ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มาหยารัศมี

SHARE
ตอนที่ 20

ถึงแม้ศรัณย์ไม่เอาผิด แต่กฎหมายก็ต้องเอาผิดอยู่ดี ทั้งเพ็ญประกายและชุติมาร้องไห้เสียใจ จันทราเองถึงกับอึ้ง

“สารภาพความผิดเถอะแม่ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา ทุกคนพร้อมให้อภัยแม่อยู่แล้ว ขอเพียงแค่แม่สำนึกผิด” ชุติมาขอร้อง

“สำนึกผิด...กรี๊ด...ฉันเลวขนาดนั้นเหรอ ถึงจะต้องสำนึกผิด พวกมันทุกคนต่างหาก ที่รวมหัวทำร้ายฉัน ฉันจะไปแก้แค้นพวกมัน”

จันทรากระชากสายน้ำเกลือออก ผลักลูกทั้งสองกระเด็นแล้ววิ่งขากะเผลกออกไป ชุติมากับเพ็ญประกายร้องห้ามและวิ่งตาม

แม้จะขาเจ็บแต่จันทราก็วิ่งได้เร็ว เพราะความแค้นเกาะกินใจ เธอวิ่งลัดเลาะหลบผู้คนออกไปจากโรงพยาบาลได้ สองพี่น้องวิ่งตามไม่ทัน

“แม่ไปแล้วพี่ชุ”

“แม่นะแม่ ไม่น่าทำอย่างนี้เลย”

จันทราโบกรถแท็กซี่ขึ้นไปนั่งขุ่นแค้นใจ “พวกแกทำลายชีวิตฉัน ฉันจะกลับไปทำลายพวกแก”

จุดมุ่งหมายของจันทราคือบ้านมณีกุล!

ooooooo

ขณะนั้น คนในบ้านมารวมกันที่ห้องรับแขก ทั้งเมิน เดือนแรม ธิติรัตน์ สุดใจ รวมทั้งสรรชัย ดุจแข และเจ๊กอไก่...

เดือนแรมเกาะแขนเมิน ซึ่งท่าทางทุกข์ใจ เพราะถึงจะโกรธเกลียดจันทรา แต่ก็ยังเหลือความผูกพันให้อยู่บ้าง

“คุณพ่อไม่เป็นไรนะคะ”

“พ่อไม่เป็นไร”

“แรมขอโทษที่ทำกับคุณน้าอย่างนั้น แต่คุณน้าทำร้ายแรมก่อน คุณน้าทำร้ายแรมมาทั้งชีวิต”

“พ่อเข้าใจ และก็หวังว่า จันทราเขาจะสำนึกผิดได้ เพราะเอาเข้าจริง พ่อไม่ได้อยากทำร้ายเขาจนไม่มีที่ไป พ่อแค่อยากให้เขาสำนึกผิดและกลับตัว”

ทุกคนฟังแล้วมองหน้ากันอึ้งๆ เมินมองทุกคนอย่างขอโทษ แล้วหันมาขอบใจสุดใจ ที่ยอมบอกความจริงทั้งหมดแก่ตน

“ฉันก็ต้องขอบคุณคุณเมินมากค่ะ ที่ไม่เอาผิดกับฉัน ทั้งๆที่ความผิดของฉันมหันต์”

“คนที่ทำผิดอย่างมหันต์ไม่ใช่เธอ”

แม้นเทพพาชำนิเดินเข้ามา เมินมองหน้าชำนิ จำได้ว่าคือคนที่ร่วมมือกับจันทราทำร้ายตน แต่ความรู้สึกมันแตกต่างไปจากแต่ก่อน

ตอนที่ 19

ในคืนนั้น จันทราหลับไปด้วยความสะใจที่กำจัดเดือนแรมออกไปได้ แต่มาตื่นเพราะหิวน้ำ พลันได้ยินเสียงเก้าอี้โยก เธอลุกเดินออกจากห้องด้วยความสงสัย แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นเงาตะคุ่มๆที่เก้าอี้ตัวนั้น!

จันทราตั้งสติหันไปเปิดไฟ และพบว่าเงานั้นไม่ใช่ผีแต่เป็นนายเมินที่ออกจากบ้านไปหลายวัน เธอเพียรโทร.ตามให้เขากลับ เขาก็ไม่ยอม แต่จู่ๆคืนนี้เขาดันปรากฏตัวเงียบเชียบ เงียบเสียจนจันทราเพิ่งรู้ตัวเอากลางดึก

ตอนที่ 18

ครั้นพอธิติรัตน์ทำงานในห้องตัดต่อเสร็จออกมา เห็นมิสคอลจากศรัณย์หลายครั้งจึงกดโทร.กลับไป เผอิญศรัณย์ซึ่งนั่งอยู่ในรถทั้งคืน เฝ้ารอคนในบ้านเมินออกมา เห็นแป้นออกมารดน้ำต้นไม้ เขารีบลงจากรถจึงไม่ได้ยินเสียงมือถือที่ดัง ด้านธิติรัตน์แปลกใจไม่มีใครรับสายจึงผลัดว่าเดี๋ยวค่อยโทร.ใหม่

ด้วยความร้อนใจ ศรัณย์ปรี่เข้าไปถามแป้นหาจันทรา แป้นตกใจรีบไล่ศรัณย์ให้กลับไป แม้นเทพกำลังจะออกไปทำงานเห็นสองคนยื้อกันอยู่ ก็เข้ามาถาม ศรัณย์ดีใจรีบบอกว่ามีเรื่องเกี่ยวกับเพ็ญประกายมาบอกจันทรา แม้นเทพจึงสั่งแป้นพาศรัณย์เข้าไปพบ แป้นเดินหน้ามุ่ยนำศรัณย์เข้ามาในบ้าน แล้วต้องเบรกตัวโก่ง เมื่อเจอจันทรา ยืนตาขวาง ท่าทางเครียดจัด

“ว๊าย...คุณ...เอ่อ คุณศรัณย์ขอพบคุณนายค่ะ”

จันทราเห็นหน้าศรัณย์ก็ปรี๊ดแตก ขับไล่เขายกใหญ่ ไม่ยอมฟังเสียง แต่พอเขาบอกว่า

“แล้วถ้าเป็นเรื่องของคุณเพ็ญประกายล่ะครับ”

“แก...แกลักพาตัวยัยเพ็ญไป ฉันจะแจ้งตำรวจจับแก นังแป้น เอามือถือมา”

“ผมไม่ได้ลักพาตัวคุณเพ็ญไปนะครับ แต่ผมรู้ว่าใครพาไป...เขาบอกว่าเขาชื่อ ชำนิ”

จันทราใจหายวาบ หยุดโวยวาย ฟังเรื่องที่ศรัณย์เล่าว่าชำนิรับโทรศัพท์ของเพ็ญประกายและให้ตนมาบอกเธอ ศรัณย์ขอให้จันทรารีบติดต่อชำนิ ก่อนที่เขาจะทำร้ายเพ็ญประกาย
เมื่อจันทราโทร.กลับไปหาชำนิ จึงรู้ว่าเขาจับตัวเพ็ญประกายไปจริงๆ และให้เธอออกไปพบ เธอจำต้องยอม แต่ฉุกคิดแผนร้ายได้ ชวนศรัณย์ให้ขับรถไปให้ เขาดีใจมาก จันทราเข่นเขี้ยว

“แกได้มีสภาพเหมือนนังแรมแน่ ไอ้ศรัณย์”

ยังไม่มีใครรู้ว่าเดือนแรมถูกจันทราตีหัวลากไปมัดขังไว้ในห้องเก็บของทั้งคืน...เวลาผ่านไป มะลิกับพิมมองมือถือเดือนแรมที่วางอยู่ดังขึ้นเห็นชื่อธิติรัตน์โทร.มา มะลิว่าไม่ต้องรับ ถึงอย่างไรเดือนแรมก็ไม่อยู่ ธิติรัตน์กังวลใจโทร.หาเจ๊กอไก่ รู้ว่าไม่ได้อยู่กับเดือนแรม เขายิ่งเป็นห่วง เจ๊กอไก่เองก็ช่วยโทร.ไปถามสรรชัยอีกต่อ

“แรมไม่ได้อยู่กับผมครับ ผมเองตอนนี้ก็อยู่โรงพยาบาล”

เจ๊กอไก่ถามว่าใครเป็นอะไร พอรู้ว่าดุจแขถูกทำร้ายก็ตกใจ แล่นมาเยี่ยมเยียนทันที

“ใครนะใจร้าย ทำกันได้ขนาดนี้” เจ๊กอไก่เห็นสภาพดุจแขนอนไม่ได้สติแล้วหดหู่

“ผมแจ้งความไปแล้วครับ นี่ก็รอแขฟื้นขึ้นมาให้ปากคำ จะได้ข้อมูลคนร้ายหน่อย คนร้ายเป็นใคร เข้ามาด้วยวัตถุประสงค์อะไร เพราะทรัพย์สิน ต่างๆของแขก็ยังอยู่ทุกอย่าง”

“คุณดุจแขมีศัตรูที่ไหนหรือเปล่าคะ”

สรรชัยว่าเท่าที่รู้ไม่มี จะมีก็แต่จันทรากับเพ็ญประกายเท่านั้น แต่ตอนนี้คนที่น่าห่วงอีกคนคือเดือนแรม ทั้งสรรชัย และเจ๊กอไก่หันมาเป็นห่วงเดือนแรมที่ไม่รู้ว่าอยู่ไหน

ooooooo

เมื่อติดต่อเดือนแรมไม่ได้ ธิติรัตน์จึงมาหาที่บ้าน แต่พอเดินผ่านบ้านเมินก็แปลกใจทำไมเงียบเหมือนไม่มีใครอยู่ พลันเห็นแป้นถือตะกร้าไปตลาด เลยถือโอกาสดอดเข้าไปค้นเอกสารหาหลักฐานในบ้าน เห็นอัลบั้มรูป และใบแจ้งเกิดของเพ็ญประกาย เขารีบพับเก็บใส่กระเป๋า

แม้จะอ่อนแรงมาทั้งคืน เดือนแรมเห็นว่าจันทราไม่อยู่ จึงแข็งใจใช้ลำตัวกระแทกฝาพยายามส่งเสียงให้คนช่วย ธิติรัตน์สะดุ้ง จะเดินมาตามเสียง แป้นดันลืมกระเป๋ากลับมาเสียก่อน

“คุณชายจะไปไหนคะ”

เดือนแรมได้ยินเสียงแป้นเรียกธิติรัตน์ เธอยิ่ง กระแทกฝาให้เกิดเสียงขึ้นอีก แป้นขอให้เขากลับไปก่อนที่จันทราจะกลับมา เพราะตนไม่อยากเดือดร้อน เดือนแรมใจหายพยายามร้องเรียกธิติรัตน์แต่เสียงช่างแผ่วเบาเสียเหลือเกิน

ธิติรัตน์มาถามหาเดือนแรมที่บ้านมะลิ ทั้งป้าพิมและมะลิไม่มีใครรู้ว่าเดือนแรมไปไหนต่างเห็นห่วง โทร.บอกแม้นเทพให้ช่วยตามหา...เขามาตั้งต้นที่ชุติมา

“พี่เป็นห่วงแรมมากจริงๆ เออ...ไหนชุบอกว่ามีอะไรจะเล่าให้พี่ฟัง”

“อย่าเพิ่งก็ได้ค่ะ พี่ต้อมไปตามแรมก่อนดีกว่า เดี๋ยวค่อยคุยกัน” ใจจริงชุติมาอยากเล่าเรื่องเดือนแรมคือมาหยารัศมี แต่อีกใจก็ไม่อยากเป็นลูกอกตัญญู

ooooooo

บนถนนสายเปลี่ยว ตะวันเริ่มคล้อย รถศรัณย์แล่นคลำทางมาช้าๆ จันทราชี้ให้เขาเลี้ยวไปทางนั้นทางนี้ สีหน้ามีแผนร้าย สักพักก็ทำเป็นวิงเวียน หาว่าเขาขับรถไม่ดี สุดท้ายก็ร้องว่าอยากอาเจียนให้เขาจอดรถ จันทราวิ่งเข้าป่าข้างทาง ศรัณย์เป็นห่วงตามไปดูแล แต่จันทรากลับหลอกให้เขากลับไปเอายาดมที่รถ แล้วแอบคว้าท่อนไม้ฟาดหัวเขาจนสลบ

“ฉันไม่อยากฆ่าแกหรอกนะ แต่ถ้าฉันไม่ทำ แกต้องปากเสียเรื่องไอ้ชำนิ...” จันทราเงื้อจะฟาดอีกครั้งกะเอาให้ตาย เผอิญชาวบ้านสองคนเดินมา

จันทราตกใจทิ้งไม้วิ่งหนี ชาวบ้านกุลีกุจอช่วยศรัณย์...จันทราเดินมาตามทางแล้วโทร.หาชำนิให้เอารถออกมารับ แต่เขากลับไม่พาไปหาเพ็ญประกาย

“ฉันต้องการพบชุติมา...”

“ก็ไปหาเพ็ญประกายก่อนสิ อยู่ใกล้แค่นี้เอง”

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันต้องเจอชุติมาก่อน ถ้าเธอไม่ให้เจอ เธอก็ไม่ต้องเจอเพ็ญประกาย”

จันทราหงุดหงิด เป็นห่วงลูก จำต้องยอมให้ชำนิมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯก่อน

ooooooo

วันนี้ชุติมากับสุดใจขายส้มตำเลิกดึกกว่าปกติ สุดใจให้ชุติมาขึ้นไปเก็บผ้าบนห้องก่อน ตนเอารถเข็นไปเก็บข้างตึก ไม่ทันไร รถชำนิเข้ามาจอดข้างสุดใจ จันทราลงจากรถบอกชำนิให้รออยู่ข้างล่าง ตนจะขึ้นไปคุยกับชุติมาว่ายอมเจอพ่อหรือไม่

สุดใจหลบข้างรถเข็นกลัวจันทราเห็น เธอเข้าใจว่าจันทราตามมาฆ่าอีก จึงตัดสินใจจะเปิดเผยความลับทั้งหมดกับเมิน เธอรีบหลบออกไปขึ้นรถแท็กซี่ทันที

เสียงเคาะประตูห้อง ชุติมาแปลกใจ พลันเปิดมาเจอจันทรา “แม่...แม่มาทำไม...”

“ทันทีที่เห็นหน้าแม่ แกถามอย่างนี้เหรอ นังลูกอกตัญญู” จันทราผลักอกชุติมา

ชุติมาถามย้ำอีกครั้งว่ามาทำไม จันทราตะคอกว่าพ่อต้องการเจอ แต่เธอไม่อยากเจอใคร

“แกต้องไป ไม่งั้นพ่อแกจะฆ่าเพ็ญประกาย”

“อะไรนะ...”

“พ่อแกมันเลว ตอนนี้พ่อแกจับยัยเพ็ญเป็นตัวประกัน แกต้องไปช่วยน้องนะ ยัยชุ”

ชุติมาย้อนถามว่าแม่ไปทำอะไรไม่ดีมาอีก จันทราตวาดตบตี เห็นตนเลวขนาดนั้นหรือ ชุติมาปัดป้องโต้

“ทั้งที่ฉันเห็นเองกับตาและน้าสุดใจเล่าทุกอย่างให้ฉันฟังหมดแล้ว เรื่องของคุณเมิน คุณราศรี และมาหยารัศมี”

จันทราตกใจที่ชุติมารู้จักสุดใจ แก้ตัวหาว่าสุดใจโกหก ชุติมาเตือนแม่เลิกก่อกรรมเสียที กรรมมันจะตามมาทัน จันทราเซหน้าซีด “ไม่...ฉันไม่มีทางได้รับกรรม ไม่มีทาง”

ชุติมาขอร้องให้จันทราหยุดโกหกเสียที สักวันทุกคนต้องรู้ความจริง จันทราเหมือนคนบ้าคลั่ง ประกาศจะฆ่าทุกคนที่รู้ความลับให้หมด...ระหว่างนั้น สุดใจมาถึงบ้านเมิน บอกแป้นว่าขอพบเมิน แป้นตอบไปว่าไม่อยู่ สุดใจขอให้โทร.ตาม ตนมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับราศรีและมาหยารัศมีมาบอก แป้นตกใจละล่ำละลักว่าจะไปโทร.ตามเมินให้ สุดใจยืนรออยู่หน้าตึก แต่แล้วแป้นกลับโทร.ไปรายงานจันทรา เธอชะงัก ตาวายดูเหี้ยมขึ้นมาทันที บอกแป้นว่าตนจะรีบกลับไป ชุติมางงไม่รู้ว่าแม่คุยโทรศัพท์กับใคร

จันทราลงมาหาชำนิ เขารีบถาม “ลูกล่ะ ลูกว่า ยังไง ลูกอยากเจอมั้ย”

“ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับฉัน ไม่ใช่นังชุ”

“บ๊ะ แกนี่จะเล่นแง่อะไรกับฉันอีกวะ เดี๋ยวบอกต้องไปถามความเห็นของชุ แล้วนี่บอกแล้วแต่แก ตกลงจะยังไง หรือแกอยากให้ลูกของแกกับคุณเมินตาย” ชำนิเดือด

จันทราโวยกลับ ไม่ต้องมาขู่ ตนคุยกับชุติมาแล้ว มีข้อแม้ให้ช่วยอะไรก่อนแล้วถึงจะได้ตัวชุติมาไปอยู่ด้วยเลย ชำนิดีใจ แต่ก็หวั่นใจความเจ้าเล่ห์ของอดีตเมีย จันทรายิ้มๆบอกว่างานที่ให้ช่วยไม่ยากหรอก ให้ตามตนไป

ด้านสุดใจยืนรออยู่นานชักเอะใจ จึงแอบย่องเข้าไปในบ้าน พลันได้ยินเสียงก๊อกแก๊กในห้องเก็บของก็ตกใจ ย่องเข้าไปใกล้อย่างหวาดๆ...ในห้องเก็บของ เดือนแรมหมดแรง ถูกมัดทั้งมือและเท้า และยังปิดปาก พยายามพยุงตัวเองให้ลุกนั่ง สุดใจเปิดประตูเข้ามาเห็นสภาพเดือนแรมแทบช็อก เดือนแรมล้มลงหมดสติไปเสียแล้ว

ooooooo

ภาพที่สุดใจเห็นเดือนแรมนอนสลบถูกมัดมือ เท้า และปาก ก็ตกใจมากร้องช่วยด้วยๆบังเอิญแป้นกลับไปทำงานเปิดเพลงเสียงดังจึงไม่ได้ยิน สุดใจวิ่งออกมาหน้าบ้านหาคนกลับไปช่วย แต่แล้วต้องชะงัก เมื่อเจอจันทรากับชำนิถึงกับถอยกรูด

ตอนที่ 17

จากความเครียด ทำให้จันทราค้นปืนออกมาวางใต้หมอนก่อนจะล้มตัวลงนอนข่มตาให้หลับ ไม่ทันไร ฝันเห็นราศรีมาต่อว่าเลิกโยนความผิดให้คนอื่นเสียที เธอนั่นแหละฆ่าฉัน เธอฆ่าฉัน...จันทราสะดุ้งตื่นมานั่งหอบหายใจรัว กวาดตามองไปรอบห้อง พลันมีเงาคนเคลื่อนไหวตรงประตู เธอคว้าปืนใต้หมอนออกมา วิ่งออกไปอย่างไม่กลัวเกรง แต่พอเปิดไฟกลับไม่ติด

“มาดับอะไรตอนนี้...ว้าย...ยัยเพ็ญ” จันทราเห็นเงาดำเคลื่อนไปหน้าห้องเพ็ญประกาย เธอวิ่งตามมาเปิดประตูเรียก “เพ็ญ...ลูกอยู่ที่ไหน เพ็ญประกาย...อย่าบอกนะ ราศรี แกจะเอาลูกฉันไป”

ตอนที่ 16

สองแม่ลูกโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง จันทราสั่งเพ็ญประกายห้ามยอมแพ้ ต้องบีบน้ำตาเข้าไว้ตนจะทำให้เป็นข่าว พวกหน้าบางอย่างธิติรัตน์จะต้องยอมแต่งงานด้วยแน่ๆ สองแม่ลูกหัวเราะมีความสุข เดือนแรมถือดอกไม้ไปไหว้พระผ่านมา ได้ยินเรื่องราวถึงกับหน่ายใจ จันทราหันมาเห็น ร้องเรียกให้หยุด ถามเยาะ

“คงได้ยินแล้วสินะ ว่าคุณชายจะแต่งงานกับลูกมาหยารัศมี”

“ได้ยินค่ะ ได้ยินด้วยว่าคุณน้าสอนให้พี่เพ็ญบีบน้ำตา สร้างเรื่องจับคุณชาย”

สองแม่ลูกตกใจที่เดือนแรมได้ยินก่อนหน้านั้นด้วย จันทราปรี่เข้าผลักอกเดือนแรม เพ็ญประกายยุให้จัดการ ตนจะจับไว้ให้ เดือนแรมหันมาถามว่าพี่สูงเท่าไหร่ เธอทำงงๆ

“พี่เพ็ญตัวเล็กกว่าแรมตั้งเยอะ พี่เพ็ญทำอะไรแรมไม่ได้หรอก อย่ามาหาเรื่องกันเลยค่ะ ยังไงเราก็เป็นพี่น้องกัน”

จันทราวีนใส่ใครเป็นพี่กับเด็กเก็บมาเลี้ยง เดือนแรมน้อยใจ โต้ว่าตนจะร้องต่อศาลขอตรวจดีเอ็นเอ จันทราหัวเราะเยาะ แต่พอเดือนแรมย้อนว่า ถ้าตนไม่ได้เป็นอะไรกับมณีกุล พ่อคงต้องสืบต่อไปว่าลูกที่แท้จริงอยู่ไหน ถึงตอนนั้นเธอคงต้องเตรียมคำตอบเพราะคงจะรู้ดีเห็นย้ำอยู่เสมอว่าตนเป็นเด็ก เก็บมาเลี้ยง จันทราหน้าซีดเผือด ตั้งสติได้ตามไปกระชากเดือนแรมหันมาตบ

“นังแรม แกคิดว่ามันจะง่ายอย่างนั้นเหรอ มีแต่แกจะตายก่อนนั่นแหละนังแรม”

เพ็ญประกายเข้ามาช่วยจับตัวเดือนแรมไว้ เดือนแรมเหลืออด สะบัดเพ็ญประกายล้มลง ประกาศว่าตนยอมมามากพอแล้ว วันนี้ตนไม่ยอม เดือนแรมหันมาตบหน้าจันทราอย่างแรง แล้วเหวี่ยงไปกองรวมกับเพ็ญประกาย สองแม่ลูกร้องกรี๊ดๆจะลุกขึ้นเล่นงาน เดือนแรมชี้หน้า

“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะคะ แรมไม่อยากมีเรื่อง ที่แรมสู้เพื่อปกป้องตัวเอง กรุณาอย่าทำให้แรมหมดความเกรงใจมากไปกว่านี้เลย โดยเฉพาะเรื่องที่จะไปปรักปรำคุณชาย เพราะคืนนั้นพี่เพ็ญไม่ได้อยู่กับคุณชาย”

เพ็ญประกายหน้าเสีย จันทราโวยวายไม่ใช่เรื่อง... ถึงอย่างไรธิติรัตน์ต้องรับผิดชอบ เดือนแรมโต้ว่าหน้าไม่อายแล้วยังจะสอนให้ลูกตัวเองหน้าไม่อายไปด้วย ตนอายแทนจริงๆ เดือนแรมอดสูเดินไป สองแม่ลูกร้องกรี๊ดๆ จันทราไม่วายยุยงลูกสาวว่าเดือนแรมอิจฉาอยากแต่งงานกับธิติรัตน์เสียเอง เราจะยอมไม่ได้

มะลิกับแม้นเทพกำลังคุยเรื่องวุ่นๆนี้อยู่พอดี ป้าพิมผสมโรงไม่พอใจ ถ้าธิติรัตน์จะรับผิดชอบเพ็ญประกายก็ต้องรับผิดชอบเดือนแรมด้วย แม้นเทพรู้ว่าธิติรัตน์อึดอัดใจ จะพูดความจริงเดือนแรมก็จะเสียหาย มะลิเคือง

“พูดถึงแรมแล้วฉันก็โมโห ยังไงก็น่าจะหาวิธีกลับบ้าน ไม่ใช่ไปพักค้างอ้างแรมกับเขา ถึงผู้ชายคนนั้นจะเป็นคุณชายก็ตามทีเถอะ”

พอดีเดือนแรมเดินกลับมาได้ยินหน้าจ๋อย มะลิเรียกเข้ามาตักเตือนว่าคืนนั้นทำไม่ถูก เดือนแรมกราบขอโทษเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ มะลิถอนใจตนจะมีหน้าไปเถียงกับจันทราได้อย่างไรว่าคืนนั้นเดือนแรมต่างหาก ที่อยู่กับคุณชาย หรือตนต้องไปเรียกร้องให้เขามารับผิดชอบบ้าง แม้นเทพเห็นแม่หนักใจแล้วนึกโกรธธิติรัตน์

แม้นเทพไปหาธิติรัตน์ที่บริษัท กระชากคอเสื้อเขาขึ้นมาต่อหน้าเพื่อนและพนักงาน เลขาร้องเรียก รปภ. ธิติรัตน์โบกมือห้าม แม้นเทพต่อว่าก่อนจะชกหน้าเขาเข้าให้

“ผมเคยขอคุณชายแล้วใช่มั้ย ว่าไม่ให้ไปยุ่งกับแรมอีก แล้วนี่คุณชายทำอะไร...คุณเห็นแก่ตัว เอาแต่ความต้องการของตัวเองเป็นที่ตั้ง”

ธิติรัตน์จะแย้ง แต่แม้นเทพชกเข้าอีกหมัด “ไม่ต้องมาแก้ตัว เพราะทุกคำที่คุณพูด มีแต่ทำให้แรมเสียหาย ถ้าคุณชายรักแรม แสดงความเป็นลูกผู้ชายให้ผมเห็น อย่ายุ่งกับแรมอีก”

แม้นเทพกลับออกไป ธิติรัตน์ปาดเลือดที่มุมปาก ทุกคนมองงงๆ...วีระกับศรัณย์พาธิติรัตน์เข้ามาในห้องทำงาน ต่างซักไซ้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอธิติรัตน์เล่าให้ฟัง ศรัณย์ถึงกับหน้าถอดสี

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงเดือนแรม ธิติรัตน์รีบไปหาเธอที่บ้าน เดือนแรมตกใจเมื่อเห็นหน้าตาปูดบวมของเขา และยิ่งได้รู้ว่าเป็นฝีมือแม้นเทพ เธอกังวลใจอย่างมาก ธิติรัตน์ตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง พาเดือนแรมออกไปตามหาเมิน ตนรู้มาว่า เมินอยู่ที่รีสอร์ตริมน้ำแถวกาญจนบุรี

“ฉันว่าสิ่งที่ฉันกำลังทำ กับที่คุณเมินทำ คงไม่ได้ต่างกันหรอก สำคัญก็แต่คุณเมินจะกล้ายอมรับกับฉันรึเปล่า ว่ากำลังทำอะไร”

เดือนแรมยังไม่ค่อยเข้าใจ ธิติรัตน์รู้สึกเหมือนมีคนแอบมอง หันขวับไปดูเห็นไวๆคล้ายเมิน เขาวิ่งตามไปร้องเรียก เดือนแรมวิ่งตามมามองหา

“คุณพ่อคะ...คุณพ่อ คุณพ่อออกมาหาแรมสิคะ” ดูเหมือนไม่มีวี่แวว เดือนแรมหันมาถาม “คุณชายเห็นคุณพ่อจริงใช่มั้ยคะ”

“ใช่ และที่นักสืบบอกฉัน คุณเมินยังอยู่ที่นี่ แต่คุณเมินจงใจหลบพวกเรา”

เดือนแรมใจแป้วอยากรู้ว่าพ่อทำอะไร ธิติรัตน์ได้แต่หวังว่า สิ่งที่เมินทำจะเป็นเรื่องเดียวกับที่ตนกำลังทำ ทั้งเรื่องจันทราและมาหยารัศมี ให้ความจริงกระจ่างออกมาเสียที...

ตอนที่ 15

เมื่อเดือนแรมเลี่ยงพ้นจากจันทรามาได้ ธิติรัตน์โทร.เข้ามือถือ แต่เธอไม่ยอมกดรับ เพราะไม่อยากมีปัญหาอีกและยังเคืองเรื่องที่เขาพานักสืบมาพบตน เธอเดินเรื่อยเปื่อยมาหน้าบ้าน เพ็ญประกายเห็นจากระเบียงห้อง กังวลว่าเดือนแรมจะแอบไปพบกับธิติรัตน์ จึงวิ่งตามลงมาทันที

พอดี ธิติรัตน์ยืนกระวนกระวายอยู่นอกบ้าน ลุ้นว่าเดือนแรมจะออกมาหาไหมหลังจากที่ตนโทร.หาเท่าไหร่ก็ไม่รับ พลันเห็นเดือนแรมเดินหน้างอออกมา เขาดีใจปราดเข้าจับแขนเธอ

ตอนที่ 14

ความรู้สึกในใจของเพ็ญประกายยังสับสน คำยุยงของจันทราที่ว่า เดือนแรมไม่ใช่น้องเป็นเด็กเก็บมาเลี้ยง ไม่ใช่มณีกุล จะปล่อยให้มาชุบมือเปิบได้อย่างไร ขนาดตนเคยดีด้วยยังแว้งกัด แย่งคนรักไปได้ นี่หรือน้องที่รัก

“ถ้าเป็นลูกแม่ อย่าอ่อนแอให้แม่เห็น จำเอาไว้ คนอ่อนแอ ไม่มีทางชนะเด็ดขาด” คำที่จันทราตอกย้ำ มันฝังใจเพ็ญประกายจนกลายเป็นความเครียด

ตอนที่ 13

กลัดกลุ้มจนไม่เป็นอันทำงาน ธิติรัตน์ตัดสินใจจะจ้างนักสืบ สืบประวัติมาหยารัศมี เขามาปรึกษาธิดา เธอเห็นดีจะได้รู้ประวัติความเป็นมาของจันทราและเดือนแรมไปด้วย

วันต่อมา ระหว่างมีการถ่ายแบบในสตูดิโอ ธิติรัตน์เฝ้ามองเดือนแรมด้วยสายตาเปิดเผยว่าทั้งรักและห่วงใย ทำให้เจ๊กอไก่และทุกคนในกองถ่ายพลอยมีความสุขไปด้วย เจ๊กอไก่ วีระ และศรัณย์พูดจาหยอกล้อ ที่ไม่ได้เจอกันตั้งนาน

“ก็ยังว่าอยู่ ทำไมช่วงนี้หายๆ ขอบคุณนะคะที่เรียกใช้กัน”

“ก็ไม่เจอกันนานๆ คิดถึงน่ะครับ” วีระเกริ่นให้เจ๊กอไก่กระดี๊กระด๊าดีใจ แล้วสัพยอกว่าคิดถึงเดือนแรม

“ซะงั้น...” เจ๊กอไก่หน้าง้ำ ทุกคนหัวเราะกันครืน

ศรัณย์แก้ให้ “ก็คิดถึงทั้งเจ๊กอไก่แล้วก็น้องแรมน่ะครับ คนเคยทำงานด้วยกัน ถ้ามีโอกาสยังไงก็ต้องคิดถึงกันก่อนคนอื่นอยู่แล้ว...ว่ามั้ยชาย”

ธิติรัตน์ซึ่งจ้องมองเดือนแรมอยู่สะดุ้ง ก่อนจะรับว่าใช่ พลัน เพ็ญประกายโผล่เข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มหวานแต่สายตากร้าว “แล้วคิดถึงว่าที่คู่หมั้นอย่างมาหยาบ้างมั้ยคะ”

ทุกคนหันมามอง เดือนแรมตกใจ เพ็ญประกายเดินเข้าเกาะแขนธิติรัตน์แสดงความเป็นเจ้าของ ธิติรัตน์เปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึม เดินนำเพ็ญประกายเข้ามาในห้องทำงาน เธอน้อยใจ

“เมื่อสักครู่มาหยายังเห็นคุณชายยิ้มมีความสุขอยู่เลย แต่ทำไมเห็นหน้ามาหยาแล้วคุณชายทำหน้าแบบนี้คะ”

“ผมกำลังทำงานอยู่”

“แล้วทำไมคะ เวลาทำงานมาหยามาหาคุณชายไม่ได้หรือคะ”

“ก็ผมทำงาน” ธิติรัตน์พยายามตอบอย่างใจเย็น

“คุณชายก็ทำงานไปสิคะ มาหยาไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว วุ่นวายตอนคุณชายทำงานซะหน่อย มาหยาก็อยู่เฉยๆ”

“แต่ผมไม่อยากให้คนนอกที่ไม่ใช่ทีมงานเข้าไปข้องเกี่ยว”

“คุณชายเห็นมาหยาเป็นคนนอก...” เพ็ญประกายเสียงเครือ

“แล้วคุณมาหยามีหน้าที่อะไรในทีมงานมั้ยล่ะครับ”

“คุณชายด่ามาหยา...ที่มาหยามาที่นี่ เพราะคุณชายไม่เคยมีเวลาให้ มาหยาคิดถึง แต่คุณชายกลับทำเหมือนมาหยาน่ารังเกียจ เพียงเพราะคุณชายต้องการอยู่ใกล้กับแรมใช่มั้ยคะ”

“ไม่ต้องดึงใครเข้ามาเกี่ยว งานผมคืองาน”

“แต่งานของคุณชายเกี่ยวกับแรมตลอด”

“ถ้าคุณมาหยาพูดจาไม่รู้เรื่อง ผมจะไม่พูดด้วย ผมจะไปทำงาน” ธิติรัตน์เดินเลี่ยง

“คุณชายอยากไปหาแรม อยู่กับแรม แต่เอาคำว่างานมาอ้างตลอด มาหยาเกลียดคุณชาย เกลียดแรม เกลียดๆๆๆ” เพ็ญประกายสุดกลั้น ร้องไห้วิ่งแซงธิติรัตน์ออกไป

เธอวิ่งร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดออกมาตามทาง ชนเข้ากับศรัณย์ เขาตกใจที่เห็นเธอเป็นเช่นนั้น รีบประคองถามว่าเกิดอะไรขึ้น “นายชายทำอะไรคุณมาหยา...”

เพ็ญประกายได้ยินยิ่งบ่อน้ำตาแตก สะอื้นฮัก “คุณชายทำเหมือนเพ็ญน่ารังเกียจ คุณชายรังเกียจเพ็ญ...”

“เพ็ญ...” ศรัณย์งง

“ค่ะ เพ็ญประกาย...”

“แล้วมาหยารัศมี...”

“ก็นี่ล่ะค่ะ มาหยารัศมี แต่เป็นมาหยารัศมีที่คุณชายไม่เคยต้องการ” เพ็ญประกายตัวเกร็ง

ศรัณย์เห็นเธอมือไม้เกร็งทำท่าจะเป็นลม ก็จะพาเข้าไปนั่งพัก แต่เธอร้องขออยากกลับบ้าน เขาจำต้องไปส่งด้วยความสงสาร

ตลอดทางที่นั่งมาในรถ ศรัณย์เห็นเพ็ญประกายนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา พอถึงบ้านเขาเรียกมาหยารัศมี เธอกลับบอกให้เรียกว่าเพ็ญประกายดีกว่า เพราะถึงตนอยากเป็นมาหยารัศมีแค่ไหน ธิติรัตน์ก็ไม่รักและยอมรับอยู่ดี ศรัณย์มองเธออย่างเห็นใจ

ooooooo

งานในสตูดิโอเสร็จสิ้น เจ๊กอไก่จัดการให้ธิติรัตน์ไปส่งเดือนแรม ศรัณย์หน้าเครียดเข้ามาขอคุยกับธิติ-รัตน์สักครู่ สองหนุ่มแยกมาคุยกันลำพัง ศรัณย์ขอร้องให้ธิติรัตน์ล้มเลิกงานแต่งงานถ้าไม่ได้รักเพ็ญประกาย ธิติรัตน์ยืนกรานว่า ตนต้องแต่งงานกับมาหยารัศมีตามประสงค์ท่านพ่อ

“ถ้านายยังไม่มีใคร ไม่ว่ามาหยารัศมีจะเป็นใคร ฉันมั่นใจว่านายจะรักเขาได้ แต่ตราบใดถ้านายมีคนอื่นในใจ มันคงเป็นไปไม่ได้ แล้วฉันก็รู้ว่านายรักแรม...อย่าให้ความต้องการของคนตายมาทำลายคนเป็น ใช่แค่ตัวนาย แต่รวมถึงคุณเพ็ญประกายด้วย คิดดูให้ดีนะชาย”

ธิติรัตน์ยืนอึ้งครุ่นคิดมองเพื่อนเดินไป...

จันทราเห็นลูกสาวกลับมาเอาแต่ร้องห่มร้องไห้ เข้ามาถามว่าแพ้เดือนแรมมาใช่ไหม

“เพ็ญไม่ไหวแล้วค่ะคุณแม่ เพ็ญเหนื่อย เพ็ญอาย คุณชายทำให้เพ็ญรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า หน้าด้านไปตามตื๊อเขาอยู่ได้”

“มันเป็นสิทธิ์ที่แกทำได้ เพราะแกคือว่าที่เจ้าสาวของเขา”

เพ็ญประกายฟูมฟายว่าเป็นเจ้าสาวที่เขาไม่ต้องการ ตนไม่ต้องการแต่งงานแล้ว จันทราโกรธตบหน้าลูกที่ไม่ได้ดั่งใจ เพ็ญประกายหน้าเสียตกใจ จันทราโวย

“อย่าพูดอย่างนี้ให้ฉันได้ยินอีก แกรู้ไหม คนแพ้มันเจ็บมันปวดแค่ไหน ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา ขนาด

นังราศีมันตายไปแล้ว ฉันต้องทนอยู่กับคำว่าแพ้ ถูกตราหน้าว่าเป็นเมียน้อยเมียเก็บเขา เพราะฉะนั้น เมื่อมีโอกาสแกอย่าโง่ แกต้องเป็นเมียแต่งให้ได้ ส่วนนังแรม

มันจะเป็นเมียน้อยเมียเก็บช่างหัวมัน”

เพ็ญประกายยิ่งเครียด ตัวสั่นเกร็งกระตุกๆจะชัก จันทราโมโหเขย่าตัวลูกตวาดให้หยุด ถึงขนาดตบหน้าล้มคว่ำลงไป “กรี๊ด...แกอยากให้ฉันเป็นบ้าตามแกรึไง อย่าร้องไห้ให้ฉันเห็นอีกไม่งั้นแกจะโดนอีก”

เพ็ญประกายนอนฟุบร้องไห้โฮ จันทราเดินออกมาอย่างหงุดหงิด พลันเห็นธิติรัตน์ขับรถมาส่งเดือนแรมหน้าบ้านยิ่งไม่พอใจ

เดือนแรมสีหน้าไม่สบายใจเรื่องเพ็ญประกาย เขาปลอบ “ไม่เกี่ยวกับเธอ ฉันแค่รู้สึก คุณเพ็ญไม่สมควรที่จะไปวุ่นวายตอนฉันทำงาน”

จันทราเดินเข้ามาเยาะ “แค่ข้ออ้างรึเปล่าคะ ความจริงแล้ว คุณชายอาจจะไม่อยากให้มาหยารัศมีได้รู้ว่า ตอนอยู่ข้างนอก คุณชายทำตัวแย่แค่ไหน”

“ถ้าคิดว่าผมแย่ ก็ยุติการแต่งงานได้นะครับ คุณมาหยารัศมีจะได้ไม่ต้องมารับรู้พฤติกรรมที่แย่ๆของผม”

จันทราตาวาวด้วยความโกรธ หันไปไล่เดือนแรมออกไป ธิติรัตน์หน้าเครียด โต้จันทราอย่างเหลืออด “ขอผมพูดตรงๆเลยนะครับคุณจันทรา ผมไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายเรื่องส่วนตัวของผม โดยเฉพาะเวลาที่ผมทำงาน ซึ่งข้อนี้คุณแม่ของผมท่านก็ทราบดี”

“ขอโทษนะคะ ดิฉันไม่ทราบว่าคุณชายจะมีโลกส่วนตัวสูงขนาดนี้ และที่หนูมาหยารัศมีทำอย่างนั้นก็เพราะอยากทำหน้าที่การเป็นคนรักที่ดี แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นการทำคุณบูชาโทษ คุณชายอยากทราบบ้างมั้ยคะ ว่าความหวังดีของมาหยาทำให้เธอตอนนี้มีสภาพเป็นยังไง”

จันทรานำธิติรัตน์มาที่ห้องนอน เห็นเพ็ญประกายนอนร้องไห้สะอื้นแทบขาดใจ เขาจะพาเธอไปหาหมอแต่จันทราไม่ยอม ยื่นคำขาดว่า หาหมอไม่หายหรอก สิ่งที่ลูกสาวตนต้องการคือการแต่งงานกับเขา ถ้าเขาปฏิเสธ ตนคงต้องไปคุยกับหม่อมรัตนา ธิติรัตน์หนักใจที่โดนบีบ

ooooooo

เมื่อหม่อมรัตนาทราบความจากลูกชาย ท่าทางเธอไม่ประหวั่นพรั่นพรึงแต่อย่างใด กลับบอกธิติรัตน์ว่า ที่ตนไม่ทำอะไรเพราะหวังให้สองแม่ลูกนั่นกลับตัวกลับใจ แต่เมื่อยังคิดไม่ได้ก็คงต้องจัดการอย่างเด็ดขาดเสียที

วันต่อมา หม่อมรัตนาและธิติรัตน์เดินทางมาที่บ้านมณีกุล เดือนแรมยืนมองอยู่กับแม้นเทพ น้ำตาคลอเข้าใจว่าคงมาทาบทามเรื่องแต่งงาน แม้นเทพปลอบว่า ธิติรัตน์ต้องทำอย่างดีที่สุดเพราะเขารักเธอ แต่เดือนแรมกลับพยายามตัดใจมันคงเป็นไปไม่ได้
จันทรากับเพ็ญประกายแต่งตัวสวยยิ้มหน้าบาน ต้อนรับหม่อมรัตนา ที่บอกว่ามาจัดการเรื่องสำคัญ สองแม่ลูกลิงโลด เพ็ญประกายดีใจออกนอกหน้า

“คุณชายขา มาหยาดีใจจังเลยค่ะ ที่คุณชายจะแต่งงานกับมาหยา”

“จะจัดงานแต่งเมื่อไหร่ดีคะ ที่ไหน...อย่างไรดี” จันทราอดถามไม่ได้

“ดิฉันจะให้คำตอบเรื่องรายละเอียดอีกทีค่ะ เพราะต้องคุยกับคุณพินิจก่อน” เห็นสองแม่ลูกทำหน้างง หม่อมรัตนาขยายความ “ทนายประจำตระกูลกมเลศค่ะ...”

หลังจากวันนั้น หม่อมรัตนาและธิติรัตน์กลับมาอีกทีพร้อมทนายพินิจ จันทรากับเพ็ญประกายดีใจยกใหญ่ แต่พอทนายอ่านเอกสารให้ฟัง ว่าท่านชายธีรธำรงได้เขียนพินัยกรรมเอาไว้ให้ธิติรัตน์แต่งงานกับมาหยารัศมี ซึ่งเป็นลูกของเมินกับราศรี...จันทราเริ่มหน้าซีด พอพินิจถามย้ำว่า มาหยารัศมีเป็นลูกของเมินกับราศรีใช่ไหม จันทราอึกอักชี้ว่าเพ็ญประกายคือมาหยารัศมี

“นอกจากชื่อว่ามาหยารัศมีแล้ว ยังต้องมีหลักฐานที่แสดงว่าเป็นลูกของคุณเมินกับคุณราศรีอย่างแท้จริงอีกด้วย ซึ่งถ้ามีหลักฐานครบ งานแต่งงานระหว่างคุณชายธิติรัตน์กับมาหยารัศมีเกิดขึ้นอย่างแน่นอน” พินิจมองเพ็ญประกายอย่างจับผิด

“เพื่อให้เป็นไปตามความสมบูรณ์ของพินัยกรรม คุณจันทราช่วยจัดการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนด้วยนะคะ งานแต่งงานของตาชายกับหนูมาหยารัศมีจะได้จัดขึ้น” หม่อมรัตนาสรุป

ทุกคนเดินออกไป จันทราโกรธมาก ตนไม่มีวันยอมให้แผนที่วางมาตั้งนานล้มเหลว...

ooooooo

ถึงอย่างไรจันทราก็ยอมไม่ได้ ที่ลูกสาวจะไม่ได้แต่งงานกับธิติรัตน์ เธแหันมาเข่นเขี้ยวกับเพ็ญ-ประกายว่าพวกนั้นจงใจจะไม่แต่งงานชัดๆ

ตอนที่ 12

และแล้ว ธิติรัตน์ก็แอบเข้ามาในบ้านเมิน เดินลัดเลาะจะไปทางบ้านมะลิ แต่ต้องชะงักรีบหลบเมื่อเห็นสองแม่ลูก จันทรากับเพ็ญประกายเดินคุยกันออกมา

“เพ็ญกลัวจริงๆค่ะ คุณแม่...กลัวว่าคุณชายจะไม่ยอมแต่งงานกับเพ็ญ”

“ไม่ต้องกังวล หนูคือมาหยารัศมี”

“แต่...”

“ไม่มีแต่ หนูคือมาหยารัศมี อย่าคิดมาก ถ้าหนูไม่สบายใจก็กินยาแล้วก็นอนซะ ตื่นขึ้นมาหนูจะได้ดีขึ้น...แม่ไปธุระเดี๋ยวจะรีบกลับมา”

ธิติรัตน์โล่งใจ แต่แล้วต้องหน้าเสียเมื่อเพ็ญประกายยังนั่งทอดอารมณ์อยู่อีก เขาหงุดหงิดพลันคิดได้กดมือถือหาเธอ เสียงโทรศัพท์ดังจากในบ้าน เธอกลับเปรยว่า

“ใครโทร.มาเนี่ย ช่าง...ไม่ใช่คุณชายหรอก” เสียงโทรศัพท์ดังอยู่นาน จนเพ็ญประกายทนไม่ไหว เดินเข้าบ้านไป

ธิติรัตน์ถอนใจ ย่องไปบ้านเมิน ความที่รีบทำให้ชนกับใครบางคนล้มลง พอเห็นชัดว่าเป็นเดือนแรมก็ดีใจ รีบเข้าประคองถาม “เจ็บมากมั้ย...”

“ไม่ค่ะ...โอ๊ย...” เดือนแรมล้มลง

ธิติรัตน์คว้าร่างเธอไว้ “ขาเธอยังเจ็บอยู่นี่”

“เปล่าค่ะ หายแล้ว”

“แต่คงยังไม่หายดี เธอเดินเองไม่ได้หรอก”

เดือนแรมพยายามดันธิติรัตน์ออกห่าง แต่เขายังกอดเธอไว้ และบอกว่าเขาตั้งใจมาหา สองคนสบตากันซึ้งๆ แป้นเดินผ่านมาเห็น แล่นไปรายงานเพ็ญประกาย โดยใส่ไข่มากขึ้น

“คุณชายแอบมาหานังแรมค่ะ โอ๊ย...แป้นไม่อยากจะพูดมันอายปาก นังแรมมันยั่วยวนคุณชายสารพัด ทั้งกอดทั้งหอม ทั้งฟัดทั้งเหวี่ยง แป้นเห็นแล้วหมั่นไซ้หมั่นไส้ อยากจะเข้าไปตบมันให้กลิ้งเป็นลูกบอลแทน คุณมาหยาจริงๆเลยค่ะ”

“ไม่ต้องถึงมือแกหรอก ฉันนี่แหละจะไปตบมันเอง” เพ็ญประกายเข่นเขี้ยว

ธิติรัตน์ประคองเดือนแรมไปนั่งและกำลังนวดเท้าให้เธอ เดือนแรมเกรงใจพยายามดึงเท้าออก หญิงสูงวัยข้างบ้านเดินถือชามแกงเข้ามาทัก “อ้าว...ดีกันแล้วเหรอลูก”

“ดีกันแล้วครับ” ธิติรัตน์ยิ้มเขินๆ

เดือนแรมปฏิเสธอายๆว่าไม่ได้มีอะไร แต่หญิงสูงวัยเข้าใจไปว่าเดือนแรมยังงอนจึงเตือนว่าเขาอุตส่าห์คุกเข่าขอโทษแล้วอย่างอนอีกเลย แถมชมธิติรัตน์ว่าทำถูก เป็นผู้ชายต้องหมั่นง้อ

“คนรักกันชอบกันน่ะลูกเอ๊ย...อย่าหาเรื่องทะเลาะกัน เสียเวลาชีวิตเปล่าๆ หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กันนะลูกนะ เอ้า...มัวแต่เม้าท์ แกงจะเย็นหมดแล้ว แม่พิมอยู่ไหนล่ะ”

เดือนแรมตอบว่าป้าพิมอยู่ในบ้าน หญิงสูงวัยเดินเข้าไป ธิติรัตน์จะพาเดือนแรมไปหาหมอ เพ็ญประกายโผล่เข้ามา สองคนหน้าเสีย เดือนแรมเลี่ยงไป เพ็ญประกายต่อว่า

“ทำไมคุณชายทำกับมาหยาแบบนี้”

“ผมทำแรมหกล้ม ผมก็ต้องดูแลแรม”

“ดูแลกันแบบแทบอุ้มน่ะหรือคะ คุณชายทำอย่างนี้ นี่มันหยามหน้ามาหยา ไม่ให้เกียรติมาหยา ถึงแรมจะให้ท่าหรือจะยอมเป็นเมียน้อย โดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรี แต่คุณชายก็ไม่ควรทำเหมือนอยากเป็นพญาเทครัว”

“ผมไม่เคยมีความคิดแบบนั้น ที่สำคัญแรมก็ไม่เคยทำอะไรที่เป็นการให้ท่า ซ้ำแรมยังทำให้ผมเห็นว่า แรมทะนงในศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง มากกว่าการจะยื้อแย่งชิงผู้ชาย”

“ถ้าคุณชายเห็นว่าแรมดีขนาดนั้น ก็ไปแต่งกับมันเลย”

“ความจริงแล้ว ผมอยากแต่งงานกับแรม แต่ที่ผมต้องแต่งกับคุณมาหยารัศมี ก็เพราะประสงค์ของท่านพ่อ”

“ถ้าคุณชายรักแรมแต่ต้องแต่งงานกับมาหยา จะรับประกันได้ยังไงว่าต่อไป คุณชายกับแรมจะไม่เป็นชู้กัน” เพ็ญประกายอยากร้องกรี๊ดแต่ข่มเอาไว้

“ผมกับแรมไม่มีทางจะทำอะไรเสียหายอย่างนั้นเด็ดขาด”

“มาหยาเชื่อคุณชาย แต่ไม่เชื่อคนอย่างแรม เพราะมาหยารู้จักแรมดี” เพ็ญประกายเรียกแป้นให้ไปตามเดือนแรมมา

ธิติรัตน์ถามว่าจะทำไม เพ็ญประกายต้องการให้เดือนแรมมาสาบานต่อหน้า ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับเขาอีก แป้นรีบวิ่งรี่ออกไป...เห็นเดือนแรมคุยกับป้าที่เอาแกงมาให้ป้าพิม สีหน้าอมยิ้ม พอป้าเดินไป อดไม่ได้ที่จะ กระแนะกระแหน

“ยิ้มแก้มแตกเชียวนะนังแรม”

เดือนแรมหันขวับมาจ้อง ถามเรียกใครว่านัง...แป้นย้อน “ก็แกน่ะสิ...”

