ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวเรือง

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ดาวเรือง ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

จินตวัฒน์ วิโสภา หรือ จิ๋น หนุ่มวัย 30 จบรัฐศาสตร์การปกครอง สอบเป็นปลัดด้วยอุดมการณ์ที่จะ พัฒนาท้องถิ่นสืบสานงานต่อจากพ่อที่เสียชีวิตในหน้าที่

จิ๋นขับรถทะเบียน ดล208 กรุงเทพมหานคร

จากกรุงเทพฯ บ่ายหน้าไป “บ้านดอนล้อมแรด” ไปรับหน้าที่ปลัดคนใหม่ที่นั่น เขาขับรถสบายๆ ฟังเพลงอารมณ์ดี ผ่านทุ่งนา ไร่อ้อย สันเขื่อน และความงามของธรรมชาติสองข้างทาง

เสียงมือถือดังขึ้น เขาหรี่เสียงเพลงในรถเบาลง พูดกับปลายสายอย่างขี้เล่นติดตลกว่า

“เกือบถึงแล้วครับแม่...ถ้าไม่หลงเข้าตะเข็บชายแดนทะลุเขมรไปซะก่อน”

“พูดเป็นเล่น อย่าลืมที่แม่บอกนะลูก” จันทราผู้เป็นแม่ที่เปิดร้านขายดอกไม้ คุยกับจิ๋นไปก็จัดดอกไม้ให้ลูกค้าไป

จิ๋นหยิบแผนที่ที่ทางอำเภอแฟกซ์มาให้ ตาดูปากก็เลียนเสียงแม่ที่สั่งเขาก่อนออกเดินทางว่า

“ถึงแล้วก็รีบไปหานายอำเภอกับคุณนายฤดีทันที ห้ามเถลไถลไปไหนเป็นอันขาด แล้วถ้าไม่จำเป็นก็อย่าออกไปไหนมาไหนคนเดียวด้วย”

“จินตวัฒน์!!” จันทราเรียกปรามลูกชายที่ทะเล้นทำเสียงล้อเลียน

“ผมล้อเล่น...อย่าโกรธสิครับแม่ เดี๋ยวแก่เร็วไม่รู้ด้วยนะ” จิ๋นไม่วายหยอกแม่ประสาลูกขี้อ้อน ขับไปอีก จนเจอป้ายบอกทางเข้า “บ้านดอนล้อมแรด” จิ๋นบอกแม่ว่า “ผมเจอทางเข้าแล้วครับแม่ คิดว่าไม่เกินยี่สิบนาทีก็น่าจะถึงแล้ว แม่ไม่ต้องห่วงนะ รับรองผมถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพแน่นอนครับ”

“ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง” จันทราอดถามอย่างเป็นห่วงไม่ได้ จิ๋นบอกแม่ว่า เจริญ ถนนหนทางสะดวกมาก บอกแม่อย่างนั้นทั้งๆ ที่กำลังขับไปบนถนนลูกรัง เป็นหลุมเป็นบ่อรถกระแทกเสียจนหัวแทบกระเด็นจากบ่า

ระหว่างนั้น จิ๋นเห็นมอเตอร์ไซค์ 3 คันกำลังบิดไล่กันมาฝุ่นตลบ ทุกคนสวมหมวกกันน็อก ใส่เสื้อผ้ามิดชิด แต่ก็ดูออกว่าคันแรกเป็นเด็กผู้หญิงมีเด็กชายซ้อนท้ายมืออุ้มตะกร้าใส่ดอกดาวเรืองพูน สองคันหลังเป็นชาย โดยคันสุดท้ายมีคนซ้อนไม่ใส่หมวกกันน็อกแต่งชุดดำมีผ้าโพกปิดหน้าปิดตามิดชิด ท่าราวกับมือปืน พอรถแซงขึ้นไป คนที่ซ้อนท้ายก็หันมาแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ จิ๋นหัวเราะอย่างเอ็นดู บอกแม่ที่ยังคุยโทรศัพท์กันอยู่ว่า

“แล้วคนที่นี่ก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่เห็นน่ากลัวเหมือนที่แม่เคยเล่าเลยครับ”

พลันก็ร้องเฮ้ย! เมื่อจู่ๆ คนที่ซ้อนท้ายก็ชักปืนทำท่าจะยิงใส่รถจิ๋น

“เป็นอะไรลูก!! จิ๋น...จิ๋น!!” จันทราตกใจร้องถาม

จิ๋นกำลังตึงเครียด เพราะเห็นมอเตอร์ไซค์คันแรกเร่งเครื่องหนี สองคันหลังไล่บี้และคนซ้อนท้ายพยายามจะยิงเด็กผู้หญิงคันหน้า เขาตัดสินใจเร่งเครื่องขับไล่ตามไปจนไม่ได้ตอบจันทรา

มอเตอร์ไซค์สามคันไล่บี้กันไปจนไล่ทัน คนซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ยกปืนเล็งทันที จิ๋นบีบแตรข่มลั่น แต่มือปืนยังเล็งปืนใส่เด็กผู้หญิงเขม็ง ส่วนเด็กผู้หญิงก็หันจ้องมือปืนอย่างไม่สะทกสะท้าน

พริบตานั้น มือปืนเหนี่ยวไก แทนที่ปืนจะลั่นปัง! กลับมีน้ำพุ่งปรี๊ดออกมาเป็นสาย เด็กผู้หญิงหักรถหลบเฉี่ยวล้มลง ตะกร้าดอกดาวเรืองในมือเด็กชายที่ซ้อนท้ายหกกระเด็นลอยขึ้นเต็มฟ้า จิ๋นเบรกรถทันที ดอกดาวเรืองและขวดน้ำที่ซ่อนอยู่ในตะกร้า หล่นลงมากระจายอยู่หน้าหม้อรถขวดน้ำแตก น้ำไหลนองเต็มไปหมด

“เฮ้ยยยย! จิ๋นร้องเสียงหลง จันทราที่ใจไม่ดีอยู่แล้ว ถามว่าเป็นอะไร แต่ไม่มีเสียงตอบเพราะมือถือของจิ๋นหล่นบนคอนโซลและรถของจิ๋นก็ไถลตกถนนพุ่งไปชนต้นไม้ข้างทาง โครม!

“เกิดอะไรขึ้น?!” จันทราใจคอไม่ดี เป็นห่วงลูกจนไม่มีแก่ใจจะทำอะไรอีก รีบกดโทร.ใหม่

ส่วนจิ๋น จินตวัฒน์ ปลัดหนุ่มไฟแรงที่มุ่งมั่นจะ พัฒนาบ้านดอนล้อมแรด เงยหน้าจากพวงมาลัย เห็นชายที่เป็นมือปืน วกรถกลับมาจอดถือปืนเดินตรงไปที่เด็กผู้หญิงที่ล้มกลิ้งอยู่ จิ๋นหยิบปืนในคอนโซลลงจากรถ จึงไม่ได้ยินเสียงมือถือที่ดังขึ้นอีก

ooooooo

มือปืนเดินไปถึงเด็กหญิง จึงถอดผ้าโพกหน้าออก ตรงไปถามเด็กผู้หญิง

“เป็นอะไรหรือเปล่า...ไอ้เรือง”

ที่แท้เขาคือสุวรรณ หรือ ไอ้วรรณ จิ๋กโก๋วัย 24ปี ลูกผู้ใหญ่ผันกับแม่เวียง นักเลงโตแห้งบ้านดอนล้อมแรดนั่นเอง ส่วนเด็กผู้หญิงที่ล้มกลิ้งอยู่ คือดาวเรือง หรือไอ้เรือง เด็กสาววัย 18 ตัวแสบแห่งบ้านดอนล้มแรด พอยันตัวลุกขึ้นมาได้ก็ด่า

“อยากตายรึไง หา! ไอ้วรรณ!! เอาน้ำอะไรมาฉีดใส่ข้า”

“ก็น้ำมันพรายไงจ๊ะน้องเรือง” ไอ้กรอดที่ล้มกลิ้งอยู่ข้างๆ ชิงตอบ เลยถูกไอ้แหลมเบิ๊ดกะโหลกตวาด

“ไปบอกมันทำไมวะไอ้กรอด”

“จริงเหรอวะไอ้วรรณ” ดาวเรืองปรี่เข้ากระชากคอเสื้อถาม ไอ้วรรณนักเลงใหญ่บ้านดอนล้อมแรดร้องเสียงหลง ขอความช่วยเหลือจากไอ้กรอดกับไอ้แหลม

ไอ้แหลมกับไอ้กรอดจะเข้าไปช่วยลูกพี่ ถูกไอ้เพี้ยนที่ซ้อนท้ายดาวเรืองมาผลักไอ้แหลมเซ เหวี่ยงลูกแปเตะตูดไอ้กรอดป้าบ! แล้วใส่ตีนหมาโกยแนบ แต่ทำปากกล้าร้องท้า “แน่จริงก็จับให้ได้สิโว้ย...”

จิ๋นมึนกับพฤติกรรมของจิ๊กโก๋บ้านดอนล้อมแรด ตรงไปห้ามดาวเรืองที่ยังกระชากคอเสื้อไอ้วรรณ

“นี่มันเรื่องอะไรกัน หยุดเดี๋ยวนี้...ฉันบอกให้หยูดดดด” พลางเข้าไปแยกดาวเรืองออกมา

ดาวเรืองฉุนขาดผลักจิ๋นล้ม จนปืนที่เหน็บเอวกระเด็นหลุดออกมา ไอ้วรรณเห็นปืนก็ตาเหลือกนึกว่าเป็นตำรวจ โกยแนบไปขึ้นรถก่อนเพื่อน ไอ้แหลมกับไอ้กรอดวิ่งตาม แล้วนักเลงโตทั้งสามก็หนีไป ทิ้งให้ดาวเรืองเผชิญหน้ากับจิ๋นตรงนั้น

ooooooo

ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนไปช่วยกันยกมอเตอร์ไซค์ขึ้น จิ๋นถามว่าจะหนีไปไหนพร้อมกับเข้าไปแย่งกุญแจรถ ถูกดาวเรืองตวาด

“หลีกไป ไม่ใช่เรื่องของนาย”

“ทำไมจะไม่ใช่ ในเมื่อเราทำฉันเกือบรถคว่ำตาย” จิ๋นเอากุญแจรถซ่อนข้างหลัง ดาวเรืองพยายามจะเข้าแย่งขู่ว่า

“ก็แค่เกือบ แต่ถ้านายไม่คืนกุญแจรถให้เรา นายได้ตายจริงแน่”

จิ๋นระอากับความก๋ากั่นของดาวเรือง ปรามว่าเป็นเด็กเป็นเล็กกล้าขู่ผู้ใหญ่หรือ บอกไปคุยกันที่โรงพัก ดาวเรืองลอยหน้าบอกว่า “ไม่มีเวลาโว้ย” จิ๋นไม่ยอมคว้าแขนจะลากไปโรงพักให้ได้ เลยถูกดาวเรืองถีบหงายลงไปในปลักควาย แล้วยักคิ้วแผล็บบอกว่า “ว่างเมื่อไหร่แล้วจะไป” หันไปเรียกไอ้เพี้ยน “ไปเหอะ” ทิ้งจิ๋น ปลัดหนุ่มไฟแรงจมอยู่ในปลักควาย ตะกายขึ้นมาได้ก็บ่นงึมงำ

“เด็กอะไร...ทำไมแสบนักวะ”

ตะกายขึ้นจากปลักควายได้ เดินไปที่รถ ประตูรถเกิดเปิดไม่ได้อีกเพราะติดเครื่องไว้ประตูเลยล็อกอัตโนมัติ เขาบ่นเซ็งๆ “ให้มันได้อย่างนี้สิ” ซ้ำร้าย โทรศัพท์ในรถก็ดังไม่หยุด จิ๋นมองสภาพตัวเอง ดูรถที่เปิดประตูไม่ได้ ฟังเสียงโทรศัพท์ที่เรียกไม่หยุด ถามตัวเองมึนๆ “แล้วจะทำยังไงวะเนี่ย...”

จินตวัฒน์ยืนเคว้งคว้าง มองขึ้นข้างบนก็แดดเปรี้ยง มองซ้ายขวาก็เห็นแต่ความแห้งแล้งว่างเปล่า ไม่มีบ้านเรือนผู้คนเลยสักหลังเดียว...

ooooooo

ที่ศาลาอเนกประสงค์บ้านดอนล้อมแรด ชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์มาต้อนรับปลัดใหม่กันแต่เช้ามืด คอยจนแดดเปรี้ยงถูกแดดเผาจนหน้าเหี่ยวอารมณ์เหือดกันหมด ปลัดใหม่ก็ยังไม่มา

นายอำเภอไพศาลได้รับโทรศัพท์จากจันทราว่าจิ๋นหายไปติดต่อไม่ได้ นายอำเภอตกใจอุทานลั่น

“อะไรนะครับ...ปลัดจินตวัฒน์หายตัวไป!!”

ฤดี กำนันเทิ้ม พระครูจ้อย ที่อยู่ใกล้ๆ พากันตกใจไปด้วย ชาวบ้านที่เริ่มนั่งๆ นอนๆ ลุกพรึ่บมองนายอำเภอเป็นตาเดียว นายอำเภอปลอบจันทราให้ใจเย็นๆ ปลัดอาจจะอยู่ในที่ที่ไม่มีสัญญาณก็ได้ ถ้าเจอตัวแล้วจะรีบติดต่อกลับทันที

พระครูจ้อยถามว่าจะให้ใครไปตามไหม ผู้กำกับบอก ว่า “ผมจัดการเองครับ” แล้วจัดจ่าแม่น เก่งหมุดให้ไปตาม

ไม่นานจ่าแม่นก็โทร.รายงานว่าเจอรถทะเบียน ดล 208 กรุงเทพมหานครแล้ว ตอนนี้ประสบอุบัติเหตุชนต้นไม้ใหญ่ นายอำเภอถามว่าแล้วปลัดล่ะ จ่าแม่นบอกว่าตนหาจนทั่วแล้วไม่เจอปลัดคนใหม่ เจอแต่...พูดพลางจ่าแม่นก้มลงดมๆ น้ำที่หกอยู่บนหน้าหม้อรถ ทำจมูกฟุดฟิด จนนายอำเภอร้อนใจถามว่า “เจอแต่อะไร”

“เจอแต่เหล้าขาวครับผม ผมว่าผมรู้แล้วครับว่าใครจับตัวปลัดไป” พูดแล้วจ่าแม่นตะเบ๊ะลมๆแล้งๆอย่างเคยชิน

ooooooo

ไอ้วรรณ ไอ้แหลม ไอ้กรอด บึ่งรถมอเตอร์ไซค์มาที่บ้านผู้ใหญ่ผันแล้วพากันวิ่งหน้าตั้งหลบไปหลังบ้าน อึดใจเดียวดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนก็บึ่งรถหัวฟูตามมา  เห็นไอ้วรรณกับพวกวิ่งไปหลังบ้านก็วิ่งตามไปด้วยความแค้น

ไอ้แหลมกับไอ้กรอดรู้ฤทธิ์ดาวเรืองดี พอเห็นจวนตัวก็หนีเอาตัวรอด ทิ้งให้ไอ้วรรณยืนปากกล้าขาสั่นเบื้องหน้า ดาวเรืองขยับเท้าพร้อมหนี ดาวเรืองตวาดว่า “ยังคิดจะหนีอีกเหรอไอ้วรรณ”

“ข้าไม่หนีก็ได้ ยังไงร่างกายของข้ามันก็เป็นของเอ็งอยู่แล้วไอ้เรือง เอ็งจะเหยียบจะย่ำยังไงก็เชิญ เชิญเลย...เหยียบมาที่นี่” ไอ้วรรณแหวะเสื้อตรงหัวใจเอานิ้วจิ้มๆ “นี่ ที่หัวใจข้านี่ เอ็งจะได้เจ็บเหมือนที่ข้าเจ็บ”

“แล้วทำไมพี่เรืองต้องเจ็บไปกับเอ็งด้วยหา ไอ้พี่วรรณ” ไอ้เพี้ยนถามงงๆ

“เพราะในหัวใจข้ามีไอ้เรืองอยู่ยังไงล่ะ” ไอ้วรรณทำเสียงเข้ม ถูกไอ้แหลมกับไอ้กรอดที่แอบอยู่หลังกอกล้วยร้องฮิ้ว...อย่างถูกใจ ดาวเรืองไม่ขำด้วย คว้ามีดพร้าที่ปักอยู่กับหยวกกล้วยเงื้อง่า ขู่

“ในเมื่อเอ็งเล่นสกปรกกับข้าก่อน ข้าก็จะสับๆๆๆ ของของเอ็งให้เหลือแต่ตอ จะได้ไม่ต้องมีไว้ทำพันธุ์อีกต่อไป” ไอ้วรรณตกใจเอามือกุมเป้าแน่น ถูกดาวเรืองรุกก็ถอยกรูดจนไปตกในเล้าหมู ทำเอาหมูแตกตื่นวิ่งพล่านไปทั้งเล้า ไอ้วรรณก็วิ่งพล่านไปกับหมู อ้อนวอนอย่าสับของตนเลยมีอยู่อันเดียว สับแล้วงอกไม่ได้ อะไหล่ก็ไม่มี วิ่งจนหนีออกจากเล้าหมูก็ล้มกลิ้ง ไอ้แหลมกับไอ้กรอดเห็นดังนั้น ส่งสัญญาณกันเข้าไปช่วยลูกพี่ ดอดเข้าล็อกตัวดาวเรืองไว้

“เฮ้ย! ปล่อยไอ้เรืองเดี๋ยวนี้ พวกเอ็งไม่มีสิทธิ์แตะต้องตัวไอ้เรืองของข้า ปล่อย!” ไอ้วรรณตะคอกจนไอ้แหลมกับไอ้กรอดต้องปล่อย พอดาวเรืองเป็นอิสระก็ควงพร้าเข้าไล่ฟันไอ้วรรณต่อ

