ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สามีตีตรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ทุกคนในแผนกการตลาดต่างมึนตึงกับนํ้าผึ้ง แต่เธอไม่หวั่น ฟองดาวหอบแฟ้มงานมิสเตอร์โฮล ลูกค้าใหม่มาให้นํ้าผึ้งดูแลแทน ระหว่างที่พิศุทธิ์ลาพักร้อน นํ้าผึ้งชะงักถามทันทีว่า เขาไปไหน ชายนี่แทรกเข้ามาว่า เขาไปดื่มนํ้าผึ้งพระจันทร์ ฟองดาวดักคอ

“หวังว่าน้องผึ้งจะทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ใช่มัวแต่เอาเวลาไปคิดเรื่องพรากผัวพรากเมียใครเขานะคะ” พูดจบฟองดาวก็สะบัดก้นไป

นํ้าผึ้งชักสีหน้าไม่พอใจ เจ็บปวดที่ไม่มีใครเป็นพวก...เวลาผ่านไป นํ้าผึ้งเอาแฟ้มงานมายื่นคืนให้ฟองดาว อ้างว่าโปรเจกต์นี้เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์ของมิสเตอร์ชาล์ลที่พิศุทธิ์ดูแล ตนต้องคุยรายละเอียดกับพิศุทธิ์ ฟองดาวย้อนถามอยากคุยกับพิศุทธิ์เรื่องงานหรือเรื่องตัวเอง นํ้าผึ้งว่าต้องเรื่องงาน ชายนี่กับยี่หวาหัวเราะคิก นํ้าผึ้งหันขวับมามองหน้าตึง

“คุณพิศุทธิ์เองก็น่าจะเข้าใจว่างานนี้ สำคัญแค่ไหน หรือพี่ฟองดาวเห็นว่างานไม่สำคัญคะ ผึ้งไม่รู้ว่าพี่ฟองคิดยังไงกับผึ้งถึงได้ดูมึนตึงแบบนี้ แต่ผึ้งอยากจะอธิบายว่าเรื่องวันนั้นมันไม่...”

ชายนี่ร้องขึ้นมาให้ยี่ หวาดูภาพสวีตหวานของพิศุทธิ์กับกะรัต และว่าบาปเปล่าๆถ้าต้องดึงเขากลับมาทำงานตอนนี้ นํ้าผึ้งพยายามคุมอารมณ์ ฟองดาวรีบพูดก่อนนํ้าผึ้งว่า

“พี่เป็นเลขาคุณพิศุทธิ์ พี่ก็ต้องทำตามคำสั่งที่คุณพิศุทธิ์ให้ไว้ ส่วนเรื่องที่พี่ได้ยินมา พี่ว่าพี่เข้าใจไม่ผิดหรอก หูพี่ไม่พิการ” ฟองดาวดันเอกสารกลับไป แล้วลุกหนี

นํ้าผึ้งเจ็บใจ กดมือถือหาภาพในไอจีของกะรัต เห็นภาพสวีตหวานที่กะรัตหอมแก้มพิศุทธิ์ริมทะเล อยากจะร้องกรี๊ดด้วยความอิจฉา...นํ้าผึ้งปลดปล่อยความเครียดด้วยการจับจ่าย ซื้อของราคาแพง ทั้งของตัวเองและของลูก รสสุคนธ์เห็นแล้วอดเตือนไม่ได้ว่า ชีวิตไม่แน่นอนน่าจะเก็บเงินไว้ยามจำเป็น นํ้าผึ้งยิ่งเจ็บจี๊ดที่รสสุคนธ์เชื่อว่าตนจะเอาชนะกะรัตไม่ได้

ด้วยความ เจ็บใจ นํ้าผึ้งวางแผนโทร.อ้อนศิวาให้มาหาที่คอนโด เขาอิดออดไม่อยากให้กันตาขุ่นใจอีก แต่นํ้าผึ้งขอแค่ไม่กี่ชั่วโมง พอศิวาใจอ่อนมาพบ เธอก็จัดแจงผสมนํ้าให้เขาอาบ แล้วแอบปิดเครื่องมือถือของเขา จากนั้นก็ใช้โทรศัพท์ในห้องโทร.หา รปภ.ให้จัดการตามที่บอกไว้

กันตาเพิ่งออกเวรจากโรงพยาบาล รปภ.โทร.มาแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่คอนโด มีลูกห้องร้องเรียนว่ามีนํ้ารั่วมาจากห้องศิวา แต่ทางเราติดต่อเขาไม่ได้ ศิวาให้เบอร์ฉุกเฉินไว้เป็นเบอร์นี้ กันตาแปลกใจกดโทรศัพท์หาศิวาแต่เขาปิดเครื่อง จึงตัดสินใจไปดูให้...พอมาถึง รปภ.ก็มอบคีย์การ์ดให้ กันตาชั่งใจก่อนจะขึ้นไปที่ห้องศิวา พอรูดการ์ด ประตูกลับเปิดไม่ได้ติดล็อกด้านใน

ด้านศิวากำลังนั่งดื่มไวน์กับน้ำผึ้ง อยู่ก็แปลกใจใครมาไขห้อง เขาลุกมาส่องตาแมวที่ประตู แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นกันตา น้ำผึ้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง กันตาเคาะเรียก ศิวาจึงให้น้ำผึ้งไปหลบ แล้วมาเปิดประตูรับ ถามเธอมาที่นี่ได้อย่างไร กันตาบอกว่ามีคนโทร.ให้มาดูน้ำรั่วที่ห้องเขาลงไปห้องข้างล่าง ศิวาหน้าตื่น

“โทร.หาคุณ! ทำน้ำรั่ว! แล้วพวกนั้นรู้เบอร์คุณได้ไง”

“เขา บอกว่าคุณให้ไว้” เห็นหน้าศิวาแปลกใจ “อ้าว! ถ้าคุณไม่ได้ให้เบอร์ฉันแล้วใครให้ล่ะคะ หรือว่ามีคนอื่นที่รู้จักฉันโดยที่ฉันไม่รู้ตัว”

ศิวารีบแก้ตัวว่าลืมเอง ได้ให้เบอร์เธอไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน เพราะทางคอนโดอัพเดตข้อมูลกันตาติงที่ตนไม่รู้มาก่อนว่าเขามีคอนโดแห่งนี้ ศิวาโกหกไปว่าซื้อที่นี่ไว้ให้คนเช่า พอดีคนเก่าออกเลยมาดูความเรียบร้อยก่อนคนอื่นเช่าต่อ กันตาไม่ค่อยเชื่อจึงแกล้งถามจะให้ยืนคุยนอกห้องอย่างนี้หรือ ว่าแล้วก็เดินผ่านเขาเข้ามา เธอมองสำรวจไปรอบห้อง ศิวามองตามอย่างใจหาย

กันตาเห็นแก้วไวน์สองใบวางอยู่ ก็แกล้งเปรยว่าเขาคงเครียดมากถึงได้ดื่มไวน์คนเดียวสองแก้ว ศิวา

รีบแก้ตัวว่าเมื่อสักครู่มีเพื่อนมาชื่อเจษที่ชอบโทร.หาบ่อยๆ กันตาดักคอ

“งั้นเรื่องที่คุณคุยคงจะสำคัญมาก จนคุณปิดมือถือไม่ให้ใครรบกวน”

