ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวเรือง

SHARE
ตอนที่ 12

เสี่ยกำพลถูกนำตัวไปทำแผลที่แขนแล้วพาไปสอบปากคำที่โรงพัก เสี่ยยืนกระต่ายขาเดียวว่าตนไม่ผิด ตำรวจไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะสรุปเอาเองและไม่ให้ประกันตัว ด่าทนายว่าเป็นทนายประสาอะไร สั่งให้พาตนออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้

ผู้กำกับเดินเข้ามาถามว่า ตอนอยู่โรงพยาบาล ตนกับทนายคุยกับเสี่ยแล้วเสี่ยคงไม่เข้าใจจึงขอพูดอีกทีว่า

“ตำรวจ มีหลักฐานว่าเสี่ยเป็นผู้บงการค้าไม้เถื่อน ค้ายาเสพติด ค้าแรงงานผิดกฎหมาย เราจึงอนุญาตให้เสี่ยประกันตัวไม่ได้ เพราะมันเสี่ยงต่อการที่เสี่ยจะหลบหนี ไปข่มขู่หรือฆ่าปิดปากพยานบุคคล ยังไงเสี่ยก็ต้องถูกฝากขังที่นี่ ส่วนเรื่องที่เสี่ยยืนกรานว่าไม่ได้ทำ ศาลจะเป็น

ผู้พิจารณาให้ความยุติธรรมกับเสี่ยเอง”

“ผมจะพยายามช่วยเสี่ยให้ออกมาเร็วที่สุดครับ” ทนายบอกขณะเสี่ยถูกพาเข้าห้องขัง

“ถ้าบทสรุปจบที่กูไม่ผิด กูจะเอาเรื่องพวกมึงทั้งโรงพัก” เสี่ยประกาศผยอง

ooooooo

จาก การที่สามหนุ่มนอนโรงพยาบาลและสามสาวมาเยี่ยมด้วยความผูกพัน ทั้งที่เป็นญาติ เป็นคู่หมั้นและเป็นคนที่หลงรัก แต่เพราะใจที่มีต่อคนที่มีสถานะที่รู้กันในสังคมและคนที่แอบมีใจให้ทั้งที่ รู้ตัวและไม่รู้ตัว ทำให้มีอาการวอกแวกแบบอยู่กับคนนี้ก็คิดถึงคนนั้น

มี แต่เสมอใจคนเดียวที่มั่นคงอยู่กับวรรณแม้จะโดนด่าโดนว่าโดนไล่ก็ไม่เคยท้อ ทั้งยังเป็นคนที่แอบสังเกตและเห็นถึงความห่วงใยของโรสที่มีต่อพฤกษ์ และความห่วงใยของดาวเรืองที่มีต่อปลัด แล้วเสมอใจก็ฟันธงว่า

โรสมีใจผูกพันอยู่กับพฤกษ์ และดาวเรืองกับปลัดก็มีความห่วงใยกันเกินกว่าเพื่อนร่วมงาน

กำนันผัน เวียง และเมียๆได้ขอให้หลวงตาคงทำพิธีปัดรังควานและอัญเชิญสิ่งมงคลเข้ามาในชีวิตของวรรณที่โรงพยาบาล

“นับ ตั้งแต่วินาทีนี้ จนกว่าจะออกจากโรงพยาบาล เอ็งต้องทำทุกอย่างตามฤกษ์มงคลที่ข้าให้เท่านั้น จะฝ่าฝืนไม่ได้เด็ดขาด” ว่าแล้วก็ให้บุญปลอดเอากระดาษจดฤกษ์ต่างๆมาอ่านให้วรรณฟัง

“มีฤกษ์กินข้าว ฤกษ์กินยา ฤกษ์ถ่ายหนัก ฤกษ์ถ่ายเบา ฤกษ์ก้าวลงจากเตียง แล้วก็ท่านอนมงคลด้วย วันคี่นอนตะแคงซ้าย วันคู่ตะแคงขวา”

วรรณ ทนฟังไม่ได้บอกว่าพอแล้วตนจำไม่ได้หรอก เพราะถึงไม่เชิญหลวงตามา ตนก็ต้องรีบหายไวๆ อยู่แล้ว ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไรตนจะขอแต่งงานกับดาวเรืองทันที พ่อกับแม่จะได้มีหลานเลี้ยงได้ไม่ต้องเหงา บอกว่าตนจะส่งผู้ใหญ่ไปสู่ขอ คราวนี้ดาวเรืองปฏิเสธไม่ได้แน่

ooooooo

พรุ่งนี้จะเป็นวัน ขึ้นศาลคดีเสี่ยกำพลแล้ว ปลัดคุยกับผู้กำกับว่าเสี่ยกำพลมีอิทธิพลมากอาจจะหลุดคดีได้ ตนเชื่อว่าน่าจะมีผู้มีอิทธิพลเหนือเสี่ยคอยช่วยเหลืออยู่ข้างหลัง

“มือ ที่มองไม่เห็นนั่นแหละที่จะทำให้เสี่ยหลุดออกไปอยู่นอกคุกได้ ถ้าหลักฐานที่เรามีไม่แน่นหนาพอ” ผู้กำกับกังวล ปลัดพูดอย่างมาดมั่นว่า ถึงเวลาที่เราต้องเปิดหลักฐานชิ้นสำคัญแล้ว ผู้กำกับพยักหน้าเห็นด้วย

หลัก ฐานชิ้นสำคัญ ที่ปลัดจินตวัฒน์พูดถึงคือกำนันเทิ้ม ที่ใครๆคิดว่าตายไปแล้ว และทุกคนก็ได้ไปงานศพมาแล้ว แต่กำนันเทิ้มตัวจริงที่มีเลือดเนื้อ กำลังจะมาเป็นพยานสำคัญคดีเสี่ยในวันพรุ่งนี้แล้ว!

จันทราเป็นคนพากำนันเทิ้มมาเป็นพยาน ทุกคนที่ดอนล้อมแรดเห็นกำนันเทิ้มถึงกับผงะ

กำนันเทิ้มเล่าให้จ่าแม่นกับคนคุ้นเคยฟังว่า

“ก่อน เล่าขอขอบคุณก่อนนะ เพราะที่ข้ารอดมาได้นี่ นอกจากผู้กำกับ ปลัดจินตวัฒน์ และไอ้เรืองที่มาช่วยแล้ว อีกคนที่ข้าต้องขอบคุณคือคุณนายจันทราแม่ของคุณปลัดที่เป็นธุระมาช่วยดูแล ตอนที่ข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล”

ปรากฏว่า พอจันทรามา บานชื่นจำได้ว่าคุณนายจันทราคือภรรยาของนายอำเภออภิวัฒน์ เป็นผู้สวมสายสะพายนางงามให้ตน แต่ที่ทุกคนอยากรู้คือกำนันเทิ้มรอดไปได้อย่างไร รบเร้าให้เล่า

วัน นั้น ดาวเรืองกับปลัดเห็นเหตุการณ์ที่เสี่ยยิงและถีบกำนันลงสระบัว เมื่อเสี่ยไปแล้วทั้งสองลงไปนำร่างกำนันขึ้นมา พบว่ายังหายใจอยู่ จึงแจ้งผู้กำกับ

ผู้กำกับจัดรถมีเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ช่วยชีวิตนำกำนันเทิ้มเข้ารักษาในกรุงเทพฯ โดยมีจันทราคอยดูแลตลอดมา

ส่วนการจัดพิธีศพของกำนันเทิ้มนั้น ทำเพื่อให้ฝ่ายเสี่ยกำพลตายใจว่ากำนันเทิ้มตายแล้วจริงๆ

“โอโห...คิดได้ยังไงเนี่ย ไม่ใช่แค่หลอกไอ้เสี่ยได้คนเดียวนะ หลอกคนตำบลนี้ได้ทุกคนเลยว่ะ ฮ่าๆๆ” กำนันผันทึ่ง

“อาตมายินดีด้วยนะที่โยมกำนันรอดชีวิตมาได้ แถมยังกลับมาเปิดโปงคนชั่วให้ชาวบ้านหูตาสว่างด้วย” พระครูเอ่ย

“ถึง เสี่ยกำพลมีเงินทองมากมาย แต่มันก็เป็นเงินที่มาจากการทำชั่ว ทำผิดกฎหมาย ข้าก็ได้แต่หวังว่า ต่อไปนี้พวกเราจะหูตาสว่างแล้วก็เลือกที่จะยืนอยู่ข้างความดี ความถูกต้องมากกว่าเงินชั่วๆของใคร เงินอาจซื้อทุกอย่างได้ แต่ซื้อหัวใจ ซื้อความเป็นคนของพวกเราไม่ได้ จริงไหม!!” ชาวบ้านขานรับกันเซ็งแซ่

ดาว เรืองเสนอให้จัดฉลองต้อนรับกำนันเทิ้มกันดีไหม บานชื่นชวนไปกินข้าวที่บ้านตน ให้เอากับข้าวกับปลามาร่วมวงกินข้าวกัน หันไปเชิญคุณนายจันทราไปเป็นประธานด้วย

“ไม่เป็นประธานได้ไหม ขอเป็นลูกมือแม่บานชื่นทำกับข้าวดีกว่า” จันทราเสนอ โรสรีบอาสาขอไปช่วยด้วย

ทุกคนช่วยกันคนละไม้ละมือทำอาหารหลายอย่าง

จะ ต้มยำแต่ยังขาดใบมะกรูด โรสอาสาไปเก็บที่หลังบ้านให้จันทราเพิ่งรู้วันนี้ว่า พฤกษ์เป็นลูกชายของบานชื่น พอดีพฤกษ์เพิ่งเข้ามา พอเห็นกันต่างก็ดีใจมาก บานชื่นถามว่ารู้จักกันหรือ

“ค่ะ...พฤกษ์มาช่วยงานที่ร้านดอกไม้ของฉันอยู่เกือบปี ที่แท้ก็ลูกแม่บานชื่นเองเหรอเนี่ย โลกกลมจริงๆ”

ทุกคนต่างอึ้งทึ่งกับเรื่องราวที่น่าอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในโลกกลมๆใบนี้

โรส อาสาไปหาใบมะกรูด แต่พอรู้ว่าพฤกษ์มาก็โอ้เอ้ชะเง้อชะแง้อยากเห็นพฤกษ์สักแวบก็ยังดี พอดีพฤกษ์มาเจอถามว่าเธอหาอะไรหรือ โรสบอกว่าหาใบมะกรูด

“มะกรูดขึ้น บนดินครับ ไม่ใช่บนบ้าน” พฤกษ์พูดขำๆ พอนึกได้ก็เตือนว่า “ต้นมันมีหนาม ถ้าไม่ระวังจะตำมือเอาได้ มา...ผมเด็ดให้ดีกว่าคุณจะเอาไปทำอะไรบ้าง” พอโรสบอกว่าทำต้มยำ พฤกษ์ก้มหน้าก้มตาเก็บให้ ถามว่าเธอคงอยากจะกลับกรุงเทพฯมากแล้วสินะ คงเบื่อชีวิตบ้านนอกแบบนี้เต็มทนแล้ว

โรสพูดอวดๆ ว่าตนรอปลัดทำหนังสือขอย้ายเสร็จก็จะกลับไปพร้อมกันและตกลงกันแล้วว่าจะแต่งงานกัน

“ขอให้คุณมีความสุขในการเริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนที่คุณรักนะครับ” พฤกษ์กลืนน้ำลายฝืดคอ แต่โรสฝืดคอยิ่งกว่าที่พฤกษ์ไม่เพียงไม่ขัดขวางหากยังแสดงความยินดีด้วย แต่ดาวเรืองที่แอบได้ยินว่าโรสจะแต่งงานกับปลัด ถึงกับหูอื้อตาลาย

วรรณออกจากโรงพยาบาลเป็นคนสุดท้าย พอกลับถึงบ้านก็ขี่มอเตอร์ไซค์ยืนเท่ไปหาปลัดที่บ้าน พอปลัดทักว่ามาอย่างเท่เลยนะ ไอ้แหลมชี้แจงขำๆ ว่าเพราะวรรณยังเจ็บก้นนั่งไม่ได้ต่างหาก วรรณบอกปลัดว่ามาทวงสัญญาลูกผู้ชาย

นั่นคือ ให้ปลัดเป็นเถ้าแก่ไปสู่ขอดาวเรืองให้ตน ปลัดฟังแล้วถึงกับอึ้ง!

ooooooo

เมื่อพากันมาถึงบ้านดาวเรือง ปลัดทำหน้าที่อย่างเจ็บปวดใจ ไม่ทันเอ่ยปากกับบานชื่น ดาวเรืองก็ออกมาพอดี ปลัดจึงบอกกับดาวเรืองแทน ดาวเรือง เจ็บจี๊ดที่ปลัดมาเป็นเถ้าแก่สู่ขอตนให้วรรณ ตอบไปทันทีว่า

“ในเมื่อปลัดอุตส่าห์สละเวลามาขอด้วยตัวเอง ทำไมฉันจะไม่ตกลงล่ะ แต่มีข้อแม้ 3 ข้อ!!”

วรรณดีใจจนเนื้อเต้นบอกว่า 100 ข้อก็ให้ได้ แต่เสมอใจทนไม่ได้พูดโพล่งขึ้น แม้จะถูกวรรณทั้งด่าทั้งปรามแต่เสมอใจก็พูด...พูดๆ จนจบ

“ฉันขอถามคุณปลัดตรงๆ ถ้าไอ้เรืองแต่งงานกับไอ้วรรณจริงๆ คุณปลัดจะมีความสุขไหม...ถามใจตัวเองดีๆนะ ทั้งคุณปลัด พี่พฤกษ์ คุณโรส โดยเฉพาะเอ็ง

ไอ้เรือง ถ้าไอ้วรรณแต่งงานกับเอ็ง คุณปลัดแต่งงานกับคุณโรส ทุกคนจะมีความสุขแน่นะ” ถูกวรรณด่าว่าเรื่องอะไรของเอ็ง ไอ้คนไม่รู้จักความรัก “ทำไมข้าจะไม่รู้จักความรัก ข้าก็เหมือนเอ็งนั่นแหละ ข้ารู้ใจตัวเองมาตั้งนานแล้วว่ารักใคร และข้าก็ไม่อาจที่จะบอกใครด้วย คนอย่างข้ากล้ารักกล้าเสียใจเว้ย!!”

เสมอใจสะกดกลั้นความเจ็บปวดของตัวเอง กวาดตามองทุกคนที่เกี่ยวข้อง สรุปว่า

“ก่อนจะตัดสินใจอะไร ฉันก็แค่อยากถามทุกคนว่า ในเมื่อรักแล้วกล้าที่จะพูดในสิ่งที่หัวใจตัวเองรู้สึกกันรึเปล่า”

ทุกคนที่เกี่ยวข้องอึ้งกับคำถามขยี้หัวใจของเสมอใจ

โรสร้อนตัวถามจันทราว่าจะให้อภัยในความผิดพลาดที่ผ่านมาของตนไหม จันทราบอกว่าเธอต้องถามใจตัวเองว่าจริงๆ แล้วเธอรู้สึกอย่างไรกับจิ๋น

บานชื่นรู้ดีว่าดาวเรืองไม่ได้รักวรรณ แม้วรรณจะล้นๆไปบ้าง แต่ก็เป็นคนดี ทว่าการแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญ ฉะนั้นต้องคิดให้ดี ดาวเรืองบอกว่าตนตัดสินใจไปแล้วสักวันตนคงจะรักวรรณได้ แล้วขอพาเป็ดไปอาบน้ำ บานชื่นตะโกนตามหลังว่า “หนีอะไรก็หนีได้นะไอ้เรือง แต่หนีหัวใจตัวเองน่ะยากนะเว้ย” พฤกษ์เองก็สงสัยว่าทำไมดาวเรืองต้องหนีหัวใจตัวเอง?

ตกเย็น ปลัดทนใจตัวเองไม่ได้ตัดสินใจจะไปคุย กับดาวเรืองอีกครั้ง ขับรถผ่านริมคลองเห็นดาวเรืองนั่งดูเป็ดเล่นน้ำอยู่จึงเข้าไปคุย ถามว่าที่รับปากวรรณไปนั่นเธอจะทำตามนั่นจริงๆหรือ?

“คนอย่างไอ้เรือง พูดคำไหนคำนั้น...ฉันจะแต่งงานกับไอ้วรรณ!! ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้นายเสียหน้า ที่อุตส่าห์มาเป็นเถ้าแก่ให้ไอ้วรรณแน่นอน” พูดประชดอย่างเจ็บปวดว่า “กลับไปหาคุณโรส ไปให้พ้น ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย!!”

พฤกษ์แอบได้ยินจึงรู้ว่าที่แท้ดาวเรืองกับปลัดจินตวัฒน์รักกัน! เมื่อปลัดไปแล้วจึงถามน้องว่า รับปากแต่งงานกับคนหนึ่ง แต่หัวใจอยู่กับใครอีกคน มันได้หรือ? ติงว่าปลัดก็เสียใจไม่น้อยไปกว่าเธอที่ต้องมาขอเธอให้คนอื่น ดาวเรืองย้อนถามพี่ชายเสียงสั่นเครือว่า ปลัดมีคู่หมั้นแล้วเราจะคิดอะไรต่อจากนั้นได้หรือ พูดอย่างยึดมั่นในคุณธรรมว่า
“ความรักไม่สำคัญเท่าความถูกต้อง ฉันยอมเจ็บปวดคนเดียวดีกว่าต้องไปทำให้ใครเจ็บ” ดาวเรืองตอบหนักแน่น

ฟังดาวเรืองแล้ว พฤกษ์นึกถึงโรสทันที เขาไปขอคุยกับโรส ถามว่าเธอรักปลัดหรือเปล่า ถ้าไม่ได้รักก็ปล่อยเขาไปเสียอย่าผูกมัดตัวเองไว้กับสัญญาที่เคยให้ไว้กับคนที่ตัวเองรู้แล้วว่าไม่ได้รักเขา

“แล้วฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่าผู้ชายที่ฉันรัก...เขาจะรักฉันรึเปล่า” เป็นทั้งคำตอบและคำถามที่เป็นปริศนาให้พฤกษ์คิด

ooooooo

ในที่สุดวันพิพากษาคดีของเสี่ยกำพลก็มาถึง ความผิดร้ายแรงหลายกระทงของเสี่ยถูกศาลตัดสินประหารชีวิตสถานเดียว ระหว่างถูกคุมตัวไปห้องขังเสี่ยขอเข้าห้องน้ำ แอบโทร.หาผู้อยู่เบื้องหลังที่เหนือกว่า ขู่ว่าถ้าไม่ช่วยตนจะสารภาพทุกข้อหา

แต่พอเสี่ยเดินลงจากศาลจะไปที่รถควบคุมตัวผู้ต้องหาก็ถูกชายชุดดำขี่มอเตอร์ไซค์มากระหน่ำยิงตายอย่างเหี้ยมโหด ผู้คนต่างมามุงดูสภาพศพเสี่ยที่ตาเบิกโพลง พูดกันอย่างสมเพชว่า ถึงจะรวยล้นฟ้าแต่ต้องมาตายอย่างหมาข้างถนน!

ปลัดกลับมาเล่าให้จันทราฟังว่าเสี่ยถูกฆ่าปิดปากคนที่เก็บเสี่ยคือผู้มีอิทธิพลตัวจริงที่เรายังควานไปไม่ถึงว่าเป็นใครพูดอย่างเหนื่อยใจว่า

“สรุปก็คือ บ้านเรามีคนที่ทำชั่ว ทำตัวอยู่เหนือกฎหมายและเลวร้ายยิ่งกว่าเสี่ยกำพลลอยนวลอยู่ในสังคมอีกเยอะ หวังว่ากฎหมายบ้านเราจะมีความศักดิ์สิทธิ์และถ้าเจ้าหน้าที่รัฐไม่เห็นแก่เงิน ทุกอย่างต้องดีกว่านี้”

เมื่อดาวเรืองตัดสินใจจะแต่งงานกับวรรณแล้ว เธอเสนอเงื่อนไข 3 ข้อ ตามที่เคยบอกไว้และขอให้ทุกคนเป็นพยาน

“ข้อ 1. เอ็งต้องแต่งงานกับพี่เหมอก่อน ข้อ 2. เอ็งต้องจดทะเบียนสมรสกับนางสาวเสมอใจ และข้อสุดท้าย สำคัญที่สุด เอ็งต้องอยู่กินกันฉันผัวเมียกับพี่เหมอเป็นเวลา 3 ปี ในแต่ละปี เอ็งต้องมีลูกกับนางเสมอใจ ขยันสอย ปีละคน ปีแรกผู้หญิง ปีที่สองผู้หญิง ส่วนปีที่สามต้องเป็นผู้หญิงและต้องเป็นฝาแฝดด้วย ถ้าเอ็งทำได้ตามนี้ ข้าจะแต่งกับเอ็ง”

วรรณโวยวายว่าทำแบบนี้ฆ่าตนให้ตายเสียยังจะดีกว่า ส่วนเสมอใจขอบใจดาวเรืองแล้วปลอบใจวรรณให้คิดเสียว่าตัวเองกับดาวเรืองไม่ใช่เนื้อคู่กัน

“อีก 3 ปี ค่อยมาอีกทีนะกำนัน ป้าเวียง หมดธุระแล้วไปกวาดขี้เป็ดก่อนนะ” ว่าแล้วดาวเรืองเดินไปหลังบ้านพฤกษ์ยิ้มกับความลื่นยิ่งกว่าปลาไหลของน้องสาว

ส่วนปลัดจินตวัฒน์ หลังจากวันนั้นแล้วก็กลับกรุงเทพฯ ไปพร้อมจันทราและโรส ลือกันว่ากลับไปแต่งงาน เมื่อปลัดกลับมาอีกครั้งก็มาหาหลวงตาเอาดวงของตัวเองกับว่าที่เจ้าสาวมาให้ดูและหาฤกษ์แต่งให้

ไม่นานกำนันผันก็มาบอกดาวเรืองว่าบ้านดอนล้อมแรดของเราอั้นประกวดนางงามมาตั้งแต่ต้นปี ปลายปีนี้เลยจะจัด ทาบทามให้ดาวเรืองลงประกวดส่วนทางเวียงก็ส่งเสมอใจเข้าแข่งขัน ดาวเรืองประกาศว่าคนอย่าง “ไอ้เรือง” ไม่กลัวแพ้ใครอยู่แล้ว

งานประกวดนี้มีโรสเป็นกรรมการและปลัดจินตวัฒน์เป็นพิธีกร ดาวเรืองถูกจับใส่ชุดราตรีสั้นสีขาวเข้าประกวด

เมื่อเริ่มงาน ปลัดจินตวัฒน์ขึ้นกล่าวขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนให้งานนี้เกิดขึ้นได้ ตบท้ายว่า “งานนี้จะสมบูรณ์แบบไม่ได้เลย ถ้าขาดคนสำคัญที่สุดของงาน ขอเสียงปรบมือต้อนรับดาวเรืองด้วยครับ” แต่พอดาวเรืองเดินออกมาปลัดกลับประกาศอย่างตื่นเต้นว่า “ผู้หญิงคนนี้ เจ้าสาวของผมครับ...ดาวเรือง!!!!” แล้วฉากบนเวทีก็เปลี่ยนเป็นฉากพิธีแต่งงาน

วรรณแหกปากร้องไห้โฮๆ หาว่าทุกคนหลอกตน ส่วนดาวเรืองมองปลัดขวับตาเขียวปั้ดถามว่า “ใครบอกว่าฉันจะแต่ง!!” พูดแล้ววิ่งหนีไปเลย ปลัดตามไปชี้แจงโรสตามอีกคน

ปลัดชี้แจงว่าที่ตนต้องทำแบบนี้เพราะกลัวเธอจะไม่ยอมแต่งด้วย ดาวเรืองบอกว่าตนแย่งเขาจาก

โรสให้ตนตายเสียดีกว่า ปลัดกับโรสจึงช่วยกันชี้แจงว่า ตนสองคนคบกันมาสองปี แต่เรียนรู้กันน้อยมากเพิ่งมารู้จริงๆแล้วเราเหมาะที่จะเป็นเพื่อนกันมากกว่า โรสบอกดาวเรืองว่า หัวใจของปลัดจิ๋นมีแต่ดาวเรืองเท่านั้นส่วนตนขออยู่ข้างๆปลัดต่อไป

ดาวเรืองมีเงื่อนไข 3 ข้ออีกแล้ว ข้อแรกขอให้ตนได้เรียนจบปริญญาตรี โท และเอก ใช้เวลาประมาณ 8 ปี ปลัดรอได้ ข้อสองปลัดต้องอยู่ที่ดอนล้อมแรดช่วยพัฒนาหมู่บ้านตามอุดมการณ์ที่ตั้งไว้ และข้อสาม ให้ไล่ตามจับตนให้ได้แล้วตนจะยอมหมั้นวันนี้เลย พูดจบก็วิ่งไล่กวดไปในดงดาวเรือง

ฝ่ายวรรณร้องไห้โฮๆ วิ่งหนีเสมอใจที่ไล่ตามจับ ประกาศว่าถ้าไล่ทันจับได้จะ “ตบจูบๆๆ” เสียให้หนำใจ

โรสกับพฤกษ์คุยอย่างคนเข้าใจกัน โรสขอกลับไปใช้ชีวิตกับแสงสีเสียงก่อน  ตกกระป๋องเมื่อไรจะกลับมาอยู่กับเขา

“ผมจะรอนะ” พฤกษ์ยิ้มอย่างมีความหวัง แม้จะไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่ก็ตาม

ปลัดจินตวัฒน์วิ่งไล่ตามดาวเรืองไปในทุ่งดอกดาวเรือง วิ่งไปเนินแล้วเนินเล่าปลัดก็ไล่ไม่ทัน เลยแกล้งทำเป็นร้องโอดโอยว่าถูกงูกัด ครู่เดียวดาวเรืองก็กลับมาเห็นปลัดนอนหลับตานิ่งก็ตกใจ ประคองขึ้นมาร้องเรียก บอกให้ลืมตา!

พอปลัดลืมตาก็กอดหมับแล้วหอมเอ๊าหอมเอา...ดาวเรืองเขินจัดผลักออกแล้ววิ่งต่อ ปลัดตะโกนตามหลังว่า

“จะไปไหนอีก ใกล้ฤกษ์หมั้นเข้าไปทุกทีแล้วนะ”

“ก็ตามมาสิ จับได้ก็จะไป จับไม่ได้ก็ไม่ไป” ดาวเรืองหันมาท้า ปลัดพูดอย่างมันเขี้ยวว่าแสบจนหยดสุดท้ายเลยนะ! แล้ววิ่งไล่กวดไป ดาวเรืองหันมายักคิ้วแผล็บตะโกนท้าทาย

“เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะ!!”

ตอนที่ 11

โรสไปถึงที่ว่าการอำเภอดอนพัฒนาร้องถามหาปลัดจินตวัฒน์ เจอกำจรที่กำลังเคลิ้มกับรูปโรสจูบกับพฤกษ์ในหน้าหนังสือพิมพ์ กำจรบอกว่าปลัดไปธุระเสร็จแล้วคงกลับบ้านพักเลย โรสขอให้พาไป กำจรถามว่าเธอมีธุระอะไรกับปลัดหรือ

“ธุระส่วนตัว! ฉันเป็นคู่หมั้นของจิ๋น!!!” โรสเชิดใส่วรรณไอ้แหลม และไอ้กรอดที่ตอดตามมาดูได้ยินก็แทบผงะหงาย

กำจรพาโรสไปที่บ้านพักปลัด ดาวเรืองเอาปิ่นโตไปส่งเจอโรสประกาศว่า ตนเป็นคู่หมั้นปลัดจิ๋น ดาวเรืองขี่มอเตอร์ไซค์กลับถึงร้านยังเจอวรรณมาป่าวร้องว่า โรสสุดาวดีเป็นแฟนปลัด มิน่าปลัดถึงไม่ชายตาแลสาวบ้านดอนล้อมแรดเลย ทำให้ดาวเรืองยิ่งหัวเสียด่าวรรณว่าคาบข่าว นี้มาบอกแล้วจะทำให้บ้านดอนล้อมแรดเจริญขึ้นรึไง
วรรณบอกคู่หูทั้งสองว่า โบราณว่าผู้หญิงด่าแปลว่าผู้หญิงรัก แล้วกอดตัวเองทำท่าซึ้งเหมือนได้กอดดาวเรือง

ฝ่ายปลัดกลับถึงที่พักเจอโรสทำเซอร์ไพรส์ก็ตกใจ โรสพยายามแก้ตัวเรื่องคลิปฉาวของตนกับพฤกษ์ว่าไม่มีอะไร ขอให้สบายใจได้ ตนไล่ผู้จัดการส่วนตัวคนนั้นออกไปแล้ว ปลัดไม่รื้อฟื้นและไม่แสดงอาการหึงหวงแต่อย่างใด จัดให้โรสนอนในห้องนอน ส่วนตัวเองออกมานอนที่ห้องรับแขก ซ้ำยังเรียกกำจรหอบมุ้งหมอนมานอนเป็นเพื่อนด้วย ทำเอาโรสเซ็ง

ดาวเรืองกลับถึงบ้านอย่างว้าวุ่นใจจนพฤกษ์แปลกใจถามว่าเป็นอะไร ตอนกลางวันยังเฮฮาอยู่เลย แบตหมดรึไง ดาวเรืองเฉไฉถามพฤกษ์เรื่องความรักเฉียดไปเฉียดมาว่า

“ผู้หญิงกับผู้ชายที่อยู่ใกล้ชิดกัน เป็นไปได้ไหมที่จะเผลอใจให้กัน?”

“ก็แล้วแต่วุฒิภาวะของแต่ละคน ถ้ามีสติรู้ว่าไม่พร้อมก็คงยับยั้งชั่งใจกันได้ แต่ถ้าไม่มีสติเรื่องเผลอใจมันก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา” แต่พอดาวเรืองถามว่าเขามีแฟนหรือยัง พฤกษ์มองน้องสาวทำเสียงตกใจว่า

“เฮ้ย...ถามอะไรอย่างนั้น ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด พี่จะหาห่วงมาผูกคอทำไม อยู่เป็นโสดดูแลน้องสาวคนนี้ดีกว่า”

ooooooo

วันต่อมา ผู้กำกับ ปลัด ดาวเรือง และวรรณ ประชุม กันที่ สน.ดอนพัฒนา วางแผนจัดการขั้นเด็ดขาดกับเสี่ยกำพลที่นับวันยิ่งท้าทายเจ้าหน้าที่และกฎหมาย ผู้กำกับมอบปืนให้วรรณไว้ป้องกันตัวด้วย วรรณประกาศอย่างฮึกเหิมว่า

“งานนี้ผมลงสุดตัว ทุ่มสุดหัวใจ” พูดแล้วขยิบตาให้ดาวเรือง “เพื่อน้องเรืองของผมคนเดียววว...”

ดาวเรืองฝืนยิ้มให้ ในขณะที่ปลัดฟังและเห็นอาการของวรรณแล้วรู้สึกเจ็บจี๊ดๆในใจ แต่ข่มความรู้สึกไว้มิดชิด

ประชุมเสร็จ ปลัด ดาวเรือง และวรรณพากันไปกินข้าวแกงที่ตลาดดอนพัฒนา ขณะกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย จู่ๆโรสก็โผล่เข้ามานั่งแทรกตรงปลัด ถามทำให้บรรยากาศเสียว่า “นี่จิ๋นไม่ได้บอกใครหรือว่าเราเป็นแฟนกัน” แล้วหางตาไปทางดาวเรืองอย่างดูถูกบอก วรรณที่ทำกะลิ้มกะเหลี่ยกับตนว่า อย่างวรรณต้องคู่กับ ดาวเรืองผู้หญิงบ้านๆแบบนี้ จนดาวเรืองทนฟังไม่ได้ทำเสียงเรอลั่นโต๊ะ ถูกโรสด่าว่าไม่มีมารยาท ดาวเรืองลุกขึ้นพูดอย่างไม่แยแสว่า

“ช่วยไม่ได้ อยากมานั่งโต๊ะเดียวกับคนบ้านๆนี่หว่า อิ่มจังตังค์อยู่ครบ มีแรงไปเตะไอ้ปากหมาแล้วเว้ย!!”

ดาวเรืองเดินอ้าวออกไป วรรณรีบตาม ปลัดมองตามดาวเรืองไปอย่างห่วงความรู้สึกของเธอ

พอกินอิ่ม โรสอ้อนให้ปลัดพาไปซื้อของที่ตลาด ปลัดบอกว่าตนไม่อยากเอาเวลางานไปทำเรื่องส่วนตัว และตนเป็นข้าราชการ ถ้าชาวบ้านเห็นมาเดินเล่นกับผู้หญิงในเวลางานแบบนี้ เขาจะคิดอย่างไร โรสงอนบอกว่าตนไปคนเดียวก็ได้ แล้วเดินสะบัดสะบิ้ง ส่วนปลัดก็ชวนกำจรกลับไปทำงานเพราะหมดเวลาพักพอดี

ooooooo

เสี่ยกำพลเตรียมขนไม้และไม้พะยูงจำนวนมากออกจากป่า ประชุมลูกน้องวางแผนสั่งการ

“เราจะส่งของผ่านทางด่านดอนล้อมช้างค่ำพรุ่งนี้ เอาคนมาเพิ่มอีก” บอกลูกน้องว่า “เรื่องตำรวจทางหลวงไม่ต้องกลัว เพราะเราซื้อพวกตัวใหญ่ๆได้แล้ว พวกปลาซิว ปลาสร้อยมันจะกล้ามีปัญหาเรอะ” ย้ำกับลูกน้องว่า “เรื่องขนไม้ไม่ต้องห่วง ห่วงแต่เรื่องไอ้ปลัดจินตวัฒน์ที่มันกวนใจข้าไม่เลิก ถ้ามันไม่ยอมย้ายออกไปจากที่นี่ แถมยังแส่ไม่เข้าเรื่องแบบนี้ งานเราต้องมีปัญหาเข้าสักวัน เพราะงั้น ทำให้มันหายไปจากที่นี่ซะ!”

ประชุมวางแผนกับลูกน้องแล้ว เสี่ยกำพลไปหากำนันผันพูดกันอย่างรวบรัดตรงไปตรงมาว่า

“ฉันจะขนไม้ออก คราวนี้มีไม้พะยูงเยอะ เลยสอดไส้เหมือนทุกครั้งไม่ได้ ถ้ากำนันตกลง ฉันจะขนเย็นนี้เลย แต่ถ้าไม่ตกลง ฉันคงต้องไปขอให้ผู้ใหญ่บ้านอื่นช่วย”

ดาวเรืองที่สะกดรอยตามเสี่ยมาแอบได้ยิน โทรศัพท์นัดพบปลัดที่ร้านบ่ายสี่โมงตรง แล้วรีบไปส่งข่าวผู้กำกับทันที

กำนันผันเองก็ขู่บังคับให้วรรณหันมารับใช้งานของเสี่ย แต่วรรณประกาศกร้าวว่า ตนตัดสินใจแล้วว่าจะทำเพื่อชาติเพื่อไอ้เรือง บอกกำนันผันอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“หนูจะไม่มีวันเปลี่ยนใจเด็ดขาด ถ้าพ่ออยากจะปิดหนี้ไปยืนข้างเสี่ยก็ตามใจ หนูไม่ขัดขวาง ส่วนหนูขอไปทำตามอุดมการณ์ของหนู!!” เสมอใจชมวรรณว่าเท่จัง ไอ้แหลมกับไอ้กรอดอยากให้วรรณหันมาช่วย กำนันบอกว่าแค่วรรณอยู่เฉยๆหนี้ก็หมดโดยไม่ต้องไปเสี่ยงตายเลย

“ลูกผู้ชายอย่างไอ้วรรณ ถ้ากลัวตายคงไม่เลือกเป็นนักเลงตั้งแต่เกิด ปืนข้าไม่ได้มีไว้ยิงหมายิงแมว แต่มีไว้ยิงคนชั่ว!! คนจัญไร!! คนขายชาติเว้ย!!” วรรณประกาศอย่างห้าวหาญที่จะยืนอยู่คนละข้างกับพ่อ แต่ขอพ่อว่า เวลาเจอกันในสนามรบก็ยิงกันเบาๆแล้วกัน

ปลัดไปหาดาวเรืองตามนัด ถามว่าเธอไปรู้ข่าว มาจากไหน ผู้กำกับถึงมีคำสั่งด่วนเลื่อนมาเป็นวันนี้ ระหว่างทั้งสองคุยกันอยู่ จู่ๆวรรณก็โผล่พรวดเข้ามาบอกดาวเรืองว่า “ข้าพร้อมออกรบแล้วเว้ยไอ้เรือง ถ้าข้าชนะกลับมา เอ็งรับปากข้านะไอ้เรืองว่าเอ็งจะแต่งงานกับข้า แต่งพร้อมคู่ปลัดกับคุณโรสเลย”

บานชื่นถามปลัดว่าเย็นนี้งดส่งปิ่นโตใช่ไหม

ปลัดขอให้ส่งตามเดิม ดาวเรืองอดไม่ได้พูดประชดว่า “เขามีแขกสำคัญที่บ้านน่ะแม่” วรรณได้ทีแฉว่าปลัดมีแฟนอยู่ที่บ้าน

“ยังไงคืนนี้ฝากน้าบานชื่นช่วยดูแลโรสด้วยนะครับ” ปลัดเอ่ยปาก

“ค่า...ไอ้เรืองไปส่งปิ่นโต แล้วน้าจะให้อยู่เป็นเพื่อนคุณเขา” บานชื่นรับปาก ปลัดกับวรรณจึงออกไปด้วยกัน

แต่แล้วเหตุการณ์ก็พลิกผัน เมื่อเสมอใจหน้าตาตื่นมาบอกดาวเรืองว่า เสี่ยกำพลขนมือปืนมาเป็นโขยง มีทั้งอาวุธสงคราม ระเบิด กระสุนอีกเป็นกะตั้ก กะถล่มตำรวจไม่ให้เหลือเลย ดาวเรืองร้อนใจขี่มอเตอร์ไซค์พุ่งออกไปทันที

บานชื่นจะให้ดาวเรืองไปส่งปิ่นโตบ้านปลัด เลยต้องขอให้พฤกษ์ไปส่งแทน

พอพฤกษ์เอาปิ่นโตไปส่ง ทั้งโรสและพฤกษ์ต่างตะลึงอึ้งที่เจอกันโดยไม่คาดฝัน โรสทำท่าจะแผดเสียงร้องแบบนักแสดง ก็มีเสียงปืนดังขึ้นก่อน กระสุนเจาะเข้าที่เถาปิ่นโตจังๆจนกระเด็นจากมือพฤกษ์กลิ้งไปตามพื้น

“กรี๊ดดดดดด” โรสแผดเสียงช็อก พฤกษ์สติดีโผนเข้ารวบตัวโรสนอนราบไปกับพื้น พอได้จังหวะเสียงปืนเงียบลงก็พาโรสวิ่งไปที่ห้องนอนของปลัด ตรงไปที่หน้าต่างดันตัวเธอออกไปแล้วตัวเองก็กระโดดตาม

ไอ้โม่งสองคนคืออึ่งกับพันวิ่งออกมาจากหลังต้นไม้หน้าบ้าน อีกคนที่รั้งท้ายมาคือศักดิ์

“อย่าให้มันรอดไปได้ ตาม!” ศักดิ์สั่งเหี้ยม

ooooooo

ตกเย็น ขบวนขนไม้และไม้พะยูงขับเคลื่อนตามกันมา 4 คัน คันแรกเป็นรถห้องเย็นที่มีชาติเป็นคนขับนำไปมีลูกน้องนั่งข้างๆ คนขับคันละ 2 คน และเฝ้าไม้บนรถอีกคันละ 2 คน

ที่สุมทุมพุ่มไม้ริมด่าน ตำรวจนำโดยผู้กำกับซุ่มอยู่ตามแผน ปลัดกับวรรณสวมหมวกแก๊ปปิดหน้าเข้าประจำการประสานกับตำรวจที่ด่านตรวจ

รถคันแรกที่ชาติขับมาจอดตามสัญญาณโบกของเจ้าหน้าที่ ชาติยิ้มหน้าระรื่นชะโงกมาทักทายบอกว่าเป็นรถขนอาหารทะเลแช่แข็งมีใบอนุญาตเรียบร้อย พร้อมยื่นซองให้ เจ้าหน้าที่ด่านเปิดซองดูเห็นเป็นเงินจึงส่งสัญญาณทันที เจ้าหน้าที่คนอื่นๆกระจายกันตรวจอีก 3 คัน

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ชาติบอกเจ้าหน้าที่คนนั้นว่าตนจ่ายค่าผ่านด่านมาหมดทุกด่านแล้วจะเอาเพิ่ม

เท่าไหร่ให้ว่ามา ให้เรียกหัวหน้าด่านมาคุย พอดีเจ้าหน้าที่ที่ตรวจคันอื่นมารายงานว่าเป็นไม้พะยูงแปรรูปทั้งหมด ปลัดจินตวัฒน์แสดงตัวทันที วรรณบอกเจ้าหน้าที่ว่าเอากุญแจมือใส่เลย

บรรยากาศหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ชาติทำทียกมือขึ้นแต่แล้วก็เหยียบคันเร่งมิดขับหนีไป พวกที่อยู่ข้างหลังยิงสกัดรถเจ้าหน้าที่ที่ไล่ตาม ส่วนพวกที่อยู่คันหลังๆ พากันวิ่งเตลิดไปคนละทิศละทาง

“มอบตัวซะดีๆ เจ้าหน้าที่ล้อมไว้หมดแล้ว” ผู้กำกับพูดใส่เครื่องขยายเสียง แล้ว วอ.สั่งสกัดรถที่แหกด่าน ชาติขับรถหนีพลางรายงานเสี่ยกำพล ปลัดที่ขับรถไล่ตามยิงถูกแสกหน้าลูกน้องที่นั่งข้างๆตายคาที่

“ไอ้ระยำเอ๊ย!” ชาติสบถแล้วรายงาน “เราถูกตำรวจไล่ล่าอยู่ครับเสี่ย เราถูกหักหลัง ไม้โดนยึดไปเกือบหมดครับ”

“บัดซบ!!” เสี่ยกำพลที่บัญชาการอยู่อีกจุดหนึ่งเตะรถระบายอารมณ์

การไล่ล่ากันทั้งด้วยรถและวิ่งไล่ยิงกันตามแนวป่า เสียงปืนสนั่นไปทั้งป่า แต่แล้วจู่ๆเสี่ยกำพลก็โผล่มายิงชาติที่กำลังจนตรอกตายต่อหน้าปลัด เป็นการฆ่าตัดตอน แต่ทำทีว่ามาช่วยเจ้าหน้าที่ แต่พอปลัดเชิญเสี่ยไปให้ปากคำที่โรงพัก เสี่ยก็หันกระบอกปืนใส่ปลัดกับวรรณทันที

ไม่ทันที่เสี่ยจะลั่นไก ดาวเรืองก็ขี่มอเตอร์ไซค์พุ่งออกมาจากข้างทางยิงแขนเสี่ยกำพลปืนหลุดกระเด็น พวกจ่าแม่นกับกำจรและตำรวจที่ตามมากรูกันเข้ามา เสี่ยเห็นท่าไม่ดีขึ้นรถตัวเองขับตะบึงหนีไปทันที

ปลัดยืมมอเตอร์ไซค์ดาวเรืองไล่ตาม ดาวเรืองกระโดดซ้อนขอไปด้วย จ่าแม่นรีบ วอ.รายงานผู้กำกับ

“เสี่ยกำพลหนีไปได้ครับ แต่ปลัดกับไอ้เรืองกำลังไล่ตามไปส่วนไอ้วรรณโดนยิงที่ตูดกระสุนฝังในครับผม”

ปลัดกับดาวเรืองไล่ตามไปยิงถังน้ำมันรถเสี่ยรั่ว ตามมาจึงเห็นรถของเสี่ยจอดอยู่กลางถนนเพราะน้ำมันหมด ค่อยๆย่องเข้าไปพบแต่รถเปล่า พริบตานั้นรถระเบิดตูม สิ้นเสียงระเบิด เสี่ยเดินมาดูเห็นปลัดนอนทับร่างดาวเรือง ปกป้องเธอเลือดอาบไปทั้งแผ่นหลัง เสี่ยจะยิงซ้ำก็พอดีมือถือดังขึ้น เสี่ยกดรับ สั่ง “พวกมึงเอาฮอมารับกูเดี๋ยวนี้!!! กูจะหนีข้ามไปฝั่งโน้น”

แต่พอวางสายเสี่ยก็เสียววาบเมื่อถูกดาวเรืองปืนจ่อที่ท้ายทอยแต่กระสุนหมด ดาวเรืองเลยถูกเสี่ยยิง แต่ปลัดกระโดดมารับกระสุนแทน ถูกยิงที่หัวไหล่บาดเจ็บ โชคดีที่พวกจ่าแม่นตามมาทันจึงกรูกันเข้าจับเป็นเสี่ยกำพลไว้ได้ แล้วรีบพาปลัดส่งโรงพยาบาล

ส่วนพฤกษ์กับโรสที่ถูกพวกกำพลซุ่มเก็บที่บ้านพัก พวกมันคิดว่าพฤกษ์คือปลัดจึงไล่ล่าเอาเป็นเอาตาย พฤกษ์พาโรสหนี เขาเอารองเท้าของตัวเองให้โรสใส่เลยถูกไม้เสียบที่เท้า เขาให้โรสช่วยดึงออก โรสกัดฟันดึงไม้ออกอย่างหวาดเสียว

ทั้งหมดมาอยู่ที่โรงพยาบาลเดียวกัน ดาวเรืองกับบานชื่นตกใจถามพฤกษ์ว่าใครทำ ไปมีเรื่องกับใครมา โรสที่ตามพฤกษ์มาแผดเสียงให้ทุกคนหยุดแล้วจึงเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ดาวเรืองถามว่าเธอบาดเจ็บตรงไหนไหม โรสบอกว่าแค่ฟกช้ำดำเขียว เพราะพฤกษ์เสียสละรองเท้าให้ตนใส่ เขาเลยถูกไม้เสียบทะลุฝ่าเท้า โรสไม่กล้ากลับบ้านพักอีก กลัวถูกพวกนั้นมาลอบยิง

ดาวเรืองอาสาไปอยู่เป็นเพื่อน ทั้งสองจึงได้พูดคุยและมีความรู้สึกดีๆต่อกัน

“เธอโชคดีมากนะดาวเรือง ที่มีพี่ชายเจ๋งขนาดนี้” โรสชื่นชม

“คุณก็โชคดี ที่มีคู่หมั้นดีๆ อย่างปลัด” ดาวเรืองแสดงความยินดีกับโรสเช่นกัน

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ดาวเรืองกับโรสรีบไปที่โรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมพฤกษ์ จินตวัฒน์ และสุวรรณ พยาบาลแจ้งว่า

“คุณจินตวัฒน์ วิโสภา ออกจากห้องไอซียูแล้ว ตอนนี้พักอยู่ห้อง 213 คุณพฤกษ์ สำราญดี อยู่ห้อง 214 ขึ้นบันไดทางด้านนี้ค่ะ ส่วนคุณสุวรรณอยู่อีกตึกนึงค่ะ แต่เยี่ยมตอนนี้ไม่ได้เพราะหมอให้คุณวรรณเข้าผ่าตัดคลอดด่วนเมื่อครู่นี้เอง” ดาวเรืองตกใจบอกว่าคุณสุวรรณที่ตนมาเยี่ยมเป็นผู้ชาย พยาบาลจึงดูที่คอมพิวเตอร์อีกที ถามว่า “คุณสุวรรณ ขยันสอย ใช่ไหมคะ อยู่ห้อง 215 ค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ” โรสกับดาวเรืองโล่งอกรีบไปตามห้องที่พยาบาลบอก

ห้อง 215 นั้น เสมอใจเอาข้าวต้มจากบ้านมาเยี่ยมและขอให้วรรณกิน วรรณฉุนเอ็ดว่าเพิ่งกินของโรงพยาบาลไปเมื่ออึดใจนี่เองจะกินเข้าไปได้ยังไง ไล่ให้กลับไปตนไม่อยากเห็นหน้า เสมอใจถามว่าทำไมต้องอารมณ์ไม่ดีด้วย วรรณบอกว่าก็แค่ไปตามดาวเรืองมาเท่านั้นตนก็อารมณ์ดีแล้ว เสมอใจมีข้อแม้ว่าต้องกินข้าวต้มที่ตนทำมาก่อนแล้วจะไปตามดาวเรืองให้

วรรณอ้าปากงับข้าวต้มกลืนเอ๊า...กลืนเอาจนหมด แค่นี้เสมอใจก็ดีใจแล้วที่วรรณยอมกินข้าวต้มฝีมือตน

ส่วนดาวเรืองไปเยี่ยมพฤกษ์ เห็นสองเท้าเขาพันด้วยผ้าก๊อซเรียบร้อย ถามว่าหมอบอกหรือยังว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไหร่ และขอโทษพี่ชายที่ต้องมารับเคราะห์แทนตน

“พูดอะไรยังงั้น พี่ดีใจมากกว่าที่อยู่ตรงนั้นแทนเรือง เพราะถ้าเรืองอยู่กับคุณโรส พี่นึกไม่ออกเลยว่าผู้หญิงตัวเล็กๆสองคนจะเป็นยังไง ลำพังเรืองน่ะพี่รู้ว่าเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว แต่ถ้าต้องพ่วงคุณโรสไปด้วย ลำบากกันแน่... คุณโรสเป็นไงบ้าง...แต่...คุณปลัดคงดูแลเขาดีอยู่แล้ว”

“เมื่อวานปลัดไปช่วยตำรวจจับไม้เถื่อน โดนสะเก็ดระเบิดกับโดนยิงนอนเจ็บอยู่ห้องตรงข้ามเนี่ย ฉันเลยไปนอนเป็นเพื่อนคุณโรสเมื่อคืน แล้วก็ช่วยทำแผลให้แล้ว”

“ขอบใจมากนะเรืองที่ช่วยดูแลคุณโรส...”

ดาวเรืองเหล่มองพี่ชายรู้สึกทะแม่งๆที่พี่ชายดูจะห่วงใยโรสมาก เหมือนทั้งสองรู้จักมักคุ้นกันมาก่อน

โรสไปห้อง 213 เยี่ยมปลัดจินตวัฒน์ วิโสภา ปลัดขอให้โรสรับปากว่าจะไม่บอกคุณแม่เรื่องตนได้รับบาดเจ็บ เธอมีข้อแม้ว่า เขาก็ต้องรับปากว่าออกจากโรงพยาบาลเมื่อไรต้องรีบทำหนังสือขอย้ายกลับกรุงเทพฯทันที ตนไม่อยากให้เขาต้องมาเสี่ยงชีวิตอยู่ที่นี่ต่อไปแล้ว

“งานของผมยังไปไม่ถึงไหนเลย” โรสถามว่าคนร้ายก็จับได้แล้วจะอยู่ทำไมอีก “งานปราบปรามทำยังไงก็ไม่มีวันจบสิ้น ตราบใดที่ยังมีคนเห็นแก่ตัวอยู่ในบ้านเมืองเรา อีกอย่าง งานพัฒนาท้องถิ่นของผมก็ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเลย ผมยังไปจากที่นี่ตอนนี้ไม่ได้”

ปลัดถามว่านอกจากแผลที่เท้าแล้วเธอยังเจ็บตรงไหนอีกไหม โรสพูดอย่างรู้สึกดีกับพฤกษ์ว่า ถ้าไม่ได้พฤกษ์ช่วยไว้ตนคงตายในบ้านพักไปแล้ว ลุกมองไปห้องตรงข้ามพูดอย่างรู้สึกผิดว่า เขาเจ็บหนักก็เพราะตน และต้องขอบคุณดาวเรืองที่ตัวเองก็บาดเจ็บแต่ยังมานอนเป็นเพื่อน มาช่วยทำแผลหายาแก้อักเสบให้กิน ไม่อย่างนั้นแผลคงระบมกว่านี้

“ดาวเรืองเป็นคนแบบนี้แหละ คิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ เป็นเด็กผู้หญิงที่มีหัวใจกล้าแกร่งน่านับถือมากกว่าผู้ชายอกสามศอกหลายๆคน คดีนี้ถ้าไม่ได้ดาวเรือง ตำรวจคงไม่ได้หลักฐานมัดตัวคนบงการได้ไวขนาดนี้”

โรสมองหน้าปลัด เห็นถึงแววตาที่มีความสุขเมื่อพูดถึงดาวเรือง เป็นสิ่งที่เห็นกับตาไม่ได้คิดหรือรู้สึกไปเอง...

ooooooo

ตอนที่ 10

เพราะวรรณสั่งไอ้แหลมกับไอ้กรอดรวมทั้งเสมอใจว่า ห้ามบอกเรื่องตนไปไหนให้พ่อ แม่และน้าๆรู้เด็ดขาด

ดังนั้น  เมื่อบรรดาผู้ใหญ่เหล่านั้นเห็นวรรณหายไปนานผิดปกติ พอถามไอ้แหลมกับไอ้กรอดจึงบอกว่า วรรณออกไปรับใช้ชาติ แล้วก็พากันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร เพราะดาวเรืองฝากมาบอกผู้ใหญ่ผันว่าวรรณตายแล้ว

จนเมื่อเรียกทั้งสามมาถามว่า วรรณเอาอะไรติดตัวไปบ้าง ไอ้กรอดร้องไห้ไปพูดไปว่า เอาไปทั้งปืนผาหน้าไม้ ข้าวปลาอาหารแล้วก็ยาสมุนไพรของเสมอใจด้วย

“คือฉันเห็นว่า...ในป่ามันอันตรายจ้ะ” เสมอใจพลั้งปากความเลยแตก ผู้ใหญ่ผันคาดคั้นจนไอ้กรอดหลุดปากไปอีกคนว่าวรรณไปจับไม้เถื่อน แต่พอรู้ว่า วรรณเป็นคนนำทางไป ผู้ใหญ่ก็พูดอย่างภูมิใจว่า

“ช่วยนำทาง...เออ...ไอ้หนูวรรณมันคล่องป่าอยู่แล้ว คงไม่เป็นไร ดีๆข้าเพิ่งได้ตำแหน่ง ความดีของลูกจะได้ส่งเสริมหน้าที่การงานของพ่อ”

ไอ้แหลมกับไอ้กรอดทนไม่ได้เลยบอกว่า ดาวเรืองฝากมาส่งข่าวว่าวรรณตายแล้ว เท่านั้นเอง ทั้งบ้านก็ระงมไปด้วยเสียงร้องไห้คร่ำครวญของทั้งพ่อแม่และน้าๆ พอเริ่มได้สติไสวติงว่าดาวเรืองกับวรรณเป็นไม้เบื่อ ไม้เมากันมานาน ดาวเรืองอาจแกล้งปล่อยข่าวก็ได้

เสมอใจเสนอว่า ควรโทร.เช็กไปที่สถานีตำรวจหรือจ่าแม่นดูว่าเป็นยังไง แต่พอโทร.ไปปรากฏว่า จ่าแม่นไม่รับสาย ทำให้ทุกคนยิ่งร้อนใจเลยจะไปโรงพักถามให้รู้เรื่อง ผู้ใหญ่เดินนำเวียงและบรรดาเมียๆ ก้าวลงจากเรือนชักแถวตามไป

ปรากฏว่า วรรณกลับมาในสภาพเสื้อผ้าเปื้อน เลือดหน้าตามอมแมม ร้องบอกมาตั้งแต่หน้าบ้าน

“พ่อจ๋าแม่จ๋า...หนูกลับมาแล้วจ้ะ”

เท่านั้นเอง บรรดาที่เป็นห่วงวรรณแทบตายพากันเปิดอ้าวตัวใครตัวมัน คิดว่าผีวรรณมาหา กว่าจะรู้ว่าเป็นวรรณตัวจริงเสียงจริงก็วิ่งกันลิ้นห้อยไปแล้ว

ooooooo

ที่ร้านดาวเรือง บานชื่นคอยดาวเรืองอยู่เห็นขี่มอเตอร์ไซค์กลับมามืดๆ พอลงจากรถก็วิ่งตื๋อไปเข้าห้องน้ำหลังร้าน บานชื่นมองออกไปเห็นปลัดนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์กำลังลงจากรถ เสื้อผ้าเปื้อนเลือดหน้าตาขะมอมขะแมม ก็อ้าปากค้าง!

ทั้งบานชื่นและไอ้เพี้ยนมองกันตาเหลือก เชื่อว่าผีปลัดตามดาวเรืองมา บานชื่นบอกไอ้เพี้ยนตามที่ผู้ใหญ่สอนกันมาว่า “อย่าพูดไอ้เพี้ยน เอ็งก็แกล้งทำเป็นไม่เห็นสิวะ” แล้วพากันหันหลังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ทั้งที่กลัวแทบขาดใจ

“สวัสดีครับน้าบานชื่น เป็นไงเพี้ยน...” ทั้งสองไม่ตอบแต่หลุบตาลงต่ำทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ปลัดบอกงงๆ “ผมขอเข้าห้องน้ำหน่อยนะครับ” แล้วเดินเลยเข้าข้างใน สวนกับดาวเรืองเดินออกมาพอดี เพี้ยนพุ่งเข้าจับแขนดาวเรืองเขย่าบอกว่า

“ผีปลัดตามมา เพราะพี่เรืองนั่นแหละไปแกล้งเขาไว้เยอะ” ดาวเรืองนึกออกทันทีว่าไอ้เพี้ยนเห็นอะไรเลยแกล้งถามว่าไหนล่ะ ไอ้เพี้ยนพูดติดอ่าง “ปะ...ปะ...ไปห้องน้ำ คงไม่รู้ว่าตัวเองตายแล้ว”

ดาวเรืองบอกว่า ตามมาก็ดีซิจะได้ชวนกินข้าวด้วยกันเลย แล้วร้องชวนปลัดที่เดินออกมา ชวนกินข้าวด้วยกัน  ทั้งบานชื่นและไอ้เพี้ยนมองกันตาเหลือก ดาวเรืองเห็นทั้งสองแล้วแอบขำ

บานชื่นนั่งไม่ติด บอกไอ้เพี้ยนให้ไปจุดธูปแล้วไปขอขมาปลัดให้ไปที่ชอบ...ที่ชอบเถอะ  อย่ามาหลอกหลอนกันเลย หันมองที่โต๊ะเห็นปลัดยังอยู่ ไอ้เพี้ยนเสนอให้ไปหาหลวงตากันดีกว่าอย่ากลับไปที่โต๊ะเลย

“ไม่ได้เว้ย ถ้าผีรู้ว่าเรากลัว มันจะตามมาหลอกเราทุกวัน”

ดาวเรืองเห็นแม่กลัวขนาดนั้นก็ขำก๊ากออกมา ไม่นานจ่าแม่นก็ขับรถที่เอาไปล้างแล้วมารับปลัดกลับบ้าน บานชื่นกับไอ้เพี้ยนเลยหน้าแตก หาว่าดาวเรืองหลอก บานชื่นไล่ตีดาวเรืองแก้เขิน สองแม่ลูกหัวเราะกันคิกคักจนปลัดยิ้มออกมาอย่างรู้สึกดีกับความน่ารักของแม่ลูกคู่นี้

ooooooo

กำพลกลับมารู้เรื่องปางไม้ถูกตำรวจบุกก็ตบหน้าศักดิ์ฉาดใหญ่ ด่าลั่น

“พวกมึงดูแลกันยังไงวะ!! ตำรวจมันถึงได้แห่กันเข้ามารวบคนงานไปหมด กูไม่อยู่แค่ไม่กี่วัน จะไว้ใจพวกมึงบ้างไม่ได้เลยใช่ไหม”

ศักดิ์ชี้แจงว่าปลัดจินตวัฒน์เป็นคนพาตำรวจมาและยิงตนบาดเจ็บด้วย

“ในเมื่อมันยิงมึง มึงก็กลับไปเอาคืนสิวะ!” เสี่ยตะคอก

ดาวเรืองฉุนหลวงตาคงที่บอกว่าจะมีคนตายสองคนทำเอาตนร้องไห้เสียทั้งน้ำตา แต่ที่สำคัญคือเสียรังวัด! ลิ่วไปเอาเรื่องกับหลวงตา หลวงตายืนยันว่า มันตายไป2 คนจริงแต่ตนไม่ได้บอกว่าใครตาย ดาวเรืองตื่นตูมไปเองต่างหาก

ก่อนดาวเรืองจะกลับ หลวงตาขอตรวจดวงชะตาของปลัดอีกที พบว่าปลัดกำลังมีเคราะห์หนัก ภายในวันสองวันนี้ถ้าตายก็ตายถ้ารอดก็รอด ให้ไปเตือนปลัดว่าระวังตัวด้วย ดาวเรืองใจหายวาบ แต่ทำปากแข็งถามว่า

“ทำไมฉันต้องไปด้วยล่ะ ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย!!”

แต่พอบ่าย ดาวเรืองไปแถวหน้าที่ว่าการอำเภอ เห็นมือปืนสองคนมาสอดแนมและชี้ตัวปลัดที่กำลังออกไปกับอีกสองคน ดาวเรืองทำเป็นไม่สนใจขี่รถเลยไปแล้วย้อนกลับมา ก็ไม่เห็นมือปืนทั้งสองแล้ว เลยรีบไปที่ สน.ดอนพัฒนา เจอจ่าแม่นถามว่ามีธุระอะไร ดาวเรืองไม่ตอบวิ่งตรงไปที่ห้องผู้กำกับ

“เตือนปากเปียกปากแฉะว่าอย่าไปยุ่งกับคนแก่คราวพ่อ มันเคยฟังซะที่ไหน” จ่าแม่นส่ายหน้าบ่น

หลังจากดาวเรืองเล่าเรื่องเห็นมือปืนมาชี้ตัวปลัดให้ผู้กำกับฟังแล้ว ผู้กำกับขอบใจ รับปากว่า

“ฉันจะดูแลความปลอดภัยให้ปลัดเอง เธอเองก็ ต้องระวังให้มาก ตอนนี้ตัวการเรื่องนี้ก็เหมือนหมาจน ตรอก จะกลายเป็นหมาบ้ากัดใครไปทั่วเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นอย่าให้พวกมันรู้เด็ดขาดว่าเธอรู้เห็นเรื่องนี้ ด้วยอันตราย”

ดาวเรืองยังไม่วางใจ คืนนี้แต่งชุดไอ้โม่งปีนหน้าต่างเข้าไปในห้องปลัด ถูกปลัดล็อกคอจนหายใจแทบไม่ออก พอรู้ว่าเป็นดาวเรือง ปลัดรีบขอโทษถามว่าเจ็บไหม

ดาวเรืองเตือนว่า ช่วงนี้ปลัดต้องระวังให้มาก วันนี้ตนเห็นมือปืนมาชี้ตัวเขา พูดไม่ทันขาดคำก็มีเสียงผิวปากเป็นเสียงนกร้อง ดาวเรืองบอกว่ามันมาแล้ว เสียงผิวปากนั่นเป็นเสียงจากวรรณที่ตนวางยามไว้ ไม่นานก็มีเสียงคนมาตะโกนบอกปลัดว่ามีเรื่องด่วน ดาวเรืองบอกปลัดว่าให้เปิดประตูกว้างๆตนจะคุ้มกันให้

เป็นมือปืนจริงๆ พอประตูเปิดเสียงปืนก็แผดขึ้น ดีที่ดาวเรืองขัดขาปลัดล้มเลยรอด พอเสียงปืนนัดแรกเปิดฉากก็ระดมยิงใส่กันไม่ยั้ง จ่าแม่นกับหมู่จ้อยได้ยินเสียงปืนจึงคว้าปืนวิ่งมาช่วย แม้จะเป็นฝ่ายตั้งรับแต่ข่าวกรองดีและเตรียมพร้อม จึงทำให้มือปืนคนหนึ่งถูกดาวเรืองยิงตายและอีกคนบาดเจ็บถูกปลัดจับตัวไว้ได้

“รีบพาตัวส่งโรงพยาบาลและกันไว้เป็นพยานเถอะครับ ก่อนที่พวกมันจะตามมาปิดปากกันเอง” ปลัดสั่ง

ooooooo

ผู้กำกับสั่งว่าทำแผลเสร็จตนจะกันตัวไปสอบคิดว่าน่าจะสาวไปถึงคนบงการได้ ปลัดขอบคุณที่ผู้กำกับส่งจ่าแม่นกับหมู่จ้อยไปดูแลตน

“ต้องขอบใจดาวเรืองที่มาส่งข่าว”

“ดาวเรืองเหรอครับ...ผมไม่เข้าใจ ทำไมดาวเรืองถึงได้รู้ความเคลื่อนไหวของคนพวกนั้นเร็วกว่าคนอื่น บางครั้งก็เร็วจนผมกลัว...กลัวว่าเด็กอย่างดาวเรืองจะมีส่วนพัวพันกับพวกนั้นด้วย”

“มีน่ะมีแน่ แต่ไม่ใช่พัวพันแค่สังเกตการณ์” เห็นปลัดทำหน้างง ผู้กำกับบอกว่า “ไอ้เรืองเป็นสายของเรา เรื่องนี้รู้แค่ผมกับไอ้เรืองแล้วตอนนี้ก็คุณ ยิ่งรู้มากเท่าไหร่ไอ้เรืองก็ยิ่งไม่ปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น”

ฟังแล้วปลัดมองเรื่องดาวเรืองทะลุทั้งหมด พูดอย่างเห็นแจ้งว่า “เพราะอย่างนี้นี่เองตำรวจถึงได้ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ปล่อยให้ดาวเรืองเป็นนักเลงเฉียดคุกไปมาแต่ไม่เคยติดคุกสักครั้ง”

“เวลาอยากได้ข่าวจากมันนี่ ผมก็ให้จ่าแม่นไปจับไพ่จับเหล้าเถื่อน เดี๋ยวมันก็มาโรงพัก ใครจะขนไม้เถื่อน ขนยาหรือตั้งแก๊งลักรถ หลบเข้ามาในเขตเราปุ๊บเรารวบได้หมด ไอ้เรืองมันช่วยเรามาเป็นปีๆ แล้วครับ อย่างคราวที่จับแรงงานเถื่อน มันจะพาตำรวจไปเองก็ได้แต่มันอยากให้เป็นผลงานของปลัด”

ปลัดบอกว่า  คราวนี้ที่ยิงมือปืนร่วงก็ฝีมือดาวเรืองไม่ใช่ตน ผู้กำกับถามว่าดาวเรืองเอาปืนไปด้วยหรือเปล่า เพราะตำรวจต้องเอาไปเป็นหลักฐาน ปลัดบอกว่าปืนอยู่กับตน เพราะเป็นปืนของตนผู้กำกับพูดยิ้มๆ อย่างรู้ทันดาวเรืองว่า

“ในเมื่อมันเป็นปืนคุณ คนที่จัดการคนร้ายได้ครั้งนี้ก็คือคุณครับ ปลัด”

ปลัดจินตวัฒน์อึ้ง คิดไม่ออกว่าทำไมดาวเรืองถึงต้องยัดเยียดความดีความชอบให้ตนอยู่เรื่อย

ooooooo

เหตุนี้เอง ปลัดจึงไปหาดาวเรืองคืนนี้เลย ขออนุญาตบานชื่นว่าตนมีเรื่องจะคุยกับดาวเรือง

ดาวเรืองมายืนข้างแม่ เห็นหน้าปลัดแล้วนึกในใจว่า จะมาด่าเรื่องอะไรอีก! เร่งว่าจะสอบสวนเรื่องอะไรก็ว่ามา ตนง่วงมากแล้ว

“เธอโยงทุกเรื่องมาหาฉันเพราะต้องการให้ฉันมีผลงานใช่ไหม” ดาวเรืองยักไหล่บอกว่า เออ...แล้วไง “ฉันไม่ต้องการให้ใครมาสร้างผลงานให้ฉัน เธอเป็นคนทำ เธอก็รับความดีความชอบไปสิ”

“ความดีความชอบของใครไม่สำคัญเท่ากับประเทศ ชาติได้อะไร” ปลัดชะงัก หน้าชา “จะผลงานใครประเทศชาติก็ได้ประโยชน์ทั้งนั้น เป็นผลงานของปลัดก็เหมาะแล้วนี่ เพราะปลัดเป็นข้าราชการ จะให้เป็นผลงานของแม่ค้าอย่างฉันได้ไง เกิดมันรู้ว่าฉันอยู่เบื้องหลัง ฉันก็โดนมันฆ่าล้างโคตรสิ ฉันไม่ใช่เซเลอร์มูนนะจะได้สู้กับผู้ร้ายเป็นกองทัพได้”

“แต่เธอทำดี ทุกคนก็น่าจะได้เห็นความดีของเธอ”

“ดีชั่วอยู่ที่ใจ แค่ฉันรู้ แม่ฉันพี่ฉันแล้วก็นายรู้ ว่าฉันเป็นคนดีก็พอแล้ว เอาน่า...เฮีย รอดตายแล้วก็อย่าคิดมาก คิดมากเดี๋ยวเยี่ยว เอ๊ย...ฉี่เหลือง ฮ่าๆๆ” ดาวเรืองหัวเราะร่า ปลัดมองเธออย่างลึกซึ้งเอ่ยอย่างรู้สึกผิดว่า

“ขอโทษนะดาวเรือง ที่ฉันมองเธอผิดมาตั้งแต่ต้น แล้วก็ขอบคุณมาก ที่ช่วยชีวิตฉันวันนี้”

ดาวเรืองทะเล้นไม่ออกเมื่อเห็นปลัดซึ้งจริงๆ เลยตอบเขินๆ ว่า

“นายก็เคยช่วยฉันไว้เหมือนกันนี่ จำได้ป่ะ...วันที่กำนันเทิ้มโดนยิง ถ้านายไม่ปิดปากฉันไว้ ฉันก็คงถูกพวกไอ้เสี่ยกำพลระเบิดหัวไปแล้ว ถือว่าเจ๊ากันไปละกัน” พูดแล้วมองและยิ้มให้กัน เป็นยิ้มที่เปี่ยมด้วยมิตรภาพห่วงใยและจริงใจ...

ooooooo

ปลัดขอบใจดาวเรืองที่ช่วยแบ่งเบางานของพวกตน เตือนและติงว่าต่อไปไม่อยากให้เธอไปเสี่ยงอีกควรทำตัวให้เป็นผู้หญิงกับเขาเสียบ้าง ดาวเรืองทำเสียงสูงใส่ว่าตนเป็นผู้หญิงมาแต่เกิด เขาเห็นตนเป็นอะไรหรือ?!