“ฉันให้โอกาสเธอพูดใหม่อีกครั้งหนึ่ง นังกับใคร” เดือนแรมเดินเข้าประชิด

“ก็แกน่ะสิ นังแรม จะทำไม...นังแรม...นังแรม...นังแรม”

เดือนแรมตบหน้าแป้นสองฉาดอย่างแรง “ฉันยอมคนอื่นเพราะฉันมีเหตุผลของฉัน แต่ฉันไม่จำเป็นต้องยอมเธอ อย่าจิกหัวเรียกฉันอย่างนี้อีก ไม่งั้น...” เดือนแรมเงื้อมือขึ้น

แป้นยกมือไหว้กลัวแล้ว ลนลานบอกว่าเพ็ญ–ประกายให้ไปหา...เดือนแรมเดินเข้ามาในบ้านเห็นธิติรัตน์กับเพ็ญประกายยืนกันคนละมุม จึงถามว่ามีอะไรจะให้ตนรับใช้ เพ็ญประกายสวนขึ้นว่า ตนเป็นพี่จะใช้น้องได้อย่างไร แค่อยากให้มาสาบาน ว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับธิติรัตน์อีกไม่ว่าเรื่องใดๆก็ตาม เดือนแรมหน้าเจื่อน

“ทำไมแรมต้องสาบานอย่างนั้นด้วยคะ”

“ก็พี่ระแวง กลัวว่าแรมกับคุณชายจะทำร้ายจิตใจพี่”

“แล้วคุณมาหยารัศมีไม่คิดบ้างเหรอครับ ว่าสิ่งที่คุณกำลังทำ มันเป็นการทำร้ายจิตใจของผมกับแรม ผมบอกได้เลยต่อให้ผมแต่งงาน ผมก็จะไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับแรม”

เพ็ญประกายโกรธตาวาวโรจน์ เดือนแรมรีบรับปากว่าตนจะไม่ทำผิดศีลข้อสาม เพ็ญประกายถามย้ำว่าแน่ใจหรือ เดือนแรมรับรอง

“มั่นใจที่สุดค่ะ ไม่ว่าจะกับพี่มาหยารัศมีหรือกับใครก็ตาม แรมจะไม่ทำผิดศีลข้อสามแน่นอน”

“ได้ยินอย่างนี้พี่ก็สบายใจแล้ว แรมนี่สมกับเป็นน้องรักของพี่จริงๆ คุณชายอย่าเพิ่งกลับนะคะ อยู่ทานอาหารกลางวันด้วยกันก่อน ฝีมือของแรม เหมือนแม่ครัวมืออาชีพเลยล่ะค่ะ” เพ็ญประกายยิ้มอย่างมีเลศนัย โอบเดือนแรมเดินเข้าไปในครัว

ธิติรัตน์มองตามอย่างหวั่นใจ อยากจะตามเข้าไปแต่แป้นขวางไว้...เมื่ออยู่กันตามลำพังในครัว เพ็ญประกายจ้องเดือนแรมอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ตะคอกใส่ว่า

“คิดเหรอว่าฉันจะเชื่อน้ำหน้าคนอย่างแก ต่อให้แกสาบาน อมพระมาทั้งวัด ฉันก็ไม่เชื่อ”

เดือนแรมเศร้าใจ ก้มหน้าหั่นผักไม่รู้จะทำอย่างไร เพ็ญประกายจับมือเดือนแรมที่ถือมีดขู่จะกรีดหน้า ถ้ายังมายุ่งเกี่ยวกับธิติรัตน์อีก

ooooooo

ดุจแขซึ่งตามมา เห็นธิติรัตน์ถูกแป้นขวางกันไม่ให้ตามเดือนแรมเข้าไป ก็ชักเป็นห่วง จึงเดินเข้ามาบอกธิติรัตน์ว่า หน้าที่เขามีอย่างเดียว คือพาเดือนแรมออกไปจากที่นี่ ส่วนเรื่องอื่น ตนจัดการเอง... ดุจแขเดินกระแทกแป้นผ่านไปในครัว เห็นเดือนแรมกำลังโดนเพ็ญประกายทำร้ายจึงกระชากผมเพ็ญ-ประกายหน้าหงาย แล้วบอกเดือนแรมว่า

“ที่ฉันทำอย่างนี้ เพราะคุณชายรักเธอ แต่กับนังนี่ คนอย่างเธอมันต้องเจอกับฉัน นังแอ๊บ”

“อย่าค่ะ อย่ามีเรื่องกัน” เดือนแรมหวั่นใจ

“อย่ามายุ่ง ออกไปเดี๋ยวนี้เดือนแรม ไม่งั้นเธอถูกลูกหลงแน่ ออกไป” ดุจแขไล่

เพ็ญประกายร้องกรี๊ดหาว่าโดนรุม เธอสู้แรงดุจแขไม่ได้ เดือนแรมวิ่งออกมาตามธิติรัตน์ให้ไปช่วยห้าม แป้นเห็นท่าไม่ดีไม่กล้าเข้าช่วย ดุจแขให้เขาพาเดือนแรมไป เพ็ญประกายร้องลั่นไม่ให้ไป ธิติรัตน์โกรธ

“คุณไม่มีสิทธิ์ห้ามใคร เพ็ญประกาย...ไปแรม” ธิติรัตน์ดึงมือเดือนแรมออกไป

เพ็ญประกายร้องกรี๊ดๆทำท่าจะชัก ดุจแขหมั่นไส้ลากเธอมาที่ซิงก์ล้างจาน กดหัวเธอเปิดน้ำราด แต่พอปล่อย เพ็ญประกายทรุดลงไปกองท่าทางหอบหมดแรงจริงๆ ดุจแขตกใจ

“เฮ้ย...มันไม่ได้แกล้งนี่หว่า” ดุขแขผละหนีกลับไป แป้นเข้ามาดูแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร...

ขณะนั้น จันทราออกมาพบฟลุคหลง เพื่อเอายาที่สั่งซื้อ และให้เงินเพิ่มไปอีกอย่างพอใจเพราะตนจะใช้ยานี้กับธิติรัตน์อีกคน...พลัน แป้นโทร.บอกว่าเพ็ญ–ประกายชัก ก็ตกใจรีบไป ฟลุคหลงถือเงินเดินแยกมา แล้วหันกลับไปแอบมองจันทราที่เดินไปที่รถ

“นี่ถ้าคุณจันทรารู้ว่า ฉันเอาวิตามินมาให้ ต้องฆ่าฉันแน่ๆเลย หนีไปให้สุดหล้าฟ้าเขียวเลยดีกว่า” ว่าแล้วฟลุคหลงก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว...

สรรชัยรีบกลับมาบ้านเมื่อดุจแขโทร.ไปบอกว่ามีเรื่องกับเพ็ญประกาย

“โธ่เอ๊ย ผมรึอุตส่าห์กลับมาจากที่ทำงานเพราะเป็นห่วง กลัวว่าคุณจะเป็นอะไร ที่ไหนได้ เฮ้อ แล้วทำไมคุณทำกับเขาขนาดนั้น”

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ แค่อยากไปช่วยแรมกับคุณชาย ว่าแต่คุณว่าคุณห่วงฉันเหรอ...”

“ก็...ตอนคุณโทร.ไปบอกเห็นเสียงคุณตกอกตกใจ ถ้าไม่ได้เป็นอะไรผมจะกลับไปทำงาน” สรรชัยเดินไป ดุจแขแกล้งร้องโอ๊ย เขาหันกลับ วิ่งมาหาทันที “เป็นไรคุณ”

“เป็นบ้า...อยากรู้ว่าคุณยังห่วงฉันรึเปล่า ขอบคุณมากนะที่ยังห่วงกันอยู่”

“ก็แค่...คนอยู่บ้านเดียวกัน” สรรชัยกลบเกลื่อนความรู้สึกแล้วเดินกลับไป

ดุจแขยิ้มปลื้ม แล้วรู้สึกเจ็บแปลบหน้าอกขึ้นมาจริงๆ หายใจไม่ค่อยออก ตกใจว่าตัวเองเป็นอะไร

ooooooo

ธิติรัตน์พาเดือนแรมมากราบพระในโบสถ์ ทำบุญ ให้อาหารปลาเพื่อให้เธอจิตใจสงบลง แต่เธอยังมีท่าทีไม่สบายใจ โทษตัวเองเป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องวุ่นวาย ธิติรัตน์ปลอบ

“ฉันไม่เคยเห็นว่าเธอทำอะไรที่มันวุ่นวาย มีแต่คนอื่นเข้ามาวุ่นวายในชีวิตของเธอต่างหาก”

“แล้วคุณชายคิดว่าแรมควรทำอย่างไร”

“ทำทุกอย่างให้เป็นปกติ เป็นคนดี อดทนเหมือนเดิม เชื่อมั่นในตัวฉัน ฉันจะเป็นคนแก้ปัญหาตรงนี้เอง”

ระหว่างนั้น มีหนุ่มสาวคู่หนึ่งคุยกันเรื่องความรักของพวกเรา ว่ามีปัญหามากมาย แต่พวกเขาก็ฝ่าฟันทุกอย่างเพราะเชื่อในบุพเพสันนิวาส คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน...ทำให้ธิติรัตน์กับเดือนแรมยิ้มให้กันอย่างมีความหวังเช่นกัน

ฟ้าเริ่มมืด ธิติรัตน์มาส่งเดือนแรมในบ้าน “ขอบคุณคุณชายมากค่ะที่มาส่ง แต่ความจริงคุณชายส่งแรมที่หน้าบ้านก็ได้”

“ไม่ได้...เดี๋ยวเธอจะถูกใครเขารังแกอีก”

เดือนแรมอมยิ้ม ธิติรัตน์ย้ำ “อดทนนะแรม ฉันเชื่อเรื่องบุพเพสันนิวาส คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน...ฉันรักเธอ ...ฉันจะทำทุกอย่างให้เราได้อยู่ด้วยกัน”

ธิติรัตน์กุมมือเดือนแรมและยื่นหน้าไปจูบหน้าผากเธอ เดือนแรมเคลิ้มไปสักครู่ พอรู้สึกตัวก็ผละออก “ไม่ได้ค่ะ คุณชายต้องทำตามประสงค์ของท่านพ่อ คือแต่งงานกับมาหยารัศมีและที่สำคัญ แรมไม่อยากให้พี่เพ็ญเสียใจ”

เดือนแรมเดินหนีเข้าบ้าน ธิติรัตน์มองตามเศร้าๆ เขามองผ่านช่องหน้าต่างเห็นเธอร้องไห้ยิ่งทำให้เขาปวดใจ “ยิ่งนานวันฉันก็ยิ่งรักเธอ ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอร้องไห้ โดดเดี่ยวอีก แรม...”

ในขณะที่เพ็ญประกายนอนหมดแรงอยู่บนเตียง จันทรากลับมาถามอย่างห่วงใย เพ็ญประกายเจ็บใจ แค้นใจ ที่ธิติรัตน์ไม่ช่วยเหลือตน กลับเข้าข้างดุจแขกับเดือนแรม จันทราเข่นเขี้ยว ตนจะจัดการดุจแขให้ไม่กล้ามาวุ่นวายด้วยอีก และเดือนแรมต้องเจอดีแน่...จันทราหลบมาโทร.หาเจิม ถามถึงชุติมาเป็นอย่างไรบ้าง เจิมไม่กล้าบอกว่า ตนใช้ยาสลบมากไปหน่อย ยังไม่ฟื้น โกหกไปว่าชุติมาอาบน้ำอยู่ จันทราให้เจิมส่งลูกน้องมือดีมาให้

“เออ แล้วฉันจะส่งไป ชุติมาล่ะ แกจะให้ฉันทำยังไงต่อไป”

“ล่ามโซ่มันไว้ แล้วพี่ก็คุมมันดีๆ อย่าให้มันหนีมาสร้างเรื่องวุ่นวายให้ฉันอีก” จันทราวางสายไป เจิมมองชุติมาซึ่งยังไม่ฟื้นอย่างห่วงๆ...

ooooooo

เห็นชุติมาไม่มาตามนัด แม้นเทพเป็นกังวลมาก พยายามโทร.หาก็ไม่ได้ จึงตามมาหาที่แฟลต เห็นห้องล็อกกุญแจ เขาเอานามบัตรออกมาเขียนโน้ตให้ติดต่อกลับ เหน็บไว้หน้าประตู...สุดใจกลับมา คนแถวนั้นบอกว่าแม้นเทพมาหา เธอรีบขึ้นมาบนห้อง เผอิญนามบัตรที่เหน็บไว้หล่นพื้น แม่บ้านกวาดทิ้งไป สุดใจมาถึงไม่พบแม้นเทพ เธอกลัดกลุ้มตั้งใจจะบอกเรื่องชุติมา

ด้านชุติมา ฟื้นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่บ้านต่างจังหวัดของเจิมก็ตกใจ หาทางหนี เจิมจับตัวเอามาล่ามโซ่ตามคำสั่งจันทรา...คืนนั้น ชุติมาพยายามจะขโมยกุญแจจากเจิมมาไขโซ่ตรวน แต่เจิมตื่นขึ้นมาเสียก่อน ตบเธอล้มลง ชุติมายกมือไหว้ขอโทษ เจิมใจอ่อนเพราะอย่างไรก็หลาน

“ไปนอน แล้วอย่าทำให้ฉันอารมณ์เสียอีก ไม่งั้นโดน”

ชุติมาถอยกรูดเข้ามุมห้องอย่างหวาดๆ...แม้นเทพนอนสะดุ้งตื่น เหงื่อท่วมหน้า ใจเป็นห่วงชุติมาขึ้นมา จึงลุกจากเตียงแต่งตัวจะออกจากบ้าน มะลิเดินท่าทางเพลียๆออกมาจากห้อง

“จะไปไหนแต่เช้าลูก”

“ไปหาเพื่อนน่ะครับ”

“ถ้าไม่มีธุระด่วน พาแม่ไปหาหมอก่อนได้มั้ย แม่ปวดๆยังไงไม่รู้”

ป้าพิมรีบบอกแม้นเทพว่ามะลิปวดหัวตรงที่โดนตี เขาห่วงมากรีบพามะลิไปโรงพยาบาลทันที จึงไม่ได้หาชุติมาตามที่ตั้งใจ...

สุดใจหงุดหงิดงุ่นง่านเป็นห่วงชุติมา ทั้งที่มีภาพถ่ายเจิมตอนโปะยาสลบชุติมาเอาตัวไปที่ถ่ายด้วยมือถือ หวังจะเอาให้แม้นเทพ แต่ก็คลาดกันทุกที จะแจ้งความก็กลัวจะสาวเรื่องในอดีตให้เดือดร้อน

ชุติมาพยายามถามเจิมว่าจันทราให้จับตนล่ามโซ่ไว้เพื่ออะไร เจิมปฏิเสธว่าไม่รู้ แถมเสนอส่วนแบ่งจากเงินที่จะได้จากจันทราให้ ขอเพียงอย่าดื้อรั้นขัดขืน ชุติมาขอยืมมือถือโทร.ถามจันทราว่ามันเรื่องอะไรกัน มือถือตนแบตหมด แต่เจิมไม่ให้ หัวเราะเยาะเดินออกไป

ooooooo

จารุณีมาถามไถ่ดุจแขเรื่องธิติรัตน์ ดุจแขหงุดหงิดที่ดูท่าเขาจะยอมแต่งงานกับเพ็ญประกาย ทั้งที่ไม่ได้รักและรู้ว่าไม่ใช่มาหยารัศมีตัวจริง ยังจะดันทุรัง แต่จารุณีไม่คิดเช่นนั้น

“ฉันว่าคุณชายเป็นคนฉลาด ยังไงคุณชายก็ไม่ยอมแต่งหรอก ไม่งั้นจะถ่วงเวลาเอาไว้ทำไม ว่าแต่...เธอแน่ใจเหรอว่าที่ทำทั้งหมด เธอไม่ได้มีความหวังในตัวคุณชาย”

“แน่ใจ...ฉันทนไม่ได้ถ้าคุณชายจะต้องลงเอยกับยัยแอ๊บแตก ที่สำคัญ ฉันไม่อยากให้แรมเสียใจ เพราะถ้าแรมเสียใจ สรรชัยก็ต้องเสียใจ”

จารุณีงง “ทำไมสรรชัยต้องเสียใจ...”

“ก็สรรชัยเขารักแรมไง...ถ้าแรมมีความสุข สรรชัยก็จะมีความสุข”

สรรชัยเดินเข้ามาได้ยินคำตอบของดุจแขพอดี เขาจึงเอ่ย “ขอบคุณมากที่ทำเพื่อผมขนาดนั้น แต่ไม่จำเป็น”

“นี่...พอจะทำดีด้วยก็หาเรื่อง หยุดเดี๋ยวนี้นะ หยุด มาคุยกับฉันก่อน” ดุจแขวิ่งตามสรรชัยที่เดินไป จารุณีมองตามงงๆ

“พ่อแง่แม่งอน มันชักจะยังไงแล้วนะคู่นี้ หรือจะกลับมากินน้ำพริกถ้วยเก่ากันอีก” จารุณีคิดแล้วอดอมยิ้มไม่ได้

ดุจแขตามออกมาถามสรรชัย “ทำไมฉันจะทำดีเพื่อคุณไม่ได้ ทำไม...”

“ก็อย่างที่บอก คุณไม่จำเป็นต้องทำเพื่อผม เพราะผมไม่ได้รักแรมอย่างที่คุณคิด”

“แล้วคุณรักใคร”

“ผมไม่จำเป็นต้องบอก รู้ไว้แค่...ผมมีแต่ความปรารถนาดีให้กับแรม เพราะแรมเป็นน้องสาวของผม แต่ยังไงผมก็ขอบคุณคุณอยู่ดี ถ้าแรมจะลงเอยกับคุณชาย ไม่ใช่เพ็ญประกาย”

ดุจแขมองสรรชัยอย่างไม่เข้าใจว่าเขาคิดอะไรกันแน่

ooooooo

เพ็ญประกายหงุดหงิดงุ่นง่าน ติดต่อธิติรัตน์ไม่ได้ จนจะถอดใจอยู่แล้ว แต่จันทราไม่ยอม ยุยงไม่ให้เป็นคนแพ้ ตนจะต้องได้ทั้งเกียรติยศ ชื่อเสียง เงินทอง และ ที่สำคัญจะแพ้เดือนแรมไม่ได้ เพ็ญประกายฮึดสู้อีกครั้ง

พอเดือนแรมกลับจากทำงาน เพ็ญประกายก็เข้ามาเหน็บแนม หาว่าคงไปอยู่กับธิติรัตน์มาทั้งวัน เดือนแรมปฏิเสธอย่างไรก็ไม่เชื่อ ด่าว่าเสียงดังขรม แม้นเทพมาปราม ให้เดือนแรมเข้าบ้านไป และให้เพ็ญประกายมาหามะลิ

“พี่ต้อมบอกว่าคุณป้าให้มาหา คุณป้ามีธุระอะไรกับหนูคะ”

“ธุระปะปังคงไม่มีหรอก แต่ได้ยินมาว่า หมู่นี้แม่เพ็ญ เอ๊ย...มาหยารัศมีอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ โทษทีป้าไม่ชิน ไหน...ลองบอกป้ามาสิ แม่เพ็ญ มันมีเรื่องอะไรถึงทำให้แม่เพ็ญที่นิสัยดีน่ารักของป้าเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้”

“เพ็ญ ไม่มีอะไรจริงๆค่ะ” สองป้าหลานเดินคุยกัน

“ก็ถ้าแม่เพ็ญไม่สบายใจที่จะบอกป้า ก็ไม่เป็นไร...” มะลิยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

“ตอนนี้เพ็ญไม่น่ารักจริงๆหรือคะ”

ป้ามะลิยิ้มอ่อนโยน จับมือเพ็ญประกายมากุมไว้

“น่ารัก...แต่เมื่อก่อนน่ารักมาก...ป้าจำภาพแม่เพ็ญได้หมดทุกภาพเลยนะ ตอนเล็กๆแม่เพ็ญจะจูงมือแรมมาหาป้าที่บ้าน ชวนกันมาทานขนม มานวดให้ป้าด้วย มือเล็กๆแต่หนักชะมัดเลย เพ็ญรักแรมมาก แล้วแรมก็รักเพ็ญมาก”

ฟังป้ามะลิแล้ว...เพ็ญประกายถึงกับน้ำตารื้น หวนนึกถึงภาพเก่าๆตามที่ป้าพูดมาทั้งหมด

“ป้าอยากให้เพ็ญกับแรมรักกันเหมือนเดิมนะลูก...ไม่ใช่แค่แรม...ป้าเชื่อว่าเพ็ญก็จะมีความสุขเหมือนกันจ้ะ”

เพ็ญประกายหน้าเศร้า...รู้สึกสะเทือนใจกับคำพูดของป้ามะลิ

ooooooo

เมื่อกลับมาที่บ้านหลังใหญ่ของเมิน...คืนนั้นเพ็ญประกายยังนำคำพูดของป้ามะลิมาคิดทบทวน ยิ่งคิดยิ่งไม่สบายใจ น้ำตารินไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

ในวัยเด็ก เพ็ญประกายกับเดือนแรมรักใคร่กลมเกลียวเป็นเพื่อนเล่นกันมาตลอด...สองคนเป็นพี่เป็นน้องที่ดูแลซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะเพ็ญประกายในฐานะพี่สาว เธอชอบจูงมือเดือนแรมมาหาป้ามะลิที่บ้าน แล้วป้ามะลิก็จะทำขนมให้ทั้งสองคนกิน กินกันไปคุยกันไปประสาเด็ก ซึ่งภาพเหล่านั้นสร้างความประทับใจให้ป้ามะลิมิรู้ลืม

ยามใดที่เดือนแรมถูกจันทรารังแครังคัดดุด่า หรือแม้แต่จับตัวกักขังไว้ในห้อง คนที่หาทางช่วยเหลือเดือนแรมก็คือเพ็ญประกาย...

แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปจนโตเป็นสาวและได้พบคุณชายธิติรัตน์ เพ็ญประกายกลับมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เธอเชื่อทุกคำเสี้ยมสอนของแม่จันทรา แสดงความจงเกลียดจงชังเดือนแรมทั้งต่อหน้าและลับหลัง

ยิ่งเห็นธิติรัตน์ให้ความสนใจเดือนแรมมากเท่าไหร่ เพ็ญประกายก็ยิ่งหมั่นไส้และริษยาเดือนแรมมากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากเธอหวังในคุณชายรูปหล่อชาติตระกูลสูง ซึ่งแม่จันทราของเธอถึงขนาดอุปโลกน์ให้เธอเป็นมาหยารัศมี ผู้หญิงที่เป็นคู่หมายของคุณชายธิติรัตน์

นับจากมีความรักความพึงพอใจในตัวคุณชาย เพ็ญประกายไม่เคยทำดีต่อเดือนแรมอีกเลย มีแต่จ้องหาเรื่อง รวมหัวกับแม่ใส่ร้ายเดือนแรมต่างๆนานา นับครั้งไม่ถ้วน...

หลังจากนั่งครุ่นคิดทบทวนเหตุการณ์ต่างๆอยู่พักใหญ่ เพ็ญประกายก็ได้คำตอบให้กับตัวเองว่า

“ตอนที่เราไม่รู้จักคุณชาย...เราไม่เคยมีทุกข์เลย แต่เมื่อคิดว่าชีวิตจะต้องมีคุณชาย ทำไมต้องเป็นทุกข์ขนาดนี้ แล้วเรายังอยากจะมีคุณชายอีกทำไม?”

ระหว่างนี้เอง จันทราเดินเข้ามาเห็นลูกสาวนั่งร้องไห้ เธอตกใจทักถามเสียงแหลมว่า

“ร้องไห้อีกแล้ว เป็นอะไรอีกล่ะ...มาหยารัศมี”

“เพ็ญคือเพ็ญประกายค่ะคุณแม่ ไม่ใช่มาหยา–รัศมี”

“เพ็ญประกาย!!”

จันทราอุทานอย่างคาดไม่ถึง...ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนั้นจากปากลูกสาว ที่ตัวเองพยายามยัดเยียดให้เป็นมาหยารัศมี คู่หมั้นคู่หมายของคุณชายธิติรัตน์

ooooooo

ความโกรธความไม่พอใจทำให้จันทราฉุดกระชากลากเพ็ญประกายเข้าไปในห้อง แล้วเกรี้ยว-กราดดุด่าพาดพิงไปถึงมะลิด้วยอีกคน

“นี่เป็นบ้าขึ้นมาอีกแล้วใช่มั้ย บอกมานังป้ามะลิมันเสี้ยมอะไรแก”

“คุณป้าไม่ได้เสี้ยมค่ะ แต่คุณป้าพูดให้เพ็ญได้คิด และมันก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย ที่ลูกกับแรมจะทะเลาะกันเพราะผู้ชาย”

จันทราปรี๊ดแตกตวาดแว้ด จนเพ็ญประกายตกใจแทบผงะ

“นังแรมมันไม่ใช่น้องแก!! มันเป็นแค่เด็กเก็บมาเลี้ยง มันไม่ใช่มณีกุล แล้วแกจะปล่อยให้มันชุบ มือเปิบจากแกไปทุกอย่างได้ยังไง”

“แม่คะ...ถึงแรมจะไม่ใช่มณีกุล แต่แรมก็เคยรักเพ็ญ เพ็ญก็เคยรักแรม...เราเคยรัก เคยดูแลกัน”

“ก็ขนาดแกเคยรัก เคยดีกับมัน แต่พอมีคุณชายเข้ามา มันก็ทำร้ายแก แย่งคุณชายไปจากแก นี่เหรอน้องที่รักแก”

จันทราทำให้เพ็ญประกายว้าวุ่นสับสนในใจถึงกับอึกๆอักๆ พูดไม่ออก

“เพ็ญ...เอ่อ...”

“ไม่ต้องแก้ตัวแทนมัน ถ้านังแรมมันเห็นแกเป็นพี่ มันไม่เที่ยวให้ท่าคุณชายหรอก ป่านนี้แกก็แต่งงานกับคุณชายไปแล้ว แต่นี่มันร้ายกับลูก”

เพ็ญประกายนิ่งคิด ดวงตาฉายแววชิงชังเดือนแรม ขึ้นมาอีก จันทราเห็นดังนั้นรีบสำทับลูกสาวทันที

“ถ้าเป็นลูกแม่ อย่าอ่อนแอให้แม่เห็น จำเอาไว้ คนอ่อนแอไม่มีทางชนะเด็ดขาด”

ooooooo

ตอนที่ 11

ไหนๆก็มาที่แฟลตนี้แล้ว จันทราเลยสอบถามคนแถวนั้นว่า แม่ค้าส้มตำอยู่ห้องไหน...ชุติมานั่งครุ่นคิดอยู่คนเดียวในห้อง เสียงเคาะประตูรัวจนตกใจ คว้าไม้กวาดมาถือป้องกันตัว ก่อนจะเปิดประตู จันทราโผล่พรวด ชุติมาชะงักตกใจ

“แม่จะมาทำไมอีก”

“แกก็น่าจะรู้ว่าทำไม...เอามือถือมาให้ฉัน”

“แม่ไม่ต้องกลัวหรอก ถ้าฉันจะแฉ ฉันแฉไปนานแล้ว เพราะสิ่งที่แม่ทำมันมากกว่าที่อยู่ในมือถือ ฉันรู้ฉันเห็น แต่ฉันไม่พูด เพราะแม่คือแม่”

“ดี ที่ยังเห็นว่าฉันเป็นแม่ และฉันก็ยังเห็นว่าแกเป็นลูก แต่ถ้าความลับของฉันหลุดออกไป ลูกก็ลูกนะชุติมา”

“หนูรู้ว่าแม่ทำได้ทุกอย่าง แต่หนูกลัวว่าเวรกรรมที่แม่ทำกับคนอื่น มันจะสนองแม่เข้าซักวัน หนูเป็นลูก ถึงแม่ไม่รักหนู แต่หนูก็รักแม่ หนูขอร้อง เลิกทำชั่วซะเถอะ”

จันทราโกรธตบหน้าชุติมาผัวะ ชุติมาร้องไห้พยายามบอกว่าเวรกรรมมีจริง จันทราเงื้อมือจะตบอีกแต่ยั้งไว้ “แกนี่วอนจริงๆ...แล้วไอ้เวรกรรมน่ะ ถ้ามีจริงก็ตามมาเลย ฉันไม่กลัว”

จันทราปิดประตูโครมกลับไป ชุติมาทรุดลงร้องไห้ โฮ...สุดใจกลับมา เห็นชุติมาร้องไห้อยู่ก็เข้ามาปลอบทั้งที่ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไร ว่าอย่าร้องนานเพราะคนที่แย่คือตัวเราเอง และให้คิดเสียว่าเป็นกรรมเก่าจะได้สบายใจ

“งั้นชาติที่แล้ว ชุคงทำกรรมหนักมากๆ ชาตินี้ชีวิตชุถึงได้มีแต่เรื่องทุกข์ใจไม่เว้นแต่ละวัน ชาตินี้จะไม่ยอมทำชั่วอย่างเด็ดขาด ชุกลัวต้องรับกรรม”

“ใช่ กรรมชั่วนะชุ ต่อให้เราพยายามหนียังไง ถ้าได้ทำแล้ว เราก็ต้องได้รับผลของมัน ที่น้าทุกข์อยู่ตอนนี้ คงจะเป็นเพราะกรรมตามทัน จากเจ้ากรรมนายเวรผู้หญิงคนนั้น...ที่น้าทำให้เขาต้องพรากจากลูกเขาชั่วนิรันดร์”

ชุติมาไม่รู้ว่าสุดใจไปทำกรรมอะไรมา เธอครุ่นคิดปะติดปะต่อเรื่องราวเอาเอง แล้วสงสัยว่า เดือนแรมอาจจะเป็นมาหยารัศมีตัวจริง...

ในคืนเดียวกัน ธิติรัตน์หลบจากพรรคพวกมาเฝ้ามองเดือนแรมข้างรั้วอีกตามเคย หญิงสูงวัยข้างบ้านเห็นทุกครั้ง อมยิ้มอย่างเอ็นดู เปรยว่าหลายวันแล้วยังไม่ดีกันอีกหรือ แม่หนูคนนี้คงขี้งอนจริงๆ ธิติรัตน์หันมายิ้มๆให้ แล้วหันกลับไปมองเดือนแรมที่นั่งเศร้าอยู่ในสวน

ส่วนเพ็ญประกายพยายามโทร.หาธิติรัตน์เท่าไหร่ก็ไม่รับสาย จนหงุดหงิดจะต้องอยู่ในสภาพนี้อีกนานแค่ไหน เธอลงมาเดินระบายอารมณ์ในสวนพลันได้ยินแม้นเทพกำลังพูดโทรศัพท์กับชุติมาก็หูผึ่ง ว่าชุติมานัดพบมีเรื่องจะบอกเกี่ยวกับเดือนแรมและมาหยารัศมี...เพ็ญประกายแล่นไปเคาะประตูปลุกจันทรา

“เพ็ญแอบได้ยินพี่ต้อมคุยกับพี่ชุ...พี่ชุบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะบอกเกี่ยวกับแรมค่ะ”

“เรื่องเกี่ยวกับนังแรม...เรื่องอะไร” จันทราหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง

“เพ็ญไม่ทราบ แต่ได้ยินมาหยารัศมีเข้าไปเกี่ยวด้วย...หรือแรมจะเป็นมาหยารัศมีตัวจริง”

“จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อนังแรมมันเป็นเด็กถูกเก็บมาเลี้ยง มันไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับมณีกุลแม้แต่นิดเดียว แต่ยังไงเราไม่ควรประมาท ไม่ว่าชุติมาจะบอกแม้นเทพเรื่องอะไร แม่ก็ไม่ยอม” จันทราตาวาวโรจน์ หลบมาคุยโทรศัพท์สั่งเจิมไปลากตัวชุติมา มาให้ตนเดี๋ยวนี้

วันรุ่งขึ้น...สุดใจเห็นชุติมาแต่งตัวสวยเหมือนมีนัดกับใคร ชุติมาบอกว่าตนนัดกับแม้นเทพ และคว้ามือถือใส่กระเป๋าไปด้วย พอลงมาหน้าแฟลต เจิมขับรถมาจอดตรงหน้า บอกอย่างร้อนรนว่า จันทราล้มหัวฟาดพื้นไม่ได้สติ เพ็ญประกายตกใจเอาแต่ร้องไห้ ตนจึงมารับให้ไปช่วยกัน สุดใจเดินลงมาเห็นชุติมาคุยกับเจิมก็ตกใจจำได้ว่าเป็นคนของจันทราที่ทำร้ายตน ไม่ทันไร เจิมเอาผ้าที่มียาสลบโปะหน้าชุติมาพาขึ้นรถ จึงรีบเอามือถือถ่ายภาพเก็บไว้ เธอสงสัยว่าชุติมาจะเป็นลูกจันทรา พอรู้ว่ามาอยู่กับตนก็ส่งคนมาเก็บตนอีก สุดใจกลัววิ่งหนีไป

คล้อยหลังรถของเจิม แม้นเทพขับรถเข้ามาไม่เห็นชุติมาก็ขึ้นไปหาบนห้อง เห็นห้องใส่กุญแจ จึงโทร.หา...เจิม ได้ยินเสียงมือถือชุติมาดัง ค้นในกระเป๋าพบมีสองเครื่องก็แปลกใจ พอเห็นเครื่องที่ดังขึ้นชื่อแม้นเทพก็กดตัดสายโยนเครื่องทิ้งอย่างสะใจ แล้วโทร.ไปรายงานจันทรา

“พี่เจิมเอาตัวชุมาได้แล้วใช่มั้ย ดีมาก...พามันไปอยู่บ้านนอกเลย แล้วอย่าปล่อยให้มันหนีกลับมา จนกว่าฉันจะสั่ง...นังลูกบ้า ขนาดหนีออกจากบ้านยังทำให้ฉันเหนื่อยใจ มันน่าเอาขี้เถ้ายัดปากตั้งแต่เด็กจริงๆ” จันทราบ่นหลังจากวางสายจากเจิม

เพ็ญประกายได้ยิน ข้องใจ “อ้าว...ไหนคุณแม่เคยบอกว่า เพิ่งได้เจอกับพี่ชุตอนพาเข้ามาอยู่ที่นี่ แล้วจะเอาขี้เถ้าไปยัดปากพี่ชุตั้งแต่เด็กได้ยังไงคะ”

“โอ๊ย จะซักอะไรนักหนายัยเพ็ญ มันเป็นสำนวน รู้จักมั้ยมันเป็นสำนวน”

“ก็คุณแม่พูดจาชวนสงสัย”

จันทราวีนอย่ามามองแบบนี้ จัดการเรื่องแต่งงานของตัวเองให้ได้ก่อน ทำให้เป็นข่าวไปเลย ธิติรัตน์จะได้ไม่กล้าตุกติกอีก

ooooooo

วันต่อมา เพ็ญประกายโทร.ปรึกษาธิติรัตน์ว่าจะให้ข่าวหนังสือพิมพ์เรื่องการแต่งงาน ธิติรัตน์หงุดหงิดบอกปัดอยากทำอะไรก็ทำไป เธออดน้อยใจไม่ได้

เมื่อสรรชัยกับดุจแขได้อ่านข่าวต่างตกใจ ดุจแขร้อนรน พุ่งมาหาธิติรัตน์ที่บริษัททันที

“คุณชายเป็นบ้าอะไร ถึงได้แถลงข่าวจะแต่งงานกับยัยบ้านั่น”

ธิติรัตน์ทำไม่รู้ว่าบ้าไหน ดุจแขโวย “จะบ้าไหนก็ยัยเพ็ญประกายไง คุณชายก็รู้ว่าหล่อนไม่ได้เป็นมาหยารัศมีตัวจริง แล้วยังจะไปทู่ซี้แต่งงานกับมันทำไม”

“ยังไงก็ไม่เกี่ยวกับคุณ เรื่องระหว่างเราหมดเวลาหึงหวงกันแล้ว”

“ใครบอกว่าแขหึงคุณชาย...ที่แขมานี่เพราะแขเป็นห่วง การแต่งงานมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะ ฮึ...ขนาดคนเคยรักอย่างแข คุณชายยังไม่ให้โอกาส แล้วนี่คุณชายไม่เคยรักยัยแอ๊บแตก ยัยดัดจริตนั่น คุณชายจะเอาชีวิตไปลงนรกกับเขาทำไม”

“ผมทำหน้าที่ของลูกที่ดี และผมจะทำหน้าที่ของ...คนรัก...ที่ดีได้”

ดุจแขย้อนถามคิดหรือว่าท่านพ่อของเขาจะมีความสุขที่เขาแต่งงานกับมาหยารัศมีตัวปลอม ธิติรัตน์รู้อยู่แก่ใจว่าตนจะแต่งงานกับใคร แต่ไม่บอกดุจแข ปล่อยให้เธอโวยวาย ดุจแขฮึดฮัดจะไปจัดการเอง ธิติรัตน์เหนื่อยใจ

ดุจแขบุกมาที่บ้านมณีกุล ใช้มีดขู่เพ็ญประกายจะทำให้เสียโฉมถ้าไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับธิติรัตน์ เพ็ญประกายกลัวร้องเรียกจันทรากับแป้นมาช่วย แต่ทั้งสองคนไม่ได้ยิน จึงตัดสินใจสู้ จนแย่งมีดมาได้และแทงดุจแขที่แขน ถึงได้รู้ว่าเป็นมีดปลอม เพ็ญประกายโกรธมาก กัดแขนดุจแขอย่างแรง สองสาวตบตีกันดังลั่น เดือนแรมได้ยินเสียง วิ่งเข้ามาห้ามไม่สำเร็จ จึงไปตักน้ำมาสาดใส่ สองสาวผละออกจากกัน เดือนแรมรีบวิ่งหนี ดุจแขฉวยโอกาสเอากระเป๋าฟาดหน้าเพ็ญประกายแล้ววิ่งตามเดือนแรมออกไป

“หยุดแรม...”

“แรมไม่ได้อะไรกับคุณนะคะ แรมแค่ห้าม ไม่อยากให้ทะเลาะกัน” เดือนแรมรีบปัด

“ที่พวกฉันทะเลาะกันก็เพราะเธอ”

“แรมไปเกี่ยวอะไรด้วย”

“เธอนี่มัน...น่าตบยิ่งกว่านังเพ็ญเสียอีก คุณชายรักเธอ แต่เธอกลับปล่อยให้เขาไปแต่งงานกับนังนั่น หัวจิตหัวใจเธอทำด้วยอะไรแรม ถ้าเป็นฉัน ฉันไม่มีทางยอมเด็ดขาด”

“แรมทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกค่ะ เพราะคุณชายไม่ได้เลือกแรม และแรมก็ไม่เคยมีสิทธิ์ในตัวคุณชาย”

“เธอกำลังด่าฉันทางอ้อม...ว่าฉันบ้าเข้าไปวุ่นวาย แต่ฉันทนไม่ได้”

“ทนไม่ได้ที่จะเห็นคุณชายแต่งงานกับคนอื่น...” เดือนแรมย้อนถาม

“ถ้าเป็นเธอฉันยอม เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เธอทำให้ฉันเห็นว่า เธอเป็นคนดี และที่สำคัญ คุณชายรักเธอ แต่กับยัยเพ็ญประกาย...ฉันไม่ยอม” ดุจแขผละเดินจากไป

เดือนแรมพึมพำกับตัวเองว่า ตนต้องยอม เพราะเพ็ญประกายเป็นพี่สาวของตน

ooooooo

จันทราเดินลงมาเห็นเพ็ญประกายตัวเปียกนั่งร้องไห้อยู่ก็ตกใจ เพ็ญประกายฟ้องว่าดุจแขเข้ามาทำร้าย จันทราโกรธมาก โทร.ไปต่อว่าธิติรัตน์ว่าดุจแข บุกมาทำร้ายมาหยารัศมี ตอนนี้ร้องไห้ฟูมฟายเป็นลมแล้วเป็นลมอีก เขาต้องจัดการเรื่องนี้

ดุจแขกำลังทายาแผลตามตัว ธิติรัตน์โทร.มาต่อว่า ดุจแขตอกกลับ “ก็แขบอกแล้วไง ถ้าคุณชายไม่จัดการ แขจะจัดการเอง แล้วที่แขทำไม่ใช่เพื่อแขนะคะ แต่เพื่อความรักของแรมกับคุณชาย แขไม่อยากได้คนแอ๊บแตกอย่างยัยเพ็ญมาเป็นเพื่อนสะใภ้ค่ะ”

ธิติรัตน์วางสายด้วยความเหนื่อยใจ เดินออกจากห้องบอกเลขาว่าตนจะไม่กลับมาอีก มีอะไรให้โน้ตไว้ พนักงานเห็นเจ้านายเศร้าต่างซุบซิบกันคงเป็นเรื่องข่าว... ธิติรัตน์ออกมาจะขึ้นรถ เจอสรรชัยปราดเข้ามาชกหน้าไม่ทันตั้งตัว จึงถามว่าชกตนทำไม

“อยากรู้ใช่มั้ย นี่ของผม” แล้วซัดอีกหมัด “และนี่ของแรม ผมทำเพื่อน้องของผม”

“แน่ใจเหรอว่าน้อง”

“คุณนี่มันวอนจริงๆ หมัดผมมันคงไม่หนักพอที่จะทำให้คุณมีสติ” สรรชัยชกอีกหมัด

ธิติรัตน์ล้มลงถึงกับเห็นดาว สรรชัยกระชากเขาขึ้นมาให้สู้ “สู้ผมสิ...สู้ผม เพราะคุณชายไม่เคยต่อสู้ แม้กระทั่งความรักของตัวเอง คุณชายก็ไม่เคยต่อสู้ เพื่อจะได้มา”

คำพูดของสรรชัยกระแทกใจธิติรัตน์อย่างจัง สรรชัยจ้องหน้าแล้วตอกย้ำ “แรมเป็นผู้หญิงที่ดี ดีมากๆ ถ้าคุณชายได้เจอผู้หญิงที่ดีกว่า ผมจะไม่โกรธแทนแรมเลย แต่นี่...คุณชายไปคว้าคนที่...และคุณชายก็ยังไม่ได้

รักเขาเลย หัวใจของแรมจะเจ็บปวดขนาดไหน ถ้าเป็นผมได้เจอผู้หญิงที่เขารักผมมากขนาดนี้ ผมจะรักษาเขาไว้ด้วยชีวิต แต่นี่คุณชายผลักไสแรม ทั้งๆที่คุณชายก็รู้ว่าแรมรักคุณชาย หัวใจของคุณชายทำด้วยอะไร”

สรรชัยอดไม่ได้ที่จะชกหน้าธิติรัตน์อีกครั้ง เห็นเขาทำหน้าหมดอาลัยตายอยากจึงกระชากขึ้นมาถามอีกหน “หัวใจคุณชายทำด้วยอะไร”

“ทำด้วยก้อนเนื้อก้อนเดียวกับแรม แรมเจ็บ...ผมเจ็บยิ่งกว่า”

“ฮึ คุณชายก็มีแต่คำพูดที่ทำให้แรมปลื้มใจ หลงใหล แต่ความจริงคุณชายไม่เคยทำอะไรเลย เขาเรียกว่าดีแต่พูด นับตั้งแต่วันนี้ ผมจะดูแลแรมเอง” สรรชัยเดินกลับไป

ธิติรัตน์ลุกขึ้นกระชากไหล่สรรชัยกลับมา ชกเปรี้ยงเข้าที่หน้า “ผมขอแค่หมัดเดียวให้คุณ...จำเอาไว้ มือนี้ทำทุกอย่างเพื่อคนที่ผมรัก ผมมีชีวิตและหัวใจให้แรม”

สรรชัยล้มไปกองกับพื้น มองธิติรัตน์อย่างไม่เข้าใจ สองหนุ่มประสานสายตากันกร้าว

ooooooo

สรรชัยหน้าบวมมาหาเดือนแรมที่บ้าน เธอตกใจเมื่อรู้ว่าเขาไปต่อยหน้าธิติรัตน์มา สรรชัยบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ แค่หมั่นไส้ที่เขาทำให้เธอเจ็บ เดือน-แรมส่ายหน้า

“คุณชายมีเหตุผล”

“เหตุผลบ้องตื้นน่ะสิ”

“คุณชายอาจจะไม่ได้รักแรมมากพอ”

“พี่ว่า...คุณชายรักแรม”

เพ็ญประกายย่องมาแอบได้ยิน ตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ

เดือนแรมบอกสรรชัยว่า “พี่สรรชัยอาจจะเข้าใจผิด”

“ไม่หรอก ผู้ชายด้วยกันดูกันออก พี่เลยยิ่งโกรธ ที่คุณชายรักแรมขนาดนี้ แต่กลับทำให้แรมเจ็บปวด...แต่แรมอย่าเพิ่งเสียใจไปนะ พี่ไปเตือนสติวันนี้ คุณชายอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้”

เดือนแรมน้ำตาไหลพราก เพ็ญประกายกำมือแน่นอย่างเจ็บใจ...พอเห็นเดือนแรมส่งสรรชัยกลับแล้วจะเดินเข้าบ้าน จึงตามมาแขวะ

“ต่อให้คุณชายเปลี่ยนใจ ฉันก็จะไม่ล้มเลิกงานแต่ง ยังไงเจ้าสาวของคุณชายต้องเป็นฉัน”

“ค่ะ...” เดือนแรมก้มหน้ารับ

“ไม่ต้องมาทำพูดดีเลย ทั้งที่ใจจริงแล้ว เธอพยายามแย่งคุณชายไปจากฉันตลอดเวลา”

“แรมเปล่า”

เพ็ญประกายเข้าผลักเดือนแรมด้วยความหมั่นไส้ “เปล่า...เธอคงคิดว่าฉันไม่รู้สินะ ว่าเธอวางแผนกับไอ้สรรชัยจะแย่งคุณชายไปจากฉัน”

แม้นเทพเดินผ่านมาชะงักเพราะได้ยินเสียง

เพ็ญประกายโวยวายใส่เดือนแรม

“ทำเป็นหน้าซื่อไร้เดียงสา น่าสงสาร แต่ความจริงมารยาสารพัด แต่อย่าหวังเลยนะ ว่าฉันจะยอมแพ้เธอ” เพ็ญประกายกระแทกไหล่เดือนแรมเดินไป

เดือนแรมกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล แม้นเทพเดินเข้ามา ปลอบว่าไม่ต้องพูดอะไรตนเข้าใจ...

เดือนแรมออกมาเดินมองจันทร์หน้าบ้าน ครุ่นคิดว่าที่ตนมีธิติรัตน์เข้ามาในชีวิตนี่ ตกลงมีความสุขหรือความทุกข์กันแน่...หญิงสูงวัยเพื่อนบ้านเข้ามาทัก

“อ้าว...หนูคนสวย มารอแฟนเหรอจ๊ะ”

“แฟน...ใครคะ”

“อ้าว ก็แฟนหนูไง ผู้ชายคนที่ตัวสูงๆ ขาวๆ หล่อๆ ขับรถมา เขาแอบมองหนูทุกวันเลย...”

“มาแอบมองหนูทุกวัน” เดือนแรมตื่นเต้น

“ใช่...นี่ล่ะน้า หนูน่ะ งอนจนเกินงาม ดูสิ วันนี้เขาไม่มาง้อเลย นี่วันหลังถ้าเขามาง้อ รีบๆดีซะนะ เพราะถ้าเขาเลิกง้อ หนูจะเสียใจ”

“คุณชายมาหาเราทุกวัน” เดือนแรมเผลอยิ้ม หัวใจพองโตขึ้นมาทันที แต่แล้วต้องสะกดกลั้นไม่ให้ลืมว่าเขาเป็นของเพ็ญประกาย...

แม้นเทพเล่ากิริยาของเพ็ญประกายที่เห็นมา ให้มะลิฟัง

“อะไรนะ เพ็ญน่ะหรือทะเลาะกับแรม เป็นไปได้อย่างไร”

“เพ็ญเปลี่ยนไปจนผมนึกไม่ถึง ว่าเพ็ญจะเป็นไปได้ขนาดนี้”

“ตั้งแต่เปลี่ยนชื่อเป็นมาหยารัศมี ก็เปลี่ยนไปเลยเหรอ จันทราคงจะเป็นคนเสี้ยมน่ะ เอางี้ ถ้ามีโอกาส ต้อมพาเพ็ญมาหาแม่ด้วยแล้วกัน แม่จะคุยกับเพ็ญเอง”

แม้นเทพรับคำอย่างเป็นห่วงน้องที่ไม่น่าเปลี่ยนแปลง ไปขนาดนี้

ooooooo

พอเห็นหน้าสรรชัยและรู้เรื่องที่ไปทำกับธิติรัตน์ ดุจแขแทบไม่อยากเชื่อว่าเขาจะทำได้ถึงขนาดนี้ สรรชัยตอบว่า

“คุณก็น่าจะรู้ที่ผ่านมา มากกว่านี้ ผมก็ทำเพื่อคุณได้”

ดุจแขเข้ามากอดสรรชัย “มันก็จริงค่ะ แต่แขเห็นแต่ภาคอ่อนโยนของคุณ ยังไม่เคยเห็นภาคบู๊ แบบผู้หญิงข้าใครอย่าแตะของคุณ แหม...มันเท่ชะมัดเลย”

“คุณรู้มั้ย เวลาถ้าเรารู้สึกว่าเขาดี เขาเท่ ทุกสิ่งที่เขาทำมันดีสุดๆ มันหมายความว่าอะไร”

“อะไรคะ...”