ศิว าชะงักหยิบมือถือมาดูเห็นว่าปิดจริงก็ฉุกคิดว่าเป็นฝีมือน้ำผึ้ง เขารีบทำหน้าปกติบอกเธอว่าคงแบตหมด กันตาแขวะช่างบังเอิญจริงๆ...น้ำผึ้งแอบฟังอยู่ในห้องน้ำอย่างใจจดใจจ่อหวัง ให้กันตาแตกหักกับศิวา แต่ศิวากลับทำใจดีสู้เสือ จูงกันตาท้าให้ไปดูกล้องวงจรปิดของคอนโดว่า เพื่อนมาหาตนจริงหรือเปล่า กันตาดึงมือกลับ

“ไม่ต้อง ถ้าคุณยืนยันว่าคุณไม่มีอะไร ฉันก็จะเชื่อว่าไม่มี ฉันเคยบอกคุณแล้วว่า ถ้าคุณจริงใจกับฉัน ฉันก็จริงใจกับคุณ แต่ถ้าคุณไม่จริงใจ ฉันก็ไม่ขอเสียเวลากับคุณ! ฉันกลับล่ะ”

น้ำผึ้งเจ็บใจที่กันตาไม่ตีโพยตีพายเหมือนพี่สาว จึงแกล้งปัดขวดแชมพูในห้องน้ำหล่นเสียงดัง กันตาชะงักหันมองไปทางห้องน้ำ ศิวาใจหายแต่ปั้นหน้าเป็นปกติปฏิเสธไม่มีอะไร กันตาให้พิสูจน์ไปเปิดประตูเขาอึกอักลังเล กันตาเห็นท่าทางก็เด็ดขาดทันที

“ถ้าคุณกลัว ฉันไม่บังคับคุณก็ได้ แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาบังคับในสิ่งที่ฉันไม่อยากทำเหมือนกัน” กันตาเดินออกจากห้อง ศิวาจะตาม

แต่น้ำผึ้งออกจากห้องน้ำมาเรียกเขาไว้ ทำหน้าขอโทษ ศิวาหันมากำชับอย่าไปไหนเดี๋ยวจะกลับมาจัดการ ศิวารีบตามกันตาไปจนถึงหน้าคอนโด เธอได้ลับตาไปแล้ว เขากดมือถือหาแต่เธอปิดเครื่อง เขาเครียดกลับเข้ามาเอาเรื่องน้ำผึ้ง เธอปฏิเสธตาใสเช่นเดิมว่าไม่มีวันจะทุบหม้อข้าวตัวเองให้ลูกต้องลำบาก ศิวาขุ่นใจ

“โอเค...จับไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ถ้าผมรู้ว่าใครตุกติกกับผมเมื่อไหร่ แล้วจะหาว่าผมไม่เตือน” ศิวาคว้าข้าวของเดินออกจากห้องกลับไป...น้ำผึ้งแอบยิ้มสะใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ ท่านชายอ๊อดได้รับโทรศัพท์จากผู้รับเหมาว่า ถ้าไม่จ่ายเงินงวดนี้พวกเขาจะหยุดงาน ท่านอ๊อดเครียดมาก ขอเครื่องเพชรของหม่อมมลุลีไปหมุน เธอไม่ยอมให้ อ้างเหลือแต่เครื่องเพชรประจำตระกูลที่ให้ไม่ได้แล้ว และย้อนถามถึงเงินที่ไปเอาจากเจ้าสัวไปไหนหมด

“เงินนั่นหมดไปตั้งแต่ผมพาหม่อมแม่ไปช็อปปิ้งที่ฮ่องกงเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วล่ะครับ นี่ถ้าผมไม่มีเงินจ่าย งานผมเสร็จไม่ทันกำหนด ผมโดนฟ้องบานแน่ หม่อมแม่ช่วยไปพูดกับเจ้าสัวให้ผมหน่อยสิครับ”

หม่อมมลุลีโวยจะให้ตนโดนเนื้อแพรกับพิศุทธิ์ถอนหงอกอีกหรือ ขอเหลือหน้าไว้ออกสังคมบ้างเถอะ ท่านชายอ๊อดรีบบอกว่าตอนนี้พิศุทธิ์ไม่อยู่ ส่วนเนื้อแพรก็ยุ่งกับการเปิดสาขาใหม่ นับเป็นโอกาสดีของเรา หม่อมมลุลีครุ่นคิด

สุดท้าย สองแม่ลูกก็หอบตะกร้าผลไม้มาหาเจ้าสัวบัญชา ประจบว่าได้สั่งผลไม้อิมพอร์ตมาฝาก เจ้าสัวทำหน้ารู้ทันขอตัวมีงาน หม่อมมลุลีรีบบอกว่าอย่าทำไม่มีเยื่อใยกันแบบนี้ ท่านชายอ๊อดโพล่งขึ้นทันที “นั่นสิครับ เรื่องที่พิศุทธิ์โกรธ ท่านจะคิดมากทำไม อย่างหนูกะรัตเนี่ยก็เหมือนรถมือสามมือสี่เข้าไปแล้ว มันก็ต้องมีค่าใช้จ่ายมาซ่อมมาแซมไอ้ที่มันสึกหรอกันไปบ้าง”

หม่อมมลุลีสะอึกที่ลูกชายพูดจารุนแรงเกินไป เจ้าสัวหน้าตึงขอให้พูดจาดีๆหน่อย แล้วบอกให้รู้ว่า เงินที่ตนจ่ายให้ไปไม่ใช่ซื้อตัวพิศุทธิ์ แต่เป็นเพราะเห็นว่าช่วยพ่อของคนที่หลานรัก หม่อมมลุลีทำเสียงอ่อนว่าลูกชายเป็นคนจิตใจดี โดนหุ้นส่วนหลอกจนหมดตัว เจ้าสัวรู้แกว

“แล้วที่มานี่ก็จะมาเอาเงินจากอั๊วอีกใช่ไหม จะว่าไป อั๊วมีวันนี้ได้ก็เพราะมีคนให้โอกาส อั๊วก็เลยชอบให้โอกาสคนเหมือนกัน”

สองแม่ลูกดีใจกันใหญ่ “ผมรู้อยู่แล้วว่าเงินแค่นี้ไม่กระเทือนเจ้าสัวหรอก”

“ใช่ มันไม่กระเทือนอั๊วหรอก แต่มันอาจจะ กระเทือนคนอื่น ดังนั้นก่อนที่อั๊วจะให้โอกาสคุณชายอีกครั้ง อั๊วคงต้องให้คนคนนึงมาช่วยยืนยันด้วย” ...สองแม่ลูกทำหน้างงว่าใคร...

