ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ป่านางเสือ2

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ไม่นานนัก ดาวกับไผ่ปรากฏตัวขึ้นบนยอดไม้เหนือด่านตรวจ พร้อมกับเสียงคำรามของเสือสายฟ้า

    “ใคร คิดจะกลับใจ เลิกทำชั่วก็ให้รีบออกไป”  ไผ่ประกาศก้อง พวกมือปืนไม่สนใจคำเตือน สาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง ทั้งคู่แกล้งพลัดตกจากต้นไม้ลงไปในพุ่มไม้หนาเบื้องล่าง

    “โดนแล้ว...รีบเข้าไปซ้ำ อย่าให้รอด” หัวหน้ามือปืนสั่งการ

    พวกมือปืนต่างกรูเข้าไปยังจุดตก ลุงเดชที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆโบกมือเป็นสัญญาณให้พ่อแสงนำทุกคนวิ่ง

    ผ่าน ด่านตรวจของศัตรูเข้าไปในราวป่าได้อย่างปลอดภัยโดยมีเขาคอยระวังหลังให้ ที่อีกด้านหนึ่งของด่านตรวจพวกมือปืนไปถึงพุ่มไม้กลับพบแต่ความว่างเปล่า

    “เฮ้ย...หายไปไหนวะ...ค้นให้ทั่ว อาจจะคลานไปตายใกล้ๆแถวนี้” หัวหน้ามือปืนกำชับเสียงลั่น

    “ไม่ต้องเสียเวลาหรอก” ไผ่ว่าแล้วร่อนลงกลางวงศัตรูพร้อมกับดาว

    พวกนั้นไม่ทันตั้งตัวถูกดาวกับไผ่ทั้งเตะทั้งต่อยอุตลุด ไม่ทันนกกระจอกกินน้ำ ทั้งคู่จัดการพวกนั้น

    ทรุดลงไปกองกับพื้นจนหมด แล้วดีดตัวหายขึ้นไป

    บนยอดไม้...

    ใน ขณะที่ลุงเดชกับพวกผ่านด่านตรวจเข้มของศัตรูไปได้โดยสวัสดิภาพ ที่โรงงานร้างแห่งหนึ่งชานกรุงกลับมีมือปืนยืนเฝ้าระวังอยู่เต็มไปหมด จังหวะนั้น มีรถตู้สองคันแล่นพรวดเข้ามาจอด

    นายโจก้าวลงจากรถคันแรก ตามมาด้วยนาคี และนินจายอดฝีมืออีก 3 คนคอยตามประกบเธอแจ ส่วนรถตู้คันหลังมีมือปืน 5 คน กรูกันล้อมมือขวานายใหญ่กับนาคีไว้ เขาหวังว่าเธอคงไม่คิดขัดคำสั่งอาจารย์ตัวเองเธอกวาดตามองเขากับเหล่าสมุน อย่างหยามเหยียด

    “พวกเจ้าแค่นี้คิดว่าจะสยบเราได้หรือ”

    “ถ้า พวกเราเป็นอะไรไปแม้แต่คนเดียว คนรักของท่านดับทันที” นายโจขู่ นาคีไม่สนใจตวัดมือข้างหนึ่งปล่อยพลังยกร่างเขาลอยขึ้นจากพื้น ส่วนอีกข้างหนึ่งขย้ำคอจนหายใจไม่ออก พวกมือปืนชักปืนขึ้นมาเล็งไปที่เธอเป็นจุดเดียวกัน ขณะที่นินจาตั้งท่าเตรียมพร้อม เธอกวาดสายตามองก่อนจะโยนนายโจลงพื้น เขาค่อยๆยันตัวลุกขึ้น จ้องมองเธออย่างถือไพ่เหนือกว่า

    “ถ้าเจ้าแตะต้องเราอีก เราจะสั่งฆ่าคนรักของเจ้าทันทีจำไว้”

    ooooooo

    เย็นวันเดียวกัน นายโจเข้าไปนั่งในร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งโดยมีมือปืนคุ้มกันสองคนตามประกบ สายตาของเขาจับจ้องไปที่เพ็ญพิมกับเพื่อนๆร่วมแก๊งไฮโซของเธออีกสามคนที่เพิ่งเดินเข้าไปนั่งโต๊ะด้านในสุดของร้าน หนึ่งในพวกสาวๆอดแดกดันเพ็ญพิมไม่ได้

    “ระยะนี้พ่อเธอมีข่าวคอรัปชัน ทุจริตหนาหู เธอเดินเที่ยวสบายใจ ไม่กลัวใครเล่นงานหรือ...เป็นฉันล่ะก็ไม่กล้าออกจากบ้านแน่เลย...กลัว”

    เพ็ญพิมยักไหล่ไม่ยี่หระ “พวกมันไม่กล้าหรอก พ่อฉันกับพวกพี่น้องออกจะบิ๊ก อย่างดีก็แค่แอบด่าลับหลังไม่สะเทือนฉันหรอก...คนเสิร์ฟหายหัวไปไหนนะ หิวแล้ว” เธอกวาดตามองไปรอบๆ

    จังหวะนั้น มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาแจ้งว่าเจ้าของร้านนี้ให้มาเชิญเพ็ญพิมออกจากร้าน ที่นี่ไม่ต้อนรับเธอและตระกูลของเธอ เชิญไปหาอาหารที่ร้านอื่นกินแทน เธอลุกพรวดจะเอาเรื่อง เพื่อนๆของเธอไม่อยากมีปัญหาชวนกันกลับ เธอเห็นเพื่อนๆลุกขึ้นจำต้องลุกตาม เสียงคนตบมือไล่ดังกระหึ่มทั้งร้าน นายโจรีบหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์ ขณะที่สาวไฮโซทั้งสี่คนเดินไปยังรถซึ่งจอดอยู่ในลานจอดรถ เพ็ญพิมยังอารมณ์ค้างไม่หาย

    “บ้าที่สุด เดี๋ยวจะให้พ่อฉันส่งคนมาปิดร้านมัน”

    “ทำได้หรือ ได้ข่าวว่าร้านนี้ก็เส้นใหญ่เหมือนกันนะ” ขาดคำ มีรถตู้แล่นมาจอดเทียบ ชายฉกรรจ์ 3 คนลงมาฉุดเพ็ญพิมขึ้นรถแล้วทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว เพื่อนๆของเธอตกใจร้องขอความช่วยเหลือลั่น บางคนได้สติรีบโทร.แจ้งตำรวจ นายโจออกมาเห็นพอดี ยิ้มพอใจที่แผนการสำเร็จ...

