ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ป่านางเสือ2

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ครู่ต่อมา ดาวกับฤทธิชัยดีดตัวลงมาแถวลานเล็กๆกลางป่า สายตาคอยสอดส่ายไปมาอย่างระแวดระวัง เขาขอร้องให้เธอหนีไปก่อนเพื่อความปลอดภัยของลูก ส่วนเขาจะต้านนาคีไว้ให้ เธอไม่ต้องการให้ลูกขาดพ่อ ขออยู่ต่อสู้ด้วยกัน เขารวบมือเธอมากุมไว้

    “เชื่อผม นาคีไม่ทำร้ายผมหรอก”

    “แต่คุณอาจจะตกเป็นทาสของนาคีตลอดไป”

    “ผม เชื่อว่าคุณจะต้องแก้ไขให้ผมกลับคืนมาได้” พลันฤทธิชัยสัมผัสได้ว่านังงูร้ายใกล้เข้ามา ตวัดมือกดจุดที่ต้นคอหญิงคนรัก ถึงกับทรุดฮวบหมดสติ เขาประคองร่างเธอไปซ่อนหลังพุ่มไม้

    “ผม ขอโทษ...ฝากแม่ด้วยนะลูก” แล้วพุ่งตัวหนีไปให้ห่างจากเธอมากที่สุด พอได้ระยะปลอดภัย จึงร่อนลงมายืนรออย่างใจเย็น สักพักนาคีตามมาทันเห็นเขาอยู่เพียงลำพัง ยิ้มพอใจ

    “ท่านให้คนรักของท่านหนีไป”

    “ผมไม่ใช่หรือที่คุณต้องการ”

    “ทาง เดียวที่เราจะได้ท่าน คือต้องกำจัดคนรักของท่าน” เธอกวาดตามองดาวไปรอบๆด้วยสายตาดุดันก่อนจะดีดตัวออกไป ฤทธิชัยไม่มีทางเลือก ชักปืนขึ้น มาจ่ออกตัวเอง ตะโกนก้องว่าเธอไม่มีวันได้เขาเช่นกันถ้าทำร้ายดาว ทันใดนั้น นาคีปรากฏตัวขึ้นสีหน้าผิดหวัง ใช้พลังสะบัดปืนในมือเขากระเด็น

    “เรา สยบท่านก่อนก็ได้” เธอดีดตัวเข้าหาเขา เกิดการต่อสู้กันขึ้น เขาตั้งรับได้ไม่กี่กระบวนท่าก็เสียทีถูกตบล้มกลิ้งล้มหงายไปกับพื้น เธอจะตามเข้าไปซ้ำแต่ร่างมนต์ของเสือสายฟ้าปรากฏตัวขึ้น คำรามกึกก้องก่อนจะกระโจนเข้าใส่ เธอตวัดมือปล่อยพลัง ร่างมนต์กลายเป็นควันไปเสียก่อน ยังไม่ทันจะตั้งตัวก็ถูกร่างมนต์ของทั้งเหยี่ยวสายลมและเสือสายฟ้าพุ่งใส่ ต้องปัดป้องเป็นพัลวัน ก่อนจะรวบรวมพลังกระแทกฝ่ามือต้านไว้

    พลังของ ฝ่ายดีและฝ่ายเลวปะทะกันเกิดเสียงดังสนั่นจนพื้นดินสะเทือน ร่างมนต์ทั้งสองหายวับไป เธอหันไปมองอีกที ฤทธิชัยไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว กวาดตามองหาด้วยความเจ็บใจ...

    หลังจากหนีรอดเงื้อมือนาคีมาได้ ฤทธิชัยพาดาวที่ยังหมดสติมาหลบที่ถ้ำในหุบเขาซึ่งพวกศัตรูเคยจับเด็กๆ

    หลายสิบชีวิตมากักขังไว้ สักพัก เธอรู้สึกตัวลืมตาขึ้นเห็นฤทธิชัยอยู่ตรงหน้าโผซบอกด้วยความโล่งใจ

    “คุณหนึ่งไม่เป็นไร”

    “เกือบเหมือนกัน ดีว่าพี่สายลมกับพี่สายฟ้ามาช่วย”

    ทันใด นั้น เขาสัมผัสนาคีได้ รีบพาเธอไปหลบหลังก้อนหิน ต่างชักปืนขึ้นมากระชับในมือ มองผ่านช่องหินที่ซ่อนตัวอยู่ เห็นนังงูร้ายเดินเข้ามา งูเก็งกองบนหัวส่ายไปมามองหาศัตรู ทั้งสองนั่งนิ่งไม่กล้าขยับ พลันเธอหยุดกึก เอามือจับเส้นเงินที่คอตัวเองหายใจติดๆ ขัดๆ ก่อนจะพุ่งตัวออกไป ดาวกับฤทธิชัยมองหน้ากันแปลกใจค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากหลังก้อนหิน กราดปืนไปมาอย่างไม่วางใจ

    “เกิดอะไรขึ้นคะคุณหนึ่ง”

    “ดูเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ดึงนาคีไปจากที่นี่... ถือว่าเราโชคดี” เขาว่าแล้วดึงเธอมากอดไว้

    ooooooo

    ใน เวลาเดียวกัน ที่หน้าห้องประชุมภายในโรงแรมหรู งิ้วจ้องมองฝ่าม่านควันที่เกิดจากแรงระเบิดพร้อมกับปืนในมือ สักครู่ เห็นอภิชาติประคองจักจั่นในสภาพเสื้อผ้าหน้าผมมอมแมมไม่ต่างกันเข้ามา เธอถึงกับหัวเราะคิกคัก อดกระเซ้าไม่ได้

    “ดาร์ลิ่งกับฮันนี่เป็นยังไงบ้างจ๊ะ”

    จักจั่นมองเหล่ “สินค้าปลอดภัยหรือเปล่ายะ”

    “แน่นอน...ผู้ซื้อล่ะ”

    “เป็น ปุ๋ยไปแล้ว” จักจั่นหัวเราะขำ พลอยทำให้ทุกคนขำไปด้วย จังหวะนั้นท่านรองศักดากับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตามมาสมทบ แจ้งว่าต้องรีบเคลื่อนย้ายออกจากที่นี่ ขอให้ทั้งสามคนช่วยคุ้มกันนักธุรกิจเป้าหมายไปด้วย ส่วนเขาจะนำตัวนักธุรกิจจากสหรัฐอเมริกาไปเอง

    ไม่นานนัก อภิชาติ จักจั่น และงิ้วเดินนำนักธุรกิจเป้าหมายมายังหน้าโรงแรมซึ่งมีรถตู้จอดรออยู่สองคัน เจ้าหน้าที่คุ้มกันที่เฝ้าระวังอยู่บริเวณนั้นเปิดประตูรถตู้คันแรกให้ทุกคน ขึ้น อภิชาติมองรถตู้คันหลังแล้วหันไปถามเจ้าหน้าที่คนนั้นว่าทำไมท่านรองศักดา ยังไม่ลงมา

    “ท่านรองเพิ่งมาถึงเมื่อกี้นี้เองครับ”

    “แย่ แล้ว...ที่แท้เป้าหมายคือนักธุรกิจสหรัฐฯ 3 คน คุณจักจั่นกับคุณงิ้วนำสินค้าออกไปจากที่นี่ก่อนเร็วเข้า” อภิชาติพูดจบพรวดพราดลงจากรถกลับเข้าไปในโรงแรม ขณะที่รถตู้แล่นออกไปอย่างรวดเร็ว...

