ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ป่านางเสือ2

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ป่านางเสือ2 ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

องค์กรลับแบล็กอีวิลสาขาประเทศไทย ถูกพวกนางเสือซึ่งประกอบไปด้วย ดาว ฤทธิชัย อภิชาติ จักจั่น และไผ่บุกทลายแตกกระเจิง นายใหญ่ของสาขาหนีเอาตัวรอดไปได้อย่างหวุดหวิด สร้างความแค้นใจให้พวกนางเสือเป็นอย่างมาก จักจั่นเชื่อว่าพวกนั้นจะต้องกลับมาอีกแน่ๆ ฤทธิชัยเห็นด้วย

“แน่นอนที่สุด คนพวกนี้หลงอำนาจจนบ้า มันไม่ยอมให้ประเทศไทยพ้นเงื้อมมือมันง่ายๆหรอก”

“ดี...กลับมาเมื่อไหร่ก็เจอกับนางเสือเมื่อนั้น” ดาวเข่นเขี้ยว...

หลังจากทราบข่าวความพ่ายแพ้ ประธานองค์กรลับแบล็กอีวิลและคณะกรรมการเรียกนายใหญ่ของสาขาประเทศไทยมาพบ เนื่องจากเป็นองค์กรลับใบหน้าของทุกคนจึงไม่เป็นที่เปิดเผย การประชุมทำกันในห้องที่มืดสลัว มีเพียงโคมไฟดวงเดียวที่ส่องอยู่กลางโต๊ะประชุมครึ่งวงกลมเท่านั้น นายใหญ่ถูกคณะกรรมการตำหนิอย่างแรงที่ทำงานพลาด ทำให้องค์กรต้องเสียหาย เขาขอโอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เขาจะออกคุมการปฏิบัติการด้วยตัวเอง กรรมการคนหนึ่งอยากรู้ว่าเขามีแผนการอย่างไร

“แทรกซึมเข้าไปในทุกหน่วยงานเพื่อค้นหาจุดอ่อน ซื้อผู้คน ซื้อระบบ ใครขวางกำจัด สุดท้าย เศรษฐกิจในประเทศไทยทั้งหมดจะอยู่ในกำมือของเรา” นายใหญ่ว่าแล้วก้าวมาข้างหน้าใกล้กับโคมไฟ เผยให้เห็นว่าเป็นใบหน้าของท่านรองก้องเกียรติไม่มีผิดเพี้ยน หนึ่งในกรรมการถึงกับออกปากชม

“ผลงานเยี่ยมมาก ปลอมเป็นท่านรองก้องเกียรติสามารถเข้าถึงหน่วยงานทุกหน่วยได้จริงๆ”

“ผิดครับ...ผมปลอมเป็นท่านรองก้องเกียรติเพื่อกำจัดท่านให้พ้นทางมากกว่า...ท่านรองก้องเกียรติจะถูกมัดด้วยข้อหาขายความลับของประเทศชาติและถูกปลดจากตำแหน่งพร้อมรับโทษ...แล้วคนของผมซึ่งพร้อมอยู่แล้วจะได้ขึ้นมาบริหารงานแทน”

“แต่โลบายูเว่ ผู้เชี่ยวชาญการแปลงโฉมมือหนึ่งของคุณพลาดท่ามาแล้ว”

นายใหญ่แก้ตัวว่าที่โลบายูเว่พลาดเพราะมีจุดอ่อนตรงแผ่นเหล็กที่หัวถึงโดนจับได้ ส่วนจุดอ่อนของเขาเป็นความลับไม่มีใครล่วงรู้ และไม่เคยคิดจะบอกใคร คณะกรรมการต่างอยากรู้ว่าเขาจะกำจัดนางเสือได้อย่างไร

“ผมสั่งหน่วยสังหารมาจากทั่วโลก ล้วนมีฝีมือเพื่อกำจัดนางเสือกับพวกของมันโดยเฉพาะ”

“ดี...เริ่มปฏิบัติงานได้...แต่ถ้าครั้งนี้คุณพลาดอีก ไม่ว่าคุณจะลี้ภัยไปที่ไหน คุณไม่มีวันหนีพ้นองค์กรของเรา...เราจะเก็บคุณและครอบครัวของคุณให้หมดไปจากโลกนี้” ประธานองค์กรพูดจบ ลุกออกไป คณะกรรมการทั้งหมดพากันลุกตาม นายใหญ่ถึงกับหน้าเครียด กระชากหน้ากากใบหน้าท่านรองก้องเกียรติออกจากหน้าตัวเองโยนลงพื้น จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา

ooooooo

สามเดือนผ่านไป...

ระหว่างท่ีอภิชาติขับรถพาฤทธิชัย ดาว และจักจั่นกลับจากเลี้ยงฉลองการปิดคดีใหญ่ของเขาได้สำเร็จ เขานึกขึ้นได้ว่าฤทธิชัยเพิ่งไปพบท่านรองก้องเกียรติมาอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไร

“ท่านบอกให้คอยจับตาดูพวกแบล็กอีวิลที่เคยหนุนหลังนายสินชัย พบว่ามีการเคลื่อนไหวของพวกมัน”

อภิชาติมั่นใจ พวกนั้นต้องหาทางกลับเข้ามาในประเทศไทยแน่ๆ ดาวเห็นด้วย ที่นี่เป็นเหมือนขนมหวานพวกนั้นรู้ว่าสังคมไทยกำลังนับถือเงินเป็นพระเจ้า แค่เอา เงินหว่าน ทุกคนก็พร้อมที่จะทำความชั่วลืมคุณแผ่นดิน

“อยากจะกลับมาก็เชิญ นางเสือจะได้ออกโรง จักจั่นกำลังเบื่อพอดี”

ทันใดนั้น มีรถตู้ขับมาปาดหน้าอย่างกระชั้นชิด อภิชาติต้องหักหลบ ก่อนจะเบนรถเข้าจอดทาง รถตู้คันนั้นยังขับตามมาจอดขวางหน้าไว้ เขาโวยลั่นว่าเมามาหรือ

“ไม่ใช่เมาหรอก...พวกมันจะเล่นงานเรา คุณจักจั่น... มีเรื่องให้คุณหายเบื่อแล้ว” ฤทธิชัยกระเซ้า

ทั้งสี่คนรีบลงจากรถ เปิดประตูทิ้งไว้เพื่อใช้เป็นที่กำบัง มีรถตู้อีกคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดปิดท้ายกักพวกนางเสือไว้ตรงกลาง ฤทธิชัยกับดาวเตรียมจะจัดการรถคันหนึ่ง ส่วนจักจั่นกับอภิชาติแยกไปจัดการรถอีกคัน

ทันทีที่ประตูรถตู้ทั้งสองคันเปิดออก มือปืนในชุดดำพร้อมอาวุธครบมือสาดกระสุนใส่พวกนางเสือเป็นชุด ทั้งสี่คนยิงโต้ตอบไม่ยั้ง แค่อึดใจเดียวก็จัดการเหล่าร้ายได้ราบคาบ ทั้งหมดต่างเก็บปืนแล้วเข้าไปสำรวจดู ชายในชุดดำที่นอนเกลื่อนกลับดีดตัวขึ้นมาพร้อมกับดาบซามูไรในมือ กระจายกำลังกันล้อมพวกนางเสือไว้

“อย่าบอกนะว่าหนังเหนียว...ยิงไม่เข้า” อภิชาติร้องเอะอะ

ฤทธิชัยเดาออกทันทีว่าพวกนั้นใส่เสื้อกันกระสุน จากนั้นสองฝ่ายเปิดฉากต่อสู้กันอย่างดุเดือด แม้ฝ่าย นางเสือจะมีกำลังน้อยกว่าแต่ฝีมือเหนือกว่าพวกนินจามาก จังหวะหนึ่ง จักจั่นโดดเตะหนึ่งในนินจาสลบคาเท้า ขณะที่ฤทธิชัยยิงใส่หน้าอีกคนหนึ่งกระเด็นหงายหลัง พลันมีเสียงแหลมแสบแก้วหูดังขึ้น

พวกนางเสือต้องเอามือปิดหูเพราะทนฟังไม่ไหว พวกนินจาอาศัยจังหวะนั้นหนีหายไปในความมืด เหลือร่างของพวกนั้นสองคนฟุบอยู่ใกล้กับรถตู้ ดาวกับพวกจะเดินเข้าดู ทันใดนั้น รถตู้ระเบิดตูมเสียงดังสนั่นหวั่นไหวทั้งสี่คนลอยตามแรงระเบิดมากองอยู่กับพื้น ต่างเหลียวมองหน้ากันสีหน้าเครียด...

