ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สามีตีตรา

SHARE
ตอนที่ 13

พิศุทธิ์โล่งใจที่หมอบอกว่ากะรัตพ้นขีดอันตราย แต่เธอยังไม่ฟื้น เนื้อแพรบีบมือให้กำลังใจลูกชาย พวงหยกดีใจเผลอกระโดดกอดกฤชน้ำตาไหลพราก แต่แล้วหมอกลับถามขึ้นว่า

“เอ่อ...ไม่ทราบใครคือคุณพิศุทธิ์เหรอครับ” พิศุทธิ์ยกมือ “คุณนี่เองที่เป็นกำลังใจสำคัญให้คนไข้ คนไข้เพ้อเรียกแต่ชื่อคุณ ผมว่าคุณน่าจะเข้าไปดูเธอสักหน่อย”

พวงหยกโวย แล้วตนล่ะ เจ้าสัวปรามไม่ใช่เวลา ของเธอ กันตาขอให้ทุกคนค่อยมาเยี่ยมกะรัตพรุ่งนี้ คุณหมอเดินนำพิศุทธิ์เข้าไปในห้องฉุกเฉิน...พิศุทธิ์เห็นสภาพกะรัตมีสาย ระโยงระยางเต็มไปหมดก็เข้ากุมมือเธอน้ำตาเอ่อ ไม่อาจทนเข้มแข็งต่อไปไหว เขากุมมือเธอขึ้นแนบแก้ม กะรัตแม้จะไม่ได้สติ แต่ในสำนึกของเธอโหยหาแต่เขา น้ำตาเธอไหลออกมาทั้งที่ตาหลับ

ขณะเดียวกัน ด้านน้ำผึ้งที่นอนไม่รู้สึกตัว มีผ้าพันแผลทั้งหน้า ศิวากล่าวกับรสสุคนธ์ว่า เขายินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายการรักษาทั้งหมด เขาก้มลงกราบขอโทษรสสุคนธ์...

เช้าวันใหม่ พวงหยกมาเยี่ยมกะรัตในห้องคนไข้ เธอลูบไล้ใบหน้าลูกน้ำตาไหลด้วยความรักและเป็นห่วง พร่ำต่อว่าลูกนิสัยไม่ดีไม่ตื่นมาดูว่าตนทำ อะไรดีๆ ให้บ้าง กฤชมองผ่านกระจกประตูเห็นพวงหยกก็รู้ว่าเธอกำลังเจ็บปวด เขาเองก็ต้องหันมาทบทวนตัวเองเช่นกัน

ศิวามาเผชิญหน้าขอโทษกันตา สารภาพว่าเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่เขารักและอยากแต่งงานด้วย กันตายืนนิ่ง ศิวารำพัน “คุณคือคนที่ผมคงหาไม่ได้อีกแล้วในชีวิตนี้ คุณคือคนเปลี่ยนชีวิตผู้ชายเลวๆอย่างผมที่ไม่เคยเชื่อในความรัก ให้ผมได้พบรักแท้”

กันตากำมือแน่นข่มความรู้สึก “คุณต่างหาก ที่สอนฉัน ให้รู้ว่าเวลาเราเจ็บปวดเพราะคนที่เรารักมันทรมานแค่ไหน ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่า ฉันจะรักคุณได้มากขนาดนี้” ศิวามีความหวัง อยากดึงเธอเข้ามากอด ขอให้กันตายกโทษให้ “ฉันตอบไม่ได้ ฉันทนไม่ได้ที่จะต้องอยู่กับความหวาดระแวง ว่าคุณจะหลอกลวงอะไรฉันอีก ความเชื่อใจมันสร้างได้แต่ถ้าคุณทำลายมัน คุณจะไม่มีวันได้มันกลับคืนมาอีกเลย ขอบคุณสำหรับความรักที่คุณมีให้ฉัน แต่อย่าให้ความรักของคุณมันทำร้ายฉันอีกต่อไปเลยค่ะ”

กันตาตัดสินใจเดินจากศิวาไป เขามองตามหลังเธอใจแทบขาด ที่ไม่สามารถรั้งความรักครั้งแรกครั้งเดียวในชีวิตให้อยู่กับตัวเองได้อีกต่อไป

ในความฝันของกะรัต เห็นพิศุทธิ์ยืนมองเธอ พร่ำบอกให้เธอตื่นขึ้นมาเสียที พิศุทธิ์ก้มลงจุมพิตริมฝีปากเบาๆ จ้องมองจนเธอลืมตาขึ้น แต่ภาพที่กะรัตเห็นเป็นกันตากำลังเช็กสายน้ำเกลือ กันตาเห็นกะรัตฟื้นก็ดีใจร้องบอกกุนตี สองพี่น้องร้องไห้ด้วยความดีใจ กะรัตแกล้งกระเซ้าว่าตนยังไม่ทันตายเลย กุนตีเอ็ดไม่ให้พูดเรื่องความตาย กันตาหันมากุมมือกะรัตแนบแก้ม

“ก้อยขอโทษนะพี่กั้ง ที่พี่กั้งต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะก้อยแท้ๆ ก้อยขอโทษนะ”

ตอนที่ 12

เนื้อแพรกลับมาเห็นน้ำผึ้งอยู่ในบ้านก็แปลกใจ น้ำผึ้งประกาศว่าการพรากลูกจากพ่อมันบาป ตนจึงขอย้ายมาอยู่ด้วยกันเสียเลย เนื้อแพรยืนกราน นอกจากกะรัตแล้วตนไม่เคยรับใครเป็นสะใภ้ น้ำผึ้งว่าตำแหน่งนั้นกำลังจะว่างลง เนื้อแพรโต้ พิศุทธิ์ไม่มีวันยอมรับเธอในตำแหน่งนี้แน่

น้ำผึ้งไม่หวั่นขอร้องเนื้อแพรเลิกเล่นบทแม่ผัวลูกสะใภ้ เพราะมันเอาต์ไปแล้ว น่าจะดีใจที่จะได้เป็นคุณย่า ไม่ทันไร พิศุทธิ์กลับมา เขาปรายตามองน้ำผึ้งอย่างขยะแขยง น้ำผึ้งกลับยิ้มยั่วอย่างผู้ชนะ...พิศุทธิ์ไม่สนใจขึ้นห้องไปเก็บเสื้อผ้า ใส่กระเป๋าอย่างรีบร้อนออกจากบ้านไปโดยไม่สนใจการเหนี่ยวรั้งของน้ำผึ้ง เนื้อแพร

กลับอวยพรให้ลูกไปดี เขายิ้มดีใจที่แม่เข้าใจ น้ำผึ้งโวยวายว่าพิศุทธิ์ทำท้องแล้วทิ้ง แต่ไม่มีใครสนใจ น้ำผึ้งโมโหคาดคั้นให้เนื้อแพรบอกว่าพิศุทธิ์ไปไหน เนื้อแพรตอบว่าเขาไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีเธอ ขาดคำสาวใช้ถือกระเป๋าเสื้อผ้าเนื้อแพรมา

“เธอเก่งเรื่องสร้างความร้าวฉาน ทำคนเขาบ้านแตกอยู่แล้ว ถ้าเธออยากจะอยู่บ้านที่ไม่เป็นบ้านก็ตามสบาย” เนื้อแพรเยาะ

“คิดจะใช้วิธีนี้ล่อให้ฉันออกไปใช่ไหม ฉันไม่ติดกับคุณหรอก ฉันจะอยู่รอจนกว่าคุณพิศุทธิ์กลับมา ต่อให้ต้องรอถึงชาติหน้าฉันก็จะอยู่”

“ตามใจเธอละกัน อยากอยู่เป็นหมาเฝ้าบ้านให้ฉันก็ตามใจ”

น้ำผึ้งปรี๊ดขู่จะเผาบ้าน เนื้อแพรท้าให้ทำจะได้ถูกจับติดคุก ทุกคนจะได้สบายกันเสียที เนื้อแพรคว้ากระเป๋าเดินไปขึ้นรถขับออกไป น้ำผึ้งเข่นเขี้ยว อยากเปิดศึกกับตนก็จะได้รู้กัน...

พิศุทธิ์มาอยู่ที่ บ้านริมทะเล คิดถึงความสุขที่เคยมีกับกะรัต ไม่ต่างจากกะรัต ที่นอนจมอยู่เรือนหอ คิดถึงแต่ความสุขที่เคยมีกับเขา กันตากับกุนตีและนวลหวั่นใจกลัวกะรัตจะคิดสั้น...กะรัตนอนแช่ในอ่างน้ำอยู่นาน เธอเคลื่อนตัวลงใต้น้ำนิ่งอยู่สักพัก ได้ยินเสียงพี่กับน้องร้องเรียก จึงทะลึ่งพรวดขึ้นมา กุนตีเอ็ดอย่าทำอะไรแบบนี้อีก กะรัตเชิดหน้าขึ้น

“ผู้ชาย คนนั้นไม่ได้มีความหมายอะไรในชีวิตกั้งนักหรอกค่ะ ก็แค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปไม่ได้มีค่าให้กั้งต้องฆ่าตัวตายเพราะเขา” ว่าแล้วกะรัตก็สั่งนวลเก็บของ ตนจะขายเรือนหอทิ้ง

กุนตีกับกันตาลงมานั่ง ปรึกษากันที่ห้องนั่งเล่น ว่าทำไมกะรัตถึงทำใจได้เร็ว ทั้งๆที่ครั้งนี้เจ็บปวดหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา พวงหยกโผล่เข้ามาแสดงความดีใจ   ไม่ทันไรศิวาแวะมาหากันตา พวงหยกรีบบอกเขาให้ ร่วมดีใจที่กะรัตหย่ากับพิศุทธิ์แล้ว ศิวาตกใจไม่คิดว่าจะเร็วอย่างนี้

ศิวาคุยกับกันตามุมหนึ่งในบ้าน เขาขอเธออย่าหมกมุ่นกับเรื่องกะรัตมาก หันมาคิดเรื่องของเราบ้าง กันตาจะแย้งว่าครอบครัวสำคัญต่อเธอแต่ศิวาโพล่งขึ้นขอเธอแต่งงาน

“ผมรู้ ว่าผมไม่ควรพูดในเวลานี้ คุณก็รู้ว่าผมอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด มีพ่อก็เหมือนไม่มี ผมอาจจะห่วงแต่ตัวเองไปบ้าง ก็เพราะผมไม่รู้วิธีที่จะใส่ใจคนอื่น แต่ตอนนี้ผมมีคุณ ผมขาดคุณไม่ได้ คุณทำให้ผมอยู่ตัวคนเดียวไม่ได้แล้วก้อย...แต่งงานกับผมนะ”

กันตานิ่ง อึ้ง ศิวาขอร้องให้เขาได้สร้างครอบครัวกับเธอและดูแลเธอ กันตาปฏิเสธอย่างนุ่มนวล ตนไม่อาจมีความสุขทั้งที่พี่สาวจมอยู่กับความทุกข์ กะรัตโผล่เข้ามาถามกันตาว่า จะไว้ทุกข์ให้กับชีวิตรักของตนหรือ อย่าเอาปัญหาตนมาเป็นของตัวเอง ตนอยากเห็นน้องลงเอยกับคนดีๆ กะรัตขอให้น้องสาวแต่งงานแล้วหันมาบอกศิวาว่า เขาโชคดีที่ได้ผู้หญิงคนนี้เป็นคู่ครอง

ooooooo

วันต่อมา ขณะที่พวงหยกกำลังดีใจกับหุ้นบริษัทที่เพิ่มขึ้น เจ้าสัวบัญชาแขวะดีใจมากระวังจะหัวใจวาย พวงหยกกลับบอกว่า ไม่มีทางเพราะตอนนี้ตนดีใจที่กะรัตหย่ากับผัวพญาปลิง เจ้าสัวอ่อนใจประชด ถึงว่าตอนนี้เธอถึงได้มีไอแพดเป็นเพื่อนแทนที่จะเป็นลูกผัว พวงหยกเคือง

“เมื่อ ไหร่เตี่ยจะเลิกเข้าข้างไอ้ผัวเฮงซวยของยัยกั้งซะที เตี่ยรู้ไว้นะ ตั้งแต่วันหย่า พอหนูย้ำเรื่องที่มันสัญญาจะไม่เอาอะไรไป หลังจากนั้นมันก็ไม่โผล่หางมาให้เห็นอีกเลย ถ้ามันไม่กกกับนังผึ้ง ก็คงไปหลอกแต่งงานกับผู้หญิงรวยๆต่อ...พวกคนดีแต่เอา”

เจ้าสัวระอาที่จะ พูดกับลูกสาว ไม่ทันไรนวลถือซองเดินผ่านมา เจ้าสัวจึงถามว่าอะไร นวลบอกว่าเนื้อแพรฝากให้กะรัต พวงหยกแย่งมาเปิดดูเกรงเป็นจดหมายง้อหรือขอเงิน แต่พอฉีกซองออกดูกลายเป็นเอกสารโอนชื่อวังเป็นชื่อกะรัต พร้อมซองเงินเดือนที่พิศุทธิ์ถือเป็นหน้าที่ต้องเลี้ยงดู กะรัตเดินเข้ามาได้ยินพอดี ด้วยความที่ยังโกรธ จึงพูดออกไปว่าเงินเดือนเขายังไม่พอค่ารองเท้าตนเลย พวงหยกหัวเราะชอบใจ เจ้าสัวเอ็ด

“อากั้ง! เอาเถอะ คนเราโกหกใครก็โกหกได้ แต่โกหกตัวเองไม่ได้หรอก”...

คืนนั้น กะรัตออกเที่ยวผับ เมาเต้นไปตามจังหวะเพลงแบบลืมโลก หนุ่มๆห้อมล้อมเธอกันใหญ่ เธอถ่ายรูปอัพโหลดขึ้นอินสตาแกรมประกาศว่าตนเป็นโสดแล้ว...

พิศุทธิ์นั่ง ซึมเศร้าอยู่บ้านพักริมทะเล เขาคิดถึงกะรัตมากจนอดไม่ได้ เปิดมือถือกดเข้าไปเช็กว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ ก็ได้เห็นภาพที่เธอถ่ายคลอเคลียหนุ่มๆ ทำให้เขาเสียใจ ปิดมือถือไปตามเดิม

ในขณะที่น้ำผึ้งเคว้งคว้างอยู่ในบ้านพิศุทธิ์รอคอยการกลับมาของเขา...หลายวัน ผ่านไปน้ำผึ้งตื่นขึ้นมาไม่เห็นอาหารเช้าบนโต๊ะ ก็ถามสาวใช้ ใจคอจะไม่หาอะไรให้ทานหรือ สาวใช้ตอบว่าเจ้านายสั่งว่าที่นี่ไม่ใช่โรงแรม ใครหิวก็ให้หากินเอง น้ำผึ้งยิ่งแค้นใจ พลันเสียงกริ่งดังขึ้น น้ำผึ้งดีใจคิดว่าพิศุทธิ์กลับมา แต่ปรากฏว่าเป็นรสสุคนธ์อุ้มน้องพีทเข้ามา บอกว่าลูกร้องหิวนม น้ำผึ้งโวยวายให้เด็กหย่านมกินอย่างอื่นแทน รสสุคนธ์เอ็ดให้เลิกวิ่งตามคนที่เขาไม่สนใจตัวเสียที แล้วหันมาดูแลลูกที่รอคอยแม่ น้ำผึ้งตวาด

“หยุดแล้วกลับไปเลย ผึ้งจะไม่ยอมกลับบ้านไปมือเปล่า ลูกของผึ้งจะต้องไม่กำพร้าพ่อ ผึ้งจะทำให้ครอบครัวเราสมบูรณ์ให้ได้”

รสสุคนธ์ฟังแล้วสังเวชใจ ที่หลานสาวดันทุรังขนาดนี้

ooooooo

กันตาเห็นกะรัตจะทิ้งชุดแต่งงานจึงขอไว้ใช้วันของตน แต่กะรัตบอกว่าไม่ควรใช้ชุดเก่าตนจะตัดให้ ใหม่...กุนตีแปลกใจที่กันตาเปลี่ยนใจยอมแต่งงาน กันตาบอกว่าเพราะงานแต่งงานจะเป็นวันรวมญาติ และญาติที่ตนอยากให้มามากที่สุดคือ...พิศุทธิ์

หลายวันผ่านไป น้ำผึ้งมีสภาพอิดโรยมาทำงาน เธอพยายามขอให้ฟองดาวติดต่อพิศุทธิ์ให้ ฟองดาวย้อนถาม ไหนประกาศว่าย้ายเข้าไปอยู่บ้านเขาแล้ว ทำไมมาให้ตนติดต่อ น้ำผึ้งเครียดจนคุมอารมณ์ไม่อยู่ เสียงเข้ม

“เรื่องที่บ้านผึ้งน่ะช่าง มันเถอะ แต่ผึ้งอยากรู้ว่าพี่ฟองติดต่อคุณพิศุทธิ์ได้ไหม รู้ไหมว่าเขาหายไปไหนเป็นอาทิตย์ งานการไม่ทำรึไง!”

“ไม่ทำค่ะ! คุณพิศุทธิ์ไม่ต้องทำงานที่นี่อีกแล้ว!”

น้ำผึ้งผงะหมายความว่าอย่างไร ฟองดาวให้ไปถามพิศุทธิ์เอาเอง ทำให้น้ำผึ้งหงุดหงิดอย่างมาก...น้ำผึ้งไม่ย่อท้อ บุกมาคฤหาสน์เจ้าสัวบัญชา เจอเจ้าสัวเพิ่งกลับเข้ามาพอดี จึงปะทะคารมกันหน้าบ้าน เจ้าสัวแดกดันจะมาตอแหล อะไรอีก น้ำผึ้งปรี๊ด

“แหม...พูดแบบนี้ผึ้งเสียหายนะคะก๋ง ที่ผ่านมาผึ้งพูดความจริงทั้งนั้น ก๋งน่าจะขอบใจผึ้งที่อุตส่าห์ช่วยเพื่อนให้ตาสว่าง”

“ทำให้คนอื่นตาสว่างแล้ว ก็อย่าลืมทำให้ตัวเองตาสว่างด้วยนะ เหมือนที่เอาต้นงิ้วมาให้คนอื่น ก็เก็บไว้ให้ตัวเองด้วย ไม่นานคงได้ใช้”

น้ำผึ้งโกรธที่โดนตอกกลับ ตวาดถามหากะรัต เจ้าสัวดักคอไม่ต้องมาเล่นละครน้ำเน่าอะไรให้กะรัตดูอีก ...นวลแล่นมาบอกทุกคนในบ้านว่าน้ำผึ้งบุกมา กะรัตเลือดขึ้นหน้ารีบวิ่งออกไป กันตา กุนตีและพวงหยกรีบวิ่งตามไป จังหวะนั้น เจ้าสัวกำลังด่าว่าน้ำผึ้งหน้าด้าน คนเขารู้กันทั้งบ้านทั้งเมืองว่าพิศุทธิ์ไม่ได้เป็นอะไรด้วย ยังวิ่งไล่ตามเรียกเขาว่าผัวอีก น้ำผึ้งกราดเกรี้ยว

“ผึ้งรู้แล้วว่ากั้งได้เชื้อหนีความจริงมาจากใคร”

“คนอย่างอั๊วไม่เคยหนีความจริง มีแต่ยืนให้ความจริงมันมาแสดงตรงหน้า ไม่มีผู้ชายที่ไหนหรอกที่เขาจะทิ้งเมียกำลังท้องไป นอกจากคนนั้นน่ะไม่ใช่เมียเขา...ลื้อออกไปได้แล้ว!”

เจ้าสัวจับแขนน้ำผึ้งดึงออกไป น้ำผึ้งสะบัดแขนแล้วผลักเจ้าสัวล้มลงหัวแตก กะรัตปรี่เข้าตบน้ำผึ้งทันที กันตากับกุนตีช่วยกันดึงทั้งสองไว้ น้ำผึ้งโวยวายหาว่าหมาหมู่ กะรัตชี้หน้า

“จำไว้นะ ถึงฉันจะเลวขนาดไหน แต่ฉันก็ไม่เคยเหยียบย่ำน้ำใจคนในครอบครัวเหมือนที่แกทำกับน้ารสของแก แกทำร้ายฉันคนเดียวได้ แต่อย่าบังอาจแตะต้องคนในครอบครัวของฉัน”

“ดี! รักคนในครอบครัวไว้ให้มากๆนะ เมื่อไหร่ที่ไพ่ใบสุดท้ายของฉันมันเปิดมาล่ะก็แกจะได้เจ็บมากๆไงล่ะ”

“แกหมายความว่ายังไง!”

“ฉันรู้ใจแก แกรู้ใจฉัน ลองคิดดูสิว่าคนอย่างฉันมันทำอะไรได้บ้าง...ฉันเตือนเอาไว้อย่าง ระวังพี่น้องจะเจอตอเหมือนกัน” น้ำผึ้งยิ้มเยาะ พวงหยกรีบไล่น้ำผึ้งให้รีบไปก่อนจะตายทั้งกลม

ooooooo

เนื้อแพรมองภาพกะรัตสนุกสนานในผับจากหนังสือซุบซิบไฮโซแล้วถอนใจ พิศุทธิ์กลับมาพอดี เห็นภาพเหล่านั้นก็บอกแม่ว่า กะรัตคงมีความสุขจริงๆ

แต่เนื้อแพรให้แง่คิดว่า คนอกหักถ้าไม่เศร้าจมดิ่งก็จะออกไปหาอะไรสนุกๆเพื่อให้ลืม ตนว่ากะรัตเป็นอย่างหลัง

พิศุทธิ์เชื่อว่ากะรัตคงลืมตนได้แล้ว เนื้อแพรให้ไปดูด้วยตาวันงานแต่งงานกันตา แต่พิศุทธิ์บอกว่าวันนั้นตนต้องเดินทางไปทำงานที่อเมริกา เนื้อแพรใจหายรู้ว่าลูกตัดสินใจหนีกะรัต

คืนหนึ่ง ขณะที่กะรัตกำลังปักชุดแต่งงานให้กันตาอยู่ สายตาเหลือบไปเห็นภาพคู่ของตัวเองกับพิศุทธิ์

ก็สะเทือนใจ คว้ากรอบรูปโยนลงถังขยะ เธอเบื่อความรู้สึกของตัวเองมากจึงคว้ามือถือมาจะลบเบอร์พิศุทธิ์ออกจากเครื่อง แต่ก็ทำใจไม่ได้...ด้านพิศุทธิ์กลับบ้านมาเก็บเสื้อผ้าเห็นข้าวของกระจุยกระจายจากการรื้อค้นของน้ำผึ้งก็อ่อนใจ ไม่ทันไร มือถือขึ้นรูปของกะรัตเขาดีใจรีบกด รับสาย “กั้ง...นั่นคุณเหรอ...คุณได้ยินผมไหม...”

ปรากฏว่าเป็นพนักงานผับโทร.มาบอกให้เขาไปรับกะรัตซึ่งเมามายไม่ได้สติกลับด้วยเบอร์ของเขาเป็นเบอร์แรกในเครื่องเธอ พิศุทธิ์ร้อนใจรีบมุ่งหน้าไปในทันที...พิศุทธิ์เห็นกะรัตฟุบหลับอยู่กับบาร์เหล้าก็

อุ้มเธอมาที่รถ กะรัตอืออาโวยวายปรือตามาเห็นหน้าพิศุทธิ์ก็รำพัน

“ทำไมคุณไม่ไปซะที ตามหลอกตามหลอนกันอยู่ ได้ชิ่ว...ชิ่ว...ไปซี่”

“ผมไปแล้วใครจะคอยมารับคุณแบบนี้ล่ะ” พิศุทธิ์นึกขำที่กะรัตเมาไม่เหลือสภาพ

นวลเห็นพิศุทธิ์เป็นคนพากะรัตกลับมาก็ดีใจ เขาอุ้มกะรัตขึ้นไปวางบนเตียงในห้องนอนดูแลถอดรองเท้าและเครื่องประดับออกให้ อดไม่ได้ที่จะจ้องมองเธอด้วยความหวนหา กะรัตละเมอกล่าวกู๊ดไนต์เขา พิศุทธิ์เผลอยิ้มแล้วก้มลงจุมพิตเธอเหมือนเคย แต่แล้วนึกได้ถอนตัวออกด้วยเกรงจะเลยเถิด พลันเห็นกล่องแหวนตกอยู่ในถังขยะ ก็เข้าใจว่าเธอคงลืมตนได้แล้วถึงทิ้งแหวนแต่งงาน พิศุทธิ์ตัดใจเอ่ยลาแล้วเดินออกจากห้อง...ลงมาข้างล่างสั่งนวลไม่ให้บอกกะรัตเกรงเธอจะไม่พอใจที่ตนมาวุ่นวายสมหวังจะขับรถไปส่ง เขาปฏิเสธกลับเองได้ นวลถึงกับเอ่ยปาก ...ทำไมเจ้านายตนถึงเสียคนดีๆอย่างนี้ไปได้

รุ่งเช้า กะรัตตื่นขึ้นมารู้สึกปวดหัว นวลคะยั้นคะยอให้นึกดูว่ากลับมาได้อย่างไร แต่กะรัตกลับนึกได้ว่ายังทำเสื้อให้กันตาไม่เสร็จ จึงคว้ามือถือมาจะโทร.บอก แต่พอเห็นหน้าจอว่าได้โทร.ไปหาพิศุทธิ์ก็ตกใจเป็นไปได้อย่างไร นวลคิดว่ากะรัตคงเมาแล้วโทร.ไปขอโทษเขา พลัน กะรัตมองไปเห็นกล่องแหวนหายไปจากถังขยะ ก็โวยวายหายไปไหน นวลช่วยค้น เจอกล่องแหวนอยู่ในลิ้นชักก็หยิบส่งให้ แต่พอกะรัตเปิดดูไม่มีแหวนในนั้น เธอร้องไห้เสียดายแหวนแต่งงาน นวลถามทำไมกล่องแหวนถึงไปอยู่ในถังขยะ กะรัตอึกอักร่ำไห้ นวลชะงักดึงมือกะรัตมาให้ดูว่าแหวนอยู่ที่นิ้ว และต่อว่าเธอคงเมาเอามาใส่แล้วลืม กะรัตงงงวยมันมาอยู่ที่นิ้วได้อย่างไร

กะรัตรีบแต่งตัวตามไปที่โรงแรมที่นัดกับกันตาไว้จะช่วยดูห้องจัดเลี้ยง พอไปถึงก็เจอชายหญิงคู่หนึ่งกำลังโวยวายที่โดนแย่งห้องจัดเลี้ยง บ่นว่าใหญ่โตมาจากไหน มีเงินแล้วมาแย่งห้องที่พวกเขาจองมาเป็นเดือนๆ กะรัตมองอย่างงงๆ พอขึ้นมาถึงห้องที่กันตากำลังดูอยู่กับศิวา ก็เผอิญได้ยินแม่บ้านสองคนนินทาว่า คู่นี้ไงที่แย่งห้องจัดเลี้ยงคนอื่นหน้าตาเฉย

พอกันตาเห็นกะรัตมาก็รีบขอความคิดเห็นว่าจะจัดอย่างไร ศิวาออกตัวว่าอยากได้แบบไหนบอกได้เลยตนยินดีเนรมิตให้ กะรัตจึงแย็บ

“ถึงให้ต้องแซงคิวตัดหน้างานอื่น ทางโรงแรมก็ยินดีจัดให้ได้ใช่ไหม”

ศิวาอ้าง “โรงแรมห้าดาวก็แบบนี้ เขามืออาชีพพอที่จะเนรมิตทุกอย่างให้เราอยู่แล้วครับ”

“ทุกอย่าง ถ้าเงินถึงใช่ไหมคะ” กะรัตประชดศิวาแปลกใจแต่ยืนยันตนยอมทำเพื่อกันตา

กะรัตยังคาใจเล็กน้อย แต่ก็สงสัยอีกเรื่องที่ทำไมศิวาถึงให้บอดี้การ์ดตามหลายคน เห็นกันตาท่าทางตื่นเต้นดีใจจึงไม่อยากเอาข้อสงสัยไปขัดความสุขของน้อง...ขณะที่ น้ำผึ้งกำลังฟังคุณหมอที่ตรวจครรภ์บอกว่าเธออาจจะท้องนอกมดลูกน้ำผึ้งร้อนใจโทร.หาศิวา แต่เขาตัดสายทิ้ง เธอยิ่งแค้นใจที่เขาคิดไปเสพสุขลอยตัวหนีปัญหา ตนไม่ยอมแน่ เขาจะต้องร่วมรับกรรม

ไม่เพียงแค่นั้น น้ำผึ้งบุกมาถามหาพิศุทธิ์กับเนื้อแพรที่ร้านสปา เนื้อแพรเยาะว่าชาตินี้ทั้งชาติคงไม่ได้เจอน้ำผึ้งกราดเกรี้ยวจะทิ้งตนกับลูกไม่ได้ เนื้อแพรตอกกลับ เลิกป่าวประกาศเรื่องลูกเสียที เพราะถ้าหาพ่อให้ลูกไม่ได้ จะอายเขาเปล่าๆน้ำผึ้งเจ็บใจกลับไป

พิศุทธิ์เดินออกมาจากหลังร้าน เนื้อแพรถอนใจสงสารเด็กก็สงสารถามพิศุทธิ์ไม่คิดจะเปิดเผยความจริง จะปล่อยให้กะรัตเข้าใจผิดว่าเขาเป็นพ่ออยู่แบบนี้หรือ พิศุทธิ์คิดว่าตนจะไปต่างประเทศอยู่แล้ว ไม่อยากทำลายความสุขของกันตา...ด้านน้ำผึ้งยังไม่ยอมออกจากบ้านพิศุทธิ์ รสสุคนธ์อุ้มน้องพีทมาหา และพยายามพูดให้น้ำผึ้งยอมกลับบ้าน แต่เธอกลับกราดเกรี้ยว

“ผึ้งไม่ยอมให้พวกมันมีความสุขขณะที่ผึ้งทุกข์แบบนี้หรอก ผึ้งจะทำให้พวกมันเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าผึ้ง!”

“ผึ้งแพ้แล้ว ยอมรับซะทีเถอะลูก” รสสุคนธ์เอาข่าวการแต่งงานของศิวากับกันตาในหนังสือพิมพ์ให้ดู น้ำผึ้งตาขวางเคียดแค้นพร้อมจะไปทำลายทุกอย่างให้พังพินาศ

ooooooo

เมื่อถึงวันงาน บอดี้การ์ดยืนคุมเชิงอยู่เต็มหน้างาน จนกฤชแปลกใจ พวงหยกเห็นท่าทีว่อกแว่กของกฤชก็เข้าใจว่าเขามองหาเนื้อแพร กุนตีกับกะรัตเองก็แปลกใจ กันตาคิดว่าศิวาคงกลัวมีใครมาก่อกวนเหมือนคราวงานหมั้น หรือไม่ก็เพราะมีแขกสำคัญๆในงานมากมาย

ศิวาร้อนใจเข้ามาหากันตาในห้องแต่งตัว บอกเธอว่าตนอยากข้ามเวลางานไปถึงเวลาส่งตัวเข้าหอเสียที กันตาเขินบอกให้เขาอายพี่ๆตนบ้าง กุนตียิ้มขำๆให้คู่บ่าวสาวมาถ่ายรูปคู่กัน กะรัตเห็นมือถือศิวาสั่น จะชะโงกหน้าไปดูว่าใครโทร.มา แต่กันตาเรียกให้ไปถ่ายรูปด้วยกันจึงไม่ทันได้ดู...คนที่โทร.เข้ามาคือน้ำผึ้ง เธอกำลังต้องการทำอัลตราซาวนด์ว่าเด็กในท้องปลอดภัยดีหรือไม่ เธอยิ่งเจ็บแค้นที่ศิวาไม่ยอมรับสาย

เนื้อแพรแต่งตัวสวย เข้ามาถามพิศุทธิ์ แน่ใจหรือจะไม่ไปงานแต่งงานกันตาด้วยกัน เขาส่ายหน้าฝากคำอวยพรไปแทน เนื้อแพรจึงบอกว่าเสร็จงานแล้วจะตามไปส่งที่สนามบิน

พวงหยกดึงกะรัตไปบอกพวกบอดี้การ์ดด้วยกัน ว่าคอยดูอย่าให้น้ำผึ้งเข้ามาในงานได้ แต่กลับเห็นทุกคนมีรูปถ่ายในมือ กะรัตดึงมาดูเป็นรูปน้ำผึ้งก็แปลกใจ พวงหยกเข้าใจว่าศิวารอบคอบ แต่กะรัตเอะใจเพราะวันนั้นศิวาไม่ได้เห็นน้ำผึ้งเลยจะมีรูปเธอได้อย่างไร พลันเจ้าหน้าที่ มาแจ้งว่ามีคนมารอพบกะรัต...ในใจกะรัตหวังให้เป็นพิศุทธิ์ แต่กลับกลายเป็นเนื้อแพร เธอมาบอกให้กะรัตรู้ว่าพิศุทธิ์จะเดินทางไปอเมริกา กะรัตใจหายแต่ทำไม่สนใจ เนื้อแพรติงกะรัตทิฐิบังตา

“พิศุทธิ์คิดว่าถ้าเขาออกไปจากชีวิตคุณ สายน้ำผึ้งก็คงเลิกราวีคุณไปด้วย”

“บอกเขาเลิกสร้างภาพเถอะค่ะ ไม่ต้องทำเป็นเสียสละเพื่อฉันขนาดนั้น”

“พิศุทธิ์ไม่เคยสร้างภาพหรือโกหกใคร สิ่งเดียวที่พิศุทธิ์ทำผิดคือการที่เขาไม่ได้พูดความจริงออกไป” กะรัตแทรกนั่นคือการโกหก “ลูกชายฉันเขายอมให้คุณคิดว่าเขาโกหกเพื่อปกป้องสิ่งที่คุณรัก ฟังฉันให้ดีนะกะรัต ลูกในท้องสายน้ำผึ้งไม่ใช่ลูกของพิศุทธิ์”

กะรัตเถียงถ้าไม่ใช่แล้วน้ำผึ้งเอาที่ไหนมาพูด รวมถึงหลักฐานเอกสาร เนื้อแพรอ่อนใจที่กะรัตเชื่อสิ่งที่น้ำผึ้งปั่นหัว สติแตกไม่ไตร่ตรองว่าอะไรเป็นของจริงของปลอมและตอกย้ำ

“แต่ที่น่าเศร้าที่สุดคือคุณเชื่อทุกเรื่องที่สายน้ำผึ้งเป่าหู แต่คุณไม่เคยเชื่อพิศุทธิ์เลย”

“แล้วตกลงนังผึ้งมันท้องกับใคร” กะรัตเริ่มสับสน

“คิดดูสิคะ ว่าผู้ชายคนไหนที่อยู่ในเกมนี้บ้าง ใครที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคุณ บางทีเขาอาจจะเป็นคนที่คุณไม่เคยคิดสงสัยเลยก็ได้ ใครซักคนที่โกหกคุณได้อย่างหน้าตายที่สุด” เนื้อแพรมองไปที่รูปคู่บ่าวสาว ทิ้งคำพูดให้กะรัตยืนคิด

กะรัตวิ่งไปที่ห้องแต่งตัว แต่สวนกับศิวาและกันตา พบกุนตีบนห้องบอกว่าทั้งสองลงลิฟต์ไปแล้ว... ระหว่างนั้น ผลอัลตราซาวด์ของน้ำผึ้งออกมาว่า เธอไม่ได้ท้องนอกมดลูก เธอจึงรีบโทร.ไปหาศิวาอีกครั้งกะรัตได้ยินเสียงสั่นของมือถือ ก็มองหาจนเจอมือถือของศิวาที่ลืมทิ้งไว้บนห้อง กะรัตหยิบมากดดู มีมิสคอลถึง 20 สาย กุนตีถามจะทำอะไร

“กั้งจะจับโกหกคนว่าใครที่มันเป็นคนโกหกหน้าตายกันแน่” กะรัตกดกลับไป

ปลายสายกดรับ ใส่เป็นชุด “แกนี่มันใจดำอำมหิต ไม่คิดที่จะมาดูดำดูดีลูกของแกเลยรึไง สักแต่ว่าทำลูกขึ้นมา เคยคิดจะทำหน้าที่พ่อบ้างไหม ดีที่ลูกฉันมีวาสนาเขาถึงยังมีชีวิตรอดต่อไปได้ ถ้าลูกฉันเป็นอะไรไป แกกับนังก้อยไม่มีวันสงบสุขแน่!”

กะรัตแทบช็อกกับสิ่งที่ได้ยิน มือถือร่วงหล่น ด้านน้ำผึ้งโมโหเข้าใจว่าศิวาตัดสายทิ้ง กุนตีตกใจถามกะรัตเป็นอะไร กะรัตฟูมฟาย “กั้งผิดอีกแล้ว กั้งทำผิดอีกแล้วพี่กุ้ง...เขาไม่ผิดเลย”

กะรัตเสียขวัญวิ่งออกไป กุนตีตกใจวิ่งตาม ระหว่างนั้นกันตาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ กะรัตพุ่งเข้าหา

ศิวา ขอคุยส่วนตัว ศิวาแอบระแวงเพราะมีชนักติดหลังอยู่...กะรัตไม่รอช้าส่งมือถือคืนให้พร้อมถามว่าเบอร์นี้เป็นใคร ศิวาชะงักโกหกว่าเป็นเพื่อนจะยืมเงิน กะรัตปรี๊ดตวาด เมื่อไหร่จะเลิกโกหก ศิวาหน้าเจื่อน กะรัตถามตรงเป้าว่ามีอะไรกับน้ำผึ้งใช่ไหม กันตาเดินมาได้ยินพอดี

ศิวาร้อนตัว “คือ...คุณก้อยรู้เรื่องนี้หรือยัง คุณบอกคุณก้อยไปหรือยังครับ”

“ในที่สุดคุณก็ยอมรับ คุณทำอย่างนี้กับยัยก้อยได้ยังไง ยัยก้อยเคยบอกว่าจะไม่แต่งกับคุณ แต่เขาก็แต่งเพราะเขารักคุณ แล้วดูคุณทำกับเขาสิ!”

“ผมขอโทษ...แต่เรื่องของผมกับสายน้ำผึ้งมันเป็นแค่เรื่องเล่นๆ ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าเขาเป็นผู้หญิงร้ายกาจแบบนี้ ถ้าผมรู้ ผมจะไม่มีวันยุ่ง ผมขอร้องนะครับคุณกั้ง อย่าบอกเรื่องนี้กับคุณก้อย ตอนนี้ผมหยุดทุกอย่างแล้ว ผมอยากเริ่มต้นชีวิตกับคุณก้อย ผมรักคุณก้อยคนเดียว”

“ถึงฉันไม่บอก ลูกในท้องของนังผึ้งก็ต้องบอกว่าใครเป็นพ่อมัน!”

กันตาช็อกน้ำตาไหลพราก เจ็บปวดผิดหวังอย่างสุดๆ พอได้ยินศิวาพูดกับกะรัตว่า ขอให้วันนี้ผ่านไปก่อน เขาพร้อมจะแก้ไขทุกอย่าง กันตาก้าวเข้ามาปฏิเสธไม่แต่งงานกับเขา ศิวาหันมองด้วยความตกใจ กันตาตบหน้าเขาฉาดใหญ่ก่อนจะเดินหนี กะรัตตกใจวิ่งตามน้อง แขกเหรื่อฮือฮากันขรม พวงหยกเข้ามารั้งกุนตีไว้ ถามเกิดอะไรขึ้น กุนตีย้อนให้ไปถามศิวาเองแล้ววิ่งตามน้องๆไป กฤชตรงเข้าถามศิวาทันที น้ำตาลูกผู้ชายอย่างศิวาไหลอาบหน้า ยืนนิ่งอึ้ง

กันตาวิ่งออกมาหน้าโรงแรม เห็นแท็กซี่ก็เปิดประตูเข้าไปนั่ง กะรัตตามมาดึงประตูไว้ กันตามองพี่สาวด้วยสายตาเจ็บปวด “ก้อยขอโทษนะพี่กั้ง ก้อย
ผิดเองที่พาผู้ชายเห็นแก่ตัวมาทำลายครอบครัวพี่กั้ง!...

ขอก้อยอยู่คนเดียวนะพี่กั้ง”

กะรัตพูดไม่ออกอยากให้กันตาลงมาคุยกันก่อน แต่กันตาดึงประตูปิดบอกโชเฟอร์ออกรถ กะรัตหวนนึกถึงคำพูดของน้ำผึ้งที่ให้รักคนในครอบครัวให้มากๆ เมื่อไหร่ที่ไพ่ใบสุดท้ายเปิดมา จะต้องเจ็บปวดมากขึ้น... กะรัตโกรธแค้นน้ำผึ้งมาก

ขณะที่พิศุทธิ์กำลังจัดการยื่นเอกสารที่สนามบิน กุนตีโทร.เข้ามาบอกเรื่องที่กันตารู้แล้วว่าน้ำผึ้งท้องกับศิวา และกะรัตกำลังไปเอาเรื่องน้ำผึ้ง พิศุทธิ์ตกใจ

ศรัทธายังไม่รู้เรื่องราว ต่อว่าพวงหยกที่เจ้าสาวหนีไปกลางงาน พวงหยกตอกกลับอย่างเจ็บแสบ “สมควรแล้วนี่ ลูกชายคุณทำตัวอย่างนั้น ถึงลูกสาวฉันไม่หนีไปฉันก็จะพาลูกสาวฉันออกไปเอง...อย่างว่าแหละเชื้อพ่อ มันเป็นยังไง ลูกชายมันก็ไม่ทิ้งแถว!”

กฤชอ่อนใจดึงพวกหยกให้หยุด อายแขกเหรื่อบ้าง พวกหยกแสดงความเสียใจที่เลือกคนผิดให้ลูก...ศรัทธาตัดสินใจประกาศยกเลิกงานแต่งงาน และกล่าวขอโทษแขกทุกๆท่าน

ooooooo

ศิวายืนมองพนักงานโรงแรมปลดป้ายชื่อบ่าวสาว รื้อเวทีในห้องจัดเลี้ยง รู้สึกเคว้งคว้างล้มเหลวในชีวิต ศรัทธาเข้ามาชวนกลับบ้าน แต่เขากลับเดินเหม่อออกไป โดยไม่บอกว่าไปไหน

ในบ้านเนื้อแพร น้ำผึ้งงุ่นง่านที่พิศุทธิ์ไม่กลับมาเสียที ปาหมอนอิงลงพื้น หมอนตกลงตรงเท้ากะรัตที่ก้าวเข้ามา น้ำผึ้งชะงักเงยหน้ามอง เห็นกะรัตยิ้มเยาะ ก็โวยวายมาทำอะไรบ้านผัวตน กะรัตไม่พูดพล่ามตรงเข้าตบหน้าน้ำผึ้งฉาดใหญ่

“ฉันบอกแกแล้วใช่ไหม ถ้าจะทำอะไรมาทำที่ฉันนี่ อย่าบังอาจทำคนที่ฉันรัก น้องสาวฉันไม่รู้เรื่องอะไรด้วย แกไปทำเขาทำไม” กะรัตเหวี่ยงน้ำผึ้งเซไป
น้ำผึ้งไม่ยี่หระ หัวเราะเยาะ “นี่นังก้อยมันรู้ความจริงแล้วเหรอ ทำเป็นเก่ง สุดท้ายมันก็โง่เหมือนแก กินน้ำใต้ศอกฉัน”

“แกแค้นอะไรฉันนักหนา ทั้งๆที่แกกะฉันก็เคยเป็นเพื่อนกัน อะไรทำให้แกเกลียดฉันได้ขนาดนี้”

“เพราะความไม่ยุติธรรมไง คนอย่างแกมีอะไรดีฮะกั้ง เรียนก็ไม่เก่ง...เอาแต่ใจตัวเอง ทำตัวเป็นเทวดา ไม่เห็นหัวคนอื่น แต่ทุกคนกลับรักแก พะเน้าพะนอแก แต่ฉันสิ ดิ้นรนหาเงินเรียนเอง ทำไมไม่มีใครเห็นฉันอยู่ในสายตา แม้แต่ผู้ชายที่ฉันรัก...ผู้ชายคนไหนที่ฉันชอบ แกต้องแย่งเขาไปจากฉัน”

“ฉันไม่เคยแย่งผู้ชายของแก”

น้ำผึ้งอ้างถึงภูเบศร์ กะรัตโต้ว่าตนไม่รู้มาก่อน น้ำผึ้งหาว่าเธอไม่สนใจจะรู้ ใช้เงินฟาดเพื่อให้ได้มา ตนขอสาปแช่งให้เธอล่มจม ชีวิตพังพินาศ “แกเสียผู้ชายที่เขารักแกมากที่สุดเพราะความโง่ของแกเอง ฉันจะบอกให้นะ...คุณพิศุทธิ์เขาไม่เคยแตะต้องฉันแม้แต่ปลายเล็บ เรื่องทุกเรื่องที่แกคลั่งจนเป็นบ้า ฉันสร้างเรื่องและจัดฉากขึ้นมาทั้งหมดน่ะแหละ เพราะฉันรู้ว่าแกโง่ แกมันหวาดระแวง แล้วแกก็เป็นควายให้ฉันจูงจมูกได้ตั้งนาน กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วล่ะกั้ง”

“ยังไม่สายหรอก เพราะถึงตอนนี้แกก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจแล้วนะ ว่าทำไมแกถึงถูกทิ้งให้อยู่ที่นี่คนเดียว เพราะคุณพิศุทธิ์เขาไม่เคยรักแก คนที่เขารักคนเดียวคือ...ฉัน”

“กรี๊ด!...ไม่จริง! คุณพิศุทธิ์เขาต้องรักฉัน เขาต้องเป็นพ่อของลูกฉัน” น้ำผึ้งกรีดร้อง

กะรัตเห็นท่าทางน้ำผึ้งสติแตก จึงไม่อยากเสียเวลาไปตามหาพิศุทธิ์ แต่น้ำผึ้งไม่ยอมลากกะรัตกลับเข้ามาในบ้าน คว้ามีดปอกผลไม้มาขู่ “ถ้าไม่มีแก คุณพิศุทธิ์ก็ต้องรักฉัน”

กะรัตมองมีดในมือน้ำผึ้งอย่างไม่ไว้ใจอารมณ์ของเธอ น้ำผึ้งพล่าม ไม่ปล่อยให้กะรัตไปหาพิศุทธิ์เด็ดขาด ถ้าตนไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าเธอจะได้พิศุทธิ์ไป น้ำผึ้งเงื้อมีดจะแทง กะรัตคว้าหมอนมารับไว้แล้วดันตัวน้ำผึ้งถอยห่างออก กะรัตจะวิ่งหนีน้ำผึ้งกลับเข้ามาขวาง กะรัตเห็นแจกันก็คว้ามาปาใส่ น้ำผึ้งหลบ จังหวะนั้น กะรัตวิ่งหนีออกไปทางสระว่ายน้ำ...น้ำผึ้งตามมาทันทั้งสองยื้อแย่งมีดกันจนตกลงไปในสระน้ำทั้งคู่ น้ำผึ้งฉวยโอกาสบีบคอกะรัตกดลงในน้ำ กะรัตหายใจไม่ออกตะเกียก ตะกายสู้ สะบัดตัวพุ่งขึ้นหายใจเหนือน้ำ แล้วว่ายหนีไปขึ้นบันได แต่กลับถูกน้ำผึ้งตามมาคว้าข้อเท้าไว้ ทำให้กะรัตล้มหัวฟาดขอบสระ ตกลงไปในน้ำ

พิศุทธิ์โผล่มาเห็น เขาตกใจมาก กระโดดลงไปอุ้มกะรัตที่จมดิ่งลงก้นสระขึ้นมากอดเขย่าให้เธอฟื้น น้ำผึ้งเห็นความห่วงใยของเขาก็เจ็บปวด เข้าดึงแขนเขาให้ปล่อยกะรัตอย่างบ้าคลั่ง “คุณปล่อยมันนะ อย่าไปรักมันมันไม่มีค่าให้คุณรัก คนที่คุณควรจะรักคือฉัน”

พิศุทธิ์สะบัดน้ำผึ้งออก อุ้มร่างกะรัตจะพาไปโรงพยาบาล ไม่มีแม้แต่หางตาที่จะแลเธอ น้ำผึ้งยิ่งเจ็บปวดเกินกว่าจะมองภาพนั้น ทรุดลงก้มหน้าร้องไห้โฮ ไม่ทันไร... เห็นเท้าศิวาก้าวมายืนตรงหน้า น้ำผึ้งเงยมอง เขาจ้องเธอด้วยสีหน้านิ่งสงบดูน่ากลัว จนเธอต้องถอยหนี

“ออกไปจากบ้านฉันนะ”

“บ้านนี้ไม่ใช่บ้านคุณ ลูกในท้องนั่นไม่ใช่ลูกคุณพิศุทธิ์ เขาเป็นลูกผม นี่ไงผมรับผิดชอบแล้ว...ไปกับผม” น้ำผึ้งโวยวายไม่ยอมไป ศิวากระชากแขน “คุณปล่อยให้ตัวเองท้องเพราะอยากเป็นเมียผมไม่ใช่เหรอ งั้นไปสิ ไหนๆชีวิตผมมันก็ไม่เหลืออะไรแล้ว เราไปอยู่กันสองคน ไปไกลๆ...ไกลพอที่คุณจะไม่มีทางกลับมาทำลายชีวิตใครอีก”

น้ำผึ้งร้องลั่นไม่ยอมไปจะอยู่ที่นี่  ศิวาเสียงกร้าว “ผมไม่ให้อยู่! พอกันทีผมไม่ยอมให้ความขี้อิจฉาเจ้าคิดเจ้าแค้นของคุณทำร้ายใคร เหมือนที่คุณทำลายชีวิตผมอีก”

“ฉันไม่เคยทำลายใคร พวกแกนั่นแหละทำตัวเอง นังกั้งมันหูเบายึดติดกับอดีตเอง ส่วนคุณพิศุทธิ์ก็บ้ารักศักดิ์ศรี นังก้อยก็เชื่อมั่นในตัวเองจนไม่เห็นหัวใคร ส่วนแก ไอ้ผู้ชายบ้าตัณหาสมน้ำหน้าแล้วที่แกต้องเป็นแบบนี้”

ศิวาหน้าชา “ชีวิตผมผิดพลาดเพราะความมักมาก ถึงไปคว้าผู้หญิงอย่างคุณเข้ามาในชีวิตจนทำให้ชีวิตผมป่นปี้ แต่คุณอย่าหวังว่าจะทำกับคุณพิศุทธิ์เหมือนทำกับผมได้ เพราะเขาไม่เหมือนผม เขาฉลาด เขารู้ว่าผู้หญิงคนไหนควรรักหมดหัวใจ ผู้หญิงแบบไหนที่ไม่มีค่าให้เหลียวแลแม้แต่หางตา”
น้ำผึ้งร้องกรี๊ดให้หยุด ศิวาตอกย้ำ สุดท้ายคนที่ สูญเสียไม่ใช่ตนแต่เป็นเธอ ไม่เหลือผู้ชาย ไม่เหลือ

เงินทอง ไม่เหลือแม้แต่ศักดิ์ศรี เธอแพ้แล้ว...น้ำผึ้งร้องกรี๊ด คว้ามีดพุ่งเข้าจะแทงศิวา เขาเอี้ยวตัวหลบ แย่งมีดในมือน้ำผึ้งมาแล้วผลักเธอออก น้ำผึ้งโมโหทะยานเข้าใส่ศิวาอีก เขาหลบเธอจึงพุ่งไปชนโป๊ะไฟตั้งพื้นล้มไปกระแทกกระจกอย่างแรง แตกกระจายพร้อมกับร่างน้ำผึ้งล้มฟุบลงไปในกองกระจก เธอนอนคว่ำหน้าเลือดอาบ ศิวาตกตะลึงกับภาพที่เห็น...

พิศุทธิ์เดินเกาะเตียงกะรัตที่ถูกเข็นไปยังห้องฉุกเฉิน เขาพร่ำเรียกให้เธอตื่นขึ้นมา ใจเขาแทบขาดที่เห็นเธอนอนนิ่ง ไม่นานเจ้าสัวบัญชาและคนอื่นวิ่งเข้ามาถามอาการกะรัต พวงหยกโวยวายจะเอาเรื่องคนที่ทำร้ายกะรัต กฤชต้องปรามให้สงบ กุนตีอาสาจัดการเรื่องนี้เอง...พิศุทธิ์ยังคงเกาะประตูห้องฉุกเฉินรอฟังอาการกะรัต เนื้อแพรเดินเข้ามาแตะไหล่ลูกชาย

“ชาย...นี่ใกล้เวลาเครื่องจะออกแล้ว ถ้าชายไปช้ากว่านี้ ชายจะตกเครื่องนะลูก”

“เดี๋ยวผมเลื่อนไฟลท์ไปก็ได้ครับแม่ ขอผมได้รู้ก่อนว่ากั้งไม่เป็นไร”

เจ้าสัวสะกิดพวงหยกให้ดู “ลื้อรู้ไหม คนเราจะรู้ว่าใครรักและจริงใจกับเราจริงๆก็ตอนที่กำลังแย่ แล้วลื้อเห็นไหมว่าตอนนี้ใครรักและจริงใจกับลูกสาวลื้อจริงๆ”

“ตอนนี้หนูมองอะไรไม่เห็นทั้งนั้นแหละเตี่ย ลูกคนนึงก็เจ็บไม่รู้จะเป็นจะตายยังไง อีกคนก็หนีไปไหนไม่รู้” ด้วยความทิฐิทำให้พวงหยกปากแข็ง ทุกคนมองออกว่าเธอวางฟอร์ม

ในขณะที่กันตาหลบมานั่งร้องไห้ลำพังริมน้ำ คิดถึงคำหวาน คำสัญญาที่ศิวาให้ไว้ ทุกอย่างพังทลาย เธอตัดใจจะไม่เสียน้ำตาอีก พลันมีข้อความจากกุนตีส่งมาบอกเรื่องกะรัตก็ตกใจ

ไม่นาน กันตาวิ่งเข้ามาเห็นทุกคนนั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน เธอรีบบอกทุกคนว่าขอเข้าไปดูอาการกะรัตก่อนแล้วจะออกมาบอกว่าเป็นอย่างไรบ้าง ก่อนจะเข้าไป เธอหยุดตรงหน้าพิศุทธิ์

“ก้อยขอโทษนะคะ ก้อยผิดเองที่ทำให้ความรักของพี่กั้งกับคุณต้องพัง”

“คุณก้อยอย่าคิดมากเลยครับ ยังไงผมฝากดูแลคุณกั้งด้วย” พิศุทธิ์ยิ้มให้อย่างจริงใจ...

ด้านน้ำผึ้ง รสสุคนธ์อุ้มน้องพีทวิ่งเข้ามาถามศิวาว่าเกิดอะไรขึ้น ศิวาท่าทางเสียใจไม่รู้จะเล่าอย่างไร ก็พอดีหมอออกมา ถามว่าเขาคือพ่อเด็กใช่ไหม ศิวารับว่าใช่ หมอแสดงความเสียใจที่เด็กแท้งไปแล้ว ส่วนคนไข้อาการน่าเป็นห่วง รสสุคนธ์ใจหาย

ส่วนกะรัต กันตาออกจากห้องฉุกเฉินมาพร้อมหมอ บอกทุกคนว่า กะรัตพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่จากการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ทำให้เธอยังไม่รู้สึกตัว ต้องดูอาการอีกระยะ

ooooooo

ตอนที่ 11

กฤชดึงพวงหยกออกมาจากร้านของเนื้อแพร เขาต่อว่าเธอไม่อายบ้างหรือที่เอานักข่าวมาแฉเรื่องไม่เป็นเรื่อง ถ้าเป็นเนื้อแพรคงไม่มีวันทำอะไรแบบนี้ พวงหยกแทบกรี๊ด

“นี่! ถึงขนาดนี้แล้วคุณยังปกป้องมันอีกเหรอ คอยดูนะ ฉันจะทำให้ยัยกั้งตาสว่าง ฉันจะบอกให้ยัยกั้งหย่ากับผัวพญาปลิงนั่น แล้วฉันก็จะฟ้องโคตรเหง้าตระกูลนั้นว่าฉ้อโกงหลอกลวงทั้งลูกทั้งผัว”

กฤช เหลืออดท้าให้ไปฟ้องเลย ตนจะบอกศาล ว่าตนให้เงินเนื้อแพรเองด้วยความเต็มใจ พวงหยกร้องกรี๊ด...กฤชย้ำ เนื้อแพรทำทุกอย่างเพื่อลูก แต่ตัวเธอทำอะไรบ้างเพื่อลูก ถ้ากะรัตเห็นข่าวจะรู้สึกอย่างไร พวงหยกโวยวายที่ตนทำทั้งหมดก็เพื่อลูก ทำไมไม่มีใครเข้าใจ

พิศุทธิ์ออก จากห้องสัมมนามานั่งทานอาหารกับหัวหน้า รู้สึกแปลกๆว่ามีแต่คนมองแล้วซุบซิบ ไม่ทันไร หัวหน้าเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์จึงยื่นให้พิศุทธิ์อ่าน... วังวิวัฒน์วงศ์ของคุณชายอ๊อดที่มีข่าวว่าจะโดนยึดเพราะติดหนี้พวกมาเฟีย ตอนนี้แก้ข่าวว่าไม่โดนยึด แต่โดนลูกชายยึด วงในบอกว่าหม่อมหลวงพิศุทธิ์ได้กรรมสิทธิ์วังนี้เพราะบารมีของภรรยาสาวใช้ เงิน 50 ล้าน ซื้อวังให้สามี ต่อไปนี้คุณพิศุทธิ์จะไม่เรียกแทนตัวเองว่าผม...แต่จะเรียกว่าหนูแทน...หนู ตกถังข้าวสาร

นวลซึ่งขึ้นรถกะรัตไม่ทัน พยายามโทรศัพท์หาพิศุทธิ์และกุนตีแต่ไม่ติดสักราย เพื่อจะบอกว่ากะรัตเตลิดขับรถหนีไปไหนไม่รู้...กะรัตเสียใจที่ได้ยินคนใน บริษัทพิศุทธิ์คุยกันเรื่องน้ำผึ้งท้องกับเขา เธอเสียใจมาก ภาพความหวานชื่นที่มีกับพิศุทธิ์พรั่งพรูเข้ามาในความ คิด คำสัญญาต่างๆของเขาที่ให้ไว้ น้ำตากะรัตไหลพราก “คุณหลอกฉันทำไม...คุณหลอกฉันได้ยังไง!”

ระหว่างนั้น นวลรีบกลับมาบอกกฤช กันตาและกุนตีเรื่องน้ำผึ้งมาบอกว่าท้องกับพิศุทธิ์ ทำให้กะรัตตามไปจะเอาเรื่องพิศุทธิ์ที่โรงแรมที่เขาไปสัมมนา...ด้านพิศุทธิ์ ใช้โทรศัพท์ของโรงแรมโทร.ถามความจริงจากหม่อมมลุลี ว่าใครเป็นคนไถ่วังวิวัฒน์วงศ์ พอได้รู้ว่าเป็นกะรัตจริงๆ เขารู้สึกหมดสิ้นศักดิ์ศรี

หัวหน้าตามให้พิศุทธิ์กลับเข้าห้องสัมมนา เขาพยายามคุมสมาธิไม่ให้สนใจเสียงซุบซิบ ขณะที่เขายืนหน้าห้องจะพรีเซนต์งานต่อ กะรัตเปิดประตูผางเข้ามา ตรงเข้าตบหน้าเขาอย่างแรง

“ฉันไม่คิดเลยว่าคำว่ารักของคุณ มันก็แค่คำลวงโลกที่คุณพูดออกมาหลอกฉัน! ทั้งๆที่ฉันทำเพื่อคุณทุกอย่าง คุณกลับโกหกฉัน! คุณทำยังงี้กับฉันได้ยังไง!” กะรัตรัวตบหน้าพิศุทธิ์

พิศุทธิ์ ทั้งเจ็บทั้งอาย ทนไม่ไหวดึงกะรัตออกจากห้องสัมมนา ต่อว่าทำแบบนี้ทำไมไม่รู้จักคิดบ้าง กะรัตยิ่งปรี๊ด “ใช่สิ! เพราะฉันเป็นคนไม่รู้จักคิดไง ฉันถึงได้หน้ามืดตามัว คุณบอกซ้ายฉันก็ไปซ้าย คุณบอกขวาฉันก็ไปขวา ไม่เคยเอะใจว่าที่คุณให้ไปมันคือ...นรก!”

