ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ป่านางเสือ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

นังงูร้ายเอาแต่จ้องฤทธิชัยกับดาว ไม่ได้สนใจจันจิราซึ่งอยู่เยื้องไปด้านหลังกับป้าเนียน เธอส่งสัญญาณเป็นทำนองให้ป้าเนียนถอยออกไป นาคีย่างสามขุมเข้าหาสองสามีภรรยา

“คราวนี้ท่านพี่ต้องไปกับเราอย่างแน่นอน”

จันจิราตวัดปืนยิงนาคีจนผงะ พอตั้งหลักได้ดีดตัวเข้าหา เธอตบด้วยปืนแต่นังงูร้ายรับไว้ได้แล้วฟาดฝ่ามือโต้กลับโดนเต็มๆถึงกับลอยกระแทกข้างฝา ดาวกับฤทธิชัยรวมพลังปล่อยหมัดใส่นาคีพร้อมกัน เธอหลบทันแล้วหายตัวไปโผล่ด้านหลัง ฟาดพลังใส่ดาวแต่ฤทธิชัยยกท่อนแขนรับไว้ เธอโกรธจัดกระแทกฝ่ามืออัดทั้งคู่ กระเด็นไปคนละทิศละทาง แล้วตวัดปืนขึ้นมายิงใส่ดาว ป้าเนียนเอาตัวขวางกระสุนแทนถึงกับทรุดฮวบ

ดาวรีบประคองเธอไว้ นาคีตามเข้าไปจะซ้ำ

ฤทธิชัยหายตัวมาโผล่ตรงหน้า ตบเปรี้ยงล้มกลิ้งไปกับพื้นจันจิรา ดาว และฤทธิชัยต่างระดมยิงใส่นังงูร้ายเซไปมาตามแรงอัดของกระสุน เธอต้านพลังของทั้งสามคนไม่ไหวหายตัวหนีไป ดาวรอจนมั่นใจว่าเธอไม่กลับมาแล้ว รีบปราดเข้าไปดูอาการป้าเนียนที่นอนแน่นิ่ง...

ครู่ต่อมา ป้าเนียนถูกนำตัวมายังห้องฉุกเฉิน หมอทำการผ่าตัดเอาหัวกระสุนออก พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องคอยเฝ้าระวัง จันจิราอาสาจะอยู่เฝ้าอาการของเธอเอง ดาวกับฤทธิชัยไม่ต้องเป็นห่วง

“เป็นเพราะพี่กับคุณหนึ่งประมาท เราเห็นว่าพวกมัน ไม่ได้สนใจจับตาดูบ้านป้าเนียน ก็เลยนัดกันไปที่นั่น นึก ไม่ถึงว่ากลับเป็นนาคีตามมา” ดาวรู้สึกผิดต่อป้าเนียนมาก

“ดีที่คุณจันอยู่ด้วยเป็นสามพลัง เราถึงต้านนาคีได้”

“แปลก...คราวนี้เหมือนกับว่านาคีมั่นใจที่จะได้ตัวคุณหนึ่งกลับไป” ดาวสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนัก

“นาคีมั่นใจว่าจะได้ตัวผมทุกครั้งอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติไม่มีอะไรแปลกหรอกครับ” ฤทธิชัยไม่อยากให้เธอคิดมาก แต่ถึงกระนั้น เธอก็อดเป็นกังวลไม่ได้...

ฝ่ายนาคีกลับถึงถ้ำตัวเองในสภาพตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยกระสุนปืนมีเลือดไหลซิบๆ เดินไปนั่งบนเตียงหลับตาทำสมาธิ ครู่เดียวรอยกระสุนค่อยๆเลือนหายไปจนหมด เธอลืมตาขึ้นมองอีกทีพบคายามังยืนอยู่

“ท่านต้องการอะไรอีก”

“เราบอกเจ้าแล้ว ถ้าพวกมันรวมพลังกัน เจ้าจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เจ้ายังดื้อดึงเสี่ยงอันตราย...ต่อไปนี้ห้ามเผชิญหน้าตอนที่พวกมันอยู่พร้อมกันสามคนเป็นอันขาด มิฉะนั้นเจ้าจะไม่ได้อยู่เห็นหน้าคนรักของเจ้าอีกต่อไป”

นาคีอดถามไม่ได้ว่าเป็นห่วงเธอหรือ เขาไม่ตอบ ได้แต่ยิ้ม เหลือบไปเห็นผิวหนังตามตัวเธอ โพล่งขึ้นว่าเธอกำลังลอกคราบ เธอลูบแขนตัวเองแล้วยกขึ้นดูถึงกับหน้าเสียที่เห็นผิวหนังร่อนเป็นแผ่นๆติดมือมา เขาปลอบว่าไม่ต้องตกใจเป็นเรื่องธรรมดา แต่ระหว่างนี้ห้ามไปไหนจนกว่าจะลอกคราบหมด เพราะเธอกำลังอ่อนแอที่สุด

“ข้าต้องรอถึงกี่วัน”

“อาจแค่วันเดียว หรือสองวันแต่ไม่เกินสามวัน” คายามังพูดจบค่อยๆเลือนหายไป...

ขณะที่นาคีต้องจำศีลอยู่ในถ้ำ คืนเดียวกันนั้นแม่สมพรส่งสมาชิกโจรสองคนมาช่วยเฝ้าระวังบ้านให้จันจิรา และฝากบอกด้วยว่าจะตามมาเยี่ยมป้าเนียนทีหลัง

ooooooo

หลังจากนั่งสมาธิฟื้นฟูพลังมาทั้งคืน รุ่งขึ้นดาวและฤทธิชัยกลับมาเป็นปกติ จันจิราเข้ามารายงานว่าไม่มีวี่แววของนาคีเลย สองสามีภรรยาคงอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้วเดี๋ยวนาคีจะตามมาอีก ขอตัวไปตามหาอาวุธสงคราม

“จันจะคอยดูแลป้าเนียนอย่างใกล้ชิด”

“ถ้าฉุกเฉิน ติดต่อผ่านทางพี่สายลมนะ” ดาวว่าแล้ว เดินตามฤทธิชัยไปขึ้นรถ จันจิราถอนใจสีหน้ากังวล...

ระหว่างที่ดาวกับฤทธิชัยออกค้นหาอาวุธสงคราม ไผ่ ลุงเดช พ่อแสง เม่งจู อาตงและพ่อของเด็กทั้งสองหยุดพักกันอีกครั้ง พ่อของอาตงมองไปรอบบริเวณอย่างพิจารณา

“เราหยุดพักกันที่นี่แน่นอนเพราะเรามีเด็ก กว่าจะถึงบ้านต้องหยุดพักหลายแห่ง”

“ไม่เป็นไร กี่แห่งเราก็จะหยุด เป็นทางเดียวที่จะเจอกำแพงมนต์” ลุงเดชปลอบ ทั้งเม่งจูและอาตงยังคงนึกไม่ออกว่ากำแพงนั้นอยู่ที่ไหน แต่รับปากว่าจะพยายามจำให้ได้ ภาพของไผ่กับพวกไปปรากฏอยู่ในอ่างน้ำมนต์หน้าคายามังที่จ้องมองสีหน้าเคร่งเครียด แต่แล้วรีบปรับสีหน้าเป็นปกติก่อนจะร้องทักทาย

“สวัสดีท่านนายใหญ่...วันนี้ท่านมาถึงนี่” เขาหันไปเห็นนายใหญ่ในคราบท่านรองก้องเกียรติยืนอยู่

“ไม่ได้พบกันระยะหนึ่ง หวังว่างานของอาจารย์คงคืบหน้า”

“ทุกอย่างกำลังเข้าแผน ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย ...เรามีธุระต้องจัดการ ขอตัวก่อน” เขาพูดจบ หายตัวไปหน้าตาเฉย นายใหญ่มองตามไม่พอใจ พริบตาเดียว คายามังมาโผล่ตรงหน้าผู้กองสัตยาซึ่งกำลังนั่งอย่างสบายอารมณ์อยู่ในเต็นท์บัญชาการ ต้องการให้เขาช่วยตามหาเด็กสองคนที่เคยผ่านเข้าไปในกำแพงมนต์ให้

“กำแพงมนต์ของท่านลงอาคมไว้อย่างดี ไม่มีใครมองเห็นแม้กระทั่งเหยี่ยวมนต์ของพวกนางเสือ แต่กลายเป็นว่าเด็กผ่านเข้าไปได้...โอ๊ย...สะใจจริงๆ”

“ท่านได้รับคำสั่งให้ดูแลควบคุมทางด้านนี้ ถ้าพวกมันเจอกำแพงมนต์ ย่อมเป็นความผิดของท่าน”

ผู้กองสัตยายักไหล่ไม่สนใจ หันไปหยิบเหล้ามาดื่ม หันกลับมาอีกทีจอมขมังเวทหายไปแล้ว เขาหน้าหงิกทันที บ่นอุบที่คายามังทำพลาดเองแต่กลับมาโยนให้ตนตามแก้ แล้วลุกออกจากเต็นท์ไปสั่งการพวกมือปืน

“ทุกคนออกตรวจการณ์ให้ดี เป้าหมายเป็นเด็กสองคน ลากตัวมันมาให้ข้า”

จังหวะนั้น นพเข้ามารายงานว่า “ผมเอารถอาวุธเปล่าล่อพวกมันมาตามแผนการที่วางไว้แล้ว...ถือว่าหมดหน้าที่ผมแค่นี้” เขายิ้มให้ ก่อนจะผละจากไป...

