ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มาหยารัศมี

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

มาหยารัศมี ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

เมิน...นักธุรกิจใหญ่ สูญเสียราศรี ภรรยาซึ่งเพิ่งคลอดลูกเดือนแรมออกมาได้ไม่กี่วัน ทำให้จันทราภรรยาน้อยเลื่อนขั้นมาเป็นคุณผู้หญิงของบ้าน จันทรามีลูกสาวกับเมินชื่อเพ็ญประกายและได้นำหลานสาวชื่อชุติมาเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย เพราะความริษยาเกรงว่าเดือนแรมจะได้ทรัพย์สมบัติไปหมด จันทราจึงพยายามทำให้เมินเชื่อว่าเดือนแรมสติไม่ดีและที่สำคัญ เป็นลูกชู้

ด้วยเหตุนี้ ทำให้เมินแค้นและเสียใจไม่รักเดือนแรมและปล่อยให้จันทรากับชุติมารังแกเดือนแรมมาตั้งแต่เล็ก เดือนแรมมักถูกจับขังในห้องมืดที่เต็มไปด้วยสัตว์น่ารังเกียจ ทั้งตุ๊กแก แมงมุม หนู และแมลงสาบ จันทราหวังว่าความหวาดกลัวจะทำให้เดือนแรมเป็นบ้าไปจริงๆ เพ็ญประกายสงสารน้องสาวร่วมบิดา แอบให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้

ทุกอาทิตย์ จันทราจะจัดงานปาร์ตี้ในบ้าน เชิญแขกไฮโซมาเพื่อให้ลูกและหลานได้เข้าสังคมและยกระดับตัวเองไปในตัว...และในงานนี้ ดุจแขเพื่อนสนิทของเพ็ญ–ประกายที่มักจะมาร่วมงานเพราะหวังจะเกาะติดในวงไฮโซด้วยคน ดุจแขเป็นสาวสวยรวยเสน่ห์ เธอมักจะโปรยเสน่ห์ให้หนุ่มๆ ทั้งที่เธอมีคู่ควงอยู่แล้ว คือ ม.ร.ว.ธิติรัตน์ พอจันทรากับชุติมาเห็นธิติรัตน์ก็ตาโต

“คุณน้าคะ...ผู้ชายคนนั้นคือคุณชายธิติรัตน์ ใช่มั้ยคะ” ชุติมาสะกิดถามอย่างตื่นเต้น

“ใช่ นั่นล่ะ คุณชายธิติรัตน์ กมเลศ...แล้วแกถามทำไม”

“ก็...ชุเห็นว่าเขาหล่อมาก หล่อที่สุดในงาน หล่อเหมือนดารา ชุอยากรู้จักเขาค่ะ”

“แต่เขาคงไม่อยากรู้จักแกหรอก” จันทราเห็นเพ็ญประกายเดินผ่านมา จึงรีบเรียก “คุณเพ็ญ ไปต้อนรับคุณชายเร็วลูก”

“พี่ไปด้วยเพ็ญ...”

“คุณเพ็ญ...เธอต้องเรียกคุณเพ็ญว่า คุณเพ็ญ” จันทราเอ็ดชุติมา

ชุติมารับปากหน้างอเกาะแขนเพ็ญประกายจะเดินไป จันทราห้าม และบอกว่าให้เพ็ญประกายไปต้อนรับธิติรัตน์คนเดียว ส่วนเธอให้ไปหาหนุ่มอื่นในงานที่มีชาติตระกูลดีๆเอาใหม่

เดือนแรมในชุดมอมแมม ยกอาหารมาวางบนโต๊ะที่จัดแบบค็อกเทล เห็นแขกเหรื่อกินทิ้งกินขว้างทิ้งไม่ลงถังขยะ ก็เก็บทิ้งอย่างเสียดาย ดุจแขหันมาเห็นหน้าเดือนแรม รู้สึกแปลกใจที่สาวใช้บ้านนี้ หน้าตาหมดจดทั้งที่เนื้อตัวมอมแมม เธอบ่นกับธิติรัตน์แต่เขาไม่สนใจทำหน้าเบื่อ

“เป็นอะไรคะ แขก็ยืนอยู่ข้างๆทำไมคุณชายทำหน้าไม่มีความสุขเอาซะเลย”

“แขก็รู้ว่าผมไม่ชอบงานแบบนี้ ฟุ้งเฟ้อ สิ้นเปลือง แล้วแขดูสิ แต่ละคนกินทิ้งกินขว้างไม่เสียดายเอาเสียเลย แล้วยังทำบ้านเขาสกปรกอีก”

เดือนแรมได้ยินเงยหน้ามองธิติรัตน์อย่างประทับใจ ชุติมากับเพ็ญประกายเดินเข้ามาเดือนแรมรีบหลบ ชุติมาปรี่เข้าทักทายธิติรัตน์ ทำเอาดุจแขกับจารุณีเพื่อนซึ่งยืนอยู่ด้วยทำหน้างงว่าเป็นใคร เพ็ญประกายรู้ว่าชุติมาเสียมารยาทจึงรีบแนะนำว่าเป็นญาติผู้พี่ และขอให้ชุติมาไปดูแลอาหารมาเพิ่มเติม ชุติมาไม่ค่อยพอใจแต่หันมายิ้มหวานให้ธิติรัตน์แถมบอกว่าเดี๋ยวตนมาคุยด้วย...ชุติมา มาระบายอารมณ์ใส่เดือนแรมในครัว จนจันทราให้จับเดือนแรมขัง

ห่างออกมาในบริเวณเดียวกัน เป็นบ้านของมะลิ ซึ่งเป็นพี่สาวของเมินอยู่กับร้อยโทแม้นเทพลูกชาย ทั้งสองได้ยินเสียงอึกทึกก็รู้ว่าจันทราจัดงานปาร์ตี้อีกแล้ว พิมแม่บ้านที่มักจะมาดูแลปรนนิบัติมะลิบ่นว่า จัดงานทีไร เดือนแรมเหนื่อยหนักทุกที มะลิไม่พอใจสั่งพิมไปพาตัวเดือนแรมออกมา ถ้าใครโวยก็บอกไปว่า ตนให้มาหา แม้นเทพเห็นว่า เรื่องนี้ตนควรไปทำเองจะดีกว่า
จันทรา ชุติมา และแป้นสาวใช้เดินกลับมาจากห้องเก็บของที่ขังเดือนแรม ชะงักเมื่อเจอแม้นเทพ พอเขาถามหาเดือนแรม จันทราตอบอย่างอึกอักว่า ตนใช้ให้ไปซื้อของ ชุติมารีบเสริม

“ก็ของที่ต้องใช้ในงานเลี้ยงน่ะค่ะ พี่ต้อม”

“ฉันชื่อแม้นเทพ...พี่ต้อม ฉันอนุญาตให้แรมเรียกเท่านั้น” แม้นเทพพูดอย่างไว้ตัว ถามจันทราอีกครั้งว่า เดือนแรมไปซื้อของที่ไหน

“ไม่ทราบค่ะ ดิฉันมีหน้าที่สั่งอย่างเดียว”

“งั้นวันหลังคุณจันทราก็กรุณาทำด้วยนะครับ เพราะแรมเป็นลูกสาวของน้าเมิน ไม่ใช่คนใช้ ถ้าแรมกลับมา บอกว่าคุณแม่ของผมให้หา” พูดจบแม้นเทพเดินกลับไป

ชุติมามองตามหลังแม้นเทพอย่างขุ่นเคือง ที่เขาแสดงออกถึงความรังเกียจตนอย่างเห็นได้ชัด...ด้วยความอึดอัด ธิติรัตน์จึงออกมายืนนอกงาน ดุจแขยังอยากกลับเข้าไปในงาน พอเห็นแม้นเทพเดินผ่านมาก็รีบทักทายอย่างโปรยเสน่ห์ ธิติรัตน์มองอย่างหึงหวงไม่ค่อยพอใจ

“คุณต้อม เมื่อไหร่จะไปทานข้าวบ้านแขคะ คุณพ่อถามถึงคุณต้อมทุกวัน”

“ช่วงนี้ผมยุ่งมาก ฝากขอบคุณท่านด้วยนะครับที่นึกถึง เชิญตามสบายนะครับ”

แม้นเทพเลี่ยงไป ดุจแขหน้าเสียบ่นกับจารุณีว่าทำไมแม้นเทพไม่สนใจตน จารุณีตอบอย่างหมั่นไส้ว่า เพราะเธอมากับธิติรัตน์ใครจะกล้ามาตีสนิท ดุจแขนึกได้ว่าคงจริงจึงยิ้มกริ่มเดินไปหาธิติรัตน์...ขณะนั้นมีเสียงร้องของเดือนแรมดังแว่วมา ธิติรัตน์แปลกใจดุจแขเล่าว่าเท่าที่ตนรู้ เพ็ญประกายมีน้องสาวที่เป็นบ้าจึงถูกขังไว้เพื่อไม่ให้หนีไปเป็นอันตรายที่ไหน พอดีชุติมากับเพ็ญประกายเดินมาชวนทั้งสองกลับเข้าไปในงาน  เพ็ญ–ประกายได้ยินเสียงเดือนแรมก็ถามชุติมาทันทีว่า ขังเดือนแรมอีกแล้วหรือ ชุติมาทำเป็นไม่รู้เรื่อง เพ็ญประกายจึงตรงดิ่งไปช่วยเอาตัวเดือนแรมออกมาจากที่คุมขัง โดยแป้นที่เฝ้าอยู่ไม่กล้าขวาง

เสร็จงานเลี้ยง จันทราตำหนิเพ็ญประกายที่ปล่อยตัวเดือนแรม เพ็ญประกายตอบว่าตนสงสารน้อง จันทราแว้ดทันที

“เดือนแรมไม่ใช่น้องของแก แล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับมณีกุลแม้แต่นิดเดียว”

“ทำไมคุณแม่พูดอย่างนี้คะ ในเมื่อแรมเป็นลูกสาวของคุณราศรี ภรรยาคุณพ่อ”

“นังแรมไม่ใช่ลูกนังราศรี บอกแล้วไงมันไม่เกี่ยวกับมณีกุล หัวนอนปลายเท้ามาจากไหนก็ไม่มีใครรู้ ถ้าแกไม่อยากให้นังแรมมันชุบมือเปิบเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากแก แกต้องช่วยแม่กำจัดมัน” คำบอกเล่าของจันทราทำให้เพ็ญประกายงุนงงสงสัย

ooooooo

ณ วังศิลาลาย...หม่อมรัตนานั่งเช็ดถูเครื่องประดับอยู่ ธิติรัตน์เข้ามาบอกว่า ตนอยากหมั้นกับดุจแข หม่อมตกใจพยายามพูดให้ลูกชายโอนอ่อนว่า ให้ไป เรียนจบกลับมาก่อนจะดีกว่า ธิติรัตน์หวั่นใจว่าการไปเรียนถึงห้าปีของตน จะทำให้ดุจแขเปลี่ยนไป

“ต่อให้แต่งงานไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นได้ หากรากรักมันยังไม่ฝังลึก ความรักยังมั่นคงไม่พอ แม่อยากให้ชายกับหนูแขเรียนรู้ใจกันและกัน รวมทั้งเรียนรู้หัวใจของตัวเองให้มากกว่านี้”

แต่พอธิติรัตน์นำความมาบอกดุจแขและขอให้เธอไปเรียนต่อด้วยกัน ดุจแขผิดหวังเพราะที่ต้องการรีบแต่งงาน เพื่อพยุงฐานะครอบครัวตัวเองที่กำลังจะล้มละลาย เธออ้างว่าหัวไม่ดีไม่อยากเรียน...เมื่อเขตพ่อของดุจแขรู้ จึงแนะนำชายคนใหม่ให้ลูกสาว คือ สงคราม พิชิตชัย แม้จะแก่ไปหน่อยแต่เป็นนักธุรกิจพันล้าน...ดุจแขออกเดตกับสงครามในทันที

คืนนั้น เดือนแรมตัดสินใจมาขออนุญาตเมินเรียนต่อ โดยตนจะทำงานส่งเสียตัวเอง จันทราพยายามพูดว่าคนบ้าจะเรียนต่อได้อย่างไร เมินเห็นด้วยจึงไม่อนุญาต จันทราให้ชุติมาลากเดือนแรมไปขัง เดือนแรมดิ้นรนต่อสู้วิ่งหนีตากฝนออกมาจากบ้าน เจอชายฉกรรจ์สองคนจะลวนลาม เธอตกใจร้องกรี๊ดวิ่งเตลิดมาโดนรถของธิติรัตน์เฉี่ยวล้มสลบไป

ธิติรัตน์อุ้มเดือนแรมมาที่บ้านพี่สาวคือธิดา เพราะสามีเป็นหมอ เกรียงตรวจอาการเดือนแรมพบว่าไม่บาดเจ็บตรงไหน เพียงแค่ตกใจแต่ไข้ขึ้นสูง เดือนแรมเพ้อร้องไห้อย่างน่าสมเพช

