ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สามีตีตรา

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

สามีตีตรา ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

รถยุโรปราคาแพงหรูคันหนึ่งแล่นมาจอดหน้าโรงแรมด้วยความเร็วสูง เสียงล้อรถเบียดถนนดังเอี๊ยด...หญิงสาวในชุดราตรีสีแดงรัดรูป โชว์แผ่นหลังถึงสะโพก ผ่าข้างเห็นเรียวขาขาวก้าวเดินเข้าโรงแรม สะดุดตาแขกทุกคนให้มองตามจนเหลียวหลัง

บรรยากาศในห้องบอลรูมจัดงานแต่งงานเลิศหรูอลังการ แขกเหรื่อในงานแต่งตัวดูดีมีฐานะนั่งอยู่เต็มห้อง บ่าวสาวจูงมือเดินบนทางที่โรยกลีบกุหลาบขึ้นสู่เวที สาวสวยสุดเซ็กซี่เดินตรงมายังห้องบอลรูม...ขณะเดียวกัน กุนตีกับกันตาลงจากรถแวนสีดำวิ่งตามเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนใจ พิธีกรกำลังเล่าความเป็นมาของความรักบ่าวสาว ควบคู่กับภาพบนจอ แขกเหรื่อหัวเราะชื่นชม ทันใดภาพบนจอก็เปลี่ยนเป็นภาพชายหญิงกอดจูบนัวเนียกันในโรงแรมม่านรูด

สาวชุดแดงสุดเซ็กซี่ขึ้นไปแย่งไมค์จากพิธีกรมากล่าว “ทุกท่านอาจจะสงสัยว่าผู้หญิงเริงร่านในวีดิโอนั้นเป็นใครใช่ไหมคะ...มันคือนังนี่แหละค่ะ” สปอตไลต์ส่องไปยังหญิงสาวที่กำลังลุกหนี “นังไฮโซแม่พระสร้างภาพเป็นผู้แสวงบุญ ที่แท้เป็นพวกลอบแสวงสวาทกับผัวชาวบ้าน”

ทุกคนหันมอง เห็นหน้าเหมือนในจอก็ฮือฮากันใหญ่ สาวนางนั้นปฏิเสธลั่นว่าไม่ใช่ตน ตนถูกใส่ความ ไฟในห้องสว่างพรึ่บขึ้น เห็นสาวชุดแดงสุดเซ็กซี่กำลังยิ้มเยาะเหยียดหยาม

“คุณกะรัต!”

“ถ้าแกรู้จักชื่อฉัน แกก็ควรจะรู้ว่า ฉันเป็นเมียของผู้ชายที่แกสมสู่ แกอย่าได้พาร่างกายที่โสโครกกับจิตใจที่โสมมของแกเข้าวัดปฏิบัติธรรมให้ศาสนาหม่นหมองอีกเลย แต่ถ้าอยากจะชะล้าง ฉันจะอนุโมทนาให้” กะรัตลงจากเวที หยิบน้ำหมักสุดเหม็นที่เตรียมมาสาดใส่

หญิงสาวร้องกรี๊ด กะรัตตบหน้าอีกฉาด “คิดจะแย่งผัวใครไม่แย่ง มาแย่งผัวกะรัต ก็ต้องตบล้างด้วยน้ำหมักในถังขี้อย่างนี้แหละ”

กันตากับกุนตีวิ่งเข้ามาดึงรั้งกะรัตไว้ พนักงานเสิร์ฟช่วยกันดึงหญิงสาวที่โดนตบไว้ กุนตีขอให้กะรัตหยุด เพราะหญิงคนนั้นเป็นหุ้นส่วนบริษัทของภูเบศร์ กะรัตโวยวาย

“ต่อให้เป็นโคตรเหง้าศักราช ถ้ามายุ่งกับผัวกั้ง กั้งไม่เอาไว้หรอกพี่กุ้ง...ปล่อยกั้ง”

“พี่กั้งไม่เห็นเหรอ พี่พังงานแต่งคนอื่นหมดแล้ว” กันตาเตือนสติพี่สาว

สองพี่น้องช่วยกันดึงลากกะรัตออกไปจากงาน นักข่าวกรูถ่ายภาพยกใหญ่

ooooooo

เช้าวันใหม่ กะรัตนอนแช่น้ำในอ่างจากุซซี่ท่าทางเซ็งกับชีวิต ภายในห้องน้ำใหญ่ของบ้านพักตากอากาศ ผนังห้องเป็นกระจกทำให้เห็นวิวทะเลสีสดตัดกับท้องฟ้าสีขาว พวงหยก กันตาและกุนตียืนมองกะรัตอย่างห่วงๆ พวงหยกผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้น

“แน่ใจนะว่ายัยกั้งจะอยู่ที่นี่คนเดียว ไม่ใช่คิดเชือดข้อมือเหมือนคราวก่อนอีก”

กันตากับกุนตีสะกิดแม่ไม่ให้พูดยํ้าอดีตของกะรัต แต่กะรัตรำพัน “ชีวิตกั้งนี่ทำบุญคนไม่ขึ้นจริงๆ ทำดีกับใครไม่เคยไว้ใจใครได้เลย”

กันตาปลอบพี่สาวว่าภูเบศร์สารภาพแล้วว่าทำไปเพราะเมา อีกอย่างผู้หญิงขู่จะถอนหุ้น กะรัตสวน “เขาเลยต้องขายตัวงั้นเหรอ แล้วฉันล่ะ...ฉันมีเงินเยอะกว่านังนั่นตั้งร้อยเท่าพันเท่าทำไมภูไม่มาเอา”

กันตาแก้ตัวแทนว่าภูเบศร์คงกลัวพวกปากหอย ปากปูนินทาว่าตกถังข้าวสาร “ก้อยไม่ได้เข้าข้างพี่ภูนะแต่เราไม่เคยจน เราไม่รู้หรอกว่าการโดนดูถูกมันเป็นยังไง มองอีกแง่หนึ่ง พี่ภูเขาเป็นคนดีไม่หวังเอาเงินจากพี่กั้ง”

“แต่มันนอกใจฉันนะ!”

“มันเป็นเรื่องปกติของผู้ชาย คิดเสียว่าเขาแค่ไปลองอาหารเช้าข้างทางแล้วกัน สุดท้ายก็ต้องกลับมาทานอาหารเหลาอย่างพี่กั้งวันยันคํ่า ให้พี่ภูมาหาพี่กั้งนะ”

“อย่าให้มันเสนอหน้ามานะ ไม่อย่างนั้นฉันไม่รับประกันว่ามีดหรือลูกปืนจะพุ่งใส่กบาลมันก่อนกัน”

“แต่ยังไงตาภูก็ต้องมา แกลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงาน นิตยสารไฮโซเขาล็อกคิวทำสกู๊ปชีวิตครอบครัวแกไว้ ยังไงแกกับตาภูก็ต้องสร้างภาพว่ารักกัน”

“เหมือนเมื่อเดือนที่แล้ว พ่อกับแม่ถ่ายรูปสร้างภาพลงหนังสือพิมพ์ว่ายังรักกันไงกั้ง” กุนตีเบ้ปาก กะรัตโพล่งขึ้น ตนสะตอไม่เป็น

พวงหยกสะดุ้งแว้ด “นี่แกว่าฉันสะตอเหรอยัยกั้ง!”

กะรัตแก้ตัวว่าเปล่า แล้วตัดบทให้ทุกคนกลับกรุงเทพฯเสีย ตนอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ พวงหยกตอกกลับว่าตนกลับแน่ แต่ยํ้าให้กะรัตกลับไปให้สัมภาษณ์นิตยสาร เพราะตนไม่อยากให้ใครมาพูดว่า ผู้หญิงตระกูลนี้โดนนอกใจตั้งแต่แม่ยันลูก...กะรัตเจ็บจี๊ดแต่ตัดใจเพราะคนอื่นไม่ใช่คนเจ็บ ตนจะเลิกกับภูเบศร์ พวงหยกจะต่อว่า แต่กุนตีดึงแขนปราม ดึงออกจากห้องนํ้า

พ้นประตูห้อง พวงหยกโวยกุนตีจะลากออกมาทำไม ตนจะคุยกับกะรัตให้รู้เรื่องว่านี่เป็นการแต่งงานครั้งที่สามแล้ว ผัวสองคนแรกก็ตายโหงจนอายชาวบ้าน กุนตียืนยันแทนว่าน้องไม่เลิกกับภูเบศร์แน่ พอดีนวลสาวใช้คนสนิทที่โตมาพร้อมกับกะรัตถือชามก๋วยเตี๋ยวเนื้อผ่านมา กันตาเปรียบเทียบทันที เหมือนก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่กะรัตบอกเลิกกินแต่ก็เลิกไม่ได้เสียที ความรักเหมือนของอร่อย จะเลิกก็ยาก พวงหยกหมั่นไส้การเปรียบเทียบของลูกสาว

นวลถือชามก๋วยเตี๋ยวเนื้อมาให้กะรัตที่ห้อง แล้วถามว่าจะยกเลิกการสัมภาษณ์ไหม กะรัตลุกพรวดออกจากอ่างอาบน้ำ นวลรีบเอาเสื้อไปคลุมให้

“แม่พูดถูก ขืนฉันยกเลิก อีพวกกากชะนีมันก็ระริกระรี้คิดว่าฉันเลิกกับภูแล้วน่ะสิ ฉันจะทำให้พวกมันเห็นว่า สุดท้ายภูต้องเลือกฉันเพราะฉันมีปัญญาให้ภูได้ทุกอย่าง ในขณะที่พวกมันเป็นได้แค่ปลิงเกาะภู”

นวลถอนใจ สุดท้ายกะรัตก็ใช้เงินซื้อความสุขจอมปลอมแล้วจะได้ความสุขแท้จริงอย่างไร...ในขณะที่ภูเบศร์เพิ่งเสร็จภารกิจกับนิลุบลบนเตียงนอนโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง เขาได้รับโทรศัพท์จากนวลว่ากะรัตให้รีบไปหา จึงคว้าเสื้อผ้ามาใส่อย่างรวดเร็ว บอกหญิงสาวว่าตนต้องรีบไปพัทยา หญิงสาวแขวะจะรีบไปง้อเมียปีศาจหรือ ภูเบศร์ไม่ใส่ใจ พลันมือถือดัง เขารับสาย