ขณะที่ดาวกับพวกถูกนินจาลอบทำร้ายบนถนนสายเปลี่ยวชานกรุง ไผ่กับจันจิราซึ่งอยู่ที่บ้านดอนเสือก็มีพวกคนร้ายแวะมาเยี่ยมเช่นกัน เพียงแต่พวกนั้นไม่ได้เข้าโจมตีแค่มาดูลาดเลาแล้วกลับไป

“พี่คิดว่ามันเป็นพวกไหน” จันจิราถามเสียงเครียด

“ก็คงไอ้พวกเลวๆก๊วนเดิมๆ ท่าทางบ้านดอนเสือจะลุกเป็นไฟอีกแล้ว” ไผ่มองฝ่าความมืดสีหน้ากังวล

ooooooo

ที่ลานจอดรถภายในคอนโดฯที่พักของฤทธิชัย ทั้งอภิชาติและฤทธิชัยต่างหิ้วกระเป๋าเดินทางลงมาที่รถของตัวเองตั้งแต่ฟ้าเริ่มสาง อภิชาติกับจักจั่นต้องเดินทาง ไปทำธุระที่ฮ่องกง ส่วนฤทธิชัยกับดาวจะกลับบ้านดอนเสือ อภิชาติเตือนเพื่อนรักให้ระวังตัวดูจากเหตุการณ์ เมื่อคืนแล้ว พวกคนร้ายจะต้องไปเยี่ยมเขาที่นั่นแน่ๆ

“อืม...ฉันก็ว่ายังงั้น...แกต้องไปฮ่องกงกี่วัน”

“คิดว่าเสร็จธุระแล้วคงรีบกลับเลย...มาถึงเมื่อไหร่จะรีบโทร.ไป”

ฤทธิชัยพยักหน้ารับรู้ ดาวอวยพรให้จักจั่นช็อปปิ้งให้สนุก แล้วพากันขึ้นรถขับออกไป...

ระหว่างที่ดาวกับฤทธิชัยมุ่งหน้ากลับบ้านดอนเสือ ลุงเดช แสง และสมาชิกโจรกำลังลาดตระเวนอยู่ในป่าไม่ห่างจากบ้านดอนเสือนัก พลันมีเสียงร้องของเหยี่ยวสายลมดังขึ้น ลุงเดชส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดมีการเคลื่อน ไหวอยู่เบื้องหน้า แล้วสั่งให้สมาชิกโจรกระจายกำลังกันเข้าไป พักใหญ่ถึงเจอพวกตัดไม้ทำลายป่ากลุ่มหนึ่ง

“แค่พวกชาวบ้านลักลอบตัดไม้ ดูแล้วไม่น่าจะใช่พวกแบล็กอีวิลอย่างที่หนูดาวบอก” ลุงเดชพึมพำ

เนื่องจากเห็นว่าเป็นแค่พวกชาวบ้าน เขาจึงแค่ยิงปืน ขึ้นฟ้าขู่ให้พวกนั้นกลับไปและอย่าเข้ามาตัดไม้ทำลาย ป่าอีก พวกนั้นไม่หือไม่อือสักนิด พากันวิ่งหนีขึ้นรถขับออกไปทันที ลุงเดชกับแสงมองหน้ากันแปลกใจ ทำไมพวกนั้นล่าถอยง่ายนัก กว่าจะรู้ว่าเป็นกับดัก สมาชิกโจรโดนยิงร่วงไปหลายศพ

พวกที่เหลือพากันแตกฮือวิ่งเข้าที่กำบัง กระสุนถูกยิงมาจากทุกทิศทุกทาง สมาชิกโจรล้มคว่ำไปทีละคนจนหมด เหลือเพียงลุงเดชกับแสงที่ดีดตัวหนีเข้าป่าลึกได้ทัน...

ฤทธิชัยกับดาวมาถึงหมู่บ้านสมาชิกโจรบ่ายมากแล้ว ได้ทักทายกับแม่สมพรไม่กี่คำ มีเสียงร้องเตือนของเหยี่ยว สายลมดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงคำรามของเสือสายฟ้า ดาวรู้ว่าต้องเกิดเรื่อง รีบชวนฤทธิชัยออกไปทันที...

ทางด้านลุงเดชกับแสงวิ่งหนีลึกเข้าไปในป่า พวกคนร้ายที่แฝงตัวบนยอดไม้ยังไล่ตามไม่ลดละ เสียงปืนดังขึ้นถี่ยิบ ทั้งคู่ต้องหลบหลังต้นไม้ใหญ่ ยิงโต้ตอบจนกระสุนใกล้หมด อยู่ๆเสียงปืนก็เงียบลง สองผู้อาวุโสค่อยๆขยับตัวออกจากที่ซ่อน กราดสายตาไปรอบๆอย่างระแวดระวัง

“โชคดีที่พวกมันถอยเสียก่อน” แสงว่าพลางถอนใจโล่งอกแต่แล้วนินจาในชุดดำร่อนลงมาจากต้นไม้ล้อมทั้งคู่ไว้ ในมือมีมีดดาบสั้นตวัดไปมาน่ากลัวลุงเดชกับแสงหันหลังชนกันเตรียมต่อสู้หนึ่งในนินจาพุ่งเข้าหา ลุงเดชยิงปืนลูกซองสวนเปรี้ยงเดียวกระเด็นเขากลับลุกขึ้นมาได้

“ระวังเว้ยแสง...พวกมันใช้เสื้อเกราะ”

สองผู้อาวุโสต้านพวกนินจาได้ไม่กี่กระบวนท่าก็ถูกเล่นงาน แสงถูกฟันที่ต้นแขน ส่วนลุงเดชถูกฟันตรงหัวไหล่เลือดอาบ ทั้งสองถอยกรูด...

อีกด้านหนึ่งของป่า ฤทธิชัยขับรถจี๊ปเข้ามาจอดพรวด

ดาวยืนขึ้นกวาดตามองไปรอบๆ เสียงสายลมร้องดังถี่ยิบอย่างร้อนรน หญิงสาวเห็นไม่เข้าทีรีบขอตัวล่วงหน้าไปก่อน เตือนให้เขาระวังตัวด้วย สถานการณ์ไม่น่าไว้ใจ แล้วพุ่งตัวหายขึ้นไปบนยอดไม้ ฤทธิชัยมองตาม ก่อนจะขับรถทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว...

ooooooo

ครู่ต่อมา ขณะที่ลุงเดชกับแสงกำลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขันถูกล้อมไว้ทุกด้าน เสียงร้องของเหยี่ยวสายลมดังก้องขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับร่างดาวในชุดนางเสือพุ่งจากยอดไม้ลงมากลางวงล้อมของพวกนินจา

“ลุงเดช พ่อแสง ถอยไปก่อน...ฉันจัดการพวกมันเอง” ดาวพูดจบพุ่งเตะดาบในมือนินจาคนหนึ่งลอยขึ้น แล้วถีบโครมจนเขากระเด็นหงายท้อง ก่อนจะหมุนตัวรับดาบที่ตกลงมาได้พอดี
จากนั้น นางเสือส่งพวกนินจาลงนรกไปทีละคนๆจนเหลือคนสุดท้าย เขาเห็นจวนตัว สะบัดมีดสั้นใส่เธอ แล้วดีดตัวหนี พลันมีเสียงปืนดังขึ้น เขาร้องลั่นตกลงมาตายสนิท นางเสือหันไปเห็นฤทธิชัยเดินเข้ามา

“มาทันเวลาพอดี” เธอส่งยิ้มหวานให้

“ถึงนานแล้ว แต่ไม่อยากขัดจังหวะ” ฤทธิชัยเดินไปที่ร่างไร้วิญญาณของพวกนั้น เปิดดูที่ข้อมือเห็นรูปกะโหลกไขว้ สรุปได้ทันทีว่าเป็นพวกแบล็กอีวิล พวกเดียวกับที่เล่นงานเราสองคนที่กรุงเทพฯ ลุงเดชถึงกับหน้าเครียด แสดงว่าพวกนี้ต้องการกวาดล้างพวกเราให้สิ้นซาก แสงนึกถึงไผ่ขึ้นมาทันที...