    ในเวลาเดียวกัน ที่เซฟเฮาส์ของอภิชาติ งิ้วยังคงง่วนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ตรวจหาสัญญาณทุกชนิดที่คาดว่าจะมาจากพวกแบล็กอีวิลแต่ไม่มีวี่แววอะไรสักอย่าง จังหวะนั้น มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อภิชาติรีบรับสาย นิ่งฟังอยู่ครู่หนึ่งก็วาง แล้วหันมาทางสองสาวสีหน้าเคร่งเครียด

    “มีรายงานเข้ามาว่าพวกมันเปลี่ยนแผนไปที่ลูกสาวของพวกนักธุรกิจเป้าหมาย”...

    ไม่นานนัก อภิชาติ จักจั่น และงิ้วมาถึงกองบัญชาการของท่านรองศักดา นพนำภาพของเพ็ญพิมขึ้นจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่พร้อมกับสรุปรายงานคร่าวๆให้ฟัง

    “นี่คือคุณเพ็ญพิม ลูกสาวของนักธุรกิจคนสำคัญขององค์กร...เอ่อ...คนที่ถูกพวกคุณต่อยจนตาเขียว”

    อภิชาติ จักจั่น และงิ้วอดขำไม่ได้ โดยเฉพาะจักจั่น ออกแนวสะใจ “สมน้ำหน้า เด็กพวกนี้ไม่มีสำนึก รู้ว่าพ่อแม่โกงมาแล้วยังใช้เงินสบายใจเฉิบ แถมยังดูถูกคนอื่นอีกต่างหาก”

    “ผมว่าเป็นข่าวที่ไม่ดีมากกว่า คือคนสำคัญในองค์กรทุกคนมีลูกสาวทั้งนั้นและถูกพวกมันจับไปทุกคนพร้อมกันเมื่อวานนี้...ที่แย่ก็คือคนสำคัญขององค์กรพร้อมที่จะเซ็นสัญญาให้พวกแบล็กอีวิลเพื่อแลกกับลูกสาวของตัวเอง” ท่านรองศักดาหน้าเครียด

    จักจั่นยิ่งไม่พอใจหนักขึ้น ที่คนพวกนี้ห่วงแต่ลูกของตัวเอง ขนาดยอมเอาประเทศชาติเข้าแลก ถึงอภิชาติจะเห็นด้วยกับเธอ แต่ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น นอกจากรีบหาลูกสาวของเป้าหมายให้เจอก่อนถึงเวลาเซ็นสัญญา

    “ภาพจากกล้องวงจรปิด ตอนคุณเพ็ญพิมถูกจับ เห็นนายโจอยู่ที่นั่นด้วย” นพรายงานเพิ่มเติม

    ต้องมีบางอย่างน่าสงสัย นายโจน่าจะฉลาดมากกว่านี้”

    อภิชาติเห็นด้วยกับจักจั่นอีกครั้ง แต่ปัญหาใหญ่ตอนนี้ก็คือ ถ้าพวกเราตามสาวๆใครจะคอยดูเหล่านักธุรกิจเป้าหมาย ศัตรูกำลังปั่นหัวพวกเรา พอเราตามพวกลูกสาว พวกนั้นก็กลับมาเล่นงานพวกพ่อๆ

    “ปัญหาก็คือพรุ่งนี้จะมีการประชุมต่อจากคราวที่แล้ว...ผมเตือนพวกท่านๆแล้ว แต่ท่านเหล่านั้นต้องการให้พวกคุณทุ่มกำลังทั้งหมดพาพวกลูกสาวกลับมาให้ได้” ท่านรองศักดาสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้คนอื่นๆ

    ooooooo

    หลังจากจัดการพวกมือปืนที่ด่านตรวจราบคาบ ดาวกับไผ่แอบซุ่มดูหมู่บ้านแห่งหนึ่งอยู่พักใหญ่

    ไม่พบคนของแบล็กอีวิลสักคน แถมพวกมือปืนก็

    ไม่โผล่มาให้เห็น

    “ดูเหมือนว่าหมู่บ้านนี้ไม่ใช่จุดทางผ่านของพวกมัน...เราน่าจะให้เด็กๆพักหาอะไรกินที่นี่ได้นะพี่ไผ่”

    “พี่จะเข้าไปตรวจดูก่อน เพื่อความแน่ใจ”

    “งั้นดาวจะไปดักพบลุงเดชกับพ่อแสง” เธอพูดจบดีดตัวแยกไปอีกทางหนึ่ง...

    เมื่อไผ่ตรวจดูภายในหมู่บ้านแห่งนี้เรียบร้อยแล้ว ดาวจึงพาลุงเดช พ่อแสง อาตงและเม่งจูกับพ่อของเด็กๆตามมาสมทบ ลุงชาวบ้านใจดีคนหนึ่งพาไผ่กับพวกมายังกระท่อมท้ายหมู่บ้าน

    “ที่นี่อยู่หลังสวน ไม่ค่อยมีคนเข้ามา พวกเอ็งหลบที่นี่ได้”

    ดาวขอบใจลุงมากที่ช่วยเหลือ หยิบเงินปึกหนึ่งส่งให้ รบกวนช่วยจัดหาเสบียงอาหารมาให้ ลุงชาวบ้านรับเงินแล้วขอตัวกลับ ไผ่มองตามเขาก่อนจะหันมาทางลุงเดช

    “ลุงคนนั้นบอกว่าพวกมันเห็นว่าที่นี่โล่ง ไม่มีหุบเขา พวกมันก็เลยผ่านกันไป”

    “ดี...เด็กๆจะได้พักเต็มที่หน่อย” ลุงเดชพูดจบหันไปพยักพเยิดให้พ่อแสงพาเด็กๆกับพ่อของพวกแกเข้าบ้าน ไผ่บอกให้ดาวไปพักผ่อนก่อน เขาจะเฝ้าระวังให้เอง ลุงเดชเห็นเธอเงียบผิดปกติ ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

    “เปล่าหรอกค่ะ ดาวแค่เป็นห่วงคุณหนึ่งเท่านั้น ลุงเดชไปพักก่อนเถอะค่ะ”

    ลุงเดชไม่ถามเซ้าซี้อะไรอีก พยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วเดินเข้าบ้าน เธอมองตาม ถอนใจหนักใจ...

