

เมื่อไปพบกันที่ร้านอาหาร โอมสั่งอาหารไว้รอแล้ว เมื่อแก้วไปถึง เขาชวนกินไปคุยไปดีไหม แล้วเขาก็รำพึงรำพันถึงความสูญเสียของตัวเอง โดยเฉพาะต้องสูญเสียคนรัก จนแก้วปลอบใจว่ายังไงเราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ แล้วขอเขาอย่าพูดเรื่องนี้ดีกว่า

“นี่แหละครับ คือเรื่องสำคัญที่ผมจะคุยกับคุณแก้ว ผมจะบอกว่า...เพราะความไม่แน่นอนนี่แหละ อีกไม่นานทุกอย่างอาจจะกลับมาเป็นของผม”

โอมพูดถึงไม้ว่าเป็นคนมีศัตรูเยอะถ้าไม้ตายไปทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นของตน จึงไม่อยากให้แก้วปักใจกับไม้นัก อยากให้เผื่อใจไว้ให้ตนบ้าง เพราะถ้าถึงวันนั้น ตนต่างหากที่จะมีทุกสิ่งทุกอย่าง

โอมทั้งกล่อมทั้งอ่อยจนแก้วบอกเขาว่าที่จริงตนก็ยังมีเขาอยู่ในใจเสมอ เสนอว่า

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.