ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ป่านางเสือ2

SHARE
ตอนที่ 19

ฤทธิชัยยิ้มสะใจ ก่อนจะถ่มบ่วงเงินออกจากปาก นาคีกลับมามีพลังเหมือนเดิม จ้องมองอาจารย์ชั่วด้วยสายตาดุดัน เขาเห็นท่าไม่ดีสั่งให้ลูกศิษย์จัดการเธอ พวกนั้นยังไม่ทันจะขยับตัวก็ถูกพลังของเธออัดกระเด็น

“ถ้าเจ้าไม่หยุด...ข้าจะให้บ่วงทองรัดคอคนรักของเจ้า” คายามังขู่

นาคี หายตัวแวบมาดึงบ่วงทองออกจากคอฤทธิชัย แล้วใช้พลังทำลายเชือกที่มัดไว้ขาดสะบั้น คายามังจะหยิบมีดอาคมออกจากย่ามแต่ไม่ทัน เธอตบเปรี้ยงเดียวร่างของเขาลอยละลิ่วชนผนังถ้ำ ย่ามกับมีดอาคมกระเด็นไปตกข้างๆลูกศิษย์ แล้วตามเข้าไปจะซ้ำ เขาตั้งหลักได้พุ่งเข้าต่อสู้กัน เธอเสียทีถูกอัดหงายหลัง

“ข้าจัดการเจ้าก่อน แล้วจะเชือดคนรักของเจ้า”

เธอ ยอมให้ชายคนรักเป็นอันตรายไม่ได้ ดีดตัวเข้าหาแล้วจับเขาเหวี่ยงออกไปนอกถ้ำ ร่างของเขากระแทกพื้นหมดสติเพราะความที่พลังอ่อนแรง คายามังเหลือบเห็นมีดอาคมตกอยู่รีบพุ่งไปคว้า เธอไวกว่าปล่อยพลังใส่ร่างของเขาทรุดฮวบกระอักเลือด เขายังไม่ยอมแพ้ ตะกายจะไปหยิบมีดอาคมให้ได้

นาคีสะบัดมือใส่ผนังและเพดานถ้ำ ก่อนจะหายตัวออกไป พริบตาเดียวถ้ำถล่มทับทั้งคนทั้งมีดจมอยู่ใต้กองหิน เธอยิ้มสะใจ แล้วปราดเข้าไปหาฤทธิชัยที่นอนสลบไสลไม่ได้สติ พากลับไปรักษาตัวที่ถ้ำของตน โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าลูกศิษย์คนหนึ่งของคายามังหนีรอดออกมาได้พร้อมกับมีด อาคม...

ขณะที่ฤทธิชัยกับนาคีต่างช่วยเหลือซึ่งกันและกันจนรอดเงื้อม มือคายามังมาได้ ท่านรองศักดาส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษตัดท่อน้ำเลี้ยงของแบล็กอีวิลทั้งค่าย ตัดไม้ บ่อนพนัน รวมทั้งโรงเลื่อยไม้ของวิวัฒน์ได้ราบคาบโดยได้รับความช่วยเหลือจากจันจิรา และเธอถือโอกาสนี้เก็บเงินหนึ่งล้านบาทที่วิวัฒน์ติดหน้ีไปในตัว

ooooooo

ที่ ห้องขังหลังกำแพงมนต์ ท่านรองก้องเกียรติขยับตัวลุกขึ้นเมื่อเห็นนายใหญ่ในคราบตัวเขาไม่มีผิด เพี้ยนยืนอยู่หน้าห้องขังข้างๆนายโจ อดแขวะไม่ได้

“พร้อมหน้าพร้อมตากันที่นี่ แปลว่ากำลังจนตรอก”

“เรากำลังจะได้ชัยชนะต่างหาก ที่นี่คือกองบัญชาการที่ไม่มีใครหาพบ” นายใหญ่ยิ้มแสยะ

“ก็ลองดูว่าใครจะเป็นฝ่ายถูก” ท่านรองก้องเกียรติเกทับ ทั้งๆที่อดหวั่นใจไม่ได้

“วันที่คุณจะได้ออกจากที่นี่ใกล้เข้ามาแล้วท่านรอง”

“ออกไปเป็นแพะรับบาปให้พวกคุณน่ะหรือ”

ท่าน รองก้องเกียรติตัวปลอมไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มเย้ยก่อนจะผละจากไปพร้อมกับนายโจ ท่านรองก้องเกียรติตัวจริงได้แต่ภาวนาให้อภิชาติกับฤทธิชัยหากำแพงมนต์เจอ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป...

ทันทีที่ลูกศิษย์ของคายามังกลับถึง กำแพงมนต์รีบรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นต่อนายโจและมอบมีดอาคมที่ใช้กำจัดนาคี ให้ คุยโวว่านังงูร้ายดันมาหนีไปเสียก่อน ไม่เช่นนั้นคงจะเสร็จเขาไปแล้ว

“ดี...มันโผล่มาเมื่อไหร่ก็จบเมื่อนั้น...แล้วไอ้ฤทธิชัยล่ะ”

“ข้าคิดว่านาคีมันพาไป”

นาย โจพยักหน้ารับรู้ สั่งให้สมุนไปเตรียมรถ ผ่านไปสักพัก เขากับลูกศิษย์ของคายามังและมือปืนคุ้มกันอีกจำนวนหนึ่งมายืนอยู่ตรงหน้าผู้ กองสัตยาที่ค่ายของเขา แจ้งเรื่องที่นาคีสังหารคายามังแล้วเอาตัวฤทธิชัยไป

“นาคีจัดการกับไอ้ฤทธิชัยก็ดีแล้วนี่”

“คุณสัตยา คุณไม่เข้าใจ นาคีหลงไอ้ฤทธิชัยต่างหาก มันต้องตายสถานเดียว”

ผู้ กองสัตยามองเหล่คิดว่าเขาจะให้เป็นทัพหน้าไปจัดการกับนาคี เขารีบปฏิเสธว่าเปล่า แค่จะมาขอให้ช่วยเป็นกำลังเสริมให้เท่านั้น ส่วนเรื่องนาคี ปล่อยเป็นหน้าที่เขาเอง...

ภายในถ้ำของนาคี ฤทธิชัยรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาเห็นนาคียืนจ้องอยู่ กวาดสายตามองไปรอบๆอย่างไม่วางใจ เธอรีบบอกว่าคายามังตายแล้ว ไม่มีใครขวางทางเราอีก เขาอยู่ด้วยไม่ได้ ยันตัวจะลุกขึ้นยืนแต่ไร้เรี่ยวแรงทรุดลงไปนอนอย่างเดิม เธอไม่เข้าใจ เขาจะไปจากที่นี่ทำไมในเมื่อมีใจให้เธอ

“ผมไม่ได้มีใจให้คุณ”

“แต่เราเห็นท่านพี่เป็นห่วงเรา”

“ผมแค่เห็นใจคุณที่ต้องตกเป็นทาสของอาจารย์ตัวเอง คุณควรกลับไปอยู่ในโลกของคุณจะดีกว่า”

ทันใดนั้น นาคีสัมผัสถึงศัตรูได้ บอกให้เขารออยู่ที่นี่ แล้วดีดตัวออกไป เขาฝืนลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบากก่อนจะค่อยๆเคลื่อนตัวตาม...

อีกด้านหนึ่งหน้าปากทางเข้าถ้ำ ลูกศิษย์ของคายามัง นายโจ และผู้กองสัตยาเดินตามมือปืนนับสิบคนเข้าไปด้านใน แต่ต้องชะงักเมื่อเจองูฝูงใหญ่ทิ้งตัวลงมาจากเพดานถ้ำ พวกมือปืนที่เดินนำหน้าถูกงูฉกตายไปหลายคน พวกที่เหลือพากัน สาดกระสุนใส่เพดานถ้ำ งูบางส่วนตกมาตายเกลื่อนพื้น บางส่วนตกใจเลื้อยหนี

“รังของมันอยู่ข้างใน” ลูกศิษย์ของคายามังว่า แล้วเดินนำทุกคนเข้าไปในถ้ำ

นายโจกับผู้กองสัตยายังไม่ทันจะขยับตาม นาคี ปรากฏตัวขึ้น พวกมือปืนยิงกระหน่ำใส่จนแทบจะยืนไม่ติด ผู้กองสัตยารีบยกหน้าที่จัดการเธอให้นายโจ ส่วนตนเองจะไปเล่นงานฤทธิชัยให้ แล้วพุ่งพรวดเข้าไปด้านในพร้อมกับกำลังส่วนหนึ่ง นายโจกระชากมีดอาคมออกมาเตรียมพร้อม รอจังหวะที่มือปืนล้อมกรอบนาคีไว้ ดีดตัวเข้าไปยืนตรงหน้า เธอเห็นมีดอาคมถึงกับผงะ เขาย่ามใจย่างสามขุมเข้าหา

ooooooo

ที่ด้านในถ้ำ พวกมือปืนดาหน้ากันเข้ามาโดยมีผู้กองสัตยาปิดท้ายขบวน ฤทธิชัยซึ่งหลบอยู่หลังโขดหินสบช่องที่มือปืนคนหนึ่งเดินผ่าน คว้าคอบิดดังกร๊อบแล้วแย่งปืนมา ผู้กองสัตยาหันไปเห็นพอดี โวยวายลั่น

“เฮ้ย...มันอยู่นั่น”

พวกมือปืนจะหันไปยิงแต่เขาไวกว่าสาดกระสุนใส่เป็นชุด ตายไปหลายศพ ผู้กองชั่วเห็นท่าไม่ดีพุ่งตัวหลบเข้าที่กำบัง ปล่อยให้พวกมือปืนที่เหลือตีวงโอบล้อมฤทธิชัยไว้

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปถึงหูนาคีที่กำลังต่อสู้อยู่กับนายโจ หันขวับมองไปยังทิศทางของเสียง นึกเป็นห่วงท่านพี่ขึ้นมา สลายร่างหายไปทันที นายโจสั่งการให้มือปืนทุกคนตาม...

ทางฝ่ายฤทธิชัยต้องพุ่งหลบห่ากระสุนที่สาดเข้า

ใส่หลังโขดหิน ทันใดนั้น ร่างของนาคีโผล่มาตรงหน้ารับ กระสุนแทน แล้วสะบัดมือปล่อยพลังสังหารมือปืนทีละคนๆ อารามโกรธแค้นไม่ทันเห็นนายโจย่องมาด้านหลังใช้มีดอาคมฟัน เธอร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เขาเงื้อมือจะแทงซ้ำ แต่ถูกฤทธิชัยยิงสกัดเสียก่อน

“คุณ...หนีไปก่อนเร็ว”

นาคีมองฤทธิชัยซึ้งใจ นายโจสบช่องฟันใส่อีกครั้ง เธอใช้สองมือตะปบมีดไว้ รู้สึกร้อนวูบไปทั้งมือไฟลุกพรึบ รีบฟาดฝ่ามืออัดร่างของนายโจปลิว พยายามดับไฟแต่ไม่สำเร็จ ฤทธิชัยยิงกราดพวกศัตรู พลางตะโกนบอกให้เธอหนีไป นาคีตัดใจทิ้งเขาไว้ สักพักกระสุนของฤทธิชัยหมด จึงต้องยอมจำนน นายโจยิ้มสะใจ สั่งการทันที

“เอาตัวมันเข้าไปขังในกำแพงมนต์”...

ระหว่างที่ฤทธิชัยเสียทีให้พวกศัตรู อภิชาติ จักจั่นและงิ้วมาถึงสถานีอนามัยบ้านดอนเสือ แวะเยี่ยมป้าเนียนที่อาการบาดเจ็บดีวันดีคืนจนใกล้หายเป็นปกติ จากนั้น จันจิราอาสาเป็นไกด์พาอภิชาติกับพวกมุ่งหน้าไปยังชายแดน เพื่อค้นหาที่ตั้งของกำแพงมนต์...

หลังจากยืนดูพวกมือปืนลากตัวฤทธิชัยขึ้นรถมุ่ง หน้าไปกำแพงมนต์ นายโจหันมาจับมือกับผู้กองสัตยาขอบใจที่ให้ความร่วมมือ ไม่เช่นนั้นภารกิจนี้คงไม่สำเร็จ เขามองอย่างไม่ค่อยไว้ใจว่าจะมาไม้ไหนกันแน่ เพราะเท่าที่จำได้นายโจคอยเล่นงานเขามาตลอด

“ก็จริง ผมเคยคิดว่าคุณจะมาแย่งเก้าอี้ผม แต่ตอนนี้ ทุกอย่างไปได้สวย เรากำลังจะได้เป็นเจ้าของประเทศไทยกันแล้ว...เหลือขั้นตอนสุดท้ายคือ อย่าให้พวกมันผ่านเข้าไปถึงกำแพงมนต์ได้ จนกว่าพวกองค์กรแฝงจะเซ็น สัญญาเรียบร้อย”

“ได้...เป็นหน้าที่ผมเอง” ผู้กองสัตยายิ้มให้นายโจที่ยิ้มตอบมาเช่นกัน...

ขณะที่นายโจกับผู้กองสัตยากำลังฝันเฟื่องว่าจะได้ครอบครองประเทศไทย ดาวซึ่งอยู่ในถ้ำพระภิกษุลืมตาตื่นขึ้นด้วยพลังเต็มเปี่ยม พุ่งออกจากถ้ำหายเข้าไปในยอดไม้

ooooooo

ผ่านไปไม่นาน มือปืนนำตัวฤทธิชัยมาโยนไว้ในห้องขังหลังกำแพงมนต์ เขาค่อยๆลุกขึ้นยืน ต้องชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นท่านรองก้องเกียรติยืนอยู่หน้าห้องขัง แต่พอพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วรู้ทันทีว่าเป็นตัวปลอม

“คงคิดไม่ถึงว่ามีพวกองค์กรแฝงอยู่ หลังชนฝาถึง กับหลบเข้ามาอยู่ในกำแพงมนต์ ด่านสุดท้าย”

“พรุ่งนี้พวกองค์กรต้องเซ็นสัญญาตามที่ผมเรียกร้อง  ประเทศไทยเท่ากับเป็นของผม” นายใหญ่ในคราบท่านรองก้องเกียรติยิ้มสะใจ ฤทธิชัยทักท้วงว่าคงไม่ง่ายขนาดนั้น คนพวกนี้ถุยน้ำลายไปแล้วยังกลืนได้ นับประสาอะไรกับสัญญาฉบับเดียว เขาไม่คิดเช่นนั้น สัญญาฉบับนี้จะมีแถลงการณ์เป็นข่าวไปทั่วโลก ถ้ามีการเบี้ยวเกิดขึ้นรับรองต่างประเทศไม่มีใครมาลงทุนแน่นอน

“คุณคิดหรือว่าคนพวกนี้จะยอมคุณ แค่คนใกล้ตัว อย่างท่านรองศักดา คุณยังไม่รู้เลยว่าไม่ใช่คนของคุณ”

“สี่เท้ายังรู้พลาด ถ้าพวกมันไม่เซ็น จุดที่ตั้งพลังงาน และจุดเศรษฐกิจสำคัญของประเทศจะถูกถล่มยับ”

ฤทธิชัยไม่พอใจพุ่งเข้าจับลูกกรงเสียงดังโครมอย่างเอาเรื่อง นายใหญ่ถึงกับสะดุ้งโหยง ผงะถอยหลัง...

อีกฟากหนึ่งของป่าไม่ห่างจากกำแพงมนต์มากนัก หัวหน้ามือปืนส่องกล้องส่องทางไกลเห็นขบวนของไผ่กำลังเดินอยู่ในดงไม้ลิบๆ บนหลังควายมีเด็กสองคนนั่งอยู่ เขาตะโกนสั่งการให้เคลื่อนกำลัง ทุกอย่างเงียบ จึงลดกล้องลงถึงกับตา เหลือกเมื่อเห็นดาวในคราบนางเสือยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า

“พวกมึงรออะไรอยู่”

มือปืนได้สติ กรูกันลงจากรถระดมยิงไม่ยั้ง เธอยิงสวน ถูกพวกนั้นล้มคว่ำไปสองคน แล้วดีดตัวเข้าไปกลางวงยิงไหล่บ้าง ขาแขนบ้าง พริบตาเดียวพวก มือปืนสิ้นฤทธิ์กันหมด

“พวกแกโชคดีที่ฉันมีโปรโมชั่นไม่ทำบาป” ดาวพูดจบ สังเกตเห็นฝูงนกบินพรึบขึ้นเหนือยอดไม้ในระยะไกลรีบดีดตัวไปยังทิศทางนั้นทันที ครู่เดียวก็ร่อนลงพื้น เห็นรอยลำตัวงูใหญ่มหึมาเลื้อยหายเข้าไปในดงไม้ มั่นใจว่าต้องเป็นร่อยรอยของนาคี ชักปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม ก่อนจะคืบคลานตามรอยนั้นไป

จนกระทั่งถึงหน้าถ้ำแห่งหนึ่ง มีงูตัวเล็กๆเลื้อยกันยั้วเยี้ย ดาวทำสมาธิเปลี่ยนดวงตาตัวเองกลายเป็นดวงตาสีแดงของเหยี่ยวสายลมเพ่งไปยังงูเหล่านั้น พวกมันพากันเลื้อยหนีด้วยความกลัว จากนั้นเธอสาวเท้าลึกเข้าไปในถ้ำเรื่อยๆ จนถึงโถงใหญ่ เห็นนาคีนั่งหลับตาทำสมาธิ ท่อนล่างจากเอวลงไปเป็นลำตัว ของงูตัวใหญ่ขดม้วนเป็นฐาน ทำให้ ดูเหมือนเธอนั่งอยู่บนบันไดสูง ดาวถึงกับผงะถอยหลัง กวาดสายตาไปรอบๆไม่เห็นฤทธิชัย

“พวกมันจับท่านพี่ไป” นาคีตะโกนบอกทั้งๆที่ตายังหลับ ดาวเล็งปืนไปกลางแสกหน้าของเธอ

“ณ เวลานี้เราไม่ต้องการเป็นศัตรูกับท่าน เราบาดเจ็บไม่สามารถป้องกันท่านพี่ได้ ท่านต้องรีบไปที่กำแพงมนต์” เธอยังคงหลับตานิ่งไม่ขยับ ดาวค่อยๆถอยห่างออกมา

ooooooo

พ่อของเด็กๆจูงควายมาหยุดใต้ต้นไม้ใหญ่ กวาดตามองรอบๆอย่างมั่นใจก่อนจะหันไปบอกลุงเดช

“ผมว่าจุดนี้แหละครับที่พักนานหน่อย เด็กๆมีเวลาวิ่งเล่นนานที่สุด”

ไผ่อุ้มอาตงกับเม่งจูลงจากหลังควาย บอกให้ลองเดินดูรอบๆว่าใช่ที่นี่หรือเปล่า เด็กทั้งสองคนพยักหน้ารับรู้ แล้วเดินสำรวจไปทั่ว อาตงวิ่งลอดพุ่มไม้ทางโน้นทีทางนี้ทีจนกระทั่งร่างของแกหายวับไป ทุกคนจ้องมองอย่างคาดไม่ถึง ลุงเดชแน่ใจว่านั่นต้องเป็นกำแพงมนต์สั่งให้ไผ่รีบตาม เขาดีดตัวไปยังทิศทางที่อาตงไป แต่กลับกระดอนกลับเหมือนชนกำแพงหิน ไม่สามารถผ่านเข้าไปได้

“หนูเองค่ะ” เม่งจูว่าแล้ววิ่งพรวดหายไป

อึดใจเธอไปโผล่อีกด้านของกำแพงมนต์ เห็นเป็นถ้ำขนาดใหญ่ มุมด้านหนึ่งมีโต๊ะยาวตั้งเป็นแถว บนโต๊ะมีเครื่อง คอมพิวเตอร์วางเรียงเป็นตับ มีเจ้าหน้าที่ในชุดดำนั่งทำงานกันอย่างขะมักเขม้น เห็นมือปืนยืนเฝ้าระวังตามจุดต่างๆรวมทั้งนินจาอีกนับสิบคน มือปืนชุดหนึ่งกำลังบ่ายหน้ามาทางนี้

เม่งจูรีบหลบเข้าซอกหินอย่างรวดเร็ว รอจนพวกนั้นผ่านไปแล้ว จึงค่อยๆโผล่หน้าออกมา แต่ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อมีมือมาจับที่แขน หันขวับไปเห็นน้องชายจอมซนยืนยิ้มหน้าทะเล้นอยู่ ถึงกับถอนใจโล่งอก...

ที่ด้านนอกกำแพงมนต์ไผ่พยายามใช้พลังกระแทกกำแพงให้เปิด แต่ไร้ผล ลุงเดชอธิบายว่าต้องทำลายมนต์ที่ลงไว้ก่อนถึงจะเข้าไปได้ อาจารย์อาคมของศัตรูคงจะลงมนต์ไว้ ข้างในกำแพง เราต้องเข้าไปให้ได้ก่อนถึงจะ ทำลายมนต์ที่ลงไว้ได้

“หวังว่าเด็กสองคนจะออกมาได้ก่อนที่พวกมันจะเจอ” พ่อแสงถอนใจหนักใจ

แต่แล้วภาพเบื้องหน้ากลายเป็นแผ่นใสคล้ายวุ้น เม่งจูกับอาตงวิ่งพรวดออกมา ทุกคนดีใจรีบเข้าไปถามเสียง เซ็งแซ่ว่าไม่เป็นอะไรใช่ไหม เด็กทั้งสองส่ายหน้าก่อนจะ เล่าให้ฟังถึงสภาพภายในกำแพงว่ามีผู้คนมากมายทันใดนั้น มีเสียงคนถอนใจดังขึ้น ทุกคนหันไปมองเห็นมือปืนนับสิบคนกำลังเล็งปืนใส่

หนึ่งในพวกนั้นผลักพ่อของเด็กๆให้ไปรวมกลุ่มกับลูก ไผ่อาศัยจังหวะนั้นสะบัดมีดสั้นเล่มเล็กพุ่งไปปักต้นไม้ข้างกำแพงมนต์ที่อาตงเพิ่งออกมาอย่างแม่นยำโดยไม่มีใครเห็น หัวหน้ามือปืนสั่งให้เอาตัวไผ่กับพวกไป เขาไม่กล้าทำอะไร เกรงเด็กๆจะเป็นอันตราย ยอมให้พวกมือปืนต้อนขึ้นรถ...

ครู่ต่อมา ขณะรถกระบะของมือปืนนำไผ่กับพวกมุ่ง หน้าไปยังค่ายของผู้กองสัตยา มีเสียงร้องของเหยี่ยวสายลม ดังขึ้น ไผ่ ลุงเดช และพ่อแสงรู้ทันทีว่าดาวได้พลังกลับมาแล้ว สักพัก มีเสียงคำรามของเสือสายฟ้าตามมา พวกมือปืน เริ่มนั่งไม่ติดเหลียวมองกันเลิ่กลั่ก ไผ่ได้ทีเขย่าขวัญเสียเลย

“พวกเอ็งรู้ใช่ไหมว่าใครกำลังมา”

สิ้นเสียงไผ่ รถของพวกมือปืนทั้งสองคันเบรกเอี๊ยด บนยอดไม้เบื้องหน้า ดาวในคราบนางเสือยืนอยู่ พวกนั้นกรูกันลงจากรถ เล็งปืนไปยังเธอเป็นจุดเดียวกัน เหลือมือปืนยืนคุมไผ่กับพวกบนรถเพียงสองคน

“จะสลายตัวไปหรือจะให้ข้าสลายชีวิตพวกเอ็ง” ดาวประกาศก้อง

หัวหน้ามือปืนไม่สนใจคำเตือน สั่งให้ยิงทิ้ง เสียงปืนดังสนั่นไปทั้งป่า เธอแกล้งร่วงลงไปหลังพุ่มไม้ พวกมือปืนย่ามใจคิดว่ายิงถูกเป้าหมายแห่กันเข้าไปดู ไผ่สบช่องกระชากเชือกมัดขาดกระจุย อัดมือปืนเฝ้าระวังสองคนสลบเหมือดแล้วจัดการเชือกที่มัดทุกคนออก หัวหน้ามือปืนหันมาเห็น อ้าปากจะเตือน

แต่ช้าเกินไป ไผ่สะบัดมีดสั้นปักคอถึงกับทรุด  แล้วใช้พลังดึงปืนของเขาเข้ามาในมือตนเอง คนขับรถตาเหลือก เผ่นแน่บเข้าป่าไม่คิดชีวิต ไผ่เห็นควรส่งอาตง เม่งจูกับพ่อ ของเด็กกลับบ้านดอนเสือเพื่อความปลอดภัย แล้วอุ้มเด็ก ทั้งสองคนไปไว้ที่เบาะหน้ารถ โดยมีพ่อของเด็กๆขึ้นประจำที่นั่งคนขับ

“ไปที่สถานีอนามัยบ้านดอนเสือหรือค่ายอาสา จะมีคนช่วยอยู่ที่นั่น”

พ่อของเด็กๆพยักหน้ารับรู้ แล้วเร่งเครื่องรถออกไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสามคนต้องรีบกลับไปที่กำแพงมนต์โดยไผ่จะล่วงหน้าไปก่อน ให้ลุงเดชกับพ่อแสงขับรถกระบะของ พวกมือปืนอีกคันหนึ่งตามไป...

ทางด้านดาว ใช้เวลาแค่อึดใจก็จัดการพวกมือปืนที่หลงกลตามเธอเข้าป่าหมอบราบคาบกันหมด

ooooooo

ตอนที่ 18

ไม่นานนัก ดาวกับไผ่ปรากฏตัวขึ้นบนยอดไม้เหนือด่านตรวจ พร้อมกับเสียงคำรามของเสือสายฟ้า

“ใคร คิดจะกลับใจ เลิกทำชั่วก็ให้รีบออกไป”  ไผ่ประกาศก้อง พวกมือปืนไม่สนใจคำเตือน สาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง ทั้งคู่แกล้งพลัดตกจากต้นไม้ลงไปในพุ่มไม้หนาเบื้องล่าง

“โดนแล้ว...รีบเข้าไปซ้ำ อย่าให้รอด” หัวหน้ามือปืนสั่งการ

พวกมือปืนต่างกรูเข้าไปยังจุดตก ลุงเดชที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆโบกมือเป็นสัญญาณให้พ่อแสงนำทุกคนวิ่ง

ผ่าน ด่านตรวจของศัตรูเข้าไปในราวป่าได้อย่างปลอดภัยโดยมีเขาคอยระวังหลังให้ ที่อีกด้านหนึ่งของด่านตรวจพวกมือปืนไปถึงพุ่มไม้กลับพบแต่ความว่างเปล่า

“เฮ้ย...หายไปไหนวะ...ค้นให้ทั่ว อาจจะคลานไปตายใกล้ๆแถวนี้” หัวหน้ามือปืนกำชับเสียงลั่น

“ไม่ต้องเสียเวลาหรอก” ไผ่ว่าแล้วร่อนลงกลางวงศัตรูพร้อมกับดาว

พวกนั้นไม่ทันตั้งตัวถูกดาวกับไผ่ทั้งเตะทั้งต่อยอุตลุด ไม่ทันนกกระจอกกินน้ำ ทั้งคู่จัดการพวกนั้น

ทรุดลงไปกองกับพื้นจนหมด แล้วดีดตัวหายขึ้นไป

บนยอดไม้...

ใน ขณะที่ลุงเดชกับพวกผ่านด่านตรวจเข้มของศัตรูไปได้โดยสวัสดิภาพ ที่โรงงานร้างแห่งหนึ่งชานกรุงกลับมีมือปืนยืนเฝ้าระวังอยู่เต็มไปหมด จังหวะนั้น มีรถตู้สองคันแล่นพรวดเข้ามาจอด

นายโจก้าวลงจากรถคันแรก ตามมาด้วยนาคี และนินจายอดฝีมืออีก 3 คนคอยตามประกบเธอแจ ส่วนรถตู้คันหลังมีมือปืน 5 คน กรูกันล้อมมือขวานายใหญ่กับนาคีไว้ เขาหวังว่าเธอคงไม่คิดขัดคำสั่งอาจารย์ตัวเองเธอกวาดตามองเขากับเหล่าสมุน อย่างหยามเหยียด

“พวกเจ้าแค่นี้คิดว่าจะสยบเราได้หรือ”

“ถ้า พวกเราเป็นอะไรไปแม้แต่คนเดียว คนรักของท่านดับทันที” นายโจขู่ นาคีไม่สนใจตวัดมือข้างหนึ่งปล่อยพลังยกร่างเขาลอยขึ้นจากพื้น ส่วนอีกข้างหนึ่งขย้ำคอจนหายใจไม่ออก พวกมือปืนชักปืนขึ้นมาเล็งไปที่เธอเป็นจุดเดียวกัน ขณะที่นินจาตั้งท่าเตรียมพร้อม เธอกวาดสายตามองก่อนจะโยนนายโจลงพื้น เขาค่อยๆยันตัวลุกขึ้น จ้องมองเธออย่างถือไพ่เหนือกว่า

“ถ้าเจ้าแตะต้องเราอีก เราจะสั่งฆ่าคนรักของเจ้าทันทีจำไว้”

ooooooo

เย็นวันเดียวกัน นายโจเข้าไปนั่งในร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งโดยมีมือปืนคุ้มกันสองคนตามประกบ สายตาของเขาจับจ้องไปที่เพ็ญพิมกับเพื่อนๆร่วมแก๊งไฮโซของเธออีกสามคนที่เพิ่งเดินเข้าไปนั่งโต๊ะด้านในสุดของร้าน หนึ่งในพวกสาวๆอดแดกดันเพ็ญพิมไม่ได้

“ระยะนี้พ่อเธอมีข่าวคอรัปชัน ทุจริตหนาหู เธอเดินเที่ยวสบายใจ ไม่กลัวใครเล่นงานหรือ...เป็นฉันล่ะก็ไม่กล้าออกจากบ้านแน่เลย...กลัว”

เพ็ญพิมยักไหล่ไม่ยี่หระ “พวกมันไม่กล้าหรอก พ่อฉันกับพวกพี่น้องออกจะบิ๊ก อย่างดีก็แค่แอบด่าลับหลังไม่สะเทือนฉันหรอก...คนเสิร์ฟหายหัวไปไหนนะ หิวแล้ว” เธอกวาดตามองไปรอบๆ

จังหวะนั้น มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาแจ้งว่าเจ้าของร้านนี้ให้มาเชิญเพ็ญพิมออกจากร้าน ที่นี่ไม่ต้อนรับเธอและตระกูลของเธอ เชิญไปหาอาหารที่ร้านอื่นกินแทน เธอลุกพรวดจะเอาเรื่อง เพื่อนๆของเธอไม่อยากมีปัญหาชวนกันกลับ เธอเห็นเพื่อนๆลุกขึ้นจำต้องลุกตาม เสียงคนตบมือไล่ดังกระหึ่มทั้งร้าน นายโจรีบหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์ ขณะที่สาวไฮโซทั้งสี่คนเดินไปยังรถซึ่งจอดอยู่ในลานจอดรถ เพ็ญพิมยังอารมณ์ค้างไม่หาย

“บ้าที่สุด เดี๋ยวจะให้พ่อฉันส่งคนมาปิดร้านมัน”

“ทำได้หรือ ได้ข่าวว่าร้านนี้ก็เส้นใหญ่เหมือนกันนะ” ขาดคำ มีรถตู้แล่นมาจอดเทียบ ชายฉกรรจ์ 3 คนลงมาฉุดเพ็ญพิมขึ้นรถแล้วทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว เพื่อนๆของเธอตกใจร้องขอความช่วยเหลือลั่น บางคนได้สติรีบโทร.แจ้งตำรวจ นายโจออกมาเห็นพอดี ยิ้มพอใจที่แผนการสำเร็จ...

ในเวลาเดียวกัน ที่เซฟเฮาส์ของอภิชาติ งิ้วยังคงง่วนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ตรวจหาสัญญาณทุกชนิดที่คาดว่าจะมาจากพวกแบล็กอีวิลแต่ไม่มีวี่แววอะไรสักอย่าง จังหวะนั้น มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อภิชาติรีบรับสาย นิ่งฟังอยู่ครู่หนึ่งก็วาง แล้วหันมาทางสองสาวสีหน้าเคร่งเครียด

“มีรายงานเข้ามาว่าพวกมันเปลี่ยนแผนไปที่ลูกสาวของพวกนักธุรกิจเป้าหมาย”...

ไม่นานนัก อภิชาติ จักจั่น และงิ้วมาถึงกองบัญชาการของท่านรองศักดา นพนำภาพของเพ็ญพิมขึ้นจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่พร้อมกับสรุปรายงานคร่าวๆให้ฟัง

“นี่คือคุณเพ็ญพิม ลูกสาวของนักธุรกิจคนสำคัญขององค์กร...เอ่อ...คนที่ถูกพวกคุณต่อยจนตาเขียว”

อภิชาติ จักจั่น และงิ้วอดขำไม่ได้ โดยเฉพาะจักจั่น ออกแนวสะใจ “สมน้ำหน้า เด็กพวกนี้ไม่มีสำนึก รู้ว่าพ่อแม่โกงมาแล้วยังใช้เงินสบายใจเฉิบ แถมยังดูถูกคนอื่นอีกต่างหาก”

“ผมว่าเป็นข่าวที่ไม่ดีมากกว่า คือคนสำคัญในองค์กรทุกคนมีลูกสาวทั้งนั้นและถูกพวกมันจับไปทุกคนพร้อมกันเมื่อวานนี้...ที่แย่ก็คือคนสำคัญขององค์กรพร้อมที่จะเซ็นสัญญาให้พวกแบล็กอีวิลเพื่อแลกกับลูกสาวของตัวเอง” ท่านรองศักดาหน้าเครียด

จักจั่นยิ่งไม่พอใจหนักขึ้น ที่คนพวกนี้ห่วงแต่ลูกของตัวเอง ขนาดยอมเอาประเทศชาติเข้าแลก ถึงอภิชาติจะเห็นด้วยกับเธอ แต่ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น นอกจากรีบหาลูกสาวของเป้าหมายให้เจอก่อนถึงเวลาเซ็นสัญญา

“ภาพจากกล้องวงจรปิด ตอนคุณเพ็ญพิมถูกจับ เห็นนายโจอยู่ที่นั่นด้วย” นพรายงานเพิ่มเติม

ต้องมีบางอย่างน่าสงสัย นายโจน่าจะฉลาดมากกว่านี้”

อภิชาติเห็นด้วยกับจักจั่นอีกครั้ง แต่ปัญหาใหญ่ตอนนี้ก็คือ ถ้าพวกเราตามสาวๆใครจะคอยดูเหล่านักธุรกิจเป้าหมาย ศัตรูกำลังปั่นหัวพวกเรา พอเราตามพวกลูกสาว พวกนั้นก็กลับมาเล่นงานพวกพ่อๆ

“ปัญหาก็คือพรุ่งนี้จะมีการประชุมต่อจากคราวที่แล้ว...ผมเตือนพวกท่านๆแล้ว แต่ท่านเหล่านั้นต้องการให้พวกคุณทุ่มกำลังทั้งหมดพาพวกลูกสาวกลับมาให้ได้” ท่านรองศักดาสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้คนอื่นๆ

ooooooo

ตอนที่ 17

ครู่ต่อมา ดาวกับฤทธิชัยดีดตัวลงมาแถวลานเล็กๆกลางป่า สายตาคอยสอดส่ายไปมาอย่างระแวดระวัง เขาขอร้องให้เธอหนีไปก่อนเพื่อความปลอดภัยของลูก ส่วนเขาจะต้านนาคีไว้ให้ เธอไม่ต้องการให้ลูกขาดพ่อ ขออยู่ต่อสู้ด้วยกัน เขารวบมือเธอมากุมไว้

“เชื่อผม นาคีไม่ทำร้ายผมหรอก”

“แต่คุณอาจจะตกเป็นทาสของนาคีตลอดไป”

“ผม เชื่อว่าคุณจะต้องแก้ไขให้ผมกลับคืนมาได้” พลันฤทธิชัยสัมผัสได้ว่านังงูร้ายใกล้เข้ามา ตวัดมือกดจุดที่ต้นคอหญิงคนรัก ถึงกับทรุดฮวบหมดสติ เขาประคองร่างเธอไปซ่อนหลังพุ่มไม้

“ผม ขอโทษ...ฝากแม่ด้วยนะลูก” แล้วพุ่งตัวหนีไปให้ห่างจากเธอมากที่สุด พอได้ระยะปลอดภัย จึงร่อนลงมายืนรออย่างใจเย็น สักพักนาคีตามมาทันเห็นเขาอยู่เพียงลำพัง ยิ้มพอใจ

“ท่านให้คนรักของท่านหนีไป”

“ผมไม่ใช่หรือที่คุณต้องการ”

“ทาง เดียวที่เราจะได้ท่าน คือต้องกำจัดคนรักของท่าน” เธอกวาดตามองดาวไปรอบๆด้วยสายตาดุดันก่อนจะดีดตัวออกไป ฤทธิชัยไม่มีทางเลือก ชักปืนขึ้น มาจ่ออกตัวเอง ตะโกนก้องว่าเธอไม่มีวันได้เขาเช่นกันถ้าทำร้ายดาว ทันใดนั้น นาคีปรากฏตัวขึ้นสีหน้าผิดหวัง ใช้พลังสะบัดปืนในมือเขากระเด็น

“เรา สยบท่านก่อนก็ได้” เธอดีดตัวเข้าหาเขา เกิดการต่อสู้กันขึ้น เขาตั้งรับได้ไม่กี่กระบวนท่าก็เสียทีถูกตบล้มกลิ้งล้มหงายไปกับพื้น เธอจะตามเข้าไปซ้ำแต่ร่างมนต์ของเสือสายฟ้าปรากฏตัวขึ้น คำรามกึกก้องก่อนจะกระโจนเข้าใส่ เธอตวัดมือปล่อยพลัง ร่างมนต์กลายเป็นควันไปเสียก่อน ยังไม่ทันจะตั้งตัวก็ถูกร่างมนต์ของทั้งเหยี่ยวสายลมและเสือสายฟ้าพุ่งใส่ ต้องปัดป้องเป็นพัลวัน ก่อนจะรวบรวมพลังกระแทกฝ่ามือต้านไว้

พลังของ ฝ่ายดีและฝ่ายเลวปะทะกันเกิดเสียงดังสนั่นจนพื้นดินสะเทือน ร่างมนต์ทั้งสองหายวับไป เธอหันไปมองอีกที ฤทธิชัยไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว กวาดตามองหาด้วยความเจ็บใจ...

หลังจากหนีรอดเงื้อมือนาคีมาได้ ฤทธิชัยพาดาวที่ยังหมดสติมาหลบที่ถ้ำในหุบเขาซึ่งพวกศัตรูเคยจับเด็กๆ

หลายสิบชีวิตมากักขังไว้ สักพัก เธอรู้สึกตัวลืมตาขึ้นเห็นฤทธิชัยอยู่ตรงหน้าโผซบอกด้วยความโล่งใจ

“คุณหนึ่งไม่เป็นไร”

“เกือบเหมือนกัน ดีว่าพี่สายลมกับพี่สายฟ้ามาช่วย”

ทันใด นั้น เขาสัมผัสนาคีได้ รีบพาเธอไปหลบหลังก้อนหิน ต่างชักปืนขึ้นมากระชับในมือ มองผ่านช่องหินที่ซ่อนตัวอยู่ เห็นนังงูร้ายเดินเข้ามา งูเก็งกองบนหัวส่ายไปมามองหาศัตรู ทั้งสองนั่งนิ่งไม่กล้าขยับ พลันเธอหยุดกึก เอามือจับเส้นเงินที่คอตัวเองหายใจติดๆ ขัดๆ ก่อนจะพุ่งตัวออกไป ดาวกับฤทธิชัยมองหน้ากันแปลกใจค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากหลังก้อนหิน กราดปืนไปมาอย่างไม่วางใจ

“เกิดอะไรขึ้นคะคุณหนึ่ง”

“ดูเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ดึงนาคีไปจากที่นี่... ถือว่าเราโชคดี” เขาว่าแล้วดึงเธอมากอดไว้

ooooooo

ใน เวลาเดียวกัน ที่หน้าห้องประชุมภายในโรงแรมหรู งิ้วจ้องมองฝ่าม่านควันที่เกิดจากแรงระเบิดพร้อมกับปืนในมือ สักครู่ เห็นอภิชาติประคองจักจั่นในสภาพเสื้อผ้าหน้าผมมอมแมมไม่ต่างกันเข้ามา เธอถึงกับหัวเราะคิกคัก อดกระเซ้าไม่ได้

“ดาร์ลิ่งกับฮันนี่เป็นยังไงบ้างจ๊ะ”

จักจั่นมองเหล่ “สินค้าปลอดภัยหรือเปล่ายะ”

“แน่นอน...ผู้ซื้อล่ะ”

“เป็น ปุ๋ยไปแล้ว” จักจั่นหัวเราะขำ พลอยทำให้ทุกคนขำไปด้วย จังหวะนั้นท่านรองศักดากับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตามมาสมทบ แจ้งว่าต้องรีบเคลื่อนย้ายออกจากที่นี่ ขอให้ทั้งสามคนช่วยคุ้มกันนักธุรกิจเป้าหมายไปด้วย ส่วนเขาจะนำตัวนักธุรกิจจากสหรัฐอเมริกาไปเอง

ไม่นานนัก อภิชาติ จักจั่น และงิ้วเดินนำนักธุรกิจเป้าหมายมายังหน้าโรงแรมซึ่งมีรถตู้จอดรออยู่สองคัน เจ้าหน้าที่คุ้มกันที่เฝ้าระวังอยู่บริเวณนั้นเปิดประตูรถตู้คันแรกให้ทุกคน ขึ้น อภิชาติมองรถตู้คันหลังแล้วหันไปถามเจ้าหน้าที่คนนั้นว่าทำไมท่านรองศักดา ยังไม่ลงมา

“ท่านรองเพิ่งมาถึงเมื่อกี้นี้เองครับ”

“แย่ แล้ว...ที่แท้เป้าหมายคือนักธุรกิจสหรัฐฯ 3 คน คุณจักจั่นกับคุณงิ้วนำสินค้าออกไปจากที่นี่ก่อนเร็วเข้า” อภิชาติพูดจบพรวดพราดลงจากรถกลับเข้าไปในโรงแรม ขณะที่รถตู้แล่นออกไปอย่างรวดเร็ว...

ขณะที่อภิชาติและสองสาวหลงกล พวกแบล็กอีวิล นาคีกลับถึงถ้ำของตัวเองพบคายามังกับลูกศิษย์สองคนของเขารออยู่ก่อนแล้ว อดแดกดันไม่ได้ว่าพาลูกศิษย์มาด้วยเพราะกลัวเธอจะเล่นงานเขาหรือ

“กันไว้ดีกว่าแก้ไม่ใช่เหรอ” คายามังยิ้มกวน

“เรากำลังไล่ล่าศัตรู ท่านบังคับให้เรามาเรื่องอันใด”

“นายใหญ่ต้องการท่านไปกำจัดศัตรูสำคัญในเมือง”

เธอ แข็งขืนไม่ยอมไป จะอยู่ที่นี่เพื่อเอาตัวคนรักของตนมาให้ได้ก่อน คายามังให้เวลาเธอเพียงแค่สิ้นสุดวันนี้เท่านั้น พรุ่งนี้เธอต้องทำตามคำสั่งของเขา นาคีขยับตัวเข้าหาอย่างเอาเรื่อง แต่ต้องหยุดกึก หายใจไม่ออก ลงไปดิ้นทุรนทุรายพยายามคลายเส้นเงินที่รัดคอออก

“พรุ่งนี้พระอาทิตย์ขึ้น ข้าจะมารับเจ้า” คายามังพูดจบก้าวผ่านนาคีที่นอนครวญครางอยู่ที่พื้น

ooooooo

ที่ โรงแรมหรูกลางกรุง บอดี้การ์ดเดินนำท่านรองศักดาพร้อมกับนักธุรกิจจากสหรัฐอเมริกา 3 คนมาถึงหน้าห้องสูท เจ้าหน้าที่คุ้มกันหน้าห้องรีบเปิดประตูให้

“เชิญทุกคนเข้าไปพักผ่อนก่อน...ขออภัยที่ไม่สะดวก” ท่านรองศักดาพูดจบผายมือให้นักธุรกิจทั้ง

สามคนเข้าไปในห้อง แล้วหันไปสั่งเจ้าหน้าที่คุ้มกัน 3 คนที่เฝ้าอยู่หน้าห้องให้ดูแลท่านเหล่านี้ให้ดี

จาก นั้น เขาออกไปพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคน เมื่อมาถึงลิฟต์ บอดี้การ์ดคนหนึ่งเข้าไปจับประตูลิฟต์เปิดค้างไว้เพื่อให้ท่านรองศักดาก้าว เข้าไป แต่เขากลับชักปืนเก็บเสียงขึ้นมายิงบอดี้การ์ดทั้งสองคนฟุบ แล้วเอาศพซ่อนไว้ในลิฟต์ ก่อนจะกลับไปยังห้องสูท เจ้าหน้าที่คุ้มกันที่เฝ้าอยู่หน้าห้องอดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นท่านรองศักดา กลับมา

“มีอะไรหรือครับท่าน”

“คือผมอยากจะฝากเอกสารให้นักธุรกิจสามคนนั่น” เขาทำทีล้วงมือเข้าไปในเสื้อ แต่สิ่งที่ดึงออกมาไม่ใช่เอกสารแต่เป็นปืนเก็บเสียง ยิงกราดเจ้าหน้าที่สองคนล้มคว่ำ อีกคนหนึ่งที่เหลือได้แต่ยกมือยอมจำนน

“เปิดประตูเร็วเข้า” ท่านรองศักดาสั่งการ

เขารีบเอาคีย์การ์ดมาเสียบที่ประตูห้องให้ ท่านรองศักดาขอบใจเขาด้วยลูกปืนสองนัดซ้อนแล้วผลักประตูห้องเข้าไป เห็นนักธุรกิจจากสหรัฐอเมริกาทั้งสามคนกำลังนั่งคุยกันอยู่

“ท่านสุภาพบุรุษ  เสียใจด้วยที่ต้องเอาชีวิตท่าน”

พวกนักธุรกิจต่างหน้าเสียไม่รู้จะหนีไปทางไหน ก่อนที่ท่านรองศักดาจะเหนี่ยวไกปืน อภิชาติมาช่วยไว้ทัน สาดกระสุนใส่ไม่ยั้งเขาถึงกับทรุดฮวบ แล้วเดินไปตรวจดูที่ลำคอ กระชากหน้ากากออกเผยให้เห็นมือสังหารปลอมตัวมา เขายกหน้ากากให้นักธุรกิจทั้งสามคนดู เป็นจังหวะเดียวกับท่านรองศักดาตัวจริงและเจ้าหน้าที่ติดตามพรวดพราดเข้ามาพร้อมปืนในมือ อภิชาติโยนหน้ากากให้ท่านรองรับ

“ตัวปลอม” แล้วรีบหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาจักจั่น เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง บอกให้เธอเช็กนักธุรกิจเป้าหมายว่าใช่ตัวจริงหรือเปล่า เธอตวัดปืนขึ้นมาจ่อเขาไว้

“ทำอะไรคะคุณสวีทฮาร์ต” งิ้วมองเธองงๆ

“คุณงิ้วลองตรวจดูสิว่าจริงหรือปลอม”

งิ้วกวักมือเรียกเขาเข้ามาใกล้ๆ เอามือตรวจไปตามลำคอหาสิ่งผิดปกติแต่ไม่พบ จักจั่นรีบบอกอภิชาติที่ถือสายรออยู่ว่านักธุรกิจเป้าหมายเป็นตัวจริง

“ค่ะ...แผนซ้อนแผนเหรอคะ...ไม่น่าจะ...” จักจั่นพูดไม่ทันจบ รถตู้ที่เธอนั่งมาหักเลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยวกะทันหัน จนทุกคนเซเสียหลักไปตามแรงเหวี่ยง ก่อนรถจะจอดพรืด คนขับรถเปิดประตูเผ่นแน่บ

“ดาร์ลิ่ง...พูดถูก เราถูกวางกับดัก” จักจั่นว่าแล้วหันไปพยักพเยิดกับงิ้วที่ตวัดปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม

ooooooo

ระหว่างที่จักจั่นกับงิ้วและนักธุรกิจเป้าหมายกำลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน อาตงกับเม่งจูถูกสั่งให้เอาตัวไปจากหมู่บ้านป่าโพง มือปืนที่เฝ้าอยู่บ่นอย่างหงุดหงิด

“ยุ่งจริงเว้ย...ทำไมต้องย้ายไปโน่นไปนี่วะ”

“เจ้านายเขาไม่อยากให้พวกนางเสือมันหาเด็กเจอเว้ย...เด็กสองคนนี่มันเข้ากำแพงมนต์ได้”

“งั้นเอ็งรับไปเลย” มือปืนเฝ้าระวังส่งตัวเด็กทั้งสองให้มือปืนอีกคนหนึ่งรับช่วงต่อ จากนั้น เขาต้อนเด็กๆ ไปยังรถซึ่งจอดอยู่หน้าหมู่บ้าน เพิ่งสังเกตเห็นอาตงกำอะไรไว้ในมือ สั่งให้แบมือออก เด็กน้อยจำต้องทำตามสั่ง เผยให้เห็นไฟแช็กอยู่ในมือ เขาคว้าหมับ

“เป็นเด็กเป็นเล็ก ริสูบบุหรี่เหรอไง...ไป...เดินไป”

เม่งจูกับอาตงลอบสบตากันอย่างหมดหวัง แผนการหนีถูกทำลาย ไม่นานนัก รถของพวกมือปืนขับไปตามเส้นทางในป่า มือปืนคนที่นั่งคุมอาตงกับเม่งจูด้านหลังเอาแต่นั่งดื่มเหล้า ส่วนมือปืนที่นั่งคู่คนขับก็เอาแต่สัปหงก มือปืนขี้เมาเห็นเด็กๆนั่งจ้องระเบิดที่ห้อยอยู่กับเข็มขัด เอานิ้วสอดเข้าไปในสลักนิรภัยทำท่าดึงแล้วส่งเสียงบึ้มดังลั่น เด็กทั้งสองสะดุ้งโหยง มือปืนที่นั่งสัปหงกตกใจเกือบตกรถ โวยวายลั่น

“โธ่...พี่เล่นอะไรวะ...คนกำลังง่วง”

มือปืนขี้เมาด่ากลับว่าอย่าแส่ ตนกำลังเล่นกับเด็กๆ สองพี่น้องจับจ้องที่ระเบิดของเขาไม่วางตา

ooooooo

ณ ถ้ำในหุบเขาซึ่งพวกแบล็กอีวิลเคยจับตัวเด็กๆนับสิบชีวิตมากักขังไว้ ดาวกับฤทธิชัยนั่งซบกันหลับไปเพราะอ่อนเพลียจากการต่อสู้กับนาคี เขารู้สึกตัวขึ้นมา เห็นพวกมือปืนหลายสิบคนยืนจับกลุ่มคุยกัน ขยับจะหยิบปืน ดาวรีบคว้ามือไว้

“เฉยก่อนค่ะ พวกมันมองไม่เห็นเรา...คือตอนนั้นคุณหนึ่งหลับไปก่อน ดาวเกรงว่าอาจจะมีใครมาก็เลยตั้งสมาธิท่องคาถาพรางตัวไว้ก่อน”

ฤทธิชัยพยักหน้ารับรู้ ทั้งสองคนต่างจ้องพวกนั้นนิ่ง มีพวกมือปืนสองสามคนชวนกันมาตั้งวงดื่มเหล้าใกล้ๆจุดที่ดาวกับฤทธิชัยนั่งอยู่ เดินมายังไม่ทันจะถึงที่ หัวหน้ามือปืนเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

ตอนที่ 16

ขณะที่ไผ่กับพวกเจอทางตันไม่รู้จะไปตามหาอาตงกับเม่งจูที่ไหน แม้แต่สายตาทิพย์ของเหยี่ยวสายลมก็ไม่อาจจะช่วยอะไรได้ จังหวะนั้น เขาสัมผัสได้ว่ามีรถของศัตรูคันหนึ่งแล่นมาใกล้ ตัดสินใจโดดขวางรถไว้ อัดพวกมือปืนล้มคว่ำไปตามๆกัน เหลือหัวหน้าพวกนั้นไว้เพียงคนเดียว กระชากคอเข้ามาตะคอกถาม

“เด็กสองคนอยู่ที่ไหน”

เขาปิดปากเงียบไม่ยอมพูด ไผ่ตบผัวะหน้าหัน ขู่ลั่นถ้าไม่ยอมบอก จะโยนขึ้นไปบนยอดไม้ เขากลัวจัดรีบบอกว่าเด็กๆอยู่ไม่เป็นที่ ถูกย้ายไปตามหมู่บ้านต่างๆ แต่ละวันไม่ซ้ำกัน ไผ่เหวี่ยงเขากระแทกพื้นสลบเหมือด ก่อนจะดีดตัวขึ้นรถของศัตรู ตั้งใจจะลุยหาทุกหมู่บ้าน ลุงเดช พ่อแสง และพ่อของเด็กๆรีบขึ้นรถตาม...

ไม่นานนัก ไผ่ขับรถมาจอดที่เนินสูงแห่งหนึ่งกลางป่า กวาดสายตาไปรอบๆ เห็นหมู่บ้านนับสิบแห่งอยู่ลิบๆถึงกับบ่นอุบ ไม่มีทางที่พวกเราจะรู้ว่าอาตงกับเม่งจูอยู่ไหน พ่อของเด็กๆยังไม่หมดหวัง เพราะเคยสอนพวกแกไว้ ถ้าหลงทางให้ก่อไฟส่งสัญญาณควัน

“ข้าว่าเม่งจูกับอาตงจะไม่มีโอกาสได้ก่อไฟน่ะสิ” พ่อแสงว่าแล้วถอนใจหนักใจ

“เม่งจูกับอาตงฉลาด ต้องทำได้แน่ๆ” ไผ่พูดจบ

ตั้งสมาธิ ส่งกระแสจิตบอกเหยี่ยวสายลมให้จับตาดูควันไฟหรือกองไฟ แล้วหันไปทางลุงเดชกับพวก “ทุกคนรออยู่ที่นี่ ผมจะลองตระเวนดูรอบๆแล้วผมจะรีบกลับมา” เขาดีดตัวหายขึ้นไปบนยอดไม้อย่างรวดเร็ว...

ในระหว่างที่ไผ่ออกตามหาอาตงกับเม่งจูอย่างไม่ลดละ อภิชาติ จักจั่น และงิ้วกลับถึงเซฟเฮาส์อย่างเซ็งสุดๆ โดยเฉพาะงิ้วที่เบื่อกับการต้องคอยเฝ้าพวกนักธุรกิจเหล่านี้เต็มที ไม่รู้จะต้องเฝ้าไปถึงไหน

“จนกว่าคุณดาวจะหาอาวุธพบ คุณไผ่เจอกำแพงมนต์แล้วเราดับนายใหญ่พวกมันได้” อภิชาติอธิบายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดไม่ต่างจากงิ้ว...

ในเวลาเดียวกัน ที่หุบเขาไม่ห่างจากบ้านยายเมี้ยนนัก หลังจากฤทธิชัยจัดการพวกมือปืน ซึ่งยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าทางเข้าได้อย่างราบคาบ ดาวจึงพาพวกเด็กๆ

นับสิบชีวิตตามมาสมทบ เขาบอกให้เธอพาเด็กๆไปซ่อนตัวในป่าก่อน ส่วนเขาจะไปช่วยพวกผู้หญิงที่ร้าน เหล้าเอง เธอไม่เห็นด้วย

“คนเดียวเสี่ยงแล้วก็ยืดเยื้อเกินไป...ดาวรู้แล้วว่าจะทำอย่างไร”

เธอหันไปเลือก ด.ญ.มะลิ กับ ด.ช.เก่ง ซึ่งมีอายุมากที่สุดในกลุ่ม มาคอยดูแลเด็กคนอื่นๆระหว่างที่เราสองคนไม่อยู่ ด.ญ.มะลิไม่กล้าอยู่กันตามลำพัง กลัวพวกคนชั่วจะตามมาเจอ ดาวจึงขอร้องให้เสือสายฟ้ามาช่วยเด็กๆต่างถอยกรูดเมื่อเห็นเสือตัวใหญ่คำรามเสียงกึกก้อง

“นี่คือพี่สายฟ้า ใจดีกับทุกคน แต่ร้ายกับคนเลว พี่ให้พี่สายฟ้าอยู่เป็นเพื่อน โอเคไหม...รับรองได้ว่าพวกผู้ร้ายไม่กล้าเข้าใกล้พวกหนูเด็ดขาด” ดาวปลอบ ด.ญ.มะลิพยักหน้ารับรู้ คลายความกลัวลง

ooooooo

ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งติดชายแดนทางด้านเหนือ รถของมือปืนแล่นพรวดเข้ามาจอดตรงลานกลางหมู่บ้าน คนขับรถพาอาตงกับเม่งจูลงจากรถ ส่งให้พวกมือปืน ซึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว

“เอาเด็กสองคนนี่มาส่ง เย็นๆพวกเอ็งเอาไปส่งอีกหมู่บ้านหนึ่งตามคำสั่ง...ดูแลให้ดีด้วย”

หัวหน้ามือปืนประจำหมู่บ้านสั่งการให้สมุนเอาทั้งคู่ไปขังและให้นั่งเฝ้า ห้ามไปไหนเด็ดขาด เขารับคำก่อนจะต้อนอาตงกับเม่งจูไปยังกระต๊อบที่พัก สั่งให้อยู่แต่บนแคร่ ขณะที่ตัวเองลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ หยิบเหล้าขึ้นมากระดกหนึ่งอึก แล้วล้วงกระเป๋าเสื้อหยิบบุหรี่กับไฟแช็กออกมาจะจุด อาตงสั่งสอนว่าสูบบุหรี่ไม่ดี เหม็น

“เอ็งอย่ายุ่ง นอนไปซะ” สมุนตวาด

“นอนไม่หลับ เสียสุขภาพ” เม่งจูเสริม สมุนส่ายหน้ารำคาญ แต่ก็ยอมเก็บบุหรี่กับไฟแช็ก

อาตงกับเม่งจูมองสบตากันก่อนจะล้มตัวลงนอน เขามองอย่างพอใจ หยิบเหล้ามาดื่มอีก ไม่นานนักก็เมาคอพับหลับคาเก้าอี้ สองพี่น้องรอจนแน่ใจว่าเขาจะไม่ลุกขึ้นมา ค่อยๆขยับเข้าใกล้อย่างระมัดระวัง ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อข้างที่ใส่ไฟแช็กไว้ แต่ต้องหน้าตื่นเมื่อได้ยินเสียงตะโกนมาจากด้านนอก

“เฮ้ย...ลูกพี่ให้เอาเด็กไปส่งตอนนี้เว้ย”

เด็กๆรีบพุ่งกลับไปที่แคร่แกล้งนอนหลับ เป็นจังหวะเดียวกับมือปืนเปิดประตูผลัวะเข้ามาเห็นสมุนเมาหลับไม่รู้เรื่อง ถีบเก้าอี้โครม เขาร่วงลงไปกองกับพื้น งัวเงียปรือตามอง

“ต้องเอาเด็กไปส่งแล้วเว้ย” มือปืนตะคอก

สมุนขี้เมาสะบัดหัวไล่ความมึน แล้วเข้าไปลากตัวเด็กทั้งสองไปขึ้นรถจี๊ปซึ่งจอดอยู่หน้าลานกว้าง ถามมือปืนอีกสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆรถว่าจะให้เอาเด็กๆไปส่งที่ไหน

“รอหัวหน้าสั่งก่อน”

เขาพยักหน้ารับรู้ ยืนโงนเงนควักบุหรี่ออกมาหนึ่งตัวแต่หาไฟแช็กไม่เจอ โวยลั่นว่าใครขโมยไป เด็กๆ ใจเสียไม่ยอมสบตาด้วย โดยเฉพาะเม่งจูกำไฟแช็กไว้แน่น สมุนขี้เมาเดินโซเซเข้ามาจ้องหน้าสองพี่น้องอย่างจับพิรุธ โชคดีที่หัวหน้ามือปืนเข้ามาตบสั่งสอนสมุนขี้เมาเสียก่อน

“ไอ้บ้าเอ๊ย เมาจนเสียงาน...เอ็งไม่ต้องไปแล้ว...พวกเอ็งพร้อมแล้ว เอาเด็กไปส่งที่หมู่บ้านป่าโพง”

สิ้นเสียงหัวหน้ามือปืน คนขับรถสตาร์ตเครื่องบึ่งออกไป อาตงกับเม่งจูต่างถอนใจโล่งอก...

ขณะที่เม่งจูกับอาตงถูกย้ายที่ไปตามหมู่บ้านต่างๆ ริมชายแดน ไผ่กลับมายังจุดที่ลุงเดช พ่อแสง และพ่อของเด็กๆรออยู่ พร้อมกับห่อเสบียงและน้ำดื่มติดมือมาด้วย บ่นอย่างเหนื่อยใจว่าตระเวนมาหลายหมู่บ้านแล้ว แต่ไม่มีวี่แววหรือควันไฟอะไรทั้งสิ้น ลุงเดชปลอบให้ใจเย็นๆ อาตงกับเม่งจูยังเด็ก อาจจะยังไม่มีโอกาสจุดไฟ

“เม่งจูกับอาตงฉลาด ผมเชื่อว่าไม่ช้าก็เร็ว ลูกของผมต้องทำได้” พ่อของเด็กๆสีหน้ามั่นใจ

ooooooo

ในเวลาต่อมา ดาวกับฤทธิชัยมาแอบซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านเหล้าที่พวกผู้หญิงถูกบังคับให้ขายตัวเขาจำได้ว่าตอนเข้าไปที่นั่นครั้งแรก สังเกตเห็นประตูทางออกด้านหลังใกล้กับโต๊ะที่พวกผู้หญิงนั่งอยู่ จึงวางแผนจะพาพวกเธอหนีทางนั้น ส่วนดาวจะหาทางเอารถของพวกมือปืนไปรับ

“โอเค...งั้นผมเข้าไปก่อน” เขาปรี่ไปยังร้านเหล้า แต่ถูกมือปืนกลุ่มหนึ่งขวางไว้

“เอ็งไปแล้วนี่หว่า มาทำไมอีก เป็นสายตำรวจหรือ”

“เปล่าจ้ะพี่ ฉันทะเลาะกับเมีย แค่จะหาเหล้ากิน”

พวกมือปืนไม่ติดใจสงสัยอะไร ฤทธิชัยพุ่งไปที่เคาน์เตอร์บาร์สั่งเหล้าขาวมาหนึ่งขวด แล้วบอกบาร์เทน–เดอร์ว่าจะขอเหมาผู้หญิงเหล่านี้ยกแก๊งได้หรือเปล่า พวกมือปืนพากันส่งเสียงฮือฮา หันมองเขาเป็นตาเดียวกัน บาร์เทนเดอร์ถึงกับร้องเฮ้ย ถามอย่างไม่อยากจะเชื่อหู ตัวเองว่าจะเหมาหมดจริงหรือ

“ใช่...เมียด่าครั้งหนึ่งก็ต้องยุ่งกับผู้หญิงคนหนึ่งถึงจะหายกัน...ว่าแต่พี่มีห้องอยู่ข้างหลังหรือเปล่า”

“มีสิ...แต่เอ็งมีเงินจ่ายหรือ”

ฤทธิชัยควักเงินออกมาวางปึกหนึ่ง บาร์เทนเดอร์ตะครุบไว้ทันที สงสัยว่าเขามาจากไหนทำไมมีเงินมาก มายนัก เขาแต่งเรื่องว่าเพิ่งกลับจากส่งยาเสพติดแถบชายแดน บาร์เทนเดอร์เชื่อสนิทใจ

“ออกประตูหลังไปมีบ้านติดกันอยู่ ขึ้นบ้านไปเลย...เฮ้ย...สาวๆไอ้บ้านี่มันเหมา พามันไป”

พวกมือปืนหัวเราะขำ ฤทธิชัยคว้าขวดเหล้าเดินตรงไปหาพวกผู้หญิงที่ฝืนใจทำตามที่บาร์เทนเดอร์สั่ง พอเขาคล้อยหลังสักพัก ดาวเดินเข้ามาในร้านถามบาร์เทนเดอร์ว่ารถกระบะที่จอดอยู่ข้างหน้าเป็นของใคร เขาอยากรู้ว่าจะถามไปทำไม เธอแกล้งบีบน้ำตา

“ฉันทะเลาะกับแฟน อยากจะขอติดรถออกไปลงข้างนอก”

มือปืนคนหนึ่งแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของรถกระบะคันที่ว่า พร้อมกับโชว์กุญแจรถให้ดู ก่อนจะหย่อนลงในกระเป๋าเสื้อแจ็กเกต รับปากจะไปส่งให้ แต่ขอดื่มเหล้าก่อน เธอยินดีจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงเหล้า แล้วพยักพเยิดให้บาร์–เทนเดอร์เอาเหล้ามาให้หนึ่งขวด มือปืนอีกคนหนึ่งเข้ามาโอบไหล่เธอไว้ขอร่วมวงด้วย เธอหันไปตบผัวะ เขาโกรธจัดเงื้อมือจะตบคืน เธอแกล้งถอยไปชนมือปืนเจ้าของรถกระบะ แอบฉกกุญแจรถมาได้

จังหวะนั้นมีเสียงดังขึ้นด้านหลัง “อะไรกันวะ”

“ไม่มีอะไรครับคุณสัตยา” มือปืนที่ถูกดาวตบพูดจบก็รีบเอามือลง

หญิงสาวถึงกับชะงัก พยายามเบี่ยงตัวหลบ ผู้กองสัตยาเข้ามายืนข้างๆ คว้าเบียร์ที่บาร์เทนเดอร์เอามาเสิร์ฟให้ แล้วหันหลังพิงเคาน์เตอร์บาร์ ตำหนิพวกมือปืนว่าบางพื้นที่ที่เขาขับรถผ่านยังวางกำลังกันหละหลวม ดาวกวาดสายตาไปรอบๆเพื่อหาทางหนี เห็นประตูทางออกด้านหลังเปิดอยู่ พอดีกับบาร์เทนเดอร์หันมาบอก

“ผัวเอ็งอยู่ข้างหลัง ออกประตูนั่นไป อย่าเกะกะเจ้านายข้า”

เธอพยักหน้ารับรู้ แล้วขยับจะไป มือปืนเจ้าของรถกระบะคว้ามือไว้ชวนให้อยู่ดื่มเหล้ากันก่อน เธอไม่มีทางเลือกตบโครมเข้าเต็มหน้า กระเด็นกระแทกผู้กองชั่วที่ยืนอยู่ เขาไม่พอใจกระชากคอเสื้อมือปืนผลักล้มลงกับพื้น ดาวสบช่องจะเดินหนีแต่เขาเรียกไว้

“เดี๋ยว...จะรีบไปไหนครับคุณดาว”

เธอหยุดกึก หันกลับมายิ้มให้อย่างเยือกเย็น ขณะที่ทุกคนในบาร์ชักปืนจ้องมาที่เธอเป็นจุดเดียวกัน

ooooooo

ระหว่างที่ดาวตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ฤทธิชัยพาพวกสาวๆเข้ามาในบ้านซึ่งอยู่ด้านหลังร้านเหล้า รีบปิดประตูล็อกกลอนแน่นหนา สาวๆพากันตกใจถอยไปรวมตัวกันที่มุมห้อง

“ทุกคนไม่ต้องกลัว ผมมาช่วยพวกคุณ” เขาว่าแล้วดีดตัวไปที่หน้าต่างมองไปด้านนอกอย่างระแวดระวัง หนึ่งในพวกสาวๆจำหน้าเขาได้ก็ร้องทัก

“ฉันจำพี่กับเมียพี่ได้ ที่บ้านยายเมี้ยน...แต่พี่...ฉันว่าพวกเราไม่มีทางหนีพ้น”

พวกสาวๆต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความหวาดกลัว ฤทธิชัยอดหนักใจไม่ได้...

ด้านดาวถูกพวกมือปืนตีวงล้อมกรอบจนต้องถอยร่นหลังพิงเคาน์เตอร์บาร์ แต่ไม่วายขู่พวกมือปืนให้กลับไปให้หมดถ้าไม่อยากเป็นผีเฝ้าที่นี่ มือปืนสองคนเหนี่ยวไกยิงเธอสามนัดซ้อน แต่ไม่สะกิดแม้ปลายเล็บ กลับโดนยิงสวนถึงกับทรุด พวกที่เหลือต่างมองหน้ากันไปมาไม่รู้จะทำอย่างไรดี

เสียงปืนดังไปถึงบ้านด้านหลังบาร์ พวกผู้หญิงเริ่มนั่งไม่ติด กลัวคนชั่วจะตามมาลากตัวกลับ ฤทธิชัยพยายามปลอบให้คลายกังวลว่าอีกไม่นานแฟนของเขาจะเอารถมารับ ทุกคนจะปลอดภัย แต่แล้วมีเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวมาจากในร้านเหล้าอีกครั้ง

“มีบางอย่างผิดพลาด...พวกคุณต้องไปก่อน พวกมัน กำลังยุ่งอยู่ในบาร์ พวกคุณรีบหลบเข้าไปในแนวป่าห่างจากที่นี่ให้มากที่สุด”

“แต่พวกเราไม่รู้ทาง”

“ผมหาพวกคุณเจอเอง ไม่ต้องห่วง...รีบไปเร็วเข้า” ฤทธิชัยพูดจบดีดตัวไปทางร้านเหล้า ขณะที่พวกสาวๆพากันวิ่งหนีไปยังทิศทางตรงกันข้าม...

ภายในร้านเหล้า พวกมือปืนเริ่มระส่ำเมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าอยู่ยงคงกระพันปืนยิงไม่เข้า ทำท่าจะเผ่น ผู้กองสัตยาขู่ลั่น ถ้าใครออกจากร้าน จะโดนตนยิงก่อน พวกนั้นไม่มีทางเลือกจำต้องหันปืนจ้องเธอ

“เฮ้อ...ตอนแรกตั้งใจว่าจะทำบุญไม่ทำบาป แต่ในเมื่อเรียกร้องกันก็จำเป็นต้องจัดให้”

ดาวมัวแต่พะวงมือปืนตรงหน้า ไม่ทันเห็นบาร์เทนเดอร์ที่ยืนอยู่ด้านหลังกำลังจะลั่นกระสุนใส่ ฤทธิชัยเข้ามาทางประตูหลังร้านยิงเขาล้มคว่ำเสียก่อน ขู่ถ้าใครขยับจะยิงไม่เลี้ยง ผู้กองสัตยาไม่สนใจคำขู่ สั่งให้มือปืนฆ่าทั้งคู่ทิ้ง พลันมีเสียงปืนดังหูดับตับไหม้ ดาวกับฤทธิชัยสาดกระสุนโต้ ก่อนจะดีดตัวตีลังกาสามตลบไปหลบหลังเคาน์เตอร์บาร์ แล้วโผล่ขึ้นมายิงใส่พวกนั้นเป็นระยะๆ ล้มตายเป็นใบไม้ร่วง

ผู้กองชั่วเห็นท่าไม่ดี ยิงพลางถอยพลางไปที่ประตูทางออกด้านหน้า ดาวสาดกระสุนใส่ถากหูซ้ายของเขาเลือดสาด พอจะยิงซ้ำพวกมือปืนที่อยู่หน้าร้านพรวดเข้ามาบังไว้ทำให้เขาหนีรอดไปได้ อึดใจถัดมา ดาวกับฤทธิชัยจัดการมือปืนตายเรียบ เธอเจ็บใจที่ผู้กองสัตยาหลุดมือไปอีกครั้งหนึ่ง ฤทธิชัยพยักหน้าเห็นด้วย

“ใช่...เสียดายเรามีเด็กและผู้หญิงรออยู่” เขาเก็บปืนแล้ววิ่งนำดาวออกจากร้าน...

หลังจากรับพวกผู้หญิงกับเด็กๆอีกนับสิบชีวิตขึ้นรถกระบะเรียบร้อย ฤทธิชัยบ่ายหน้าสู่บ้านดอนเสือ ขณะที่ดาวแยกไปค้นหาอาวุธยังจุดหมายแห่งที่สองตามแผนที่ที่งิ้วทำไว้ให้

ooooooo

ผ่านไปพักใหญ่ รถจี๊ปของมือปืนพาอาตงกับเม่งจูถึงหน้าบาร์เล็กๆในหมู่บ้านป่าโพง เห็นมือปืนจับกลุ่มคุยกันอยู่ คนขับรถร้องถามว่าใครจะเป็นคนรับตัวเด็กๆ หัวหน้ามือปืนบ้านป่าโพงอาสาจะจัดการเอง

“งั้นเอาไปเลย...พวกข้าจะเข้าไปดริงก์สักหน่อย” คนขับรถพูดจบเดินนำมือปืนคุ้มกันสองคนที่นั่งรถมาด้วยกันเข้าไปในบาร์ หัวหน้ามือปืนเข้าไปอุ้มเด็กทั้งสองคนลงจากรถ กำชับเสียงเข้ม

“เอ็งสองคนวิ่งเล่นแถวนี้ได้ แต่ห้ามไปไกล ไม่ยังงั้นข้ายิงดับแน่”

เม่งจูกับอาตงพยักหน้ารับคำ เขายิ้มเหี้ยมก่อนจะกลับไปร่วมวงดื่มเหล้ากับพวกของตนเองต่อไป...

ขณะฤทธิชัยขับรถมาตามเส้นทางสู่บ้านดอนเสือ มีเสียงร้องเตือนของเหยี่ยวสายลมดังขึ้น เขาเลี้ยวรถพรวดเข้าไปจอดหลังพุ่มไม้หนา สั่งให้ทุกคนรีบลงจากรถ ห้ามส่งเสียงเด็ดขาดพวกคนร้ายมุ่งหน้ามาทางนี้ แล้วสั่งให้พวกผู้หญิงดูแลเด็กๆด้วย ทุกคนตกใจคิดว่าเขาจะหนีเอาตัวรอดคนเดียวทำท่าจะร้องไห้ เขาต้องรีบปลอบ

“พี่ไม่ได้ไปไหน พี่จะออกไปจัดการกับพวกมัน ทุกคนจะได้ปลอดภัย”

“ให้พี่สายฟ้ามาอยู่เป็นเพื่อนได้ไหมคะ” ด.ญ.มะลิขอร้อง เขาพยักหน้ารับคำ สิ้นเสียงเรียกของฤทธิชัย เสือสายฟ้าปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับคำรามกึกก้อง

“มาแล้ว...พี่สายฟ้าอยู่ใกล้ๆคอยระวังให้ ไม่ต้อง กลัว...ทุกคนอย่าส่งเสียงดัง เดี๋ยวพี่มา” ฤทธิชัยว่าแล้วดีดตัวหายเข้าไปในยอดไม้ พวกผู้หญิงต้อนเด็กๆไปหลบข้างรถซ่อนตัวกันอย่างเงียบกริบ พักเดียว มือปืนสองคนโผล่พรวดเข้ามา ทุกคนต่างผงะถอยกรูด พลันมีเสียงคำรามของเสือสายฟ้าดังก้อง พวกเด็กส่งเสียงเฮด้วยความดีใจ ขณะที่มือปืนทั้งสองเหลียวมองไปรอบๆสีหน้าหวาดหวั่น

“นางเสือ...เฮ้ย...เรียกพวกเรามา” หนึ่งในมือปืนยิงปืนขึ้นฟ้า ทั้งเด็กทั้งผู้หญิงร้องวี้ดว้ายด้วยความตกใจ ครู่ต่อมามือปืนนับสิบโผล่พรวดเข้ามาสมทบ หัวหน้ามือปืนโวยลั่น

“ไหนวะนางเสือ”

เสือสายฟ้าขู่คำรามขึ้นอีกครั้ง เด็กๆส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ หัวหน้ามือปืนไม่สบอารมณ์สั่งให้หุบปาก เด็กๆกลัวตัวสั่นรีบซุกด้านหลังพวกผู้หญิง เหล่ามือปืนต่าง กราดปืนไปมาสอดส่ายสายตามองหานางเสือ

“นางเสือของพวกเอ็งไม่โผล่มาแล้ว...” หัวหน้า มือปืนพูดยังไม่ทันขาดคำ กิ่งไม้ท่อนใหญ่ลอยละลิ่วเข้าใส่หน้า เขาหลบทัน กิ่งไม้เลยไปกระแทกมือปืนที่อยู่ข้างหลังเต็มๆถึงกับทรุด พวกนั้นตกใจสาดกระสุนไปรอบๆ อย่างกลัวสุดขีด กิ่งไม้แถวนั้นกระจุยกระจาย ทันใดนั้น ฤทธิชัยปรากฏตัวขึ้นกลางกลุ่มมือปืนตวัดขาเตะรวดเดียว กระเด็นหงายท้องสลบเหมือด

“พวกเราไปกันดีกว่า” ฤทธิชัยต้อนเด็กๆกับพวกผู้หญิงขึ้นรถ ออกเดินทางกันต่อ

ooooooo

ที่หน้าบาร์ประจำหมู่บ้านป่าโพง เม่งจูกับอาตงเดินไปเดินมา แต่สายตาคอยจับจ้องพวกมือปืนที่นั่งจับกลุ่มดื่มเหล้ากันอยู่ พอเห็นไม่มีใครสนใจ ทั้งคู่ทำที วิ่งไล่จับกันห่างหน้าบาร์ออกไปทุกทีจนกระทั่งลับสายตา เป็นจังหวะเดียวกับคนขับรถและมือปืนที่เอาเด็กๆ มาส่งออกจากบาร์จะกลับ

“ไปก่อนนะเพื่อน...แล้วอย่าลืมเอาเด็กไปส่ง”

หัวหน้ามือปืนบ้านป่าโพงพยักหน้ารับ แล้วหันไปมองบริเวณที่เด็กๆวิ่งเล่นกันอยู่ ไม่เห็นใครถึงกับตาเหลือก รีบสั่งการให้สมุนแยกย้ายกันตามหา...

ทางด้านอาตงกับเม่งจูวิ่งหนีเข้าไปในแนวป่าแต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ทั้งสองคนรีบหลบเข้าไปหลังพุ่มไม้นิ่งเงียบ ได้ยินเพียงเสียงหายใจของตัวเอง หัวหน้ามือปืนวิ่งนำสมุนตามมา ยิงปืนขึ้นฟ้าขู่อีกครั้ง

“ถ้าไม่ออกมา ข้ายิงสาดเข้าไปเอ็งสองคนไม่รอด แน่...หนึ่ง...สอง...สาม”

ตอนที่ 15

นังงูร้ายเอาแต่จ้องฤทธิชัยกับดาว ไม่ได้สนใจจันจิราซึ่งอยู่เยื้องไปด้านหลังกับป้าเนียน เธอส่งสัญญาณเป็นทำนองให้ป้าเนียนถอยออกไป นาคีย่างสามขุมเข้าหาสองสามีภรรยา

“คราวนี้ท่านพี่ต้องไปกับเราอย่างแน่นอน”

จันจิราตวัดปืนยิงนาคีจนผงะ พอตั้งหลักได้ดีดตัวเข้าหา เธอตบด้วยปืนแต่นังงูร้ายรับไว้ได้แล้วฟาดฝ่ามือโต้กลับโดนเต็มๆถึงกับลอยกระแทกข้างฝา ดาวกับฤทธิชัยรวมพลังปล่อยหมัดใส่นาคีพร้อมกัน เธอหลบทันแล้วหายตัวไปโผล่ด้านหลัง ฟาดพลังใส่ดาวแต่ฤทธิชัยยกท่อนแขนรับไว้ เธอโกรธจัดกระแทกฝ่ามืออัดทั้งคู่ กระเด็นไปคนละทิศละทาง แล้วตวัดปืนขึ้นมายิงใส่ดาว ป้าเนียนเอาตัวขวางกระสุนแทนถึงกับทรุดฮวบ

ดาวรีบประคองเธอไว้ นาคีตามเข้าไปจะซ้ำ

ฤทธิชัยหายตัวมาโผล่ตรงหน้า ตบเปรี้ยงล้มกลิ้งไปกับพื้นจันจิรา ดาว และฤทธิชัยต่างระดมยิงใส่นังงูร้ายเซไปมาตามแรงอัดของกระสุน เธอต้านพลังของทั้งสามคนไม่ไหวหายตัวหนีไป ดาวรอจนมั่นใจว่าเธอไม่กลับมาแล้ว รีบปราดเข้าไปดูอาการป้าเนียนที่นอนแน่นิ่ง...