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา นายใหญ่ในคราบท่านรองก้องเกียรติแวะเยี่ยมท่านรองก้องเกียรติตัวจริงที่ถูกกักขังไว้หลังกำแพงมนต์ เผื่อจะได้ข้อมูลอะไรบ้าง ท่านรองรู้ทันว่าที่เขาอุตส่าห์มาเยี่ยมเพราะกำลังจนตรอก

“ติดขัดนิดหน่อย เจอพวกโกงกินแฝงตัวอยู่ก่อนแล้ว ถ้าคุณบอกผมว่าหัวหน้ามันเป็นใคร ผมจะจัดการให้”

“ผมไม่รู้จักหัวหน้าของมัน แต่ไอ้พวกนี้มันสืบทอดกันมานานแล้ว เก็บกวาดยังไงก็ไม่หมด”

“คุณไม่ต้องห่วง ผมมีวิธีเก็บกวาดพวกมันแน่นอน” นายใหญ่พูดจบกลับออกไป ท่านรองก้องเกียรติมองตามงงๆ ตกลงเขามีแผนการอะไรกันแน่

ooooooo

ทันทีที่กลับถึงเซฟเฮาส์ตัวเอง นายใหญ่ออนไลน์ถามนายโจว่ามือปืนกับมือระเบิดที่ให้หา ไปถึงไหนแล้ว

“กำลังเดินทางเข้ามาครับ ผมสงสัยว่าทำไมท่านไม่ใช้พวกนินจาของเราจัดการกับคนพวกนี้”

“เราต้องการให้ทั่วโลกคิดว่าการตายของพวกมัน เกิดจากพวกก่อการร้าย จะทำให้การลงทุนจากต่างชาติและการท่องเที่ยวของประเทศมีผลกระทบที่พวกมันไม่คาดคิด”

“ผมจะรีบรายงานทันที ถ้ามีความคืบหน้าจากพวกมือปืน”

“ดีมาก” นายใหญ่ชมเสร็จตัดการติดต่อ แล้วดึงหน้ากากท่านรองก้องเกียรติโยนลงบนโต๊ะ โดยไม่เห็นว่าภายใต้หน้ากากนั้นคือใครกันแน่...

ข่าวแบล็กอีวิลนำเข้ามือปืนและมือระเบิด ถูกหน่วยตำรวจลับสากลต้นสังกัดของงิ้วดักฟังได้ จึงออนไลน์เตือนมาที่คอมพิวเตอร์ของเธอ จักจั่นสะใจที่พวกศัตรูจะฟัดกันเองให้ตายไปข้างหนึ่งเราจะได้ไม่ต้องเหนื่อย

“ใช่...แต่ถ้าเป็นคนมีระดับของบ้านเมืองถูกลอบสังหาร จะทำให้ต่างชาติไม่เชื่อถือ อาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ สุดท้ายผู้เดือดร้อนคือประชาชน” อภิชาติทักท้วง

“น่าขำที่ประชาชนพวกนี้ส่วนหนึ่งเป็นคนยกย่องพวกมัน ยอมตายเพื่อมัน”

อภิชาติรู้ดีว่าจักจั่นไม่ค่อยชอบใจ แต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องรีบหาตัวพวกนี้ให้ได้ก่อนจะลงมือฆ่าใคร...

ขณะอภิชาติ จักจั่น และงิ้วกำลังรอภาพและข้อมูลมือปืนกับมือระเบิดนำเข้า สมุนมือปืนของผู้กองสัตยากลับอู้งานไม่ยอมออกลาดตระเวนค้นหาตัวเด็กๆ แอบไปนั่งก๊งเหล้าอยู่แถวปากถ้ำของนาคี พอเมาได้ที่จะหนีเข้านอนในถ้ำ เจอนาคีกำลังนอนจำศีล ถึงกับตาโตอาการหื่นกำเริบ แต่แล้วสาวสวยบนเตียงกลับกลายเป็นงูตัว มหึมาชูคอแผ่แม่เบี้ยส่ายหัวไปมาน่ากลัว ก่อนจะฉกใส่พวกมือปืนที่ร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว

ooooooo

ที่บ้านสวนของอภิชาติ ข้อมูลและรูปภาพของมือปืนนำเข้า กลับเป็นฝ่ายอภิชาติที่ได้รับรายงานก่อนงิ้ว

“นี่คือกลุ่มคนต่างชาติที่เพื่อนผมทางกองตรวจคนเข้าเมืองคิดว่าน่าสงสัย ทุกคนเป็นมือปืนรับจ้างระดับอินเตอร์” เขาว่าพลางเลื่อนโน้ตบุ๊กให้จักจั่นกับงิ้วดูรูปชายต่างชาติ 5 คน จังหวะนั้น ดาวโทร.มาหาจักจั่น คุยกันอยู่พักหนึ่งก็วางสาย อภิชาติเห็นสีหน้าเมียรักไม่สู้ดีนัก ถามว่ามีเรื่องอะไร

“ป้าเนียนถูกนาคียิง ปลอดภัยแล้วแต่ยังไม่รู้สึกตัว และยังไม่พบอาวุธสงคราม จักจั่นบอกเรื่องมือปืนที่เข้ามาในไทย พี่ดาวกับคุณหนึ่งกำลังเดินทางมากรุงเทพฯ หาทางวางแผนตั้งรับกับพวกมัน”

เทพเคาะประตูห้องก่อนจะเปิดเข้ามาแจ้งว่า “มีคนเห็นความเคลื่อนไหวรอบๆสวนครับ”

“ปล่อยให้พวกมันเข้ามา พวกเราจะจัดการเอง วางกำลังทุกคนไว้ด้านนอกอย่าให้พวกมันหลุดออกไปได้” อภิชาติว่าแล้วหันไปพยักหน้ากับสองสาวเป็นทำนองให้เตรียมพร้อม อึดใจ ทั้งสามคนดีดตัวออกมาที่ลานหน้าบ้าน เห็นพวกมือปืนเคลื่อนตัวเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง อภิชาติสั่งให้แยกย้ายกันจัดการพวกนั้น ถ้ายั้งมือได้

ก็ให้ยั้งไว้บ้างจะได้บาปน้อยลง จักจั่นเชื่อว่าส่งคนชั่วลงนรกไม่เป็นการทำบาป

“ยังไงก็บาปนะ ฮันนี่”

งิ้วรำคาญบอกให้เลิกเถียงกันได้แล้ว พวกศัตรูมากันแล้ว จากนั้นดีดตัวออกไปอีกด้านหนึ่ง

ผ่านไปไม่นานนัก ทั้งสามก็จัดการมือปืนนับสิบๆ คนได้ราบคาบ เหลืออีกเพียงสามคนที่อยู่ในสวน อภิชาตยิงไหล่บ้างขาบ้าง แค่พอไม่ให้ต่อสู้ จักจั่นกับงิ้วตามมาสมทบ สงสัยว่ามือปืนเหล่านี้เป็นพวกไหนกันแน่ แบล็กอีวิลหรือคนขององค์กรแฝง อภิชาติมั่นใจว่าคนขององค์กรไม่มายุ่งจนกว่าเราจะจัดการพวกแบล็กอีวิลหมดแล้ว จักจั่นลากมือปืนที่ยังไม่ตายเอาปืนจ่อหัวขู่ให้บอกว่ามาที่นี่ได้อย่างไร

“รถพวกแกถูกติดเครื่องบอกพิกัด”

“เป็นไปไม่ได้” จักจั่นแหวลั่น

“พวกแกตามนายดำรงมาจนเห็นรถนายดำรงระเบิดไม่ใช่หรือ”

จักจั่นเจ็บใจที่พลาดท่าให้ศัตรู ใช้ด้ามปืนตบเขาสลบเหมือด งิ้วเร่งให้รีบไปจากที่นี่ ขืนชักช้าเดี๋ยวพวกศัตรูจะแห่กันมาอีก ครู่ต่อมา อภิชาติขับรถพาสองสาวมาตามถนนสายหนึ่งแถบชานกรุง จักจั่นถือเครื่องบอกพิกัดที่พวกศัตรูติดไว้

“มันล่อให้เราตามมาดูนายดำรงถูกระเบิด แล้วยิงเครื่องบอกพิกัดใส่รถเรา”

“ได้...พวกมันอยากตาม เราก็จะให้พวกมันตาม” อภิชาติยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปจอดในปั๊มน้ำมัน ขอเครื่องบอกพิกัดจากจักจั่น “เชิญครับสาวๆ ซื้อขนมกินกันก่อน อีก 5 นาทีรถออก” แล้วเดินแยกไป

ไม่นานนัก จักจั่นกับงิ้วกลับมาที่รถพร้อมน้ำดื่มและขนมนมเนยอีกถุงใหญ่ ส่วนอภิชาติยืนพิงรถ สายตาจับจ้องรถทัวร์ที่กำลังแล่นออกจากปั๊ม

“ให้พวกมันตามรถทัวร์ไปก่อนก็แล้วกัน”

“เก่งมากดาหลิง ขอจุ๊บหน่อย” จักจั่นแกล้งยื่นหน้าเข้าไปหาอภิชาติ งิ้วทนดูไม่ไหวหนีเข้าไปรอในรถ...

ขณะเดียวกัน ที่สถานีอนามัยบ้านดอนเสือ ป้าเนียนยังคงนอนไม่รู้สึกตัว มีสายระโยงระยางจากอุปกรณ์ช่วยชีวิตติดอยู่เต็มไปหมด จันจิรานั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่างตั้งแต่เช้ายันบ่ายด้วยความเป็นห่วง เอื้อมมือไปจับมือเธอกุมไว้ พยายามข่มอารมณ์สุดฤทธิ์แต่เอาไม่อยู่ ฟุบหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นจนหลับไปทั้งน้ำตา ทันใดนั้น มีแสงสีทองค่อยๆเคลื่อนจากมือจันจิราเข้าสู่มือป้าเนียน

ooooooo

อภิชาติจำเป็นต้องย้ายฐานปฏิบัติการไปอยู่เซฟเฮาส์แห่งใหม่ของตัวเอง ระหว่างที่เขา จักจั่น และงิ้ว กำลังช่วยกันรื้อข้าวของจำเป็นออกจากกระเป๋า เห็นกำจรรายงานข่าวอุบัติเหตุในจอทีวี ต่างมองอย่างสนใจ

“มีข่าวที่น่าสะเทือนใจ รถทัวร์นักท่องเที่ยวต่างชาติเกิดระเบิดเสียหลักตกเขา มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตนับสิบคน ทางการกำลังสอบสวนหาสาเหตุอย่างเข้มข้น... ผม...กำจร แสงรุ่งเรือง รายงาน”

อภิชาติถึงกับเครียดจัดเมื่อกล้องแพนไปที่รถทัวร์ จำได้ว่าเป็นรถคันที่ตนเอาเครื่องบอกพิกัดไปติดไว้

“พวกมันเลวจริงๆ มันรู้ว่าตามผิด ไม่ใช่พวกเราแท้ๆ ก็ยังอุตส่าห์ระเบิดรถทำร้ายผู้บริสุทธิ์”

“มันแก้เผ็ดโต้ตอบพวกเรา”

“คอยดู จักจั่นจะแก้เผ็ดพวกมันบ้าง” เธอโกรธแค้น กำหมัดแน่นสีหน้าเอาเรื่อง...