    ขณะที่อภิชาติและสองสาวหลงกล พวกแบล็กอีวิล นาคีกลับถึงถ้ำของตัวเองพบคายามังกับลูกศิษย์สองคนของเขารออยู่ก่อนแล้ว อดแดกดันไม่ได้ว่าพาลูกศิษย์มาด้วยเพราะกลัวเธอจะเล่นงานเขาหรือ

    “กันไว้ดีกว่าแก้ไม่ใช่เหรอ” คายามังยิ้มกวน

    “เรากำลังไล่ล่าศัตรู ท่านบังคับให้เรามาเรื่องอันใด”

    “นายใหญ่ต้องการท่านไปกำจัดศัตรูสำคัญในเมือง”

    เธอ แข็งขืนไม่ยอมไป จะอยู่ที่นี่เพื่อเอาตัวคนรักของตนมาให้ได้ก่อน คายามังให้เวลาเธอเพียงแค่สิ้นสุดวันนี้เท่านั้น พรุ่งนี้เธอต้องทำตามคำสั่งของเขา นาคีขยับตัวเข้าหาอย่างเอาเรื่อง แต่ต้องหยุดกึก หายใจไม่ออก ลงไปดิ้นทุรนทุรายพยายามคลายเส้นเงินที่รัดคอออก

    “พรุ่งนี้พระอาทิตย์ขึ้น ข้าจะมารับเจ้า” คายามังพูดจบก้าวผ่านนาคีที่นอนครวญครางอยู่ที่พื้น

    ooooooo

    ที่ โรงแรมหรูกลางกรุง บอดี้การ์ดเดินนำท่านรองศักดาพร้อมกับนักธุรกิจจากสหรัฐอเมริกา 3 คนมาถึงหน้าห้องสูท เจ้าหน้าที่คุ้มกันหน้าห้องรีบเปิดประตูให้

    “เชิญทุกคนเข้าไปพักผ่อนก่อน...ขออภัยที่ไม่สะดวก” ท่านรองศักดาพูดจบผายมือให้นักธุรกิจทั้ง

    สามคนเข้าไปในห้อง แล้วหันไปสั่งเจ้าหน้าที่คุ้มกัน 3 คนที่เฝ้าอยู่หน้าห้องให้ดูแลท่านเหล่านี้ให้ดี

    จาก นั้น เขาออกไปพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคน เมื่อมาถึงลิฟต์ บอดี้การ์ดคนหนึ่งเข้าไปจับประตูลิฟต์เปิดค้างไว้เพื่อให้ท่านรองศักดาก้าว เข้าไป แต่เขากลับชักปืนเก็บเสียงขึ้นมายิงบอดี้การ์ดทั้งสองคนฟุบ แล้วเอาศพซ่อนไว้ในลิฟต์ ก่อนจะกลับไปยังห้องสูท เจ้าหน้าที่คุ้มกันที่เฝ้าอยู่หน้าห้องอดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นท่านรองศักดา กลับมา

    “มีอะไรหรือครับท่าน”

    “คือผมอยากจะฝากเอกสารให้นักธุรกิจสามคนนั่น” เขาทำทีล้วงมือเข้าไปในเสื้อ แต่สิ่งที่ดึงออกมาไม่ใช่เอกสารแต่เป็นปืนเก็บเสียง ยิงกราดเจ้าหน้าที่สองคนล้มคว่ำ อีกคนหนึ่งที่เหลือได้แต่ยกมือยอมจำนน

    “เปิดประตูเร็วเข้า” ท่านรองศักดาสั่งการ

    เขารีบเอาคีย์การ์ดมาเสียบที่ประตูห้องให้ ท่านรองศักดาขอบใจเขาด้วยลูกปืนสองนัดซ้อนแล้วผลักประตูห้องเข้าไป เห็นนักธุรกิจจากสหรัฐอเมริกาทั้งสามคนกำลังนั่งคุยกันอยู่

    “ท่านสุภาพบุรุษ  เสียใจด้วยที่ต้องเอาชีวิตท่าน”

    พวกนักธุรกิจต่างหน้าเสียไม่รู้จะหนีไปทางไหน ก่อนที่ท่านรองศักดาจะเหนี่ยวไกปืน อภิชาติมาช่วยไว้ทัน สาดกระสุนใส่ไม่ยั้งเขาถึงกับทรุดฮวบ แล้วเดินไปตรวจดูที่ลำคอ กระชากหน้ากากออกเผยให้เห็นมือสังหารปลอมตัวมา เขายกหน้ากากให้นักธุรกิจทั้งสามคนดู เป็นจังหวะเดียวกับท่านรองศักดาตัวจริงและเจ้าหน้าที่ติดตามพรวดพราดเข้ามาพร้อมปืนในมือ อภิชาติโยนหน้ากากให้ท่านรองรับ

    “ตัวปลอม” แล้วรีบหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาจักจั่น เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง บอกให้เธอเช็กนักธุรกิจเป้าหมายว่าใช่ตัวจริงหรือเปล่า เธอตวัดปืนขึ้นมาจ่อเขาไว้

    “ทำอะไรคะคุณสวีทฮาร์ต” งิ้วมองเธองงๆ

    “คุณงิ้วลองตรวจดูสิว่าจริงหรือปลอม”

    งิ้วกวักมือเรียกเขาเข้ามาใกล้ๆ เอามือตรวจไปตามลำคอหาสิ่งผิดปกติแต่ไม่พบ จักจั่นรีบบอกอภิชาติที่ถือสายรออยู่ว่านักธุรกิจเป้าหมายเป็นตัวจริง

    “ค่ะ...แผนซ้อนแผนเหรอคะ...ไม่น่าจะ...” จักจั่นพูดไม่ทันจบ รถตู้ที่เธอนั่งมาหักเลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยวกะทันหัน จนทุกคนเซเสียหลักไปตามแรงเหวี่ยง ก่อนรถจะจอดพรืด คนขับรถเปิดประตูเผ่นแน่บ

    “ดาร์ลิ่ง...พูดถูก เราถูกวางกับดัก” จักจั่นว่าแล้วหันไปพยักพเยิดกับงิ้วที่ตวัดปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม

    ooooooo

    ระหว่างที่จักจั่นกับงิ้วและนักธุรกิจเป้าหมายกำลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน อาตงกับเม่งจูถูกสั่งให้เอาตัวไปจากหมู่บ้านป่าโพง มือปืนที่เฝ้าอยู่บ่นอย่างหงุดหงิด

    “ยุ่งจริงเว้ย...ทำไมต้องย้ายไปโน่นไปนี่วะ”

    “เจ้านายเขาไม่อยากให้พวกนางเสือมันหาเด็กเจอเว้ย...เด็กสองคนนี่มันเข้ากำแพงมนต์ได้”