“ฮัลโหล...อย่าโกรธนะครับที่รัก ผมบอกแล้วว่าเรื่องนั้นผมทำไปเพราะผลประโยชน์ ผมยอมทำทุกอย่างให้เรามีเงิน เพื่อสร้างครอบครัวของเรา ตอนนี้ผมกำลังไปง้อกั้ง เห็นนวลบอกว่ากั้งให้ผมลาออกจากบริษัทเก่า แล้วจะให้เงินผมตั้งบริษัทเอง”

“จริงเหรอคะ งั้นถ้าคุณได้เงินแล้ว คุณก็เลิกกับเขาได้แล้วสิ ทีนี้พวกเราก็จะอยู่กันพร้อมหน้า พ่อแม่ลูกกันสักที”....ภูเบศร์รับคำวางสาย รีบไปขึ้นรถ นิลุบลแต่งตัวเสร็จตามออกมา

ooooooo

ทุกอย่างของกะรัตต้องเลิศหรู มีทั้งดีไซเนอร์ ช่างผม ช่างแต่งหน้ารุมปรุงแต่งความงามให้แก่เธอ ระหว่างนั้น เธอก็พร่ำบ่นที่ภูเบศร์ยังมาไม่ถึงเสียที พาลวีนใส่ดีไซเนอร์ว่าเอาชุดจากสำเพ็งมาให้ตนหรืออย่างไร ตนขอแบบใหม่ๆบ้าง ดีไซเนอร์รีบจัดแจงเอามาให้เลือก

นวลเห็นความตึงเครียดของทุกคน จึงเอาน้ำและอาหารว่างมาเสิร์ฟให้ กะรัตถามถึงเรื่องที่ตนให้เปลี่ยนโซนจัดงานจากนอกร้านมาเป็นในร้าน นวลอึกอักบอกแล้ว แต่ทางร้านทำไม่ได้ เพราะมีคนจองจัดงานในร้านอยู่ก่อน กะรัตหาว่าทางร้านยึกยักอยากได้เงินเพิ่ม

“ไม่ใช่ค่ะ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ร้าน แต่อยู่ที่คนอื่น”

กะรัตขมวดคิ้วไม่พอใจ ใครที่กล้ามีปัญหากับตน “ไอ้นั่นมันเป็นใครถึงกล้ามาสั่งให้ฉันจัดงานที่ชายหาด อ๋อ...นี่มันคงรู้ว่าฉันรวย เลยแกล้งมีปัญหาหวังเรียกร้องเงินจากฉันล่ะสิ”

นวลพยายามแก้ว่าทุกคนไม่คิดแบบนั้น แต่กะรัตโต้ว่าตลอดชีวิตตนเจอแต่คนแบบนั้น นวลโน้มน้าวให้กะรัตยอมจัดงานนอกร้านตามเดิม ที่ชายหาดก็สวยบรรยากาศโรแมนติก แต่กะรัตแว้ดไม่ยอมจะไปจัดการด้วยตัวเอง นวลร้อนรนคิดหาคนที่จะช่วยห้ามกะรัตได้...

พิศุทธิ์นักวิชาการหนุ่มหล่อ สมาร์ทมีชาติตระกูลดี กำลังบรรยายวิชาการแก่ผู้เข้าร่วมสัมมนา เจ้าของร้านเปิดประตูเข้ามาทำหน้าแหยๆ พิศุทธิ์มองอย่างระอาเพราะรู้ว่าเขามาเรื่องอะไร ทั้งสองออกมาคุยกันนอกห้องสัมมนา เจ้าของร้านอ้อนวอน

“นะครับอาจารย์ ผมทราบว่าอาจารย์จองร้านเพื่อเลี้ยงคณะอาจารย์ นักศึกษาและพวกเด็กๆไว้นานแล้ว แต่ผมลำบากใจจริงๆที่จะปฏิเสธคุณกะรัต”

พิศุทธิ์สะดุดหูกับชื่อเก๋ๆนี้ แต่เขาก็ไม่ยอมเปลี่ยนไปจัดเลี้ยงริมหาด เพราะคณะของเขามีครอบครัวมาร่วมด้วย มีเด็กเล็กซึ่งจะอันตรายถ้าจัดนอกร้าน เขาย้ำ “คุณเป็นอีกคนที่ผมชื่นชมในจิตสำนึกผิดชอบชั่วดี หวังว่าคุณคงไม่ปล่อยให้เงินของผู้หญิงคนนั้น ซื้อสำนึกของคุณได้”

เจ้าของร้านเครียด เสนอลดราคาให้ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่พิศุทธิ์ก็นิ่งเฉย...ด้านนวลคิดหาทางขวางไม่ให้กะรัตไปก่อเรื่องที่ร้าน จึงโทร.ตามน้ำผึ้ง เพื่อนสนิทที่กะรัตรักและเกรงใจมาช่วยห้าม กะรัตกำลังจะขึ้นรถ เห็นน้ำผึ้งมาจึงชวนไปด้วยกัน แต่น้ำผึ้งกลับขู่ ถ้าก๋งรู้ว่าเธอทำแบบนี้คงไม่ภูมิใจแน่ๆ กะรัตชะงักอ่อนยวบลง...นวลกระซิบสมหวัง ตนคิดไม่ผิดเลยที่ตามน้ำผึ้งมาช่วย

กะรัตหันมาต่อว่านวล คราวหลังจะยึดมือถือจะได้ไม่โทร.ไปฟ้องน้ำผึ้งอีก นวลทำหน้าจ๋อย น้ำผึ้งช่วยพูดให้กะรัตเห็นว่าการจัดงานริมทะเลก็ดูดี แต่ถ้าไม่ชอบก็เปลี่ยนร้านไปเลย ไม่ใช่ใช้เงินบีบบังคับคนอื่น กะรัตโอดโอยว่าร้านนั้นเป็นร้านที่ตนกับภูเบศร์กินกันครั้งแรก น้ำผึ้งย้อนถามว่าหายโกรธภูเบศร์แล้วหรือ กะรัตกระฟัดกระเฟียดว่า

“ไม่หายหรอก แต่เราต้องทนมองหน้ามันไปทั้งชีวิต อีกหน่อยถ้ามีลูก ไม่อยากให้ลูกเห็นแม่ปั้นหน้ายักษ์ใส่พ่อมัน”

น้ำผึ้งสะอึก เป็นครั้งแรกที่ได้ยินเพื่อนพูดเรื่องลูก แต่งงานสองครั้งก่อนไม่เคยสนใจ กะรัตบอกว่าตนใช้เงินสิบล้านซื้อความเจ้าชู้ของภูเบศร์ เพื่อให้เขาตั้งบริษัทของตัวเอง ตนพร้อมจะจดทะเบียนสมรสด้วย น้ำผึ้งใจหายวาบ กะรัตชวนน้ำผึ้งไปให้ช่างแต่งหน้าทำผม เพราะตนมีบางอย่างรอเซอร์ไพรส์...กะรัตจัดแจงให้เพื่อนรัก โดยไม่ได้สนใจว่าเพื่อนจะพอใจหรือไม่

บรรยากาศในร้านเป็นงานเลี้ยงของพิศุทธิ์ นักข่าวที่รอสัมภาษณ์กะรัตเข้ามานั่งรออยู่มุมหนึ่ง เด็กที่พิศุทธิ์พามาเลี้ยงเป็นเด็กพิการใบ้เสีย 5-6 คน เขาจึงใช้ภาษามือสนทนาด้วย ผู้เข้าร่วมสัมมนาต่างชื่นชมกับความใจบุญของเขา ที่เขาเอาเวลาส่วนตัวมาให้ความสุขกับเด็กด้อยโอกาสมากกว่าจะไปเที่ยวดูหนังฟังเพลงอย่างคนหนุ่มทั่วไป พิศุทธิ์อ้างว่าตนยังโสด เนื้อคู่ยังไม่เกิด ผู้ร่วมสัมมนาสัพยอก เรื่องแบบนี้เวลาอยากเจอไม่ค่อยเจอ แต่เวลาไม่อยากเจอก็มาอย่างคาดไม่ถึง

ทันใดก็มีเสียงฮือฮาจากกลุ่มนักศึกษาที่มองออกไปหน้าร้าน พิศุทธิ์จึงมองตาม เห็นน้ำผึ้งในชุดราตรีสั้นสวยงามเดินไปที่ซุ้มจัดงาน กลุ่มนักข่าวรีบออกจากร้านไปถ่ายภาพ ไม่ทันไร ทุกคนก็เบนความสนใจมาทางกะรัตที่เดินตามมา เธออยู่ในชุดราตรีสั้นเช่นกัน แต่ดูเซ็กซี่น่ามองอย่างยิ่ง น้ำผึ้งรู้สึกอิจฉาที่เป็นแบบนี้ทุกครั้งเวลาตนไปไหนมาไหนกับกะรัต

กะรัตจะมีท่าประจำคือดีดนิ้วป๊อกๆ เรียกพนักงานเสิร์ฟให้มาบริการนักข่าว พลันเหลือบไปเห็นพิศุทธิ์ที่อยู่ในร้านกำลังส่งภาษามือกับเด็กๆ เธอรู้สึกสะดุดตากับมาดเท่ของเขา นึกเสียดายที่เขาเป็นใบ้ พิศุทธิ์เองก็แอบมองกะรัต เจ้าของร้านเข้ามาถามความเรียบร้อยแล้วขอตัวไปขอบคุณกะรัตที่ยอมเปลี่ยนใจไม่ใช้สถานที่ในร้าน พิศุทธิ์ถามขึ้น ผู้หญิงคนนั้นหรือ ที่ชื่อกะรัต

“ใช่ครับ...คุณหนูกะรัต เพิ่งขึ้นหน้าข่าวสังคมเลยครับอาจารย์” เจ้าของร้านหยิบหนังสือมาเปิดหน้าข่าวสังคมให้

