ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวเรือง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วันต่อมา ปลัดมาบอกดาวเรืองว่าพรุ่งนี้นายอำเภอจะเรียกผู้ใหญ่บ้าน 7 หมู่บ้านมาเลือกกำนัน แล้วถามว่าทางหลวงตาเป็นอย่างไรบ้าง แผนลับของเธอไปถึงไหนแล้ว และถ้ามีอะไรจะให้ช่วยได้โดยไม่ขัดต่อหน้าที่ ก็บอกแล้วกัน

ดาวเรืองชวนปลัดไปหาหลงตาคงที่สำนักทันที หลวงตาตรวจดวงชะตาให้ ดาวเรืองฟังแล้วสรุปว่า

“เป็นอันว่าหลงตาน่าจะได้ 3 เสียง ส่วนผู้ใหญ่ผันก็น่าจะมี 3 เสียง จากตัวเอง ผู้ใหญ่ไฝ แล้วก็ผู้ใหญ่เดชที่สนิทกับเสี่ยกำพล เหลือแต่ผู้ใหญ่หาญที่พอจะลุ้นขึ้น”

“ไอ้หาญมันวางตัวเป็นกลาง แล้วก็ไม่ได้อยากเป็นกำนัน มันคงไม่เลือกตัวเอง แต่น่าเสียดาย ตอนนี้ไปขอเสียงจากมันไม่ได้ เพราะมันไม่ได้อยู่ดอนล้อมเก้ง มันไปรักษาตัวที่กรุงเทพฯเป็นเดือนแล้ว เห็นหลานมันว่าจะกลับมาเลือกกำนันพรุ่งนี้เลย” ดาวเรืองถามว่าแล้วจะทำไงดี “ก็คงต้องวัดดวงกันล่ะวะไอ้เรือง ของยังงี้มันอยู่ที่วาสนาด้วย ถ้าข้ามีบุญจะได้รับใช้หลวง ไอ้หาญมันก็คงจะเลือกข้า”

“ถูกต้องดาวเรือง ผลจะออกมาเป็นยังไง ไม่สำคัญเท่ากับเราได้พยายามอย่างเต็มที่และดีที่สุดแล้ว ได้หรือไม่ได้มันก็อีกเรื่องหนึ่ง” ปลัดจิ๋นพูดให้เผื่อใจไว้

ooooooo

ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอ อันเป็นสถานที่เลือกกำนันตำบลดอนพัฒนาคนใหม่ บรรดาผู้เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่และผู้ที่จะเลือกและรับเลือกทยอยกันมาแล้ว

ผู้ใหญ่หาญเดินทางมาในสภาพต้องพ่นยาขยายหลอดลม เดินก็ไม่ตรงนัก ปลัดรีบเดินไปรับแต่ยังช้ากว่าผู้ใหญ่ผันที่แซงไปประคอง พูดอย่างห่วงใย...

“เอ็งนี่มันดื้อ ข้าบอกจะไปรับก็ไม่ยอม สุขภาพยิ่งไม่ดีอยู่”

“ข้าไม่เป็นอะไรมาก ไม่ต้องห่วง เดินเองได้”

“ให้มันประคองหน่อยเถอะ เดี๋ยวจะเสียน้ำใจ อุตส่าห์เสนอตัวมาเป็นขาที่สามที่สี่ให้แล้ว” หลวงตาคงเหน็บ

ปลัดจินตวัฒน์เชิญผู้ใหญ่ทุกท่านเข้าห้องประชุม เพื่อจะได้เลือกกำนันกันเลย

ผ่านการเลือกไม่นาน ปลัดก็ยกกล่องกระดาษขึ้นมาประกาศคะแนนของทุกท่าน หยิบบัตรแผ่นแรกประกาศ

“ผู้ใหญ่ผัน เลือกผู้ใหญ่ผัน” ใบที่สอง “ผู้ใหญ่คง เลือกผู้ใหญ่คง” ใบที่สาม “ผู้ใหญ่ไฝ เลือกผู้ใหญ่ไฝ” ใบที่สี่ “ผู้ใหญ่ลี เลือกผู้ใหญ่ลี” ใบที่ห้า “ผู้ใหญ่เดช เลือกผู้ใหญ่ผัน”

“เย้!! ชนะแล้วเว้ย!!” ผู้ใหญ่ผันกระโดดโลดเต้นแบบลืมวัย

“สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร” หลวงตาคงขัดขึ้น

“อีกแค่คะแนนเดียวเท่านั้นละเว้ย ใช่ไหมผู้ใหญ่วงศ์”

ปลัดหยิบขึ้นมาเป็นใบที่หก ประกาศ “ผู้ใหญ่วงศ์ เลือกผู้ใหญ่...” ปลัดทิ้งจังหวะ ผู้ใหญ่ผันตะโกนลั่น “ผันๆๆ” ปลัดอ่านต่อ “ผู้ใหญ่คงครับ”

