ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ในสวนขวัญ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วันนี้ กะรัตพาคนที่จะซื้อบ้านมาพบเก็จที่บ้านของ เชียร ทุกคนเอาอกเอาใจลุ้นเต็มที่ให้ขายบ้านได้สำเร็จ

คนซื้อพิจารณาสัญญาซื้อขายแล้วติงว่า ตนยังไม่เห็นคุณเชียรเจ้าของที่ดินเลย เก็จบอกว่าพ่อป่วยเป็นอัมพาตอยู่ต่างจังหวัดคงไม่สะดวกที่จะมาจัดการเรื่อง พวกนี้ ทั้งเก็จและกะรัตช่วยกันพูดให้เห็นถึงอุปสรรคที่เชียรจะเข้ามาเซ็นสัญญาซื้อ ขาย จนในที่สุด คนซื้อตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้ เก็จถามว่าจะซื้อขายกันเมื่อไหร่ดี

“อีกสองสามวัน ขอผมจัดการธุระบางอย่างให้เรียบร้อยก่อน แต่ผมจะซื้อแน่ๆครับ อย่าขายให้ใคร”

พอคนซื้อกลับไป เก็จ กะรัต และไก่กุ๊กก็โผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ เก็จพร่ำพูดไม่ขาดปากว่า

“เราจะรวยกันแล้วนะคะคุณ!!! เราจะรวยกันแล้วววว!!!”

เก็จ ดีใจจนจัดฉลองล่วงหน้า ซื้ออาหารมามากมาย พอดีแก้วเดินหน้าบอกบุญไม่รับเข้ามาเพราะยังติดต่อไม้ไม่ได้ เก็จบอกให้ไก่กุ๊กโทร.ไปถามเป็ดปุ๊กให้ ไก่กุ๊กไม่อยากยุ่งด้วย กะรัตเร่งรัดว่าเรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถิดมาฉลองกับเก็จก่อนดีกว่า

พอแก้วรู้ว่าพี่สาวจะรวยเป็นสิบๆล้าน เพราะขายบ้านหลังนี้ก็ดีใจด้วย แมวเมี้ยวคุยอวดว่าคุณแม่จะไปซื้อคอนโดฯที่หัวหินด้วย

“พี่เก็จรวยแล้วอย่าลืมแก้วนะ” แก้ฝากเนื้อฝากตัว ไก่กุ๊กติงว่าตอนนี้เรามาฉลองกันก่อนดีกว่า แล้วยกแก้วขึ้นชนกันอย่างเบิกบานใจ

ooooooo

ที่ ตลาดสดไม่ไกลจากรีสอร์ตนัก ไม้กับเป็ดปุ๊ก ออกไปซื้อของมาทำอาหาร แต่เป็ดปุ๊กเลือกไม่เป็นจึงต้องอาศัยไม้มาช่วยเลือก เขาจึงแนะนำวิธีดูกุ้งสดปลาสด แต่ก็ไม่วายหยอกว่า

“คุณนี่นะ...ทำอาหารก็ไม่เป็นอะไรก็ไม่ได้สักอย่าง จะไปเป็นแม่บ้านแม่เรือนใครได้เนี่ย”

“ฉันก็หาแฟนที่เป็นคนทำให้ฉันสิ มันจะยากอะไร”

“โว้ววว...พอดีเลย” ไม้ทำเสียงตื่นเต้นชี้ที่ตัวเอง “นี่ไง คนที่ทำให้คุณได้ทุกอย่าง ผมนี่เหมาะกับคุณที่สุด”

พวก แม่ค้าที่ได้ยินก็พากันยิ้ม เป็ดปุ๊กค้อนให้ควับหนึ่ง แล้วเร่งให้รีบเลือกเสีย พอไม้พาเลือกแม่ค้าก็ชมว่าเป็ดปุ๊กโชคดีที่ได้แฟนเก่ง เป็นพ่อบ้านพ่อเรือนด้วยน่ารักจริงๆ เป็ดปุ๊กพยายามจะท้วงติง ถูกไม้ชิงพูดขึ้นก่อนว่า

“แฟนผมเขาขี้อายครับ จริงๆเขาปลื้มมาก” แล้วชวนกันเลือกปลา ทำเป็นไม่สนใจเป็ดปุ๊กที่กระฟัดกระเฟียดใส่ ไม้แอบกระซิบแซว “เอาน่า...อย่าทำให้แม่ค้าเขาหน้าแตกเลยนะ เลยตามเลย...”

ออก จากตลาดสด เดินไปอีกมุมหนึ่ง ไม้พาไปร้านขายขนมสำหรับเด็กๆ เขาเลือกซื้อแหวนลูกอมแล้วเอามาสวมให้เป็ดปุ๊ก จากนั้นก็สวมให้ตัวเองวงหนึ่งแล้วยกแหวนขึ้นกิน

“อร่อยนะ ลองกินดูสิ” ไม้ชวนทำหน้านิ่งทั้งที่ใจเขินมาก

ข่าว นี้รู้ถึงแก๊งสามแสบ แตนดีใจที่อย่างน้อยไม้ก็กล้าทำจนได้ ถือว่ามีพัฒนาการดีขึ้น ฝ้ายมั่นใจว่าเป็ดปุ๊กต้องมีใจให้ไม้อยู่แล้ว ถึงได้ใส่แหวนให้กันได้

“ถ้าเรื่องมันไม่เป็นอย่างที่เราคิดกันไว้ล่ะ ถ้าเกิดคุณเป็ดปุ๊กเขาปฏิเสธขึ้นมาจะมองหน้ากันติดเหรอ” ไม้ไม่มั่นใจ

“จะ มากลัวอะไรกันตอนนี้ ลงทุนลงแรงกันขนาดนี้แล้ว เป็นไงก็ต้องเป็นกันละ!” ดำเด็ดเดี่ยวมาก แตนเห็นด้วย ดำได้ใจยุทันที “อยากมีเมียก็อย่ากลัวหน้าแตกสิคุณไม้ ท่องไว้ สู้โว้ย!!”

ooooooo

เย็น นี้ เป็ดปุ๊กที่นอนกับย่าขวัญ ยังติดใจความประทับใจของย่ากับปู่ ทวงสัญญาที่ย่าจะเล่าให้ฟัง ย่าถามว่าอยากฟังหรือ เธอบอกว่าอยากฟังมากเลย ย่าจึงเล่าให้ฟังอย่างมีชีวิตชีวาราวกับเรื่องเพิ่งเกิดขึ้นใหม่ๆนี่เอง...