“คุณกำลังหลงรักคนคนนั้น” สรรชัยผละออกจากดุจแข

“ก็แล้วถ้ามันจริงล่ะ” ดุจแขอมยิ้ม

“ก็จะบอกว่าเสียใจด้วย เพราะสำหรับเรา ทุกอย่างมันจบไปหมดแล้ว”

“จบแล้วก็เริ่มใหม่ได้ ถ้าจะเริ่ม...คุณก็รู้...ถ้าแข

อยากได้จริงๆ แขก็ไม่ปล่อย”

“โรคจิต...”

“เราสองคนก็พอกันแหละน่า แต่พูดแล้วของขึ้น...ยัยเพ็ญเป็นผู้หญิงที่น่าตบที่สุดในโลก”

สรรชัยหัวเราะ ดุจแขแปลกใจว่าหัวเราะอะไร

“คุณก็ทำเพื่อคุณชายไม่แพ้ผมเหมือนกัน...”

“ฉันก็ไม่เคยคิดมาก่อนเหมือนกัน ว่าฉันจะบ้าได้ขนาดนั้น รู้แต่ฉันทนไม่ได้ที่จะเห็นคุณชายลงเอยกับยัยแอ๊บแตกนั่น นี่ฉันก็หวังว่าสิ่งที่เราสองคนทำ จะเปลี่ยนใจคุณชายได้”

ท่าทางดุจแขชักไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ตนกระทำลงไป จะสำเร็จ จึงคิดว่าควรต้องกระตุ้นธิติรัตน์อีกสักครั้ง

ooooooo

ขณะพักกอง ศรัณย์กับวีระซักถามธิติรัตน์ที่ยอมให้สรรชัยมาทำขนาดนี้ ธิติรัตน์กลับตอบว่า หมัดของสรรชัย สั่งสอนให้ตนมีสติ ควรจะขอบคุณด้วยซ้ำ อย่างน้อยก็ทำให้ตนรู้ว่า จะทำอย่างไรต่อไป

“แล้วคุณชายจะทำยังไงคะ...” ดุจแขโผล่เข้ามาถามยิ้มๆ

“อันดับแรก จับคุณไปถ่วงน้ำ คนอะไรทำตัวอย่างกับสัมภเวสี โผล่มากวนใจผมได้ตลอดเวลา” ธิติรัตน์ หน่ายใจ ตอบกวนๆ

“ขนาดนั้นเชียว”

“ใช่...”

“คนที่ว่าแขเป็นสัมภเวสีมีสองคน คุณชายกับแรม”

ธิติรัตน์แสลงใจเมื่อได้ยินชื่อเดือนแรม ดุจแขแกล้งตอกย้ำ “แขมานี่เพราะหวังดีจริงๆค่ะ คุณชายรู้มั้ย...ผู้หญิงเวลาอกหักน่ะ น่ากลัว...เปล่า...แขไม่ได้หมายความว่าแรมจะมาอาละวาดอะไรหรอกนะคะ แขเพียงจะบอกว่า ช่วงเวลานี้ หัวใจของแรมน่าจะอ่อนไหวมากที่สุด และต้องการคนดูแลอย่างมาก คุณชายทนได้หรือคะ ถ้าจะมีคนมาดูแลแรมแทนคุณชาย”

ธิติรัตน์กำมือแน่นข่มความรู้สึกไว้ ดุจแขเห็นท่าทาง จึงกระตุ้นเข้าอีก “ดูท่าทางคุณชายก็รู้ว่าคุณชายรักแรมมาก แล้วทำไมคุณชายยอมให้แรมเจ็บปวดล่ะคะ ขนาดสรรชัย เขายังลุกมาต่อสู้เพื่อแรมเลย แต่นี่คุณชายอยู่เฉยๆจะให้แรมรู้สึกยังไง...แขไม่ห่วงว่าแรมจะไปรักสรรชัยหรอกนะคะ แต่ที่แขห่วงก็คือถ้าแรมคิดว่าคุณชายไม่รักแรมแล้ว แรมจะเปลี่ยนไป ผู้หญิงเวลาตัดใจ...มันน่ากลัวนะคะคุณชาย”

ธิติรัตน์ยืนอึ้ง มองดุจแขกลับออกไป เขาพึมพำกับตัวเอง “ฉันไม่ยอมให้เธอตัดใจจากฉันหรอกแรม...ฉันรักเธอ”

ว่าแล้วธิติรัตน์ก็เดินตรงไปที่รถตัวเอง ดุจแขแอบมอง ยิ้มย่อง ภาวนา...ขอให้จุดหมายของธิติรัตน์คือเดือนแรม เธอขึ้นรถขับตามเขาออกไปด้วยความอยากรู้...

ooooooo

ตอนที่ 10

จากการตัดสินใจของธิติรัตน์ ทำให้ทั้งตนเองและเดือนแรมหัวใจสลาย ต่างคนต่างคร่ำครวญถึงกัน ธิติรัตน์จำต้องเลือกเพ็ญประกาย เพื่อความปลอดภัยของเดือนแรม แต่พอเขาได้เห็นภาพวาดการ์ตูนที่เดือนแรมวาดทิ้งไว้ในห้อง พร้อมข้อความว่า เดือนแรมรักคุณชาย...ทำให้เขาแทบจะทำใจไม่ได้ เดือนแรมเองก็เอาแต่นั่งร้องไห้เสียใจที่ต่อจากนี้ ตนไม่มีเขาอีกแล้ว แม้นเทพเห็นแล้วสงสารเข้ามากอดปลอบใจเหมือนพี่ชายปลอบน้องสาว

ต่างจากสองแม่ลูก จันทรากับเพ็ญประกายที่

หัวเราะคิกคักชอบอกชอบใจที่ธิติรัตน์ตกลงจะแต่งงานกับมาหยารัศมี เมินได้ยินแล้วหงุดหงิดใจ

“พูดก็พูดนะ ฉันยังรู้สึกผิดจนทุกวันนี้ ที่ร่วมผสมโรงกับพวกเธอ หลอกลวงพวกเขา”

“ผมว่าก็ยังไม่สายนะครับที่จะบอกความจริงกับคุณชาย” แม้นเทพผ่านมาได้ยินโพล่งขึ้น

สองแม่ลูกตกใจ แม้นเทพเตือนเพ็ญประกายว่าคนที่ธิติรัตน์อยากแต่งงานด้วยคือมาหยารัศมี เพ็ญประกายรีบบอกว่าตนคือมาหยารัศมี แม้นเทพขอให้เลิกหลอกตัวเองเสียที จันทราโวยว่านี่มันเรื่องของคนในครอบครัว เขาสวนว่าตนก็เป็นมณีกุลคนหนึ่ง จันทราจนใจอ้างว่า อยากให้มณีกุลถูกหาว่าปลิ้นปล้อน ตลบตะแลงหลอกลวงหรือ แม้นเทพไม่หวั่น ดีกว่า

ถูกตราหน้าตลอดชีวิต เมินชั่งใจ เพ็ญประกายร้อนรน วิ่งตามไปขอร้องแม้นเทพว่า ตนอยากแต่งงานกับธิติ–รัตน์จริงๆ เขาย้อนถามว่าไม่เป็นการทำร้ายคนที่เรารักหรือ

“เพ็ญไม่ได้ทำร้าย แต่งงานแล้วเพ็ญจะเป็นภรรยาที่ดีของคุณชาย เพ็ญจะดูแลคุณชายทุกอย่าง เพ็ญจะทำให้คุณชายมีความสุข”

“แน่ใจหรือคุณชายจะมีความสุข ถ้าต้องอยู่กับคนที่เขาไม่ได้รัก...ขอโทษที่พี่ต้องพูดอย่างนี้ แต่พี่ไม่อยากให้เพ็ญเห็นแก่ตัว เพราะที่สุดแล้วคนที่จะทุกข์ที่สุดก็คือเพ็ญ” แม้นเทพเดินไป

เพ็ญประกายร้องไห้โฮวิ่งเข้าบ้านตะโกนว่าแม้นเทพ ใจร้าย แม้นเทพเสียใจ ถ้าตนใจร้ายจริงคงบอกไปแล้วว่าคนที่ธิติรัตน์รักคือเดือนแรม...

เพ็ญประกายมาร้องไห้กับจันทรา ทำให้เธอเข่นเขี้ยวคิดแผนจะรวบหัวรวบหางธิติรัตน์ให้เร็วที่สุด เมินได้ยินแล้วยิ่งหนักใจ

ooooooo

ระหว่างที่ยังไม่มีงานทำ ชุติมาช่วยสุดใจเข็นรถไปขายส้มตำหน้าแฟลต แม้นเทพแวะมาหาและสั่ง ส้มตำทาน เขาปรับทุกข์กับชุติมาว่าทั้งเพ็ญประกายและเดือนแรมเป็นน้องสาวทั้งคู่ ตนจะทำอย่างไรไปก็เหมือนทำร้ายน้องอีกคน ชุติมาปลอบ คนเรา เลือกทุกอย่างในชีวิตไม่ได้ บางเรื่องตนไม่อยากเลือก แต่ก็มีคนยัดเยียดให้เป็น แม้นเทพถามเรื่องอะไร เธอรีบปัดว่าพูดเรื่อยเปื่อย แม้นเทพขอบใจที่เธอเสียเวลาฟังเรื่องของตน

“ชุต้องขอบคุณพี่ต้อมมากกว่าค่ะ ที่พี่ต้อม นึกถึงชุ...”

“อืม...พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมพี่ต้องนึกถึงชุด้วย รู้แค่ว่า อยากพูดอยากระบายให้ใครซักคนฟัง และ คนคนนั้นก็คือชุ...ขอบใจอีกครั้ง พี่ไปทำงานก่อนนะ” แม้นเทพกลับไป

ชุติมาเศร้า ตนไม่อยากเห็นเขาทุกข์ใจเลย เธอ ครุ่นคิดแล้วเปรยกับสุดใจว่าความรักนี่แปลก สา– มารถสร้างและทำลายคนอื่นได้ในเวลาเดียวกัน สุดใจว่านั่นไม่ใช่ความรัก เพราะถ้าจะรักใครสักคนจริงๆ เราจะไม่ทำลายเขา ชุติมาเห็นด้วยเพราะนั่นเป็นการพรากคนที่รักกัน

“ใครเหรอจ๊ะ พรากคนที่รักกัน”

“ปะ...เปล่าค่ะ ชุเพียงแค่คิด ถ้าเราพรากคนที่รักกันไม่ให้เขาอยู่ด้วยกัน มันคงบาปมากเลยนะคะ”

“ใช่ บาป...บาปมาก โดยเฉพาะการพรากลูกพรากแม่...” สุดใจเศร้าสลดลง

“น้าเคยพรากลูกพรากแม่เขาด้วยเหรอคะ”

“เปล่าจ้ะเปล่า แต่ก็เกือบไป ถึงอย่างนั้น ทุกอย่างมันก็สายเกินไปแล้วล่ะ ยังไงแม่ลูกเขาก็ต้องพรากจากกันจนนิรันดร์ และบาปก็ยังติดใจน้าอยู่จนถึงทุกวันนี้ อย่าง ที่เรียกว่า กรรมตามสนอง...อย่าคุยถึงเรื่องเศร้าๆดีกว่านะ” สุดใจเลี่ยงออกไป

ชุติมาไม่ติดใจ หันมาคิดเรื่องที่จะช่วยแม้นเทพ แล้วก็นึกได้ว่าตนเก็บมือถือที่เดือนแรมถ่ายคลิปจันทราไว้ น่าจะเอามาช่วยได้...

ooooooo

วันนี้ เดือนแรมมาถ่ายโฆษณาที่สตูดิโอของธิติรัตน์ ทั้งเจ๊กอไก่และช่างแต่งหน้า เห็นสีหน้าเดือนแรมแล้วรู้สึกว่า เหมือนคนร้องไห้มาทั้งคืน ช่วยกันแต่งหน้า กลบเกลื่อนให้ แต่ก็ปิดแววตาไม่ได้

ขณะที่ถ่าย วีระและศรัณย์เห็นถึงแววตาที่ไม่ยิ้มของเดือนแรม ทั้งที่ปากยิ้ม จึงเปรยๆกับธิติรัตน์ว่ามีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า ธิติรัตน์น่ิงเฉย พลันเดือนแรมพลัด ตกจากนั่งร้านลงมา ศรัณย์กับวีระชะงัก เพราะคิดว่าธิติรัตน์จะเข้าไปช่วย แต่เขากลับยืนเฉย เจ๊กอไก่เข้าไปพยุง พอดีสรรชัยแวะมา เขารีบเข้าไปอุ้มเดือนแรม แล้วมองหน้าธิติรัตน์อย่างเคืองๆ

ศรัณย์กับวีระต่อว่าธิติรัตน์จะไม่อธิบายอะไรบ้างหรือว่ามีปัญหาอะไรกัน หรือโกรธที่สรรชัยมาช่วยเดือนแรม ตัดหน้า

“ฉันไม่มีสิทธิ์โกรธ ไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้สึกอะไรกับแรมทั้งนั้น”

“ทำไมจะไม่มีวะ...ก็อย่างที่ฉันเคยบอก ถ้านายอยากให้แรมรู้ว่าแรมเป็นคนพิเศษสำหรับนาย นายก็ต้องให้ความพิเศษกับแรม” ศรัณย์ย้ำ

ธิติรัตน์โบกมือไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ถึงตนจะรักเดือนแรมแค่ไหนก็ไม่มีสิทธิ์อีกแล้ว

ooooooo

เจ๊กอไก่กับสรรชัยพาเดือนแรมมาโรงพยาบาล ทั้งสองอยากรู้ว่าธิติรัตน์โกรธอะไรเดือนแรมอีกถึงไม่มีทีท่าจะสนใจ เดือนแรมกล้ำกลืนความน้อยใจ แก้ตัวแทน ธิติรัตน์ไม่ได้โกรธ แต่คงเห็นว่าเป็น แค่อุบัติเหตุเล็กๆในกองเท่านั้น สรรชัยไม่อยากเชื่อ เจ๊กอไก่ก็เช่นกัน

“พันเปอร์เซ็นค่ะ เพราะคุณชายสามวันดี สี่วันเหวี่ยง และทุกเรื่องที่เหวี่ยง แรมไม่รู้ตัว”

“สงสัยคุณชายอยากเปลี่ยนอาชีพเป็นชาวประมง”

สรรชัยพูดจบขอตัวไปทำงาน เจ๊กอไก่ยืนงงกว่าจะคิดได้ว่าสรรชัยเล่นมุก...

แม้ดุจแขจะยืนยันว่ารักธิติรัตน์ แต่พอรู้ว่าสรรชัยห่วงใยเดือนแรมมากเกินพี่น้องอย่างที่เขาบอก ก็รู้สึกใจหาย พยายามจะให้เขารับออกมาว่าหลงรักเดือนแรม สรรชัยย้อนถามว่าถ้าตนยอมรับแล้วจะทำไม ดุจแขหน้าเจื่อน สรรชัยเยาะ

“อย่างที่คุณบอก ยิ่งนานวัน มันก็ยิ่งแน่ชัด...ผมหลงรักแรม” สรรชัยเห็นสีหน้าขัดใจของดุจแขก็เยาะ “เสียดายรองเท้าที่เคยถอดทิ้งแล้วสิท่า ก็แหงล่ะ เพราะถึงคุณจะพยายามหาคู่ใหม่แค่ไหน ก็ไม่ได้ดีเหมือนคู่เดิม”

ดุจแขเดินหน้างอมาที่รถ บ่นกับตัวเองว่า ตนไม่ได้เสียดายสรรชัย แต่ในใจสับสนว่าตนรู้สึกกับเขาอย่างไรกันแน่...สรรชัยยืนมองจากในบ้านอย่างเศร้าๆ

“ถึงผมจะพยายามลืมคุณแค่ไหน...ผมก็ทำไม่ได้...พี่ขอโทษนะแรม พี่ไม่เคยคิดใช้แรมเป็นเครื่องมือ พี่แค่ต้องการลืมดุจแขให้เร็วที่สุดเท่านั้นเอง” สรรชัยพยายามตัดใจ

ooooooo

และแล้วชุติมาก็หาทางแอบกลับเข้ามาในบ้านจนได้ เพื่อเอามือถือในห้อง แป้นเห็น รีบไปรายงานเพ็ญประกายว่าชุติมาเข้ามาขโมยของ เพ็ญประกายไม่อยากเชื่อตามมาดู แป้นยุแยงว่าในตัวชุติมามีกล่องเครื่องเพชร เพ็ญประกายจะค้นตัว ชุติมาไม่ยอม เกิดการตะลุมบอน

สรรชัยมาส่งเดือนแรมที่บ้าน ชุติมาวิ่งหนีออกมา พอปะหน้าเดือนแรมก็ต่อว่า

“เธอนี่มันอ่อนแอจริงๆเลยแรม รู้ว่าคุณชายรัก ยังจะยอมให้เขาไปแต่งงานกับยัยเพ็ญอีก”

เดือนแรมทำหน้างง ชุติมาหาว่าแอ๊บยิ่งกว่าเพ็ญประกาย ก่อนจะสาธยายเรื่องที่เธอปล่อยให้เพ็ญประกายแย่งธิติรัตน์ไปได้ ไม่ทันไร เพ็ญประกายกับแป้นตามออกมา ยื้อยุดจะเอาของในตัวชุติมา ผลักเดือนแรมล้มลง ชุติมาห่วงหันไปช่วยจึงโดนล็อกตัว มือถือถูกดึงออกมา เดือนแรมจำได้ว่าเป็นของตน ชุติมาฮึดสู้ แย่งคืนมาแล้วบอกเดือนแรม

“เธอต้องแย่งคุณชายคืนมาให้ได้นะแรม...” ชุติมาผลักเพ็ญประกายล้มแล้ววิ่งหนีไป

เพ็ญประกายจำได้ว่าในมือถือนั่นมีคลิปที่เดือนแรมถ่ายการสนทนาจันทรากับเจิมเอาไว้

ขณะนั้น...จันทรากำลังทำผมอยู่ในร้านหรูแห่งหนึ่ง และคุยฟุ้งว่าตนจะได้เป็นแม่ยาย คุณชายธิติรัตน์ กมเลศ หม่อมรัตนาซึ่งอยู่ในร้านเดียวกันอีกมุม ได้ยินถึงกับตกใจ

สีหน้าหม่อมรัตนาเครียดมาก เรียกธิติรัตน์กลับมาถามว่าจริงหรือที่ตกลงแต่งงานกับเพ็ญประกาย ธิติรัตน์ยอมรับว่าใช่

“จะทำอะไรทำไมชายไม่ปรึกษาแม่บ้างเลยลูก”

“ผมขอโทษครับ แต่ในภาวะนั้น ผมจำเป็นจริงๆ แต่คุณแม่อย่าเพิ่งวิตกหรือทุกข์ใจไปเลยนะครับ...ที่ผมทำเพราะต้องการปกป้องแรม และต้องการค้นหาความจริงเกี่ยวกับตัวแรม”

“มันไม่เสี่ยงเกินไปเหรอลูก”

ธิติรัตน์เห็นว่าอยากได้ลูกเสือต้องเข้าถ้ำเสือ แต่หม่อมรัตนาเกรงลูกชายจะถูกเสือขย้ำไปเสียก่อน...

ooooooo

จันทราอารมณ์ดีเดินเลือกซื้อผลไม้ก่อนกลับบ้าน แต่พอเพ็ญประกายโทร.มาบอกเรื่องชุติมาก็ตกใจทิ้งของรีบกลับ...

เดือนแรมพยายามตัดสินใจเอาการ์ดและจดหมาย ที่ธิติรัตน์ให้จะเผาทิ้งแต่ทำใจไม่ได้ เพ็ญประกายมองอยู่ ไม่พอใจ เข้ามาแย่งจะเผาให้เอง เดือนแรมไม่ยอมผลัก เพ็ญประกายล้มอย่างไม่ตั้งใจ เธอโกรธลุกขึ้นตบหน้าเดือนแรมและชี้หน้าว่า อย่ามาทำสำออยเพราะธิติรัตน์ไม่เลือกเธอแต่เลือกตน เดือนแรมเถียงว่า ธิติรัตน์เลือกมาหยารัศมี เพ็ญประกายปรี๊ด...ตบหน้าเดือนแรมอีกฉาด เดือนแรมไม่สู้เพราะเห็นเป็นพี่

“ถ้าเธอเห็นฉันเป็นพี่ เธอจะไม่พูดกับฉันอย่างนี้ เอาซี้...จดหมายกับการ์ดนั่น เอาไปกกไปกอดเลยแรม เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เธอได้จากคุณชาย และก็จำไว้ด้วย อะไรที่มันไม่ใช่ของเธอต่อให้เธอดิ้นรนแค่ไหนมันก็ไม่ใช่”

เพ็ญประกายผลักเดือนแรมล้มก่อนจะเดินจากไป...

สุดท้าย เพ็ญประกายก็หวั่นใจ แต่ถ้ามันใช่ ตนคงทนไม่ได้ เพ็ญประกายปาดน้ำตาถามจันทราว่า ถ้าชุติมาเอาคลิปไปให้พ่อหรือธิติรัตน์ ตนจะทำอย่างไรดี จันทราแนะให้ไปตะล่อมถามแม้นเทพว่าชุติมาอยู่ที่ไหน เพ็ญประกายยิ้มมุมปาก ถ้าเป็นอย่างนั้น ตนจะจัดการเอง

ooooooo

จากนั้น เพ็ญประกายทำทียืนเง้อหน้าบ้าน แม้นเทพกลับมาเจอ ถามว่ารอใคร เธอตอบว่ารอชุติมา หายไปจากบ้านหลายวันแล้วแม่กับตนเป็นห่วง  แม้นเทพหยั่งเชิงถามว่าทะเลาะอะไรกันอีกหรือ   เพ็ญประกายบ่นว่าคนอยู่บ้านเดียวกันก็เหมือนลิ้นกับฟัน กระทบกระทั่งกันบ้าง ตนไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ แม้นเทพหลงดีใจ เพ็ญ-ประกายจะไปแจ้งความ เขาจึงห้ามและบอกไปว่าชุติมาอยู่ที่ไหน

วันรุ่งขึ้น เพ็ญประกายมาเล่นงานชุติมาขณะที่ขายส้มตำอยู่กับสุดใจ ให้เอามือถือคืนมา ชุติมาไม่ยอมเกิดการทะเลาะตบตีกันรุนแรง ชุติมาเอาปลาร้าสาดใส่เพ็ญประกายร้องกรี๊ดๆกลับไปฟ้องจันทรา

“นังลูกคนนี้มันบังอาจมาก” จันทราโกรธหลุดปากออกมา

“ลูก...คุณแม่เรียกพี่ชุว่าลูกหรือคะ”

“ก็...เป็นลูกเป็นหลานไง เพ็ญไม่ต้องห่วงนะลูก นังชุมันบังอาจมาทำลูกแม่ขนาดนี้ แม่จะจัดการมันเอง” สายตาจันทราโกรธเกรี้ยว

เย็นนั้น...สุดใจไปซื้อของ ชุติมาจัดการเก็บข้าวของที่เกลื่อนกลาด เข็นรถเข้าไปเก็บซอกตึก จันทราตามมาเอาเรื่องที่บังอาจเก็บมือถือไว้เพื่อเอามาเล่นงานตนซึ่งเป็นแม่ ชุติมาโต้

“ชุไม่เคยคิดที่จะทำร้ายแม่อยู่แล้ว ส่วนยัยเพ็ญ

ถึงมันจะไม่เคยเห็นว่าชุเป็นพี่ แต่ชุก็ไม่เคยทำร้ายมัน”

“แล้วแกเก็บมือถือไว้ทำไม ทำไมแกไม่ทำลายมัน”

“เพราะชุไม่อยากให้แม่กับเพ็ญทำผิดไปมากกว่านี้  แม่...เพ็ญไม่ใช่มาหยารัศมีนะ แม่อย่าหลอกคุณชายเลย เขาไม่ได้รักเพ็ญ เขารักแรม”

“คุณชายจะรักใครก็ช่าง ยังไงเขาก็ต้องแต่งงานกับยัยเพ็ญ...เอามือถือมาให้ฉันเดี๋ยวนี้”

“ไม่ แล้วถ้าแม่ยืนกรานจะให้เพ็ญแต่งงานกับคุณชาย ชุจะเอามือถือไปให้คุณเมินและคุณชายดู อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะว่าอย่างไร”

จันทราตบชุติมาหน้าหัน กราดเกรี้ยวใส่อย่างเหลืออด เผอิญแม้นเทพแวะมา จึงช่วยดึงชุติมาออก จันทราแว้ดใส่อย่างลืมตัว

“อย่ามายุ่งเรื่องแม่ลูกนะคุณต้อม”

“แม่ลูก...”

“ก็...ลูกๆหลานๆ...ฉันกลับมาอีกแน่นังชุ และถ้าแกคิดจะทำอะไรฉัน น่าดู” จันทราหันไปโวยชุติมาแล้วกลับไป

ชุติมาทรุดลงร้องไห้ แม้นเทพนั่งปลอบข้างๆ ถามอย่างห่วงใย “มีเรื่องอะไรกัน ทำไมคุณจันทราถึงตามมาตบตีชุถึงขนาดนี้”

“ไม่มีอะไรค่ะ”

“พี่เชื่อว่าต้องมี ต้องเป็นเรื่องใหญ่ด้วย และไม่น่าจะเป็นแค่เรื่องน้าหลาน...หลายครั้งแล้วที่พี่สงสัยการกระทำของคุณจันทรากับชุ เมื่อกี้ก็เหมือนกัน จริงๆแล้วคุณจันทราเป็นแม่ของชุใช่มั้ย” แม้นเทพจ้องรอฟัง

คำตอบ แต่ชุติมาอ้ำอึ้ง “ถ้าชุไม่บอกความจริง พี่ก็คงช่วยแก้ปัญหาระหว่างคุณจันทรากับชุไม่ได้”

“ถึงชุเป็นลูกแต่เป็นลูกที่แม่ไม่ต้องการ จะมีประโยชน์อะไรคะที่จะไปเรียกร้อง”

“ชุเป็นลูกคุณจันทรา...”

“ใช่ค่ะพี่ต้อง...ชุเป็นลูกของแม่ แต่แม่ไม่ต้องการ” ชุติมาปล่อยโฮออกมา

แม้นเทพตกใจแต่ยังดึงชุติมามากอดปลอบโยนด้วยความสงสาร

ooooooo

ถึงจะหักใจแต่ธิติรัตน์ก็อดคิดถึงเดือนแรมไม่ได้ คืนนั้น เขาแอบไปด้อมๆมองๆข้างรั้วบ้านเมิน เห็นเดือนแรมนั่งเศร้าอยู่ในสวน เขาได้แต่พึมพำ ว่าจะอยู่ข้างเธอไม่ไปไหนเด็ดขาด...

วันรุ่งขึ้น จันทรากระสับกระส่ายกลัวที่ตนหลุดปากเรื่องชุติมาเป็นลูกออกไป จึงย่องมาบริเวณบ้านมะลิ ได้ยินแม้นเทพกำลังคุยเรื่องของตนให้มะลิกับป้าพิมฟังอยู่พอดี

“แสดงว่าก่อนที่จะมาคบกับเมิน จันทรามีสามีอยู่ก่อนแล้ว และมีลูกคือชุติมา” มะลิเปรย

“มิน่า...ที่ผ่านมาคุณชุถึงได้ก้าวร้าว คอยแต่ประชดประชันเหน็บแนม ที่แท้ก็มีปมในใจ”

“แม่จันทรานี่ร้ายจริงๆ ทั้งโกหกหลอกลวง ไม่ดูดำ ดูดีเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง แถมยังพูดหน้าตาเฉยว่าเป็นหลาน นายเมินจะต้องรู้เรื่องนี้ จะได้หูตาสว่างซักที”

จันทราเข่นเขี้ยว...มันไม่ง่ายขนาดนั้นแน่ ว่าแล้วเธอกดโทรศัพท์ไปหาเมิน หลอกเขาว่าที่ไซต์งานระยองโทร.มา ว่ามีปัญหากับผู้รับเหมาให้ไปดู เมินหลงเชื่อเดินทางไปทันที

มะลิเดินมาบ้านเมิน ร้องเรียกเมินอยู่ไหม จันทราย่องมาด้านหลัง เอาไม้ฟาดท้ายทอยมะลิสลบไป แล้วทิ้งไม้วิ่งหนีเข้าบ้าน แรมผ่านมาเจอตกใจร้องเรียกคนช่วย แป้นวิ่งไปบอกคนในบ้าน เพ็ญประกายตกใจ จันทราทำทีเป็นตกใจไปด้วย พากันส่งมะลิไปโรงพยาบาล

ทุกคนยืนรอบเตียง มะลิฟื้นขึ้นมางงๆ แม้นเทพ กับเดือนแรมดีใจ จันทรานึกในใจน่าจะตีให้ตาย มะลิถามว่าตนเป็นอะไรไป

“คุณแม่ถูกทำร้ายครับ”

มะลิคิดทบทวน “ใช่ แม่จะเดินไปหานายเมิน แต่จู่ๆก็เจ็บแปล๊บที่หัว มารู้สึกตัวนี่แหละ”

จันทรากลบพิรุธโทษเป็นพวกขโมย เพ็ญประกายเสริมข้างบ้านก็เพิ่งโดนขโมยขึ้น มะลิมองจันทราแล้วถามหาเมิน เธอบอกไปไซต์งานต่างจังหวัด เพ็ญประกายแปลกใจ ไปเมื่อไหร่

“โทร.มาบอกแม่เมื่อสักครู่นี้เองจ้ะ” จันทราแก้ตัวไปเรื่อย

“เฮ้อ...ท่าฉันจะโชคร้ายจริงๆ” มะลิปลง

“คุณแม่นอนพักผ่อนก่อนเถอะครับ ผมจะไปแจ้งความ เพราะถ้าปล่อยไว้เดี๋ยวขโมยจะได้ใจ”

“ดีค่ะคุณต้อม ตำรวจจะได้ตามจับคนร้าย ไม่งั้นได้นอนผวากันทุกวัน” ป้าพิมเห็นด้วย

จันทราหน้าเจื่อนแต่พยายามกลบเกลื่อน...กลับมาบ้าน ครุ่นคิดจะทำอย่างไรดี แล้วนึกได้โทร.หาฟลุคหลง...

สองคนนัดพบกันหน้าแฟลต จันทราให้เงินก้อนโตกับฟลุคหลง เพื่อหาซื้อยากล่อมประสาทแบบเดิมมาให้เยอะกว่าเก่า ชุติมาผ่านมาเห็นสงสัยว่าฟลุคหลงมีอะไรกับแม่ตน...

พอฟลุคหลงจะเดินขึ้นบันได ชุติมาตามไปทักว่าจำตนได้ไหม ตนอยู่กับวันดีแต่วันนี้วันดีไม่อยู่ มีอะไรฝากตนไว้ได้ ฟลุคหลงบอกว่าไม่เป็นไรวันหลังจะมาใหม่

“เดี๋ยวพี่...ผู้หญิงคนที่พี่คุยด้วย สวยจัง เขาเป็นใคร เป็นนางงามเหรอ” ชุติมาหลอกถาม

“ฮื้อ ตอนสาวๆเขาเป็นนางงาม”

“ท่าทางจะรวยนะ ดูผู้ดี๊ผู้ดี”

“โอ๊ย ไม่ได้เป็นผู้ดีมาจากไหนหรอก ก็เดินในตรอกกินข้าวในซอยเหมือนพวกเรานี่แหละ แต่พอได้ผัวรวยเท่านั้น นางก็ไปทำหน้าจนสวยเด้ง เฮ้อ...สวยไปก็เท่านั้นล่ะ เลว”

“ทำไมถึงว่าเขาเลวล่ะพี่”

“ก็ นางชอบให้พี่เอายากล่อมประสาทไปให้ ป่านนี้คนกินคงบ้าไปแล้วล่ะ แต่ละครั้งเอาไปเยอะจะตาย อุ๊บส์...พี่ไปก่อนนะ” ฟลุคหลงนึกได้ว่าพูดมากไป

ชุติมาคิดถึงอดีต เคยเห็นจันทราเปลี่ยนยาในขวดให้เมินหลายครั้ง อ้างว่ายามันเก่า...เธอตกใจ เสียใจที่แม่เอายากล่อมประสาทให้เมินกินมาตลอด...

ooooooo

ตอนที่ 9

ท่าทางสรรชัยเป็นห่วงเดือนแรม พยายาม โทร.ติดต่อ จนดุจแขหมั่นไส้ อดถามไม่ได้ว่าเขาเห็นคนอื่นดีกว่าตนแล้วหรือ

“จริงๆผมก็ไม่เคยเห็นว่าคุณเป็นคนดี เพียงแต่คุณเป็นคนที่ผมรัก และผมเองก็ไม่ใช่คนดี เพราะผมเคยทำเลวกับอาของผม ฉะนั้นเมื่อวันนี้ผมเห็นว่าใครดีและชื่นชมเขามันก็ไม่แปลก”

“แปลว่า...คุณรักเดือนแรมจริงๆ” ดุจแขถามเสียงสั่น

สรรชัยว่าไม่จำเป็นต้องตอบ ดุจแขโวยเขาเคยรักตน สรรชัยเยาะว่าเธอต้องการจะหันกลับมาใส่รองเท้าที่ถอดทิ้งไปแล้วหรือ เธอกลับโต้ว่าไม่ใส่แต่ก็ไม่ให้ใคร

“คุณนี่มันหมาหวงก้างชะมัด แต่ขอโทษที่ผมไม่ได้เป็นก้าง ถึงคุณจะหวงไปก็ไม่ได้กินเหมือนเดิมหรอก” พูดจบสรรชัยเดินหนีไม่ไยดี ดุจแขร้องกรี๊ดอย่างขัดใจ...

วันต่อมา ดุจแขปรับทุกข์กับจารุณี แต่กลับโดนถามว่ารู้สึกอย่างไรเมื่อโดนปฏิเสธ ดุจแขตอบตามตรงว่า ไม่ได้เสียใจแต่รู้สึกเสียดายที่คนเคยรักและดีกับตนมาเปลี่ยนไป ถึงอย่างไรคนที่ตนรักคือธิติรัตน์อยู่ดี สรรชัยผ่านมาได้ยิน ไม่รู้สึกเจ็บเหมือนแต่ก่อน...เขาพยายามโทร.หาเดือนแรม คราวนี้เธอรับสาย เขาดีใจมากรีบถามว่าอยู่ที่ไหน เดือนแรมตอบว่าตนอยู่บ้านสวนของธิติรัตน์ พอดีมีเรื่องนิดหน่อย ไม่ทันเล่ารายละเอียด ธิติรัตน์เข้ามาดึงมือถือไปพูดเอง เขาบอกสรรชัยว่าถ้าเป็นห่วงเดือนแรม ก็ให้ตามมา พร้อมบอกทางให้เสร็จสรรพ

สรรชัยดีใจรีบตรงไปที่รถ ดุจแขได้ยินสรรชัยพูดโทรศัพท์จึงวิ่งตามจะไปด้วย แต่สรรชัยไม่ให้ไป สองคนฉุดกระชากกันอยู่ จารุณีเข้ามาจับแยก และเตือนสรรชัย

“แขอยากไปคุณก็ให้ไป ดีซะอีก...แขจะได้รู้ซะทีว่าระหว่างแขกับแรม คุณชายเลือกใคร”

“ผมไม่สนว่าคุณชายจะเลือกใคร ผมสนแค่ ดุจแขจะไปทำให้แรมเสียใจ” ว่าแล้วสรรชัยก็ขึ้นรถ ดุจแขไม่ยอมลดละตามไปขึ้นรถด้วย จารุณีหน่ายใจกับคู่นี้...

เดือนแรมกำลังโกรธที่ธิติรัตน์ไปบอกให้สรรชัยตามมา จึงถามประชดว่าถ้าเขามารับตนจริงๆ จะให้ตนไปหรือเปล่า ธิติรัตน์ยักไหล่ อยากไปก็ไป

“ได้ค่ะ ถ้าคุณชายอยากให้แรมไป แรมก็จะไป” เดือนแรมงอนเดินหนี

สุดท้าย ธิติรัตน์ต้องตามง้อ เห็นเดือนแรมเก็บเสื้อผ้าจึงหาเรื่องว่านั่นมันของตน เดือนแรมน้อยใจผลักเสื้อผ้าที่เขาซื้อให้คืนไป ธิติรัตน์เสียงอ่อนลง

“ไม่ได้อยากได้ แต่ไม่อยากให้เธอไป”

“แล้วทำไมคุณชายชอบพูดให้แรมเจ็บช้ำน้ำใจนักคะ แรมไม่เคยอยากไปไหน แต่คุณชายก็ผลักไสไล่ส่งแรม”

“ก็ฉัน...หึง...” ธิติรัตน์พูดเสียงเบาๆเดือนแรม ไม่ได้ยินให้พูดอีกที

ไม่ทันที่ธิติรัตน์จะพูด รถสรรชัยกับรถดุจแขแล่นเข้ามา ดุจแขปรี่มาเกาะแขนชักสีหน้าใส่เดือนแรม เดือนแรมหึงจึงบอกสรรชัยว่าตนกำลังคิดถึงเขา ธิติรัตน์ตาขวาง ประชดบ้างว่าตนก็คิดถึงดุจแข แต่เดินหนี ดุจแขรู้แก่ใจว่าเขาหึงเดือนแรม จึงแกล้งรื้อฟื้นความหลังว่าตนเคยอยู่กับเขาตรงนั้นตรงนี้...เดือนแรมน้ำตาคลอชำเลืองมอง สรรชัยรู้ดีจึงถาม

“ประชดกันไปมาแบบนี้ ทั้งรักทั้งเหนื่อยจริงๆ เดี๋ยวพี่จัดการเอง”

ธิติรัตน์กำลังปัดไม่ให้ดุจแขมาวุ่นวายด้วยอีก สรรชัยเข้ามาดึงดุจแขออกมา ลากไปขังไว้ในรถ แล้วกลับมาคุยกับธิติรัตน์

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณชายกับแรมจะทำประชดกันทำไม ในเมื่อต่างฝ่ายต่างก็เจ็บด้วยกันทั้งคู่ ไอ้ที่ทำประชดกันให้เห็นว่าฉันไม่แคร์ มันไม่ได้ผลหรอก ผมว่ามีแต่จะเตลิดไปยิ่งกว่าเก่า ทางที่ดีบอกกันไปตรงๆดีกว่า คิดอะไรรู้สึกยังไง ดีกว่าต้องมาเข้าใจผิดเพราะการคิดไปเอง มันไม่คุ้มหรอก ถ้าต้องสูญเสียคนที่เรารักเขามากที่สุดและเขาก็รักเรามากที่สุด เพราะปากไม่ตรงกับใจ เรื่องง่ายๆแค่นี้ ผมฝากให้คุณชายลองคิดดู” สรรชัยเดินไปขึ้นรถจะพาดุจแขกลับ ไม่วายเปิดกระจกลงมาบอกเขาอีกว่า “แค่ผมรู้ว่าแรมอยู่ที่ไหน ผมก็สบายใจแล้ว และผมคงมีความสุขมาก ถ้ารู้ว่าแรมมีความสุข ซึ่งคนที่ทำให้แรมมีความสุขได้ คือ...คุณชาย”

สรรชัยขับรถออกไป ธิติรัตน์ยืนอึ้งสักพัก ก่อนจะเดินไปหาเดือนแรม เห็นเธอทำไม่สนใจจึงแกล้งถอดเสื้อ เดือนแรมตกใจร้องว่าเขาจะทำอะไร

“สนใจแล้วเหรอ”

“ก็คุณชายจะทำอะไรน่ะ” เดือนแรมยกไม้กวาดขึ้นไว้ป้องกันตัว

“ร้อน จะอาบน้ำ ฮั่นแน่...คิดไปถึงไหนต่อไหนล่ะสิ”

เดือนแรมหน้างอ ถือไม้กวาดเดินงุดๆออกไป ธิติรัตน์หัวเราะแกมเอ็นดู...เดือนแรมเดินบ่นกระปอด กระแปดที่เขาชอบแกล้ง ทันใด คนของเจิมสองคนบุกเข้ามาจับตัวเธอ เดือนแรมร้องลั่น ธิติรัตน์ตกใจรีบสวมเสื้อวิ่งออกมา เห็นเสียมคว้าติดมือมาเป็นอาวุธ เดือนแรม ดิ้นรนเอาไม้กวาดฟาดคนร้าย แต่ไม่วายโดนตบล้มลง เจิมแอบมองอยู่นอกบ้านลุ้นๆ

ธิติรัตน์ปรี่เข้าช่วยเดือนแรม ต่อสู้กับคนร้ายทั้งสอง เขาพลาดท่าโดนตีหัวทรุดลง คนร้ายชักปืนออกมาขู่

“จริงๆ ผมไม่อยากทำอะไรคุณชายนะ อย่ายุ่งดีกว่า ปล่อยนังแรมไปกับผม”

เดือนแรมเอาไม้ฟาดมือคนร้ายปืนกระเด็น ธิติรัตน์แย่งปืนมาได้ คนร้ายเห็นท่าไม่ดีพากันวิ่งหนี...เลือดที่หัวธิติรัตน์ไหลย้อย เดือนแรมตกใจรีบโทร.หาธิดากับเกรียง

ooooooo

หมอเกรียงมาช่วยทำแผลให้ถึงบ้านสวน ธิดาตกใจว่าพวกไหนกันถึงกล้าบุกมาทำร้าย...เจิมยังคงซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ ธิติรัตน์บอกพี่ๆว่า เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่ตน แต่เป็นเดือนแรม

“อย่าบอกนะว่า ดุจแขหึงหวงชาย จนให้คนมาทำร้ายแรมน่ะ” ธิดาสงสัย

“ผมว่าไม่เกี่ยวกับแข...หลายครั้งแล้วที่แรมถูกทำร้ายที่บ้านตัวเอง รวมทั้งเหตุการณ์ที่แรมถูกคนบ้านนั้นกลั่นแกล้ง มันทำให้ผมสงสัยถึงเงื่อนงำบางอย่าง เพราะถ้าอิจฉาริษยา ก็ไม่น่าทำร้ายกันได้ขนาดนี้”

“คุณชายสงสัยว่าแรมอาจจะเป็นมาหยารัศมีตัวจริง” ธิดาสันนิษฐาน

“ครับ...และผมกำลังหาทางพิสูจน์อยู่”

เจิมได้ยินการสนทนาก็ตาโต รีบกลับมาส่งข่าวจันทรา เจิมบอกว่า “คราวนี้ฉันได้ยินว่ามันจะหาทางพิสูจน์เรื่องตัวจริงตัวปลอม แล้วถ้ามันพิสูจน์ล่ะ”

“ฉันก็ตายน่ะสิ...”

“จะให้ฉันจัดการไอ้คุณชายไปเลยมั้ย จะได้จบๆ”

“ไอ้คุณชายที่พี่เรียกน่ะ ฉันอยากได้เป็นลูกเขย แต่นังแรมนี่สิ มันเป็นหอกข้างแคร่ เป็นหนามยอกใจฉัน เมื่อไหร่มันจะตายๆไปซะที ไม่ได้...ฉันต้องทำอะไรแล้ว ไม่งั้นฉันตายแน่ๆ”

จันทราเดินวนไปวนมาครุ่นคิด จะทำอย่างไรให้เมินยกมรดกทุกอย่างให้เพ็ญประกาย คิดแล้วก็หยิบมือถือมาโทร. “ฟลุ๊คหลง หายามาให้ฉันหน่อย ขอแบบแรงกว่าเดิม...”

ฟลุ๊คหลงจำต้องมาขอยาจากสุดใจ เพราะแต่ก่อนสุดใจเป็นพยาบาลที่เอายานี้ให้ตน

“ยาบ้าๆพรรค์นั้น ฉันไม่มีหรอก”

“แต่พี่เคยทำงานในคลินิกนี่ ขโมยมาให้ฉันหน่อย”

“นังฟลุ๊คหลง ยาพวกนั้นมันเป็นยาอันตราย เชื่อฉันสิ คนที่เขาขอให้แกเอาไปให้มากมายอย่างนั้น มันก็ส่อเจตนาที่ไม่ดีแล้ว อย่าไปยุ่ง”

ชุติมาเดินมาได้ยิน ฟลุ๊คหลงพูดว่า “แต่ฉันเดือดร้อน ฉันต้องการเงิน”

“เพราะไอ้คำว่าเดือดร้อน ต้องการเงินนี่แหละ มันทำให้ชีวิตฉันต้องตกนรกจนถึงทุกวันนี้ เฮ้อ...อย่าไปพูดถึงมันเลย แต่ฉันขอเตือนแก อะไรที่ไม่ดี แกอย่าไปยุ่ง ไม่งั้นได้ตกนรกทั้งเป็นอย่างฉันแน่แก”

“งั้นฉันกลับก่อนนะพี่สุดใจ”

ชุติมาสะดุดหูชื่อสุดใจ เหมือนเคยได้ยินจากจันทรา สุดใจบอกฟลุ๊คหลงว่าตนเปลี่ยนชื่อเป็นวันดีแล้ว เพราะมีคนตามฆ่า ทั้งฟลุ๊คหลงและชุติมาหูผึ่ง

“ก็คนที่มันทำให้ฉันต้องตกนรกทั้งเป็นนี่ล่ะ อย่าไปพูดถึงมันเลย กลับเถอะ”

สุดใจมองฟลุ๊คหลงเดินไป แล้วหันมา ตกใจเมื่อเห็นชุติมา “อ้าว ชุยังไม่ออกไปเหรอ”

“เอ่อ...พอดีท้องผูกค่ะ นั่งนานมากแทบจะหลับคาห้องน้ำเลย เอ่อ...เดี๋ยวชุออกไปอ่านหนังสือพิมพ์ก่อนนะคะว่ามีงานหรือเปล่า” ชุติมาเดินออกไปทำเป็นไม่รู้อะไร

ชุติมาวิ่งตามฟลุ๊คหลงออกไป หวังจะถามสิ่งที่ได้ยิน แต่ต้องชะงักเมื่อปะหน้ากับแม้นเทพอย่างจัง เธอพลั้งปากเรียก...พี่ต้อม

“เรียกพี่ต้อมได้แล้วเหรอ” แม้นเทพอมยิ้ม บอกชุติมาว่าอยากให้กลับบ้าน

ชุติมาร้องไห้ไม่อยากกลับ เพราะไม่มีใครรักตน แม้นเทพบอกมีจันทรา ชุติมายิ่งสะอื้น แค่คิดถึงหรือเป็นห่วงยังไม่มี ป่านนี้คงยังไม่รู้ว่าตนหนีออกจากบ้าน...ระหว่างนั้น จันทราเดินหาชุติมาทั่วบ้าน แป้นรายงานว่าไม่เห็นมาสองสามวันแล้ว จันทรากังวลใจโทร.หา ชุติมาเห็นเบอร์จันทราไม่ยอมรับสาย แม้นเทพเตือนให้รับแต่เธอน้อยใจที่ป่านนี้เพิ่งจะโทร.มา

คืนเดียวกัน ชำนิแอบเข้ามาด้อมๆมองๆในบ้านเมิน เขาอยากเห็นหน้าลูก แต่กลับเห็นเมินเดินอยู่ จึงรีบหลบออกไป เมินหันมาเห็นหลังไวๆจำได้ว่าเป็นชู้ของราศรีก็กระวนกระวาย เผอิญแม้นเทพกลับมาเห็นชำนิเข้าพอดี จึงถามว่ามาหาใคร แต่ชำนิท่าทางหวาดกลัวแล้ววิ่งหนีออกไป แม้นเทพวิ่งตามแต่ไม่ทัน เดินกลับมาเจอเมินถามว่ามีอะไร

“ใครก็ไม่รู้ครับ มาด้อมๆมองๆท่าทางมีพิรุธ ผมเลยตามไป”

“แล้วจับได้หรือเปล่า”

“เปล่าครับ หนีไปไหนก็ไม่รู้ ต่อไปเราคงต้องระวังให้มาก ช่วงนี้มีอะไรแปลกๆ”

เมินครุ่นคิดจนนอนไม่หลับ จันทราเองก็หงุดหงิดเรื่องเดือนแรม แต่ต้องทำเป็นห่วงเมินว่าเป็นอะไร แต่พอเมินบอกว่าตนเห็นชู้ของราศรีก็ตกใจ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น จันทราแอบมาโทร.โวยชำนิ เพ็ญประกายผ่านมาได้ยินสงสัยว่าใครกันคือชำนิ...

แม้นเทพคุยกับมะลิและป้าพิม ถึงเรื่องเมื่อคืนว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับที่ยิงกันหน้าบ้านเมื่อวันก่อน เขาจึงมาถามแป้นว่าเดือนแรมไปไหน แป้นตอบว่าไม่ทราบเห็นหายไปหลายวันแล้ว

เพ็ญประกายเดินเข้ามาสีหน้าเจ็บปวด “แต่เพ็ญรู้ค่ะ พี่ต้อม ว่าแรมอยู่ที่ไหน กับใคร...”

แม้นเทพแปลกใจมองเพ็ญประกายอย่างอยากรู้...

เดือนแรมทำแผลให้ธิติรัตน์ เขาร้องโอดโอย เธอแปลกใจเพราะหมอเกรียงบอกว่า ไม่เป็นอะไรมาก ธิติรัตน์อ้อนว่ามันใกล้หัวใจ เดือนแรมอมยิ้มแล้วขอบคุณเขาอีกครั้งที่ช่วยตน

“เปลี่ยนคำขอบคุณเป็นคำอื่นได้มั้ย”

“อะไรคะ...”