ในขณะที่พิศุทธิ์กับกะรัตกำลังสนุกสนานกับการทำอาหารที่บ้านเนื้อแพร กะรัตตั้งใจจะทำให้เนื้อแพรได้ลองชิมฝีมือตัวเองแต่ดูทุลักทุเลมาก พิศุทธิ์คอยช่วยกะรัตให้ไปรอทานตนทำเองได้ เนื้อแพรจึงดึงลูกชายออกมานั่งรอที่ห้องรับแขก แต่เขาชำเลืองมองไปทางครัวอย่างห่วงๆ เนื้อแพรติงไม่ต้องห่วงหรอก พิศุทธิ์กลับบอกว่า ตนห่วงครัวของแม่จะเละมากกว่า สองแม่ลูกหัวเราะครื้นเครง เนื้อแพรดีใจที่เห็นลูกมีความสุข พิศุทธิ์เปลี่ยนเรื่องคุย ถามถึงพ่อกับย่า

“ก็ได้ข่าวว่ากำลังเร่งทำงาน เพราะถึงกำหนดต้องส่งงาน หวังว่าได้เงินจากค่าส่งงาน แล้วคงเอาไปใช้หนี้ให้เจ้าสัว”

พิศุทธิ์กังวลใจจะไม่เป็นเช่นนั้น...ขณะเดียวกัน หม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อดกลับมาวังวิวัฒน์วงศ์อย่างหงุดหงิด เพราะเจ้าสัวบัญชาบอกว่าจะให้เงินต่อเมื่อมีพิศุทธิ์ยืนยัน ซึ่งมันไม่มีทางเป็นไปได้ สองแม่ลูกถกเถียงกันไปมาจะทำอย่างไรให้ไม่ถูกฟ้องล้มละลาย

ooooooo

เช้าวันใหม่กะรัตมาตรวจสุขภาพเพื่อเตรียมพร้อมที่จะมีลูก กันตายํ้าเตือนวันเวลาที่คุณหมอกำหนดให้ กะรัตนับวันแล้วตื่นเต้นที่เป็นวันนี้พอดี เผอิญนํ้าผึ้งแวะมาเอายาให้ลูกชาย จึงได้ยินสองพี่น้องคุยกัน

เธอเจ็บใจไม่มีวันยอมให้ครอบครัวกะรัตสมบูรณ์ได้

มาถึงบริษัท นํ้าผึ้งทำทีเอาแฟ้มงานเข้ามาหาพิศุทธิ์อ้างคุยเรื่องงานของมิสเตอร์โฮล เขาบอกกับเธอว่า มิสเตอร์โฮลจะมาถึงวันนี้ตอนสองทุ่ม ตนคุยทางอีเมล์กับเขาเรียบร้อยแล้ว นํ้าผึ้งเสนอให้ไปรับเขาด้วยกัน ฟองดาวชักสีหน้ารู้ทันว่านํ้าผึ้งเริ่มแผนใกล้ชิดพิศุทธิ์อีก

“ผมบอกมิสเตอร์โฮลไปแล้วว่าทางผมคิดสูตรรสชาติตามที่เขาต้องการไว้เรียบร้อยแล้วรอให้มิสเตอร์โฮลมาทดสอบพรุ่งนี้...วันนี้มิสเตอร์โฮลแค่อยากรู้ข้อมูลทางการตลาด ขอโทษนะที่บอกกะทันหัน พอดีมิสเตอร์โฮลอยู่เมืองไทยได้สองวันเท่านั้น ทุกอย่างเลยต้องเร่ง”

นํ้าผึ้งเห็นว่าเข้าทางรีบขอให้เขาไปด้วยกัน เผื่อมีคำถามที่ตนตอบไม่ได้ แต่พิศุทธิ์กลับบอกว่า ถ้ามีอะไรที่เธอตอบไม่ได้ช่วยโน้ตเอาไว้ พรุ่งนี้ตนจะอธิบายเอง นํ้าผึ้งผิดหวัง...ระหว่างนั้นกันตาได้รับจดหมายตอบรับการเรียนต่อจากมหาวิทยาลัย จึงขอเลื่อนการแต่งงานออกไป ศิวาหวั่นใจเกรงจะสูญเสียเธอไปตลอดชีวิต เขาโทร.ขอให้พวงหยกช่วยคุยกับกันตาให้

ด้วยความเครียดศิวาโทร.นัดนํ้าผึ้งมาพบที่คอนโด นํ้าผึ้งออกตัวกับเขาก่อนว่ามีเวลาไม่มาก เพราะต้องไปรับลูกค้าตอนสองทุ่ม แต่ก็ดีใจที่เขายังต้องการเธอ ศิวากลับไม่สนใจการเย้ายวน เขารื้อค้นกระเป๋าเธอดึงเอาบัตรเครดิตคืน นํ้าผึ้งตกใจ “คุณจะเอาบัตรเครดิตฉันไปไหน!”

“คุณพูดผิดแล้ว นี่มันบัตรเครดิตผมต่างหาก

ผมบอกแล้วไง...ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วไม่ทำตัวมีปัญหา ผมก็จะให้ทุกอย่าง แต่ถ้ามีปัญหาเมื่อไหร่ ผมก็จะเอาคืนทุกอย่าง”

“ฉันไปสร้างปัญหาอะไรให้คุณ ถ้าเป็นเรื่องคุณก้อยของคุณล่ะก็ ฉันไม่รู้เรื่อง!”

“ก็ในเมื่อจับมือใครดมไม่ได้ ผมก็ยึดทุกอย่างจากทุกคน จำไว้นะ! ไม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือใครก็ตาม จงหยุดซะ บอกแล้วว่าคุณก้อยคือคนสำคัญของผม ถ้าคิดว่าทำอย่างนี้แล้วจะทำให้ผมกับคุณก้อยไม่ได้แต่งงานกัน...คิดผิด! ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้คุณก้อยมา ยอมแม้แต่เลิกหาความสุขจากผู้หญิงอย่างคุณ!” ศิวาจะเดินไป

น้ำผึ้งตกใจรั้งเขาไว้  เขาสะบัดจนเธอล้มลงเดินไปอย่างไม่เหลียวแล น้ำผึ้งยิ่งเจ็บแค้น

ooooooo

เย็นวันนั้น กะรัตแวะมาบ้าน ได้ยินพวงหยกโวยวายกันตาที่ยกเลิกการแต่งงาน กันตาว่าไม่ได้ยกเลิก แต่ขอเปลี่ยนเป็นการหมั้น กะรัตช่วยไกล่เกลี่ย “แม่ก็รู้ว่ายัยก้อยเป็นคนยังไง ถ้ายัยก้อยบอกไม่ก็แปลว่าไม่ แต่ถ้ามีทางเลือกให้แม่ก็แปลว่า ยอมแม่มากแล้ว ถ้าแม่ไม่เอางานเข้าแน่”

พวงหยกเอ็ดตะโรหันมาก่นด่าเรื่องของกะรัตแทน กะรัตเถียงว่าพิศุทธิ์เป็นคนดีมาก ตนตั้งใจจะมีลูกกับเขา พวงหยกยิ่งปรี๊ดหาว่าพิศุทธิ์คิดใช้ลูกช่วยกอบโกยสมบัติของเธอ

“กั้งไม่คุยกับแม่แล้ว คืนนี้กั้งมีภารกิจสำคัญต้องไปทำ รีบกลับไปรอสามีสุดที่รักดีกว่า”