พิศุทธิ์อ่านข่าวแล้วเงยหน้ามองท่าทีกะรัตที่กำลังคุยกับน้ำผึ้งดูน่ารักมีความสุขไม่เหมือนภาพข่าวที่ตบตีกันในงาน ตรงข้ามกับน้ำผึ้งที่นิ่งขรึมยิ้มเย็นๆ เขารู้สึกสองสาวนี้ต่างกันสิ้นเชิง

ooooooo

นิลุบลรบเร้าให้ภูเบศร์แวะส่งตนที่สัตหีบ เขาอึดอัดใจเกรงไปไม่ทันงาน กะรัตโทร.เข้ามา เขาไม่กล้ารับเกรงจะได้ยินเสียงนิลุบลเล็ดลอดเข้าไปแล้วต้องชวดเงินสิบล้าน จึงตัดสายทิ้ง

น้ำผึ้งรู้สึกมึนหัวจะอาเจียน  เห็นไม่มีใครก็เอายาแก้แพ้ขึ้นมากิน กะรัตมาตามให้เธอไปร่วมสัมภาษณ์ “นี่แหละเรื่องเซอร์ไพรส์...กั้งบอกทีมงานว่าอยากให้ลงรูปเราสองคนในนิตยสารด้วย ผึ้งเป็นคนสำคัญอีกคนนึงในชีวิตกั้ง กั้งคงไม่มีวันเจอภูได้ ถ้าวันนั้นผึ้งไม่พาภูมาพบกั้ง”

สีหน้าน้ำผึ้งเหยียดหยาม กำมือเก็บความเจ็บแค้น กะรัตจูงมือน้ำผึ้งเข้ามานั่งให้สัมภาษณ์ บอกถึงความสนิทสนมของเราตั้งแต่มัธยมต้น ตนไม่ค่อยมีเพื่อน มีแต่น้ำผึ้งที่ยอมเป็นเพื่อนสนิท เรารักกันมากถึงขนาดซื้อต่างหูก็ต้องเหมือนกัน กะรัตเผลอพูดถึงปมด้อยของเพื่อน

“น้ำผึ้งไม่ค่อยยอมใส่ บอกว่ามันแพง กั้งเป็นคนแบบว่าถ้ากั้งมีอะไรต้องซื้อให้ผึ้งด้วย เราเคยสัญญาว่าถ้ามีอะไรก็ต้องคิดถึงอีกคนด้วย มีอะไรต้องบอกกัน ไม่มีความลับต่อกันจริงไหม”

น้ำผึ้งฝืนยิ้มกระซิบถามกะรัตถึงภูเบศร์ กะรัตตอบว่าส่งข้อความไปแล้วถ้าไม่มาภายในสิบนาทีจะไม่ให้เงิน น้ำผึ้งเผลอขึ้นเสียงเดี๋ยวเขาต้องรีบขับรถจนเกิดอุบัติเหตุได้ กะรัตผงะงงๆ น้ำผึ้งรู้ตัวกลบเกลื่อน “คือผึ้งอยากให้กั้งพูดจากับคุณภูดีกว่านี้ กั้งชอบให้คนอื่นเอาใจ พูดดีๆกับกั้งเท่าไหร่ คนอื่นก็อยากให้กั้งพูดดีๆด้วยเท่านั้น”

กะรัตกระเซ้าว่าเพื่อนทำเหมือนคนแต่งงานแล้ว น้ำผึ้งทำหน้านิ่งๆในใจเป็นห่วงภูเบศร์ ในขณะเดียวกัน ภูเบศร์บึ่งรถจะไปส่งนิลุบลเพื่อไปให้ทันงานของกะรัต แต่แล้วก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นจนได้...น้ำผึ้งทำแก้วน้ำในมือตกแตก เธอใจคอไม่ดี กะรัตดีดมือป๊อกๆเรียกนวลให้ตามพนักงานมาเก็บกวาด และให้น้ำผึ้งไปถ่ายภาพกับทีมงานก่อน กะรัตหงุดหงิดที่ภูเบศร์ไม่มาเสียที ไม่ทันไร พวงหยกโทร.มาบอกว่าเกิดอุบัติเหตุกับภูเบศร์ เธอช็อกโทรศัพท์ร่วงจากมือ เดินรี่ไปที่รถ นวลตกใจละล้าละลังจะตามกะรัต หรือไปบอกน้ำผึ้งดี สุดท้ายตัดสินใจตามกะรัต กะรัตสั่งสมหวัง ให้รอรับน้ำผึ้งไปเจอโรงพยาบาลที่กันตาทำงานอยู่

กันตาในชุดกาวน์กับทีมพยาบาลรับรถเข็นร่างภูเบศร์เข้ามา พยาบาลรายงานว่า รถประสานงากับรถบรรทุก ถูกด้านหน้ารถอัดกระแทกอย่างแรง และโดนเหล็ก ของรถแทงตามร่างกาย เธอเห็นสภาพเขาแล้วเศร้าใจสงสารพี่สาวอย่างยิ่ง

กะรัตขับรถเร็วจี๋ปาดหน้ารถทุกคันจนเกือบชนกับรถของพิศุทธิ์ สุดท้ายก็ไปชนรถที่สวนมาอย่างจัง เธอตกใจหันมาดูนวลก่อนว่าบาดเจ็บตรงไหน นวลเห็นหน้าผากกะรัตเลือดไหล แต่เธอไม่สนใจสั่งนวลให้รอจัดการกับประกัน ตัวเองวิ่งไปโบกรถ ไม่มีใครยอมจอด ตัดสินใจเอาตัวเองขวางรถที่กำลังแล่นมา ปรากฏเป็นรถพิศุทธิ์ เขาลดกระจกลงจะต่อว่า แต่พอเห็นหน้ากะรัตมีเลือดก็ชะงัก กะรัตเห็นหน้าเขาก็จำได้ แต่นวลชิงพูดก่อนว่าขอติดรถเข้ากรุงเทพฯด้วยคน

“เขาฟังไม่ได้ยินหรอก เขาเป็นใบ้” กะรัตบอกนวล พิศุทธิ์มองเธองงๆ

กะรัตบอกว่าเห็นเขาส่งภาษามือที่ร้าน พิศุทธิ์จึงเลยตามเลย กะรัตทำมือพร้อมพูดขอติดรถไปกรุงเทพฯด้วยคน นวลเป็นห่วง แต่กะรัตว่า คนอย่างกะรัตไม่เสียท่าคนใบ้หรอก ว่าแล้วก็ควักเงินในตัวเป็นปึกให้นวลไว้เป็นค่าเดินทางกลับ พิศุทธิ์ส่ายหน้าขำๆไม่อยากจะแก้ไข

ระหว่างทาง พิศุทธิ์ขับรถช้า กะรัตร้อนใจทำมือสื่อให้เขาขับเร็วขึ้น แต่เขาก็ยังขับช้าอยู่ เธอคิดว่าเขาไม่เข้าใจที่พูด จึงร้องไห้ระบายความอัดอั้นออกมา เพราะคิดว่าพิศุทธิ์ฟังไม่รู้เรื่อง

“มันจะซวยอะไรนักหนา แค่จะไปหาภู อยากจับมือให้กำลังใจอย่างที่เมียควรจะทำ ฉันก็ยังทำไม่ได้ สมควรแล้วที่ผัวจะไปมีผู้หญิงอื่น อดทนไว้นะภู ถ้าภูหายคราวนี้ กั้งจะทำตัวใหม่ จะเป็นเมียที่ดี คอยอยู่บ้านทำอาหารรอภู ไม่อาละวาด จะคอยเอาใจดูแลภู”

พิศุทธิ์เหลือบมองกะรัต รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนท่าทางที่แสดงออก กลับอ่อนแอเสียอีก จึงเร่งความเร็วรถขึ้น กะรัตดีใจหันมายิ้มให้ เขาประทับใจรอยยิ้มนั้นมาก

เมื่อรถจอดหน้าโรงพยาบาล กะรัตลงจากรถวิ่งไป พิศุทธิ์สบถ จะขอบคุณสักคำก็ไม่มี ไม่ทันไร กะรัตวกกลับมาจะควักเงินให้ แต่ไม่มีเพราะให้นวลไปหมด จึงถอดนาฬิกาข้อมือวางไว้ให้แทน “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่เคยใช้ใครฟรีๆ”

พิศุทธิ์จะตามไปคืนให้แต่ถูกยามเป่านกหวีดไล่ไม่ให้จอดตรงนี้...กะรัตวิ่งมาหน้าห้องฉุกเฉิน พบพวงหยกกับกุนตีหน้าเศร้าไม่อยากเดาว่าอะไร พลันแม่ของภูเบศร์ร้องไห้โฮเข้ามา ผลักอกกะรัตหาว่าเป็นผู้หญิงกินผัว เป็นกาลกิณี พวงหยกเหลืออดตอบโต้ปกป้องลูกสาว เถียงกันสักพัก กันตาออกมาจากห้องฉุกเฉินสั่งพยาบาลพาแม่ภูเบศร์ไปสงบอารมณ์ พวงหยกยังโวย

“เพราะพ่อแกคนเดียว ร่านไปกับนังเนื้อแพร อีดาราหน้าด้าน ใครต่อใครถึงมาประณามฉัน ป่านนี้ไม่รู้ไปสำเริงสำราญอยู่ฮ่องกงหรือห้องไหนก็ไม่รู้”

กะรัตโพล่งขึ้นว่าต้องการเห็นภูเบศร์ แต่กันตาไม่อยากให้เข้าไป  ก็ขวางไม่อยู่...พิศุทธิ์แอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดอึ้งๆ

ooooooo

น้ำผึ้งนั่งรถที่สมหวังขับด้วยความรู้สึกเครียดเป็นกังวล ห่วงภูเบศร์จนเกิดอาการคลื่นไส้ เกรงสมหวังจะรู้ว่าตัวเองแพ้ท้อง จึงขอลงรถ อ้างอยากกลับบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน โดยไม่ให้เขาไปส่ง จากนั้นเธอก็โบกแท็กซี่ไปโรงพยาบาลทันที

กะรัตตามเจ้าหน้าที่เข้ามาในห้องดับจิต เจ้าหน้าที่บอกว่ามีสองศพ เธอเอะใจหรือภูเบศร์จะนอกใจอีก พลันแม่ของนิลุบลโผล่มาเรียกร้องค่าเสียหาย เพราะนิลุบลเป็นเมียภูเบศร์ กะรัตปรี๊ดแตก ผลักศพนิลุบลไปชนแม่ของเธอ ผรุสวาทออกมา