“อย่า...อย่าขังแรม แรมกลัว...คุณพ่อขา...แรมไม่ได้บ้า แรมไม่ได้บ้าค่ะ คุณพ่อไม่รักแรม คุณพ่อเกลียดแรมเหมือนคุณน้า คุณพ่อเกลียดแรม”

ธิติรัตน์เฝ้าดูอาการและเช็ดตัวให้เดือนแรมเกือบทั้งคืนด้วยความสงสาร พอเธอรู้สึกตัวขึ้นมาเห็นหน้าเขาก็ตกใจผลักเขาออกอย่างแรง ธิติรัตน์หัวโขกเตียงแต่ยังคว้ามือเดือนแรมไม่ให้หนี เธอจึงล้มมาทับบนตัวเขา ธิดากับเกรียงเปิดประตูเข้ามาตกใจกับภาพที่เห็น...ธิดาอธิบายทุกอย่างให้เดือนแรมฟัง เธอเริ่มจำได้ว่าธิติรัตน์คือคนที่เคยมาร่วมงานที่บ้าน เธอกราบขอบคุณเขาที่ไม่ ทิ้งตนไว้ริมถนน ธิติรัตน์ถามว่าบ้านอยู่ไหนจะไปส่ง เดือนแรมร้องไห้ถดถอยลนลาน ขอร้องธิดาอย่าส่งตนกลับเพราะไม่มีใครรักตน พ่อก็ไม่รัก เกรียงท้วงว่ามีพ่อที่ไหนไม่รักลูก

“พ่อของแรมค่ะ ตั้งแต่จำความได้ พ่อเรียกแรมว่าเด็กบ้า เด็กสกปรก คุณพ่อไม่เคยกอดแรม ไม่เคยลูบผมแรมเหมือน...คุณชาย” เดือนแรมเล่าถึงความเจ็บช้ำที่ตนได้รับตลอดเวลาสิบห้าปีที่ผ่านมา และขอทำงานให้ที่บ้านนี้แลกกับที่พัก

สามคนออกมาปรึกษากันว่าจะเอาอย่างไรดี ธิติ–รัตน์ขอให้ธิดาอุปการะเดือนแรมไว้ โดยตนจะออกค่าใช้จ่ายและค่าเล่าเรียนให้เอง เกรียงเองก็เอ็นดูเดือนแรมจึงไม่ขัดข้อง...ธิติรัตน์ซื้อเสื้อผ้าข้าวของมาให้เดือนแรม เธอถึงกับน้ำตาไหล ตื้นตันเพราะไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน แม้แต่พ่อของตัวเอง เดือนแรมได้รับความเอ็นดูจากธิดาและเกรียงเป็นอย่างดี และธิติรัตน์ยังพาเธอไปเที่ยวที่ต่างๆที่เธอไม่เคยได้ไปเลย เธอจึงตั้งใจทำงานทุกอย่างในบ้านตอบแทน ธิติรัตน์ขอเพียงอย่างเดียวจากเดือนแรมคือ ให้เธอตั้งใจเรียน อนาคตจะได้สดใส

วันหนึ่ง ดุจแข โทร.หาธิติรัตน์ รู้ว่าเขาอยู่บ้านธิดาแวะมาหา ดุจแขเห็นเดือนแรมก็จำได้ว่าเป็นคนที่บ้านมณีกุล เธอรีบรายงานจันทราเพื่อให้เอาตัวกลับจะได้ ออกห่างจากธิติรัตน์ ธิติรัตน์บอกเดือนแรมว่า เกรียงตรวจเช็กร่างกายเธอแล้ว ไม่ได้บ้า เดือนแรมดีใจแต่ที่บ้านคงไม่มีใครเชื่อ อาทิตย์หน้าธิติรัตน์ต้องไปเรียนต่ออเมริกา ห้าปีถึงจะกลับมา เดือนแรมเศร้าซึม เธอแอบถักผ้าพันคอไหมพรมสีชมพูไว้ให้เขาเป็นที่ระลึก

หม่อมรัตนามอบกำไลทองคำขาวประดับเพชร สลักชื่อมาหยารัศมีแก่ธิติรัตน์ ให้เขาเก็บเอาไว้ กลับมาเมื่อไหร่จะบอกว่ามาหยารัศมีเป็นใคร สำคัญกับเขาอย่างไร เขาได้แต่งุนงง

มะลิมาต่อว่าเมินที่ไม่รู้จักไปตามหาลูก ทั้งที่หายไปหลายวันแล้ว เพ็ญประกายรีบบอกรู้แล้วว่าเดือนแรมอยู่ที่ไหน แต่พอดีเกิดอุบัติเหตุกับจันทราเสียก่อน มะลิรู้ทันว่าจันทราถ่วงเวลาไม่อยากให้เมินรู้...เมินมาลากตัวเดือนแรมกลับ เธออ้อนวอนขออยู่ที่บ้านธิดา เกรียงพยายามพูดไกล่เกลี่ยว่ายินดีจะดูแลเดือนแรมเป็นอย่างดี แต่เมินรู้สึกเสียหน้าจึงว่านี่เป็นเรื่องในครอบครัว

“ทราบครับว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัวของคุณ แต่คนในครอบครัวก็ใช่ว่าจะทำอะไรกับเด็กก็ได้ โดยเฉพาะคนเป็นพ่อ”

จันทราโวยจะแจ้งความว่าเกรียงล่อลวง หน่วงเหนี่ยวแถมจะทำมิดีมิร้ายเดือนแรม ทั้งเกรียงและธิดาอึ้ง เพราะเดือนแรมอายุเพิ่งสิบห้า พวกตนทำอะไรไปก็จะกลายเป็นพรากผู้เยาว์ เดือนแรมจำต้องกลับไป...ธิติรัตน์หอบเครื่องเรียนมาให้เดือนแรม จึงรู้ว่าเธอถูกเอาตัวกลับไปแล้ว เขาเสียใจแต่ทำอะไรไม่ได้ เดือนแรมฝากผ้าพันคอไว้ให้ ธิติรัตน์มองผ้าอย่างเศร้าใจ...

ทั้งจันทราและชุติมายิ่งกลั่นแกล้งเดือนแรมสารพัด เมินเริ่มรู้สึกสงสารแต่ยังคาใจที่ว่าเป็นลูกชู้จึงตัดใจ ทุกครั้งที่เดือนแรมโดนขัง เพ็ญประกายจะคอยมาช่วยพาน้องออกไป

เดือนแรมได้เรียนหนังสือจากการสนับสนุนของธิติรัตน์ ธิดาเรียกเธอมารับจดหมายที่ธิติรัตน์ส่งมาให้ เดือนแรมดีใจมาก เพราะมันเป็นกำลังใจให้เธอสู้ชีวิตต่อไป จดหมายของเขาพร่ำบอกให้เธอเข้มแข็ง และเชื่อมั่นว่าสักวันจะได้พ่อที่รักเธอที่สุดกลับมา เดือนแรมเดินกอดจดหมายกลับมาบ้าน ชุติมาเห็นเข้าไปแย่งจดหมายเอามาฟ้องจันทราว่าเดือนแรมแอบเขียนจดหมายนัดแนะกับผู้ชาย จันทราไม่ทันมองว่าใครเป็นคนเขียนมา อ่านแล้วก็ฉีกทิ้งโปรยใส่หน้า เดือนแรมน้ำตาร่วง เก็บเศษกระดาษไปแปะติดให้เหมือนเดิมและเก็บไว้เป็นกำลังใจ...

ไม่นาน ดุจแขแต่งงานกับสงครามออกข่าวใหญ่โต ธิติรัตน์เสียใจแทบเสียผู้เสียคน เดือนแรมเขียนจดหมายหาเขาแต่เพราะความเสียใจ ทำให้ธิติรัตน์เมามายไม่สนใจอะไรที่ส่งมา

จันทราเห็นว่าธิติรัตน์พ้นจากดุจแขแล้ว จึงพยายามพูดให้เมินคุยกับหม่อมรัตนาเรื่องการแต่งงานของธิติรัตน์กับมาหยารัศมี โดยให้เพ็ญประกายสวมรอยเป็นมาหยา–รัศมี ระหว่างที่คุยกันเดือนแรมเข้ามาขออนุญาตว่าจากนี้ต้องกลับดึกเพราะทำงานพิเศษ เมินสะกิดใจคงเดือดร้อนเรื่องเงิน อยากจะให้แต่ไม่กล้าพูดออกไป จึงทำเป็นเตือนว่าเป็นผู้หญิงกลับดึกอันตราย จันทราไม่พอใจรีบดักคอว่าเดือนแรมทำถูกแล้ว อยากได้เงินก็ต้องทำงาน แล้วทำเป็นสอนว่าอย่าไปยั่วยวนใครก็ไม่มีอันตราย เดือนแรมรู้ว่าโดนเหน็บเดินตัวลีบออกไป

ooooooo

ร้านไอศกรีมในห้างแห่งหนึ่ง ธิดากับเกรียงพบเดือนแรมทำงานอยู่ ก็ชื่นชมในความขยันขันแข็งของเธอ ธิดามอบเงินหมื่นบาทที่ธิติรัตน์ส่งมาให้เป็นค่าเล่าเรียนแก่เธอ แต่เธอไม่ขอรับ ธิดาจึงตำหนิว่า อย่าให้ธิติรัตน์เสียความตั้งใจ เธอควรตอบแทนด้วยการตั้งใจเรียน แม้นเทพแวะมารับเห็นการสนทนาของทั้งสามคน เขารู้สึกไม่ชอบใจ ระหว่างกลับบ้าน เขาบอกเดือนแรมว่าทีหลังขาดเหลืออะไรให้บอกตน อย่าไปรบกวนคนอื่น

“แรมทราบค่ะพี่ต้อม ยิ่งคุณชายดีกับแรมเท่าไหร่ แรมก็ยิ่งเกรงใจ”

“ดูแรมจะเทิดทูนคุณชายอะไรนั่นมากเลยนะ”

“ค่ะ คุณชายเป็นผู้มีพระคุณต่อแรมและคุณชายก็สอนแต่สิ่งดีๆให้กับแรม”

“ทำยังกับชีวิตนี้แรมเพิ่งเจอคนดีคนเดียว กับพี่...

พี่ไม่เคยสอนสิ่งดีๆให้กับแรมหรือไง”

เดือนแรมมองแม้นเทพงงๆ เขารู้ตัวรีบบอกให้เธอเข้าบ้านไปพักผ่อน คราวหลังมีอะไรให้บอกพี่ชายคนนี้ ชุติมายืนมองอย่างไม่พอใจ พอแม้นเทพเดินมาก็หัวเราะเยาะ

“ถึงใส่แว่นตาดำก็ไม่มิดนะคะพี่ต้อม สายตาที่มองเดือนแรม ห่วงซะ...”

“แล้วตอนนี้ฉันไม่ใส่แว่นดำ เธอเห็นชัดมั้ยชุติมาว่าฉันมองเธอยังไง”

“ถ้ามองกันอย่างนี้ ด่ามาเลยซะยังดีกว่า”

“ดีแล้วที่แปลออก แต่ฉันเป็นผู้ชายจะด่าผู้หญิงคงไม่เหมาะ ไปกินปลาเยอะๆแล้วกัน เธอจะได้มีความจำดีขึ้น...พี่ต้อม...ฉันให้แรมเรียกเท่านั้น” แม้นเทพเดินไป ชุติมายืนตัวสั่นรู้ว่าถูกด่า

ไม่นาน ดุจแขก็ออกลายแอบมีสัมพันธ์กับสรรชัย หลานชายของสงคราม สองคนเริงชู้กันเป็นประจำ วันหนึ่ง สงครามจับได้เสียใจถึงกับหัวใจวายตาย ธิดาอ่านข่าวเจอ กังวลใจเพราะธิติรัตน์กำลังจะกลับมา เกรงว่าดุจแขจะกลับมาวอแวอีก...