    “งั้นเอ็งรับไปเลย” มือปืนเฝ้าระวังส่งตัวเด็กทั้งสองให้มือปืนอีกคนหนึ่งรับช่วงต่อ จากนั้น เขาต้อนเด็กๆ ไปยังรถซึ่งจอดอยู่หน้าหมู่บ้าน เพิ่งสังเกตเห็นอาตงกำอะไรไว้ในมือ สั่งให้แบมือออก เด็กน้อยจำต้องทำตามสั่ง เผยให้เห็นไฟแช็กอยู่ในมือ เขาคว้าหมับ

    “เป็นเด็กเป็นเล็ก ริสูบบุหรี่เหรอไง...ไป...เดินไป”

    เม่งจูกับอาตงลอบสบตากันอย่างหมดหวัง แผนการหนีถูกทำลาย ไม่นานนัก รถของพวกมือปืนขับไปตามเส้นทางในป่า มือปืนคนที่นั่งคุมอาตงกับเม่งจูด้านหลังเอาแต่นั่งดื่มเหล้า ส่วนมือปืนที่นั่งคู่คนขับก็เอาแต่สัปหงก มือปืนขี้เมาเห็นเด็กๆนั่งจ้องระเบิดที่ห้อยอยู่กับเข็มขัด เอานิ้วสอดเข้าไปในสลักนิรภัยทำท่าดึงแล้วส่งเสียงบึ้มดังลั่น เด็กทั้งสองสะดุ้งโหยง มือปืนที่นั่งสัปหงกตกใจเกือบตกรถ โวยวายลั่น

    “โธ่...พี่เล่นอะไรวะ...คนกำลังง่วง”

    มือปืนขี้เมาด่ากลับว่าอย่าแส่ ตนกำลังเล่นกับเด็กๆ สองพี่น้องจับจ้องที่ระเบิดของเขาไม่วางตา

    ooooooo

    ณ ถ้ำในหุบเขาซึ่งพวกแบล็กอีวิลเคยจับตัวเด็กๆนับสิบชีวิตมากักขังไว้ ดาวกับฤทธิชัยนั่งซบกันหลับไปเพราะอ่อนเพลียจากการต่อสู้กับนาคี เขารู้สึกตัวขึ้นมา เห็นพวกมือปืนหลายสิบคนยืนจับกลุ่มคุยกัน ขยับจะหยิบปืน ดาวรีบคว้ามือไว้

    “เฉยก่อนค่ะ พวกมันมองไม่เห็นเรา...คือตอนนั้นคุณหนึ่งหลับไปก่อน ดาวเกรงว่าอาจจะมีใครมาก็เลยตั้งสมาธิท่องคาถาพรางตัวไว้ก่อน”

    ฤทธิชัยพยักหน้ารับรู้ ทั้งสองคนต่างจ้องพวกนั้นนิ่ง มีพวกมือปืนสองสามคนชวนกันมาตั้งวงดื่มเหล้าใกล้ๆจุดที่ดาวกับฤทธิชัยนั่งอยู่ เดินมายังไม่ทันจะถึงที่ หัวหน้ามือปืนเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

    “ทุกคนฟังทางนี้ รถบรรทุกขนอาวุธสองคันจะมาเก็บไว้ที่นี่ กระจายกำลังออกไปตรวจดู อย่าให้ใครผ่านเข้ามาได้”

    “แต่พวกนางเสือมันเคยมาถึงนี่แล้วลูกพี่”

    “ก็เพราะว่ามันเคยมาแล้วน่ะสิ เราถึงเอากลับมาซ่อนไว้ที่นี่ พวกมันคงไม่มาแล้ว...ไปกันได้แล้ว”

    พวกมือปืนบ่นกันงึมงำ ก่อนจะพากันออกจากถ้ำ ดาวกับฤทธิชัยรอจนพวกนั้นไปกันหมด จึงค่อยๆปรากฏตัวขึ้น เธอคาดไม่ถึงว่าพวกแบล็กอีวิลจะฉลาดคิด เช่นนี้

    “แต่โชคร้ายที่มันคิดเหมือนเรา” ฤทธิชัยหันไปยิ้มให้ดาวที่ยิ้มตอบมาเช่นกัน...

    ขณะที่เทพีแห่งโชคเริ่มหันมาเข้าข้างพวกนางเสือ รถของพวกมือปืนที่จะพาอาตงกับเม่งจูไปส่ง อยู่ๆก็จอดพรวดข้างทาง มือปืนขี้เมาที่นั่งหลับอยู่ด้านหลังถึงกับสะดุ้งตื่น ถามคนขับว่าถึงจุดหมายแล้วหรือ

    “ยังพี่ ปวดท้อง...แป๊บนึง” เขาพูดจบโดดลงจากรถเข้าไปหลังพุ่มไม้ มือปืนที่นั่งข้างๆโดดตาม

    “ดีเหมือนกัน ฉันก็ปวดฉี่ เดี๋ยวมาพี่”

    “เออ...ไปกันให้หมด” มือปืนขี้เมาโวยวาย แล้วค่อยๆหรี่ตาลงจนหลับไปด้วยความเมา

    เม่งจูกับอาตงพยักหน้าให้กัน ก่อนจะค่อยๆปีนลงจากรถ เธอชะโงกหน้ามาใกล้ๆมือปืนขี้เมา แล้วสอดนิ้วเข้าไปในสลักนิรภัยระเบิดที่แขวนอยู่กับเข็มขัดของเขา ดึงเบาๆมันไม่ยอมขยับ จึงออกแรงดึงจนเขาตื่นขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ พอเห็นเธออยู่ตรงหน้าไม่ดูตาม้าตาเรือตบผัวะจนเด็กน้อยกระเด็นลงไปกองกับพื้น อาตงรีบเข้าไปช่วยประคอง

    “เอ็งจะทำไม” มือปืนขี้เมาเอ็ดตะโรลั่น

    เม่งจูลุกขึ้น ชูสลักนิรภัยระเบิดที่อยู่ในมือให้ดู เขาถึงกับตาเหลือกร้องเสียงหลงพยายามปลดระเบิดออกจากเข็มขัด ขณะที่เด็กน้อยทั้งสองวิ่งปรู๊ดเข้าไปหลบหลังก้อนหิน คนขับรถกับมือปืนอีกคนหนึ่งที่อยู่ในดงไม้ได้ยินเสียงเอะอะวิ่งเข้าไปดู ทันใดนั้น ระเบิดดังตูมๆๆ ทั้งคนทั้งรถไม่เหลือซาก

    ooooooo

    ที่อีกฟากหนึ่งของป่า รถของไผ่กำลังวิ่งตะบึงไปตามทางคดเคี้ยว มีเสียงร้องของเหยี่ยวสายลมดังขึ้น เขาจอดรถข้างทาง หลับตาทำสมาธิ เห็นควันไฟ ผ่านทางสายตาของเหยี่ยวสายลม

    “ได้เรื่องแล้ว ผมจะรีบไปก่อน” เขาดีดตัวขึ้นไปบนยอดไม้ พ่อแสงเข้าประจำที่คนขับรีบออกรถตาม...