ในเวลาต่อมา ขณะที่งิ้วกำลังค้นหาข้อมูลอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น จักจั่นลุกพรวด หลับตาทำสมาธิอยู่อึดใจ พอรู้ว่าเป็นดาวกับฤทธิชัยรีบเปิดประตูรับ

“เย้...พี่ดาว...คุณหนึ่ง” เธอโผกอดดาวด้วยความดีใจ หลังจากถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันแล้ว ทุกคนไม่รอช้านั่งถกปัญหาที่เกิดขึ้น ดาวตั้งข้อสังเกตที่เราหาอาวุธตามแนวชายแดนไม่เจอ อาจเป็นเพราะมันอยู่ในกรุงเทพฯ

“ที่ผ่านมาสองแห่ง เราคว้าน้ำเหลว เราถูกพวกมันหลอกจนหัวปั่น” ฤทธิชัยบ่นอย่างเจ็บใจ

“ตอนนี้ไม่ยากแล้วพี่ดาว...คุณงิ้วใช้คอมพิวเตอร์จูนชิปที่พวกมันฝังอยู่ในตัวนายดำรง ตรวจจับระบบติดตามตัวของพวกมันได้ แค่กดคอมพิวเตอร์ก็จะรู้ว่าพวกมันอยู่ตรงไหน”

ฤทธิชัยอยากรู้ว่าวิธีนี้มั่นใจได้แค่ไหน  งิ้วรับประกันว่าแม่นยำเกือบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะตอนที่ดำรงถูกระเบิดตาย ชิปของเขาก็ดับไป แต่ของคนอื่นๆยังอยู่ ถ้ากลัวพวกศัตรูจะแก้ไขข้อมูลเพื่อหลอกเรา เธอยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะเธอบันทึกรูปแบบสัญญาณจากชิปของพวกนั้นไว้แล้ว ไม่ว่าจะปรับเปลี่ยนอย่างไร สัญญาณที่เธอบันทึกไว้ก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย นอกจากจะปิดสัญญาณไปเลย

“งั้นคุณงิ้ว...เชิญ” ดาวผายมือให้ งิ้วตรงไปนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ คีย์ข้อมูลอย่างคล่องแคล่ว...

ขณะที่ดาวกับพวกกำลังตามหาที่ซ่อนอาวุธของศัตรูอย่างเอาเป็นเอาตาย ไผ่ ลุงเดช และพวกก็มุ่งมั่นตามหากำแพงมนต์จนมาถึงบริเวณปากถ้ำแห่งหนึ่งโดยไม่รู้ว่าเป็นถ้ำของนาคี เห็นรถจี๊ปพวกมือปืนจอดอยู่ ไผ่ส่งสัญญาณให้ทุกคนหลบหลังพุ่มไม้ ลุงเดชแนะให้เขายึดคันนั้นมาใช้ เด็กๆเหน็ดเหนื่อยเต็มทีแล้ว

“ได้ครับ...ทุกคนรออยู่ที่นี่” ไผ่พูดจบ เคลื่อนตัวอย่างระมัดระวังไปยังรถ เห็นกุญแจรถเสียบคาอยู่ มีขวดเหล้าหลายขวดตกอยู่ในรถ ปืน ลูกกระสุน และระเบิดวางเกลื่อน แต่ไม่เห็นมือปืนสักคน

“ท่าทางพวกมันคงเมาได้ที่ ทั้งปืนทั้งระเบิดทิ้งเรี่ยราด”

ทันใดนั้น มีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องเตือน เขาหลับตาทำสมาธิอยู่อึดใจ ถึงกับหน้าตื่นเมื่อสัมผัสได้ว่านาคีอยู่แถวนี้ รีบโบกมือเรียกทุกคน ขณะที่ตัวเขาเองโดดขึ้นรถสตาร์ตเครื่องรอ

“ทุกคนเร็วเข้า ช้าไม่ได้...นางงูอยู่ใกล้ๆแถวนี้” ไผ่ตะโกนลั่น ทุกคนขึ้นรถอย่างรวดเร็ว พลันงูตัวมหึมาโผล่ออกจากดงไม้ ไผ่บึ่งรถออกไปทันที งูไล่ตามติด ลุงเดชกับพ่อแสงยิงสกัดไว้ แต่มันยังตามไม่ลดละ ลุงเดชโยนระเบิดใส่หลายลูก ระเบิดตูมติดๆกันไฟลุกท่วมขวางทางไว้ งูชะงักเลิกตาม เลื้อยหายเข้าไปในพุ่มไม้หนา

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่เซฟเฮาส์ของอภิชาติ ฤทธิชัยกับดาว อภิชาติ และจักจั่นยืนลุ้นอยู่ข้างๆงิ้วที่กำลังคีย์ข้อมูลอย่างขะมักเขม้นอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ สักพักก็ร้องเอะอะด้วยความดีใจ

“เจอแล้วๆ...จุดที่ตั้งของพวกมัน”

ดาวยื่นหน้าเข้าไปดู “มีมากกว่าสิบตำแหน่งอยู่บนหน้าจอ ตั้งอยู่รอบบ้านดอนเสือห่างราว 20 กิโลเมตร”

“แน่ล่ะ...ระยะที่นาคีสามารถปรากฏตัวได้ทุกเวลา” จักจั่นแดกดัน งิ้วแนะให้แยกกันลุย

“อย่าดีกว่าครับ พวกเราต้านนาคีไม่ไหว นอกจากจะรวมพลังกันถึงสามคน” ฤทธิชัยทักท้วง

จังหวะนั้น มีจุดแสดงตำแหน่งที่ตั้งของศัตรูเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งจุดอยู่ในกรุงเทพฯ ทุกคนรู้งานเตรียมพร้อมลุย ไม่นานนัก รถของพวกนางเสือแล่นมาจอดหน้าตึกร้าง แห่งหนึ่ง มีป้ายติดไว้ด้านหน้าว่า “อันตราย ห้ามเข้า” งิ้วคว้าโน้ตบุ๊กขึ้นมาตรวจดูข้อมูลเพื่อความมั่นใจ

“เครื่องแสดงพิกัดบ่งว่าพวกมันอยู่ข้างในแน่นอน... เอ๊ะ! พวกมันแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ด้านซ้ายกับด้านขวาของตึก” แล้วหันจอโน้ตบุ๊กให้ทุกคนดู ดาวบอกให้อภิชาติกับฤทธิชัยไปทางซ้าย ส่วนพวกผู้หญิงทางด้านขวา อภิชาติรับทราบ ค่อยๆเคลื่อนรถเข้าไปจอดในลานจอดรถช้าๆ พลันจรวดอาร์พีจีพุ่งลงมาจากยอดตึก

เขาร้องเตือนทุกคนลั่น ประตูรถเปิดพรวดพร้อมกันทั้ง 4 บาน ทุกคนดีดตัวออกจากรถกลิ้งไปกับพื้นถนนอย่างรวดเร็ว ฤทธิชัยตั้งตัวได้ก่อน ตวัดปืนยิงใส่จรวดระเบิดตูมก่อนจะถึงตัวรถ แรงระเบิดทำให้ทุกคน กระเด็นไปไกล แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ พอตั้งหลักได้ต่างเล็งปืนขึ้นไปบนยอดตึกกลับพบแต่ความว่างเปล่า

“พวกมันจัดงานไว้รอเรา” อภิชาติขบกรามแน่นด้วยความแค้น

จังหวะนั้น พวกมือปืนนับสิบคนโผล่ออกมาที่ดาดฟ้าชั้นสอง สาดกระสุนใส่พวกนางเสือดังสนั่น ฤทธิชัยยิงโต้ถูกพวกนั้นตายไปสองศพ ก่อนจะหายตัวเข้าไปโผล่ในตึกร้าง อภิชาติตามไปติดๆ ดาวบอกให้จักจั่นกับงิ้วเข้าไปในตึกก่อน อยู่ตรงนี้เสียเปรียบ แล้วยิงสกัดให้ จักจั่นคว้ามืองิ้วหายตัวแวบไปด้วยกัน โดยมีดาวหายตัวตาม

อึดใจเดียว งิ้วกับจักจั่นปรากฏตัวขึ้นในตึกร้างด้านปีกขวา ความที่ไม่ชินกับการเดินทางด้วยวิธีนี้ทำให้งิ้วมึนหัว เกือบจะยืนไม่ติด พลันจักจั่นผลักเธอเข้าที่กำบังแล้วสาดกระสุนใส่มือปืนคนหนึ่งที่กำลังจะเหนี่ยวไกหงายหลังตึง ดาวตามมาสมทบ สั่งให้งิ้วตามมาแล้วให้จักจั่นปิดท้ายขบวน...