“ช่วยด้วยยยยยย” ไอ้วรรณร้องลั่นวิ่งหนีสะดุดสุ่มไก่ใต้ถุนบ้านล้ม ดาวเรืองตามไปติดๆ ไอ้เพี้ยนวิ่งไปช่วยลูกพี่

ขณะไอ้วรรณจนมุมนั่นเอง เสียงผู้ใหญ่ผันกับแม่เวียงก็ดังมาจากข้างหลัง “หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้เรือง” ...“นี่มันเรื่องอะไรกัน” ผู้ใหญ่ผันเห็นไอ้วรรณล้มกลิ้งอยู่ข้างสุ่มไก่ก็ร้องเสียงหลง “ลูกพ่อ!!” พอไอ้วรรณเห็นพ่อก็โผเข้าหาอ้อนราวกับลูกแหง่ “พ่อจ๋า...ช่วยหนูด้วย”

ผู้ใหญ่ผันโผเข้าอุ้มไก่ ไอ้วรรณเลยวืดหัวทิ่มไป

ผู้ใหญ่หันไปด่าดาวเรืองว่าจะมากไปแล้ว เกิดไอ้โต้งลูกรักตนหัวใจวายจะทำยังไง ส่วนแม่เวียงถามว่าเรื่องอะไรถึงได้ถือมีดไล่สับไอ้วรรณของตน ไอ้เพี้ยนฟ้องแทนว่าเพราะไอ้พี่วรรณเอาน้ำมันพรายมาฉีดใส่พี่เรืองก่อนผู้ใหญ่ผันรู้ว่าเถียงกับดาวเรืองไม่ชนะแน่ รู้จุดอ่อนของดาวเรืองเลยขู่ว่า ถ้าไม่เลิกทำตัวเป็นอันธพาลจะฟ้องแม่บานชื่น

ได้ผล! ดาวเรืองหงอไปถนัดแต่ยังทำฟอร์มชี้หน้าไอ้วรรณบอกว่าคราวนี้ยอมให้เพราะเห็นแก่หน้าเหี่ยวๆ แต่ถ้าคราวหน้าขืนทำแบนี้อีกไม่ได้ตายดีแน่ว่าแล้วปามีดลงพื้น ทั้งผู้ใหญ่ผัน แม่เวียงและไอ้วรรณโดดหลบกันแทบไม่ทัน แล้วดาวเรืองก็หันไปชวนไอ้เพี้ยนกลับ

“เจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ คอยดูนะ ข้าต้องเอาคืนให้ได้” ดาวเรืองคำรามฟึดฟัด ไอ้เพี้ยนบ่นว่าเพราะไอ้น้ำมันพรายนั้นแหละตนเลยพลอยซวยไปด้วย ดาวเรืองฉุกคิดได้ทันที “ข้ารู้แล้ว” แค้นจนลมออกหู

ooooooo

ดาวเรืองตรงไปที่สำนักหลวงตาคง เจอหลวงตากำลังทำพิธีจับปอบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มีชาวบ้านที่ศรัทธาพากันมาร่วมพิธีหวังขจัดผีปอบไปจากหมู่บ้าน

พอไปถึงดาวเรืองยันโอ่งน้ำมนต์ล้มโครม น้ำมนต์สาดลงบนตัวหลวงตาเปียกม่อลอกม่อแลก

“ไอ้เรือง!!” หลวงตาฉุน

“คุยกันหน่อยสิ หลงตา” ดาวเรืองจงใจเรียกให้เพี้ยนเหน็บหลวงตาที่หลงอวิชชาจนกู่ไม่กลับ เมื่อไปคุยกันที่อีกมุมหนึ่ง ดาวเรืองยิงคำถาม “หลงตาเป็นคนให้น้ำมันพรายไอ้พี่วรรณไปใช่ไหม” หลวงตาคงยืนยันว่าตนไม่ได้ให้ ดาวเรืองดักคอว่า “ไม่ได้ให้แต่ขายให้ใช่ไหม”

“เดรัจฉานวิชาแบบนี้ข้าไม่ยุ่งให้ศีลเสื่อมหรอกโว้ย เอ็งสองคนจะไปวิ่งเล่นที่ไหนก็ไป ข้าต้องกลับไปทำพิธีต่อ” พลางจะเดินหนีดาวเรืองไม่ยอมให้ไปถามว่าตกลงไม่ยอมรับและไม่รับผิดชอบใช่ไหม หลวงตาถามว่า “ก็ข้าไม่ได้ให้แล้วข้าจะต้องรับผิดชอบอะไรเว้ย!!” หลวงตาเสียงดัง แล้วเดินหนีออกไป

ไอ้เพี้ยนจะตาม ดาวเรืองดึงคอเสื้อจนไอ้เพี้ยนแทบหงายหลัง

“ไม่ต้องตามไอ้เพี้ยน แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ถอนรากถอนโคนให้สิ้นซากไปเลย”

“ยังไงเหรอพี่เรือง”

“เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะ!” ดาวเรืองตาเป็นประกายอย่างมีแผนเด็ด

ooooooo

จ่าแม่น เก่งหมุด ที่ถูกดาวเรืองเรียกเป็น จ่าแม่น เก่งมุด เสียจนเกือบกลายเป็นทางการไปแล้ว ไปที่ศาลาอเนกประสงค์ฟ้องบานชื่นแม่ของดาวเรืองว่า ดาวเรืองจับปลัดคนใหม่ไป ดาวเรืองปฏิเสธเสียงสูงปรี๊ดว่าไม่จริงมั้งงงงง...

จ่าแม่นอ้างหลักฐานที่ได้จากที่เกิดเหตุว่า มีเหล้าเถื่อนของไอ้เรืองหกอยู่ใกล้ๆรถปลัด บานชื่นโต้ว่าพูดอย่าง กับว่าไอ้เรืองมันต้มเหล้าเถื่อนอยู่คนเดียว มันก็ต้มกันทั้งหมู่บ้านนั่นแหละ แล้วจ่าแม่นจะหาว่าไอ้เรืองต้มคนเดียวได้ไง

“ไอ้เรืองแน่นอน ฉันจำกลิ่นเหล้าที่ไอ้เรืองมันต้มได้!” จ่าแม่นยืนยันหนักแน่น พอฤดีเมียนายอำเภอถามว่าจ่าจำได้ไง จ่าตอบทันที “ฉันกินบ่อย” พอทุกคนร้องอ้าวจ่าก็แก้เกี้ยวเหนียมๆว่า “กินเพื่อให้จำได้ จำได้แล้วจะได้ไปจับไง!!”

บานชื่นบ่นอย่างไม่พอใจว่าเอะอะอะไรก็จับแต่ไอ้เรือง เกิดเรื่องอะไรก็โทษแต่ไอ้เรือง หลักฐานก็ไม่ชัดเจน อยากจับนักก็จับแม่ไอ้เรืองไปเลย จ่าแม่นที่หลงรักบานชื่นตั้งแต่วัยสาวยิ้มหวานบอกว่า “พี่จับไม่ลง พี่รักแม่...แต่แค้นลูก!!”

“ถ้าไอ้เรืองไม่ได้ทำแล้วไอ้เรืองอยู่ไหนล่ะ”  ผู้กำกับตัดบทอย่างรำคาญเต็มที

“ใช่...มันอยู่ไหนนนน” จ่าแม่นถามบานชื่น นายอำเภอแทรกขึ้นอย่างเหนื่อยหน่ายว่า

“ไอ้เรืองอยู่ไหนไม่สำคัญ สำคัญที่...ปลัดคนใหม่มันไปอยู่ที่ไหน!!!”

ooooooo

จิ๋น–จินตวัฒน์ เนื้อตัวมอมแมมอาศัยรถอีแต๊ก ของลุงชาวนาผู้มีน้ำใจไปถึงหน้าวัดบ้านดอน เขาโดด ลงจากรถยกมือไหว้ขอบคุณ ลุงยิ้มกว้างเห็นแต่เหงือกอย่างใจดีแล้วขับอีแต๊กแก่ๆของแกต่อไป

ขณะจิ๋นยืนเคว้งคว้างอยู่ ก็เจอกำจรนำชาวบ้านออกตามหาปลัดคนใหม่ให้ควั่ก จิ๋นได้ยินจึงแสดงตัวว่าตนนี่แหละที่เป็นปลัดคนใหม่ของบ้านดอนล้อมแรด กำจรเห็นสารรูปแล้วไม่เชื่อ ปรามาสว่า “ถ้าอย่างเอ็งเป็นปลัด ข้าก็นายอำเภอแล้ว”

ไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ก็มีเสียงเด็กวัดร้องตะโกนมาว่า “ไฟไหม้!” ทุกคนเลยวิ่งไป เห็นควันโขมงพวยพุ่งมาจากหลังสำนักหลวงตาคง และที่หลังสำนักนั่นเองดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนกำลังช่วยกันโกยกาบมะพร้าวกับใบไม้แห้งสุมเข้าไป แต่พอจะหันหนีก็เจอจิ๋นเข้าอย่างจัง

คู่ปรับเก่ามาจับได้คากองไฟแบบนี้ ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนเตรียมโกยหนี ถูกจิ๋นคว้าตัวไว้เพื่อคิดบัญชีกัน ดาวเรืองดิ้นสุดแรงจะวิ่งไปที่รถ จิ๋นแย่งพวงกุญแจรถ พวงกุญแจรถขาดติดมือไปคนละครึ่ง จิ๋นได้ส่วนที่เป็นกะโหลกไขว้ ถูกดาวเรืองชกจุกแล้วกำขี้เถ้ากากมะพร้าวป้ายหน้าจิ๋นจนดำปี๋ เท่านั้นไม่พอ ยังถูกไอ้เพี้ยนกระโดดกัดหูจนร้องลั่น แล้วทั้งสองก็โกยอ้าวไป

“หยุดนะ...ยกมือแล้วค่อยๆหันมา” จ่าแม่นขู่จิ๋นที่ยืนมึนอยู่ จิ๋นทำตามคำสั่ง พอหันมาพวกจ่าแม่นผงะร้อง เฮ้ย!! หลวงตาคงบอกให้จับเลย ไอ้นี่แหละที่เผาสำนักตน จิ๋นตกใจปฏิเสธเสียงหลงว่าตนเปล่าเผา แต่ก็ถูกลูกน้องจ่าแม่นกรูกันจับไปโยนที่หน้าสำนักหลวงตาคง

ผู้กำกับถามจิ๋นว่าใครส่งมา ไอ้เรืองใช่ไหม หลวงตาคงฟันธงว่าต้องใช่ไอ้เรืองแน่ เพราะเพิ่งมีเรื่องกับตนเมื่อกี้นี้เอง บานชื่นแว้ดขึ้นว่าพูดแบบนี้ก็สวยซิ จ่าแม่นถามจิ๋นอีกทีว่าใครส่งมาและมาทำอะไรที่นี่

“ผมมาทำงาน กระทรวงส่งผมมาเป็นปลัดใหม่ของที่นี่”

“อย่ามาอ้างโน่นอ้างนี่ ฉันรู้จักแม่ของปลัดใหม่ และฉันก็มีรูปเขาด้วย” ฤดีเมียนายอำเภอแทรกเข้ามา

ระหว่างนั้นจิ๋นไปล้างหน้าล้างตาพอกลับมา ฤดีที่เอารูปถ่ายของจิ๋นในชุดข้าราชการมาเทียบกับหน้าร้องดีใจว่า

“ตาจิ๋น!! ใช่ตาจิ๋นจริงๆด้วย นี่น้าฤดีเอง จำได้ไหมจ๊ะ”

จิ๋นบอกว่าจำได้ บอกนายอำเภอว่าตนคือ จินตวัฒน์ วิโสภา ปลัดคนใหม่ของที่นี่ พลันสถานภาพของจิ๋นจากคนร้ายก็กลายเป็นเจ้านายไปทันที ทั้งกำจรและจ่าแม่นที่ทำกร่างแต่แรกแย่งกันเข้าแนะนำตัวอย่างนอบน้อม

พระครูจ้อยถามว่าแล้วทำไมสภาพถึงเป็นแบบนี้ล่ะ เกิดอะไรขึ้น จิ๋นชูพวงกุญแจกะโหลกไขว้ที่ดึงขาดจากดาวเรืองให้ทุกคนดู “ก็เจ้าของกุญแจรถที่ห้อยอันนี้ล่ะครับ ที่เป็นคนก่อเรื่องทั้งหมด”

บานชื่นที่ยืนฟังอยู่เห็นพวงกุญแจจำได้ว่าเป็นของดาวเรือง ค่อยๆเลี่ยงหลบออกไป พอกลับถึงบ้านก็ไล่ตีจนดาวเรืองต้องวิ่งหลบรอบเสาเรือน ถามแม่ว่ามาตีกันทำไม

“ยังจะมีหน้ามาถามอีก ก็ทีเอ็งไปอาละวาดบ้านผู้ใหญ่ผัน เผากุฏิหลวงตาคง ทำร้ายปลัดใหม่ เอ็งทำอย่างนี้ทำไม”

ดาวเรืองชี้แจงว่าเพราะไอ้วรรณกับหลวงตาคงหาเรื่องตนก่อน ส่วนปลัดคนใหม่ตนไม่รู้เรื่อง หน้าตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ ไอ้เพี้ยนช่วยยืนยันให้ลูกพี่ เลยถูกบานชื่นเอ็ดว่าไม่ต้องมาช่วยแก้ตัว แล้วคร่ำครวญทั้งโมโหทั้งน้อยใจว่า

“เอ็งเคยคิดไหมไอ้เรือง ถ้าพวกนั้นเขาเอาจริงขึ้นมา จับเอ็งเข้าคุกเข้าตะราง แม่จะอยู่ยังไง พี่พฤกษ์จะเสียใจไหม เรามีกันอยู่แค่นี้ พ่อเอ็งก็ไปสวรรค์ตั้งนานแล้ว”

“ฉันไม่มีวันยอมติดคุกหรอกแม่  ตราบใดที่พี่พฤกษ์ ยังเรียนไม่จบ ที่นายังไม่ได้ไถ่ถอน แล้วแม่ยังต้องลำบากอยู่อย่างนี้ ฉันไม่ยอมให้ใครลากเข้าคุกง่ายๆหรอก”

ดาวเรืองฉวยโอกาสขณะบานชื่นนิ่งอึ้ง  วิ่งเข้าแย่งไม้เรียว บอกแม่ว่าจะไปต้มเหล้าก่อน แล้วลากไอ้เพี้ยนออกไป

“ไอ้เรือง!! ไอ้ลูกคนนี้ มันร้ายเหมือนใครวะ” บานชื่นบ่น แต่พอหันเห็นตัวเองในกระจกก็ตกใจผงะ นึกได้ว่าตัวเองเป็นแม่

ooooooo

กำจรได้รับหน้าที่ให้ดูแลจิ๋น เอากุญแจบ้านและเสื้อผ้าของตัวเองมาให้จิ๋นเปลี่ยนแก้ขัดไปก่อน ส่วนรถของจิ๋น กำจรบอกอย่างภูมิใจว่าตนตามช่างแล้ว อาทิตย์หน้าช่างว่างแล้วจะมา จิ๋นฟังแล้วมึน

ระหว่างนั้นจิ๋นยังติดใจสงสัยกำจรว่า ได้ยินใครๆก็พูดถึงแต่ไอ้เรือง ไอ้เรืองเป็นใครหรือ?