    ทางด้านดาวกับฤทธิชัยยังคงซุ่มดูพวกมือปืนจากปากถ้ำในหุบเขา จนกระทั่งเห็นรถบรรทุกสองคันแล่นเข้ามา เหล่ามือปืนนับสิบคนกระจายกำลังกันเฝ้าระวังรอบด้าน

    “เหลือเวลาอีกสองวันเท่านั้นที่พวกองค์กรต้องเซ็นสัญญากับพวกแบล็กอีวิล ซึ่งดาวคิดว่าพวกองค์กรไม่ยอมเซ็นเด็ดขาด”

    “นั่นก็แปลว่าพวกแบล็กอีวิลต้องถล่มเป้าหมายทุกจุดตามคำขู่ของพวกมัน”

    “ถูกต้อง ในขณะที่การค้นหาและทำลายอาวุธของเราล้มเหลว ทุกครั้งเจอแต่รถเปล่าที่มันหลอกไว้”

    “คุณดาวคิดว่าจุดที่เหลือก็เป็นรถเปล่าเหมือนกัน”

    “ค่ะ...เราจัดการที่นี่ก่อน ถ้าเป็นรถเปล่าอีก ดาวคิดว่าเราควรจะไปสมทบกับพี่ไผ่ ทุ่มกำลังหาทางเข้ากำแพงมนต์ให้ได้ จับนายใหญ่ ปล่อยทุกคนแล้วระเบิดฐานของมันให้ย่อยยับ”

    ฤทธิชัยเห็นดีด้วย ถ้านายใหญ่ของแบล็กอีวิล

    จบ ทุกอย่างก็จบไปด้วย ขึ้นอยู่กับว่าเราจะหากำแพงมนต์

    เจอหรือเปล่า แต่ตอนนี้เราสองคนลงไปถล่มรถบรรทุกสองคันข้างล่างนั่นก่อน เผื่อฟลุกเป็นรถขนอาวุธจริง ดาวพยักหน้ารับคำ แล้วขยับจะไป เขารั้งไว้ เตือนให้ระวังตัว เธอยังไม่หายดี

    “คุณหนึ่งก็เหมือนกัน” เธอพูดจบดีดตัวออกจากถ้ำไม่ฟังเสียงทัดทานของเขา...

    ที่หุบเขาด้านล่าง หัวหน้ามือปืนกำลังโบกมือให้รถบรรทุกเข้าไปจอดด้านในสุดของหุบเขา รถทั้งสองคันค่อยๆเคลื่อนเข้าไปจนจอดสนิท เขายิ้มพอใจ แต่แล้ว

    มีเงาทาบตรงหน้า พอเงยหน้ามองต้องชะงักเมื่อเห็นร่างของฤทธิชัยและดาวยืนอยู่บนหลังคารถบรรทุก

    “ขอบใจที่เอาของมาส่ง” ฤทธิชัยยิ้มกวน

    หัวหน้ามือปืนกระชากปืนขึ้นมาจะยิง แต่เขาไวกว่ายิงสวนเปรี้ยงเข้าที่ไหล่ปืนหลุดมือ ทรุดฮวบ พวกมือปืนคนอื่นรู้ตัว หันมาสาดกระสุนใส่ดาวกับฤทธิชัยไม่ยั้ง ทั้งคู่ยิงโต้ตอบ ถูกพวกนั้นร่วงเป็นใบไม้ ยิงจนกระสุนหมดแมกกาซีน จึงเก็บปืนแล้วโดดลงมากลางวงศัตรู ต่อสู้ด้วยมือเปล่า พวกนั้นยังคงสาดกระสุนใส่ ทั้งดาวและฤทธิชัยหายตัวแวบไปแวบมาหลบคมกระสุนได้หมด อึดใจเดียวก็จัดการพวกมือปืนราบคาบ

    ดาวหลับตาทำสมาธิ มองทะลุเข้าไปในรถบรรทุก ไม่พบอาวุธใดๆ หันไปพยักหน้าให้ฤทธิชัย จากนั้นตวัดมือขึ้น ปืนกลของศัตรูลอยเข้ามาในมือ ทั้งคู่สาดกระสุนใส่รถบรรทุกทั้งสองคัน เกิดระเบิดตูมไฟลุกท่วม แต่แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นร่างของนาคีเดินออกมาจากเปลวไฟ จ้องมองมาที่คู่รักทั้งสองด้วยสายตากร้าว

    “ถอยเร็ว” ฤทธิชัยพูดจบคว้ามือดาวหายตัวไปทันที

    ครู่ต่อมา ทั้งคู่ปรากฏตัวที่กลางป่าห่างจากหุบเขาเมื่อครู่พอสมควร คิดว่าคงจะรอดพ้นจากการไล่ล่าของนาคี พลันมีเสียงร้องเตือนของเหยี่ยวสายลมดังก้อง

    ฤทธิชัยสีหน้าเป็นกังวล

    “นาคี!!...ผมว่าเราชิ่งก่อนดีกว่า” แล้วประคองดาวดีดตัวออกไป...

    ระหว่างที่นาคีไล่ตามดาวกับฤทธิชัยอย่างไม่ลดละ อภิชาติพรวดพราดออกมาหน้าโรงแรมหรู เจอรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งแล่นมาจอด ตรงเข้าประชิดตัวเจ้าของรถ ชักปืนจี้เอวชิงมอเตอร์ไซค์ไป เขาร้องขอความช่วยเหลือลั่น เจ้าหน้าที่ของท่านรองศักดาที่ยืนอยู่แถวนั้นปรี่เข้าไปหา

    “ใจเย็นๆครับ ทางเราจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง” เสียงโวยวายจึงสงบลงได้

    ooooooo

    ขณะเดียวกัน ที่ซอยเปลี่ยว จักจั่นพุ่งออกจากรถตู้พร้อมกับกราดปืนไปมาอย่างระแวดระวัง ส่วนงิ้วดีดตัวไปยังที่นั่งคนขับ จังหวะนั้น มีเสียงมือถือของจักจั่นดังขึ้น อภิชาติโทร.มาถามด้วยความเป็นห่วงว่าอยู่ที่ไหน

    “ดาร์ลิ่ง...อยู่ตรงไหนไม่รู้ จะเปิดมือถือไว้ หาตำแหน่งเอาเอง...คุณงิ้วว่าไงคะ”

    “มันดึงสายจนพังหมด เราไปไหนไม่ได้” งิ้วลงจากรถ เปิดประตูค้างไว้เพื่อใช้เป็นที่กำบัง พร้อมกับตวัดปืนขึ้นมา มีเสียงรถมอเตอร์ไซค์ดังกระหึ่มเข้ามา จักจั่นกวาดตามองหาทางหนี เห็นด้านหลังเป็นสวนรกร้าง ตะโกนบอกงิ้วให้พานักธุรกิจเป้าหมายหนีไปทางนั้น

    เธอพยักหน้ารับ ลากแขนเขาลงจากรถ เผ่นเข้าไปในสวน

    ทันใดนั้น รถมอเตอร์ไซค์นับสิบคันดาหน้ากันเข้ามา แต่ละคันมีมือปืนพร้อมอาวุธครบมือนั่งซ้อนท้ายเห็นนักธุรกิจเป้าหมายกำลังวิ่งหนี ต่างสาดกระสุนใส่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว จักจั่นโผล่จากข้างรถยิงสกัด ถูกมือปืนตายไปหลายศพ ก่อนจะดีดตัวตามงิ้ว พวกมือปืนจอดรถแล้วไล่ตาม...