ครู่ต่อมา ป้าเนียนถูกนำตัวมายังห้องฉุกเฉิน หมอทำการผ่าตัดเอาหัวกระสุนออก พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องคอยเฝ้าระวัง จันจิราอาสาจะอยู่เฝ้าอาการของเธอเอง ดาวกับฤทธิชัยไม่ต้องเป็นห่วง

“เป็นเพราะพี่กับคุณหนึ่งประมาท เราเห็นว่าพวกมัน ไม่ได้สนใจจับตาดูบ้านป้าเนียน ก็เลยนัดกันไปที่นั่น นึก ไม่ถึงว่ากลับเป็นนาคีตามมา” ดาวรู้สึกผิดต่อป้าเนียนมาก

“ดีที่คุณจันอยู่ด้วยเป็นสามพลัง เราถึงต้านนาคีได้”

“แปลก...คราวนี้เหมือนกับว่านาคีมั่นใจที่จะได้ตัวคุณหนึ่งกลับไป” ดาวสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนัก

“นาคีมั่นใจว่าจะได้ตัวผมทุกครั้งอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติไม่มีอะไรแปลกหรอกครับ” ฤทธิชัยไม่อยากให้เธอคิดมาก แต่ถึงกระนั้น เธอก็อดเป็นกังวลไม่ได้...

ฝ่ายนาคีกลับถึงถ้ำตัวเองในสภาพตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยกระสุนปืนมีเลือดไหลซิบๆ เดินไปนั่งบนเตียงหลับตาทำสมาธิ ครู่เดียวรอยกระสุนค่อยๆเลือนหายไปจนหมด เธอลืมตาขึ้นมองอีกทีพบคายามังยืนอยู่

“ท่านต้องการอะไรอีก”

“เราบอกเจ้าแล้ว ถ้าพวกมันรวมพลังกัน เจ้าจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เจ้ายังดื้อดึงเสี่ยงอันตราย...ต่อไปนี้ห้ามเผชิญหน้าตอนที่พวกมันอยู่พร้อมกันสามคนเป็นอันขาด มิฉะนั้นเจ้าจะไม่ได้อยู่เห็นหน้าคนรักของเจ้าอีกต่อไป”

นาคีอดถามไม่ได้ว่าเป็นห่วงเธอหรือ เขาไม่ตอบ ได้แต่ยิ้ม เหลือบไปเห็นผิวหนังตามตัวเธอ โพล่งขึ้นว่าเธอกำลังลอกคราบ เธอลูบแขนตัวเองแล้วยกขึ้นดูถึงกับหน้าเสียที่เห็นผิวหนังร่อนเป็นแผ่นๆติดมือมา เขาปลอบว่าไม่ต้องตกใจเป็นเรื่องธรรมดา แต่ระหว่างนี้ห้ามไปไหนจนกว่าจะลอกคราบหมด เพราะเธอกำลังอ่อนแอที่สุด

“ข้าต้องรอถึงกี่วัน”

“อาจแค่วันเดียว หรือสองวันแต่ไม่เกินสามวัน” คายามังพูดจบค่อยๆเลือนหายไป...

ขณะที่นาคีต้องจำศีลอยู่ในถ้ำ คืนเดียวกันนั้นแม่สมพรส่งสมาชิกโจรสองคนมาช่วยเฝ้าระวังบ้านให้จันจิรา และฝากบอกด้วยว่าจะตามมาเยี่ยมป้าเนียนทีหลัง

ooooooo

หลังจากนั่งสมาธิฟื้นฟูพลังมาทั้งคืน รุ่งขึ้นดาวและฤทธิชัยกลับมาเป็นปกติ จันจิราเข้ามารายงานว่าไม่มีวี่แววของนาคีเลย สองสามีภรรยาคงอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้วเดี๋ยวนาคีจะตามมาอีก ขอตัวไปตามหาอาวุธสงคราม

“จันจะคอยดูแลป้าเนียนอย่างใกล้ชิด”

“ถ้าฉุกเฉิน ติดต่อผ่านทางพี่สายลมนะ” ดาวว่าแล้ว เดินตามฤทธิชัยไปขึ้นรถ จันจิราถอนใจสีหน้ากังวล...

ระหว่างที่ดาวกับฤทธิชัยออกค้นหาอาวุธสงคราม ไผ่ ลุงเดช พ่อแสง เม่งจู อาตงและพ่อของเด็กทั้งสองหยุดพักกันอีกครั้ง พ่อของอาตงมองไปรอบบริเวณอย่างพิจารณา

“เราหยุดพักกันที่นี่แน่นอนเพราะเรามีเด็ก กว่าจะถึงบ้านต้องหยุดพักหลายแห่ง”

“ไม่เป็นไร กี่แห่งเราก็จะหยุด เป็นทางเดียวที่จะเจอกำแพงมนต์” ลุงเดชปลอบ ทั้งเม่งจูและอาตงยังคงนึกไม่ออกว่ากำแพงนั้นอยู่ที่ไหน แต่รับปากว่าจะพยายามจำให้ได้ ภาพของไผ่กับพวกไปปรากฏอยู่ในอ่างน้ำมนต์หน้าคายามังที่จ้องมองสีหน้าเคร่งเครียด แต่แล้วรีบปรับสีหน้าเป็นปกติก่อนจะร้องทักทาย

“สวัสดีท่านนายใหญ่...วันนี้ท่านมาถึงนี่” เขาหันไปเห็นนายใหญ่ในคราบท่านรองก้องเกียรติยืนอยู่

“ไม่ได้พบกันระยะหนึ่ง หวังว่างานของอาจารย์คงคืบหน้า”

“ทุกอย่างกำลังเข้าแผน ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย ...เรามีธุระต้องจัดการ ขอตัวก่อน” เขาพูดจบ หายตัวไปหน้าตาเฉย นายใหญ่มองตามไม่พอใจ พริบตาเดียว คายามังมาโผล่ตรงหน้าผู้กองสัตยาซึ่งกำลังนั่งอย่างสบายอารมณ์อยู่ในเต็นท์บัญชาการ ต้องการให้เขาช่วยตามหาเด็กสองคนที่เคยผ่านเข้าไปในกำแพงมนต์ให้

“กำแพงมนต์ของท่านลงอาคมไว้อย่างดี ไม่มีใครมองเห็นแม้กระทั่งเหยี่ยวมนต์ของพวกนางเสือ แต่กลายเป็นว่าเด็กผ่านเข้าไปได้...โอ๊ย...สะใจจริงๆ”

“ท่านได้รับคำสั่งให้ดูแลควบคุมทางด้านนี้ ถ้าพวกมันเจอกำแพงมนต์ ย่อมเป็นความผิดของท่าน”

ผู้กองสัตยายักไหล่ไม่สนใจ หันไปหยิบเหล้ามาดื่ม หันกลับมาอีกทีจอมขมังเวทหายไปแล้ว เขาหน้าหงิกทันที บ่นอุบที่คายามังทำพลาดเองแต่กลับมาโยนให้ตนตามแก้ แล้วลุกออกจากเต็นท์ไปสั่งการพวกมือปืน

“ทุกคนออกตรวจการณ์ให้ดี เป้าหมายเป็นเด็กสองคน ลากตัวมันมาให้ข้า”

จังหวะนั้น นพเข้ามารายงานว่า “ผมเอารถอาวุธเปล่าล่อพวกมันมาตามแผนการที่วางไว้แล้ว...ถือว่าหมดหน้าที่ผมแค่นี้” เขายิ้มให้ ก่อนจะผละจากไป...

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา นายใหญ่ในคราบท่านรองก้องเกียรติแวะเยี่ยมท่านรองก้องเกียรติตัวจริงที่ถูกกักขังไว้หลังกำแพงมนต์ เผื่อจะได้ข้อมูลอะไรบ้าง ท่านรองรู้ทันว่าที่เขาอุตส่าห์มาเยี่ยมเพราะกำลังจนตรอก

“ติดขัดนิดหน่อย เจอพวกโกงกินแฝงตัวอยู่ก่อนแล้ว ถ้าคุณบอกผมว่าหัวหน้ามันเป็นใคร ผมจะจัดการให้”

“ผมไม่รู้จักหัวหน้าของมัน แต่ไอ้พวกนี้มันสืบทอดกันมานานแล้ว เก็บกวาดยังไงก็ไม่หมด”

“คุณไม่ต้องห่วง ผมมีวิธีเก็บกวาดพวกมันแน่นอน” นายใหญ่พูดจบกลับออกไป ท่านรองก้องเกียรติมองตามงงๆ ตกลงเขามีแผนการอะไรกันแน่

ooooooo

ทันทีที่กลับถึงเซฟเฮาส์ตัวเอง นายใหญ่ออนไลน์ถามนายโจว่ามือปืนกับมือระเบิดที่ให้หา ไปถึงไหนแล้ว

“กำลังเดินทางเข้ามาครับ ผมสงสัยว่าทำไมท่านไม่ใช้พวกนินจาของเราจัดการกับคนพวกนี้”

“เราต้องการให้ทั่วโลกคิดว่าการตายของพวกมัน เกิดจากพวกก่อการร้าย จะทำให้การลงทุนจากต่างชาติและการท่องเที่ยวของประเทศมีผลกระทบที่พวกมันไม่คาดคิด”

“ผมจะรีบรายงานทันที ถ้ามีความคืบหน้าจากพวกมือปืน”

“ดีมาก” นายใหญ่ชมเสร็จตัดการติดต่อ แล้วดึงหน้ากากท่านรองก้องเกียรติโยนลงบนโต๊ะ โดยไม่เห็นว่าภายใต้หน้ากากนั้นคือใครกันแน่...

ข่าวแบล็กอีวิลนำเข้ามือปืนและมือระเบิด ถูกหน่วยตำรวจลับสากลต้นสังกัดของงิ้วดักฟังได้ จึงออนไลน์เตือนมาที่คอมพิวเตอร์ของเธอ จักจั่นสะใจที่พวกศัตรูจะฟัดกันเองให้ตายไปข้างหนึ่งเราจะได้ไม่ต้องเหนื่อย

“ใช่...แต่ถ้าเป็นคนมีระดับของบ้านเมืองถูกลอบสังหาร จะทำให้ต่างชาติไม่เชื่อถือ อาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ สุดท้ายผู้เดือดร้อนคือประชาชน” อภิชาติทักท้วง

“น่าขำที่ประชาชนพวกนี้ส่วนหนึ่งเป็นคนยกย่องพวกมัน ยอมตายเพื่อมัน”

อภิชาติรู้ดีว่าจักจั่นไม่ค่อยชอบใจ แต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องรีบหาตัวพวกนี้ให้ได้ก่อนจะลงมือฆ่าใคร...

ขณะอภิชาติ จักจั่น และงิ้วกำลังรอภาพและข้อมูลมือปืนกับมือระเบิดนำเข้า สมุนมือปืนของผู้กองสัตยากลับอู้งานไม่ยอมออกลาดตระเวนค้นหาตัวเด็กๆ แอบไปนั่งก๊งเหล้าอยู่แถวปากถ้ำของนาคี พอเมาได้ที่จะหนีเข้านอนในถ้ำ เจอนาคีกำลังนอนจำศีล ถึงกับตาโตอาการหื่นกำเริบ แต่แล้วสาวสวยบนเตียงกลับกลายเป็นงูตัว มหึมาชูคอแผ่แม่เบี้ยส่ายหัวไปมาน่ากลัว ก่อนจะฉกใส่พวกมือปืนที่ร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว

ooooooo

ที่บ้านสวนของอภิชาติ ข้อมูลและรูปภาพของมือปืนนำเข้า กลับเป็นฝ่ายอภิชาติที่ได้รับรายงานก่อนงิ้ว

“นี่คือกลุ่มคนต่างชาติที่เพื่อนผมทางกองตรวจคนเข้าเมืองคิดว่าน่าสงสัย ทุกคนเป็นมือปืนรับจ้างระดับอินเตอร์” เขาว่าพลางเลื่อนโน้ตบุ๊กให้จักจั่นกับงิ้วดูรูปชายต่างชาติ 5 คน จังหวะนั้น ดาวโทร.มาหาจักจั่น คุยกันอยู่พักหนึ่งก็วางสาย อภิชาติเห็นสีหน้าเมียรักไม่สู้ดีนัก ถามว่ามีเรื่องอะไร

“ป้าเนียนถูกนาคียิง ปลอดภัยแล้วแต่ยังไม่รู้สึกตัว และยังไม่พบอาวุธสงคราม จักจั่นบอกเรื่องมือปืนที่เข้ามาในไทย พี่ดาวกับคุณหนึ่งกำลังเดินทางมากรุงเทพฯ หาทางวางแผนตั้งรับกับพวกมัน”

เทพเคาะประตูห้องก่อนจะเปิดเข้ามาแจ้งว่า “มีคนเห็นความเคลื่อนไหวรอบๆสวนครับ”

“ปล่อยให้พวกมันเข้ามา พวกเราจะจัดการเอง วางกำลังทุกคนไว้ด้านนอกอย่าให้พวกมันหลุดออกไปได้” อภิชาติว่าแล้วหันไปพยักหน้ากับสองสาวเป็นทำนองให้เตรียมพร้อม อึดใจ ทั้งสามคนดีดตัวออกมาที่ลานหน้าบ้าน เห็นพวกมือปืนเคลื่อนตัวเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง อภิชาติสั่งให้แยกย้ายกันจัดการพวกนั้น ถ้ายั้งมือได้

ก็ให้ยั้งไว้บ้างจะได้บาปน้อยลง จักจั่นเชื่อว่าส่งคนชั่วลงนรกไม่เป็นการทำบาป

“ยังไงก็บาปนะ ฮันนี่”

งิ้วรำคาญบอกให้เลิกเถียงกันได้แล้ว พวกศัตรูมากันแล้ว จากนั้นดีดตัวออกไปอีกด้านหนึ่ง

ผ่านไปไม่นานนัก ทั้งสามก็จัดการมือปืนนับสิบๆ คนได้ราบคาบ เหลืออีกเพียงสามคนที่อยู่ในสวน อภิชาตยิงไหล่บ้างขาบ้าง แค่พอไม่ให้ต่อสู้ จักจั่นกับงิ้วตามมาสมทบ สงสัยว่ามือปืนเหล่านี้เป็นพวกไหนกันแน่ แบล็กอีวิลหรือคนขององค์กรแฝง อภิชาติมั่นใจว่าคนขององค์กรไม่มายุ่งจนกว่าเราจะจัดการพวกแบล็กอีวิลหมดแล้ว จักจั่นลากมือปืนที่ยังไม่ตายเอาปืนจ่อหัวขู่ให้บอกว่ามาที่นี่ได้อย่างไร

“รถพวกแกถูกติดเครื่องบอกพิกัด”

“เป็นไปไม่ได้” จักจั่นแหวลั่น

“พวกแกตามนายดำรงมาจนเห็นรถนายดำรงระเบิดไม่ใช่หรือ”

จักจั่นเจ็บใจที่พลาดท่าให้ศัตรู ใช้ด้ามปืนตบเขาสลบเหมือด งิ้วเร่งให้รีบไปจากที่นี่ ขืนชักช้าเดี๋ยวพวกศัตรูจะแห่กันมาอีก ครู่ต่อมา อภิชาติขับรถพาสองสาวมาตามถนนสายหนึ่งแถบชานกรุง จักจั่นถือเครื่องบอกพิกัดที่พวกศัตรูติดไว้

“มันล่อให้เราตามมาดูนายดำรงถูกระเบิด แล้วยิงเครื่องบอกพิกัดใส่รถเรา”

“ได้...พวกมันอยากตาม เราก็จะให้พวกมันตาม” อภิชาติยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปจอดในปั๊มน้ำมัน ขอเครื่องบอกพิกัดจากจักจั่น “เชิญครับสาวๆ ซื้อขนมกินกันก่อน อีก 5 นาทีรถออก” แล้วเดินแยกไป

ไม่นานนัก จักจั่นกับงิ้วกลับมาที่รถพร้อมน้ำดื่มและขนมนมเนยอีกถุงใหญ่ ส่วนอภิชาติยืนพิงรถ สายตาจับจ้องรถทัวร์ที่กำลังแล่นออกจากปั๊ม

“ให้พวกมันตามรถทัวร์ไปก่อนก็แล้วกัน”

“เก่งมากดาหลิง ขอจุ๊บหน่อย” จักจั่นแกล้งยื่นหน้าเข้าไปหาอภิชาติ งิ้วทนดูไม่ไหวหนีเข้าไปรอในรถ...

ขณะเดียวกัน ที่สถานีอนามัยบ้านดอนเสือ ป้าเนียนยังคงนอนไม่รู้สึกตัว มีสายระโยงระยางจากอุปกรณ์ช่วยชีวิตติดอยู่เต็มไปหมด จันจิรานั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่างตั้งแต่เช้ายันบ่ายด้วยความเป็นห่วง เอื้อมมือไปจับมือเธอกุมไว้ พยายามข่มอารมณ์สุดฤทธิ์แต่เอาไม่อยู่ ฟุบหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นจนหลับไปทั้งน้ำตา ทันใดนั้น มีแสงสีทองค่อยๆเคลื่อนจากมือจันจิราเข้าสู่มือป้าเนียน

ooooooo

อภิชาติจำเป็นต้องย้ายฐานปฏิบัติการไปอยู่เซฟเฮาส์แห่งใหม่ของตัวเอง ระหว่างที่เขา จักจั่น และงิ้ว กำลังช่วยกันรื้อข้าวของจำเป็นออกจากกระเป๋า เห็นกำจรรายงานข่าวอุบัติเหตุในจอทีวี ต่างมองอย่างสนใจ

“มีข่าวที่น่าสะเทือนใจ รถทัวร์นักท่องเที่ยวต่างชาติเกิดระเบิดเสียหลักตกเขา มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตนับสิบคน ทางการกำลังสอบสวนหาสาเหตุอย่างเข้มข้น... ผม...กำจร แสงรุ่งเรือง รายงาน”

อภิชาติถึงกับเครียดจัดเมื่อกล้องแพนไปที่รถทัวร์ จำได้ว่าเป็นรถคันที่ตนเอาเครื่องบอกพิกัดไปติดไว้

“พวกมันเลวจริงๆ มันรู้ว่าตามผิด ไม่ใช่พวกเราแท้ๆ ก็ยังอุตส่าห์ระเบิดรถทำร้ายผู้บริสุทธิ์”

“มันแก้เผ็ดโต้ตอบพวกเรา”

“คอยดู จักจั่นจะแก้เผ็ดพวกมันบ้าง” เธอโกรธแค้น กำหมัดแน่นสีหน้าเอาเรื่อง...

ในเวลาต่อมา ขณะที่งิ้วกำลังค้นหาข้อมูลอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น จักจั่นลุกพรวด หลับตาทำสมาธิอยู่อึดใจ พอรู้ว่าเป็นดาวกับฤทธิชัยรีบเปิดประตูรับ

“เย้...พี่ดาว...คุณหนึ่ง” เธอโผกอดดาวด้วยความดีใจ หลังจากถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันแล้ว ทุกคนไม่รอช้านั่งถกปัญหาที่เกิดขึ้น ดาวตั้งข้อสังเกตที่เราหาอาวุธตามแนวชายแดนไม่เจอ อาจเป็นเพราะมันอยู่ในกรุงเทพฯ

“ที่ผ่านมาสองแห่ง เราคว้าน้ำเหลว เราถูกพวกมันหลอกจนหัวปั่น” ฤทธิชัยบ่นอย่างเจ็บใจ

“ตอนนี้ไม่ยากแล้วพี่ดาว...คุณงิ้วใช้คอมพิวเตอร์จูนชิปที่พวกมันฝังอยู่ในตัวนายดำรง ตรวจจับระบบติดตามตัวของพวกมันได้ แค่กดคอมพิวเตอร์ก็จะรู้ว่าพวกมันอยู่ตรงไหน”

ฤทธิชัยอยากรู้ว่าวิธีนี้มั่นใจได้แค่ไหน  งิ้วรับประกันว่าแม่นยำเกือบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะตอนที่ดำรงถูกระเบิดตาย ชิปของเขาก็ดับไป แต่ของคนอื่นๆยังอยู่ ถ้ากลัวพวกศัตรูจะแก้ไขข้อมูลเพื่อหลอกเรา เธอยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะเธอบันทึกรูปแบบสัญญาณจากชิปของพวกนั้นไว้แล้ว ไม่ว่าจะปรับเปลี่ยนอย่างไร สัญญาณที่เธอบันทึกไว้ก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย นอกจากจะปิดสัญญาณไปเลย

“งั้นคุณงิ้ว...เชิญ” ดาวผายมือให้ งิ้วตรงไปนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ คีย์ข้อมูลอย่างคล่องแคล่ว...

ขณะที่ดาวกับพวกกำลังตามหาที่ซ่อนอาวุธของศัตรูอย่างเอาเป็นเอาตาย ไผ่ ลุงเดช และพวกก็มุ่งมั่นตามหากำแพงมนต์จนมาถึงบริเวณปากถ้ำแห่งหนึ่งโดยไม่รู้ว่าเป็นถ้ำของนาคี เห็นรถจี๊ปพวกมือปืนจอดอยู่ ไผ่ส่งสัญญาณให้ทุกคนหลบหลังพุ่มไม้ ลุงเดชแนะให้เขายึดคันนั้นมาใช้ เด็กๆเหน็ดเหนื่อยเต็มทีแล้ว

“ได้ครับ...ทุกคนรออยู่ที่นี่” ไผ่พูดจบ เคลื่อนตัวอย่างระมัดระวังไปยังรถ เห็นกุญแจรถเสียบคาอยู่ มีขวดเหล้าหลายขวดตกอยู่ในรถ ปืน ลูกกระสุน และระเบิดวางเกลื่อน แต่ไม่เห็นมือปืนสักคน

“ท่าทางพวกมันคงเมาได้ที่ ทั้งปืนทั้งระเบิดทิ้งเรี่ยราด”

ทันใดนั้น มีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องเตือน เขาหลับตาทำสมาธิอยู่อึดใจ ถึงกับหน้าตื่นเมื่อสัมผัสได้ว่านาคีอยู่แถวนี้ รีบโบกมือเรียกทุกคน ขณะที่ตัวเขาเองโดดขึ้นรถสตาร์ตเครื่องรอ

“ทุกคนเร็วเข้า ช้าไม่ได้...นางงูอยู่ใกล้ๆแถวนี้” ไผ่ตะโกนลั่น ทุกคนขึ้นรถอย่างรวดเร็ว พลันงูตัวมหึมาโผล่ออกจากดงไม้ ไผ่บึ่งรถออกไปทันที งูไล่ตามติด ลุงเดชกับพ่อแสงยิงสกัดไว้ แต่มันยังตามไม่ลดละ ลุงเดชโยนระเบิดใส่หลายลูก ระเบิดตูมติดๆกันไฟลุกท่วมขวางทางไว้ งูชะงักเลิกตาม เลื้อยหายเข้าไปในพุ่มไม้หนา

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่เซฟเฮาส์ของอภิชาติ ฤทธิชัยกับดาว อภิชาติ และจักจั่นยืนลุ้นอยู่ข้างๆงิ้วที่กำลังคีย์ข้อมูลอย่างขะมักเขม้นอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ สักพักก็ร้องเอะอะด้วยความดีใจ

“เจอแล้วๆ...จุดที่ตั้งของพวกมัน”

ดาวยื่นหน้าเข้าไปดู “มีมากกว่าสิบตำแหน่งอยู่บนหน้าจอ ตั้งอยู่รอบบ้านดอนเสือห่างราว 20 กิโลเมตร”

“แน่ล่ะ...ระยะที่นาคีสามารถปรากฏตัวได้ทุกเวลา” จักจั่นแดกดัน งิ้วแนะให้แยกกันลุย

“อย่าดีกว่าครับ พวกเราต้านนาคีไม่ไหว นอกจากจะรวมพลังกันถึงสามคน” ฤทธิชัยทักท้วง

จังหวะนั้น มีจุดแสดงตำแหน่งที่ตั้งของศัตรูเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งจุดอยู่ในกรุงเทพฯ ทุกคนรู้งานเตรียมพร้อมลุย ไม่นานนัก รถของพวกนางเสือแล่นมาจอดหน้าตึกร้าง แห่งหนึ่ง มีป้ายติดไว้ด้านหน้าว่า “อันตราย ห้ามเข้า” งิ้วคว้าโน้ตบุ๊กขึ้นมาตรวจดูข้อมูลเพื่อความมั่นใจ

“เครื่องแสดงพิกัดบ่งว่าพวกมันอยู่ข้างในแน่นอน... เอ๊ะ! พวกมันแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ด้านซ้ายกับด้านขวาของตึก” แล้วหันจอโน้ตบุ๊กให้ทุกคนดู ดาวบอกให้อภิชาติกับฤทธิชัยไปทางซ้าย ส่วนพวกผู้หญิงทางด้านขวา อภิชาติรับทราบ ค่อยๆเคลื่อนรถเข้าไปจอดในลานจอดรถช้าๆ พลันจรวดอาร์พีจีพุ่งลงมาจากยอดตึก

เขาร้องเตือนทุกคนลั่น ประตูรถเปิดพรวดพร้อมกันทั้ง 4 บาน ทุกคนดีดตัวออกจากรถกลิ้งไปกับพื้นถนนอย่างรวดเร็ว ฤทธิชัยตั้งตัวได้ก่อน ตวัดปืนยิงใส่จรวดระเบิดตูมก่อนจะถึงตัวรถ แรงระเบิดทำให้ทุกคน กระเด็นไปไกล แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ พอตั้งหลักได้ต่างเล็งปืนขึ้นไปบนยอดตึกกลับพบแต่ความว่างเปล่า

“พวกมันจัดงานไว้รอเรา” อภิชาติขบกรามแน่นด้วยความแค้น

จังหวะนั้น พวกมือปืนนับสิบคนโผล่ออกมาที่ดาดฟ้าชั้นสอง สาดกระสุนใส่พวกนางเสือดังสนั่น ฤทธิชัยยิงโต้ถูกพวกนั้นตายไปสองศพ ก่อนจะหายตัวเข้าไปโผล่ในตึกร้าง อภิชาติตามไปติดๆ ดาวบอกให้จักจั่นกับงิ้วเข้าไปในตึกก่อน อยู่ตรงนี้เสียเปรียบ แล้วยิงสกัดให้ จักจั่นคว้ามืองิ้วหายตัวแวบไปด้วยกัน โดยมีดาวหายตัวตาม

อึดใจเดียว งิ้วกับจักจั่นปรากฏตัวขึ้นในตึกร้างด้านปีกขวา ความที่ไม่ชินกับการเดินทางด้วยวิธีนี้ทำให้งิ้วมึนหัว เกือบจะยืนไม่ติด พลันจักจั่นผลักเธอเข้าที่กำบังแล้วสาดกระสุนใส่มือปืนคนหนึ่งที่กำลังจะเหนี่ยวไกหงายหลังตึง ดาวตามมาสมทบ สั่งให้งิ้วตามมาแล้วให้จักจั่นปิดท้ายขบวน...

ในระหว่างที่ดาวและเหล่าสมาชิกนางเสือบุกตะลุยหาอาวุธสงครามที่พวกศัตรูชิงไป แม่สมพรเดินคุยกับจันจิราเข้ามาในห้องพักฟื้นของป้าเนียน เธอวางแผนจะมาอยู่บ้านป้าเนียนสักพักเพื่อง่ายต่อการมาเฝ้าคนป่วย

“จะดีหรือคะคุณแม่”

“ไม่เป็นไรหรอก ตั้งแต่ไผ่พาอาตงกับเม่งจูไปก็ไม่เห็นพวกมัน อีกอย่างลุงเดชให้พวกสมาชิกโจร 3-4 คน คอยดูแลอยู่แล้ว...แม่จะพาแม่ของอาตงกับเม่งจูมาด้วยจะได้ช่วยกัน”

อยู่ๆมีเสียงดังมาจากเตียงคนป่วย “คุยกันเสียงดัง คนจะหลับจะนอน”

ทั้งสองคนหันขวับไป มองเห็นป้าเนียนขยับตัวลืมตาขึ้นมอง ต่างยิ้มดีใจ แม่สมพรไม่อยากจะเชื่อว่าเธออาการหนักหนาสาหัสจะฟื้นได้เร็วขนาดนี้ ถามลูกสะใภ้ว่าทำอะไรกับคนป่วยหรือเปล่า จันจิราส่ายหน้า โดยไม่ล่วงรู้ว่าพลังบริสุทธิ์จากพรของพระภิกษุในตัวเธอได้ช่วยชีวิตป้าเนียนไว้

ooooooo

ที่ตึกร้างด้านปีกขวา ดาวเดินนำสองสาวขึ้นบันไดมาถึงช่วงเลี้ยวหักมุม มีร่างของนินจาโผล่พรวดเข้ามา เธอตวัดปืนจะยิงแต่เขาไวกว่าฟันปืนหลุดมือแล้วจะฟันซ้ำ เธอจับมือเขาไว้ต่างยื้อกันไปมา งิ้วตามมาด้านหลังจะเหนี่ยวไกปืนแต่เขาหายตัวหนี พลอยทำให้ดาวที่จับมือไว้หายไปด้วย งิ้วหน้าตื่นหันไปทางจักจั่นที่เพิ่งตามมา

“มันเอาตัวพี่ดาวไปแล้ว”

“เป็นคราวซวยของมัน” จักจั่นยิ้มร่าไม่ได้ตื่นเต้นไปด้วย รีบเดินนำงิ้วขึ้นบันไดต่อไป...

ด้านดาวกับนินจาปรากฏร่างขึ้นบนชั้นถัดไป ยังยื้อแย่งดาบกันไปมา เธอตวัดเท้าเตะเขากระเด็นกระแทกผนัง แล้วสะบัดมีดสั้นตามปักอกอย่างแม่นยำล้มคว่ำตายสนิท เป็นจังหวะเดียวกับสองสาวตามขึ้นมาเห็นนินจาฟุบจมกองเลือดอยู่ที่พื้น

“บอกแล้วว่ามันต้องซวย” จักจั่นว่าแล้วหันไปยักคิ้วให้งิ้ว

“อย่ามัวแต่คุย...ระวังตัว” ดาวเอ็ดเสียงเขียว แล้วตวัดปืนอีกกระบอกหนึ่งขึ้นมา เดินอย่างระมัดระวังไปยังชั้นถัดไป จนมาถึงหน้าห้องๆหนึ่ง หันไปพยักหน้าเป็นทำนองให้สองสาวเตรียมพร้อม

งิ้วใจร้อนพุ่งไปที่ประตูห้องถีบโครมแล้วพรวดเข้าไปข้างใน จักจั่นกับดาวรีบตามไปติดๆ แต่แล้วต้องตะลึงเบื้องหน้ามีป้ายผ้าผืนใหญ่เขียนคำว่า “บึ้ม” ตัวโต เบ้อเริ่มห้อยอยู่กลางห้อง ที่พื้นมีระเบิดท่อนกลมๆขนาดถังดับเพลิงมาตรฐานมัดติดกันสามถัง มีนาฬิกาเป็นตัวเลขกำลังเดินถอยหลังอีกหนึ่งวินาทีจะถึงเลขศูนย์

ดาวปล่อยพลังผลักจักจั่นกับงิ้วลอยออกไปนอกห้องเป็นจังหวะเดียวกับระเบิดดังตูม ปีกขวาทั้งแถบไฟลุกท่วม แรงสั่นสะเทือนไปถึงปีกซ้ายของตึกด้านที่ฤทธิชัยและอภิชาติเพิ่งจัดการกับพวกมือปืนได้อย่างราบคาบ

“สาวๆลุยพวกมันเละไปแล้ว” อภิชาติยิ้มกริ่ม

ฤทธิชัยจับเสียงเคลื่อนไหวแต่ไม่ได้ยินอะไรชักใจไม่ดี

“ทำไมสาวๆเงียบกันไปหมด”

“คิดมากน่า” อภิชาติตบบ่าเพื่อนรักแล้วเดินนำออกไป แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นนินจา 3 คนยืนอยู่หน้าประตูห้องๆหนึ่ง ฤทธิชัยสงสัย ตึกสั่นสะเทือนขนาดนี้ทำไมถึงยังยืนเฉยไม่ไปดู

“ร้ายมาก...พวกมันจัดระบบเฝ้าระวังอย่างดี ไม่มีการแตกตื่นของใครของมัน” สิ้นเสียงอภิชาติ ผู้กองหนุ่มหายตัวไปโผล่หน้านินจาเปิดฉากต่อสู้ด้วยมือเปล่าอย่างดุเดือด อภิชาติถึงกับส่ายหน้าเซ็ง

“เฮ้อ...เบื่อเว้ย มีปืนทำไมไม่ใช้วะเพื่อน” แล้วสาดกระสุนใส่พวกนินจาไม่ยั้ง พวกนั้นดีดตัวหนีไปอย่างรวดเร็ว ฤทธิชัยมองตาม แปลกใจทำไมถึงเผ่นง่ายดายนัก อภิชาติหาว่าเขาคิดมากอีกแล้ว โดนไล่ยิงขนาดนั้นไม่ให้หนีได้อย่างไร แล้วชวนเข้าไปสำรวจในห้อง เขายังไม่ทันจะอ้าปากห้าม เพื่อนรักถีบประตูโครม สภาพภายในห้องไม่ต่างจากห้องที่พวกสาวๆเจอ ทั้งแผ่นป้าย ทั้งระเบิด นาฬิกาเดินถอยหลังพอถึงเลขศูนย์เกิดระเบิดตูม

ooooooo

บ่ายวันเดียวกัน ไผ่ขับรถพาลุงเดช พ่อแสง อาตง เม่งจู และพ่อของเด็กๆไปจอดหลบหลังพุ่มไม้หนา เบื้องหน้าไม่ห่างนักคือหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง พ่อของเด็กๆจำได้ว่าเคยมาพักที่นี่แล้วเดินทางต่ออีกครึ่งวันก็จะถึงจุดพักอีกแห่งหนึ่ง พ่อแสงสะกิดลุงเดชให้ดูรถจี๊ปที่ขนพวกมือปืนมาเต็มคันรถแล่นผ่านหน้ามุ่งสู่หมู่บ้าน

“พวกมันเต็มไปหมด เราต้องระวังตัวให้ดี” ลุงเดช มองไปรอบๆอย่างไม่ไว้ใจ

“หาอะไรกินกันก่อนดีกว่าครับ ให้เด็กๆได้พักเหนื่อยแล้วค่อยเดินทางต่อ” ไผ่ว่าแล้วนำทุกคนเดินเท้าต่อไปยังหมู่บ้านแห่งนั้น ครู่ต่อมา ทุกคนมาถึงร้านอาหารแห่งหนึ่งในตลาด หัวหน้ามือปืนซึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้วจ้องเด็กทั้งสองเขม็ง แล้วพยักหน้าส่งสัญญาณ สมุนรู้งานรีบออกไปจากร้าน ลุงเดชไม่ทันเอะใจหันไปสั่งเจ้าของร้าน

“ช่วยจัดข้าวมาชุดหนึ่ง กับข้าวสักห้าหกอย่าง น้ำแดงสำหรับเด็กสองแก้ว”...

หลังจากอิ่มหนำสำราญกับมื้อกลางวันเรียบร้อย ไผ่ ลุงเดช พ่อแสง เด็กทั้งสองคนและพ่อของเด็กๆกำลังจะออกจากร้านอาหาร มือปืนสองคนเข้ามาขวางไว้

“จะรีบไปไหนกัน”

ไผ่ไม่รอช้าอัดสองคนนั่นกระเด็นออกนอกร้าน แล้วดีดตัวตาม พวกมือปืนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอกต่างกรูกันล้อมกรอบเขาไว้ ลุงเดช พ่อแสง อาตง เม่งจูและพ่อของเด็กๆตามออกมา เขาร้องบอกให้ลุงเดชกับพ่อแสงพาเด็กๆ หลบไปก่อน ทั้งคู่ขยับจะไปแต่เกิดมึนหัวโงนเงนจะล้ม รวมทั้งพ่อของเด็กๆและไผ่ด้วย

“พวกมันวางยาเรา” ไผ่บ่นอย่างเจ็บใจเสียรู้

พวกมือปืนได้ที บุกเข้าหาไผ่ที่เหวี่ยงหมัดเปะปะ จนไม่มีใครเข้าติด สายตาของเขาเริ่มพร่า รู้ดีว่าขืนอยู่ต่อต้องเสร็จพวกนี้แน่นอน ตัดสินใจดีดตัวหนี มือปืนกราดกระสุนไล่หลังแต่ไม่ทัน

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ที่ตึกลึกลับแห่งหนึ่ง ดาวค่อยๆ รู้สึกตัวลืมตาขึ้นพบว่าตัวเองถูกขังอยู่ในห้องที่มีกรงเหล็กกั้นอยู่ เห็นงิ้วกับจักจั่นนั่งฟุบหมดสติพิงกำแพงอยู่ไม่ห่างกันนัก เธอปรี่เข้าไปตรวจดูตามเนื้อตัวไม่พบร่องรอยบาดเจ็บใดๆ ถึงกับถอนใจโล่งอก ฤทธิชัยถูกขังไว้ในกรงขังติดกันตะโกนถามเธอว่าทุกคนปลอดภัยไหม

เธอตรวจสองสาวแล้วไม่เป็นอะไร อีกสักครู่คงจะรู้สึกตัว จังหวะนั้น ท่านรองศักดากับนพเข้ามายืนหน้ากรงขัง ฤทธิชัยถามประชดว่านายโจกับผู้กองสัตยาไม่มาด้วยหรือ

“ติดภารกิจของพวกแบล็กอีวิลอยู่มั้ง” ท่านรองศักดายิ้มกวน

“ที่แท้ท่านรองทำงานให้องค์กร แฝงตัวอยู่ในพวกแบล็กอีวิล” ดาวอ่านเขาทะลุปรุโปร่ง ทั้งอภิชาติและฤทธิชัยถึงกับอึ้ง ขณะที่จักจั่นกับงิ้วเริ่มได้สติ ท่านรองรู้แล้วว่าพวกดาวเป็นนางเสือ ยกเว้นงิ้วเท่านั้นที่ไม่ใช่

“คิดจะเปิดข่าวพวกเราลงเน็ตหรือไง” ฤทธิชัยประชดประชัน

“ผมจะแถลงข่าวว่าพวกคุณบริสุทธิ์ ไม่มีส่วนพัวพันกับท่านรองก้องเกียรติ”

พวกนางเสือมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ จะมาไม้ไหนกันแน่ อภิชาติอยากรู้ว่าเขาต้องการอะไรแลกเปลี่ยน เขาแค่อยากให้ช่วยทำลายแบล็กอีวิลให้สิ้นซาก พวกนางเสือเองก็พร้อมจะจัดการพวกนั้นอยู่แล้วไม่ใช่หรือ แล้วพูดเป็นทำนองทวงบุญคุณว่าพวกนั้นวางแผนล่อพวกนางเสือมากำจัด เขาบังเอิญรู้เข้าก็เลยชิงตัวมาเสียก่อน

“ไม่อย่างนั้นพวกคุณดับกันหมดแล้ว” นพเสริม

“ถ้าเราไม่ตกลงคิดหรือว่ากรงเหล็กแค่นี้จะกักพวกเราได้” ดาวยิ้มเฮี้ยม

ท่านรองศักดาไม่ได้คิดจะกักตัวพวกเธอ แค่อยากให้ฟังเขาก่อน แล้วหันไปพยักหน้าให้นพไขกุญแจกรงขังปล่อยทุกคนเป็นอิสระ จักจั่นได้ทีพรวดออกมาเป็นคนแรกตบนพหน้าหัน โทษฐานหลอกลวงและหักหลัง ดาวต้องปรามเธอถึงหยุด ฤทธิชัยแนะให้ทุกคนลองฟังเขาก่อน ส่วนจะตกลงหรือไม่ค่อยว่ากันทีหลัง

“อย่างที่ผมเคยบอก องค์กรร่วมมือให้พวกแบล็กอีวิลเข้ามาคุมธุรกิจทั้งหมด แต่พวกมันล้ำเส้น ต้องการตำแหน่งในสภาอย่างที่พวกคุณรู้กันอยู่แล้ว ซึ่งทางองค์กร ยอมไม่ได้”

“ที่แท้แบ่งกันไม่ลงตัว ประชาชนถึงต้องเดือดร้อน” จักจั่นไม่วายแดกดัน

“ทางองค์กรพยายามเจรจากับพวกแบล็กอีวิล มัน ยอมยกเลิกเรื่องส่งคนเข้าสภา แต่ต้องเซ็นเอกสารอนุญาต ให้พวกมันคุมการส่งออกทรัพยากรธรรมชาติทุกอย่างเป็นระยะเวลา 30 ปี ถ้าเราไม่ยอมมันจะเก็บบุคคลสำคัญที่เป็นกลไกของประเทศ แล้วระเบิดแหล่งพลังงานสำคัญ ทั้งหมด” ท่านรองเล่าเสียงเครียด นพเสริมอีกว่าพวกนั้นให้เวลาทางเราตัดสินใจ 10 วัน อภิชาติถึงกับร้องเอะอะ

“หมายความว่าเรามีเวลา 10 วัน หาอาวุธแล้วทำลายแบล็กอีวิลให้สลายไปจากโลกนี้”

“ไม่ใช่แค่นั้น ระหว่างในสิบวันที่เราใช้เวลาตัดสินใจ มันจะเริ่มเก็บบุคคลสำคัญทีละคนเป็นการเตือนสติ”

“ทำไมพวกองค์กรไม่สั่งปิดโครงการของพวกมันให้หมด” อภิชาติเสนอแนะ

ท่านรองศักดาอ้างว่าทำไม่ได้ เพราะบริษัทอินเตอร์บิส ได้รับสัมปทานถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ การยึดสัมปทานคืนโดยพลการจะทำให้ไม่มีประเทศไหนกล้าเข้ามาลงทุนกับไทยอีกต่อไป

“ถ้าไม่ห่วงว่าประเทศจะเดือดร้อน ประชาชนจะรับเคราะห์ล่ะก็ ท่านรองดับไปแล้วในฐานะชักศึกเข้าบ้านทำลายแผ่นดิน” ดาวเสียงกร้าว

ooooooo

ลุงเดชรู้สึกตัวขึ้นมาพบว่าตัวเองถูกมัดมือไพล่ หลังพิงก้อนหินอยู่กลางหุบเขา พ่อแสงซึ่งนั่งอยู่ข้างๆเริ่มรู้สึกตัวเช่นกัน โดยที่พ่อของเด็กๆยังไม่ฟื้น นั่งคอพับอยู่ถัดไป ลุงเดชไม่เห็นเด็กๆอยู่ด้วย รู้ทันทีว่าถูกจับไป

“มันคงรู้ว่าอาตงกับเม่งจูสามารถเข้ากำแพงมนต์ได้” พ่อแสงตั้งข้อสังเกต

ลุงเดชยังเบาใจไปเปลาะหนึ่งที่ไผ่หนีไปได้ มีเสียงฝีเท้าใครบางคนเดินเข้ามา สองผู้อาวุโสหันมองตามเสียงเห็นผู้กองสัตยากับพวกมือปืนยืนอยู่

“ถ้าเด็กสองคนเป็นอะไรไป แกไม่รอดแน่” ลุงเดชจ้องหน้าเอาเรื่อง

“เด็กๆสบายดี...แต่ถ้าพวกแกบุกเข้ามาล่ะก็เด็กๆไปก่อน” ผู้กองชั่วขู่กลับ พ่อแสงอ้าปากจะด่า เขาชักปืนยิงก้อนหินข้างๆเพื่อปราม “พูดมาก...ที่แกยังไม่ตายก็เพราะยังมีประโยชน์ในการต่อรองเท่านั้น” เขายิ้มสะใจก่อนจะกลับไปที่เต็นท์ตัวเอง สั่งการพวกมือปืนเพิ่มการตรวจตราเป็นสองเท่า ไผ่ต้องบุกมาช่วยสามคนนั่นแน่ๆ แล้วเตือนให้ทุกคนทำตามแผนการที่วางไว้ พวกมือปืนพยักหน้ารับคำ แล้วกระจายกำลังกันออกไป...

ตอนที่ 14

แม้ไผ่กับจันจิราจะจัดการระเบิดทั้งสามลูกได้สำเร็จ แต่งิ้วยังคาใจไม่หายที่นพขู่ว่าจะยิงชาวบ้านนาทีละคนหมายความว่าอย่างไร

“พวกมันจ้างกองกำลังต่างชาติเข้ามาคุ้มกันค่ายตัดไม้ทั้งหมดแทนเจ้าหน้าที่ ดาวคิดว่ามันจะยิงชาวบ้านที่ทำงานให้มันทันทีถ้ามีคำสั่งออกไป” ดาวอธิบาย งิ้วด่าลั่น ว่าเลวสุดขั้วจริงๆ ระหว่างนั้น อภิชาติเข้ามาแจ้งให้ทุกคนทราบว่า เขาสั่งให้หน่วยพิเศษสลายตัวหมดแล้วเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทุกคน

“สถานการณ์ไม่ค่อยดี มันได้อาวุธไปแล้ว” งิ้วว่าแล้วถอนใจ กลุ้มใจ

“พี่ไผ่กับจันจิราตอนนี้กำลังสังเกตการณ์คอยดักเส้นทางของพวกมันอยู่ เราอาจจะได้อาวุธคืนมา”

ในเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ฤทธิชัยตัดสินใจเปลี่ยนแผนการเช่นกันโดยตนเองกับดาวจะกลับบ้านดอนเสือหาทางทำลายอาวุธที่พวกศัตรูเอาไปให้ได้ ส่วนอภิชาติ จักจั่น และงิ้วอยู่ที่นี่ ดูว่าก้าวต่อไปของศัตรูคืออะไร...

การที่พวกแบล็กอีวิลได้ปืนยิงจรวดรุ่นใหม่ล่าสุดไว้ในกำมือ ทำให้กลายเป็นเสือติดปีก ต่อรองกับทางการให้แต่งตั้งดำรงเป็นรัฐมนตรีคลัง ให้เวลาหนึ่งอาทิตย์ถ้าไม่ยอมทำตาม ขู่จะทำลายทุกอย่างให้พินาศ...

ข่าวนี้รู้ไปถึงหูอภิชาติกับพวกซึ่งตอนนี้ใช้เซฟเฮาส์ของเขาเป็นกองบัญชาการ

“ในที่สุดมันก็เผยไต๋ นายดำรงคือนายใหญ่ของมันชัวร์” งิ้วยิ้มมั่นใจกับข้อสันนิษฐานของตนเอง

“ถ้าไม่ยอม มันจะยิงจรวดที่ยึดได้ไปที่เขื่อนสำคัญ คลังน้ำมัน โรงไฟฟ้า และนิคมอุตสาหกรรมที่มีโรงงานของต่างชาติทุกแห่ง”

“พี่ดาวบอกว่ามันใช้ชาวบ้านเป็นโล่มนุษย์ ถ้ามีการบุก มันจะกำจัดชาวบ้านทั้งหมดทันที”

อภิชาติถึงบางอ้อทันที “ที่พวกมันเกณฑ์ชาวบ้านไปเพราะเรื่องนี้นี่เอง”

งิ้วตั้งข้อสังเกต ถ้าทางการยอมแต่งตั้งดำรงเข้าไปเป็นรัฐมนตรีคลัง ทำให้พวกแบล็กอีวิลคุมประเทศไทยได้หมดทุกด้าน ทั้งทหาร เศรษฐกิจ และการคลัง จักจั่นใจร้อนแนะให้ฆ่าดำรงทิ้ง

อภิชาติคัดค้าน ขืนทำอย่างนั้น พวกศัตรูต้องปล่อยจรวดถล่มทุกจุดแน่นอน จักจั่นถึงกับเซ็ง นี่เท่ากับเรายอมศิโรราบให้คนชั่วไปโดยปริยาย อภิชาติหน้านิ่วคิ้วขมวดคิดไม่ตกจะทำอย่างไรต่อไปดี

ooooooo

ที่เซฟเฮาส์ของดาวใกล้ป่าบ้านดอนเสือ อภิชาติ โทร.มาแจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับดำรงให้ดาวกับฤทธิชัยรับรู้ เธอถึงกับถอนใจ หนักใจที่ประเทศไทยใกล้จะตกอยู่ในมือของพวกแบล็กอีวิลเข้าไปทุกที จังหวะนั้น ไผ่กับจันจิราแวะมาแจ้งข่าวรถขนอาวุธ

“มันเอาอาวุธไปไว้ที่ค่ายชายแดนตามคาด ปัญหาก็คือผมไม่เห็นทางที่จะบุกเข้าไปโดยไม่เสี่ยงต่อชีวิตชาวบ้านได้อย่างไร” ไผ่หน้าเครียดไม่แพ้ดาวกับฤทธิชัยเช่นกัน...

ครู่ต่อมา ฤทธิชัยกับดาวมาซุ่มดูอยู่บนเนินเขาตรงข้ามกับค่ายที่ไผ่ว่า เธอหลับตาทำสมาธิอยู่อึดใจ แล้วแหงนมองบนท้องฟ้าเห็นร่างเหยี่ยวสายลมบินอยู่เหนือค่าย  แต่ไม่ส่งเสียงร้องใดๆ

“สายลมเห็นอะไรบ้างหรือเปล่าคุณดาว”

“แปลกมาก เหมือนไม่มีอาวุธ มีแต่ความว่างเปล่า”

“เป็นไปได้ยังไง คุณไผ่กับคุณจันจิราตามพวกมันมาถึงที่นี่ ยืนยันแน่นอน” เขาว่าแล้วหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่องดู “เดี๋ยว...มีการเคลื่อนไหว นายสัตยา นายนพ”

ทั้งสองจ้องไปยังเบื้องหน้า เห็นผู้กองสัตยายืนสั่งการอยู่ข้างๆนพ จากนั้นมือปืนลากชาวบ้านออกมาจากกลุ่ม 3 คน แล้วจับเรียงหน้ากระดาน ยิงกราดอย่างโหดเหี้ยม

“เลวมาก...คุณดาว...มันรู้ว่าพวกเราอยู่ที่นี่”

“นายสัตยา...นายไม่ตายดีแน่” ดาวมองร่างไร้วิญญาณของชาวบ้านด้วยความเคียดแค้น ด้านผู้กองสัตยาที่ยืนอยู่หน้าค่ายกวาดสายตาไปรอบๆ สีหน้าสะใจ ตะโกนท้าทายให้นางเสือกับพวกเข้ามาได้เลย...

ขณะที่ผู้กองสัตยากำลังเล่นสงครามประสาทกับพวกนางเสือ อภิชาติ จักจั่น และงิ้วย้ายข้าวของจากศูนย์ลับมาที่เซฟเฮาส์ของเขา จักจั่นไม่อยากรออยู่แบบนี้ น่าจะลุยเข้าไปลากตัวดำรงมา จะได้จบๆกันไปเลย

“เราต้องแน่ใจก่อนว่า นายดำรงคนนี้เป็นนายใหญ่ชัวร์”

“ทำไมจะไม่ชัวร์ ในเมื่อคุณงิ้วจับสัญญาณแบตเตอรี่กระตุ้นหัวใจของมันได้”

“แบบนี้หรือ” อภิชาติว่าแล้วยื่นมือที่มีชิพขนาดจิ๋วเข้าไปใกล้งิ้วซึ่งรีบดึงที่ตรวจจับสัญญาณแบตเตอรี่หัวใจที่ห้อยคอตัวเองขึ้นมาดู ปรากฏว่าแสงสีแดงกะพริบถี่ยิบ “มันรู้ว่าความลับของมันถูกเปิดเผย มันอาจใช้ชิพแบบนี้ตบตาเราก็ได้”

สองสาวสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด จังหวะนั้นมีเสียงสายเรียกเข้ามาที่โทรศัพท์ของอภิชาติ เห็นเบอร์โชว์หน้าจอคุ้นๆ แต่แล้วนึกขึ้นได้รีบกดรับสาย

“ว่าไงนายโจ”

อภิชาตินิ่งฟังอยู่ครู่หนึ่งก็วางสาย แล้วหันมาทางสองสาว “นายโจโทร.มาย้ำ...มันจะฆ่าชาวบ้านหนึ่งคนทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเหยี่ยวสายลมและเสียงคำรามของเสือสายฟ้าใกล้ค่ายของพวกนั้น”

“ฝันไปเถอะ...สายลมกับสายฟ้าสามารถเงียบได้ยิ่งกว่าเสียงของความมืด ป่านนี้พี่ดาวให้สายลมร่อนอยู่เหนือค่ายพวกมันแล้วก็ได้” จักจั่นยิ้มเย้ย

“ถ้านายดำรงเป็นอะไรไปก่อนกำหนดเวลาที่วาง ไว้ มันก็จะยิงจรวดทันที”

“แบบนี้นายดำรงเป็นนายใหญ่ชัวร์” งิ้วฟันธง จักจั่นชักจะหงุดหงิดใจกับสถานการณ์ที่สับสน

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ดาวกับฤทธิชัยกำลังเตรียมอาวุธจัดวางไว้บนโต๊ะไปพลางคุยกับไผ่กับจันจิรานั่งฟังอยู่ที่โซฟาไปด้วย ดาววางแผนการรับมือกับศัตรูไว้แล้ว โดยจะให้อภิชาติ จักจั่น และงิ้วตามล่าตัวนายใหญ่

“ดาวกับคุณหนึ่งจะบุกค่ายทำลายอาวุธสงครามที่พวกมันยึดมา ลุงเดช พ่อแสง พี่ไผ่พาเม่งจูกับอาตงไปหาที่ตั้งกำแพงมนต์ ช่วยท่านรองก้องเกียรติและทุกคนออกมาให้ได้...จันจิราคอยระวังพวกมันที่บ้านดอนเสือ”

ไผ่เข้ามายืนตรงหน้าดาวกับฤทธิชัย นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเตือนว่าอย่าลืมนาคี ทั้งคู่หันมองหน้ากัน อดหวั่นใจไม่ได้...

ที่เซฟเฮาส์ของอภิชาติ ขณะที่จักจั่น อภิชาติ

และงิ้วกำลังวางแผนจะจับตัวดำรงซึ่งตอนนี้มีหลักฐานน่าเชื่อถือได้ว่าคือนายใหญ่ของแบล็กอีวิล มีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่น อภิชาติลุกพรวด บ่นอย่างหัวเสีย

“เบื่อจริงๆ ไอ้พวกแขกไม่ได้รับเชิญ”

“จักจั่นกำลังเซ็งอยู่พอดี จะเก็บให้เรียบ”

“ไม่จำเป็นอย่าทำบาปดีกว่า เจอกันที่ลานจอดรถเร็วที่สุด” อภิชาติพูดจบ ดีดตัวออกจากห้องโดยมีจักจั่นกับงิ้วตามไปติดๆ เมื่อมาถึงลิฟต์กลับพบว่ากำลังเลื่อนขึ้นมาที่ชั้นนี้ ทนายหนุ่มรีบบอกให้หนีลงบันได แล้ววิ่งนำ สองสาวหงุดหงิดที่อดบู๊กับพวกศัตรู จำใจวิ่งตาม ทันทีที่พ้นประตูทางลงบันได ประตูลิฟต์ก็เปิดออก พวกมือปืนกรูกันออกมา เห็นประตูทางลงบันไดกำลังปิดรีบพุ่งตาม...

อภิชาติกับพวกวิ่งลงบันไดมาได้ไม่กี่ขั้น มองลงไปด้านล่าง เห็นพวกมือปืนกำลังวิ่งขึ้นมาเป็นฝูง ส่วนด้านบนพวกที่เพิ่งออกจากลิฟต์ไล่หลังมาติดๆ ทั้งสามคนไม่มีทางเลือกจำต้องกระชากปืนออกมา

“เฮ้อ...ต้องทำบาปอีกแล้ว...สองสาวอยู่หน้า ผมคุมหลัง”

จักจั่นเดินนำงิ้วพร้อมกับสาดกระสุนใส่พวกที่กำลังวิ่งขึ้นมา ขณะที่อภิชาติยิงสกัดพวกที่ตามมาด้านหลัง ไม่กี่อึดใจก็สังหารพวกมือปืนตายเรียบ สองสาววิ่งนำไปยังที่จอดรถ เจอพวกมือปืนอีกกลุ่มหนึ่งดาหน้าเข้ามา ทั้งคู่ยิงจนกระสุนหมด เลยต้องเข้าต่อสู้ด้วยมือเปล่า พวกมือปืนสู้ไม่ได้ถูกพายุหมัดสลับแข้งของสองสาวทรุดหมด โดยที่อภิชาติไม่ต้องเสียเหงื่อ

ooooooo

ท่านรองศักดาทักท้วงทันทีเมื่อที่ประชุมหน่วยป้องกันการก่อการร้ายระหว่างประเทศมีมติให้ส่งกำลังเข้าจู่โจมค่ายพวกแบล็กอีวิล

“พวกมันมีชาวบ้านเป็นตัวประกันเกือบร้อยคน และจะระเบิดจุดสำคัญหลายแห่ง บ้านเมืองจะโกลาหล”

“เราไม่ยอมให้พวกผู้ก่อการร้ายมาข่มขู่ได้ง่ายๆ พวกเราลงมติเรียบร้อยแล้ว” หนึ่งในกรรมการเสียงกร้าว

“ข่าวกรองรู้ตำแหน่งที่พวกมันซ่อนอาวุธ เราจะทำลายพวกมันภายในพริบตา”

ท่านรองศักดาค้านสุดฤทธิ์ ทำอย่างนั้นเท่ากับส่งเจ้าหน้าที่ของเราไปตายกันหมด แล้วผลุนผลันออกจากห้องประชุมอย่างไม่สบอารมณ์...

ขณะที่ทางการส่งกำลังจากส่วนกลางมุ่งหน้าไปยังค่ายเก็บอาวุธของแบล็กอีวิล ฤทธิชัยกับดาวตรวจอาวุธคู่กายเตรียมบุกที่นั่นเช่นกัน เขาอาสาจะจัดการนาคีเอง ส่วนเรื่องอาวุธสงครามยกให้เป็นหน้าที่ของเธอ ทั้งสองคนรู้ดีว่านาคีเป็นอันตรายถึงชีวิต โผกอดกันไว้แน่น จากนั้น เธอถอดสร้อยจากคอตัวเองสวมให้เขา

“สร้อยของคุณพ่อ...คุณแม่ให้ดาวไว้ ดาวอยากให้ คุณหนึ่งค่ะ...ไม่ว่าคุณหนึ่งอยู่ที่ไหน ดาวก็อยู่ด้วยค่ะ”

“ผมจะเก็บไว้ไม่ให้ห่างตัว แต่สำหรับผม คุณดาว อยู่กับผมเสมอ...ในหัวใจของผม”

ทั้งสองโผกอดกันอีกครั้ง ทันใดนั้น มีเสียงร้องของเหยี่ยวสายลมดังขึ้น เธอผละจากอ้อมกอดเขา ต่างคว้าอาวุธของตัวเองขึ้นมาเตรียมพร้อม รับรู้ถึงภัยที่เข้า มาใกล้

“พวกมันชิงเล่นงานเราก่อน” ฤทธิชัยกวาดตาไปรอบๆอย่างระแวดระวัง

“ก็ดี...ถือว่าเป็นการวอร์มอัพซ้อมมือ”

พวกมือปืนและนินจานับสิบคนพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกันทั้งทางประตูและหน้าต่างบ้าน แม้ศัตรูจะมากกว่า แต่แค่พริบตาเดียวดาวกับฤทธิชัยใช้พลังนางเสือจัดการพวกนั้นไม่เหลือซาก...

ในเวลาเดียวกัน ที่ลานหน้ากระท่อมหลบภัยของแม่สมพร ไผ่ พ่อแสง ลุงเดชกับพ่อของอาตง ยืนคุยกันถึงเรื่องที่พ่อของอาตงอาสาจะเดินย้อนรอยจากที่นี่กลับไปหมู่บ้านของตัวเอง ผ่านทุกจุดที่เขากับลูกๆ

เคยแวะ เผื่อจะจำอะไรได้บ้าง จะได้ไล่พวกเลวๆให้หมดไปจากแผ่นดิน ลุงเดชเตือนว่าในป่าตอนนี้อันตรายมาก

“เท่ากับเราเอาเม่งจูกับอาตงไปเสี่ยงด้วยนะ” พ่อแสงช่วยเตือนอีกแรงหนึ่ง

“ผมไม่กลัวตาย ลูกผมเป็นคนกล้าทั้งสองคน” พ่อของอาตงยืนยันหนักแน่น ไผ่ ลุงเดช และพ่อแสงนับถือและชื่นชมในความกล้าหาญของเขา

ooooooo

นายใหญ่ของแบล็กอีวิลถึงกับสบถด้วยความโมโหเมื่อทราบข่าวจากนายโจผ่านทางออนไลน์ว่าทางการจะส่งกำลังเข้าจู่โจมยึดอาวุธสงครามคืน และจะไม่ยอมแต่งตั้งดำรงขึ้นเป็นรัฐมนตรีคลัง

“บ้าที่สุด...นึกว่าพวกนางเสือจะทำให้แผนเสียกลายเป็นไอ้พวกมือที่สาม เอาเงินฟาดหัวซื้อพวกมันให้ได้”

“งานนี้พวกมันไม่ยอมรับครับท่าน พวกมันจะกินกันเอง แต่ผมให้อาจารย์คายามังเตรียมนาคีพร้อมอยู่แล้ว พวกมันทุกคนกำลังเดินเข้าหาที่ตายโดยไม่รู้ตัว”

“ดี...รีบหาตัวคนที่อยู่เบื้องหลังของพวกมันให้เร็วที่สุด...สั่งระเบิดคลังน้ำมันด้วย” นายใหญ่ว่าแล้วก็ตัดการติดต่อ นายโจรีบปฏิบัติตามคำสั่งทันที...

จากนั้นไม่นาน คลังน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเกิดระเบิดตูมไฟลุกท่วม กลายเป็นข่าวฮอตประเด็นร้อนประจำวัน กำจรไม่พลาดข่าวใหญ่แบบนี้เช่นเคย รายงานสดจากที่เกิดเหตุซึ่งไฟยังคงลุกไหม้

“อยู่ๆคลังน้ำมันก็เกิดระเบิดขึ้นมาโดยไม่มีเงื่อนงำ เจ้าหน้าที่ของบริษัทสันนิษฐานว่าเป็นอุบัติเหตุ ทางการกำลังสอบสวนติดตามอย่างใกล้ชิด และฝากบอกประชาชนทุกคนว่าอย่าได้วิตกกังวล สภาวะน้ำมันยังอยู่ในสภาพดี...กำจร แสงรุ่งเรือง...รายงาน”

อภิชาติ งิ้ว และจักจั่น กำลังดูข่าวนี้อยู่ในห้องพักของโรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่งซึ่งใช้เป็นที่ซ่อนตัวชั่วคราว ทนายหนุ่มอดสงสัยไม่ได้ ทำไมพวกแบล็กอีวิลถึงระเบิดคลังน้ำมัน ทั้งๆที่ยังเหลือเวลาอีกตั้งหลายวันก่อนถึงเส้นตาย ต้องมีบางอย่างผิดปกติ งิ้วสรุปว่าต้องมีคนต่อต้านพวกนั้น ไม่ยอมให้ดำรงเป็นรัฐมนตรีคลัง

“นี่ห่วงเก้าอี้ถึงขนาดนี้เลยหรือ” จักจั่นร้องเอะอะ

อภิชาติมั่นใจว่าไม่ใช่แค่เรื่องเก้าอี้ตัวเดียว แต่แบล็กอีวิลคาดไม่ถึงต่างหากว่ามีคนคิดจะยึดประเทศไทยก่อนหน้าพวกตน จักจั่นไม่เข้าใจทำไมพวกต่อต้านถึงไม่ขวางองค์กรชั่วตั้งแต่แรก

“ทำไมต้องขวาง ในเมื่อมันได้ผลประโยชน์โดยมีพวกแบล็กอีวิลคอยเป็นแพะรับบาป” อภิชาติอธิบายเสียงเครียด ตอนนี้ศัตรูไม่ได้มีแต่แบล็กอีวิลเท่านั้น ยังมีจิ้งจอกพวกนี้โผล่ขึ้นมาอีก

ooooooo

ดวงอาทิตย์เริ่มอ่อนแสงลง เมื่อไผ่ ลุงเดช

พ่อแสง อาตง เม่งจู พร้อมด้วยพ่อของเด็กทั้งสอง เดินย้อนเส้นทางในป่ามาถึงจุดแรกที่ครอบครัวของอาตงหยุดพัก ไผ่ชวนเด็กๆไปเดินหากำแพงมนต์ โดยมีพ่อแสงคอยสำรวจรอบบริเวณเพื่อเฝ้าระวัง สักพัก ไผ่กับเด็กๆกลับมามือเปล่าไม่เจออะไร จังหวะนั้น พ่อแสงวิ่งพรวดเข้ามา

“พวกมันกำลังมาทางนี้”

“ผมจะออกไปดูพวกมันสักหน่อย” ไผ่ว่าแล้วดีดตัวไปตามยอดไม้ จนกระทั่งมาหยุดที่ต้นไม้ต้นหนึ่งห่างจากจุดพักไม่มากนัก มองไปยังถนนเบื้องหน้าเห็นรถของพวกมือปืนแล่นมาตามทาง เขาใช้พลังนางเสือสะบัดมือผ่านหน้าตัวเองไปถึงปลายเท้า ชุดที่สวมอยู่กลายเป็นชุดปฏิบัติการนางเสือ แล้วร่อนลงไปขวางหน้ารถ

“ไปให้พ้นหน้าข้า แล้วจะมีชีวิตรอดกลับไป”

พวกมือปืนสี่คนที่อยู่ในรถต่างสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง พอควันปืนจางไผ่หายไปแล้ว พวกนั้นเหลียวหาเลิ่กลั่ก เขาไปปรากฏตัวอยู่ด้านหลัง ยิงใส่พวกมือปืนล้มคว่ำเหลือแค่คนขับรถเพียงคนเดียว

“เอาศพเพื่อนเอ็งไปจากที่นี่...แล้วอย่ากลับมาอีก” ไผ่พูดจบ ดีดตัวหายเข้าไปในยอดไม้...

หลังเกิดเหตุคลังน้ำมันระเบิดไม่นาน ท่านรองศักดารีบตรงไปยังเซฟเฮาส์ของดำรง โดยไม่ล่วงรู้ว่าอภิชาติกับพวกสะกดรอยตาม เขามาแจ้งข่าวสำคัญให้ดำรงรู้ว่า

แผนการที่นายใหญ่วางไว้ถูกล้ม

“ผมคิดว่าคุณกำลังตกอยู่ในอันตราย คนพวกนี้ไม่ปล่อยให้คุณอยู่รับตำแหน่งหรอก ผมว่าคุณควรจะหายไปก่อนจนกว่าจะมีคำสั่งใหม่จากนายใหญ่” ท่านรองศักดาแจ้งข่าวเสร็จ กลับออกไปขึ้นรถที่จอดรออยู่...

อีกมุมหนึ่งหน้าเซฟเฮาส์แห่งนั้น อภิชาติ จักจั่น และงิ้ว รอให้รถของท่านรองศักดาแล่นลับสายตา จึงลงจากรถที่จอดซุ่มอยู่ งิ้วชมเปาะว่าข้อสันนิษฐานของอภิชาติแม่นมาก ท่านรองชั่วนั่นเป็นกุญแจสำคัญจริงๆ

“เกิดเรื่องใหญ่แบบนี้ คนระดับท่านรองศักดาต้องมีส่วนร่วมอยู่แล้ว” อภิชาติยิ้มภูมิใจ

“ต้องเกี่ยวข้องกับนายใหญ่และนายดำรงเจ้าเก่าชัวร์”

อภิชาติพยักหน้าให้งิ้ว “ใช่...ถ้ามันยังไม่เปลี่ยนหน้าเสียก่อน” จากนั้น ทั้งสามคนลัดเลาะเข้าไปในบ้าน ไม่กี่อึดใจก็จัดการพวกมือปืนคุ้มกันราบคาบ แล้วจับตัวดำรงมาได้

ooooooo

ขณะดาวกับฤทธิชัยเตรียมบุกค่ายเก็บอาวุธสงครามที่แบล็กอีวิลชิงไป กองกำลังของหน่วยพิเศษชิงจู่โจมเข้าไปเสียก่อน เสียงปืนดังสนั่นลั่นป่า ทั้งสองคนต่างมองหน้ากันแปลกใจ

“เกิดอะไรขึ้น ท่านรองศักดาคุมเกมวงในไว้แล้วไม่ใช่หรือ ทำไมถึงปล่อยให้หน่วยพิเศษบุกมาได้”

“ต้องมีบางอย่างผิดพลาด บางอย่างไม่ลงตัว” ฤทธิชัยพึมพำสีหน้าครุ่นคิด ดาวเห็นนาคีปรากฏตัวตรงทางเข้าค่าย รอบๆด้านมีกองกำลังของหน่วยพิเศษดาหน้าเข้ามา นึกเป็นห่วงพวกเจ้าหน้าที่ที่รนหาที่ตาย...

เจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษเห็นหญิงสาวสวยยืนขวางทางอยู่ สั่งให้หลบไปเดี๋ยวจะถูกลูกหลง เธอกลับยืน

นิ่งไม่ขยับ หัวหน้าหน่วยต้องสั่งให้ลูกน้องพาตัวเธอ

ออกไป เจ้าหน้าที่สองคนจะเข้าไปคุมตัว เธอตวัดมือใส่ลอยขึ้นไปในอากาศราวกับเศษกระดาษ ก่อนจะตกกระแทกพื้นตายอนาถ หัวหน้าหน่วยเห็นท่าไม่ดีสั่งให้ยิง

กระสุนพุ่งเป้าไปที่นาคีเป็นจุดเดียวกัน แต่ไม่สามารถสะกิดแม้แต่ปลายเล็บ เธอหายตัวแวบไปแวบมา สะบัดทั้งพิษทั้งพลังใส่พวกเจ้าหน้าที่ตายเกลื่อน ดาวซึ่งอยู่บนเนินตรงข้ามละสายตาจากเธอ ส่องกล้องส่องทางไกลไปที่ค่าย เห็นผู้กองสัตยากำลังสั่งการให้มือปืนล้อมพวกชาวบ้านที่เป็นตัวประกันไว้ เตรียมพร้อมจะยิง

“ถึงคิวเราแล้วค่ะ ดาวจะทำลายอาวุธ...คุณหนึ่งช่วยชาวบ้าน”

“แล้วพวกเจ้าหน้าที่ล่ะ”

“นาคีต้องทิ้งพวกเจ้าหน้าที่มาหาคุณหนึ่งอย่างแน่นอน ถึงเวลานั้นถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ถอยก็ช่วยไม่ได้แล้ว... คุณหนึ่งระวังตัวด้วย...นาคีมีพลัง...” เธอพูดยังไม่ทันจบ ฤทธิชัยชิงพูดขึ้นก่อนด้วยสีหน้ายิ้มๆ

“เลิฟยู” แล้วพรวดออกไป เธอมองตามอย่างห่วงใย ก่อนจะดีดตัวไปอีกด้านหนึ่ง...

ฝ่ายผู้กองสัตยาหันไปสั่งให้นพลากชาวบ้านออกมายิงทิ้งตามแผน เขาปฏิเสธเสียงลั่นว่าไม่เกี่ยวข้องกับแผนนี้ เขาแค่นำอาวุธมาส่งให้เท่านั้น ผู้กองชั่วไม่สบอารมณ์สั่งให้พวกมือปืนลากชาวบ้านออกมา พวกนั้นยังไม่ทันจะขยับ ร่างของดาวในคราบนางเสือพุ่งข้ามหัวไปร่อนลงหน้าถ้ำด้านหลังค่าย

พวกชาวบ้านพากันส่งเสียงร้องขอให้นางเสือช่วย เธอจำต้องตัดใจวิ่งเข้าไปในถ้ำ ผู้กองสัตยาสั่งพวกมือปืนฆ่าชาวบ้านทิ้งให้หมด พลันมีเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวกระสุนพุ่งใส่พวกคนชั่วแตกฮือหาที่กำบังกันจ้าละหวั่น ผู้กองสัตยามองไปยังทิศที่กระสุนวิ่งมา เห็นฤทธิชัยในชุดปฏิบัติการนางเสือ สั่งการทันที

“ฆ่ามันสิวะ”

พวกมือปืนยิงโต้ตอบ อีกส่วนหนึ่งหันไปสาดกระสุนใส่ชาวบ้านล้มตายกันระนาว ฤทธิชัยหายตัวแวบไปแวบมาหลบคมกระสุนแล้วมาโผล่ตรงหน้าพวกมือปืนจ่อยิง

ทีละคนๆ นาคีซึ่งกำลังสังหารพวกหน่วยพิเศษสนุกมืออยู่หน้าทางเข้าค่ายสัมผัสฤทธิชัยได้ถึงกับชะงักหันขวับ ไปทางค่าย ไม่สนใจเจ้าหน้าที่ที่ยิงกราดใส่...

พริบตาเดียวฤทธิชัยฆ่าพวกมือปืนตายเรียบ แล้ววิ่งเข้าไปดูชาวบ้านที่ยังรอดชีวิต สั่งให้รีบไปจากที่นี่แล้วถอดแมกกาซีนเก่าทิ้งเตรียมใส่อันใหม่ ทันใดนั้นนาคีปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าต่างฝ่ายต่างชะงัก เขาจ้องหน้าเธออยู่อึดใจ ก่อนจะชำเลืองไปทางถ้ำ แล้วดีดตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

ooooooo

ภายในถ้ำหลังค่าย ดาวเห็นผ้าใบคุมสัมภาระกองใหญ่อยู่ด้านในสุด สะบัดมือไปยังกองสัมภาระ ผ้าใบเปิดออกเผยให้เห็นลังตั้งเรียงราย เธอดีดตัวเข้าไปใช้พลังเปิดฝาลังออก ข้างในกลับว่างเปล่า

“ไม่มีอาวุธ มันหลอกเรา”

เธอเป็นห่วงฤทธิชัยขึ้นมาทันทีขยับจะไป แต่พวกนินจาขวางหน้าไว้ อารามรีบร้อนจะไปช่วยชายคนรัก เธอจึงลงมืออย่างเต็มกำลังทั้งปืนทั้งหมัดและมีดสั้น ในที่สุดก็จัดการพวกนินจาได้หมด...

ทางด้านฤทธิชัยดีดตัวลงมาที่ลานกลางป่า ยังไม่ทันจะตั้งตัว นาคีมาจากไหนไม่รู้พุ่งปัดปืนในมือกระเด็น ทั้งสองคนต่อสู้กันอย่างดุเดือด ช่วงแรกเขาพอจะต้านพลังของเธอได้ แต่ผ่านไปไม่นานเริ่มเสียเปรียบถูกฝ่ามืออัดใส่กระเด็นกลิ้งไปกับพื้น

“ท่านไม่ต้องการความรักจากเรา...เราก็จะให้ความร้ายกับท่าน” เธอหายตัวเข้ามาปรากฏตรงหน้า คว้าคอเสื้อเขาเหวี่ยงใส่ต้นไม้ถึงกับกระอักเลือดทรุดฮวบ พลันมีเสียงเสือสายฟ้าคำรามก้อง เธอหันขวับ เห็นร่าง

มนตร์ของสายฟ้าพุ่งเข้าใส่ เธอฟาดพลังกระแทกร่างนั้นกลายเป็นควันจางหายไป

“เสือมนตร์ของท่านต้านเราไม่ไหวหรอก ท่านออกมา ได้แล้ว” นาคีกราดสายตาไปรอบๆอย่างดุดัน แต่ไม่มี เสียงตอบ “ท่านไม่ออกมาเราจะทรมานชายคนรักของท่าน”

ร่างอาคมของเหยี่ยวสายลมบินโฉบเข้าหา นาคีสะบัดมือออกไป ร่างนั้นสลายไปกับอากาศ ถึงกับยิ้มเยาะที่นางเสือมีของขลังมาสู้แค่นี้ ทุกอย่างยังคงเงียบไม่มีวี่แววคู่อริ ทันใดนั้นเธอสัมผัสบางอย่างได้ หันขวับไปมองอีกทีฤทธิชัยหายไปแล้ว อารมณ์โกรธพุ่งสุดขีด

เส้นผมเปลี่ยนเป็นงูเก็งกองส่ายหัวไปมาน่ากลัว...

ครู่ต่อมา ฤทธิชัยรู้สึกตัวลืมตาขึ้นพบว่าอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง พยายามจะออกไปข้างนอก แต่ดาวเข้ามาจับไหล่ไว้ พลางแตะที่ริมฝีปากเป็นทำนองไม่ให้พูดอะไร แล้วดึงเขากลับมาด้านใน กระซิบเบาๆว่า

“นางงูกำลังตามหาเราอยู่...คุณเป็นยังไงบ้างคะ”

“ผมไม่เป็นไร...ผมล่อนางงูให้ห่างคุณนะครับไม่ได้ให้คุณตามมาใกล้ๆ...แล้วอาวุธล่ะครับ”

ดาวส่ายหน้าไม่มีอาวุธสักชิ้นพวกเราถูกหลอก การที่ศัตรูไม่ย้ายค่ายทำให้เราไขว้เขวมัวแต่จับตาดู สุดท้ายแล้วพวกนั้นก็เอาอาวุธไปซ่อนที่อื่น เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าใครกันที่สั่งให้บุกค่ายศัตรู ในเมื่อท่านรองศักดาทำงานให้พวกนั้น

“ใครก็แล้วแต่ที่ต้องการจะหยุดพวกแบล็กอีวิลเพื่อป้องกันผลประโยชน์ของตัวเอง โดยไม่สนใจว่าเจ้าหน้าที่ประชาชนและบ้านเมืองจะเดือดร้อนสักแค่ไหน”

จังหวะนั้น มีเสียงดังมาจากด้านในสุดของถ้ำ ทั้งสองคนชักปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม ค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าไปยังต้นเสียง ยิ่งขยับลึกเข้าไปยิ่งชัดขึ้นว่าเป็นเสียงคนพูดคุยกัน ต้องแปลกใจที่พบว่าถ้ำทะลุออกมาอีกด้านหนึ่งได้ เห็นเป็นพื้นที่ราบกว้างมีรถขนอาวุธจอดอยู่สองคัน ด้านบนคลุมด้วยผ้าใบมิดชิดมีใบไม้ปิดทับอีกชั้นอำพรางไว้ ล้อรถเท่านั้นที่โผล่ผ้าคลุมออกมา รอบๆมีมือปืนนับสิบคอยเฝ้าอยู่ จุดที่ใกล้ตัวรถมีนินจายืนยาม

“ที่แท้มันเอาอาวุธมาซ่อนที่นี่เอง” ดาวกระซิบ

“ทางการทำลายข้อตกลงของมัน พวกมันไม่อยู่เฉยแน่ เราต้องรีบทำลายอาวุธพวกนี้ให้เร็วที่สุด”

“พวกมันมากเกินไป ไหนจะพวกนินจา แค่เราลงมือนาคีก็มาแล้ว”

ทั้งสองมองไปที่พวกศัตรูยืนหน้าสลอนเต็มไปหมด สถานการณ์ยากต่อการบุกทำลายอาวุธ

ooooooo

ที่ลานเล็กๆแห่งหนึ่งในราวป่าห่างไกลจากบ้านดอนเสือ พ่อของอาตงบอกไผ่ว่าตรงนี้เป็นจุดที่สองที่เขากับครอบครัวมาหยุดพักทุกครั้งตอนกลับบ้าน ลุงเดชบอกให้ทุกคนพักเหนื่อยที่นี่กันก่อนแล้วค่อยสำรวจรอบๆ

“ฉันจะออกไประวังทางโน้น” พ่อแสงยังไม่ทันจะขยับไปไหน

มีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องเตือนขึ้นเสียก่อน ไผ่รู้ทันทีว่าถูกศัตรูกระชับพื้นที่ เตือนให้ทุกคนระวังตัว ลุงเดชกับพ่อแสงตวัดปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม

“ผมไม่ควรปล่อยพวกมันไปเลย ไอ้พวกนี้เจอแล้วต้องส่งลงนรกสถานเดียว” ไผ่พึมพำด้วยความแค้น

พวกศัตรูดาหน้าเข้าล้อมไผ่กับพวกไว้ทุกด้าน หนึ่งในนั้นคือคนขับรถที่เขาไว้ชีวิตไปเมื่อตอนสายนี้เอง

ลุงเดชโกหกว่าพวกตนกำลังจะกลับชายแดน ไม่อยากมีเรื่องกับใคร หัวหน้ามือปืนอาสาจะไปส่งให้ถึงที่ พวกลิ่วล้อพากันหัวเราะชอบใจ ไผ่กวาดสายตามองด้วยสายตาเยือกเย็น

“พวกเอ็งจะส่งยังไงในเมื่อข้าไปคนละทางกับคนพวกนี้”

หัวหน้ามือปืนอาสาจะจัดการให้ หันไปสั่งคนขับรถที่ไผ่ไว้ชีวิตให้ช่วยพาเขาไปส่งถึงที่ด้วย แล้วเร่งให้รีบๆไป ส่วนหัวหน้าเองยึดอาวุธลุงเดชกับพ่อแสงแล้วโบกมือให้รถกระบะมารับ...