พิศุทธิ์งงว่ากะรัตพูดเรื่องอะไร กะรัตด่าว่าเขาปลิ้นปล้อนหลอกลวงทำระยำตำบอนอะไรลับหลังตนบ้าง พิศุทธิ์ยืนกรานว่าไม่เคยทำ

“ถ้า คุณไม่ได้ทำแล้วก้อนเลือดที่มันโตอยู่ในท้องนังผึ้งมันเกิดขึ้นมาได้ยังไง! นังผึ้งบอกฉันหมดแล้วว่ามันท้องกับคุณ...มันอุ้มลูกมาขอคุณกับฉันที่บ้าน... นี่เลิกทำหน้าไม่รู้เรื่อง เลิกเล่นละครตบตาฉันซะทีได้ไหม! เพื่อนที่ทำงานคุณก็รู้กันหมด มันเอาภาพที่คุณพามันไปหาหมอ เอกสารการฝากครรภ์ที่มีชื่อคุณเป็นพ่อเด็กให้ฉันดูหมดแล้ว”

พิศุทธิ์มองอย่างเจ็บปวด “สุดท้ายคุณก็เหมือนเดิม เชื่อคนอื่นมากกว่าคนของตัวเอง”

“ก็ เพราะฉันเอาแต่เชื่อคุณ ฉันถึงได้โง่อย่างนี้ไง ฉันเชื่อว่าที่คุณเครียดจนไม่อยากมีลูกกับฉัน เพราะคุณกังวลเรื่องหนี้สิน แต่ความจริงคุณไม่อยากมีลูกกับฉันเพราะคุณมีกับนังผึ้ง! คุณมันก็ไม่ต่างจากผู้ชายคนอื่น เห็นฉันเป็นบ่อเงินบ่อทอง แต่งงานกับฉันก็เพื่อเงิน!”

“บ่อเงินบ่อทองเหรอ! ที่แท้คุณก็คิดแบบนี้มาตลอด เพราะแบบนี้ใช่ไหมคุณถึงได้ใช้เงินซื้อวังให้ผม” กะรัตเหวอที่เขารู้ “คุณเคยรับปากผมว่าจะไม่ทำแบบนั้น จะไม่ใช้เงินของคุณซื้อผม แล้วคุณทำทำไม...ตอนนี้ใครต่อใครมองว่าผมเป็นแมงดาชั้นสูง ผมยังไม่เสียใจเท่ากับคุณเองมองผมเป็นแบบนั้นเหมือนกัน”

“ฉันมันโง่เอง ที่ลงทุนไปกับคุณตั้งมากมาย แล้วดูสิฉันได้อะไรกลับมาบ้าง...มีแต่ความทรยศหลอกลวงทั้งนั้น”

“ผม ไม่ไหวแล้วกั้ง ไม่ไหวจริงๆ เราต่างกันเกินไป” พิศุทธิ์เจ็บปวดที่ตัวเองไร้เกียรติไร้ค่าจะเดินหนี กะรัตโวยวายจนคนในห้องสัมมนาออกมามุงดู...

ทุกคนมารอที่บ้านกะรัต นวลร้องบอกว่ากลับกันมาแล้ว กะรัตตามดึงรั้งพิศุทธิ์ด่าว่าที่ขับรถหนี กฤชกับกุนตีช่วยกันปราม พิศุทธิ์หมดความอดทนหันมาบอกทุกคนว่า

“ผมไม่ได้หนี แต่ในเมื่อคุณคิดว่าผมเลวมาก ผมก็ไม่รู้จะอยู่ที่นี่ทำไม เราแยกกันอยู่สักพักดีกว่า” พิศุทธิ์จะขึ้นไปเก็บของ

กะรัตใจหายวาบ ตามขึ้นไปดึงกระเป๋าและเสื้อผ้าไม่ให้เขาเก็บหาว่าเขาจะไปอยู่กับนํ้าผึ้ง

“ฉัน เคยเสียผัวให้กับนังผึ้งไปคนหนึ่งแล้ว กับคุณฉันอุตส่าห์ลงทุนตีตราประทับจดทะเบียนออกหน้าออกตา ฉันจะไม่ยอมให้ใครแย่งคุณไปเด็ดขาด”

“ในที่สุดคุณก็พูดคำนี้ออกมา ผมขอถามคุณสักอย่าง...คุณเคยรักผมบ้างไหมกั้ง”

คำถามของพิศุทธิ์เหมือนฟางเส้นสุดท้ายสำหรับเขา ด้วยความทิฐิของกะรัตทำให้เธอพูดออกไปว่า “ฉัน ไม่ เคย รัก คุณเลย...”

“ถ้าคุณไม่รักผม คุณแต่งงานกับผมทำไม”

“ก็ เหมือนที่คุณหวังผลประโยชน์จากฉัน ฉันก็หวังใช้คุณแก้ไขความผิดพลาดเก่าๆ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ถ้าลงทุนจดทะเบียนตีตราแล้วจะเอาผัวคนนึงไว้ได้ไหม”

กฤชปรามกะรัต พิศุทธิ์ไตร่ตรองแล้วโพล่งออกไป “ขอบคุณมากที่บอกความจริงกับผม ในเมื่อคุณไม่รักผม ผมก็ไม่รู้จะอยู่ในชีวิตคุณต่อไปเพื่ออะไร เราหย่ากันเถอะ”

ทุกคนตกใจรีบเตือนพิศุทธิ์ให้ใจเย็นแล้วค่อยกลับมาคุย กันใหม่ เขาเดินออกไป กะรัตโวยวายไม่ให้เขาไป กฤช กันตาและกุนตีช่วยกันจับกะรัตไว้ กันตาวิ่งมาขอร้องพิศุทธิ์อย่าเพิ่งไป  กะรัตกลับหอบเสื้อผ้าเขาออกมาโยนให้หน้าบ้าน แล้วสั่งนวลถ้าพิศุทธิ์ไม่เอาไปก็เอาไปทิ้งให้หมด พิศุทธิ์มองข้าวของอย่างชั่งใจ มันชัดเจนแล้วว่าตนไม่มีค่าอะไรกับกะรัตเลย เขาตัดใจหันไปขึ้นรถขับออกไป กะรัตตะโกนไล่เขาด้วยอารมณ์ปรี๊ดสุดๆ จนช็อกหมดสติไป

ooooooo

พิศุทธิ์หน้าเศร้ากลับมาซบอกเนื้อแพรพร่ำบอก ว่าตนทำครอบครัวพังหมดแล้ว เนื้อแพรปลอบลูกชายด้วยความสงสาร เพราะมีเพียงเธอที่เป็นหลักสุดท้ายแก่เขา

น้ำผึ้งมาหาศิวาอีกครั้งเพื่อบอกเขาว่า ตนหาพ่อให้ลูกได้แล้ว ถ้าเขาไม่อยากเดือดร้อนก็อย่าให้ใครรู้ว่าเขาคือพ่อของลูกในท้องตน ศิวาเอะใจถามว่าใช่พิศุทธิ์หรือเปล่า น้ำผึ้งยิ้มเย้ย ศิวาบีบแขนน้ำผึ้งห้ามไม่ให้ยุ่งกับคนในครอบครัวกันตา ไม่ว่าจะเป็นพี่สาวหรือใคร

“หรือจะให้ฉันเปิดปากว่าคุณเป็นพ่อของ เด็กล่ะ...ไม่ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษต่อล่ะคะ ทำตัวเป็นคนดี ทั้งๆที่คุณมันก็เลวไม่ต่างกับผู้ชายคนอื่นหรอก!”

ศิวาโกรธ น้ำผึ้งย้ำถึงตนจะให้พิศุทธิ์เป็นพ่อของลูกแต่ก็ไม่ปล่อยให้เขาลอยนวล เขาต้องรับผิดชอบส่งเสียเด็กคนนี้ ศิวาโวยที่เธอเอาแต่ได้ น้ำผึ้งโต้ น้อยไปสำหรับผู้ชายสันดานอย่างเขา ต้องน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ถ้าเขาไม่ทำร้ายตนข้างหลัง ตนก็จะไม่ทำให้เขาเดือดร้อน ศิวาแค้นใจ

ทุก คนเป็นห่วงกะรัตทั้งร่างกายและจิตใจ เธอไม่ยอมทานอะไรเอาแต่นั่งซึม ต่างช่วยกันปลอบอย่าเพิ่งเชื่อว่าพิศุทธิ์จะทำอะไรอย่างที่เธอเข้าใจ มีเพียง
พวงหยกที่ตอกย้ำว่าพิศุทธิ์เลว กะรัตขอให้ทุกคนกลับไป สัญญาจะไม่ทำร้ายตัวเอง จะยืนหยัดให้ได้ กุนตีกำชับนวลดูแลกะรัตอย่างใกล้ชิด...สภาพกะรัตกับพิศุทธิ์ไม่ต่างกันเลย ทั้งสองซึมเศร้า คิดถึงความหลังอันหวานชื่น

กฤชตำหนิพวงหยก คนอื่นช่วยกันประสานรอยร้าวให้ครอบครัวลูก มีแต่เธอที่ทำให้ชีวิตลูกพัง พวงหยกกลับโต้ว่าตนไม่ได้ใช้ความสัมพันธ์ของลูกเป็นสะพานทอดไปหาใคร ลูกเลิกกันก็ดี สมบัติจะได้ปลอดภัย กฤชเหลืออดย้อนถามเคยคิดถึงความสุขของลูกบ้างไหม เธอย้อนว่ากะรัตเสียใจไม่นานก็หาย ดีเสียอีกที่หมดคนสูบเลือดสูบเนื้อ กฤชอ่อนใจ

“งั้นต่อไปนี้คุณไม่ต้องระแวงใครจะมาสูบสมบัติคุณอีก ไม่ว่าจะเป็นพิศุทธิ์ เนื้อแพร หรือผม...ความจริงเราก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันอยู่แล้ว ทำให้มันถูกต้องตามกฎหมายเลยแล้วกัน”

พวงหยกหน้าถอดสีไม่คิดว่ากฤชจะ กล้าพูดแบบนี้ กันตากับกุนตีพยายามรั้งพ่อ กฤชบอกลูกทั้งสองว่า ตนยอมรับว่าไม่ใช่พ่อที่ดี แต่ตนจะไม่สร้างความทุกข์ให้ลูก ตนทนมาถึงที่สุดแล้ว ต่างคนต่างไปใช้ชีวิตบั้นปลายจะดีกว่า พวงหยกแค้นใจตะโกนไล่กฤชออกไป ตนอยู่กันเองกับลูกได้ กฤชตัดใจขับรถออกไป...พอพวงหยกเจอแบบนี้กุนตีกับกันตารู้สึกสงสารแม่ ทั้งสองหันมาปรึกษากันจะต้องพาแม่และกะรัตผ่านปัญหานี้ไปให้ได้...

พอ หม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อดรู้ว่าพิศุทธิ์จะหย่ากับกะรัต ก็รีบมาหาพิศุทธิ์ที่บ้านเนื้อแพร เพราะคิดว่าคงแบ่งสมบัติมาบ้าง ท่านชายอ๊อดดีใจที่พิศุทธิ์ยังมีวังเป็นชื่อของเขา แต่พิศุทธิ์กลับบอกว่าเขาจะโอนคืนให้กะรัต ทั้งสองด่าว่าพิศุทธิ์โง่

ขณะ ที่พิศุทธิ์นั่งเหม่อในห้องทำงาน ฟองดาวเอาขนมรสความรักที่มิสเตอร์ชาล์ลฝากไปให้กะรัตชิม พิศุทธิ์ยิ่งสะเทือนใจ น้ำผึ้งยังพยายามจะเข้าหาพิศุทธิ์แต่เขาเลี่ยงหนี จนฟองดาวรู้สึกว่าสองคนนี้ต้องมีเรื่องอะไรแน่ น้ำผึ้งแกล้งทำหน้าเศร้าให้ทุกคนเข้าใจว่าจะถูก พิศุทธิ์ทิ้ง พิศุทธิ์ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวมายื่นใบลาออก เจ้านายเสียดายความสามารถของเขา จึงเสนอทางออกให้

“จากผลงานของคุณทำให้มิสเตอร์ชาล์ลชอบคุณมาก เขาอยากได้ตัวคุณไปช่วยงานเขาที่อเมริกา ผมให้คุณพักร้อนก่อน คุณจะได้มีเวลาคิดดู ผมบอกตรงๆว่าคุณเป็นคนเก่ง บริษัทเราไม่อยากเสียคุณไป” พิศุทธิ์ขอบคุณแล้วนำเรื่องนี้กลับมาคิด

เมื่อพิศุทธิ์เดินกลับมา เห็นสายตาเพื่อนร่วมงานที่มองเขาอย่างตำหนิ น้ำผึ้งทำทีร้องไห้ขอร้องเขาอย่าโกรธ ตนไม่ตั้งใจจะบอกใคร...พิศุทธิ์งงว่าเรื่องอะไร ชายนี่กับยี่หวาตอบแทนว่า เรื่องที่เขาไม่ยอมรับเป็นพ่อของลูกในท้องน้ำผึ้ง พิศุทธิ์สะกดกลั้นอารมณ์เดินหนีเข้าห้อง คนอื่นๆยุให้น้ำผึ้งตามไปคุย เมื่อน้ำผึ้งเข้ามา พิศุทธิ์ก็หันมามองเธอด้วยสายตาเย็นชา

“ผมไม่เคยคิดเลยว่าในโลกนี้จะมีผู้หญิงอย่างคุณ คุณทำแบบนี้ทำไม!”

“ก็ เพราะฉันไม่มีอำนาจเงินเหมือนกั้งที่จะซื้อใจใครได้ ฉันมีแต่ความน่ารันทดอดสู เมื่อก่อนฉันเกลียดมัน แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่ามันก็มีประโยชน์ อย่างน้อยก็ซื้อความสงสารของคนอื่นให้บีบคุณได้”

“แล้วคุณคิดว่าผมจะยืนรับกับสิ่งที่ผมไม่ได้ทำอย่างนั้นเหรอสายนํ้าผึ้ง!”

“ไม่ เอาสิคะ คุณพิศุทธิ์ อย่าทำเสียงดุแบบนี้สิ ไหนๆตอนนี้เราต่างคนก็ไม่มีใคร มาเริ่มกันใหม่ดีไหมคะ ฉันรู้ว่าคุณรักเด็ก ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉันเจอคุณที่ทะเลไหนจะตอนฉันท้องน้องพีท คุณก็ดูแลฉันดีจะตาย”

“ผมเคยสงสัยนะว่าเวลาที่ผู้ชายทำร้ายผู้หญิงเขารู้สึกกันยังไง แต่ตอนนี้ผมชักเข้าใจแล้ว”

“ก็เอาสิคะ เพราะว่าตอนนี้คนทั้งบริษัทเขาก็รู้แล้วว่าเราเป็นอะไรกัน แล้วถ้าเกิดว่าคุณทำอะไรฉัน คุณเองที่จะเป็นคนเสีย”

“ที่ ผ่านมา ผมจะทำอะไร ผมจะคิดก่อน คิดมาก ห่วงความรู้สึกและให้เกียรติทุกคน แล้วมันก็ทำให้ชีวิตผมเป็นแบบนี้ บางที...ผมลองทำอะไรโดยไม่ต้องคิดมากดูบ้าง มันอาจจะดีก็ได้”

พิศุทธิ์ ดึงแขนนํ้าผึ้งออกจากห้องทำงาน ประกาศต่อหน้าพนักงานทุกคน “ผู้หญิงคนนี้ในสายตาผม เป็นแค่สิ่งมีชีวิตที่น่าขยะแขยง ผมขอพูดด้วยเกียรติทั้งหมดที่ผมมี ผมไม่เคยมีอะไรกับเขาแล้วจะไม่มีวันมีด้วย ถ้าพวกคุณเข้าใจอะไรผิด ขอให้เข้าใจซะใหม่” พิศุทธิ์กลับเข้าห้อง

ทุกคนมองนํ้าผึ้งอย่าง คลางแคลงใจ ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงาน นํ้าผึ้งแค้นใจสุดๆเข่นเขี้ยว ถึงพิศุทธิ์จะใจแข็งอย่างไร แต่ตนก็ทำให้กะรัตหวั่นไหวได้...

ด้าน กะรัต เอาแต่ดื่มไวน์จนเมามาย กุนตีกับกันตาไม่ห้ามเพราะสงสารและเห็นใจ ไม่ทันไร พวงหยกโผล่มานั่งดื่มด้วย ฉลองที่ตัวเองก็กำลังจะเป็นม่ายเช่นกัน กุนตีทนไม่ไหวบอกกันตาว่าจะไปตามพิศุทธิ์

ooooooo

พอศิวารู้ว่ากันตาจะไปตามพิศุทธิ์ที่บ้านนํ้าผึ้งกับกุนตี เขาพยายามห้าม แต่พอเห็นว่าไม่ได้ผล จึงขอไปด้วย เพราะกลัวความแตก

รส สุคนธ์กำลังตำหนินํ้าผึ้งที่ทำลายครอบครัวกะรัตและกันตา แต่ดูท่าเธอจะไม่สะทกสะท้าน กลับคิดเข้าข้างตัวเองว่าพิศุทธิ์จะต้องมาอยู่กับตน เพราะกะรัตโง่เอาแต่หูเบาเชื่อคนอื่น ไม่ทันไร ศิวา กันตา และกุนตี

มาก ดกริ่ง พอนํ้าผึ้งเปิดประตูบ้านมาเห็นหน้าศิวา เขาก็ถลึงตาอย่าตุกติก กุนตีบอกความประสงค์ทันทีว่ามาหาพิศุทธิ์ นํ้าผึ้งหัวเราะเยาะไม่ให้พบ กันตาสั่งสมหวังเข้าไปค้น ศิวาและสมหวังบุกเข้าไป พอศิวาเจอหน้า

รสสุคนธ์ก็หลบตาเพราะรู้ว่าเธอรู้ความจริงทั้งหมด  สมหวัง หาทั่วบ้านไม่พบพิศุทธิ์  และไม่พบของใช้ของเขาสักชิ้น น้ำผึ้งโวยสมหวัง

“แกจะเจอได้ยังไง ก็ฉันเก็บของผัวฉันไว้อย่างดี ไม่เชื่อก็ถามน้ารสก็ได้”

สีหน้า รสสุคนธ์บ่งบอกว่าไม่เข้าข้าง กันตาบอกกุนตีว่าพิศุทธิ์ไม่ได้อยู่ที่นี่แน่ ส่วนเด็กในท้องน้ำผึ้ง ก็คงไม่ใช่ลูกของพิศุทธิ์ น้ำผึ้งหัวเราะร่าท้าให้พิสูจน์หลังจากคลอด ศิวาหน้าซีด

“ผมว่าเราอย่าเอาเด็กบริสุทธิ์มายุ่งเรื่องที่ผู้ใหญ่ก่อดีกว่าครับ”

“ใจเย็นๆ ตอนนี้ให้พี่สาวเธอพล่านเป็นบ้าไปก่อน แล้วมันค่อยถึงเวลาของเธอ” น้ำผึ้งขู่

ศิว าเกรงน้ำผึ้งจะหลุดความจริงออกมา รีบชวนกันตาและกุนตีกลับ น้ำผึ้งหัวเราะสะใจ กันตาเดินมาถึงรถ ถามกุนตีว่าที่น้ำผึ้งพูดหมายความว่าอย่างไร ศิวาสะอึก กุนตีว่าน้ำผึ้งคงแค่ปั่นหัวพวกเรา...รสสุคนธ์ตำหนิน้ำผึ้งให้รู้จักละอายใจ บ้าง แต่น้ำผึ้งกลับบอกว่าตนเหมือนหมาจนตรอก หนีไม่ได้ก็ต้องหันหน้ามาสู้ รสสุคนธ์ปลง

“เอาเถอะ อยากทำอะไรก็ทำเลย แล้ววันนึงผึ้งก็จะรู้เองว่านรกมันมีจริง คราวก่อนผึ้งเสียเพื่อนแค่คนเดียว แต่ต่อไปผึ้งจะมอดไหม้ เสียทุกอย่างที่ผึ้งมีและสิ่งที่ทำให้ผึ้งภาคภูมิใจ”

น้ำผึ้งกลับกราดเกรี้ยว ใครบอกว่าตนมอดไหม้ พวกมันต่างหากที่มอดไหม้ แล้วตนจะสาดน้ำมันเข้าไปอีกด้วย ว่าแล้วก็คิดอะไรขึ้นมาได้

ศิวาพากันตากับกุนตีกลับมาบ้าน พบกฤชแวะมาเอาพาสปอร์ตเพราะพรุ่งนี้ต้องไปดูงานที่ญี่ปุ่น แล้วเขาถามลูกๆไปไหนกันมา พอทั้งสองบอกว่าไปตามหาพิศุทธิ์ที่บ้านน้ำผึ้ง กฤชบอกว่าจะเจอได้อย่างไร เพราะพิศุทธิ์อยู่ที่บ้านเนื้อแพร กันตาดีใจจะไปบอกกะรัตว่าพิศุทธิ์ไม่ได้อยู่กับน้ำผึ้ง แต่กุนตีปรามให้รอก๋งกลับมาพูดจะมีน้ำหนักมากกว่า

พอศิวารู้ว่าพิศุทธิ์อยู่ไหน เขาก็รีบไปหา...ศิวาละอายใจขอโทษพิศุทธิ์ที่ทำให้เดือดร้อน พิศุทธิ์กล่าวว่าไม่ใช่เพราะเขาหรอกที่ทำให้ปัญหาเกิด อดีตที่กะรัตไม่ลืม ทำให้ไม่เชื่อใจตน แล้วน้ำผึ้งก็ทำร้ายได้ ปล่อยเรื่องนี้มันจบลงจะดีกว่า อย่าให้น้ำผึ้งทำร้ายใครได้อีก ดูแลกันตาให้ดี

ปัญหาไม่จบแค่นั้น พวงหยกโทร.หาเนื้อแพรเพื่อให้บอกพิศุทธิ์ไปหย่ากับกะรัตพรุ่งนี้เช้า เพราะเธอทนใช้นามสกุลเขาไม่ไหว เนื้อแพรไม่อยากเชื่อว่าเป็นคำพูดของกะรัต เธอค่อยๆบอกพิศุทธิ์ไม่ให้สะเทือนใจ เขาน้ำตาคลอเมื่อถึงเวลาที่ต้องเผชิญความจริง พิศุทธิ์ขอร้องเนื้อแพรอย่าบอกเรื่องศิวาเป็นพ่อของลูกน้ำผึ้งกับใคร ไหนๆตนก็จะไปทำงานต่างประเทศแล้ว

ooooooo

นวลเห็นเจ้าสัวบัญชามาที่บ้านก็ดีใจเว่อร์ ถึงกับไหว้ปลกๆว่าเป็นท่านเง็กเซียนฮ่องเต้ พอกะรัตเห็น  เจ้าสัวก็โผกอดร้องไห้โฮ เจ้าสัวตำหนิทำไมไม่รู้จักจำคำสอนของตน การทำอะไรต้องมีสติ สติเหมือนโล่ป้องกัน อันตรายทุกอย่าง ถ้าขาดสติก็เหมือนยิงปืนฆ่าคนอื่นหรือตัวเอง

กะรัตฟ้องว่าพิศุทธิ์ทำน้ำผึ้งท้อง เจ้าสัวย้อนถามว่าได้ยินจากปากพิศุทธิ์หรือ กะรัตชะงัก

“จำไว้นะอากั้ง คนเป็นผัวเป็นเมียกัน ถ้าไม่เลว ให้เห็นกับตา ไม่ชั่วให้ได้ยินกับหู ก็ต้องเชื่อในความดี ของคนของเราไว้ก่อน...แหวนมันอยู่ในนิ้วลื้อ ไม่มีใครถอดมันออกได้ ถ้าลื้อไม่เขวี้ยงมันออกไปเอง”...กะรัตทำตาปริบๆคิดตาม

คืนนั้น น้ำผึ้งเก็บเสื้อผ้ามาหาพิศุทธิ์ที่บ้านเนื้อแพร เนื้อแพรไม่อยู่ออกไปกินเลี้ยง พิศุทธิ์เสียใจที่พรุ่งนี้ต้องไปหย่ากับกะรัตจนนอนไม่หลับ เขาจึงทานยานอนหลับเข้าไป...ส่วนกะรัตได้คิด ก็ลุกขึ้นแต่งตัวสวยจะไปง้อพิศุทธิ์ พวงหยกโวยวายที่เจ้าสัวไม่เข้าข้างตนกลับยุให้กะรัตไปหาผู้ชายที่มีแต่เปลือก เจ้าสัวบอกกะรัตให้รีบไป ก่อนจะหันมาเอ็ดพวงหยก

“พอสักทีเถอะ ลื้อทำบาปทำกรรมกับลูกแบบนี้ ผัวมันถึงทนลื้อไม่ได้ ก็เลยทิ้งกันไปตอนแก่ ยังไม่เข้าใจอีกหรือ”

พวงหยกโดนตอกย้ำก็ร้องไห้ฟูมฟาย “ทำไมเตี่ยมาว่าหนูอย่างนี้ ที่หนูทำก็เพื่อชีวิตยัยกั้ง ที่ผ่านมาทุกคนต่อว่าหนูว่าปล่อยปละละเลยลูก ตอนนี้หนูจะจัดการทุกอย่าง จะเป็นคนเลือกว่าผู้ชายคนไหนเหมาะกับยัยกั้ง หนูจะทำหน้าที่แม่ชดเชยที่ผ่านมา”

เจ้าสัวโต้ว่าสิ่งที่เธอทำมันเป็นการเอาชนะผัวมากกว่า ถ้าอยากชดเชยกับลูก ต้องทำให้ลูกเชื่อว่าความรักมันมีอยู่จริง ไม่ใช่ใช้ชีวิตบนความหวาดระแวงอย่างเธอ พวงหยกยังเถียงว่ากะรัตกำลังโดนหลอกสูบเงินเจ้าสัวอ่อนใจประชดให้กอดสมบัติเอาไว้ แล้วอยู่คนเดียวต่อไป

กะรัตโทรศัพท์เข้ามือถือพิศุทธิ์แต่เพราะเขาหลับไปด้วยฤทธิ์ยาจึงไม่ได้ยินเสียง...น้ำผึ้งลงจากแท็กซี่ลากกระเป๋าเข้ามาในบ้านเห็นใบทะเบียนสมรสที่พิศุทธิ์วางไว้บนโต๊ะกินข้าวก็หยิบมาขยำปาทิ้งลงพื้น เธอขึ้นไปบนห้องพิศุทธิ์เห็นเขานอนหลับสนิทก็ยิ้มกริ่ม

“สามีเธอเป็นของฉัน เรือนหอของเธอก็จะกลายเป็นของฉัน แล้วฉันจะตีตราสามีเธอให้ดู...หลับอุตุเลยนะ ฝันถึงกันอยู่รึเปล่า” น้ำผึ้งมองไปเห็นขวดยานอนหลับ ก็ยิ่งสะใจ “เตรียมตื่นมาเจอชีวิตใหม่ของคุณได้เลย” น้ำผึ้งเข้าลูบไล้ใบหน้าพิศุทธิ์แล้วถอดเสื้อเขาออก เขาขยับตัวแต่ไม่ตื่น “รังเกียจที่จะใช้อากาศหายใจร่วมกับฉันนักใช่ไหม...ได้เวลาเข้าหอของเราซะทีนะ”

กะรัตจอดรถที่หน้าบ้าน แปลกใจที่ประตูบ้านไม่ได้ปิด มองขึ้นไปเห็นไฟที่ห้องพิศุทธิ์เพิ่งดับลง เธอเดินเข้ามาเห็นรองเท้าส้นสูงผู้หญิงถอดอยู่หน้าประตู และมีกระเป๋าเสื้อผ้าวางอยู่ในบ้าน  พลันเหยียบก้อนกระดาษที่ถูกขยำทิ้งบนพื้น หยิบขึ้นมาคลี่ดูเห็นเป็นทะเบียนสมรสก็ใจหายวาบน้ำตาร่วงเข้าใจว่าพิศุทธิ์ขยำทิ้ง ตัดสินใจขึ้นไปหาเขาบนห้อง พอเปิดไฟแทบช็อก เห็นน้ำผึ้งนอนกอดพิศุทธิ์อยู่บนเตียง เสื้อผ้าทั้งสองกองอยู่ที่พื้น กะรัตระเบิดเสียงดังลั่น

“คนสารเลว! สกปรกที่สุด คุณทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง”

เสียงกะรัตทำให้พิศุทธิ์สะลึมสะลือขึ้นมา แต่ลุกไม่ไหวเพราะฤทธิ์ยานอนหลับ น้ำผึ้งสวมรอย “โทษที เขาขลุกอยู่กับฉันทั้งวันจนเพลีย เธอต้องเข้าใจนะว่าเรา กำลังข้าวใหม่ปลามัน...เวลาพ่อพระตบะแตกแล้วเนี่ย กู่ไม่กลับเลยนะ ไม่น่าเชื่อ”

“พวกเธอมันเลวสมกันแล้ว” กะรัตกรีดร้องวิ่งหนีกลับลงมา

น้ำผึ้งตามมาเยาะว่า พิศุทธิ์ตกลงจะแต่งงานแล้วเลี้ยงลูกด้วยกันที่นี่ กะรัตปรี๊ดด่าว่าลูกที่เกิดมาประจานความหน้าด้านของเธอน่ะหรือ น้ำผึ้งโต้ว่า ลูกเกิดจากความรักและความตั้งใจ กะรัตสติแตกฝากน้ำผึ้งบอกพิศุทธิ์ไปหย่ากับตนในวันพรุ่งนี้ได้เลย น้ำผึ้งสะใจไม่คิดว่าจะง่ายขนาดนี้ น้ำผึ้งกลับเข้ามาในห้องเห็นพิศุทธิ์ยังหลับใหลก็เข่นเขี้ยว...พรุ่งนี้เขาจะเป็นของตน

กะรัตเตลิดมานั่งร้องไห้อยู่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง ดื่มเหล้าจนเมามายจนเช้า...กะรัตกลับมาบ้านอย่างอิดโรย นวลดีใจรีบถามถึงพิศุทธิ์ เธอกลับโทร.หาพวงหยกบอกให้พาไปหย่าโดยเร็ว พวงหยกดีใจยกใหญ่ นวลหน้าเหวอ...

ทางพิศุทธิ์ตื่นขึ้นมารู้สึกแปลกที่ตัวเองเปลือยท่อนบน ได้ยินเสียงคนอาเจียนโอ้กอ้ากอยู่ในห้องน้ำ

สักพักน้ำผึ้งออกมาในชุดเสื้อคลุม เขาตกใจรีบถามเธอ มาได้อย่างไร

“ก็มาปรนนิบัติสามีสิคะถามได้ เมียยังแพ้ท้องอยู่เลย อย่าเพิ่งใจร้ายกับเมียนักนะ เดี๋ยวลูกตกใจ” น้ำผึ้งเข้าออดอ้อน

พิศุทธิ์ผลักน้ำผึ้งออกหาว่าพูดจาเหลวไหล น้ำผึ้งท้าให้ไปถามกะรัตดูได้ เขาตกใจ น้ำผึ้งรีบบอกเรื่องที่กะรัตนัดไปหย่าวันนี้ พิศุทธิ์ตวาด “หยุดได้แล้ว คุณจะทำลายชีวิตผมไปถึงไหน ถามจริงๆเถอะ  นี่ผมไปทำอะไรให้ คุณถึงต้องมาพังชีวิตผมจนไม่มีชิ้นดีแบบนี้”

“อย่ามาโทษฉัน ชีวิตคุณพังตั้งแต่คุณเลือกแต่งงานกับผู้หญิงอย่างกั้งแล้ว” น้ำผึ้งแว้ด

พิศุทธิ์ไล่ให้น้ำผึ้งกลับ แต่เธอพยายามยื้อจะอยู่ดูแลเขาตลอดไป พิศุทธิ์สุดทนคว้าเสื้อแต่งตัวออกไปเอง น้ำผึ้งย้ำ กะรัตไม่มีวันกลับมาหาเขาอีก

“ต่อให้ไม่มีกั้ง ผมก็ไม่เคยจะนึกพิศวาสคุณสักครั้ง”

น้ำผึ้งเอาเรื่องเมื่อคืนมาขู่ พิศุทธิ์โต้ว่าตนหลับเป็นตายขนาดนั้นคงทำอะไรเธอไม่ได้ ไม่ทันไรพวงหยกโทร.มาเร่งพิศุทธิ์เรื่องหย่า พิศุทธิ์หน้าเสีย น้ำผึ้งแสดงความยินดีอย่างสะใจ

“ถ้าทั้งหมดที่คุณทำไปเป็นเพราะคุณอิจฉาที่เห็นกั้งสมหวังในความรักกับผม ผมยินดีที่จะออกไปจากชีวิตกั้งให้เร็วที่สุด เพื่อที่คุณจะได้เลิกจองเวรจองกรรมกับกั้งเสียที ต่อให้วันนี้คุณจะทำให้ผมจากกั้งได้ แต่คุณก็เอาความรักที่ผมมีให้เขาไปไม่ได้อยู่ดี”

“แมนจังเลยค่ะ จะบอกว่าหย่าเพื่อปกป้องเขางั้นสิ พระเอกไปหน่อยไหม”

“ถ้าคิดว่าชนะเพราะทำให้เราเลิกกันได้ จะบอกให้ว่าคุณคิดผิด ต่อให้หย่ากัน ผมก็จะไม่มีวันเลิกรักกั้งแล้วมาหาคุณ ยังไงคุณก็ไม่มีวันเอาชนะกั้งได้อย่างแน่นอน” พิศุทธิ์ขับรถออกจากบ้านไป ปล่อยน้ำผึ้งคั่งแค้น...ถ้าตนไม่ยอมแพ้ เกมนี้มันก็ยังไม่จบ...

กะรัตมาพร้อมพวงหยก กันตาและกุนตี เห็นพิศุทธิ์ยืนรอหน้าอำเภออยู่ก่อน พวงหยกหาว่าที่รีบมาคงอยากหย่าไปอยู่กับเมียใหม่ พิศุทธิ์ขอคุยกับกะรัต พวงหยกขวาง กะรัตเดินไปนั่งโต๊ะนายทะเบียน พวงหยกเตือนเรื่องทรัพย์สิน ทั้งพิศุทธิ์และกะรัตนึกถึงวันจดทะเบียนสมรสที่พิศุทธิ์ยืนยันว่า เอกสารเหล่านี้ไม่มีความหมายเพราะพวกเขาไม่มีวันเลิกกันอยู่แล้ว...

“ผมจำได้ทุกคำพูดที่ผมพูดออกไป และผมก็พร้อมจะรักษาคำพูดทุกคำ ถึงแม้บางคำ ผมจะทำไม่ได้ก็ตาม...” พิศุทธิ์ยืนยัน

กะรัตกลั้นน้ำตาก่อนจะสวนขึ้น ขอปากกา พิศุทธิ์ชะงักมองกะรัตที่พร้อมจะเซ็นหย่า เธอรับปากกาจากเจ้าหน้าที่ ชะงักเล็กน้อยก่อนจะเซ็น แต่แล้วปากกากลับเขียนไม่ออก พวงหยกขัดใจ ควักปากกาตัวเองออกมาให้ลูกสาวใช้แทน...เหมือนฟางเส้นสุดท้ายขาดลงเมื่อพิศุทธิ์เห็นมือกะรัตเซ็นชื่อลงบนใบหย่า เขากลั้นน้ำตาแล้วเซ็นชื่อตามเธอ นายทะเบียนเอาใบหย่ามอบให้ทั้งสองคน กะรัตลุกหนีไป พวงหยกรีบรับมาแทนก่อนจะเชิดหน้าใส่พิศุทธิ์แล้วเดินตามลูกสาวไป

กันตากับกุนตีประคองกะรัตจะให้ขึ้นรถ เธอนึกได้หันกลับไปหาพิศุทธิ์ ถอดแหวนที่นิ้วยื่นคืนให้ พิศุทธิ์ไม่รับคืน แถมย้ำ “แหวนนี่เป็นของคุณ ผมตั้งใจมอบให้คุณ อยากให้คุณเก็บมันเอาไว้ ผมคงไม่มีวันไปสวมแหวนให้ใคร ไม่ว่าวงนี้หรือว่าวงไหน”

ใจกะรัตไหววูบ แต่ข่มใจบอกว่าไม่อยากได้ พิศุทธิ์ให้เธอทิ้งมันไปถ้ามันไม่มีค่ากับเธอ กะรัตทำท่าจะขว้างทิ้ง พิศุทธิ์เดินหนีเพราะไม่อยากเห็น สุดท้ายกะรัตก็กำแหวนไว้น้ำตาร่วงพรู

ooooooo

ตอนที่ 10

เมื่อท่านชายอ๊อดปั้นเรื่องให้กะรัตเชื่อได้ ก็ย้ำให้แผนการสมบูรณ์ขึ้น ด้วยการจ้างนักเลงมาก่อกวนใช้เลือดเขียนกำแพงขู่ และยืนกร่างประกาศพิศุทธิ์เป็นหนี้เจ้านายพวกมัน ถ้าไม่อยากให้เลือดพวกนี้เป็นเลือดพิศุทธิ์ ก็ยอมให้ยึดวังเสียดีๆ หรือไม่ก็หาเงินใช้หนี้ตามกำหนด

กะรัตหน้าเสียนึกถึงคำพูดของท่านชายอ๊อด ที่ว่าเป็นหนี้อยู่ 50 ล้าน ถ้าไม่มีจ่ายเขาจะยึดวัง แต่พิศุทธิ์ไม่ยอมเพราะรักวังนี้มาก...พอพวกนักเลงไปแล้ว กะรัตก็สั่งนวลให้คนมาทำความสะอาดรอยเลือดให้เกลี้ยง ตัวเธอรีบไปหากุนตีทันที กุนตีตกใจกับเรื่องที่กะรัตเล่าให้ฟัง แนะนำควรบอกพิศุทธิ์ แต่กะรัตคิดว่าจะใช้เงินแก้ปัญหานี้อีกครั้ง เพราะเชื่อว่าพิศุทธิ์ไม่ยอมเอ่ยปากแน่

“กั้งขอร้องล่ะ พี่กุ้งช่วยกั้งเถอะนะ กั้งขอยืมเงินบริษัทก่อนแล้วกั้งจะใช้คืนให้เอง เงินแค่เนี้ยเทียบไม่ได้เลยกับชีวิตคุณพิศุทธิ์ กั้งไม่ยอมให้ชีวิตครอบครัวของกั้งพังเด็ดขาด!”

กุนตีอ่อนใจไม่รู้จะทำ อย่างไรที่ดีกว่ายอมทำตามความต้องการของน้อง...ค่ำวันนั้น กะรัตเห็นพิศุทธิ์ยืนเครียดมองท้องฟ้าอยู่ตรงหน้าต่างห้องนอน เธอก็เข้ากอดเขาทางด้านหลังซบหน้ากับแผ่นหลังเขาด้วยความรู้สึกรักและห่วงใย เขาอย่างมาก พิศุทธิ์แปลกใจถามเธอเป็นอะไร

“กั้งต่างหากที่ต้องถามว่าคุณ เป็นอะไรรึเปล่า คุณดูเครียด กังวลเหมือนมีอะไรในใจ ถ้าคุณมีอะไรอยากระบายก็พูดออกมาเถอะค่ะ เราเป็นผัวเมียกันนะคะ ไม่ใช่คนอื่น”

พิศุทธิ์หันมาสบตาเธอ ตัดสินใจบอกเรื่องที่ตั้งใจจะบอกหลายครั้งแล้ว กะรัตลุ้นว่าเป็นเรื่องชีวิตเขาตกอยู่ในอันตราย แต่เขากลับบอกว่า “ท่านพ่อเป็นหนี้ 50ล้าน วังผมกำลังจะถูกยึด”

กะรัตรู้อยู่ก่อนแต่ต้องทำ ตกใจถามเขาต้องร่วมรับผิดชอบใช่ไหม พิศุทธิ์ผงะรีบออกตัว “นามสกุลของผมมันติดตัวมา ผมต้องรับผิดชอบชื่อเสียงที่มันจะเสียและมันอาจทำให้คุณอาย” กะรัตถอนใจแค่นั้นเองหรือ “มีอีกอย่างที่ผมต้องขอร้องคุณ...”

“อะไรเหรอคะ คุณบอกกั้งได้ทุกอย่าง”

“ไม่ ว่าท่านพ่อกับหม่อมย่าจะมาขอร้องแบบไหน ห้ามคุณและครอบครัวยื่นมือช่วยเหลือเด็ดขาด” กะรัตจะแย้ง เขาตัดบท “ไม่มีแต่กั้ง เรื่องของที่บ้านผมผมจะจัดการเอง ผมจะไม่สร้างปัญหาให้ครอบครัวหรือดึงคุณไปเดือดร้อนเพราะผมแน่ๆ รับปากผมนะว่าจะทำตามที่ผมขอ”

กะรัตอึกอักจำต้องรับปาก พิศุทธิ์กอดกะรัตอย่างโล่งใจที่ได้บอกเธอเสียที แต่กะรัตนิ่งงันเพราะคิดว่าเขากำลังเล่นละครตบตาว่าไม่มีเรื่องขู่เอาชีวิต เพื่อให้เธอสบายใจ

ooooooo

วันต่อมา กะรัตโทร.นัดท่านชายอ๊อดว่าจะเข้าไปหาที่วังวิวัฒน์วงศ์ ท่านชายกับหม่อมมลุลีดีใจกันใหญ่...กุนตีเตือนกะรัตว่าพิศุทธิ์อาจโกรธมาก ถ้ารู้ว่าเธอเข้าไปยุ่งเรื่องนี้ และสองแม่ลูกคงไม่หยุดเพียงแค่นี้ กะรัตยืนยันว่าจะทำให้ทั้งสองรู้ว่าคนอย่างตนเสียเงินได้แต่ไม่ยอมเสียโง่

เมื่อ กะรัตมาถึงวังวิวัฒน์วงศ์และยอมตกลงจ่ายเงินให้ 50 ล้าน ท่านชายอ๊อดกับหม่อมมลุลีดีใจกันใหญ่ แต่พอจะรับเช็คจากมือกะรัต เธอดึงกลับและขอแลกเปลี่ยนหนึ่งข้อ ท่านชายรีบบอกจะสิบข้อก็ได้ กะรัตกล่าวชัดถ้อย ชัดคำว่า ท่านต้องโอนวังนี้ให้เป็นชื่อพิศุทธิ์ เพื่อปกป้องปัญหาในอนาคตที่จะทำให้พิศุทธิ์เดือดร้อนอีกเพราะความโลภของท่าน ทั้งสอง

“มันจะมากไปแล้วนะ! นี่มันฮุบวังชัดๆ” ท่านชายอ๊อดโวย

“ฮุบอะไรกันคะ หม่อม คุณชาย คนอื่นๆก็ยังอยู่ในวังนี้ต่อไปได้ แล้วคุณชายพูดเองไม่ใช่เหรอว่าจะยกวังนี้ให้พิศุทธิ์อยู่แล้ว”

หม่อม มลุลีเห็นดีด้วย ท่านชายอ๊อดไม่พอใจเหน็บกะรัตว่าเขี้ยวไม่เบา กะรัตว่าคนอย่างตนไม่ได้สวยอย่างเดียว มีสมองด้วย ท่านทั้งสองไม่ต้องอายใครที่มีลูกสะใภ้อย่างตน...ท่านชายอ๊อดรับปาก  แต่กะรัตให้โอนเดี๋ยวนี้เพราะกลัวเขาเบี้ยว ท่านชายเข่นเขี้ยว กะรัตยืนยันเรื่องนี้จะไม่มีใครรู้ ท่านชายสบถไล่หลัง...นังสะใภ้อสรพิษ...

ข่าว การหมั้นของกันตากับศิวาทำให้รสสุคนธ์ได้รู้ว่า ทำไมน้ำผึ้งถึงเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับศิวา แต่ไม่เข้าใจว่ากันตาไปทำอะไรให้ ทำไมถึงได้ใจบอดตาบอดทำตัวเหมือนหมาบ้า น้ำผึ้งไม่สะทกสะท้าน กลับโต้ว่าอย่าเพิ่งใช้คำนั้น เพราะคำว่าหมาบ้าอาจไม่พอก็ได้ รสสุคนธ์ถึงกับหนักใจ

ในวันนี้ น้ำผึ้งหาทางจะเข้าใกล้พิศุทธิ์ เธอจับตามองเขาตลอดที่เขาเดินอยู่ในบริษัทจนมีจังหวะที่ฟองดาวมัวคุยอยู่กับ ชายนี่และยี่หวา เธอทำทีเข้ามาขอบคุณที่เขาไปช่วยเรื่องมิสเตอร์โฮล พิศุทธิ์จึงบอกว่า ตนขอให้เจ้านายเปลี่ยนคนดิวงานกับมิสเตอร์โฮลให้แล้ว พิศุทธิ์จะเดินหนี น้ำผึ้งขวางแกล้งถามกลัวที่จะคุยกับตนหรือ เขาปฏิเสธ เธอรุกว่าเขาหนีความจริงเรื่องกะรัต

“พอเถอะคุณน้ำผึ้ง คุณปั่นหัวผมไม่สำเร็จหรอก”

“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะไม่หวั่นไหว คุณรู้ว่าสิ่งที่ฉันพูดมันเป็นเรื่องจริง กั้งเขาเห็นคุณเป็นแค่เกม

ไม่ใช่ความรัก!”

พิศุทธิ์ ไม่อยากฟังจะเดินหนี น้ำผึ้งดึงเขาไว้ เขาข่มอารมณ์ขอร้องให้ปล่อย แต่น้ำผึ้งกลับท้าให้เขามองตนว่าไม่มีอะไรแตกต่างจากกะรัต เธอจับมือเขาลูบ

ไล้เนื้อตัว พิศุทธิ์ตกใจพยายามดึงมือออก น้ำผึ้งมั่นใจว่าเขาไม่ใช่พระอิฐพระปูน พิศุทธิ์เหลืออดขู่อย่าให้ตนหมดความอดทน

น้ำ ผึ้งกลับโต้ “อย่ามัวใส่หน้ากากเลยค่ะ ไม่มีสามีที่ไหนจะซื่อสัตย์กับภรรยาตัวเองได้ตลอดหรอก ยอมรับ มาเถอะค่ะว่าที่คุณหนีฉันเพราะคุณเองก็หวั่นไหว” น้ำผึ้งฉวยจังหวะที่พิศุทธิ์กระชากมือกลับ เซเข้าซบอกแล้วโอบกอดเขา

ระหว่างนั้นฟองดาว ชายนี่ และยี่หวาโผล่เข้ามา ทั้งสามตกตะลึง น้ำผึ้งยิ่งกอดเขาแน่นขึ้น พิศุทธิ์ผลักเธอ ออก ปฏิเสธกับทุกคนว่าไม่มีอะไร ฟองดาวตัดบทให้ทุกคนกลับไปทำงาน...ทุกคนเดินไป พิศุทธิ์ต่อว่าน้ำผึ้งไม่คิดว่าเธอจะทำได้ขนาดนี้ ขอบอกว่ามันไม่มีผลต่อตนกับกะรัต

“คุณกับกั้งก็เหมือนปราสาททราย ตอนนี้อาจจะดูแข็งแกร่งสวยงาม แต่จริงๆแล้วไม่มีแม้แต่รากฐานที่ มั่นคง กั้งไม่ได้รักคุณและฉันก็รู้ด้วยว่าคุณไม่ได้โง่ คุณ เชื่อในสิ่งที่ฉันพูด คุณจะปกปิดแผลนี้ไว้ได้แค่ชั่วคราวเท่านั้นแหละ เรื่องของคุณฉันแค่รอเวลา”

“ผมก็จะบอกว่าคุณเสียเวลาเปล่าๆ ผมยืนยันตรงนี้ว่าผมกับกั้งไม่ใช่ปราสาททราย และคลื่นที่บ้าคลั่งอย่างคุณไม่มีวันทำอะไรเราได้”

น้ำผึ้งเยาะจะคอยดู เธอเดินจากพิศุทธิ์ออกมาเห็นฟองดาวกำลังซุบซิบกับชายนี่และยี่หวาก็แสร้งทำเป็นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง ทั้งสามผิดหวังคิดว่าพิศุทธิ์ตบะแตกเสียแล้ว

ด้านกะรัต เอาเอกสารการกู้เงินและการโอนวังมาฝากกุนตีเก็บไว้ให้ พวงหยกผ่านมาเห็นสองพี่น้องทำอะไรงุบงิบก็สงสัย...หลังจากนั้น พวงหยกก็มาได้ยินจากเพื่อนไฮโซที่เล่นโยคะด้วยกัน คุยกันเรื่องวังวิวัฒน์วงศ์กำลังจะโดนยึด อีกคนบอกว่าตกข่าวแล้ว เพราะมี คนขี่ม้าขาวมาช่วยท่านชายอ๊อดไว้ พวงหยกฉุกคิดถึงเรื่องที่ลูกสาวสองคนแอบคุยกัน

เย็นวันนั้น พวงหยกจึงย่องมาค้นตู้เซฟห้องทำงาน กุนตี แล้วก็ได้เห็นเอกสารการกู้เงินและเอกสารการโอนวัง เป็นชื่อพิศุทธิ์ เธอเดือดดาลมากสบถว่าลูกสาวช่างโง่เขลา

ooooooo

ระหว่างที่ศิวาสังสรรค์กับเพื่อนๆจิตใจเขาไม่ได้ สนุกด้วย เอาแต่ครุ่นคิดว่าใครส่งต้นงิ้วมาในวันหมั้น ไม่ทันไร บอดี้การ์ดเข้ามารายงานว่า มีคนเห็นน้ำผึ้งมา ป้วนเปี้ยนหน้าบ้านเมื่อวันงาน ศิวาโกรธมากลุกพรวด ออกไปจากกลุ่มเพื่อนทันที ทำเอาทุกคนงง

ศิวาเฝ้ารับส่งกันตาเพราะเกรงน้ำผึ้งจะเข้าถึงตัวเธอ เป็นตามคาด น้ำผึ้งแกล้งเดินเข้ามาชนศิวา พอเขาเงยหน้า จะขอโทษก็ชะงัก กันตาทักทายน้ำผึ้ง ศิวายิ่งตกใจที่ทั้งสองรู้จักกัน น้ำผึ้งเห็นสีหน้าศิวายิ่งสะใจ แกล้งทักถาม เป็นแฟนกันตาใช่ไหม ไม่คิดจะแนะนำตัวบ้างหรือ

“ผมคงไม่ต้องบอก ใครๆก็รู้จักผม”

“อ๋อ...ฉันรู้แล้ว คุณคือคุณศิวา เสือผู้หญิงที่คบผู้หญิง ไม่เลือกหน้านี่เอง” น้ำผึ้งยั่ว

กันตาตัดบทถามน้ำผึ้งมาทำอะไร น้ำผึ้งบอกว่าป่วยทางใจ หัวใจมันสั่นมันโหวงเหวงสงสัยจะเหงาเกินไป เลยมาขอยาแก้เหงา หรือควรใช้คนแชร์ความเหงา เธอ ปรายตามองศิวา กันตาเห็นสายตาน้ำผึ้งที่มองศิวาจึงบอกว่า แถวนี้ไม่มีคนขี้เหงา เชิญไปหาที่อื่น น้ำผึ้งหัวเราะ

“พี่ล้อเล่นน่าก้อย พี่ไม่ชอบกินของซ้ำซาก” ศิวา ถลึงตา น้ำผึ้งยิ้มหยันแก้ตัวว่าตนมึนแดดจึงพูดอะไรเพ้อเจ้อแล้วขอตัวเดินไป ในใจเข่นเขี้ยว รู้จักกูขึ้นบ้างหรือยัง...ส่วนศิวาคำรามในคอเดี๋ยวเจอกูแน่...ไม่ทันข้ามวัน รถแวนของศิวาแล่นมาจอดเทียบข้างน้ำผึ้ง คนของเขาลงมาลากตัวเธอขึ้นรถ ขับออกมาถึงถนนสายเปลี่ยว ศิวาให้คนจอดรถแล้วลากน้ำผึ้งลงมา เธอแปลกใจ

ศิวาเข่นเขี้ยว “ผมพามาให้คุณรู้ตัวไง ว่าคนอย่างคุณมันก็แค่ดอกไม้ริมทาง พื้นที่ของคุณมันอยู่แค่ริมทางนี่ อย่าเสนอขึ้นไปสูงเท่าดอกฟ้า!”

“คุณไม่มีสิทธิ์เอาฉันไปเปรียบเทียบกับนังก้อย”

“ทำไมจะเปรียบไม่ได้ คุณกล้ามากนะที่ทำกับผมแบบนี้ ทั้งหลอกผม ทั้งคิดจะแบล็กเมล์ผม คุณรู้จักผมน้อยไปแล้ว”

“คุณต่างหากที่รู้จักฉันน้อยไป คิดจะเฉดหัวฉันไปง่ายๆเหรอ คุณคิดผิดแล้ว รู้ไว้ซะด้วยว่า ฉันนี่แหละที่เป็นคนปั่นหัวนังก้อยให้มันไม่ไว้ใจคุณ ฉันนี่แหละที่ทำให้นังก้อยเปลี่ยนใจเลื่อนแต่งงานกับคุณ ฉันนี่แหละที่ส่งต้นงิ้วไปงานหมั้นคุณ...ยังไม่หมด ฉันนี่แหละที่พังชีวิตครอบครัวนังกั้ง พี่สาวนังก้อย แล้วผัวเก่านังกั้งนั่นแหละที่เป็นพ่อของลูกฉัน”

ศิวาตะลึง น้ำผึ้งเยาะขอบคุณที่ถ้าไม่มีเขาให้ข้อมูล ตนคงปั่นหัวกะรัตไม่สำเร็จ ศิวาแทบช็อกเมื่อรู้ว่าเธอใช้เขาเป็นเครื่องมือทำลายครอบครัวกันตา น้ำผึ้งตบมือเย้ยที่เขาฉลาดขึ้น หลังจากที่โง่คิดว่าตนตามงอนง้อเพราะพิศวาส “เปล่าเลย! คุณมันมีประโยชน์ไว้ไถเงินกับฆ่าคนในครอบครัวนังกั้งให้ตายทั้งเป็นเท่านั้นแหละ”

“แกนี่มันนังงูพิษ!” ศิวาโกรธจัดเงื้อมือจะตบ

น้ำผึ้งยื่นหน้าท้าให้ตบ ตนจะได้เอาบาดแผลไปอวดนักข่าวให้กันตารู้ว่าคู่หมั้นเธอซาดิสต์ น้ำผึ้งหัวเราะเยาะหยัน “คนอย่างฉันถ้าไม่ถือไพ่เหนือกว่า ฉันไม่ทุ่มหมดหน้าตักลงเล่นเกมนี้หรอก อย่าเสี่ยงกับฉันดีกว่า คนที่จะจบเกมนี้ได้คือฉัน ไม่ใช่คุณ!”

ศิวาแค้นจับหน้าน้ำผึ้งบีบ “คุณต่างหากที่เล่นผิดคน คุณลืมไปแล้วเหรอว่าผมเป็นใคร ต่อไปนี้คุณจะไม่มีวันเข้าใกล้คุณก้อยได้อีก ผมจะส่งคนคอยประกบคุณ ถ้าคุณทะเล่อทะล่าเข้าไป อย่าหาว่าผมไม่เตือนแล้วกัน” ศิวาเหวี่ยงน้ำผึ้งไปกระแทกรถอย่างแรง

เผอิญพิศุทธิ์ขับรถสวนมาจอดมองอย่างแปลกใจ เห็นศิวาข่มขู่น้ำผึ้งจะทำให้เสียโฉมถ้ายังไม่เลิกหาเรื่อง ศิวาผลักน้ำผึ้งออกแล้วขึ้นรถแล่นออกไป  น้ำผึ้งตกใจที่โดนทิ้งวิ่งตามเคาะรถ...รถศิวาแล่นผ่านรถพิศุทธิ์  ศิวาสบตาพิศุทธิ์ด้วยความตกใจ

น้ำผึ้งหกล้มนั่งร้องไห้อยู่กับพื้น พอจะลุกรู้สึกเจ็บที่ขาจะล้ม  พิศุทธิ์ก้าวเข้ามาช่วยพยุง  น้ำผึ้งผงะตกใจ ถามเขาจะบอกกะรัตไหม พิศุทธิ์ย้อนถามว่าตนควรบอกดีหรือไม่

“ฉันรู้คุณฉลาดพอที่จะรู้ว่า  ถ้าคุณไปบอกเรื่องนี้กับยัยก้อย  ฉันก็จะได้ครอบครองคุณศิวาคนเดียว แต่ถ้าเกิดคุณไม่บอก ฉันก็จะกลายเป็นเมียน้อยของสามียัยก้อย นังกั้งเพื่อนรักของฉันต้องทนไม่ได้แน่ๆ เห็นไหมล่ะคะว่าฉันมีแต่ได้กับได้” น้ำผึ้งสะใจ

“ผมว่าคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับความแค้น  คิดแต่เอาชนะไม่ใช่กั้งหรอก แต่เป็นคุณนั่นแหละ”

“ไม่จริง!  ที่ฉันทำกับคุณไม่ใช่เพราะอยากเอาชนะ แต่เพราะฉันรักคุณจากหัวใจ กั้งต่างหากที่คิดเอาชนะ คุณเชื่อฉันนะคะคุณพิศุทธิ์ ฉันรักคุณมากตั้งแต่แรกที่เราพบกัน  ฉันรู้ว่าคุณคือคนที่จะฉุดชีวิตฉันขึ้นมาจากนรก นะคะเราจะได้สร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ด้วยกัน”

“เลิกคิดเถอะ มันไม่มีวันเป็นแบบนั้นได้เพราะต่อให้กั้งไม่ได้รักผม ผมก็ไม่รักคุณอยู่ดี!”

คำพูดของพิศุทธิ์เหมือนฟ้าผ่ากลางหัวใจ  น้ำผึ้งเจ็บแค้นตะโกนลั่นว่าไม่จริง  ตนไม่เชื่อ ไม่เชื่อว่าตนจะแพ้กะรัต  น้ำผึ้งหายใจหอบถี่เป็นลมล้มฟุบ  พิศุทธิ์รับตัวเธอไว้ก่อนหัวจะฟาดพื้น  พิศุทธิ์จำต้องพาน้ำผึ้งมาโรงพยาบาล และกรอกเอกสารให้แก่พยาบาล รสสุคนธ์อุ้มลูกน้ำผึ้งมาด้วยความร้อนใจ  พิศุทธิ์จึงขอตัวกลับ  เธอขอบคุณเขาอย่างจริงใจ

ooooooo

พิศุทธิ์กลับมาบ้านตัดสินใจจะบอกเรื่องศิวาแก่กะรัต  แต่ศิวาตามมาหาพิศุทธิ์ถึงบ้าน  อ้างกับกะรัตว่ามีเรื่องงานปรึกษา  กะรัตแปลกใจไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนศิวา รีบบอกว่าเพิ่งคุยกับพิศุทธิ์วันนี้เอง  เลยตามมาคุยต่อ

ว่าแล้วก็เชิญพิศุทธิ์ไปคุยที่สนามหน้าบ้าน  กะรัตชักสงสัย

ศิวาเหลียวมองไม่มีใครอยู่แถวนี้  ก็เปิดฉากถามพิศุทธิ์ว่าได้ยินที่น้ำผึ้งพูดกับตนใช่ไหม  พิศุทธิ์นิ่งแสดงว่าใช่  ศิวาถามทันทีว่าบอกกะรัตหรือยัง  พิศุทธิ์ว่ากำลังจะบอก ศิวารีบขอร้องไม่ให้บอก  ตนกับน้ำผึ้งไม่มีอะไรกันแล้ว  ตนคบกับเธอแค่ความพึงพอใจไม่มีพันธะ ในโลกนี้ตนรักกันตาคนเดียว  ถ้ากะรัตรู้เรื่องต้องไปบอกกันตา  แล้วอย่าหวังเรื่องแต่งงานเลย  แม้แต่หน้าตนเธอก็คงไม่มอง...