“ก็ขาใหญ่ที่นี่ล่ะครับ หรือจะเรียกว่าผู้ทรงอิทธิพลก็ได้ครับ ตำรวจกลัวมันหัวหด คุณปลัดเองก็เห็นฤทธิ์เดชมันแล้วนี่ครับ” จิ๋นทำหน้างง  ติงว่าแต่ที่ตนเจอยังเด็กอยู่นะ กำจรนึกว่าเป็นไอ้เพี้ยน บอกว่า “อ๋อ...คงเป็นลูกสมุนมันชื่อไอ้เพี้ยน”

“ชื่อเพี้ยนเหรอ” จิ๋นพึมพำนำถึงหน้าดาวเรืองที่ทำก๋ากั่นใส่ตน กำจรคุยน้ำลายแตกฟองต่อว่า

“ครับ...ไอ้นี่ก็ประมาทมันไม่ได้เหมือนกัน เห็นเด็กอย่างนี้น่ะแสบไม่ใช่เล่น ว่าแต่คุณปลัดมีอะไรขาดเหลือก็บอกผมได้ ไม่ต้องเกรงใจนะครับ เพราะยังไงผมก็ต้องเป็นผู้ช่วยคุณปลัดตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่อยู่แล้ว”

จิ๋นบอกว่าอยากโทรศัพท์ช่วยหาที่โทรศัพท์ให้หน่อยได้ไหม จิ๋นแสดงความสนิทสนมตบไหล่กำจรผัวะ จนกำจรคอย่นแทบสำลักน้ำที่กำลังกิน รีบบอก “ได้ครับ”

ooooooo

กำจรขับไอ้แก่บุโรทั่งเครื่องจะดับมิดับแหล่ตลอดทางไปถึงตลาด จอดรถบอกว่า เลี้ยวโค้งนี้ไปนิดเดียวมีตู้โทรศัพท์สาธารณะ จิ๋นดีใจบอกว่าตนไปเอง ได้ เดินไปเจอดาวเรืองพรวดเข้ามา ต่างก้าวขาข้างหนึ่งไปในตู้พร้อมกัน

ทั้งสองต่างจำกันได้ ดาวเรืองร้อง “เฮ้ย!!” ส่วนจิ๋นอุทาน “เพี้ยน...” ดาวเรืองตวาดว่ากล้าดียังไงมาเรียกตนว่าเพี้ยน จิ๋นเหนื่อยที่จะมีเรื่อง ขอเวลาส่วนตัวโทรศัพท์ก่อนบอกว่า “ฉันมีธุระสำคัญต้องโทร.เข้ากรุงเทพฯ”

“ไม่! เราก็มีธุระสำคัญต้องโทร.เข้ากรุงเทพฯ เหมือนกัน”

เลยเถียงกันว่าใครมาถึงก่อน ดาวเรืองคว้าหูโทรศัพท์บอกว่าตนมาถึงก่อนต้องได้โทร.ก่อน จิ๋นไม่ยอมสะบัดตัวไปยืนบังแป้นโทรศัพท์พูดกวนๆว่า “อยากโทร.หาใครก็ส่งกระแสจิตไปก็แล้วกัน”

อย่าง “ไอ้เรือง” มีหรือจะยอม เลยกระทืบเท้าจิ๋นอย่างแรง ซ้ำยังสะอึกเข้าทั้งทุบทั้งถองแล้วลากจิ๋นเหวี่ยงออกไป

ทันใดนั้นมีเสียงปืนดึงขึ้นนัดหนึ่ง กระสุนทะลุตู้โทรศัพท์เฉียดทั้งสองไปไม่ถึงนิ้ว!! ทั้งสองชะงักกึก

กำจรได้ยินเสียงปืนวิ่งอ้าวมาดูปลัดด้วยความเป็นห่วง เวลาเดียวกัน กำนันเทิ้มก็วิ่งกุมต้นแขนเลือดโชกผ่านมา มีลูกปืนไล่หลังมาเป็นระยะ ดาวเรืองจะวิ่งออกไป ถูกจิ๋นดึงไว้ “อย่าเพิ่งออกไป เกือบโดนลูกปืนแล้วเห็นไหม”

ดาวเรืองหันด่าว่ากลัวขี้ขึ้นสมอง ตุ๊ดรึเปล่า? จิ๋นโมโหเลยไล่ว่า ไม่กลัวตายก็ออกไปเลย ดาวเรืองวิ่งออกไปทันที พอดีกำจรมาถึงโอ่ว่า “ผมมาช่วยแล้วครับคุณปลัด ปลอดภัยดีนะครับ”

จิ๋นไม่ตอบเพราะมัวแต่มองดูว่าดาวเรืองจะทำอย่างไร พอเห็นขี่มอเตอร์ไซค์ไปทางที่กำนันเทิ้มวิ่งไปก็ดันกำจรออกแล้วขึ้นมอเตอร์ไซค์บึ่งตามไป

ดาวเรืองตามไปทัน ถามกำนันเทิ้มว่าเป็นไงบ้าง กำนันบอกให้ดาวเรืองรีบหนีไป พอดีชายฉกรรจ์ที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ตามกำนันเทิ้มมาถึง คนหนึ่งยกปืนเล็งมาที่กำนันเทิ้มอีก ดาวเรืองคว้าหนังสติ๊กที่เหน็บหลังใส่ลูกแก้วยิงถูกมือคนถือปืนทำให้วิถีกระสุนเบนไปถูกราวตากผ้าแถวนั้นขาด ผ้ารูดลงมาคลุมหัวชายอีกคนจนตกรถ มอเตอร์ไซค์ไถลมาทางดาวเรือง

“ระวัง...ไอ้เรือง!!” กำจรตะโกน จิ๋นเลยรู้ว่าที่แท้ผู้หญิงก๋ากั่นคนนี้เองที่ชื่อ “ดาวเรือง” รีบเข้าไปคว้าดาวเรือง กระชากพ้นมอเตอร์ไซค์ที่ไถลมาจนทั้งคู่อยู่ในอ้อมกอดกัน หน้าเกือบชนกัน พอดาวเรืองรู้สึกตัวก็ผละออกลุกขึ้นจะวิ่งไป จิ๋นรีบจับตัวไว้ ดาวเรืองโวยวายให้ปล่อย เห็นชายฉกรรจ์ที่ล้มลุกขึ้นจากกองผ้าวิ่งหนีไปก็ทั้งบ่นทั้งด่า

“มาจับกันไว้ทำไมวะ! เห็นไหม ไอ้ผู้ร้ายมันหนีไปแล้ว นายนี่มันเฮงซวยจริงๆแทนที่จะจับผู้รายได้กลับปล่อยมันหนีไป อยากให้กำนันเทิ้มเจ็บตัวฟรีรึไง ไอ้...ไอ้ผู้ชายขี้ไก่! ไอ้เต่าในกระดอง! ไอ้อ่อนเอ๊ย...เป็นใครมาจากไหนก็กลับไปทางนั้นเลยไป๊!”

“เป็นใครมาจากไหนไม่รู้ รู้แต่ว่า...ตอนนี้คุณจินต–วัฒน์กลับไปทางไหนไม่ได้ เพราะเพิ่งย้ายมาเป็นปลัดใหม่ของที่นี่”

“ปลัด?!...” ดาวเรืองอุทานเหมือนถูกผีหลอกกลางวัน ทั้งปลัดจินตวัฒน์และดาวเรืองต่างมองหน้ากันอึ้งๆ แต่อึดใจเดียวจิ๋นนึกได้วิ่งผละไปหากำนันเทิ้มถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง กำนันสะบัดตัวไม่ให้แตะต้องบอกว่า “ไม่ต้องมายุ่ง” จะพาไปโรงพยาบาลก็บอกว่า “ไม่ต้องมายุ่ง” เรียกกำจรให้เอารถมารับไปโรงพยาบาล ก็เสียงขุ่นใส่ว่า “บอกว่าไม่ต้องมายุ่ง!!” แล้วเอามือกุมแผลเดิมกะเผลกๆ ไป ทำเอาปลัดจิ๋นหันมองกำจรอย่าง...โคตรงงเลย...

ต่อมาจึงรู้จากกำจรว่า นี่คือตัวจริงเสียงจริงของกำนันเทิ้ม บอกปลัดจิ๋นว่าอย่าไปซีเรียสเลยเพราะนี่เป็นการถูกไล่ยิงเป็นหนที่สองแล้ว ไม่นับโดนไล่กระทืบอีกสี่ ไล่ตีอีกห้า ดีแต่ปาระเบิดยังไม่เจอ ทั้งนี้เพราะแกชอบพูดประชดแดกดัน ใครมันจะไปชอบ ปลัดจิ๋นถามทึ่งว่า “แค่ไม่ชอบนี่ถึงกับยิงกันเลยเหรอ”

“นี่แหละครับ เอกลักษณ์ของดอนล้อมแรด คุณปลัดอยู่ไปเดี๋ยวก็ ช.ป.อ. ชิน-ไป-เอง ครับ” พูดแล้วนึกได้ถาม “มัวแต่วิ่งหลบกระสุนปืน คุณปลัดได้โทรศัพท์หรือยังครับ...แน๊ๆๆ โทร.หาช้าเดี๋ยวแฟนงอนนะ” กำจรทำหน้าล้อๆแล้วเดินออกไป จิ๋นมองตามแล้วส่ายหน้ากับคนบ้านดอนล้อมแรดแห่งนี้

ooooooo

พอเหตุการณ์สงบ ดาวเรืองโทร.หาพฤกษ์พี่ชายที่เรียนอยู่กรุงเทพฯ บอกว่าเงินที่ยืมไปเมื่อเดือนที่แล้วขอเลื่อนไปใช้กลางเดือนแล้วกัน

“พี่บอกแล้วไงว่าพี่ให้ ไม่ใช่ให้ยืม...” ดาวเรืองบอกว่าไม่เอาเดี๋ยวบาป “แล้วที่เรายอมหยุดเรียนเพื่อให้พี่เรียนก่อนพี่ไม่บาปมากกว่าเหรอ พี่สัญญานะ จบเมื่อไหร่พี่จะรีบกลับไปช่วยเรืองกับแม่ จะดูแลไม่ให้เรืองกับแม่ต้องลำบากเลย”

ส่วนจิ๋นรีบโทร.หาแม่จันทรา เล่าเหตุที่ไม่ได้โทร.มาหลายวันเพราะโทรศัพท์ติดอยู่ในรถเอาออกมาไม่ได้ จันทราถามว่าแน่ใจหรือว่ามีเรื่องแค่นี้ จิ๋นโกหกเพื่อให้แม่สบายใจว่า

“ครับคุณแม่ไม่ต้องห่วงครับ คนที่นี่น่ารักแล้วก็ใจดีกันทั้งนั้น” แล้วอ้อนปะเหลาะว่าต่อไปจะโทร.หาแม่วันละสามเวลาก่อนอาหารเลย จันทราหยอกว่าไม่ต้องเพราะตอนนี้ก็มีคนโทร.หาแม่ทุกครึ่งชั่วโมงอยู่แล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมว่าใคร?

จิ๋นบอกว่าตนคุยกับเขาหลายหนแล้ว จันทราย้ำว่าโทร.คุยกันให้เคลียร์เสีย ไม่เข้าใจกันข้ามวันข้ามคืนแบบนี้ไม่ดี

“ครับคุณแม่...ถ้างั้นผมรบกวนอะไรคุณแม่สักอย่างได้ไหมครับ...” พอจันทรารับปาก จิ๋นก็ฝากเรื่องที่จะรบกวนแล้วขอบคุณแม่ ฝากบอกยายโจ๋งด้วยว่าคิดถึง วางสายด้วยสีหน้าสดชื่น

ส่วนจันทรา วางสายจากจิ๋นแล้ว มอบงานให้พฤกษ์เอาดอกไม้ไปส่งบ้านคุณหญิงวิยะดา ถามว่าวันนี้สอบทั้งวันหรือเปล่า พฤกษ์บอกว่า สอบเสร็จบ่ายสาม จากนั้นก็ว่าง จะมีนัดคุยเรื่องคดีพิเศษกับอาจารย์อีกทีก็ตอนค่ำๆ

“งั้นสอบเสร็จแล้วช่วยแวะมาที่นี่ ไปทำธุระให้ตาจิ๋นหน่อยนะจ๊ะ” บอกแล้วจันทรายื่นช่อดอกไม้ให้พฤกษ์ก็เอาไปส่งให้คุณหญิง พฤกษ์รับคำ ประคองช่อดอกไม้อลังการออกไป

ooooooo

ตอนที่ 2

อยู่กับกำจรก็มีเรื่องให้ทั้งขำทั้งสมเพช เพราะจะขึ้นบันไดบ้านทีก็ต้องนับขั้นที่ 2-5-6 ให้ก้าวข้ามเพราะบันไดชำรุด ถามว่าทำไมไม่ซ่อม กำจรพูดด้วย เหตุผลที่ฟังแล้วมึนว่า

“ก็ปลัดที่ย้ายมาอยู่ไม่ทนสักราย เลยไม่รู้จะซ่อมไปทำไม หลังๆก็เลยบอกให้ท่องกันครับ เดี๋ยวก็ชินไปเอง”

“เวรกรรม...” ปลัดจิ๋นพูดได้แค่นั้น แล้วก็ต้องทำตาม ท่อง สอง ห้า หก ยกเท้าข้ามขั้นบันไดขึ้นบ้านไป

เช้าวันรุ่งขึ้น ปลัดจิ๋นก็ลงมือซ่อมบันได กำจรมาเจอถามว่าซ่อมเองเลยหรือ เดินขึ้นๆลงๆสักวันสองวันเดี๋ยวก็ชินไม่น่าต้องเสียเหงื่อ

“ก่อนจะพัฒนาหมู่บ้าน เราควรจะเริ่มพัฒนาบ้าน ตัวเองเสียก่อน บันไดพังแค่นี้ถ้าไม่รู้จักซ่อม แล้วจะไป ดูแลช่วยเหลือคนอื่นได้ยังไง”

ปลัดจิ๋นเริ่มพัฒนาวิธีคิดของกำจรเป็นอันดับแรก กำจำยิ้มแหยๆบอกว่าให้คนเอารถไปซ่อมให้แล้ว ส่วนโทรศัพท์นี่เดี๋ยวจะเอาไปชาร์ตแบตให้ พลางเดินขึ้นบันไดนับ สอง ห้า...ปลัดจิ๋นพูดแทรกขึ้นว่าเดี๋ยวจะเข้าไปที่หมู่บ้าน อยากทำความรู้จักชาวบ้าน ถามว่ากำจรจะไปด้วยกันไหม

“แหม...ใช้งานถูกคน เดี๋ยวกำจรจะพาไปรู้จักผู้ทรงอิทธิพลด้านต่างๆเองครับ” พูดพลางเดินขึ้นบันไดปากก็นับ สอง ห้า หก พอนึกได้ก็บ่นตัวเองว่าจะนับไปทำไมในเมื่อปลัดก็ซ่อมไปแล้ว พอดีก้าวขึ้นขั้นที่หก

“เฮ้ย...อย่า!!” กำจรเหยียบบันไดขั้นที่หกพอดี หันมาถามปลัดจิ๋นว่า อย่าอะไรหรือ “อย่าเหยียบบันไดขั้นที่หกยังไม่ได้ซ่อม” ปลัดพูดไม่ทันขาดคำ บันไดก็หักโครม กำจรหล่นตุ้บลงก้นจํ้าเบ้าที่ใต้บันไดไม่เป็นท่า

ooooooo

เถียงนาอันเป็นที่สุดหัวกันเป็นประจำของวรรณและไอ้แหลมกับไอ้กรอด วันนี้ทั้งสามไปสุมหัวกันตามเคย วรรณบอกลูกน้องทั้งสองว่า ดาวเรืองไม่มีทีท่าตอบสนองแบบนี้แสดงว่านํ้ามันพรายของหลวงตาคงใช้ไม่ได้ผล

ไอ้กรอดบอกว่าหลวงตารับประกันว่า ถ้าไม่ได้ผล ในสองวันยินดีคืนเงินแถมกุมารทองให้อีกต่างหาก ไอ้แหลมบอกว่าขอให้ลูกพี่ใจเย็นๆนี่เพิ่งจะเข้าวันที่ 2 ดาวเรืองอาจหลงเสน่ห์ลูกพี่แต่ยังอายอยู่ก็ได้

พลันวรรณก็ร้องจ๊ากเมื่อมีลูกหินยิงมาโดนหัวจังๆ แถมมีจดหมายผูกติดมากับลูกหินด้วย วรรณรีบเปิดอ่านยิ้มน้อยยิ้มใหญ่บอกลูกน้องตาเยิ้มว่า จดหมายน้องเรืองเขียนมา ว้าน...หวาน...

อ่านจดหมายแล้ววรรณไปที่ร้านอาหารตามสั่งของดาวเรือง ปรากฏว่าจดหมายนั้นไม่ใช่ของดาวเรือง ยิ่งเมื่อวรรณเอาจดหมายที่เขียนเป็นกลอนออกมาให้บานชื่นอ่าน ทั้งแม่ทั้งลูกก็พากันขำกลิ้ง ดาวเรืองบอกว่าตนด้นกลอนรักไม่เป็นหรอกเป็นแต่กลอนด่า แล้วด้นกลอนสดชี้หน้าด่าวรรณ

“ชายโฉด ไอ้จอมโหดรังแกหมา รังแกแม้ไก่กา ใจหยาบช้า ไอ้บ้าวรรณ”

ดาวเรืองกับบานชื่นพากันหัวเราะ แต่วรรณ ไอ้กรอดกับไอ้แหลมทำหน้าไม่ถูก ซํ้ายังถูกดาวเรืองชี้หน้าปรามว่าอย่ามาให้เห็นหน้าอีก แล้วชวนเพี้ยนไป บ่นหงุดหงิด “เสียเวลาทำมาหากิน”

“ขอบใจนะไอ้วรรณ แหม...แวะมาทำให้ขำแต่เช้า” บานชื่นพูดไปขำไป แล้วเดินกลับไปหลังร้าน

วรรณยืนมึนถามลูกน้องทั้งสองว่าจะทำอย่างไรดี เมื่อวานดาวเรืองยังไม่หายโกรธวันนี้ก็มาโกรธซํ้าอีก ไอ้กรอดเสนอให้ซื้อของมาง้อ วรรณบอกว่าไม่มีเงินไอ้แหลมเสนอตามถนัดว่า “ไม่มีก็ขโมยซิพี่ จะยากอะไร” วรรณชมว่าหัวแหลมเข้าท่า เสนอได้ดีทำให้หมดปัญหาไปเรื่องเหลืออีกเรื่องเดียว ไอ้แหลมเพิ่งได้รับคม เสนอหน้าถามว่าเรื่องอะไร

“ถ้าน้องเรืองไม่ได้เขียนจดหมายมาหาข้า แล้วเอ็งรู้ไหม...ใครเขียน” วรรณนิ่วหน้าสงสัย

ที่แท้เป็นฝีมือของเสมอใจสาวบ้านดอนล้อมแรดที่แอบรักวรรณและเขียนจดหมายสารภาพรักแล้วจึงไปบอกกล่าวกับโกศของแม่ที่กำแพงวัดว่าตนทนเก็บความรู้สึกไว้ไม่ไหว สัญญาว่าจะแรดเงียบๆ ไม่ให้ใครรู้จะได้ไม่มีใครว่าแม่ได้

ระหว่างนั้นเสมอใจเห็นชายสามคนวิ่งผ่านไปแว้บๆ จึงลุกเดินตามไปด้วยความสงสัย...

ooooooo

ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งปลัดอย่างเป็นทางการ จินตวัฒน์ วิโสภา ไปกราบขอพรจากพระครูจ้อยที่วัดดอนล้อมแรดพรุครูอวยพรให้อยู่รอดปลอดภัย มีขันติ อดทนต่ออุปสรรคต่างๆ ให้เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน และขอให้อยู่ที่นี่ได้นานเกินสามวันเจ็ดวัน