แล้วธิติรัตน์ก็กลับมากราบขอโทษหม่อมรัตนาที่ทำให้ทุกข์ใจ และถามเรื่องมาหยารัศมี หม่อมรัตนาเห็นว่าสมควรแก่เวลาจึงเล่าว่า...เมินกับท่านพ่อเป็นเพื่อนรักกัน และเมินก็เคยช่วยชีวิตท่านพ่อไว้จากการโดนปล้นชิงทรัพย์จนถูกยิง ขณะนั้น ราศรีท้องแก่ พอคลอดลูกออกมาเป็นหญิง ท่านพ่อจึงตั้งชื่อให้ว่ามาหยารัศมี และตกลงจะให้แต่งงานกับธิติรัตน์

“เป็นความประสงค์ของท่านพ่อ แต่ตอนนี้ จะตัดสินใจอย่างไร แม่สุดแล้วแต่ชาย”

“ผมรู้ว่าสิ่งที่ท่านพ่อกับคุณแม่ตั้งใจทำให้ ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผม ผมจะแต่งงานกับมาหยารัศมี” ธิติรัตน์สิ้นศรัทธาในความรักเสียแล้ว

หม่อมรัตนาปลาบปลื้มดีใจ แต่ยังกังวลเพราะไม่ได้ติดต่อเมินมานาน รู้ว่าแอบมีภรรยาและลูกมาก่อน จึงทำใจมองหน้าไม่ได้ ธิติรัตน์คิดว่าตนจะเป็นฝ่ายไปติดตามเรื่องนี้เอง...เขามาด้อมๆมองๆหน้าบ้านมณีกุล แล้วนึกได้ว่าบ้านนี้ตนเคยมากับดุจแขเมื่อห้าปีก่อน ชุติมาออกมาเจอ ดีใจยกใหญ่ พอจันทรารู้ว่าธิติรัตน์มาถึงบ้านก็ยิ่งคะยั้นคะยอให้เมินเห็นแก่อนาคตของลูกยอมให้เพ็ญประกายเป็นมาหยารัศมี เพื่อจะได้แต่งงานกับคนดีๆ เมินนิ่งครุ่นคิด

จันทรามาบอกเพ็ญประกายว่าจะเรียกเธอว่ามาหยารัศมี เพราะเป็นอีกชื่อของเธอ

“อย่างที่แม่เล่าให้ฟังน่ะจ้ะ เป็นชื่อที่รู้จักกันเฉพาะครอบครัวของเรากับของคุณชาย ที่แม่ยังไม่เคยบอกเพ็ญ เพราะก่อนหน้านั้น คุณชายมีแฟนอยู่ ผู้ใหญ่เลยไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ตอนนี้คุณชายพร้อมสำหรับเพ็ญแล้วลูก” จันทราเกลี้ยกล่อม แต่เพ็ญประกายกลับบอกว่าตนไม่พร้อม...

ระหว่างนั้น บังเอิญเมินได้ช่วยเหลือสุดใจที่มาเป็นลมข้างรถ และพาส่งบ้าน สุดใจบ่นว่าตนไม่มีความสุขมาเกือบยี่สิบปีแล้วเพราะบาปในใจ เมินแปลกใจบาปอะไรทำให้คนทุกข์ได้ขนาดนี้ เขากลับมาเล่าให้จันทราฟัง จันทราสังหรณ์ใจว่าเป็นสุดใจพยาบาลเมื่อยี่สิบปีก่อน จึงแวะไปหา สุดใจตกใจมากบอกจันทราว่าตนเก็บความลับมาตลอดยี่สิบปีไม่เคยไปวุ่นวายกับเธอ จันทรารู้แต่ยังกลัวความลับจะรั่วไหลจึงส่งเงินขอให้เธอไปจากที่นี่ สุดใจไม่อยากไปไหนอีก

“ฉันจำเหตุการณ์ทุกอย่างได้ เสียใจจนถึงทุกวันนี้ ฉันไม่น่าทำอย่างนั้นเลย เพราะถึงฉันจะไม่ได้เป็นพยาบาลจริงๆแต่ถ้าฉันอยู่ตรงนั้น ฉันก็คงไปตามหมอมาช่วยและคุณราศรีก็คง...”

“ไม่ตาย...ดีเท่าไหร่แล้ว ที่ตอนนั้นฉันช่วยพูดให้เรื่องทุกอย่างมันจบๆไป ไม่ยังงั้นสามีของคุณราศรีก็คงเอาเรื่องเธอติดคุกหัวโต”

สุดใจน้ำตาร่วงคิดถึงอดีตที่พลาดร่วมมือกับจันทรา เพียงเพราะเธอรู้ว่าตนไม่จบพยาบาลจริงๆ แต่มาทำหน้าที่ดูแลราศรี และช่วงนั้นที่บ้านมีปัญหาต้องใช้เงิน จันทราให้เงินจ้างให้อุ้มลูกราศรีออกไป นั่นเป็นบาปที่ทำให้เธอทุกข์มาจนบัดนี้...

จากการตัดสินใจของธิติรัตน์ ธิดาเตือนน้องชายว่าแต่งงานโดยไม่มีความรักจะเป็นการทำร้ายฝ่ายหญิง ธิติรัตน์กลับโต้ว่าเขาไม่แคร์ ผู้หญิงที่เขาแคร์มีเพียงพี่กับแม่เท่านั้น ธิดาจึงถามว่าลืมเดือนแรมแล้วหรือ เธอ เป็นเด็กดีสมความตั้งใจ ไม่เชื่อให้ไปดูที่ร้านที่เธอทำงาน...ธิติรัตน์กลับไป เดือนแรมก็โผล่มา เอาผลการเรียนที่ได้เกรดเอทุกวิชามาฝากธิดาส่งให้ธิติรัตน์ ธิดาจึงบอกว่าเขากลับมาแล้ว เดือนแรมดีใจมาก

วันต่อมา ที่ร้านส่งเดือนแรมเข้าประกวดมิสทีน แฟรี่ดอลลี่ที่ห้างจัดขึ้น เผอิญธิติรัตน์แวะมา เห็นเด็กสาวเดินโชว์รูปร่างบนเวทีก็มองอย่างดูถูกและหวังว่าเดือนแรมจะไม่เป็นอย่างนั้น แต่เธอเห็นเขาจากบนเวที ทำให้การแสดงผิดพลาด โชคดีที่พิธีกรช่วยแก้สถานการณ์ให้...

ooooooo

ตอนที่ 2

(ต่อจากวานนี้)

เดินผ่านเวทีมาได้ ธิติรัตน์ซื้อของฝากเดือนแรมเต็มไม้เต็มมือ และแวะที่ร้านหาเธอ ผู้จัดการร้านบอกว่า วันนี้เดือนแรมลา เขาจึงซื้อเค้กไอศกรีมแทน ระหว่างที่รอเดือนแรมเดินมาชนเขาเข้าพอดี ทั้งสองสบตากันอึ้งๆ เดือนแรมดีใจเมื่อเห็นธิติรัตน์ แต่เขาจำเธอไม่ได้ เพราะหน้าตาเต็มไปด้วยเครื่องสำอาง จำได้ว่าเป็นเด็กสาวที่อยู่บนเวที แต่พอเธอแนะนำตัวเอง สีหน้าและแววตาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง

ธิติรัตน์เดินลิ่วไปอย่างไม่พอใจ เดือนแรมวิ่งตามร้องถามว่ามาหาตนแล้วทำไมไม่พูดอะไรกับตนเลย เขาหันมาเผชิญหน้าด้วยสายตาดุ ถามว่าแน่ใจหรือที่จะฟัง เดือนแรมพยักหน้า

“นับตั้งแต่วันนี้ เธอกับฉันไม่รู้จักกัน...” ธิติรัตน์พูดด้วยน้ำเสียงเข้ม

เดือนแรมตกใจ ยังไม่รู้ว่าเพราะอะไร ธิติรัตน์เดินหนี เธอวิ่งตามน้ำตาไหลพราก พอดีมีนักปั้นมือทองที่พึงพอใจเดือนแรมตามมาทาบทาม เจ๊กอไก่เห็นเดือนแรมวิ่งก็วิ่งตาม เผอิญดุจแขกับจารุณีมาเดินซื้อของ เห็นเดือนแรมวิ่งตามคว้าแขนธิติรัตน์ก็มองอย่างเคียดแค้น

“ไม่นะคะคุณชาย เราจะไม่รู้จักกันได้ยังไง ในเมื่อแรมรอคอยคุณชายทุกวัน แรมเขียนจดหมายหาคุณชายทุกวัน” เดือนแรมพร่ำบอก

“แต่เดือนแรมที่ฉันรู้จัก ไม่ใช่แบบนี้” ธิติรัตน์มองหัวจดเท้า

บังเอิญเจ๊กอไก่วิ่งตามมาชนเพ็ญประกายกับชุติมาที่เดินเล่นกันอยู่เช่นกัน เจ๊กอไก่ขอโทษและบอกว่าจะรีบตามเด็กคนนั้นมาเป็นดารา ทั้งสองมองไปเห็นว่าเป็นเดือนแรมก็แปลกใจ เดือนแรมยังวิ่งตามธิติรัตน์ไปถึงลานจอดรถหน้าห้าง เขาขึ้นรถขับออกไป เธอวิ่งตามจนเกือบโดนรถของแม้นเทพชน แม้นเทพตกใจลงมาดึงเดือนแรมขึ้นรถ ธิติรัตน์มองจากกระจกเห็นเช่นนั้น ยิ่งเหยียดหยามว่าเดือนแรมใจง่ายเหมือนผู้หญิงทั่วไป

บนรถ แม้นเทพซักถามเดือนแรมว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เธอร้อนใจอยากตามธิติรัตน์ไป จึงขอลงจากรถแล้วโบกมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปแทน

ธิติรัตน์หอบของที่ซื้อมาโยนที่บ้านธิดา บ่นเรื่องของเดือนแรมอย่างหงุดหงิด ผลุนผลันออกไป ธิดาหอบของตามไปคืนแต่มีถุงหลงอยู่ถุงหนึ่ง...ที่หน้าบ้าน เดือนแรมมาถึงพอดี วิ่งมายืนตรงหน้าธิติรัตน์อย่างเจี๋ยมเจี้ยม เขาเอ็ดที่เธอตามเขามา เดือนแรมโต้

“แรมไม่ได้ตามค่ะ ตอนแรกแรมตั้งใจมาหาพี่ดา แต่พอเห็นคุณชายอยู่ที่นี่ ก็ดีใจมากค่ะ”

“เป็นผู้หญิง พูดอย่างนี้ออกมาได้ยังไง หน้าไม่อาย”

“ก็แล้วทำไมแรมต้องอายด้วยคะ ก็แรมดีใจจริงๆนี่ ที่เจอคุณชาย แรมกลัวคุณชายโกรธ แต่แรมก็ไม่เข้าใจ คุณชายโกรธแรมเรื่องอะไร แรมเลยจะมาปรึกษาพี่ดา”

ธิติรัตน์ไล่ให้เธอกลับไป ธิดาหอบถุงมาคืน พอเจอเดือนแรมอยู่ด้วยจึงชวนทั้งสองกลับเข้าไปทานข้าวกันก่อน เกรียงเห็นถุงที่หลงอยู่ใบจึงเอามาส่งให้ เผอิญ ของและการ์ดหล่นออกมา ธิดารีบคว้ามาเปิดอ่าน “อ้าว...นี่คุณชายตั้งใจซื้อให้แรมนี่”

ธิติรัตน์รีบปฏิเสธ แต่ธิดาแกล้งอ่านข้อความในการ์ดเสียงดัง “สำหรับเดือนแรม เด็กดีของฉัน เป็นรางวัลที่เธอเรียนเก่ง ตั้งใจเรียนแทนฉันด้วยนะคนดี”

เดือนแรมยิ้มแป้น ธิติรัตน์หน้าง้ำทั้งโกรธทั้งอาย ธิดาแกล้งขอโทษ ที่อ่านเพราะเขาบอกว่าไม่ใช่ เลยอ่านเพื่อยืนยัน เดือนแรมไหว้ขอบคุณและรับของจากธิดา มันเป็นปากกา ธิติรัตน์โกรธขอตัวกลับ เดือนแรมวิ่งตามขอติดรถไปลงปากซอย ธิดากับเกรียงสบตากันยิ้มๆ

นั่งมาในรถ เดือนแรมชื่นชมปากกากับการ์ดว่าสวย ธิติรัตน์ชำเลืองมองอย่างเคืองๆ ถึงปากซอยก็เบรกรถอย่างแรงจนเธอหน้าคะมำ ให้เธอลง เดือนแรมจำต้องลงไปนั่งรถเมล์ต่อ ธิติรัตน์อดห่วงไม่ได้ขับรถตาม...ให้เผอิญบนรถมีคนเป็นลม เดือนแรมรีบเข้าประคองแล้วพาลงจากรถ ธิติรัตน์เห็นจอดรถลงมาช่วย คนแถวนั้นจำได้ว่านี่คือสุดใจจึงบอกทางไปบ้าน

เดือนแรมเช็ดหน้าเช็ดตาให้สุดใจ โดยมีธิติรัตน์เป็นลูกมือ เธอบอกเขาว่าจะอยู่ดูแลสุดใจทั้งคืน ถ้าเขาง่วงจะจัดที่นอนให้ ธิติรัตน์ย้อนถามว่าบ้านเธอหรือไง

“เปล่าค่ะ ไม่ใช่บ้านแรม แต่แรมเกรงใจ กลัวคุณชายไม่สบาย”

“ก็แล้วใครบอกฉันจะอยู่ที่นี่ หรือเธออยากให้ฉันอยู่”

“ค่ะ แรมอยากให้คุณชายอยู่”

“เธอนี่จริงๆเลยเดือนแรม...จะยั่วผู้ชายไปถึงไหน”

“แรมไม่ได้ยั่วค่ะ แต่พอคุณชายอยู่ด้วย แรมรู้สึกอุ่นใจ”