คนที่แสงกำลังนึกถึงถูกพวกนินจาอีกกลุ่มหนึ่งล่อหลอกให้ตามไปอีกด้านหนึ่งของป่าลึกเพื่อกันไม่ให้เขาตามไปช่วยผู้อาวุโสทั้งสองคน แต่พอรู้ว่านางเสือช่วยทั้งคู่ไว้ได้ หัวหน้านินจายกมือให้สัญญาณ เหล่านินจาพากันสลายตัวทันที ไผ่มองตามสีหน้าเคร่งเครียด รู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น...

ผ่านไปไม่นาน ฤทธิชัยกับดาวขับรถพาลุงเดชและแสงมาส่งสถานีอนามัย ป้าเนียนกับจันจิรารีบพาผู้อาวุโสทั้งสองเข้าไปทำแผล แสงไม่อยากให้จักจั่นเป็นห่วง ขอร้องทุกคนอย่าบอกเรื่องนี้ให้เธอรู้

“ตอนนี้จักจั่นอยู่ฮ่องกงครับ” ฤทธิชัยรายงาน จังหวะนั้น ไผ่ตามมาสมทบ เห็นพ่อโดนเข้าไปหลายแผลรีบเข้าไปดูอาการ แสงยังยิ้มออก บ่นๆว่าตัวเองชักจะแก่แล้ว ความรวดเร็วในการต่อสู้ก็เลยถดถอย

“เอ็งแก่ไปคนเดียวนะไอ้แสง ข้าไม่แก่ด้วย” ลุงเดชรีบออกตัว ทุกคนพากันขำ คลายเครียดลงได้บ้าง

แต่แล้วต้องกลับมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อไผ่ถามดาวว่าจะทำอย่างไรต่อไป เธอแจ้งสมาชิกโจรทุกคนให้วางกำลังลาดตระเวนเพิ่มเป็นสองเท่าและให้ไปกันเป็นกลุ่มจะได้คอยช่วยเหลือกัน ครั้งนี้ศัตรูฝีมือเหนือชั้นและพร้อมจะขยี้พวกเราทุกเมื่อ...

ดึกแล้ว ดาวนอนไม่หลับออกมายืนที่ระเบียงบ้านพัก ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฤทธิชัยเข้ามาโอบเอวเธอจากด้านหลัง กระเซ้าว่าอย่าคิดมากเดี๋ยวจะแก่เร็ว เธอหันมายิ้มให้ ก่อนจะหยิกแกมหยอกเขาหนึ่งที

“ไม่รู้ว่าพวกมันจะมาไม้ไหน” เธอว่าพลางถอนใจเฮือก

“ก็คงเหมือนเดิม หาทางยึดธุรกิจทุกอย่างด้วยการใช้เงินหว่าน พวกมันรู้ว่าประเทศไทยติดอันดับต้นๆ

เรื่องคอรัปชัน คิดจะทำอะไรก็ง่ายไปหมด มีคนแบมือ พร้อมรับเงินอยู่แล้ว...นางเสือมีแผนจะรับมือพวกมันยังไง”

เธอไม่มีแผนอะไรทั้งนั้น ขอแค่เจอพวกเลวนั่นเมื่อไหร่ จะส่งไปลงนรกให้หมด

ooooooo

อภิชาติต้องรีบบินด่วนกลับเมืองไทยก่อนกำหนด เนื่องจากท่านรองก้องเกียรติมีเรื่องสำคัญเร่งด่วนจะปรึกษา แต่เมื่อกลับถึงคอนโดฯที่พักต้องตกใจเมื่อมีโทรศัพท์มาแจ้งว่าท่านรองก้องเกียรติถูกจับข้อหาขายความลับของประเทศ สองผัวเมียไม่รอช้ารีบออกไปทันที

ไม่นานนัก อภิชาติและจักจั่นมาถึงกองบัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะขอเข้าพบท่านรองก้อง–เกียรติ ผู้กองสัตยาแจ้งว่าท่านไม่ต้องการพบใครทั้งนั้น อภิชาติมองนายตำรวจหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะยิ้มกวน

“ผมไม่ยักรู้ว่าคุณอ่านความคิดท่านรองได้”

“งั้นเปลี่ยนใหม่ ท่านรองไม่มีสิทธิพบใครตอนนี้” ผู้กองสัตยายิ้มกวนกลับไปบ้าง จักจั่นไม่พอใจสวนทันทีว่าเป็นคำสั่งห้ามของใคร เขามองเธอแวบหนึ่ง แล้วหันมาพูดกับอภิชาติ

“สถานที่นี้เป็นสถานที่ราชการ คุณไม่ควรพาคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามา”

“ใครเหรอที่ไม่เกี่ยวข้อง” จักจั่นว่าแล้วขยับจะเข้าไปเอาเรื่อง อภิชาติต้องเอามือกันไว้

“คุณคงไม่ทราบ ท่านรองแต่งตั้งให้ผมและคุณจักจั่นเป็นที่ปรึกษาพิเศษมีสิทธิ์เข้าออกทุกสถานที่และพบใครก็ได้ เกินกว่าที่คุณจะคิด”

ผู้กองสัตยายังคงยืนกรานไม่ให้ทั้งคู่เข้าพบท่านรองก้องเกียรติ จักจั่นจ้องหน้าเขาเขม็ง ก่อนเรื่องราวจะลุกลามใหญ่โต ท่านรองศักดาเข้าขัดจังหวะเสียก่อน

“เชิญคุณอภิชาติกับคุณจักจั่นพบท่านรองก้อง–เกียรติได้ ผมรองศักดาจะมาทำหน้าที่แทนท่านรองก้อง–เกียรติในระหว่างการตรวจสอบ ผมรู้ว่าคุณอภิชาติ

คุณจักจั่น ผู้กองฤทธิชัย   และคุณดาวเป็นมือขวาของท่าน... ยินดีที่ได้รู้จัก” ขณะที่ท่านรองศักดาพูดคุยกับอภิชาติ จักจั่นเอาแต่จ้องหน้าหาเรื่องผู้กองสัตยา อภิชาติต้องยืนกั้นกลางไว้ ท่านรองศักดาแก้ตัวให้ผู้กองหนุ่มว่าเพิ่งมาใหม่จากหน่วยพิเศษ จึงไม่รู้จักทั้งคู่ อภิชาติรีบตัดบท

“ถ้าไม่ว่าอะไรผมต้องการพบท่านรองก้องเกียรติ”

ครู่ต่อมา ผู้กองสัตยานำอภิชาติกับจักจั่นมายังห้องประชุมใหญ่ เห็นท่านรองก้องเกียรตินั่งรออยู่ ด้านหลังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายยืนเฝ้าอยู่ไม่ห่าง อภิชาติไม่รอช้า ถามท่านรองว่าเกิดอะไรขึ้น

“ผมเสียใจ ที่ทำให้คุณทั้งสองผิดหวัง ผมไม่มีอะไรจะพูด ผมผิดจริง”

อภิชาติกับจักจั่นถึงกับอึ้ง ไม่คาดคิดว่าเขาจะ สารภาพ ผู้กองสัตยาเห็นทั้งคู่ไม่ติดใจจะถามอะไรอีก

จึงเชิญตัวท่านรองก้องเกียรติกลับ แต่แล้วอภิชาติร้องเรียกไว้

“เดี๋ยวครับท่าน...เรื่องพินัยกรรมของท่านที่ทำค้างไว้ จะให้ทำอย่างไรครับ”

ท่านรองก้องเกียรติหยุดคิดครู่หนึ่ง “...ช่วยจัดการให้ด้วย ผมเชื่อในการตัดสินใจของคุณ” เขาว่าแล้วเดินตามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นคนควบคุมตัวออกไป อภิชาติมองตามหน้าเครียด...