พระครูพูดเชิงเตือนว่า “โยมมาที่นี่ก็จะได้เจอผู้คนเหมือนเดิมแต่จิตใจไม่เหมือนเดิม เดี๋ยวนี้มีคนมาวัดไม่ได้มาเพราะต้องการชำระล้างจิตใจ แต่มาหาที่พึ่งทางใจ ซึ่งไม่ใช่พระธรรมคำสอน ไม่ใช่พระพุทธรูปที่เป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธองค์ แต่เป็นอย่างอื่น”

“อะไรหรือครับพระคุณเจ้า” ปลัดจิ๋นถาม พระครูมองไปทางสำนักหลวงตาคงที่หลังวัดมีพวกชาวบ้านถือดอกไม้ธูปเทียนพนมมือไหว้หลวงตาคงกันเป็นแถว

“บูชาเจ้าแม่แบบบุฟเฟ่ต์ครั้งละ 39 บาท จะเลขเต็งเลขโต๊ด หวยบนดินใต้ดิน จะถูกกี่รอบจะขอกี่เบอร์ก็แค่ 39 บาท” เสียงหลวงตาคงป่าวประกาศ

พระครูจ้อยเดินนำปลัดจิ๋นกับกำจรเข้ามาพูดปลงๆ ว่า “ที่พึ่งทางใจของชาวบ้าน”

พลันเสียงดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนที่ตะโกนโหวกเหวกให้ชาวบ้านมาซื้อหวยกับตนก็แทรกเข้ามา หลวงตาคงยังโมโหที่ทั้งสองมาลอบเผาสำนัก เลยไล่ตะเพิดไม่ให้มาขายแถวนี้ ดาวเรืองโต้ทันควันว่า ที่นี่เป็นที่สาธารณะและตนก็ขออนุญาตเจ้าแม่ถึดทือแล้ว เจ้าแม่อนุญาตให้ขายได้

“แล้วแม่เอ็งล่ะ ขอรึยัง” หลวงตาคงใช้ไม้เดิม ดาวเรืองอึ้งไปนิดนึงแต่ทำฟอร์มบอกว่าจะเห็นแก่เจ้าแม่ถึดทือสักวันแล้วประกาศกับชาวบ้านว่า

“แต่จำไว้เลยนะ ไม่ว่าจะงวดนี้งวดหน้าหรืองวดไหน ใครได้เลขจากสำนักนี้มาแทง...ฉันไม่รับ!!” ว่าแล้วเดินนำไอ้เพี้ยนออกไปอย่างไม่พอใจ ชาวบ้านพากันตกใจถามว่าถ้าแทงหวยไม่ได้แล้วเราจะไปเสียหวยทำไมกัน พลางกรูกันเข้าไปที่พานขอเงินคืน

“ไม่ได้เว้ยยยย...” หลวงตาคงกอดพานไว้แน่น แต่ก็ถูกชาวบ้านแย่งไปจนได้ บอกว่าพวกตนยังไม่ได้เลขเด็ดจากเจ้าแม่เลย ถือว่าเจ้าแม่ยังไม่รู้ว่าพวกเรามาถวายเงินท่าน เพราะฉะนั้นเอาคืนมา ไว้งวดหน้าค่อยว่ากันใหม่ แย่งเงินคืนไปแล้วชาวบ้านก็พากันวิ่งตามดาวเรืองไปเพื่อขอแทงหวย

“ทำ​ผิด​กฎหมาย​กัน​เห็นๆ อย่าง​นี้​ปล่อย​ไว้​ไม่ได้” ปลัด​จิ๋น ปลัด​ใหม่​ไฟ​แรง​เดิน​อ้าว​ตาม​ชาว​บ้าน​ไป

พวก​ชาว​บ้าน​ไล่​ตาม​ดาวเรือง​ไป​ขอ​แทง​หวย ดาวเรือง​พูด​ยักท่า​ว่า ถ้า​ไม่​ใช่​เลข​จาก​หลวง​ตา​คง​ก็​จะ​รับ​แทง เสียง​ชาว​บ้าน​ขอ​แทง​หวย​กัน​เซ็งแซ่ ปลัด​จิ๋​น

พ​รวด​เข้า​มา​ถาม​ว่า​ไม่​มี​อะไร​ทำ​แล้ว​หรือ​ถึง​ต้อง​มา​ทำ​มา​หาก​ิน​แบบ​นี้ ดาวเรือง​สวน​กลับ​อย่าง​ไม่​สะทกสะท้าน​ว่า “แล้ว​มัน​เรื่อง​อะไร​ของ​คุณ​ปลัด​ไม่​ทราบ”

“ทำไม​จะ​ไม่​ใช่​เรื่อง​ของ​ฉัน ใน​เมื่อ​ฉัน​เป็น​ปลัด​ของ​ที่​นี่ หน้าที่​ของ​ฉัน​ก็​คือ​ดูแล​ทุกข์สุข​ของ​ทุก​คน ถ้าเรา​ทำ​ผิด​กฎหมาย​ฉัน​ก็​ต้อง​จัดการ”

ดาวเรือง​ทำ​ไขสือ​ถาม​ว่า​ใคร​ทำ​ผิด​กฎหมาย ปลัด​จิ๋น​ถาม​ว่า​แล้ว​สมุด​ที่​ถือ​อยู่​เรียก​ว่า​อะไร

“สมุด​ทด ฉัน​เอา​ไว้​สอน​ไอ้​เพี้ยน​คูณ​เลข” ดาวเรือง​แถ​ไป​ข้างๆคูๆ เถียง​นํ้า​ขุ่นๆ ไอ้​เพี้ยน​ผสมโรง​ทันที​ว่า​ใช่ แล้ว​ทำ​เป็น​ท่อง​สูตร​คูณ​ให้​ฟัง หลวง​ตา​คง​ตาม​มา​ยุ​ปลัด​จิ๋น​ให้​จับ​เลย ตน​ใบ้​หวย​ไม่​ผิด​แต่​ไอ้​เรือง​ขาย​หวย​ผิด​แน่ๆ บอก​ปลัด​ว่า

“มัน​นี่แหละ​ขา​ใหญ่​ผูกขาด​หวย​คน​เดียว​ทั้งบ้าน​ดอน”

ปลัด​สั่ง​ให้​เอา​สมุด​มา ดาวเรือง​ไม่​ให้​ซํ้า​ยัง​วิ่ง​หนี​ซึ่งหน้า ร้อง​ท้า “มี​ปัญญา​ก็​มา​เอา​เอง​สิ”

“เฮ้ย! ช่วย​กัน​จับ​มัน อย่า​ให้​มัน​หนี​ไป​ได้​ถ้า​มัน​ทำลาย​หลักฐาน เงิน​ที่​พวก​เอ็ง​แทง​กัน​เมื่อกี้​ก็​สูญ​นะ​โว้ย” หลวง​ตา​คง​ยุ​ชาว​บ้าน​ผ่าน​ไมโครโฟน

แต่​สุดท้าย​ก็​ไม่​มี​ใคร​ทำ​อะไร​ดาวเรือง​ได้ ซํ้า​ปลัด​ยัง​ถูก​ดาวเรือง​กับ​ไอ้​เพี้ยน​วิ่ง​ล่อ​ให้​ไล่​เสีย​จน​เวียนหัว แล้ว​ทุก​อย่าง​ก็​ชะงัก​กึก​เมื่อ​มีเสียง​ตะโกน

“ช่วย​ด้วย...ขโมย...”

เป็น​เสียง​ของ​เสมอ​ใจ​ที่​ตาม​ไป​เห็น​วรรณ​กับ​ไอ้​แหลม​ ไอ้​กรอด ​กำลัง​ขโมย​เครื่อง​ปั่นไฟ​ไป​ขาย​เพื่อ​เอา​เงิน​มา​ซื้อ​ของ​ให้​ดาวเรือง เลย​เป็น​โอกาส​ให้​ดาวเรือง​ลาก​ไอ้​เพี้ยน​หนี​รอด​ไป​ได้

ส่วน​วรรณ​ก็​อาศัย​ความ​หล่อ​ที่​เสมอ​ใจ​หลง​รัก ปะเหลาะ​ไม่​ให้​เธอ​ปากโป้ง​บอก​ใคร​เรื่อง​พวก​ตน​ขโมย​เครื่อง​ปั่นไฟ​วัด ความ​รัก​ที่​มี​ต่อ​วรรณ​ทำให้​เสมอ​ใจ​ปด​พวก​ปลัด​จิ๋น​ที่​วิ่ง​มา​จน​สับสน​ว่า​เห็น​ขโมย 3 คน แล้ว​เปลี่ยน​เป็น 2 คน จน​ลด​ลง​เหลือ​คน​เดียว แต่​ไม่​ว่า​เสมอ​ใจ​จะ​ปด​อย่างไร หลวง​ตา​คง​ก็​เดา​ได้​ว่า​ต้อง​เป็น​พวก​ ไอ้​วรรณ​แน่ๆ!

“เรือง​ล่ะ” ปลัด​จิ๋น​นึก​ขึ้น​ได้ กำจร​พูด​ขำๆว่า มัน​คง​อยู่​รอ​ให้​ปลัด​จับ​หรอก ป่านนี้​เอา​โพย​ไป​ส่ง​เจ้ามือ​ถึง​ไหน​ต่อ​ไหน​แล้ว ปลัด​จิ๋น​เสียดาย​ที่​มัว​วุ่น​กับ​หัวขโมย

ที่​เสมอ​ใจ​เล่า​อย่าง​สับสน​ไม่ได้​เรื่อง​ได้​ราว แล้ว​ยัง​ปล่อย​ให้​คน​เดิน​หวย​หนี​รอด​ไป​ด้วย เหมือน​จับ​ปลา​สอง​มือ​เลย​ไม่ได้​สัก​มือ!

ooooooo

เอา​โพยหวย​ไป​ส่ง​แล้ว ดาวเรือง​เดิน​คุย​ฟุ้ง​มา​กับ​ไอ้​เพี้ยน เจอ​วรรณ​เอา​โทรศัพท์​มือ​ถือ​ใส่​หน้ากาก​ชมพู​แป​ร๋น​มา​ยื่น​ให้​ตรง​หน้า คุย​โว​ว่า​ซื้อ​มา​สอง​เครื่อง​เป็น​แพ็กเกจ​ข้าว​ใหม่​ปลา​มัน

ดาวเรือง​ฟัง​ธง​ว่าว​รรณ​ต้อง​ไป​ขโมย​มือ​ถือ​มา​แน่ๆ ไอ้​กรอด​เถียง​แทน​ว่า​ไม่ได้​ขโมย​แต่​วรรณ​ถูก​หวย เลย​ถูก​ดาวเรือง​จับ​ได้​ว่า จะ​ถูก​ได้​ไง​ใน​เมื่อ​วัน​นี้​หวย​ยัง​ไม่​ออก วรรณ​เลย​ยัด​โทรศัพท์​ใส่​มือ​ให้​แล้ว​เดิน​หนี ดาวเรือง​เอา​ไป​โยน​ทิ้ง​ถัง​ขยะ สั่ง​ไอ้​เพี้ยน​ห้าม​ไป​เก็บ​มา​เด็ดขาด เดี๋ยว​เจอ​ข้อหา​รับ​ซื้อ​ของโจร

พอก​ลับ​ถึง​บ้าน เจอบานชื่น​มา​รอ​รับหน้า​บอกบุญ​ไม่​รับ​ถาม​ว่า​ไป​ก่อ​เรื่อง​อะไร​มา​อีก มอง​เข้าไป​เห็น​พระครู​จ้อย​นั่ง​อยู่ พระครู​จ้อย​บอก​ว่า​เครื่อง​ปั่นไฟ​วัด​ถูก​ขโมย เชื่อ​ว่า​เป็น​ฝีมือ​วรรณ​กับ​พวก เห็น​วรรณ​เกรงใจ​ดาวเรือง​มาก​เลย​อยาก​ขอ​ให้​ไป​ช่วย​พูด​ให้​เอา​เครื่อง​ปั่นไฟ​มา​คืน​ด้วย ดาวเรือง​รับปาก​ทันที

ดาวเรือง​ไป​ที่​บ่อน​ไก่​ที่​ผู้ใหญ่​ผัน​พ่อ​ของ​วรรณ​เป็น​ขาประจำ เพื่อ​จะ​แจ้งความ​เรื่อง​เครื่อง​ปั่นไฟ​วัด​หาย ผัน​กำลัง​มัน​กับ​การ​ชน​ไก่​ไม่​รับ​แจ้ง​โบ้ย​ให้​ไป​แจ้ง​จ่า​แม่น​แทน

“อ้าว...แล้ว​หมู่​บ้าน​นี้​มี​ผู้ใหญ่​ไว้​ทำ​อะไร​ล่ะ ชน​ไก่​กับ​หา​เมีย​ให้​ครบ​สิบ​คน​งั้น​เหรอ”

ผู้ใหญ่​ผัน​สะดุ้ง​เพราะ​ตอน​นี้​มี​เมีย​อยู่​แล้ว 9 คน ตัดบท​ว่า​จะ​แจ้ง​อะไร​ก็​ว่า​มา พอ​ดาวเรือง​แจ้งความ​ผู้ใหญ่​กลับ​ไม่​เชื่อ​ว่า​ไอ้​วรรณ​จะ​เป็น​ขโมย ดาวเรือง​บอก​ว่า​ใน​เมื่อ​กฎหมาย​ยัง​เล่น​งาน​คน​ผิด​ไม่ได้​ตน​ก็​จะ​ใช้​กฎ​แห่ง​กรรม​แก้ขัด​ไป​ก่อน

แล้ว​เย็น​นี้ วรรณ​ก็ได้​รับ​กฎ​แห่ง​กรรม​ของ​ดาวเรือง​จริงๆ โดย​ไป​ดัก​กลาง​ทาง​พอ​ไอ้​เพี้ยน​ส่ง​สัญญาณ​ว่า​พวก​วรรณ​ขี่​มอเตอร์ไซค์​มา​แล้ว ดาวเรือง​ก็​ตบ​ตูด​ควาย​ขี่​พุ่ง​ไป​ขวาง ทำให้วรรณ​กับ​ลูกน้อง​ตกลง​ไป​ใน​ปลัก​ควาย พอก​ลับ​ถึง​บ้าน​เจอ​ผู้ใหญ่​ผัน​กำลัง​อาบ​นํ้า​อยู่​ก็​ขอ​อาบ​ด้วย​คน​พอ​ราด​นํ้า​ใส่​ตัว​ก็​คัน​กัน​คะเยอ เพราะ​ใน​ตุ่ม​มี​หมามุ่ย​โรย​อยู่​เต็ม​ไป​หมด ผู้ใหญ่​ผัน​รู้ทันที​ว่า​ต้อง​เป็น​ฝีมือ “ไอ้​เรือง” แน่ๆ

ปลัด​จิ​นต​วัฒน์ นอกจาก​ได้​ฟัง​เรื่องราว​ของ​นักเลงใหญ่​ดาวเรือง​แล้ว ยัง​เห็น​ด้วย​ตา​ตัว​เอง​มา​ครั้ง​แล้ว​ครั้ง​เล่า ถึง​กับ​ส่าย​หน้า​อย่าง​เหนื่อย​ใจ แต่​เมื่อ​จะ​ปราบ​นักเลง​ใหญ่​ก็​ต้อง​รู้จัก​ให้​ถ่องแท้ จึง​ขอ​ให้​จ่า​แม่น​คน​เก่า​แก่​ที่​รู้จัก​ดาวเรือง​ดี​เล่า​ให้​ฟัง

จ่า​แม่น​กระแอม​กระ​ไอ​เตรียม​คอ​เล่า​เต็มที่ ร่าย​ยาว​ตั้งแต่​ชื่อ​ดาวเรือง บานชื่น ไป​จนถึง​ชื่อ​ตา​ยายและ​ญาติ​ฝั่ง​พ่อ ทุก​คน​ล้วน​มีชื่อ​เป็น​ดอกไม้ จน​ปลัด​จิ๋​น

บอก ​ให้​พอ ​รู้​แล้ว​ว่า​พวก​นี้​ตระกูล​ดอก​ทั้งนั้น ให้​เล่า​เรื่อง​ดาวเรืองต่อ

“ไอ้เรืองกับแม่เปิดร้านขายอาหารเล็กๆ อยู่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน” บอกปลัดว่าถ้าอยากรู้ว่าไอ้เรืองมันร้ายขนาดไหน เดี๋ยวจะเอาแฟ้มประวัติให้ดู พอดีมีโทรศัพท์เข้ามา คุยกันครู่หนึ่ง จ่าแม่นเอาแฟ้มเก็บบอกว่าไม่ต้องอ่านแล้ว ไปดูของจริงกันเลยดีกว่าว่าไอ้เรืองมันร้ายขนาดไหน

ปลัดจิ๋นถามว่าดาวเรืองไปก่อเรื่องอะไรอีกหรือ จ่าแม่นบอกว่า

“มันลอบทำร้ายครอบครัวผู้ใหญ่ผัน แล้วยังฝ่าฝืนทำผิดกฎหมายกลางวันแสกๆ”

ปลัดเดินตามจ่าแม่นไปอย่างไม่อยากเชื่อว่า ดาวเรือง ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้จะมีพิษสงร้ายกาจขนาดนี้

ooooooo

บ้านดาวเรืองที่อยู่หลังร้าน เปิดเป็นบ่อนเล่นกันในหมู่คนสนิท โดยเฉพาะบรรดาเมียๆของผู้ใหญ่ผันพากันมาผ่อนคลายที่นี่

แต่วันนี้ไม่ได้ผ่อนคลายอย่างทุกวัน เพราะกำจรกับจ่าแม่นพาปลัดจิ๋นมาเยี่ยมเยือนชาวบ้านเจอเข้าพอดี พวกขาไพ่เลยแตกกันกระเจิง

ดาวเรืองขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้านมากับไอ้เพี้ยนอย่างเบิกบานหัวใจหัวเราะร่าเมื่อนึกเห็นภาพพวกบ้านผู้ใหญ่ผันคันคะเยอ สะใจว่าคงเกากันถลอกปอกเปิกหมดแล้ว

“ไอ้เรือง!! เกิดเรื่องแล้ว!!” เสมอใจขี่รถสวนมาตะโกนบอก แล้วจอดรถบอกเรื่องที่จ่าแม่นบุกจับ บ่อนแตกขาไพ่หนีกันกระเจิง

ดาวเรือง ไอ้เพี้ยนและเสมอใจตามไปที่ห้องประชุม สน.ดอนพัฒนา เจอพวกขาไพ่กำลังโต้เถียงกันเองบ้าง กับตำรวจบ้าง ผู้ใหญ่ผันพาร่างที่เกาจนแดงเถือกขึ้นโรงพักพร้อมกับวรรณและไอ้แหลม ไอ้กรอด เพื่อแจ้งความ มาจ๊ะกับแม่เวียงเมียเบอร์หนึ่งกับพวกขาไพ่รวมทั้งบานชื่น ผู้ใหญ่บอกว่า

“พี่จะมาแจ้งจับไอ้เรือง เพราะมันเอาหมามุ่ยมาใส่โอ่งน้ำให้พี่กับไอ้พวกนี้อาบ เห็นไหมผื่นขึ้นเต็มตัวเหลือแต่ลูกตา”

“ใส่ความลูกฉันอีกแล้ว  รู้ได้ยังไงว่าไอ้เรืองมันเป็นคนทำ” บานชื่นโต้ทันควัน

“ลูกสาวตัวดีหายหัวไปไหนล่ะพี่บาน ไหนคุยว่าจั่วจนเหนียงยานก็ไม่ถูกจับไง มันหายไปไหนหา! ไอ้เรืองน่ะ” บุญปลีกเมียอันดับกลางๆของผู้ใหญ่ผันไล่บี้บานชื่น

“ฉันอยู่นี่” ดาวเรืองเดินเข้ามาพร้อมเสมอใจกับไอ้เพี้ยน กวาดตาถามกร้าว “ใครหน้าไหน มันกล้ามาจับ แม่ข้า”

บรรดาผู้ชายทั้งอกสามศอกและอกเหี่ยวๆ ปฏิเสธกันวุ่นวาย ผู้ใหญ่ผันบอกว่า ตนแจ้งแต่ไม่ได้จับ จ่าแม่นบอกว่า ตนรับแจ้งแต่ไม่ได้เป็นคนจับ กำจรบอกว่าข้าจับน้าไหว ไม่ได้จับน้าบาน

“ถ้างั้นใครจับแม่บานของข้า” ดาวเรืองเสียงเขียวตาขวางมองไล่ไปทีละคน

“ฉันเอง” ปลัดจิ๋นเข้ามาเผชิญหน้า ดาวเรืองหัวหมอถามว่าหลักฐานอยู่ไหน ปลัดชี้ไปที่ห้องบอกว่าอยู่โน่น ไปดูให้เห็นกับตาเลย สมองดาวเรืองทำงานอย่างฉับไว มีเสมอใจกับไอ้เพี้ยนคอยประสานอย่างรู้ใจกัน

เสมอใจทำเป็นร้องปวดท้องจะเป็นจะตายให้ได้ พอทุกคนหันมอง ไอ้เพี้ยนก็วิ่งพรวดเข้าไปกวาดหลักฐานทุกอย่างใส่ถุงก๊อบแก๊บกระโดดหน้าต่างหนี แต่ปลัดจิ๋นรู้ทันตาไว ออกวิ่งไล่ตามไปจนไอ้เพี้ยนหกล้ม ปลัดเลยคว้าถุงหลักฐานมาได้

ส่วนเสมอใจที่ปวดท้องแทบตาย พอเห็นไอ้เพี้ยนขโมยหลักฐานไปได้ก็หายปวดเป็นปลิดทิ้งจนทุกคนแปลกใจ

จ่าแม่นท้าทุกคนให้ไปดูหลักฐานในห้อง แต่เปิดประตู เข้าไปเจอแต่โต๊ะเปล่า ทำเอาทั้งโจทก์และจำเลยตะลึงอึ้ง

ดาวเรืองเหล่มองจ่าแม่นยักคิ้วแผล็บยิ้มหวานทำหน้าเนียนๆ

ooooooo

เมื่อไม่มีหลักฐาน ขาไพ่ทั้งหมดจึงเดินลอยชายลงจากโรงพัก ต่างบ่นกันอุบว่าเสียเวลาจั่ว เวียงเมียเบอร์หนึ่งของผู้ใหญ่ผินบอกว่าจะฟ้องกลับจ่าแม่น

“ที่แท้ก็ผู้ใหญ่นี่เองที่เป็นตัวการ ไหนคุยออกลั่นทุ่งว่าถ้าไม่มีหลักฐานก็แจ้งจับใครไม่ได้ไง แล้วไหนล่ะหลักฐาน” ดาวเรืองเย้ย

“นี่ไง ไพ่ 2 สำรับ ครบเซ็ต” ปลัดจิ๋นบอกพลางยื่นถุงก๊อบแก๊บใส่ไพ่ให้ดู ทุกคนหันมองอึ้ง

สุดท้าย ดาวเรืองก็ต้องจ่ายค่าปรับให้จ่าแม่นตามระเบียบ แต่ไม่วายพูดไว้เชิงว่า “วันพระไม่ได้มีหนเดียว” วรรณอ้อนดาวเรืองว่า “จะโกรธพ่อข้าก็โกรธไปนะไอ้เรือง แต่อย่าโกรธข้านะ ข้าทำใจไม่ได้”

“เอ็งก็เอาเครื่องปั่นไฟไปคืนวัดสิ” ดาวเรืองได้ที วรรณรับปากทันที แต่ไอ้แหลมสวนไปเสียงดังแก้ต่างว่า พี่วรรณไม่ได้เอาไปแล้วจะให้เอาที่ไหนไปคืน ไอ้เพี้ยนพูดอย่างรู้ทันว่าเอาไปตึ๊งไว้ที่ไหนก็ไปเอาคืนที่นั่นแหละ

“ข้าขอประกาศไว้ตรงนี้เลยนะว่า ถ้าไอ้พวกโจรห้าร้อยยังไม่เอาของกลางไปคืนวัด ข้าจะทำให้พวกมันร้อน รนทุรนทุรายยิ่งกว่าเจอหมามุ่ยร้อยเท่าพันเท่า” ผู้ใหญ่พันทำหน้าตายถามดาวเรืองว่าใครเจอหมามุ่ย ใครคัน

ดาวเรืองท้าว่าอยากลองดีก็เอา คราวนี้จะเอาให้หนังพองน้ำเหลืองกระจายเลยคอยดู ผู้ใหญ่ฉุนขาดปรามดาวเรืองกับบานชื่นว่า “มันจะมากไปแล้วนะเว้ย แม่ชื่นทำไมไม่รู้จักสั่งสอนลูกตัวเองมั่ง”

“ทำไมจะไม่สอน ฉันสอนให้มันรู้ดีรู้ชั่วอยูุ่ทุกวัน ใครทำดีก็ยกย่อง ใครทำชั่วก็ต้องประจาน ผู้ใหญ่ไม่ได้ทำชั่วแล้วจะเดือดร้อนทำไม” บานชื่นศอกกลับ

“ไอ้พวกขโมยของวัดนั่นต่างหากที่มันชั่ว ถ้าพ่อแม่มันไม่สั่งสอนก็ให้ไอ้เรืองมันสั่งสอนก็ถูกแล้วไง” เวียงโพล่งขึ้น

“แต่เธอจะไปลงโทษใครโดยไม่มีหลักฐานไม่ได้นะ ดาวเรือง” ปลัดจิ๋นเตือน

“ฉันรู้แล้ว ถ้าไม่มีหลักฐานแล้วนายจะทำให้ฉันหมดตัวได้อย่างวันนี้เหรอ” ดาวเรืองประชดจ้องจิกตาแทบถลน

ooooooo

การที่ปลัดจิ๋นทำให้ดาวเรืองเสียรังวัดได้คราวนี้ ทำให้ทั้งกำจรและจ่าแม่นตัวพองขึ้นเป็นกอง ต่างตัดสินใจจะร่วมมือกันจับทุกคนที่ทำผิดกฎหมายที่บ้านดอนล้อมแรดให้หมด

แม้จะฮึกเหิมกับผลงานแรก แต่ทั้งกำจรและจ่าแม่นต่างก็แอบเหล่ปลัดจิ๋นทำนองว่า อุดมการณ์เว่อร์แต่จะอยู่ได้สักกี่น้ำกัน

ปลัดจิ๋นยังเรียนรู้ความเป็นมาของผู้คนในหมู่บ้านจากกำจรต่อไป กำจรเล่าอย่างผู้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังคนในหมู่บ้านดีว่า “ตอนที่แก๊งผู้สูงอายุยังรุ่นๆ ผู้ใหญ่ผัน หลวงตาคง จ่าแม่น เคยแข่งกันจีบน้าบานชื่น แม่ของไอ้เรืองมันครับ แต่สุดท้ายก็แห้วรับประมาณกันทุกคน เลยเป็นไม้เบื่อ

ไม้เมากันมาจนทุกวันนี้”

ปลัดจิ๋นติงว่าถ้าผู้ใหญ่ทำตัวให้น่าเคารพเด็กอย่างดาวเรืองก็คงไม่กล้าก้าวร้าว กำจรเลยชำแหละแต่ละคนให้ฟังว่า ผู้ใหญ่ผันแกเป็นคนเรื่อยๆ เฉื่อยๆ ว่าไงว่าตามกัน ไม่ทำอะไรจริงจังนอกจากเลี้ยงไก่ หลวงตาคงหลังจากอกหักก็หันมาทำให้คนหลงใหลศรัทธาด้วยการเป็นร่างทรง ส่วนจ่าแม่นนั่นก็สุดโต่ง พอพ่ายรักก็ตามล้างตามเช็ดลูกเดียว

“ถ้างั้นเรื่องที่ผู้ใหญ่ผันบอกว่าดาวเรืองเอาหมามุ่ยไปใส่ในตุ่มน้ำก็น่าจะใช่เรื่องจริง”

“โอ๊ย...ผมว่าจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อกี้เราเจอมันแหวกดงหญ้าออกมาแถวๆ นี้จำได้ไหมครับ นั่นแหละครับ ลึกเข้าไปในนั้นมันคือดงหมามุ่ย คุณปลัดคิดว่ามันเข้าไปปลูกหรือเข้าไปเก็บมาแกล้งคนล่ะครับ ไอ้เรืองมันแสบจะตาย”

“แต่ยังไงเขาก็ยังเด็ก” ปลัดจิ๋นติง กำจรแค่นหัวเราะทวนคำปลัดว่า...ไอ้เรืองมันยังเด็ก หึๆๆๆ!

ooooooo

โรส หรือ สุดาวดี ดารานางแบบชื่อดัง คนรักของจินตวัฒน์ สั่งน้ำหวานผู้จัดการส่วนตัวให้คอยรับโทรศัพท์ของคนรัก แต่จิ๋นก็ไม่โทรมาสักทีเลยพาลหงุดหงิดใส่น้ำหวานไปด้วย

สั่งน้ำหวานว่าอย่าลืมตามหมอนวดไปที่ห้องด้วย ทันใดก็มีเสียงไอโฟนของโรสดังขึ้น น้ำหวานรีบหยิบขึ้นมาดู หน้าจอดับวูบไปทันที ปรากฏว่าแบตหมด น้ำหวานเลยหย่อนใส่กระเป๋าไว้ หันไปรับอีกสายคุยเจ๊าะแจ๊ะจนลืมไอโฟนไปเลย

เรื่องที่จิ๋นฝากให้จันทราช่วยทำคือให้เอาช่อดอกไม้ไปให้โรสแทนคำขอโทษและความคิดถึง จันทราจึงให้พฤกษ์เอาไปให้ พฤกษ์ไปถึงสตูดิโอที่ถ่ายแบบโฆษณา มองหาห้องแต่งตัวที่เขียนชื่อหน้าห้องไว้ว่า “โรส” พฤกษ์เคาะประตู ได้ยินเสียงอนุญาตให้เข้า จึงเดินเข้าไปมองสำรวจ

ทันใดนั้นเอง โรสในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำเดินตรงมาที่เตียงโยนเสื้อคลุมอาบน้ำไปที่เก้าอี้แล้วไปนอนคว่ำที่เตียง

พฤกษ์ตะลึงตาโต ส่วนโรสนึกว่าเป็นหมอนวด เธอสั่งให้นวดต้นคอก่อน พฤกษ์พูดตะกุกตะกักว่าตนนวดไม่เป็น โรสหันมองเห็นเป็นชายหนุ่มก็ร้องกรี๊ดๆ ไล่ตะเพิดให้ออกไปตนต้องการหมอนวดผู้หญิง พฤกษ์พยายามบอกว่า คุณจิ๋นให้เอาดอกไม้มาให้แต่ไม่มีโอกาสพูดเพราะ

โรสอาละวาดจนต้องรีบออกจากห้องไป

ออกมาเจอครีเอทีฟ พฤกษ์บอกว่าตนไม่เจอคุณโรส ครีเอทีฟมองหาเห็นน้ำหวานเดินมาพอดีเลยชี้ให้ไปหาคนนั้น พฤกษ์นึกว่าเป็นโรสเอาดอกไม้ไปให้บอกว่า

“ผมเอาดอกไม้จากคุณจิ๋นมาให้คุณโรสครับ”

ทำเอาน้ำหวานตะลึงพรึงเพริดที่มีชายหนุ่มหล่อให้ดอกไม้ ทำชมดชม้อยอ่อยแต่พฤกษ์สำรวมขอตัวกลับ

ooooooo

เพราะผู้ชายทั้งบ้านโดนหมามุ่ยคันคะเยอเกาจนแดงเถือก ไสวสาวโสดหมอสมุนไพรในหมู่บ้านจึงเอาเทียนขี้ผึ้งมารักษา มาถึงก็สั่งผู้ใหญ่ผัน วรรณ ไอ้แหลมและไอ้กรอดให้แก้ผ้า

สามชายตาเหลือกแต่ทนอายดีกว่าทนคันเลยทำหน้าด้านแก้ผ้านอนเรียงกันเป็นตับ อ้วนบ้าง ผอมบ้าง เหี่ยวบ้าง ไสวฮิฮะที่ได้เห็นผู้ชายนอนแก้ผ้าทีเดียวถึง 4 คน ทั้ง 4 ถูกไสวเอาขี้ผึ้งรนไฟกลึงไปตามตัวจนร้องโอดโอยกันเป็นแถว

ที่ใต้ถุนบ้าน ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนแอบดูแอบฟัง เอามือปิดปากหัวเราะกันครืดๆ ไอ้เพี้ยนกระซิบว่า คราวนี้คงเข็ดกันไปอีกนาน แต่ดาวเรืองบอกว่าแค่เข็ดยังไม่พอ ต้องเอาให้หลาบจำด้วย

ตกกลางคืน วรรณถือตะเกียงให้ไอ้แหลมกับไอ้กรอดแบกเครื่องปั่นไฟไปคืนวัด วรรณบ่นอย่างเจ็บใจว่า

“เพราะหลวงตาคนเดียวแท้ๆ ที่เอาน้ำมันพรายมาหลอกทำให้ไอ้เรืองโกรธข้า มันทำให้ข้าต้องขโมยเครื่องปั่นไฟไปซื้อโทรศัพท์ง้อไอ้เรือง ฝากไว้ก่อนเถอะหลวงตากลับออกมาจากวัดเมื่อไหร่ เจอดีแน่!”

“หน็อยไอ้วรรณ กล้ามาลบหลู่หลวงตาคง! หึๆๆ!!” หลวงตาคงเดินออกจากเงามืดจิกตา ตามทั้งสามไป

ooooooo

วิธีทำให้พวกวรรณหลาบจำของดาวเรือง คือทำผีเปรตหลอกทั้งสามขณะเดินผ่านป่าช้าจนทั้งสามวิ่งหนีกันตับแลบ เท่านั้นไม่พอ ดาวเรืองจะเอาให้หัวโกร๋นอีก ทำท่าขึงขังบอกไอ้เพี้ยนว่า ต้องโอบหลังแล้วตามตลบหน้าอีกที

คราวนี้ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนใช้หน้ากากยางผีสาวผมยาวมากับลูกคือผีไอ้เพี้ยนพุงพลุ้ย ยังไม่ทันได้หลอกก็เห็นสามตัวแสบวิ่งหน้าตั้งมากัน ดาวเรืองสงสัยว่าพวกนั้นหนีอะไรมา

แต่พอหันมาเห็นผีหัวขาดถือเคียวเปื้อนเลือด ผีดาวเรืองกับผีไอ้เพี้ยนก็ตาเหลือกนึกว่าเจอของจริงเข้าแล้ว ส่วนผีหัวขาดก็ชะงักกึกเมื่อเห็นผีสองแม่ลูก ผีทั้งสามตัวเลยร้องเสียงใครเสียงมันไม่เป็นภาษาหันหลังโกยแนบไปคนละทาง

เป็นคืนที่ปลัดจิ๋นชวนกำจรไปเยี่ยมกำนันเทิ้มเพราะอยากรู้ว่าใครไล่ยิงแก กำจรไม่อยากไปเพราะทางนั้นต้องผ่านป่าช้าปลัดจิ๋นบอกว่างั้นก็กลับไปก่อนตนเดินไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ถึงเอง แต่กำจรก็ไม่กล้ากลับคนเดียวเลยต้อง ตามไปด้วยเจอพวกวรรณวิ่งหนีผีมา ผีผมยาววิ่งไล่ตาม ปลัดจิ๋นเจอผีผมยาวเข้าอย่างจังคว้าหน้ากากผีติดมือมาได้

ปลัดจิ๋นมองหน้ากากผีในมือคิดจะจับผีปลอมให้ได้วิ่งไล่ตามไปคว้าขาดาวเรืองไว้ได้แต่รองเท้าเพราะดาวเรืองดิ้นหลุดไปได้ พอลุกจะตามผีสองแม่ลูกก็หายไปแล้ว ปลัดจิ๋นจับผีปลอมไม่ได้ พึมพำอย่างเจ็บใจ “ใครวะ!!”