    ขณะเดียวกัน ที่โกดังลึกลับ ภายในโรงงานร้างชานกรุง เพ็ญพิมทั้งข่มขู่ทั้งอาละวาดเพื่อให้นายโจปล่อยตัว เขารำคาญตบเธอผัวะทรุดลงไปกองบนโซฟา สั่งให้เลิกโวยวายได้แล้ว สาวๆอีกสามคนที่ถูกลักพาตัวมาเช่นกัน ได้แต่นั่งมองตาปริบๆ ขณะที่เธอยังไม่ยอมหยุดพูด

    “แกจะเอาเงินเท่าไหร่”

    “เงินน่ะเอาอยู่แล้ว แต่ผมไม่ปล่อยคุณกลับไปเด็ดขาด...คนอื่นๆไม่ต้องกลัวนะครับ ถึงเวลาได้กลับบ้านแน่นอน เพราะพวกคุณไม่ปากเก่งเหมือนนังนี่” นายโจมองเพ็ญพิมที่ตอนนี้หน้าซีดเป็นไก่ต้มอย่างสะใจ แล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร.สั่งการให้เตรียมนักบินเพื่อส่งตัวพวกสาวๆไปกำแพงมนต์...

    ค่ำวันเดียวกัน ภายในถ้ำลึกลับ ฤทธิชัยถูกมัดตรึงไว้กับผนังถ้ำในสภาพสิ้นเรี่ยวแรง คายามังยืนอยู่ตรงหน้ามองด้วยสายตาเหยียดหยาม

    “นี่หรือพวกนางเสือที่ได้พรจากสวรรค์”

    “แค่ดูหน้าก็รู้ว่าเอ็งต้องได้รับพรจากนรกชัวร์” ฤทธิชัยยังมีแรงประชดประชัน จอมขมังเวทไม่พอใจ ยกมือขึ้นท่องคาถา บ่วงสีทองที่ลำคอของเขารัดแน่นขึ้น ถึงกับเกร็งหายใจติดขัด

    “ยัง...ข้ายังไม่ให้เอ็งตายตอนนี้หรอก ข้าจะจัดการเอ็งพร้อมๆกับนาคีคนรักของเอ็ง” เขาพูดจบ ลดมือลง ทำให้ฤทธิชัยกลับมาหายใจปกติอีกครั้ง...

    ด้านอภิชาติกับสองสาวกว่าจะเสร็จจากการสรุปงานกับท่านรองศักดาก็ดึกมากแล้ว ระหว่างเดินมาขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าตึกกองบัญชาการ งิ้วอดเป็นกังวลไม่ได้ กว่าเราจะถึงตัวสาวๆ ศัตรูอาจจะเอาตัวไปที่อื่นแล้วก็ได้

    “จักจั่นก็ว่ายังงั้น จักจั่นว่านายโจกำลังรอเราอยู่”

    “ดี...เพราะเราจะไปคุยกับนายโจพรุ่งนี้” อภิชาติว่าแล้วขึ้นประจำที่นั่งคนขับพาสองสาวทะยานออกไป

    ooooooo

    อภิชาติกับงิ้วบุกไปที่บริษัทอินเตอร์บิสแต่เช้า ถามพนักงานต้อนรับสาวว่านายโจอยู่ไหน เธออ้าง ว่าไม่อยู่ งิ้วไม่เชื่อชักปืนขู่ ถ้าไม่อยากทำศัลยกรรมหน้าใหม่ให้รีบบอกมาว่าเขาอยู่ไหน เธอรีบส่งคีย์การ์ดให้ มือไม้สั่น

    “ชั้น 15 ค่ะ ออกจากลิฟต์แล้วเลี้ยวขวา”

    ทั้งสองคนยังไม่ทันคล้อยหลัง เธอคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดเบอร์ งิ้วพรวดเข้ามา เตือนให้อยู่เฉยๆดีที่สุด เธอรีบวางหู มองตามงิ้วที่ก้าวเข้าลิฟต์ด้วยสีหน้าหวาดหวั่น...

    ครู่ต่อมา ลิฟต์เปิดออกที่ชั้นเป้าหมาย อภิชาติกับงิ้วยังไม่ก้าวพ้นประตูลิฟต์ ต้องหลบหมัดของมือปืนที่พุ่งเข้ามา อีกสี่คนที่ยืนคุมเชิงอยู่กรูเข้าล้อมทั้งคู่ไว้ ไม่กี่อึดใจ พวกมือปืนถูกจัดการราบคาบ จากนั้น ทั้งสองคนพรวดพราดเข้าไปในห้องทำงานของนายโจ ยังไม่ทันจะพูดอะไร เลขาฯหน้าห้องละล่ำละลักรายงาน

    “บันไดหนีไฟค่ะ”

    ทั้งคู่กลับทรุดตัวลงนั่งที่โซฟารับแขกอย่างสบายอารมณ์ ขอให้เธอจัดกาแฟกับน้ำส้มมาให้อย่างละที่...