เรื่องฉาวที่ท่านรองก้องเกียรติขายความลับของประเทศให้กับตัวแทนนักธุรกิจต่างชาติ ซึ่งภายหลังถูกตำรวจวิสามัญฯขณะหลบหนีเป็นข่าวร้อนที่สื่อทุกสำนักให้ความสนใจ นายกำจร แสงรุ่งเรือง ก็เป็นหนึ่งในนั้น...

ทันทีที่กลับถึงคอนโดฯที่พัก จักจั่นเหวี่ยงกระเป๋าถือลงอย่างหัวเสีย เป็นไปไม่ได้ที่ท่านรองก้องเกียรติจะเป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา เรื่องนี้ต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลังแน่ๆ อภิชาติต้องปลอบให้ใจเย็นๆ ท่านรองก้องเกียรติที่เราสองคนพบไม่ใช่ตัวจริง เธอซักเป็นการใหญ่ เขารู้ได้อย่างไรว่าเป็นตัวปลอม เขาถามท่านว่าจะให้ทำอย่างไรกับเรื่องพินัยกรรม จักจั่นยิ่งหงุดหงิดหนักขึ้น พินัยกรรมไปเกี่ยวอะไรตรงไหน

“เกี่ยวตรงที่ท่านรองตัวจริงไม่เคยให้ผมทำพินัยกรรม” อภิชาติยิ้มยืด จักจั่นตาโตด้วยความตื่นเต้น โดดกอดคอสามี หอมแก้มฟอดใหญ่ ชมเปาะว่าเก่งมาก

ooooooo

ขณะที่ท่านรองก้องเกียรติถูกตั้งข้อหาหนัก ฤทธิชัยกับดาวกำลังยืนคุยกับป้าเนียนอยู่หน้าสถานีอนามัยบ้านดอนเสือถึงอาการที่ดีขึ้นเป็นลำดับของลุงเดชและแสง จังหวะนั้น มีกลุ่มชาวบ้านเดินผ่านหน้าไปอย่างรีบร้อน ดาวอดสงสัยไม่ได้ดึงแขนหนึ่งในพวกนั้นมาถามว่ารีบไปไหนกัน

“อ๋อ...มีบริษัทสำรวจใหม่ กำลังรับสมัครพนักงาน” ชาวบ้านว่าแล้วรีบเดินตามเพื่อนๆ

“อืม...ตอนแรกก็พวกมือสังหาร ตอนนี้มีบริษัทสำรวจใหม่ขึ้นมาอีก พวกมันเริ่มดำเนินการแล้ว ผมไม่ชอบเลยที่เป็นฝ่ายรอให้พวกมันเริ่มก่อน” ฤทธิชัยบ่นอุบ ดาวเสนอว่าค่ำนี้เราคงต้องไปเดินเล่นกันหน่อยแล้ว...

การเดินเล่นที่ดาวว่าคือการออกสำรวจป่าในชุด นางเสือเพื่อค้นหาสิ่งผิดปกติ และได้พบสมใจอยาก เธอกับฤทธิชัยเจอชายคนหนึ่งถูกพวกนินจารุมทำร้ายปางตาย ทั้งคู่เข้าไปช่วยต่อสู้ขัดขวาง เสียงเสือสายฟ้าคำรามตามมาด้วยเสียงร้องของเหยี่ยวสายลม ทำให้พวกนินจาชะงัก ก่อนจะพากันสลายตัวหายไปในความมืด นางเสือรีบปราดเข้าไปดูอาการคนเจ็บ สอบถามเบื้องต้นได้ความว่า เขาเป็นวิศวกรติดตั้งระบบดาวเทียม

“พวก...เรา...ถูก...ฆ่า...ตายหมด...พวกมัน...ฆ่า... ปิดปาก...ทุก...คน” พูดได้แค่นั้นเขาก็หมดสติ

ฤทธิชัยกับดาวรีบนำตัวคนเจ็บส่งสถานีอนามัย ป้าเนียนพยายามช่วยชีวิตอย่างสุดความสามารถ แต่เขาบาดเจ็บสาหัสอาจจะอยู่ไม่พ้นคืนนี้ ดาวรีบสั่งการทันที

“ป้าเนียนคะ ดาวกับคุณหนึ่งจะไปแจ้งตำรวจ

ถ้าพี่ไผ่กลับมา บอกให้ระวังอย่าให้ใครเข้าใกล้คนเจ็บเป็นอันขาดจนกว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร” เธอกับฤทธิชัยหรือคุณหนึ่งยังไม่ทันจะขยับไปไหน เจ้าหน้าที่อนามัยเข้ามาแจ้งว่ามีตำรวจเข้ามาขอพบเรื่องคนเจ็บ ทั้งดาว  ฤทธิชัย ป้าเนียน และจันจิราต่างแปลกใจ ตำรวจรู้ได้อย่างไร...

จากนั้น ดาวกับฤทธิชัยออกมาพบตำรวจ ซึ่งรออยู่หน้าห้องตรวจ เธอพูดดักคอว่า ยังไม่ทันจะไปแจ้งความเรื่องนี้ ทำไมพวกตำรวจถึงได้รู้เร็วนัก พวกนั้นอ้างว่าได้รับแจ้งคน หายจากญาติของคนเจ็บมาสองถึงสามวันแล้ว แถมยังบอกอีกว่าคนเจ็บเป็นคนสติไม่สมประกอบ ชอบคิดว่าตัวเองเป็นวิศวกร จังหวะนั้น จันจิราออกมาแจ้งข่าวร้ายว่าคนเจ็บเสียชีวิตแล้ว

ตอนที่ 2

ระหว่างนั่งรถกลับหมู่บ้านสมาชิกโจร ดาวเล่าเรื่องกำแพงที่พวกขนยาบ้าพูดถึงก่อนตายให้ไผ่กับจันจิราฟัง เขายืนยันว่าผ่านแถวนั้นหลายรอบแล้ว ไม่เคยเห็นกำแพงที่ว่า ดาวเองก็ไม่เคยเห็นเช่นกัน จันจิราตั้งข้อสังเกตว่าชายคนนั้นอาจจะเสพยาบ้าจนเมาแล้วเพ้อเจ้อไปเอง

“พี่ว่าไม่มีหรอก ถ้ามีก็ต้องไม่พ้นสายตาของเหยี่ยวสายลมแน่นอน” ไผ่สรุป...

ตอนที่ 3

หลังจากเงียบหายไปพักใหญ่ กำจรตัวช่วยของอภิชาติ นัดให้เขามาเจอกันที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง

“ฉันคอยตามดูนายโจอย่างที่แกบอก ได้ทันท่วงทีแต่ไม่เห็นวี่แววของไอ้หนึ่ง...นี่ที่อยู่ ฉันทำได้แค่นี้” กำจรว่าแล้วส่งกระดาษจดที่อยู่ให้ อภิชาติขอบใจเขามาก ได้มาแค่นี้ยังดีกว่าไม่ได้อะไร เขายินดีช่วยอยู่แล้ว ฤทธิชัยหรือหนึ่งก็เป็นเพื่อนของเขาเช่นกัน ทนายหนุ่มรีบดักคอ

“แต่ถ้ามีข่าวตามมาด้วยก็ยิ่งดี...”

“รู้ทันอยู่เรื่อย แกสัญญาแล้วนะไอ้ชาติว่าจะให้ข่าวฉันก่อนทุกเรื่อง”

“เออน่า...แกก็ระวังตัวด้วย ฉันไม่อยากให้แกต้องเดือดร้อน” อภิชาติเตือนด้วยความเป็นห่วง...