ดาวเรืองเลยแกล้งทำสะดีดสะดิ้งยั่วยวนท่าทางเก้งก้าง ทำเอาปลัดขำพรืด ดาวเรืองเองก็เขินตัวเอง ปลัดมองแล้วบอกว่า เขินแบบนี้แหละน่ารักดูเป็นผู้หญิงดี

“บ้า...” ดาวเรืองด่าเขินเมินหน้าไปทางอื่น ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาปลัดที่มองด้วยแววตาอ่อนโยน

แต่พอกลับถึงบ้าน ปลัดทบทวนตัวเองแล้วรู้สึกไม่สบายใจที่วอกแวกกับดาวเรืองทั้งที่ตัวเองมีโรสอยู่แล้ว จึงโทร.ไปคุยกับโรส

โรสเองก็เพิ่งแยกจากพฤกษ์ที่ไปดินเนอร์กลับมา เธอเมาจนพฤกษ์ต้องประคอง ความใกล้ชิดและยั่วยวนของโรสทำให้พฤกษ์เผลอใจจูบเธออย่างดูดดื่ม แต่เป็นความสุขที่โชคร้าย เพราะถูกน้ำหวานแอบถ่ายคลิปไว้อย่างสะใจ

เมื่อปลัดโทร.หาโรสถามสารทุกข์สุกดิบกันแล้ว ปลัดเล่างานบุกจับแรงงานเถื่อนให้เธอฟัง โรสที่ยังใจลอยคิดถึงรสจูบของพฤกษ์ เตือนอย่างเป็นห่วงว่า “อันตรายนะ พฤกษ์ต้องระวังตัวด้วย โรสเป็นห่วง” พูดแล้วตกใจกลบเกลื่อนว่าง่วงแล้ว

ส่วนปลัดที่เห็นถึงอาการเขินน่ารักของดาวเรืองกลับมาความรู้สึกนั้นยังกรุ่นอยู่ก็พลั้งปากบอกโรสบอกว่า “ผมไม่กวนแล้ว รีบนอนซะเด็กดื้อ”

ต่างพลั้งปากเอ่ยถึงคนที่คิดถึงอยู่ในใจ แม้จะพูดกลบเกลื่อน แต่ไม่อาจตัดความรู้สึกนั้นไปจากใจตัวเองได้...

ooooooo

โป่ง คนของเสี่ยกำพลที่บาดเจ็บและผู้กำกับจะกันไว้เป็นพยาน ถูกศักดิ์ตามมาจะเก็บ แต่โป่งหนีออกจากโรงพยาบาลไปก่อนแล้วและให้เมียโทร.หาศักดิ์เพื่อขอเงินหนีไปฝั่งโน้น ศักดิ์จึงนัดให้มารับเงินหมายเก็บตามคำสั่งเสี่ยกำพล

ที่แท้เป็นแผนของตำรวจที่ให้โป่งหนีเพื่อล่อศักดิ์มาจับ ดังนั้น ที่จุดนัดพบฝ่ายโป่งก็มีตำรวจซุ่มอยู่

ฝ่ายศักดิ์ก็มีคนมาซุ่มคุ้มกันและเตรียมเล่นงานโป่งเช่นกัน เมื่อศักดิ์ปรากฏตัวเอาเงินให้โป่ง ตำรวจที่ซุ่มอยู่กรูกันออกไปหมายจับกุม ถูกคนของศักดิ์ที่ซุ่มอยู่ยิงสกัด จนสุดท้ายศักดิ์หนีรอดไปได้

โป่งกลับมากับหมู่จ้อย บาดแผลเขาปริเลือดออกมาก หมู่จ้อยจึงให้นั่งพักแล้วโทร.เรียกรถพยาบาล แต่พอหันมาอีกที โป่งก็หายไปแล้ว หมู่จ้อยตกใจรีบโทร.รายงาน

“ไอ้โป่งหักหลัง มัน...มันหนีไปทางคลองน้ำใส”

โป่งหนีไปถึงตะเข็บชายแดนติดคลองน้ำใส เจอศักดิ์มาดักยกปืนเล็งมาใส่ ยิ้มเหี้ยมถาม

“มึงจะหอบเงินเสี่ยไปไหน!” ศักดิ์ตะคอกแล้วลั่นไกทันที ดาวเรืองกับปลัดได้ยินเสียงปืนวิ่งมาเจอโป่งนอนคว่ำหน้ากับพื้น ดาวเรืองบอกปลัดให้พาไปโรงพยาบาล ปลัดจับร่างโป่งพลิกขึ้นมาเห็นเขาถูกยิงแสกหน้า ก็บอกดาวเรืองว่า

“หมดทางช่วยแล้วล่ะ อย่างที่เธอพูดไว้ไม่ผิดไม่มีสัจจะในหมู่โจร” แล้วพูดกับร่างโป่ง “แต่อย่างน้อย วาระสุดท้ายของชีวิต นายก็ได้ช่วยเหลือทางการ ขอบใจนะ”

ปลัดแกะกระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อโป่งซึ่งเป็นกล้องจิ๋วและเครื่องอัดเสียงออกเก็บ ดาวเรืองมองอย่างรู้สึกได้ทันทีถึงสิ่งที่จะเกิดตามมา

ส่วนศักดิ์กลับไปรายงานผลงานของตนแล้วเตือนเสี่ยกำพลว่าช่วงนี้ต้องระวังตัวเพราะตำรวจรู้การเคลื่อนไหวของเราหมดแล้ว เสี่ยพูดอย่างผยองว่านักธุรกิจอย่างตนหยุดไม่ได้เพราะนั่นหมายถึงการสูญเสียเป็นร้อยล้าน ปรามาสว่า

“ให้มันรู้ไปว่าคนอย่างเสี่ยกำพลจะสู้ไอ้พวกข้าราชการกิ๊กก๊อกที่ดอนพัฒนาไม่ได้”

ooooooo

ที่ล็อบบี้คอนโดฯโรส โอเปอเรเตอร์และแม่บ้านกำลังมุงดูคลิปพฤกษ์จูบปากกับโรส และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อน ไม่นานก็แพร่ในหมู่นักข่าว โรสถูกตามล่าสัมภาษณ์เรื่องคลิปฉาว จนต้องหาข้ออ้างหนีนักข่าววุ่นไปหมด

โรสไปที่ร้านดอกไม้เพื่อคุยกับพฤกษ์เรื่องนี้ ปรากฏว่าพฤกษ์เรียนจบและลาออกไปแล้ว ระหว่างที่จันทราไปรับลูกค้า โรสเห็นหนังสือพิมพ์ที่ลงรูปและข่าวตนจูบกับพฤกษ์วางอยู่บนโต๊ะจันทรา เธอใจหายวาบ รีบโทร.ไปหาปลัดที่กำลังพาดาวเรืองมากินไอศกรีม ปลัดเองก็เห็นข่าวในหนังสือพิมพ์เช่นกัน ปลอบใจโรสทั้งที่ตัวเองใจหายว่า
“ผมเชื่อใจคุณนะโรส แต่ความเชื่อใจก็ไม่สำคัญเท่ากับความรัก คุณต้องลองถามใจตัวเองดูว่า คุณยังรักผมอยู่ไหม”

ดาวเรืองแอบได้ยิน พึมพำกับตัวเองใจหายวาบ “ปลัดมีคนรักแล้ว...”

จากคลิปนี้เอง ทำให้โรสถูกถอดออกจากผู้ได้รับรางวัลพุทธศาสนิกชนดีเด่นปีนี้ ซ้ำยังถูกปลดจากพรีเซนเตอร์น้ำแร่ด้วย โรสตัดสินใจเดินทางไปหาปลัดจินตวัฒน์ ที่ดอนพัฒนาเพื่อปรับความเข้าใจกันตามคำแนะนำของจันทรา

ooooooo

การที่ปลัดถอดกล้องและเครื่องอัดเสียงที่เป็นกระดุมที่เสื้อโป่งมาได้ เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะมัดตัวเสี่ยกำพล ผู้กำกับชมเชยและขอบคุณปลัด ปลัดบอกว่าต้องขอบคุณดาวเรือง เพราะเธอไม่ไว้ใจมือปืนจึงตามไปดูจนได้หลักฐานนี้มา

“เก่งมากไอ้เรือง” ผู้กำกับชม ดาวเรืองเขินทำเป็นพูดติดตลกว่าขอเปลี่ยนเป็นตังค์แทนได้ไหม เพราะทุกวันนี้รายได้ขาดหายไปเยอะ เงินไม่พอเลี้ยงไอ้เพี้ยนจนซูบไปเป็นกอง ผู้กำกับกับปลัดเลยหัวเราะขำความทะเล้นของเธอ

เมื่อเรียนจบแล้ว พฤกษ์เดินทางกลับบ้านโดย

รถตู้สายกรุงเทพฯ-สระแก้ว เขาพยายามโทร.หาโรส มีแต่เสียงตอบรับอัตโนมัติว่า “หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้” เขาพยายามโทร.อีกหลายครั้งก็ไม่ติด จึงเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าอย่างไม่สบายใจ

โรสขับรถมาเจอวรรณกับไอ้แหลมไอ้กรอดที่กำลังคุยโขมงโฉงเฉงถึงรูปโรสจูบกับพฤกษ์ในหนังสือพิมพ์ เจอโรสชะลอรถเข้ามาถามทางไปดอนพัฒนาพอดี บอกทางแล้วถึงจำได้ว่า ที่แท้สาวสวยคนนั้นคือโรส มองตามรถของโรสที่บ่ายหน้าไปอำเภอ ก็พากันสงสัยว่าเธอไปอำเภอทำอะไร

ส่วนปลัดอยู่ที่เล้าเป็ดกับดาวเรือง เธอดีใจมากที่วันนี้เป็ดออกไข่ถึง 13 ฟอง บอกปลัดว่าจะเก็บไว้ฟักแล้วเลี้ยงต่อ ปลัดถามขำๆว่า เป็ดเรามีแต่ตัวเมียแล้วจะฟักเป็นตัวได้ไง?

“เออ...จริงแฮะ...” ดาวเรืองหัวเราะแหะๆ ที่ “หัวไอ้เรือง” ต้องมาเสียหน้าเรื่องหญ้าปากคอก

กลับเข้ามาในบ้าน บานชื่นกำลังทำกับข้าวพอดี ปลัดเลยขอฝากท้องด้วยคน บานชื่นยินดีอวดว่าทำของโปรดของปลัดหลายอย่างเลย พลันบานชื่นก็มองตาค้าง เมื่อเห็นพฤกษ์สะพายเป้เดินเข้ามา เธอปิดเตาแก๊สวางตะหลิววิ่งออกไปร้องทักด้วยความดีใจสุดขีด

“พฤกษ์ลูกแม่!!! จะมาทำไมไม่บอกล่วงหน้า จะได้ให้ไอ้เรืองไปรับที่ขนส่ง”

ดาวเรืองได้ยินเสียงแม่ วิ่งมาเห็นพี่ชายก็โผเข้ากอด สามแม่ลูกกอดกันกลม ปลัดมองอย่างพลอยดีใจไปด้วย แล้วบานชื่นก็แนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน พอบานชื่นบอกว่า นี่คือพี่ชายของดาวเรืองชื่อ “พฤกษ์” ปลัดก็นึกถึงชื่อที่โรสพลั้งปากวันนั้นทันที มองพฤกษ์อึ้ง จนดาวเรืองถามว่า

“ปลัด!! เป็นอะไรหา! มองพี่ชายฉันอย่างกับไม่เคยเห็นคน หรือว่ารู้จักกันมาก่อน”

ปลัดส่ายหน้าแววตายังสับสน กังขา ส่วนพฤกษ์ส่ายหน้าบอกว่าไม่เคยรู้จัก แต่ยิ้มยินดีกับปลัดผู้เป็นเพื่อนใหม่

ooooooo

ตอนที่ 9

วันต่อมา ปลัดมาบอกดาวเรืองว่าพรุ่งนี้นายอำเภอจะเรียกผู้ใหญ่บ้าน 7 หมู่บ้านมาเลือกกำนัน แล้วถามว่าทางหลวงตาเป็นอย่างไรบ้าง แผนลับของเธอไปถึงไหนแล้ว และถ้ามีอะไรจะให้ช่วยได้โดยไม่ขัดต่อหน้าที่ ก็บอกแล้วกัน

ดาวเรืองชวนปลัดไปหาหลงตาคงที่สำนักทันที หลวงตาตรวจดวงชะตาให้ ดาวเรืองฟังแล้วสรุปว่า

“เป็นอันว่าหลงตาน่าจะได้ 3 เสียง ส่วนผู้ใหญ่ผันก็น่าจะมี 3 เสียง จากตัวเอง ผู้ใหญ่ไฝ แล้วก็ผู้ใหญ่เดชที่สนิทกับเสี่ยกำพล เหลือแต่ผู้ใหญ่หาญที่พอจะลุ้นขึ้น”

“ไอ้หาญมันวางตัวเป็นกลาง แล้วก็ไม่ได้อยากเป็นกำนัน มันคงไม่เลือกตัวเอง แต่น่าเสียดาย ตอนนี้ไปขอเสียงจากมันไม่ได้ เพราะมันไม่ได้อยู่ดอนล้อมเก้ง มันไปรักษาตัวที่กรุงเทพฯเป็นเดือนแล้ว เห็นหลานมันว่าจะกลับมาเลือกกำนันพรุ่งนี้เลย” ดาวเรืองถามว่าแล้วจะทำไงดี “ก็คงต้องวัดดวงกันล่ะวะไอ้เรือง ของยังงี้มันอยู่ที่วาสนาด้วย ถ้าข้ามีบุญจะได้รับใช้หลวง ไอ้หาญมันก็คงจะเลือกข้า”

“ถูกต้องดาวเรือง ผลจะออกมาเป็นยังไง ไม่สำคัญเท่ากับเราได้พยายามอย่างเต็มที่และดีที่สุดแล้ว ได้หรือไม่ได้มันก็อีกเรื่องหนึ่ง” ปลัดจิ๋นพูดให้เผื่อใจไว้

ooooooo

ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอ อันเป็นสถานที่เลือกกำนันตำบลดอนพัฒนาคนใหม่ บรรดาผู้เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่และผู้ที่จะเลือกและรับเลือกทยอยกันมาแล้ว

ผู้ใหญ่หาญเดินทางมาในสภาพต้องพ่นยาขยายหลอดลม เดินก็ไม่ตรงนัก ปลัดรีบเดินไปรับแต่ยังช้ากว่าผู้ใหญ่ผันที่แซงไปประคอง พูดอย่างห่วงใย...

“เอ็งนี่มันดื้อ ข้าบอกจะไปรับก็ไม่ยอม สุขภาพยิ่งไม่ดีอยู่”

“ข้าไม่เป็นอะไรมาก ไม่ต้องห่วง เดินเองได้”

“ให้มันประคองหน่อยเถอะ เดี๋ยวจะเสียน้ำใจ อุตส่าห์เสนอตัวมาเป็นขาที่สามที่สี่ให้แล้ว” หลวงตาคงเหน็บ

ปลัดจินตวัฒน์เชิญผู้ใหญ่ทุกท่านเข้าห้องประชุม เพื่อจะได้เลือกกำนันกันเลย

ผ่านการเลือกไม่นาน ปลัดก็ยกกล่องกระดาษขึ้นมาประกาศคะแนนของทุกท่าน หยิบบัตรแผ่นแรกประกาศ

“ผู้ใหญ่ผัน เลือกผู้ใหญ่ผัน” ใบที่สอง “ผู้ใหญ่คง เลือกผู้ใหญ่คง” ใบที่สาม “ผู้ใหญ่ไฝ เลือกผู้ใหญ่ไฝ” ใบที่สี่ “ผู้ใหญ่ลี เลือกผู้ใหญ่ลี” ใบที่ห้า “ผู้ใหญ่เดช เลือกผู้ใหญ่ผัน”

“เย้!! ชนะแล้วเว้ย!!” ผู้ใหญ่ผันกระโดดโลดเต้นแบบลืมวัย

“สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร” หลวงตาคงขัดขึ้น

“อีกแค่คะแนนเดียวเท่านั้นละเว้ย ใช่ไหมผู้ใหญ่วงศ์”

ปลัดหยิบขึ้นมาเป็นใบที่หก ประกาศ “ผู้ใหญ่วงศ์ เลือกผู้ใหญ่...” ปลัดทิ้งจังหวะ ผู้ใหญ่ผันตะโกนลั่น “ผันๆๆ” ปลัดอ่านต่อ “ผู้ใหญ่คงครับ”

“สามต่อสาม” มีเสียงฮือฮาขึ้น ผู้ใหญ่หาญสูดยาสะบัดหัวไปมาอย่างพยายามตั้งสติ ในขณะที่ทุกคนมองหน้าผู้ใหญ่หาญลุ้นคะแนนสุดท้ายกันใจหายใจคว่ำ

ooooooo

กองเชียร์สองฝ่ายต่างตะโกนเชียร์คนฝ่ายตน สุดท้ายทุกคนก็เหี่ยว เพราะผู้ใหญ่หาญไม่สบายเขียนได้แค่ “ผู้ใหญ่หาญ เลือก ผู้ใหญ่...” แล้วมีเส้นยึกยือลากยาวไป เลยกลายเป็นเรื่องโต้เถียงกันว่า เส้นที่ลากยาวนั้นเป็นตัวอะไร ฝ่ายผู้ใหญ่ผันก็ว่าเป็นตัว ผ.ผึ้ง ฝ่ายพวกดาวเรืองก็เถียงว่า เป็นตัว ค.ควาย สุดท้ายปลัดประกาศให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ นัดเลือกใหม่อีกครั้งอาทิตย์หน้า

การเลือกกำนันวันนี้ ยุติลงโดยผู้ใหญ่หาญถูกหามส่งโรงพยาบาล ส่วนวรรณก็ต้องจ่ายค่าหน้าม้าตามธรรมเนียม

ผู้ใหญ่ผันหัวเสียมากที่ผู้ใหญ่วงศ์ลงชื่อเลือกผู้ใหญ่คงทั้งที่เป็นพี่เขยตน เวียงแก้ต่างว่าผู้ใหญ่วงศ์อาจมีเหตุผลของเขากระมัง แต่ไม่กล้าบอกว่า หลวงตาคง ดูดวงให้แล้วว่า ถ้าใครสนับสนุนผู้ใหญ่ผันให้เด่นดังขึ้นมา ผีแม่ม่ายจะมาเอาไป เวียงจึงขอร้องให้ผู้ใหญ่วงศ์ให้อยู่ห่างๆ อย่าสนับสนุนผู้ใหญ่ผัน เดี๋ยวผีแม่ม่ายจะรู้

ฝ่ายดาวเรืองก็วางแผนกันเคร่งเครียดว่า ตัวแปรตอนนี้คือผู้ใหญ่หาญ คิดหนักว่าจะทำอย่างไรจึงจะให้ผู้ใหญ่หาญเลือกหลวงตาคง พอดีปลัดที่ไปเยี่ยมผู้ใหญ่หาญกลับมาบ่นเสียดายที่ผู้ใหญ่หาญมาป่วยตอนใกล้วันเกิด

แต่ผู้ใหญ่ผันวางแผนกับเสี่ยกำพลไว้แล้วว่า จะดึงคะแนนจากผู้ใหญ่หาญ จึงจัดงานวันเกิดให้ผู้ใหญ่หาญอย่างยิ่งใหญ่ จะจ้างวงดนตรีมาบรรเลงกันเลยทีเดียว ฟังแผนการใหญ่โตแล้วผู้ใหญ่ผันชักเจื่อนเพราะต้องใช้เงินเยอะ

“โธ่...จะกี่หมื่นกี่แสนกันเชียว บอกแล้วไงฉันออกให้ก่อน ไม่คิดดอก เดี๋ยวพอผู้ใหญ่ได้ตำแหน่งค่อยว่ากัน” เสี่ยกำพลย้ำอีกครั้ง ผู้ใหญ่ผันจึงค่อยสบายใจขึ้น

บ่ายๆดาวเรืองขี่มอเตอร์ไซค์ไปรับไอ้เพี้ยนที่โรงเรียน ไอ้เพี้ยนเล่าอย่างตื่นเต้นว่า

“พี่เรือง...ไอ้แกละหลานผู้ใหญ่หาญที่เรียนห้องเดียวกับฉัน มันมาคุยฟุ้งให้ฟังว่าไอ้พี่วรรณจะเอาวงจ้ำบ๊ะมาแสดงในงานวันเกิดลุงมัน แล้วพี่เรืองจะเอาไง  เราคงไม่มีปัญญาไปจ้างวงดนตรีมาประชันแน่”

ดาวเรืองถามว่า รู้ไหมว่าวรรณไปจ้างคณะอะไรมา เพี้ยนบอกว่าวงไอ้ม่วงที่เคยลอกข้อสอบดาวเรืองตอนสอบ และดาวเรืองเคยช่วยจับไส้ยัดเข้าไปในท้องตอนมันประสบอุบัติเหตุรถคว่ำไส้ทะลักไง

ได้ข้อมูลแค่นี้ “หัวไอ้เรือง” ก็ทำงานทันที พอดีกำจรเดินมา ดาวเรืองเลยหยอกอย่างมีเลศนัยว่า

“แหม...นึกถึงไก่ไก่ก็มาเลยนะ”

ส่วนหลวงตาคงไม่มีเงินจ้างวงดนตรี ดาวเรืองก็เสนอให้เอาเครื่องรางของขลังในย่ามมาแจกแทน

ooooooo

ถึงวันเกิดผู้ใหญ่หาญ ผู้ใหญ่ผันเดินหน้าบานเข้าไปที่บริเวณจัดงาน แต่เพื่อความปลอดภัยของตัวเองที่กำลังสมัครเป็นกำนัน ผู้ใหญ่ผันอ้างว่าทั้งการจัดงานและจ้างวงดนตรี ทุกอย่างเป็นความคิดของวรรณคนเดียว

พองานเริ่ม ดนตรีบรรเลง บรรดาเมียๆ ของผู้ใหญ่ผันก็พากันออกไปเต้นบ้างรำบ้าง ครู่เดียวหลวงตาคงก็กระซิบบอกผู้ใหญ่หาญว่า “กุมารทองมากระซิบว่า เจ้าที่เจ้าทางท่านกริ้วที่เอาวงดนตรีจ้ำบ๊ะมาแสดง ผู้ใหญ่ได้จุดธูปขอขมารึยัง”

“ยังเลย” ผู้ใหญ่หาญสีหน้าไม่ดี ทันใดนั้นเครื่องเสียงและไฟบนเวทีก็ติดๆดับๆ แล้วมีเสียงหวีดหวิวเหมือนหมาหอนดังไปทั่ว ผู้ใหญ่ผันพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ขึ้นประกาศทันทีว่า ถ้าตนได้เป็นกำนันปัญหาแบบนี้จะหมดไปอย่างแน่นอน

“โกหก!!!” เสียงไอ้เพี้ยนแผดขึ้น ผู้คนแตกออกเป็นวง เผยให้เห็นไอ้เพี้ยนนั่งตัวสั่นกึกๆ เป็นเจ้าเข้า แล้วไอ้เพี้ยนก็ตะคอกเสียงเป็นคนแก่ “ไอ้ผัน!! ไอ้ลูกอกกตัญญู!!!”

ทั้งผู้ใหญ่ผัน วรรณ และไอ้กรอด ไอ้แหลม พากันด่าไอ้เพี้ยนหาว่าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง

“ข้าไม่ได้ชื่อเพี้ยน!!”

สิ้นเสียงไอ้เพี้ยนที่เป็นเสียงคนแก่ พวกที่ห้อมล้อมอยู่ก็ตะโกนกัน “เฮ้ย...ผีเข้าไอ้เพี้ยน” หลวงตาคงเข้าสวม บทบาททันที เดินเข้ามาทักอย่างคุ้นเคย “นึกว่าใคร... ที่แท้ก็บรรพบุรุษไอ้ผัน หวัดดีจ้ะ”

เวียงถามว่านั่นใครหรือ หลวงตาคงบอกว่า “ไอ้ผูก”

“ข้ามาจัดการไอ้ลูกไม่รักดี ที่ชอบสร้างความเสียหายให้วงศ์ตระกูล” ไอ้เพี้ยนพูดเสียงของผูก ถูกทั้งผู้ใหญ่ผันวรรณ และบุญปลอด โวยวายว่าไม่จริง หาว่าไอ้เพี้ยนหลอกด่า วรรณตะโกนโหวกเหวกเรียกหาดาวเรือง ถูกไอ้เพี้ยนตวาด “เอ็งจะลองดีกะข้าใช่ไหม ไอ้หลานชั่ว แล้วเอ็งจะได้เห็นฤทธิ์เดชของข้า...ไอ้สีนิลลลลล”

สิ้นเสียงเรียก เสียงแมวก็ร้องกระหึ่ม แล้วเจ้าสีนิลก็กระโดดแผล็วเข้ามาหยุดตรงหน้าไอ้เพี้ยน เลียมือไอ้เพี้ยน เอาจริงเอาจัง เวียงถามผู้ใหญ่งงๆ ว่าสีนิลอะไร ผู้ใหญ่ตอบหน้าสยองว่าแมวของพ่อ ตนเป็นคนตั้งชื่อมันเอง แล้วมันก็ชอบเลียมือพ่อแบบนี้ด้วย!

ปลัดรู้ทันเดินมาถามดาวเรืองที่ซุ่มดูผลงานอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หลังบ้านผู้ใหญ่หาญว่าแมวใคร และทำไมมันถึงได้เลียมือไอ้เพี้ยนได้ขนาดนั้น ดาวเรืองเฉลยขำๆ ว่าไอ้นิลตัวนี้เป็นแมวที่ถูกจับมาฝึกจนเชื่องและที่มันเลียมือไอ้เพี้ยนเอาจริงเอาจังเพราะไอ้เพี้ยนเอาปลาทูทอดถูมือล่อไว้นั่นเอง

ไอ้เพี้ยนเล่นเข้าถึงบทบาทจนผู้ใหญ่ผันเชื่อ แต่วรรณฮึดฮัดว่า “แค่แมวดำตัวเดียวข้าต้องเรียกเอ็งว่าปู่เลยเหรอวะ” เลยถูกผู้ใหญ่ผันปรามจนต้องหยุด พริบตานั้นไฟสว่างพรึ่บขึ้น เสียงหมาหอนก็เงียบไป ชาวบ้านต่างเชื่อว่านี่คืออภินิหารของผีตาผูก

‘ผีตาผูก’ ในร่างไอ้เพี้ยน ด่าผู้ใหญ่ผันว่า “ที่ลูกเมียอยู่สุขสบายทุกวันนี้ก็เพราะสมบัติของไอ้คงกับพ่อมันทั้งนั้นแล้วเอ็งไปลบหลู่ดูถูกมันทำไมหา!” ผู้ใหญ่ผันบอกว่าตนไม่เคยลบหลู่อะไร “ยังจะเถียงอีก เอ็งนี่มันทรพี แทนที่จะตอบแทนบุญคุณ กลับระรานเขา คิดจะไปชนะคะคานคนดีมีศีลธรรมอย่างมัน เอ็งหยุดเลยนะ”

ผู้ใหญ่ผันอิดออดว่าถ้างั้นตนก็ไม่ได้เป็นกำนัน วรรณต่อรองว่าให้พ่อช่วยอย่างอื่นได้ไหม

‘ผีตาผูก’ โมโหหาด่าว่าคนจะเป็นผู้นำไม่ใช่จะมีแต่สมบัติพัสถานอย่างเดียว ต้องมีศีลธรรมจรรยาด้วย ผู้ใหญ่ผันยืนยันว่าตนก็มี ‘ผีตาผูก’ บอกว่า “แต่มันน้อยไป ถ้าเอ็งสำนึก ข้าจะได้ไปเกิดสักทีไม่ต้องมานั่งตามคันนา คอยชดใช้กรรมให้ไอ้คงมัน สาบานมาว่าพวกเอ็งจะช่วยไอ้คง”

ผู้ใหญ่ผันรีบสาบาน ‘ผีตาผูก’ แช่งว่า “ถ้าไม่ทำตามคำพูด ขอให้เอ็งเกิดเป็นหอย ตายไปจะได้ไม่ต้องเงยหน้ารับส่วนบุญ ตามนั้นนะ...ข้าไปล่ะ” ว่าแล้วไอ้เพี้ยนก็ทำสั่นพั่บๆคล้ายผีจะออก แอบหรี่ตาข้างหนึ่ง เตือนพวกผู้ใหญ่ผันว่า

“อย่าลืมอุปการะไอ้เพี้ยนมันมั่งนะ ข้าจะเอามันเป็นร่างทรง ร้อยสองร้อยก็ยังดี” พูดแล้วหงายหลังตึง หลวงตาคงรีบเข้าไปบีบนวด ไอ้เพี้ยนนอนเพลิน จนหลวงตาบอกว่าลืมตาสิวะ ไอ้เพี้ยนถึงได้ลืมตาทำหน้าใสซื่อ ถามว่างานเลิกแล้วหรือ

ฝ่ายผู้ใหญ่ผัน พอ ‘ผีตาผูก’ ไปแล้วก็บ่นกับลูก เมียว่า ทำไมพ่อถึงมาเอาตอนนี้ แต่งานยังต้องดำเนินต่อไป วรรณจึงกู่ก้องร้องป่าวชาวบ้านให้มาสนุกกันต่อ ผู้ใหญ่ผันชวนผู้ใหญ่หาญออกไปยืดเส้นยืดสายกัน ผู้ใหญ่หาญขอบใจน้ำใจของผู้ใหญ่ผันที่จัดงานให้ แต่ขอตัวไป พักผ่อน เพราะเพิ่งหายไข้นั่งตากน้ำค้างนานๆ ไม่ไหว

พอกลับถึงบ้านผู้ใหญ่ผันตั้งข้อสังเกตว่า  ดูๆผู้ใหญ่หาญไม่ตื่นเต้นอะไรกับวงดนตรีและจ้ำบ๊ะ วรรณก็บ่นว่าปู่ไม่น่าจะมาองค์ลงตอนนี้เลยถามพ่อว่าไปพลั้งปากสาบานกับปู่ไว้แล้วจะทำยังไง แพ้หลวงตาคงยังพอว่าแต่แพ้ไอ้เรืองนี่มันเจ็บใจ

“ข้าจะไม่ยอมแพ้มันเด็ดขาด” ผู้ใหญ่ผันเสียงแข็ง วรรณถามว่าแล้วจะชนะได้ยังไง “ข้าจะหาวิธีให้ได้!”

ooooooo

ฝ่ายดาวเรือง พอเลิกงานก็ยังวนเวียนอยู่แถวบ้านผู้ใหญ่หาญ หาทางหว่านล้อมตะล่อมถามผู้ใหญ่หาญว่าที่เขียนในบัตรเลือกตั้งลากหางยาว ดูเป็น ผ.ผึ้งก็ไม่ใช่ ค.ควายก็ไม่เชิง จนผู้ใหญ่หาญบอกว่า ตนจะเขียน “ค.ควาย” ดาวเรืองดีใจกระโดดตัวลอยไหว้ขอบคุณผู้ใหญ่หาญปลกๆ

จากนั้น ดาวเรืองเดินสายขอบคุณผู้ให้ความ ร่วมมือช่วยเหลือแผนการของตน ทุกคนไปขอบใจไอ้ม่วงที่ช่วยเรื่องเสียงหมาหอน ลมพัดอื้ออึง เสียง ผีหลอกที่เอามาจากรายการช็อกเรดิโอ ไปขอบคุณกำจรที่ช่วยดับไฟเปิดไฟได้ถูกจังหวะที่เตี๊ยมกันไว้ ส่วนหลวงตาคงก็ทำตามสัญญา บอกพวกที่ร่วมมือช่วยเหลือว่า “ไปหาข้าที่สำนัก...พรุ่งนี้”

ส่วนไอ้เพี้ยนก็ได้รับคำชมว่าแสดงเก่งมาก และขอบคุณปลัดที่ทำเอาหูเอานาไปเอาตาไปไร่ไม่โวยวายเรื่องแมวสีนิล บานชื่นบอกว่าอยากดูหน้าผู้ใหญ่ผันว่าจะทำหน้ายังไงที่ลงทุนไปแล้วสูญเปล่า

“อีก 3 วันใครได้เป็นกำนันเดี๋ยวก็รู้” ปลัดสรุป

นับวันดาวเรืองก็ถูกเพ่งเล็งจากเสี่ยกำพลจน ถึงกับส่งลูกน้องมาทำทีกินอาหารที่ร้านและจับตาดูการเคลื่อนไหว ดาวเรืองรู้ตัว รู้ทันแอบกระซิบบอกปลัดที่มานั่งกินที่ร้านเหมือนกันว่า “ถ้าคิดจะเข้าป่าอย่าเพิ่งไป อันตราย!”

แต่ดาวเรืองก็ยังไม่วางใจ กลางคืนก็แอบปีนหน้าต่างเข้าห้องปลัด ทำเอาปลัดตกใจดุว่าทำแบบนี้ไม่ดีใครมาเห็นเข้าจะเสียหาย ดาวเรืองบอกว่าจะมาดูว่ายังอยู่หรือตายไปแล้ว เตือนปลัดว่า

“ช่วงนี้เสี่ยกำพลมันจะตัดลอตใหญ่ ขนคนมาเป็นร้อย การคุ้มกันแน่นหนา อาวุธครบมือ ถ้าพวกนายจะเข้าไปต้องวางแผนให้ดี ต้องมีคนนำทาง” ปลัดถามว่าเธอจะนำทางให้หรือ “ฉันเสนอหน้าตอนนี้ไม่ได้หรอก ไอ้เสี่ยมันจับตามองฉันอยู่ มันส่งลูกน้องเวียนมาเฝ้าที่ร้านฉันทั้งวันไม่เห็นเหรอ เอาเป็นว่าอย่าเพิ่งขยับ อย่าเพิ่งเคลื่อนไหว หาคนนำทางได้เมื่อไหร่แล้วจะปีนหาอีกที” ว่าแล้วก็หันหลังปีนลงไป

“ห่วงฉันใช่ไหม”

“ไม่ได้ห่วง แต่เวทนา เดี๋ยวจะหาว่าที่นี่บ้านป่าเมืองเถื่อน ตอนมายังหายใจ ตอนไปมีธงชาติคลุมจะไม่คุ้ม” ว่าแล้วก็ปีนลงทางหน้าต่างไป ปลัดมองตามยิ้มหัวใจเบิกบานอยู่ตรงนั้น...

ooooooo

พรุ่งนี้จะเป็นวันเลือกตั้งกำนันที่เลื่อนมา ผู้ใหญ่ผันกินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะพรุ่งนี้ตนจะต้องแพ้หลวงตาคงแล้วรุ่นพ่อเคยชนะพ่อหลวงตาคงมาแล้วรุ่นตนจะยอมแพ้ไม่ได้ วรรณถามว่าจะทำยังไงตนยังมองไม่เห็นทางเลย

“ทางมันมี เพียงแต่ต้องอาศัยปัญญาและความกล้าหาญ...” พวกวรรณถามว่าทำยังไง  ผู้ใหญ่ยิ้มเจ้าเล่ห์บอกว่า “ข้าจะยอมแพ้มันแบบลับๆ แต่จะชนะมันท่ามกลางฝูงชน”

สายๆ ผู้ใหญ่ก็ถือปืนลูกซองไปร้องท้าหลวงตาที่หน้าสำนักว่าแน่จริงให้ออกมา วรรณประสานเสียงท้าเหยงๆ อึดใจเดียวประตูสำนักหลวงตาก็ถูกถีบผางออก พร้อมปืนจ่อมาด้านล่างที่พวกผู้ใหญ่ผันยืนอยู่

“ปืนข้าขู่ไม่เป็นโว้ย เหนี่ยวไกทีเป็นได้เลือด เอ็งอยากจะลองดีใช่ไหมไอ้ผัน”

พอเจอของจริง ผู้ใหญ่ก็ลดปืนลงบอกว่าจะมาขอเจรจาสงบศึก หลวงตาถามว่า “เอ็งต้องการอะไร”

“พูดตรงไปตรงมาข้าอยากเป็นกำนัน คืออย่างนี้...

ข้ามันดันปากพล่อยไปสัญญิงสัญญารับปากพวกชาวบ้านไว้ว่าจะพัฒนาโน่นนี่นั้น แต่พอพ่อข้ามาเข้าไอ้เพี้ยน ข้าก็เลยต้องรับปากวิญญาณพ่อไปว่าจะยอมเอ็ง แต่เอ็งก็รู้ว่า สัจจะของนักปกครองมันยิ่งใหญ่แค่ไหน บอกมาเถอะว่าอยากได้อะไร ข้ายอมหมดทุกอย่าง ขอแค่เอ็งหลีกทางให้ข้าขึ้นเป็นกำนัน แค่นี้”

“หลวงตาจะเรียกเท่าไหร่ก็ว่ามา” วรรณทำกร่าง หลวงตาไม่ต้องการเงิน ผู้ใหญ่ถามว่างั้นต้องการอะไร

“ต้องการคนดี ซื่อสัตย์ สุจริต มาเป็นกำนัน” เสียงดาวเรืองแทรกเข้ามา

จะให้ทำอย่างไรผู้ใหญ่ผันก็ยอมหมด ขอแค่ให้ตนไปเป็นกำนันเท่านั้น ดาวเรืองและหลวงตาจึงให้ไป สาบานกันในโบสถ์ หลวงตาให้ผู้ใหญ่ว่าตามต่อหน้าพระประธานในโบสถ์

“ข้าพเจ้าขอสาบานว่า ถ้าข้าพเจ้าได้เป็นกำนันตำบลดอนพัฒนา ข้าพเจ้าจะรับใช้ชาวดอนพัฒนาด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ประพฤติผิดในกาม จะยึดมั่นในศีลห้า ไม่เห็นแก่คนเลวหน้าไหน ไม่รับเงินใต้โต๊ะจากใคร ข้าพเจ้าจะทำทุกอย่างเพื่อส่วนรวม”

ถึงตอนนี้ผู้ใหญ่ผันชักอึกอัก วรรณก็ทำหน้าเซ็งบ่นเบาๆ “หมดกัน” หลวงตาคงยังกล่าวนำให้สาบานต่อ

“ถ้าข้าพเจ้าทำผิดสัญญาแม้ข้อใดข้อหนึ่ง ขอให้คนในครอบครัวข้าพเจ้าสูงขึ้นไปเจ็ดชั่วโคตรและต่ำลงอีก 14 ชั่วโคตร จงปราศจากความสุข ความเจริญ ทำมาค้าไม่ขึ้น ไปไหนมาไหนมีแต่คนจงเกลียดจงชังไม่มีลูกหลานสืบสกุลขยันสอยต่อไป” แล้วหลวงตาก็บอกผู้ใหญ่ที่เริ่มเสียงแผ่วลงทุกทีว่า “พูดดังๆ ไอ้ผันเอาให้ถึงหูพระอินทร์” ผู้ใหญ่จำต้องทำตาม

หลังจากสาบานกันแล้ว ผู้ใหญ่ถามว่าตกลงหลวงตาจะรามือใช่ไหม หลวงตาบอกว่าถ้าผู้ใหญ่ทำตามนี้ตนก็จะอยู่ของตนแบบนี้แหละ ผู้ใหญ่ให้ช่วยไปบอกผู้ใหญ่หาญที หลวงตาบอกไม่จำเป็นเพราะยังไงผู้ใหญ่ก็ได้เสียงตนไปหนึ่งเสียงแล้ว วรรณรีบนับเสียงได้ 4 ต่อ 3 บอกว่าพ่อชนะแหงๆ อยู่แล้ว ยังไงก็ได้เป็นกำนัน แล้วชวนกลับกันอย่างเบิกบานใจ

“เดี๋ยว ยังไปไหนไม่ได้ โดยเฉพาะเอ็ง ไอ้วรรณ!!” ดาวเรืองโพล่งขึ้น ทุกคนชะงักมองแบบว่า...เอาไงอีกวะ

ดาวเรืองทั้งหว่านล้อม ทั้งขู่ ทั้งป้อยอให้วรรณนำทางปลัดเข้าป่าไปที่ปางไม้ของเสี่ยกำพล พอรู้ว่าต้องเสี่ยงกับเสี่ยกำพล วรรณชักฝ่อ

“เราไม่ได้บังคับหรอกนะ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายวรรณ” ปลัดที่ร่วมคุยด้วยพูดให้สบายใจ

วรรณถามว่าถ้าตนทำไม่สำเร็จ? ดาวเรืองบอกว่าตนก็ชื่นชมเพราะยังไงก็ได้พยายามเต็มที่แล้ว วรรณถามอีกว่าแล้วถ้าตนทำสำเร็จล่ะ

“เอ็งก็ได้เป็นฮีโร่ไงวะ” วรรณถามว่าฮีโร่ในใจดาวเรืองหรือ “ไม่เฉพาะข้า แต่เอ็งจะได้เป็นฮีโร่ เป็นวีรบุรุษของคนทั้งประเทศเลยล่ะ!!”

“วีรบุรุษ...อื้อหือ...เท่วะ...” วรรณเคลิ้ม ยืดอกราวกับวีรบุรุษที่เพิ่งกลับจากสนามรบ ปลัดยิ้มแอบชื่นชมดาวเรืองที่กล่อมวรรณจนสำเร็จ

การเลือกตั้งกำนันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผู้ใหญ่ผันได้ขึ้นเป็นกำนันแบบนอนมา ลูกเมียทั้งโขยงพากันฉลองร้องรำทำเพลงไชโยโห่ฮิ้วไปตามหมู่บ้านกันอย่างครึกครื้น ดาวเรืองปล่อยให้วรรณฉลองตำแหน่งให้พ่อจนพอใจแล้วเรียกมาทำงาน

ooooooo

ดาวเรืองสืบได้จากคนตัดไม้ที่มากินข้าวที่ร้านว่า อีกไม่กี่วันจะมีคนงานจากฝั่งโน้นเข้ามาอีกชุดหนึ่ง ระดมกันตัดไม้พะยูงเพราะจะไม่ทันส่งไปให้จีน และรู้อีกว่า ตอนนี้เสี่ยกำพลไปเมืองนอกอีกหลายวันกว่าจะกลับ

เมื่อปลัดได้ข้อมูลจากดาวเรืองแล้ว ก็เริ่มงานทันที วรรณมีข้อแม้ว่าเวลาที่เดินป่าปลัดต้องเชื่อฟังและต้องอยู่ในโอวาทของตน ปลัดยินดียกให้วรรณเป็นหัวหน้า


“ถ้างั้นเอ็งกลับไปเตรียมตัวให้พร้อม เจอกันบ่ายสามที่ร้านข้า คุณปลัดจะมารอเอ็งที่นั่น” ดาวเรืองสั่งการ

“เราจะร่วมมือกันถอนรากถอนโคนพวกคนชั่วด้วยกัน” ปลัดยื่นมือออกไป ดาวเรืองกับวรรณยื่นมาจับกันเป็นสัญญาใจที่จะรวมพลังกันลุยเต็มที่

ooooooo

ถึงวันออกเดินทาง วรรณในชุดพร้อมรบเท่ระเบิด ไอ้แหลมกับไอ้กรอดร้องไห้งอแงจะขอตามไปด้วย ส่วนเสมอใจที่แอบฟังวรรณคุยกับไอ้แหลมไอ้กรอดก็เตรียมทั้งน้ำพริกปลาย่าง เนื้อย่าง และไข่ต้มรวมทั้งยาสมุนไพรต่างๆให้

วรรณกำชับทั้งสามว่าห้ามปากโป้งบอกใครเด็ดขาด โดยเฉพาะพ่อแม่และพวกน้าๆ ไม่งั้นจะตัดขาดหมดทุกคนสั่งไม่ต้องส่งตน แล้วเดินวางก้ามออกไปอย่างนักรบผู้อาจหาญ ทั้งสามมองตามน้ำตาร่วงเป็นเผาเต่า

เมื่อไปเจอกับปลัดที่กระท่อมเล่นไพ่หลังร้านดาวเรือง ปรากฏว่าวรรณมีอาวุธทั้งสมัยใหม่และโบราณติดตัวไปเพียบ จนปลัดบอกว่าตนมีแค่ปืนกับวรรณไปก็พอแล้ว ดาวเรืองเตือนให้ระวังตัวทั้งสองคน วรรณหันบอกดาวเรืองว่า

“จ้ะเรือง ยังไงข้าก็จะกลับมาแต่งงานกับเอ็ง...คิดถึงข้าด้วยนะ ส่งแรงใจไปให้ด้วย ข้าทำงานนี้เพื่อเอ็งคนเดียว”

ดาวเรืองชะเง้อมองตามทั้งสองไปด้วยความเป็นห่วงกังวล

พอไปถึงชายป่า เจอกับพวกจ่าแม่นที่ผู้กำกับส่งมาคุ้มกันปลัด จ่าถามอย่างตื่นเต้นว่าปลัดได้คนนำทางที่ส่งมาจากหน่วยซีลเลยใช่ไหม พวกตนอยากเห็นคนจากหน่วยซีล พอรู้ว่าคือ “ไอ้วรรณ” ซ้ำปลัดยังแนะนำว่า วรรณคือหัวหน้าหน่วยของเรา ทั้งจ่าแม่นและหมู่จ้อยต่างก็หน้าเหี่ยวไปตามกัน

วรรณนำทางไปอย่างชำนาญเพราะเป็นเส้นทางที่ตัวเองเคยแอบมาปลูกกัญชาและถูกดาวเรืองตามมาเผาทิ้ง เดินไปจนถึงอีกฟากหนึ่ง เจอศักดิ์กำลังต้อนพวกแรงงานเถื่อนเป็นโขยง ปลัดสั่งให้ทุกคนนิ่งไว้ก่อน แต่จ่าแม่นเลือดร้อนพุ่งออกไปจะจับหมู่จ้อยกับลูกน้องจึงต้องตามไป

ศักดิ์เห็นตำรวจก็ตกใจทิ้งพวกแรงงานเถื่อนวิ่งหนีเอาตัวรอด ปลัดกับวรรณจึงไล่ตามศักดิ์ไป จ่าแม่นกับหมู่จ้อยหันมาต้อนพวกแรงงานเถื่อนแทน

สองฝ่ายสู้กันเสียงปืนสนั่นป่า จนฝ่ายศักดิ์ถูกยิงตายไปสองคนและตัวศักดิ์เองก็ถูกยิงที่มือจนเลือดสาดกุมมือวิ่งหนีไป วรรณจะตาม ปลัดไม่ให้ตามแต่ให้ไปจัดการกับพวกคนงานต่างด้าวที่จับได้ จ่าแม่นทักท้วงว่ากลัวถูกพวกศักดิ์แว้งกัด

“ถึงจะกลับมา เราก็ยังมีเวลาตั้งตัว แต่ถ้าตามเข้าไปตอนนี้ เราอาจจะสู้กำลังที่ตั้งรับอยู่ด้านในไม่ไหว อาจจะตายโดยไม่ทันตั้งตัวก็ได้” ปลัดชี้แจงจนทั้งวรรณและจ่าแม่นเงียบไป

ooooooo

ดาวเรืองอยู่ไม่เป็นสุข ไปหาหลวงตาก็นั่งไม่ติด จนหลวงตาถามว่าเป็นอะไรเห็นผุดลุกผุดนั่ง ดาวเรืองจึงถามหลวงตาว่า ปลัดกับวรรณจะรอดไหม

“ตายชัวร์ ยังไงก็ตาย” ดาวเรืองตกใจถามว่าคนเดียวหรือสองคน หลวงตาชูสองนิ้ว ดาวเรืองพึมพำหน้าเผือดว่าไม่จริง “ไม่ผิด...แล้วแต่เอ็ง แต่ไม่พ้นวันนี้แน่ ข้ามั่นใจ ตายคู่ ฟันธง!!”

“ไม่น่าเลย...เป็นเพราะฉันคนเดียว ฉันไม่น่าให้ พวกเขาไปเลย ไม่น่าเลยยยย...” ดาวเรืองลุกพรวดวิ่ง ลงบันไดสำนักไป หลวงตาลุกชะเง้อมองพึมพำงงๆ “อะไรของมันวะ!”

เวลาเดียวกัน มีรถพยาบาลและรถตำรวจขับผ่าน หน้าร้านดาวเรือง บานชื่นตะโกนถามจ่าแม่นว่าใครเป็นอะไร


“สู้กันกลางป่าตายไป 3 จะรีบเอาไปโรงพยาบาล” จ่าแม่นตะโกนตอบแล้วขับรถไปเลย

ดาวเรืองวิ่งกลับมาถึงร้านยืนร้องไห้ใจไม่อยู่กับตัว บอกบานชื่นว่าหลวงตาคงบอกว่าปลัดกับวรรณต้องตายคู่แน่บานชื่นตกใจบอกว่าถ้างั้นสองศพเมื่อกี๊ที่ผ่านไปต้องเป็นปลัดกับวรรณแน่เลย พูดแล้วจะเป็นลมส่วนดาวเรืองยิ่งร้องไห้น้ำตาไหลพรากๆ

พอตั้งสติได้ดาวเรืองขี่มอเตอร์ไซค์จะไปโรงพยาบาล เจอไอ้แหลมกับไอ้กรอดกลางทางก็สั่งความไปบอกผู้ใหญ่ผันว่าวรรณตายแล้ว ไปถึงโรงพยาบาลเจอจ่าแม่นก็ถามว่าปลัดกับวรรณอยู่ไหน จ่าบอกว่าอยู่ห้องดับจิต ดาวเรืองร้องไห้สะอึกสะอื้น ครู่เดียววรรณกับปลัดก็เปิดประตูห้องดับจิตเดินออกมา ดาวเรืองช็อก ยิ้มทั้งน้ำตา เผลอโผกอดวรรณทำเอาวรรณเคลิ้ม พอดาวเรืองรู้สึกตัวก็ผละออกมา จ่าแม่นรีบบอกว่า “ข้าก็ไปด้วยนะไอ้เรือง” ดาวเรืองเลยกอดจ่าแม่นแก้เกี้ยว

“ฉันดีใจจริงๆ ที่ทุกคนไม่เป็นอะไร...ดีใจจริงๆนะ”

ทุกคนยิ้มให้กันอย่างลืมตัว โดยเฉพาะปลัดกับดาวเรืองที่ยิ้มให้กันมองกันด้วยแววตาที่บ่งบอกถึง ความรู้สึกในใจ

ooooooo

ตอนที่ 8

หลังจากให้เสมอใจเอาเป็ดผัดกระเพราไปให้บ้านดาวเรืองแล้ว วรรณอยู่ที่บ้านก็อุ้มเจ้าจี๊ดจ๊าดอย่างประคบประหงม คุยกับจี๊ดจ๊าดอย่างอารมณ์ดีมีความสุข

“ไง...ตัวเล็กลูกพ่อ เดี๋ยวพ่อจะพาหนูกลับไปสู่อ้อมอกแม่แล้วนะ ดีใจไหมตัวเล็ก”

“ไอ้เรืองมันต้องปลื้มแน่ที่เป็ดของมันยังอยู่ พี่วรรณเนี่ยนะ ปกติคิดอะไรไม่ค่อยเป็นแต่บทจะคิดได้ขึ้นมา โอ้โฮ...พระเอกมากๆ ดูซิ หลอกให้นางเอกเสียใจ แล้วกลับไปทำให้มีความสุข ฉากจบมันช่างแฮปปี้ดี๊ด๊า อู๊ยยยย...ขนลุก” ไอ้แหลมตบหัวแล้วลูบหลังลูกพี่เนียนๆ

“ไอ้เรืองมันไม่เห็นพี่เป็นพระเอกตอนนี้ ก็ไม่รู้จะเห็นตอนไหนแล้ว” ไอ้กรอดทำเสียงซี้ดซ้าดผสมโรง

วรรณยิ้มปลื้มปากแทบฉีกถึงหู ฝันฟุ้งว่าคราวนี้ต้องชนะใจดาวเรืองได้แน่ๆ

หารู้ไม่! ดาวเรืองกำลังควงอีโต้จะมาเจี๋ยนมาสับของวรรณเอาไปเลี้ยงเป็ดแล้วฆ่าทิ้งเสีย ปลัดรีบจับมือไว้ร้องห้าม

“เธอจะไปฆ่านายวรรณเพราะเรื่องนี้เหรอ ถ้าเขาตายหรือบาดเจ็บ เธอก็ต้องติดคุกข้อหาพยายามฆ่า คนที่เสียใจที่สุดจะเป็นใคร ไม่ใช่แม่กับพี่ชายเธอเหรอ”

คำเตือนสติของปลัดทำให้ดาวเรืองเย็นลง ก็พอดีวรรณขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาร้องเรียกหวาน มีไอ้แหลมกับไอ้กรอดขี่รถตามมาหน้าบานแฉ่ง

“น้องเรืองจ๋า...พี่วรรณมาแล้ววววว”

“ฮึ่ม...มาได้เวลาพอดีเลย!” ดาวเรืองแค้นคุขึ้นมาอีก พุ่งเข้าถีบยอดอกวรรณหงายก้นจ้ำเบ้า ขณะร้องบอกไอ้กรอดให้เอาเป็ดมา เงื้อมีดเข้าไปสุดแขน! ทุกคนตะลึงงัน วรรณเองเงยหน้ามองดาวเรืองช็อก!

“เอ็งทำกับเป็ดข้ายังไง เอ็งต้องชดใช้กรรมยังงั้น”

“ปะ...เป็ดเอ็ง...มันยังอยู่!!” วรรณร้องบอกหูตาเหลือก เหลียวไปทางไอ้แหลมกับไอ้กรอดที่วิ่งหนีไปแอบอยู่หลังต้นไม้ วรรณตะโกนลั่น “เอาไอ้เป็ดเวรนั่นคืนให้มันไปสิโว้ย...เดี๋ยวมันได้สับข้าเป็นชิ้นๆหรอก!!”

ดาวเรืองชะงักเมื่อได้ยินว่าจี๊ดจ๊าดยังไม่ตาย แต่ไอ้แหลมกับไอ้กรอดยังกลัวหัวหดไม่กล้าออกมา ดาวเรืองคิดว่าโดนหลอกเงื้อมีดเข้าไปสั่งให้เอาจี๊ดจ๊าดคืนมา ไอ้แหลมกับไอ้กรอดปอดแหกขยับจะหนีต่อ ปลัดคว้ามือดาวเรืองไว้บอก...

“หยุดอยู่ตรงนี้แหละ! เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

ดาวเรืองยอมหยุด ปลัดเดินไปหาไอ้แหลมกับไอ้กรอด รับเจ้าจี๊ดจ๊าดที่ตกใจตัวสั่นเอามาส่งให้

“จี๊ดจ๊าดดดด...มาหาแม่มาลูก ขวัญเอ๊ยขวัญมานะลูกนะ เอ้า...ธุพ่อเขาสิลูก ที่ช่วยชีวิตหนูจากไอ้คนใจบาปหยาบช้าไว้ได้”

“พ่อ...แม่...ลูก...” วรรณพึมพำหัวใจแทบสลาย

ไอ้กรอดชี้ไปที่ปลัด ดาวเรือง และวรรณ บอกว่า “ใช่...พระเอก นางเอก...ผู้ร้าย” ไอ้แหลมเอ็ดว่า “ไอ้กรอด!! เอ็งคิดแล้วไม่ต้องพูดบ้างก็ได้นะ”

แต่ช้าไปแล้ว วรรณลุกพรวดวิ่งไล่ถีบไอ้กรอดจะหนีเข้าป่าข้างทางไป วรรณหันกลับกระโดดขี่มอเตอร์ไซค์ตะบึงไปอย่างสติแตก ไอ้กรอดกับไอ้แหลมรีบขี่รถตามลูกพี่ร้องตะโกน “พี่วรรณ...รอพวกเราด้วย!!!”

ooooooo

เอาเจ้าจี๊ดจ๊าดกลับไปหาพี่ๆ ของมันที่เล้าแล้ว ดาวเรืองบอกพวกพี่ๆของจี๊ดจ๊าดว่า วันหลังต้องช่วยกันดูแลน้องให้ดีด้วย ปลัดเห็นอารมณ์อ่อนหวานของดาวเรือง ก็ยิ้มเอ็นดู แต่พอดาวเรืองหันมาเห็นก็ถามแก้เก้อว่า

“ทำไมนายไม่ย้ายกลับกรุงเทพฯ หรือว่าย้ายไป อยู่ที่อื่น”

“ฉันบอกเธอแล้วไง ฉันจะไม่ย้ายไปไหนจนกว่าจะทำให้เธอคิดดีทำดีได้” ดาวเรืองเตือนว่า เขาก็รู้อยู่ว่าที่นี่อันตรายแค่ไหน “ฉันรู้...ถ้าฉันคิดจะกลับก็คงกลับตั้งแต่วันแรกที่เจอลูกปืนที่ตู้โทรศัพท์แล้ว ฉันเป็นข้าราชการนะดาวเรือง ถ้ารักตัวกลัวตายก็คงไม่คิดจะมาทำงานรับใช้ประชาชนตั้งแต่แรกหรอก อยู่ที่นี่มันอันตรายก็จริง แต่อยู่ที่ไหนมันก็ตายได้ทั้งนั้น เพียงแต่ว่า ก่อนตายเราได้ทำประโยชน์ให้กับแผ่นดิน ให้กับคนอื่นบ้าง ชีวิตเราก็น่าจะมีคุณค่าไม่ใช่หรือ”

ดาวเรืองบอกว่าเขายังมีโอกาสที่จะเลือก ปลัดยืนยันว่าตนเลือกแล้ว เลือกที่จะอยู่ที่นี่ และจะไม่ย้ายไปไหน จนกว่าจะกระชากหน้ากากเสี่ยกำพลให้ทุกคนเห็น ทำให้ดาวเรืองมองปลัดทึ่ง เริ่มซึ้งถึงความจริงใจและตั้งใจจริงของปลัดจิ๋นขึ้นมา

ooooooo

หลังจากโรสตัดขาดกับน้ำหวานผู้จัดการส่วนตัวแล้ว จะอยู่จะกินจะใช้อะไรก็ติดขัดไปหมด คิดหาใครมาดูแลรับใช้ ใจก็พุ่งไปที่พฤกษ์ทันที แต่จะให้เขามาดูแลตนได้อย่างไรเพราะพฤกษ์ประกาศไว้เมื่อวานว่าครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว

ไวเท่าความคิด โรสวางแผนทำเป็นตัวเองเกิดอุบัติเหตุหกล้มในห้อง เตรียมพร้อมแล้วก็โทรถึงพฤกษ์แกล้งปัดข้าวของหล่นแตกลั่นไปหมด

พฤกษ์อยู่ที่ร้านดอกไม้ รับโทรศัพท์จากโรสและถูกหลอกว่าหกล้มมีเสียงข้าวของหล่นแตกก็อดเป็นห่วงไม่ได้ อุทานเรียก “คุณโรส...” แล้วบอกจันทราว่า “คุณจันทราครับ ผมขออนุญาตลาครึ่งวันนะครับ พอดีเพื่อนผมกำลังมีปัญหา”

จันทรามองอึ้งๆ นึกถึงชื่อ “โรส” ที่พฤกษ์ตกใจ เรียกก็เอะใจ และยิ่งเมื่อหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับวันนี้ที่มีรูปพฤกษ์ประคองโรสลงหราพร้อมคำบรรยายว่า “โรส สุภาวดี เปิดตัวหนุ่มรู้ใจนอกวงการ ควงกันออกจากโรง พยาบาลไม่แคร์สื่อ” เห็นแล้วก็เอะใจว่า...ยังไงกันเนี่ย?