    ในขณะเดียวกัน ที่บันไดหนีไฟ มือปืนคุ้มกัน 3 คน วิ่งนำนายโจมาถึงชั้นที่ 12 แล้วเปิดประตูกลับเข้ามาในตัวตึก พุ่งตรงไปกดลิฟต์ลงไปชั้นล่าง หนึ่งในมือปืนกรอกเสียงใส่วิทยุสื่อสาร

    “เตรียมรถมารับข้างหน้า...ด่วน”

    สักพักนายโจกับสมุนมาถึงหน้าตึก รถตู้พุ่งพรวดเข้ามาจอดรับ แต่พอประตูรถเปิดออก ทุกคนถึงกับหยุดกึกที่เห็นจักจั่นอยู่ในรถพร้อมกับเล็งปืนใส่ พวกมือปืนขยับจะชักปืน แต่เธอไวกว่ายิงเปรี้ยงๆๆสามนัดซ้อนถึงกับทรุดกันหมด นายโจจำต้องยกมือยอมแพ้ จักจั่นยิ้มหวานส่งเสียงทักทาย

    “ไฮ้...ฮันนี่”

    นายโจมองงงๆ แต่แล้วต้องสะดุ้งเมื่อมีมือมาตบไหล่จากด้านหลัง หันขวับไปเห็นอภิชาติยืนอยู่กับงิ้ว

    “เธอเรียกผม...ไม่ใช่คุณ” อภิชาติยิ้มกวน

    ooooooo

    จากนั้น จักจั่น อภิชาติ และงิ้วลากนายโจกลับ ขึ้นไปยังห้องทำงานของเขา ปล่อยให้จักจั่นทำหน้าที่เค้นความจริงว่าเอาพวกลูกสาวนักธุรกิจไปซ่อนไว้ไหน เขาทำไก๋ไม่รู้ว่าพูดเรื่องอะไร เธอตบโครมหน้าคะมำลงไปบนโซฟารับแขก แล้วตามเข้าไปจะซ้ำ เขารีบเปิดปาก

    “กำลังถูกส่งไปฐานใหญ่หลังกำแพงมนต์...ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน”

    จักจั่นชักปืนขึ้นมาจ่อตรงหัวเข่าเขา สั่งให้โทร.เรียกกลับมา ไม่อย่างนั้นจะยิงเข่าแล้วตามด้วยน้องชายของเขา นายโจอ้าปากจะเถียง แต่เสียงปืนดังเปรี้ยงขึ้นก่อนถึงกับร้องลั่น ก่อนจะถอนใจโล่งอกที่เธอแค่ยิงขู่

    “เรียกกลับมา ไม่ยังงั้นนัดนี้โดนแน่” เธอขึ้นนกปืนเสียงดังคลิก

    นายโจทำเป็นลนลาน รีบคว้ามือถือขึ้นมาทำตามที่จักจั่นสั่ง อภิชาติยิ้มพอใจ เป็นแผนล่อเสือออกจากถ้ำของพวกศัตรูตามที่คาดไว้ไม่มีผิด พยักพเยิดให้งิ้วโทร.หานพ

    “คุณนพแจ้งทุกคนให้ระวังเป็นสองเท่า พวกมันล่อให้เรามาทางนี้...สถานการณ์เป้าหมายเป็นไงบ้าง”

    “เราเปลี่ยนสถานที่ประชุมจากเดิมเป็นความลับ”

    “ดี...แสตนด์บายจนกว่าเราจะได้สินค้าเรียบร้อย” งิ้วพูดจบก็วางสาย

    “แผนนายแตกเพราะนายยอมง่ายเกินไป แต่อย่างน้อยแกยังฉลาดอยู่ที่ให้ความร่วมมือ” จักจั่นยิ้มเย้ย

    “ใครร่วมมือกับแก” นายโจตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง อภิชาติเห็นไม่เข้าที บอกให้จักจั่นอยู่รอพวกสาวๆที่นี่ ตนกับงิ้วจะไปดูเป้าหมาย แล้วพรวดพราดออกจากห้อง นายโจมองตามก่อนจะหันกลับมาเห็นจักจั่นจ้องจับผิดอยู่

    “ที่แท้แกเจตนาให้กล้องวงจรปิดเห็นแกแล้วยอมเรียกผู้หญิงกลับมาง่ายๆ แสดงว่าแกแค่ใช้แผนล่อให้พวกเราออกจากเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้มือปืนของแกทำงานได้เต็มที่”

    “เก่งมาก สมกับเป็นนางเสือ...เสียอยู่อย่างเดียว...” เขายิ้มอย่างผู้ชนะ จักจั่นถึงบางอ้อทันที ตบผัวะเขาหงายหลังสลบเหมือด รีบคว้ามือถือขึ้นมาโทร.หาอภิชาติที่กำลังขับรถบ่ายหน้าไปยังห้องประชุมลับ

    “ระวังเป้าหมาย คราวนี้ไม่ใช่มือปืนแต่เป็นนาคี”

    อภิชาติวางสายสีหน้าเคร่งเครียด เร่งเครื่องแซงรถคันอื่นๆไปอย่างรวดเร็ว งิ้วผิดสังเกตถามว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้ว่าพวกแบล็กอีวิลส่งนาคีมาจัดการเป้าหมาย เธอรีบโทร.เตือนนพให้เคลื่อนย้ายเขากลับฐานให้เร็วที่สุด และให้ระวังนาคีไม่ใช่พวกมือปืน...

    คำเตือนของงิ้วช้าไป ท่านรองศักดาและนพยังไม่ทันจะเคลื่อนย้ายนักธุรกิจเป้าหมายและนักธุรกิจจากสหรัฐอเมริกาอีกสามคนออกจากห้องประชุมลับ นาคีบุกเข้ามาเสียก่อน เจ้าหน้าที่คุ้มกันยิงต้านสุดฤทธิ์ แต่ไร้ผลกระสุนไม่สามารถทำอะไรเธอได้ อึดใจเดียวพวกเจ้าหน้าที่ถูกสังหารเรียบ

    นพตวัดปืนยิงไม่ยั้ง นาคีตบเปรี้ยงเดียวกระเด็นกระแทกผนังห้องทรุดฮวบ แล้วย่างสามขุมเข้าหากลุ่มท่านรองศักดาและนักธุรกิจทั้งสี่คน ท่านรองชั่วทิ้งปืนแล้วยกมือทั้งสองข้างขึ้น ยอมจำนนเอาตัวรอดคนเดียว

    “แก...แกต้องป้องกันฉัน...ไอ้ขี้ขลาด” นักธุรกิจเป้าหมายเข่นเขี้ยวด้วยความแค้นใจ

    นาคีเดินผ่านท่านรองศักดาเข้าหานักธุรกิจเป้าหมายและนักธุรกิจจากสหรัฐอเมริกาทั้งสามคนที่ต่างถอยกรูด แล้วสะบัดมือปล่อยพลังเข้าใส่...