“มารยาผู้หญิง เสียใจด้วยที่ฉันไม่ตกหลุมพรางตื้นๆของเธอ มีแต่จะดูถูก พวกผู้หญิงที่ทำตัวแบบนี้ ฉันเรียกว่าสิ้นคิด” พูดจบธิติรัตน์ลุกเดินออกไป

เดือนแรมมองตามงงๆ ว่าทำไมเขาเปลี่ยนไปขนาดนี้ แต่ด้วยความเห็นห่วง เธอจึงส่งข้อความไปหาธิดา ให้ช่วยดูแลธิติรัตน์ เห็นท่าทางไม่ค่อยสบาย ตนเป็นห่วงผู้มีพระคุณ...

ooooooo

เห็นดึกมากแล้ว เดือนแรมยังไม่กลับ เมินออกมา ยืนมองหน้าบ้าน จันทรารู้ว่าเขาห่วงเดือนแรมและยังคิดถึงราศรีอยู่จึงแค้นใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมา จันทราให้ยากล่อมประสาทเมินกินทุกวันและปลุกปั่นให้เขาเข้าใจว่า ราศรีเป็นชู้กับชำนิอดีตสามีของตนด้วยการวางยา และสร้างสถานการณ์ขึ้นมา ทำให้เมินเหมือนคนเบลอๆ เชื่อทุกอย่างหลังจากกินยา

แต่หลังจากนั้น จันทราก็โดนชำนิรีดไถเงินมาตลอด คืนนี้ ชำนิแอบเข้ามาพบจันทรา เพราะคิดถึงลูกอยากเห็นหน้าลูก โดยขู่จะเปิดเผยความลับถ้าเธอไม่พาลูกมาให้เขาพบ ชุติมาเห็นจันทราลับๆล่อๆจึงเข้ามาแอบฟัง ได้ยินเรื่องในอดีตอันเลวร้ายนั่น แต่ไม่เห็นหน้าชำนิ

จันทรากลับเข้าห้อง เห็นรูปเมินกับราศรีที่เขาแอบซ่อนไว้ยิ่งแค้นใจ นึกถึงวันที่กำจัดราศรี เธอคลอดลูกและอ่อนเพลียด้วยโรคประจำตัวต้องนอนให้ออกซิเจน ตนเข้ามาถากถางว่าเด็กเป็นลูกชู้ ราศรีท้าให้ตรวจดีเอ็นเอ ตนโกรธจึงดึงสายออกซิเจนออกและกดร่างเธอไว้จนแน่นิ่งไป จากนั้นก็อุ้มเด็กออกมาส่งให้สุดใจเอาไปกำจัดแล้วให้หาเด็กกำพร้าที่ไหนก็ได้มาแทน

เช้าตรู่ เดือนแรมยังเฝ้าเช็ดตัวให้สุดใจ เธอฝันถึงราศรีมาฝากให้ดูแลมาหยารัศมีด้วย สุดใจจึงเพ้อเรียกชื่อมาหยารัศมีจนสะดุ้งตื่นขึ้นมา เห็นหน้าเดือนแรมก็พอจะจำได้ว่าเป็นคนที่ช่วยตนเมื่อคืน เดือนแรมจัดข้าวปลาอาหารให้สุดใจก่อนจะกลับไป สุดใจครุ่นคิดถึงเรื่องที่ฝัน

“เราฝันถึงคุณราศรีอีกแล้ว...คุณราศรี ฉันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายคุณจริงๆนะ เด็กคนนั้นยังอยู่ เขายังอยู่เป็นลูกคุณ”

สุดใจนึกถึงอดีตที่จันทราอุ้มเด็กมา สั่งตนเอาไปทิ้งแล้วหาเด็กกำพร้ามาแทน แต่ตนไม่อาจทำได้ จึงแอบเอาเด็กไปวางคืนที่เตียงราศรี ทันทีที่สัมผัสมือก็รู้ว่าเธอตายแล้ว ตนตกใจกลัวลนลานหนีไป...สุดใจร่ำไห้ “วันนั้น ถ้าฉันไม่เห็นแก่ตัวทิ้งคุณไป ป่านนี้คุณก็คงได้อยู่กับลูกของคุณอย่างมีความสุข ไม่น่าเลยสุดใจ...ไม่น่าเลย...”

เดือนแรมเดินออกมาจากซอยบ้านสุดใจ ธิติรัตน์ขับรถมาจอดจะเรียก เผอิญมีรถอีกคันแซงมาจอด เป็นเพื่อนที่มหาวิทยาลัยเรียกเดือนแรมให้ขึ้นรถไปเสียก่อน ธิติรัตน์โกรธมากสบถ

“อีกแล้ว ผู้ชายชวนขึ้นรถปุ๊บ ขึ้นปั๊บ แล้วจะให้ฉันคิดยังไงเนี่ยเดือนแรม...”

แป้นแอบเห็นเดือนแรมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เอาจดหมายและการ์ดมาวางคู่กันบนโต๊ะในห้อง จึงรีบมาฟ้องจันทราว่าเดือนแรมซ่อนจดหมายผู้ชาย โชคดีที่เพ็ญประกายได้ยินมาช่วยเก็บไปเสียก่อน จันทราค้นหาไม่เจอ โวยวายว่าแป้นโกหก ระหว่างนั้น ธิติรัตน์มาด้อมๆมองๆข้างบ้าน ได้ยินเสียงจันทราโวยวายเอ่ยชื่อเดือนแรมก็แปลกใจ แต่คิดว่าไม่น่าจะเป็นคนเดียวกัน จึงกลับไป

ภาพข่าวเดือนแรมประกวดแล้วล้มทำให้ดูโป๊ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ ประจวบกับชุติมาบอกจันทราเรื่องที่ได้ยินมาว่าเจ๊กอไก่จะพาเดือนแรมเข้าวงการ เมินโกรธมากสั่งห้าม แต่เดือนแรมพูดอย่างแข็งขันว่า ตนจะทำงานนี้ เพราะเป็นอาชีพสุจริตที่ตนจะหาเงินเลี้ยงตัวเองได้ เมินไม่พอใจลากเดือนแรมจะเอาไปขัง แม้นเทพกับมะลิเข้ามาขวาง เมินยังเกรงใจจึงยอมปล่อย

เวลาผ่านไป ธิติรัตน์เปิดบริษัทโฆษณากับเพื่อนอีกสองคน คือศรัณย์และวีระ ดุจแขเห็นข่าวรีบมาแสดงความยินดี แต่ธิติรัตน์ไม่สนใจ ดุจแขจึงหันไปออดอ้อนกับวีระและศรัณย์ให้ช่วย พอดีเจ๊กอไก่พาเด็กในสังกัดมาแนะนำ ในจำนวนนั้นมีเดือนแรมอยู่ด้วย ธิติรัตน์ตะลึง ดุจแขเห็นไม่พอใจ แต่คนอื่นๆพึงพอใจในตัวเดือนแรมและจองตัวไว้ในงานโฆษณาชิ้นแรกของบริษัท

ในวันเดียวกัน สุดใจมาบ้านมณีกุลเพื่อจะสารภาพกับเมิน แต่โดนจันทราลากตัวออกมาและยื่นเช็คห้าแสนบาทปิดปาก แต่สุดใจไม่รับ จันทราโกรธมากให้แป้นโยนสุดใจออกไปจากบ้าน เมินตามมาเห็นเช็คเงินสดตกอยู่ก็แปลกใจ

วันต่อมา ดุจแขวางแผนนัดวีระกับศรัณย์มาพบที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง บังเอิญที่นี่เดือนแรมทำงานพิเศษอยู่ ดุจแขแกล้งเมามายร้องไห้รำพันว่าธิติรัตน์ใจร้าย สองคนจะพากลับก็ไม่ไป เรียกหาแต่คุณชาย วีระจึงโทร.ไปตาม ดุจแขแอบอมยิ้ม เห็นเดือนแรมเดินมาก็ทำเป็นอาละวาดชนวีระหวังจะให้ไปกระแทก ธิติรัตน์มาถึงรับร่างเดือนแรมที่กำลังจะล้มไว้ได้ทัน และพาตัวออกไป ดุจแขกรีดร้องวิ่งตามออกมานอกร้าน สรรชัยขับรถมาจอด รีบลงมาดึงดุจแขไว้แล้วบอกวีระกับศรัณย์ว่า ตนอยู่บ้านเดียวกันกับเธอ ดุจแขอึ้งไม่กล้าขัดขืน สองหนุ่มมองตามอย่างงงๆ

ธิติรัตน์รอเดือนแรมเลิกงานเพื่อขอโทษแทนดุจแข พอดีเพ็ญประกายโทร.มาบอกให้รีบกลับบ้านก่อนที่เมินจะกลับ ธิติรัตน์อาสาไปส่ง เขาแวะเติมน้ำมันที่ปั๊ม ระหว่างที่ไปรูดการ์ด รถเมินแล่นมาจอดในปั๊ม เดือนแรมเห็นตกใจรีบแอบลงจากรถหลบไป ธิติรัตน์กลับมา เด็กปั๊มบอกว่าเดือนแรมไปแล้ว เขาฉุนเข้าใจผิด

ooooooo

แม้จะโดนสรรชัยข่มขู่ไม่ให้วุ่นวายกับธิติรัตน์อีก แต่ดุจแขก็ไม่กลัว พยายามเข้าทางธิดาดูท่าจะไม่ได้ผล ก็เปลี่ยนแผนมายั่วยวนศรัณย์กับวีระ ท่าทางวีระจะหลอกง่ายกว่าจึงใช้เสน่ห์ให้วีระคอยส่งข่าวความเคลื่อนไหวของธิติรัตน์ แล้วมาดักพบ ธิติรัตน์ปัดความสัมพันธ์ทุกทางแม้จะเป็นแค่เพื่อน ดุจแขพยายามออดอ้อน พอดีเดือนแรมถือแฟ้มเดินมา ธิติรัตน์จึงโมเมว่ามีนัดกันไว้แล้วดึงเดือนแรมเดินไป ดุจแขมองตามด้วยสายตาโกรธแค้น

ระหว่างนั่งมาในรถ ธิติรัตน์ถามเดือนแรมถึงวันก่อนที่หนีไป เดือนแรมแก้ตัวว่ามีธุระด่วน เขาไม่อยากเชื่อหาว่าเธอมารยา ปั่นหัวผู้ชายและวันนี้ก็มาดักรอตน เดือนแรมปฏิเสธ

“เปล่านะคะ พอดีเจ๊กอไก่บอกว่า คนที่ออฟฟิศอยากได้ประวัติของแรมอย่างละเอียด เลยเอามาให้ค่ะ”

ธิติรัตน์เสียหน้า จอดรถให้เธอลงเอาไปให้คนที่บริษัท แต่พอเธอจะลง เขารีบท้วง  มืดแล้วจะไปอย่างไร เดือนแรมตอบว่าไปรถเมล์ เขาบอกว่าป่านนี้ใครจะอยู่ เดือนแรมจึงฝากเขาไปแทนเพราะพรุ่งนี้มีเรียน และต้องไปทำงานพิเศษต่อ ธิติรัตน์ตำหนิที่กล้าใช้กรรมการผู้จัดการ

“ขอโทษค่ะ แรมลืมนึกไป งั้น...แรมกลับไปที่ออฟฟิศคุณชายดีกว่าค่ะ เผื่อยังมีคนอยู่”

ธิติรัตน์ยิ่งโมโหพาลหาเรื่องจนเดือนแรมน้อยใจเสียใจวิ่งหนี ธิติรัตน์ตามไปฉุดเหวี่ยงเธอเข้าไปในรถ เดือนแรมตกใจนึกถึงที่ตนโดนจันทราทำร้ายขังห้องมืด เธอกลัวจนเป็นลมไป ธิติรัตน์ตกใจมาก ดูแลจนเธอฟื้น เขาโล่งใจ

“ตอนนั้นฉันตกใจหมดเลย...เธอยังคิดเรื่องพ่ออยู่ใช่มั้ยแรม บ้านอยู่ไหนเดี๋ยวฉันไปส่ง”

เดือนแรมยังเสียใจจึงปฏิเสธขอกลับเองแล้วลงจากรถวิ่งไป...เธอร้องไห้อย่างเจ็บปวดเดินเข้ามาในบ้าน แม้นเทพเห็นปรี่เข้ามาถามว่าเป็นอะไร เธอบอกว่าคิดถึงแม่ อยากรู้ว่าทำไมพ่อถึงชอบว่าแม่ แม้นเทพปลอบว่า รักมากก็หวงมาก ความหึงหวงทำให้คนขาดสติ เดือนแรมฉุกคิดถึงการกระทำของธิติรัตน์ แล้วเกิดความน้อยใจขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว...