กะรัตกลับมาบ้าน จัดโต๊ะอาหารดูโรแมนติก แต่งตัววาบหวิวรอรับพิศุทธิ์ เธอโทร.บอกให้เขารีบกลับบ้าน แต่พิศุทธิ์ยังติดประชุมอยู่...ด้านน้ำผึ้งกำลังต้อนรับมิสเตอร์โฮล เขาใช้สายตาสำรวจเรือนร่างเธออย่างจาบจ้วง น้ำผึ้งยังหวังว่าพิศุทธิ์จะตามมา ได้โทร.รายงานว่าตนอยู่ในห้องอาหารที่โรงแรม อย่างไรเสียก็เป็นทางผ่านกลับบ้านของเขาหวังว่าเขาจะแวะ

ผ่านไปสักพัก น้ำผึ้งโทร.หาพิศุทธิ์อีกครั้งบอกเขาว่ามิสเตอร์โฮลเมามาก ตนไม่รู้จะทำอย่างไร พิศุทธิ์แนะนำให้เธอตามพนักงานมาช่วยพาเขาขึ้นห้องพัก น้ำผึ้งโกรธหาว่าเขาใจดำ ทั้งที่ความจริงพิศุทธิ์ยังติดประชุมอยู่...น้ำผึ้งประชดด้วยการประคองพามิสเตอร์โฮลขึ้นห้องพักเอง แต่พอจะกลับออกมาก็ถูกเขาหลอกพยายามปลุกปล้ำ น้ำผึ้งต่อสู้สุดชีวิต เพราะไม่คิดว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ มิสเตอร์โฮลเข้าใจว่า บริษัทส่งผู้หญิงมาต้อนรับหมายถึงผู้หญิงอย่างว่า เธอหนีเข้าไปขังตัวในห้องน้ำร้องไห้โทร.ขอให้พิศุทธิ์มาช่วย

พอเสร็จการประชุม กะรัตโทร.ถามพิศุทธิ์จะถึงบ้านหรือยัง เขาลังเลเป็นห่วงน้ำผึ้ง จึงตัดบทกะรัตว่าอีกไม่นานก็ถึง กะรัตแปลกใจยิ่งครุ่นคิดสติหลุดอีก นวลต้องคอยปลอบ

น้ำผึ้งหวาดกลัวอยู่ในห้องน้ำ พลันได้ยินเสียงไขกุญแจเข้ามา มิสเตอร์โฮลหัวเราะร่าลากเธอออกมาปลุกปล้ำ ทันใด พิศุทธิ์พาพนักงานโรงแรมเปิดประตูผางเข้ามา กระชากมิสเตอร์โฮลขึ้นชกหน้าล้มหัวกระแทกตู้นั่งมึนงง น้ำผึ้งโผเข้ากอดพิศุทธิ์ด้วยความดีใจ พิศุทธิ์เห็นเสื้อผ้าน้ำผึ้งขาด จึงถอดสูทคลุมให้ยิ่งสร้างความอบอุ่นใจแก่เธอ

พิศุทธิ์เห็นว่าน่าจะแจ้งความ แต่น้ำผึ้งไม่ยอมกลัวคนหาว่าตนสร้างเรื่องหวังรวยทางลัด เขาจึงไปส่งเธอที่บ้าน น้ำผึ้งไขว่คว้าความอบอุ่นจากพิศุทธิ์อย่างมาก เธอกุมมือเขาพร่ำรำพัน

“คุณรู้ตัวไหม คุณเป็นคนดีเหลือเกิน ยิ่งเห็นคุณดีเท่าไหร่ กั้งยิ่งไม่มีค่าพอที่จะได้คุณไปเท่านั้น” พิศุทธิ์ชะงักดึงมือออกไม่ค่อยพอใจ น้ำผึ้งรุก “คุณบอกฉันมาสิคะว่าคุณรักกั้งตรงไหน ช่วยบอกฉันหน่อยสิว่า กั้งดีกว่าฉันตรงไหน ฉันเป็นเพื่อนกับกั้งมา 12 ปี ฉันไม่เคยเห็นข้อดีของกั้งเลย ทั้งอารมณ์ร้อน ขี้โมโห เอาแต่ใจ ดีแต่ใช้เงินฟาดหัวคนอื่น เห็นคนอื่นเป็นแค่ของเล่นสนองความพอใจของตัวเอง...ไม่เว้นแม้แต่คุณ!”

พิศุทธิ์ไม่อยากฟังจะกลับ น้ำผึ้งปั่นหัวอีกว่ากะรัตทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะตน ตอนนี้เธอกำลังใช้แผนแก้แค้นด้วยการมีลูก ตนได้ยินเธอวางแผนกับกันตาที่โรงพยาบาล

“คุณอย่าบอกนะว่าคุณไม่เคยสงสัยว่าอยู่ๆคนที่เกลียดเด็กอย่างกั้ง ทำไมถึงอยากมีลูก เขาต้องการให้ฉันเจ็บเหมือนตอนที่คุณภูอยากมีลูกกับฉัน และที่สำคัญ...เขาจะใช้ลูกผูกมัดคุณเหมือนที่เขาใช้ทะเบียนสมรสตีตราคุณไว้นั่นแหละ คุณเชื่อจริงๆหรือว่ากั้งเขารักคุณ บางทีเขาอยากเอาชนะฉันจนยอมทำทุกอย่าง แม้แต่หลอกว่าเขารักคุณ!”

“คุณรู้อะไรไหม ยิ่งคุณพูดทำลายกั้งเท่าไหร่ผมก็ยิ่งเห็นใจและรักกั้งมากขึ้นเท่านั้น”

น้ำผึ้งหน้าชา มองพิศุทธิ์ขับรถออกไปอย่างเจ็บปวด มือกำเสื้อสูทเขาไว้เข่นเขี้ยว จะไม่มีวันยอมให้กะรัตมีครอบครัวที่สมบูรณ์ได้

พิศุทธิ์มาถึงบ้าน เห็นกะรัตนอนหลับอยู่ที่โซฟาก็ยิ้มอย่างเอ็นดู จะเข้าไปอุ้มก็เผอิญเตะเอกสารที่หล่นอยู่ เป็นเอกสารการวางแผนมีบุตร เขาชะงักเริ่มคิดถึงคำพูดของน้ำผึ้ง...แถมมีภาพวาดที่กะรัตวาดไว้เป็นภาพลูกจูงมือพ่อแม่ มีข้อความว่า ลูกคือโซ่ทองคล้องใจ เขายิ่งครุ่นคิด...