ด้านไผ่เดินนำคนขับรถกับมือปืนอีกสองคนมาถึงแนวป่า ยังไม่ทันนกกระจอกจะกินน้ำ เขาจัดการมือปืนทั้งสองคนล้มคว่ำแน่นิ่ง เหลือคนขับรถยืนตาเหลือกตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว

“ปล่อยแล้วไม่ยอมไป ดันกลับมาหาที่ตาย” สิ้นเสียงเขาตบโครมเดียว คนขับกระแทกต้นไม้ตายสนิท...

ขณะที่ไผ่มุ่งหน้าไปช่วยลุงเดชกับพวก หญิงชาวบ้านคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมาที่สถานีอนามัยบ้านดอนเสือ ละล่ำละลักบอกกับจันจิราและป้าเนียนว่าลูกสาวของเธอถูกพวกกองกำลังรับจ้างฉุดไป ขอให้ไปช่วยเหลือด้วย จันจิราบอกให้เธอไปรอลูกสาวที่บ้าน แล้วลุกออกไป เธอเรียกไว้แต่ไม่ทัน ถึงกับบ่นอุบ

“ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าพวกมันไปทางไหน”

“เออ...ไม่ต้องหรอก หนูจันหาเจอเองแหละ” ป้าเนียนยิ้มให้อย่างมั่นอกมั่นใจ...

ที่ถนนสายเปลี่ยวใกล้ชายป่า พวกกองกำลังรับจ้างฉุดสาววัยรุ่นสองคนให้ลงจากรถกระบะของพวกตน สองสาวขัดขืน พวกนั้นขู่ถ้าไม่ยอมลงจากรถจะให้กินลูกปืนต่างข้าว ทันใดนั้น มีเสียงเสือสายฟ้าคำรามก้อง พวกนั้นต่างมองหน้ากัน แปลกใจทำไมแถวนี้ถึงมีเสือ

“สงสัยเป็นพวกนางเสือที่พวกคนไทยร่ำลือกัน”

“เราไม่ใช่คนไทย...ไม่เกี่ยวเว้ย...ลากตัวสองคนนั่นลงมา” ลูกพี่รีบสั่งการ ลูกน้องสองคนโดดขึ้นไปลากหญิงสาวลงมาจนได้ แล้วเริ่มลวนลาม แต่แล้วมีเสียงดังขึ้นด้านหลัง

“โบราณว่ามาบ้านท่านอย่าอวดดี”

พวกนั้นต่างหันมองตามเสียง เห็นจันจิรายืนอยู่ ลูกพี่หน้าตาหื่นขึ้นมาทันที อ้าปากจะชมความสวย เธอหายวับไปโผล่ตรงหน้าบีบปากเขาไว้จนพูดอะไรไม่ออก

“ท่าทางพวกแกเลวจนกู่ไม่กลับ สมควรไปเกิดใหม่” เธอจับคอเขาบิดเสียงดังกร๊อบ ทรุดฮวบ พวกที่เหลือกระชากสองสาวขึ้นมาเป็นโล่กำบังพร้อมกับเอาปืนจ่อหัว ขู่ว่าถ้าเข้ามาใกล้จะยิงทั้งคู่ทิ้ง ขาดคำเสียงปืนดังสนั่นเป็นชุด สองสาวตกใจกรีดร้องลั่น พอเสียงปืนสงบพบพวกนั้นตายเกลี้ยง จันจิราหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน อภิชาติ จักจั่น และงิ้ว จับตัวดำรงมาไว้ที่โรงเก็บของร้างแห่งหนึ่งชานกรุง เขาตีหน้าตายไม่รู้ว่าทำไมพวกอภิชาติต้องจับตัวเขามาด้วย อภิชาติไม่เชื่อ อยู่ๆมีคนพิศวาสสนับสนุนให้เป็นถึงรัฐมนตรีคลัง จะอ้างไม่รู้เรื่องได้อย่างไร เขาเถียงเสียงแข็งไม่เห็นเสียหายตรงไหนที่มีคนสนับสนุน

“ชัวร์อยู่แล้ว ได้เป็นรัฐมนตรีเดินยืดคอจะเสียหายได้ยังไง แต่ที่ซวยก็คือเรารู้แล้วว่าแกคือนายใหญ่ของพวกแบล็กอีวิล”  งิ้วตะคอกใส่ ดำรงโวยลั่นว่าจะบ้าหรือที่มาโยนให้เขาเป็นใครก็ไม่รู้

“ไหนๆก็ไหนแล้ว ขอบ้าให้เต็มที่หน่อย” อภิชาติว่าแล้วเข้าไปตบเขาผัวะ แล้วเอาแขนล็อกคอไว้ ตรวจดูตามลำคอว่ามีรอยสวมหน้ากากหรือเปล่า ปรากฏว่าไม่พบจึงผลักเขาออก

“ตัวจริงเสียงจริงเสียด้วย” จักจั่นยิ้มยั่ว ดำรงตีหน้าซื่อตาใสไม่เข้าใจ ทั้งสามพยักหน้าให้กัน แล้วเดินออกจากห้อง เสียงดำรงร้องโวยวายให้ปล่อยดังไล่หลัง แต่ไม่มีใครใส่ใจ พอออกมาพ้นระยะที่เขาจะได้ยิน งิ้วล้วงสร้อยคอซึ่งห้อยที่จับสัญญาณขึ้นมาดู พบว่ามีไฟสีแดงกะพริบอยู่

“หรือว่ามันเป็นนายใหญ่จริงๆ...แล้วเราจะเอา ยังไงดี อยู่เฉยๆคอยดูพวกมันกัดกันเองดีไหม” จักจั่นเสนอ

“เราเฉยไม่ได้”

“คุณงิ้วพูดถูก เราต้องรีบหาตัวการตัวใหม่ที่ใช้ทางการเป็นอาวุธ และใช้ความพินาศของบ้านเมืองเป็นเครื่องต่อรองเพื่อผลประโยชน์ของพวกมัน” อภิชาติเสียงเครียด พลอยทำให้สองสาวเครียดไปด้วย...

ระหว่างที่อภิชาติ จักจั่น และงิ้วกำลังสับสนว่าดำรงจะใช่นายใหญ่แบล็กอีวิลหรือเปล่า วิวัฒน์นำกองกำลังรับจ้างกลุ่มใหญ่มาส่งให้ผู้กองสัตยากับนพ กลับถูกต่อว่าว่ามาช้า ทำให้กำลังคนของเขาถูกทางการจู่โจมจนต้องหนีกันหัวซุกหัวซุน วิวัฒน์ได้แต่เก็บความไม่พอใจเอาไว้

จากนั้น ผู้กองสัตยานั่งรถจี๊ปนำขบวนกองกำลังรับจ้างมาถึงหน้าถ้ำที่ซ่อนอาวุธสงครามไว้ วิวัฒน์เห็นหมดหน้าที่แล้วจึงขอตัวกลับ ผู้กองสัตยากับนพ

ไม่สนใจ เดินเข้าไปถามหัวหน้ามือปืนที่ยืนคุมอยู่ข้างรถขนอาวุธว่าเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่าอาวุธยังอยู่ดี ก็พยักหน้าพอใจ

ดาวซึ่งซุ่มดูอยู่เห็นเหตุการณ์โดยตลอดหันมาบอกฤทธิชัยว่า ผู้กองชั่วกับนพคนทรยศนำกองกำลังรับจ้างจากบ้านดอนเสือมาเสริม ตอนนี้มีเกือบ 30 คนแล้ว เขาถามว่าเห็นนาคีไหม เธอกวาดตามองไปรอบๆอย่างระมัดระวัง ก่อนจะส่ายหน้า แต่เชื่อมั่นว่าอย่างไรเสียนางต้องมา ถึงตอนนั้นเธอจะล่อนางไปให้ไกลที่สุด

“ผมเองดีกว่า”

“คุณหนึ่งเจ็บคงไปไม่ได้เร็วพอ นาคีอาจจะไม่ทำร้ายคุณหนึ่งก็จริง แต่คุณหนึ่งอาจจะตกเป็นทาสของนาคีตลอดไป ลืมดาวลืมทุกคนเหมือนคราวที่แล้ว...เราไม่มีทางเลือก อาวุธพวกนี้ต้องถูกทำลาย”

เขาหน้าเครียด ดึงเธอมากอด “ทำไมคุณกับผมต้องเสี่ยง ในเมื่อไม่มีใครสนใจที่จะปกป้องบ้านเมือง มีแต่จะหาทางโกงกิน ผมว่าเราไปจากที่นี่ดีกว่า ไปหา

ความสุขกัน เลิกยุ่งทุกอย่าง”

“คุณหนึ่งที่ดาวรู้จัก คือคนที่ปกป้องแผ่นดิน ยิ่งไม่มีใครสนใจ เรายิ่งต้องทำ”

เขาพยักหน้า สัญญาว่าจะระเบิดอาวุธเหล่านี้ให้เป็นจุณ เธอบอกให้เขารอให้เธอลงมือก่อน จึงค่อยเข้าไปลุย ก่อนจากกันเธอลูบไล้ใบหน้าเขาด้วยความรัก

ooooooo

อึดใจเดียว ดาวร่อนไปลงหน้าปากถ้ำ พวกมือปืนต่างสาดกระสุนใส่เธอไม่ยั้ง เสียงปืนทำให้ผู้กองสัตยากับนพวิ่งพรวดออกไปดู เห็นดาวในคราบนางเสือ

ยิงต่อสู้กับพวกมือปืนอย่างดุเดือด

“เฮ้ย...พวกเอ็งส่วนหนึ่งออกไปสกัดมันไว้ ที่เหลือเฝ้ารถอาวุธกับพวกนินจา” ผู้กองสัตยาสั่งการเสร็จวิ่งตามพวกมือปืนออกไป พลางยิงสกัดเธอไว้ไม่ให้เข้าใกล้รถขนอาวุธ เธอหันขวับมามองอย่างเอาเรื่อง เขาถึงกับหน้าเสีย นพเล่นทีเผลอสาดกระสุนใส่เธอเป็นชุด เธอหายตัวมาโผล่ตรงหน้า ตบเขาเปรี้ยงกระเด็นลงไปกองกับพื้น แล้วย่างสามขุมเข้าหาผู้กองชั่วซึ่งถอยกรูด ทันใดนั้น นาคีปรากฏตัวขึ้น

ฤทธิชัยซุ่มดูอยู่คอยลุ้นเอาใจช่วยหญิงคนรัก เห็นนาคีก้าวเข้าหาเธอช้าๆ เธอตวัดปืนยิงใส่ แล้วดีดตัวออกจากถ้ำ นังงูร้ายตามไปติดๆ เขากระชากปืนขึ้นมาถือไว้ แล้วคืบคลานไปทางที่รถขนอาวุธจอดอยู่...

ระหว่างที่แผนล่อเสือออกจากถ้ำของดาวสำเร็จไปด้วยดี งิ้ว อภิชาติ และจักจั่นซุ่มรอผู้บุกรุกอย่างใจจดจ่อ งิ้วอดสงสัยไม่ได้ทำไมพวกศัตรูถึงตามมาถูก จักจั่นอธิบายว่าพวกสมุนแบล็กอีวิลจะมีเครื่องจีพีเอสขนาดจิ๋วฝังไว้ทุกคน บางคนมีระเบิดฝังชิป ถ้าระเบิดขึ้นเมื่อไหร่จะทำให้สมองถูกทำลายตายทันที ความลับไม่รั่วไหล

“กรณีนายดำรงไม่น่าจะมี เพราะมันคงไม่ติดระเบิดตัวเอง” อภิชาติตั้งข้อสันนิษฐาน

“ตอนนี้เปอร์เซ็นต์ที่นายดำรงจะเป็นนายใหญ่ มีเกือบเต็มร้อยแล้ว”

งิ้ว​เห็นดี​ด้วย​ถ้า​เป็น​จริง​อย่าง​จักจั่น​ว่า ​เรื่อง​จะได้​จบๆสัก​ที ทันใดนั้น มีเสียง​เคลื่อนไหว​ดัง​มา​จาก​หน้า​โรง​เก็บ​ของ อภิ​ชาติ​สั่ง​ให้​สอง​สาว​ออก​ไป​จัดการ​กับ​พวกศัตรู ส่วน​เขา​จะ​ไป​ลาก​คอ​ดำรง​เอง แล้วไป​เจอกัน​ที่​จอด​รถ​ด้าน​หลัง สอง​สาว​พยัก​หน้า ก่อน​จะ​พุ่ง​ออกไป​ด้าน​นอก เจอ​พวก​มือปืน​โอบ​ล้อม​เข้า​มา จักจั่น​จัดการ​พวก​นั้น​ได้​อย่าง​ง่ายดาย​โดย​มี​งิ้ว​เป็น​แค่​ทัพ​เสริม...

ทาง​ฝ่าย​อภิ​ชาติ​ลาก​คอ​ดำรง​มา​ที่​ลาน​จอด​รถ​ด้านหลัง เจอ​นาย​โจ​ดัก​รอ​อยู่​กับ​มือปืน​นับ​สิบ​คน​ส่อง​ปืน​มา​ที่​เขา​เป็น​จุด​เดียวกัน สั่ง​ให้​เขา​วาง​อาวุธ แล้ว​ปล่อยตัว​ดำรง

“คุณ​จะ​บังคับ​ผม​ให้​ยิง​นาย​ดำรง​อย่าง​นั้น​หรือ”

“แล้วแต่​คุณ นาย​ดำรง​ตาย​ไป​ก็​มี​นาย​ดำรง​

คน​ใหม่​มา​แทน”

อภิ​ชาติ​สงสัย​ถ้า​เป็น​เช่น​นั้น​จริง ทำไม​เขา​ต้อง​ถ่อ​มา​ถึงที่​นี่ เขา​แค่​อยาก​ให้​แน่ใจ​ว่า​ได้​ตัว​ดำรง​กลับ​ไป​หรือ​ไม่​ก็​ให้​ตาย​ที่​นี่​ก็​เท่านั้น​เอง แต่​ไหนๆก็​มา​แล้ว เขา​คิด​ว่า​กำจัด​พวก​อภิ​ชาติ​ให้​สิ้น​ซาก​ได้​ด้วย​กัน​เลย​ดี​กว่า

“ฝัน​ไป​แล้ว​มั้ง”

ทุก​คน​หัน​ไป​มอง​ตาม​เสียง เห็น​จักจั่น​กับ​งิ้ว​ถือปืน​เล็ง​ไป​ยัง​นาย​โจ​กับ​พวก แล้ว​สาด​กระสุน​ใส่​หูดับตับไหม้ เขา​รีบ​โดด​หลบ​เข้าที่​กำบัง​ ปล่อย​ให้​พวก​มือปืน​ยิง​ต่อสู้​กับ​สอง​สาว กระสุน​ปลิว​ว่อน ดำรง​ถือโอกาส​สะบัด​มืออภิชาติหลุด ก่อนจะโกยแนบ ทนายหนุ่มจะตาม แต่ถูกยิงสกัดไว้ งิ้วเห็นจวนตัวโยนระเบิดใส่พวกมือปืน หลายลูก​แล้ว​พา​กัน​วิ่ง​หนี เสียง​ระเบิด​ดัง​สนั่น​ติดๆกัน​หลาย​ครั้ง ไฟ​ลุกท่วม

ooooooo

ขณะ​รถ​กระบะ​ของ​พวก​มือปืน​ที่​ลุง​เดช​กับ​พวก​ถูกนั่ง​อยู่​แล่น​ตาม​เส้นทาง​คดเคี้ยว​ใน​ป่า คน​ขับ​ต้อง​เหยียบ​เบรก​กะทันหัน​เมื่อ​เห็น​ไผ่​ยืน​จังก้า​ขวาง​ถนนอยู่ พวก​มือปืน​ต่าง​ลง​จาก​รถ​จ้อง​ปืน​ใส่​เขา

“เฮ้ย...มัน​มา​ได้​ไง​วะ” หัวหน้า​มือปืน​มอง​ไผ่​งงๆ

“ไอ้​สาม​คน​นั่น​มัน​ฝาก​มา​บอก​ว่า​มัน​ไม่​มา​แล้ว มัน​ขอ​ลาก​ลับ​บ้าน​เก่า”

เขา​ขู่​ว่า​ถ้า​ไผ่​เข้า​มา​ใกล้​จะ​ฆ่า​ลุง​เดช​กับ​พวก​ทิ้ง มือปืน​สอง​คน​หัน​ปากกระบอก​ปืน​เล็ง​พวก​ลุง​เดช แค่​ลัด​นิ้ว​มือ​เดียว ไผ่​จัดการ​สังหาร​พวก​นั้น​ไม่​เหลือ​ซาก...

หลัง​สูญเสีย​กำลัง​คน​จาก​การ​ถูก​หน่วย​พิเศษ​ของ​ทางการ​จู่โจม นาย​ใหญ่​ไม่​พอใจ​มาก ออนไลน์​โดย​มี​เพียง​เงา​ดำๆไม่​โชว์​ใบหน้า​ ไป​ถาม​ท่าน​รอง​ศักดา​ว่า​ใคร​อยู่​เบื้องหลัง​ปฏิบัติการ​ครั้ง​นี้ เขา​รู้​เพียง​ว่า​คน​กลุ่ม​หนึ่ง

แฝง​ตัว​อยู่​ใน​องค์กร​นาน​แล้ว ได้​วาง​แผน​ยึด​ทุก​อย่าง​อยู่​ก่อน​แบล็ก​อี​วิล​เข้า​มา​ขวาง​เส้นทาง​ของ​คน​พวก​นี้ นายใหญ่​อยาก​ให้​เขา​หา​ทาง​เจรจา​กับ​หัวหน้า​กลุ่ม

“ผม​พยายาม​แล้ว​ ไม่​มี​ใคร​รู้​ว่า​มัน​เป็น​ใคร ที่​สำคัญ​มัน​จะ​ฮุบ​ทุก​อย่าง​ของ​แบล็ก​อี​วิล”

“ท่าน​รอง​ควร​กบดาน​ที่​เซฟเฮาส์​สัก​พัก ไม่​ควร​ปรากฏ​ตัว​ที่ไหน ​แต่​ทำตัว​ปกติ​ติดต่อ​ได้​จะ​ได้​ไม่​เป็น​พิรุธ จนกว่า​เรา​จะ​มั่นใจ​ว่า​พวก​มัน​ไม่​สงสัย​ท่าน” นายใหญ่​พูด​จบตัด​การ​ติดต่อแล้ว​พับ​หน้า​จอ​โน้ตบุ๊ก​ปิด เผย​ให้​เห็น​ว่า​นาย​ใหญ่​ที่แท้จริงก็คือ​ดำรง​นั่น​เอง

“ไอ้​พวก​ไร้​สมอง ไร้​ความ​รู้ แฝง​ตัว​อยู่ในองค์กร... ฮึ...มัน​คิด​จะ​เอาชนะ​คน​อย่าง​ข้า...ไม่​มี​ทาง” เขา​ยิ้ม​อย่าง​มั่นใจ  ก่อน​จะ​หยิบ​หน้ากาก​ใบหน้า​ท่าน​รอง​ศักดา​ขึ้นมาสวม

ooooooo

ใน​เวลา​เดียวกัน ณ ถ้ำ​ซึ่ง​รถ​ขน​อาวุธ​สงคราม​จอด​อยู่ ฤ​ทธิ​ชัย​ใช้​วิชา​พราง​ตัว​มา​ปรากฏ​ร่าง​ใกล้ๆรถ​ขน​อาวุธ เห็น​พวก​มือปืน​กำลัง​ช่วย​กัน​แบก​ศพ​เพื่อนๆ

นับ​สิบ​ศพ​ที่​ตาย​ด้วย​น้ำมือ​นาง​เสือ​ออก​ไป​ฝัง​ใน​ป่า

เขา​รีบ​ผลุบ​เข้าไป​ใต้​ท้อง​รถ​ขน​อาวุธ ใช้​มีด​สั้น​เจาะ​ถัง​น้ำมัน​ทะลุ​ แล้ว​กลิ้ง​ตัว​ผ่าน​ด้าน​หลัง​นินจา​สอง​คน​ที่​เดิน​ตรวจตรา​หาย​เข้าไป​ใต้​รถ​ขน​อาวุธ​อีก​คัน​หนึ่ง​ที่​จอด​อยู่​ติด​กัน จังหวะ​นั้น ผู้​กอง​สัต​ยา​กับ​นพ​เดิน​มา​ที่​รถ​คัน​นั้น

“ถ้า​นาง​เสือก​ลับ​มา​อีก​คุณ​สัต​ยา​จะ​ทำ​ยัง​ไง” นพ​กราด​ตา​มอง​ไป​รอบๆสีหน้า​หวาดหวั่น

“เรา​มี​นาคี​ที่​จะ​จัดการ​กับ​มัน​อยู่​แล้ว” ผู้​กอง​สัตยา​หัวเราะ​สะใจ หัน​ไป​สั่ง​ให้​พวก​มือปืน​ตรวจ​เข้ม​เป็น

สอง​เท่า ก่อน​จะ​พา​กัน​กลับ​เข้าไป​ใน​ถ้ำ ฤ​ทธิ​ชัย​ยิ้มเยาะ ใครกัน​แน่​ที่​จะ​ถูก​จัดการ แล้ว​เอา​มีด​สั้น​เจาะ​รู​ถัง​น้ำมันรถ​ น้ำมัน​เริ่ม​ไหล​นอง​เป็น​ทาง มือปืน​คน​หนึ่ง​เดิน​ยามมา​เห็น​เข้า ​รีบ​ก้มลง​ดู เขา​กระชาก​คอเสื้อ​มือปืน​เข้าไป​ใต้​ท้อง​รถ ​อัด​สอง​หมัด​ซ้อน​สลบเหมือด จาก​นั้น​ค่อยๆกลิ้ง​ตัว​ออก​มา แต่​แล้ว​ต้อง​กลิ้ง​หลบ​เมื่อ​เจอ​นินจา​ฟัน​ดาบ​ใส่

ประกาย​ไฟ​จาก​คม​ดาบ​กระทบ​พื้น​ทำให้​น้ำมัน​ลุก​พรึบ ไฟ​ท่วม​ร่าง​นินจา​คน​นั้น​ร้อง​ลั่น ดิ้น​ทุรนทุราย ฤ​ทธิ​ชัย​โดด​ถีบ​เขา​กระเด็น​ใส่​กอง​น้ำมัน ไฟ​ลาม​ไป​ติด​รถ​ขน​อาวุธ อึดใจ​ถัด​มา​เกิด​ระเบิด​ตูม​ดัง​สนั่น...

ทาง​ด้าน​ดาว​ล่อ​นาคี​ห่าง​จาก​ถ้ำ​ลึก​เข้าไป​ใน​ป่า​หลาย​สิบ​กิโลเมตร เหลียวหลัง​ดู​ไม่​เห็น​ตาม​มา จึงหยุด​บน​กิ่ง​ไม้​ใหญ่​อย่าง​โล่ง​ใจ พลัน​นัง​งู​ร้าย​โผล่​มา​ยืน​ที่​ต้นไม้​อีก​ต้น​หนึ่ง สาด​กระสุน​ใส่​ไม่​ยั้ง เธอ​ตีลังกา​ม้วนตัว​หลบ​ก่อน​จะ​ร่อน​ลง​ไป​ที่​พื้น ตวัด​ปืน​ยิง​โต้​ถูก​ปืน​ใน​มือ​นาคี​กระเด็น แล้ว​ขยับ​จะ​หนี นัง​งู​ร้าย​ปล่อย​พลัง​สกัด​ใส่ ลอย​ละ​ลิ่ว​กระแทก​ต้นไม้​เลือด​กบ​ปาก

“เรา​จะ​กำจัด​ท่าน​ให้​พ้น​ทาง​ของ​เรา” นาคี​ยิ้ม​เหี้ยม ย่างสามขุม​เข้าหา...

ขณะ​ที่​ดาวตก​อยู่​ใน​สถานการณ์​คับขัน ผู้กอง

สัตยา​กับ​นพ​ยืน​มอง​ซาก​รถ​ขนอาวุธที่​มี​ควัน​ดำ​พวยพุ่ง​เต็ม​ท้องฟ้า​ด้วย​ความ​แค้น​ใจ นพ​ไม่​วาย​แดกดัน ไหน​ว่า​มี​นาคี​แล้วทุกอย่าง​จะ​เรียบร้อย

“งาน​นี้​อาจารย์​คา​ยา​มัง​ต้อง​รับผิดชอบ” ผู้​กอง

สัตยา​ขบ​กราม​แน่น

ภาพ​เหตุการณ์​ครั้ง​นี้​ไป​ปรากฏ​อยู่​ใน​อ่าง​น้ำมนต์​ต่อหน้า​คา​ยา​มัง ​ที่​สีหน้า​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​โกรธ​เกรี้ยว...

นาคียังคงเดินหน้าเข้าหาศัตรูหัวใจหมายจะกำจัดให้สิ้นซาก ดาวถอยกรูดเพราะร่างกายบาดเจ็บรู้ดีว่าไม่อาจสู้พลังของเธอได้ จังหวะนั้น เหลือบไปเห็นควันดำลอยขึ้นมาในระยะไกลจากทิศทางที่รถขนอาวุธจอดอยู่

“ท่านหลงกลเรา อาวุธของพวกท่านถูกทำลายหมดแล้ว” ดาวยิ้มสะใจ นาคีเห็นแล้วยิ่งแค้น

“ท่านคิดว่าเราสนใจอาวุธพวกมันอย่างนั้นหรือ” เธอจ้องมองด้วยสายตาดุดันขยับเข้าหา จู่ๆเส้นเงินที่อยู่บนคอเธอก็รัดแน่นขึ้น ทำให้หายใจลำบากถึงกับทรุดลงไปดิ้นอยู่กับพื้น ดาวฉวยโอกาสดีดตัวหนี...

หลังจากรู้ว่าท่านรองศักดาปฏิเสธเข้าร่วมประชุมกับหน่วยปฏิบัติการลับ โดยอ้างกับทางนั้นว่าติดธุระสำคัญไปไม่ได้ นายใหญ่หรือดำรงปลอมเป็นเขาเข้าประชุมแทน เพื่อสืบดูว่าพวกนี้มีแผนอย่างไรกับตน และทดสอบไปในตัวว่าท่านรองศักดาถูกสงสัยหรือเปล่า ผู้เข้าร่วมประชุมทั้ง 5 คน ซึ่งอยู่ในห้องประชุมก่อนแล้ว ต่างมองเขาเป็นตาเดียวกันด้วยความแปลกใจ หนึ่งในนั้นอดทักไม่ได้

“ผมนึกว่าท่านรองติดธุระสำคัญมาไม่ได้”

“พอดีเสร็จ...ก็เลยรีบมา เชิญประชุมต่อได้เลยครับ” ท่านรองศักดาตัวปลอมลงนั่งเก้าอี้ตัวที่ว่าง พลางกวาดสายตามองทุกคนอย่างสนใจ ที่ประชุมถกกันถึงปัญหาการบุกจู่โจมของหน่วยพิเศษที่ทำให้เสียกำลังพลไปมากมาย อีกทั้งยังหารือให้ตั้งหน่วยเฉพาะกิจขึ้นมาสืบหานายใหญ่ของแบล็กอีวิลว่าเป็นใคร รังใหญ่อยู่ที่ไหนและต้องทำลายให้สิ้นซาก ท่านรองศักดาได้จังหวะพูดแทรกขึ้นทันที

“อย่าลืมนะว่าพวกมันยังมีอาวุธร้ายแรงอยู่ในกำมือ”

“มันอยากจะระเบิดอะไรให้มันระเบิดไป คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วสูญเสียน้อยมาก...เราอยากให้ท่านรองเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่พิเศษให้พร้อม”

“แล้วท่านว่ายังไง” ท่านรองศักดาหยั่งเชิง

“ท่านเป็นคนสั่งลงมาเอง”

นายใหญ่ในคราบท่านรองศักดาเจ็บใจที่ถูกหักหลัง แต่จำต้องข่มอารมณ์ไว้ ครู่ต่อมา เขากลับถึงเซฟเฮาส์ของตัวเอง ถอดหน้ากากที่สวมอยู่ออก เผยให้เห็นใบหน้าของดำรง

“พวกมันกำลังตามหาฉันยังงั้นหรือ ให้มันรู้ไปว่าใครจะหาใครเจอก่อน” เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.หาท่านรองศักดา ซึ่งเก็บตัวอยู่ภายในเซฟเฮาส์ของแบล็กอีวิล

“พวกนั้นยังไม่สงสัยท่านรอง ท่านกลับไปทำงานได้ตามปกติ หาทางสืบให้ได้ว่า นายของพวกมันคือใคร”

“ผมคิดว่าพวกนั้นก็กำลังสืบว่าท่านเป็นใคร”

“ผมรู้...พวกมันไม่มีวันรู้” ดำรงหัวเราะอย่างย่ามใจ วางสายแล้วตรงไปยังคอมพิวเตอร์ ปรับแสงไฟในห้องให้มืดสลัวเพื่อตัวเองจะได้เป็นแค่เงาดำๆ จากนั้นออนไลน์ไปถามนายโจถึงสถานการณ์ล่าสุด

“ทุกอย่างเป็นไปตามแผนครับท่าน...พวกนางเสือหลงกล พวกมันคิดว่าได้ทำลายอาวุธไปแล้ว”

“เพิ่มกำลังที่ฐานบังคับการใหญ่หลังกำแพงมนต์ ส่งนาคีจัดการกับพวกนางเสือให้เร็วที่สุด เตรียมพร้อมยิงจรวดถล่มทุกจุด” นายใหญ่สั่งการเสร็จตัดการติดต่อ

ooooooo

ในเวลาต่อมา นาคีกลับถึงถ้ำของตัวเองในสภาพหายใจติดขัด คายามังปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า พลางโบกมือเส้นสีเงินค่อยๆคลายตัว ทำให้เธอหายใจเป็นปกติอีกครั้ง เขาตำหนิเธออย่างแรงที่มัวแต่คิดจะแก้แค้น ทำให้เสียงาน อาวุธของนายใหญ่กำลังถูกทำลายจนหมด เธอไม่สนใจอาวุธพวกนั้น

“เอาล่ะเราเข้าใจเจ้า บังคับเจ้าไปก็ไม่มีประโยชน์ในเมื่อจิตใจเจ้ามีแต่ความรัก เราจะช่วยเจ้าให้สมหวัง” เขาสะบัดมือวูบหนึ่ง มีเชือกสีทองเส้นเล็กๆปรากฏขึ้น ยิ้มอย่างรู้ทันเมื่อเห็นเธอจ้องมองตนอย่างไม่ไว้ใจ

“ใช่...เส้นสีเงินข้าใช้บังคับเจ้า แต่เส้นสีทองนี้สามารถสยบชายคนรักของเจ้าได้”

“เราสามารถสยบคนรักของเราได้อยู่แล้ว”

“พวกนางเสือมีวิชา ถึงแม้ว่าพลังของเจ้าจะมากกว่า แต่ถ้าพวกมันร่วมมือกันเจ้าก็อาจจะพ่ายแพ้ได้ เชือกเส้นนี้สยบมันเหมือนอย่างที่ข้าสยบเจ้า...แล้วเจ้าจะได้ตัวมันมาครอบครองตลอดไป” เขาสะบัดเชือกทองไปให้เธอแล้วหายวับไป เธอมองเชือกในมือสีหน้าครุ่นคิด...

ด้านฤทธิชัยยืนชื่นชมผลงานตัวเองที่เผาอาวุธสงครามได้อย่างราบคาบ แต่แล้วมีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องดังขึ้น เขาหลับตาทำสมาธิ เห็นภาพผ่านทางสายตาของมัน มีเครื่องยิงจรวดติดตั้งอยู่บนตึกสูงแห่งหนึ่ง ด้านบนมีตาข่ายอำพรางไว้ รอบบริเวณเห็นมือปืนยืนเฝ้าระวังอยู่ 5 คน ข้างๆมีลังใส่ลูกจรวดนำแสงด้วยเลเซอร์วางอยู่

“อาวุธยังไม่ได้ถูกทำลาย” เขาพึมพำสีหน้าเคร่งเครียด...

ขณะที่พวกแบล็กอีวิลกำลังจะเปิดศึกเต็มรูปแบบ อภิชาติตัดสินใจใช้บ้านสวนของเขาเป็นเซฟเฮาส์แห่งใหม่ คราวนี้เขามีเทพหลานลุงมีมาคอยดูแลจัดการทุกอย่าง แม้กระทั่งหาคนมาคอยคุ้มกันให้

หลังจากเก็บสัมภาระเข้าที่ อภิชาติ จักจั่น และงิ้วมานั่งคุยกันที่ห้องนั่งเล่น จักจั่นเสียดายที่ปล่อยให้ดำรงหลุดมือ งิ้วแนะนำถ้าจะให้งานนี้สำเร็จ นางเสือต้องกำจัดนางงูให้พ้นทางก่อน จักจั่นกับอภิชาติต่างมองหน้ากัน

“อย่าบอกนะว่านางเสือมือไม่ถึง” งิ้วดักคอ อภิชาติอธิบายว่า

“เราต้องรวมพลังกันอย่างน้อยสามคนขึ้นไปถึงจะต้านนางงูได้”

“ปัญหาก็คือ ถ้านางงูเริ่มเสียเปรียบก็จะหายไป เราไม่มีทางตามทัน แล้วก็จะโผล่มาลอบกัดเราอีก”

อภิชาติเสริมคำพูดของจักจั่นว่า ถ้าพวกเราอยู่คนเดียว นาคีสามารถกำจัดได้ไม่ยาก งิ้วเสียดายที่ไม่มีพลังช่วยอะไรไม่ได้ จักจั่นแนะให้เธอพกระเบิดไว้มากๆ แค่นี้ก็ช่วยได้แล้ว...

ตกเย็น ขณะที่อภิชาติ จักจั่น และงิ้วกำลังตรวจดูความพร้อมของอาวุธประจำกาย งิ้วโพล่งขึ้นว่า

“ได้ตัวนายดำรงคราวนี้ ต้องทำลายเครื่องบอกพิกัดจีพีเอสก่อนเป็นอันดับแรก งิ้วให้หัวหน้าประสานงานทางเมืองไทยส่งเครื่องช็อตมาแล้ว สามารถทำลายชิปทุกตัวที่ฝังอยู่ในร่างคน”

“เก่งมาก ยังไงก็ตามอย่าลืมพกระเบิดไว้ด้วยล่ะ จักจั่นชอบ”

งิ้วอดสงสัยไม่ได้ว่าเราจะหาตัวดำรงเจอได้อย่างไร อภิชาตินิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ ในเมื่อดำรงมีเครื่องบอกพิกัดจีพีเอส งิ้วน่าจะลองใช้คอมพิวเตอร์ตรวจจับสัญญาณของเขาดู

“เยส...ใช่แล้วใช้เครื่องจีพีเอส ของมันนี่แหละตามหาตัวมัน ต้องใช้เวลาหน่อย แต่แบบนี้ไม่ใช่แค่หาตัวนายดำรงเจอเท่านั้น เราหาพวกมันได้หมดทุกคน” งิ้วยิ้มพอใจ...

ooooooo

ใช้เวลาไม่นานงิ้วก็หาตำแหน่งจีพีเอสของพวกศัตรูเจอ จักจั่นถามว่าชัวร์หรือเปล่า เธอพยักหน้า

“เจอหลายจุด แต่ทุกจุดจะแสดงชิปคู่กันสองตัว มีอยู่จุดเดียวเท่านั้นที่ไม่ใช่ชิปคู่” งิ้วหันไปไฮไฟว์กับจักจั่นด้วยความดีใจ อภิชาติเพิ่งกลับจากสำรวจความเรียบร้อยรอบบ้านสวน เห็นสองสาวกระโดดโลดเต้นยิ้มร่า เดาได้ไม่ยากว่าเจอตำแหน่งของดำรงแล้ว...

จากนั้นไม่นาน รถของอภิชาติแล่นเข้ามาจอดในลานจอดรถของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง งิ้วส่งวิทยุสื่อสารขนาดจิ๋วให้อภิชาติกับจักจั่นใส่หูไว้ แล้วหยิบโน้ตบุ๊กขึ้นมาเปิดเครื่อง

“งิ้วจะคอยบอกความเคลื่อนไหวของนายดำรง จะได้รู้ตำแหน่งชัดเจน” เธอกดคีย์บอร์ดอย่างคล่องแคล่ว สักพัก ก็ปรากฏตำแหน่งพิกัดของดำรง จักจั่นกับอภิชาติดูเบอร์ห้องพักในโรงแรมที่หน้าจอแล้วดีดตัวออกจากรถ

สักพัก ทั้งคู่ก็มาถึงห้องเป้าหมาย เห็นมีมือปืนอยู่หน้าห้องสองคน อึดใจพวกนั้นก็ถูกอัดร่วงลงไปกองแทบเท้า อภิชาติคว้าคีย์การ์ดในกระเป๋าเสื้อมือปืน แล้วเปิดประตูพรวดเข้าไป เจอดำรงกำลังอยู่กับสาวสวยบนเตียง เธอตกใจร้องกรี๊ดๆลั่น จักจั่นรำคาญสั่งเสียงเฉียบถ้าไม่หยุดร้องรับรองเจ็บตัวแน่ เธอถึงกับเงียบกริบ

“เจอกันอีกแล้ว หน็อย  หลุดมายังไม่ทันไร คั่วสาวแล้ว” จักจั่นมองดำรงที่นอนหน้าซีดด้วยความหมั่นไส้

อภิชาติสั่งให้เขาไปแต่งตัว เขาคว้าผ้าเช็ดตัวมานุ่งแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ จักจั่นรายงานผ่านทางวิทยุสื่อสารขนาดจิ๋วไปบอกงิ้วว่าเป้าหมายอยู่ในห้องเรียบร้อยแล้ว เธอตอบกลับว่าไม่ใช่ เป้าหมายกำลังเคลื่อนที่ต่างหาก อภิชาติรีบเปิดประตูห้องน้ำผัวะเข้าไปตรวจดูเห็นดำรงกำลังแต่งตัวอยู่ จึงยืนยันกับงิ้วว่าได้ตัวเป้าหมายแล้ว

“เป้าหมายกำลังเคลื่อนที่รีบลงมาด่วน” งิ้วยืนยันคำเดิม

“มันเอาตัวปลอมมาล่อ” อภิชาติกวาดสายตามองประตูห้องติดกันรีบเปิดเข้าไปโดยมีจักจั่นตามติด...

อีกด้านหนึ่งที่ลานจอดรถ งิ้วรีบเลื่อนรถไปรอหน้าประตูทางออกโรงแรม เห็นดำรงกับมือปืนคุ้มกันสองคนออกมาขึ้นรถตู้ที่โฉบมารับก่อนจะบึ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เป็นจังหวะเดียวกับจักจั่นกับอภิชาติดีดตัวมาขึ้นรถ งิ้วรีบขับตามไปติดๆ

“พวกมันรู้ว่าเรามา” อภิชาติบ่นด้วยความเจ็บใจ

“มันรู้ได้อย่างไร” จักจั่นนิ่วหน้าสงสัย

“มันไม่รู้หรอก...แค่วางระบบทางหนีทีไล่อย่างดี มีตัวหลอกเตรียมให้พร้อม”

“ตามทันต้องเบิร์ดกะโหลกให้เข็ด” จักจั่นกำหมัด แค้นใจ งิ้วรับรองว่าดำรงกับพวกไม่มีทางหนีพ้น จักจั่นเตือนว่ารถของศัตรูกำลังจะเข้าทางโค้ง เดี๋ยวจะคลาดกัน

“ทันอยู่แล้วน่า” งิ้วเร่งความเร็วขึ้นอีก แต่พอพ้นโค้งต้องกระแทกเบรกเสียงดังสนั่น เบื้องหน้าคือรถตู้ของดำรงชนต้นไม้ข้างทางไฟลุกท่วม มือปืนคนหนึ่งกระเด็นออกมานอกรถนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ทั้งสามคนรีบลงจากรถ ได้แต่ยืนดูเพลิงเผาผลาญทุกอย่าง โดยไม่สามารถจะทำอะไรได้

ooooooo

การเสียชีวิตของดำรงเป็นข่าวใหญ่ ทีวีทุกช่องพากันประโคมข่าวนี้รวมทั้งกำจรด้วย เขารายงานสดจากสถานที่เกิดเหตุ เห็นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ รถพยาบาลและรถของมูลนิธิจอดกันอยู่รอบๆซากรถตู้ที่ดำเป็นตอตะโก

“พบศพนายดำรง คู่แข่งคนสำคัญของอินเตอร์บิส เกิดอุบัติเหตุบนทางหลวง รถระเบิดร่างไหม้จนไม่เหลือเป็นรูปร่าง แต่จากคำให้การของคนขับรถและบอดี้การ์ด ซึ่งบาดเจ็บสาหัส ยืนยันว่าเป็นนายดำรงอย่างแน่นอน...ผม...กำจร แสงรุ่งเรือง รายงาน”

จากนั้น ภาพข่าวตัดเข้าสถานีโทรทัศน์ นายโจซึ่งเฝ้าดูข่าวชิ้นนี้อยู่กดรีโมตทีวีปิด แล้วหันมาบอก

นายใหญ่หรือดำรงที่อยู่ในจอคอมพิวเตอร์

“ทุกอย่างเรียบร้อยตามแผนครับ นายดำรงที่จัดไว้ตายแล้ว ตามที่ท่านต้องการ”

“ดีมาก” ดำรงยิ้มพอใจ แล้วหยิบหน้ากากขึ้นมาสวม กลายเป็นใบหน้าท่านรองก้องเกียรติ...

ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านสวนของอภิชาติ ทั้งทนายหนุ่ม จักจั่น และงิ้วต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด

“พวกมันวางแผนได้ฉลาดมาก เราใกล้ตัวนายดำรง มันเลยเก็บนายดำรง ตอนนี้เราเลยไม่รู้ว่าใครคือนายใหญ่ของมัน” อภิชาติบ่นอุบ

“ใช่นายดำรงคนเดียวกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ หน้าเละจนจำไม่ได้”

งิ้วมั่นใจว่าต้องไม่ใช่นายดำรงตัวจริง ป่านนี้เขาคงเปลี่ยนหน้าเป็นคนอื่นไปแล้ว เท่ากับตอนนี้พวกเรากลับมาเริ่มต้นที่ศูนย์เหมือนเดิม ทุกคนพากันถอนใจ หนักใจ

ooooooo

เย็นวันเดียวกัน จันจิรากับป้าเนียนเพิ่งกลับจากสถานีอนามัยกำลังเดินขึ้นบ้าน ป้าเนียนอดเป็นห่วงดาวกับฤทธิชัยไม่ได้ ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง ตั้งแต่ปิดค่ายอาสา เธอไม่เคยเจอทั้งคู่อีกเลย

“พวกมันบุกหนัก พี่ดาวกับคุณหนึ่งมีภาระที่รัดตัว ลำพังพวกมันไม่เท่าไหร่ แต่นางงูนี่สิ น่ากลัว”

จันจิราได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง รีบยกมือเป็นทำนองหยุดพูด หยิบปืนที่เหน็บเอวขึ้นมาเตรียมพร้อม ป้าเนียนรีบวิ่งมาหลบหลังเธอที่เดินนำไปยังห้องครัว เปิดประตูห้องผลัวะ โดยมีปืนนำเข้ามาก่อน เจอร่างๆหนึ่งนั่งหันหลังให้ ก้มหน้าก้มตากินข้าวอยู่ที่โต๊ะอาหาร เขาหันมามองถึงได้เห็นว่าเป็นฤทธิชัยนั่นเอง จันจิราถอนใจโล่งอกเก็บปืนไว้ที่เดิม ป้าเนียนยิ้ม เดินเข้าไปหา

“คุณหนึ่งเองหรือคะ กำลังนึกถึงอยู่เลยค่ะ ตายแล้ว ซื้ออะไรมาเยอะแยะ”

“ไม่ได้เจอกันนานเลยถือโอกาสจัดปาร์ตี้ฉลองที่พวกเราทุกคนรอดพ้นอันตรายจากพวกมัน”

“พี่ดาวล่ะคุณหนึ่ง”

“กำลังมาครับ ที่นี่คือจุดนัดพบของเรา”

ป้าเนียนดีใจที่จะได้เจอทั้งคู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ทันใดนั้น ร่างของดาวปรากฏขึ้น เซถลาแทบจะยืนไม่ติด ฤทธิชัยรีบวิ่งเข้าไปประคอง ถามด้วยความห่วงใยว่าเป็นอะไร

“ดาวไม่เป็นไรค่ะ” เธอซบหน้ากับอกอุ่นๆของเขา แต่แล้วมีเสียงดังขึ้นด้านหลัง

“ท่านแน่ใจหรือว่าไม่เป็นไร”

ทุกคนหันมองตามเสียง ต้องตกใจที่เห็นนาคียืนจ้องด้วยสายตาเหี้ยม งูเก็งกองบนหัวส่ายไปมา

ooooooo

ตอนที่ 13

ค่ำวันเดียวกัน งานเลี้ยงฉลองที่มีดำรงเป็นเจ้าภาพ จัดขึ้น ณ ห้องวีไอพีของโรงแรมหรูกลางกรุง ในงานมีเพียงโต๊ะตัวเดียวกับเก้าอี้ 4 ที่เท่านั้นที่ถูกจัดเตรียมไว้

นายโจกับท่านรองศักดาเดินเข้ามาพร้อมกับนาคีในชุดราตรียาวสวยงาม มีมือปืนคุ้มกันอีก 5 คนคอยตามประกบ สักพัก ดำรงกับบอดี้การ์ดตามมาสมทบ นายโจผายมือเชิญท่านรองศักดากับดำรงให้ลงนั่ง

“ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ดีใจที่คุณดำรงยินดีมาร่วมงานด้วย โครงการมีเหลือเฟือให้พวกเราแบ่งกันกินได้อย่างสบาย...จริงไหมท่านรอง”

“แน่นอนที่สุด...คุณโจ”

“ผมเองก็ต้องขอบคุณอินเตอร์บิสที่ให้โอกาสผม” ดำรงว่าแล้วโบกมือ งิ้วซึ่งปลอมตัวอยู่ในคราบพนักงานสาวเดินไปหยิบแชมเปญที่แช่อยู่ในถังมาเสิร์ฟ แล้วนำกลับไปแช่ไว้ที่เดิม หันไปกระซิบบางอย่างกับพนักงานสาวอีกคน ก่อนจะรีบเดินออกจากห้อง ผ่านมือปืนที่เฝ้าระวังอยู่หน้าประตูไปยังห้องน้ำหญิง

เธอเดินตรวจภายในห้องน้ำทุกห้อง พอเห็นปลอดคน ดึงเครื่องตรวจสัญญาณแบตเตอรี่หัวใจที่สวมคอขึ้นมาดู เห็นไฟสีแดงกะพริบ รีบคว้ามือถือมาโทร.แจ้งอภิชาติซึ่งนั่งรออยู่ในรถกับจักจั่น เขานิ่งฟังครู่หนึ่ง ก่อนบอกเธอว่าเดี๋ยวจะตามเข้าไป กดวางสายแล้วหันไปทางจักจั่น

“คุณงิ้วบอกว่าเครื่องจับสัญญาณแบตเตอรี่หัวใจจับสัญญาณได้ ท่านรองศักดาตัดออกไป ระหว่างนายโจคนใหม่กับนายดำรง ต้องมีคนหนึ่งเป็นนายใหญ่” อภิชาติเล่าด้วยความตื่นเต้น

ทางด้านงิ้วหยิบปืนที่เหน็บไว้ด้านหลังขึ้นมาตรวจดูความพร้อมก่อนจะเก็บไว้ที่เดิม แล้วรีบออกจากห้องน้ำจะกลับไปยังห้องวีไอพี แต่ต้องชะงักเมื่อเจอนาคียืนขวางทางอยู่

“ห้องน้ำอยู่ตรงโน้นค่ะ” งิ้วยิ้มให้ทำไม่รู้ไม่ชี้ ขณะที่นาคีจ้องเธอตาไม่กะพริบ

ooooooo

อีกมุมหนึ่งของโรงแรม จักจั่นควงแขนอภิชาติมาที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ แจ้งกับพนักงานสาวว่ามางานของคุณดำรง เธอหันไปบอกบอดี้การ์ดสองคนที่ยืนอยู่แถวนั้น

“เอ้อ...คือ คุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายมางานคุณดำรงค่ะ”

บอดี้การ์ดกรอกเสียงลงไปในวิทยุสื่อสารเล็กๆที่ข้อมือตัวเองว่ามีแขกของคุณดำรงมา แล้วพาทั้งคู่ไปขึ้นลิฟต์ ครู่ต่อมา ลิฟต์เปิดที่ชั้นวีไอพี เผยให้เห็นบอดี้การ์ดอีกสองคนถือปืนเล็งอยู่

“ยกมือขึ้น...งานนี้คุณดำรงไม่ได้เชิญแขก”

อภิชาติกับจักจั่นลอบสบตากันก่อนจะยกมือขึ้นช้าๆ...

ขณะที่จักจั่นกับอภิชาติพลาดท่าเสียทีให้พวกศัตรูจับได้ งิ้วพยายามจะเลี่ยงออกมา แต่นังงูร้ายยืนขวางทางไม่ยอมขยับ เธอตัดสินใจเปิดฉากบุกก่อน ชักปืนยิงกระหน่ำใส่ นาคีหายตัวแวบไปแวบมาหลบคมกระสุน สุดท้ายไปโผล่ด้านหลัง งิ้วหันกลับมาก็ถูกฝ่ามือฟาดใส่กระเด็นกลิ้งไปกับพื้น พอตั้งหลักได้ เธอสาดกระสุนซ้ำ นังงูร้ายไม่สะดุ้งสะเทือนย่างสามขุมเข้าหา...

เสียงปืนของงิ้วทำให้บอดี้การ์ดทั้งสี่คนเสียสมาธิ จักจั่นกับอภิชาติได้ทีอัดสองคนที่ถือปืนทรุด แล้วหันไปเล่นงานอีกสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังกระเด็นกลับเข้าไปในลิฟต์ จักจั่นเป็นห่วงความปลอดภัยของงิ้ว รีบพุ่งไปยังทิศทางของเสียงปืนโดยมีอภิชาติตามไปติดๆ พอเลี้ยวพ้นมุมตึก ทั้งคู่ต้องตกใจที่เห็นนาคีกำลังขยำคองิ้วยกจนเท้าลอยพ้นพื้น เธอเริ่มหายใจติดขัด อภิชาติเห็นท่าไม่ดี ตัดสินใจตะโกนเรียก

“น้องพี่”

นาคีหยุดกึกปล่อยมือจากคองิ้ว หันมามองด้วยความตื่นเต้นคิดว่าเป็นท่านพี่ฤทธิชัยของตัวเอง แต่ต้องหน้าหงิกเมื่อเห็นอภิชาติยืนอยู่กับจักจั่นซึ่งยิ้มเย้ยให้

“...ขอโทษ ไม่ใช่ท่านพี่ของเธอแต่เป็นท่านพี่ ของฉัน”

นังงูร้ายแค้นจัดพุ่งเข้าอัดอภิชาติปลิวไปกระแทกผนัง แล้วหันไปตบจักจั่นเป็นรายถัดไป แต่เธอยกแขนกันไว้ เขาตั้งหลักได้พุ่งเข้าเตะต่อยนาคีอุตลุด เธอปัดป้องแล้วฟาดฝ่ามือใส่เขากระเด็นไปกองอยู่ใกล้ๆงิ้ว

“คุณงิ้ว...นายดำรง”

ตำรวจสากลสาวสูดหายใจเข้าเรียกพลังแล้ววิ่งออกไป อภิชาติเห็นจักจั่นเสียท่า ถูกนาคีกระแทกพลังใส่ร่างลอยละลิ่ว ชักปืนขึ้นมายิงกราด เธอหันขวับพุ่งใส่อย่างดุดัน แต่เขาหายตัวไปเสียก่อน ทำให้เธอเสียหลักหัวทิ่ม จักจั่นสบช่องสาดกระสุนใส่เป็นชุด เธอหันมาจะเอาเรื่องแต่จักจั่นดีดตัวหนีไปอย่างรวดเร็ว

ooooooo

นายโจ ท่านรองศักดาและดำรงต่างเผ่นไปยังลานจอดรถโดยมีมือปืนคุ้มกันสามคนนำหน้า อีกสองคนปิดท้ายขบวน รถตู้สองคันแล่นพรวดเข้ามาจอด นายโจกับท่านรองศักดาขึ้นรถคันหน้า ส่วนดำรงขึ้นคันหลัง งิ้วตามมาทัน ดีดตัวขวางรถของดำรงไว้ แต่ถูกมือปืนที่ปิดท้ายขบวนยิงสกัด จำต้องหลบเข้าที่กำบัง

ดำรงรีบสั่งให้ออกรถโดยไม่รอมือปืนของตน เธอออกจากที่ซ่อนสาดกระสุนใส่มือปืนทั้งสองคนล้มคว่ำแล้วยิงไล่หลังรถตู้ของดำรงเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่ไร้ประโยชน์รถไปไกลแล้ว จังหวะนั้น มีรถคันหนึ่งแล่นมาจอดเทียบ เธอตวัดปืนจะยิง กลับต้องชะงักเมื่อเห็นจักจั่นโผล่หน้าออกมาจากรถคันนั้น

“ทำซ่า...เดี๋ยวก็ปล่อยให้เดินกลับเองซะเลย”

งิ้วยิ้ม ก่อนจะพุ่งเข้าไปนั่งในเบาะหลัง “ตามไปลากคอนายดำรงกันดีกว่า”

รถยังไม่ทันเคลื่อนที่ นาคีปรากฏตัวขึ้นขวางทางไว้ อภิชาติเร่งเครื่องพุ่งชนร่างของเธอกลับหายวับเข้ามานั่งที่เบาะหลัง คว้าคองิ้วบีบ จักจั่นยิงแสกหน้าเธออย่างจัง แต่เธอไม่สะทกสะท้าน ปัดปืนกระเด็น งิ้วสะบัดมือเธอหลุด ตะโกนลั่นว่าระเบิด อภิชาติรู้งานกระแทกเบรก คว้ามือจักจั่นพุ่งออกจากรถโดยมีงิ้วตามมาติดๆ เป็นจังหวะเดียวกับเกิดการระเบิดขึ้น ไฟลุกท่วมรถ ทั้งสามคนไม่รอดูผลงาน วิ่งสุดฝีเท้าไปให้พ้นจากตรงนั้น

พอได้ระยะปลอดภัย ต่างพากันหยุดวิ่ง งิ้วหอบลิ้นแทบห้อย ส่วนจักจั่นกับอภิชาติมีพลังของนางเสือไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอะไร คอยยืนกราดสายตาไปรอบๆอย่างระแวดระวัง

“นี่คุณงิ้ว...เดี๋ยวนี้หัดพกระเบิดด้วยหรือ” จักจั่นกระเซ้า

“แน่นอน...กะว่าจะระเบิดเหมาพวกมันให้เรียบทีเดียวไปเลย”

อภิชาติเห็นด้วยกับงิ้ว คนชั่วๆต้องเจอแบบนี้ถึงจะสาสม จับไปก็เสียเวลาเปล่าระเบิดตูมเดียวจบ งิ้วรับลูกทันทีว่าใช่ จะได้ไม่ต้องเสียเวลายื่นคำร้องให้เมื่อย

“รู้สึกว่าจะเข้ากันดีเหลือเกินนะ” จักจั่นมองเหล่ อภิชาติรีบตัดบทชวนไปหาอะไรกินกัน จะได้กินไปหาทางกำจัดพวกศัตรูไปด้วย คราวนี้สองสาวพยักหน้าเห็นด้วยอย่างพร้อมเพรียงกัน...

ทันทีที่นายโจกลับถึงเซฟเฮาส์ของแบล็กอีวิล รีบออนไลน์รายงานนายใหญ่

“พวกมันคิดว่าท่านคือนายดำรงที่ยอมทำงานให้อินเตอร์บิสมากกว่าที่จะเป็นนายดำรงที่เป็นนายใหญ่”

“ยังไงก็แล้วแต่ เพิ่มเงินและกำลังจัดการกับพวกมันให้ได้เร็วที่สุด แผนของเราใกล้เข้ามาแล้ว จะให้พวกมันมาขัดขวางไม่ได้”

“ครับท่าน”

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ที่หุบเขาซึ่งลุงเดชกับพ่อแสงถูกมัดไว้ มีมือปืนยืนเฝ้าระวังเพียงคนเดียว พลันมีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบยามค่ำ ทั้งคู่มองสบตาอย่างรู้กัน

ด้านมือปืนเห็นปลอดคนหยิบขวดเหล้าที่ซ่อนไว้ขึ้นมากระดกหนึ่งอึก พอเอาขวดเหล้าออกจากปากต้องตกใจที่เห็นไผ่ในชุดดำสวมหน้ากากยืนอยู่ตรงหน้า เขาตวัดปืนจะยิงแต่ช้าไป ไผ่ชกโครมเดียวหงายหลังตึง

“สุรามีโทษ...ทำให้หมดสติได้” ไผ่ว่าแล้วเดินไปตัดเชือกปล่อยให้ลุงเดชกับพ่อแสงเป็นอิสระ ต่างขยับตัวให้คลายจากความเมื่อยขบ ทันใดนั้น มีเสียงร้องเฮ้ยดังขึ้นด้านหลัง ผู้อาวุโสทั้งสองคนหันไปมองตามเสียง เห็นมือปืน 3 คนยืนอยู่ แต่ไม่เห็นไผ่อยู่แถวนั้นแล้ว

“พวกเอ็งคิดจะไปไหน” หัวหน้ามือปืนตะคอกใส่

“ข้าว่าจะออกไปเดินเล่นเสียหน่อย แก้เมื่อย” ลุงเดชกวนประสาทจบ ทำท่าจะไป

“จับตัวพวกมันไว้”

พวกมือปืนขยับจะเข้าไป แต่ไผ่ปรากฏตัวขึ้นกลางวง เตะรวดเดียวพวกนั้นสลบกลางอากาศ หยิบปืนของพวกศัตรูส่งให้ลุงเดชกับพ่อแสงรับไว้ แล้วบอกว่าพรุ่งนี้เจอกัน

“สายๆก็แล้วกัน พ่อว่าจะนอนให้เต็มอิ่มสักหน่อย” พ่อแสงว่าแล้วเดินฝ่าความมืดออกไปกับลุงเดช...

ขณะที่ไผ่ช่วยลุงเดชกับพ่อแสงรอดเงื้อมมือของผู้กองสัตยามาได้ คายามังตามมาตำหนินาคีถึงถ้ำของเธอที่ทำเสียเรื่องอีกครั้ง เธอเถียงว่าถ้าไม่มีเธอคอยสกัดพวกนางเสือไว้ ไม่รู้ว่าป่านนี้ใครจะอยู่ใครจะไป

“แต่เจ้าปล่อยให้พวกมันหลุดมือไป เจ้าขาดสมาธิ”

“พวกมันมีฝีมือ เราว่าแม้แต่ท่านก็ไม่มีปัญญาที่จะจัดการกับพวกมัน”

คายามังไม่พอใจมากที่เธอยอกย้อน ท่องคาถาทำให้เส้นสีเงินที่คอรัดแน่นขึ้น แม้จะหายใจแทบไม่ออกเธอไม่วายท้าทายเขาให้กำจัดตนเองให้รู้แล้วรู้รอดไป เขาหยุดกึกทำให้เธอกลับมาหายใจปกติอีกครั้ง

“...กำจัดเราท่านก็ไม่เหลือใครทำงานสกปรกให้ท่าน” นาคีหายตัววับไปทันที คายามังได้แต่ขบกรามแน่นด้วยความแค้นใจ...

ดึกแล้ว แต่จักจั่น อภิชาติ และงิ้วไม่ยอมหลับยอมนอน นั่งปรึกษาหารือกันว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี งิ้วเสนอว่าพรุ่งนี้น่าจะไปจับตัวดำรงมาตรวจให้รู้กันไปเลยว่าใช่นายใหญ่แบล็กอีวิลหรือเปล่า จักจั่นไม่เห็นด้วย พรุ่งนี้ดำรงอาจจะไม่ใช่นายใหญ่แล้วก็ได้ งิ้วไม่เข้าใจ หมายความว่าอย่างไร

“มันอาจจะเปลี่ยนหน้าเป็นคนอื่นแล้วน่ะสิ... นอกจากว่า...” อภิชาติพูดค้างไว้แล้วนิ่งไป

“มันจำคุณงิ้วไม่ได้ มันไม่รู้ว่าคุณงิ้วมีเครื่องจับสัญญาณแบตเตอรี่หัวใจติดไปด้วย”

“ดี...ถ้าอย่างนั้นเราไปรวบตัวมันเลย” งิ้วว่าแล้วขยับจะไป อภิชาติรั้งไว้ อ้างว่ามีแผนการใหม่เด็ดกว่านั้น

“เราจะลองเล่นแผนนี้ดู...เคยได้ยินไหมที่เขาว่าเพื่อนสนิทต้องให้อยู่ใกล้ตัวไว้ แต่ศัตรูต้องอยู่ใกล้กว่า...ถ้าเราผลีผลามเข้าไปจะทำให้มันรู้ตัว แล้วเราก็จะไม่มีวันรู้ว่ามันเป็นใคร...และใครเป็นมัน เราต้องใจเย็น เราต้องรอ...” อภิชาติยังพูดไม่จบ งิ้วชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“รอจนให้มันคิดว่าประเทศไทยอยู่ในมือของมัน รอจนกว่ามันจะเผยโฉมหน้าโผล่หัวออกมา”

“เมื่อถึงเวลานั้น เราก็จะเด็ดหัวของมัน”

“เก่งมากฮันนี่...จุ๊บๆ” จักจั่นโดดจูบแก้มอภิชาติ งิ้วทนเลี่ยนไม่ไหว เดินเซ็งออกไป

ooooooo

ลุงเดชกับพ่อแสงไม่ยอมกลับบ้าน ซ่อนตัวอยู่ในดงป่าไม่ห่างจากค่ายของพวกศัตรูตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้า ไผ่อาศัยตาทิพย์ของเหยี่ยวสายลมหาตำแหน่งของทั้งคู่จนเจอ รีบเข้ามาแจ้งข่าว

“พวกมันกำลังเร่งคนสร้างค่าย ผมว่าพ่อกับลุงเดชกลับบ้านก่อนดีกว่า ตอนนี้มันรู้แล้วว่าลุงเดชกับพ่อไม่ใช่พวกมือปืนนอกชายแดนที่มันเกณฑ์เข้ามา”

“ก็ได้ แต่มันยังไม่รู้ว่าไผ่เป็นใคร”

“ครับลุงเดช ผมจะลาดตระเวนดูพวกมันอีกสักรอบสองรอบ ระวังตัวด้วยนะครับ พื้นที่นี้ยังอยู่ในรัศมี ของพวกมัน โดยเฉพาะพวกนินจา”

“เจอกันที่บ้านดอนเสือนะลูก” พ่อแสงยิ้มให้ไผ่ ก่อนจะเดินตามลุงเดชออกไป...

ขณะที่ลุงเดชกับพ่อแสงมุ่งหน้ากลับบ้าน ดาวกับฤทธิชัยในชุดปฏิบัติการนางเสือแอบซุ่มอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ มองรถกระบะขนชายฉกรรจ์มาเต็มคันรถนำขบวนรถบรรทุก สินค้ามีผ้าใบปิดมิดชิด แล่นมาตามทางในป่า ฤทธิชัยรอจังหวะที่ขบวนรถแล่นเข้ามาใกล้ ร่อนจากต้นไม้ขวางหน้าไว้ ชาย 3 คนแต่งตัวคล้ายชาวบ้านทั่วไปลงจากรถเข้ามาหาด้วยท่าทางนอบน้อม

“ดีใจที่ได้เจอนางเสือ แต่พวกเราเป็นแค่ชาวบ้าน จะขนข้าวไปขายแถวชายแดน”

“แถวชายแดนตอนนี้มีแต่พวกโจร ไม่ควรเข้าไป... เอางี้เอาไปส่งที่สถานีอนามัยบ้านดอนเสือจะมีคนจ่ายเงินให้ตามที่ลุงต้องการ”

ชายทั้งสามคนชักปืนยิงกราดฤทธิชัยแทนคำขอบคุณ เขาผงะไปเล็กน้อย แล้วหายตัวไปปรากฏตัวบนต้นไม้ด้านหลัง พวกที่อยู่บนรถกระบะเผยโฉมที่แท้จริง ตวัดปืนยิงใส่เขาซ้ำเป็นชุด ดาวซึ่งยืนอยู่บนต้นไม้อีกด้านหนึ่งยิงโต้ตอบ สังหารพวกมือปืนในคราบชาวบ้านตายเรียบ

จากนั้น เธอและฤทธิชัยต่างดีดตัวลงมายืนดู

ศพพวกมือปืนด้วยความเอนจอนาถใจ เธอสะบัดมือปล่อยพลังไปที่รถบรรทุก ผ้าใบหลุดกระเด็นเผยให้เห็นกระสอบข้าวอยู่เต็ม

“ต้องเป็นข้าวจากโรงสีของพวกมัน เราน่าไปเยี่ยมสักหน่อย”

“ไม่มียี่ห้อติดไว้ที่กระสอบ คุณดาวจะรู้ได้อย่างไร”

เธอยิ้มเหี้ยม ก่อนจะสะบัดมือไปที่กระสอบ

ข้าวปลิวมาอยู่ในมือหนึ่งกำ ร้องเรียกให้เหยี่ยวสายลมปรากฏตัวขึ้นแล้วโยนข้าวในมือขึ้นไปบนท้องฟ้า ขอให้สายลมช่วยนำทางให้

ooooooo

ระหว่างลุงเดชกับพ่อแสงเคลื่อนตัวไปตามพุ่มไม้หนา มีเสียงปืนดังติดๆกันสามนัด ทั้งคู่หยุดกึก ค่อยๆคืบคลานตามเสียงปืน เจอชายหญิงชาวเขาในสภาพทรุดโทรม โดยไม่รู้ว่าเป็นพ่อแม่ของอาตงและ เม่งจูหนีการไล่ล่าของพวกมือปืนมา ลุงเดชกระซิบถามว่าพวกนั้นอยู่ที่ไหน ชายชาวเขาชี้ไปเบื้องหน้า

“ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวฉันจะจัดการกับพวกมัน...

หลบอยู่ที่นี่ก่อน อย่าออกไป”

ทั้งคู่พยักหน้ารับคำ ลุงเดชโบกมือเป็นสัญญาณให้พ่อแสงอ้อมไปอีกทางหนึ่ง แล้วเคลื่อนเข้าหาเป้าหมายอย่างระมัดระวัง ค่อยๆลัดเลาะเข้าไปในดงไม้จนกระทั่งโผล่มาอีกด้านหนึ่ง เห็นมือปืนสี่คนกำลังล้อมชาวบ้านหญิงชายจำนวนหนึ่ง ใกล้ๆกันมีร่างไร้วิญญาณของชาวบ้านนอนจมกองเลือดอยู่สามคน

“ไหนมีใครอยากเป็นศพอีก” มือปืนขู่ฟ่อ

“พวกเอ็งไง” สิ้นเสียงลุงเดช ตามมาด้วยเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว พวกมือปืนตายเรียบ พ่อแสงกับลุงเดชสั่งให้ชาวบ้านตามพวกตนไป พลันมีเงาวูบปรากฏขึ้นในระยะไกล ทั้งคู่รู้ทันทีว่าเป็นพวกนินจา เร่งให้ทุกคนเพิ่มความเร็วขึ้นอีก จนกระทั่งชาวบ้านคนหนึ่งวิ่งต่อไม่ไหวเข่าอ่อนทรุดฮวบ พ่อแสงรีบเข้าไปประคอง

“เราพักก่อนก็ได้” ลุงเดชเสนอ

“พักไม่ได้...พวกนินจา”

ลุงเดชเห็นชาวบ้านต่างเหนื่อยแทบหมดแรง

คิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้...

ไม่นานนัก นินจา 3 คน ร่อนจากต้นไม้ลงมายืนใกล้จุดที่ชาวบ้านซ่อนตัวอยู่ พวกนินจาค้นหาจนเจอพวกชาวบ้านหลบอยู่ในพุ่มไม้ สั่งให้ออกจากที่ซ่อน พวกชาวบ้านยกมือยอมแพ้ พลันมีเสียงพ่อแสงเรียกนินจาดังขึ้นด้านหลัง หนึ่งในพวกนั้นตวัดดาบเข้าหาอย่างน่ากลัว เขาเหนี่ยวไกเปรี้ยงๆๆ

นินจาหายตัวหลบหลีกได้หมด แล้วมาโผล่ตรงหน้าเงื้อดาบฟัน เขาเอาด้ามปืนรับไว้ทัน แต่แล้วมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดจากด้านหลัง ถูกนินจาคนนั้นตายสนิท ลุงเดชก้าวออกจากพุ่มไม้มายืนคู่กับพ่อแสง

“ข้าบอกเอ็งแล้วว่ามันต้องแวบมาหาเอ็ง”

นินจาที่เหลือโกรธจัด ตวัดดาบเข้าหา พ่อแสงตะโกนบอกชาวบ้านให้หนีไปก่อน นินจาไม่สนชาวบ้าน แค่ต้องการแก้แค้นลุงเดชที่ฆ่าพวกของตน ตะลุยเข้าใส่อย่างดุดัน สองผู้อาวุโสสู้ไม่ได้ พ่อแสงถูกฟันที่ไหล่ซ้าย ส่วนลุงเดชถูกฟันที่แขนขวาปืนหลุดมือ นินจาย่างสามขุมเข้าหาเขาพร้อมกับเงื้อดาบฟัน

พลันไผ่ปรากฏตัวขึ้น ใช้มีดสั้นรับดาบไว้ทัน ช่วย ลุงเดชได้อย่างหวุดหวิด นินจาหันมาเล่นงานเขาแทน บุกตะลุยเข้าใส่จนไผ่ต้องถอยร่น นินจาอีกคนที่เหลือกำลังรุกไล่ฟันพ่อแสงที่ใช้ด้ามปืนต้านไว้ไม่ยั้ง ลุงเดชม้วนตัวไปหยิบปืนที่ตกอยู่เล็งไปยังนินจาที่ไล่ฟันพ่อแสง เหนี่ยวไกเปรี้ยงถึงกับทรุด แล้วปราดเข้าไปหาเพื่อนรัก

“ไอ้แสงเอ็งเป็นไง”

พ่อแสงถอนใจเฮือกที่รอดคมดาบมาได้ ถามหาไผ่อยู่ไหน ได้ความว่าไล่ตามนินจาอยู่ ลุงเดชเห็นชาวบ้านค่อยๆโผล่ออกมาทีละคนในสภาพครบสามสิบสอง หันไปยิ้มกับพ่อแสงอย่างโล่งใจ...

ทางด้านไผ่ไล่ตามนินจาจนทัน ตรงเข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด พอสบช่องนินจาสะบัดมีดสั้นใส่ เขาต้องม้วนตัวหลบ แต่พอหันกลับมาอีกที ศัตรูหายไปแล้ว...

ผ่านไปสักพัก ลุงเดชกับพ่อแสงพาพวกชาวบ้านมาถึงรถที่จอดแอบๆอยู่หลังพุ่มไม้ ทุกคนช่วยกันยกกิ่งไม้ที่อำพรางไว้ออก แล้วพากันขึ้นรถ ไผ่ดีดตัวตามมาสมทบ กระเซ้าลุงเดชที่ทำหน้าที่สารถี

“อย่าซิ่งมากนะครับลุง ผมจะคอยตามระวังอยู่ใกล้ๆ เผื่อว่าพวกมันอาจจะโผล่มาอีก”

“ระวังตัว...อย่าประมาท”

“ครับลุง...เข้าเขตบ้านดอนเสือแล้วผมจะแวะไปหาน้องดาวสักหน่อย...พ่อครับ บอกแม่ทำของโปรดของผมไว้ด้วยนะครับ” ไผ่มองรถของลุงเดชที่เคลื่อนออกไป ก่อนจะดีดตัวตาม

ooooooo

ภายในห้องปฏิบัติการของศูนย์ลับ งิ้วง่วนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งแต่เช้ายันสายไม่ขยับไปไหน จักจั่นยกกาแฟเข้ามาวางให้ ถามว่ามีข้อมูลอะไรน่าสนใจบ้าง

“นายดำรง...นักธุรกิจพันล้าน ประวัติใสสะอาด ไม่มีด่างพร้อย...เชื่อก็บ้าแล้ว”

จักจั่นเห็นอภิชาติตามเข้ามา หันไปถามว่าติดต่อกำจรได้ไหม ได้ความว่าเรียบร้อยแล้ว เขาจะหาทางเข้าไปสัมภาษณ์ดำรงให้พวกเรา จะได้ยืนยันว่าหมอนั่น คือนายใหญ่จริงหรือเปล่า จักจั่นชมเปาะว่าสุดที่รักของเธอเก่งอีกแล้ว งิ้วเลี่ยนมากแกล้งส่งเสียงแหวะใส่

“อิจฉา...ก็โทร.ไปหาแฟนตัวเองสิยะ” จักจั่นเย้าจบหัวเราะคิกคักชอบใจ งิ้วพลอยขำไปด้วย...

ขณะเดียวกัน เหยี่ยวสายลมมาบินวนอยู่เหนือโรงสีข้าวแห่งหนึ่งซึ่งมีมือปืนยืนเฝ้าระวังอยู่เป็นจุดๆ รถหรูคันหนึ่งแล่นมาจอด เสี่ยเจ้าของโรงสีลงจากรถเดินเข้าไปในโกดังเก็บข้าว พร้อมกับผู้จัดการและมือปืนอีกเป็นขบวน สำรวจดูกระสอบข้าวสารที่วางเรียงรายอยู่เต็มโกดังด้วยความพอใจ ก่อนจะหันไปส่งผู้จัดการ

“พรุ่งนี้จะมีคนมารับข้าวอีกร้อยกระสอบ เตรียม ไว้ให้ดี”

พวกนั้นถึงกับสะดุ้ง เมื่อเห็นเสือสายฟ้ายืนคำรามอยู่ตรงทางเข้าออกโกดัง แต่แล้วร่างของเสือสลายกลายเป็นร่างของดาวในชุดนางเสือขึ้นมาแทนที่ พวกมือปืนเล็งปืนไปที่เธอเป็นจุดเดียวกันด้วยสีหน้าหวาดหวั่น

“จะปิดโรงสีหรือว่าจะปิดชีวิตของตัวเอง” ดาวตะโกนก้อง

“ผมว่าฟังไว้ดีกว่า จะได้อยู่ยืนยาว” สิ้นเสียง ฤทธิชัยในชุดปฏิบัติการนางเสือก็ปรากฏตัวขึ้นที่กระสอบข้าวเหนือหัวพวกนั้น เสี่ยสั่งลุยให้สิ้นซาก มือปืนยิงกราดไม่ยั้ง ดาวตวัดปืนขึ้นมาพร้อมกันสองกระบอกยิงสวนถูกพวกมือปืนที่แขนบ้างขาบ้างทรุดลงไปกองไม่ให้ถึงตาย เหลือเสี่ยยืนหัวโด่อยู่คนเดียว

“ฉันจะให้โอกาสเสี่ยอีกครั้ง เลิกขายข้าวให้พวกคิดร้ายต่อบ้านเมือง”

“เรื่องอะไรจะเลิก กูจะขาย...กูจะขายข้าวให้พวกมัน เอ็งจะทำไม”

“เป็นคำตอบที่ผิดและเป็นคำตอบสุดท้าย” ขาดคำ เสียงปืนดังปัง ร่างของเสี่ยล้มตึง

ooooooo

บ่ายวันเดียวกัน กำจรเดินตามแผนการที่อภิชาติ วางไว้ เข้าพบดำรงที่ห้องทำงานเพื่อขอสัมภาษณ์สด ออกทีวี เขาติดไมโครไฟนจิ๋วคู่กับสายตรวจสัญญาณแบตเตอรี่หัวใจอีกตัวหนึ่งไว้ที่เสื้อสูทของดำรง

“ผมติดไมค์สองตัวไว้กันเหนียวน่ะครับ...เคยสัมภาษณ์คุณนายคลินตั้น กลับไปถึงสตู ไมค์เสียไม่มีเสียงเลยครับ...เซ็งสุดๆ” กำจรโกหกหน้าตาย ดำรงไม่ติดใจสงสัยอะไร จากนั้นการสัมภาษณ์สดก็เริ่มขึ้น...

อภิชาติ จักจั่น และงิ้วนั่งดูการสัมภาษณ์นี้ทางจอทีวีอย่างตั้งใจอยู่ที่ห้องปฏิบัติการภายในศูนย์ลับ กำจรยิงคำถามแรกทันที

“คุณดำรงเคยเป็นศัตรูกับอินเตอร์บิส แต่ทำไมถึงจัดงานเลี้ยงฉลองการได้สัมปทานให้อินเตอร์บิส”

“นักธุรกิจไม่มีมิตรและศัตรูถาวรหรอกครับ” ดำรงว่าพลางยิ้มอย่างสบายอารมณ์

“พวกไหนครับที่ไปก่อกวนในวันงาน”

“คงเป็นพวกคู่แข่งบริษัทอื่นมากกว่า”

งิ้วอดแปลกใจไม่ได้ที่ดำรงไม่สงสัยพวกเรา ทั้งๆที่นาคีน่าจะจำเราได้ ทำไมถึงไม่รายงานให้พวกเดียวกันรู้อภิชาติตั้งข้อสังเกตว่าเธออาจจะถูกอาจารย์อาคมบังคับมากไปจนกลายเป็นแค้นพวกเดียวกันเอง...

หลังจากเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์สดได้สักพัก กำจรโทร.มาแจ้งอภิชาติว่าจับสัญญาณแบตเตอรี่หัวใจได้

ทั้งจักจั่นและงิ้วต่างประหลาดใจไม่น้อยเมื่อรู้ว่าดำรงคือนายใหญ่แบล็กอีวิล อภิชาติทักท้วงว่าอย่าเพิ่งฟันธง แค่ตอนนี้เท่านั้นที่ใช่ พรุ่งนี้อาจไม่ใช่เขาแล้วก็ได้...

ระหว่างที่แผนการล่าตัวนายใหญ่แบล็กอีวิลของอภิชาติคืบหน้าไปพอสมควร ลุงเดชกับพ่อแสงกลับถึงกระท่อมหลบภัยพร้อมด้วยพวกชาวบ้าน แม่สมพรดีใจที่เห็นทั้งคู่ปลอดภัย แม้จะได้รับบาดเจ็บกันมาบ้าง จังหวะนั้น อาตงกับเม่งจูเพิ่งตื่นจากนอนกลางวันวิ่งเข้ามาหาแม่สมพร

พ่อแม่ของอาตงกับเม่งจูที่อยู่ในกลุ่มชาวบ้านเห็นเข้า ต่างดีใจวิ่งเข้าไปหา เด็กๆเห็นพ่อกับแม่โผกอดร้องไห้โฮด้วยความดีใจ ลุงเดช พ่อแสง และแม่สมพรต่างมองด้วยความแปลกใจ...