“หลัง จากที่ปู่พยายามส่งจดหมายหาย่าเกือบ 2 ปี ในที่สุดย่าก็ตัดสินใจตอบรับที่จะมาเจอปู่เป็นครั้งแรก ปู่ขับรถพาย่ามาที่นี่ก่อนจะบอกรักย่า...ตอนนั้นย่ายังไม่ตอบรับ เพราะกะจะลองใจปู่ต่อไป แต่ปู่ก็ไม่ท้อ ยังคงทำเหมือนเดิมอย่างที่เคยปฏิบัติ และไม่เคยทวงถามคำตอบ...”

ย่าหยุดยิ้มเมื่อนึกถึงบรรยากาศเวลานั้นแล้วจึงเล่าต่อ

“จน ย่าเองทนไม่ไหว และเมื่อเราได้มีโอกาสกลับมาที่นี่อีกครั้งหลังจาก 1 ปีให้หลัง ย่าก็ตัดสินใจตอบรับรักปู่ และปู่ก็ขอย่าแต่งงานที่นั่น บนสันเขื่อนศรีนครินทร์นั่น ย่ายังจำภาพนั้นได้ไม่เคยลืม...”

เป็ดปุ๊กซึ้งจนน้ำตาคลอ บอกย่าว่าโรแมนติกจังเลย ชมว่าย่าขวัญโชคดีที่ได้ความรักจากผู้ชายดีๆอย่างคุณปู่

“ย่า ไม่ได้โชคดีคนเดียวหรอกนะ เป็ดปุ๊กก็โชคดีเหมือนย่านี่แหละ” ย่าลูบหัวเธออย่างเอ็นดู “เป็ดปุ๊กเป็นคนน่ารักใครเห็นก็ต้องรัก ย่าเชื่อว่าเป็ดปุ๊กจะต้องเจอคนดีๆเหมือนย่า ย่ามั่นใจในคนของย่า เพราะย่าเลี้ยงมาเองกับมือ” ย่าขวัญรวบรัดเป็ดปุ๊กถามงงๆว่า “อะไรนะคะ” ย่าหัวเราะขำๆบอกว่าไม่มีอะไรหรอก แต่ก็ยังคุยต่อว่า...

“นอกจากที่นี่จะสวยแล้ว ทุกอณูของอากาศมีความรักและความทรงจำดีๆของย่า ย่ามีความสุขทุกครั้งที่ได้มา”

“คุณย่ากับคุณปู่รักกันมากเหลือเกิน” เป็ดปุ๊กรำพึง มองแหวนลูกอมที่ไม้สวมให้ ยิ้มอย่างมีความสุข

ooooooo

ด้วยการสร้างบรรยากาศและโอกาสที่ดี ทำให้ความรู้สึกและความสัมพันธ์ระหว่างเป็ดปุ๊กกับไม้ดีขึ้นเรื่อยๆต่างยอมรับกันมากขึ้น

เย็นนี้...ขณะเป็ดปุ๊กปิ้งกุ้งอยู่นั้น หนวดกุ้งติดตะแกรงเธอจึงใช้มือหยิบ ปรากฏว่าร้อนจนเธอสะดุ้งปล่อยกุ้งสะบัดมือไปมา ไม้รีบเข้ามาดูแล้วพาไปทายาใน
บ้าน เขาดูแลอย่างคล่องแคล่วและเบามือจนเธอแซวว่าสงสัยทำแบบนี้กับผู้หญิงบ่อย กระมัง

ไม้มองหน้าจ้องตาถามว่า เอาเรื่องจริงเลยไหม เธอย้อนถามว่าจะโกหกหรือไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไรตนก็ไม่อยากรู้

“ถ้า รวมคุณด้วยก็เป็นสาม” เป็ดปุ๊กชักสีหน้าใส่ทันทีว่าเห็นไหม คิดแล้วไม่มีผิด “เดี๋ยวก่อน ฟังให้จบก่อนสิคนแรกก็คือย่าขวัญ คนที่สองก็ตั๊กแตน ส่วนคนที่สาม..ก็คุณนี่ไง”

เป็ดปุ๊กเขินเก๊กหน้าเชิดบอกว่าจ้างให้ก็ไม่ เชื่อ ไม้รู้แกวเลยถามว่าตอนนี้หายเจ็บมือหรือยัง เธอบอกว่าไม่รู้สึกเจ็บแล้ว ไม้บอกว่าจะพาไปที่ที่หนึ่ง เธอถามว่าจะไปตอนนี้เลยหรือ พวกเรากำลังกินบาร์บีคิวกันอยู่นะ

“มันไม่หมดง่ายๆหรอกคุณ ไปกับผมแป๊บเดียวนะ...นะ...นะ...เวลาผมมีน้อย”

ไม้อ้อนจนเธอยอมไปแต่ปรามว่าถ้ากลับมาแล้วไม่ ได้กินกุ้งเขาต้องรับผิดชอบ ไม้ยิ้มดีใจ บอกกับตัวเองว่า

“ครั้งนี้แหละไอ้ไม้...ต้องทำให้สำเร็จ!!!”

ooooooo

ไม้พาเป็ดปุ๊กขี่จักรยานไปที่สันเขื่อนศรีนครินทร์ เธอตะลึงอึ้งกับธรรมชาติที่สวยงามของบริเวณเขื่อน ถามไม้ว่าพามาที่นี่ทำไมหรือ

“ตอน เด็กๆย่าเล่าให้ผมฟังบ่อยๆว่าปู่เคยบอกรักและมาขอแต่งงานท่านที่นี่ ผมเลยคิดว่า ถ้าผมมาที่นี่บ้างผมอาจจะสมหวัง” เธอมองหน้าเธอทวนคำ...สมหวัง? “ใช่!! คือผมจะไม่อ้อมค้อมแล้วนะครับคุณเป็ด...คือผม...พาคุณมาที่นี่เพื่อจะบอกคุณ ว่า ผมชอบคุณ ผมอยากจะดูแลคุณเหมือนที่คุณปู่ได้ดูแลย่าตลอดไป”

ถูกสารภาพรักอย่างไม่ทันตั้งตัว เป็ดปุ๊กเขินจนหน้าแดง ทำอะไรไม่ถูก

“แต่ผมไม่รู้ว่าคุณคิดกับผมยังไง...คุณเป็ดปุ๊กรู้สึกยังไงกับผมบ้าง คุณชอบผมบ้างไหม”
เป็น คำถามตรงเสียจนเป็ดปุ๊กอึกอักพูดไม่ออก ขณะกำลังลำบากใจนั้น เสียงมือถือก็ดังขึ้น เป็นสายจากแตนตามให้ไปกินกุ้ง เธอรับสายแล้วบอกไม้อย่างสบายใจว่า “แตนโทร.ตามกลับไปกินบาร์บีคิว บอกว่าถ้าไม่รีบกลับจะไม่เหลือกุ้งให้ด้วย รีบไปเถอะ” พูดแล้วขึ้นจักรยานปั่นออกไปเลย ไม้มองเหวอนึกโมโหแตนที่โทร.มาขัดจังหวะสำคัญ พึมพำเซ็งๆ...