    ไม่กี่นาทีถัดมา อภิชาติกับงิ้วมาถึงห้องประชุมลับ ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างไร้วิญญาณของเจ้าหน้าที่คุ้มกันนอนเกลื่อน ตรงมุมห้องเห็นท่านรองศักดายืนนิ่งอยู่หน้าศพนักธุรกิจทั้งสี่คน อภิชาติปราดเข้าหา

    “ท่านรอง...เป็นยังไงบ้าง”

    “ผมไม่เป็นไร...นางงู มันร้ายกาจมาก”

    งิ้วโทร.แจ้งตำรวจให้ส่งรถพยาบาลมาที่นี่ด่วน แล้วหันไปเห็นนพพยายามยันตัวลุกขึ้นยืน รีบเข้าไปดูอาการเห็นไม่เป็นอะไรก็เบาใจ แต่พอมองร่างไร้วิญญาณที่เกลื่อนกลาดตรงหน้าถึงกับสลดใจ

    ooooooo

    ในเวลาเดียวกัน ที่กระท่อมท้ายหมู่บ้าน ความหวังที่ดาวจะได้พักผ่อนให้เต็มที่เพื่อฟื้นฟูพลังเป็นอันต้องพับฐาน เมื่อไผ่ออกลาดตระเวนแล้วพบมือปืนของแบล็กอีวิลนับสิบคนกำลังบ่ายหน้ามาทางนี้ ทุกคนรีบเก็บข้าวของออกเดินทางทันที ผ่านไปพักใหญ่ พ่อของอาตงกับเม่งจูจำพื้นที่แถบนี้ได้หันมาบอกลุงเดชว่า

    “ตรงหน้าอีกสองกิโลเมตรก็จะถึงจุดที่เราหยุดพักกันอีกจุดหนึ่ง”

    “หวังว่าจะเป็นจุดที่ตั้งของกำแพงมนต์”

    ทันใดนั้น มีเสียงร้องเตือนของเหยี่ยวสายลมดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงคำรามของเสือสายฟ้า ดาวหยุดกึก สัมผัส ได้ทันทีว่าพวกศัตรูใกล้เข้ามา บอกให้ไผ่คุมทุกคนเดินทางต่อไป ส่วนเธอจะคอยสกัดพวกนั้นเอง เขาคัดค้านเสียงแข็ง เธอยังไม่หายดีจะรับมือลำพังคนเดียวได้อย่างไร

    “ดาวเต็มร้อยแล้วค่ะ รับประกันคุณภาพ” พูดจบดีดตัวออกไป ไผ่ถึงกับส่ายหน้า

    “ลุงเดชกับพ่อแสงเดินทางต่อไปก่อน ผมจะไปดูน้องดาวสักหน่อย”

    “อืมดี...ลุงก็เป็นห่วงหนูดาวอยู่เหมือนกัน”

    ไผ่รีบตามดาวไป ขณะที่ลุงเดชกับพวกเคลื่อนขบวนไปอีกทางหนึ่ง...

    ไม่นานนัก ดาวในคราบนางเสือพุ่งมายืนอยู่บนยอดไม้ เห็นรถกระบะของพวกมือปืนบ่ายหน้าไปทางที่ลุงเดชกับพ่อแสงกำลังเดินทางอยู่ เธอร่อนลงไปดักหน้า แต่เกิดอ่อนแรงซวนเซยืนแทบไม่ติด สะบัดหัวไล่ความมึนงงกลับไอมีเลือดปนออกมาด้วย เธอพยายามรวบรวมกำลัง แต่ร่างกายไม่ไหวสุดท้ายก็ล้มฟุบ มีเสียงร้องของเหยี่ยวสายลมดังก้องไปทั้งป่า เป็นจังหวะเดียวกับขบวนรถของพวกมือปืนมาถึงพอดี รถนำขบวนเบรกพรืด

    “เฮ้ย...นั่นนางเสือนี่หว่า” หัวหน้ามือปืนตะโกนลั่น พวกมือปืนโดดลงจากรถตีวงล้อมเธอไว้

    “ใช่หรือพี่ ทำไมมาเครื่องน็อกแถวนี้” หนึ่งในสมุนอดสงสัยไม่ได้ พลันมีเสียงคำรามของเสือสายฟ้าดังขึ้น

    “ใช่แล้วเว้ย...เอ็งไม่ได้ยินหรือ ทั้งเสียงเสือเสียงเหยี่ยว”

    “งั้นรีบจัดการเลยสิพี่” สมุนยุส่ง พวกมือปืนไม่รอช้าสาดกระสุนใส่ดาวอย่างบ้าคลั่ง เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ทันใดนั้น มีเสียงคำรามของเสือสายฟ้าดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับร่างของไผ่ร่อนลงมาจากต้นไม้ หัวหน้ามือปืนหันไปเห็นก็ร้องเอะอะ

    “มาอีกตัวหนึ่งเว้ย...ฆ่ามัน”

    พวกนั้นหันไปยิงกราดเขาแทน ไผ่ไม่สะดุ้งสะเทือน ตรงเข้าเตะต่อยไม่ยั้ง พริบตาเดียวศัตรูตายเรียบ แล้วปราดเข้าไปประคองดาวที่หมดสติ ตามร่างกายของเธอไม่มีบาดแผลจากกระสุนปืนแม้แต่น้อย พลันเขาสัมผัสได้ว่ามีคนมา หันขวับไปมอง เห็นลุงเดช พ่อแสง อาตง
    กับเม่งจู และพ่อของเด็กทั้งสองวิ่งเข้ามา

    “หนูดาว...เกิดอะไรขึ้นไผ่” ลุงเดชสีหน้าเป็นกังวล ไผ่รีบอุ้มดาวขึ้นมา

    “ผมต้องรีบพาน้องดาวไปถํ้าพระภิกษุเร็วที่สุด”

    “แต่ถํ้าพระภิกษุอยู่ไกลจากที่นี่ ใช้เวลาอย่างน้อยวันหนึ่งเต็มๆ”

    จังหวะนั้น มีเสียงร้องเตือนของเสือสายฟ้า ตามมาด้วยเสียงของเหยี่ยวสายลม ลุงเดชรู้ทันทีว่าพวกศัตรูกำลังมา รีบคว้าปืนมายืนข้างไผ่ ขณะที่พ่อแสงยืนถือปืนประกบอีกข้างหนึ่ง ต่างคนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด

    ooooooo

    ขณะที่ดาวกับพวกตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน นายโจอยู่ในสภาพไม่ต่างกันถูกจักจั่นจ่อปืนขู่