ขณะเกิดเรื่องเหนือความคาดหมายที่กระท่อมหลบภัยของแม่สมพร ไผ่แวะไปหาดาวกับฤทธิชัยที่เซฟเฮาส์ เพื่อแจ้งความคืบหน้าเหตุการณ์ตามตะเข็บชายแดนให้รู้ว่าตอนนี้พวกศัตรูกำลังเร่งให้พวกชาวบ้านสร้างค่าย เหมือนเตรียมการสำหรับอะไรบางอย่าง ดาวนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“รัฐมนตรีกลาโหมและ ผบ.สามเหล่าทัพถูกทำร้ายในระหว่างการเดินทางไปประชุมเรื่องการซ้อมรบระหว่างไทยอเมริกันกับศพของพวกรัฐมนตรีช่วยฯที่

พี่ไผ่ไปพบ โดยไม่มีรายงาน ไม่มีข่าว ซึ่งแปลว่าพวกมันส่งคนของมันเข้าไปแทนเรียบร้อย”

“บวกลบคูณหารแล้ว เด็ก ป.4 ก็ต้องรู้ว่าพวกมันต้องปล้นอาวุธในการซ้อมรบคราวนี้อย่างแน่นอน”

ฤทธิชัยพยักหน้าเป็นทำนองเห็นด้วยกับไผ่ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.หาอภิชาติขอให้ช่วยหาข้อมูลเกี่ยวกับการซ้อมรบครั้งนี้ให้ แต่กลับได้ข้อมูลที่น่าตื่นเต้นว่า ทางโน้นพบหลักฐานน่าเชื่อถือว่าดำรงอาจเป็นนายใหญ่ของแบล็กอีวิล ระหว่างรอข้อมูลจากศูนย์ลับ ดาวชวนฤทธิชัยไปปิดค่ายตัดไม้ของพวกศัตรูฆ่าเวลา

“แต่พวกมันได้สัมปทานถูกต้องไม่ใช่หรือน้องดาว”

“สัมปทานถูกต้องที่มีลับลมคมใน ทำให้บ้านเมืองเสียหาย เราปล่อยไว้ไม่ได้...พี่ไผ่ไม่ต้องห่วงเราไม่ทำร้ายเจ้าหน้าที่กับชาวบ้าน นอกจากว่าจะช่วยไม่ได้”

“ดีครับ พี่จะไปหาแม่สมพรดูพ่อแสงกับลุงเดชสักหน่อย”

“ดาวฝากพี่ไผ่ดูค่ายอาสากับสถานีอนามัยด้วยนะจ๊ะ”

ไผ่พยักหน้ารับคำ แล้วดีดตัวหายเข้าไปในราวป่า ขณะที่ดาวกับฤทธิชัยพากันขึ้นรถจิ๊ปขับออกไป

ooooooo

ขณะเดียวกัน ที่โรงเลื่อยของวิวัฒน์ นายโจโทร.มาถามความคืบหน้าจากวิวัฒน์เกี่ยวกับค่ายอาสาบ้านดอนเสือที่นางเสือให้การสนับสนุน

“หลังจากนางเสือโผล่มาวันนั้น ไม่มีเจ้าหน้าที่ยุ่งกับค่ายอาสาแล้วก็ชาวบ้านอีกเลยครับ ผมว่าเราน่าจะให้พวกกองกำลังรับจ้างจัดการจะดีกว่า”

“พวกมือปืนทางชายแดนล่ะ เอามาช่วยได้หรือเปล่า”

วิวัฒน์ว่าน่าจะยากเพราะงานใหญ่กำลังใกล้เข้ามา นายโจไม่มีทางเลือกจึงสั่งให้เขาติดต่อกองกำลังรับจ้างเข้ามาได้เลย เอาเงินฟาดหัวพวกนั้นให้ตายแทนเรา งานเสร็จเมื่อไหร่ค่อยไล่กลับไป

“ได้ครับ...แต่ต้องใช้เงินอย่างน้อย 100 ล้านบาทขึ้นไป”

“แค่เศษเงิน ผมจะรีบส่งไปให้” นายโจพูดจบ วางสาย แล้วโทร.ติดต่อผู้กองสัตยาที่กำลังกวาดต้อนพวกชาวบ้านอยู่แถบชายแดน เขาไม่วายกวนประสาท ถามนายโจว่ายังอยู่สบายดีหรือ

“ยังไม่ตายง่ายๆอย่างที่คุณหวังหรอกคุณสัตยา”

“คุณมีอะไรว่ามา”

“เรากำลังส่งเงินไปให้คุณกับวิวัฒน์ให้อาจารย์คายามังส่งนาคีไประวังด้วย นางเสือปล้นไปได้คุณต้องรับผิดชอบ...” นายโจยังพูดไม่ทันจบ ผู้กองสัตยาไม่พอใจกดวางสายเสียก่อน...

ในเวลาต่อมา ที่ค่ายตัดไม้กลางป่าลึก ขณะชาวบ้านที่เข้าไปรับจ้างตัดไม้กำลังนั่งพักเหนื่อยหลังจากทำงานหนักมาตั้งแต่เช้า ทันใดนั้น ดาวกับฤทธิชัยในชุดปฏิบัติการนางเสือปรากฏตัวขึ้นบนกิ่งไม้ใหญ่

“กลับออกไปหาครอบครัว ก่อนที่จะสายเกินไป” ดาวประกาศก้อง

ชาวบ้านยังไม่ทันจะขยับไปไหน เจ้าหน้าที่ของทางการที่คอยเฝ้าระวังอยู่โดยรอบสาดกระสุนใส่เป็นชุด ดาวกับฤทธิชัยหายตัวไปโผล่ตรงหน้าพวกนั้น เกิดการต่อสู้ด้วยมือเปล่า อึดใจเดียวพวกเจ้าหน้าที่สลบเหมือด ดาวหันไปประกาศกับพวกชาวบ้านอีกครั้ง

“อย่าเห็นแก่เงินจนทำลายชาติ”

“ถ้าใครไม่ฟังจะไม่มีคราวหน้าอีกต่อไป”

สิ้นเสียงฤทธิชัย เสือสายฟ้าคำรามก้องตามมาด้วยเสียงร้องของเหยี่ยวสายลมเป็นทำนองขู่สำทับ พวกชาวบ้านพากันเผ่นแน่บ ดาวกับฤทธิชัยมองตามด้วยความพอใจ ทันใดนั้นไผ่ร่อนลงจากยอดไม้มายืนตรงหน้า

“พี่ไผ่...ลุงเดชกับพ่อแสงเป็นอะไรหรือเปล่า” ดาวใจคอไม่ดี

“ทุกคนสบายดี แต่มีเรื่องสำคัญ เม่งจูกับอาตงเจอพ่อกับแม่แล้ว”

“ถ้างั้น พ่อแม่ของเม่งจูกับอาตงอาจจะจำทางเข้ากำแพงมนต์ที่เม่งจูกับอาตงเจอโดยบังเอิญก็ได้”

ไผ่พยักหน้ารับคำ ดาวกับฤทธิชัยตาเป็นประกายอย่างมีความหวัง ครู่ต่อมา ทั้งสามคนมาถึงกระท่อมหลบภัยของแม่สมพรเพื่อซักถามพ่อกับแม่ของอาตงเรื่องกำแพงมนต์ ทั้งคู่จำไม่ได้ว่าเด็กๆไปเจอกำแพงนั่นที่ไหน เพราะหยุดพักเหนื่อยเมื่อไหร่พวกแกจะหนีไปวิ่งเล่นทุกครั้งก็เลยไม่ได้สนใจ ดาวผิดหวังแต่ยังไม่ยอมแพ้

“ถ้าคิดอะไรออก รีบบอกแม่สมพรเลยนะ เพราะเป็นทางเดียวที่จะไล่พวกคนเลวออกไปจากแผ่นดินไทย”

“...เอ่อ...มีอีกอย่างก็คือ เดินทางย้อนรอยจากที่นี่ไปบ้านผม ผ่านทุกจุด ผมอาจจะจำได้” พ่อของอาตงเสนอแนะ ดาวไม่เห็นด้วย อันตรายเกินไปพวกศัตรูอยู่เต็มพื้นที่ไปหมด

“ป่านนี้อาจารย์อาคมของมัน อาจจะรู้เรื่องเด็กสองคนนี่แล้วก็ได้ เด็กสองคนนี้ตกอยู่ในอันตราย เราต้องระวังให้ดี” คำพูดของฤทธิชัยทำให้พ่อกับแม่ของอาตงไม่สบายใจมาก...

จากนั้น ดาว ฤทธิชัย พ่อแสง ลุงเดช และไผ่มานั่งปรึกษาหารือกันต่อที่ลานหน้ากระท่อมของแม่สมพร

“ตามหลักมนต์จะสลายตามคนกำกับ ถ้าเรากำจัดอาจารย์อาคมได้ ทุกอย่างก็จบใช่ไหมคะพ่อแสง”

“ไม่แน่เสมอไป...อาจารย์บางคนท่องคาถากำกับไว้ที่ของบางอย่าง เช่นมีดแล้วปักเอาไว้ คนทำลายมีดก็คือทำลายคาถาอย่างนี้เป็นต้น...แค่หากำแพงเจอยังไม่พอ ต้องมีคาถาผ่านกำแพงด้วย”

ไผ่อดสงสัยไม่ได้ แล้วทำไมอาตงกับเม่งจูวิ่งผ่านกำแพงเข้าไปได้ ลุงเดชอธิบายว่าเป็นเพราะเด็กเป็นสิ่งบริสุทธิ์ เลยผ่านมนต์หรือวิชามารทั้งปวงได้ ดูอย่างคนท้องคนไส้ พวกปีศาจหรือความชั่วมักจะทำอะไรไม่ได้เพราะมีบารมีเด็กบริสุทธิ์คุ้มอยู่ ดาวตั้งข้อสังเกต ถ้าเป็นอย่างนั้น เด็กทั้งคู่อาจจะพาเราผ่านกำแพงเข้าไปก็ได้

“หรือไม่ก็ลากไอ้อาจารย์อาคมนั่นมา แล้วบีบให้มันบอกทุกอย่าง” ฤทธิชัยเสียงกร้าว

ไผ่ว่าน่าจะยาก เพราะอาจารย์อาคมนั่นมีคาถาเรียกนางงูได้ตลอดเวลา ทุกคนถึงกับหน้าเครียด คิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดี

ooooooo

ขณะที่ไผ่ ฤทธิชัย และดาวเดินมายังรถที่จอดอยู่หน้าทางเข้ากระท่อมหลบภัย มีเสียงร้องของเหยี่ยวสายลมดังขึ้น ต่างรู้ทันทีว่าศัตรูมีการเคลื่อนไหว ไผ่ไม่รอช้าดีดตัวหายเข้าไปในป่า ส่วนดาวกับฤทธิชัยรีบขึ้นรถมุ่งหน้าไปตามทิศทางที่เหยี่ยวสายลมส่งกระแสจิตมาบอก...

ไม่นานนัก ฤทธิชัยกับดาวในชุดปฏิบัติการนางเสือปรากฏตัวขึ้นบนต้นไม้สูง มองไปยังถนนคดเคี้ยวเบื้องหน้าเห็นรถตู้สองคันของศัตรูแล่นมาตามทางโดยมีรถจี๊ปคันหนึ่งนำขบวน ทันใดนั้น ทั้งคู่สัมผัสพลังของนาคีได้

“แผนเดิมครับคุณดาว ทำลายของของมันให้เร็วที่สุด แล้วหลบนางงูให้เร็วที่สุด”

ทั้งสองคนต่างยิ้มให้กัน ก่อนที่จะดีดตัวออกไป...

ทางด้านไผ่ร่อนลงจากยอดไม้ขวางขบวนรถของศัตรูไว้ สะบัดระเบิดชุดใหญ่ใส่รถตู้ นาคีปรากฏตัวขึ้นใช้พลังผลักระเบิดไปหาเจ้าของที่พุ่งหนีได้ทันท่วงที ระเบิดตูมเสียงดังลั่นป่า พอควันจางไผ่หายไป กลับเป็นร่างของดาวกับฤทธิชัยยืนอยู่แทนที่ นาคีจ้องมองด้วยสายตาดุร้าย

“ท่านเอาตัวท่านพี่มาส่งให้เราหรือไง”

“เสียใจด้วย...แค่ไม่นึกว่าจะเจอกับเธอที่นี่มากกว่า” ดาวว่าแล้วคว้ามือฤทธิชัยดีดตัวหายเข้าไปในยอดไม้ นาคีหลงกลไล่ตาม หัวหน้ามือปืนเห็นทางสะดวกสั่งให้ออกรถ คนขับยังไม่ทันจะขยับ  ไผ่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าพร้อมกับสะบัดระเบิดใส่อีกครั้ง คราวนี้พุ่งเข้าหารถตู้ทั้งสองคัน พวกมือปืนถึงกับตาเหลือกเผ่นออกจากรถกันจ้าละหวั่น อึดใจ รถตู้ทั้งสองคันพร้อมเงินระเบิดเป็นจุณ...

ฝ่ายนาคีไล่ล่าดาวกับฤทธิชัยมาถึงลานกว้างกลาง ป่า มีเสียงระเบิดดังสนั่นติดๆกัน เธอหันมองตามเสียงรู้ทันทีว่าถูกหลอก โกรธจัดเส้นผมบนหัวเปลี่ยนเป็นงูเก็งกอง ตวัดมือปล่อยพลังระบายแค้น เกิดระเบิดขึ้นตูมใหญ่จนผืนป่าสะเทือน ก่อนจะหายตัววับไป ดาวกับฤทธิชัยซุ่มดูอยู่ ค่อยๆออกจากที่ซ่อน รับรู้ถึงพลังอันน่าเกรงขามของเธอ...

ครู่ต่อมา นาคีปรากฏตัวขึ้นในถ้ำของตัวเอง ฟุบ หน้าลงกับเตียงร้องไห้สะอึกสะอื้น ทุกอิริยาบถของเธอไป ปรากฏอยู่ที่อ่างน้ำมนต์ตรงหน้าคายามังซึ่งจ้องมองด้วยความไม่พอใจ...

ระหว่างที่นางเสือกับพวกจัดการตัดท่อน้ำเลี้ยงของพวกศัตรูพังพินาศ วิวัฒน์ถือโทรโข่งนำขบวนเหล่าสมุนตรงมายังสถานีอนามัยบ้านดอนเสือราวกับจะมาหาเสียง ป้าเนียนกับจันจิราได้ยินเสียงเอะอะออกมาดู

“ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ทุกท่าน นางเสือทำลายค่ายตัดไม้ ทำลายอาชีพสุจริตของท่าน ขณะนี้เรามีกองกำลังพิเศษเข้ามาคอยป้องกันแล้ว ท่านกลับมาทำงานกับเราได้แล้ว มีค่าทำขวัญพิเศษให้”

ชาวบ้านบางส่วนที่ยืนฟังส่งเสียงเฮด้วยความดีใจ ป้าเนียนเจ็บใจมาก แช่งชักหักกระดูกพวกที่เห็นแก่เศษเงินไม่คิดถึงความถูกต้อง ขอให้ตายไปเกิดเป็นเปรต มีชาวบ้านคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของวิวัฒน์ออกมาตะโกนด่า ทหารรับจ้างชักปืนยิงอย่างเลือดเย็น ชาวบ้านเริ่มไม่พอใจโวยใส่

“ไอ้พวกสารเลว รังแกคนไม่มีทางสู้” ชาวบ้านคนนั้นรีบเข้าไปประคองคนที่ถูกยิง

ทหารรับจ้างคนเดิมกระโดดลงจากรถ ตวัดปืนจะยิงชาวบ้านคนนั้น จันจิราเหลืออดชักปืนยิงเปรี้ยง ทหารรับจ้างล้มตึง แล้วหันปากกระบอกปืนเล็งไปที่วิวัฒน์ พวกทหารรับจ้างขยับจะจ่อปืนใส่ แต่ต้องชะงักเมื่อเธอขู่ว่าถ้าใครขืนขยับ จะยิงเจ้านายของพวกเขาก่อน วิวัฒน์ถึงกับหน้าถอดสี ชิ่งหนีกลับไปแทบไม่ทัน ชาวบ้านต่างโห่ไล่หลังด้วยความสะใจ

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ที่ห้องปฏิบัติการของศูนย์ลับ จักจั่นเห็นงิ้วเดินไปเดินมาสีหน้าครุ่นคิดอยู่นานสองนานชักรำคาญ ถามว่ามีอะไรยังค้างคาใจอีก เธอแค่สงสัย ตอนที่หน่วยของเราถูกพวกศัตรูบุก ดำรงถูกกระสุนปืนเข้าที่ท้อง ถ้าเขาเป็นนายใหญ่จริงก็ไม่ควรจะเกิดขึ้น

“นอกจากนายดำรงต้องการจะให้เกิด” อภิชาติตั้งข้อสังเกต

“หรือว่านายดำรงถูกยิงส่งโรงพยาบาลไม่ใช่เพื่อทำแผลแต่เพื่อผ่าตัดเอาแบตเตอรี่หัวใจออกชั่วคราว”

“วันที่เราพาคุณพ่อของงิ้วกลับมาที่ค่าย นายดำรงต้องรู้ว่าความลับถูกเปิดเผยอย่างแน่นอน เลยแกล้งโทร.ออกไปที่บ้านเพื่อส่งสัญญาณตำแหน่งให้พวกมันรู้”

อภิชาติเชื่อว่าเป็นไปได้ ดำรงวางแผนทำให้ตัวองบาดเจ็บ เพื่อออกไปผ่าตัดเอาเครื่องแบตเตอรี่หัวใจออก พอกลับเข้ามาที่นี่อีกครั้ง เครื่องก็จับสัญญาณไม่ได้ ทำให้ไม่มีใครสงสัย

“จักจั่นว่า...ที่นายดำรงโทร.ไปที่บ้านเป็นการตบตามากกว่า นายดำรงไม่น่าจะปัญญาอ่อนขนาดนั้น”

“แย่แล้ว...ในหน่วยพิเศษมีหนอนบ่อนไส้ มีพวกของมันอยู่” อภิชาติกระซิบ สองสาวตกใจคาดไม่ถึงทนายหนุ่มหน้าเครียดขึ้นมาทันที ยกมือเป็นเชิงห้ามทุกคนพูดอะไรอีก แล้วส่งสัญญาณมือให้จักจั่นกับงิ้วตรวจหาเครื่องดักฟังที่อาจจะถูกติดไว้ในห้องนี้

“เฮ้อ...ปวดท้องขอตัว” จักจั่นแกล้งพูดเสียงดัง แล้วส่งกระแสจิตบอกอภิชาติว่าไส้ศึกกำลังดักฟังเราอยู่เธอจะออกไปหาตัวหมอนั่นด้านนอก เขาพยักหน้ารับรู้ แล้วหันไปพูดคุยกับงิ้วเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ระหว่างนั้นก็ค้นหาเครื่องดักฟังไปด้วย...

ฝ่ายจักจั่นวิ่งไปตามทางเดินของตัวอาคารพร้อมกับปืนในมือ สายตากราดไปมาอย่างระแวดระวัง พลันมีเงาผ่านแวบไป เธอรีบดีดตัวตาม แต่แล้วมีเสียงปืนดังขึ้นติดๆกันสองนัด เธอรีบวิ่งไปยังต้นเสียง เห็นนพถูกยิงที่หัวไหล่ พลางชี้ไปที่ร่างร่างหนึ่งที่นอนฟุบอยู่ เธอตรวจดูบาดแผลเบื้องต้นให้เขา เห็นไม่เป็นอะไรมากก็โล่งใจ

จากนั้นเดินไปค้นตามตัวเจ้าหน้าที่ที่นอนตายพบเครื่องรับสัญญาณขนาดจิ๋ว อภิชาติกับงิ้วตามมาสมทบพร้อมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกสองคน

“ผมเสียใจครับ ที่เจ้าหน้าที่ของเราเป็นแบบนี้”

“ไม่ใช่ความผิดคุณ...คุณนพ...เงินไม่เข้าใคร ออกใคร” อภิชาติปลอบ

“รีบพาคุณนพไปที่ห้องพยาบาล” งิ้วสั่งการทันที จักจั่นรอจนพวกนั้นลับสายตา จึงชูเครื่องรับสัญญาณให้งิ้วกับอภิชาติดู ทั้งสามคนมองไปยังร่างเจ้าหน้าที่ที่นอนตายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด...

เมื่อพบไส้ศึกของศัตรู ทำให้ต้องอพยพทั้งคนทั้งข้าวของไปยังศูนย์ลับแห่งใหม่ อภิชาติกำชับนพว่าต้องตรวจสอบทุกคนอย่าให้มีหนอนบ่อนไส้อีก

“ครับ...ไม่มีแน่นอน เราเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมปฏิบัติการได้ทันทีครับ”

ooooooo

ที่เซฟเฮาส์ของดาวใกล้ป่าบ้านดอนเสือ ฤทธิชัยกำลังเรียกดูข้อมูลเรื่องการซ้อมรบไทยอเมริกันที่ได้จากอภิชาติขึ้นมาดูทางหน้าจอคอมพิวเตอร์

“ผมตรวจดูแล้ว อาวุธที่น่ากลัวและร้ายแรงที่สุดคือเครื่องยิงจรวดระยะไกลชนิดนำวิถีด้วยแสงเลเซอร์”

“น่ากลัวทีเดียวถ้าตกอยู่ในมือของพวกมัน”

“ปัญหาก็คือ เราไม่สามารถเตือนผู้ที่เกี่ยวข้องได้เลย ไม่มีใครเชื่อคนที่หนีกฎหมายอย่างผมและนางเสือ”

ดาวแนะให้ยกเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของกำจร เขาชมว่าเก่งมาก แล้วดึงเธอมาหอมแก้มเป็นการตบรางวัล...

ทันทีที่ได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจาก

ฤทธิชัย กำจรกับทีมงานรีบไปทำข่าวการซ้อมรบไทยอเมริกัน ขณะเขากำลังรายงานข่าวสดๆทางทีวีว่า มีผู้ ไม่ประสงค์ออกนามแจ้งเข้ามาว่าอาจจะมีแผนการชิงอาวุธทันสมัยที่สหรัฐอเมริกานำมาทดลองใช้ในการซ้อมรบ

ครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่เดินเข้ามารวบไมโครโฟนไปจากมือเขา

เกิดการชุลมุนย่อยๆขึ้น จากนั้นจอดำไปดื้อๆ จักจั่นกำลังดูข่าวอยู่กับอภิชาติและงิ้วโวยลั่นว่าเกิดอะไรขึ้น อภิชาติฟันธงว่ามีคนไม่ต้องการให้ข่าวนี้แพร่ออกไป ไม่นานนัก ทีวีกลับมาถ่ายทอดรายงานข่าวอีกครั้ง แต่เป็นภาพท่านรองศักดากำลังให้สัมภาษณ์

“ทางการขอยืนยันว่าการซ้อมรบครั้งนี้เป็นไปตามขั้นตอน มีการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมเข้มข้น ข่าวเรื่องการชิงอาวุธเป็นเพียงแค่ข่าวโคมลอยเพื่อสร้างสถานการณ์เท่านั้น”

กำจรหายไปจากจอทีวี กลายเป็นนักข่าวหญิงคนใหม่มาแทนที่ “นี่คือคำยืนยันจากท่านรองศักดา หัวหน้าหน่วยป้องกันการก่อการร้ายระหว่างประเทศ... ดิฉัน...โฉมฉาย มณีเพชร รายงาน”

จังหวะนั้น ฤทธิชัยโทร.มาบอกอภิชาติว่า ตนเป็นตัวตั้งตัวตีให้กำจรออกข่าวก่อกวนพวกศัตรู พร้อมกับเล่นงานท่านรองศักดาไปด้วย อภิชาติวางสายจากเพื่อนรักได้สักพักก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาถึงกับหน้าเครียด เมื่อได้รับรายงานว่ากำจรถูกซ้อม...

ครู่ต่อมา อภิชาติ จักจั่น และงิ้วไปเยี่ยมกำจรที่นอนพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล โชคดีที่อาการของเขาไม่หนักหนาอะไร มีเพียงรอยฟกช้ำที่ใบหน้าเท่านั้น ส่วนพวกที่ซ้อมเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นคนของท่านรองศักดา จักจั่นเจ็บแค้นแทน สัญญาจะเอาคืนให้ทั้งต้นทั้งดอก

“ขอบใจอีกครั้งเพื่อน ข่าวของแกอย่างน้อยก็ทำให้พวกมันทำงานยากขึ้น” อภิชาติตบไหล่กำจรเบาๆ

“ดี...ถล่มมันให้ราบเลยเพื่อน” กำจรยังมีแรงซ่า อภิชาติรับปากจะจัดการพวกศัตรูไม่ให้เหลือซาก...

อภิชาติรู้เท่าทันว่านายโจวางแผนจะเล่นงานตนเองกับพวก ระหว่างจะไปที่จอดรถจึงซ้อนแผนเล่นงานพวกนั้นตลบหลัง พวกมือปืนถูกจักจั่นกับงิ้วอัดสะบักสะบอมล้มกลิ้งไม่เป็นท่า ขณะที่อภิชาติเอาปืนจ่อหัวนายโจให้ยืนดูสมุนของตัวเองโดนยำเละ

“ณ เวลานี้ เราก็ต่างรู้กันแล้วว่าใครเป็นศัตรู นายใหญ่ของแกกำลังหน้ามืดตามัวคิดว่าตัวเองจะได้ชัยชนะ

แต่หารู้ไม่ เผยโฉมออกมาวันไหน ก็เท่ากับว่าดับตัวเองวันนั้น” อภิชาติยิ้มเหี้ยม นายโจเบ้ปากยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ จักจั่นหมั่นไส้ตบผัวะหน้าหัน ให้ถือว่าตบนี้เป็นของฝากไปให้นายใหญ่

ooooooo

จากนั้น อภิชาติ จักจั่น และงิ้ววางแผนจะแวะไปทักทายท่านรองศักดาเป็นรายต่อไป เนื่องจากนายโจ โทร.ไปเตือนเสียก่อน รอบบ้านของเขาจึงเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่คุ้มกันแน่นหนา แถมยังมีมือปืนคอยตามประกบเขาแจอีกสองคน ทุกคนถูกกำชับให้จับตายผู้บุกรุกได้เลยเมื่ออภิชาติมาเห็นบ้านของท่านรองศักดามีการคุ้มกันเข้ม เดาได้ไม่ยากว่าเขารู้ตัวแล้ว จึงไม่อยากให้งิ้วเข้าไปเสี่ยงอันตรายด้วย สั่งให้รออยู่ที่รถ

“เราสองคนแวบเข้าแวบออกแป๊บเดียวก็เสร็จ...โอเคนะ”

“ก็ได้...ตามสบาย สนุกกันให้เต็มที่” งิ้วออกอาการงอนนิดๆ จักจั่นอดขำไม่ได้

ทั้งสองคนใช้พลังนางเสือสะบัดมือผ่านหน้าตัวเองลงไปถึงพื้น กลายเป็นสวมชุดปฏิบัติการนางเสือทันที แล้วหายตัววับไป งิ้วถอนใจเสียดายที่ไม่ได้ไปด้วย กลับขึ้นรถประจำที่นั่งคนขับ...

เพียงลัดนิ้วมือเดียว อภิชาติกับจักจั่นจัดการพวกเจ้าหน้าที่ที่รายล้อมรอบบริเวณบ้านได้อย่างราบคาบแล้วบุกไปถึงห้องทำงานของท่านรองศักดา อัดมือปืนคุ้มกันสองคนสลบกลางอากาศ เหลือท่านรองชั่วยืนหน้าซีดเพียงลำพัง อภิชาติกระชากปืนในมือเขาไปแล้วผลักให้นั่งที่เก้าอี้

“ท่านรองศักดาประกาศล่านางเสือ พวกเรามาแล้วไง”

เขาอ้างว่าทำตามหน้าที่ พวกนางเสือเป็นศัตรูของประชาชน อภิชาติไม่เข้าใจ จะตามล่าพวกตน แต่ทำไมต้องส่งกำลังไปคุกคามชาวบ้าน เขาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ว่าพวกชาวบ้านรับของจากนางเสือ ถือว่ารับของโจรมีความผิด

“ถามจริง ถ้าผมฆ่าท่านรองตอนนี้ ใครจะมาช่วยท่าน...เลิกยุ่งกับชาวบ้าน ไม่อย่างนั้นผมจะมาเยี่ยมอีก รับรองท่านไม่รอดแน่” อภิชาติเหม็นขี้หน้าเขามาก ตบเปรี้ยงถึงกับหน้าหัน พอหันกลับมาอีกทีทั้งคู่หายไปแล้ว...

ในเวลาต่อมา ระหว่างทางกลับศูนย์ลับแห่งใหม่ จักจั่นเล่าเหตุการณ์ในบ้านท่านรองศักดาทุกฉากทุกตอนไม่ขาดตกบกพร่องให้งิ้วที่ทำหน้าที่สารถีฟัง

“สะใจมาก อยากเห็นหน้าท่านรองตอนโดนตบจริงๆ...มันจะได้รู้เสียทีว่าเราประกาศสงครามกับมันได้เหมือนกัน” งิ้วว่าแล้วคันไม้คันมือขึ้นมาทันที อภิชาติเตือนว่าพวกศัตรูจะต้องเล่นสกปรกกับเราแน่ๆ เราจึงต้อง

เตรียมตัวให้พร้อมไว้ เธอไม่กลัว ถ้าเล่นสกปรกมา เราก็เล่นสกปรกกลับไป จักจั่นเห็นด้วย

“ใช่...คนพวกนี้เลวจนแก้ไม่ได้แล้ว จะเอาชนะพวกมันด้วยความดีนั้นยาก...ต้องเอาความชั่วเข้าล้าง”

“เสร็จงานนี้ต้องรีบไปรดน้ำมนต์ล้างบาปสักหน่อย”

“คุณอภิชาติคะ...สวรรค์ส่งเรามาทำหน้าที่ปราบคนชั่ว ไม่บาปหรอกน่า” งิ้วพูดจบเร่งเครื่องรถ ทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว

ooooooo

อภิชาติ จักจั่น และงิ้วทั้งดีใจและแปลกใจปนกันเมื่อกลับถึงศูนย์ลับแล้วเจอดาวกับฤทธิชัยยืนรออยู่ จักจั่นวิ่งเข้าไปกอดดาว ถามว่ามาที่นี่ทำไม ฤทธิชัยตอบคำถามแทนว่ามีเรื่องที่จะต้องลงมือเกี่ยวกับอาวุธสงคราม นพเชิญทุกคนไปคุยกันต่อที่ห้องปฏิบัติการ อภิชาติรอให้คนอื่นๆเข้าไปก่อน แล้วจึงหันไปพูดกับนพ

“คุณแน่ใจนะว่าไม่มีสายพวกมันอยู่ที่นี่

“มั่นใจแน่นอนครับ”

อภิชาติพยักหน้ารับ ตบไหล่เขาเบาๆแล้วเดินเข้าตัวตึก นพมองตามด้วยสายตาแปลกๆ...

หลังจากฤทธิชัย ดาว อภิชาติ จักจั่น และงิ้วมาอยู่กันพร้อมหน้าในห้องปฏิบัติการ อภิชาติบอกให้ฤทธิชัยเล่าแผนการให้ฟัง แผนขั้นแรกของเขาก็คือ ให้งิ้วใช้ความเชี่ยวชาญเจาะระบบคอมพิวเตอร์หาสถานที่เก็บอาวุธสงครามเหล่านั้น รวมทั้งเส้นทางขนส่ง จะไปที่ไหน เมื่อไหร่ ต้องได้รายละเอียดทุกอย่าง งิ้วคุยว่าแค่นี้เรื่องจิ๊บๆ

“ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ช่วยโอนเงินไอ้พวกคนโกงเข้ามูลนิธิเด็กสักร้อยสองร้อยล้านก็ดีครับ”

“ถ้าคุณอภิชาติต้องการอย่างนั้น อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อยนะ”

“นานแค่ไหนคะ เรามีเวลาไม่มาก” ดาวร้อนใจ

“ครึ่งชั่วโมงนานไปไหมคะ” งิ้วอมยิ้ม ทุกคนพลอยยิ้มไปด้วย ทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย

ooooooo

เมื่อได้ข้อมูลสถานที่เก็บอาวุธและเส้นทางขนส่งพร้อมวันเวลามาเรียบร้อย ฤทธิชัยกับอภิชาติเดินตามแผนสองทันที โดยแฝงตัวเข้าไปเป็นเจ้าหน้าที่ขับรถบรรทุกขนอาวุธ พอได้เวลาเดินทาง รถขนอาวุธสองคันก็เคลื่อนออกจากสถานที่เก็บ รถแต่ละคันมีคนขับหนึ่งคนและคนคุ้มกันอีกหนึ่งคน

มีรถทหารพร้อมเจ้าหน้าที่เต็มคันรถนำขบวนหนึ่งคัน และอีกหนึ่งคันปิดท้าย เจ้าหน้าที่ฝ่ายอเมริกันนั่งรถคันนำขบวน รถแล่นมายังไม่ถึงครึ่งทาง ถนนเบื้องหน้าเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

รถนำขบวนเบรก ทำให้รถที่ตามมาต่างหยุดรอ ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น เจ้าหน้าที่ต่างลงจากรถสาดกระสุนตอบโต้ อภิชาติกับฤทธิชัยดีดตัวลงจากรถขนอาวุธไปยังเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ตัวเองที่สุด ชกเปรี้ยงเดียวสลบเหมือด แล้วต่างคนต่างจับเจ้าหน้าที่ที่ตัวเองต่อยสลบโยนไปไว้ข้างรถให้พ้นจากคมกระสุน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารรีบวิทยุขอความช่วยเหลือ

“ขบวนอาวุธถูกซุ่มโจมตี ขอกำลังทางอากาศเสริมด่วน”

กระสุนปลิวมาถูกเจ้าหน้าที่สื่อสารตายคาที่ การยิงต่อสู้ดำเนินไปสักพัก ฝ่ายเจ้าหน้าที่เริ่มเสียเปรียบพวกศัตรูมีจำนวนมากกว่า ในที่สุดถูกยิงตายหมดรวมทั้งเจ้าหน้าที่อเมริกันที่ถูกส่งมาร่วมทีม

หลังเสียงปืนสงบ นายโจเดินนำเหล่ามือปืนตรงไปที่รถขนอาวุธ สั่งการให้ตรวจดูอาวุธว่าถูกต้องครบถ้วนหรือเปล่า มือปืนหายไปท้ายรถสักพัก กลับมารายงานว่าทุกอย่างเรียบร้อย

“รีบเอาอาวุธไปที่จุดนัดพบ”

มือปืนสองคนโดดขึ้นรถขนอาวุธคนละคันแล้วขับออกไปโดยไม่รู้ว่าอภิชาติกับฤทธิชัยใช้วิชาพรางตัวนั่งไปข้างๆแยกกันคนละคัน นายโจสั่งให้พวกมือปืนขับรถจี๊ปตามไปประกบ อย่าให้พลาดเด็ดขาด จังหวะนั้น นายใหญ่โทร.มาถามความคืบหน้า

“เรียบร้อยครับท่าน...ครับ” นายโจวางสายแล้วโดดขึ้นรถตู้ตามไป เจ้าหน้าที่ที่ถูกฤทธิชัยกับอภิชาติช่วยชีวิตไว้เริ่มรู้สึกตัว กวาดสายตามองไปยังร่างเพื่อนๆซึ่งนอนตายเกลื่อนด้วยความตกใจ...

ขณะมือปืนขับรถขนอาวุธขับตามรถจี๊ปมาอย่างสบายอารมณ์ อภิชาติปรากฏตัวขึ้น เอาปืนจี้ไว้

“ถึงทางแยกข้างหน้าแล้วเลี้ยวขวา” เขาว่าแล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร.ถามฤทธิชัยซึ่งกำลังเอาปืนจี้คนขับรถขนอาวุธอีกคันไว้เช่นกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“เรียบร้อยพร้อมขั้นต่อไป” ฤทธิชัยวางสาย สีหน้าพอใจที่แผนการสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่ง...

ทางด้านรถจี๊ปนำขบวนรถขนอาวุธต้องหยุดรถเมื่อเจอดาวกับจักจั่นในคราบนางเสือยืนขวางถนนอยู่

“บอกรถขนอาวุธให้ถอยไปก่อน” หัวหน้ามือปืนรีบสั่งการทันที

สมุนรีบลงจากรถ โบกไม้โบกมือให้รถขนอาวุธถอยไป แต่ต้องโดดหนีแทบไม่ทันเมื่อรถทั้งสองคันแล่นฝ่าไปหน้าตาเฉย รถจี๊ปที่ปิดท้ายขบวนรีบแล่นตาม ดาวกับจักจั่นชักปืนยิงคนขับรถจี๊ปฟุบคาที่ รถเลยไปจอดนิ่งสนิทอยู่ข้างทาง พวกมือปืนเปิดฉากยิงโต้ตอบแต่สู้ สองสาวไม่ได้ถูกยิงล้มคว่ำจนหมด

ดาวกับจักจั่นเดินไปที่รถจี๊ปดึงร่างมือปืนที่ฟุบอยู่ทิ้งลงกับพื้น แล้วขับออกไป สักพักรถตู้ของนายโจแล่นมา จอดที่จุดปะทะ เห็นมือปืนคนหนึ่งรอดตาย นายโจถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“นางเสือนาย...นางเสือ”

เขาโมโหจัดตวัดปืนยิงแสกหน้ามือปืนหงายหลังตึง รู้ทันทีว่าตัวเองทำงานพลาดถึงกับกุมขมับกลุ้มใจ...

ooooooo

จากนั้นไม่นาน อภิชาติกับฤทธิชัยขับรถขนอาวุธมาถึงโกดังลับแห่งหนึ่ง ตามมาด้วยรถจี๊ปที่ดาวขับงิ้วซึ่ง รออยู่ก่อนแล้วเดินเข้ามาหา ทุกคนต่างตื่นเต้นดีใจที่ชิงอาวุธตัดหน้าพวกศัตรูมาได้ พลันมีเสียงโทรศัพท์ ดังขึ้น ทุกคนหันไปเห็นนพกดรับสาย เล็งปืนมาที่

ทุกคน เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษอีก 4 คน

“อาวุธอยู่ที่นี่” นพพูดจบก็วางสาย

“ที่แท้ไอ้คนทรยศอยู่นี่เอง” งิ้วเข่นเขี้ยวด้วยความแค้น

“เสียใจด้วยครับ เงินไม่เข้าใครออกใคร”นพยิ้ม อย่างไม่สะทกสะท้าน

“แกคิดหรือว่าจะพ้นมือพวกเราไปได้” ฤทธิชัยเสียงกร้าว นพไม่เกรงกลัวขู่กลับ ถ้ารถขนอาวุธไม่ถึงที่หมาย ภายในครึ่งชั่วโมง โรงเรียนที่บ้านดอนเสือจะระเบิดพร้อมกัน สามแห่งไม่มีทางที่ใครจะหยุดได้ทัน ดาวจ้องหน้าเขาราวกับจะเผาให้มอดไหม้

“ชาวบ้านจะถูกยิงนาทีละคน...คุณตัดสินใจ”

จักจั่นทนเห็นคนทรยศลอยหน้าลอยตาไม่ไหว หายตัวไปโผล่ตรงหน้า ตบเปรี้ยง นพทรุดปืนกระเด็น หลุดมือ ดาวต้องขอร้องให้เธอถอยมาก่อนอย่าเพิ่งวู่วาม เธอจำต้องขยับออกห่าง

“ที่แท้พวกแกเป็นนางเสือ...นึกแล้ว...แล้วเจอกัน

นางเสือ” นพโบกมือเป็นสัญญาณ พวกคนทรยศต่างแยกย้ายขึ้นรถขับออกไป ดาวรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.หาไผ่

“พี่ไผ่...ระเบิดในโรงเรียนสามแห่ง ช่วยหาด้วย ครึ่งชั่วโมง”

ไผ่วางสายแล้วหันไปบอกจันจิราถึงสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ ทั้งสองแยกกันไปกู้ระเบิด เขาพุ่งไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ตรงไปที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ด้วยความช่วยเหลือจากเหยี่ยวสายลมทำให้รู้ว่าระเบิดซุกอยู่ในถังขยะ เขาจับกล่องใส่ระเบิดเหวี่ยงขึ้นไปในอากาศแล้วชักปืนยิงตาม ระเบิดดังตูมกระจายเต็มท้องฟ้า เด็กๆคิดว่าเป็นพลุ ต่างตบมือชอบอกชอบใจ...

ด้านจันจิราขับรถจี๊ปมาจอดหน้าโรงเรียนอีกแห่งหนึ่งจัดการระเบิดที่ปะปนมากับกล่องของขวัญวันเกิด อาจารย์ใหญ่ได้สำเร็จโดยไม่มีใครติดใจสงสัยอะไร จากนั้น ไผ่ตามไปเก็บกู้ระเบิดลูกสุดท้ายสำเร็จเช่นกัน แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.แจ้งข่าวดีให้ดาวทราบ

ทุกคนพากันถอนใจโล่งอกที่ทุกอย่างเรียบร้อยทันเวลา

ooooooo

ตอนที่ 12

ภายในโกดังลึกลับ อภิชาติค่อยๆลืมตาขึ้นพบว่าถูกมัดมือมัดเท้าขึงพืดไว้กับเตียงนอน ยังเห็นห้องหมุน จากฤทธิ์ยาสลบที่ถูกฉีด พอตั้งสติได้ เขาส่งกระแสจิตไปหาจักจั่นที่ถูกขังไว้อีกห้องหนึ่งในสภาพเดียวกัน

เธอได้ยินเสียงเรียกของเขา แต่ยังไม่ยอมลืมตาจะขอนอนต่อ เขาต้องหลอกล่อว่าขืนชักช้าจะอดไปช็อปปิ้ง เธอลืมตาโพลงขึ้นทันที ส่งกระแสจิตไปถามว่าเราอยู่ที่ไหน

“พวกเราถูกพวกมันบังคับให้จำยอม จำได้หรือยัง”

เธอนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อ๋อ...ใช่แล้ว...อย่างนี้ต้องตบสั่งสอน”

อภิชาติซักอีกว่างิ้วอยู่ด้วยหรือเปล่า ได้ความว่าเธออยู่คนเดียวไม่รู้ว่างิ้วอยู่ไหน เขาบอกให้เธอรอก่อนเดี๋ยวจะไปหา จังหวะนั้นมีเสียงดังขึ้นหน้าประตูห้องขัง อภิชาติรีบหลับตาทำเหมือนยังไม่ฟื้น หมอเดินนำมือปืนเข้ามาในห้องจะมาตรวจร่างกายเขาเพื่อเตรียมเข้าผ่าตัด มือปืนเตือนหมอให้ระวังๆไว้หน่อย

“ผมฉีดยาสลบไว้แล้ว...พวกมันไม่ฟื้นง่ายๆหรอก”

ขณะที่หมอใช้หูฟังตรวจการเต้นของหัวใจ อภิชาติใช้พลังดึงปืนจากเอวมือปืนขึ้นมาจ่อหัวเจ้าของไว้ หมอยังคงตรวจไปเรื่อยโดยไม่รู้เรื่อง มือปืนต้องเรียกให้หัน

มาดู เขาตกใจเมื่อเห็นปืนลอยอยู่ในอากาศตรงหน้ามือปืน อภิชาติลืมตามอง ก่อนจะสั่งให้มือปืนวางปืนกลในมือลง แล้วให้ถอยไปยืนที่มุมห้อง ปืนลอยตามไปคุมเชิงแจ

เขาใช้พลังสะบั้นเชือกที่มัดแขนขากระจุย ดีดตัวลงมายืนยิ้มแฉ่ง ทุบหมอสลบแล้วเอาเสื้อผ้าของเขามาใส่ สั่งให้มือปืนเคาะประตูเรียกเพื่อนที่อยู่หน้าห้องขังให้เปิดประตู เพื่อนมือปืนไม่เอะใจเปิดประตูให้

“ถ้ามันฟื้นเอะอะโวยวายก็อย่าไปสนใจมัน ข้าจะพาหมอไปดูนังผู้หญิงสองคนนั่น” มือปืนที่ถูกจี้จับตัวว่าแล้วเดินนำอภิชาติในคราบหมอออกไป ครู่ต่อมา อภิชาติช่วยจักจั่นออกจากห้องขังได้อย่างปลอดภัย โดยไม่รู้ว่างิ้วอยู่ที่ไหน เป็นตายร้ายดีอย่างไร

ooooooo

พวกแบล็กอีวิลเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง คราวนี้สั่งให้เหล่าสมุนกวาดต้อนชาวบ้านตามชายแดนมาเป็นแรงงานทดแทนพวกของตนที่ถูกนาคีฆ่าตายไป

จำนวนมาก ผู้กองสัตยามอบหมายให้ลุงเดชกับพ่อแสงเป็นคนคุมงานนี้ กำชับว่าต้องรวบรวมชาวบ้านมาให้ได้มากที่สุด มีงานใหญ่กำลังใกล้เข้ามา

ลุงเดชกับพ่อแสงมองสบตากัน แล้วมองไปยังกลุ่มชาวบ้านที่ถูกกวาดต้อนมา ทันใดนั้น มีเสียงร้องของเหยี่ยวสายลมดังขึ้น ลุงเดชกวาดตามองไปรอบๆ เห็นไผ่ซุ่มมองอยู่ ก่อนจะดีดตัวหายไป...

ด้านฤทธิชัยกับดาวหนีรอดเงื้อมมือนาคีมาหลบอยู่ที่ลานเล็กๆแห่งหนึ่งกลางป่า จากนี้ไปเขาต้องการให้เราสองคนอยู่ด้วยกัน นาคีไม่ใช่สัมผัสเขาได้คนเดียวเท่านั้น ยังสัมผัสเธอได้ด้วย

“นาคีตามคุณหนึ่งเพื่อความรัก แต่ตามดาวเพื่อกำจัด”

“เราต้องรวมพลังกันถึงจะมีทางรอด” เขาว่าแล้วดึงเธอมากอดไว้แนบอก ไผ่ซึ่งยืนดูอยู่พักหนึ่งแล้ว อดรนทนไม่ไหว แซวทั้งคู่ว่าหวานกันจนไม่รู้ตัวเลยว่าเขามา

“มาขัดจังหวะทำไมมิทราบพี่ไผ่”

“พวกมันกำลังรวบรวมพวกชาวบ้านเป็นการใหญ่ เหมือนกำลังจะสร้างค่ายใหม่อย่างเร่งด่วน”

“แปลกมาก ปกติมันจะหายไปก่อนแล้วไปโผล่ที่ลึกลับที่ไหนสักแห่ง” ฤทธิชัยตั้งข้อสังเกต ดาวเห็นด้วยกับเขา แสดงว่าต้องมีบางอย่างที่สำคัญมาก พวกนั้นถึงรอไม่ได้ ฤทธิชัยติดต่อหน่วยพิเศษแล้ว แต่กำลังไม่พอจะต้านนางงูได้ ส่วนกำลังของทางการก็ถูกท่านรองศักดาคุมอยู่ เราเลยทำอะไรไม่ได้

“ที่เราทำได้ตอนนี้คือ...สกัดทุกอย่างที่พวกมันส่งเข้ามา” ดาวตาวาวโรจน์ พลันมีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องดังขึ้น ดาวหลับตาทำสมาธิ สัมผัสได้ว่าศัตรูมีการเคลื่อนไหว ทั้งสามคนรีบตรงไปยังเป้าหมายทันที...

ไม่นานนัก ดาว ฤทธิชัย และไผ่ในชุดปฏิบัติการนางเสือ มาแอบซุ่มอยู่บนเนินดินหลังพุ่มไม้หนา มองยังถนนเบื้องหน้าเห็นขบวนรถบรรทุกของศัตรูสองคัน มีรถกระบะขนมือปืนคุ้มกันนำหน้าและอีกคันหนึ่งปิดท้ายขบวน ฤทธิชัยจะคอยสกัดนาคีไว้ ถ้าเกิดปรากฏตัวขึ้นมา

“ผมกับน้องดาวจะรีบทำลายขบวนสินค้าของมันให้เร็วที่สุด”

“หลังจากนั้น เราสองคนจะรีบไปช่วยคุณหนึ่งทันที”

“ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีนะครับ” ฤทธิชัยพูดจบ ดีดตัวออกไป ส่วนดาวกับไผ่อ้อมไปอีกด้านหนึ่ง พอได้จังหวะทั้งสามคนบุกโจมตีขบวนรถ สังหารมือปืนคุ้มกันตายเป็นเบือ หัวหน้ามือปืนเห็นท่าไม่ดี หยิบสร้อยรูปงูที่ห้อยคอขึ้นมาสวดคาถาที่คายามังให้ไว้สำหรับเรียกนาคี

“พวกมันใช้คาถาเรียกนางงู ดาวเคยเห็นนางงูโผล่มากับตา”

“คาถาเรียกนางงู  ต้องเจอคาถาหยุดนางงูสักหน่อย” ไผ่ว่าแล้วยิงใบหูหัวหน้ามือปืนถึงกับร้องลั่น ขู่ซ้ำถ้ายังไม่หยุดสวดคาถา  จะส่งไปเฝ้ายมบาล เขาหยุดสวด แล้วหันไปสั่งให้สมุนฆ่าพวกนางเสือให้สิ้นซาก มือปืนระดมยิงไม่ยั้ง ทั้งสามฝีมือเหนือกว่า นกกระจอกยังไม่ทันจะกินน้ำก็อัดพวกนั้นนอนร้องครวญครางไปตามๆกัน

“ฉันไม่อยากทำบาป...รีบไปซะ” ดาวตะเพิดเสียงลั่น พวกมือปืนต่างประคองกันวิ่งหนี

“ลองดูหน่อยสิว่า พวกมันขนอะไรมา เผื่อจะอ่านแผนของมันออก” ฤทธิชัยเดินนำดาวกับไผ่ไปด้านหลังรถบรรทุก แล้วใช้พลังดึงประตูตู้สินค้าเปิดออก เผยให้เห็นข้าวอัดอยู่เต็ม

“ข้าวเยอะขนาดนี้เลี้ยงคนได้เป็นพันๆคน” ฤทธิ-ชัยจ้องข้าวตรงหน้าไม่วางตา

“อาจเป็นหมื่นก็ได้ถ้าขนมาอีกสักเที่ยวสองเที่ยว” ไผ่ตั้งข้อสังเกต  ฤทธิชัยอดสงสัยไม่ได้  พวกศัตรูจะเตรียมผู้คนมากมายไว้ทำไม ดาวสรุปว่าพวกนั้นกำลังเตรียมกองทัพ ทั้งสามมองหน้ากันสีหน้าเป็นกังวลสุดๆ

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ภายในห้องที่เคยกักขังอภิชาติ หมอค่อยๆรู้สึกตัวได้สติ รีบพุ่งไปที่ประตูห้องขัง ทุบปังๆๆ สั่งให้เปิด มือปืนยืนยามรำคาญตะโกนลั่น

“เฮ้ย...เงียบๆเว้ย”

“ไอ้โง่...พวกมันหนีไปแล้ว” หมอยังคงทุบประตูห้องไม่หยุด มือปืนรีบเปิดประตู เห็นหมอเดินโซเซออกมา รีบคว้าวิทยุสื่อสารขึ้นมาแจ้งศูนย์ว่านักโทษหนี ทันทีที่นายโจรู้ข่าว สั่งให้จับตายนักโทษทุกคน อย่าให้ใครรอดไปได้เด็ดขาด...

หลังจากได้รับรายงานว่านางเสือจู่โจมขบวนรถขนสินค้า ผู้กองสัตยาส่งมือปืนให้ไปรับตัวคายามังมาพบที่ลานกว้างไม่ห่างจากกำแพงมนต์นัก ต่อว่าเขาว่าเสบียงของพวกเราเพิ่งถูกนางเสือทำลายเสียหายยับเยิน นาคีหายหัวไปไหนทำไมถึงไม่ตามไปคุ้มกัน

“พวกมันมีสร้อยงูที่ข้าให้ไป แค่ท่องคาถาไม่กี่คำ ถ้าทำไม่ได้ก็สมควรตาย”

“มีสองข้อ...ข้อแรกคาถาของท่านเฮงซวย...ข้อสองนางงูไม่สนท่าน ลองแสดงให้ดูหน่อยสิว่าเป็นข้อไหน”ผู้กองสัตยาว่าแล้วถอดสร้อยรูปงูที่ห้อยคอตัวเองยื่นให้

คายามังรับไปด้วยสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะพึมพำท่องคาถา แต่ไม่มีวี่แววนาคี จอมขมังเวทขบกรามแน่นด้วยความโกรธ

“รู้สึกว่าจะเป็นข้อสองนะท่าน” ผู้กองสัตยายิ้มเยาะ

“พลังของนางงูแข็งแกร่งขึ้นเกินกว่าที่คาถาจะบังคับได้เสียแล้ว”

ผู้กองสัตยาไม่พอใจ ต่อว่าว่าทำไมพูดชุ่ยๆ แบบนี้ คายามังรับรองว่าเรื่องนี้แก้ไขได้ไม่ยาก เขากำชับให้จัดการเรื่องให้เร็วที่สุด เราจะมีทั้งของทั้งเสบียงมาส่งอีกหลายเที่ยว เราเสียหายไปมากแล้วและไม่ต้องการให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก คายามังจ้องหน้าเขาด้วยสายตาเยือกเย็น ก่อนจะหายตัวไป ลุงเดชกับพ่อแสงซึ่งยืนอยู่ในกลุ่มมือปืน ต่างลอบสบตากัน

ooooooo

อภิชาติกับจักจั่นบังคับให้มือปืนที่พวกตนจี้จับตัวไว้นำทางไปยังห้องกักขังงิ้ว จากนั้นจัดการมือปืนสองคนที่ยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าห้องขังราบคาบ แล้วสั่งให้มือปืนนำทางลากพรรคพวกตัวเองเข้าไปไว้ในห้อง

จักจั่นเห็นงิ้วนอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่บนเตียงรีบเข้าไปตบแก้มเบาๆให้รู้สึกตัว แต่เธอมึนงงจากฤทธิ์ยาสลบยังไม่ได้สติ อภิชาติไม่ต้องใช้บริการของมือปืนนำทางอีกต่อไปแล้ว จึงฟาดหัวเขาสลบเหมือด แล้วใช้พลังทำลายเชือกที่มัดมือมัดเท้างิ้วออก

“สวีตฮาร์ท นำทาง ผมจะอุ้มคุณงิ้วไปเอง”

จักจั่นมองเหล่ ก่อนจะดีดตัวออกจากห้อง อภิชาติยิ้ม แล้วรีบเดินตาม...

ขณะที่อภิชาติกับจักจั่นกำลังหาทางหนีออกจากที่คุมขัง พวกมือปืนของแบล็กอีวิลไล่ล่าชาวบ้านที่ไม่ ให้ความร่วมมือเข้าไปในป่าลึก ชาวบ้านพยายามหนีสุดชีวิตแต่ไม่พ้นถูกพวกนั้นล้อมไว้ และยิงปืนขู่ขึ้นฟ้า

“ใครคิดหนีอีก ตายอย่างเดียว”

พลันมีเสียง เสือสายฟ้าคำรามก้อง พวกมือปืนต่าง มองหน้ากันเลิ่กลั่ก พอเห็นอะไรไหวๆ สาดกระสุนใส่ด้วยความหวาดกลัว พวกชาวบ้านต่างนอนราบกับพื้นหลบห่ากระสุน จังหวะนั้น ฤทธิชัยในชุดปฏิบัติการนางเสือ ร่อนลงกลางวงพวกมือปืน เตะกวาดรวดเดียวมือปืนพากันทรุดลงไปกองกับพื้น แล้วหันไปทางชาวบ้าน

“รีบไปจากที่นี่เร็วเข้า...ไปที่บ้านดอนเสือจะปลอดภัย”

ชาวบ้านพากันวิ่งหายเข้าไปในราวป่า ฤทธิชัยมองตาม แต่พอหันกลับมาอีกทีเจอนาคียืนจ้องอยู่ เขาขอร้องเธอเลิกยุ่งกับเขาได้แล้ว เราสองคนต่างคนต่างอยู่จะดีกว่า เธอไม่อาจลืมเขาได้ พยายามอ้อนวอน

“ท่านพี่รู้ไหม เราต้องถูกอาจารย์ทรมานแค่ไหนที่เราคอยปกป้องท่าน...ช่วยเหลือท่าน”

“ผมรู้...แต่คุณเลือกทางเดินเองจะมาโทษผมไม่ได้” เขาพยายามจะปลีกตัว แต่เธอขวางไว้

“ในเมื่อท่านไม่ต้องการความรัก เราจะให้ท่านเป็นทาสของเรา” เธอว่าแล้วเข้าโจมตี เขาปัดป้องก่อนจะดีดตัวถอยห่าง เธอโกรธจัดเส้นผมบนหัวเปลี่ยนเป็นงูเก็งกองส่ายไปมา

ฤทธิชัยตั้งท่าเตรียมต่อสู้ นาคีจู่โจมอย่างดุดัน เขาตั้งรับแล้วโต้กลับได้ไม่กี่กระบวนท่าก็เริ่มถูกรุกไล่จนต้องถอยร่น เธอสะบัดฝ่ามือใส่ล้มกลิ้งล้มหงาย แล้วตามเข้าไปจะซ้ำ แต่มีเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของเธอผงะถอยหลังตามแรงอัดของกระสุน ดาวในคราบนางเสือร่อนลงไปยืนข้างชายคนรัก

“...ถึงพวกท่านจะอยู่ในคราบนางเสือก็ไม่สามารถต้านพลังเราได้” นาคียิ้มเยาะ

“ลองดูก่อนไม่เสียหาย ความชั่วไม่เคยชนะความดี”

“ท่านเพ้อเจ้อไปแล้ว” นาคีพูดจบหายตัวมาโผล่ตรงหน้าดาวกับฤทธิชัย สองคนรวมพลังกันต้านเธอสุดฤทธิ์ ทีแรกดูท่าว่าจะต่อกรได้ แต่ผ่านไปไม่นานก็เริ่มเสียเปรียบ ดาวถูกพลังกระแทกกระเด็น ฤทธิชัยเข้าต่อสู้ถ่วงเวลาไว้ พอเธอตั้งหลักได้สาดกระสุนใส่นาคีเป็นชุด จากนั้นเขาตามเข้าไปฟาดฝ่ามือซ้ำจนกระเด็น

นังงูร้ายโกรธจัด ยกมือขึ้นพร้อมกันสองข้างเตรียมปล่อยไม้ตาย แต่แล้วกลับชะงักหายใจไม่ออก พยายามดึงเส้นเงินที่รัดคอออกแต่ไม่สำเร็จ สุดท้ายก็หายตัววับไป ดาวกับฤทธิชัยอดแปลกใจกับท่าทีของเธอไม่ได้ หลังจากสำรวจรอบบริเวณอย่างถี่ถ้วนจนมั่นใจว่านาคีไปแล้วจริงๆ ทั้งคู่ทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดเรี่ยวแรง

“คุณดาวคิดอะไรอยู่ คราวหลังถ้าผมเผชิญหน้าติดพันอยู่กับนาคี ห้ามเข้ามาเด็ดขาด”

“ได้ไง...อ๋อ...นี่สนใจนาคีแล้วคิดปัดดาวให้พ้นทางหรือคะ” เธอตีหน้ายักษ์ใส่ แกล้งผลักเขาออกห่าง

“โธ่...คุณดาว ผมเป็นห่วงคุณดาว ผมต้องการให้คุณดาวคอยหาทางเล่นงานจากวงนอกมากกว่า”

เธอเข้ามากอดเขาไว้ หัวเราะคิกคัก “ดาวแกล้งหึงแบบตัวอิจฉาเล่นๆน่ะค่ะ ดาวรู้ค่ะว่าคุณหนึ่งเป็นห่วง”

“แต่ความจริงหึงก็ดีเหมือนกันนะ ผมชอบ” เขากอดเธอไว้แน่น เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนที่ต่อสู้กัน นาคีมีอาการผิดปกติก่อนที่จะจากไป ฤทธิชัยไม่สนใจท่าทางเหล่านั้น ขอเพียงให้เธอไปพ้นๆก็พอ

ooooooo

ระหว่างที่คายามังกำลังนั่งบริกรรมคาถาอยู่ในถ้ำของนาคี เจ้าของถ้ำปรากฏตัวขึ้น หายใจอย่างยากลำบากพลางจับเส้นเงินที่รัดคอไว้ เขาลืมตาขึ้นมองหยุดท่องคาถา เธอคลายความอึดอัด หายใจได้เป็นปกติ

“เจ้ามัวแต่ตามหาผู้ชายของเจ้า จนเสียงาน นายใหญ่ไม่พอใจ” คายามังต่อว่า

“เรากำลังจะกำจัดศัตรูให้ท่าน แต่ท่านกลับขัดจังหวะเรียกเรามา ถือว่าท่านเป็นคนปล่อยให้ศัตรูหนีไป”

“เจ้าไม่ต้องแก้ตัว เจ้าไม่ยอมปรากฏตัวตามคาถาเรียก...เอาล่ะ แล้วไปแล้ว ยังมีเรื่องสำคัญที่จะต้องทำ”

นาคีสีหน้าเฉยเมย แต่สายตาฉายแววแค้นขึ้นมาแวบหนึ่งโดยที่คายามังไม่ทันสังเกต...

ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างคายามังกับนาคีใกล้ถึงจุดแตกหัก จักจั่นวิ่งนำอภิชาติที่อุ้มงิ้วไว้ในอ้อมแขนไปตามลังเก็บของที่วางเรียงรายอยู่ในโกดังลึกลับ จนกระทั่งไปถึงห้องห้องหนึ่ง  มีมือปืนยืนเฝ้าระวังอยู่สาม คน จักจั่นหยุดมองด้วยความสนใจ อภิชาติอดสงสัยไม่ได้ว่าหยุดทำไม

“พวกมือปืน มันเฝ้าอะไรอยู่สักอย่าง”

“ช่างมัน...ทางออกน่าจะอยู่ด้านโน้น” อภิชาติพยักพเยิดไปอีกทางหนึ่ง แต่จักจั่นไม่สนใจ

“ตามหลักพวกมือปืนพวกนี้ต้องออกตามล่าพวกเรา แต่ยังอยู่ที่นี่แสดงว่าหลังห้องนั้นต้องมีบางอย่างน่าสนใจ” เธอจ้องห้องนั้นไม่วางตา เขารู้จักนิสัยใจคอเธอดีว่าจะไม่ยอมไปไหนแน่ ถ้าไม่เข้าไปดูให้เห็นกับตาว่าข้างในมีอะไร จึงวางงิ้วลง หยิบผ้าใบแถวนั้นมาคลุมร่างเธอไว้

“โอเค...เราเข้าไปดูกัน...แล้วจะเอาไง”

จักจั่นหรี่ตามองชุดหมอที่อภิชาติสวมอยู่อึดใจก่อนจะคิดแผนการออก ครู่ต่อมา ทั้งคู่ก็มาถึงหน้าห้องเป้าหมาย มือปืนที่ยืนเฝ้าระวังต่างหันมามองอภิชาติซึ่งอุ้มจักจั่นที่แน่นิ่งอยู่ในอ้อมแขนด้วยความแปลกใจ

“คุณหมอ...จะไปไหน”

“เปิดประตูห้อง จะพานักโทษเข้าไป”

“ห้องนี้ไม่ใช่ห้องพยาบาลเข้าไม่ได้” มือปืนทักท้วง

ทันใดนั้น อภิชาติโยนจักจั่นใส่ มือปืนรับไว้ด้วยความตกใจ สองคนรุมเตะต่อยไม่กี่อึดใจพวกนั้นสลบเหมือด แล้วรีบพุ่งเข้าไปในห้อง พบว่าเป็นห้องประชุมเล็กๆที่ผนังมีจอสำหรับฉายภาพ จักจั่นตรงไปเปิดเครื่องฉายสไลด์ ปรากฏภาพขึ้นมาทีละภาพๆ เธอสงสัยว่าพวกนี้เป็นใครกัน ทำไมสำคัญถึงขนาดต้องมีคนเฝ้า

“รัฐมนตรีช่วยฯของกระทรวงต่างๆ”

“จักจั่นนึกว่าเป้าหมายของมันจะเป็นพวกรัฐมนตรีเสียอีก”

“มีบางอย่างไม่ลงตัวเสียแล้ว...เรารีบออกไปจากที่นี่ดีกว่า” อภิชาติหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก แล้วเดินนำจักจั่นออกจากห้องเป้าหมาย แต่ต้องชะงักเมื่อเจอนายโจพร้อมกับสมุนนับสิบควบคุมตัวงิ้วที่ยังมึนยาไว้ สั่งให้ทั้งคู่ยอมจำนนถ้าไม่อยากเห็นเธอต้องเป็นอะไรไป

จากนั้น อภิชาติกับพวกถูกนำตัวมาขังไว้ในห้องแคบๆห้องหนึ่ง มีเพียงช่องลมขนาดเท่าหัวคนติดอยู่เหนือเพดานห้อง ที่มุมห้องด้านหนึ่งมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ อภิชาติกราดมองอย่างพิจารณา ก่อนจะพึมพำเบาๆ

“ไม่ดี...แบบนี้ไม่ดี”

ขาดคำ มีควันออกมาจากช่องลมเล็กๆ เขารู้ทันทีว่าเป็นแก๊สพิษ รีบจี้สกัดจุดที่ต้นคองิ้วถึงกับหมดสติทันที ขณะที่ควันพิษเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง...

อีกด้านหนึ่งของโกดัง ภายในห้องควบคุม นายโจ จ้องภาพจากกล้องวงจรปิดเขม็ง เห็นร่างของอภิชาติจักจั่น  และงิ้วนอนนิ่งอยู่กับพื้นห้อง สั่งให้เจ้าหน้าที่เทคนิคปล่อยแก๊สพิษเข้าไปอีก เอาให้แน่ใจว่าพวกนั้นตายสนิท เขารีบทำตามคำสั่ง สักพัก เห็นควันพิษหนาขึ้นๆ  จนกระทั่งมองอะไรไม่เห็น

ooooooo

ในเมื่อไม่มีทางหลบนาคีพ้น ฤทธิชัยจึงตัดสินใจกลับมาอยู่กับดาวที่เซฟเฮาส์ของเธอใกล้ป่าบ้านดอนเสือ เธอถามย้ำเพื่อความแน่ใจว่าเขาจะอยู่ที่นี่จริงหรือ

“ครับ...อยู่ที่ไหนนาคีก็หาเราพบอยู่ดี อยู่ที่นี่เราจะได้ติดต่อกับทุกคนได้...เราสองคนช่วยกันต้านนาคีก็พอจะรอดได้ ถ้าไม่ไหวรีบเผ่นก็ยังทัน”

“ได้ค่ะ...ดาวเผ่นทันอยู่แล้ว...” ดาวยิ้มขำ แต่ต้องหุบยิ้มเมื่อได้รับโทรศัพท์จากนพแจ้งว่า อภิชาติ จักจั่นและงิ้วหายไปอย่างไร้ร่องรอย...

ขณะที่ดาวกับฤทธิชัยเป็นกังวลที่อภิชาติกับสองสาวหายตัวไป จันจิราในคราบสาวเปรี้ยวกับไผ่ในคราบนักพนัน วางแผนจะแวะไปเผาบ่อนแห่งใหม่ของวิวัฒน์ที่ตั้งอยู่ในตลาดบ้านมะกรูดให้ราบ ทั้งคู่เดินมาถึงหน้าบ่อนตอนที่มือปืนของศัตรู 3 คนเข้ามาทักผิดคิดว่าเป็นพวกเดียวกัน กำลังจะนำตัวผู้หญิงหากินมาส่ง เร่งให้ทั้งคู่รีบขึ้นรถตู้ ไผ่ปล่อยเลยตามเลยเดินตามพวกนั้นไปที่รถ หนึ่งในมือปืนจะเข้ามาคว้าจันจิรา เขาห้ามไว้

“เฮ้ย...คนนี้ข้าดูแลเอง เดี๋ยวพวกเอ็งทำช้ำหมด”

มือปืนคนนั้นพยักหน้าเข้าใจ รีบเลื่อนประตูรถตู้ให้จันจิราเข้าไปนั่งด้านหลังซึ่งมีสาวสวย 3 คนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ไผ่รีบขึ้นตาม ส่วนมือปืนคนนั้นขึ้นไปนั่งด้านหน้าคู่กับคนขับ ขณะสองคนที่เหลือเดินไปขึ้นรถตู้อีกคัน หนึ่งที่จอดอยู่ด้านหลัง แล้วรถทั้งสองคันก็เคลื่อนออกไป...

ในเวลาต่อมา ฤทธิชัยกับดาวมาถึงศูนย์ลับย่อยแห่งหนึ่ง ซึ่งจัดเตรียมไว้เป็นพิเศษ นพพร้อมด้วยทีมงาน 5 คน มารอต้อนรับอยู่แล้ว ทันทีที่ทั้งคู่ลงจากรถ เขารีบเข้ามารายงานว่าข้อมูลทุกอย่างเตรียมพร้อมรออยู่ที่ห้องปฏิบัติการแล้ว ดาวสั่งให้เขารีบพาทุกคนออกไปจากที่นี่ และให้เตรียมทีมสแตนบายไว้ นพรับคำแล้วโบกมือให้ทีมงานทุกคนขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ดาวกับฤทธิชัยอยู่เพียงลำพัง

“คุณคิดว่านางงูจะตามเรามาถึงที่นี่เลยหรือ”

“ไม่ประมาทจะดีกว่าค่ะ” ดาวว่าแล้วกวาดตามองไปรอบๆบริเวณอย่างระแวดระวัง ก่อนจะพากันไปยังห้องปฏิบัติการ เรียกข้อมูลที่อภิชาติรวบรวมไว้ในคอมพิวเตอร์ขึ้นมาดู

“พวกมันร้ายกาจจริงๆ หาทางส่งคนของมันเข้าไปแทนพวกรัฐมนตรีด้วยการทำศัลยกรรม”

“นายโจ ท่านรองศักดา แล้วก็นายสัตยา สามคนนี่คือจุดหมายสำคัญตามแฟ้มของนายชาติ ครั้งล่าสุดที่ บันทึกไว้ มันเตรียมกำลังคน ส่งรัฐมนตรีปลอมเข้าสภา นายใหญ่ของมันคิดจะยึดประเทศหรือไง” ฤทธิชัยเรียกข้อมูลขึ้นมาดูทีละแฟ้มด้วยสีหน้าเคร่งเครียด...

ooooooo

ผ่านไปพักใหญ่ รถตู้สองคันที่ขนหญิงสาวสวย พร้อมด้วยจันจิราและไผ่มาถึงบ้านหรูแห่งหนึ่ง พอลงจากรถ ไผ่รีบมองสำรวจโดยรอบ เห็นมือปืนยืนเฝ้าระวังตามจุดต่างๆของบ้านอย่างเข้มงวด

“ท่าทางต้องเป็นงานระดับวีไอพี” ไผ่พูดขึ้นลอยๆ

“พวกรัฐมนตรีทั้งนั้น มาประชุมสัญจร...เจ้านายจัดงานต้อนรับเป็นพิเศษชุดใหญ่” มือปืนที่ยืนเฝ้าระวังอยู่คุยโม้ หัวหน้ามือปืนออกมาจากในตัวบ้านโวยลั่นว่า ทำไมชักช้า เร่งให้พาพวกผู้หญิงเข้าข้างใน ไผ่จำต้องปล่อยจันจิราฉายเดี่ยว ได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง

หัวหน้ามือปืนพาสี่สาวมาถึงห้องรับแขก เห็นมีหญิงสาวอีก 5 คนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขาสั่งให้สมุนมือปืนเอายาน้ำที่บรรจุอยู่ในหลอดแก้วขนาดเล็กแจกให้พวกสาวๆ

“นี่คือยากล่อมประสาทอย่างอ่อน ใส่ให้แขก วีไอพีของตัวเอง อย่าให้พลาด”

จากนั้น สมุนมือปืนพาสาวๆไปส่งตามห้องต่างๆที่อยู่ด้านใน จันจิราจำต้องเล่นไปตามน้ำ...

ไม่นานนัก หัวหน้ามือปืนออกมาบอกพวกมือปืนที่ยืนรออยู่อีกมุมหนึ่งของบ้านว่ารถของพวกวีไอพีพร้อมแล้ว มือปืนสามคนลุกขึ้นเดินออกไป ไผ่ขยับจะตาม แต่เขารั้งไว้

“เอ็งมากับผู้หญิง เอ็งก็รอเอาผู้หญิงไปส่งกับไอ้พวกนั้น” หัวหน้ามือปืนพยักพเยิดไปทางมือปืนสองคนที่เหลืออยู่ แล้วเดินเข้าตัวบ้าน ทั้งสองคนต่างมองไผ่อย่างสงสัย

“เอ็งเมาหรือเปล่าวะ ชุดใครชุดมันเว้ย...วีไอพีชุดหนึ่ง ผู้หญิงชุดหนึ่งไม่มีการมั่ว”

“ฉันมึนไปหน่อย เห็นเรียกก็เลยลุก ไม่ทันฟังว่าชุดไหน” ไผ่ไหลไปได้เรื่อย พวกนั้นต่างขำไม่ติดใจสงสัยอะไร จังหวะนั้น คนขับรถตู้เข้ามาแจ้งว่ารถของสาวๆ พร้อมแล้วไผ่รีบเดินตามพวกนั้นออกไป เมื่อถึงประตูรั้ว หัวหน้ามือปืนส่งเงินค่าจ้างให้ทุกคนคนละหนึ่งปึกใหญ่

“ปิดปากให้หมดทุกคน เงินของพวกผู้หญิง พวกเอ็งเอาไปแบ่งกัน”

สักพัก พวกสาวๆออกมาสมทบ ไผ่ลอบสบตาจันจิราก่อนจะพยักหน้าให้ หัวหน้ามือปืนสั่งให้สาวๆแบ่งกันไปขึ้นรถตู้ที่มีอยู่สองคันจะได้นั่งสบายๆ

“พวกผู้หญิงอยู่คันเดียวกันก็ได้พี่ พวกหนูอยากเม้าท์กัน” จันจิราอ้อน

“อยากเบียดกันก็ตามใจ” มือปืนคุ้มกันว่าแล้วเปิดประตูรถต้อนสาวๆขึ้นรถ

“ข้าไปกับสาวๆ เอ็งสองคนไปคันหลัง” ไผ่พูดจบโดดขึ้นไปนั่งรวมกับพวกสาวๆ โดยมีมือปืนคุ้มกันคนหนึ่งขึ้นไปนั่งด้านหน้าคู่กับคนขับ ส่วนมือปืนอีกสองคนเดินไปขึ้นรถคันหลัง

ooooooo

หลังจากที่ควันพิษถูกดูดออกจากห้องจนหมด มือปืน 4 คนพร้อมอาวุธครบมือมาที่หน้าห้องรมควัน

“โดนแก๊สเข้าไปสองรอบ ตายจนกระดูกผุไปแล้วมั้ง...เร็วเว้ย...เอาพวกมันไปฝัง” หัวหน้าชุดสั่งการ

มือปืนสองคนเข้าไปยกร่างของอภิชาติออกมาวางไว้หน้าห้อง แต่แล้วต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นเขาลืมตาขึ้นมามอง จักจั่นอาศัยจังหวะนั้นพุ่งออกจากห้อง หมุนตัวเตะรวดเดียวสลบเหมือดกันหมด แล้วต่างรีบกลับเข้าไปดูอาการของงิ้ว อภิชาติคลายจุดที่ต้นคอให้เธอค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมอง

“จักจั่น...คุณอภิชาติ เกิดอะไรขึ้น”

“เอาไว้เม้าท์กันที่หลังดีกว่า” จักจั่นพูดจบพยุงเธอลุกขึ้น แล้วพากันออกจากห้องโดยที่ไม่ลืมคว้าอาวุธของพวกมือปืนติดมือมาด้วย ทั้งสามคนบุกตะลุยตีฝ่าพวกมือปืนจนมาถึงประตูโกดัง จักจั่นยืนหน้าออกไปดูเห็นเป็นลานกว้าง ส่วนทางด้านขวามือคือประตูรั้วเหล็กทางออกใหญ่ เธอบอกให้ทั้งคู่รอที่นี่ แล้ววิ่งพรวดออกไป ทันใดนั้น มีรถตู้สองคันแล่นมาจอดตรงหน้า นายโจกับพวกมือปืนนับสิบกรูกันลงจากรถ ล้อมกรอบเธอไว้

“อืม...ฝีมือศัลยกรรมยอดเยี่ยม นายดูเหมือนนายโจตัวเก่าจริงๆ” จักจั่นจ้องนายโจอย่างพิจารณา

“คุณอภิชาติกับอีกคนอยู่ที่ไหน”

จักจั่นมองไปยังประตูโกดัง ไม่เห็นทั้งคู่ เลยทำไก๋ไม่รู้ว่าหายไปไหน นายโจพยักหน้าให้มือปืนเข้าไปยึดปืนของเธอไว้ แล้วสั่งให้กระจายกำลังกันออกตามหาสองคนนั่นมาให้ได้ พวกมือปืนแยกย้ายกันออกไปค้นหา เหลือมือปืนเพียง 5 คนที่ยืนคุมเชิงอยู่

“แค่นี้จะพอหรือ” จักจั่นยิ้มยั่ว

ขาดคำ มือปืนอีก 10 คนกรูออกมาจากโกดังมาสมทบ เธอกวาดตามองไปรอบๆหาทางหนี แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างจางๆของอภิชาติที่ใช้วิชาพรางตัวจูงมืองิ้วตรงยังรถตู้ที่จอดอยู่ นายโจมองตามสายตาเธอ แต่ไม่เห็นอะไรผิดปกติจึงไม่สนใจอะไรอีก ทนายหนุ่มเปิดประตูให้งิ้วขึ้นไปนั่งด้านข้างคนขับ พอเขาปล่อยมือร่างของเธอก็ปรากฏขึ้น เขารีบขึ้นไปสตาร์ตรถทะยานออกไปทันที นายโจหันไปเห็น โวยวายลั่น

“เฮ้ย...อย่าให้พวกมันรอดไปได้”

เหล่ามือปืนกราดยิงใส่รถตู้ไม่ยั้ง จักจั่นอาศัยจังหวะนั้นตบมือปืนที่อยู่ใกล้ตัวกระเด็น แล้วเอาปืนจี้หัวนายโจไว้ สั่งให้พวกมือปืนหยุดยิงและทิ้งปืนให้หมด พวกนั้นเกรงเจ้านายจะเป็นอันตรายรีบทำตามสั่ง

“นายโจ...นายมากับฉัน” เธอลากเขาไปยังรถตู้ที่อภิชาติขับมาจอดอยู่หน้าประตูใหญ่

เห็นงิ้วโดดลงจากรถ ยิงโซ่ที่ล็อกประตูเหล็กไว้ขาดกระเด็น อภิชาติใช้พลังผลักประตูเหล็กให้เปิดออก เป็นจังหวะเดียวกับจักจั่นพานายโจมาถึงรถพอดี

“แล้วเจอกันใหม่...นายโจ” เธอตบเขาด้วยด้ามปืนจนหน้าคะมำลงไปกองกับพื้น แล้วโดดขึ้นรถ อภิชาติบึ่งรถออกไปอย่างรวดเร็ว นายโจเจ็บใจมากคว้าปืนที่เหน็บไว้ด้านหลังขึ้นมายิงใส่ไม่ยั้ง แต่ช้าเกินไปรถตู้แล่นพ้นประตูไปแล้ว รถของพวกมือปืนสองคันแล่นพรวดมาจอดรับเขาแล้วขับไล่ล่าไปติดๆ...