“โหยยย...ไอ้น้องเวร ผิดจังหวะทุกที...”

เมื่อกลับไปกินบาร์บีคิวกัน ไม้ก็ยังแอบกระซิบบอกเป็ดปุ๊กว่า “ผมยังรอคำตอบของคุณอยู่นะ” เธอทำหู ทวนลมชมกับย่าขวัญว่า กุ้งนี่สดจังเลย ไม้เลยได้แต่ทำหน้าเซ็งกับความเฉไฉของเธอ

แก๊งสามแสบเห็นสถานการณ์ยังไม่คืบหน้า ปรึกษากันแล้วเห็นพ้องกันว่าเราต้องไปเชิญผู้ช่วยคนสำคัญมา นั่นคือย่าขวัญนั่นเอง

ooooooo

คืนนี้ ขณะเป็ดปุ๊กพยุงย่าขวัญมาที่เตียงนอนย่านั่ง ลงแล้วบอกให้เป็ดปุ๊กนั่งข้างๆ เธอถามว่าย่ามีอะไรจะคุยหรือ

ย่าถามอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า เห็นไม้หลานชายตนเป็นคนอย่างไร เธอนิ่งไปอึดใจจึงบอกว่าไม้ก็เป็นคนดี

“แล้ว คิดจะชอบเจ้าไม้หลานย่าบ้างไหมล่ะ” ย่าถามตรงเสียจนเป็ดปุ๊กเขินพูดไม่ออก “ไม่ต้องเขินย่าหรอกนะ ย่าเห็นว่าหนูน่ะเป็นเด็กดีแล้วย่าเองก็รักและเอ็นดูหนูที่สำคัญย่าก็รู้ว่า เจ้าไม้หลานย่าน่ะมันชอบหนูมากทีเดียวนะ”

“คือว่า...ไม่ใช่ว่าเป็ดปุ๊ก จะไม่ชอบไม้หรอกนะคะ แต่เรื่องแบบนี้ต้องคิดให้รอบคอบใช่ไหมคะคุณย่า แล้วไม้เองก็มีผู้หญิงมาชอบเยอะแยะ บางทีไม้อาจจะเจอคนที่ถูกใจกว่าเป็ดก็ได้นะคะคุณย่า”

ฟังแล้วย่าขวัญยิ้ม อย่างมีความหวัง พยักหน้าบอกว่า “เอาล่ะๆย่าพอจะรู้คำตอบของหนูแล้ว เฮ้อ...หลานชายย่านี่มันซื่อบื้อจริงๆมาตีโพยตีพาย ผู้หญิงเขาคิดยังไงก็ดูไม่ออก”

เวลาเดียวกัน เชียรที่นอนห้องเดียวกับไม้ เห็นไม้นอนก่ายหน้าผากแล้วลุกพรวดถามโพล่งว่า

“ผมควรทำยังไงดีครับ”

“ความรักน่ะมันต้องใช้เวลา ให้เวลากับเป็ดปุ๊กอีกสักพัก อย่าใจร้อนไปเลย”

“ผม เข้าใจครับ ถึงแม้วันนี้เป็ดปุ๊กจะไม่ชอบผม แต่ผมก็จะไม่ท้อ ผมจะรอและจะคอยปกป้องดูแลเป็ดปุ๊กให้ดีเหมือนที่คุณเชียรดูแลเป็ดปุ๊กให้ ได้”

“เป็ดปุ๊กโชคดีจริงๆที่ได้เจอคนดีๆอย่างเธอนะไม้ ฉันเอาใจช่วยให้เธอเอาชนะใจเป็ดปุ๊กให้ได้”

ไม้ล้มตัวลงนอนอีกครั้ง คราวนี้นอนอย่างสบายใจที่เชียรเป็นใจและเอาใจช่วยตน

ooooooo

โอมเร่งให้อลงกรณ์สร้างหมู่บ้านใหม่เพราะต้องการเอาชนะไม้ที่โอมหาว่าแย่งทุกอย่างไปจากตน

“คน อย่างไอ้ไม้มันไม่มีทางจะมาเทียบกับลูกของพ่อได้อยู่แล้ว ลูกพ่อทั้งเก่งทั้งฉลาด ส่วนไอ้ไม้...มันก็แค่ไอ้คนสวนคนขายต้นไม้” อลงกรณ์ยิ้มเยาะ แล้วสองพ่อลูกก็หัวเราะกันอย่างสะใจ

วันนี้ โอมไปเจอแก้วที่ห้างขณะเธอไปเดินซื้อของ โอมรี่เข้าไปทักถามอย่างหาเรื่องว่า วันนี้มีเวลาช็อปปิ้งไม่เอาเวลาไปตามไม้หรือไง แก้วไม่พอใจบอกว่าเรื่องของตน แล้วจะเดินหนี ถูกโอมเดินตามกวนประสาทอีกว่า อย่างเธอไม้ไม่สนใจหรอก เขาสนใจเป็ดปุ๊กต่างหาก งานวันเกิดย่าก็เห็นกันอยู่แล้วว่าไม้เอาอกเอาใจเป็ดปุ๊กขนาดไหน แต่กับเธอไม่เห็นไม้สนใจอะไรเลย เห็นแล้วอดสมเพชไม่ได้

แก้วฉุกคิดอะไร ได้เปลี่ยนเป็นอ่อยโอมว่าเรามาช่วยกันดีไหม “ถ้าไม้เป็นของฉัน เป็ดปุ๊กก็จะเป็นของคุณไง” ถูกโอมปฏิเสธอย่างไม่แยแสว่าตนไม่มีวันช่วยเธอ คนอย่างตนเท่านั้นที่จะได้เป็นพระเอกไม่ใช่ไม้ แล้วโอมก็ตรงเข้าบีบแขนแก้วกัดฟันพูดใส่หน้าว่า