คืนนั้น เมินเอาเช็คที่เก็บได้ให้จันทราและถามว่าทำไมต้องให้เงินสุดใจมากถึงห้าแสน จันทราตกใจรีบเอายาให้เมินกินแล้วกุเรื่องว่าสุดใจเป็นคนเช่าบ้าน ตนให้เงินไปซ่อมบ้านแค่ห้าพัน...จันทราเอาตัวรอดมาได้ แต่ยังมาเจอชำนิโทร.มาขู่ให้พาลูกไปพบพรุ่งนี้ เธอจำต้องบอกชุติมาว่าพรุ่งนี้จะพาไปช็อปปิ้ง ชุติมาหลงดีใจ

วันรุ่งขึ้น ขณะที่จันทรากับชุติมาเดินซื้อของ ชำนิแอบมองลูกสาวอย่างชื่นชม เขาได้ซื้อชุดสีชมพู ตั้งใจจะให้เป็นของขวัญลูก พลันเดินชนเดือนแรมซึ่งถือถ้วยน้ำอยู่หกราด เดือนแรมรีบอาสาไปซักรีดให้ที่ร้านและห่อของขวัญให้เป็นอย่างดี ชำนิขอบใจสำหรับน้ำใจเธอ...ธิติรัตน์ตามดูพฤติกรรมเดือนแรม ตอนแรกคิดว่าเธอยั่วแม้กระทั่งชายแก่ แต่พอเห็นความจริงก็แอบยิ้มจึงทำทีเป็นมาเอาแฟ้มประวัติที่เธอบอกว่าจะส่งให้ที่บริษัท เดือนแรมรีบไปหยิบมาส่งให้ เจ๊กอไก่แวะมาเห็น รีบเอามือถือถ่ายภาพความใกล้ชิดของทั้งคู่ไว้ เพื่อจะสร้างข่าวดันให้เดือนแรมดัง

จันทราซื้อของให้ชุติมาหลายอย่าง แล้วหลบมาหาชำนิอ้างว่ายังไม่ควรเปิดเผยความจริง ชำนิจึงฝากของขวัญให้ ธิติรัตน์ผ่านมาเห็นจันทราคุยกับชำนิ ก็แปลกใจว่าคือคนที่เดือนแรมช่วย

ชุติมาหอบของที่ซื้อเข้าบ้าน ทำถุงของขวัญหล่นไม่รู้ตัว เดือนแรมเจอเก็บมามองดูอย่างแปลกใจ ชุติมากลับมาเห็นหาว่าเดือนแรมขโมยของ เดือนแรมบอกว่าเปล่า แค่จำได้ว่าเป็นของขวัญที่ตนห่อให้คุณลุงคนหนึ่ง ซึ่งแกจะให้เป็นของขวัญลูกสาว ข้างในเป็นชุดสีชมพู ชุติมารีบฉีกออกดูเป็นชุดสีชมพูจริงๆก็เอามาถามจันทรา จันทราแก้ตัวไปว่าของบังเอิญเหมือนกันได้ไม่เห็นแปลก แต่ชุติมายังข้องใจพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ธิติรัตน์ตั้งใจจะมาดูให้รู้ว่า แรมที่จันทราพูดถึงเป็นคนเดียวกับเดือนแรมหรือเปล่า แต่มีเหตุให้คลาดกัน เดือนแรมนั่งรถแม้นเทพออกไป จึงไม่ทันเห็น ธิติรัตน์มาที่บริษัทเจอดุจแขมานั่งรอ เขาไม่สนใจ วีระตำหนิธิติรัตน์ใจร้ายกับดุจแขเกินไป ดุจแขแอบยิ้มที่ทำให้เพื่อนแตกคอกันได้ ธิติรัตน์ให้ศรัณย์แอบดูพฤติกรรมของดุจแขที่ปั่นหัววีระ ศรัณย์จึงเข้าใจแล้วว่าดุจแขเป็นผู้หญิงที่น่ากลัวขนาดไหน

ด้วยความสงสัย ชุติมาจึงเฝ้าดูจันทราและสะกดรอยตามไปทุกที่ จนกระทั่งได้เห็นเธอนัดกับชำนิ และให้ชำนิจัดการสุดใจ ชุติมาตกใจมากเมื่อรู้ความจริงว่าจันทราเป็นแม่ แถมใจร้ายขนาดจะฆ่าคน จึงร้องขึ้นว่าตำรวจมา ทำให้สุดใจหนีไปได้...ชุติมาสติแตกวิ่งร้องไห้ไปตามถนนถูกมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวล้มลง แม้นเทพขับรถผ่านมาลงไปช่วย เห็นสภาพชุติมา อดสงสารไม่ได้พาขึ้นรถมาด้วย ชุติมาร้องไห้อย่างเสียขวัญไม่ยอมกลับบ้าน แม้นเทพไม่รู้จะทำอย่างไรจึงขับรถไปเรื่อยๆจนเธอคลายความเครียดลง...กลับมาถึงบ้าน ชุติมาก็ปรี่เข้าไปคุยกับจันทราส่วนตัวว่าตนรู้ความจริงหมดแล้ว ตนเสียใจที่เธอไม่ยอมรับตนเป็นลูก จันทราตกใจรีบอธิบายว่า เพราะชุติมามีพ่อเป็นคนขี้คุก ถ้าเมินรู้จะยอมรับตนหรือ และที่ทำทุกอย่างเพื่ออนาคตลูก ชุติมาจึงขออนาคตเป็นคู่หมั้นของธิติรัตน์เอง จันทราถึงกับอึ้ง

ภาพคู่ของธิติรัตน์กับเดือนแรมลงหน้าบันเทิงหรา เดือนแรมเห็นแล้วตกใจ ส่วนธิติรัตน์โกรธมาก หาว่าเดือนแรมเป็นคนทำเพราะอยากดัง จึงมาต่อว่าถึงที่ร้าน เดือนแรมโต้ว่าไม่ได้ทำเพราะข่าวแบบนี้สร้างความเสียหายแก่ตน เขาโกรธกระชากเธอมาถามว่าเสียหายอย่างไร เดือนแรมว่าโดนเขาดูถูกเป็นผู้หญิงหน้าไม่อาย หน้าด้าน เกาะกระแสผู้ชายทั้งที่เขาไม่ชายตามอง...

ooooooo

ตอนที่ 3

รู้ตัวว่าพูดรุนแรงเกินไปกับเดือนแรม ธิติรัตน์โอนอ่อนลง เดือนแรมจะเดินหนีแต่เขายังจับเธอไว้ เธอจึงถามว่าไม่กลัวเป็นข่าวอีกหรือ ธิติรัตน์หมั่นไส้แกล้งว่าจะเป็นก็ให้มันแรงขึ้นกว่าเดิม ว่าแล้วก็ดึงเธอไปขึ้นรถ

“ขึ้นรถไปด้วยกันอย่างนี้นี่แหละ จะได้ดังสมใจ ยังไม่เป็นดาวรุ่ง...แต่รุ่งจนฉุดไม่อยู่เพราะหนูเดือนแรม พุ่งขึ้นรถกับผู้ชาย”

เดือนแรมหน้าตื่น...ธิติรัตน์พาเธอมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พอดีหม่อมรัตนาโทร.มาบอกเขาว่า พรุ่งนี้เมินกับจันทราจะพามาหยารัศมีมาที่บ้าน ธิติรัตน์หน้าเครียด มองเดือนแรมที่นั่งตัวลีบไม่ทานอะไร จึงถามว่าไม่กินอะไรกลัวเขาวางยาหรือ เดือนแรมตอบว่าเปล่า แค่กลัวเขาจนทำอะไรไม่ถูก เขาเริ่มสงสาร เดือนแรมย้ำว่าตนไม่ได้ ปล่อยข่าวจริงๆ เขาอ่อนโยนลงหันมามองเธออย่างเอ็นดูและตักอาหารใส่จานให้...จารุณีซึ่งอยู่ในร้านเดียวกันรีบโทร.บอกดุจแข เธอโกรธมาก โทร.หาณัฐวัฒน์ เจ้าของสินค้าที่เดือนแรมจะเป็นพรีเซ็นเตอร์ เสนอนางแบบดังให้แทน

วันต่อมา ผู้จัดการร้านสั่งเด็กในร้านทุกคน อยู่เลี้ยงฉลองวันเกิดลูกเจ้าของร้าน ใครกลับไปก่อนจะถือว่าไม่ให้เกียรติ เดือนแรมอึดอัดใจเพราะวันนี้ตนต้องไปถ่ายโฆษณางานชิ้นแรก จึงยอมลาออก...มาถึงสตูดิโอของธิติรัตน์ กำลังแต่งหน้าแต่งตัว เจ๊กอไก่ชมไม่หยุดปากว่าสวยมาก ธิติรัตน์กับทีมงานก็เห็นด้วย แต่ไม่ทันจะเริ่มงาน ศรัณย์ได้รับโทรศัพท์ จากณัฐวัฒน์สั่งเปลี่ยนตัวพรีเซ็นเตอร์ เอาดาราดังมาแทน เดือนแรมหน้าเจื่อน เจ๊กอไก่ร้องกรี๊ด...ไม่ยอม

“เพราะที่แรมเป็นข่าวกับนายชายหรือเปล่า บางทีคุณณัฐวัฒน์อาจจะไม่ต้องการพรีเซ็นเตอร์ที่มีข่าวฉาวๆ

ก็ได้นะ” วีระสันนิษฐาน

เจ๊กอไก่เอามืออุดปากรู้ตัวว่าฝีมือตนเอง แอบย่องออกไป...เดือนแรมร้องไห้เสียใจ ธิติรัตน์ตามมาปลอบ ถามว่าไม่อยากดังแล้วร้องไห้ทำไม เดือนแรมเสียใจที่ตนตกงาน...ดุจแขหอบกระเช้าดอกไม้เข้ามาในสตูดิโอ ทำทีมาแสดงความยินดี แต่พอรู้ว่าธิติรัตน์ออกไปแล้วก็โมโหหงุดหงิดกลับออกมา สรรชัยซึ่งตามมา เห็นธิติรัตน์ขับรถพาเดือนแรมออกไปก็สะใจ

พอเห็นดุจแขเดินมาก็เยาะ “เสียใจด้วย คุณชายออกไปกับคนอื่นแล้ว”

ดุจแขเจ็บใจอยากรู้นักว่าใคร...ธิติรัตน์พาเดือนแรมออกมานอกเมือง วิวสองข้างทางสวยร่มรื่น ทำให้เธอสดชื่นขึ้น เธอทำท่าเข้มแข็งเอ่ยกับเขาว่า

“ก้าวแรกก็คงต้องมีอุปสรรคบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็ดีนะคะ มันช่วยสอนให้แรมตั้งรับกับทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นมาในชีวิต ว่าคงไม่มีอะไรที่จะได้มาอย่างง่ายๆ”

“เธอเข้มแข็งมากกว่าที่ฉันคิด”

“เพราะว่าชีวิตของแรม ไม่ต่างจากคืนเดือนแรม มั้งคะ ตั้งแต่เกิดมา แรมก็อยู่กับความโดดเดี่ยว ไร้คน เคียงข้าง ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น แรมก็ต้องสู้อยู่คนเดียว”

“จริงๆอาจจะมีก็ได้เพียงแต่เธออาจจะมองไม่เห็นมัน...ยังอยากถ่ายแบบอยู่หรือเปล่า”

เดือนแรมพยักหน้าที่จริงอยากได้งาน ธิติรัตน์คว้ากล้องในรถให้เธอโพสท่าถ่ายรูปกับวิวสวยๆ เดือนแรมซาบซึ้ง “แรมโชคดีจังค่ะ ทุกครั้งที่แรมมีเรื่องเศร้า เสียใจ แรมมีคุณชาย”

“แต่ฉันโชคร้ายจัง เจอเธอทีไรต้องปลอบคนขี้แยทุกที”

เดือนแรมสัญญาว่าจะยิ้มทุกวัน ธิติรัตน์กดชัตเตอร์ถ่ายความน่าเอ็นดูของเธอไว้มากมาย

ในวันนี้ จันทราบังคับเมินให้พาเพ็ญประกายไปวังศิลาลาย หม่อมรัตนาโทร.ชวนมะลิให้มาทานข้าวที่บ้านด้วยแต่มะลิไม่มีหน้าจะไป เพราะรู้ทันแผนการของจันทรา...หม่อมรัตนาโทร.เร่งธิติรัตน์ให้รีบกลับ เขาจึงพาเดือนแรมมาด้วย และให้รอเขาจะไปส่งบ้าน เดือนแรมเข้าไปช่วยละเอียดทำอาหารในครัวโดยไม่รู้ว่าพ่อกับคนที่บ้านมาที่นี่ เธอจึงทำห่อหมกม้วนของโปรดเมิน