ตอนที่ 2

พอพวงหยกรู้เรื่องก็ด่าว่าน้ำผึ้งยกใหญ่ กันตาเป็นห่วงจิตใจกะรัตที่เจอเรื่องเลวร้ายซับซ้อนขนาดนี้ พวงหยกว่าเดี๋ยวก็ทำใจได้เพราะเป็นครั้งที่สามแล้ว กุนตีเหน็บ แม่ไม่ได้เลี้ยงกะรัตมาเหมือนตน ไม่รู้หรอกว่ากะรัตดูแกร่งนอกแต่ข้างในอ่อนไหวมาก พวงหยกโวย

“ใช่ ซี้...แกไม่ได้มีผัวเจ้าชู้เหมือนฉันนี่ ลำพังคอยตามจับพ่อแกมาใส่กรง ฉันก็ไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้ว... เชอะ...” สีหน้าพวงหยกสลดลง ใจจริงก็ห่วงจิตใจกะรัตไม่น้อย

กะรัตเอาอัลบั้มรูปสมัยเรียนมาดู คิดถึงอดีตที่เป็นเพื่อนรักสนุกสนานกับน้ำผึ้ง วันเกิดน้ำผึ้งตนก็ซื้อเค้กไปเซอร์ไพรส์ วันแต่งงานก็ดึงน้ำผึ้งเข้ามาถ่ายรูปด้วยเหมือนเป็นหนึ่งในครอบครัว...ความ ไว้ใจของกะรัตถูกเพื่อนรักทำลายจนหมดสิ้น เธอฉีกรูปเหล่านั้นทิ้ง

หน้า บ้าน พิศุทธิ์กลับมาเห็นรถหม่อมมลุลีจอดอยู่ก็ถอนใจ ต้องมีเรื่องหนักใจอีกแน่ พอเข้ามาในบ้าน หม่อมมลุลีก็ทัก “กลับมาแล้วเหรอพ่อตัวดี...”

พิศุทธิ์ยกมือไหว้นอบน้อมก่อนจะถามท่าน มีธุระอะไร หม่อมมลุลีจะให้เขาไปดูตัวสาว พิศุทธิ์ปฏิเสธกรายๆ ขอให้เรื่องคู่เป็นการเลือกของตนเอง

“แต่ย่าเจอแล้ว ชายจะต้องไปหาให้เสียเวลาทำไม”

“นั่นมันคนที่หม่อมย่าถูกใจ ไม่ใช่ผมนี่ครับ”

“เรื่อง อย่างนี้มันไม่ใช่แค่ความถูกใจอย่างเดียวนะชาย มันต้องมีความเหมาะสมด้วย หนูชวาลาเป็นถึงลูกสาวท่านรัฐมนตรีอิสระ แล้วท่านยายของหนูชวาลาก็เป็นหม่อมเหมือนย่า ถึงชายจะมีเลือดบริสุทธิ์จากย่าเพียงครึ่งเดียว ย่าก็อยากรักษาให้ถ่ายทอดถึงรุ่นหลาน รุ่นเหลนให้มากที่สุด ไม่ใช่ปะปนกับเลือดไก่กาจนไม่เหลือ คุณค่าของวงศ์ตระกูลสูงศักดิ์ เพราะฉะนั้นหนูชวาลา เหมาะสมกับชายที่สุดแล้ว ย่าไม่อยากให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอย เหมือนที่พ่อของชายไปคว้าแม่ดาราปลายแถวนั่น”

“แต่ที่ผมได้ดีมาถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะแม่อบรม เลี้ยงดูผมมาเหรอครับ”

“ชายถูกปิดหูปิดตา ไม่รู้หรอกว่าแม่ตัวเองเน่า แค่ไหน”

“ถึงแม่จะไม่ใช่ราชนิกุล แต่แม่ก็มีความดี มีเกียรติไม่น้อยกว่าใคร”

เนื้อ แพรกำลังจะออกไปงานศพ แอบฟังย่าหลานคุยกันอย่างสะเทือนใจ...พิศุทธิ์แก้ต่างให้แม่ทุกอย่างที่ หม่อมมลุลีปรักปรำ จนเธอโมโหที่เขาเถียงไม่ตกฟาก เขายืนยันว่าแม่ไม่ทำตัวเสียหาย และเมื่อตนมีนิสัยแย่ๆ ก็ไม่เหมาะสมกับคนที่ย่าหาให้...เนื้อแพรเห็นจะไปกันใหญ่ทำทีเดินออกมาบอก พิศุทธิ์พร้อมจะไปหรือยัง เขารับมุกควงแขนแม่ออกไป หม่อมมลุลีเต้นผาง

ขับรถออกมาจากบ้านได้ พิศุทธิ์บ่นเมื่อไหร่ย่าจะหยุดหาคู่ให้ตนเสียที เนื้อแพรตอบขำๆว่าเมื่อเขา

มีใครสักคน พิศุทธิ์อึ้งหัวใจดันเต้นรัวตวัดไปนึกถึงกะรัต จนต้องแปลกใจตัวเอง...

กัน ตากับกุนตีประคองกะรัตมาวัด ทั้งสองบ่นว่าจะมาทำไมเมาขนาดนี้ นวลจึงอาสาพากลับบ้าน นวลประคองกะรัตไม่ไหวจึงให้เธอนั่งรอ จะไปตามสมหวังเอารถมารับ พอดีพิศุทธิ์จอดรถส่งเนื้อแพรที่ลานจอดรถของวัด เธอแซวลูกชายที่เลือกมาส่งแม่แทนที่จะไปดูตัวสาวลูกเศรษฐีร้อยล้าน พิศุทธิ์อ้อนไม่เสียดายลูกคนนี้บ้างหรือ เนื้อแพรตบแก้มลูกเบาๆอย่างเอ็นดูแล้วหอมแก้มฟอด ชวนเข้าไปสวดศพด้วยกัน แต่เขาขอตัวแล้วจะกลับมารับ เนื้อแพรบอกว่ามีเพื่อนไปส่ง...ด้านนวล เอารถมาถึงหากะรัตไม่เจอก็ตกใจ บอกสมหวังลงมาตามหากันจ้าละหวั่น

พิศุทธิ์ ขับรถจะออกประตูวัด ต้องแปลกใจเมื่อเห็นกะรัตเดินใจลอยอยู่ข้างทางมืดค่ำ จึงขับรถตามเธออย่างห่วงๆ พลันมีมอเตอร์ไซค์ผ่านมาเฉี่ยวเธอล้มลง แถมด่าหาว่าเธอเดินเกะกะ พิศุทธิ์รีบจอดรถลงมาช่วยพยุง เธอมองหน้าเขาคิดๆว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน เขาจึงเอานาฬิกาออกมาคืนให้ “ผมว่าจะฝากคนไปคืนคุณอยู่พอดี”

กะรัตเห็นนาฬิกาก็จำได้ แล้วตกใจ “นี่คุณไม่ได้เป็นใบ้เหรอ...คุณหลอกฉัน!”

“เฮ้ย! ผมไม่ได้หลอกอะไรคุณเลย คุณเห็นอะไรคุณก็คิดและเชื่อไปเอง โดยที่คุณไม่ถามผมสักคำ”

กะรัตยัดนาฬิกาคืนใส่มือเขา “ฉันบอกว่าให้เป็นค่าตอบแทนไง ฉันไม่เคยใช้ใครฟรีๆ”

“คุณไม่รู้จักคำว่าน้ำใจรึไง”

กะรัตเสียงเยาะ “คำนั้นมันไม่มีจริงหรอกคุณ” แล้วฟูมฟายขึ้นมา “ในโลกนี้มันไม่มีคำว่าน้ำใจ ไม่มีคำว่า ความรักแท้ ไม่มีคำว่าเพื่อน”

พิศุทธิ์ พยุงกะรัตลุกขึ้น เธอเซเพราะยังมึนเมา เขาจะพาเข้าไปส่งในวัดแต่เธอไม่ยอมไป เขาจึงพาเธอมานั่งในรถและจะไปส่งบ้านให้ กะรัตเห็นรอยลิปสติกที่แก้มเขาก็เข้าใจว่าเขาเป็นผู้ชายรักสนุก จึงย้อนถามว่าคนที่บ้านไม่รอแย่หรือ เขาตอบไม่เป็นไรแล้วขับรถออกมา

กะรัต มองไปข้างหน้าเห็นโรงแรมม่านรูด ก็คิดไปว่าเขาคงต้องการเหมือนผู้ชายทั่วไป จึงหยั่งเชิงถามว่าเขาทำดีกับผู้หญิงทุกคนที่ไม่รู้จักเหมือนทำกับตนหรือ เปล่า

“การที่คุณไม่รู้จักผม ไม่ได้แปลว่าผมไม่รู้จักคุณนะ”

กะรัต ยิ่งมั่นใจ เขารู้ว่าตนรวยจึงอยากรู้จัก ความเมาทำให้นึกประชดชีวิต เธอบอกให้เขาเลี้ยวรถเข้าม่านรูด พิศุทธิ์ตกใจถามให้เข้าไปทำไม

“แหม...ฉันรู้น่า คุณลงทุนวางแผนอยากรู้จักฉันขนาดนี้ ฉันก็เปิดโอกาสให้คุณไง”

“ผมว่าคุณเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะ”

“เอาน่า...เราแวะทำความรู้จักกันอีกนิดเถอะ ฉันว่าฉันอยากรู้จักคุณให้มากกว่านี้แล้วล่ะ”

พนักงาน ฉายไฟโบกให้เข้าจอด พิศุทธิ์พยายามอธิบายว่าตนไม่ได้หวังทำอะไรเธอ แต่เธอไม่เชื่อ โวยวายว่าตนเชื่อในสิ่งที่เห็น แล้วด่าว่าผู้ชายก็เลวเหมือนกันหมด ในหัวมีแต่เรื่องเซ็กซ์ กะรัตโน้มคอพิศุทธิ์ลงมา เขาเริ่มโมโหผลักดันเธอออก ขู่ถ้าไม่หยุดจะปล่อยลงตรงนี้ เธอกลับหาว่าเขากลัวการผูกมัด หาว่าเล่นตัว จะเรียกเงินเท่าไหร่ตนมีจ่าย ใครๆก็หวังเงินจากตนทั้งนั้น พิศุทธิ์เหลืออด เสียงเขียว...ทำไมถึงทำตัวแบบนี้