ในระหว่างที่ดาวและเหล่าสมาชิกนางเสือบุกตะลุยหาอาวุธสงครามที่พวกศัตรูชิงไป แม่สมพรเดินคุยกับจันจิราเข้ามาในห้องพักฟื้นของป้าเนียน เธอวางแผนจะมาอยู่บ้านป้าเนียนสักพักเพื่อง่ายต่อการมาเฝ้าคนป่วย

“จะดีหรือคะคุณแม่”

“ไม่เป็นไรหรอก ตั้งแต่ไผ่พาอาตงกับเม่งจูไปก็ไม่เห็นพวกมัน อีกอย่างลุงเดชให้พวกสมาชิกโจร 3-4 คน คอยดูแลอยู่แล้ว...แม่จะพาแม่ของอาตงกับเม่งจูมาด้วยจะได้ช่วยกัน”

อยู่ๆมีเสียงดังมาจากเตียงคนป่วย “คุยกันเสียงดัง คนจะหลับจะนอน”

ทั้งสองคนหันขวับไป มองเห็นป้าเนียนขยับตัวลืมตาขึ้นมอง ต่างยิ้มดีใจ แม่สมพรไม่อยากจะเชื่อว่าเธออาการหนักหนาสาหัสจะฟื้นได้เร็วขนาดนี้ ถามลูกสะใภ้ว่าทำอะไรกับคนป่วยหรือเปล่า จันจิราส่ายหน้า โดยไม่ล่วงรู้ว่าพลังบริสุทธิ์จากพรของพระภิกษุในตัวเธอได้ช่วยชีวิตป้าเนียนไว้

ooooooo

ที่ตึกร้างด้านปีกขวา ดาวเดินนำสองสาวขึ้นบันไดมาถึงช่วงเลี้ยวหักมุม มีร่างของนินจาโผล่พรวดเข้ามา เธอตวัดปืนจะยิงแต่เขาไวกว่าฟันปืนหลุดมือแล้วจะฟันซ้ำ เธอจับมือเขาไว้ต่างยื้อกันไปมา งิ้วตามมาด้านหลังจะเหนี่ยวไกปืนแต่เขาหายตัวหนี พลอยทำให้ดาวที่จับมือไว้หายไปด้วย งิ้วหน้าตื่นหันไปทางจักจั่นที่เพิ่งตามมา

“มันเอาตัวพี่ดาวไปแล้ว”

“เป็นคราวซวยของมัน” จักจั่นยิ้มร่าไม่ได้ตื่นเต้นไปด้วย รีบเดินนำงิ้วขึ้นบันไดต่อไป...

ด้านดาวกับนินจาปรากฏร่างขึ้นบนชั้นถัดไป ยังยื้อแย่งดาบกันไปมา เธอตวัดเท้าเตะเขากระเด็นกระแทกผนัง แล้วสะบัดมีดสั้นตามปักอกอย่างแม่นยำล้มคว่ำตายสนิท เป็นจังหวะเดียวกับสองสาวตามขึ้นมาเห็นนินจาฟุบจมกองเลือดอยู่ที่พื้น

“บอกแล้วว่ามันต้องซวย” จักจั่นว่าแล้วหันไปยักคิ้วให้งิ้ว

“อย่ามัวแต่คุย...ระวังตัว” ดาวเอ็ดเสียงเขียว แล้วตวัดปืนอีกกระบอกหนึ่งขึ้นมา เดินอย่างระมัดระวังไปยังชั้นถัดไป จนมาถึงหน้าห้องๆหนึ่ง หันไปพยักหน้าเป็นทำนองให้สองสาวเตรียมพร้อม

งิ้วใจร้อนพุ่งไปที่ประตูห้องถีบโครมแล้วพรวดเข้าไปข้างใน จักจั่นกับดาวรีบตามไปติดๆ แต่แล้วต้องตะลึงเบื้องหน้ามีป้ายผ้าผืนใหญ่เขียนคำว่า “บึ้ม” ตัวโต เบ้อเริ่มห้อยอยู่กลางห้อง ที่พื้นมีระเบิดท่อนกลมๆขนาดถังดับเพลิงมาตรฐานมัดติดกันสามถัง มีนาฬิกาเป็นตัวเลขกำลังเดินถอยหลังอีกหนึ่งวินาทีจะถึงเลขศูนย์

ดาวปล่อยพลังผลักจักจั่นกับงิ้วลอยออกไปนอกห้องเป็นจังหวะเดียวกับระเบิดดังตูม ปีกขวาทั้งแถบไฟลุกท่วม แรงสั่นสะเทือนไปถึงปีกซ้ายของตึกด้านที่ฤทธิชัยและอภิชาติเพิ่งจัดการกับพวกมือปืนได้อย่างราบคาบ

“สาวๆลุยพวกมันเละไปแล้ว” อภิชาติยิ้มกริ่ม

ฤทธิชัยจับเสียงเคลื่อนไหวแต่ไม่ได้ยินอะไรชักใจไม่ดี

“ทำไมสาวๆเงียบกันไปหมด”

“คิดมากน่า” อภิชาติตบบ่าเพื่อนรักแล้วเดินนำออกไป แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นนินจา 3 คนยืนอยู่หน้าประตูห้องๆหนึ่ง ฤทธิชัยสงสัย ตึกสั่นสะเทือนขนาดนี้ทำไมถึงยังยืนเฉยไม่ไปดู

“ร้ายมาก...พวกมันจัดระบบเฝ้าระวังอย่างดี ไม่มีการแตกตื่นของใครของมัน” สิ้นเสียงอภิชาติ ผู้กองหนุ่มหายตัวไปโผล่หน้านินจาเปิดฉากต่อสู้ด้วยมือเปล่าอย่างดุเดือด อภิชาติถึงกับส่ายหน้าเซ็ง

“เฮ้อ...เบื่อเว้ย มีปืนทำไมไม่ใช้วะเพื่อน” แล้วสาดกระสุนใส่พวกนินจาไม่ยั้ง พวกนั้นดีดตัวหนีไปอย่างรวดเร็ว ฤทธิชัยมองตาม แปลกใจทำไมถึงเผ่นง่ายดายนัก อภิชาติหาว่าเขาคิดมากอีกแล้ว โดนไล่ยิงขนาดนั้นไม่ให้หนีได้อย่างไร แล้วชวนเข้าไปสำรวจในห้อง เขายังไม่ทันจะอ้าปากห้าม เพื่อนรักถีบประตูโครม สภาพภายในห้องไม่ต่างจากห้องที่พวกสาวๆเจอ ทั้งแผ่นป้าย ทั้งระเบิด นาฬิกาเดินถอยหลังพอถึงเลขศูนย์เกิดระเบิดตูม

ooooooo

บ่ายวันเดียวกัน ไผ่ขับรถพาลุงเดช พ่อแสง อาตง เม่งจู และพ่อของเด็กๆไปจอดหลบหลังพุ่มไม้หนา เบื้องหน้าไม่ห่างนักคือหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง พ่อของเด็กๆจำได้ว่าเคยมาพักที่นี่แล้วเดินทางต่ออีกครึ่งวันก็จะถึงจุดพักอีกแห่งหนึ่ง พ่อแสงสะกิดลุงเดชให้ดูรถจี๊ปที่ขนพวกมือปืนมาเต็มคันรถแล่นผ่านหน้ามุ่งสู่หมู่บ้าน

“พวกมันเต็มไปหมด เราต้องระวังตัวให้ดี” ลุงเดช มองไปรอบๆอย่างไม่ไว้ใจ

“หาอะไรกินกันก่อนดีกว่าครับ ให้เด็กๆได้พักเหนื่อยแล้วค่อยเดินทางต่อ” ไผ่ว่าแล้วนำทุกคนเดินเท้าต่อไปยังหมู่บ้านแห่งนั้น ครู่ต่อมา ทุกคนมาถึงร้านอาหารแห่งหนึ่งในตลาด หัวหน้ามือปืนซึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้วจ้องเด็กทั้งสองเขม็ง แล้วพยักหน้าส่งสัญญาณ สมุนรู้งานรีบออกไปจากร้าน ลุงเดชไม่ทันเอะใจหันไปสั่งเจ้าของร้าน

“ช่วยจัดข้าวมาชุดหนึ่ง กับข้าวสักห้าหกอย่าง น้ำแดงสำหรับเด็กสองแก้ว”...

หลังจากอิ่มหนำสำราญกับมื้อกลางวันเรียบร้อย ไผ่ ลุงเดช พ่อแสง เด็กทั้งสองคนและพ่อของเด็กๆกำลังจะออกจากร้านอาหาร มือปืนสองคนเข้ามาขวางไว้

“จะรีบไปไหนกัน”

ไผ่ไม่รอช้าอัดสองคนนั่นกระเด็นออกนอกร้าน แล้วดีดตัวตาม พวกมือปืนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอกต่างกรูกันล้อมกรอบเขาไว้ ลุงเดช พ่อแสง อาตง เม่งจูและพ่อของเด็กๆตามออกมา เขาร้องบอกให้ลุงเดชกับพ่อแสงพาเด็กๆ หลบไปก่อน ทั้งคู่ขยับจะไปแต่เกิดมึนหัวโงนเงนจะล้ม รวมทั้งพ่อของเด็กๆและไผ่ด้วย

“พวกมันวางยาเรา” ไผ่บ่นอย่างเจ็บใจเสียรู้

พวกมือปืนได้ที บุกเข้าหาไผ่ที่เหวี่ยงหมัดเปะปะ จนไม่มีใครเข้าติด สายตาของเขาเริ่มพร่า รู้ดีว่าขืนอยู่ต่อต้องเสร็จพวกนี้แน่นอน ตัดสินใจดีดตัวหนี มือปืนกราดกระสุนไล่หลังแต่ไม่ทัน

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ที่ตึกลึกลับแห่งหนึ่ง ดาวค่อยๆ รู้สึกตัวลืมตาขึ้นพบว่าตัวเองถูกขังอยู่ในห้องที่มีกรงเหล็กกั้นอยู่ เห็นงิ้วกับจักจั่นนั่งฟุบหมดสติพิงกำแพงอยู่ไม่ห่างกันนัก เธอปรี่เข้าไปตรวจดูตามเนื้อตัวไม่พบร่องรอยบาดเจ็บใดๆ ถึงกับถอนใจโล่งอก ฤทธิชัยถูกขังไว้ในกรงขังติดกันตะโกนถามเธอว่าทุกคนปลอดภัยไหม

เธอตรวจสองสาวแล้วไม่เป็นอะไร อีกสักครู่คงจะรู้สึกตัว จังหวะนั้น ท่านรองศักดากับนพเข้ามายืนหน้ากรงขัง ฤทธิชัยถามประชดว่านายโจกับผู้กองสัตยาไม่มาด้วยหรือ

“ติดภารกิจของพวกแบล็กอีวิลอยู่มั้ง” ท่านรองศักดายิ้มกวน

“ที่แท้ท่านรองทำงานให้องค์กร แฝงตัวอยู่ในพวกแบล็กอีวิล” ดาวอ่านเขาทะลุปรุโปร่ง ทั้งอภิชาติและฤทธิชัยถึงกับอึ้ง ขณะที่จักจั่นกับงิ้วเริ่มได้สติ ท่านรองรู้แล้วว่าพวกดาวเป็นนางเสือ ยกเว้นงิ้วเท่านั้นที่ไม่ใช่