“นอกจากผมจะไม่ช่วยคุณแล้ว ผมยังจะขัดขวางและคอยสมน้ำหน้าคุณเวลาที่คุณผิดหวังจากมัน!” แก้วสะบัด

แขนออกด่าโอมว่าบ้า ถูกสวนทันควันว่า “ใช่ผมมันบ้า แต่ก็ดีกว่าผู้หญิงที่หิวเงินอย่างคุณ!” ด่าแล้วผละไปเลย

ooooooo

วันนี้ระหว่างแก๊งสามแสบลงไปเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานนั้น เป็ดปุ๊กเดินเลี่ยงไปอีกด้านหนึ่งของน้ำตก ไม้ตามไป พอเธอเห็นก็ถามว่าตามมาทำไม ไม้ทำเสียงนุ่มนวลอย่างพระเอกบอกว่า

“ผมเป็นห่วงคุณ”

เป็ดปุ๊กเลยเดินหนี เดินพลาดจะล้ม ไม้ช่วยประคองไว้แล้วไม่ยอมปล่อย บอกว่าจะปล่อยก็ต่อเมื่อเธอบอกว่ารู้สึกอย่างไรกับตน เป็ดปุ๊กบอกว่ายังไงตนก็ไม่ชอบผู้ชายที่เอาแต่ใจ มุทะลุ ใจร้อน ไม่มีเหตุผล

“คุณกำลังจะบอกว่าคุณไม่ชอบผมด้วยใช่ไหม” ไม้ถามหน้าเสีย เป็ดปุ๊กพยักหน้าประชด “งั้นผมก็เข้าใจแล้ว คงไม่มีประโยชน์ที่จะถามเอาคำตอบอะไรจากคุณอีก” ไม้น้อยใจก้มหน้าจะเดินกลับ

“ถึงแม้ฉันจะไม่ชอบพฤติกรรมแบบที่ฉันพูด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่ได้ชอบนายสักหน่อย” เป็ดปุ๊กรีบพูดขึ้นลอยๆ ไม้ดีใจกระโดดตัวลอยเข้ามาถามว่าจริงหรือ แล้วขโมยหอมแก้มเธอฟอดหนึ่ง บอกว่าถือเป็นจูบมัดจำก็แล้วกัน พูดแล้ววิ่งจู๊ดไปอย่างลิงโลดใจ เป็ดปุ๊กวิ่งไล่ทุบ แก้เขินแต่ตามไม่ทัน

แก๊งสามแสบเล่นน้ำเสร็จขึ้นมา ต่างมองกันตาค้างเมื่อเห็นไม้เดินจูงมือเป็ดปุ๊กลงมาที่รีสอร์ต เป็ดปุ๊กเขินกับสายตาที่มองมา เลยรีบเข้าไปบอกย่ากับพ่อว่าคงหิวกันแล้วเดี๋ยวจะไปหาอะไรให้ทานดีกว่า แล้วรีบเดินไปอีกทาง

“อืมม...คงไม่มีปัญหาแล้วมังคะคุณเชียร” ย่ามองตามเป็ดปุ๊กกับไม้ไปอย่างเอ็นดู

“ได้อย่างนั้นก็ดีสิครับ” เชียรยิ้มปลื้มไปด้วย

ooooooo

คืนนี้ก่อนแยกย้ายกันเข้าห้องพัก ไม้จับมือเป็ดปุ๊กเอ่ย “ฝันดีนะครับเป็ดปุ๊ก” เธออวยพรเขาเช่นกัน ไม้ทำตาเยิ้มตอบว่า “ถ้างั้นคืนนี้ผมก็คงต้องฝันถึงคุณน่ะซิ ถึงจะเรียกว่าฝันดี” เลยถูกค้อนปรามเขินๆว่าพูดอะไรให้อายคุณพ่อตนบ้าง

ก่อนเข้าห้องพัก มือถือเชียรดังขึ้น พอรับสายใบหน้าที่ยิ้มแย้มยินดีเมื่อครู่ก็กลายเป็นเครียดถามว่า

“ว่าไงนะ...ใครจะขายบ้านนะ! บ้านไหน?!...บ้านเก่าของผม!!” เชียรยืนช็อกเป็ดปุ๊กผิดสังเกตถามพ่อว่าใครโทร.มา เชียรไม่อยากให้ลูกไม่สบายใจ บอกว่าคนโทร.ผิด แต่พอเข้าห้องนอนเชียรโทร.กลับหาเพื่อนที่โทร.มา จึงรู้รายละเอียดว่า...

“ลูกชายกับลูกสะใภ้นายบอกว่านายป่วยมากจนมาจัดการอะไรเองไม่ได้ ฉันก็เลยเป็นห่วง นายเป็นอะไรมากรึเปล่า” พูดแล้วเห็นเชียรเงียบไป เพื่อนเรียกจนเชียรบอกว่าแค่นี้ก่อนแล้วจะโทร.กลับไปคุยใหม่

เชียรทบทวนถึงวันที่ไก่กุ๊กพาแมวเมี้ยวกับนกจิ๊บมาหาแล้วหายไปขณะตนเล่นกับหลานอยู่หน้าบ้าน อึดใจใหญ่ไก่กุ๊กก็ออกมารีบเรียกลูกๆกลับ ก็คาดเดาได้ว่าวันนั้นไก่กุ๊กขึ้นไปขโมยโฉนดไป เชียรพึมพำอย่างเจ็บปวดใจ...