จันทราโทรศัพท์ไปคุยกับปลัดถึงเรื่องกำนันเทิ้ม เตือนให้ดูแลตัวเอง ถ้าเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดีก็ให้กลับมา ปลัดบอกแม่ไม่ต้องเป็นห่วงตนดูแลตัวเองได้และถามถึงโรสว่าแวะมาหาแม่บ้างหรือเปล่า

“แม่เจอล่าสุดก็ตอนที่จิ๋นให้แม่ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลแทนจิ๋นนั่นแหละ แต่แม่รู้จากหนังสือพิมพ์ว่าเขาออกจากโรงพยาบาลแล้ว แล้วจิ๋นล่ะลูก โทรคุยกับโรสบ้างรึเปล่า”

“คุยครับ เมื่อวานก็เพิ่งคุยกัน เอ๊ะ..มีอะไรรึเปล่าครับแม่”

“ไม่มีอะไรหรอกลูก จิ๋นตั้งใจทำงานน่ะดีแล้ว เรื่องความรัก เรายังมีเวลาตัดสินใจอีกเยอะ อะไรๆก็เปลี่ยน แปลงได้จริงไหม” จันทราเกริ่น ๆ ให้ลูกเตรียมใจไว้บ้าง

ปลัดจิ๋นเอะใจแต่ก็ไม่ติดใจ บอกแม่ให้ดูแลตัวเองก่อนวางสาย

แต่พอวางสายจากจันทราเดินมาเห็นหนังสือพิมพ์ที่จ่าแม่นดูและวิพากษ์วิจารณ์กับหมู่จ้อยอยู่ก็สนใจชะโงกดู เห็นโรสอยู่ในวงแขนของชายหนุ่มก็ร้อนวูบวาบขึ้นมา ได้ยินทั้งสองคุยกันว่า โรสสุภาวดีมีกิ๊กใหม่แล้วหน้าเหมือนเจ้าพฤกษ์ลูกชายแม่บาน พี่ชายไอ้เรือง ที่ไปเรียนกรุงเทพฯมาหลายปีแล้ว

ooooooo

ปลัดจิ๋นเข้าไปคุยกับผู้กำกับถกกันเครียดเรื่องการลักลอบตัดไม้พะยูงในอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง และใช้อำเภอของเราเป็นเส้นทางผ่าน ส่งไม้เถื่อนไปจีน

ผู้กำกับบอกว่าตนตามเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ที่จริงกำนันเทิ้มก็เกาะติดเรื่องนี้มานาน ปลัดถามว่าที่กำนันถูกฆ่าน่าจะเกี่ยวกับเรื่องไม้เถื่อนด้วยใช่ไหม

“คงจะอย่างนั้น เสียดายที่เวลาแกจะสืบหาอะไร แกชอบลุยเดี่ยวทำคนเดียว แกอาจจะได้หลักฐานอะไรมาบ้าง แต่ด้วยความที่แกไม่ยอมประสานงานกับตำรวจ ทำให้เราไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะมัดเสี่ยกำพลได้”

“ถ้าเราสามารถหาหลักฐานจากกำนันเทิ้มได้บ้าง ก็น่าจะทำให้รูปคดีมีความชัดเจนขึ้นใช่ไหมครับ”

“ครับ” ผู้กำกับเห็นด้วย ทำให้ปลัดจินตวัฒน์มีความหวังขึ้นมา เขาลงมือทำทันที ไปดูที่บ้านกำนันเทิ้ม ปรากฏว่าข้าวของถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย ดูแล้วไม่มีอะไรที่น่าสนใจ เขายืนมึนอยู่ครู่หนึ่งฉุกคิดอะไรได้ เขาเก็บของเข้าที่แล้วรีบออกจากบ้านกำนันเทิ้มไปทันที

ooooooo

วันนี้ดาวเรืองเอาเงินไปใช้หนี้เสี่ยกำพลสามหมื่นบาท เสี่ยยิ้มแย้มถามว่างวดนี้เยอะได้มาจากหวย ไพ่ หรือว่าเหล้า?

“ทั้งสามอย่างแหละเสี่ย อย่างว่า คนมันทำเลวขึ้น บางคนมันทำเลวขึ้นก็เจริญเอ๊า..เจริญเอา แต่จะว่าไปช่วงนี้ก็ลำบากเหมือนกัน ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นอย่างฉันรึเปล่า ตอนตื่นก็กลัวตำรวจจับ ตอนหลับก็ฝันว่าไม่มีแผ่นดินจะอยู่”

ดาวเรืองแอบด่าเนียน ๆ แล้วลากลับ ให้ความหวังเสี่ยว่างวดหน้าจะหามาให้ได้มากกว่านี้ เสี่ยมองตามดาวเรืองไปอย่างระแวงกับคำพูดเป็นนัยเมื่อกี๊นี้

พอออกจากเสี่ยกำพลได้ไม่นานก็เจอปลัดขับรถสวนมา ดาวเรืองถามว่าจะไปไหน พอรู้ว่าจะไปหาหลักฐานมัดคนที่ฆ่ากำนันเทิ้ม บอกว่าไปหาที่บ้านกำนันแล้วไม่เจออะไร เลยจะมาดูตรงที่กำนันถูกยิงอีกครั้ง อาจพบเบาะแสอะไรบ้าง

“ไม่ได้ ถ้านายเข้าไป นายได้เป็นไข้โป้งแบบกำนันเทิ้มแน่” ปลัดไม่เชื่อบอกดาวเรืองให้กลับไปเสียแล้วตัวเองก็เดินลุยเข้าไปในป่า “ไปทางนั้นไม่ได้! ถึงนายจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ถ้านายไม่รู้จักทางหนีทีไล่ นายจะทำอะไรได้! คนรู้จักเส้นทางดียืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ ถ้าอยากได้หลักฐานจริงๆ ก็ตามมา”

ดาวเรืองเดินอาดๆ ไปทิศทางตรงข้ามกับที่ปลัดไปเมื่อครู่ ปลัดเลยเดินตามดาวเรืองไปงุดๆ

ยิ่งเดินก็ยิ่งลึกเข้าไปในป่า ปลัดเอะใจถามว่าจะพาไปไหนกัน นี่ไม่ใช่ทางไปปางไม้เสี่ย ถามว่าหรือเป็นทางลัด

“ถูก! ลัดไปเขตป่าสงวนที่ไอ้เสี่ยมันลอบเข้าไปตัดไม้” ปลัดตกใจถามว่ารู้ได้ไง “ก็ไอ้จ่าแม่นมันชอบไล่ตามจับฉันตอนต้มเหล้า ฉันเลยเปลี่ยนที่ต้มไปเรื่อย ในหลุม ในบ่อ ในแพ บนนา ตีนเขา ยอดเขา ฉันทำมาทั่ว แล้วจะไม่เห็นใครทำอะไรชั่วๆได้ไง”

ปลัดเชื่อดาวเรือง เดินตามไปเจอรูกบ รูงู ดาวเรืองก็สอนไปเรื่อยขู่บ้างมั่วบ้าง ปลัดไม่รู้ก็ฟังเพลิน จนดาวเรืองพาเดินหลงทาง กว่าจะกลับไปถูกทางก็เล่นเอาเดินกันขาลาก

แต่ “หัวไอ้เรือง” ซะอย่าง ดาวเรืองพาไปถึงปางไม้ ของเสี่ยกำพลจนได้ ทั้งสองแอบดูเห็นชายชุดดำอาวุธร้ายแรงครบมือ ลูกน้องเสี่ยเดินลาดตระเวนไปมา ดาวเรืองแอบมองครู่หนึ่งก็บอกปลัดอึ้งๆว่า

“นี่มันตัดมาถึงทิศใต้แล้วเหรอเนี่ย เมื่อ 2 ปีก่อน ตอนฉันขึ้นมาต้มเหล้าแถวนี้ มันยังตัดกันแค่ทางเหนืออยู่เลย แป๊บเดียวลามมาถึงนี่แล้ว เลวจริงๆ”

“พวกมันมีอาวุธครบมือแบบนี้ เราคงฝ่าเข้าไปไม่ได้แน่” ปลัดปรารภ แล้วหยิบกล้องถ่ายรูปบอกว่า “ยังไงก็ต้องถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน”

ปลัดยกกล้องขึ้นถ่ายรูป แต่เพราะยังไม่ได้เทสต์กล้องแสงแฟลชจึงวาบขึ้น หมาที่สมุนเสี่ยจูงมาเห็นมันหันมาเห่าขู่วิ่งลากคนจูงมาพงหญ้า ที่ปลัดกับดาวเรืองซ่อนอยู่ ทั้งสองต่างวิ่งเตลิดแบบตัวใครตัวมัน พอหนีมาถึงปลายเนินก็ทิ้งตัวกลิ้งลงมา ถึงเชิงเนินก็นั่งหอบลิ้นห้อย

ทันใดนั้น มีรถกระบะแล่นมาจอด คนในรถลงมา มันคือศักดิ์กับชาตินั่นเอง ทั้งสองขนแรงงานเถื่อนมาลงเพื่อพาเดินขึ้นเนินไป ปลัดหันถามดาวเรืองว่า “แรงงาน เถื่อน?” ดาวเรืองพยักหน้าหงึก จ้องพวกนั้นตาไม่กระพริบ

ooooooo

ที่ศาลาอเนกประสงค์วัดบ้านดอน ผู้ใหญ่ผันเป็นประธานประชุมคณะกรรมการหมู่บ้าน

ผู้ใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงสลดหน้าเศร้าถึงการจากไปของกำนันเทิ้มว่า เราทุกคนเสียใจ ตนก็รู้สึกไม่ต่างกับทุกคน แล้วพูดปลุกระดมเรียกขวัญกำลังใจทุกคนว่า

“แต่ภารกิจของชาติสำคัญกว่าความรู้สึกส่วนตัว ตำบลของเราจะหยุดพัฒนาไม่ได้ ในเมื่อตอนนี้ ตำแหน่งกำนันว่างลง ฉันจะขออาสาเป็นตัวแทนหมู่บ้านเราเข้าชิงตำแหน่งกำนันแข่งกับอีก 6 หมู่บ้าน ดอนล้อมแรด ของเราจะต้องลุกขึ้นมาเป็นผู้นำ!!”

บรรดาเมียๆผู้ใหญ่ที่มานั่งหน้าสลอนพากันชูมือเชียร์หายเศร้าเป็นปลิดทิ้ง  ผู้ใหญ่ให้สัญญาอย่างฮึกเหิมว่า

“ถ้าฉันได้เป็นกำนัน ฉันจะพลิกโฉมตำบลของเราให้โดดเด่นที่สุดในอำเภอ ตำบลของเราจะต้องเป็นที่รู้จักไปทั่วจังหวัด ทั่วประเทศและทั่วโลก ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ยุโรป และอเมริกา  องค์การค้าโลก องค์การนาซ่า จะต้องหันมามองดอนล้อมแรดของเรา!!!”

ผู้ใหญ่พล่ามเพลิน บรรดาเมียๆก็หลับหูหลับตาเชียร์สนั่น บานชื่นแอบกัดเบาๆว่า

“ตำแหน่งกำนันมันมีบทบาทขนาดนี้เลยเหรอวะ ตกลงผู้ใหญ่จะลงสมัครเป็นกำนันหรือเป็นนายกกันแน่”

ผู้ใหญ่ผันกวาดตามองรอบโต๊ะประชุม เห็นกรรมการคนอื่นๆพากันหาวหวอดๆ บ้างก็นั่งสัปหงก

ooooooo

เมื่อบานชื่นกลับมาเล่าให้ดาวเรืองฟังที่ร้าน ดาวเรืองที่กำลังดูดน้ำแดง ฉุนจนดูดน้ำแดงซู้ดเดียวเกือบหมดแก้ว กระแทกแก้วโพล่งไปอย่างเดือดดาล

“ขืนปล่อยให้พวกโจรห้าร้อยครองเมืองแบบนี้ ประเทศชาติได้ล่มจมแน่!” บานชื่นติงว่าไม่เลวร้ายขนาดนั้นมั้ง ดาวเรืองหันขวับ “แม่ก็เห็น ว่ามันเป็นลิ่วล้อไอ้เสี่ยกำพล ในเมื่อลูกพี่มันเลวขนาดนั้น ลูกน้องมันก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ ขนาดมีกำนันเทิ้มเป็นก้างขวางคอ ไอ้เสี่ยมันยังเขมือบตำบลของเราได้ตามอำเภอใจ ถ้าผู้ใหญ่ผันมันได้เป็นกำนันเมื่อไหร่  ก็เท่ากับเรายกตำบลนี้ให้ไอ้เสี่ยไปแล้ว”

ปลัดติงว่าอย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้เลย ใช่ว่าผู้ใหญ่ผันอยากเป็นกำนันก็เป็นได้เลยเสียเมื่อไหร่ ยังต้องผ่านผู้ใหญ่บ้านที่เหลือลงคะแนนให้ก่อน  เลยถูกดาวเรืองหันมาจิกว่า

“ปลัดคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะทำได้บริสุทธิ์ผุดผ่องงั้นเหรอ อยู่มาจนป่านนี้ก็น่าจะรู้ว่าบ้านเราซื้อเสียงกันจนเป็นเรื่องปกติ ผู้ใหญ่ผันมีเสี่ยกำพลหนุนหลังก็เท่ากับมีทั้งอิทธิพลและอำนาจเงินที่จะทำให้ผู้ใหญ่บ้านที่เหลือเลือกมันอยู่แล้ว”

“ลงแบบนี้แล้วพี่เรืองจะทำยังไงล่ะ” ไอ้เพี้ยนถาม

“ตอนนี้ข้าก็ยังไม่รู้ แต่ที่รู้คือ ข้าจะทำทุกอย่างไม่ให้คนชั่วมันครองเมือง!!!”ดาวเรืองประกาศกร้าว

ooooooo

วันต่อมา ผู้ใหญ่ก็เริ่มเดินหาเสียงในตลาด เจอคนบ้านอื่นก็ฝากเนื้อฝากตัว ส่วนบรรดาเมียๆก็เดินตามเสริมบารมี ไสวสัญญากับชาวบ้านว่าถ้าผู้ใหญ่ผันได้เป็นกำนันตนจะเปิดร้านให้ซดยาดองฟรี 3 วัน 3 คืนเลย

“ผู้ใหญ่บ้านคนอื่นเขายังไม่ได้ขยับอะไรเลย ผู้ใหญ่ผันเสนอหน้าอย่างกับเป็นกำนันแล้วอย่างนั้นแหละ” ดาวเรืองพูดอย่างหมั่นไส้เต็มที

นอกจากผู้ใหญ่ผันจะพาเมียๆไปช่วยหาเสียงแล้ว ยังจ้างหน้าม้ามาถือป้ายเชียร์และมอบดอกกุหลาบกับพวงมาลัยให้ด้วย

ดาวเรืองไม่เชื่อว่าจะมีคนเชียร์ผู้ใหญ่ขนาดนี้ แล้วก็จับได้เมื่อเดินไปหลังตลาดเจอวรรณกำลังแจกเงินชาวบ้านที่มาถือป้ายเชียร์และให้ดอกไม้ คนละ 50 บาท บอกว่า “ใกล้ๆวันเลือกตั้ง ข้าจะเรียกพวกเอ็งอีกทีนะ”

พอพวกหน้าม้าแยกย้ายกันไป ดาวเรืองกับบานชื่นก็เดินออกมา วรรณรี่เข้าหาทันทีบอกดาวเรือง ให้เรียกตนว่า “วรรณ ลูกกำนันผัน” ได้แล้ว ทั้งยังขู่ว่าถ้าไม่ตกลงปลงใจกับ “วรรณ ลูกกำนันผัน” เสียแต่วันนี้ ดาวเรืองจะต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่า เลยถูกบานชื่นด่าเปิง...

“ต่อให้เอ็งเป็นลูกนายก ข้าก็ไม่คิดจะยกลูกสาวให้เอ็ง”

“ทำไมพูดยังงี้ล่ะจ๊ะว่าที่แม่ยาย”

“เพราะแม่ข้ากลัวหลานจะเกิดมาปัญญาอ่อนเหมือนเอ็งน่ะสิ”

ดาวเรืองพูดใส่หน้าแล้วสตาร์ตรถพาบานชื่นไป วรรณเหวอ มองตามอย่างเจ็บใจ

ooooooo

โรสหลอกให้พฤกษ์มาที่คอนโด ทำมารยาว่าหกล้มบาดเจ็บ พอพฤกษ์มาถึงเธอก็เอาผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาโปะหน้าจนเหมือนไข้สูง ทำให้พฤกษ์ซึ่งมีจิตใจดีต้องอยู่ดูแล

พฤกษ์ป้อนข้าวป้อนน้ำเสร็จโรสทำทีสั่งว่าออกไปแล้วช่วยปิดประตูให้ด้วย แต่แกล้งทำสลบไปอีก

เห็นอาการเธอไม่ดี พฤกษ์จึงยังไม่กลับ เขาเก็บกวาดข้าวของที่ตกแตกเกลื่อนพื้น เสร็จแล้วก็เอาเสื้อผ้าที่ถอดทิ้งทั่วไปหมดเก็บใส่ตะกร้า จัดข้าวของที่วาง ไม่เป็นระเบียบให้เข้าที่เข้าทาง จนห้องสะอาดเอี่ยมเรียบร้อยผิดตา

แต่เรื่องยังไม่จบ เมื่อโรสตื่นขึ้นมาเห็นพฤกษ์ ยังนั่งอยู่ เขาถามดักคอว่าหายแล้ว หรือว่าที่แท้ไม่ได้ เป็นอะไรเลย

โรสมารยาตามเคย พอดีมีโทรศัพท์เข้ามาถาม เรื่องถ่ายแบบ โรสบอกปลายสายไม่ต้องเลื่อนตนไปได้ แล้วหันบอกพฤกษ์

“ฉันจะไม่โทร.หานายอีก ถ้านายจะช่วยฉันอีกสักครั้ง” เธอบอกว่าจะไปถ่ายปกขึ้นปกนิตยสารฉบับ พิเศษ ครบรอบ 5 ปี ขอให้เขาช่วยอีกครั้ง บอกว่า “ขับรถแค่ชั่วโมงเดียว พรุ่งนี้นายมารับฉันที่นี่เก้าโมง ขอบคุณมาก นายนี่เป็นคนดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอเลยจริงๆ”

พฤกษ์ถอนใจเฮือกใหญ่อย่างจำต้องช่วย

รุ่งขึ้นพฤกษ์มาขับรถให้โรสตามคำขอ เธออ้อนให้ช่วยยกกระเป๋าและรองเท้าอีก 4-5 คู่ เข้าไปในสตูดิโอ พฤกษ์ถอนใจเฮือกใหญ่แต่ก็ต้องตกกระได พลอยโจรไปตามเพรง

พอพฤกษ์เข้าไปในสตูดิโอ ทั้งสไตลิสต์และช่างแต่งหน้าประเภทเก้งกวางก็มองกันตาลุก ลูกเป็ดกับต้อยติ่งดี๊ด๊าเข้ามาช่วยพฤกษ์ ถามโรสว่าเป็นใคร โรสอวดว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัว

“ต๊าย...ไปได้มาจากไหนจ๊ะน้องโรส นี่เป็นผู้จัดการ ที่หล่อที่สุดเท่าที่พี่เคยเห็นเลย งั้น...เดี๋ยวพี่เปลี่ยนคอน เซ็ปต์เลยดีกว่า ให้คู่ของน้องโรสกับผู้จัดการถ่ายแบบเซ็กซี่ๆน้องพฤกษ์จะได้โชว์ซิกแพ็กด้วย”

โรสเห็นทั้งสองคลั่งไคล้พฤกษ์มาก เลยกันท่าว่า “คุณพฤกษ์ซี่เขาอยู่ป่าเดียวกับพี่ๆค่ะ”

แค่นั้นเอง ทั้งต้อยติ่งกับลูกเป็ดก็บ่นเสียดาย ไม่น่าเสียของ พากันเดินสะบัดออกไป

พฤกษ์ได้ยินได้ฟังทุกอย่าง เขาโกรธมาก ถามโรสว่า

“คุณหลอกผมมาตั้งแต่ต้นใช่ไหม คุณเอาความ เห็นใจของผมมาหลอกใช้ผมงั้นเหรอ คุณเห็นผมเป็น อะไร!!” โรสอ้อนว่าตนอธิบายได้ ตนจำเป็นจริงๆ “ผมไม่ยอมให้คุณมัดมือชกหรอกนะ คุณก่อปัญหาเองก็ต้องแก้เอง ผมจะไม่ทำงานนี้กับคุณเด็ดขาด”

พฤกษ์หุนหันเดินออกไปอย่างโกรธจัด โรสเหวอ เครียดจนหน้าบูดเส้นเลือดโปน

ooooooo

พฤกษ์เดินออกมา สวนกับน้ำหวานที่พาจัสมินน้องใหม่มาถ่ายแบบ น้ำหวานจำพฤกษ์ได้มองอย่างสงสัยว่าเขามาทำอะไร

พฤกษ์ออกมาที่ป้ายรถเมล์ควักกระเป๋าหาเศษสตางค์เตรียมค่าโดยสาร ควานเจอกุญแจรถของโรสเข้า เลยรีบย้อนกลับไปคืนให้

โรสเจอน้ำหวานพาจัสมินน้องใหม่มาพอดี เกิดเสียดสีกระทบกระทั่งกันเล็กน้อย พอดีต้อยติ่งมาตามโรสให้ไปแต่งหน้า ลูกเป็ดถามว่าแล้วผู้จัดการของเธอไปไหนเสียล่ะ น้ำหวานถามเย้ยว่ามีผู้จัดการกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ เห็นโทร.ไปหาใครเขาก็ไม่เอาด้วย

“อ้าว...ก็น้องพฤกษ์ซี่ไง” ต้อยติ่งบอก น้ำหวานถามว่าพฤกษ์ซี่ไหน “ก็คนที่เดินออกไปตอนที่เธอสวนเข้ามาไง”

ความเลยแตก เพราะน้ำหวานจำได้ว่าพฤกษ์เป็นทนายฝึกหัด เย้ยโรสว่า

“โอ้โห...อยากถ่ายรูปขึ้นปกจนตัวสั่น ถึงกับอุปโลกน์ทนายมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวหลอกพี่ต้อยติ่งเลยเหรอเนี่ย”

โรสอายรีบเดินเข้าห้องแต่งตัว ลูกเป็ดกับต้อยติ่งตามเข้าไปต่อว่าโรสมากมาย น้ำหวานตามเข้ามาโดยไม่งับประตู พฤกษ์มาถึงพอดี ได้ยินเสียงเอะอะข้างในจึงหยุดฟัง

น้ำหวานทำเป็นใจดีมีเมตตาขอร้องต้อยติ่งกับลูกเป็ดอย่าว่าอะไรโรสเลย ตนเองก็เห็นใจเพราะโรสเป็นเด็กสู้ชีวิตปากกัดตีนถีบตั้งแต่หนีออกจากบ้านที่ต่างจังหวัดมา ลูกเป็ดกับต้อยติ่งหน้าเหวอถามว่า ไหนบอกว่าเป็นนักเรียนนอก!

“ที่จบมาจากนอกจริงต้องนี่ น้องจัสมิน อิมพอร์ตมาจากอเมริกาสดๆซิงๆ ไม่มีย้อมแมวขาย” น้ำหวานอวด

“ไม่ต้องเหยียบโรสให้จมดินขนาดนี้ก็ได้” โรส เสียงเครือน้ำตาคลอ

ต้อยติ่งตัดโรสออกไปทันที น้ำหวานได้ทีเย้ยว่าคนที่ไม่มีผู้จัดการส่วนตัวก็เป็นแบบนี้แหละ

“ใครบอกครับว่าคุณโรสไม่มีผู้จัดการส่วนตัว ผมนี่แหละผู้จัดการคุณโรส” พฤกษ์ก้าวเข้าไปรับสมอ้าง น้ำหวานค้านเสียงหลงว่าไม่จริงพฤกษ์เป็นทนายต่างหาก “แล้วมันผิดตรงไหนล่ะครับ ถ้าคุณโรสจะมีผู้จัดการเป็นทนายฝึกหัดน่ะ”

การปรากฏตัวและรับสมอ้างของพฤกษ์ทำเอาต้อยติ่ง ลูกเป็ดและน้ำหวานพากันอึ้ง มองหน้าถามกันด้วยสายตาว่าตกลง ใครตอแหลกันแน่ ส่วนโรสมองพฤกษ์อย่างซึ้งใจจนน้ำตาคลอ...

ooooooo

วันนี้ดาวเรืองไปส่งเหล้าที่ร้านเจ๊กฮวด เจ๊กฮวดสั่งงวดหน้าให้เอามาสักสิบโหล เพราะอีกไม่กี่วันเขาจะเลือกตั้งกำนันกันแล้ว

ดาวเรืองเดินออกไปเห็นเสี่ยกำพลกับผู้ใหญ่ผันเดินคุยกันมาก็หลบแอบฟัง ได้ยินเสี่ยบอกผู้ใหญ่ว่าให้สั่งทั้งเหล้าบุหรี่ไว้เลยจะได้แจกแต่เนิ่นๆ ตนจะออกไปก่อนผู้ใหญ่ได้เป็นกำนันเรื่องค่าใช้จ่ายค่อยว่ากัน

กลับถึงร้าน ดาวเรืองระบายกับปลัดว่า “ตอนนี้เสี่ยดันผู้ใหญ่ที่เป็นลิ่วล้อให้ขึ้นเป็นกำนันเต็มที่ ถ้าตำบลเรามีคนอย่างไอ้ผันเป็นกำนัน ประเทศชาติจะเป็นยังไง โว้ยยยย!ไม่อยากจะคิด!!”

ปลัดเสนอว่าเมื่อเธอคิดว่าผู้ใหญ่ผันไม่ดี แถมมีผู้มีอิทธิพลอย่างเสี่ยกำพลหนุนหลัง เธอก็ต้องหาคนที่มีอิทธิพลต่อชาวบ้านมากกว่าหรือเท่ากับเสี่ยกำพลมาสู้ ดาวเรืองคิดหนัก เงยหน้าเห็นรูปหลวงตาคง มีข้อความบนยันต์ว่า

“ยันต์อเนกประสงค์ พุทธคุณ 108 ประการ ซื่อสัตย์ มุ่งมั่น มั่นคง เจริญชัวร์!!”

ดาวเรืองตาเป็นประกายวิ้งขึ้นมาทันที ชวนปลัดไปหาหลวงตาที่สำนัก หว่านล้อมอยู่นาน หลวงตาผวาเฮือกร้อง

“ข้าไม่อยากเป็นกำนัน!!”

“หัวไอ้เรือง” ทำงานหนัก ทั้งหว่านล้อม ทั้งป้อยอว่าหลวงตาเป็นผู้มีบารมีที่ฟ้าประทานมาให้พวกเรา หลวงตาเกิดมาเพื่อปราบมาร ดับทุกข์บำรุงสุขให้คนดอนพัฒนา กระนั้นหลวงตาก็ยังคิดไม่ตก ดาวเรืองบอกว่าตนทนฟังไอ้วรรณมันพูดข่มหลวงตาไม่ได้

หลวงตาสนใจ จี้ถามว่าไอ้เรืองพูดว่าอย่างไร! ดาวเรืองรีบเล่าว่า

“ไอ้วรรณมันอวดสรรพคุณพ่อมันไปทั่วตลาดว่าตอนหนุ่มๆ ใหญ่แค่ไหน เพราะถ้าพ่อมันไม่แน่ นักเลงเก่าบางคนคงไม่หนีไปบวช”

ได้เรื่องทันที หลวงตาคงระบายความแค้นแต่หนหลังที่ถูกพ่อของผู้ใหญ่ผันแย่งสมบัติพ่อตนไปหมด แม้แต่ฝากระดานเรือนผู้ใหญ่ผันทุกวันนี้ก็เป็นมรดกของตนทั้งนั้น ตนไม่อยากฆ่าคนตายเลยหนีมาบวช พูดอย่างไม่หายแค้นว่า

“มันจะใหญ่ที่ไหนไม่ว่า แต่อย่ามาใหญ่ที่นี่!!”

เข้าทางดาวเรืองเป๊ะ ยุว่าถ้าผู้ใหญ่ผันได้เป็นกำนันต้องใหญ่ที่นี่แน่นอน

“ข้าไม่ยอมเด็ดขาด!” หลวงตาประกาศ ปลัดถามว่า แล้วหลวงตาจะทำยังไง หลวงตาบอกว่าจะให้ตนทำยังไงให้ว่ามาเลย

ดาวเรืองให้หลวงตาลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านดอนล้อมช้างที่ยังว่างอยู่ แล้วจัดเตรียมทุกอย่างให้ ตั้งแต่รูปถ่ายจนวันเวลาจะไปสมัคร ให้รอเวลา เก็งกันว่าไม่มีใครสมัครแล้วหลวงตาค่อยสมัคร เมื่อหลวงตาสมัครคนเดียวก็ต้องได้อยู่ดี

เป็นไปตามแผนจริงๆ เพราะรองผู้ใหญ่บ้านคนเก่าเป็นคนของเสี่ยกำพล แต่ก็แก่จนหายใจยังเหนื่อยทำอะไรไม่ได้แล้ว ส่วนคนอื่นก็ไม่มีใครกล้าลงแข่ง วินาทีสุดท้ายเมื่อหลวงตาคงลงสมัครเลยได้ไปแบบไร้คู่แข่ง ยังความแค้นแก่ผู้ใหญ่ผันที่ฝันหวานว่าตนต้องได้เป็นกำนันแน่ๆ เพราะเมื่อหลวงตาคงได้เป็นผู้ใหญ่บ้านย่อมไม่เลือกตนแน่ เสียงก็จะหายไปหนึ่งเสียงอันตรายที่หลวงตาคงจะได้รับเลือกเป็นกำนันยิ่งมากขึ้น

แต่เสี่ยกำพลไม่กังวลเพราะเชื่อว่า ความศรัทธาหรือจะสู้เงินได้

ผลงานครั้งนี้จากแผนของดาวเรือง ทำให้ปลัดยอมรับ “หัวไอ้เรือง” จนเอ่ยปากชม “เธอนี่เก่งเหมือนกันนะ”

ooooooo

เมื่อพฤกษ์ยืนยันว่าตนเป็นผู้จัดการของโรสทั้งต้อยติ่งและลูกเป็ดจึงยอมให้ถ่ายแบบคู่กันอย่างเซ็กซี่ ทำให้น้ำหวานไม่พอใจตัดพ้อว่าต้อยติ่ง...

“ทำไมคู่นั้นได้ถ่ายแบบว่า...แอบเซ็กซี่ล่ะคะพี่ต้อย แล้วทำไมของน้ำหวานกับจัสมินถึงได้ปิดหน้าปิดหางปิดกลางตลอดตัวเป็นแม่ชียังงี้ล่ะคะ”

“หล่อนมีแผงอกโชว์แบบน้องพฤกษ์เขาไหมล่ะ ฉันจะได้แหวกกระดุมตั้งแต่ต้นคอยันสะดือให้”

“น้ำหวานไม่ได้หมายความยังงั้นค่ะพี่ต้อย แต่แหม...

จัสมินก็หุ่นเซียะ ผิวก็ดี น่าจะได้ใส่ชุดเซ็กซี่เรียกเรตติ้งให้หนังสือฉบับครบรอบวันเกิดได้นะคะ”

“ขอบใจย่ะ แค่นี้โฆษณาก็ล้นไปสามชาติแล้วถามจริงน้ำหวาน หล่อนจะรีบขายเด็กของหล่อนไปถึงไหนยะ เด็กมันเพิ่ง 14-15 อีก 2-3 ปีค่อยให้เซ็กซี่ มันก็ไม่มีอะไรยานหรอกนะ” ด่าน้ำหวานแล้วต้อยติ่งเดินไปทางโรสกับพฤกษ์ บ่นอุบอิบอย่างหมั่นไส้ “โถ...ชะนีน้อยเพิ่งหัดโหน...
จะให้มาเปิดผ้าเปิดผ่อน สิ้นคิดจริงๆ”

เดินมาหาโรสกับพฤกษ์แล้ว ต้อยติ่งสั่ง

“เอาล่ะ...ทีนี้พี่อยากให้น้องพฤกษ์ช่วยถอดเสื้อกั๊กโชว์ซิกแพ็กหน่อยจ้ะ” พฤกษ์ตกใจ ลูกเป็ดดี๊ด๊ามาบอกว่า

“มีของฟิตๆเฟิร์มๆขนาดนี้ก็ต้องโชว์กันหน่อย จริงมะ”

พฤกษ์ทำท่าลำบากใจ โรสตัดบทว่า

“ถ้านายไม่สบายใจ ฉันจะบอกพี่ต้อยติ่งให้ว่าพอแค่นี้ ถ้าพี่เขาโกรธไม่เอารูปฉันขึ้นปก ฉันก็ไม่สนแล้วล่ะ แค่นี้นายก็ช่วยฉันมากพอแล้ว”

“เอ้า!!! คุยอะไรกัน จะถอดไม่ถอด!” ต้อยติ่งถามอย่างหงุดหงิด พฤกษ์ตกใจรีบถอดเสื้อกั๊กออก วินาทีนั้นพวกเก้งกวางทั้งห้องก็ตะลึงพรึงเพริด ต้อยติ่งทนไม่ไหวโผเข้าไปลูบแผงอกเคลิ้ม แล้วจึงเดินมายืนข้างช่างภาพตามเดิม ลูกเป็ดเดินเข้าไปซับหน้ามันให้พฤกษ์อย่างอ้อยอิ่งแต่ตามองแผงอกพฤกษ์เคลิ้ม ถูกต้อยติ่งแว้ดมา...

“ซับหน้า ไม่ใช่ซับกล้าม!! ออกมาได้แล้วนังลูกเปรตตตตต!!”

ลูกเป็ดเดินบ่นออกมาว่าไม่ใช่ของตัวสักหน่อยทำหวง ต้อยติ่งสั่งโรสให้ขยับเข้าใกล้พฤกษ์อีก เธอขยับเข้าไปแอบพูดเบาๆ  “ขอบคุณค่ะ”  พฤกษ์ตอบเบาๆเช่นกัน “คราวนี้ครั้งสุดท้ายจริงๆ” แล้วทั้งสองก็แอบยิ้มแอบขำกัน

“ดูจริตจะก้านแล้ว ฉันว่ายังไงน้องพฤกษ์ก็ไม่ใช่ เอ๊ะ...หรือนังโรสมันหลอกเราเพราะนางจะเก็บไว้กินเอง”

ถ่ายแบบเสร็จพฤกษ์เอากุญแจรถคืนโรสบอกว่า ตนจะขนเสื้อผ้ากับรองเท้าของเธอไปไว้ที่รถให้ จะได้กลับบ้านเสียที โรสขอบคุณแล้วพยายามถอดรองเท้าแต่ถอดไม่ออก พฤกษ์จึงไปช่วย แต่ดึงแรงไปหน่อยเลยดึงโรสล้มลงมาคร่อมบนตัวพฤกษ์เต็มๆ

ต้อยติ่งกับลูกเป็ดร้องกรี๊ดๆ และที่สำคัญน้ำหวานกับจัสมินเปิดประตูเข้ามาเห็นภาพนั้นพอดีถึงกับชะงักค้าง

พฤกษ์รีบลุกขึ้นทำหน้าไม่ถูก บอกเขินๆว่าที่เหลือให้คนอื่นช่วยถอดก็แล้วกัน รีบไปคว้าเป้ออกไปทันที

น้ำหวานยิ้มร้าย พึมพำสะใจ...

“เตรียมเป็นข่าวฉาวได้เลยนะจ๊ะโรสจ๋า คลิปอะไรก็สู้แรงเม้าท์จากปากพี่ๆ ไม่ได้หรอกจ้ะ ฮ่าๆๆ”

ooooooo

วันนี้ ปลัดมาที่ร้าน ดาวเรืองส่งบัญชีเลี้ยงเป็ดที่ปลัดทวงถามให้ บอกว่าขี้เกียจให้ทวง เดี๋ยวจะบ่นอีก

ปลัดรับบัญชีแล้วบอกดาวเรืองว่า นายอำเภอประกาศวันเลือกตั้งกำนันแล้ว ต่อไปตนคงช่วยอะไรมากไม่ได้ ดาวเรืองเข้าใจแต่ถามว่าปลัดพอรู้ไหมว่าหลวงตามีโอกาสสักกี่เปอร์เซ็นต์

ปลัดตอบไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ หลวงตามี 2 เสียงแล้ว คือตัวหลวงตาเองและผู้ใหญ่ลีบ้านดอนล้อมวัวซึ่งเป็นคนซื่อมือสะอาดไม่เลือกผู้ใหญ่ผันแน่ ดาวเรืองไล่เรียงว่าฝ่ายผู้ใหญ่ผันนอกจากผู้ใหญ่เลือกตัวเองแล้วก็มีผู้ใหญ่ไฝลุงของน้าปลีกน้าปลอด ส่วนผู้ใหญ่เวียงไม่แน่

“ไม่แน่อะไร เขาเป็นญาติกัน ยังไงก็ต้องลงคะแนนให้กันอยู่แล้ว เธอจะดึงคะแนนมาให้หลวงตางั้นหรือ ทำยังไง”

“ความลับ...เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะน่า” ดาวเรืองพูดทำหน้าเจ้าเล่ห์ ดึงสมุดบัญชีงานเลี้ยงเป็ดคืนจากปลัด

ปลัดมองดาวเรืองสงสัยว่ามีแผนอะไรอีกแล้ว...

ooooooo

ตอนที่ 7

เพราะโรสใส่ส้นสูงทำให้เซเสียหลักล้มลงทับมือตัวเองซ้ำข้อเท้ายังพลิกด้วย เธอนั่งทำหน้าเจ็บปวดอยู่กับถนน

พฤกษ์ตกใจรีบลงมาดูถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง โรสด่าและโทษคนอื่นตามเคย พฤกษ์ถอดหมวกกันน็อกโต้ว่าเพราะเธอเองมาก้มๆเงยๆอยู่กลางถนนคิดว่าเป็นแคตวอล์กรึไง โรสมองหน้าคราวนี้ยิ่งเจ็บใจร้องกรี๊ดว่า

“นี่นายอีกแล้วเหรอ ทำไมฉันต้องซวยเพราะนายอีกแล้ว” พอเหลือบเห็นไทยมุงเริ่มไหลมาก็รีบคว้าหมวกกันน็อกจากพฤกษ์ไปสวม “เดี๋ยวใครก็รู้หรอกว่าฉันเป็นใคร รีบพาฉันไปส่งโรงพยาบาลสิ เร็วเข้า เอ้า...นี่กุญแจ”

โรสส่งกุญแจรถของตนให้ บอกให้รีบพาไปที่รถเพราะคนแห่มากันมากขึ้นทุกทีแล้ว พฤกษ์เลยต้องอุ้มไปที่รถแล้วขอเอามอเตอร์ไซค์ของตนไปเก็บก่อน โรสไล่ให้รีบไปแล้วรีบมาพาตรงไปโรงพยาบาลเร็วๆ

ooooooo

ไสวไปหาบานชื่นที่ร้านให้ช่วยหาทางทำให้ผู้ใหญ่ผันยอมรับตนเป็นเมีย บานชื่นถามว่าไสวมีหลักฐานอะไรไหม

“หลักฐานอะไรล่ะ ไม่ได้เตรียมกล้องไปถ่ายนี่หว่า ทุกอย่างไวพึ่บพั่บจนข้าตั้งตัวไม่ทัน เอ...หรือจะไปให้หมอตรวจวะ”

บานชื่นถามว่าถ้าตรวจแล้วผลออกมาว่าสมยอมล่ะ? ไอ้เพี้ยนถามดาวเรืองว่าจะช่วยป้าไหวยังไงดีเสียสาวฟรีๆมันน่าอายนะ เลยโดนดาวเรืองเขกกะโหลกด่าว่าแก่แดด ไล่ให้ไปทำการบ้านเสีย

“ถูกของไอ้เพี้ยนมัน เกิดมาข้าก็อยากมีผัวคนเดียว แต่งงานครั้งเดียว ถ้ามันไม่ยอมแต่งข้าก็ไม่รู้จะไปสู้หน้าชาวบ้านยังไง ป่าวประกาศไปทั่วแล้วด้วย ไอ้เรือง...ไหนๆ เอ็งก็ช่วยให้ข้ามีผัวแล้ว ก็ช่วยให้เขายอมรับข้าด้วยเถอะนะ” ไสวหันไปอ้อนดาวเรืองที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่

“ได้ เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะ!! มา...สุมหัว!!” ดาวเรืองมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันทีกับแผนเด็ดของตน

ไวเท่าความคิด ดาวเรืองเอาขนมกล้วยไปให้ปลัดที่ห้องทำงาน ปลัดถามอย่างเข็ดเขี้ยวกับขนมครกของเด็กมะเฟืองมาแล้ว ถามอย่างระแวงว่าให้หรือขาย ดาวเรืองบอกว่าให้ ปลัดถามอีกว่าใส่ยานอนหลับรึเปล่า ดาวเรืองบอกว่ายานอนหลับน่ะแพงกว่าขนมนี่อีก

“แล้วเอามาให้ทำไม อยากได้อะไรแลกเปลี่ยน” ปลัดถามอย่างรู้ทันว่าดาวเรืองต้องมีแผนอะไรแน่ พอปลัดรู้ทันดาวเรืองก็พูดตรงๆ

“คืออย่างนี้ ก็ผู้ใหญ่ผันน่ะสิ ไม่ยอมจ่ายค่าตั๋วบ่อนไก่ ไปทวงหลายครั้งก็ไม่ยอมให้สักที คุณปลัดก็รู้ว่าบ้านนั้นนักเลงแค่ไหน ขี้แพ้ชวนตีด้วย อย่างไอ้วรรณมันก็จ้องจะเล่นงานฉันอยู่แล้ว ฉันเลยอยากขอให้ปลัดไปด้วยกันหน่อย”

“มาชวนไปเป็นไม้กันหมาว่างั้นเถอะ”

ดาวเรืองทั้งยกยอปอปั้นทั้งชมแล้วพูดน่าสงสารว่า “ถือว่าช่วยลูกนกลูกกาละกัน” ปลัดอมยิ้มกับความฉลาดพูดช่างปะเหลาะของดาวเรือง แค่เห็นปลัดยิ้มดาวเรืองก็ยิ้มยิ่งกว่าแต่แอบยิ้มในใจที่แผนของตนสำเร็จขั้นหนึ่งแล้ว

ส่วนที่สำนักหลวงตาคง ก็ถูกวรรณกับไอ้แหลมไอ้กรอดไปยึดพากันไปนอนเขลง วางของของตัวเองเกะกะไปหมด ส่วนของของหลวงตาถูกกวาดไปรวมกันที่มุมราวกับกองขยะ หลวงตาเอะอะว่าใครใช้ให้มานอนเกะกะที่นี่

วรรณบอกว่าพ่อไล่ไม่ให้อยู่บ้าน ไอ้แหลมครวญว่าจะถูกตัดพ่อตัดลูกหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วไอ้กรอดก็ตบท้ายว่า

“ใช่...ถ้าพี่วรรณโดนตัดจากกองมรดกก็เพราะหลวงตาคนเดียว”

“ข้าไปเกี่ยวอะไรด้วย” หลวงตางง

“ก็หลงตาให้ฤกษ์มั่วๆ ฉันเลยไปฉุดมาผิดคน อุตส่าห์ยกให้พ่อ พ่อก็ดันมาโกรธจนไม่ให้เข้าบ้าน แล้วจะให้ฉันไปนอนที่ไหนนอกจากที่นี่” วรรณยัดเยียดความผิดให้หลวงตาจนได้  ไอ้แหลมขู่สำทับว่าวรรณไม่เผาสำนักทิ้งก็ดีแล้ว ส่วนไอ้กรอดให้กำลังใจว่า ไม่เกิน 7 วันยังไงพ่อผู้ใหญ่ก็ใจอ่อนให้วรรณกลับเข้าบ้านแล้ว หลวงตาอดทนหน่อยก็แล้วกัน

“แต่ถ้าเอ็งไม่อยากรอถึง 7 วันละก็...ข้ามีวิธี” เสมอใจก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเย็นชาเมินเฉย วรรณเห็นเสมอใจก็ผวาเฮือก แต่เสมอใจบอกว่า “ข้ามาเรื่องป้าข้ากับพ่อเอ็ง ข้าไปปรึกษาจ่าแม่นมาแล้ว เอ็งมีความผิด 2 กระทง คือพรากผู้สูงอายุกับเคลื่อนย้ายวัตถุโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาต ถ้าเอ็งไม่รีบไปจัดการกับคนที่บ้านให้เรียบร้อย ข้าแจ้งความเอาเรื่องเอ็งแน่”

“เอ็งจะให้ข้าจัดการยังไง”

“ข้าเตรียมขบวนขันหมากกับแตรวงที่พ่อเอ็งจะมาขอป้าข้าไว้แล้ว พวกเอ็งก็ไปนำขบวนโห่แล้วจ่ายตังค์ ก็แค่นั้น” แล้วพูดกับหลงตาคง “ขอเชิญหลงตาไป

ด้วยนะจ๊ะ ถ้าไม่มีผู้หลักผู้ใหญ่ไปเป็นสักขีพยาน  ป้าเวียงกับบรรดาเมียๆ อาจจะไม่ยอม” วรรณถามว่าทำแล้วตนพ้นคุกแน่นะ เสมอใจกระแทกเสียง “เออ!” สะบัดหน้าใส่วรรณแล้วเดินออกไป

ooooooo

ไสวหอบผ้าผ่อนไปที่บ้านผู้ใหญ่ผันจะมาอยู่ด้วย อ้างว่าตนเป็นเมียคนสุดท้องของผู้ใหญ่ ถูกเวียงและบรรดาเมียๆทั้ง 8 คนรุมกันไล่ไม่ให้อยู่

“คนทั้งดอนล้อมแรดเขารู้กันหมดแล้วว่าข้าเป็นเมียผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นผู้ใหญ่ต้องรับผิดชอบ!” ไสวเสียงแข็ง

“แต่ข้าไม่ได้สมยอม ข้าถูกล่วงละเมิดทางเพศ” ผู้ใหญ่ผันแหวกบรรดาเมียๆ มาเผชิญหน้า ไสวบรรยายความหวานชื่นกับผู้ใหญ่เมื่อคืนจนบรรดาเมียๆทนฟังไม่ได้ แล้วถามผู้ใหญ่ว่าที่พูดมาจริงไหม ผู้ใหญ่จำต้องรับว่าจริงถามว่าแล้วจะให้ทำไง “พี่ผู้ใหญ่ต้องพาฉันเข้าบ้านและแต่งงานตามประเพณี” ถูกเวียงสะอึกออกไปตะโกนใส่หน้าว่า “ไม่ได้!!”

ทันใดนั้น รถอีเฉื่อยของปลัดจิ๋นก็มาจอดหน้าบ้าน ดาวเรืองเตี๊ยมกับปลัดก่อนลงจากรถว่า

“ฉันให้ป้าไหวมาช่วยเจรจาก่อน  แต่เชื่อสิว่าคนอย่างผู้ใหญ่ไม่มีทางยอมง่ายๆ”

ปลัดพยักหน้ารับรู้แล้วพากันเดินขึ้นบ้าน ยังไม่ทันถึงก็ได้ยินเสียงผู้ใหญ่แผดจากบนบ้าน...

“ไสหัวไปจากบ้านข้า นังไหว!!”

ดาวเรืองมองหน้าปลัดถามว่าผิดจากที่ตนพูดเสียที่ไหนล่ะ แล้วเดินเข้าไปแทรกแซงทันทีถามผู้ใหญ่ว่าตกลงจะไม่ยอมจริงๆหรือ ผู้ใหญ่ย้อนถามว่า “เอ็งเกี่ยวอะไรด้วย”

“อ้าวววว ก็ป้าไหวมาทวงสัญญา ผู้ใหญ่ไล่ป้าไหวแบบนี้หมายความว่าผู้ใหญ่จะไม่รับผิดชอบว่างั้นเหอะ” ผู้ใหญ่ตอบ เออ!! ดาวเรืองได้ทีหันไปบอกปลัด “ปลัดดูสิ แก่จนหัวหงอกแถมเป็นถึงผู้ใหญ่บ้านยังไม่สนว่าบ้านเมืองมีขื่อมีแป”

“ใช่ครับ” ปลัดไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ถูกดาวเรืองเล่นเกมก็พาซื่อ ปรามผู้ใหญ่ว่า “เรื่องนี้ถ้าดูตามกฎหมายแล้ว ทางผู้ใหญ่ผิดเต็มๆ ผมว่าถ้าผู้ใหญ่ไม่รับผิดชอบจะผิดหลายกระทงนะครับ”

ผู้ใหญ่งงๆ  ส่วนไสวก็ร้องไห้กระซิกๆ อยู่ตรงนั้น ผู้ใหญ่เลยสารภาพว่า “ที่จริงเรื่องนี้มันเป็นความผิดของไอ้วรรณ ฉันก็แค่ตกกระไดพลอยโจน” ดาวเรืองถามว่าหรือจะให้วรรณมารับผิดชอบด้วยจะได้เข้าคุกอีกรอบ เวียงโวยวายว่าไม่ยอมให้วรรณเข้าคุกเด็ดขาด บอกผู้ใหญ่ว่าก่อเรื่องเองก็รับผิดชอบคนเดียวสิ ทำเอาพวกเมียๆแทบเป็นลมที่เวียงยอมให้ผู้ใหญ่มีเมียคนที่ 10

“ขอบใจนะไอ้เรือง ที่ข้าได้มีผัวเป็นตัวเป็นตนครั้งนี้เพราะเอ็งตั้งต้น ข้าจะไม่ลืมบุญคุณเอ็งเลย” ไสวดีใจสุดๆ

“อะไรกันเนี่ยดาวเรือง” ปลัดถาม แต่ไม่มีใครสนใจ เพราะเสียงโห่ร้องของขบวนขันหมากมาถึงหน้าบ้านแล้ว ปลัดได้แต่มองคนโน้นทีคนนี้ทีงงเป็นไก่ตาแตก

ผู้ใหญ่ผันพร้อมบรรดาเมียๆพรวดลงบันไดไปที่หน้าบ้าน ตะโกนถามว่ามาเอะอะอะไรที่หน้าบ้านตน

วรรณบอกว่าขบวนขันหมากของพ่อมาสู่ขอป้าไหว มีหลวงตาคงมาเป็นเถ้าแก่ให้ด้วย หลวงตารีบรวบรัดตัดบทให้ผู้ใหญ่คล้องแขนเจ้าสาวอวยพรว่าอีกไม่กี่ปีก็ตายแล้ว ฉะนั้นขอให้ใช้เวลาที่เหลือดูแลกันให้ดี และเมื่อผู้ใหญ่ผัน ขยันสอยได้เมียคนที่ 10 แล้ว ก็ให้ปิดฉากขยันสอยเสียที

นาทีนี้ ปลัดจิ๋นจึงรู้ตัวว่าถูกดาวเรืองหลอกมา เมื่อกลับถึงร้าน ดาวเรืองจะเข้าบ้าน ปลัดเรียกไว้ให้มาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน ดาวเรืองหันมาเผชิญหน้าพูดอย่างท้าทายว่า

“เออ! ฉันหลอกปลัด แล้วทำไม ทุกอย่างก็จบลงด้วยดีไม่ใช่รึ มีใครเดือดร้อนบ้าง ทุกคนมีความสุข ป้าไหวได้เข้าไปอยู่ในบ้านสามีแกตามที่ควรจะเป็น ถ้าปลัดกลัวตัวเองจะเดือดร้อน ต่อไปก็อยู่ให้ห่างฉันสิ” พูดแล้วเดินไปทางเล้าเป็ด

พออยู่กับลูกเป็ด ดาวเรืองก็อารมณ์ดี พูดคุยกับลูกเป็ดอย่างน่ารัก เรียกตัวนั้น ตัวนี้ ตัวโน้น จนปลัดถามว่าทำไมไม่ตั้งชื่อให้จะได้เรียกง่าย พลางอุ้มลูกเป็ดขึ้นมาตัวหนึ่ง ถามว่าตัวนี้จะให้ชื่ออะไรดี ดาวกระจายดีไหม แล้วชี้ไปตัวนั้น ตัวโน้น ตั้งชื่อให้ว่า มะลิ ชบา จำปี จำปา ถูกดาวเรืองเบรกว่าไม่ตั้งชื่อดอกไม้เดี๋ยวซ้ำกับปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอาของตน

“งั้นชื่ออะไรดี” ดาวเรืองถามว่าแล้วปลัดมีชื่อเล่นอะไร วันนั้นได้ยินคุณนายเรียก...ปลัดบอกว่า “จิ๋น”

“ฮ่าๆๆ เอิ้กๆ ผู้ชายอะไรชื่อจิ๋ม!” ปลัดรีบบอกว่าชื่อจิ๋นไม่ใช่จิ๋ม “อะๆในฐานะที่ปลัดจิ๋ม เอ๊ย...จิ๋น เป็นเจ้าของเป็ด งั้นใช้ตัว จ.จาน ตั้งชื่อพวกนี้แล้วกัน” แล้วทั้งสองก็ช่วยกันตั้งชื่อเป็ดเป็นอักษร จ.ทุกตัว สุดท้ายตัวที่ปลัดอุ้มอยู่ให้ชื่อจี๊ดจ๊าดเพราะตัวนี้มันเฮี้ยวกว่าเพื่อน

จากที่ได้เห็นดาวเรืองในมุมที่เล่นกับลูกเป็ดอย่างอ่อนโยนทำให้ปลัดมองดาวเรืองอย่างเอ็นดูมากขึ้น...มากขึ้น...ทุกที

ooooooo

กำนันเทิ้มไปที่โรงสีดอนล้อมหมี เจอศักดิ์ไปพบชาติมือขวาของเสี่ยกำพล เห็นทั้งสองซุบซิบอะไรกัน แอบฟังได้ความว่า พรุ่งนี้บ่ายสี่จะขนอาวุธสงครามข้ามชายแดนมา และเที่ยงคืนจะขนเข้ากรุงเทพฯ

กำนันรีบส่งข่าวดาวเรือง บอกดาวเรืองว่าคราวนี้ต้องจับให้ได้ ตายเป็นตาย ดาวเรืองเตือนกำนันอย่าใจร้อน ตนจะไปขอกำลังจากผู้กำกับ นัดทุ่มนึงให้มารับตนที่นี่ แต่กำนันไม่รับปาก

ดาวเรืองรีบไปที่โรงพัก เจอจ่าแม่น จ่าถามว่าจะไปไหน ดาวเรืองบอกว่ามาหาผู้กำกับ ปรากฏว่าผู้กำกับไม่อยู่ จะกลับเมื่อไรไม่รู้ จ่ามีแก่ใจโทรศัพท์ติดต่อให้แต่ไม่มีสัญญาณ จ่าถามดักคอว่าไปทำผิดอะไรไว้หรือถึงต้องรอพบผู้กำกับให้ได้ ฝากตนไว้ก็ได้ ดาวเรืองบอกว่าไม่มี แค่มาเยี่ยมเฉยๆ

“ไม่มีทาง คนอย่างเอ็งเนี่ยนะจะเสียเวลามาเยี่ยมใครโดยไม่หวังผล หรือว่าเอ็ง...”  จ่าแม่นทำหน้าอำๆทำนองชู้สาว แต่ดาวเรืองคิดว่าจ่ารู้เรื่องตนเป็นสายให้ผู้กำกับ พอจ่าบอกว่าผู้กำกับเขามีลูกมีเมียแล้วนะ ดาวเรืองเลยด่าเช็ด “ผู้กำกับเขาไม่หน้าหม้อหน้ากะละมังเหมือนจ่าหรอก อยู่ด้วยแล้วอารมณ์เสีย ไอ้พวกแก่กะโหลกกะลาเนี่ย” ด่าแล้วลงจากโรงพักไป

“เอ็งว่าใครหน้าหม้อหน้ากะละมังหาไอ้เรือง!!” จ่าลุกขึ้นตะโกนถาม ถูกคนบนโรงพักมองเป็นตาเดียว จ่าเขินเลยค่อยๆนั่งลงก้มหน้าก้มตาทำเป็นเครียดกับงานบนโต๊ะกลบเกลื่อน

ooooooo

บ่ายแก่ๆ กำนันเทิ้มไปหาดาวเรืองที่ร้าน บานชื่น บอกว่าคงไปรับไอ้เพี้ยนเดี๋ยวก็มา กำนันรออีกพักใหญ่ทนไม่ได้เลยขอกระดาษปากกามาเขียนข้อความฝากบานชื่นไว้ให้แล้วกลับไป

ดาวเรืองขี่ซาเล้งพาไอ้เพี้ยนกลับจากโรงเรียน บานชื่นฝากให้ดูแลร้านแล้วออกไปเก็บพริกหลังบ้าน ดาวเรืองจึงเห็นจดหมายของกำนันเทิ้ม รีบคลี่อ่าน

“ข้าจะรีบไปดูที่ปางไม้ให้เห็นกับตาว่ามันซ่อนอาวุธไว้จริงหรือเปล่า จะได้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานมัดตัวมัน แล้วจะซุ่มรอแถวนั้นจนกว่าเอ็งจะพาตำรวจมา...เทิ้ม”

ดาวเรืองตกใจมาก ถามบานชื่นที่เพิ่งกลับ จากเก็บพริกว่ากำนันเทิ้มไปตั้งแต่เมื่อไร บานชื่นบอกว่ากำนันมารอ 2 ชั่วโมงและออกไปได้ราวชั่วโมงหนึ่งแล้ว ดาวเรืองวิ่งไปสตาร์ตมอเตอร์ไซค์ ปรากฏว่าสตาร์ตไม่ติด โชคดีปลัดขับอีเฉื่อยมาพอดี ชวนไปบ้านดอนล้อมเก้งกัน ดาวเรืองโดดขึ้นรถทันที

ระหว่างทางดาวเรืองเร่งปลัดให้ขับอีเฉื่อยเร็วกว่านี้ได้ไหม ปลัดบอกว่าถนนแบบนี้ก็ขับได้แค่นี้แหละจะรีบไปไหน

“ขับๆไปเหอะ เดี๋ยวถึงก็รู้เอง”

ดาวเรืองบอกทางให้ปลัดขับไปตามทางที่มุ่งไปสู่ปางไม้ของเสี่ยกำพล จนถึงป่าใกล้ปางไม้ ดาวเรืองบอก ให้จอดเร่งให้ปลัดรีบลงมา ปลัดเห็นรถของกำนันเทิ้ม ซ่อนอยู่ในป่าจำได้ บอกดาวเรืองว่า “รถกำนันเทิ้มนี่”

“กำนันเทิ้มกำลังตกอยู่ในอันตราย ขืนช้ากว่านี้ แกแย่แน่!” ดาวเรืองวิ่งนำไปอย่างเร็ว ปลัดไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่วิ่งตามไปทั้งๆที่ไม่รู้ว่าดาวเรืองพาวิ่งไปไหน

กำนันเทิ้มเอารถซ่อนไว้ในป่าแล้วเล็ดลอดเข้าไปจนถึงปางไม้ของเสี่ยกำพ จนเห็นลังอาวุธวางซ้อนกัน อยู่มากมาย กำนันแอบเข้าไปเปิดลังแล้วถ่ายรูปไว้

หยิบปืนขึ้นมาดูปรากฏว่าเป็นปืนปลอม! กำนันขว้างทิ้งอย่างเจ็บใจ

“ฮ่ะๆๆ ผิดหวังมากสิมึง!! ไม่นึกเลยว่ากำนัน กระดูกเหล็กจะหลอกได้ง่ายดายขนาดนี้” เสี่ยหัวเราะเยาะตบและเตะต่อยกำนันจนทรุดกองกับพื้นปากแตกเลือดออก เสี่ยก้าวเข้าไปกระชากคอเสื้อขึ้นมาตะคอก “มึงรู้ตัวรึเปล่า ว่ามึงยื่นหน้ามาขวางตีนใคร!!”

ดาวเรืองวิ่งนำปลัดมา ได้ยินเสียงปืนดังมาจากที่ใกล้มาก ทั้งสองพากันหลบ ดาวเรืองบอกว่าพวกเสี่ย ต้องเห็นเราแล้วแน่เลย ปลัดจึงเข้าใจถามว่า “ที่นี่เขตปางไม้ของเสี่ยเหรอ?”

ทั้งสองวิ่งผ่านมาจนถึงป่าโปร่งซึ่งไม่มีที่หลบซ่อน เสียงปืนไล่ตามใกล้มาทุกที จึงตัดสินใจจับมือกัน

กระโดดลงบึงบัวที่มีบัวขึ้นแน่น ทิ้งตัวจมดิ่งลงไปแล้วค่อยๆโผล่ขึ้นมากลางใบบัวที่หนาทึบ

ที่ป่าโปร่งริมบึงบัวนั่นเอง กำนันเทิ้มถูกลูกน้อง เสี่ยไล่ตามทัน กำนันถลาเข้ามาในสภาพใบหน้ามีแผลยับเยิน ต้นแขนขวาถูกยิงเลือดอาบ ตะเกียกตะกายพยายามนั่ง ครู่เดียวเสี่ยกำพลก็ย่างสามขุมเข้ามาพร้อมปืนในมือ

“ไอ้แก่เอ๊ย ฤทธิ์เยอะจนนาทีสุดท้ายเลยนะมึง จะตายอยู่แล้วยังจะทำให้พวกกูต้องเสียเหงื่อ!”

ดาวเรืองกับปลัดซ่อนตัวเงียบกริบ เห็นเสี่ยและ ลูกน้องทำร้ายกำนันอย่างเหี้ยมโหด เสี่ยยกปืนเล็งตะคอก

“มึงทำกูเสียหายหลายสิบล้าน เพราะฉะนั้นมึงต้องทรมาน... นานหน่อย” สิ้นเสียงก็ยิงที่ขาขวากำนัน เมื่อกำนันพยายามคลานหนีก็ยิงขาซ้ายจากด้านหลัง กำนันร้องลั่น แต่ไม่เพียงไม่ร้องขอชีวิต กำนันยังตะโกนด่า

“คนชั่วอย่างมึงไม่มีวันตายดี!!”

“คนไม่ตายดีน่ะมึงต่างหาก!!” เสี่ยตวาดแล้วยิงเข้าที่แขนซ้ายกำนันก่อนถีบตกลงในสระบัวอย่างอำมหิต สั่งลูกน้อง “ศพมันลอยขึ้นมาเมื่อไหร่ ค่อยลากไปเผา ในป่า” แล้วเดินกลับไปพร้อมลูกน้อง

ดาวเรืองแทบขาดใจกับภาพที่เห็น มองจุดที่กำนันเทิ้มถูกถีบลงน้ำร้องไห้โฮ ปลัดเองก็ช็อก

ooooooo

รุ่งขึ้น ดาวเรืองและปลัดไปหาผู้กำกับที่สถานีตำรวจ ดาวเรืองตบโต๊ะปังอย่างโกรธจัด ถามว่ามัวยืนทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ไปจับพวกมัน!

ผู้กำกับขอให้ใจเย็นๆแต่ดาวเรืองเย็นไม่ไหว เล่าสภาพที่กำนันเทิ้มถูกเสี่ยทำร้ายกระทั่งถีบลงสระบัว ถามผู้กำกับว่า

“คนชั่วอย่างไอ้กำพลมันไม่ควรลอยหน้าลอยตาให้คนทั้งจังหวัดยกมือไหว้มันอีกต่อไป!”

“ดาวเรือง ลืมไปแล้วหรือว่าฉันก็อยู่ที่นั่น ฉันเห็นทุกอย่างกับตาเหมือนเธอ เราสองคนจะเอาผิดเสี่ยกำพลยังไงล่ะ เรามีแค่คำพูด ชาวบ้านจะเชื่อเราหรือ ต่อให้ผู้กำกับออกหมายจับเขาเดี๋ยวนี้ เขาก็พ้นข้อหาได้ง่ายๆ เพราะหลักฐานของเราไม่พอ” ปลัดเตือนสติ

“แล้วเราจะปล่อยให้ไอ้ฆาตกรมันลอยนวลต่อไปรึไง นอกจากกำนันเทิ้มแล้ว จะต้องรอให้มีใครถูกมันฆ่าอีก!!”

“นั่นแหละที่ฉันเป็นห่วง” ผู้กำกับเอ่ยขึ้น “ถ้าเราผลีผลามทำอะไรตอนนี้ คนที่จะถูกฆ่าปิดปากเป็นรายต่อไปก็คือปลัดจินตวัฒน์และเธอ...ดาวเรือง”

“ถ้าเราดันทุรังเอาผิดเสี่ยกำพลโดยที่มีหลักฐานแค่พยานในที่เกิดเหตุ ซึ่งก็คือเราสองคน นอกจากจะทวงความยุติธรรมให้กำนันเทิ้มไม่ได้แล้ว ยังสร้างปัญหาให้ผู้กำกับ แล้วเราสองคนก็จะตกอยู่ในอันตรายด้วย จะจัดการกับคนอย่างเสี่ยกำพลต้องมีสติ ต้องใช้สมอง ไม่งั้นสิ่งที่กำนันเทิ้มทำมาตลอดจะสูญเปล่า”

ดาวเรืองน้ำตาไหลพรากๆ เมื่อนึกถึงภาพที่กำนันเทิ้มถูกทำร้ายและถีบลงสระบัว...

“ตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำคือ จัดงานศพของกำนันเทิ้มให้ดีที่สุด” ผู้กำกับสรุป เมื่อเห็นดาวเรืองสงบลง

ooooooo

ไสวได้เข้าไปอยู่ที่บ้านผู้ใหญ่โดยหิ้วเสมอใจไปด้วย อ้างว่าเป็นสาวเป็นนางเลิกงานกลับบ้านดึกไม่ปลอดภัย ทำเอาวรรณแทบกระอักเลือด ถึงขั้นขีดเส้นแบ่งเขตห้ามเสมอใจล้ำเขตของตน อยู่นอกบ้านก็ให้อยู่ห่างหนึ่งเมตรเป็นอย่างน้อย

วันนี้ผู้ใหญ่กับบรรดาเมียๆยกโขยงกันไปงานศพกำนันเทิ้ม ทิ้งเสมอใจไว้ปิดบ้าน เสมอใจปดวรรณว่าแม่เวียงให้ตนไปกับวรรณ ถ้าไม่เชื่อให้โทร.ถามดู แล้วขู่ว่า

“แต่แม่เวียงยังเคืองเอ็งอยู่นะ เรื่องที่เป็นเถ้าแก่ขอเมียคนที่สิบให้พ่อน่ะ เอ็งจะกล้าขัดใจแม่ ทิ้งข้าไว้ให้เดินไปวัดคนเดียวก็ตามใจ”

“นังเหมอ!!” วรรณคำรามอย่างเจ็บใจที่ต้องไปวัดกับเสมอใจจนได้

ที่​ศาลา​สวด จ่า​แม่น​เล่า​ให้​ชาว​บ้าน​ที่มา​งาน​ฟัง​ว่า​  เจอ​ศพ​กำนัน​เทิ้ม​ที่​ดอน​ล้อม​เก้ง​ลอย​มา​ติด​อยู่​ใน​ดง​ผักตบชวา ไม่​รู้​ไป​โดน​ยิง​มา​จาก​ไหน ส่วน​สาเหตุ​ที่​กำนัน​เทิ้ม​ถูก​ยิง​ตาย​จ่า​บอก​ว่า​ไม่​รู้​คดี​ไหน​  เพราะ​กำนัน​มี​ตั้ง​ร้อยแปด​พัน​เก้า​คดี​ จะ​ไป​จับ​มือ​ใคร​ดม​ได้

“แต่​ยัง​ไง​เรา​ต้องหา​ตัว​คนร้าย​ให้​ได้ ไม่​ต้อง​ห่วง กำนัน​ไม่​ตาย​ฟรี​แน่” ผู้​กำกับ​ให้​ความ​หวัง กำจร​เสนอว่า​หรือ​จะ​ให้​หลวง​ตา​คง​ทรงเจ้า​แม่​ถึดทือ​ถาม​กัน​ให้​รู้​ดำรู้แดง​ไป​เลย หลวง​ตา​ได้ยิน​รีบ​บอก​ว่า​ไม่ได้ เจ้าแม่​ท่าน​ไม่ว่าง เรื่อง​คดี​ปล่อย​ให้​ตำรวจ​จัดการ แต่​ถ้า​ใคร​อยาก​ได้ของดีเอาไว้​ กัน​กระสุน​กัน​มีด​พร้า​มา​กระซิบ​ได้ พอ​จะ​มี​ติดย่ามอยู่บ้าง

แต่​พอ​ถึง​เวลา​สวด​พระ​อภิธรรม พระครู​จ้อย​ขอ​สนทนา​ธรรม​กับ​ญาติโยม​เล็กน้อย​ก่อน

“ใคร​ที่​กำลัง​คิด​จะ​ฉวย​โอกาส​เอา​ผี​บังหน้า​ตั้ง​วง​หรือ​จะ​กำ​โป​ไฮโล​ถั่ว​แก้​ง่วง ให้​เลิก​คิด เลิก​ฝัน ส่วนใคร​ที่​กะ​จะ​ใช้​งาน​ศพ​หาเสียง​หรือ​ทำ​ธุรกิจ​ก็​ให้​หยุด​คิด​หยุด​ทำ เพราะ​มัน​บาป ถือว่า​ไม่​ให้​เกียรติ​คน​ตา​ย รู้​ไหมโยม​เทิ้ม​เกลียด​เรื่อง​พวก​นี้”

บรรดา​ผู้​ที่​มี​แผนการ​ใน​งาน​นี้​ต่าง​สะดุ้ง​กัน​เป็นแถว

ระหว่าง​ปลัด​ไป​ไหว้​ที่​หน้า​โลง​ศพ ปลัด​บอกกล่าว​ว่า “ผม​สัญญา​ว่า​จะ​จับ​ตัว​คนร้าย​มา​ลงโทษ​ให้​ได้” ถูก​ดาวเรือง​ถาม​จิก​ว่า รู้อยู่​แล้ว​จะ​รอ​อยู่​ทำไม พลัน​ทุกคน​ก็​ชะงัก​เมื่อ​ผู้ใหญ่​ผัน​ร้อง​ทัก​เสียง​ดัง

“อ้าว...เสี่ย​กำพล เชิญ​ครับ​เชิญ...”

ดาวเรือง​มอง​ขวับ​จน​ปลัด​ต้อง​เตือน​ให้​ใจเย็นๆ อดทน​ไว้ ส่วน​เสี่ย​กำพล​ก็​ทักทาย​ชาว​บ้าน​พูดโอ่​น่าซึ้งใจว่า

“ไม่​อยาก​จะ​เชื่อ​เลย​ครับ พอ​รู้​ข่าว ผม​ทิ้ง​งานที่​ดูไบ​แล้ว​รีบ​บิน​กลับ​มา​เลย  ถ้า​ยัง​ไง​ผม​ขอ​เป็น​เจ้าภาพใน​วัน​ที่​เหลือ​นะ​ครับ”

ดาวเรือง​พึมพำ​ลอด​ไรฟัน “เล่น​ละคร​เก่ง​ชิบ​เป๋ง” ปลัด​กระซิบ​ว่า “เรา​ต้อง​เล่น​ให้​เก่ง​กว่า​เขา”

แม้​จะ​ถูก​ปลัด​คอย​ติง​คอย​เตือน​ตลอด​เวลาแต่ดาวเรือง​ก็​ยัง​ทำใจ​ไม่ได้  จน​ต้อง​หลบ​ไป​สงบ​สติ​อารมณ์​ที่​มุม​สงบ  เมื่อ​ปลัด​ตาม​ไป   ดาวเรือง​บอก​ว่า​อยาก​จะ​ฆ่า​ไอ้คนลิ้นสองแฉก ​ให้​ตาย​คา​มือ เห็น​หน้า​แล้ว​อยาก​เอา​ปืน​ไล่​ยิง​เหมือนที่มัน ​ยิง​กำนัน​เทิ้ม  ปลัด​เตือน​ว่า​แค่​คิด​ก็​บาป​แล้ว​และ​นั่นไม่ใช่วิธี​ ของ​คน​ฉลาด เพราะ​นอกจาก​จะ​ติด​คุก​แล้ว​ยัง​ตก​นรกด้วย

“ตก​ก็​ตก​สิ จะ​บอก​ยมบาล​ว่า​ฆ่า​คน​ชั่วคน​หนัก​แผ่นดิน​ตาย”

“ยมบาล​ท่าน​จะ​ฟัง​หรือ​ไม่​ฟัง​เรา​ไม่​รู้  แต่​ศาลท่าน​ฟัง​ถ้า​เรา​หา​หลักฐาน​มา​ได้  หยุด​ฟุ้งซ่าน​แล้ว​ตั้ง​สตินะดาวเรือง อุตส่าห์​อดทน​มา​ได้​ถึง​ขนาด​นี้​แล้ว”

ปลัด​บอก​ว่า​หลัง​งาน​ศพ​ตน​จะ​เริ่ม​ลุย​สืบ​ดู​ว่า​กำนัน​ทิ้ง​เบาะแส​อะไร​ไว้​บ้าง  ดาวเรือง​นึกถึง​จดหมาย​ของกำนัน​ฉบับ​นั้น  รีบ​กลับ​ไป​ค้น​หา  ปรากฏ​ว่าบานชื่น​ให้​ไอ้เพี้ยน​เอา​ไป​เผา​ทิ้ง​หมด​แล้ว  เพราะ​มี​แต่​เศษ​ผัก​เศษ​อาหารทิ้งไว้​ก็​เหม็น  ดาวเรือง​รู้สึก​สิ้น​หวัง  แต่​ปลัด​ยัง​ให้​ความ​หวังว่า

“อย่า​เพิ่ง​ท้อ  ฉัน​จะ​ช่วย​เธอ​เรียก​ร้อง​ความ​ยุติธรรม​ให้​กำนัน​เทิ้ม​เอง  เราะ​จะ​กระชาก​หน้ากาก​คน​ชั่ว​ด้วยกัน”

ดาวเรือง​บอก​ปลัด​ให้​กลับ​ไป​เสีย  เขา​อยู่​ที่​นี่ก็มี​แต่​จะ​ตาย​เปล่า ปลัด​ถาม​ว่า​ทำไม​ตน​ต้อง​ไป

“นาย​อยาก​จะ​เป็น​อย่าง​กำนัน​เทิ้ม​งั้น​เหรอ  นาย​อยาก​ถูก​ยิง แล้ว​ถูก​มัน​ถีบ​ตก​น้ำ อยาก​โดน​ฆ่า​หมก​ป่า หรือ​ถูก​พวก​มัน​จับ​เผา​นั่ง​ยาง​แบบ​ผี​ไม่​มี​ญาติ​รึ​ไง!...เก็บ​อุดมการณ์​ของ​นาย​แล้ว​กลับ​บ้าน​ไป​ซะ”

ปลัด​นิ่ง​ไป  พูด​ไม่​ออก  ทั้ง​สอง​นั่ง​เงียบ​กันอยู่ท่ามกลาง​คืน​ที่​ไร้​แสง​เดือน​และ​เงา​ดาว...บรรยากาศ​หดหู่​ยิ่ง...

ooooooo

จู่ๆก็​มี​ข่าว​สะพัด​และ​คน​ที่​อำเภอ​ก็​เห็น​ว่า​ปลัด​จิ​นต​วัฒน์​ขอ​ย้าย​กลับกรุงเทพฯ​แล้ว  และ​หิ้ว​กระเป๋าใบโต​เดิน​ผ่าน​ไป  กำจร​บ่น​เสียดาย​ที่​ปลัด​ดีๆหา​ยาก​แบบนี้​อยู่​ได้​ไม่​นาน​ก็​ต้อง​ไป

ดาวเรือง​พา​ไอ้​เพี้ยน​ไป​ทำ​บัตร​เสร็จ​เดิน​ออกมาเห็น​ปลัด​จิ๋น​หิ้ว​กระเป๋า​เดิน​ผ่าน​ไป​ไวๆ ก็​พึมพำ “ไป​ไหน?...” แต่​ไอ้​เพี้ยน​รู้ บอก​ว่า​ปลัด​ขอ​ย้าย​แล้ว บอก​ดาวเรือง​ว่า​ต่อ​ไป​นี้​ก็​ไม่​มี​ใคร​มา​ตาม​จับ​ตาม​มอง​เรา​อีก​แล้ว  จะ​ตีไก่ ต้ม​เหล้า ขาย​หวย เล่น​ไพ่​ก็​สบาย​บรื๋อ

“ใคร​จะ​ไป​ไหน​ก็​ช่าง  แต่​เอ็ง​ต้อง​รีบ​ไป​โรงเรียน เร็ว​เข้า” ดาวเรือง​พูด​ไป​อย่าง​นั้น ทั้ง​ใจหาย​แว้​บ...

ฝ่าย​วรรณ​พอได้​ข่าว​ปลัด​จิ๋น​ย้าย​ก็​จะ​พลิก​วิกฤติ​ให้​เป็น​โอกาส  เตรียม​เสียบ​เข้าไป​ตอน​ที่​ดาวเรืองกำลังเศร้า ว่า​แล้ว​ก็​ขี่​มอเตอร์ไซค์​ไป​หา​ดาวเรือง​ทันที

ดาวเรือง​กำลัง​เศร้า​อยู่​กับ​เจ้า​จี๊ด​จ๊าด  พูด​กับจี๊ดจ๊าดว่า

“ใคร​จะ​มา​ทน​อยู่​กับ​เรา​ได้​ตลอด​ล่ะ”

วรรณ​มา​ถึง​พอดี  บอก​ไอ้​แหลม​กับ​ไอ้​กรอด​ให้ยืน​รอ​ห่างๆ ตัว​เอง​เข้าไป​หา​ดาวเรือง​หวัง​ทำ​คะแนน ถูกดาวเรือง​ไล่​จะ​ไป​ตาย​ที่ไหน​ก็​ไป วรรณ​ทำหน้าเป็น บอกว่า​เดี๋ยว​เจอ​กัน​ที่​บ้าน​แม่ยาย​นะ​จ๊ะ แล้ว​ตะโกน...

“เฮ้ย...ไป​เว้ย​พวก​เรา ไป​เอาใจ​แม่ยาย​ข้า​หน่อย”

พอ​พวก​วรรณ​ไป ดาวเรือง​ก็​ถอน​ใจ​เฮือก...เซ็ง​จน​บอก​ไม่​ถูก

ooooooo

สาม​ทโมน​ไป​ถึง​ร้าน​ดาวเรือง​ก็​เดิน​วางก้าม​เข้าไป บานชื่น​ถาม​ว่า​จะ​มา​กิน​หรือ​มาก​วน ถ้ามาก​วน​ก็​ไสหัว​ออก​ไป​เลย

“ฆ่า​ให้​ตาย​ก็​ไม่​ไป เพราะ​หัวใจ​ไอ้​วรรณ​อยู่​ที่นี่... และ​ที่มา​วัน​นี้​เพราะ​จะ​มา​เสนอ​ตัว​เป็น​ลูกเขย​ให้​น้าบานพิจารณา

“อันธพาล​อย่าง​เอ็ง​ใคร​จะ​เอา​ไป​ทำ​พันธุ์”

วรรณ​บอก​ว่า​ตน​กลับ​ตัว​กลับ​ใจ​ได้​แล้ว​จริงๆ แล้ว​ขยิบ​ตา​ให้​ไอ้​แหลม​กับ​ไอ้​กรอด​พิสูจน์​ให้​ดู ทุก​คนกระวี กระวาด​ช่วย​เช็ด​โต๊ะ ล้าง​จาน กวาด​ร้าน​กัน​วุ่นวายจน​บานชื่น​ถาม​ว่า

“อะไร​เข้า​สิง​พวก​เอ็ง​วะ​เนี่ย”

ครู่​เดียว​ดาวเรือง​ก็​ขี่​ซาเล้ง​กลับ​มา​มี​กล่อง​ใส่​เป็ด​มา​ด้วย พอ​เห็น​สาม​ทโมน​อยู่​ใน​ร้าน​ก็​บ่น​แม่ว่า​ปล่อยให้หมา​เข้า​มา​ใน​ร้าน​ได้​ไง เดือดร้อน​ต้องหา​ยามา​ฉีด​เห็บหมัดอีก

แต่​สาม​ทโมน​โดน​ด่า​ก็​ไม่​สลด กลับ​กระ​ดี๊​กระ​ด๊า​เอาใจ​ดาวเรือง​ช่วย​กัน​ยก​เก้าอี้​ให้​นั่ง เอา​น้ำ​มา​เสิร์ฟ

“ไม่​ต้อง ที่​นี่​ร้าน​ข้า ไม่​ต้อง​แส่” แล้ว​พูด​กับเป็ด​เสียงอ่อน​หวาน “ไป​กัน​เถอะ​เด็กๆ” แล้ว​ต้อน​ฝูง​เป็ดไปหลังร้าน

“ข้าว​ปลา​ไม่​กิน วันๆอยู่​แต่​กับ​เป็ด มัน​จะ​อะไร​กับ​เป็ด​นักหนา​เนี่ย” บานชื่น​อด​บ่น​ไม่ได้

วรรณ​ได้ยิน​ก็​อิจฉา​เป็ด เจ็บใจ​ที่​หมด​ปลัด​ที่​เป็น ก้างขวางคอ​ไป​คน ยัง​เหลือ​เป็ด​ของ​ปลัด​เป็น​หอกตำใจอยู่อีก​ แล้ว​วรรณ​ก็​แอบ​ขโมย​เป็ด ไล่​จับ​อยู่​นาน​ก็​ไม่ได้ เจอจี๊ดจ๊าด​ตัว​เล็ก​กว่า​เพื่อน​นั่ง​จุ้ม​ปุ๊​กอ​ยู่​ก็​ตรง​ไป​อุ้ม​ซ่อน​ไว้​ใน​เสื้อ แล้ว​ออก​มา​ส่ง​สัญญาณ​ให้​ไอ้​แหลม​กับ​ไอ้​กรอด สองตัวนั้น​ทิ้ง​งาน​วิ่ง​ออก​ไป​ขี่​มอเตอร์ไซค์​ตาม​กัน​ไป​ฝุ่น​ตลบ

“ไอ้​พวก​นี้ ผีเข้าผีออก” บานชื่น​บ่น​เซ​็งๆ

ooooooo

วรรณ​ขโมย​เจ้า​จี๊ด​จ๊า​ดก​ลับ​ไป​บอกบุญ​ปลอดว่า​อยาก​กิน​กะเพรา​เป็ด ชมว่า​น้า​ปลอด​ผัดอร่อยทำให้หน่อย

“น้า​ไม่​ฆ่า​สัตว์​ตัด​ชีวิต” บุญ​ปลอด​ปฏิเสธ วรรณ​หัน​ไป​หา​บุญ​ปลีก ก็​ถูก​ปฏิเสธ​ว่า “ช่วง​นี้​น้า​ลิ้น​ชา ชิม​อะไร​ไม่ค่อย​รู้​รส ให้​เมีย​เบอร์​สุดท้าย​แต่​แก่​สุด​ของ​พ่อ​ทำ​ก็​แล้วกัน​นะ”

“เอ็น​มือ​ข้า​พลิก ก็​พี่​ผัน​น่ะ​สิ เรียก​ไป​นาบ เอ๊ย...นวด​อยู่​เรื่อย” ไสว​เล่นตัว

“ฉัน​ทำให้​จ้ะ ไป​ผัด​ให้​เดี๋ยวนี้​เลย” เสมอ​ใจ​ที่​กำลัง​ตัด​เล็บ​เท้า​ให้​เวียง​อยู่​อาสา

“เสนอ​หน้า​อีก​ละ ตัด​มา​กี่​คนแล้ว​ล่ะ​นั่น” วรรณ​ทำท่า​รังเกียจ

“ทั้ง​บ้าน​เลย​จ้ะ แต่​ไม่​ต้อง​ห่วง ฉัน​จะ​ล้างมือ​ให้​สะอาด” เสมอ​ใจ​ลุก​ขึ้น วรรณ​มองๆ แล้ว​ยื่น​เป็ด​ให้

ooooooo

ดาวเรือง​ไป​ที่​ตลาด​ส่ง​โพยหวย​ให้​เจ๊​หมวย​ที่​ร้าน​ขาย​ของชำ เจ๊​หมวย​บ่น​ว่า​พัก​นี้​ไม่ค่อย​มี​คน​แทง​หวย​เท่า​ไหร่

พอดี​เจ้ามือ​หวย​ต่าง​ตำบล​เดิน​เข้า​มา​ส่ง​โพย​ให้​เจ๊​หมวย เจ๊​บอก​ว่ามาก็ดีแล้ว เพราะ​ชาติ​ลูกน้อง​เสี่ย​กำพล​บอก​ว่า​ไอ้​ศักดิ์​อยาก​ได้​คน​เพิ่ม มี​เส้นสาย​ฝั่ง​โน้น​บ้างไหม​จัด​มา​ให้​สัก​สิบ​ยี่สิบ​ก็ดี เผื่อ​ตน​จะ​ได้​ค่าหัว​คิว​บ้าง

“หา​ยาก​แล้ว​เจ๊ เขา​ส่ง​ไป​ออก​เรือ​ทาง​ใต้​หมดแล้ว”

ดาวเรือง​หูผึ่ง​แต่​แกล้ง​ทำ​เป็น​ไม่​สนใจ เจ๊​หมวย​ถาม​ดาวเรือง​ว่า

“เอ็ง​รู้จัก​ใคร​ที่​ฝั่ง​โน้น​บ้าง​ไหม หัว​ละ​เป็น​หมื่น​เชียว​นะ”

“ฉัน​จะ​ไป​รู้จัก​ใคร​ล่ะ​เจ๊ ไม่​เคย​ข้าม​ไป​ฝั่ง​นู้น​เลย นี่​ถ้า​รู้​ว่า​ค้า​คน​มัน​กำไร​งาม​ขนาด​นี้ คง​หา​ลู่ทาง​ไว้​บ้างแล้ว”

กลับ​จาก​ส่ง​โพยหวย ดาวเรือง​หิ้ว​ถุง​กล้วยแขก​ไป​ฝาก​ผู้​กำกับ​ที่​โรงพัก ถูก​จ่า​แม่น​เตือน​เรื่อง​ผู้​กำกับ​มี​ลูก​มี​เมีย​แล้ว​อีก ดาวเรือง​เลย​ฝาก​ให้​จ่า​เอา​ไป​ให้​ก็​แล้วกัน

พอ​ผู้​กำกับ​รับ​ถุง​กล้วยแขก​ก็​เปิด​ดู รอจน​จ่า​แม่น​ออก​ไป​แล้ว จึง​เท​กล้วยแขก​ใส่​ถุง​ก๊​อบ​แก๊บ​แล้ว​เอา​ถุง​กล้วยแขก​ฉีก​ดู​มี​ลายมือ​ดาวเรือง​เขียน​ว่า

“ต่างด้าว ชาย​แดน ลอต​ใหญ่”

ooooooo

ที่​กรุงเทพฯ...โ​รส​อ้าง​ว่า​พฤกษ์​ทำให้​ตน​ได้​รับ​บาดเจ็บ​ ฉะนั้น​ต้อง​ส่งตนไป​โรงพยาบาล​และ​ดูแล​จนกว่าจะหาย

วัน​นี้​พฤกษ์​รับ​เธอ​ออก​จาก​โรงพยาบาล ขณะ​พฤกษ์​ไป​รับ​ยา แฟน​คลับ​ของ​โ​รส​พา​กัน​มา​ขอ​ถ่ายรูป พฤกษ์​กลับ​มา​พอดี​ขอร้อง​แฟน​คลับ​ว่า​โ​รส​กำลัง​ไม่สบาย แต่​โ​รส​บอก​ว่า​ไม่​เป็นไร​ แล้ว​ลุก​โพส​ท่า​ให้​ถ่าย​อย่าง​นาง​แบบ แต่​เพราะ​ยัง​ไม่​หาย​ดี​เลย​เซ​จะ​ล้ม พฤกษ์​ประคอง​ไว้​ทัน​เลย​เหมือน​กำลัง​กอด​กัน บรรดา​แฟน​คลับ​กด​ชัตเตอร์​กัน​มือเป็น​ระวิง

พฤกษ์​พา​โ​รส​ไป​ส่ง​ที่​ห้อง​แล้ว​จะ​กลับ เธอ​ขอ​ให้​ช่วย​อุ่น​อาหาร​ให้​หน่อย อาบ​น้ำ​เสร็จ​จะ​ได้​ออก​มา​กินเลย ระหว่าง​เธอ​ไป​อาบ​น้ำ และ​พฤกษ์​อุ่น​อาหาร​ให้​นั้น โทรศัพท์​ที่​ห้อง​นอน​ดัง​ขึ้น พฤกษ์​ปล่อย​ให้​มัน​หยุด​ไป​เอง​สอง​ครั้ง พอ​ครั้ง​ที่​สาม​เขา​ตัดสินใจ​เข้าไปรับ

“สวัสดี​ครับ อ๋อ...ใช่​ครับ เบอร์​คุณ​โ​รส​ สุดา​ว​ดี ครับ ครับ...ตอน​นี้​คุณ​โ​รส​ติด​ธุระ...คือ...อาบ​น้ำ​อยู่​น่ะ​ครับ...มี​ธุระ​อะไร​จะ​ฝาก​ไว้​ไหม​ครับ”

คน​ที่โทร.​เข้า​มา​คือ ​จิ​นต​วัฒน์​นั่นเอง! เขา​ตอบอย่าง​ไม่สบาย​ใจ​ว่า ไม่​เป็นไร​เดี๋ยว​ค่อยโทร.​มา​ใหม่ แล้ววางสาย

พฤกษ์​รีบ​ไป​จัด​เตรียม​อาหาร​เสร็จ​ก็​ขอ​กลับ​บอก​ว่า​มี​ธุระ​ต้อง​ทำ​ต่อ ไม่​นาน​ปลัด​จิ๋น​ก็โทร.​มา​ใหม่ โ​รสเห็น​เบอร์​แปลกๆ พอ​รับ​สาย​รู้​ว่า​เป็น​ปลัด​จิ๋น​ก็​ทัก​ว่า​ทำไม​ใช้​เบอร์​นี้โทร.

“แบ​ต​หมด​น่ะ แต่​เป็น​ห่วง​ก็​เลยโทร. โ​รส​เป็นไงบ้าง” ปลัด​จิ๋น​ทำ​เสียง​ปกติ

โ​รส​บอก​ว่า​เพิ่ง​ออก​จาก​โรงพยาบาล อ้อน​ว่า​ตอน​นี้​น้ำ​หวาน​ก็​ไม่​อยู่​สงสัยต้อง​หา​คน​มา​ขับ​รถ​ป้อน​ข้าว​แทน​แล้ว​ล่ะ ปลัด​จิ๋น​เงียบ​ไป​นาน ทำใจ​ถามว่า

“ไม่​ใช่​ว่า​ตอน​นี้​มี​ใคร​มา​ดูแล​แทน​ผม​แล้ว​จริงๆเหรอ”

“ไม่​เอา​น่า...อย่า​คิดมาก​สิ​คะ...แค่​นี้​ก่อน​นะ โ​รส​ต้อง​กิน​ข้าว กิน​ยา ต้อง​รีบ​หายเดี๋ยว​ไม่​สวย ขอ​ให้​ทำงาน​ให้​สนุก​นะ​คะ” พอ​วาง​สายโ​รส​ยิ้ม​พึมพำ​อย่าง​มี​ความสุข “หึง​ล่ะ​ซิ...ฮิๆ”

ส่วน​ปลัด​จิ๋น​วาง​สาย​จาก​โ​รส​ด้วย​ความรู้สึก​สับสน กลุ้ม ลังเล ผิดหวัง ประดัง​ประ​เด​เข้า​มา​จน​ตัว​เอง​ก็​บอก​ไม่​ถูก​ว่า​เป็น​ความรู้สึก​อะไร​แน่

ooooooo

ที่​ร้าน​ดาวเรือง...บานชื่น​ทำ​งาน​อยู่​คน​เดียวพอ​ดาวเรือง​กับ​ไอ้​เพี้ยน​ขี่​มอเตอร์ไซค์​กลับ​มา​ก็​บ่น​ประชด

“ตะวัน​ไม่​ตกดิน ไม่​กลับ​บ้าน​นะ หายหัว​ทั้ง​วัน”

“ว่า​จะ​เอา​หัว​ไว้​ที่​บ้าน​ก็​เกรงใจ เลย​เอา​หัว​ไป​ทำ​มา​หา​รับประทาน​ด้วย ไป​ส่ง​โพย​มา​จ้ะ​แม่ นี่​จ้ะ หนึ่ง​พัน​ห้า​ร้อย​บาท​ถ้วน” ดาวเรือง​ส่ง​เงิน​ให้ บานชื่น​จึง​ยิ้ม​ออก ถูก​ไอ้​เพี้ยน​แซว​ว่า​อารมณ์​ดี​ขึ้น​มา​กะทันหัน​เลย

“แต่​จะ​เสีย​ก็​เพราะ​ปาก​เอ็ง ไป​ล้าง​ไม้​ล้างมือ​ให้​เรียบร้อย​แล้ว​มา​กิน​ข้าว วัน​นี้​ข้า​ตำ​น้ำพริก​มะอึก​ของ​โปรด​เอ็ง​ด้วย”

“โอ๊​ยยยย...อ​ยา​กกิน​นน แต่​ขอ​เวลา​แป๊บ ไปเตรียม​ข้าว​ให้​เป็ด​ก่อน เดี๋ยว​มา”

“ชาติ​ที่​แล้ว​แม่​มัน​คง​ชื่อ​เป็ด​นะ ถึง​ได้​ตาม​ดูแล​กัน​อยู่​ได้” บานชื่น​บ่น

“แหม​แม่...ก็​เป็ด​มัน​ตำ​น้ำพริก​กิน​เอง​ไม่​เป็น​นี่ ถ้า​มัน​ทำได้​ฉัน​ก็​คง​ไม่​เป็น​นัง​แจ๋ว​คอย​เสิร์ฟ​มัน​เช้า กลางวัน เย็น แบบ​นี้​หรอก” ว่า​แล้ว​วิ่ง​จู๊ด​ไป

ooooooo

ดาวเรือง​วิ่ง​ไป​ที่​เล้า​เป็ด​หลัง​บ้าน เอา​หยวก​กล้วย​ที่​สับ​แล้ว​ผสม​กับ​อาหาร​ใน​กะละมัง​ยก​เข้าไป​ใน​เล้าเป็ด

“มา​เร้วววว...​มา​กิน​กัน​ให้​ไว​เลย...จ๋อ​ม​แจ๋​มพาน้องๆ มา​เร้ววว”

ดาวเรือง​เคาะ​กะละมัง​เรียก​เป็ด​มา​กิน​อาหาร เห็น​เป็ด​วิ่ง​กรู​กัน​มา​ก็​มอง​อย่าง​สนุกสบาย​ใจ​ไป​ด้วย แต่​มอง​ไป​มอง​มา​ก็​เอะใจ เมื่อ​ไม่​เห็น​จี๊ด​จ๊าด

“เจ้าตัว​เล็ก จี๊ด​จ๊าดๆๆ อยู่​ไหน​ลูก ออก​มาเร็ว... เฮ้ย...หาย​ไป​ไหน​วะ จุบจิบ เจ​ย์​โจ แจ​จึง จุ๊กจิ๊ก เห็น​น้อง​ไหม​น้อง​หาย​ไป​ไหน”

เมื่อ​มอง​หาไม่​เห็น ดาวเรือง​ใจไม่ดี วิ่ง​ออกจากเล้าเป็ด​ไป​ที่​ร้าน เห็น​บานชื่น ไอ้​เพี้ยน และ​เสมอใจ​นั่ง​กิน​ข้าว​ด้วย​กัน​อยู่ บานชื่น​เรียก​ดาวเรือง​กิน​ข้าว “ไอ้​เรือง ชิม​แกง​นัง​เห​มอ​ดู ฝีมือ​เป็น​รอง​ข้า​นิดหน่อย แต่​ก็​ถือว่า​ใช้ได้”

“น้ำพริก​น้า​บาน​นี่​ก็​แซบ​สะบัด มื้อ​นี้​พุง​กาง​แน่” เสมอ​ใจ​ปากหวาน​ชม​คืน

บานชื่น​บอก​ไอ้​เพี้ยน​ให้​ตัก​ข้าว​ให้​ดาวเรือง ดาวเรือง​บอก​ว่า​กิน​ไม่​ลง ไม่​รู้​จี๊ด​จ๊าด​หาย​ไป​ไหน ถาม​แม่ว่า​เห็น​ไหม เสมอ​ใจ​ถาม​ว่า​เป็ด​หรือ​ไก่ ไอ้​เพี้ยน​บอก​ว่าเป็ด

บานชื่น​ถาม​ว่า​หา​ดีแล้ว​หรือ​ยัง มัน​ตัว​เล็ก​สุด​อาจ​ซุก​อยู่​ตรง​ไหน​ก็ได้ ดาวเรือง​ยืนยัน​ว่า​ตน​หา​ทั่ว​แล้ว​ไม่มี

“ใคร​จะ​เอา​ไป​ทำ​อะไร ตัว​กะ​เปี๊ยก​แค่​นั้น มา​กิน​กะเพรา​เป็ด​ดี​กว่า​ไอ้​เรือง ไอ้​วรรณ​อุตส่าห์​มี​น้ำใจ​แบ่ง มาให้”

“ลง​จาก​กระทะ​ปั๊บ​ก็​แบ่ง​มา​นี่​เลย ไม่​รู้​ไอ้​วรรณ​มัน​ไป​เอา​เป็ด​มา​จาก​ไหน เป็ด​สาว​เนื้อ​อ๊อ​น...อ่อน”

ดาวเรือง​สะดุด​กึก ถาม​บานชื่น​ว่า​พวก​ไอ้​วรรณ​มา​ที่​นี่​รึ​เปล่า บานชื่น​บอก​ว่า​มัน​ก็​ไปๆ มาๆ หลายรอบ ดาวเรือง​หน้าเสีย​ถาม​เสมอ​ใจ​ว่า เป็ด​ที่​วรรณเอา​ไป​ให้ทำ หน้าตา​เป็น​ไง เสมอ​ใจ​ตอบ​งงๆ ว่า​หน้า​เหมือน​เป็ด​ตัวเล็ก​สี​ขาว​ปลอด

ดาวเรือง​แทบ​จะ​เข่า​อ่อน​ตรง​นั้น นึกถึง​คำ​อาฆาตของ​วรรณ​ที่​ว่า “เห็น​เป็ด​ดี​กว่า​ข้า​ใช่​ไหม ได้​เห็นดี​กันแน่ไอ้เรือง”

ดาวเรือง​ก็​ถึง​กับ​ตัว​สั่น วิ่ง​ไป​หยิบ​มีด​อีโต้​สับ​หมู​ที่​เ​คาน์เ​ตอ​ร์​คำราม​แค้น

“ไอ้​วรรณ!!!”

ดาวเรือง​วิ่ง​ไป​ถึง​สะพาน​ก็​เหนื่อย​หอบ​ร้องไห้​สงสาร​จี๊ด​จ๊าด พลัน​ก็​สะดุ้ง​เฮือก​เมื่อ​มี​มือ​มา​วาง​ที่​ไหล่ หัน​ขวับ​ไป​พร้อม​สู้ แล้ว​ก็​ต้อง​ชะงัก อุทาน “นาย!!”

ปลัด​จิ๋น​ถาม​ว่า​ร้องไห้​ทำไม ดาวเรือง​ย้อน​ถามว่า​เขา​กลับ​มา​ทำไม ไม่ได้​ย้าย​กลับ​กรุงเทพฯ ไป​แล้วหรือเพราะ​น้า​จร​กับ​ไอ้​เพี้ยน​บอก​ว่า​ปลัด​ย้าย​เข้า​กรุงเทพฯ ไปแล้ว

“ก็​ฉัน​อยู่​ที่​นี่​แล้ว​จะ​ไป​ไหน...ไม่​ใช่​ฉัน...ธีร​เดช​ต่างหาก​ที่​ขอ​ย้าย​กลับ​กรุงเทพฯ ฉัน​เอา​กระเป๋า​ไป​ส่ง​เขา​ที่​ท่า​รถ แล้ว​ก็​ประชุม​ที่​จังหวัด ประชุม​เสร็จ​ก็​กลับ​มา​เนี่ย อ๋อ...นี่​เธอ​คิด​ว่า​ฉัน​ย้าย​กลับ​บ้าน​เลย​เสียใจ​งั้นสิ เพิ่ง​รู้​นะ​เนี่ย ว่า​ฉัน​สำคัญ​มาก​ขนาด​นี้” ปลัดลูบหัว​ดาวเรือง​ที่​ยิ่ง​ร้องไห้​สะอึกสะอื้น “ไม่​ต้อง​ร้องไห้ ฉัน​กลับ​มา​แล้ว”

“ฉัน​ไม่ได้​ร้อง​เพราะ​นาย!!” ดาวเรือง​ตวาด​แว้​ด ปลัด​ผงะ​ร้อง​อ้าว​ถาม​ว่า...แล้ว​ร้อง​ทำไม

“เจ้า​จี๊ด​จ๊าด​มัน​ตาย...ได้ยิน​ไหม เจ้า​จี๊ด​จ๊าด​มันตาย​แล้วว ฮือๆๆ” ปลัด​ผงะ ดาวเรือง​ตะโกน “ไอ้วรรณ ไอ้

ฆาต​ก​ร...​ฉัน​จะ​ฆ่า​มัน!!!” ดาวเรือง​ชู​อีโต้​พุ่ง​ออก​ไปทันที

ooooooo

ตอนที่ 6

ที่กระท่อมเล่นไพ่หลังร้าน ดาวเรืองกับกำนันเทิ้มยืนคุยกันในมุมสลัวอย่างเคร่งเครียด

“พรุ่งนี้ พวกไอ้เสี่ยกำพลมันจะส่งยากันช่วงบ่ายข้าว่าน่าจะเป็นช่วงที่เอ็งชกมวยนั่นแหละ มันคงคิดว่าตอนนั้นทางสะดวก เพราะคนคงไปอยู่ที่วัดกันหมด”

“กำนัน...ฉันขอร้องอย่างนะ อย่าเพิ่งวู่วามทำอะไร รอให้ฉันชกมวยเสร็จแล้วฉันจะรีบไปช่วย”

“ข้าไม่ได้อยากให้เอ็งมาช่วยนะเรือง เอ็งยังเด็กงานนี้มันอันตรายเกินไป ที่ข้ามาก็แค่อยากจะให้เอ็งรู้ว่า...ถ้าข้าเป็นอะไรไป ก็เพราะไอ้เสี่ยกำพลคนเดียว”

กำนันเทิ้มตบไหล่ดาวเรืองเบาๆยิ้มบางๆ ก่อนหันหลังเดินจากไป ส่วนดาวเรืองยืนตื้อใจคอไม่ดี

ฝ่ายปลัดจิ๋น หลังจากจ่าแม่นขอความร่วมมือแล้วก็ติดตามการเคลื่อนไหวของดาวเรืองแจ คืนนี้ก็มาหาจนดาวเรืองถามว่าไม่หลับไม่นอนกันรึไง

“ฉันนอนไม่หลับ” ปลัดบอก ดาวเรืองถามกวนๆว่าแล้วถ่อมาถึงนี่คิดว่าตนจะช่วยได้รึไง“เธอช่วยได้...ดาวเรือง... เลิกเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเสีย เธอเป็นคนฉลาด เธอรู้จักโทษของมัน เธอรู้ดีว่ามันเป็นภัยมืดที่ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมามากแค่ไหน”

ปลัดพยายามพูดให้ดูขรึมขลัง แต่ดาวเรืองฟังแล้วทำหน้ากวนๆย้อนถาม “แล้วไง???” คำถามนี้เองทำให้ปลัดยิ่งเชื่อว่าดาวเรืองรู้เรื่องนี้แน่ๆ ตัดบทด้วยน้ำเสียงที่ปรารถนาดีว่า

“เอาเป็นว่า ฉันขอร้องให้เธอเลิกยุ่งเกี่ยวกับมัน ฉันเตือนเธอได้เท่านี้ เพราะอย่างที่ฉันบอก เธอเป็นเด็กฉลาด...ขาดแต่สามัญสำนึกเท่านั้นแหละ ที่เธอต้องถามตัวเองว่า เธอยังมีอยู่รึเปล่า”

ปลัดพูดด้วยท่าทีที่นิ่งมากจนทำให้ดาวเรืองกะล่อนไม่ออก ยืนหน้าชาอึดอัดอื้ออึง...อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ooooooo

งานวัดเริ่มแล้วแสงสี สายรุ้ง ร้านค้า และชาวบ้านนุ่งห่มสวยงาม พากันมาเที่ยวงานวัดกันอย่างสดชื่นแจ่มใส

งานนี้ เวียงเมียเบอร์ 1 ของผู้ใหญ่มาเปิดร้าน “ผัดไทเวียง” โดยมีเมียอันดับ 7–8–9 มาเป็นลูกมืออย่างเอาการเอางาน ไสวมาเปิดร้านนวดสมุนไพรมีเสมอใจเป็นผู้ช่วย แต่ไม่ว่าร้านผัดไทเวียงหรือร้านนวดสมุนไพรพอถึงเวลาชกมวยก็พากันปิดร้านไปดูวรรณชกกับดาวเรือง

ที่เวทีมวย...กำจรทำหน้าที่ดำเนินรายการ ขึ้นเวทีแนะนำเสี่ยกำพล ชอบอุปถัมภ์ ประธานจัดงาน รองประธานคือนายอำเภอไพศาลกับภริยาและผู้กำกับสันติสุข สิ้นเสียงปรบมือเกรียวกราว กำจรก็ประกาศต่อ

“และที่ลืมไม่ได้เลยก็คือ ปลัดจินตวัฒน์ วิโสภา ผู้ประสานงานที่ทำให้งานวัดของเราดำเนินมาอย่างราบรื่นจนวันสุดท้าย สำหรับกรรมการห้ามมวยบนเวที ได้แก่จ่าแม่น เก่งหมุด ผู้ที่สมัยเรียนมัธยมเคยเป็นตัวแทนโรงเรียนวัดดอนล้อมแรด ไปแข่งชกมวยระดับจังหวัดมาแล้ว”

จ่าแม่นในชุดวอร์มจัดเต็ม ขึ้นไปกลางเวทีทั้งเต้นฟุตเวิร์กทั้งออกหมัดราวกับจะชกเสียเอง กำจรประกาศต่อว่า

“และอันดับต่อไป เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาผมขอเชิญนักมวยทั้งสองฝ่ายขึ้นเวที นักมวยมุมแดง ส.สุวรรณน้อย ศิษย์พ่อผัน ตามด้วยนักมวยมุมน้ำเงินเรืองพิฆาต ลูกแม่บาน โค้ชผู้ฝึกสอนของเรืองพิฆาต ลูกแม่บานคือหลวงตาคง ส่วน ส.สุวรรณน้อย มุมแดง ไม่มีใครสั่งสอน”

“เฮ้ย!!” ผู้ใหญ่ผันร้องลั่น

“เอ๊ย...โค้ชผู้ฝึกสอนคือ ผู้ใหญ่ผัน บิดาบังเกิดเกล้านั่นเอง” กำจรรีบแก้เหมือนเล่นมุก แล้วประกาศกติกาการชกครั้งนี้ว่า เรืองพิฆาต จะชกมวยไทย ส่วน ส.สุวรรณน้อย จะชกมวยสากล ผู้ชนะไม่ได้อะไร นอกจากนำความภาค ภูมิใจมาสู่วงศ์ตระกูลและชุมชน รายได้ค่าบัตรชมจะถวายวัดทำบุญทุกบาททุกสตางค์ แล้วกำจรก็ทำเสียงตื่นเต้นแบบมืออาชีพประกาศว่า

“และตอนนี้ ก็ได้เวลาอันสมควรแล้ว เชิญทุกท่านชมการชกมวยคู่ประวัติศาสตร์ระหว่างชายกับหญิงได้ ณ บัดนี้”

“แก๊ง!” ระฆังยกหนึ่งดังขึ้น นักมวยออกจากมุม...

เพราะวรรณซ้อมแต่จะกอดจูบดาวเรือง พอเดินเข้าหาก็มุ่งแต่จะกอดซุกไซ้เข้าคลุกวงใน ทำทีชกปลายนวมเฉียดหน้าดาวเรืองไปมา แต่ดาวเรืองกลับล้มผงะหงายหลังพิงเชือกแล้วเด้งมาล้มฟุบกลางเวทีทำราวกับถูกซัดเต็มแรง วรรณตกใจมองหมัดตัวเองงงๆ เพียงอึดใจต่อมา ดาวเรืองก็ถูกซัดลงไปกองอีก ทำเอาทั้งปลัดและบานชื่นตกใจ

“โอ๊ย...ตายๆๆๆ ไอ้เรืองล้มเป็นครั้งที่สองแล้วววว” กำจรร้อนใจ

ดาวเรืองค่อยๆเงยหน้าขึ้นค่อยๆปล่อยน้ำแดงไหลออกมาจากมุมปาก วรรณแทบช็อก กำจรเข้ามาบอกว่า

“กรรมการจะนับแล้วนะ ไอ้เรืองจะชกต่อไหวไหม เอ๊ะ...ใกล้จะหมดยกรึยังเนี่ย ทำไมยก 1 นานจริง” สิ้นเสียงกำจรระฆังหมดยกก็ดังขึ้น ดาวเรืองทำเป็นลุกขึ้นเดินตุปัดตุเป๋เข้ามุม แต่แอบสบตากับบานชื่นทำนองว่าสบายมาก

บานชื่นดราม่า ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตาสงสารลูก หยิบโพยออกมาบรรดาคอมวยรุมล้อมมาแทงมวยเพิ่มอึกทึก

ที่มุมน้ำเงิน หลวงตาคงเข้ามาบอกดาวเรืองด้วยความเป็นห่วงว่า ถึงกับเลือดตกยางออกแบบนี้อย่าชกต่อเลย

“ฉันไหวหลงตา ไอ้เรืองซะอย่าง” หลวงตาถามว่าโดนหมัดจริงๆหรือเปล่า ดาวเรืองตอบหน้าตายว่า “ไม่โดน”

“อ้าว...แล้วเอ็งล้มทำไม”

“ล้มเอาตังค์”

“ไอ้เวร! เอ็งทำข้าผิดศีลไปด้วย”

“เอาน่าหลงตา...เมื่อวานฉันช่วยหลงตา วันนี้หลงตาช่วยฉัน เจ๊ากันน่า...เออ แล้วนี่ไอ้เพี้ยนไปไหน”

ไอ้เพี้ยนไปยืนฉี่ที่มุมสลัว  เสร็จแล้วกำลังจะกลับ ได้ยินเสียงเสี่ยกำพลคุยโทรศัพท์เลยซุ่มแอบฟัง

“ถ้าทางสะดวกก็เลื่อนเวลาส่งของให้เร็วขึ้น อีก 20 นาที พวกเอ็งออกมาได้เลย” เสี่ยกำพลสั่งแล้วกดปิด ต่อไปอีกสายพูดอ่อนน้อม “สวัสดีครับท่าน ของเรียบร้อยแล้วนะครับ ครับ...ได้ครับ...ไม่มีปัญหาครับท่าน”

ไอ้เพี้ยนหูผึ่ง พอหลบออกมาได้ก็โกยอ้าวมาที่เวทีมวย เจอดาวเรืองยังอยู่ที่มุม ไอ้เพี้ยนเล่าอย่างตื่นเต้นว่า

“ฉันได้ยินเสี่ยมันคุยโทรศัพท์ว่าให้ส่งของภายใน 20 นาทีนี้แล้ว”

ดาวเรืองผงะตัดสินใจเปลี่ยนแผนการชกใหม่ ยังไงก็ต้องน็อกวรรณให้ได้ภายในยก 2 ถามไอ้เพี้ยนว่า ผ้าชุบน้ำมันหม่องอยู่ไหน หลวงตาคงถามดาวเรืองว่าไหวแน่นะ ถึงขนาดต้องใช้น้ำมันหม่องแบบนี้เลิกชกเสียเถอะ ดาวเรืองไม่สนใจ พอไอ้เพี้ยนเอาผ้าชุบน้ำมันหม่องออกมา ดาวเรืองก็ยื่นนวมให้เช็ดทั้งสองข้างเนียนๆ ทำเหมือนตรวจนวม
“ไอ้เรือง...มันไม่ถูกนะเว้ย...เอ็งไม่ควร...” หลวงตาคงทักท้วง

“เหอะน่า...หลงตาก็หลับตาไปซิ ไม่รู้ไม่เห็นก็ไม่บาป” หลวงตาคงเลยเงียบ

ooooooo

ยกที่ 2 ดาวเรืองเริ่มเป็นฝ่ายรุก ทำทีชกถูกบ้างผิดบ้าง จนกระทั่งได้จังหวะตะบันเข้าเบ้าตาวรรณเต็มๆ วรรณถึงกับลืมตาไม่ขึ้นเพราะโดนยาหม่องเข้าเต็มเบ้าตา กำจรพากย์อย่างเมามันว่า

“ไอ้วรรณโดนหมัดเหล็กลูกแม่บานเข้าไป ถึงกับนั่งร้องไห้ให้กรรมการเข้าไปนับ ตกลงชกต่อไหวไหม เอ้า...ไอ้วรรณแข็งใจลุกขึ้นมาชกต่อครับ แหม...ใจสู้จริงๆคู่นี้กินกันไม่ลง...”

แต่เพราะโดนยาหม่องเข้าเต็มเบ้าตา วรรณลืมตาไม่ขึ้น ในที่สุดก็ถูกดาวเรืองเสยหลับกลางอากาศร่วงไปกองที่พื้นเวทีแน่นิ่ง ทำเอาผู้ชมพากันเงียบกริบ!

จ่าแม่นเข้าไปชูแขนดาวเรืองให้เป็นผู้ชนะน็อก พลิกล็อกนักแทงมวยจนหงายไม่เป็นท่าไม่ผิดกับวรรณบนเวที!

พอจ่าแม่นประกาศผลมวย ดาวเรืองก็มุดเชือกลงจากเวที จ่าแม่นก็ถอดชุดวอร์มที่ใส่ทับชุดตำรวจกลายเป็นตำรวจพร้อมปฏิบัติหน้าที่กระโดดข้ามเชือกตามดาวเรืองไป พวกตำรวจที่แฝงตัวอยู่พากันวิ่งตาม ท่ามกลางความงุนงงของหลวงตาคง ส่วนกำจรวิ่งไปเอาเงินชนะพนันจากบานชื่นทันที

ปลัดเกาะติดดาวเรืองแจ ไล่ตามไปถามว่าจะรีบไปส่งยาหรือ ดาวเรืองกำลังรีบไม่มีเวลากวนประสาทเลยตะโกนไล่ อย่ามายุ่ง แล้วขี่มอเตอร์ไซค์ซิ่งออกไปปลัดยืนมึน ส่วนจ่าแม่นตามมาถาม “ไอ้เรืองมันหนีไปทางไหนครับปลัด!”

บนถนนในหมู่บ้าน มีรถมอเตอร์ไซค์ของดาวเรืองบิดซิ่ง รถกระบะของตำรวจไล่บี้เอาเป็นเอาตาย ทันใดนั้นมีรถบรรทุกฟักทองเต็มคันขับมาอย่างเร็ว ครู่เดียวก็มีมอเตอร์ไซค์อีกคัน  ชายคนขับใส่ชุดดำสวมหมวกกันน็อกมิดชิดไล่ตามรถบรรทุกฟักทองมาฝุ่นตลบ เขาคือกำนันเทิ้มนั่นเอง!

จู่ๆ กำนันเทิ้มก็หักมอเตอร์ไซค์เข้าซอยย่อยเพื่อไปดักรถขนฟักทองแต่ไม่ทันเลยไล่บี้ไปอีก

คนขับรถขนฟักทอง บอกศักดิ์ที่นั่งข้างๆ ว่ามอเตอร์ไซค์คันนั้นตามเราจริงๆ พริบตานั้นมอเตอร์ไซค์ของดาวเรืองก็ตัดหน้ารถกระบะ จนรถกระบะหักออกซ้ายชนต้นไม้ข้างทางพลิกคว่ำ ฟักทองหกกลิ้งเกลื่อนถนนกีดขวางเส้นทาง ดาวเรืองลงจากมอเตอร์ไซค์มองรถบรรทุกฟักทองที่พลิกคว่ำ

“ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร” ดาวเรืองพูดอย่างสะใจ

เพราะฟักทองเกลื่อนถนนทำให้รถตำรวจที่ตามมาต้องหยุด ปลัดเห็นดาวเรืองยืนอยู่ก็ลงไปหา พอคนขับรถบรรทุกฟักทองเห็นตำรวจก็วิ่งหนี กำนันเทิ้มแยกไปจับศักดิ์ ส่วนตำรวจวิ่งไปล็อกตัวคนขับ

กำนันเทิ้มกลับมาดูของกลาง จับฟักทองที่ปริบิออก พบยาบ้าซุกอยู่ในฟักทองที่คว้านเนื้อออกแล้ว คนขับรถปฏิเสธเสียงหลงว่าไม่ใช่ของตน ตนแค่รับจ้างขับรถเฉยๆ ไม่รู้เรื่องด้วย

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น มีอะไรไปพูดกันที่โรงพัก” จ่าแม่นตัดบท พาไปขึ้นรถตำรวจ

ขณะนั้นเอง ปลัดเห็นดาวเรืองขี่มอเตอร์ไซค์หนี ทำให้ปลัดยิ่งสงสัย

ooooooo

ดาวเรืองรีบกลับไปที่เวทีมวย เจอบานชื่นนั่งนับเงินอยู่ข้างเวที ไอ้เพี้ยนคอยช่วยอยู่ใกล้ๆ บานชื่นถามดาวเรืองว่าหายไปไหนมา ชนะแล้วก็รีบมาทำตามกติกาเสียดีๆ วรรณเร่งยิกๆอยากให้ดาวเรืองขี่คอ

ดาวเรืองหันไปเห็นบานชื่น เกิดความคิดแวบขึ้นมาทำเป็นหัวหมอ อ้างว่าแค่บอกกันว่าแพ้ต้องให้ขี่คอแต่ไม่ได้บอกว่าใครขี่ แม่กำลังจะไปตลาดให้ขี่คอวรรณไปเลย วรรณไม่ยอมแบกคนแก่ อ้างว่ากลัวหลังหัก ผู้ใหญ่ผันที่หลงรักบานชื่นตั้งแต่วัยหนุ่มอาสาให้ขี่คอตนแทน ดาวเรืองไม่ยอมเพราะผิดกติกา

“ก็ได้ๆๆ แต่...ขอลดโทษเหลือขี่หลังแทนได้ไหม” วรรณต่อรอง ดาวเรืองยอมแต่ต้องจ่ายค่าปรับ 3,000 บาท เวียงยอมจ่ายเพราะสงสารลูก วรรณต่อรองอีกว่าเอาแค่ขี่รอบศาลาการเปรียญก็พอเพราะรอบวัดมันใหญ่ไป ดาวเรืองยอมแต่ต้องขึ้นค่าปรับเพิ่มอีก 2,000 บาท รวมเป็น 5,000 บาท

“แล้วถ้าแค่วนรอบโกศตระกูลขยันสอนล่ะ” วรรณต่อรองให้แคบที่สุด ดาวเรืองยอมแต่ให้เพิ่มค่าปรับเป็น 7,000 บาท เวียงเลยสั่งชาวบ้านให้ช่วยอุ้มบานชื่นขี่หลังวรรณ วรรณร้องไห้แงๆ ที่ต้องมาแบกคนแก่

ooooooo

เมื่อกำจรสรุปรายได้จากการจัดงานวัดครั้งนี้ได้สองแสนเจ็ดหมื่นกว่า หลวงตาคงนำเงินที่ชนะการแข่งขันทำที่อาบน้ำสงฆ์สมทบรวมกับเงินยอดจำหน่ายผ้ายันต์กันจนได้หกหมื่นกว่าบาท ดาวเรืองเอาเงินค่าปรับวรรณสมทบอีกเจ็ดพัน

“เอาล่ะครับ สำหรับยอดทำบุญปีนี้ รวมแล้วเท่ากับ 345,927.75 สตางค์”

“ผมขอสมทบยอดให้เป็นเลขกลมๆสวยๆ ที่ 4 แสนบาท ครับ”

ทุกคนอนุโมทนาสาธุ เสี่ยยิ้มเต็มหน้า พริบตาเดียวก็หน้าเสียเมื่อจ่าแม่นมารายงานว่า พวกตนสามารถจับรถขนยาบ้ารายใหญ่ได้ของกลางทั้งสิ้นแสนเม็ดมูลค่ากว่า 25 ล้านบาท ดาวเรืองได้ทีพูดกระทบเสี่ยว่า

“ไอ้พวกค้ายา จับเข้าคุกอย่างเดียวไม่พอ ต้องเอาไปประหารตั้งแต่คนทำ คนส่ง โดยเฉพาะพ่อค้าคนกลางหน้าเลือด”

เสี่ยทำเป็นผสมโรง เรียกร้องชาวบ้านให้ช่วยกันสอดส่องดูแลเป็นหูเป็นตาให้ตำรวจด้วย แต่พอลับหลังเสี่ยสบถอย่างหัวเสียกับชาติลูกน้องคนสนิทว่า “พวกมึงรู้ไหมว่าวันนี้กูเสียเงินไปเท่าไหร่” ด่าชาติว่าบัดซบ ปล่อยให้คนขับถูกจับไปได้ยังไง ชาติบอกว่าคนขับไม่รู้ว่าใครจ้างมา และเราซ่อนอะไรไว้ในฟักทอง

“หรือว่ามันเป็นสายให้ตำรวจ” เสี่ยระแวงชาติยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะศักดิ์ดูรูปแล้วจำได้ว่าคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ตามบี้เราคือกำนันเทิ้ม

“ไอ้เวรนี่ไม่เลิกจองล้างจองผลาญกูสักที เก็บมันทั้งคู่ ทั้งไอ้คนขับกับไอ้เทิ้ม มันตายเร็วได้เท่าไหร่ยิ่งดี” เสี่ยสั่งเสียงเหี้ยม

จากรูปการณ์ในวันนั้น ปลัดเริ่มเข้าใจแล้วว่า ที่แท้ดาวเรืองนำทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับยาบ้า แสดงมิตรไมตรีจะขอเป็นเพื่อนเธอ ดาวเรืองมีข้อแม้ว่าจะยอมรับเป็นเพื่อนก็ต่อเมื่อปลัดทำให้เห็นว่ามีความจริงใจพอ

“ก็ได้...ฉันจะทำให้เธอดู” ปลัดพูดอย่างหมายมาด แต่อีกใจก็แอบคิดว่า “เธอกำลังทำอะไรกันแน่นะ??”

วันนี้ ดาวเรืองไปรับรางวัลนำจับกับผู้กำกับที่ สน.ดอนพัฒนา ผู้กำกับเป็นห่วงความปลอดภัยของดาวเรืองถามว่าวันนั้นพวกมันไม่เห็นหน้าเธอใช่ไหม ตำหนินิดๆ ว่าตนแค่ให้สะกดรอยตาม แต่นี่เล่นขี่รถปาดหน้าเลย ทีหลังต้องระวังตัวให้มากกว่านี้

ระหว่างนั้นเอง คนขับรถที่ขังอยู่ในห้องก็โวยวายขอความช่วยเหลือน้ำลายฟูมปาก ผู้กำกับผละจากดาวเรืองสั่งหมู่จ้อยให้พาผู้ต้องหาไปส่งโรงพยาบาล แต่พอเอาตัวออกมาเท่านั้น เขาก็สิ้นใจเสียแล้ว หมู่จ้อยบอกว่าเขาเพิ่งกินข้าวผัดกับโอเลี้ยงที่มีคนเอามาเยี่ยมไปเมื่อกี๊เอง กำนันเทิ้มกับดาวเรืองมองหน้าอย่างรู้กันว่า นี่คือการเชือดไก่ให้ลิงดู ไม่ใช่การฆ่าตัดตอน

ooooooo

ชกมวยแพ้ดาวเรืองครั้งนี้ วรรณและครอบครัวเสียหน้ามาก วรรณบอกเวียงว่าตนจะแก้หน้ากู้ศักดิ์ศรีวงศ์ตระกูลคืนมา แล้วก็ไปหาหลวงตาคงที่สำนัก ขอให้หาฤกษ์ดีให้หน่อยแต่ไม่ยอมบอกว่าต้องการฤกษ์อะไร

เมื่อหลวงตาถามว่าไอ้ฤกษ์ดีน่ะฤกษ์อะไร ไอ้กรอดตอบแทนว่าวรรณจะมาขอฤกษ์ฉุด ไอ้แหลมกลัวลูกพี่เผลอ ร้องเตือนว่า “อย่าบอกนะพี่วรรณ” ไอ้กรอดย้ำว่า “ใช่ๆ เดี๋ยวไอ้เรืองรู้ขึ้นมาจะโดนเตะเอา” ไอ้แหลมเบิ้ดกะโหลก ไอ้กรอดด่า

“ไอ้โง่เอ๊ย...ทีนี้หลวงตาก็รู้หมดสิว่า พี่วรรณจะไปฉุดไอ้เรือง”

หลวงตาคงเลยรู้ว่าวรรณจะหาฤกษ์ไปฉุดดาวเรือง จึงให้ฤกษ์ไป

จากนั้นไปบอกดาวเรืองกับบานชื่นให้รู้ตัว แต่แทนที่ตนจะบอกฤกษ์วิวาห์เหาะกลับบอกฤกษ์โลกาวินาศให้ไป เตือนทั้งสองให้ระวัง แต่ดาวเรืองกลับนั่งยิ้มกริ่มในขณะที่ “หัวไอ้เรือง” ก็วางแผนบางอย่างในใจ

เสมอใจได้ข่าววรรณขอฤกษ์ฉุดดาวเรืองก็เสียใจ ไปไหว้โกศแม่บอกว่าทำใจไม่ได้ที่วรรณจะฉุดดาวเรืองไปทำเมียตัดสินใจเสียสละตัวเองให้วรรณฉุดแทน

จากนั้นก็ไปหาซื้อชุดสวยที่ร้านขายเสื้อผ้าในตลาดดอนพัฒนา ซื้อได้สองชุดก็พึมพำบอกแม่ว่า

“แม่จ๊ะ เหมอปล่อยให้ไอ้เรืองตายทั้งเป็นไม่ได้จริงๆ แม่เห็นดีเห็นงามใช่ไหมจ๊ะ...จ้ะ...งั้นเหมอจะยอมแรดเงียบเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อปิดฉากเรื่องวุ่นวายทั้งหมดเอง...

ooooooo

วรรณเองก็ไปซื้อชุดเข้าหอที่ตลาด ระหว่างเดินกลับ ทบทวนกับไอ้แหลมและไอ้กรอดถึงฤกษ์ต่างๆ ไล่ไปทีละฤกษ์

อันดับแรกฤกษ์ย่างเท้าออกจากบ้าน? “สองทุ่มสิบห้า” ฤกษ์ฉุด? “สองทุ่มครึ่ง” เรือนหอรอรัก? “กระท่อมปลายนา” ฤกษ์สังหาร? “สามทุ่ม” ไอ้แหลมกับไอ้กรอดตอบได้เป๊ะๆทุกฤกษ์

ระหว่างนั้นเดินสวนกับปลัดและกำจร วรรณก็คันปากอยากโอ่บอกปลัดว่าให้เตรียมผ้าเช็ดหน้าไว้สักโหลคืนนี้ได้น้ำตาเช็ดหัวเข่าแน่

“มันพล่ามเรื่องอะไร คุณปลัดจะน้ำตาเช็ดหัวเข่าเรื่องอะไรเหรอครับ” กำจรถามงงๆ

“ไม่รู้สิ” ปลัดเองก็งงแต่ไม่สนใจ พากันเดินต่อไป

เสมอใจไปหาซื้อชุดให้ดาวเรืองแอบเผื่อตัวเองชุดหนึ่ง เลียบเคียงถามว่าดาวเรืองจะไปแน่หรือ ดาวเรืองยืนยันว่าคนอย่างไอ้เรืองพูดคำไหนคำนั้น แล้วหันไปสั่งไอ้เพี้ยน

“เดี๋ยวเอ็งรีบไปปล่อยข่าว ให้ถึงหูไอ้วรรณ ว่าคืนนี้ข้าจะไปรอที่ใต้ต้นมะขามเนินอีเห็น ข้าจะนุ่งชุดนี้ สีนี้ ไปรออยู่ที่นั่นตอนสองทุ่มครึ่ง แต่ข้าว่าจะไปช้าสัก 15 นาที ให้มันกระวนกระวายใจเล่น”

เสมอใจท่องเวลานัดให้ขึ้นใจแล้วรีบผละไป

ดาวเรืองสั่งไอ้เพี้ยนให้ทำสลากเลือกตัวตายตัวแทนให้ตนสัก 2-3 คน จะม่ายหรือโสดได้หมดขอแบบอายุ 40 ขึ้น ไอ้เพี้ยนติงว่าแก่ปานนั้นเลยหรือ ดาวเรืองถามขำๆ ว่าไม่ดีหรือวรรณจะได้ทั้งเมียทั้งแม่เลยไง ไอ้เพี้ยนเสนอมาหลายคนตั้งแต่อายุ 65 ลดลงมาเรื่อยจนลงตัวที่ 49 ครึ่ง จับสลากได้ที่ไสวพอดี๊พอดี

พอดาวเรืองไปที่ร้านสมุนไพรของไสวบอกว่ามีหนุ่มหลงรักป้าไหวใจจะขาดเลยกะจะฉุด ทำเอาป้าไหวดี๊ด๊าเป็นไก่แก่แม่ปลาช่อนพยายามถามว่าใคร ดาวเรืองอำไว้ไม่ยอมบอก เอาชุดให้บอกว่าคืนนี้สองทุ่มสี่สิบห้าให้ไปรอที่ใต้ต้นมะขามเนินอีเห็น เตือนอย่างเจ้าเล่ห์ว่า อย่าลืมเอาผ้าคลุมหัวไว้ด้วยเพราะช่วงนี้น้ำค้างแรงเดี๋ยวจะไม่สบาย

บ่ายแก่ๆ ไสวไปนวดหน้าให้เวียงที่บ้านผู้ใหญ่ผัน คุยให้ฟังอย่างมีความสุขว่าตนจะมีผัวแล้ว ทำเอาทั้งเวียง บุญปลีกบุญปลอดทึ่ง ถามว่าใคร คบกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ไสวบอกว่าไม่เคยเห็นและไม่เคยคบกัน เวียงถามงงๆขำๆว่า

“ถ้าเกิดมันเตี้ยเท่าหมา อ้วนเป็นหมี หน้าเหมือนหมู เอ็งจะทำยังไง”

“ข้าอยากเห็นผู้ชายที่จะมาเป็นผัวเอ็งจริงจริ๊ง... นังไหว หนังหน้ามันจะเป็นยังไงวะ” พูดแล้ว ผู้ใหญ่ผันหัวเราะก้ากๆ

ตกค่ำ ไสวกับเสมอใจต่างนั่งทำเล็บตัวเองด้วยท่าทางอึกอักเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ไม่พูด เพราะต่างก็มีแผนการจะไปให้ผู้ชายฉุดที่ใต้ต้นมะขามเนินอีเห็น สุดท้ายไสวเอ่ยปากฝากฝังเสมอใจว่าถ้าตนไม่อยู่ก็ให้ดูแลร้านให้ด้วย เสมอใจเองก็ไม่กล้ารับปากเพราะตัวเองก็กำลังจะไปให้ผู้ชายฉุดเหมือนกัน ต่างอำไว้ไม่บอกกันแต่นั่งทำเล็บไปก็อมยิ้มไปอย่างมีความสุขว่าคืนนี้จะได้เป็นเมียแล้ว...

พอใกล้เวลา สองสาวต่างวัยก็ใส่ชุดสวย เอาผ้าโพกหัวบ่ายหน้าไปที่ใต้ต้นมะขามเนินอีเห็น แต่ไสวนึกได้ว่าลืมกินยาสาวร้อยผัวกลัวสู้แรงเด็กไม่ได้ เลยรีบกลับมาเทจากขวดโหลใส่แก้วใบใหญ่หมายเสริมพลังเต็มที่ ดื่มรวดเดียวหมดซี๊ดปากบอกตัวเองอย่างมุ่งมั่นว่า

“ยังไงก็สู้ตายไปข้างละวะ...”

ooooooo

ที่ใต้ต้นมะขามเนินอีเห็น เสมอใจมาคอยอยู่ นั่งภาวนาให้แม่เอาใจช่วยตนด้วย ทันใดนั้นมีกระสอบคลุมลงมาบนหัว เสมอใจดีใจจนแทบกรี๊ด ทำทีดีดดิ้นพอเป็นพิธีกลัวดิ้นมากเดี๋ยวหลุดจริงๆจะอด

ไอ้กรอดเผลอตะโกน “อย่าดิ้นสิวะไอ้เรือง!!” ถูกไอ้แหมด่าว่า

“มึงจะตะโกนทำไมวะ เดี๋ยวมันก็รู้หรอกว่าพี่วรรณให้มาฉุด!” แล้วทั้งสองก็ช่วยกันหามเสมอใจในกระสอบไป

ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนมาติดตามผลงานอยู่พากันหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง พลันก็สะดุ้งเมื่อปลัดโผล่มาจากข้างหลังถามว่าทำอะไรกัน! ดาวเรืองตอบทันทีว่า “หายใจอยู่ มีไรป่ะ!” ปลัดเลยคร้านที่จะต่อปากต่อคำด้วยแต่ยังเดินตามดาวเรืองกลับไป จนดาวเรืองถามว่าจะเดินตามทำไม!