ส่วนหลวงตาคงกลับถึงสำนักขึ้นบันไดไม่ไหวเลยนั่งหอบที่เชิงบันไดบ่นอย่างเจ็บใจ

“จะจัดการไอ้วรรณสักหน่อย ดั๊น...โดนหลอก ซะเอง...กู!”

ooooooo

เช้ามืดวันนี้ ขณะเวียงกับบุญปลีกบุญปลอด เมียผู้ใหญ่ผันจะไปใส่บาตร ต่างพากันตกใจร้องกรี๊ด เมื่อเห็นวรรณ ไอ้แหลมไอ้กรอด ตาลอย ขอบตาบวมคล้ำ ผมตั้งเด่ นอนเรียงเป็นตับอยู่ที่ระเบียง

ผู้ใหญ่ผันได้ยินเสียงร้องออกมาดู พอเห็นทั้งสาม นอนเหมือนศพอยู่ที่ระเบียงก็ร้องบอกบุญปลอดให้ตามคนมาหามไปวัด ทั้งสามสะดุ้งบอกว่าพวกตนยังไม่ตาย ผู้ใหญ่บอก ว่าไปวัดให้หลวงพี่จ้อยกับตาคงดูว่าพวกนี้ไปโดนอะไรมา

ส่วนดาวเรืองกลับไปนอนให้บานชื่นทำแผลที่ฝ่าเท้าโดนบานชื่นบ่นก็อ้างว่าตนทำเพื่ออบรมสั่งสอนคนผิดให้กลับใจ ไอ้เพี้ยนขัดคอว่า เยอะไปหรือเปล่าเลยโดนหลอกเสียเองจนวิ่งกันป่าราบ ดาวเรืองโทษว่า

เพราะไอ้ปลัดนั่น ถ้าไม่มาดึงขาตนไว้รองเท้าก็ไม่หลุด บาทาก็ไม่แตกแบบนี้ บ่นอย่างหงุดหงิดว่า

“คู่เก่งด้วย วิ่งหนีไอ้จ่าแม่นรอดมาได้ทุกครั้ง

ก็เพราะไอ้คู่นี้ ไม่รู้หลุดไปตอนไหน เพราะไอ้ปลัดขี้ไก่นั่นคนเดียว!”

พอบานชื่นทายาพันแผลให้เสร็จ ดาวเรืองก็ลาก ไอ้เพี้ยนออกไป บอกแม่ว่าจะไปดูลาดเลา เพราะตอนบ่าย ต้องเอาเหล้าไปส่งเจ๊กฮวด บานชื่นเตือนว่า “ระวังให้ดีล่ะ”

“เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะน่า” พูดแล้วหยิบรองเท้าผ้าใบเน่าๆอีกข้างมาใส่แทนข้างที่หาย เดินกร่างไปกับไอ้เพี้ยน

ฝ่ายปลัดจิ๋น เอารองเท้าที่ยึดได้มานั่งพิจารณา ว่ารองเท้าเบอร์เล็กขนาดนี้ต้องเป็นรองเท้าผู้หญิงแน่ พอดีกำจรเดินมาเห็นร้องถาม “อ้าว...รองเท้าไอ้เรืองมาอยู่นี่ได้ไง” ปลัดจิ๋นถามว่าแน่ใจหรือว่าเป็นของดาวเรือง “แน่ใจสิครับ ใครมันจะอุตริวาดรูปกระดูกไขว้กะโหลกไว้ที่รองเท้าอย่างมันล่ะ มันบอกทำสัญลักษณ์ไว้ใครขโมยไปจะได้ตามไปตั๊นหน้าถูกคน”

“งั้นเหรอ...” ปลัดจิ๋นยิ้มกริ่ม ที่รู้ตัวจำเลย โดยไม่ต้องเสียเวลาสืบ

บานชื่นกังวลกลัวปลัดจะมาเอาเรื่องลูก ดาวเรืองพูดอย่างไม่ยี่หระว่าตนหลอกผีไอ้วรรณ ปลัดเสล่อโผล่มาเองจะมาเอาเรื่องกันได้ไง พูดไม่ทันขาดคำ ปลัดจิ๋นกับกำจรก็มาที่ร้าน กำจรสั่งกาแฟ 2 ดาวเรืองชงกาแฟ ไปก็สั่งไอ้เพี้ยนไปว่า

“ไอ้เพี้ยน เสิร์ฟแล้วเก็บตังค์เลย งดเชื่อเบื่อทวง” ปลัดจิ๋นถามว่าเท่าไหร่ คอกาแฟที่นั่งอยู่บอกพร้อมกันว่า 20 บาท

“40!” ดาวเรืองเสียงดัง กำจรแย้งว่าแก้วละ สิบบาทสองแก้วจะสี่สิบได้ไง ดาวเรืองแถว่าขึ้นราคาแล้ว แก้วละยี่สิบโวยว่าของทุกอย่างขึ้นราคาจะให้ขายราคาเดิมได้ไง ถามว่าจะกินหรือไม่กินถ้าไม่กินจะได้เทให้หมากิน

“ผมบอกแล้วว่าที่นี่มันเสื่อม ผมชงให้กินที่อำเภอก็ได้ มานั่งกินนี่ให้มันด่าทำมั้ย...” กำจรบ่นเบาๆ

ขณะนั้นเอง บุญปลีกขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมา บานชื่นตะโกนถามไปไหน ไม่แวะมาจั่ว...เอ๊ย...กินน้ำก่อนรึ

“แวะไม่ได้แล้ว ฉันต้องรีบไปดูก่อนว่าหลวงตาคงอยู่ที่สำนักหรือเปล่า พอดีมีเรื่อง”

ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนหูผึ่งวิ่งออกมาฟังหันยักคิ้วแผล็บให้กัน แต่ไม่พ้นสายตาของปลัดจิ๋นที่จับจ้องอยู่ข้างหลัง

วรรณ ไอ้แหลม ไอ้กรอด ถูกหามมาที่สำนักหลวงตาคงมีผู้ใหญ่ผัน เวียง บุญปลีกบุญปลอด นั่งล้อมวงอยู่ พระครูจ้อย ดาวเรือง กับไอ้เพี้ยนตามมาสังเกตการณ์ห่างๆ ส่วนปลัดจิ๋นกับกำจรยืนอยู่ตรงข้ามกับดาวเรือง

หลวงตาคงบอกว่าทั้งสามคนโดนสิ่งเร้นลับลงโทษคือวิญญาณเจ้าที่ เจ้าปู่ทรงเคียว เจ้าแม่จูออน และกุมารอ้วนพี

“เป๊ะเลย...มีไอ้ผีเด็กอ้วนนั่นด้วย” วรรณผวาเฮือก พอเห็นดาวเรืองก็ถามว่าเป็นห่วงตนใช่ไหม ดาวเรืองบอกว่ามาดูเผื่อตายจะได้อโหสิกรรมให้แต่ต้องสารภาพกับเจ้าแม่ก่อนว่าทำผิดอะไรมา

“การได้สติรู้สำนึก มีค่ามากกว่าคำพูดที่เปล่งออก มาโดยขาดสำนึกนะไอ้เรือง” พระครูจ้อยติง

หลวงตาคงทำพิธี พูด ทำนายไปตามที่ตัวเองทำ และเห็นที่ป่าช้า ถูกดาวเรืองจับได้ว่าหลวงตาพูดมั่ว แต่หลวงตาคงก็อ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จับต้องไม่ได้ เถียงไม่ได้มาอ้างเอาตัวรอดไปได้ตามเคย

“ที่นี่มีทุกอย่างยันผี...แสบจริงๆ” ปลัดจิ๋นที่มีทั้ง หลักฐาน เห็นทั้งของจริงและฟังหลวงตาคงมั่ว ส่ายหน้าพึมพำ อย่างหนักใจ

ooooooo

ตอนที่ 3

ดาวเรืองผยองลำพองใจนักที่ปั่นใครต่อใครให้ป่วนไปหมดได้ แต่ก็ถูกปลัดจิ๋นทำให้เสียหน้าจนได้ เมื่อปลัดเอารองเท้าข้างที่ยึดได้กับพวงกุญแจกระดูกไขว้ไปคืน

ดาวเรืองเจอไม้นี้เข้าถึงกับไปไม่เป็น ทำหน้านิ่งๆยื่นมือไปรับ ปลัดจิ๋นชักมือกลับถามว่าผู้ใหญ่ให้ของต้องทำยังไงก่อน ดาวเรืองยกมือไหว้อย่างขอไปที เลยถูกปลัดอบรมเสียพักใหญ่จึงมอบกุญแจกับรองเท้าให้ พูดอย่างอยากญาติดีด้วยว่า

“ฉันต้องการเป็นเพื่อนกับเธอนะ”

“ไม่ต้องการเป็นเพื่อนกับข้าราชการเว้ย ไม่ชอบพวกหน้าไหว้หลังหลอก ปากบอกไม่กินน้ำร้อนน้ำชา แต่แอบซดไวน์โฮกๆใต้โต๊ะขวดละเป็นแสน”

“ข้าราชการดีๆก็มีเยอะ ทำไมไม่มองบ้าง”

“จะบอกว่ายืนอยู่ตรงนี้คนนึงงั้นสิ” ดาวเรืองเบ้ปากใส่ “อยู่นี่ให้ถึง 2 อาทิตย์ก่อนเถอะ แล้วค่อยมาโม้”

พูดแล้วหิ้วรองเท้าสะบัดไปกับไอ้เพี้ยน กำจรพูดไม่ออก ได้แต่ส่ายหน้า ส่วนปลัดจิ๋นก็ได้แต่ถอนใจยาว...

ooooooo

โรสกับน้ำหวาน แม้จะทำงานกันแบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า แต่ก็เหมือนขมิ้นกับปูนที่ต่างก็จ้องคอยจับผิดจิกกัดกันตลอดเวลา วันนี้น้ำหวานบอกว่าปวดท้องมารับไม่ได้ให้โรสไปเจอกันที่กองถ่ายเลย

พอดีโรสกดโทรศัพท์เจอมิสคอลล์จากจินตวัฒน์ถึง 12 ครั้ง ฉุนจี๊ดขึ้นมา โทรไปด่าน้ำหวานทันทีว่าทำไมไม่บอกตน น้ำหวานแก้ตัวอ้างโน่นอ้างนี่ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ทำให้โรสทั้งสิ้น แล้วตบท้ายด้วยเสียงอ้อน

“อย่างอนเลยนะ เดี๋ยวเจอกัน โอเคน้า...”

โรสโทร.ไปหาจิ๋นทันทีแต่ไม่มีสัญญาณ เธอบ่นหัวเสีย “กันดารอะไรนักหนาเสียง-สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มี!”

จนบ่ายเธอโทร.อีกครั้ง พอโทร.ติดก็ทำเสียงหวานขอบคุณที่จิ๋นส่งดอกไม้มาง้อ จิ๋นบอกว่าเมื่อวานโทร.หาหลายครั้งแต่โรสไม่รับสาย เธออ้อนว่า ทำงานจนเกือบตี 1 เพิ่งมาเห็นดอกไม้กับมิสคอลล์เมื่อกี้นี้เอง ถามว่าตอนนี้อยู่ไหน จิ๋นเงียบไปแล้วตัดบทขอตัวเพราะมีงานต้องทำด่วน

โรสงอนอีกแล้ว ปลัดจิ๋นโทร.บอกจันทราให้ส่ง ดอกไม้ไปขอโทษ จันทราจึงให้พฤกษ์ไปส่งตามเคย

งานด่วนที่ปลัดจิ๋นต้องรีบไปทำคือ จับเหล้าเถื่อนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยตามที่จ่าแม่นสืบมาได้ว่าจะมีการส่งกันล็อตใหญ่วันนี้

ทั้งหมดพากันไปที่ไร่มันสำปะหลัง ที่นั่น ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนกำลังขุดเช็กเหล้าที่เอามาฝังไว้ ไอ้เพี้ยนนับได้ 12 ขวด ดาวเรืองบอกว่ายังไม่พอ เอาที่มีไปส่งให้เจ๊กฮวดก่อนแล้วคืนนี้ค่อยมาต้มใหม่

จ่าแม่นนำปลัดจิ๋น กำจร และกำนันเทิ้ม ที่เดิมทีจะอาศัยรถไปทำแผลในเมืองแต่อาสามาช่วยจับเหล้าเถื่อนก่อนมา ถึงไร่มันสำปะหลัง จ่าแม่นถือปืนท่าจู่โจมเข้าไปจับเหล้าเถื่อน พอกำจรเห็นเป็นดาวเรืองถือเสียมยืนอยู่ก็พูดอย่างอ่อนใจ

“โธ่...ไอ้จ่าแม่น ข้าก็เกร็งจนขี้แข็งไปหมดนึกว่าจะเจอกองกำลังติดอาวุธ ที่แท้ก็ไอ้เรืองกับเสียมอันนึงเนี่ยนะ”

ดาวเรืองเล่นแง่ไม่ยอมให้จับ จ่าแม่นสั่งให้เอา เสียมให้ตน ไล่ดาวเรืองให้เปลี่ยนที่ยืน ตนจะขุดตรงนั้น ดาวเรืองหน้าซีดเผือดหลีกให้ จ่าแม่นเข้าไปขุดเอาเป็น เอาตายหมาย ได้งานชิ้นโบแดง แต่กลับเจอหลุมขี้กระเด็นใส่หน้า เหม็นจนพากันอ้วกแตกอ้วกแตน

ooooooo

พอกลับมาถึงโรงพัก ผู้กำกับถามว่าตกลงได้พบของกลางอะไรบ้าง

“ก็ไอ้จ่าแม่นมันเหม็นขี้จนลมชัก เราก็เลยรีบพามาหาหมอ” กำนันเทิ้มบอก แล้วพูดประชดตามสไตล์ “ไม่ทันได้มองหรอกว่าไอ้เรืองมันทัดเหล้าไว้ที่หูหรือซ่อนไว้ที่ไหน”

“ตกลงดาวเรืองต้มเหล้าขายจริงๆหรือครับ ถ้าจริงทำไมจับไม่ได้สักทีล่ะครับ” ปลัดจิ๋นตั้งข้อสังเกตที่ทำเอาทุกคนอึ้งที่ถูกแทงใจดำ

ฝ่ายดาวเรืองเอาเหล้าใส่รถปิดทับด้วยฟางไปส่งที่ร้านเจ๊กฮวด ไอ้เพี้ยนพูดอย่างไม่หายตื่นเต้นว่า

“คิดแล้วยังขาสั่นไม่หาย ตอนที่ไอ้จ่าแม่นมันจะขุดหลุมน่ะ ดีนะที่มันคิดว่าหลุมที่พี่เรืองยืนอยู่เป็นหลุมฝังเหล้า”

“เราอยากให้มันขุดตรงไหนเราก็ยืนตรงนั้น แล้วก็ทำให้มันมีพิรุธเยอะๆเข้าไว้” ดาวเรืองยิ้มกริ่ม ไอ้เพี้ยนเลยถึงบางอ้อ มันเลยหลงกล ทั้งที่หลุมฝังเหล้าอยู่ตรงที่พวกนั้นยืน ไอ้เพี้ยนหัวเราะนมกระเพื่อมพูดสะใจว่า

“จะจับเหล้า ดันมาเจอหลุมปุ๋ยหมักของป้าบานเข้า จ่าแม่นมันคงเลิกตามพี่ไปนานล่ะทีนี้”

“รวมทั้งไอ้ปลัดนั่นด้วย” ดาวเรืองหัวเราะฮิฮะสะใจที่พวกปลัดรู้จัก “หัวไอ้เรือง” น้อยไป

ooooooo

ผู้กำกับสรุปงานครั้งนี้แบบกำปั้นทุบดินว่าที่เราจับมันไม่ได้เพราะมันไม่อยู่ให้จับ บางทีตัวอยู่แต่ของกลางไม่อยู่ บางทีของกลางอยู่แต่ตัวไม่อยู่

“มันเปลี่ยนที่ต้มเหล้าตลอด เดี๋ยวในป่า เดี๋ยวบนเขา ขนาดในน้ำ มั้นนนน...ก็ยังอุตส่าห์ลงไปต้ม” นายอำเภอพูดอย่างอ่อนใจ ปลัดจิ๋นถามว่าทำยังไง ผู้กำกับบอกว่ามันขนของลงไปต้มในแพแล้วล่องตามแม่น้ำไปเรื่อยๆน่ะสิ

“แสบจริงๆ แต่ยังไงกฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมาย เราจะยอมให้ใครทำผิดไม่ได้” ปลัดจิ๋นร้อนวิชาไฟแรง

“ที่ปลัดพูดก็ถูก แต่กฎบางอย่างเรามีความจำเป็นต้องเอามาปรับใช้ให้เหมาะสม เถรตรงมากไปเราก็อยู่กับคนในชุมชนไม่ได้” ผู้กำกับพูดอย่างมีประสบการณ์ เลยถูกกำนันเทิ้มที่ไม่เพียงปากเปราะ แต่ยังเราะรายจิก คนนั้นด่าคนนี้กระทบคนโน้นพูดแทรกขึ้นว่า