“ไก่กุ๊ก...ทำไมลูกถึงทำกับพ่อแบบนี้”

ooooooo

กลับจากเมืองกาญจน์ ย่าขวัญจัดของที่ซื้อมาฝากใครต่อใครมาวางไว้เตรียมเอาไปให้ หทัยมาเยี่ยมพอดีย่าบอกว่าไปเมืองกาญจน์กับไม้มาและซื้อวุ้นมะพร้าวอ่อนกับมะขามกวนของโปรดของเธอมาฝากด้วย

หทัยดีใจที่ย่าไปพักผ่อน ย่าบอกว่าไม่ได้ไปเพื่อตัวเองแต่ไปเพื่อช่วยไม้ให้ได้บอกรักสาวเสียที ย่าบอกหทัยว่าไม้ชอบเป็ดปุ๊ก หทัยถามว่าแล้วสำเร็จไหม ย่าพูดอย่างภูมิใจว่า “ลองแม่ออกแรงเองอย่างนี้ไม่สำเร็จได้ยังไงล่ะ”

“หนูเป็ดเป็นคนดีมาก คนอย่างนี้ล่ะถึงจะเหมาะกับไม้ หทัยอยากมีส่วนช่วยจังเลยค่ะ แต่ไม้คง...” หทัยหยุดกึกเพราะมีเสียงคนเปิดประตูเข้ามา ทั้งสองหันมอง เห็นศักดิ์เดินเข้ามา  เขายกมือไหว้ย่า พอเห็นหน้าหทัยก็หน้าตึงบอกว่า นึกว่าแม่อยู่คนเดียว หทัยจึงลุกขึ้นบอกว่าจะกลับพอดี แล้วไหว้ลาย่า

ขณะเดินออกไปนั้น ได้ยินเสียงศักดิ์แว่วออกมาว่า “ผมมีเรื่องอยากคุยกับแม่ วันก่อนในงานวันเกิดแม่ ผมได้คุยกับคุณกรณ์แล้วได้ความคิดอะไรดีๆหลายอย่างเลยแม่” ได้ยินศักดิ์เอ่ยชื่ออลงกรณ์ หทัยจึงหยุดฟัง

ศักดิ์มาบอกย่าว่าอลงกรณ์จะทำหมู่บ้านใหม่ต่อยอดจากหมู่บ้านเสริมขวัญ คุยว่าเป็นโครงการดี อลงกรณ์ทำอะไรก็สำเร็จ คาดว่าถ้าได้ทำเฟสสองรับรองกำไรมหาศาลแน่ๆ ย่าถามว่าเขามีที่ดินแล้วหรือ

ศักดิ์บอกว่าที่ผืนนี้ไง เพราะสุดท้ายย่าก็ต้องยกให้ตนอยู่ดี ย่าบอกว่าไม่เคยพูดว่าจะยกให้ศักดิ์ ศักดิ์โมโหหาเรื่องว่าย่าคิดจะเก็บไว้ยกให้ไม้ใช่ไหม พูดอย่างไม่พอใจว่าอะไรๆก็ประเคนให้ไม้  แต่ใจจืดใจดำกับลูกตัวเองด่าว่า “เป็นแม่ประสาอะไร!”

หทัยทนฟังไม่ได้เปิดประตูเข้าไปเตือนศักดิ์ว่าแม่เพิ่งไปทำบุญมาอย่าหาเรื่องมารกใจแม่อีกเลย ถูกศักดิ์ชี้หน้าว่าอย่าคิดว่าตนไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ อยากได้ที่ผืนนี้เหมือนกันใช่ไหม ด่าหทัยว่า

“เธอมันก็ใจดำเหมือนแม่นั่นแหละ อะไรๆก็ยกให้ไอ้ไม้หมด ทั้งๆที่คุณกรณ์เขาอุตส่าห์ช่วยลงแรงทำกันมากลับไม่ได้สักแดงเดียว จนเขาต้องมาคิดทำโครงการใหม่ ระวังให้ดีเถอะ สักวันทั้งลูกทั้งผัวจะเฉดหัวทิ้ง แล้วอย่าหวังว่าไอ้ไม้มันจะเลี้ยงเธอนะ ได้ยินว่ามันไม่เคยคิดว่าเธอเป็นแม่ไม่ใช่เหรอ”

ทั้งสองโต้เถียงกันจนย่าขอร้องให้กลับไปก่อน ตนอยากอยู่เงียบๆ ทั้งสองจึงแยกย้ายกันไป

ooooooo

หทัยเครียดมากจึงไปนั่งที่สวนหย่อมของหมู่บ้าน เป็ดปุ๊กขับรถผ่านมาเห็นหน้าตาหทัยไม่ดีนักจึงจอดรถลงไปถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

เพราะเห็นเป็ดปุ๊กเป็นคนดี หทัยจึงเล่าความไม่สบายใจให้ฟังทั้งหมด แล้วสรุปสุดท้ายให้ฟังว่า อลงกรณ์กับโอมไม่พอใจตนหาว่าหลอกพวกเขาทำงานแล้วยกประโยชน์ให้ไม้ ทั้งที่เขาก็ได้ค่าบริหารไปแล้ว และเมื่อครู่นี้เองก็ได้เจอศักดิ์ที่บ้านย่า ศักดิ์มาขอที่ดินของย่าเพื่อให้อลงกรณ์ไปทำโครงการใหม่ เล่าอย่างสะเทือนใจว่า

“ฉันเห็นสายตาของคุณแม่ตอนที่คุณศักดิ์บอกว่าต้องการที่ดินแล้ว ฉันรู้ว่าท่านเจ็บปวด ทำไมคนดีๆอย่างท่านต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้ด้วย แต่ถ้าฉันไปขวางก็เหมือนกับฉันอยากจะได้ที่ผืนนั้นให้ไม้อีก คุณกรณ์กับลูกโอม ก็คงจะยิ่งเกลียดฉัน ฉันไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้จะหันไปทางไหน ฉันไม่มีใครเลย...”

หทัยเช็ดน้ำตา ฝืนยิ้มบ่นตัวเองและขอโทษเป็ดปุ๊กที่เอาเรื่องรกสมองมาให้เธอ เป็ดปุ๊กยิ้มอย่างให้กำลังใจบอกว่าไม่เป็นไร ได้พูดให้คนอื่นฟังบ้างดีกว่าเก็บไว้กับตัวคนเดียว แล้วยิ้มให้กันอย่างเห็นใจเข้าใจกัน

พอแยกจากหทัย เป็ดปุ๊กตัดสินใจกับตัวเองว่า “ถึงเวลาที่เราต้องคุยเรื่องนี้กันจริงๆจังๆสักทีแล้วล่ะ” แล้วเธอก็เดินบ่ายหน้าเข้าไปในร้านสวนขวัญ

แต่พอเข้าไปเจอแก้วกำลังออดอ้อนฉอเลาะไม้ให้ช่วยเลือกต้นไม้ในร่มให้ไปปลูกที่คอนโด เลยหมดอารมณ์ที่จะคุยกับไม้ หันหลังกลับด้วยความรู้สึกเจ็บปวดลึกๆ