“แรม...รักคุณชาย” ธิติรัตน์พูดอย่างจริงจัง “ฉันขอโทษเธออีกครั้งนะ ที่ชอบทำอะไรไม่เข้าท่า ชอบทำให้เธอเสียใจ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจ รู้แค่ฉันหวงฉันไม่อยากให้สายตาเธอมองคนอื่นนอกจากฉัน”

“แรมไม่เคยมองใครนอกจากคุณชาย สายตาแรมมีไว้มองคุณชายคนเดียว”

“เพราะ...” ธิติรัตน์ตั้งใจฟัง

“แรมรักคุณชาย”

“ฉันก็รัก...” ธิติรัตน์พูดไม่ทันจบ เพ็ญประกายกับแม้นเทพเดินเข้ามา

ทุกคนสีหน้าลำบากใจ...เพ็ญประกายกับธิติรัตน์แยกมาคุยตามลำพัง เธอฟูมฟาย

“ที่ผ่านมา มาหยาก็รู้ ว่าคุณชายแกล้งทำดีกับมาหยา เพื่อประชดแรม แต่ที่มาหยาไม่พูดเพราะคิดว่าวันหนึ่ง ความรักที่มาหยามีต่อคุณชาย จะทำให้คุณชายหันมารักมาหยาบ้าง แต่ถ้าคุณชายไม่รักมาหยา...แค่บอกมาคำเดียว มาหยาจะไป” เพ็ญประกายชำเลืองมองธิติรัตน์

เห็นธิติรัตน์นิ่งไม่ตอบ เธอจึงร้องไห้สะอึกสะอื้น “การเงียบของคุณชายคือคำตอบ ได้ค่ะ มาหยาจะไป จะไม่มารบกวนคุณชายอีก แต่ก่อนที่มาหยาจะไป ขอให้คุณชายรู้ว่า...คุณชายคือรักครั้งแรก รักครั้งสุดท้าย คุณชายเป็นรักเดียวในชีวิตของมาหยา...มาหยารักคุณชายค่ะ ลาก่อน”

ธิติรัตน์รู้สึกผิดมองเพ็ญประกายเดินร้องไห้ออกไปอย่างสงสาร พอลับหลัง สายตาเพ็ญประกายเปลี่ยนเป็นเคียดแค้น เจ็บใจ เห็นว่าธิติรัตน์ตามมา ก็ทำเป็นเดินลงน้ำ จะฆ่าตัวตาย

“คุณเพ็ญอย่า...คุณเพ็ญ” ธิติรัตน์ตกใจร้องเรียก

เพ็ญประกายได้ยินเขาไม่เรียกตนว่ามาหยารัศมี ยิ่งเจ็บใจ ดิ่งตัวลงไป ธิติรัตน์รีบโดดตามลงไปช่วย กระชากร่างเธอขึ้นมา เพ็ญประกายร้องอย่ามาห้าม...เสียงเอะอะทำให้เดือนแรมกับแม้นเทพวิ่งมา เห็นธิติรัตน์กำลังอุ้มเพ็ญประกายขึ้นจากน้ำ เขาบอกเธอว่าอย่าคิดสั้น

“ก็เพ็ญไม่รู้จะอยู่ทำไม ชีวิตเพ็ญมันไร้ค่า ไม่มีความหมาย ขนาดในสายตาคุณชาย ก็ยังเป็นได้แค่เพ็ญ–ประกาย ทั้งๆที่เพ็ญคือมาหยารัศมี ว่าที่เจ้าสาวของคุณชาย แต่คุณชายก็ไม่ยอมรับ เพ็ญอยากตาย” เพ็ญประกายดิ้นรนจะโดดลงน้ำอีก

ธิติรัตน์ต้องดึงเธอไว้ “ผมขอโทษ ที่ทำให้คุณเพ็ญ...

คุณมาหยารู้สึกแย่ขนาดนั้น แต่ได้โปรดอย่าคิดสั้น...อย่าคิดสั้นเพราะผม”

“ก็มาหยาอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีคุณชาย มาหยารักคุณชาย ได้ยินมั้ยคะ มาหยารักคุณชาย มาหยาอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณชาย” เพ็ญประกายกอดธิติรัตน์ร้องไห้โฮ

เดือนแรมเมินหน้าไม่อยากมองน้ำตาไหลพราก แม้นเทพสงสารแต่จำต้องตอกย้ำ ว่ารู้แล้วใช่ไหมว่าควรทำอย่างไร เธอพยักหน้าทั้งน้ำตา แม้นเทพคิดว่าตนควรพูดกับธิติรัตน์เสียที

แม้นเทพแยกมาคุยกับธิติรัตน์ ท่าทางเครียดทั้งสองคน “ผมไม่อยากให้ความคาราคาซังโลเลของคุณชาย ทำลายแรมและเพ็ญ เพราะทั้งสองคือน้องของผม คุณชายจะตัดสินใจอย่างไรก็ว่ามา...ยังไงมันต้องมีคนหนึ่งที่เสียใจอยู่แล้ว”

“พูดอย่างลูกผู้ชายเลย ผมรักแรม...แต่ผมต้องทำตามสัญญาที่ท่านพ่อต้องการ เพราะคุณเมินเคยช่วยชีวิตท่านพ่อเอาไว้ ยังไงผมก็จะแต่งงานกับมาหยารัศมี”

“งั้นคุณชายควรปล่อยแรมไป” แม้นเทพพูดจบเดินจากไป ปล่อยให้ธิติรัตน์ยืนซึม...

สุดท้าย เดือนแรมกับธิติรัตน์ต่างก็แยกกันกลับ ธิติรัตน์มาส่งเพ็ญประกายที่บ้าน เธออ้อนขอโอกาสให้เธอได้รักจากเขา ธิติรัตน์นิ่งเฉยลากลับ เพ็ญประกายน้ำตาไหลพรากรู้ว่าไม่ได้ใจเขาแน่

แม้นเทพพาเดือนแรมมาพักที่บ้าน เดือนแรมสุดกลั้นร้องไห้โฮรำพันออกมา “ทำไมชีวิตของแรมอาภัพอย่างนี้ ตั้งแต่เกิดมา แรมไม่เคยมีความสุขจนกระทั่งแรมได้พบกับคุณชาย แต่แล้ววันนี้...ความสุขในชีวิตของแรมก็หายไป เพราะคุณชาย...คุณชายเลือกพี่เพ็ญ”

แม้นเทพปลอบว่าเธอไม่ใช่สิ่งของให้ใครเลือก และสิ่งที่เธอทำก็ถูกต้องแล้ว เธอไม่ได้ทำผิดต่อพี่สาว ด้วยอานุภาพของความรัก สักวันหนึ่ง ถ้าธิติรัตน์รักเธอจริง เขาจะต้องกลับมา...ธิติรัตน์ยืนฟังการสนทนา เขาพึมพำว่า ตนจะกลับมาหาเดือนแรมอย่างแน่นอน...

ooooooo

ตอนที่ 8

คืนนี้ทั้งคืน เพ็ญประกายพยายามโทร.หาธิติรัตน์ แต่เขาไม่รับสาย ชุติมาเห็นแล้วหมั่นไส้จึงแขวะว่า ผู้ชายเขาไม่รับสายแสดงว่าเขาไม่สนใจยังกระหน่ำ โทร. สองคนทะเลาะตบตีกัน เพ็ญประกายชี้หน้าว่าคนละชั้นกัน รู้จักเจียมตัวเสียบ้าง ชุติมาแค้นจะเปิดเผยความจริงว่าตนก็เป็นลูกจันทรา แต่จันทราถลามาห้ามไว้เสียก่อน และขู่จะไล่ชุติมาออกจากบ้านถ้าไม่หยุด

ในห้องพักที่ธิติรัตน์พาเดือนแรมหนีกระสุนปืนมา มีเตียงนอนเดี่ยวอยู่เตียงเดียว เดือนแรมจึงนั่งกับพื้นเอาหัวอิงที่นอน มองมือถือธิติรัตน์ที่มีมิสคอลจากเพ็ญประกายนับสิบสาย ธิติรัตน์นอนบนเตียงมองเธออย่างเอ็นดู เขาบอกเธอไม่ต้องไปสนใจและให้ขึ้นมานอนบนเตียง

“ก็คุณชายนอนอยู่บนนั้น แรมจะนอนได้อย่างไร” เดือนแรมตาโต เขิน

ธิติรัตน์ตอบว่าได้ แล้วเขาก็เลื่อนตัวลงมานั่งข้างเธอ เดือนแรมขยับหนี เขาดึงเธอมากระซิบใกล้ๆ “หนีทำไม ก็ฉันจะนอนตรงนี้ แล้วเธอนอนบนเตียงแทน”

“ไม่ได้หรอกค่ะ คุณชายนอนข้างบนนั่นล่ะค่ะ แรมนอนนี่ดีแล้ว”

“จะขึ้นไปดีๆหรือจะให้ฉันอุ้ม” ธิติรัตน์แกล้งนับ หนึ่ง...สอง...

“ขึ้นแล้วค่ะขึ้นแล้ว” เดือนแรมถลาขึ้นไปบนเตียง

ธิติรัตน์อมยิ้ม เขาเอาผ้าห่มให้เธอแล้วลูบหัวบอกให้นอนเสีย เดือนแรมรู้สึกอบอุ่นใจ แต่ก็เป็นห่วงเขาเพราะมีผ้าห่มผืนเดียว “ยังไม่นอนค่ะ” แรมเป็นห่วง คุณชายจะห่มอะไร”

“สายตาที่เธอมองฉัน ฉันก็อุ่นไปทั้งร่างแล้วล่ะแรม นอนนะคะคนดี”

เดือนแรมยิ้มอายๆ แล้วจึงแบ่งผ้าห่มคนละครึ่ง เอ่ยเบาๆนอนฝันดีก่อนจะนอนหันหลังให้เขา ธิติรัตน์ยิ้มบอกเธอว่า เขาจะฝันถึงเธอ ทำเอาใจเดือนแรมพองโต...ธิติรัตน์ครุ่นคิดว่าเรื่องที่โดนลอบยิงวันนี้ ต้องเกี่ยวข้องกับเธอแน่...

ทั้งจันทราและเพ็ญประกายหงุดหงิดไม่เป็นอันนอน ว่าธิติรัตน์พาเดือนแรมไปอยู่ไหนกัน เมินเองก็ห่วงเดือนแรมแต่ไม่กล้าแสดงออก จันทรารู้ทัน ไม่พอใจจึงเอายากล่อมประสาทให้เมินกินอีก

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เดือนแรมตื่นขึ้นมา ชะโงกมองธิติรัตน์ที่หลับอยู่ข้างเตียง จังหวะนั้น ธิติรัตน์กระชากผ้าห่ม ทำให้เธอหล่นลงมาพร้อมผ้า เขาแกล้งกอดเธอเอาไว้ เดือนแรมใจหายร้องเรียกให้เขาตื่น ธิติรัตน์ทำเสียงงัวเงีย ปลุกทำไม เธออ้อมแอ้มบอกว่าเขากอดตนอยู่

“อ้าวเหรอ...ก็นึกว่าฝัน...ฝันว่ากอด...ผ้าห่ม”

“ตอนนี้ก็ยังกอดอยู่”

“อ้าว...เหรอ สงสัยเมื่อกี้ก็ละเมอ...ลุกสิจ๊ะ ลุก เดี๋ยว ฉันก็ละเมออีกหรอก” ธิติรัตน์คลายอ้อมแขนออก แล้วแกล้งขู่ เดือนแรมตาลีตาลานลุกขึ้น เขายิ้มขำๆอย่างเอ็นดู...

เช้าวันนั้น ธิติรัตน์ขับรถมาส่งเดือนแรมที่หน้าบ้าน เห็นมีของขายจึงชวนเดือนแรมซื้ออาหารใส่บาตรด้วยกัน เพ็ญประกายมองมาเห็นเข่นเขี้ยวแค้นใจ

จันทรากำลังต่อว่าเจิมที่ทำบ้าอะไรยิงเดือนแรมหน้าบ้านแบบนั้น ชุติมาผ่านมาได้ยินแกล้งด่าเปรยๆไปบ้าง จันทราหันมาเอ็ด พอดีเพ็ญประกายวิ่งมาฟ้องว่าเดือนแรมใส่บาตรกับธิติรัตน์ที่หน้าบ้าน จันทราแทบคลั่ง ...จันทรา เพ็ญประกาย และแป้นมายืนดักรอเดือนแรม พอเธอเข้ามาก็รุมตบตี ชุติมาทนไม่ไหววิ่งไปฟ้องมะลิกับแม้นเทพ เสียงอึกทึกทำให้เมินออกมาโวย

“หยุดๆมันอะไรกันนักหนา ทำตัวแย่ลงทุกวันเหมือนคนไม่มีพ่อแม่สั่งสอน”

“ก็แหงล่ะสิ...แม่ก็ไม่มี พ่อก็ไม่เคยสั่งสอน มีพ่อเหมือนมีหัวหลักหัวตอ ไม่เคยช่วยไม่เคยเชื่ออะไรลูกเลย” มะลิเข้ามาพูดกระทบ

จันทรารีบใส่ไฟว่าเดือนแรมไปนอนค้างอ้างแรมกับผู้ชายเพิ่งกลับมา มะลิไม่เชื่อ เดือนแรมอ้ำอึ้งพูดไม่ออก ธิติรัตน์ตามเข้ามายืดอกรับ

“แรมอยู่กับผมก็จริง แต่ไม่มีอะไรเสียหาย...แต่ถ้าคิดว่าผมทำให้แรมเสื่อมเสียผมพร้อมจะรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับแรมครับ”

ทุกคนตะลึง จันทรากับเพ็ญประกายรีบโวยวายว่า จะแต่งได้อย่างไร ในเมื่อเขาต้องแต่งกับมาหยารัศมี ธิติรัตน์ยืนยันว่าตนจะแต่งกับมาหยารัศมีตัวจริง

“อะไรตัวจริง ตัวปลอม มาหยารัศมีก็มีอยู่คนนี้ คนเดียว” จันทราชี้ไปที่เพ็ญประกาย

เมินหน้าเสีย อึกอักขอให้ธิติรัตน์กลับไปก่อน เรื่องในครอบครัวตนจะจัดการเอง ธิติรัตน์ยืนยันว่า ตนพร้อมจะรับผิดชอบเดือนแรมทุกอย่างก่อนจะกลับไป เพ็ญประกายร้องกรี๊ด...เมินหันมาซักไซ้เดือนแรม เธอเล่าความจริงทั้งหมด มะลิขอตัวเดือนแรมไปอยู่ด้วยแต่เดือนแรมกลับตอบว่า ตนมีพ่อคนเดียว ขออยู่ดูแลท่าน มะลิกับแม้นเทพถอนใจ เมินปลื้มในใจลึกๆ...

ธิติรัตน์กลับมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น ให้หม่อมรัตนาฟัง และรับรองว่าตนจะพิสูจน์ให้ได้ว่าเดือนแรมไม่ใช่ลูกชู้ หม่อมรัตนาก็เชื่อเช่นนั้น

ooooooo

คืนนั้น ธิติรัตน์อดเป็นห่วงเดือนแรมไม่ได้ แอบมาหา เห็นเธอนั่งร้องไห้อยู่ริมรั้วจึงเรียก เดือนแรมเสียใจที่ทำให้พ่อเข้าใจผิด ธิติรัตน์กุมมือปลอบว่าตนพร้อมจะรับผิดชอบเพราะตนรักเธอ แต่ไม่ทันพูดเพ็ญประกายเดินมา เดือนแรมรีบบอกให้เขาหลบไปก่อน แต่ไม่ทัน

“คุณชาย...เธอนี่หน้าด้านหน้าทนจริงๆมานี่” เพ็ญประกายกระชากเดือนแรมมาเหวี่ยงลงทั้งตบทั้งตีหาว่าตั้งใจจะแย่งธิติรัตน์ไปจากตน

เดือนแรมไม่ตอบโต้ “แรมขอโทษค่ะ...แรมไม่ตั้งใจจริงๆ พี่เพ็ญจะให้แรมชดใช้ความผิดยังไง แรมยอมทุกอย่าง ขอเพียงพี่เพ็ญให้อภัยแรม”

“แน่ใจเหรอ...งั้นไปตายซะเดือนแรม ฉันสั่งให้เธอไปตาย”

เดือนแรมตะลึง เพ็ญประกายตบหน้าเธอและชี้หน้าให้เรียกตนว่ามาหยารัศมี ถ้าเธอไม่ไปให้พ้น ตนจะจัดการเอง...

ในขณะที่แม้นเทพครุ่นคิดว่าที่เดือนแรมโดนลอบยิงต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องมาหยารัศมี ชุติมาเข้ามาอยากอธิบายทุกเรื่องที่เขาเข้าใจผิด แต่แม้นเทพไม่ฟัง หาว่าเดี๋ยวจะโมเมว่าตนชอบ

“ชุไม่เคยว่าพี่ต้อมอย่างนั้น”

“เธอกำลังจะบอกว่าเพ็ญประกายน้องสาวที่แสนดีของฉันโกหก”

“ค่ะ เพ็ญประกายโกหก”

“ชุติมา...เธอนี่มันร้ายจริงๆ กล่าวหาใส่ความ

คนอื่น ทำยังกับฉันโง่ไม่รู้ว่าน้องสาวฉันนิสัยยังไง”

“พี่ต้อมไม่ได้โง่หรอกค่ะ แต่น้องสาวพี่ต้อมร้ายกว่าที่พี่ต้อมคิด”

“ชุติมา...” แม้นเทพโกรธกระชากแขนเธอ ชุติมาร้องด้วยความเจ็บ เขาจึงปล่อย “ฉันไม่อยากจับคนสกปรกอย่างเธอหรอก”

“คำก็สกปรก สองคำก็สกปรก ชุถามทีเถอะ ชุสกปรกอะไร”

“ทุกอย่างที่เป็นตัวเธอ โดยเฉพาะความคิดที่ไม่ว่าจะคิดจะพูดอะไร หาความดีไม่ได้เลย”

แม้นเทพเดินหนี ชุติมาจะตาม แต่โดนจันทรากระชากตัวออกมา ชุติมาโวยทำตนทำไม

“ฉันอยากทำมากกว่านี้อีก จะได้เอาเลือดโง่ๆออกจากหัวของแกบ้าง เกลียดน้ำหน้านักใครสั่งใครสอนให้แกไปง้อมัน” จันทราใช้นิ้วจิ้มหน้าชุติมา

“ชุไม่ได้ง้อ...”

“ไม่ได้ง้อเหรอ ถ้ากราบกรานมันได้แกคงทำไปแล้ว หัดมีศักดิ์ศรีซะบ้าง ปล่อยให้มันยืนด่าทำไม รักนักเหรอ...หลงนักเหรอผู้ชาย ถึงได้ตามง้อมันอย่างนี้ โง่ๆๆ” จันทรายิ่งจิ้มหน้า

“ชุก็เหมือนแม่ เหมือนเพ็ญประกายนั่นแหละ ง้อผู้ชาย” ชุติมาย้อน

จันทราโมโหเงื้อมือจะตบ เจิมเข้ามาดึงมือไว้ ชุติมาฉวยโอกาสวิ่งหนีไป เจิมบอกจันทราว่า ถึงอย่างไรชุติมาก็เป็นหลานตน จะทำอะไรก็น่าจะทำแม้นเทพดีกว่า จันทรายิ้มออกและบอกให้เจิมจัดการทั้งแม่ทั้งลูกไปเลย ตนหมั่นไส้มานานแล้ว

ชุติมาเสียใจมาก ตัดสินใจจะออกจากบ้านไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง เจิมกำลังคิดจะเข้าไปขโมยของบ้านแม้นเทพ เห็นเขาเดินออกมาพอดี จึงเอาไม้ฟาดหัว แม้นเทพล้มลงแต่ตั้งสติหันกลับมาสู้ เจิมพลาดท่าถูกกระชากหมวกคลุมหน้าออก ไม่ทันที่แม้นเทพจะเห็นหน้า เขาเห็นชุติมาถือกระเป๋าเดินออกมาเสียก่อน เจิมฉวยโอกาสวิ่งหนี แม้นเทพลังเล ที่สุดตัดสินใจตามชุติมาไปด้วยความเป็นห่วง เรียกให้เธอหยุด ไม่หยุด แม้นเทพวิ่งมากระชากแขนเธอ ถามว่าจะไปไหน

“พี่ต้อมไม่ต้องรู้เรื่องคนเลวๆให้แปดเปื้อนหรอกค่ะ”

“ชุติมา...”

“ทำไม...จะทำไม เลิกทำเสียงอย่างนี้เลยนะ กลัวตายล่ะ” ชุติมาเดินหนี

แม้นเทพชักโกรธ ประชดว่าอยากไปก็ไปเลย ชุติมาเดินไป เขาบ่นอุตส่าห์ออกมาตาม ดูสิจะงอนไปได้กี่น้ำ แต่แล้วก็อดไม่ได้ที่จะตามเธอไป...จนมาถึงแฟลตถูกๆแห่งหนึ่ง เห็นว่าเธอคงพอจะช่วยตัวเองได้จึงกลับไป ระหว่างเดินกลับ สวนกับสุดใจเข้าพอดี ต่างคนต่างไม่รู้จักกัน

ชุติมายืนที่จุดติดต่อแต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ เธอยังร้องไห้เสียใจ สุดใจเข้ามาชวนไปพักที่ห้องด้วยกันก่อน จนกว่าเจ้าหน้าที่จะมา ค่อยมาติดต่อใหม่ ชุติมาลังเลแต่เพราะไม่รู้จะพักที่ไหน และเห็นว่าสุดใจท่าทางใจดี จึงตามมาที่ห้อง สุดใจถามไถ่ว่าหิวไหม ไม่สบายหรือเปล่า ชุติมาซึ้งใจ

“ทำไมคุณน้าใจดีจัง”

“น้าอยากทำดีทดแทนความผิดในอดีตน่ะ” สุดใจเอ่ยแต่พอถูกถามว่าเรื่องอะไร ก็ปัดว่ามีอะไรพอช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป สุดใจให้ชุติมาเรียกตนว่าวันดี เพราะเกรงเจิมจะตามมาทำร้ายอีก

ooooooo

เรื่องที่เกิดขึ้นกับเดือนแรม ทำให้หม่อมรัตนาเตือนธิติรัตน์ว่า ยิ่งเขาอยู่ใกล้เดือนแรมก็จะยิ่งทำให้เธอเดือดร้อน เขาจึงตัดสินใจ แม้จะดูใจร้ายแต่เพื่อความปลอดภัยของเธอ เขาต้องทำ

หลังจากนั้น ธิติรัตน์ก็ทำตัวเหินห่างเดือนแรม แม้จะมาบ้านเมินบ่อยๆแต่ก็มาหาเพ็ญประกาย เดือนแรมสะเทือนใจ จันทรากับเพ็ญประกายสะใจ แกล้งชวนธิติรัตน์ไปทานข้าวซื้อของนอกบ้าน แต่ให้เดือนแรมตามไปถือของ ธิติรัตน์สงสารแต่ต้องทำใจ เท่านั้นไม่พอ สองแม่ลูกยังแกล้งเข้าไปทานอาหารในร้าน ให้เดือนแรมยืนรอหน้าร้าน...เจ๊กอไก่ผ่านมาเจอโกรธแทน โทร.เรียกสรรชัยมาช่วย ดุจแขได้ยินสรรชัยพูดโทรศัพท์ รู้ว่าเขาจะไปหาเดือนแรมก็ไม่พอใจแกล้งทำเป็นลมให้เขาสนใจ แต่สรรชัย ไม่แยแส ดุจแขถึงกับโถมเข้าปลุกปล้ำ สรรชัยสมเพช

“ถามจริงๆ ไม่อายตัวเองบ้างเหรอ อิจฉาแรมจนไร้สติ ทำอะไรทุเรศๆแบบนี้”

ดุจแขโกรธให้เขายอมรับออกมาว่ารักเดือนแรม “ในเมื่อคุณก็รักนังแรม ฉันเองก็รักคุณชาย ทำไมเราไม่ร่วมมือกัน เพื่อแย่งคนที่เรารักกลับมาล่ะ”

“เพราะความรักไม่ใช่การแย่งชิง ที่สำคัญ ถ้าจะมีผู้หญิงคนไหนสักคนรักผม เขาต้องรักผมด้วยหัวใจของเขาเอง ไม่ใช่เพราะเงินทอง ทรัพย์สมบัติ รวมทั้งการแย่งชิง”

ดุจแขตะโกนไล่หลังเขาว่าจะคอยดู ว่าคนรวยกับคนจนผู้หญิงจะเลือกใคร...สรรชัยตามมาทันได้ยิน เพ็ญประกายบอกเดือนแรมกับเจ๊กอไก่ว่า ธิติรัตน์จะเปลี่ยนนางแบบจากเดือนแรมมาเป็นตน ทั้งสองตกใจไม่คิดว่าธิติรัตน์จะทำขนาดนี้ สรรชัยเข้ามาขัด

“งั้นก็เหมาะเลยครับ...เพื่อนพี่เขาต้องการพรีเซ็นเตอร์ อยู่พอดี ที่มานี่ตอนแรกก็กะจะมาเคลียร์คิวกับคุณชาย แต่ตอนนี้คงไม่ต้องแล้วนะครับ ขอบคุณมากที่ปล่อยคิวแรม”

ธิติรัตน์มองสรรชัยอย่างไม่สบอารมณ์ เจ๊กอไก่จูงเดือนแรมเดินออกมากับสรรชัย

“คุณสรรชัยเป็นฮีโร่มากๆ เป็นพระเอก ขอบคุณมากค่ะที่มาช่วย” เจ๊กอไก่ปลื้ม

“ผมปล่อยให้คนทำร้ายน้องผมไม่ได้หรอก”

“ไม่มีใครทำร้ายแรมได้หรอกค่ะ ถ้าแรมไม่ยอม ว่าแต่...พี่สรรชัยมีงานอะไรให้แรมทำคะ”

“แหะๆ ไม่มีหรอก คือ...พี่หมั่นไส้คุณชายเลยพูดไปงั้นเอง อย่างน้อยเขาจะได้รู้ว่าแรมไม่จนตรอก ถึงเขาจะไม่ต้องการแรม ก็ยังมีคนต้องการ”

เดือนแรมหน้าหม่น เจ๊กอไก่มองสรรชัยอย่างสงสัยชักจะยังไงๆ...

ธิติรัตน์มาส่งเพ็ญประกายกับจันทราแล้วลากลับ สองแม่ลูกรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้ธิติรัตน์เปลี่ยนไปแบบนี้ แต่ก็จะเล่นตามเกมเขาไปก่อน

ooooooo

หน้าบ้าน ธิติรัตน์เจอเดือนแรมกลับมาพอดี เขาทนไม่ไหวขอคุยกับเธอ แต่เดือนแรมต่อว่า จะทำอะไรตน ตนไม่ว่า แต่เรื่องงาน ทำไมเขาต้องเอาคืน ไปด้วย ธิติรัตน์จะอธิบาย แต่เพ็ญประกายออกมาเจอเสียก่อน เดือนแรมจึงเดินหนี...เธอเข้ามาร้องไห้ในห้อง และปลอบใจตัวเอง

“คุณชายที่แสนดีของแรมไม่มีแล้ว มีแต่คนใจร้าย ที่คอยย่ำยีทำร้ายหัวใจแรมทุกอย่าง ต่อไป...เธอไม่มีใครแล้ว เธอต้องเข้มแข็งนะแรม” เดือนแรมปาดน้ำตาที่ไหลไม่ยอมหยุด

วันรุ่งขึ้น สรรชัยมารับเดือนแรมแต่เช้า ธิติรัตน์ ขับรถมาจอด พอเห็นหน้าเขา เดือนแรมก็จะร้องไห้อีก

สรรชัยรีบปลอบว่าอย่าร้องตรงนี้แล้วพาเธอขึ้นรถออกไป ธิติรัตน์เห็น ขับรถตามไปทันที เพ็ญประกายออกมาจะต้อนรับ งงว่าเกิดอะไรขึ้น

สรรชัยพาเดือนแรมมานั่งปล่อยอารมณ์ริมน้ำในสวนสาธารณะ เธอร้องไห้โฮอย่างสุดกลั้น “แรมขอโทษค่ะ ความจริงแรมไม่ควรร้องไห้ให้คนที่ไม่เห็นค่าแรมอีกต่อไปแล้ว”

“ถึงจะเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่บอกตรงๆ บางครั้งพี่ก็ไม่เข้าใจคุณชาย แต่พี่เข้าใจน้องพี่...อยากร้องก็ร้องออกมาเถอะ บอกแล้วไงพี่จะอยู่ข้างๆคอยเป็นเพื่อนแรม”

ธิติรัตน์ตามมาเรียกเดือนแรม สรรชัยหันมาสบตา ชักเข้าใจแล้วว่าทำไม สรรชัยขอให้ค่อยๆพูดจากัน แล้วบอกเดือนแรมว่าตนจะไปรอที่รถ เดือนแรมจะตาม

“แรม เธอกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ” ธิติรัตน์ขึ้นเสียง

“แรมไม่ได้เป็นทาสคุณชายนะครับ ที่ผ่านมาแรมก็ดีกับคุณชายที่สุดแล้ว แต่คุณชายนั่นแหละที่ไม่เห็นค่าแรม” สรรชัยเถียงแทน

“ผมน่ะเหรอไม่เห็นค่าแรม”

“สิ่งที่คุณชายกำลังทำอยู่ มันใช่...แรมไม่ใช่สิ่งของที่คุณชายคิดจะทำอะไรก็ทำ แต่แรมเป็นคน มีชีวิตจิตใจ และเธอก็เป็นคนดี ถ้าหากคุณชายไม่เห็นค่าของเธอ ผมพร้อมจะดูแลเอง”

เดือนแรมตกตะลึง สรรชัยยืนยันว่าตนพูดจริง เดือนแรมจะเดินไป ธิติรัตน์ตาม สรรชัยขวางขอร้องให้เดือนแรมกลับกับตน เพราะตนเป็นคนพาเธอมา ธิติรัตน์มองตามหึงๆ...

อัดอั้นตันใจจนต้องมาดื่มกับศรัณย์ ธิติรัตน์บ่นว่าตนทำทุกอย่างเพื่อเดือนแรม ศรัณย์ให้พูดตรงๆอย่าทำปากแข็ง เพราะเธอไม่มีวันรู้ความในใจของเขา...ด้านเดือนแรม สรรชัยก็ต้องปลอบใจว่าจะพูดอะไรก็ขอให้ตรงกับใจ ก่อนที่เขาจะมาส่งเธอหน้าบ้าน

ไม่ทันที่เดือนแรมจะเดินเข้าบ้าน ธิติรัตน์มาดักรอเพื่อจะบอกว่าเขาไม่ยอมให้ใครมาดูแลเธอทั้งนั้น พลัน เขาเห็นเจิมมาด้อมๆมองๆ จึงกระชากตัวเธอมากอดไว้ เดือนแรมตกใจ

“อยู่เฉยๆ มีคนมองเราอยู่...เธออยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วแรม ไปกับฉัน” ธิติรัตน์ลากเดือนแรมมาขึ้นรถ ขับออกไปทันที

ooooooo

แม้ธิติรัตน์จะเปลี่ยนท่าทีมาเอาอกเอาใจ แต่เพ็ญประกายก็แอบเห็นว่าสายตาของเขามองไปที่เดือนแรมตลอด และเมื่อเย็นเขามาถึงหน้าบ้านแล้วกลับไปโดยยังไม่ทันพบเธอ มันยิ่งทำให้เธอเสียใจจนกลายเป็นความแค้น “แล้วคุณชายจะได้รู้ว่า เวลาที่หัวใจของเพ็ญถูกเหยียบย่ำ มันจะเป็นอย่างไร...”

ธิติรัตน์พาเดือนแรมมาหลบที่บ้านสวนของเขา เดือนแรมมองไปรอบๆอย่างหวาดๆ

“คุณชายพาแรมมาที่นี่ทำไม...”

“นี่เป็นบ้านสวนของฉัน อยู่ที่นี่เธอน่าจะปลอดภัยที่สุด”

“ขอบคุณค่ะ ที่คุณชายเมตตาแรม”

“ฉันก็แค่ทำตามหน้าที่ของผู้ปกครองก็เท่านั้น อีกอย่างเดี๋ยวสรรชัยจะมาด่าฉันอีก ว่าดูแลเธอไม่ดี แล้วก็จะหาเรื่อง...ขอเธอไปดูแล”

“แรมขอโทษแทนพี่สรรชัยด้วยค่ะ แต่ถ้าคุณชายจะทำแค่หน้าที่ของผู้ปกครอง คงไม่ต้อง เพราะที่ผ่านมา แรมเป็นหนี้บุญคุณของคุณชายมากพอแล้วค่ะ แรมขอบคุณ แรมดูแลตัวเองได้”

“นี่ถ้าสรรชัยเป็นคนพามา คงอยากอยู่สินะ” ธิติ–รัตน์กระชากเดือนแรมที่กำลังจะเดินหนี

“คุณชายหาเรื่องแรม”

“หาเรื่องที่ไหน ก็ดูหน้าเธอสิ ดูตาเธอสิ พอฉันเป็นคนพามา หน้าเธอหงิกขึ้นมาทันที แต่ถ้าเป็นสรรชัย... จะไปไหน” เดือนแรมสะบัดเดินหนี ธิติรัตน์ดึงกลับมาอย่างทั้งรักทั้งหวง

“ไปในที่ที่ของแรม”

“ฉันไม่ให้ไป”

“คุณชายห้ามแรมไม่ได้ค่ะ เมื่อก่อนแรมเคยคิดว่าคุณชายคือคนที่ดีกับแรมที่สุด แต่ตอนนี้ไม่ใช่ คุณชายกลายเป็นคนที่ใจร้ายกับแรมมากที่สุด” เดือนแรมร้องไห้เดินหนี

ธิติรัตน์ตามมาดึงไม่ยอมให้ไป “อย่าไปไหนนะแรม ฉันห่วงเธอ”

“สิ่งที่คุณชายทำกับแรมตลอดเรียกว่าห่วงแรมเหรอคะ คุณชายทั้งดูหมิ่นดูแคลนเหยียดหยามแรมทุกอย่าง ราวกับแรมเป็นสิ่งของ ไม่มีหัวใจ”

“ก็เพราะเธอมีหัวใจน่ะสิ ฉันถึงอยากให้เธอรู้”

“รู้อะไรคะ รู้ว่าคุณชายไม่เคยเห็นค่าของแรมน่ะเหรอ นึกอยากจะทำอะไรแรม คุณชายก็ทำ และแรมก็ยอมคุณชายมาตลอด แต่ครั้งนี้แรมไม่ยอมแล้วค่ะ”

“ฉันก็ไม่ยอมเหมือนกัน” ธิติรัตน์ดึงเดือนแรมมากอด

เดือนแรมผลักเขาออกอย่างแรง จนเขาพลัดตกน้ำ ร้องให้เธอช่วยว่าว่ายน้ำไม่เป็น เดือนแรมตกใจหันมาเห็นเขาผลุบๆโผล่ๆ ก็กระโจนลงไปช่วยพาเขาขึ้นมา เขานอนนิ่ง ตัดสินใจก้มลงจะผายปอด พลันเห็นเขาอมยิ้ม จึงโกรธตีเขาผัวะที่มาหลอก ธิติรัตน์รวบมือเธอไว้

“ฉันไม่เคยหลอกเธอ แต่ฉันอยากรู้ว่าเธอเป็นห่วงฉันมากกว่า...พี่สรรชัยหรือเปล่า”

“ไม่ห่วงเลยค่ะ คุณชายจะตกน้ำกลายเป็นผีเฝ้าบ่อก็เรื่องของคุณชาย”

ธิติรัตน์ทำเป็นกลัวผีกอดเธอไว้ สุดท้ายก็ขอโทษและพาเธอเข้าบ้านไปเช็ดตัว หาเสื้อผ้าให้เปลี่ยน เดือนแรมลังเล เขาประชดต้องให้สรรชัยบอกหรือถึงจะเชื่อ เดือนแรมหน้างอเดินไป

ในบ้านสวน มีเตียงเดี่ยวเพียงเตียงเดียว ธิติรัตน์ให้เดือนแรมนอนบนเตียงอย่างเคย แต่คราวนี้ เดือนแรมไม่ยอมแบ่งผ้าห่มให้เขา เพราะไม่ไว้ใจที่เขาใจร้ายไม่ดีกับเธอเหมือนก่อน

“ถ้าเป็นสรรชัย คงไว้ใจมากสินะ”

“ทำไมต้องเอาพี่สรรชัยมาเกี่ยวด้วยคะ”

ธิติรัตน์ยิ่งหมั่นไส้ กระชากเดือนแรมลงมากอด “ก็ให้มันรู้ไป ถ้าฉันจะทำอะไรเธอ นายสรรชัยอะไรนั่นจะช่วยอะไรได้”

เดือนแรมตกใจที่ธิติรัตน์ทำท่าจะจูบ จึงดิ้นรนขัดขืน น้ำตาร่วง “คุณชายเคยเป็นเทพบุตรของแรม แต่ถ้าคุณชายย่ำยีแรมอย่างนี้ คุณชายก็จะไม่ใช่ผู้มีพระคุณของแรมอีกต่อไป”

“ไม่นะแรม ฉันไม่เคยคิดทำร้ายเธอ” ธิติรัตน์ผละออกอย่างตกใจ

ตอนที่ 7

ตั้งแต่ที่ได้รับการว่าจ้าง เจิมเฝ้าดูเดือนแรมจนพบว่าอยู่วังศิลาลาย เขารีบกลับมารายงานจันทรากลางดึก พอเพ็ญประกายรู้เอาแต่เจ็บแค้นเสียใจ หาว่าเดือนแรมตั้งใจจะแย่งธิติรัตน์จากตน เธอคุ้มคลั่งปาข้าวของในห้อง จนทุกคนในบ้านตกใจวิ่งออกมาหน้าห้อง เมินเป็นห่วงลูกมากถึงขนาดกระแทกประตูเข้าไปหา เห็นเพ็ญประกายมีเลือดชุ่มที่มือจากที่โดนกระจกกรอบรูปบาด จันทราฉวยโอกาสโทร.หาธิติรัตน์แต่เผอิญมันดึกมาก เขาปิดเสียงโทรศัพท์ไว้จึงไม่ได้ยิน

จันทราเข่นเขี้ยว “ป่านนี้คงขลุกอยู่กับนังแรมน่ะสิ ถึงไม่รับสาย นังแรมนังแพศยา ฉันเกลียดแก”

จันทราเดินหงุดหงิดเข้าห้องมา เมินต่อว่า “คุณไปโทร.ตามคุณชายอีกแล้วใช่มั้ย...อยากเป็นอย่างข่าวนักหรือไง ผู้หญิงไล่ตบกันแย่งผู้ชาย ไม่อายเขาหรือไง”

“นังแรมนั่นแหละที่ไม่อาย หน้าด้าน รู้ทั้งรู้ว่าคุณชายคือคู่หมั้นยัยเพ็ญ ยังจะเสนอตัวไปให้เขาถึงที่”

“หมายความว่ายังไง”

“ก็ที่นังแรมมันกล้าออกจากบ้าน เพราะมันหนีไปอยู่กับคุณชาย ถ้าคุณไม่อยากอายน่ะก็ไปลากมันกลับมาเลยนะ” จันทราเห็นเมินนิ่งไม่ตอบ ก็ร้องกรี๊ด “ทำไมไม่ตอบ หมายความว่าคุณอยากให้นังแรมมันได้กับคุณชายแทนยัยเพ็ญใช่มั้ย...คุณอยากให้นังแรมมันได้ดีกว่าลูกฉันใช่มั้ย”

จันทราโถมเข้าข่วน ตีเมิน จนเขาเจ็บผลักเธอออก “โอ๊ย...เลิกบ้าได้แล้ว ถ้าหากว่าสัญญาระหว่างผมกับท่านชายมันยุ่งยากขนาดนี้ ผมจะยกเลิก เพราะเพ็ญประกายไม่ใช่มาหยารัศมี”

“กรี๊ด...ฉันเกลียดคุณ คุณเมิน ฉันเกลียดคุณ” จันทราไม่ยอม ร้องลั่นสายตามีแต่เกลียดชัง

ขณะเดียวกัน เดือนแรมฝันว่า เมินถูกจันทราใช้มีดจ้วงแทง เธอสะดุ้งตื่นตกใจกับฝันร้าย เช้าขึ้น เดือนแรมไม่ไปเรียน ตั้งใจจะไปเยี่ยมเมิน ธิติรัตน์แขวะ

“คุณพ่อหรือพ่อคุณ...เอาเถอะ อยากไปไหนก็ไป แต่รีบกลับด้วยแล้วกัน เพราะเธอยังมีงานต้องทำกับฉันอยู่” เห็นเดือนแรมก้มหน้าเดินไปไม่ตอบอะไรก็ขัดใจ “ทำยังกับฉันเชื่อ ว่าเธอจะไปหาพ่อจริงๆ” ว่าแล้วธิติรัตน์ก็เดินตามเธอออกไป

ระหว่างที่เดือนแรมเดินออกมากลางซอย เธอรู้สึกว่ามีคนเดินตาม พอหันมองก็ไม่มี เธอเริ่มกลัวจึงวิ่งหนี ธิติรัตน์สะกดรอยตาม แปลกใจที่เห็นเธอรีบเร่ง จึงวิ่งตาม เจิมซึ่งเฝ้าตามเดือนแรมเห็นธิติรัตน์ตามมาก็รีบหลบ ธิติรัตน์วิ่งมาดึงเธอไว้ เดือนแรมหน้าตาตื่นตระหนก

“มีอะไร...”

“มีคนตามแรมค่ะ”

ธิติรัตน์มองไปรอบๆอย่างปกป้อง แล้วจึงบอกเธอว่าอย่าไปไหนคนเดียวอีก เขาจะไปส่ง

“ขอบคุณค่ะคุณชาย แรมไปเองดีกว่า แรมไม่อยากให้พี่มาหยารัศมีเข้าใจคุณชายผิด”

ธิติรัตน์สบตาเดือนแรมอย่างพูดไม่ออก ยอมปล่อยเธอไปด้วยความเสียใจ แต่เขารู้ว่าศัตรูของเธอก็อยู่ที่บ้านนั้น จึงอดไม่ได้ที่จะตามไปคุ้มกัน

ooooooo

เดือนแรมเดินเข้าบ้านอย่างระมัดระวังตัว พลันต้องชะงัก เมื่อเห็นเจิมคุยอยู่กับจันทราลับๆล่อๆจึงแอบเข้ามาฟัง จันทราโวยเมื่อเจิมบอกว่าทำงานไม่สำเร็จเพราะธิติรัตน์คอยปกป้อง

“ท่าทางคุณชายทั้งรักทั้งห่วงมันมาก ฉันว่าถ้ามันยังอยู่กับคุณชาย คงยากที่จะทำร้ายมัน”

“งั้นฉันจะไปลากตัวมันกลับมา พี่คอยหาโอกาสจัดการมันให้ได้แล้วกัน”

เดือนแรมตกใจรีบเอามือถือมาถ่ายคลิปไว้ โชคร้ายที่เพ็ญประกายมาเห็น เธอเรียกแป้นให้มาช่วยกันจับและฟ้องจันทรา “แรมอัดคลิปคุณแม่กับลุงเจิมไว้ค่ะ”

จันทราโกรธตบหน้าเดือนแรมอย่างแรงและแย่งมือถือมา เดือนแรมฮึดสู้ มือปัดไปโดนหน้าเพ็ญประกายล้มลง เดือนแรมตกใจแต่พอแป้นกับจันทราเข้ามาทำร้ายอีก จึงต่อสู้สุดแรงทั้งตบและผลักจันทรา ทำให้จันทราโกรธเข้าบีบคอเดือนแรมและแย่งมือถือมาถอดเมมโมรี่การ์ดหักทิ้ง เดือนแรมถอนใจหลบสายตา แป้นเกรงว่าเดือนแรมจะเซฟไว้ในเครื่อง จึงบอกจันทราขอเครื่องจะเอาไปทิ้ง เดือนแรมร้องลั่นจะเอามือถือคืน จันทรากระชากผมเธอ

“หุบปาก ฉันอยากฆ่าแกนักนังแรม ที่ฉันไม่ทำวันนี้เพราะฉันกลัวว่าความเดือดร้อนมันจะมาถึงฉัน...แต่จำเอาไว้ ฉันไม่มีทางปล่อยแกรอดหรอก อยากจะไปฟ้องใครฟ้องเลย หาหลักฐานไปเลย อยากรู้เหมือนกันว่าใครจะทำอะไรฉันได้ เพราะคนที่นี่เป็นพยานของฉันทุกคน”

แป้นเอามือถือเดือนแรมมาทิ้งขยะหน้าบ้าน ชุติมาเห็นผิดสังเกต ตามมาเก็บอย่างสงสัย พอเข้าบ้านมาเห็นเดือนแรมสะบักสะบอมก็เข้ามาดู...ธิติรัตน์ขับรถมาจอดหน้าบ้าน เพ็ญประกายร้องไห้โฮ ทั้งเสียใจทั้งกลัว จันทราปลอบลูก

“มาถึงที่นี่แล้ว คุณชายไม่มีสิทธิ์มาหานังแรม ลูกต้องทำหน้าที่ว่าที่คู่หมั้นให้ดีที่สุด เรื่องอื่นแม่จัดการเอง” จันทราออกไปรับหน้า

ชุติมาประคองเดือนแรมมาถามว่ามีเรื่องอะไรทำไมทำกันขนาดนี้ จันทราเข่นเขี้ยวสั่งชุติมาพาเดือนแรมไปที่อื่นอย่ามาเสนอหน้า เดือนแรมจะเข้าไปหาเมิน

“พ่อแกไม่อยู่ พามันออกไป ไม่งั้นมันจะโดนหนักกว่านี้ สามรุมหนึ่งแกคิดว่าสู้ได้หรือ”

“ไปแรม...สามรุมหนึ่ง ยังไงก็ไม่มีทางสู้ได้หรอก” ชุติมาพาเดือนแรมออกไป

ธิติรัตน์เดินเข้ามา จันทราทำหน้าเศร้าต้อนรับ “คุณชายมาได้จังหวะพอดีเลยค่ะ”

จันทราพาธิติรัตน์มาหาเพ็ญประกาย ซึ่งหน้าตาบวมนั่งร้องไห้อยู่ และบอกเขาว่าเป็นฝีมือเดือนแรม ธิติรัตน์ทำหน้างง ไม่อยากเชื่อ

“อย่าหาว่าฉันใส่ร้ายแรมเลยนะคะ แต่แรมมาที่นี่แล้วก็ด่าว่ามาหยาจ้างคนไปสะกดรอยตาม ให้ทำร้ายแรม ทั้งที่มาหยาไม่รู้เรื่องอะไรเลย”

“แม่คะ...อย่าว่าน้องค่ะ น้องแค่เข้าใจผิด”

“เข้าใจผิด...แล้วนี่มันอะไร แดงช้ำไปทั้งหน้า” จันทราชี้ที่หน้าเพ็ญประกาย “แรมมากี่ทีก็สร้างเรื่องตลอด แล้วลูกยังไปปกป้องแรมอีก เฮ้อ...แม่ขี้เกียจพูดแล้วมาหยารัศมี แม่เหนื่อยใจ เชิญคุณชายคุยกับมาหยาเองเถอะค่ะ”

จันทราเดินออกไปกับแป้น เพ็ญประกายร้องไห้ดูน่าสงสาร...ชุติมาพาเดือนแรมเดินออกมา เห็นรถธิติรัตน์จอดอยู่ก็แปลกใจ ถามเดือนแรมจะกลับเข้าไปหรือไม่

“ไม่ค่ะ แรมไม่อยากให้คุณชายยุ่งยากใจไปมากกว่านี้ แรมกลับก่อนแล้วกันค่ะ”

“ความรักของเธอนี่มันดีจังเลยนะแรม...ไม่เหมือนความรักของยัยเพ็ญ เฮ้อ...คุณชายเอ๊ย หลงเข้ามาในนี้ เสร็จแม่กับยัยเพ็ญแน่” ชุติมาถอนใจเปรยไปพร้อมกับมองตามหลังเดือนแรม...

เพ็ญประกายเป่าหูธิติรัตน์ให้ตนดูน่าสงสาร “ตอนนี้มาหยาทุกข์มาก ไม่อยากรับรู้เรื่องอะไรอีกต่อไปแล้ว คุณชายคะ...คุณชายเลิกล้มคำสัญญาได้เลยนะคะ ถ้าคุณชายรักแรม อย่าให้ความต้องการของท่านชายธีรธำรงต้องมาทำลายความสุขของคุณชายเลยค่ะ”

ธิติรัตน์มองเพ็ญประกายอย่างสงสัยว่ารู้เรื่องได้อย่างไร “ผมไม่ได้รักเดือนแรม และผมก็ยืนยันคำเดิมจะทำตามความต้องการของท่านพ่อ...ผมจะแต่งงานกับมาหยารัศมี”

เพ็ญประกายแอบยิ้มดีใจ พอธิติรัตน์กลับไปก็เล่าให้จันทราฟัง สองแม่ลูกชื่นชมยินดีกันยกใหญ่ แต่ธิติรัตน์อดครุ่นคิดที่จะต้องพิสูจน์ความจริงให้ได้ ว่าใครคือมาหยารัศมีตัวจริง

ooooooo

ชุติมามองมือถืออย่างสงสัยว่าต้องมีอะไรแน่ จึงเปิดดู แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นว่าแม่ของตนร้ายขึ้น

ทุกวัน จึงคิดว่าต้องปรึกษาแม้นเทพ จึงมาดักรอเขาที่หน้าบ้านกลางดึก เห็นเขาวิ่งออกกำลังกาย เขาบอกเธอว่า คนเรามีจิตใจดี สุขภาพร่างกายก็จะดี ทำนองเดียวกัน ร่างกายสดชื่นแข็งแรง จิตใจก็จะพลอยสดชื่นไปด้วย...ชุติมาลังเลไม่กล้าเล่าให้เขาฟังเพราะถึงอย่างไรจันทราก็เป็นแม่ จึงเปรยๆว่าตนฝันถึงเดือนแรมไม่ค่อยดี แม้นเทพลูบหัวเธออย่างเอ็นดู

“กินมาก นอนมาก ก็เลยฝันน่ะสิเรา แต่ยังไงก็ขอบใจมากที่มีน้ำใจกับแรม”

“ก็ชุอยากเป็นคนดีเหมือนอย่างที่พี่ต้อมสอนไงคะ”

“ดีมาก น้องสาวพี่” แม้นเทพยิ้มอย่างเอ็นดู เอามือยีผมเธอ

ในใจชุติมาอยากจะทำอย่างไรให้เขาเลิกมองตนแบบน้องสาว...