ทางด้านดาวไม่สามารถติดต่อจักจั่นกับพวกด้วยวิธีปกติได้ จำต้องอาศัยตาทิพย์ของเหยี่ยวสายลมช่วย เธอนั่งหลับตาทำสมาธิพักเดียวก็เจอ

ooooooo

หลังเดินทางออกจากบ้านหรูมาได้สักระยะ ไผ่ส่งกระแสจิตบอกจันจิราว่าพวกมือปืนวางแผนจะฆ่าปิดปากสาวๆทุกคน เธอพยักหน้าช้าๆกับเขาอย่างรู้กัน แล้วหันไปอ้อนคนขับรถตู้

“พี่จ๊ะ...จอดรถหน่อยได้ไหมจ๊ะ...ฉันปวดฉี่”

คนขับได้ยินเสียงหวานๆของสาวสวยไม่ได้ ทำท่าจะเบนรถเข้าจอด แต่สาวคนหนึ่งขัดขึ้นว่าน่าจะไปเข้าที่ปั๊มน้ำมันดีกว่า แถวนี้มีแต่สวน จันจิราอ้างว่าปวดมากทนไม่ไหว ไผ่ต้องช่วยพูดอีกแรง

“จอดหน่อยก็แล้วกัน ใครไม่ปวดไม่ต้องลง”

มือปืนที่นั่งมาด้วยเห็นสวนร้างไร้ผู้คนเหมาะหมกพวกสาวๆ รีบสั่งให้คนขับจอด รถตู้ที่ตามมาด้านหลังจอดตาม จันจิราชักชวนให้สาวๆทุกคนลงจากรถจนได้ แล้วรีบพาเข้าไปในสวน หัวหน้าชุดสังหารส่งสัญญาณให้พรรคพวกสองคนตามไปจัดการพวกเธอให้สิ้นซาก ด้านจันจิราพาพวกสาวๆเดินลึกเข้าไปในสวนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พอเห็นพวกนั้นยังไม่ตามมารีบบอกทุกคนว่า

“พวกมันจะฆ่าเราปิดปาก...ทุกคนต้องตามฉันเข้าไปในสวนให้เร็วที่สุด” เธอว่าแล้วรีบสาวเท้าพรวดๆ พวกที่เหลือจ้ำตาม แต่มีอยู่คนหนึ่งไม่เชื่อ ยืนรอจนมือปืนสองคนมาถึง

“พวกนั้นบ้าไปแล้ว ยัยนั่นบอกว่าพวกพี่จะฆ่าปิดปากพวกฉัน”

มือปืนไม่พูดอะไร ยิงเธอเปรี้ยงเดียวตายสนิท แล้วชวนกันไล่ล่าพวกผู้หญิงต่อไป เสียงปืนทำให้สาวๆ

สวมวิญญาณน้องหมาโกยแน่บ พวกนั้นเห็นหลังไวๆ

สาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง แต่พลาดโดนกิ่งไม้กระจุย จันจิรา สั่งให้พวกสาวๆวิ่งต่อไปอย่าหยุด แล้วตัวเองพุ่งเข้าไปหลบหลังพุ่มไม้ มือปืนสองคนวิ่งตามมาเห็นอะไรไหวๆ

อยู่ในพุ่มไม้ตวัดปืนจะยิง ต้องชะงักเมื่อเห็นไผ่เดินออกมาทำท่ารูดซิปกางเกง

“โธ่พี่...ยิงกันดังสนั่นแบบนี้เกือบฉี่ไม่ออก”

“เฮ้ย...พวกผู้หญิงหนีไปหมดแล้ว”

“เห็นวิ่งไปทางโน้นแน่ะพี่” ไผ่ชี้ไปยังทิศทางตรงข้ามกับที่พวกผู้หญิงไป มือปืนสั่งให้เขาไปรอที่รถแล้ว วิ่งไปตามทิศทางที่เขาบอก จันจิรารู้งานดีดตัวขึ้นไปดักรอ อยู่บนกิ่งไม้ พอพวกมือปืนเดินผ่านจึงร่อนตัวลงมาด้านหลัง เตะต่อยสามหมัด สองมือปืนล้มคว่ำไม่เป็นท่า แล้วคว้าปืนที่ตกอยู่มาถือไว้ เธอรู้สึกเหมือนมีใครมายืนอยู่ด้านหลัง หันขวับตวัดปืนตาม ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นไผ่ยืนอยู่

“เก่งมาก ไปตามพวกสาวๆมา พี่จะไปรอที่รถ”

จันจิรารับคำ รีบดีดตัวไปยังทิศทางที่พวกสาวๆ

วิ่งหนี ที่อีกด้านหนึ่งของสวนร้าง คนขับรถกับหัวหน้าชุดสังหารยืนรออยู่ที่รถตู้อย่างสบายอารมณ์

“เสียงปืนเงียบไปแล้ว ฉันว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว” คนขับรถหันไปยิ้มให้หัวหน้า พลันมีเสียงดังขึ้น

“สงสัยว่ามือปืนของพี่จะเดี้ยงกันหมด”

ทั้งสองคนหันมองตามเสียง เห็นไผ่ยืนยิ้มหน้าเป็นอยู่ หัวหน้าถามเสียงเครียดว่ารู้ได้อย่างไร เขายืนยันว่าไปเห็น มาด้วยตาตัวเอง หัวหน้าชักปืนจะยิง แต่เขาหายตัวแวบมาโผล่ตรงหน้า ปล่อยหมัดชุดเข้าใส่พวกนั้นทรุดฮวบลงไปกอง กับพื้น เป็นจังหวะเดียวกับจันจิราพาพวกสาวๆกลับมา

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน รถของอภิชาติหนีการไล่ล่าของนายโจกับพวกมือปืนไม่พ้น ถูกยิงเจาะยางล้อรถระเบิด รถเสียหลักพุ่งลงสวนผลไม้ข้างทาง หัวปักเข้าไปในพุ่มไม้นิ่งสนิท รถของนายโจกับพวกเสียบพรวดเข้ามาจอด แล้วสาดกระสุนใส่รถเป้าหมายพรุนไปทั้งคัน แต่กลับไม่พบใครอยู่ในรถ

นายโจเห็นหลังอภิชาติ จักจั่น กับงิ้วไวๆวิ่งเข้าไป ในสวน สั่งให้พวกมือปืนออกล่าตัวมาให้ได้ ทั้งสามคนวิ่งหนีพลางยิงสกัดพวกนั้นเป็นระยะๆจนกระสุนใกล้หมดเหลือรวมกันไม่ถึงสิบนัด จำต้องหลบตั้งหลักหลังต้นไม้

“จักจั่นว่าถึงยิงโดนทุกลูก พวกมันก็ยังเหลืออีกเป็นสิบ เราคงฝ่าดงกระสุนออกไปได้ยาก”

“คุณจักจั่นกับคุณอภิชาติใช้พลังนางเสือฝ่าออกไปไม่ได้หรือ”

“ได้...แต่คุณงิ้วอาจไม่รอด”

ทันใดนั้น มีเสียงร้องของเหยี่ยวสายลมดังขึ้นดาวกับฤทธิชัยในชุดปฏิบัติการนางเสือร่อนจากต้นไม้ลงมายืนท่ามกลางพวกศัตรู สาดกระสุนพวกนั้นตายเป็นใบไม้ร่วงช่วยอภิชาติ จักจั่น และงิ้วรอดมาได้หวุดหวิด...

ทันทีที่กลับถึงศูนย์ลับ จักจั่นรีบส่งตัวงิ้วให้หมอตรวจร่างกายอย่างละเอียด โชคดีที่เธอไม่เป็นอะไรทุกอย่างเคลียร์หมดทั้งแก๊สทั้งพิษ จักจั่นถึงกับถอนใจโล่งอก แต่ไม่วายเหน็บแนม

“ไงล่ะคุณงิ้วจอมซ่า”

“จำได้แวบๆว่าพวกมันปล่อยแก๊สเข้ามา ทำไมงิ้วถึงรอดมาได้คะคุณจักจั่น”

“คุณอภิชาติจับเส้นให้ร่างกายคุณหยุดทำงานในช่วงเวลานั้น...พักตามสบาย หายเร็วๆจะได้บู๊กันอีก”

จักจั่นว่าแล้วออกไป ปล่อยให้งิ้วได้นอนพัก...

ทางด้านไผ่ส่งพวกสาวๆให้ไปอยู่ในความคุ้มครองของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะจากกัน จันจิรากำชับทุกคนว่า ถ้าตำรวจสอบถามอะไรให้บอกว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น เป็นแค่การปล้นเท่านั้น

“แล้วอยู่เงียบๆสักพัก จนกว่าพี่จะติดต่อไป เงินที่ให้ไปน่าจะพอ อย่าออกมาซ่าไม่อย่างนั้นพวกมันตามเจอแน่ ขอให้โชคดี”

สาวๆพากันพยักหน้ารับคำ เดินไปขึ้นรถตำรวจที่จอดรออยู่ ไผ่นึกเสียดายที่เราสองคนไม่รู้ว่าศัตรูพาพวก วีไอพีไปไหน จันจิราอมยิ้ม

“เฮ้อ...เผอิญจันเอาเครื่องจีพีเอสติดตัวไว้ที่ท่านวีไอพีของจันไว้เสียด้วย”

“เก่งมาก...สุดยอดจริงๆแฟนเรา”

“เรารีบไปกันดีกว่า จันไม่ได้ใส่ยากล่อมประสาทให้กิน เดี๋ยวฟื้นขึ้นมาจะถูกพวกมันเล่นงานเอา”

ไผ่อดสงสัยไม่ได้แล้วท่านของเธอหลับได้อย่างไร เธอชูกำปั้นตัวเองขึ้นมาให้ดู ทั้งสองต่างหัวเราะขำ...

ไม่นานนัก ไผ่กับจันจิราตามสัญญาณเครื่อง

จีพีเอสมาถึงอาคารลึกลับแห่งหนึ่ง เห็นพวกมือปืน

ยืนเฝ้าระวังอยู่โดยรอบ เธอยกเครื่องตรวจจับสัญญาณบนข้อมือขึ้นมาดู เห็นจุดแดงกะพริบบอกตำแหน่งห่างไปไม่ถึง 100 เมตร รีบเดินนำเขาไปยังทางเข้าอาคาร จัดการมือปืนยืนเฝ้าระวัง 3 คนสลบกลางอากาศอย่างเงียบกริบ ทั้งคู่ใช้พลังสะบัดมือผ่านหน้าตัวเองตั้งแต่หัวจดเท้า พริบตาเดียวกลายเป็นสวมชุดปฏิบัติการนางเสือ

จากนั้น ค่อยๆคืบคลานเข้าไปในตัวอาคาร ปืนในมือกราดไปมาเตรียมพร้อม สัญญาณบอกตำแหน่งจีพีเอสกะพริบถี่ขึ้นๆ เมื่อมาถึงห้องห้องหนึ่งที่ประตู

เปิดแง้มอยู่ พอก้าวเข้าไปข้างในต้องแปลกใจที่พบเพียงตะกร้าใส่ผ้าขนาดใหญ่วางอยู่ จันจิราเข้าไปค้นดู พบเครื่องจีพีเอสอยู่ในกระเป๋าเสื้อนอกตัวหนึ่ง

“เครื่องจีพีเอสที่จันแอบใส่ให้วีไอพี อยู่แต่เสื้อคนไม่อยู่”

“เราต้องรีบแล้ว” ไผ่เดินนำเธอออกจากห้องสำรวจไปตามโถงทางเดินพบห้องอีกห้องหนึ่งลักษณะเหมือนห้องออกกำลังกาย ภายในห้องมีเตียงสูงติดล้อเข็นตั้งเรียงรายอยู่นับสิบเตียง บนเตียงมีร่างผู้ชายนอนอยู่ ทั้งสองเข้าไปดูใกล้ๆ พวกนี้ไม่ใช่พวกรัฐมนตรี แต่เป็นรัฐมนตรี ช่วยฯ ซึ่งปรากฏบนภาพสไลด์ที่อภิชาติกับจักจั่นเจอ

“พวกวีไอพี” จันจิราจำหน้าพวกนี้ได้แม่นยำ

“พวกรัฐมนตรีช่วยฯ...ตายหมดแล้ว...จัน...มีคนมา” ไผ่รีบคว้ามือจันจิราไว้ ก่อนจะใช้วิชาพรางตัว

ooooooo

ที่ห้องปฏิบัติการภายในศูนย์ลับ ดาวกำลังเล่าให้อภิชาติฟังว่าทำไมเธอกับฤทธิชัยต้องมาที่นี่ เพราะ นพติดตามตัวพวกเขาทั้งสามคนไม่ได้ เธอเลยต้องให้เหยี่ยวสายลมใช้ตาทิพย์ช่วยตามหาถึงได้เจอตัว

“ขอบคุณมากครับคุณดาว...เดี๋ยวก่อน...นายหนึ่งมาอยู่ที่นี่ นางงูจะไม่ตามมาหรือ”

“ตราบใดที่พวกเราอยู่พร้อมกันสองคนขึ้นไป ก็พอมีทางสู้ แต่ถ้าคนเดียว ดาวแนะให้หนีก่อนค่ะ”

“ตามรายงานของนาย พวกมันจะหาคนมาแทนพวกรัฐมนตรีอย่างนั้นหรือ” ฤทธิชัยว่าแล้วเปิดแฟ้มที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นมาดู อภิชาติพยักหน้าแทนคำตอบ แต่ถึงตอนนี้แล้วเขาชักไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะตอนที่หนีออกมาจากโกดังลับของศัตรู เจอหลักฐานว่าพวกนั้นมีแฟ้มของพวกรัฐมนตรีช่วยฯด้วยเหมือนกัน

“พวกมันคิดจะเปลี่ยนคนของทางการ ทั้งรัฐมนตรี แล้วก็รัฐมนตรีช่วยฯด้วยหรือไง” ดาวนิ่วหน้าสงสัย

“ตามที่นายชาติบอก ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นครับ”

จังหวะนั้น นพเข้ามารายงานว่า พวกหมอในงานสัมมนาหายตัวไปอย่างลึกลับ ทางหน่วยพิเศษของเรากำลังส่งทีมไปติดตามอยู่ อภิชาติอดหวั่นใจไม่ได้ว่าพวกเราจะช้ากว่าศัตรูหนึ่งก้าว...

เป็นอย่างที่อภิชาติหวั่นใจ พวกแบล็กอีวิลรุกหนัก เหิมเกริมขนาดส่งนาคีเข้าโจมตีขบวนรถของรัฐมนตรี–กลาโหม ผบ.เหล่าทัพพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่นับสิบคันรถ ขณะกำลังเดินทางไปยังค่ายทหารเพื่อร่วมงานประชุมการซ้อมรบระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา พร้อมกับเปิดตัวอาวุธนำสมัยใหม่ล่าสุดจากสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

เจ้าหน้าที่คุ้มกันไม่สามารถต้านทานพลังอำนาจอันแกร่งกล้าของนาคีได้ ถูกสังหารเรียบ รถตู้ของท่านรัฐมนตรีกับของ ผบ.เหล่าทัพรีบถอยหนี แต่เธอใช้พลังดึงปืนกลในมือของเจ้าหน้าที่คุ้มกันมาเป็นอาวุธของตัวแล้วยิงกราดใส่รถตู้เหล่านั้นพรุนทั้งคัน...

ข่าวการลอบโจมตีถูกเผยแพร่ไปทั่ว กำจรไม่พลาดข่าวนี้เช่นกัน รายงานสดทางทีวีจากสถานที่เกิดเหตุว่ารัฐมนตรีกลาโหมและ ผบ.ทั้งสามเหล่าทัพได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ยังไม่มีรายงานข่าวที่แน่ชัดว่าอาการหนักหนาสาหัสแค่ไหน จังหวะนั้น เขาเห็นท่านรองศักดามา รีบเข้าไปสัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“เราได้เบาะแสว่าเหตุการณ์ที่โหดเหี้ยมครั้งนี้ เป็นฝีมือของผู้หญิงซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพวกนางเสือ ขณะที่ทางการได้ตั้งรางวัลนำจับพวกนางเสือแล้วเป็นจำนวนเงิน 10 ล้านบาท”

“ครับ...เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคมไทยอย่างใหญ่หลวง อะไรกำลังเกิดขึ้นกับบ้านเมืองของเรากันแน่...ผม...กำจร แสงรุ่งเรือง...รายงาน”

จักจั่นคว้ารีโมตทีวีมากดปิด บ่นด้วยความเจ็บใจว่าต้องเป็นฝีมือนังงูร้ายนั่นแน่ๆ ฤทธิชัยสงสัยว่าทำไมพวกแบล็กอีวิลถึงคิดกำจัดพวกรัฐมนตรี ทั้งๆที่มีแผนการจะส่งคนเข้าไปแทนอยู่แล้ว

“ฉันว่าเราคาดการณ์ผิดบางอย่าง...ลองคิดดูสิว่า ถ้ารัฐมนตรีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ อะไรจะเกิดขึ้น”

“รัฐมนตรีช่วยฯ จะทำหน้าที่แทน” ดาวโพล่งขึ้นทันที

“เราเสียท่าพวกมันเต็มๆ...เรามัวแต่ตามระวังพวกรัฐมนตรี ในขณะที่พวกมันดำเนินการเปลี่ยนตัวพวกรัฐมนตรีช่วยฯ” อภิชาติสรุปตบท้ายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พลอยทำให้ทุกคนเครียดไปด้วย

ooooooo

ขณะเดียวกัน ที่อาคารลึกลับ ไผ่กับจันจิราซึ่งใช้วิชาพรางตัวมองไปที่ประตูห้อง เห็นหมอสองคนในชุดเสื้อกาวน์สีขาวเดินเข้ามาพร้อมกับ

ชายฉกรรจ์อีกสองคน ตรงไปชี้ร่างของรัฐมนตรีช่วยฯ ร่างหนึ่ง ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนรีบเข็นเตียงนั้นออกตามหมอออกไป ทันทีที่พวกนั้นลับสายตา ร่างของไผ่กับจันจิราค่อยๆปรากฏขึ้น

“พี่ไผ่...มันจะเอาศพไปทำไม”

“เราตามไปดูดีกว่า” ไผ่รีบเดินนำจันจิราออกไปอย่างเงียบกริบ...

ด้านชายฉกรรจ์เข็นศพรัฐมนตรีช่วยฯไปยังห้องผ่าตัดซึ่งอยู่ไม่ห่างกันนัก เอารถเข็นมาจอดทิ้งไว้ข้างๆเตียงผ่าตัด ซึ่งมีร่างของชายคนหนึ่งนอนรออยู่ จันจิรากับไผ่รอให้พวกนั้นออกจากห้องแล้วถึงเดินเข้าไปดู ต้องตะลึงเมื่อเห็นร่างทั้งสอง

“ที่แท้ มันจะผ่าตัดชิ้นส่วนของศพไปทำศัลยกรรม”

“แผนของมันร้ายกาจมาก มันคิดส่งพวกมันเข้าไปแทนรัฐมนตรีทั้งหมด”

มีเสียงฝีเท้าคนใกล้เข้ามา ทั้งคู่รีบดีดตัวออกไปหน้าห้องผ่าตัดอย่างรวดเร็ว ในมือถือปืนเตรียมพร้อมทันใดนั้น พวกมือปืนที่ซ่อนตัวอยู่ สาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง ทั้งคู่ยิงโต้กลับ ถูกพวกนั้นล้มตายไปทีละคนๆจนหมด

“พวกแกเลวเกินไป ขอให้อย่าได้ผุดได้เกิดอีกเลย” ไผ่สาปแช่งด้วยความแค้น...

ขณะที่ไผ่กับจันจิราถล่มพวกแบล็กอีวิลที่อาคารลึกลับตายเรียบ ฤทธิชัยกำลังเรียกดูภาพของรัฐมนตรีช่วยฯจากคอมพิวเตอร์ขึ้นมาให้อภิชาติดู

“นี่คือคนที่แกเห็นในรังของพวกมันใช่ไหม”

“เป๊ะทุกคนเลยเพื่อน”

“เราต้องรีบส่งข่าวให้คนพวกนี้รู้ไว้ ก่อนที่พวกมันจะเข้าถึงตัว” ดาวแนะ จังหวะนั้น นพเข้ามารายงานว่า

“มีข่าวล่าสุดว่าพวกรัฐมนตรีช่วยฯออกไปต่างจังหวัด ตามนโยบายรัฐมนตรีสัญจรพบปะประชาชนครับ”

ฤทธิชัยสั่งการให้นพรีบส่งคนไปสืบให้ได้ว่าตอนนี้รัฐมนตรีช่วยฯพวกนั้นอยู่ที่ไหนด่วนที่สุด มีเสียงมือถือของดาวดังขึ้น ไผ่โทร.มาแจ้งว่าพวกรัฐมนตรีช่วยฯทุกคนที่พวกเราตามหาตายหมดแล้ว ศัตรูกำลังทำศัลยกรรมแปลงโฉมสร้างพวกนั้นขึ้นมาใหม่ทดแทนพวกที่ตาย ทั้งฤทธิชัย อภิชาติ จักจั่น และดาวพากันเครียดหนัก

“พวกมันส่งรัฐมนตรีช่วยฯปลอมเข้าสภา...แล้วก็เกณฑ์คนจำนวนมาก แต่ถ้ามันคิดจะยึดประเทศอย่างที่คุณดาวคาด มันตื้นเกินไป ต้องมีอะไรมากกว่านี้” ฤทธิชัยตั้งข้อสังเกต

“จริงของนาย...มีบางอย่างที่ไม่ลงตัว”

“เดี๋ยว...ดาวนึกออกแล้ว” เธอว่าแล้วรีบไปเปิดคลิปข่าวการโจมตีขบวนรถของรัฐมนตรีกลาโหมขึ้นมาดูพอถึงตอนที่กำจรรายงานข่าวว่าท่านรัฐมนตรีกำลังจะเดินทางไปประชุมเรื่องการซ้อมรบระหว่างไทยกับสหรัฐ– อเมริกา เธอหยุดภาพค้างไว้ ฤทธิชัยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะนึกขึ้นได้

“ซ้อมรบ?”

“ถูกต้องค่ะ...ซ้อมรบระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา”

“ที่แท้ มันคิดจะปล้นอาวุธที่ใช้ในการซ้อมรบนี่เอง”

“แน่นอน...ของครบ ส่งถึงที่ ไม่ต้องขนมาเอง”

ฤทธิชัยพอจะมีรอยยิ้มเปื้อนหน้าขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยก็รู้เป้าหมายที่แท้จริงของพวกศัตรู

ooooooo

ในเวลาต่อมา ไผ่ขับรถมาส่งจันจิราที่สถานี อนามัยบ้านดอนเสือ

“ฝากสวัสดีป้าเนียนด้วยนะจ๊ะน้องจัน”

“เลยไม่ได้พังบ่อนพวกมันเลย” จันจิรายังคันไม้คันมือไม่หาย

“เอาไว้วันหลัง” เขายิ้มให้ ก่อนจะเคลื่อนรถออกไป เธอยกมือโบกลาแล้วเดินเข้าไปข้างใน ผู้ช่วยพยาบาลหันมาเห็น ถลาเข้ามาหาด้วยสีหน้าตื่นๆละล่ำละลักว่าป้าเนียนถูกตำรวจจับตัวไป ข้อหารับของโจร เธอถึงกับร้องเอะอะลั่นว่าแกจะไปรับของโจรได้อย่างไร

“คือ...คือ...เงินของนางเสือน่ะค่ะ”

จันจิราฉุนขาด รีบตรงไปยังสถานีตำรวจเพื่อ

สอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น ทราบจากร้อยเวรว่า วิวัฒน์เป็นผู้แจ้งความเอาผิดป้าเนียนฐานรับเงินจากนางเสือ เธอถามว่ามีหลักฐานอะไรมายืนยันความผิด

“มีผู้ป่วยหลายคนเป็นพยานว่า ป้าเนียนเคยพูดว่ายาและอุปกรณ์ในการรักษาพยาบาลหลายชิ้น ได้รับอภินันทนาการจากนางเสือ”

เธอไม่อยากต่อความด้วย รีบทำเรื่องขอประกันตัวแกออกมา ไม่นานนัก ป้าเนียนกับจันจิรามาถึงสถานีอนามัย พวกผู้ป่วยที่ทราบข่าวว่าป้าเนียนถูกกลั่นแกล้งต่างตบมือให้กำลังใจ

“นึกไม่ถึงเลยว่าพวกมันจะเล่นไม้นี้” จันจิรายังเจ็บใจไม่หาย

“ชาวบ้านไม่รู้เรื่อง ถูกลากเอาไปเป็นพยานโดยไม่รู้ตัว”

“ไม่ต้องกลัวหรอกป้าเนียน คุณอภิชาติเป็นทนายเก่ง พวกมันทำอะไรเราไม่ได้หรอก” จันจิราปลอบใจ แต่ดูเหมือนเธอยังไม่คลายกังวล ตำหนิตัวเองที่พูดมากไปหน่อยไม่นึกว่าจะเป็นเรื่องขึ้นมา

“ไม่เป็นเรื่องหรอกค่ะ...นายวิวัฒน์คิดอะไรไม่ออกก็หาเรื่องสร้างความรำคาญไปอย่างนั้นเอง”

จันจิราคาดผิด วิวัฒน์ไม่ได้แค่สร้างความรำคาญให้ป้าเนียนเท่านั้น ยังตามไปรังควานถึงค่ายอาสาอีกด้วย เจ้าหน้าที่ของค่ายอาสาวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงานว่า ตำรวจยกกำลังไปปิดล้อมค่าย ซ้ำแจ้งข้อหาหนักว่าค่ายอาสาของเราบริหารงานด้วยเงินของนางเสือซึ่งถือว่าเป็นบุคคลที่กฎหมายต้องการตัว

“แย่แล้วหนูจัน เราจะทำอย่างไรดี หนูดาว คุณหนึ่ง ไผ่ก็ไม่อยู่”

“จันจัดการเองค่ะ” เธอพูดจบ ผลุนผลันออกไป

ooooooo

ขณะที่แบล็กอีวิลเปิดเกมรุกหนัก คิดยืมมือกฎหมายมาเล่นงานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับนางเสือไม่ว่าจะเป็นผู้คนหรือสถานที่ ดาวกับฤทธิชัยตัดสินใจกลับบ้านดอนเสือเพื่อสังเกตการณ์พวกศัตรูที่อยู่ตามชายแดน ส่วนอภิชาติ จักจั่น และงิ้วจะอยู่กรุงเทพฯเพื่อล่าตัวนายใหญ่ต่อไป...

หลังจากดาวกับฤทธิชัยกลับไปแล้ว อภิชาติกับจักจั่นง่วนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ตรวจข้อมูลทุกอย่างเท่าที่จะหาได้เผื่อจะมีอะไรเพิ่มเติม ส่วนงิ้วไล่เช็กข่าวเกี่ยวกับการตายของรัฐมนตรีช่วยฯ แต่กลับเงียบกริบ ไม่มีรายงานการพบศพหรือร่องรอยใดๆทั้งสิ้น

“แน่นอนครับ...ขืนมีข่าว แผนส่งคนของมันเข้าไปแทนก็จบ ตายแล้วจะฟื้นขึ้นมาได้อย่างไร”

“เท่ากับว่าตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้ ต้องรออย่างเดียว” จักจั่นถอนใจ เซ็ง

“ใจเย็นๆ ดาร์ลิ้ง ไอ้นายใหญ่ของมันต้องป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ล่ะ อย่าลืมเอาเครื่องจับสัญญาณแบตเตอรี่

หัวใจของมันติดตัวไว้ก็แล้วกัน”

จังหวะนั้น กำจรโทร.มาแจ้งอภิชาติว่า บริษัทอินเตอร์บิสมีปาร์ตี้ฉลองการได้สัมปทานทั้งหมดของทางราชการ โดยมีดำรงซึ่งเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ รับเป็นเจ้าภาพจัดงานให้ ทนายหนุ่มถึงกับอึ้ง ก่อนจะหันมาถามสองสาวว่า ใครสนใจจะไปงานที่ดำรงจะจัดปาร์ตี้ให้บริษัทอินเตอร์บิสบ้าง งิ้วรีบยกมือทันที...

ในระหว่างที่อภิชาติวางแผนป่วนงานเลี้ยงฉลองของดำรงอยู่นั้น ที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งติดชายแดนทางด้านใต้ รถของผู้กองสัตยาแล่นเข้ามาจอดใกล้ๆกับกลุ่มชาวบ้านชายหญิงที่ถูกพวกมือปืนคุมตัวไว้ ผู้กองชั่วเดินนำลุงเดช พ่อแสง และมือปืนคุ้มกันเข้ามามองสำรวจกลุ่มชาวบ้าน เห็นเด็กสาวหน้าตาดีคนหนึ่ง เกิดถูกใจขึ้นมา สั่งให้มือปืนไปนำตัวเธอมาให้เขาดูใกล้ๆ

“อืม...สวยดี...เอาตัวไปที่พักของข้า”

พ่อแม่ของเด็กสาวเข้ามาขอร้องอย่าเอาตัวลูกสาวของตนไปเลย แต่เขาไม่ฟัง สั่งให้ถอยไป มือปืนคุ้มกันปราดเข้ามาเอาพานท้ายปืนเสยหน้าพ่อของเด็กสาวหงายหลังตึง ส่วนมือปืนอีกคนหนึ่งลากแม่ของเธอกลับไปที่กลุ่มชาวบ้าน พ่อไม่ยอมแพ้ตะเกียกตะกายเข้าไปหาผู้กองสัตยา ขอร้องให้ปล่อยลูกสาวของตน

“ไอ้แก่...ถ้าไม่ถอยไปตายแน่” ผู้กองชั่วชักปืนขึ้นมาเล็งใส่ เขายกมือไหว้ปลกๆ พยายามอ้อนวอนขอลูกคืน เมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล จึงหันมาขอร้องให้ลุงเดชกับพ่อแสงช่วยเหลือ ผู้กองสัตยาถึงกับหน้าเครียด

“เอ็งรู้จักไอ้เดชด้วยหรือ”

“ข้ารู้จัก...ลุงเดช บ้านดอนเสือ” ขาดคำ ผู้กองสัตยาหันปากกระบอกปืนเล็งลุงเดชกับพ่อแสงแทน พวกมือปืนที่ยืนอยู่รอบๆต่างทำแบบเดียวกันกับเจ้านาย...

ไม่นานนัก ลุงเดชกับพ่อแสงถูกนำตัวไปมัดไว้ที่เสากลางหุบเขาไม่ห่างจากหมู่บ้านแห่งนั้นนัก มีมือปืนยืนเฝ้าระวังโดยรอบ ผู้กองสัตยาลงมือซ้อมทั้งคู่ด้วยความแค้นใจจนหน้าตาบวมปูด เลือดกบปาก

“เอ็งสองคนนี่เองที่เป็นสายให้ฤทธิชัยกับนังดาวเข้ามาถล่มค่ายของเรา”

“วันของเอ็งใกล้เข้ามาแล้ว” ลุงเดชจ้องหน้าเขม็ง เขาไม่พอใจตบเปรี้ยง

“วันของพวกเอ็งมาก่อนข้าแน่นอน...เฝ้าพวกมันไว้ให้ดี อาจจะมีประโยชน์ก็ได้้” ผู้กองสัตยาสั่งเสร็จ เดินออกไป ลุงเดชกับพ่อแสงต่างมีสีหน้าเยือกเย็นไม่หวั่นไหว

ooooooo

ขณะที่สองผู้อาวุโสแห่งหมู่บ้านสมาชิกโจรกำลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ไผ่แวะมาเยี่ยมแม่สมพรที่กระท่อมหลบภัยโดยไม่ลืมซื้อขนมติดมือมาด้วย อาตงกับเม่งจูต่างดีใจรีบวิ่งเข้าไปหา เขาอุ้มเด็กทั้งสองไว้ในอ้อมแขนคนละข้างแล้วเดินเข้าไปหาแม่สมพร

“สวัสดีครับแม่ สบายดีนะ”

“ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ ใจคอไม่ดีเลย เป็นห่วงพ่อแสง”

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ พ่อกับลุงเดชเจ๋งอยู่แล้ว”

ทันใดนั้น มีเสียงร้องของเหยี่ยวสายลมดังก้อง แม่สมพรยิ่งใจเสีย ขอให้เขาช่วยไปดูทั้งคู่ให้หน่อย ไผ่รู้อยู่แก่ใจดีว่ามีเรื่องไม่ปกติเกิดขึ้น แต่เก็บอาการไว้ไม่อยากทำให้แม่เป็นกังวล

“ก็ได้จ้ะ แม่จะได้สบายใจ...เด็กๆแล้วพี่ไผ่จะมาใหม่นะ บ๊ายบาย...ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะแม่ ไผ่อยู่ทั้งคน” เขาพูดจบก็ลุกออกไป เหยี่ยวสายลมส่งเสียงร้องขึ้นอีกครั้ง สีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นกังวล ก่อนจะดีดตัวหายเข้าไปในยอดไม้...

ในเวลาเดียวกัน จันจิรามาถึงค่ายอาสาบ้านดอนเสือ เห็นชาวค่ายทั้งหมดยืนประจันหน้ากับตำรวจนับสิบนายที่เตรียมจะลุยเข้าไปปิดค่าย เธอเดินเข้าไปสอบถามหัวหน้าตำรวจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

“ทางการให้มาปิดค่ายครับ เพราะรับเงินสนับสนุนจากนางเสือ”

“ค่ายนี้ตั้งขึ้นโดยท่านอิทธิ อดีตเจ้าหน้าที่ป่าไม้ คุณดาวลูกสาวท่านอิทธิเป็นคนสานต่อ พวกที่จะปิดค่ายนี้คือพวกทุจริตคิดทำลายป่าเท่านั้น” จันจิราเสียงกร้าว

“...ผมแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้นครับ กรุณาให้ชาวค่ายอาสาหลีกทางด้วยครับ...เราไม่อยากใช้ความรุนแรง ...อ้อ...เรามีหมายมาจับตัวคุณดาวกับคุณฤทธิชัยด้วยครับ”

พลัน มีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องก้อง ตามมาด้วยเสียงคำรามของเสือสายฟ้า ชาวค่ายอาสาต่างดีใจเพราะนั่นเป็นสัญญาณการปรากฏตัวของนางเสือ ตำรวจทุกนายต่างมองกราดไปรอบๆอย่างระแวดระวัง

“ทุกคนเตรียมพร้อมจับนางเสือ” หัวหน้าตำรวจ สั่งการ

แต่แล้วพวกตำรวจต้องตะลึงเมื่อปืนของตนถูกดึงลอยออกจากซองปืน ขึ้นมาส่องหน้าเจ้าของ พวกนั้นต่างยืนนิ่งไม่กล้าขยับ หัวหน้าตำรวจรู้งาน ค่อยๆโบกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องถอย ทั้งปืนสั้น ปืนยาวต่างลอยตามไปคุม จนกระทั่งตำรวจทุกนายพากันขึ้นรถ ปืนเหล่านั้นลอยตามเข้าไปในรถ ต่างรีบคว้ากันวุ่นวาย

ในที่สุดขบวนรถตำรวจก็แล่นจากไป ชาวค่ายส่ง เสียงเฮลั่นด้วยความดีใจ ดาวกับฤทธิชัยแอบซุ่มอยู่อีกมุมหนึ่งของค่ายอาสามองอย่างพอใจ

“ท่านรองศักดา คิดยืมมือกฎหมายมาเล่นงานเรา”

“ว่างๆต้องให้นายชาติไปเยี่ยมตักเตือนสักหน่อย” ฤทธิชัยว่าแล้วหันไปยิ้มให้ดาวที่ยิ้มตอบมาเช่นกัน...

ระหว่างที่ลุงเดชกับพ่อแสงหมดเรี่ยวแรงเพราะถูกมัดไว้กลางแดด ไผ่ทำทีเอาน้ำเข้าไปสาดโครมใหญ่เพื่อให้ทั้งคู่ได้คลายร้อน พวกมือปืนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นไม่เอะใจ กลับเห็นเป็นเรื่องตลกพากันหัวเราะ

“ไง...น้า...ฉันไม่อยู่แป๊บเดียว ซ่าจนได้เรื่อง” ไผ่กระเซ้า พวกมือปืนหัวเราะก๊าก หัวหน้ามือปืนคนใหม่ได้ยินเสียงเอะอะเข้ามาถามเสียงเขียวว่าทำอะไรกัน ไผ่อ้างว่าแค่หยอกเล่นกันสนุกๆ เขาเอ็ดตะโรลั่น

“ถอยไปให้หมด เจ้านายสั่งไว้ห้ามใครยุ่ง ห้ามให้น้ำ ให้อาหาร ใครฝ่าฝืนตาย”

“ไปก็ได้” ไผ่มองลุงเดชกับพ่อแสงอึดใจ ก่อนจะผละจากไป พวกมือปืนพากันแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัว ลุงเดชกับพ่อแสงต่างยิ้มให้กัน นึกขอบใจที่ไผ่ช่วยสาดน้ำให้ความร้อนบรรเทา

ooooooo

ตอนที่ 11

ผ่านไปพักใหญ่กว่าดาวจะรู้สึกตัว จำเหตุการณ์ที่ตัวเองกลืนมนต์สะกดไม่ได้ ความจำครั้งสุดท้ายก็คือฤทธิชัยถูกมนต์สะกดต้องปลิดชีวิตเขาเพื่อช่วยให้พ้นทุกข์ พอเธอเห็นเขาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า ตวัดปืนยิงเปรี้ยงหงายหลังตึง ตัวเองถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นปิดหน้าร้องไห้โฮ มีเสียงเรียกเธอดังขึ้นเบาๆ เธอค่อยๆเอามือออก แปลกใจที่เห็นชายคนรักนั่งอยู่ตรงหน้า

“ผมเอง...คุณหนึ่ง...” เขาว่าแล้วแบมือออกเผยให้เห็นหัวกระสุน ดาวโผกอดเขาด้วยความดีใจ ทั้งสองอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันเนิ่นนาน จากนั้น เขาเลื่อนตัวลงนอนหนุนตักเธอซึ่งลูบไล้ใบหน้าเขาด้วยความรัก

“นางงูคงรักคุณหนึ่งจริงๆนะคะถึงได้ตามมาเอามนต์คืน เพื่อจะสะกดคุณอีก”

“โชคดีที่ผมได้โอกาสทำลายมันไปได้”

เธอจำอะไรไม่ได้เลย ครั้งสุดท้ายจำได้ว่ากำลังจะฆ่าเขา เพราะทนเห็นเขาทรมานไปตลอดชีวิตไม่ได้พลันมีกลุ่มควันลอยเข้ามาในถ้ำ ทั้งสองถึงได้รู้ว่ากำลังจะถูกย่างสด รีบพุ่งไปหน้าถ้ำจะหนี แต่ถูกยิงสกัดไว้ดาวอดแปลกใจไม่ได้ ทำไมพวกศัตรูถึงได้รู้ว่าเราสองคนอยู่ที่นี่
“ไม่ใช่พวกมัน...พวกชาวบ้าน...มาตามล่างูที่ฆ่าคน”

เธอตกใจที่รู้ว่าตนเองฆ่าคนบริสุทธิ์ เขาต้องปลอบว่าไม่ใช่เธอ แต่เป็นงูที่สิงร่างเธอต่างหากที่ทำ ควันไฟหนาขึ้นทุกที ดาวเห็นท่าไม่ดีชวนเขารีบหนี

“ขืนออกไปคงได้ซัดกันดับ ผมไม่อยากทำร้ายพวกชาวบ้าน เราเข้าไปในถ้ำหาทางออกทางอื่นดีกว่า” เขาว่าแล้วจูงมือเธอกลับเข้าข้างใน เดินไปตามทางวกวนในถ้ำ ในที่สุดก็เห็นแสงสว่างส่องมาจากด้านบน ทั้งคู่รีบวิ่งมาดู เห็นเพดานถ้ำเป็นช่องขนาดใหญ่พอให้ตัวลอดออกไปได้

ooooooo

ไม่นานนัก ทั้งคู่ปีนออกจากถ้ำสำเร็จ มองไปยังหุบเขาเบื้องหน้าอย่างตื่นเต้น เห็นฐานดาวเทียมสื่อสารของพวกแบล็กอีวิลตั้งอยู่ ที่ลานกว้างข้างๆ มีรถบรรทุกจอดเรียงรายนับสิบคัน ช้างหลายเชือกกำลังเร่งขนอาวุธยุทโธปกรณ์ลงจากรถ รอบๆบริเวณเต็มไปด้วยมือปืนยืนเฝ้าระวังอยู่หนาตา

“ที่แท้ พวกมันมาหลบอยู่ที่นี่เอง”

“เหมือนกับวิศวกรคนที่เราพบแอบโหลดข้อมูลไว้เป๊ะเลย”

“พวกมันขนอาวุธและกำลังคนจากชายแดนมารวมตั้งฐานกันอยู่ที่นี่”

“กำแพงมนต์ที่คุณหนึ่งเล่าให้ฟังต้องอยู่ไม่ไกลจากที่นี่” ดาวตั้งข้อสังเกต ฤทธิชัยหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่องดูรอบๆ

“เป็นไปได้...พวกมันเยอะเกินไป...เราต้องรีบแจ้งหน่วยพิเศษ ถล่มมันให้ราบ”

ดาวชวนเขาลงไปสำรวจดูใกล้ๆ จะได้สืบข่าวให้หน่วยพิเศษไปในตัว จากนั้น ทั้งคู่ค่อยๆลัดเลาะไปใกล้ทางเข้าฐานดาวเทียมสื่อสาร พบด่านตรวจตั้งอยู่

มียามเฝ้าระวังแน่นหนา รอบๆขึงด้วยลวดหนาม ส่วนด้านบนใช้เศษใบไม้กิ่งไม้มาสุมเพื่ออำพราง

“ต้องเข้าทางด้านหน้าทางเดียว พวกมันได้เปรียบสุดๆ” ดาวสีหน้าหนักใจ

จังหวะนั้น มีขบวนรถวิ่งออกมาจากราวป่าตรงมายังหุบเขา รถกระบะสองคันขนมือปืนมาเต็มคันรถ ส่วนรถจี๊ปที่ขับนำหน้ามีผู้กองสัตยานั่งข้างคนขับ เบาะด้านหลังมีลุงเดชกับพ่อแสงนั่งอยู่กับมือปืนอีกสองคน ขบวนรถแล่นผ่านด่านตรวจเข้าไปได้หลังเจรจากันอยู่ครู่หนึ่ง
“ลุงเดช พ่อแสง...ถูกพวกมันจับหรือเปล่าคะ” ดาวร้อนใจ

“ดูแล้วไม่น่าจะใช่...คงเป็นลุงเดชกับพ่อแสงสวม รอยเป็นพวกนอกชายแดนเข้ามามากกว่า”

“ไม่ดี...เสี่ยงมาก” ดาวมองตามขบวนรถสีหน้าเป็นกังวล ฤทธิชัยสัมผัสได้ว่ามีภัยใกล้เข้ามารีบสะกิด

“มีคนมา...เราต้องไปจากที่นี่”

ทั้งสองคนดีดตัวเข้าป่าอย่างรวดเร็ว อึดใจเดียวนินจา 5 คนพุ่งตามไปติดๆ ก่อนจะร่อนลงที่ลานเล็กๆในป่า แล้วแยกย้ายกันตรวจหาร่องรอยเข้ามาใกล้พุ่มไม้ที่ฤทธิชัยกับดาวซ่อนตัวอยู่ เขากระซิบเบาๆ

“พวกตรวจการณ์ ถ้าพวกมันเจอเรา เสียแผนแน่”

ทั้งสองนิ่งแทบไม่หายใจ แต่แล้วมีดสั้นสามเล่มพุ่งเข้ามา ดาวกับฤทธิชัยดีดตัวออกจากพุ่มไม้ เขาเตือนเธอว่าต้องจัดการพวกนี้ให้เงียบที่สุด ไม่เช่นนั้นพวกที่ฐานจะรู้ตัว หนึ่งในนินจาจะจุดพลุส่งสัญญาณ เธอดีดตัวเข้าไปแย่งแล้วตบเปรี้ยงเดียวปลิวกระแทกต้นไม้ตายสนิท อีกคนหนึ่งดีดตัวหนีจะกลับไปเตือนพรรคพวก

เขาไล่ตามไปติดๆ สามคนที่เหลือพุ่งเข้าโจมตีดาวพร้อมกัน แค่ลัดนิ้วมือเดียวเธอจัดการพวกนั้นตายเรียบ ด้านฤทธิชัยไล่ตามนินจาจนทันกระแทกฝ่ามือใส่ตายอนาถ อึดใจต่อมา ดาวก็ตามมาสมทบ

“ถ้านินจาพวกนี้ไม่กลับไปรายงานตามเวลา พวกมันต้องรู้ตัวแน่ๆ กว่าหน่วยพิเศษจะมา คงไม่ทันกาล”

“ดาวว่าเราคงต้องลงมือเองแล้วล่ะค่ะ”

ooooooo

ที่ฐานดาวเทียมสื่อสาร หลังจากผู้กองสัตยาวางสายจากการรายงานความคืบหน้าเรื่องอาวุธให้นายใหญ่ทราบ หัวหน้ามือปืนเข้ามาแจ้งว่าพวกนินจาตรวจการณ์หายไปยังไม่กลับมา เขาหน้าเครียดขึ้นมาทันที

“จัดเตรียมคนให้พร้อม นินจากลับมาเมื่อไหร่ให้รีบมารายงาน”

หัวหน้ามือปืนรับคำแล้วรีบไปปฏิบัติตามคำสั่ง...

ในเวลาเดียวกัน ด้านหน้าทางเข้าหุบเขา นินจาตรวจการณ์ซึ่งสวมหมวกปีกสองคนร่อนลงมาที่ด่านตรวจ มือปืนที่ยืนเฝ้าระวังไม่ได้สนใจกำลังจะปล่อยให้ผ่าน แต่มือปืนอีกคนหนึ่งเข้ามาขวางไว้

“อีกสามคนไปไหน”

“พบร่องรอยผิดปกติให้คอยระวังอยู่ข้างนอก”

มือปืนพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเปิดทางให้ พอถึงที่ลับตาคน นินจาทั้งสองคนขยับหมวกปีกใหญ่ที่ใส่คลุมขึ้นเผยให้เห็นว่าเป็นดาวกับฤทธิชัยปลอมตัวมา เธอเห็นอาวุธมากมายที่ขนเข้ามาในฐาน เดาได้ไม่ยากว่านายใหญ่ของพวกนี้ต้องคิดยึดประเทศไทยแน่นอน เขาเองก็คิดเช่นเดียวกัน

“เราถล่มที่นี่ให้ราบดับความหวังของมันเสียก่อน แล้วตามล่าดับตัวมันให้ได้” ดาวเสนอ

“ผมจะเข้าไปที่คลังอาวุธหาระเบิดมาโยนเล่นเป็นการเปิดตัวสักลูกสองลูก”

“ดาวจะเข้าไปเล่นงานนายสัตยา” ทั้งสองต่างยิ้มให้กัน ก่อนจะขยับหมวกปิดหน้าแล้วแยกย้ายกันไป...

ด้านผู้กองสัตยาพอได้รับรายงานว่าพวกนินจาตรวจการณ์กลับมาแล้ว รู้สึกผ่อนคลายความกังวล...

ครู่ต่อมา ดาวมาแอบซุ่มดูอยู่ใกล้เต็นท์ของผู้กองชั่ว เห็นลุงเดชกับพ่อแสงนั่งพิงโขดหินอยู่แถวนั้น ข้างกายมีปืนลูกซองวางพาดอยู่ เธอต้องการติดต่อกับทั้งคู่ จึงสะบัดมีดสั้นไปปักที่ด้ามปืนลูกซองของลุงเดช เจ้าของปืนรีบดึงมีดออกอย่างรวดเร็วเกรงจะมีคนเห็น มองปราดเดียวจำได้ว่าเป็นของดาว ค่อยๆลุกขึ้นเดินผ่านพวกมือปืนที่ยืนเฝ้าระวังอยู่เป็นจุดๆ ไปยังมุมปลอดคน เห็นนินจาคนหนึ่งยืนอยู่ เขาขยับปืนในมือเตรียมพร้อม

“ลุงเดช...ดาวเองค่ะ...ดาวจะมาบอกแผนการให้ทราบว่าทันทีที่มีเสียงระเบิด ดาวอยากให้ลุงเดชกับพ่อแสงรีบออกไปจากที่นี่”

เขาเป็นห่วง เห็นพวกศัตรูมีกำลังมาก บุกเดี่ยวมาแบบนี้จะไหวหรือ เธอไม่ได้มาคนเดียว ฤทธิชัยมาด้วย จังหวะนั้น หัวหน้ามือปืนเดินนำสมุนผ่านมาเห็นเข้า

“เฮ้ย...ทำอะไรกันวะ?...อยากลองวิชากับพวกนินจาหรือไง” สิ้นเสียง พวกสมุนพากันหัวเราะชอบใจ

“แค่อยากเห็นใกล้ๆว่าเป็นยังไงเท่านั้นเอง” ลุงเดชไหลไปได้เรื่อย หัวหน้ามือปืนเตือนว่าอย่าไปยุ่งกับพวกนี้ เขาพยักหน้ารับคำ แล้วกลับไปหาพ่อแสง ส่วนพวกมือปืนแยกไปอีกทาง ดาวมองไปทางลุงเดชกับพ่อแสงที่นั่งอยู่หน้าเต็นท์ แล้วค้อมหัวให้เล็กน้อย ทั้งคู่พยักหน้าตอบ จากนั้น เธอตั้งสมาธิขอให้เหยี่ยวสายลมช่วยไปตามไผ่ให้ เสียงร้องก้องของเหยี่ยวดังขึ้น เป็นทำนองรับรู้ ก่อนจะค่อยๆบินห่างออกไป...

ที่กระท่อมหลบภัยของแม่สมพร ขณะไผ่กำลังเล่นอยู่กับเม่งจูและอาตงซึ่งจำเรื่องราวและชื่อของตัวเองได้แล้ว ทุกคนจึงกลับมาเรียกชื่อจริงของพวกเขา จันจิรากับป้าเนียนแวะมาเยี่ยมพร้อมกับเอาของมาให้

“คุณอภิชาติส่งเครื่องจับสัญญาณมาให้คุณหนึ่ง จันเลยรีบเอามาให้พี่ไผ่ รายละเอียดคุณหนึ่งรู้หมดแล้ว”

ไผ่รับมาดูเห็นเป็นสร้อยห้อยวัตถุกลมๆบางอย่าง รีบเอาสวมคอไว้ พลันมีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องก้อง เขาหลับตาตั้งสมาธิ รู้ทันทีว่าดาวต้องการความช่วยเหลือ

ooooooo

ฤทธิชัยในคราบนินจาเดินผ่านพวกมือปืนเฝ้าระวังจนถึงที่เก็บอาวุธซึ่งอยู่ในซอกเขา มือปืนสามคนหันมาเห็น ร้องถามว่ามาทำอะไรแถวนี้ เขาหายตัววับไปโผล่ตรงหน้าต่อยเปรี้ยงๆๆสามทีพวกนั้นล้มคว่ำ แล้วเดินเข้าไปด้านในเห็นลังขนาดใหญ่เรียงซ้อนกันอยู่หลายลัง ถึงกับตะลึง

“โอ้โห...พวกมันคิดจะเปิดสงครามโลกหรือไง” เขาปราดไปที่ลัง ทุบโครมฝาปิดแตกเผยให้เห็นแบงก์พันบาทอัดแน่นอยู่ข้างใน “เงินเพียบ...มิน่าใครๆถึงยอมตายทำงานให้มัน”

พลันมีดสั้นสามเล่มแหวกอากาศเข้ามา เขารีบยกฝาลังกันไว้ พอโยนฝาลังทิ้ง เห็นนินจาสวมหมวกสามคนยืนตั้งท่าเตรียมต่อสู้...

อีกด้านหนึ่งของฐานดาวเทียม มือปืนกลุ่มหนึ่งเดินผ่านจุดที่ดาวซ่อนตัวอยู่ หนึ่งในพวกนั้นซึ่งสวมหมวกสานเห็นอะไรบางอย่างแวบๆแถวโขดหิน เดินแยกตัวไปดู ถูกเธอกระชากหายไปในด้านหลังอัดหนึ่งหมัดสลบเหมือด ชั่วอึดใจเธอออกมาในชุดของเขาขยับหมวกให้เข้าที่ ตรงรี่ไปหาลุงเดชกับพ่อแสงที่นั่งอยู่หน้าเต็นท์ผู้กองสัตยา ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ

“ดาวจะเข้าไปคุมตัวนายสัตยา ลุงเดชกับพ่อแสงคอยระวังอยู่ห่างๆ ถ้าเกิดมีการผิดพลาดเฉยไว้ก่อนจะได้อยู่ปนกับพวกมันต่อไป”

ลุงเดชพยักหน้ารับ ขณะที่พ่อแสงเตือนให้เธอระวังตัว เธอยิ้มรับก่อนจะเดินออกไป สองผู้อาวุโสมองตามอดเป็นห่วงไม่ได้ ครู่ต่อมา ดาวเดินผ่านพวกมือปืนเฝ้าระวังจนเกือบจะได้ตัวผู้กองชั่วอยู่แล้ว ถ้าหัวหน้ามือปืนไม่เข้ามาขวางเสียก่อน เสียงเอะอะทำให้เขาหันมามอง เธอไม่รอช้าซัดหัวหน้ามือปืนกระเด็นแล้วพุ่งเข้าประชิดตัวจ่อปืนที่หัวเขา พวกมือปืนได้ยินเสียงโครมครามกรูเข้ามาล้อมเธอไว้ รวมทั้งลุงเดชกับพ่อแสงด้วย

“ถ้าไม่อยากตาย บอกพวกแกให้ถอยไป” เธอว่าพลางกระแทกปากกระบอกปืนใส่

เขาจำเสียงดาวได้ก็ร้องทักทาย ระหว่างนั้น มีรถจี๊ปแล่นพรวดมาจอดหน้าเต็นท์ นายโจเดินแหวกพวกมือปืนเข้ามาพร้อมปืนในมือ เธอจ้องรอยแผลเป็นที่ไม่เรืองแสงบนแก้มของเขาเขม็ง

“โจสอง หรือว่าโจสาม” ดาวยิ้มอย่างรู้ทัน เขาไม่สนใจหันไปสั่งการ

“ทุกคนฟัง...ข้าจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าคุณดาวยังไม่ยอมทิ้งปืน ข้าต้องการให้ทุกคนยิงทั้งสองคน”

ผู้กองสัตยาตาเหลือก มองนายโจอย่างเคียดแค้น ทำท่าจะลุกหนี เธอกดตัวไว้ชวนอยู่รับลูกปืนด้วยกันก่อน เขาหันไปโวยใส่นายโจที่คิดจะกำจัดตนเอง

“ชีวิตนายแลกกับศัตรูอย่างคุณดาวถือว่าคุ้ม นายใหญ่ต้องชื่นชมนาย” นายโจยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะลงมือนับหนึ่ง ลุงเดชกับพ่อแสงเห็นไม่เข้าทีปราดเข้าไปประกบดาวซ้ายขวาเอาปืนจี้เอวไว้ สั่งให้ทิ้งปืน ผู้กองสัตยาฉวยโอกาสตวัดมือตบ แต่เธอคว้าไว้ทันบิดจนหน้าเหยเก ลุงเดชสั่งให้ปล่อย เธอสะบัดมือเขาออกทำเป็นฮึดฮัดไม่พอใจ เขาหันไปชมสองผู้อาวุโสว่าทำงานได้ดีมาก นายโจยิ้มอย่างผู้ชนะเดินเข้ามาหาดาว

“สวัสดีครับคุณดาว...คุณฤทธิชัยล่ะ”

ooooooo

คนที่นายโจถามถึงกำลังต่อสู้กับพวกนินจาอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ในห้องเก็บอาวุธ ไม่ช้าก็จัดการพวกนั้นได้ราบคาบ แต่ไม่วายบ่น พวกนี้มีกี่คนกันแน่ ทำไมยิ่งเก็บก็ยิ่งโผล่

“มากกว่าที่คิด” เสียงตะโกนดังขึ้นด้านหลัง

ฤทธิชัยหันมองตามเสียง เห็นนายโจยืนอยู่กับผู้กองสัตยา โดยมีลุงเดชกับพ่อแสงยืนคุมตัวดาวไว้ พร้อมด้วยมือปืนอีกนับสิบคน เขามองสบตาเธอที่แอบพยักหน้าให้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด...

ครู่ต่อมา ดาวกับฤทธิชัยถูกนำตัวไปไว้ที่ลานกว้างโดยมัดมือไพล่หลังติดกัน มีมือปืนรายล้อมไว้ทุกด้าน รวมทั้งลุงเดชและพ่อแสงที่ยืนห่างจากพวกนั้นเล็กน้อย พ่อแสงทนดูต่อไปไม่ไหวขยับจะเข้าไปช่วย

“ใจเย็น...รอจนกว่าจะถึงเวลา” ลุงเดชว่าพลางคว้ามือเขาไว้...

ด้านผู้กองสัตยาพานายโจไปที่เต็นท์บัญชาการของตน  แดกดันว่าเสียใจด้วยที่ศัตรูยอมจำนนเสียก่อน แผนการที่คิดจะกำจัดตนก็เลยล้มเหลว นายโจยักไหล่ไม่ยี่หระ

“ไอ้ฤทธิชัยรู้เรื่องกำแพงมนต์ นายรู้ที่ตั้งของกำแพงมนต์อยู่ไปก็ไม่เป็นผลดีต่อองค์กร”

“...นายก็รู้เหมือนกัน”

“โน...เป็นนายโจที่รู้ แล้วก็โชคไม่ดีเหมือนนาย”

“นาย...นายคือนายโจคนที่สองจริงๆ” ผู้กองสัตยามองเขาอย่างคาดไม่ถึงและยิ่งอึ้งหนักเมื่อเขาบอกว่าเขาไม่ใช่นายโจคนที่สองแต่เป็นคนที่สามต่างหาก

“จัดการสังหารนังดาวกับไอ้ฤทธิชัยเสีย...ถ้าพลาด... อาจมีสัตยาคนที่สองก็ได้” นายโจยิ้มหยันก่อนจะเดินออกไป ผู้กองชั่วอยากจะยิงเขาทิ้งให้รู้แล้วรู้รอดแต่ทำไม่ได้ จำต้องทำตามที่เขาสั่ง เดินไปที่ลานกว้างซึ่งมัดดาวกับฤทธิชัยไว้ สั่งให้หัวหน้ามือปืนจัดการยิงทั้งคู่ทิ้งตรงนี้เลย

“ได้ข่าวว่าแกสองคนตายยากตายเย็น อยากจะดูเสียหน่อยว่าคราวนี้จะรอดไปได้ยังไง”

“พวกเอ็งถอยห่างออกมา ใครถูกลูกหลงข้ายิงซ้ำนะเว้ย” สิ้นเสียงสั่งการของหัวหน้ามือปืน พวกสมุนต่างถอยมายืนรวมกันด้านหน้าศัตรู พร้อมกับเล็งปืนใส่ พ่อแสงขยับปืนในมือจะเข้าไปช่วย ลุงเดชจับไว้

“เอ็งจัดการนายสัตยา...ข้าจะเล่นงานไอ้หัวหน้า” เขาว่าแล้วตวัดปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม

ทันใดนั้น มีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงคำรามของเสือสายฟ้า พวกมือปืนเริ่มยืนไม่ติดเหลียวมองเลิ่กลั่ก ฤทธิชัยอาศัยจังหวะนั้นใช้พลังสะบั้นเชือกที่มัดอยู่กระจุยแล้วคว้ามือดาวไว้

“ผมจะเหวี่ยงคุณออกไป”

“ดาวจะรีบกลับมาช่วยคุณ”

จังหวะที่พวกมือปืนสาดกระสุนเข้ามาเป็นชุด เขาเหวี่ยงเธอปลิวเข้าไปในดงไม้อีกด้านหนึ่ง ไผ่ในชุดปฏิบัติการนางเสือดีดตัวคว้าร่างเธอไว้ทัน พาร่อนลงพื้นอย่างปลอดภัย เพียงดาวใช้พลังสะบัดมือผ่านตัวเท่านั้น กลายเป็นชุดนางเสือทันที แล้วพุ่งออกจากดงไม้โดยมีไผ่ตามไปติดๆ

ooooooo

ฤทธิชัยถูกพวกมือปืนยิงกระหน่ำร่างสะท้านไปมาตามแรงกระสุน นาคีโผล่มาจากไหนไม่รู้ เอาตัวบังร่างเขาไว้ ลุงเดชเห็นท่าไม่ดีบอกให้พ่อแสงนอนราบไปกับพื้น เป็นจังหวะเดียวกับนังงูร้ายสะบัดพิษออกมา ผู้กองสัตยารู้งานพุ่งหลบหลังมือปืนคนหนึ่ง ทำให้ รอดไปได้ พวกมือปืนล้มตายลงทีละคนๆ ราวกับใบไม้ร่วง ดาวกับไผ่ยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ ปล่อยให้เธอจัดการ พวกเดียวกันเอง

“นางงูเป็นแบบนี้ พวกมันคงเต้นแน่ๆ” ไผ่ยิ้มสะใจ

ผู้กองสัตยาค่อยๆคลานหนี เห็นรถของนายโจกำลังจะแล่นออกไป รีบตะโกนเรียกให้จอดก่อน แล้วโดดขึ้น รถอย่างรวดเร็ว

“นางงูบ้าไปแล้ว...เล่นงานพวกมือปืนจนเรียบ” ผู้กองสัตยาเสียงสั่นสีหน้าหวาดกลัว นายโจถึงกับหน้าเครียด รีบเหยียบคันเร่งรถทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว...

นาคีรีบเข้าไปดูฤทธิชัยด้วยความเป็นห่วง ถามว่าบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เขาไม่ตอบ ได้แต่กวาดตามองไปรอบตัวเห็นพวกมือปืนตัวไหม้จากพิษงูตายอนาถ

“ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครรอดจากพิษของคุณ”

“พวกมันเป็นคนชั่ว และคิดจะทำร้ายท่านพี่ ทำไมต้องสนใจ...เราไปกันเถอะ”

เขาอ้าปากจะปฏิเสธแต่เหลือบเห็นพ่อแสงซึ่งนอนอยู่ในกลุ่มมือปืนที่ตายเกลื่อน โงหัวขึ้นมาดูเหตุการณ์ลุงเดชรีบดึงเขาให้นอนราบอย่างเดิม ฤทธิชัยรู้งาน หลอกล่อนาคีออกไปทันที ทั้งคู่รอสักพักจึงขยับตัวลุกขึ้น ดาวกับไผ่รีบเข้าไปถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“เกือบไปเหมือนกัน คุณหนึ่งล่อนางงูออกไปข้างนอก ก่อนที่มันจะเห็นลุงกับไอ้แสง”

พ่อแสงเร่งให้ทั้งคู่ตามไปช่วยฤทธิชัย ไม่ต้องห่วงพวกตน ดาวพยักหน้ารับคำ รีบดีดตัวออกไปกับไผ่...

ทางฝ่ายฤทธิชัยเห็นว่ามาไกลพอสมควรแล้วจึงร่อนลงแถวลานเล็กๆในป่า โดยมีนาคีร่อนตามลงมา เขาขอบใจ เธอมากที่ช่วย แต่เราสองคนจากกันตรงนี้จะดีกว่า เธอไม่ยอม ยืนยันจะเอาเขาไปด้วยให้ได้ ดาวกับไผ่ตามมาขวางไว้ สองสาวตรงเข้าต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร ฤทธิชัยต้องโดดเข้าไปกั้นกลาง

“เห็นแก่คุณที่ช่วยผม วันนี้เราอย่าเป็นศัตรูกันดีกว่า”

นาคีมองอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหายตัวไป ไผ่เห็นดาวกับฤทธิชัยปลอดภัยแล้ว ขอตัวกลับไประเบิดฐานของพวกแบล็กอีวิลให้สิ้นซากก่อน แล้วดีดตัวหายเข้าไปในยอดไม้ ดาวสะบัดมือผ่านตัวเองวูบเดียวชุดนางเสือหายไปกลับมาใส่ชุดธรรมดา

“ดูเหมือนนางงูจะเชื่อฟังคุณหนึ่งดีนะคะ...ดูๆไปก็น่าสงสารเหมือนกัน”

“นางงูถูกมนต์สร้างขึ้นมาให้ทำชั่ว...เราคงทำอะไรไม่ได้ ต้องแล้วแต่บุญกรรม”

ทันใดนั้น มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทิศทางที่ฐานดาวเทียมตั้งอยู่ ไฟลุกโชติช่วงมองเห็นได้ไกลเป็นกิโลเมตร ดาวกับฤทธิชัยต่างยิ้มสะใจ คราวนี้ความดันของนายใหญ่แบล็กอีวิลต้องพุ่งกระฉูดแน่นอน...

ความเสียหายครั้งนี้ทำให้คณะกรรมการขององค์กรลับแบล็กอีวิลเรียกประชุมผ่านทางวีดิโอคอนเฟอเรนซ์เป็นการด่วน นายใหญ่ถูกตำหนิอย่างแรงที่ทำให้องค์กรต้องเสียหายนับหมื่นล้านบาท คณะกรรมการบางรายถึงขนาดจะขอให้เขายุติบทบาทไว้เพียงเท่านี้

“ผมขอรับรองว่างานยังดำเนินไปด้วยดี ผลการพิจารณาโครงการต่างๆจะประกาศภายในวันพรุ่งนี้ เราได้ทุกโครงการแน่นอน”

คณะกรรมการปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมีมติให้โอกาสเขาเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าไม่ได้ทุกโครงการอย่างที่คุย รับรองว่าเขาจบเห่แน่

ooooooo

ที่ศูนย์ลับของหน่วยพิเศษ อภิชาติ จักจั่น และ งิ้วกำลังดูกำจรรายงานข่าวผลการพิจารณาผู้ได้รับสัมปทานโครงการต่างๆของรัฐนับแสนล้านบาท จังหวะนั้น ท่านรองศักดาออกมาจากสถานที่ประชุมพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคน กำจรกับตากล้องพุ่งไปสัมภาษณ์ทันที

“ท่านคิดว่าการอนุมัติของคณะกรรมการมีนอกมีในหรือเปล่าครับ”

“ผมคิดว่าไม่มีแน่นอน...ทุกอย่างโปร่งใส”

“ทำไมมีแต่อินเตอร์บิสกับบริษัทในเครือเท่านั้นที่ได้สัมปทานทั้งหมดล่ะครับ”

เขายังคงยืนกรานว่าการพิจารณาครั้งนี้โปร่งใส แล้วขอตัวกลับ ก้าวฉับๆไปขึ้นรถที่จอดอยู่ กำจรจะตามแต่ถูกบอดี้การ์ดกันไว้ จนกระทั่งรถตู้ของเขาแล่นออกไป กำจรจึงหันมาที่กล้องถ่ายทอดสด

“ครับ...เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่บ้านเมืองทำงานกันอย่างโปร่งใสอีกครั้ง หวังว่าจะทำให้อันดับของประเทศในเรื่องคอรัปชันซึ่งขณะนี้อยู่ในอันดับต้นๆดีขึ้น...จนลดลงไปอยู่ในอันดับท้ายๆเลยนะครับ...ผม...กำจร แสงรุ่งเรือง รายงาน” จากนั้นภาพตัดกลับไปยังห้องส่ง จักจั่นกดรีโมตปิดทีวี

“เราต้องรีบหาหลักฐานมาหยุดยั้งอินเตอร์บิสให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ก่อนที่พวกมันจะขนทรัพยากรทุกอย่างออกไปจนหมดประเทศ” อภิชาติเสียงเครียด จังหวะนั้น ดาวโทร.มาแจ้งข่าวดีว่าเธอกับฤทธิชัยหลุดพ้นจากมนต์ร้ายของนาคีแล้ว ทั้งสามคนต่างยิ้มให้กันอย่างมีความสุข...

ไม่ใช่จะมีแต่อภิชาติ จักจั่นและงิ้วเท่านั้นที่ดีใจ

เมื่อทราบข่าวนี้ ยังมีแม่สมพร ป้าเนียน ไผ่และจันจิราก็พลอยโล่งใจไปด้วยที่ดาวกับฤทธิชัยพ้นจากเงื้อมือนังงูร้ายมาได้ ป้าเนียนเตือนทั้งคู่ว่าต้องระวังให้มากๆอย่าให้โดนสะกดอีก ไผ่กับจันจิราเห็นควรแก่เวลาจึงขอแยกตัวไปหาลุงเดชกับพ่อแสง เผื่อต้องการให้ช่วยเหลือ

ส่วนดาวกับฤทธิชัยชวนอาตงและเม่งจูไปนั่งรถเล่นเผื่อพวกแกจะจำที่ตั้งของกำแพงมนต์ขึ้นมาได้ ฤทธิชัยแนะให้ลากตัวผู้กองสัตยากับนายโจมาเค้นความจริงน่าจะได้ผลมากกว่า แต่เธอไม่เห็นด้วย

“จากที่ผ่านมา พวกมันทุกคนยอมตายแต่ไม่ยอมคายความลับ”

“อืม...ใช่...หรือไม่ก็ถูกเก็บเสียก่อน”

“แน่อยู่แล้ว...ถ้าเกิดโชคดี เม่งจูกับอาตงจำได้ เราอาจจะจบพวกมันได้ทันที” ดาวยิ้มอย่างมีความหวัง...

ขณะที่ดาวกับฤทธิชัยพยายามทุกวิถีทางที่จะหากำแพงมนต์ให้เจอ อภิชาติ จักจั่น และงิ้วกำลังช่วยกันค้นหาข้อมูลหมอศัลยกรรมเก่งๆทั้งในและต่างประเทศ เพราะเชื่อว่าพวกแบล็กอีวิลมีแผนการจะสร้างตัวแทนบุคคลที่มีตำแหน่งสำคัญต่างๆของประเทศ

“เช็กด้วยว่าถ้าต้องผ่าตัดเปลี่ยนโฉมใช้เวลาอย่างน้อยกี่วัน...ผมจะให้คนติดตามพวกรัฐมนตรีทุกคน”

จังหวะนั้นดำรงมาขอพบอภิชาติ เนื่องจากเห็นว่าผลการตัดสินใจเรื่องสัมปทานออกมาเรียบร้อยแล้ว พวกอินเตอร์บิสคงไม่สนใจจะฆ่าปิดปากเขาแล้ว จึงมาขอกลับไปอยู่บ้านตัวเอง

“เชิญตามสบายครับ...ผมจะให้หน่วยพิเศษจัดรถไปส่ง”

“ผมขอบคุณที่ช่วยผม...คุณอภิชาติมีอะไรที่จะให้ผมรับใช้ ยินดี” ดำรงว่าแล้วเดินออกไป...

หลังจากจัดเจ้าหน้าที่พาดำรงไปส่งบ้านเรียบร้อย อภิชาติกลับมาที่ห้องคอมพิวเตอร์ เป็นจังหวะเดียวกับที่งิ้วเจอข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัดแปลงโฉมพอดี พบว่าต้องใช้เวลาพักฟื้นให้แผลเข้าที่อย่างน้อยที่สุดสองอาทิตย์และช่างประจวบเหมาะที่เธอได้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ท่านรองศักดาพร้อมด้วยรัฐมนตรีอีกหลายท่านกำลังจะไปเยือนต่างประเทศเป็นเวลาสองอาทิตย์เช่นกัน

“พวกรัฐมนตรีเดินทางออกไป แต่ขากลับเป็นคนใหม่เข้ามาแทน” จักจั่นตั้งข้อสังเกต อภิชาติเสริมทันที

“ภายใต้การนำของท่านรองศักดา ย่อมไม่มีใครสงสัยอย่างแน่นอน”

“ที่สำคัญเรายังไม่มีหลักฐานยืนยันหรือวิธีการที่จะหยุดพวกมันได้เลย” งิ้วว่าแล้วมองจักจั่นกับอภิชาติที่มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน

ooooooo

นาคีกลับถึงถ้ำของตัวเองต้องแปลกใจที่เห็นคายามังรออยู่ก่อนแล้ว รีบเข้าไปทวงถามถึงมนต์สะกดที่เขารับปากจะปลุกเสกให้อีกครั้ง เขาไม่ตอบ กลับต่อว่าเธอที่ทำร้ายพวกเดียวกันเอง ช่วยศัตรูจนทำให้นายใหญ่ไม่พอใจมาก ใครจะพอใจหรือไม่เธอไม่สนใจ แต่จะไม่ยอมให้ใครทำร้ายคนรักของตนเองเด็ดขาด คายามังเห็นท่าทีก้าวร้าวของเธอแล้วจำต้องกำราบ แสร้งพูดดีด้วยให้เธอตายใจ

“เอาล่ะแล้วก็แล้วไป ข้าเอามนต์สะกดมาให้เจ้า ถ้าข้าให้เจ้าแล้ว เจ้าต้องกำจัดศัตรูตามคำสั่ง”

“แน่นอนที่สุด” นาคียิ้มดีใจ คายามังทำทีล้วงเข้าไปในย่ามหามนต์สะกดให้ แต่พอเธอเผลอ ดึงมีดอาคมขึ้นมาท่องมนต์ เธอถึงกับหมดเรี่ยวแรงต่อต้าน เส้นสีเงินไหลออกจากปลายมีดอาคมมาคล้องคอเธอแล้วรัดไว้แน่น แทบจะหายใจไม่ออก...

ในเวลาต่อมา ขณะคายามังกำลังนั่งสมาธิอยู่ในรังใหญ่ของแบล็กอีวิลหลังกำแพงมนต์ มือปืนมาเชิญให้ไปพบกับนายโจที่ราวป่าด้านนอก เมื่อเขาไปถึงที่นัดพบ ต่อว่านายโจยกใหญ่ว่าทำไมต้องให้ออกมาถึงนี่

“ศัตรูกำลังเข้าใกล้กำแพงมนต์ ต่อไปนี้เราจะพบกันข้างนอก”

เขาชำเลืองมองนายโจกับผู้กองสัตยาที่มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างพิจารณา ก่อนจะถามว่าเรียกให้มาพบเรื่องอะไร นายโจแจ้งว่านาคีทำให้องค์กรต้องเสียหายนับหมื่นล้านบาท นายใหญ่ต้องการให้กำจัดทิ้ง

“แต่ตอนนี้เราสยบนาคีได้แล้ว”

“ถ้ามีผลงานดี นายใหญ่อาจจะให้โอกาสท่านก็ได้... เราแค่นำคำสั่งมาบอกท่านเท่านั้น ขอให้ท่านโชคดี”...

ในขณะที่นาคีกลายเป็นปัญหาหนักอกของพวกแบล็กอีวิล อภิชาติ จักจั่นกับงิ้วกำลังเครียดเพราะเหลือเวลาอีกแค่สิบวันเท่านั้น พวกรัฐมนตรีจะเดินทางไปต่างประเทศกันแล้ว พวกเราต้องหาตัวหมอและสถานที่ดำเนินการของพวกศัตรูให้เจอ เบาะแสมีเพียงนายโจคนใหม่กับท่านรองศักดา ดังนั้นพวกเราจำเป็นต้องจับตาดูทั้งคู่ทุกฝีก้าว

“ทำไมเราไม่จับตัวท่านรองศักดาเสียเลย ไม่มีท่านรองก็ไม่มีการเดินทาง” งิ้วแนะ

“ท่านรองมีตำแหน่งสำคัญ หายตัวไปเรื่องบานปลาย แน่ ถึงเราจะหยุดการเดินทางได้ มันก็มีวิธีอื่นอยู่ดี ถ้าเราหาสถานที่มันได้ เราก็ได้ตัวหมอ ได้ช่วยรัฐมนตรีมีหลักฐาน ครบหยุดแผนมันได้แน่นอน” อภิชาติสีหน้ามั่นใจ พลอยทำให้สองสาวมั่นใจไปด้วย...

บ่ายวันเดียวกัน งิ้วกับจักจั่นเดินตามแผนการที่วางไว้ ไปซุ่มรออยู่หน้าบริษัทอินเตอร์บิส แต่แล้วต้องแปลกใจที่เห็นดำรงออกมาจากตัวตึกขึ้นรถตู้ออกไป

“ที่แท้นายดำรงกับอินเตอร์บิสมีได้มีเสียกัน...เลวจริงๆ...จักจั่นว่าเราต้องเอาตัวมาคุยกันหน่อยแล้ว”

งิ้วรีบขับรถตาม จนกระทั่งเห็นรถตู้ของดำรงเลี้ยวเข้าไปในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง...

ครู่ต่อมา จักจั่นกับงิ้วตามเข้าไปที่ล็อบบี้ของโรงแรม เห็นดำรงกำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่กับสาวสวยนางหนึ่ง โดยมีมือปืนคุ้มกันสองคนคอยประกบอยู่ด้านหลัง สองสาวปราดเข้าไปนั่งเก้าอี้ตรงหน้าเขา แล้วไล่สาวสวยนางนั้นให้ไปเดินเล่นที่อื่นก่อน มือปืนขยับจะเข้ามา แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นดำรงยกมือห้ามไว้

“เราคอยระวังคุณไม่ให้ถูกเก็บเสียทั้งกำลังคน แต่คุณกลับแอบมากุ๊กกิ๊กกับอินเตอร์บิส” จักจั่นโวยลั่น

“คุณ...คุณจักจั่นเข้าใจผิด...ผมไม่ได้มีอะไรกับอินเตอร์บิส ในเมื่อพวกมันได้สัมปทานไปแล้ว ผมก็แค่มาแสดงตัว เลิกราต่อกัน ผมไม่อยากเป็นศัตรูกับใคร”

“ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร คำนิยามยอดนิยมของผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน” จักจั่นมองเขาอย่างเอาเรื่อง ขณะที่เขาหน้าจ๋อยสนิท...

ไม่นานนัก จักจั่นกับงิ้วกลับถึงศูนย์ลับ อภิชาติกำลังหาข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ เงยหน้าขึ้นมาเห็นสองสาวหน้าบอกบุญไม่รับ กระเซ้าทันที

“ท่าทางอารมณ์จะดีทั้งคู่...ได้เรื่องอะไรบ้างหรือเปล่า”

“เหลว...ยกเว้นเจอนายดำรงไปสวามิภักดิ์กับอินเตอร์บิส” จักจั่นส่ายหน้าเหนื่อยใจ

“เราเลยตามไปดู นายดำรงยอมรับว่ากลัวตายไม่อยากมีเรื่อง” งิ้วเสริม

“แต่ผมว่าพักเรื่องนายดำรงไว้ก่อน เราต้องมุ่งประเด็นไปที่ศัลยกรรมกับพวกรัฐมนตรี”

“เยสเซ่อร์” จักจั่นตะเบ๊ะ ทั้งหมดพากันหัวเราะ ทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ค่ายสำรวจกลางป่าบ้านดอนเสือ ไผ่กับจันจิราแอบซุ่มอยู่บนยอดไม้เห็นวิวัฒน์สั่งการหัวหน้างานอยู่สักพัก ก็ขึ้นรถจี๊ปขับออกไป ไผ่จะรอให้พวกนั้นขนไม้ออกมาก่อน แล้วค่อยตามไปจัดการ จันจิราทักท้วงว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ พวกนี้ได้สัมปทานถูกต้อง

“เราก็ได้สัมปทานถูกต้องเหมือนกัน” ไผ่ยิ้มเจ้าเล่ห์

“จริงด้วย...สัมปทานยึดไม้ อนุมัติโดยท่านเจ้าป่าเจ้าเขาแห่งบ้านดอนเสือ”

“ระหว่างนี้ เราไปเล่นงานธุรกิจที่พวกมันไม่ได้สัมปทานกันดีกว่า”

จันจิรารู้ทันทีว่า เขาจะชวนไปป่วนบ่อนของวิวัฒน์ กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ...

อีกด้านหนึ่งของป่า ดาวชวนฤทธิชัยขับรถพาอาตงกับเม่งจูออกมาตระเวนรอบป่าอีกครั้ง แต่ไม่พบอะไรเช่นเคย จึงชวนเด็กๆกลับไปกินขนมกันที่บ้าน ฤทธิชัยเห็นเธออยู่กับเด็กๆแล้วมีความสุข พลอยสุขใจไปด้วย เธอหันมาเห็นเขาจ้องอยู่ ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขามองยิ้มๆ

“เห็นสายตาคุณมองเด็กๆ ผมก็เลยคิดว่าเผื่อคุณอยากจะมีลูกเสือบ้าง”

ดาวอายหน้าแดง แต่แล้วฤทธิชัยเห็นเงาใครบางคนอยู่แถวดงไม้ รีบบอกให้เธอพาเด็กๆกลับไปก่อน แล้วเขาจะตามไปทีหลัง เธอพยักหน้ารับคำ บอกให้เด็กๆ บ๊ายบายลุงหนึ่งก่อน เด็กๆทำตามที่เธอว่า เขาดีดตัวออกจากรถเข้าไปในแนวป่า ขณะที่เธอเร่งเครื่องรถออกไปอย่างรวดเร็ว...

รถของดาวแล่นเข้าไปใกล้นินจาสามคนที่ดักรออยู่บนกิ่งไม้ พวกนั้นขยับจะจู่โจม แต่ฤทธิชัยมาขวางไว้

“ถ้าพวกท่านจากที่นี่ไปภายในหนึ่งนาที เราก็ไม่ต้องส่งพวกท่านไปเกิดใหม่”

นินจาสองคนพุ่งเข้าหาเขา ขณะที่อีกคนหนึ่งดีดตัวลงไปยืนหน้ารถของดาวที่แล่นผ่านมาพอดี เด็กๆมองอย่างตื่นเต้น ดาวบอกให้ทั้งคู่หลับตา เกาะรถไว้แน่นๆ นินจาตวัดดาบจะฟัน เธอกระแทกเบรกอย่างแรง ทำให้ร่างของเขาลอยไปตกพื้นเบื้องหน้า พอตั้งหลักได้ เขาพุ่งเข้าใส่ เธอสะบัดมีดสั้นใส่ปักกลางอกอย่างแม่นยำ แล้วรีบออกรถทันที ด้านฤทธิชัยต่อสู้กับนินจาทั้งสองคนอย่างดุเดือด แต่พอได้จังหวะ เขาชักปืนยิงทั้งคู่ตายสนิท...