ถูกซักไซ้มากเข้า ปลัดเลยบอกว่าจะมาตรวจบัญชีเป็ด ดาวเรืองบ่นรำคาญเดี๋ยวจะเอาไปปล่อยวัดเสียให้หมด

“ถ้าไม่อยากเลี้ยง ฉันจะเอาไปให้เสมอใจเลี้ยง”

“ไม่ต้อง! คนพูดเล่นพูดจริงยังแยกไม่ออก แบบนี้จะไปตรวจสอบใครได้ ถามจริง เป่ายิ้งฉุบมาเป็นปลัดรึเปล่าเนี่ย” พูดแล้วมองหน้าก่อนเดินกวนๆไป ปลัดมองแล้วส่ายหน้าแต่ก็ยังตามไปอีก

เดินตามกันมาจนถึงเล้าเป็ด ปลัดตรงไปดูอาหารเป็ดในกระสอบที่ยังมีอยู่เยอะ ถามว่าทำไมอาหารเหลือเยอะล่ะ ดาวเรืองบอกว่าเพิ่งไปซื้อมาเติม ปลัดถามอีกว่าเอาเงินที่ไหนไปซื้อ? เงินไม่พอทำไมไม่บอก

“ก็เคยถามไหมล่ะ เจอหน้าก็เอาแต่สอบสวนๆ ต้มเหล้าเปล่า ขายยาเปล่า เปิดบ่อนเปล่า เล่นหวยเปล่า ในสายตานาย ฉันก็ทำได้แค่นี้แหละ” ดาวเรืองพูดฉอดๆจนปลัดหน้าเสียพูดได้แค่ว่า ประชดเก่งจริงนะเรา แล้วส่งเงินให้ 1,000 บาท พอดาวเรืองจะรับก็ดึงมือกลับถามว่า

“เคยสอนว่าไง” ดาวเรืองยกมือไหว้แผลบ ปลัดจึงยื่นเงินให้ ดาวเรืองคว้าหมับ ถูกอบรมต่ออีก “เป็นเด็ก ต้องรู้จักมือไม้อ่อน ผู้ใหญ่จะได้รักได้เอ็นดู”

“ฉันไม่ใช่เด็ก แล้วก็ไม่ได้อยากให้ใครมารักมาเอ็นดูด้วย”

“ยกเว้นนายวรรณ?”

ผลคือถูกดาวเรืองผลักก้นจ้ำเบ้าลงไปบนกองขี้เป็ด “นี่แน่ะ!! จับคู่ให้คนนั้นคนนี้ดีนัก เป็นไง ขี้เป็ดหอมไหมคะคุณปลัด ฮ่าๆๆ โอ๊ยง่วงจัง ไปนอนก่อนดีกว่า” ว่าแล้วเดินหัวเราะร่าออกไป

“แสบจริงๆ” ปลัดพูดได้แค่นั้น ต้องช่วยตัวเองลุกจากกองขี้เป็ดเหม็นไปทั้งตัว

ooooooo

ที่กระท่อมปลายนา ไอ้แหลมกับไอ้กรอดช่วยกันหามกระสอบที่เสมอใจดิ้นกระดุ๊บๆไปวางไว้บนเตียงที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ ต่างหอบแฮ่ก

วรรณที่ไปโด๊ปโอวัลตินกับไข่ลวก 5 ฟองที่ร้านดาวเรือง กระสันกระฉูดเข้าไปที่เตียง ไล่ไอ้แหลมกับไอ้กรอดให้ออกไปเฝ้าหน้ากระท่อมห้ามใครมายุ่งเด็ดขาด แล้วเดินไปดึงกระสอบทางหัวออก พลันก็ช็อกอุทานเสียงแทบไม่เป็นคน

“นังเหมอ!!”

เสมอใจยิ้มหวานทำท่าเขินอายที่จะได้เป็นเมียวรรณสมใจหมาย แต่วรรณกลับถามว่ามาได้ไง! ไล่ตะเพิดเสมอใจให้กลับไป เสมอใจอ้างว่าตนไม่ได้มาเองแต่ถูกฉุดมา เว้าวอนว่า “ข้ารักเอ็งไอ้วรรณ” วรรณบอกว่าตนรักดาวเรืองต่างหากชี้หน้าด่าสาดเสียเทเสียย้ำว่า “ข้าไม่มีวันรักเอ็ง ได้ยินไหม!!” วรรณด่าจนเสมอใจจนวิ่งร้องไห้ออกไป

“ไอ้โง่เอ๊ยย ใช้งานอะไรไม่เคยสำเร็จสักอย่าง” วรรณด่าไอ้แหลมกับไอ้กรอด แล้วพรวดพราดออกไปบอกทั้งสองว่าจะไปฉุดดาวเรืองเอง ชี้หน้าทั้งสองทั้งด่าทั้งสั่งทั้งขู่  “โง่ๆ อย่างเอ็งจัดที่นอนเลย ดึงให้ตึงนะ อย่าให้ไอ้เรืองรู้ว่ามีผู้หญิงอื่นมานั่งมานอนก่อนมัน ถ้ามันงอนพวกเอ็งตาย!!” ว่าแล้วถือกระสอบเดินอ้าวไปที่ต้น มะขามเนินอีเห็นทันที

ooooooo

ไสวในชุดงาม นั่งท่าสวยมีผ้าโพกหัว  เหลียวซ้ายแลขวารอหนุ่มน้อยมาฉุด

วรรณย่องกริบมาแอบดูถึงกับเพ้อ “สะโพกผาย เอวคอด อ้อนแอ้นเหลือเกิน เอ็งนี่มันซ่อนรูปจริงๆ น้องเรือง” พลางคลี่ปากกระสอบย่องเข้าไป พอได้จังหวะก็ครอบหัวปั๊บ! ไสวตะลึง ดิ้นอย่างพองาม วรรณกระซิบเบาๆว่า อย่าดิ้น พลางยกกระสอบขึ้นแบก บ่นเบาๆเมื่อเข่าแทบทรุด “ทำไมหนักจังวะ แบกเหล็กมาด้วยรึไง”

วรรณแบกได้ครึ่งทางก็วางลง  ขอให้ช่วยเดินหน่อยตนไม่ไหวแล้วจะอ้วก ยกมือปาดเหงื่อยืนหอบแฮ่ก ไสวพยักหน้าหงึก เป็นฝ่ายจูงมือวรรณเดินไปทั้งที่กระสอบยังคลุมหัวอยู่ แต่ไปผิดทาง วรรณจูงเดินเลียบไปตามคันนา จนถึงกระท่อมปลายนา สั่งไอ้แหลมกับไอ้กรอดที่แอบดูอยู่ให้สุมไฟไล่ยุงให้ด้วย กำชับเข้มว่า

“แล้วก็อย่าริเข้าใกล้กระท่อมเด็ดขาด ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไร” ว่าแล้วแบกกระสอบเข้ากระท่อมปิดประตูโครม

แต่พอถอดกระสอบคลุมหัวออก วรรณก็ช็อกร้องลั่น “ช่วยด้วย...ช่วยด้วย...” ถูกไสวไล่ปล้ำให้มาเป็นผัวเสียดีๆ วรรณส่ายหน้าดิก ไล่ไม่ให้เข้าใกล้ พอถูกไสวไล่ปล้ำหนักเข้าก็ร้อง “พ่อจ๋าแม่จ๋า...ช่วยหนูด้วย...” แล้ววิ่งทะลวงออกไปเจอไอ้แหลมกับไอ้กรอดที่สองกำลังถ้ำมองถึงกับผงะหงาย ทำหน้าเหมือนถูกผีหลอกไปด้วย

แต่ไสวไม่ยอมเสียเที่ยว เมื่อถูกฉุดมาแล้วก็ต้องมีผัวให้ได้ วรรณตั้งสติได้ทำใจดีสู้เสือหันมาหว่านล้อม...

“ใจเย็นๆป้าไหว เรื่องนี้มันผิดพลาดทางเทคนิคกันได้ ป้าไหวจะเรียกร้องค่าเสียหายเท่าไหร่ว่ามา” แต่ป้าไหวไม่เรียกร้องอะไรเพราะอยากเป็นเมียอย่างเดียว วรรณกับไอ้แหลมไอ้กรอดมองหน้ากันปรึกษาว่าจะทำยังไงดี

“รุ่นแม่เลยนะเนี่ย” ไอ้กรอดกระซิบเสียงสยอง

“รุ่นแม่...” วรรณหูผึ่ง แผนการอันแยบยลเกิดทันที หันไปบอกไสวว่า “ป้าไหว...เอ๊ยน้องไหว เข้าไปรอข้างในก่อนเถอะจ้ะ ขอพี่วรรณไปอาบน้ำอาบท่าก่อนจะลงโลง เอ๊ย...จะเข้าหอทั้งทีก็ต้องให้มันประทับใจ”

“เอ็งได้หนีข้ากลับบ้านน่ะสิ” ไสวระแวง

วรรณรับรองไม่หนี ถ้าไม่เชื่อก็ให้ไอ้แหลมกับไอ้กรอดอยู่เป็นตัวประกันก็ได้ ทำเอาทั้งสองสะดุ้งโหยง ไสวยอมแต่ขู่ว่า “ข้าจะรออยู่นี่ ถ้าเอ็งไม่กลับมา พรุ่งนี้ ข้าจะประกาศให้คนรู้ทั้งประเทศเลยว่าเอ็งได้ข้าแล้วไม่รับผิดชอบ เอ็งก็รู้ฤทธิ์ปากข้าดีแล้วใช่ไหม” พอวรรณรับปากก็ไล่ “ให้ไวเลยนะ ข้าจะได้นวดเปิดประตูลมให้ก่อน”

วรรณออกจากกระท่อมได้ก็เปิดแน่บ ไอ้แหลมกับไอ้กรอดหันกอดคอกันร้องไห้กลัวถูกป้าไหวปล้ำ

ooooooo

พอกลับไปถึงบ้าน วรรณเรียกพ่อไปกระซิบ กระซาบ ผู้ใหญ่ฟังแล้วทำตาโตถามว่าจริงหรือวะ!

“จริงพ่อ ตอนนี้เด็กมันมารออยู่ที่กระท่อมปลายนาแล้วนะ” ผู้ใหญ่ถามว่าเด็กบ้านไหน ลูกสาวใคร วรรณกะล่อนเนียนๆ ว่า “แหม...ก็ไปกระซิบถามกันเอาเองสิพ่อ แต่หนูบอกได้คำเดียวเซ็กซี่มากกก สวย ขาว สาว สด ถ้าพ่อเห็นนะ...คึก!”

ผู้ใหญ่ฟังแล้วน้ำลายสอ แต่ขอเป็นพรุ่งนี้ได้ไหมเพราะเรี่ยวแรงหมดไปกับนังเล็กๆที่นี่หมดแล้ว วรรณไม่ยอม ขู่ว่าถ้าพ่อไม่เอา ตนฮุบนะ

“เฮ้ย...นั่นแม่คนที่สิบของเอ็งนะเว้ย” ผู้ใหญ่โวย วรรณเร่งให้ไปคืนนี้เลยเพราะเด็กมันอุตส่าห์หอบผ้าหนีมา แล้วยุพ่อให้ดวดม้ากระทืบโลงสูตรป้าไหวสักกรึ๊บสองกรึ๊บย้อมใจก่อนก็ได้

“กรึ๊บสองกรึ๊บจะพออะไร จะกระทืบโลงทั้งที มันต้อง 5 กรึ๊บ!!”

สองพ่อลูกหัวเราะกันคิกคัก

ooooooo

ไอ้แหลมกับไอ้กรอดงงเมื่อเห็นวรรณพาผู้ใหญ่มา วรรณขยิบตาให้ทั้งคู่เงียบ แล้วรีบพาผู้ใหญ่เข้าไปในกระท่อม

ส่งพ่อเข้าหอแล้ว วรรณปิดประตูล็อกกันพ่อหนีออกมา แต่เพียงครู่เดียวก็มีเสียงโครมครามๆดังออกมา วรรณพึมพำหน้าเศร้า...

“ขอโทษนะพ่อ...หนูไม่ได้ตั้งใจ เสียสละเพื่อลูก สักครั้งนะ” ไอ้แหลมถามว่าจะบาปไหม “ถึงบาปก็ยอมว่ะ กับคนอื่นยังพอหลับหูหลับตา แต่กับป้าไหว...กรูไม่ไหวววว” วรรณทำท่าแบบ...แค่คิดก็ผวาแล้ว

จนกระทั่งเช้า...ม้ากระทืบโลง 5 กรึ๊บสำแดงเดชจนผู้ใหญ่นอนเป็นตาย พอรู้สึกตัวกอดไสวที่หลับพริ้มอยู่ พลันก็สะดุ้งเมื่อรู้สึกว่ามือลูบไล้ไปบนผิวหยาบกร้าน ไม่ใช่ผิววัยขบเผาะนุ่มเนียนอย่างที่วรรณอวดสรรพคุณไว้ พอลืมตาดูก็มองตาค้าง...แล้วผู้ใหญ่ก็แผดเสียงลั่นทุ่ง!

เมื่อพากันกลับถึงบ้าน ผู้ใหญ่ไล่ถีบวรรณไปรอบบ้าน ด่าลั่น

“ไอ้วรรณ ไอ้ลูกชั่ว ไอ้ลูกเวร ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน”

เวียงเดินอ้าวออกมาถามว่าไล่ถีบลูกทำไม วรรณวิ่งไปหลบหลังแม่ ก็ยังถูกผู้ใหญ่ด่าไม่หยุด

“นี่...พูดจากับลูกให้ดีๆ เหมือนพูดกับไก่ได้ไหม!” เวียงเอ็ดตะโร

แต่วันนี้ผู้ใหญ่โมโหจนลืมกลัวเวียงแล้ว เห็นวรรณวิ่งลงเรือนก็วิ่งไล่ตามไปอีก เวียงมองงงๆว่าพ่อลูกคู่นี้มีอะไรแค้นกันนักหนา

ฝ่ายไสวกรีดกรายไปป่าวร้องที่ตลาดแต่เช้าว่าตนมีผัวแล้ว สดๆร้อนๆเมื่อคืนนี้เอง ยกแขนดมอวดว่ากลิ่นผู้ใหญ่ยังติดตัวอยู่เลย จากนั้นไปที่อำเภอขอเปลี่ยนคำนำหน้าจากนางสาวเป็นนาง และขอจดทะเบียนเปลี่ยนใช้นามสกุลเดียวกับผู้ใหญ่

พอสายๆก็เดินขึ้นโรงพัก เพื่อให้หมู่จ้อยเป็นพยานว่าตนเป็นเมียผู้ใหญ่ผันแล้ว ถ้าผู้ใหญ่ไม่รับผิดชอบตนจะแจ้งความ พอใกล้เพลก็ไปวัดถวายอาหารเพลพร้อมกับชาวบ้านอีก 5-6 คน สะกิดบอกคนที่นั่งข้างๆว่า

“นี่แน่ะ...ฉันได้เป็นเมียคนที่สิบของผู้ใหญ่ผันแล้วนะ” แล้วหันไปบอกพระครู “พระครูเจ้าคะ เราดองกันแล้วนะเจ้าคะ”

ไม่เพียงเท่านั้น ไสวยังไปหาหลวงตาคงที่สำนัก ตัดพ้อต่อว่าหลวงตาที่ไม่บอกว่าเนื้อคู่ของตนอยู่ใกล้แค่นี้เอง ไม่งั้นตนก็มีผัวไปนานแล้ว หลวงตาถามงงๆว่าหาเจอแล้วหรือ

“เจอแล้วเจ้าค่ะ ไอ้เรืองมันแนะนำมา”

“อืมมมม...ไอ้เรือง” หลวงตาพึมพำอย่างมองทะลุถึงผลงานของไอ้เรือง

ไม่ทันข้ามวัน คนทั้งหมู่บ้านก็รู้กันทั่วว่าไสวเป็นเมียคนที่ 10 ของผู้ใหญ่ผันแล้ว

ooooooo

เสมอใจช้ำใจกลับไปนอนร้องไห้ทั้งคืน รุ่งขึ้นไปที่ร้านดาวเรืองเพื่อสืบข่าว พอไม่เห็นดาวเรืองที่ร้านก็ถึงกับเข่าอ่อน คิดว่าวรรณคงฉุดดาวเรืองไปแล้ว

ไม่นานดาวเรืองก็หิ้วนมข้นออกมาจากหลังร้าน เสมอใจตาโตปากสั่น ลุกไปจับเนื้อจับตัวดาวเรืองว่ามีเนื้อหนังจริงหรือเปล่า ถามเสียงสั่นว่า “ไอ้เรือง!!! นี่เอ็ง...เอ็งไม่ได้โดนฉุดเหรอ”

“ข้าไม่โดน คนอื่นโดน” ดาวเรืองหัวเราะสบายใจ เสมอใจถามว่าใคร?!

“ข้าเอง...” ไสวตอบเสียงแจ่มใสสดชื่นเดินกรีดกรายเข้ามาพูด อารมณ์ดีสุดๆ “เธอทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตอน 14 ตอนที่ฉันมีแฟนคนแรก ไอ้วรรณหวานจริงๆเลย”

“ตกลงไอ้วรรณมันฉุดป้าไหวเหรอ” เสมอใจแทบลมจับ ไสวตอบอย่างภูมิใจว่าก็ใช่น่ะสิ เสมอใจทำใจไม่ได้ โกรธจนตัวสั่น “เลว! โหดเหี้ยม! วิปริต! ทำไมมันถึงได้ชั่วขนาดนี้ กับคนเฒ่าคนแก่ยังกล้าทำได้ลงคอ”

“ไม่ใช่โว้ย...ไอ้วรรณฉุด แต่คนที่เป็นผัวข้า คือ...”

ไสวพูดไม่ทันหมด เสียงร้องกรี๊ดๆของเวียงก็ทำเอาคนที่บ้านแทบแก้วหูแตก บรรดาเมียๆของผู้ใหญ่รวมหัวกันไม่ยอมให้ผู้ใหญ่มีเมียคนที่ 10 เวียงตะโกนว่าอยากตาย!

“หยุดดดด!!!” ผู้ใหญ่ผันตวาดจนบรรดาเมียหยุดกึกหันมองขวับ แล้วผู้ใหญ่ก็แผดเสียงออกมา “คนที่อยากตายคือกูนี่แหละ กูอยากตายยยยย!!!!”

ooooooo

โรส หรือสุดาวดี ดารานางแบบคนรักของปลัดจินตวัฒน์ กำลังมีเรื่องฟ้องร้องกับนํ้าหวานผู้จัดการส่วนตัวที่ขัดแย้งกันเรื่องรับงาน วันนี้เธอโทรศัพท์ถึงปลัดจิ๋นขณะเดินออกจากสตูดิโอเล่าว่า

“โรสกำลังคุยกับทนายอยู่ค่ะจิ๋น โอ๊ย...สบายมากค่ะ ดีแล้วที่เกิดเรื่องแบบนี้ โรสเองก็เบื่อพี่นํ้าหวานจะแย่ หัก 30% แต่ทำงานไม่ถึง 10% แล้วจิ๋นยุ่งอะไรนักหนา โรสโทร.ไปก็ไม่รับสาย”

“ผมก็พยายามโทร.กลับโรสนะ แต่ก็ติดต่อไม่ได้สักที”

โรสบอกว่าช่วงนี้ตนโดนนักข่าวตามแจเรื่อง

นํ้าหวาน พูดไม่ทันขาดคำ เงยหน้าขึ้นเจอนักข่าวกำลังกรูกันเข้ามาขอสัมภาษณ์ เธอตัดสายปลัดจิ๋น ทำหน้าเหนื่อยกับบรรดานักข่าวที่จ่อไมค์เข้ามา

หลังจากโรสยอมให้พฤกษ์ทำงานต่อให้แล้ว เธอพูดกับเขาด้วยอารมณ์ดีที่เคลียร์เรื่องได้ ไม่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล

“เพราะคุณให้ความร่วมมือ ยอมจ่ายค่าเสียหายให้คุณนํ้าหวาน ถ้าคู่กรณีทั้งสองฝ่ายรอมชอมกันได้ก็จบ”

โรสบ่นๆว่าตนเสียเงินไปตั้ง 5 แสน พฤกษ์ถามว่าแลกกับความสบายใจและอิสระในการทำงานไม่ดีหรือ

“ก็ดี...ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวนะ จะไป

ทำงานเอาเงินห้าแสนคืนก่อน”

ทั้งสองวางเงินค่ากาแฟบนโต๊ะพร้อมกัน โรสขอเลี้ยงเอง พฤกษ์จิกนิดๆว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวจะติดหนี้กลายเป็นบุญคุณกันไม่จบไม่สิ้น โรสพูดอย่างหมั่นไส้ว่า งั้นก็ต่างคนต่างจ่ายจะได้ไม่ต้องมามีเวรมีกรรมต่อกันอีก แต่พอลุกเดินออกไป ก็ยังไม่วายหันมาพูดว่า “หวังว่าเราคงไม่ต้องเจอกันอีกนะ” พูดแล้วมองอย่างหยั่งความรู้สึกว่าพฤกษ์จะเสียดายไหม แต่กลายเป็นว่า...

“ครับ ผมกำลังจะพูดประโยคนี้กับคุณพอดี”

แต่ระหว่างเธอเดินข้ามถนนเพราะรถจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม ก็ได้รับโทรศัพท์ติดต่อเรื่องงาน เธอค้นกระเป๋าหยิบสมุดจดงาน มือถือของพะรุงพะรัง  บางอย่างเลยร่วงจากมือ เธอลืมไปว่ากำลังข้ามถนน ตามไปเก็บของไม่ทันระวัง

พฤกษ์ขี่มอเตอร์ไซค์เลี้ยวออกมาพอดี เขาตกใจตะโกน “คุณ...หลบ!!”

โรสตกใจหันมองเห็นรถมอเตอร์ไซค์พุ่งเข้ามาแล้ว เธอเบิกตาโพลงช็อกกับที่!!

ooooooo

ตอนที่ 5

วรรณยังอยู่ในห้องขังที่โรงพัก ทั้งอ้อนทั้งขู่เวียงกับผู้ใหญ่ผันว่าถ้าไม่เอาตนออกจากที่นี่จะอดข้าวประท้วงไอ้แหลมกับไอ้กรอดเอาข้าวห่อกับโอเลี้ยงไปให้ก็ไม่ยอมกิน

แต่สุดท้ายทนหิวไม่ได้ พอเวียงกับผันกลับก็คว้าข้าวห่อไปสวาปาม จนไอ้แหลมแซวว่า “อดซะอิ่มเลยนะพี่”

ส่วนเวียงกับผู้ใหญ่ผัน บากหน้าไปหาจ่าแม่นที่โรงพยาบาลบอกว่าวรรณมันไม่ได้ตั้งใจฝากมาขอโทษฝากมาขอขมา จ่าแม่นยืนกระต่ายขาเดียวไม่ยอมเด็ดขาด จนกระทั่งเวียงกับผู้ใหญ่เสนอว่า

“ถ้าไม่เห็นแก่พวกข้า ก็ขอให้เห็นแก่แม่บานก็แล้วกัน” จ่าแม่นหูผึ่งแต่แกล้งถามว่าแม่บานเกี่ยวอะไรด้วย “ก็หนูวรรณทำเพื่อลูกสาวแม่บาน บาปมันก็ตกแก่ไอ้เรืองกับแม่บานด้วย” เวียงตะบี้ตะบันโยงไปถึงสองแม่ลูกจนได้

ได้ผล! จ่าแม่นเสียงอ่อนทันทีแต่มีข้อแม้ว่า “ข้ากับแม่บานจะต้องได้ดินเนอร์หรูๆกันคืนนี้ แล้วเป็นอันจบกัน!!”

เวียงกับผู้ใหญ่สบตากันแบบ “เจองานใหญ่เข้าแล้วสิ...”

ทั้งสองบากหน้าไปหาบานชื่นที่บ้าน พอเล่าให้ฟัง บานชื่นถามว่าทำไมตนต้องช่วย ตอนดาวเรืองติดคุกไม่เห็นหมาตัวไหนจะช่วยสักตัว เวียงอ้างว่าวรรณทำไปเพราะรักดาวเรือง ผู้ใหญ่ขอร้องให้บานชื่นกลั้นใจไปกินกับจ่าแม่นมื้อเดียวเอง

“กลั้นใจนิดเถอะแม่ เรื่องจิ๊บๆ แค่นี้ คิดซะว่าช่วยหมาช่วยแมว” ดาวเรืองช่วยพูดให้เวียงกับผู้ใหญ่ดีใจ แล้ว พูดต่อ “แต่มีข้อแม้นะว่าการช่วยเหลือครั้งนี้ให้ถือเป็น บุญคุณ แม่เอาขึ้นกระดานไว้เลยว่าบ้านผู้ใหญ่ผันติดหนี้เราอยู่ 1 ครั้ง”

เวียงกับผู้ใหญ่กล้ำกลืนรับเงื่อนไข แต่ยังไม่จบ ดาวเรืองยังมีข้อแม้ต่อท้ายว่า

“แต่บ้านผู้ใหญ่จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ทั้งค่าน้ำค่าไฟค่าเก้าอี้ค่าเสียเวลา ช่างหน้าช่างผมก็ต้องป้าไสวกับเสมอใจเท่านั้น จะมาใช้ไก่กาอย่างป้าเวียงน้าปลีกน้าปลอดไม่ได้ ว่าไง?!”

เวียงกัดฟันกรอดจำต้องรับเงื่อนไข พูดประชดว่า “ถ้าเอ็งจะคิดค่าอากาศหายใจ ข้าก็ต้องยอม!”

ooooooo

วันนี้ พอปลัดดูนาฬิกาเป็นเวลา 14.45 น. ก็รีบไปที่ร้านดาวเรือง คอยอยู่ครู่หนึ่งเจ้าตัวก็มา ปลัดชวนไปกันทันที ดาวเรืองดูนาฬิกาบอกว่าอีก 15 นาที ยังพอมีเวลากินน้ำแข็งไสสักถ้วย แล้วเดินหน้าตาเฉยไปสั่งน้ำแข็งไสกิน

บานชื่นเตือนว่าปลัดมารอนานแล้ว ดาวเรืองเกี่ยงว่ายังไม่ถึงเวลานัด ทำงานกับคนตรงต่อเวลาปลัดก็ต้องเข้าใจหน่อย

ปลัดอดทนรอจนดาวเรืองกินน้ำแข็งไสไปถ้วยหนึ่งได้เวลาจึงพากันขึ้นอีเฉื่อยไป โดยปลัดเป็นคนขับดาวเรืองนั่งข้างๆคอยบอกทางพาไป

ดาวเรืองพาไปตามถนนลูกรัง ชี้โรงสี แปลงพืชผักปลอดสารพิษ โรงผลิตน้ำดื่ม กระทั่งฝายกั้นน้ำ ทุกอย่างเป็นงาน “เอื้ออาทร” โดยนายกำพล ชอบอุปถัมภ์ทั้งสิ้น แม้แต่ฝูงควายก็เป็นควาย “เอื้ออาทร” โดยเสี่ยกำพลชอบอุปถัมภ์

“ดูเหมือนชีวิตคนดอนพัฒนาจะถูกอุปถัมภ์โดยเสี่ยกำพลทั้งหมด ตั้งแต่อำเภอยันหมู่บ้านที่กันดารสุดๆ เอื้ออาทรกันขนาดนี้แล้วเขาอยู่ได้ยังไง ธุรกิจจริงๆของเสี่ยกำพลล่ะ มีไหม”

“อยากรู้จริงป่ะ?” ดาวเรืองมองหน้าท้าๆ พอปลัดสนใจก็พาลุยป่าไป จนปลัดถามว่าเข้าป่าไปแบบนี้จะมีหมู่บ้านหรือ “ไม่มี แต่ที่ไหนมีป่า ที่นั่นมีเสี่ยกำพล นายอยากรู้ไม่ใช่เหรอว่า เสี่ยกำพลทำอะไรรับประทาน” ดาวเรืองถามประชด

ระหว่างทาง สวนกับเสี่ยกำพลที่ขับรถออกมา เสี่ยลดกระจกลงถามปลัดว่ามาทำอะไรแถวนี้ อยากให้ตนช่วยอะไรก็บอกตนยินดี เสียดายตนพาชมปางไม้ไม่ได้เพราะติดธุระ ฝากดาวเรืองช่วยพาไปก็แล้วกัน

“นี่แหละ พ่อพระของคนดอนพัฒนาตัวจริงเสียงจริง” ดาวเรืองเหน็บในที

พาไปถึงป่าปลูกของเสี่ยกำพล ปลัดกวาดตาดูพึมพำ “ใหญ่เหมือนกันนะ”

“ไม่ใหญ่ก็ไม่ใช่เสี่ยกำพล ปลูกเอง ตัดเอง ขนเอง รวยเอง” ปลัดถามว่าถูกต้องตามกฎหมายใช่ไหม “ถูกสิ... ทั้งกฎหมายไทยและกฎหมายฉบับเสี่ยกำพล คือกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อการทำความดีของเสี่ยกำพลไง”

ระหว่างนั้น ดาวเรืองเดินแยกไปหาคนขับรถซุงของเสี่ยถามว่า พักนี้ไม่เห็นไปกินข้าวที่ร้านเลย เขาบอกว่าต้องเร่งตัดไม้จะได้ขนพร้อมกับ...ของหวาน ดาวเรืองตาโตถามว่าเที่ยวนี้มีของหวานด้วยหรือ มีเหลือให้ตนเอาไปขายที่ร้านบ้างไหม

ปลัดได้ยินแว่วๆถามว่าของหวานอะไร ดาวเรืองหันมองทำหน้ารำคาญถามว่า “น้ำตาลทราย ผิดกฎหมาย ป่ะ!” พูดแล้วเดินเลี่ยงไปเลย ปลัดรู้ว่าไม่ใช่น้ำตาลทรายแน่ แต่จับไม่ได้ไล่ไม่ทันดาวเรืองสักที

ooooooo

เสี่ยกำพลรีบไปหาผู้ใหญ่ผันที่บ่อนไก่ บอกให้เลื่อนการจัดงานวัดมาเป็นอาทิตย์หน้านี่เลย ตนอยากทำบุญเต็มทีแล้ว

“แหม...เสี่ยหายใจเข้าก็ทำทานหายใจออกก็ทำบุญ บุญบารมีล้นจนใช้ไปอีกสิบชาติก็ไม่หมด” ผู้ใหญ่สอพลอ เมื่อเสี่ยบอกว่าผู้ใหญ่ก็ได้ด้วยเพราะสนับสนุนคนทำดี ผู้ใหญ่ก็ได้เหมือนทุกครั้ง ผู้ใหญ่รับปากทันทีว่าเรื่องงานวัดตนจะจัดการให้เร็วที่สุด แล้วลดเสียงลง “ส่วนเรื่องจัดซื้อตู้น้ำหยอดเหรียญกับยาฆ่าหญ้าแจกชาวบ้านของ อบต.ตอนนี้งบผ่านแล้วครับ เสี่ยเข้าไปเสนอราคาได้เลย รับรองผ่านฉลุย”

เห็นผู้ใหญ่ตาโต เสี่ยพูดให้อุ่นใจว่า แล้วจะตัดเปอร์เซ็นต์ให้ผู้ใหญ่เหมือนเดิมไม่ต้องห่วง

เมื่อเสี่ยกลับมาที่รถ ชาติ มือขวาของเสี่ยถามว่า “เป็นไงครับเสี่ย สำเร็จไหม”

“จะเหลือเหรอ ไอ้ผันมันทั้งโง่ ทั้งเห็นแก่เงิน โยนเศษเงินให้มันนิดๆหน่อยๆมันก็กระโดดอ้าปากงับแล้ว เอ็งโทร.ไปบอกทางโน้นให้ขนยาข้ามมาเลย เราจะส่งเข้ากรุงเทพฯ ตอนมันจัดงานวัดกันนี่แหละ”

ooooooo

ที่บ้านผู้ใหญ่ เวียงเกณฑ์บรรดาเมียๆ ทั้งหมดของผู้ใหญ่มาช่วยกันทำอาหาร

จ่าแม่นดูนาฬิกาพอถึงสี่โมงเย็นก็ลุกขึ้นมาเก็บข้าวของ กำจรมาเจอถามว่าจะไปไหน? หายปวดหัวแล้วหรือ? จะไปจับใครที่ไหนหรือ?

“ไม่ได้ไปจับ แต่จะไปจีบ ไอ้จร อย่าขวางทางรักถอยไปโว้ย” ว่าแล้วพุ่งทะลุประตูออกไปจนกำจรงง

บานชื่นให้ไสวกับเสมอใจแต่งหน้าทำผมให้ ทั้งสองหยอกว่าแต่งขนาดนี้ คืนนี้จะยอมจ่าแม่นจริงๆหรือ

“บ้า...ฉันก็แค่รักษาภาพลักษณ์อดีตนางงามสองสมัยไม่ให้ใครดูถูกได้เท่านั้นแหละ ถ้าคิดจะปลงใจกับไอ้จ่าแม่นคงไม่รอจนเหนียงยานอย่างนี้หรอก”

บานเย็นเพิ่งกลับมาถึง เดินมาตรวจการจัดเตรียมต่างๆ บอกบุญปลีกว่าอยากได้อะไรเพิ่มให้บอก บุญปลีกบอกว่ายังขาดจาน ชาม ช้อน แก้วน้ำ เชิงเทียน ดอกไม้ ผ้าคลุมโต๊ะ ดาวเรืองสั่งไอ้เพี้ยนให้ไปขนของพวกนั้นมาเดี๋ยวนี้เลย บุญปลีกชมว่าดีจริงๆ แบบนี้จะได้ไม่ต้องไปหาซื้อที่ตลาดให้ยุ่งยาก ชมว่า “ไอ้เรืองช่างมีน้ำใจจริงๆ”

“จ้ะ คิดแบบมีน้ำใจ ทั้งหมดก็ 3,500 บาท” บุญปลีกอ้าปากค้างถามว่าทำไมมันแพงนัก ดาวเรืองตัดบทว่า “ไม่จ่ายก็ได้นะ ไอ้เพี้ยน รื้อ!!”

“อย่า!” บรรดาเมียทั้ง 9 ของผู้ใหญ่ร้องกันเสียงหลง ดาวเรืองบอกบรรดาเมียผู้ใหญ่ว่าหมดหน้าที่ก็ไปกันได้แล้ว ที่เหลือตนจัดการเอง

ไม่ทันที่บรรดาเมียผู้ใหญ่จะออกไป ผู้ใหญ่ก็ โทร.เข้ามือถือบุญปลอด พอรับสายก็รับคำ “จ้ะ...พี่ผู้ใหญ่”

ผู้ใหญ่โทร.มาเช็กการเตรียมงานเพื่อให้จ่าแม่นมั่นใจก่อนปล่อยวรรณออกมา แล้วจ่าแม่นก็รีบกลับไปแต่งตัวใหม่คราวนี้ล่อชุดเจ้าบ่าวเท่ระเบิดไปเลย

ดาวเรืองเตรียมแผนต้อนรับจ่าแม่นแบบจัดหนัก คั้นน้ำส้มสดๆยกไปให้เอง สั่งไอ้เพี้ยนให้ล็อกประตูห้องน้ำไว้ จ่าแม่นกินน้ำส้มไปคุยกับบานชื่นด้วยภาษารักแบบเหี่ยวๆ ตามวัยไป ไม่นานก็วิ่งไปเข้าห้องน้ำ ประตูห้องน้ำล็อก สุดท้ายต้องวิ่งเข้าป่า ปล่อยปู้ดๆ ออกมาแบบไม่มีทีท่าจะหยุดเลย

บานชื่นดุดาวเรืองว่า “นึกแล้วเชียวว่าต้องมีอะไร ไม่งั้นเอ็งไม่ญาติดีกับไอ้จ่าแม่นหรอก”

“ช่วยไม่ได้...ไอ้จ่าแม่นอยากมีเร่ืองกะไอ้เรืองก่อน สั่งสอนแค่นี้ยังน้อยไป” ดาวเรืองทำหน้าสะใจ

ooooooo

การจัดเตรียมงานวัดดำเนินไปอย่างเร่งรีบเพราะเสี่ยกำพลเสนอให้เลื่อนเข้ามาเร็วขึ้น แม้หลายส่วนจะขัดข้องแต่ก็ยอมจัดตามที่ผู้ใหญ่เสนอ

ปลัดจิ๋นหมาดมั่นว่า ผ่านการจัดงาน จะทำให้ชาวบ้านดอนล้อมแรดมีความกระตือรือร้นและมีบรรยากาศ ใหม่ๆขึ้น ทั้งยังเสนอให้ก่อปูนทำที่อาบน้ำสงฆ์แข่งกันระหว่างบ้านดอนล้อมแรดเหนือกับดอนล้อมแรดใต้ มั่นใจว่าพอจบงานพวกเขาก็จะได้มีทั้งสาธารณูปโภคไว้ใช้และได้ภูมิใจร่วมกันด้วย

จัดประชุมวางแผนงานกันแล้ว ดาวเรืองในฐานะผู้ช่วยปลัดต้องติดตามปลัดไปดูสถานที่จัดงาน วรรณมาเจอก็พาลหาเรื่องปลัด เข้าไปขู่ว่า

“ไอ้ปลัด ถ้าเอ็งคิดจะแย่งไอ้เรืองของข้า เอ็งเตรียมจองศาลาวัดไว้ได้เลย”

ปลัดไม่อยากยุ่งเรื่องไร้สาระกับวรรณ ชวนดาวเรืองว่าได้เวลาประชุมแล้ว วรรณไม่ยอมให้ดาวเรืองไป ดาวเรืองย้อนถามว่าทำไมจะไปไม่ได้ในเมื่อตนเป็นผู้ช่วยปลัด

“ข้าติดคุกแค่คืนเดียว เอ็งได้เป็นผู้ช่วยปลัดเลยหรือ” วรรณถามทึ่ง ดาวเรืองถามว่าแล้ววรรณมีตำแหน่งอะไรนอกจากไอ้โจรห้าร้อย วรรณฉุนขาดประกาศว่า

“ไอ้วรรณลูกผู้ใหญ่ผัน จะต้องกู้ศักดิ์ศรีคืนมาให้ ได้!!” หลังจากนั้นวรรณก็ไปประกาศกลางที่ประชุมบนศาลาวัดว่า ตนจะมาเป็นกรรมการวัดแทนลุงแช่ม ดาวเรืองที่ร่วมประชุมอยู่ด้วยขัดขึ้นทันทีว่า

“ตำแหน่งกรรมการวัดไม่เหมาะ ตำแหน่งหมาวัดน่าจะเหมาะนะพระครู เอาไว้เห่าไอ้พวกโจรใจหมาที่ชอบมาขโมยของวัด”

วรรณโมโหจนปากสั่น ดาวเรืองถามปลัดว่าประชุมเสร็จแล้วใช่ไหมตนจะไปทำมาหากินบ้าง แล้วลุกไป วรรณตามไปเอาเรื่อง ปลัดเข้ามาขวางถามว่าจะรังแกผู้หญิงกลางวัดเลยหรือ วรรณบอกว่าปลัดไม่เกี่ยว ดาวเรืองท้าวรรณว่าจะเอายังไงว่ามาไอ้ขี้แพ้ แล้วเย้ยย้อนหลังตั้งแต่ ป.1 จนถึง ป.3 แข่งอะไรกันวรรณก็แพ้หมด

“พูดยังงี้มาลองกันสักตั้งไหมล่ะ คราวนี้ข้าจะไม่ไว้หน้าเอ็งเลย” วรรณท้า ดาวเรืองรับท้า วรรณเสนอให้ชกมวยกันมันยุติธรรมดี ปลัดไม่เห็นด้วยเพราะดาวเรืองเป็นผู้หญิงจะชกมวยได้ยังไง แต่ดาวเรืองไม่มีปัญหาเย้ยวรรณว่าเตรียมตัวแพ้ได้เลย แต่ขอวางกติกาข้อหนึ่ง คือ ให้วรรณชกมวยไทย ตนจะชกมวยสากล

“ได้ งั้นฟังกติกาของข้าบ้างเว้ย ถ้าข้าชนะ ข้าต้องได้จูบเอ็ง” ทุกคนตกใจแต่ดาวเรืองตกลง ถามว่าถ้าวรรณแพ้ล่ะ “ข้าจะยอมให้ฝ่ายชนะขี่คอรอบตลาดเลยเอ้า!”

ปลัดติงว่ากติกาที่ว่านั้นมันไม่ได้ทำให้มีความยุติธรรมเพิ่มขึ้นเลย ดาวเรืองบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับความยุติธรรมแต่เกี่ยวกับศักดิ์ศรี

“เตรียมแก้มนุ่มๆฟอกสบู่หอมๆไว้ให้พี่วรรณจูบได้เลยนะน้องเรือง ไปเว้ย...ไปซ้อมกันดีกว่า” วรรณฮึกเหิมมาก

วรรณกอดคอไอ้แหลมกับไอ้กรอดหัวเราะร่าไปราวกับชกชนะแล้ว ส่วนดาวเรืองรีบหลบไปก่อนที่จะถูกปลัดเทศนา กำจรถามปลัดว่า “ผมให้ไอ้เรืองเป็นต่อ 2:1 คุณปลัดล่ะ” ปลัดไม่ตอบเดินตามดาวเรืองไปที่จอดรถ กำจรรั้งท้าย

ปลัดเตือนดาวเรืองให้ยกเลิกการแข่งขันเสีย ถึงเธอจะเก่งแค่ไหนแต่เป็นผู้หญิงยังไงก็สู้แรงผู้ชายไม่ได้

“ขออนุญาตออกความเห็นหน่อยนะครับ ว่าคนที่คุณปลัดควรจะห่วงไม่ใช่ไอ้เรืองหรอกครับ แต่เป็นไอ้วรรณต่างหาก” กำจรพูดแทรกขึ้น

ดาวเรืองได้ที เลิกคิ้วมองหน้าปลัดทำนองว่า เชื่อไอ้เรืองป่ะ? ซ้ำพอกลับบ้านถูกบานชื่นดุว่าไปรับคำท้าวรรณได้ไง ดาวเรืองบอกแม่ว่า แทนที่จะมาห่วงตน ให้แม่ไปตั้งโต๊ะรับพนันมวยเลยดีกว่า งานนี้แม่เตรียมกระสอบใส่เงินได้เลย ย้ำว่า

“เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะแม่ ไอ้เรืองเคยทำให้แม่ผิดหวังไหม...ไม่เค้ย!”

บานชื่นพูดไม่ออก หายาดมมาสูดเอ๊า...สูดเอา ส่วนดาวเรืองก็ฝันหวานถึงเงินที่กำลังจะไหลมาเทมา

แต่ยังช้ากว่าผู้ใหญ่ผัน เพราะผู้ใหญ่ตั้งโต๊ะรับแทงพนันมวยเรียบร้อยแล้ว ทุกคนแทงข้างวรรณกันหมด

ooooooo

บรรยากาศเตรียมงานวัดเริ่มคึกคัก การแข่งขันก่อปูนทำที่อาบน้ำสงฆ์ระหว่างทีมดอนล้อมแรดเหนือกับทีมดอนล้อมแรดใต้กำลังโฆษณาแข่งกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน

“ท่าทางจะไปได้ดีนะครับ” ปลัดเอ่ยกับพระครูจ้อย

“อาตมาไม่ขออะไร ขอให้งานเสร็จแล้วไม่ตีกันตายก็พอ” พระครูจ้อยสีหน้าเป็นกังวล

ผู้ใหญ่ผันกับหลวงตาคงต่างโฆษณาทีมก่อปูนฝ่ายตนทั้งข่มกันทั้งอวดว่าช่างของตนเป็นช่างมีฝีมือ ยุคเก่า ขุดกันย้อนหลังไปแข่งกันจนถึงยุคทวารวดี พระครูจ้อยฟังแล้วพึมพำอย่างอ่อนใจ...

“มันเชิญวิญญาณบรรพบุรุษมาแข่งกันเลยหรือเนี่ย”

ระหว่างนั้น มือถือในกระเป๋าของปลัดดังขึ้น เป็นสายจากโรสโทร.มาขอให้ช่วยหาทนายดีๆ ให้ เพราะเธอทะเลาะกับน้ำหวานเรื่องรับงานจนแตกคอกัน ปลัดวางสายแล้วสีหน้าหนักใจ

วันนี้คนขับรถขนซุงมาขอเสี่ยกำพลกินข้าวที่ร้านดาวเรือง บอกเป็นนัยว่าตัดไม้เสร็จแล้วเตรียมขนอย่างเดียว

“นึกแล้วยังเสียดายไม่หาย น่าจะมีของหวานเหลือๆ มาขายที่นี่บ้าง แล้วจะขนไม้กันวันไหนวะ” ดาวเรืองถาม

“ก็ใกล้ๆ นี่แหละ รอเจ้านายยืนยันอีกที”

กำนันเทิ้มทำทียกหนังสือพิมพ์บังหน้าอ่านอยู่มุมหนึ่ง ค่อยๆ ลดหนังสือพิมพ์ลงสบตากับดาวเรืองอย่างรู้กัน อึดใจเดียวทั้งสองก็เลี่ยงออกไปเนียนๆ ไปพบกันที่กระท่อมเล่นไล่หลังร้าน ทั้งสองเชื่อว่าพวกนั้นจะขนยากันตอนมีงานวัดแน่ กำนันเทิ้มจะเช็กข่าวให้แน่อีกที หมายมาดว่าคราวนี้จะถอนรากถอนโคนมันทั้งยวงเลย

การแข่งขันสร้างที่อาบน้ำสงฆ์เป็นไปอย่างน่าตื่นเต้น ฝ่ายหลวงตาคงล่อใจว่าถ้าคนบ้านดอนล้อมแรดใต้ชนะจะแจกนางกวักเอาไปกวักเงินกวักทอง ปรากฏว่าชาวบ้านอยากได้นางกวักเร่งกันมือเป็นระวิง จนชนะชาวบ้านดอนล้อมแรดเหนือ ผู้ใหญ่ผันไม่พอใจหาว่าหลวงตาคงเล่นของ ดาวเรืองแย้งว่า...

“แกไม่ได้ชนะหรอก ชาวบ้านต่างหากที่ชนะหลงตาคงเอ๊ย...คงอยากจะชนะจนตัวสั่นถึงกับลงทุนแจกของ”

“แล้วเธอล่ะดาวเรือง ไปรับท้านายวรรณแบบนั้น เพราะอยากจะชนะจนตัวสั่นเหมือนกันล่ะสิ” ปลัดขัดคอดาวเรืองหันจ้องขวับ ปลัดมองดาวเรืองเหมือนครูที่จับผิดนักเรียนยังไงยังงั้น

ooooooo

โรสให้มาร์คช่วยหาทนายมาต่อสู้กับน้ำหวาน พอนัดเจอกันกลายเป็นพฤกษ์ โรสหงุดหงิดมากที่ได้เมสเซนเจอร์เป็นทนาย ถามอย่างไม่เชื่อถือว่าตกลงเขามีอาชีพอะไรกันแน่

“ผมเป็นทนายความฝึกหัด วันนี้มาเพื่อซักถามข้อเท็จจริง แล้วก็เก็บข้อมูลเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดส่งให้อาจารย์ ถ้าคุณไม่อยากให้ผมช่วย ก็แค่โทร.ไปหาอาจารย์ผม ท่านจะได้ให้คนอื่นมาทำแทน” พฤกษ์ลุกพรวดอย่างไม่แยแส

“เดี๋ยวก่อนซิ” โรสแอบตกใจเล็กน้อยแต่ก็ยังขี้วีนเหมือนเดิม

หลังจากพฤกษ์จดข้อมูลเสร็จจะกลับ โรสย้ำว่า ยังไงก็อย่าให้เรื่องถึงศาล แต่ถ้าฝ่ายนั้นไม่ยอมความก็ต้องทำให้ตนชนะคดี พฤกษ์ชี้ว่าเธอเป็นฝ่ายผิดที่ละเมิดสัญญา ก็ต้องยอมรับตรงนี้ให้ได้ก่อน แต่ก็พูดให้บรรยากาศผ่อนคลายว่า

“เอาเป็นว่า ผมจะพยายามทำให้คุณน้ำหวานยอมเจรจาประนีประนอม เรื่องจะได้ไม่ไปถึงชั้นศาล และถ้าจะต้องเสียค่าปรับผมก็จะพยายามทำให้คุณจ่ายน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ไม่ใช่ให้ทำเรื่องผิดกลายเป็นถูก”

“เอ๊ะพูดยังไง ถ้าฉันต้องเป็นฝ่ายผิด ฉันจะเสียเงินจ้างทนายทำไมหา!” โรสวีนแตกอีก แต่พอพฤกษ์บอกเธอว่าจะโทร.บอกอาจารย์ให้เปลี่ยนตัวผู้ช่วยก็ได้ โรสก็เสียงอ่อนลงถามว่า “แล้วที่ว่าจะนัดคุยกับพี่น้ำหวานน่ะเมื่อไหร่ ขอเป็นเร็วที่สุดก็แล้วกัน”

ooooooo

วรรณต้องการโชว์ฟอร์มอวดปลัด วันนี้จึงให้ไอ้แหลมกับไอ้กรอดไปดักดูว่าปลัดมาที่ทำการอำเภอหรือยัง พอทั้งสองส่งสัญญาณว่ามาแล้ว วรรณในชุดวอร์มเต็มยศมีฮูดเหมือนนักมวยโอลิมปิกก็วิ่งชกลมมาอย่างคึกคัก

ส่วนไอ้แหลมกับไอ้กรอดก็ทำเป็นพูดเสียงดังให้เข้าหูปลัดว่า

“โห...พี่วรรณพักบ้างเหอะ วิ่งรอบหมู่บ้านตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ กี่ชั่วโมงแล้วเนี่ย” ไอ้แหลมพูดขึ้นก่อน

“นั่นสิ ไม่ต้องจริงจังนักก็ได้พี่ แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างไอ้เรือง ไม่มีทางพ้นมือพี่ได้ร้อก” ไอ้กรอดเอาบ้าง

วรรณเหล่เห็นปลัดเดินมาใกล้ก็รีบวิดพื้นโชว์ ทีแรกวิดมือเดียวแต่ล้มเผละหน้าทิ่ม เลยรีบวิดสองมือพลางคุยโว

“ไม่ได้โว้ย ข้าต้องการชัยชนะแบบขาวสะอาด จะได้จูบไอ้เรืองโชว์ชาวบ้านอย่างภาคภูมิใจ” ไอ้แหลมบอกให้ถ่ายรูปไว้ด้วย “นั่นแหละที่ข้าคิดไว้ ข้าว่าจะเอารูปจูบสนั่นโลกของข้ากับไอ้เรืองไปติดที่หอนาฬิกาหน้าตลาดด้วยเว้ยเฮ้ย”

กำจรกระซิบปลัดว่า “ท่าทางไอ้วรรณมันจะเอาจริง ดูมันตั้งใจจะจูบไอ้เรืองเสียให้ได้” ปลัดจิ๋นฟังแล้วแอบเครียด วรรณยิ่งได้ใจ ตะโกนให้ไอ้กรอดเอาเชือกมาให้กระโดดฝึกกำลังขาหน่อยจะได้ยืนคลุกวงในได้นานๆ พอกรอดส่งเชือกให้ วรรณรับไปกระโดดเอาจริงเอาจัง ดูฟิตเปรี๊ยะจริงๆ!

“รีบไปกินข้าวกันเถอะกำจร ฉันมีนัดกับผู้ใหญ่วงศ์ตอนบ่ายโมงครึ่ง” ปลัดเร่งกำจร แล้วพากันเดินผ่านไป

พอปลัดไปแล้ว วรรณก็หยุดหอบแฮ่กยืนแทบไม่ติด จนไอ้แหลมกับไอ้กรอดต้องมาช่วยกันหิ้วปีกกลับไป

ooooooo

ที่ร้านดาวเรือง ชาติมือขวาของเสี่ยกำพลมานั่งกินข้าวกับคนขับรถซุง กินเสร็จยังไม่ทันออกไปไอ้เพี้ยนก็ทะเล่อทะล่าเข้ามาร้องบอกดาวเรืองว่ามีจดหมายกำนันเทิ้ม

ดาวเรืองสะดุ้งเฮือก ชำเลืองไปที่โต๊ะชาติเห็นทั้งสองมองมาพอดี ดาวเรืองคิดในใจฉิบหายแล้ว! พอดีปลัดกับกำจรขับอีเฉื่อยมาจอดหน้าร้าน ดาวเรืองเลยแกล้งบอกว่าจดหมายกำนันเทิ้มที่ไหน จดหมายคุณปลัดต่างหาก ไอ้เพี้ยนพาซื่อยืนยันว่าจดหมายกำนันเทิ้ม กำนันเป็นคนยัดใส่มือตนเอง

ปลัดจิ๋นในชุดกางเกงวอร์มเสื้อยืดเดินเข้ามาพอดี บอกดาวเรืองว่าวันนี้จะมาซ้อมมวย ให้เตรียมตัวไว้ด้วย

“อะไรกันคุณปลัด ฉันยังไม่ได้เตรียมตัวเลย มาไวปานจรวดขนาดนี้ ทีหลังไม่ต้องพึ่งไอ้เพี้ยนส่งจดหมายก็ได้”

ปลัดทำท่าจะพูดอะไร แต่ดาวเรืองไม่เปิดโอกาส ชวนทันที “ปะ...ไหนๆมาแล้วก็ไปซ้อมเลย ไอ้เพี้ยนเอ็งเฝ้าร้านให้ดีนะเว้ย” ทำเป็นสั่งงานโขมงโฉงเฉงแล้วดึงแขนปลัดออกไปเลย บรรดาคนกินข้าวแกงพากันมองงงๆ ส่วนกลุ่มของเสี่ยกำพลพากันมองอย่างสงสัย

ooooooo

พอพากันออกจ๊อกกิ้ง ดาวเรืองพาวิ่งไปทางดอนล้อมช้าง เพราะมีนัดกับกำนันเทิ้มที่นั่น พอปลัดทักท้วงก็บอกว่าวิ่งที่ดอนล้อมแรดตั้งแต่เด็กแล้วเบื่อ ลองวิ่งไปทางดอนล้อมช้างบ้าง ปลัดพูดไม่ออกตามเคย

ระหว่างนั้น รถของพวกเสี่ยกำพลขับตามไปห่างๆ พอดาวเรืองเจอกำนันเทิ้มก็ส่งสัญญาณว่าวันนี้ไม่สะดวกแล้ววิ่งกลับ พวกเสี่ยที่ตามมาจึงขับรถเลยไป พอวิ่งกลับมาถึงหน้าร้าน ดาวเรืองก็เลิกวิ่ง อ้างว่าเหนื่อยพรุ่งนี้ค่อยซ้อมใหม่ ซ้อมวันละอย่าง วันนี้ซ้อมกล้ามเนื้อขา พรุ่งนี้มือมะรืนแขน มะเรื่องค่อยออกหมัด ปลัดฟังแล้วส่ายหน้าเตือนว่า

“เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ถ้าซ้อมวันละอย่างแบบที่เธอว่า เธอได้ถูกจูบโชว์แน่”

ตกเย็นดาวเรืองสวมนวมซ้อมกับปลัดที่หลังร้านแถวกระท่อมที่ใช้เล่นไพ่ ไอ้เพี้ยนหิ้วกระติกน้ำมาให้  เห็นไอ้แหลมกับไอ้กรอดมาแอบดู เลยบุ้ยใบ้ให้ดาวเรืองรู้ “หัวไอ้เรือง” ทำงานทันที ดาวเรืองทำเป็นไอโขลกๆๆจนน้ำหูน้ำตาเล็ด พอไอ้เพี้ยนมาจับตัวก็ผสมโรงร้องลั่นว่าตัวร้อนจี๋เลย พูดดังๆให้ไอ้แหลมกับไอ้กรอดได้ยินว่า

“ถอนตัวตอนนี้ยังทันนะพี่ ไม่งั้นพี่แพ้มันแน่ๆ”

“ไม่ได้โว้ย ข้ารับปากมันไปแล้ว ยังไงก็ต้องขึ้นชกเพื่อศักดิ์ศรี ไม่ใช่แพ้บาย แบบนั้นมันน่าอายโว้ย” โวยแล้วก็ไอแค่กๆๆต่อ

ไอ้แหลมกับไอ้กรอดได้ยินดังนั้นทำคอย่นกลั้นหัวเราะกันคิกคัก รีบกลับไปรายงานวรรณว่าดาวเรืองป่วยกระเสาะกระแสะแบบนี้จะเอาแรงที่ไหนสู้ แพ้แหงๆ ไอ้แหลมเสนอวรรณว่า ตอนนี้ก็ซ้อมจูบหมอนนอนก่ายหมอนข้างไปพลางก็พอแล้ว วรรณยิ้มกระหยิ่มที่จะได้จูบดาวเรืองสมใจก็คราวนี้แหละ!

ข่าวดาวเรืองป่วยสะพัดไปเร็วราวกับไฟลามทุ่ง บานชื่นที่ไปรับแทงมวยที่ดอนล้อมควายรีบกลับมาด้วยความเป็นห่วง พอรู้ว่าเป็นแผนลวงให้วรรณตายใจของดาวเรืองก็เบาใจ แต่ก็อดบ่นอย่างเป็นห่วงไม่ได้ว่า แรงผู้หญิงจะไปสู้ผู้ชายได้ไง

“เอาน่า...เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะแม่!!”

ผู้ใหญ่ผันเองก็แอบแทงมวยข้างวรรณไปหนึ่งหมื่น ห้ามพวกเมียเบอร์รองๆบอกเวียงเด็ดขาด ขืนเวียงรู้มีหวัง หัวแบะ พอเวียงรู้จริงๆผู้ใหญ่เกือบหัวแบะเหมือนกัน ไม่ใช่เพราะแทงมวยไปหนึ่งหมื่น แต่ถามว่าทำไมไม่แทงไปสองหมื่นสามหมื่น! ผู้ใหญ่ยิ้มเจื่อนๆที่โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง

ooooooo

เพราะวันนี้เป็นวันทำบุญใส่บาตรกันทั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านมาวัดกันคลาคล่ำ นายอำเภอกับคุณนายฤดีก็มา แต่คุณนายไปเดินสะดุดอะไรไม่รู้ส้นรองเท้าหลุด ปลัดเลยเอากาวตราช้างมาติดให้เพราะกาวใกล้จะหมด ปลัดออกแรงบีบเต็มที่ กาวเลยพุ่งปรี๊ดไปที่หลังมือขวา ปลัดรีบป้ายแปะรองเท้าคุณนาย ซ่อมเสร็จทันให้คุณนายไปใส่บาตรพอดี แล้วปลัดก็ลุก จะไปล้างมือ

ดาวเรืองถือถาดขนมวิ่งจะมาใส่บาตร ถูกเสมอใจที่มัวแต่มองหาวรรณชนเข้าอย่างจัง แต่ไอ้เรืองซะอย่างถึงเซจะล้มก็ยังประคองถาดใส่ขนมไว้ได้ แต่มือซ้ายป่ายไปคว้ามือขวาปลัดเข้าเต็มๆ เลยถูกกาวช้างติดมือทั้งสองไว้ด้วยกัน ดึงอย่างไรก็ไม่ออก พอดีพระมาได้เวลาใส่บาตร เลยต้องเดินมือติดกันไปใส่บาตร ไอ้เพี้ยนถามดาวเรืองว่าทำไมใส่บาตรร่วมขันกับปลัดล่ะ ดาวเรืองถลึงตาใส่เพราะอายชาวบ้าน

แต่วรรณทนไม่ได้ โวยวายว่าปลัดหยามหน้าตนต่อหน้าพระหน้าเจ้า ทั้งที่รู้ว่าดาวเรืองเป็นว่าที่เมียตนยังมาเหยียบหัวใจกันแบบนี้ วรรณโวยวายจนเวียงต้องจ้าง 500 บาทให้อยู่นิ่งๆก่อน วรรณจึงสงบลง มือใส่บาตรแต่ตาจ้องจิกปลัดกับดาวเรืองตลอดเวลา

งานวัดเป็นเทศกาลหาเงินของหลวงตาคง นอกจากพรมน้ำมนต์เพิ่มเสน่ห์แล้ว ยังมีสาลิกาลิ้นทองให้พวกแม่ค้าเช่าด้วยราคาบาจาคู่ละ 99 บาท โดยให้กำจรเป็นคนรับเงิน แต่ใครจะเช่าเกินหนึ่งคู่ก็ได้จะได้เอาไว้ทำบุญ

ชาวบ้านฮือฮากันเข้ามา ดาวเรืองเห็นแล้วหงุดหงิดรู้ทันว่านี่เป็นการต้มตุ๋น ซ้ำตัวเองยังโดนหลวงตาคงแขวะว่าสำหรับดาวเรืองจะให้ฟรีๆ เพราะรักษาไว้ได้ไม่นาน คนพูดจาไม่มีสัมมาคารวะของดีที่ไหนก็ไม่อยู่ด้วย

“เดี๋ยวเราจะได้เห็นดีกัน!” ดาวเรืองคำรามที่โดนแขวะต่อหน้าชาวบ้านมากมาย

ooooooo

ดาวเรืองให้ไอ้เพี้ยนไปซื้อน้ำมันจากเจ๊กฮวดเพื่อมาเปลี่ยนน้ำมันมนต์ของหลวงตาคง ให้ไอ้เพี้ยนแอบเปิดดูน้ำมันในปี๊บของหลวงตา ไอ้เพี้ยนมองเผินๆ บอกว่าก็น้ำมันธรรมดาๆนี่เอง

“มันต้องมีสิวะ ไม่งั้นใครจะอาบน้ำมันเดือดๆ ได้” ดาวเรืองมั่นใจ คิดถึงตอนหลวงตาเอาน้ำมันเดือดๆ มาทาตัวจำได้ว่าก่อนเอาน้ำมันเดือดๆ มาทาตัวหลวงตาเอาปูนแดงทาตัวไว้หนาเตอะ ก่อนทาทับกันความร้อนไว้ชั้นหนึ่งแล้ว ยิ่งกว่านั้นเมื่อดาวเรืองเทน้ำมันในปี๊บของหลวงตาออกมาดู ปรากฏว่าก้นปี๊บเป็นน้ำทั้งนั้น มีน้ำมันลอยหน้านิดเดียวเอง

ดาวเรืองอธิบายให้ไอ้เพี้ยนฟังว่า เมื่อหลวงตาเอาน้ำมันในปี๊บไปต้ม น้ำข้างล่างเดือดก็พรั่งพรูขึ้นมาข้างบนทำให้คนคิดว่าน้ำมันเดือด แล้วพอช้อนน้ำมันตรงขอบๆ กระทะไปทาตัว มันก็ไม่ร้อนเท่าไหร่ แถมหลวงตายังเอาปูนทาตัวเสียหนาเตอะด้วย ความร้อนยิ่งไม่ถูกเนื้อ

พอไอ้เพี้ยนเข้าใจหลักการ ก็บอกดาวเรืองว่าเราเอาน้ำมันแท้ๆไปแทนน้ำแบบนี้ หลวงตาก็ได้กลายเป็นปลาไหลต้มเปรตแน่

“ทำแบบนี้ไม่ได้นะดาวเรือง” ปลัดจิ๋นดุ แต่ดาวเรืองไม่สนใจบอกว่าไม่ต้องมาห้ามให้ยาก ยังไงตนก็ไม่ปล่อยให้หลวงตาคงต้มตุ๋นชาวบ้านต่อไปแน่

“ฉันรู้ทุกอย่างเหมือนที่เธอรู้ แล้วก็เคยคิดจะทำเหมือนอย่างที่เธอจะทำ แต่มันจะมีประโยชน์อะไร ต่อให้หลวงตาคงเลิกแสดงอภินิหาร เธอคิดเหรอว่าคนที่งมงายจะเลิกงมงาย เขาก็แค่วิ่งไปหาที่ใหม่เท่านั้นเอง”

ดาวเรืองทำท่าจะเถียง ปลัดขัดขึ้น ชี้ให้เห็นว่าเวลาที่หลวงตารดน้ำมนต์หรือให้ของขลังท่านคอยสอดแทรกตลอดว่า ต้องทำดีคิดดีด้วยของดีที่ว่าถึงจะให้คุณ ถือโอกาสอบรมเสียเลยว่า

“การกระทำทุกอย่างต้องดูที่เจตนา วิธีการของ หลวงตาอาจจะไม่เหมือนพระครูจ้อย ไม่เหมือนคนอื่นๆ แต่จุดหมายปลายทางคือต้องการให้คนทำดี” แล้วปลัดก็ยกเอาตอนที่หลวงตาคงสอนบรรดาผู้ที่บูชาของขลังของแกไปว่า

“ใครที่บูชาไป ต้องระวังให้ดี สาลิกานี่ชอบคนฉลาด อ่อนโยน ถ้าพูดหยาบคายลามกจกเปรตของจะหายจากตัวนางกวักรุ่นนี้เป็นรุ่นที่สู้แล้วรวย ใคร

ได้ไปบูชาจะไหว้เช้าไหว้เย็นอย่างเดียวไม่ได้ ต้องหมั่นพัฒนาฝีมือด้วย ถ้าขายของกินก็ต้องให้มันอร่อย สะอาด ถูกอนามัย ไม่ใช่ให้เขากินไปอ้วกไปขี้แตกไป แบบนี้ต่อให้นางกวักกวักจนท้องแขนยานก็ไม่มีใครกลับมากินร้านเอ็งอีก เข้าใจไหม”

ไอ้เพี้ยนสะกิดบอกดาวเรืองว่า อีกห้านาทีหลวงตาจะอาบน้ำมนต์แล้ว ทั้งสองร้อนใจจะทำยังไงดี ขืนปล่อยให้หลวงตาอาบน้ำมันเดือดที่ไอ้เพี้ยนเอาไปเปลี่ยนได้กลายเป็นปลาไหลต้มเปรตแน่ๆ

ปลัดจิ๋นนิ่งดูสองตัวแสบที่กำลังร้อนรนว่าจะแก้ปัญหากันอย่างไร

ooooooo

เมื่อได้เวลา หลวงตาคงออกมานั่งขัดสมาธิบนแท่นกลางปะรำ พนมมือหลับตา มีศิษยานุศิษย์ห้อมล้อมคอยทำพิธีและสั่งจองน้ำมนต์กันมากมาย

ดาวเรืองเข้าไปหาหลวงตาขออนุญาตปรึกษาธรรมะสักข้อ แล้วขยิบตาให้ไอ้เพี้ยนดึงมือหลวงตาออกไป ดาวเรืองขอร้องหลวงตาว่าปีนี้งดอาบเอาแค่หุงน้ำมันเฉยๆ ก็พอ หลวงตาคงถามว่า ก็อาบอย่างนี้มาทุกปีแล้วทำไมปีนี้จะอาบไม่ได้ ดาวเรืองจึงสารภาพสิ่งที่ตนกับไอ้เพี้ยนทำไว้

หลวงตาคงรู้ความจริงถึงกับเหวอ อึ้งไปครู่ใหญ่แล้วบอกดาวเรืองว่า “เออ ขอบใจ ไม่เป็นไรหรอกว่ะ เพราะข้าเคยอาบมาทุกที ถ้าปีนี้ไม่อาบ เอ็งคิดว่าคนเขาจะเรียกข้าว่าหลวงตาอีกงั้นเรอะ” หลวงตาตัดบท เมื่อดาวเรืองกับเพี้ยนพยายามจะให้เปลี่ยนใจว่า “เอาเถอะ ถ้าข้าจะเหมือนปลาไหลต้มเปรต ข้าก็ไม่โทษใคร ต้องโทษตัวเองที่เลือกทางเดินนี้ กรรมสนองกรรมข้าก็ต้องให้มันเป็นไป” พูดแล้วหลวงตาเดินออกไปแบบเป็นไงเป็นกัน

“ทำไงดีวะ” ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนถามกันหน้าตาตื่นตกใจ ปลัดยังคงยืนดูอย่างใจเย็นว่า “หัวไอ้เรือง” ที่ว่าแน่นัก คราวนี้จะแก้ปัญหาอย่างไร

แล้ว “หัวไอ้เรือง” ก็ทำได้ เมื่อให้ไอ้เพี้ยนไปสืบว่าในกระทะนอกจากน้ำมันแล้วยังมีอะไรอีก ไอ้เพี้ยนสืบมาได้ว่า มีน้ำมันหลายอย่างและสมุนไพรหลายชนิด ซึ่งไอ้เพี้ยนก็จดจำมาได้หมด ดาวเรืองสั่งไอ้เพี้ยนให้ไปบอกลูกศิษย์หลวงตาว่าอย่าเพิ่งใส่ส่วนผสมลงไป รอจนหลวงตาทาปูนที่ตัวเสร็จแล้วค่อยใส่และใส่กากลงไปด้วย เพราะกากจะลอยขึ้นมาปะทะประทังความร้อนไว้ได้ แถมหลวงตาทาปูนด้วย คงไม่ร้อนเท่าไหร่

ขณะหลวงตาทาปูนตามตัว ไอ้เพี้ยนก็ทำทีโฉบเข้าไปช่วย แอบกระซิบบอกว่า

“ช้อนหน้าๆข้างกระทะนะหลงตา บนใบไม้เปลือกไม้พวกนั้นน่ะไม่ค่อยร้อนหรอก”

สำเร็จ!! เมื่อหลวงตาเอามือช้อนน้ำมันในกระทะที่กำลังเดือดมาทาหลังทาไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน ชาวบ้านฮือฮากันมาก รุมกันเข้ามาเช่า 2 ขวดบ้าง5ขวดบ้าง โหลนึงบ้าง จนกำจรรับทรัพย์แทบไม่ทัน

“สำเร็จแล้วสิ” ปลัดประชดแกมชมหลังงานเลิก

“ก็บอกแล้วไง เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะ!!”

