ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ป่านางเสือ2

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ขณะที่ไผ่กับพวกเจอทางตันไม่รู้จะไปตามหาอาตงกับเม่งจูที่ไหน แม้แต่สายตาทิพย์ของเหยี่ยวสายลมก็ไม่อาจจะช่วยอะไรได้ จังหวะนั้น เขาสัมผัสได้ว่ามีรถของศัตรูคันหนึ่งแล่นมาใกล้ ตัดสินใจโดดขวางรถไว้ อัดพวกมือปืนล้มคว่ำไปตามๆกัน เหลือหัวหน้าพวกนั้นไว้เพียงคนเดียว กระชากคอเข้ามาตะคอกถาม

    “เด็กสองคนอยู่ที่ไหน”

    เขาปิดปากเงียบไม่ยอมพูด ไผ่ตบผัวะหน้าหัน ขู่ลั่นถ้าไม่ยอมบอก จะโยนขึ้นไปบนยอดไม้ เขากลัวจัดรีบบอกว่าเด็กๆอยู่ไม่เป็นที่ ถูกย้ายไปตามหมู่บ้านต่างๆ แต่ละวันไม่ซ้ำกัน ไผ่เหวี่ยงเขากระแทกพื้นสลบเหมือด ก่อนจะดีดตัวขึ้นรถของศัตรู ตั้งใจจะลุยหาทุกหมู่บ้าน ลุงเดช พ่อแสง และพ่อของเด็กๆรีบขึ้นรถตาม...

    ไม่นานนัก ไผ่ขับรถมาจอดที่เนินสูงแห่งหนึ่งกลางป่า กวาดสายตาไปรอบๆ เห็นหมู่บ้านนับสิบแห่งอยู่ลิบๆถึงกับบ่นอุบ ไม่มีทางที่พวกเราจะรู้ว่าอาตงกับเม่งจูอยู่ไหน พ่อของเด็กๆยังไม่หมดหวัง เพราะเคยสอนพวกแกไว้ ถ้าหลงทางให้ก่อไฟส่งสัญญาณควัน

    “ข้าว่าเม่งจูกับอาตงจะไม่มีโอกาสได้ก่อไฟน่ะสิ” พ่อแสงว่าแล้วถอนใจหนักใจ

    “เม่งจูกับอาตงฉลาด ต้องทำได้แน่ๆ” ไผ่พูดจบ

    ตั้งสมาธิ ส่งกระแสจิตบอกเหยี่ยวสายลมให้จับตาดูควันไฟหรือกองไฟ แล้วหันไปทางลุงเดชกับพวก “ทุกคนรออยู่ที่นี่ ผมจะลองตระเวนดูรอบๆแล้วผมจะรีบกลับมา” เขาดีดตัวหายขึ้นไปบนยอดไม้อย่างรวดเร็ว...

    ในระหว่างที่ไผ่ออกตามหาอาตงกับเม่งจูอย่างไม่ลดละ อภิชาติ จักจั่น และงิ้วกลับถึงเซฟเฮาส์อย่างเซ็งสุดๆ โดยเฉพาะงิ้วที่เบื่อกับการต้องคอยเฝ้าพวกนักธุรกิจเหล่านี้เต็มที ไม่รู้จะต้องเฝ้าไปถึงไหน

    “จนกว่าคุณดาวจะหาอาวุธพบ คุณไผ่เจอกำแพงมนต์แล้วเราดับนายใหญ่พวกมันได้” อภิชาติอธิบายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดไม่ต่างจากงิ้ว...

    ในเวลาเดียวกัน ที่หุบเขาไม่ห่างจากบ้านยายเมี้ยนนัก หลังจากฤทธิชัยจัดการพวกมือปืน ซึ่งยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าทางเข้าได้อย่างราบคาบ ดาวจึงพาพวกเด็กๆ

    นับสิบชีวิตตามมาสมทบ เขาบอกให้เธอพาเด็กๆไปซ่อนตัวในป่าก่อน ส่วนเขาจะไปช่วยพวกผู้หญิงที่ร้าน เหล้าเอง เธอไม่เห็นด้วย

    “คนเดียวเสี่ยงแล้วก็ยืดเยื้อเกินไป...ดาวรู้แล้วว่าจะทำอย่างไร”

    เธอหันไปเลือก ด.ญ.มะลิ กับ ด.ช.เก่ง ซึ่งมีอายุมากที่สุดในกลุ่ม มาคอยดูแลเด็กคนอื่นๆระหว่างที่เราสองคนไม่อยู่ ด.ญ.มะลิไม่กล้าอยู่กันตามลำพัง กลัวพวกคนชั่วจะตามมาเจอ ดาวจึงขอร้องให้เสือสายฟ้ามาช่วยเด็กๆต่างถอยกรูดเมื่อเห็นเสือตัวใหญ่คำรามเสียงกึกก้อง

    “นี่คือพี่สายฟ้า ใจดีกับทุกคน แต่ร้ายกับคนเลว พี่ให้พี่สายฟ้าอยู่เป็นเพื่อน โอเคไหม...รับรองได้ว่าพวกผู้ร้ายไม่กล้าเข้าใกล้พวกหนูเด็ดขาด” ดาวปลอบ ด.ญ.มะลิพยักหน้ารับรู้ คลายความกลัวลง

    ooooooo

    ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งติดชายแดนทางด้านเหนือ รถของมือปืนแล่นพรวดเข้ามาจอดตรงลานกลางหมู่บ้าน คนขับรถพาอาตงกับเม่งจูลงจากรถ ส่งให้พวกมือปืน ซึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว

    “เอาเด็กสองคนนี่มาส่ง เย็นๆพวกเอ็งเอาไปส่งอีกหมู่บ้านหนึ่งตามคำสั่ง...ดูแลให้ดีด้วย”

    หัวหน้ามือปืนประจำหมู่บ้านสั่งการให้สมุนเอาทั้งคู่ไปขังและให้นั่งเฝ้า ห้ามไปไหนเด็ดขาด เขารับคำก่อนจะต้อนอาตงกับเม่งจูไปยังกระต๊อบที่พัก สั่งให้อยู่แต่บนแคร่ ขณะที่ตัวเองลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ หยิบเหล้าขึ้นมากระดกหนึ่งอึก แล้วล้วงกระเป๋าเสื้อหยิบบุหรี่กับไฟแช็กออกมาจะจุด อาตงสั่งสอนว่าสูบบุหรี่ไม่ดี เหม็น

    “เอ็งอย่ายุ่ง นอนไปซะ” สมุนตวาด

    “นอนไม่หลับ เสียสุขภาพ” เม่งจูเสริม สมุนส่ายหน้ารำคาญ แต่ก็ยอมเก็บบุหรี่กับไฟแช็ก

    อาตงกับเม่งจูมองสบตากันก่อนจะล้มตัวลงนอน เขามองอย่างพอใจ หยิบเหล้ามาดื่มอีก ไม่นานนักก็เมาคอพับหลับคาเก้าอี้ สองพี่น้องรอจนแน่ใจว่าเขาจะไม่ลุกขึ้นมา ค่อยๆขยับเข้าใกล้อย่างระมัดระวัง ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อข้างที่ใส่ไฟแช็กไว้ แต่ต้องหน้าตื่นเมื่อได้ยินเสียงตะโกนมาจากด้านนอก

    “เฮ้ย...ลูกพี่ให้เอาเด็กไปส่งตอนนี้เว้ย”