“ทำไมล่ะบอกฉันหน่อยว่าทำไม...ฉัน อยากมั่วดูบ้าง ในเมื่อเป็นผู้หญิงดีๆแล้วมันไม่ถึงใจ โดนผัวทุกคน นอกใจหมด ฉันก็อยากจะรู้ว่าถ้าฉันทำตัวสำส่อนแล้วจะมัดใจผู้ชายได้บ้างไหม”

พิศุทธิ์จับแขนกะรัตให้หยุด “ฟังนะ ผมไม่รู้ว่าคุณไปเจอคนประเภทไหนมา แต่ผมสาบานได้ว่า ผมไม่เคยคิดอะไรในทางเกินเลยกับคุณสักนิด”

“ไม่คิดแล้วสะกดรอยตามฉันทำไม ทำไมฉันถึงได้เจอคุณทุกที่ที่ฉันไป”

พิศุทธิ์ งงที่กะรัตหาว่าเขาตามจีบเพราะความรวยของเธอ จึงตอกกลับ “ขอโทษนะที่ผมต้องพูดตรงๆ แต่ผมไม่ได้พิศวาสอะไรคุณสักนิด แค่ในเสี้ยวความคิดก็ยังไม่มีเลย...ถ้าคุณอยากจะสนุกประชดชีวิต คงต้องไปหาคนที่เขาเต็มใจ ซึ่งนั่นไม่ใช่ผม”

กะรัตเหมือนถูกกระแทก บาดแผลที่เจ็บหนัก จ้องหน้าเขาน้ำตารื้น ก่อนจะลงรถปิดประตูปัง สบถจะไปไหนก็ไปเลยผู้ชายเฮงซวย...พิศุทธิ์ยังเป็นห่วงเธอที่อยู่หน้าโรงแรม ม่านรูด จึงบอกให้เธอกลับขึ้นรถ แต่ด้วยความเมาทำให้คิดสั้น กะรัตวิ่งออกไปกลางถนนให้รถชน เสียงรถบีบแตรลั่น พิศุทธิ์ตกใจสุดขีดวิ่งลงไปดู

ooooooo

ภายในวัด กฤช กุนตี กันตา นวลและเนื้อแพรช่วยกันตามหากะรัต นวลร้องไห้โทษตัวเองที่ปล่อยกะรัตตามลำพัง ไม่ทันไร มือถือกันตาดัง พอกดรับสายเธอตกใจมากเมื่อกะรัตโทร.มาบอกว่ารถชน ให้มารับที่โรงพยาบาล กันตาจึงให้กฤชอยู่รับหน้าแขก ตนจะไปรับกับกุนตี

พิศุทธิ์นั่งรออยู่ หน้าห้องฉุกเฉิน กันตาวิ่งมาถามพยาบาลถึงกะรัต พิศุทธิ์ได้ยินก็รีบเข้ามาถามว่าเธอเป็นญาติกะรัตใช่ไหม ตนเป็นคนพาเธอมาส่งโรงพยาบาล คุณหมอบอกว่าเธอปลอดภัยดี แต่อยากให้แอดมิตดูอาการสักคืน กันตารีบถามแล้วทำไมถึงเกิดอุบัติเหตุ พิศุทธิ์ถอนใจ

“คงเรียกว่าอุบัติเหตุไม่ได้หรอกครับ ต้องเรียกว่าเจตนาฆ่าตัวตาย ในเมื่อเจ้าตัวเป็นคนยืนให้รถพุ่งเข้าใส่”

กัน ตาตกใจไม่คิดว่าพี่สาวจะขาดสติขนาดนั้น พิศุทธิ์ฝากนาฬิกาคืนให้กะรัต กันตาแปลกใจเพราะนี่เป็นของรักที่ก๋งซื้อให้ พิศุทธิ์บอกว่าตนช่วยเพราะอยากช่วย ไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทน กันตาซาบซึ้งขอถามชื่อและเบอร์โทร. เขาบอกชื่อแต่ไม่ให้เบอร์โทร.เพราะกะรัตคงไม่ได้อยากเจอะเจอเขาอีก กันตามองตามหลังพิศุทธิ์อย่างปลื้มๆ

กุนตีมองสภาพกะรัตที่ยังเมาค้าง มีบาดแผลถลอกตามแขนขา อดเอ็ดไม่ได้ที่น้องอ่อนแอทำร้ายตัวเองแบบนี้ กะรัตโต้ว่าตนตั้งใจจะตามไปคิดบัญชีกับภูเบศร์ในนรก

“เฮ้อ..กั้งเอ๊ย หยุดคิดเรื่องที่มันเป็นอกุศลซะทีเถอะ จะคิดไปทำไมให้จิตใจเศร้าหมอง”

“แต่ ชีวิตกั้งมันไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว ถึงอยู่ต่อไป กั้งก็คงต้องเจอกับความสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำอีก ใจกั้งมันรับไม่ไหวแล้วพี่กุ้ง...” กะรัตสะอื้นน้ำตาไหลพราก กุนตีกอดปลอบ

กัน ตาเข้ามายื่นนาฬิกาให้บอกว่าพิศุทธิ์ฝากคืน กะรัตงงว่าใคร “ก็พระเอกขี่ม้าขาวที่พาพี่กั้งมาส่งโรงพยาบาลไง ตกลงพี่กั้งรู้จักเขามาก่อนใช่ไหม นาฬิกาของพี่กั้งถึงไปอยู่กับเขาได้”

กะรัต นึกสักพักก็จำได้ กันตาบอกว่าผู้ชายอบอุ่นแบบนี้สเปกตนเลย กะรัตแย้งระวังจะเจอฝันร้าย...กะรัตล้มตัวลงนอนคิดถึงท่าทีและคำพูดของ พิศุทธิ์ที่แสดงออกต่อตน

ooooooo

รุ่งเช้า พิศุทธิ์เล่าให้เนื้อแพรฟังถึงเรื่องกะรัตแล้วบ่นว่าทำไมตอนแม่เจอเรื่อง ร้ายๆ ไม่เคยเห็นแม่ทำอะไรแย่ๆอย่างเธอ เนื้อแพรอธิบายว่ามันไม่เหมือนกัน หัวใจกะรัตไม่มีอะไรยึดเหนี่ยว แต่ตนมีลูกชาย ถ้าไม่มีลูก ตนก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่เหมือนกัน

“ความเจ็บปวดที่เกิดจากความรัก มันทำลายชีวิตคนให้พังพินาศได้จริงๆ” เห็นลูกชายเหม่อเนื้อแพรท้วง “ชาย...คิดอะไรอยู่เหรอลูก”

“ปะ...เปล่าครับ ผมแค่รู้สึกว่าเขาน่าสงสาร ผู้หญิงตัวเล็กๆแต่กลับต้องมาเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้ ก็น่าเห็นใจเขานะครับ”

“ถึงกะรัตจะน่าสงสารยังไง แต่เขาก็ยังเป็นผู้หญิงอันตรายในความคิดของแม่อยู่ดี”

พิศุทธิ์กระอักกระอ่วนเมื่อรู้ว่าเธอเข้ามาป้วนเปี้ยนในหัวใจตนเสียแล้ว...

เมื่อ ฮึดขึ้นมา น้ำผึ้งรู้ข่าวกะรัตป่วยอยู่โรงพยาบาล ก็ลุกขึ้นแต่งตัวโฉบเฉี่ยวจะไปเยี่ยม รสสุคนธ์ปรามรักษาน้ำใจกันไว้บ้าง ทำกับเขาเจ็บช้ำไม่น้อย น้ำผึ้งโต้เสียงกร้าว

“แล้วที่ผึ้งต้องอยู่กินหลบๆซ่อนๆกับภูมานานไม่ใช่เพราะมัวแต่รักษาน้ำใจมันเหรอคะ”

“แต่ผึ้งรู้แก่ใจว่าอะไรเป็นอะไร ไอ้ที่ไปลักลอบได้เสียกับสามีเขา ผึ้งไม่รู้สึกผิดบ้างเลยรึ”

น้ำ ผึ้งเถียงว่าภูเบศร์รักตน รสสุคนธ์ปลอบประโลม คำว่ารักของผู้ชาย จะใช้อ้างเพื่อแย่งเขามาจากใครไม่ได้ น้ำผึ้งชูซองเอกสารขึ้นมาว่าตนมีทะเบียนถูกต้อง รสสุคนธ์ ตกใจที่หลานสาวตั้งใจหลอกลวงเพื่อน น้ำผึ้งอ้างว่าภูเบศร์ตั้งใจทำเพื่อตนและลูกเอง สายตาเธอกร้าวขึ้น

“ในเมื่อกั้งเขาดี เขาวิเศษสูงส่งนัก ผึ้งก็แค่อยากรู้ว่าเขาจะเป็นยังไงถ้าเราต้องใช้สามีคนเดียวกัน”

รส สุคนธ์น้ำตาร่วงเสียใจ น้ำผึ้งเข่นเขี้ยวว่ากะรัตทำให้ลูกตนไม่มีพ่อ ตนกลายเป็นคนเลวในสายตาทุกคน ตนก็จะดึงเธอลงมาดูว่า นรกที่ตนต้องเผชิญ มันโหดร้ายทรมานขนาดไหน...