    ในขณะที่จักจั่นกับพวกหนีการไล่ล่าของมือปืน ที่กลางป่าติดชายแดน อาตงกับเม่งจูวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต มีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องดังขึ้นเหนือหัว เด็กๆจำได้ว่าเป็นเสียงที่ไผ่ชอบเรียกชอบฟัง จึงหยุดวิ่งแหงนหน้ามอง พลางโบกมือให้ จากนั้นก็ออกวิ่งต่อไป พลันมีรถจี๊ปของพวกมือปืนคันหนึ่งแล่นมาจอดขวางหน้า

    “จับไว้” หัวหน้ามือปืนสั่งการ

    หนึ่งในพวกนั้นปรี่เข้าหาเด็กๆ แต่กลับลอยละลิ่วถอยหลังหล่นกระแทกพื้นสลบเหมือดโดยไม่ทันรู้ตัวว่าโดนอะไร พวกที่เหลือเหลียวมองเลิ่กลั่ก ก่อนจะหันไปเห็นร่างของไผ่ค่อยๆปรากฏขึ้นตรงหน้าเด็กทั้งสองคน

    “รีบไปก่อนที่ข้าจะเริ่มอารมณ์เสียมากกว่านี้” ไผ่เสียงกร้าว

    พวกมือปืนไม่รอช้าเผ่นขึ้นรถ ขับหนีฝุ่นตลบ เขาย่อตัวลงกอดเด็กๆไว้ด้วยความโล่งอก ถามว่าใครเป็นคนส่งสัญญาณ อาตงชี้ไปที่พี่สาวของตัวเอง

    “เก่งมาก...ทำได้ยังไง” ไผ่ลูบหัวเม่งจูด้วยความเอ็นดู

    เด็กหญิงยกมือโชว์ห่วงนิรภัยระเบิดซึ่งยังติดอยู่ที่นิ้ว เขายิ้มให้กับความฉลาดหัวไวของเธอ ทันใดนั้น มีรถแล่นพรวดมาจอด ไผ่ตวัดปืนใส่ พอเห็นเป็นรถของลุงเดช รีบเก็บปืนไว้อย่างเดิม พ่อของเด็กๆรีบลงจากรถวิ่งเข้ามาหาอาตงกับเม่งจูซึ่งโผกอดพ่อด้วยความดีใจ ลุงเดช พ่อแสง และไผ่มองภาพตรงหน้า ยิ้มสุขใจ

    ooooooo

    ทางฝ่ายงิ้วลากนักธุรกิจเข้าไปหลบหลังตอไม้ใหญ่ในสวน ไม่มีเงาของจักจั่นตามมา เขาใจคอไม่ดีโวยวายว่าเธอคนเดียวจะต่อกรกับคนร้ายได้อย่างไร งิ้วสั่งให้เขาอยู่เงียบๆ พลางกวาดสายตาไปยังอีกมุมหนึ่งของสวน เห็นมือปืนนับสิบคนกรูกันเข้ามา จึงสาดกระสุนใส่สังหารพวกนั้นไปได้สองศพ

    “เฮ้ย...ล้อมเข้าไป เก็บมันให้ได้” หัวหน้าชุดไล่ล่าสั่งการลั่น พวกมือปืนระดมยิงใส่ นักธุรกิจตาเหลือก

    “คุณ...ต้องป้องกันผม...ผมมีเงิน คุณจะเอาเท่า...”

    เขายังพล่ามไม่ทันจบ งิ้วต่อยโครมหลับกลางอากาศ พวกนั้นยังคงสาดกระสุนใส่จนเธอโงหัวไม่ขึ้น พลันมีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องดังขึ้น พวกมือปืนต่างสะดุ้งหยุดยิงไปชั่วขณะ หัวหน้าชุดสั่งให้ยิงต่อไป เก็บเป้าหมายให้ได้ มือปืนระดมยิงต่อไปไม่ยั้ง จักจั่นในคราบนางเสือร่อนจากต้นไม้ลงด้านหลังพวกมือปืน กราดยิงล้มคว่ำไปหลายศพ แล้วหายตัวแวบไปแวบมาโผล่ด้านหลังมือปืนคนไหนก็ล้มคว่ำทุกรายไป

    “ค่อยยังชั่วหน่อย” งิ้วถอนใจโล่งอก โผล่หัวขึ้น มาช่วยยิงมือปืนคว่ำไปอีกหนึ่งราย

    แต่แล้วเหลือบเห็นหนึ่งในพวกนั้นลัดเลาะมาทางด้านหลัง ตวัดปืนจะยิง แต่เขาพุ่งชนเธอล้มกลิ้งไปกับพื้น ด้วยกัน เกิดการต่อสู้ด้วยมือเปล่าขึ้น เธอมีฝีมือเหนือกว่าซัดเขาหมอบแล้วคว้าปืนยิงเปรี้ยงๆ ส่งวิญญาณชั่วไปเฝ้า ยมบาล ยังไม่ทันจะหายเหนื่อย มีพวกศัตรูดาหน้าเข้ามาอีก

    “เฮ้ย...มาจากไหนอีกเนี่ย” เธอสาดกระสุนจนหมดแมกกาซีน พวกนั้นยังคงรุกเข้าหาไม่มีทีท่าจะถอย เธอกระชากมีดพกที่เหน็บไว้ด้านหลังขึ้นมา ก่อนจะดีดตัวเข้าไปในพุ่มไม้ข้างๆ ปล่อยนักธุรกิจที่นอนหมดสติไว้ สักพัก มือปืนคนหนึ่งโผล่พรวดเข้ามาเห็นเขาสลบไสลอยู่ เอาปืน จ่อหัวหมายจะยิงเผาขน งิ้วโผล่มาด้านหลังล็อกคอ เอามีดปาดถึงกับทรุด แล้วแย่งปืนมากราดยิงใส่พวกที่ดาหน้าเข้ามา

    ศัตรูจำนวนมากกว่ายิงสวนมาถูกไหล่งิ้วเลือดสาดปืนกระเด็นหลุดมือ แล้วปรี่เข้ามาเอาปืนจ้องเธอกับนักธุรกิจ ไว้หมายจะจัดการขั้นเด็ดขาด แต่ยังไม่ทันเหนี่ยวไก อภิชาติร่อนลงมากลางวง ประเคนทั้งหมัด อัดทั้งเข่าใส่พวกมือปืนกระเด็นไปคนละทิศละทางนอนแน่นิ่ง แล้วช่วยดึงงิ้วลุกขึ้น

    “ไหล่คุณเป็นไงบ้าง”

    เธอส่ายหน้า แค่นี้เรื่องจิ๊บๆ เขาจ้องนักธุรกิจที่นอนหมดสติอยู่ ถามว่าสินค้าเสียหายหรือ เธอส่ายหน้าอีกครั้งหนึ่ง สินค้าไม่เป็นอะไร แค่ถูกเธออัดเท่านั้น อภิชาติยิ้มพอใจ เป็นจังหวะเดียวกับจักจั่น ซึ่งจัดการพวกมือปืนอีกด้านหนึ่งเรียบร้อยก็ตามมาสมทบ

    “คุยกันสนุกไหม...ดาร์ลิ่ง” จักจั่นยิ้มพลางตวัดปืนยิงศัตรูคนหนึ่งที่โผล่มาทางด้านหลังอภิชาติล้มคว่ำ