    เด็กๆรีบพุ่งกลับไปที่แคร่แกล้งนอนหลับ เป็นจังหวะเดียวกับมือปืนเปิดประตูผลัวะเข้ามาเห็นสมุนเมาหลับไม่รู้เรื่อง ถีบเก้าอี้โครม เขาร่วงลงไปกองกับพื้น งัวเงียปรือตามอง

    “ต้องเอาเด็กไปส่งแล้วเว้ย” มือปืนตะคอก

    สมุนขี้เมาสะบัดหัวไล่ความมึน แล้วเข้าไปลากตัวเด็กทั้งสองไปขึ้นรถจี๊ปซึ่งจอดอยู่หน้าลานกว้าง ถามมือปืนอีกสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆรถว่าจะให้เอาเด็กๆไปส่งที่ไหน

    “รอหัวหน้าสั่งก่อน”

    เขาพยักหน้ารับรู้ ยืนโงนเงนควักบุหรี่ออกมาหนึ่งตัวแต่หาไฟแช็กไม่เจอ โวยลั่นว่าใครขโมยไป เด็กๆ ใจเสียไม่ยอมสบตาด้วย โดยเฉพาะเม่งจูกำไฟแช็กไว้แน่น สมุนขี้เมาเดินโซเซเข้ามาจ้องหน้าสองพี่น้องอย่างจับพิรุธ โชคดีที่หัวหน้ามือปืนเข้ามาตบสั่งสอนสมุนขี้เมาเสียก่อน

    “ไอ้บ้าเอ๊ย เมาจนเสียงาน...เอ็งไม่ต้องไปแล้ว...พวกเอ็งพร้อมแล้ว เอาเด็กไปส่งที่หมู่บ้านป่าโพง”

    สิ้นเสียงหัวหน้ามือปืน คนขับรถสตาร์ตเครื่องบึ่งออกไป อาตงกับเม่งจูต่างถอนใจโล่งอก...

    ขณะที่เม่งจูกับอาตงถูกย้ายที่ไปตามหมู่บ้านต่างๆ ริมชายแดน ไผ่กลับมายังจุดที่ลุงเดช พ่อแสง และพ่อของเด็กๆรออยู่ พร้อมกับห่อเสบียงและน้ำดื่มติดมือมาด้วย บ่นอย่างเหนื่อยใจว่าตระเวนมาหลายหมู่บ้านแล้ว แต่ไม่มีวี่แววหรือควันไฟอะไรทั้งสิ้น ลุงเดชปลอบให้ใจเย็นๆ อาตงกับเม่งจูยังเด็ก อาจจะยังไม่มีโอกาสจุดไฟ

    “เม่งจูกับอาตงฉลาด ผมเชื่อว่าไม่ช้าก็เร็ว ลูกของผมต้องทำได้” พ่อของเด็กๆสีหน้ามั่นใจ

    ooooooo

    ในเวลาต่อมา ดาวกับฤทธิชัยมาแอบซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านเหล้าที่พวกผู้หญิงถูกบังคับให้ขายตัวเขาจำได้ว่าตอนเข้าไปที่นั่นครั้งแรก สังเกตเห็นประตูทางออกด้านหลังใกล้กับโต๊ะที่พวกผู้หญิงนั่งอยู่ จึงวางแผนจะพาพวกเธอหนีทางนั้น ส่วนดาวจะหาทางเอารถของพวกมือปืนไปรับ

    “โอเค...งั้นผมเข้าไปก่อน” เขาปรี่ไปยังร้านเหล้า แต่ถูกมือปืนกลุ่มหนึ่งขวางไว้

    “เอ็งไปแล้วนี่หว่า มาทำไมอีก เป็นสายตำรวจหรือ”

    “เปล่าจ้ะพี่ ฉันทะเลาะกับเมีย แค่จะหาเหล้ากิน”

    พวกมือปืนไม่ติดใจสงสัยอะไร ฤทธิชัยพุ่งไปที่เคาน์เตอร์บาร์สั่งเหล้าขาวมาหนึ่งขวด แล้วบอกบาร์เทน–เดอร์ว่าจะขอเหมาผู้หญิงเหล่านี้ยกแก๊งได้หรือเปล่า พวกมือปืนพากันส่งเสียงฮือฮา หันมองเขาเป็นตาเดียวกัน บาร์เทนเดอร์ถึงกับร้องเฮ้ย ถามอย่างไม่อยากจะเชื่อหู ตัวเองว่าจะเหมาหมดจริงหรือ

    “ใช่...เมียด่าครั้งหนึ่งก็ต้องยุ่งกับผู้หญิงคนหนึ่งถึงจะหายกัน...ว่าแต่พี่มีห้องอยู่ข้างหลังหรือเปล่า”

    “มีสิ...แต่เอ็งมีเงินจ่ายหรือ”

    ฤทธิชัยควักเงินออกมาวางปึกหนึ่ง บาร์เทนเดอร์ตะครุบไว้ทันที สงสัยว่าเขามาจากไหนทำไมมีเงินมาก มายนัก เขาแต่งเรื่องว่าเพิ่งกลับจากส่งยาเสพติดแถบชายแดน บาร์เทนเดอร์เชื่อสนิทใจ

    “ออกประตูหลังไปมีบ้านติดกันอยู่ ขึ้นบ้านไปเลย...เฮ้ย...สาวๆไอ้บ้านี่มันเหมา พามันไป”

    พวกมือปืนหัวเราะขำ ฤทธิชัยคว้าขวดเหล้าเดินตรงไปหาพวกผู้หญิงที่ฝืนใจทำตามที่บาร์เทนเดอร์สั่ง พอเขาคล้อยหลังสักพัก ดาวเดินเข้ามาในร้านถามบาร์เทนเดอร์ว่ารถกระบะที่จอดอยู่ข้างหน้าเป็นของใคร เขาอยากรู้ว่าจะถามไปทำไม เธอแกล้งบีบน้ำตา

    “ฉันทะเลาะกับแฟน อยากจะขอติดรถออกไปลงข้างนอก”

    มือปืนคนหนึ่งแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของรถกระบะคันที่ว่า พร้อมกับโชว์กุญแจรถให้ดู ก่อนจะหย่อนลงในกระเป๋าเสื้อแจ็กเกต รับปากจะไปส่งให้ แต่ขอดื่มเหล้าก่อน เธอยินดีจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงเหล้า แล้วพยักพเยิดให้บาร์–เทนเดอร์เอาเหล้ามาให้หนึ่งขวด มือปืนอีกคนหนึ่งเข้ามาโอบไหล่เธอไว้ขอร่วมวงด้วย เธอหันไปตบผัวะ เขาโกรธจัดเงื้อมือจะตบคืน เธอแกล้งถอยไปชนมือปืนเจ้าของรถกระบะ แอบฉกกุญแจรถมาได้

    จังหวะนั้นมีเสียงดังขึ้นด้านหลัง “อะไรกันวะ”

    “ไม่มีอะไรครับคุณสัตยา” มือปืนที่ถูกดาวตบพูดจบก็รีบเอามือลง

    หญิงสาวถึงกับชะงัก พยายามเบี่ยงตัวหลบ ผู้กองสัตยาเข้ามายืนข้างๆ คว้าเบียร์ที่บาร์เทนเดอร์เอามาเสิร์ฟให้ แล้วหันหลังพิงเคาน์เตอร์บาร์ ตำหนิพวกมือปืนว่าบางพื้นที่ที่เขาขับรถผ่านยังวางกำลังกันหละหลวม ดาวกวาดสายตาไปรอบๆเพื่อหาทางหนี เห็นประตูทางออกด้านหลังเปิดอยู่ พอดีกับบาร์เทนเดอร์หันมาบอก