ในห้องคนไข้ กะรัตเดินออกจากห้องน้ำ เอ่ยถามจะให้ตนออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ พลันเห็นน้ำผึ้งในชุดดำถือกระเช้าดอกไม้ยืนอยู่ ก็ตกใจไล่ให้กลับไป น้ำผึ้งยั่วว่าเพื่อนไม่สบายทั้งทีตนก็ต้องมาเยี่ยม กะรัตสวนว่าเธอไม่ใช่เพื่อนตน

“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเธอนะกั้ง ฉันแค่อยากให้เธอรู้ว่าฉันกับภูเรารักกันด้วยความบริสุทธิ์ใจ”

ผัวฉันไม่ใช่เสาไฟฟ้าที่แค่ใครมาฉี่รดโคนขาก็จะมาอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของได้”

น้ำผึ้งหัวเราะ “พูดซะเต็มปากเชียวนะจ๊ะว่าเขาเป็นผัวเธอ...ถ้าเธอคิดว่าเงินของเธอจะซื้อใจผู้ชายได้ เธอก็คิดผิดแล้วล่ะ”

“หน้าด้าน! ฉันไม่คิดเลยว่าเธอไร้ยางอาย ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ภูเขาแต่งงานกับฉันอย่างออกหน้าออกตา”

น้ำผึ้งสวนว่าภูเบศร์ก็มีตน ที่สำคัญเขาเลือกตนเป็นแม่ของลูก กะรัตด่าว่าชั่ว น้ำผึ้งปรามให้ฟังความจริงที่เธอรู้แก่ใจแต่แกล้งลืม  เพื่อให้ตัวเองดูวิเศษเหนือคนอื่น

“ความจริงบ้าบออะไรของแก...”

“ก็ความจริงที่เธอมันห่วยไงกั้ง เธอมันห่วยจนผัวทุกคนทนไม่ไหว ต้องออกไปหาเศษหาเลยนอกบ้าน ฉันไม่แปลกใจเลยที่ผู้หญิงอย่างเธอจะไม่เคยได้รับความรักจากผู้ชายคนไหนเลย”

“แต่อย่างน้อยฉันก็ยังเป็นคนที่ผู้ชายเลือกจะเรียกว่าเมีย ไม่ใช่นางบำเรอหรือชู้อย่างแก”

“เมีย! เธอเผลอเรียกตัวเองว่าเมียอีกแล้วนะกั้ง” น้ำผึ้งดึงเอกสารจากซองชูตรงหน้ากะรัต

“ถ้าเธอขยันเรียนว่านี้ซักนิด หาความรู้รอบตัวซักหน่อย เธอก็จะรู้ว่า คำว่าเมีย...เขาหมายถึงผู้หญิงที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนสมรส ไม่ใช่แค่มีพิธีอลังการแต่ไร้ค่าอย่างเธอ”

กะรัตมองชื่อในทะเบียนสมรสว่าจดมาก่อนตนแต่งงานเกือบปีแล้วตัวชาวูบ ถอยกรูดไปติดผนัง กุนตีเปิดประตูเข้ามาได้ยินพอดี ปรี่เข้าต่อว่าน้ำผึ้ง ทำแบบนี้ทำไม พยาบาลที่ตามเข้ามาเชิญน้ำผึ้งออกจากห้อง น้ำผึ้งเยาะหยัน รู้แล้วใช่ไหมว่าใครคือเมียน้อย กะรัตปรี๊ด...ผลักรถเข็นใส่น้ำผึ้ง เธอหลบทันแล้วหาว่ากะรัตจะฆ่าลูกในท้องตน กะรัตคว้าแจกันจะปาใส่ กุนตีดึงไว้ทัน

น้ำผึ้งยิ่งท้าทาย “ขอบอกให้รู้ว่าทรัพย์สินของภูจะต้องตกถึงฉันและลูกตามสิทธิ์ทางกฎหมาย”

“ไปทวงจากนรกก็แล้วกัน ฉันจัดให้” กะรัตสะบัดมือหลุดจากกุนตี ปาแจกันใส่หน้าน้ำผึ้ง หน้าผากแตกเลือดไหล กุนตีตกตะลึงให้พยาบาลพาน้ำผึ้งไปทำแผล

น้ำผึ้งขู่ เธอจะเสียใจที่ทำกับตนวันนี้...กะรัตกรี๊ดไล่ให้ออกไป ทันทีที่น้ำผึ้งเดินไป กะรัตก็ทรุดลงร้องไห้โฮ กุนตีโผกอดปลอบน้องด้วยความสงสารจับใจ...ส่วนน้ำผึ้งไม่ยอมให้พยาบาลทำแผล กันตาเห็นเธอเป็นเพื่อนพี่จึงขอให้เลิกจองเวรจองกรรมเสียที น้ำผึ้งโวยถึงภูเบศร์จะตายแต่เรื่องทุกอย่างยังไม่จบ กะรัตต้องชดใช้ที่พรากทุกอย่างไปจากตน กันตารู้สึกกังวลใจ

ooooooo

พวงหยกกับเจ้าสัวบัญชานั่งจิบกาแฟคุยกันเรื่องกะรัต ที่ถูกภูเบศร์หลอกมาตลอดสามปี เจ้าสัวเปรย เพียงแค่ทะเบียนสมรสแผ่นเดียว จะอะไรกันนักหนา พวงหยกแย้งว่ามันทำให้กะรัตกลายเป็นเมียน้อย เจ้าสัวแขวะ

“ดีแล้วที่อากั้งมันไม่โง่เอากระดาษแผ่นเดียวมาผูกมัดผู้ชาย...ดูอย่างลื้อสิ กอดทะเบียนสมรสไว้แล้วเคยมีความสุขบ้างไหม”

“อ้าวเตี่ย...มาแขวะหนูทำไมเนี่ย แต่ถึงมันไม่สุขแต่อย่างน้อยก็สะใจล่ะค่ะ”

เจ้าสัวว่ามัดใจไม่ได้เลยเอาทะเบียนมาเป็นโซ่ล่าม แล้วเป็นอย่างไร ตัวก็ไม่ได้ ใจก็ไม่ได้ ได้แต่กอดกระดาษแผ่นเดียว...พวงหยกโต้ บางทีทะเบียนก็ทำให้คนที่คิดนอกใจเดินกลับเข้าคอก  กฤชเดินมาได้ยินพอดี จึงเดินผ่านพวงหยกไป บอกเจ้าสัวว่า กันตาโทร.มาบอกจะพากะรัตไปพักฟื้นบ้านพัทยา พวงหยกมองสามีที่แต่งตัวเหมือนจะออกจากบ้าน อดแขวะไม่ได้ว่าลูกไม่สบายไปพักฟื้น ไม่แปลก แต่เขาจะไปเสียชีวิตที่ไหนไม่ทราบ วันนี้วันหยุดแท้ๆ กฤชพยายามใจเย็น

“ผมกำลังจะไปทำหน้าที่พ่อแวะไปดูลูกที่โรงพยาบาล แล้วจะเลยไปธุระต่อ” กฤชเดินไป

พวงหยกตะโกนไล่หลังว่าไปให้ถูกโรงนะ โรงพยาบาลไม่ใช่โรงแรม เจ้าสัวเอ็ดถ้าเป็นตนก็จะไปโรงแรมหรือไม่ก็ไปโรงฆ่าสัตว์ ยอมให้คนเชือดทำตือฮวนยังดีกว่าทู่ซี้อยู่กับเมียปากเสียอย่างเธอ  พวงหยกอยากร้องกรี๊ดแต่ร้องไม่ออก...

บ่ายวันนั้น ท่านชายอ๊อดมาดักรอพิศุทธิ์ถึงหน้าคณะที่เขาทำงาน พอเข้ามาในห้องพักอาจารย์ ก็ทำทีบ่นว่า  อุตส่าห์ไปเรียนเมืองนอกเมืองนากลับมาทำงานอุดอู้แบบนี้ คิดจะสอนหนังสือไปจนแก่หรือ พิศุทธิ์ถอนใจให้บอกมาเลยว่ามีธุระอะไร ท่านชายอ๊อดหาว่าเขาเห็นแก่ตัว

“ฉันต้องการให้แกลาออกจากอาจารย์ไปเป็นที่ปรึกษาท่านรัฐมนตรีอิสระ ไหนๆแกก็มีราชสกุลติดตัวแล้ว แกก็น่าจะสร้างเกียรติยศตอบแทนให้วงศ์ตระกูลบ้าง”

พิศุทธิ์สะดุดหู เมื่อเช้าหม่อมมลุลีก็มาบังคับให้ไปดูตัวลูกสาวท่านรัฐมนตรีอิสระ คราวนี้ท่านพ่อมาให้ไปทำงานด้วย ตกลงมันสร้างเกียรติหรือสร้างผลประโยชน์กันแน่ ตนได้ข่าวมาว่าทางกระทรวงมีโครงการสร้างทางด่วน ถ้าท่านพ่อมีเส้นสายช่วยประมูลโครงสร้างนี้ได้ บริษัทคงมีกำไรจากการโก่งราคามหาศาล ท่านชายอ๊อดโมโหกลบเกลื่อน หาว่าเขาหาความ ตนแค่ห่วงกลัวจะลำบาก พิศุทธิ์ถากถาง ไม่ต้องห่วง เพราะตนกับแม่อยู่อย่างไม่เคยลำบาก

“ก็แม่แกถึงต้องเป็นฝ่ายเอาตัวเข้าแลกเป็นเมียน้อยเขา”

ตอนที่ 3

สนามริมหาดบ้านพักตากอากาศ นวล สมหวัง และสาวใช้ช่วยกันเตรียมบาร์บีคิว กันตากุลีกุจอจัดสถานที่จนกุนตีหมั่นไส้ ดูจะเชียร์หนุ่มคนนี้จนเกินไป กันตาจึงบอกว่าถ้ากุนตีเห็นพิศุทธิ์จะรู้สึกเหมือนตน ไม่ทันไรพิศุทธิ์โทร.เข้ามาขอโทษที่มาไม่ได้ กันตาผิดหวัง

กะรัตแต่งตัวเฉิดฉายทั้งที่ปากว่าไม่สนใจ พอรู้ว่าพิศุทธิ์มาไม่ได้ก็ผิดหวังกึ่งเจ็บใจที่อุตส่าห์แต่งตัว

สวย สักพักกะรัตก็โพล่งขึ้น สั่งนวลยกอาหารไปที่บ้าน พิศุทธิ์ กุนตีตกใจเกรงจะยุ่งกับเขามากเกินไป แต่กะรัตอ้างว่า

“เราอุตส่าห์จะเลี้ยงตอบแทน เขาก็ควรจะรักษาน้ำใจเราบ้าง เรื่องแบบนี้มันเป็นมารยาท ผู้ชายอย่างเขาน่าจะเข้าใจ ยกเว้นแต่ว่าเขาจงใจจะหักหน้ากั้งเท่านั้น”...