วันต่อมา พิศุทธิ์กลัดกลุ้มมานั่งอยู่บ้านเนื้อแพร เลียบเคียงถามแม่ทำไมเลิกกับพ่อ ทำไมไม่อยู่เพื่อแสดงให้ใครๆเห็นว่าลูกมีพ่อ เนื้อแพรยอมรับว่าตอนแรกคิด แต่มันไม่มีความสุขเลยแล้วจะทนอยู่โดยไม่รักกันทำไม พิศุทธิ์โพล่งขึ้น...เพื่อเอาชนะผู้หญิงคนอื่น เนื้อแพรชะงัก

“ทำไมถามแบบนี้ล่ะลูก ใครมาพูดอะไรให้ลูกไขว้เขวอีกหรือเปล่า”

“บางทีการที่กั้งแสดงออกว่าต้องการผมมาก มันทำให้ผมไม่แน่ใจ”

“ชาย แม่เคยบอกแล้วว่าหนูกั้งไม่ใช่ผู้หญิงที่มีอะไรแล้วเก็บไว้นะลูก เขาคนละขั้วกับชายแต่ชายก็บอกว่ารับเขาได้ทุกอย่าง แต่วันนี้ชายจะมาบอกว่าสิ่งที่หนูกั้งทำ มันทำให้ชายระแวง แม่ว่ามันไม่ใช่  แม่ไม่รู้ว่าปัญหามันเกิดจากอะไรกันแน่ แต่แม่อยากบอกชายไว้ ชายเคยต้องการให้หนูกั้งเชื่อใจชายแค่ไหน ชายก็ต้องมีความเชื่อใจเขากลับไปเท่านั้น”

คำพูดของเนื้อแพรทำให้พิศุทธิ์ฉุกคิด

ooooooo

หม่อมมลุลีช็อกสุดขีดเมื่อได้รับเอกสารการยึดวังวิวัฒน์วงศ์จากธนาคาร เธอโวยวายใส่ท่านชายอ๊อดได้ไม่เท่าไหร่ก็เป็นลมล้มพับไป พอฟื้นขึ้นมาก็เจอคำออดอ้อนรำพันสำนึกผิดของท่านชายอ๊อด และคิดวิธีจะหาทางกู้หน้าไม่ให้เสียวัง โดยหวังให้เนื้อแพรช่วยคุยกับพิศุทธิ์

พอสองแม่ลูกผู้สูงศักดิ์ลดตัวลงมาขอร้องเนื้อแพร กลับได้รับการปฏิเสธและโดนเหน็บ

“มาบอกดิฉันกับลูก พวกเราคงช่วยท่านไม่ได้ เป็นหนี้นอกระบบมันก็เหมือนเล่นกับไฟ ทำไมตอนก่อนทำไม่รู้จักคิด อยากเล่นกับไฟก็ต้องโดนไฟเผาแบบนี้แหละค่ะ”

หม่อมมลุลีโวย “มากไปแล้วนะเนื้อแพร ฉันไม่ได้มาให้หล่อนด่านะ แหม...พอเห็นฉันกับลูกล้มเข้าหน่อยก็ทำมาจองหอง...ไม่เป็นไรชาย คนใจแคบไม่ช่วยก็ช่างมัน ชายโทร.ไปหาพิศุทธิ์เองเลยก็ได้ แม่เชื่อว่าพิศุทธิ์ไม่ให้พ่อกับย่าต้องลำบากหรอก”

พิศุทธิ์ก้าวเข้ามา “ไม่ต้องโทร.หรอกครับ ผมอยู่นี่แล้ว ผมคงช่วยไม่ได้หรอกครับ”

“แค่ขอให้แกช่วยออกปากเกริ่นเจ้าสัวให้ ถ้าฉันหมดตัว แกก็ไม่มีราชสกุลคุ้มกะลาหัว”

“ผมไม่สนเรื่องสกุล ผมไม่ชอบยืมจมูกคนอื่นหายใจ ถ้าเราไม่มีปัญญาจะรักษาวังไว้ ก็ปล่อยมันไปเถอะครับ” พิศุทธิ์แนะนำท่านชายอ๊อด

“แกมันเห็นแก่ตัว ห่วงแต่ศักดิ์ศรีแล้วไม่ห่วงชื่อเสียงเมียแกบ้างรึไง ถ้าตระกูลเราหมดตัว เมียแกจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ในเมื่อเขาก็เป็นวิวัฒน์วงศ์คนนึงเหมือนกัน”

หม่อมมลุลีเห็นพิศุทธิ์อึ้งก็รีบเสริมที่ตนบากหน้ามาให้เขากับเนื้อแพรหยามเกียรติ ก็เพื่อรักษาวังนี้ไว้เป็นสมบัติของพิศุทธิ์เอง และอีกอย่างถ้าพวงหยกรู้เรื่องคงยิ่งดูถูกมากขึ้น ท่านชายอ๊อดส่งสายตาให้หม่อมมลุลีทำนองแม่รับมุกได้เฉียบมาก...แต่ดีใจได้ไม่นาน เพราะพิศุทธิ์ประกาศว่า การไม่มีสมบัติติดตัวก็ไม่ได้เสียหายตรงไหน ดีกว่าการเกาะเขากินถึงน่าอาย

ท่านชายอ๊อดปรี๊ดลำเลิกบุญคุณความเป็นพ่อ พิศุทธิ์มองด้วยสายตาเจ็บปวด “ท่านพ่อมีค่าสำหรับผมเสมอครับ ต่อให้ท่านพ่อไม่เคยเลี้ยงดูผม ผมก็ระลึกถึงท่านพ่อเสมอ ท่านพ่อต่างหากเคยคิดถึงลูกคนนี้บ้างไหม หรือนึกได้ว่ายังมีลูกคนนี้ในวันที่เห็นผมมีประโยชน์เท่านั้น”

หม่อมมลุลีสะอึกรีบแก้ตัวว่าที่พ่อกับย่าไม่ได้มาดูแลเพราะเนื้อแพรกีดกัน ทั้งที่ตนกับท่านชายอ๊อดตั้งใจจะยกวังนี้ให้เขา ท่านชายอ๊อดแอบยกนิ้วให้แม่และหวังว่าพิศุทธิ์จะใจอ่อน สุดท้ายทั้งสองต้องหงุดหงิดออกมาจากบ้านเนื้อแพร ด้วยพิศุทธิ์ไม่เล่นด้วย ท่านชายอ๊อดเจ็บใจคิดลู่ทางใหม่ที่จะได้เงิน ยังเหลืออีกคนที่เราควรเข้าหา

เนื้อแพรเตือนพิศุทธิ์ว่าท่านชายอ๊อดไม่หยุดแค่นี้แน่ ให้เขาไปเตือนกะรัตรับรู้ไว้อย่าให้เจ้าสัวต้องเสียเงินอีก พิศุทธิ์ข้องใจ “แม่พูดอย่างกับว่าทางนั้นจะรับไม่ได้ที่บ้านเราเป็นแบบนี้”

“เรื่องเครดิตสำหรับนักธุรกิจมันเป็นเรื่องใหญ่ ชายถึงต้องบอกให้หนูกั้งสบายใจว่าเราไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับหนี้ของท่านพ่อ”

พิศุทธิ์มาถึงบ้านตั้งใจจะบอกเรื่องนี้กับกะรัต แต่เธองอนที่เขากลับดึก และยังไม่เคลียร์เรื่องคืนก่อนที่ไม่กลับมาดินเนอร์กับเธอ กะรัตเชื่อว่าพิศุทธิ์ไม่ต้องการมีลูกจนเอามาเป็นเหตุหลบหน้าเธอ พิศุทธิ์เหนื่อยใจเจอปัญหารุมเร้าหลายทาง พยายามแก้ปัญหาทีละเรื่อง