    “ผัวเอ็งอยู่ข้างหลัง ออกประตูนั่นไป อย่าเกะกะเจ้านายข้า”

    เธอพยักหน้ารับรู้ แล้วขยับจะไป มือปืนเจ้าของรถกระบะคว้ามือไว้ชวนให้อยู่ดื่มเหล้ากันก่อน เธอไม่มีทางเลือกตบโครมเข้าเต็มหน้า กระเด็นกระแทกผู้กองชั่วที่ยืนอยู่ เขาไม่พอใจกระชากคอเสื้อมือปืนผลักล้มลงกับพื้น ดาวสบช่องจะเดินหนีแต่เขาเรียกไว้

    “เดี๋ยว...จะรีบไปไหนครับคุณดาว”

    เธอหยุดกึก หันกลับมายิ้มให้อย่างเยือกเย็น ขณะที่ทุกคนในบาร์ชักปืนจ้องมาที่เธอเป็นจุดเดียวกัน

    ooooooo

    ระหว่างที่ดาวตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ฤทธิชัยพาพวกสาวๆเข้ามาในบ้านซึ่งอยู่ด้านหลังร้านเหล้า รีบปิดประตูล็อกกลอนแน่นหนา สาวๆพากันตกใจถอยไปรวมตัวกันที่มุมห้อง

    “ทุกคนไม่ต้องกลัว ผมมาช่วยพวกคุณ” เขาว่าแล้วดีดตัวไปที่หน้าต่างมองไปด้านนอกอย่างระแวดระวัง หนึ่งในพวกสาวๆจำหน้าเขาได้ก็ร้องทัก

    “ฉันจำพี่กับเมียพี่ได้ ที่บ้านยายเมี้ยน...แต่พี่...ฉันว่าพวกเราไม่มีทางหนีพ้น”

    พวกสาวๆต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความหวาดกลัว ฤทธิชัยอดหนักใจไม่ได้...

    ด้านดาวถูกพวกมือปืนตีวงล้อมกรอบจนต้องถอยร่นหลังพิงเคาน์เตอร์บาร์ แต่ไม่วายขู่พวกมือปืนให้กลับไปให้หมดถ้าไม่อยากเป็นผีเฝ้าที่นี่ มือปืนสองคนเหนี่ยวไกยิงเธอสามนัดซ้อน แต่ไม่สะกิดแม้ปลายเล็บ กลับโดนยิงสวนถึงกับทรุด พวกที่เหลือต่างมองหน้ากันไปมาไม่รู้จะทำอย่างไรดี

    เสียงปืนดังไปถึงบ้านด้านหลังบาร์ พวกผู้หญิงเริ่มนั่งไม่ติด กลัวคนชั่วจะตามมาลากตัวกลับ ฤทธิชัยพยายามปลอบให้คลายกังวลว่าอีกไม่นานแฟนของเขาจะเอารถมารับ ทุกคนจะปลอดภัย แต่แล้วมีเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวมาจากในร้านเหล้าอีกครั้ง

    “มีบางอย่างผิดพลาด...พวกคุณต้องไปก่อน พวกมัน กำลังยุ่งอยู่ในบาร์ พวกคุณรีบหลบเข้าไปในแนวป่าห่างจากที่นี่ให้มากที่สุด”

    “แต่พวกเราไม่รู้ทาง”

    “ผมหาพวกคุณเจอเอง ไม่ต้องห่วง...รีบไปเร็วเข้า” ฤทธิชัยพูดจบดีดตัวไปทางร้านเหล้า ขณะที่พวกสาวๆพากันวิ่งหนีไปยังทิศทางตรงกันข้าม...

    ภายในร้านเหล้า พวกมือปืนเริ่มระส่ำเมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าอยู่ยงคงกระพันปืนยิงไม่เข้า ทำท่าจะเผ่น ผู้กองสัตยาขู่ลั่น ถ้าใครออกจากร้าน จะโดนตนยิงก่อน พวกนั้นไม่มีทางเลือกจำต้องหันปืนจ้องเธอ

    “เฮ้อ...ตอนแรกตั้งใจว่าจะทำบุญไม่ทำบาป แต่ในเมื่อเรียกร้องกันก็จำเป็นต้องจัดให้”

    ดาวมัวแต่พะวงมือปืนตรงหน้า ไม่ทันเห็นบาร์เทนเดอร์ที่ยืนอยู่ด้านหลังกำลังจะลั่นกระสุนใส่ ฤทธิชัยเข้ามาทางประตูหลังร้านยิงเขาล้มคว่ำเสียก่อน ขู่ถ้าใครขยับจะยิงไม่เลี้ยง ผู้กองสัตยาไม่สนใจคำขู่ สั่งให้มือปืนฆ่าทั้งคู่ทิ้ง พลันมีเสียงปืนดังหูดับตับไหม้ ดาวกับฤทธิชัยสาดกระสุนโต้ ก่อนจะดีดตัวตีลังกาสามตลบไปหลบหลังเคาน์เตอร์บาร์ แล้วโผล่ขึ้นมายิงใส่พวกนั้นเป็นระยะๆ ล้มตายเป็นใบไม้ร่วง

    ผู้กองชั่วเห็นท่าไม่ดี ยิงพลางถอยพลางไปที่ประตูทางออกด้านหน้า ดาวสาดกระสุนใส่ถากหูซ้ายของเขาเลือดสาด พอจะยิงซ้ำพวกมือปืนที่อยู่หน้าร้านพรวดเข้ามาบังไว้ทำให้เขาหนีรอดไปได้ อึดใจถัดมา ดาวกับฤทธิชัยจัดการมือปืนตายเรียบ เธอเจ็บใจที่ผู้กองสัตยาหลุดมือไปอีกครั้งหนึ่ง ฤทธิชัยพยักหน้าเห็นด้วย

    “ใช่...เสียดายเรามีเด็กและผู้หญิงรออยู่” เขาเก็บปืนแล้ววิ่งนำดาวออกจากร้าน...

    หลังจากรับพวกผู้หญิงกับเด็กๆอีกนับสิบชีวิตขึ้นรถกระบะเรียบร้อย ฤทธิชัยบ่ายหน้าสู่บ้านดอนเสือ ขณะที่ดาวแยกไปค้นหาอาวุธยังจุดหมายแห่งที่สองตามแผนที่ที่งิ้วทำไว้ให้

    ooooooo

    ผ่านไปพักใหญ่ รถจี๊ปของมือปืนพาอาตงกับเม่งจูถึงหน้าบาร์เล็กๆในหมู่บ้านป่าโพง เห็นมือปืนจับกลุ่มคุยกันอยู่ คนขับรถร้องถามว่าใครจะเป็นคนรับตัวเด็กๆ หัวหน้ามือปืนบ้านป่าโพงอาสาจะจัดการเอง

    “งั้นเอาไปเลย...พวกข้าจะเข้าไปดริงก์สักหน่อย” คนขับรถพูดจบเดินนำมือปืนคุ้มกันสองคนที่นั่งรถมาด้วยกันเข้าไปในบาร์ หัวหน้ามือปืนเข้าไปอุ้มเด็กทั้งสองคนลงจากรถ กำชับเสียงเข้ม

    “เอ็งสองคนวิ่งเล่นแถวนี้ได้ แต่ห้ามไปไกล ไม่ยังงั้นข้ายิงดับแน่”

    เม่งจูกับอาตงพยักหน้ารับคำ เขายิ้มเหี้ยมก่อนจะกลับไปร่วมวงดื่มเหล้ากับพวกของตนเองต่อไป...