ระหว่าง ขับรถมาตามทาง อภิชาติตัดสินใจว่าคืนนี้จะลองเสี่ยงไปตามที่อยู่ที่กำจรให้มาเพราะเป็น เบาะแสเดียวที่มี จักจั่นอดถามไม่ได้ว่านายกำจรคนนี้ไว้ใจได้หรือ เท่าที่เขาจำได้ กำจรไม่ใช่คนเลว แค่กระหายข่าวแล้วก็อยากดังเท่านั้น ครู่ต่อมา อภิชาติพาจักจั่นมาถึงเซฟเฮาส์ของเขา เธอมองไปรอบบริเวณด้วยความสงสัย ทำไมเขาไม่เคยพาเธอมาที่นี่ เขาอ้างว่าเพิ่งซื้อตอนที่ท่านรองก้องเกียรติถูกจับตัวไป เอาไว้หลบคนร้าย

“ไม่ใช่ แอบพาใครมานะ” เธอเสียงเข้มขึ้นมาทันที อภิชาติรีบปฏิเสธว่าแค่คิดก็ไม่เคย จังหวะนั้น ดาวโทร.เข้ามือถือของเขาพอดี เขาถึงกับถอนใจโล่งอกที่มีระฆังมาช่วยไว้ จากนั้นไม่นาน ดาวก็ตามมาที่เซฟเฮาส์

“จักจั่นบอกแล้วไงคะว่าไม่ต้องเป็นห่วง พี่ดาวไม่ต้องเข้ามากรุงเทพฯก็ได้”

“แหม...ก็พี่คิดถึงคุณหนึ่งของพี่บ้างน่ะสิ...แล้วคุณหนึ่งล่ะ”

“ก็ เรากำลังจะออกไปรับอยู่นี่ไง” จักจั่นว่าแล้วหมุนตัวให้ดูชุดรัดกุมที่ตัวเองสวมอยู่ ดาวขอเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าสิบนาที จะได้ไปรับเขาด้วยกัน ทั้งสามคนไม่ล่วงรู้เลยว่า นายโจใช้ฤทธิชัยเป็นกับดักล่ออภิชาติกับพวก โดยเตรียมมือสังหารรอต้อนรับอยู่แล้ว

ooooooo

การเสี่ยงครั้งนี้ของ อภิชาติสัมฤทธิ์ผล ที่อยู่ที่กำจรให้มาเป็นสถานีที่กักขังฤทธิชัยจริงๆ ดาว อภิชาติ และจักจั่นบุกตะลุยจัดการพวกมือปืนได้ราบคาบตั้งแต่หน้าประตูบ้านไปจนถึง หน้าห้องขัง แต่ต้องชะงักเมื่อเจอนินจามือสังหารรอต้อนรับอยู่ สองสาวเข้าต่อสู้กับพวกนั้น ขณะที่อภิชาติเข้าไปช่วยพาตัวฤทธิชัยออกจากห้องขัง

แต่แล้วสองหนุ่มต้อง หลบวูบเมื่อมีดสั้นสองเล่มปลิวเข้าหา นินจาเจ้าของมีดสั้นปรี่เข้ามาเงื้อดาบจะฟันฤทธิชัย แต่จักจั่นซึ่งอยู่อีกมุมหนึ่งยิงใส่มือเขาเสียก่อนจนดาบหลุดกระเด็น ผู้กองหนุ่มตามเข้าไปต่อยซ้ำหน้าหงาย นินจาอีกสองคนพุ่งเข้าหาดาวกับจันจั่น สองสาวตวัดปืนยิงแสกหน้าถึงกับผงะหงายหลังตึง แต่ทั้งคู่กลับตีดตัวขึ้นมาได้อีก จักจั่นถึงกับอึ้ง พวกนินจาเห็นท่าไม่ดีโยนระเบิดควันใส่ ก่อนจะพากันสลายตัว

“จักจั่นยิงหน้ามันแท้ๆ พวกมันไม่เป็นอะไรเลย” เธอยังอึ้งไม่หาย

“พวกมันใส่หน้ากากน่ะไม่มีอะไรหรอก” ดาวพูดจบหันไปเห็นฤทธิชัย โผเข้าไปกอดด้วยความดีใจที่เขาปลอดภัย จังหวะนั้น มีเสียงไซเรนรถตำรวจดังขึ้น ทุกคนรู้งานรีบเผ่นออกจากที่นั่นทันที ไม่นานนัก อภิชาติ ฤทธิชัย ดาว และจักจั่นมาถึงเซฟเฮาส์ของอภิชาติ ฤทธิชัย แกล้งแหย่เพื่อนรัก แอบมาซื้อเซฟเฮาส์ตั้งแต่เมื่อไหร่

“เห็นไหม...ที่จักจั่นสงสัยน่ะถูกแล้ว แอบงุบงิบอยู่คนเดียว”

อภิ ชาติเห็นท่าไม่ดีรีบเปลี่ยนไปพูดเรื่องพิจิตรตัวปลอมที่หลอกพวกเราได้เนียน สุดๆ ฤทธิชัยมั่นใจว่าคนที่ปลอมเป็นพิจิตรคือนายใหญ่ของแบล็กอีวิล และยังเชื่ออีกว่าคณะกรรมการทั้งหมดถูกลักพาตัวไปเช่นเดียวกับท่านรองก้อง เกียรติ ถ้าเป็นแบบนี้ สัมปทานก็ต้องตกเป็นของบริษัทอินเตอร์บิสแน่นอน

“ทางพี่ดาวล่ะ เป็นยังไงบ้าง”

“มี เรื่องแปลก เราพบเบาะแสรังของมัน แต่กลับไม่เห็นอะไรเลย แม้แต่สายลมก็ไม่เห็น...นึกไม่ถึงว่าจนป่านนี้แล้วพวกเรายังคว้าน้ำเหลวพบ แต่ทางตัน มีแต่ตั้งรับพวกมัน” ดาวว่าแล้วถอนใจ หนักใจ

ฤทธิชัยนิ่งไป อึดใจ ก่อนจะคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ ในเมื่อแผนเก็บพวกเราล้มเหลว พวกแบล็ก-อีวิลต้องหาทางให้เราเข้าไปให้การเรื่องท่านรองก้องเกียรติอีก ครั้ง ถึงตอนนั้นเราจะแกล้งเดินเข้าไปติดกับ วิธีนี้เป็นทางเดียวที่จะทำให้เราเข้าถึงตัวท่านรองและคณะกรรมการที่ถูกจับ ตัวไปได้

“ฉันกลัวมันจะพาเราตรงขึ้นทางด่วนไปหายมบาลเลยน่ะสิ” อภิชาติอดหวั่นใจไม่ได้

“เพราะ ฉะนั้น เราจึงต้องมีคุณดาวคอยประกบดูพวกเรา...ส่วนเรื่องการขนย้ายเงินของพวกมัน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณจักจั่น” ทุกคนต่างเห็นด้วยกับแผนการของฤทธิชัย

ooooooo

อภิชาติ ฤทธิชัย ดาว และจักจั่นพากันมานั่งรอที่ห้องประชุมภายในสำนักงานทนายความของอภิชาติแต่ เช้า แม้จักจั่กจะเห็นด้วยกับแผนนี้ แต่ก็ไม่ค่อยปลื้มสักเท่าไหร่ เกรงจะถูกคนร้ายตลบหลังโดยไม่มีใครรู้ใครเห็น

“นอกจากว่าเราจะมีตัวช่วย และคุณจะได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้” อภิชาติว่าแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.หากำจร “หวัดดีเพื่อน ถ้าอยากได้ข่าวรีบมาที่สำนักงานฉันด่วนจี๋” เขาวางสายสีหน้าเปื้อนยิ้ม ทุกคนพลอยยิ้มไปด้วย...