“เสกน้ำมันยังไม่แปลก เสกเหล้าให้เป็นน้ำปลา ...แปลกกว่า” ปลัดประชดลอยๆ

“เสกน้ำปลาเป็นไม้ฟาดหัวคนสลบ...แปลกที่สุด”

“ผิด...ถูกจูบกลางงานวัดต่างหาก...แปลกที่สุด”

ปลัดตบท้ายทีเด็ด ยิ้มกวนๆเยาะๆแล้วเดินออกไป ดาวเรืองมองตามทำปากขมุบขมิบด่าตามหลัง

แล้วคืนนี้ ปลัดจิ๋นก็ต้องตื่นตัวหัวหมุนอีก เมื่อจ่าแม่นมาบอกกลางดึกว่า

“สายทางหมู่จ้อยรายงานว่า ไอ้เรืองจะส่งยาเสพติดลอตใหญ่หลังจากชกมวยพรุ่งนี้ ทางตำรวจจะแฝงกำลังในพวกที่มาเชียร์มวยแล้วตามสกัดจับไม่ให้มันรู้ตัว” ปลัดถามว่าตนช่วยอะไรได้ไหม จ่าแม่นพูดจริงจังว่า “ในฐานะที่คุณปลัดเป็นผู้ประสานงานที่ต้องดูแลความเรียบร้อยทั้งหมด ผมอยากขอให้คุณปลัดช่วยจับตา ไอ้เรืองให้อีกแรง เจอกันพรุ่งนี้นะครับ”

เป็นงานที่ทำเอาปลัดจิ๋นเครียดขึ้นมาทันที

ooooooo

ตอนที่ 4

ดาวเรืองแกล้งไปปลูกสะระแหน่และเลี้ยงเป็ดบนรถปลัดที่ยังซ่อมไม่เสร็จเพราะต้องรออะไหล่ แต่กำจรลากกลับมาจอดทิ้งไว้ที่บ้านพัก บอกว่าดีกว่าจอดทิ้งไว้เปล่าๆ

ปลัดจิ๋นรู้ว่าดาวเรืองแกล้ง แต่ก็ใจเย็นไปสร้างเล้าเป็ดและสอนให้เลี้ยงเป็ดแบบปิดให้ถูกวิธี หลังจากนั้นปลัดให้กำจรขับรถเข้าตลาด กำจรดักคอว่า คงไม่ได้มาซื้อเป็ดให้ดาวเรืองนะ ปลัดพูดแบบตัดรำคาญว่า “เอาน่า...”

วันนี้ โรสมีนัดกับมาร์คที่โรงแรมหรู ถูกนักข่าวสัมภาษณ์เรื่องหัวใจ เธอตอบตามสูตรว่าเหมือนเดิม,ไม่มีอะไรใหม่, ต่างคนต่างทำงาน, เราเป็นเพื่อนกัน ทุกคนเป็นเพื่อนกัน, ตอนนี้อยากให้โฟกัสเรื่องงานมากกว่า ฯลฯ

ตอบหมดตามสูตรแล้ว โรสขอตัวอ้างว่าต้องรีบไปงานต่อ แต่ที่แท้เธอนัดกับมาร์คไว้ แม้แต่น้ำหวานโรสก็ให้แยกกันตรงนั้น เธอเดินไปที่ล็อบบี้ เห็นพฤกษ์นั่งคุยกับชายวัยกลางคน แล้วชายคนนั้นยื่นเช็คให้

“ขอบคุณมากครับอาจารย์” พฤกษ์ไหว้แล้วรับเช็ค ชายคนนั้นเอามือแตะบ่าพฤกษ์พูดอย่างมีเมตตาก่อนแยกไปว่า

“แล้วเจอกันที่ออฟฟิศ”

โรสมองจนชายคนนั้นไปแล้ว เธอกรีดกรายเข้าไปพูดเยาะว่า

“ถึงตอนนี้ฉันไม่สงสัยแล้วว่าทำไมนายถึงไม่รู้จักฉัน เพราะท่าทางนายไม่สนใจผู้หญิงเท่าไหร่”

พฤกษ์รู้ว่าโรสคิดอะไรอยู่ เลยแกล้งผสมโรงไปว่า “ก็คงงั้นมั้งครับ”

“มีคุณลุงคุณป๋าคอยช่วยอย่างนี้ ไม่เห็นต้องไปเป็นแมสเซนเจอร์ให้เหนื่อย”

“ผมชอบใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์” พฤกษ์ตัดบทอย่างเบื่อที่จะชี้แจง ก็พอดีมาร์คเพื่อนชายของเธอเดินมาเจอ โรสพุ่งไปจี๋จ๋าทันที มาร์คถามว่าไปร้านไหนดี พลางมองพฤกษ์สงสัยว่าเป็นใคร พฤกษ์ยิ้มให้โรสกัดนิดๆว่า “ผมขอตัวก่อนนะครับ เพราะดูเหมือนคุณเองก็ชอบใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เหมือนกัน”

เพราะอยู่ต่อหน้ามาร์ค โรสทำลอยหน้าไม่สนใจ หันควงมาร์คชวน “ไปกันเถอะ โรสหิวแล้ว”

ooooooo

วรรณยังได้รับข้อความบอกรักหวานจ๋อยอย่างสม่ำเสมอ อ่านทีไรก็เคลิ้มแทบคลั่ง ตอบกลับไปอย่างหวานหยดไม่แพ้กัน

ความรักหนักอกยกไม่ออก ทุกวันนี้วรรณได้แต่บอกรักตอบรักกันเงียบๆ ทำให้วรรณกลัวจะถูกใครมาปาดหน้าเค้กไป โดยเฉพาะปลัดจิ๋น สามเกลอเลยวางแผนกันว่าต้องทำให้เรื่องออกสื่อครึกโครมให้สังคมรู้ว่า ดาวเรืองเป็นคู่รักของสุวรรณ ต้องตัดไฟแต่ต้นลม ไอ้กรอดเสนอให้ขอแต่งงานกันเลย

“บ๊ะ!” วรรณตบเข่าฉาด “ความคิดพวกเอ็งนี่ฉับไวโดนใจวัยมันอย่างข้าจริงๆ ดี! ชาวบ้านร้านตลาดรวมถึงไอ้ปลัดหน้าจืดนั่นจะได้รู้กันไปเลยว่าไอ้เรืองมันเป็นของไอ้วรรณ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งดอนล้อมแรดว่ะ ฮ่าๆๆ”

ไวเท่าความคิด ตกบ่าย รถกระบะของผู้ใหญ่ผันที่ติดฟิล์มดำมืด หน้ารถมีดอกไม้และผ้าสีชมพูคาดแบบรถแต่งงานก็ขับช้าๆ เปิดเพลงอึกทึกราวกับรถขายยาแล่นมาจอดที่หน้าร้านดาวเรือง ลูกค้าที่กินอาหารในร้านพากันมองจำได้ว่าเป็นรถของผู้ใหญ่ผัน

จอดรถแล้ววรรณก็ส่งสัญญาณให้ไอ้แหลมหรี่เพลง ก่อนที่ตัวเองจะลุกขึ้นพูดแบบเจ้าบ่าวพูดในงานแต่งงาน

“สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทั้งหลาย ที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน ให้ความรักของกระผม นายสุวรรณ ขยันสอย กับนางสาวดาวเรือง ดอนสำราญ ในวันนี้...”

วรรณประกาศเรียกความสนใจก่อนแล้วหยุดส่งสัญญาณให้ไอ้แหลมเร่งเพลงคั่น ชาวบ้านในร้านพากันซุบซิบฮือฮา วรรณยกมือให้สัญญาณไอ้แหลมหรี่เสียงเพลง แล้วพูดต่อ

“ทุกชีวิตในดอนล้อมแรด แม้แต่หมู หมา กาไก่ คงไม่มีใครที่ไม่ทราบว่ากระผมและดาวเรืองผูกสมัครรักใคร่กันมานานแล้ว ตอนนี้ความรักของเราสองคนสุกงอม เต็มที่ กระผมจึงอยากประกาศให้ทุกคนทราบโดยทั่วกัน...” วรรณนึกได้หยุดสั่งไอ้กรอดให้แจกเครื่องดื่ม ไอ้กรอด หนีบขวดเหล้ากระโดดลงไปแจกกรวยกระดาษ แล้วประกาศหน้าบาน

“เดี๋ยวมาดื่มอวยพรให้พี่วรรณกัน”

“อันดับต่อไป ขอเชิญน้องเรือง...” วรรณประกาศต่ออย่างภาคภูมิใจ

ทันใดนั้น ลูกค้าที่มุงดู ถูกแหวกออกเป็นทาง บานชื่นโผล่มายืนจังก้าเท้าสะเอวหน้าถมึงทึง วรรณพูดอ่อนหวานให้บานชื่นเรียกดาวเรืองออกมา เพราะใจเราตรงกันแล้วไม่ต้องเขิน

“ไอ้เรืองไม่อยู่ เอ็งจะประกาศอะไรก็ประกาศมา ข้าจะได้ด่าได้ถูกเรื่อง” วรรณถามว่าน้องเรืองไปไหน “มันไปซื้อเป็ดที่ตลาด”

ไอ้แหลมเสนอให้ตามไปที่ตลาด ดีเสียอีกเพราะที่นั่นมีพยานเยอะดี วรรณเห็นด้วยชวนกันไปทันที ไอ้กรอดเก็บกรวยกระดาษและเหล้าคืน บอกชาวบ้านที่ยืนงงว่า “อยากกิน ตามไปกินที่ตลาดละกัน”

ooooooo

ที่ตลาด ดาวเรืองเดินหาซื้อเป็ดจนเดินเป็นเป็ดก็ไม่มีเป็ดขาย ถามไอ้เพี้ยนว่าทำไมจู่ๆ เป็ดมันจะขายดีกันตอนนี้

“ก็คงเพราะปลัดอบรมวันนั้นนั่นแหละพี่เรือง แสดงว่าชาวบ้านต้องเห็นดีเห็นงามกับปลัดแล้วแหงๆ ถ้าต่อไปคนเกิดศรัทธาปลัดมากขึ้น เราก็แย่น่ะสิ”

ไอ้แหลมมาแอบมองทั้งสองอยู่ที่มุมหนึ่ง แล้วโกยแน่บไปบอกวรรณว่า “มันมาแล้ว...มันมาแล้ว” วรรณหูผึ่ง ลุกขึ้นยืนเบ่งที่ท้ายรถกระบะ ไอ้กรอดชูป้ายไฟ “เรือง+วรรณ” โบกไปมา เพี้ยนเห็นก่อนชี้ให้ดาวเรืองดู

“ไอ้วรรณ! วอนซะแล้ว” ดาวเรืองกัดฟันกรอด ส่วนวรรณยืนบนกระบะรถ ยกไมค์ขึ้นเก๊กเท่ประกาศ

“ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ในที่นี้คงไม่มีใครไม่รู้จักกระผม นายสุวรรณ ลูกผู้ใหญ่ผันแห่งดอนล้อมแรด หลานผู้ใหญ่วงศ์แห่งดอนล้อมควาย ญาติห่างๆ ผู้ใหญ่ไฝแห่งดอนล้อมหมี...ท่านคงทราบดีอยู่แล้วว่ากระผมคบหาดูใจกับดาวเรืองมาหลายปีแล้ว...”

“เฮ้ย! หยุด!!” ดาวเรืองตะโกนขึ้น พลางเดินอาดๆ เข้าหา “ใครคบหาดูใจกับเอ็งวะไอ้วรรณ!”

ดาวเรืองกระโดดขึ้นไปยืนบนท้ายรถกระบะ วรรณดีใจมาก ร้องบอกชาวบ้านปรบมือให้กับว่าที่เจ้าสาวตนหน่อย ไอ้แหลมกับไอ้กรอดเป็นหน้าม้าปรบมือนำ ชาวบ้านเลยมุงกันมาเหมือนดูปาหี่

ปลัดจิ๋นส่ายหน้าระอาใจกับความไร้สาระของวรรณ บอกกำจรว่าเรามีอะไรน่าทำกว่าการมาดูคนวางมวยกันเยอะ ถามว่าร้านที่ว่าอยู่ทางไหน กำจรจึงพาไป

ดาวเรืองคว้าไมค์ไปจากวรรณ ประกาศแก่ชาวบ้านที่มามุงดูว่า “ทุกคนฟังให้ดี ฉันขอประกาศตรงนี้เลยว่า สิ่งที่ไอ้วรรณพูดมาทั้งหมดมันไม่จริง ฉันไม่เคยคบหาดูใจอะไรกับมัน และไม่เคยคิดจะแต่งงานกับมันด้วย” พูดแล้วยัดไมค์คืนวรรณกระโดดลงจากรถไป

วรรณยังทำหน้าเป็นแหย่ดาวเรืองว่าปากไม่ตรงกับใจ แต่เห็นท่าดาวเรืองจะไม่เล่นด้วย เลยตะโกนถามว่าจะแต่งงานกับตนหรือไม่ ดาวเรืองตะโกนตอบว่า

“ฝันไปเหอะ!” วรรณประกาศทันทีว่าไม่แต่งต้องฉุด! “ข้าท้าให้เอ็งมาฉุด ไม่มาเป็นหมา!!!”

ดาวเรืองเดินหัวเสียไป วรรณกระโดดตาม ไอ้แหลมกับไอ้กรอดโดดตามลูกพี่ไป ส่วนบรรดาไทยมุงก็เดินตามกันไปเป็นพรวนอย่างอยากรู้อยากเห็น

วรรณตามไปอ้อนดาวเรืองว่าอย่าปากแข็งเลย ดาวเรืองสวนไปว่าไม่ได้แข็งแค่ปากแต่หน้าแข้งกับบาทา ก็แข็งด้วยอยากลองไหมล่ะ วรรณยังตามตื๊อขอให้แต่งงานกับตน ดาวเรืองตวาดว่า “ไม่แต่ง! ไม่ว่าง!!”

“เอ็งรักข้าแล้วไม่แต่งกับข้า เอ็งจะไปแต่งกับใครวะ” วรรณตะโกนถาม

“กับใครก็ได้เว้ยที่เอาเป็ดมาให้ข้าตอนนี้” ปากดีเลยเจอดี กำจรกับปลัดกลับมาเจอ ปลัดรีบเข้าไปยื่นกล่องใส่เป็ดให้วรรณแค้นใจ ด่าปลัดว่ามากไปแล้ว ปราดเข้าไปซัดหมัดใส่หน้าทันที ไทยมุงแตกกันกระเจิง กำจรคว้าวรรณไว้ ดาวเรืองตะโกนห้าม แต่วรรณบ้าเลือดจะเปิดศึกหน้านางให้ได้ ประกาศลั่น

“ไอ้เรืองเป็นผู้หญิงของข้า เอ็งมาทีหลัง จะมาปาดหน้าเค้กกันง่ายๆ ยังงี้ได้ไง แล้วมันหน้าที่ของปลัดเหรอที่มาเดินตามผู้หญิงคนเดียวต้อยๆแบบนี้”

“ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อเดินตามใครหรือทำอะไรเพื่อใครคนเดียว หน้าที่ของฉันคือดูแลทุกข์สุขของชาวบ้านทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นดาวเรือง นายวรรณ หรือว่าใครก็ตาม ถ้านายวรรณเข้าใจอะไรผิดก็เข้าใจซะใหม่นะ ฉันเป็นข้าราชการ และข้าราชการมีหน้าที่รับใช้ประชาชนทุกคน!!”

ไทยมุงยืนอึ้ง ทันใดนั้น ใครคนหนึ่งปรบมือขึ้นก่อน ทุกคนเลยปรบมือตาม ปลัดยกมือไหว้ขอบคุณชาวบ้าน ส่วนวรรณกับไอ้แหลมไอ้กรอดมองซ้ายขวาหน้าแทบไม่เป็นคน ไอ้แหลมกระซิบบอกวรรณ

“เอ่อ...แบบนี้แถวบ้านฉันเขาเรียกว่าโดนขโมยซีนนะพี่”

วรรณที่ทำตัวผยองพองขนเมื่อกี้ หลบสายตาเพชฌฆาตของดาวเรืองก้มหน้าเป็นหมาหงอยไปเลย

ooooooo

เสมอใจที่หลงรักวรรณ มีความสุขกับการส่งข้อความหวานๆ ผ่านมือถือให้วรรณ วันนี้ไปที่ตลาดเจอข้อความประทับใจที่ข้างรถส่งขนมปัง เอาโทรศัพท์ มาพิมพ์แล้วส่งไปให้วรรณทันที

วรรณเปิดอ่าน “ถ้าขนมปังต้องฟาร์มเฮ้าส์ แต่ระหว่างเราต้องฟามรัก” วรรณอ่านแล้วทั้งปลื้มทั้งงง บ่น...

“ไอ้เรือง มันจะเอายังไงกับข้ากันแน่วะ เมื่อกี้ไล่เหมือนหมูเหมือนหมา พอคล้อยหลังมากลับส่งข้อความแบบนี้”

ไอ้แหลมกับไอ้กรอดขอดูมั่ง วรรณไม่ให้ดูเอามือถือใส่กระเป๋าเดินคิดหนัก เลยชนเข้าอย่างจังกับเสมอใจที่ยังเคลิ้มกับข้อความที่ส่งไปให้วรรณ จนมือถือกระเด็นหวือ

ความลับแตกดังโพะ! วรรณจำได้ว่านั่นคือมือถือที่ตนซื้อให้ดาวเรือง หาว่าเสมอใจไปขโมยของดาวเรืองมา เสมอใจบอกว่าตนไม่ได้ขโมย แต่เก็บจากถังขยะต่างหาก วรรณไม่เชื่อแย่งคืน เสมอใจไม่ยอมให้ แต่พอวรรณขู่ว่าถ้าไม่ให้ต่อไปก็อย่าได้เจอหน้ากันอีกเลย เสมอใจเลยคืนให้อย่างแสนเสียดายสาส์นรักที่เก็บไว้ในเครื่อง

ooooooo

ดาวเรืองเอาลูกเป็ด 20 ตัวที่ปลัดจิ๋นให้ไปปล่อยในเล้าที่ปลัดสร้างให้ ปลัดตามมาดู ดาวเรืองถามหน้าตึงว่าเท่าไหร่

“ฉันให้” ดาวเรืองเหล่มองถามว่าอยู่ดีๆ มาให้ทำไม “อ้าว...ก็เธอพูดเองไม่ใช่เหรอ ทำเล้าแต่ไม่มีเป็ด

ก็เหมือนสร้างบ้านให้ปลวกอยู่เปล่าประโยชน์” พอ ดาวเรืองพูดดักคอว่าอย่ามาทำดีเว่อร์ คนเราทำอะไรก็หวังสิ่งตอบแทนทั้งนั้น ปลัดเลยบอกว่า “ฉันไม่ได้ให้เธอฟรีๆ แต่ฉันให้เธอเลี้ยงไว้เปิดอบรมให้คนจากหมู่บ้านอื่นมาดูงาน ใครอยากรู้วิธีเลี้ยง วิธีเร่งไข่เป็ด เธอต้องเป็นคนสอน”

“เลี้ยงให้แล้วได้อะไร”

“เธอก็เก็บไข่ขาย รายได้ส่วนนี้เป็นของเธอ ถ้าเลี้ยงดีฉันจะซื้อมาให้เลี้ยงเพิ่ม แต่เธอต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างละเอียดให้ฉันดูทุกอาทิตย์”

“โอ้ยยยยย...เรื่องเยอะ วุ่นวายเสียเวลา เอาไปให้คนอื่นเลี้ยงเลยไป๊” โวยแล้วเดินหนีเลย ปลัดตะโกนตามหลังว่า

“นึกแล้ว...ว่าเรื่องดีๆ แบบนี้เธอคงทำไม่เป็น  เป็นแค่เล่นไพ่ ต้มเหล้า ขายหวย แค่นั้น!”

ดาวเรืองหันขวับ จ้องจิกปลัดราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ด่าด้วยสายตา...หน็อย! มาดูถูกกัน!!

ooooooo

เพราะรถปลัดถูกดาวเรืองเอามาเลี้ยงเป็ด และปลูกสะระแหน่ ทำเลอะเทอะแล้วปัดก้นไป กำจรจึงต้องมาล้างเอาแท้เอาว่า ล้างไปบ่นไป

“ไอ้เรืองนะไอ้เรือง หาเรื่องให้เหนื่อยไม่เว้นแต่ละวัน คุณปลัดไม่น่าให้เป็นมันเล้ย อย่างไอ้เรืองนะเหรอจะยอมเสียเวลาเลี้ยงเป็ด ป่านนี้กำลังต้มเหล้าอยู่ละไม่ว่า”

กำจรพูดราวกับตาเห็น เพราะดาวเรืองกำลังต้ม เหล้าอยู่กับไอ้เพี้ยนที่บ้านจริงๆ บานชื่นถามว่ามาต้มที่บ้านแบบนี้ไม่กลัวถูกจ่าแม่นดมกลิ่นเจอหรือ

“พี่เรืองบอกว่า จุดที่อันตรายที่สุดคือจุดที่ปลอดภัย ที่สุด” ไอ้เพี้ยนตอบแทน บานชื่นยังหวั่นถามว่าเกิดต้มๆ อยู่จ่าแม่นโผล่มากลางบ้านจะทำไง ดาวเรืองลอยหน้า ตอบว่า

“ไม่ต้องกลัวหรอกน่ะแม่ เชื่อหัวไอ้เรืองเถอะ!”

กำจรยังเตือนปลัดว่า “ทางที่ดีอย่าไปปัดแข้งปัดขาไอ้เรืองนักเลยเราจะได้ไม่ต้องเหนื่อยแบบนี้ เรื่องเป็ดก็ เหมือนกันอย่าตั้งความหวังกับคนอย่างมันเลย ทางที่ดีไปเอาคืนแล้วให้เกษตรอำเภอเอาไปแจกชาวบ้านที่เขาต้องการจริงๆดีกว่าอยู่กับไอ้เรือง เป็ดมันจะตายซะเปล่าๆ ป่านนี้ถ้าไม่ต้มเหล้าก็นอนอ่านการ์ตูนเพลินไปแล้ว”

กำจรเดาถูกครึ่งเดียว เพราะไอ้เรืองอ่านหนังสือจริงๆ แต่ไม่ใช่การ์ตูนหากแต่เป็นหนังสือ “ไม่ยากถ้าอยากเลี้ยงเป็ด”

ไม่เพียงเท่านั้น ตกดึกยังเอาไฟฉายไปส่องดูเป็นห่วงว่าเป็ดจะอยู่กันอย่างไร ยุงจะกัดไหม ถ้าฝนตกจะหนาวรึเปล่า ดาวเรืองดูแลห่วงใยและพูดคุยกับเป็ดราวกับเลี้ยงลูก จนบานชื่นเองก็อดยิ้มเอ็นดู “ไอ้เรือง” ของตนในมุมนี้ไม่ได้

ooooooo

รุ่งขึ้น ดาวเรืองเอาลังที่ใส่ขวดเหล้าพร้อมส่ง ซุกไปไว้ในมุมหนึ่งแล้วเอาถุงถ่านวางทับไว้

ปลัดไปที่ร้านดาวเรืองแต่เช้า เห็นเจ้าตัวกำลังยงโย่ยงหยกอยู่เลยเดินเข้าไปถามว่า“ทำอะไรน่ะ”

ดาวเรืองสะดุ้งเฮือก แต่หัวไอ้เรืองไม่เคยจนมุม พริบตาเดียวก็ตั้งหลักได้โดยปลัดไม่ทันเห็นพิรุธ พูดกวนประสาทกลบเกลื่อนว่ากำลังเก็บถ่านไม่เห็นหรือ แล้วแว้งกัดทันทีถามว่า “ปลัดจะมาจับผิดอะไรไม่ทราบ” ปลัดเลยกลายเป็นฝ่ายถอยไปทางเล้าเป็ด

ดาวเรืองตามไปป่วน ปลัดถามว่าให้อาหารให้น้ำหรือยัง ก็บอกว่ายัง ปลัดเลยเข้าไปเรียกเป็ดออกมา ลูกเป็ด เดินส่ายก้นดุ๊บๆตามกันออกมาดูน่ารัก ดาวเรืองถามว่า จะทำอะไร

“ทำงาน! ในเมื่อเธอขี้เกียจเลี้ยง ฉันก็จะเอาไปให้คนอื่นเลี้ยง มันจะได้เป็นความรู้ เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น”

ดาวเรืองเข้าขวางบอกว่าตนจะเลี้ยงเอง ปลัดถามใหม่ว่า ตกลงให้อาหารให้น้ำหรือยัง ดาวเรืองตอบทันทีว่า

“ข้าว น้ำ อึ ฉี่ เรียบร้อยแล้วโว้ย ขืนรอนายเป็ด ก็ตายหมดสิวะ” พูดแล้วต้อนลูกเป็ดอย่างอ่อนหวาน  “เอ้า...กลับเข้าเล้าไปลูก อย่าออกมาเพ่นพ่าน เดี๋ยวหมามันงาบเอานะลูกนะ เอ้า...ก๊าบๆกิ๊บๆ...ตามแม่มาเร็ว...”

ปลัดจิ๋นเห็นแล้วยิ้มพอใจ พอเดินกลับไปที่ร้าน บานชื่นทักว่ามาแต่เช้าชวนอยู่รับประทานอาหารเช้าที่นี่เสียเลย

“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณคุณน้ามาก ผมกลับไป อาบน้ำไปทำงานเลยดีกว่า วันนี้ว่าจะไปเยี่ยมบ้านดอนล้อมเก้งเสียหน่อย ลาละครับ”

พอปลัดไหว้ลาบานชื่นออกไปทางหน้าบ้าน ไอ้เพี้ยนก็โผล่หน้ามาทางหลังบ้านบอกดาวเรืองว่า

“พี่เรือง ช่วงบ่ายทางสะดวก”

ดาวเรืองยิ้ม กระหยิ่มว่าวันนี้ เสร็จไอ้เรืองแน่

ooooooo

ปลัดกับกำจรไปที่บ้านดอนล้อมเก้ง ตกเย็นขณะจะกลับ เจอจ่าแม่นสตาร์ตมอเตอร์ไซค์ไม่ติดอยู่กลางทางถามว่าจะไปไหน

“สายผมรายงานว่าไอ้เรืองมันจะบ่มเหล้าคืนนี้ ผมก็เลยมาสะกดรอยตามมัน ตอนนี้ทุกคนพร้อมแล้วที่โรงพัก รอผมส่งสัญญาณแค่นั้น”

ปลัดบอกว่าเมื่อกี้ตนก็เจอไม่มีทีท่าอะไรเลยนี่ เมื่อจ่าแม่นขึงขังก็เลยไปด้วย เรียกจ่ามาขึ้นรถตนแล้วไปกันเลย

ฝ่ายดาวเรือง พอแดดร่มลมตกก็เอาซาเล้งออกไปกับไอ้เพี้ยน ไม่ไปตามทางใหญ่แต่เข้าตามตรอกซอกซอยเป็นถนนลูกรัง ดาวเรืองขับซาเล้ง ไอ้เพี้ยนนั่งถือขวดสีชาคล้ายขวดเหล้า มีจุกไม้ก๊อกอัดที่ปากขวด ไอ้เพี้ยนคุยโววัดรอยลูกพี่ว่า

“เชื่อหัวไอ้เพี้ยนรึยัง ที่จริงไม่ต้องเตี๊ยมแผน 2 แผน 3 ก็ได้ เห็นป่ะ ไม่มีแม้เงาหมาสักตัว”

“ไม่มีเงาหมาแต่มีเงาคน!” ดาวเรืองเบรกซาเล้งเอี๊ยด เขม้นมองไปข้างหน้า เห็นรถของกำจรตะบึงมาแต่ไกล เลยตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าซอยเล็กๆ ข้างทางไป

“ตามมันเลย ตามมมมม...ไอ้จร” จ่าแม่นตะโกนบอกอย่างตื่นเต้น กำจรเลี้ยวรถไล่บี้ซาเล้งดาวเรืองไป

ดาวเรืองเห็นรถกำจรใกล้เข้ามาทุกที บอกไอ้เพี้ยนว่ารถเราสู้มันไม่ได้ให้เตรียมแผน 2 แผน 3 เลย ให้ไอ้เพี้ยนไปไร่ยายแม้นจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ไอ้เพี้ยนถามเสียงสั่นว่า “เราจะรอดไหมพี่”

“เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะน่า” ว่าแล้วดาวเรืองจอดซาเล้งที่สามแยก ทั้งคู่กระโดดลงจากรถ ไอ้เพี้ยนโยนขวดที่ถืออยู่ให้ดาวเรือง พอรับขวด ดาวเรืองก็ชูล่อจ่าแม่นที่ไล่ตามมา แล้ววิ่งไปทางซ้าย ไอ้เพี้ยนวิ่งไปทางขวา พอรถกำจรมาจอดจ่อซาเล้ง พวกบนรถกระโดดลงมา จ่าแม่นกับกำจรวิ่งกวดดาวเรืองไป ส่วนปลัดวิ่งไล่ไอ้เพี้ยนที่วิ่งเนื้อกระเพื่อมอยู่ข้างหน้า

“อย่าหลงกลมันครับคุณปลัด ที่ฝังเหล้ามันอยู่ทางนี้ครับ ไอ้เรืองมันไม่ปล่อยให้ไอ้เพี้ยนขนเหล้าออกมาคนเดียวหรอกครับ” จ่าแม่นตะโกนบอกปลัด กำจรเห็นด้วย เชื่อว่าที่ดาวเรืองถืออยู่ต้องเป็นเหล้าแน่ๆ ปลัดลังเล จ่าแม่นย้ำว่า

“เราต้องฉลาด อย่าเป็นเหยื่อมันครับ มันต้องการล่อให้พวกเราคิดเยอะๆ ทั้งที่มันไม่ได้วางแผนอะไรซับซ้อนเลย รีบไปกันเถอะครับจะได้ช่วยกันขนของกลางออกมา”

จ่าแม่นกระชับปืนในมือด้วยลีลาเกินร้อย วิ่งนำกำจรกับปลัดตามดาวเรืองไป ถูกดาวเรืองล่อให้วิ่งตามจากป่าไม้ในดอนล้อมแรด ผ่านป่าพะยูง แล้วเข้าไปอีกแนวป่าหนึ่ง จ่าแม่นตะโกนเสียงหอบแฮ่กให้หยุด ดาวเรืองยิ่งโกยแน่บ

จ่ากับกำจรและปลัดวิ่งกันหืดขึ้นคอ จ่าหยุดพูดไปหอบไป บอกกำจรให้โอบไปทางไร่ไอ้ผิน ตนจะลัดไปทางไร่ยายสาย ส่วนปลัดให้คอยจี้ตามหลังอย่าให้คลาดสายตา ปลัดจึงวิ่งไล่ตามดาวเรืองไปจนขาลาก

แผนของจ่าแม่นได้ผล ปลัดวิ่งไล่ตามดาวเรืองที่วิ่งนำโด่งไป ถูกจ่าแม่นกับกำจรวิ่งมาดัก เลยจำต้องหยุดถามว่าวิ่งไล่มาทำไม จ่าแม่นย้อนถาม “แล้วเอ็งหนีทำไม แล้วไอ้ขวดที่เอ็งถือมันอะไร เอามาดูซิ”

“เยี่ยวแม่บาน” ดาวเรืองตอบหน้าตาเฉย อ้างว่าจะเอาไปให้หมอตรวจเบาหวาน

จ่าแม่นไม่เชื่อสั่งส่งมาให้ตนพิสูจน์ พอดาวเรืองส่งให้  จ่าเปิดจุกดมๆ บอกว่ายังไม่ได้กลิ่น ดาวเรืองเลยกระดกก้นขวดให้ น้ำในขวดเทพรวดใส่หน้าจ่าเต็มๆ

“รู้แล้วกลิ่นอะไร...เยี่ยวววว!!!” พูดจบจ่าก็เป็นลมล้มพับไปกองกับพื้น ดาวเรืองทำเป็นหัวเราะท้องคัด ท้องแข็ง

ปลัดฉุนขาดดุดาวเรืองว่าทำเกินไปแล้ว ดักคอว่า “เธอล่อให้พวกเราตามมาที่นี่เพื่อจะให้เพี้ยนไปขนเหล้าที่เก็บไว้ฝั่งโน้นใช่ไหม” ดาวเรืองลอยหน้าบอกว่าฝั่งโน้นไม่รู้ รู้แต่ฝั่งนี้มีแค่ขวดกับเยี่ยว ถามเยาะว่าเยี่ยวใส่ขวดผิดกฎหมายรึเปล่า

ปลัดเหนื่อยใจกับความกะล่อนจับไม่ติดเหมือนน้ำกลิ้งบนใบบอนของดาวเรือง สุดท้ายปลัดกับกำจรก็ต้องช่วยกันแบกจ่าแม่นที่หน้ามืดเป็นลมมาที่ท้ายรถกันทุลักทุเล ปลัดบอกกำจรให้รีบพาจ่าไปโรงพยาบาล

ที่แนวไม้ไม่ไกลนัก ไอ้เพี้ยนแหวกกิ่งไม้ดูพวกปลัดตาไม่กะพริบ พอเห็นขึ้นรถไปกันก็วิ่งอ้าวออกไป แต่ปลัดนึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี๊ดาวเรืองจอดซาเล้งไว้ตรงนี้ แล้วตอนนี้มันหายไปไหน?

ooooooo

ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนช่วยกันดึงขวดเหล้าขึ้นจากก้นหลุม ไอ้เพี้ยนบอกว่าตนขนใส่ซาเล้งออกไปรอบหนึ่งแล้ว นี่คงเหลืออยู่ไม่ถึง 20 ขวด

“เจ๋ง” ดาวเรืองชม ถามว่าแน่ใจนะว่าปลัดกับกำจรแบกจ่าแม่นขึ้นรถไปแล้วจริงๆ ไอ้เพี้ยนบอกชัวร์ป้าบ! รับรองเราไม่ต้องใช้แผนที่ 3 แน่ พลางหยิบไม้ไผ่ขนาดเหมาะมือโยนทิ้ง

“เที่ยวนี้มันคงเลิกยุ่งกับข้าไปอีกนาน ฮ่าๆๆ” ดาวเรืองหัวเราะสะใจ

“เลิกยุ่งนานไม่ได้หรอก คิดถึง” ปลัดก้าวออกมาพูดหน้าตาย เดินเข้าไปดูถามว่า “เหล้าใช่ไหม” ดาวเรืองสวนไปทันควันว่าไม่ใช่ น้ำปลา ปลัดจับผิดว่าน้ำปลา ทำไมต้องฝังดิน? สั่งเอามาให้ดู!

“อ้าว...เอาน้ำปลาฝังดินมันผิดกฎหมายเหรอ...บอกว่าน้ำปลาก็น้ำปลาซิ”

ปลัดไม่เชื่อขอดูขอดม ดาวเรืองยื่นให้ไปเปิดขวดเอง ขณะปลัดก้มเปิดขวดนั่นเอง ดาวเรืองเห็นท่าจะดิ้นไม่หลุดเลยคว้าไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ใช้เป็นแผน 3 ฟาดหน้าแงปลัดโครม! ปลัดหงายผลึ่งตาตั้งสลบเหมือดไปเลย ทั้งดาวเรืองและไอ้เพี้ยนต่างตกใจตัวสั่น เพราะไม่คิดจะทำร้ายปลัด  แต่ตกใจกลัวติดคุกเลยล่อเสียสลบ

ทั้งสองกลับบ้านไปในสภาพหน้าซีดปากสั่น พอบานชื่นรู้เรื่อง บังคับให้ทั้งสองคนรีบพาปลัดไปส่งโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย ไอ้เพี้ยนกลัวลูกพี่จะติดคุก เสนอให้เอาไปทิ้งข้างทางดีไหม  เพราะตอนนั้นมีตนคนเดียวที่ เห็นดาวเรืองตีหน้าแงปลัด

“เรารอด แต่เขาอาจตาย” ดาวเรืองคิดหนัก ไอ้เพี้ยนยังคร่ำครวญว่าถ้าปลัดไม่ตายดาวเรืองก็ต้องติดคุก

บานชื่นบอกว่าตนจะรับว่าตัวเองทำ ไอ้เพี้ยนไม่ยอม เพราะป้าบานแก่แล้ว  ตนขอติดเองเพราะยังเด็กอย่างเก่งก็แค่ส่ง ร.ร.ดัดสันดาน ทั้งสองแย่งกันจะติดคุกแทนดาวเรือง

“ไม่...ฉันเป็นคนทำ ฉันจัดการเอง ไอ้เพี้ยน! ไปหยิบขวดน้ำปลามา”

เมื่อดาวเรืองกับเพี้ยนนำร่างปลัดไปโรงพยาบาล ตัวปลัดชุ่มไปด้วยน้ำปลาเหม็นหึ่งไปทั้งโรงพยาบาล ส่งปลัดให้บุรุษพยาบาลแล้ว ดาวเรืองบอก “ฝากด้วยนะพี่ชาย” แล้วหลบแว้บไปทั้งสองคน

กำจรที่พาจ่าแม่นมารักษาตัว เดินมาเห็นปลัดถูกเข็นผ่านหน้าไป ตกใจร้องลั่น ยิ่งเมื่อได้ยินเสียงคนข้างๆ วิพากษ์วิจารณ์กันว่าตายแน่ๆก็ฟูมฟายเป็นวรรคเป็นเวร จ่าแม่นรับยามาถึง พอรู้เรื่องจากกำจรว่าไอ้เรืองทำปลัด จ่าแม่นก็แค้นพุ่ง ประกาศจะเป็นคนจับไอ้เรืองมาใส่กุญแจมือด้วยตัวเองให้ได้

แต่ดาวเรืองทำใจไม่ได้ที่จะหนีไป บอกไอ้เพี้ยน ว่ายังไงก็ต้องอยู่ดูให้รู้ก่อนว่าปลัดปลอดภัยแล้วค่อยกลับ พอไอ้เพี้ยนถามว่า “พี่เรืองห่วงปลัดทำไม ห่วงตัวเองดีกว่า” ดาวเรืองก็แก้เกี้ยวว่า

“ข้าไม่ได้ห่วงเว้ย แค่อยากรู้อาการ แม่ถามจะได้ตอบถูกไงวะ เดี๋ยวเหอะไอ้เพี้ยน เดี๋ยวโดนตื้บ”

ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนปีนหน้าต่างแอบดู จนกระทั่งปลัดรู้สึกตัวไอ้เพี้ยนร้องดีใจว่า “รอด” ดาวเรืองก็สั่งทันที “ไป” แล้วทั้งสองก็หายแว้บไปจากหน้าต่าง พากันขี่ซาเล้ง ปุเลงๆกลับไปบอกบานชื่นว่า “แม่...มันรอดแล้วแม่”

บานชื่นพยายามส่งสัญญาณไม่ให้ดาวเรืองพูด ไอ้เรืองนึกว่าแม่ฟังไม่ชัด บอกเสียงดังกว่าเก่าว่า “ไอ้ปลัดมันรอดแล้ว” พูดไม่ทันขาดคำ จ่าแม่นก็โผล่พรวดมาสั่งให้ไปโรงพักกับตนเดี๋ยวนี้ ดาวเรืองยังตะแบงแผลงฤทธิ์อีกพักใหญ่ จนบานชื่นเสนอให้จ่าแม่นจับตนไปแทน

ไอ้เพี้ยนก็เสนอ “จับหนูไปด้วย...เพราะหนู...”

“ไม่ต้อง! จ่าแม่นอุตส่าห์มาเชิญไอ้เรืองถึงหน้าบ้านแบบนี้ ไอ้เรืองจะขัดได้ไง ไปสักหน่อยเผื่อแกจะได้เลื่อนขั้นเอ็งกับแม่รออยู่นี่แหละ เดี๋ยวมา” พูดแล้วดาวเรืองเดินอาดๆ นำจ่าแม่นไปเลย

บานชื่นบอกไอ้เพี้ยนให้เฝ้าร้าน ตนจะไปช่วยไอ้เรือง ไอ้เพี้ยนตกใจถามว่าน้าบานจะไปฆ่าจ่าแม่นหรือ

“ไม่ใช่ ข้ามีวิธีก็แล้วกัน” ว่าแล้วบานชื่นจ้ำอ้าวไปหาผู้ใหญ่ผัน ขอร้องให้ช่วยเอาตำแหน่งประกันดาวเรืองให้หน่อย ผู้ใหญ่เล่นตัว บานชื่นขอร้องอ้อนวอน พอดี บุญปลีกมาเห็น แจ้นไปฟ้องเวียงว่าบานชื่นมาอ่อยผู้ใหญ่ถึงบ้าน บรรยายว่ากำลังกอดจูบลูบคลำคลึงเค้นกันมันหยดอยู่ เวียงพุ่งไปทันที บุญปลีกกับบุญปลอดตามไปด้วย ทั้งสามรุมกันเล่นงานผู้ใหญ่จนน่วม ส่วนบานชื่นสะบัดมือซัดพวกเมียๆ ไปคนละดอกสองดอกแล้วหลบไป

พอดีวรรณผ่านร้านดาวเรืองแล้วไอ้เพี้ยนเล่าเรื่องดาวเรืองให้ฟัง วรรณทำเป็นไม่สนใจ แต่พอกลับถึงบ้านก็งอแงดิ้นเร่าๆ จะให้แม่ไปประกันดาวเรืองออกมาไม่งั้นจะตัดแม่ลูกกัน เห็นเวียงไม่สนใจก็ขู่ว่าถ้าแม่ไม่ช่วยจะผูกคอตาย

“ไปหาเชือกมาเดี๋ยวนี้เลยนังปลีก!” เวียงสั่ง ทำเอาวรรณหน้าเหวอสิ้นฤทธิ์เป็นปลิดทิ้งไปเลย

ooooooo

จ่าแม่นพาดาวเรืองไปสอบสวนที่โรงพัก จ่าพิมพ์คำให้การของดาวเรืองกระดาษเกือบหมดรีมก็ยังเอาผิดไอ้เรืองไม่ได้ จ่าขู่ว่าอย่าตีรวน ก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้อย่าคิดว่าจะปล่อยไปง่ายๆ

ดาวเรืองหัวหมอถามหาหลักฐาน ถามหาเจ้าทุกข์ก็ไม่มี ขู่กลับว่า ถ้าปลัดฟื้นขึ้นมาแล้วบอกว่าเอาหัวไปใส่ขวดน้ำปลาเองตนจะฟ้องกลับทั้งโรงพัก และจ่าก็จะโดนประเดิมเป็นคนแรกเลย คอยดู!

จ่าแม่นอึ้ง นิ้วแข็งค้างบนแป้นพิมพ์ดีด พิมพ์ไม่ได้พูดไม่ออก กลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดติดคอทำตาปริบๆ

ฝ่ายปลัดจิ๋น พอรู้สึกตัวขึ้นมาจำได้แต่ว่าตัวเองถูกตีหัวแต่นึกไม่ออกว่าไปโดนน้ำปลาราดหัวเมื่อไหร่ ถามกำจรว่า แล้วใครเป็นคนพาส่งโรงพยาบาล พอรู้ว่าดาวเรือง ปลัดก็ถอนใจไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับเด็กเหลือขอคนนี้

บานชื่นเอาขนมกับน้ำมาเยี่ยมปลัดถามอาการอย่างเป็นห่วง ปลัดรู้ทันบอกว่ามีอะไรจะพูดก็ว่ามาเลยดีกว่า บานชื่นจึงขอโทษปลัดแทนลูกขอร้องปลัดอย่าเอาไอ้เรืองเข้าคุกเลยมันยังเด็ก ขอความเห็นใจว่า

“ที่มันทำไปทุกอย่างก็เพราะไม่มีทางเลือก มันเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของบ้าน อยากเรียนต่อก็ไม่ได้เรียนต้องออกมาทำงานงกๆ คุณปลัดเห็นใจมันเถอะนะคะ ให้อภัยมันสักครั้ง”

“ได้ครับ ผมให้อภัย แต่ยังไงคนทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ ถ้าเราปล่อยไว้ดาวเรืองอาจจะเสียคนได้นะครับ”

ปลัดพูดสีหน้ามุ่งมั่นจนบานชื่นพูดไม่ออกเดินคอตกกลับไปปรึกษาหลวงตาคง หลวงตาพูดอย่างเชื่อหัวไอ้เรืองว่ามันรอดแน่เพราะถ้าไม่รอดมันติดคุกไปตั้งแต่ตอนเผาสำนักตนแล้ว แต่หลวงตาคงก็ช่วยตามวิธีของตน พากันไปที่โรงพัก ครู่เดียวก็ร้องกรี๊ดตัวสั่นเทิ้ม บานชื่นร้องอย่างตื่นเต้นว่า “เจ้าแม่ประทับทรงแล้ว” หลวงตาคงพูดเสียงเจ้าแม่ว่า

“ที่ข้าลงมาจากสวรรค์ ณ บัดเดี๋ยวนี้ ก็เพราะข้ามีธุระสำมะคัญจะแจ้งให้ทราบว่า ที่ไอ้ปลัดถูกตีหัว เพราะมันลบหลู่พื้นที่ตรงนั้นเลยถูกสวรรค์ลงโทษ เจ้าป่าเจ้าเขาท่านเล่าให้ข้าฟังละเอียดยิบว่าท่านนั้นยืมร่างไอ้เรืองสั่งสอนมัน”

หลวงตาคงยังส่งสัญญาณให้บานชื่นรับลูกต่อทำเป็นผีเข้าด่าจ่าแม่นว่าจับคนดีๆ เข้าคุกระวังโรงพักจะลุกเป็นไฟ

จ่าแม่นตกใจแต่ผู้กำกับรู้ทัน ยืนกอดอกสั่ง “ปล่อยเจ้าแม่ไป แต่จับพวกคนทรงนี่แหละฐานหลอกลวง ประชาชน” เจอไม้นี้เข้าหลวงตาคงทำเป็นได้สติทำท่างงๆ ว่าตัวเองมาอยู่ที่โรงพักได้ไงแล้วทำเนียนลุกเดินออกไปอย่างเร็ว บานชื่นอ้อนวอนผู้กำกับอย่าจับดาวเรืองเลย ผู้กำกับจึงขอคุยส่วนตัวกับดาวเรือง ส่วนเรื่องจะปล่อยหรือไม่ปล่อยไว้คุยกันทีหลัง

ฝ่ายวรรณเมื่อขอร้องก็แล้วขู่ตัดแม่ตัดลูกกับเวียงก็แล้ว กระทั่งขู่จะฆ่าตัวตาย เวียงก็ไม่สนใจจะช่วยดาวเรือง ไอ้แหลมหัวแหลมเสนอว่าถ้าเอาดาวเรืองออกมาไม่ได้ก็ให้วรรณเข้าไปติดคุกด้วยเลยจะได้อยู่ด้วยกันเป็นการพิสูจน์รักแท้

“จริงสิ ทำไมข้าคิดเรื่องนี้ไม่ออกวะ ขอบใจเอ็งมากไอ้แหลมที่ชี้ทางสว่างให้ข้าไปสร้างตำนานรักในคุก”

จ่าแม่นแค้นไม่หายหมายมาดจะจับดาวเรืองเข้าคุกให้ได้ แต่ไม่ทันได้ทำอะไร ก็ถูกวรรณเอาไม้หน้าสามมาแพ่นหัวหงายเงิบ เป็นจังหวะที่ปลัดกับกำจรมาเห็นพอดี ปลัดถามวรรณว่าทำบ้าอะไร

วรรณตะโกนบอกตำรวจว่าตนตีหัวจ่าแม่นให้มาจับเข้าคุกเร้ววว! กระหยิ่มยิ้มย่องว่าเดี๋ยวก็จะได้เข้าไปอยู่ในคุกกับดาวเรืองเพื่อพิสูจน์รักแท้

แล้ววรรณก็ต้องผิดหวัง ตัวเองถูกจับเข้าคุกฐานทำร้ายร่างกายจ่าแม่นแต่ดาวเรืองกลับอยู่นอกคุกเพราะยังเป็นแค่ผู้ต้องสงสัย คราวนี้เลยด่าไอ้แหลมคนต้นคิด ร้องได้โวยวาย “พ่อจ๋าแม่จ๋า ช่วยหนูด้วยยยยย!!!”

ooooooo

ปลัดไปคุยกับดาวเรือง ดาวเรืองปฏิเสธทุกข้อ หา ปลัดหลอกว่าบานชื่นสารภาพแล้วว่าดาวเรืองตีหัวตนเพราะตนจับเธอฐานต้มเหล้าเถื่อน ถามว่าจะให้จับเธอหรือให้จับบานชื่นฐานแจ้งความเท็จ

กลัวแม่จะติดคุก ดาวเรืองเลยยอมรับสารภาพ ปลัดไม่จับดาวเรืองแต่มีเงื่อนไขบังคับว่า

“เธอต้องมาเป็นผู้ช่วยฉัน พาฉันไปตามที่ต่างๆ ที่ฉันยังสำรวจไปไม่ถึง” ดาวเรืองหัวเราะเยาะว่าฝันไปเถอะและไอ้ที่พูดไปเมื่อกี๊ก็กลืนลงคอเป็นน้ำลายไปหมดแล้ว ถ้าจะจับก็ต้องไปหาหลักฐานใหม่

แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือไอ้เรืองยังมีปลัดจิ๋น ดาวเรืองถูกปลัดจิ๋นดัดหลังแอบอัดคำสารภาพของดาวเรืองไว้หมดเอาโทรศัพท์ออกมาโชว์ถามว่า “จะยอมติดคุกหรือจะยอมเป็นผู้ช่วยฉัน เลือกเอา!”

ดาวเรืองแค้นจนอยากกระโดดกัดหูปลัดเจ้าเล่ห์ให้ขาดวิ่นไปเลย

พอกลับมาเล่าให้บานชื่นฟังที่บ้าน บานชื่นกลับชมปลัดว่าทั้งหล่อทั้งดีแถมยังมีเมตตาไม่ถือสาเด็กแสบสก๊อยอย่างไอ้เรือง แต่ดาวเรืองเชื่อว่าปลัดต้องมีแผนหวังผลตอบแทน ไอ้เพี้ยนถามว่าปลัดจะมาจีบพี่เรืองหรือ?

“จีบก็ดีซิ” บานชื่นตาโต พอเห็นดาวเรืองหน้าหงิกก็บอกว่าพูดเล่นถามว่าคิดว่าปลัดหวังผลอะไร

“ก็มันบังคับขู่เข็ญให้ฉันไปช่วยงานมันฟรีๆไง นี่ถ้ามันไม่อ้างว่าแม่สารภาพแล้วว่าฉันเป็นคนตีหัวมันเสียก่อนฉันไม่มีวันยอมเป็นผู้ช่วยมันเด็ดขาด”

ความเลยแตก กลายเป็นว่าปลัดหลอกว่าบานชื่นสารภาพ ดาวเรืองยิ่งแค้นกัดฟันด่า “ไอ้ปลัดขี้หมา!!”

ผู้กำกับถามปลัดว่าทำไมถึงไม่เอาเรื่องดาวเรือง ปลัดบอกว่าติดคุกไปถ้าคิดไม่ได้ออกมาก็ทำผิดอีก ตนเลยพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ให้ดาวเรืองมาช่วยงานอย่างน้อยก็จะได้ไม่เอาเวลาไปทำแต่เรื่องที่ผิดกฎหมาย

“มันยากนะครับ” ผู้กำกับติง

“ครับ ผมทราบ ถ้าง่ายก็ไม่ใช่ดาวเรือง” ปลัดจิ๋นตอบอย่างมุ่งมั่น

พอไปนัดดาวเรืองว่าพรุ่งนี้บ่ายสามจะมารับไปทำงาน ก็ถูกดาวเรืองที่รู้ว่าตัวเองถูกหลอกไล่ตะเพิด แต่พอถูกปลัดเอาเรื่องคลิปเสียงคำสารภาพของดาวเรืองที่อัดเสียงไว้มาขู่ ดาวเรืองแค้นจนด่าไม่ออก ซ้ำถูกบานชื่นปรามสำทับว่า

“ไอ้เรือง!! เอ็งลั่นวาจาอะไรไว้ก็ต้องทำตามนั้นสิวะ คุณปลัดแค่ให้ช่วยนำทาง ไม่ได้ให้ไปว่าราชการแทนซะหน่อย ปลัดเขามีคลิปเสียง ถ้าเขาแฉ เอ็งกับ ข้าได้ดังไปทั้งอำเภอแน่”

“ที่สำคัญ ท่องไว้” ไอ้เพี้ยนแทรกขึ้นแล้วทำเสียงไอออกมาเป็น “คุกๆๆๆ”

เมื่อทั้งแม่และไอ้เพี้ยนทั้งขู่ทั้งลุ้นเป็นใจไปกับปลัด ดาวเรืองก็พูดไม่ออก หันหลังเดินฟึดฟัดเข้าบ้านไป

“พรุ่งนี้ บ่ายสามโมง ตรงเวลาด้วย อย่าลืม” ปลัดสำทับตามหลัง อดยิ้มอย่างเอ็นดูกับฤทธิ์เดชของดาวเรือง ไม่ได้

ooooooo

ตอนที่ 3

ดาวเรืองผยองลำพองใจนักที่ปั่นใครต่อใครให้ป่วนไปหมดได้ แต่ก็ถูกปลัดจิ๋นทำให้เสียหน้าจนได้ เมื่อปลัดเอารองเท้าข้างที่ยึดได้กับพวงกุญแจกระดูกไขว้ไปคืน

ดาวเรืองเจอไม้นี้เข้าถึงกับไปไม่เป็น ทำหน้านิ่งๆยื่นมือไปรับ ปลัดจิ๋นชักมือกลับถามว่าผู้ใหญ่ให้ของต้องทำยังไงก่อน ดาวเรืองยกมือไหว้อย่างขอไปที เลยถูกปลัดอบรมเสียพักใหญ่จึงมอบกุญแจกับรองเท้าให้ พูดอย่างอยากญาติดีด้วยว่า

“ฉันต้องการเป็นเพื่อนกับเธอนะ”

“ไม่ต้องการเป็นเพื่อนกับข้าราชการเว้ย ไม่ชอบพวกหน้าไหว้หลังหลอก ปากบอกไม่กินน้ำร้อนน้ำชา แต่แอบซดไวน์โฮกๆใต้โต๊ะขวดละเป็นแสน”

“ข้าราชการดีๆก็มีเยอะ ทำไมไม่มองบ้าง”

“จะบอกว่ายืนอยู่ตรงนี้คนนึงงั้นสิ” ดาวเรืองเบ้ปากใส่ “อยู่นี่ให้ถึง 2 อาทิตย์ก่อนเถอะ แล้วค่อยมาโม้”

พูดแล้วหิ้วรองเท้าสะบัดไปกับไอ้เพี้ยน กำจรพูดไม่ออก ได้แต่ส่ายหน้า ส่วนปลัดจิ๋นก็ได้แต่ถอนใจยาว...

ooooooo

โรสกับน้ำหวาน แม้จะทำงานกันแบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า แต่ก็เหมือนขมิ้นกับปูนที่ต่างก็จ้องคอยจับผิดจิกกัดกันตลอดเวลา วันนี้น้ำหวานบอกว่าปวดท้องมารับไม่ได้ให้โรสไปเจอกันที่กองถ่ายเลย

พอดีโรสกดโทรศัพท์เจอมิสคอลล์จากจินตวัฒน์ถึง 12 ครั้ง ฉุนจี๊ดขึ้นมา โทรไปด่าน้ำหวานทันทีว่าทำไมไม่บอกตน น้ำหวานแก้ตัวอ้างโน่นอ้างนี่ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ทำให้โรสทั้งสิ้น แล้วตบท้ายด้วยเสียงอ้อน

“อย่างอนเลยนะ เดี๋ยวเจอกัน โอเคน้า...”

โรสโทร.ไปหาจิ๋นทันทีแต่ไม่มีสัญญาณ เธอบ่นหัวเสีย “กันดารอะไรนักหนาเสียง-สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มี!”

จนบ่ายเธอโทร.อีกครั้ง พอโทร.ติดก็ทำเสียงหวานขอบคุณที่จิ๋นส่งดอกไม้มาง้อ จิ๋นบอกว่าเมื่อวานโทร.หาหลายครั้งแต่โรสไม่รับสาย เธออ้อนว่า ทำงานจนเกือบตี 1 เพิ่งมาเห็นดอกไม้กับมิสคอลล์เมื่อกี้นี้เอง ถามว่าตอนนี้อยู่ไหน จิ๋นเงียบไปแล้วตัดบทขอตัวเพราะมีงานต้องทำด่วน

โรสงอนอีกแล้ว ปลัดจิ๋นโทร.บอกจันทราให้ส่ง ดอกไม้ไปขอโทษ จันทราจึงให้พฤกษ์ไปส่งตามเคย

งานด่วนที่ปลัดจิ๋นต้องรีบไปทำคือ จับเหล้าเถื่อนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยตามที่จ่าแม่นสืบมาได้ว่าจะมีการส่งกันล็อตใหญ่วันนี้

ทั้งหมดพากันไปที่ไร่มันสำปะหลัง ที่นั่น ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนกำลังขุดเช็กเหล้าที่เอามาฝังไว้ ไอ้เพี้ยนนับได้ 12 ขวด ดาวเรืองบอกว่ายังไม่พอ เอาที่มีไปส่งให้เจ๊กฮวดก่อนแล้วคืนนี้ค่อยมาต้มใหม่

จ่าแม่นนำปลัดจิ๋น กำจร และกำนันเทิ้ม ที่เดิมทีจะอาศัยรถไปทำแผลในเมืองแต่อาสามาช่วยจับเหล้าเถื่อนก่อนมา ถึงไร่มันสำปะหลัง จ่าแม่นถือปืนท่าจู่โจมเข้าไปจับเหล้าเถื่อน พอกำจรเห็นเป็นดาวเรืองถือเสียมยืนอยู่ก็พูดอย่างอ่อนใจ

“โธ่...ไอ้จ่าแม่น ข้าก็เกร็งจนขี้แข็งไปหมดนึกว่าจะเจอกองกำลังติดอาวุธ ที่แท้ก็ไอ้เรืองกับเสียมอันนึงเนี่ยนะ”

ดาวเรืองเล่นแง่ไม่ยอมให้จับ จ่าแม่นสั่งให้เอา เสียมให้ตน ไล่ดาวเรืองให้เปลี่ยนที่ยืน ตนจะขุดตรงนั้น ดาวเรืองหน้าซีดเผือดหลีกให้ จ่าแม่นเข้าไปขุดเอาเป็น เอาตายหมาย ได้งานชิ้นโบแดง แต่กลับเจอหลุมขี้กระเด็นใส่หน้า เหม็นจนพากันอ้วกแตกอ้วกแตน

ooooooo

พอกลับมาถึงโรงพัก ผู้กำกับถามว่าตกลงได้พบของกลางอะไรบ้าง

“ก็ไอ้จ่าแม่นมันเหม็นขี้จนลมชัก เราก็เลยรีบพามาหาหมอ” กำนันเทิ้มบอก แล้วพูดประชดตามสไตล์ “ไม่ทันได้มองหรอกว่าไอ้เรืองมันทัดเหล้าไว้ที่หูหรือซ่อนไว้ที่ไหน”

“ตกลงดาวเรืองต้มเหล้าขายจริงๆหรือครับ ถ้าจริงทำไมจับไม่ได้สักทีล่ะครับ” ปลัดจิ๋นตั้งข้อสังเกตที่ทำเอาทุกคนอึ้งที่ถูกแทงใจดำ

ฝ่ายดาวเรืองเอาเหล้าใส่รถปิดทับด้วยฟางไปส่งที่ร้านเจ๊กฮวด ไอ้เพี้ยนพูดอย่างไม่หายตื่นเต้นว่า

“คิดแล้วยังขาสั่นไม่หาย ตอนที่ไอ้จ่าแม่นมันจะขุดหลุมน่ะ ดีนะที่มันคิดว่าหลุมที่พี่เรืองยืนอยู่เป็นหลุมฝังเหล้า”

“เราอยากให้มันขุดตรงไหนเราก็ยืนตรงนั้น แล้วก็ทำให้มันมีพิรุธเยอะๆเข้าไว้” ดาวเรืองยิ้มกริ่ม ไอ้เพี้ยนเลยถึงบางอ้อ มันเลยหลงกล ทั้งที่หลุมฝังเหล้าอยู่ตรงที่พวกนั้นยืน ไอ้เพี้ยนหัวเราะนมกระเพื่อมพูดสะใจว่า

“จะจับเหล้า ดันมาเจอหลุมปุ๋ยหมักของป้าบานเข้า จ่าแม่นมันคงเลิกตามพี่ไปนานล่ะทีนี้”

“รวมทั้งไอ้ปลัดนั่นด้วย” ดาวเรืองหัวเราะฮิฮะสะใจที่พวกปลัดรู้จัก “หัวไอ้เรือง” น้อยไป

ooooooo

ผู้กำกับสรุปงานครั้งนี้แบบกำปั้นทุบดินว่าที่เราจับมันไม่ได้เพราะมันไม่อยู่ให้จับ บางทีตัวอยู่แต่ของกลางไม่อยู่ บางทีของกลางอยู่แต่ตัวไม่อยู่

“มันเปลี่ยนที่ต้มเหล้าตลอด เดี๋ยวในป่า เดี๋ยวบนเขา ขนาดในน้ำ มั้นนนน...ก็ยังอุตส่าห์ลงไปต้ม” นายอำเภอพูดอย่างอ่อนใจ ปลัดจิ๋นถามว่าทำยังไง ผู้กำกับบอกว่ามันขนของลงไปต้มในแพแล้วล่องตามแม่น้ำไปเรื่อยๆน่ะสิ

“แสบจริงๆ แต่ยังไงกฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมาย เราจะยอมให้ใครทำผิดไม่ได้” ปลัดจิ๋นร้อนวิชาไฟแรง

“ที่ปลัดพูดก็ถูก แต่กฎบางอย่างเรามีความจำเป็นต้องเอามาปรับใช้ให้เหมาะสม เถรตรงมากไปเราก็อยู่กับคนในชุมชนไม่ได้” ผู้กำกับพูดอย่างมีประสบการณ์ เลยถูกกำนันเทิ้มที่ไม่เพียงปากเปราะ แต่ยังเราะรายจิก คนนั้นด่าคนนี้กระทบคนโน้นพูดแทรกขึ้นว่า

“เลยต้องอยู่กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ใครทำผิดใครคอรัปชัน ถ้ามันแบ่งปันลูกน้องถือว่าเป็นคนดีมีน้ำใจ คดโกงประเทศชาติแต่บริหารจัดการดี เรียกว่ามีวิสัยทัศน์”

“นั่นก็เกินไป...” ผู้กำกับกินปูนร้อนท้อง “ผมแค่ ต้องการให้ปลัดดูว่าคนในชุมชนมีนิสัยมีความเป็นอยู่ยังไง ถ้าเขาทำอะไรผิด แต่มันเป็นวิถีชีวิตของเขา เราจะเข้าไปช่วยยังไงให้มันถูกยุคนี้เป็นยุคของสงครามแย่งประชาชน เราต้องเข้าถึงและดึงประชาชนมาเป็นแนวร่วมกับเราให้ได้ ไม่ใช่ด้วยเงินแต่ต้องด้วยใจ”

“ดึงไอ้เรืองก่อนดีไหมครับ ดึงใจมันได้ก็ดึงใจคนทั้งอำเภอได้” กำจรเสนอ กำนันเทิ้มอดไม่ได้ ทิ้งระเบิดตูมใหญ่ใส่ทั้งกลุ่มก่อนเดินทื่อไปว่า

“สนใจแต่เรื่องเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ไอ้คนที่มันใหญ่คับฟ้าจริงๆไม่พากันมอง!”

ooooooo

พฤกษ์รับดอกไม้ไปส่งให้โรสอีกครั้ง คราวนี้เกิดเฉี่ยวกับรถของโรสที่กำลังรีบจะไปทำงานเพราะเธอตื่นสาย โรสหัวเสียลงมาเรียกร้องค่าเสียหาย พฤกษ์โต้ว่าที่เฉี่ยวเพราะรถเธอไม่เปิดไฟเลี้ยว

โรสเถียงข้างๆคูๆ ว่าคนเรามันก็ต้องใช้เซ้นส์กันบ้าง พฤกษ์โต้ว่าขืนขับรถโดยใช้เซ้นส์มีหวังรถชนกัน ทั้งเมืองและไม่ยอมจ่ายค่าเสียหาย อยากได้ก็ให้ถ่ายรูป

ไปแจ้งความเอาเอง เจอหัวหมอแบบนี้โรสก็เถียงไม่ออกกอปรกับต้องรีบไป เลยไม่เอาเรื่องแต่พอสตาร์ตรถปรากฏ

ว่าไฟเตือนน้ำมันหมด เลยจำต้องให้พฤกษ์พาไปส่งไม่วายพูดข่มว่า

“พาฉันไปส่งที่สยามเดี๋ยวนี้เลย ฉันมีงานที่นั่น มัวแต่ทะเลาะกับนายฉันไปไม่ทันแล้วเห็นไหม นายต้องรับผิดชอบ”

ooooooo

ปลัดจิ๋นไฟแรง วางแผนจะเปลี่ยนแปลงบ้านดอนล้อมแรด โดยเริ่มจากกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่าคนรุ่นเก่า โดยเฉพาะคนเก่าคนแก่ที่นี่ ที่ทั้งเก๋าทั้งแก่จนเกินแกง

นายอำเภอไพศาลถามว่าจะเริ่มที่เรื่องอะไรก่อน พอปลัดจิ๋นบอกว่าเริ่มจากให้ชาวบ้านดูแลเรื่องดินก่อน อยากให้ทำปุ๋ยชีวภาพแก้ปัญหาดินเสื่อมเพื่อลดต้นทุนปุ๋ยเคมีที่ราคาแพงและมีสารตกค้าง

“เรื่องนั้นเลิกคิดไปเลย เขาทำกันมาหลายครั้งแล้ว ทั้งสาธิตทั้งแจกฟรียังไม่มีใครสนใจ พูดไปน่ะเขาฟังแต่ไม่ทำ”

แต่ปลัดจิ๋นเชื่อว่าทำได้ โดยจะเริ่มจากผู้ใหญ่ผันก่อน เชื่อว่าผู้ใหญ่คงชอบที่จะพัฒนาความรู้ความเป็นอยู่ชาวบ้านให้ดีขึ้น ในขณะที่ปลัดจิ๋นมั่นใจในงานชิ้นแรกนี้มากนั้น นายอำเภอกลับแอบพึมพำ “ไฟแรงจริงพ่อคุณ...”