“เลยต้องอยู่กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ใครทำผิดใครคอรัปชัน ถ้ามันแบ่งปันลูกน้องถือว่าเป็นคนดีมีน้ำใจ คดโกงประเทศชาติแต่บริหารจัดการดี เรียกว่ามีวิสัยทัศน์”

“นั่นก็เกินไป...” ผู้กำกับกินปูนร้อนท้อง “ผมแค่ ต้องการให้ปลัดดูว่าคนในชุมชนมีนิสัยมีความเป็นอยู่ยังไง ถ้าเขาทำอะไรผิด แต่มันเป็นวิถีชีวิตของเขา เราจะเข้าไปช่วยยังไงให้มันถูกยุคนี้เป็นยุคของสงครามแย่งประชาชน เราต้องเข้าถึงและดึงประชาชนมาเป็นแนวร่วมกับเราให้ได้ ไม่ใช่ด้วยเงินแต่ต้องด้วยใจ”

“ดึงไอ้เรืองก่อนดีไหมครับ ดึงใจมันได้ก็ดึงใจคนทั้งอำเภอได้” กำจรเสนอ กำนันเทิ้มอดไม่ได้ ทิ้งระเบิดตูมใหญ่ใส่ทั้งกลุ่มก่อนเดินทื่อไปว่า

“สนใจแต่เรื่องเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ไอ้คนที่มันใหญ่คับฟ้าจริงๆไม่พากันมอง!”

ooooooo

พฤกษ์รับดอกไม้ไปส่งให้โรสอีกครั้ง คราวนี้เกิดเฉี่ยวกับรถของโรสที่กำลังรีบจะไปทำงานเพราะเธอตื่นสาย โรสหัวเสียลงมาเรียกร้องค่าเสียหาย พฤกษ์โต้ว่าที่เฉี่ยวเพราะรถเธอไม่เปิดไฟเลี้ยว

โรสเถียงข้างๆคูๆ ว่าคนเรามันก็ต้องใช้เซ้นส์กันบ้าง พฤกษ์โต้ว่าขืนขับรถโดยใช้เซ้นส์มีหวังรถชนกัน ทั้งเมืองและไม่ยอมจ่ายค่าเสียหาย อยากได้ก็ให้ถ่ายรูป

ไปแจ้งความเอาเอง เจอหัวหมอแบบนี้โรสก็เถียงไม่ออกกอปรกับต้องรีบไป เลยไม่เอาเรื่องแต่พอสตาร์ตรถปรากฏ

ว่าไฟเตือนน้ำมันหมด เลยจำต้องให้พฤกษ์พาไปส่งไม่วายพูดข่มว่า

“พาฉันไปส่งที่สยามเดี๋ยวนี้เลย ฉันมีงานที่นั่น มัวแต่ทะเลาะกับนายฉันไปไม่ทันแล้วเห็นไหม นายต้องรับผิดชอบ”

ooooooo

ปลัดจิ๋นไฟแรง วางแผนจะเปลี่ยนแปลงบ้านดอนล้อมแรด โดยเริ่มจากกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่าคนรุ่นเก่า โดยเฉพาะคนเก่าคนแก่ที่นี่ ที่ทั้งเก๋าทั้งแก่จนเกินแกง

นายอำเภอไพศาลถามว่าจะเริ่มที่เรื่องอะไรก่อน พอปลัดจิ๋นบอกว่าเริ่มจากให้ชาวบ้านดูแลเรื่องดินก่อน อยากให้ทำปุ๋ยชีวภาพแก้ปัญหาดินเสื่อมเพื่อลดต้นทุนปุ๋ยเคมีที่ราคาแพงและมีสารตกค้าง

“เรื่องนั้นเลิกคิดไปเลย เขาทำกันมาหลายครั้งแล้ว ทั้งสาธิตทั้งแจกฟรียังไม่มีใครสนใจ พูดไปน่ะเขาฟังแต่ไม่ทำ”

แต่ปลัดจิ๋นเชื่อว่าทำได้ โดยจะเริ่มจากผู้ใหญ่ผันก่อน เชื่อว่าผู้ใหญ่คงชอบที่จะพัฒนาความรู้ความเป็นอยู่ชาวบ้านให้ดีขึ้น ในขณะที่ปลัดจิ๋นมั่นใจในงานชิ้นแรกนี้มากนั้น นายอำเภอกลับแอบพึมพำ “ไฟแรงจริงพ่อคุณ...”

จะเริ่มที่ผู้ใหญ่ผันต้องไปหาที่บ่อนไก่ ไปขอให้ผู้ใหญ่เรียกประชุมชาวบ้านให้มาฟังการสอนทำปุ๋ยชีวภาพ ผู้ใหญ่ถามว่าปลัดเรียกประชุมกรรมการหมู่บ้านหรือยัง ปลัดจิ๋นบอกว่าจะเรียกประชุมพรุ่งนี้คิดว่าไม่มีปัญหา ผู้ใหญ่ฟันธงว่าไม่ได้ผลเพราะชาวบ้านต้องทำมาหากิน แต่สู้เหตุผลของปลัดไม่ได้เลยรับปากส่งเดชก่อนเข้าบ่อนไก่ว่า เดี๋ยวจะไปบอกชาวบ้านให้แล้วบ่นงึมงำ “ฉันคงช่วยหรอก ลำพังขายปุ๋ยแข่งกับไอ้เรืองก็สู้กันแย่อยู่แล้ว ขืนชาวบ้านรู้ว่ามีปุ๋ยทำฟรีได้ ฉันก็เสียรายได้สิ”

กำจรถามปลัดว่ามันจะได้เรื่องหรือ เพราะขนาดผู้ใหญ่ยังไม่สนใจเลย แล้วลูกบ้านจะสนใจหรือ

“สนใจสิ! มันต้องมีคนเห็นด้วยกับฉันสักคนสิน่า” ปลัดจิ๋นมั่นใจเต็มร้อย เมื่อไปคุยกับพระครูจ้อย พระครูสนับสนุนเต็มที่ แต่ก็ติงว่าอยากให้ปลัดคิดดีๆอีกทีดีไหม เพราะว่า...

“อาตมาเห็นจะทำกันมาเยอะแล้ว พอได้งบประมาณ ก็หยุดกันไป เสียเวลาเปล่าๆ” ปลัดจิ๋นขอแค่ให้พระครู ช่วยบอกต่อชาวบ้านให้มาร่วมอบรมเยอะๆเท่านั้น “อาตมาบอกให้ได้ แต่ชาวบ้านจะเชื่อรึเปล่า อาตมาไม่รับปากนะ”

ปลัดเชื่อว่าชาวบ้านเชื่อและเคารพหลวงพ่อ แต่หลวงพ่อบอกว่าปลัดเข้าใจผิดเพราะ “ที่ชาวบ้านมีต่ออาตมาคือความศรัทธา แต่ถ้าอยากให้ชาวบ้านเชื่อ คุณ ปลัดต้องไปหาอีกคนนึง”

“ใครครับ?” ปลัดตาเป็นประกายอย่างมีความหวัง พระครูมองไปทางกุฏิหลวงตาคง

ปลัดกับกำจรไปคุยกับหลวงตาคงที่กุฏิ หลวงตาคงบอกว่าตนเป็นคณะกรรมการหมู่บ้านแต่จะให้ชาวบ้านเชื่อตนคงทำไม่ได้เพราะ “ฉันไม่เคยทำให้ชาวบ้านเชื่อฉันได้”

ทันใดนั้น แม่เวียงที่เดินเถียงกับบุญปลีกบุญปลอด มาก็บอกหลวงตาคงว่า

“หลวงตาคงช่วยฉันด้วย! เมื่อคืนฉันฝันไม่ดี ฝันว่าโดนตุ๊กแกกินตับมันแปลว่าอะไร”

หลวงตาคงหลับตาอึดใจแล้วทำนาย “แย่แล้ว...

แม่เวียง ท่าทางจะมีเรื่อง ต้องให้เจ้าแม่บอกว่าต้องสะเดาะเคราะห์ยังไงบ้าง” ว่าแล้วเดินอ้าวขึ้นกุฏิ แม่เวียง บุญปลีกกับบุญปลอดรีบเดินตาม ทิ้งปลัดจิ๋นกับกำจรยืนมึนอยู่ตรงนั้น

“แหม...บอกว่าไม่มีใครเชื่อ แล้วที่วิ่งดุ๊บๆตามนี่ เรียกว่าอะไร คุณปลัดจะเอายังไงต่อครับ” กำจรถามหน้าหน่าย

“บอกผู้ใหญ่หมดแล้ว ทีนี้ก็เหลือเด็กที่ไม่ใช่เด็ก”

“เด็กที่ไม่ใช่เด็ก?” กำจรทำหน้างง “นี่คุณปลัดอย่าบอกนะครับว่าจะไปขอให้ไอ้เรืองช่วย! ผมว่า...ลุ้นหมาออกลูกเป็นแมวยังง่ายกว่านะครับ”

ปลัดจิ๋นไม่พูด แต่ยิ้มอย่างมั่นใจว่าต้องทำได้!

ooooooo

โรสซ้อนมอเตอร์ไซค์พฤกษ์ไปถึงหน้าห้างสรรพสินค้า เธอลงจากรถไปส่องกระจกสำรวจเสื้อผ้าหน้าผมเอียงซ้ายเอียงขวาหน้าหลัง ถามพฤกษ์ว่าตน

ดูดีแล้วหรือยัง ยิ้มเป็นไง มีอะไรติดฟันรึเปล่า มีเหงื่อไหม ต้องตบแป้งเพิ่มตรงไหนไหม

“คุณดูดีแล้วครับ” พฤกษ์ยิ้มเพราะไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนมายืนแต่งตัวอย่างนี้เลย โรสหยิบเงินให้หนึ่งพันบอกว่าให้หมดเลยเพราะอุตส่าห์ซิ่งจนทันเวลา “ผมไม่รับครับ ผมต้องมาที่นี่อยู่แล้ว ไม่ใช่ต้องออกนอกเส้นทางไปส่งคุณที่ไหน ถ้าคุณจะให้อะไร ผมขอแค่คำขอบคุณก็พอ”

แค่คำขอบคุณ โรสก็ยังต่อรองขอแค่ขอบใจได้ไหม พูดก่อนผละไปว่า “หวังว่าเราคงไม่ต้องมาเจอกันอีกนะ”

เดินไปเจอน้ำหวานยืนรอนานบ่นว่ามาถึงจะด่า

ให้ โรสได้ยินถามว่าด่าใคร น้ำหวานยิ้มหวานบอกว่าด่า คนจัดงานที่ไม่รู้จักคิด นัดเวลาไหนไม่นัดมานัดเวลาที่รถติดหนึบอย่างนี้ โรสบอกว่างั้นแล้วไป แล้วพากันเดินไปที่ลิฟต์

พฤกษ์เห็นน้ำหวานที่ตนเอาดอกไม้มาให้คราวที่แล้ว รีบคว้าดอกไม้วิ่งตามไปร้องเรียก “คุณโรสครับ”

น้ำหวานหันมาดีใจสุดๆ ที่เจอหนุ่มหล่ออีกครั้ง โรสยื่นมือจะรับดอกไม้ พฤกษ์ถือดอกไม้วิ่งผ่านโรสไปหาน้ำหวานบอกว่า

“มีคนส่งดอกไม้ให้คุณน่ะครับ”

“ฉันต่างหากที่ชื่อโรส!!” โรสโวยวาย พฤกษ์งงมองหน้าสองคนไปมาถามว่าตกลงใครชื่อโรสกันแน่

น้ำหวานชี้ไปที่โรส พฤกษ์ถามว่าคนนี้ชื่อสุดาวดีไม่ใช่หรือ ทำให้โรสยิ่งโมโหที่ตนเป็นดาราออกดังทำไมไม่รู้จัก

“อาจจะเพราะคุณดังไม่จริงก็ได้นะครับ คุณโรส สุดาวดี” พฤกษ์แหย่ โรสโมโหจะตามไปเอาเรื่อง น้ำหวานรั้งไว้เร่งให้รีบไปทำงานก่อนเถอะ แล้วค่อยตามผู้ชายทีหลัง โรสเลยหันมาแหวน้ำหวานแทน...

“ใครตามผู้ชาย! คนอย่างโรส มีแต่ผู้ชายตามย่ะ!!” แล้วจึงเดินตามน้ำหวานเข้าลิฟต์ไป

ooooooo

ปลัดจิ๋นทำงานอย่างถึงลูกถึงคน วันนี้ก็ให้กำจรขับรถไปที่ร้านของดาวเรืองเพื่อขอให้ไปร่วมประชุม กำจรถามอย่างเข็ดเขี้ยวดาวเรืองว่าจะให้สตาร์ตรถรอไหม เผื่อถูกตะเพิดจะได้บึ่งหนีได้ทัน

ปลัดจิ๋นบอกว่าเรามาดีไม่ต้องกลัว กำจรเตือนความจำว่า

“ก็คุณปลัดเพิ่งจะไปจับไอ้เรืองมันแหม็บๆ คนอย่างไอ้เรือง ถ้าประกาศว่าอยู่คนละข้างแล้ว มันไม่เอาไว้นะครับ”

“เชื่อฉันเถอะ ว่าดาวเรืองก็แค่เด็กธรรมดา เพียงแต่ห้าวแล้วก็กล้าพูดกล้าทำกว่าคนอื่น ที่สำคัญดาวเรืองฉลาด ถ้ารู้จักใช้ ดาวเรืองจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนมาก”

“ผมยอมกินขี้หมาเลย ไอ้เรืองไม่มีวันยอมให้ปลัดใช้มันหรอก!” กำจรเดิมพันสูง

ปลัดจิ๋นเดินยิ้มเข้าไปในร้าน บานชื่นถามว่าจะรับอะไรดี ปลัดบอกว่าไม่ได้มากินข้าวแต่อยากคุยเรื่องดาวเรือง บานชื่นบอกว่าดาวเรืองไม่อยู่ ถามว่าดาวเรืองไปก่อเรื่องอะไรอีกหรือ

“เปล่าครับ คือผมอยากเปิดอบรมชาวบ้านเรื่องการทำปุ๋ยชีวภาพ แต่ผมยังไม่รู้จักชาวบ้านที่นี่มากพอ

เลยต้องมาพึ่งบารมีคุณน้าให้ช่วยไปประชุมกรรมการหมู่บ้านและชักชวนชาวบ้านให้มาร่วมอบรมกันเยอะๆ น่ะครับ”

บานชื่นยิ้มหน้าบานถามว่า พึ่งบารมีเลยหรือปลัดบอกว่าตนมาอยู่ที่นี่ไม่กี่วันก็รู้แล้วว่าทุกคนที่นี่เกรงใจคุณน้ากันทั้งนั้น อย่างนี้ไม่เรียกว่ามีบารมีได้ยังไง ทำเอาบานชื่นหน้าบานรับปากทันทีว่าพรุ่งไปแน่ ปลัดเลยขอพึ่งบารมีบานชื่นอีกครั้ง ขอให้พาดาวเรืองไปด้วย คราวนี้บานชื่นพูดโดยไม่ต้องคิดเลยว่า “พึ่งถูกคนแล้วล่ะค่า...”