ขณะที่ดาวกับพวกรอให้แบล็กอีวิลมาติดกับ ไผ่กับจันจิรากำลังลาดตระเวนอยู่ในป่าบ้านดอนเสือ ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงร้องของเหยี่ยวสายลมและเสียงคำรามของเสือสายฟ้า เขารู้ทันทีว่าเจอพวกคนร้ายแล้วรีบวกรถกลับ ขับมาได้ครู่เดียวเจอรถทหารคันหนึ่งพร้อมด้วยทหารคุ้มกัน มีรถบรรทุกและรถกระบะของบริษัทสำรวจป่าอีกอย่างละหนึ่งคัน พร้อมกับคนของบริษัทเต็มท้ายรถกระบะจอดอยู่ เขากับจันจิรารีบลงไปถามทหาร

“มีอะไรกันหรือครับ”

“อ๋อ...พวกสำรวจป่าครับ จะมาตั้งค่ายที่นี่”

ไผ่ กราดมองไม่ค่อยพอใจที่ทำอะไรพวกนี้ไม่ได้ ชวนจันจิรากลับ ทันทีที่รถเคลื่อนออกไป วิวัฒน์ก้าวออกมามองไปยังทิศทางที่รถของไผ่แล่นไป พร้อมกับหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาสั่งให้จัดการให้เรียบร้อย...

ระหว่าง นั่งมาในรถ จันจิราอดถามไผ่ไม่ได้ว่าทำอะไรพวกนั้นไม่ได้เลยหรือ เขาส่ายหน้า พวกนั้นมีใบอนุญาตถูกต้อง เราต้องเข้าไปดูในค่ายสำรวจให้แน่ใจก่อน ถ้ามีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังเราค่อยจัดการ ทันใดนั้นเสียงเหยี่ยวสายลมร้องเตือนภัยดังขึ้นตามมาด้วยเสียงคำรามของเสือ สายฟ้า

พลันต้นไม้ใหญ่เบื้องหน้าโค่นลงมาขวางทางไว้ ไผ่เหยียบเบรกแล้วโดดลงจากรถ สาดกระสุนใส่พวกคนร้ายที่โอบล้อมเข้ามาตายไปหลายคน ก่อนจะพุ่งมาอีกฝั่ง ดึงจันจิราลงจากรถพาหลบหลังต้นไม้ใหญ่ กระสุนยังคงสาดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เขาสั่งให้เธอซ่อนตัวอยู่ตรงนี้ก่อน เห็นอะไรไม่ชอบมาพากลให้ยิงก่อนถามทีหลังแล้วดีดตัวขึ้นต้นไม้ อ้อมไปตลบหลังพวกคนร้าย สาดกระสุนใส่ตายเรียบ

แต่แล้วมีเสียงจันจิราร้อง ด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น ไผ่ใจเสียรีบกลับไปยังที่ที่เธอซ่อนตัว เห็นนินจาเอาดาบสั้นจ่อลำคอเธออยู่ ที่ไหล่ด้านซ้ายของเธอมีแผลโดนฟันเลือดไหลอาบ ข้างๆมีอีกสามคนยืนคุมเชิงอยู่

“ฉันให้เวลาแกหนึ่งนาที ปล่อยตัวแฟนฉันแล้วฉันจะให้แกรอด...แต่คนอื่นต้องตายหมด”

หัวหน้า นินจาขู่กลับ ถ้าเขายอมแพ้ แฟนของเขาจะรอด แต่เขาไม่ ไผ่ไม่กลัวคำขู่ ส่งเสียงเรียกสายลมทันที ร่างของเหยี่ยวอาคมพุ่งเข้าหานินจาคนที่จับจันจิราไว้ ทึ้งลูกตาทั้งสองข้างของเขาถึงกับทรุด เลือดกระฉูด หญิงสาวเป็นอิสระรีบวิ่งเข้าไปหาชายคนรัก

“ส่วนพวกแก...อย่างที่ข้าบอกตายหมด...พี่สายฟ้า”

เสียง คำรามของสายฟ้าดังก้อง พร้อมกับร่างมนต์ของเสือพุ่งเข้าขย้ำพวกนินจาที่เหลือตายอนาถ ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดปรากฏอยู่ในอ่างน้ำมนต์ตรงหน้าคายามัง โดยมีนายโจยืนมองอยู่ข้างๆ

“พวกมันมีเหยี่ยวอาคมที่ร้ายกาจโดยเฉพาะเสือ เป็นร่างมนต์ที่เจ้าป่าเจ้าเขาให้ชีวิตขึ้นมาเพื่อคุ้มครองพวกมัน” คายามังเสียงเครียด นายโจไม่พอใจ พูดแบบนี้หมายความว่าเขาเอาชนะพวกนางเสือไม่ได้ใช่ไหม เขายังพอมีหนทาง แต่สิ่งที่จะกำจัดนางเสือได้นั้นยากจะควบคุม อาจเป็นดาบสองคมย้อนมาทำลายเราได้

“ผมไม่สนว่าอะไรที่จะกำจัดพวกมัน...งัดออกมาให้หมด” นายโจสั่งเสียงกร้าว

ooooooo

เป็นอย่างที่ฤทธิชัยคาดไว้ไม่มีผิด ผู้กองสัตยานำกำลังตำรวจพร้อมหมายเรียกตัวมายื่นให้อภิชาติและฤทธิชัย จักจั่นกับดาวชักปืนขึ้นมา แกล้งฮึดฮัดขัดขืนไม่ยอมให้สามีของพวกตนไปพอเป็นพิธีให้ผู้กองชั่วตายใจ ก่อนจะปล่อยให้เขาเอาตัวทั้งคู่ไป ขณะที่ผู้กองสัตยานำตัวอภิชาติและฤทธิชัยมายังลานจอดรถหน้าสำนักงาน รถข่าวคันหนึ่งแล่นพรวดเข้ามาจอด กำจรพร้อมด้วยตากล้องปรี่เข้ามาสัมภาษณ์สองหนุ่ม

“คุณอภิชาติ คุณฤทธิชัย คุณถูกข้อหาอะไรครับ”

“เราไม่ได้ถูกจับ แต่ถูกเชิญไปให้ปากคำเกี่ยวกับท่านรองก้องเกียรติเท่านั้น” อภิชาติอธิบาย

“แสดง ว่าคุณอภิชาติกับคุณฤทธิชัยยังไม่ได้เป็นผู้ต้องหา” กำจรยื่นไมโครโฟนไปจ่อปากผู้กองสัตยาซึ่งไม่ยอมตอบอะไร ผลักเขาพ้นทางแล้วพาสองหนุ่มไปขึ้นรถ ตากล้องแพนกล้องตามขณะที่กำจรรายงานข่าว

“อดีตตำรวจมือปราบพิเศษ คุณฤทธิชัยกับทนายความมือหนึ่งคุณอภิชาติกำลังถูกคุมตัว เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด...ในสภาวะสังคมที่เป็นอยู่ในขณะนี้ กฎหมายจะให้ความเป็นธรรมได้แค่ไหน เวลาเท่านั้นจะบอกได้ ผม...กำจร แสงรุ่งเรือง...รายงาน”...

จากนั้นไม่นาน อภิชาติกับฤทธิชัยถูกนำตัวมายังห้องประชุมใหญ่ของกองบัญชาการสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ ท่านรองศักดาซึ่งนั่งรออยู่ที่นั่นก่อนแล้วไม่พูดพล่าม ยัดข้อหาว่าทั้งคู่ร่วมมือกับท่านรองก้องเกียรติขายความลับของชาติ อภิชาติแดกดันว่า เด็ก ป.4 ยังรู้เลยว่าถ้าไม่มีหลักฐาน ข้อกล่าวหาก็ต้องตกไป

“เรากำลังค้นหาหลักฐานอยู่ ในระหว่างนี้ต้องขอกักตัวพวกคุณไว้ก่อน”

“เล่นสกปรกดื้อๆแบบนี้เอง...แล้วผมจะกลับมาเล่นสกปรกกับคุณมั่ง” ฤทธิชัยชี้หน้าอาฆาต

“ผมจะฟ้องคุณไม่ให้เหลือสักแดงไม่ให้เหลือที่ดินสักผืน ไม่ว่าคุณจะมีที่ดินบนสวรรค์หรือในนรกก็ตาม”

ท่าน รองศักดากับผู้กองสัตยาต่างยิ้มเยาะไม่สนใจคำขู่ นำตัวทั้งคู่กลับไปขึ้นรถตำรวจมุ่งหน้าไปตามเส้นทาง ออกนอกเมือง โดยมีดาวขับรถตามไปห่างๆ...