“สามต่อสาม” มีเสียงฮือฮาขึ้น ผู้ใหญ่หาญสูดยาสะบัดหัวไปมาอย่างพยายามตั้งสติ ในขณะที่ทุกคนมองหน้าผู้ใหญ่หาญลุ้นคะแนนสุดท้ายกันใจหายใจคว่ำ

ooooooo

กองเชียร์สองฝ่ายต่างตะโกนเชียร์คนฝ่ายตน สุดท้ายทุกคนก็เหี่ยว เพราะผู้ใหญ่หาญไม่สบายเขียนได้แค่ “ผู้ใหญ่หาญ เลือก ผู้ใหญ่...” แล้วมีเส้นยึกยือลากยาวไป เลยกลายเป็นเรื่องโต้เถียงกันว่า เส้นที่ลากยาวนั้นเป็นตัวอะไร ฝ่ายผู้ใหญ่ผันก็ว่าเป็นตัว ผ.ผึ้ง ฝ่ายพวกดาวเรืองก็เถียงว่า เป็นตัว ค.ควาย สุดท้ายปลัดประกาศให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ นัดเลือกใหม่อีกครั้งอาทิตย์หน้า

การเลือกกำนันวันนี้ ยุติลงโดยผู้ใหญ่หาญถูกหามส่งโรงพยาบาล ส่วนวรรณก็ต้องจ่ายค่าหน้าม้าตามธรรมเนียม

ผู้ใหญ่ผันหัวเสียมากที่ผู้ใหญ่วงศ์ลงชื่อเลือกผู้ใหญ่คงทั้งที่เป็นพี่เขยตน เวียงแก้ต่างว่าผู้ใหญ่วงศ์อาจมีเหตุผลของเขากระมัง แต่ไม่กล้าบอกว่า หลวงตาคง ดูดวงให้แล้วว่า ถ้าใครสนับสนุนผู้ใหญ่ผันให้เด่นดังขึ้นมา ผีแม่ม่ายจะมาเอาไป เวียงจึงขอร้องให้ผู้ใหญ่วงศ์ให้อยู่ห่างๆ อย่าสนับสนุนผู้ใหญ่ผัน เดี๋ยวผีแม่ม่ายจะรู้

ฝ่ายดาวเรืองก็วางแผนกันเคร่งเครียดว่า ตัวแปรตอนนี้คือผู้ใหญ่หาญ คิดหนักว่าจะทำอย่างไรจึงจะให้ผู้ใหญ่หาญเลือกหลวงตาคง พอดีปลัดที่ไปเยี่ยมผู้ใหญ่หาญกลับมาบ่นเสียดายที่ผู้ใหญ่หาญมาป่วยตอนใกล้วันเกิด

แต่ผู้ใหญ่ผันวางแผนกับเสี่ยกำพลไว้แล้วว่า จะดึงคะแนนจากผู้ใหญ่หาญ จึงจัดงานวันเกิดให้ผู้ใหญ่หาญอย่างยิ่งใหญ่ จะจ้างวงดนตรีมาบรรเลงกันเลยทีเดียว ฟังแผนการใหญ่โตแล้วผู้ใหญ่ผันชักเจื่อนเพราะต้องใช้เงินเยอะ

“โธ่...จะกี่หมื่นกี่แสนกันเชียว บอกแล้วไงฉันออกให้ก่อน ไม่คิดดอก เดี๋ยวพอผู้ใหญ่ได้ตำแหน่งค่อยว่ากัน” เสี่ยกำพลย้ำอีกครั้ง ผู้ใหญ่ผันจึงค่อยสบายใจขึ้น

บ่ายๆดาวเรืองขี่มอเตอร์ไซค์ไปรับไอ้เพี้ยนที่โรงเรียน ไอ้เพี้ยนเล่าอย่างตื่นเต้นว่า

“พี่เรือง...ไอ้แกละหลานผู้ใหญ่หาญที่เรียนห้องเดียวกับฉัน มันมาคุยฟุ้งให้ฟังว่าไอ้พี่วรรณจะเอาวงจ้ำบ๊ะมาแสดงในงานวันเกิดลุงมัน แล้วพี่เรืองจะเอาไง  เราคงไม่มีปัญญาไปจ้างวงดนตรีมาประชันแน่”

ดาวเรืองถามว่า รู้ไหมว่าวรรณไปจ้างคณะอะไรมา เพี้ยนบอกว่าวงไอ้ม่วงที่เคยลอกข้อสอบดาวเรืองตอนสอบ และดาวเรืองเคยช่วยจับไส้ยัดเข้าไปในท้องตอนมันประสบอุบัติเหตุรถคว่ำไส้ทะลักไง

ได้ข้อมูลแค่นี้ “หัวไอ้เรือง” ก็ทำงานทันที พอดีกำจรเดินมา ดาวเรืองเลยหยอกอย่างมีเลศนัยว่า

“แหม...นึกถึงไก่ไก่ก็มาเลยนะ”