พิศุทธิ์ยอมรับว่ายังไม่อยากมีลูก เพราะไม่ใช่แค่คลอดเขาออกมาแล้วจบ มันต้องมีความมั่นคงในชีวิตแต่งงาน พร้อมที่จะรับผิดชอบเขา ไม่ใช่แค่เอาชนะใคร สรุปว่าตนยังไม่พร้อม กะรัตอึ้ง ในหัวมีแต่คำถามว่าทำไม...ทำไม...

ooooooo

เมื่อกันตาเปลี่ยนการแต่งงานเป็นการหมั้น ศิวาก็หวั่นใจว่าเธอจะเปลี่ยนใจยกเลิกอีก จึงไปปรึกษาพวงหยก จนได้เลื่อนงานขึ้นมาเป็นอาทิตย์หน้า... จากนั้นศิวาก็รบเร้าให้กันตาไปตัดชุดด้วยกัน แต่เธอบ่ายเบี่ยงต้องทำงาน  เรื่องชุดให้เขาไปจัดการตัวเองให้เสร็จ สำหรับเธอง่ายๆ

ศิวาไม่ย่อท้อ หาทางดึงกันตาลางานออกมาทานข้าวกับเขาจนได้ โดยใช้พ่อเป็นตัวช่วย

“คุณไม่ต้องมายิ้มเลย ที่ฉันมาเพราะป๊าคุณเป็นคนนัดหรอกนะ ถ้ามากับคุณฉันไม่ทิ้งงานมาหรอก” กันตานั่งร่วมโต๊ะอาหารบ่นด้วยความหมั่นไส้ศิวา

ศรัทธาขอบใจกันตา แต่ความจริงที่เขาทำตามคำขอของลูกชายเพราะมีเรื่องตกลงกับศิวา เมื่อกันตาลุกไปเข้าห้องน้ำ ศรัทธาก็เปิดฉากบอกความประสงค์ของตัวเอง เขาต้องการแหวนของแม่ศิวา มาให้เมียคนล่าสุดที่กำลังจะคลอดลูกให้เขา...ศิวาโกรธมาก ไม่ยอมให้

“ป๊าจะมีผู้หญิงหรือมีลูกอีกกี่คนผมไม่เคยยุ่ง ป๊าจะไม่เคยเลี้ยงดูผม ผมก็ไม่เคยแคร์ แต่ผมขออย่างเดียว แหวนวงนี้มีค่ากับผมมาก เพราะมันเป็นแหวนของผู้หญิงที่ผมรักที่สุดในชีวิตให้ผมไว้ แล้วผมก็จะเอาแหวนวงนี้ไปสวมให้กับผู้หญิงที่ผมรักที่สุดเหมือนกัน” ศิวาลุกออกไป

กันตายืนอึ้งฟังสองพ่อลูกเถียงกันอยู่นาน ศิวาเดินมา จูงมือเธอออกไปทันที...ศิวาพากันตามานั่งชมวิวสงบจิตใจ กันตากล่าวขอโทษไม่ได้ตั้งใจฟังเรื่องของเขากับพ่อ ศิวา กลับยินดีที่เธอจะได้รู้ว่า ครอบครัวเขาก็มีปัญหาถึงขนาดแม่เขาต้องตรอมใจตาย กันตาสะท้อนใจ ศิวาระบาย

“ในโลกนี้ แม่เป็นคนเดียวที่ทำให้ผมรู้ว่าความรักที่ไม่ต้องการอะไรตอบแทนมันเป็นยังไง พอไม่มีแม่ ผมก็ไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนจะรักผมโดยไม่หวังผลสักคน” ศิวากุมมือกันตา “จนผมมาเจอคุณ คุณเห็นอย่างนี้แล้วจะยกเลิกงานทุกอย่างก็ได้นะครับ ผมสัญญาว่าคราวนี้จะยอมรับการตัดสินใจของคุณอย่างเต็มใจ จะไม่กวนใจคุณอีก”

กันตาเพิ่งเห็นว่าผู้ชายที่คิดว่าเจ้าชู้ กลับโดดเดี่ยวน่าสงสารเหลือเกิน “คุณจำได้ไหม ตอนที่แม่เอาเอกสารมาแฉคุณพิศุทธิ์ ฉันเคยถามคุณว่าจะเลิกกับฉันก็ได้ แต่คุณปฏิเสธ แล้วครั้งนี้ฉันจะปฏิเสธคุณได้ยังไง...อีกอย่าง สำหรับฉัน เรื่องแหวนไม่ใช่เครื่องบ่งชี้ถึงความสำคัญที่คุณมี ให้กับฉัน แต่มันอยู่ที่ความรู้สึกและการกระทำของคุณมากกว่า”

ศิวาซาบซึ้งตื้นตันใจ ดึงกันตามากอดสัญญาจะจัดการกับอดีตที่ผิดพลาดของตัวเอง และจะรัก ซื่อสัตย์กับเธอคนเดียว กันตายิ้มปลื้ม

ooooooo

วันต่อมา กะรัตมาหาเนื้อแพรที่ร้านสปา เพื่อถามว่าทำไมพิศุทธิ์ถึงไม่อยากมีลูกกับตน เนื้อแพรให้แง่คิดว่า พิศุทธิ์อาจมีบางอย่างที่ไม่พร้อมจะพูดออกมา ขอให้เธออดทนรอ อย่าบีบให้เขาต้องอึดอัดใจ เรื่องบางเรื่องต้องใช้เวลาเรียนรู้ที่จะอดทนรอรับรู้ความในใจของอีกคน

ตลอดเวลาที่อยู่บริษัท พิศุทธิ์พยายามเลี่ยงไม่เผชิญหน้ากับน้ำผึ้ง แต่ดูเธอหาโอกาสเข้าหาเขาตลอด กระทั่งวันนี้ พอดีศิวาโทร.นัดให้เธอไปพบที่คอนโด...ศิวา เรียกเธอมาเพื่อบอกว่า อาทิตย์หน้าตนจะหมั้นกับกันตา และขอเลิกกับเธออย่างเด็ดขาด น้ำผึ้งเยาะเลิกตอนนี้จะมีประโยชน์อะไรถ้ากันตารู้ว่าเขาสวมเขาให้เธอมาตลอด ศิวาตอกกลับว่า ถึงตนไม่ได้แต่งงานกับกันตา ตนก็ไม่มีวันลงเอยกับผู้หญิงอย่างเธอ แล้วศิวาก็ขอคีย์การ์ดคอนโดคืน ให้เธอเก็บของออกไปเสีย น้ำผึ้งตกใจจะเอาคืนกันง่ายๆ ได้อย่างไร ในเมื่อเขายกคอนโดนี้ให้ตน

“ใช่ ผมบอกจะยกให้คุณ และผมไม่เคยคิดจะเอาคืน ถ้าวันนั้นคุณก้อยไม่รู้ว่าผมมีคอนโดอยู่ที่นี่” น้ำผึ้งอึ้งไม่คิดว่าการกระทำของตัวเองจะย้อนมาหาตัวเอง เธอไม่ยอมคืน ศิวาเสียงเฉียบ “มันเป็นสิทธิ์ของผม คุณรู้ไหมว่าผู้หญิงคนอื่น ผมสั่งให้คนไปบอก แต่กับคุณผมยอมมาคุยเอง อย่าทำให้เรื่องมันยาก ที่ผ่านมาคุณก็ได้จากผมไปเยอะแล้ว ผมต้องการเริ่มต้นใหม่ ต้องการมีครอบครัวที่สมบูรณ์กับคุณก้อยเท่านั้น”