    ขณะฤทธิชัยขับรถมาตามเส้นทางสู่บ้านดอนเสือ มีเสียงร้องเตือนของเหยี่ยวสายลมดังขึ้น เขาเลี้ยวรถพรวดเข้าไปจอดหลังพุ่มไม้หนา สั่งให้ทุกคนรีบลงจากรถ ห้ามส่งเสียงเด็ดขาดพวกคนร้ายมุ่งหน้ามาทางนี้ แล้วสั่งให้พวกผู้หญิงดูแลเด็กๆด้วย ทุกคนตกใจคิดว่าเขาจะหนีเอาตัวรอดคนเดียวทำท่าจะร้องไห้ เขาต้องรีบปลอบ

    “พี่ไม่ได้ไปไหน พี่จะออกไปจัดการกับพวกมัน ทุกคนจะได้ปลอดภัย”

    “ให้พี่สายฟ้ามาอยู่เป็นเพื่อนได้ไหมคะ” ด.ญ.มะลิขอร้อง เขาพยักหน้ารับคำ สิ้นเสียงเรียกของฤทธิชัย เสือสายฟ้าปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับคำรามกึกก้อง

    “มาแล้ว...พี่สายฟ้าอยู่ใกล้ๆคอยระวังให้ ไม่ต้อง กลัว...ทุกคนอย่าส่งเสียงดัง เดี๋ยวพี่มา” ฤทธิชัยว่าแล้วดีดตัวหายเข้าไปในยอดไม้ พวกผู้หญิงต้อนเด็กๆไปหลบข้างรถซ่อนตัวกันอย่างเงียบกริบ พักเดียว มือปืนสองคนโผล่พรวดเข้ามา ทุกคนต่างผงะถอยกรูด พลันมีเสียงคำรามของเสือสายฟ้าดังก้อง พวกเด็กส่งเสียงเฮด้วยความดีใจ ขณะที่มือปืนทั้งสองเหลียวมองไปรอบๆสีหน้าหวาดหวั่น

    “นางเสือ...เฮ้ย...เรียกพวกเรามา” หนึ่งในมือปืนยิงปืนขึ้นฟ้า ทั้งเด็กทั้งผู้หญิงร้องวี้ดว้ายด้วยความตกใจ ครู่ต่อมามือปืนนับสิบโผล่พรวดเข้ามาสมทบ หัวหน้ามือปืนโวยลั่น

    “ไหนวะนางเสือ”

    เสือสายฟ้าขู่คำรามขึ้นอีกครั้ง เด็กๆส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ หัวหน้ามือปืนไม่สบอารมณ์สั่งให้หุบปาก เด็กๆกลัวตัวสั่นรีบซุกด้านหลังพวกผู้หญิง เหล่ามือปืนต่าง กราดปืนไปมาสอดส่ายสายตามองหานางเสือ

    “นางเสือของพวกเอ็งไม่โผล่มาแล้ว...” หัวหน้า มือปืนพูดยังไม่ทันขาดคำ กิ่งไม้ท่อนใหญ่ลอยละลิ่วเข้าใส่หน้า เขาหลบทัน กิ่งไม้เลยไปกระแทกมือปืนที่อยู่ข้างหลังเต็มๆถึงกับทรุด พวกนั้นตกใจสาดกระสุนไปรอบๆ อย่างกลัวสุดขีด กิ่งไม้แถวนั้นกระจุยกระจาย ทันใดนั้น ฤทธิชัยปรากฏตัวขึ้นกลางกลุ่มมือปืนตวัดขาเตะรวดเดียว กระเด็นหงายท้องสลบเหมือด

    “พวกเราไปกันดีกว่า” ฤทธิชัยต้อนเด็กๆกับพวกผู้หญิงขึ้นรถ ออกเดินทางกันต่อ

    ooooooo

    ที่หน้าบาร์ประจำหมู่บ้านป่าโพง เม่งจูกับอาตงเดินไปเดินมา แต่สายตาคอยจับจ้องพวกมือปืนที่นั่งจับกลุ่มดื่มเหล้ากันอยู่ พอเห็นไม่มีใครสนใจ ทั้งคู่ทำที วิ่งไล่จับกันห่างหน้าบาร์ออกไปทุกทีจนกระทั่งลับสายตา เป็นจังหวะเดียวกับคนขับรถและมือปืนที่เอาเด็กๆ มาส่งออกจากบาร์จะกลับ

    “ไปก่อนนะเพื่อน...แล้วอย่าลืมเอาเด็กไปส่ง”

    หัวหน้ามือปืนบ้านป่าโพงพยักหน้ารับ แล้วหันไปมองบริเวณที่เด็กๆวิ่งเล่นกันอยู่ ไม่เห็นใครถึงกับตาเหลือก รีบสั่งการให้สมุนแยกย้ายกันตามหา...

    ทางด้านอาตงกับเม่งจูวิ่งหนีเข้าไปในแนวป่าแต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ทั้งสองคนรีบหลบเข้าไปหลังพุ่มไม้นิ่งเงียบ ได้ยินเพียงเสียงหายใจของตัวเอง หัวหน้ามือปืนวิ่งนำสมุนตามมา ยิงปืนขึ้นฟ้าขู่อีกครั้ง

    “ถ้าไม่ออกมา ข้ายิงสาดเข้าไปเอ็งสองคนไม่รอด แน่...หนึ่ง...สอง...สาม”

    เม่งจูรีบออกจากที่ซ่อน เขาหัวเสียมาก เข้ามาตะคอกถามว่าอาตงอยู่ไหน เธอชี้ไปยังพุ่มไม้อีกด้านหนึ่ง อ้างว่าน้องชายของตนกำลังปลดทุกข์ พวกสมุนหัวเราะกันยกใหญ่

    “แค่เด็กมันปวดท้อง...ลูกพี่ทำพวกผมตกใจหมดเลย”

    หัวหน้ามือปืนโวยใส่เม่งจู ทีหน้าทีหลังจะไปไหนต้องบอกตนก่อน แล้วเหลือบไปเห็นเด็กหญิงกำอะไรบางอย่างอยู่ในมือ สั่งให้แบมือ เธอรีบทำตามคำสั่ง เขียดตัวเล็กๆกระโดดผลุงออกมา พวกสมุนพากันขำที่หัวหน้าพวกตนระแวงเกินเหตุ พออาตงออกจากพุ่มไม้ เขาจึงไม่สนใจจะซักถามอะไรอีก ต้อนทั้งคู่กลับไปหน้าบาร์ไม่ทันสังเกตเห็นในมืออาตงกำไฟแช็กไว้แน่น...