จะเริ่มที่ผู้ใหญ่ผันต้องไปหาที่บ่อนไก่ ไปขอให้ผู้ใหญ่เรียกประชุมชาวบ้านให้มาฟังการสอนทำปุ๋ยชีวภาพ ผู้ใหญ่ถามว่าปลัดเรียกประชุมกรรมการหมู่บ้านหรือยัง ปลัดจิ๋นบอกว่าจะเรียกประชุมพรุ่งนี้คิดว่าไม่มีปัญหา ผู้ใหญ่ฟันธงว่าไม่ได้ผลเพราะชาวบ้านต้องทำมาหากิน แต่สู้เหตุผลของปลัดไม่ได้เลยรับปากส่งเดชก่อนเข้าบ่อนไก่ว่า เดี๋ยวจะไปบอกชาวบ้านให้แล้วบ่นงึมงำ “ฉันคงช่วยหรอก ลำพังขายปุ๋ยแข่งกับไอ้เรืองก็สู้กันแย่อยู่แล้ว ขืนชาวบ้านรู้ว่ามีปุ๋ยทำฟรีได้ ฉันก็เสียรายได้สิ”

กำจรถามปลัดว่ามันจะได้เรื่องหรือ เพราะขนาดผู้ใหญ่ยังไม่สนใจเลย แล้วลูกบ้านจะสนใจหรือ

“สนใจสิ! มันต้องมีคนเห็นด้วยกับฉันสักคนสิน่า” ปลัดจิ๋นมั่นใจเต็มร้อย เมื่อไปคุยกับพระครูจ้อย พระครูสนับสนุนเต็มที่ แต่ก็ติงว่าอยากให้ปลัดคิดดีๆอีกทีดีไหม เพราะว่า...

“อาตมาเห็นจะทำกันมาเยอะแล้ว พอได้งบประมาณ ก็หยุดกันไป เสียเวลาเปล่าๆ” ปลัดจิ๋นขอแค่ให้พระครู ช่วยบอกต่อชาวบ้านให้มาร่วมอบรมเยอะๆเท่านั้น “อาตมาบอกให้ได้ แต่ชาวบ้านจะเชื่อรึเปล่า อาตมาไม่รับปากนะ”

ปลัดเชื่อว่าชาวบ้านเชื่อและเคารพหลวงพ่อ แต่หลวงพ่อบอกว่าปลัดเข้าใจผิดเพราะ “ที่ชาวบ้านมีต่ออาตมาคือความศรัทธา แต่ถ้าอยากให้ชาวบ้านเชื่อ คุณ ปลัดต้องไปหาอีกคนนึง”

“ใครครับ?” ปลัดตาเป็นประกายอย่างมีความหวัง พระครูมองไปทางกุฏิหลวงตาคง

ปลัดกับกำจรไปคุยกับหลวงตาคงที่กุฏิ หลวงตาคงบอกว่าตนเป็นคณะกรรมการหมู่บ้านแต่จะให้ชาวบ้านเชื่อตนคงทำไม่ได้เพราะ “ฉันไม่เคยทำให้ชาวบ้านเชื่อฉันได้”

ทันใดนั้น แม่เวียงที่เดินเถียงกับบุญปลีกบุญปลอด มาก็บอกหลวงตาคงว่า

“หลวงตาคงช่วยฉันด้วย! เมื่อคืนฉันฝันไม่ดี ฝันว่าโดนตุ๊กแกกินตับมันแปลว่าอะไร”

หลวงตาคงหลับตาอึดใจแล้วทำนาย “แย่แล้ว...

แม่เวียง ท่าทางจะมีเรื่อง ต้องให้เจ้าแม่บอกว่าต้องสะเดาะเคราะห์ยังไงบ้าง” ว่าแล้วเดินอ้าวขึ้นกุฏิ แม่เวียง บุญปลีกกับบุญปลอดรีบเดินตาม ทิ้งปลัดจิ๋นกับกำจรยืนมึนอยู่ตรงนั้น

“แหม...บอกว่าไม่มีใครเชื่อ แล้วที่วิ่งดุ๊บๆตามนี่ เรียกว่าอะไร คุณปลัดจะเอายังไงต่อครับ” กำจรถามหน้าหน่าย

“บอกผู้ใหญ่หมดแล้ว ทีนี้ก็เหลือเด็กที่ไม่ใช่เด็ก”

“เด็กที่ไม่ใช่เด็ก?” กำจรทำหน้างง “นี่คุณปลัดอย่าบอกนะครับว่าจะไปขอให้ไอ้เรืองช่วย! ผมว่า...ลุ้นหมาออกลูกเป็นแมวยังง่ายกว่านะครับ”

ปลัดจิ๋นไม่พูด แต่ยิ้มอย่างมั่นใจว่าต้องทำได้!

ooooooo

โรสซ้อนมอเตอร์ไซค์พฤกษ์ไปถึงหน้าห้างสรรพสินค้า เธอลงจากรถไปส่องกระจกสำรวจเสื้อผ้าหน้าผมเอียงซ้ายเอียงขวาหน้าหลัง ถามพฤกษ์ว่าตน

ดูดีแล้วหรือยัง ยิ้มเป็นไง มีอะไรติดฟันรึเปล่า มีเหงื่อไหม ต้องตบแป้งเพิ่มตรงไหนไหม

“คุณดูดีแล้วครับ” พฤกษ์ยิ้มเพราะไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนมายืนแต่งตัวอย่างนี้เลย โรสหยิบเงินให้หนึ่งพันบอกว่าให้หมดเลยเพราะอุตส่าห์ซิ่งจนทันเวลา “ผมไม่รับครับ ผมต้องมาที่นี่อยู่แล้ว ไม่ใช่ต้องออกนอกเส้นทางไปส่งคุณที่ไหน ถ้าคุณจะให้อะไร ผมขอแค่คำขอบคุณก็พอ”

แค่คำขอบคุณ โรสก็ยังต่อรองขอแค่ขอบใจได้ไหม พูดก่อนผละไปว่า “หวังว่าเราคงไม่ต้องมาเจอกันอีกนะ”

เดินไปเจอน้ำหวานยืนรอนานบ่นว่ามาถึงจะด่า

ให้ โรสได้ยินถามว่าด่าใคร น้ำหวานยิ้มหวานบอกว่าด่า คนจัดงานที่ไม่รู้จักคิด นัดเวลาไหนไม่นัดมานัดเวลาที่รถติดหนึบอย่างนี้ โรสบอกว่างั้นแล้วไป แล้วพากันเดินไปที่ลิฟต์

พฤกษ์เห็นน้ำหวานที่ตนเอาดอกไม้มาให้คราวที่แล้ว รีบคว้าดอกไม้วิ่งตามไปร้องเรียก “คุณโรสครับ”

น้ำหวานหันมาดีใจสุดๆ ที่เจอหนุ่มหล่ออีกครั้ง โรสยื่นมือจะรับดอกไม้ พฤกษ์ถือดอกไม้วิ่งผ่านโรสไปหาน้ำหวานบอกว่า

“มีคนส่งดอกไม้ให้คุณน่ะครับ”

“ฉันต่างหากที่ชื่อโรส!!” โรสโวยวาย พฤกษ์งงมองหน้าสองคนไปมาถามว่าตกลงใครชื่อโรสกันแน่

น้ำหวานชี้ไปที่โรส พฤกษ์ถามว่าคนนี้ชื่อสุดาวดีไม่ใช่หรือ ทำให้โรสยิ่งโมโหที่ตนเป็นดาราออกดังทำไมไม่รู้จัก

“อาจจะเพราะคุณดังไม่จริงก็ได้นะครับ คุณโรส สุดาวดี” พฤกษ์แหย่ โรสโมโหจะตามไปเอาเรื่อง น้ำหวานรั้งไว้เร่งให้รีบไปทำงานก่อนเถอะ แล้วค่อยตามผู้ชายทีหลัง โรสเลยหันมาแหวน้ำหวานแทน...

“ใครตามผู้ชาย! คนอย่างโรส มีแต่ผู้ชายตามย่ะ!!” แล้วจึงเดินตามน้ำหวานเข้าลิฟต์ไป

ooooooo

ปลัดจิ๋นทำงานอย่างถึงลูกถึงคน วันนี้ก็ให้กำจรขับรถไปที่ร้านของดาวเรืองเพื่อขอให้ไปร่วมประชุม กำจรถามอย่างเข็ดเขี้ยวดาวเรืองว่าจะให้สตาร์ตรถรอไหม เผื่อถูกตะเพิดจะได้บึ่งหนีได้ทัน

ปลัดจิ๋นบอกว่าเรามาดีไม่ต้องกลัว กำจรเตือนความจำว่า

“ก็คุณปลัดเพิ่งจะไปจับไอ้เรืองมันแหม็บๆ คนอย่างไอ้เรือง ถ้าประกาศว่าอยู่คนละข้างแล้ว มันไม่เอาไว้นะครับ”

“เชื่อฉันเถอะ ว่าดาวเรืองก็แค่เด็กธรรมดา เพียงแต่ห้าวแล้วก็กล้าพูดกล้าทำกว่าคนอื่น ที่สำคัญดาวเรืองฉลาด ถ้ารู้จักใช้ ดาวเรืองจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนมาก”

“ผมยอมกินขี้หมาเลย ไอ้เรืองไม่มีวันยอมให้ปลัดใช้มันหรอก!” กำจรเดิมพันสูง

ปลัดจิ๋นเดินยิ้มเข้าไปในร้าน บานชื่นถามว่าจะรับอะไรดี ปลัดบอกว่าไม่ได้มากินข้าวแต่อยากคุยเรื่องดาวเรือง บานชื่นบอกว่าดาวเรืองไม่อยู่ ถามว่าดาวเรืองไปก่อเรื่องอะไรอีกหรือ

“เปล่าครับ คือผมอยากเปิดอบรมชาวบ้านเรื่องการทำปุ๋ยชีวภาพ แต่ผมยังไม่รู้จักชาวบ้านที่นี่มากพอ

เลยต้องมาพึ่งบารมีคุณน้าให้ช่วยไปประชุมกรรมการหมู่บ้านและชักชวนชาวบ้านให้มาร่วมอบรมกันเยอะๆ น่ะครับ”

บานชื่นยิ้มหน้าบานถามว่า พึ่งบารมีเลยหรือปลัดบอกว่าตนมาอยู่ที่นี่ไม่กี่วันก็รู้แล้วว่าทุกคนที่นี่เกรงใจคุณน้ากันทั้งนั้น อย่างนี้ไม่เรียกว่ามีบารมีได้ยังไง ทำเอาบานชื่นหน้าบานรับปากทันทีว่าพรุ่งไปแน่ ปลัดเลยขอพึ่งบารมีบานชื่นอีกครั้ง ขอให้พาดาวเรืองไปด้วย คราวนี้บานชื่นพูดโดยไม่ต้องคิดเลยว่า “พึ่งถูกคนแล้วล่ะค่า...”

“โห...เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือไอ้เรืองยังมีน้าบานชื่น เหนือน้าบานชื่นยังมีคุณปลัด” กำจรทึ่ง อึ้ง จนลืมไปว่าตัวเองเดิมพันอะไรไว้กับปลัดจิ๋น

ooooooo

คืนนี้ โรสโทร.หาจินตวัฒน์ ชมว่าดอกไม้น่ารักดี แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นคนให้ ก็จะรู้สึกดีกว่านี้

ปลัดจิ๋นขอโทษ ขออย่าโกรธเลยเพราะตนติดงาน จริงๆตนเป็นข้าราชการกินเงินเดือนที่ได้จากภาษีของประชาชนจึงต้องทำงานตอบแทนประชาชน โรสบอกว่าตามใจเขา แต่ให้เวลาสามเดือน ถึงตอนนั้นเขาต้องตัดสินใจว่า จะเลือกงานหรือเลือกตน พูดแล้ววางสายเลย เชื่อว่าถึงเวลานี้ เขาก็ต้องเลือกตนแน่

เสี่ยกำพล พ่อค้าปุ๋ยเคมีที่หากินอยู่กับชาวบ้าน ดอนล้อมแรดมาเนิ่นนาน จะไปร่วมฟังโครงการทำปุ๋ย ชีวภาพของปลัดจิ๋น ผู้ใหญ่ผันเลยต้องไปด้วย เวียงเอะใจถามผู้ใหญ่ว่า เสี่ยมีแผนอะไรหรือเปล่า

“แม่เวียงอย่าว่าเสี่ยกำพลอย่างนั้นนะ เสี่ยเป็นคนดี ไม่มีแผนอะไรกับใคร อย่าลืมสิว่าบ้านเรามีกินมีใช้ก็เพราะเสี่ยช่วยเหลือทั้งนั้น” ผู้ใหญ่ปราม เวียงบอกว่า ตนก็แค่สงสัยไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย

ฝ่ายบานชื่น รับปากกับปลัดจิ๋นแล้วว่า จะให้ดาวเรืองไปฟังด้วย เห็นดาวเรืองยังเอ้อเร้อเอ้อเต่ออยู่ เร่งว่าจวนได้เวลาประชุมแล้ว ดาวเรืองทำไขสือ ถามว่าประชุมอะไร บานชื่นทำหน้าเหนื่อยบอกว่าก็ที่บอกเมื่อคืนไงไม่ได้ยินหรือ

“ได้ยิน แต่ฟังหูซ้ายทะลุหูขวาออกไปแล้ว แม่ก็ไปเชื่อมันทำมั้ย มันอ้างงานบังหน้าเพื่อมาดูลาดเลาที่บ้าน หรือไม่ก็มาสืบน่ะสิว่าฉันไปทำอะไรที่ไหนบ้าง”

บานชื่นหว่านล้อมจนดาวเรืองยอมไปแต่ไปด้วยอารมณ์แบบ “แส่ดีนัก เตือนดีๆแล้วไม่ฟัง เดี๋ยวจัดให้!”

ooooooo

เสี่ยกำพลเจอกับปลัดจิ๋นเป็นครั้งแรก เสี่ยยกมือไหว้ บอกว่าได้ยินแต่ชื่อเพิ่งเจอตัววันนี้ ยังหนุ่มอยู่เลย

“ผมขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับกระเช้าผลไม้นั้น ส่วนอย่างอื่นลูกน้องเสี่ยคงบอกแล้วว่าผมไม่รับ” ปลัดพูดถึงกระเช้าผลไม้และซองหนา ที่เสี่ยให้ลูกน้องเอามา จิ้มก้องวันที่ปลัดมารับหน้าที่วันแรก

เสี่ยยิ้มเชือดเฉือน บอกว่าตนดีใจที่ลองใจคนไม่ผิด ปลัดเฉือนกลับอย่างรู้ทันว่า ดีใจที่นั่นแค่ลองใจไม่ใช่ของจริง

พวกชาวบ้านได้ยินมองหน้ากันงงๆว่าสองคนนี้พูดเรื่องอะไรกัน

เมื่อเริ่มประชุม แค่ปลัดจิ๋นเริ่มเกริ่นเท่านั้นก็ถูก ผู้ใหญ่ผันพูดแทรกว่า “เชื่อผมเถอะว่าไม่มีใครสนใจหรอก” แต่ปลัดก็หนักแน่น ดำเนินการประชุมต่อ บรรยายถึงผลดีต่างๆนานาของปุ๋ยชีวภาพแล้วขอความเห็นชาวบ้าน เสี่ยกำพลสนับสนุนเป็นคนแรก บานชื่น พระครูจ้อย ไสว และแม้แต่หลวงตาคงก็เห็นด้วยโดยอ้างว่าเจ้าแม่ให้เห็นด้วย

“ไอ้เรืองว่ายังไง ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ” ผู้ใหญ่ผันพูดอย่างมั่นใจเพราะเชื่อว่าไอ้เรืองไม่เห็นด้วยแน่

“ฉันเห็นด้วย!” ดาวเรืองโพล่งออกไปเสียงดังฟังชัด ทำเอาผู้ใหญ่แทบหงายหลัง ดาวเรืองยังแสดงความเอา

การเอางานพูดกลางที่ประชุมว่า “เรื่องดีๆอย่างนี้ไอ้เรือง สนับสนุนอยู่แล้ว คุณปลัดบอกมา จะให้ไอ้เรืองทำอะไรไอ้เรืองช่วยเต็มที่!”

ผู้ใหญ่คิดไม่ตกถามเสี่ยกำพลขณะเดินมาส่งที่รถว่าทำไมยอมไอ้ปลัดนั่น เกิดชาวบ้านติดใจขึ้นมา ปุ๋ยเคมีเราขายไม่ออกแน่ เสี่ยยิ้มเจ้าเล่ห์บอกว่า ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจลูกบ้านของตัวเองเลย ชาวบ้านที่นี่รักความ สบายกันจะตายไม่มีใครจะลุกขึ้นมาบ้าไปกับปลัดหรอก บอกผู้ใหญ่อย่างเจ้าเล่ห์ว่า

“เราอยู่ในฐานะพระเอก เราต้องรู้จักวางตัวในที่ที่เหมาะสม ปล่อยให้ตัวร้ายมันจัดการทำลายทุกอย่างไป”

“ใครจะขัดขวางงานไอ้ปลัดวะ?!?” ผู้ใหญ่บ่นงึมงำ เดินกลับไปงงๆ

ooooooo

เวียงกล่อมจนวรรณยอมเอารถออกไปป่าวประกาศโครงการนี้แก่ชาวบ้านเพราะบอกว่าดาวเรืองจะไปด้วย

พอเช้าวันรุ่งขึ้น รถกระบะติดเครื่องขยายเสียงก็แล่นผ่ากลางหมู่บ้าน มีดาวเรืองพูดผ่านไมค์เชิญชวนชาวบ้านให้มาร่วมโครงการอบรมทำปุ๋ยชีวภาพของปลัดจิ๋น โดยมีวรรณคอยเป็นลูกคู่ลูกมือ เปิดเพลงให้อย่างเอาการเอางาน

เมื่อได้เวลา ปลัดจิ๋นก็เปิดอบรมวิธีการทำปุ๋ยชีวภาพ จัดให้เจ้าหน้าที่อำเภอไปหาส่วนผสมปุ๋ย ให้กำจรให้ไปรับ “ไบโอนิค เอฟ 60” ที่กรมพัฒนาที่ดินในจังหวัด แต่กำจรยังไม่ทันไปก็ได้รับโทรศัพท์ แล้ววิ่งหน้าตาตื่นมาบอกปลัดจิ๋นว่า

“ไอ้เรืองครับ...ไอ้เรือง...เพื่อนผมโทร.มาบอกว่ามันยกขบวนมาที่ตลาด ตอนนี้คุณปลัดดังไปทั้งอำเภอแล้วครับ”

กำจรพาปลัดจิ๋นไปที่ตลาด เจอรถกระบะของผู้ใหญ่ผันจอดอยู่ ดาวเรืองกำลังโฆษณาฟุ้งอยู่บนรถว่า

“ชาวดอนล้อมแรดขอเชิญชวนพี่น้องที่ดอนพัฒนาให้มารวมตัวทำกิจกรรมร่วมกันที่ลานวัดดอนล้อมแรดในวันพรุ่งนี้ แปดโมงตรง หลวงตาคงแจกเหรียญมหามงคลรุ่นปลุกเสกแล้วปลุกเสกอีกให้ทุกคนที่ไปร่วมงาน” หยุดเหลือบมาสบตาปลัดแล้วพูดต่อ “ใครไม่ไปดูผลงานปลัดใหม่แล้วจะไสเจีย...เสียใจ”

“กำจรมองอย่างสงสัย ปลัดจิ๋นเองก็งงๆว่าดาวเรืองยอมช่วยถึงขนาดนี้เพราะอะไร?

ooooooo

คืนนี้ ขณะปลัดจิ๋นกำลังทบทวนตำราเพื่อจะไปอบรมชาวบ้านพรุ่งนี้ มะเฟืองเด็กหญิงหน้าตาน่าเอ็นดูก็ถือกระทงขนมครกมาให้บอกว่าแม่เห็นปลัดที่ตลาดแล้วศรัทธา

พอมะเฟืองกลับไปเล่าให้ดาวเรืองฟังว่าตนเอาขนมครกให้ปลัดและแอบดูจนปลัดกินขนมครกจนหมด ดาวเรืองให้เงินไป 20 บาทมะเฟืองรับเงินเดินตัวปลิวออกไป ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนหัวเราะกันคิกคักว่าคืนนี้ปลัดหลับเป็นตายแน่

จากนั้นสองตัวแสบ ไปดักกำจรที่กำลังจะแวบไปดวด โชว์เหล้าสูตรใหม่ว่าแรงขนาดจุดไฟติดพรึ่บเลย กำจรทำท่าเปรี้ยวปาก เลยได้ไปทดลองขวดหนึ่งดาวเรืองทำทีเตือนว่าพรุ่งนี้มีประชุมแต่เช้านะ กำจรรับรองว่าตนตื่นทันแน่ รู้กันอยู่แล้วว่าตนเป็นคนรับผิดชอบต่อหน้าที่ขนาดไหน

ไม่เพียงเท่านั้น ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนยังไปตอกประตูหน้าต่างไม่ให้ปลัดออกไปได้ จัดการทุกอย่างเสร็จก็พากันกลับบ้านหัวเราะกันคิกคัก บานชื่นถามว่าหัวเราะอะไรกัน ดาวเรืองบอกว่าดีใจที่ได้ช่วยประกาศให้ชาวบ้านมาอบรมพรุ่งนี้

รุ่งขึ้น ปลัดจิ๋นตื่นขึ้นมา 7 โมงครึ่ง ตกใจหยิบโทรศัพท์ดูปรากฏว่าหน้าจอดับมืดเพราะแบตหมด รีบอาบน้ำแต่งตัว แต่พอจะออกจากบ้าน ประตูหน้าต่างถูกตอกตายหมด เรียกกำจรก็ไม่ได้ยิน ฉุกคิดขึ้นได้ว่าต้องเป็นฝีมือดาวเรืองแน่ ตัดสินใจถีบประตูพังวิ่งลงบันได ตกบันไดอีก! เพราะขั้นบันไดถูกเลื่อยวางไว้หมิ่นๆ ปลัดกัดฟันกรอดคำราม “ดาวเรือง!”

ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนแอบดูผลงานของพวกตนอย่างสะใจ ดาวเรืองพูดกับไอ้เพี้ยนว่า

“พังประตูออกมาได้แต่มันมาถึงงานไม่ได้หรอก เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะ”

ooooooo

งานอบรม จัดที่บริเวณลานวัด บรรดาผู้หลัก ผู้ใหญ่ ทั้งนายอำเภอและผู้กำกับ พากันมาครบแล้ว ชาวบ้านก็มากันหนาตา แต่ถึงเวลา 8 นาฬิกาตามนัดปลัดยังไม่มา บรรยากาศเริ่มรวน

ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนกลับมาเจอวรรณแถวใกล้วัดเลยนั่งรถวรรณเข้าไป ทำทีถามว่าปลัดยังไม่มาหรือ เขี่ยอารมณ์ชาวบ้านที่กำลังคุ นายอำเภอไพศาลเหงื่อแตกพลั่กไม่รู้จะแก้สถานการณ์อย่างไร ผู้ใหญ่โทร.ตามก็ติดต่อปลัดไม่ได้ ครั้นติดต่อไปหาเกษตรอำเภอทุกคนก็ติดประชุมหมด

“ตัดริบบิ้นเปิดงาน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน” ดาวเรืองเล่นเล่ห์ต่อ หลวงตาคงเห็นด้วย ยังไงก็ให้ขายผ้า เอาหน้ารอดไปก่อน “ถ้าตัดริบบิ้นแล้วยังไม่มา นายอำเภอก็พูดเปิดงานถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็มาเองแหละ ที่สำคัญเราต้องเชื่อว่าปลัดจะมา” ว่าแล้วดาวเรืองก็ไปยืนพูดที่หน้าไมค์ คราวนี้มั่วแหลก อ้างว่าหลวงตาคงจับยามสามตาแล้วพบว่าเวลาแปดนาฬิกาสี่
สิบเก้านาทีสิบหกวินาทีเป็นเวลาอภิมหามงคล เพื่อความเป็นสิริมงคลเราจึงจำต้องรอ แล้วเชิญนายอำเภอกับภริยาขึ้นตัดริบบิ้น

จากนั้นให้นายอำเภอกล่าวเปิดงาน นายอำเภอพูดวนไปวนมาจนชาวบ้านบ่นว่าพูดวนแบบนี้ 5 เที่ยวแล้ว ให้ปลัดลงมือเลยดีกว่า ถามหาปลัดว่าอยู่ไหน ร้อนถึงดาวเรืองต้องไปยืนยันว่าปลัดมาแน่แค่รอฤกษ์หลวงตาคงเท่านั้น

“กูนึกว่ากูรอดแล้ว ไอ้เรืองนะไอ้เรือง” หลวงตาคงบ่นงึมงำที่อยู่ดีๆ ก็ถูกดาวเรืองโยนเผือกร้อนให้

ฝ่ายปลัดจิ๋นแก้ปัญหาจนหัวหมุน แต่ถูกดาวเรืองวางกับดักไว้หมดแล้ว เพราะกำจรก็เมา รถก็ถูกปล่อยลมยาง ครั้นมาเจอลุงใจดีที่ให้นั่งรถอีแต๊กมาส่งที่หมู่บ้าน วันแรก จอดรถมอเตอร์ไซค์เก่าๆ อยู่จึงขอโดยสารไป ก็กลายเป็นคนที่ดาวเรืองจ้างมาแกล้งให้พาไปตกปลักควายอีก สุดท้ายไปเจอบานชื่นกำลังจะไปวัดพอดี จึงชวนไปด้วย คราวนี้ปลัดระแวงว่าจะเจอกับดักดาว
เรืองอีก เลยขอขับรถเอง

ที่ลานวัด ดาวเรืองยังคงไฮค์ปาร์คอยู่ แอบด่าปลัดเป็นระยะๆ แต่ก็ให้ความมั่นใจกับทุกคนว่าปลัดต้องมาแน่ แล้วโยนกลองให้หลวงตาคง “เอ้า...คราวนี้ ถึงคิวหลงตาคง” หลวงตาคงตาเหลือกถามว่าจะให้ทำอะไรอีก “อ้าว...ก็ขึ้นมาทำพิธีเรียกตัวปลัดมานี่น่ะสิ เหลาะแหละไม่น่าเชื่อถือ จริงไหมพวกเรา” ดาวเรืองขอเสียงราวกับเล่นคอนเสิร์ต ชาวบ้านบ้าจี้ตะโกนพร้อมกัน
“จริง!!”

หลวงตาคงปาดเหงื่อเดินไปหน้าไมค์ด่าลอดไรฟัน “ไอ้เรือง ไอ้เวร!!” ดาวเรืองกลั้นหัวเราะเร่งให้หลวงตาบริกรรมคาถา “บรรลัยแน่กู...งานนี้” หลวงตางึมงำ

“ถ้าหลงตาศักดิ์สิทธิ์จริง ปลัดต้องมา ถ้าไม่มาแสดงว่าหลงตามนต์เสื่อม และไอ้ปลัดที่ไม่มีความรับผิดชอบอย่างนี้ก็ไม่ควรจะอยู่ที่นี่เพื่อดูแลพวกเรา จริงไหม” ดาวเรืองแอบถล่มปลัด ปลุกชาวบ้านจนหันมาเป็นใจกับตัวเองหมด แล้วบอกให้ชาวบ้านท่องเสี่ยงทายพร้อมกัน “มา...ไม่มา...มา...ไม่มา...” แต่พอถึงคำว่า “ไม่มา” ทุกคนก็อ้าปากค้าง

ปรากฏว่า ปลัดจิ๋นมา! แม้สภาพจะมอมแมมเดินกะเผลก แต่ก็ยืนหยัดเปิดอบรมและสาธิตการทำปุ๋ยชีวภาพทันที

“การกำจัดขยะด้วยการนำมาทำปุ๋ยชีวภาพเป็นการกำจัดที่ตรงและได้ประโยชน์อย่างมาก ก่อนที่เราจะลงมือทำไปพร้อมๆ กัน ผมขออนุญาตแนะนำผู้ช่วยของผมก่อนนะครับ ขอเสียงปรบมือต้อนรับ ดาวเรืองงงง”

ดาวเรืองสะดุ้งเฮือก จ้องปลัดตาแทบถลน อยากโดดเตะก้านคอให้หักคาแข้งเสียเลย!

ไม่เพียงถูกปลัดแก้เผ็ดอย่างเจ็บแสบ หลังการอบรมแล้ว ปลัดจิ๋นยังบอกดาวเรืองให้ไปจัดการเรื่องที่ทำไว้ให้เรียบร้อยทั้งประตูหน้าต่างและบันไดบ้าน ดาวเรืองจะไม่ยอมไป แต่พอปลัดถามว่าจะให้บอกบานชื่นไหม ดาวเรืองก็หมดท่า

ระหว่างไปงัดประตูหน้าต่างที่ถูกตอก ไอ้เพี้ยนบ่นว่ารู้งี้ไม่ต้องตอกแน่นขนาดนี้ก็ดีจะได้งัดง่ายหน่อย

“อย่าบ่นเลยวะ เก็บแรงไว้เอาคืนดีกว่า” ดาวเรืองพูดอย่างเจ็บใจ

จัดการทุกอย่างที่บ้านพักปลัดกลับถึงบ้าน ดาวเรืองตะโกนลั่น “ข้าเกลียดมัน!!!” บานชื่นถามว่าใคร ดาวเรืองบอกว่าปลัดจอมบงการนั่นแหละ บานชื่นเตือนว่า

“ระวัง เกลียดอะไรจะได้อย่างนั้น เพราะแม่เคยเจอกับตัวเองมาแล้ว เกลียดดีนัก สุดท้ายก็เจอเลย”

“ใครอ่ะแม่”

“พ่อเอ็งไง ตอนแม่เป็นเทพี ผู้ใหญ่ผัน หลวงตาคง จ่าแม่น รุมจีบแม่กันทั้งนั้น จู่ๆ อีตาพนามาจากไหนก็ไม่รู้ ท่าทางยียวนกวนประสาท พูดอะไรก็ไม่ถูกหูแม่ แล้วเป็นไง...กลายเป็นผัว มีลูกยืนหัวโด่อยู่เนี่ย”

“โอ๊ย...ประวัติศาสตร์ไม่มีวันซ้ำรอยหรอกแม่ พ่อน่ะเป็นผู้ชายใจดีที่สุดในโลก ไอ้คนขี้เก๊ก แก่วิชาการอย่างปลัดนั่นฉันไม่เอามาทำ ผะ...เอ๊ย...พันธุ์หรอก ชิ!!”

“สมัยหนุ่มๆ พ่อเอ็งก็ขี้เก๊กแก่วิชาการอย่างนี้แหละ” บานชื่นย้ำอีกทีแล้วเดินออกไป

ดาวเรืองส่ายหน้าดิก บอกตัวเองว่า เป็นไปไม่ได้...เป็นไปไม่ได้...เป็นไปม่ายด้ายยยยยย...

ooooooo

ตอนที่ 2

อยู่กับกำจรก็มีเรื่องให้ทั้งขำทั้งสมเพช เพราะจะขึ้นบันไดบ้านทีก็ต้องนับขั้นที่ 2-5-6 ให้ก้าวข้ามเพราะบันไดชำรุด ถามว่าทำไมไม่ซ่อม กำจรพูดด้วย เหตุผลที่ฟังแล้วมึนว่า

“ก็ปลัดที่ย้ายมาอยู่ไม่ทนสักราย เลยไม่รู้จะซ่อมไปทำไม หลังๆก็เลยบอกให้ท่องกันครับ เดี๋ยวก็ชินไปเอง”

“เวรกรรม...” ปลัดจิ๋นพูดได้แค่นั้น แล้วก็ต้องทำตาม ท่อง สอง ห้า หก ยกเท้าข้ามขั้นบันไดขึ้นบ้านไป

เช้าวันรุ่งขึ้น ปลัดจิ๋นก็ลงมือซ่อมบันได กำจรมาเจอถามว่าซ่อมเองเลยหรือ เดินขึ้นๆลงๆสักวันสองวันเดี๋ยวก็ชินไม่น่าต้องเสียเหงื่อ

“ก่อนจะพัฒนาหมู่บ้าน เราควรจะเริ่มพัฒนาบ้าน ตัวเองเสียก่อน บันไดพังแค่นี้ถ้าไม่รู้จักซ่อม แล้วจะไป ดูแลช่วยเหลือคนอื่นได้ยังไง”

ปลัดจิ๋นเริ่มพัฒนาวิธีคิดของกำจรเป็นอันดับแรก กำจำยิ้มแหยๆบอกว่าให้คนเอารถไปซ่อมให้แล้ว ส่วนโทรศัพท์นี่เดี๋ยวจะเอาไปชาร์ตแบตให้ พลางเดินขึ้นบันไดนับ สอง ห้า...ปลัดจิ๋นพูดแทรกขึ้นว่าเดี๋ยวจะเข้าไปที่หมู่บ้าน อยากทำความรู้จักชาวบ้าน ถามว่ากำจรจะไปด้วยกันไหม

“แหม...ใช้งานถูกคน เดี๋ยวกำจรจะพาไปรู้จักผู้ทรงอิทธิพลด้านต่างๆเองครับ” พูดพลางเดินขึ้นบันไดปากก็นับ สอง ห้า หก พอนึกได้ก็บ่นตัวเองว่าจะนับไปทำไมในเมื่อปลัดก็ซ่อมไปแล้ว พอดีก้าวขึ้นขั้นที่หก

“เฮ้ย...อย่า!!” กำจรเหยียบบันไดขั้นที่หกพอดี หันมาถามปลัดจิ๋นว่า อย่าอะไรหรือ “อย่าเหยียบบันไดขั้นที่หกยังไม่ได้ซ่อม” ปลัดพูดไม่ทันขาดคำ บันไดก็หักโครม กำจรหล่นตุ้บลงก้นจํ้าเบ้าที่ใต้บันไดไม่เป็นท่า

ooooooo

เถียงนาอันเป็นที่สุดหัวกันเป็นประจำของวรรณและไอ้แหลมกับไอ้กรอด วันนี้ทั้งสามไปสุมหัวกันตามเคย วรรณบอกลูกน้องทั้งสองว่า ดาวเรืองไม่มีทีท่าตอบสนองแบบนี้แสดงว่านํ้ามันพรายของหลวงตาคงใช้ไม่ได้ผล

ไอ้กรอดบอกว่าหลวงตารับประกันว่า ถ้าไม่ได้ผล ในสองวันยินดีคืนเงินแถมกุมารทองให้อีกต่างหาก ไอ้แหลมบอกว่าขอให้ลูกพี่ใจเย็นๆนี่เพิ่งจะเข้าวันที่ 2 ดาวเรืองอาจหลงเสน่ห์ลูกพี่แต่ยังอายอยู่ก็ได้

พลันวรรณก็ร้องจ๊ากเมื่อมีลูกหินยิงมาโดนหัวจังๆ แถมมีจดหมายผูกติดมากับลูกหินด้วย วรรณรีบเปิดอ่านยิ้มน้อยยิ้มใหญ่บอกลูกน้องตาเยิ้มว่า จดหมายน้องเรืองเขียนมา ว้าน...หวาน...

อ่านจดหมายแล้ววรรณไปที่ร้านอาหารตามสั่งของดาวเรือง ปรากฏว่าจดหมายนั้นไม่ใช่ของดาวเรือง ยิ่งเมื่อวรรณเอาจดหมายที่เขียนเป็นกลอนออกมาให้บานชื่นอ่าน ทั้งแม่ทั้งลูกก็พากันขำกลิ้ง ดาวเรืองบอกว่าตนด้นกลอนรักไม่เป็นหรอกเป็นแต่กลอนด่า แล้วด้นกลอนสดชี้หน้าด่าวรรณ

“ชายโฉด ไอ้จอมโหดรังแกหมา รังแกแม้ไก่กา ใจหยาบช้า ไอ้บ้าวรรณ”

ดาวเรืองกับบานชื่นพากันหัวเราะ แต่วรรณ ไอ้กรอดกับไอ้แหลมทำหน้าไม่ถูก ซํ้ายังถูกดาวเรืองชี้หน้าปรามว่าอย่ามาให้เห็นหน้าอีก แล้วชวนเพี้ยนไป บ่นหงุดหงิด “เสียเวลาทำมาหากิน”

“ขอบใจนะไอ้วรรณ แหม...แวะมาทำให้ขำแต่เช้า” บานชื่นพูดไปขำไป แล้วเดินกลับไปหลังร้าน

วรรณยืนมึนถามลูกน้องทั้งสองว่าจะทำอย่างไรดี เมื่อวานดาวเรืองยังไม่หายโกรธวันนี้ก็มาโกรธซํ้าอีก ไอ้กรอดเสนอให้ซื้อของมาง้อ วรรณบอกว่าไม่มีเงินไอ้แหลมเสนอตามถนัดว่า “ไม่มีก็ขโมยซิพี่ จะยากอะไร” วรรณชมว่าหัวแหลมเข้าท่า เสนอได้ดีทำให้หมดปัญหาไปเรื่องเหลืออีกเรื่องเดียว ไอ้แหลมเพิ่งได้รับคม เสนอหน้าถามว่าเรื่องอะไร

“ถ้าน้องเรืองไม่ได้เขียนจดหมายมาหาข้า แล้วเอ็งรู้ไหม...ใครเขียน” วรรณนิ่วหน้าสงสัย

ที่แท้เป็นฝีมือของเสมอใจสาวบ้านดอนล้อมแรดที่แอบรักวรรณและเขียนจดหมายสารภาพรักแล้วจึงไปบอกกล่าวกับโกศของแม่ที่กำแพงวัดว่าตนทนเก็บความรู้สึกไว้ไม่ไหว สัญญาว่าจะแรดเงียบๆ ไม่ให้ใครรู้จะได้ไม่มีใครว่าแม่ได้

ระหว่างนั้นเสมอใจเห็นชายสามคนวิ่งผ่านไปแว้บๆ จึงลุกเดินตามไปด้วยความสงสัย...

ooooooo

ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งปลัดอย่างเป็นทางการ จินตวัฒน์ วิโสภา ไปกราบขอพรจากพระครูจ้อยที่วัดดอนล้อมแรดพรุครูอวยพรให้อยู่รอดปลอดภัย มีขันติ อดทนต่ออุปสรรคต่างๆ ให้เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน และขอให้อยู่ที่นี่ได้นานเกินสามวันเจ็ดวัน

พระครูพูดเชิงเตือนว่า “โยมมาที่นี่ก็จะได้เจอผู้คนเหมือนเดิมแต่จิตใจไม่เหมือนเดิม เดี๋ยวนี้มีคนมาวัดไม่ได้มาเพราะต้องการชำระล้างจิตใจ แต่มาหาที่พึ่งทางใจ ซึ่งไม่ใช่พระธรรมคำสอน ไม่ใช่พระพุทธรูปที่เป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธองค์ แต่เป็นอย่างอื่น”

“อะไรหรือครับพระคุณเจ้า” ปลัดจิ๋นถาม พระครูมองไปทางสำนักหลวงตาคงที่หลังวัดมีพวกชาวบ้านถือดอกไม้ธูปเทียนพนมมือไหว้หลวงตาคงกันเป็นแถว

“บูชาเจ้าแม่แบบบุฟเฟ่ต์ครั้งละ 39 บาท จะเลขเต็งเลขโต๊ด หวยบนดินใต้ดิน จะถูกกี่รอบจะขอกี่เบอร์ก็แค่ 39 บาท” เสียงหลวงตาคงป่าวประกาศ

พระครูจ้อยเดินนำปลัดจิ๋นกับกำจรเข้ามาพูดปลงๆ ว่า “ที่พึ่งทางใจของชาวบ้าน”

พลันเสียงดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนที่ตะโกนโหวกเหวกให้ชาวบ้านมาซื้อหวยกับตนก็แทรกเข้ามา หลวงตาคงยังโมโหที่ทั้งสองมาลอบเผาสำนัก เลยไล่ตะเพิดไม่ให้มาขายแถวนี้ ดาวเรืองโต้ทันควันว่า ที่นี่เป็นที่สาธารณะและตนก็ขออนุญาตเจ้าแม่ถึดทือแล้ว เจ้าแม่อนุญาตให้ขายได้

“แล้วแม่เอ็งล่ะ ขอรึยัง” หลวงตาคงใช้ไม้เดิม ดาวเรืองอึ้งไปนิดนึงแต่ทำฟอร์มบอกว่าจะเห็นแก่เจ้าแม่ถึดทือสักวันแล้วประกาศกับชาวบ้านว่า

“แต่จำไว้เลยนะ ไม่ว่าจะงวดนี้งวดหน้าหรืองวดไหน ใครได้เลขจากสำนักนี้มาแทง...ฉันไม่รับ!!” ว่าแล้วเดินนำไอ้เพี้ยนออกไปอย่างไม่พอใจ ชาวบ้านพากันตกใจถามว่าถ้าแทงหวยไม่ได้แล้วเราจะไปเสียหวยทำไมกัน พลางกรูกันเข้าไปที่พานขอเงินคืน

“ไม่ได้เว้ยยยย...” หลวงตาคงกอดพานไว้แน่น แต่ก็ถูกชาวบ้านแย่งไปจนได้ บอกว่าพวกตนยังไม่ได้เลขเด็ดจากเจ้าแม่เลย ถือว่าเจ้าแม่ยังไม่รู้ว่าพวกเรามาถวายเงินท่าน เพราะฉะนั้นเอาคืนมา ไว้งวดหน้าค่อยว่ากันใหม่ แย่งเงินคืนไปแล้วชาวบ้านก็พากันวิ่งตามดาวเรืองไปเพื่อขอแทงหวย

“ทำ​ผิด​กฎหมาย​กัน​เห็นๆ อย่าง​นี้​ปล่อย​ไว้​ไม่ได้” ปลัด​จิ๋น ปลัด​ใหม่​ไฟ​แรง​เดิน​อ้าว​ตาม​ชาว​บ้าน​ไป

พวก​ชาว​บ้าน​ไล่​ตาม​ดาวเรือง​ไป​ขอ​แทง​หวย ดาวเรือง​พูด​ยักท่า​ว่า ถ้า​ไม่​ใช่​เลข​จาก​หลวง​ตา​คง​ก็​จะ​รับ​แทง เสียง​ชาว​บ้าน​ขอ​แทง​หวย​กัน​เซ็งแซ่ ปลัด​จิ๋​น

พ​รวด​เข้า​มา​ถาม​ว่า​ไม่​มี​อะไร​ทำ​แล้ว​หรือ​ถึง​ต้อง​มา​ทำ​มา​หาก​ิน​แบบ​นี้ ดาวเรือง​สวน​กลับ​อย่าง​ไม่​สะทกสะท้าน​ว่า “แล้ว​มัน​เรื่อง​อะไร​ของ​คุณ​ปลัด​ไม่​ทราบ”

“ทำไม​จะ​ไม่​ใช่​เรื่อง​ของ​ฉัน ใน​เมื่อ​ฉัน​เป็น​ปลัด​ของ​ที่​นี่ หน้าที่​ของ​ฉัน​ก็​คือ​ดูแล​ทุกข์สุข​ของ​ทุก​คน ถ้าเรา​ทำ​ผิด​กฎหมาย​ฉัน​ก็​ต้อง​จัดการ”

ดาวเรือง​ทำ​ไขสือ​ถาม​ว่า​ใคร​ทำ​ผิด​กฎหมาย ปลัด​จิ๋น​ถาม​ว่า​แล้ว​สมุด​ที่​ถือ​อยู่​เรียก​ว่า​อะไร

“สมุด​ทด ฉัน​เอา​ไว้​สอน​ไอ้​เพี้ยน​คูณ​เลข” ดาวเรือง​แถ​ไป​ข้างๆคูๆ เถียง​นํ้า​ขุ่นๆ ไอ้​เพี้ยน​ผสมโรง​ทันที​ว่า​ใช่ แล้ว​ทำ​เป็น​ท่อง​สูตร​คูณ​ให้​ฟัง หลวง​ตา​คง​ตาม​มา​ยุ​ปลัด​จิ๋น​ให้​จับ​เลย ตน​ใบ้​หวย​ไม่​ผิด​แต่​ไอ้​เรือง​ขาย​หวย​ผิด​แน่ๆ บอก​ปลัด​ว่า

“มัน​นี่แหละ​ขา​ใหญ่​ผูกขาด​หวย​คน​เดียว​ทั้งบ้าน​ดอน”

ปลัด​สั่ง​ให้​เอา​สมุด​มา ดาวเรือง​ไม่​ให้​ซํ้า​ยัง​วิ่ง​หนี​ซึ่งหน้า ร้อง​ท้า “มี​ปัญญา​ก็​มา​เอา​เอง​สิ”

“เฮ้ย! ช่วย​กัน​จับ​มัน อย่า​ให้​มัน​หนี​ไป​ได้​ถ้า​มัน​ทำลาย​หลักฐาน เงิน​ที่​พวก​เอ็ง​แทง​กัน​เมื่อกี้​ก็​สูญ​นะ​โว้ย” หลวง​ตา​คง​ยุ​ชาว​บ้าน​ผ่าน​ไมโครโฟน

แต่​สุดท้าย​ก็​ไม่​มี​ใคร​ทำ​อะไร​ดาวเรือง​ได้ ซํ้า​ปลัด​ยัง​ถูก​ดาวเรือง​กับ​ไอ้​เพี้ยน​วิ่ง​ล่อ​ให้​ไล่​เสีย​จน​เวียนหัว แล้ว​ทุก​อย่าง​ก็​ชะงัก​กึก​เมื่อ​มีเสียง​ตะโกน

“ช่วย​ด้วย...ขโมย...”

เป็น​เสียง​ของ​เสมอ​ใจ​ที่​ตาม​ไป​เห็น​วรรณ​กับ​ไอ้​แหลม​ ไอ้​กรอด ​กำลัง​ขโมย​เครื่อง​ปั่นไฟ​ไป​ขาย​เพื่อ​เอา​เงิน​มา​ซื้อ​ของ​ให้​ดาวเรือง เลย​เป็น​โอกาส​ให้​ดาวเรือง​ลาก​ไอ้​เพี้ยน​หนี​รอด​ไป​ได้

ส่วน​วรรณ​ก็​อาศัย​ความ​หล่อ​ที่​เสมอ​ใจ​หลง​รัก ปะเหลาะ​ไม่​ให้​เธอ​ปากโป้ง​บอก​ใคร​เรื่อง​พวก​ตน​ขโมย​เครื่อง​ปั่นไฟ​วัด ความ​รัก​ที่​มี​ต่อ​วรรณ​ทำให้​เสมอ​ใจ​ปด​พวก​ปลัด​จิ๋น​ที่​วิ่ง​มา​จน​สับสน​ว่า​เห็น​ขโมย 3 คน แล้ว​เปลี่ยน​เป็น 2 คน จน​ลด​ลง​เหลือ​คน​เดียว แต่​ไม่​ว่า​เสมอ​ใจ​จะ​ปด​อย่างไร หลวง​ตา​คง​ก็​เดา​ได้​ว่า​ต้อง​เป็น​พวก​ ไอ้​วรรณ​แน่ๆ!

“เรือง​ล่ะ” ปลัด​จิ๋น​นึก​ขึ้น​ได้ กำจร​พูด​ขำๆว่า มัน​คง​อยู่​รอ​ให้​ปลัด​จับ​หรอก ป่านนี้​เอา​โพย​ไป​ส่ง​เจ้ามือ​ถึง​ไหน​ต่อ​ไหน​แล้ว ปลัด​จิ๋น​เสียดาย​ที่​มัว​วุ่น​กับ​หัวขโมย

ที่​เสมอ​ใจ​เล่า​อย่าง​สับสน​ไม่ได้​เรื่อง​ได้​ราว แล้ว​ยัง​ปล่อย​ให้​คน​เดิน​หวย​หนี​รอด​ไป​ด้วย เหมือน​จับ​ปลา​สอง​มือ​เลย​ไม่ได้​สัก​มือ!

ooooooo

เอา​โพยหวย​ไป​ส่ง​แล้ว ดาวเรือง​เดิน​คุย​ฟุ้ง​มา​กับ​ไอ้​เพี้ยน เจอ​วรรณ​เอา​โทรศัพท์​มือ​ถือ​ใส่​หน้ากาก​ชมพู​แป​ร๋น​มา​ยื่น​ให้​ตรง​หน้า คุย​โว​ว่า​ซื้อ​มา​สอง​เครื่อง​เป็น​แพ็กเกจ​ข้าว​ใหม่​ปลา​มัน

ดาวเรือง​ฟัง​ธง​ว่าว​รรณ​ต้อง​ไป​ขโมย​มือ​ถือ​มา​แน่ๆ ไอ้​กรอด​เถียง​แทน​ว่า​ไม่ได้​ขโมย​แต่​วรรณ​ถูก​หวย เลย​ถูก​ดาวเรือง​จับ​ได้​ว่า จะ​ถูก​ได้​ไง​ใน​เมื่อ​วัน​นี้​หวย​ยัง​ไม่​ออก วรรณ​เลย​ยัด​โทรศัพท์​ใส่​มือ​ให้​แล้ว​เดิน​หนี ดาวเรือง​เอา​ไป​โยน​ทิ้ง​ถัง​ขยะ สั่ง​ไอ้​เพี้ยน​ห้าม​ไป​เก็บ​มา​เด็ดขาด เดี๋ยว​เจอ​ข้อหา​รับ​ซื้อ​ของโจร

พอก​ลับ​ถึง​บ้าน เจอบานชื่น​มา​รอ​รับหน้า​บอกบุญ​ไม่​รับ​ถาม​ว่า​ไป​ก่อ​เรื่อง​อะไร​มา​อีก มอง​เข้าไป​เห็น​พระครู​จ้อย​นั่ง​อยู่ พระครู​จ้อย​บอก​ว่า​เครื่อง​ปั่นไฟ​วัด​ถูก​ขโมย เชื่อ​ว่า​เป็น​ฝีมือ​วรรณ​กับ​พวก เห็น​วรรณ​เกรงใจ​ดาวเรือง​มาก​เลย​อยาก​ขอ​ให้​ไป​ช่วย​พูด​ให้​เอา​เครื่อง​ปั่นไฟ​มา​คืน​ด้วย ดาวเรือง​รับปาก​ทันที

ดาวเรือง​ไป​ที่​บ่อน​ไก่​ที่​ผู้ใหญ่​ผัน​พ่อ​ของ​วรรณ​เป็น​ขาประจำ เพื่อ​จะ​แจ้งความ​เรื่อง​เครื่อง​ปั่นไฟ​วัด​หาย ผัน​กำลัง​มัน​กับ​การ​ชน​ไก่​ไม่​รับ​แจ้ง​โบ้ย​ให้​ไป​แจ้ง​จ่า​แม่น​แทน

“อ้าว...แล้ว​หมู่​บ้าน​นี้​มี​ผู้ใหญ่​ไว้​ทำ​อะไร​ล่ะ ชน​ไก่​กับ​หา​เมีย​ให้​ครบ​สิบ​คน​งั้น​เหรอ”

ผู้ใหญ่​ผัน​สะดุ้ง​เพราะ​ตอน​นี้​มี​เมีย​อยู่​แล้ว 9 คน ตัดบท​ว่า​จะ​แจ้ง​อะไร​ก็​ว่า​มา พอ​ดาวเรือง​แจ้งความ​ผู้ใหญ่​กลับ​ไม่​เชื่อ​ว่า​ไอ้​วรรณ​จะ​เป็น​ขโมย ดาวเรือง​บอก​ว่า​ใน​เมื่อ​กฎหมาย​ยัง​เล่น​งาน​คน​ผิด​ไม่ได้​ตน​ก็​จะ​ใช้​กฎ​แห่ง​กรรม​แก้ขัด​ไป​ก่อน

แล้ว​เย็น​นี้ วรรณ​ก็ได้​รับ​กฎ​แห่ง​กรรม​ของ​ดาวเรือง​จริงๆ โดย​ไป​ดัก​กลาง​ทาง​พอ​ไอ้​เพี้ยน​ส่ง​สัญญาณ​ว่า​พวก​วรรณ​ขี่​มอเตอร์ไซค์​มา​แล้ว ดาวเรือง​ก็​ตบ​ตูด​ควาย​ขี่​พุ่ง​ไป​ขวาง ทำให้วรรณ​กับ​ลูกน้อง​ตกลง​ไป​ใน​ปลัก​ควาย พอก​ลับ​ถึง​บ้าน​เจอ​ผู้ใหญ่​ผัน​กำลัง​อาบ​นํ้า​อยู่​ก็​ขอ​อาบ​ด้วย​คน​พอ​ราด​นํ้า​ใส่​ตัว​ก็​คัน​กัน​คะเยอ เพราะ​ใน​ตุ่ม​มี​หมามุ่ย​โรย​อยู่​เต็ม​ไป​หมด ผู้ใหญ่​ผัน​รู้ทันที​ว่า​ต้อง​เป็น​ฝีมือ “ไอ้​เรือง” แน่ๆ

ปลัด​จิ​นต​วัฒน์ นอกจาก​ได้​ฟัง​เรื่องราว​ของ​นักเลงใหญ่​ดาวเรือง​แล้ว ยัง​เห็น​ด้วย​ตา​ตัว​เอง​มา​ครั้ง​แล้ว​ครั้ง​เล่า ถึง​กับ​ส่าย​หน้า​อย่าง​เหนื่อย​ใจ แต่​เมื่อ​จะ​ปราบ​นักเลง​ใหญ่​ก็​ต้อง​รู้จัก​ให้​ถ่องแท้ จึง​ขอ​ให้​จ่า​แม่น​คน​เก่า​แก่​ที่​รู้จัก​ดาวเรือง​ดี​เล่า​ให้​ฟัง

จ่า​แม่น​กระแอม​กระ​ไอ​เตรียม​คอ​เล่า​เต็มที่ ร่าย​ยาว​ตั้งแต่​ชื่อ​ดาวเรือง บานชื่น ไป​จนถึง​ชื่อ​ตา​ยายและ​ญาติ​ฝั่ง​พ่อ ทุก​คน​ล้วน​มีชื่อ​เป็น​ดอกไม้ จน​ปลัด​จิ๋​น

บอก ​ให้​พอ ​รู้​แล้ว​ว่า​พวก​นี้​ตระกูล​ดอก​ทั้งนั้น ให้​เล่า​เรื่อง​ดาวเรืองต่อ

“ไอ้เรืองกับแม่เปิดร้านขายอาหารเล็กๆ อยู่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน” บอกปลัดว่าถ้าอยากรู้ว่าไอ้เรืองมันร้ายขนาดไหน เดี๋ยวจะเอาแฟ้มประวัติให้ดู พอดีมีโทรศัพท์เข้ามา คุยกันครู่หนึ่ง จ่าแม่นเอาแฟ้มเก็บบอกว่าไม่ต้องอ่านแล้ว ไปดูของจริงกันเลยดีกว่าว่าไอ้เรืองมันร้ายขนาดไหน

ปลัดจิ๋นถามว่าดาวเรืองไปก่อเรื่องอะไรอีกหรือ จ่าแม่นบอกว่า

“มันลอบทำร้ายครอบครัวผู้ใหญ่ผัน แล้วยังฝ่าฝืนทำผิดกฎหมายกลางวันแสกๆ”

ปลัดเดินตามจ่าแม่นไปอย่างไม่อยากเชื่อว่า ดาวเรือง ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้จะมีพิษสงร้ายกาจขนาดนี้

ooooooo

บ้านดาวเรืองที่อยู่หลังร้าน เปิดเป็นบ่อนเล่นกันในหมู่คนสนิท โดยเฉพาะบรรดาเมียๆของผู้ใหญ่ผันพากันมาผ่อนคลายที่นี่

แต่วันนี้ไม่ได้ผ่อนคลายอย่างทุกวัน เพราะกำจรกับจ่าแม่นพาปลัดจิ๋นมาเยี่ยมเยือนชาวบ้านเจอเข้าพอดี พวกขาไพ่เลยแตกกันกระเจิง

ดาวเรืองขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้านมากับไอ้เพี้ยนอย่างเบิกบานหัวใจหัวเราะร่าเมื่อนึกเห็นภาพพวกบ้านผู้ใหญ่ผันคันคะเยอ สะใจว่าคงเกากันถลอกปอกเปิกหมดแล้ว

“ไอ้เรือง!! เกิดเรื่องแล้ว!!” เสมอใจขี่รถสวนมาตะโกนบอก แล้วจอดรถบอกเรื่องที่จ่าแม่นบุกจับ บ่อนแตกขาไพ่หนีกันกระเจิง

ดาวเรือง ไอ้เพี้ยนและเสมอใจตามไปที่ห้องประชุม สน.ดอนพัฒนา เจอพวกขาไพ่กำลังโต้เถียงกันเองบ้าง กับตำรวจบ้าง ผู้ใหญ่ผันพาร่างที่เกาจนแดงเถือกขึ้นโรงพักพร้อมกับวรรณและไอ้แหลม ไอ้กรอด เพื่อแจ้งความ มาจ๊ะกับแม่เวียงเมียเบอร์หนึ่งกับพวกขาไพ่รวมทั้งบานชื่น ผู้ใหญ่บอกว่า

“พี่จะมาแจ้งจับไอ้เรือง เพราะมันเอาหมามุ่ยมาใส่โอ่งน้ำให้พี่กับไอ้พวกนี้อาบ เห็นไหมผื่นขึ้นเต็มตัวเหลือแต่ลูกตา”

“ใส่ความลูกฉันอีกแล้ว  รู้ได้ยังไงว่าไอ้เรืองมันเป็นคนทำ” บานชื่นโต้ทันควัน

“ลูกสาวตัวดีหายหัวไปไหนล่ะพี่บาน ไหนคุยว่าจั่วจนเหนียงยานก็ไม่ถูกจับไง มันหายไปไหนหา! ไอ้เรืองน่ะ” บุญปลีกเมียอันดับกลางๆของผู้ใหญ่ผันไล่บี้บานชื่น

“ฉันอยู่นี่” ดาวเรืองเดินเข้ามาพร้อมเสมอใจกับไอ้เพี้ยน กวาดตาถามกร้าว “ใครหน้าไหน มันกล้ามาจับ แม่ข้า”

บรรดาผู้ชายทั้งอกสามศอกและอกเหี่ยวๆ ปฏิเสธกันวุ่นวาย ผู้ใหญ่ผันบอกว่า ตนแจ้งแต่ไม่ได้จับ จ่าแม่นบอกว่า ตนรับแจ้งแต่ไม่ได้เป็นคนจับ กำจรบอกว่าข้าจับน้าไหว ไม่ได้จับน้าบาน

“ถ้างั้นใครจับแม่บานของข้า” ดาวเรืองเสียงเขียวตาขวางมองไล่ไปทีละคน

“ฉันเอง” ปลัดจิ๋นเข้ามาเผชิญหน้า ดาวเรืองหัวหมอถามว่าหลักฐานอยู่ไหน ปลัดชี้ไปที่ห้องบอกว่าอยู่โน่น ไปดูให้เห็นกับตาเลย สมองดาวเรืองทำงานอย่างฉับไว มีเสมอใจกับไอ้เพี้ยนคอยประสานอย่างรู้ใจกัน

เสมอใจทำเป็นร้องปวดท้องจะเป็นจะตายให้ได้ พอทุกคนหันมอง ไอ้เพี้ยนก็วิ่งพรวดเข้าไปกวาดหลักฐานทุกอย่างใส่ถุงก๊อบแก๊บกระโดดหน้าต่างหนี แต่ปลัดจิ๋นรู้ทันตาไว ออกวิ่งไล่ตามไปจนไอ้เพี้ยนหกล้ม ปลัดเลยคว้าถุงหลักฐานมาได้

ส่วนเสมอใจที่ปวดท้องแทบตาย พอเห็นไอ้เพี้ยนขโมยหลักฐานไปได้ก็หายปวดเป็นปลิดทิ้งจนทุกคนแปลกใจ

จ่าแม่นท้าทุกคนให้ไปดูหลักฐานในห้อง แต่เปิดประตู เข้าไปเจอแต่โต๊ะเปล่า ทำเอาทั้งโจทก์และจำเลยตะลึงอึ้ง

ดาวเรืองเหล่มองจ่าแม่นยักคิ้วแผล็บยิ้มหวานทำหน้าเนียนๆ

ooooooo

เมื่อไม่มีหลักฐาน ขาไพ่ทั้งหมดจึงเดินลอยชายลงจากโรงพัก ต่างบ่นกันอุบว่าเสียเวลาจั่ว เวียงเมียเบอร์หนึ่งของผู้ใหญ่ผินบอกว่าจะฟ้องกลับจ่าแม่น

“ที่แท้ก็ผู้ใหญ่นี่เองที่เป็นตัวการ ไหนคุยออกลั่นทุ่งว่าถ้าไม่มีหลักฐานก็แจ้งจับใครไม่ได้ไง แล้วไหนล่ะหลักฐาน” ดาวเรืองเย้ย

“นี่ไง ไพ่ 2 สำรับ ครบเซ็ต” ปลัดจิ๋นบอกพลางยื่นถุงก๊อบแก๊บใส่ไพ่ให้ดู ทุกคนหันมองอึ้ง