    “ฉันให้เวลาอีกห้านาที ถ้าสาวๆพวกนั้นยังไม่มา นายพิการแน่”

    จังหวะนั้น สมุนของนายโจคุมตัวสาวๆเข้ามารวมทั้งเพ็ญพิมด้วย นายโจถามประชดว่าพอใจหรือยัง

    “ยัง...แกต้องไปส่งฉันก่อน...ส่วนพวกแกลงไปจัดการเรื่องรถ” จักจั่นหันไปสั่งเหล่าสมุนซึ่งมองหน้าเจ้านายของตนเป็นทำนองจะเอาอย่างไร พอเห็นเขาพยักหน้าอนุญาตรีบพากันออกไปทันที

    ครู่ต่อมา จักจั่นลากนายโจมาถึงหน้าตึก โดยมีเพ็ญพิมและสาวๆตามมาติดๆ เห็นรถตู้คันหนึ่งจอดรออยู่ มีมือปืนยืนคุมเชิงอยู่รอบรถ เธอสั่งให้พวกนั้นถอยไปให้หมด ห้ามตุกติกถ้าไม่อยากตาย แล้วไล่สาวๆขึ้นรถ

    “ผมไม่สนใจสาวพวกนี้อยู่แล้ว อย่างที่ว่าเป็นแค่แผนหลอกพวกแกออกมาเท่านั้น” นายโจยิ้มสะใจ จักจั่นหมั่นไส้ตบเปรี้ยงเดียวหน้าคะมำ แล้วดีดตัวขึ้นรถ สั่งให้คนขับเร่งเครื่องออกไป เพ็ญพิมหันมาทางเธอ

    “ขอบใจนะ ฉันจะบอกพ่อฉันตบรางวัลให้เธออย่างงาม”

    จักจั่นไม่ชอบขี้หน้าเพ็ญพิมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตวัดมือตบผัวะถึงกับหน้าหัน “ตบแค่นี้ก็พอแล้ว บอกตามตรงไม่ค่อยปลื้มพ่อของพวกเธอเท่าไหร่นักหรอก แค่ทำตามสถานการณ์”

    จังหวะนั้น อภิชาติโทร.มาแจ้งเรื่องพ่อของเพ็ญพิมถูกลอบสังหาร เธอถึงกับปล่อยโฮ...

    ขณะที่พวกลูกสาวของนักธุรกิจคนสำคัญถูกช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย ไผ่ซึ่งอุ้มดาวไว้เห็นเงาพวกมือปืนแบล็กอีวิลกระจายกำลังกันเข้ามา พ่อแสงบอกให้เขาพาดาวไปจากที่นี่ไม่ต้องห่วงทางนี้ เขาค้านเสียงแข็ง พ่อกับลุงเดชต้านพวกนั้นไม่อยู่แน่นอน และถ้าพวกนั้นเอาตัวอาตงกับเม่งจูไปได้ คราวนี้ทุกอย่างจบ พวกเราไม่มีทางหากำแพงมนต์ได้ทันเวลา ลุงเดชทักท้วงว่าชีวิตของดาวสำคัญกว่าเรื่องกำแพงนั่น

    “น้องดาวไม่ยอมหรอกครับ น้องดาวบอกว่าแผ่นดินสำคัญที่สุด”

    “แล้วไผ่จะทำยังไงละลูก”

    ทันใดนั้นมีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องก้อง ร่างมนต์ที่ขยายใหญ่ขึ้นบินตรงเข้าหาไผ่ซึ่งอุ้มดาวอยู่ ก่อนจะกลายเป็นควันจางหายไปพร้อมกับร่างของเธอ เมื่อเห็นเธอปลอดภัย ไผ่จึงบอกให้ทุกคนหลบไปก่อน ตนจะจัดการพวกมือปืนเอง ลุงเดชกับพ่อแสงรีบพาเม่งจู อาตงและพ่อของพวกแกไปซ่อนตัวแถวโขดหินด้านหลัง

    เป็นจังหวะเดียวกับพวกมือปืนดาหน้าออกมาจากแนวป่าสาดกระสุนใส่ไผ่ไม่ยั้ง เขาดีดตัวหนีให้ห่าง ลุงเดชกับพวกมากที่สุดก่อนจะร่อนลงบนลานโล่งกลางป่า พวกมือปืนหลงกลไล่ตามมาติดๆ เขารอท่าอยู่แล้ว พอพวกนั้นโผล่หัวออกมา ถูกยิงกราดตายเป็นใบไม้ร่วงไม่เหลือซาก...

    ด้านเหยี่ยวสายลมพาร่างบอบช้ำของดาวมาวางไว้บนแท่นศิลาภายในถ้ำพระภิกษุ พลันมีแสงสีทองปรากฏขึ้นคลุมร่างของเธอไว้ โดยมีร่างมนต์ของสัตว์วิเศษทั้งสอง คอยเฝ้าระวังอยู่ปากถ้ำ

    ooooooo

    นายใหญ่พอใจมากเมื่อได้รับรายงานจากนายโจผ่านทางคอมพิวเตอร์ว่านาคีจัดการทุกอย่างเรียบร้อย

    “เพิ่งเห็นอาจารย์คายามังทำงานสำเร็จคราวนี้เอง... อีกสองวันจะถึงกำหนดเซ็นสัญญาตามที่เราเรียกร้องส่งนาคีไปจัดการพวกมันอีก ให้พวกมันรู้สำนึกว่าถ้าไม่เซ็น...จะเกิดอะไรขึ้น” นายใหญ่พูดจบ ตัดการติดต่อ...