ค่ำวันเดียวกัน ขณะวิวัฒน์กำลังนั่งดื่มเหล้าเคล้านารีอยู่ในคอฟฟี่ช็อปของโรงแรมบ้านดอนเสือ มีมือปืนคนหนึ่งพรวดพราดเข้ามาที่โต๊ะ เขาชักสีหน้าไม่พอใจ

“อั๊วบอกแล้วไงว่าห้ามรบกวน”

“คือ...มีเรื่องด่วนครับ...ไฟไหม้ที่บ่อนครับ”

“ไอ้บ้าเอ๊ย...บ่อนไหนวะ”

“ทุกบ่อนเลยครับ”

วิวัฒน์เด้งขึ้นจากเก้าอี้ พรวดพราดออกไป พวกมือปืนรีบตามติด จันจิรากับไผ่นั่งมองเหตุการณ์อยู่ที่โต๊ะถัดไป พากันยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาตรงหน้า

“เอ้าดื่มให้บ่อนของนายวิวัฒน์”

“กับผลงานของเรา” จันจิราว่าแล้วชนแก้วกับไผ่ ก่อนจะดื่มรวดเดียวหมดแก้ว

ooooooo

สายวันถัดมา จักจั่นกับงิ้วมาซุ่มดูอยู่หน้าบริษัทอินเตอร์บิสอีกครั้ง คราวนี้สองสาวมารถกันคนละคัน และติดต่อสื่อสารกันผ่านทางเครื่องวิทยุรับส่งขนาดจิ๋ว จักจั่นบ่นอุบที่ต้องมาคอยเฝ้าพวกศัตรู ไม่ได้ยืดเส้นยืดสาย

“ใจจริงอยากจะเข้าไปเป่าหัวส่งพวกมันไปนรกให้จบๆ”

“เหมือนกันเลยคุณงิ้ว...แต่ผลก็คือมันมีคนใหม่มาแทน”

“นั่นนะสิ...ไอ้พวกนี้ต้องจับตอนซะให้หมด” งิ้วพูดจบหัวเราะชอบใจ จักจั่นพลอยขำไปด้วย แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นผู้กองสัตยาออกมาจากบริษัทพร้อมกับมือปืนคุ้มกัน จักจั่นแปลกใจทำไมเขามาโผล่ที่นี่ นึกว่าอยู่ชายแดนเสียอีก จังหวะนั้น มีรถตู้คันหนึ่งมาจอดรับ แล้วเคลื่อนออกไป

“แฟนเก่าไม่ใช่หรือ ตามไปสิคุณงิ้ว”

“ชัวร์...ได้อยู่แล้ว” งิ้วพูดจบ ขับรถตามไปห่างๆ เป็นจังหวะเดียวกับนายโจออกมาจากบริษัทขึ้นรถตู้อีกคันหนึ่ง เลี้ยวไปคนละทางกับรถของผู้กองสัตยา จักจั่นรีบสะกดรอยตาม...

ขณะที่จักจั่นและงิ้วแยกย้ายกันตามผู้ต้องสงสัย อภิชาติไปดักซุ่มอยู่แถวบ้านท่านรองศักดา เห็นเขาขึ้นรถออกไปพร้อมบอดี้การ์ด ทนายหนุ่มรีบขับรถตาม...

ทางด้านงิ้วตามรถของผู้กองสัตยามาถึงศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง เห็นเขาลงจากรถตู้เข้าไปห้างฯ รีบจอดรถหลบๆ แล้วตามเข้าไป ผู้คนเดินกันขวักไขว่แต่ไม่เห็นร่างของเป้าหมายและมือปืน พยายามชะเง้อหาก็ไม่เห็น ตัดสินใจหันหลังจะกลับ เจอเขากับมือปืนยืนอยู่ตรงหน้า

“สวัสดีครับคุณงิ้ว...ผมว่าคุณไปกับผมดีกว่า” เขาเห็นเธอทำท่าจะขัดขืน ขู่ว่า “คุณคงไม่อยากให้ผู้คนแถวนี้ต้องเป็นอะไรไปด้วยฝีมือของลูกน้องผม”

“พวกแกอาจจะมีอันเป็นไปเสียก่อนก็ได้” งิ้วขู่กลับอย่างไม่เกรงกลัว

“อาจจะ...แต่คุณคงไม่สามารถช่วยได้ทันหมดทุกคน”

งิ้วเห็นผู้คนที่เดินไปมาไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วย จำต้องยอมไปกับพวกศัตรู...

ฝ่ายจักจั่นต้องแปลกใจที่เห็นรถตู้ของนายโจแล่นไปจอดฝั่งตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง มีเด็กๆหลายคนกำลังเล่นกันอย่างสนุกสนานอยู่ที่สนามหญ้าด้านหน้า เธอรีบจอดรถแอบข้างทางจับจ้องไปทางรถตู้ตาไม่กะพริบ นายโจพร้อมด้วยมือปืนกลับเดินตรงมาที่รถของเธอ

“พวกมันจะเล่นเกมอะไรกันแน่” เธอมองไปรอบๆ

ถึงได้รู้ว่าหลงกลพวกศัตรูเข้าให้แล้ว พรวดลงจากรถเข้าไปถามนายโจเสียงเครียดว่าจะเอาอย่างไร

“อยากจะเชิญไปด้วย”

“ถ้าฉันไม่ไปเด็กที่สนามหน้าโรงเรียนอาจได้รับอันตรายใช่ไหม?”

“นึกแล้วว่าคุณต้องรู้ทันผม...ถ้าไม่รังเกียจ ขออนุญาตใส่กุญแจมือ” นายโจว่าแล้วหันไปพยักพเยิดให้มือปืนสวมกุญแจมือเธอไว้

“กุญแจมือมีสิทธิ์หลุดได้เหมือนกัน” จักจั่นจ้องหน้านายโจอย่างเอาเรื่อง

“ผมรู้ ก็เลยเตรียมการไว้เป็นพิเศษ...ผมขอแนะนำว่าคุณอยู่เฉยๆเป็นดีที่สุด”

มือปืนยกหลอดฉีดยาสลบขึ้นมา เธอเป็นห่วงพวกเด็กนักเรียนไม่กล้าขัดขืน...

ขณะที่จักจั่นและงิ้วเสียท่าให้พวกศัตรู อภิชาติก็ตกอยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างกัน เขาตามรถของท่านรองศักดามาถึงวัดแห่งหนึ่ง เห็นท่านรองชั่วลงจากรถ หันไปสั่งการบางอย่างกับมือปืน อึดใจ มือปืนคนนั้นเดินมาหาเขา ซึ่งนั่งสังเกตการณ์อยู่ในรถ เชิญให้ไปพบเจ้านายของตน เขารู้ทันทีว่าตกหลุมพรางศัตรูอย่างจัง แต่ไม่มีทางเลือก จำต้องเดินตามมือปืนไปหาท่านรองศักดา

“ดีใจที่พบคุณอีก...คุณอภิชาติ”

“ผมกำลังสงสัยว่าคนเลวทำบุญแล้วจะได้บุญหรือเปล่า” อภิชาติแดกดัน

“ได้บุญหรือเปล่าผมก็ไม่รู้...รู้แต่ว่าผมซื้อที่ดินบนสวรรค์ไว้เรียบร้อยแล้ว...เราไปกันดีกว่า ป่านนี้คุณจักจั่นกับเพื่อนคงรออยู่แล้ว”

“ถ้าผมไม่ยอม ชีวิตของพระและทุกคนที่อยู่ในวัดจะเป็นอันตราย” อภิชาติหน้าเครียด

“อะไรประมาณนั้น” ท่านรองศักดายิ้มอย่างผู้ชนะ ก่อนจะหันไปสั่งให้มือปืนสวมกุญแจมือเขา

ooooooo

ผ่านไปพักใหญ่ อภิชาติรู้สึกตัวลืมตามขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในชุดผู้ป่วยถูกมัดติดกับเตียง หันไปมองทางขวามือเห็นจักจั่นนอนหมดสติอยู่ในชุดผู้ป่วยถูกมัดแขนขาเช่นเดียวกับงิ้วที่อยู่ด้านซ้ายมือของเขา ทั้งสามคนอยู่ในห้องเล็กๆห้องหนึ่งไม่มีหน้าต่าง สักพัก นายโจเปิดประตูห้องเข้ามา

“พวกคุณนี่แปลก ยอมให้ตัวเองถูกจับเพื่อช่วยเหลือคนแปลกหน้า”

ด้วยฤทธิ์ยาสลบที่ถูกฉีด ทำให้เขามองเห็นหน้านายโจบิดเบี้ยว ส่วนเสียงที่ได้ยินก็เหมือนฟังเทปเพลงหมดอายุ “นาย...นี่...อัป...ลักษณ์...สุด...สุด...”

“อ๋อ...เหรอ...ทำใจซะคุณอภิชาติ เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมง หน้าคุณก็จะเหมือนกับหน้าผม” นายโจหัวเราะสะใจ แม้จะยังเบลอๆ แต่เขาก็เข้าใจความหมายนั้นชัดเจน...

ขณะเดียวกัน ที่เซฟเฮาส์ของดาวใกล้ป่าบ้านดอนเสือ ดาวรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก รีบโทร.หาจักจั่นกับอภิชาติแต่ไม่มีคนรับสาย ตัดสินใจโทร.เข้าศูนย์ลับ ทันทีที่นพรับสาย เธอถามว่าหายกันไปไหนหมด ติดต่อใครไม่ได้เลยทั้งอภิชาติ จักจั่น และงิ้ว

“ท่าทางจะไม่ดีเสียแล้วครับคุณดาว ทุกคนมีวิทยุบอกตำแหน่ง แต่ตอนนี้สัญญาณหายไปหมดเลยครับ”

“นานแค่ไหนแล้วคะ”

“อย่างน้อย 4 ชั่วโมงแล้วครับ เรากำลังติดตามอยู่อย่างใกล้ชิด”

“ได้ข่าวแล้วรีบแจ้งให้ดาวทราบด้วยนะคะ” เธอวางสายสีหน้าเป็นกังวล...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่หมู่บ้านติดชายแดนทางด้านใต้ ขณะที่ลุงเดชกับพ่อแสงนั่งชุมนุมอยู่กับพวกมือปืนตรงลานกว้างกลางหมู่บ้าน รถจี๊ปของผู้กองสัตยาแล่นเข้ามาพร้อมกับรถกระบะอีกคันหนึ่ง

“ไอ้หมอนี่ไม่ยักกะถูกพิษของนางงู” พ่อแสงว่าแล้วชำเลืองมองผู้กองชั่วแวบหนึ่ง

“ไอ้คนพวกนี้เคยออกหน้าเสียเมื่อไหร่ วันนั้นข้าเห็นมันวิ่งหางจุกตูด” ลุงเดชยิ้มหยัน ผู้กองสัตยาก้าวลงจากรถตรงมายังลานกว้าง ประกาศเสียงดังฟังชัดว่า

“ข้าอยากให้ทุกคนลืมเหตุการณ์จิ๊บจ้อยที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อน เงินกำลังส่งมาให้พวกเราใช้กันอย่างเหลือเฟือ รวมทั้งอาวุธและทุกอย่าง ขอให้ทุกคนวางใจ เราจะเป็นผู้ชนะในที่สุด”

พวกมือปืนส่งเสียงเฮลั่น ลุงเดชมองอย่างขัดใจ “แค่เอ่ยคำว่าเงิน...ทุกคนก็ลืมหมดทุกอย่าง”

“หมดไปก็ส่งเข้ามาใหม่ เริ่มงานชั่วๆของมันต่อไป”

“คนชั่วมันไม่มีวันหยุดทำชั่วหรอกไอ้แสง มีแต่คนดีเท่านั้นที่จะหยุดทำดี” ลุงเดชกระซิบพลางถอนใจเหนื่อยใจ ขณะที่พ่อแสงยืนนิ่งไม่พูดอะไรอีก...

แม้จะถูกปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า แต่นาคีก็ไม่อาจตัดใจลืมฤทธิชัยหรือท่านพี่ของตัวเองได้ลง ยิ่งเห็นสถานที่ที่เคยมีความสุขด้วยกัน เธอถึงกับน้ำตาซึมมองไปรอบๆ บริเวณอย่างอาลัยอาวรณ์ ระหว่างนั้น คายามังปรากฏตัวขึ้น เธอชำเลืองมองเขาด้วยท่าทีเฉยเมย

“นายใหญ่ต้องการให้เจ้าไปกำจัดศัตรู”

เธอยังคงนิ่งเฉยไม่สนใจ เขาโกรธจัด ท่องคาถาพึมพำ นาคีรู้สึกหายใจติดขัดเหมือนถูกบีบคอขึ้นมาทันที เส้นเงินบางๆที่ลงอาคมไว้รัดคอแน่นขึ้นๆ พอเขาหยุดท่องคาถา เธอก็กลับมาหายใจเป็นปกติอีกครั้ง

“ถ้าเจ้าฉลาด ก็จัดการกับศัตรูคนอื่นๆให้หมด...แล้วข้าจะช่วยพูดให้นายใหญ่ยกเว้นคนที่เจ้ารัก”

นาคีจ้องหน้าคายามังด้วยความชิงชัง ก่อนจะหายตัวไป เขายิ้มอย่างพอใจ

ooooooo

ฤทธิชัยตัดสินใจปลีกตัวมาอยู่ที่กระท่อมเล็กๆ ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งใกล้ชายแดนเพียงลำพัง ดาวอดเป็นห่วงไม่ได้ ถามว่าแน่ใจแล้วหรือว่าจะมาอยู่ที่นี่

“ครับ...นาคียังสัมผัสได้ว่าผมอยู่ที่ไหน ผมไม่อยากให้ใครต้องได้รับอันตราย แล้วจะได้คอยดูเหตุการณ์แถวชายแดนด้วย”

“ก็ดีค่ะ...จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดาวไม่คิดว่านาคีจะทำร้ายคุณหนึ่ง”

“นาคีมีพลังสูง ถูกอาคมบังคับ จึงลงมือรุนแรงไม่รู้จักการไว้ชีวิต อย่าปะทะได้เป็นดี”

“ดาวรู้ค่ะ...พวกเราหลบเลี่ยงอยู่แล้ว” เธอโผกอดเขาไว้แน่น ใจหายที่ต้องอยู่ห่างกัน...

ครู่ต่อมา ดาวเดินทางกลับบ้านดอนเสือ ระหว่างขับรถมาตามทางคดเคี้ยวในป่า มีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องเตือนดังขึ้น เธอมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง พอหันกลับมามองที่ถนนอีกครั้ง ต้องเหยียบเบรกกะทันหันเมื่อเห็นนาคียืนขวางทางอยู่ นังงูร้ายไม่พูดพล่ามสาดกระสุนใส่หูดับตับไหม้ ดาวดีดตัวลงจากรถ ยิงโต้ตอบ

นาคีใช้พลังหายตัวแวบไปแวบมาจนยิงไม่ถูก แล้วแวบมาปรากฏตัวตรงหน้าเอาปืนจ่อหัวเธอไว้ เธอคว้าข้อมือนาคีแล้วเอาปืนจ่อคืนบ้าง นังงูร้ายคว้าข้อมือเธอไว้เช่นกัน สองสาวยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมา

“เราใช้อาวุธปืนของมนุษย์ ท่านจะได้ไม่หาว่าเราเอาเปรียบ...นอนตายตาหลับ”

“แล้วแต่ท่านจะคิด” ดาวว่าแล้วสะบัดมือออก หายตัวไปโผล่แถวดงไม้ นาคีกราดปืนตาม แต่เธอไวกว่าสาดกระสุนใส่ได้ก่อนจนร่างเซไปมา แล้วยิงปืนในมือนังงูร้ายกระเด็น

“ดูเหมือนว่าท่านยังไม่ชำนาญเท่าไหร่” ดาวยิ้มเยาะ

นาคีตวัดมือไปยังปืนที่ตกอยู่ มันลอยเข้ามืออย่างง่ายดาย พอหันมามองอีกที ศัตรูหัวใจหายไปแล้ว เธอรีบดีดตัวตาม ดาวพุ่งหนีจากยอดไม้หนึ่งไปสู่อีกยอดไม้หนึ่ง ก่อนจะร่อนลงไปหลบหลังพุ่มไม้หนา กระชับปืนในมือเตรียมพร้อม กวาดสายตาไปมาอย่างระแวดระวัง

พลันมีเสียงร้องเตือนของเหยี่ยวสายลมตามมาด้วยเสียงคำรามของเสือสายฟ้า เธอหันขวับไปด้านหลังต้องตะลึงเมื่อเห็นงูตัวมหึมาโผล่ขึ้นมาเหนือพุ่มไม้ สายตาดุร้ายจองมองเธอเขม็ง ที่ลำคอของงูตัวนั้นมีเส้นสีเงินรัดอยู่ เธอรู้ทันทีว่าเป็นนาคี

งูฉกใส่ แม้เธอจะหลบได้ทันแต่พลังของการฉกรุนแรงมาก อัดร่างเธอปลิวไปกับพื้น งูชูคอขึ้นหมายจะฉกอีกครั้ง ดาวไหวตัวทันกลิ้งหลบพร้อมกับยิงใส่ไม่ยั้ง มันส่ายหัวหลบก่อนจะฉกซ้ำ เธอหลบได้หวุดหวิด

แล้วดีดตัวหนีมาถึงริมหน้าผาสูง เบื้องล่างเป็นสายน้ำเชี่ยวหมดทางไป หันหลังจะกลับทางเดิม แต่งูร้ายตามมาทัน ชูคอส่ายหัวไปมาน่ากลัว เธอจนมุมไม่รู้จะหนีไปทางไหน จึงตั้งท่าเตรียมต่อสู้

งูพุ่งเข้าใส่เต็มแรง ฤทธิชัยดีดตัวคว้าร่างดาวกลิ้งหลบไปกับพื้นได้ทันท่วงที มันพลาดท่าพุ่งตกหน้าผาลงสู่สายน้ำเชี่ยวเบื้องล่าง

“ตามผมมา...เร็วที่สุด” ฤทธิชัยคว้ามือดาว

ดีดตัวออกไปอย่างรวดเร็ว...

ที่สายน้ำเบื้องล่าง นาคีเดินขึ้นจากกระแสน้ำเชี่ยวด้วยสีหน้าโกรธแค้น ก่อนจะพุ่งหายเข้าดงไม้

ooooooo

ตอนที่ 10

รถกระบะซึ่งมีมือปืนคุ้มกัน พร้อมด้วยลุงเดชและพ่อแสงวิ่งนำหน้ารถตู้ขนเงินสองคันไปตามเส้นทางในป่า ทันใดนั้น ร่างของไผ่ในชุดดำ สวมหน้ากากร่อนลงมาขวางทางไว้ แล้วสะบัดมือไปยังรถตู้ทั้งสองคัน ระเบิดสองลูกลอยข้ามรถกระบะนำขบวนไปตกใส่รถตู้ระเบิดตูม ไฟลุกท่วม เงินติดไฟปลิวว่อน

คนขับรถกระบะกลัวตายเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว ลุงเดชกับพ่อแสงตวัดปืนยิงใส่ไผ่พอเป็นพิธี ก่อนจะส่งยิ้มให้กันด้วยความสะใจ...

ทางด้านดาวยังคงต่อสู้กับนาคีอย่างดุเดือด ดาวเสียท่าถูกเธอฟาดฝ่ามือใส่กระเด็นไปชนต้นไม้ แล้วชักดาบตามเข้าไปจะฟันซ้ำ มีเสียงปืนดังขึ้น ดาบในมือนาคีกระเด็น ไผ่ตามมายิงซ้ำระยะเผาขนจนเธอต้องหายตัวไปตั้งหลักอีกมุมหนึ่ง ก่อนจะดีดตัวกลับมาสู้กับไผ่และดาวอีกครั้ง

นาคีฝีมือเหนือกว่า ไล่ต้อนไผ่กับดาวจนต้อง

ถอยร่น พอได้จังหวะเธอปล่อยพลังใส่ทั้งคู่กระเด็นกลิ้งไปกับพื้น แล้วยกมือขึ้นจะปล่อยพลังซ้ำ แต่จักจั่นพุ่งเข้ามากระแทกร่างเธอปลิวออกไปเสียก่อน

“ถ้าคิดว่าต้านเราสามคนไม่ได้ก็ถอยไป” ดาวว่าแล้วดีดตัวเข้ามายืนข้างจักจั่น โดยมีไผ่ตามมาติดๆ

“แต่ถ้าคิดจะบุก เราจะสนองให้”

“วันนี้เป็นวันตายของพวกท่านทุกคน” นาคียิ้ม เหี้ยม แล้วดีดตัวเข้าต่อสู้กับทั้งสามคน จังหวะหนึ่งนังงูร้ายพลาดท่า จักจั่นชักปืนยิงซ้ำ แต่ฤทธิชัยเข้ามารับกระสุนแทนโดยไม่สะทกสะท้านใดๆ แล้วฟาดฝ่ามือใส่จักจั่นกระเด็น โชคดีที่ไผ่รับไว้ทัน จักจั่นเห็นแววตากร้าวของฤทธิชัย รู้ทันทีว่าเขาไม่ใช่คนเดิมที่เธอเคยรู้จักอีกต่อไป

“เอาไงดีน้องดาว”

“พี่ไผ่...จักจั่น จัดการกับนางงู ดาวจะล่อคุณหนึ่งออกไป” เธอพูดจบดีดตัวเข้าหาฤทธิชัย ปะทะกันอยู่หลาย กระบวนท่า ก่อนเธอจะดีดตัวหนีไปตามยอดไม้ เขาไล่ตามไม่ลดละ เธอร่อนลงที่ลานหินเล็กๆแห่งหนึ่ง พยายามกระตุ้นจิตใต้สำนึกให้เขากลับมาจำเธอได้ แต่ไม่เป็นผล เขาถูกนังงูร้ายครอบงำจำอะไรไม่ได้นอกจากนางคนเดียว ดาวไม่อยากทำร้ายชายคนรัก ดีดตัวกลับไปหาไผ่กับจักจั่น

“พี่ไผ่...จักจั่น ถอยก่อนเร็วเข้า”

จักจั่นกับไผ่รวมพลังกันกระแทกฝ่ามือใส่นาคีกระเด็น แล้วพุ่งหนีเข้าไปในยอดไม้ เธอจะตามแต่ถูกดาวยิงกระหน่ำใส่ ร่างของเธอร่วงจากต้นไม้ ฤทธิชัยพุ่งไปรับไว้ทัน หันไปอีกทีดาวกับพวกหายไปแล้ว...

หลังจากรอดเงื้อมมือนาคีกับฤทธิชัยมาได้ ดาว จักจั่น ไผ่ปรึกษาหารือกันจะต้องทำอะไรสักอย่าง ขืนปล่อยให้ฤทธิชัยเป็นแบบนี้ พวกเราต้องแย่แน่ๆ ดาวจะลองนั่ง

ทางในถามอาจารย์ดูว่าจะถอนมนต์สะกดของนาคีได้อย่างไร จักจั่นยกมือไหว้ท่วมหัว ภาวนาขอให้ท่านหาทางช่วยฤทธิชัยให้ได้

“ดาวจะไม่ยอมให้คุณหนึ่งเป็นทาสของมัน”

ooooooo

ที่รังใหญ่ของแบล็กอีวิลหลังกำแพงมนต์

ผู้กองสัตยาไม่พอใจมากที่คายามังปล่อยฤทธิชัยไป เขาอ้างว่าทำไปเพื่อผลดีต่อองค์กร ตอนนี้ฤทธิชัยตก เป็นทาสเสน่หาของนาคี ทำให้เราสามารถใช้เขาให้คอยปกป้องเธอและช่วยกำจัดพวกนางเสือ ผู้กองสัตยาไม่เชื่อเรื่องพรรค์นี้ หาว่าเขาเพ้อเจ้อดูหนังมากไป นายโจต้องเข้ามากั้นกลางระหว่างทั้งคู่ เกรงจะมีเรื่องกันแล้วถามคายามังมั่นใจหรือว่าจะควบคุมฤทธิชัยได้

“ได้แน่นอน...ข้ารับผิดชอบเอง”

“ก็ได้ แต่ต้องให้นาคีอยู่นอกกำแพง ผมไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดในฐานบังคับการใหญ่ของเรา” นายโจว่าแล้วเดินนำผู้กองสัตยาออกไป จากนั้นทั้งคู่ปรึกษากันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้กองสัตยาไม่ไว้ใจตาแก่บ้าไสยศาสตร์นั่น นายโจไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ได้แต่สั่งให้เขาจัดทีมมือปืนกับนินจาระดับสูงไว้คอยตามดู

ฤทธิชัยกับนาคี เขายิ้มกวน ที่แท้นายโจเองก็ไม่ไว้ใจตาแก่นั่นเหมือนกัน

“ผมไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น แค่เก็บนายดำรง คุณก็พลาด...คุณพลาดทุกอย่างถึงได้ต้องมาอยู่ที่นี่” นายโจ

มองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะผละจากไป ผู้กองสัตยามองตามไม่พอใจ...

ขณะที่อภิชาติกับงิ้วกำลังถกกันว่า ครั้งก่อนพวกเราพลาดตรงไหน พวกศัตรูถึงได้ตามไปที่ศูนย์ลับถูก จนต้องสูญเสียทั้งกำลังคนและข้อมูลต่างๆ จักจั่นโทร.มาแจ้งว่าฤทธิชัยถูกนาคีใช้มนต์สะกด กลายเป็นศัตรูคนใหม่ของพวกเราไปแล้ว อภิชาติเป็นห่วงเพื่อนรัก ตัดสินใจจะไปที่บ้านดอนเสือ...

ดาวต้องการรู้ความเคลื่อนไหวของนาคี จึงมาแอบซุ่มดูอยู่บนยอดไม้ไม่ห่างกันนัก แต่แล้วต้องตื่นเต้นเมื่อเห็นคายามังปรากฏตัวขึ้นอยู่ตรงหน้านาคี

“นี่เอง...อาจารย์ยอดอาคมของนางงู” ดาวพึมพำ

เขารู้สึกเหมือนมีคนแอบดู เดินไปที่ต้นไม้ซึ่งดาวซ่อนตัวอยู่ เธอรีบใช้คาถาพรางตัว เขากวาดตามองดูรอบๆ แต่ไม่เห็นอะไร จึงหันไปบอกนาคีว่า เขาจัดที่ให้เธอได้อยู่ตามลำพังกับฤทธิชัยนอกกำแพงมนต์ อ้างว่าจะได้ไม่มีใครมารบกวนความสุข เธอมองเขาอย่างจับพิรุธ แต่ไม่พบอะไรผิดปกติ

“ในกำแพงมีผู้คนและความลับมากมาย ถ้าชายของเจ้าก่อความวุ่นวาย จะเดือดร้อนกันไปหมด”

นาคียอมทำตามที่เขาว่า แล้วคว้ามือฤทธิชัยเดินตามคายามังไปถึงถํ้าเล็กๆแห่งหนึ่ง โดยมีดาวสะกดรอยตามมาห่างๆ ทันทีที่สามคนนั่นเข้าไปในถํ้า นินจา 5 คน ก็ปรากฏตัวขึ้นยืนเฝ้าระวังตามจุดต่างๆหน้าถํ้า ดาวอดแปลกใจไม่ได้ นาคีมีพลังฝีมือสูง ทำไมต้องมีนินจามาคอยคุ้มกันให้

ภายในถํ้าแห่งนั้น ถูกจัดไว้เป็นสัดส่วน มีทั้งที่นอน ที่นั่งพักผ่อน รวมทั้งอ่างนํ้าอาคมเตรียมไว้พร้อมสรรพ นาคีจ้องหน้าคายามังอย่างไม่ค่อยพอใจ ถามว่าส่งนักรบมาที่นี่ทำไม เขาอ้างว่ามาคอยคุ้มครองเธอ

“เจ้าต้องจำไว้ ยามจันทร์เต็มดวง หลังเที่ยงคืนเจ้าต้องจำศีลในอ่างนํ้าอาคมจนถึงเช้า พลังของเจ้าจะสมบูรณ์ แต่ถ้าเจ้าไม่ทำตาม พลังของจันทร์เต็มดวงจะดูดพลังของเจ้า ทำให้เจ้าอ่อนแอ ถึงกับสูญสิ้นได้ ยามที่พลังเจ้าอ่อนแอ อาจมีคนบุกเข้ามาชิงตัวชายของเจ้าไปก็ได้...เจ้าต้องการเช่นนั้นหรือ”

โดนยํ้าจุดอ่อนเข้าไป ทำให้เธอหงุดหงิดขึ้นมาทันที จะต้องให้เธอจำศีลอีกกี่ครั้งเขาถึงพอใจ คายามังยืนยันว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้น พลังของเธอก็จะสมบูรณ์

“พรุ่งนี้พระจันทร์ถึงจะเต็มดวง...ให้นักรบของท่านกลับไปก่อน”

เขาพยักหน้ารับรู้ แล้วผละจากไป พอถึงหน้าถํ้า คายามังสั่งให้นินจาถอยไปซุ่มระวังอยู่ห่างๆ อย่าให้นาคี

รู้ตัวและที่สำคัญอย่าให้ใครเล็ดรอดเข้าไปในถ้ำได้ นินจายกมือเป็นสัญญาณ พวกที่เหลือต่างถอยหายเข้าไปซุ่มอยู่ในแนวป่า ดาวรอจนคายามังไป ขยับจะไปบ้าง ทันใดนั้น มีดสั้นสองเล่มพุ่งเฉียดหน้าไปนิดเดียว เธอดีดตัวหนีไปตามยอดไม้อย่างรวดเร็ว นินจาทั้งห้าคนไล่ตามมาติดๆ สองคนพุ่งไปดักหน้า ที่เหลือล้อมด้านหลังไว้

“พวกแกมาอยู่นี่ แล้วใครเฝ้านางงู...แกไม่รู้หรือว่านี่เป็นแผนล่อเสือออกจากถ้ำ”

พวกนินจามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะพุ่งกลับไปที่ถ้ำทันที เธอยิ้มเจ้าเล่ห์ที่หลอกพวกนั้นได้...

ไม่นานนัก ดาวกลับถึงเซฟเฮาส์เจออภิชาติรออยู่ที่นั่นก่อนแล้ว เขาร้อนใจมากเรื่องฤทธิชัยอยากรู้ว่าเธอลองถามอาจารย์ของเธอหรือยัง เธอพยักหน้ารับคำ ท่านบอกว่าความรักเท่านั้นที่จะแก้ไขทุกอย่าง เพียงแต่ไม่ได้บอกรายละเอียด เธอดีใจที่เขามา แต่ไม่ค่อยเห็นด้วยนักที่เขาปล่อยงิ้วไว้ที่นั่นคนเดียว

“ยังไงผมต้องมา เพราะถ้าช่วยนายหนึ่งให้พ้นจากนางงูไม่ได้ ผมในฐานะเพื่อนและคุณดาวในฐานะภรรยา ย่อมรู้ว่านายหนึ่งยอมตายดีกว่าที่จะอยู่ในสภาพเช่นนี้ คนอื่นคงไม่กล้าจะทำ แต่เราสองคนจะปล่อยให้นายหนึ่งตกนรกทั้งเป็นไม่ได้” คำพูดของอภิชาติทำให้ดาวถึงกับอึ้ง เธอเองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน...

จากนั้น ดาวกับจักจั่นแวะไปที่กระท่อมหลบภัยเพื่อเตือนแม่สมพรเรื่องฤทธิชัย เจอจันจิรากับป้าเนียนที่นั่นพอดี จึงแจ้งให้ทราบทั่วกันว่าตอนนี้ ฤทธิชัยกลายเป็นศัตรูของนางเสือไปแล้ว ทุกคนต้องระวังตัวถ้าเจอเขา ส่วนจักจั่นถือโอกาสมาลาแม่เข้ากรุงเทพฯ ไปอยู่เป็นเพื่อนงิ้วแทนอภิชาติ...

ขณะเดียวกัน ที่หมู่บ้านชายแดนทางด้านใต้ ผู้กอง สัตยาเห็นลุงเดชกับพ่อแสงมีฝีมือจึงคัดเลือกไว้ใช้งาน แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดว่างานอะไร บอกแค่ให้เตรียมตัวไว้ถึงเวลาจะมาเรียก จังหวะนั้น ไผ่ทำทีเข้ามาพูดจายียวนกวนประสาทผู้อาวุโสทั้งสองคน พอสบโอกาส รีบกระซิบว่าสายลมบอกตำแหน่งซ่อนอาวุธของพวกแบล็กอีวิล คืนพรุ่งนี้เขาจะไปจัดการ พวกมือปืนที่นั่งอยู่แถวนั้นไม่มีใครติดใจสงสัยอะไร

ooooooo

คืนถัดมาซึ่งเป็นคืนวันเพ็ญ ดาวกับอภิชาติในชุดดำสวมหน้ากากปรากฏตัวขึ้นใกล้ถ้ำ ซึ่งเป็นที่พักของนาคี จังหวะนั้น มีเมฆดำค่อยๆเคลื่อนเข้ามาบดบังดวงจันทร์ทำให้พื้นที่รอบๆถ้ำมืดสลัวลง อภิชาติเห็นเป็นโอกาสเหมาะชวนดาวเข้าไปลุย โดยเขาจะเล่นงานพวกนินจากับนาคี ส่วนเธอไปจัดการฤทธิชัย เธออ้าปากจะค้านแต่ไม่ทัน เขาพุ่งไปที่หน้าถ้ำเสียก่อน แล้วสาดกระสุนเข้าไปในถ้ำเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

นินจาออกจากที่ซ่อน กรูเข้าล้อมกรอบเขาไว้ ฤทธิชัยกับนาคีได้ยินเสียงปืนดีดตัวออกมาจากถ้ำ เห็น อภิชาติกำลังต่อสู้กับพวกนินจา ฤทธิชัยอาสาจะจัดการ ศัตรูให้เอง แต่นาคีรั้งไว้

“ไม่ต้อง...เราจัดการเอง...พวกเจ้า...ถอยออกมา”

นินจาดีดตัวออกมาคุมเชิงอยู่ห่างๆ อภิชาติต้องการป่วนนังงูร้าย หันไปกราดยิงฤทธิชัยจนทรุด เธอโกรธจัดผมเปลี่ยนเป็นงูเก็งกองส่ายหัวไปมา แล้วพุ่งเข้าหา เขาดีดตัวหนีเข้าป่าล่อให้เธอตาม นาคีหลงกลไล่ตามด้วยโทสะ โดยมีพวกนินจาตามไปอีกทอด ฤทธิชัยขยับจะตาม แต่ถูกดาวพุ่งชนพากันล้มกลิ้งไปกับพื้น ต่างฝ่ายต่างดีดตัวขึ้นยืนประจันหน้ากัน เธอพยายามเรียกชื่อเขาเผื่อเขาจะจำได้ แต่ไร้ผล

“ถอยไป...ใครขวางเราต้องตาย” ฤทธิชัยว่าแล้วขยับจะไป

เธอโดดขวางไว้ เขาโกรธจัดตรงเข้าทำร้ายเธอซึ่งได้ แต่ปัดป้องไม่ตอบโต้ ตั้งรับอย่างเดียวทำให้เธอเสียเปรียบถูกเขากระแทกฝ่ามือใส่ ร่างลอยละลิ่วไปกระแทกต้นไม้ แล้วตามเข้าไปคว้าคอเธอบีบหมายจะฆ่าให้ตาย เธอพยายามแกะมือเขาออก แต่ไม่สำเร็จ เริ่มหายใจติดขัด...

ขณะที่ดาวตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน อภิชาติล่อนาคีลึกเข้าไปในป่า พอเห็นว่าห่างจากดาวมากพอแล้วจึงหันมาเผชิญหน้า นาคีพร้อมด้วยนินจา 5 คนล้อมเขาไว้ แม้จะเสียเปรียบทั้งพลังฝีมือและกำลังคน แต่อภิชาติก็หนี เอาตัวรอดไปได้ สร้างความเจ็บแค้นใจให้นาคีเป็นอย่างมาก

ooooooo

ดาวใกล้ขาดใจเต็มที ทันใดนั้น เมฆบนท้องฟ้าเคลื่อนพ้นดวงจันทร์ เผยให้เห็นจันทร์เต็มดวงที่สาดแสง มายังร่างของฤทธิชัยทำให้สติของเขากลับคืนมา

รีบคลายมือออก ดาวหายใจได้อีกครั้งโผกอดเขาด้วย ความดีใจ เขางงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเล่าให้ฟังว่าเขาถูกมนต์สะกดของนาคี ทำให้ลืมหมดทุกอย่างและคิดจะฆ่าพวกเรา เธอเพิ่งสังเกตเห็นแสงจันทร์ที่ส่องกระทบใบหน้าเขา แหงนมองท้องฟ้าเห็นจันทร์เต็มดวง

“แสงจันทร์...ความรัก...ใช่แล้ว” เธอพึมพำกับตัวเอง

“ทำไมหรือครับ”

“อาจารย์บอกว่าความรักจะช่วยให้ทำลายมนต์ ของมัน คงเป็นเพราะดวงจันทร์เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ ความรักคุณหนึ่งถึงได้สติกลับคืนมา”

ฤทธิชัยถามเสียงเศร้าว่าแค่คืนสติเท่านั้นหรือ เธอยังตีความไม่ออกว่าต้องทำอย่างไรถึงจะสยบมนต์นี้ได้ ทั้งสองต่างมองขึ้นไปที่ดวงจันทร์ เริ่มมีเมฆกลุ่มใหม่ลอยเข้ามาบดบัง ใบหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นดุร้ายมีเงาของงูซ้อนขึ้นมา เขาพยายามสะบัดหัวไล่เงานั้นออกแต่ทำ ไม่สำเร็จ รีบบอกให้เธอหนี

“คุณหนึ่ง...แข็งใจไว้...ลองใช้พลังต้านเอาไว้”

เขาลองทำตามแต่ต้านไม่ไหว แต่แล้วเมฆลอยผ่านพ้นไปเผยให้เห็นจันทร์เต็มดวงอีกครั้ง สติของเขากลับคืนมา ทันใดนั้น ร่างนาคีปรากฏขึ้นตรงหน้า จ้องมองมาด้วยแววตาดุดัน

“คืนคนของเรามา”

เสียงปืนดังก้องไปทั้งป่า นาคีเซไปมาตามแรงอัดของลูกปืน อภิชาติร้องเตือนให้ทั้งคู่รีบหนี ดาวคว้ามือฤทธิชัยดีดตัวหายไปในความมืด นังงูร้ายจะตาม อภิชาติขวางไว้ เธอโกรธปล่อยพิษใส่ เขาหายตัวหลบทันพอปรากฏ ตัวขึ้นอีกครั้ง ยิงใส่เธอหูดับตับไหม้ แล้วโยนระเบิดตาม เสียงตูมดังสนั่น ไฟลุกท่วม

เธอเดินฝ่าเปลวไฟออกมา แต่เขาหายไปแล้ว รีบเพ่งสายตาไปยังแนวป่าเห็นดาวจูงมือฤทธิชัยวิ่งอยู่ไกลๆ ขยับจะตาม แต่พลังตกวูบถึงกับโงนเงนจะล้ม คำพูดของคายามังที่เตือนให้เธอลงแช่น้ำอาคม ไม่เช่นนั้น ร่างจะสูญสิ้นผุดขึ้นมาในความคิด เธอตวัดมือร่ายมนต์ ร่างหายวับไปปรากฏอีกทีอยู่หน้าอ่างน้ำอาคม ค่อยๆก้าวลงไปนอนหลับตาแช่ตัว พลันมีม่านบางๆ ครอบคลุมร่าง ราวกับเป็นเกราะป้องกัน...

พอได้ระยะปลอดภัย ดาวกับฤทธิชัยก็หยุดหนี ทั้งคู่โอบกอดกันด้วยความรักและคิดถึง เขาขอโทษที่พลาดท่า เสียที ปล่อยให้นาคีครอบงำ เธอปลอบว่าไม่ต้องกังวลไป ยังมีทางแก้ไข

“แต่ถ้าแก้ไขไม่ได้ ผมอยากให้คุณดาว...”

เธอเอามือแตะริมฝีปากเขาไว้ไม่ให้พูด รู้ดีว่าเขาต้องการให้เธอทำอะไร จังหวะนั้น อภิชาติตามมาสมทบเข้าไปตบหลังตบไหล่เพื่อนรัก ดีใจที่ยังไม่กลายเป็นงูอย่างถาวร แล้วถามดาวว่าทำไมฤทธิชัยถึงได้สติกลับคืนมา

“ดาวคิดว่าเป็นเพราะแสงจากดวงจันทร์ค่ะ” เธอพูดพลางมองสบตาฤทธิชัยอย่างลึกซึ้ง อภิชาติรู้งานรีบหลบออกมา ปล่อยให้คู่รักได้อยู่กันตามลำพัง...

ในเวลาเดียวกัน ไผ่ในชุดปฏิบัติการนางเสือบุกเข้าไประเบิดรถคอนเทนเนอร์ขนอาวุธสองคันที่จอดซุ่มอยู่ในหุบเขาท้ายหมู่บ้านที่ลุงเดชกับพ่อแสงแฝงตัวอยู่ แรงระเบิดทำลายอาวุธของพวกแบล็กอีวิลเป็นจุณ

ooooooo

ใกล้สว่างแล้ว เวลาแห่งความสุขหมดลง ดาวกับฤทธิชัยจำต้องพรากจากกัน อภิชาติเข้ามาเตือนเธอให้รีบไป แล้วออกไปยืนรออยู่ห่างๆ ปล่อยให้คู่รักได้ร่ำลากัน ทั้งสองคนโผกอดกันไว้ด้วยความอาลัย

“ดาวจะต้องได้คุณกลับมา”

“ผมเชื่อมือคุณ” ฤทธิชัยมีอาการสั่นขึ้นมาเล็กน้อย ใบหน้าปรากฏเงาของงูรางๆ เขาพยายามใช้พลังต้านแต่ไม่ไหว สายตาเริ่มฉายแววดุร้าย ดาวมองชายคนรักเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะจากไปทั้งน้ำตา...

ขณะที่ฤทธิชัยตกอยู่ในมนต์สะกดของนาคีอีกครั้ง นังงูร้ายตื่นขึ้นด้วยพลังเต็มเปี่ยม สะบัดมือสองข้างกระแทกอ่างน้ำอาคมแตกกระจาย แล้วหลับตาทำสมาธิ ก่อนจะหายวับไปปรากฏตัวที่ลานเล็กๆ เห็นฤทธิชัย ยืนอยู่ เธอโผกอดเข้าไปด้วยแรงเสน่หา...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน งิ้วดีใจมากที่อภิชาติส่งจักจั่นมาช่วย เพราะเครื่องจับสัญญาณใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ได้มาเมื่อไหร่จะเริ่มดำเนินการทันที โดยจะทดลองกับท่านรองศักดาเป็นรายแรก นายโจจะเป็นรายถัดไป

“งิ้วมีเรื่องหนึ่งที่ต้องรบกวนความสามารถคุณจักจั่น...งิ้วไม่แน่ใจว่านายดำรงเอ๋อจริงหรือเปล่า”

“ได้...จักจั่นจะพรางตัว คอยจับตาดูนายดำรง”

“ระวัง...อย่าให้ตาเป็นกุ้งยิงก็แล้วกัน” สองสาวหัวเราะกันสนุกสนาน...

เป็นไปอย่างที่งิ้วคาด ดำรงไม่ได้เอ๋อ จักจั่นพรางตัวเข้าไปสอดแนมอยู่ในห้องพักฟื้น จึงจับได้ว่าเขาหยิบมือถือขึ้นมาโทร. งิ้วโกรธมาก กระชากคอเสื้อเขาเข้ามาใกล้อย่างเอาเรื่อง ถามว่าไปเอามือถือมาจากไหน ได้ความว่าแอบฉกมาตอนที่หมอมัวแต่สนใจตรวจแผลที่ท้องให้

แกล้งทำเอ๋อ...เดี๋ยวฉันจะให้นายเอ๋อไปตลอดชีวิต” จักจั่นขู่

“เห็นใจผมเถอะครับ ผมทำเอ๋อเพื่อพวกมันจะได้ปล่อยผม...ไม่สนใจผม”

“แล้วคราวก่อนล่ะ”

เขาสารภาพว่าแอบเอามือถือเข้ามาในศูนย์ลับแล้วโยนทิ้งตอนอพยพหนีศัตรู งิ้วโวยลั่น แค่โทรศัพท์เพียงเครื่องเดียวทำให้หน่วยของเราต้องสูญเสียทั้งกำลังคนและทุกอย่าง ดำรงจะขอรับผิดชอบและจะชดใช้ให้

“ชีวิตคน...นายชดใช้ได้ไหม”  งิ้วตะคอกใส่ แล้วเดินอารมณ์เสียออกไป จักจั่นขู่ ถ้ายังก่อเรื่องอีก เธอจะยิงเขาทิ้ง ดำรงถึงกับหน้าซีด...

หลังจากดาวพยายามไขปริศนาที่อาจารย์ของเธอให้ไว้ว่าความรักสยบมนต์ของนาคีได้ แต่ก็คิดไม่ออกเธอจึงตัดสินใจจะจบชีวิตฤทธิชัยให้เร็วที่สุด อภิชาติพยายามให้เธอชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อน แต่เธอยืนกรานว่าเป็นทางเดียวที่จะช่วยให้เขาพ้นจากสภาพตายทั้งเป็น

ooooooo

รถจี๊ปของผู้กองสัตยาวิ่งนำขบวนรถกระบะสองคันขนมือปืนมาเต็มคันรถ โดยมีลุงเดชกับพ่อแสงรวมอยู่ในนั้นด้วย เข้ามาจอดที่หมู่บ้านติดชายแดนทางด้านใต้แห่งหนึ่ง มีชาวบ้านวัยฉกรรจ์ยืนรวมกลุ่มกันอยู่หลายสิบคน ผู้กองสัตยาปรี่เข้ามาหาหัวหน้าหมู่บ้าน ถามเสียงเครียดว่ามีปัญหาอะไร

“ปัญหาคือเงินที่ท่านสัญญาไว้ยังไม่มา”

“เงินมาแล้ว แต่ถูกนางเสือปล้นไป กำลังส่งมาใหม่”

“ถ้าเงินไม่มา ก็ไม่มีการขนของ ไหนจะค่าช้างไหนจะค่าควาญช้าง...” หัวหน้าหมู่บ้านพูดยังไม่ทันจบผู้กองสัตยาตบเปรี้ยงเดียวหน้าคะมำ ชาวบ้านทำท่าจะลุกฮือ มือปืนชักปืนขึ้นมาขู่ พวกนั้นยืนนิ่งไม่กล้าขยับ ผู้กองสัตยาต้องการเชือดไก่ให้ลิงดู เอาปืนส่งให้พ่อแสง สั่งให้ยิงหัวหน้าหมู่บ้านทิ้ง โทษฐานเรื่องมาก เขาไม่อยากฆ่าใครโดยไม่มีเหตุอันควร เลยยิงที่ต้นขาแทน  ผู้กองชั่วเดินเข้ามาหาอย่างไม่พอใจ

“เฮ้ย...ข้าบอกให้ยิงมันทิ้ง”

“ยิงทิ้งมันตายเร็วไป แบบนี้เท่ากับว่าเตือนพวกมันทุกคนว่าอย่าหือ”

ผู้กองสัตยาจ้องหน้าพ่อแสงอึดใจ ก่อนจะพยักหน้าพอใจ ลุงเดชถึงกับถอนใจโล่งอก...

เครื่องตรวจจับสัญญาณแบตเตอร์รี่หัวใจรุ่นแรกเสร็จเรียบร้อย งิ้วกับจักจั่นจะลองใช้เครื่องนี้กับท่านรองศักดาเป็นรายแรก จึงขอร้องให้กำจรช่วยเหลือติอต่อขอสัมภาษณ์เขาเรื่ององค์กรลับแบล็กอีวิล และให้งิ้วปลอมเป็นผู้ช่วยของกำจรเข้าไปติดไมโครโฟนเพื่อจับสัญญาณแบตเตอรี่หัวใจ

ส่วนจักจั่นจะคอยตรวจสัญญาณอยู่ในรถตู้ซึ่งจอดอยู่ใกล้ๆ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการ การสัมภาษณ์เป็นไปด้วยดี แต่สองสาวต้องผิดหวังเพราะจับสัญญาณอะไรไม่ได้ ท่านรองศักดาไม่ใช่นายใหญ่...

เมื่อพลาดจากท่านรองศักดา เป้าหมายต่อไปของจักจั่นกับงิ้วคือนายโจ จักจั่นรู้ดีว่ารายนี้ไม่ง่ายเหมือนรายที่แล้ว เพราะเขาไม่มีทางให้สัมภาษณ์ใครแน่นอน มีทางเดียวคือจับตัวเขามาตรวจสอบระยะใกล้

“ไม่ใช่ง่าย...มีมือปืนรอบตัวมันเต็มไปหมด”

“ชอบงานยากไม่ใช่เหรอ”

“ได้เลย...มีนางเสืออยู่ทั้งคนกลัวอะไร” สองสาวต่างยิ้มให้กัน จังหวะนั้นมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น นพเข้ามารายงานว่าได้เครื่องจับสัญญาณขนาดจิ๋วมาแล้ว แล้วส่งสร้อยคอสองเส้นให้ พร้อมกับอธิบายว่า

“จับสัญญาณได้โดยใช้ระบบสั่นไม่มีเสียง...และเป็นวิทยุบอกตำแหน่งในตัว”

“สุดยอด...คราวนี้เราก็ออกไปล่าตัวนายใหญ่ได้แล้ว” จักจั่นว่าแล้วหันไปตีมือกับงิ้ว ยิ้มให้กันอย่างมีความหวัง

ooooooo

ในเวลาต่อมา จักจั่นกับงิ้วมาซุ่มดูความเคลื่อนไหวอยู่ที่หน้าบริษัทอินเตอร์บิส เห็นนายโจนั่งรถตู้ออกไปรีบสะกดรอยตาม จนกระทั่งรถของเขาแล่นเข้าไปในลานจอดรถใต้ดินของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง นายโจพร้อมด้วยมือปืนคุ้มกันสามคนเดินไปที่ลิฟต์ จักจั่นรีบใช้วิชาพรางตัวเล็ดลอดขึ้นลิฟต์ไปด้วย

สักพัก ลิฟต์เปิดที่ห้องเพนท์เฮ้าส์ ปรากฏว่านายโจนัดพบหมอคนหนึ่ง จักจั่นไม่ทันได้อยู่ฟังข้อมูลเพราะสมาธิทำท่าจะหลุด วิชาพรางตัวติดๆขัดๆ เกรงความจะแตกต้องรีบเผ่นกลับไปหางิ้วซึ่งรออยู่ที่รถ โดยไม่ได้เรื่องอะไรสักอย่าง รู้แค่นายโจมาหาหมอ ระหว่างนั้น คนที่ถูกเอ่ยถึงเดินนำมือปืนกลับมายังรถตู้ที่จอดรออยู่

“คุณงิ้วตามไปลากตัวนายโจ...จักจั่นจะตามไปดูซิว่านายคุณหมอมาจากไหน...ทำอะไร” จักจั่นว่าแล้วลงจากรถ ขณะที่งิ้วขับรถตามรถตู้ของนายโจที่กำลังแล่นออกไป...

ขณะรถตู้ของนายโจขับมาถึงถนนเปลี่ยวชานกรุง งิ้วเร่งเครื่องแซงก่อนจะปาดหน้าทำให้จอด มือปืนคุ้มกันสามคนพรวดออกจากรถยังไม่ทันจะตั้งตัว เธอสาดกระสุนใส่ตายเรียบ แล้วดีดตัวเข้าไปในรถ คนขับรถชักปืนจะยิง เธอไวกว่าซัดตูมเดียวฟุบคาพวงมาลัย นายโจอาศัยจังหวะนั้น เผ่นเข้าไปในสวนข้างทาง เธอวิ่งไปดักหน้า

“ขอคุยด้วยหน่อย”

นายโจไม่พูดพล่าม พุ่งเข้าเตะต่อยอุตลุด หญิงสาวตั้งรับแล้วโต้กลับ เขารู้ตัวว่าฝีมือต่ำชั้นกว่า เลยชักปืนยิงไม่ยั้ง เธอพุ่งหลบก่อนยิงสวนถูกปืนในมือเขากระเด็น

“ช่วยขยับหน่อยสิ...อยากยิงสมองเต็มแก่” งิ้วยิ้มสะใจ ขณะที่นายโจยืนนิ่ง ได้แต่มองด้วยความแค้น...

ไม่นานนัก งิ้วพานายโจไปคุมตัวไว้ในห้องพักของโรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่งแถวนั้น จับใส่กุญแจมือติดกับเก้าอี้ไว้ เขายังอารมณ์กวนประสาท ถามเธอว่าเกิดพิศวาสอะไรขึ้นมาถึงได้ฉุดเข้าโรงแรม เธอตบเขาหน้าหันฐานปากเสีย เขาฮึดฮัดจะเอาเรื่องแต่เธอชักปืนขู่เสียก่อน
“เรารู้ว่าพวกแกกำลังเคลื่อนกำลังเข้ามาทางชายแดน แกคงรู้แล้วว่าอาวุธ เงิน อุปกรณ์ของพวกแก ถูกสกัด บ๊ายบายเรียบร้อยทุกครั้ง”

“จิ๊บๆยังมีอีกเยอะ”

“แหงล่ะ...โกงกินมาเยอะนี่...ฉันให้นายเลือกว่าจะบอกทุกอย่างหรือว่าเป็นผีสิงอยู่ในโรงแรมห้องนี้” งิ้วว่าพลางจ้องเขาสีหน้าเคร่งเครียด...

ขณะที่งิ้วกำลังเค้นความลับจากนายโจ จักจั่นซึ่งดักรออยู่ที่ล็อบบี้ของโรงแรมหรู เห็นหมอคนนั้นออกจากลิฟต์พร้อมกับมือปืนคุ้มกันสองคน เธอปรี่เข้าไปชนเขาอย่างจัง แล้วแอบฉกกระเป๋าสตางค์ของเขาติดมือมาด้วยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง เธอรีบขอโทษที่ซุ่มซ่ามแล้วชิงหนีเข้าห้องน้ำ หยิบนามบัตรกับใบขับขี่ขึ้นมาดู

“หมอ...เจริญ...ตั้งเจริญพงษ์...ศัลยกรรมตกแต่ง” ยิ้มอย่างพอใจแล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หางิ้ว ถามถึงสถานที่ที่เอาตัวนายโจไปกักขังไว้

ooooooo

นายโจยังคงปิดปากเงียบไม่ยอมบอกอะไรแม้จะถูกงิ้วตบซ้ายตบขวาจนเลือดกบปาก เธอจึงงัดไม้ตายขึ้นมาขู่ ถ้าอีกห้านาทีเขาไม่เปิดปากจะถูกเฉือน แล้วหยิบมีดคมกริบขึ้นมาตวัดโชว์ ทันใดนั้น ประตูห้องพักเปิดผลัวะ มือปืนกล้าตายสองคนพรวดเข้ามา เธอสาดกระสุนใส่ล้มคว่ำ แล้วโดดไปหลบด้านหลังนายโจ จ่อปืนที่หัวพร้อมกับตะโกนขู่พวกมือปืนที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าห้อง

“หน้าไหนโผล่เข้ามา...นายแกดับชัวร์”

แทนที่พวกนั้นจะกลัว กลับยิงกระหน่ำเข้ามาถูกอกนายโจหลายนัด เธอยิงโต้กลับเป็นระยะๆ พลางเขย่าตัวเขาเพื่อให้บอกแผนการของนายใหญ่มา เขาร่อแร่เต็มทีแต่ก็พยายามพูด

“กำ...แพง...โรง...หมอ”

พวกมือปืนยิงกราดเข้ามาอีก คราวนี้ถูกหัวนายโจเต็มๆ เธอพยายามยิงสกัดไม่ให้พวกนั้นเข้ามา พลันมีเสียงปืนดังขึ้นชุดใหญ่จากหน้าห้องพัก เธอจ้องเขม็งไปที่ประตูเตรียมพร้อม แต่แล้วได้ยินเสียงจักจั่นตะโกนเรียกถึงกับถอนใจโล่งอกที่เพื่อนมาช่วยไว้ทัน จักจั่น

เข้ามาเห็นสภาพของนายโจแล้วรีบถามว่าได้เรื่องอะไรหรือเปล่า เธอส่ายหน้า นายโจไม่ใช่นายใหญ่เพราะจับสัญญาณอะไรไม่ได้ จักจั่นมองร่างไร้วิญญาณของเขาอย่างปลงๆ

“ไม่น่าเชื่อว่าพวกมันจะเก็บนายโจ”

“เชื่อเถอะ...พวกมันยังมีนายโจอีกเยอะ...นี่เองที่นายสัตยาเอ่ยถึงโจคนที่สอง...มันคือโจคนใหม่ตัวแทนของนายโจคนที่ตายไปแล้ว” งิ้วพึมพำหน้าเครียด

ครู่ต่อมา สองสาวกลับมาตั้งหลักที่ศูนย์ลับ จักจั่นเสียดายมาก ถ้านายโจรู้ตัวว่าจะถูกเก็บ อาจจะยอมบอกอะไรเราบ้าง งิ้วเล่าว่าเขายอมบอก แต่จับใจความได้แค่คำว่ากำแพงกับโรงหมอเท่านั้น

“จักจั่นว่าได้เรื่องเหมือนกันนะ...กำแพง...จักจั่นรู้ว่าคือสถานที่ตั้งค่ายใหญ่ของมัน พวกเราพยายามหา

แต่ไม่เจอ เชื่อว่าอาจารย์ผมขาวที่เราเห็นต้องลงอาคมไว้ ส่วนหมอก็คือหมอที่นายโจไปพบที่โรงแรม...หมอเจริญเป็นหมอศัลยกรรม ทุกอย่างต้องเกี่ยวพันกัน...เราต้องบวกให้ถูกเท่านั้น”

“เรารู้ว่าพวกมันกำลังระดมกำลัง”

“ถ้าต้องการคุมด้านกำลัง จะต้องมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย”

งิ้วถึงบางอ้อทันที นึกขึ้นได้ว่าตอนที่กำจรไปสัมภาษณ์ท่านรองศักดา ได้ยินว่าจะมีการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงเร็วๆนี้ สองสาวต่างมองหน้ากันสีหน้าครุ่นคิด หลังจากช่วยกันบวกลบคูณหารดูแล้ว สรุปได้ว่าพวกแบล็กอีวิลคิดหาคนมาแทนเจ้าหน้าที่ระดับสูงพวกนั้น ถึงได้มีหมอศัลยกรรมมาเกี่ยวข้อง

จังหวะนั้น นพเข้ามาแจ้งว่าบริษัทอินเตอร์บิสกำลังแถลงข่าว งิ้วรีบเปิดทีวี เห็นกำจรกำลังสัมภาษณ์นายโจซึ่งมีใบหน้าเหมือนนายโจคนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน แม้กระทั่งรอยแผลเป็นบนแก้มที่ดาวฝากไว้ เรื่องที่อินเตอร์บิสกำลังจะได้สัมปทานทั้งหมดจากราชการ...
ooooooo

หลังจากค้นข้อมูลหมอเจริญมาได้ จักจั่นกับงิ้วรีบตรงไปยังคลินิกของเขา เจอเจ้าหน้าที่ต้อนรับสาวสวยอยู่หน้าเคาน์เตอร์ สองสาวฟังคำพูดคำจาและท่าทางที่ไม่รับแขกของเธอแล้วหมั่นไส้ขึ้นมาติดหมัด สงสัยจะพูดดีๆด้วยไม่ได้ ชักปืนขึ้นมาจ่อหัว ถามว่าหมออยู่หรือเปล่า เธอถึงกับจ๋อย ส่ายหน้าแทนคำตอบ

“ฉันสองคนเป็นกิ๊กหมอ...จะเข้าไปรอข้างใน” จักจั่นว่าแล้วจ้ำพรวดๆเข้าไปโดยมีงิ้วตามติด

แต่พอเปิดประตูห้องทำงานหมอเจริญเข้าไปกลับพบประตูกระจกตรงระเบียงเปิดอยู่ สองสาวรู้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่อง พุ่งพรวดไปที่ระเบียงมองลงไปเบื้องล่าง เห็นร่างของชายคนหนึ่งนอนคว่ำอยู่ที่พื้นถนน มีไทยมุงยืนดูอยู่นับสิบคน อึดใจ รถตำรวจแล่นเข้ามาจอดสองคัน

“สดๆร้อนๆ ต้องเป็นยัยพนักงานต้อนรับนั่นแน่ๆ” จักจั่นดีดตัวออกไปที่เคาน์เตอร์ด้านหน้าพร้อมด้วยงิ้วแต่สาวสวยหายไปแล้ว งิ้วรีบไปดูด้านหลังเคาน์เตอร์เห็นร่างพนักงานสาวตัวจริงนอนตายอยู่

ทั้งคู่รีบกลับไปที่ห้องทำงานของหมอเจริญ ตรงไปที่คอมพิวเตอร์ ถึงกับโล่งอกที่มันยังทำงานอยู่ ไม่ได้

ถูกมือดีทำลาย งิ้วรีบเรียกข้อมูลขึ้นมาดู จักจั่นสัมผัสได้ว่าตำรวจกำลังมาที่นี่ เร่งเธอรีบจัดการโหลดข้อมูลให้เสร็จภายในหนึ่งนาที ส่วนตนเองจะตรวจดูเซฟซึ่งอยู่หลังรูปภาพ อึดใจ มีภาพปรากฏขึ้นที่จอคอมพิวเตอร์

“จ๊ะเอ๋...รูปของเจ้าหน้าที่ชั้นสูงทั้งนั้น...บวกลบคูณหารของคุณจักจั่นตรงเป๊ะ” งิ้วล้วงธัมบ์ไดรฟ์ออกมาเซฟข้อมูล จักจั่นเข้ามาเร่งให้ไปกันได้แล้ว เธอดึงธัมบ์ไดรฟ์ออกแล้วพากันเผ่นแน่บ

จักจั่นใช้วิชาพลางตัวช่วยงิ้วรอดพ้นเงื้อมือตำรวจที่วิ่งสวนเข้าไปในคลินิกได้สำเร็จ จากนั้นพากันลงมาที่ชั้นล่างสุดของตัวตึก งิ้วต้องส่งข้อมูลที่ได้มาให้นพก่อน จักจั่นรีบลากเธอไปเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ขอยืมคอมพิวเตอร์ใช้ พนักงานสาวมีน้ำใจหยิบโน้ตบุ๊กของตัวเองมาให้ยืม งิ้วรีบเอาธัมบ์ไดรฟ์เสียบส่งข้อมูล

“หน้าตาสวยแล้วยังใจดีอีกต่างหาก เจ้านายไม่ว่านะ” จักจั่นชวนพนักงานคุยระหว่างรอ

“อ๋อ...ของหนูเองค่ะ เอามาหาข้อมูลทำการบ้าน นายไม่ว่าค่ะ”

“ดีมาก...การศึกษาสำคัญที่สุด”

“เรียบร้อย...ขอบใจมากนะ ขอให้เรียนจบสูงๆนะจ๊ะ” งิ้วดึงมือจักจั่นวิ่งปรู๊ดออกไป พนักงานสาวมองตามยิ้มๆก่อนจะหันไปเก็บโน้ตบุ๊ก ต้องตกใจเมื่อเห็นแบงก์พันปึกใหญ่อยู่ข้างใต้ ครู่ต่อมา จักจั่นกับงิ้วมาถึงลานจอดรถชั้นใต้ดิน งิ้วอดกระเซ้าไม่ได้ว่าเดี๋ยวนี้จักจั่นพกเงินเป็นฟ่อนๆแบบนี้เลยหรือ เธออมยิ้ม

“เอามาจากในตู้เซฟของหมอนะ”

“อ้าว...เดี๋ยวตรวจเลขหมายน้องก็ซวยน่ะสิ”

“เงินสดๆไม่ได้ผ่านธนาคารหรอก...รู้น่า...แจกบ่อยๆรับรองได้เงินฟอกทั้งนั้น”

ขณะสองสาวกำลังจะขึ้นรถ มีรถคันหนึ่งแล่นพรวดผ่านหน้าพร้อมกับสาดกระสุนใส่ งิ้วไม่มีพรจากสวรรค์ต้องโดดไปหลบด้านหลังใช้รถเป็นกำบัง ส่วนจักจั่นยืนกราดยิงโต้ไม่สะทกสะท้าน งิ้วโผล่ขึ้นมาจะช่วยยิง แต่รถคนร้ายเลี้ยวพ้นมุมตึกไปแล้ว บ่นด้วยความเจ็บใจที่พวกนั้นหนีรอดไปได้

“แน่ใจหรือ” จักจั่นยิ้มหน้าทะเล้น รีบโดดขึ้นรถ งิ้วโดดตาม ก่อนจะเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว สองสาววนรถ

ขึ้นมาได้แค่ชั้นเดียวเห็นรถคนร้ายจอดเบียดเสาอยู่ รีบลงไปดูพบว่าคนขับคือพนักงานสาวตัวปลอมของคลินิกหมอเจริญ กับมือปืนอีกสามคนพร้อมอาวุธครบมือถูกกระสุนของจักจั่นร่างพรุน

“ที่แท้ยัยตัวแสบนี่เอง”

“หน้าตาก็ดี...ไม่น่าเลือกทางผิด” จักจั่นได้แต่ส่ายหน้าปลง ก่อนจะพากันกลับขึ้นรถ...

ooooooo

จากนั้นไม่นาน จักจั่นและงิ้วมาถึงศูนย์ลับถึงกับอารมณ์เสียเมื่อนพเข้ามารายงานว่าข้อมูลที่ทั้งคู่ส่งมาให้ เอาผิดใครไม่ได้เนื่องจากไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดและทางหน่วยของเราก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าพวกแบล็กอีวิลจะเล่นงานเจ้าหน้าที่ระดับสูง

“แค่เตือนให้ทุกคนระวังตัว จัดกำลังคุ้มครองก็ไม่ได้หรือ” งิ้วต่อรอง

“เราเป็นหน่วยลับไม่มีตัวตน คงได้แต่ส่งคนคอยดูห่างๆเท่านั้น”

“ให้มันได้ยังงี้สิ...สงสัยต้องรอให้พวกมันจับไปก่อนถึงจะเชื่อมั้ง” จักจั่นพูดจบเดินกลับห้องพักอย่างหัวเสีย บ่นงึมงำกับงิ้วที่ตามมาว่า  พวกแบล็กอีวิลร้ายกาจมาก แค่เราได้กลิ่นก็จัดการเก็บหมอเจริญทันที

“จริงอย่างที่คุณนพว่า เราก็แค่รู้ทันพวกมันแต่ไม่มีหลักฐาน...แบบนี้ก็เท่ากับว่าเรารอตั้งรับอย่างเดียว สาวเรื่องไปถึงใครมันฆ่าตัดตอนหมด”

“ใจเย็น...เรายังเหลือนายสัตยา ระหว่างนี้ลองหาดูสิว่า  มีหมอศัลยกรรมคนไหนที่พวกมันจะเลือกให้ทำงานกับพวกมัน”

งิ้วรับคำ รีบไปที่คอมพิวเตอร์ เรียกดูข้อมูลตามที่จักจั่นบอก ถึงกับส่ายหน้าหนักใจ มีหมอศัลยกรรมที่เก่งๆอยู่เป็นร้อยคน กว่าจะเช็กหมดคงสายเกินไป จักจั่นอยากรู้ว่ามีข่าวของผู้กองสัตยาบ้างไหม

“ตอนนี้พวกมันมีแหล่งปฏิบัติการใหญ่ๆอยู่แค่สองจุด ที่อินเตอร์บิสแล้วก็ชายแดน...เลือกเอาได้เลย”

จังหวะนั้น นพเข้ามารายงานว่าหน่วยสื่อสารจับสัญญาณได้ว่า อาวุธชุดใหม่กำลังเข้ามาทางอากาศ ตำแหน่งอยู่ในพื้นที่บ้านดอนเสือตลอดไปถึงชายแดน

“แน่อยู่แล้ว พวกมันมีค่ายตัดไม้และสถานีสำรวจป่า สามารถใช้เป็นที่ซ่อนได้อย่างดี...แถมพวกมันยังได้ใจว่ามีนางงู...ขนกันเป็นว่าเล่น” จักจั่นบ่นเสียงเครียด

ooooooo

เป็นอย่างที่นพรายงาน รถบรรทุกขนอาวุธของแบล็กอีวิลสองคันพร้อมด้วยรถกระบะขนมือปืนเต็มคันรถ โดยมีนาคีและฤทธิชัยนั่งอยู่ด้านหน้า แล่นมาตามเส้นทางใกล้ป่าบ้านดอนเสือ ดาวกับอภิชาติในชุดปฏิบัติการนางเสือดักรออยู่บนยอดไม้ เธอขอจัดการฤทธิชัยด้วยตัวเอง ส่วนเขาให้คอยล่อนาคีไว้

“จะไม่ลองคิดหาทางตามที่อาจารย์บอกดูก่อนหรือครับ” อภิชาติทักท้วง

“ความรักสยบมนต์นางงูได้...แต่ดาวไม่รู้ว่าจะทำยังไง ดาวคิดว่าควรจบให้เร็วที่สุด” เธอว่าแล้วพุ่งตัวออกไป อภิชาติมองตามด้วยความเห็นใจ...

พอได้ระยะทำการ อภิชาติร่อนลงขวางหน้าขบวนรถไว้ นาคีกับฤทธิชัยไม่รอ ดีดตัวเข้าต่อสู้ มือปืนเห็นทางสะดวกโบกมือส่งสัญญาณให้ขบวนรถเคลื่อนต่อไป ทันใดนั้น ดาวปรากฏตัวขึ้นเหนือกิ่งไม้ สะบัดมือไปที่รถบรรทุก ระเบิดสองลูกพุ่งเข้าหา นาคีหันมาเห็นพอดีส่งระเบิดไปสกัด เกิดระเบิดขึ้นกลางอากาศเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ขบวนรถขนอาวุธหลุดรอดไปได้ นาคียิ้มสะใจ แล้วขยับจะเล่นงานดาว อภิชาติสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง

“นางงู...คนสวยมาเจอกันหน่อย...เจอผมแล้วจะติดใจ” เขาพยายามยั่วโมโหนังงูร้ายแต่ไม่ได้ผล

คนที่พุ่งเข้าหากลับเป็นฤทธิชัย ดาวเห็นท่าไม่ดีจะโดดเข้าไปช่วย แต่นาคีดักหน้าไว้ ตบเปรี้ยงเดียวกระเด็นไปฟุบอยู่กับพื้น ย่างสามขุมเข้าหาหมายจะฆ่าศัตรูหัวใจให้สิ้นซาก แต่แล้วเธอตวัดปืนยิงใส่ นังงูร้ายไม่ทันตั้งตัวถึงกับผงะ เธอฉวยโอกาสดีดตัวหายเข้าไปในราวป่า นาคีตามไปอย่างรวดเร็ว เห็นเธอร่อนลงที่ลานเล็กๆกลางป่า รีบร่อนตาม

“พลังของเราสมบูรณ์เต็มที่แล้ว ท่านไม่มีทางรอด”

ร่างนั้นค่อยๆหันมาเผชิญหน้า นังงูร้ายถึงกับนิ่วหน้า ไม่ใช่ดาวแต่เป็นจันจิราในคราบนางเสือยืนอยู่แทน

“ท่านไม่ใช่...ที่แท้ท่านคิดถ่วงเวลาเรา...ไม่เป็นไรเราจัดการท่านได้ในพริบตา”

“ผิดแล้ว ฉันไม่ได้ถ่วงเวลา แต่คิดจะระเบิดแกต่างหาก” จันจิราว่าแล้วโดดออกจากลานไปหลบหลังก้อนหินใหญ่ พลันเกิดระเบิดขึ้นดังสนั่นหวั่นไหว ร่างนาคีลอยละลิ่วขึ้นไปในอากาศก่อนจะตกใส่กองไฟที่ลุกท่วม จันจิราค่อยๆโผล่หน้าขึ้นมาดูผลงาน ไฟค่อยๆมอดดับลงในที่สุด ร่างนังงูร้ายนอนฟุบอยู่กับพื้น กว่าจะทันรู้ตัวเธอหายตัวมาปรากฏอยู่ตรงหน้า สายตาดุดัน งูบนหัวส่ายไปมาน่ากลัว จันจิราถึงกับผงะถอยหลัง

นาคีขยับจะเล่นงาน ไผ่เข้ามาขวางไว้ ต่อยเปรี้ยงเดียวหน้าหงาย แล้วยิงกระหน่ำซ้ำจนตั้งตัวไม่ติด พอตั้งหลักได้ เธอสะบัดพิษใส่ เขารวบตัวจันจิราหลบได้อย่างหวุดหวิด พิษงูทำให้ต้นไม้ตรงนั้นไหม้กลาย เป็นเถ้าถ่านกระจายฟุ้งไปทั่ว พอฝุ่นจาง ทั้งคู่หายไปแล้ว นาคีมองกราดไปรอบๆด้วยความโกรธ แล้วนึกถึงฤทธิชัยหรือท่านพี่ของตนเองขึ้นมาได้ สีหน้าเปลี่ยนเป็นกังวลขึ้นมาทันที

ooooooo

อภิชาติยังคงถูกเพื่อนรักรุกไล่อยู่ฝ่ายเดียวโดยไม่ยอมตอบโต้ จนพลาดท่าเสียทีถูกปืนจ่อ ขณะฤทธิชัยกำลังจะเหนี่ยวไก ดาวกระแทกเขากระเด็นกลิ้งไปกับพื้นด้วยกัน พอลุกขึ้นมาได้เขาพุ่งเข้าไปบีบคอเธอไว้แน่น ดาวพยายามร้องเรียกอภิชาติให้มาช่วยจัดการเขาแทนเธอ ทนายหนุ่มคว้าปืนที่ตกอยู่เล็งไปที่ฤทธิชัย

แต่นาคีปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขาเสียก่อน กระแทกพลังใส่กระเด็นไปฟุบกับพื้น เธอสะใจที่เห็นศัตรูหัวใจกำลังจะขาดใจตายด้วยน้ำมือคนที่ตัวเองรัก ดาวพยายามพูดอย่างยากลำบาก

“ดาว...รัก...คุณ”

ทันใดนั้น มีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องก้อง ตามมาด้วยเสียงคำรามของเสือสายฟ้า ร่างอาคมของสัตว์ทั้งสองพุ่งเข้าโจมตีนาคีด้วยความดุดัน จนร้องลั่นต้องปัดป้องเป็นพัลวัน ก่อนที่ร่างอาคมทั้งสองจะสลายหายไป เสียงร้องทำให้ฤทธิชัยคลายมือจากดาวซึ่งรวบรวมกำลังเท่าที่มีคว้าคอเขาเข้ามาประกบปากดูดมนต์สะกดที่เป็นก้อนพลังเล็กๆสีแดงจากร่างของเขามาอยู่ในร่างตัวเองจนหมด

นาคีหันมาเห็นเข้าก็โกรธสะบัดฝ่ามือใส่ดาวลอยละลิ่วไปกระแทกต้นไม้นอนแน่นิ่ง แล้วตามเข้าไปจะซ้ำ แต่ถูกขัดขวางด้วยคมกระสุนชุดใหญ่จนร่างซวนเซ เธอหันขวับไปมองอย่างโกรธเกรี้ยว แต่ต้องตะลึงเพราะคนที่ลั่นไกคือฤทธิชัยนั่นเอง ถึงกับทำอะไรไม่ถูกหายตัววับไปในที่สุด

ฤทธิชัยรีบวิ่งไปพลิกตัวดาว ต้องตกใจที่เห็นใบหน้าเธอมีเงาของงูซ้อนขึ้นมา เธอกระแทกฝ่ามือใส่เขาแล้วดีดตัวลุกขึ้นมองด้วยสายตาดุร้าย ก่อนจะพุ่งตัวหายเข้าป่า เขาตะโกนเรียกให้เธอกลับมาก่อนแต่ไร้ผล อภิชาติร้องเรียกเพื่อนรักด้วยความดีใจที่เห็นเขากลับมาเป็นคนเดิม เขารีบเข้ามาประคอง ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“นายถูกมนต์สะกด...ต้องแก้ด้วยความรักเท่านั้น แต่ไม่รู้วิธี คุณดาวกับฉันและทุกคนเลยตัดสินใจวางแผนที่จะดับชีวิตนาย” อภิชาติเล่าอย่างอ่อนแรงเต็มที

“แต่พวกเราได้พรสวรรค์คุ้มครองไม่ใช่หรือ จะดับชีวิตฉันได้ยังไง”

“คุณดาวไปถามพระภิกษุ...ท่านบอกให้ท่องคาถาแผ่เมตตาด้วยความตั้งใจจริง ที่จะช่วยให้ผู้นั้นพ้นกรรมก่อนจะเหนี่ยวไก...คุณดาวรักแกมากเกินไปกว่าที่จะเหนี่ยวไกด้วยตัวเอง ส่วนฉันรักแกมากจนสามารถที่จะเหนี่ยวไกได้...แต่เห็นได้ชัดว่าความรักของคุณดาวเหนือกว่า เสียสละกลืนมนต์ชั่วเข้าร่างตัวเอง”

ฤทธิชัยถึงกับพูดอะไรไม่ออก อภิชาติเตือนว่าตอนนี้เป็นหน้าที่ของเขาที่จะเป็นผู้เหนี่ยวไกเพื่อช่วยให้ดาวพ้นจากอำนาจชั่วร้ายนี้...

ทางฝ่ายนาคีกลับมาต่อว่าคายามังที่รับปากว่ามนต์ของเขาจะสามารถสะกดท่านพี่ของเธอได้ตลอดไป แล้วทำไมทำไม่ได้อย่างที่พูด เขาอ้างว่าเป็นเพราะ ดาวกับผู้ชายคนนั้นมีบุญวาสนาต่อกันจึงทำให้ดูดมนต์สะกดออกจากร่างได้ เธอไม่เชื่อ จะตามไปกำจัดดาวให้พ้นทางแล้วเอามนต์สะกดคืน

“เจ้าโง่แล้วยังอวดเก่ง กำจัดนางนั่นเท่ากับทำลายมนต์ไปด้วย เจ้าทำตามที่ข้าบอกดีที่สุด”

เธอดื้อดึงไม่เชื่อฟัง เขาคว้าย่ามจะเอามีดอาคมออกมากำราบ แต่เธอไวกว่าปล่อยพลังผลักย่ามลอยละลิ่วห่างตัว เขาจ้องหน้าเธออย่างเอาเรื่อง แต่เธอไม่สนใจหายตัวไปทันที...

ดึกคืนเดียวกัน มีชาวบ้านสามคนออกไปนั่งห้างส่องสัตว์อยู่ในราวป่าใกล้แอ่งน้ำ ขณะที่เพื่อนอีกสองคนกำลังนอนหลับ ชาวบ้านคนที่นั่งเฝ้ายามเห็นหญิงสาวคนหนึ่งออกจากป่ารกตรงมายังแอ่งน้ำ รีบสะกิดเพื่อนๆให้ตื่นขึ้นมาดู แต่กลับไม่พบใคร พวกนั้นโวยลั่นแล้วหลับต่อ พอชาวบ้านคนนั้นหันไปมองอีกทีถึงกับหน้าตาตื่น เมื่อเห็นงูตัวมหึมาเลื้อยลงไปในแอ่งน้ำอีกด้านหนึ่ง

ooooooo

อภิชาติแยกตัวกลับมายังศูนย์ลับในวันรุ่งขึ้น ทิ้งให้ฤทธิชัยออกตามหาดาวเพียงลำพัง เพราะตนเองยังมีงานใหญ่ต้องรับผิดชอบ จักจั่นรู้ข่าวดาว โผกอดเขาร้องไห้สงสารเธอที่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนั้น

“งิ้วเสียใจด้วยค่ะ หวังว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะช่วยคุ้มครองคุณดาว” เธอพลอยเศร้าไปด้วย...