พิศุทธิ์หนักใจเพราะไม่ยุติธรรมสำหรับกันตา

“ผมไม่นึกเลยนะครับว่าสายน้ำผึ้งจะเป็นคนใกล้ตัวขนาดนี้ แล้วเขาก็หลอกใช้ผมมาตลอด ถ้าผมรู้ก่อนนะครับ เรื่องทั้งหมดมันก็จะไม่เกิดขึ้น”

“ผู้หญิงคนนี้มีความแค้นเป็นลมหายใจเข้าออกเขาเป็นเพื่อนกับกั้งมา 12 ปี ก่อนที่จะมาเป็นชู้กับแฟนคนก่อนของกั้งจนมีลูกด้วยกัน ครอบครัวผมง่อนแง่นทุกวันนี้ก็เพราะว่าปัญหาความแค้นครั้งนั้น...คุณเลิกเล่นกับไฟเถอะ ไปบอกเลิกเขาซะแล้วไปสารภาพเรื่องนี้กับคุณก้อย”

แต่ศิวาเกรงว่ากันตาต้องไม่ให้อภัยแน่ ตนต้องหาทางแต่งงานกับเธอให้ได้ก่อนค่อยสารภาพ พิศุทธิ์สังหรณ์ใจว่าเรื่องนี้ศิวาจัดการไม่ได้ง่ายๆ...ศิวากลับไป พิศุทธิ์อ้างกับกะรัตว่าศิวาอยากเปิดบริษัทใหม่จึงมาปรึกษาแค่นั้น

ด้านน้ำผึ้ง เธอช็อกเมื่อรู้ว่าตัวเองตั้งท้องลูกของศิวา เธอเครียดถึงกับทุบท้องตัวเองเพราะปรารถนาในตัวพิศุทธิ์มากกว่า รสสุคนธ์พยายามห้ามและให้สติ แต่ไม่มีอะไรหยุดความริษยาของน้ำผึ้งได้ เธออาละวาดปาดข้าวของในห้องนอนหล่นกระจาย โทษโชคชะตาทำร้ายตน

“โชคชะตาน่ะมันไม่เคยกลั่นแกล้งใครหรอกนะ ตัวเราเองที่เป็นคนลิขิตชีวิตตัวเอง ก็ถ้าผึ้งรู้จักคำว่า...คิดก่อนทำ...ชีวิตผึ้งจะไม่เป็นแบบนี้”

“น้ารสเลิกซ้ำเติมผึ้งสักทีได้ไหม” น้ำผึ้งกราดเกรี้ยว

รสสุคนธ์ย้ำไม่ได้ซ้ำเติมแค่พูดความจริง ถ้าทำอะไรมีสติคิดนานเจ็บน้อย ไม่ใช่คิดน้อยแล้วเจ็บนาน ป่านนี้อาจจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์เหมือนกะรัต น้ำผึ้งยิ่งปรี๊ดที่เอาตนไปเปรียบกับกะรัต ตนเหนือกว่าที่สามารถมีลูกให้สามีได้ไม่เหมือนกะรัต รสสุคนธ์ตำหนิ มีโดยที่เขาไม่ยอมรับเนี่ยหรือ น้ำผึ้งโวยครั้งนี้ลูกของตนต้องมีพ่อ!

น้ำผึ้งนัดพบกับศิวาที่คอนโดเพื่อบอกเรื่องตั้งท้อง ศิวาไม่ยอมรับ ทั้งสองด่าว่ากันสาดเสียเทเสีย ศิวาหมดความเป็นสุภาพบุรุษต่อน้ำผึ้ง เขาโยนเงินให้เธอไปจัดการเอาเด็กออก อย่าให้ชีวิตบริสุทธิ์ต้องเกิดมามีแม่ที่ทำตัวไม่ต่างจากอีตัว น้ำผึ้งกรี๊ด...โถมเข้าทุบตีอย่างบ้าคลั่ง ศิวาสุดทนตบหน้าเธอล้มคว่ำเลือดกบปาก น้ำผึ้งไม่สลดกลับเย้ยหยัน

“คนอย่างนายศิวา ลีพาณิชย์ มีปัญญาทำผู้หญิงได้แค่นี้เองเหรอ มิน่าถึงต้องหลบอยู่หลังเงาพ่อ แต่งงานไปก็คงเอากระโปรงเมียมาคลุมหัว เสื่อม!กระจอก!ไร้น้ำยา!”

ศิวาโกรธจัดแสดงให้เห็นว่าเขาทำได้มากกว่าที่เธอพูด ลากน้ำผึ้งมากดหัวลงตรงระเบียงน้ำ ผึ้งเริ่มกลัวท่าทีศิวาเหมือนคนโรคจิต ศิวาย้ำอย่ายุ่งกับกันตาและตนอีกไม่อย่างนั้นตนทำอะไรได้มากกว่านี้อีก จากนั้นศิวาก็ลากน้ำผึ้งมาโยนนอกห้อง ปิดประตูใส่หน้าอย่างไม่ไยดี น้ำผึ้งเข่นเขี้ยว ไม่มีวันจบแค่นี้แน่...ศิวาโทร.สั่งบอดี้การ์ดให้จับตาดูน้ำผึ้งไว้อย่าให้เข้าใกล้กันตาได้

น้ำผึ้งซมซานกลับบ้านด้วยความบอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจ มีเพียงรสสุคนธ์คอยปลอบ

ooooooo

ทันทีที่เนื้อแพรรู้เรื่องน้ำผึ้งจากพิศุทธิ์ก็รู้สึกสังเวชใจ เพราะความแค้นบ้าๆของผู้หญิงคนหนึ่ง กับการใช้ชีวิตบนความประมาทของผู้ชายอีกคน ทำให้คนอีกกี่คนต้องมาเสียใจ...เธอกุมมือพิศุทธิ์ย้ำให้อยู่ห่างๆน้ำผึ้งเข้าไว้ ไม่อย่างนั้นจะเดือดร้อนไปด้วย

ด้วยความริษยาบวกความแค้น ทำให้น้ำผึ้งมาฝากครรภ์กับทางโรงพยาบาล กรอกประวัติว่าพิศุทธิ์เป็นสามีและทำทีว่าสามีที่พาตนมาเมื่อวานทำกระเป๋าหาย ขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด จากนั้น น้ำผึ้งมาบริษัทเห็นพิศุทธิ์ออกไปสัมมนาข้างนอก ก็แกล้งร้องไห้คุยโทรศัพท์ในห้องน้ำที่มีคนอยู่ “ฉันขอโทษค่ะที่โทร.มารบกวนคุณ แต่ฉันไม่รู้จะทำยังไง อาการมันชัดเจนขึ้นทุกวันแล้วนะคะ วันนึงกั้งก็ต้องรู้ว่าฉันท้อง...ก็ได้ค่ะ คุณกลับมาแล้วค่อยคุยกันก็ได้”

ปรากฏว่า ยี่หวากับพนักงานคนอื่นๆที่อยู่ในห้องน้ำได้ยิน ต่างตกใจรีบมากระพือข่าวจนรู้กันทั่วบริษัท...ไม่เพียงแค่นั้น น้ำผึ้งกลับมาบ้าน อุ้มน้องพีทลูกชายออกไปบ้านกะรัต จะเข้าไปในบ้าน นวลรีบโกหกว่ากะรัตไม่อยู่ แต่เธอไม่เชื่อ บุกเข้าไป นวลไม่กล้าทำรุนแรงเกรงลูกที่น้ำผึ้งอุ้มอยู่จะบาดเจ็บ กะรัตกำลังหัดคว้านเมล็ดเงาะ ร้องเย้...ดีใจที่ตนทำได้ น้ำผึ้งเข้ามาเยาะ

“เหมือนที่เธอคิดจะแย่งผัวคนอื่น เธอก็แย่งไปได้งั้นเหรอ”

นวลรีบเข้ากอดกะรัตไว้ พยายามเตือนอย่าไปฟัง เราเป็นกะรัตคนใหม่แล้ว กะรัตชะงัก

“ฉันรู้น่านวล คนอย่างฉันเอาแร่ไปแลกกับเศษเกลือมามากแล้ว จะไม่ลดตัวลงไปอีก”

นวลทำท่าดีใจ แล้วเชิญน้ำผึ้งให้กลับไป น้ำผึ้งยิ้มเยาะ “ฉันจะกลับได้ยังไง ในเมื่อลูกฉันยังไม่ได้สวัสดีแม่ใหญ่เลย ความจริงจะบอกว่า น้องพีทเป็นลูกฉันกับคุณภูลำพังก็ไม่ได้ ต้องเรียกว่าลูกของเรา เพราะเธอเองก็มีศักดิ์เป็นแม่เหมือนกัน ถึงจะเป็นแม่เลี้ยงก็เถอะ”

กะรัตโต้ว่า ไม่มีค่านมเลี้ยงลูกแล้วใช่ไหมถึงมายัดเยียดให้เป็นลูกคนอื่น น้ำผึ้งเจ็บจี๊ด ตวาดตนไม่ต้องการเงิน ที่มาเพื่อทวงพ่อให้ลูก กะรัตไล่ให้ไปแจ้งข่าวควายหายที่อื่น

“พ่อของลูกฉันไม่ได้หาย เขาอยู่ที่นี่ฉันก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกนะ แต่เด็กมันต้องมีพ่อ มีแม่คนเดียวมันไม่ครบถ้วน ฉันอยากได้พ่อให้ลูก เธอพอจะสงเคราะห์คุณพิศุทธิ์ให้ฉันได้ไหม”

กะรัตลุกพรวด นวลรีบรั้งไว้ กะรัตโวยด่าว่าไล่น้ำผึ้งให้กลับไป แต่น้ำผึ้งยังยั่วว่ากะรัตน่าจะฉลาดขึ้นบ้าง ผัวสามคนหลอก น่าจะตาสว่าง ไม่รู้สึกบ้างหรือว่าช่วงนี้พิศุทธิ์กลับดึกๆดื่นๆ มีท่าทีแปลกไป กะรัตเริ่มหวั่นไหว

นวลเห็นไม่ได้การณ์ ดันนํ้าผึ้งให้กลับออกไป นํ้าผึ้งกลับด่า

“ถอยไป! ไม่ใช่เรื่องของขี้ข้า!”

“คุณเป็นบ้าอะไรคะคุณผึ้ง ที่ผ่านมาคุณกั้งรักและดีกับคุณทุกอย่าง คุณกั้งไม่เคยตัดเล็บเท้าตัวเอง แต่สมัยมหาวิทยาลัยคุณขาหัก คุณกั้งไปนั่งตัดเล็บเท้าให้คุณ คุณจำมันได้บ้างไหมคะ”

“มันเป็นแค่ตบหัวแล้วลูบหลัง มันไม่เคยทำดีจากใจ มันทำดีเพราะกลัวฉันไม่เอามันต่างหาก” นํ้าผึ้งตอกกลับ

“ไม่ใช่หรอก คุณรับความดีของคุณกั้งไม่ได้ เพราะคุณมันขี้อิจฉา คนอย่างคุณต่อให้มีเพชรเม็ดเท่าบ้าน คุณก็ไม่มีความสุข เพราะคุณไม่เคยมองในสิ่งที่คุณมี คุณมองแต่สิ่งที่คนอื่นมี”

“เพราะสิ่งที่คนอื่นมีมันควรเป็นของฉันไง!” นํ้าผึ้งเอาลูกใส่มือนวล ยํ้าให้ดูแลดีๆ แล้วเดินตามกะรัตที่เดินขึ้นห้องไปสงบจิตใจ

กะรัตกำลังยกมือไหว้พระขอให้ตัวเองคุมสติได้ นํ้าผึ้งเปิดประตูผาง...เข้ามา ตอกยํ้าว่ากะรัตหนีความจริง แล้วไปนั่งบนเตียงเยาะเย้ย “เตียงนี้สินะ ที่แกหวังจะใช้เป็นฐานเผด็จศึกวันไข่ตกน่ะ” กะรัตตกใจที่นํ้าผึ้งรู้ “ฉันรู้เรื่องไข่ตกได้ยังไงน่ะเหรอ อาจเป็นเพราะเราเป็นเพื่อนรัก ฉันเลยไข่ตกพร้อมเธอมั้ง แล้วคุณพิศุทธิ์ก็เลือกจะอยู่กับฉันคืนนั้น”

กะรัตปรี๊ดเข้าดึงนํ้าผึ้งออกจากเตียง นวลอุ้มน้องพีทตามมาเตือนกะรัตให้ใจเย็น นํ้าผึ้งยั่ว

“หวงกลิ่นผัวเหรอ ไม่ต้องกลัว...ฉันไม่แย่งหรอก เพราะที่นอนฉันก็มีกลิ่นเขาเหมือนกัน”

“สันดานหมาเห่าใบตองแห้งอย่างแก คิดว่ายังจะมีใครเชื่ออีกเหรอ”

“ต้องให้ฉันสาธยายด้วยไหมล่ะกั้ง ว่าคุณพิศุทธิ์ของเราเขาชอบแบบไหน ชอบให้ฉันกอดตรงไหน คลำตรงไหน จูบตรงไหน...”

กะรัตโวยไม่เชื่อ นํ้าผึ้งเอาเสื้อสูทของพิศุทธิ์ที่สวมให้ตนวันที่ตากฝนออกมาแกล้งสูดดม เพื่อยืนยันว่าพิศุทธิ์อยู่กับตนในคืนไข่ตก กะรัตชะงักหาว่านํ้าผึ้งขโมยเสื้อพิศุทธิ์ไป

“ถ้าไม่จริง ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าคืนนั้นเขากลับดึก แล้วถ้ามันไม่จริง เขาบอกแกไหมว่าคืนนั้นเขาหายไปไหน”

“นังสารเลว! ฉันไม่เชื่อแก คุณพิศุทธิ์ไม่ใช่ภูเบศร์ ถึงได้กินอะไรไม่เลือก แกมันตอแหล! คุณพิศุทธิ์ไม่มีวันมีลูกกับแก...แกโกหก!”

“คุณพิศุทธิ์รู้ว่าเธออยากมีลูกกับเขา แต่เขาปฏิเสธเธอใช่ไหมล่ะ ก็เพราะว่าเขาไม่ได้อยากมีลูกกับเธอ เขาอยากมีลูกกับฉัน เหมือนที่คุณภูไม่เคยคิดมีลูกกับแก แต่มามีลูกกับฉันไง! แล้วในท้องฉันตอนนี้ก็มีเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณพิศุทธิ์แล้ว”

กะรัตปรี๊ดผลักน้ำผึ้งกระเด็น น้ำผึ้งเอาหลักฐานมายืนยัน ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดว่าพิศุทธิ์พาตนไปโรงพยาบาลพร้อมใบฝากครรภ์ว่าเขาเป็นพ่อ น้ำผึ้งยังท้าให้ไปถามคนที่บริษัทดู น้ำผึ้งเห็นกะรัตแทบบ้าก็หันมาอุ้มน้องพีทแล้วบอกกะรัตว่า ไม่ต้องห่วง ตนยอมหารสามีกับเธอ กะรัตสติหลุด สั่นสะท้านไปทั้งตัว นวลพยายามปลอบให้เชื่อมั่นในตัวพิศุทธิ์ กะรัตต้องการพิสูจน์จึงขับรถมาที่บริษัทเพื่อจะถามเรื่องน้ำผึ้งท้องกับพิศุทธิ์ กลับได้ยินฟองดาวคุยกับชายนี่ ยี่หวาพอดี กะรัตช็อก นวลพยายามโทร.หาพิศุทธิ์แต่เขาเข้าสัมมนาและลืมมือถือไว้...

ในวันเดียวกัน ทุกคนในบ้านเจ้าสัวบัญชาต่างตกตะลึงกับข่าวหนังสือพิมพ์ว่าใครเป็นคนให้ข่าว...กฤชรีบไปหาเนื้อแพรที่ร้านสปา ไม่ทันจะคุยเรื่องข่าว พวงหยกพาฝูงนักข่าวมาถ่ายภาพประจานไหนว่าไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก แต่กลับชวนกันไปฮ่องกง กฤชจะอธิบาย พวงหยกแว้ด

“เรื่องในมุ้งน่ะสิ ถ่ายกันให้เห็นจะจะเลยนะ จะได้เอาไปขยายต่อ ว่าข่าวที่ฉันลงเป็นเรื่องจริง ขึ้นหัวแบบชัดๆไปเลยว่า...ดาราน้ำเน่ารุ่นเก่ารวมหัวกับลูกชายเสนอตัวเขย่ากระปุกออมสินผัวชาวบ้าน” กฤชปรามจะบ้าไปแล้วหรือ พวงหยกไม่สนใจให้ข่าวต่อ “ฉันสร้างเนื้อสร้างตัวมากับผู้ชายคนนี้สามสิบกว่าปี พอถึงวันนี้ฉันมีทุกอย่างแต่นังดาราหน้าด้านนี่ ใช้เนื้อหนังมังสามาล่อหลอกให้สามีฉันหลงเสน่ห์ แล้วก็ถ่ายเทสมบัติของฉันไป”

“ฉันไม่เคยไปถ่ายเทสมบัติบ้าบอของคุณเลยแม้แต่บาทเดียว” เนื้อแพรเหลืออด

พวงหยกตวาด ไม่เอาบาทเดียวแต่เอาเป็นสิบๆล้าน ว่าแล้วก็โยนเอกสารการกู้เงินและการโอนชื่อวังเป็นชื่อพิศุทธิ์ให้ดู เนื้อแพรตกใจไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน พวงหยกเอาโชว์พวกนักข่าว กฤชทนไม่ได้เอ็ดพวงหยกให้หยุด แต่เธอกลับโต้ว่าจะหมดตัวยังจะปกป้องกันอีก เนื้อแพรเดือด

“หยุดพูดดูถูกฉันกับลูกสักที!”

“เพราะฉันดูถูกไง ฉันถึงต้องพูดให้คนเขาเห็นเนื้อในของแก เงินพวกนี้ฉันได้มาเพราะหยาดเหงื่อแรงงานของฉัน แต่แกแม่ลูกมาทำธุรกิจบนเตียงไม่กี่นาที แกก็ได้ทุกอย่าง”

“คนอย่างฉันกับลูก ต่อให้อดตายก็ไม่เคยคิดจะทำอะไรอย่างที่คุณพูด! พาภรรยาคุณออกไปก่อนที่ฉันจะไม่เหลือความอดทน” นักข่าวยังถ่ายภาพ เนื้อแพรตวาดไล่ออกไป

กฤชดึงพวงหยกกลับ นักข่าวตามออกไป เนื้อแพรน้ำตาร่วงพรูกดโทรศัพท์หาพิศุทธิ์

ooooooo

ตอนที่ 9

ทุกคนในแผนกการตลาดต่างมึนตึงกับนํ้าผึ้ง แต่เธอไม่หวั่น ฟองดาวหอบแฟ้มงานมิสเตอร์โฮล ลูกค้าใหม่มาให้นํ้าผึ้งดูแลแทน ระหว่างที่พิศุทธิ์ลาพักร้อน นํ้าผึ้งชะงักถามทันทีว่า เขาไปไหน ชายนี่แทรกเข้ามาว่า เขาไปดื่มนํ้าผึ้งพระจันทร์ ฟองดาวดักคอ

“หวังว่าน้องผึ้งจะทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ใช่มัวแต่เอาเวลาไปคิดเรื่องพรากผัวพรากเมียใครเขานะคะ” พูดจบฟองดาวก็สะบัดก้นไป

นํ้าผึ้งชักสีหน้าไม่พอใจ เจ็บปวดที่ไม่มีใครเป็นพวก...เวลาผ่านไป นํ้าผึ้งเอาแฟ้มงานมายื่นคืนให้ฟองดาว อ้างว่าโปรเจกต์นี้เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์ของมิสเตอร์ชาล์ลที่พิศุทธิ์ดูแล ตนต้องคุยรายละเอียดกับพิศุทธิ์ ฟองดาวย้อนถามอยากคุยกับพิศุทธิ์เรื่องงานหรือเรื่องตัวเอง นํ้าผึ้งว่าต้องเรื่องงาน ชายนี่กับยี่หวาหัวเราะคิก นํ้าผึ้งหันขวับมามองหน้าตึง

“คุณพิศุทธิ์เองก็น่าจะเข้าใจว่างานนี้ สำคัญแค่ไหน หรือพี่ฟองดาวเห็นว่างานไม่สำคัญคะ ผึ้งไม่รู้ว่าพี่ฟองคิดยังไงกับผึ้งถึงได้ดูมึนตึงแบบนี้ แต่ผึ้งอยากจะอธิบายว่าเรื่องวันนั้นมันไม่...”

ชายนี่ร้องขึ้นมาให้ยี่ หวาดูภาพสวีตหวานของพิศุทธิ์กับกะรัต และว่าบาปเปล่าๆถ้าต้องดึงเขากลับมาทำงานตอนนี้ นํ้าผึ้งพยายามคุมอารมณ์ ฟองดาวรีบพูดก่อนนํ้าผึ้งว่า

“พี่เป็นเลขาคุณพิศุทธิ์ พี่ก็ต้องทำตามคำสั่งที่คุณพิศุทธิ์ให้ไว้ ส่วนเรื่องที่พี่ได้ยินมา พี่ว่าพี่เข้าใจไม่ผิดหรอก หูพี่ไม่พิการ” ฟองดาวดันเอกสารกลับไป แล้วลุกหนี

นํ้าผึ้งเจ็บใจ กดมือถือหาภาพในไอจีของกะรัต เห็นภาพสวีตหวานที่กะรัตหอมแก้มพิศุทธิ์ริมทะเล อยากจะร้องกรี๊ดด้วยความอิจฉา...นํ้าผึ้งปลดปล่อยความเครียดด้วยการจับจ่าย ซื้อของราคาแพง ทั้งของตัวเองและของลูก รสสุคนธ์เห็นแล้วอดเตือนไม่ได้ว่า ชีวิตไม่แน่นอนน่าจะเก็บเงินไว้ยามจำเป็น นํ้าผึ้งยิ่งเจ็บจี๊ดที่รสสุคนธ์เชื่อว่าตนจะเอาชนะกะรัตไม่ได้

ด้วยความ เจ็บใจ นํ้าผึ้งวางแผนโทร.อ้อนศิวาให้มาหาที่คอนโด เขาอิดออดไม่อยากให้กันตาขุ่นใจอีก แต่นํ้าผึ้งขอแค่ไม่กี่ชั่วโมง พอศิวาใจอ่อนมาพบ เธอก็จัดแจงผสมนํ้าให้เขาอาบ แล้วแอบปิดเครื่องมือถือของเขา จากนั้นก็ใช้โทรศัพท์ในห้องโทร.หา รปภ.ให้จัดการตามที่บอกไว้

กันตาเพิ่งออกเวรจากโรงพยาบาล รปภ.โทร.มาแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่คอนโด มีลูกห้องร้องเรียนว่ามีนํ้ารั่วมาจากห้องศิวา แต่ทางเราติดต่อเขาไม่ได้ ศิวาให้เบอร์ฉุกเฉินไว้เป็นเบอร์นี้ กันตาแปลกใจกดโทรศัพท์หาศิวาแต่เขาปิดเครื่อง จึงตัดสินใจไปดูให้...พอมาถึง รปภ.ก็มอบคีย์การ์ดให้ กันตาชั่งใจก่อนจะขึ้นไปที่ห้องศิวา พอรูดการ์ด ประตูกลับเปิดไม่ได้ติดล็อกด้านใน

ด้านศิวากำลังนั่งดื่มไวน์กับน้ำผึ้ง อยู่ก็แปลกใจใครมาไขห้อง เขาลุกมาส่องตาแมวที่ประตู แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นกันตา น้ำผึ้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง กันตาเคาะเรียก ศิวาจึงให้น้ำผึ้งไปหลบ แล้วมาเปิดประตูรับ ถามเธอมาที่นี่ได้อย่างไร กันตาบอกว่ามีคนโทร.ให้มาดูน้ำรั่วที่ห้องเขาลงไปห้องข้างล่าง ศิวาหน้าตื่น

“โทร.หาคุณ! ทำน้ำรั่ว! แล้วพวกนั้นรู้เบอร์คุณได้ไง”

“เขา บอกว่าคุณให้ไว้” เห็นหน้าศิวาแปลกใจ “อ้าว! ถ้าคุณไม่ได้ให้เบอร์ฉันแล้วใครให้ล่ะคะ หรือว่ามีคนอื่นที่รู้จักฉันโดยที่ฉันไม่รู้ตัว”

ศิวารีบแก้ตัวว่าลืมเอง ได้ให้เบอร์เธอไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน เพราะทางคอนโดอัพเดตข้อมูลกันตาติงที่ตนไม่รู้มาก่อนว่าเขามีคอนโดแห่งนี้ ศิวาโกหกไปว่าซื้อที่นี่ไว้ให้คนเช่า พอดีคนเก่าออกเลยมาดูความเรียบร้อยก่อนคนอื่นเช่าต่อ กันตาไม่ค่อยเชื่อจึงแกล้งถามจะให้ยืนคุยนอกห้องอย่างนี้หรือ ว่าแล้วก็เดินผ่านเขาเข้ามา เธอมองสำรวจไปรอบห้อง ศิวามองตามอย่างใจหาย

กันตาเห็นแก้วไวน์สองใบวางอยู่ ก็แกล้งเปรยว่าเขาคงเครียดมากถึงได้ดื่มไวน์คนเดียวสองแก้ว ศิวา

รีบแก้ตัวว่าเมื่อสักครู่มีเพื่อนมาชื่อเจษที่ชอบโทร.หาบ่อยๆ กันตาดักคอ

“งั้นเรื่องที่คุณคุยคงจะสำคัญมาก จนคุณปิดมือถือไม่ให้ใครรบกวน”

ศิว าชะงักหยิบมือถือมาดูเห็นว่าปิดจริงก็ฉุกคิดว่าเป็นฝีมือน้ำผึ้ง เขารีบทำหน้าปกติบอกเธอว่าคงแบตหมด กันตาแขวะช่างบังเอิญจริงๆ...น้ำผึ้งแอบฟังอยู่ในห้องน้ำอย่างใจจดใจจ่อหวัง ให้กันตาแตกหักกับศิวา แต่ศิวากลับทำใจดีสู้เสือ จูงกันตาท้าให้ไปดูกล้องวงจรปิดของคอนโดว่า เพื่อนมาหาตนจริงหรือเปล่า กันตาดึงมือกลับ

“ไม่ต้อง ถ้าคุณยืนยันว่าคุณไม่มีอะไร ฉันก็จะเชื่อว่าไม่มี ฉันเคยบอกคุณแล้วว่า ถ้าคุณจริงใจกับฉัน ฉันก็จริงใจกับคุณ แต่ถ้าคุณไม่จริงใจ ฉันก็ไม่ขอเสียเวลากับคุณ! ฉันกลับล่ะ”

น้ำผึ้งเจ็บใจที่กันตาไม่ตีโพยตีพายเหมือนพี่สาว จึงแกล้งปัดขวดแชมพูในห้องน้ำหล่นเสียงดัง กันตาชะงักหันมองไปทางห้องน้ำ ศิวาใจหายแต่ปั้นหน้าเป็นปกติปฏิเสธไม่มีอะไร กันตาให้พิสูจน์ไปเปิดประตูเขาอึกอักลังเล กันตาเห็นท่าทางก็เด็ดขาดทันที

“ถ้าคุณกลัว ฉันไม่บังคับคุณก็ได้ แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาบังคับในสิ่งที่ฉันไม่อยากทำเหมือนกัน” กันตาเดินออกจากห้อง ศิวาจะตาม

แต่น้ำผึ้งออกจากห้องน้ำมาเรียกเขาไว้ ทำหน้าขอโทษ ศิวาหันมากำชับอย่าไปไหนเดี๋ยวจะกลับมาจัดการ ศิวารีบตามกันตาไปจนถึงหน้าคอนโด เธอได้ลับตาไปแล้ว เขากดมือถือหาแต่เธอปิดเครื่อง เขาเครียดกลับเข้ามาเอาเรื่องน้ำผึ้ง เธอปฏิเสธตาใสเช่นเดิมว่าไม่มีวันจะทุบหม้อข้าวตัวเองให้ลูกต้องลำบาก ศิวาขุ่นใจ

“โอเค...จับไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ถ้าผมรู้ว่าใครตุกติกกับผมเมื่อไหร่ แล้วจะหาว่าผมไม่เตือน” ศิวาคว้าข้าวของเดินออกจากห้องกลับไป...น้ำผึ้งแอบยิ้มสะใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ ท่านชายอ๊อดได้รับโทรศัพท์จากผู้รับเหมาว่า ถ้าไม่จ่ายเงินงวดนี้พวกเขาจะหยุดงาน ท่านอ๊อดเครียดมาก ขอเครื่องเพชรของหม่อมมลุลีไปหมุน เธอไม่ยอมให้ อ้างเหลือแต่เครื่องเพชรประจำตระกูลที่ให้ไม่ได้แล้ว และย้อนถามถึงเงินที่ไปเอาจากเจ้าสัวไปไหนหมด

“เงินนั่นหมดไปตั้งแต่ผมพาหม่อมแม่ไปช็อปปิ้งที่ฮ่องกงเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วล่ะครับ นี่ถ้าผมไม่มีเงินจ่าย งานผมเสร็จไม่ทันกำหนด ผมโดนฟ้องบานแน่ หม่อมแม่ช่วยไปพูดกับเจ้าสัวให้ผมหน่อยสิครับ”

หม่อมมลุลีโวยจะให้ตนโดนเนื้อแพรกับพิศุทธิ์ถอนหงอกอีกหรือ ขอเหลือหน้าไว้ออกสังคมบ้างเถอะ ท่านชายอ๊อดรีบบอกว่าตอนนี้พิศุทธิ์ไม่อยู่ ส่วนเนื้อแพรก็ยุ่งกับการเปิดสาขาใหม่ นับเป็นโอกาสดีของเรา หม่อมมลุลีครุ่นคิด

สุดท้าย สองแม่ลูกก็หอบตะกร้าผลไม้มาหาเจ้าสัวบัญชา ประจบว่าได้สั่งผลไม้อิมพอร์ตมาฝาก เจ้าสัวทำหน้ารู้ทันขอตัวมีงาน หม่อมมลุลีรีบบอกว่าอย่าทำไม่มีเยื่อใยกันแบบนี้ ท่านชายอ๊อดโพล่งขึ้นทันที “นั่นสิครับ เรื่องที่พิศุทธิ์โกรธ ท่านจะคิดมากทำไม อย่างหนูกะรัตเนี่ยก็เหมือนรถมือสามมือสี่เข้าไปแล้ว มันก็ต้องมีค่าใช้จ่ายมาซ่อมมาแซมไอ้ที่มันสึกหรอกันไปบ้าง”

หม่อมมลุลีสะอึกที่ลูกชายพูดจารุนแรงเกินไป เจ้าสัวหน้าตึงขอให้พูดจาดีๆหน่อย แล้วบอกให้รู้ว่า เงินที่ตนจ่ายให้ไปไม่ใช่ซื้อตัวพิศุทธิ์ แต่เป็นเพราะเห็นว่าช่วยพ่อของคนที่หลานรัก หม่อมมลุลีทำเสียงอ่อนว่าลูกชายเป็นคนจิตใจดี โดนหุ้นส่วนหลอกจนหมดตัว เจ้าสัวรู้แกว

“แล้วที่มานี่ก็จะมาเอาเงินจากอั๊วอีกใช่ไหม จะว่าไป อั๊วมีวันนี้ได้ก็เพราะมีคนให้โอกาส อั๊วก็เลยชอบให้โอกาสคนเหมือนกัน”

สองแม่ลูกดีใจกันใหญ่ “ผมรู้อยู่แล้วว่าเงินแค่นี้ไม่กระเทือนเจ้าสัวหรอก”

“ใช่ มันไม่กระเทือนอั๊วหรอก แต่มันอาจจะ กระเทือนคนอื่น ดังนั้นก่อนที่อั๊วจะให้โอกาสคุณชายอีกครั้ง อั๊วคงต้องให้คนคนนึงมาช่วยยืนยันด้วย” ...สองแม่ลูกทำหน้างงว่าใคร...

ในขณะที่พิศุทธิ์กับกะรัตกำลังสนุกสนานกับการทำอาหารที่บ้านเนื้อแพร กะรัตตั้งใจจะทำให้เนื้อแพรได้ลองชิมฝีมือตัวเองแต่ดูทุลักทุเลมาก พิศุทธิ์คอยช่วยกะรัตให้ไปรอทานตนทำเองได้ เนื้อแพรจึงดึงลูกชายออกมานั่งรอที่ห้องรับแขก แต่เขาชำเลืองมองไปทางครัวอย่างห่วงๆ เนื้อแพรติงไม่ต้องห่วงหรอก พิศุทธิ์กลับบอกว่า ตนห่วงครัวของแม่จะเละมากกว่า สองแม่ลูกหัวเราะครื้นเครง เนื้อแพรดีใจที่เห็นลูกมีความสุข พิศุทธิ์เปลี่ยนเรื่องคุย ถามถึงพ่อกับย่า

“ก็ได้ข่าวว่ากำลังเร่งทำงาน เพราะถึงกำหนดต้องส่งงาน หวังว่าได้เงินจากค่าส่งงาน แล้วคงเอาไปใช้หนี้ให้เจ้าสัว”

พิศุทธิ์กังวลใจจะไม่เป็นเช่นนั้น...ขณะเดียวกัน หม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อดกลับมาวังวิวัฒน์วงศ์อย่างหงุดหงิด เพราะเจ้าสัวบัญชาบอกว่าจะให้เงินต่อเมื่อมีพิศุทธิ์ยืนยัน ซึ่งมันไม่มีทางเป็นไปได้ สองแม่ลูกถกเถียงกันไปมาจะทำอย่างไรให้ไม่ถูกฟ้องล้มละลาย

ooooooo

เช้าวันใหม่กะรัตมาตรวจสุขภาพเพื่อเตรียมพร้อมที่จะมีลูก กันตายํ้าเตือนวันเวลาที่คุณหมอกำหนดให้ กะรัตนับวันแล้วตื่นเต้นที่เป็นวันนี้พอดี เผอิญนํ้าผึ้งแวะมาเอายาให้ลูกชาย จึงได้ยินสองพี่น้องคุยกัน

เธอเจ็บใจไม่มีวันยอมให้ครอบครัวกะรัตสมบูรณ์ได้

มาถึงบริษัท นํ้าผึ้งทำทีเอาแฟ้มงานเข้ามาหาพิศุทธิ์อ้างคุยเรื่องงานของมิสเตอร์โฮล เขาบอกกับเธอว่า มิสเตอร์โฮลจะมาถึงวันนี้ตอนสองทุ่ม ตนคุยทางอีเมล์กับเขาเรียบร้อยแล้ว นํ้าผึ้งเสนอให้ไปรับเขาด้วยกัน ฟองดาวชักสีหน้ารู้ทันว่านํ้าผึ้งเริ่มแผนใกล้ชิดพิศุทธิ์อีก

“ผมบอกมิสเตอร์โฮลไปแล้วว่าทางผมคิดสูตรรสชาติตามที่เขาต้องการไว้เรียบร้อยแล้วรอให้มิสเตอร์โฮลมาทดสอบพรุ่งนี้...วันนี้มิสเตอร์โฮลแค่อยากรู้ข้อมูลทางการตลาด ขอโทษนะที่บอกกะทันหัน พอดีมิสเตอร์โฮลอยู่เมืองไทยได้สองวันเท่านั้น ทุกอย่างเลยต้องเร่ง”

นํ้าผึ้งเห็นว่าเข้าทางรีบขอให้เขาไปด้วยกัน เผื่อมีคำถามที่ตนตอบไม่ได้ แต่พิศุทธิ์กลับบอกว่า ถ้ามีอะไรที่เธอตอบไม่ได้ช่วยโน้ตเอาไว้ พรุ่งนี้ตนจะอธิบายเอง นํ้าผึ้งผิดหวัง...ระหว่างนั้นกันตาได้รับจดหมายตอบรับการเรียนต่อจากมหาวิทยาลัย จึงขอเลื่อนการแต่งงานออกไป ศิวาหวั่นใจเกรงจะสูญเสียเธอไปตลอดชีวิต เขาโทร.ขอให้พวงหยกช่วยคุยกับกันตาให้

ด้วยความเครียดศิวาโทร.นัดนํ้าผึ้งมาพบที่คอนโด นํ้าผึ้งออกตัวกับเขาก่อนว่ามีเวลาไม่มาก เพราะต้องไปรับลูกค้าตอนสองทุ่ม แต่ก็ดีใจที่เขายังต้องการเธอ ศิวากลับไม่สนใจการเย้ายวน เขารื้อค้นกระเป๋าเธอดึงเอาบัตรเครดิตคืน นํ้าผึ้งตกใจ “คุณจะเอาบัตรเครดิตฉันไปไหน!”

“คุณพูดผิดแล้ว นี่มันบัตรเครดิตผมต่างหาก

ผมบอกแล้วไง...ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วไม่ทำตัวมีปัญหา ผมก็จะให้ทุกอย่าง แต่ถ้ามีปัญหาเมื่อไหร่ ผมก็จะเอาคืนทุกอย่าง”

“ฉันไปสร้างปัญหาอะไรให้คุณ ถ้าเป็นเรื่องคุณก้อยของคุณล่ะก็ ฉันไม่รู้เรื่อง!”

“ก็ในเมื่อจับมือใครดมไม่ได้ ผมก็ยึดทุกอย่างจากทุกคน จำไว้นะ! ไม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือใครก็ตาม จงหยุดซะ บอกแล้วว่าคุณก้อยคือคนสำคัญของผม ถ้าคิดว่าทำอย่างนี้แล้วจะทำให้ผมกับคุณก้อยไม่ได้แต่งงานกัน...คิดผิด! ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้คุณก้อยมา ยอมแม้แต่เลิกหาความสุขจากผู้หญิงอย่างคุณ!” ศิวาจะเดินไป

น้ำผึ้งตกใจรั้งเขาไว้  เขาสะบัดจนเธอล้มลงเดินไปอย่างไม่เหลียวแล น้ำผึ้งยิ่งเจ็บแค้น

ooooooo

เย็นวันนั้น กะรัตแวะมาบ้าน ได้ยินพวงหยกโวยวายกันตาที่ยกเลิกการแต่งงาน กันตาว่าไม่ได้ยกเลิก แต่ขอเปลี่ยนเป็นการหมั้น กะรัตช่วยไกล่เกลี่ย “แม่ก็รู้ว่ายัยก้อยเป็นคนยังไง ถ้ายัยก้อยบอกไม่ก็แปลว่าไม่ แต่ถ้ามีทางเลือกให้แม่ก็แปลว่า ยอมแม่มากแล้ว ถ้าแม่ไม่เอางานเข้าแน่”

พวงหยกเอ็ดตะโรหันมาก่นด่าเรื่องของกะรัตแทน กะรัตเถียงว่าพิศุทธิ์เป็นคนดีมาก ตนตั้งใจจะมีลูกกับเขา พวงหยกยิ่งปรี๊ดหาว่าพิศุทธิ์คิดใช้ลูกช่วยกอบโกยสมบัติของเธอ

“กั้งไม่คุยกับแม่แล้ว คืนนี้กั้งมีภารกิจสำคัญต้องไปทำ รีบกลับไปรอสามีสุดที่รักดีกว่า”

กะรัตกลับมาบ้าน จัดโต๊ะอาหารดูโรแมนติก แต่งตัววาบหวิวรอรับพิศุทธิ์ เธอโทร.บอกให้เขารีบกลับบ้าน แต่พิศุทธิ์ยังติดประชุมอยู่...ด้านน้ำผึ้งกำลังต้อนรับมิสเตอร์โฮล เขาใช้สายตาสำรวจเรือนร่างเธออย่างจาบจ้วง น้ำผึ้งยังหวังว่าพิศุทธิ์จะตามมา ได้โทร.รายงานว่าตนอยู่ในห้องอาหารที่โรงแรม อย่างไรเสียก็เป็นทางผ่านกลับบ้านของเขาหวังว่าเขาจะแวะ

ผ่านไปสักพัก น้ำผึ้งโทร.หาพิศุทธิ์อีกครั้งบอกเขาว่ามิสเตอร์โฮลเมามาก ตนไม่รู้จะทำอย่างไร พิศุทธิ์แนะนำให้เธอตามพนักงานมาช่วยพาเขาขึ้นห้องพัก น้ำผึ้งโกรธหาว่าเขาใจดำ ทั้งที่ความจริงพิศุทธิ์ยังติดประชุมอยู่...น้ำผึ้งประชดด้วยการประคองพามิสเตอร์โฮลขึ้นห้องพักเอง แต่พอจะกลับออกมาก็ถูกเขาหลอกพยายามปลุกปล้ำ น้ำผึ้งต่อสู้สุดชีวิต เพราะไม่คิดว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ มิสเตอร์โฮลเข้าใจว่า บริษัทส่งผู้หญิงมาต้อนรับหมายถึงผู้หญิงอย่างว่า เธอหนีเข้าไปขังตัวในห้องน้ำร้องไห้โทร.ขอให้พิศุทธิ์มาช่วย

พอเสร็จการประชุม กะรัตโทร.ถามพิศุทธิ์จะถึงบ้านหรือยัง เขาลังเลเป็นห่วงน้ำผึ้ง จึงตัดบทกะรัตว่าอีกไม่นานก็ถึง กะรัตแปลกใจยิ่งครุ่นคิดสติหลุดอีก นวลต้องคอยปลอบ

น้ำผึ้งหวาดกลัวอยู่ในห้องน้ำ พลันได้ยินเสียงไขกุญแจเข้ามา มิสเตอร์โฮลหัวเราะร่าลากเธอออกมาปลุกปล้ำ ทันใด พิศุทธิ์พาพนักงานโรงแรมเปิดประตูผางเข้ามา กระชากมิสเตอร์โฮลขึ้นชกหน้าล้มหัวกระแทกตู้นั่งมึนงง น้ำผึ้งโผเข้ากอดพิศุทธิ์ด้วยความดีใจ พิศุทธิ์เห็นเสื้อผ้าน้ำผึ้งขาด จึงถอดสูทคลุมให้ยิ่งสร้างความอบอุ่นใจแก่เธอ

พิศุทธิ์เห็นว่าน่าจะแจ้งความ แต่น้ำผึ้งไม่ยอมกลัวคนหาว่าตนสร้างเรื่องหวังรวยทางลัด เขาจึงไปส่งเธอที่บ้าน น้ำผึ้งไขว่คว้าความอบอุ่นจากพิศุทธิ์อย่างมาก เธอกุมมือเขาพร่ำรำพัน

“คุณรู้ตัวไหม คุณเป็นคนดีเหลือเกิน ยิ่งเห็นคุณดีเท่าไหร่ กั้งยิ่งไม่มีค่าพอที่จะได้คุณไปเท่านั้น” พิศุทธิ์ชะงักดึงมือออกไม่ค่อยพอใจ น้ำผึ้งรุก “คุณบอกฉันมาสิคะว่าคุณรักกั้งตรงไหน ช่วยบอกฉันหน่อยสิว่า กั้งดีกว่าฉันตรงไหน ฉันเป็นเพื่อนกับกั้งมา 12 ปี ฉันไม่เคยเห็นข้อดีของกั้งเลย ทั้งอารมณ์ร้อน ขี้โมโห เอาแต่ใจ ดีแต่ใช้เงินฟาดหัวคนอื่น เห็นคนอื่นเป็นแค่ของเล่นสนองความพอใจของตัวเอง...ไม่เว้นแม้แต่คุณ!”

พิศุทธิ์ไม่อยากฟังจะกลับ น้ำผึ้งปั่นหัวอีกว่ากะรัตทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะตน ตอนนี้เธอกำลังใช้แผนแก้แค้นด้วยการมีลูก ตนได้ยินเธอวางแผนกับกันตาที่โรงพยาบาล

“คุณอย่าบอกนะว่าคุณไม่เคยสงสัยว่าอยู่ๆคนที่เกลียดเด็กอย่างกั้ง ทำไมถึงอยากมีลูก เขาต้องการให้ฉันเจ็บเหมือนตอนที่คุณภูอยากมีลูกกับฉัน และที่สำคัญ...เขาจะใช้ลูกผูกมัดคุณเหมือนที่เขาใช้ทะเบียนสมรสตีตราคุณไว้นั่นแหละ คุณเชื่อจริงๆหรือว่ากั้งเขารักคุณ บางทีเขาอยากเอาชนะฉันจนยอมทำทุกอย่าง แม้แต่หลอกว่าเขารักคุณ!”

“คุณรู้อะไรไหม ยิ่งคุณพูดทำลายกั้งเท่าไหร่ผมก็ยิ่งเห็นใจและรักกั้งมากขึ้นเท่านั้น”

น้ำผึ้งหน้าชา มองพิศุทธิ์ขับรถออกไปอย่างเจ็บปวด มือกำเสื้อสูทเขาไว้เข่นเขี้ยว จะไม่มีวันยอมให้กะรัตมีครอบครัวที่สมบูรณ์ได้

พิศุทธิ์มาถึงบ้าน เห็นกะรัตนอนหลับอยู่ที่โซฟาก็ยิ้มอย่างเอ็นดู จะเข้าไปอุ้มก็เผอิญเตะเอกสารที่หล่นอยู่ เป็นเอกสารการวางแผนมีบุตร เขาชะงักเริ่มคิดถึงคำพูดของน้ำผึ้ง...แถมมีภาพวาดที่กะรัตวาดไว้เป็นภาพลูกจูงมือพ่อแม่ มีข้อความว่า ลูกคือโซ่ทองคล้องใจ เขายิ่งครุ่นคิด...

วันต่อมา พิศุทธิ์กลัดกลุ้มมานั่งอยู่บ้านเนื้อแพร เลียบเคียงถามแม่ทำไมเลิกกับพ่อ ทำไมไม่อยู่เพื่อแสดงให้ใครๆเห็นว่าลูกมีพ่อ เนื้อแพรยอมรับว่าตอนแรกคิด แต่มันไม่มีความสุขเลยแล้วจะทนอยู่โดยไม่รักกันทำไม พิศุทธิ์โพล่งขึ้น...เพื่อเอาชนะผู้หญิงคนอื่น เนื้อแพรชะงัก

“ทำไมถามแบบนี้ล่ะลูก ใครมาพูดอะไรให้ลูกไขว้เขวอีกหรือเปล่า”

“บางทีการที่กั้งแสดงออกว่าต้องการผมมาก มันทำให้ผมไม่แน่ใจ”

“ชาย แม่เคยบอกแล้วว่าหนูกั้งไม่ใช่ผู้หญิงที่มีอะไรแล้วเก็บไว้นะลูก เขาคนละขั้วกับชายแต่ชายก็บอกว่ารับเขาได้ทุกอย่าง แต่วันนี้ชายจะมาบอกว่าสิ่งที่หนูกั้งทำ มันทำให้ชายระแวง แม่ว่ามันไม่ใช่  แม่ไม่รู้ว่าปัญหามันเกิดจากอะไรกันแน่ แต่แม่อยากบอกชายไว้ ชายเคยต้องการให้หนูกั้งเชื่อใจชายแค่ไหน ชายก็ต้องมีความเชื่อใจเขากลับไปเท่านั้น”

คำพูดของเนื้อแพรทำให้พิศุทธิ์ฉุกคิด

ooooooo

หม่อมมลุลีช็อกสุดขีดเมื่อได้รับเอกสารการยึดวังวิวัฒน์วงศ์จากธนาคาร เธอโวยวายใส่ท่านชายอ๊อดได้ไม่เท่าไหร่ก็เป็นลมล้มพับไป พอฟื้นขึ้นมาก็เจอคำออดอ้อนรำพันสำนึกผิดของท่านชายอ๊อด และคิดวิธีจะหาทางกู้หน้าไม่ให้เสียวัง โดยหวังให้เนื้อแพรช่วยคุยกับพิศุทธิ์

พอสองแม่ลูกผู้สูงศักดิ์ลดตัวลงมาขอร้องเนื้อแพร กลับได้รับการปฏิเสธและโดนเหน็บ

“มาบอกดิฉันกับลูก พวกเราคงช่วยท่านไม่ได้ เป็นหนี้นอกระบบมันก็เหมือนเล่นกับไฟ ทำไมตอนก่อนทำไม่รู้จักคิด อยากเล่นกับไฟก็ต้องโดนไฟเผาแบบนี้แหละค่ะ”

หม่อมมลุลีโวย “มากไปแล้วนะเนื้อแพร ฉันไม่ได้มาให้หล่อนด่านะ แหม...พอเห็นฉันกับลูกล้มเข้าหน่อยก็ทำมาจองหอง...ไม่เป็นไรชาย คนใจแคบไม่ช่วยก็ช่างมัน ชายโทร.ไปหาพิศุทธิ์เองเลยก็ได้ แม่เชื่อว่าพิศุทธิ์ไม่ให้พ่อกับย่าต้องลำบากหรอก”

พิศุทธิ์ก้าวเข้ามา “ไม่ต้องโทร.หรอกครับ ผมอยู่นี่แล้ว ผมคงช่วยไม่ได้หรอกครับ”

“แค่ขอให้แกช่วยออกปากเกริ่นเจ้าสัวให้ ถ้าฉันหมดตัว แกก็ไม่มีราชสกุลคุ้มกะลาหัว”

“ผมไม่สนเรื่องสกุล ผมไม่ชอบยืมจมูกคนอื่นหายใจ ถ้าเราไม่มีปัญญาจะรักษาวังไว้ ก็ปล่อยมันไปเถอะครับ” พิศุทธิ์แนะนำท่านชายอ๊อด

“แกมันเห็นแก่ตัว ห่วงแต่ศักดิ์ศรีแล้วไม่ห่วงชื่อเสียงเมียแกบ้างรึไง ถ้าตระกูลเราหมดตัว เมียแกจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ในเมื่อเขาก็เป็นวิวัฒน์วงศ์คนนึงเหมือนกัน”

หม่อมมลุลีเห็นพิศุทธิ์อึ้งก็รีบเสริมที่ตนบากหน้ามาให้เขากับเนื้อแพรหยามเกียรติ ก็เพื่อรักษาวังนี้ไว้เป็นสมบัติของพิศุทธิ์เอง และอีกอย่างถ้าพวงหยกรู้เรื่องคงยิ่งดูถูกมากขึ้น ท่านชายอ๊อดส่งสายตาให้หม่อมมลุลีทำนองแม่รับมุกได้เฉียบมาก...แต่ดีใจได้ไม่นาน เพราะพิศุทธิ์ประกาศว่า การไม่มีสมบัติติดตัวก็ไม่ได้เสียหายตรงไหน ดีกว่าการเกาะเขากินถึงน่าอาย

ท่านชายอ๊อดปรี๊ดลำเลิกบุญคุณความเป็นพ่อ พิศุทธิ์มองด้วยสายตาเจ็บปวด “ท่านพ่อมีค่าสำหรับผมเสมอครับ ต่อให้ท่านพ่อไม่เคยเลี้ยงดูผม ผมก็ระลึกถึงท่านพ่อเสมอ ท่านพ่อต่างหากเคยคิดถึงลูกคนนี้บ้างไหม หรือนึกได้ว่ายังมีลูกคนนี้ในวันที่เห็นผมมีประโยชน์เท่านั้น”

หม่อมมลุลีสะอึกรีบแก้ตัวว่าที่พ่อกับย่าไม่ได้มาดูแลเพราะเนื้อแพรกีดกัน ทั้งที่ตนกับท่านชายอ๊อดตั้งใจจะยกวังนี้ให้เขา ท่านชายอ๊อดแอบยกนิ้วให้แม่และหวังว่าพิศุทธิ์จะใจอ่อน สุดท้ายทั้งสองต้องหงุดหงิดออกมาจากบ้านเนื้อแพร ด้วยพิศุทธิ์ไม่เล่นด้วย ท่านชายอ๊อดเจ็บใจคิดลู่ทางใหม่ที่จะได้เงิน ยังเหลืออีกคนที่เราควรเข้าหา

เนื้อแพรเตือนพิศุทธิ์ว่าท่านชายอ๊อดไม่หยุดแค่นี้แน่ ให้เขาไปเตือนกะรัตรับรู้ไว้อย่าให้เจ้าสัวต้องเสียเงินอีก พิศุทธิ์ข้องใจ “แม่พูดอย่างกับว่าทางนั้นจะรับไม่ได้ที่บ้านเราเป็นแบบนี้”

“เรื่องเครดิตสำหรับนักธุรกิจมันเป็นเรื่องใหญ่ ชายถึงต้องบอกให้หนูกั้งสบายใจว่าเราไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับหนี้ของท่านพ่อ”

พิศุทธิ์มาถึงบ้านตั้งใจจะบอกเรื่องนี้กับกะรัต แต่เธองอนที่เขากลับดึก และยังไม่เคลียร์เรื่องคืนก่อนที่ไม่กลับมาดินเนอร์กับเธอ กะรัตเชื่อว่าพิศุทธิ์ไม่ต้องการมีลูกจนเอามาเป็นเหตุหลบหน้าเธอ พิศุทธิ์เหนื่อยใจเจอปัญหารุมเร้าหลายทาง พยายามแก้ปัญหาทีละเรื่อง

พิศุทธิ์ยอมรับว่ายังไม่อยากมีลูก เพราะไม่ใช่แค่คลอดเขาออกมาแล้วจบ มันต้องมีความมั่นคงในชีวิตแต่งงาน พร้อมที่จะรับผิดชอบเขา ไม่ใช่แค่เอาชนะใคร สรุปว่าตนยังไม่พร้อม กะรัตอึ้ง ในหัวมีแต่คำถามว่าทำไม...ทำไม...

ooooooo

เมื่อกันตาเปลี่ยนการแต่งงานเป็นการหมั้น ศิวาก็หวั่นใจว่าเธอจะเปลี่ยนใจยกเลิกอีก จึงไปปรึกษาพวงหยก จนได้เลื่อนงานขึ้นมาเป็นอาทิตย์หน้า... จากนั้นศิวาก็รบเร้าให้กันตาไปตัดชุดด้วยกัน แต่เธอบ่ายเบี่ยงต้องทำงาน  เรื่องชุดให้เขาไปจัดการตัวเองให้เสร็จ สำหรับเธอง่ายๆ

ศิวาไม่ย่อท้อ หาทางดึงกันตาลางานออกมาทานข้าวกับเขาจนได้ โดยใช้พ่อเป็นตัวช่วย

“คุณไม่ต้องมายิ้มเลย ที่ฉันมาเพราะป๊าคุณเป็นคนนัดหรอกนะ ถ้ามากับคุณฉันไม่ทิ้งงานมาหรอก” กันตานั่งร่วมโต๊ะอาหารบ่นด้วยความหมั่นไส้ศิวา

ศรัทธาขอบใจกันตา แต่ความจริงที่เขาทำตามคำขอของลูกชายเพราะมีเรื่องตกลงกับศิวา เมื่อกันตาลุกไปเข้าห้องน้ำ ศรัทธาก็เปิดฉากบอกความประสงค์ของตัวเอง เขาต้องการแหวนของแม่ศิวา มาให้เมียคนล่าสุดที่กำลังจะคลอดลูกให้เขา...ศิวาโกรธมาก ไม่ยอมให้

“ป๊าจะมีผู้หญิงหรือมีลูกอีกกี่คนผมไม่เคยยุ่ง ป๊าจะไม่เคยเลี้ยงดูผม ผมก็ไม่เคยแคร์ แต่ผมขออย่างเดียว แหวนวงนี้มีค่ากับผมมาก เพราะมันเป็นแหวนของผู้หญิงที่ผมรักที่สุดในชีวิตให้ผมไว้ แล้วผมก็จะเอาแหวนวงนี้ไปสวมให้กับผู้หญิงที่ผมรักที่สุดเหมือนกัน” ศิวาลุกออกไป

กันตายืนอึ้งฟังสองพ่อลูกเถียงกันอยู่นาน ศิวาเดินมา จูงมือเธอออกไปทันที...ศิวาพากันตามานั่งชมวิวสงบจิตใจ กันตากล่าวขอโทษไม่ได้ตั้งใจฟังเรื่องของเขากับพ่อ ศิวา กลับยินดีที่เธอจะได้รู้ว่า ครอบครัวเขาก็มีปัญหาถึงขนาดแม่เขาต้องตรอมใจตาย กันตาสะท้อนใจ ศิวาระบาย

“ในโลกนี้ แม่เป็นคนเดียวที่ทำให้ผมรู้ว่าความรักที่ไม่ต้องการอะไรตอบแทนมันเป็นยังไง พอไม่มีแม่ ผมก็ไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนจะรักผมโดยไม่หวังผลสักคน” ศิวากุมมือกันตา “จนผมมาเจอคุณ คุณเห็นอย่างนี้แล้วจะยกเลิกงานทุกอย่างก็ได้นะครับ ผมสัญญาว่าคราวนี้จะยอมรับการตัดสินใจของคุณอย่างเต็มใจ จะไม่กวนใจคุณอีก”

กันตาเพิ่งเห็นว่าผู้ชายที่คิดว่าเจ้าชู้ กลับโดดเดี่ยวน่าสงสารเหลือเกิน “คุณจำได้ไหม ตอนที่แม่เอาเอกสารมาแฉคุณพิศุทธิ์ ฉันเคยถามคุณว่าจะเลิกกับฉันก็ได้ แต่คุณปฏิเสธ แล้วครั้งนี้ฉันจะปฏิเสธคุณได้ยังไง...อีกอย่าง สำหรับฉัน เรื่องแหวนไม่ใช่เครื่องบ่งชี้ถึงความสำคัญที่คุณมี ให้กับฉัน แต่มันอยู่ที่ความรู้สึกและการกระทำของคุณมากกว่า”

ศิวาซาบซึ้งตื้นตันใจ ดึงกันตามากอดสัญญาจะจัดการกับอดีตที่ผิดพลาดของตัวเอง และจะรัก ซื่อสัตย์กับเธอคนเดียว กันตายิ้มปลื้ม

ooooooo

วันต่อมา กะรัตมาหาเนื้อแพรที่ร้านสปา เพื่อถามว่าทำไมพิศุทธิ์ถึงไม่อยากมีลูกกับตน เนื้อแพรให้แง่คิดว่า พิศุทธิ์อาจมีบางอย่างที่ไม่พร้อมจะพูดออกมา ขอให้เธออดทนรอ อย่าบีบให้เขาต้องอึดอัดใจ เรื่องบางเรื่องต้องใช้เวลาเรียนรู้ที่จะอดทนรอรับรู้ความในใจของอีกคน

ตลอดเวลาที่อยู่บริษัท พิศุทธิ์พยายามเลี่ยงไม่เผชิญหน้ากับน้ำผึ้ง แต่ดูเธอหาโอกาสเข้าหาเขาตลอด กระทั่งวันนี้ พอดีศิวาโทร.นัดให้เธอไปพบที่คอนโด...ศิวา เรียกเธอมาเพื่อบอกว่า อาทิตย์หน้าตนจะหมั้นกับกันตา และขอเลิกกับเธออย่างเด็ดขาด น้ำผึ้งเยาะเลิกตอนนี้จะมีประโยชน์อะไรถ้ากันตารู้ว่าเขาสวมเขาให้เธอมาตลอด ศิวาตอกกลับว่า ถึงตนไม่ได้แต่งงานกับกันตา ตนก็ไม่มีวันลงเอยกับผู้หญิงอย่างเธอ แล้วศิวาก็ขอคีย์การ์ดคอนโดคืน ให้เธอเก็บของออกไปเสีย น้ำผึ้งตกใจจะเอาคืนกันง่ายๆ ได้อย่างไร ในเมื่อเขายกคอนโดนี้ให้ตน

“ใช่ ผมบอกจะยกให้คุณ และผมไม่เคยคิดจะเอาคืน ถ้าวันนั้นคุณก้อยไม่รู้ว่าผมมีคอนโดอยู่ที่นี่” น้ำผึ้งอึ้งไม่คิดว่าการกระทำของตัวเองจะย้อนมาหาตัวเอง เธอไม่ยอมคืน ศิวาเสียงเฉียบ “มันเป็นสิทธิ์ของผม คุณรู้ไหมว่าผู้หญิงคนอื่น ผมสั่งให้คนไปบอก แต่กับคุณผมยอมมาคุยเอง อย่าทำให้เรื่องมันยาก ที่ผ่านมาคุณก็ได้จากผมไปเยอะแล้ว ผมต้องการเริ่มต้นใหม่ ต้องการมีครอบครัวที่สมบูรณ์กับคุณก้อยเท่านั้น”

น้ำผึ้งฟูมฟายขอร้องให้เห็นแก่ตนที่ต้องเลี้ยงลูกซึ่งอ่อนแอ ศิวาตัดสินใจเขียนเช็คให้เธอจำนวนหนึ่ง เป็นค่าชื่นชมที่ทำทุกอย่างเพื่อลูก จากนั้นเขาก็กลับไป น้ำผึ้งกำเช็คด้วยความแค้น

เมื่อแค้นมากก็ไม่ลดละที่จะแก้แค้น น้ำผึ้งยืนแอบมองห้องเสื้อกะรัต เผอิญวันนี้ พวงหยกพากันตา

มาเลือกเสื้อผ้า กันตาบ่นอุบกับกะรัตว่าแม่เลือกเสื้อให้ศิวาไม่ถูกใจตน กะรัตเหลือบไปเห็นน้ำผึ้งก็ชะงัก มองอีกทีไม่พบเธอแล้วก็แปลกใจตัวเองไม่น่าตาฝาด

คืนนั้น น้ำผึ้งนั่งมองกระจกอย่างคนจิตไม่ปกติ เธอพร่ำถาม “ทำไมคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นถึงไม่เคยเป็นฉัน ทำไมฉันถึงไม่เคยได้สวมชุดเจ้าสาว...ทำไมต้องเป็นพวกมันที่มีความสุข ทำไมฉันต้องแพ้นังกั้ง ทำไมๆๆ” น้ำผึ้งคว้าของปาใส่กระจกแตกร้าว “ไม่จริง! ฉันไม่มีวันแพ้! พวกมันจะไม่มีวันมีความสุข พวกมันต้องเป็นฝ่ายทุกข์ทรมาน ต้องเป็นฝ่ายแพ้ฉัน นังก้อยต้องอับอายเป็นม่ายขันหมาก นังกั้งต้องเจ็บปวดทุรนทุรายปางตายที่โดนผัวคนที่สี่ทรยศ

ด้านกะรัต นอนหลับผวาละเมอร้อง...แกทำอะไรฉันไม่ได้หรอกนังผึ้ง...พิศุทธิ์ออกจากห้องน้ำมาแปลกใจเข้าไปดูกะรัตใกล้ๆ  เห็นว่าเธอยังหลับ ก็อดสงสารไม่ได้กับเรื่องฝังใจของเธอ”

ooooooo

เช้าวันงานหมั้นของกันตากับศิวา น้ำผึ้งแต่งชุดดำเตรียมออกจากบ้าน รสสุคนธ์ดักคอว่าตนไปทำบุญเผื่อเธอและลูกมา หวังว่าผลบุญจะฉุดเธอขึ้นจากนรก น้ำผึ้งโต้ไม่ต้องห่วงเพราะสิ่งที่ตนจะไปทำเป็นสิ่งดี ตามคำสอนพระพุทธศาสนาว่าการทำ กรรมชั่ว ตายไปจะเจออะไร...