    ในเวลาเดียวกัน เหตุการณ์ลอบสังหารนักธุรกิจเป้าหมายและนักธุรกิจต่างชาติอีกสามคนเป็นข่าวฮิตประเด็นร้อนของวัน สถานีโทรทัศน์ทุกช่องประโคมข่าวกันเอิกเกริก รวมทั้งกำจรด้วย อภิชาตินั่งดูข่าวนี้กับงิ้วและจักจั่นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คว้ารีโมตทีวีกดปิด ก่อนจะบ่นอุบที่พวกเราทำงานพลาดปล่อยให้นาคีเล่นงานพวกนักธุรกิจจนได้ ระหว่างนั้น กำจรโทร.มาหาเขาพอดี

    “ฉันขอถามหน่อยไอ้ชาติ มีคนเห็นผู้หญิงประหลาดมีผมเป็นงูในที่เกิดเหตุ เรื่องเป็นยังไงวะ”

    “เอาไว้ถึงเวลาแล้วจะบอก” พูดจบเขาวางสาย ไม่กี่อึดใจ ท่านรองศักดาโทร.มาตามตัวทั้งสามคนไปพบ...

    ไม่นานนัก อภิชาติ จักจั่น และงิ้วมาถึงโกดังลึกลับแห่งหนึ่ง ท่านรองศักดากับนพยืนรอต้อนรับอยู่ก่อนแล้ว รอบบริเวณมีเจ้าหน้าที่พิเศษขององค์กรแฝงพร้อมอาวุธในมือยืนรักษาการอยู่หลายสิบนาย

    “ขอโทษที่ตามตัวกะทันหัน มันฉุกเฉินจริงๆ นักธุรกิจคนสำคัญขององค์กรสองคนอยู่ที่นี่” ท่านรองว่าแล้วพาทั้งสามคนไปยังห้องพักของพวกนั้น “นี่คือห้องที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ กำแพงเสริมเหล็กกล้าหนาสองนิ้วถึงสามแผ่น ประตูเปิดจากด้านในไม่มีใครเข้าไปในนี้ได้ หน้าประตูมียันต์ลงคาถากำกับ จากเกจิอาจารย์ระดับสูง”

    นพกรอกเสียงใส่วิทยุสื่อสารสั่งให้เปิดประตู ครู่เดียวประตูเหล็กค่อยๆเปิดออกด้วยไฟฟ้า เห็นเจ้าหน้าที่พิเศษสองนายอาวุธครบมือยืนเฝ้าพวกนักธุรกิจอยู่ นพพยักหน้าให้เจ้าหน้าที่ ประตูก็ปิดลงอย่างเดิม อภิชาติได้แต่หวังว่าสิ่งนี้จะสามารถต้านพลังของนาคีได้...

    แต่แล้วมันเป็นได้เพียงแค่ความฝัน นาคีบุกตะลุยฝ่าด่านพวกเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าระวังอยู่รอบโกดังลึกลับราบคาบ มาถึงหน้าห้องพักของสองนักธุรกิจเป้าหมายในที่สุด เจองิ้ว จักจั่น และอภิชาติยืนขวางทางอยู่

    “คุณงิ้ว...อยู่ห่างไว้ดีที่สุด” อภิชาติกระซิบ

    งิ้วรีบถอยหลังไปหนึ่งก้าวทำให้ยันต์ที่ปิดอยู่หน้าประตูห้องพักสาดแสงใส่หน้านาคีเต็มๆ ต้องยกมือบังสายตา มือเริ่มร้อนควันขึ้น เธอรีบหลบฉาก ทั้งสามคนสบโอกาสสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง นังงูร้ายหายตัวแวบมาโผล่กลางวง เกิดการต่อสู้ด้วยมือเปล่าขึ้น แทนที่สามจะรุมหนึ่งกลับเป็นตรงกันข้าม

    นาคีฟาดงิ้วกระเด็นกลิ้งไปกับพื้นเป็นรายแรก อภิชาติและจักจั่นถูกพลังฝ่ามือทรุดตามไปติดๆ เธอปราดไปหน้าห้องหมายจะบุกเข้าไปแต่ถูกยันต์ต้านไว้จนต้องถอยร่น พอตั้งหลักได้เธอหลับตาทำสมาธิ พริบตาเดียว ประตูห้องพักค่อยๆเปิดออก อภิชาติ จักจั่นและงิ้วต่างตะลึง

    “นาคีใช้พลังจิตให้คนข้างในเปิดประตู”

    อภิชาติเสียงเครียด จักจั่นไม่รอช้ายิงกระหน่ำเป็นชุด เช่นเดียวกับอภิชาติและงิ้ว แต่นังงูร้ายไม่สะเทือน  งิ้วเอะใจพรวดเข้าไปในห้องเห็นพวกเจ้าหน้าที่กำลังเล็งปืนใส่นักธุรกิจทั้งสองคน เธอไม่รอช้ายิงพวกนั้นล้มคว่ำ หันไปสั่งให้นักธุรกิจหลบอยู่ในนี้ แล้วรีบไปยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าห้อง

    ด้านอภิชาติกับจักจั่นยิงจนกระสุนหมด เก็บปืนตั้งท่าเตรียมรับมือ นาคียิ้มแสยะ งูเก็งกองบนหัวส่ายไปมา แสงอาคมจากยันต์สาดถูกงูเก็งกองต้องเลื้อยหลบ ขณะที่เธอทำปากขมุบขมิบท่องคาถา อภิชาติหน้าเสีย

    “คุณงิ้ว...สินค้า”

    คำเตือนของเขาสายเกินไป งิ้วพรวดเข้าไปข้างในเห็นนักธุรกิจทั้งคู่คว้าปืนของเจ้าหน้าที่ที่ตกอยู่ขึ้นมาระเบิดหัวตัวเองตายสนิท นาคียิ้มเย้ยก่อนจะหายตัวไปอย่างรวดเร็วเหมือนตอนมา...