จันทรามาถึงก็เอ่ยปากขอทำตามความประสงค์ของท่านชายธีรธำรง ที่ให้ธิติรัตน์แต่งงานกับมาหยารัศมี หม่อมรัตนาขอให้ปล่อยเป็นการตัดสินใจของเด็กๆ แต่จันทรายืนยันจะหาฤกษ์โดยเร็ว ธิติรัตน์เข้ามาเห็นหน้าเพ็ญประกายก็จำได้ว่าไม่ได้ชื่อมาหยารัศมี เพ็ญประกายหน้าเจื่อนแก้ตัวกับเขาว่าไม่อยากเปิดเผยเพราะตอนนั้นเห็นเขามีแฟนอยู่แล้ว...ทุกคนได้ทานห่อหมกม้วนชมเปาะว่าอร่อย เมินถึงกับอึ้ง จันทราไม่พอใจรู้ว่าเมินคิดถึง เดือนแรมก็โกรธพาลกลับบ้านหม่อมรัตนารีบมาถามละเอียดว่าใครทำ พอรู้ว่าเป็นเดือนแรม เด็กที่ธิติรัตน์พาเข้ามาในบ้านก็แปลกใจและรู้สึกเอ็นดู เห็นว่าดึกแล้วหม่อมจึงให้ตากล่ำไปส่งเดือนแรม พอธิติรัตน์รู้ก็ไม่พอใจ ยิ่งทำให้หม่อมรัตนาสงสัย

ตากล่ำมาส่งเดือนแรมที่บ้าน เจอชุติมาโวยวายหาเรื่องเดือนแรมและไล่ตะเพิดเขาออกมา ตากล่ำมาเล่าให้ธิติรัตน์ฟัง เขายิ่งสงสัยปะติดปะต่อเรื่องราวที่ผ่านมา ...หม่อมรัตนาย้ำว่าเรื่องแต่งงานตนไม่บังคับ ธิติรัตน์ขอพิสูจน์บางอย่างก่อน

ดุจแขไม่ละความพยายาม หอบผลไม้มากราบหม่อมรัตนา จึงโดนเหน็บอย่างสุภาพว่ามาแสดงความยินดี ที่ธิติรัตน์กำลังจะแต่งงานกับมาหยารัศมีหรือ ดุจแขหน้าซีดเผือด...

ooooooo

ภาพที่ธิติรัตน์ถ่ายเดือนแรมออกมาสวยงามมาก จนเขาอดใจไม่ได้ที่จะมาอัดรูปขนาดเท่าตัวจริงที่ร้านไว้เซอร์ไพรส์เธอ...เดือนแรมว่างงานจึงมาช่วยแม้นเทพทำกิจกรรมช่วยเหลือชาวบ้านด้วยการเก็บขยะ ลอกคลองกับพวกทหาร ธิติรัตน์โทร.หาเพราะคิดถึงแต่อ้างว่าอยากให้มาทำอาหารเย็นให้ทาน แก้ตัวที่หนีกลับบ้านไปก่อนเมื่อคืน เดือนแรมดีใจรีบรับปาก

เสร็จจากงานช่วยชาวบ้าน เดือนแรมขอตัวกลับก่อนไม่อยู่กินเลี้ยงขอบคุณของพวกชาวบ้าน พอดีเห็นหน้าแม้นเทพเลอะจึงช่วยเช็ดให้ นักข่าวที่มาทำข่าวจับภาพไว้ได้...ระหว่างนั้นเจ๊กอไก่กำลังมารายงานธิติรัตน์ว่า มีคนแกล้งสกัดดาวรุ่งของเดือนแรม เอาดารามาเสนอเป็นพรีเซ็นเตอร์แทน ศรัณย์กับวีระบอกเจ๊กอไก่ว่าไม่ต้องห่วง ถ้ามีงานใหม่เขาจะเสนอเดือนแรมก่อน พลันมีภาพข่าวการช่วยเหลือสังคมของเหล่าทหารบนจอทีวี เห็นเดือนแรมเช็ดหน้าแม้นเทพ ธิติรัตน์โกรธมาก จึงโทร.นัดเพ็ญประกายว่าเย็นนี้จะไปรับ

เพ็ญประกายดีใจ เธอกำลังดูนิตยสารที่ลงภาพธิติรัตน์อย่างหลงใหล และรู้สึกว่าตนจะรักเขาเสียแล้ว... เดือนแรมกลับมาบ้าน ทำข้าวห่อสาหร่ายสูตรพิเศษและพายเลมอนจะไปให้ธิติรัตน์ เพ็ญประกายเดินยิ้มมา พอได้กลิ่นก็ขอให้ใส่กล่องเผื่อด้วย จะฝากคนพิเศษที่นัดเย็นนี้ ชุติมาหมั่นไส้ทั้งเดือนแรมและเพ็ญประกายที่ดูระริกระรี้มีความสุข จึงเข้ามาแขวะเพ็ญประกาย

“พี่ถามจริงๆเถอะ คุณเพ็ญมีความสุขและภูมิใจเหรอ ที่ต้องเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง”

“เพ็ญทำตามที่คุณพ่อ คุณแม่ต้องการค่ะ”

“แสดงว่าฝืนใจ งั้น...พี่จะคุยกับคุณเมินแล้วก็คุณน้าให้เอง” ชุติมาจะเดินไป

เพ็ญประกายร้องห้าม ชุติมาแวดใส่ว่าอยากเป็นมาหยารัศมีเพราะกลัวหาผู้ชายดีๆอย่างธิติรัตน์ไม่ได้ เพ็ญประกายหน้าเสีย เผอิญเสียงแตรรถดัง เธอจึงผละไป เดือนแรมวิ่งออกมาจากครัวและเอากล่องอาหารให้แต่ไม่ทัน รถแล่นออกไปแล้ว ชุติมายิ่งหมั่นไส้แกล้งปัดกล่องอาหารของเดือนแรมหกกระจาย เดือนแรมโกรธผลักชุติมาหัวกระแทกผนัง ร้องโวยวายไปฟ้องจันทรา เดือนแรมต้องทำอาหารใหม่จึงโทร.หาธิติรัตน์ แต่เขาไม่รับสาย เพ็ญประกายแปลกใจที่ธิติรัตน์ปล่อยให้โทรศัพท์ดังอยู่แบบนั้น เดือนแรมเปลี่ยนเป็นส่งข้อความเข้ามาแทน

“คุณชายคะ...แรมขออนุญาตไปช้านะคะ พอดีมีธุระนิดหน่อย ขอโทษด้วยค่ะ”

ธิติรัตน์กดอ่าน เข้าใจว่าเดือนแรมคงอยู่กับผู้ชายที่เห็นในข่าว...เดือนแรมรีบทำอาหารใหม่แล้วเอามาให้ที่วังศิลาลาย หม่อมรัตนาบอกว่าธิติรัตน์ออกไปทานข้าวกับคู่หมั้น เดือนแรมอึ้งเจ็บแปลบในใจ จึงมอบอาหารที่ทำมาให้หม่อมรัตนาทาน เธอเดินน้ำตาคลอออกไปเผอิญเพื่อนโทร.ให้ไปช่วยงานที่ร้านเพราะขาดเด็กเสิร์ฟ เดือนแรมไปเพราะอยากได้งานอยู่แล้ว โชคไม่ดีที่ร้านนั้นเป็นร้านที่ธิติรัตน์พาเพ็ญประกายมา เดือนแรมเห็นเต็มตารีบหลบ ตกใจเมื่อรู้ว่าคู่หมั้นของเขาคือพี่สาวตนเอง

เลิกงาน เดือนแรมเดินมองดาวบนฟ้าน้ำตาไหลตามถนน สรรชัยเมามายขับรถมาแฉลบลงข้างทางเกือบชนเธอ เดือนแรมตกใจเข้าไปช่วยดึงสรรชัยออกจากรถ แล้วโทร.ตามแม้นเทพมาช่วยอีกแรง แม้นเทพประคองสรรชัยมาที่บ้านตน มะลิกับพิมช่วยปฐมพยาบาล สรรชัยเพ้อเรียกชื่อดุจแข เดือนแรมตะลึง “ผมไม่ยอมให้คุณเป็นของใครทั้งนั้นดุจแข ผมรักคุณ”

วันรุ่งขึ้น ดุจแขแกล้งทำเป็นเมามาจอดรถฟุบหลับอยู่หน้าวังศิลาลาย ตากล่ำออกมาพบไปรายงานหม่อมรัตนากับธิติรัตน์ หม่อมจะให้พาเข้าบ้าน แต่ธิติรัตน์ไม่เห็นด้วย เขาขับรถพาเธอกลับบ้านโดยให้ตากล่ำนั่งรถไปด้วย...พอถึงบ้าน สำลีสาวใช้ออกมาช่วยประคอง ดุจแขถลึงตาใส่ สำลีจึงรู้ว่าเจ้านายมีแผน หลบออกไป แต่ธิติรัตน์ระวังอยู่ก่อนแล้ว เขาตามสำลีออกมาทำทีจะหาผ้าเช็ดหน้าให้แล้วจะชิ่งกลับ ดุจแขร้องกรี๊ดๆยิ่งทำให้ธิติรัตน์รังเกียจเธอมากขึ้น

สรรชัยตื่นขึ้นมา สำลีโทร.มารายงานเรื่องดุจแข เขายิ่งปวดร้าวใจ เขามาขอบคุณมะลิและแม้นเทพที่ช่วยเหลือ แต่มะลิบอกว่าคนที่ช่วยคือเดือนแรม...ขณะนั้น เดือนแรมกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ เพ็ญประกายมาบอกว่าต่อไปให้เรียกตนว่ามาหยารัศมี เดือนแรมสะดุดหูรู้สึกคุ้นกับชื่อนี้มาก เธอกำลังครุ่นคิดอยู่ สรรชัยเข้ามาขอบคุณและแนะนำตัว เขาจำเธอได้ ทั้งสองคุยกันอย่างเป็นมิตร ชุติมาเห็นเอาไปฟ้องจันทราว่า เดือนแรมพาผู้ชายเข้ามาคุยในบ้าน จันทราแอบถ่ายภาพที่ดูเหมือนสองคนใกล้ชิดกัน ส่งไปให้เมินที่ทำงาน หวังให้ไล่เดือนแรมออกจากบ้าน

สรรชัยถามเดือนแรมว่าเป็นอะไรกับธิติรัตน์ เธอตอบว่าธิติรัตน์เป็นผู้มีพระคุณ แล้วเธอจึงถามกลับบ้างว่า ดุจแขเป็นอะไรกับเขา สรรชัยตอบตามตรงว่าเป็นภรรยา เดือนแรมตกตะลึง

“พี่รู้ว่าตอนนี้ดุจแขกำลังจะกลับไปหาคุณชาย แรมช่วยพี่นะ...พี่ไม่อยากให้ดุจแขกลับไปหาคุณชาย พี่รักดุจแข รักมากจริงๆ” สรรชัยขอให้เดือนแรมคอยกันดุจแขออกจากธิติรัตน์

เมินกลับมาเห็นสรรชัยกำลังตื๊อให้เดือนแรมช่วย ก็เข้ามาโวยด่าว่า ไล่สรรชัยออกไป และตบเดือนแรมล้มลง สรรชัยตกใจเข้าประคอง จันทรากับชุติมายุว่าสองคนกอดกัน เมินโกรธไล่เดือนแรมออกจากบ้าน เดือนแรมร้องไห้พยายามอธิบาย เพ็ญประกายสงสารน้องแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงให้เดือนแรมออกไปก่อน เมินเย็นลงแล้วจะโทร.ไปตามให้กลับมา สรรชัยจึงพาเดือนแรมออกไป จังหวะนั้น ธิติรัตน์ขับรถมาหวังจะมาสืบเรื่องมาหยารัศมีจึงรับปากมาทานข้าวกับเพ็ญประกาย แต่พอเห็นเดือนแรมร้องไห้เดินไปกับผู้ชายก็โกรธ จอดรถอย่างหงุดหงิด โทร.กลับไปบอกเพ็ญประกายว่าติดธุระมาไม่ได้ เพ็ญประกายน้ำตาร่วง

เดือนแรมกับสรรชัยมาอู่ที่เอารถมาซ่อม สรรชัยจะไปส่งเดือนแรมแต่เธอยังไม่รู้ว่าจะไปไหน จึงขอเดินไปเรื่อยๆ สรรชัยขับรถไป แม้นเทพขับรถผ่านมา จึงรับเดือนแรมขึ้นรถ ธิติรัตน์ขับรถตามมาเห็นยิ่งเจ็บใจ

“ผละจากผู้ชายคนนั้น ก็ขึ้นรถไปกับผู้ชายอีกคน ทำไมไวไฟอย่างนี้เดือนแรม...”