นวลคุมสาวใช้หอบอาหารมากมายมาที่บ้านพิศุทธิ์ บอกว่ากะรัตให้นำมา เขามองอาหารอย่างครุ่นคิดก่อนจะฝากนวลไปขอบคุณกะรัตและขอโทษที่ไปไม่ได้...แต่พอนวลกลับมาบอกกะรัต เธอกลับคิดว่าเขาหาเรื่องแก้ตัวให้มันจบๆไป กันตาติงพี่สาวคิดมาก เขาอาจเกรงใจก็ได้

“เธอนั่นแหละที่รู้จักเขาน้อยไป เขาอาจจะมองพี่เหมือนคนอื่นๆ...ผู้หญิงกินผัว นี่เขาคงกลัวพี่จะไปตอแย เขาถึงได้กล้าทำแบบนี้ เขาไม่ตะโกนใส่หน้าหาว่าฉันบ้าผู้ชายก็บุญแค่ไหนแล้ว” กะรัตเดินตึงๆเข้าห้องเจ็บใจที่ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนปฏิเสธตนแบบนี้มาก่อน...

ตอนที่ 4

ฟองดาวเป็นเลขาคนใหม่ของพิศุทธิ์ เธอขวางไม่ให้น้ำผึ้งเข้าไปหาพิศุทธิ์ในห้องทำงานโดยทำตามหน้าที่ มีอะไรตนจะไปรายงานเอง น้ำผึ้งจึงแกล้งฝากงาน ซับซ้อนจนฟองดาวงง ให้น้ำผึ้งเข้าไปบอกพิศุทธิ์เอง น้ำผึ้งยิ้มกริ่มที่ช่างหลอกง่ายดาย

พอเข้ามาพบพิศุทธิ์ได้ น้ำผึ้งก็ขอเลี้ยงข้าวเย็นเขา เป็นการขอบคุณที่ส่งบ้านเมื่อวาน เขาปฏิเสธนุ่มนวลว่ามีนัดแล้ว น้ำผึ้งทำทีน้อยใจ หาว่าเขาอายที่ต้องไปกับผู้หญิงท้องไม่มีพ่อ พิศุทธิ์ส่ายหน้า แต่เธอแทรกขึ้นเหมือนถูกกดดันจนต้องระบายว่าตนไม่อายเพราะเด็กคนนี้เกิดจาก ความรักของตน ถึงผู้ชายคนนั้นจะหลอก พิศุทธิ์งงเพราะเท่าที่เห็นเรื่องเธอไม่ได้เป็นอย่างนี้

น้ำผึ้งเล่าว่าตนกับพ่อเด็กทำงานที่เดียวกัน “แต่ฉันได้เลื่อนตำแหน่งสูงกว่าเขา เขาบอกฉันว่าเขาอายที่มาเป็นลูกน้อง ฉันเลยให้เขาลาออกแล้วเอาเงินเก็บของฉันเปิดบริษัทให้เขา เขาสัญญาว่าจะหาเงินเพื่อสร้างครอบครัวของเรา...แล้ววันหนึ่งเขาก็ทิ้งฉันไป แต่งงานกับผู้หญิงที่รวยกว่า แล้วฉันก็โดนด่าว่าเป็นเมียน้อย ทั้งๆที่ฉันรักกับเขาก่อนผู้หญิงคนนั้น ฉันโดนผู้คนประณามว่าแย่งสามีคนอื่น ทั้งๆที่ฉันเป็นเมียที่จดทะเบียนสมรส”

พิศุทธิ์ชักสงสารเธอที่โด นภูเบศร์หลอก น้ำผึ้งแกล้งเสียใจจนเป็นลม เพื่อให้เขาพาไปหาหมอ แล้วเลยต้องพาไปส่งบ้านอีกครั้ง....พิศุทธิ์โทร.บอกกะรัตระหว่างรอน้ำผึ้ง เข้าหาหมอ ว่าตนเคลียร์งานอยู่ไปช้านิดหน่อย น้ำผึ้งรู้สึกภูมิใจที่ทุกคนมองว่าตนมีสามีพามาตรวจครรภ์ พยาบาลก็เข้าใจว่าเขาเป็นพ่อเด็ก กันตาเดินมาเห็นหลังไวๆ เอะใจแต่ตามไปดูไม่ทัน จึงโทร.ถามกะรัตว่าพิศุทธิ์ไปหาหรือยัง กะรัตบอกว่าเขายังเคลียร์งานอยู่

กะรัตไม่อยากรอ ตัดสินใจไปหาพิศุทธิ์ที่บริษัท พอมาถึงจึงได้รู้ว่าเขากลับไปนานแล้ว กะรัตรีบกลับไปที่ร้านเสื้อ แต่พิศุทธิ์ก็ยังมาไม่ถึง ชักสังหรณ์ใจแต่ไม่กล้าโทร.จิกเกรงเขาโกรธ

รสสุคนธ์เห็นท่าที พิศุทธิ์แล้วไม่อยากคิดตามที่น้ำผึ้งพร่ำบอก ว่าเขาจะมาเป็นหลานเขยในอนาคต จึงเตือนหลาน “อย่าเพิ่งฝันไปเลยผึ้งเอ๊ย ที่เขาดีกับเราเพราะว่าเขาเป็นคนมีน้ำใจ”

“แต่ผึ้งเชื่อว่าผึ้งไม่ได้แค่ฝัน น้ารสคอยดูแล้วกัน ผึ้งดูอาการคนไม่ผิดหรอก” น้ำผึ้งมั่นใจ

แยก จากน้ำผึ้งมาได้ พิศุทธิ์รีบมาหากะรัตที่ห้องเสื้อบอกเธอตามจริงว่าพาเพื่อนที่ทำงานไปหาหมอ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นน้ำผึ้ง กะรัตคลายความขุ่นข้องหมองใจ รีบทำตามแผนเซอร์ไพรส์เขาด้วยการเอามือปิดตาเขา พาเดินไปที่ราวแขวนเสื้อที่มีเสื้อผ้าผู้ชายเต็มราว

พอเปิดตา พิศุทธิ์อึ้ง “นี่มันอะไรกันครับ คุณจับผมปิดตาเพื่อมาดูเสื้อผ้านี่น่ะเหรอ”

“แน่นอน ค่ะ เพราะเสื้อผ้าทั้งราวเนี่ยเป็นของคุณทั้งหมด...ไม่ต้องอึ้งค่ะ คุณเป็นคนที่กั้งรักแล้วกั้งก็เป็นเจ้าของห้องเสื้อ น้อยกว่านี้ก็แย่สิคะ”

“ไหนคุณบอกว่าชอบที่ผมเป็นผมไง” พิศุทธิ์แกล้งทำหน้าขรึม

กะรัตร้อนตัว รีบบอกว่าตนแค่อยากให้เขาดูดีเท่านั้นเอง ไม่ได้คิดเปลี่ยนเขา ถ้าเขาไม่ชอบก็ไม่ต้องเอาไป พิศุทธิ์หัวเราะออกมา กะรัตจึงรู้ว่าถูกแกล้ง หยิก เขาแล้วสะบัดหน้างอน เขารู้สึกสดชื่นและมีความสุขที่ตามง้อเธอ...ทั้งสองพากันมาที่โรงหนัง กะรัตชอบหนังรัก แต่เอาใจเขาด้วยการเลือกหนังไซไฟ พิศุทธิ์รู้ทันตัด สินใจดึงกะรัตออกจากโรงหนัง ไปเดินซุปเปอร์มาร์เกตแทน กะรัตตื่นตาเพราะไม่เคยเข้ามาซื้อของในนี้เองมาก่อน

เผอิญคุณนายรำภาและคุณนายศจีเห็นรีบรายงานพวงหยกทันทีว่าเห็นกะรัตเดินอี๋อ๋อกับลูกชายเนื้อแพร พวงหยกเดือดดาล พยายามกดโทรศัพท์หากะรัตแต่เธอไม่รับสาย พวงหยกจึงโทร.หาเนื้อแพรแทน แล้วใส่ไม่ยั้ง

“แกคิดจะเคลมทั้งผัวทั้งลูกฉันเลยรึไงนังเนื้อแพร” เนื้อแพรยังงงว่าใคร แต่พอพวงหยกเอ่ย “จำเสียงฉันไม่ได้หรือไง คนที่แกอยากใช้ผัวร่วมกับฉันไง”

“คุณพวงหยก!”

“แหม...พอพูดเรื่องนี้ฉลาดขึ้นมาเลยนะ”

“มีคุณคนเดียวล่ะที่คิดแต่เรื่องแบบนี้”

“ใครกันแน่ที่คิดแต่เรื่องต่ำๆ แผนสูงนักนะแก ใช้ตัวแลกกับผัวฉันไม่พอ ยังจะซ้อนแผนให้ลูกชายแกตกถังข้าวสารอีกคนหรือไง”

“คุณพูดอะไรฉันไม่เข้าใจ...”