    “เก่งมากจ้ะ...ฮันนี่” เขามองเธออย่างภาคภูมิใจ

    ooooooo

    ระหว่างที่งิ้วกับนักธุรกิจรอดเงื้อมมือพวกแบล็กอีวิลมาได้อย่างหวุดหวิด ที่เนินเขาเตี้ยๆแห่งหนึ่งกลางป่า ไผ่ ลุงเดช พ่อแสง พ่อของเด็กๆและเม่งจูกับอาตงพากันมาซุ่มดูรถของพวกมือปืนที่แล่นผ่านไป

    “แถวนั้นล่ะครับคือที่พักจุดต่อไป” พ่อของเด็กๆ ชี้ไปเบื้องล่าง

    “พวกมันส่งคนล้อมพื้นที่รอบๆกำแพงมนต์เป็นวงกว้าง เราไม่มีทางฝ่าเข้าไปได้” ไผ่เสียงเครียด

    “ใช่เสี่ยงเกินไป” ลุงเดชเครียดไม่แพ้เขาเช่นกัน

    “เอาอย่างนี้...ผมจะล่อพวกมันออกไปก่อน พอได้โอกาส ลุงเดช พ่อแสงพาเม่งจูกับอาตงผ่านเข้าไปเจอกำแพงมนต์แล้วส่งข่าวให้ผมรู้ผ่านทางพี่สายลม” ไผ่ว่าแล้วดีดตัวออกไป...

    อีกด้านหนึ่งของป่าไม่ห่างจากจุดที่ลุงเดชกับพวกอยู่ นาคีตามดาวกับฤทธิชัยจนทัน สั่งให้เธอไปจากที่นี่ ทิ้งท่านพี่ไว้ ฤทธิชัยเห็นดาวไม่ขยับ ขอร้องให้หนีไปก่อน นาคีจ้องหน้าเธอยิ้มอย่างผู้ชนะ

    “พวกท่านมีแค่สองคน พลังไม่พอที่จะต้านเราได้”

    “แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะถอย” ดาวตวัดปืนขึ้นมาสาดกระสุนใส่ ก่อนจะพุ่งเข้าหาทั้งเตะทั้งต่อย

    นังงูร้ายตบสวนเปรี้ยงเดียวเธอกระเด็นลงไปกองกับพื้น แล้วตามเข้าไปซ้ำ ร่างของเธอลอยละลิ่วกระแทกต้นไม้นอนแน่นิ่ง นาคีไม่ยอมรามือ ขยับจะตาม ฤทธิชัยปรี่เข้าต่อสู้ขัดขวาง ทั้งสองปะทะฝีมือกันอย่างดุเดือด เขาต้านรับได้ไม่นานก็เสียที ถูกพลังฝ่ามือกลิ้งไปกับพื้นหลายตลบไม่ไหวติง นังงูร้ายกลับไปที่ดาวซึ่งเริ่มรู้สึกตัว

    “เราให้ท่านไป แต่ท่านทำเก่ง  ตอนนี้เราจะกำจัดท่าน”

    ดาวดีดตัวขึ้นมาพร้อมกับปล่อยหมัด แต่เนื่องจากบาดเจ็บพลังจึงอ่อนมาก เธอยกมือกันแล้วคว้าคอศัตรูหัวใจไว้ งูเก็งกองบนหัวแลบลิ้นขู่ฟ่อน่ากลัว

    “นาทีสุดท้ายของท่านมาถึงแล้ว” เธอบีบคอดาวแน่นขึ้นจนหายใจลำบาก ทันใดนั้น มีเสียงคำรามก้องของเสือสายฟ้า ตามมาด้วยร่างของไผ่ปรากฏขึ้นด้านหลัง รวบตัวนาคีไว้แน่น ทำให้ดาวหลุดจากเงื้อมมือ

    “น้องดาว...เร็ว...หนีไปก่อน...พี่สะกดพลังไว้ได้ไม่นาน”

    ดาวสูดลมหายใจเข้าเพื่อเรียกพลัง ก่อนจะชักปืนขึ้นมายิงนาคีที่พยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นเงื้อมมือไผ่ ร่างนั้นสะท้านตามแรงกระสุน ก่อนจะถูกเขาเหวี่ยงไปกระแทกต้นไม้ ถึงกับทรุด ดาวพุ่งไปหาฤทธิชัยที่นอนนิ่ง เขย่าเรียกให้รู้สึกตัว เขาปรือตามอง เห็นนาคีย่างสามขุมเข้ามาด้านหลัง

    “คุณ...ไผ่...พา...คุณดาวหนีไป”

    ไผ่ไม่รอให้พูดซ้ำ คว้าข้อมือดาวพุ่งหายเข้าไปในแนวป่า นาคีไม่สนใจสองคนนั่น จ้องมองฤทธิชัยที่กำลังส่องปืนมาแต่ไม่ทันจะเหนี่ยวไก เธอสะบัดมือทีเดียว ปืนในมือเขากระเด็น

    ooooooo

    เมื่อแน่ใจว่าปลอดภัย ไผ่พาดาวร่อนลงที่ลานกว้างกลางป่า เธอไม่ยอมหนีไปไหนถ้าฤทธิชัยไม่ไปด้วย สะบัดมือหลุด ดีดตัวกลับไปทันที เขารีบดีดตัวตาม ไม่นานนัก ดาวกับไผ่กลับมายังจุดที่ต่อสู้กับนาคี แต่ไม่พบใครที่นั่น เธอถึงกับใจเสีย

    “นาคีเอาตัวคุณหนึ่งไปแล้วพี่ไผ่”

    “หรือคุณหนึ่งอาจจะหนีพ้น” เขาแตะไหล่เธอเพื่อปลอบ เธอตั้งสมาธิขอให้เหยี่ยวสายลมช่วยตามหาฤทธิชัยให้ แต่คว้าน้ำเหลวไม่พบร่องรอยของเขาหรือของนาคี

    “พี่สายลมมองไม่เห็น” สิ้นเสียง เธอไอออกมาเป็นเลือด ไผ่จะเข้ามาประคอง แต่เธอไม่ยอมให้ช่วย เดินไปมาเงยหน้าขึ้นสัมผัสทิศทางหาร่องรอยของฤทธิชัยแต่ไม่มีวี่แวว ถอนใจเฮือก น้ำตาคลอ ไผ่สงสารเธอจับใจ

    “พี่สายลมพบคุณหนึ่งเมื่อไหร่ จะต้องส่งสัญญาณมาให้เราได้รู้แน่นอน...เอ๊ะ...เดี๋ยวก่อน...ถ้ำนางงู พี่รู้ว่าอยู่ตรงไหน” น้ำเสียงตื่นเต้นของไผ่ทำให้เธอพลอยตื่นเต้นไปด้วย “ตอนเดินทาง พวกเราผ่านไปเจอรถพวกมันเลยเข้าไปยึดมา แต่กลับเจองูยักษ์ไล่เอาเกือบไม่รอด”

    “ถ้ำของนางงูต้องอยู่แถวนั้น พี่ไผ่จำตำแหน่งได้หรือเปล่า”

    “มือชั้นนี้แล้ว แต่ว่าน้องดาวยังบาดเจ็บอยู่ ถ้าเจอเอ้อ...”