ด้านหม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อดเพิ่งเห็นข่าวงานหมั้นของสองตระกูลใหญ่ก็รีบแต่งตัวออกไปร่วม งาน...บรรยากาศในคฤหาสน์เจ้าสัวบัญชาดูสวยงามอย่างไทย พวงหยกในชุดไทยเลิศหรูเดินมาเจอกฤชก็อดแขวะไม่ได้ หาว่ารีบมาเอาหน้า กฤชไม่อยากต่อปาก ต่อคำ พวงหยกกำชับ

“วันนี้ต้องช่วยกันดูแลแขกให้ดี คุณศิวาเชิญแต่แขกใหญ่ๆโตๆมาทั้งนั้น อย่าทำขายหน้า”

กฤชหน่ายใจกระซิบกุนตีว่าดูแม่เราตื่นเต้นอย่างกับได้แต่งเสียเอง กุนตีบอกว่าแม่ไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ...เจ้าสัวบัญชาทักทายพิศุทธิ์ เขาอยากจะย้ำเรื่องพ่อ กะรัตเดินมาเสียก่อนอ้อนขอโทษที่ไม่ค่อยมาหา เจ้าสัวเอ่ยขำๆ ไม่ต้องกลัวตนเหงาเพราะแม่เราไม่เคยปล่อยให้ตนเหงาหู แล้วนึกได้ถามเรื่องที่กะรัตอยากมีลูก แต่พอเห็นสีหน้าพิศุทธิ์ก็รู้ว่าคงมีปัญหากันอยู่ จึงเปลี่ยนเรื่องคุย

กุนตีมาดูความเรียบร้อยของกันตา รู้สึกน้องไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ กันตาถอนใจยอมรับว่าใจคอไม่ค่อยดี กุนตีปลอบให้เชื่อมั่นและมั่นใจกับสิ่งที่เราเลือก

เห็นท่านชายอ๊อดหอบของขวัญกล่องใหญ่เดินนำหม่อมมลุลีเข้ามา เจ้าสัวขยับเข้าหาพิศุทธิ์พูดพอได้ยินสองคน “ไม่ต้องกังวล  ถ้าคุณชายยืนยันว่าไม่ให้ช่วย ทุกอย่างก็เป็นตามนั้น”

เสียงพวงหยกแขวะทั้งสองว่าใครเชิญ หม่อมมลุลีออกตัว เราเป็นทองแผ่นเดียวกัน ไม่เชิญก็ต้องมาแสดงความยินดี เผอิญมีรัฐมนตรีเข้ามา พวงหยกถือโอกาสดึงศิวาและกันตาไปต้อนรับ หม่อมมลุลีเก้อ จึงหันมาทักทายเจ้าสัวสบายดีหรือ เจ้าสัวเหน็บ

“สบายดี ช่วงนี้อั๊วอยู่กับอากาศที่บริสุทธิ์ ไม่มีมลภาวะเลยยิ่งสบาย”

สองแม่ลูกหันมามองตากันอย่างเจ็บใจ พิศุทธิ์ถือโอกาสเชิญพ่อและย่าไปอีกทาง กะรัตจะตามแต่เจ้าสัวดึงไว้ให้พ่อ ย่า หลานเขาคุยกันเอง...พิศุทธิ์ขอร้องอย่ามา รบกวนเจ้าสัวอีก หม่อมมลุลีออกตัวว่าที่มาเพราะเจ้าสัวโทร.ไปเชิญ ท่านชายอ๊อดเข่นเขี้ยว ตนไม่จนตรอกง่ายๆ

พิศุทธิ์แปลกใจว่าพ่อจะเอาเงินจากใคร พวงหยกเข้ามาต่อว่าพิศุทธิ์ หาว่าเขาแผนสูง คิดอยากมีลูกมาผูกมัดกะรัตเพื่อหวังทรัพย์สมบัติ พิศุทธิ์กลัวคำพูดอย่างนี้อยู่แล้ว เขารับรองกับพวงหยกว่า ตนไม่พร้อมจะมีลูกแน่นอน...

สองแม่ลูกแอบได้ยิน ความหวังของท่านชายอ๊อดอยู่ที่กะรัตทันที เขาดึงหม่อมมลุลีมาทางกะรัตซึ่งกำลังคุยอยู่กับเจ้าสัว เผอิญกะรัตเห็นทั้งสองเดินมาก็รีบบอกเจ้าสัวให้เข้าไปข้างในก่อน ตนจะรับมือกับสองแม่ลูกนี้เอง

พอท่านชายอ๊อดเข้ามาทักทาย กะรัตก็รีบบอกว่าก๋งไม่ได้อยู่ตรงนี้ ท่านชายอ๊อดกลับบอกว่าอยากคุยกับเธอมากกว่า กะรัตแปลกใจเพราะก่อนหน้านี้ ทั้งสองด่าตนสาดเสียเทเสีย จู่ๆอยากคุยด้วย หม่อมมลุลีหน้าตึง แต่พอฟังๆลูกชายเกริ่นก็เริ่มเสริม

“เธอก็ต้องเข้าใจฉันสองคนนะ เราอยู่ในชนชั้นที่มีเกียรติ บางอย่างที่เราไม่อยากทำเราก็ต้องแกล้งทำเพื่อรักษาเกียรติไว้ แต่ถ้าถามจากใจว่าเรารังเกียจหนูไหม บอกได้เลยว่าไม่”

“เหรอคะ! แหม...แกล้งซะเหมือนเชียว”

ท่านชายอ๊อดรวบรัดตัดความ ให้ลืมเรื่องเก่าๆแล้วหันมาช่วยกันทำให้พิศุทธิ์มีความสุข หม่อมมลุลีเริ่มร้องไห้ รำพันว่าแก่ปูนนี้แล้วยังทำลายความฝันลูกหลาน ท่านชายอ๊อดปลอบแม่ว่าตนผิดเอง ที่ทำลายความฝันอยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์ของลูก...ระหว่างนั้น น้ำผึ้งแอบมองอยู่นอกรั้ว เห็นพิศุทธิ์เดินตามหากะรัต พอท่านชายอ๊อดเห็นพิศุทธิ์ก็รีบกระซิบบอกกะรัตว่าจะหาโอกาสเล่าให้ฟัง ท่านชายอ๊อดกับหม่อมมลุลีรีบเดินเลี่ยงไป พิศุทธิ์เข้ามาถามกะรัตว่าพ่อคุยอะไรด้วย แล้วจะบอกเรื่องอย่าให้เงินแก่พ่อตน ก็พอดีกุนตีมาตามเข้าบ้าน เพราะพิธีจะเริ่มแล้ว

น้ำผึ้งให้แมสเซนเจอร์เอาของมาส่งให้พวงหยก บอกว่าเป็นของขวัญจากศิวาอยากเซอร์ไพรส์กันตาต่อหน้าแขกทุกคน

การสวมแหวนเริ่มขึ้น พวงหยกปลื้มปริ่มบอกนักข่าวเวลาถ่ายรูประวังแสงเพชรจะสะท้อนแสงแฟลช ทำให้ภาพเสีย กะรัตชำเลืองมองพิศุทธิ์อย่างห่วงความรู้สึกของเขา...สมหวังเข้ามาสะกิดนวลจะบอกว่าตนเห็นน้ำผึ้งแต่นวลไม่ยอมฟัง เมื่อสาวใช้เอากล่องของขวัญมาให้พวงหยกแล้วบอกตามที่แมสเซนเจอร์บอก พวงหยกดีใจรีบประกาศให้ทุกคนเตรียมดูของขวัญพิเศษที่ศิวาจัดให้ลูกสาว ศิวาตาโพลงงงว่าของอะไร ไม่ทันจะแย้ง พวงหยกก็เปิดกล่อง นักข่าวกรูถ่ายภาพของขวัญ ปรากฏว่าเป็น... ต้นงิ้ว ทุกคนตะลึง สมหวังโพล่งขึ้นว่าเห็นน้ำผึ้งหน้าบ้าน

กะรัตสงสารน้องจับใจเชื่อว่าเป็นฝีมือน้ำผึ้ง ทะยานออกไปหน้าบ้านในทันที พิศุทธิ์รีบตามออกไป เห็นน้ำผึ้งยืนยิ้มเยาะอยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วขึ้นแท็กซี่หนีไปก่อนที่กะรัตจะถึงตัว กะรัตตะโกนด่าไล่หลัง พิศุทธิ์ปรามให้ใจเย็นตั้งสติ กลับไปปลอบใจกันตา...พวงหยกกำลังโวยวายว่าใครทำให้อับอายเช่นนี้ กะรัตเข้ามาบอกว่าเป็นฝีมือน้ำผึ้ง กันตาไม่อยากเชื่อเพราะในใจคิดว่าเป็นผู้หญิงของศิวา ส่วนศิวากำลังต่อว่าบอดี้การ์ดและสั่งให้ไปสืบว่าฝีมือใคร

คืนนั้นกะรัตโกรธแค้นน้ำผึ้งมาก แต่พิศุทธิ์กลับบอกให้อภัย เพราะคนที่ไม่มีความสุขก็คือตัวน้ำผึ้งเอง กะรัตไม่พอใจ เช้าขึ้นจึงไม่ตื่นมาส่งพิศุทธิ์ออกไปทำงาน พอเขาไปแล้วถึงเดินลงมา ไม่ทันไรท่านชายอ๊อดกับหม่อมมลุลีโผล่เข้ามา ทั้งสองยิ้มกริ่มบอกว่ารอจนพิศุทธิ์ออกไปถึงเข้ามา ท่านชายอ๊อดชำเลืองมองนวลทำนองไม่อยากให้อยู่ฟัง นวลจำต้องออกไป

ท่านชายอ๊อดเริ่มเรื่องทันทีว่า บริษัทตนกำลังแย่ พิศุทธิ์ไม่ให้ตนไปรบกวนเงินเจ้าสัวอีกจึงไปกู้เงินนอกระบบมาแทน “พิศุทธิ์รักศักดิ์ศรียิ่งกว่าอะไรดี เดือดร้อนแทบตายก็ไม่ขอความช่วยเหลือใคร ตอนนี้เราเป็นหนี้ 50 ล้าน ถ้าพ่อไม่มีไปจ่ายมันขู่จะยึดวัง แต่พิศุทธิ์เขาไม่ยอม เพราะเขารักวังนั้นมาก พ่อกลัวว่าพิศุทธิ์จะโดนอุ้ม”

หม่อมมลุลีเห็นกะรัตตกใจก็รีบเสริม “ลำพังเราสองคนแม่ลูกเรายอมรับกรรมได้ แต่พิศุทธิ์สิต้องติดหางเลขไปกับเราด้วย”

ท่านชายอ๊อดโยงเรื่องนี้เป็นสาเหตุทำให้พิศุทธิ์หมดความภูมิใจในตัวเองที่จะดูแลเมียและลูก กะรัต

ชะงัก นี่หรือคือสาเหตุที่พิศุทธิ์ยังไม่อยากมีลูก สองแม่ลูก

ยิ้มกริ่ม...เสร็จเราแน่

ooooooo

ตอนที่ 8

น้ำผึ้งทำทีรีบหยิบเอกสารออกมาให้พิศุทธิ์ เพื่อให้มิสเตอร์ชาล์ลเซ็น แล้วกลับกรุงเทพฯ...รถกะรัตแล่นมาจอดอย่างรวดเร็ว เธอรีบลงมาถามหาพิศุทธิ์ที่เคาน์เตอร์ พนักงานบอกตามที่น้ำผึ้งสั่งไว้ พาไปที่ห้องพัก กะรัตต้องตะลึงกับสถานการณ์ที่น้ำผึ้งสร้างไว้ แล้วคิดภาพบาดใจ

“คุณกั้งคะ ใจเย็นๆก่อนนะคะ มันอาจจะไม่ได้เป็น...” นวลเตือนสติ

แต่กะรัตหันไปตะคอกถามพนักงาน “นังผึ้งอยู่ไหน!” พนักงานอึกอัก “ฉันถามว่านังผึ้งกับคุณพิศุทธิ์อยู่ไหน!”

พนักงานกลัวตอบตะกุกตะกักว่า อยู่สนามไดรฟ์ กอล์ฟ...กะรัตพุ่งทะยานไปในทันที นวลร้องลั่น “ตายแล้ว! ตายแล้ว! แบบนี้ต่อให้ 18 อรหันต์ก็เอาไม่อยู่แล้ว...”

พนักงานหน้าเสียหวั่นใจมีเรื่องแน่...ทางห้องอาหารส่วนของสนามไดรฟ์กอล์ฟ น้ำผึ้งเห็นกะรัตเดินรี่มาไกลๆก็แกล้งหาเรื่องลุกจะเรียกพนักงานแล้วเกิดหน้ามืดเอนล้มไปนั่งตักพิศุทธิ์ กะรัตเห็นภาพบาดตา ปรี๊ดสุดๆตะเบ็งเสียงลั่น “นังผึ้ง!”

พิศุทธิ์ตกใจว่ากะรัตมาได้อย่างไร กะรัตปรี่เข้าดึงพิศุทธิ์ออกแล้วจะพุ่งเข้าใส่น้ำผึ้ง พิศุทธิ์กับนวลช่วยกันจับ แต่แรงหึงทำให้กะรัตไม่คิดหน้าคิดหลัง ชี้หน้าน้ำผึ้ง

“ปล่อยกั้งนะ กั้งจะจัดการนังโรคจิต รู้ว่าเขามีเจ้าของอยู่แล้ว ก็ยังจะมาแย่ง...ฉันไปทำอะไรให้แก แกถึงตามจองล้างจองผลาญแย่งของของฉัน หา!นังผึ้ง!” กะรัตจับหัวน้ำผึ้งโขกโต๊ะ

“หยุดนะกั้ง! คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ย มีสติหน่อยสิ” พิศุทธิ์กันกะรัตไว้ แล้วถามน้ำผึ้งเป็นอย่างไรบ้าง น้ำผึ้งแกล้งมึนหัวเอนซบมาทางพิศุทธิ์

กะรัตยิ่งปรี๊ด คว้าไม้กอล์ฟที่วางอยู่จะหวดน้ำผึ้ง พิศุทธิ์เข้าดึงไม้ไว้  ยื้อกันไปมา ไม้เฉี่ยวหัวน้ำผึ้งกับชาล์ล สุดท้ายไม้ก็หลุดมือจากพิศุทธิ์ แรงเหวี่ยงทำให้ไม้ในมือกะรัตเหวี่ยงไปโดนหัวมิสเตอร์ชาล์ลโป๊ก! แตกเลือดไหลอาบ ทุกคนตกใจ กะรัตเองก็ช็อกทำอะไรไม่ถูก

เวลาผ่านไป ระหว่างที่กะรัตนั่งรอพิศุทธิ์กลับมาจากพามิสเตอร์ชาล์ลไปโรงพยาบาล นวลโทร.เล่าเรื่องให้กุนตีกับกันตาฟัง ทั้งสองตกใจกับความใจร้อนของกะรัต

กะรัตเห็นพิศุทธิ์กลับมาก็รีบเข้าไปหา “เมื่อกี้พนักงานรีสอร์ตบอกกั้งแล้วว่า ตั้งแต่คุณมาคุณไม่ได้เข้าห้องเลย กั้งเข้าใจผิดไปเองคุณอย่าโกรธกั้งนะคะ... ลูกค้าคุณเป็นยังไงบ้าง กั้งไม่ได้ตั้งใจ ถ้าเขาจะเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลหรือค่าเสียหายอะไรก็ว่ามาเลย กั้งขอรับผิดชอบเอง”

“แล้วคุณผึ้งล่ะ คุณจะจ่ายให้ด้วยไหม...” พิศุทธิ์เอ่ยขึ้นขณะหยิบกระเป๋าเอกสาร

กะรัตแว้ด ตนไม่จ่ายเพราะน้ำผึ้งสมควรโดน พิศุทธิ์ย้อนถามว่าน้ำผึ้งทำอะไร กะรัตเปิดข้อความที่น้ำผึ้งส่งมาให้ดู พิศุทธิ์มองนิ่งๆก่อนจะบอกให้กลับแล้วเดินนำไป กะรัตเดินตาม

“กั้งยอมรับว่ากั้งผิด แต่ที่กั้งทำไปอย่างนั้น ก็เพราะกั้งรักคุณ กั้งขับรถเสี่ยงตายมาที่นี่ ก็เพื่อจะรักษาคุณไว้จากนังผึ้ง คุณก็รู้ว่ากั้งมันโง่ โง่จนไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมนังผึ้ง เมื่อวานตอนคุณออกจากบ้านกั้ง กั้งเป็นห่วงคุณแทบบ้า กั้งไปตามคุณกลับบ้าน หวังจะอยู่ข้างๆคุณ แต่คุณไล่กั้งอย่างไม่มีเยื่อใย แต่วันนี้คุณกลับมาอยู่กับนังผึ้ง แถมมันรู้เรื่องในครอบครัวเรา ไหนคุณว่าเรื่องพ่อคุณเอาเงินก๋งไป มันเป็นเรื่องหน้าอายเสื่อมเสียศักดิ์ศรีไง แล้วบอกมันทำไม บอกทำไม!”

“ผมไม่เคยบอกอะไรกับสายน้ำผึ้ง!”

“ถ้าคุณไม่บอกแล้วมันรู้เรื่องนั้นได้ยังไง...บอกกั้งมาตรงๆดีกว่า ว่าคุณกับมันสนิทกันถึงขั้นไหน กั้งโดนผัวสวมเขามา 3 คนแล้ว จะโดนอีกสักคนเป็นไรไป”
นวลตาเหลือกปรามกะรัตให้พอ พิศุทธิ์สบตากะรัตนิ่งๆ “ถ้าคุณคิดว่าผมเป็นคนอย่างนั้นจริงๆ ผมก็ไม่มีอะไรจะพูด นวล!พาคุณกั้งกลับบ้านไปก่อน”

นวลย้อนถามแล้วเขาล่ะ กะรัตโพล่งขึ้นว่าเขาจะอยู่ดูแลนังผึ้ง กะรัตสะกดกลั้นน้ำตาที่จะไหลเพราะความเจ็บปวดไว้ บอกนวลให้กลับก่อนที่พิศุทธิ์จะด่าว่าเอาอีก นวลอ่อนใจที่เกือบจะดีกันอยู่แล้ว ก็ต้องมามีเรื่องให้ผิดใจกันใหญ่โตอีก พิศุทธิ์มองตามหลังกะรัตอย่างเหนื่อยใจ

คืนนั้น น้ำผึ้งกลับบ้านที่กรุงเทพฯ เข้านอนกอดลูกน้อยรำพัน...ไม่มีวันที่ลูกจะโดนล้อว่าเป็นเด็กไม่มีพ่อเหมือนอย่างที่แม่เคยโดน แม่รู้ว่ามันเจ็บปวดขนาดไหน อีกไม่นาน ลูกจะมีพ่อมานอนกอดข้างๆอีกไม่นาน...

ooooooo

เช้าวันใหม่ เนื้อแพรเปิดประตูบ้านออกมาจะไปใส่บาตร เห็นพิศุทธิ์นั่งสีหน้าเหนื่อยอ่อนอยู่ที่เก้าอี้สนาม ท่าทางเขาดูโทรมมากๆก็ตกใจ รีบเข้าไปถามลูกชายมานั่งตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาบอกว่าตีสาม เนื้อแพรได้กลิ่นเหล้าจากตัวเขา “นี่ชายดื่มเหล้าเหรอลูก!”

พิศุทธิ์ตอบว่านิดหน่อย เนื้อแพรรู้ว่าเขาต้องมีปัญหาหนักอกแน่ๆ เพราะเขาไม่เคยใช้เหล้าแก้ปัญหามาก่อน...

ในขณะที่กฤช กุนตี และกันตามาดูกะรัตที่บ้าน พบว่าเมาหลับอยู่ที่โซฟาข้างล่าง นวลรายงานเรื่องราวทั้งหมด กุนตีกับกันตาโมโหน้ำผึ้งที่ตามรังควานอิจฉากะรัต

กฤชลูบหัวกะรัตและกล่าวว่า “แต่เขาก็เป็นคนนอก บ้านนั้นสร้างด้วยความรัก มีความไว้ใจเป็นรั้วปกป้องบ้าน ถ้ารั้วแข็งแรง คนนอกก็เข้ามาพังบ้านเราไม่ได้หรอกลูก กั้งต้องเรียนรู้การไว้ใจพิศุทธิ์มากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นบ้านของกั้งก็คงมีสภาพไม่ต่างจากบ้านของพ่อ”

กันตากับกุนตีเข้าใจคำพูดของพ่อดี แต่กันตาไม่เข้าใจว่าทำไมน้ำผึ้งถึงอยากแย่งพิศุทธิ์จากกะรัตหนักหนา...

หลังจากนั้น กันตามาทำงานที่โรงพยาบาล ศิวารอรับไปทานกลางวัน เธอยังมีท่าทีหงุดหงิดกับเรื่องของพี่สาว เธอบ่นให้ศิวาฟังแต่ไม่ได้เอ่ยชื่อน้ำผึ้ง และว่าอยากฆ่าคนจริงๆ ศิวาขยาดเปรยว่า เวลาเธอโกรธดูน่ากลัวจริงๆ กันตาจึงบอกว่า อย่าทำให้ตนโกรธแล้วกัน

“กว่าผมจะชนะใจคุณได้ขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้น...ผมไม่มีทางทำให้คุณโกรธผมหรอกครับ” ศิวากุมมือกันตา

มืออีกข้างของกันตาปรับขยับเบาะรถ จึงโดนลิป– สติกที่ตกอยู่ เธอหยิบขึ้นมาอย่างโกรธๆ วางลิปสติกลงบนมือศิวาพร้อมบอกว่าเขาทำให้เธอโกรธ ว่าแล้วก็ลงจากรถไปทันที...ศิวาตกใจรีบวิ่งตามไปอธิบาย ว่าเมื่อคืนรับเพื่อนไปกินข้าว เขามีแฟนไปด้วย คงเป็นของแฟนเพื่อนทำตก

“ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณพูดมันโกหกหรือเรื่องจริง แต่ฉันขอย้ำว่าที่ฉันเคยบอกคุณมันเป็นความจริงทุกคำ ถ้าคุณจริงใจกับฉัน ฉันก็จริงใจกับคุณ แต่ถ้าคุณไม่จริงใจ ฉันก็ไม่ขอเสียเวลากับคุณ!” กันตาเดินไปโบกแท็กซี่ขึ้นไปทันที ศิวาโกรธมากคิดว่าต้องเป็นฝีมือน้ำผึ้งแน่...

ด้านน้ำผึ้งกำลังอธิบายด้วยน้ำตานองหน้ากับฟองดาว ว่าตนผิดเองที่ทำให้ภรรยาพิศุทธิ์เข้าใจผิด ทำให้เธอก่อเรื่องจนมิสเตอร์ชาล์ลบาดเจ็บและพิศุทธิ์โดนเจ้านายตำหนิ ฟองดาวบอกว่ามิสเตอร์ชาล์ลจะเอาเรื่องด้วย น้ำผึ้งแอบยิ้มสะใจ

พิศุทธิ์ขอโทษเจ้านายและขอโอกาสเจรจากับมิสเตอร์ชาล์ลให้กลับมาเซ็นสัญญากับบริษัทเราอีก เจ้านายติง เขาน่าจะเคลียร์กับเมียให้เรียบร้อยก่อน ความเสียหายจะได้ไม่เกิดขึ้น...พิศุทธิ์เดินออกจากห้องเจ้านาย ได้ยินชายนี่กับยี่หวาคุยกันว่า เสียดายที่ชวดงานนี้ เพราะถ้าบริษัทได้งานนี้ พวกเขาจะได้โบนัสปลายปีมากขึ้น พนักงาน คนหนึ่งโพล่งขึ้น

“เป็นเพราะเมียคุณพิศุทธิ์แท้ๆ ทำให้มิสเตอร์ชาล์ลไม่ยอมเซ็นสัญญากับเรา แต่ก็สงสารคุณพิศุทธิ์เนอะ มีเมียใจร้อนแบบนี้”

น้ำผึ้งเห็นพิศุทธิ์ยืนฟังทำทีห้ามเพื่อนๆอย่าเข้าใจกะรัตเพื่อนของตนผิด ถ้าเธอรู้ว่าจะเป็นแบบนี้เธอคงไม่ทำ ทุกคนสรรเสริญจิตใจน้ำผึ้ง พิศุทธิ์มองไปสบตากับน้ำผึ้งจึงเดินหนี...พิศุทธิ์พยายามโทร.ไปขอโทษมิสเตอร์ชาล์ล แต่ทางนั้นวางสาย น้ำผึ้งแกล้งเดินตามมาพูดอย่างเห็นใจ

พิศุทธิ์ตัดบท “ถ้าคุณแน่ใจว่าคุณหวังดี ผมก็ต้องขอบคุณ แต่คราวหลังอย่าทำแบบนั้นอีกเลยครับ เพราะคุณกับภรรยาผมอยู่ในกรณีที่ต่างคนต่างอยู่จะดีกว่า”

น้ำผึ้งตากร้าว ประชดว่ากะรัตช่างโชคดีที่มีสามีคอยปกป้องทั้งที่ตกเป็นจำเลย พิศุทธิ์นึกได้ ถามน้ำผึ้งว่าเธอรู้เรื่องท่านพ่อเอาเงินจากเจ้าสัวได้อย่างไร ใครเป็นคนบอก น้ำผึ้งชะงัก โบ้ยว่ารู้จากกะรัต พิศุทธิ์ไม่เชื่อ

“อย่าบอกนะว่าคุณไม่เคยเห็นเวลาภรรยาคุณคลั่ง โดยเฉพาะกับฉัน กั้งทำและพูดได้ทุกอย่างที่จะทำให้ฉันสำนึกว่าคุณเป็นของเขา กั้งประกาศชัดเจนว่าจะไม่ยอมเสียคุณไป ถึงแม้ว่ากั้งจะรู้ว่าพ่อคุณหวังเคลมสมบัติของเขา เงินแค่นั้นที่เสียให้พ่อของคุณ กั้งไม่สะเทือนหรอกค่ะ กับภูกั้งเสียมากกว่านั้นอีก สำหรับกั้งมันเป็นเกมที่กั้ง

จะต้องเอาชนะฉัน ยิ่งเขารู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับคุณ คุณยิ่งมีราคา” น้ำผึ้งกุมมือพิศุทธิ์เพราะรู้ว่าเขาเริ่มสับสนย้ำถ้าเป็นตนจะดูแลเขาให้ดีที่สุด

พิศุทธิ์ดึงมือออก “กั้งคือคนที่ผมเลือก และเราจะดูแลกันและกันให้ดีที่สุด อย่าเสียเวลาทำอะไรแบบนี้เลยครับ ตบมือข้างเดียวมันไม่มีวันดัง ผมขอตัวนะครับ”

พิศุทธิ์เดินผ่านน้ำผึ้งไป เธอตัวชาเจ็บปวดหัวใจอย่างยิ่ง ที่ทำให้พิศุทธิ์เลิกกับกะรัตไม่ได้ เธอเข่นเขี้ยวจะทำให้เขาเห็นว่า ตบมือข้างเดียวมันดังได้...ไม่เพียงเรื่องเดียวที่น้ำผึ้งต้องผิดหวัง เธอมาที่คอนโดศิวา ก็โดนเขากราดเกรี้ยวใส่ เรื่องลิปสติก เธอปฏิเสธตาใส อ้อนเขาว่าตนไม่อาจทุบหม้อข้าวตัวเอง แถมให้เขาคิดดูดีๆ ว่าพาสาวไหนขึ้นรถบ้าง ศิวาครุ่นคิดแต่ไม่วายกำชับ

“เอาล่ะ...ไม่ใช่ของคุณก็แล้วไป แต่ผมขอย้ำให้คุณรู้ไว้ว่า คุณก้อยสำคัญกับผม ถ้าคุณยังอยากสบาย ก็อย่าอาจเอื้อมไปยุ่งกับเขา” ศิวากลับไป น้ำผึ้งยิ้มสะใจที่ป่วนได้ทั้งกะรัตและกันตา

ooooooo

กุนตีกับกันตามาดูกะรัตที่บ้าน เพราะนวลฟ้องว่าเอาแต่เมาและพร่ำเพ้อ ทั้งสองเห็นกะรัตร้องไห้เรียกหาแต่พิศุทธิ์ กันตาปลอบพี่สาวต้องอยู่เองให้ได้ ต้องเข้มแข็ง ผู้ชายก็เลวเหมือนกันหมด กุนตีรู้สึกว่ากันตามีอะไรในใจถึงระบายความอัดอั้นออกมาแบบนั้น

“ก้อย...มีอะไรในใจรึเปล่า ท่าทางแบบนี้ดูไม่ปกตินะเรา”

“ไม่มีอะไรหรอกพี่กุ้ง...ก้อยไปนอนก่อนนะ” กันตาเดินหนีไปดื้อๆ

ด้านพิศุทธิ์ พยายามแก้ไขงานเพื่อไปเสนอมิสเตอร์ชาล์ลอีกครั้ง เนื้อแพรเป็นห่วงลูกที่เอาแต่ทำงาน ไม่ยอมทานอาหารที่เตรียมไว้ให้ ตัดสินใจพูด

“แยกกันอยู่แบบนี้ มันไม่ทำอะไรให้ดีขึ้นหรอก นะลูก”

“แต่มันอาจจะดีกว่า ถ้าต้องเห็นหน้าแล้วทะเลาะกันทุกวันนะครับแม่”

เนื้อแพรรู้ว่าลูกเจ็บปวดมาก เธอไม่เคยเห็นเขาไม่มีความสุขขนาดนี้มาก่อน...รุ่งเช้า กะรัตเปิดเพลงดังลั่นบ้าน กะรัตถือแก้วไวน์เต้นอย่างเมาๆไปมา นวลเกรงเธอจะล้มก็เข้าไปดึงแก้วไวน์ออก ขอร้องให้เลิกดื่ม กะรัตโต้ว่า มันช่วยให้ตนหายเครียด เถียงกันสักพัก กะรัตเกิดคลื่นไส้อาเจียน นวลวิ่งหากระโถนจ้าละหวั่น พวงหยกโผล่มาเยาะ นี่แหละนะเตือนอะไรแล้วไม่ฟัง แถมตอกยํ้าว่าพิศุทธิ์ไม่ได้รักเธอ แค่อยากได้เงินไปปรนเปรอเครือญาติ พออิ่มก็ทิ้งขว้าง นวลอยากให้พวงหยกหยุดซํ้าเติมกะรัต เผลอยื่นกระโถนให้เธอดื่ม พอนึกได้ก็ดึงกลับ

“นวลหมายถึงนํ้าน่ะค่ะ อยากดื่มอะไร นวลจะไปเอามาให้”

“ไม่ล่ะ แค่เห็นสภาพยัยกั้ง ฉันก็ดีใจจนความสุขมันล้นคอหอยแล้ว ตกลงแกจะหย่าเมื่อไหร่” พวงหยกถามกะรัต ตนจะได้สบายใจไม่มีปลิงมาดูดสมบัติอีก

“กั้งไม่หย่า คุณพิศุทธิ์ยังรักกั้งเหมือนเดิม แต่โดนนังผึ้งปั่นหัว ถ้าไม่มีนังผึ้งซะคน กั้งกับคุณพิศุทธิ์ก็มีความสุขไปแล้ว” กะรัตคลั่งขึ้นมา คว้ามีดปอกผลไม้ จะไปฆ่านํ้าผึ้ง พวงหยกกับนวลตกใจ รีบวิ่งตาม

ด้วยความเมา กะรัตส่ายมีดไปมา พวงหยกกับนวลหลบกันยกใหญ่ จู่ๆเนื้อแพรโผล่เข้ามา ใช้กระเป๋าถือตบมีดในมือกะรัตตกลง แล้วเตะไปให้ห่างๆ พวงหยก

ตะลึงจิกเรียกนังเนื้อแพร

เนื้อแพรไม่สนใจพวงหยก เอ็ดกะรัต “คุณคิดว่ากำจัดสายนํ้าผึ้งแล้วจะทำให้พิศุทธิ์มีความสุขได้เหรอ ไม่ใช่เลย...คนที่ควรถูกกำจัด ไม่ใช่สายนํ้าผึ้ง แต่เป็น...คุณ!”

เนื้อแพรดึงมือกะรัตไปทางสระนํ้า พวงหยกตกใจจะทำอะไรลูกสาวตน วิ่งตามไปปากก็จิกด่าเนื้อแพร

เนื้อแพรผลักกะรัตที่ยังอาละวาดลงไปในสระนํ้า...ตูม...

พวงหยกโวยวาย

“แกกล้าดียังไงมาผลักลูกฉันตกนํ้า นังผีบ้า!  แก...”

“คุณอย่าเพิ่งพูด ขอให้ฉันพูดกับหนูกั้งก่อน ถ้าคุณไม่อยากให้หนูกั้งเป็นฆาตกรฆ่าคน” เนื้อแพรสวน พวงหยกหยุดอ้าปากค้าง ก่อนจะหันมาถามกะรัตว่าได้สติขึ้นบ้างหรือยัง

กะรัตโวยวาย เนื้อแพรกดกะรัตลงไปในนํ้าไม่ให้ขึ้น พวงหยกร้องด่าว่าทำมากไปแล้ว เนื้อแพรโต้ “ไม่มากไปหรอกถ้าเทียบกับที่ลูกสาวคุณทำกับลูกชายฉัน! ในชีวิตฉันกับลูก เราไม่เคยทะเลาะกันเลยสักครั้งเดียว จนกระทั่งฉันบอกเขาว่าคุณไม่มีทางทำให้เขามีความสุขได้ แต่เขาไม่เชื่อ เขายอมทะเลาะกับฉันเพื่อจะแต่งงานกับคุณ แล้วตอนนี้เป็นยังไง ไหนคุณเคยอวดไว้ว่าคุณเปลี่ยนตัวเองได้ คุณจะทำให้พิศุทธิ์มีความสุขได้...ไหนล่ะ ความสุขของลูกฉันอยู่ไหน”

กะรัตโดนจี้ใจเจ็บปวดร้องไห้โฮ ไม่มีใครเข้าใจว่าตนพยายามเปลี่ยนตัวเองแล้ว เนื้อแพรว่า ถ้าตนเป็นเธอ น้ำผึ้งไม่มีทางได้แตะต้องแม้ปลายเงา แล้วถามยังต้องการพิศุทธิ์อยู่ไหม

“ต้องการสิคะ กั้งรักคุณพิศุทธิ์มาก กั้งไม่ได้อยากเป็นอย่างนี้ แต่กั้งไม่รู้จะทำยังไง”

“ใช้หัวใจคิด อย่าใช้สมอง อะไรที่จะทำให้คุณและลูกชายของฉันมีความสุข ถ้าคุณยังไม่รู้ก็ไม่มีใครช่วยคุณได้ คุณจะยอมเสียเขาให้กับเพื่อนอสรพิษของคุณ หรือจะลุกขึ้นมาทำอะไรดีๆเพื่อรักษาสามีของคุณเอาไว้...เลือกเอา” เนื้อแพรจะเดินไป นึกได้หันมาเตือน “แล้วอย่าลืมคำว่า ไว้ใจ...มันสำคัญมาก  ต่อให้รักกันมากขนาดไหน แต่ถ้าไม่ไว้ใจ ก็เห็นแล้วว่าผลมันเป็นยังไง”

พวงหยกมองเนื้อแพรเดินไปอย่างโกรธๆ ตะโกนเรียกให้กลับมาเคลียร์เรื่องระหว่างเราก่อน แต่เนื้อแพรไม่สนใจ กะรัตมองแม่ที่เอาแต่โวยวายแล้วนึกถึงคำพูดของเนื้อแพร

ooooooo

เย็นวันนั้น พวงหยกกลับมาโวยวายใส่กฤช เรื่องวีรกรรมของเนื้อแพร กุนตีกับกันตาถึงกับทึ่ง กฤชเข้าใจดีว่าเนื้อแพรทำเพื่อลูกทั้งสองคน...กันตาตัดสินใจขอทุนไปเรียนต่อเมืองนอก กุนตีหาว่าน้องหนีปัญหา แต่กันตาบอกว่าปัญหาการแย่งชิงตนไม่อยากอยู่เผชิญให้ทุกข์

พอศิวารู้ว่ากันตาจะไปเรียนต่อก็ไม่ยอม กันตาบอกกับเขาให้ใช้ชีวิตอย่างเดิม ถ้าไม่พร้อมจะหยุดก็ไม่ต้องมาหยุดเพื่อตน พวงหยกอีกคนที่ขัดขวางไม่ให้กันตาไปเรียนต่อ เพราะต้องการให้แต่งงานกับศิวา...ศิวาตัดสินใจมาบอกน้ำผึ้งว่าตนต้องการแต่งงานกับกันตามาก ฉะนั้น  ระหว่างนี้ตนต้องไม่มาเจอกับเธออีก  สร้างความเจ็บแค้นให้น้ำผึ้งอย่างมาก

“มันเป็นอย่างนี้ได้ยังไง พวกแกมันเป็นมารชีวิตฉันจริงๆ ฉันลงทุนมาขนาดนี้แล้ว ฉันไม่มีวันยอมให้แกสองคนพี่น้องมีความสุขได้หรอก!”

พอดีพิศุทธิ์ถือแฟ้มงานเดินมา น้ำผึ้งจะเข้าช่วยแต่เขาปฏิเสธและเรียกชายนี่มาช่วยถือแทน น้ำผึ้งยิ่งเจ็บจี๊ดในใจ...กะรัตมาแอบมอง เห็นพิศุทธิ์ไม่มีเยื่อใยต่อน้ำผึ้งเลย ก็เริ่มรู้สึกผิดที่ไม่ไว้ใจเขาและสร้างเรื่องวุ่นวายไปหมด กะรัตยังตามมาดูพิศุทธิ์ที่บ้านเนื้อแพร เห็นเขานั่งเศร้าซึมก็ยิ่งร้าวรานใจที่ตัวเองทำให้เขาเป็นทุกข์

กะรัตกลับมาบ้าน นวลดีใจเพราะเป็นห่วงที่เธอหายไปทั้งวัน กะรัตรำพัน “ฉันนี่มันควายจริงๆนะนวล

สมควรแล้วที่จะโดนนังผึ้งมันสนตะพาย เกิดเรื่องกี่ครั้งฉันก็ยังจะเอาแต่ฟังมัน แต่ไม่เคยเปิดตาเปิดใจมองคนใกล้ตัวเลยว่าเขาเป็นยังไง ฉันทำให้คนที่เขารักฉันมากที่สุด มีความทุกข์ที่สุด...ฉันจะทำยังไงดีนวล”

“ก็ทำอย่างที่คุณเนื้อแพรบอกไงคะ” นวลแนะนำ กะรัตชะงัก คิดว่าต้องทำอะไรบางอย่าง

กะรัตโทร.หากุนตี เพื่อถามถึงมิสเตอร์ชาล์ล กุนตี ตอบว่า “ใช่ เขาก็เป็นลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทเราเหมือนกัน เขาเป็นคนช่างเลือก โดยเฉพาะรสชาติอาหาร เขาจะต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด น่าเสียดายนะถ้าสูตรอาหารของคุณพิศุทธิ์ต้องถูกยกเลิกสัญญา กั้งนะกั้งทำไมไม่รู้จักคิดซะก่อน”

“อย่าเพิ่งตอกย้ำกันตอนนี้สิพี่กุ้ง เอาเป็นว่าพี่กุ้งช่วยเช็กให้กั้งหน่อยแล้วกันว่า มิสเตอร์ชาล์ลจะบินกลับวันไหน ยังไงกั้งก็ต้องแก้ปัญหานี่ให้ได้”

กุนตีถามจะทำอย่างไร กะรัตยังนึกไม่ออก คำพูดของเนื้อแพรแว่บเข้ามาว่าให้ใช้หัวใจคิด ไม่ใช่สมอง กะรัตประมวลลักษณะนิสัยของมิสเตอร์ชาล์ลแล้วคิดอะไรออก รีบไปค้นหาซองขนมที่พิศุทธิ์ทำรสชาติพิเศษให้เฉพาะตน แววตาเธอมีความหวังขึ้น

เช้าวันใหม่ น้ำผึ้งมีความคิดอยากทำให้มิสเตอร์ชาล์ลยอมเซ็นสัญญากับบริษัทเพื่อช่วยพิศุทธิ์ จึงโทร.ลาขอเข้างานสายหน่อย...ในขณะที่กะรัตเดินถือกล่องใบใหญ่เข้ามาที่บริษัทของพิศุทธิ์ มีนวลแบกกล่องใหญ่ตามมาอีกกล่อง ชายนี่เห็นก็ตกใจ อุทานเสียงแมนว่า เมียคุณพิศุทธิ์มาอีกแล้ว ด้วยความเกรงกลัวจะมีเรื่องกันอีก

บรรยากาศในห้องประชุมเคร่งเครียดมาก เพราะมิสเตอร์ชาล์ลตั้งใจจะเอาเรื่องยกเลิกการเซ็นสัญญา พลัน ฟองดาวเข้ามารายงานว่ากะรัตมา พิศุทธิ์หน้าตื่นรีบออกจากห้องประชุม เจ้านายตามออกมา เห็นกะรัตวางกล่องใหญ่บนโต๊ะ เจ้านายสะดุ้งโหยง ถอยออกให้พิศุทธิ์เคลียร์ กะรัตถามทันทีว่ามิสเตอร์ชาล์ลประชุมที่ไหน เขาแปลกใจเธอรู้ได้อย่างไรว่ามิสเตอร์ชาล์ลมา กะรัตไม่รอช้าแบกกล่องตรงเข้าห้องประชุมทันที พิศุทธิ์ห้ามแต่เธอขอร้อง ขอคุยตามลำพังกับชาล์ล ว่าแล้วก็ปิดประตูล็อกห้อง

มิสเตอร์ชาล์ลเห็นกะรัตก็ตกใจถอยหนี ด้านนอกพิศุทธิ์เคาะเรียกให้เปิดประตู ชายนี่กับยี่หวาช่วยกันบิ๊วต์ว่ากะรัตอาจจะมาวางระเบิด เจ้านายตกใจสั่งแม่บ้านไปเอากุญแจมา นวลแทรกขึ้น “คุณกั้งห้ามไม่ให้บอก แต่ไม่ได้ห้ามไม่ให้ดูนี่นา...ในห้องประชุมมีกล้องวงจรปิดไหมคะ”

ทุกคนกรูมาที่หน้าจอกล้องวงจรปิด เห็นกะรัตยื่นซองขนมให้มิสเตอร์ชาล์ลต่างแปลกใจ เสียงกะรัตถามมิสเตอร์ชาล์ลว่าอร่อยไหม เขาตอบว่าอร่อยมาก นี่มันรสอะไร

“รสพิศุทธิ์ค่ะ...เป็นรสชาติที่คุณพิศุทธิ์คิดให้ฉันคนเดียว เป็นรสเดียวในโลก มันเป็นรสชาติที่คุณพิศุทธิ์ผสมด้วยความรักของเราสองคน ฉันถึงให้คนที่โรงงานของก๋งฉันลองทำมาให้คุณชิม ถ้าคุณชอบ ฉันจะยกสูตรนี้ให้ฟรีๆ เพื่อแลกกับให้คุณยอมเซ็นสัญญาทำธุรกิจกับที่นี่เหมือนเดิม”

“ทำไมผมต้องทำตามที่คุณบอกด้วย”

“เพราะว่าเรื่องทั้งหมดคุณพิศุทธิ์ไม่ผิด ฉันเป็นคนก่อเรื่องเอง ถ้าคุณจะเอาเรื่อง ก็ขอให้เอาเรื่องที่ฉัน...ฉันขอโทษ” กะรัตยกมือไหว้

พิศุทธิ์แทบไม่เชื่อสายตาว่ากะรัตจะยอมขอโทษใครเป็น มิสเตอร์ชาล์ลส่งถุงขนมคืนให้กะรัตเพราะมันเป็นรสชาติความรักของเธอ กะรัตคะยั้นคะยอให้เขารับไว้ ตนยอมแลกเพื่อความสุขของพิศุทธิ์...แม่บ้านถือกุญแจมาหาเจ้านาย ทุกคนไปที่ห้องประชุม แต่กะรัตเปิดประตูออกมาเสียก่อน พร้อมบอกว่ามิสเตอร์ชาล์ลให้พิศุทธิ์กับเจ้านายเข้าไปคุย นวลรีบถามกะรัตเป็นอย่างไรบ้าง คนอื่นๆจ้องเขม็งรอฟังคำตอบเช่นกัน

ooooooo

ทุกอย่างจบลงด้วยดี เจ้านายยิ้มแย้มกล่าวกับพิศุทธิ์ว่า ที่มิสเตอร์ชาล์ลกลับมาเซ็นสัญญากับทางเราไม่ใช่เพราะภรรยาเขาช่วย แต่เป็นเพราะความสามารถของพิศุทธิ์ล้วนๆ

“ยังไงก็ฝากขอบคุณภรรยาคุณด้วย ถึงเขาไม่มีส่วนเรื่องสัญญา แต่เขามีส่วนทำให้มิสเตอร์ชาล์ลอยากให้คุณและบริษัทคิดรสชาติใหม่ให้ด้วย แล้วเขาก็ตั้งชื่อรสชาติใหม่แล้วด้วย”

“รสชาติอะไรครับ...”

“รสความรัก! อยากให้ทุกคนกินแล้วนึกถึงความรัก และรักษารสชาติความรักนี้ไว้เหมือนที่คุณกั้งทำวันนี้”

พิศุทธิ์นิ่งคิดว่าวันนี้กะรัตทำเพื่อตนจริงๆ...

ข้างนอกห้อง กะรัตเอาขนมที่ขนมาแจกจ่ายให้คนในบริษัทลองชิม พร้อมกับขอโทษที่ตนก่อเรื่อง ฟองดาวรู้สึกปวดท้องขอตัวเข้าห้องน้ำ  นวลถือโอกาสวิ่งตามไปด้วย กะรัตกำชับให้มาเร็วๆก่อนจะมีคนไล่ เพราะเห็นพิศุทธิ์ยืนมอง  กะรัตเคืองที่เขาจะขอบคุณสักคำก็ไม่มี เข้าไปหยั่งเชิง เขาก็ยืนนิ่งสักพักดึงเธอเข้าห้องทำงาน

พิศุทธิ์เปิดฉาก “บริษัทผมไม่ใช่สนามเด็กเล่นนะ ที่คุณจะเข้ามาทำอะไรก็ได้แบบนี้”

“ก็กั้งแค่อยากรับผิดชอบในสิ่งที่กั้งทำเท่านั้นเอง แต่ถ้ามันจะยิ่งทำให้คุณไม่พอใจ กั้งก็ขอโทษค่ะ” กะรัตจ๋อย พิศุทธิ์ใจอ่อนยวบแต่ทำปากแข็งว่าไม่พอใจ กะรัตแปลกใจ “มิสเตอร์ชาล์ลยอมเซ็นสัญญาแล้ว คุณจะยังไม่พอใจอะไรอีก”

“ก็ไม่พอใจที่คุณเอาสูตรที่ผมทำให้คุณคนเดียว มาแจกให้คนอื่นชิมน่ะสิ คุณคิดบ้างไหมว่าผมรู้สึกยังไง”

กะรัตหน้าเสียกว่าเดิมที่ไม่ทันคิดว่าเขาจะหวง พิศุทธิ์ยอมรับว่าหวง เพราะตนทำรสชาตินี้เพื่อผู้หญิงที่ตนรักคนเดียวเท่านั้น เธอเอาไปแจกจ่ายทำให้ตนอาย...กะรัตตาโพลง

“นี่คุณแกล้งโกรธกั้งเหรอ! คุณทำอย่างนี้ได้ยังไง คุณรู้ไหมว่ากั้งกลัวคุณโกรธจนจะบ้าอยู่แล้ว” กะรัต

เข้าทุบตีพิศุทธิ์ ร้องไห้โฮออกมาอย่างอัดอั้น “กั้งขอโทษนะคะกับเรื่องที่ผ่านมา กั้งวู่วามไปเพราะรักคุณมากเหลือเกิน กั้งเจอการสูญเสียมามาก จนกั้งกลัวจะเสียคุณไปอีก...เราดีกันนะคะ ลืมเรื่องทุกอย่างให้หมด ทั้งเรื่องเงินนั่น และเรื่องที่โคราช”

แต่พิศุทธิ์แทรกว่าเรื่องของพ่อคงลืมไม่ได้ ตนจะหาเงินมาคืนทุกบาททุกสตางค์ และจะไม่ลาออกจากที่นี่ กะรัตถอนใจไม่กล้าขัดใจอะไรอีก “กั้งรู้ว่ามันทำใจยากที่ต้องเห็นคุณอยู่ใกล้นัง...ช่างเถอะ กั้งจะไม่คิดอะไรที่มาบั่นทอนความสุขกั้งอีก เรื่องราวที่เกิดขึ้นมากมายมันสอนให้กั้งรู้แล้วว่า จะทุกข์หรือสุข ตัวเราเองเป็นต้นเหตุ กั้งมาวันนี้เพื่อจะตั้งต้นใหม่ ลืมอดีตทุกอย่าง”

“คุณจะทำได้เหรอ?”

กะรัตย้อนถามเขาจะให้โอกาสตนไหม พิศุทธิ์ยิ้มโอบกอดเธออย่างเต็มใจ...ระหว่างนั้นนํ้าผึ้งถือกระเช้าผลไม้เข้ามาที่บริษัท ชายนี่ถามลูกไม่สบายหรือถึงมาสาย นํ้าผึ้งบอกว่าตนตั้งใจไปขอร้องมิสเตอร์ชาล์ลที่คอนโด ยี่หวาแทรกไม่ต้องแล้ว กะรัตเคลียร์ทุกอย่างแล้ว นํ้าผึ้งตกใจ

พิศุทธิ์เดินออกจากห้องทำงานเพื่อส่งกะรัตให้กลับบ้านไปก่อน ตนต้องทำงานต่อ กะรัตเอ่ยว่าต้องไปขอบคุณเนื้อแพรที่เตือนสติตน เขาแกล้งลองใจเธอว่าเวลาไปทำงานต่างจังหวัดจะได้สบายใจ เธอหูผึ่งทันที รีบถามจะไปไหน ไปกี่วันและไปกับใคร แต่พอมีสติก็เอามือตบแก้มตัวเอง ยํ้าจะต้องเป็นกะรัตคนใหม่ พิศุทธิ์หัวเราะเพราะแค่ลองใจว่าเธอจะของขึ้นไหม

“คุณเห็นแล้วว่ากั้งข่มอารมณ์ตัวเองได้”

“งั้นก็ต้องให้รางวัลด้วยการพาไปเที่ยวต่างจังหวัด ถือว่าชดเชยที่เรายังไม่ได้ไปฮันนีมูน”

กะรัตดีใจ โผกอดคอเขาหอมแก้มซ้ายขวา พิศุทธิ์ดันตัวออกอายๆ ปรามเธอว่า นอกจากข่มอารมณ์โมโหได้แล้ว เธอควรข่มอารมณ์ดีใจไว้บ้าง กะรัตโต้

“ข่มทำไมล่ะคะ ความรักเป็นเรื่องดีที่ควรแสดงออก ไม่อย่างนั้นมิสเตอร์ชาล์ลจะให้คุณคิดขนมรสความรัก ให้อร่อยเหมือนความรักเราเหรอคะ”

พิศุทธิ์เกรงใครมาเห็นจึงขอตัวกลับไปทำงาน กะรัตอมยิ้ม มองหานวลแล้วสงสัยตกส้วมไปแล้วหรืออย่างไร ไม่ทันไร นํ้าผึ้งเข้ามาเยาะ “เงินมันซื้อคนได้จริงๆ...เมื่อวานคนที่นี่ยังเกลียดเธออยู่เลย แต่พอวันนี้เธอทำให้ทุกคนได้เงิน ก็เปลี่ยนเป็นชื่นชมเธอกันแซ่ด”

กะรัตพยายามระงับอารมณ์เดินเลี่ยงไปทางห้องน้ำ เข้าไปดูนวล น้ำผึ้งตามเข้ามายิ้มเยาะที่คนอย่างเธอยอมลงทุนขอโทษมิสเตอร์ชาล์ล กะรัตโต้ตนไม่ได้ตลบตะแลงให้คนมองเป็นนางเอกว่าตนโดนรังแก และย้ำเตือนอีกครั้ง อย่ายุ่งกับพิศุทธิ์ น้ำผึ้งตวาด

“อย่ามาออกคำสั่งกับฉัน เพราะฉันจะทำทุกอย่างที่ฉันต้องการ อะไรก็ตามที่ทำให้แกไม่มีความสุข ฉันจะทำ...อีกไม่นานหรอกกั้ง คุณพิศุทธิ์เขาต้องเป็นของฉัน เหมือนกับที่ภูเคยเป็นของฉันมาก่อน” กะรัตโกรธเงื้อมือจะตบแต่ชะงักไว้ น้ำผึ้งท้า “ตบฉันเลยสิกั้ง ตบเลย คนอย่างเธอสร้างภาพไปก็ไม่มีใครเชื่อ”

ทันใด เสียงกดชักโครกทำให้น้ำผึ้งชะงัก นวลเปิดประตูออกมา น้ำผึ้งจิกเรียก อีขี้ข้า...ไม่ทันไร เสียงคนเปิดประตูออกมาอีกคน น้ำผึ้งต้องตกตะลึงเมื่อเป็นฟองดาวมองอย่างผิดหวัง นวลหัวเราะชอบใจ น้ำผึ้งหันมาจ้องหน้ากะรัตอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ กะรัตส่ายหน้า

“อ๊ะๆ เธอว่าฉันไม่ได้นะ เพราะฉันไม่ได้ทำอะไร เธอทำตัวเธอเอง...ก๋งสอนไว้ว่า กรรมก็เหมือนต้นไม้ ปลูกอะไรก็ได้อย่างนั้น แกปลูกต้นดอกหน้าวัวไว้ แต่ไปหลอกคนอื่นว่าเป็นดอกทานตะวัน สุดท้ายคนอื่นก็ต้องดูออกว่าแกมันแค่ดอกหน้าวัว!” กะรัตเดินไปอย่างผู้ชนะ

น้ำผึ้งแทบคลั่งอยู่ในห้องน้ำ สักพักเดินออกมา เห็นชายนี่กับยี่หวาสุมหัวเม้าท์กับฟองดาว พอชายนี่เห็นน้ำผึ้งก็แกล้งถามว่าลองชิมขนมของกะรัตหรือยัง เธอส่ายหน้า ชายนี่ยื่นซองขนมให้พร้อมกล่าว ลองชิมแล้วจะรู้ถึงความรักที่พิศุทธิ์มีให้กะรัต ขนมมีทั้งความเหนียวแน่นเหมือนบอกให้รู้ว่า ใครคิดมาแทรกมันทำยากมาก...ยี่หวาสะกิดปรามเพื่อน ชายนี่ย้ำ

“ฉันขอเตือนหน่อยน่า เพราะรักถึงต้องเตือน ไม่อย่างนั้น...เจ๊ไม่แย” ชายนี่สะบัดหน้าไป

น้ำผึ้งพยายามสงบปากสงบคำ ฟองดาวเปรย “คนเรานี่ รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆนะคะ...”

น้ำผึ้งเจ็บใจตัวเองไม่น่าเพลี่ยงพล้ำ พิศุทธิ์เดินมา พอเห็นน้ำผึ้งก็เลี่ยงไปทางอื่น น้ำผึ้งยิ่งพลุ่งพล่าน ตามไปสะกิดแผลพิศุทธิ์ว่ากะรัตเก่งที่ล่อหลอกเขาให้กลับไปตายรังได้ พิศุทธิ์ถอนใจหันกลับมาถามว่า สิบสองปีที่ผ่านมา เธอเคยเห็นกะรัตเป็นเพื่อนบ้างไหม

“เป็นสิคะ แต่กั้งต่างหากที่เคยเห็นฉันเป็นเพื่อนบ้างรึเปล่า...คุณเป็นสามีกั้ง คุณก็ต้องเข้าข้างกั้ง คุณไม่รู้หรอกว่าฉันถูกทำร้ายมาแค่ไหน”

“ถ้าเรื่องคุณภูเบศร์ ผมไม่อาจออกความเห็นว่าใครถูกหรือผิด แต่มันจบลงไปแล้ว ผมไม่ได้เข้าข้างกั้ง ผมแค่อยากให้คุณปล่อยวาง แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่เหมือนที่กั้งเขาทำ”

“กั้งเขาเก่งจริงๆที่ทำให้คุณเชื่อจนคุณตายใจอย่างนี้ แต่ยังไงฉันก็ขอเตือนคุณให้เผื่อใจไว้บ้าง ถ้ากั้งไม่หวังผลเอาไว้มาก เขาคงไม่ลงทุนทำขนาดนี้” น้ำผึ้งทิ้งบอมบ์ก่อนเดินไป

ooooooo

ด้านศิวาทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้กันตาทิ้งเขาไป เขาพาพ่อมาสู่ขอเธอจากพวงหยก เผอิญกันตากลับจากทำงานมาเจอ เธอรีบปฏิเสธยังไม่พร้อม แต่พอศิวางัดแหวนของแม่มาให้ด้วยความจริงใจ ทำเอาเธอชะงักใจอ่อน แต่ยังย้ำคำเดิม ถ้าเขาจริงใจตนก็จริงใจ ถ้าไม่ใช่ทุกอย่างจบ

ไม่ทันไรน้ำผึ้งโทร.ตามศิวาไปดื่มแล้วจะลงเอยที่ไหนก็ได้ ศิวาเอ็ดวันนี้ตนไม่ว่างกำลังสู่ขอกันตาอยู่ น้ำผึ้งยิ่งเจ็บใจที่กำลังจะผิดหวังอีก จะต้องทำให้สองคนไม่ได้ลงเอยกันให้ได้...

กะรัตมาขอบคุณเนื้อแพรถึงบ้านที่ให้สติตนและสัญญาจะเป็นกะรัตคนใหม่ให้ได้ เนื้อแพรยินดีกับความสุข เมื่อรู้ว่าทั้งสองจะไปฮันนีมูนก็อวยพรให้ตักตวงความสุขให้เต็มที่ พายุลูกใหญ่มันทำบ้านชำรุดตรงไหน ก็จงต่อเติมเพื่อตั้งรับพายุลูกต่อไป...ทั้งสองยกมือไหว้ขอบคุณ

เช้าวันใหม่ ขณะที่กันตานั่งทานอาหารเช้ากับกุนตี และคุยกันเรื่องฮันนีมูนของกะรัต ก็มีเบอร์ไม่คุ้นโทร.เข้ามาบอกว่า...ผู้ชายที่กำลังจะแต่งงานด้วยเป็นของฉัน...