ส่วนหลวงตาคงไม่มีเงินจ้างวงดนตรี ดาวเรืองก็เสนอให้เอาเครื่องรางของขลังในย่ามมาแจกแทน

ooooooo

ถึงวันเกิดผู้ใหญ่หาญ ผู้ใหญ่ผันเดินหน้าบานเข้าไปที่บริเวณจัดงาน แต่เพื่อความปลอดภัยของตัวเองที่กำลังสมัครเป็นกำนัน ผู้ใหญ่ผันอ้างว่าทั้งการจัดงานและจ้างวงดนตรี ทุกอย่างเป็นความคิดของวรรณคนเดียว

พองานเริ่ม ดนตรีบรรเลง บรรดาเมียๆ ของผู้ใหญ่ผันก็พากันออกไปเต้นบ้างรำบ้าง ครู่เดียวหลวงตาคงก็กระซิบบอกผู้ใหญ่หาญว่า “กุมารทองมากระซิบว่า เจ้าที่เจ้าทางท่านกริ้วที่เอาวงดนตรีจ้ำบ๊ะมาแสดง ผู้ใหญ่ได้จุดธูปขอขมารึยัง”

“ยังเลย” ผู้ใหญ่หาญสีหน้าไม่ดี ทันใดนั้นเครื่องเสียงและไฟบนเวทีก็ติดๆดับๆ แล้วมีเสียงหวีดหวิวเหมือนหมาหอนดังไปทั่ว ผู้ใหญ่ผันพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ขึ้นประกาศทันทีว่า ถ้าตนได้เป็นกำนันปัญหาแบบนี้จะหมดไปอย่างแน่นอน

“โกหก!!!” เสียงไอ้เพี้ยนแผดขึ้น ผู้คนแตกออกเป็นวง เผยให้เห็นไอ้เพี้ยนนั่งตัวสั่นกึกๆ เป็นเจ้าเข้า แล้วไอ้เพี้ยนก็ตะคอกเสียงเป็นคนแก่ “ไอ้ผัน!! ไอ้ลูกอกกตัญญู!!!”

ทั้งผู้ใหญ่ผัน วรรณ และไอ้กรอด ไอ้แหลม พากันด่าไอ้เพี้ยนหาว่าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง

“ข้าไม่ได้ชื่อเพี้ยน!!”

สิ้นเสียงไอ้เพี้ยนที่เป็นเสียงคนแก่ พวกที่ห้อมล้อมอยู่ก็ตะโกนกัน “เฮ้ย...ผีเข้าไอ้เพี้ยน” หลวงตาคงเข้าสวม บทบาททันที เดินเข้ามาทักอย่างคุ้นเคย “นึกว่าใคร... ที่แท้ก็บรรพบุรุษไอ้ผัน หวัดดีจ้ะ”

เวียงถามว่านั่นใครหรือ หลวงตาคงบอกว่า “ไอ้ผูก”

“ข้ามาจัดการไอ้ลูกไม่รักดี ที่ชอบสร้างความเสียหายให้วงศ์ตระกูล” ไอ้เพี้ยนพูดเสียงของผูก ถูกทั้งผู้ใหญ่ผันวรรณ และบุญปลอด โวยวายว่าไม่จริง หาว่าไอ้เพี้ยนหลอกด่า วรรณตะโกนโหวกเหวกเรียกหาดาวเรือง ถูกไอ้เพี้ยนตวาด “เอ็งจะลองดีกะข้าใช่ไหม ไอ้หลานชั่ว แล้วเอ็งจะได้เห็นฤทธิ์เดชของข้า...ไอ้สีนิลลลลล”

สิ้นเสียงเรียก เสียงแมวก็ร้องกระหึ่ม แล้วเจ้าสีนิลก็กระโดดแผล็วเข้ามาหยุดตรงหน้าไอ้เพี้ยน เลียมือไอ้เพี้ยน เอาจริงเอาจัง เวียงถามผู้ใหญ่งงๆ ว่าสีนิลอะไร ผู้ใหญ่ตอบหน้าสยองว่าแมวของพ่อ ตนเป็นคนตั้งชื่อมันเอง แล้วมันก็ชอบเลียมือพ่อแบบนี้ด้วย!

ปลัดรู้ทันเดินมาถามดาวเรืองที่ซุ่มดูผลงานอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หลังบ้านผู้ใหญ่หาญว่าแมวใคร และทำไมมันถึงได้เลียมือไอ้เพี้ยนได้ขนาดนั้น ดาวเรืองเฉลยขำๆ ว่าไอ้นิลตัวนี้เป็นแมวที่ถูกจับมาฝึกจนเชื่องและที่มันเลียมือไอ้เพี้ยนเอาจริงเอาจังเพราะไอ้เพี้ยนเอาปลาทูทอดถูมือล่อไว้นั่นเอง

ไอ้เพี้ยนเล่นเข้าถึงบทบาทจนผู้ใหญ่ผันเชื่อ แต่วรรณฮึดฮัดว่า “แค่แมวดำตัวเดียวข้าต้องเรียกเอ็งว่าปู่เลยเหรอวะ” เลยถูกผู้ใหญ่ผันปรามจนต้องหยุด พริบตานั้นไฟสว่างพรึ่บขึ้น เสียงหมาหอนก็เงียบไป ชาวบ้านต่างเชื่อว่านี่คืออภินิหารของผีตาผูก