    “พี่ไผ่...ดาวขอร้อง” คำอ้อนวอนของเธอ ทำให้เขาไม่กล้าขัด ดีดตัวนำเธอไปยังทิศทางที่ถ้ำนางงูตั้งอยู่

    ooooooo

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่สวนรกร้าง เจ้าหน้าที่ตำรวจ หลายนายเข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณนั้นทุกตารางนิ้ว โดยมี ท่านรองศักดายืนคุยอยู่กับนักธุรกิจเป้าหมายซึ่งดวงตา เขียวช้ำจากหมัดเด็ดของงิ้ว ห่างออกมาเล็กน้อยจักจั่นและอภิชาติยืนดูพยาบาลจากหน่วยแพทย์ฉุกเฉินกำลังพันผ้าพันแผลที่ไหล่ให้งิ้ว

    “พวกนั้นต้องปกป้องผมไม่ใช่ทำร้ายผม” นักธุรกิจบ่นอย่างไม่พอใจ

    จักจั่นหายตัวแวบมาโผล่ตรงหน้า เขาถึงกับผงะ “มีชีวิตอยู่ก็บุญแล้ว ฉันป้องกันนายเพื่อไม่ให้พวกแบล็ก–อีวิลถล่มบ้านเมืองตามที่มันขู่ ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ไม่ใช่เพราะพิศวาสนาย...วันหนึ่ง ถ้าฉันตามเล่นงานนายแล้วจะหนาว” เธอกร้าวใส่อย่างไม่ไว้หน้า ท่านรองศักดาเกรงจะมีเรื่องรีบตัดบท

    “ขอบคุณครับ คุณจักจั่น...เชิญท่านครับ” เขาผายมือให้นักธุรกิจขึ้นรถตู้ แล้วตามไปนั่งประกบ โดยมีนพนั่งคู่กับคนขับ ส่วนรถคุ้มกันแล่นนำหน้าหนึ่งคัน อีกคันหนึ่งปิดท้ายขบวน นักธุรกิจหันมาทางท่านรองศักดา

    “ไอ้พวกนี้กำแหง ปล่อยไว้ไม่ได้”

    “เมื่อไหร่ที่พวกแบล็กอีวิลถูกทำลายหมด เราจะเก็บพวกมันทันทีครับท่าน” ท่านรองศักดายิ้มเหี้ยม...

    ด้านนายใหญ่ไม่พอใจมากถึงกับปัดข้าวของในห้องกระจุยกระจาย ต่อว่านายโจผ่านทางจอคอมพิวเตอร์ว่าทำไมป่านนี้ถึงเก็บนักธุรกิจเป้าหมายไม่ได้สักคน

    “ผมคิดว่างานนี้ต้องให้นาคีจัดการจะดีกว่า มือปืนที่ท่านสั่งมาต้านพวกมันไม่อยู่”

    “รีบจัดการให้เร็วที่สุด...ไอ้พวกองค์กรแฝงมันจะต้องชดใช้...ถ้าเก็บพวกมันยากนัก ก็เก็บคนใกล้ตัวครอบครัวของมัน พวกมันจะได้รู้สึก” นายใหญ่สั่งเสร็จตัดการติดต่อ

    นายโจถอนใจ เหนื่อยใจ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.สั่งสมุนให้เตรียมชุดปฏิบัติการให้พร้อม แล้วให้ส่งคนไปแจ้งนักบินเตรียมเฮลิคอปเตอร์ไว้ เขาจะไปชายแดนบ้านดอนเสือ...

    ขณะที่นายโจเตรียมเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ตามคำสั่งของนายใหญ่ ฤทธิชัยรู้สึกตัวตื่นขึ้นพบว่าตัวเองนอนอยู่บนแท่นหินภายในถ้ำของนาคี ค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นนั่ง นาคีรีบปราดเข้ามาหา

    “ท่านพี่รู้สึกตัวแล้ว”

    “ใช่และกำลังจะไป” เขาว่าแล้วจะลงจากแท่นหิน แต่เกิดหายใจติดขัด เอามือคลำที่ลำคอตัวเองพบว่ามีบ่วงเส้นบางๆสีทองรัดอยู่ พยายามจะแกะออกแต่กลับหมดเรี่ยวแรงทรุดลงไปกองกับพื้น

    “เราไม่ยอมให้ท่านพี่ห่างจากเราอีกต่อไป”

    “คุณน่าจะรู้นะว่าการถูกบังคับเป็นยังไง” เขาค่อยๆยันตัวลุกขึ้น เธออ้างว่าทำเพื่อความรักไม่ถือเป็นสิ่งเลวร้าย เขาโต้ไม่ยอมแพ้ว่าเป็นความรักของเธอเพียงคนเดียว และเธอไม่มีวันจะได้ความรักจากเขา

    “กาลเวลาทำให้คนเปลี่ยนแปลง เรารอท่านพี่ได้”

    “คุณรอผมได้ แต่คิดหรือว่าอาจารย์ของคุณจะปล่อยผม...เท่าที่รู้ คุณเองก็ถูกอาจารย์ควบคุมอยู่ จะป้องกันผมได้ยังไง”

    นาคีรู้แก่ใจดีว่าเขาพูดถูก หายตัวแวบมาโผล่ใกล้ๆ

    เร่งให้รีบไปจากที่นี่ ฤทธิชัยอาศัยจังหวะนั้น ฟาดฝ่ามือใส่แต่เธอยืนเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขากลับเป็นฝ่ายเซจะล้มเสียเอง

    “บ่วงทองของเราทำให้ท่านหมดพลัง ท่านอย่าคิดสู้จะดีกว่า” เธอแค่โบกมือ เขาก็ทรุดลงหมดสติ...

    ทางฝ่ายไผ่กับดาวร่อนลงมาในราวป่าไม่ห่างจากถ้ำของนาคีนัก เธอเซเล็กน้อยเมื่อเท้าแตะพื้น เขาต้องเข้ามาช่วยประคอง เธอรวบรวมพลังยืนด้วยตัวเอง ทำท่าเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติทั้งๆที่บาดเจ็บภายใน

    “ดาวไม่เป็นไรค่ะ”

    “ถ้ำนางงูต้องอยู่แถวนี้” ไผ่ว่าแล้วชักปืนขึ้นมาถือไว้ มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ถ้ำตั้งอยู่ ขณะทั้งคู่เดินผ่านต้นไม้ต้นหนึ่ง มีงูห้อยตัวลงจากกิ่งไม้ ไผ่สะบัดมีดสั้นพุ่งตัดหัวงูขาดกระจุย แหงนมองขึ้นไปบนกิ่งไม้พบงูยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ทั้งคู่ค่อยๆก้มหัวลอดไป พอเงยหน้ามองอีกที ปากถ้ำของนาคีปรากฏอยู่ตรงหน้า

    ดาวกับไผ่เคลื่อนตัวเข้าไปในถ้ำอย่างระมัดระวัง เจอคราบงูชิ้นใหญ่ที่นาคีทิ้งไว้ อีกมุมหนึ่งเป็นโครงกระดูกมนุษย์หลายโครงเกลื่อนพื้น ทั้งสองคนคืบคลานเข้าไปจนถึงแท่นหินที่นังงูร้ายใช้นอน ทุกอย่างว่างเปล่าไม่มีวี่แววของนาคีหรือฤทธิชัย ดาวถอนใจ หนักใจ กวาดสายตาไปรอบๆ มีแสงสะท้อนขึ้นมาจากพื้นใกล้แท่นหิน ปราดเข้าไปคว้าขึ้นมาดู