ขณะที่แผนการของฤทธิชัยสำเร็จไปหนึ่งขั้น จักจั่นกำลังทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างแข็งขัน คือเฝ้าดูการขนย้ายเงินของบริษัทอินเตอร์บิสและหาทางชิงเอามันมา เธอสะกดรอยตามรถตู้ขนเงินไปถึงโรงงานแห่งหนึ่ง เล่นงานมือปืนคุ้มกันเงินสี่คนหมอบราบคาบ เหลือมือปืนหางแถวยืนขาสั่นด้วยความหวาดกลัวอยู่หนึ่งคน พลันดวงตาของเธอกลายเป็นดวงตาเสือจ้องตามือปืนเขม็ง

“ขับรถไปจอดไว้ที่หน้าสภากาชาด แล้วขนกล่องใส่เงินลงให้หมด”

เขาเหมือนโดนสะกดจิต พยักหน้ารับคำแล้วขับรถตรงไปยังจุดหมายตามที่เธอสั่งทันที...

การบริจาคเงินของผู้ไม่ประสงค์ออกนามให้แก่สภากาชาดเกือบ 150 ล้านบาท กลายเป็นข่าวร้อนประจำวัน สื่อทุกสำนัก ทีวีทุกช่องมารุมทำข่าวกันอย่างคึกคัก...

ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานของประธานบริษัทอินเตอร์บิส นายโจเห็นข่าวในทีวีเกี่ยวกับเงินบริจาคจำนวนเกือบร้อยห้าสิบล้านบาทแล้ว ถึงกับหน้าเครียด รู้ทันทีว่าเงินเหล่านั้นเป็นของบริษัทที่ถูกชิงไป และยิ่งเครียดหนักขึ้นเมื่อท่านรองศักดาขอพบ เขาตำหนิท่านว่าไม่ควรมาที่นี่ตอนนี้

“องค์กรของเราสูญเสียเงินไปอีกแล้ว”

นายโจตกใจหน้าซีดจำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของนายใหญ่ เขาดึงหน้ากากใบหน้าท่านรองศักดาออก แล้วโยนลงบนโต๊ะ นายโจกลัวความผิดไม่กล้าสบตาด้วยได้แต่ก้มหน้างุดๆ

“อีกเดือนเดียวคณะกรรมการก็จะลงมติอนุมัติโครงการทั้งหมด อย่าให้ผิดพลาดได้”

“ขอบคุณนายใหญ่ที่ให้โอกาส” นายโจโค้งคำนับหัวแทบจะโขกพื้น แต่พอเงยหน้ามองอีกที เขาหายไปแล้ว เหลือแต่หน้ากากใบหน้าท่านรองศักดาวางอยู่บนโต๊ะ นายโจถึงกับถอนใจ โล่งอก

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ลุงเดช แสง และแม่สมพรทราบข่าวจันจิราถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ รีบพากันมาเยี่ยมปลอบขวัญ แสงเตือนไผ่ทีหน้าทีหลังต้องดูแลน้องให้ดีๆ ลุงเดชไม่ค่อยสบายใจนัก ดูเหมือนพวกคนร้ายจะรู้ตื้นลึกหนาบางของพวกเราเป็นอย่างดี และพร้อมจะกำจัดพวกเราตลอดเวลา ไผ่แค้นมากจะบุกไปที่ค่ายเล่นงานพวกมันคืนบ้าง ลุงเดชขอร้องให้ใจเย็นๆ พวกนั้นมีเจ้าหน้าที่คอยคุ้มครองอยู่ เราไม่อยากฆ่าคนบริสุทธิ์

“อาจจะเป็นเจ้าหน้าที่พวกที่ไม่บริสุทธิ์ก็ได้” แสงตั้งข้อสังเกต

ลุงเดชปรามไม่ให้เขาวู่วาม และเตือนไผ่อย่าบ้าจี้ตามพ่อ ต้องดูให้แน่ใจก่อนว่าใครเป็นใครแล้วค่อยลงมือ ในระหว่างนี้พวกเราต้องระวังตัวทุกฝีก้าว ห้ามจันจิราออกลุยจนกว่าแผลจะหายดี...

ด้านดาวยังคงขับรถตามขบวนรถควบคุมตัวอภิชาติกับฤทธิชัยไปตามเส้นทางออกนอกเมือง ทันใดนั้น มีมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านพรวดออกมาจากถนนสายรอง เธอกระแทกเบรกอย่างแรง ก่อนจะหันไปด่าคนขับ มอเตอร์ไซค์ แต่แล้วสัมผัสพิเศษเตือนเธอว่าจะเกิดเหตุร้าย ดวงตาของเธอกลายเป็นดวงตาของเหยี่ยวสายลมสายลมมองเห็นจรวด อาร์พีจี กำลังพุ่งเข้ามา เธอดีดตัวหนีได้ทันก่อนรถจะระเบิดแหลกไม่มีชิ้นดี...

หลังจากกำจัดรถติดตามพ้นทาง มือยิงจรวดรีบโทร.แจ้งไปยังรถตำรวจซึ่งขับนำรถตู้ที่คุมตัวอภิชาติกับฤทธิชัย หัวหน้าชุดควบคุมตัวบอกให้คนขับเลี้ยวเข้าถนนย่อยไปยังสวนเปลี่ยว แล้วสั่งให้ทั้งคู่ลงจากรถ

“เสียใจด้วยที่การเดินทางของพวกแกจบลงแค่นี้” หัวหน้ากับพวกลูกน้องชักปืนเล็งมายังสองหนุ่ม

“ฉันว่าเป็นการเดินทางของพวกแกมากกว่าที่จบ” ฤทธิชัยเกทับ

“รถของพวกแกที่ตามมาถูกระเบิดเป็นจุณไปเรียบร้อยแล้ว” หันหน้ายิ้มเย้ย ขณะที่ฤทธิชัยถึงกับอึ้ง

ก่อนที่พวกนั้นจะทันรู้ตัว นางเสือพุ่งผ่านหน้าพร้อมกับสาดกระสุนใส่ พวกลูกน้องตายเรียบเหลือหัวหน้ายืนหัวโด่หน้าซีดอยู่คนเดียว เธอคาดคั้นให้เขาบอกมาว่าผู้กองสัตยากับท่านรองศักดารับคำสั่งจากองค์กรลับแบล็กอีวิลใช่ไหม เขาอ้างว่าเป็นแค่ตำรวจหางแถวไม่มีสิทธิ์รู้เรื่องอะไร แค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น

“รีบไปก่อนที่นิ้วฉันจะเหนี่ยวไกด้วยความบังเอิญ” เธอพูดจบกระดิกนิ้วขู่ เขาเผ่นแน่บไม่เหลียวหลัง...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ณ ป่าบ้านดอนเสือ ครอบครัวชาวเขามีพ่อ แม่ ลูกชาย และลูกสาววัยกำลังซนนั่งพักเหนื่อยหลังจากเดินทางออกจากดอยผ่านป่าลึก เม่งจูชวนอาตงน้องชายไปวิ่งเล่น แม่ของพวกเขาเตือนไม่ให้ไปเล่นไกลหูไกลตาเดี๋ยวจะพลัดหลง เม่งจูรับคำก่อนจะวิ่งตามอาตงหายเข้าไปในพุ่มไม้