“คิดจะเปิดข่าวพวกเราลงเน็ตหรือไง” ฤทธิชัยประชดประชัน

“ผมจะแถลงข่าวว่าพวกคุณบริสุทธิ์ ไม่มีส่วนพัวพันกับท่านรองก้องเกียรติ”

พวกนางเสือมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ จะมาไม้ไหนกันแน่ อภิชาติอยากรู้ว่าเขาต้องการอะไรแลกเปลี่ยน เขาแค่อยากให้ช่วยทำลายแบล็กอีวิลให้สิ้นซาก พวกนางเสือเองก็พร้อมจะจัดการพวกนั้นอยู่แล้วไม่ใช่หรือ แล้วพูดเป็นทำนองทวงบุญคุณว่าพวกนั้นวางแผนล่อพวกนางเสือมากำจัด เขาบังเอิญรู้เข้าก็เลยชิงตัวมาเสียก่อน

“ไม่อย่างนั้นพวกคุณดับกันหมดแล้ว” นพเสริม

“ถ้าเราไม่ตกลงคิดหรือว่ากรงเหล็กแค่นี้จะกักพวกเราได้” ดาวยิ้มเฮี้ยม

ท่านรองศักดาไม่ได้คิดจะกักตัวพวกเธอ แค่อยากให้ฟังเขาก่อน แล้วหันไปพยักหน้าให้นพไขกุญแจกรงขังปล่อยทุกคนเป็นอิสระ จักจั่นได้ทีพรวดออกมาเป็นคนแรกตบนพหน้าหัน โทษฐานหลอกลวงและหักหลัง ดาวต้องปรามเธอถึงหยุด ฤทธิชัยแนะให้ทุกคนลองฟังเขาก่อน ส่วนจะตกลงหรือไม่ค่อยว่ากันทีหลัง

“อย่างที่ผมเคยบอก องค์กรร่วมมือให้พวกแบล็กอีวิลเข้ามาคุมธุรกิจทั้งหมด แต่พวกมันล้ำเส้น ต้องการตำแหน่งในสภาอย่างที่พวกคุณรู้กันอยู่แล้ว ซึ่งทางองค์กร ยอมไม่ได้”

“ที่แท้แบ่งกันไม่ลงตัว ประชาชนถึงต้องเดือดร้อน” จักจั่นไม่วายแดกดัน

“ทางองค์กรพยายามเจรจากับพวกแบล็กอีวิล มัน ยอมยกเลิกเรื่องส่งคนเข้าสภา แต่ต้องเซ็นเอกสารอนุญาต ให้พวกมันคุมการส่งออกทรัพยากรธรรมชาติทุกอย่างเป็นระยะเวลา 30 ปี ถ้าเราไม่ยอมมันจะเก็บบุคคลสำคัญที่เป็นกลไกของประเทศ แล้วระเบิดแหล่งพลังงานสำคัญ ทั้งหมด” ท่านรองเล่าเสียงเครียด นพเสริมอีกว่าพวกนั้นให้เวลาทางเราตัดสินใจ 10 วัน อภิชาติถึงกับร้องเอะอะ

“หมายความว่าเรามีเวลา 10 วัน หาอาวุธแล้วทำลายแบล็กอีวิลให้สลายไปจากโลกนี้”

“ไม่ใช่แค่นั้น ระหว่างในสิบวันที่เราใช้เวลาตัดสินใจ มันจะเริ่มเก็บบุคคลสำคัญทีละคนเป็นการเตือนสติ”

“ทำไมพวกองค์กรไม่สั่งปิดโครงการของพวกมันให้หมด” อภิชาติเสนอแนะ

ท่านรองศักดาอ้างว่าทำไม่ได้ เพราะบริษัทอินเตอร์บิส ได้รับสัมปทานถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ การยึดสัมปทานคืนโดยพลการจะทำให้ไม่มีประเทศไหนกล้าเข้ามาลงทุนกับไทยอีกต่อไป

“ถ้าไม่ห่วงว่าประเทศจะเดือดร้อน ประชาชนจะรับเคราะห์ล่ะก็ ท่านรองดับไปแล้วในฐานะชักศึกเข้าบ้านทำลายแผ่นดิน” ดาวเสียงกร้าว

ooooooo

ลุงเดชรู้สึกตัวขึ้นมาพบว่าตัวเองถูกมัดมือไพล่ หลังพิงก้อนหินอยู่กลางหุบเขา พ่อแสงซึ่งนั่งอยู่ข้างๆเริ่มรู้สึกตัวเช่นกัน โดยที่พ่อของเด็กๆยังไม่ฟื้น นั่งคอพับอยู่ถัดไป ลุงเดชไม่เห็นเด็กๆอยู่ด้วย รู้ทันทีว่าถูกจับไป

“มันคงรู้ว่าอาตงกับเม่งจูสามารถเข้ากำแพงมนต์ได้” พ่อแสงตั้งข้อสังเกต

ลุงเดชยังเบาใจไปเปลาะหนึ่งที่ไผ่หนีไปได้ มีเสียงฝีเท้าใครบางคนเดินเข้ามา สองผู้อาวุโสหันมองตามเสียงเห็นผู้กองสัตยากับพวกมือปืนยืนอยู่

“ถ้าเด็กสองคนเป็นอะไรไป แกไม่รอดแน่” ลุงเดชจ้องหน้าเอาเรื่อง

“เด็กๆสบายดี...แต่ถ้าพวกแกบุกเข้ามาล่ะก็เด็กๆไปก่อน” ผู้กองชั่วขู่กลับ พ่อแสงอ้าปากจะด่า เขาชักปืนยิงก้อนหินข้างๆเพื่อปราม “พูดมาก...ที่แกยังไม่ตายก็เพราะยังมีประโยชน์ในการต่อรองเท่านั้น” เขายิ้มสะใจก่อนจะกลับไปที่เต็นท์ตัวเอง สั่งการพวกมือปืนเพิ่มการตรวจตราเป็นสองเท่า ไผ่ต้องบุกมาช่วยสามคนนั่นแน่ๆ แล้วเตือนให้ทุกคนทำตามแผนการที่วางไว้ พวกมือปืนพยักหน้ารับคำ แล้วกระจายกำลังกันออกไป...

เป็นอย่างที่ผู้กองสัตยาคาดคิด ไผ่ร่อนตัวลงมากลางวงมือปืนที่ยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าหุบเขา มือปืนนับสิบคนถูกเขาจัดการราบคาบในพริบตา จากนั้น เขาตรงไปยังถ้ำซึ่งพวกมือปืนย้ายลุงเดช พ่อแสง และพ่อของเด็กๆไปไว้ ไม่เห็นอาตงกับเม่งจูอยู่ด้วยก็ถามหา ลุงเดชส่ายหน้า ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกนั้นเอาเด็กๆไปไว้ไหน

“ไม่เป็นไร...ผมให้พี่สายลมช่วยหาได้” ไผ่ว่าแล้วกระชากเชือกที่มัดมือทุกคนไว้ขาดกระจุย

ทันใดนั้น เขาสัมผัสถึงอันตรายได้ รีบเอาตัวเองบังทุกคนไว้ เสียงระเบิดตูมสะเทือนไปทั้งถ้ำ ฝุ่นฟุ้งตลบ พอฝุ่นจางลง เขาถึงได้รู้ว่าพวกศัตรูระเบิดปิดปากถ้ำฝังทุกคนไว้ที่นี่ ต่างคนต่างหน้าตาเคร่งเครียด...

ขณะที่ลุงเดชกับพวกตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ท่านรองศักดาเปิดแถลงข่าวล้างมลทินให้ฤทธิชัยกับอภิชาติออกทางทีวีทุกช่อง อ้างว่าที่ผ่านมาเป็นความผิดพลาดของคณะกรรมการตรวจสอบ จากนี้ไปให้

ถือว่าทั้งคู่เป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำใดๆของท่านรองก้องเกียรติ...

หลังจากข่าวนี้เผยแพร่ นายใหญ่นั่งไม่ติด ออนไลน์มาถามท่านรองศักดาว่ามันเรื่องอะไรกันแน่ถึงแถลงข่าวไปแบบนั้น เขาอ้างว่าคณะกรรมการมีคนขององค์กร แอบแฝงอยู่ จึงจำเป็นต้องทำตามเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย

“พวกองค์กรคิดเอานางเสือมาคุ้มกะลาหัวของมัน” นายใหญ่เข่นเขี้ยวด้วยความแค้น

“ท่านจะให้ผมทำอย่างไรก็บอกมาได้เลยครับ” ท่านรองศักดาตีบทสมุนผู้ภักดีแตกกระจุย

“แล้วผมจะบอกให้รู้” นายใหญ่พูดจบตัดการติดต่อ จากนั้น ออนไลน์ไปหาถามนายโจว่าได้เบาะแสพวกองค์กรหรือยัง เขาได้รูปบุคคลสำคัญมาเรียบร้อยแล้ว และได้ส่งรูปไปให้นายใหญ่ครบทั้ง 5 คน...

ขณะเดียวกันที่เซฟเฮาส์ของอภิชาติ พวกนางเสือและงิ้วนั่งดูข่าวนี้อยู่เช่นกัน ฤทธิชัยมั่นใจว่าเสร็จเรื่องแบล็กอีวิลเมื่อไหร่ ท่านรองศักดาคงไม่ปล่อยพวกเราไว้ ดาวตัดสินใจแบ่งงานออกเป็นสองสายเพื่อความรวดเร็ว

“คุณอภิชาติ คุณงิ้ว กับจักจั่นอยู่ที่กรุงเทพฯตามเดิม ตามหาตัวพวกมือสังหาร ดาวกับคุณหนึ่งจะกลับบ้านดอนเสือ ทำลายอาวุธของพวกมัน”

“แต่พี่ดาวกับคุณหนึ่งสองคนจะต้านนาคีได้ยังไง” จักจั่นทักท้วงด้วยความเป็นห่วง ดาวอ้างว่าจันจิราจะมาช่วยอีกแรง นางเสือสามคนต้านนาคีได้อยู่แล้ว จักจั่นยิ้ม สบายใจขึ้น...