    ระหว่างที่อาตงกับเม่งจูเกือบจะหนีรอดจากเงื้อมมือพวกคนร้ายไปได้ ดาวร่อนลงมาตรงหน้าทางเข้าหุบเขาลี้ลับแห่งที่สองตามแผนที่ ก้มมองรอยล้อรถบรรทุกที่วิ่งเข้าไปด้านใน สีหน้าพอใจ ก่อนจะหลับตาทำสมาธิใช้วิชาพรางตัวตามรอยล้อรถบรรทุก จนกระทั่งเห็นมือปืนนับสิบคนยืนเฝ้าระวังอยู่หน้ารถบรรทุกขนอาวุธสองคันที่จอดอยู่ เธอปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า พวกมือปืนต่างเล็งอาวุธมาที่เธอเป็นจุดเดียวกัน

    “เฮ้อ...จะให้บอกกี่หนก็ไม่รู้ อยู่ตาย...ไปรอด”

    พวกมือปืนไม่สนคำเตือน สาดกระสุนใส่เป็นชุด เสียงดังสนั่นไปทั้งป่า เธอหายตัวแวบไปแวบมาหลบกระสุนแล้วประเคนทั้งเข่าเขย่าทั้งศอกใส่ พริบตาเดียว พวกนั้นลงไปกองกับพื้น ร้องครวญครางหมดแรงจะต่อสู้ เธอปราดไปที่รถบรรทุก ใช้พลังนางเสือมองทะลุเข้าไปข้างใน

    “มีแต่เศษเหล็ก” เธอพึมพำ ไม่พอใจที่หลงกลแผนถ่วงเวลาของพวกศัตรู เดินกลับไปยังมือปืนที่ล้มลุกคลุกคลานอยู่ กระชากระเบิดมือไปจากเข็มขัดของเขาสามลูก ดึงสลักนิรภัยออกแล้วขว้างใส่รถบรรทุกทั้งสองคัน ระเบิดตูมไฟลุกท่วม มีเสียงร้องของเหยี่ยวสายลมดังขึ้น เธอหลับตาทำสมาธิ เห็นรถบรรทุกสองคันเหมือนกับรถที่เพิ่งโดนระเบิดไม่ผิดเพี้ยน กำลังแล่นไปตามเส้นทางในป่า เธอยิ้ม ก่อนจะดีดตัวหายไป

    ooooooo

    ขณะเดียวกัน ที่บริษัทอินเตอร์บิส นายโจกำลังรายงานนายใหญ่ของแบล็กอีวิลผ่านทางจอคอมพิวเตอร์ โดยเห็นเพียงแค่เงาของเขาเช่นเคย

    “เราวางแผนถ่วงเวลาพวกมันแล้ว ล่อพวกมันมาติดกับพร้อมๆกัน ทุกอย่างเป็นไปได้สวยครับ”

    “แล้วทางอาจารย์คายามัง”

    “อาจารย์กำลังล่อหลอกนาคีให้จัดการกับพวกนางเสืออยู่ครับ”

    นายใหญ่ยิ้มพอใจ ก่อนจะตัดการติดต่อ จังหวะนั้น เลขาฯ หน้าห้องของนายโจเข้ามาแจ้งว่ามีตำรวจมาขอพบ เขาพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต หัวหน้าตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษกับตำรวจอีกสามนายเดินเข้ามา

    “มีคำสั่งให้ปิดตึกอินเตอร์บิส...ในข้อหามีการลักลอบฟอกเงิน” หัวหน้าตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาจบ ยื่นเอกสารคำสั่งนั้นให้นายโจซึ่งมีสีหน้าเคร่งเครียดดู...

    ในขณะที่องค์กรแฝงที่มีท่านรองศักดากับนพร่วมขบวนการ เริ่มเปิดเกมรุกใส่พวกแบล็กอีวิล ดาวร่อนลงมายังลานกว้างกลางป่า หลับตาทำสมาธิ ด้วยความช่วยเหลือของเหยี่ยวสายลมทำให้เธอเห็นรถบรรทุกสองคันของศัตรูมุ่งหน้าไปอีกด้านหนึ่งของป่า และยังมีขบวนรถบรรทุกซึ่งมีลักษณะเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนอีกสี่ชุดแยกย้ายไปตามทิศทางไม่ซ้ำกัน

    “ที่แท้...พวกมันเล่นแผนซ่อนหาแบบนี้เอง” ดาวยิ้มเหี้ยม ก่อนจะดีดตัวตามรถบรรทุกที่อยู่ใกล้ที่สุด...

    นอกจากฤทธิชัยจะพาพวกผู้หญิงกับเด็กๆไป

    ส่งถึงมือจันจิราที่ค่ายอาสาบ้านดอนเสือโดยสวัสดิภาพ ยังได้รับข่าวดีอีกด้วยว่าอาการบาดเจ็บของป้าเนียน

    ดีวันดีคืน จากนั้น เขาโทร.แจ้งอภิชาติว่าตำแหน่งที่งิ้วให้ไว้ ไม่เจออาวุธของศัตรูแม้แต่ชิ้นเดียว ทนายหนุ่มบอกเขาให้ถือสายรอสักครู่ แล้วหันไปขอให้งิ้วช่วยตรวจตำแหน่งที่ตั้งค่ายของศัตรูอีกครั้ง เธอรีบคีย์ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ขึ้นมาดู

    “เอ๊ะ...จุดแสดงตำแหน่งหายไปหมดแล้วค่ะ...

    พวกมันรู้ตัว ตัดสัญญาณทุกอย่างจนหมด”

    อภิชาติถ่ายทอดคำพูดของงิ้วให้ฤทธิชัยฟังอีกทอดหนึ่ง เขาถึงกับอึ้ง นี่เท่ากับเราเจอทางตัน คงต้องถามเรื่องนี้จากท่านรองศักดา อภิชาติเตือนว่าผู้ชายคนนี้ไม่น่าไว้วางใจ

    “รู้น่า...แต่ท่านรองต้องการกำจัดพวกแบล็กอีวิล คงไม่เล่นตุกติกกับเราตอนนี้”

    “โชคดีเพื่อน” อภิชาติอวยพรจบก็วางสาย ฤทธิชัยไม่รอช้า โทร.ถามท่านรองศักดาถึงตำแหน่งที่ซ่อนอาวุธ เนื่องจากทางแบล็กอีวิลตัดสัญญาณทุกอย่างหมดทำให้พวกตนมืดแปดด้าน

    “ผมเองก็ไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ แต่จะลองหาทางสืบดู...อ้อ...ตอนนี้พวกองค์กรก็สั่งปิดตึกอินเตอร์บิสแล้ว”

    ฤทธิชัยงง ไหนเขาเคยบอกว่าถ้าปิดบริษัทอินเตอร์บิส จะทำให้ต่างชาติขาดความเชื่อมั่นในการลงทุน เขาไม่ได้โละสัมปทานเพียงแค่ยัดคดีฟอกเงินให้เท่านั้น อย่างน้อยจะทำให้แบล็กอีวิลทำงานลำบากขึ้น

    “ถ้าได้เรื่องคืบหน้า รีบแจ้งพวกเราด่วนที่สุด”

    ฤทธิชัยวางสาย แล้วขึ้นรถขับออกไป...