วันรุ่งขึ้น ชุติมาลุกขึ้นมาวิ่งออกกำลังกายให้แม้นเทพเห็นว่าตนทำอย่างที่เขาสอน แม้นเทพกำลังจะไปทำงาน ป้าพิมวิ่งเอากล่องใส่สละลอยแก้วออกมาให้เอาไปทานที่ทำงาน เขาหอมแก้มป้าพิมอย่างขอบคุณ ชุติมาเห็นแล้วอยากได้รับการปฏิบัติแบบนั้นบ้าง พอรู้จากป้าพิมว่าแม้นเทพชอบทานสละลอยแก้วมาก เธอจึงออกไปเลือกซื้อสละอย่างดี มานั่งปอกเลาะเม็ดออกอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

จากคำบอกเล่าของจันทราที่ว่าเดือนแรมไปอยู่กับธิติรัตน์ ทำให้เมินเครียดจนเป็นลมกลางสนามกอล์ฟ ในใจเขาเป็นห่วงเดือนแรมมาก เผอิญสุดใจมาทำงานอยู่ที่นี่ และเป็นคนปฐมพยาบาลเมิน แต่เธอจำเขาไม่ได้ จนได้ยินเขาเพ้อถึงเดือนแรมก็เอะใจ...เมินฟื้นขึ้นมาพอดีสุดใจออกไปซื้อของจึงคลาดที่จะเจอกัน...

ความผูกพันทำให้เดือนแรมรู้สึกเป็นห่วงเมิน จึงบอกละเอียดว่าตนทำอาหารเสร็จขอกลับบ้านเยี่ยมพ่อ ธิติรัตน์รู้จากละเอียดก็เป็นห่วง จึงโทร.ถามดุจแขว่าเรื่องที่ให้ไปช่วยสืบเป็นอย่างไรบ้าง...ดุจแขรีบโทร.ไปถามจารุณีจนได้ความว่า เดือนแรมเป็นลูกชู้ เมินถึงได้ไม่รัก ดุจแขสะใจกับข้อมูลใหม่นี้ โทร.ต่อลองกับธิติรัตน์ เธอต้องการไปบอกข่าวเขาที่วัง แม้เขาจะปฏิเสธอย่างไร ดุจแขก็ยืนกรานว่าเย็นนี้ตนจะไปรอที่วังศิลาลาย...

ooooooo

เพ็ญประกายยังมีความหวังจะเอาชนะใจธิติรัตน์ “ถ้าคุณชายบอกรักเพ็ญ...เพ็ญคงมีความสุขมาก เพ็ญจะทำให้คุณชายรักเพ็ญที่ตัวเพ็ญ ไม่ใช่มาหยารัศมี”

เพ็ญประกายมองตัวเองในกระจกพูดกับตัวเองว่า เดือนแรมทำอะไรได้ ตนก็ทำได้เหมือนกัน เธอตัดสินใจหัดทำอาหารเพื่อเอาชนะใจธิติรัตน์บ้าง จันทราเห็น

ชมเปาะว่าลูกเตรียมพร้อมเป็นแม่บ้านแม่เรือน และให้แป้นสอนทำอาหารรสเด็ดให้ แป้นสอนทำส้มตำปลาร้าและซุปหน่อไม้ พอจันทรารู้ก็เอาอาหารราดหัวแป้น โวยวายตบตีว่าทำอาหารประเภทนี้ให้คุณชายได้อย่างไร แป้นสุดทนฮึดสู้

“คำก็ผู้ดี สองคำก็ผู้ดี ผู้ดีจริงๆเขาไม่ดูถูกคนหรอก ที่สำคัญ  อาหารที่คุณดูถูกมันขึ้นชื่อเป็นอาหารระดับชาติ มีแต่คนที่ลืมกำพืดอย่างคุณเท่านั้นล่ะ ที่ดูถูก”

จันทราโกรธที่โดนด่า เงื้อมือจะตบ แป้นชี้หน้าห้าม “ที่ผ่านมาแป้นทนมามากพอแล้ว คุณนายเอาแต่โขกสับ เอาซี้...จะทำอะไรมาทำเลย เพราะวันนี้มันจะเป็นวันสุดท้ายที่คุณนายจะได้เสวยสุขในบ้านมณีกุล”

“แกหมายความว่ายังไง”

“คุณเมินจะว่ายังไงน้อ ที่ภรรยาสาวสวยที่เผลอคิดว่าเป็นสาวบริสุทธิ์ แท้จริงแล้วเคยมีผัวมาก่อนและลูกของผัวเก่าก็อยู่ในบ้านหลังนี้”

จันทราตกใจ แป้นบอกเรื่องที่ตนรู้ว่าชุติมาเป็นลูก เดือนแรมเข้ามาได้ยินตกตะลึงรีบกลับออกไป จันทราแทบช็อก ยอมจ่ายเงินเป็นค่าปิดปากแป้น แต่ในใจเคียดแค้นอย่างมาก

ooooooo

เพ็ญประกายได้ยินชุติมาบ่นจะทำให้แม้นเทพหันมารักตนได้อย่างไร และพยายามทำสละลอยแก้วจะไปให้แม้นเทพ ก็มาเยาะเย้ย

“ว่าแต่ฉันบ้าผู้ชาย ที่แท้เธอก็บ้าเหมือนกัน”

“บ้าอะไร...”

“ก็ไอ้สละที่นั่งทำอยู่นี่ ตั้งใจเอาไปให้พี่ต้อมใช่มั้ยล่ะ”

ชุติมาตกใจ สองคนถกเถียงกันจนเพ็ญประกายโมโหที่ชุติมาว่าตนบ้า จึงปัดมีดในมือเธอ

“ฉันบ้าเพราะเธอชอบด่าฉัน แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้ดีกว่าฉันเท่าไหร่ แถมบ้ากว่าอีกด้วยจะบอกอะไรให้ ต่อให้เธอหลงรักพี่ต้อมแค่ไหน พี่ต้อมก็ไม่มีวันมองเธอหรอก เพราะเธอเป็นลูกไอ้ขี้คุกๆๆ”

ชุติมาโกรธทุบโต๊ะเปรี้ยง เพ็ญประกายท้าทายว่าจะทำอะไรตน แถมกวาดของบนโต๊ะหล่นกระจาย ชุติมาซึ่งถือมีดในมือโกรธมากพยายามปัดมือเพ็ญประกายออก แล้วพลาดมีดไปบาดแขนเพ็ญประกายเลือดสดๆไหลออกมา ชุติมาตกใจ

“เพ็ญ...เห็นมั้ย ไม่น่าหาเรื่องกันเลย”

“เธอสิทำฉัน ฉันจะฟ้องพี่ต้อมว่าเธอแกล้งฉัน”

ชุติมาโต้ว่าแม้นเทพเป็นคนมีเหตุผลไม่เชื่ออะไรง่ายๆ เพ็ญประกายท้าว่าลองดูว่าเขาจะเชื่อเด็กในบ้านมากกว่าน้อง ชุติมากระวนกระวายใจมารอแม้นเทพหน้าบ้าน...พอเพ็ญประกายเห็นรถแม้นเทพแล่นเข้ามาก็รีบสั่งแป้นทำตามแผน...ชุติมากลับมาในครัวมาเอาสละลอยแก้วที่ทำไว้ แต่เห็นแป้นหยิบออกมาเททิ้งก็เข้าแย่ง เหลือติดกล่องอยู่บ้าง แป้นรีบวิ่งหนีไป

เพ็ญประกายมาหาแม้นเทพ ฟ้องว่าโดนชุติมาทำร้าย เพราะอิจฉาที่ตนสนิทสนมกับเขา

“พี่ชุเขาคิดว่าพี่ต้อมรักเขา ถึงได้ทำดีกับเขาทุกวัน แล้วเขาก็ยังเล่าให้น้องฟังอีกด้วยนะคะว่า พี่ต้อมเครซี่เขา หลงเขาจะเป็นจะตาย พอน้องปกป้องพี่ต้อม เขาก็หึงหวงคิดสกปรกไปไกล”

“อะไร...”

“พี่ชุบอกว่าน้องจะแย่งพี่ต้อมจากเขา เขาเลยอาละวาดเอามีดแทงน้องค่ะ” เพ็ญประกายโชว์บาดแผลที่แขน

ชุติมาวิ่งประคองสละที่เหลือติดกล่องออกมา พอมาถึง แม้นเทพก็ถลึงตาใส่ “ฉันบอกเธอแล้วใช่มั้ย ถ้าทำตัวอย่างที่ผ่านมาอีก เราไม่ต้องพูดกัน”

“ชุทำอะไร...”

ฉันไม่พูดออกมาให้มันเป็นราคีกับปากฉันหรอก เพราะความคิดของเธอสกปรกเหลือเกิน”

ชุติมายิ่งงง แต่พอเห็นสีหน้ายิ้มเยาะของเพ็ญประกายก็พอเข้าใจ จึงโวยวายว่าใส่ความอะไรตน แม้นเทพ กระชากชุติมาไว้ กล่องสละจึงหล่นหก เธอมองของที่ตั้งใจทำน้ำตาคลอ แม้นเทพต่อว่าที่ชุติมาจะใช้กำลัง ชุติมาส่ายหน้าแต่แม้นเทพหาว่าแก้ตัว คว้าแขนเพ็ญประกายมาถาม

“ไม่ต้องมาแก้ตัว ในเมื่อหลักฐานเห็นอยู่ทนโท่ บอกฉันสิว่าเธอไม่ได้ทำ...บอกมา”

ชุติมาน้ำตาร่วง “ค่ะ...ชุทำ แต่ชุอธิบายได้”

“ฉันไม่ฟังคำอธิบายจากเธอ เพราะยังไงความคิดเธอมันน่ารังเกียจ รู้ไว้ด้วยชุติมา ถึงฉันจะทำดีแค่ไหน คนอย่างฉันก็ไม่มีวันลดตัวลงไปรักเธอ”

แม้นเทพเดินจากไป ชุติมาร้องไห้โฮ เพ็ญประกายเยาะ “เห็นรึยังคะพี่ชุขา ว่าพี่ต้อมจะฟังใคร สุดท้ายพี่ต้อมก็ฟังน้องอยู่ดี เพราะน้องเป็นน้อง ไม่เหมือนเธอ เธอมันแค่คนอาศัย หน้าด้าน ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป”

ชุติมามองเพ็ญประกายเดินไปอย่างเจ็บปวด ทรุดลงร้องไห้สะอึกสะอื้น

ooooooo

สรรชัยได้ยินดุจแขคุยโทรศัพท์กับธิติรัตน์มี

ข้อต่อรองจะต้องไปที่วังศิลาลาย เขาไม่อยากให้เดือน-แรมต้องเดือดร้อนเพราะเธออีก จึงแกล้งทำเป็นให้เธอช่วยหานาฬิกาข้อมือให้ พอดุจแขเข้ามาในห้อง เขาก็ตามเข้ามาแล้วล็อกประตู ดุจแขตกใจถามจะทำอะไรตน สรรชัยพูดเยาะๆทำอย่างกับตัวเองเป็นสาวบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ดุจแขจึงแกล้งยั่วยวนดึงเสื้อลงเห็นไหล่เนียนขาว เข้ามาลูบไล้ใบหน้าเขา สรรชัยกลับยื่นหน้ามากระซิบว่าเธอทำเหมือนผู้หญิงมีราคาค่าตัว

“ไอ้สรรชัย...” ดุจแขโกรธเงื้อมือจะตบ

สรรชัยจับมือเธอไว้พูดเสียงกร้าว “ดีเท่าไหร่ที่ผมไม่ด่าว่าคุณมีค่าแค่บุหรี่ซองเดียว”

ดุจแขโกรธจนตัวสั่น สรรชัยจ้องตาพูดใส่หน้าว่า เขาไม่มีทางปล่อยเธอไปยุ่งกับธิติรัตน์อีก ไม่ใช่เพราะหึง แต่ตนทำเพราะเดือนแรม ดุจแขร้องกรี๊ดดิ้นรนต่อสู้ สองคนปล้ำกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันรุนแรงจนเหนื่อยหอบ ดุจแขจ้องตาเขาแล้วบอกว่า

“รู้มั้ย สิ่งที่คุณทำ คุณไม่ได้ห่วงแรมหรอก แต่คุณกำลังหลงรักแรม...เพราะการที่ผู้ชายคนหนึ่งทำเพื่อผู้หญิงคนหนึ่งขนาดนี้ เป็นเพราะคำว่ารักเพียงคำเดียว เหมือนที่ฉันรักคุณชาย...เพราะฉะนั้น คุณห้ามฉันไม่ได้หรอก” ดุจแขผลักสรรชัยอย่างแรงจนหัวกระแทกแล้วฉวยโอกาสลุกขึ้น บอกเขาว่าตนไม่มีวันปล่อยธิติรัตน์ไปให้เดือนแรม ว่าแล้วก็วิ่งออกไป

ดุจแขคว้าเสื้อผ้าชุดสวยวิ่งขึ้นรถขับออกไป สรรชัยเป็นห่วงเดือนแรม เขาจะขับรถตามไปแต่รถสตาร์ตไม่ติด ต้องเรียกช่างมาซ่อม...

เดือนแรมทำอาหารอยู่กับละเอียดที่วังศิลาลาย เธอทำแต่ของชอบของธิติรัตน์ จนละเอียดชมเปาะว่าช่างรู้ใจ ดุจแขมากดกริ่งหน้าบ้าน เดือนแรมออกมาเปิดประตู เห็นดุจแขในชุดเซ็กซี่บอกว่าธิติรัตน์เชิญมาทานข้าว เดือนแรมชะงักก่อนจะพูดเสียงเรียบๆว่า

“เหรอคะ...แรมไม่ทราบค่ะ เพราะคุณชายไม่ได้บอกอะไรไว้ แรมเลยไม่ได้ทำอาหารพิเศษ ทำแต่...ของชอบของคุณชายเท่านั้นค่ะ”

“อะไรที่คุณชายชอบ ฉันชอบทั้งนั้น เธอคงรู้แล้วใช่มั้ย ผู้ชายลืมรักครั้งแรกไม่ได้”

“ค่ะ เหมือนตอนเหยียบอึหมาครั้งแรกในชีวิต แรมก็จำได้ไม่ลืมเหมือนกัน...เรื่องบางเรื่องถึงจะจำได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันต้องมีคุณค่าเสมอไป”

ดุจแขโกรธตาวาว แต่ยังยืนยันว่าเดือนแรมไม่มีคุณค่าต่อเขา พอดีธิติรัตน์เดินออกมาตำหนิดุจแขว่ามาช้า ดุจแขรีบเข้าไปออดอ้อนว่าตนไม่ได้มาช้าแต่เขาใจร้อนไปเอง เดือนแรมสะเทือนใจก้มหน้าเดินกลับไป ธิติรัตน์แกะมือดุจแขออกมองตามหลังเดือนแรมใจแป้ว...เดือนแรมเอาน้ำมาเสิร์ฟในห้องรับแขก ดุจแขรีบโอบกอดใกล้ชิดธิติรัตน์ พอเดือนแรมออกไปธิติรัตน์ก็ปลดมือเธอออกอีก แล้วขอให้เล่าเรื่องของเดือนแรมมา ดุจแขอ้างว่าหิว

“ผมรู้คุณมาที่นี่ไม่ได้อยากมาทานข้าว แต่มาเพราะวัตถุประสงค์อย่างอื่น”

“ถ้าอย่างนั้นก็ถือว่า แขยังไม่ได้บรรลุวัตถุประสงค์ของแข...ถ้าคุณชายไม่อยากให้เดือนแรมเห็นภาพบาดตาบาดใจ ก็ไปที่อื่น ไม่อย่างนั้น เดือนแรม...ผู้หญิงของคุณชายได้กระอักเลือดตายแน่” ดุจแขคล้องแขนธิติรัตน์จะออกไปข้างนอก

เดือนแรมเสียใจคิดว่าธิติรัตน์คงไม่อยากให้ดุจแขทานอาหารฝีมือตน สรรชัยพยายามโทร.หาเดือนแรมแต่ไม่สำเร็จ เผอิญจารุณีโทร.มาบอกว่าเห็นธิติรัตน์กับดุจแขที่ห้องอาหารในโรงแรมแห่งหนึ่ง ท่าทางเหมือนดุจแขบังคับให้พามา สรรชัยซ่อมรถเสร็จจึงตามไป

ดุจแขบอกเรื่องที่รู้มาว่าเดือนแรมเป็นลูกชู้ ถึงทำให้เมินไม่รัก และตอนอายุสิบห้า ยังหนีออกจากบ้าน เคยถูกฉุดไปข่มขืนข้างทาง แต่ยังมีผู้ชายทำตัวเป็นคุณพ่อขายาวคอยอุปการะ ทั้งที่เป็นเด็กใจแตก โดยไม่คิดถึงชาติตระกูล ธิติรัตน์จ้องหน้าดุจแขถามว่ารู้ไหม เพราะอะไร

“ความรักทำให้คนให้อภัยกันได้เสมอ ผมก็พร้อมจะให้อภัยแรมทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะ...ผมรักแรม”

ดุจแขร้องไห้โฮ ดึงมือธิติรัตน์ไว้ไม่ยอมรับ “ไม่จริง...คุณชายรักแข ที่คุณชายทำทุกอย่างเพื่อประชดแขเท่านั้น เราเริ่มต้นกันใหม่นะคะคุณชาย”

“พอแล้วดุจแข คุณเมามากแล้ว” ธิติรัตน์ปลดมือเธอออกเดินออกมา

ดุจแขวิ่งตามออกมาหน้าโรงแรม ฝนตกลงมาเธอยื้อยุดไม่ให้เขาไปแล้วแกล้งทำเป็นลมคอพับคออ่อน เขาจำต้องอุ้มเธอกลับเข้าไปเปิดห้องให้นอนพัก ดุจแขเห็นธิติรัตน์เดินไปก็รีบกดโทรศัพท์ไปยั่วเดือนแรม เธอรับสายพอดี

“แหม...แรมรอรับสายเองเลย ยังกับจะรู้เลยนะว่าฉันจะโทร.มา”

“คุณดุจแขจะเรียนสายกับใครคะ”

“ไม่เรียนสายใครหรอก แต่จะพูดกับเธอ คืนนี้คุณชายอยู่กับฉันไม่กลับ อ้อ...ถ้าไม่เชื่อก็อย่าเพิ่งวางสาย แล้วเธอจะได้ยินอะไรดีๆ”

ธิติรัตน์กลับเข้ามา ดุจแขเรียกเขาเสียงกระเส่า เขาจึงถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“แข...มีความสุขและก็อบอุ่นมาก ที่คุณชายอยู่กับแข”

เดือนแรมวางสายมือไม้สั่นน้ำตาร่วง...ธิติรัตน์ไม่รู้อะไร เขาพาแม่บ้านมาให้ช่วยดูแลดุจแข แล้วกลับออกไป ดุจแขร้องกรี๊ดวิ่งตามเขาออกมาอีก สรรชัยขับรถ มาถึง เห็นดุจแขยื้อยุดธิติรัตน์ไม่ให้ขึ้นรถ ก็สังเวชใจ ธิติรัตน์ผลักเธอออกบอกอย่าทำตัวไร้ค่าแบบนี้ ดุจแขยื้อว่าที่เป็นแบบนี้เพราะรักเขา แต่ธิติรัตน์โต้ว่าตนไม่ได้รักเธอ แล้วขึ้นรถขับออกไป ดุจแขนั่งร้องไห้โฮกลางสายฝน สรรชัยอดสงสารไม่ได้เข้ามาพยุงเธอขึ้นพากลับบ้าน...ดุจแขเริ่มมองสรรชัยที่อดทนกับตนจึงขอกลับมาเริ่มต้นใหม่ แต่สรรชัยกลับตอบว่า

“เรื่องของเรามันจบไปแล้ว” พูดจบสรรชัยเดิน ออกจากห้องไป

ดุจแขอึ้ง รับรู้แล้วว่า สายน้ำไม่ไหลกลับเป็น แบบนี้นี่เอง รู้สึกโหวงๆในใจชอบกล...

ธิติรัตน์กลับมาถึงวัง ถามหาเดือนแรม ละเอียดตอบว่าเข้าห้องไปแล้ว เขาจึงให้ละเอียดไปอุ่นอาหารที่เดือนแรมทำให้เขาทาน ละเอียดอมยิ้ม ที่เขายังกลับมาทานอาหารเดือนแรม

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เดือนแรมนั่งมองการ์ดที่ธิติรัตน์ให้น้ำตาไหล เธอเก็บเสื้อผ้าเตรียมออกจากวังศิลาลาย กระดาษที่เธอวาดภาพเขาและเขียนคำว่า...รักคุณชาย หล่นไปอยู่ใต้เตียงโดยไม่รู้ตัว...ธิติรัตน์ตื่นมา รู้จากหม่อมรัตนาว่าเดือนแรมออกจากบ้านไปแล้ว ก็ตกใจรีบเข้ามาดูในห้องเธอ เห็นห้องว่างเปล่า เขาเสียใจอาลัย อาวรณ์เธออย่างมาก

ระหว่างที่เดือนแรมเดินออกมาจากวัง เจ๋งคนของดุจแขสะกดรอยตาม เผอิญสรรชัยขับรถผ่านมาและรับเธอไป เขาบอกเธอว่า “นึกแล้วว่าแรมต้องเป็นอย่างนี้ พี่เลยมาหา เพื่อบอกว่าทุกอย่างเป็นแผนของดุจแข”

เดือนแรมยังน้อยใจตอบเขาว่า “ไม่เกี่ยวกับคุณดุจแขหรอกค่ะ คุณชายเป็นผู้มีพระคุณของแรม เป็นว่าที่พี่เขยแรม แรมไม่ควรคิดอย่างนี้กับคุณชายตั้งแต่แรก... พี่สรรชัยเป็นคนเดียวที่รู้ความลับของแรม อย่าบอกใคร นะคะ”

“พี่ไม่บอกใครหรอก พี่รับปาก...แต่พี่อยากให้แรมเปิดใจรับคนอื่นบ้าง”

“ขอบคุณค่ะ แรมไม่ได้อยากมีใคร กับคุณชาย...แรมก็ไม่รู้เหมือนกัน ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ตอนไหน เมื่อไหร่ รู้แต่ว่า...”

“แรมรักคุณชาย...” สรรชัยพูดต่อให้

เดือนแรมพูดไม่ออกได้แต่ก้มหน้างุด สรรชัยยิ้มอย่างยอมรับความจริง เจ๋งสะกดรอยตามแอบเอามือถือถ่ายภาพสองคนส่งไปให้ดุจแข

ดุจแขเข่นเขี้ยว “นึกแล้วต้องเป็นแบบนี้...ยังไม่ถึงเวลาที่คุณชายจะได้เห็นรูปนี้หรอกนังแรม มันต้องมากกว่านี้ ฉันรู้นิสัยสรรชัยดี มันไม่ปล่อยแกไว้หรอก...”

ชุติมากับเพ็ญประกายยังเขม่นเข่นเขี้ยวกันหนักขึ้นทุกวัน แม้นเทพดูจะเชื่อเพ็ญประกายทำให้ชุติมาน้อยใจ พอเพ็ญประกายมาหาเรื่องจึงแค้นผลักตกน้ำ ทะเลาะกันเสียงดังลั่น...เมินเหนื่อยหน่ายใจที่ลูกหลานทะเลาะกันเรื่องผู้ชาย จึงออกจากบ้านไปสนามกอล์ฟ หวังจะได้ขอบคุณแม่บ้านที่ช่วยตนไว้วันก่อนจากการเป็นลม

ศรัณย์มาหาธิติรัตน์ที่วังศิลาลาย เพราะเขาไม่เข้าบริษัทหลายวันแล้ว ธิติรัตน์บ่นเซ็งแถมเพ็ญประกายยังโทร.มาว่าทำอาหารจะเอามาให้ ศรันย์เห็นสภาพเพื่อน จึงเตือน

“เป็นลูกผู้ชายเอาแต่นั่งเซ็งมันไม่เข้าท่านา ฉันว่า”

“ทำไม...ผิดตรงไหน เป็นผู้ชายเซ็งไม่ได้รึไง”

“ได้ แต่มันเสียเวลา สู้หาต้นเหตุของความเซ็งแล้วกำจัดมันทิ้งไม่ดีกว่าหรือ”

ธิติรัตน์มองหน้าเพื่อน ตัดสินใจขับรถออกไปทันที ศรันย์บ่น รีบร้อนขนาดนี้ ต้องเป็นเรื่องหัวใจแน่ๆ...ไม่ทันไร เพ็ญประกายขับรถเข้ามา ละเอียดเข้ามาบอกว่าธิติรัตน์ไม่อยู่ เธอไม่เชื่อ ศรัณย์ช่วยพูดว่าไม่อยู่จริงๆ แต่เธอดึงดันจะเข้าไปดูเอง พบหม่อมรัตนา เพ็ญประกายจำต้องอ่อนน้อมลง เอาอาหารให้หม่อมแทน และบ่นน้อยใจว่านัดกับธิติรัตน์ไว้แล้ว เขายังออกไปอีก

ศรัณย์ถามละเอียด “ตกลงนายชายมีเรื่องอะไรเหรอป้า ถึงลืมนัดว่าที่คู่หมั้นอย่างนี้”

“ป้าก็ไม่แน่ใจหรอกค่ะ ตั้งแต่คุณชายรู้ว่าแรมกลับไปอยู่บ้าน คุณชายก็ดูเงียบๆไป”

ศรัณย์แปลกใจที่รู้ว่าเดือนแรมอยู่ที่นี่ เพ็ญประกายเดินมาได้ยินพอดีตกตะลึง...จันทราออกมาทำผมเจอเข้ากับดุจแข จึงแขวะว่าไม่จำเป็นต้องมาทำสวย เพราะถึงอย่างไร ธิติรัตน์ก็เป็นว่าที่ลูกเขยตนอยู่ดี ดุจแขเจ็บใจ ไม่ทันไร จันทรารับโทรศัพท์จากเพ็ญประกายแล้วลืมตัวอุทานออกมา “คุณชายออกไปตามนังแรม...”

ดุจแขหัวเราะเยาะ “เอาเป็นว่าฉันจะทำไม่ได้ยิน แล้วกัน สงสาร...แก่แล้ว ถูกด่าเยอะๆ เดี๋ยวจะหัวใจวายตาย”

ดุจแขเดินแยกมาที่รถ มานั่งเจ็บใจเมื่อรู้ว่าธิติรัตน์ ออกตามหาเดือนแรม...จันทราโมโหมาก โทร.ไปหาเมินแล้วตามไปหาที่สนามกอล์ฟ กราดเกรี้ยวใส่ให้เขาไปลากตัวเดือนแรมกลับมา เมินถอนใจก่อนจะบอกว่า รับกลับมาก็มีเรื่องกับเธอไม่เว้นแต่ละวัน

“ฉันไม่ได้ให้นังลูกชู้มันมาอยู่ที่บ้าน ฉันแค่ต้องการให้คุณแยกมันออกจากคุณชาย คุณก็รู้...ลูกชู้มันย่อมทำได้ทุกอย่าง เพราะเลือดพ่อเลือดแม่มันแรง”

“ถ้าคนมันจะชั่ว จะอยู่ที่ไหนมันก็ทำชั่วได้เหมือนกัน”

จันทราปรี๊ด รู้ว่าเมินไม่ไปเอาตัวเดือนแรมออกมา แถมบอกว่าอยากทำอะไรก็ทำไป จันทราเข่นเขี้ยว...ในใจเมินเป็นห่วงเดือนแรมแต่ยังลังเล จันทราเดินหงุดหงิดออกมาจากสนามกอล์ฟ สุดใจเดินสวนมาเห็นรีบหลบ แต่ไม่พ้นสายตาเธอไปได้ จันทราตรงเข้าเล่นงานสุดใจ ไล่ให้ออกไปจากที่นี่ สุดใจฮึดสู้ไม่ยอมหนีไปไหนอีกแล้ว จันทราจึงทั้งตบและจับหัวเธอโขกกำแพงจนสลบ คนงานผ่านมาช่วยพาไปปฐมพยาบาล เมินเห็นสุดใจ จำได้ว่าเป็นคนที่ตนเคยช่วยเหลือ จันทราซุ่มมอง เข่นเขี้ยวกลัวสุดใจเปิดเผยความลับ

กลับมาจันทรารีบดึงเจิมมาคุยตรงโรงรถ ต่อว่าที่จัดการเดือนแรมไม่สำเร็จเสียที เจิมย้อนว่าก็ให้ชำนิผัวเก่าไปทำแทน จันทราโวยอย่าพูดถึงชำนิอีก และสั่งงานใหม่ให้เจิมไปจัดการกำจัดสุดใจให้พ้นทาง ป้าพิมเดินผ่านมาแอบฟังรีบท่องชื่อชำนิกับสุดใจเอาไว้...

ooooooo

ธิติรัตน์มาที่บ้านเมิน เจอชุติมาบอกว่าเดือนแรมไม่ได้กลับมา เขาครุ่นคิดแล้วเดือนแรมจะไปไหน เขาจึงจอดรถซุ่มรออยู่หน้าบ้าน...ในขณะที่เดือนแรมให้สรรชัยช่วยแวะพาตนหาซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ถูกๆ สรรชัยจะซื้อดีๆให้ก็ไม่เอา สรรชัยบ่นอย่างน้อยใจ

“ผู้หญิงจะยอมรับของจากเฉพาะคนที่ชอบ...แรมรับของทุกอย่างจากคุณชาย แต่ไม่เคยยอมรับอะไรจากพี่เลย”

เดือนแรมอึ้งเถียงไม่ออก...รถสรรชัยแล่นมาจอดหน้าบ้าน เดือนแรมลงจากรถ เธอขอบคุณเขาที่ไปเป็นเพื่อนตนทั้งวัน สรรชัยเอามือยีหัวเธออย่างเอ็นดู บอกว่าเพราะเขาเป็นพี่ชายเธอ ธิติรัตน์เดินเข้ามาสีหน้าไม่พอใจ เดือนแรมหน้าเจื่อน สรรชัยรู้ว่าหึงจึงแกล้งพูดว่า

“สวัสดีครับคุณชาย เจอกันกี่ทีคุณชายก็ดุเหมือนเดิม...พี่กลับก่อนนะ อยู่นานๆเดี๋ยวถูกคุณชายของแรมขย้ำคอ” สรรชัยกระซิบเดือนแรมแล้วขึ้นรถกลับไป

เดือนแรมลากกระเป๋าเสื้อผ้าจะเข้าบ้าน ธิติรัตน์ดึงมาช่วยถือแต่ยังวางฟอร์ม เดือนแรมแอบอมยิ้ม เขาถามเธอว่าจะกลับบ้านทำไมไม่บอก เดือนแรมตอบว่าเห็นเขาอยู่กับดุจแข

“แรม ฟังนะ จะให้ฉันพูดกี่ร้อยกี่พันครั้ง ฉันก็จะพูดเหมือนเดิม เรื่องของฉันกับดุจแขมันจบไปแล้ว แล้วมันก็ไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิมได้อีก”

“แต่เรื่องของคุณชายกับพี่มาหยารัศมี...”

“จะพูดกี่ร้อยกี่พันครั้ง ฉันก็จะยืนยันคำเดิมว่าฉันจะแต่งงานกับมาหยารัศมี”

ตอนที่ 6

จากการกระทำของธิติรัตน์ ทำให้เดือนแรมเสียใจมาก เดินร้องไห้ออกมา ธิติรัตน์ห่วงวิ่งตามร้องเรียกให้หยุด แต่เธอยังเฉยจึงเริ่มโกรธ กระชากเธอให้หันมา ด้วยแรงเหวี่ยง หน้าเดือนแรมแทบจะชนกับหน้าของเขา สองคนจ้องตากัน เดือนแรมน้ำตาร่วง เขาเห็นแล้วใจอ่อนยวบ

“ที่แรมรีบกลับมาเพราะแรมเป็นห่วงคุณชาย ห่วงมาก แต่แรมคาดไม่ถึงจริงๆว่าคุณชายต้องการให้แรมกลับมา เพียงแค่ต้องการเอาชนะ...คนที่แรมจะตามไปหาเขา ไปดูแลเขา ทั้งๆที่คนคนนั้น เขาคือ...”

“เขาคือคนสำคัญของเธอ...เธอคงอยากไปหาเขา แต่เธอมาหาฉันเพราะฉันสั่ง โอเค เธอไปหาคนที่เธออยากดูแลเขาเถอะแรม” ธิติรัตน์น้อยใจ หันหลังเดินจากไป...

ด้วยความที่กลัวธิติรัตน์เลือกเดือนแรม สองแม่ลูก จันทรากับเพ็ญประกาย ช่วยกันโทรศัพท์ดัดเสียงข่มขู่เดือนแรม “แกต้องตาย ฉันจะพาแกไปอยู่กับแม่แก แกต้องตาย...”

ทำเอาเดือนแรมหวาดผวา ภาพเก่าๆตอนเด็กที่หวาดกลัวความมืดและโดนทำร้ายกลับมาหลอกหลอน เธอทรุดลงกอดเข่าหน้าซีดตัวสั่นดวงตากระตุก ละเอียดเข้ามาเจอสภาพเดือนแรมก็ตกใจรีบไปตามธิติรัตน์มาช่วย เขากอดปลอบเธอและให้คนไปตามหมอเกรียงมาดูอาการ เดือนแรมเพ้อเรียกหาแม่ ในห้วงสำนึกของเธอ ราศรีมาปลอบลูบผมเธอ ร้องเพลงกล่อมอย่างอ่อนโยน

เกรียงดูอาการแล้วบอกว่า ให้เดือนแรมพักผ่อนไม่เป็นอะไรมาก แค่หมดสติไป คงมีอะไรมาสะกิดใจให้ภาพเก่าๆในอดีตมาหลอกหลอน หม่อมรัตนาแปลกใจว่าใครล่ะ ที่ทำให้เดือนแรมเป็นแบบนี้ ธิติรัตน์เข่นเขี้ยว เขาจะต้องค้นหาความจริงเรื่องมาหยารัศมีโดยเร็ว

มะลิมาต่อว่าเมินที่ปล่อยให้เดือนแรมออกไปอยู่กับคนอื่นและเตือนสติ “เธอนี่อ่อนแอจนไม่กล้ารับความผิดหวังของตัวเอง รู้บ้างมั้ย คนที่ผิดคือเธอ ที่รับจันทราเข้ามาในชีวิต...เพชรกับขี้โคลนเธอยังแยกไม่ออก ลองทบทวนสิ ตั้งแต่ครั้งที่เธอมีราศรีกับที่เธอมีจันทรา ชีวิตเธอมันแตกต่างกันยังไง”

เมินครุ่นคิดแต่ไม่ยอมรับ กลับย้อนว่าตนก็อยู่กับจันทราได้ มะลิให้ลองคิดทบทวนดูดีๆ จันทราเดินมามองด้วยสายตาเคียดแค้น มะลิกลับไปบอกแม้นเทพให้ตามหาเดือนแรมแล้วพามาอยู่ด้วยกัน ดีกว่าไปร่อนเร่อยู่กับคนอื่น

จันทราเอายากล่อมประสาทให้เมินกินแล้วเกลี้ยกล่อมให้เขาสำนึกว่า เขาต้องการตนเพราะราศรีมีชู้ ลูกก็เป็นลูกชู้ เขาจะไม่คิดถึงราศรีกับลูกอีก

เดือนแรมได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ละเอียดเอาอาหารมาให้และกำลังจะบอกว่า ธิติรัตน์ดูแลทั้งคืน พอดีแม้นเทพโทร.เข้ามา ธิติรัตน์เดินมาได้ยินเดือนแรมรับปากกับแม้นเทพว่าจะไปอยู่ที่บ้านเขา ธิติรัตน์ทั้งหึงทั้งโกรธจึงแขวะ

“พอหายดีหน่อย จะไปอยู่กับผู้ชายเลยนะ” เดือนแรมรับว่าใช่ ธิติรัตน์ถลึงตาใส่

“เพราะผู้ชายคนนั้น ไม่เคยทำร้ายน้ำใจแรม เขาไม่เคยดูถูกแรม และเขาก็ไม่เคยเห็นความรู้สึกแรมเป็นแค่เรื่องล้อเล่นเหมือนอย่างคุณชาย”

“แรม นี่เธอยังโกรธฉันอยู่อีกเหรอ”

“แรมไม่เคยโกรธคุณชายหรอกค่ะ เพราะแรมมีหน้าที่รองรับอารมณ์ของคุณชาย”

“แรม...ฉันคงโหดร้ายมากสินะ ไม่เหมือนกับพี่ต้อมของเธอ” ธิติรัตน์กระชากแขน

เดือนแรมสะบัด แต่ธิติรัตน์ให้บอกมาก่อนว่า แม้นเทพดีกว่าตนตรงไหน

“ในสายตาของแรม คุณชายคือคนที่ดีที่สุด คือคนที่สำคัญที่สุด แต่คุณชายก็ยังเห็นความรู้สึกของแรมเป็นแค่เรื่องล้อเล่น เอาชนะอยู่ดี” เดือนแรมน้ำตาคลอเดินหนี

ธิติรัตน์ยืนอึ้งที่โดนย้อนอีกครั้ง...กลางดึกเขาคิดได้ว่าจะไม่ยอมให้เดือนแรมไปอยู่กับใครทั้งนั้น จึงไปยืนลังเลจะเคาะประตูห้องเดือนแรม ละเอียดเดินมายืนมองงงๆ ธิติรัตน์เฉไฉว่าไม่สบายอยากได้ยา ละเอียดอาสาหาให้ เดือนแรมได้ยิน ออกมาช่วยทำน้ำตะไคร้ฝากไปให้เขาด้วย ธิติรัตน์ไม่รู้ว่าเป็นน้ำตะไคร้ของเดือนแรมจึงไม่ได้ทาน

จนเช้า ธิติรัตน์ออกมาจากห้องเห็นเดือนแรมลากกระเป๋าเสื้อผ้าเดินลงไป จึงรีบตามไปห้ามไม่ให้ไปไหน เดือนแรมจะพูดแต่พูดไม่ทัน หม่อมรัตนาเดินมาถามว่าทำอะไรกัน

“แรมเก็บเสื้อผ้าจะไปจากที่นี่ แต่ผมไม่ให้แรมไป”

“ก็ใครบอกว่ากระเป๋านั่นของแรมล่ะ...เมื่อคืนแม่โละเสื้อผ้าเก่าๆ เลยวานแรมให้เก็บใส่กระเป๋าไปให้ตากล่ำ เอาไปฝากญาติที่ต่างจังหวัด แรมรีบเอาไปให้ตากล่ำเถอะ”

เดือนแรมรับคำแล้วเดินลากกระเป๋าไป ละเอียดเข้าไปเก็บของในห้องธิติรัตน์ออกมา ถามเขาว่าหายดีแล้วหรือถึงไม่ดื่มน้ำตะไคร้ ธิติรัตน์ตอบว่าไม่ชอบมันเหม็น แต่พอละเอียดบอกว่าเดือนแรมทำให้เพราะมันช่วยให้สร่างไข้ เขารีบคว้ามันมาดื่มจนหมดแก้ว ละเอียดแย้งว่าของมันค้างคืน หม่อมรัตนาถามว่าไม่เหม็นแล้วหรือ เขาทำหน้าเก้อๆว่าไม่เป็นไร

“ชายกลัวว่าแรมจะไปขนาดนั้นหรือลูก”

“ก็...เปล่าครับ แค่มีงานติดค้างกันอยู่นิดหน่อย” ธิติรัตน์ยังปากแข็ง

“งั้นก็แล้วไป เพราะถ้าชายไม่อยากให้แรมไปจริงๆ ก็เหมือนที่แม่เคยบอกแหละ ชายต้องคิดใหม่เรื่องที่จะแต่งงานกับมาหยารัศมี ไม่ว่ามาหยารัศมีคนนั้นจะเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม”

ธิติรัตน์อึ้ง ครุ่นคิดกับคำพูดของหม่อมรัตนา

ooooooo

ความริษยาของเพ็ญประกายมากขึ้น ชุติมาเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะแขวะ เพ็ญประกายหาว่าชุติมาอยากได้ธิติรัตน์เช่นกัน ชุติมาโต้ว่าผู้ชายในสเปกของตนต้องแบบแม้นเทพ เผอิญแม้นเทพเดินมาได้ยินเข้าพอดี ชุติมาหน้าเจื่อนรีบแก้ตัวว่าไม่ใช่เขา  แม้นเทพเองก็ขออย่าเป็นตน ชุติมาอายแทบแทรกแผ่นดินหนี เพ็ญประกายร้องกรี๊ดๆจนชุติมารำคาญ

“นี่ คนอย่างฉัน ถ้ามีผู้ชายคนเดียวในโลกฉันก็ไม่เคยคิดแย่งน้อง”

เพ็ญประกายตาเขียวใส่ถามว่าใครเป็นน้อง ชุติมาตอบว่าเธอ เพ็ญประกายปรี๊ดแตก

“ไม่ใช่ เธอมันแค่คนอาศัยที่แม่ฉันเอามาชุบเลี้ยง ความจริงแม่เธอเป็นใครก็ไม่รู้ พ่อเธอก็เป็นแค่ไอ้ขี้คุก”

“อย่ามาพูดอย่างนี้กับฉัน” ชุติมาโกรธจัด

“ทำไมจะพูดไม่ได้ ก็มันคือความจริง เธอมันแค่คนอาศัย ลูกคนขี้คุก”

ชุติมาตบผัวะ เพ็ญประกายร้องกรี๊ดล้มลงแล้วลุกขึ้นมาผลักชุติมาเต็มแรงหัวฟาดกระถาง ก่อนจะวิ่งไปฟ้องแม่ จันทราโกรธมากมาด่าว่าชุติมาเป็นลูกคนขี้คุกอย่ามากำเริบ ชุติมาโต้ว่าคนขี้คุกก็เป็นสามีแม่เป็นพ่อของตน เมินกลับจากทำงานเห็นชุติมาร้องไห้ก็เข้ามาถาม คิดว่าเสียใจที่จันทราพูดรุนแรงเมื่อวันก่อน ชุติมากลบเกลื่อนว่าใช่ เมินจึงปลอบ

“ความจริงเขาไม่ได้คิดอย่างนั้นหรอก เพราะตอนที่เขาขออนุญาตพาเธอเข้ามาอยู่ด้วย เขาบอกว่าเขารักและสงสารเธอ ที่ไม่มีพ่อมีแม่”

ชุติมาได้ยินยิ่งร้องไห้โฮเหมือนคนสติแตก สมเพชตัวเองมากขึ้น เมินถอนใจเดินไป...เมินเข้ามานั่งคิดถึง เดือนแรมว่าป่านนี้เป็นอย่างไรบ้าง คืนนั้นเขาแอบเปิดของขวัญที่เดือนแรมให้ เห็นเป็นรูปตนลักษณะเหมือนแอบถ่าย ใส่กรอบอย่างสวยงาม เมินถึงกับน้ำตาคลอ นึกถึงเมื่อตอนที่เดือนแรมมาขอของขวัญวันเกิด เธออยากได้มือถือเอาไว้ถ่ายรูป จันทราโวยว่าตลบตะแลง อยากถ่ายรูปก็ต้องเอากล้อง จะเอามือถือมาโทร.หาผู้ชายมากกว่า เดือนแรมเถียงว่ากล้องราคาแพงเกินไป เมินไม่กล้าตัดสินใจจึงปัดไปว่าอยากได้ก็หาเงินซื้อเอาเอง

เมินหยิบการ์ดออกมาอ่าน เดือนแรมเขียนว่า “ภาพที่แรมอยากถ่ายมากที่สุดในชีวิตคือรูปคุณพ่อค่ะ มันอาจจะไม่สวยพอ แต่ก็มีคุณค่ามากที่สุดในชีวิตแรม แรมรักคุณพ่อมากค่ะ สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดนะคะ...เดือนแรม มณีกุล”

จันทราตื่นตามออกมาดูว่าเมินทำอะไร เห็นเขาซ่อนของแล้วทำทีบอกเธอว่า พรุ่งนี้จะต้องเดินทางไปดูไซต์งาน ต่างจังหวัด จึงลุกมาเตรียมของ จันทราไม่อยากเชื่อ จะดูว่าเขาซ่อนอะไร แต่กลับเห็นเงาราศรีปรากฏขึ้นก็ตกใจรีบวิ่งออกไป

ooooooo

เดือนแรมปรึกษาเจ๊กอไก่ว่าตนจะออกจากวังศิลา-ลายไปอยู่กับป้าและพี่ชาย แล้วจึงมาขออนุญาตหม่อมรัตนา หม่อมให้ความเอ็นดูแถมบอกว่าวันไหนว่างให้กลับมาทำอาหารอร่อยๆ ให้อีก แต่พอหม่อมจะลุกขึ้น ก็หน้ามืดเป็นลม เดือนแรมตกใจรีบปฐมพยาบาล ธิติรัตน์ถือโอกาสขอร้องเดือนแรมอยู่ดูแลหม่อมรัตนาก่อน เดือนแรมเต็มใจ

“หม่อมมีบุญคุณกับแรม แรมจะอยู่ดูแลรับใช้ เหมือนที่แรมอยู่คอยรับใช้คุณชาย เดี๋ยวแรมไปทำน้ำขิงมาให้หม่อมนะคะ จะได้หายวิงเวียน” เดือนแรมเดินไป

ธิติรัตน์ตามออกไป หม่อมรัตนาอมยิ้มอย่างรู้ใจลูกชาย ธิติรัตน์อดไม่ได้ที่จะแขวะเดือนแรม “หน้าเสียเชียวที่จะต้องอยู่ที่นี่ต่อ เฮอะ...คงอยากจะไปอยู่กับพี่ต้อมจนตัวสั่น”

เดือนแรมทำตาเขียวใส่ ธิติรัตน์ไม่สนใจกลับบอกว่า เดี๋ยวจะไปส่งมหาวิทยาลัยให้ เดือนแรมปฏิเสธ ธิติรัตน์จ้องจะกินเลือดกินเนื้อ ธิดากับเกรียงเดินมาเห็นแอบยิ้มขันๆ

เดือนแรมเอาน้ำขิงมาให้หม่อมรัตนาดื่ม หม่อมให้ธิติรัตน์ไปส่งเดือนแรม แต่เธอขอไปเอง ธิติรัตน์บ่นว่าเดือนแรมเป็นอะไร ธิดาอมยิ้มบอกน้องชายว่า เดือนแรมแค่งอน

“แรมน่ะหรืองอนผม”

“เวลาผู้หญิงงอน มักจะพูดตรงข้ามกับที่ใจคิด ไม่มีอะไรแปลว่ามี”

“ไม่ต้องโทร.มาแปลว่าให้โทร.กลับเร็วที่สุด แล้วถึงไม่รับ ผู้ชายอย่างเราก็ต้องโทร.ต่อ ไม่งั้นระเบิดจะยิ่งลง” เกรียงเสริมต่อภรรยา

“อีกอย่างนะจ๊ะ เวลาที่ผู้หญิงพูดคำว่า อะไรนะ ไม่ได้แปลว่าไม่ได้ยินแต่ผู้หญิงกำลังให้โอกาสผู้ชายเปลี่ยน คำพูดอีกที”

เกรียงย้ำว่าตนเจอบ่อย ธิดาสรุปว่าเดือนแรมกำลังงอนธิติรัตน์ และเขาควรจะง้อ เพราะแม้นเทพเป็นลูกของป้าเดือนแรม จึงมีศักดิ์เป็นพี่ชาย ธิติรัตน์หน้าเจื่อน ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน

“โอ้ ฉันว่าเธอไปหลายอย่างเลย เฮ้อ ฉันจะง้อเธอยังไงเนี่ยแรม” ธิติรัตน์บ่นกับตัวเอง

วันต่อมา เขาก็นึกได้ ตั้งใจจะขอให้เดือนแรมสอนทำหมูหย็อง เดือนแรมยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ เขาเข้าไปบอกเธอว่าอยากทำหมูหย็อง เดือนแรมตอบอย่างปั้นปึ่งว่าเดี๋ยวตนทำให้ เดือนแรมปิดน้ำจะเดินไป ธิติรัตน์ร้องบอกว่ายังรดน้ำไม่ทั่วเลย เธอเดินกลับมาเปิดน้ำรดต่ออีกสักพัก เขาชี้ให้รดตรงนั้นตรงนี้ เดือนแรมชักโกรธเหวี่ยงสายยางไปโดน

“โอ๊ย เธอนี่รดน้ำยังไง”

เดือนแรมขอโทษ ธิติรัตน์ทำทีสอนวิธีรดน้ำต้นไม้ให้ถูกวิธี เขาอ้อมมาด้านหลังเธอ จับมือเธอให้จับสายยางแล้วบอกว่าต้องรดอย่างไร เดือนแรมตัวแข็งทื่อเหมือนโดนกอด หน้าเขาอยู่ไม่ห่างแก้ม ธิติรัตน์รับรู้ถึงปฏิกิริยาของเธอก็ขำ เดือนแรมผละตัวออกรีบจ้ำเดินหนี

“แรม...ฉันจะทำหมูหย็องรอ หายงอนแล้วเธอมาสอนฉันทำด้วยนะ” ธิติรัตน์ตะโกนตามหลัง “ไม่ว่าเธอจะงอนฉันแค่ไหน ฉันก็จะง้อเธอ และฉันจะอยู่เคียงข้าง ดูแลเธอแทนพ่อแม่ของเธอ แรม”

เดือนแรมชะงักทำหน้าไม่ถูก เขารู้ได้อย่างไรว่าตนงอน เธอมาเปลี่ยนเส้ือผ้าแล้วตามเข้าไปในครัว เห็นธิติรัตน์หน้ามันง่วนกับการทำหมูหย็อง พอเขาเห็นเธอก็รีบถามว่าหายงอนแล้วหรือ เธอปฏิเสธว่าไม่ได้งอน ธิติรัตน์แซวว่าดีแล้วทำหน้างอนบ่อยๆจะแก่เร็ว พอเห็นเธอนิ่งจึงเปลี่ยนเป็นชวนคุยว่า วันหลังให้สอนทำอย่างอื่นอีก เดือนแรมสงสัยจะหัดทำไปทำไม

“ฉันอยากทำทุกอย่างที่เธอทำให้ฉันทาน เผื่อตอนไหนเธองอนเธอไม่อยู่ ฉันจะได้ทำทานเอง”

“แรมไม่ไปไหนหรอกค่ะ”

“เพราะอะไร” ธิติรัตน์สบตาเดือนแรม

เสียงละเอียดคุยกับตากล่ำเรื่องละครน้ำเน่า ที่ตัวละครทำดีแทบตายแต่นางเอกไม่รัก กลับไปรักคนที่ทำให้เจ็บ ธิติรัตน์สะดุ้งโหยงโดนใจจริงๆ เขาเปรยกับเดือนแรมว่าท่าทางละครจะสนุก เดือนแรมอมยิ้ม...สองคนเริ่มมีความสุขกับการทำอะไรร่วมกัน เดือนแรมสอนธิติรัตน์ทำอะไรอีกหลายอย่าง

ooooooo

เหตุที่เมินไปดูแลไซต์งานต่างจังหวัด เพราะเขากำลังก่อสร้างบ้านพักตากอากาศแบบที่ราศรี

วาดฝันไว้...จันทราเห็นเมินไม่อยู่ก็เข้ามาค้นว่าเขาซ่อนอะไรไว้ พอเห็นรูปที่เดือนแรมให้ก็โกรธ เผอิญชนกรอบรูปตัวเองที่ตั้งอยู่หล่น จึงได้เห็นรูปราศรีที่เมินซ่อนไว้ข้างหลัง จันทรากรีดร้องด้วยความเจ็บแค้นเป็นอย่างยิ่ง เพ็ญประกายตกใจเข้ามาดู จันทราเข่นเขี้ยวบอกลูกว่า เราจะแพ้ราศรีกับเดือนแรมไม่ได้

จันทรามาสั่งเจิมให้ตามประกบเดือนแรม หาจังหวะจัดการเธอให้ได้ ราศรีมาเข้าฝันเมินให้ช่วยลูกด้วย เมินสะดุ้งตื่นมาอย่างงุนงง ตกลงเดือนแรมเป็นลูกตนหรือลูกชู้กันแน่...