“เล่นบทหน้าโง่เก่งเหลือเกินนะ ฉันจะไม่ยอมให้ยัยกั้งเสียค่าโง่กับลูกชายแกเด็ดขาด เป็นตายยังไงนายพิศุทธิ์ก็ไม่มีวันได้แอ้มยัยกั้ง จำใส่กะโหลกไว้” พวงหยกทิ้งบอมบ์เสร็จตัดสาย

เนื้อแพรกังวลเรื่องพิศุทธิ์...พิศุทธิ์กับกะรัตขึ้นนั่งบนรถไม่ทันจะออกรถ เนื้อแพรโทร.เข้ามา เขารู้ว่าไม่ควรหนีอีกแล้วจึงบอกกะรัต “ผมคิดมาตลอดว่าถ้าเราคิดจะคบกันจริงๆ เราก็ควรให้ผู้ใหญ่ได้รับรู้ ทั้งฝ่ายผมและที่บ้านของคุณ ถึงเวลาที่คุณกับผมต้องเผชิญความจริงกันแล้ว”

“แต่กั้งไม่ได้เตรียมตัวเลย”

พิศุทธิ์กุมมือให้กำลังใจ “อย่ากังวลเลยครับ แม่ผมเป็นคนมีเหตุผล ถ้าท่านรู้ว่าเราจริงใจที่จะคบกัน ท่านคงไม่ใจร้ายกับเราหรอก”

พิศุทธิ์ตัดสินใจรับสายเนื้อแพร แล้วบอกเธอว่าเย็นนี้จะพาเพื่อนเข้าไปทานข้าวที่บ้าน ให้เธอรอทานข้าวด้วย กะรัตสีหน้ากังวล เนื้อแพรไม่ทันโต้อะไร เขาก็ตัดสายไปเสียแล้ว

ooooooo

ทันทีที่พิศุทธิ์เดินเข้าบ้าน เนื้อแพรเปิดฉากบอกว่าพวงหยกโทร.มา แต่ไม่ทันพูดจบพิศุทธิ์ก็ดึงกะรัตเข้ามา เธอยกมือไหว้เนื้อแพรอย่างเกร็งๆ เนื้อแพรรับไหว้ตะลึง...พิศุทธิ์จะบอกจุดประสงค์ที่พากะรัตมา แต่เนื้อแพรสวน

“ลูกบอกว่าจะพาเพื่อนมาบ้าน แม่ไม่ยักรู้ว่าลูกกับกะรัตเป็นเพื่อนกันอยู่” เนื้อแพรเน้นคำว่าเพื่อน พิศุทธิ์สบตากะรัตอย่างให้กำลังใจ

พิศุทธิ์ชิงบอกเนื้อแพรว่า กะรัตซื้อกับข้าวมามากมาย เนื้อแพรตัดบท “คุณกลับไปเถอะ”

กะรัตหน้าเจื่อน พิศุทธิ์อ้าปากจะพูด กะรัตแทรก “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันรู้ว่าระหว่างเราเริ่มต้นไม่ค่อยดีนัก แต่ถ้าคุณเป็นฉัน คุณก็คงทำไม่ต่างจากฉันหรอก แต่ตอนนี้ความรู้สึกของฉันเปลี่ยนไปแล้ว ขอโอกาสให้ได้พิสูจน์ว่าฉันสามารถเปลี่ยนตัวเองได้เพื่อลูกชายคุณ”

แต่เนื้อแพรยังย้ำคำเดิมว่าให้เธอกลับไปเสีย แล้วเดินเข้าครัว กะรัตตามเอาใจจะช่วยงานในครัว เนื้อแพรพยายามข่มใจจนหมดความอดทน ถามเธอกำลังทำอะไร มายุ่งกับลูกตนทำไม

“ฉันคิดว่าฉันพูดกับคุณไปชัดเจนแล้วซะอีก”

“แต่เราก็แค่พยายามศึกษากัน มันไม่น่าจะมีอะไร เสียหายนี่คะ”

“แสดงว่าคุณไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันพยายามบอก นอกจาก จะไม่เข้าใจ คุณยังฝืนจะเอาชนะ ฉันบอกตามตรงว่าฉันไม่สบายใจที่เห็นคุณมายุ่งกับพิศุทธิ์ เพราะฉันเองก็พอจะรู้จักนิสัยคุณอยู่บ้าง”

กะรัตยืนยันว่าจะเปลี่ยนตัวเอง แต่เนื้อแพรไม่เชื่อและให้กะรัตตั้งสติ “ก่อนที่จะพูดอะไร ขอให้ตัดคำว่าอยากได้ ต้องได้ออกไป แล้วลองถามใจตัวเองว่าคุณอยากคบพิศุทธิ์จริงหรือเปล่า”

“ฉันจริงใจต่อคุณพิศุทธิ์ ฉันไม่คิดจะคบเขาแค่ฉาบฉวย”

“แล้วคุณแม่คุณยอมไหม!”

กะรัตชะงักก่อนจะรับรองว่าแม่ต้องยอม เนื้อแพร ย้อนเธอไม่รู้จักแม่ตัวเอง “ฉันโดนใครต่อใครตราหน้าต่อว่าเสียๆหายๆยังไง ฉันรับได้ แต่ถ้ามาว่าเขาจะมาจับผู้หญิงรวยๆอย่างคุณ ฉันยอมไม่ได้”

“แต่ฉันรักคุณพิศุทธิ์จริงๆนะคะ”

“คุณก็คงคิดอย่างนี้กับทุกคนที่แล้วมา จริงไหม”

“คุณพิศุทธิ์ไม่เหมือนผู้ชายเลวๆพวกนั้น เขาดีกว่าทุกๆคนที่ฉันเจอมา”

“คุณอยากได้คนดีๆเพียงแค่คุณยังไม่เคยได้ คุณทำยังกับเขาเป็นของสะสมของคุณงั้นล่ะ”

“ไม่ใช่ยังงั้นนะคะ ฉันรู้ว่าฉันผ่านอะไรมามาก แต่ฉันก็อยากแก้ตัวกับเขาเป็นคนสุดท้าย”

“เพราะอย่างนี้ไงฉันถึงห่วง ฉันไม่ได้มองว่าพิศุทธิ์ดีวิเศษไปกว่าผู้ชายคนอื่น  แต่เขาไม่ได้มีประสบการณ์เรื่องนี้เท่าคุณ เขาเป็นคนใจดี เขาไม่มีภูมิคุ้มกันในเรื่องแบบนี้ แล้วอีกอย่างอย่าหาว่าฉันงมงายเลยนะ สามีคุณแต่ละคนก็ตายกะทันหันทั้งนั้น  ฉันกลัวพิศุทธิ์อายุสั้นเพราะคุณ”

กะรัตหน้าชา ถามจะให้ตนทำอย่างไร เนื้อแพรเชือดเฉือน ในเมื่อเปลี่ยนอดีตไม่ได้ ก็อย่าทำลายอนาคตของพิศุทธิ์ ตนไม่ได้หวังผู้หญิงที่เลิศเลอเพอร์เฟกต์อะไรมากมาย ขอแค่คนที่จะไม่ทำให้เขาต้องโดนหัวเราะเยาะ ลับหลัง ว่าเป็นแค่ของเล่นคลายเหงาของเธอ เนื้อแพรเน้นชัดๆ

“คุณคงรู้ดีว่าการแต่งงานที่ล้มเหลว มันสร้างบาดแผลให้ชีวิตยังไง อย่าหยิบยื่นบาดแผลนั้นให้คนดีๆอย่างพิศุทธิ์เลยนะ ฉันขอร้อง”

กะรัตชาวูบไปทั้งตัว ลำคอตีบตื้นพูดอะไรไม่ออก พิศุทธิ์ตามเข้ามาเห็นท่าทีสองคนผิดปกติ เนื้อแพรมองว่ากะรัตจะทำอย่างไรต่อไป พิศุทธิ์เข้ามาจับมือกะรัต แต่เธอดึงมือออกอย่างเจ็บปวด รู้สึกตัวเองสกปรกเหลือเกิน ฝืนยิ้มขอตัวกลับ พิศุทธิ์รีบถามแม่พูดอะไร เธอส่ายหน้าอ้างปวดหัว เครียดเรื่องงาน  แล้วเดินออกไป พิศุทธิ์ตามไปรั้งตัว ถามว่าแม่พูดอะไรกับเธอ

“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่มีอะไร” พิศุทธิ์ไม่เชื่อ กะรัตกลั้นน้ำตาคิดหาทางทำให้เขาโกรธและตัดใจไปจากตน จึงตวาดใส่ “เลิกเซ้าซี้สักทีได้ไหม คุณอยากรู้ใช่ไหม ได้! แม่คุณบอกว่าฉันทนคุณไม่ได้นานหรอก ผู้ชายอย่างคุณมันน่าเบื่อ จืดชืด ไม่หวือหวาอย่างที่ฉันชอบ แล้วฉันก็ยอมรับว่ามันเป็นเรื่องจริง!” พิศุทธิ์จะอ้าปาก กะรัตสวน “คุณรู้ไหมว่าฉันอยู่กับคุณ ฉันต้องทำตัวแอ๊บแบ๊ว ไม่มีความเป็นตัวเองเลย บอกตรงๆว่าฉันอึดอัด และที่สำคัญ คนอย่างกะรัตมีศักดิ์ศรีเกินกว่าจะมายืนให้เมียน้อยของพ่อด่าอย่างนี้”

“กะรัต!” พิศุทธิ์โกรธที่จิกว่าแม่ของเขา แต่ก็ยังรั้งเธอไว้ไม่ให้ขึ้นรถ

กะรัตกระชากตัวออกขึ้นรถปิดประตู กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล สตาร์ตรถขับออกไปด้วยหัวใจสลาย พิศุทธิ์ยืนอึ้งน้ำตาคลอ...กลับเข้าบ้านถามเนื้อแพรคุยอะไรกัน ตนไม่เชื่อสิ่งที่กะรัตพูด เนื้อแพรจึงบอกว่า ทุกสิ่งที่ตนพูดกับกะรัต ด้วยความหวังดีต่อเขาทั้งนั้น

“อย่าปล่อยให้เขาเอาความน่าสงสารมาทำให้ลูกติดบ่วง ถ้าลูกเชื่อในความรักของแม่ ก็ขอให้เชื่อว่าสิ่งที่แม่ทำไปมันคือสิ่งที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุด” พูดจบเนื้อแพรเดินไป ปล่อยให้ลูกชายยืนคิดจับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่คนเดียว

ooooooo

ด้านพวงหยกกลับมาไล่เบี้ยกันตากับกุนตี รวมไปถึงนวลที่ช่วยกันปิดบังเรื่องกะรัตกับพิศุทธิ์ ทั้งสามนิ่งเงียบ พอดีกะรัตเดินเข้ามา พวงหยกก็ใส่ทันที ถ้าเพื่อนไม่มาบอกตนคงเป็นควายให้เนื้อแพรหัวเราะเยาะ แล้วด่าว่าแทงใจกะรัต

“ผัวเก่ายังไปไม่ถึงนรก แกก็แล่นไปหาเหาใส่หัวอีก จะครองตัวเป็นโสดให้ฉันพักหูจากเสียงครหาบ้าง มันจะอัดอั้นใจตายรึไง”

“กั้งเลิกกับเขาแล้ว ทีนี้แม่พอใจรึยัง” กะรัตโพล่งออกมา ทำเอากันตากับกุนตีตกใจ

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 08:36 น.