‘ผีตาผูก’ ในร่างไอ้เพี้ยน ด่าผู้ใหญ่ผันว่า “ที่ลูกเมียอยู่สุขสบายทุกวันนี้ก็เพราะสมบัติของไอ้คงกับพ่อมันทั้งนั้นแล้วเอ็งไปลบหลู่ดูถูกมันทำไมหา!” ผู้ใหญ่ผันบอกว่าตนไม่เคยลบหลู่อะไร “ยังจะเถียงอีก เอ็งนี่มันทรพี แทนที่จะตอบแทนบุญคุณ กลับระรานเขา คิดจะไปชนะคะคานคนดีมีศีลธรรมอย่างมัน เอ็งหยุดเลยนะ”

ผู้ใหญ่ผันอิดออดว่าถ้างั้นตนก็ไม่ได้เป็นกำนัน วรรณต่อรองว่าให้พ่อช่วยอย่างอื่นได้ไหม

‘ผีตาผูก’ โมโหหาด่าว่าคนจะเป็นผู้นำไม่ใช่จะมีแต่สมบัติพัสถานอย่างเดียว ต้องมีศีลธรรมจรรยาด้วย ผู้ใหญ่ผันยืนยันว่าตนก็มี ‘ผีตาผูก’ บอกว่า “แต่มันน้อยไป ถ้าเอ็งสำนึก ข้าจะได้ไปเกิดสักทีไม่ต้องมานั่งตามคันนา คอยชดใช้กรรมให้ไอ้คงมัน สาบานมาว่าพวกเอ็งจะช่วยไอ้คง”

ผู้ใหญ่ผันรีบสาบาน ‘ผีตาผูก’ แช่งว่า “ถ้าไม่ทำตามคำพูด ขอให้เอ็งเกิดเป็นหอย ตายไปจะได้ไม่ต้องเงยหน้ารับส่วนบุญ ตามนั้นนะ...ข้าไปล่ะ” ว่าแล้วไอ้เพี้ยนก็ทำสั่นพั่บๆคล้ายผีจะออก แอบหรี่ตาข้างหนึ่ง เตือนพวกผู้ใหญ่ผันว่า

“อย่าลืมอุปการะไอ้เพี้ยนมันมั่งนะ ข้าจะเอามันเป็นร่างทรง ร้อยสองร้อยก็ยังดี” พูดแล้วหงายหลังตึง หลวงตาคงรีบเข้าไปบีบนวด ไอ้เพี้ยนนอนเพลิน จนหลวงตาบอกว่าลืมตาสิวะ ไอ้เพี้ยนถึงได้ลืมตาทำหน้าใสซื่อ ถามว่างานเลิกแล้วหรือ

ฝ่ายผู้ใหญ่ผัน พอ ‘ผีตาผูก’ ไปแล้วก็บ่นกับลูก เมียว่า ทำไมพ่อถึงมาเอาตอนนี้ แต่งานยังต้องดำเนินต่อไป วรรณจึงกู่ก้องร้องป่าวชาวบ้านให้มาสนุกกันต่อ ผู้ใหญ่ผันชวนผู้ใหญ่หาญออกไปยืดเส้นยืดสายกัน ผู้ใหญ่หาญขอบใจน้ำใจของผู้ใหญ่ผันที่จัดงานให้ แต่ขอตัวไป พักผ่อน เพราะเพิ่งหายไข้นั่งตากน้ำค้างนานๆ ไม่ไหว

พอกลับถึงบ้านผู้ใหญ่ผันตั้งข้อสังเกตว่า  ดูๆผู้ใหญ่หาญไม่ตื่นเต้นอะไรกับวงดนตรีและจ้ำบ๊ะ วรรณก็บ่นว่าปู่ไม่น่าจะมาองค์ลงตอนนี้เลยถามพ่อว่าไปพลั้งปากสาบานกับปู่ไว้แล้วจะทำยังไง แพ้หลวงตาคงยังพอว่าแต่แพ้ไอ้เรืองนี่มันเจ็บใจ

“ข้าจะไม่ยอมแพ้มันเด็ดขาด” ผู้ใหญ่ผันเสียงแข็ง วรรณถามว่าแล้วจะชนะได้ยังไง “ข้าจะหาวิธีให้ได้!”

ooooooo

ฝ่ายดาวเรือง พอเลิกงานก็ยังวนเวียนอยู่แถวบ้านผู้ใหญ่หาญ หาทางหว่านล้อมตะล่อมถามผู้ใหญ่หาญว่าที่เขียนในบัตรเลือกตั้งลากหางยาว ดูเป็น ผ.ผึ้งก็ไม่ใช่ ค.ควายก็ไม่เชิง จนผู้ใหญ่หาญบอกว่า ตนจะเขียน “ค.ควาย” ดาวเรืองดีใจกระโดดตัวลอยไหว้ขอบคุณผู้ใหญ่หาญปลกๆ