    ระหว่างที่ฤทธิชัยมุ่งหน้าสู่ป่า ดาวดีดตัวลงขวางทางขบวนรถบรรทุกอาวุธของศัตรูไว้ ด้วยความที่ไม่อยากทำบาป จึงบอกให้พวกมือปืนทิ้งรถขนอาวุธไว้แล้วไปจากที่นี่ พวกนั้นกลับสาดกระสุนใส่แทน เธอไม่มีทางเลือกจำต้องยิงพวกนั้นทิ้งทีละคน มือปืนคนหนึ่งฉวยโอกาสตอนที่เธอจัดการคนอื่น ขว้างระเบิดใส่

    เธอสะบัดพลังกระแทกระเบิดปลิวไปตกใส่รถบรรทุก ระเบิดตูมไฟไหม้ไม่เหลือซาก พวกมือปืนที่เหลือต่างเผ่นแน่บเข้าป่าทึบ เธอมองตามพอใจ

    ooooooo

    ที่เซฟเฮาส์ของอภิชาติ ทนายหนุ่มถึงกับบ่นอุบที่แบล็กอีวิลตัดสัญญาณบอกตำแหน่งทุกอย่าง เท่ากับปิดทางได้ตัวนายใหญ่ไปโดยปริยาย งิ้วปลอบว่ายังไม่หมดหวัง ถึงอย่างไรพวกศัตรูต้องเปิดสัญญาณอีกแน่นอน ไม่เช่นนั้นเครือข่ายสื่อสารจะสะดุด ทำงานไม่ได้

    “ไอ้นายใหญ่...นึกว่าเป็นนายดำรง กลับกลายเป็นศูนย์อีก” อภิชาติกำหมัดแน่น แค้นใจไม่หาย

    “ดาร์ลิ่งแน่ใจหรือคะว่า นายดำรงที่ตายไปเป็นนายดำรงตัวจริง”

    เขาพยักหน้าด้วยความมั่นใจ เพราะทั้งประวัติทันตกรรม กรุ๊ปเลือด ดีเอ็นเอ ตรงกันหมด ดำรงเป็นแค่หุ่นเชิดอีกตัวหนึ่งเท่านั้น ส่วนเรื่องแบตเตอรี่กระตุ้นหัวใจก็พบว่าอยู่ที่ตัวไม่ใช่ที่หัวใจ พวกเราโดนหลอกเต็มๆ

    “ตกลงว่านายใหญ่มันมีแบตเตอรี่ฝังอยู่ที่หัวใจหรือเปล่าก็ไม่รู้” จักจั่นนิ่วหน้าสงสัย

    “ผมเชื่อว่าข้อมูลที่ได้จากท่านณุพันธ์พ่อของ

    คุณงิ้วเชื่อถือได้ ตัวจริงต้องมีแน่ๆ”

    “ต้องยอมรับอย่างหนึ่ง มันฉลาดมาก จนป่านนี้แล้ว แม้กระทั่งนางเสือยังตามรอยมันไม่เจอ ยังไม่มีใครรู้จักหน้าตาที่แท้จริงของมัน”

    “ทำไมต้องสนด้วยว่าหน้าตาของมันเป็นยังไง วันหนึ่งมันต้องพลาด มันจะหัวล้านหน้าเหลี่ยมหน้ากลมหน้าด้าน หรือหล่อแค่ไหน จักจั่นก็จะส่งมันลงนรกแน่นอน”

    จังหวะนั้น ท่านรองศักดาโทร.มาแจ้งว่าเป้าหมายคนสำคัญมีการเคลื่อนไหว ทั้งสามคนต่างคว้าอาวุธประจำกาย แล้วพุ่งไปที่รถทันที ครู่ต่อมา รถของอภิชาติแล่นเข้ามาจอดในลานจอดรถของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง

    “เป้าหมายคนสำคัญมาประชุมกับนักธุรกิจจากสหรัฐฯ ท่านรองรู้ว่าพวกแบล็กอีวิลมีแผนจะลงมือ” อภิชาติอธิบายจบหันไปรับวิทยุสื่อสารขนาดจิ๋วที่งิ้วยื่นให้ แล้วลองทดสอบเสียงว่าใช้งานได้หรือเปล่า “เรียบร้อย...ใช้รหัสเดิม...คุณจักจั่นประกบเป้าหมาย รหัสคือสินค้า เผื่อฉุกละหุกพาแวบออกไปได้ ผมกับคุณงิ้วจับตาดูพวกมือปืน รหัสเรียกคือผู้ซื้อ...” จากนั้น ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัว

    ooooooo

    ขณะฤทธิชัยขับรถมาตามเส้นทางในป่าใกล้พื้นที่ควบคุมของพวกศัตรู ดาวร่อนจากต้นไม้ลงมา ขวางหน้า เขาเบนรถจอดแล้ววิ่งเข้าไปกอดเธอด้วยความคิดถึง พร้อมกับแจ้งว่าพวกศัตรูตัดสัญญาณทุกอย่างหมดแล้ว

    “ยังมีแผนแยกตัวออกไปตั้งหลายจุด ดาวเห็นผ่านทางพี่สายลม จัดการไปแล้วหนึ่งชุดก็เลยคิดว่ารอคุณหนึ่งก่อนดีกว่า...แล้วเด็กกับผู้หญิงทุกคนปลอดภัย?”

    “อ๊ะ...แน่นอน มือชั้นนี้แล้ว เจอพวกมือปืนเหมือนกันแต่ทุกคนถึงค่ายอาสาโดยปลอดภัย...เหลืออีกสามวันที่ทางองค์กรต้องเซ็นสัญญาตามคำเรียกร้อง”

    ดาวหนักใจ เวลาแค่สามวัน ไหนจะต้องทำลายอาวุธ หาทางเข้ากำแพงมนต์และยังต้องจับนายใหญ่ให้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เขาเห็นด้วย ดังนั้นเราสองคนจึงต้องดูให้แน่ใจว่ารถบรรทุกเหล่านั้นไม่มีอาวุธที่เราตามหาอยู่ เธอพยักหน้ารับรู้ แล้วหลับตาทำสมาธิ มองผ่านทางสายตาของเหยี่ยวสายลมอยู่อึดใจหนึ่ง

    “ใกล้ที่สุดคือชายแดนบ้านสาปเสือ 10 กิโลเมตร จากที่นี่”

    “อืม...ฟังดูไม่เลว ยังงี้ต้องฮันนีมูนรอบสอง” ฤทธิชัยยิ้มกริ่ม จูงมือเธอไปขึ้นรถ ก่อนจะขับออกไป...

    ด้านคายามังเดินตามแผนการที่วางไว้กับนายโจโดยแวะไปเยี่ยมนาคีที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ในถ้ำ เธอลืมตามองเขาอย่างไม่ค่อยจะสบอารมณ์นัก ก่อนจะเบือนหน้าหนี

    “ดูเหมือนเจ้าจะกลับคืนสู่ปกติแล้ว”

    “ท่านเกรงว่าจะไม่มีใครอยู่เพื่อรับใช้ท่านกระมัง” นาคีแดกดัน

    “ถ้าเจ้าไม่มัวแต่บ้าเรื่องความรัก ข้าก็ไม่จำเป็นต้องควบคุมเจ้า...ยังไงก็แล้วแต่ ข้าจะช่วยเจ้าจัดการกับนางเสือหญิงของชายที่เจ้ารัก จะได้ไม่เหลือใครขวางทางเจ้า”

    นาคีตาเป็นประกายแวววาวด้วยความตื่นเต้น ขณะที่คายามังยิ้มพอใจ

    ooooooo

    เมื่อถึงเวลาตามนัด หนึ่งในนักธุรกิจเป้าหมาย และนักธุรกิจจากสหรัฐอเมริกา 3 คน มาถึงห้องประชุมภายในโรงแรมหรูซึ่งมีบอดี้การ์ดคอยคุ้มกันแน่นหนา นักธุรกิจทั้งสี่คนเข้าไปเจรจาความกันข้างในห้องโดยมีท่านรองศักดา อภิชาติ และจักจั่นคอยกำกับดูแลความปลอดภัยอยู่หน้าห้อง