เพ็ญประกายพยายามโทร.หาธิติรัตน์ แต่เขาไม่ยอมรับสาย แต่ถ้ารับก็บอกปัดว่าติดงาน เพ็ญประกายเสียใจ ชุติมาเข้ามาถากถาง สองสาวทะเลาะตบตีกัน ชุติมาจะให้เพ็ญประกายเรียกตนว่าพี่ แต่เธอไม่ยอม แม้นเทพมาเจอ แยกสองคนออกจากกัน เขาลากตัวชุติมาออกไป ชุติมาร้องลั่นให้ปล่อย เมื่อเขาไม่ปล่อยจึงกัดแขนเขา แม้นเทพเหวี่ยงชุติมาล้มกระแทกปากแตก เขาตกใจรีบส่งผ้าเช็ดหน้าให้ ชุติมาแทบร้องกรี๊ดด้วยความดีใจ แม้นเทพตำหนิว่าการกระทำของเธอไม่น่ารักเลย อยากให้ใครนับถือเป็นพี่ ต้องให้ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยกับเขา

“อบอุ่น มั่นคง ปลอดภัย...เหมือนกับพี่ต้อม...” ชุติมามองแม้นเทพเคลิ้ม

“ใช่...เหมือนที่พี่ทำกับชุ เพราะพี่เห็นชุเป็นน้องสาว”

ชุติมาใจหายวูบ น้ำตาคลอที่ตนเป็นได้เพียงแค่น้องสาวของเขา...เพ็ญประกายมองมาเห็นแม้นเทพปลอบชุติมาก็ยิ่งเคียดแค้น ทำไมตนไม่มีใครปลอบบ้าง สายตาเพ็ญประกายบ่งบอกถึงปัญหาทางจิต

ooooooo

วันต่อมา เดือนแรมมาถ่ายงานที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ธิติรัตน์ตามมาเอากล่องแซนด์วิชที่ทำเองกับมือให้ เจ๊กอไก่ปลื้มแทน เพ็ญประกายเห็นโกรธจัด จึงแอบเข้ามาหาเดือนแรมตอนแต่งตัว ต่อว่าตั้งใจแย่งคู่หมั้นพี่สาว เจ๊กอไก่ออกหน้าเถียงแทนว่าเดือนแรมไม่ได้ทำอย่างนั้น แต่เดือนแรมรู้สึกว่าตนไม่ควรอยู่ใกล้ชิดธิติรัตน์อีก

ดุจแขยังไม่รามือจากธิติรัตน์ เธอบอกสรรชัยให้ช่วยดึงเดือนแรมออกจากธิติรัตน์ สรรชัยไม่ร่วมมือด้วย แต่เผอิญวันนี้เขามารับเดือนแรม และเดือนแรมรับปากเพราะไม่อยากกลับกับธิติรัตน์ เจ๊กอไก่ท้วงแถมยังต้องรับหน้าธิติรัตน์อีกต่างหาก ดุจแขตามดูเห็นสรรชัยกับเดือนแรมไปแวะทานอาหารที่ร้านร้านหนึ่ง จึงโทร.ไปบอกธิติรัตน์ให้มาดู

ระหว่างนั้น สรรชัยกับเดือนแรมกำลังคุยกันเรื่องที่เขารู้ว่าเดือนแรมมีใจให้ธิติรัตน์แต่ไม่กล้ายอมรับ เดือนแรมน้ำตาร่วงบอกว่าตนจะรับได้อย่างไรเพราะเขาจะมาเป็นพี่เขยตน...ธิติรัตน์มาเห็นเข้าพอดี ดุจแขพยายามยั่วยุ

“ผู้หญิงจะใช้น้ำตาเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนรัก ต้องการให้คนรักปลอบ ถ้าคุณชายจะว่าแขหลายใจ ก็ต้องว่าคนอื่นด้วย เพราะผู้หญิงก็เหมือนกันหมดทั้งโลกรวมทั้งเดือนแรมด้วย”

ธิติรัตน์โกรธกลับไป...เจ๊กอไก่อึดอัดใจเรื่องของเดือนแรม อยากหาทางช่วย จึงใช้วิธีเอาภาพที่ตนแอบถ่ายธิติรัตน์กับเดือนแรมส่งไปให้หนังสือฉบับหนึ่งลง แต่เรื่องกลับกลายเป็นใหญ่โต เพราะเพ็ญประกายกับจันทราให้สัมภาษณ์หนังสือว่า ผู้หญิงในรูปเป็นน้องสาวคู่หมั้นธิติรัตน์ ชื่อเดือนแรม หวังจะแย่งคู่หมั้นพี่สาวตัวเอง...

เดือนแรมถูกชาวบ้านติฉินนินทา วีระกับศรัณย์ให้ธิติรัตน์แก้ข่าวก่อนที่ลูกค้าจะถอนสินค้า ธิติรัตน์ตัดสินใจจะจัดแถลงข่าว จันทราดีใจเข้าใจว่าธิติรัตน์จะเปิดตัวเพ็ญประกาย

“ทำไมคุณแม่ถึงคิดว่าคุณชายต้องเปิดตัวหนูคะ”

“ก็ข่าวฉาวโฉ่ออกยังงั้น ยังไงทุกคนก็ต้องรุมถาม คู่หมั้นของคุณชายเป็นใคร หน้าตาเป็นยังไง เพราะข่าวที่มันเคยออกมา คนยังไม่ได้สนใจ คราวนี้ล่ะ หนังสือพิมพ์กี่ฉบับ แม่จะใช้เงินยัดให้ลงรูปหนูกับคุณชายใหญ่ๆเลย จะได้รู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง ลูกของแม่คือคู่หมั้นของคุณชาย”

“ลูกดีใจจังเลยค่ะคุณแม่”

“คราวนี้แหละนังแรม ได้เอาหน้าซุกดินแน่ๆ” สองแม่ลูกกอดกันดีใจ...

วันรุ่งขึ้น จันทรากับเพ็ญประกายแต่งตัวเฉิดฉายมาที่บริษัทของธิติรัตน์หวังได้ประกาศตัว ชุติมาท้วงก็ไม่ฟัง...เจ๊กอไก่กับแม้นเทพคอยเป็นกำลังใจให้เดือนแรม

“ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณผู้สื่อข่าวทุกท่านที่ให้เกียรติมาในวันนี้ ขอเข้าเรื่องเลยนะครับ นี่คือคุณเดือนแรม มณีกุล...ผมกับคุณเดือนแรม ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆทั้งสิ้นอย่างที่เป็นข่าว ผมกับคุณเดือนแรม

เป็นแค่ผู้ร่วมงานกันเท่านั้น ภาพที่ออกมาเป็นภาพเบื้องหลังกองถ่ายที่เราร่วมงานกัน” ธิติรัตน์กล่าวทันทีที่เริ่มแถลง

“แล้วข่าวที่ออกมาว่าคุณเดือนแรมแย่งคุณมาจากพี่สาว” นักข่าวถาม

“ไม่เป็นความจริงครับ”

“แต่ข่าวบอกว่าคุณชายมีคู่หมั้น”

“ผมยังไม่มีแฟน และยังไม่เคยประกาศหมั้นกับใคร...และในเมื่อผมยังไม่มีแฟน ไม่ได้มีคู่หมั้น แรมจึงไม่ได้แย่งผมจากใคร ผมขอจบการแถลงข่าวเท่านี้นะครับ”

แม้นเทพดีใจที่ธิติรัตน์ปกป้องเดือนแรม นักข่าวฮือฮา ทยอยเข้าถ่ายรูปธิติรัตน์กับเดือนแรม จันทรากับเพ็ญประกายหน้าเจื่อน ชุติมาเยาะ “เซอร์ไพรส์จริงๆ หงายเงิบไม่เป็นท่าเลย”

จันทราผุดลุกขึ้น ชุติมาดึงไว้อย่าทำอะไรให้เป็นข่าวประจานตัวเองเลย จันทราเข่นเขี้ยว งานนี้จะต้องเห็นดีกัน...แม้นเทพมาขอบคุณธิติรัตน์ที่ช่วยปกป้องชื่อเสียงเดือนแรม ธิติรัตน์ตอบว่ามันเป็นหน้าที่ของตนอยู่แล้ว ทั้งสองแนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการ แม้นเทพขอตัวเดือนแรมกลับบ้าน เดือนแรมมองหน้าเจ๊กอไก่ เจ๊จึงรีบขอร้องแม้นเทพว่าเดือนแรมยังมีงานต่างจังหวัดต่อเดือนแรมบอกว่าหมดคิวงานแล้วตนจะกลับ ธิติรัตน์เดินไปโดยไม่พูดอะไรกับเดือนแรม เจ๊กอไก่ปลอบว่าธิติรัตน์คงยังเคืองเรื่องที่เดือนแรมกลับไปกับสรรชัยวันก่อน

จันทราตามมาคุยกับธิติรัตน์ที่แถลงข่าวว่าไม่มีคู่หมั้น ธิติรัตน์อ้างว่ายังไม่มีพิธีการหมั้นใดๆ ตนไม่อยากให้มาหยารัศมีเสื่อมเสีย จันทราจึงเร่งรัดให้หมั้นโดยเร็ว ธิติรัตน์รับรองว่าตนจะหมั้นกับมาหยารัศมีแน่นอน...ชุติมาขอติดรถแม้นเทพกลับบ้านด้วยคน เขาขอแวะทำธุระสักครู่ ชุติมาไม่ขัดข้องที่จะรอในรถ พอกลับถึงบ้าน แม้น–เทพขอโทษเธออีกครั้งที่ให้รอนาน

“ไม่เป็นไรค่ะ ชุรอได้”

“เป็นน้องเป็นนุ่งก็ดีแบบนี้ล่ะ ลองผู้หญิงคนไหนต้องมารอพี่แบบนี้ เขาคงโกรธพี่แน่”

ชุติมาสะท้อนใจ ช่างไม่รู้บ้างเลยว่าตนคิดอย่างไรกับเขา...

เมินกลับมาจากต่างจังหวัด เป็นห่วงอาการของเพ็ญประกาย จันทราให้เธอทำเป็นป่วยทางจิตต่อไป เพื่อเรียกความสนใจจากธิติรัตน์และเมิน จันทราโทรศัพท์บอกธิติรัตน์ให้มาเยี่ยมอาการป่วยเพ็ญประกายบ้าง เดือนแรมอดน้ำตาไหลไม่ได้ ข่มใจให้ยอมรับว่าเขาเป็นคู่หมั้นกัน

จันทราวางแผนให้ธิติรัตน์สงสารเพ็ญประกาย ที่ป่วยทางจิตเพราะกังวลเรื่องเขากับเดือนแรม ชุติมาเห็นแม่ตัวเองวางแผนแล้วระอาใจ จะเล่าให้แม้นเทพฟังก็ไม่ได้...ธิติรัตน์หนักใจแอบโทร.เช็กกับทางโรงพยาบาลที่เพ็ญประกายเข้าไปรักษาตัวครั้งก่อน เขาทบทวนเรื่องที่ผ่านมา ดุจแขเคยบอกว่าเพ็ญประกายมีน้องสาวเป็นบ้า เขาจึงโทร.นัดดุจแขออกมาพบที่ร้านอาหารเพื่อสอบถามเรื่องในอดีต ดุจแขยังเชื่อมั่นว่าตนจะดึงเขากลับคืนมาได้

เดือนแรมแอบรอธิติรัตน์กลับมา เธอนั่งเขียนการ์ตูนรูปเขาและเขียนข้อความว่า เดือนแรมรักคุณชาย...

เสียงรถธิติรัตน์แล่นเข้าวังมา เดือนแรมแอบมองเขาเดินผ่านห้องตน แล้วหยุดพึมพำว่า “ฉันอยากคุยกับเธอนะแรม แต่เธอก็น่าจะรู้ คนอย่างฉันไม่ชอบง้อใคร”

เดือนแรมน้ำตาคลอ ในใจตนทั้งรักและภักดีต่อเขาเพียงคนเดียว...

ooooooo

ตอนที่ 5

พอแม้นเทพเห็นเจิมเข้ามาเดินอยู่ในบ้าน จำได้ว่าคือคนที่เขาเห็นพูดโทรศัพท์ท่าทางไม่น่าไว้ใจเมื่อวันก่อน จึงเล่าให้มะลิฟัง มะลิบ่นว่าถึงเป็นพี่ชายจันทราก็น่าห่วงจึงตั้งใจจะให้เดือนแรมย้ายมาอยู่บ้านตน จันทราแอบยิ้มกริ่ม

“กว่าพวกแกจะพานังแรมไป นังแรมมันก็กลายเป็นพี่สะใภ้ฉันไปแล้วล่ะย่ะ”

ชุติมาเข้ามาถามว่าเอาเจิมมาอยู่ที่บ้านทำไม เดี๋ยวก็ซวยกันหมด จันทราถามซวยอย่างไร

“ก็ลุงเป็นคนไม่ดี เรื่องชั่วๆทุกอย่างทำหมด แม่จะเอาเสนียดเข้ามาในบ้านทำไม”

“ถ้าแกจะบอกว่าฉันเอาเสนียดเข้าบ้าน มันก็เสนียดตั้งแต่วันที่ฉันพาแกเข้ามาแล้วล่ะ”

“แม่...หนูเลวนักเหรอในสายตาแม่ แม่ถึงได้เกลียดหนูนักหนา มีแต่หนูนั่นแหละที่โดนกระทำ” ชุติมาหน้าเสียน้ำตาคลอ

จันทราตอกกลับ มีแต่เธอที่สร้างความวุ่นวายไม่หยุดหย่อน ชุติมาน้อยใจร้องไห้วิ่งออกไป แม้นเทพเดินสวนมาสงสัยว่าชุติมาร้องไห้เรื่องอะไรอีก จึงตามไปถาม ชุติมาซึ้งใจรู้ว่าเขาห่วงเดือนแรมมาก จึงปาดน้ำตาทำเข้มแข็งบอกเขาว่า ตนจะดูแลไม่ให้ใครทำร้ายเดือนแรมเพราะเขาดีกับตน ตนก็จะดีกับเดือนแรม แม้นเทพงงแต่ก็ขอบใจเธอและยอมให้เธอเรียกเขาว่า...พี่ต้อม ชุติมาน้ำตาไหลด้วยความดีใจ

แม้นเทพเล่าทุกอย่างให้มะลิฟัง มะลิสังหรณ์ใจเพราะคนอย่างชุติมาร้องไห้ จะต้องเป็นเรื่องรุนแรงแน่ ปกติเป็นคนก้าวร้าวเหมือนจันทรา แต่แม้นเทพกลับรู้สึกว่า ชุติมาทำตัวก้าวร้าวเพื่อปกปิดความอ่อนแอของตัวเอง...

คำพูดของเดือนแรมรบกวนจิตใจธิติรัตน์จนไม่เป็นอันทำงาน เขากลับวังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เห็นรูปเดือนแรมตั้งอยู่ก็เผลอยิ้มออกมาก่อนจะนึกได้ ทำหน้าบึ้งอย่างเดิม ละเอียดแอบเห็นอมยิ้มอย่างรู้ทัน ธิติรัตน์นั่งมองมือถือ หงุดหงิดที่เดือนแรมไม่โทร.เข้ามา ด้านเดือน–แรมอยากจะโทร. หาธิติรัตน์แต่เกรงเขายังโกรธอยู่ จึงไม่กล้าโทร.เพ็ญประกายยืนมองท่าทีเดือนแรมรู้ว่าคิดอะไรอยู่ ตัดสินใจมาเปรยกับจันทราว่า

“คุณแม่จำได้มั้ยคะ ว่าที่เราเคยสงสัย ว่าคุณชายมีคนอื่น...ผู้หญิงคนนั้นคือเดือนแรม”

“นังแรม...แม่มันทำให้แม่เจ็บปวด มาถึงตอนนี้มันยังมาทำให้ลูกของแม่ต้องเจ็บปวดอีก สมควรที่ฉันจะต้องจัดการกับแก นังแรม” จันทราปรี๊ด...

ในขณะที่เมินนั่งมองภาพราศรีที่แอบซ่อนไว้หลังกรอบรูปจันทรา เขารำพันว่ากำลังทำความฝันของเธอให้เป็นความจริงอยู่ คือการสร้างบ้านพักตากอากาศแบบที่เธอชอบ จันทราโผล่เข้ามา เขารีบซ่อนรูปไว้อย่างเดิม จันทราทำทีเป็นไม่สบาย ขอให้เขาพาไปหาหมอ และให้เพ็ญประกายกับชุติมาไปด้วย ชุติมายังน้อยใจอยู่ไม่อยากไป แต่ถูกบังคับให้ไป จึงชักสงสัยว่าต้องมีอะไรลับลมคมในแน่ พลันเห็นสายตาเจิมที่มองเดือนแรมอย่างประสงค์ร้าย

พอทุกคนออกจากบ้านไปหมด เดือนแรมจะออกไปมหาวิทยาลัย เจิมเข้ามากระชากแขนจนหนังสือเรียนตกเกลื่อนพื้น เดือนแรมตกใจดิ้นรนต่อสู้ แป้นเห็นเหตุการณ์แต่ไม่กล้าเข้าไปช่วย ตั้งใจจะมาบอกมะลิ เผอิญมะลิชวนไปถือของที่ตลาดจึงรีบรับคำ เพราะไม่อยากอยู่ในเหตุการณ์แล้วช่วยไม่ได้ ด้วยกลัวจันทรา

สุดท้าย ธิติรัตน์แพ้ใจตัวเอง โทรศัพท์หาเดือนแรม ขณะนั้นเธอกำลังดิ้นรนต่อสู้กับเจิม เสียงมือถือที่หล่นอยู่กับพื้นดังขึ้น เธอโถมตัวเข้ากดรับ เจิมปัดออก ธิติรัตน์แปลกใจทำไมเดือนแรมไม่ยอมพูด เสียงเดือนแรมร้องช่วยด้วยๆ เขาตกใจมาก รีบวิ่งออกจากที่ทำงานทันที

เดือนแรมถูกเจิมตบและชกเข้าที่ท้อง ทำให้เธออ่อนแรงลง...ระหว่างนั้น ชุติมารู้สึกผิดสังเกตที่จันทราบังคับให้ทุกคนออกจากบ้าน จึงแกล้งทำเป็นมีเพื่อนโทร.มาเรียก แล้วขอให้เมินจอดรถ ตนขอไปหาเพื่อน จันทรามองค้อนอย่างไม่พอใจ...ชุติมารีบนั่งแท็กซี่กลับมาที่บ้าน แต่ช้ากว่าธิติรัตน์ เขาเข้าไปช่วยเดือนแรมให้รอดพ้นจากเจิมด้วยการใช้เสียมฟาดหัวเจิมจนสลบ เขาดึงเดือนแรมมากอดแล้วพาเธออกไป ชุติมาเห็นเดือนแรมปลอดภัยก็โล่งอก

ธิติรัตน์พาเดือนแรมมาที่วังศิลาลาย เขาขอหม่อมรัตนา “บ้านของเดือนแรมคือที่ที่อันตรายที่สุด เพื่อความปลอดภัยของแรม ผมขออนุญาตพาแรมเข้ามาอยู่ที่นี่นะครับคุณแม่”

“แม่อนุญาต...ไม่ต้องกลัวนะแรม อยู่ที่นี่ ฉันรับรองว่าหนูจะปลอดภัย” หม่อมรัตนามองเดือนแรมที่น้ำตานองหน้า ท่าทางยังเสียขวัญ เนื้อตัวเขียวช้ำ

เดือนแรมกราบหม่อมรัตนาอย่างซาบซึ้ง ธิติรัตน์อยากให้เดือนแรมแจ้งความ แต่หม่อมรัตนาท้วงไว้ เพราะคนที่จะเป็นข่าวเสียหายคือเดือนแรม...ธิติรัตน์ไม่อยากให้เดือนแรมถูกครหานินทา จึงให้เจ๊กอไก่ช่วย จันทราแม้จะเจ็บใจที่เจิมทำงานไม่สำเร็จและไม่รู้ว่าใครมาช่วยพาออกจากบ้านไป แต่เธอและเพ็ญประกายก็ช่วยกันใส่ไฟให้เมินฟังว่าเดือนแรมออกไปกับผู้ชาย

“โกหก ความจริงคือพี่ชายของคุณอาจะปล้ำแรม” เดือนแรมเดินเข้ามากับเจ๊กอไก่

จันทรากับเจิมหน้าเจื่อนปฏิเสธเสียงหลง เพ็ญประกายช่วยพูดทับถมเดือนแรม “อย่าโยนความผิดให้คนอื่นดีกว่าแรม ถึงแรมจะทำผิดแค่ไหน พี่เชื่อว่ายังไงคุณพ่อก็ให้อภัย”

เมินขึ้นเสียงว่าไม่ให้อภัย เดือนแรมหน้าเสีย

ขอพ่อเชื่อตน เมินตอบว่า ตนเชื่อความรู้สึกตัวเองแล้วเดินจากไป จันทรายิ้มเยาะ เจ๊กอไก่จึงบอกทุกคนว่า

ตนมาขอพาเดือนแรมไปอยู่ด้วยเพื่อสะดวกในการทำงาน เพ็ญประกายรีบไล่ให้ไป เจ๊กอไก่แขวะ ขอเวลาเดือนแรมเก็บเสื้อผ้า ไม่ได้หรือ... เดือนแรมกับเจ๊กอไก่เข้ามาในห้อง ช่วยกันเก็บของ เดือนแรมเห็นกล่องของขวัญที่ตนเตรียมไว้ให้เมินจึงขอเอาไปให้พ่อก่อน เจ๊กอไก่จึงเก็บข้าวของใส่กระเป๋าให้ อารามรีบ ทำให้ปัดกรอบรูป หล่น เจ๊กอไก่ได้เห็นจดหมายและการ์ดของธิติรัตน์ที่เดือนแรมซ่อนไว้หลังกรอบรูปเจ๊กอไก่จึงรู้ว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์กันมานานแล้ว

เดือนแรมเอากล่องของขวัญพร้อมการ์ดเล็กๆ... สุขสันต์วันเกิดค่ะ คุณพ่อ...แนบมาด้วย วางไว้หน้าประตูห้อง เมินเปิดประตูมาเจอ ตื้นตันน้ำตาซึม

ooooooo

ออกมาจากบ้าน เจ๊กอไก่ส่งเดือนแรมให้ธิติรัตน์ที่จอดรถรออยู่ปากซอย เขาถามทันทีว่าที่บ้านว่าอย่างไร บ้าง เจ๊กอไก่ตอบอย่างเคืองๆว่าก็ดีใจที่เดือนแรมออกมาจากบ้านได้น่ะสิ...

ความจริงทุกอย่าง ชุติมารู้เห็นแต่ไม่ปริปากบอกใคร เพราะถึงอย่างไรคนที่คิดร้ายก็เป็นแม่ของตน เธอได้แต่ยืนมองจากหน้าต่าง เห็นรถแม้นเทพเข้ามาจอด ป้าพิม ออกมารับของ แม้นเทพยิ้มให้และแตะแขนป้าพิมดูอบอุ่น ชุติมาน้ำตาซึมสะท้อนใจ

“ขนาดแม่บ้านยังได้รับความรักจากพี่ แล้วถ้าเป็นคนพิเศษ พี่ต้อมจะดีกับเขาขนาดไหนชุอยากเป็นคนคนนั้น...พี่ต้อม...”

วันรุ่งขึ้น เพ็ญประกายรู้สึกสดชื่นที่ไม่มีเดือนแรมมาขวางหูขวางตา ตั้งใจจะออกไปหาธิติรัตน์ โดยการสนับสนุนของจันทรา แต่ชุติมากลับแขวะ

“ภูมิใจมากนักใช่มั้ย ที่ทำให้น้องระหกระเหินออกจากบ้านได้...ผู้หญิงสองคนที่ไม่เคยรู้จักกัน แต่สามารถเกลียดกันได้มากมายเพราะผู้ชายคนเดียว ฉันยังพอเข้าใจ แต่คนที่เป็นพี่น้องกันอย่างเธอกับเดือนแรม ฉันไม่เข้าใจว่า ทำไมทำร้ายกันได้ถึงขนาดนี้”

เพ็ญประกายไม่รู้เรื่องที่เจิมปล้ำเดือนแรม แต่ชุติมาไม่เชื่อ แถมบอกให้รู้ว่า ผู้ชายที่มาช่วยเดือนแรมคือธิติรัตน์ นั่นเอง เพ็ญประกายตกตะลึง รีบมาโวยวายจันทรา

“คุณชายธิติรัตน์มาช่วยแรม เพราะแผนสกปรกของคุณแม่ คุณแม่ทำได้ยังไงคะ ให้ลุงเจิมไปปล้ำแรม”

“ที่แม่ทำยังงั้นก็เพื่อเพ็ญ ลองถ้านังแรมมันเป็นเมียของลุงเจิม ผู้ชายดีๆที่ไหนจะเข้ามาหามันอีก”...เพ็ญประกายอึ้งคิดตามที่จันทราพูด

ด้านธิติรัตน์ ดูเขาสดชื่นจนหม่อมรัตนาแปลกใจ ไม่เคยตื่นเช้ามาเข้าครัว กลับเข้าไปเป็นลูกมือเดือนแรม ทำหมูหย็องของชอบ ทั้งที่ขั้นตอนการทำยุ่งยากมาก

ooooooo

ดุจแขยังคงดื่มจนเมา จารุณีระอาไม่เข้าใจว่าจะทรมานตัวเองทำไม ทั้งที่ธิติรัตน์ก็ไม่มีวันกลับมารัก และเตือนให้หันมามองสรรชัย ดุจแขกลับคิดเข้าข้างตัวเองว่า

“เคยได้ยินมั้ย...คนบางคนทำให้เรารู้สึกดี แต่ไม่ได้รู้สึกรัก...คนบางคนถึงจะทำให้เราเจ็บหนัก แต่คำว่ารักก็เป็นของเขาอยู่ดี ที่สำคัญ คุณชายไม่เคยทำให้ฉันเจ็บ มีแต่ฉันนี่แหละที่เป็นฝ่ายทำร้ายคุณชาย ถึงยังไงฉันก็จะทวงคุณชายของฉันคืน...”

ว่าแล้ว ดุจแขก็มาหาเพ็ญประกายที่บ้าน ยัดเงินกับแป้นเพื่อให้เปิดประตูปล่อยตนเข้ามาในบ้าน ดุจแขพูดจาถากถางเพ็ญประกาย ว่าธิติรัตน์กับตนรักกัน อย่ามาเป็นมือที่สามแถมเยาะเย้ยว่า เขาไม่เคยมาหาเพราะ อยู่กับตนทุกวัน และให้ตนมาบอกเธอว่า ถึงแต่งงานกันก็ได้แต่ชื่อ ส่วนตัวอยู่กับตน...เพ็ญประกายเจ็บแค้นถึงกับเกร็ง ชักกระตุกเหมือนคนมีอาการทางจิต ดุจแขกลับไป เพ็ญประกายก็ร้องกรี๊ดๆ จันทรากับเมินตกใจกับอาการของลูก รีบพาส่งโรงพยาบาล...

ผิดกับเดือนแรม ที่ดูสดชื่นมีความสุขขึ้น ธิติรัตน์ให้ความรัก ความเมตตา และมอบหมายหน้าที่เป็นเลขาส่วนตัวให้ พอมือถือเขาดัง เขาก็ให้เธอเป็นคนรับสายแทน แต่มันเป็นภาพส่งเข้ามา เดือนแรมอึ้งพูดไม่ออก ธิติรัตน์ถามว่าใครส่งอะไรมา เดือนแรมยื่นให้ดูเอง

“ก็ฉันให้เธอเป็นเลขา มีอะไรก็บอกมาเลยสิ จะเอามาให้ฉันดูทำไม”

เดือนแรมตอบว่าเป็นภาพ ธิติรัตน์มองดูเห็นภาพหวานชื่นของตนกับดุจแขเมื่อห้าปีก่อน เขาโกรธมาก คว้าโทรศัพท์มาปาทิ้ง...สักพักก็ขบกรามแน่น พึมพำว่า ดุจแขคิดผิดแล้วที่ใช้วิธีนี้กับตน ว่าแล้วก็ดึงเดือนแรมมาโอบกอด แล้วใช้มือถือถ่ายภาพส่งกลับไปให้ดุจแข พอดุจแขได้รับถึงกับร้องกรี๊ดๆอย่างรับไม่ได้ สรรชัยตกใจเข้ามาดู เห็นภาพในมือถือก็ปลอบใจให้ยอมรับความจริง แต่ดุจแขไม่ยอมกลับทุบตีเขายกใหญ่ สรรชัยเริ่มจะรู้สึกสมเพชดุจแขมากกว่าที่เคยรักเสียแล้ว...ธิติรัตน์มองภาพที่ถ่ายในมือถือเห็นเดือนแรมน่ารักดี จึงส่งเข้าเครื่องของเดือนแรมด้วย เธอเพิ่งเดินเลี่ยงมา มองภาพที่ส่งเข้ามา ทั้งดีใจทั้งอาย มือกุมหัวใจ

“อย่าเต้นดังนักสิแรม คุณชายเขาแค่เอาเธอเป็นไม้กันหมา”

ธิติรัตน์เดินตามมาถามว่าเห็นรูปหรือยัง ไม่ชอบหรือ เดือนแรมได้แต่ก้มหน้าตอบค่ะๆ

“นี่...ใจคอเธอจะไม่พูดอะไรบ้างเลยเหรอ นอกจากคำว่าคะ...ค่ะ...เฮ้อ เธอนี่ไม่ได้ดั่งใจฉันเลย” ธิติรัตน์ส่ายหน้าเดินไปฉุนๆ เดือนแรมมองตามเดาอารมณ์เขาไม่ถูก

“ก็จะให้แรมพูดได้ยังไงคะ ว่าแรมตื่นเต้นจนจะเป็นลมตายอยู่แล้ว อีกอย่างแรมเห็นรูปของคุณชายกับคุณดุจแข แรมก็...แล้วจะไปหึงทำไม เราไม่ได้เป็นอะไร กับคุณชายซักหน่อย คนที่คุณชายยังแคร์คือดุจแข ไม่งั้นคงไม่ทำอย่างนี้หรอก” เดือนแรมพึมพำคนเดียว

วันรุ่งขึ้น หม่อมรัตนาเข้ามาคุยกับเดือนแรมถึงภาพที่เห็นธิติรัตน์โอบกอดเธอ เดือนแรมตอบเสียงอ่อยๆ ว่าธิติรัตน์แค่ถ่ายภาพส่งกลับไปให้ดุจแขเท่านั้น

“ดุจแขมายุ่งกับตาชายอีกแล้วเหรอ เฮ้อ...ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้จักจบจักสิ้นซะที”

“คุณดุจแขคงรักคุณชายมากค่ะ”

“ถ้าเขารักตาชายจริง เขาไม่ทำร้ายตาชายอย่างที่ผ่านมาหรอก เฮ้อ ที่ทำอย่างนี้  เขาคงคิดว่าถ่านไฟเก่ามันจะคุ” หม่อมรัตนาเห็นสายตาเต็มไปด้วยคำถามของเดือนแรม จึงพูดต่ออีกว่า “ตาชายเหมือนเสือ ไม่กินเนื้อชิ้นเก่า จบก็คือจบ และฉันมั่นใจว่าตาชายต้องได้เจอผู้หญิงคนใหม่ คนที่จะไม่ทำร้ายเขาอีก รวมทั้งคนที่ตาชายรักและไว้ใจพอที่จะเล่าทุกอย่างในชีวิตให้ฟังได้”

เดือนแรมสับสนว้าวุ่นใจ มาปรับทุกข์กับเจ๊กอไก่ เจ๊ฟันธงว่าธิติรัตน์รู้สึกดีๆกับเธอ...และในวันนั้น ธิติรัตน์ก็สั่งเลขา ไม่รับโทรศัพท์ของดุจแข แถมล็อกเบอร์ในมือถือตัวเองด้วย ยิ่งสร้างความเจ็บช้ำให้ดุจแข เธอจึงหันไปขอความช่วยเหลือจากวีระ วีระมาบอกธิติรัตน์ว่าดุจแขกินยาตาย ธิติรัตน์ไม่สนใจ วีระโกรธถึงกับชกหน้าธิติรัตน์หาว่าใจร้าย

“ทำไมนายถึงใจดำอย่างนี้ คนจะตายเพราะนายทั้งคน ยังไม่ดูดำดูดีอีก”

“ฉันไม่เดินตามเกมของผู้หญิง”

“เกม...นายมองชีวิตของคุณแขเป็นแค่เกม ไม่มีคนโง่คนไหนหรอกที่จะเล่นกับความตาย”

“คนโง่อย่างดุจแข ยอมทำร้ายตัวเองเพื่อเอาชนะคนอื่น”

วีระยิ่งโกรธ ชกธิติรัตน์อีก เขาได้แต่ปัดป้องไม่ตอบโต้ วีระชี้หน้าอย่างโกรธมาก ถ้าดุจแขเป็นอะไรไป เขาคือฆาตกร ธิติรัตน์ไม่สะทกสะท้าน กลับเรียกศรัณย์ให้มาเอาตัววีระออกไป วีระโวยวายว่าใจธิติรัตน์ทำด้วย อะไร คนเคยรักกันแท้ๆ ศรัณย์ลากวีระออกมาแล้วตอบว่า

“แค่คนเคยรักกัน...นายต้องเข้าใจซะทีนะ ว่าเรื่อง ของคุณแขกับนายชายจบกันไปนานแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณแขจะทำอะไร มันไม่เกี่ยวกับนายชาย”

“แต่ที่คุณแขเขาฆ่าตัวตายเพราะนายชาย”

ศรัณย์ย้อนถามว่าเค้าคือใคร วีระจึงบอกว่าดุจแขโทร.บอกตนก่อนที่จะกินยาตาย ศรัณย์หัวเราะแบบหยันๆ

บอกวีระว่า เขาถูกหลอกใช้ให้คาบข่าวมาบอกธิติรัตน์ เขาเป็นแค่หมากตัวหนึ่งของดุจแขเท่านั้น วีระไม่อยากเชื่อ...

เผอิญหมอที่ล้างท้องให้ดุจแขคือเกรียง ธิดากับหม่อมรัตนาจึงรู้ข่าวไปด้วยว่า ดุจแขทานยาเข้าไปไม่มาก หวังประชดบางคน สรรชัยเป็นคนส่งดุจแขมาโรงพยาบาล พอเธอฟื้นขึ้นมา ก็รีบบอกเกรียงว่า ตนกับสรรชัยไม่ใช่แฟนกัน ตนยังรักธิติรัตน์ เกรียงตอบว่า เรื่องอดีตไม่ควรเอามาพูดถึงอีก ดุจแขเจ็บใจ แต่ยังเชื่อว่าธิติรัตน์ต้องมาเยี่ยม สรรชัยสุดจะทน

“คุณไม่อายบ้างเหรอ ขนาดผมยืนฟังเฉยๆผมยังอาย”

“คุณไม่เคยได้ยินหรือไง ด้านได้ อายอด”

“งั้นคุณคงกลัวจะอดจริงๆ ขนาดเขาจับได้ไล่ทันว่าคุณแกล้งกินยาตายเพื่อเรียกร้องความสนใจ ยังลอยหน้าลอยตาอยู่ได้”

ดุจแขว่าตนรู้จุดอ่อนของธิติรัตน์ ว่ากลัวตนตาย จึงกดโทรศัพท์หาวีระ ร้องไห้ขอให้เขาพาธิติรัตน์มาพบเป็นครั้งสุดท้าย สรรชัยมองเธออย่างสมเพช...วีระร้อนใจเป็นห่วงดุจแข มาขอร้องธิติรัตน์อีกครั้งให้ไปเยี่ยม

ดุจแข ธิติรัตน์จึงย้อนรอยดุจแขบ้าง เขาพาเดือนแรมแต่งตัวสวยมาเยี่ยมดุจแข...ธิติรัตน์กับเดือนแรมเดินเข้ามาในโรงพยาบาล ชุติมาซึ่งเดินลงมาซื้อของเห็นเข้าก็แปลกใจ กลับขึ้นมาบนห้อง เมินกำลังปลอบเพ็ญประกายซึ่งนอนตาเหม่อลอย

“พ่อไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ ที่ลูกต้องเข้ามานอนโรงพยาบาลเพราะแฟนเก่าคุณชายมาหา”

“ลูกเราออกจะบอบบางไร้เดียงสา เจอผู้หญิงชั้นต่ำ ไร้ยางอายอย่างยัยดุจแข ตามมาหาเรื่องถึงบ้าน จะไม่ช็อกได้ยังไง” จันทราลูบหัวเพ็ญประกายอย่างห่วงใย

ชุติมาตั้งใจจะมาบอกเรื่องที่พบธิติรัตน์เปลี่ยนเป็นหัวเราะเยาะ “ที่ช็อกเพราะรู้อยู่แก่ใจมากกว่ามั้ง ว่าคุณชายไม่มีใจให้ พอใครมาพูดอะไรนิดหน่อย เลยทำท่าจะเป็นจะตาย สมแล้วที่หมอบอกว่า มีอาการทางจิต เธอมีสิทธิ์เป็นบ้าแน่ยัยเพ็ญ”

จันทราหันมาเอ็ด ชุติมาเถียง คนอะไรหน้าด้านอยากมีผัวจนเป็นบ้า จันทราตบผัวะ ชุติมาหน้าหันน้ำตานอง จ้ำพรวดๆออกไป เมินรู้สึกว่าตนผิดที่ยอมให้เพ็ญประกายเป็นมาหยารัศมี เขาหลบออกมาจากห้อง และได้เห็นธิติรัตน์เดินอยู่กับเดือนแรม จะตามไป พอดีจันทราตามออกมา จึงหันมาถกเถียงกันสักพัก มองไป สองคนก็หายไปแล้ว

ooooooo

ธิติรัตน์ให้เดือนแรมเข้าไปเยี่ยมดุจแขตามลำพัง ตนรออยู่หน้าห้อง ให้เดือนแรมบอกดุจแขว่าตนเป็นคนรักของเขา และขอให้เธอเลิกวุ่นวายกับเขาเสียที สรรชัยแปลกใจที่เดือนแรมเก่งกล้ามาคนเดียวได้ เดือนแรมขอคุยเป็นการส่วนตัว สรรชัยจึงออกมา

เดือนแรมพูดตามคำพูดที่ธิติรัตน์สอนมาว่า ดุจแขเป็นแค่แฟนเก่า “แฟนเก่าที่น่ากลัวยิ่งกว่าผี เพราะผีถึงจะเชื่อว่ามีอยู่จริง แต่ก็ไม่เคยเห็น ไม่เหมือนกับแฟนเก่า ไม่เคยสนใจว่ามีจริง แต่ดันตามหลอกหลอนยิ่งกว่าผีเสียอีก แถมยังทำตัวเป็นสัมภเวสี ไม่ยอมไปผุดไปเกิดซักที”

ดุจแขโกรธจนตัวสั่น “ขนาดคู่หมั้นของเขาฉันยังไม่กลัว นับประสาอะไรที่ฉันจะกลัวคนหน้าจืดๆอย่างเธอ”

“แต่คนหน้าจืดๆคนนี้ล่ะค่ะ ที่คุณชายให้ความสำคัญกว่าคู่หมั้น”

“หน้าด้าน...”

“อย่าด่าตัวเองสิคะ เพราะที่แรมมาที่นี่เพราะคุณชายให้สิทธิ์แรม ซึ่งต่างจากคุณที่คุณชายไม่ได้ต้องการ และมันควรจะจบแค่คำว่าแฟนเก่าเท่านั้นค่ะ”

“ฉันจะทวงคุณชายของฉันคืน”

“แรมก็จะใช้หัวใจรักของแรม ดึงคุณชายเอาไว้เหมือนกันค่ะ...ขอโทษนะคะ แรมเคยคิดว่าการไล่ล่าผู้ชายเป็นเรื่องไร้สาระที่สุดในชีวิต ไม่อยากเชื่อ พอมาเจอกับตัวมันจำเป็นต้องทำ เพราะผู้หญิงบางคนเป็นยิ่งกว่าปลิง อ้อ แล้วถ้าคุณดุจแขยังทำใจไม่ได้ แรมขอแนะนำให้ไปฟังเพลงกฎของแฟนเก่า...นะคะ เผื่อความฟุ้งซ่านจะจางลงบ้าง” พูดจบเดือนแรมจะเดินออก

ดุจแขโผนเข้ากระชากผม เดือนแรมหันมาดึงผมเธอบ้างและบอกว่า อย่าต้องมาเจ็บหน้าเพราะมือตนเลย เดี๋ยวเธอต้องให้หมอถากหน้าออกเพราะตอนนี้มันหนามาก...ดุจแขตกใจนึกไม่ถึงว่าเดือนแรมจะปากร้ายขนาดนี้ เดือนแรมผลักดุจแขล้มไปหัวกระแทกเตียง ดุจแขคว้ามีดปอกผลไม้จะแทง ธิติรัตน์เข้ามาแย่งมีดไว้ได้ ผลักดุจแขออก ดึงเดือนแรมมากอดไว้

“ถ้าคุณทำคนของผมแม้แต่ปลายนิ้ว คุณเจอดีแน่”

ดุจแขกรี๊ดลั่นจะเข้าตบเดือนแรมอีก ธิติรัตน์ปกป้องเดือนแรมและบอกอย่ามาทำร้ายคนที่ตนรัก แล้วพาเธอออกไป ปล่อยให้ดุจแขร้องกรี๊ดอยู่แบบนั้น...สรรชัยซึ่งห่วงเดือนแรมอยู่แล้วเห็นธิติรัตน์ประคองเธอหน้าตาตื่นออกมา เผอิญเพ็ญประกายมองมาเห็นทั้งสองคนขึ้นรถไปด้วยกัน ก็ร้องไห้โฮฟ้องจันทราว่าเดือนแรมแย่งธิติรัตน์ จันทรายุลูกจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้

ระหว่างนั่งรถออกมา ธิติรัตน์ซักถามว่าเดือนแรมพูดอะไรกับดุจแขบ้าง เธอเล่าว่าพูดตามที่เขาสอนและบางประโยคก็มาจากเจ๊กอไก่ ธิติรัตน์ได้ฟังก็อมยิ้มโทร.ไปขอบใจเจ๊กอไก่ และหวังว่าครั้งนี้ ดุจแขจะไม่กลับมาวุ่นวายกับตนอีก

ooooooo

กลับถึงวังศิลาลาย เดือนแรมขอโทษธิติรัตน์ถ้าตนพูดอะไรกับดุจแขแรงเกินไป ธิติรัตน์กลับเข้าใจว่าเดือนแรมกังวลใจเรื่องสรรชัย จึงเหวี่ยงอารมณ์ใส่ อยากพูดอะไรก็พูดออกมา เดือนแรมน้อยใจอยากถามถึงคำพูดที่เขาบอกดุจแขว่าเขารักตน แต่เขากลับไม่เข้าใจ

“คุณชายไม่คิดถึงใจแรมเลยเหรอคะ ว่าแรมจะรู้สึกยังไง”

“ถ้าเธอไม่บอก ฉันก็จะไม่ถาม เพราะคนอย่างฉัน ไม่เคยสนใจใคร”

“แต่ถ้าเป็นแรม ถึงคนที่แรมรักเขาจะไม่ถาม แรมก็อยากจะบอก ไม่ใช่แค่นี้ด้วยค่ะ เพราะถ้าแรมรักใคร แรมจะไปตามหาเขา ไปดูแลเขา ตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่ามีเขาอยู่ในโลกเลยค่ะ” เดือนแรมพูดจบ ก็วิ่งหนีเข้าบ้าน ธิติรัตน์ตะโกนตามหลังว่า แล้วเธอรักใคร

เดือนแรมน้ำตาไหลวิ่งเข้าห้อง ธิติรัตน์ตามมาอยากจะเคาะประตูแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ เดือนแรมเสียใจนึกถึงคำพูดของธิติรัตน์ตอนอยู่ในรถ ที่ว่า “ที่ฉันบอกว่ารักเธอมันไม่ได้เป็นความจริง ฉันแค่พูดให้ดุจแขเขาเลิกยุ่งกับฉันเท่านั้น”

“แรมรู้ค่ะ ว่าคุณชายไม่ได้รักแรม แต่คุณชายคงไม่รู้ว่าแรมเจ็บแค่ไหนที่ได้ยินคุณชายพูดอย่างนั้น เพราะแรม...แรมรักคุณชายค่ะ” เดือนแรมรำพันอยู่คนเดียว...

ออกจากโรงพยาบาล ดุจแขยังคงดื่มเหล้าเมาตลอด สรรชัยเริ่มตัดใจจากเธอได้ เขาอยากบอกเดือนแรมเป็นคนแรก จึงโทร.นัดเธอออกมาพบช่วงพักเรียน ธิติรัตน์ได้ยินเดือนแรมพูดโทรศัพท์นัดหมายกันก็หงุดหงิดใจ พูดจาประชดประชัน จนเดือนแรมเองก็ไม่เข้าใจ

เดือนแรมพบกับสรรชัยตามนัด สองคนปรับทุกข์เรื่องความรักเหมือนพี่เหมือนน้องกัน...ธิติรัตน์นั่งมองมือถืออย่างหงุดหงิด ตัดสินใจโทร.ไป เดือนแรมเพิ่งเรียนเสร็จ เขาจึงแกล้งบอกว่าไม่สบายให้รีบกลับบ้าน เดือนแรมหน้าตื่นกลับมาพบว่าเขาล้างรถอย่างอารมณ์ดี แถมบอกแค่อยากรู้ว่าระหว่างเขากับคนพิเศษใครสำคัญกว่ากัน เดือนแรมน้ำตาคลอที่เขาเอาความรู้สึกของตนมาล้อเล่นเป็นเกมอย่างหนึ่ง ไม่ว่าใครจะแพ้จะชนะ ก็ต้องมีคนหนึ่งที่สูญเสียความรู้สึกดีๆ เพียงแค่ต้องการชนะ มันเป็นความภาคภูมิใจ แต่เขาจะไม่มีตนตลอดชีวิต...

ooooooo

ตอนที่ 4

วันต่อมา ขณะที่ธิติรัตน์กับเพื่อนและทีมงานประชุมงานกันอยู่ มีคนงานหอบรูปเดือนแรมใหญ่เท่าตัวจริงมาส่งให้ ธิติรัตน์หน้าเสีย ทั้งอายทั้งเขิน ต่อว่าจะไปรับเองเอามาส่งทำไม ศรัณย์ถามไปแอบถ่ายไว้เมื่อไหร่ ภาพนี้สวยเสียด้วย เจ๊กอไก่อมยิ้มสงสัยความสัมพันธ์ของสองคนนี้ ดุจแขโผล่มาเห็นยืนกำมือเคียดแค้นจะต้องกำจัดมาหยารัศมีหรือเดือนแรมกันแน่

เพ็ญประกายนั่งซึมไม่สดชื่น จันทรายุให้โทร.หาธิติรัตน์บ่อยๆ เพราะเป็นคู่หมั้นไม่น่าเกลียดอะไร ชุติมาคอยเยาะถากถางว่าคู่หมั้นกำมะลอ จันทรากลุ้มใจที่ชุติมาหนักข้อขึ้นทุกวัน...