จากนั้น ดาวเรืองเดินสายขอบคุณผู้ให้ความ ร่วมมือช่วยเหลือแผนการของตน ทุกคนไปขอบใจไอ้ม่วงที่ช่วยเรื่องเสียงหมาหอน ลมพัดอื้ออึง เสียง ผีหลอกที่เอามาจากรายการช็อกเรดิโอ ไปขอบคุณกำจรที่ช่วยดับไฟเปิดไฟได้ถูกจังหวะที่เตี๊ยมกันไว้ ส่วนหลวงตาคงก็ทำตามสัญญา บอกพวกที่ร่วมมือช่วยเหลือว่า “ไปหาข้าที่สำนัก...พรุ่งนี้”

ส่วนไอ้เพี้ยนก็ได้รับคำชมว่าแสดงเก่งมาก และขอบคุณปลัดที่ทำเอาหูเอานาไปเอาตาไปไร่ไม่โวยวายเรื่องแมวสีนิล บานชื่นบอกว่าอยากดูหน้าผู้ใหญ่ผันว่าจะทำหน้ายังไงที่ลงทุนไปแล้วสูญเปล่า

“อีก 3 วันใครได้เป็นกำนันเดี๋ยวก็รู้” ปลัดสรุป

นับวันดาวเรืองก็ถูกเพ่งเล็งจากเสี่ยกำพลจน ถึงกับส่งลูกน้องมาทำทีกินอาหารที่ร้านและจับตาดูการเคลื่อนไหว ดาวเรืองรู้ตัว รู้ทันแอบกระซิบบอกปลัดที่มานั่งกินที่ร้านเหมือนกันว่า “ถ้าคิดจะเข้าป่าอย่าเพิ่งไป อันตราย!”

แต่ดาวเรืองก็ยังไม่วางใจ กลางคืนก็แอบปีนหน้าต่างเข้าห้องปลัด ทำเอาปลัดตกใจดุว่าทำแบบนี้ไม่ดีใครมาเห็นเข้าจะเสียหาย ดาวเรืองบอกว่าจะมาดูว่ายังอยู่หรือตายไปแล้ว เตือนปลัดว่า

“ช่วงนี้เสี่ยกำพลมันจะตัดลอตใหญ่ ขนคนมาเป็นร้อย การคุ้มกันแน่นหนา อาวุธครบมือ ถ้าพวกนายจะเข้าไปต้องวางแผนให้ดี ต้องมีคนนำทาง” ปลัดถามว่าเธอจะนำทางให้หรือ “ฉันเสนอหน้าตอนนี้ไม่ได้หรอก ไอ้เสี่ยมันจับตามองฉันอยู่ มันส่งลูกน้องเวียนมาเฝ้าที่ร้านฉันทั้งวันไม่เห็นเหรอ เอาเป็นว่าอย่าเพิ่งขยับ อย่าเพิ่งเคลื่อนไหว หาคนนำทางได้เมื่อไหร่แล้วจะปีนหาอีกที” ว่าแล้วก็หันหลังปีนลงไป

“ห่วงฉันใช่ไหม”

“ไม่ได้ห่วง แต่เวทนา เดี๋ยวจะหาว่าที่นี่บ้านป่าเมืองเถื่อน ตอนมายังหายใจ ตอนไปมีธงชาติคลุมจะไม่คุ้ม” ว่าแล้วก็ปีนลงทางหน้าต่างไป ปลัดมองตามยิ้มหัวใจเบิกบานอยู่ตรงนั้น...

ooooooo

พรุ่งนี้จะเป็นวันเลือกตั้งกำนันที่เลื่อนมา ผู้ใหญ่ผันกินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะพรุ่งนี้ตนจะต้องแพ้หลวงตาคงแล้วรุ่นพ่อเคยชนะพ่อหลวงตาคงมาแล้วรุ่นตนจะยอมแพ้ไม่ได้ วรรณถามว่าจะทำยังไงตนยังมองไม่เห็นทางเลย

“ทางมันมี เพียงแต่ต้องอาศัยปัญญาและความกล้าหาญ...” พวกวรรณถามว่าทำยังไง  ผู้ใหญ่ยิ้มเจ้าเล่ห์บอกว่า “ข้าจะยอมแพ้มันแบบลับๆ แต่จะชนะมันท่ามกลางฝูงชน”

สายๆ ผู้ใหญ่ก็ถือปืนลูกซองไปร้องท้าหลวงตาที่หน้าสำนักว่าแน่จริงให้ออกมา วรรณประสานเสียงท้าเหยงๆ อึดใจเดียวประตูสำนักหลวงตาก็ถูกถีบผางออก พร้อมปืนจ่อมาด้านล่างที่พวกผู้ใหญ่ผันยืนอยู่

“ปืนข้าขู่ไม่เป็นโว้ย เหนี่ยวไกทีเป็นได้เลือด เอ็งอยากจะลองดีใช่ไหมไอ้ผัน”

พอเจอของจริง ผู้ใหญ่ก็ลดปืนลงบอกว่าจะมาขอเจรจาสงบศึก หลวงตาถามว่า “เอ็งต้องการอะไร”

“พูดตรงไปตรงมาข้าอยากเป็นกำนัน คืออย่างนี้...