    “ห้ามใครเข้าออกจากห้องนี้โดยไม่ผ่านผม” อภิชาติ หันไปกำชับพวกบอดี้การ์ด

    “เชิญคุณอภิชาติคุมเกมได้ตามสบาย...ผมคงต้องขอตัวก่อน” ท่านรองศักดาส่งต่อหน้าที่คุ้มกันเรียบร้อยก็กลับไปกับบอดี้การ์ดของตนเอง อภิชาติแบ่งหน้าที่ให้บอดี้การ์ดทั้ง 6 คนแยกย้ายกันไปประจำตามจุดต่างๆครอบคลุมบริเวณนี้ทั้งหมด รวมทั้งลิฟต์และบันไดหนีไฟ จากนั้น เขาติดต่อผ่านทางวิทยุสื่อสารขนาดจิ๋ว ถามงิ้วซึ่งประจำการอยู่บนดาดฟ้าโรงแรมว่าด้านนอกเรียบร้อยดีหรือเปล่า

    “ยังไม่พบผู้ซื้อ”

    “โอเค...เดี๋ยวผมจะขึ้นไปช่วยดู” เขาว่าแล้วเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง ทิ้งให้จักจั่นเฝ้าอยู่หน้าห้องประชุม...

    ทางฝ่ายคายามังไม่ค่อยพอใจนักที่นายโจนัดให้ออกมาพบในป่าแทนที่จะไปเจอกันที่ค่ายใหญ่หลังกำแพงมนต์ ถามเสียงเขียวว่าต้องการพบตนเรื่องอะไร นายโจแจ้งว่านายใหญ่ฝากให้มาถามว่ามีปัญญาจัดการพวกนางเสือหรือเปล่า จอมขมังเวทตอบอย่างมั่นใจว่าทำได้แน่นอนในไม่ช้านี้

    “ท่านแน่ใจหรือว่านาคีจะไม่ก่อเรื่องขัดขวางอีก”

    “แน่ใจที่สุด เรามีบ่วงเงินที่ควบคุมนาคีไว้และมีบ่วงทองที่สามารถคุมตัวฤทธิชัยได้ นาคีได้ตัวมันมาเมื่อไหร่ เราจะใช้มันบังคับนาง...นางไม่มีทางขัดขืน”

    “อยากเห็นเหมือนกัน” นายโจแค่นยิ้ม ไม่เชื่อคำพูดของเขานัก...

    ในเวลาต่อมา ขณะดาวกับฤทธิชัยขับรถมาใกล้หุบเขาสาปเสือ เธอสัมผัสได้ว่าพวกศัตรูกำลังบ่ายหน้ามาทางนี้ รีบนำรถไปจอดหลบๆหลังพุ่มไม้ทึบ แล้วดีดตัวไปบนยอดไม้โดยมีฤทธิชัยตามติด เห็นขบวนรถบรรทุกพร้อมกับรถกระบะคุ้มกันแล่นหายเข้าไปในหุบเขา ฤทธิชัยไม่วายพูดติดตลก

    “คิดเสียว่าไปปิกนิกก็แล้วกันครับ แทนที่จะเตรียมอาหารก็เตรียมกระสุนไปแทน”

    “ดาวคิดว่าเป็นรถเปล่า”

    “ไม่ดูก็ไม่รู้” เขาพุ่งไปยังหุบเขาเป้าหมาย เธอรีบดีดตัวตาม ไม่นานนัก ทั้งคู่มาซ่อนตัวอยู่บนยอดไม้เหนือหุบเขาสาปเสือ เห็นมือปืนนับสิบคนยืนเฝ้าระวังอยู่หน้ารถบรรทุกสองคันที่จอดอยู่

    “คุณดาวบอกว่าพวกมันใช้รถขนอาวุธแยกกันออกไปถึง 5 เส้นทาง”

    “ค่ะ...พวกมันใช้รถบรรทุกอาวุธหลอกเรามาหลายครั้งแล้ว สงสัยว่าคราวนี้จะเจออะไร”

    “ผมว่าเรารีบลงไปถล่มมันให้ราบจะดีกว่า” เขาว่าแล้ว ขยับจะไป เธอคว้าแขนไว้ เตือนให้ระวังตัวให้มากๆ เขายืนยัน แม้จะได้รับพรพิเศษจากสวรรค์แต่ไม่เคยประมาทสักครั้ง ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพื่อจะได้กลับมาหาเธออันเป็นที่รักของเขา เธอลูบไล้ใบหน้าเขาอย่างซาบซึ้งใจ

    “ดาวรู้ค่ะ ดาวเองก็เช่นกัน แต่นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ดาวอยากให้คุณหนึ่งระวังเป็นพิเศษ ดาวรู้สึกว่าตอนนี้ไม่ใช่ดาวคนเดียวแล้วค่ะที่คุณหนึ่งต้องกลับมาหา” เธอยิ้มอย่างมีเลศนัย เขาเข้าใจความหมายทันทีกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ ดึงเธอมากอด

    “ดาวยังไม่แน่ใจนะคะ แค่รู้สึกเท่านั้นเอง อาจจะ ไม่ใช่ก็ได้”

    “ตั้งแต่ตอนไหนเมื่อไหร่ครับ”

    เธอเดาว่าน่าจะเป็นตอนที่อยู่ในค่ายของลุงเดช ช่วงที่เธอสอนวิชาพรางตัวให้เขา ฤทธิชัยยิ้มหน้าทะเล้นวันหลังคงต้องให้เธอสอนวิชานี้ให้อีกจะได้มั่นใจ เธออายหน้าแดง ซบอกเขาแก้เขิน

    “เดี๋ยวผมจะลงไปถล่มพวกมันเป็นการฉลองให้ตัวเล็กดูว่าพ่อเก่งแค่ไหน”

    “อย่าเว่อร์มากนะคะ”

    “อย่ากลัวเลยครับคุณดาว ถ้าลูกเราจะมาเกิด คงไม่ปล่อยให้พ่อแม่เป็นอันตรายหรอกครับ” ฤทธิชัยยิ้มหน้าเป็นก่อนจะหายวับไปปรากฏตัวตรงหน้ามือปืนคนหนึ่งที่เดินตรวจตราอยู่ท้ายขบวน เขาตวัดปืนจะยิง

    ฤทธิชัยปัดปากกระบอกปืนไปทางพวกมือปืนด้วยกัน ปืนลั่นปังๆๆ ถูกพวกนั้นทรุดไปสองคน

    มือปืนที่เหลือรู้ตัวว่ามีผู้บุกรุก หันมาสาดกระสุนใส่เขากับดาวหูดับตับไหม้ ทั้งคู่ไม่อยากฆ่าใครให้เป็นบาปไปถึงลูกที่กำลังจะเกิด จึงยิงไหล่บ้าง แขน ขาบ้างแค่ไม่ให้ต่อสู้ จนทรุดกันหมด

    “พวกเอ็งโชคดี วันนี้ข้าไม่อยากทำบาป”