น้ำผึ้งฟูมฟายขอร้องให้เห็นแก่ตนที่ต้องเลี้ยงลูกซึ่งอ่อนแอ ศิวาตัดสินใจเขียนเช็คให้เธอจำนวนหนึ่ง เป็นค่าชื่นชมที่ทำทุกอย่างเพื่อลูก จากนั้นเขาก็กลับไป น้ำผึ้งกำเช็คด้วยความแค้น

เมื่อแค้นมากก็ไม่ลดละที่จะแก้แค้น น้ำผึ้งยืนแอบมองห้องเสื้อกะรัต เผอิญวันนี้ พวงหยกพากันตา

มาเลือกเสื้อผ้า กันตาบ่นอุบกับกะรัตว่าแม่เลือกเสื้อให้ศิวาไม่ถูกใจตน กะรัตเหลือบไปเห็นน้ำผึ้งก็ชะงัก มองอีกทีไม่พบเธอแล้วก็แปลกใจตัวเองไม่น่าตาฝาด

คืนนั้น น้ำผึ้งนั่งมองกระจกอย่างคนจิตไม่ปกติ เธอพร่ำถาม “ทำไมคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นถึงไม่เคยเป็นฉัน ทำไมฉันถึงไม่เคยได้สวมชุดเจ้าสาว...ทำไมต้องเป็นพวกมันที่มีความสุข ทำไมฉันต้องแพ้นังกั้ง ทำไมๆๆ” น้ำผึ้งคว้าของปาใส่กระจกแตกร้าว “ไม่จริง! ฉันไม่มีวันแพ้! พวกมันจะไม่มีวันมีความสุข พวกมันต้องเป็นฝ่ายทุกข์ทรมาน ต้องเป็นฝ่ายแพ้ฉัน นังก้อยต้องอับอายเป็นม่ายขันหมาก นังกั้งต้องเจ็บปวดทุรนทุรายปางตายที่โดนผัวคนที่สี่ทรยศ

ด้านกะรัต นอนหลับผวาละเมอร้อง...แกทำอะไรฉันไม่ได้หรอกนังผึ้ง...พิศุทธิ์ออกจากห้องน้ำมาแปลกใจเข้าไปดูกะรัตใกล้ๆ  เห็นว่าเธอยังหลับ ก็อดสงสารไม่ได้กับเรื่องฝังใจของเธอ”

ooooooo

เช้าวันงานหมั้นของกันตากับศิวา น้ำผึ้งแต่งชุดดำเตรียมออกจากบ้าน รสสุคนธ์ดักคอว่าตนไปทำบุญเผื่อเธอและลูกมา หวังว่าผลบุญจะฉุดเธอขึ้นจากนรก น้ำผึ้งโต้ไม่ต้องห่วงเพราะสิ่งที่ตนจะไปทำเป็นสิ่งดี ตามคำสอนพระพุทธศาสนาว่าการทำ กรรมชั่ว ตายไปจะเจออะไร...

ด้านหม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อดเพิ่งเห็นข่าวงานหมั้นของสองตระกูลใหญ่ก็รีบแต่งตัวออกไปร่วม งาน...บรรยากาศในคฤหาสน์เจ้าสัวบัญชาดูสวยงามอย่างไทย พวงหยกในชุดไทยเลิศหรูเดินมาเจอกฤชก็อดแขวะไม่ได้ หาว่ารีบมาเอาหน้า กฤชไม่อยากต่อปาก ต่อคำ พวงหยกกำชับ

“วันนี้ต้องช่วยกันดูแลแขกให้ดี คุณศิวาเชิญแต่แขกใหญ่ๆโตๆมาทั้งนั้น อย่าทำขายหน้า”

กฤชหน่ายใจกระซิบกุนตีว่าดูแม่เราตื่นเต้นอย่างกับได้แต่งเสียเอง กุนตีบอกว่าแม่ไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ...เจ้าสัวบัญชาทักทายพิศุทธิ์ เขาอยากจะย้ำเรื่องพ่อ กะรัตเดินมาเสียก่อนอ้อนขอโทษที่ไม่ค่อยมาหา เจ้าสัวเอ่ยขำๆ ไม่ต้องกลัวตนเหงาเพราะแม่เราไม่เคยปล่อยให้ตนเหงาหู แล้วนึกได้ถามเรื่องที่กะรัตอยากมีลูก แต่พอเห็นสีหน้าพิศุทธิ์ก็รู้ว่าคงมีปัญหากันอยู่ จึงเปลี่ยนเรื่องคุย

กุนตีมาดูความเรียบร้อยของกันตา รู้สึกน้องไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ กันตาถอนใจยอมรับว่าใจคอไม่ค่อยดี กุนตีปลอบให้เชื่อมั่นและมั่นใจกับสิ่งที่เราเลือก

เห็นท่านชายอ๊อดหอบของขวัญกล่องใหญ่เดินนำหม่อมมลุลีเข้ามา เจ้าสัวขยับเข้าหาพิศุทธิ์พูดพอได้ยินสองคน “ไม่ต้องกังวล  ถ้าคุณชายยืนยันว่าไม่ให้ช่วย ทุกอย่างก็เป็นตามนั้น”

เสียงพวงหยกแขวะทั้งสองว่าใครเชิญ หม่อมมลุลีออกตัว เราเป็นทองแผ่นเดียวกัน ไม่เชิญก็ต้องมาแสดงความยินดี เผอิญมีรัฐมนตรีเข้ามา พวงหยกถือโอกาสดึงศิวาและกันตาไปต้อนรับ หม่อมมลุลีเก้อ จึงหันมาทักทายเจ้าสัวสบายดีหรือ เจ้าสัวเหน็บ

“สบายดี ช่วงนี้อั๊วอยู่กับอากาศที่บริสุทธิ์ ไม่มีมลภาวะเลยยิ่งสบาย”

สองแม่ลูกหันมามองตากันอย่างเจ็บใจ พิศุทธิ์ถือโอกาสเชิญพ่อและย่าไปอีกทาง กะรัตจะตามแต่เจ้าสัวดึงไว้ให้พ่อ ย่า หลานเขาคุยกันเอง...พิศุทธิ์ขอร้องอย่ามา รบกวนเจ้าสัวอีก หม่อมมลุลีออกตัวว่าที่มาเพราะเจ้าสัวโทร.ไปเชิญ ท่านชายอ๊อดเข่นเขี้ยว ตนไม่จนตรอกง่ายๆ

พิศุทธิ์แปลกใจว่าพ่อจะเอาเงินจากใคร พวงหยกเข้ามาต่อว่าพิศุทธิ์ หาว่าเขาแผนสูง คิดอยากมีลูกมาผูกมัดกะรัตเพื่อหวังทรัพย์สมบัติ พิศุทธิ์กลัวคำพูดอย่างนี้อยู่แล้ว เขารับรองกับพวงหยกว่า ตนไม่พร้อมจะมีลูกแน่นอน...