ข้ามันดันปากพล่อยไปสัญญิงสัญญารับปากพวกชาวบ้านไว้ว่าจะพัฒนาโน่นนี่นั้น แต่พอพ่อข้ามาเข้าไอ้เพี้ยน ข้าก็เลยต้องรับปากวิญญาณพ่อไปว่าจะยอมเอ็ง แต่เอ็งก็รู้ว่า สัจจะของนักปกครองมันยิ่งใหญ่แค่ไหน บอกมาเถอะว่าอยากได้อะไร ข้ายอมหมดทุกอย่าง ขอแค่เอ็งหลีกทางให้ข้าขึ้นเป็นกำนัน แค่นี้”

“หลวงตาจะเรียกเท่าไหร่ก็ว่ามา” วรรณทำกร่าง หลวงตาไม่ต้องการเงิน ผู้ใหญ่ถามว่างั้นต้องการอะไร

“ต้องการคนดี ซื่อสัตย์ สุจริต มาเป็นกำนัน” เสียงดาวเรืองแทรกเข้ามา

จะให้ทำอย่างไรผู้ใหญ่ผันก็ยอมหมด ขอแค่ให้ตนไปเป็นกำนันเท่านั้น ดาวเรืองและหลวงตาจึงให้ไป สาบานกันในโบสถ์ หลวงตาให้ผู้ใหญ่ว่าตามต่อหน้าพระประธานในโบสถ์

“ข้าพเจ้าขอสาบานว่า ถ้าข้าพเจ้าได้เป็นกำนันตำบลดอนพัฒนา ข้าพเจ้าจะรับใช้ชาวดอนพัฒนาด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ประพฤติผิดในกาม จะยึดมั่นในศีลห้า ไม่เห็นแก่คนเลวหน้าไหน ไม่รับเงินใต้โต๊ะจากใคร ข้าพเจ้าจะทำทุกอย่างเพื่อส่วนรวม”

ถึงตอนนี้ผู้ใหญ่ผันชักอึกอัก วรรณก็ทำหน้าเซ็งบ่นเบาๆ “หมดกัน” หลวงตาคงยังกล่าวนำให้สาบานต่อ

“ถ้าข้าพเจ้าทำผิดสัญญาแม้ข้อใดข้อหนึ่ง ขอให้คนในครอบครัวข้าพเจ้าสูงขึ้นไปเจ็ดชั่วโคตรและต่ำลงอีก 14 ชั่วโคตร จงปราศจากความสุข ความเจริญ ทำมาค้าไม่ขึ้น ไปไหนมาไหนมีแต่คนจงเกลียดจงชังไม่มีลูกหลานสืบสกุลขยันสอยต่อไป” แล้วหลวงตาก็บอกผู้ใหญ่ที่เริ่มเสียงแผ่วลงทุกทีว่า “พูดดังๆ ไอ้ผันเอาให้ถึงหูพระอินทร์” ผู้ใหญ่จำต้องทำตาม

หลังจากสาบานกันแล้ว ผู้ใหญ่ถามว่าตกลงหลวงตาจะรามือใช่ไหม หลวงตาบอกว่าถ้าผู้ใหญ่ทำตามนี้ตนก็จะอยู่ของตนแบบนี้แหละ ผู้ใหญ่ให้ช่วยไปบอกผู้ใหญ่หาญที หลวงตาบอกไม่จำเป็นเพราะยังไงผู้ใหญ่ก็ได้เสียงตนไปหนึ่งเสียงแล้ว วรรณรีบนับเสียงได้ 4 ต่อ 3 บอกว่าพ่อชนะแหงๆ อยู่แล้ว ยังไงก็ได้เป็นกำนัน แล้วชวนกลับกันอย่างเบิกบานใจ

“เดี๋ยว ยังไปไหนไม่ได้ โดยเฉพาะเอ็ง ไอ้วรรณ!!” ดาวเรืองโพล่งขึ้น ทุกคนชะงักมองแบบว่า...เอาไงอีกวะ

ดาวเรืองทั้งหว่านล้อม ทั้งขู่ ทั้งป้อยอให้วรรณนำทางปลัดเข้าป่าไปที่ปางไม้ของเสี่ยกำพล พอรู้ว่าต้องเสี่ยงกับเสี่ยกำพล วรรณชักฝ่อ

“เราไม่ได้บังคับหรอกนะ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายวรรณ” ปลัดที่ร่วมคุยด้วยพูดให้สบายใจ

วรรณถามว่าถ้าตนทำไม่สำเร็จ? ดาวเรืองบอกว่าตนก็ชื่นชมเพราะยังไงก็ได้พยายามเต็มที่แล้ว วรรณถามอีกว่าแล้วถ้าตนทำสำเร็จล่ะ

“เอ็งก็ได้เป็นฮีโร่ไงวะ” วรรณถามว่าฮีโร่ในใจดาวเรืองหรือ “ไม่เฉพาะข้า แต่เอ็งจะได้เป็นฮีโร่ เป็นวีรบุรุษของคนทั้งประเทศเลยล่ะ!!”