กันตาถามย้ำว่าอะไรนะ

“คุณศิวา เขาเป็นของฉัน ได้ยินชัดเจนพอไหม ถ้ายังไม่ชัด จะให้ฉันลงข่าวหน้าหนึ่งไหมว่า คนสวยมีรสนิยมอย่างคุณกันตาชอบแย่งผัวชาวบ้าน”

“ทำไมฉันต้องเชื่อในสิ่งที่คุณพูด ทั้งๆที่ฉันไม่รู้จักคุณ นี่มันชีวิตจริงนะคะไม่ใช่ละครน้ำเน่า ฉันไม่ใช่นางเอกเจ้าน้ำตาที่แค่มีโทรศัพท์จากผู้หญิงโรคจิตมาขู่แล้วจะกลัว เสียเวลาเปล่าๆ”

“ปากดีอย่างนี้ให้ตลอดนะคะ ไม่ใช่ทำปากเก่งตรงนี้ แต่ลับหลังน้ำตาร่วงเผาะ”

กันตาจะวางสาย สาวปริศนาขู่ถ้าไม่เลิกยุ่งกับศิวา หน้าสวยๆจะต้องมีอันเป็นไป...กันตาวางสาย สาวปริศนาที่โทร.ขู่คือน้ำผึ้ง เธอเข่นเขี้ยว ไม่มีวันจะเสียความฝันของตนไป...ด้านกันตาบอกกุนตีเรื่องโทรศัพท์ปริศนา กุนตีอ่อนใจไม่ทันจะเข้าพิธีแต่งงานก็หางโผล่เสียแล้ว

วันนั้น ศิวาซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมมาให้กันตา เธอมองเฉยๆ ไม่ได้ยินดีกับของแพงๆแบบนี้ เธอกลับต้อนเขาถามว่ามีความลับอะไรซ่อนไว้บ้าง ศิวาเสียวสันหลังวาบ ยอมรับกับกันตาว่าเมื่อก่อนเคยมีสาวๆในสต๊อก

แต่ตอนนี้พยายามเคลียร์ตัวเองอยู่ กันตามองเขานิ่งๆ

“คุณศิวา...ฉันไม่เอาเรื่องแค่นั้นมาบั่นทอนจิตใจตัวเองหรอกนะ ในเมื่อคุณเปิดมาฉันก็จะไม่ปิด ถ้าคุณกำลังแก้ไขตามที่คุณบอกฉันมันก็โอเค แต่ถ้าไม่...ฉันก็แค่เดินจากไปก็แค่นั้น”

ศิวาร้อนตัว สัญญายกใหญ่ว่ามีเธอคนเดียว กันตาว่าไม่ต้องสัญญาขอแค่พูดความจริงก็พอ ศิวานับถือน้ำใจกันตาและยิ่งรักเธอมากขึ้น...จากนั้น ศิวามาเจอกับน้ำผึ้งที่คอนโด ตัดสินใจบอกกับเธอว่า ต่อไปนี้เขาจะไม่ไปรับไปส่งเธออีก ถ้าอยากเจอกันก็ให้เธอนั่งแท็กซี่มาเอง น้ำผึ้งน้ำตาคลอ รู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่า เป็นแค่ผู้หญิงเช่าค้างคืน

ด้านกะรัตเดินคลอเคลียร์กับพิศุทธิ์เลียบชายทะเลอย่างมีความสุข กะรัตพร่ำบอกว่ารักเขามากจนอยากตะโกน บอกใครๆทั้งโลก พลันมีลูกบอลลอยมาโขกหัว กะรัตร้องโอ๊ยจะโวย พอดีธัญญะกับสีมุกอุ้มน้องเกอด้าเข้ามาขอโทษขอโพย พิศุทธิ์เห็นธัญญะก็ดีใจทักทายกันใหญ่

พิศุทธิ์บอกกะรัตว่าธัญญะกับสีมุกเป็นเพื่อนที่มหาวิทยาลัย พอจบก็แยกกันไปเรียนต่อต่างประเทศ พิศุทธิ์หันมาถามธัญญะกลับมาเยี่ยมบ้านหรือ ธัญญะตอบว่ามาเยี่ยมแม่ แม่เข้าโรงพยาบาลด้วยโรคคนแก่ พอดีพี่สาวไม่อยู่จึงต้องมาดูแลแทน แล้วถามไถ่ถึงข่าวแต่งงานของพิศุทธิ์บ้าง ก่อนจะชมว่ากะรัตสวยสมคำเล่าลือของเพื่อนๆ

กะรัตนั่งคุยกับสีมุก ขณะที่พิศุทธิ์เล่นกับน้องเกอด้าดูมีความสุข สีมุกจึงถามกะรัตไม่คิดจะมีลูกบ้างหรือ ดูท่าพิศุทธิ์จะรักเด็ก เขาคงจะหลงลูกจนลืมโลกแน่ๆ

“การมีลูกทำให้ผู้ชายเปลี่ยนไปได้ขนาดนั้นเลยเหรอคะ” กะรัตชักสนใจ

“ผู้ชายจะภูมิใจที่เขาได้เป็นพ่อคนค่ะ มุกคอนเฟิร์มว่าลูกนี่แหละคือโซ่ทองคล้องใจขนานแท้ มันเป็นความรู้สึกของคนที่ได้เป็นพ่อแม่เท่านั้น ที่รู้ว่ามันมีความสุขแค่ไหน”

กะรัตครุ่นคิด จนคืนนั้นออกมานั่งดูดาวกับพิศุทธิ์ เธอหยั่งเชิงถามถึงเรื่องลูก พิศุทธิ์ไม่คิดว่ากะรัตจะพร้อมรักเด็ก ความอดทนยังต่ำ ยังไม่พร้อมจะเลี้ยงอีกชีวิต กะรัตนอยผิดหวัง

วันรุ่งขึ้น กะรัตเอาน้องเกอด้ามาเลี้ยงให้พิศุทธิ์ได้เห็นว่า ตนรักและพร้อมจะเลี้ยงเด็ก เธอหาของมาเล่นกับเกอด้า ไม่ว่าจะเป็นว่าว หรือเล่นบอลชายหาด ก็ดูทุลักทุเลไปหมด จนพิศุทธิ์ขำ นวลเปรยๆว่าเป็นครั้งแรกที่เห็นเจ้านายอยู่กับเด็กได้เกินห้านาที แล้วนวลก็แย๊บ

“ความจริงคุณพิศุทธิ์กับคุณกั้งน่าจะมีลูกนะคะ คุณกั้งน่ะไม่ใช่คนจิตใจหยาบกระด้าง เพียงแต่ถูกเลี้ยงมาในครอบครัวที่ไม่อบอุ่นเท่าไหร่นัก การมีครอบครัวที่สมบูรณ์คือความฝันของคุณกั้ง ถ้ามีลูกคงจะเติมเต็มหัวใจของคำว่าครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์ จริงไหมคะ”

พิศุทธิ์ครุ่นคิด แต่ยังหวั่นปัญหาที่ยังค้างคา...ตกดึก กะรัตตัดสินใจทิ้งยาคุมทั้งหมด ชวนพิศุทธิ์ดื่มไวน์ แต่เขาปฏิเสธขอทำงานที่คั่งค้าง กะรัตแกล้งยั่วยวนจนเขาทนไม่ไหว อุ้มเธอเข้าห้องปฏิบัติกิจของความรัก

ooooooo

ตอนที่ 7

คืนนี้กันตาออกมาฟังเพลงกับศิวา ศิวาตั้งใจอวดเพื่อนๆว่ามีแฟนเป็นหมอ แต่พอเธอได้รับโทรศัพท์รำพันจากกะรัตก็กลัดกลุ้มไปกับพี่สาว ขอตัวกลับทันที ศิวาเสียดายที่กันตาไม่เหมือนสาวอื่นที่ตนหิ้วมาแล้วต้องจบลงบนเตียง

คืน เดียวกัน น้ำผึ้งกลับบ้านพบว่าลูกชายตัวร้อนจัด จึงรีบพามาโรงพยาบาล รสสุคนธ์ขอให้ไปโรงพยาบาลของรัฐเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่น้ำผึ้งไม่ยอม ตัดสินใจโทร.ขอความช่วยเหลือจากศิวา เขากำลังผิดหวังจากกันตาจึงให้น้ำผึ้งมาพบ อ้างจะคุยเรื่องงานที่จะให้เธอทำ เป็นงานง่ายได้เงินเยอะ...ศิวาแค่อยากให้เพื่อนๆเห็นว่า ถึงอย่างไรคืนนี้ตนก็มีผู้หญิงคลอเคลีย

ศิวาพาน้ำผึ้งมาที่บ้าน น้ำผึ้งยื่นซองเอกสารให้เขาพิจารณาผลงานที่ผ่านมาของตน แต่เขากลับลูบไล้แขนเธอพร้อมบอกว่า “เอกสารทุกอย่างมันอยู่ที่นี่...”

น้ำผึ้งสะท้านเล็กน้อยแต่เตรียมใจแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ จึงยั่วยวนให้เขาหลงตนมากขึ้น

“ฉันพอจะมีสิทธิ์ผ่าน ได้งานไหมคะ”

“ผ่านหรือไม่ผ่านไม่ได้ขึ้นอยู่กับผม แต่ขึ้นอยู่ว่าคุณเต็มใจจะทำรึเปล่า”

“งั้นคุณอธิบายกฎการทำงานมาได้เลยค่ะ” น้ำผึ้งประสานสายตาศิวาอย่างไม่กลัวเกรง

ศิว าพาน้ำผึ้งขึ้นมาบนห้องนอน ดึงผมเธอปล่อยสยาย รูดซิปหลังเสื้อเธอลง คลอเคลียแผ่นหลังเธอพร้อมกล่าว “คนทำงานกับผมต้องไม่ใส่ชุดรุ่มร่าม ต้องมีกลิ่นหอม ต้องอยู่ภายใต้อำนาจผม เท่านี้...คุณก็จะทำงานกับผมอย่างมีความสุข”

น้ำผึ้งตอบสนองการเล้าโลม ของเขาทุกอย่าง ศิวาจูบเธออย่างดูดดื่ม ในใจน้ำผึ้งคิดว่าเขาอยู่ในกำมือตนแล้ว ตนจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการ...

ด้านกะรัต กระวนกระวายรอการกลับมาของพิศุทธิ์ มีกันตากับกุนตีคอยปลอบใจเป็นเพื่อน พลันมีเสียงรถแล่นเข้ามา กะรัตดีใจคิดว่าพิศุทธิ์กลับมา แต่กลายเป็นพวงหยกเข้ามายิ้มอ้างเอาของขวัญแต่งงานมาให้ เธอยื่นซองเอกสารแก่กะรัต กะรัตเปิดดูเป็นใบหย่า พวงหยกว่าเห็นกลิ่นไม่ดีจึงเอามาให้ ป่านนี้พิศุทธิ์คงอยู่กับน้ำผึ้งเรียบร้อยแล้ว กุนตีรีบเตือนสติน้อง

“กั้ง เห็นแล้วนะว่าที่ชีวิตพ่อกับแม่เป็นอย่างนี้ เป็นเพราะแม่เอาแต่ฟังคนอื่นแล้วก็คิดไปเอง กั้งอยากเป็นแบบนั้นเหรอ จำไว้นะว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันเป็นเพราะมีคนอยากเห็นความล้มเหลวของคู่กั้งอยู่ กั้งควรเลิกใช้อารมณ์แล้วก็หันมาคิดว่าทำยังไงให้ชีวิตคู่ของกั้งไปรอด”

กะรัต ครุ่นคิดตามอย่างว้าวุ่นใจ...ในขณะที่พิศุทธิ์กลับมาสงบสติอารมณ์ที่บ้านแม่ เขาครุ่นคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมด มองแหวนแต่งงานที่นิ้วมือ ตัดสินใจขับรถกลับไปหากะรัต
ทันทีที่พิศุทธิ์ก้าวเข้าห้องนอน ต้องตะลึงเมื่อเห็นกระดาษโพสต์อิทแปะอยู่เต็มห้อง ทุกแผ่นถูกเขียนว่า...กั้งขอโทษ บ้างก็เขียนว่า...กั้งรักคุณ ตัวกะรัตฟุบหลับคาโต๊ะ มือยังจับปากกาอยู่ ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตาแสดงว่าผ่านการร้องไห้อย่างหนัก ใจเขาอ่อนยวบลง พิศุทธิ์อุ้มกะรัตไปนอนบนเตียง ลูบไล้ผมเธออย่างสงสาร จูบหน้าผากเธออย่างอบอุ่นแล้วโอบกอดเธอด้วยความรักเต็มหัวใจ

เช้าวันใหม่ กะรัตงัวเงียควานหาตัวพิศุทธิ์ พบบนเตียงว่างเปล่า รู้สึกผิดหวังนั่งเศร้าบนเตียง พอนวลเข้ามาก็ยิงคำถามเป็นชุดจนนวลได้แต่อ้าปากหวอตอบไม่ทัน

“เมื่อคืน เขาไม่ได้กลับมาเหรอ...นี่เขาไม่หายโกรธฉันเหรอเนี่ย...รู้ยังงี้ฉันไม่น่า ตื่นมาเลย น่าจะหลับมันไปทั้งชาติ” นวลร้องว้าย...ทำไมพูดอย่างนั้น กะรัตฟูมฟาย “เพราะตอนฉันหลับมันมีความสุขมากกว่าน่ะสิ ฉันฝันว่าเขาอยู่ข้างๆฉัน นอนอยู่กับฉันตรงนี้ แต่พอตื่นขึ้นมาก็มีแต่ความว่างเปล่า เขาไม่ยกโทษให้ฉัน”

“ความจริงคุณแก ก็ยกอยู่นะคะ...” กะรัตงงยกอะไร “ก็ยกคุณขึ้นมานอนบนเตียง แล้วคุณพิศุทธิ์ก็นอนอยู่กับคุณนั่นแหละ คุณหลับจนไม่รู้เรื่อง”

กะรัต ดีใจถามเขาอยู่ไหน นวลบอกทานข้าวอยู่ข้างล่าง คงออกไปทำงานแล้ว กะรัตรีบวิ่งลงไป เห็นพิศุทธิ์กำลังจะขึ้นรถ เธอร้องเรียกถามเขาจะไปทำงานที่ไหน ที่เก่าหรือที่ใหม่

“จะที่ไหนล่ะ ก็บริษัทเก่านั่นแหละ ที่ใหม่เขาคงไม่รับผมแล้ว” พิศุทธิ์ตอบอย่างหน่ายใจ

“กั้งขอโทษนะคะที่ทำอะไรบ้าๆแบบนั้น แต่เพราะมีคนส่งแมสเสจมาหลอกกั้งจริงๆนะ กั้งจะให้คุณดู” กะรัตกดเปิดข้อความส่งให้

พิศุทธิ์ ไม่อยากดู กะรัตเสียใจที่เขาไม่เชื่อ รวมทั้งเรื่องที่น้ำผึ้งตกบันไดตนก็ไม่ได้ทำ พิศุทธิ์มองกะรัตนิ่งๆบอกเธอว่าเดี๋ยวจะสาย หวังว่าวันนี้คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก เขาขับรถออกไป

ooooooo

เช้าวัน เดียวกัน ศิวาตื่นขึ้นมาเห็นน้ำผึ้งแต่งตัวเรียบร้อย เธอบอกเขาว่าต้องรีบกลับไปดูลูกที่โรงพยาบาล เขาจึงบอกว่า เรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องห่วง คนทำงานกับตน มีสวัสดิการให้ อยากให้ช่วยอะไรบอก เจ้านายอย่างตนใจปํ้า น้ำผึ้งปรายตามองห้องนอนทำนองว่าชีวิตตนต้องดีขึ้น

รสสุคนธ์แปลกใจที่น้ำ ผึ้งให้ลูกย้ายมานอนห้องพิเศษ จึงถามเอาเงินมาจากไหน น้ำผึ้งว่าตนทำงานชอบธรรมก็แล้วกัน รสสุคนธ์โต้ ชอบธรรมแต่ขอให้มีศักดิ์ศรีด้วย

“อะไรคือมีศักดิ์ศรีเหรอน้ารส ถ้ามีศักดิ์ศรีคือการมีคนมาเคารพนบนอบเชื่อฟังเราล่ะก็มันไม่เกี่ยวกับการมี ศักดิ์ศรี แต่มันคือการมีเงิน เพราะฉะนั้นน้าไม่ต้องรู้หรอกว่าผึ้งได้เงินมาจากไหน รู้แค่ว่าต่อไปนี้ผึ้งจะทำให้เราสบาย และทำให้ลูกผึ้งมีพ่อ” น้ำผึ้งหวังทำครอบครัวกะรัตพัง

พิศุทธิ์มาทำงานท่ามกลางสายตาล้อๆของคนใน ที่ทำงาน สายน้ำผึ้งไม่รอช้า ทำทีถือแฟ้มเข้ามาหา ที่แขนยังมีผ้าพัน พิศุทธิ์จึงถามอาการตามมารยาท และว่าทำไมไม่ไปหาหมอ น้ำผึ้งตอบเศร้าๆว่าลูกป่วยต้องเก็บเงินไว้รักษาลูก พิศุทธิ์โพล่งขึ้นว่า เธอน่าจะแจ้งความ น้ำผึ้งชะงัก

“กั้งเขาใจร้อนเกินไป จนลืมคิดว่าสิ่งที่เขาทำมันทำให้ใครเดือดร้อนขนาดไหน ผมอยากดัดนิสัยกั้งบ้าง คุณก็จะได้ค่าเสียหายจากกั้งด้วย”

น้ำผึ้งฉุกคิด ถ้าแจ้งความต้องถูกสืบหาความจริง ความลับอาจเปิดเผยจึงปฏิเสธอ้างไม่อยากได้เงินจากกะรัต พิศุทธิ์คะยั้นคะยอให้แจ้งความ เขาหยิบมือถือมากดเบอร์เพื่อนที่เป็นตำรวจ น้ำผึ้งคว้ามือถือมากดทิ้งบอกเขาว่าอย่างไรเสียกะรัตก็เป็นเพื่อน ไม่อยากเห็นเธอเข้าคุก

“น่าเสียดาย ผมน่ะอยากให้ตำรวจเขามาสอบสวนว่าจริงๆแล้วเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ แต่คุณก็ต้องระวังด้วยนะครับ ถูกคนทำร้ายขนาดนี้แล้วไม่แจ้งตำรวจ คนเขาจะหาว่าคุณสร้างเรื่องให้ร้ายกั้ง...ผมขอตัวนะครับ” พิศุทธิ์สบตาน้ำผึ้งก่อนจะเดินจากไป

น้ำผึ้งหวั่นใจว่าพิศุทธิ์จะรู้ความ จริง จึงคิดว่าต้องจัดชุดใหญ่ให้กะรัตเป็นนางร้ายอีกสักครั้ง...ว่าแล้วน้ำผึ้งก็ โทร.หากะรัต พูดยั่วให้กะรัตของขึ้น หึงหวงจนต้องมาอาละวาด กะรัตข่มอารมณ์ บอกให้เลิกทำลายครอบครัวตนเสียที ทำอย่างไรพิศุทธิ์ก็ไม่ทิ้งตน เขาสัญญาว่าในหัวใจเขามีตนคนเดียว น้ำผึ้งหัวเราะเยาะ

“สิ่งที่เธอไม่ เห็น ไม่ได้แปลว่ามันไม่เกิดขึ้นนะจ๊ะ เหมือนเรื่องคุณภูกับฉันไง กว่าเธอจะรู้ความจริงก็ปาไปตอนฉันท้องแล้ว...แต่ถ้าเธอจำไม่ได้ ฉันจะทำประวัติศาสตร์ซ้ำรอยให้”

น้ำผึ้งวางสายหวังว่ากะรัตต้องมาอาละวาด แน่... กะรัตเดือดจะไปเอาเรื่องน้ำผึ้ง นวลรีบมารั้งเตือนสติอย่าให้น้ำผึ้งปั่นหัวได้ แต่กะรัตสติหลุดไปแล้วขับรถออกจากบ้านในทันที นวลไม่รู้จะทำอย่างไรรีบโทร.ไปหากุนตี

น้ำผึ้งคำนวณเวลาว่ากะรัตจะมาถึง ตอนไหน เธอทำทีถือแฟ้มงานเข้ามาหาพิศุทธิ์ เขาชะงักระวังตัวเต็มที่ แต่แล้วน้ำผึ้งก็แกล้งทำเป็นขาพลิกให้เขาต้องประคอง เธอฉวยโอกาสดึงเขาล้มลงมาด้วยและเธอก็ทับบนตัวเขา ใบหน้าประชิดกัน พิศุทธิ์รู้ว่ากำลังอยู่ในสถานการณ์หมิ่นเหม่ รีบขยับตัวลุกขึ้น ดึงน้ำผึ้งให้ลุกตาม แต่เธอแกล้งทำเจ็บข้อเท้า เขาจึงต้องประคองไปนั่ง

กะรัต เดินเป็นพายุตรงไปที่ห้องพิศุทธิ์ ชายนี่กับยี่หวาและฟองดาวตาเหลือกเพราะรู้ว่าน้ำผึ้งอยู่ในห้อง...พิศุทธิ์ กำลังนั่งยองๆมองข้อเท้าน้ำผึ้งอย่างพิจารณา รู้ว่าไม่ถึงกับหัก ทันใดกะรัตเปิดประตูผ่าง...เข้ามาเห็นพิศุทธิ์กำลังจะแตะข้อเท้าน้ำผึ้ง ทั้งสองหันมอง น้ำผึ้งยิ้มเยาะแต่นึกได้แกล้งร้องว่าเจ็บข้อเท้า กะรัตเดินเข้ามาด้วยบรรยากาศมาคุ พิศุทธิ์รีบอธิบายว่าน้ำผึ้งหกล้ม

“ก่อน ที่เธอจะกรีดร้องโวยวายช่วยฟังเรื่องราวให้จบก่อนนะ ส้นสูงของฉันมันพลิกเลยล้มข้อเท้าแพลง คุณพิศุทธิ์ช่วยนวด มันก็แค่นั้นอย่าให้อารมณ์มันบังตาแล้วคิดเลยเถิดไปเลยนะ”

พิศุทธิ์ขมวด คิ้วสะดุดหูเพราะเขาไม่ได้นวดให้น้ำผึ้งเลย เขารีบหันมองกะรัตเกรงจะเดือด แต่กะรัตกลับเดินเข้าหาน้ำผึ้ง พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ข้อเท้าแพลงใคร เขานวดกันล่ะ มันจะยิ่งอักเสบไปกันใหญ่ ถ้าข้อเท้าแพลงก็ต้องประคบน้ำแข็งก่อน ให้เลือดไหลช้าลง แล้วถ้าเป็นไปได้ ก็ควรจะรีบไปหาหมอ ให้เขาพันผ้ายืดรัดไว้ไม่ให้ข้อเท้าเคลื่อนไหว ใกล้ๆนี่มี

คลินิก มาสิ ฉันจะพาเธอไปหาหมอเอง” กะรัตจิกเล็บลงที่แขนน้ำผึ้งทำทีประคอง น้ำผึ้งรู้สึกเจ็บสะบัดออกบอกตนไปเองได้ แล้วกะเผลกออกจากห้อง

หน้าประตู ชายนี่ ยี่หวาและฟองดาวเงี่ยหูฟังกันอยู่ ผงะออกทำทีแยกย้ายกันทำงาน น้ำผึ้งเข่นเขี้ยวจะคอยดูว่ากะรัตจะอดทนไปได้กี่น้ำ...พิศุทธิ์ถามกะรัตมาทำ อะไรที่นี่ กะรัตกระเง้ากระงอดถ้าไม่มาก็ไม่เห็นอะไรแบบนี้ พิศุทธิ์ออกตัวยังไม่ได้ทำอะไรเลย กะรัตติงจะให้ตนเชื่อหรือทีเขายังไม่เชื่อตนเลย พิศุทธิ์เข้ากุมมือกะรัตชื่นชม

“จริงๆ ผมเชื่อคุณนะ เชื่อมาตลอดทุกคำที่คุณบอกผม...” กะรัตดีใจโผกอด “กั้ง ปล่อยเหอะ นี่มันในออฟฟิศ...วันนี้คุณควบคุมตัวเองได้  ไม่อาละวาดเหมือนทุกครั้ง”

กะรัต รับปากจะอดทนให้มากขึ้น แต่ครั้งนี้ขอรางวัล พิศุทธิ์ระแวงเธอคิดพิเรนทร์อะไรอีก กะรัตว่าแค่อยากให้เขาคิดทบทวนเรื่องงานใหม่ พิศุทธิ์ย้อนถาม ถ้าตนต้องทำงานร่วมกับผู้หญิงอื่น เธอก็ต้องตามอาละวาดอีก กะรัตสัญญาว่าไม่...แน่นอนถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่น้ำผึ้ง...ฟองดาวเข้ามาบอก อีกห้านาทีจะประชุม พิศุทธิ์จึงขอให้กะรัตกลับไปรอที่บ้าน แล้วค่อยคุยกันใหม่

กะรัตโทร.ขอร้องกุนตีช่วยหางานใหม่ให้พิศุทธิ์ ซึ่งไม่ใช่ที่บริษัทใหญ่ พอดีพวงหยกเข้ามาที่บริษัทจะประชุมลับกับฝ่ายบัญชี กุนตีแปลกใจที่ไม่รู้ก่อนและไม่ให้เธอเข้าประชุมด้วย

ooooooo

ศิวาเดินหน้าจีบกันตาจริงจัง โดยนัดพ่อให้มาเป็น พยานรับรู้ กันตาถึงกับอึ้ง ไม่คิดว่าเขาจะจู่โจมขนาดนี้ ศรัทธายินดีเมื่อรู้ว่า ว่าที่ลูกสะใภ้เป็นหลานเจ้าสัว บัญชา...ศิวาถึงกับให้กุญแจบ้านแก่กันตา เพื่อแสดงความจริงใจเปิดเผยให้เธอไปสำรวจที่บ้านเขาได้เต็มที่

จากนั้น ศิวาก็มานอนกับน้ำผึ้ง พอเสร็จสรรพ เขาก็ยื่นกุญแจคอนโดให้แก่เธอ และบอกเธอว่าเราจะอยู่กันเพียงที่คอนโดเท่านั้น เขาเปิดใจ “วันนี้ผมพาพ่อไปพบผู้หญิงคนนึงมา เป็นผู้หญิงที่ผมจริงจังด้วย ผมเลยให้กุญแจบ้านหลังนี้เขาไป ดังนั้น...ต่อไปคุณจะมาที่นี่อีกไม่ได้”

น้ำ ผึ้งดักคอว่าผู้หญิงคนนั้นคือหมอกันตา อ้างเขาลือกันทั้งโรงพยาบาล ศิวายอมรับและสั่งห้ามให้กันตารู้เรื่องของเรา ให้เธออยู่ส่วนเธอ ถ้าไม่มีปัญหา เขาก็จะดูแลเธอเหมือนเดิม...น้ำผึ้งรับปาก แต่ในใจร่ำๆว่าโง่...ตนไม่อยู่กับเขาไปตลอดชีวิตแน่ แต่ก่อนไปตนจะกอบโกยให้ได้มากที่สุด และตนจะไม่ยอมให้กันตาได้แต่งงานง่ายๆ

คืนนั้น พวงหยกกลับมาบ้าน กันตาจึงขอพาศิวามาทำความรู้จักพรุ่งนี้เย็น พวงหยกดีใจถือโอกาสเชิญทุกคนในบ้าน รวมถึงกฤช กะรัตและพิศุทธิ์ให้มาร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน ตนเป็นแม่งานเอง กันตากับกุนตีแปลกใจกับท่าทีมีความสุขของแม่มาก

บ่ายวันใหม่ เจ้าสัวบัญชาจำต้องมาร่วมโต๊ะอาหารตามความต้องการของลูกสาว พวงหยกกระดี๊กระด๊ากับวันนี้มาก กะรัตพาพิศุทธิ์มา งงมากที่พวงหยกพูดดีเอาใจพิศุทธิ์อย่างมาก กระซิบถามกฤชว่าแม่เป็นอะไร กฤชเองก็งง...สบโอกาส พวงหยกดึงกะรัตไปถาม

“เรื่องที่ผัวแกประกาศปาวๆว่าไม่เอาเงินแกซักบาทน่ะ” กะรัตโต้แม่ยังไม่เชื่อใจเขาอีกหรือ “ในเมื่อแกมั่นใจในตัวผัวแก งั้นแกก็รับปากอะไรฉันหน่อยได้ไหมล่ะ ถ้าฉันพิสูจน์ได้ว่าผัวแกหลอกแต่งงานกับแกเพื่อเงิน แกต้องเลิกกันโดยเด็ดขาด”

กะรัตมั่นใจท้ากรีดเลือดพิสูจน์ พวงหยกให้จำคำพูดไว้...กันตาพาศิวามาไหว้เจ้าสัว เขาเอาไวน์มาเป็นของฝาก พวงหยกเหน็บพิศุทธิ์ทันที เอาบัตรวีไอพี เฟิร์สคลาสขึ้นเครื่องฟรีตลอดชีพให้เจ้าสัวดู ว่าเป็นของฝากจากศิวา กะรัตอดปกป้องพิศุทธิ์ไม่ได้ โพล่งออกมาว่านัดกินข้าวหรือกินคนกันแน่ พิศุทธิ์ปรามกะรัต เจ้าสัวตัดบทว่าหิวแล้ว  พวงหยกจึงให้เด็กรับใช้ยกจานที่มีฝาครอบมาเสิร์ฟแก่ทุกคนเหมือนอาหารฝรั่ง ทุกคนแปลกใจ

“อาหารจานนี้มีชื่อว่า...ไม่มีความลับในโลก!”

ศิวาตื่นเต้นคิดว่าพวงหยกทำอาหารต้อนรับสุดพิเศษ แต่พอทุกคนเปิดฝาครอบออก พบเอกสารยืนยันการโอนเงินให้แก่ท่านชายอ๊อดถึง 50 ล้านบาท พิศุทธิ์หน้าตื่นหันไปถามเจ้าสัว พวงหยกแฉแหลกอย่างละเอียด เจ้าสัวตบโต๊ะเปรี้ยง

“พอได้แล้วอาหยก ถ้าลื้อไม่รู้ความจริงก็ปิดรูบนหน้าลื้อไป...” เจ้าสัวหันมาชวนพิศุทธิ์ไปคุยห้องอื่น พวงหยกโวยวายให้คุยต่อหน้าทุกคน กุนตีกับกันตาดึงรั้งแม่ไว้

เจ้าสัวเดินนำพิศุทธิ์ออกมา เขาเปิดฉากถามทันทีว่าเป็นความจริงใช่ไหม เจ้าสัวรีบบอกว่าตนให้เงินท่านชายเป็นเรื่องของหนี้บุญคุณที่ท่านปู่ของพิศุทธิ์มีต่อตน ธุรกิจตนก้าวหน้ามาได้เพราะความช่วยเหลือของท่าน พิศุทธิ์ไม่เชื่อ เขารู้สึกเสียศักดิ์ศรี หมดสิ้นความภูมิใจที่เขาเคยประกาศเอาไว้ว่าไม่ต้องการทรัพย์สินของกะรัต พวงหยกทะยานออกมาเหยียบย่ำพิศุทธิ์อีก

“เห็นธาตุแท้ผัวแกรึยังยัยกั้ง ตัวแม่มาสูบเงินไปจากผัวอั๊วยังไม่พอ ตัวพ่อยังเอาลูกมาขายหลอกเงินจากก๋งแกอีก อ้อ! นี่อย่าบอกนะว่า คุณชายอ๊อดกับหม่อมมลุลีไม่ยอมให้หลานชายแต่งงานกับยัยกั้ง ยัยกั้งเลยขอให้เตี่ยจ่ายเงินซื้อผู้ชายคนนี้มา”

พิศุทธิ์ทนฟังต่อไปไม่ไหวขอตัวกลับ พวงหยกดึงรั้งกะรัตด้วยการทวงสัญญา นัดไปหย่ากันเมื่อไหร่ พิศุทธิ์หันมองกะรัต เธอปฏิเสธไม่เคยสัญญา กฤชปรามให้พวงหยกพอเสียที ตนจะหมดความอดทนต่อเธอแล้ว พิศุทธิ์โพล่งขึ้นว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ที่พ่อเอาไป ตนจะคืนให้  เขาผละขึ้นรถขับออกไป กะรัตวิ่งตามร้องไห้โฮ กันตากับกุนตีเข้าปลอบ พวงหยกถูกตำหนิ

“คนอื่นเขาทำทุกอย่างเพื่อรักษาความสุขของลูก แต่ลื้อกลับทำทุกอย่างเพื่อทำลายความสุขของลูก ลื้อยังมีความเป็นคนอยู่รึเปล่า” เจ้าสัวบัญชาเอ็ด

“ผมรู้นะว่าที่คุณทำไม่ใช่แค่หวงสมบัติ แต่ต้องการแก้แค้นเนื้อแพร คุณใช้ลูกเป็นเครื่องมือแก้แค้นให้ตัวเอง คุณเป็นแม่ที่เห็นแก่ตัวที่สุด ผมไม่แปลกใจหรอกถ้าชีวิตคุณต้องอยู่คนเดียว!” กฤชพูดใส่หน้าพวงหยกแล้วเดินตามเจ้าสัวออกไป

พวงหยกร้องกรี๊ด ที่ทุกคนมาด่าว่าตน ทั้งที่ตนไม่ผิด ฉับพลัน พวงหยกก็เป็นลมฟุบลง ศิวาเข้าประคองทั้งที่ยังงงๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...พวงหยกฟื้นขึ้นมาก็ต่อว่ากฤช  มาด่าว่าตนทำไมทั้งที่ตนเปิดโปงพวกปลิง กฤชหาว่าเธออ้าง การกระทำของเธอทำลายความสุขของลูก กะรัตน้ำตานองหน้าพยายามโทร.หาพิศุทธิ์แต่เขาไม่รับ พวงหยกโวยยังจะโง่อยู่อีก กะรัตแว้ด

“ถ้ากั้งต้องใช้เงินร้อยล้านแลกกับการได้เขาคืนมา กั้งก็จะแลก ต่อให้ต้องหาเพิ่มอีกเป็นร้อยเป็นพันล้านเพื่อคนที่กั้งรักที่สุด กั้งก็จะทำ...พอใจรึยังคะแม่”
เจ้าสัวตำหนิพวงหยกทำไมถึงกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้ ตนยอมให้คนมาสูบเลือดเนื้อเพื่อความสุขของลูกหลาน แต่สิ่งเดียวที่ตนรู้สึกผิดมากที่สุด คือการมีลูกอย่างเธอ พวงหยกร้องกรี๊ด เป็นลมพับไปอีกรอบ

ooooooo

เนื้อแพรตกใจอย่างมากเมื่อได้ยินเรื่องที่กฤชโทร.มาบอก เธอไม่ยอมให้ใครทำร้ายลูกของตัวอีกแล้ว ใครก่อหนี้ต้องรับผิดชอบ...พิศุทธิ์มาต่อว่าพ่อกับย่าที่วังวิวัฒน์วงศ์ ว่าตนรู้เรื่องที่ทั้งสองไปรีดเงินจากเจ้าสัว เป็นการขายศักดิ์ศรีของตนเพื่อเอาเงินมาอวดใครๆว่ายังไม่ได้เหลือแต่เปลือก หม่อมมลุลีโกรธหาว่าดูหมิ่นวงศ์ตระกูล พิศุทธิ์ให้ท่านชายอ๊อดเอาเงินไปคืนเจ้าสัวทุกบาททุกสตางค์ พลันเนื้อแพรตามมาถึง พาคนงานมาขนของในวัง หม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อดโวยวายกันใหญ่ เนื้อแพรเสียงกร้าว ในเมื่อไม่มีเงินไปคืนเขาก็ต้องเอาสมบัติไปขาย

“นี่มันบ้านฉันนะ ทำอะไรให้เกียรติฉันหน่อย” ท่านชายอ๊อดโวย

“แต่ฉันว่าท่านคงไม่มีเกียรติอะไรเหลืออยู่แล้วมั้งคะ เพราะถ้ามี คงไม่เอาเรื่องการแต่งงานของลูกไปขอเงินคนอื่นหรอก”

“เธออย่ามาพูดอะไรพล่อยๆนะเนื้อแพร!”

“ถ้าสิ่งที่ฉันพูดเป็นเรื่องพล่อยๆก็คงดี เพราะถ้ามันเป็นเรื่องจริง มันก็ช่างน่าอดสูที่พวกคนที่ถือตนข่มท่านทำตัวสิ้นคิด...ไงคะท่าน บริษัทของท่านมันใกล้หายนะแล้วรึไง ถึงต้องเอาลูกชายไปขาย!” ท่านชายอ๊อดเดือดแต่ไม่กล้าทำอะไร

เนื้อแพรว่า ลูกไม่เคยพึ่งใบบุญพวกเขา อย่าบังอาจเอาเท้ามาเหยียบย่ำลูก ท่านชายอ๊อดโต้ว่าตนไม่ได้ขายลูก เพียงแค่เรียกค่าเสียชื่อเสียงที่ต้องร่วมวงศ์กับผู้หญิงสามผัว เนื้อแพรตอกกลับ

“ไม่น่าเชื่อว่าตระกูลอันสูงส่งจะไม่นำพาให้คนมีจิตใจที่สูงไปด้วย ดี!...ไหนๆเราก็ต่ำด้วยกัน ท่านต้องหาเงินไปคืนเจ้าสัวให้ครบทุกบาททุกสตางค์ อย่าทำให้พิศุทธิ์เดือดร้อนเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

“แกคิดว่าแกเป็นใคร ถึงมาขู่ฉันได้” หม่อมมลุลีปรี๊ด

“ก็เป็นคนชั้นต่ำ ที่ชอบใช้วิธีชั้นต่ำแก้ปัญหา ถ้าท่านอยากรู้ว่าเป็นวิธีอะไรก็ลองดู!”

สองท่านหวาดหวั่น มองเนื้อแพรที่เดินอย่างมาดนางพญาพาพิศุทธิ์กลับไป...สองแม่ลูกกลับมาถึงบ้าน เนื้อแพรเตือนพิศุทธิ์ เรื่องนี้ไม่ควรโกรธกะรัต เธอไม่ได้ทำอะไรผิด และก็ไม่ควรโทษตัวเองผิดด้วย เขาควรกลับไปหากะรัต แต่พิศุทธิ์ยังไม่อยากสู้หน้าเธอ ทันใด กะรัตก้าวมายืนข้างหลังเขา เธอเอ่ยปากชวนเขากลับบ้าน เนื้อแพรเลี่ยงออกมาให้ทั้งสองคุยกัน

พิศุทธิ์เห็นใบหน้ากะรัตที่ผ่านการร้องไห้อย่างหนักก็ใจอ่อนยวบ แต่ยังเฮิร์ตกับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงขอนอนที่บ้านแม่สักคืน กะรัตเข้ากุมมือเขา ยืนยันว่าตนไม่รู้เรื่องเงินนั่นเลย พิศุทธิ์ขอร้องให้หยุดตอกย้ำ ขอเขาอยู่คนเดียวสักคืน กะรัตยืนกรานจะไม่ทิ้งกัน พิศุทธิ์ขอร้อง

“ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ตอนนั้นผมเชื่อมั่นว่าความรักของผมจะไม่มีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้อง แต่ตอนนี้มันไม่ใช่”

กะรัตว่าตนไม่แคร์ แต่พิศุทธิ์ว่าเขาแคร์ เขากลายเป็นสามีที่มีค่าตัว เขารู้สึกไม่คู่ควรกับเธอ กะรัตใจหายวาบ “คุณพิศุทธิ์! อย่าคิดแบบนี้ คุณจำได้ไหมตอนที่กั้งบอกว่ากั้งไม่เหมาะกับคุณ คุณยังบอกว่าคุณไม่แคร์ คุณรู้ว่าคุณรักกั้งก็พอ กั้งก็เหมือนกัน ไม่ว่าใครจะคิดอะไรหรือจะว่าอะไรคุณ กั้งก็ไม่สนใจ กั้งรู้แค่ว่าคุณรักกั้ง กั้งรักคุณก็พอ”

กะรัตเอาริบบิ้นที่พิศุทธิ์ใช้ผูกข้อมือตนตอนขอแต่งงานมาผูกข้อมือเขากับข้อมือตัวเอง พิศุทธิ์ละอายใจดึงออก “ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าแค่รัก...มันจะพอสำหรับเรา”

กะรัตน้ำตานองหน้า เนื้อแพรมองทั้งสองคนอย่างสงสารชะตากรรมทั้งคู่เหลือเกิน...ด้านกันตาขอโทษขอโพยศิวาแต่เขากลับบอกว่า ครอบครัวเขาก็มีปัญหาบนโต๊ะอาหารบ่อยๆ ตนเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีวันเลิกรัก เธอแน่ กันตายิ้มปลื้ม

คืนนั้น ศิวากลับมานอนกับน้ำผึ้งที่คอนโด เขาไม่รู้เรื่องระหว่างน้ำผึ้งกับกะรัต จึงเผลอเล่าเรื่องให้ฟัง น้ำผึ้งยิ้มกริ่มสะใจ

กะรัตกลับมาบ้านอย่างเศร้าเสียใจ รำพันกับนวลว่าพิศุทธิ์เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ตนมีในชีวิต ตนไม่เหลืออะไรแล้ว นวลสงสารเจ้านายจับใจ...นวลโทร.รายงานกุนตีกับกันตาว่ากะรัตกลับมาบ้านเพียงลำพัง เผอิญกะรัตลืมมือถือไว้ที่บ้านเจ้าสัว กุนตีจึงบอกนวลว่าพรุ่งนี้จะแวะไปหา พอดีมือถือกะรัตดังขึ้น กันตาเห็นหน้าจอว่าเป็นน้ำผึ้ง จึงกดรับสายฟังโดยไม่พูดอะไร

“นอนรึยังจ๊ะกั้ง พอดีฉันไปเจอโปรโมชั่นผ่าตัดศัลยกรรมดีๆจะมาบอก จะได้เอาเงินที่เธอไปซื้อผัวคนที่สี่มาจัดแต่งเครื่องในที่ผ่านการใช้มาแล้วถึงสามครั้งให้มันดีขึ้น ผัวเธอจะได้รักได้หลงเหมือนที่เธอเพ้อเจ้อให้ฉันฟังไง”

กันตาทนไม่ไหวตอกกลับ “นอกจากโปรโมชั่นศัลยกรรมตกแต่งเครื่องในแล้ว น่าจะมีโปรโมชั่นศัลยกรรมจิตใจคนด้วยเนอะ ก้อยจะยอมเอาเงินเดือนจ่ายให้พี่ผึ้งไปทำ เผื่อจิตใจของพี่จะเลิกคิดแต่เรื่องแย่งสามีคนอื่นแล้วไปคิดเรื่องลูกบ้าง”

น้ำผึ้งชะงักโกรธ ตอบโต้กลับไป “เธอไม่ต้องมาห่วงลูกฉันหรอก ลูกฉันมีคนช่วยดูแลให้มีความสุขดี ห่วงตัวเองกับพี่สาวเถอะ ระวังจะมีชะตากรรมเดียวกัน ไอ้ประเภทคิดว่าเขาเป็นของเรา แต่สุดท้ายเขากลับเป็นของคนอื่น!”

กันตาเข้าใจว่าหมายถึงกะรัต กุนตีเข้ามาดึงสายกดวาง อย่าไปฟังพวกโรคจิตอย่างน้ำผึ้ง...คืนนั้น ศิวาขับรถมาส่งน้ำผึ้งที่บ้าน น้ำผึ้งแกล้งทำลิปสติกตกท่ีข้างเบาะ โดยดันเบาะให้ถอยห่างเพื่อใครมานั่งต้องขยับเบาะ รสสุคนธ์มองหลานสาวที่มีคนมาส่งอย่างหนักใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ พวงหยกลงมาข้างล่างอย่างเบิกบาน ไม่รู้สึกผิดกับการกระทำเมื่อคืนสักนิด กันตากับกุนตีอ่อนใจ พลัน เนื้อแพรบุกเข้ามา ประกาศว่าเรื่องเงินที่ท่านชายอ๊อดเอาไปไม่เกี่ยวกับพิศุทธิ์ พวงหยกหาว่ามาเล่นบทปกป้องลูก เนื้อแพรว่าตนไม่ได้อยากดองกับเธอ

“ฉันรู้ว่าคุณแค้นฉัน มีอะไรคุณก็มาทำกับฉันอย่าไปลงที่ลูก คุณเป็นแม่ทำแบบนี้ก็น่าจะรู้ดีว่ามันอันตรายกับชีวิตครอบครัวพวกเขามากแค่ไหน คุณทนเห็นพวกเขาเจ็บปวดได้เหรอ”

“เจ็บสิดีจะได้จำ...หมดเรื่องแล้วใช่ไหม ใครเอาน้ำมาล้างเสนียดจัญไรแถวนี้หน่อยสิ เร็ว”

“วิธีแก้แค้นฉันของคุณ มันกำลังฆ่าลูกตัวเองด้วยรู้ไหม ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้ใจร้ายอย่างที่คุณแสดงออกหรอก ฉันขอร้องละนะ ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป” เนื้อแพรกลับไป

พวงหยกเข่นเขี้ยวร้องกรี๊ดเซจะเป็นลมอีก กันตากับกุนตีเข้าประคอง...เช้าวันเดียวกันน้ำผึ้งลงบันไดมา รสสุคนธ์ถามถึงข้าวของที่น้ำผึ้งซื้อให้ลูก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าและเปลดูราคาแพง ว่าเป็นเงินจากการที่เธอหายไปทั้งคืนมาหลายครั้งใช่ไหม

“ใช่! ก็แค่เศษเงินของเขา น้าเห็นรถเขาแล้ว น้าก็น่าจะรู้ว่าเขารวยขนาดไหน”

รสสุคนธ์ถามทันทีว่าเขามีครอบครัวหรือยัง น้ำผึ้งมองอย่างรำคาญก่อนจะย้อนว่า ตนจ้างให้เลี้ยงหลานแค่นั้นไม่ได้ให้มาถาม...คราวนี้ตนไม่ยอมเสียให้ใครฟรีๆ และบอกอีกว่าทั้งเขาและตนโสด รสสุคนธ์อ่อนใจ ยิ่งเมื่อรู้ว่าน้ำผึ้งกำลังจะออกไปหาพิศุทธิ์ น้ำผึ้งยิ้มอย่างเยือกเย็นบอกแก่เธอว่า ครั้งนี้ตนไม่ยอมเป็นตัวเลือกของใคร ตนจะเป็นฝ่ายเลือก เลือกได้เงินจากผู้ชายคนหนึ่ง และเลือกได้ความรักจากผู้ชายอีกคน รสสุคนธ์ถึงกับตะลึง

พิศุทธิ์ลงจากแท็กซี่จะเดินเข้าบริษัท มือถือดังขึ้นเขากดรับสาย “ฮัลโหล...ใช่ครับ...ผมพิศุทธิ์พูด...บริษัท ฐานพัฒน์อินเตอร์ฟู้ดเหรอครับ...ว่าแต่คุณรู้จากไหนว่าผมหางานใหม่...”

น้ำผึ้งก้าวเข้ามากล่าวว่า...รู้จากกะรัต พิศุทธิ์ชะงักขอวางสายกับปลายสาย แล้วหันมาฟังน้ำผึ้งพูดต่อ เธอบอกว่านั่นเป็นบริษัทในเครือตระกูลเทพทัต น้ำผึ้งจงใจแดกดันว่าเทพทัตตั้งใจจะซื้อตัวเขาไปทำงานให้ พิศุทธิ์อึ้งขอตัวเดินหนี แต่น้ำผึ้งไม่รอช้าเดินตามสะกิดแผลใจเขาให้เจ็บปวด “ไม่คิดเลยว่าคนอย่างคุณจะโดนเงินกั้งเปลี่ยนได้”

“เงินกั้งไม่เคยเปลี่ยนผมได้...”

“ถ้าเปลี่ยนไม่ได้ คุณจะยอมลาออกเพื่อไปทำงานบริษัทของกั้งเหรอคะ”

“คุณเข้าใจผิดแล้ว ถ้าผมรู้ว่าบริษัทไหนเกี่ยวกับกั้ง ผมก็ไม่ทำ ผมหางานเองได้”

“แล้วคุณแน่ใจได้ยังไงว่างานที่คุณได้ มันไม่ได้มีเบื้องหลังจากกั้ง!”

พิศุทธิ์ไม่อยากต่อความยาวเดินหนีเข้าลิฟต์ แต่น้ำผึ้งตามเข้าตอกย้ำ เขาจึงหันมาพูดหนักแน่นให้เธอเลิกทำให้เขาแตกหักกับกะรัตเสียที มันไม่เป็นผล น้ำผึ้งเสียงอ่อยลง

“ฉันเป็นห่วงคุณ! ฉันรู้จักกั้งดี ต่อหน้าคุณเขาบอกว่าเขาจะไม่ใช้เงินเปลี่ยนคุณ แต่พอลับหลังคุณ...ก็ใช้เงินทำทุกอย่างที่เขาต้องการ เขาไม่แคร์ว่าคุณจะรู้สึกยังไง เพราะกั้งไม่เคยรักใครนอกจากความสุขของตัวเอง!”

“ขอบคุณนะครับที่ห่วงผม แต่ผมเชื่อว่าผมรู้จักกั้งดีเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นผมคงไม่แต่งงานกับเขา” พิศุทธิ์เดินผ่านน้ำผึ้งออกจากลิฟต์ เธอเจ็บจี๊ดกับคำคำนี้อย่างมาก...

คำพูดของน้ำผึ้งทำให้พิศุทธิ์เครียด เขาครุ่นคิดเอาคำของกะรัตมาหักล้าง สุดท้ายต้องลางานไปจัดการปัญหาคาใจ...พิศุทธิ์ตัดสินใจมาพบเจ้าสัวบัญชาที่บ้านเพื่อสอบถามเรื่องคาใจทั้งหมด เจ้าสัวดีใจและยินดีตอบข้อสงสัยของเขาและให้คำตักเตือน

“อากั้งไม่รู้เรื่องด้วย อั๊วตัดสินใจทุกอย่างคนเดียว อะไรทำเพื่อแลกความสุขของอากั้ง อั๊วทำได้ทุกอย่าง อั๊วรู้ว่ามันทำให้คุณชายเสียความรู้สึก แต่อย่าลืมว่าอากั้งก็เสียใจไม่แพ้คุณชาย ถ้าจะโกรธก็ขอให้โกรธอั๊วคนเดียว อย่าไปลงโทษอากั้ง แค่นี้ชีวิตอากั้งก็เป็นทุกข์เพราะการกระทำของคนอื่นมากพอแล้ว...ความรักมันมีพลังมากกว่าศักดิ์ศรีนะคุณชาย อย่าให้ความละอายมาทำลายชีวิตครอบครัว!”

พิศุทธิ์เหมือนถูกตรึงกับคำเตือนของเจ้าสัว...เมื่อเขากลับไปทำงานเขาตัดสินใจโทร.หากะรัตแต่เธอเข้าห้องน้ำไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ จึงโทร.เข้าบ้าน และถามนวลถึงกะรัตอย่างห่วงใย แล้วบอกว่าเย็นนี้ตนจะเข้าไปทำอาหารเอง นวลได้ยินดีใจมาก พอวางสายกะรัตเดินลงมา นวลรีบรายงานด้วยความตื่นเต้น กะรัตเองก็ดีใจสุดๆอาสาออกไปจ่ายของเอง นวลยิ่งแปลกใจที่ความรักทำให้เจ้านายเปลี่ยนเป็นคนละคน สามารถจ่ายตลาดเป็นได้

น้ำผึ้งแอบได้ยินพิศุทธิ์คุยโทรศัพท์กับนวลทนไม่ได้ที่เขาจะกลับไปมีความสุขกับกะรัตจึงวางแผนให้เจ้านายเรียกพิศุทธิ์ไปสั่งงานด่วน...

พิศุทธิ์ได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้เอาเอกสารการเซ็นสัญญากับมิสเตอร์ชาล์ลไปให้เขาเซ็นที่เขาใหญ่ เพราะเขากำลังจัดการเรื่องที่ดินที่จะสร้างโรงงานที่นั่น “คุณไปกับคุณสายน้ำผึ้ง เพราะคุณสายน้ำผึ้งดิวงานนี้ มิสเตอร์ชาล์ลรออยู่แล้ว”

พิศุทธิ์ชะงักรีบบอกว่าตนไปคนเดียวสะดวกกว่า อ้างน้ำผึ้งควรอยู่ดูแลลูกอ่อน น้ำผึ้งวางแผนไว้แล้วว่าเขาต้องปฏิเสธ จึงแกล้งเตรียมเอกสารสำคัญให้พิศุทธิ์เอาไปไม่ครบ น้ำผึ้งยิ้มเยาะจะทำให้กะรัตออกมาอาละวาดอีกครั้ง และครั้งนี้จะต้องแตกหัก

พิศุทธิ์โทร.กลับหากะรัต แต่เธอมัวแต่จับจ่ายซื้อของเพลิน ไม่ได้ยินเสียงมือถือในกระเป๋า เขาจึงโทร.ไปสั่งนวลไว้ ว่ากลับมาทำอาหารไม่ทันเพราะต้องเดินทางไปโคราชด่วน

“ได้ค่ะ แค่คุณพิศุทธิ์กลับมาคุณกั้งก็มีความสุขแล้วล่ะค่ะ เดี๋ยวนวลบอกคุณกั้ง สวัสดีค่ะ”

นวลกำลังจะกดโทร.หากะรัต ก็พอดีสาวใช้วิ่งมาบอกมีท่อน้ำหลังบ้านแตก เธอจึงรีบไปดูแลจนลืมโทร.หากะรัต...น้ำผึ้งเร่งพิศุทธิ์ให้รีบเดินทางจนเขาไม่ทันได้เช็กเอกสารเอง พอพิศุทธิ์มาถึงโรงแรมที่เขาใหญ่ เจ้านายก็โทร.ตามมาบอกว่า น้ำผึ้งลืมใส่เอกสารสำคัญไปให้ ตอนนี้เธอกำลังเดินทางตามไป บ่ายแก่ๆน่าจะถึง ให้เขาเทกแคร์มิสเตอร์ชาล์ลไปก่อน พิศุทธิ์เครียดที่การเซ็นสัญญาต้องล่าช้าไปอีก พอมิสเตอร์ชาล์ลรู้ก็บอกว่า

“รีบหน่อยแล้วกันนะครับ ผมมีนัดไปทานข้าวกับเจ้าของที่ดินตอนสี่โมงเย็น ถ้าคุณสายน้ำผึ้งมาไม่ทัน เราคงต้องคุยกันพรุ่งนี้”

พิศุทธิ์หนักใจภาวนาให้น้ำผึ้งมาถึงทัน...พอกะรัตกลับมาถึงบ้าน นวลก็รายงานทันที พร้อมปลอบว่าอย่างไรเสียเขาก็ยอมกลับบ้านแล้ว กะรัตครุ่นคิดว่าน้ำผึ้งจะไปด้วยหรือเปล่า ไม่ทันไร น้ำผึ้งก็โทร.เข้ามา นวลเตือนอย่ารับ อย่าให้เธอปั่นหัวได้อีก แต่น้ำผึ้งยังส่งข้อความมาอีกว่า...อยากได้ของฝากอะไรไหม ฉันไปโคราชกับคุณพิศุทธิ์...นวลตบอกผาง บรรลัยแล้ว กะรัตปรี๊ดทะยานไปที่รถทันที นวลพยายามห้ามก็ไม่ได้ผล จึงโดดขึ้นรถไปด้วย พร่ำบอกให้ใจเย็น

กะรัตโวย “ก็เพราะฉันไม่อยากมีเรื่องไง ฉันถึงต้องไป เธอก็รู้ว่านังผึ้งมันร้ายขนาดไหน มันบอกว่าจะเอาคุณพิศุทธิ์ มันต้องหาทางเอาเขาให้ได้ ยิ่งตอนนี้ฉันกับคุณพิศุทธิ์มีปัญหากัน อะไรๆมันก็เกิดขึ้นได้”

“แต่คุณพิศุทธิ์ไม่ใช่ผู้ชายอยู่ไกลเมียแล้วมั่วเรี่ยราดนะคะ”

“แต่เขาเป็นคนดีเกินไป เขาไม่ทันมารยานังผึ้งหรอก ฉันต้องไปปกป้องของของฉัน!”

“แล้วคุณกั้งไม่กลัวเกิดเรื่องอีกเหรอคะ อะไรที่กำลังดีๆ มันอาจจะพังเลยนะคะ!”

กะรัตชะงักเล็กน้อย นวลให้ท่องไว้ว่า...มารไม่มีบารมีไม่เกิด...กะรัตแทรกขึ้นว่า เพื่อความปลอดภัย ฉันต้องใช้บารมีปราบมารให้สิ้นซากดีกว่า กะรัตผลักหัวนวลให้หยุดพูดแล้วขับรถทะยานออกไป นวลร้องจ๊าก...

ooooooo

น้ำผึ้งมาถึงโรงแรมที่เขาใหญ่ เธอมองนาฬิกาอย่างมั่นใจว่ากะรัตต้องตามมา พอรู้ว่าพิศุทธิ์ไดรฟ์กอล์ฟกับมิสเตอร์ชาล์ลอยู่ เธอก็เปิดห้องพักในนามของพิศุทธิ์ แล้วใช้โทรศัพท์ทางโรงแรมโทร.หากะรัต พอนวลเห็นเบอร์ทางไกลก็เข้าใจว่าเป็นพิศุทธิ์รีบส่งให้กะรัต

“คุณพิศุทธิ์เหรอคะ กั้งกำลังโทร.บอกคุณเลยว่า กั้งจะไปหาคุณที่โคราช...”

“ฉันคิดอยู่แล้วว่าเธอต้องมา ตอนนี้อยู่ไหนแล้วจ๊ะเพื่อน รีบๆหน่อยนะ บรรยากาศคันทรีแบบนี้ มันช่างสร้างความเหงาให้กับผู้หญิงร้างผัวอย่างฉันกับผู้ชายเบื่อเมียอย่างคุณพิศุทธิ์จริงๆ”

“แกอย่าบังอาจแตะต้องคุณพิศุทธิ์ของฉันแม้ปลายนิ้วเลยนะนังผึ้ง ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าแก!” กะรัตแทบบ้าคลั่ง

“เธอเคยได้ยินคำนี้ไหม...ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ...เอ๊ะ...ฉันจะเริ่มยั่วผัวเธอแผนไหนก่อนดีนะ แกล้งใช้มุกห้องเต็ม ทำให้ต้องนอนห้องเดียวกัน เตียงเดียวกัน

หรือจะเอาแบบ...ฉันอาบน้ำอยู่ฝักบัวเสีย เลยต้องโทร.ให้คุณพิศุทธิ์มาซ่อม แล้วฉันก็ทำผ้าขนหนูหลุด”

กะรัตจินตนาการยิ่งสติแตก นวลดึงมือถือออกแล้วปลอบ แต่กะรัตแย่งกลับไปตวาด “คุณพิศุทธิ์เขาไม่โง่หลงกลแกหรอก!”

“คนที่กำลังจิตใจอ่อนแอเพราะโดนโคตรเหง้าเมียเอาเงินซื้อ จะทำอะไรมันก็ไม่ยากหรอก...จริงไหมกั้ง” น้ำผึ้งยิ่งยั่ว

กะรัตแปลกใจที่น้ำผึ้งรู้เรื่องนี้ น้ำผึ้งหัวเราะทำนองรู้จากสามีเธอนั่นแหละ แล้ววางสาย กะรัตปรี๊ด...ไม่เชื่อว่าพิศุทธิ์จะบอกเรื่องนี้กับน้ำผึ้ง แต่ในใจหวั่นไหว เหยียบคันเร่งทะยานเร็วขึ้น นวลร้องจ๊ากด้วยความกลัว

น้ำผึ้งสั่งที่เคาน์เตอร์ไว้ว่า จะมีเพื่อนมาหาให้ไปที่ห้องพิศุทธิ์ได้เลย แต่ถ้าไม่อยู่ก็ให้ตามไปที่สนามไดรฟ์กอล์ฟ...น้ำผึ้งมาจัดฉากภายในห้อง ให้ดูว่าพิศุทธิ์พักอยู่กับตน ทำที่นอนยับๆให้ดูเหมือนเพิ่งผ่านการนอน มีเสื้อคลุมพาดอยู่สองตัว เมื่อดูเวลาว่ากะรัตน่าจะมาถึง

น้ำผึ้งก็ทำทีวิ่งกระหืดกระหอบมาหาพิศุทธิ์กับมิสเตอร์ชาล์ลที่สนามไดรฟ์ ขอโทษขอโพยที่มาช้า มิสเตอร์ชาล์ลให้เธอนั่งพักทานอะไรก่อน แต่น้ำผึ้งทำเป็นอยากให้งานเสร็จเรียบร้อย พิศุทธิ์สีหน้าดีใจ

ooooooo

ตอนที่ 6

กลางงานแต่งงาน กะรัตมองพิศุทธิ์ด้วยความแปลกใจว่ารู้จักกับน้ำผึ้งเมื่อไหร่ น้ำผึ้งยั่วถาม  พิศุทธิ์ไม่ได้บอกกะรัตหรือว่าเราทำงานด้วยกัน กะรัตจ้องพิศุทธิ์อย่างต้องการคำอธิบาย

“อย่าทำแบบนี้เลยครับคุณผึ้ง ผมขอร้อง...” พิศุทธิ์รู้ว่าน้ำผึ้งพยายามยั่วอารมณ์กะรัต

กะรัตโวยวายทันที รู้จักกันทำไมไม่บอก น้ำผึ้งเยาะ “ไม่ใช่แค่รู้จักนะกั้ง แต่เราสนิทกันมากเลยล่ะจ้ะ เพราะว่าเราสองคนเจอกันทุกวัน ใช่ไหมคะคุณพิศุทธิ์”

“พอเถอะคุณผึ้ง!”