สองแม่ลูกแอบได้ยิน ความหวังของท่านชายอ๊อดอยู่ที่กะรัตทันที เขาดึงหม่อมมลุลีมาทางกะรัตซึ่งกำลังคุยอยู่กับเจ้าสัว เผอิญกะรัตเห็นทั้งสองเดินมาก็รีบบอกเจ้าสัวให้เข้าไปข้างในก่อน ตนจะรับมือกับสองแม่ลูกนี้เอง

พอท่านชายอ๊อดเข้ามาทักทาย กะรัตก็รีบบอกว่าก๋งไม่ได้อยู่ตรงนี้ ท่านชายอ๊อดกลับบอกว่าอยากคุยกับเธอมากกว่า กะรัตแปลกใจเพราะก่อนหน้านี้ ทั้งสองด่าตนสาดเสียเทเสีย จู่ๆอยากคุยด้วย หม่อมมลุลีหน้าตึง แต่พอฟังๆลูกชายเกริ่นก็เริ่มเสริม

“เธอก็ต้องเข้าใจฉันสองคนนะ เราอยู่ในชนชั้นที่มีเกียรติ บางอย่างที่เราไม่อยากทำเราก็ต้องแกล้งทำเพื่อรักษาเกียรติไว้ แต่ถ้าถามจากใจว่าเรารังเกียจหนูไหม บอกได้เลยว่าไม่”

“เหรอคะ! แหม...แกล้งซะเหมือนเชียว”

ท่านชายอ๊อดรวบรัดตัดความ ให้ลืมเรื่องเก่าๆแล้วหันมาช่วยกันทำให้พิศุทธิ์มีความสุข หม่อมมลุลีเริ่มร้องไห้ รำพันว่าแก่ปูนนี้แล้วยังทำลายความฝันลูกหลาน ท่านชายอ๊อดปลอบแม่ว่าตนผิดเอง ที่ทำลายความฝันอยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์ของลูก...ระหว่างนั้น น้ำผึ้งแอบมองอยู่นอกรั้ว เห็นพิศุทธิ์เดินตามหากะรัต พอท่านชายอ๊อดเห็นพิศุทธิ์ก็รีบกระซิบบอกกะรัตว่าจะหาโอกาสเล่าให้ฟัง ท่านชายอ๊อดกับหม่อมมลุลีรีบเดินเลี่ยงไป พิศุทธิ์เข้ามาถามกะรัตว่าพ่อคุยอะไรด้วย แล้วจะบอกเรื่องอย่าให้เงินแก่พ่อตน ก็พอดีกุนตีมาตามเข้าบ้าน เพราะพิธีจะเริ่มแล้ว

น้ำผึ้งให้แมสเซนเจอร์เอาของมาส่งให้พวงหยก บอกว่าเป็นของขวัญจากศิวาอยากเซอร์ไพรส์กันตาต่อหน้าแขกทุกคน

การสวมแหวนเริ่มขึ้น พวงหยกปลื้มปริ่มบอกนักข่าวเวลาถ่ายรูประวังแสงเพชรจะสะท้อนแสงแฟลช ทำให้ภาพเสีย กะรัตชำเลืองมองพิศุทธิ์อย่างห่วงความรู้สึกของเขา...สมหวังเข้ามาสะกิดนวลจะบอกว่าตนเห็นน้ำผึ้งแต่นวลไม่ยอมฟัง เมื่อสาวใช้เอากล่องของขวัญมาให้พวงหยกแล้วบอกตามที่แมสเซนเจอร์บอก พวงหยกดีใจรีบประกาศให้ทุกคนเตรียมดูของขวัญพิเศษที่ศิวาจัดให้ลูกสาว ศิวาตาโพลงงงว่าของอะไร ไม่ทันจะแย้ง พวงหยกก็เปิดกล่อง นักข่าวกรูถ่ายภาพของขวัญ ปรากฏว่าเป็น... ต้นงิ้ว ทุกคนตะลึง สมหวังโพล่งขึ้นว่าเห็นน้ำผึ้งหน้าบ้าน

กะรัตสงสารน้องจับใจเชื่อว่าเป็นฝีมือน้ำผึ้ง ทะยานออกไปหน้าบ้านในทันที พิศุทธิ์รีบตามออกไป เห็นน้ำผึ้งยืนยิ้มเยาะอยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วขึ้นแท็กซี่หนีไปก่อนที่กะรัตจะถึงตัว กะรัตตะโกนด่าไล่หลัง พิศุทธิ์ปรามให้ใจเย็นตั้งสติ กลับไปปลอบใจกันตา...พวงหยกกำลังโวยวายว่าใครทำให้อับอายเช่นนี้ กะรัตเข้ามาบอกว่าเป็นฝีมือน้ำผึ้ง กันตาไม่อยากเชื่อเพราะในใจคิดว่าเป็นผู้หญิงของศิวา ส่วนศิวากำลังต่อว่าบอดี้การ์ดและสั่งให้ไปสืบว่าฝีมือใคร

คืนนั้นกะรัตโกรธแค้นน้ำผึ้งมาก แต่พิศุทธิ์กลับบอกให้อภัย เพราะคนที่ไม่มีความสุขก็คือตัวน้ำผึ้งเอง กะรัตไม่พอใจ เช้าขึ้นจึงไม่ตื่นมาส่งพิศุทธิ์ออกไปทำงาน พอเขาไปแล้วถึงเดินลงมา ไม่ทันไรท่านชายอ๊อดกับหม่อมมลุลีโผล่เข้ามา ทั้งสองยิ้มกริ่มบอกว่ารอจนพิศุทธิ์ออกไปถึงเข้ามา ท่านชายอ๊อดชำเลืองมองนวลทำนองไม่อยากให้อยู่ฟัง นวลจำต้องออกไป

ท่านชายอ๊อดเริ่มเรื่องทันทีว่า บริษัทตนกำลังแย่ พิศุทธิ์ไม่ให้ตนไปรบกวนเงินเจ้าสัวอีกจึงไปกู้เงินนอกระบบมาแทน “พิศุทธิ์รักศักดิ์ศรียิ่งกว่าอะไรดี เดือดร้อนแทบตายก็ไม่ขอความช่วยเหลือใคร ตอนนี้เราเป็นหนี้ 50 ล้าน ถ้าพ่อไม่มีไปจ่ายมันขู่จะยึดวัง แต่พิศุทธิ์เขาไม่ยอม เพราะเขารักวังนั้นมาก พ่อกลัวว่าพิศุทธิ์จะโดนอุ้ม”

หม่อมมลุลีเห็นกะรัตตกใจก็รีบเสริม “ลำพังเราสองคนแม่ลูกเรายอมรับกรรมได้ แต่พิศุทธิ์สิต้องติดหางเลขไปกับเราด้วย”

ท่านชายอ๊อดโยงเรื่องนี้เป็นสาเหตุทำให้พิศุทธิ์หมดความภูมิใจในตัวเองที่จะดูแลเมียและลูก กะรัต

ชะงัก นี่หรือคือสาเหตุที่พิศุทธิ์ยังไม่อยากมีลูก สองแม่ลูก

ยิ้มกริ่ม...เสร็จเราแน่

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง
16 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 17:24 น.