“วีรบุรุษ...อื้อหือ...เท่วะ...” วรรณเคลิ้ม ยืดอกราวกับวีรบุรุษที่เพิ่งกลับจากสนามรบ ปลัดยิ้มแอบชื่นชมดาวเรืองที่กล่อมวรรณจนสำเร็จ

การเลือกตั้งกำนันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผู้ใหญ่ผันได้ขึ้นเป็นกำนันแบบนอนมา ลูกเมียทั้งโขยงพากันฉลองร้องรำทำเพลงไชโยโห่ฮิ้วไปตามหมู่บ้านกันอย่างครึกครื้น ดาวเรืองปล่อยให้วรรณฉลองตำแหน่งให้พ่อจนพอใจแล้วเรียกมาทำงาน

ooooooo

ดาวเรืองสืบได้จากคนตัดไม้ที่มากินข้าวที่ร้านว่า อีกไม่กี่วันจะมีคนงานจากฝั่งโน้นเข้ามาอีกชุดหนึ่ง ระดมกันตัดไม้พะยูงเพราะจะไม่ทันส่งไปให้จีน และรู้อีกว่า ตอนนี้เสี่ยกำพลไปเมืองนอกอีกหลายวันกว่าจะกลับ

เมื่อปลัดได้ข้อมูลจากดาวเรืองแล้ว ก็เริ่มงานทันที วรรณมีข้อแม้ว่าเวลาที่เดินป่าปลัดต้องเชื่อฟังและต้องอยู่ในโอวาทของตน ปลัดยินดียกให้วรรณเป็นหัวหน้า


“ถ้างั้นเอ็งกลับไปเตรียมตัวให้พร้อม เจอกันบ่ายสามที่ร้านข้า คุณปลัดจะมารอเอ็งที่นั่น” ดาวเรืองสั่งการ

“เราจะร่วมมือกันถอนรากถอนโคนพวกคนชั่วด้วยกัน” ปลัดยื่นมือออกไป ดาวเรืองกับวรรณยื่นมาจับกันเป็นสัญญาใจที่จะรวมพลังกันลุยเต็มที่

ooooooo

ถึงวันออกเดินทาง วรรณในชุดพร้อมรบเท่ระเบิด ไอ้แหลมกับไอ้กรอดร้องไห้งอแงจะขอตามไปด้วย ส่วนเสมอใจที่แอบฟังวรรณคุยกับไอ้แหลมไอ้กรอดก็เตรียมทั้งน้ำพริกปลาย่าง เนื้อย่าง และไข่ต้มรวมทั้งยาสมุนไพรต่างๆให้

วรรณกำชับทั้งสามว่าห้ามปากโป้งบอกใครเด็ดขาด โดยเฉพาะพ่อแม่และพวกน้าๆ ไม่งั้นจะตัดขาดหมดทุกคนสั่งไม่ต้องส่งตน แล้วเดินวางก้ามออกไปอย่างนักรบผู้อาจหาญ ทั้งสามมองตามน้ำตาร่วงเป็นเผาเต่า

เมื่อไปเจอกับปลัดที่กระท่อมเล่นไพ่หลังร้านดาวเรือง ปรากฏว่าวรรณมีอาวุธทั้งสมัยใหม่และโบราณติดตัวไปเพียบ จนปลัดบอกว่าตนมีแค่ปืนกับวรรณไปก็พอแล้ว ดาวเรืองเตือนให้ระวังตัวทั้งสองคน วรรณหันบอกดาวเรืองว่า

“จ้ะเรือง ยังไงข้าก็จะกลับมาแต่งงานกับเอ็ง...คิดถึงข้าด้วยนะ ส่งแรงใจไปให้ด้วย ข้าทำงานนี้เพื่อเอ็งคนเดียว”

ดาวเรืองชะเง้อมองตามทั้งสองไปด้วยความเป็นห่วงกังวล

พอไปถึงชายป่า เจอกับพวกจ่าแม่นที่ผู้กำกับส่งมาคุ้มกันปลัด จ่าถามอย่างตื่นเต้นว่าปลัดได้คนนำทางที่ส่งมาจากหน่วยซีลเลยใช่ไหม พวกตนอยากเห็นคนจากหน่วยซีล พอรู้ว่าคือ “ไอ้วรรณ” ซ้ำปลัดยังแนะนำว่า วรรณคือหัวหน้าหน่วยของเรา ทั้งจ่าแม่นและหมู่จ้อยต่างก็หน้าเหี่ยวไปตามกัน