“เพื่อคุณพิศุทธิ์ ผึ้งหยุดก็ได้ค่ะ...ขอให้คืนนี้เธอกอบโกยอ้อมกอดของสามีคนใหม่มากๆนะ เพราะคืนนี้เขาอาจเป็นของเธอ แต่คืนต่อไปอาจเป็นของคนอื่นอีกก็ได้ เหมือนตอนคุณภูไง”

“นังผึ้ง! ฉันจะไม่ปล่อยให้แกทำลายชีวิตฉันอีกต่อไป”

กะรัตโผนเข้าตบหน้าน้ำผึ้ง

น้ำผึ้งเซไปชนโต๊ะล้มลง กุมท้องหน้าตาบิดเบี้ยว พิศุทธิ์พยายามดึงรั้งกะรัต เธอโวยวายไม่ยอมให้น้ำผึ้งมาแย่งเขาไปได้ กันตาเห็นเลือดไหลตามขาน้ำผึ้ง ก็โทร.เรียกรถพยาบาลมารับ พิศุทธิ์จะเข้าช่วยประคองน้ำผึ้ง กะรัตดึงไว้ไม่ยอม แต่เขากลับบอกว่า เห็นอย่างนี้แล้วไม่ช่วยไม่ได้ พิศุทธิ์เข้าอุ้มน้ำผึ้งออกไปรอรถ น้ำผึ้งหันหน้ามายิ้มเยาะกะรัต ทำนองถึงคราวตนบ้าง กะรัตกรีดร้องให้พิศุทธิ์กลับมา กุนตีเข้าปลอบให้ใจเย็น

บุรุษพยาบาลเข็นร่างน้ำผึ้งไปยังห้องคลอด น้ำผึ้งเจ็บปวดพร่ำรำพัน ขออย่าให้ลูกเป็นอะไร พิศุทธิ์กับกันตา มองอย่างเห็นใจ พิศุทธิ์บอกกันตาว่า ตนจะกลับไปที่งานแต่งงาน น้ำผึ้งได้ยินคว้ามือเขาไว้ อ้อนวอนให้อยู่เป็นเพื่อน

“ผมส่งคุณถึงมือหมอแล้ว ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วครับ”

“แล้วถ้าลูกของผึ้งเป็นอะไรไปล่ะคะ ผึ้งจะทำยังไง

ลูกของผึ้งไม่รู้อะไรด้วยเลย กั้งทำแบบนี้ทำไม...กั้ง

ทำได้ยังไง” น้ำผึ้งพยายามโยนความผิดให้กะรัต เพื่อให้พิศุทธิ์รับผิดชอบ

พิศุทธิ์แย้งว่ากะรัตไม่ได้ตั้งใจ แต่น้ำผึ้งร่ำไห้ขอร้องให้เขาอยู่กับเธอ พิศุทธิ์ลำบากใจ...ในขณะที่กะรัตและทุกคนรออยู่ที่เรือนหอ นวลกระซิบกุนตี อยากให้กะรัตลุกขึ้นอาละวาดยังดีกว่านั่งนิ่งแบบนี้ เกรงจะคิดสั้นเหมือนคราวก่อน พวงหยกอดไม่ได้ที่จะซ้ำเติมว่าไม่ทันส่งตัว เจ้าสาวต้องนั่งน้ำตาร่วง แถมมีเลือดตกยางออกในงาน แบบนี้เป็นลางร้าย ให้ยกเลิกการแต่งงาน หม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อดร้องขึ้นพร้อมกันว่า...ไม่ได้!

พวงหยกเยาะหยัน “ฉันนึกว่าหม่อมจะดีใจซะอีก เห็นตอนแรกออกตัวไม่ยอมรับลูกสาวฉันไปร่วมวงศ์ตระกูล แล้วไหงตอนนี้กลับกางปีกปกป้องงานแต่งนี้ซะล่ะคะ...”

หม่อมมลุลีอ้างว่า จัดงานเสียใหญ่โต ถ้าล้มเลิกจะยิ่งขายขี้หน้า พวงหยกแปร๋นขึ้น นึกว่าจะเสียผลประโยชน์ ท่านชายอ๊อดหน้าเสียทำทีโมโหกลบเกลื่อน กฤชหน่ายใจปราม

“พอเถอะพวงหยก! คนเราถ้าอ้าปากแล้วไม่มีความสร้างสรรค์ สู้อยู่เฉยๆน่าจะมีประโยชน์กว่า อย่างน้อยก็ไม่ ทำให้คนอื่นปวดหู”

พวงหยกโกรธที่โดนสามีหักหน้า จะอาละวาดก็พอดีพิศุทธิ์กลับมา กะรัตเมินหน้าหนีงอนๆพวงหยกหันมาแขวะพิศุทธิ์แทน เจ้าสัวเอ็ดให้พอแล้วชวนทุกคนทำพิธีส่งตัวบ่าวสาว กะรัตเกรงใจก๋ง เดินปึ่งๆขึ้นห้อง...บ่าวสาวนั่งกับพื้นก้มกราบเจ้าสัวหลังจากท่านอวยพร

“ก๋งขอให้วินาทีนี้เป็นวินาทีสุดท้ายที่จะนึกถึงอดีตและการเคืองโกรธกันไม่ว่าเรื่องอะไร แล้ววินาทีต่อจากนี้ ขอให้เป็นวินาทีแรกของความสุข การสร้างครอบครัว การเติมเต็มซึ่งกันและกัน ต่อจากนี้จะไม่มีเรื่องของกั้งหรือเรื่องของคุณชาย จะมีแต่เรื่องของเรา” เจ้าสัวกุมมือทั้งสองคนด้วยกัน มองกะรัตอย่างอดห่วงไม่ได้กลัวจะใช้อารมณ์เหนือเหตุผล

พวงหยกเอ่ยขึ้นบ้างว่า ขอให้ผลบุญของตนช่วยปัดเป่าราคะที่บังตากะรัตโดยเร็ว กุนตีดึงแม่ออกจากห้อง ท่านชายอ๊อดกับหม่อมมลุลีอวยพรให้มีหลานไวๆ เนื้อแพรห่วงพิศุทธิ์อย่างมากที่จะต้องเจออารมณ์ของกะรัต ได้แต่ให้กำลังใจว่า มีอะไรค่อยๆคุยกัน กฤชจึงเตือนสติลูกสาว

“กว่าจะถึงวันนี้ได้ เราเสียสละกันมามากทุกคนนะลูก อย่าให้ใครมาทำลายมันได้”

บ่าวสาวไหว้ขอบคุณ ทุกคนกลับออกไปบรรยากาศใน ห้องเงียบสงบ กะรัตจะลุกขึ้นแต่เป็นเหน็บจึงเซ พิศุทธิ์เข้าประคอง เธอสะบัดตัวออกตวาด “อย่าเอามือที่จับมันมาจับฉัน!”
พิศุทธิ์พยายามอธิบายถึงเหตุที่ต้องพาน้ำผึ้งไปโรงพยาบาล แต่กะรัตหาว่าเขาเลือกน้ำผึ้งทั้งที่จริงเขาต้องอยู่เคียงข้างตน และยังปิดบังไม่บอกว่าทำงานที่เดียวกันพิศุทธิ์โต้

“เพราะผมกลัวคุณเป็นอย่างนี้ไง!”

“นี่คุณกลัวฉันอาละวาดใส่มันเหรอ งั้นแปลว่าที่คุณไม่บอกฉันเพราะคุณจะปกป้องมัน”

พิศุทธิ์เห็นน้ำตากะรัตแล้วใจแป้ว “ผมขอโทษถ้าสิ่งที่ผมทำ มันทำให้คุณรู้สึกแย่ขนาดนี้ไม่ร้องนะ วันนี้วันแต่งงานของเรา ทำไมต้องให้คนๆเดียวมามีอิทธิพลกับเราด้วย”

“ก็เพราะเด็กบ้าที่กำลังจะคลอดนั่นมันลูกผัวเก่าฉันไง! ฉันคบกับมันมาเป็นสิบปี ฉันรักมัน แต่มันกลับ

แทงข้างหลังฉัน คุณลองเป็นฉันบ้างสิ” กะรัตปรี๊ดแตก

“เรื่องนี้มันผ่านมานานแล้ว ตอนนี้สายน้ำผึ้งก็กำลังใช้กรรม อโหสิให้เขาเถอะกั้ง”

พิศุทธิ์เข้าสวมกอดแต่กะรัตสะบัดตัวออกและมองเขาด้วยสายตาแข็งกร้าว “ไม่มีทาง! ต่อให้มันดิ้นตายตรงหน้า ฉันก็ไม่อโหสิ ถ้าคุณรักฉัน คุณต้องลาออกจากงานนั่นซะ”

พิศุทธิ์อ่อนใจเพราะนั่นไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา แต่กะรัตจะให้เขาทำแบบนี้ เธอเข้าทุบตีเขายกใหญ่ พิศุทธิ์พยายามคุมอารมณ์รู้สึกว่าคุยไปก็ไม่รู้เรื่อง ให้เธอมีเหตุผลก่อนค่อยคุยใหม่ เขาเดินออกจากห้องหอทันที...นวลเห็นพิศุทธิ์ลงมาข้างล่างก็หน้าตื่นบอกว่าไม่ควรออกมาเพราะโบราณถือ แต่พิศุทธิ์ขอยา นวลคิดว่าเขาจะเอายาโด๊ป พิศุทธิ์เสียงเขียว ตนจะเอายาแก้ปวดหัว...นวลแอบโทร.รายงานกุนตี

ว่า คืนแรกพิศุทธิ์ก็ลงมานอนโซฟาข้างล่าง พวงหยกได้ยินดีใจยกใหญ่

ooooooo

คืนนั้น กะรัตหงุดหงิดงุ่นง่านรอพิศุทธิ์มาง้อ ร้องไห้จนหลับไป ส่วนพิศุทธิ์เป็นห่วงกะรัตมากแต่อยากดัดนิสัยให้รู้จักยอมคนอื่นเสียบ้าง

จนรุ่งเช้า น้ำผึ้งฟื้นขึ้นมาเรียกหาพิศุทธิ์ก่อน รสสุคนธ์เอ็ดแทนที่จะถามถึงลูก กลับถามหาผู้ชายซึ่งไม่ใช่สามี และตำหนิหลานสาวที่เกือบต้องเสียลูกไปเพราะความอิจฉาริษยาของตัว น้ำผึ้งโวยวายว่ากะรัตต่างหากที่จะฆ่าลูกตน รสสุคนธ์เตือนสติ

“ผึ้งไม่รักลูกตัวเองเลยหรือ ผึ้งอยากให้มันเป็นเด็กที่ไม่มีใครรักแม้แต่พ่อแม่เหมือนผึ้งใช่ไหม...ผึ้งจำได้ไหมว่าผึ้งอยากมีพ่อแม่ขนาดไหน ผึ้งเคยบอกว่าถ้าผึ้งมีลูก

ผึ้งจะรักลูกมากๆเหมือนที่ผึ้งอยากได้ความรักจากพ่อแม่ จะไม่ปล่อยให้ลูกเหงา จะไม่ยอมให้ใครมารังแกลูกของผึ้ง แต่ตอนนี้...ผึ้งนั่นแหละที่รังแกลูกตัวเอง!”

เหมือนก้อนของความเจ็บปวดเข้าจุกอก น้ำผึ้งปล่อยน้ำตาพรั่งพรู พยายามพาตัวเองออกมาดูลูกที่ห้องเด็ก เห็นพ่อแม่ที่ยืนเกาะกระจกชี้ชวนดูลูกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ยิ่งสะเทือนใจ ฮึดขึ้น

“แม่ขอโทษนะลูก ต่อไปแม่จะทำทุกอย่างให้ชีวิตเราสองคนแม่ลูกดีขึ้นไม่น้อยหน้าใคร แม่จะไม่รอบุญ

ไม่รอวาสนาโปรดอีกแล้ว แม่จะสร้างความยุติธรรมให้เราในเมื่อแม่มีทุกอย่างไม่แพ้นังกั้ง และอาจมีมากกว่าด้วยซ้ำ เราก็ต้องมีทุกอย่างได้อย่างนังกั้งเหมือนกัน มันต้องมีทาง!”

ศิวายังเคืองเข้าใจว่ากันตาหยุดไปแต่งงาน พอเธอเข้ามาดูอาการพร้อมหมอใหญ่ เขาจึงประกาศว่าไม่ต้องการให้หมอกันตามาดูอาการอีก หาว่ากันตาโกหก ไม่มีคุณสมบัติเป็นหมอ ทำเอากันตางง ศิวาให้พยาบาลพาไปทำกายภาพ บำบัด เขาเข้าลิฟต์มาพร้อมน้ำผึ้ง เธอปรายตามองอย่างไม่สนใจผู้ชายพิการนั่งรถเข็น ศิวาก็ไม่ได้สนใจน้ำผึ้ง เขาหงุดหงิดกดโทรศัพท์หาพ่อ

“พ่อเหรอครับ ผมอยากออกจากโรงพยาบาลวันนี้...หมอไม่ให้ออกก็เรื่องของหมอสิครับ  ผมลูกชายคนเดียวของนายศรัทธา ลีพาณิชย์นะครับ...จ้างหมอมาดูแลเราที่บ้านก็ได้...ตกลงนะครับ....สวัสดีครับพ่อ”

น้ำผึ้งได้ยินตาลุกวาว คิดออกว่าจะยกระดับตัวเองได้อย่างไร เธอมองศิวาอย่างคาดหวัง...

ด้านกะรัตสีหน้าอิดโรย ผมเผ้ายุ่งเหยิงยังกระวน กระวายรอพิศุทธิ์มาง้อ แต่มีเพียงนวลที่ขึ้นมาเก็บชุดแต่งงานจะเอาไปซักแห้ง นวลรีบถามว่าจะทานอาหารเช้าอะไร กะรัตสั่งกาแฟถ้วยเดียว...พิศุทธิ์ซึ่งกำลังทำข้าวต้มอยู่ในครัว พอเห็นนวลเตรียมกาแฟก็เปลี่ยนให้เอาข้าวต้มไปให้แทน กะรัตโวยวายไม่ทานจะเอากาแฟ นวลต้องกลับลงมาบอกพิศุทธิ์ เขาก็สั่งให้กลับไปบอกว่าตนไม่ให้ทานกาแฟอย่างเดียว ต้องทานข้าวต้มด้วย สองคนให้นวลต้องเดินขึ้นลงเป็นสิบรอบจนนวลหมดแรงถึงกับคลาน...พอดีพวงหยกแวะมา เห็นสภาพนวลนอนแผ่อยู่เชิงบันได จึงขึ้นไปหากะรัตบนห้อง แล้วบอกว่ามาช่วยเก็บของกลับบ้าน กะรัตจ้องหน้านวลที่เป็นคนโทร.ไปรายงาน นวลหลบตา พวงหยกแก้ต่างนวลทำเพราะหวังดี กะรัตจึงกล่าวหนักแน่นว่าตนไม่กลับ

“แกจะอยู่ทำไมยัยกั้ง แกก็เห็นว่าเมื่อคืนหมอนั่นทิ้งแกไปกับนังเพื่อนทรยศแกนะ”

นวลอดแทรกไม่ได้ว่า ทำอย่างกะพิศุทธิ์ไปเข้าโรงแรมกับน้ำผึ้ง พวงหยกโวย ไม่นานก็ต้องเป็นอย่างนั้น กะรัตลุกพรวดจะออกจากห้อง พวงหยกรีบถามจะไปไหน

“ก็จะไปทำให้คุณพิศุทธิ์ไม่มีใจไปคิดถึงนังผึ้งน่ะสิแม่!”

กะรัตอยู่ในชุดเสื้อคลุมเดินตามหาพิศุทธิ์ มาเจอที่เรือนกล้วยไม้ เขากำลังวาดภาพเพลินๆ เธอทำทีเข้ามาถามยังโกรธตนหรือ เขาส่ายหน้า กะรัตจึงขอให้เขาวาดรูปตนบ้าง เขายินดี กะรัตบอกว่าอยากได้ภาพแบบหนังไททานิค ที่พระเอกวาดภาพเปลือยของนางเอก พิศุทธิ์หน้าเจื่อน กะรัตขำแล้วบอกว่า ตนเกรงเขาเขิน เลยคิดว่าจะใส่ทูพีซ พิศุทธิ์ยิ้มออกอย่างผ่อนคลายรับคำ

แต่พอกะรัตถอดเสื้อคลุมออก ปรากฏว่าร่างเธอกลับเปลือยเปล่า เขาตกใจรีบเข้าไปดึงเสื้อคลุมให้ กะรัตลูบไล้ใบหน้าเขายั่วยวน รู้สึกว่าตัวเขาสั่นก็กระซิบถาม เขาตื่นเต้นหรือ พิศุทธิ์ตอบว่าเปล่า เธอแกล้งเย้าแล้วเขาเป็นอะไร พิศุทธิ์จึงย้อนถาม...อยากรู้หรือ ว่าแล้วก็อุ้มเธอเดินเข้าบ้าน พวงหยกกับนวลซึ่งแอบมองอยู่รีบหลบ พิศุทธิ์อุ้มกะรัตขึ้นห้องไปทันที

นวลหัวเราะคิกถามพวงหยกจะตามไปดูอีกไหม พวงหยกฮึดฮัด อุตส่าห์ดีใจคิดว่าจะเลิกกัน...ตนจะทำอย่างไรดีให้กะรัตตาสว่างว่าพิศุทธิ์หวังผลาญสมบัติ

ooooooo

เวลาผ่านไป กะรัตและพิศุทธิ์นอนแช่อยู่ใน อ่างน้ำด้วยกัน กะรัตขอโทษที่เอาแต่ใจตั้งแต่วันแรกที่แต่งงาน แต่เพราะตนรักและหวงเขามาก พิศุทธิ์โอบกอดกะรัตด้วยความรักจริงใจ

“ในโลกนี้ไม่ได้มีคุณคนเดียวที่มีอดีตเจ็บปวด ผมเองก็มี ผมโตมากับการเห็นแม่ร้องไห้เพราะความเจ้าชู้ของท่านพ่อ จนกระทั่งแม่ไม่มีน้ำตาจะไหล...ทุกครั้งที่เห็นแม่เจ็บ ผมก็เจ็บไปด้วย จนผมสัญญากับตัวเองว่าถ้าผมรักใครสักคน ผมจะรักเขาคนเดียวไม่มีวันทำให้เขาร้องไห้ แต่แล้ว...ผมก็ทำให้คุณร้องไห้ตั้งแต่วันแรกที่เราแต่งงานกัน คุณไม่รู้หรอกว่าผมเจ็บแค่ไหน”

กะรัตมองพิศุทธิ์อย่างตื้นตัน พิศุทธิ์ยังย้ำให้เชื่อว่าหัวใจเขาอยู่กับเธอคนเดียว ใครก็มาแย่งมันไปไม่ได้ เพราะเขาให้เธอแล้วไม่คิดจะเอาคืน กะรัตน้ำตาร่วงเผาะ สัญญาว่าจะทำตัวใหม่จะเป็นภรรยาที่ดี จะเก็บกวาดบ้าน ดูแลทำอาหารให้เขาทาน พิศุทธิ์แย้งว่าทำได้หรือ

“ทำไมจะทำไม่ได้ ถ้าเพื่อคุณ กั้งยอมทำทุกอย่างโดยไม่บ่นสักคำ” กะรัตโน้มคอพิศุทธิ์ลงมา สองคนจุมพิตกันอย่างดูดดื่ม ทั้งสองถ่ายทอดความรักให้แก่กันและกัน

ในขณะที่น้ำผึ้งอุ้มลูก กล่อมลูก เธอตั้งใจจะดูแลลูกให้ดี แต่ในใจเต็มไปด้วยความแค้น...ตกกลางวัน พิศุทธิ์สอนให้กะรัตทำอาหาร เริ่มด้วยการขอดเกล็ดปลา เธอทำไปสักพักก็โวยวายว่ายาก ทำเล็บสวยๆพังหมด พิศุทธิ์มีไม้เรียวในมือ ตีโต๊ะเพียะๆกำราบให้หยุดโวย

รีบทำปลานึ่งซีอิ๊วไปให้ทันมื้อกลางวันเจ้าสัว กะรัตเคืองแกล้งต่อว่า เย็นนี้จะไม่อาบน้ำให้เขา พิศุทธิ์อายนวล กะรัตยั่วต่อ “แค่นี้ทำเขิน ถ้ากั้งบอกนวลว่าคุณชอบเล่นปูไต่ คุณไม่เขินแย่เหรอ”

นวลร้องโอยๆตื่นเต้น...พิศุทธิ์เอ็ดกะรัตให้เลิกโกหกได้แล้ว ตนไม่เคยทำอย่างที่เธอพูดสักอย่าง ระหว่างนั้น น้ำผึ้งโทร.หาพิศุทธิ์ แต่เขาไม่ได้ยินเพราะทิ้งมือถือไว้นอกห้องครัว...น้ำผึ้งได้รับใบแจ้งค่ารักษาพยาบาลเป็นจำนวนเงินแสนกว่าบาท รสสุคนธ์อึ้งหลานจะไปเอาเงินจากไหน น้ำผึ้งโบ้ยให้รสสุคนธ์ไปกู้ยืมมาก่อนแล้วตนจะหามาคืนให้ น้ำผึ้งนึกถึงศิวาขึ้นมา

ท่านชายอ๊อดมาขอเงินเจ้าสัวบัญชาอีก 5 ล้านบาท เจ้าสัวไม่พอใจเพราะเพิ่งให้ไป ท่านชายอ้างต้องลงทุนธุรกิจเพิ่ม แต่เจ้าสัวรู้ว่าเขาเอาไปลงบ่อน เผอิญเด็กรับใช้เข้ามารายงานว่ากะรัตกับพิศุทธิ์จะมาทานกลางวันด้วย ท่านชายอ๊อดได้ทีขออยู่รอพบลูกชาย เจ้าสัวเกรงพิศุทธิ์รู้เรื่องที่ตนจ่ายเงินซื้อตัวเขาจะเขียนเช็คให้ ท่านชายอ๊อดให้โอนเงินสดเข้าบัญชีเลย เจ้าสัวจำต้องยอม

รถพิศุทธิ์แล่นสวนกับรถท่านชายอ๊อด เขาแปลกใจพ่อมาทำไม...กะรัตรี่เข้าประจบเจ้าสัวบอกว่าตนทำปลานึ่งซีอิ๊วมาให้ เจ้าสัวไม่อยากเชื่อ พิศุทธิ์แอบโทร.ถามเนื้อแพร เธอรับปากจะสอบถามเอง ให้เขาเลิกกังวล...

เนื้อแพรกำลังเดินเลือกของใช้อยู่กับกฤช เธอบอกเขาเรื่องท่านชายอ๊อดไปหาเจ้าสัว กฤชแปลกใจเพราะตั้งแต่เสด็จในกรมสิ้น หม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อดก็ไม่เคยมาหาเจ้าสัวเลย เนื้อแพรชักหวั่นใจ เพราะสงสัยที่เขาซื้อรถมาให้ลูก และซื้อเครื่องเพชรอีกหลายชุด กฤชจึงบอกว่าจะช่วยดูทางเจ้าสัวให้ว่าท่านชายมายุ่งอะไรด้วย

หน้าร้าน สมหวังสวมหมวกใส่แว่นดำแอบมองกฤชกับเนื้อแพรแล้วโทร.รายงานพวงหยกว่าตลอดทั้งวันสองคนทำงานอย่างเดียวไม่ได้เข้าโรงแรมที่ไหน แต่พวงหยกไม่เชื่อยังให้ตามดู

ส่วนน้ำผึ้งวางแผนตีสนิทศิวาเต็มที่ เธอแอบเห็นศิวาตามจีบกันตา ยิ่งกระหยิ่มใจเมื่อทำร้ายกะรัตไม่ได้ก็จะทำร้ายหัวใจน้องสาวแทน...น้ำผึ้งมาเยาะกันตาว่า หมอมีความสัมพันธ์กับคนไข้นับว่ามีจรรยาบรรณไหม กันตาย้อนให้เธอดูตัวเองเสียก่อนว่าแอบกินในที่ลับมันน่าทุเรศกว่า น้ำผึ้งโกรธ “ยัยก้อย! นี่ฉันอุตส่าห์เตือนเธอดีๆนะ”

“ขอบคุณค่ะ แต่ก้อยว่าพี่ผึ้งเอาเวลามาเตือนตัวเองดีกว่า อย่าไปแย่งสามีใครอีก ผิดลูกผิดเมียเขาตกนรกนะคะ...ความจริงพี่ผึ้งก็เหมือนตกนรกอยู่แล้ว งั้นยิ่งต้องทำความดี จะได้รู้ว่าสวรรค์เป็นยังไง” กันตายิ้มเยาะเดินเชิดออกไป น้ำผึ้งเคียดแค้นจะต้องเอาชนะให้ได้

ศิวาไสรถเข็นตัวเองตามหากันตาเพราะเพิ่งรู้ความจริงว่าเธอยังไม่ได้แต่งงาน น้ำผึ้งเห็นทำเป็นนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น พอเขาเข้ามาถามไถ่ ก็รำพันไม่รู้จะหาเงินค่ารักษาจากที่ไหน ลูกที่เพิ่งคลอดไม่แข็งแรง ศิวาสงสารยื่นนามบัตรให้เธอไปทำงานด้วย และให้เธอกดเบอร์มือถือใส่โทรศัพท์ของเขา ศิวาเมมชื่อ เธอว่า...ฮันนี่ น้ำผึ้งเย้า เมมแบบนั้นแฟนไม่ว่าอะไรหรือ ศิวายิ้มกริ่ม

“ผมยังไม่มีแฟนครับ รออยู่ว่าจะมีใครมาหยุดผมได้”

น้ำผึ้งส่งยิ้มพราวแพรว ศิวาไถลรถห่างออกมา พอพ้นสายตา เขาก็แก้ชื่อที่เมมใหม่ จากฮันนี่เป็น เจษฎา 2 เขายิ้มเยาะที่หลอกสาวได้อีกหนึ่ง  ด้านน้ำผึ้งก็ยิ้มกริ่มคิดว่าศิวาติดเบ็ดตน...น้ำผึ้งกลับมาที่ห้อง เห็นรสสุคนธ์กำลังเก็บของแถมบอกว่า จากนี้ไปวัคซีนของหลานจะไปฉีดที่อนามัยต่อ น้ำผึ้งโวยตนไม่ยอมให้ลูกตกต่ำอย่างนั้น ไม่มีภูเบศร์ตนก็หาเงินจากที่อื่นได้

ooooooo

บนโต๊ะอาหาร กุนตีกำลังชื่นชมที่พิศุทธิ์สามารถสอนกะรัตทำอาหารปลานึ่งซีอิ๊วได้อร่อย กะรัตยิ้มกริ่มแสดงว่าตนคิดถูกที่แต่งงานกับเขา พวง-หยกเดินมากุนตีชวนให้ทานฝีมือกะรัตด้วยกัน พวง-หยกอดแขวะไม่ได้ตามเคย

“ต๊าย...อย่าไปสอนยัยกั้งทำอาหารพวกปลาสิคู้ณ เดี๋ยวยัยกั้งกินปลาบ่อยๆแล้วฉลาดขึ้นมา หลอกเอาสมบัติมันไม่ได้นะ”

กะรัตจะโวย พิศุทธิ์จับมือปรามไว้ พลันกันตาเดินหน้าตึงเข้ามา พวงหยกจึงหันไปแขวะลูกสาวคนเล็ก ว่าใครนะที่ทำให้อารมณ์เสียได้ พอดีเด็กรับใช้เข้ามารายงานว่ามีคนมาตะโกนเรียกกันตาหน้าบ้าน ทุกคนมองหน้ากันตาอย่างสงสัย กันตารีบวิ่งออกไปดูเห็นศิวาใช้ไม้เท้าค้ำยืนตะโกนเรียกให้เธอออกมา มีบอดี้การ์ดขับรถมาให้ พอศิวาเห็นกันตาก็รีบเอ่ยปากขอโทษ

พวงหยกหันมาถามกุนตีว่าใคร กุนตีสงสัยเป็นลูกเศรษฐีที่มากวนประสาทน้องอย่างที่น้องเคยเล่าให้ฟัง กะรัตติงถ้าน้องไม่ชอบคงโทร.เรียกตำรวจไปแล้ว ไม่ออกไปคุยด้วยแบบนั้น

พวงหยกบ่น “ลูกฉันแต่ละคนมันวีรกรรมดีๆ ทั้งนั้น...แล้วหมอนั่นเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ฐานะบ้านช่องเป็นยังไง ส่วนชาติตระกูลไม่ต้องบอก เพราะมันช่วยวัดอะไรไม่ได้”

กะรัตจะโวยที่มาเหน็บพิศุทธิ์ แต่เขาดึงมือปรามไว้อีก กุนตีบอกคงเป็นกิ๊กของน้อง...กันตาไล่ศิวากลับไป เขาไม่ยอมจนกว่าเธอจะยอมให้เขาเข้าไปคุยในบ้าน เมื่อเห็นว่ากันตานิ่ง ศิวาจึงทิ้งไม้ค้ำแล้วตะเกียกตะกายปีนประตูบ้าน กันตาตกใจรีบเข้าไปเปิดประตู ทำให้ศิวาพลาดหล่นลงมาทับเธอพอดี ต่างคนต่างลุกขึ้นถาม “คุณเป็นยังไงบ้าง!”

ศิวายิ้มกริ่ม กันตาชะงักถอยห่าง อ้างกลัวเขามาตายในบ้านต่างหาก ศิวารวบมือเธอทำเสียงอ้อน “ผมทำขนาดนี้คุณยังไม่หายโกรธผมอีกเหรอ ผมขอโทษที่ผมหูเบา แต่เมื่อก่อนผมไม่เคยเชื่อคำพูดของใครเลยนะ แต่ครั้งนี้มันเปลี่ยนไป เพราะมันเป็นเรื่องของคุณ... ผมชอบคุณ...”

กันตาชะงักที่เขาพูดตรง แต่วางฟอร์มเชิด... พวงหยกยิ่งอยากรู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร พอกันตากลับเข้ามาในบ้านก็รีบถาม กันตาตอบอย่างเหนื่อยใจ “ก้อยยังไม่สนิทพอจะรู้เรื่องบ้านเขาหรอกค่ะ รู้แค่ว่าเขาเป็นลูกชายคนเดียวของ คุณศรัทธา ลีพาณิชย์”

พวงหยกตาโต “เจ้าของสายการบินใหญ่อันดับต้นๆ ของเมืองไทย! ยัยก้อยลูกรัก ลูกช่างฉลาดอะไรเช่นนี้ ไม่เสียแรงที่แม่กลั่นเลือดในอกมาให้ลูกกิน” พวงหยกเข้ากอดลูกอย่างเว่อร์ๆ

กันตาบอกว่าตนยังไม่ได้เป็นอะไรกับเขา พวงหยกแหว “นี่! ฉันขอร้องล่ะ ช่วยคบคนดีๆ สมน้ำสมเนื้อกับเราอย่างนี้เถอะ หยุดเลือกพวกดูดีแต่ไม่เงินสักที ฉันมีปลิงตัวเดียวก็พอแล้ว”

“แม่! จนป่านนี้แม่ยังไม่เชื่ออีกเหรอว่าคุณพิศุทธิ์ไม่ได้เป็นอย่างที่แม่คิด” กะรัตสุดทน

“แกไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่า เอาไว้ฉันมีหลักฐานแน่นอนเมื่อไหร่ แกจะรู้ว่าที่ฉันพูดมันไม่ผิด!” พวงหยกมองหน้าพิศุทธิ์แล้วสะบัดหน้าเดินไป

พิศุทธิ์หวั่นใจว่ามันคืออะไร...พิศุทธิ์กลับบ้านมาโทรศัพท์หาเนื้อแพร เล่าถึงคำพูดของพวงหยก ตนหวั่นใจว่าจะเกี่ยวกับท่านพ่อ เนื้อแพรปลอบให้ใจเย็น กฤชกำลังช่วยสืบอยู่ พอวางสายจากเนื้อแพร น้ำผึ้งก็โทร.เข้ามา  พิศุทธิ์ตัดสินใจรับสายคิดว่าเป็นการรับผิดชอบที่กะรัตทำต่อเธอ น้ำผึ้งขอให้เขามารับตนกับลูกออกจากโรงพยาบาล อ้างว่าลูกไม่ค่อยแข็งแรงไม่อยากให้รับเชื้อโรคในรถแท็กซี่ พิศุทธิ์ครุ่นคิดบางอย่างยังไม่รับปาก แต่น้ำผึ้งเชื่อว่าเขาต้องมา

ooooooo

วันต่อมา พยาบาลเอาใบเสร็จรับเงินมาให้น้ำผึ้ง บอกว่ามีคนจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้และรอรับอยู่หน้าโรงพยาบาล น้ำผึ้งดีใจเข้าใจว่าเป็นพิศุทธิ์ แต่พอวิ่งมาหากลายเป็นนวลที่ทำหน้าตึง บอกว่ามาทำตามคำสั่งกะรัต น้ำผึ้งปรี๊ดกลับมากวาดข้าวของในบ้านให้รสสุคนธ์เอาไปขาย

“ขายทำไม เขาบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องเอาเงินคืนเขา” รสสุคนธ์แปลกใจ

“ผึ้งบอกแล้วว่าผึ้งไม่เอาเงินของมัน มันแกล้งทำให้เราเห็นว่า เงินของมันซื้อผึ้งได้เหมือนที่มันใช้ซื้อผู้ชายไง...แต่มันคิดผิด เพราะสิ่งที่ผึ้งต้องการไม่ใช่แค่เงิน แต่ผึ้งจะเอาทุกอย่างที่เป็นของมัน...คอยดู!”...

ด้านกะรัตยังงอน พิศุทธิ์พามาไหว้พระทำบุญ แล้วขอบคุณที่เธอยอมช่วยเพื่อนมนุษย์ ถือเสียว่าทำทาน ขอให้เธออภัยให้เพื่อน กะรัตเหวี่ยงทันที “ความเป็นเพื่อนมันไม่เหลือแล้ว เพราะมันเองก็ไม่เคยคิดว่ากั้งเป็นเพื่อน เอาเป็นว่าถ้ามันอยู่ส่วนมัน กั้งก็จะอยู่ส่วนของกั้ง แต่ถ้ามันมายุ่งกับกั้งเมื่อไหร่ กั้งไม่เอามันไว้แน่” พิศุทธิ์อ่อนใจ

เช้าวันใหม่ กะรัตงุ่นง่านเกรงพิศุทธิ์ไปทำงานแล้วต้องเจอกับน้ำผึ้ง นวลเตือนว่าน้ำผึ้งเพิ่งคลอดลูก กว่าจะมาทำงานได้ก็อีกสองสามเดือน แต่กะรัตยังกังวลอยากไปดูให้รู้จริง พอพิศุทธิ์ลงมาเธอก็ทำทีรั้งให้เขาจุ๊บลา และทักโน่นนี่จนเขารู้ทัน

“อยากไปส่งผมที่บริษัทใช่ไหม ผมรู้ว่าคุณอยากไปเห็นกับตาว่าน้ำผึ้งมาทำงานหรือยัง”

กะรัตยิ้มแหยๆที่เขารู้ทัน แต่ก็อ้อนจนได้ขับรถไปส่งเขา...พิศุทธิ์ยอมแค่ให้เธอส่งหน้าบริษัทเท่านั้น เธออิดออดแต่ไม่กล้าขัดใจเกรงเขาหาว่าไม่เชื่อใจ เธอโน้มคอเขามาหอมซ้ายหอมขวาแสดงความเป็นเจ้าของเขาเต็มที่...ในขณะที่น้ำผึ้งมานั่งรอในห้องทำงานพิศุทธิ์แต่เช้าตรู่ เธอวาดฝันว่าที่ผ่านมาพิศุทธิ์มีใจให้ พอมองออกไปทางหน้าต่างเห็นรถกะรัตมาจอด ก็รีบออกจากห้องทำงานลงไปหาทันที

พิศุทธิ์เดินเขินๆเข้าบริษัท น้ำผึ้งลงมาทางบันไดจึงสวนกับเขาที่ขึ้นลิฟต์ เธอวิ่งออกมาเห็นรถกะรัตแล่นออกไปแล้ว ชายนี่กับยี่หวาเพื่อนที่ทำงานพากันทักทายว่ามดลูกไม่ทันเข้าอู่มาทำงานแล้วหรือ น้ำผึ้งไม่สนใจ ครุ่นคิดจะกลั่นแกล้งกะรัต เธอกดโทรศัพท์หากะรัตทันที

“เธอไม่น่ารีบขับรถออกไปเลย ฉันว่าจะเข้าไปขอบคุณที่เธอจ่ายค่ารักษาให้ซะหน่อย”

“นี่แกอยู่ที่ไหน! อย่าบอกนะว่าแกไปทำงานแล้ว” กะรัตเริ่มสติหลุด

น้ำผึ้งยั่วอารมณ์ทันทีว่าหยุดงานไปหลายวันคิดถึงคนคุ้นเคย กะรัตปรี๊ดใส่อย่ามายุ่งกับพิศุทธิ์ น้ำผึ้งว่าไม่ได้เพราะลูกต้องการมีพ่อ กะรัตโวยให้ไปหาภูเบศร์ในนรกโน่น น้ำผึ้งสะใจยั่วหนักขึ้นว่าอยากลิ้มรสพิศุทธิ์บ้างว่าจะอร่อยเหมือนภูเบศร์ไหม แล้วตัดสายทิ้ง

กะรัตสติแตกยูเทิร์นรถกลับทันที...พิศุทธิ์กำลังเดินเข้าห้องประชุม น้ำผึ้งเดินสวนมาขอบคุณที่เขาทำให้กะรัตโยนเศษเงินค่ารักษาให้ พิศุทธิ์ตกใจที่เห็นน้ำผึ้งแต่ทำใจเย็นบอกว่ากะรัตเต็มใจ น้ำผึ้งยิ้มเยาะไม่เชื่อแถมย้ำว่าคนอย่างกะรัตไม่มีวันให้อภัยใครหรือไว้ใจใคร...

ไม่ทันไร กะรัตก็ขับรถมาจอดเอี๊ยด...หน้าบริษัทแล้วพุ่งทะยานขึ้นตึก เอาขวดน้ำเกลือที่พกมาราดใส่น้ำผึ้งว่าล้างแผลที่ยังไม่ตกสะเก็ดให้ น้ำผึ้งเล่นบทน่าสงสารร้องอย่าทำร้ายตนอีก

กะรัตปรี๊ด “ตอแหล! แล้วเมื่อกี้หมาตัวไหนมันโทร.ไปหาฉัน อย่ามาเล่นละครเรียกร้องความสงสารมันไม่ได้ผลหรอก”

น้ำผึ้งเห็นเพื่อนๆมามุงดูก็ทำทีอายลุกหนีออกไปทางบันไดหนีไฟ กะรัตตามไปเอาเรื่องพอพ้นสายตาผู้คน น้ำผึ้งก็เปลี่ยนท่าทีเป็นคนละคน หันมาเยาะหยัน กะรัตแทบไม่เชื่อสายตา

“แกนี่มันยิ่งกว่างูพิษอีก! ฉันบอกไว้ก่อนนะว่าอย่ามายุ่งกับผัวฉัน ถ้าอยากได้พ่อให้ลูก ก็ไปยืนเสนอราคาให้ฝรั่งแก่ข้างทางโน้น”

“จะไปยืนให้เมื่อยทำไม ในเมื่อยืมผัวเพื่อนก็ได้”

กะรัตตวาดว่าไม่ให้ น้ำผึ้งเยาะคนก่อนยังแย่งมาได้ แล้วทำไมอีกคนจะแย่งไม่ได้ “เธอรู้ ขนาดเธอเอาเงินปรนเปรอคุณภู เขายังทิ้งเธอมาหาฉัน แล้วกับคุณพิศุทธิ์ที่ไม่แคร์เรื่องเงินของเธอ เธอเลยกลัวว่าจะเสียเขาให้ฉัน เธอถึงต้องจด
ทะเบียนตีตราเขาไงล่ะ น่าสมเพชที่สุดเลยกั้ง”

เสียงหัวเราะน้ำผึ้งเหมือนน้ำมันราดอารมณ์กะรัต เธอเข้ากระชากผมน้ำผึ้งพูดใส่หน้า “จำไว้นะนังผึ้ง เศษดินใต้รองเท้าฉันมันยังมีค่ากว่าแก อย่าเผยอหลงตัวเองว่าฉันจะกลัวแก แกก็แค่เด็กกำพร้าขี้อิจฉา ขาดพ่อขาดแม่ จนต้องแย่งความอบอุ่นจากผัวคนอื่น คุณพิศุทธิ์ไม่มีทางมองแก แกไม่มีวันแย่งเขาไปจากฉันได้”

น้ำผึ้งเจ็บใจที่โดนจี้ปมด้อย บอกกะรัตว่าให้มาดูกันว่าสุดท้ายพิศุทธิ์จะอยู่ข้างใคร พอเห็นเพื่อนๆตามออกมาดูก็รีบดึงมือกะรัตมาแปะอกแล้วร้องกรี๊ด...อย่าผลักฉัน เธอทิ้งตัวตกบันไดลงไป กะรัตตะลึงไม่คิดว่าน้ำผึ้งจะลงทุนขนาดนี้ มีคนไปตามพิศุทธิ์มา เขามาถึงตกใจกับภาพที่เห็น น้ำผึ้งหัวแตกมีเพื่อนเข้าประคอง กะรัตยืนหน้าตื่นอยู่ พอเห็นเขามา  กะรัตก็รีบบอกว่าตนไม่ได้ทำอะไรน้ำผึ้ง ชายนี่กับยี่หวายืนยันว่าเห็นกะรัตผลักน้ำผึ้งตกบันได

“ไม่จริง! ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ทำ” ว่าแล้วกะรัตก็ปรี่เข้าฉุดน้ำผึ้ง “หยุดสำออยแล้วลุกขึ้นมานะนังผึ้ง”

พิศุทธิ์บอกให้กะรัตหยุด แต่กะรัตยังโวยวายว่า น้ำผึ้งทำให้ตนเป็นนางร้ายในสายตาคนอื่น พิศุทธิ์สุดทน อุ้มตัวกะรัตมาใส่รถแล้วขับกลับบ้านทันที...นวลแปลกใจที่เห็นเจ้านายกลับมา กะรัตโวยวายจะไปจัดการน้ำผึ้ง พิศุทธิ์เอ็ดยังไม่เห็นอีกหรือที่การใช้แต่อารมณ์มันมีผลอย่างไร

“ถึงกั้งจะเป็นคนใช้แต่อารมณ์ แต่ก็ไม่เคยตอแหลใคร กั้งเลวกั้งก็บอกว่ากั้งเลว กั้งบอกว่าไม่ได้ทำก็แปลว่ากั้งไม่ได้ทำ กั้งอยู่ของกั้งเฉยๆ แต่มันเป็นคนเข้ามาหาเรื่องกั้งก่อน แล้วทำไมกั้งต้องยอมด้วย!”

“ไหนคุณบอกว่าคุณจะเปลี่ยนตัวเองไง”

“ถ้าการเปลี่ยนตัวเองมันรวมถึงกั้งต้องยอมแพ้นังผึ้ง กั้งไม่เปลี่ยน! กั้งบอกคุณแล้วไงว่าถ้ามันมายุ่งกับกั้งเมื่อไหร่ กั้งไม่เอามันไว้แน่ มันคิดจะทำลายครอบครัว เรา คุณต้องลาออก”

พิศุทธิ์อึ้งรู้ว่าคุยกันไม่รู้เรื่องแน่ จึงให้นวลดูแลกะรัตต่อ แล้วตัวเองไปขึ้นรถอีกคันขับออกไปทันที กะรัตร้องกรี๊ดๆไม่ให้เขาไป...พิศุทธิ์กลับมาขอโทษทุกคนในบริษัท รวมถึงน้ำผึ้ง

น้ำผึ้งเริ่มปั่นหัว “ฉันอยากให้กั้งรู้จังว่าคุณรักเขา ขนาดไหน เขาจะได้ไม่มองคุณเป็นเพียงแค่เครื่องมือแก้แค้นฉัน กั้งรู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับคุณ เขาถึงทำทุกอย่างให้ได้คุณไปจากฉัน เขาลงทุนจดทะเบียนตีตราคุณ เพื่อแก้แค้นที่คุณภูทิ้งเขามาหาฉัน ฉันรู้ทัน เขาทนไม่ได้เลยผลักฉัน”

พิศุทธิ์ฟังนิ่งๆก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นกล่าว “ผมไม่รู้ว่าความจริงที่คุณสองคนคุยกันมันคืออะไรกันแน่ แต่สิ่งที่ผมเชื่อ...คือผมรักกั้งและกั้งก็รักผม เราแต่งงานกันเพราะความรัก และผมไม่ยอมเป็นเครื่องมือการแก้แค้นของใคร...ถือว่าผมขอร้องล่ะครับ ขอให้กั้งเขาอยู่ส่วนเขา คุณก็อยู่ส่วนของคุณ ส่วนผมกับคุณเรายังคุยกันได้ไม่มีปัญหา เพราะเราไม่มีเรื่องอื่นนอกจากเรื่องงานเท่านั้น ผมขอตัว”

น้ำผึ้งมองตามหลังพิศุทธิ์ แค้นใจที่เขาไม่หวั่นไหว แต่เธอไม่ยอมแพ้แค่นี้แน่

ooooooo

ขณะที่ศิวาตามจีบกันตา เธอกำลังหงุดหงิดเรื่องกะรัต บ่นว่ามีผู้หญิงเจ้าชู้ชอบแย่งสามีเพื่อน ศิวาจึงสัญญาว่าเขาเลิกเจ้าชู้แล้วเพื่อเธอ กันตาเริ่มใจอ่อน...กฤชกำลังคุยงานกับเจ้าสัว พวงหยกเข้ามาบ่นว่าหม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อดทัวร์ยุโรปไม่รู้เอาเงินมาจากไหน เจ้าสัวลุกหนี

กฤชรู้สึกเจ้าสัวมีพิรุธ พวงหยกหาว่าเป็นเพราะกฤชที่ชักศึกเข้าบ้าน พาเนื้อแพรเข้ามาทำให้โคตรเหง้าเธอมาสูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวตน บ้านช่องร้อนเป็นไฟ กฤชโต้

“คนที่ทำให้บ้านร้อนไม่ใช่คนอื่นอย่างที่คุณว่าหรอก แต่เป็นใครรู้ไหม...ชะโงกหน้าดูในสระน้ำสิ”

พวงหยกเผลอทำตามแล้วเห็นหน้าตัวเอง ก็โวยวายว่าตนเป็นคนคอยปกป้องทรัพย์สมบัติของครอบครัวต่างหาก...

คืนนั้น พิศุทธิ์ไม่อยากกลับบ้าน มาหาเนื้อแพรเพื่อพักใจ เนื้อแพรกอดปลอบลูกและให้แง่คิด “แม่เชื่อนะชาย ว่าถ้าสายน้ำผึ้งไม่ยุ่งกับกะรัตก่อน กะรัตไม่ทำขนาดนั้นกับสายน้ำผึ้งแน่”

“ผมเองก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้ากั้งรู้จักควบคุมตัวเอง เรื่องอย่างนี้ก็คงไม่เกิด”

“ต่อให้คนที่ควบคุมตัวเองได้ดี ถ้าโดนจี้ถูกจุดก็ตบะแตกได้เหมือนกันนะลูก สายน้ำผึ้งฉลาด เขาคงใช้เรื่องของลูกยั่วกะรัต”

“กั้งไม่มีความเชื่อมั่นในตัวผมเลย”

“กว่าชายจะวิจัยรสชาติอาหารใหม่สักรสนึง ก็ต้องใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่นานกว่าจะได้ที่ถูกใจ หนูกั้งก็เหมือนงานของชายนั่นแหละ ไม่ใช่หนูกั้งไม่อยากเปลี่ยน แต่มันต้องใช้เวลา ชายต้องใจเย็นเพราะถ้าชายโกรธแบบนี้ ชายก็ทำตัวเข้าทางสายน้ำผึ้งเหมือนกัน” เนื้อแพรลูบแก้มลูก “ชายต้องเข้าใจ หนูกั้งเจอแต่ความรักที่หลอกลวงซ้ำๆ ต่อให้หนูกั้งรู้ว่าชายมั่นคง แต่อดีตมันยังหลอกหลอน ทำให้หนูกั้งยังมีความไม่มั่นใจ สายน้ำผึ้งรู้จุดอ่อนนี้ดี เขาถึงทำเรื่องวันนี้ให้ชายกับหนูกั้งผิดใจกัน ผู้หญิงอย่างสายน้ำผึ้ง น่ากลัวมากนะลูก”

พิศุทธิ์ถามว่าตนควรทำอย่างไร เนื้อแพรให้เขากลับไปอยู่เคียงข้างกะรัต สร้างความมั่นใจให้แก่เธอ ทำให้น้ำผึ้งรู้ว่าเธอไม่มีผลอะไรกับความรักของลูกกับกะรัต...พิศุทธิ์เริ่มห่วงกะรัต จึงรีบกลับมาบ้าน เห็นกะรัตเมามายเพ้อไม่ให้น้ำผึ้งมาแย่งผัวไป พิศุทธิ์ครุ่นคิดถึงคำพูดของน้ำผึ้งที่ว่ากะรัตเห็นตนเป็นเครื่องมือ และเอาคำของเนื้อแพรมาหักล้าง ตั้งมั่นจะทำให้กะรัตเชื่อใจตนให้ได้

วันรุ่งขึ้น กะรัตตื่นขึ้นมายังมีอาการแฮงค์ เดินหาพิศุทธิ์รอบห้อง เรียกนวลมาถามว่าเขากลับบ้านรึเปล่า นวลตอบว่ากลับและเป็นคนอุ้มกะรัตขึ้นมานอน กะรัตดีใจรีบจะอาบน้ำแต่งตัวไปบริษัทกับเขา แต่นวลบอกว่าพิศุทธิ์ไปทำงานนานแล้ว กะรัตกังวลใจไม่อยากให้เขาไปเจอน้ำผึ้ง เผอิญเจอมือถือที่พิศุทธิ์ลืมไว้ กะรัตจึงเอาเป็นข้ออ้างไปหาเขาที่บริษัท
ในห้องทำงาน น้ำผึ้งทำทีถือแฟ้มงานเข้ามาหาพิศุทธิ์ แต่ระหว่างนั้นเขาไม่ได้อยู่ในห้อง โทรศัพท์บนโต๊ะดังขึ้น น้ำผึ้งคิดว่าเป็นกะรัตโทร.มาจึงกดรับ แต่ปลายสายกลับบอกว่า

“คุณพิศุทธิ์เหรอคะ พี่นฤมลนะ พี่เห็นโปรไฟล์ที่คุณส่งมาให้แล้ว เจ้านายพี่ชอบคุณมากอยากได้คุณมาทำงานกับเราเร็วที่สุดเลย เที่ยงนี้ว่างไหม เราจะได้คุยรายละเอียดกัน...”

น้ำผึ้งวางหูลงแป้น ทำทีสายหลุดไปเอง แล้วรีบเดินกลับออกไป สวนกับพิศุทธิ์เข้าพอดี น้ำผึ้งแก้ตัวว่าเอาแฟ้มงานมาให้ ไม่ทันที่เขาจะพูดอะไร ฟองดาววิ่งมาตามว่าหัวหน้าให้เข้าพบ โทร.หาเท่าไหร่ก็ไม่ได้ พิศุทธิ์จึงบอกว่าตนลืมเอามือถือมา น้ำผึ้งได้ยินฉุกคิดแผนร้ายได้

ช่วงพักกลางวัน พิศุทธิ์ออกไปพบนฤมลที่ร้านอาหาร น้ำผึ้งแอบสะกดรอยตาม เธอลงทุนซื้อซิมการ์ดส่งข้อความหากะรัตว่าเป็นผู้หวังดีเห็นสามีเธอไปกับผู้หญิงอื่น กะรัตหึงขึ้นหน้าไม่คิดหน้าคิดหลังมุ่งหน้าไปร้านอาหารนั้นทันที กะรัตทะยานมาถึงร้านอ่านข้อความว่าทั้งสองนั่งในห้องพิเศษ ก็ยิ่งเดือดผลักประตูเข้ามาเอาขวดคาลาไมน์ราดหัวนฤมลซึ่งนั่งหันหลัง

“คาลาไมน์ราดให้มันหายคันไง ถ้ายังไม่หายคันแม่จะสาดด้วยยาแก้ขี้เรื้อน รู้ไหมนังผึ้ง...”

พิศุทธิ์จับกะรัตเขย่าให้ฟังว่าคนนี้ไม่ใช่น้ำผึ้ง นี่คือรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย พิศุทธิ์หันมาขอโทษนฤมล เธอขอตัวกลับอย่างโกรธๆ พิศุทธิ์เหลืออดกับการกระทำของกะรัต เขาหยิบใบสมัครงานยื่นให้เธอดู “คุณรู้ไหมว่าผมนัดพี่เขามาคุยเรื่องอะไร ผมหางานใหม่ทั้งๆที่ผมไม่เคยเห็นด้วยกับวิธีนี้ ผมยอมเพื่อความสุขของคุณ แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมว่าถึงผมย้ายที่ทำงานใหม่เรื่องพวกนี้มันก็ต้องเกิดอีก เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่สายน้ำผึ้งหรือผู้หญิงอื่น แต่มันอยู่ที่ตัวคุณ”

พิศุทธิ์เดินออกไป กะรัตวิ่งตามมาขอโทษ แล้วยื่นมือถือให้ดูว่ามีคนส่งข้อความมาบอกว่าเขากินข้าวกับน้ำผึ้ง พิศุทธิ์โต้ “แล้วคุณก็เชื่อคนที่คุณไม่รู้จัก โดยไม่คิดถามผมซึ่งเป็นสามีของคุณสักคำ อย่างนั้นเหรอ! คุณกลับบ้านเถอะ ผมจะไปทำงานต่อ”

กะรัตรู้สึกตัวเองผิดมหันต์ ตะโกนขอโทษไล่หลังพิศุทธิ์สัญญาจะไม่ให้เกิดเรื่องอีก พิศุทธิ์ขึ้นรถกลับไป น้ำผึ้งเดินเข้ามาด้านหลัง หัวเราะเยาะ “เธอไม่เคย ทำให้ฉันผิดหวังเลยนะ”
กะรัตหันมอง ลำดับความได้เป็นฝีมือน้ำผึ้ง น้ำผึ้งหักซิมการ์ดโชว์ หัวเราะเยาะ กะรัตโมโหเอาสมุดเช็คออกมาถามว่าอยากได้เงินเท่าไหร่ น้ำผึ้งเยาะคิดจะซื้อสามีด้วยเงินอีกแล้ว แต่ตนไม่อยากได้เงิน ตนอยากได้พิศุทธิ์ น้ำผึ้งเดินหนีไปขึ้นแท็กซี่ออกไป กะรัตร้องกรี๊ดๆไม่มีวัน

ooooooo

ตอนที่ 5

พวงหยกโมโหวิ่งไล่ตีกะรัตที่รับคำขอแต่งงานของพิศุทธิ์ หาว่าทำอะไรไม่เห็นหัวก๋งบ้าง ทำให้ก๋งเสียใจ...เสียงเจ้าสัวบัญชา โพล่งขึ้น “อั๊วก็โอเคนะ ไม่ได้แย่อะไร”

พวงหยกถลึงตาใส่ที่พ่อไม่ เข้าข้างตนบ้าง เจ้าสัวให้นั่งรอคนมาสู่ขอลูกก็พอ พวงหยกไม่ยอมหันไปสั่งกฤชให้บอกเนื้อแพรล่ามลูกชายตัวเองไว้ อย่าปล่อยมายุ่งกับลูกเรา กะรัตโวย ไม่มีใครขวางตนกับพิศุทธิ์ได้ ตนรักเขา พวงหยกเอานิ้วจิ้มหัวลูก ตราหน้าว่า พิศุทธิ์ก็ไม่ต่างจากผัวทั้งสามคนที่หวังทรัพย์สมบัติของเธอเท่านั้น กะรัตกรีดร้อง

“ไม่จริง! ครั้งนี้จะไม่มีใครทิ้งใคร เพราะกั้งจะจดทะเบียนกับเขา”...พวงหยกแทบช็อก

ด้าน พิศุทธิ์ ถูกหม่อมมลุลีมาต่อว่าถึงบ้าน สั่งห้ามไม่ให้แต่งงานกับกะรัต เอาเรื่องกะรัตดวงกินผัวมาอ้าง แต่พิศุทธิ์โต้ “ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าหรอกครับ ไม่ช้าหรือเร็วผมก็ต้องตาย”

“พูดอย่างนี้แปลว่าหน้ามืดเข้าขั้น เหมือนพ่อชายไม่มีผิด!” หม่อมมลุลีปรี๊ดแตก

ท่าน ชายอ๊อดสะดุ้งปรามแม่วันนี้มาคุยเรื่องหลาน ไม่ใช่ตน แต่หม่อมมลุลียังด่าว่าไปถึงเนื้อแพรเป็นดาราหนังผ่านมือชายมาไม่รู้เท่า ไหร่ เนื้อแพรเหลืออดกัดเล็กๆ บ้างว่า

“หม่อมพูดถูก อาชีพฉันผ่านมือชายให้แตะโน่นแตะนี่ แต่ก็เลี้ยงชายมาจนโต ดีกว่าให้คนบางคนแตะทั้งตัวแต่ไม่เคยเลี้ยงลูกสักแดงเดียว”

ท่าน ชายอ๊อดหน้าเจื่อนติงแม่ไม่น่าเริ่มเลย พิศุทธิ์ยืนกรานไม่เปลี่ยนใจ ตนเห็นใจกะรัตที่แต่งงานสามครั้งแต่ถูกผู้ชายทรยศทั้งหมดสุดท้ายก็ต้องตาย เพราะอุบัติเหตุ แล้วทุกคนก็ประณามว่ากะรัตเป็นผู้หญิงกินผัว ทั้งๆที่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย ต้องมาเสียใจและสูญเสีย มันไม่ยุติธรรม

หม่อม มลุลีโกรธ พิศุทธิ์กล่าวขอโทษที่ทำให้เธอเสียใจ แต่ตนยืนยันว่าจะแต่งงานกับกะรัต หม่อมมลุลีจึง บอกให้ไปหาผู้ใหญ่สู่ขอเอาเอง เนื้อแพรแทรกขึ้นว่าไม่คิดจะรบกวนอยู่แล้ว ตนจะไปสู่ขอให้ลูกเอง พิศุทธิ์หันมองแม่ด้วยความดีใจ เนื้อแพรส่งยิ้มให้ลูกด้วยความรักเต็มหัวใจ

ออกมาหน้าบ้าน หม่อมมลุลีโวยวายใส่ท่านชายอ๊อด หาว่าเนื้อแพรข้ามหัวตนที่ไปสู่ขอกะรัตเอง ท่านชายงงแต่เสนอแนะ “ผมยอมรับว่ากะรัตไม่มีคุณสมบัติที่จะมาร่วมสกุลเรา ยัยนั่นเน่าเสียยิ่งกว่ามูลสัตว์ แต่อย่าลืมสิครับ มูลสัตว์มันแปรรูปเป็นปุ๋ยหมักสร้างเงินให้เราได้”

“นี่พ่ออ๊อดอย่าบอกนะว่า...” หม่อมมลุลียิ้มกระหยิ่มใจกับความฉลาดของลูกชาย...