แม้จักจั่น งิ้ว และอภิชาติจะเศร้าใจเรื่องดาว แต่แผนกำจัดแบล็กอีวิลยังต้องดำเนินต่อไป ในเมื่อนายโจตายไปแล้วด้วยฝีมือพวกเดียวกันเอง ตอนนี้ก็มีเพียงผู้กองสัตยาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ตำแหน่งของกำแพงมนต์ อภิชาติหวังว่าฤทธิชัยคงถึงตัวเขาก่อนที่จะถูกฆ่าตัดตอนเสียก่อน

“กำแพงมนต์เป็นความลับสุดยอดของมัน จักจั่นว่าช้าหรือเร็วนายสัตยาจะต้องถูกเก็บ นอกจากมันเป็นนายใหญ่เสียเอง”

“ถ้าอย่างนั้น เราควรส่งเครื่องจับสัญญาณหัวใจไปที่บ้านดอนเสือ เผื่อว่าคุณหนึ่งมีโอกาสเข้าใกล้นายสัตยา จะได้รู้ชัวร์ๆไปเลย” งิ้วแนะ

ทั้งจักจั่นและอภิชาติเห็นด้วย งิ้วจึงอาสาจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง ส่วนเรื่องหมอศัลยกรรมฝีมือฉกาจของเมืองไทยที่ยังหาข้อมูลได้ไม่ครบถ้วน อภิชาติโทร.ไปไหว้วานกำจรช่วยเป็นธุระให้...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะฤทธิชัยแกะรอยตามหาดาวเข้าไปในป่าลึก เจอกับกลุ่มชาวบ้านพร้อมอาวุธครบมือเดินสีหน้าเคร่งเครียดมาจากอีกทางหนึ่ง หัวหน้าชาวบ้านร้องทักว่ามาทำอะไรในเขตอันตรายแบบนี้ เมื่อตอนเช้ามีคนถูกงูกัดเละไปสามคน พิษของมันแรงมากจนเหยื่อไหม้เกรียมไปทั้งตัว

“จากซากที่เหลือ ตัวของมันต้องใหญ่กว่าท่อนซุงอย่างน้อยสองเท่า...พวกเรากำลังตามล่าตัวมัน”

ฤทธิชัยรู้ว่างูนั่นต้องเป็นดาว จึงโกหกไปว่าตนเองเป็นพรานงู ตามล่างูตัวนี้มานานแล้ว เป็นงูอันตรายมาก ขอให้พวกชาวบ้านกลับไปก่อนจะดีกว่า ปล่อยให้เขาจัดการเอง ชาวบ้านต่างมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้ารับ

“มีถ้ำอยู่ข้างหน้า พวกสัตว์ชอบหลบเข้าไปอาศัยอยู่...ข้าจะพาเอ็งไป” หัวหน้าชาวบ้านว่าแล้วเดินนำเขาออกไป ขณะที่ทั้งคู่เข้าใกล้ไปถ้ำ มีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องเตือนดังขึ้น

ฤทธิชัยรู้ทันทีว่าใกล้ถึงตัวดาวแล้ว หันไปบอกหัวหน้าชาวบ้านว่าส่งแค่นี้ก็พอ รอจนเขาไปพ้นสายตาจึงออกเดินทางต่อจนถึงถ้ำตามที่ชาวบ้านบอก ก้าวเข้าไปข้างในอย่างระมัดระวัง ทันใดนั้น มีเงาของงูตัวใหญ่ทาบอยู่ที่ผนังถ้ำ เขาตั้งจิตอธิษฐานแผ่เมตตาตามที่อภิชาติบอก ปืนในมือเตรียมพร้อมจะยิง

“คุณดาว...ขอให้เรารักกันอีกทุกๆชาติตลอดไป”

ทันใดนั้น เขารู้สึกเหมือนมีคนอยู่ด้านหลัง หันขวับไปมอง เจอดาวยืนจ้องมาด้วยสายตาดุร้าย ก่อนที่เขาจะทันเหนี่ยวไก เธอฟาดฝ่ามือใส่ลอยไปกระแทกหินหมดสติ...

ที่ปากถ้ำ นาคีปรากฏตัวขึ้น สัมผัสได้ว่าฤทธิชัยอยู่ในนี้รีบดีดตัวเข้าไป เจอดาวยืนค้ำร่างของเขาอยู่ เธอโกรธมาก ผมบนหัวกลายเป็นงูเก็งกองส่ายหัวไปมาน่ากลัว

“แกทำอะไรท่านพี่”

ขาดคำดาวพุ่งเข้ามาตบซ้ายตบขวาไม่ยั้ง นาคียังไม่ทันตั้งตัวได้แต่ปัดป้อง แต่พอตั้งหลักได้นังงูร้ายเป็นฝ่ายรุกไล่เล่นงานศัตรูหัวใจลอยไปกระแทกผนังถ้ำทรุดฮวบ แล้วตามเข้าไปใช้มือข้างหนึ่งบีบให้เธออ้าปาก อีกมือหนึ่งดึงมนต์สะกดที่สิงอยู่ในร่างเธอออกมา

“ได้มนต์ของเราคืน...แล้วค่อยจบชีวิตท่าน”

ก้อนพลังเล็กๆสีแดงค่อยๆเคลื่อนออกจากร่างดาว ลอยสูงขึ้นเหนือศีรษะ กำลังจะเข้ามือนาคี ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น ก้อนพลังแตกกระจายหายไปในอากาศ นาคีตกใจทำร่างดาวร่วงลงไปกองกับพื้น หันมองคนยิงด้วยความ โกรธเกรี้ยว แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นฤทธิชัยถือปืนเล็งใส่ พร้อมกับสั่งให้ถอยไป

“ท่านพี่”

“ผมรักคุณไม่ได้ เราต่างคนต่างอยู่จะดีกว่า ไม่จำเป็นต้องเข่นฆ่ากัน”

นาคีมองเขาด้วยน้ำตานองหน้า แต่ยังไม่ยอมแพ้ หันไปจะเล่นงานดาวที่นอนสลบไสลให้ได้ เขากราดยิงไม่ยั้งจนผงะ แล้วหายวับมาปรากฏตัวขวางหน้าเธอไว้

“ถึงคุณจะทำร้ายผู้หญิงจนหมดโลก ผมก็รักคุณไม่ได้” ฤทธิชัยสีหน้าจริงจัง เธอมองเขาด้วยสายตาผิดหวัง ก่อนจะหายตัววับไป เขาโยนปืนทิ้ง รีบประคองดาวไว้ในอ้อมกอดด้วยความรักและเป็นห่วง

ooooooo

ตอนที่ 9

ไม่นานนัก ดาวตัวจริงรวบรวมกำลังดันตัวเองพ้นขอบหน้าผาขึ้นมานอนหมดเรี่ยวแรง เสียงเหยี่ยวสายลมร้องก้อง เธอมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เห็นร่างเหยี่ยวใกล้เข้ามา แต่พอเห็นชัดๆจึงได้รู้ว่าเป็นไผ่ดีดตัวลงจากยอดไม้

“พี่ไผ่...คุณหนึ่ง” พูดได้แค่นั้น เธอก็หมดสติ...

จักจั่นซึ่งอยู่ในห้องพักที่ศูนย์ลับ สัมผัสถึงดาวได้ ถึงกับลุกพรวดขึ้น งิ้วที่นั่งอยู่ด้วยตกใจ ถามว่าเป็นอะไรเธอไม่ตอบคว้ามือถือขึ้นมาโทร.หาดาวแต่ไม่ติด ชักใจคอไม่ดี

“จักจั่นเห็นพี่ดาว...ต้องมีเรื่องไม่ดีแน่”

งิ้วปลอบว่าดาวเป็นถึงนางเสือจะมีเรื่องไม่ดีได้อย่างไร คำปลอบใจนั้นไม่ได้ช่วยให้จักจั่นคลายกังวล...

สักพัก ดาวได้สติ เห็นไผ่นั่งมองอยู่ด้วยความเป็นห่วง ถามว่ามาได้อย่างไร เขากำลังจะไปดูลุงเดชกับพ่อแสงที่ชายแดน พอดีได้รับสัญญาณจากเหยี่ยวสายลมก็เลยมาที่นี่ก่อน แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น

“นางงูได้ตัวคุณหนึ่งไปแล้ว ดาวต้องรีบตามไปก่อนที่นางงูจะสะกดคุณหนึ่งให้ตกเป็นทาสของมัน”

ไผ่จะไปด้วยแต่เธอไม่ยอม บอกให้เขารีบไปดูลุงเดชกับพ่อแสงจะดีกว่า เขาอ้าปากจะค้าน แต่เธอดีดตัวหายไปบนยอดไม้เสียก่อน เขาได้แต่ส่ายหน้า ระอาในความดื้อรั้นของเธอ...

ด้านฤทธิชัยอุ้มนาคีในคราบดาวมายังริมลำธาร เอาน้ำมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ เธอรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาเห็นเขาดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด ถือโอกาสสวมรอยเป็นดาวโผซบอกเขา แล้วค่อยๆยื่นหน้าเข้าใกล้ๆ ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คายามังเห็นผ่านทางอ่างน้ำมนต์โดยตลอด ชักสีหน้าไม่พอใจ...

นาคียังไม่ทันจะจุมพิตฤทธิชัยให้สมใจอยาก ต้องชะงักเมื่อรู้สึกถึงปากกระบอกปืนที่จ่ออกตัวเองอยู่ ทันทีที่ถอยห่างจากเขา ร่างของเธอค่อยๆกลับเป็นตัวเอง เธออดสงสัยไม่ได้ในเมื่อเขารู้ตั้งแต่ตอนอุ้มเธอมาที่นี่ว่าไม่ใช่ดาว แล้วทำไมยังช่วยเธออีก หรือว่ามีใจให้ เขาส่ายหน้า

“เปล่า...ผมแค่ไม่ต้องการทำร้ายใคร ผมรู้ว่าคุณถูกบังคับ ที่นี่ไม่ใช่โลกของคุณ”

“เหลวไหล...ท่านต้องเป็นของเรา” นาคีสะบัดมือใส่เขากระเด็นกลิ้งไปกับพื้น “เราไม่ได้ท่าน ก็ไม่มีใครได้ท่าน” เธอยกมือขึ้นท่าทางเอาเรื่อง พลันมีเสียงปืนดังขึ้นติดๆกันหลายครั้ง ร่างของนาคีถึงกับเซ ฤทธิชัยรีบเข้าไปยืนเคียงข้างดาวพร้อมกับเล็งปืนไปที่นังงูร้าย ก่อนที่ทั้งคู่จะลั่นไก นินจากลุ่มหนึ่งเข้ามาช่วยเธอหนีไปเสียก่อน พอพวกนั้นลับสายตา ดาวยืนโงนเงนก่อนจะล้มลงหมดสติ

ooooooo

ทันทีที่กลับถึงรังใหญ่ของแบล็กอีวิลหลังกำแพงมนต์ คายามังต่อว่านาคียกใหญ่ที่ลุ่มหลงฤทธิชัยจนเกือบเสียท่า โชคดีที่เขาส่งนินจาไปช่วยไว้ทัน เธอโกหกว่าไม่ได้ลุ่มหลง ถ้าเขาจูบเธอเมื่อไหร่จะต้องกลายเป็นทาสของเธอเมื่อนั้น แต่เขาดันรู้ตัวเสียก่อน คายามังคิดว่าเธอใจอ่อนเพราะเขาช่วยเอาไว้เสียอีก

“มันช่วยข้าเพราะมันนึกว่าข้าเป็นนางนั่นต่างหาก ...ข้าเหนื่อย...ขอตัว” นาคีพูดจบ ผละจากไป จอมขมังเวท มองตามไม่วางใจ...

ในเวลาต่อมา ดาวก็ฟื้นคืนสติ เห็นฤทธิชัยปลอดภัยถึงกับถอนใจโล่งอก กลัวเขาจะหลงกลนาคี เขาก็เกือบไปเหมือนกัน แต่พอได้สัมผัสก็รู้ว่าผิดตัว เธอยังหวั่นใจไม่หายที่นาคีสามารถปลอมเป็นเธอได้ ฤทธิชัยแกล้งถามว่าถ้าเกิดนาคีปลอมเป็นเขาบ้าง เธอจะรู้หรือเปล่า เธอมองยิ้มๆก่อนจะอธิบายว่าที่นาคีปลอมเป็นเธอได้เพราะเธอพลาด ปล่อยให้นังงูนั่นถูกตัวแล้วดึงภาพของเธอไป แต่อยู่ๆจะปลอมเป็นใครตามใจนึกคงไม่ได้

“งั้นก็โล่งอก...ถ้านางงูปลอมตัวได้พวกเราคงแย่” เขาว่าแล้วดึงเธอมากอดไว้แนบอก...

ขณะนาคีกำลังนอนแช่ตัวอยู่ในอ่างน้ำอาคมเพื่อให้พลังฟื้นคืนมา หวนนึกถึงตอนที่อยู่กับฤทธิชัยเมื่อครู่ เสียใจไม่หายที่ต้องลงมือทำร้ายเขาเพื่อกลบเกลื่อนเพราะรู้ตัวว่าถูกคายามังจับตามองเธอผ่านอ่างน้ำมนต์...

จักจั่นไม่วางใจแม้ดาวจะกลับมาได้อย่างปลอดภัย ตัดสินใจกลับบ้านดอนเสือเพื่อช่วยเธอจัดการกับนาคีอีกแรงหนึ่ง ทิ้งให้อภิชาติอยู่กับงิ้วที่กรุงเทพฯ ช่วยกันสืบหาที่อยู่ของนายใหญ่ของแบล็กอีวิล ยิ่งได้ตัวเขาเร็วเท่าไหร่ เรื่องยุ่งๆจะได้จบเร็วขึ้นเท่านั้น...

ตั้งแต่ถูกสั่งพักราชการ ผู้กองสัตยาก็หมดอำนาจไปโดยปริยาย นายใหญ่จึงสั่งให้เขาไปคุมงานใหญ่ที่ชายแดน และกำชับว่างานนี้ห้ามพลาดอีกเด็ดขาด...

บ่ายวันเดียวกัน งิ้วได้รับพัสดุที่หัวหน้าของเธอส่งมาให้จากอเมริกา อภิชาติเดินเข้ามาดูด้วยความสนใจ เห็นมีกล่องซ้อนอยู่ข้างในอีกใบหนึ่ง เธอยกขึ้นมาดูชื่อผู้ฝาก

“ของคุณพ่อส่งไปให้ฉัน...นี่เองที่นายสัตยาถามถึง” เธอรีบแกะกล่องออกดู แต่ต้องผิดหวังที่พบแค่รูปถ่ายของเธอตอนอายุประมาณ 10 ขวบกับพ่อ...

ทางฝ่ายอภิชาติมีงานรัดตัว ไม่สามารถเทียวไปเทียวมาระหว่างศูนย์ลับกับเซฟเฮาส์ของดำรงได้ จึงตัดสินใจพาเขามาไว้ที่ศูนย์ลับ แล้วสั่งให้นพจัดเวรยามรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาตลอด 24 ชั่วโมง จากนั้นอภิชาติรีบกลับไปหางิ้วที่ห้องพัก เห็นเธอยังนั่งพิจารณารูปถ่ายที่พ่อส่งมาให้อย่างเอาเป็นเอาตาย โดยที่ไม่ได้เบาะแสอะไรคืบหน้า ชักจะเริ่มหงุดหงิด

“นายสัตยาคาดคั้นเรื่องพัสดุชิ้นนี้จากคุณ ต้องมีอะไรสำคัญแน่นอน”

งิ้วตัดปัญหา ยื่นรูปนั้นให้เขาไปหาความลับเอาเอง แต่ในที่สุดงิ้วก็ตีโจทย์แตก รูปนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเธอหรือพ่อของเธอแต่เกี่ยวกับสถานที่ บ้านที่อยู่ด้านหลังเธอกับพ่อในรูปใบนี้ คือบ้านพักของท่านที่เขาใหญ่

ooooooo

ทันทีที่เจอหน้าดาว จักจั่นโผกอดด้วยความดีใจ ถามไถ่ถึงสารทุกข์สุกดิบของทุกคน ดาวต้องแจกแจงให้ฟังเป็นทีละคนๆว่า ฤทธิชัยอยู่ชายแดนทางเหนือเพื่อกันไม่ให้นาคีเข้าใกล้พวกเรา ไผ่อยู่ชายแดนด้านใต้กับลุงเดชและพ่อแสง ส่วนจันจิราอยู่เฝ้าระวังป้าเนียนกับแม่สมพรและพวกเด็กๆ

“เหลือแค่เราสองคน...วิ่งรอกไปทุกแห่ง...ขวางทางพวกมันทุกวิถีทาง” ดาวสีหน้ามุ่งมั่น...

ทางด้านจันจิราเห็นควรแก่เวลาต้องไปเยี่ยมวิวัฒน์สักหน่อย จึงลุยเดี่ยวเข้าไปหาเขาที่สำนักงานภายในโรงเลื่อย แทนที่เขาจะเป็นฝ่ายข่มขู่ให้เธอเลิกวุ่นวายกับบ่อนของเขา เธอกลับสะบัดมีดสั้นปักกลางโต๊ะทำงาน

“ถ้าคนของนายไปยุ่มย่ามแถวสถานีอนามัยอีก ฉันจะเสริมดั้งให้นายใหม่” จันจิราขู่เสร็จ ผละจากไปวิวัฒน์มองมีดสั้นที่ปักอยู่อย่างแค้นใจ...

งิ้วมองบ้านพักของพ่อที่เขาใหญ่ด้วยความผิดหวัง บ้านรกร้างเหมือนไม่มีคนอยู่มานานแล้ว ที่ตนเองคาดการณ์ไว้ผิดหมด ที่นี่ไม่มีเบาะแสอะไรเลย เธอจึงชวนอภิชาติกลับ แต่เขาขอเข้าไปดูข้างในก่อน ไหนๆก็มาแล้ว ทั้งสองคนค่อยๆเข้าไปข้างในตัวบ้านอย่างระแวดระวัง เห็นมีผ้าใบคลุมเฟอร์นิเจอร์อยู่ตามมุมต่างๆ

ข้าวของวางสุมกันเต็มไปหมด อภิชาติรู้สึกเหมือนมีคนอื่นอยู่ในห้องนี้ด้วย พยักพเยิดให้งิ้วไปที่ผ้าใบซึ่งอยู่ตรงมุมห้อง ทั้งสองจ้องปืนไปที่นั่นเป็นจุดเดียวกัน ตะโกนบอกให้คนคนนั้นออกมาได้แล้ว ไม่อย่างนั้นจะถูกยิง ผ้าใบเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นณุพันธ์ซ่อนตัวอยู่ ทั้งคู่ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองที่เขายังไม่ตาย

ทันใดนั้น มีเสียงปืนดังหูดับตับไหม้ งิ้วรวบตัวพ่อให้นอนราบกันพื้น ขณะที่อภิชาติพรวดไปที่ประตูบ้านยิงสวนออกไป เห็นพวกคนร้ายเคลื่อนไหวอยู่นอกบ้าน

“รออยู่ที่นี่ เดี๋ยวผมมา” เขาพูดจบหายตัววับออกไป

ณุพันธ์ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว งิ้วรีบเอาผ้าใบมาคลุมตัวเขาไว้แล้วออกไปช่วยอภิชาติ ไม่กี่อึดใจ ทั้งคู่จัดการพวกคนร้ายได้อย่างราบคาบ...

ในระหว่างที่อภิชาติกับงิ้วได้ตัวณุพันธ์มาอยู่ในมือ ลุงเดชกับพ่อแสงแฝงตัวเข้าไปที่หมู่บ้านชายแดนได้อย่างราบรื่น เพราะกลับมาครั้งนี้พวกเขาเตรียมตัวมาอย่างดี มีบัตรผ่านของพวกแบล็กอีวิลติดมาด้วย ขณะทั้งคู่กำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ในร้านอาหาร มีชายคนหนึ่งมายืนข้างโต๊ะ ขอนั่งด้วย ผู้อาวุโสทั้งสองไม่สนใจก้มหน้าก้มตากินข้าว ชายคนนั้นถือวิสาสะนั่งข้างๆลุงเดช แขวะเสียงดังลั่น

“น้าสองคนปูนนี้แล้ว น่าจะเข้าวัดเข้าวามากกว่า”

พวกมือปืนที่นั่งอยู่ในร้านพากันหัวเราะ ทั้งคู่ไม่พอใจหันมองชายคนนั้นอย่างเอาเรื่อง แต่ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคือไผ่ สองคนพยักพเยิดให้กัน ก่อนจะช่วยกันจับเขาโยนออกมานอกร้าน แล้วตามมาดูผลงาน

“ถ้าเอ็งยุ่งกับข้าอีก...ข้าจะส่งเอ็งเข้าวัด” พ่อแสงชี้หน้าแล้วแกล้งทำฮึดฮัดเดินตามลุงเดชออกไป

“โธ่เอ๊ยทำซ่า...ข้าไม่อยากรังแกคนแก่หรอกเว้ย” ไผ่ค่อยๆลุกขึ้นปัดฝุ่นที่เสื้อผ้าแล้วกลับเข้าร้าน ครู่ต่อมาลุงเดชกับพ่อแสงแอบมานั่งหลบมุมคุยกัน พ่อแสงบ่นอุบไม่รู้ว่าแม่สมพรจะส่งไผ่มาที่นี่ทำไม ทางโน้นเหลือแค่จันจิราคนเดียว แล้วจะต้านพวกศัตรูได้หรือ ลุงเดชปรามให้ใจเย็นๆ อย่าลืมว่าดาวยังอยู่ทั้งคน

วิวัฒน์เจ็บใจที่ถูกจันจิราหยามหน้า ส่งมือปืนตามมาเก็บขณะที่เธอ ป้าเนียน แม่สมพรกับต่อและผึ้งกำลังจะกินม้ือค่ำ แต่เธอรู้ตัวเสียก่อน พาทุกคนเข้าไปหลบในห้องนอนของป้าเนียน เอาปืนให้แม่สมพรหนึ่งกระบอก กำชับว่ายิงทุกอย่างแม้

แต่เงา ส่วนเธอจะล่อพวกนั้นออกไปเอง

“พวกมันเยอะมาก...ไผ่ก็ไม่อยู่”

“แม่สมพรไม่ต้องห่วง...หนูจัดการได้” จันจิราว่าแล้วตวัดปืนอีกกระบอกขึ้นมา ก่อนจะพรวดออกจากห้องเจอมือปืนกลุ่มหนึ่งที่โถงกลางบ้าน เธอยิงตายเรียบ

แล้วดีดตัวออกไปทางหลังบ้าน พลางตะโกนเรียกเหยี่ยวสายลม พวกมือปืนแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งตามจันจิรา อีกกลุ่มหนึ่งขึ้นไปบนเรือนเพื่อจัดการป้าเนียน แม่สมพรและเด็กๆ พวกนั้นไล่ค้นทุกห้องมาจนเหลือห้องนอน

ป้าเนียนเป็นห้องสุดท้าย

ทันทีที่ประตูห้องเปิดผลัวะ แม่สมพรสาดกระสุนใส่ไม่เลี้ยงถูกมือปืนดิ้นไปหนึ่งคน พวกที่เหลือกราดยิงไม่ยั้ง ทุกคนหลบกระสุนโงหัวไม่ขึ้น พลันมีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องดังขึ้น พร้อมกับร่างของจักจั่นในชุดนางเสือร่อนลงมายืนด้านหลังพวกมือปืน พริบตาเดียวพวกนั้นหลับกลางอากาศ...

ทางด้านจันจิราล่อพวกมือปืนให้ตามเข้าไปในป่า แล้วซุ่มรออยู่หลังพุ่มไม้ พวกมือปืนกระจายกำลังกันล้อมเธอไว้ ดาวในคราบนางเสือดีดตัวลงมายืนข้างๆ

จันจิรา กราดตามองพวกนั้นเคลื่อนตัวใกล้เข้ามา

“จักจั่นไปบ้านป้าเนียน ป่านนี้คงจัดการพวกมันเรียบร้อย”

“จะเอายังไงกับพวกนี้คะพี่ดาว”

“ลากคอไปให้นายวิวัฒน์...ดูสิว่ามันจะแก้ตัวว่ายังไง” สิ้นเสียง ดาวกับจันจิราโดดเข้าหาพวกมือปืน ยิงไหล่บ้างขาบ้างเอาแค่พอไม่ให้ต่อสู้ได้

ooooooo

ดาว จักจั่น และจันจิราจับพวกมือปืนมัดรวมกันแล้วเอาไปโยนไว้ที่ลานกลางโรงเลื่อย ด่าวิวัฒน์ทำไมถึงคิดชั่วขนาดจะฆ่าแม้กระทั่งเด็ก เขาปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง ไม่เคยเห็นพวกนี้มาก่อน แล้วถามว่ามีหลักฐานหรือเปล่า ดาวสะบัดมืออย่างรวดเร็วแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มีดพุ่งปักที่ต้นขาของวิวัฒน์ถึงกับร้องลั่น พวกมือปืนที่ยืนคุมเชิงขยับจะชักปืน จันจิราขู่ ถ้าใครอยากตายก่อนก้าวออกมาได้เลย พวกนั้นยืนนิ่งไม่กล้าหือ

“แก...ฉันจะเอาแกเข้าคุกข้อหาทำร้ายร่างกาย” วิวัฒน์โวยวาย

“มีหลักฐานไหม...ฉันไม่เคยเห็นมีดเล่มนี้มาก่อน...

แกควรจะรีบออกไปจากบ้านดอนเสือ” ดาวยิ้มโหด จักจั่นขู่สำทับ ถ้าไม่รีบไปอาจจะเจอมีดอีกเล่มปักแถวหัวใจ วิวัฒน์ทนเจ็บไม่ไหวทรุดฮวบ พวกมือปืนจะเข้ามาช่วยประคอง เขาปัดมือทุกคนออก หันไปมองอีกที สามสาวหายไปแล้ว...

ในเวลาเดียวกัน ที่ศูนย์ลับแห่งใหม่ของหน่วยพิเศษ หมอตรวจดูอาการของณุพันธ์แล้วไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แผลที่แขนติดเชื้อเพราะถูกปล่อยให้สกปรก เขาให้ยาฆ่าเชื้อแล้ว อีกสองถึงสามอาทิตย์คงจะดีขึ้น งิ้วเข้าไปดูแผลของพ่อด้วยความเป็นห่วง ณุพันธ์เล่าว่าพวกนั้นฝังชิพ จี.พี.เอส.ไว้ที่แขน เขาเลยต้องผ่าเอาออก

“ที่แท้ พวกมันกุข่าวว่าท่านตายแล้วเพื่อปิดความลับทั้งหมด...อีกทั้งหาทางปิดปากคุณงิ้วเพราะเกรงว่าคุณงิ้วจะตามหาท่านพบ...เราต้องการรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับพวกมัน”

ณุพันธ์พยักหน้าให้อภิชาติอย่างอ่อนแรง งิ้วเห็นท่านเพลียๆ บอกให้พักผ่อนก่อน ไว้ค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลัง แต่ท่านใจร้อนอยากให้ข้อมูลเกี่ยวกับพวกแบล็ก–อีวิลตอนนี้เลย

“ไม่เป็นไรครับ...เรายังมีเวลา เชิญท่านพักผ่อนตามสบาย” อภิชาติว่าแล้ว ออกจากห้องปล่อยให้พ่อลูกได้อยู่กันตามลำพัง...

ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งแถบชายแดนทางด้านเหนือ ฤทธิชัยอุตส่าห์พรางตัวปะปนมากับพวกมือปืน แต่ไม่รอดพ้นสายตาของผู้กองสัตยาไปได้ เขาสั่งให้มือปืนล้อมไว้ ฤทธิชัยฮึดสู้ชักปืนขึ้นมาจ่อหัวเขาไว้ แทนที่จะกลัว เขาขู่กลับ ถ้าฤทธิชัยขยับตัวนิดเดียว พวกของเขาจะฆ่าชาวบ้านให้หมดทั้งหมู่บ้าน

“ชาวบ้านพวกนี้รับเงินจากแบล็กอีวิล ตั้งเป็นหมู่บ้านขายชาติ คุณจะทำยังไงก็ตามใจ ผมไม่สน”

“แล้วพวกเด็กๆล่ะ คุณสนหรือเปล่า พ่อแม่ชั่ว แต่เด็กๆไม่ควรรับกรรม...หรือว่าไง”

ฤทธิชัยจำต้องทิ้งปืนยอมจำนน ผู้กองชั่วสั่งให้มือปืนเอาตัวเขาไป มือปืนทุบท้ายทอยเขาทรุดฮวบ แล้วช่วยกันหิ้วปีกไปขึ้นรถ

ooooooo

หลังได้รับแจ้งจากอภิชาติว่าจะมีอาวุธจำนวนมากผ่านทางชายแดนเข้ามา จักจั่นกับดาวในชุดนางเสือรีบออกไปสำรวจป่า เจอขบวนรถบรรทุกอาวุธแล่นมาตามทางโดยมีรถจี๊ปขนมือปืนเต็มคันรถแล่นนำ ดาวอดแปลกใจไม่ได้ สินค้าสำคัญขนาดนี้ทำไมนาคีไม่มาคุ้มกัน จักจั่นใจร้อน ร่อนจากต้นไม้ลงไปขวางหน้าขบวนรถไว้

“ทิ้งรถแล้วกลับออกไปเสีย”

หัวหน้ามือปืนไม่สนใจคำขู่ สั่งให้ฆ่าทั้งคู่ ดาวหายตัวไปโผล่ตรงหน้าพวกมือปืน สาดกระสุนใส่ตายไปหลายศพ หัวหน้ามือปืนถึงกับหน้าถอดสี ทันใดนั้น สร้อยรูปงูซึ่งห้อยอยู่ที่คอเขา มีแสงสว่างส่องออกมา ตัวเขาสั่นสะท้านขณะที่ร่างของนาคีก้าวออกมาจากร่างของเขา ดาวกับจักจั่นมองตะลึง นาคีไม่รอช้าตรงเข้าต่อสู้กับสองนางเสือ ดาวพยายามถ่วงเวลาเธอเพื่อให้จักจั่นไปจัดการทำลายรถขนอาวุธ

เสียงระเบิดดังตูมติดๆกันสะเทือนไปทั้งป่า พวกมือปืนกระเด็นไปคนละทิศละทาง พอควันจาง ดาวกับจักจั่นอันตรธานไปเรียบร้อย นาคีแค้นใจมาก มองหัวหน้ามือปืนกับสมุนด้วยสายตากร้าว

“ท่านทำงานล้มเหลว” นาคีพูดจบ ปล่อยพลังกระแทกเหล่ามือปืนแตกละเอียดเป็นผุยผงลอยไปในอากาศ แล้วเธอก็หายตัววับไป ดาวกับจักจั่นแอบดูเหตุการณ์โดยตลอดรับรู้ถึงพลังอันน่ากลัวของเธอ...

ดาวเห็นพลังที่เพิ่มมากขึ้นของนาคีแล้วไม่สบายใจ ชวนจักจั่นไปช่วยกันเกลี้ยกล่อมแม่สมพรให้พาเด็กๆ

ย้ายไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยกว่านี้ ลึกเข้าไปในป่าห่างจากพวกศัตรูให้มากที่สุด เพราะถ้ายังอยู่ที่นี่จะทำให้เธอกับจักจั่นพะว้าพะวัง แม่สมพรทักท้วง ไม่เอาป้าเนียนไปด้วยหรือ

“ป้าเนียนคนเดียว จันจิราระวังได้อยู่แล้ว มีแม่กับเด็กๆ...จักจั่นว่าจะล้นมือ เสี่ยงเปล่าๆ”

ในที่สุดแม่สมพรก็ยอมทำตามที่ดาวกับจักจั่นขอร้อง รีบขึ้นไปเก็บข้าวของเครื่องใช้จำเป็นแล้วพาต่อกับผึ้งไปขึ้นรถจี๊ปของดาว ขณะรถแล่นมาถึงกลางป่า มีเสียงร้องเตือนของเหยี่ยวสายลมดังขึ้น นินจา 5 คนโดดขวางหน้ารถไว้ ดาวหันไปบอกแม่สมพรว่ารอจังหวะที่พวกเธอลงมือ ให้ท่านรีบขับรถพาเด็กๆไปให้พ้นจากที่นี่

จากนั้น สองสาวดีดตัวเข้าหาพวกนินจา เปิดฉากต่อสู้กัน แม่สมพรรีบขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว นินจาสองคนดีดตัวตามไปทันที จักจั่นไม่รอช้าไล่ตามไปติดๆ นินจาที่เหลือเข้าล้อมกรอบดาวไว้

“กะแค่ผู้หญิงกับเด็กสองคน ถึงกับส่งนินจามา พวกแกต้องการอะไรกันแน่”

นินจาทั้งสามคนบุกฟันดาวพร้อมกันแทนคำตอบ เธอตั้งรับจนถอยร่น แต่พอตั้งหลักได้ กลับเป็นรุกบ้างเตะต่อยได้สามกระบวนท่า เธอชักปืนขึ้นมายิงกระหน่ำพวกนินจาตายสนิท...

ไม่ห่างจากจุดที่ดาวอยู่ จักจั่นหายตัวไปดักหน้านินจาทั้งสองคนไว้ชักปืนขึ้นมาพร้อมกันสองกระบอกซัดตูมเดียวกระเด็นหงายหลังไปหนึ่งคน อีกคนหนึ่งยืนนิ่งไม่กล้าขยับ

“บอกมา...มือระดับอย่างพวกแกมาทำไมแถวนี้...

ถ้าแกบอก ฉันจะให้แกรอด”

เขายังไม่ทันจะตอบ นินจาที่ถูกจักจั่นยิงเมื่อครู่ สะบัดมีดสั้นใส่ท้ายทอยทรุดฮวบ ก่อนที่ตัวเองจะสิ้นใจตาม ดาวดีดตัวเข้ามาสมทบมองร่างไร้วิญญาณของพวกนั้นด้วยความอนาถใจ แม่สมพร ต่อ และผึ้งรีบออกจากที่ซ่อนเข้ามาหาสองสาว เด็กๆจ้องนินจาเขม็ง ก่อนจะพูดซ้ำๆว่านินจาออกมาจากกำแพง

“ที่แท้เด็กๆรู้เรื่องกำแพงของพวกมันนี่เอง” ดาวมองหน้าจักจั่นอย่างตื่นเต้น...

ด้านฤทธิชัยถูกตรึงอยู่กับผนังถ้ำภายในรังใหญ่ของแบล็กอีวิลหลังกำแพงมนต์ นาคีเห็นภาพของเขาปรากฏอยู่ในอ่างน้ำมนต์ของคายามังถึงกับชักสีหน้าไม่พอใจ ทวงถามสัญญาจากคายามังที่เคยบอกว่าถ้าเธอกำจัดศัตรูได้ เขาจะมอบชายคนนี้ให้เธอ เขาเตือนว่าอย่าวู่วาม กำลังหาทางช่วยเธออยู่ ชายคนนี้มีพลังเกินคาด จะไม่มีทางเปิดรับหัวใจของเธอ แม้เธอจะกำจัดผู้หญิงที่เขารักไปแล้ว เธอก็ไม่มีวันได้ความรักจากเขา

“ต้องได้...ไม่ว่านานแค่ไหน ข้าจะทำให้ได้”

“เจ้าไม่มีทางทำสำเร็จ...นอกจากจะใช้อาคมของข้า...ด้วยวิธีของข้าช่วยเจ้าเท่านั้น”

ooooooo

ในเวลาต่อมา ดาวกับจักจั่น แม่สมพร ต่อ และผึ้งมาถึงกระท่อมหลบภัยซึ่งตั้งอยู่กลางป่าลึก มีสมาชิกโจรยืนเฝ้าระวังอยู่เป็นจุดๆโดยรอบ ดาวบ่นให้จักจั่นฟังด้วยความเสียดายที่ต่อกับผึ้งเคยเข้าไปในกำแพงแต่จำไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหน จักจั่นคิดว่าน่าจะอยู่แถวชายแดนใกล้กับจุดที่พวกศัตรูเคลื่อนไหวกำลังกันอยู่

“พี่เคยปล่อยมนต์ไว้ที่พวกนินจา เพื่อตามรอยพวกมัน แต่พวกมันหายไปอย่างไร้ร่องรอย แม้แต่พี่สายลมก็ไม่เห็น พี่คิดว่าต้องเป็นกำแพงมนต์แน่นอน”

จักจั่นถอนใจ หนักใจ ถ้าเป็นแบบนี้พวกเราคงหามันไม่เจอ ดาวมั่นใจว่าถ้าเราทำลายคนสร้างกำแพงมนต์ได้เมื่อไหร่ ก็จะทำลายกำแพงนั่นได้เมื่อนั้น...

ระหว่างที่ดาวกับจักจั่นกำลังง่วนอยู่กับเรื่องกำแพง มนต์ ฤทธิชัยซึ่งถูกกักขังไว้ที่รังใหญ่ รอจนกระทั่งปลอดคนจึงตั้งสมาธิสะเดาะโซ่ที่พันธนาการอยู่หลุดออก แล้วค่อยๆลัดเลาะไปตามผนังถ้ำอย่างระมัดระวัง หลบหลีกพวกมือปืนมาจนถึงกำแพงหน้าตาแปลกๆที่อยู่อีกด้านหนึ่งของถ้ำ อยู่ๆมันสั่นได้ แล้วค่อยๆกลายสภาพคล้ายวุ้น เขาตกใจรีบหาที่ซ่อนตัว ทันใดนั้น มีนินจาสามคนผ่านกำแพงวุ้นเข้ามา เขาถึงกับตะลึง

“แบบนี้เอง...พวกเราถึงหากำแพงไม่เจอ”

จากนั้น เขาเดินสำรวจถ้ำต่อจนมาถึงที่คุมขังท่านรองก้องเกียรติ ด้วยไหวพริบอันชาญฉลาด เขาแสร้งทำเป็นนายใหญ่ปลอมตัวมา พวกมือปืนหลงเชื่อเปิดทางให้เขาเข้าไปใกล้กรงขังท่านรองก้องเกียรติ แค่คุยกันสองสามคำท่านก็รู้ว่านี่คือฤทธิชัยตัวจริง กระซิบเบาๆให้เขารีบหนีไป เขาสัญญาว่าจะกลับมาช่วย แล้วรีบตรงไปยังกำแพงวุ้น หลับตาท่องคาถาก่อนจะพุ่งตัวออกไป แต่เหมือนพุ่งชนกำแพงแข็งๆ

เขากระดอนกลับมาที่เดิม พอเงยหน้าขึ้นมองอีกที เห็นคายามังยืนจังก้า ในมือถือมีดอาคม ฤทธิชัยขยับจะลุกขึ้น จอมขมังเวทปล่อยแสงจากมีดอาคมกระแทกอกเขากระเด็นไปอัดผนังถ้ำหมดสติ...

เหมือนมีสื่อถึงกัน ดาวรับรู้ถึงอันตรายที่เกิดขึ้นกับชายคนรักได้ รีบออกจากกระท่อมหลบภัย ตรงไปยังทิศทางที่เหยี่ยวสายลมร้องบอก จักจั่นตะโกนเตือนไล่หลังให้ระวังตัวด้วย...

คายามังสั่งหัวหน้ามือปืนนำตัวฤทธิชัยที่นอนหมดสติไปฝังดิน ย้ำว่าต้องรีบทำให้เสร็จก่อนที่พวกนางเสือจะสัมผัสเขาได้ พวกมือปืนช่วยกันแบกร่างเขาเข้าไปในป่า แล้วลงมือขุดดิน หลุมฝังศพยังขุดไม่ทันถึงครึ่ง ดาวปรากฏตัวขึ้น ยิงกราดพวกนั้นตายเรียบ แล้วนำร่างฤทธิชัยไปไว้ที่ถํ้าแห่งหนึ่ง สักพักเขาค่อยๆได้สติ ลืมตาขึ้นมาเห็นดาวเป็นแค่ภาพเบลอตรงหน้า เขาคว้าเธอมากอดไว้ ก่อนจะหมดสติไปอีกครั้ง

เธอค่อยๆวางเขาลงแล้วโน้มตัวเข้าไปจูบริมฝีปาก พลันเห็นแสงจากปากเธอวิ่งสู่ปากเขาช้าๆจนหมด เธอยิ้มพอใจ ลูบไล้ใบหน้าชายหนุ่มอย่างหลงใหล ทันใดนั้น มีเสียงเหยี่ยวสายลมกับเสียงเสือสายฟ้าร้องดังก้อง ดาวหันขวับไปทางหน้าถํ้า เห็นนางเสือยืนอยู่

“ท่านมาสายไปแล้ว”

พลันร่างของดาวค่อยๆเปลี่ยนกลายเป็นนาคี เส้นผมเป็นงูเก็งกองส่ายหัวไปมาน่ากลัว ดาวในคราบนางเสือตวัดปืนยิงใส่เป็นชุด ร่างเธอสะท้านเซไปมา ก่อนจะตั้งหลักได้กระแทกพลังใส่ดาวกระเด็น แล้วตามเข้าไปจะซํ้า แต่แล้วต้องถอยกรูดเมื่อร่างอาคมของเสือสายฟ้าพุ่งเข้าโจมตี เธอปัดป้องไปมาที่สุดก็หายวับไป

ดาวเดินเข้าไปหาชายคนรัก ลูบไล้ใบหน้าเขาอย่างทะนุถนอม แต่ต้องตกใจถึงกับผงะ เมื่อใบหน้าของเขามีใบหน้างูซ้อนขึ้นมา เธอตระหนักในทันทีว่า เขาถูกมนต์สะกดของนาคีเข้าเต็มๆ จากนี้ไป เขาจะลืมเธอ ลืมทุกคน จำเรื่องราวระหว่างเราสองคนไม่ได้

“ดาวจะหาทางช่วยคุณหนึ่งให้กลับคืนมาเร็วที่สุด” เธอว่าแล้วดีดตัวจากไปทั้งนํ้าตา...

ทันทีที่จักจั่นรู้เรื่องฤทธิชัย แนะให้ดาวชิงตัวเขากลับ เธอส่ายหน้า รู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ เขาไม่ใช่ฤทธิชัยคนเดิมอีกต่อไป ถ้าเอาตัวกลับมา รังแต่จะทำให้ทุกคนเดือดร้อน

ooooooo

ที่ศูนย์ลับ ขณะงิ้วกำลังตรวจดูข้อมูลจากคอมพิวเตอร์อยู่กับอภิชาติ มีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่น นพวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่า มีคนพยายามบุกเข้ามา เราต้องถอนตัวด่วน มีรถจอดรออพยพคนอยู่ด้านหลัง

“คุณงิ้วไปดูท่านณุพันธ์...ผมไปดูนายดำรง...คุณนพขอเวลาห้านาที ถ้าไม่เห็นผมออกรถไปก่อนได้เลย”

งิ้วตะลุยฝ่ากลุ่มมือปืนเข้าไปนำตัวณุพันธ์ไปยังจุดนัดพบได้สำเร็จ แต่อภิชาติไม่โชคดีอย่างนั้น เมื่อไปถึงห้องพักของดำรง พบเจ้าหน้าที่คุ้มกันถูกยิงตาย ส่วนดำรงหายไป เขาใช้วิชาพรางตัว บวกกับสายตาเหยี่ยวของสายลม ช่วยนำทางไปยังรถตู้ซึ่งเอาตัวดำรงไป แล้วหายตัวไปโผล่อยู่บนหลังคารถตู้คันนั้น...

ที่ด้านหลังศูนย์ลับ เจ้าหน้าที่ทุกคนพากันขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่ งิ้วรีๆรอๆไม่ยอมขึ้นรถ เพราะอภิชาติกับดำรงยังไม่มา นพเร่งให้รีบไป ศัตรูใกล้ถึงตัวแล้วไม่สามารถ รอใครได้อีก เธอจำต้องตัดใจขึ้นรถ จากนั้นรถทุกคันตะบึงออกไปอย่างรวดเร็ว งิ้วถึงกับบ่นอุบ พวกคนร้ายต้องได้ข้อมูลทุกอย่างของเราไปแน่ๆ

“ครับ...ในนรก” นพยิ้มเหี้ยมก่อนจะกดรีโมตจุดชนวนระเบิดให้ทำงาน เสียงตูมดังสนั่นหวั่นไหว ไฟลุกท่วมศูนย์ลับ ย่างสดพวกคนร้ายรวมทั้งข้าวของทุกอย่างเป็นจุณ...

ทางฝ่ายอภิชาติใช้วิชาพรางตัวอีกครั้ง เมื่อรถตู้ที่ตนเกาะอยู่แล่นเข้าไปจอดในโกดังแห่งหนึ่ง รอจนพวกมือปืนนำตัวดำรงเข้าไปด้านใน จึงค่อยๆกลิ้งตัวลงจากหลังคารถ นายโจซึ่งยืนรอท่าอยู่ก่อนแล้วเห็นดำรงถูกคุมตัวเข้ามายิ้มสะใจ แต่แล้วต้องหุบยิ้มเมื่อเห็นอภิชาติก้าวตามเข้ามาพร้อมกับปืนในมือข้างละกระบอก มือปืนคนหนึ่งขยับจะยิง แต่เขาไวกว่าลั่นกระสุนเปรี้ยงเดียวตายสนิท

“มีใครอยากตายอีกไหม...ตอนนี้กำลังมีโปรโมชั่น”

ไม่มีใครกล้าขยับ อภิชาติสั่งให้ทุกคนโยนปืนทิ้ง แล้วใช้ปืนชี้พวกที่คุมตัวดำรงซึ่งยังมีท่าทางเอ๋อๆให้ถอยไปห่างๆ แล้วหันมาถามนายโจว่าดำรงเอ๋อขนาดนี้แล้วทำไมต้องเอาตัวมาด้วย

“คนตายย่อมพูดไม่ได้...นายเอ๋อไม่สนแกแล้ว” นายโจพยักพเยิดให้อภิชาติดูดำรงที่เดินเลื่อนลอยเข้าไปข้างในโกดังช้าๆ เขารีบเข้าไปคว้าตัวนายเอ๋อไว้ แต่พอหันกลับมาอีกทีพบว่าพวกมือปืนต่างจ่อปืนมาทางตนเองแล้วสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง เขาดึงตัวดำรงหลบเข้าที่กำบัง ก่อนจะยิงโต้ตอบถูกพวกมือปืนตายเรียบ แต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของนายโจ เขาหันกลับมามองอีกทีต้องตกใจที่เห็นท้องของดำรงมีเลือดเปรอะจากแผลโดนยิง...

อภิชาติรู้ดีว่าไม่อาจพาดำรงไปส่งโรงพยาบาลด้วยตัวเองได้ จึงโทร.บอกกำจรให้ช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ข่าวใหญ่ขนาดนี้จะให้ปิดเงียบก็ไม่ใช่นายกำจร แสงรุ่งเรือง เขาจึงป่าวประกาศไปทั่ว ทำให้ตัวเองกลายเป็นคนดัง มีนักข่าวมารุมสัมภาษณ์ออกทางทีวี งิ้วกำลังดูข่าวชิ้นนี้ อยู่กับอภิชาติภายในศูนย์ลับแห่งใหม่ถึงกับยกนิ้วให้

“คุณอภิชาติคิดได้เจ๋งมากที่เรียกคุณกำจรมาช่วยส่งนายดำรงเข้าโรงพยาบาล”

จากนั้น เธอชวนเขาไปที่ห้องคอมพิวเตอร์ เพราะเพิ่งได้เบาะแสใหม่เกี่ยวกับนายใหญ่ของแบล็กอีวิล ที่พ่อของเธอส่งมาให้ หลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว อภิชาติถามงิ้วด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า พ่อของเธอแน่ใจใช่ไหมว่าข้อมูลนี้ถูกต้อง

“ค่ะ...คุณพ่อบอกว่ามีครั้งหนึ่งที่ประชุมกันอยู่ นายใหญ่หายใจติดขัดหมอต้องเข้ามาช่วยปั๊มหัวใจ หลัง จากนั้นอีกสองชั่วโมง คุณหมอก็หายสาบสูญไป...คุณหมอคงรู้ตัว รีบส่งอีเมล์ถึงคุณพ่อ”

“ที่แท้หัวใจของมันต้องติดแบตเตอรี่นี่เอง”

“ถ้าเรามีเครื่องจับสัญญาณไอ้แบตเตอรี่นี่ได้ ถึงมันจะปลอมตัวได้เนียนแค่ไหน เราก็เจอตัวมันจนได้ คุณพ่อบอกว่าคนที่น่าสงสัยคือ ท่านรองศักดากับนายโจ เพราะเป็นผู้รับคำสั่งโดยตรงจากนายใหญ่”

“จะช้าหรือเร็ว เราก็ต้องรู้” อภิชาติสีหน้ามุ่งมั่น...

ทันทีที่ได้รับข่าวจากนายอภิชาติว่าจะมีรถขนเงินจากชายแดนเข้ามาลอตใหญ่ ดาวในคราบนางเสือจึงมาดักรอที่จุดนัดพบตามที่สายตาของเหยี่ยวสายลมเห็น พบรถกระบะที่มาจอดรอรับเงิน มีลุงเดชกับพ่อแสงซึ่งถูกคัดเลือกให้มาทำหน้าที่นี้อยู่บนรถด้วย พอรถตู้ขนเงินสองคันแล่นมาถึง ดาวเข้ามาขัดขวาง สาดกระสุนใส่พวกมือปืนตายไปหลายศพ พลันสร้อยรูปงูซึ่งห้อยอยู่ที่คอหัวหน้ามือปืนมีแสงวาบออกมา ร่างของนาคีปรากฏขึ้น

“ที่แท้สร้อยรูปงูนี่เองที่พานางงูมา” ดาวพึมพำก่อนจะดีดตัวเข้าต่อสู้กับนาคี

พ่อแสงเห็นดาวเพลี่ยงพล้ำจะเข้าไปช่วย แต่ลุงเดชรั้งไว้ เตือนว่าเราสองคนมีหน้าที่จัดการกับรถตู้ขนเงินเท่านั้น เรื่องนาคีปล่อยให้เป็นหน้าที่ของดาว พวกมือปืนต่างถอยไปที่รถตู้ขนเงินกับรถกระบะที่จอดอยู่โดยมีลุงเดชกับพ่อแสงตามไปติดๆ แล้วรถทั้งสามคันก็เคลื่อนออกไป

ooooooo

ตอนที่ 8

จ้องตากันสักพัก นาคีดีดตัวเข้าหา งิ้วสาดกระสุนใส่ไม่นับ แต่พลาดเป้าหมดเพราะเธอหายตัวแวบไปแวบมา ก่อนจะปรากฏตัวอีกครั้งตรงหน้างิ้ว ปัดปืนในมือกระเด็น งิ้วต้านพลังของนาคีได้ไม่กี่กระบวนท่าก็ถูกฝ่ามือฟาดกระเด็นไปกองกับพื้นใกล้ปืนที่ตกอยู่ เธอจะคว้ามัน แต่นาคีใช้พลังหยุดร่างไว้ แค่สะบัดมือ ร่างของงิ้วก็หันกลับมา นาคีทำมือขยุ้มส่งพลังไปบีบคอ ทำให้เธอหายใจไม่ออกพยายามแกะมือที่มองไม่เห็น นาคียิ้มเยาะ

“ฝีมือของเจ้ายังด้อยนัก”

งิ้วดิ้นรนจะให้ไปถึงไกปืน ไม่ได้จะยิงนาคี แต่จะยิงไปทางที่จักจั่นยืนอยู่ ในที่สุดก็เอื้อมถึง เหนี่ยวไกปืนเปรี้ยง กระสุนพุ่งเฉียดใบหูจักจั่นไปนิดเดียว ทำให้เธอตื่นจากภวังค์ ตวัดปืนยิงใส่นาคีเป็นชุด

กระสุนพุ่งเจาะร่างจนเซตามแรงอัดของลูกปืน งิ้วเป็นอิสระสูดหายใจเข้าปอดเต็มแรง จักจั่นหายตัวแวบเข้าไปถีบนาคีกระเด็น แล้วส่งมือให้งิ้วจับ ร่างของสองสาว หายวับออกไปอย่างรวดเร็ว นาคีดีดตัวจะตาม แต่แล้วกลับซวนเซยืนไม่อยู่ คายามังปราดเข้ามารับไว้ได้ทัน...

ระหว่างนั่งรถกลับศูนย์ลับแห่งใหม่ งิ้วยังงงไม่หายทำไมจักจั่นถึงได้ยืนค้างเป็นหุ่นแบบนั้น เธอหลบแสงจากดวงตาของนาคีไม่ทัน งิ้วถึงกับร้องเอะอะเล่นปล่อยแสงได้แบบนี้พวกเราต้องแย่แน่ๆ

“ยังมีแย่กว่านั้นอีก กระสุนปืนทำอะไรมันไม่ได้” จักจั่นสีหน้าเคร่งเครียดขณะที่งิ้วอึ้งพูดอะไรไม่ออก...

ในเวลาเดียวกัน ที่เซฟเฮาส์ของลุงเดช ฤทธิชัยรู้ตัวดีว่าอาจก่อปัญหาให้ทุกคนเพราะนาคีสัมผัสเขาได้ ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน เธอต้องไปปรากฏตัวที่นั่น ดังนั้นเขาควรต้องอยู่ให้ห่างจากทุกคน ดาวเห็นด้วย และที่สำคัญนาคีไม่คิดจะทำอันตรายเขา ยิ่งเขายื้อเธอให้อยู่ด้วยนานเท่าไหร่ พวกเราก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น ในเมื่อดาวไม่คัดค้าน ฤทธิชัยจะออกเดินทางไปจากที่นี่ตอนนี้เลย และจะไปให้ไกลจากทุกคนมากที่สุด

“ดาวจะไปส่งคุณหนึ่งสักระยะหนึ่ง ก่อนที่นางงูจะสัมผัสได้”

ไผ่ จันจิรา ลุงเดช และพ่อแสงมองตามทั้งคู่เดินจากไปด้วยความหดหู่ใจ ไม่นานนัก ฤทธิชัยกับดาวร่อนลงมายังลานหินเล็กๆลึกเข้าไปในป่า ดาวสัญญาจะแวะมาหาบ่อยๆ เขาดึงเธอมากอดด้วยความรักและอาลัย...

ที่โรงงานลับแห่งใหม่ นายโจไม่พอใจมากที่เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น โทษว่าเป็นเพราะคายามังไปหาเขาที่บริษัท พวกนั้นเลยตามไปที่นั่นถูก ไหนคายามังเคยบอกไว้ว่าไม่มีใครต้านนาคีได้ แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้

“นาคีเก่งก็จริง แต่ก็ไม่สามารถต้านคนมีวิชาสูงหลายคนพร้อมๆกันได้ ยิ่งตอนจำศีลยิ่งอ่อนแอ คนของท่านไม่ดีพอ ปล่อยให้ศัตรูเข้าไปถึงตัวนาคีได้”

“แล้วตอนนี้นาคีเป็นยังไงบ้าง”

“กระสุนถูกแสกหน้าอย่างจังซึ่งเป็นจุดอ่อนทั่วไปของงูอยู่แล้ว ดีที่นาคีแข็งแกร่งพักจำศีลสักหน่อยก็หาย”

ooooooo

หลังจากนพให้อภิชาติ จักจั่น และงิ้วดูภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้องพิสูจน์หลักฐาน ตอนที่นางงูนาคีสังหารเจ้าหน้าที่ อภิชาติสั่งให้นพไปประกาศให้เจ้าหน้าที่ทุกคนทราบว่าห้ามเผชิญหน้ากับเธอเด็ดขาด เขารีบไปทำตามคำสั่งทันที จักจั่นหันมาเตือนงิ้วว่าควรจะอยู่ห่างๆนาคีเช่นกัน และปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่เราสองคน

“งิ้วรู้ว่าคุณสองคนมีฝีมือ แล้วก็หวังดี แต่ในเมื่อคุณสองคนไม่ถอย งิ้วก็ไม่ถอย”

จักจั่นกับอภิชาติมองหน้ากันก่อนจะตัดสินใจเปิดเผยความลับว่าเป็นพวกนางเสือ ทีแรกงิ้วไม่เชื่อ จักจั่นจึงต้องพิสูจน์คำพูดด้วยการชักปืนยิงอภิชาติให้เห็นกันชัดๆว่าอยู่ยงคงกระพัน แถมมีวิชาพรางตัวไร้ร่องรอย เธอถึงยอมเชื่อ และยังบอกอีกว่าพวกนางเสือไม่ได้มีแค่เราสองคน ยังมีฤทธิชัย ดาว ไผ่ และจันจิราด้วย

“เราทุกคนโชคดีได้รับพรจากสวรรค์...ให้มีฝีมือ มีพลังและรอดพ้นจากการบาดเจ็บทั้งปวง”

“เราถึงสามารถต้านนางงูได้ แม้ว่าจะยังไม่ชนะก็ตาม” จักจั่นเสริม ทั้งคู่ยังหวังด้วยว่างิ้วจะเชื่อฟัง ยอมอยู่ห่างๆนาคี และปล่อยให้พวกเราจัดการ...

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะกำจัดคนชั่วให้พ้นไปจากแผ่นดินไทย ดาว ไผ่ และจันจิรายังคงคอยตามขัดขวาง พวกแบล็กอีวิลไม่ให้ขนยาเสพติดออกไปจากป่า ดักปล้นรถบรรทุกและทำลายยาเสพติดของพวกนั้นพินาศ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ดาวกับพวกปล้นรถขนยาเสพติดของพวกศัตรู แต่กลับไม่พบการขัดขวางจากนาคี ทำให้เธอคิดเอาเองว่าเป็นเพราะฤทธิชัยไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย...

นายใหญ่รู้ข่าวรถขนยาเสพติดสองขบวนถูกพวกนางเสือเผาเป็นจุณ ออนไลน์มาเล่นงานนายโจยกใหญ่ ถามหานาคีหายหัวไปไหน ทำไมไม่คุ้มครองขบวนรถขนสินค้า ทำให้องค์กรต้องสูญเงินนับร้อยล้าน นายโจถึงกับเต้น รีบไปยังโรงงานลับแห่งใหม่ ตรงเข้าไปต่อว่าคายามัง

“อาจารย์บอกว่านาคีพักหน่อยก็หาย สองวันที่ผ่านมาสินค้าเสียหายนับร้อยล้าน”

“เราผิดเอง...ตอนนี้พลังของนาคีกลับคืนเหมือนเดิม นาคีพร้อมแล้ว”

นายโจพยักหน้ารับรู้ รีบโทร.ไปรายงานให้นายใหญ่ทราบถึงเรื่องนี้ เขาสั่งการให้เปิดงานที่ชะงักให้หมด

ทุกจุด เตรียมรับสินค้า อาวุธและอุปกรณ์ชุดใหม่ที่กำลังเดินทางเข้ามา อีกทั้งยังสั่งให้กำลังคนชุดใหม่นอกประเทศเคลื่อนตัวเข้ายึดหมู่บ้านตามแนวชายแดนให้หมด แล้วให้คอยฟังคำสั่งต่อไป

“ถ้าท่านรองก้องเกียรติรู้ว่าเรากำลังจะประสบความสำเร็จ คงกระอักเลือดตายแน่” นายใหญ่ยิ้มพอใจก่อนจะวางสาย นายโจต้องการจะเลียแข้งเลียขาเจ้านาย รีบขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังรังใหญ่แบล็กอีวิลหลังกำแพงมนตร์ เพื่อเยาะเย้ยถากถางท่านรองก้องเกียรติที่ถูกกักขังไว้ที่นั่นว่า อีกไม่นานประเทศไทยก็จะถูกพวกตนยึดครอง

“ผมกลัวว่านายใหญ่กับพวกคุณจะไม่มีประเทศให้ซุกหัวอยู่มากกว่า” ท่านรองก้องเกียรติโต้ไม่ยอมแพ้

“นางเสือกับคนสนิทของท่านสองคน กำลังใกล้ดับ อีกไม่นานท่านรองก็จะได้ออกจากที่นี่...ไปร่วมฉลองความสำเร็จของเรา ก่อนที่จะรับโทษที่เราจัดไว้ให้” นายโจว่าแล้วเดินหัวเราะเยาะเย้ยออกไป

“คุณฤทธิชัย คุณอภิชาติ พวกคุณทำอะไรกันอยู่” ท่านรองก้องเกียรติพึมพำเบาๆอย่างเป็นกังวล

ooooooo

งิ้วถึงกับเซ็งที่ฝ่ายข้อมูลของหน่วยงานพิเศษยังไม่ได้เบาะแสอะไรคืบหน้า จับเสียงจับตำแหน่งของพวกแบล็กอีวิลไม่ได้เลยสักอย่าง แล้วเมื่อไหร่จะมีทางเข้าถึงตัวนายใหญ่ได้ จักจั่นค้านทันที

“ไม่จำเป็นหรอก...เราจัดการนางงู ทำลายทั้งกำลังคนกำลังเงิน วันหนึ่งมันต้องหมดตูดหัวหดกลับไป”

“เริ่มตัดที่หางไปก่อน เดี๋ยวก็ไปถึงหัวเองนั่นแหละ” อภิชาติเสริม งิ้วนึกอะไรขึ้นมาได้ ไม่ใช่จะมีแต่นางงู เท่านั้นที่มีหาง แล้วคีย์ข้อมูลเรียกประวัติของผู้กองสัตยา ท่านรองศักดาและนายโจจากคอมพิวเตอร์ขึ้นมาดู

“สามคนนี้ล้วนเป็นส่วนหางที่เราควรหาทางกำจัด นอกเหนือจากงู...แทนที่จะตามเล่นงานนายใหญ่ของมัน เราตามเล่นงานคนพวกนี้ จับมันขังไว้ที่ไหนสักแห่ง”

“นายใหญ่ไม่มีใครรับคำสั่ง จักจั่นเชื่อว่ามันต้องโผล่หัวออกมาแน่นอน”

“เดี๋ยวก่อน...ผมเกรงว่ามันจะส่งตัวปลอมมาแทนที่สามคนนี้อีกน่ะสิ”

จักจั่นแนะให้เล่นงานสามคนนี้ด้วยความผิดตามกฎหมายแบบที่พวกนั้นทำกับท่านรองก้องเกียรติ แล้วออกข่าวให้รู้ทั่วกัน จะทำให้พวกศัตรูส่งตัวปลอมออกมาไม่ได้ อภิชาติเห็นด้วย นักข่าวที่พร้อมจะร่วมมือกับพวกเราก็มีอยู่แล้ว คือ กำจรเพื่อนของเขานั่นเอง...

ขณะที่จักจั่นกับพวกวางแผนเด็ดหางนายใหญ่แบล็กอีวิล แต่เขาชิงเปิดเกมรุกเต็มรูปแบบเสียก่อน ทั้งเปิดค่ายตัดไม้ใหม่ ขนอาวุธเถื่อนและยาเสพติด อีกทั้งดาวยังได้รับรายงานจากจักจั่นว่า สายตรวจพิเศษทางอากาศพบการเคลื่อนไหวของพวกแบล็กอีวิลตลอดแนวชายแดน ลุงเดชกับพ่อแสงอดเป็นห่วงชาวบ้านแถวนั้นไม่ได้ อาสาจะลงพื้นที่เผื่อจะช่วยชาวบ้านได้ ดาวยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร พ่อแสงแย่งพูดขึ้นก่อน

“แค่พวกมือปืนเคลื่อนกำลัง นางงูคงไม่โผล่ไปให้เสียเวลาหรอก”

“ลุงเดชกับพ่อแสงไปช่วยชาวบ้านทางทิศใต้ของชายแดน ดาวจะไปส่งข่าวให้คุณหนึ่งไปทางทิศเหนือ”

“เท่ากับว่าให้ผู้กองพานางงูไปโผล่ให้ไกลจากพวกเรามากที่สุด”

ดาวพยักหน้า นั่นคือสิ่งที่เธอต้องการ ลุงเดชเตือนเธอว่านางงูนาคีร้ายกาจมาก ถ้าเจอแล้วพลาดพลั้ง เขาอยากให้เธอถอย อย่าดื้อดึงถือทิฐิ ถอยวันนี้เพื่อชัยชนะในวันหน้า เธอรับคำก่อนจะดีดตัวออกไป...

ไม่นานนัก ดาวมาถึงแคมป์ชั่วคราวกลางป่าของฤทธิชัย ทั้งสองคนต่างดีใจโผกอดกันกลม เธอมาแจ้งข่าวว่าพวกศัตรูเริ่มเคลื่อนไหวเข้าหมู่บ้านชายแดน ลุงเดชกับพ่อแสงอาสาจะไปดูทางทิศใต้ ส่วนเขา เธอจะให้ไปทางทิศเหนือ เขาพยักหน้ารับรู้ แล้วดึงเธอมากอดอีกครั้งหนึ่ง ทั้งคู่มัวแต่หวานใส่กันจึงไม่เห็นงูตัวเขื่องอยู่บนกิ่งไม้ จ้องมองตามทุกฝีก้าว ดาวขอตัวกลับก่อน แล้วถอยออกจากอ้อมกอดเขา ก่อนจะดีดตัวหายเข้าราวป่า

ฤทธิชัยรู้สึกแปลกๆ หันขวับขึ้นไปมองบนต้นไม้ แต่ไม่เห็นอะไร กวาดตามองไปรอบๆก็ไม่เห็นสิ่งผิดปกติ...

ในเวลาเดียวกัน นายโจมาที่โรงงานลับแห่งใหม่เพื่อปรึกษาคายามัง

“ผมเชื่อว่าพวกไอ้ฤทธิชัยกับนางเสือต้องแยกกันสกัดการทำงานของพวกเราทุกจุด ผมสงสัยว่าแบบนี้นาคีจะแยกตัวไปสกัดพวกมันได้อย่างไร” นายโจสีหน้าเป็นกังวล คายามังชูสร้อยสายร่มสีดำมีจี้รูปงูชูคอให้ดู

“สร้อยเส้นนี้คือสัญลักษณ์ของนาคี...แจกจ่ายให้หัวหน้าหน่วยของท่านทุกหน่วยใส่สร้อยปลุกเสกเอาไว้...

ตัวท่านใส่ไว้ก็ดีเหมือนกัน” เขาว่าแล้วส่งย่ามใส่สร้อยคอให้ นายโจรับมาอย่างงงๆ

ooooooo

ระหว่างดีดตัวตามยอดไม้กลับเซฟเฮาส์ มีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องดังขึ้น ดาวพุ่งไปตามเสียง เห็นร่มชูชีพผูกอยู่เหนือตู้คอนเทนเนอร์กำลังลอยลงมาจากท้องฟ้า เสียงเฮลิคอปเตอร์ค่อยๆบินห่างออกไป เธอกวาดสายตาไปรอบๆ เห็นหัวรถบรรทุกพ่วงและรถจี๊ปของศัตรูวิ่งออกมาจากแนวป่า มีพวกมือปืนนั่งกันมาเต็มคันรถ

“พวกนี้เล่นทุกรูปแบบ...มันวิ่งรถบรรทุกเปล่าตบตาเจ้าหน้าที่ ผ่านด่านเข้ามาถึงนี่จนได้” ดาวว่าแล้วพุ่งตัวไปยังทิศทางที่ขบวนรถของศัตรูแล่นไป ครู่ต่อมา เธอดีดตัวลงจากยอดไม้ดักหน้าขบวนรถไว้ พวกมือปืนเปิดฉากยิงใส่ไม่ยั้ง เธอยิงโต้ตอบใส่ขาบ้าง แขนบ้าง ไม่ต้องการให้ถึงตาย ในที่สุดพวกนั้นก็ยกมือยอมแพ้

“รีบกลับไปถ้ายังอยากจะรอด”

พวกนั้นหนีตายกันลนลาน ทันใดนั้น ร่างของงูนาคีปรากฏขึ้น ดาวอดสงสัยไม่ได้ ฤทธิชัยไม่ได้อยู่ที่นี่ทำไมเธอถึงมาได้ สองฝ่ายยิงใส่กันไฟแลบจนกระสุนหมด จากนั้นจึงต่อสู้กันด้วยมือเปล่า

ดาวสู้พลังนาคีไม่ได้ ถูกฝ่ามือกระแทกหงายหลังปากแตก พลันคำเตือนของลุงเดชที่บอกให้ถอยก่อนถ้าเพลี่ยงพล้ำดังขึ้นมาในความคิด เธอสะบัดมีดสั้นสองเล่มใส่นาคี แล้วดีดตัวหนีไปได้ ไม่นานนัก ดาวกลับถึงเซฟเฮาส์ของตัวเอง พร้อมบาดแผลโดนยิงที่หน้าอก แม้จะใช้พลังผลักหัวกระสุนออกจากร่างได้แล้ว

แต่ร่างกายสูญเสียพลังไปมากถึงกับทรุด ไผ่สัมผัสถึงอาการบาดเจ็บของเธอได้ รีบพาจันจิรามาดูอาการให้ ดาวเล่าให้ทั้งคู่ฟังว่าที่ได้รับบาดเจ็บเพราะไปหาฤทธิชัยมา คาดไม่ถึงว่านาคีจะอยู่ที่นั่นแล้ว เธอเผลอไปทำให้นางตามไปจนได้ ไผ่บอกให้เธอพักผ่อนมากๆ อย่าเพิ่งเป็นกังวลอะไร แล้วชวนจันจิรากลับ

“พี่ไผ่...ไม่ต้องบอกเรื่องที่จ๊ะเอ๋กับนางงูนะ ดาวไม่อยากให้ลุงเดชกับพ่อแสง แม่สมพรต้องเป็นห่วง”...

เนื่องจากลุงเดชกับพ่อแสงต้องออกเดินทางไปยังหมู่บ้านติดชายแดนเขมรด้านใต้ จึงพาแม่สมพร เม่งจู หรือผึ้งกับอาตงหรือต่อ มาพักที่บ้านป้าเนียน โดยมีสมาชิกโจรสองคนที่อาสามาช่วยเฝ้าระวังอยู่หน้าบ้าน ไผ่เห็นพ่อแสงท่าทางไม่ค่อยสบายใจ ปลอบว่าไม่ต้องกังวลอะไร เขากับจันจิราจะอยู่ดูแลแม่กับทุกคนเอง...

ในเวลาเดียวกันที่ศูนย์ลับของหน่วยพิเศษ ขณะจักจั่นกับงิ้วกำลังนั่งเซ็งที่ไม่มีอะไรตื่นเต้นให้ทำ คนสนิทของดำรงโทร.มาขอร้องอภิชาติช่วยไปดูแลความปลอดภัยให้ดำรง กลัวพวกศัตรูจะส่งคนไปเก็บ อภิชาติตัดสินใจจะไปช่วยคุ้มกันดำรง เพราะถ้าเขาหายเอ๋อเมื่อไหร่จะได้เปิดเผยรายชื่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้วการประมูล ทุกอย่างจะได้เป็นโมฆะ ส่วนสองสาวไม่อยากอยู่เฉยๆ ชักชวนกันไปสืบหาเบาะแสที่บริษัท อินเตอร์บิส

ooooooo

ระหว่างทางที่ฤทธิชัยเดินทางไปยังหมู่บ้านติดชายแดนด้านเหนือ พบพวกศัตรูตั้งด่านตรวจทุกคนที่เดินทางเข้าออก ไม่เว้นแม้แต่พวกเดียวกันเองก็ต้องมีบัตรผ่าน ถ้าเขาคิดจะแฝงตัวเข้าไปร่วมขบวนการกับพวกนั้นต้องหาบัตรผ่านมาติดตัวไว้ คิดได้ดังนั้นเขาจึงใช้ความสามารถเฉพาะตัวจัดการชิงบัตรผ่านมาจากมือปืนคนหนึ่งได้ แล้วแฝงตัวเข้าไปร่วมกับพวกมือปืนได้สำเร็จ

ในเวลาต่อมา กลุ่มที่ฤทธิชัยเข้าไปแฝงตัวก็มาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หัวหน้ามือปืนสั่งให้สมุนเคลียร์บ้านหลังใหญ่เพื่อใช้เป็นที่ค้างแรม สมุนหายเข้าไปในบ้าน

พักเดียวก็ลากเจ้าของบ้านผัวเมียออกมา แล้วโยนถุงใส่เสื้อผ้าข้าวของให้ ขู่ถ้าไม่รีบไปจะให้กินลูกปืนต่างข้าว ทั้งคู่พากันเผ่นแน่บ

“เอาเว้ยตามสบาย...บ้านข้าเอง” หัวหน้ามือปืนหัวเราะชอบใจ พวกสมุนพากันหัวเราะตาม แล้วลุยเข้าไปในบ้าน ค้นข้าวของออกมากินดื่มกันอย่างสนุกสนาน ฤทธิชัยถึงกับหน้าเครียด...

ทางฝ่ายลุงเดชกับพ่อแสงขับรถตะลุยเข้าไปในป่า เหลืออีก 5 กิโลเมตรเท่านั้นก็จะถึงชายแดน รีบนำรถ

ไปจอดหลังพุ่มไม้หนา แล้วช่วยกันเอากิ่งไม้มาพรางไว้ ก่อนจะพากันเดินเท้าต่อ จนกระทั่งถึงทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีขอนไม้มาสุมขวางทางและมีชายฉกรรจ์ 5 คนยืนเฝ้าระวังอยู่

ทั้งคู่คิดว่าพวกนั้นยึดหมู่บ้าน แต่กลับผิดคาดชายฉกรรจ์เหล่านี้เป็นอาสาระวังภัย คอยดูแลไม่ให้พวกนอกประเทศเข้ามายึดหมู่บ้าน ยึดแผ่นดินไทย ลุงเดชจึงเปิดเผยตัวว่าเป็นพวกรักชาติรักแผ่นดินเช่นกัน

ขณะที่ต่างฝ่ายต่างดีใจที่ได้แนวร่วม มีเสียงปืนดังมาจากหน้าหมู่บ้าน ทุกคนคว้าอาวุธวิ่งกรูกันไปยังต้นเสียง เห็นชาวบ้านกำลังยิงต่อสู้กับพวกศัตรูที่ซุ่มอยู่ หลังรถกระบะสามคันจึงเข้าไปช่วย การยิงต่อสู้กันดำเนินไปได้พักใหญ่ พวกศัตรูซึ่งมีกำลังน้อยกว่าแตกพ่ายกลับไป ลุงเดชประเมินสถานการณ์ดูแล้ว อีกไม่นานพวกศัตรูต้องกลับมาอีกแน่นอน และคงจะนำกำลังมามากกว่าเก่า ชาวบ้านที่นี่คงต้านไม่ไหว

“ฉันว่า...เตรียมพวกที่เหลือหลบไปที่บ้านดอนเสือก่อนดีกว่า”

หัวหน้าหมู่บ้านเห็นด้วยกับลุงเดช สั่งลูกบ้านให้เตรียมตัวเดินทาง...

ตกค่ำ ที่หมู่บ้านติดชายแดนทางด้านเหนือ ฤทธิชัยอาศัยจังหวะที่พวกมือปืนเมาได้ที่ หลอกถามว่าเข้าร่วมขบวนการแล้วต้องทำอะไรบ้าง ตนเองไม่รู้เพราะเพิ่งมาใหม่

“ก็เดิมๆล่ะวะ เดินขบวนก่อความไม่สงบ เผาโรง– เรียนวางระเบิด” หัวหน้ามือปืนพูดจบกระดกเหล้าเข้าปาก

“เรายึดที่นี่แล้ว...เอาพวกชาวบ้านไปไว้ไหน” ฤทธิชัย ซักเพิ่มเติมได้ความว่าใครยอมรับเงินก็อยู่ได้ ใครไม่ยอมก็ไสหัวไป ส่วนใครขัดขืนก็ถูกฝัง เขากวาดตามองไปรอบๆ สีหน้าครุ่นคิด

ooooooo

หัวหน้ามือปืนตะโกนเรียกสมุนกับฤทธิชัยให้เตรียมตัวเคลื่อนกำลังแต่เช้า และสั่งให้จัดการเผาหมู่บ้านนี้ให้ราบ ฤทธิชัยทักท้วงทำไมต้องเผา แล้วชาวบ้านจะไปอยู่ที่ไหน

“เปลี่ยนแผน...ต้องเก็บให้หมด พวกนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ เดี๋ยวพวกมันออกไปแจ้งทางการ แผนจะเสียหมด”

ครู่ต่อมา สมุนต้อนชาวบ้านทั้งหมดมารวมกันที่ลานกลางหมู่บ้านเพื่อจะสังหารหมู่ ชาวบ้านคนหนึ่งโวยว่าให้ความร่วมมือแล้วทำไมต้องฆ่าแกงกันด้วย หัวหน้ามือปืนตัดรำคาญ ชักปืนยิงเปรี้ยงเดียวล้มคว่ำจมกองเลือด

ทันใดนั้น มีเสียงเสือสายฟ้าคำรามก้อง ฤทธิชัย

ในชุดดำสวมหน้ากากปรากฏตัวขึ้นบนยอดไม้ หัวหน้ามือปืนอ้าปากจะสั่งให้ฆ่าเขาทิ้ง เขายิงสวนเข้าปากฟุบคาที่ พวกสมุนตาเหลือกกราดกระสุนใส่อุตลุด เขาหายตัวแวบไปแวบมาหลบกระสุนได้หมด แล้วสังหารพวกนั้นตายยกก๊วน ชาวบ้านพากันยกมือไหว้ขอบคุณที่ช่วยชีวิต

“คิดขายตัวให้คนเลว ก็ต้องเจอแบบนี้ล่ะ...รีบไปเสียก่อนที่พวกมันจะมากันอีก”

ชาวบ้านไม่รอให้บอกซ้ำ ต่างแยกย้ายกันหนี ฤทธิชัยได้แต่ส่ายหน้า พลันมีเสียงร้องเตือนของเหยี่ยวสายลม ตามมาด้วยเสียงคำรามของเสือสายฟ้า เขาหันขวับไปมองต้องตกใจที่เห็นนาคียืนอยู่ เสียงร้องเตือนของสายลมทำให้ดาวซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตรรับรู้ได้ นึกเป็นห่วงชายคนรักขึ้นมาทันที...

ฝ่ายฤทธิชัยยืนจ้องนาคีอย่างไม่เกรงกลัว เหน็บว่าเธอมาช้าไปพวกนั้นตายหมดแล้ว เธอไม่สนใจพวกหางแถวนั่น ที่มาที่นี่เพราะเขาต่างหาก เธอเคยบอกไว้แล้วว่าเธอเป็นของเขา

“แต่ผมไม่ใช่ของคุณ” เขาแวบหายเข้าป่าอย่าง รวดเร็ว นาคีพึมพำว่าหลบอย่างไรก็ไม่มีวันพ้นเงื้อมมือเธอ...

ขณะที่ฤทธิชัยถูกนาคีตามตื๊อไม่เลิก ไผ่กับจันจิราไม่ค่อยพอใจนักที่ทำอะไรค่ายสำรวจป่าไม่ได้เพราะมีสัมปทานถูกต้อง ทั้งคู่จึงหันไปป่วนที่บ่อนของพวกนั้นแทน ไผ่ใช้พลังพิเศษมองทะลุถ้วยไฮโลเข้าไปเห็นแต้มและชักชวนให้นักพนันแทงแต้มนั้น ทำให้เจ้ามือโต๊ะไฮโลเสียพนันจำนวนมากต้องส่งสัญญาณให้หัวหน้านักเลงคุมบ่อนมาช่วย เขาสั่งให้ปิดโต๊ะพนัน ไผ่กับจันจิราไม่ยอมให้ปิด อัดเขากับพวกสมุนสลบเหมือด

“ทุกคนแทงต่อได้” ไผ่เชิญชวน นักพนันเฮลั่น ต่างวางเงินตามแต้มที่ไผ่บอก เจ้ามือถึงกับหน้าซีด...

หลังจากลุงเดชกับพ่อแสง พาชาวบ้านนับสิบคนจากหมู่บ้านใกล้ชายแดนมาส่งที่ค่ายอาสาบ้านดอนเสืออย่างปลอดภัย ผู้อาวุโสทั้งสองก็กลับไปยังชายแดนด้านใต้อีกครั้งเพื่อหาทางช่วยหมู่บ้านที่เหลือ...