แม้นเทพพาเดือนแรมมาที่บ้านตนก่อน  เดือนแรมตั้งใจว่าดึกๆถึงจะเข้าบ้านตัวเอง มะลิรู้เรื่องก็หนักใจที่น้องชายตัวเองหูเบา...ชุติมาเดินพึมพำสะใจที่เดือนแรมออกจากบ้านไปได้ แม้นเทพผ่านมาได้ยินจึงต่อว่า เธอเป็นคนขี้อิจฉา วันๆไม่ทำอะไรเอาแต่ทำร้ายคนอื่น ชุติมาโต้กลับ

“ตุ๊ดรึเปล่าเนี่ย ถึงมายืนด่าผู้หญิงแบบนี้”

“อ้อ ถ้าเป็นผู้ชาย เขาไม่ด่าใช่มั้ย ดี...มานี่เลย” แม้นเทพลากชุติมามาเหวี่ยงลงในสระน้ำ

ชุติมาร้องกรี๊ดด่าแม้นเทพยกใหญ่ จนเขาโกรธตามลงไปกดหัวเธอในน้ำ ชุติมาดิ้นรนสู้กดหัวเขาลงไปบ้าง แป้นได้ยินเสียงวิ่งมาดูแล้วรีบไปฟ้องเมินกับจันทรา... พอชุติมาเห็นเมินก็รีบดึงเสื้อตัวเองให้ไหล่หลุดแล้วร้องว่าโดนแม้นเทพปล้ำ เมินเห็นและรู้จักหลานตัวเองดี จึงพูดว่า

“เห็นๆกันอยู่ ว่าเธอกระชากเสื้อตัวเอง ที่นี่ไม่ใช่โรงละคร เธอจะได้ทำตัวเป็นดาวยั่ว ทำอะไรคิดถึงหน้าพ่อแม่ซะบ้าง”

แม้นเทพยิ้มเยาะขึ้นจากสระเดินไป จันทรามองเมินอย่างเจ็บใจ หันมาต่อว่าชุติมาทำอะไรโง่ๆให้โดนด่า ชุติมาน้อยใจโวยเสียงดัง

“ใช่ซี้ ชุมันโง่ ขนาดอยู่กับแม่ทนโท่ ไม่รู้นานเท่าไหร่ ยังไม่รู้ว่าเป็นแม่”

จันทราโมโหตบผัวะ แป้นได้ยินเต็มหู ยิ้มอย่างพอใจที่จะเป็นโอกาสให้รีดเงินปิดปาก...ชุติมาเดินเจ็บใจผ่านมาเห็นเพ็ญประกายร้องไห้รำพันว่า ธิติรัตน์ทำเหมือนตนไม่มีค่า ก็หัวเราะเยาะ ตอกย้ำเพราะเธอไม่ใช่ มาหยารัศมีตัวจริง ก็ต้องเจอแบบนี้ เพ็ญประกายยิ่งเสียใจ... เดือนแรมได้ยินแปลกใจ “หมายความว่าไง พี่เพ็ญไม่ใช่มาหยารัศมีตัวจริง แล้วใครคือมาหยารัศมี...”

ooooooo

คืนนั้น เมินชะเง้อมองอยู่ที่สวนหน้าบ้านเป็นห่วงเดือนแรม เดือนแรมเห็นเข้ามากราบขอโทษและอธิบายเรื่องสรรชัยให้ฟัง เมินรู้สึกผิดที่หูเบา เขายื่นเงินให้เดือนแรมไว้เป็นค่าเทอม เธอตื้นตันใจอย่างมาก จันทราแอบเห็น โกรธตามมาแย่งเงินคืนถึงห้องนอนเดือนแรม

เดือนแรมเสียใจแต่จะอดทนเพราะคิดว่าพ่อยังมีความรักให้ตน “เวลาที่แรมทุกข์ใจ แรมเคยมีคุณชาย แต่ตอนนี้แรมไม่มีใครใช่มั้ยคะ เพราะคุณชายคือคู่หมั้นของพี่เพ็ญ...”

ในขณะที่ธิติรัตน์กลับบ้านด้วยอารมณ์หงุดหงิดจนหม่อมรัตนาต้องถาม เขาสารภาพว่าเดือนแรมทำให้เขาหงุดหงิดอยู่เรื่อย หม่อมรัตนาจึงเปรยว่า

“นี่ชาย แม่จะบอกอะไรให้ คนที่ทำให้เราหงุดหงิดใจได้ตลอดเวลา แม้จะหายใจก็ผิดแสดงว่าเราแคร์เขามากกว่าใคร แม่ว่าถ้าเป็นอย่างนี้ ชายไม่ควรแต่งงานกับมาหยารัศมี”

ธิติรัตน์เก็บคำพูดแม่มาครุ่นคิด แต่ไม่ยอมรับว่าตนจะรักเดือนแรมเพราะยังเข็ดขยาดความรัก...

วันต่อมา เดือนแรมปรับทุกข์กับเจ๊กอไก่ บ่นกลุ้มใจอยากมีงานทำเอาเงินมาเป็นค่าเทอมและซื้อของขวัญวันเกิดให้พ่อ พอดีศรัณย์โทร.มาเรียกไปถ่ายงานชิ้นใหม่ เดือนแรมดีใจ แต่พอมาทำงาน ก็เจอคำพูดเหน็บแนมของธิติรัตน์ตลอดเวลา จนทุกคนแปลกใจว่าเขาไปโกรธเดือนแรมมาแต่ครั้งไหน เจ๊กอไก่สงสารเข้ามาเล่าเรื่องของเดือนแรมให้ธิติรัตน์ฟังว่าเธอมีปัญหาทางบ้านมาก ธิติรัตน์อึ้ง ควักเงินสองหมื่นบาทให้

เจ๊กอไก่เอาไปให้เดือนแรมก่อน  เพราะถ้ารอค่าตัวกว่าจะออกก็อีกหลายวัน เจ๊กอไก่ตื้นตันใจแทนเดือนแรม

พอเอามาให้ เดือนแรมจะไม่รับ “เอาไปเถอะน่า รับรองไม่ใช่เงินเสี่ย แรมกำลังอยากได้เงินไปเสียค่าเทอมและซื้อของขวัญให้พ่อ...รับไปเถอะ เจ๊รับรอง คนที่ฝากมาให้เป็นคนดีจริงๆ”

เดือนแรมพอจะเดาออกแล้วว่าใครเป็นคนให้เงิน เธอมองธิติรัตน์อย่างซาบซึ้งใจ เดือนแรมทำงานถ่ายแบบ นี้ออกมาได้สวยงามมาก เสร็จงานเธอตัดสินใจถามธิติรัตน์ว่าโกรธอะไรตน ศรัณย์ช่วยเสริมว่าจริงด้วย ธิติรัตน์นึกไม่มี แต่เคืองที่โดนเพื่อนตำหนิจึงโทษเดือนแรม

“หาเรื่องจริงๆเลย...สำหรับคุณชาย แรมยกให้คนหนึ่ง เพราะคุณชายคือผู้มีพระคุณของแรมค่ะ แรมพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนคุณชายค่ะ” เดือนแรมมองเขาอย่างเทิดทูน...

ธิติรัตน์หงุดหงิดกลับบ้าน มาได้ฟังตากล่ำเล่าว่าไปส่งเดือนแรม ได้ยินคนที่บ้านด่าว่าเธอไม่ใช่ลูกเจ้าของบ้าน ธิติรัตน์ยิ่งครุ่นคิดจะต้องสืบเรื่องนี้ให้ได้

เดือนแรมนำเงินมาสั่งทำรูปเป็นของขวัญให้เมิน และได้เห็นภาพใหญ่เท่าตัวจริงตัวเองก็ตะลึง เจ้าของร้านถามว่าแฟนไม่มาด้วยหรือ คนที่สั่งทำภาพนี้ เดือนแรมอึ้งอย่างคาดไม่ถึง...

ooooooo

ตอนที่ 4

วันต่อมา ขณะที่ธิติรัตน์กับเพื่อนและทีมงานประชุมงานกันอยู่ มีคนงานหอบรูปเดือนแรมใหญ่เท่าตัวจริงมาส่งให้ ธิติรัตน์หน้าเสีย ทั้งอายทั้งเขิน ต่อว่าจะไปรับเองเอามาส่งทำไม ศรัณย์ถามไปแอบถ่ายไว้เมื่อไหร่ ภาพนี้สวยเสียด้วย เจ๊กอไก่อมยิ้มสงสัยความสัมพันธ์ของสองคนนี้ ดุจแขโผล่มาเห็นยืนกำมือเคียดแค้นจะต้องกำจัดมาหยารัศมีหรือเดือนแรมกันแน่

เพ็ญประกายนั่งซึมไม่สดชื่น จันทรายุให้โทร.หาธิติรัตน์บ่อยๆ เพราะเป็นคู่หมั้นไม่น่าเกลียดอะไร ชุติมาคอยเยาะถากถางว่าคู่หมั้นกำมะลอ จันทรากลุ้มใจที่ชุติมาหนักข้อขึ้นทุกวัน...

เดือนแรมมารับรูปที่บริษัท เธอยิ้มปลื้มขอบคุณธิติรัตน์ที่ทำภาพนี้ให้ ธิติรัตน์ทำเป็นไม่สนใจให้เอารูปกลับไป แต่เดือนแรมเกรงคนที่บ้านไม่พอใจ เขาจึงบอกว่าจะเอาไปไว้ที่วังก่อน

ดุจแขเจ็บใจมาเมาบ่นกับจารุณี แต่ไม่ยอมรับความจริงว่าธิติรัตน์หมดรักตนแล้ว จารุณีจึงแนะนำให้ลองควงคนอื่นไปเย้ยว่าเขาจะแสดงอาการหึงบ้านหรือไม่... ดุจแขจึงโทร.หาวีระจะใช้เป็นเครื่องมือ แต่กลับรับรู้ว่า มีการประชุมที่ร้านร้านหนึ่ง เธอจึงชวนสรรชัยไปแทน สรรชัยหลงดีใจที่ดุจแขชวนไปทานอาหารค่ำ

ในร้านอาหารหรู ธิติรัตน์นั่งคุยเรื่องงานกับศรัณย์และวีระ ดุจแขควงสรรชัยเข้ามาพยายามนั่งให้ธิติรัตน์เห็น แต่ธิติรัตน์กลับจำได้ว่าเห็นสรรชัยอยู่กับเดือนแรมวันก่อน จึงมองอย่างสนใจ สรรชัยหน้าเครียดรู้ตัวว่าโดนดุจแขหลอก จึงบอกว่าจะยอมเล่นตามเกมส์ของเธอ แต่เขาเล่นจริงจัดหนัก จนดุจแขตกใจเกรงธิติรัตน์รู้ว่าตนกับสรรชัยมีอะไรกันขนาดไหน รีบผละออกมาหาธิติรัตน์ แก้ตัวว่าไม่มีอะไรกัน ธิติรัตน์แสดงออกว่าไม่สนใจและเดินหนี ดุจแขร้องกรี๊ดวิ่งตามเขาไปอย่างไม่เหลือศักดิ์ศรี สรรชัยมองดุจแขอย่างเจ็บปวด เปลี่ยนจากรักเป็นแค้น

ดุจแขพร่ำพูดว่าธิติรัตน์ยังรักตนและกำลังหึงตน ธิติรัตน์เอือมระอา

“ดุจแข เมื่อไหร่คุณจะยอมรับซักทีว่าเรื่องของเรามันจบกันไปนานแล้ว และตอนนี้ผมก็มีคนที่อยู่ในใจของผม” ดุจแขไม่เชื่อ ธิติรัตน์จึงบอกว่าจะเรียกให้มาพบ

ธิติรัตน์กดโทรศัพท์หาเดือนแรม เผอิญเดือนแรมกำลังถูกชุติมารื้อค้นห้องหาจดหมายและการ์ดที่แป้นเคยเห็น เดือนแรมขวาง จึงแกล้งกระตุกสร้อยตัวเองขาดแล้วร้องว่าเดือนแรมกระชากสร้อย มือถือดังขึ้น เดือนแรมรีบกดรับ ชุติมาเข้ามาแย่ง เกิดเสียงทะเลาะกัน ธิติรัตน์ได้ยินตกใจที่เดือนแรมกำลังโดนรังแก เพ็ญประกาย

มาช่วยดึงมือถือจากชุติมา ได้ยินเสียงผู้ชายร้องถามเดือนแรมเป็นอะไร ก็สะดุดหูว่าเสียงเหมือนธิติรัตน์ เธอยื่นมือถือคืนให้ เดือนแรมคว้ามาได้วิ่งหนีออกจากบ้านกดกลับไปหาธิติรัตน์ แต่เขาถูกดุจแขกระชากแขนอยู่จึงรับสายไม่ได้ เดือนแรมเข้าใจว่าเขาคงโกรธ พยายามโทร.กลับหลายครั้ง สรรชัยทนสภาพดุจแขไม่ไหวเข้าไปลากตัวกลับ ศรัณย์กับวีระมองอย่างงงๆ ธิติรัตน์ขึ้นรถขับออกมาได้ ก็รีบโทร.กลับไปหาเดือนแรม จังหวะนั้น เดือนแรมโทร.ไปหาศรัณย์เพื่อถามหาธิติรัตน์

“ตะกี้คุณชายโทร.หาแรม แต่พอแรมโทร.กลับ คุณชายไม่รับสาย ไม่ทราบว่าคุณชายมีอะไรกับแรมหรือเปล่าคะ”

“คงอยากจะคุยงานด้วยมั้ง งั้นแรมมาที่ร้านเลย เดี๋ยวฉันโทร.ตามนายชายให้”

ด้านธิติรัตน์ร้อนใจกับเสียงที่ได้ยิน เป็นห่วงเดือน–แรมอย่างมาก ศรัณย์โทร.เข้ามาเขาก็ตัดสายไม่ฟังว่าเรื่องอะไร เขากดหาเดือนแรมอีกครั้ง คราวนี้เธอรับสายแล้วบอกว่าอยู่บนรถเมล์กำลังไปหาเขา ธิติรัตน์สั่งให้ลงจากรถแล้วรอตนอยู่ตรงนั้น เดือนแรมงงว่าเรื่องอะไรกันแน่...พอธิติรัตน์มาถึงก็ถามอย่างห่วงใยว่าเมื่อกี้มีเรื่องอะไร เดือนแรมส่ายหน้าไม่อยากเล่า เขาจึงเอ็ดที่ออกจากบ้านมาทำไมค่ำมืด เธอโต้

“ก็คุณชายโทร.หาแรม แรมเป็นห่วงกลัวคุณชายจะมีเรื่องอะไร คุณชายมีอะไรรึเปล่าคะ”

ธิติรัตน์อึ้งมองเดือนแรมที่กลับกลายมาห่วงตนจนพูดไม่ออก เดือนแรมย้ำว่า เขามีเรื่องอะไรระบายให้ตนฟังได้ทุกเรื่อง ตนพร้อมจะอยู่เคียงข้างเขา ทำเอาธิติรัตน์ซึ้งใจ...