เดือนแรมมารับรูปที่บริษัท เธอยิ้มปลื้มขอบคุณธิติรัตน์ที่ทำภาพนี้ให้ ธิติรัตน์ทำเป็นไม่สนใจให้เอารูปกลับไป แต่เดือนแรมเกรงคนที่บ้านไม่พอใจ เขาจึงบอกว่าจะเอาไปไว้ที่วังก่อน

ดุจแขเจ็บใจมาเมาบ่นกับจารุณี แต่ไม่ยอมรับความจริงว่าธิติรัตน์หมดรักตนแล้ว จารุณีจึงแนะนำให้ลองควงคนอื่นไปเย้ยว่าเขาจะแสดงอาการหึงบ้านหรือไม่... ดุจแขจึงโทร.หาวีระจะใช้เป็นเครื่องมือ แต่กลับรับรู้ว่า มีการประชุมที่ร้านร้านหนึ่ง เธอจึงชวนสรรชัยไปแทน สรรชัยหลงดีใจที่ดุจแขชวนไปทานอาหารค่ำ

ในร้านอาหารหรู ธิติรัตน์นั่งคุยเรื่องงานกับศรัณย์และวีระ ดุจแขควงสรรชัยเข้ามาพยายามนั่งให้ธิติรัตน์เห็น แต่ธิติรัตน์กลับจำได้ว่าเห็นสรรชัยอยู่กับเดือนแรมวันก่อน จึงมองอย่างสนใจ สรรชัยหน้าเครียดรู้ตัวว่าโดนดุจแขหลอก จึงบอกว่าจะยอมเล่นตามเกมส์ของเธอ แต่เขาเล่นจริงจัดหนัก จนดุจแขตกใจเกรงธิติรัตน์รู้ว่าตนกับสรรชัยมีอะไรกันขนาดไหน รีบผละออกมาหาธิติรัตน์ แก้ตัวว่าไม่มีอะไรกัน ธิติรัตน์แสดงออกว่าไม่สนใจและเดินหนี ดุจแขร้องกรี๊ดวิ่งตามเขาไปอย่างไม่เหลือศักดิ์ศรี สรรชัยมองดุจแขอย่างเจ็บปวด เปลี่ยนจากรักเป็นแค้น

ดุจแขพร่ำพูดว่าธิติรัตน์ยังรักตนและกำลังหึงตน ธิติรัตน์เอือมระอา

“ดุจแข เมื่อไหร่คุณจะยอมรับซักทีว่าเรื่องของเรามันจบกันไปนานแล้ว และตอนนี้ผมก็มีคนที่อยู่ในใจของผม” ดุจแขไม่เชื่อ ธิติรัตน์จึงบอกว่าจะเรียกให้มาพบ

ธิติรัตน์กดโทรศัพท์หาเดือนแรม เผอิญเดือนแรมกำลังถูกชุติมารื้อค้นห้องหาจดหมายและการ์ดที่แป้นเคยเห็น เดือนแรมขวาง จึงแกล้งกระตุกสร้อยตัวเองขาดแล้วร้องว่าเดือนแรมกระชากสร้อย มือถือดังขึ้น เดือนแรมรีบกดรับ ชุติมาเข้ามาแย่ง เกิดเสียงทะเลาะกัน ธิติรัตน์ได้ยินตกใจที่เดือนแรมกำลังโดนรังแก เพ็ญประกาย

มาช่วยดึงมือถือจากชุติมา ได้ยินเสียงผู้ชายร้องถามเดือนแรมเป็นอะไร ก็สะดุดหูว่าเสียงเหมือนธิติรัตน์ เธอยื่นมือถือคืนให้ เดือนแรมคว้ามาได้วิ่งหนีออกจากบ้านกดกลับไปหาธิติรัตน์ แต่เขาถูกดุจแขกระชากแขนอยู่จึงรับสายไม่ได้ เดือนแรมเข้าใจว่าเขาคงโกรธ พยายามโทร.กลับหลายครั้ง สรรชัยทนสภาพดุจแขไม่ไหวเข้าไปลากตัวกลับ ศรัณย์กับวีระมองอย่างงงๆ ธิติรัตน์ขึ้นรถขับออกมาได้ ก็รีบโทร.กลับไปหาเดือนแรม จังหวะนั้น เดือนแรมโทร.ไปหาศรัณย์เพื่อถามหาธิติรัตน์

“ตะกี้คุณชายโทร.หาแรม แต่พอแรมโทร.กลับ คุณชายไม่รับสาย ไม่ทราบว่าคุณชายมีอะไรกับแรมหรือเปล่าคะ”

“คงอยากจะคุยงานด้วยมั้ง งั้นแรมมาที่ร้านเลย เดี๋ยวฉันโทร.ตามนายชายให้”

ด้านธิติรัตน์ร้อนใจกับเสียงที่ได้ยิน เป็นห่วงเดือน–แรมอย่างมาก ศรัณย์โทร.เข้ามาเขาก็ตัดสายไม่ฟังว่าเรื่องอะไร เขากดหาเดือนแรมอีกครั้ง คราวนี้เธอรับสายแล้วบอกว่าอยู่บนรถเมล์กำลังไปหาเขา ธิติรัตน์สั่งให้ลงจากรถแล้วรอตนอยู่ตรงนั้น เดือนแรมงงว่าเรื่องอะไรกันแน่...พอธิติรัตน์มาถึงก็ถามอย่างห่วงใยว่าเมื่อกี้มีเรื่องอะไร เดือนแรมส่ายหน้าไม่อยากเล่า เขาจึงเอ็ดที่ออกจากบ้านมาทำไมค่ำมืด เธอโต้

“ก็คุณชายโทร.หาแรม แรมเป็นห่วงกลัวคุณชายจะมีเรื่องอะไร คุณชายมีอะไรรึเปล่าคะ”

ธิติรัตน์อึ้งมองเดือนแรมที่กลับกลายมาห่วงตนจนพูดไม่ออก เดือนแรมย้ำว่า เขามีเรื่องอะไรระบายให้ตนฟังได้ทุกเรื่อง ตนพร้อมจะอยู่เคียงข้างเขา ทำเอาธิติรัตน์ซึ้งใจ...

สองคนมานั่งริมน้ำ เดือนแรมตั้งหน้าฟังธิติรัตน์ระบาย เขาถอนใจก่อนจะยอมเล่าว่า ครั้งหนึ่งตนเคยรักดุจแขมาก และโกรธแค้นที่เธอไปแต่งงานกับคนอื่น แต่ตอนนี้ เขาหมดสิ้นความรู้สึกเหล่านั้นแล้ว แต่ดุจแข

ไม่ยอมจบและสิ่งที่เขาอยากรู้คือ วันนี้ดุจแขมากับผู้ชายที่เคยเดินอยู่กับเดือนแรมเป็นใคร เขาหันมาฟังคำตอบแต่เดือนแรมหลับไปเสียแล้ว

“เดือนแรม...เฮ้ย เธอนี่จริงๆเลย จะฟังกันหน่อยก็ไม่ได้ ความจริงเรื่องของฉันมันไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับเธอ แล้วฉันจะโทร.หาเธอทำไม...” ธิติรัตน์มองอย่างเอ็นดู และสงสัยตัวเอง คำเตือนของแม่ผุดขึ้นในหัว เขาสับสน “ไม่...ฉันไม่ได้มีเธออยู่ในหัวใจ แค่...ไม่มีใครทนฉันได้เท่าเธอ แต่ยังไงก็ขอบใจเธอมาก ที่อุตส่าห์มาหาฉัน ทั้งๆที่เธอมานั่งหลับให้ฉันดู”

ธิติรัตน์จับหัวเดือนแรมมาอิงไหล่ตนให้นอนสบายๆ แล้วตัวเองก็ผล็อยหลับหัวอิงอยู่กับเธอจนฟ้าสว่าง...เดือน–แรมตื่นมาตกใจ ขยับตัวออกมามองหน้าธิติรัตน์อย่างรักและเทิดทูน เธอลุกไปล้างหน้าล้างตา หยิบผ้าเช็ดหน้ามาจะเช็ดแล้วชะงัก นึกได้เก็บไว้ให้ธิติรัตน์ใช้ เดินกลับมาปลุกเขาเบาๆ ส่งผ้าเช็ดหน้าให้เขาไปใช้และชวนเดี๋ยวไปใส่บาตรกัน ธิติรัตน์ล้างหน้าเสร็จ เห็นผ้าเช็ดหน้ามีชื่อเดือนแรมปักอยู่ก็อมยิ้มในความเชยอย่างน่าเอ็นดูของเธอ

“เชยได้อีกนะแม่คุณ ในที่สุด ผู้หญิงที่ใกล้ชิดฉันที่สุด เห็นจะมีแต่เธอ...เดือนแรม”

สองคนมาใส่บาตรร่วมกัน ธิติรัตน์รู้สึกถึงความอิ่มบุญ เขาบอกเธอว่าจะไปส่งบ้าน เดือนแรมกำลังจะบอกว่าบ้านอยู่ไหน พลันละเอียดโทร.มาบอกว่า หม่อมรัตนาตกบันได เขาตกใจรีบกลับวังโดยพาเดือนแรมมาด้วย...หม่อมรัตนาไม่เป็นอะไรมากแค่ข้อเท้าแพลง ถามลูกชายว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่าถึงไม่กลับบ้าน เขาว่าไม่มีอะไร เดือนแรมอาสาทำอาหารเช้าให้

ooooooo

เช้าวันนี้ เพ็ญประกายยังเสียใจที่ธิติรัตน์ผิดนัด จันทราปลอบและยุให้โทร.หาชวนเขาใหม่ เพราะเป็นคู่หมั้นกันไม่น่าเกลียด เธอโทร.ไปแต่ธิติรัตน์กำลังทานอาหารกับเดือนแรมจึงบอกปัด ยิ่งทำให้เธอเสียใจมากขึ้น จันทราย้ำกับลูกถ้าธิติรัตน์มีหญิงอื่น ตนจะกำจัดเอง

ทานอาหารเสร็จ ธิติรัตน์จะไปส่งเดือนแรม แต่ เธอกลับขอให้อยู่ดูแลหม่อมรัตนา ตนกลับกับตากล่ำได้ เดือนแรมขอผ้าเช็ดหน้าคืน ธิติรัตน์หาว่าหวงให้เขาซักก่อนถึงคืนก็ไม่ได้...ธิติรัตน์แอบกำชับตากล่ำให้ถ่ายรูปบ้านเดือนแรมมาให้ละเอียด

แม้นเทพกำลังเดินครุ่นคิดว่าใครคือมาหยารัศมี ชุติมาเดินมาได้ยิน จึงบอกว่าคือเพ็ญประกาย สองคนทะเลาะปะคารมกันอีก ชุติมาโกรธคว้าก้อนหินมา

ปาหัว แม้นเทพยิ่งมองเธออย่างเหยียดหยามและดูถูกว่า ผู้หญิงหยาบคายอย่างเธอ น่าสมเพชจนตนไม่อยากลดตัวไปต่อกรด้วย ชุติมาเจ็บแปลบ ทั้งโกรธทั้งแค้นแต่กลับไปโทษว่าเป็นเพราะเดือนแรม พอเห็นเดือนแรมลงจากรถตากล่ำ ก็ปรี่เข้ามาด่าว่าหยาบๆคายๆ ตากล่ำรีบถ่ายภาพด้วยมือถือไว้ทุกช็อต

“อ๊าย...อย่ามาถ่ายรูปฉันนะไอ้แก่ ฉันไม่มีทางไปเป็นเมียน้อยแกหรอก” ชุติมาหาว่าตากล่ำเป็นเสี่ยเลี้ยงเดือนแรม ไล่ตบตีจนตากล่ำวิ่งหนีกลับขึ้นรถขับออกไป

ธิติรัตน์รอฟังรายงานจากตากล่ำ หม่อมรัตนายิ่งมั่นใจว่าลูกชายรักเดือนแรมเสียแล้ว ตากล่ำรายงานและเอารูปที่ถ่ายทั้งหน้าบ้านและชุติมาให้ดู ธิติรัตน์ตะลึงว่าใช่อย่างที่เขาสงสัยจริงๆ เขาเป็นห่วงเดือนแรมและจะต้องเอาตัวเธอออกมาจากบ้านนั้นให้ได้...

เพื่อลูกสาวจะได้แต่งงานกับธิติรัตน์ จันทราจ้างเจิมให้ฉุดเดือนแรมไปกระทำชำเรา โดยวางแผนใช้เดือนแรม ออกไปซื้อโจ๊กกลางค่ำกลางคืน...ธิติรัตน์สังหรณ์ใจเป็นห่วงเดือนแรม ขับรถจะไปบ้านมณีกุล ระหว่างทางเฉี่ยวชนกับมอเตอร์ไซค์ต้องไกล่เกลี่ยรอประกัน เดือนแรมถูกพวกเจิมฉุดลากเข้าป่าข้างทาง ธิติรัตน์มาถึงเห็นของที่หล่นกลางถนน และเห็นผ้าเช็ดหน้าเดือนแรมที่ตกอยู่ก็รู้ว่า เกิดเรื่องไม่ดีแน่ เขาวิ่งตามหาไปทั่ว พอเห็นรองเท้าตกอยู่ข้างหนึ่งจึงแกล้งร้องตะโกนว่าตำรวจมา พวกเจิมตกใจทิ้งเดือนแรมวิ่งออกมา ธิติรัตน์เอาไม้หวดทั้งสองคนสลบไปเห็นเดือนแรมนอนหมดสติอยู่ เขาโผเข้าอุ้มเธอมากอดอย่างสงสารและห่วงใย

เดือนแรมได้สติรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณธิติรัตน์อีกครั้ง...ระหว่างนั้น เพ็ญประกายโทร.หาธิติรัตน์แต่เขาทิ้งมือถือไว้ในรถ เพ็ญประกายมาเดินหงุดหงิดที่สนามหน้าบ้าน เห็นรถธิติรัตน์แล่นมาจอดก็ดีใจจะวิ่งไปหา แต่พอเห็นเขาเปิดประตูประคองเดือนแรมลงมาก็ชะงัก ธิติรัตน์เอาเสื้อของตนคลุมให้และกอดเธออย่างแนบแน่น

“ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว จากนี้ไปชีวิตของเธอจะไม่มืดมนเป็นคืนเดือนแรม เพราะเธอจะมีฉันคอยดูแลปกป้องตลอดไป”

เพ็ญประกายยืนมองอึ้งน้ำตาไหลพราก หัวใจแหลกสลาย

ooooooo

วันนี้ หม่อมรัตนาให้ตากล่ำกับละเอียดจัดข้าวของธิติรัตน์ที่ส่งกลับมาจากอเมริกา ทั้งสองแยกแยะ

ของใส่กล่องไว้ให้เขาดูว่าอะไรจะทิ้งอะไรจะเก็บ ธิติรัตน์กลับมาถึง เขาเปิดดูแต่ละกล่อง พบจดหมายหลายฉบับของเดือนแรมที่เขียนถึงตน จึงนั่งอ่านทุกฉบับ เธอรายงาน เขาแทบทุกวันและถามทุกข์สุข เขานึกได้ว่า เขาเขียนถึงเธอเพียงฉบับเดียว จึงเสียใจมาก

คืนนั้น เดือนแรมทั้งอบอุ่นใจและทุกข์ใจ เพราะไม่รู้จะวางตัวอย่างไรดี ตนควรจะห่างจากธิติรัตน์เพราะเขาเป็นคู่หมั้นเพ็ญประกาย ในขณะที่เพ็ญประกายเสียใจจนกลายเป็นแค้นใจที่เดือนแรมมาแย่งชายที่ตนรัก...

วันรุ่งขึ้น เพ็ญประกายเห็นเดือนแรมกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ จึงเข้ามาถามตรงๆว่าเมื่อคืนกลับมากับใคร เดือนแรมพูดไม่ออก เพ็ญประกายเฉไฉคุย

“พี่มีเรื่องจะบอก พี่...ตกลงที่จะหมั้นกับคุณชายธิติรัตน์แล้วนะ ในนามมาหยารัศมี”

เดือนแรมใจหายทั้งที่รู้อยู่ก่อนแล้ว ฝืนยิ้มแสดงความยินดี และตั้งใจจะอยู่ห่างธิติรัตน์

จันทราออกมาเห็นเดือนแรมไม่เป็นอะไรก็ตกใจ โทร.ไปโวยเจิม จึงรู้ว่ามีคนมาช่วยเดือนแรมไว้ จันทราแกล้งเล่นงานเดือนแรมที่เอาเงินตนไปแล้วไม่ซื้อของมาให้ เมินเรียกเดือนแรมมาซักถามพอรู้ว่าโดนทำร้ายก็ตกใจสำรวจดูว่าบาดเจ็บตรงไหนบ้าง จันทราไม่พอใจกับท่าทีห่วงใยของเมิน เดือนแรมน้ำตาซึมตื้นตันเมื่อเห็นความห่วงใยของพ่อ เมินหันมาตำหนิจันทราและสั่ง
ทุกคนห้ามใช้เดือนแรมออกไปซื้อของอีก จันทราโกรธแค้นมากขึ้น

เดือนแรมมาปรับทุกข์กับเจ๊กอไก่ อยากออกจากบ้านมาอยู่เอง เพราะไม่อยากให้พ่อต้องทะเลาะกับจันทรา อีก...ขณะเดียวกัน ธิติรัตน์ขออนุญาตหม่อมรัตนา จะพาเดือนแรมมาอยู่ในวังเพื่อช่วยงานตน หม่อมท้วงว่าไม่เหมาะเพราะเขามีคู่หมายอยู่แล้ว ธิติรัตน์พูดอย่างมั่นใจว่าคู่หมั้นของตนคือมาหยารัศมี แต่เพ็ญประกายเป็นตัวปลอม หม่อมรัตนามองลูกชายอึ้งๆ

ตอนที่ 3

รู้ตัวว่าพูดรุนแรงเกินไปกับเดือนแรม ธิติรัตน์โอนอ่อนลง เดือนแรมจะเดินหนีแต่เขายังจับเธอไว้ เธอจึงถามว่าไม่กลัวเป็นข่าวอีกหรือ ธิติรัตน์หมั่นไส้แกล้งว่าจะเป็นก็ให้มันแรงขึ้นกว่าเดิม ว่าแล้วก็ดึงเธอไปขึ้นรถ

“ขึ้นรถไปด้วยกันอย่างนี้นี่แหละ จะได้ดังสมใจ ยังไม่เป็นดาวรุ่ง...แต่รุ่งจนฉุดไม่อยู่เพราะหนูเดือนแรม พุ่งขึ้นรถกับผู้ชาย”

เดือนแรมหน้าตื่น...ธิติรัตน์พาเธอมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พอดีหม่อมรัตนาโทร.มาบอกเขาว่า พรุ่งนี้เมินกับจันทราจะพามาหยารัศมีมาที่บ้าน ธิติรัตน์หน้าเครียด มองเดือนแรมที่นั่งตัวลีบไม่ทานอะไร จึงถามว่าไม่กินอะไรกลัวเขาวางยาหรือ เดือนแรมตอบว่าเปล่า แค่กลัวเขาจนทำอะไรไม่ถูก เขาเริ่มสงสาร เดือนแรมย้ำว่าตนไม่ได้ ปล่อยข่าวจริงๆ เขาอ่อนโยนลงหันมามองเธออย่างเอ็นดูและตักอาหารใส่จานให้...จารุณีซึ่งอยู่ในร้านเดียวกันรีบโทร.บอกดุจแข เธอโกรธมาก โทร.หาณัฐวัฒน์ เจ้าของสินค้าที่เดือนแรมจะเป็นพรีเซ็นเตอร์ เสนอนางแบบดังให้แทน

วันต่อมา ผู้จัดการร้านสั่งเด็กในร้านทุกคน อยู่เลี้ยงฉลองวันเกิดลูกเจ้าของร้าน ใครกลับไปก่อนจะถือว่าไม่ให้เกียรติ เดือนแรมอึดอัดใจเพราะวันนี้ตนต้องไปถ่ายโฆษณางานชิ้นแรก จึงยอมลาออก...มาถึงสตูดิโอของธิติรัตน์ กำลังแต่งหน้าแต่งตัว เจ๊กอไก่ชมไม่หยุดปากว่าสวยมาก ธิติรัตน์กับทีมงานก็เห็นด้วย แต่ไม่ทันจะเริ่มงาน ศรัณย์ได้รับโทรศัพท์ จากณัฐวัฒน์สั่งเปลี่ยนตัวพรีเซ็นเตอร์ เอาดาราดังมาแทน เดือนแรมหน้าเจื่อน เจ๊กอไก่ร้องกรี๊ด...ไม่ยอม

“เพราะที่แรมเป็นข่าวกับนายชายหรือเปล่า บางทีคุณณัฐวัฒน์อาจจะไม่ต้องการพรีเซ็นเตอร์ที่มีข่าวฉาวๆ

ก็ได้นะ” วีระสันนิษฐาน

เจ๊กอไก่เอามืออุดปากรู้ตัวว่าฝีมือตนเอง แอบย่องออกไป...เดือนแรมร้องไห้เสียใจ ธิติรัตน์ตามมาปลอบ ถามว่าไม่อยากดังแล้วร้องไห้ทำไม เดือนแรมเสียใจที่ตนตกงาน...ดุจแขหอบกระเช้าดอกไม้เข้ามาในสตูดิโอ ทำทีมาแสดงความยินดี แต่พอรู้ว่าธิติรัตน์ออกไปแล้วก็โมโหหงุดหงิดกลับออกมา สรรชัยซึ่งตามมา เห็นธิติรัตน์ขับรถพาเดือนแรมออกไปก็สะใจ

พอเห็นดุจแขเดินมาก็เยาะ “เสียใจด้วย คุณชายออกไปกับคนอื่นแล้ว”

ดุจแขเจ็บใจอยากรู้นักว่าใคร...ธิติรัตน์พาเดือนแรมออกมานอกเมือง วิวสองข้างทางสวยร่มรื่น ทำให้เธอสดชื่นขึ้น เธอทำท่าเข้มแข็งเอ่ยกับเขาว่า

“ก้าวแรกก็คงต้องมีอุปสรรคบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็ดีนะคะ มันช่วยสอนให้แรมตั้งรับกับทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นมาในชีวิต ว่าคงไม่มีอะไรที่จะได้มาอย่างง่ายๆ”

“เธอเข้มแข็งมากกว่าที่ฉันคิด”

“เพราะว่าชีวิตของแรม ไม่ต่างจากคืนเดือนแรม มั้งคะ ตั้งแต่เกิดมา แรมก็อยู่กับความโดดเดี่ยว ไร้คน เคียงข้าง ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น แรมก็ต้องสู้อยู่คนเดียว”

“จริงๆอาจจะมีก็ได้เพียงแต่เธออาจจะมองไม่เห็นมัน...ยังอยากถ่ายแบบอยู่หรือเปล่า”

เดือนแรมพยักหน้าที่จริงอยากได้งาน ธิติรัตน์คว้ากล้องในรถให้เธอโพสท่าถ่ายรูปกับวิวสวยๆ เดือนแรมซาบซึ้ง “แรมโชคดีจังค่ะ ทุกครั้งที่แรมมีเรื่องเศร้า เสียใจ แรมมีคุณชาย”

“แต่ฉันโชคร้ายจัง เจอเธอทีไรต้องปลอบคนขี้แยทุกที”

เดือนแรมสัญญาว่าจะยิ้มทุกวัน ธิติรัตน์กดชัตเตอร์ถ่ายความน่าเอ็นดูของเธอไว้มากมาย

ในวันนี้ จันทราบังคับเมินให้พาเพ็ญประกายไปวังศิลาลาย หม่อมรัตนาโทร.ชวนมะลิให้มาทานข้าวที่บ้านด้วยแต่มะลิไม่มีหน้าจะไป เพราะรู้ทันแผนการของจันทรา...หม่อมรัตนาโทร.เร่งธิติรัตน์ให้รีบกลับ เขาจึงพาเดือนแรมมาด้วย และให้รอเขาจะไปส่งบ้าน เดือนแรมเข้าไปช่วยละเอียดทำอาหารในครัวโดยไม่รู้ว่าพ่อกับคนที่บ้านมาที่นี่ เธอจึงทำห่อหมกม้วนของโปรดเมิน

จันทรามาถึงก็เอ่ยปากขอทำตามความประสงค์ของท่านชายธีรธำรง ที่ให้ธิติรัตน์แต่งงานกับมาหยารัศมี หม่อมรัตนาขอให้ปล่อยเป็นการตัดสินใจของเด็กๆ แต่จันทรายืนยันจะหาฤกษ์โดยเร็ว ธิติรัตน์เข้ามาเห็นหน้าเพ็ญประกายก็จำได้ว่าไม่ได้ชื่อมาหยารัศมี เพ็ญประกายหน้าเจื่อนแก้ตัวกับเขาว่าไม่อยากเปิดเผยเพราะตอนนั้นเห็นเขามีแฟนอยู่แล้ว...ทุกคนได้ทานห่อหมกม้วนชมเปาะว่าอร่อย เมินถึงกับอึ้ง จันทราไม่พอใจรู้ว่าเมินคิดถึง เดือนแรมก็โกรธพาลกลับบ้านหม่อมรัตนารีบมาถามละเอียดว่าใครทำ พอรู้ว่าเป็นเดือนแรม เด็กที่ธิติรัตน์พาเข้ามาในบ้านก็แปลกใจและรู้สึกเอ็นดู เห็นว่าดึกแล้วหม่อมจึงให้ตากล่ำไปส่งเดือนแรม พอธิติรัตน์รู้ก็ไม่พอใจ ยิ่งทำให้หม่อมรัตนาสงสัย

ตากล่ำมาส่งเดือนแรมที่บ้าน เจอชุติมาโวยวายหาเรื่องเดือนแรมและไล่ตะเพิดเขาออกมา ตากล่ำมาเล่าให้ธิติรัตน์ฟัง เขายิ่งสงสัยปะติดปะต่อเรื่องราวที่ผ่านมา ...หม่อมรัตนาย้ำว่าเรื่องแต่งงานตนไม่บังคับ ธิติรัตน์ขอพิสูจน์บางอย่างก่อน

ดุจแขไม่ละความพยายาม หอบผลไม้มากราบหม่อมรัตนา จึงโดนเหน็บอย่างสุภาพว่ามาแสดงความยินดี ที่ธิติรัตน์กำลังจะแต่งงานกับมาหยารัศมีหรือ ดุจแขหน้าซีดเผือด...

ooooooo

ภาพที่ธิติรัตน์ถ่ายเดือนแรมออกมาสวยงามมาก จนเขาอดใจไม่ได้ที่จะมาอัดรูปขนาดเท่าตัวจริงที่ร้านไว้เซอร์ไพรส์เธอ...เดือนแรมว่างงานจึงมาช่วยแม้นเทพทำกิจกรรมช่วยเหลือชาวบ้านด้วยการเก็บขยะ ลอกคลองกับพวกทหาร ธิติรัตน์โทร.หาเพราะคิดถึงแต่อ้างว่าอยากให้มาทำอาหารเย็นให้ทาน แก้ตัวที่หนีกลับบ้านไปก่อนเมื่อคืน เดือนแรมดีใจรีบรับปาก

เสร็จจากงานช่วยชาวบ้าน เดือนแรมขอตัวกลับก่อนไม่อยู่กินเลี้ยงขอบคุณของพวกชาวบ้าน พอดีเห็นหน้าแม้นเทพเลอะจึงช่วยเช็ดให้ นักข่าวที่มาทำข่าวจับภาพไว้ได้...ระหว่างนั้นเจ๊กอไก่กำลังมารายงานธิติรัตน์ว่า มีคนแกล้งสกัดดาวรุ่งของเดือนแรม เอาดารามาเสนอเป็นพรีเซ็นเตอร์แทน ศรัณย์กับวีระบอกเจ๊กอไก่ว่าไม่ต้องห่วง ถ้ามีงานใหม่เขาจะเสนอเดือนแรมก่อน พลันมีภาพข่าวการช่วยเหลือสังคมของเหล่าทหารบนจอทีวี เห็นเดือนแรมเช็ดหน้าแม้นเทพ ธิติรัตน์โกรธมาก จึงโทร.นัดเพ็ญประกายว่าเย็นนี้จะไปรับ

เพ็ญประกายดีใจ เธอกำลังดูนิตยสารที่ลงภาพธิติรัตน์อย่างหลงใหล และรู้สึกว่าตนจะรักเขาเสียแล้ว... เดือนแรมกลับมาบ้าน ทำข้าวห่อสาหร่ายสูตรพิเศษและพายเลมอนจะไปให้ธิติรัตน์ เพ็ญประกายเดินยิ้มมา พอได้กลิ่นก็ขอให้ใส่กล่องเผื่อด้วย จะฝากคนพิเศษที่นัดเย็นนี้ ชุติมาหมั่นไส้ทั้งเดือนแรมและเพ็ญประกายที่ดูระริกระรี้มีความสุข จึงเข้ามาแขวะเพ็ญประกาย

“พี่ถามจริงๆเถอะ คุณเพ็ญมีความสุขและภูมิใจเหรอ ที่ต้องเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง”

“เพ็ญทำตามที่คุณพ่อ คุณแม่ต้องการค่ะ”

“แสดงว่าฝืนใจ งั้น...พี่จะคุยกับคุณเมินแล้วก็คุณน้าให้เอง” ชุติมาจะเดินไป

เพ็ญประกายร้องห้าม ชุติมาแวดใส่ว่าอยากเป็นมาหยารัศมีเพราะกลัวหาผู้ชายดีๆอย่างธิติรัตน์ไม่ได้ เพ็ญประกายหน้าเสีย เผอิญเสียงแตรรถดัง เธอจึงผละไป เดือนแรมวิ่งออกมาจากครัวและเอากล่องอาหารให้แต่ไม่ทัน รถแล่นออกไปแล้ว ชุติมายิ่งหมั่นไส้แกล้งปัดกล่องอาหารของเดือนแรมหกกระจาย เดือนแรมโกรธผลักชุติมาหัวกระแทกผนัง ร้องโวยวายไปฟ้องจันทรา เดือนแรมต้องทำอาหารใหม่จึงโทร.หาธิติรัตน์ แต่เขาไม่รับสาย เพ็ญประกายแปลกใจที่ธิติรัตน์ปล่อยให้โทรศัพท์ดังอยู่แบบนั้น เดือนแรมเปลี่ยนเป็นส่งข้อความเข้ามาแทน

“คุณชายคะ...แรมขออนุญาตไปช้านะคะ พอดีมีธุระนิดหน่อย ขอโทษด้วยค่ะ”

ธิติรัตน์กดอ่าน เข้าใจว่าเดือนแรมคงอยู่กับผู้ชายที่เห็นในข่าว...เดือนแรมรีบทำอาหารใหม่แล้วเอามาให้ที่วังศิลาลาย หม่อมรัตนาบอกว่าธิติรัตน์ออกไปทานข้าวกับคู่หมั้น เดือนแรมอึ้งเจ็บแปลบในใจ จึงมอบอาหารที่ทำมาให้หม่อมรัตนาทาน เธอเดินน้ำตาคลอออกไปเผอิญเพื่อนโทร.ให้ไปช่วยงานที่ร้านเพราะขาดเด็กเสิร์ฟ เดือนแรมไปเพราะอยากได้งานอยู่แล้ว โชคไม่ดีที่ร้านนั้นเป็นร้านที่ธิติรัตน์พาเพ็ญประกายมา เดือนแรมเห็นเต็มตารีบหลบ ตกใจเมื่อรู้ว่าคู่หมั้นของเขาคือพี่สาวตนเอง

เลิกงาน เดือนแรมเดินมองดาวบนฟ้าน้ำตาไหลตามถนน สรรชัยเมามายขับรถมาแฉลบลงข้างทางเกือบชนเธอ เดือนแรมตกใจเข้าไปช่วยดึงสรรชัยออกจากรถ แล้วโทร.ตามแม้นเทพมาช่วยอีกแรง แม้นเทพประคองสรรชัยมาที่บ้านตน มะลิกับพิมช่วยปฐมพยาบาล สรรชัยเพ้อเรียกชื่อดุจแข เดือนแรมตะลึง “ผมไม่ยอมให้คุณเป็นของใครทั้งนั้นดุจแข ผมรักคุณ”

วันรุ่งขึ้น ดุจแขแกล้งทำเป็นเมามาจอดรถฟุบหลับอยู่หน้าวังศิลาลาย ตากล่ำออกมาพบไปรายงานหม่อมรัตนากับธิติรัตน์ หม่อมจะให้พาเข้าบ้าน แต่ธิติรัตน์ไม่เห็นด้วย เขาขับรถพาเธอกลับบ้านโดยให้ตากล่ำนั่งรถไปด้วย...พอถึงบ้าน สำลีสาวใช้ออกมาช่วยประคอง ดุจแขถลึงตาใส่ สำลีจึงรู้ว่าเจ้านายมีแผน หลบออกไป แต่ธิติรัตน์ระวังอยู่ก่อนแล้ว เขาตามสำลีออกมาทำทีจะหาผ้าเช็ดหน้าให้แล้วจะชิ่งกลับ ดุจแขร้องกรี๊ดๆยิ่งทำให้ธิติรัตน์รังเกียจเธอมากขึ้น

สรรชัยตื่นขึ้นมา สำลีโทร.มารายงานเรื่องดุจแข เขายิ่งปวดร้าวใจ เขามาขอบคุณมะลิและแม้นเทพที่ช่วยเหลือ แต่มะลิบอกว่าคนที่ช่วยคือเดือนแรม...ขณะนั้น เดือนแรมกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ เพ็ญประกายมาบอกว่าต่อไปให้เรียกตนว่ามาหยารัศมี เดือนแรมสะดุดหูรู้สึกคุ้นกับชื่อนี้มาก เธอกำลังครุ่นคิดอยู่ สรรชัยเข้ามาขอบคุณและแนะนำตัว เขาจำเธอได้ ทั้งสองคุยกันอย่างเป็นมิตร ชุติมาเห็นเอาไปฟ้องจันทราว่า เดือนแรมพาผู้ชายเข้ามาคุยในบ้าน จันทราแอบถ่ายภาพที่ดูเหมือนสองคนใกล้ชิดกัน ส่งไปให้เมินที่ทำงาน หวังให้ไล่เดือนแรมออกจากบ้าน

สรรชัยถามเดือนแรมว่าเป็นอะไรกับธิติรัตน์ เธอตอบว่าธิติรัตน์เป็นผู้มีพระคุณ แล้วเธอจึงถามกลับบ้างว่า ดุจแขเป็นอะไรกับเขา สรรชัยตอบตามตรงว่าเป็นภรรยา เดือนแรมตกตะลึง

“พี่รู้ว่าตอนนี้ดุจแขกำลังจะกลับไปหาคุณชาย แรมช่วยพี่นะ...พี่ไม่อยากให้ดุจแขกลับไปหาคุณชาย พี่รักดุจแข รักมากจริงๆ” สรรชัยขอให้เดือนแรมคอยกันดุจแขออกจากธิติรัตน์

เมินกลับมาเห็นสรรชัยกำลังตื๊อให้เดือนแรมช่วย ก็เข้ามาโวยด่าว่า ไล่สรรชัยออกไป และตบเดือนแรมล้มลง สรรชัยตกใจเข้าประคอง จันทรากับชุติมายุว่าสองคนกอดกัน เมินโกรธไล่เดือนแรมออกจากบ้าน เดือนแรมร้องไห้พยายามอธิบาย เพ็ญประกายสงสารน้องแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงให้เดือนแรมออกไปก่อน เมินเย็นลงแล้วจะโทร.ไปตามให้กลับมา สรรชัยจึงพาเดือนแรมออกไป จังหวะนั้น ธิติรัตน์ขับรถมาหวังจะมาสืบเรื่องมาหยารัศมีจึงรับปากมาทานข้าวกับเพ็ญประกาย แต่พอเห็นเดือนแรมร้องไห้เดินไปกับผู้ชายก็โกรธ จอดรถอย่างหงุดหงิด โทร.กลับไปบอกเพ็ญประกายว่าติดธุระมาไม่ได้ เพ็ญประกายน้ำตาร่วง

เดือนแรมกับสรรชัยมาอู่ที่เอารถมาซ่อม สรรชัยจะไปส่งเดือนแรมแต่เธอยังไม่รู้ว่าจะไปไหน จึงขอเดินไปเรื่อยๆ สรรชัยขับรถไป แม้นเทพขับรถผ่านมา จึงรับเดือนแรมขึ้นรถ ธิติรัตน์ขับรถตามมาเห็นยิ่งเจ็บใจ

“ผละจากผู้ชายคนนั้น ก็ขึ้นรถไปกับผู้ชายอีกคน ทำไมไวไฟอย่างนี้เดือนแรม...”

แม้นเทพพาเดือนแรมมาที่บ้านตนก่อน  เดือนแรมตั้งใจว่าดึกๆถึงจะเข้าบ้านตัวเอง มะลิรู้เรื่องก็หนักใจที่น้องชายตัวเองหูเบา...ชุติมาเดินพึมพำสะใจที่เดือนแรมออกจากบ้านไปได้ แม้นเทพผ่านมาได้ยินจึงต่อว่า เธอเป็นคนขี้อิจฉา วันๆไม่ทำอะไรเอาแต่ทำร้ายคนอื่น ชุติมาโต้กลับ

“ตุ๊ดรึเปล่าเนี่ย ถึงมายืนด่าผู้หญิงแบบนี้”

“อ้อ ถ้าเป็นผู้ชาย เขาไม่ด่าใช่มั้ย ดี...มานี่เลย” แม้นเทพลากชุติมามาเหวี่ยงลงในสระน้ำ

ชุติมาร้องกรี๊ดด่าแม้นเทพยกใหญ่ จนเขาโกรธตามลงไปกดหัวเธอในน้ำ ชุติมาดิ้นรนสู้กดหัวเขาลงไปบ้าง แป้นได้ยินเสียงวิ่งมาดูแล้วรีบไปฟ้องเมินกับจันทรา... พอชุติมาเห็นเมินก็รีบดึงเสื้อตัวเองให้ไหล่หลุดแล้วร้องว่าโดนแม้นเทพปล้ำ เมินเห็นและรู้จักหลานตัวเองดี จึงพูดว่า

“เห็นๆกันอยู่ ว่าเธอกระชากเสื้อตัวเอง ที่นี่ไม่ใช่โรงละคร เธอจะได้ทำตัวเป็นดาวยั่ว ทำอะไรคิดถึงหน้าพ่อแม่ซะบ้าง”

แม้นเทพยิ้มเยาะขึ้นจากสระเดินไป จันทรามองเมินอย่างเจ็บใจ หันมาต่อว่าชุติมาทำอะไรโง่ๆให้โดนด่า ชุติมาน้อยใจโวยเสียงดัง

“ใช่ซี้ ชุมันโง่ ขนาดอยู่กับแม่ทนโท่ ไม่รู้นานเท่าไหร่ ยังไม่รู้ว่าเป็นแม่”

จันทราโมโหตบผัวะ แป้นได้ยินเต็มหู ยิ้มอย่างพอใจที่จะเป็นโอกาสให้รีดเงินปิดปาก...ชุติมาเดินเจ็บใจผ่านมาเห็นเพ็ญประกายร้องไห้รำพันว่า ธิติรัตน์ทำเหมือนตนไม่มีค่า ก็หัวเราะเยาะ ตอกย้ำเพราะเธอไม่ใช่ มาหยารัศมีตัวจริง ก็ต้องเจอแบบนี้ เพ็ญประกายยิ่งเสียใจ... เดือนแรมได้ยินแปลกใจ “หมายความว่าไง พี่เพ็ญไม่ใช่มาหยารัศมีตัวจริง แล้วใครคือมาหยารัศมี...”

ooooooo

คืนนั้น เมินชะเง้อมองอยู่ที่สวนหน้าบ้านเป็นห่วงเดือนแรม เดือนแรมเห็นเข้ามากราบขอโทษและอธิบายเรื่องสรรชัยให้ฟัง เมินรู้สึกผิดที่หูเบา เขายื่นเงินให้เดือนแรมไว้เป็นค่าเทอม เธอตื้นตันใจอย่างมาก จันทราแอบเห็น โกรธตามมาแย่งเงินคืนถึงห้องนอนเดือนแรม

เดือนแรมเสียใจแต่จะอดทนเพราะคิดว่าพ่อยังมีความรักให้ตน “เวลาที่แรมทุกข์ใจ แรมเคยมีคุณชาย แต่ตอนนี้แรมไม่มีใครใช่มั้ยคะ เพราะคุณชายคือคู่หมั้นของพี่เพ็ญ...”

ในขณะที่ธิติรัตน์กลับบ้านด้วยอารมณ์หงุดหงิดจนหม่อมรัตนาต้องถาม เขาสารภาพว่าเดือนแรมทำให้เขาหงุดหงิดอยู่เรื่อย หม่อมรัตนาจึงเปรยว่า

“นี่ชาย แม่จะบอกอะไรให้ คนที่ทำให้เราหงุดหงิดใจได้ตลอดเวลา แม้จะหายใจก็ผิดแสดงว่าเราแคร์เขามากกว่าใคร แม่ว่าถ้าเป็นอย่างนี้ ชายไม่ควรแต่งงานกับมาหยารัศมี”

ธิติรัตน์เก็บคำพูดแม่มาครุ่นคิด แต่ไม่ยอมรับว่าตนจะรักเดือนแรมเพราะยังเข็ดขยาดความรัก...

วันต่อมา เดือนแรมปรับทุกข์กับเจ๊กอไก่ บ่นกลุ้มใจอยากมีงานทำเอาเงินมาเป็นค่าเทอมและซื้อของขวัญวันเกิดให้พ่อ พอดีศรัณย์โทร.มาเรียกไปถ่ายงานชิ้นใหม่ เดือนแรมดีใจ แต่พอมาทำงาน ก็เจอคำพูดเหน็บแนมของธิติรัตน์ตลอดเวลา จนทุกคนแปลกใจว่าเขาไปโกรธเดือนแรมมาแต่ครั้งไหน เจ๊กอไก่สงสารเข้ามาเล่าเรื่องของเดือนแรมให้ธิติรัตน์ฟังว่าเธอมีปัญหาทางบ้านมาก ธิติรัตน์อึ้ง ควักเงินสองหมื่นบาทให้

เจ๊กอไก่เอาไปให้เดือนแรมก่อน  เพราะถ้ารอค่าตัวกว่าจะออกก็อีกหลายวัน เจ๊กอไก่ตื้นตันใจแทนเดือนแรม

พอเอามาให้ เดือนแรมจะไม่รับ “เอาไปเถอะน่า รับรองไม่ใช่เงินเสี่ย แรมกำลังอยากได้เงินไปเสียค่าเทอมและซื้อของขวัญให้พ่อ...รับไปเถอะ เจ๊รับรอง คนที่ฝากมาให้เป็นคนดีจริงๆ”

เดือนแรมพอจะเดาออกแล้วว่าใครเป็นคนให้เงิน เธอมองธิติรัตน์อย่างซาบซึ้งใจ เดือนแรมทำงานถ่ายแบบ นี้ออกมาได้สวยงามมาก เสร็จงานเธอตัดสินใจถามธิติรัตน์ว่าโกรธอะไรตน ศรัณย์ช่วยเสริมว่าจริงด้วย ธิติรัตน์นึกไม่มี แต่เคืองที่โดนเพื่อนตำหนิจึงโทษเดือนแรม

“หาเรื่องจริงๆเลย...สำหรับคุณชาย แรมยกให้คนหนึ่ง เพราะคุณชายคือผู้มีพระคุณของแรมค่ะ แรมพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนคุณชายค่ะ” เดือนแรมมองเขาอย่างเทิดทูน...

ธิติรัตน์หงุดหงิดกลับบ้าน มาได้ฟังตากล่ำเล่าว่าไปส่งเดือนแรม ได้ยินคนที่บ้านด่าว่าเธอไม่ใช่ลูกเจ้าของบ้าน ธิติรัตน์ยิ่งครุ่นคิดจะต้องสืบเรื่องนี้ให้ได้

เดือนแรมนำเงินมาสั่งทำรูปเป็นของขวัญให้เมิน และได้เห็นภาพใหญ่เท่าตัวจริงตัวเองก็ตะลึง เจ้าของร้านถามว่าแฟนไม่มาด้วยหรือ คนที่สั่งทำภาพนี้ เดือนแรมอึ้งอย่างคาดไม่ถึง...

ooooooo

ตอนที่ 2

(ต่อจากวานนี้)

เดินผ่านเวทีมาได้ ธิติรัตน์ซื้อของฝากเดือนแรมเต็มไม้เต็มมือ และแวะที่ร้านหาเธอ ผู้จัดการร้านบอกว่า วันนี้เดือนแรมลา เขาจึงซื้อเค้กไอศกรีมแทน ระหว่างที่รอเดือนแรมเดินมาชนเขาเข้าพอดี ทั้งสองสบตากันอึ้งๆ เดือนแรมดีใจเมื่อเห็นธิติรัตน์ แต่เขาจำเธอไม่ได้ เพราะหน้าตาเต็มไปด้วยเครื่องสำอาง จำได้ว่าเป็นเด็กสาวที่อยู่บนเวที แต่พอเธอแนะนำตัวเอง สีหน้าและแววตาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง

ธิติรัตน์เดินลิ่วไปอย่างไม่พอใจ เดือนแรมวิ่งตามร้องถามว่ามาหาตนแล้วทำไมไม่พูดอะไรกับตนเลย เขาหันมาเผชิญหน้าด้วยสายตาดุ ถามว่าแน่ใจหรือที่จะฟัง เดือนแรมพยักหน้า

“นับตั้งแต่วันนี้ เธอกับฉันไม่รู้จักกัน...” ธิติรัตน์พูดด้วยน้ำเสียงเข้ม

เดือนแรมตกใจ ยังไม่รู้ว่าเพราะอะไร ธิติรัตน์เดินหนี เธอวิ่งตามน้ำตาไหลพราก พอดีมีนักปั้นมือทองที่พึงพอใจเดือนแรมตามมาทาบทาม เจ๊กอไก่เห็นเดือนแรมวิ่งก็วิ่งตาม เผอิญดุจแขกับจารุณีมาเดินซื้อของ เห็นเดือนแรมวิ่งตามคว้าแขนธิติรัตน์ก็มองอย่างเคียดแค้น

“ไม่นะคะคุณชาย เราจะไม่รู้จักกันได้ยังไง ในเมื่อแรมรอคอยคุณชายทุกวัน แรมเขียนจดหมายหาคุณชายทุกวัน” เดือนแรมพร่ำบอก

“แต่เดือนแรมที่ฉันรู้จัก ไม่ใช่แบบนี้” ธิติรัตน์มองหัวจดเท้า

บังเอิญเจ๊กอไก่วิ่งตามมาชนเพ็ญประกายกับชุติมาที่เดินเล่นกันอยู่เช่นกัน เจ๊กอไก่ขอโทษและบอกว่าจะรีบตามเด็กคนนั้นมาเป็นดารา ทั้งสองมองไปเห็นว่าเป็นเดือนแรมก็แปลกใจ เดือนแรมยังวิ่งตามธิติรัตน์ไปถึงลานจอดรถหน้าห้าง เขาขึ้นรถขับออกไป เธอวิ่งตามจนเกือบโดนรถของแม้นเทพชน แม้นเทพตกใจลงมาดึงเดือนแรมขึ้นรถ ธิติรัตน์มองจากกระจกเห็นเช่นนั้น ยิ่งเหยียดหยามว่าเดือนแรมใจง่ายเหมือนผู้หญิงทั่วไป

บนรถ แม้นเทพซักถามเดือนแรมว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เธอร้อนใจอยากตามธิติรัตน์ไป จึงขอลงจากรถแล้วโบกมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปแทน

ธิติรัตน์หอบของที่ซื้อมาโยนที่บ้านธิดา บ่นเรื่องของเดือนแรมอย่างหงุดหงิด ผลุนผลันออกไป ธิดาหอบของตามไปคืนแต่มีถุงหลงอยู่ถุงหนึ่ง...ที่หน้าบ้าน เดือนแรมมาถึงพอดี วิ่งมายืนตรงหน้าธิติรัตน์อย่างเจี๋ยมเจี้ยม เขาเอ็ดที่เธอตามเขามา เดือนแรมโต้

“แรมไม่ได้ตามค่ะ ตอนแรกแรมตั้งใจมาหาพี่ดา แต่พอเห็นคุณชายอยู่ที่นี่ ก็ดีใจมากค่ะ”

“เป็นผู้หญิง พูดอย่างนี้ออกมาได้ยังไง หน้าไม่อาย”

“ก็แล้วทำไมแรมต้องอายด้วยคะ ก็แรมดีใจจริงๆนี่ ที่เจอคุณชาย แรมกลัวคุณชายโกรธ แต่แรมก็ไม่เข้าใจ คุณชายโกรธแรมเรื่องอะไร แรมเลยจะมาปรึกษาพี่ดา”

ธิติรัตน์ไล่ให้เธอกลับไป ธิดาหอบถุงมาคืน พอเจอเดือนแรมอยู่ด้วยจึงชวนทั้งสองกลับเข้าไปทานข้าวกันก่อน เกรียงเห็นถุงที่หลงอยู่ใบจึงเอามาส่งให้ เผอิญ ของและการ์ดหล่นออกมา ธิดารีบคว้ามาเปิดอ่าน “อ้าว...นี่คุณชายตั้งใจซื้อให้แรมนี่”

ธิติรัตน์รีบปฏิเสธ แต่ธิดาแกล้งอ่านข้อความในการ์ดเสียงดัง “สำหรับเดือนแรม เด็กดีของฉัน เป็นรางวัลที่เธอเรียนเก่ง ตั้งใจเรียนแทนฉันด้วยนะคนดี”

เดือนแรมยิ้มแป้น ธิติรัตน์หน้าง้ำทั้งโกรธทั้งอาย ธิดาแกล้งขอโทษ ที่อ่านเพราะเขาบอกว่าไม่ใช่ เลยอ่านเพื่อยืนยัน เดือนแรมไหว้ขอบคุณและรับของจากธิดา มันเป็นปากกา ธิติรัตน์โกรธขอตัวกลับ เดือนแรมวิ่งตามขอติดรถไปลงปากซอย ธิดากับเกรียงสบตากันยิ้มๆ

นั่งมาในรถ เดือนแรมชื่นชมปากกากับการ์ดว่าสวย ธิติรัตน์ชำเลืองมองอย่างเคืองๆ ถึงปากซอยก็เบรกรถอย่างแรงจนเธอหน้าคะมำ ให้เธอลง เดือนแรมจำต้องลงไปนั่งรถเมล์ต่อ ธิติรัตน์อดห่วงไม่ได้ขับรถตาม...ให้เผอิญบนรถมีคนเป็นลม เดือนแรมรีบเข้าประคองแล้วพาลงจากรถ ธิติรัตน์เห็นจอดรถลงมาช่วย คนแถวนั้นจำได้ว่านี่คือสุดใจจึงบอกทางไปบ้าน

เดือนแรมเช็ดหน้าเช็ดตาให้สุดใจ โดยมีธิติรัตน์เป็นลูกมือ เธอบอกเขาว่าจะอยู่ดูแลสุดใจทั้งคืน ถ้าเขาง่วงจะจัดที่นอนให้ ธิติรัตน์ย้อนถามว่าบ้านเธอหรือไง

“เปล่าค่ะ ไม่ใช่บ้านแรม แต่แรมเกรงใจ กลัวคุณชายไม่สบาย”

“ก็แล้วใครบอกฉันจะอยู่ที่นี่ หรือเธออยากให้ฉันอยู่”

“ค่ะ แรมอยากให้คุณชายอยู่”

“เธอนี่จริงๆเลยเดือนแรม...จะยั่วผู้ชายไปถึงไหน”

“แรมไม่ได้ยั่วค่ะ แต่พอคุณชายอยู่ด้วย แรมรู้สึกอุ่นใจ”

“มารยาผู้หญิง เสียใจด้วยที่ฉันไม่ตกหลุมพรางตื้นๆของเธอ มีแต่จะดูถูก พวกผู้หญิงที่ทำตัวแบบนี้ ฉันเรียกว่าสิ้นคิด” พูดจบธิติรัตน์ลุกเดินออกไป

เดือนแรมมองตามงงๆ ว่าทำไมเขาเปลี่ยนไปขนาดนี้ แต่ด้วยความเห็นห่วง เธอจึงส่งข้อความไปหาธิดา ให้ช่วยดูแลธิติรัตน์ เห็นท่าทางไม่ค่อยสบาย ตนเป็นห่วงผู้มีพระคุณ...

ooooooo

เห็นดึกมากแล้ว เดือนแรมยังไม่กลับ เมินออกมา ยืนมองหน้าบ้าน จันทรารู้ว่าเขาห่วงเดือนแรมและยังคิดถึงราศรีอยู่จึงแค้นใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมา จันทราให้ยากล่อมประสาทเมินกินทุกวันและปลุกปั่นให้เขาเข้าใจว่า ราศรีเป็นชู้กับชำนิอดีตสามีของตนด้วยการวางยา และสร้างสถานการณ์ขึ้นมา ทำให้เมินเหมือนคนเบลอๆ เชื่อทุกอย่างหลังจากกินยา

แต่หลังจากนั้น จันทราก็โดนชำนิรีดไถเงินมาตลอด คืนนี้ ชำนิแอบเข้ามาพบจันทรา เพราะคิดถึงลูกอยากเห็นหน้าลูก โดยขู่จะเปิดเผยความลับถ้าเธอไม่พาลูกมาให้เขาพบ ชุติมาเห็นจันทราลับๆล่อๆจึงเข้ามาแอบฟัง ได้ยินเรื่องในอดีตอันเลวร้ายนั่น แต่ไม่เห็นหน้าชำนิ

จันทรากลับเข้าห้อง เห็นรูปเมินกับราศรีที่เขาแอบซ่อนไว้ยิ่งแค้นใจ นึกถึงวันที่กำจัดราศรี เธอคลอดลูกและอ่อนเพลียด้วยโรคประจำตัวต้องนอนให้ออกซิเจน ตนเข้ามาถากถางว่าเด็กเป็นลูกชู้ ราศรีท้าให้ตรวจดีเอ็นเอ ตนโกรธจึงดึงสายออกซิเจนออกและกดร่างเธอไว้จนแน่นิ่งไป จากนั้นก็อุ้มเด็กออกมาส่งให้สุดใจเอาไปกำจัดแล้วให้หาเด็กกำพร้าที่ไหนก็ได้มาแทน

เช้าตรู่ เดือนแรมยังเฝ้าเช็ดตัวให้สุดใจ เธอฝันถึงราศรีมาฝากให้ดูแลมาหยารัศมีด้วย สุดใจจึงเพ้อเรียกชื่อมาหยารัศมีจนสะดุ้งตื่นขึ้นมา เห็นหน้าเดือนแรมก็พอจะจำได้ว่าเป็นคนที่ช่วยตนเมื่อคืน เดือนแรมจัดข้าวปลาอาหารให้สุดใจก่อนจะกลับไป สุดใจครุ่นคิดถึงเรื่องที่ฝัน

“เราฝันถึงคุณราศรีอีกแล้ว...คุณราศรี ฉันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายคุณจริงๆนะ เด็กคนนั้นยังอยู่ เขายังอยู่เป็นลูกคุณ”

สุดใจนึกถึงอดีตที่จันทราอุ้มเด็กมา สั่งตนเอาไปทิ้งแล้วหาเด็กกำพร้ามาแทน แต่ตนไม่อาจทำได้ จึงแอบเอาเด็กไปวางคืนที่เตียงราศรี ทันทีที่สัมผัสมือก็รู้ว่าเธอตายแล้ว ตนตกใจกลัวลนลานหนีไป...สุดใจร่ำไห้ “วันนั้น ถ้าฉันไม่เห็นแก่ตัวทิ้งคุณไป ป่านนี้คุณก็คงได้อยู่กับลูกของคุณอย่างมีความสุข ไม่น่าเลยสุดใจ...ไม่น่าเลย...”