หลังจากดาวกับฤทธิชัยกลับไปไม่นาน งิ้วค้นหาข้อมูลจนได้ภาพของบุคคลสำคัญ ผู้มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยครบทั้ง 5 คน ซึ่งเหมือนกับที่นายโจได้ข้อมูลมา เธออดสงสัยไม่ได้ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าใครจะถูกเล่นงานก่อน อภิชาติเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เราแค่ เตรียมพร้อมไว้ คนพวกนี้เคลื่อนไหวเมื่อไหร่ เราตามติดเมื่อนั้น

ooooooo

ภายในถ้ำที่ไผ่ ลุงเดช พ่อแสง และพ่อของอาตงกับเม่งจูติดอยู่ไม่มีแสงสว่างเล็ดลอดเข้ามาได้ พลันมีเสียงคำรามของเสือสายฟ้าดังก้องพร้อมกับร่างสีทอง ของเสือปรากฏขึ้นทำให้เห็นทุกอย่างชัดเจน สายฟ้าคำรามขึ้นอีกครั้ง มือของไผ่ปรากฏเป็นแสงสีทองสว่างไปทั่ว จากนั้น ร่างสีทองของสายฟ้าค่อยๆเลือนหายไป

“เราจะออกจากที่นี่ได้ยังไง” ลุงเดชมองปากถ้ำที่เต็มไปด้วยก้อนหินใหญ่ๆอย่างอับจนหนทาง

“ในเมื่อออกไม่ได้ เราก็เข้าข้างใน” ไผ่ยกมือข้างที่มีแสงสีทองขึ้น แล้วก้าวนำเข้าไปด้านใน ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ทางยิ่งซับซ้อนมากขึ้นเท่านั้น ลุงเดชถึงกับบ่นอุบไม่นึกว่าในถ้ำจะลึกขนาดนี้

“ถ้ำส่วนใหญ่จะมีทางออกหลายทาง พวกเราชาวเขาใช้เป็นทางลัดบ่อยๆ”

พ่อแสงก็หวังให้เป็นอย่างที่พ่อของเด็กๆว่า มีเสียงเสือสายฟ้าคำรามขึ้นอีกเป็นครั้งที่สาม ไผ่เร่งให้ทุกคนรีบเดินตามเสียงคำราม...

ระหว่างที่ไผ่กับพวกพยายามหาทางออกจากถ้ำ พวกแบล็กอีวิลที่ค่ายตัดไม้ชักจะเหิมเกริมหนักข้อขึ้นตัดไม้นอกเขตสัมปทานอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย นายยังคนงานตัดไม้พยายามคัดค้าน กลับถูกองกำลังรับจ้างที่คุ้มครองค่ายรุมซ้อมสะบักสะบอม คนงานคนอื่นๆไม่กล้าเข้าไปช่วยได้แต่ยืนดู

“จำไว้...ใครปากมากจะโดนเหมือนไอ้นี่” หนึ่งในกองกำลังรับจ้างขู่ แล้วทิ้งให้นายยังนอนหมดสติอยู่ตรงนั้น ครู่ต่อมา คนงานสองคนช่วยกันพยุงนายยังมาส่งสถานีอนามัยบ้านดอนเสือ หลักจากรักษาอาการบาดเจ็บให้นายยังเรียบร้อย จันจิราออกมาแจ้งเพื่อนคนงานทั้งสองของเขา

“คนเจ็บปลอดภัยแล้ว แต่ต้องพักที่นี่ก่อน... เกิดอะไรขึ้น”

“ไอ้ยังมันรายงานว่า ไม้ที่ตัดเป็นไม้ที่ยังไม่ได้ขนาดและอยู่นอกเขตสัมปทาน คุณวิวัฒน์ไม่ฟัง เลยให้พวกกองกำลังจัดการไอ้ยังครับ” คนงานเห็นเพื่อนปลอดภัย ขอตัวกลับไปทำงานต่อ ขืนชักช้าเดี๋ยวจะมีเรื่อง

“อย่างนี้ต้องแวะไปดูสักหน่อย” จันจิราพึมพำกับตัวเองเบาๆ...

ไม่นานนัก จันจิราในคราบนางเสือมาถึงค่ายตัดไม้แห่งนั้น เห็นพวกกองกำลังรับจ้างกำลังจะซ้อมคนงานที่ไม่ยอมตัดไม้นอกเขตสัมปทานจึงเข้าไปขัดขวาง พวกนั้นสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง เกิดโกลาหลไปทั้งค่าย คนงานตัดไม้พากันหนีตายหลบเข้าไปในป่าลึก จันจิราเห็นพวกคนงานอยู่ในระยะปลอดภัยแล้ว ตวัดปืนยิงโต้ตอบ กระสุนเจาะร่างพวกกองกำลังตายเกลื่อน เหลือทิ้งไว้เพียงคนเดียว

“บอกพวงเอ็งทั้งหลาย ถ้าไม่อยากตาย รีบข้ามชายแดนออกไปเสีย”

เขากลัวตายลนลาน ทิ้งปืนวิ่งหนี จันจิราใช้พลังนางเสือส่งระเบิดสองลูกลงไปที่เต็นท์บัญชาการ เกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ค่ายทั้งค่ายลุกเป็นไฟ เธอยืนมองผลงานของตัวเองด้วยความสะใจ

ooooooo

งิ้วยังคงง่วนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เหมือนเช่นเคย ขณะที่อภิชาติกับจักจั่นนั่งตรวจอาวุธรอสแตนด์บายอยู่ใกล้ๆ จู่ๆตำรวจสากลสาวร้องเอะอะด้วยความดีใจ

“เยสๆๆ...งานเปิดตัวสาขาบริษัท บ่ายโมงวันนี้ หนึ่งในเป้าหมายจะไปปรากฏตัว”

อภิชาติกับจักจั่นพุ่งไปยืนที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เห็นรูปนักธุรกิจหนึ่งในห้าคนโชว์อยู่ เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยของผู้คนในงาน อภิชาติกำหนดให้ใช้รหัสดังนี้ เป้าหมายคือสินค้า ส่วนมือปืนคือผู้ซื้อ...

บ่ายโมงตรงตามเวลาในข้อมูล จักจั่น อภิชาติและงิ้ว ต่างสวมแว่นดำอำพรางใบหน้า แยกย้ายกันเดินปะปนกับแขกเหรื่อในงานเปิดตัวสาขาบริษัทของเป้าหมายโดยใช้วิทยุสื่อสารขนาดจิ๋วไว้คอยติดต่อกัน ทั้งสามคนมีมือถือซึ่งมีรูปภาพของเป้าหมายและมือปืนให้คอยเช็กใบหน้าอยู่ตลอด แต่ยังไม่เห็นใครทั้งสิ้น

ทางฝั่งที่จักจั่นยืนเฝ้าระวังอยู่ มีรถเก๋งหรูแล่นมาจอด เป้าหมายลงจากรถเดินตรงไปยังโพเดียมสำหรับกล่าวคำปราศรัย เธอรีบแจ้งอภิชาติและงิ้วผ่านทางวิทยุสื่อสารว่าสินค้ามาถึงแล้ว ทั้งสองคนรับทราบ แต่ยังไม่มีใครเห็นมือปืนหรือผู้ซื้อตามรหัสของอภิชาติ แต่แล้วงิ้วเหลือบเห็นมือปืนในคราบนักข่าว

“ผู้ซื้อปลอมตัวเป็นนักข่าวตำแหน่งบ่ายสองจากด้านหน้าโพเดียม กำลังเคลื่อนตัวมาทางตำแหน่งเก้าโมงเข้าหาสินค้า”

“ผมเห็นแล้ว ผมกำลังเข้าหาผู้ซื้อทางด้านขวา ตำแหน่งบ่ายสาม คุณงิ้วเคลื่อนตัวเร็วเกินไป ช้าลงหน่อย”

งิ้วไม่สนคำเตือน แหวกฝูงคนเข้าไปที่นักข่าวปลอมเกือบจะถึงตัวอยู่แล้ว แต่บอดี้การ์ดคนหนึ่งของเป้าหมายมาขวางไว้ เตือนว่าแขกผู้มีเกียรติอยู่ด้านโน้น ด้านนี้สำหรับนักข่าวเท่านั้น เธอบอกให้เขาถอยไป แต่ไร้ผล เขายืนนิ่งไม่ขยับ อภิชาติเห็นเหตุการณ์โดยตลอด จำต้องปล่อยให้เธอจัดการบอดี้การ์ดเอาเอง ส่วนเขารีบตามนักข่าวปลอมที่กำลังเคลื่อนเข้าไปใกล้โพเดียมที่เป้าหมายยืนอยู่

“ดาหลิง...ดูสินค้าให้ดี ผู้ซื้ออยู่ตรงหน้าโพเดียม”

จักจั่นขยับเข้าไปใกล้เป้าหมายทางด้านข้าง เห็นนักข่าวปลอมชัดเจน อาสาจะจัดการให้ เขาปฏิเสธว่าไม่ต้อง ให้เธอดูแลเป้าหมายไว้ก็พอ ทางนี้เขากับงิ้วจัดการเอง แต่ดูเหมือนงิ้วจะสลัดบอดี้การ์ดไม่หลุด จำต้องใช้ไม้ตาย เตะผ่าหมากเต็มๆ เขาถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้น ผู้คนตกใจพากันร้องวี้ดว้ายดังลั่น นักข่าวปลอมได้ยินเสียงเอะอะหันมามอง ตาประสานกับงิ้วที่จ้องเขม็งพอดี เขารู้ตัว รีบแหวกฝูงชนไปอีกด้านหนึ่ง งิ้วรีบรายงาน

“ผู้ซื้อถอนหุ้นแล้ว...คุณอภิชาติ”

มือปืนในคราบนักข่าวเห็นอภิชาติปรี่เข้าหา ชักปืนหันไปทางเป้าหมาย จักจั่นรู้ทันพุ่งกระแทกเขาพ้นทาง แล้วชักปืนเล็งมือปืนไว้ สีหน้าเอาเรื่อง เขาเห็นท่าไม่ดีหันหลังจะหนี เห็นงิ้วล้อมกรอบเข้ามา จึงยิงปืนขู่ลงพื้นเปรี้ยงๆ ผู้คนแตกตื่นวิ่งชนอภิชาติกับงิ้วเสียหลัก เขาฉวยโอกาสเผ่นหนีไปอีกทางหนึ่ง มีรถมอเตอร์ไซค์แล่นพรวดมารับ แล้วบิดออกไปอย่างรวดเร็ว จักจั่นกราดปืนจะยิง แต่ต้องชะงักเมื่อมีเสียงดังขึ้นด้านหลัง