สุดท้าย ดาวเรืองก็ต้องจ่ายค่าปรับให้จ่าแม่นตามระเบียบ แต่ไม่วายพูดไว้เชิงว่า “วันพระไม่ได้มีหนเดียว” วรรณอ้อนดาวเรืองว่า “จะโกรธพ่อข้าก็โกรธไปนะไอ้เรือง แต่อย่าโกรธข้านะ ข้าทำใจไม่ได้”

“เอ็งก็เอาเครื่องปั่นไฟไปคืนวัดสิ” ดาวเรืองได้ที วรรณรับปากทันที แต่ไอ้แหลมสวนไปเสียงดังแก้ต่างว่า พี่วรรณไม่ได้เอาไปแล้วจะให้เอาที่ไหนไปคืน ไอ้เพี้ยนพูดอย่างรู้ทันว่าเอาไปตึ๊งไว้ที่ไหนก็ไปเอาคืนที่นั่นแหละ

“ข้าขอประกาศไว้ตรงนี้เลยนะว่า ถ้าไอ้พวกโจรห้าร้อยยังไม่เอาของกลางไปคืนวัด ข้าจะทำให้พวกมันร้อน รนทุรนทุรายยิ่งกว่าเจอหมามุ่ยร้อยเท่าพันเท่า” ผู้ใหญ่พันทำหน้าตายถามดาวเรืองว่าใครเจอหมามุ่ย ใครคัน

ดาวเรืองท้าว่าอยากลองดีก็เอา คราวนี้จะเอาให้หนังพองน้ำเหลืองกระจายเลยคอยดู ผู้ใหญ่ฉุนขาดปรามดาวเรืองกับบานชื่นว่า “มันจะมากไปแล้วนะเว้ย แม่ชื่นทำไมไม่รู้จักสั่งสอนลูกตัวเองมั่ง”

“ทำไมจะไม่สอน ฉันสอนให้มันรู้ดีรู้ชั่วอยูุ่ทุกวัน ใครทำดีก็ยกย่อง ใครทำชั่วก็ต้องประจาน ผู้ใหญ่ไม่ได้ทำชั่วแล้วจะเดือดร้อนทำไม” บานชื่นศอกกลับ

“ไอ้พวกขโมยของวัดนั่นต่างหากที่มันชั่ว ถ้าพ่อแม่มันไม่สั่งสอนก็ให้ไอ้เรืองมันสั่งสอนก็ถูกแล้วไง” เวียงโพล่งขึ้น

“แต่เธอจะไปลงโทษใครโดยไม่มีหลักฐานไม่ได้นะ ดาวเรือง” ปลัดจิ๋นเตือน

“ฉันรู้แล้ว ถ้าไม่มีหลักฐานแล้วนายจะทำให้ฉันหมดตัวได้อย่างวันนี้เหรอ” ดาวเรืองประชดจ้องจิกตาแทบถลน

ooooooo

การที่ปลัดจิ๋นทำให้ดาวเรืองเสียรังวัดได้คราวนี้ ทำให้ทั้งกำจรและจ่าแม่นตัวพองขึ้นเป็นกอง ต่างตัดสินใจจะร่วมมือกันจับทุกคนที่ทำผิดกฎหมายที่บ้านดอนล้อมแรดให้หมด

แม้จะฮึกเหิมกับผลงานแรก แต่ทั้งกำจรและจ่าแม่นต่างก็แอบเหล่ปลัดจิ๋นทำนองว่า อุดมการณ์เว่อร์แต่จะอยู่ได้สักกี่น้ำกัน

ปลัดจิ๋นยังเรียนรู้ความเป็นมาของผู้คนในหมู่บ้านจากกำจรต่อไป กำจรเล่าอย่างผู้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังคนในหมู่บ้านดีว่า “ตอนที่แก๊งผู้สูงอายุยังรุ่นๆ ผู้ใหญ่ผัน หลวงตาคง จ่าแม่น เคยแข่งกันจีบน้าบานชื่น แม่ของไอ้เรืองมันครับ แต่สุดท้ายก็แห้วรับประมาณกันทุกคน เลยเป็นไม้เบื่อ

ไม้เมากันมาจนทุกวันนี้”

ปลัดจิ๋นติงว่าถ้าผู้ใหญ่ทำตัวให้น่าเคารพเด็กอย่างดาวเรืองก็คงไม่กล้าก้าวร้าว กำจรเลยชำแหละแต่ละคนให้ฟังว่า ผู้ใหญ่ผันแกเป็นคนเรื่อยๆ เฉื่อยๆ ว่าไงว่าตามกัน ไม่ทำอะไรจริงจังนอกจากเลี้ยงไก่ หลวงตาคงหลังจากอกหักก็หันมาทำให้คนหลงใหลศรัทธาด้วยการเป็นร่างทรง ส่วนจ่าแม่นนั่นก็สุดโต่ง พอพ่ายรักก็ตามล้างตามเช็ดลูกเดียว

“ถ้างั้นเรื่องที่ผู้ใหญ่ผันบอกว่าดาวเรืองเอาหมามุ่ยไปใส่ในตุ่มน้ำก็น่าจะใช่เรื่องจริง”

“โอ๊ย...ผมว่าจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อกี้เราเจอมันแหวกดงหญ้าออกมาแถวๆ นี้จำได้ไหมครับ นั่นแหละครับ ลึกเข้าไปในนั้นมันคือดงหมามุ่ย คุณปลัดคิดว่ามันเข้าไปปลูกหรือเข้าไปเก็บมาแกล้งคนล่ะครับ ไอ้เรืองมันแสบจะตาย”

“แต่ยังไงเขาก็ยังเด็ก” ปลัดจิ๋นติง กำจรแค่นหัวเราะทวนคำปลัดว่า...ไอ้เรืองมันยังเด็ก หึๆๆๆ!

ooooooo

โรส หรือ สุดาวดี ดารานางแบบชื่อดัง คนรักของจินตวัฒน์ สั่งน้ำหวานผู้จัดการส่วนตัวให้คอยรับโทรศัพท์ของคนรัก แต่จิ๋นก็ไม่โทรมาสักทีเลยพาลหงุดหงิดใส่น้ำหวานไปด้วย

สั่งน้ำหวานว่าอย่าลืมตามหมอนวดไปที่ห้องด้วย ทันใดก็มีเสียงไอโฟนของโรสดังขึ้น น้ำหวานรีบหยิบขึ้นมาดู หน้าจอดับวูบไปทันที ปรากฏว่าแบตหมด น้ำหวานเลยหย่อนใส่กระเป๋าไว้ หันไปรับอีกสายคุยเจ๊าะแจ๊ะจนลืมไอโฟนไปเลย

เรื่องที่จิ๋นฝากให้จันทราช่วยทำคือให้เอาช่อดอกไม้ไปให้โรสแทนคำขอโทษและความคิดถึง จันทราจึงให้พฤกษ์เอาไปให้ พฤกษ์ไปถึงสตูดิโอที่ถ่ายแบบโฆษณา มองหาห้องแต่งตัวที่เขียนชื่อหน้าห้องไว้ว่า “โรส” พฤกษ์เคาะประตู ได้ยินเสียงอนุญาตให้เข้า จึงเดินเข้าไปมองสำรวจ

ทันใดนั้นเอง โรสในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำเดินตรงมาที่เตียงโยนเสื้อคลุมอาบน้ำไปที่เก้าอี้แล้วไปนอนคว่ำที่เตียง

พฤกษ์ตะลึงตาโต ส่วนโรสนึกว่าเป็นหมอนวด เธอสั่งให้นวดต้นคอก่อน พฤกษ์พูดตะกุกตะกักว่าตนนวดไม่เป็น โรสหันมองเห็นเป็นชายหนุ่มก็ร้องกรี๊ดๆ ไล่ตะเพิดให้ออกไปตนต้องการหมอนวดผู้หญิง พฤกษ์พยายามบอกว่า คุณจิ๋นให้เอาดอกไม้มาให้แต่ไม่มีโอกาสพูดเพราะ

โรสอาละวาดจนต้องรีบออกจากห้องไป

ออกมาเจอครีเอทีฟ พฤกษ์บอกว่าตนไม่เจอคุณโรส ครีเอทีฟมองหาเห็นน้ำหวานเดินมาพอดีเลยชี้ให้ไปหาคนนั้น พฤกษ์นึกว่าเป็นโรสเอาดอกไม้ไปให้บอกว่า

“ผมเอาดอกไม้จากคุณจิ๋นมาให้คุณโรสครับ”

ทำเอาน้ำหวานตะลึงพรึงเพริดที่มีชายหนุ่มหล่อให้ดอกไม้ ทำชมดชม้อยอ่อยแต่พฤกษ์สำรวมขอตัวกลับ

ooooooo

เพราะผู้ชายทั้งบ้านโดนหมามุ่ยคันคะเยอเกาจนแดงเถือก ไสวสาวโสดหมอสมุนไพรในหมู่บ้านจึงเอาเทียนขี้ผึ้งมารักษา มาถึงก็สั่งผู้ใหญ่ผัน วรรณ ไอ้แหลมและไอ้กรอดให้แก้ผ้า

สามชายตาเหลือกแต่ทนอายดีกว่าทนคันเลยทำหน้าด้านแก้ผ้านอนเรียงกันเป็นตับ อ้วนบ้าง ผอมบ้าง เหี่ยวบ้าง ไสวฮิฮะที่ได้เห็นผู้ชายนอนแก้ผ้าทีเดียวถึง 4 คน ทั้ง 4 ถูกไสวเอาขี้ผึ้งรนไฟกลึงไปตามตัวจนร้องโอดโอยกันเป็นแถว

ที่ใต้ถุนบ้าน ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนแอบดูแอบฟัง เอามือปิดปากหัวเราะกันครืดๆ ไอ้เพี้ยนกระซิบว่า คราวนี้คงเข็ดกันไปอีกนาน แต่ดาวเรืองบอกว่าแค่เข็ดยังไม่พอ ต้องเอาให้หลาบจำด้วย

ตกกลางคืน วรรณถือตะเกียงให้ไอ้แหลมกับไอ้กรอดแบกเครื่องปั่นไฟไปคืนวัด วรรณบ่นอย่างเจ็บใจว่า

“เพราะหลวงตาคนเดียวแท้ๆ ที่เอาน้ำมันพรายมาหลอกทำให้ไอ้เรืองโกรธข้า มันทำให้ข้าต้องขโมยเครื่องปั่นไฟไปซื้อโทรศัพท์ง้อไอ้เรือง ฝากไว้ก่อนเถอะหลวงตากลับออกมาจากวัดเมื่อไหร่ เจอดีแน่!”

“หน็อยไอ้วรรณ กล้ามาลบหลู่หลวงตาคง! หึๆๆ!!” หลวงตาคงเดินออกจากเงามืดจิกตา ตามทั้งสามไป

ooooooo

วิธีทำให้พวกวรรณหลาบจำของดาวเรือง คือทำผีเปรตหลอกทั้งสามขณะเดินผ่านป่าช้าจนทั้งสามวิ่งหนีกันตับแลบ เท่านั้นไม่พอ ดาวเรืองจะเอาให้หัวโกร๋นอีก ทำท่าขึงขังบอกไอ้เพี้ยนว่า ต้องโอบหลังแล้วตามตลบหน้าอีกที

คราวนี้ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนใช้หน้ากากยางผีสาวผมยาวมากับลูกคือผีไอ้เพี้ยนพุงพลุ้ย ยังไม่ทันได้หลอกก็เห็นสามตัวแสบวิ่งหน้าตั้งมากัน ดาวเรืองสงสัยว่าพวกนั้นหนีอะไรมา

แต่พอหันมาเห็นผีหัวขาดถือเคียวเปื้อนเลือด ผีดาวเรืองกับผีไอ้เพี้ยนก็ตาเหลือกนึกว่าเจอของจริงเข้าแล้ว ส่วนผีหัวขาดก็ชะงักกึกเมื่อเห็นผีสองแม่ลูก ผีทั้งสามตัวเลยร้องเสียงใครเสียงมันไม่เป็นภาษาหันหลังโกยแนบไปคนละทาง

เป็นคืนที่ปลัดจิ๋นชวนกำจรไปเยี่ยมกำนันเทิ้มเพราะอยากรู้ว่าใครไล่ยิงแก กำจรไม่อยากไปเพราะทางนั้นต้องผ่านป่าช้าปลัดจิ๋นบอกว่างั้นก็กลับไปก่อนตนเดินไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ถึงเอง แต่กำจรก็ไม่กล้ากลับคนเดียวเลยต้อง ตามไปด้วยเจอพวกวรรณวิ่งหนีผีมา ผีผมยาววิ่งไล่ตาม ปลัดจิ๋นเจอผีผมยาวเข้าอย่างจังคว้าหน้ากากผีติดมือมาได้

ปลัดจิ๋นมองหน้ากากผีในมือคิดจะจับผีปลอมให้ได้วิ่งไล่ตามไปคว้าขาดาวเรืองไว้ได้แต่รองเท้าเพราะดาวเรืองดิ้นหลุดไปได้ พอลุกจะตามผีสองแม่ลูกก็หายไปแล้ว ปลัดจิ๋นจับผีปลอมไม่ได้ พึมพำอย่างเจ็บใจ “ใครวะ!!”

ส่วนหลวงตาคงกลับถึงสำนักขึ้นบันไดไม่ไหวเลยนั่งหอบที่เชิงบันไดบ่นอย่างเจ็บใจ

“จะจัดการไอ้วรรณสักหน่อย ดั๊น...โดนหลอก ซะเอง...กู!”

ooooooo

เช้ามืดวันนี้ ขณะเวียงกับบุญปลีกบุญปลอด เมียผู้ใหญ่ผันจะไปใส่บาตร ต่างพากันตกใจร้องกรี๊ด เมื่อเห็นวรรณ ไอ้แหลมไอ้กรอด ตาลอย ขอบตาบวมคล้ำ ผมตั้งเด่ นอนเรียงเป็นตับอยู่ที่ระเบียง

ผู้ใหญ่ผันได้ยินเสียงร้องออกมาดู พอเห็นทั้งสาม นอนเหมือนศพอยู่ที่ระเบียงก็ร้องบอกบุญปลอดให้ตามคนมาหามไปวัด ทั้งสามสะดุ้งบอกว่าพวกตนยังไม่ตาย ผู้ใหญ่บอก ว่าไปวัดให้หลวงพี่จ้อยกับตาคงดูว่าพวกนี้ไปโดนอะไรมา

ส่วนดาวเรืองกลับไปนอนให้บานชื่นทำแผลที่ฝ่าเท้าโดนบานชื่นบ่นก็อ้างว่าตนทำเพื่ออบรมสั่งสอนคนผิดให้กลับใจ ไอ้เพี้ยนขัดคอว่า เยอะไปหรือเปล่าเลยโดนหลอกเสียเองจนวิ่งกันป่าราบ ดาวเรืองโทษว่า

เพราะไอ้ปลัดนั่น ถ้าไม่มาดึงขาตนไว้รองเท้าก็ไม่หลุด บาทาก็ไม่แตกแบบนี้ บ่นอย่างหงุดหงิดว่า

“คู่เก่งด้วย วิ่งหนีไอ้จ่าแม่นรอดมาได้ทุกครั้ง

ก็เพราะไอ้คู่นี้ ไม่รู้หลุดไปตอนไหน เพราะไอ้ปลัดขี้ไก่นั่นคนเดียว!”

พอบานชื่นทายาพันแผลให้เสร็จ ดาวเรืองก็ลาก ไอ้เพี้ยนออกไป บอกแม่ว่าจะไปดูลาดเลา เพราะตอนบ่าย ต้องเอาเหล้าไปส่งเจ๊กฮวด บานชื่นเตือนว่า “ระวังให้ดีล่ะ”

“เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะน่า” พูดแล้วหยิบรองเท้าผ้าใบเน่าๆอีกข้างมาใส่แทนข้างที่หาย เดินกร่างไปกับไอ้เพี้ยน

ฝ่ายปลัดจิ๋น เอารองเท้าที่ยึดได้มานั่งพิจารณา ว่ารองเท้าเบอร์เล็กขนาดนี้ต้องเป็นรองเท้าผู้หญิงแน่ พอดีกำจรเดินมาเห็นร้องถาม “อ้าว...รองเท้าไอ้เรืองมาอยู่นี่ได้ไง” ปลัดจิ๋นถามว่าแน่ใจหรือว่าเป็นของดาวเรือง “แน่ใจสิครับ ใครมันจะอุตริวาดรูปกระดูกไขว้กะโหลกไว้ที่รองเท้าอย่างมันล่ะ มันบอกทำสัญลักษณ์ไว้ใครขโมยไปจะได้ตามไปตั๊นหน้าถูกคน”

“งั้นเหรอ...” ปลัดจิ๋นยิ้มกริ่ม ที่รู้ตัวจำเลย โดยไม่ต้องเสียเวลาสืบ

บานชื่นกังวลกลัวปลัดจะมาเอาเรื่องลูก ดาวเรืองพูดอย่างไม่ยี่หระว่าตนหลอกผีไอ้วรรณ ปลัดเสล่อโผล่มาเองจะมาเอาเรื่องกันได้ไง พูดไม่ทันขาดคำ ปลัดจิ๋นกับกำจรก็มาที่ร้าน กำจรสั่งกาแฟ 2 ดาวเรืองชงกาแฟ ไปก็สั่งไอ้เพี้ยนไปว่า

“ไอ้เพี้ยน เสิร์ฟแล้วเก็บตังค์เลย งดเชื่อเบื่อทวง” ปลัดจิ๋นถามว่าเท่าไหร่ คอกาแฟที่นั่งอยู่บอกพร้อมกันว่า 20 บาท

“40!” ดาวเรืองเสียงดัง กำจรแย้งว่าแก้วละ สิบบาทสองแก้วจะสี่สิบได้ไง ดาวเรืองแถว่าขึ้นราคาแล้ว แก้วละยี่สิบโวยว่าของทุกอย่างขึ้นราคาจะให้ขายราคาเดิมได้ไง ถามว่าจะกินหรือไม่กินถ้าไม่กินจะได้เทให้หมากิน

“ผมบอกแล้วว่าที่นี่มันเสื่อม ผมชงให้กินที่อำเภอก็ได้ มานั่งกินนี่ให้มันด่าทำมั้ย...” กำจรบ่นเบาๆ

ขณะนั้นเอง บุญปลีกขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมา บานชื่นตะโกนถามไปไหน ไม่แวะมาจั่ว...เอ๊ย...กินน้ำก่อนรึ

“แวะไม่ได้แล้ว ฉันต้องรีบไปดูก่อนว่าหลวงตาคงอยู่ที่สำนักหรือเปล่า พอดีมีเรื่อง”

ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนหูผึ่งวิ่งออกมาฟังหันยักคิ้วแผล็บให้กัน แต่ไม่พ้นสายตาของปลัดจิ๋นที่จับจ้องอยู่ข้างหลัง

วรรณ ไอ้แหลม ไอ้กรอด ถูกหามมาที่สำนักหลวงตาคงมีผู้ใหญ่ผัน เวียง บุญปลีกบุญปลอด นั่งล้อมวงอยู่ พระครูจ้อย ดาวเรือง กับไอ้เพี้ยนตามมาสังเกตการณ์ห่างๆ ส่วนปลัดจิ๋นกับกำจรยืนอยู่ตรงข้ามกับดาวเรือง

หลวงตาคงบอกว่าทั้งสามคนโดนสิ่งเร้นลับลงโทษคือวิญญาณเจ้าที่ เจ้าปู่ทรงเคียว เจ้าแม่จูออน และกุมารอ้วนพี

“เป๊ะเลย...มีไอ้ผีเด็กอ้วนนั่นด้วย” วรรณผวาเฮือก พอเห็นดาวเรืองก็ถามว่าเป็นห่วงตนใช่ไหม ดาวเรืองบอกว่ามาดูเผื่อตายจะได้อโหสิกรรมให้แต่ต้องสารภาพกับเจ้าแม่ก่อนว่าทำผิดอะไรมา

“การได้สติรู้สำนึก มีค่ามากกว่าคำพูดที่เปล่งออก มาโดยขาดสำนึกนะไอ้เรือง” พระครูจ้อยติง

หลวงตาคงทำพิธี พูด ทำนายไปตามที่ตัวเองทำ และเห็นที่ป่าช้า ถูกดาวเรืองจับได้ว่าหลวงตาพูดมั่ว แต่หลวงตาคงก็อ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จับต้องไม่ได้ เถียงไม่ได้มาอ้างเอาตัวรอดไปได้ตามเคย

“ที่นี่มีทุกอย่างยันผี...แสบจริงๆ” ปลัดจิ๋นที่มีทั้ง หลักฐาน เห็นทั้งของจริงและฟังหลวงตาคงมั่ว ส่ายหน้าพึมพำ อย่างหนักใจ

ooooooo

ตอนที่ 1

จินตวัฒน์ วิโสภา หรือ จิ๋น หนุ่มวัย 30 จบรัฐศาสตร์การปกครอง สอบเป็นปลัดด้วยอุดมการณ์ที่จะ พัฒนาท้องถิ่นสืบสานงานต่อจากพ่อที่เสียชีวิตในหน้าที่

จิ๋นขับรถทะเบียน ดล208 กรุงเทพมหานคร

จากกรุงเทพฯ บ่ายหน้าไป “บ้านดอนล้อมแรด” ไปรับหน้าที่ปลัดคนใหม่ที่นั่น เขาขับรถสบายๆ ฟังเพลงอารมณ์ดี ผ่านทุ่งนา ไร่อ้อย สันเขื่อน และความงามของธรรมชาติสองข้างทาง

เสียงมือถือดังขึ้น เขาหรี่เสียงเพลงในรถเบาลง พูดกับปลายสายอย่างขี้เล่นติดตลกว่า

“เกือบถึงแล้วครับแม่...ถ้าไม่หลงเข้าตะเข็บชายแดนทะลุเขมรไปซะก่อน”

“พูดเป็นเล่น อย่าลืมที่แม่บอกนะลูก” จันทราผู้เป็นแม่ที่เปิดร้านขายดอกไม้ คุยกับจิ๋นไปก็จัดดอกไม้ให้ลูกค้าไป

จิ๋นหยิบแผนที่ที่ทางอำเภอแฟกซ์มาให้ ตาดูปากก็เลียนเสียงแม่ที่สั่งเขาก่อนออกเดินทางว่า

“ถึงแล้วก็รีบไปหานายอำเภอกับคุณนายฤดีทันที ห้ามเถลไถลไปไหนเป็นอันขาด แล้วถ้าไม่จำเป็นก็อย่าออกไปไหนมาไหนคนเดียวด้วย”

“จินตวัฒน์!!” จันทราเรียกปรามลูกชายที่ทะเล้นทำเสียงล้อเลียน

“ผมล้อเล่น...อย่าโกรธสิครับแม่ เดี๋ยวแก่เร็วไม่รู้ด้วยนะ” จิ๋นไม่วายหยอกแม่ประสาลูกขี้อ้อน ขับไปอีก จนเจอป้ายบอกทางเข้า “บ้านดอนล้อมแรด” จิ๋นบอกแม่ว่า “ผมเจอทางเข้าแล้วครับแม่ คิดว่าไม่เกินยี่สิบนาทีก็น่าจะถึงแล้ว แม่ไม่ต้องห่วงนะ รับรองผมถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพแน่นอนครับ”

“ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง” จันทราอดถามอย่างเป็นห่วงไม่ได้ จิ๋นบอกแม่ว่า เจริญ ถนนหนทางสะดวกมาก บอกแม่อย่างนั้นทั้งๆ ที่กำลังขับไปบนถนนลูกรัง เป็นหลุมเป็นบ่อรถกระแทกเสียจนหัวแทบกระเด็นจากบ่า

ระหว่างนั้น จิ๋นเห็นมอเตอร์ไซค์ 3 คันกำลังบิดไล่กันมาฝุ่นตลบ ทุกคนสวมหมวกกันน็อก ใส่เสื้อผ้ามิดชิด แต่ก็ดูออกว่าคันแรกเป็นเด็กผู้หญิงมีเด็กชายซ้อนท้ายมืออุ้มตะกร้าใส่ดอกดาวเรืองพูน สองคันหลังเป็นชาย โดยคันสุดท้ายมีคนซ้อนไม่ใส่หมวกกันน็อกแต่งชุดดำมีผ้าโพกปิดหน้าปิดตามิดชิด ท่าราวกับมือปืน พอรถแซงขึ้นไป คนที่ซ้อนท้ายก็หันมาแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ จิ๋นหัวเราะอย่างเอ็นดู บอกแม่ที่ยังคุยโทรศัพท์กันอยู่ว่า

“แล้วคนที่นี่ก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่เห็นน่ากลัวเหมือนที่แม่เคยเล่าเลยครับ”

พลันก็ร้องเฮ้ย! เมื่อจู่ๆ คนที่ซ้อนท้ายก็ชักปืนทำท่าจะยิงใส่รถจิ๋น

“เป็นอะไรลูก!! จิ๋น...จิ๋น!!” จันทราตกใจร้องถาม

จิ๋นกำลังตึงเครียด เพราะเห็นมอเตอร์ไซค์คันแรกเร่งเครื่องหนี สองคันหลังไล่บี้และคนซ้อนท้ายพยายามจะยิงเด็กผู้หญิงคันหน้า เขาตัดสินใจเร่งเครื่องขับไล่ตามไปจนไม่ได้ตอบจันทรา

มอเตอร์ไซค์สามคันไล่บี้กันไปจนไล่ทัน คนซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ยกปืนเล็งทันที จิ๋นบีบแตรข่มลั่น แต่มือปืนยังเล็งปืนใส่เด็กผู้หญิงเขม็ง ส่วนเด็กผู้หญิงก็หันจ้องมือปืนอย่างไม่สะทกสะท้าน

พริบตานั้น มือปืนเหนี่ยวไก แทนที่ปืนจะลั่นปัง! กลับมีน้ำพุ่งปรี๊ดออกมาเป็นสาย เด็กผู้หญิงหักรถหลบเฉี่ยวล้มลง ตะกร้าดอกดาวเรืองในมือเด็กชายที่ซ้อนท้ายหกกระเด็นลอยขึ้นเต็มฟ้า จิ๋นเบรกรถทันที ดอกดาวเรืองและขวดน้ำที่ซ่อนอยู่ในตะกร้า หล่นลงมากระจายอยู่หน้าหม้อรถขวดน้ำแตก น้ำไหลนองเต็มไปหมด

“เฮ้ยยยย! จิ๋นร้องเสียงหลง จันทราที่ใจไม่ดีอยู่แล้ว ถามว่าเป็นอะไร แต่ไม่มีเสียงตอบเพราะมือถือของจิ๋นหล่นบนคอนโซลและรถของจิ๋นก็ไถลตกถนนพุ่งไปชนต้นไม้ข้างทาง โครม!

“เกิดอะไรขึ้น?!” จันทราใจคอไม่ดี เป็นห่วงลูกจนไม่มีแก่ใจจะทำอะไรอีก รีบกดโทร.ใหม่

ส่วนจิ๋น จินตวัฒน์ ปลัดหนุ่มไฟแรงที่มุ่งมั่นจะ พัฒนาบ้านดอนล้อมแรด เงยหน้าจากพวงมาลัย เห็นชายที่เป็นมือปืน วกรถกลับมาจอดถือปืนเดินตรงไปที่เด็กผู้หญิงที่ล้มกลิ้งอยู่ จิ๋นหยิบปืนในคอนโซลลงจากรถ จึงไม่ได้ยินเสียงมือถือที่ดังขึ้นอีก

ooooooo

มือปืนเดินไปถึงเด็กหญิง จึงถอดผ้าโพกหน้าออก ตรงไปถามเด็กผู้หญิง

“เป็นอะไรหรือเปล่า...ไอ้เรือง”

ที่แท้เขาคือสุวรรณ หรือ ไอ้วรรณ จิ๋กโก๋วัย 24ปี ลูกผู้ใหญ่ผันกับแม่เวียง นักเลงโตแห้งบ้านดอนล้อมแรดนั่นเอง ส่วนเด็กผู้หญิงที่ล้มกลิ้งอยู่ คือดาวเรือง หรือไอ้เรือง เด็กสาววัย 18 ตัวแสบแห่งบ้านดอนล้มแรด พอยันตัวลุกขึ้นมาได้ก็ด่า

“อยากตายรึไง หา! ไอ้วรรณ!! เอาน้ำอะไรมาฉีดใส่ข้า”

“ก็น้ำมันพรายไงจ๊ะน้องเรือง” ไอ้กรอดที่ล้มกลิ้งอยู่ข้างๆ ชิงตอบ เลยถูกไอ้แหลมเบิ๊ดกะโหลกตวาด

“ไปบอกมันทำไมวะไอ้กรอด”

“จริงเหรอวะไอ้วรรณ” ดาวเรืองปรี่เข้ากระชากคอเสื้อถาม ไอ้วรรณนักเลงใหญ่บ้านดอนล้อมแรดร้องเสียงหลง ขอความช่วยเหลือจากไอ้กรอดกับไอ้แหลม

ไอ้แหลมกับไอ้กรอดจะเข้าไปช่วยลูกพี่ ถูกไอ้เพี้ยนที่ซ้อนท้ายดาวเรืองมาผลักไอ้แหลมเซ เหวี่ยงลูกแปเตะตูดไอ้กรอดป้าบ! แล้วใส่ตีนหมาโกยแนบ แต่ทำปากกล้าร้องท้า “แน่จริงก็จับให้ได้สิโว้ย...”

จิ๋นมึนกับพฤติกรรมของจิ๊กโก๋บ้านดอนล้อมแรด ตรงไปห้ามดาวเรืองที่ยังกระชากคอเสื้อไอ้วรรณ

“นี่มันเรื่องอะไรกัน หยุดเดี๋ยวนี้...ฉันบอกให้หยูดดดด” พลางเข้าไปแยกดาวเรืองออกมา

ดาวเรืองฉุนขาดผลักจิ๋นล้ม จนปืนที่เหน็บเอวกระเด็นหลุดออกมา ไอ้วรรณเห็นปืนก็ตาเหลือกนึกว่าเป็นตำรวจ โกยแนบไปขึ้นรถก่อนเพื่อน ไอ้แหลมกับไอ้กรอดวิ่งตาม แล้วนักเลงโตทั้งสามก็หนีไป ทิ้งให้ดาวเรืองเผชิญหน้ากับจิ๋นตรงนั้น

ooooooo

ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนไปช่วยกันยกมอเตอร์ไซค์ขึ้น จิ๋นถามว่าจะหนีไปไหนพร้อมกับเข้าไปแย่งกุญแจรถ ถูกดาวเรืองตวาด

“หลีกไป ไม่ใช่เรื่องของนาย”

“ทำไมจะไม่ใช่ ในเมื่อเราทำฉันเกือบรถคว่ำตาย” จิ๋นเอากุญแจรถซ่อนข้างหลัง ดาวเรืองพยายามจะเข้าแย่งขู่ว่า

“ก็แค่เกือบ แต่ถ้านายไม่คืนกุญแจรถให้เรา นายได้ตายจริงแน่”

จิ๋นระอากับความก๋ากั่นของดาวเรือง ปรามว่าเป็นเด็กเป็นเล็กกล้าขู่ผู้ใหญ่หรือ บอกไปคุยกันที่โรงพัก ดาวเรืองลอยหน้าบอกว่า “ไม่มีเวลาโว้ย” จิ๋นไม่ยอมคว้าแขนจะลากไปโรงพักให้ได้ เลยถูกดาวเรืองถีบหงายลงไปในปลักควาย แล้วยักคิ้วแผล็บบอกว่า “ว่างเมื่อไหร่แล้วจะไป” หันไปเรียกไอ้เพี้ยน “ไปเหอะ” ทิ้งจิ๋น ปลัดหนุ่มไฟแรงจมอยู่ในปลักควาย ตะกายขึ้นมาได้ก็บ่นงึมงำ

“เด็กอะไร...ทำไมแสบนักวะ”

ตะกายขึ้นจากปลักควายได้ เดินไปที่รถ ประตูรถเกิดเปิดไม่ได้อีกเพราะติดเครื่องไว้ประตูเลยล็อกอัตโนมัติ เขาบ่นเซ็งๆ “ให้มันได้อย่างนี้สิ” ซ้ำร้าย โทรศัพท์ในรถก็ดังไม่หยุด จิ๋นมองสภาพตัวเอง ดูรถที่เปิดประตูไม่ได้ ฟังเสียงโทรศัพท์ที่เรียกไม่หยุด ถามตัวเองมึนๆ “แล้วจะทำยังไงวะเนี่ย...”

จินตวัฒน์ยืนเคว้งคว้าง มองขึ้นข้างบนก็แดดเปรี้ยง มองซ้ายขวาก็เห็นแต่ความแห้งแล้งว่างเปล่า ไม่มีบ้านเรือนผู้คนเลยสักหลังเดียว...

ooooooo

ที่ศาลาอเนกประสงค์บ้านดอนล้อมแรด ชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์มาต้อนรับปลัดใหม่กันแต่เช้ามืด คอยจนแดดเปรี้ยงถูกแดดเผาจนหน้าเหี่ยวอารมณ์เหือดกันหมด ปลัดใหม่ก็ยังไม่มา

นายอำเภอไพศาลได้รับโทรศัพท์จากจันทราว่าจิ๋นหายไปติดต่อไม่ได้ นายอำเภอตกใจอุทานลั่น

“อะไรนะครับ...ปลัดจินตวัฒน์หายตัวไป!!”

ฤดี กำนันเทิ้ม พระครูจ้อย ที่อยู่ใกล้ๆ พากันตกใจไปด้วย ชาวบ้านที่เริ่มนั่งๆ นอนๆ ลุกพรึ่บมองนายอำเภอเป็นตาเดียว นายอำเภอปลอบจันทราให้ใจเย็นๆ ปลัดอาจจะอยู่ในที่ที่ไม่มีสัญญาณก็ได้ ถ้าเจอตัวแล้วจะรีบติดต่อกลับทันที

พระครูจ้อยถามว่าจะให้ใครไปตามไหม ผู้กำกับบอก ว่า “ผมจัดการเองครับ” แล้วจัดจ่าแม่น เก่งหมุดให้ไปตาม

ไม่นานจ่าแม่นก็โทร.รายงานว่าเจอรถทะเบียน ดล 208 กรุงเทพมหานครแล้ว ตอนนี้ประสบอุบัติเหตุชนต้นไม้ใหญ่ นายอำเภอถามว่าแล้วปลัดล่ะ จ่าแม่นบอกว่าตนหาจนทั่วแล้วไม่เจอปลัดคนใหม่ เจอแต่...พูดพลางจ่าแม่นก้มลงดมๆ น้ำที่หกอยู่บนหน้าหม้อรถ ทำจมูกฟุดฟิด จนนายอำเภอร้อนใจถามว่า “เจอแต่อะไร”

“เจอแต่เหล้าขาวครับผม ผมว่าผมรู้แล้วครับว่าใครจับตัวปลัดไป” พูดแล้วจ่าแม่นตะเบ๊ะลมๆแล้งๆอย่างเคยชิน

ooooooo

ไอ้วรรณ ไอ้แหลม ไอ้กรอด บึ่งรถมอเตอร์ไซค์มาที่บ้านผู้ใหญ่ผันแล้วพากันวิ่งหน้าตั้งหลบไปหลังบ้าน อึดใจเดียวดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนก็บึ่งรถหัวฟูตามมา  เห็นไอ้วรรณกับพวกวิ่งไปหลังบ้านก็วิ่งตามไปด้วยความแค้น

ไอ้แหลมกับไอ้กรอดรู้ฤทธิ์ดาวเรืองดี พอเห็นจวนตัวก็หนีเอาตัวรอด ทิ้งให้ไอ้วรรณยืนปากกล้าขาสั่นเบื้องหน้า ดาวเรืองขยับเท้าพร้อมหนี ดาวเรืองตวาดว่า “ยังคิดจะหนีอีกเหรอไอ้วรรณ”

“ข้าไม่หนีก็ได้ ยังไงร่างกายของข้ามันก็เป็นของเอ็งอยู่แล้วไอ้เรือง เอ็งจะเหยียบจะย่ำยังไงก็เชิญ เชิญเลย...เหยียบมาที่นี่” ไอ้วรรณแหวะเสื้อตรงหัวใจเอานิ้วจิ้มๆ “นี่ ที่หัวใจข้านี่ เอ็งจะได้เจ็บเหมือนที่ข้าเจ็บ”

“แล้วทำไมพี่เรืองต้องเจ็บไปกับเอ็งด้วยหา ไอ้พี่วรรณ” ไอ้เพี้ยนถามงงๆ

“เพราะในหัวใจข้ามีไอ้เรืองอยู่ยังไงล่ะ” ไอ้วรรณทำเสียงเข้ม ถูกไอ้แหลมกับไอ้กรอดที่แอบอยู่หลังกอกล้วยร้องฮิ้ว...อย่างถูกใจ ดาวเรืองไม่ขำด้วย คว้ามีดพร้าที่ปักอยู่กับหยวกกล้วยเงื้อง่า ขู่

“ในเมื่อเอ็งเล่นสกปรกกับข้าก่อน ข้าก็จะสับๆๆๆ ของของเอ็งให้เหลือแต่ตอ จะได้ไม่ต้องมีไว้ทำพันธุ์อีกต่อไป” ไอ้วรรณตกใจเอามือกุมเป้าแน่น ถูกดาวเรืองรุกก็ถอยกรูดจนไปตกในเล้าหมู ทำเอาหมูแตกตื่นวิ่งพล่านไปทั้งเล้า ไอ้วรรณก็วิ่งพล่านไปกับหมู อ้อนวอนอย่าสับของตนเลยมีอยู่อันเดียว สับแล้วงอกไม่ได้ อะไหล่ก็ไม่มี วิ่งจนหนีออกจากเล้าหมูก็ล้มกลิ้ง ไอ้แหลมกับไอ้กรอดเห็นดังนั้น ส่งสัญญาณกันเข้าไปช่วยลูกพี่ ดอดเข้าล็อกตัวดาวเรืองไว้

“เฮ้ย! ปล่อยไอ้เรืองเดี๋ยวนี้ พวกเอ็งไม่มีสิทธิ์แตะต้องตัวไอ้เรืองของข้า ปล่อย!” ไอ้วรรณตะคอกจนไอ้แหลมกับไอ้กรอดต้องปล่อย พอดาวเรืองเป็นอิสระก็ควงพร้าเข้าไล่ฟันไอ้วรรณต่อ

“ช่วยด้วยยยยยย” ไอ้วรรณร้องลั่นวิ่งหนีสะดุดสุ่มไก่ใต้ถุนบ้านล้ม ดาวเรืองตามไปติดๆ ไอ้เพี้ยนวิ่งไปช่วยลูกพี่

ขณะไอ้วรรณจนมุมนั่นเอง เสียงผู้ใหญ่ผันกับแม่เวียงก็ดังมาจากข้างหลัง “หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้เรือง” ...“นี่มันเรื่องอะไรกัน” ผู้ใหญ่ผันเห็นไอ้วรรณล้มกลิ้งอยู่ข้างสุ่มไก่ก็ร้องเสียงหลง “ลูกพ่อ!!” พอไอ้วรรณเห็นพ่อก็โผเข้าหาอ้อนราวกับลูกแหง่ “พ่อจ๋า...ช่วยหนูด้วย”

ผู้ใหญ่ผันโผเข้าอุ้มไก่ ไอ้วรรณเลยวืดหัวทิ่มไป

ผู้ใหญ่หันไปด่าดาวเรืองว่าจะมากไปแล้ว เกิดไอ้โต้งลูกรักตนหัวใจวายจะทำยังไง ส่วนแม่เวียงถามว่าเรื่องอะไรถึงได้ถือมีดไล่สับไอ้วรรณของตน ไอ้เพี้ยนฟ้องแทนว่าเพราะไอ้พี่วรรณเอาน้ำมันพรายมาฉีดใส่พี่เรืองก่อนผู้ใหญ่ผันรู้ว่าเถียงกับดาวเรืองไม่ชนะแน่ รู้จุดอ่อนของดาวเรืองเลยขู่ว่า ถ้าไม่เลิกทำตัวเป็นอันธพาลจะฟ้องแม่บานชื่น

ได้ผล! ดาวเรืองหงอไปถนัดแต่ยังทำฟอร์มชี้หน้าไอ้วรรณบอกว่าคราวนี้ยอมให้เพราะเห็นแก่หน้าเหี่ยวๆ แต่ถ้าคราวหน้าขืนทำแบนี้อีกไม่ได้ตายดีแน่ว่าแล้วปามีดลงพื้น ทั้งผู้ใหญ่ผัน แม่เวียงและไอ้วรรณโดดหลบกันแทบไม่ทัน แล้วดาวเรืองก็หันไปชวนไอ้เพี้ยนกลับ

“เจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ คอยดูนะ ข้าต้องเอาคืนให้ได้” ดาวเรืองคำรามฟึดฟัด ไอ้เพี้ยนบ่นว่าเพราะไอ้น้ำมันพรายนั้นแหละตนเลยพลอยซวยไปด้วย ดาวเรืองฉุกคิดได้ทันที “ข้ารู้แล้ว” แค้นจนลมออกหู

ooooooo

ดาวเรืองตรงไปที่สำนักหลวงตาคง เจอหลวงตากำลังทำพิธีจับปอบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มีชาวบ้านที่ศรัทธาพากันมาร่วมพิธีหวังขจัดผีปอบไปจากหมู่บ้าน

พอไปถึงดาวเรืองยันโอ่งน้ำมนต์ล้มโครม น้ำมนต์สาดลงบนตัวหลวงตาเปียกม่อลอกม่อแลก

“ไอ้เรือง!!” หลวงตาฉุน

“คุยกันหน่อยสิ หลงตา” ดาวเรืองจงใจเรียกให้เพี้ยนเหน็บหลวงตาที่หลงอวิชชาจนกู่ไม่กลับ เมื่อไปคุยกันที่อีกมุมหนึ่ง ดาวเรืองยิงคำถาม “หลงตาเป็นคนให้น้ำมันพรายไอ้พี่วรรณไปใช่ไหม” หลวงตาคงยืนยันว่าตนไม่ได้ให้ ดาวเรืองดักคอว่า “ไม่ได้ให้แต่ขายให้ใช่ไหม”

“เดรัจฉานวิชาแบบนี้ข้าไม่ยุ่งให้ศีลเสื่อมหรอกโว้ย เอ็งสองคนจะไปวิ่งเล่นที่ไหนก็ไป ข้าต้องกลับไปทำพิธีต่อ” พลางจะเดินหนีดาวเรืองไม่ยอมให้ไปถามว่าตกลงไม่ยอมรับและไม่รับผิดชอบใช่ไหม หลวงตาถามว่า “ก็ข้าไม่ได้ให้แล้วข้าจะต้องรับผิดชอบอะไรเว้ย!!” หลวงตาเสียงดัง แล้วเดินหนีออกไป

ไอ้เพี้ยนจะตาม ดาวเรืองดึงคอเสื้อจนไอ้เพี้ยนแทบหงายหลัง

“ไม่ต้องตามไอ้เพี้ยน แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ถอนรากถอนโคนให้สิ้นซากไปเลย”

“ยังไงเหรอพี่เรือง”

“เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะ!” ดาวเรืองตาเป็นประกายอย่างมีแผนเด็ด

ooooooo

จ่าแม่น เก่งหมุด ที่ถูกดาวเรืองเรียกเป็น จ่าแม่น เก่งมุด เสียจนเกือบกลายเป็นทางการไปแล้ว ไปที่ศาลาอเนกประสงค์ฟ้องบานชื่นแม่ของดาวเรืองว่า ดาวเรืองจับปลัดคนใหม่ไป ดาวเรืองปฏิเสธเสียงสูงปรี๊ดว่าไม่จริงมั้งงงงง...

จ่าแม่นอ้างหลักฐานที่ได้จากที่เกิดเหตุว่า มีเหล้าเถื่อนของไอ้เรืองหกอยู่ใกล้ๆรถปลัด บานชื่นโต้ว่าพูดอย่าง กับว่าไอ้เรืองมันต้มเหล้าเถื่อนอยู่คนเดียว มันก็ต้มกันทั้งหมู่บ้านนั่นแหละ แล้วจ่าแม่นจะหาว่าไอ้เรืองต้มคนเดียวได้ไง

“ไอ้เรืองแน่นอน ฉันจำกลิ่นเหล้าที่ไอ้เรืองมันต้มได้!” จ่าแม่นยืนยันหนักแน่น พอฤดีเมียนายอำเภอถามว่าจ่าจำได้ไง จ่าตอบทันที “ฉันกินบ่อย” พอทุกคนร้องอ้าวจ่าก็แก้เกี้ยวเหนียมๆว่า “กินเพื่อให้จำได้ จำได้แล้วจะได้ไปจับไง!!”

บานชื่นบ่นอย่างไม่พอใจว่าเอะอะอะไรก็จับแต่ไอ้เรือง เกิดเรื่องอะไรก็โทษแต่ไอ้เรือง หลักฐานก็ไม่ชัดเจน อยากจับนักก็จับแม่ไอ้เรืองไปเลย จ่าแม่นที่หลงรักบานชื่นตั้งแต่วัยสาวยิ้มหวานบอกว่า “พี่จับไม่ลง พี่รักแม่...แต่แค้นลูก!!”

“ถ้าไอ้เรืองไม่ได้ทำแล้วไอ้เรืองอยู่ไหนล่ะ”  ผู้กำกับตัดบทอย่างรำคาญเต็มที

“ใช่...มันอยู่ไหนนนน” จ่าแม่นถามบานชื่น นายอำเภอแทรกขึ้นอย่างเหนื่อยหน่ายว่า

“ไอ้เรืองอยู่ไหนไม่สำคัญ สำคัญที่...ปลัดคนใหม่มันไปอยู่ที่ไหน!!!”

ooooooo

จิ๋น–จินตวัฒน์ เนื้อตัวมอมแมมอาศัยรถอีแต๊ก ของลุงชาวนาผู้มีน้ำใจไปถึงหน้าวัดบ้านดอน เขาโดด ลงจากรถยกมือไหว้ขอบคุณ ลุงยิ้มกว้างเห็นแต่เหงือกอย่างใจดีแล้วขับอีแต๊กแก่ๆของแกต่อไป

ขณะจิ๋นยืนเคว้งคว้างอยู่ ก็เจอกำจรนำชาวบ้านออกตามหาปลัดคนใหม่ให้ควั่ก จิ๋นได้ยินจึงแสดงตัวว่าตนนี่แหละที่เป็นปลัดคนใหม่ของบ้านดอนล้อมแรด กำจรเห็นสารรูปแล้วไม่เชื่อ ปรามาสว่า “ถ้าอย่างเอ็งเป็นปลัด ข้าก็นายอำเภอแล้ว”

ไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ก็มีเสียงเด็กวัดร้องตะโกนมาว่า “ไฟไหม้!” ทุกคนเลยวิ่งไป เห็นควันโขมงพวยพุ่งมาจากหลังสำนักหลวงตาคง และที่หลังสำนักนั่นเองดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนกำลังช่วยกันโกยกาบมะพร้าวกับใบไม้แห้งสุมเข้าไป แต่พอจะหันหนีก็เจอจิ๋นเข้าอย่างจัง

คู่ปรับเก่ามาจับได้คากองไฟแบบนี้ ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนเตรียมโกยหนี ถูกจิ๋นคว้าตัวไว้เพื่อคิดบัญชีกัน ดาวเรืองดิ้นสุดแรงจะวิ่งไปที่รถ จิ๋นแย่งพวงกุญแจรถ พวงกุญแจรถขาดติดมือไปคนละครึ่ง จิ๋นได้ส่วนที่เป็นกะโหลกไขว้ ถูกดาวเรืองชกจุกแล้วกำขี้เถ้ากากมะพร้าวป้ายหน้าจิ๋นจนดำปี๋ เท่านั้นไม่พอ ยังถูกไอ้เพี้ยนกระโดดกัดหูจนร้องลั่น แล้วทั้งสองก็โกยอ้าวไป

“หยุดนะ...ยกมือแล้วค่อยๆหันมา” จ่าแม่นขู่จิ๋นที่ยืนมึนอยู่ จิ๋นทำตามคำสั่ง พอหันมาพวกจ่าแม่นผงะร้อง เฮ้ย!! หลวงตาคงบอกให้จับเลย ไอ้นี่แหละที่เผาสำนักตน จิ๋นตกใจปฏิเสธเสียงหลงว่าตนเปล่าเผา แต่ก็ถูกลูกน้องจ่าแม่นกรูกันจับไปโยนที่หน้าสำนักหลวงตาคง

ผู้กำกับถามจิ๋นว่าใครส่งมา ไอ้เรืองใช่ไหม หลวงตาคงฟันธงว่าต้องใช่ไอ้เรืองแน่ เพราะเพิ่งมีเรื่องกับตนเมื่อกี้นี้เอง บานชื่นแว้ดขึ้นว่าพูดแบบนี้ก็สวยซิ จ่าแม่นถามจิ๋นอีกทีว่าใครส่งมาและมาทำอะไรที่นี่

“ผมมาทำงาน กระทรวงส่งผมมาเป็นปลัดใหม่ของที่นี่”

“อย่ามาอ้างโน่นอ้างนี่ ฉันรู้จักแม่ของปลัดใหม่ และฉันก็มีรูปเขาด้วย” ฤดีเมียนายอำเภอแทรกเข้ามา

ระหว่างนั้นจิ๋นไปล้างหน้าล้างตาพอกลับมา ฤดีที่เอารูปถ่ายของจิ๋นในชุดข้าราชการมาเทียบกับหน้าร้องดีใจว่า

“ตาจิ๋น!! ใช่ตาจิ๋นจริงๆด้วย นี่น้าฤดีเอง จำได้ไหมจ๊ะ”

จิ๋นบอกว่าจำได้ บอกนายอำเภอว่าตนคือ จินตวัฒน์ วิโสภา ปลัดคนใหม่ของที่นี่ พลันสถานภาพของจิ๋นจากคนร้ายก็กลายเป็นเจ้านายไปทันที ทั้งกำจรและจ่าแม่นที่ทำกร่างแต่แรกแย่งกันเข้าแนะนำตัวอย่างนอบน้อม

พระครูจ้อยถามว่าแล้วทำไมสภาพถึงเป็นแบบนี้ล่ะ เกิดอะไรขึ้น จิ๋นชูพวงกุญแจกะโหลกไขว้ที่ดึงขาดจากดาวเรืองให้ทุกคนดู “ก็เจ้าของกุญแจรถที่ห้อยอันนี้ล่ะครับ ที่เป็นคนก่อเรื่องทั้งหมด”

บานชื่นที่ยืนฟังอยู่เห็นพวงกุญแจจำได้ว่าเป็นของดาวเรือง ค่อยๆเลี่ยงหลบออกไป พอกลับถึงบ้านก็ไล่ตีจนดาวเรืองต้องวิ่งหลบรอบเสาเรือน ถามแม่ว่ามาตีกันทำไม

“ยังจะมีหน้ามาถามอีก ก็ทีเอ็งไปอาละวาดบ้านผู้ใหญ่ผัน เผากุฏิหลวงตาคง ทำร้ายปลัดใหม่ เอ็งทำอย่างนี้ทำไม”

ดาวเรืองชี้แจงว่าเพราะไอ้วรรณกับหลวงตาคงหาเรื่องตนก่อน ส่วนปลัดคนใหม่ตนไม่รู้เรื่อง หน้าตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ ไอ้เพี้ยนช่วยยืนยันให้ลูกพี่ เลยถูกบานชื่นเอ็ดว่าไม่ต้องมาช่วยแก้ตัว แล้วคร่ำครวญทั้งโมโหทั้งน้อยใจว่า

“เอ็งเคยคิดไหมไอ้เรือง ถ้าพวกนั้นเขาเอาจริงขึ้นมา จับเอ็งเข้าคุกเข้าตะราง แม่จะอยู่ยังไง พี่พฤกษ์จะเสียใจไหม เรามีกันอยู่แค่นี้ พ่อเอ็งก็ไปสวรรค์ตั้งนานแล้ว”

“ฉันไม่มีวันยอมติดคุกหรอกแม่  ตราบใดที่พี่พฤกษ์ ยังเรียนไม่จบ ที่นายังไม่ได้ไถ่ถอน แล้วแม่ยังต้องลำบากอยู่อย่างนี้ ฉันไม่ยอมให้ใครลากเข้าคุกง่ายๆหรอก”

ดาวเรืองฉวยโอกาสขณะบานชื่นนิ่งอึ้ง  วิ่งเข้าแย่งไม้เรียว บอกแม่ว่าจะไปต้มเหล้าก่อน แล้วลากไอ้เพี้ยนออกไป

“ไอ้เรือง!! ไอ้ลูกคนนี้ มันร้ายเหมือนใครวะ” บานชื่นบ่น แต่พอหันเห็นตัวเองในกระจกก็ตกใจผงะ นึกได้ว่าตัวเองเป็นแม่

ooooooo

กำจรได้รับหน้าที่ให้ดูแลจิ๋น เอากุญแจบ้านและเสื้อผ้าของตัวเองมาให้จิ๋นเปลี่ยนแก้ขัดไปก่อน ส่วนรถของจิ๋น กำจรบอกอย่างภูมิใจว่าตนตามช่างแล้ว อาทิตย์หน้าช่างว่างแล้วจะมา จิ๋นฟังแล้วมึน

ระหว่างนั้นจิ๋นยังติดใจสงสัยกำจรว่า ได้ยินใครๆก็พูดถึงแต่ไอ้เรือง ไอ้เรืองเป็นใครหรือ?

“ก็ขาใหญ่ที่นี่ล่ะครับ หรือจะเรียกว่าผู้ทรงอิทธิพลก็ได้ครับ ตำรวจกลัวมันหัวหด คุณปลัดเองก็เห็นฤทธิ์เดชมันแล้วนี่ครับ” จิ๋นทำหน้างง  ติงว่าแต่ที่ตนเจอยังเด็กอยู่นะ กำจรนึกว่าเป็นไอ้เพี้ยน บอกว่า “อ๋อ...คงเป็นลูกสมุนมันชื่อไอ้เพี้ยน”

“ชื่อเพี้ยนเหรอ” จิ๋นพึมพำนำถึงหน้าดาวเรืองที่ทำก๋ากั่นใส่ตน กำจรคุยน้ำลายแตกฟองต่อว่า

“ครับ...ไอ้นี่ก็ประมาทมันไม่ได้เหมือนกัน เห็นเด็กอย่างนี้น่ะแสบไม่ใช่เล่น ว่าแต่คุณปลัดมีอะไรขาดเหลือก็บอกผมได้ ไม่ต้องเกรงใจนะครับ เพราะยังไงผมก็ต้องเป็นผู้ช่วยคุณปลัดตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่อยู่แล้ว”

จิ๋นบอกว่าอยากโทรศัพท์ช่วยหาที่โทรศัพท์ให้หน่อยได้ไหม จิ๋นแสดงความสนิทสนมตบไหล่กำจรผัวะ จนกำจรคอย่นแทบสำลักน้ำที่กำลังกิน รีบบอก “ได้ครับ”

ooooooo

กำจรขับไอ้แก่บุโรทั่งเครื่องจะดับมิดับแหล่ตลอดทางไปถึงตลาด จอดรถบอกว่า เลี้ยวโค้งนี้ไปนิดเดียวมีตู้โทรศัพท์สาธารณะ จิ๋นดีใจบอกว่าตนไปเอง ได้ เดินไปเจอดาวเรืองพรวดเข้ามา ต่างก้าวขาข้างหนึ่งไปในตู้พร้อมกัน

ทั้งสองต่างจำกันได้ ดาวเรืองร้อง “เฮ้ย!!” ส่วนจิ๋นอุทาน “เพี้ยน...” ดาวเรืองตวาดว่ากล้าดียังไงมาเรียกตนว่าเพี้ยน จิ๋นเหนื่อยที่จะมีเรื่อง ขอเวลาส่วนตัวโทรศัพท์ก่อนบอกว่า “ฉันมีธุระสำคัญต้องโทร.เข้ากรุงเทพฯ”

“ไม่! เราก็มีธุระสำคัญต้องโทร.เข้ากรุงเทพฯ เหมือนกัน”

เลยเถียงกันว่าใครมาถึงก่อน ดาวเรืองคว้าหูโทรศัพท์บอกว่าตนมาถึงก่อนต้องได้โทร.ก่อน จิ๋นไม่ยอมสะบัดตัวไปยืนบังแป้นโทรศัพท์พูดกวนๆว่า “อยากโทร.หาใครก็ส่งกระแสจิตไปก็แล้วกัน”

อย่าง “ไอ้เรือง” มีหรือจะยอม เลยกระทืบเท้าจิ๋นอย่างแรง ซ้ำยังสะอึกเข้าทั้งทุบทั้งถองแล้วลากจิ๋นเหวี่ยงออกไป

ทันใดนั้นมีเสียงปืนดึงขึ้นนัดหนึ่ง กระสุนทะลุตู้โทรศัพท์เฉียดทั้งสองไปไม่ถึงนิ้ว!! ทั้งสองชะงักกึก

กำจรได้ยินเสียงปืนวิ่งอ้าวมาดูปลัดด้วยความเป็นห่วง เวลาเดียวกัน กำนันเทิ้มก็วิ่งกุมต้นแขนเลือดโชกผ่านมา มีลูกปืนไล่หลังมาเป็นระยะ ดาวเรืองจะวิ่งออกไป ถูกจิ๋นดึงไว้ “อย่าเพิ่งออกไป เกือบโดนลูกปืนแล้วเห็นไหม”

ดาวเรืองหันด่าว่ากลัวขี้ขึ้นสมอง ตุ๊ดรึเปล่า? จิ๋นโมโหเลยไล่ว่า ไม่กลัวตายก็ออกไปเลย ดาวเรืองวิ่งออกไปทันที พอดีกำจรมาถึงโอ่ว่า “ผมมาช่วยแล้วครับคุณปลัด ปลอดภัยดีนะครับ”

จิ๋นไม่ตอบเพราะมัวแต่มองดูว่าดาวเรืองจะทำอย่างไร พอเห็นขี่มอเตอร์ไซค์ไปทางที่กำนันเทิ้มวิ่งไปก็ดันกำจรออกแล้วขึ้นมอเตอร์ไซค์บึ่งตามไป

ดาวเรืองตามไปทัน ถามกำนันเทิ้มว่าเป็นไงบ้าง กำนันบอกให้ดาวเรืองรีบหนีไป พอดีชายฉกรรจ์ที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ตามกำนันเทิ้มมาถึง คนหนึ่งยกปืนเล็งมาที่กำนันเทิ้มอีก ดาวเรืองคว้าหนังสติ๊กที่เหน็บหลังใส่ลูกแก้วยิงถูกมือคนถือปืนทำให้วิถีกระสุนเบนไปถูกราวตากผ้าแถวนั้นขาด ผ้ารูดลงมาคลุมหัวชายอีกคนจนตกรถ มอเตอร์ไซค์ไถลมาทางดาวเรือง

“ระวัง...ไอ้เรือง!!” กำจรตะโกน จิ๋นเลยรู้ว่าที่แท้ผู้หญิงก๋ากั่นคนนี้เองที่ชื่อ “ดาวเรือง” รีบเข้าไปคว้าดาวเรือง กระชากพ้นมอเตอร์ไซค์ที่ไถลมาจนทั้งคู่อยู่ในอ้อมกอดกัน หน้าเกือบชนกัน พอดาวเรืองรู้สึกตัวก็ผละออกลุกขึ้นจะวิ่งไป จิ๋นรีบจับตัวไว้ ดาวเรืองโวยวายให้ปล่อย เห็นชายฉกรรจ์ที่ล้มลุกขึ้นจากกองผ้าวิ่งหนีไปก็ทั้งบ่นทั้งด่า

“มาจับกันไว้ทำไมวะ! เห็นไหม ไอ้ผู้ร้ายมันหนีไปแล้ว นายนี่มันเฮงซวยจริงๆแทนที่จะจับผู้รายได้กลับปล่อยมันหนีไป อยากให้กำนันเทิ้มเจ็บตัวฟรีรึไง ไอ้...ไอ้ผู้ชายขี้ไก่! ไอ้เต่าในกระดอง! ไอ้อ่อนเอ๊ย...เป็นใครมาจากไหนก็กลับไปทางนั้นเลยไป๊!”

“เป็นใครมาจากไหนไม่รู้ รู้แต่ว่า...ตอนนี้คุณจินต–วัฒน์กลับไปทางไหนไม่ได้ เพราะเพิ่งย้ายมาเป็นปลัดใหม่ของที่นี่”

“ปลัด?!...” ดาวเรืองอุทานเหมือนถูกผีหลอกกลางวัน ทั้งปลัดจินตวัฒน์และดาวเรืองต่างมองหน้ากันอึ้งๆ แต่อึดใจเดียวจิ๋นนึกได้วิ่งผละไปหากำนันเทิ้มถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง กำนันสะบัดตัวไม่ให้แตะต้องบอกว่า “ไม่ต้องมายุ่ง” จะพาไปโรงพยาบาลก็บอกว่า “ไม่ต้องมายุ่ง” เรียกกำจรให้เอารถมารับไปโรงพยาบาล ก็เสียงขุ่นใส่ว่า “บอกว่าไม่ต้องมายุ่ง!!” แล้วเอามือกุมแผลเดิมกะเผลกๆ ไป ทำเอาปลัดจิ๋นหันมองกำจรอย่าง...โคตรงงเลย...

ต่อมาจึงรู้จากกำจรว่า นี่คือตัวจริงเสียงจริงของกำนันเทิ้ม บอกปลัดจิ๋นว่าอย่าไปซีเรียสเลยเพราะนี่เป็นการถูกไล่ยิงเป็นหนที่สองแล้ว ไม่นับโดนไล่กระทืบอีกสี่ ไล่ตีอีกห้า ดีแต่ปาระเบิดยังไม่เจอ ทั้งนี้เพราะแกชอบพูดประชดแดกดัน ใครมันจะไปชอบ ปลัดจิ๋นถามทึ่งว่า “แค่ไม่ชอบนี่ถึงกับยิงกันเลยเหรอ”

“นี่แหละครับ เอกลักษณ์ของดอนล้อมแรด คุณปลัดอยู่ไปเดี๋ยวก็ ช.ป.อ. ชิน-ไป-เอง ครับ” พูดแล้วนึกได้ถาม “มัวแต่วิ่งหลบกระสุนปืน คุณปลัดได้โทรศัพท์หรือยังครับ...แน๊ๆๆ โทร.หาช้าเดี๋ยวแฟนงอนนะ” กำจรทำหน้าล้อๆแล้วเดินออกไป จิ๋นมองตามแล้วส่ายหน้ากับคนบ้านดอนล้อมแรดแห่งนี้

ooooooo

พอเหตุการณ์สงบ ดาวเรืองโทร.หาพฤกษ์พี่ชายที่เรียนอยู่กรุงเทพฯ บอกว่าเงินที่ยืมไปเมื่อเดือนที่แล้วขอเลื่อนไปใช้กลางเดือนแล้วกัน

“พี่บอกแล้วไงว่าพี่ให้ ไม่ใช่ให้ยืม...” ดาวเรืองบอกว่าไม่เอาเดี๋ยวบาป “แล้วที่เรายอมหยุดเรียนเพื่อให้พี่เรียนก่อนพี่ไม่บาปมากกว่าเหรอ พี่สัญญานะ จบเมื่อไหร่พี่จะรีบกลับไปช่วยเรืองกับแม่ จะดูแลไม่ให้เรืองกับแม่ต้องลำบากเลย”

ส่วนจิ๋นรีบโทร.หาแม่จันทรา เล่าเหตุที่ไม่ได้โทร.มาหลายวันเพราะโทรศัพท์ติดอยู่ในรถเอาออกมาไม่ได้ จันทราถามว่าแน่ใจหรือว่ามีเรื่องแค่นี้ จิ๋นโกหกเพื่อให้แม่สบายใจว่า

“ครับคุณแม่ไม่ต้องห่วงครับ คนที่นี่น่ารักแล้วก็ใจดีกันทั้งนั้น” แล้วอ้อนปะเหลาะว่าต่อไปจะโทร.หาแม่วันละสามเวลาก่อนอาหารเลย จันทราหยอกว่าไม่ต้องเพราะตอนนี้ก็มีคนโทร.หาแม่ทุกครึ่งชั่วโมงอยู่แล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมว่าใคร?

จิ๋นบอกว่าตนคุยกับเขาหลายหนแล้ว จันทราย้ำว่าโทร.คุยกันให้เคลียร์เสีย ไม่เข้าใจกันข้ามวันข้ามคืนแบบนี้ไม่ดี

“ครับคุณแม่...ถ้างั้นผมรบกวนอะไรคุณแม่สักอย่างได้ไหมครับ...” พอจันทรารับปาก จิ๋นก็ฝากเรื่องที่จะรบกวนแล้วขอบคุณแม่ ฝากบอกยายโจ๋งด้วยว่าคิดถึง วางสายด้วยสีหน้าสดชื่น

ส่วนจันทรา วางสายจากจิ๋นแล้ว มอบงานให้พฤกษ์เอาดอกไม้ไปส่งบ้านคุณหญิงวิยะดา ถามว่าวันนี้สอบทั้งวันหรือเปล่า พฤกษ์บอกว่า สอบเสร็จบ่ายสาม จากนั้นก็ว่าง จะมีนัดคุยเรื่องคดีพิเศษกับอาจารย์อีกทีก็ตอนค่ำๆ

“งั้นสอบเสร็จแล้วช่วยแวะมาที่นี่ ไปทำธุระให้ตาจิ๋นหน่อยนะจ๊ะ” บอกแล้วจันทรายื่นช่อดอกไม้ให้พฤกษ์ก็เอาไปส่งให้คุณหญิง พฤกษ์รับคำ ประคองช่อดอกไม้อลังการออกไป

ooooooo

ดาวเรือง เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"
6 พ.ค. 2564

06:31 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 19:35 น.