สองคนมานั่งริมน้ำ เดือนแรมตั้งหน้าฟังธิติรัตน์ระบาย เขาถอนใจก่อนจะยอมเล่าว่า ครั้งหนึ่งตนเคยรักดุจแขมาก และโกรธแค้นที่เธอไปแต่งงานกับคนอื่น แต่ตอนนี้ เขาหมดสิ้นความรู้สึกเหล่านั้นแล้ว แต่ดุจแข

ไม่ยอมจบและสิ่งที่เขาอยากรู้คือ วันนี้ดุจแขมากับผู้ชายที่เคยเดินอยู่กับเดือนแรมเป็นใคร เขาหันมาฟังคำตอบแต่เดือนแรมหลับไปเสียแล้ว

“เดือนแรม...เฮ้ย เธอนี่จริงๆเลย จะฟังกันหน่อยก็ไม่ได้ ความจริงเรื่องของฉันมันไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับเธอ แล้วฉันจะโทร.หาเธอทำไม...” ธิติรัตน์มองอย่างเอ็นดู และสงสัยตัวเอง คำเตือนของแม่ผุดขึ้นในหัว เขาสับสน “ไม่...ฉันไม่ได้มีเธออยู่ในหัวใจ แค่...ไม่มีใครทนฉันได้เท่าเธอ แต่ยังไงก็ขอบใจเธอมาก ที่อุตส่าห์มาหาฉัน ทั้งๆที่เธอมานั่งหลับให้ฉันดู”

ธิติรัตน์จับหัวเดือนแรมมาอิงไหล่ตนให้นอนสบายๆ แล้วตัวเองก็ผล็อยหลับหัวอิงอยู่กับเธอจนฟ้าสว่าง...เดือน–แรมตื่นมาตกใจ ขยับตัวออกมามองหน้าธิติรัตน์อย่างรักและเทิดทูน เธอลุกไปล้างหน้าล้างตา หยิบผ้าเช็ดหน้ามาจะเช็ดแล้วชะงัก นึกได้เก็บไว้ให้ธิติรัตน์ใช้ เดินกลับมาปลุกเขาเบาๆ ส่งผ้าเช็ดหน้าให้เขาไปใช้และชวนเดี๋ยวไปใส่บาตรกัน ธิติรัตน์ล้างหน้าเสร็จ เห็นผ้าเช็ดหน้ามีชื่อเดือนแรมปักอยู่ก็อมยิ้มในความเชยอย่างน่าเอ็นดูของเธอ

“เชยได้อีกนะแม่คุณ ในที่สุด ผู้หญิงที่ใกล้ชิดฉันที่สุด เห็นจะมีแต่เธอ...เดือนแรม”

สองคนมาใส่บาตรร่วมกัน ธิติรัตน์รู้สึกถึงความอิ่มบุญ เขาบอกเธอว่าจะไปส่งบ้าน เดือนแรมกำลังจะบอกว่าบ้านอยู่ไหน พลันละเอียดโทร.มาบอกว่า หม่อมรัตนาตกบันได เขาตกใจรีบกลับวังโดยพาเดือนแรมมาด้วย...หม่อมรัตนาไม่เป็นอะไรมากแค่ข้อเท้าแพลง ถามลูกชายว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่าถึงไม่กลับบ้าน เขาว่าไม่มีอะไร เดือนแรมอาสาทำอาหารเช้าให้

ooooooo

เช้าวันนี้ เพ็ญประกายยังเสียใจที่ธิติรัตน์ผิดนัด จันทราปลอบและยุให้โทร.หาชวนเขาใหม่ เพราะเป็นคู่หมั้นกันไม่น่าเกลียด เธอโทร.ไปแต่ธิติรัตน์กำลังทานอาหารกับเดือนแรมจึงบอกปัด ยิ่งทำให้เธอเสียใจมากขึ้น จันทราย้ำกับลูกถ้าธิติรัตน์มีหญิงอื่น ตนจะกำจัดเอง

ทานอาหารเสร็จ ธิติรัตน์จะไปส่งเดือนแรม แต่ เธอกลับขอให้อยู่ดูแลหม่อมรัตนา ตนกลับกับตากล่ำได้ เดือนแรมขอผ้าเช็ดหน้าคืน ธิติรัตน์หาว่าหวงให้เขาซักก่อนถึงคืนก็ไม่ได้...ธิติรัตน์แอบกำชับตากล่ำให้ถ่ายรูปบ้านเดือนแรมมาให้ละเอียด

แม้นเทพกำลังเดินครุ่นคิดว่าใครคือมาหยารัศมี ชุติมาเดินมาได้ยิน จึงบอกว่าคือเพ็ญประกาย สองคนทะเลาะปะคารมกันอีก ชุติมาโกรธคว้าก้อนหินมา

ปาหัว แม้นเทพยิ่งมองเธออย่างเหยียดหยามและดูถูกว่า ผู้หญิงหยาบคายอย่างเธอ น่าสมเพชจนตนไม่อยากลดตัวไปต่อกรด้วย ชุติมาเจ็บแปลบ ทั้งโกรธทั้งแค้นแต่กลับไปโทษว่าเป็นเพราะเดือนแรม พอเห็นเดือนแรมลงจากรถตากล่ำ ก็ปรี่เข้ามาด่าว่าหยาบๆคายๆ ตากล่ำรีบถ่ายภาพด้วยมือถือไว้ทุกช็อต

“อ๊าย...อย่ามาถ่ายรูปฉันนะไอ้แก่ ฉันไม่มีทางไปเป็นเมียน้อยแกหรอก” ชุติมาหาว่าตากล่ำเป็นเสี่ยเลี้ยงเดือนแรม ไล่ตบตีจนตากล่ำวิ่งหนีกลับขึ้นรถขับออกไป

ธิติรัตน์รอฟังรายงานจากตากล่ำ หม่อมรัตนายิ่งมั่นใจว่าลูกชายรักเดือนแรมเสียแล้ว ตากล่ำรายงานและเอารูปที่ถ่ายทั้งหน้าบ้านและชุติมาให้ดู ธิติรัตน์ตะลึงว่าใช่อย่างที่เขาสงสัยจริงๆ เขาเป็นห่วงเดือนแรมและจะต้องเอาตัวเธอออกมาจากบ้านนั้นให้ได้...

เพื่อลูกสาวจะได้แต่งงานกับธิติรัตน์ จันทราจ้างเจิมให้ฉุดเดือนแรมไปกระทำชำเรา โดยวางแผนใช้เดือนแรม ออกไปซื้อโจ๊กกลางค่ำกลางคืน...ธิติรัตน์สังหรณ์ใจเป็นห่วงเดือนแรม ขับรถจะไปบ้านมณีกุล ระหว่างทางเฉี่ยวชนกับมอเตอร์ไซค์ต้องไกล่เกลี่ยรอประกัน เดือนแรมถูกพวกเจิมฉุดลากเข้าป่าข้างทาง ธิติรัตน์มาถึงเห็นของที่หล่นกลางถนน และเห็นผ้าเช็ดหน้าเดือนแรมที่ตกอยู่ก็รู้ว่า เกิดเรื่องไม่ดีแน่ เขาวิ่งตามหาไปทั่ว พอเห็นรองเท้าตกอยู่ข้างหนึ่งจึงแกล้งร้องตะโกนว่าตำรวจมา พวกเจิมตกใจทิ้งเดือนแรมวิ่งออกมา ธิติรัตน์เอาไม้หวดทั้งสองคนสลบไปเห็นเดือนแรมนอนหมดสติอยู่ เขาโผเข้าอุ้มเธอมากอดอย่างสงสารและห่วงใย

เดือนแรมได้สติรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณธิติรัตน์อีกครั้ง...ระหว่างนั้น เพ็ญประกายโทร.หาธิติรัตน์แต่เขาทิ้งมือถือไว้ในรถ เพ็ญประกายมาเดินหงุดหงิดที่สนามหน้าบ้าน เห็นรถธิติรัตน์แล่นมาจอดก็ดีใจจะวิ่งไปหา แต่พอเห็นเขาเปิดประตูประคองเดือนแรมลงมาก็ชะงัก ธิติรัตน์เอาเสื้อของตนคลุมให้และกอดเธออย่างแนบแน่น

“ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว จากนี้ไปชีวิตของเธอจะไม่มืดมนเป็นคืนเดือนแรม เพราะเธอจะมีฉันคอยดูแลปกป้องตลอดไป”

เพ็ญประกายยืนมองอึ้งน้ำตาไหลพราก หัวใจแหลกสลาย

ooooooo

วันนี้ หม่อมรัตนาให้ตากล่ำกับละเอียดจัดข้าวของธิติรัตน์ที่ส่งกลับมาจากอเมริกา ทั้งสองแยกแยะ

ของใส่กล่องไว้ให้เขาดูว่าอะไรจะทิ้งอะไรจะเก็บ ธิติรัตน์กลับมาถึง เขาเปิดดูแต่ละกล่อง พบจดหมายหลายฉบับของเดือนแรมที่เขียนถึงตน จึงนั่งอ่านทุกฉบับ เธอรายงาน เขาแทบทุกวันและถามทุกข์สุข เขานึกได้ว่า เขาเขียนถึงเธอเพียงฉบับเดียว จึงเสียใจมาก

คืนนั้น เดือนแรมทั้งอบอุ่นใจและทุกข์ใจ เพราะไม่รู้จะวางตัวอย่างไรดี ตนควรจะห่างจากธิติรัตน์เพราะเขาเป็นคู่หมั้นเพ็ญประกาย ในขณะที่เพ็ญประกายเสียใจจนกลายเป็นแค้นใจที่เดือนแรมมาแย่งชายที่ตนรัก...

วันรุ่งขึ้น เพ็ญประกายเห็นเดือนแรมกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ จึงเข้ามาถามตรงๆว่าเมื่อคืนกลับมากับใคร เดือนแรมพูดไม่ออก เพ็ญประกายเฉไฉคุย

“พี่มีเรื่องจะบอก พี่...ตกลงที่จะหมั้นกับคุณชายธิติรัตน์แล้วนะ ในนามมาหยารัศมี”

เดือนแรมใจหายทั้งที่รู้อยู่ก่อนแล้ว ฝืนยิ้มแสดงความยินดี และตั้งใจจะอยู่ห่างธิติรัตน์

จันทราออกมาเห็นเดือนแรมไม่เป็นอะไรก็ตกใจ โทร.ไปโวยเจิม จึงรู้ว่ามีคนมาช่วยเดือนแรมไว้ จันทราแกล้งเล่นงานเดือนแรมที่เอาเงินตนไปแล้วไม่ซื้อของมาให้ เมินเรียกเดือนแรมมาซักถามพอรู้ว่าโดนทำร้ายก็ตกใจสำรวจดูว่าบาดเจ็บตรงไหนบ้าง จันทราไม่พอใจกับท่าทีห่วงใยของเมิน เดือนแรมน้ำตาซึมตื้นตันเมื่อเห็นความห่วงใยของพ่อ เมินหันมาตำหนิจันทราและสั่ง
ทุกคนห้ามใช้เดือนแรมออกไปซื้อของอีก จันทราโกรธแค้นมากขึ้น

เดือนแรมมาปรับทุกข์กับเจ๊กอไก่ อยากออกจากบ้านมาอยู่เอง เพราะไม่อยากให้พ่อต้องทะเลาะกับจันทรา อีก...ขณะเดียวกัน ธิติรัตน์ขออนุญาตหม่อมรัตนา จะพาเดือนแรมมาอยู่ในวังเพื่อช่วยงานตน หม่อมท้วงว่าไม่เหมาะเพราะเขามีคู่หมายอยู่แล้ว ธิติรัตน์พูดอย่างมั่นใจว่าคู่หมั้นของตนคือมาหยารัศมี แต่เพ็ญประกายเป็นตัวปลอม หม่อมรัตนามองลูกชายอึ้งๆ

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 05:25 น.