“หยุด...ทิ้งปืนเดี๋ยวนี้”

เธอหันมาเห็นบอดี้การ์ดของเป้าหมายสองคนเล็งปืนใส่ ชักยัวะตวาดแว้ด ตนช่วยชีวิตเจ้านายของเขาไว้ไม่เห็นหรือ ทั้งคู่ไม่สนใจยังยืนยันคำเดิม อภิชาติกับงิ้วปราดเข้าไปด้านหลังบอดี้การ์ดเอาปืนจ่อไว้

“พวกนายนั่นแหละทิ้งปืน”

ทั้งคู่จำต้องทำตามคำสั่ง จักจั่นเดินเข้าไปหา เป้าหมายที่ร่ำรวยจากการโกงกินด้วยสีหน้าเหี้ยม

“วันนี้ฉันช่วยนาย...แต่วันหน้าฉันจะมาดับนาย” เธอว่าแล้วคว้ามืองิ้วหายวับไป อภิชาติตามไปติดๆ ทั้งเป้าหมายและผู้คนแถวนั้นต่างงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ooooooo

ไผ่กับพวกยังคงเดินลึกเข้าไปในถ้ำโดยอาศัยแสงสว่างจากฝ่ามือของเขาเป็นเครื่องนำทาง  จนกระทั่งพบโครงกระดูกมนุษย์อยู่สามร่าง เขามองดูอย่างพิจารณา

“มีคนเข้ามาถึงนี่ แต่ที่เราผ่านมาไม่พบร่องรอยอะไร แสดงว่าต้องเข้ามาทางอื่นแน่นอน...ทุกคนระวังตัวด้วย เราไม่รู้ว่าคนพวกนี้พบจุดจบเพราะอะไร”

พ่อแสงเข้าไปตรวจดูโครงกระดูกพบรูกระสุนที่กะโหลก สรุปได้ไม่ยากว่าตายเพราะถูกยิง จากนั้นไผ่กับพวกเดินสำรวจต่อไป พบโครงกระดูกกองทับถมกันนับสิบร่าง ลุงเดชสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่ ไผ่เข้าไปดูใกล้ๆ เห็นเศษเสื้อผ้าที่เปื่อยไปตามกาลเวลาและมีซากบัตรประจำตัวของใครบางคนตกอยู่ จึงหยิบขึ้นมาดู

“พวกนี้เป็นพวกคนทำงาน พวกเชี่ยวชาญอะไรทำนองนั้น คงถูกพวกมันพามาเก็บเพื่อปิดปาก...ใช่แล้วน้องดาวเคยเจอวิศวกรคนหนึ่งหนีจากพวกมันไปได้...ที่นี่ต้องเคยเป็นฐานของพวกมัน ต้องมีทางออกแน่นอน” ไผ่เดินนำทุกคนต่อไปอย่างมีความหวัง...

ในเวลาเดียวกัน ใกล้ชายป่าไม่ห่างจากบ้านดอนเสือนัก ดาวขับรถพาฤทธิชัยมุ่งหน้าไปตามเส้นทางสู่ป่าลึก เขาอดสงสัยไม่ได้ ไหนเธอบอกว่าจะรับจันจิรามาช่วยค้นหาอาวุธของศัตรูด้วย เธอพูดไปอย่างนั้นเอง ไม่อยาก ให้จักจั่นเป็นห่วง เขาเตือนว่าแค่เราสองคนต้านนาคีไม่อยู่

“เราก็ต้องหลบหลีกให้ได้ ถ้าให้จันจิรามาช่วยเท่ากับปล่อยให้บ้านดอนเสือตกอยู่ในมือของพวกมัน ไม่มีใครคอยดูแล”

“จำไว้นะครับ ถ้าคับขันคุณดาวต้องรีบไปก่อน ยังไงนาคีก็ไม่ทำอะไรผม รับปากนะครับ...ห้ามปฏิเสธ รีบไปก่อนจะได้หาทางกลับมาช่วยผมไง”

“ก็ได้ค่ะ” เธอยิ้มให้เขา ก่อนจะจอดรถไว้ข้างทางเนื่องจากถนนสุดแค่นี้ ต้องเดินเท้าต่อไป

ผ่านไปไม่นาน ดาวกับฤทธิชัยมาถึงเนินเขาแห่งหนึ่ง เบื้องหน้าเป็นหมู่บ้านเล็กๆซึ่งเป็นจุดแรกบนแผนที่รอบๆบ้านดอนเสือที่งิ้ววงตำแหน่งที่ตั้งค่ายของพวกศัตรูไว้ให้

“อาวุธน่าจะอยู่ในหุบเขาหลังหมู่บ้าน...ถ้ามี” เธอหลับตาตั้งสมาธิมองผ่านสายตาของเหยี่ยวสายลม แต่ไม่เห็นอะไร น่าจะเป็นเพราะอาจารย์อาคมของศัตรูใช้มนต์กำกับไว้ เธอบ่นเสียดายถ้าเรามีพลังเห็นได้ก็ดี

“สวรรค์ส่งพลังมาให้แค่นี้ก็ดีแล้ว” เขาดึงเธอมา กอดไว้แนบอก “สวรรค์ส่งคุณดาวมาให้ผมก็พอแล้ว”

“เสียดายสวรรค์ไม่ได้ส่งคุณหนึ่งมาให้ดาว...แต่ดาวเป็นคนแย่งคุณหนึ่งมาจากสวรรค์มากกว่า”

“ผมนึกว่าเป็นหน้าที่ของผมเสียอีกที่ต้องปาก หวาน” ทั้งคู่หยอกล้อกันอย่างมีความสุข แม้จะเป็นเวลาเพียงสั้นๆ จากนั้นก็ออกเดินทางต่อจนกระทั่งใกล้ทางเข้าหมู่บ้านแห่งแรกตามแผนที่ ดาวทำทีป่วยให้ฤทธิชัยอุ้มเข้าไปด้านใน ลุงชาวบ้านหยุดมองอย่างแปลกใจ

“แฟนผมเป็นลม อนามัยอยู่ไหนครับลุง”

“ไม่มีหรอกอนามัย มีแต่บ้านยัยเมี้ยน หมอตำแยอยู่ท้ายหมู่บ้าน”

เขาขอบใจลุงคนนั้น แล้วอุ้มดาวบ่ายหน้าไปท้ายหมู่บ้าน รถจี๊ปของพวกมือปืนขับมาจอดเทียบ เธอรู้งานแกล้งร้องโอดโอยลั่น มือปืนถามว่าจะไปไหน

“เมียฉันปวดท้องจะไปหาหมอตำแยจ้ะ”

“เสร็จแล้วรีบออกไปจากหมู่บ้าน” มือปืนสั่งเสร็จขับรถออกไป ไม่สนใจอะไรอีก เพราะดาวมอมหน้ามอมตาตัวเองกลบความสวยไว้ ฤทธิชัยมองตามพวกมือปืนนำเข้าจากชายแดน ก่อนจะอุ้มดาวเดินต่อไป...

ทางด้านไผ่กับพวกเดินสำรวจถ้ำมาพบลังไม้เก่าๆ วางเกลื่อนพื้น ลุงเดชคิดว่าที่นี่คงเคยเป็นที่เก็บของหรือคลังอาวุธมาก่อน พ่อแสงเหลือบไปเห็นลำแสงเล็กๆสาดเข้ามา ชี้ชวนให้ทุกคนดู ไผ่สีหน้าตื่นเต้น มั่นใจว่าตรงนั้นต้องเป็นทางออก รีบเดินไปดูใกล้ๆ เห็นกองหินถล่มปิดปากถ้ำเต็มไปหมด เหลือเพียงช่องเล็กๆเท่ากำปั้น

เขาใช้พลังกระแทกช่องนั้นให้เปิดกว้างพอเดินลอดออกมาได้ ลุงเดช พ่อแสงกับพ่อของเด็กๆก้าวตามเขามาติดๆ ไผ่กวาดตามองไปรอบๆปากถ้ำ เห็นหมู่บ้านหนึ่ง อยู่ลิบๆ รีบหลับตาทำสมาธิ ใช้สายตาของเหยี่ยวสายลมช่วยค้นหาอาตงกับเม่งจู แต่ไม่พบแม้เงา ถึงกับหน้าเครียด

“เราต้องรีบหาเม่งจูกับอาตงให้ได้เร็วที่สุด”

ooooooo

ในเวลาต่อมา ฤทธิชัยอุ้มดาวมาถึงบ้านยายเมี้ยน พบมือปืนสองคนยืนอยู่หน้าบ้าน ดาวแกล้งส่งเสียงครวญครางขณะฤทธิชัยอุ้มผ่านพวกมือปืนเข้าไปในตัวบ้าน เป็นจังหวะเดียวกับยายเมี้ยนเดินสวนออกมาพร้อมกับหญิงสาวสองคน พวกมือปืนเข้ามาลากพวกเธอไปขึ้นรถกระบะ แล้วขับออกไป ยายเมี้ยนหันมาทางฤทธิชัย

“เมียเอ็งเป็นอะไรวะ”

“ปวดท้อง...สองคนนั่นยังเด็กอยู่เลย ท้องกันแล้ว”

“ไม่ได้ท้อง มารักษาโรค...ถูกพวกมันจับมา”

ดาวดีดตัวลงจากอ้อมแขนฤทธิชัยแล้วเดินออกไปหน้าตาเฉย หญิงแก่มองงงๆ ไหนว่าปวดท้อง เขาหัวเราะกลบเกลื่อนสงสัยว่าเมียของเขาจะหายแล้ว รีบขอตัวเดินตามเธอไป จากนั้น ทั้งคู่สะกดรอยตามรถกระบะของพวกมือปืนมาถึงหน้าบาร์แห่งหนึ่งในตลาด เห็นพวกนั้นคุมตัวหญิงสาวทั้งคู่เข้าไปในบาร์