รถ หม่อมมลุลีแล่นออกไป พิศุทธิ์หันมาขอบคุณเนื้อแพรที่ยืนอยู่ข้างตน เนื้อแพรกล่าวอย่างกังวล “ถ้าถามแม่จริงๆ แม่ไม่เคยแน่ใจในตัวกะรัต หวั่นว่ากะรัตจะพาความวุ่นวายมาให้ลูก  กลัวว่าความสุขที่ลูกหวังมันจะมีแต่อุปสรรค และจากความสุขมันจะกลายเป็นความทุกข์”

“ผมเชื่อว่าคนรักทุกคู่ต้องมี อุปสรรค  ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองเป็นความทุกข์แล้วจมกับมัน  หรือจะมองว่าเป็นบททดสอบแล้วสู้กับมัน ซึ่งผมเชื่อว่าผมกับกะรัตพร้อมจะสู้ครับ”

“แม่อยากให้ชายรู้ว่า เรื่องนี้แม่ไม่เคยอยากสนับสนุน แต่ถ้ามันเป็นสิ่งที่ชายตัดสินใจแล้วแม่ก็จะไม่ขวาง  แต่แม่อยากเตือนไว้ว่าความสุขที่แสนมีค่า   มันมาพร้อมกับบททดสอบที่แสนสาหัสเสมอนะลูก”  เนื้อแพรลูบแก้มลูกด้วยมือทั้งสอง  พิศุทธิ์โผกอดซาบซึ้งกับความรักของแม่

พลัน  กะรัตโทร.เข้ามา  เนื้อแพรเห็นสีหน้าลูกชายยิ้มละไม  จึงตัดสินใจจะทำให้ปัญหาลูกจบลง...กะรัตบอกพิศุทธิ์ว่า  เธอคิดถึงเขาจนอยากจะหอบเสื้อผ้าไปอยู่ด้วยคืนนี้เลย

พิศุทธิ์ทำเสียงดุ “คุณนี่จริงๆเลย  รีบนอนเถอะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกัน”

“เดี๋ยวค่ะ  แล้วผู้ใหญ่ที่คุณจะพามานี่ใครเหรอคะ อย่าบอกนะว่าหม่อมย่าของคุณ”

“ไม่ใช่ ครับ  แม่ผมเอง...ผมรู้ว่ามันลำบากใจ แต่แม่เป็นคนที่ผมรักและเทิดทูนมากที่สุดในชีวิต  พรุ่งนี้เป็นวันสำคัญที่ชีวิตผมจะเปลี่ยน  ผมอยากให้แม่เป็นส่วนสำคัญในวันนั้น”

“ค่ะ ไม่ว่าผู้ใหญ่ของคุณจะเป็นใคร กั้งไม่มีปัญหา ขอแค่คนที่กั้งรักเป็นคุณก็พอ”

พิศุทธิ์ ให้กะรัตนอน แต่เธอให้เขาจุ๊บ...จุ๊บ...ก่อน เขาเขินไม่อยากทำ  เธอรบเร้าให้ทำก่อนถึงจะนอนหลับ เขาจึงมองซ้ายมองขวาไม่มีใครแล้วยอมทำจุ๊บ...จุ๊บ...กะรัตกระเซ้า  แต่งงานกันเมื่อไหร่จะไม่บังคับให้แค่พูด  แต่จะให้ทำทุกคืนก่อนนอน  พิศุทธิ์อมยิ้มกับความเฮี้ยวของคนรัก

ooooooo

คืนนี้กันตา อยู่เวร ศิวาบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถชนถูกพาตัวเข้ามา  กันตาคิดว่าเขาแกล้งอีกจึงทำรุนแรงกับ เขา  พยาบาลรีบกระซิบว่าเขาบาดเจ็บจริงๆ เธอจึงตกใจรีบดูแลทำแผลเข้าเฝือกที่ขาให้  ก่อนจะส่งตัวเข้าพักห้องคนไข้  ศิวาอ้อนจะให้กันตาอยู่ดูแล แต่เธอปฏิเสธไม่ใช่หน้าที่

ศิวาไม่ยอม แพ้  คนอย่างตนถ้าอยากได้อะไรแล้วต้องได้...รุ่งเช้า  ศิวาจึงโวยวายไม่ให้ใครทำแผลนอกจากกันตา  ไม่ทันไร  กันตาโทร.เข้ามาเพื่อบอกเขาว่า โวยวายอย่างไรตนก็ไม่เข้าไปทำให้เพราะตนเป็นแค่หมอฝึกหัด และถือโอกาสสั่งสอน

“คุณนี่มันโดนใครต่อใครพะเน้าพะนอเอาใจจนเสีย นิสัย  คิดว่าคนทั้งโลกต้องทำอย่างที่คุณต้องการ  แต่เสียใจด้วยนะ โลกนี้มันโหดร้ายกว่านั้น  แล้วฉันนี่แหละ จะสอนให้คุณรู้จักความโหดร้ายนั้นเอง” กันตายิ้มเยาะโบกมือยั่วเขาหน้าช่องกระจกประตู  ด้วยออกเวรแล้ว...

เช้า วันนั้น น้ำผึ้งมาถึงที่ทำงาน ตรงจะเข้าห้องพิศุทธิ์เพื่อจะถามเรื่องแหวน ฟองดาวรีบบอกว่าวันนี้พิศุทธิ์ลางานไปทำธุระส่วนตัว ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าอะไร น้ำผึ้งยิ่งคุกรุ่น

เช้าวันเดียวกัน หม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อดชิงมาหาเจ้าสัวบัญชาก่อน เพื่อเรียกร้องค่าชื่อเสียงเกียรติยศของพวกตนกับพิศุทธิ์ที่จะต้องด่างพร้อย เพราะมาดองกับกะรัต และชวดผลประโยชน์นับสิบล้านที่จะลงทุนกับรัฐมนตรีอิสระไปด้วย เจ้าสัวไม่ค่อยพอใจ แต่เพราะรักหลานคนนี้มาก และสงสารชะตาชีวิตของเธอ จึงยอมเซ็นเช็คให้ไปเป็นเงินจำนวนมาก

กุนตีอ่อนใจที่พวงหยกไม่ยอมลง ไปร่วมฟังการมาสู่ขอกะรัต กุนตีพยายามกล่อมให้แม่ใจอ่อน ว่าพิศุทธิ์เป็นคนดีคนเดียวที่น้องเจอะเจอ แม่ไม่ควรเอาเรื่องเนื้อแพรมาทำลายความสุข

“เลือดเดียวกันมันจะดีไปสักกี่น้ำ แล้วยังท่านชายอ๊อดนั่นอีก กำพืดก๊กนี้ฉันรู้ปรุโปร่ง ตั้งแต่หัวยันหาง”

“ถ้าแม่คิดว่าเลือดไม่ดี แล้วที่กั้งออกนอกลู่นอกทางให้คนนอกเขาคุยกันสนุกปาก แม่จะยอมรับไหมคะว่าเป็นเพราะเลือดในตระกูล”

พวงหยกชะงักเถียงไม่ออกจำต้องยอมลงไปร่วมวงแต่ออกตัวไว้ก่อนว่าตนจะนั่งเป็นหัวหลักหัวตอเท่านั้น อย่ามาถามความคิดเห็นใดๆ...แต่พอลงมาเห็นเนื้อแพรเดินเข้ามาในบ้านพร้อมพิศุทธิ์เท่านั้น พวงหยกก็โวยวายขับไล่ เนื้อแพรยกใหญ่ เจ้าสัวเอ็ด "อั๊วให้กุ้งบอกลื้อแล้วไงว่าให้ลงมานั่งเฉยๆไม่ต้องพูดอะไร แค่รับรู้ว่ามีผู้ใหญ่มาสู่ขอลูก ที่เหลืออั๊วจัดการเอง"

กะรัตเข้าอ้อนแม่ "ได้โปรดเถอะ เปิดใจพิจารณา พิจารณาคุณพิศุทธิ์ก่อนแล้วค่อยตัดสินผัวคนก่อนๆกั้งไม่เคยขอร้องแม่และไม่เคยแคร์ด้วยว่าคนในบ้านจะชอบไหม ซึ่งแม่ก็ไม่เคยมีปัญหา แล้วกับผู้ชายที่ดีคนนึงที่กั้งแคร์เขา แม่จะยอมรับเพื่อกั้งไม่ได้เลยเหรอ"

"ฉันยอมรับแน่ ถ้ามันไม่ใช่ลูกของ..."

เจ้าสัวปรามอย่าเอาเรื่องของผู้ใหญ่มาเกี่ยวกับรุ่นลูก แต่พวงหยกยังโวยวายรับไม่ได้เนื้อแพรจึงโพล่งขึ้น "ถ้าเหตุผลเดียวที่คุณไม่ยอมรับพิศุทธิ์ คือเรื่องดิฉันกับคุณกฤช งั้นคุณก็เลิกคิดได้แล้วล่ะค่ะ เพราะนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดิฉันกับคุณกฤชจะไม่มีการติดต่อกันอีก"

กฤชตกใจมองหน้าเนื้อแพร  แต่เธอไม่สนใจกลับบอกให้เริ่มพิธี เจ้าสัวจึงเชิญทุกคนที่ห้องรับแขก พวงหยกยังหาว่าเนื้อแพรแสดงได้สมบทบาทนักแสดง ตนไม่มีวันเชื่อกฤชตำหนิ

"คนที่คิดแต่เรื่องลบๆแบบนี้ ในโลกนี้มีแต่คุณเท่านั้นที่คิดได้"

พวงหยกท้าจะคอยดูว่าที่ตนคิดไม่ผิด....กฤชเข้ามานั่งตรงข้ามเนื้อแพรเขาเหลือบมองเธอตลอดเวลาเจ้าสัวเริ่มเอ่ยว่า งานแต่งงานครั้งนี้ตนไม่เรียกร้องสินสอดใดๆแต่เนื้อแพรไม่เห็นด้วยพวงหยกแขวะ จะเอาอัฐยายมาซื้อขนมยายทำไม กุนตีกับกันตาปรามแม่ไม่ให้พูดอะไร

กะรัตโพล่งขึ้น "กั้งกับคุณพิศุทธิ์คุยกันไว้ว่า เราจะจัดงานแต่งงานง่ายๆไม่ใหญ่โต เชิญเฉพาะผู้ใหญ่และเพื่อนสนิท" พวงหยกแขวะเงินเดือนแค่นั้นจะเอาเงินที่ไหนมาจัดงานกะรัตกล่าวต่อ "กั้งเคยแต่งงานมาหลายหนแล้ว กั้งเลยไม่อยากได้พิธีรีตองอะไรอีกไม่อยากได้ฤกษ์ดีอยากได้แค่ฤกษ์ที่กั้งชอบ กั้งเลยเลือกแต่งงานในวันเกิดกั้ง"

"วันเกิดแกก็อีกสองอาทิตย์น่ะสิ นานไปรึเปล่าวแม่คู๊ณ....ขนข้าวของย้ายมาอยู่วันนี้พรุ่งนี้เลยดีกว่า ยังไงก็กระเหี้ยนกระหือรือกันขนาดนี้แล้ว"

กุนตีกับกันตาปรามแม่พร้อมกันเจ้าสัวสั่งให้พวงหยกออกไป กะรัตหันมาขอโทษเนื้อแพรกับพิศุทธิ์ เจ้าสัวถือโอกาสเอาคำพูดพวงหยกมาอ้างขอคุยส่วนตัวกับพิศุทธิ์กะรัตรู้สึกกังวล

เจ้าสัวพาพิศุทธิ์มาคุยในห้องทำงานแล้วบอกเขาว่า ที่ตนพูดว่าพวงหยกพูดแบบนั้นน่ะดีแล้ว ไม่ได้แปลว่าเห็นด้วยแต่เห็นว่ามันทำให้เขารู้ว่าต่อไปข้างหน้าจะเจอปัญหาอะไรบ้าง อยากให้เขาคิดทบทวนดูให้ดีว่ายังพร้อมจะร่วมชีวิตกับกะรัตต่อไปไหม...

ด้านที่ทำงานพิศุทธิ์ พนักงานเปิดข่าวอินเตอร์เน็ตเจอภาพพิศุทธิ์ขอกะรัตแต่งงานกลางแคตวอล์ค ก็ตื่นเต้นกันใหญ่ น้ำผึ้งมาถึงไม่ทันได้ดูเพราะหัวหน้าเรียก เผอิญพนักงานบุคคลมายื่นกระดาษให้และบอกว่ามีลูกค้าขอที่อยู่พิศุทธิ์จะส่งเอกสารด่วนไปให้วันนี้ น้ำผึ้งจึงไม่ทันเห็นภาพข่าวแต่ดีใจที่รู้ที่อยู่เขา น้ำผึ้งขอลาครึ่งวันอ้างไปพบหมอ...

พิศุทธิ์กำลังยืนยันกับเจ้าสัวว่าทุกคำที่เขาพูดบนเวทีเป็นความจริงจากใจ "ผมทราบดีว่าการร่วมทางกับกั้งมันไม่ใช่เรื่องง่ายและผมก็ทราบว่าผมจะต้องเจออะไรบ้าง ผมยอมรับว่ามันหนัก แต่ถ้าให้ผมทิ้งกั้งไว้กับปมอดีตเหมือนที่ผ่านมาผมทำไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านถามว่าผมพร้อมไหม ผมพร้อมแล้วครับที่จะพากั้งไปจากอดีตเพื่อสร้างปัจจุบันและอนาคตของเรา"

เจ้าสัวบัญชาปลื้มใจมองคนไม่ผิด...กะรัตเดินงุ่นง่านอยู่หน้าห้องทำงานดีดนิ้วป๊อกๆชี้ให้นวลไปแอบฟังที่ประตูห้อง นวลจำใจเอาหูแนบ ทันใดข้างในเปิดประตูออกมานวลรีบเฉไฉทำเป็นมองหาจิ้งจกหน้าตาเฉย กะรัตรี่เข้าถามคุยอะไรกันนาน เจ้าสัวกระเซ้า

"ก็คุยว่าคุณชายจะเปลี่ยนใจไหม" กะรัตตาเขียวทันทีเจ้าสัวแซว "ดุอย่างนี้นี่เอง คุณชายถึงไม่กล้าเปลี่ยนใจ"

กะรัตดีใจโผกอดพิศุทธิ์ “ต่อให้คุณเปลี่ยนใจ กั้งก็ไม่มีวันยอมหรอก”

“ถ้าประกาศซะขนาดนี้ งั้นก็รีบไปจัดงานแต่งซะ” เจ้าสัวขำ กะรัตร้องเย้ๆที่ทุกอย่างโอเค

ส่วนกฤชเสียใจกับการตัดสินใจของเนื้อแพร กะรัตเข้ามาหากฤชที่ยืนเศร้าอยู่ริมสระ

“เพราะกั้งหรือเปล่าคะ ที่ทำให้พ่อกับคุณเนื้อแพรต้องมาจบความสัมพันธ์กัน”

“มันไม่เกี่ยวกับลูกหรอก พ่อกับเนื้อแพรไม่มีอะไรกัน ที่พ่อชอบเขาเพราะเขาอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ตรงกันข้ามกับเวลาอยู่กับแม่ของกั้ง”

กะรัตตัดสินใจถามพ่อเคยรักแม่ไหม กฤชตอบว่าเคย แต่เพราะความไม่เชื่อใจกัน เหมือนบ้านหลังหนึ่งประกอบด้วยเสาหลายต้นถึงจะมีความคงทน ก็เหมือนครอบครัวจะใช้เพียงความรักอย่างเดียวไม่ได้ มันต้องประกอบด้วยความเชื่อใจให้อภัยกัน ครอบครัวก็จะแข็งแรง กะรัตคิดตาม...พวงหยกแอบมองสองพ่อลูกคุยกันอย่างกรุ่นๆ จะไม่ยอมให้เนื้อแพรมาปอกลอกกะรัตได้อีก

ooooooo

น้ำผึ้งมากดออดหน้าบ้านพิศุทธิ์อยู่พักใหญ่ พอดีรถเนื้อแพรแล่นมา ทั้งสองตะลึงเมื่อสบตากัน น้ำผึ้งรีบเดินหนีกลับออกไป เนื้อแพรลงจากรถมาชะเง้อมองอย่างสงสัย

น้ำผึ้งมาหลบนั่งในร้านข้างทาง แล้วเลียบเคียงถามแม่ค้าว่าบ้านหลังนั้นเป็นบ้านใคร พอรู้ว่าบ้านเนื้อแพรอยู่กับลูกชายชื่อพิศุทธิ์ก็แทบช็อก เกิดสงสัยเนื้อแพรบอกเรื่องตนกับพิศุทธิ์ เขาถึงไม่ให้แหวนแก่ตน คิดแล้วน้ำผึ้งจะต้องหาทางอธิบายกับเขาให้ได้

พอพิศุทธิ์มาทำงาน ฟองดาวก็แสดงความยินดีด้วย และบอกทุกคนในบริษัทเห็นข่าวแล้ว  ทันใดเนื้อแพรโทร.เข้ามาบอกว่าเห็นน้ำผึ้งมาที่บ้าน ให้เขาจัดการเคลียร์กับเธอให้เรียบร้อย

“เรื่องของสายน้ำผึ้งกับหนูกั้งไม่ใช่การทะเลาะเพราะการไม่มีแล้วถึงแย่ง  แต่มันเป็นเรื่องของความอิจฉาริษยา สายน้ำผึ้งหักหลังเพื่อนอย่างเลือดเย็น แม่เตือนชายไว้เลยนะลูก ผู้หญิงคนนี้อันตราย ถ้าเธอรู้ว่าชายเป็นคนรักของหนูกั้ง เขาต้องไม่ปล่อยชายมีความสุขกับหนูกั้งแน่ๆ”

พิศุทธิ์ตัดสินใจโทร.หาสายน้ำผึ้ง เธอรับสายเลยไม่ทันได้ดูภาพข่าวที่แม่ค้ากำลังจะเปิดให้ดู พิศุทธิ์นัดเจอกับเธอเย็นนี้ เธอดีใจพลาดชนชั้นขายหนังสือล้ม ตัวเองก็ล้มด้วย มีคนพาเธอส่งโรงพยาบาล...รสสุคนธ์กำลังอ่านข่าวพิศุทธิ์กับกะรัตก็พอดีน้ำผึ้งโทร.ให้ไปรับที่โรงพยาบาล หมอบอกว่าเด็กปลอดภัยก็โล่งอก พลันได้ยินเสียงน้ำผึ้งโวยวายจะออกจากโรงพยาบาลไปตามนัดพิศุทธิ์ เพราะคิดว่าเขาจะเอาแหวนให้ รสสุคนธ์ทนไม่ไหวเอาภาพข่าวในหนังสือพิมพ์ให้ดู น้ำผึ้งเหมือนถูกเฉือนหัวใจ กรีดร้อง... ไม่จริง ตนไม่เชื่อ แล้วเป็นลมหมดสติไป

หลังจากนั้นไม่นาน น้ำผึ้งฟื้นขึ้นมาเห็นรสสุคนธ์เข้าห้องน้ำ จึงแอบหนีออกมา ชนเข้ากับศิวาที่นั่งรถเข็นออกมามองหากันตา เขาโวยวายที่เธอไม่ขอโทษหนีไปดื้อๆ...

น้ำผึ้งกำหนังสือพิมพ์หน้าข่าวพิศุทธิ์กับกะรัต นั่งหน้าเครียดในแท็กซี่ในใจพร่ำร้องว่าพิศุทธิ์เป็นของตน

เมื่อถึงร้านที่นัดกับพิศุทธิ์ไว้ น้ำผึ้งถือถุงบางอย่างเข้ามา เธอกล่าวขอโทษที่มาสาย พิศุทธิ์เห็นเสียเวลาไปมากแล้วจึงตัดสินใจจะคุยเรื่องกะรัต แต่น้ำผึ้งชิงขอสั่งอาหารทานก่อน อ้างว่าหิว เธอสั่งผัดไทยและยื่นถุงในมือให้พนักงานเอาใส่จานมาให้ด้วย ปรากฏว่าของที่เธอนำมาก็เป็นผัดไทยเช่นกัน น้ำผึ้งให้พิศุทธิ์ลองชิมผัดไทย

ทั้งสองจานว่ารสชาติจานไหนอร่อยกว่ากัน พิศุทธิ์ยอมรับว่าที่เธอนำมาอร่อยกว่า น้ำผึ้งยิ้มเยือกเย็นพยายามอธิบายกับเขาว่า

“ฉันซื้อมาจากร้านข้างถนน ของที่ใช้ก็สด เครื่องก็เยอะเหมือนกัน แต่แปลกที่คนกลับเลือกเชิดชูผัดไทยในร้านนี้ เพียงเพราะมันขายในร้านหรู อยู่บนจานราคาแพง”

พิศุทธิ์เริ่มรู้สึกว่าน้ำผึ้งต้องรู้อะไรมา จึงจะแทรกพูดเรื่องกะรัต แต่น้ำผึ้งไม่เปิดโอกาส เธอพยายามโยงให้เขาเห็นว่าของถูกอย่างเธอก็มีดีไม่แพ้ของแพงอย่างกะรัต พิศุทธิ์ตัดบทเมื่อเธอรู้เรื่องแล้วก็จะบอกว่าเขารู้เรื่องเธอกับกะรัตมาก่อน น้ำผึ้งหาว่าเนื้อแพรเข้าใจผิด ตนไม่ได้แย่งสามีเพื่อน เขาเป็นของตนมาก่อน

“ผมทราบครับ ผมไม่โทษคุณสองคน ผมโทษความเห็นแก่ตัวของผู้ชาย”

“งั้นคุณก็เข้าใจว่าฉันไม่ผิด ฉันก็มีโอกาสที่จะถูกคุณเลือกเท่าๆกับกั้งสิ”

“ผมขอโทษครับ ผมไม่เคยเห็นคุณเป็นตัวเลือกเลย” พิศุทธิ์พยายามพูดไม่ให้น้ำผึ้งเสียใจ

“ถ้าพูดความหมายตรงๆ คุณไม่เคยเห็นฉันอยู่ในสายตาเลย” น้ำผึ้งโพล่งขึ้น เห็นเขานิ่งก็รู้สึกเจ็บปวดมาก ลุกพรวดขึ้น “งั้นฉันก็ขอให้คุณโชคดี” น้ำผึ้งเดินออกจากร้านไปทันที

พิศุทธิ์เห็นฝนข้างนอกโปรยปรายนึกเป็นห่วงจึงตามน้ำผึ้งออกมา ขอร้องให้เธอกลับเข้าไปในร้านอย่าตากฝนแบบนี้มันไม่ดีต่อเด็กในท้อง น้ำผึ้งยิ่งปวดร้าวน้ำตาไหลพรากตวาด

“เลิกทำดีกับฉันสักที! คุณรู้ตัวไหมว่าคุณใจร้ายมาก ฉันพยายามจะยืนได้ด้วยตัวเอง แล้วคุณก็ยื่นมือมาช่วยพยุง พอฉันจับมือคุณ ไว้ใจเดินไปกับคุณ คุณก็ผลักฉันทิ้งแล้วก็วิ่งไปหาคนอื่น...เป็นเพราะกั้งใช่ไหม  กั้งสั่งให้คุณเป็นตัวแทนเขามาสมน้ำหน้าผู้หญิงหน้าโง่อย่างผึ้งใช่ไหม”

พิศุทธิ์เข้าจับแขนน้ำผึ้งปลอบว่าปัญหาของเธอกับกะรัตมันเป็นอดีต อยากให้เธอมองอนาคตและมาเป็นเพื่อนกันได้ น้ำผึ้งปรี๊ดแตก ตะโกนใส่และทุบตีเขายกใหญ่

“เพื่อนเหรอ! คนอย่างกั้งมันรู้จักคำว่าเพื่อนดีแค่ไหน ฉันไม่มีเพื่อนอย่างมัน ที่สำคัญฉันไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับคุณ คุณไม่รู้เหรอว่าฉันรู้สึกกับคุณยังไง...คุณทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง ทำไมต้องเป็นนังกั้ง ทำไมต้องเป็นมัน...ฉันเกลียดคุณ!” น้ำผึ้งผลักพิศุทธิ์ออกแล้ววิ่งตากฝนไป

พิศุทธิ์ยืนอึ้งครุ่นคิดถึงคำตัดพ้อของน้ำผึ้ง เป็นห่วงเธอก็ห่วงแต่ไม่อยากสานต่อ ไม่ทันไรน้ำผึ้งวิ่งกลับมาตะโกนลั่นว่า “ฉันโกหก...ที่ฉันบอกว่าฉันเกลียดคุณ ฉันโกหก ฉันรักคุณ!”

ระหว่างนั้น กุนตีแวะมาหากะรัตที่ร้าน เห็นน้องคร่ำเคร่งออกแบบชุดแต่งงานก็โล่งใจจึงอวยพรให้ชีวิตรักครั้งนี้สมหวังอย่าพังเพราะความใจร้อนอีก กะรัตสัญญาจะเปลี่ยนตัวเองไม่ขาดสติอีก กุนตีแย็บ “รวมถึงสายน้ำผึ้งด้วยใช่ไหม...”

กะรัตปรี๊ด...อย่าเอ่ยชื่อนี้อีก กุนตีเอ็ดแค่นี้ก็สติแตกแล้ว กุนตีสอนให้รู้จักอภัย กะรัตกลับบอกว่า กับคนอื่นๆได้ยกเว้นมัน กุนตีชักหวั่นใจเพราะโบราณว่ายิ่งเกลียดยิ่งเจอ...กะรัตเปลี่ยนเรื่องชวนพี่สาวไปหาร้านอร่อยๆทาน สองพี่น้องขับรถมาร้านประจำแต่มันปิด จึงมาอีกร้าน เผอิญเห็นรถพิศุทธิ์จอดอยู่ก็แปลกใจที่เขาไม่ได้บอกว่ามาทำอะไร กุนตีเตือนว่าพิศุทธิ์อาจจะมาคุยงานกับลูกค้าอย่าไปกวนเขา กะรัตว่าตนกำลังจะเป็นภรรยา ตนมีสิทธิ์เข้าไปร่วมด้วย กุนตีติงไม่ทันแต่งก็แสดงอำนาจแล้ว แนะให้โทร.เข้าไปแต่พิศุทธิ์ก็ไม่รับสาย

ด้านพิศุทธิ์กำลังอึ้งกับคำสารภาพของน้ำผึ้ง เธอรำพันว่าที่ทำทุกอย่างเพื่อให้เขาหันมอง น้ำผึ้งโผกอดพิศุทธิ์ร่ำไห้ “ผู้หญิงคนนั้นต้องไม่ใช่กั้ง มันต้องเป็นฉัน ...ผู้หญิงที่อยู่ในหัวใจของคุณขอให้เป็นฉันได้ไหม”

พิศุทธิ์ดันตัวน้ำผึ้งออก และกล่าวหนักแน่น “ขอโทษครับ...ผมรักกั้งครับ”

น้ำผึ้งชาวูบไปทั้งตัว เสียงกะรัตที่ว่าตนเป็นผู้หญิงหน้าโง่ถูกผู้ชายหลอกฟัน สุดท้ายต้องแบกก้อนเลือดชั่วๆไว้ประจานความเลวของตัวเอง ลูกออกมาก็ต้องทนทุกข์เป็นลูกไม่มีพ่อ...น้ำผึ้งปิดหูส่ายหน้าร้องไห้วิ่งหนีไป พิศุทธิ์ห่วงเธอแต่ตัดใจกลับเข้าร้าน สวนกับกะรัตเฉียดฉิวที่เธอขึ้นรถขับออกไป

น้ำผึ้งเดินน้ำตาไหลเหม่อลอยมาถึงหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง เห็นรถบ่าวสาวติดโบว์ใหญ่ที่หน้าหม้อรถ ก็เกิดสติแตกเข้ากระชากดึงทึ้งมันออก พนักงานเข้าจับเธอไว้ จู่ๆเธอก็ปวดท้องร้องโอดโอย พนักงานจึงส่งเธอไปยังโรง- พยาบาล...รสสุคนธ์ตามมาดูแล เมื่อไม่เป็นอะไรจึงพากลับ

มาถึงบ้าน รสสุคนธ์ถามไถ่น้ำผึ้งว่าไปทำอะไรมา เธอตอบนิ่งๆว่า ไปเผชิญความจริงมา  โลกนี้ไม่ยุติธรรม ตนจะสร้างความยุติธรรมให้แก่ชีวิตตัวเอง รสสุคนธ์งงกับท่าทีของหลานสาว

เมื่อพิศุทธิ์เล่าเรื่องน้ำผึ้งให้เนื้อแพรฟัง เธอตกใจเกรงจะมีปัญหาตามมาแน่ๆ เตือนให้เขาอยู่ห่างเธอเข้าไว้ แต่พิศุทธิ์หนักใจเพราะทำงานที่เดียวกัน เนื้อแพรถอนใจ

“ชายบอกสายน้ำผึ้งไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาที่ชายต้องบอกกั้ง ถ้าชายไม่อยากมีปัญหาก่อนที่หนูกั้งจะรู้จากสายน้ำผึ้ง แล้วตอนนั้นหนูกั้งจะไม่ไว้ใจสายน้ำผึ้งและตัวชายอีก”

พิศุทธิ์รับคำ กดโทร.หากะรัตทันที แต่เธอกลับคุยเล่นไม่ฟัง และว่าจะรีบเข้านอนเพื่อพรุ่งนี้จะไปหาซื้อผ้ามาตัดชุดแต่งงาน ว่าแล้วก็วางสายไป พิศุทธิ์อ่อนใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ ศิวาทำกายภาพบำบัดอยู่ เขาให้พยาบาลช่วยถ่ายภาพส่งไปให้กันตา โดยอ้างว่ากันตาเคยให้เบอร์โทร.ไว้แต่ตนลืมเซฟ พยาบาลจึงกดเบอร์ให้ใหม่ เขายิ้มกริ่ม

กันตากำลังบ่นกับกุนตีว่ามีพวกคุณหนูเอาแต่ใจมาจีบน่ารำคาญ ศิวาส่งรูปพร้อมข้อความ ถ้าเขาเดินได้เธอต้องไปเดทกับเขา...กันตาส่งข้อความกลับทันที ว่าไม่มีเวลาไปเดทกับเขา แฟนตนรออยู่...จากนั้นกันตาเหมือนรอข้อความศิวาส่งกลับ กุนตีมองแล้วแกล้งคว้ามือถือมาวางข้างตัว กันตาร้องลั่น กุนตีจึงแซว ไหนบอกว่าไม่สนใจแล้วจะรอข้อความเขาทำไม

“ก้อยไม่ได้สนใจเขา ก้อยคอยดูว่ามีข้อความฉุกเฉินเข้ามารึเปล่า” กันตาเฉไฉ

กุนตีกับนวลร้องพร้อมกัน เหรอ...พลันมีข้อความเข้ามา กันตารีบคว้ามือถือวิ่งออกไปอ่านหน้าบ้าน ศิวาส่งข้อความมาว่า...ผมคิดถึงคุณ...กันตาเผลอยิ้ม กุนตีแอบมองอย่างรู้ทัน

ด้านน้ำผึ้งลาป่วยหนึ่งอาทิตย์ รสสุคนธ์หลงยินดีที่หลานคิดได้หันมาใส่ใจลูกในท้อง แต่เปล่าเลย ในใจน้ำผึ้งครุ่นคิดจะทำลายความรักของกะรัต...ในขณะที่กะรัตกับพิศุทธิ์กำลังเลือกรูปแบบการจัดงานอยู่ที่ร้านเวดดิ้ง กะรัตสังเกตเห็นสีหน้าพิศุทธิ์อมทุกข์ ก็แหย่ว่าเดี๋ยวแก่เร็ว พิศุทธิ์อยากจะบอกกะรัตเรื่องน้ำผึ้ง แต่ไม่มีโอกาสเสียที จู่ๆกะรัตก็ถามถึงเรื่องเรือนหอ เขาจึงนึกได้ว่าสามีฟองดาวเลขาเขาเป็นนายหน้า หาไว้แล้วว่าจะให้เธอไปดู ท่าทางกะรัตตื่นเต้นมาก

แต่พอได้มาดู กะรัตก็รู้สึกว่ามันเล็กน่าอึดอัด แต่ต้องทำยิ้มยินดีเกรงพิศุทธิ์จะเสียน้ำใจ ค่ำวันนั้น กะรัตมาอ้อนเจ้าสัวบัญชาให้ช่วยเรื่องเรือนหอ และหาวิธีพูดกับพิศุทธิ์ด้วย...วันรุ่งขึ้นเจ้าสัวเรียกพิศุทธิ์มาพบที่บ้าน

หลังใหญ่สวยหรูหลังหนึ่ง เพื่อบอกว่าเป็นของขวัญแต่งงาน กะรัตทำหน้าตื่นเต้นไม่รู้เรื่องมาก่อน แต่พิศุทธิ์ปฏิเสธ เจ้าสัวอึ้ง กะรัตเศร้าเสียดาย

“กั้ง...ถ้าผมรู้ไม่ทันคุณ ผมไม่เลือกคุณเป็นคู่ชีวิตผมหรอก...ผมต้องขอบคุณท่านเจ้าสัวที่เมตตา แต่ผมรับไว้ไม่ได้จริงๆ ขอบพระคุณมากนะครับ” พิศุทธิ์ยกมือไหว้แล้วหันหลังกลับ

กะรัตอ้อนวอนเจ้าสัวให้ช่วย เจ้าสัวจึงตามมาอธิบายให้พิศุทธิ์เห็นแก่ตนสักครั้ง ตนรู้ว่าเขาหยิ่งในศักดิ์ศรีตัวเอง แต่หลานสาวตนต้องอยู่กินกับเขาทั้งชีวิต ให้คิดเสียว่าเราทำเพื่อคนที่เรารัก พิศุทธิ์ไม่อยากให้ใครประณามว่าเป็นหนูตกถังข้าวสาร เจ้าสัวให้แง่คิด

“ระหว่างคนนอกบ้านที่ไม่ว่าเราจะทำดีแค่ไหน เขาก็ไม่เคยเห็นเราดี...กับคนในบ้าน ที่ไม่ว่าเราจะทำอะไรไม่ดี เขาก็รักและเห็นเราดี เราควรจะเลือกแคร์ใครกว่ากัน คุณพิศุทธิ์”

พิศุทธิ์เถียงไม่ออก เจ้าสัวให้เขาเลือกระหว่างศักดิ์ศรีกับความสุขของกะรัต...พิศุทธิ์มาติงกะรัต ครั้งนี้ตนยอมเพื่อความสุขของเธอ แต่ต่อไปอย่าเอาสมบัติมายัดเยียดให้ตนอีก...กะรัตขอบคุณเจ้าสัว เจ้าสัวถือโอกาสเตือน  เธอโตมากับการโดนคนเอาใจ พะเน้าพะนอ แต่ต่อไปต้องไปอยู่กับคนอื่นอย่าเอาแต่ใจ อย่าหวั่นไหวง่ายๆ และอย่าคิดว่าเขาเป็นสิทธิ์ขาด เขาเป็นคนไม่ใช่สิ่งของ กะรัตจึงบอกว่าครั้งนี้ตนจะจดทะเบียนตีตราเขาเป็นสามีเพียงคนเดียว เจ้าสัวฟังแล้วปลง  เหตุการณ์นี้ไม่รอดพ้นสายตาพวงหยกไปได้ เธอเข่นเขี้ยวจะไม่ยอมเสียอะไรให้อีกสักบาท

พิศุทธิ์กลับมาบ้าน พบว่าท่านชายอ๊อดซื้อรถสปอร์ตมาให้หนึ่งคันก็แปลกใจว่าพ่อไปรวยมาจากไหน เนื้อแพรบอกว่าได้ข่าวว่าหม่อมมลุลีซื้อเครื่องเพชรอีกหลายชุดด้วย

ooooooo

เวลาที่ผ่านไป กะรัตนั่งหลังขดหลังแข็งปักชุดแต่งงาน และเรียนทำอาหารจากเนื้อแพร พิศุทธิ์ดูแลตกแต่งเรือนหอ กันตาลางานสามวันมาช่วยกุนตีจัดหาของชำร่วย จากนั้นว่าที่บ่าวสาวยังต้องให้สัมภาษณ์และถ่ายปกหนังสือนิตยสารชื่อดังอีกด้วย

คืนก่อนแต่งงาน กะรัตคุยโทรศัพท์กับพิศุทธิ์ เธอกระเซ้า ถ้าก๋งไม่ห้ามเจอกันก่อนวันแต่งงาน ตนคงไปหาเขาแล้ว กะรัตถามพิศุทธิ์คิดถึงตนไหม เขาตอบว่าครับ...เธอโวยคุยตั้งยาวเขาตอบสั้นนิดเดียว พิศุทธิ์จึงแกล้งพูดว่าคร้าบ...ยาวๆ กะรัตหัวเราะ

“ต๊าย! เพิ่งรู้ว่าผู้ชายนิ่งๆอย่างคุณก็มีลีลากับเขาเหมือนกัน เดี๋ยวคืนส่งตัวพรุ่งนี้จะดูสิ คุณจะมีลีลาจริงรึเปล่า”

พิศุทธิ์เขิน เอ็ดให้เธอนอนเสีย พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า กะรัตให้เขาจุ๊บๆก่อน แล้วพรุ่งนี้...กะรัตทำเสียงหื่น เฮ่อๆๆ พิศุทธิ์ขำ “คุณนี่...จริงๆเลย รีบนอนเถอะพรุ่งนี้จะได้เจอกัน วันของเรา”

“คุณพิศุทธิ์คะ...กั้งรักคุณที่สุดเลย” กะรัตยิ้มมีความสุข ไม่ต่างจากพิศุทธิ์ที่หัวใจพองโต...

เช้าวันแต่งงาน พิศุทธิ์นั่งอยู่กลางวงผู้ใหญ่รอกะรัตเข้าพิธีสวมแหวน พวงหยกเหล่มองหม่อมมลุลีกับเนื้อแพรอย่างเหยียดๆ กันตาส่งเสียงว่าเจ้าสาวมาแล้ว ทุกคนหันมอง เห็นกะรัตในชุดไทยสวยสง่าสมการรอคอย พิธีสวมแหวนผ่านไปด้วยดีเข้าสู่พิธีรดน้ำสังข์ เจ้าสัวอวยพรให้บ่าวสาวมั่นคงในความรัก หม่อมมลุลีเข้ามารดน้ำอวยพรแขวะกะรัต ขอให้พิศุทธิ์อายุยืนยาว อย่าโดนอาเพศใดๆ และย้ำกะรัตช่วยทำตัวให้สูงส่งสมกับที่ได้เข้ามาอยู่ในราชสกุลของตน ไม่ต่างจากพวงหยกที่กระทบพิศุทธิ์

อย่าหวังจะได้อะไรจากลูกสาวตนอีก เพราะตนจะดูแลสมบัติแทนลูกโง่ๆเอง กุนตีติงแม่ให้เห็นแก่กะรัตบ้าง...เนื้อ-แพรเข้ารดน้ำอวยพรด้วยความจริงใจ

“จำไว้ว่าชีวิตคู่คือชีวิตของคนสองคน จะดีจะร้ายลูกสองคนต้องจับมือยึดมั่นประคับประคองกันไว้ หากวันนึงมีบุคคลที่สาม ก็จงเชื่อมั่นในคนของเราไว้ก่อน ใครก็มาแทรกกลางไม่ได้”

พิศุทธิ์รู้ว่าแม่สื่อถึงน้ำผึ้ง...หลังจากนั้น กฤชนำเจ้าหน้าที่เขตมาทำการจดทะเบียนสมรส พวงหยกทะลุกลางปล้อง ให้ทนายของตนแยกทรัพย์สินก่อน กะรัตหน้าเสีย พิศุทธิ์โพล่งขึ้นว่าไม่จำเป็น เพราะตนได้ให้ทนายของตนจัดการเรื่องทรัพย์สินไว้เรียบร้อยแล้ว เนื้อแพรพาทนายเข้ามายื่นเอกสารให้ ท่านชายอ๊อดเคืองบ่นกับหม่อมมลุลีว่าทำไมลูกถึงโง่แบบนี้

เจ้าสัวชื่นชมในความบริสุทธิ์ใจของพิศุทธิ์จริงๆ เมื่อเสร็จสิ้นการจดทะเบียน กะรัตกอดใบทะเบียนสมรสด้วยความดีใจสุดๆ พิสุทธิ์ติงว่ามันเป็นเพียงกระดาษแผ่นเดียว ถ้าใจตนไม่อยู่กับเธอ กระดาษแผ่นนี้ก็รั้งตนไว้ไม่ได้ ที่ตนอยู่กับเธอเพราะความรัก กะรัตยิ้มปลื้ม

“สามีใครน้า ปากหวานจัง แบบนี้กั้งรักตายเลย”

พิศุทธิ์ขอสัญญาจากเธอข้อหนึ่ง “เมื่อเรากำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ผมอยากให้คุณลืมเรื่องเก่าๆซะ เลิกผูกใจเจ็บ เลิกโกรธแค้นใครๆซะที”

“ใครบ้างล่ะคะ...อ๋อ คุณหมายถึงพวกแฟนเก่าๆ ของกั้งใช่ไหม”

พิศุทธิ์จะโยงเข้าเรื่องน้ำผึ้ง นวลโผล่มาขัดจังหวะเสียก่อน เตือนให้เตรียมตัวไปโรงแรม กะรัตนึกได้รีบไปแต่งตัวใหม่ พิศุทธิ์อ่อนใจไม่ได้บอกเรื่องน้ำผึ้งเสียที...

ด้านน้ำผึ้ง ทำทีเหมือนสบายใจหันมาดูแลลูกในท้องให้รสสุคนธ์ตายใจ แต่จริงๆแล้วเตรียมตัวไปทำลายงานแต่งงานของกะรัต เธอแกล้งขอให้รสสุคนธ์ไปซื้อราดหน้าปากซอยให้แล้วรีบแต่งตัวหนีออกไป...น้ำผึ้งสวมชุดราตรีสีดำ เข้ามาในโรงแรมที่กะรัตจัดงาน

ภายในงาน ทุกคนแต่งตัวเฉิดฉาย บ่าวสาวกำลังขึ้นเวทีกล่าวขอบคุณแขกเหรื่อ จากนั้นก็ถึงเวลาโยนช่อดอกไม้...น้ำผึ้งก้าวเท้าเข้ามา ช่อดอกไม้ลอยมาตกแทบเท้า ทุกคนแหวกออกหันมอง กะรัตและพิศุทธิ์เห็นน้ำผึ้งก็ตกตะลึง พิศุทธิ์จับกะรัตไว้ไม่ให้ลงไปทำอะไร...น้ำผึ้งเริ่มยั่วอารมณ์ว่า ตนมาเป่าเค้กวันเกิดด้วยเหมือนทุกปีที่ผ่านมา กะรัตกราดเกรี้ยวตนไม่มีเพื่อนสารเลวอย่างเธอและไล่ให้ออกไป พิศุทธิ์ปรามให้ใจเย็น น้ำผึ้งไม่รอช้าแสดงความยินดีกับพิศุทธิ์...

ooooooo

ตอนที่ 4

ฟองดาวเป็นเลขาคนใหม่ของพิศุทธิ์ เธอขวางไม่ให้น้ำผึ้งเข้าไปหาพิศุทธิ์ในห้องทำงานโดยทำตามหน้าที่ มีอะไรตนจะไปรายงานเอง น้ำผึ้งจึงแกล้งฝากงาน ซับซ้อนจนฟองดาวงง ให้น้ำผึ้งเข้าไปบอกพิศุทธิ์เอง น้ำผึ้งยิ้มกริ่มที่ช่างหลอกง่ายดาย

พอเข้ามาพบพิศุทธิ์ได้ น้ำผึ้งก็ขอเลี้ยงข้าวเย็นเขา เป็นการขอบคุณที่ส่งบ้านเมื่อวาน เขาปฏิเสธนุ่มนวลว่ามีนัดแล้ว น้ำผึ้งทำทีน้อยใจ หาว่าเขาอายที่ต้องไปกับผู้หญิงท้องไม่มีพ่อ พิศุทธิ์ส่ายหน้า แต่เธอแทรกขึ้นเหมือนถูกกดดันจนต้องระบายว่าตนไม่อายเพราะเด็กคนนี้เกิดจาก ความรักของตน ถึงผู้ชายคนนั้นจะหลอก พิศุทธิ์งงเพราะเท่าที่เห็นเรื่องเธอไม่ได้เป็นอย่างนี้

น้ำผึ้งเล่าว่าตนกับพ่อเด็กทำงานที่เดียวกัน “แต่ฉันได้เลื่อนตำแหน่งสูงกว่าเขา เขาบอกฉันว่าเขาอายที่มาเป็นลูกน้อง ฉันเลยให้เขาลาออกแล้วเอาเงินเก็บของฉันเปิดบริษัทให้เขา เขาสัญญาว่าจะหาเงินเพื่อสร้างครอบครัวของเรา...แล้ววันหนึ่งเขาก็ทิ้งฉันไป แต่งงานกับผู้หญิงที่รวยกว่า แล้วฉันก็โดนด่าว่าเป็นเมียน้อย ทั้งๆที่ฉันรักกับเขาก่อนผู้หญิงคนนั้น ฉันโดนผู้คนประณามว่าแย่งสามีคนอื่น ทั้งๆที่ฉันเป็นเมียที่จดทะเบียนสมรส”

พิศุทธิ์ชักสงสารเธอที่โด นภูเบศร์หลอก น้ำผึ้งแกล้งเสียใจจนเป็นลม เพื่อให้เขาพาไปหาหมอ แล้วเลยต้องพาไปส่งบ้านอีกครั้ง....พิศุทธิ์โทร.บอกกะรัตระหว่างรอน้ำผึ้ง เข้าหาหมอ ว่าตนเคลียร์งานอยู่ไปช้านิดหน่อย น้ำผึ้งรู้สึกภูมิใจที่ทุกคนมองว่าตนมีสามีพามาตรวจครรภ์ พยาบาลก็เข้าใจว่าเขาเป็นพ่อเด็ก กันตาเดินมาเห็นหลังไวๆ เอะใจแต่ตามไปดูไม่ทัน จึงโทร.ถามกะรัตว่าพิศุทธิ์ไปหาหรือยัง กะรัตบอกว่าเขายังเคลียร์งานอยู่

กะรัตไม่อยากรอ ตัดสินใจไปหาพิศุทธิ์ที่บริษัท พอมาถึงจึงได้รู้ว่าเขากลับไปนานแล้ว กะรัตรีบกลับไปที่ร้านเสื้อ แต่พิศุทธิ์ก็ยังมาไม่ถึง ชักสังหรณ์ใจแต่ไม่กล้าโทร.จิกเกรงเขาโกรธ

รสสุคนธ์เห็นท่าที พิศุทธิ์แล้วไม่อยากคิดตามที่น้ำผึ้งพร่ำบอก ว่าเขาจะมาเป็นหลานเขยในอนาคต จึงเตือนหลาน “อย่าเพิ่งฝันไปเลยผึ้งเอ๊ย ที่เขาดีกับเราเพราะว่าเขาเป็นคนมีน้ำใจ”

“แต่ผึ้งเชื่อว่าผึ้งไม่ได้แค่ฝัน น้ารสคอยดูแล้วกัน ผึ้งดูอาการคนไม่ผิดหรอก” น้ำผึ้งมั่นใจ

แยก จากน้ำผึ้งมาได้ พิศุทธิ์รีบมาหากะรัตที่ห้องเสื้อบอกเธอตามจริงว่าพาเพื่อนที่ทำงานไปหาหมอ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นน้ำผึ้ง กะรัตคลายความขุ่นข้องหมองใจ รีบทำตามแผนเซอร์ไพรส์เขาด้วยการเอามือปิดตาเขา พาเดินไปที่ราวแขวนเสื้อที่มีเสื้อผ้าผู้ชายเต็มราว

พอเปิดตา พิศุทธิ์อึ้ง “นี่มันอะไรกันครับ คุณจับผมปิดตาเพื่อมาดูเสื้อผ้านี่น่ะเหรอ”

“แน่นอน ค่ะ เพราะเสื้อผ้าทั้งราวเนี่ยเป็นของคุณทั้งหมด...ไม่ต้องอึ้งค่ะ คุณเป็นคนที่กั้งรักแล้วกั้งก็เป็นเจ้าของห้องเสื้อ น้อยกว่านี้ก็แย่สิคะ”

“ไหนคุณบอกว่าชอบที่ผมเป็นผมไง” พิศุทธิ์แกล้งทำหน้าขรึม

กะรัตร้อนตัว รีบบอกว่าตนแค่อยากให้เขาดูดีเท่านั้นเอง ไม่ได้คิดเปลี่ยนเขา ถ้าเขาไม่ชอบก็ไม่ต้องเอาไป พิศุทธิ์หัวเราะออกมา กะรัตจึงรู้ว่าถูกแกล้ง หยิก เขาแล้วสะบัดหน้างอน เขารู้สึกสดชื่นและมีความสุขที่ตามง้อเธอ...ทั้งสองพากันมาที่โรงหนัง กะรัตชอบหนังรัก แต่เอาใจเขาด้วยการเลือกหนังไซไฟ พิศุทธิ์รู้ทันตัด สินใจดึงกะรัตออกจากโรงหนัง ไปเดินซุปเปอร์มาร์เกตแทน กะรัตตื่นตาเพราะไม่เคยเข้ามาซื้อของในนี้เองมาก่อน

เผอิญคุณนายรำภาและคุณนายศจีเห็นรีบรายงานพวงหยกทันทีว่าเห็นกะรัตเดินอี๋อ๋อกับลูกชายเนื้อแพร พวงหยกเดือดดาล พยายามกดโทรศัพท์หากะรัตแต่เธอไม่รับสาย พวงหยกจึงโทร.หาเนื้อแพรแทน แล้วใส่ไม่ยั้ง

“แกคิดจะเคลมทั้งผัวทั้งลูกฉันเลยรึไงนังเนื้อแพร” เนื้อแพรยังงงว่าใคร แต่พอพวงหยกเอ่ย “จำเสียงฉันไม่ได้หรือไง คนที่แกอยากใช้ผัวร่วมกับฉันไง”

“คุณพวงหยก!”

“แหม...พอพูดเรื่องนี้ฉลาดขึ้นมาเลยนะ”

“มีคุณคนเดียวล่ะที่คิดแต่เรื่องแบบนี้”

“ใครกันแน่ที่คิดแต่เรื่องต่ำๆ แผนสูงนักนะแก ใช้ตัวแลกกับผัวฉันไม่พอ ยังจะซ้อนแผนให้ลูกชายแกตกถังข้าวสารอีกคนหรือไง”

“คุณพูดอะไรฉันไม่เข้าใจ...”

“เล่นบทหน้าโง่เก่งเหลือเกินนะ ฉันจะไม่ยอมให้ยัยกั้งเสียค่าโง่กับลูกชายแกเด็ดขาด เป็นตายยังไงนายพิศุทธิ์ก็ไม่มีวันได้แอ้มยัยกั้ง จำใส่กะโหลกไว้” พวงหยกทิ้งบอมบ์เสร็จตัดสาย

เนื้อแพรกังวลเรื่องพิศุทธิ์...พิศุทธิ์กับกะรัตขึ้นนั่งบนรถไม่ทันจะออกรถ เนื้อแพรโทร.เข้ามา เขารู้ว่าไม่ควรหนีอีกแล้วจึงบอกกะรัต “ผมคิดมาตลอดว่าถ้าเราคิดจะคบกันจริงๆ เราก็ควรให้ผู้ใหญ่ได้รับรู้ ทั้งฝ่ายผมและที่บ้านของคุณ ถึงเวลาที่คุณกับผมต้องเผชิญความจริงกันแล้ว”

“แต่กั้งไม่ได้เตรียมตัวเลย”

พิศุทธิ์กุมมือให้กำลังใจ “อย่ากังวลเลยครับ แม่ผมเป็นคนมีเหตุผล ถ้าท่านรู้ว่าเราจริงใจที่จะคบกัน ท่านคงไม่ใจร้ายกับเราหรอก”

พิศุทธิ์ตัดสินใจรับสายเนื้อแพร แล้วบอกเธอว่าเย็นนี้จะพาเพื่อนเข้าไปทานข้าวที่บ้าน ให้เธอรอทานข้าวด้วย กะรัตสีหน้ากังวล เนื้อแพรไม่ทันโต้อะไร เขาก็ตัดสายไปเสียแล้ว

ooooooo

ทันทีที่พิศุทธิ์เดินเข้าบ้าน เนื้อแพรเปิดฉากบอกว่าพวงหยกโทร.มา แต่ไม่ทันพูดจบพิศุทธิ์ก็ดึงกะรัตเข้ามา เธอยกมือไหว้เนื้อแพรอย่างเกร็งๆ เนื้อแพรรับไหว้ตะลึง...พิศุทธิ์จะบอกจุดประสงค์ที่พากะรัตมา แต่เนื้อแพรสวน

“ลูกบอกว่าจะพาเพื่อนมาบ้าน แม่ไม่ยักรู้ว่าลูกกับกะรัตเป็นเพื่อนกันอยู่” เนื้อแพรเน้นคำว่าเพื่อน พิศุทธิ์สบตากะรัตอย่างให้กำลังใจ

พิศุทธิ์ชิงบอกเนื้อแพรว่า กะรัตซื้อกับข้าวมามากมาย เนื้อแพรตัดบท “คุณกลับไปเถอะ”

กะรัตหน้าเจื่อน พิศุทธิ์อ้าปากจะพูด กะรัตแทรก “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันรู้ว่าระหว่างเราเริ่มต้นไม่ค่อยดีนัก แต่ถ้าคุณเป็นฉัน คุณก็คงทำไม่ต่างจากฉันหรอก แต่ตอนนี้ความรู้สึกของฉันเปลี่ยนไปแล้ว ขอโอกาสให้ได้พิสูจน์ว่าฉันสามารถเปลี่ยนตัวเองได้เพื่อลูกชายคุณ”

แต่เนื้อแพรยังย้ำคำเดิมว่าให้เธอกลับไปเสีย แล้วเดินเข้าครัว กะรัตตามเอาใจจะช่วยงานในครัว เนื้อแพรพยายามข่มใจจนหมดความอดทน ถามเธอกำลังทำอะไร มายุ่งกับลูกตนทำไม

“ฉันคิดว่าฉันพูดกับคุณไปชัดเจนแล้วซะอีก”

“แต่เราก็แค่พยายามศึกษากัน มันไม่น่าจะมีอะไร เสียหายนี่คะ”

“แสดงว่าคุณไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันพยายามบอก นอกจาก จะไม่เข้าใจ คุณยังฝืนจะเอาชนะ ฉันบอกตามตรงว่าฉันไม่สบายใจที่เห็นคุณมายุ่งกับพิศุทธิ์ เพราะฉันเองก็พอจะรู้จักนิสัยคุณอยู่บ้าง”

กะรัตยืนยันว่าจะเปลี่ยนตัวเอง แต่เนื้อแพรไม่เชื่อและให้กะรัตตั้งสติ “ก่อนที่จะพูดอะไร ขอให้ตัดคำว่าอยากได้ ต้องได้ออกไป แล้วลองถามใจตัวเองว่าคุณอยากคบพิศุทธิ์จริงหรือเปล่า”

“ฉันจริงใจต่อคุณพิศุทธิ์ ฉันไม่คิดจะคบเขาแค่ฉาบฉวย”

“แล้วคุณแม่คุณยอมไหม!”

กะรัตชะงักก่อนจะรับรองว่าแม่ต้องยอม เนื้อแพร ย้อนเธอไม่รู้จักแม่ตัวเอง “ฉันโดนใครต่อใครตราหน้าต่อว่าเสียๆหายๆยังไง ฉันรับได้ แต่ถ้ามาว่าเขาจะมาจับผู้หญิงรวยๆอย่างคุณ ฉันยอมไม่ได้”

“แต่ฉันรักคุณพิศุทธิ์จริงๆนะคะ”

“คุณก็คงคิดอย่างนี้กับทุกคนที่แล้วมา จริงไหม”

“คุณพิศุทธิ์ไม่เหมือนผู้ชายเลวๆพวกนั้น เขาดีกว่าทุกๆคนที่ฉันเจอมา”

“คุณอยากได้คนดีๆเพียงแค่คุณยังไม่เคยได้ คุณทำยังกับเขาเป็นของสะสมของคุณงั้นล่ะ”

“ไม่ใช่ยังงั้นนะคะ ฉันรู้ว่าฉันผ่านอะไรมามาก แต่ฉันก็อยากแก้ตัวกับเขาเป็นคนสุดท้าย”

“เพราะอย่างนี้ไงฉันถึงห่วง ฉันไม่ได้มองว่าพิศุทธิ์ดีวิเศษไปกว่าผู้ชายคนอื่น  แต่เขาไม่ได้มีประสบการณ์เรื่องนี้เท่าคุณ เขาเป็นคนใจดี เขาไม่มีภูมิคุ้มกันในเรื่องแบบนี้ แล้วอีกอย่างอย่าหาว่าฉันงมงายเลยนะ สามีคุณแต่ละคนก็ตายกะทันหันทั้งนั้น  ฉันกลัวพิศุทธิ์อายุสั้นเพราะคุณ”

กะรัตหน้าชา ถามจะให้ตนทำอย่างไร เนื้อแพรเชือดเฉือน ในเมื่อเปลี่ยนอดีตไม่ได้ ก็อย่าทำลายอนาคตของพิศุทธิ์ ตนไม่ได้หวังผู้หญิงที่เลิศเลอเพอร์เฟกต์อะไรมากมาย ขอแค่คนที่จะไม่ทำให้เขาต้องโดนหัวเราะเยาะ ลับหลัง ว่าเป็นแค่ของเล่นคลายเหงาของเธอ เนื้อแพรเน้นชัดๆ

“คุณคงรู้ดีว่าการแต่งงานที่ล้มเหลว มันสร้างบาดแผลให้ชีวิตยังไง อย่าหยิบยื่นบาดแผลนั้นให้คนดีๆอย่างพิศุทธิ์เลยนะ ฉันขอร้อง”

กะรัตชาวูบไปทั้งตัว ลำคอตีบตื้นพูดอะไรไม่ออก พิศุทธิ์ตามเข้ามาเห็นท่าทีสองคนผิดปกติ เนื้อแพรมองว่ากะรัตจะทำอย่างไรต่อไป พิศุทธิ์เข้ามาจับมือกะรัต แต่เธอดึงมือออกอย่างเจ็บปวด รู้สึกตัวเองสกปรกเหลือเกิน ฝืนยิ้มขอตัวกลับ พิศุทธิ์รีบถามแม่พูดอะไร เธอส่ายหน้าอ้างปวดหัว เครียดเรื่องงาน  แล้วเดินออกไป พิศุทธิ์ตามไปรั้งตัว ถามว่าแม่พูดอะไรกับเธอ

“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่มีอะไร” พิศุทธิ์ไม่เชื่อ กะรัตกลั้นน้ำตาคิดหาทางทำให้เขาโกรธและตัดใจไปจากตน จึงตวาดใส่ “เลิกเซ้าซี้สักทีได้ไหม คุณอยากรู้ใช่ไหม ได้! แม่คุณบอกว่าฉันทนคุณไม่ได้นานหรอก ผู้ชายอย่างคุณมันน่าเบื่อ จืดชืด ไม่หวือหวาอย่างที่ฉันชอบ แล้วฉันก็ยอมรับว่ามันเป็นเรื่องจริง!” พิศุทธิ์จะอ้าปาก กะรัตสวน “คุณรู้ไหมว่าฉันอยู่กับคุณ ฉันต้องทำตัวแอ๊บแบ๊ว ไม่มีความเป็นตัวเองเลย บอกตรงๆว่าฉันอึดอัด และที่สำคัญ คนอย่างกะรัตมีศักดิ์ศรีเกินกว่าจะมายืนให้เมียน้อยของพ่อด่าอย่างนี้”

“กะรัต!” พิศุทธิ์โกรธที่จิกว่าแม่ของเขา แต่ก็ยังรั้งเธอไว้ไม่ให้ขึ้นรถ

กะรัตกระชากตัวออกขึ้นรถปิดประตู กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล สตาร์ตรถขับออกไปด้วยหัวใจสลาย พิศุทธิ์ยืนอึ้งน้ำตาคลอ...กลับเข้าบ้านถามเนื้อแพรคุยอะไรกัน ตนไม่เชื่อสิ่งที่กะรัตพูด เนื้อแพรจึงบอกว่า ทุกสิ่งที่ตนพูดกับกะรัต ด้วยความหวังดีต่อเขาทั้งนั้น

“อย่าปล่อยให้เขาเอาความน่าสงสารมาทำให้ลูกติดบ่วง ถ้าลูกเชื่อในความรักของแม่ ก็ขอให้เชื่อว่าสิ่งที่แม่ทำไปมันคือสิ่งที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุด” พูดจบเนื้อแพรเดินไป ปล่อยให้ลูกชายยืนคิดจับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่คนเดียว

ooooooo

ด้านพวงหยกกลับมาไล่เบี้ยกันตากับกุนตี รวมไปถึงนวลที่ช่วยกันปิดบังเรื่องกะรัตกับพิศุทธิ์ ทั้งสามนิ่งเงียบ พอดีกะรัตเดินเข้ามา พวงหยกก็ใส่ทันที ถ้าเพื่อนไม่มาบอกตนคงเป็นควายให้เนื้อแพรหัวเราะเยาะ แล้วด่าว่าแทงใจกะรัต

“ผัวเก่ายังไปไม่ถึงนรก แกก็แล่นไปหาเหาใส่หัวอีก จะครองตัวเป็นโสดให้ฉันพักหูจากเสียงครหาบ้าง มันจะอัดอั้นใจตายรึไง”

“กั้งเลิกกับเขาแล้ว ทีนี้แม่พอใจรึยัง” กะรัตโพล่งออกมา ทำเอากันตากับกุนตีตกใจ

ตอนที่ 3

สนามริมหาดบ้านพักตากอากาศ นวล สมหวัง และสาวใช้ช่วยกันเตรียมบาร์บีคิว กันตากุลีกุจอจัดสถานที่จนกุนตีหมั่นไส้ ดูจะเชียร์หนุ่มคนนี้จนเกินไป กันตาจึงบอกว่าถ้ากุนตีเห็นพิศุทธิ์จะรู้สึกเหมือนตน ไม่ทันไรพิศุทธิ์โทร.เข้ามาขอโทษที่มาไม่ได้ กันตาผิดหวัง

กะรัตแต่งตัวเฉิดฉายทั้งที่ปากว่าไม่สนใจ พอรู้ว่าพิศุทธิ์มาไม่ได้ก็ผิดหวังกึ่งเจ็บใจที่อุตส่าห์แต่งตัว

สวย สักพักกะรัตก็โพล่งขึ้น สั่งนวลยกอาหารไปที่บ้าน พิศุทธิ์ กุนตีตกใจเกรงจะยุ่งกับเขามากเกินไป แต่กะรัตอ้างว่า

“เราอุตส่าห์จะเลี้ยงตอบแทน เขาก็ควรจะรักษาน้ำใจเราบ้าง เรื่องแบบนี้มันเป็นมารยาท ผู้ชายอย่างเขาน่าจะเข้าใจ ยกเว้นแต่ว่าเขาจงใจจะหักหน้ากั้งเท่านั้น”...