    เมื่องานสำเร็จ นายใหญ่สั่งให้นายโจกำจัดฤทธิชัย และนาคีให้สิ้นซากจะได้หมดปัญหา แล้วให้เคลื่อนย้ายกำลังคนทั้งหมดเข้ากำแพงมนต์ กระหยิ่มใจว่าชาตินี้พวกนางเสือไม่มีทางหาพวกเราเจอแน่นอน

    ooooooo

    ในเวลาต่อมา ที่เซฟเฮาส์ของอภิชาติ ขณะงิ้วกับจักจั่นกำลังตรวจหาสัญญาณของพวกศัตรูอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ อภิชาติเข้ามาแจ้งว่าเพิ่งได้รับรายงานจากท่านรองศักดาว่าพวกแบล็กอีวิลถอยไปตั้งหลักที่ฐานใหญ่หมดแล้ว แต่ท่านรองกับนพไม่เข้าไปด้วย งิ้วยิ้มหยัน หนีเอาตัวรอดแบบนี้ก็เท่ากับเปิดตัวให้รู้ว่าทั้งคู่หักหลัง

    “ถ้าพวกมันเข้ากำแพงมนต์ได้ก็จบ...ผมว่าเราน่าจะไปแสตนด์บายที่บ้านดอนเสือ รอข่าวดีจากคุณไผ่เตรียมบุกพวกมัน” อภิชาติแนะ จักจั่นเห็นดีด้วยพวกนางเสือจะได้อยู่กันพร้อมหน้าอีกครั้ง...

    ขณะเดียวกัน ที่บ้านดอนเสือ ระหว่างที่จันจิราแวะซื้อของที่ตลาดเจอวิวัฒน์ออกมาจากร้านฝั่งตรงข้ามพร้อมกับกองกำลังต่างชาติ 5 คน ตรงรี่เข้าไปทวงค่ารักษาพยาบาลคนงานที่ถูกสมุนของเขารุมซ้อมที่ค่ายตัดไม้

    “บวกค่าตัวแกมาด้วยก็ดีเพราะฉันอยากจ้างแกไว้เป็นเมียรายเดือนให้ไอ้พวกนี้มัน” วิวัฒน์ยิ้มยียวน

    เธอหมั่นไส้เลยตบสั่งสอนทั้งเจ้านายทั้งสมุนล้มคว่ำไม่เป็นท่า “ค่ารักษาพร้อมค่าตัวฉัน หนึ่งล้านบาท รวมดอกเบี้ย แล้วฉันจะไปเอา” สั่งเสร็จเธอผละจากไป ทิ้งให้วิวัฒน์ยืนหน้าซีดเป็นไก่ต้มอยู่ตรงนั้น...

    หลังจากได้รับคำสั่งจากนายโจให้จัดการนาคีกับฤทธิชัย คายามังมาปรากฏตัวที่ถ้ำลึกลับซึ่งฤทธิชัยถูกจองจำไว้ สั่งให้ลูกศิษย์ทั้งสองของตนเตรียมพร้อมรับมือนาคี ไม่นานนักเธอก็ปรากฏตัวขึ้น ขอรับท่านพี่กลับ คายามังอ้างว่าเขาเป็นศัตรูสำคัญของนายใหญ่ปล่อยตัวไปไม่ได้

    “เราจะอยู่กับท่านพี่ของเราไม่ปล่อยให้ไปรบกวนนายใหญ่ของท่าน”

    “ข้าไม่ค่อยมั่นใจว่าเจ้าจะทำได้” จอมขมังเวทยิ้มเจ้าเล่ห์ ฤทธิชัยรู้ทันทีว่าเขาคิดไม่ซื่อ จึงร้องเตือนนาคี หนึ่งในลูกศิษย์ตบผู้กองหนุ่มหน้าหันฐานปากมาก คายามังหันไปพยักพเยิดให้ลูกศิษย์อีกคนหนึ่งเอามีดออกจากย่าม นังงูร้ายเห็นไม่เข้าทีหายตัวไปโผล่ตรงหน้าอาจารย์ชั่วหมายจะตะครุบคอหอย แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเขาท่องคาถาทำให้บ่วงเงินที่อยู่บนคอเธอรัดแน่นหายใจลำบาก

    “บังอาจ...ศิษย์คิดล้างอาจารย์” เขาว่าแล้วตวัดมือตบเธอกระเด็น เธอพยายามยันตัวลุกขึ้น แต่ต้องทรุดลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง ฤทธิชัยสงสารเธอมาก บอกให้รีบหนีไป จอมขมังเวทหันไปพยักพเยิดให้ลูกศิษย์อีกครั้ง คราวนี้เขาเอามีดปักที่อกฤทธิชัยถึงกับทรุด บ่วงสีทองที่คล้องคอทำให้พลังนางเสืออ่อนแรงต้านมีดไม่ได้ ลูกศิษย์กระชากมีดออกจะแทงซ้ำให้ตาย นาคีร้องห้ามลั่น

    “เดี๋ยวก่อน...ขอเพียงให้เรากอดท่านพี่เป็นครั้งสุดท้าย เราจะยอมเป็นทาสของท่านตลอดไป”

    คายามังสั่งให้ลูกศิษย์ยั้งมือไว้ก่อน นิ่งคิดอยู่อึดใจ “ก็ได้...ยังไงเจ้าก็ทำอะไรข้าไม่ได้อยู่แล้ว”

    นาคีเข้าไปซบหน้าร้องไห้กับอกฤทธิชัย ซาบซึ้งใจในความห่วงใยที่เขามีให้ พลางลูบบาดแผลที่ถูกแทงพลันรอยแผลนั้นค่อยๆจางหายไป คายามังสั่งให้เธอถอยออกไปได้แล้ว แต่เธอไม่ยอมขยับแถมกอดเขาไว้แน่น ลูกศิษย์ทั้งสองคนเข้ามาช่วยกันดึงมือออก เธอขัดขืนสะบัดทั้งคู่กระเด็น จอมขมังเวทไม่พอใจท่องคาถาให้บ่วงเงินรัดคอเธอแน่นขึ้นๆจนหายใจไม่ออก ดิ้นรนอย่างน่าสงสารแต่ยังคงกอดเขาไว้แน่น

    ฤทธิชัยทนดูต่อไปไม่ไหว ตัดสินใจกัดบ่วงเงินที่คล้องคอเธอ เป็นจังหวะเดียวกับเธอสิ้นเรี่ยวแรงทรุดลงไปกองกับพื้น คายามังถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นบ่วงเงินขาดกระจุยคาอยู่ที่ริมฝีปากเขา

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “ต่อ-แอฟ” เสิร์ฟความหวานทะลุจอเปิดฉากปาฏิหาริย์รักแท้ ใน “ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ”

    “ต่อ-แอฟ” เสิร์ฟความหวานทะลุจอเปิดฉากปาฏิหาริย์รักแท้ ใน “ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ”
    28 ก.ย. 2563

    09:01 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 11:41 น.