    ทั้งคู่เดินผ่านพวกมือปืนที่นอนร้องครวญคราง แล้วคว้าปืนกลยิงเร็วขึ้นมาคนละกระบอก หญิงสาวใช้พลังนางเสือเพ่งไปที่รถบรรทุก รู้ทันทีว่าไม่มีอาวุธ จึงยิงกราดไปที่ท้ายรถ เกิดระเบิดตูมไฟไหม้เป็นจุณ

    ooooooo

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน อาตงกับเม่งจูถูกนำตัวไปกักขังไว้ในกระท่อมหลังหมู่บ้านป่าโพงโดยมีมือปืนเฝ้าระวังอยู่ด้านหน้าสองคน อาตงแอบมองที่ประตูกระท่อมเห็นพวกนั้นไม่ได้สนใจพวกตน หันไปพยักพเยิดกับพี่สาวให้จุดไฟแช็กเผาใบจากที่ข้างฝา

    แต่แล้วมีเสียงฟ้าร้องครืนๆ ตามมาด้วยฝนเทกระหน่ำ อาตงเห็นมือปืนทั้งสองขยับจะเข้ามาหลบฝนจึงหันไปเตือนพี่สาวแล้วต่างพุ่งพรวดมานั่งบนแคร่ เป็นจังหวะเดียวกับมือปืนทั้งสองคนเปิดประตูกระท่อมเข้ามา

    “อะไรวะ อยู่ๆก็ฝนตก...ข้าว่าปีนี้น้ำท่วมอีกเหมือนเดิม”

    “เอ๊ย...ใช้งบตั้งเยอะ ไม่ท่วมหรอก”

    อาตงกับเม่งจูจ้องมองมือปืนทั้งสองเงียบๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

    ทางฝ่ายดาวกับฤทธิชัยยังคงมุ่งมั่นจะจัดการกับรถบรรทุกทุกคันของศัตรูที่โผล่มาให้เห็น หลังจากตามเสียงร้องของเหยี่ยวสายฟ้ามาถึงเส้นทางกลางป่าแห่งหนึ่ง พบรถบรรทุกสองคันอยู่เบื้องหน้า ร่อนลงจากต้นไม้ขวางหน้าไว้ แต่ต้องแปลกใจเมื่อร่างของนาคีปรากฏขึ้น ส่วนรถบรรทุกที่เห็นเมื่อครู่กลับเลือนหายไป

    “ที่แท้นาคีสร้างภาพลวงตาล่อเราออกมา”

    “ทันทีที่ผมบุก คุณรีบพาตัวเล็กถอยไป”

    “ไม่ค่ะ...เราถอยด้วยกัน” เธอว่าแล้วตวัดปืนยิงนังงูร้ายเป็นชุด

    เขาจำต้องสาดกระสุนตาม นาคีถึงกับซวนเซ ดาวได้ทีสะบัดระเบิดใส่ เสียงดังตูมร่างของเธอลอยละลิ่วก่อนจะร่วงกระแทกพื้น พอตั้งหลักได้ลุกขึ้นมาจะเอาเรื่อง แต่ทั้งคู่หายไปแล้ว

    ooooooo

    ภายในโรงแรมหรู จักจั่นกำลังเดินเตร่อยู่หน้าห้องประชุม ตอนที่เหลือบเห็นห้องประชุมเล็กซึ่งอยู่ถัดไปมีพนักงานทำความสะอาดหญิงคนหนึ่งเดินออกมา แล้วตรงไปยังลิฟต์ขนของด้านหลัง เธอวิทยุไปเตือนบอดี้การ์ดที่เฝ้าระวังด้านนั้นให้เตรียมพร้อม แล้ววิทยุติดต่อลงไปที่หน่วยคุ้มกันด้านล่าง

    “ช่วยเช็กด้วยว่าใครส่งพนักงานทำความสะอาดขึ้นมา บอกทุกคนให้รู้ด้วยว่าชั้นนี้ปิดทั้งชั้น”

    บอดี้การ์ดที่เฝ้าหน้าลิฟต์ขนของมองพนักงานสาวที่เดินเข้าไปในลิฟต์ เห็นประตูค่อยๆปิดจึงแจ้งกลับไปหาจักจั่นว่าพนักงานกำลังลงไป ทันใดนั้นประตูลิฟต์เปิดขึ้นอีกครั้ง พนักงานสาวที่ดูธรรมดาๆเมื่อครู่กลายเป็นมือสังหารจัดการบอดี้การ์ดได้ในพริบตาเดียว แล้วสลัดเสื้อผ้าพนักงานทำความสะอาดออกกลายเป็นชุดรัดกุมสีดำ สวมเสื้อกั๊กที่ติดระเบิดไว้รอบๆ...

    ทันทีที่ได้รับแจ้งว่าไม่มีใครส่งพนักงานทำความ สะอาดขึ้นมาที่ชั้นเป้าหมาย จักจั่นรีบวิทยุเตือนให้ทุกคนรู้ตัวว่ามีผู้บุกรุก และกำชับให้สแตนด์บายไว้ บอดี้การ์ดต่างชักปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม จากนั้น เธอพุ่งไปยังลิฟต์ขนของด้านหลัง งิ้วกับอภิชาติได้ยินเสียงเตือนรีบลงจากดาดฟ้า

    ครู่ต่อมา จักจั่นมาถึงหน้าลิฟต์ขนของพบเพียงร่างของบอดี้การ์ดนอนคว่ำอยู่ รีบก้มลงไปตรวจดู พลันประตูลิฟต์เปิดออก นักฆ่าสาวในชุดดำพรวดออกมา เธอตวัดปืนใส่แต่ช้าไป นักฆ่าเตะโครมปืนหลุดมือ เธอฟาดฝ่ามือใส่นักฆ่ากระเด็นกระแทกลิฟต์โครม เห็นเสื้อกั๊กติดระเบิดไว้ ถึงกับชะงัก

    “ระเบิดพลีชีพ”

    นักฆ่าสาวชักมีดพุ่งเข้าหาจักจั่นซึ่งเบี่ยงตัวหลบแล้วคว้าข้อมือไว้ ทั้งสองคนต่างยื้อแย่งมีดกันไปมา

    “ปล่อยมีด...ก่อนที่จะสายเกินไป” จักจั่นสั่งเสียงเข้ม

    เธอไม่สนใจพยายามต่อสู้สุดฤทธิ์ จักจั่นไม่มีทางเลือกใช้พลังนางเสือหักข้อมือเธอดังกร๊อบ ถึงกับร้องลั่นงิ้วกับอภิชาติที่มาถึงหน้าห้องประชุมได้ยินเสียงร้อง เขาสั่งให้เธอรออยู่ที่นี่ แล้วรีบตามไปดู ด้านจักจั่นยังคงยื้อยุดกับนักฆ่าสาวที่ไม่ยอมปล่อยมือทั้งที่มือข้างหนึ่งหักไปเรียบร้อยแล้ว

    “แกไม่รอดแน่นอน” จักจั่นขู่

    “แกก็เหมือนกัน” ขาดคำ มีเสียงสัญญาณเตือนว่าระเบิดเริ่มทำงานดังขึ้นจากตัวนักฆ่าสาว

    จักจั่นเตือนทุกคนทางวิทยุสื่อสารขนาดจิ๋วว่ามีระเบิด แล้วถีบประตูห้องเก็บของข้างลิฟต์โยนนักฆ่าสาวเข้าไปในห้อง ตวัดปืนยิงใส่ปังๆๆๆ แล้วพุ่งตัวหลบเป็นจังหวะเดียวกับเกิดระเบิดขึ้นดังตูม อภิชาติซึ่งไปถึงพอดีถึงกับเด้งลอยกลับหลังเพราะแรงอัดของระเบิด

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:10 น.