ส่วนเชียรก็เครียดจัด โทร.กลับไปหาเพื่อนคนนั้น บอกว่าตนไม่เคยคิดจะขายบ้านหลังนั้นเลย เพื่อนบอก เชียรว่าตนคงไม่ทำอะไรต่อไปแล้ว แต่ลูกชายกับลูกสะใภ้เชียรนั้นน่าเป็นห่วงกว่า

เชียรกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะเอาเรื่องก็เห็นแก่ลูก แต่จะปล่อยให้ทำต่อไปก็คงไม่ดีเพราะลูกไม่ควรทำผิดแบบนี้

ooooooo

ที่โต๊ะอาหารกลางวัน หทัยมานั่งอยู่ก่อนแล้ว ได้ยินเสียงโอมกับอลงกรณ์เดินคุยกันเข้ามา โอมเร่งรัด อลงกรณ์ว่าเมื่อเขาไม่โทร.มาเราก็โทร.ไปหาเขา อลงกรณ์ บอกว่าเรื่องแบบนี้เร่งมากไปก็ไม่ดี

แต่พอทั้งสองมาเห็นหทัยนั่งอยู่ก็หยุดคุยกัน หทัยจึงเป็นฝ่ายเล่าว่า เมื่อวานไปหาแม่มา ท่านเพิ่งกลับจากกาญจนบุรี ถูกอลงกรณ์กับโอมรุมกันตำหนิว่าทำไมไม่ไปด้วย เธอควรทำตัวให้ใกล้ชิดท่านหน่อย แล้วก็ลามปามมาถึงผลประโยชน์เรื่องหมู่บ้าน โอมหาว่าหทัยยกให้ไม้ หมด ทั้งที่ไม่มีสติปัญญาจะมาบริหารอะไรได้เลย

หทัยตัดสินใจพูดกับอลงกรณ์เรื่องศักดิ์ไปหาย่าเมื่อวานว่า

“ฉันขอคุณแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าไปยุ่งกับที่ดินของท่าน คนแก่น่ะ ไม่อยากย้ายไปไหน อยากตายอยู่ที่ บ้านตัวเอง ฉันรู้นะคุณพยายามจะยืมมือคุณศักดิ์ให้ไป ขอที่ดินจากคุณแม่ แต่ฉันคงต้องบอกคุณว่ามันไม่มีทาง สำเร็จหรอก เพราะฉันอยู่ที่นั่น เมื่อวานนี้แล้วก็ได้ยินคุณแม่ ปฏิเสธที่จะยกที่ดินให้คุณศักดิ์...เลิกคิดเรื่องนี้เถอะนะคะ”

“หทัย...เรื่องที่ดินหมู่บ้าน ผมยอมคุณ ผมจะไม่ยุ่งเกี่ยว แต่เรื่องงานในอนาคตของผม คุณก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งเหมือนกัน”

พูดแล้วอลงกรณ์ลุกเดินออกไปไม่มีอารมณ์จะกินข้าวต่อ หทัยได้แต่มองตามแล้วถอนใจ...หนักใจ...

ooooooo

วันนี้ไม้ไปรับงานที่สำนักงานหมู่บ้าน โอมมาที่ สำนักงาน พอเห็นไม้ก็พูดดูถูกเหยียดหยามต่างๆนานา

ไม้อดทนฟัง แต่พอโอมด่าเลยเถิดไปว่า “พวกมึง มันโง่ทั้งโคตร ทั้งพ่อ ทั้งย่ามึงนั่นแหละ” ไม้ก็หมดความอดทน พุ่งเข้ากระชากคอเสื้อตวาด

“คุณไม่มีสิทธิ์แม้จะคิดด่าโคตรเหง้าของผม” โอม ทำปากกล้าจะจับเขาเข้าคุก ไม้เลยเดินเข้าหาบอกว่าไหนๆ ก็จะเข้าคุกแล้วก็เอาให้คุ้มอีกสักเปรี้ยง

โอมยกมือป้องกลัวตาเหลือก พอดีหทัยเข้ามากับ อลงกรณ์ หทัยบอกไม้ให้หยุด โอมสำออยทันทีร้องขอให้แม่ช่วยด้วย แต่หทัยไม่สนใจเดินผ่านไปหาไม้ถามว่า เรื่องอะไรกัน ไม้มองหน้าแล้วเดินไปเลย หทัยตามไปจนถึง หน้าสำนักงานขอให้หยุดคุยกันก่อน พอดีไม้เห็นรถเป็ดปุ๊ก ขับมา เขาออกไปยืนขวางกลางถนน พอรถหยุดเขาเปิดประตูรถขึ้นนั่งบอกขอไปด้วย แล้วบอกให้ออกรถเลย

หทัยยืนมองรถเป็ดปุ๊กไปอย่างเหนื่อยใจ เมื่อกลับ มาถามพิกุลที่ประจำอยู่สำนักงานว่าเกิดอะไรขึ้น ทีแรกพิกุลก็ไม่กล้าพูดกลัวถูกโอมเล่นงาน แต่สุดท้ายก็ยอมบอกแต่ขอร้องว่าอย่าบอกใครว่าตนเป็นคนบอก

“คุณโอมทั้งด่า ทั้งดูถูกเหยียดหยามคุณไม้ แถมยังดูถูกไปถึงคุณย่า บอกว่าคุณไม้เป็นลูกไม่มีพ่อ เรียกคุณไม้ว่าไอ้โง่ โง่ทั้งโคตร โง่ทั้งตระกูล ทั้งพ่อคุณไม้ ทั้งคุณ...”

“พอแล้ว...พอ...ฉันพอนึกออกแล้ว” หทัยยกมือห้าม แล้วเดินไปห้องทำงานสูดลมหายใจลึกๆ พร้อมที่ จะเข้าไปเผชิญปัญหากับโอมและอลงกรณ์ที่อยู่ในห้อง

แต่หทัยก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะถูกทั้งโอมและอลงกรณ์ตั้งป้อมต่อต้านหาว่าเธอเข้าข้างไม้ รัก ไม้มากกว่าโอม จนหทัยเสียงดังใส่โอมว่า

“พอเสียทีโอม หยุดพูดสิ่งที่โอมคิดแล้วพยายามยัดเยียดให้แม่เป็นสักที แม่เบื่อ เบื่อเหลือเกิน...” หทัยพูดอย่างเจ็บปวดแล้วเดินออกจากห้องไป อลงกรณ์เข้ามาปลอบโอมให้ใจเย็นๆ ให้เชื่อพ่อ เมื่อถึงเวลาเราจะต้องได้ในสิ่งที่มันควรเป็นของเรา