เด็กทั้งสองคนวิ่งไล่จับกันอย่างสนุกสนาน อาตงเห็นพี่สาวไล่ตามใกล้เข้ามา เร่งฝีเท้าหนี เม่งจูพยายามตะโกนเรียกน้องชายให้หยุด แต่เขาไม่ฟัง เธอรีบวิ่งตามแต่แล้วต้องตกใจที่เห็นเขาวิ่งชนกำแพงมนตร์หายวับไปกับตา อาตงโผล่เข้ามาในกำแพงโดยไม่รู้ตัว พอเห็นภายในถ้ำตรงหน้า มองอย่างตื่นเต้น เบื้องหน้าไกลๆมีพวกมือปืนเดินกันขวักไขว่ เขาจัดแจงจะเดินเข้าไปหา

โชคดีที่เม่งจูตามมาคว้ามือน้องชายวิ่งทะลุกำแพงมนตร์ออกไปเสียก่อน สองพี่น้องรีบกลับไปเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้พ่อแม่ฟัง ทั้งคู่หาว่าลูกๆคิดไปเองตามประสาเด็กไม่ได้สนใจอะไร ชวนกันเดินทางต่อ

ooooooo

ข่าวอภิชาติกับฤทธิชัยหลบหนีการจับกุมและฆ่าตำรวจตายออกทีวีทุกช่อง ทางการออกหมายจับไปทั่วประเทศ สองหนุ่มเห็นข่าวตัวเองแล้วเซ็งสุดๆ นี่เท่ากับเปิดโอกาสให้ผู้กองสัตยาเล่นงานพวกตนได้เต็มที่ ดาวเห็นสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ ตัดสินใจอยู่ที่นี่ต่อ ฤทธิชัยทักท้วง แล้วค่ายของศัตรูที่บ้านดอนเสือจะทำอย่างไร

“พี่ไผ่กับลุงเดชคอยจับตาดูอยู่แล้ว มีพี่สายลมกับพี่สายฟ้าคอยช่วยน่าจะรับมือพวกมันไหว ถ้ามีอะไรค่อยกลับไปก็ยังทัน อยู่ลุยพวกมันทางนี้ก่อน” ดาวสีหน้ามุ่งมั่น ก่อนจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.หาไผ่...

หลังจากคุยโทรศัพท์กับดาวแล้ว ไผ่รีบไปที่หมู่บ้านสมาชิกโจร รายงานให้ลุงเดชกับพ่อแสงทราบว่าดาวจะอยู่กรุงเทพฯอีกสักพัก เนื่องจากอภิชาติกับ ฤทธิชัยถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิดกับท่านรองก้องเกียรติขายความลับให้ต่างชาติ เธอยังฝากมาบอกอีกว่าจะส่งเงินที่ปล้นได้มาให้ คงจะมาถึงสถานีอนามัยเย็นวันนี้

“ดี...เล่นงานไอ้พวกเห็นแก่เงินก็ต้องปล้นเงินของพวกมัน...ไผ่...ระวังให้ดีอย่าประมาท พวกมันคงไม่ปล่อยให้เงินมาถึงมือเราง่ายๆ” ลุงเดชกำชับเสียงเครียด...

ฤทธิชัยได้รับรายงานจากสายข่าวมาว่าสินค้าที่บริษัทอินเตอร์บิสนำเข้ามีเงื่อนงำ เขาอยู่นิ่งเฉยไม่ได้จึงชวนดาวมาตรวจดูที่ท่าเรือขอส่งสินค้า เห็นรถตู้ของบริษัทอินเตอร์บิส 3 ค้นกำลังเคลื่อนออกจากท่าเรือ เขารีบขับรถตามไปห่างๆจนมาถึงประตูทางเข้าออก

โรงงานแห่งหนึ่ง ทันทีที่รถตู้ทั้งหมดแล่นเข้าไปประตูปิดตามหลัง ฤทธิชัยตามเข้าไม่ได้ ต้องจอดรถรอหน้าประตู มือปืนที่ยืนเฝ้าระวังยื่นหน้าเข้ามามองในรถ ดาวจ้องตาเขา
“คนของนายใหญ่มา...อำนวยความสะดวกด้วย”

มือปืนเหมือนถูกสะกดจิต หันไปพยักพเยิดกับเพื่อน แล้วพูดตามคำพูดของเธอทุกคำไม่มีตกหล่น พวกนั้นไม่เอะใจ รีบเปิดประตูให้รถของฤทธิชัยเข้าไป พอถึงตัวโรงงานเขาเห็นมีช่องว่าง รีบนำรถเข้าไปจอด มือปืนที่เดินลาดตระเวนอยู่แถวนั้นเห็นหางตาแว้บๆ สะกิดเรียกพรรคพวกอีกสองคนให้เดินมาดูรถของฤทธิชัย อ้างว่ารถคันนี้เพิ่งแล่นพรวดเข้ามาจอด เพื่อนทั้งสองคนงง ไม่เห็นมีใครอยู่ในรถสักคน

“เอ็งเมาหรือไงวะ” เพื่อนโวยแล้วพากันเดินจากไป มือปืนคนนั้นมองเข้าไปในรถอีกครั้งเพื่อความแน่ใจก่อนจะตามเพื่อนออกไป ครู่หนึ่งร่างของดาวในอ้อมกอดฤทธิชัยค่อยๆปรากฏขึ้น

“ผมชอบวิชาพรางตัวของคุณจริงๆ”

เธอยิ้มก่อนจะชวนเขาไปสำรวจดูว่าพวกนั้นขนอะไรมา เขาปล่อยเธอจากอ้อมแขน แล้วหันไปคว้าเป้สัมภาระสองใบที่เบาะหลังรถขึ้นมายื่นให้เธอหนึ่งใบ

“ระวังหน่อยครับมีระเบิดอยู่ในนั้น แค่ตั้งเวลา วางแล้วเผ่น” เขายิ้มๆก่อนจะเอาเป้สะพายหลัง จากนั้น ทั้งคู่เดินอย่างระแวดระวังมาตามลังต่างๆที่วางเรียงรายอยู่ จนกระทั่งเห็นพวกคนร้ายกำลังยกลังใบสุดท้ายออกจากรถตู้มาวางไว้ที่มุมหนึ่ง แล้วพากันออกไป ฤทธิชัยกับดาวรีบเข้าไปเปิดลังดู เห็นถุงกาแฟวางอยู่ เขาเอาถุงเหล่านั้นออก พบว่าด้านล่างเป็นอุปกรณ์ดาวเทียมสื่อสาร ไฮเทค

“มันกำลังจะติดตั้งเครือข่ายติดต่อกันได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องอาศัยเครือข่ายโทรศัพท์เอกชน เผื่อมีการตรวจสอบจะได้สาวถึงมันไม่ได้”

“แสดงว่าพวกมันไม่ได้มาเพื่อแค่หาผลประโยชน์ แต่มันคิดจะอยู่เลย”

ดาวได้ยินเสียงคนมา รีบคว้าตัวฤทธิชัยไว้ ร่างของทั้งคู่ค่อยๆจางหายไป หัวหน้ามือปืนเข้ามาเห็นลังเปิดทิ้งไว้ ตะโกนลั่นว่ามีผู้บุกรุก แล้วสั่งการให้มือปืนทุกคนออกไปตามล่าตัวมาให้ได้ ครู่ต่อมา ร่างของดาวกับฤทธิชัยไปปรากฏขึ้นข้างๆรถที่จอดอยู่ ต่างรีบขึ้นรถอย่างรวดเร็ว เขาบ่นเสียดายที่ไม่มีเวลาทำลายอุปกรณ์พวกนั้น

ตอนที่ 4

พอเห็นว่าพ้นอันตรายแล้ว อภิชาติ จักจั่น ดาวและฤทธิชัยจึงหยุดพักเหนื่อย ดาวมองหน้ากากที่ กระชากมาจากหน้าท่านรองศักดาตัวปลอมในมือก่อนจะโยนทิ้งด้วยความเจ็บใจ

“พวกมันฉลาดมาก ใช้ตัวปลอมออกทำงานแต่ละครั้ง ถ้าพลาดมันก็กำจัดเสีย คราวหน้าก็เปลี่ยนคนอีก ทุกคนรู้แต่คำสั่งที่ได้รับไม่มีอะไรมากกว่านั้น”

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 09:03 น.