วรรณนำทางไปอย่างชำนาญเพราะเป็นเส้นทางที่ตัวเองเคยแอบมาปลูกกัญชาและถูกดาวเรืองตามมาเผาทิ้ง เดินไปจนถึงอีกฟากหนึ่ง เจอศักดิ์กำลังต้อนพวกแรงงานเถื่อนเป็นโขยง ปลัดสั่งให้ทุกคนนิ่งไว้ก่อน แต่จ่าแม่นเลือดร้อนพุ่งออกไปจะจับหมู่จ้อยกับลูกน้องจึงต้องตามไป

ศักดิ์เห็นตำรวจก็ตกใจทิ้งพวกแรงงานเถื่อนวิ่งหนีเอาตัวรอด ปลัดกับวรรณจึงไล่ตามศักดิ์ไป จ่าแม่นกับหมู่จ้อยหันมาต้อนพวกแรงงานเถื่อนแทน

สองฝ่ายสู้กันเสียงปืนสนั่นป่า จนฝ่ายศักดิ์ถูกยิงตายไปสองคนและตัวศักดิ์เองก็ถูกยิงที่มือจนเลือดสาดกุมมือวิ่งหนีไป วรรณจะตาม ปลัดไม่ให้ตามแต่ให้ไปจัดการกับพวกคนงานต่างด้าวที่จับได้ จ่าแม่นทักท้วงว่ากลัวถูกพวกศักดิ์แว้งกัด

“ถึงจะกลับมา เราก็ยังมีเวลาตั้งตัว แต่ถ้าตามเข้าไปตอนนี้ เราอาจจะสู้กำลังที่ตั้งรับอยู่ด้านในไม่ไหว อาจจะตายโดยไม่ทันตั้งตัวก็ได้” ปลัดชี้แจงจนทั้งวรรณและจ่าแม่นเงียบไป

ooooooo

ดาวเรืองอยู่ไม่เป็นสุข ไปหาหลวงตาก็นั่งไม่ติด จนหลวงตาถามว่าเป็นอะไรเห็นผุดลุกผุดนั่ง ดาวเรืองจึงถามหลวงตาว่า ปลัดกับวรรณจะรอดไหม

“ตายชัวร์ ยังไงก็ตาย” ดาวเรืองตกใจถามว่าคนเดียวหรือสองคน หลวงตาชูสองนิ้ว ดาวเรืองพึมพำหน้าเผือดว่าไม่จริง “ไม่ผิด...แล้วแต่เอ็ง แต่ไม่พ้นวันนี้แน่ ข้ามั่นใจ ตายคู่ ฟันธง!!”

“ไม่น่าเลย...เป็นเพราะฉันคนเดียว ฉันไม่น่าให้ พวกเขาไปเลย ไม่น่าเลยยยย...” ดาวเรืองลุกพรวดวิ่ง ลงบันไดสำนักไป หลวงตาลุกชะเง้อมองพึมพำงงๆ “อะไรของมันวะ!”

เวลาเดียวกัน มีรถพยาบาลและรถตำรวจขับผ่าน หน้าร้านดาวเรือง บานชื่นตะโกนถามจ่าแม่นว่าใครเป็นอะไร


“สู้กันกลางป่าตายไป 3 จะรีบเอาไปโรงพยาบาล” จ่าแม่นตะโกนตอบแล้วขับรถไปเลย

ดาวเรืองวิ่งกลับมาถึงร้านยืนร้องไห้ใจไม่อยู่กับตัว บอกบานชื่นว่าหลวงตาคงบอกว่าปลัดกับวรรณต้องตายคู่แน่บานชื่นตกใจบอกว่าถ้างั้นสองศพเมื่อกี๊ที่ผ่านไปต้องเป็นปลัดกับวรรณแน่เลย พูดแล้วจะเป็นลมส่วนดาวเรืองยิ่งร้องไห้น้ำตาไหลพรากๆ

พอตั้งสติได้ดาวเรืองขี่มอเตอร์ไซค์จะไปโรงพยาบาล เจอไอ้แหลมกับไอ้กรอดกลางทางก็สั่งความไปบอกผู้ใหญ่ผันว่าวรรณตายแล้ว ไปถึงโรงพยาบาลเจอจ่าแม่นก็ถามว่าปลัดกับวรรณอยู่ไหน จ่าบอกว่าอยู่ห้องดับจิต ดาวเรืองร้องไห้สะอึกสะอื้น ครู่เดียววรรณกับปลัดก็เปิดประตูห้องดับจิตเดินออกมา ดาวเรืองช็อก ยิ้มทั้งน้ำตา เผลอโผกอดวรรณทำเอาวรรณเคลิ้ม พอดาวเรืองรู้สึกตัวก็ผละออกมา จ่าแม่นรีบบอกว่า “ข้าก็ไปด้วยนะไอ้เรือง” ดาวเรืองเลยกอดจ่าแม่นแก้เกี้ยว

“ฉันดีใจจริงๆ ที่ทุกคนไม่เป็นอะไร...ดีใจจริงๆนะ”

ทุกคนยิ้มให้กันอย่างลืมตัว โดยเฉพาะปลัดกับดาวเรืองที่ยิ้มให้กันมองกันด้วยแววตาที่บ่งบอกถึง ความรู้สึกในใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 09:29 น.