นวลคุมสาวใช้หอบอาหารมากมายมาที่บ้านพิศุทธิ์ บอกว่ากะรัตให้นำมา เขามองอาหารอย่างครุ่นคิดก่อนจะฝากนวลไปขอบคุณกะรัตและขอโทษที่ไปไม่ได้...แต่พอนวลกลับมาบอกกะรัต เธอกลับคิดว่าเขาหาเรื่องแก้ตัวให้มันจบๆไป กันตาติงพี่สาวคิดมาก เขาอาจเกรงใจก็ได้

“เธอนั่นแหละที่รู้จักเขาน้อยไป เขาอาจจะมองพี่เหมือนคนอื่นๆ...ผู้หญิงกินผัว นี่เขาคงกลัวพี่จะไปตอแย เขาถึงได้กล้าทำแบบนี้ เขาไม่ตะโกนใส่หน้าหาว่าฉันบ้าผู้ชายก็บุญแค่ไหนแล้ว” กะรัตเดินตึงๆเข้าห้องเจ็บใจที่ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนปฏิเสธตนแบบนี้มาก่อน...

ตอนที่ 2

พอพวงหยกรู้เรื่องก็ด่าว่าน้ำผึ้งยกใหญ่ กันตาเป็นห่วงจิตใจกะรัตที่เจอเรื่องเลวร้ายซับซ้อนขนาดนี้ พวงหยกว่าเดี๋ยวก็ทำใจได้เพราะเป็นครั้งที่สามแล้ว กุนตีเหน็บ แม่ไม่ได้เลี้ยงกะรัตมาเหมือนตน ไม่รู้หรอกว่ากะรัตดูแกร่งนอกแต่ข้างในอ่อนไหวมาก พวงหยกโวย

“ใช่ ซี้...แกไม่ได้มีผัวเจ้าชู้เหมือนฉันนี่ ลำพังคอยตามจับพ่อแกมาใส่กรง ฉันก็ไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้ว... เชอะ...” สีหน้าพวงหยกสลดลง ใจจริงก็ห่วงจิตใจกะรัตไม่น้อย

กะรัตเอาอัลบั้มรูปสมัยเรียนมาดู คิดถึงอดีตที่เป็นเพื่อนรักสนุกสนานกับน้ำผึ้ง วันเกิดน้ำผึ้งตนก็ซื้อเค้กไปเซอร์ไพรส์ วันแต่งงานก็ดึงน้ำผึ้งเข้ามาถ่ายรูปด้วยเหมือนเป็นหนึ่งในครอบครัว...ความ ไว้ใจของกะรัตถูกเพื่อนรักทำลายจนหมดสิ้น เธอฉีกรูปเหล่านั้นทิ้ง

หน้า บ้าน พิศุทธิ์กลับมาเห็นรถหม่อมมลุลีจอดอยู่ก็ถอนใจ ต้องมีเรื่องหนักใจอีกแน่ พอเข้ามาในบ้าน หม่อมมลุลีก็ทัก “กลับมาแล้วเหรอพ่อตัวดี...”

พิศุทธิ์ยกมือไหว้นอบน้อมก่อนจะถามท่าน มีธุระอะไร หม่อมมลุลีจะให้เขาไปดูตัวสาว พิศุทธิ์ปฏิเสธกรายๆ ขอให้เรื่องคู่เป็นการเลือกของตนเอง

“แต่ย่าเจอแล้ว ชายจะต้องไปหาให้เสียเวลาทำไม”

“นั่นมันคนที่หม่อมย่าถูกใจ ไม่ใช่ผมนี่ครับ”

“เรื่อง อย่างนี้มันไม่ใช่แค่ความถูกใจอย่างเดียวนะชาย มันต้องมีความเหมาะสมด้วย หนูชวาลาเป็นถึงลูกสาวท่านรัฐมนตรีอิสระ แล้วท่านยายของหนูชวาลาก็เป็นหม่อมเหมือนย่า ถึงชายจะมีเลือดบริสุทธิ์จากย่าเพียงครึ่งเดียว ย่าก็อยากรักษาให้ถ่ายทอดถึงรุ่นหลาน รุ่นเหลนให้มากที่สุด ไม่ใช่ปะปนกับเลือดไก่กาจนไม่เหลือ คุณค่าของวงศ์ตระกูลสูงศักดิ์ เพราะฉะนั้นหนูชวาลา เหมาะสมกับชายที่สุดแล้ว ย่าไม่อยากให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอย เหมือนที่พ่อของชายไปคว้าแม่ดาราปลายแถวนั่น”

“แต่ที่ผมได้ดีมาถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะแม่อบรม เลี้ยงดูผมมาเหรอครับ”

“ชายถูกปิดหูปิดตา ไม่รู้หรอกว่าแม่ตัวเองเน่า แค่ไหน”

“ถึงแม่จะไม่ใช่ราชนิกุล แต่แม่ก็มีความดี มีเกียรติไม่น้อยกว่าใคร”

เนื้อ แพรกำลังจะออกไปงานศพ แอบฟังย่าหลานคุยกันอย่างสะเทือนใจ...พิศุทธิ์แก้ต่างให้แม่ทุกอย่างที่ หม่อมมลุลีปรักปรำ จนเธอโมโหที่เขาเถียงไม่ตกฟาก เขายืนยันว่าแม่ไม่ทำตัวเสียหาย และเมื่อตนมีนิสัยแย่ๆ ก็ไม่เหมาะสมกับคนที่ย่าหาให้...เนื้อแพรเห็นจะไปกันใหญ่ทำทีเดินออกมาบอก พิศุทธิ์พร้อมจะไปหรือยัง เขารับมุกควงแขนแม่ออกไป หม่อมมลุลีเต้นผาง

ขับรถออกมาจากบ้านได้ พิศุทธิ์บ่นเมื่อไหร่ย่าจะหยุดหาคู่ให้ตนเสียที เนื้อแพรตอบขำๆว่าเมื่อเขา

มีใครสักคน พิศุทธิ์อึ้งหัวใจดันเต้นรัวตวัดไปนึกถึงกะรัต จนต้องแปลกใจตัวเอง...

กัน ตากับกุนตีประคองกะรัตมาวัด ทั้งสองบ่นว่าจะมาทำไมเมาขนาดนี้ นวลจึงอาสาพากลับบ้าน นวลประคองกะรัตไม่ไหวจึงให้เธอนั่งรอ จะไปตามสมหวังเอารถมารับ พอดีพิศุทธิ์จอดรถส่งเนื้อแพรที่ลานจอดรถของวัด เธอแซวลูกชายที่เลือกมาส่งแม่แทนที่จะไปดูตัวสาวลูกเศรษฐีร้อยล้าน พิศุทธิ์อ้อนไม่เสียดายลูกคนนี้บ้างหรือ เนื้อแพรตบแก้มลูกเบาๆอย่างเอ็นดูแล้วหอมแก้มฟอด ชวนเข้าไปสวดศพด้วยกัน แต่เขาขอตัวแล้วจะกลับมารับ เนื้อแพรบอกว่ามีเพื่อนไปส่ง...ด้านนวล เอารถมาถึงหากะรัตไม่เจอก็ตกใจ บอกสมหวังลงมาตามหากันจ้าละหวั่น

พิศุทธิ์ ขับรถจะออกประตูวัด ต้องแปลกใจเมื่อเห็นกะรัตเดินใจลอยอยู่ข้างทางมืดค่ำ จึงขับรถตามเธออย่างห่วงๆ พลันมีมอเตอร์ไซค์ผ่านมาเฉี่ยวเธอล้มลง แถมด่าหาว่าเธอเดินเกะกะ พิศุทธิ์รีบจอดรถลงมาช่วยพยุง เธอมองหน้าเขาคิดๆว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน เขาจึงเอานาฬิกาออกมาคืนให้ “ผมว่าจะฝากคนไปคืนคุณอยู่พอดี”

กะรัตเห็นนาฬิกาก็จำได้ แล้วตกใจ “นี่คุณไม่ได้เป็นใบ้เหรอ...คุณหลอกฉัน!”

“เฮ้ย! ผมไม่ได้หลอกอะไรคุณเลย คุณเห็นอะไรคุณก็คิดและเชื่อไปเอง โดยที่คุณไม่ถามผมสักคำ”

กะรัตยัดนาฬิกาคืนใส่มือเขา “ฉันบอกว่าให้เป็นค่าตอบแทนไง ฉันไม่เคยใช้ใครฟรีๆ”

“คุณไม่รู้จักคำว่าน้ำใจรึไง”

กะรัตเสียงเยาะ “คำนั้นมันไม่มีจริงหรอกคุณ” แล้วฟูมฟายขึ้นมา “ในโลกนี้มันไม่มีคำว่าน้ำใจ ไม่มีคำว่า ความรักแท้ ไม่มีคำว่าเพื่อน”

พิศุทธิ์ พยุงกะรัตลุกขึ้น เธอเซเพราะยังมึนเมา เขาจะพาเข้าไปส่งในวัดแต่เธอไม่ยอมไป เขาจึงพาเธอมานั่งในรถและจะไปส่งบ้านให้ กะรัตเห็นรอยลิปสติกที่แก้มเขาก็เข้าใจว่าเขาเป็นผู้ชายรักสนุก จึงย้อนถามว่าคนที่บ้านไม่รอแย่หรือ เขาตอบไม่เป็นไรแล้วขับรถออกมา

กะรัต มองไปข้างหน้าเห็นโรงแรมม่านรูด ก็คิดไปว่าเขาคงต้องการเหมือนผู้ชายทั่วไป จึงหยั่งเชิงถามว่าเขาทำดีกับผู้หญิงทุกคนที่ไม่รู้จักเหมือนทำกับตนหรือ เปล่า

“การที่คุณไม่รู้จักผม ไม่ได้แปลว่าผมไม่รู้จักคุณนะ”

กะรัต ยิ่งมั่นใจ เขารู้ว่าตนรวยจึงอยากรู้จัก ความเมาทำให้นึกประชดชีวิต เธอบอกให้เขาเลี้ยวรถเข้าม่านรูด พิศุทธิ์ตกใจถามให้เข้าไปทำไม

“แหม...ฉันรู้น่า คุณลงทุนวางแผนอยากรู้จักฉันขนาดนี้ ฉันก็เปิดโอกาสให้คุณไง”

“ผมว่าคุณเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะ”

“เอาน่า...เราแวะทำความรู้จักกันอีกนิดเถอะ ฉันว่าฉันอยากรู้จักคุณให้มากกว่านี้แล้วล่ะ”

พนักงาน ฉายไฟโบกให้เข้าจอด พิศุทธิ์พยายามอธิบายว่าตนไม่ได้หวังทำอะไรเธอ แต่เธอไม่เชื่อ โวยวายว่าตนเชื่อในสิ่งที่เห็น แล้วด่าว่าผู้ชายก็เลวเหมือนกันหมด ในหัวมีแต่เรื่องเซ็กซ์ กะรัตโน้มคอพิศุทธิ์ลงมา เขาเริ่มโมโหผลักดันเธอออก ขู่ถ้าไม่หยุดจะปล่อยลงตรงนี้ เธอกลับหาว่าเขากลัวการผูกมัด หาว่าเล่นตัว จะเรียกเงินเท่าไหร่ตนมีจ่าย ใครๆก็หวังเงินจากตนทั้งนั้น พิศุทธิ์เหลืออด เสียงเขียว...ทำไมถึงทำตัวแบบนี้

“ทำไมล่ะบอกฉันหน่อยว่าทำไม...ฉัน อยากมั่วดูบ้าง ในเมื่อเป็นผู้หญิงดีๆแล้วมันไม่ถึงใจ โดนผัวทุกคน นอกใจหมด ฉันก็อยากจะรู้ว่าถ้าฉันทำตัวสำส่อนแล้วจะมัดใจผู้ชายได้บ้างไหม”

พิศุทธิ์จับแขนกะรัตให้หยุด “ฟังนะ ผมไม่รู้ว่าคุณไปเจอคนประเภทไหนมา แต่ผมสาบานได้ว่า ผมไม่เคยคิดอะไรในทางเกินเลยกับคุณสักนิด”

“ไม่คิดแล้วสะกดรอยตามฉันทำไม ทำไมฉันถึงได้เจอคุณทุกที่ที่ฉันไป”

พิศุทธิ์ งงที่กะรัตหาว่าเขาตามจีบเพราะความรวยของเธอ จึงตอกกลับ “ขอโทษนะที่ผมต้องพูดตรงๆ แต่ผมไม่ได้พิศวาสอะไรคุณสักนิด แค่ในเสี้ยวความคิดก็ยังไม่มีเลย...ถ้าคุณอยากจะสนุกประชดชีวิต คงต้องไปหาคนที่เขาเต็มใจ ซึ่งนั่นไม่ใช่ผม”

กะรัตเหมือนถูกกระแทก บาดแผลที่เจ็บหนัก จ้องหน้าเขาน้ำตารื้น ก่อนจะลงรถปิดประตูปัง สบถจะไปไหนก็ไปเลยผู้ชายเฮงซวย...พิศุทธิ์ยังเป็นห่วงเธอที่อยู่หน้าโรงแรม ม่านรูด จึงบอกให้เธอกลับขึ้นรถ แต่ด้วยความเมาทำให้คิดสั้น กะรัตวิ่งออกไปกลางถนนให้รถชน เสียงรถบีบแตรลั่น พิศุทธิ์ตกใจสุดขีดวิ่งลงไปดู

ooooooo

ภายในวัด กฤช กุนตี กันตา นวลและเนื้อแพรช่วยกันตามหากะรัต นวลร้องไห้โทษตัวเองที่ปล่อยกะรัตตามลำพัง ไม่ทันไร มือถือกันตาดัง พอกดรับสายเธอตกใจมากเมื่อกะรัตโทร.มาบอกว่ารถชน ให้มารับที่โรงพยาบาล กันตาจึงให้กฤชอยู่รับหน้าแขก ตนจะไปรับกับกุนตี

พิศุทธิ์นั่งรออยู่ หน้าห้องฉุกเฉิน กันตาวิ่งมาถามพยาบาลถึงกะรัต พิศุทธิ์ได้ยินก็รีบเข้ามาถามว่าเธอเป็นญาติกะรัตใช่ไหม ตนเป็นคนพาเธอมาส่งโรงพยาบาล คุณหมอบอกว่าเธอปลอดภัยดี แต่อยากให้แอดมิตดูอาการสักคืน กันตารีบถามแล้วทำไมถึงเกิดอุบัติเหตุ พิศุทธิ์ถอนใจ

“คงเรียกว่าอุบัติเหตุไม่ได้หรอกครับ ต้องเรียกว่าเจตนาฆ่าตัวตาย ในเมื่อเจ้าตัวเป็นคนยืนให้รถพุ่งเข้าใส่”

กัน ตาตกใจไม่คิดว่าพี่สาวจะขาดสติขนาดนั้น พิศุทธิ์ฝากนาฬิกาคืนให้กะรัต กันตาแปลกใจเพราะนี่เป็นของรักที่ก๋งซื้อให้ พิศุทธิ์บอกว่าตนช่วยเพราะอยากช่วย ไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทน กันตาซาบซึ้งขอถามชื่อและเบอร์โทร. เขาบอกชื่อแต่ไม่ให้เบอร์โทร.เพราะกะรัตคงไม่ได้อยากเจอะเจอเขาอีก กันตามองตามหลังพิศุทธิ์อย่างปลื้มๆ

กุนตีมองสภาพกะรัตที่ยังเมาค้าง มีบาดแผลถลอกตามแขนขา อดเอ็ดไม่ได้ที่น้องอ่อนแอทำร้ายตัวเองแบบนี้ กะรัตโต้ว่าตนตั้งใจจะตามไปคิดบัญชีกับภูเบศร์ในนรก

“เฮ้อ..กั้งเอ๊ย หยุดคิดเรื่องที่มันเป็นอกุศลซะทีเถอะ จะคิดไปทำไมให้จิตใจเศร้าหมอง”

“แต่ ชีวิตกั้งมันไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว ถึงอยู่ต่อไป กั้งก็คงต้องเจอกับความสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำอีก ใจกั้งมันรับไม่ไหวแล้วพี่กุ้ง...” กะรัตสะอื้นน้ำตาไหลพราก กุนตีกอดปลอบ

กัน ตาเข้ามายื่นนาฬิกาให้บอกว่าพิศุทธิ์ฝากคืน กะรัตงงว่าใคร “ก็พระเอกขี่ม้าขาวที่พาพี่กั้งมาส่งโรงพยาบาลไง ตกลงพี่กั้งรู้จักเขามาก่อนใช่ไหม นาฬิกาของพี่กั้งถึงไปอยู่กับเขาได้”

กะรัต นึกสักพักก็จำได้ กันตาบอกว่าผู้ชายอบอุ่นแบบนี้สเปกตนเลย กะรัตแย้งระวังจะเจอฝันร้าย...กะรัตล้มตัวลงนอนคิดถึงท่าทีและคำพูดของ พิศุทธิ์ที่แสดงออกต่อตน

ooooooo

รุ่งเช้า พิศุทธิ์เล่าให้เนื้อแพรฟังถึงเรื่องกะรัตแล้วบ่นว่าทำไมตอนแม่เจอเรื่อง ร้ายๆ ไม่เคยเห็นแม่ทำอะไรแย่ๆอย่างเธอ เนื้อแพรอธิบายว่ามันไม่เหมือนกัน หัวใจกะรัตไม่มีอะไรยึดเหนี่ยว แต่ตนมีลูกชาย ถ้าไม่มีลูก ตนก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่เหมือนกัน

“ความเจ็บปวดที่เกิดจากความรัก มันทำลายชีวิตคนให้พังพินาศได้จริงๆ” เห็นลูกชายเหม่อเนื้อแพรท้วง “ชาย...คิดอะไรอยู่เหรอลูก”

“ปะ...เปล่าครับ ผมแค่รู้สึกว่าเขาน่าสงสาร ผู้หญิงตัวเล็กๆแต่กลับต้องมาเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้ ก็น่าเห็นใจเขานะครับ”

“ถึงกะรัตจะน่าสงสารยังไง แต่เขาก็ยังเป็นผู้หญิงอันตรายในความคิดของแม่อยู่ดี”

พิศุทธิ์กระอักกระอ่วนเมื่อรู้ว่าเธอเข้ามาป้วนเปี้ยนในหัวใจตนเสียแล้ว...

เมื่อ ฮึดขึ้นมา น้ำผึ้งรู้ข่าวกะรัตป่วยอยู่โรงพยาบาล ก็ลุกขึ้นแต่งตัวโฉบเฉี่ยวจะไปเยี่ยม รสสุคนธ์ปรามรักษาน้ำใจกันไว้บ้าง ทำกับเขาเจ็บช้ำไม่น้อย น้ำผึ้งโต้เสียงกร้าว

“แล้วที่ผึ้งต้องอยู่กินหลบๆซ่อนๆกับภูมานานไม่ใช่เพราะมัวแต่รักษาน้ำใจมันเหรอคะ”

“แต่ผึ้งรู้แก่ใจว่าอะไรเป็นอะไร ไอ้ที่ไปลักลอบได้เสียกับสามีเขา ผึ้งไม่รู้สึกผิดบ้างเลยรึ”

น้ำ ผึ้งเถียงว่าภูเบศร์รักตน รสสุคนธ์ปลอบประโลม คำว่ารักของผู้ชาย จะใช้อ้างเพื่อแย่งเขามาจากใครไม่ได้ น้ำผึ้งชูซองเอกสารขึ้นมาว่าตนมีทะเบียนถูกต้อง รสสุคนธ์ ตกใจที่หลานสาวตั้งใจหลอกลวงเพื่อน น้ำผึ้งอ้างว่าภูเบศร์ตั้งใจทำเพื่อตนและลูกเอง สายตาเธอกร้าวขึ้น

“ในเมื่อกั้งเขาดี เขาวิเศษสูงส่งนัก ผึ้งก็แค่อยากรู้ว่าเขาจะเป็นยังไงถ้าเราต้องใช้สามีคนเดียวกัน”

รส สุคนธ์น้ำตาร่วงเสียใจ น้ำผึ้งเข่นเขี้ยวว่ากะรัตทำให้ลูกตนไม่มีพ่อ ตนกลายเป็นคนเลวในสายตาทุกคน ตนก็จะดึงเธอลงมาดูว่า นรกที่ตนต้องเผชิญ มันโหดร้ายทรมานขนาดไหน...

ในห้องคนไข้ กะรัตเดินออกจากห้องน้ำ เอ่ยถามจะให้ตนออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ พลันเห็นน้ำผึ้งในชุดดำถือกระเช้าดอกไม้ยืนอยู่ ก็ตกใจไล่ให้กลับไป น้ำผึ้งยั่วว่าเพื่อนไม่สบายทั้งทีตนก็ต้องมาเยี่ยม กะรัตสวนว่าเธอไม่ใช่เพื่อนตน

“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเธอนะกั้ง ฉันแค่อยากให้เธอรู้ว่าฉันกับภูเรารักกันด้วยความบริสุทธิ์ใจ”

ผัวฉันไม่ใช่เสาไฟฟ้าที่แค่ใครมาฉี่รดโคนขาก็จะมาอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของได้”

น้ำผึ้งหัวเราะ “พูดซะเต็มปากเชียวนะจ๊ะว่าเขาเป็นผัวเธอ...ถ้าเธอคิดว่าเงินของเธอจะซื้อใจผู้ชายได้ เธอก็คิดผิดแล้วล่ะ”

“หน้าด้าน! ฉันไม่คิดเลยว่าเธอไร้ยางอาย ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ภูเขาแต่งงานกับฉันอย่างออกหน้าออกตา”

น้ำผึ้งสวนว่าภูเบศร์ก็มีตน ที่สำคัญเขาเลือกตนเป็นแม่ของลูก กะรัตด่าว่าชั่ว น้ำผึ้งปรามให้ฟังความจริงที่เธอรู้แก่ใจแต่แกล้งลืม  เพื่อให้ตัวเองดูวิเศษเหนือคนอื่น

“ความจริงบ้าบออะไรของแก...”

“ก็ความจริงที่เธอมันห่วยไงกั้ง เธอมันห่วยจนผัวทุกคนทนไม่ไหว ต้องออกไปหาเศษหาเลยนอกบ้าน ฉันไม่แปลกใจเลยที่ผู้หญิงอย่างเธอจะไม่เคยได้รับความรักจากผู้ชายคนไหนเลย”

“แต่อย่างน้อยฉันก็ยังเป็นคนที่ผู้ชายเลือกจะเรียกว่าเมีย ไม่ใช่นางบำเรอหรือชู้อย่างแก”

“เมีย! เธอเผลอเรียกตัวเองว่าเมียอีกแล้วนะกั้ง” น้ำผึ้งดึงเอกสารจากซองชูตรงหน้ากะรัต

“ถ้าเธอขยันเรียนว่านี้ซักนิด หาความรู้รอบตัวซักหน่อย เธอก็จะรู้ว่า คำว่าเมีย...เขาหมายถึงผู้หญิงที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนสมรส ไม่ใช่แค่มีพิธีอลังการแต่ไร้ค่าอย่างเธอ”

กะรัตมองชื่อในทะเบียนสมรสว่าจดมาก่อนตนแต่งงานเกือบปีแล้วตัวชาวูบ ถอยกรูดไปติดผนัง กุนตีเปิดประตูเข้ามาได้ยินพอดี ปรี่เข้าต่อว่าน้ำผึ้ง ทำแบบนี้ทำไม พยาบาลที่ตามเข้ามาเชิญน้ำผึ้งออกจากห้อง น้ำผึ้งเยาะหยัน รู้แล้วใช่ไหมว่าใครคือเมียน้อย กะรัตปรี๊ด...ผลักรถเข็นใส่น้ำผึ้ง เธอหลบทันแล้วหาว่ากะรัตจะฆ่าลูกในท้องตน กะรัตคว้าแจกันจะปาใส่ กุนตีดึงไว้ทัน

น้ำผึ้งยิ่งท้าทาย “ขอบอกให้รู้ว่าทรัพย์สินของภูจะต้องตกถึงฉันและลูกตามสิทธิ์ทางกฎหมาย”

“ไปทวงจากนรกก็แล้วกัน ฉันจัดให้” กะรัตสะบัดมือหลุดจากกุนตี ปาแจกันใส่หน้าน้ำผึ้ง หน้าผากแตกเลือดไหล กุนตีตกตะลึงให้พยาบาลพาน้ำผึ้งไปทำแผล

น้ำผึ้งขู่ เธอจะเสียใจที่ทำกับตนวันนี้...กะรัตกรี๊ดไล่ให้ออกไป ทันทีที่น้ำผึ้งเดินไป กะรัตก็ทรุดลงร้องไห้โฮ กุนตีโผกอดปลอบน้องด้วยความสงสารจับใจ...ส่วนน้ำผึ้งไม่ยอมให้พยาบาลทำแผล กันตาเห็นเธอเป็นเพื่อนพี่จึงขอให้เลิกจองเวรจองกรรมเสียที น้ำผึ้งโวยถึงภูเบศร์จะตายแต่เรื่องทุกอย่างยังไม่จบ กะรัตต้องชดใช้ที่พรากทุกอย่างไปจากตน กันตารู้สึกกังวลใจ

ooooooo

พวงหยกกับเจ้าสัวบัญชานั่งจิบกาแฟคุยกันเรื่องกะรัต ที่ถูกภูเบศร์หลอกมาตลอดสามปี เจ้าสัวเปรย เพียงแค่ทะเบียนสมรสแผ่นเดียว จะอะไรกันนักหนา พวงหยกแย้งว่ามันทำให้กะรัตกลายเป็นเมียน้อย เจ้าสัวแขวะ

“ดีแล้วที่อากั้งมันไม่โง่เอากระดาษแผ่นเดียวมาผูกมัดผู้ชาย...ดูอย่างลื้อสิ กอดทะเบียนสมรสไว้แล้วเคยมีความสุขบ้างไหม”

“อ้าวเตี่ย...มาแขวะหนูทำไมเนี่ย แต่ถึงมันไม่สุขแต่อย่างน้อยก็สะใจล่ะค่ะ”

เจ้าสัวว่ามัดใจไม่ได้เลยเอาทะเบียนมาเป็นโซ่ล่าม แล้วเป็นอย่างไร ตัวก็ไม่ได้ ใจก็ไม่ได้ ได้แต่กอดกระดาษแผ่นเดียว...พวงหยกโต้ บางทีทะเบียนก็ทำให้คนที่คิดนอกใจเดินกลับเข้าคอก  กฤชเดินมาได้ยินพอดี จึงเดินผ่านพวงหยกไป บอกเจ้าสัวว่า กันตาโทร.มาบอกจะพากะรัตไปพักฟื้นบ้านพัทยา พวงหยกมองสามีที่แต่งตัวเหมือนจะออกจากบ้าน อดแขวะไม่ได้ว่าลูกไม่สบายไปพักฟื้น ไม่แปลก แต่เขาจะไปเสียชีวิตที่ไหนไม่ทราบ วันนี้วันหยุดแท้ๆ กฤชพยายามใจเย็น

“ผมกำลังจะไปทำหน้าที่พ่อแวะไปดูลูกที่โรงพยาบาล แล้วจะเลยไปธุระต่อ” กฤชเดินไป

พวงหยกตะโกนไล่หลังว่าไปให้ถูกโรงนะ โรงพยาบาลไม่ใช่โรงแรม เจ้าสัวเอ็ดถ้าเป็นตนก็จะไปโรงแรมหรือไม่ก็ไปโรงฆ่าสัตว์ ยอมให้คนเชือดทำตือฮวนยังดีกว่าทู่ซี้อยู่กับเมียปากเสียอย่างเธอ  พวงหยกอยากร้องกรี๊ดแต่ร้องไม่ออก...

บ่ายวันนั้น ท่านชายอ๊อดมาดักรอพิศุทธิ์ถึงหน้าคณะที่เขาทำงาน พอเข้ามาในห้องพักอาจารย์ ก็ทำทีบ่นว่า  อุตส่าห์ไปเรียนเมืองนอกเมืองนากลับมาทำงานอุดอู้แบบนี้ คิดจะสอนหนังสือไปจนแก่หรือ พิศุทธิ์ถอนใจให้บอกมาเลยว่ามีธุระอะไร ท่านชายอ๊อดหาว่าเขาเห็นแก่ตัว

“ฉันต้องการให้แกลาออกจากอาจารย์ไปเป็นที่ปรึกษาท่านรัฐมนตรีอิสระ ไหนๆแกก็มีราชสกุลติดตัวแล้ว แกก็น่าจะสร้างเกียรติยศตอบแทนให้วงศ์ตระกูลบ้าง”

พิศุทธิ์สะดุดหู เมื่อเช้าหม่อมมลุลีก็มาบังคับให้ไปดูตัวลูกสาวท่านรัฐมนตรีอิสระ คราวนี้ท่านพ่อมาให้ไปทำงานด้วย ตกลงมันสร้างเกียรติหรือสร้างผลประโยชน์กันแน่ ตนได้ข่าวมาว่าทางกระทรวงมีโครงการสร้างทางด่วน ถ้าท่านพ่อมีเส้นสายช่วยประมูลโครงสร้างนี้ได้ บริษัทคงมีกำไรจากการโก่งราคามหาศาล ท่านชายอ๊อดโมโหกลบเกลื่อน หาว่าเขาหาความ ตนแค่ห่วงกลัวจะลำบาก พิศุทธิ์ถากถาง ไม่ต้องห่วง เพราะตนกับแม่อยู่อย่างไม่เคยลำบาก

“ก็แม่แกถึงต้องเป็นฝ่ายเอาตัวเข้าแลกเป็นเมียน้อยเขา”

ตอนที่ 1

รถยุโรปราคาแพงหรูคันหนึ่งแล่นมาจอดหน้าโรงแรมด้วยความเร็วสูง เสียงล้อรถเบียดถนนดังเอี๊ยด...หญิงสาวในชุดราตรีสีแดงรัดรูป โชว์แผ่นหลังถึงสะโพก ผ่าข้างเห็นเรียวขาขาวก้าวเดินเข้าโรงแรม สะดุดตาแขกทุกคนให้มองตามจนเหลียวหลัง

บรรยากาศในห้องบอลรูมจัดงานแต่งงานเลิศหรูอลังการ แขกเหรื่อในงานแต่งตัวดูดีมีฐานะนั่งอยู่เต็มห้อง บ่าวสาวจูงมือเดินบนทางที่โรยกลีบกุหลาบขึ้นสู่เวที สาวสวยสุดเซ็กซี่เดินตรงมายังห้องบอลรูม...ขณะเดียวกัน กุนตีกับกันตาลงจากรถแวนสีดำวิ่งตามเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนใจ พิธีกรกำลังเล่าความเป็นมาของความรักบ่าวสาว ควบคู่กับภาพบนจอ แขกเหรื่อหัวเราะชื่นชม ทันใดภาพบนจอก็เปลี่ยนเป็นภาพชายหญิงกอดจูบนัวเนียกันในโรงแรมม่านรูด

สาวชุดแดงสุดเซ็กซี่ขึ้นไปแย่งไมค์จากพิธีกรมากล่าว “ทุกท่านอาจจะสงสัยว่าผู้หญิงเริงร่านในวีดิโอนั้นเป็นใครใช่ไหมคะ...มันคือนังนี่แหละค่ะ” สปอตไลต์ส่องไปยังหญิงสาวที่กำลังลุกหนี “นังไฮโซแม่พระสร้างภาพเป็นผู้แสวงบุญ ที่แท้เป็นพวกลอบแสวงสวาทกับผัวชาวบ้าน”

ทุกคนหันมอง เห็นหน้าเหมือนในจอก็ฮือฮากันใหญ่ สาวนางนั้นปฏิเสธลั่นว่าไม่ใช่ตน ตนถูกใส่ความ ไฟในห้องสว่างพรึ่บขึ้น เห็นสาวชุดแดงสุดเซ็กซี่กำลังยิ้มเยาะเหยียดหยาม

“คุณกะรัต!”

“ถ้าแกรู้จักชื่อฉัน แกก็ควรจะรู้ว่า ฉันเป็นเมียของผู้ชายที่แกสมสู่ แกอย่าได้พาร่างกายที่โสโครกกับจิตใจที่โสมมของแกเข้าวัดปฏิบัติธรรมให้ศาสนาหม่นหมองอีกเลย แต่ถ้าอยากจะชะล้าง ฉันจะอนุโมทนาให้” กะรัตลงจากเวที หยิบน้ำหมักสุดเหม็นที่เตรียมมาสาดใส่

หญิงสาวร้องกรี๊ด กะรัตตบหน้าอีกฉาด “คิดจะแย่งผัวใครไม่แย่ง มาแย่งผัวกะรัต ก็ต้องตบล้างด้วยน้ำหมักในถังขี้อย่างนี้แหละ”

กันตากับกุนตีวิ่งเข้ามาดึงรั้งกะรัตไว้ พนักงานเสิร์ฟช่วยกันดึงหญิงสาวที่โดนตบไว้ กุนตีขอให้กะรัตหยุด เพราะหญิงคนนั้นเป็นหุ้นส่วนบริษัทของภูเบศร์ กะรัตโวยวาย

“ต่อให้เป็นโคตรเหง้าศักราช ถ้ามายุ่งกับผัวกั้ง กั้งไม่เอาไว้หรอกพี่กุ้ง...ปล่อยกั้ง”

“พี่กั้งไม่เห็นเหรอ พี่พังงานแต่งคนอื่นหมดแล้ว” กันตาเตือนสติพี่สาว

สองพี่น้องช่วยกันดึงลากกะรัตออกไปจากงาน นักข่าวกรูถ่ายภาพยกใหญ่

ooooooo

เช้าวันใหม่ กะรัตนอนแช่น้ำในอ่างจากุซซี่ท่าทางเซ็งกับชีวิต ภายในห้องน้ำใหญ่ของบ้านพักตากอากาศ ผนังห้องเป็นกระจกทำให้เห็นวิวทะเลสีสดตัดกับท้องฟ้าสีขาว พวงหยก กันตาและกุนตียืนมองกะรัตอย่างห่วงๆ พวงหยกผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้น

“แน่ใจนะว่ายัยกั้งจะอยู่ที่นี่คนเดียว ไม่ใช่คิดเชือดข้อมือเหมือนคราวก่อนอีก”

กันตากับกุนตีสะกิดแม่ไม่ให้พูดยํ้าอดีตของกะรัต แต่กะรัตรำพัน “ชีวิตกั้งนี่ทำบุญคนไม่ขึ้นจริงๆ ทำดีกับใครไม่เคยไว้ใจใครได้เลย”

กันตาปลอบพี่สาวว่าภูเบศร์สารภาพแล้วว่าทำไปเพราะเมา อีกอย่างผู้หญิงขู่จะถอนหุ้น กะรัตสวน “เขาเลยต้องขายตัวงั้นเหรอ แล้วฉันล่ะ...ฉันมีเงินเยอะกว่านังนั่นตั้งร้อยเท่าพันเท่าทำไมภูไม่มาเอา”

กันตาแก้ตัวแทนว่าภูเบศร์คงกลัวพวกปากหอย ปากปูนินทาว่าตกถังข้าวสาร “ก้อยไม่ได้เข้าข้างพี่ภูนะแต่เราไม่เคยจน เราไม่รู้หรอกว่าการโดนดูถูกมันเป็นยังไง มองอีกแง่หนึ่ง พี่ภูเขาเป็นคนดีไม่หวังเอาเงินจากพี่กั้ง”

“แต่มันนอกใจฉันนะ!”

“มันเป็นเรื่องปกติของผู้ชาย คิดเสียว่าเขาแค่ไปลองอาหารเช้าข้างทางแล้วกัน สุดท้ายก็ต้องกลับมาทานอาหารเหลาอย่างพี่กั้งวันยันคํ่า ให้พี่ภูมาหาพี่กั้งนะ”

“อย่าให้มันเสนอหน้ามานะ ไม่อย่างนั้นฉันไม่รับประกันว่ามีดหรือลูกปืนจะพุ่งใส่กบาลมันก่อนกัน”

“แต่ยังไงตาภูก็ต้องมา แกลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงาน นิตยสารไฮโซเขาล็อกคิวทำสกู๊ปชีวิตครอบครัวแกไว้ ยังไงแกกับตาภูก็ต้องสร้างภาพว่ารักกัน”

“เหมือนเมื่อเดือนที่แล้ว พ่อกับแม่ถ่ายรูปสร้างภาพลงหนังสือพิมพ์ว่ายังรักกันไงกั้ง” กุนตีเบ้ปาก กะรัตโพล่งขึ้น ตนสะตอไม่เป็น

พวงหยกสะดุ้งแว้ด “นี่แกว่าฉันสะตอเหรอยัยกั้ง!”

กะรัตแก้ตัวว่าเปล่า แล้วตัดบทให้ทุกคนกลับกรุงเทพฯเสีย ตนอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ พวงหยกตอกกลับว่าตนกลับแน่ แต่ยํ้าให้กะรัตกลับไปให้สัมภาษณ์นิตยสาร เพราะตนไม่อยากให้ใครมาพูดว่า ผู้หญิงตระกูลนี้โดนนอกใจตั้งแต่แม่ยันลูก...กะรัตเจ็บจี๊ดแต่ตัดใจเพราะคนอื่นไม่ใช่คนเจ็บ ตนจะเลิกกับภูเบศร์ พวงหยกจะต่อว่า แต่กุนตีดึงแขนปราม ดึงออกจากห้องนํ้า

พ้นประตูห้อง พวงหยกโวยกุนตีจะลากออกมาทำไม ตนจะคุยกับกะรัตให้รู้เรื่องว่านี่เป็นการแต่งงานครั้งที่สามแล้ว ผัวสองคนแรกก็ตายโหงจนอายชาวบ้าน กุนตียืนยันแทนว่าน้องไม่เลิกกับภูเบศร์แน่ พอดีนวลสาวใช้คนสนิทที่โตมาพร้อมกับกะรัตถือชามก๋วยเตี๋ยวเนื้อผ่านมา กันตาเปรียบเทียบทันที เหมือนก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่กะรัตบอกเลิกกินแต่ก็เลิกไม่ได้เสียที ความรักเหมือนของอร่อย จะเลิกก็ยาก พวงหยกหมั่นไส้การเปรียบเทียบของลูกสาว

นวลถือชามก๋วยเตี๋ยวเนื้อมาให้กะรัตที่ห้อง แล้วถามว่าจะยกเลิกการสัมภาษณ์ไหม กะรัตลุกพรวดออกจากอ่างอาบน้ำ นวลรีบเอาเสื้อไปคลุมให้

“แม่พูดถูก ขืนฉันยกเลิก อีพวกกากชะนีมันก็ระริกระรี้คิดว่าฉันเลิกกับภูแล้วน่ะสิ ฉันจะทำให้พวกมันเห็นว่า สุดท้ายภูต้องเลือกฉันเพราะฉันมีปัญญาให้ภูได้ทุกอย่าง ในขณะที่พวกมันเป็นได้แค่ปลิงเกาะภู”

นวลถอนใจ สุดท้ายกะรัตก็ใช้เงินซื้อความสุขจอมปลอมแล้วจะได้ความสุขแท้จริงอย่างไร...ในขณะที่ภูเบศร์เพิ่งเสร็จภารกิจกับนิลุบลบนเตียงนอนโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง เขาได้รับโทรศัพท์จากนวลว่ากะรัตให้รีบไปหา จึงคว้าเสื้อผ้ามาใส่อย่างรวดเร็ว บอกหญิงสาวว่าตนต้องรีบไปพัทยา หญิงสาวแขวะจะรีบไปง้อเมียปีศาจหรือ ภูเบศร์ไม่ใส่ใจ พลันมือถือดัง เขารับสาย

“ฮัลโหล...อย่าโกรธนะครับที่รัก ผมบอกแล้วว่าเรื่องนั้นผมทำไปเพราะผลประโยชน์ ผมยอมทำทุกอย่างให้เรามีเงิน เพื่อสร้างครอบครัวของเรา ตอนนี้ผมกำลังไปง้อกั้ง เห็นนวลบอกว่ากั้งให้ผมลาออกจากบริษัทเก่า แล้วจะให้เงินผมตั้งบริษัทเอง”

“จริงเหรอคะ งั้นถ้าคุณได้เงินแล้ว คุณก็เลิกกับเขาได้แล้วสิ ทีนี้พวกเราก็จะอยู่กันพร้อมหน้า พ่อแม่ลูกกันสักที”....ภูเบศร์รับคำวางสาย รีบไปขึ้นรถ นิลุบลแต่งตัวเสร็จตามออกมา

ooooooo

ทุกอย่างของกะรัตต้องเลิศหรู มีทั้งดีไซเนอร์ ช่างผม ช่างแต่งหน้ารุมปรุงแต่งความงามให้แก่เธอ ระหว่างนั้น เธอก็พร่ำบ่นที่ภูเบศร์ยังมาไม่ถึงเสียที พาลวีนใส่ดีไซเนอร์ว่าเอาชุดจากสำเพ็งมาให้ตนหรืออย่างไร ตนขอแบบใหม่ๆบ้าง ดีไซเนอร์รีบจัดแจงเอามาให้เลือก

นวลเห็นความตึงเครียดของทุกคน จึงเอาน้ำและอาหารว่างมาเสิร์ฟให้ กะรัตถามถึงเรื่องที่ตนให้เปลี่ยนโซนจัดงานจากนอกร้านมาเป็นในร้าน นวลอึกอักบอกแล้ว แต่ทางร้านทำไม่ได้ เพราะมีคนจองจัดงานในร้านอยู่ก่อน กะรัตหาว่าทางร้านยึกยักอยากได้เงินเพิ่ม

“ไม่ใช่ค่ะ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ร้าน แต่อยู่ที่คนอื่น”

กะรัตขมวดคิ้วไม่พอใจ ใครที่กล้ามีปัญหากับตน “ไอ้นั่นมันเป็นใครถึงกล้ามาสั่งให้ฉันจัดงานที่ชายหาด อ๋อ...นี่มันคงรู้ว่าฉันรวย เลยแกล้งมีปัญหาหวังเรียกร้องเงินจากฉันล่ะสิ”

นวลพยายามแก้ว่าทุกคนไม่คิดแบบนั้น แต่กะรัตโต้ว่าตลอดชีวิตตนเจอแต่คนแบบนั้น นวลโน้มน้าวให้กะรัตยอมจัดงานนอกร้านตามเดิม ที่ชายหาดก็สวยบรรยากาศโรแมนติก แต่กะรัตแว้ดไม่ยอมจะไปจัดการด้วยตัวเอง นวลร้อนรนคิดหาคนที่จะช่วยห้ามกะรัตได้...

พิศุทธิ์นักวิชาการหนุ่มหล่อ สมาร์ทมีชาติตระกูลดี กำลังบรรยายวิชาการแก่ผู้เข้าร่วมสัมมนา เจ้าของร้านเปิดประตูเข้ามาทำหน้าแหยๆ พิศุทธิ์มองอย่างระอาเพราะรู้ว่าเขามาเรื่องอะไร ทั้งสองออกมาคุยกันนอกห้องสัมมนา เจ้าของร้านอ้อนวอน

“นะครับอาจารย์ ผมทราบว่าอาจารย์จองร้านเพื่อเลี้ยงคณะอาจารย์ นักศึกษาและพวกเด็กๆไว้นานแล้ว แต่ผมลำบากใจจริงๆที่จะปฏิเสธคุณกะรัต”

พิศุทธิ์สะดุดหูกับชื่อเก๋ๆนี้ แต่เขาก็ไม่ยอมเปลี่ยนไปจัดเลี้ยงริมหาด เพราะคณะของเขามีครอบครัวมาร่วมด้วย มีเด็กเล็กซึ่งจะอันตรายถ้าจัดนอกร้าน เขาย้ำ “คุณเป็นอีกคนที่ผมชื่นชมในจิตสำนึกผิดชอบชั่วดี หวังว่าคุณคงไม่ปล่อยให้เงินของผู้หญิงคนนั้น ซื้อสำนึกของคุณได้”

เจ้าของร้านเครียด เสนอลดราคาให้ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่พิศุทธิ์ก็นิ่งเฉย...ด้านนวลคิดหาทางขวางไม่ให้กะรัตไปก่อเรื่องที่ร้าน จึงโทร.ตามน้ำผึ้ง เพื่อนสนิทที่กะรัตรักและเกรงใจมาช่วยห้าม กะรัตกำลังจะขึ้นรถ เห็นน้ำผึ้งมาจึงชวนไปด้วยกัน แต่น้ำผึ้งกลับขู่ ถ้าก๋งรู้ว่าเธอทำแบบนี้คงไม่ภูมิใจแน่ๆ กะรัตชะงักอ่อนยวบลง...นวลกระซิบสมหวัง ตนคิดไม่ผิดเลยที่ตามน้ำผึ้งมาช่วย

กะรัตหันมาต่อว่านวล คราวหลังจะยึดมือถือจะได้ไม่โทร.ไปฟ้องน้ำผึ้งอีก นวลทำหน้าจ๋อย น้ำผึ้งช่วยพูดให้กะรัตเห็นว่าการจัดงานริมทะเลก็ดูดี แต่ถ้าไม่ชอบก็เปลี่ยนร้านไปเลย ไม่ใช่ใช้เงินบีบบังคับคนอื่น กะรัตโอดโอยว่าร้านนั้นเป็นร้านที่ตนกับภูเบศร์กินกันครั้งแรก น้ำผึ้งย้อนถามว่าหายโกรธภูเบศร์แล้วหรือ กะรัตกระฟัดกระเฟียดว่า

“ไม่หายหรอก แต่เราต้องทนมองหน้ามันไปทั้งชีวิต อีกหน่อยถ้ามีลูก ไม่อยากให้ลูกเห็นแม่ปั้นหน้ายักษ์ใส่พ่อมัน”

น้ำผึ้งสะอึก เป็นครั้งแรกที่ได้ยินเพื่อนพูดเรื่องลูก แต่งงานสองครั้งก่อนไม่เคยสนใจ กะรัตบอกว่าตนใช้เงินสิบล้านซื้อความเจ้าชู้ของภูเบศร์ เพื่อให้เขาตั้งบริษัทของตัวเอง ตนพร้อมจะจดทะเบียนสมรสด้วย น้ำผึ้งใจหายวาบ กะรัตชวนน้ำผึ้งไปให้ช่างแต่งหน้าทำผม เพราะตนมีบางอย่างรอเซอร์ไพรส์...กะรัตจัดแจงให้เพื่อนรัก โดยไม่ได้สนใจว่าเพื่อนจะพอใจหรือไม่

บรรยากาศในร้านเป็นงานเลี้ยงของพิศุทธิ์ นักข่าวที่รอสัมภาษณ์กะรัตเข้ามานั่งรออยู่มุมหนึ่ง เด็กที่พิศุทธิ์พามาเลี้ยงเป็นเด็กพิการใบ้เสีย 5-6 คน เขาจึงใช้ภาษามือสนทนาด้วย ผู้เข้าร่วมสัมมนาต่างชื่นชมกับความใจบุญของเขา ที่เขาเอาเวลาส่วนตัวมาให้ความสุขกับเด็กด้อยโอกาสมากกว่าจะไปเที่ยวดูหนังฟังเพลงอย่างคนหนุ่มทั่วไป พิศุทธิ์อ้างว่าตนยังโสด เนื้อคู่ยังไม่เกิด ผู้ร่วมสัมมนาสัพยอก เรื่องแบบนี้เวลาอยากเจอไม่ค่อยเจอ แต่เวลาไม่อยากเจอก็มาอย่างคาดไม่ถึง

ทันใดก็มีเสียงฮือฮาจากกลุ่มนักศึกษาที่มองออกไปหน้าร้าน พิศุทธิ์จึงมองตาม เห็นน้ำผึ้งในชุดราตรีสั้นสวยงามเดินไปที่ซุ้มจัดงาน กลุ่มนักข่าวรีบออกจากร้านไปถ่ายภาพ ไม่ทันไร ทุกคนก็เบนความสนใจมาทางกะรัตที่เดินตามมา เธออยู่ในชุดราตรีสั้นเช่นกัน แต่ดูเซ็กซี่น่ามองอย่างยิ่ง น้ำผึ้งรู้สึกอิจฉาที่เป็นแบบนี้ทุกครั้งเวลาตนไปไหนมาไหนกับกะรัต

กะรัตจะมีท่าประจำคือดีดนิ้วป๊อกๆ เรียกพนักงานเสิร์ฟให้มาบริการนักข่าว พลันเหลือบไปเห็นพิศุทธิ์ที่อยู่ในร้านกำลังส่งภาษามือกับเด็กๆ เธอรู้สึกสะดุดตากับมาดเท่ของเขา นึกเสียดายที่เขาเป็นใบ้ พิศุทธิ์เองก็แอบมองกะรัต เจ้าของร้านเข้ามาถามความเรียบร้อยแล้วขอตัวไปขอบคุณกะรัตที่ยอมเปลี่ยนใจไม่ใช้สถานที่ในร้าน พิศุทธิ์ถามขึ้น ผู้หญิงคนนั้นหรือ ที่ชื่อกะรัต

“ใช่ครับ...คุณหนูกะรัต เพิ่งขึ้นหน้าข่าวสังคมเลยครับอาจารย์” เจ้าของร้านหยิบหนังสือมาเปิดหน้าข่าวสังคมให้

พิศุทธิ์อ่านข่าวแล้วเงยหน้ามองท่าทีกะรัตที่กำลังคุยกับน้ำผึ้งดูน่ารักมีความสุขไม่เหมือนภาพข่าวที่ตบตีกันในงาน ตรงข้ามกับน้ำผึ้งที่นิ่งขรึมยิ้มเย็นๆ เขารู้สึกสองสาวนี้ต่างกันสิ้นเชิง

ooooooo

นิลุบลรบเร้าให้ภูเบศร์แวะส่งตนที่สัตหีบ เขาอึดอัดใจเกรงไปไม่ทันงาน กะรัตโทร.เข้ามา เขาไม่กล้ารับเกรงจะได้ยินเสียงนิลุบลเล็ดลอดเข้าไปแล้วต้องชวดเงินสิบล้าน จึงตัดสายทิ้ง

น้ำผึ้งรู้สึกมึนหัวจะอาเจียน  เห็นไม่มีใครก็เอายาแก้แพ้ขึ้นมากิน กะรัตมาตามให้เธอไปร่วมสัมภาษณ์ “นี่แหละเรื่องเซอร์ไพรส์...กั้งบอกทีมงานว่าอยากให้ลงรูปเราสองคนในนิตยสารด้วย ผึ้งเป็นคนสำคัญอีกคนนึงในชีวิตกั้ง กั้งคงไม่มีวันเจอภูได้ ถ้าวันนั้นผึ้งไม่พาภูมาพบกั้ง”

สีหน้าน้ำผึ้งเหยียดหยาม กำมือเก็บความเจ็บแค้น กะรัตจูงมือน้ำผึ้งเข้ามานั่งให้สัมภาษณ์ บอกถึงความสนิทสนมของเราตั้งแต่มัธยมต้น ตนไม่ค่อยมีเพื่อน มีแต่น้ำผึ้งที่ยอมเป็นเพื่อนสนิท เรารักกันมากถึงขนาดซื้อต่างหูก็ต้องเหมือนกัน กะรัตเผลอพูดถึงปมด้อยของเพื่อน

“น้ำผึ้งไม่ค่อยยอมใส่ บอกว่ามันแพง กั้งเป็นคนแบบว่าถ้ากั้งมีอะไรต้องซื้อให้ผึ้งด้วย เราเคยสัญญาว่าถ้ามีอะไรก็ต้องคิดถึงอีกคนด้วย มีอะไรต้องบอกกัน ไม่มีความลับต่อกันจริงไหม”

น้ำผึ้งฝืนยิ้มกระซิบถามกะรัตถึงภูเบศร์ กะรัตตอบว่าส่งข้อความไปแล้วถ้าไม่มาภายในสิบนาทีจะไม่ให้เงิน น้ำผึ้งเผลอขึ้นเสียงเดี๋ยวเขาต้องรีบขับรถจนเกิดอุบัติเหตุได้ กะรัตผงะงงๆ น้ำผึ้งรู้ตัวกลบเกลื่อน “คือผึ้งอยากให้กั้งพูดจากับคุณภูดีกว่านี้ กั้งชอบให้คนอื่นเอาใจ พูดดีๆกับกั้งเท่าไหร่ คนอื่นก็อยากให้กั้งพูดดีๆด้วยเท่านั้น”

กะรัตกระเซ้าว่าเพื่อนทำเหมือนคนแต่งงานแล้ว น้ำผึ้งทำหน้านิ่งๆในใจเป็นห่วงภูเบศร์ ในขณะเดียวกัน ภูเบศร์บึ่งรถจะไปส่งนิลุบลเพื่อไปให้ทันงานของกะรัต แต่แล้วก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นจนได้...น้ำผึ้งทำแก้วน้ำในมือตกแตก เธอใจคอไม่ดี กะรัตดีดมือป๊อกๆเรียกนวลให้ตามพนักงานมาเก็บกวาด และให้น้ำผึ้งไปถ่ายภาพกับทีมงานก่อน กะรัตหงุดหงิดที่ภูเบศร์ไม่มาเสียที ไม่ทันไร พวงหยกโทร.มาบอกว่าเกิดอุบัติเหตุกับภูเบศร์ เธอช็อกโทรศัพท์ร่วงจากมือ เดินรี่ไปที่รถ นวลตกใจละล้าละลังจะตามกะรัต หรือไปบอกน้ำผึ้งดี สุดท้ายตัดสินใจตามกะรัต กะรัตสั่งสมหวัง ให้รอรับน้ำผึ้งไปเจอโรงพยาบาลที่กันตาทำงานอยู่

กันตาในชุดกาวน์กับทีมพยาบาลรับรถเข็นร่างภูเบศร์เข้ามา พยาบาลรายงานว่า รถประสานงากับรถบรรทุก ถูกด้านหน้ารถอัดกระแทกอย่างแรง และโดนเหล็ก ของรถแทงตามร่างกาย เธอเห็นสภาพเขาแล้วเศร้าใจสงสารพี่สาวอย่างยิ่ง

กะรัตขับรถเร็วจี๋ปาดหน้ารถทุกคันจนเกือบชนกับรถของพิศุทธิ์ สุดท้ายก็ไปชนรถที่สวนมาอย่างจัง เธอตกใจหันมาดูนวลก่อนว่าบาดเจ็บตรงไหน นวลเห็นหน้าผากกะรัตเลือดไหล แต่เธอไม่สนใจสั่งนวลให้รอจัดการกับประกัน ตัวเองวิ่งไปโบกรถ ไม่มีใครยอมจอด ตัดสินใจเอาตัวเองขวางรถที่กำลังแล่นมา ปรากฏเป็นรถพิศุทธิ์ เขาลดกระจกลงจะต่อว่า แต่พอเห็นหน้ากะรัตมีเลือดก็ชะงัก กะรัตเห็นหน้าเขาก็จำได้ แต่นวลชิงพูดก่อนว่าขอติดรถเข้ากรุงเทพฯด้วยคน

“เขาฟังไม่ได้ยินหรอก เขาเป็นใบ้” กะรัตบอกนวล พิศุทธิ์มองเธองงๆ

กะรัตบอกว่าเห็นเขาส่งภาษามือที่ร้าน พิศุทธิ์จึงเลยตามเลย กะรัตทำมือพร้อมพูดขอติดรถไปกรุงเทพฯด้วยคน นวลเป็นห่วง แต่กะรัตว่า คนอย่างกะรัตไม่เสียท่าคนใบ้หรอก ว่าแล้วก็ควักเงินในตัวเป็นปึกให้นวลไว้เป็นค่าเดินทางกลับ พิศุทธิ์ส่ายหน้าขำๆไม่อยากจะแก้ไข

ระหว่างทาง พิศุทธิ์ขับรถช้า กะรัตร้อนใจทำมือสื่อให้เขาขับเร็วขึ้น แต่เขาก็ยังขับช้าอยู่ เธอคิดว่าเขาไม่เข้าใจที่พูด จึงร้องไห้ระบายความอัดอั้นออกมา เพราะคิดว่าพิศุทธิ์ฟังไม่รู้เรื่อง

“มันจะซวยอะไรนักหนา แค่จะไปหาภู อยากจับมือให้กำลังใจอย่างที่เมียควรจะทำ ฉันก็ยังทำไม่ได้ สมควรแล้วที่ผัวจะไปมีผู้หญิงอื่น อดทนไว้นะภู ถ้าภูหายคราวนี้ กั้งจะทำตัวใหม่ จะเป็นเมียที่ดี คอยอยู่บ้านทำอาหารรอภู ไม่อาละวาด จะคอยเอาใจดูแลภู”

พิศุทธิ์เหลือบมองกะรัต รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนท่าทางที่แสดงออก กลับอ่อนแอเสียอีก จึงเร่งความเร็วรถขึ้น กะรัตดีใจหันมายิ้มให้ เขาประทับใจรอยยิ้มนั้นมาก

เมื่อรถจอดหน้าโรงพยาบาล กะรัตลงจากรถวิ่งไป พิศุทธิ์สบถ จะขอบคุณสักคำก็ไม่มี ไม่ทันไร กะรัตวกกลับมาจะควักเงินให้ แต่ไม่มีเพราะให้นวลไปหมด จึงถอดนาฬิกาข้อมือวางไว้ให้แทน “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่เคยใช้ใครฟรีๆ”

พิศุทธิ์จะตามไปคืนให้แต่ถูกยามเป่านกหวีดไล่ไม่ให้จอดตรงนี้...กะรัตวิ่งมาหน้าห้องฉุกเฉิน พบพวงหยกกับกุนตีหน้าเศร้าไม่อยากเดาว่าอะไร พลันแม่ของภูเบศร์ร้องไห้โฮเข้ามา ผลักอกกะรัตหาว่าเป็นผู้หญิงกินผัว เป็นกาลกิณี พวงหยกเหลืออดตอบโต้ปกป้องลูกสาว เถียงกันสักพัก กันตาออกมาจากห้องฉุกเฉินสั่งพยาบาลพาแม่ภูเบศร์ไปสงบอารมณ์ พวงหยกยังโวย

“เพราะพ่อแกคนเดียว ร่านไปกับนังเนื้อแพร อีดาราหน้าด้าน ใครต่อใครถึงมาประณามฉัน ป่านนี้ไม่รู้ไปสำเริงสำราญอยู่ฮ่องกงหรือห้องไหนก็ไม่รู้”

กะรัตโพล่งขึ้นว่าต้องการเห็นภูเบศร์ แต่กันตาไม่อยากให้เข้าไป  ก็ขวางไม่อยู่...พิศุทธิ์แอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดอึ้งๆ

ooooooo

น้ำผึ้งนั่งรถที่สมหวังขับด้วยความรู้สึกเครียดเป็นกังวล ห่วงภูเบศร์จนเกิดอาการคลื่นไส้ เกรงสมหวังจะรู้ว่าตัวเองแพ้ท้อง จึงขอลงรถ อ้างอยากกลับบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน โดยไม่ให้เขาไปส่ง จากนั้นเธอก็โบกแท็กซี่ไปโรงพยาบาลทันที

กะรัตตามเจ้าหน้าที่เข้ามาในห้องดับจิต เจ้าหน้าที่บอกว่ามีสองศพ เธอเอะใจหรือภูเบศร์จะนอกใจอีก พลันแม่ของนิลุบลโผล่มาเรียกร้องค่าเสียหาย เพราะนิลุบลเป็นเมียภูเบศร์ กะรัตปรี๊ดแตก ผลักศพนิลุบลไปชนแม่ของเธอ ผรุสวาทออกมา

สามีตีตรา เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ
9 พ.ค. 2564

03:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 10:12 น.