โอมมองหน้าพ่ออย่างแปลกใจ ส่วนอลงกรณ์ไม่พูดอะไร มีแต่รอยยิ้มและแววตาที่ร้ายกาจ

ooooooo

ไม้เล่าเรื่องที่มีปัญหาจนชกต่อยกับโอมให้เป็ดปุ๊กฟัง เธอถามว่าโอมด่าว่าเขาโง่ เขาก็เลยแสดงความโง่ด้วยการต่อยโอมหรือ

“มันด่าผม แล้วยังด่าพ่อผม ด่าย่าผมด้วย” ไม้พูดอย่างไม่หายแค้น เป็ดปุ๊กถามว่าเขาเลยยอมด้วยการทำโง่ๆ? ไม้มองขวับตัดพ้อว่า “ผมนึกว่าคุณจะเข้าใจผมเสียอีก คุณไม่รู้หรอก อยู่ดีๆก็มีคนมาพูดดูถูกคนที่คุณรัก คุณจะรู้สึกยังไง”

“ทำไมฉันจะไม่เคยเจอ เจอมาถึงกับต้องหนีมาอยู่ที่นี่เลยไง”

“แต่คุณก็ไม่กล้าตอบโต้คนที่ทำร้ายคุณ”

“อะไรคือ ‘กล้า’ ล่ะไม้ ฉันเคยไปทำบุญที่วัดวัดหนึ่ง หลวงพ่อท่านเขียนติดไว้ว่า ‘คนที่เก่งกล้าที่สุด คือคนที่ให้อภัยศัตรูของเขา’ ฉันอ่านแล้วชอบมากเลย” ไม้ถามว่าจะให้ตนลืมทุกอย่างเลยหรือ “การให้อภัยไม่ใช่การลืม แต่มันคือการปลดปล่อยตัวเราเองออกจากการจองจำกับความรู้สึกเจ็บปวดจากคนหรืออดีต”

ไม้นิ่งไปเหมือนเป็ดปุ๊กพูดโดนใจ เป็ดปุ๊กพูดต่ออย่างมีความหวังว่า

“ถ้าทำได้  ไม่ใช่แค่ตัวนายที่จะมีความสุข คุณหทัยแม่นายก็จะรู้สึกดีด้วย...อย่าลืมสิ ญาติผู้ใหญ่ที่นายควรเคารพยังมีอีกคน”

“ผมจะลองเก็บไปคิดดูก็แล้วกัน แล้วนี่คุณจะไปไหนต่อ” พอเป็ดปุ๊กบอกว่าจะไปซื้อกับข้าวที่ตลาด ไม้เสนอว่า “แวะร้านขนมที่คุณเคยซื้อฝากย่าด้วยนะ ย่าชอบมากเลย ผมจะซื้อไปฝากแก”

“ได้...ความจริงเรามาคิดทำอะไรดีๆให้คนที่เรารักดีกว่าที่จะคิดหมกมุ่นอยู่กับความแค้น นายว่าจริงไหม”

ไม้หันมองหน้าเธอ ยิ้มให้แล้วพยักหน้า

ooooooo

แก้วหัวเสียหัวปั่นที่ยังฉกไม้จากเป็ดปุ๊กไม่สำเร็จ เก็จชี้ช่องว่าตราบใดที่ไม้ยังไม่ได้แต่งงาน แก้วก็ยังมีสิทธิ์ แล้วสอนมารยาร้อยเล่มเกวียนให้เอาชนะไม้ รับรองวิธีนี้ไม่มีผู้ชายรอดสักคน

ฟังแผนของเก็จแล้ว แก้วโทร.หาไม้ทันที เป็นเวลาที่เขากับเป็ดปุ๊กซื้ออาหารกลับถึงบ้านย่าพอดี ไม้กำลังจัดของจึงให้เป็ดปุ๊กรับแทน แก้วจึงฝากให้ช่วยบอกไม้ว่าว่างแล้วให้โทร.กลับด้วย ไม้บอกเป็ดปุ๊กว่าคงเป็นเรื่องจัดสวนในห้องคอนโดของแก้ว เป็ดปุ๊กบอกว่าตอนนี้เขาว่างแล้วก็รีบโทร.กลับเลย

“ถ้าคุณไม่ชอบ ผมจะโทร.ไปบอกยกเลิกเขา จะไม่ทำงานนี้”

“ทำไมฉันต้องไม่ชอบ นี่ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น ที่จะเที่ยวหึงไม่เข้าเรื่อง ถ้านายบริสุทธิ์ใจ นายก็รับงานเขาทำ”

ฝ่ายแก้ววางสายจากเป็ดปุ๊กแล้วเล่าให้เก็จฟัง พูดอย่างสิ้นหวังว่า “จบแน่...ลองนังเป็ดมันอยู่กับเขาแบบนี้ มันต้องไม่ยอมให้เขามายุ่งกับแก้วอีกแน่ๆ เราจะทำยังไงดีล่ะพี่ มีวิธีไหนอีก แก้วจะทำยังไง”

“ก็...ทำใจมั้ง”

ทันใดนั้น ไม้โทร.กลับหาแก้ว เธอดีใจมากรีบนัดพรุ่งนี้ไปจัดสวนกันเลย เก็จถามแก้วว่าเป็ดปุ๊กยอมหรือ

“แก้วรู้นิสัยมัน มันต้องทำเป็นใจกว้าง  ทำเป็นไว้ใจคุณไม้ หึๆแก้วจะทำให้มันรู้ว่า...มันคิดผิด!” แก้วยิ้มร้าย

แต่พอไม้ไปจัดสวนจริงๆ  เขาพาดำไปด้วย  แก้วจึงหาทางกันดำออกไป  บอกให้ไปซื้อน้ำดื่มเพราะตนไม่ได้เตรียมไว้ พอดำออกไป เธอเห็นไม้ร้อนจนเหงื่อออกก็บอกว่าแอร์เสียถ้าร้อนก็ให้ถอดเสื้อเสีย  ไม้จึงถอดเสื้อตัวนอกออกเหลือแต่เสื้อกล้าม  จากนั้นเธอก็อ่อยไม้ยั่วยวนเขาด้วยลีลาดาดๆ  นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวมายืนยั่ว  แต่ไม้ไม่หลงกลซ้ำยังบอกให้ไปแต่งตัวให้เรียบร้อยเสีย  เธอเลยแก้เกี้ยวว่าแค่แหย่เล่นเท่านั้น  เพราะข้างในยังใส่ชุดปกติแล้วถอดผ้าขนหนูให้ดู