สายวันเดียวกัน อภิชาติไปพบกับอาเสี่ยหุ้นส่วนคนสนิทของดำรงที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งตามนัด หลังจากตรวจดูพื้นที่รอบๆแล้ว เขาขอให้อาเสี่ยจัดกำลังคนคุ้มกันมาเพิ่มอีก 10 คน ผลัดเวรกันตลอด 24 ชั่วโมง อาเสี่ยเห็นว่าอภิชาติมาอยู่ดูแลความปลอดภัยให้ดำรงแล้ว เขาจึงขอตัวไปทำธุระ พอดีหลานสาวของเพื่อนเขาเพิ่งมาจากเมืองนอกเมื่อคืน ไม่ค่อยสบาย เขานัดจะพาไปหาหมอ

“เชิญครับ...คุณเสี่ยไม่ต้องกลับมาหรอก” อภิชาติพูดจบเดินไปส่งเขาที่รถ แล้วตรวจดูรอบๆบ้านอีกครั้ง

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ผู้กองสัตยามาถึงบ้านลึกลับหลังหนึ่งตามที่ท่านรองศักดานัด เพื่อแจ้งให้เขาทราบว่านายใหญ่ไม่พอใจมากที่ทำงานพลาด เขาเถียงว่าไม่ใช่ความผิดของเขา คนของนายใหญ่ต่างหากที่พลาดเพราะตามแผนการที่วางไว้ดำรงจะต้องตาย แล้วเขาถึงจะหาเรื่องรวบรัดเก็บพวกฤทธิชัย

“ยังไงก็แล้วแต่...ลูกสาวนายณุพันธ์ นายฤทธิชัยแล้วก็นายอภิชาติยังลอยนวลอยู่ คนพวกนี้ต้องถูกกำจัด ส่วนคุณดาวกับคุณจักจั่น ให้คนคอยตามประกบ ถ้าคิดว่าเกี่ยวข้องก็จัดการเสีย”

“บอกตามตรงผมชักเบื่อที่จะทำงานให้คนที่ไม่รู้จักหน้าไม่รู้จักตัวตนเต็มทีแล้ว” ผู้กองสัตยาพูดจบ ลุกพรวดออกไปอย่างไม่ค่อยพอใจ...

เย็นวันเดียวกัน ที่หน้าบริษัทอินเตอร์บิส จักจั่นกับงิ้วต่างซุ่มดูความเคลื่อนไหวอยู่บนรถของตัวเองโดยใช้วิทยุสื่อสารขนาดจิ๋วติดต่อกัน คราวนี้ไม่ใช่เสียบไว้ที่หูแต่เป็นครอบไว้ที่ฟันแทน จังหวะนั้น นายโจขึ้นรถตู้ออกจากบริษัท งิ้วอาสาจะตามไปเองปล่อยให้จักจั่นเฝ้าอยู่ทางนี้เผื่อนายใหญ่จะโผล่มา

ไม่นานนัก งิ้วตามนายโจมาถึงคลับส่วนตัวแห่งหนึ่ง เธอต้องติดสินบนพนักงานถึงตามเขาเข้าไปข้างในได้ เห็นเขาเดินตรงเข้าไปยังโต๊ะที่ผู้กองสัตยานั่งดื่มกับสาวสวย นายโจไล่เธอออกไปก่อน แล้วทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม งิ้วไปยืนหลบๆที่บาร์เหล้าลอบมองทั้งคู่ไม่วางตา แต่เนื่องจากอยู่ไกล เธอจึงส่งแชมเปญพร้อมถังแช่ติดเครื่องดังฟังไปให้สองหนุ่มโดยติดสินบน บริกรให้บอกไปว่าเป็นอภินันทนาการจากผู้จัดการคลับ

“เอ้า...ว่ามาได้แล้ว สาวๆของผมรอยู่” ผู้กองสัตยามองนายโจอย่างไม่เป็นมิตร เขาแค่จะมาบอกให้รู้ว่าไม่มีใครมีสิทธิ์รู้จักนายใหญ่ ผู้กองชั่วแดกดันว่าเก่งมาก เรื่องนี้ตนคุยกับท่านรองศักดา แต่เรื่องกลับรู้ถึงเขา

“ถ้าคุณคิดถอนตัว...ก็บอกมา...แต่ถ้าไม่...ก็ทำงานตามคำสั่งอย่าให้พลาด”

“ถ้าพลาดแล้วจะมีคนมาแทนแบบโจคนที่สองยังงั้นหรือ”

งิ้วแอบฟังอยู่ถึงกับงง ใครคือโจคนที่สอง นายโจนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะแดกดันว่าคนอย่างเขาไม่จำเป็นต้องมี ตัวแทน ผู้กองสัตยาเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่มองเขาเดินจากไป หันกลับมาอีกที เพิ่งสังเกตเห็นเครื่องดักฟังที่ติดอยู่บนถังแช่แชมเปญ เขากวาดตามองไปรอบๆ เห็นงิ้วยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาบังหน้าตัวเองขณะที่นายโจเดินผ่าน เขาคว้าถังใส่แชมเปญเดินไปถามเธอว่าต้องการสักแก้วไหม เธอหยิบแก้วเครื่องดื่มตัวเองขึ้นมา

“ไม่ชอบของไฮโซเท่าไหร่” แล้วทำทีจะยกขึ้นดื่ม แต่กลับเอาสาดหน้าเขาแล้วตามด้วยหมัดตรง

เขาถึงกับหงายหลังตึง ก่อนที่เธอจะทันขยับ นายโจ เข้ามาด้านหลังฟาดท้ายทอยสลบเหมือด...

ขณะที่งิ้วตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน วิวัฒน์ไม่พอใจมากที่ไผ่กับจันจิราเข้าไปป่วนที่บ่อนจนทำให้ต้องเสียรายได้ไปนับล้านบาท จึงส่งสมุนมาที่สถานีอนามัยเพื่อลากตัวจันจิราไปพบ พวกสมุนฝีมือต่ำชั้นถูกเธออัดสะบักสะบอม แล้วสั่งให้กลับไปบอกวิวัฒน์ด้วยว่าเธอจะไปหาเขาแน่นอน

ooooooo

พวกแบล็กอีวิลยังไม่ยอมรามือ ส่งอาเสี่ยตัวปลอม มาที่เซฟเฮาส์เพื่อสังหารดำรง แต่อภิชาติไหวตัวทันรู้ว่า เขาเป็นตัวปลอม เอาปืนขู่ให้บอกมาว่าเป็นใคร อาเสี่ยตัวปลอมต่อสู้ขัดขืน อภิชาติเลี่ยงไม่ได้จำต้องยิงทิ้ง...

ในเวลาเดียวกัน จักจั่นซึ่งกำลังดักซุ่มดูความเคลื่อนไหวอยู่หน้าบริษัทอินเตอร์บิส ต้องแปลกใจที่เห็นนายโจกลับมาแล้วแต่งิ้วไม่ตามเขากลับมาด้วย สังหรณ์ใจว่าต้องมีเรื่อง รีบโทร.บอกอภิชาติว่าจะไปตามหางิ้ว

“ผมให้สองชั่วโมง ถ้าไม่โทร.มา ผมจะออกไปตาม”

จักจั่นวางสายแล้วกดคีย์บอร์ดบนมือถือ สักพัก ที่หน้าจอปรากฏจุดสีแดงบอกตำแหน่งของงิ้ว...

ด้านงิ้วรู้สึกตัวอีกทีพบว่าตัวเองถูกมัดติดกับเก้าอี้ภายในโกดังเก็บของ โดยมีผู้กองสัตยานั่งคุยโทรศัพท์กับใครบางคนอยู่ไม่ห่าง พอเห็นเธอได้สติ เขากดวางสายแล้วถามคาดคั้นเธอว่า พ่อของเธอส่งพัสดุอะไรไปให้ เธองงไม่เข้าใจเขาพูดเรื่องอะไร

“ถ้าผมได้พัสดุเรื่องก็จบ...คุณไปทางคุณ ผมไปทางผม”

“เห็นฉันเป็นนางเอกละครน้ำเน่าหรือไง...บอกไปนายก็ไม่ให้ฉันรอดอยู่ดี”

ผู้กองสัตยาทั้งตบทั้งขู่จะปล้ำทำเมีย เธอก็ไม่ยอมบอกอะไร เพราะความจริงแล้วเธอไม่รู้เรื่องพัสดุที่เขาว่า ก่อนที่เธอจะเสียท่าให้เขา จักจั่นในชุดปฏิบัติการนางเสือเข้ามาช่วยไว้ทัน อัดเขาสองหมัดแถมด้วยจระเข้ฟาดหางถึงกับหลับกลางอากาศ แล้วหันมาสะบัดมือใส่เชือกที่มัดงิ้ว เชือกขาดกระจุย พอเป็นอิสระ งิ้วพุ่งเข้าไปเตะชายโครงผู้กองชั่วหนึ่งทีเป็นการแก้แค้น

“เราจะจัดการกับนายนี่ยังไงถึงจะเข้าแผน” จักจั่นสีหน้าครุ่นคิด ขณะที่งิ้วยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที...

ในเวลาต่อมา ผู้กองสัตยารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในห้องพักของโรงแรม ค่อยๆยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ต้องตกใจเพราะบนเตียงมีถุงใส่ยาเสพติดหลายเม็ดวางอยู่ แถมยังมีหนุ่มล่ำบึ้กนอนอยู่ข้างๆอีกหนึ่งคน พลันประตูห้องเปิดผลัวะ แสงจ้าจากไฟของกล้องวีดิโอสาดเข้ามา ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งนักข่าวกรูกันเข้ามา...

ภาพเหตุการณ์ตอนที่ตำรวจบุกเข้าไปเจอผู้กองสัตยาพร้อมกับยาเสพติดออกอากาศทางทีวีทุกช่อง จักจั่นกับงิ้วกำลังดูผลงานของตัวเองอยู่หน้าจอทีวีภายในห้องพัก เห็นกำจรกำลังรายงานข่าวอยู่หน้าโรงแรมเกิดเหตุ

“ผู้กองสัตยาแห่งหน่วยพิเศษ เมายาเสพติดอยู่ในโรงแรมพร้อมของกลางและหนุ่มล่ำบึก ทางการยังต้องสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป...ใครจะรู้อาจจะบริสุทธิ์ก็ได้...ผม...กำจร แสงรุ่งเรืองรายงาน”

จักจั่นกับงิ้วพากันขำกลิ้ง อยากรู้จริงๆว่าพวกนั้นจะแก้เกมกันอย่างไร

ooooooo

ดาวรีบไปหาฤทธิชัยที่แคมป์ชั่วคราวแต่เช้า เล่าให้ฟังว่าครั้งก่อนที่เธอมาหาเขาไม่ทันระวังถูกนาคีสะกดรอยตาม ฤทธิชัยตกใจ รู้สึกตงิดๆอยู่เหมือนกันว่านาคีมา แต่ไม่ทันเอะใจ ดาวรีบเปลี่ยนเรื่องพูด

“ชายแดนเป็นยังไงบ้างคะ”

“พวกมันโหดมาก ชาวบ้านต้องรับเคราะห์ ผมต้องกลับไปดูอีก”

ทันใดนั้น เสียงเหยี่ยวสายลมร้องเตือนดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงคำรามของเสือสายฟ้า ฤทธิชัยสัมผัสได้ถึงพลังของนาคี บอกให้ดาวรีบกลับ และเตือนว่าอย่าเผชิญ หน้ากับเธอ หญิงสาวดึงหน้ากากนางเสือขึ้นมาสวมรีบดีดตัวออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ไปได้ยังไม่ถึงครึ่งทาง นาคีปรากฏร่างดักหน้าไว้ ประกาศลั่นว่าถ้าไม่มีเธอความรักของตนกับฤทธิชัยต้องสมหวังแน่นอน ดาวคาดไม่ถึง สวมหน้ากากนางเสืออยู่แท้ๆทำไมถึงรู้ว่าเป็นเธอ

“เราสัมผัสมนุษย์ได้ที่จิตวิญญาณไม่ใช่ที่ลักษณะภายนอก...หน้ากากของท่านปกปิดเราไม่ได้หรอก”

“ในเมื่อท่านรู้ก็ดีแล้ว” ดาวสะบัดมือหน้ากากหายไปทันที

“ท่านคือมนุษย์คนเดียวที่ครองใจชายที่เราต้องการ”

ดาวโต้ว่าถึงจะไม่มีเธอ ความรักของนาคีก็ไม่มีทางสมหวังเพราะความรักบังคับกันไม่ได้ นังงูร้ายยืนยันว่าบังคับความรักได้ ทั้งสองปะทะฝีมือกัน นาคีเหนือกว่าเล่นงานดาวกระเด็น แล้วจะตามเข้าไปซ้ำ เธอชักปืนยิงใส่เป็นชุดจนผงะถอยหลังตามแรงปะทะของกระสุน เธอฉวยโอกาสดีดตัวหนี เสียงปืนดังไปถึงฤทธิชัย รู้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่อง รีบดีดตัวไปยังต้นเสียง

นาคีไล่ตามศัตรูหัวใจมาทันกันบริเวณหน้าผา กระแทกฝ่ามือใส่เธอจนเซเข้าไปใกล้ขอบเหวอย่างน่าหวาดเสียว แล้วตามเข้าไปบีบคอซ้ำ เธอพยายามดิ้นหนี ทันใดนั้น มีแสงจากร่างเธอผ่านมือที่ขยุ้มคอไปคลุมตัวนาคีไว้เปลี่ยนให้กลายเป็นร่างดาวราวกับฝาแฝด นังงูร้ายในคราบดาวหัวเราะสะใจ

“เราทำให้คนของท่านรักเราได้แน่นอน”

ดาวกันฟันปัดมือเธอออกจากคอแล้วใช้หน้าผากโขกเธอกระเด็นหงายหลัง เธอกลับคืนร่างเดิมอีกครั้งหนึ่ง ดาวเหมือนคนขาดสติโดดถีบนังงูร้ายเซถลาไปใกล้หน้าผา ยิ่งโดนเย้ยหยันว่าไม่มีทางหยุดเธอได้ ดาวหมดความอดทนพุ่งชนนังงูร้ายเต็มแรง ร่างของทั้งคู่ลอยละลิ่วตกจากหน้าผา

เป็นจังหวะเดียวกับฤทธิชัยร่อนลงจากต้นไม้ใกล้ๆ กวาดตามมองไปรอบๆไม่พบใคร เห็นเพียงร่องรอยการต่อสู้ เขาเดินตามรอยนั้นไปถึงริมผาพบดาวค่อยๆโผล่มาจากขอบหิน ีรบเข้าไปช่วยดึงตัวขึ้นมา เธอยืนไม่ไหวเป็นลมล้มพับ ทันใดนั้น มีเสียงเหยี่ยวสายลงร้องเตือนดังขึ้น ฤทธิชัยเห็นขบวนรถของพวกมือปืนแล่นฝุ่นตลบใกล้เข้ามา รีบคว้าตัวเธอวิ่งหนี โดยมีพวกนั้นยิงไล่หลังเสียงดังสนั่นไปทั้งป่า

ooooooo

ตอนที่ 7

หลังจากได้ตำแหน่งล่าสุดของณุพันธ์ผ่านทางจอคอมพิวเตอร์ อภิชาติ จักจั่น และงิ้วรีบออกเดินทางทันที จักจั่นอดสงสัยไม่ได้ ในเมื่อเรารู้ว่าณุพันธ์

ตายแล้ว ทำไมพวกศัตรูถึงเอาตัวเขามาล่ออีก หรือคิดว่างิ้วจะเชื่อ

“สัญชาตญาณของพ่อกับลูก ลึกๆคุณงิ้วก็ไม่อยากเชื่อว่าคุณณุพันธ์ตายแล้ว” อภิชาติสรุป

“ฉันรู้ว่าพวกคุณคิดว่าฉันบ้า...แต่สิ่งที่ฉันหวังก็คือ คนที่ตายคือตัวปลอมไม่ใช่คุณพ่อฉัน”

“อย่าบอกนะว่าคุณไม่ได้เข้าไปตรวจศพของท่านณุพันธ์” อภิชาติมองหน้างิ้วอย่างรอคำตอบ เธอส่ายหน้าอ้างว่าตอนนั้นไม่มีเหตุผลอะไรให้สงสัย อีกอย่างหนึ่งเธอเข้ามาในประเทศไทยแบบลับๆ และไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีตัวปลอมซับซ้อนขนาดนี้ จักจั่นแนะให้ไปดูศพอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

“ผมเชื่อว่ามันต้องเตรียมหลักฐานยืนยันไว้

เป็นอย่างดี ยังไงก็ไม่มีทางรู้ได้ เสียเวลาเปล่า”

งิ้วเห็นด้วย มีทางเดียวเท่านั้นที่จะรู้ความจริง คือบุกเข้าไปหาคนคนนั้นให้รู้ดำรู้แดงไปเลย...

ขณะที่อภิชาติกับพวกมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับณุพันธ์ จันจิราพรวดพราดเข้าไป ในโรงเลื่อยของวิวัฒน์ หลังจากครอบครัวของตาเกื้อมาร้องขอความช่วยเหลือ เนื่องจากสมุนของวิวัฒน์พาเขาไปที่นั่นตั้งแต่เช้าป่านนี้ยังไม่กลับ วิวัฒน์กวนประสาทไม่ยอมให้ความกระจ่าง บอกให้เธอไปถามจากสมุนของเขาเอง พวกนั้นเห็นเธอเป็นผู้หญิงและมาคนเดียวจึงไม่ยอมตอบคำถาม เธอหมั่นไส้ตบหัวหน้าสมุนเปรี้ยงหน้าหัน

“นังนี่...พวกเอ็งลากมันมาให้ข้าตบ” หัวหน้าสมุนโกรธจัด พวกสมุนกรูกันล้อมกรอบเธอไว้

ก่อนที่เธอจะถูกรุม ไผ่เข้ามาช่วยไว้ทัน อัดพวกสมุนล้มกลิ้งล้มหงาย จังหวะนั้น รถตำรวจวิ่งพรวดเข้าจอด ตำรวจลงจากรถล้อมไผ่กับจันจิราไว้ วิวัฒน์รีบเข้ามาเสนอหน้า

“จับเลยครับ...สองคนนี่บุกรุก ทำร้ายคนของผม”

“เรามาเรื่องนายเกื้อ แต่คนพวกนี้ทำร้ายเราก่อน” จันจิราแก้ต่าง ตำรวจแจ้งว่าทางเราพบศพนายเกื้อแล้ว เมาหัวฟาดพื้นอยู่ชายป่า ไผ่กับจันจิราถึงกับอึ้ง

ooooooo

ในเวลาต่อมา รถของอภิชาติมาจอดอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่มีรั้วรอบขอบชิด งิ้วตรวจดูจากภาพถ่ายที่ได้จากคอมพิวเตอร์แล้วตรงกันพอดี ทั้งสามคนตัดสินใจจะลุยเข้าไปโดยไม่ใช้ความมืดเป็นตัวช่วย

“ถ้างั้นจักจั่นจะไปสำรวจรอบๆก่อน ว่ามีจุดอ่อนตรงไหนที่เราจะบุกเข้าไปได้แล้วจะกลับมารายงาน”

งิ้วไม่เห็นด้วย เธอเป็นตำรวจลับน่าจะให้เธอเข้าไปมากกว่า อภิชาติแย้งว่าให้จักจั่นไปดีแล้ว เธอยังไม่ชินกับเมืองไทย เผื่อมีชาวบ้านมาเจอเข้าจะเป็นที่สงสัยเปล่าๆ งิ้วจำต้องยอมตาม อภิชาติเห็นท่าทางร้อนใจของเธอแล้วจึงต้องขอร้องว่า ถ้าได้ตัวณุพันธ์มาแล้ว ให้เธอเฉยๆก่อน อย่าเพิ่งแสดงตัวเผื่อเป็นตัวปลอม

“ฉันรู้น่า...ฉันไม่ซื่อบื้อขนาดนั้นหรอก”

“ผมรู้ว่าคุณไม่ซื่อบื้อ กลัวคุณจะดีใจจนลืมตัวมากกว่า” อภิชาติยิ้มๆ ขณะที่งิ้วยิ้มตอบเขาเช่นกัน...

อึดใจเดียว จักจั่นใช้คาถาพรางตัวเล็ดลอดเข้าไปในตัวบ้านได้สำเร็จ เดินขึ้นไปชั้นบนผ่านมือปืนที่เฝ้าระวังอยู่เชิงบันไดจนถึงห้องๆหนึ่ง ค่อยๆเปิดประตูเข้าไปดูแต่ไม่พบใคร จังหวะนั้น สมุนคนหนึ่งเห็นประตูห้องเปิดอยู่จึงโผล่เข้าไปดู ไม่เจอใคร กลับออกไปแล้วปิดประตูตามหลัง เธอยิ้มพอใจ ก่อนจะเปิดประตูตามออกมา แต่เกิดเสียสมาธิทำให้ร่างปรากฏขึ้นครึ่งตัว สมุนคนนั้นหันมาเห็นเข้าร้องลั่นว่า “ผี” แล้วเผ่นแน่บ

จักจั่นก้มดูตัวเองแล้วถึงกับเซ็ง เห็นร่างปรากฏแค่ครึ่งตัว จึงตั้งสมาธิให้ร่างกลับมาเต็มตัวอีกครั้งหนึ่งเป็นจังหวะเดียวกับสมุนสองคนโผล่เข้ามาเพราะได้ยินเสียงร้อง ตวัดปืนจะยิง แต่เธอสะบัดมีดสั้นใส่ปักอกพวกนั้นได้ก่อน แล้วดีดตัวเข้าไปยังห้องฝั่งตรงข้าม เจอณุพันธ์นั่งอ่านหนังสืออย่างสบายอารมณ์อยู่บนเก้าอี้นวม

เธอปราดเข้าไปเอาปืนจ่อ สั่งให้ตามมาถ้าไม่อยากตาย แล้วลากเขาออกจากห้อง เจอพวกสมุนอีกกลุ่มหนึ่งผ่านมาพอดี เธอยิงกราดใส่จนล้มฟุบ เสียงปืนทำให้พวกสมุนแตกตื่นกรูกันเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง จักจั่นส่งกระแสจิตไปบอกอภิชาติให้เอารถมารับหน้าบ้าน แล้วเอาปืนจ่อหัวณุพันธ์ไว้

“เปิดทาง...ไม่ยังงั้น ฉันจะระเบิดหัวคนสำคัญของแก”

พวกสมุนยอมเปิดทางให้ ัจกจั่นลากณุพันธ์มาถึงประตูรั้วหน้าบ้าน แต่พวกนั้นไม่ยอมให้ออกไป รถของอภิชาติแล่นพรวดเข้ามาจอด งิ้วดีดตัวออกจากรถจ้องปืนไปที่พวกสมุนสั่งให้เปิดประตูรั้ว พวกนั้นรีรอ เธอยิงใส่ขาหนึ่งในสมุนเพื่อขู่ พวกที่เหลือตาเหลือกรีบเปิดประตูรั้วแทบไม่ทัน จักจั่นผลักณุพันธ์เข้าไปในรถตู้ แล้วไล่งิ้วไปนั่งหน้าคู่กับอภิชาติ เธอฮึดฮัดก่อนจะพุ่งขึ้นไปนั่งเบาะหน้า อภิชาติบึ่งรถออกไปอย่างรวดเร็ว งิ้วหันมองหน้าณุพันธ์ที่ยังมีสีหน้างุนงง ทนายหนุ่มเตือนเธอว่าอย่าลืมที่เราสองคนคุยกันเมื่อครู่ แต่แล้วณุพันธ์กลับร้องขึ้นว่า

“งิ้วหรือลูก”

ทุกคนพากันอึ้ง โดยเฉพาะคนถูกทักทำสีหน้าบอกไม่ถูก จากนั้น อภิชาติขับรถมุ่งหน้าไปยังโกดังลึกลับแห่งหนึ่ง ที่นพเป็นคนจัดหาสถานที่พร้อมกับเจ้าหน้าที่คุ้มกันให้สามนาย ณุพันธ์ถูกนำตัวมานั่งที่เก้าอี้กลางห้อง โดยมีอภิชาติ จักจั่น และงิ้วซึ่งยังไม่ไว้ใจผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า ถามเขาว่าเธอมีปานแดงอยู่แห่งหนึ่ง ไม่ทราบว่าพ่อจำได้หรือเปล่า เขารีบบอกว่าจำได้ งิ้วมองเขาด้วยสีหน้าผิดหวัง

“ฉันไม่มีปานแดง...คุณเป็นใคร”

ณุพันธ์ถึงกับพูดไม่ออก ทันใดนั้น มีเสียงมือถือในกระเป๋าเสื้อนอกของณุพันธ์ดังขึ้น อภิชาติสั่งให้เขาหยิบมันส่งมาให้ช้าๆ เขาทำตามสั่ง อภิชาติกดรับสายถึงได้รู้ว่านายใหญ่ของแบล็กอีวิลโทร.มา

“ตัวปลอมของคุณ แอ็กติ้งยังไม่แนบเนียนเท่าไหร่”

“แต่อย่างน้อยก็ทำให้คุณสามคนมารวมกันได้...ลาก่อนคุณอภิชาติ”

อภิชาติถึงกับหน้าเครียด เพิ่งรู้ตัวว่าถูกหลอก ปราดเข้าไปกระชากเสื้อณุพันธ์ออก เห็นระเบิดติดอยู่ที่ตัวเขาหลายแท่ง มากพอจะทำให้คนที่อยู่ในรัศมี 5 เมตรจบชีวิตได้ นาฬิกาที่ติดอยู่กับระเบิดนับถอยหลังเหลืออีกแค่ 10 วินาที เขาหันไปเตือนจักจั่นกับงิ้วให้ระวังตัว ทันใดนั้น เกิดระเบิดตูม...

ผ่านไป 5 ชั่วโมง อภิชาติจึงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลภายในศูนย์ลับของหน่วยพิเศษ จักจั่นรีบเข้ามาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขาไม่เป็นอะไรมากแค่มึนหัวเท่านั้น แล้วถามถึงงิ้วว่าปลอดภัยหรือเปล่า

“ปลอดภัยค่ะ คุณเอาตัวบังระเบิดเต็มๆ จักจั่นกับคุณงิ้วเลยโดนแค่นิดหน่อย”

เขาถึงกับยกมือไหว้ท่วมหัว ขอบคุณที่ได้พรจากถ้ำพระภิกษุ ไม่อย่างนั้นคงไม่รอด

ooooooo

ดาวพาฤทธิชัยไปที่ค่ายของลุงเดชเพื่อรายงานเหตุการณ์ที่หมู่บ้านชายแดนให้พ่อแสงกับลุงเดชฟัง และจะขอค้างที่นี่สักคืน พอดีที่เซฟเฮาส์ของเธอมีแขกมาพัก ที่สำคัญคืนนี้เธอจะนั่งสมาธิคุยกับท่านอาจารย์ ลุงเดชพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะบอกให้ทั้งคู่ไปอาบน้ำเตรียมตัวมากินข้าว...

ดึกวันเดียวกัน ฤทธิชัยฝันเห็นนางงูเก็งกองปรากฏตัวขึ้นที่ปลายเตียง ร่างของเธอค่อยๆเปลี่ยนเป็นงูใหญ่ชูคอพร้อมจะฉกใส่ เขาลืมตาขึ้นมองประสานสายตากับมัน ก่อนที่จะทันหยิบปืน งูฉกใส่เต็มๆ เขาสะดุ้งตื่นลุกพรวดขึ้น ไฟในห้องสว่างพรึบ ดาวที่นั่งอยู่ข้างๆถามว่าฝันร้ายหรือ

“ครับ...ผู้หญิงผมงู กลายเป็นงู”

“เมื่อคืนคุยเรื่องนี้อยู่ คุณหนึ่งก็เลยฝันมั้งคะ... ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฝันเห็นงูเขาว่าจะได้เนื้อคู่ อาจจะเป็นกิ๊กคุณหนึ่งก็ได้” ดาวพยายามสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย แต่ตัวเองกลับรู้สึกเป็นกังวลอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ดาวรีบไปหาพ่อแสงกับลุงเดชที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ที่ลานกลางค่าย ลุงเดชไม่เห็นฤทธิชัยมาด้วยก็ถามหา ได้ความว่าเมื่อคืนเขาฝันเห็นนางงูเก็งกอง ตื่นขึ้นมากลางดึกเพิ่งจะหลับได้เมื่อตอนใกล้เช้านี้เอง

“แค่มาในฝันคงไม่เป็นไร” พ่อแสงปลอบ

“ที่สำคัญ ดาวก็รู้สึกว่าเห็นด้วยเหมือนกัน” ดาวสีหน้าเป็นกังวล ลุงเดชถามว่าแน่ใจหรือว่าที่เห็นไม่ใช่ความฝัน เธอเองก็ไม่แน่ใจ และไม่ได้บอกเขาว่าเธอเห็นนางงูเช่นกัน ลุงเดชดูท่าแล้วไม่น่าไว้ใจ แสดงว่าเขาต้องมีบางอย่างที่นางงูสามารถสัมผัสถึงได้ พ่อแสงเห็นความสามารถของเขาแล้ว นางงูไม่น่าทำร้ายอะไรได้

“ถ้าทำร้ายยังไม่น่ากลัว....กลัวว่ามันจะมาพิศวาสน่ะสิ” ลุงเดชถอนใจหนักใจ พลันมีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องเตือนดาวว่ามีภัยมาถึงตัวฤทธิชัย เธอรีบดีดตัวกลับที่พักทันที...

เป็นอย่างที่ลุงเดชคาด นางงูเกิดพิศวาสในรักแรกพบ ยามได้สบตากับฤทธิชัยตอนที่เข้าช่วยเธอหลังจากถูกอภิชาติขับรถชน เธออ้างว่าเขาช่วยชีวิตเธอไว้ ดังนั้นเธอต้องเป็นของเขาตลอดไป

“เสียใจด้วย ท่านคนนั้นเป็นของเรา” ดาวประกาศก้อง สาวผมงูหรือนาคีหันขวับ มองเธอด้วยสายตากร้าวแล้วพุ่งใส่พร้อมกับกางอุ้งเล็บ ดาวกระแทกฝ่ามือถูกเธอกระเด็น ยิ่งโกรธผมบนหัวนาคีค่อยๆกลายเป็นงูเล็กๆ เธอพุ่งเข้าใส่ดาวอีกครั้ง แต่คราวนี้ฤทธิชัยกระหน่ำยิงไม่ยั้ง เธอมองเขาสีหน้าโกรธๆก่อนจะหายวับไป ลุงเดช พ่อแสง และเหล่าสมาชิกโจรกรูกันเข้ามาพร้อมอาวุธในมือ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่มีสาวมาหลงเสน่ห์คุณหนึ่งเท่านั้น” ดาวพูดติดตลก แต่ฤทธิชัยไม่ขำด้วย...

ขณะที่นาคีเริ่มแผลงฤทธิ์ได้แล้ว ที่โรงพยาบาลภายในศูนย์ลับของหน่วยงานพิเศษ งิ้วซึ่งนอนพักรักษาตัวอยู่อดแปลกใจไม่ได้ว่าอภิชาติมีเวลาตอนไหนโยนเธอกับจักจั่นให้พ้นรัศมีระเบิดได้

“ผมไม่อยากจะคุย ผมน่ะไวยิ่งกว่ากัปตันอเมริกาบวกซุปเปอร์แมนเลยนะคุณ” อภิชาติโกหกไปเรื่อย งิ้วมองเหล่อย่างไม่ค่อยจะเชื่อ ซักอีกว่าทำไมเขาถึงไม่เป็นอะไร แล้วออกมาพ้นรัศมีระเบิดทันได้อย่างไร

“คุณนพรายงานว่าส่วนผสมระเบิดผิดพลาด แรงระเบิดน้อยมาก แรงกว่าปลาวาฬผายลมนิดเดียว”

จักจั่นขำกลิ้ง งิ้วอดยิ้มไม่ได้ เตือนให้เธอระวังผู้ชายกะล่อนแบบเขาเอาไว้ให้ดี...

ดาวกับฤทธิชัยยังไม่ทันจะเข้าเซฟเฮาส์ จักจั่นโทร.มาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง ฤทธิชัยสงสัยว่าในเมื่อณุพันธ์ตายไปแล้ว ทำไมพวกศัตรูต้อง

คิดกำจัดคุณงิ้วด้วย หรือว่าเขายังมีชีวิตอยู่ พวกนั้นถึงไม่ต้องการให้ใครมาขุดคุ้ยค้นหาความจริง ดาวสรุปว่าณุพันธ์ต้องกุมความลับสำคัญของพวกศัตรูไว้แน่ๆ...

ด้านอภิชาติได้รับรายงานจากนพว่า ดำรงจะแถลงข่าวเปิดตัวคณะกรรมการที่ฮั้วการประมูลกับบริษัทอินเตอร์บิสคู่แข่ง เขาตั้งข้อสังเกตว่าถ้าดำรงทำแบบนี้เท่ากับหาเรื่องฆ่าตัวตาย...

ฤทธิชัยกับดาวทราบข่าวนี้จากนพเช่นกัน มีความเห็นตรงกับอภิชาติ เพราะถ้าดำรงทำได้จริงอย่างที่พูด สัมปทานทุกอย่างที่บริษัทอินเตอร์บิสได้ไปต้องยกเลิกหมด ไม่จำเป็นต้องรอคำตัดสินที่กำลังจะประกาศตอนสิ้นเดือน พวกแบล็กอีวิลต้องไม่ยอมแน่ๆ

“แต่นายดำรงมั่นใจมาก รายงานว่าจัดงานฉลองล่วงหน้าแล้ว”

ฤทธิชัยเสนอให้นางเสือกับพวกไปร่วมฉลองครั้งนี้ด้วย แล้วเก็บข้าวของออกเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปสมทบกับพวกอภิชาติ...

ในเวลาเดียวกัน ที่โรงเก็บของของพวกแบล็กอีวิล คายามังผายมือให้นายโจเดินเข้าไปใกล้อ่างอาบน้ำซึ่งตั้งอยู่กลางโรงเก็บของ มีร่างของนาคีสาวสวยนอนแช่น้ำอยู่

“นาคีจำเป็นต้องแช่น้ำอาคมเพื่อให้ร่างกายอยู่ยงคงกระพันและเพื่อให้พลังแข็งแกร่ง”

นายโจมาที่นี่เพื่อต้องการรู้แค่ว่านางพร้อมออกปฏิบัติการหรือยัง คายามังพยักหน้า เธอพร้อมแล้ว...

หลังกลับจากเยี่ยมเยียนคายามัง นายโจรีบรายงานเรื่องที่นาคีพร้อมปฏิบัติงานให้นายใหญ่ทราบ งานแรกที่เขาต้องการให้เธอทำคือจัดการกับดำรง แต่กำชับนายโจว่าให้เตรียมหน่วยที่สองไว้ด้วยเผื่อเธอทำงานพลาด เขายังไม่เชื่อมั่นในอาคมของคายามังสักเท่าไหร่

ooooooo

งานเลี้ยงฉลองก่อนวันแถลงข่าวของดำรงจัดขึ้นที่สโมสรภายในสนามกอล์ฟหรูหราแห่งหนึ่ง

มีหน่วยรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ภายในห้อง วีไอพีส่วนตัว ดำรงกำลังสนุกสนานอยู่กับสาวสวยเต็มห้อง โดยมีบอดี้การ์ด 5 คน ตามประกบเขาแจ แขกผู้มีเกียรติต่างทยอยมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง รวมทั้งนาคีซึ่งมาในชุดราตรีสีขาวเนื้อผ้าพลิ้วตามลม ความสวยของเธอเป็นที่สะดุดตาของทุกคนในงาน

เธอตรงขึ้นไปยังห้องวีไอพี ผ่านบอดี้การ์ดที่ยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าประตูได้อย่างง่ายดาย ด้วยความสวยที่ไม่เป็นสองรองใคร ทำให้ดำรงสนใจเธอในทันทีที่เห็น ปล่อยให้เธอเข้าใกล้ตัวโดยไม่รู้ว่าความตายกำลังมาเยือน

พอได้จังหวะ เธอสะบัดมือใส่ เขาไวทายาดคว้าสาวสวยใกล้มือมาบังได้อย่างทันท่วงที เขาผลักเธอออกแล้วสาดกระสุนใส่นาคีไม่ยั้ง เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวห้องแทบแตกต่างคนต่างวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น

ดำรงฉวยโอกาสวิ่งปะปนไปกับคนอื่นๆออกมานอกห้อง บอดี้การ์ดวิ่งสวนเข้าไปจัดการผู้บุกรุก แต่สู้พลังของนาคีไม่ได้กระเด็นไปคนละทิศละทาง เธอตรงเข้าคว้าคอดำรงบีบไว้แน่น ดาวและจักจั่นที่แฝงตัวอยู่

กระชากวิกกับชุดราตรีออก เผยให้เห็นชุดดำรัดกุม สั่งให้เธอปล่อยดำรงเดี๋ยวนี้ นาคีปล่อยดำรงร่วงลงไปกับพื้นแลัวหันมาประจันหน้ากับสองสาว เธอจำหน้าดาวได้

ตาวาวด้วยความน่ากลัวขึ้นมาทันที

“พี่ดาว...ยัยนี่หรือที่โผล่ไปหาคุณหนึ่ง” จักจั่นกระซิบกระซาบ ดาวพยักหน้ารับ แล้วเตือนให้ระวังตัว

สิ้นเสียง ชุดราตรีผ้าพริ้วของนาคีค่อยๆเลื่อนหลุดออกเผยให้เห็นชุดรัดกุมสีขาวมันเลื่อมคล้ายเกล็ดงู เธอหายตัวแวบมายืนตรงหน้าสองสาวหมายจะบีบคอ ทั้งคู่รู้ทันหายตัวหนี เกิดต่อสู้กันขึ้น แทนที่ดาวกับจักจั่นจะได้เปรียบ กลับถูกนาคีฟาดพลังใส่กระเด็นไปติดผนัง จะตามเข้าไปซ้ำแต่ถูกยิงสกัดไว้ เธอหันขวับไปมองเห็นฤทธิชัยเล็งปืนใส่ สีหน้าเหี้ยมเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นพึงพอใจ หายตัววับไปปรากฏตรงหน้าเขา

“คุณหนึ่งระวัง” ดาวร้องลั่น แล้วหายตัวเข้าไปขวาง กระแทกฝ่ามือใส่นาคีที่มัวแต่มองฤทธิชัยกระเด็น จักจั่นดีดตัวมายืนข้างดาวอย่างเอาเรื่อง นาคียิ้มเยาะก่อนจะหายวับไป เธอจะตามแต่ดาวห้ามไว้...

อีกด้านหนึ่งหน้าสโมสร ผู้กองสัตยาพร้อมด้วยกำลังตำรวจเข้ากระชับพ้ืนที่ สั่งการให้ตำรวจคอยระวังอย่าให้คนร้ายที่คิดจะฆ่าดำรงหนีไปได้ อภิชาติยืนปะปนกับพวกแขกในงานแถวประตูทางเข้าสโมสรอยู่กับงิ้ว รู้ทันทีว่าศัตรูส่งผู้กองชั่วนั่นมาคุมเกมเพื่อโยนความผิดให้พวกตน เธอแนะให้รีบไปเอารถมาคอยรับพวกดาวกันดีกว่า เขาเห็นตำรวจคอยดักอยู่เต็มไปหมด ขืนเอารถของเขาเข้ามาคงไม่รอด

“แล้วถ้าเป็นรถตำรวจด้วยกันล่ะ” งิ้วยิ้ม แล้วพยักเพยิดไปทางรถของผู้กองสัตยาที่จอดอยู่...

ขณะดาว จักจั่น และฤทธิชัย ยืนล้อมดำรงซึ่งนั่งกองอยู่ที่พื้น ดวงตาเลื่อนลอยเหมือนคนไร้สติอยู่หน้าห้องวีไอพี ฤทธิชัยสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังมาทางนี้ เดาออกทันทีว่าแบล็กอีวิลมีแผนยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว กำจัดดำรงพร้อมกับโยนความผิดมาให้พวกเรา ถ้าเป็นแบบนี้คงต้องเอาตัวดำรงไปด้วย เขานิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนจะบอกแผนการหนีให้สองสาวรู้ ครู่ต่อมา ขณะผู้กองสัตยาพร้อมตำรวจอีกสองนายกำลังจะเข้าไปในสโมสร

มีพนักงานเสิร์ฟสาวสองคนผมยุ่งเหยิงวิ่งพรวดมาหยุดตรงหน้า ผู้กองสัตยาสั่งให้รีบออกแล้วจะเดินต่อต้องชะงักเมื่อเจอฤทธิชัยจี้จับดำรงเป็นตัวประกันเดินออกมา ขู่ให้เปิดทางให้หนี ตำรวจไม่กล้ายิงเกรงจะโดนตัวประกัน จำต้องปล่อยให้ฤทธิชัยกับพวกเอารถของผู้กองสัตยาหนีไปได้ ผู้กองชั่วรีบล้วงมือถือขึ้นมาโทร.

“ส่งหน่วยสองตามไป” เขาวางสายก่อนจะยิ้ม พอใจ...

เป็นไปอย่างที่ฤทธิชัยคาดไว้ ทันทีที่ผู้กองสัตยาถูกกำจรสัมภาษณ์ รีบโยนความผิดให้ฤทธิชัยกับอภิชาติกล่าวหาว่าที่จับตัวดำรงไปเพราะต้องการปิดปากไม่ให้แถลงข่าวการฮั้วประมูล...

หลังจากที่โดนนายใหญ่ตำหนิอย่างแรงที่ปล่อยให้ดำรงรอดไปได้ นายโจรีบตรงไปหาคายามังที่โรงงานลับต่อว่าที่ทำงานพลาดจนตนเองต้องโดนนายใหญ่เล่นงาน

“มีคนมีฝีมือมาขัดขวาง...แต่ไม่ต้องห่วง ยิ่งนานวันนาคียิ่งพลังจะสูงขึ้น...ของแบบนี้ต้องใช้เวลา นายใหญ่ควรจะเข้าใจ” คายามังพูดจบ หันไปมองนาคีที่ตอนนี้เป็นแค่สาวสวยผมหยิกนอนหลับพริ้มอยู่ในอ่างน้ำอาคม

“เอาล่ะ...รีบจัดการให้ได้ก็แล้วกัน ไม่ยังงั้นนายใหญ่ไม่เก็บอาจารย์ไว้แน่”

ooooooo

ระหว่างที่รถของพวกมือปืนไล่ตามรถที่อภิชาติขับมาห่างๆพอเลี้ยวเข้าถนนเปลี่ยวคนขับรถต้องเหยียบเบรกตัวโก่งเพราะเจอรถที่อภิชาติขับมาจอดขวางอยู่ พวกมือปืนไม่ได้เฉลียวใจ กรูกันเข้าล้อมรถไว้ ดาวกับพวกออกจากที่ซ่อนจ่อปืนใส่ สั่งให้วางอาวุธ พวกมือปืนไม่ยอมจำนน คิดจะต่อสู้จึงโดนยิงตายเรียบ

เนื่องจากรถทั้งสองคันนี้ติดวิทยุบอกตำแหน่ง ดาวกับพวกจึงกลับไปยังศูนย์ลับของหน่วยพิเศษด้วยรถตู้ที่นพส่งมารับ ส่วนดำรงถูกส่งตัวกลับไปให้คนของเขา ฤทธิชัยอดถามนพไม่ได้ว่าที่ศูนย์นี้ปลอดภัยแค่ไหน

“เราจัดกำลังคอยเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง ถ้ามีคนบุกรุกเราสามารถถอยและระเบิดทำลายทุกอย่างได้ในพริบตา พวกมันจะไม่ได้ข้อมูลอะไรเลย” นพรายงาน ฤทธิชัยพยักหน้าพอใจก่อนจะขอตัวตามคนอื่นเข้าข้างใน...

ขณะเดินไปห้องพัก จักจั่นเพิ่งสังเกตเห็นที่ไหล่ของดาวมีจุดสีดำ และมีคราบน้ำสีดำซึมออก อ้าปากจะร้องทัก เธอรีบเอานิ้วแตะริมฝีปากเป็นทำนองให้เงียบ ดึงมือจักจั่นไปที่ห้องพักตนเอง ปิดประตูล็อก นั่งลงที่เก้าอี้เอามือรองใต้จุดดำนั้น แล้วท่องคาถา พลันมีแท่งสีดำหลุดออกมาลักษณะเหมือนลิ่ม ยาวประมาณครึ่งนิ้ว

ดาวเดินไปหยิบถ้วยกาแฟเอาลิ่มพิษงูที่นางงูนาคีฝากไว้เป็นที่ระลึกเทใส่ มันค่อยๆ ละลาย จักจั่นสงสัยพิษงูมาได้อย่างไร ปกติต้องถูกงูฉกก่อนไม่ใช่หรือพิษถึงจะเข้าร่างกายได้ หรือว่านาคีใช้พลังปล่อยพิษออกมา

“ใช่...พลังที่ทำให้พิษงูแข็งเหมือนลูกปืนที่ยิงเข้าร่างกายมนุษย์ หลังจากนั้นก็จะละลายเข้าสู่กระแสเลือดและเข้าหัวใจฆ่าศัตรูตายในที่สุด...ที่พวกเราไม่เป็นอะไรเพราะได้พรจากสวรรค์ แต่คนอื่นๆ คงยากที่จะพ้น”

“เราจะทำยังไงดีพี่ดาว...ลุงเดช พ่อแสงกับพวกสมาชิกโจรยังพอจะพูดกันรู้เรื่องแต่คนอื่นคงไม่มีใครเชื่อ”

ดาวถึงกับหน้าเครียด ต้องหาทางกำจัดนาคีให้เร็วที่สุด รีบชวนจักจั่นไปหาอภิชาติกับฤทธิชัยเพื่อปรึกษาเรื่องนี้ อภิชาติจนปัญญาไม่รู้จะไปหาตัวนาคีที่ไหน ดาวคิดว่านาคีกับฤทธิชัยต้องมีอะไรบางอย่างทำให้สื่อถึงกันได้ จังหวะนั้น งิ้วเข้ามาเห็นแต่ละคนหน้าตาเคร่งเครียด ถามว่ามีเรื่องอะไรกัน ดาวเล่าว่ากำลังคุยกันเรื่องที่มือปืนของดำรงตายเพราะถูกพิษงู และคิดหาทางจะทำอย่างไรกันดีเมื่อต้องเผชิญหน้ากับนาคี

“ไม่เห็นยากเลย...ถ้าเรามีตัวอย่างของพิษงู เราก็สามารถสกัดยาแก้พิษได้ ให้ทุกคนกินป้องกันไว้ก่อน แต่ที่สำคัญก็คือ...ใครจะเป็นคนรีดพิษจากนางงู”

ดาวรับอาสาจะจัดการเรื่องนี้เอง ทุกคนต่างดีใจอย่างน้อยเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์...

ตกดึก ฤทธิชัยนั่งสมาธิเรียกนาคีมาพบ เพื่อเจรจาสงบศึก เธอพึงพอใจในตัวเขามาก ต่อรองว่าถ้าเขายอมให้เธออยู่ในอ้อมกอดอีกครั้ง เธอยินดีจะไปแต่โดยดี เขาทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะมีคนรักอยู่แล้ว เธอไม่สนใจรุกเข้าหาอย่างหลงใหล ทันใดนั้น ร่างของดาวเข้ามาขวางไว้สะบัดฝ่ามือใส่ นาคีหลบทันแล้วกระแทกฝ่ามือสวนกลับ เธอยกมือขึ้นต้านแต่สู้พลังอีกฝ่ายไม่ได้ถึงกับเซเสียหลัก นาคีจะตามเข้าไปซ้ำ

ฤทธิชัยรีบเอาตัวเองกันไว้ ถูกฝ่ามือนาคีกระเด็นกระแทกข้างฝา เธอมองเขาด้วยสีหน้าผิดหวัง ก่อนจะดีดตัวออกไปที่ลานกว้างหน้าศูนย์ลับ โดยมีดาวกับฤทธิชัยตามไปติดๆ

ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างดุเดือด ฝ่ายดาวตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่จะเสียเปรียบไปมากกว่านี้ อภิชาติ จักจั่น และงิ้วสาดกระสุนใส่ศัตรูไม่ยั้ง เธอไม่ระคายผิวแม้แต่น้อย หันขวับมามอง พลันมีแสงสว่างจ้าพุ่งออกมาจากดวงตา ดาวร้องเตือนว่าอย่ามอง ทุกคนรีบหันหน้าหนี พอหันกลับมาอีกทีนาคีหายไปแล้ว...

การบุกเข้ามาของนาคีทำให้ศูนย์ลับต้องปิดตัวลงโดยปริยาย นพต้องสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกคนอพยพอย่างเร่งด่วนภายในคืนนี้เลย ฤทธิชัยขอโทษเขาที่ทำให้พวกศัตรูรู้ที่ตั้งศูนย์ลับ

“เรื่องเล็กครับ พวกเราต้องย้ายทุกเดือนอยู่แล้วเพื่อไม่ให้พวกมันรู้...ผู้กองจะให้ไปส่งที่ไหนครับ”

“ผมกับคุณดาวจะกลับบ้านดอนเสือ”

อภิชาติ จักจั่น และงิ้วจะหลบอยู่กับนพสักระยะ คอยจับตาดูดำรงกับพวกแบล็กอีวิลและต้องคอยตามผลเรื่องพิษงูด้วย งิ้วฝากดาวไปบอกนางเสือให้ช่วยมาปราบนาคีเร็วๆ เธอรับปากจะบอกให้ แต่เห็นฝีมือนาคีแล้วไม่มั่นใจเหมือนกันว่านางเสือจะปราบไหวหรือเปล่า ฤทธิชัยก้าวเข้ามายืนตรงหน้าบอกเธออย่างมั่นใจว่าไหว ดาวสบตาเขาเครียด ไม่มีรอยยิ้ม

ooooooo

เช้าวันสดใสภายในค่ายของลุงเดช ไผ่กำลังเล่นอยู่กับอาตงหรือต่ออย่างสนุกสนาน ตอนที่มีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องดังขึ้น เขาชะงัก มองขึ้นไปบนท้องฟ้า เป็นจังหวะเดียวกับลุงเดชเดินเข้ามาบอกว่า

“สายของเราเห็นขบวนรถพวกมัน รายงานว่าพวกมันใช้เส้นทางหลักไม่หลบเหมือนทุกครั้ง”

มันคิดท้าทายนางเสือ แสดงว่ามันต้องเตรียมพร้อมมาอย่างแน่นอน...ผมกับจันจะล่วงหน้าไปก่อน”

ลุงเดชเตือนทั้งคู่ให้ระวังตัวอย่าประมาทเด็ดขาด ไผ่รับคำแล้วพาจันจิราออกไป เสียงสายลมร้องก้องตามมาด้วยเสียงคำรามของเสือสายฟ้า ลุงเดชถึงกับออกปากว่าเสียงของสัตว์อาคมทั้งสองผิดปกติ พ่อแสงกลับไม่พบอะไรผิดปกติ หันไปสั่งสมาชิกโจรเตรียมออกไปลุยพวกศัตรู...

เป็นอย่างที่ลุงเดชสังหรณ์ใจไม่มีผิด พวกศัตรูหลอกให้ไผ่กับจันจิราปรากฏตัว แล้วส่งนางงูนาคีออกมา ไผ่จ้องตาเธอเขม็งก่อนจะส่งพลังจิตไปบอกจันจิรา

“พี่คิดว่านี่คือนางงู ทันทีที่พี่ลงมือรีบไปเตือนลุงเดชให้ถอยไปก่อน” ขาดคำ เขาสาดกระสุนใส่เธอไม่ยั้งเปิดทางให้จันจิราหนี นาคีม้วนตัวหลบกระสุนได้อย่างง่ายดาย สองคนตรงเข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด ส่วนจันจิราพุ่งตัวพ้นแนวไม้เจอพวกนินจาดักรออยู่ กวาดตามองหาทางฝ่าออกไป...

ทางฝ่ายลุงเดช พ่อแสงกับสมาชิกโจรกำลังเคลื่อนที่ ใกล้เป้าหมาย ได้ยินเสียงปืนดังสนั่น ทุกคนรีบรุดไปยังต้นเสียงทันที...

ไผ่ยิงนาคีจนหมดกระสุน จึงสะบัดมีดสั้นใส่ เธอเบี่ยงตัวหลบมีดเฉียดไปแค่คืบ ถึงกับยิ้มเยาะ

“ฝีมือมีดสั้นของท่าน...ยังอ่อนไป”

เขาไม่โต้ตอบ เธอดีดตัวเข้าหาเขาเตะโครมเดียวกระเด็น แล้วจะตามเข้าไปซ้ำแต่ถูกห่ากระสุนของ

ลุงเดชกับพวกยิงใส่ ไผ่ใจเสียร้องเตือนให้ทุกคนหนี แต่สายเกินไป นาคียกมือสองข้างรวบรวมพลัง งูตัวเล็กๆบนหัวขยับไปมาน่ากลัว แล้วสะบัดพลังใส่ลุงเดชกับพวก ไผ่สัมผัสถึงอันตรายได้ เอาตัวบังลุงเดชกับพ่อแสงไว้ทัน ลิ่มพิษพุ่งเข้าเต็มอกเขา ส่วนที่เหลือถูกสมาชิกโจรล้มตายเป็นใบไม้ร่วง จันจิราสลัดพวกนินจาหลุด กลับมาเห็นร่างของไผ่เต็มไปด้วยลิ่มพิษ ก็ใจหายรีบดีดตัวไปบังร่างของคนรักไว้

“แกต้องผ่านฉันไปก่อน”

นาคีแววตาอ่อนลง ผมงูกลับเป็นเส้นผมเหมือนเดิม “ครั้งนี้เห็นแก่ความรักของผู้หญิงด้วยกัน” แล้วหายตัววับเข้าไปในแนวป่า ไผ่ทรุดตัวลงนั่งหลับตาทำสมาธิ พักเดียว ลิ่มพิษถูกพลังผลักออกจนหมด...

ขณะเดียวกัน ฤทธิชัยกับดาวนั่งรถตู้ที่นพจัดให้มาถึงค่ายอาสา ดาวสัมผัสได้ว่าเกิดเหตุร้ายขึ้นรีบชวนฤทธิชัยเข้าป่า ครู่ต่อมา ทั้งคู่มาถึงจุดเกิดเหตุเห็นสมาชิกโจรนอนตายเกลื่อน เธอซบอกเขาร้องไห้โฮ เสียงเหยี่ยวสายลมร้องและเสียงคำรามของเสือสายฟ้าเหมือนกับกำลังเสียใจไปกับเธอด้วย ไผ่ขอโทษทุกคนที่ไม่สามารถช่วยเหล่าสมาชิกโจรไว้ได้ ดาวปาดนํ้าตาทิ้งเดินเข้าไปหาเขา

“ดาวก็ต้านนางงูไม่อยู่เหมือนกัน ไม่ใช่ความผิดของพี่ไผ่หรอกค่ะ ตอนเผชิญหน้ากัน พวกเราสามคนถึงทำให้มันล่าถอยไปได้...เราประมาทเกินไป...เราปะทะกับนางงูหลายครั้งแต่ทำอะไรไม่ได้แม้แต่เส้นผม”

“แต่นางงูก็ประมาทพี่ จนพลาดได้เหมือนกัน” ไผ่ว่าแล้วชี้ไปที่ต้นไม้ด้านหลัง เห็นมีดของเขาปักอยู่ที่คองูตัวเล็กบนหัวของนาคี เขาเข้าไปกระชากมีดพร้อมหัวงูออกมา

“ดี...ผมจะรีบส่งไปให้หน่วยพิเศษตรวจ...หาทางสกัดยาแก้พิษของมันให้ได้” ฤทธิชัยรับมีดพร้อมงูไปถือไว้ อยู่ๆไผ่ทรุดฮวบหมดสติ...

สถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ ทำให้ดาวต้องตัดสินใจสลายค่ายสมาชิกโจร เนื่องจากสมาชิกล้มตายไปเกือบหมดเหลืออยู่ไม่กี่สิบคน ถ้าเรื่องนี้จบลงเมื่อไหร่ จะตามทุกคนกลับมาร่วมงานกันอีก เธออยากให้ลุงเดช พ่อแสงกับแม่สมพรไปซ่อนตัวเช่นกัน แต่ทั้งสามคนยืนยันหัวเด็ดตีนขาดไม่ยอมทิ้งเธอไปไหน

ooooooo

ดาว ฤทธิชัย ไผ่ จันจิรา อีกทั้งลุงเดชและพ่อแสงยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ต้องการจะตัดเส้นทางขนยาเสพติดของพวกศัตรู แม้รู้ว่าพวกนั้นส่งนาคีมา กวาดล้าง ดาววางแผนแบ่งกำลังออกเป็นสองกลุ่ม เธอ ไผ่กับฤทธิชัยจะคอยต้านนาคีไว้ ส่วนจันจิรา ลุงเดช และพ่อแสงจะลุยเข้าไปยึดรถบรรทุกของพวกศัตรู แต่ถ้าเกิดนาคีเปลี่ยนทิศไปหารถบรรทุก กลุ่มของเธอจะตามไปช่วย

“ได้...บวกกับสายลมและสายฟ้าคอยช่วยเราน่าจะรับมือได้” ไผ่สีหน้ามุ่งมั่น...

ไม่นานนัก ดาว ฤทธิชัย และไผ่ในชุดปฏิบัติการนางเสือ ร่อนลงขวางหน้าขบวนรถของศัตรู นาคีปรากฏตัวออกมาเตรียมต่อสู้ แต่แล้วเธอจำฤทธิชัยได้ทั้งๆที่สวมหน้ากาก ดาวต้องบอกให้รีบหนี แต่เธอตามติดเขาไม่ยอมปล่อย ดาวกับไผ่ตามทั้งคู่มาถึงลานกว้างกลางป่า ต้องตกใจที่เห็นงูตัวสูงเสมอยอดไม้พุ่งฉก

ฤทธิชัยเห็นภาพตรงหน้าถึงกับใจเสีย นาคีอ่านสีหน้าเขาออก ขู่ว่าถ้าเขาไม่รับไมตรีจากเธอ คนของเขาจะต้องมีอันเป็นไป เขาสาดกระสุนใส่เธอแทนคำตอบ แล้วดีดตัวเข้าไปช่วยดาวกับไผ่

ทั้งสามคนต้านพลังงูมนตร์ของนาคีไม่ไหวกระเด็นไปคนละทิศละทาง ขณะที่งูใหญ่พุ่งเข้าหา ดาวเห็นจวนตัว หลับตาทำสมาธิ นึกถึงสายลมและสายฟ้า ทันใดนั้น ร่างอาคมของสัตว์ทั้งสองตัวพุ่งเข้าหางูยักษ์ พอร่างทั้งสามปะทะกันเกิดแสงสว่างจ้าขึ้น ทั้งงู เสือ และเหยี่ยวอันตรธานหายไปหมด ดาวโผกอดฤทธิชัยด้วยความดีใจ

“โชคดีที่สายลมกับสายฟ้ารวมพลังกันต้าน

มันได้” ฤทธิชัยถอนใจโล่งอก

“ไม่ใช่หรอกค่ะ ความจริงงูที่เราเห็นเป็นภาพมนตร์ นางงูแค่ขู่เราเท่านั้น”

ไผ่อดสงสัยไม่ได้ว่าเธอต้องการอะไรกันแน่ ดาวมั่นใจว่าเธอต้องการฤทธิชัย...

ด้านลุงเดช พ่อแสง และจันจิรายึดรถบรรทุกของศัตรูได้อย่างไม่ยากเย็นนัก จากนั้น จัดการเผาทำลายยาเสพติดกับรถจนสิ้นซาก...

คายามังรู้สึกได้ว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติ นาคีถึงได้ทำงานพลาด ปล่อยให้พวกนางเสือทำลายยาเสพติดมูลค่ามหาศาลจนตนเองถูกนายโจตามมาตำหนิ เขาร่ายเวทมนตร์เรียกดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีดอาคมตรงหน้ามีควันลอยขึ้นมาจางๆปรากฏภาพของฤทธิชัยกับดาวอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน เขามองด้วยความขุ่นเคือง...

ฝ่ายฤทธิชัยส่งหัวงูเก็งกองที่ได้ไปให้หน่วยพิสูจน์หลักฐานของตนตรวจสอบและหาทางสกัดยาแก้พิษ แต่ยังไม่ทันได้ทำการตรวจ นางงูนาคีตามมาทวงหัวงูเก็งกองคืน แล้วสังหารเจ้าหน้าที่ตายเรียบ...

จักจั่นไม่อยากอยู่เฉยๆจึงชวนงิ้วมาซุ่มอยู่หน้าบริษัทอินเตอร์บิส เผื่อจะได้เบาะแสอะไรบ้าง โชคเข้าข้างเจอคายามังซึ่งแต่งกายคล้ายพวกขมังเวทลงจากรถตู้เข้าไปในบริษัท จักจั่นเห็นท่าทางของเขาแล้วมั่นใจว่าต้องมีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องนาคีหรืออาจจะเป็นคนปลุกเสกนางขึ้นมา ขณะเดียวกัน ในห้องทำงานของนายโจ

หลังจากเห็นรูปถ่ายของฤทธิชัยที่นายโจเอามาให้ดู คายามังแจ้งว่าที่นาคีล้มเหลวเพราะไปหลงใหลในตัวผู้ชายคนนี้ แนะให้นายโจกำจัดเขาให้สิ้นซากถ้าอยากจะเป็นผู้ชนะ เพราะถ้าปล่อยให้นาคีเสียสมาธิจะทำให้ยากแก่การทำลายนางเสือ นายโจจ้องรูปถ่ายของฤทธิชัยหน้าเครียด ก่อนจะหันมาทางคายามัง

“อาจารย์ไม่ควรมาหาผมที่นี่ เสี่ยงเกินไป คราวหลังให้คนติดต่อมาทางออนไลน์หรือโทรศัพท์มา”

“ข้าไม่ต้องการพูดกับเครื่องอะไรทั้งนั้น” คายามังว่าแล้วกลับออกไปอย่างหัวเสีย ครู่ต่อมา เขาออกจากตัวอาคารบริษัทอินเตอร์บิสมาขึ้นรถตู้กลับไปที่โรงงานลับ โดยไม่ทันสังเกตเห็นรถของจักจั่นสะกดรอยตาม...

จักจั่นจอดรถหลบๆแถวหน้าโรงงานลับ ยิ่งเห็นมีมือปืนยืนเฝ้าระวังอยู่เต็มไปหมด ยิ่งอยากรู้ว่าข้างในมีอะไรสำคัญนักหนา งิ้วคัดค้านไม่เห็นด้วย เราสองคนน่าจะกลับไปที่อินเตอร์บิสมากกว่า เผื่อนายใหญ่จะโผล่มา

“ถ้าไม่อยากเข้าไปก็รออยู่นี่เดี๋ยวมา...รับรองว่าดูเฉยๆไม่มีการบู๊ล้างผลาญ”

งิ้วรู้ดีว่าไม่มีทางรั้งเธอไว้ได้ จึงตั้งข้อแม้ว่าเธอต้องใส่วิทยุติดต่อขนาดจิ๋วไว้ที่หูเพื่อจะได้ติดต่อกันได้ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จักจั่นรับเครื่องนั่นมาเสียบหูแล้วลงจากรถวิ่งหายไปทางด้านข้างโรงงานอย่างรวดเร็ว...

ทางฝ่ายคายามังสั่งให้นาคีตัดใจจากฤทธิชัย จะหลงใหลศัตรูไม่ได้ เธอแข็งขืนไม่ยอมทำตาม เขาจึงต้องต่อรองหากเธอกำจัดคนอื่นๆให้หมด เขาจะยินยอมให้เธอสมหวังกับฤทธิชัย เธอรับข้อเสนอทันที...

ด้านจักจั่นให้วิชาพรางตัวเล็ดลอดเข้าไปถึงห้องๆ หนึ่ง มีมือปืนยืนเฝ้าระวังอยู่สองคน สักพัก เห็นคายามัง ออกจากห้องเดินหายไปอีกด้านหนึ่ง มือปืนรีบล็อกกุญแจแน่นหนา แค่อึดใจเดียว จักจั่นจัดการมือปืนทั้งสองคนหลับกลางอากาศ ทำลายกุญแจแล้วลอบเข้าห้องสำเร็จ เธอเดินตรงไปยังอ่างน้ำสีทองที่ตั้งอยู่

“นี่...ทำอะไรอยู่ ออกมาสักที” เสียงงิ้วแหวเข้ามาในหู เธอสะดุ้งโหยง ขอเวลาอีกครู่หนึ่งจะออกไป แต่แล้วต้องตะลึงกับภาพตรงหน้า กระซิบบอกงิ้วว่าเจอนาคีนอนแช่น้ำจำศีลอยู่อยู่ที่นี่ แล้วชักปืนขึ้นมายิงเข้าแสกหน้า นาคีกลับลืมตาขึ้น แสงสว่างวาบเข้าตาจักจั่นจังๆ ยืนตัวแข็งทื่อ จากนั้น เธอใช้พลังผลักกระสุนออกจากหัว

“ท่านถูกพลังสายตาของเราสะกด ร่างกายหมดความรู้สึกอึดใจหนึ่ง นานพอที่จะให้เราปลิดชีวิตของท่าน”

นาคีเดินเข้ามาใกล้ๆ งูเก็งกองที่อยู่บนหัวเธอชูคอเข้าไปใกล้หน้าจักจั่นทีละน้อยๆ แต่ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น หัวงูขาดกระเด็น เธอหันขวับมามอง เห็นงิ้วถือปืนเล็งใส่

ooooooo

ตอนที่ 6

ที่คอนโดฯที่พักของงิ้ว ขณะเจ้าของห้องพักกำลังเช็กข้อมูลของฤทธิชัยและอภิชาติจากโน้ตบุ๊ก ประตูห้องถูกถีบโครม เธอจะคว้าปืนที่วางไว้บนโต๊ะ แต่ช้าไป ผู้กองสัตยากับสมุนพรวดเข้ามาพร้อมปืนในมือเสียก่อน

“ผมผู้กองสัตยา...ขอแนะนำว่าคุณควรให้ความร่วมมือจะดีกว่า...ใครส่งคุณมาเล่นงานท่านรอง”

งิ้วตบหน้าเขาฉาดใหญ่แทนคำตอบ ผู้กองชั่วโกรธมากตบเธอกลับกระเด็นไปฟุบที่โซฟา เธอไม่ยอมแพ้ลุกพรวดจะเอาเรื่อง สมุนชักปืนจ่อไว้ไม่ให้เธอขยับ ทันใดนั้น มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นพร้อมกับเสียงโวยวาย

“นี่คุณ...น้ำรั่วลงไปห้องผมข้างล่าง ข้าวของเสียหายหมดแล้ว”

“พรุ่งนี้จะจัดการให้” ผู้กองสัตยาโวยกลับ

“อ้าว...แล้วผมจะอยู่ยังไง แค่ดูนิดเดียวว่ารั่วตรงไหน” ชายคนนั้นพูดจบทุบประตูห้องโครมๆ ผู้กองสัตยาหลงกล เดินไปเปิดประตูรับ เจอหมัดตรงของฤทธิชัยเข้าเต็มหน้าล้มคว่ำ เสียงเอะอะทำให้สมุนหันมามอง งิ้วสบช่องเตะปืนในมือเขากระเด็น แล้วต่อยสมุนอีกคนหนึ่งสลบเหมือด ฤทธิชัยแทบไม่ต้องออกแรงช่วย ได้แต่ส่ายปืนไปมาคุมเชิงไว้ ก่อนจะชวนเธอหนีไปด้วยกัน...

ในขณะที่ฤทธิชัยช่วยงิ้วรอดพ้นเงื้อมือของผู้กองสัตยามาได้อีกครั้ง ดาวกับจักจั่นแวะมาดูสองคนพี่น้องที่ไผ่ช่วยชีวิตไว้ ทั้งคู่กำลังหลับอยู่บนแคร่ตรงหน้าลานกว้างโดยมีแม่สมพรคอยดูแลไม่ห่าง เด็กๆน่าสงสารมาก ตกใจจนช็อก แม้กระทั่งชื่อตัวเองยังจำไม่ได้...

ระหว่างที่ไผ่กับจันจิรากำลังสำรวจป่าอยู่แถวหมู่บ้านชาวเขาที่ครอบครัวของเม่งจูกับอาตงเคยอยู่ ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของหลัน หญิงชาวเขาที่กำลังวิ่งหนีพวกมือปืนจอมหื่น ทั้งสองคนรีบวิ่งไปยังต้นเสียงช่วยเธอรอดจากการถูกข่มขืนและใช้มีดสั้นกับมือเปล่าฆ่าพวกนั้นตายหมด

จากนั้น ทั้งสามคนมาแอบซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้ดูพวกมือปืนที่ยึดหมู่บ้านชาวเขาเปลี่ยนเป็นค่ายของตัวเอง ไผ่วางแผนจะแฝงตัวเข้าไปเพื่อหาข้อมูล แต่ต้องให้หลันช่วย เธอพยักหน้ารับคำ

“งั้นหลันกลับไปหาเสื้อผ้ามาให้เรา แล้วตอนบ่ายมาเจอกันที่นี่” ไผ่ว่าแล้วหันไปชวนจันจิรากลับค่ายก่อน มานานแล้วเดี๋ยวทุกคนจะเป็นห่วง ครู่ต่อมา ไผ่กับจันจิรากลับถึงค่ายของลุงเดช เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ลุงเดชกับพ่อแสงฟัง และบอกแผนการจะแฝงตัวเข้าไปในค่ายของศัตรูเพื่อหาทางเก็บแกนนำ จะได้หลีกเลี่ยงไม่ให้ชาวเขาที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต้องเสียเลือดเนื้อ ลุงเดชเห็นดีด้วย เด็ดหัวทิ้ง หางก็จะนิ่งไปเอง...

ooooooo

การนำตัวหญิงสาวไปทำพิธีปลุกเสกนางงูเก็งกองที่ค่ายใหญ่ชักช้าเสียเวลามาก เพื่อให้งานสำเร็จโดยเร็ว นายโจตัวปลอมจึงให้สมุนรับตัวคายามังมาที่โรงงานแห่งหนึ่งชานกรุง ในนั้นมีร่างของสาวสวยสามคนนอนหมดสติอยู่บนเตียงแยกกันคนละเตียง ที่ข้อมือของพวกเธอมีกุญแจมือคล้องติดไว้กับหัวเตียง คายามังสั่งการทันที

“ให้คนตั้งโต๊ะพิธีหน้าเตียง เราะจะปลุกเสกพร้อมกัน ให้วิญญาณนางงูเลือกเอาว่าชอบร่างไหน”

“หวังว่าคราวนี้คงสำเร็จ นายใหญ่ไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งที่ท่านล่าช้า”

“ทางที่ดีท่านควรฝังวิทยุติดตามตัวไว้ที่ร่างของผู้หญิงสามคนนั่นก่อนดีกว่า วิญญาณหลังจากหลับอยู่นาน เมื่อถูกปลุกจะเกิดการคลุ้มคลั่ง คุมไม่อยู่อาจเตลิดไปจนหาตัวไม่เจอ”...

หลังจากฝังวิทยุติดตามตัวไว้ที่ร่างของสามสาวแล้ว คายามังก็เริ่มท่องคาถาปลุกวิญญาณ หน้าโต๊ะพิธีมีรูปปั้นโบราณของนางงูเก็งกองตั้งอยู่ ด้านหลังโต๊ะคือหญิงสาวสามคนที่นอนอยู่บนเตียง คราวนี้วิญญาณของนางงูเลือกเข้าสิงร่างสาวสวยคนหนึ่ง เส้นผมของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็นงูตัวเล็กๆ ดวงตาของเธอเปลี่ยนสีแดง

น่ากลัว เธอเริ่มดิ้นไปมา ก่อนจะสะบัดกุญแจมือหักสะบั้น จอมขมังเวทตกใจ ลนลานคว้าย่ามจะหยิบมีดลงอาคม

แต่ช้าเกินไป หญิงสาวลอยมายืนตรงหน้า สะบัดมือใส่ เขากระเด็นกระแทกลังใส่สินค้า มึนไปหมด เห็นร่างของหญิงสาวลอยผ่านหน้าไป สักพักเสียงปืนดังสนั่นตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนจากพวกมือปืนที่เฝ้าระวัง จากนั้น เขาก็หมดสติ ทันทีที่นายโจตัวปลอมทราบเรื่อง รีบสั่งการให้เหล่าสมุนไปตามตัวหญิงสาวกลับมา...

บนถนนเล็กๆสายหนึ่งไม่ห่างจากโรงงานแห่งนั้นนัก อภิชาติกำลังขับรถบ่ายหน้าพางิ้วไปยังเซฟเฮาส์ของตนเองเพื่อหนีให้พ้นมือผู้กองสัตยา เธอตัดสินใจเปิดเผยความจริงว่าเธอเป็นตำรวจสากล ถูกส่งตัวมาอย่างลับๆเพื่อจับตาดูความเคลื่อนไหวของพวกแบล็กอีวิล อภิชาติร้องเอะอะไม่อยากจะเชื่อ

ทันใดนั้น ร่างของหญิงสาวที่ถูกวิญญาณนางงูสิงวิ่งตัดหน้ารถอย่างกระชั้นชิด อภิชาติเบรกไม่ทันชนโครมกระเด็นห่างจากรถไปพอสมควร ฤทธิชัยวิ่งไปถึงคนเจ็บก่อน รีบพลิกตัวเธอขึ้นมาดู อภิชาติเห็นท่าทางอาการจะหนัก คว้ามือถือขึ้นมาจะกดเรียกรถพยาบาล แต่ตรงนั้นไม่มีสัญญาณต้องเดินออกไปสองสามก้าวถึงโทร.ออกได้ หญิงสาวเริ่มขยับตัว ลืมตาขึ้นมาประสานสายตากับฤทธิชัยนิ่งงัน

เธอเอื้อมมือลูบใบหน้าเขา ก่อนจะหมดสติไปอีกครั้ง แต่แล้วสายตาเขาเปลี่ยนไปกลายเป็นสายตาเหยี่ยวสายลม เห็นเส้นผมหยิกของหญิงสาวกลายเป็นงูตัวเล็กๆ ถึงกับผงะ เขาขยี้ตาแล้วลองมองอีกครั้ง เส้นผมของเธอกลับมาเหมือนเดิม โดยที่อภิชาติกับงิ้วไม่เห็น ครู่ต่อมา หญิงสาวคนนั้นถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล อาการของเธอไม่หนักหนาอย่างที่คิด หมอลงความเห็นว่าแค่ช็อกไปเท่านั้น ทั้งอภิชาติและฤทธิชัยพากันถอนใจโล่งอก จังหวะนั้น มือถือของอภิชาติ ดังขึ้น เขาขอตัวไปรับสายสักพักแล้วกลับมาหาฤทธิชัยด้วยสีหน้าตื่นเต้น

“เธอคือหนึ่งในผู้หญิงที่ตำรวจได้รับแจ้งว่าหายไปเมื่อสามวันก่อน ซึ่งแสดงว่าต้องเกี่ยวกับแบล็กอีวิลชัวร์”

“ผู้หญิงสวยกับแบล็กอีวิล...พวกมันทำอะไรกันแน่” ฤทธิชัยหน้าเครียด

ระหว่างนั้น มีตำรวจสองนายเดินมาตามทาง สองหนุ่มรีบหันหลังให้ ตำรวจคล้อยไปครู่เดียว งิ้วก็กลับมาแจ้งว่าทางหน่วยของเธอยินดีให้เธอร่วมงานกับพวกเขา อภิชาติได้ที ชวนเธอไปฉลองที่จะได้เป็นทีมเดียวกันแล้วพากันเดินออกไป ฤทธิชัยเหลียวมองไปทางห้องคนไข้อีกครั้ง ก่อนจะเดินตาม

ooooooo

ครู่ต่อมา ตำรวจต้องการจะสอบปากคำคนเจ็บจึงขอให้พยาบาลพามาส่งที่หน้าห้อง เธอเชิญพวกเขาตามสบายแล้วขอตัวกลับไปทำงานต่อ ตำรวจเปิดประตูเข้าไปถึงกับผงะที่เห็นงูตัวใหญ่กำลังชูหัวอยู่บนเตียง...

อีกมุมหนึ่งของโรงพยาบาล นายโจตัวปลอม

คายามัง และมือปืน ตามสัญญาณวิทยุติดตามตัวใกล้จะถึงเป้าหมาย ทันใดนั้น มีเสียงปืนดังขึ้นติดๆกันสองนัด นายโจกับพวกรีบวิ่งตามเสียงปืนไปถึงหน้าห้องๆหนึ่ง ผลักประตูห้องเข้าไปต้องตะลึงเมื่อเห็นงูใหญ่นอนอยู่บนเตียง ข้างๆมีร่างของตำรวจสองนายนอนตายอยู่

คายามังรีบหยิบมีดอาคมออกจากย่าม งูทำท่าจะพุ่งเข้าใส่ เขายกมีดอาคมขึ้นกั้น งูกลายเป็นควันหายเข้าไปในมีด ไม่นานนัก นายโจตัวปลอมพาคายามังไปที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง ตรงไปยังเตียงนอนซึ่งตั้งอยู่กลางห้อง มีมือปืนรายล้อมพร้อมอาวุธครบมือ คายามังท่องคาถาพึมพำ พลางยื่นมีดอาคมไปเบื้องหน้า ควันค่อยๆลอยออกจากปลายมีดไปที่เตียง แล้วกลายเป็นร่างของหญิงสาวนอนหลับไม่ได้สติ

“ไม่น่าเชื่อ มีดอาคมสามารถคุมนางงูได้จริงๆ...เราจะรายงานนายใหญ่ว่าท่านทำสำเร็จ คราวนี้จะได้รู้ว่านางงูสามารถทำลายนางเสืออย่างที่ท่านคุยไว้หรือเปล่า”

จอมขมังเวทขอให้รอให้นางงูมีพลังสมบูรณ์เต็มที่ก่อนถึงจะรู้ว่าได้ผล แต่อย่าถามว่าพลังจะสมบูรณ์เมื่อไหร่ เพราะเขาเองก็ตอบไม่ได้ อาจจะแค่วันเดียว แต่ถ้าโชคร้ายอาจจะใช้เวลาถึงสามอาทิตย์ หรือไม่นางงูก็อาจออกจากร่างไปเลยก็ได้ นายโจส่ายหน้า ก่อนจะผละจากไปอย่างหัวเสีย...

ในเวลาเดียวกัน หลันพาไผ่กับจันจิราในคราบชาวเขาเข้ามาในหมู่บ้านได้สำเร็จ โดยที่พวกมือปืนไม่ติดใจสงสัยอะไร จากนั้นทั้งคู่ขอให้เธอพาไปพบหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อขอความร่วมมือ แต่เขากลัวมาก เพราะวันก่อนมีครอบครัวหนึ่งถูกยิงตายยกครัว ไผ่กับจันจิราสบตากันรู้ว่าเขาหมายถึงครอบครัวของเด็กสองคนที่ไผ่ช่วยชีวิตไว้

“เฮ้อ...ขอให้นางเสือมาช่วยด้วยเถิด” หัวหน้าหมู่บ้านยกมือไหว้ท่วมหัว ไผ่สวมรอยทันที

“จริงๆแล้ว นางเสือส่งฉันสองคนมาดูลาดเลาพวกมัน”

หัวหน้าหมู่บ้านหาว่าเขาหลอก จันจิรายืนยันว่าเป็นความจริง คืนนี้เธอจะส่งข่าวให้นางเสือมาหา เขารับปากว่าถ้านางเสือมาจริง จะให้ทั้งคู่อยู่ดูลาดเลาพวกนั้นที่นี่...

จันจิราในคราบนางเสือมาตามนัด หัวหน้าหมู่บ้านรีบคุกเข่ายกมือไหว้ ขอให้เธอช่วยไล่คนร้ายให้พ้นจากหมู่บ้าน เธอรับปาก แต่มีข้อแม้ว่าเขาต้องให้ความช่วยเหลือคนที่เธอส่งมา เขายินดีทำตามที่เธอสั่งทุกอย่าง...

ขณะที่แผนแฝงตัวเข้าไปในหมู่บ้านชาวเขาของไผ่กับจันจิราสำเร็จด้วยดี อภิชาติกำลังคุยอย่างออกรสอยู่กับงิ้วภายในเซฟเฮาส์ของเขา มีโทรศัพท์โทร.มารายงานเขาว่ามีคนบุกเข้าไปเอาตัวหญิงคนเจ็บไป ฤทธิชัยหน้าเครียด คิดถึงภาพเส้นผมที่กลายเป็นงูของหญิงคนนั้นขึ้นมา ตัดสินใจคว้ามือถือโทร.หาดาวเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง เธอปลอบว่าอาจเป็นเพราะเขาเหนื่อยทำให้เห็นภาพแปลกๆแล้วขอตัววางสาย พวกศัตรูอาจคอยจับสัญญาณเราอยู่ จังหวะที่เธอวางสาย จักจั่นออกมาจากห้องนอนพอดี ถามว่ามีข่าวอะไรคืบหน้าบ้างหรือเปล่า
“มี...ตำรวจหญิงสากลชื่องิ้ว...แล้วก็ผู้หญิงมีผมเป็