เดือนแรมเดินออกมาจากซอยบ้านสุดใจ ธิติรัตน์ขับรถมาจอดจะเรียก เผอิญมีรถอีกคันแซงมาจอด เป็นเพื่อนที่มหาวิทยาลัยเรียกเดือนแรมให้ขึ้นรถไปเสียก่อน ธิติรัตน์โกรธมากสบถ

“อีกแล้ว ผู้ชายชวนขึ้นรถปุ๊บ ขึ้นปั๊บ แล้วจะให้ฉันคิดยังไงเนี่ยเดือนแรม...”

แป้นแอบเห็นเดือนแรมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เอาจดหมายและการ์ดมาวางคู่กันบนโต๊ะในห้อง จึงรีบมาฟ้องจันทราว่าเดือนแรมซ่อนจดหมายผู้ชาย โชคดีที่เพ็ญประกายได้ยินมาช่วยเก็บไปเสียก่อน จันทราค้นหาไม่เจอ โวยวายว่าแป้นโกหก ระหว่างนั้น ธิติรัตน์มาด้อมๆมองๆข้างบ้าน ได้ยินเสียงจันทราโวยวายเอ่ยชื่อเดือนแรมก็แปลกใจ แต่คิดว่าไม่น่าจะเป็นคนเดียวกัน จึงกลับไป

ภาพข่าวเดือนแรมประกวดแล้วล้มทำให้ดูโป๊ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ ประจวบกับชุติมาบอกจันทราเรื่องที่ได้ยินมาว่าเจ๊กอไก่จะพาเดือนแรมเข้าวงการ เมินโกรธมากสั่งห้าม แต่เดือนแรมพูดอย่างแข็งขันว่า ตนจะทำงานนี้ เพราะเป็นอาชีพสุจริตที่ตนจะหาเงินเลี้ยงตัวเองได้ เมินไม่พอใจลากเดือนแรมจะเอาไปขัง แม้นเทพกับมะลิเข้ามาขวาง เมินยังเกรงใจจึงยอมปล่อย

เวลาผ่านไป ธิติรัตน์เปิดบริษัทโฆษณากับเพื่อนอีกสองคน คือศรัณย์และวีระ ดุจแขเห็นข่าวรีบมาแสดงความยินดี แต่ธิติรัตน์ไม่สนใจ ดุจแขจึงหันไปออดอ้อนกับวีระและศรัณย์ให้ช่วย พอดีเจ๊กอไก่พาเด็กในสังกัดมาแนะนำ ในจำนวนนั้นมีเดือนแรมอยู่ด้วย ธิติรัตน์ตะลึง ดุจแขเห็นไม่พอใจ แต่คนอื่นๆพึงพอใจในตัวเดือนแรมและจองตัวไว้ในงานโฆษณาชิ้นแรกของบริษัท

ในวันเดียวกัน สุดใจมาบ้านมณีกุลเพื่อจะสารภาพกับเมิน แต่โดนจันทราลากตัวออกมาและยื่นเช็คห้าแสนบาทปิดปาก แต่สุดใจไม่รับ จันทราโกรธมากให้แป้นโยนสุดใจออกไปจากบ้าน เมินตามมาเห็นเช็คเงินสดตกอยู่ก็แปลกใจ

วันต่อมา ดุจแขวางแผนนัดวีระกับศรัณย์มาพบที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง บังเอิญที่นี่เดือนแรมทำงานพิเศษอยู่ ดุจแขแกล้งเมามายร้องไห้รำพันว่าธิติรัตน์ใจร้าย สองคนจะพากลับก็ไม่ไป เรียกหาแต่คุณชาย วีระจึงโทร.ไปตาม ดุจแขแอบอมยิ้ม เห็นเดือนแรมเดินมาก็ทำเป็นอาละวาดชนวีระหวังจะให้ไปกระแทก ธิติรัตน์มาถึงรับร่างเดือนแรมที่กำลังจะล้มไว้ได้ทัน และพาตัวออกไป ดุจแขกรีดร้องวิ่งตามออกมานอกร้าน สรรชัยขับรถมาจอด รีบลงมาดึงดุจแขไว้แล้วบอกวีระกับศรัณย์ว่า ตนอยู่บ้านเดียวกันกับเธอ ดุจแขอึ้งไม่กล้าขัดขืน สองหนุ่มมองตามอย่างงงๆ

ธิติรัตน์รอเดือนแรมเลิกงานเพื่อขอโทษแทนดุจแข พอดีเพ็ญประกายโทร.มาบอกให้รีบกลับบ้านก่อนที่เมินจะกลับ ธิติรัตน์อาสาไปส่ง เขาแวะเติมน้ำมันที่ปั๊ม ระหว่างที่ไปรูดการ์ด รถเมินแล่นมาจอดในปั๊ม เดือนแรมเห็นตกใจรีบแอบลงจากรถหลบไป ธิติรัตน์กลับมา เด็กปั๊มบอกว่าเดือนแรมไปแล้ว เขาฉุนเข้าใจผิด

ooooooo

แม้จะโดนสรรชัยข่มขู่ไม่ให้วุ่นวายกับธิติรัตน์อีก แต่ดุจแขก็ไม่กลัว พยายามเข้าทางธิดาดูท่าจะไม่ได้ผล ก็เปลี่ยนแผนมายั่วยวนศรัณย์กับวีระ ท่าทางวีระจะหลอกง่ายกว่าจึงใช้เสน่ห์ให้วีระคอยส่งข่าวความเคลื่อนไหวของธิติรัตน์ แล้วมาดักพบ ธิติรัตน์ปัดความสัมพันธ์ทุกทางแม้จะเป็นแค่เพื่อน ดุจแขพยายามออดอ้อน พอดีเดือนแรมถือแฟ้มเดินมา ธิติรัตน์จึงโมเมว่ามีนัดกันไว้แล้วดึงเดือนแรมเดินไป ดุจแขมองตามด้วยสายตาโกรธแค้น

ระหว่างนั่งมาในรถ ธิติรัตน์ถามเดือนแรมถึงวันก่อนที่หนีไป เดือนแรมแก้ตัวว่ามีธุระด่วน เขาไม่อยากเชื่อหาว่าเธอมารยา ปั่นหัวผู้ชายและวันนี้ก็มาดักรอตน เดือนแรมปฏิเสธ

“เปล่านะคะ พอดีเจ๊กอไก่บอกว่า คนที่ออฟฟิศอยากได้ประวัติของแรมอย่างละเอียด เลยเอามาให้ค่ะ”

ธิติรัตน์เสียหน้า จอดรถให้เธอลงเอาไปให้คนที่บริษัท แต่พอเธอจะลง เขารีบท้วง  มืดแล้วจะไปอย่างไร เดือนแรมตอบว่าไปรถเมล์ เขาบอกว่าป่านนี้ใครจะอยู่ เดือนแรมจึงฝากเขาไปแทนเพราะพรุ่งนี้มีเรียน และต้องไปทำงานพิเศษต่อ ธิติรัตน์ตำหนิที่กล้าใช้กรรมการผู้จัดการ

“ขอโทษค่ะ แรมลืมนึกไป งั้น...แรมกลับไปที่ออฟฟิศคุณชายดีกว่าค่ะ เผื่อยังมีคนอยู่”

ธิติรัตน์ยิ่งโมโหพาลหาเรื่องจนเดือนแรมน้อยใจเสียใจวิ่งหนี ธิติรัตน์ตามไปฉุดเหวี่ยงเธอเข้าไปในรถ เดือนแรมตกใจนึกถึงที่ตนโดนจันทราทำร้ายขังห้องมืด เธอกลัวจนเป็นลมไป ธิติรัตน์ตกใจมาก ดูแลจนเธอฟื้น เขาโล่งใจ

“ตอนนั้นฉันตกใจหมดเลย...เธอยังคิดเรื่องพ่ออยู่ใช่มั้ยแรม บ้านอยู่ไหนเดี๋ยวฉันไปส่ง”

เดือนแรมยังเสียใจจึงปฏิเสธขอกลับเองแล้วลงจากรถวิ่งไป...เธอร้องไห้อย่างเจ็บปวดเดินเข้ามาในบ้าน แม้นเทพเห็นปรี่เข้ามาถามว่าเป็นอะไร เธอบอกว่าคิดถึงแม่ อยากรู้ว่าทำไมพ่อถึงชอบว่าแม่ แม้นเทพปลอบว่า รักมากก็หวงมาก ความหึงหวงทำให้คนขาดสติ เดือนแรมฉุกคิดถึงการกระทำของธิติรัตน์ แล้วเกิดความน้อยใจขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว...

คืนนั้น เมินเอาเช็คที่เก็บได้ให้จันทราและถามว่าทำไมต้องให้เงินสุดใจมากถึงห้าแสน จันทราตกใจรีบเอายาให้เมินกินแล้วกุเรื่องว่าสุดใจเป็นคนเช่าบ้าน ตนให้เงินไปซ่อมบ้านแค่ห้าพัน...จันทราเอาตัวรอดมาได้ แต่ยังมาเจอชำนิโทร.มาขู่ให้พาลูกไปพบพรุ่งนี้ เธอจำต้องบอกชุติมาว่าพรุ่งนี้จะพาไปช็อปปิ้ง ชุติมาหลงดีใจ

วันรุ่งขึ้น ขณะที่จันทรากับชุติมาเดินซื้อของ ชำนิแอบมองลูกสาวอย่างชื่นชม เขาได้ซื้อชุดสีชมพู ตั้งใจจะให้เป็นของขวัญลูก พลันเดินชนเดือนแรมซึ่งถือถ้วยน้ำอยู่หกราด เดือนแรมรีบอาสาไปซักรีดให้ที่ร้านและห่อของขวัญให้เป็นอย่างดี ชำนิขอบใจสำหรับน้ำใจเธอ...ธิติรัตน์ตามดูพฤติกรรมเดือนแรม ตอนแรกคิดว่าเธอยั่วแม้กระทั่งชายแก่ แต่พอเห็นความจริงก็แอบยิ้มจึงทำทีเป็นมาเอาแฟ้มประวัติที่เธอบอกว่าจะส่งให้ที่บริษัท เดือนแรมรีบไปหยิบมาส่งให้ เจ๊กอไก่แวะมาเห็น รีบเอามือถือถ่ายภาพความใกล้ชิดของทั้งคู่ไว้ เพื่อจะสร้างข่าวดันให้เดือนแรมดัง

จันทราซื้อของให้ชุติมาหลายอย่าง แล้วหลบมาหาชำนิอ้างว่ายังไม่ควรเปิดเผยความจริง ชำนิจึงฝากของขวัญให้ ธิติรัตน์ผ่านมาเห็นจันทราคุยกับชำนิ ก็แปลกใจว่าคือคนที่เดือนแรมช่วย

ชุติมาหอบของที่ซื้อเข้าบ้าน ทำถุงของขวัญหล่นไม่รู้ตัว เดือนแรมเจอเก็บมามองดูอย่างแปลกใจ ชุติมากลับมาเห็นหาว่าเดือนแรมขโมยของ เดือนแรมบอกว่าเปล่า แค่จำได้ว่าเป็นของขวัญที่ตนห่อให้คุณลุงคนหนึ่ง ซึ่งแกจะให้เป็นของขวัญลูกสาว ข้างในเป็นชุดสีชมพู ชุติมารีบฉีกออกดูเป็นชุดสีชมพูจริงๆก็เอามาถามจันทรา จันทราแก้ตัวไปว่าของบังเอิญเหมือนกันได้ไม่เห็นแปลก แต่ชุติมายังข้องใจพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ธิติรัตน์ตั้งใจจะมาดูให้รู้ว่า แรมที่จันทราพูดถึงเป็นคนเดียวกับเดือนแรมหรือเปล่า แต่มีเหตุให้คลาดกัน เดือนแรมนั่งรถแม้นเทพออกไป จึงไม่ทันเห็น ธิติรัตน์มาที่บริษัทเจอดุจแขมานั่งรอ เขาไม่สนใจ วีระตำหนิธิติรัตน์ใจร้ายกับดุจแขเกินไป ดุจแขแอบยิ้มที่ทำให้เพื่อนแตกคอกันได้ ธิติรัตน์ให้ศรัณย์แอบดูพฤติกรรมของดุจแขที่ปั่นหัววีระ ศรัณย์จึงเข้าใจแล้วว่าดุจแขเป็นผู้หญิงที่น่ากลัวขนาดไหน

ด้วยความสงสัย ชุติมาจึงเฝ้าดูจันทราและสะกดรอยตามไปทุกที่ จนกระทั่งได้เห็นเธอนัดกับชำนิ และให้ชำนิจัดการสุดใจ ชุติมาตกใจมากเมื่อรู้ความจริงว่าจันทราเป็นแม่ แถมใจร้ายขนาดจะฆ่าคน จึงร้องขึ้นว่าตำรวจมา ทำให้สุดใจหนีไปได้...ชุติมาสติแตกวิ่งร้องไห้ไปตามถนนถูกมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวล้มลง แม้นเทพขับรถผ่านมาลงไปช่วย เห็นสภาพชุติมา อดสงสารไม่ได้พาขึ้นรถมาด้วย ชุติมาร้องไห้อย่างเสียขวัญไม่ยอมกลับบ้าน แม้นเทพไม่รู้จะทำอย่างไรจึงขับรถไปเรื่อยๆจนเธอคลายความเครียดลง...กลับมาถึงบ้าน ชุติมาก็ปรี่เข้าไปคุยกับจันทราส่วนตัวว่าตนรู้ความจริงหมดแล้ว ตนเสียใจที่เธอไม่ยอมรับตนเป็นลูก จันทราตกใจรีบอธิบายว่า เพราะชุติมามีพ่อเป็นคนขี้คุก ถ้าเมินรู้จะยอมรับตนหรือ และที่ทำทุกอย่างเพื่ออนาคตลูก ชุติมาจึงขออนาคตเป็นคู่หมั้นของธิติรัตน์เอง จันทราถึงกับอึ้ง

ภาพคู่ของธิติรัตน์กับเดือนแรมลงหน้าบันเทิงหรา เดือนแรมเห็นแล้วตกใจ ส่วนธิติรัตน์โกรธมาก หาว่าเดือนแรมเป็นคนทำเพราะอยากดัง จึงมาต่อว่าถึงที่ร้าน เดือนแรมโต้ว่าไม่ได้ทำเพราะข่าวแบบนี้สร้างความเสียหายแก่ตน เขาโกรธกระชากเธอมาถามว่าเสียหายอย่างไร เดือนแรมว่าโดนเขาดูถูกเป็นผู้หญิงหน้าไม่อาย หน้าด้าน เกาะกระแสผู้ชายทั้งที่เขาไม่ชายตามอง...

ooooooo

ตอนที่ 1

เมิน...นักธุรกิจใหญ่ สูญเสียราศรี ภรรยาซึ่งเพิ่งคลอดลูกเดือนแรมออกมาได้ไม่กี่วัน ทำให้จันทราภรรยาน้อยเลื่อนขั้นมาเป็นคุณผู้หญิงของบ้าน จันทรามีลูกสาวกับเมินชื่อเพ็ญประกายและได้นำหลานสาวชื่อชุติมาเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย เพราะความริษยาเกรงว่าเดือนแรมจะได้ทรัพย์สมบัติไปหมด จันทราจึงพยายามทำให้เมินเชื่อว่าเดือนแรมสติไม่ดีและที่สำคัญ เป็นลูกชู้

ด้วยเหตุนี้ ทำให้เมินแค้นและเสียใจไม่รักเดือนแรมและปล่อยให้จันทรากับชุติมารังแกเดือนแรมมาตั้งแต่เล็ก เดือนแรมมักถูกจับขังในห้องมืดที่เต็มไปด้วยสัตว์น่ารังเกียจ ทั้งตุ๊กแก แมงมุม หนู และแมลงสาบ จันทราหวังว่าความหวาดกลัวจะทำให้เดือนแรมเป็นบ้าไปจริงๆ เพ็ญประกายสงสารน้องสาวร่วมบิดา แอบให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้

ทุกอาทิตย์ จันทราจะจัดงานปาร์ตี้ในบ้าน เชิญแขกไฮโซมาเพื่อให้ลูกและหลานได้เข้าสังคมและยกระดับตัวเองไปในตัว...และในงานนี้ ดุจแขเพื่อนสนิทของเพ็ญ–ประกายที่มักจะมาร่วมงานเพราะหวังจะเกาะติดในวงไฮโซด้วยคน ดุจแขเป็นสาวสวยรวยเสน่ห์ เธอมักจะโปรยเสน่ห์ให้หนุ่มๆ ทั้งที่เธอมีคู่ควงอยู่แล้ว คือ ม.ร.ว.ธิติรัตน์ พอจันทรากับชุติมาเห็นธิติรัตน์ก็ตาโต

“คุณน้าคะ...ผู้ชายคนนั้นคือคุณชายธิติรัตน์ ใช่มั้ยคะ” ชุติมาสะกิดถามอย่างตื่นเต้น

“ใช่ นั่นล่ะ คุณชายธิติรัตน์ กมเลศ...แล้วแกถามทำไม”

“ก็...ชุเห็นว่าเขาหล่อมาก หล่อที่สุดในงาน หล่อเหมือนดารา ชุอยากรู้จักเขาค่ะ”

“แต่เขาคงไม่อยากรู้จักแกหรอก” จันทราเห็นเพ็ญประกายเดินผ่านมา จึงรีบเรียก “คุณเพ็ญ ไปต้อนรับคุณชายเร็วลูก”

“พี่ไปด้วยเพ็ญ...”

“คุณเพ็ญ...เธอต้องเรียกคุณเพ็ญว่า คุณเพ็ญ” จันทราเอ็ดชุติมา

ชุติมารับปากหน้างอเกาะแขนเพ็ญประกายจะเดินไป จันทราห้าม และบอกว่าให้เพ็ญประกายไปต้อนรับธิติรัตน์คนเดียว ส่วนเธอให้ไปหาหนุ่มอื่นในงานที่มีชาติตระกูลดีๆเอาใหม่

เดือนแรมในชุดมอมแมม ยกอาหารมาวางบนโต๊ะที่จัดแบบค็อกเทล เห็นแขกเหรื่อกินทิ้งกินขว้างทิ้งไม่ลงถังขยะ ก็เก็บทิ้งอย่างเสียดาย ดุจแขหันมาเห็นหน้าเดือนแรม รู้สึกแปลกใจที่สาวใช้บ้านนี้ หน้าตาหมดจดทั้งที่เนื้อตัวมอมแมม เธอบ่นกับธิติรัตน์แต่เขาไม่สนใจทำหน้าเบื่อ

“เป็นอะไรคะ แขก็ยืนอยู่ข้างๆทำไมคุณชายทำหน้าไม่มีความสุขเอาซะเลย”

“แขก็รู้ว่าผมไม่ชอบงานแบบนี้ ฟุ้งเฟ้อ สิ้นเปลือง แล้วแขดูสิ แต่ละคนกินทิ้งกินขว้างไม่เสียดายเอาเสียเลย แล้วยังทำบ้านเขาสกปรกอีก”

เดือนแรมได้ยินเงยหน้ามองธิติรัตน์อย่างประทับใจ ชุติมากับเพ็ญประกายเดินเข้ามาเดือนแรมรีบหลบ ชุติมาปรี่เข้าทักทายธิติรัตน์ ทำเอาดุจแขกับจารุณีเพื่อนซึ่งยืนอยู่ด้วยทำหน้างงว่าเป็นใคร เพ็ญประกายรู้ว่าชุติมาเสียมารยาทจึงรีบแนะนำว่าเป็นญาติผู้พี่ และขอให้ชุติมาไปดูแลอาหารมาเพิ่มเติม ชุติมาไม่ค่อยพอใจแต่หันมายิ้มหวานให้ธิติรัตน์แถมบอกว่าเดี๋ยวตนมาคุยด้วย...ชุติมา มาระบายอารมณ์ใส่เดือนแรมในครัว จนจันทราให้จับเดือนแรมขัง

ห่างออกมาในบริเวณเดียวกัน เป็นบ้านของมะลิ ซึ่งเป็นพี่สาวของเมินอยู่กับร้อยโทแม้นเทพลูกชาย ทั้งสองได้ยินเสียงอึกทึกก็รู้ว่าจันทราจัดงานปาร์ตี้อีกแล้ว พิมแม่บ้านที่มักจะมาดูแลปรนนิบัติมะลิบ่นว่า จัดงานทีไร เดือนแรมเหนื่อยหนักทุกที มะลิไม่พอใจสั่งพิมไปพาตัวเดือนแรมออกมา ถ้าใครโวยก็บอกไปว่า ตนให้มาหา แม้นเทพเห็นว่า เรื่องนี้ตนควรไปทำเองจะดีกว่า
จันทรา ชุติมา และแป้นสาวใช้เดินกลับมาจากห้องเก็บของที่ขังเดือนแรม ชะงักเมื่อเจอแม้นเทพ พอเขาถามหาเดือนแรม จันทราตอบอย่างอึกอักว่า ตนใช้ให้ไปซื้อของ ชุติมารีบเสริม

“ก็ของที่ต้องใช้ในงานเลี้ยงน่ะค่ะ พี่ต้อม”

“ฉันชื่อแม้นเทพ...พี่ต้อม ฉันอนุญาตให้แรมเรียกเท่านั้น” แม้นเทพพูดอย่างไว้ตัว ถามจันทราอีกครั้งว่า เดือนแรมไปซื้อของที่ไหน

“ไม่ทราบค่ะ ดิฉันมีหน้าที่สั่งอย่างเดียว”

“งั้นวันหลังคุณจันทราก็กรุณาทำด้วยนะครับ เพราะแรมเป็นลูกสาวของน้าเมิน ไม่ใช่คนใช้ ถ้าแรมกลับมา บอกว่าคุณแม่ของผมให้หา” พูดจบแม้นเทพเดินกลับไป

ชุติมามองตามหลังแม้นเทพอย่างขุ่นเคือง ที่เขาแสดงออกถึงความรังเกียจตนอย่างเห็นได้ชัด...ด้วยความอึดอัด ธิติรัตน์จึงออกมายืนนอกงาน ดุจแขยังอยากกลับเข้าไปในงาน พอเห็นแม้นเทพเดินผ่านมาก็รีบทักทายอย่างโปรยเสน่ห์ ธิติรัตน์มองอย่างหึงหวงไม่ค่อยพอใจ

“คุณต้อม เมื่อไหร่จะไปทานข้าวบ้านแขคะ คุณพ่อถามถึงคุณต้อมทุกวัน”

“ช่วงนี้ผมยุ่งมาก ฝากขอบคุณท่านด้วยนะครับที่นึกถึง เชิญตามสบายนะครับ”

แม้นเทพเลี่ยงไป ดุจแขหน้าเสียบ่นกับจารุณีว่าทำไมแม้นเทพไม่สนใจตน จารุณีตอบอย่างหมั่นไส้ว่า เพราะเธอมากับธิติรัตน์ใครจะกล้ามาตีสนิท ดุจแขนึกได้ว่าคงจริงจึงยิ้มกริ่มเดินไปหาธิติรัตน์...ขณะนั้นมีเสียงร้องของเดือนแรมดังแว่วมา ธิติรัตน์แปลกใจดุจแขเล่าว่าเท่าที่ตนรู้ เพ็ญประกายมีน้องสาวที่เป็นบ้าจึงถูกขังไว้เพื่อไม่ให้หนีไปเป็นอันตรายที่ไหน พอดีชุติมากับเพ็ญประกายเดินมาชวนทั้งสองกลับเข้าไปในงาน  เพ็ญ–ประกายได้ยินเสียงเดือนแรมก็ถามชุติมาทันทีว่า ขังเดือนแรมอีกแล้วหรือ ชุติมาทำเป็นไม่รู้เรื่อง เพ็ญประกายจึงตรงดิ่งไปช่วยเอาตัวเดือนแรมออกมาจากที่คุมขัง โดยแป้นที่เฝ้าอยู่ไม่กล้าขวาง

เสร็จงานเลี้ยง จันทราตำหนิเพ็ญประกายที่ปล่อยตัวเดือนแรม เพ็ญประกายตอบว่าตนสงสารน้อง จันทราแว้ดทันที

“เดือนแรมไม่ใช่น้องของแก แล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับมณีกุลแม้แต่นิดเดียว”

“ทำไมคุณแม่พูดอย่างนี้คะ ในเมื่อแรมเป็นลูกสาวของคุณราศรี ภรรยาคุณพ่อ”

“นังแรมไม่ใช่ลูกนังราศรี บอกแล้วไงมันไม่เกี่ยวกับมณีกุล หัวนอนปลายเท้ามาจากไหนก็ไม่มีใครรู้ ถ้าแกไม่อยากให้นังแรมมันชุบมือเปิบเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากแก แกต้องช่วยแม่กำจัดมัน” คำบอกเล่าของจันทราทำให้เพ็ญประกายงุนงงสงสัย

ooooooo

ณ วังศิลาลาย...หม่อมรัตนานั่งเช็ดถูเครื่องประดับอยู่ ธิติรัตน์เข้ามาบอกว่า ตนอยากหมั้นกับดุจแข หม่อมตกใจพยายามพูดให้ลูกชายโอนอ่อนว่า ให้ไป เรียนจบกลับมาก่อนจะดีกว่า ธิติรัตน์หวั่นใจว่าการไปเรียนถึงห้าปีของตน จะทำให้ดุจแขเปลี่ยนไป

“ต่อให้แต่งงานไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นได้ หากรากรักมันยังไม่ฝังลึก ความรักยังมั่นคงไม่พอ แม่อยากให้ชายกับหนูแขเรียนรู้ใจกันและกัน รวมทั้งเรียนรู้หัวใจของตัวเองให้มากกว่านี้”

แต่พอธิติรัตน์นำความมาบอกดุจแขและขอให้เธอไปเรียนต่อด้วยกัน ดุจแขผิดหวังเพราะที่ต้องการรีบแต่งงาน เพื่อพยุงฐานะครอบครัวตัวเองที่กำลังจะล้มละลาย เธออ้างว่าหัวไม่ดีไม่อยากเรียน...เมื่อเขตพ่อของดุจแขรู้ จึงแนะนำชายคนใหม่ให้ลูกสาว คือ สงคราม พิชิตชัย แม้จะแก่ไปหน่อยแต่เป็นนักธุรกิจพันล้าน...ดุจแขออกเดตกับสงครามในทันที

คืนนั้น เดือนแรมตัดสินใจมาขออนุญาตเมินเรียนต่อ โดยตนจะทำงานส่งเสียตัวเอง จันทราพยายามพูดว่าคนบ้าจะเรียนต่อได้อย่างไร เมินเห็นด้วยจึงไม่อนุญาต จันทราให้ชุติมาลากเดือนแรมไปขัง เดือนแรมดิ้นรนต่อสู้วิ่งหนีตากฝนออกมาจากบ้าน เจอชายฉกรรจ์สองคนจะลวนลาม เธอตกใจร้องกรี๊ดวิ่งเตลิดมาโดนรถของธิติรัตน์เฉี่ยวล้มสลบไป

ธิติรัตน์อุ้มเดือนแรมมาที่บ้านพี่สาวคือธิดา เพราะสามีเป็นหมอ เกรียงตรวจอาการเดือนแรมพบว่าไม่บาดเจ็บตรงไหน เพียงแค่ตกใจแต่ไข้ขึ้นสูง เดือนแรมเพ้อร้องไห้อย่างน่าสมเพช

“อย่า...อย่าขังแรม แรมกลัว...คุณพ่อขา...แรมไม่ได้บ้า แรมไม่ได้บ้าค่ะ คุณพ่อไม่รักแรม คุณพ่อเกลียดแรมเหมือนคุณน้า คุณพ่อเกลียดแรม”

ธิติรัตน์เฝ้าดูอาการและเช็ดตัวให้เดือนแรมเกือบทั้งคืนด้วยความสงสาร พอเธอรู้สึกตัวขึ้นมาเห็นหน้าเขาก็ตกใจผลักเขาออกอย่างแรง ธิติรัตน์หัวโขกเตียงแต่ยังคว้ามือเดือนแรมไม่ให้หนี เธอจึงล้มมาทับบนตัวเขา ธิดากับเกรียงเปิดประตูเข้ามาตกใจกับภาพที่เห็น...ธิดาอธิบายทุกอย่างให้เดือนแรมฟัง เธอเริ่มจำได้ว่าธิติรัตน์คือคนที่เคยมาร่วมงานที่บ้าน เธอกราบขอบคุณเขาที่ไม่ ทิ้งตนไว้ริมถนน ธิติรัตน์ถามว่าบ้านอยู่ไหนจะไปส่ง เดือนแรมร้องไห้ถดถอยลนลาน ขอร้องธิดาอย่าส่งตนกลับเพราะไม่มีใครรักตน พ่อก็ไม่รัก เกรียงท้วงว่ามีพ่อที่ไหนไม่รักลูก

“พ่อของแรมค่ะ ตั้งแต่จำความได้ พ่อเรียกแรมว่าเด็กบ้า เด็กสกปรก คุณพ่อไม่เคยกอดแรม ไม่เคยลูบผมแรมเหมือน...คุณชาย” เดือนแรมเล่าถึงความเจ็บช้ำที่ตนได้รับตลอดเวลาสิบห้าปีที่ผ่านมา และขอทำงานให้ที่บ้านนี้แลกกับที่พัก

สามคนออกมาปรึกษากันว่าจะเอาอย่างไรดี ธิติ–รัตน์ขอให้ธิดาอุปการะเดือนแรมไว้ โดยตนจะออกค่าใช้จ่ายและค่าเล่าเรียนให้เอง เกรียงเองก็เอ็นดูเดือนแรมจึงไม่ขัดข้อง...ธิติรัตน์ซื้อเสื้อผ้าข้าวของมาให้เดือนแรม เธอถึงกับน้ำตาไหล ตื้นตันเพราะไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน แม้แต่พ่อของตัวเอง เดือนแรมได้รับความเอ็นดูจากธิดาและเกรียงเป็นอย่างดี และธิติรัตน์ยังพาเธอไปเที่ยวที่ต่างๆที่เธอไม่เคยได้ไปเลย เธอจึงตั้งใจทำงานทุกอย่างในบ้านตอบแทน ธิติรัตน์ขอเพียงอย่างเดียวจากเดือนแรมคือ ให้เธอตั้งใจเรียน อนาคตจะได้สดใส

วันหนึ่ง ดุจแข โทร.หาธิติรัตน์ รู้ว่าเขาอยู่บ้านธิดาแวะมาหา ดุจแขเห็นเดือนแรมก็จำได้ว่าเป็นคนที่บ้านมณีกุล เธอรีบรายงานจันทราเพื่อให้เอาตัวกลับจะได้ ออกห่างจากธิติรัตน์ ธิติรัตน์บอกเดือนแรมว่า เกรียงตรวจเช็กร่างกายเธอแล้ว ไม่ได้บ้า เดือนแรมดีใจแต่ที่บ้านคงไม่มีใครเชื่อ อาทิตย์หน้าธิติรัตน์ต้องไปเรียนต่ออเมริกา ห้าปีถึงจะกลับมา เดือนแรมเศร้าซึม เธอแอบถักผ้าพันคอไหมพรมสีชมพูไว้ให้เขาเป็นที่ระลึก

หม่อมรัตนามอบกำไลทองคำขาวประดับเพชร สลักชื่อมาหยารัศมีแก่ธิติรัตน์ ให้เขาเก็บเอาไว้ กลับมาเมื่อไหร่จะบอกว่ามาหยารัศมีเป็นใคร สำคัญกับเขาอย่างไร เขาได้แต่งุนงง

มะลิมาต่อว่าเมินที่ไม่รู้จักไปตามหาลูก ทั้งที่หายไปหลายวันแล้ว เพ็ญประกายรีบบอกรู้แล้วว่าเดือนแรมอยู่ที่ไหน แต่พอดีเกิดอุบัติเหตุกับจันทราเสียก่อน มะลิรู้ทันว่าจันทราถ่วงเวลาไม่อยากให้เมินรู้...เมินมาลากตัวเดือนแรมกลับ เธออ้อนวอนขออยู่ที่บ้านธิดา เกรียงพยายามพูดไกล่เกลี่ยว่ายินดีจะดูแลเดือนแรมเป็นอย่างดี แต่เมินรู้สึกเสียหน้าจึงว่านี่เป็นเรื่องในครอบครัว

“ทราบครับว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัวของคุณ แต่คนในครอบครัวก็ใช่ว่าจะทำอะไรกับเด็กก็ได้ โดยเฉพาะคนเป็นพ่อ”

จันทราโวยจะแจ้งความว่าเกรียงล่อลวง หน่วงเหนี่ยวแถมจะทำมิดีมิร้ายเดือนแรม ทั้งเกรียงและธิดาอึ้ง เพราะเดือนแรมอายุเพิ่งสิบห้า พวกตนทำอะไรไปก็จะกลายเป็นพรากผู้เยาว์ เดือนแรมจำต้องกลับไป...ธิติรัตน์หอบเครื่องเรียนมาให้เดือนแรม จึงรู้ว่าเธอถูกเอาตัวกลับไปแล้ว เขาเสียใจแต่ทำอะไรไม่ได้ เดือนแรมฝากผ้าพันคอไว้ให้ ธิติรัตน์มองผ้าอย่างเศร้าใจ...

ทั้งจันทราและชุติมายิ่งกลั่นแกล้งเดือนแรมสารพัด เมินเริ่มรู้สึกสงสารแต่ยังคาใจที่ว่าเป็นลูกชู้จึงตัดใจ ทุกครั้งที่เดือนแรมโดนขัง เพ็ญประกายจะคอยมาช่วยพาน้องออกไป

เดือนแรมได้เรียนหนังสือจากการสนับสนุนของธิติรัตน์ ธิดาเรียกเธอมารับจดหมายที่ธิติรัตน์ส่งมาให้ เดือนแรมดีใจมาก เพราะมันเป็นกำลังใจให้เธอสู้ชีวิตต่อไป จดหมายของเขาพร่ำบอกให้เธอเข้มแข็ง และเชื่อมั่นว่าสักวันจะได้พ่อที่รักเธอที่สุดกลับมา เดือนแรมเดินกอดจดหมายกลับมาบ้าน ชุติมาเห็นเข้าไปแย่งจดหมายเอามาฟ้องจันทราว่าเดือนแรมแอบเขียนจดหมายนัดแนะกับผู้ชาย จันทราไม่ทันมองว่าใครเป็นคนเขียนมา อ่านแล้วก็ฉีกทิ้งโปรยใส่หน้า เดือนแรมน้ำตาร่วง เก็บเศษกระดาษไปแปะติดให้เหมือนเดิมและเก็บไว้เป็นกำลังใจ...

ไม่นาน ดุจแขแต่งงานกับสงครามออกข่าวใหญ่โต ธิติรัตน์เสียใจแทบเสียผู้เสียคน เดือนแรมเขียนจดหมายหาเขาแต่เพราะความเสียใจ ทำให้ธิติรัตน์เมามายไม่สนใจอะไรที่ส่งมา

จันทราเห็นว่าธิติรัตน์พ้นจากดุจแขแล้ว จึงพยายามพูดให้เมินคุยกับหม่อมรัตนาเรื่องการแต่งงานของธิติรัตน์กับมาหยารัศมี โดยให้เพ็ญประกายสวมรอยเป็นมาหยา–รัศมี ระหว่างที่คุยกันเดือนแรมเข้ามาขออนุญาตว่าจากนี้ต้องกลับดึกเพราะทำงานพิเศษ เมินสะกิดใจคงเดือดร้อนเรื่องเงิน อยากจะให้แต่ไม่กล้าพูดออกไป จึงทำเป็นเตือนว่าเป็นผู้หญิงกลับดึกอันตราย จันทราไม่พอใจรีบดักคอว่าเดือนแรมทำถูกแล้ว อยากได้เงินก็ต้องทำงาน แล้วทำเป็นสอนว่าอย่าไปยั่วยวนใครก็ไม่มีอันตราย เดือนแรมรู้ว่าโดนเหน็บเดินตัวลีบออกไป

ooooooo

ร้านไอศกรีมในห้างแห่งหนึ่ง ธิดากับเกรียงพบเดือนแรมทำงานอยู่ ก็ชื่นชมในความขยันขันแข็งของเธอ ธิดามอบเงินหมื่นบาทที่ธิติรัตน์ส่งมาให้เป็นค่าเล่าเรียนแก่เธอ แต่เธอไม่ขอรับ ธิดาจึงตำหนิว่า อย่าให้ธิติรัตน์เสียความตั้งใจ เธอควรตอบแทนด้วยการตั้งใจเรียน แม้นเทพแวะมารับเห็นการสนทนาของทั้งสามคน เขารู้สึกไม่ชอบใจ ระหว่างกลับบ้าน เขาบอกเดือนแรมว่าทีหลังขาดเหลืออะไรให้บอกตน อย่าไปรบกวนคนอื่น

“แรมทราบค่ะพี่ต้อม ยิ่งคุณชายดีกับแรมเท่าไหร่ แรมก็ยิ่งเกรงใจ”

“ดูแรมจะเทิดทูนคุณชายอะไรนั่นมากเลยนะ”

“ค่ะ คุณชายเป็นผู้มีพระคุณต่อแรมและคุณชายก็สอนแต่สิ่งดีๆให้กับแรม”

“ทำยังกับชีวิตนี้แรมเพิ่งเจอคนดีคนเดียว กับพี่...

พี่ไม่เคยสอนสิ่งดีๆให้กับแรมหรือไง”

เดือนแรมมองแม้นเทพงงๆ เขารู้ตัวรีบบอกให้เธอเข้าบ้านไปพักผ่อน คราวหลังมีอะไรให้บอกพี่ชายคนนี้ ชุติมายืนมองอย่างไม่พอใจ พอแม้นเทพเดินมาก็หัวเราะเยาะ

“ถึงใส่แว่นตาดำก็ไม่มิดนะคะพี่ต้อม สายตาที่มองเดือนแรม ห่วงซะ...”

“แล้วตอนนี้ฉันไม่ใส่แว่นดำ เธอเห็นชัดมั้ยชุติมาว่าฉันมองเธอยังไง”

“ถ้ามองกันอย่างนี้ ด่ามาเลยซะยังดีกว่า”

“ดีแล้วที่แปลออก แต่ฉันเป็นผู้ชายจะด่าผู้หญิงคงไม่เหมาะ ไปกินปลาเยอะๆแล้วกัน เธอจะได้มีความจำดีขึ้น...พี่ต้อม...ฉันให้แรมเรียกเท่านั้น” แม้นเทพเดินไป ชุติมายืนตัวสั่นรู้ว่าถูกด่า

ไม่นาน ดุจแขก็ออกลายแอบมีสัมพันธ์กับสรรชัย หลานชายของสงคราม สองคนเริงชู้กันเป็นประจำ วันหนึ่ง สงครามจับได้เสียใจถึงกับหัวใจวายตาย ธิดาอ่านข่าวเจอ กังวลใจเพราะธิติรัตน์กำลังจะกลับมา เกรงว่าดุจแขจะกลับมาวอแวอีก...

แล้วธิติรัตน์ก็กลับมากราบขอโทษหม่อมรัตนาที่ทำให้ทุกข์ใจ และถามเรื่องมาหยารัศมี หม่อมรัตนาเห็นว่าสมควรแก่เวลาจึงเล่าว่า...เมินกับท่านพ่อเป็นเพื่อนรักกัน และเมินก็เคยช่วยชีวิตท่านพ่อไว้จากการโดนปล้นชิงทรัพย์จนถูกยิง ขณะนั้น ราศรีท้องแก่ พอคลอดลูกออกมาเป็นหญิง ท่านพ่อจึงตั้งชื่อให้ว่ามาหยารัศมี และตกลงจะให้แต่งงานกับธิติรัตน์

“เป็นความประสงค์ของท่านพ่อ แต่ตอนนี้ จะตัดสินใจอย่างไร แม่สุดแล้วแต่ชาย”

“ผมรู้ว่าสิ่งที่ท่านพ่อกับคุณแม่ตั้งใจทำให้ ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผม ผมจะแต่งงานกับมาหยารัศมี” ธิติรัตน์สิ้นศรัทธาในความรักเสียแล้ว

หม่อมรัตนาปลาบปลื้มดีใจ แต่ยังกังวลเพราะไม่ได้ติดต่อเมินมานาน รู้ว่าแอบมีภรรยาและลูกมาก่อน จึงทำใจมองหน้าไม่ได้ ธิติรัตน์คิดว่าตนจะเป็นฝ่ายไปติดตามเรื่องนี้เอง...เขามาด้อมๆมองๆหน้าบ้านมณีกุล แล้วนึกได้ว่าบ้านนี้ตนเคยมากับดุจแขเมื่อห้าปีก่อน ชุติมาออกมาเจอ ดีใจยกใหญ่ พอจันทรารู้ว่าธิติรัตน์มาถึงบ้านก็ยิ่งคะยั้นคะยอให้เมินเห็นแก่อนาคตของลูกยอมให้เพ็ญประกายเป็นมาหยารัศมี เพื่อจะได้แต่งงานกับคนดีๆ เมินนิ่งครุ่นคิด

จันทรามาบอกเพ็ญประกายว่าจะเรียกเธอว่ามาหยารัศมี เพราะเป็นอีกชื่อของเธอ

“อย่างที่แม่เล่าให้ฟังน่ะจ้ะ เป็นชื่อที่รู้จักกันเฉพาะครอบครัวของเรากับของคุณชาย ที่แม่ยังไม่เคยบอกเพ็ญ เพราะก่อนหน้านั้น คุณชายมีแฟนอยู่ ผู้ใหญ่เลยไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ตอนนี้คุณชายพร้อมสำหรับเพ็ญแล้วลูก” จันทราเกลี้ยกล่อม แต่เพ็ญประกายกลับบอกว่าตนไม่พร้อม...

ระหว่างนั้น บังเอิญเมินได้ช่วยเหลือสุดใจที่มาเป็นลมข้างรถ และพาส่งบ้าน สุดใจบ่นว่าตนไม่มีความสุขมาเกือบยี่สิบปีแล้วเพราะบาปในใจ เมินแปลกใจบาปอะไรทำให้คนทุกข์ได้ขนาดนี้ เขากลับมาเล่าให้จันทราฟัง จันทราสังหรณ์ใจว่าเป็นสุดใจพยาบาลเมื่อยี่สิบปีก่อน จึงแวะไปหา สุดใจตกใจมากบอกจันทราว่าตนเก็บความลับมาตลอดยี่สิบปีไม่เคยไปวุ่นวายกับเธอ จันทรารู้แต่ยังกลัวความลับจะรั่วไหลจึงส่งเงินขอให้เธอไปจากที่นี่ สุดใจไม่อยากไปไหนอีก

“ฉันจำเหตุการณ์ทุกอย่างได้ เสียใจจนถึงทุกวันนี้ ฉันไม่น่าทำอย่างนั้นเลย เพราะถึงฉันจะไม่ได้เป็นพยาบาลจริงๆแต่ถ้าฉันอยู่ตรงนั้น ฉันก็คงไปตามหมอมาช่วยและคุณราศรีก็คง...”

“ไม่ตาย...ดีเท่าไหร่แล้ว ที่ตอนนั้นฉันช่วยพูดให้เรื่องทุกอย่างมันจบๆไป ไม่ยังงั้นสามีของคุณราศรีก็คงเอาเรื่องเธอติดคุกหัวโต”

สุดใจน้ำตาร่วงคิดถึงอดีตที่พลาดร่วมมือกับจันทรา เพียงเพราะเธอรู้ว่าตนไม่จบพยาบาลจริงๆ แต่มาทำหน้าที่ดูแลราศรี และช่วงนั้นที่บ้านมีปัญหาต้องใช้เงิน จันทราให้เงินจ้างให้อุ้มลูกราศรีออกไป นั่นเป็นบาปที่ทำให้เธอทุกข์มาจนบัดนี้...

จากการตัดสินใจของธิติรัตน์ ธิดาเตือนน้องชายว่าแต่งงานโดยไม่มีความรักจะเป็นการทำร้ายฝ่ายหญิง ธิติรัตน์กลับโต้ว่าเขาไม่แคร์ ผู้หญิงที่เขาแคร์มีเพียงพี่กับแม่เท่านั้น ธิดาจึงถามว่าลืมเดือนแรมแล้วหรือ เธอ เป็นเด็กดีสมความตั้งใจ ไม่เชื่อให้ไปดูที่ร้านที่เธอทำงาน...ธิติรัตน์กลับไป เดือนแรมก็โผล่มา เอาผลการเรียนที่ได้เกรดเอทุกวิชามาฝากธิดาส่งให้ธิติรัตน์ ธิดาจึงบอกว่าเขากลับมาแล้ว เดือนแรมดีใจมาก

วันต่อมา ที่ร้านส่งเดือนแรมเข้าประกวดมิสทีน แฟรี่ดอลลี่ที่ห้างจัดขึ้น เผอิญธิติรัตน์แวะมา เห็นเด็กสาวเดินโชว์รูปร่างบนเวทีก็มองอย่างดูถูกและหวังว่าเดือนแรมจะไม่เป็นอย่างนั้น แต่เธอเห็นเขาจากบนเวที ทำให้การแสดงผิดพลาด โชคดีที่พิธีกรช่วยแก้สถานการณ์ให้...

ooooooo

มาหยารัศมี เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”
10 พ.ค. 2564

00:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:57 น.