    “สร้อยที่ดาวให้คุณหนึ่ง” เธอพึมพำสีหน้าไม่สู้ดีนัก

    ooooooo

    นาคีนำตัวฤทธิชัยมาซ่อนไว้ในถ้ำลึกลับแห่งหนึ่ง หาผลไม้กับอาหารนานาชนิดมาให้ แต่เขากลับนั่งเฉยไม่แม้แต่จะปรายตามอง เธอเดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง ทำไมไม่กินอะไรบ้าง

    “ผมต้องไปจากที่นี่ให้ได้”

    “ท่านพี่รังเกียจเรามากกระนั้นหรือ”

    เขาไม่ได้รังเกียจ กลับสงสารและเห็นใจเธอที่ถูกดึงให้มาอยู่ในโลกที่นับวันคนเลวจะมีมากกว่าคนดี เธอแนะให้เขาลืมทุกอย่างแล้วครองรักอยู่กับเธอที่นี่

    “ไม่ได้ ผมมีหน้าที่กำจัดคนเลวให้หมดไปจากโลก อาจารย์คุณกับคุณเป็นเครื่องมือของคนเลว”

    “เราไม่เกี่ยวกับอาจารย์” ขาดคำ นาคีหายใจติดขัด ฤทธิชัยหันไปทางปากถ้ำพบคายามังปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับลูกศิษย์อีกสองคน เธอขยับตัวจะเข้าไปเอาเรื่องแต่จอมขมังเวทท่องคาถาเป็นการใหญ่ เธอถึงกับทรุดลงกับพื้นดิ้นทุรนทุราย หายใจไม่ออก

    “เจ้าฟังคำสั่งเรา...นายใหญ่ส่งคนมารับเจ้าเพื่อไปสังหารศัตรูในเมือง เราจะคอยดูคนรักของเจ้าให้”

    เขาหันไปพยักพเยิดให้ลูกศิษย์ทั้งสองคนเข้าไปหิ้วปีกฤทธิชัยจะพาออกไป ชายหนุ่มสะบัดมือหลุด หันมองนาคีด้วยความสงสารและเห็นใจที่ถูกหักหลังและถูกบังคับ

    “ผมจะช่วยคุณให้เป็นอิสระจากพวกมัน กลับไปอยู่ในโลกของคุณ”

    คายามังไม่พอใจ ปล่อยพลังฟาดฤทธิชัยถึงกับหน้าหันเลือดกบปาก เธออยากจะเข้าไปช่วยเขาใจแทบขาดแต่ทำไม่ได้เพราะถูกมนต์สะกดไว้ได้แต่จ้องคายามังอย่างเคียดแค้น

    “เจ้าจะได้คนรักของเจ้าคืนเมื่องานของนายใหญ่สำเร็จแล้ว” คายามังพูดจบ เดินตามลูกศิษย์ซึ่งหิ้วปีกฤทธิชัยออกไป ทิ้งให้นาคีนอนกองอยู่ที่พื้น แต่แล้วมีเงาพาดมาที่ร่างของเธอ พอกวาดสายตาไปทางนั้นเห็นนายโจกับมือปืน 3 คน พร้อมด้วยนินจาอีกหนึ่งคนยืนอยู่...

    ฝ่ายดาวอาการบาดเจ็บรุมเร้ามากขึ้นจนเกือบจะทรงตัวไม่อยู่ ไผ่ต้องเข้ามาประคองให้ลงนั่ง เธอไม่ยอมแพ้ยืนยันจะตามหาฤทธิชัยให้เจอ

    “พี่มั่นใจนาคีไม่ทำอะไรคุณหนึ่ง แต่เวลาของเราเหลือน้อยเต็มที เราต้องหากำแพงมนต์ให้ได้เร็วที่สุด” เขาเห็นเธออ้าปากจะค้าน ชิงพูดขึ้นก่อน “คุณหนึ่งคงไม่พอใจแน่ ถ้าพี่ปล่อยให้น้องดาวกลับไปรับอันตราย”

    เธอไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “ค่ะ...เรายังมีงานต้องทำเพื่อแผ่นดิน”

    “เราต่างบอบช้ำ พักก่อนดีกว่า อาการดีขึ้นแล้วเราจะไปสมทบกับลุงเดชกับพ่อแสงเพื่อหากำแพงมนต์”

    ดาวพยักหน้ารับคำ แล้วหลับตาทำสมาธิรักษาอาการบาดเจ็บ ไผ่ร้องเรียกเสือสายฟ้าให้ช่วยมาคุ้มกันระหว่างที่พวกตนกำลังรักษาอาการบาดเจ็บ...

    หลังจากฟื้นฟูพลังกลับมาได้บางส่วน ดาวกับไผ่รีบตามไปสมทบกับลุงเดชและพวกที่ซ่อนตัวอยู่ในป่า ลุงเดชกับพ่อแสงดีใจที่เห็นดาวปลอดภัยกลับมา แต่ไม่เห็นฤทธิชัยมาด้วยก็ถามหา ได้ความว่าถูกนาคีจับตัวไป

    “นาคีมีพลังฝีมือสูงแต่ลุงเชื่อว่ามีอาวุธที่จะจัดการกับนาคีได้”

    “ตามหลัก อาจารย์ที่มีวิชาอาคมโดยทั่วไปจะต้องมีอาวุธไว้ปราบสิ่งที่ตนปลุกเสกขึ้นมา” พ่อแสงอธิบาย ดาวตาวาวเป็นประกายขึ้นมาทันที

    “เราหาทางเข้ากำแพงมนต์ให้ได้ แล้วเราก็เค้นเอาอาวุธจากอาจารย์ของนางงู” ลุงเดชเสริม

    ดาวพยักหน้ารับคำอย่างมีความหวัง ครู่ต่อมา ดาว ไผ่ ลุงเดช พ่อแสง อาตง และเม่งจูกับพ่อของเด็กๆทั้งสองคน ค่อยๆเคลื่อนตัวมาหลบหลังก้อนหินใหญ่ มองไปเบื้องหน้าเห็นมือปืนนับสิบคนตั้งด่านตรวจอยู่ ไผ่กับดาวจะเป็นทัพหน้า เบี่ยงความสนใจจากพวกนั้น พอได้จังหวะให้ลุงเดชและพ่อแสงพาเด็กๆกับพ่อของพวกแกผ่านเข้าไปให้ได้ แล้วเราสองคนจะตามไปสมทบทีหลัง

    “เด็กๆไม่ต้องกลัวนะจ๊ะ...พี่ดาวจะระวังพวกเราให้เอง”

    “ไม่กลัวครับ” อาตงเสียงหนักแน่น

    “หนูจะหากำแพงมนต์ให้ได้ค่ะ”

    ดาวยิ้มดึงเม่งจูกับอาตงมากอด แล้วหันไปพยักหน้ากับไผ่ ก่อนจะดีดตัวออกไป

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:22 น.