“เรามาสืบเรื่องอาวุธไม่ใช่เรื่องผู้หญิง” ฤทธิชัยติง

“รับทราบ” เธอพูดจบก็เดินเข้าไปในบาร์ตรงไปยังเคาน์เตอร์ขายเหล้า โดยมีฤทธิชัยตามมาติดๆ เขาสั่งเหล้าขาวมาสองแก้วเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย แล้วกราดสายตามองไปรอบๆเห็นมือปืนนับสิบคนนั่งกระจายกันอยู่ตามโต๊ะ อีกมุมหนึ่งของบาร์มีพวกผู้หญิงนั่งรวมกันอยู่ ห้าคน หญิงสาวสองคนที่บ้านยายเมี้ยนก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย มือปืนสองคนเข้ามาทำก้อร่อก้อติกกับดาวจะขอให้เลี้ยงเหล้า แต่หัวหน้ามือปืนเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

“เฮ้ย...ถึงเวรแล้ว กินเหล้าอยู่ได้”

เขาตะเบ๊ะ แล้วเดินออกไปกับเพื่อนมือปืน ฤทธิชัยลอบสบตากับดาวอย่างรู้กัน ก่อนจะหันไปสั่งเหล้าขาวหนึ่งขวดกลับไปกินที่บ้าน แล้วพากันตามมือปืนคนนั้นไป เห็นเขากับเพื่อนไปขึ้นรถกระบะที่จอดรออยู่ ฤทธิชัยรีบปราดเข้าไปขอติดรถไปลงหน้าหมู่บ้านแลกกับเหล้าหนึ่งขวด อ้างว่าเมียเดินไม่ค่อยไหว

“ไม่ได้หรอก พวกข้าไปเข้าเวรแต่เหล้าน่ะเอา”

ฤทธิชัยโยนขวดเหล้าให้ มองตามจนรถของมือปืนแล่นลับสายตา จึงกลับมาหาดาวรายงานว่าพวกนั้นจะไปเข้าเวร เธอชวนเขาตามไปดู...

ในขณะที่ดาวกับฤทธิชัยพยายามค้นหาอาวุธสงครามกันสุดฤทธิ์ ผู้กองสัตยาสั่งให้มือปืนเอาตัวอาตงกับเม่งจูออกมาจากที่คุมขัง กำชับว่าเด็กสองคนนี้รู้ทางเข้ากำแพงมนต์ ให้เอาตัวไปไว้ที่หมู่บ้าน แล้วให้ย้ายที่อยู่ทุกวัน อย่าให้พวกนางเสือตามเจอ พลันร่างของคายามังปรากฏขึ้นตรงหน้า

“ระวังนะอาจารย์ อยู่ๆโผล่มา อาจเจอลูกปืนได้” ผู้กองสัตยายิ้มกวน

“ท่านรู้ไหมว่าพวกนางเสือมีเหยี่ยวมนต์ที่สามารถบอกตำแหน่งที่ซ่อนของเด็กสองคนได้”

เขาปัดสวะทันที หน้าที่นั้นเป็นของคายามังไม่เกี่ยวกับเขา จอมขมังเวทย์มองหน้าอย่างรังเกียจ แล้วเดินไปหาเด็กๆยกมือวนรอบๆ อึดใจหันมาบอกเขาว่าหน้าที่ของตนจบแล้ว ต่อไปนี้ถ้าเด็กสองคนนี่หลุดมือไปได้ถือว่าเป็นความผิดของเขา แล้วหายตัวไป เขาสั่งให้มือปืนเอาตัวเด็กๆไป

“ทำไมไม่เชือดเสียเลยล่ะนาย จะได้หมดเรื่องหมดราว” มือปืนแนะ เขาตบผัวะหัวคะมำ

“เอ็งทำตามคำสั่ง ห้ามถาม ถ้าเด็กสองคนนี่เป็นอะไรไปเอ็งตายก่อน”

มือปืนรับคำรีบพาอาตงกับเม่งจูไปขึ้นรถ บึ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ผู้กองสัตยามองตามสีหน้าเคร่งเครียด

“อย่างน้อยก็ยังพอเอาไว้ต่อรองกับพวกนางเสือได้”

ooooooo

ดาวกับฤทธิชัยดีดตัวจากยอดไม้หนึ่งสู่อีกยอดไม้หนึ่งตามรถของพวกมือปืนมาถึงหุบเขาท้ายหมู่บ้าน พวกนั้นลงจากรถแล้วให้มือปืนกลุ่มเก่าที่ยืนรออยู่เอารถกลับไป

“พวกมันมาเปลี่ยนเวรกันนี่เอง ข้างในอาจเป็นที่ซ่อนอาวุธ” ดาวตั้งข้อสังเกต

“เราต้องเงียบที่สุดเท่าที่จะเงียบได้ อย่าให้พวกมันในหมู่บ้านรู้ตัวก่อน”

“โอเค” ดาวยื่นมือให้เขาจับแล้วทำสมาธิ อึดใจ ร่างก็ค่อยๆเลือนหายไป สักพักหนึ่ง ทั้งสองคนใช้วิชาพรางตัวเดินผ่านกลุ่มมือปืนที่เพิ่งมาผลัดเวรเข้าไปในหุบเขาโดยที่ไม่มีใครเห็น มือปืนที่ได้เหล้าไปจากฤทธิชัยจะเดินชนดาว แต่เธอผลักล้มก้นจํ้าเบ้าเสียก่อน เขาถึงกับโวยลั่นว่าใครผลัก เพื่อนมือปืนโวยกลับ เมาแล้วอย่าหาเรื่อง ไม่มีใครแตะต้องเขาสักคน มือปืนคนอื่นๆพากันหัวเราะ เขาลุกขึ้นปัดเสื้อผ้าแล้วเดินออกไปอย่างงงๆ...

ฝ่ายฤทธิชัยกับดาวค่อยๆปรากฏตัวขึ้นด้านในหุบเขา ไม่พบอะไรผิดสังเกตรวมทั้งอาวุธ ดาวเจ็บใจพวกศัตรูแกล้งส่งคนมาเฝ้าที่เปล่าๆเพื่อหลอกเรา ทันใดนั้น มีเสียงไอดังมาจากถ้ำเล็กๆด้านในสุดของหุบเขา ทั้งสองคนชักปืนขึ้นมากระชับในมือ ก่อนจะเดินตามเสียงนั้นเข้าไป ต้องตกใจที่เห็นเด็กทั้งชายทั้งหญิงรวมกันกว่าสิบชีวิตถูกขังอยู่ในกรงไม้ไผ่สองกรง ต่างนั่งหลับไหลไม่ได้สติ

“เลวจริงๆ มันเอาเด็กมาขังเพื่อถ่วงเวลาเรา” ฤทธิชัยมองเด็กๆด้วยความสงสาร

“แต่เราจะทิ้งเด็กไว้ที่นี่ไม่ได้นะคะ”

“กว่าเราจะเอาเด็กไปส่ง ต้องเสียเวลาอย่างน้อยหนึ่งวัน เรามีอีก 9 จุด ที่จะต้องค้นหานะครับ”

ดาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคิดแผนการขึ้นมาได้ โดยต้องช่วยพวกผู้หญิงออกมาก่อน แล้วให้พวกเธอพาเด็กๆไปส่งที่สถานีอนามัยบ้านดอนเสือ จันจิราจะได้ดูแลทุกคนได้ เขาทักท้วง ถ้าเกิดเจอพวกศัตรูระหว่างทางจะทำอย่างไร ดาวจนด้วยเหตุผล แต่ถ้าจะให้ปล่อยเด็กๆไว้ที่นี่เธอคงทำใจไม่ได้ ขอร้องให้เขาพาพวกแกไปส่งจันจิรา ส่วนเธอจะค้นหาจุดต่อไปเอง เสร็จเมื่อไหร่เขาค่อยตามมาสมทบ

“คุณคนเดียวต้านนาคีไม่ไหวแน่นอน”

“ดาวสัญญาจะไม่ต้านจะหนีอย่างเดียว” เธอทำหน้าอ้อนสุดฤทธิ์จนเขาใจอ่อน

“ก็ได้ครับ...คุณดาวไปปล่อยเด็กๆ ผมจะออกไปจัดการกับพวกมัน” เขาพูดจบดีดตัวออกไป...

ระหว่างที่ฤทธิชัยออกไปจัดการกับพวกมือปืน งิ้วซึ่งกลับถึงเซฟเฮาส์ของอภิชาติเอาแต่อาเจียนจนแทบหมดแรง เพราะเมาวิชาหายตัวของจักจั่น อภิชาติแอบแซวให้จักจั่นฟังว่าเมาแวบหรือว่าแพ้ท้องกันแน่ พองิ้วออกจากห้องน้ำ จักจั่นรีบฟ้องว่าเขาหาว่าเธอท้อง งิ้วทำหน้าตกใจ ก่อนจะย้อนเกล็ดเขาอย่างเจ็บแสบ

“ตายแล้ว คุณอภิชาติทำยังไงดีคะ งิ้วบอกแล้วว่าอย่า”

จักจั่นรับมุกทันที หันขวับจ้องหน้าสามีสุดที่รักเขม็ง เขาถึงตาเหลือก ปฏิเสธเป็นพัลวันว่าเปล่าไม่เคย แม้แต่จะคิด งิ้วหัวเราะคิกคักชอบอกชอบใจ จักจั่นพลอยขำไปด้วย

“ดีแล้ว อยากไปล้อคุณงิ้วก่อน สมน้ำหน้า มุกนี้ เด็ดมากค่ะคุณงิ้ว” จักจั่นยิ้มสะใจ อภิชาติถึงกับถอนใจโล่งใจ จังหวะนั้นมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อภิชาติรับสายสักพักก็กดวางสายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“นายนพโทร.มารายงานว่า หนึ่งในเป้าหมายกำลังไปไดรฟ์กอล์ฟ”

“หา!!...ไดรฟ์กอล์ฟ...รู้ตัวว่าถูกตามล่าแล้วยังทำซ่า...ปล่อยให้ตายไปในสนามไดรฟ์กอล์ฟนั่นแหละ” จักจั่นโวยลั่น งิ้วเร่งให้รีบไปที่นั่นเดี๋ยวจะไม่ทันกาล

“ไปสาวๆ ไปไดรฟ์กอล์ฟออกกำลังกันหน่อย” อภิชาติผายมือให้สองสาวเดินนำ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 12:01 น.