“อย่าเล่นแบบนี้อีกนะครับ  ไม่งั้นผมจะไม่ทำงานต่อ”

“ค่ะ ดุจัง ไม่เล่นก็ไม่เล่น” แก้วทำเสียงอ้อนๆ แล้วจึงเอามือถือขึ้นมาดูภาพที่แอบถ่าย  ภาพจากมุมกล้องเหมือนแก้วกับไม้กำลังกอดกันในชุดตัวเองนุ่งผ้าขนหนูและไม้ใส่แต่เสื้อกล้าม

ooooooo

หลังจากอลงกรณ์รู้จากหทัยว่าศักดิ์ไปหาย่าขวัญพูดเรื่องที่ดิน  วันต่อมาเขานัดศักดิ์ไปคุยกันที่ร้านอาหารถามดักคอว่าคิดจะรวยคนเดียวรึไง  มาแอบถามความรู้จากตนแล้วเลยจะทำเอง

ศักดิ์ชี้แจงว่าตนไปคุยกับแม่ตามที่เราได้คุยกันไว้แล้ว  แต่แม่ยังไม่ยอมให้ที่ดินตน  อลงกรณ์ถามว่าบอกท่านด้วยหรือเปล่าว่าถ้าทำตามแผนการของตนจะได้กำไรมหาศาล  เสนอตัวจะไปคุยให้ท่านเห็นภาพเอง ศักดิ์ติงว่ากลัวจะผิดหวังมากกว่า

“ผมไม่ใช่เพิ่งมาทำธุรกิจนะครับคุณศักดิ์เชื่อผมสิ เรื่องแบบนี้ไม่ต้องมาถามว่าท่านจะยอมยกที่ดินให้เราหรือเปล่า  แต่ต้องถามว่า  เราจะต้องจ่ายเท่าไหร่ถึงจะได้ที่ดินต่างหาก เงินน่ะซื้อได้ทั้งนั้นแหละครับ ขอแต่ให้มากพอเท่านั้น”

ศักดิ์พยักหน้าอย่างยอมรับในชั้นเชิงของอลงกรณ์ ในขณะที่อลงกรณ์ยิ้มร้ายมองศักดิ์ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ดูแคลนว่าแม้แต่ตัวศักดิ์เองตนก็ยังซื้อได้เลย!

ooooooo

วันนี้  แก้วไม่ไปทำงาน  อ้อมกับกุ้งเดินมาบอกเป็ดปุ๊กว่าแก้วโทร.มาบอกว่านัดคนไปจัดสวนที่คอนโด พอรู้ว่าคนจัดสวนคือไม้ กุ้งถามว่า

“แล้วคุณเป็ดปล่อยให้เขาไปทำได้ยังไง  คุณแก้วเนี่ยไว้ใจไม่ได้นะ”

“ได้ยินว่าเขาเลิกกับลูกชายเจ้าของหมู่บ้านจัดสรรจะหันไปจับ...” อ้อมไม่กล้าพูดต่อ แต่เป็ดปุ๊กพูดเติมให้จบว่า

“ไม้เขาเป็นทายาทตัวจริง” กุ้งถามว่าเธอไม่กลัวหรือ อ้อมก็ติงว่าใจกว้างเกินไปหรือเปล่า “เป็ดไม่มีสิทธิ์ใจกว้างหรือใจแคบกับใครทั้งนั้นแหละ  เป็ดกับไม้ไม่ได้เป็นอะไรกัน  ไม้เขามีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้  เอาเหอะ ทำงานดีกว่า  ขี้เกียจคิดเรื่องนี้แล้ว” พูดแล้วเป็ดปุ๊กหันไปง่วนกับคอมพิวเตอร์  ทั้งที่ใจยังวกวนกังวลเรื่องที่เพื่อนร่วมงานทั้งสองติติง

แต่เพราะไม่มีสมาธิ  สติไม่นิ่ง ใจไม่สงบจึงทำให้พิมพ์งานผิดบ่อยมากจนตัวเองก็บ่นว่า ผิดอีกแล้ว...ผิดอีกแล้ว...

แต่พอสายๆ ก็ได้รับโทรศัพท์จากแก้วบอกว่าไม้ทำสวนเสร็จแล้ว  พอเธอบอกว่าเสร็จเร็วนี่  แก้วก็หัวเราะร่าพูดเป็นนัยว่า

“นั่นน่ะสิ  นึกว่าจะนานกว่านี้ ไม่ทันนกกระจอกจิบน้ำเลย” เป็ดปุ๊กถามว่าแล้วพอใจไหมล่ะ “ก็โอเคนะ แม้จะไม่ถึงใจเท่าไหร่ฉันก็ชอบ” เป็ดปุ๊กเอะใจถามว่าพูดเรื่องอะไร?  แก้วก็ตอบเป็นปริศนาว่า “ก็ทุกเรื่องนั่นแหละแล้วแต่เธอจะจินตนาการ  แล้วพูดเยาะว่า “ฉันต้องขอบใจเธอด้วยที่ใจกว้างยอมแบ่งคุณไม้ให้ฉันใช้บ้าง”

“แค่นี้ใช่ไหม ฉันต้องทำงานแล้ว” เป็ดปุ๊กตัดบท ก็ยังถูกแก้วยื้อไว้กวนประสาทว่าวันนี้อนุญาตให้กลับไปซับน้ำตาได้ เป็ดปุ๊กถามฉุนๆ ว่าเรื่องอะไรตนต้องซับน้ำตา “ก็เรื่องที่ฉันกับคุณไม้ทำกันนะซี หมายถึงสวนในห้องน้ำน่ะนะ  เดี๋ยวฉันจะส่งรูปไปให้ดูว่าคุณไม้เขาทำได้ดีแค่ไหน”

แก้วกดวางสายไปอึดใจเดียว ก็มีเสียง MMS เข้ามา เป็ดปุ๊กกดเปิดดู ภาพในจอค่อยๆชัดขึ้น เป็นรูปที่แก้วนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวถ่ายในมุมกล้องที่เหมือนกำลังกอดอยู่กับไม้ที่ใส่แต่เสื้อกล้ามที่แก้วแอบถ่ายไว้

เป็ดปุ๊กตะลึงอึ้งกับภาพนั้น...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"
23 ม.ค. 2563
15:11 น.