“โห...เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือไอ้เรืองยังมีน้าบานชื่น เหนือน้าบานชื่นยังมีคุณปลัด” กำจรทึ่ง อึ้ง จนลืมไปว่าตัวเองเดิมพันอะไรไว้กับปลัดจิ๋น

ooooooo

คืนนี้ โรสโทร.หาจินตวัฒน์ ชมว่าดอกไม้น่ารักดี แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นคนให้ ก็จะรู้สึกดีกว่านี้

ปลัดจิ๋นขอโทษ ขออย่าโกรธเลยเพราะตนติดงาน จริงๆตนเป็นข้าราชการกินเงินเดือนที่ได้จากภาษีของประชาชนจึงต้องทำงานตอบแทนประชาชน โรสบอกว่าตามใจเขา แต่ให้เวลาสามเดือน ถึงตอนนั้นเขาต้องตัดสินใจว่า จะเลือกงานหรือเลือกตน พูดแล้ววางสายเลย เชื่อว่าถึงเวลานี้ เขาก็ต้องเลือกตนแน่

เสี่ยกำพล พ่อค้าปุ๋ยเคมีที่หากินอยู่กับชาวบ้าน ดอนล้อมแรดมาเนิ่นนาน จะไปร่วมฟังโครงการทำปุ๋ย ชีวภาพของปลัดจิ๋น ผู้ใหญ่ผันเลยต้องไปด้วย เวียงเอะใจถามผู้ใหญ่ว่า เสี่ยมีแผนอะไรหรือเปล่า

“แม่เวียงอย่าว่าเสี่ยกำพลอย่างนั้นนะ เสี่ยเป็นคนดี ไม่มีแผนอะไรกับใคร อย่าลืมสิว่าบ้านเรามีกินมีใช้ก็เพราะเสี่ยช่วยเหลือทั้งนั้น” ผู้ใหญ่ปราม เวียงบอกว่า ตนก็แค่สงสัยไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย

ฝ่ายบานชื่น รับปากกับปลัดจิ๋นแล้วว่า จะให้ดาวเรืองไปฟังด้วย เห็นดาวเรืองยังเอ้อเร้อเอ้อเต่ออยู่ เร่งว่าจวนได้เวลาประชุมแล้ว ดาวเรืองทำไขสือ ถามว่าประชุมอะไร บานชื่นทำหน้าเหนื่อยบอกว่าก็ที่บอกเมื่อคืนไงไม่ได้ยินหรือ

“ได้ยิน แต่ฟังหูซ้ายทะลุหูขวาออกไปแล้ว แม่ก็ไปเชื่อมันทำมั้ย มันอ้างงานบังหน้าเพื่อมาดูลาดเลาที่บ้าน หรือไม่ก็มาสืบน่ะสิว่าฉันไปทำอะไรที่ไหนบ้าง”

บานชื่นหว่านล้อมจนดาวเรืองยอมไปแต่ไปด้วยอารมณ์แบบ “แส่ดีนัก เตือนดีๆแล้วไม่ฟัง เดี๋ยวจัดให้!”

ooooooo

เสี่ยกำพลเจอกับปลัดจิ๋นเป็นครั้งแรก เสี่ยยกมือไหว้ บอกว่าได้ยินแต่ชื่อเพิ่งเจอตัววันนี้ ยังหนุ่มอยู่เลย

“ผมขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับกระเช้าผลไม้นั้น ส่วนอย่างอื่นลูกน้องเสี่ยคงบอกแล้วว่าผมไม่รับ” ปลัดพูดถึงกระเช้าผลไม้และซองหนา ที่เสี่ยให้ลูกน้องเอามา จิ้มก้องวันที่ปลัดมารับหน้าที่วันแรก

เสี่ยยิ้มเชือดเฉือน บอกว่าตนดีใจที่ลองใจคนไม่ผิด ปลัดเฉือนกลับอย่างรู้ทันว่า ดีใจที่นั่นแค่ลองใจไม่ใช่ของจริง

พวกชาวบ้านได้ยินมองหน้ากันงงๆว่าสองคนนี้พูดเรื่องอะไรกัน

เมื่อเริ่มประชุม แค่ปลัดจิ๋นเริ่มเกริ่นเท่านั้นก็ถูก ผู้ใหญ่ผันพูดแทรกว่า “เชื่อผมเถอะว่าไม่มีใครสนใจหรอก” แต่ปลัดก็หนักแน่น ดำเนินการประชุมต่อ บรรยายถึงผลดีต่างๆนานาของปุ๋ยชีวภาพแล้วขอความเห็นชาวบ้าน เสี่ยกำพลสนับสนุนเป็นคนแรก บานชื่น พระครูจ้อย ไสว และแม้แต่หลวงตาคงก็เห็นด้วยโดยอ้างว่าเจ้าแม่ให้เห็นด้วย

“ไอ้เรืองว่ายังไง ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ” ผู้ใหญ่ผันพูดอย่างมั่นใจเพราะเชื่อว่าไอ้เรืองไม่เห็นด้วยแน่

“ฉันเห็นด้วย!” ดาวเรืองโพล่งออกไปเสียงดังฟังชัด ทำเอาผู้ใหญ่แทบหงายหลัง ดาวเรืองยังแสดงความเอา

การเอางานพูดกลางที่ประชุมว่า “เรื่องดีๆอย่างนี้ไอ้เรือง สนับสนุนอยู่แล้ว คุณปลัดบอกมา จะให้ไอ้เรืองทำอะไรไอ้เรืองช่วยเต็มที่!”

ผู้ใหญ่คิดไม่ตกถามเสี่ยกำพลขณะเดินมาส่งที่รถว่าทำไมยอมไอ้ปลัดนั่น เกิดชาวบ้านติดใจขึ้นมา ปุ๋ยเคมีเราขายไม่ออกแน่ เสี่ยยิ้มเจ้าเล่ห์บอกว่า ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจลูกบ้านของตัวเองเลย ชาวบ้านที่นี่รักความ สบายกันจะตายไม่มีใครจะลุกขึ้นมาบ้าไปกับปลัดหรอก บอกผู้ใหญ่อย่างเจ้าเล่ห์ว่า

“เราอยู่ในฐานะพระเอก เราต้องรู้จักวางตัวในที่ที่เหมาะสม ปล่อยให้ตัวร้ายมันจัดการทำลายทุกอย่างไป”

“ใครจะขัดขวางงานไอ้ปลัดวะ?!?” ผู้ใหญ่บ่นงึมงำ เดินกลับไปงงๆ

ooooooo

เวียงกล่อมจนวรรณยอมเอารถออกไปป่าวประกาศโครงการนี้แก่ชาวบ้านเพราะบอกว่าดาวเรืองจะไปด้วย

พอเช้าวันรุ่งขึ้น รถกระบะติดเครื่องขยายเสียงก็แล่นผ่ากลางหมู่บ้าน มีดาวเรืองพูดผ่านไมค์เชิญชวนชาวบ้านให้มาร่วมโครงการอบรมทำปุ๋ยชีวภาพของปลัดจิ๋น โดยมีวรรณคอยเป็นลูกคู่ลูกมือ เปิดเพลงให้อย่างเอาการเอางาน

เมื่อได้เวลา ปลัดจิ๋นก็เปิดอบรมวิธีการทำปุ๋ยชีวภาพ จัดให้เจ้าหน้าที่อำเภอไปหาส่วนผสมปุ๋ย ให้กำจรให้ไปรับ “ไบโอนิค เอฟ 60” ที่กรมพัฒนาที่ดินในจังหวัด แต่กำจรยังไม่ทันไปก็ได้รับโทรศัพท์ แล้ววิ่งหน้าตาตื่นมาบอกปลัดจิ๋นว่า

“ไอ้เรืองครับ...ไอ้เรือง...เพื่อนผมโทร.มาบอกว่ามันยกขบวนมาที่ตลาด ตอนนี้คุณปลัดดังไปทั้งอำเภอแล้วครับ”

กำจรพาปลัดจิ๋นไปที่ตลาด เจอรถกระบะของผู้ใหญ่ผันจอดอยู่ ดาวเรืองกำลังโฆษณาฟุ้งอยู่บนรถว่า

“ชาวดอนล้อมแรดขอเชิญชวนพี่น้องที่ดอนพัฒนาให้มารวมตัวทำกิจกรรมร่วมกันที่ลานวัดดอนล้อมแรดในวันพรุ่งนี้ แปดโมงตรง หลวงตาคงแจกเหรียญมหามงคลรุ่นปลุกเสกแล้วปลุกเสกอีกให้ทุกคนที่ไปร่วมงาน” หยุดเหลือบมาสบตาปลัดแล้วพูดต่อ “ใครไม่ไปดูผลงานปลัดใหม่แล้วจะไสเจีย...เสียใจ”

“กำจรมองอย่างสงสัย ปลัดจิ๋นเองก็งงๆว่าดาวเรืองยอมช่วยถึงขนาดนี้เพราะอะไร?

ooooooo

คืนนี้ ขณะปลัดจิ๋นกำลังทบทวนตำราเพื่อจะไปอบรมชาวบ้านพรุ่งนี้ มะเฟืองเด็กหญิงหน้าตาน่าเอ็นดูก็ถือกระทงขนมครกมาให้บอกว่าแม่เห็นปลัดที่ตลาดแล้วศรัทธา

พอมะเฟืองกลับไปเล่าให้ดาวเรืองฟังว่าตนเอาขนมครกให้ปลัดและแอบดูจนปลัดกินขนมครกจนหมด ดาวเรืองให้เงินไป 20 บาทมะเฟืองรับเงินเดินตัวปลิวออกไป ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนหัวเราะกันคิกคักว่าคืนนี้ปลัดหลับเป็นตายแน่

จากนั้นสองตัวแสบ ไปดักกำจรที่กำลังจะแวบไปดวด โชว์เหล้าสูตรใหม่ว่าแรงขนาดจุดไฟติดพรึ่บเลย กำจรทำท่าเปรี้ยวปาก เลยได้ไปทดลองขวดหนึ่งดาวเรืองทำทีเตือนว่าพรุ่งนี้มีประชุมแต่เช้านะ กำจรรับรองว่าตนตื่นทันแน่ รู้กันอยู่แล้วว่าตนเป็นคนรับผิดชอบต่อหน้าที่ขนาดไหน

ไม่เพียงเท่านั้น ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนยังไปตอกประตูหน้าต่างไม่ให้ปลัดออกไปได้ จัดการทุกอย่างเสร็จก็พากันกลับบ้านหัวเราะกันคิกคัก บานชื่นถามว่าหัวเราะอะไรกัน ดาวเรืองบอกว่าดีใจที่ได้ช่วยประกาศให้ชาวบ้านมาอบรมพรุ่งนี้

รุ่งขึ้น ปลัดจิ๋นตื่นขึ้นมา 7 โมงครึ่ง ตกใจหยิบโทรศัพท์ดูปรากฏว่าหน้าจอดับมืดเพราะแบตหมด รีบอาบน้ำแต่งตัว แต่พอจะออกจากบ้าน ประตูหน้าต่างถูกตอกตายหมด เรียกกำจรก็ไม่ได้ยิน ฉุกคิดขึ้นได้ว่าต้องเป็นฝีมือดาวเรืองแน่ ตัดสินใจถีบประตูพังวิ่งลงบันได ตกบันไดอีก! เพราะขั้นบันไดถูกเลื่อยวางไว้หมิ่นๆ ปลัดกัดฟันกรอดคำราม “ดาวเรือง!”

ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนแอบดูผลงานของพวกตนอย่างสะใจ ดาวเรืองพูดกับไอ้เพี้ยนว่า

“พังประตูออกมาได้แต่มันมาถึงงานไม่ได้หรอก เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะ”

ooooooo

งานอบรม จัดที่บริเวณลานวัด บรรดาผู้หลัก ผู้ใหญ่ ทั้งนายอำเภอและผู้กำกับ พากันมาครบแล้ว ชาวบ้านก็มากันหนาตา แต่ถึงเวลา 8 นาฬิกาตามนัดปลัดยังไม่มา บรรยากาศเริ่มรวน

ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนกลับมาเจอวรรณแถวใกล้วัดเลยนั่งรถวรรณเข้าไป ทำทีถามว่าปลัดยังไม่มาหรือ เขี่ยอารมณ์ชาวบ้านที่กำลังคุ นายอำเภอไพศาลเหงื่อแตกพลั่กไม่รู้จะแก้สถานการณ์อย่างไร ผู้ใหญ่โทร.ตามก็ติดต่อปลัดไม่ได้ ครั้นติดต่อไปหาเกษตรอำเภอทุกคนก็ติดประชุมหมด

“ตัดริบบิ้นเปิดงาน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน” ดาวเรืองเล่นเล่ห์ต่อ หลวงตาคงเห็นด้วย ยังไงก็ให้ขายผ้า เอาหน้ารอดไปก่อน “ถ้าตัดริบบิ้นแล้วยังไม่มา นายอำเภอก็พูดเปิดงานถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็มาเองแหละ ที่สำคัญเราต้องเชื่อว่าปลัดจะมา” ว่าแล้วดาวเรืองก็ไปยืนพูดที่หน้าไมค์ คราวนี้มั่วแหลก อ้างว่าหลวงตาคงจับยามสามตาแล้วพบว่าเวลาแปดนาฬิกาสี่
สิบเก้านาทีสิบหกวินาทีเป็นเวลาอภิมหามงคล เพื่อความเป็นสิริมงคลเราจึงจำต้องรอ แล้วเชิญนายอำเภอกับภริยาขึ้นตัดริบบิ้น

จากนั้นให้นายอำเภอกล่าวเปิดงาน นายอำเภอพูดวนไปวนมาจนชาวบ้านบ่นว่าพูดวนแบบนี้ 5 เที่ยวแล้ว ให้ปลัดลงมือเลยดีกว่า ถามหาปลัดว่าอยู่ไหน ร้อนถึงดาวเรืองต้องไปยืนยันว่าปลัดมาแน่แค่รอฤกษ์หลวงตาคงเท่านั้น

“กูนึกว่ากูรอดแล้ว ไอ้เรืองนะไอ้เรือง” หลวงตาคงบ่นงึมงำที่อยู่ดีๆ ก็ถูกดาวเรืองโยนเผือกร้อนให้

ฝ่ายปลัดจิ๋นแก้ปัญหาจนหัวหมุน แต่ถูกดาวเรืองวางกับดักไว้หมดแล้ว เพราะกำจรก็เมา รถก็ถูกปล่อยลมยาง ครั้นมาเจอลุงใจดีที่ให้นั่งรถอีแต๊กมาส่งที่หมู่บ้าน วันแรก จอดรถมอเตอร์ไซค์เก่าๆ อยู่จึงขอโดยสารไป ก็กลายเป็นคนที่ดาวเรืองจ้างมาแกล้งให้พาไปตกปลักควายอีก สุดท้ายไปเจอบานชื่นกำลังจะไปวัดพอดี จึงชวนไปด้วย คราวนี้ปลัดระแวงว่าจะเจอกับดักดาว
เรืองอีก เลยขอขับรถเอง

ที่ลานวัด ดาวเรืองยังคงไฮค์ปาร์คอยู่ แอบด่าปลัดเป็นระยะๆ แต่ก็ให้ความมั่นใจกับทุกคนว่าปลัดต้องมาแน่ แล้วโยนกลองให้หลวงตาคง “เอ้า...คราวนี้ ถึงคิวหลงตาคง” หลวงตาคงตาเหลือกถามว่าจะให้ทำอะไรอีก “อ้าว...ก็ขึ้นมาทำพิธีเรียกตัวปลัดมานี่น่ะสิ เหลาะแหละไม่น่าเชื่อถือ จริงไหมพวกเรา” ดาวเรืองขอเสียงราวกับเล่นคอนเสิร์ต ชาวบ้านบ้าจี้ตะโกนพร้อมกัน
“จริง!!”

หลวงตาคงปาดเหงื่อเดินไปหน้าไมค์ด่าลอดไรฟัน “ไอ้เรือง ไอ้เวร!!” ดาวเรืองกลั้นหัวเราะเร่งให้หลวงตาบริกรรมคาถา “บรรลัยแน่กู...งานนี้” หลวงตางึมงำ

“ถ้าหลงตาศักดิ์สิทธิ์จริง ปลัดต้องมา ถ้าไม่มาแสดงว่าหลงตามนต์เสื่อม และไอ้ปลัดที่ไม่มีความรับผิดชอบอย่างนี้ก็ไม่ควรจะอยู่ที่นี่เพื่อดูแลพวกเรา จริงไหม” ดาวเรืองแอบถล่มปลัด ปลุกชาวบ้านจนหันมาเป็นใจกับตัวเองหมด แล้วบอกให้ชาวบ้านท่องเสี่ยงทายพร้อมกัน “มา...ไม่มา...มา...ไม่มา...” แต่พอถึงคำว่า “ไม่มา” ทุกคนก็อ้าปากค้าง

ปรากฏว่า ปลัดจิ๋นมา! แม้สภาพจะมอมแมมเดินกะเผลก แต่ก็ยืนหยัดเปิดอบรมและสาธิตการทำปุ๋ยชีวภาพทันที

“การกำจัดขยะด้วยการนำมาทำปุ๋ยชีวภาพเป็นการกำจัดที่ตรงและได้ประโยชน์อย่างมาก ก่อนที่เราจะลงมือทำไปพร้อมๆ กัน ผมขออนุญาตแนะนำผู้ช่วยของผมก่อนนะครับ ขอเสียงปรบมือต้อนรับ ดาวเรืองงงง”

ดาวเรืองสะดุ้งเฮือก จ้องปลัดตาแทบถลน อยากโดดเตะก้านคอให้หักคาแข้งเสียเลย!

ไม่เพียงถูกปลัดแก้เผ็ดอย่างเจ็บแสบ หลังการอบรมแล้ว ปลัดจิ๋นยังบอกดาวเรืองให้ไปจัดการเรื่องที่ทำไว้ให้เรียบร้อยทั้งประตูหน้าต่างและบันไดบ้าน ดาวเรืองจะไม่ยอมไป แต่พอปลัดถามว่าจะให้บอกบานชื่นไหม ดาวเรืองก็หมดท่า

ระหว่างไปงัดประตูหน้าต่างที่ถูกตอก ไอ้เพี้ยนบ่นว่ารู้งี้ไม่ต้องตอกแน่นขนาดนี้ก็ดีจะได้งัดง่ายหน่อย

“อย่าบ่นเลยวะ เก็บแรงไว้เอาคืนดีกว่า” ดาวเรืองพูดอย่างเจ็บใจ

จัดการทุกอย่างที่บ้านพักปลัดกลับถึงบ้าน ดาวเรืองตะโกนลั่น “ข้าเกลียดมัน!!!” บานชื่นถามว่าใคร ดาวเรืองบอกว่าปลัดจอมบงการนั่นแหละ บานชื่นเตือนว่า

“ระวัง เกลียดอะไรจะได้อย่างนั้น เพราะแม่เคยเจอกับตัวเองมาแล้ว เกลียดดีนัก สุดท้ายก็เจอเลย”

“ใครอ่ะแม่”

“พ่อเอ็งไง ตอนแม่เป็นเทพี ผู้ใหญ่ผัน หลวงตาคง จ่าแม่น รุมจีบแม่กันทั้งนั้น จู่ๆ อีตาพนามาจากไหนก็ไม่รู้ ท่าทางยียวนกวนประสาท พูดอะไรก็ไม่ถูกหูแม่ แล้วเป็นไง...กลายเป็นผัว มีลูกยืนหัวโด่อยู่เนี่ย”

“โอ๊ย...ประวัติศาสตร์ไม่มีวันซ้ำรอยหรอกแม่ พ่อน่ะเป็นผู้ชายใจดีที่สุดในโลก ไอ้คนขี้เก๊ก แก่วิชาการอย่างปลัดนั่นฉันไม่เอามาทำ ผะ...เอ๊ย...พันธุ์หรอก ชิ!!”

“สมัยหนุ่มๆ พ่อเอ็งก็ขี้เก๊กแก่วิชาการอย่างนี้แหละ” บานชื่นย้ำอีกทีแล้วเดินออกไป

ดาวเรืองส่ายหน้าดิก บอกตัวเองว่า เป็นไปไม่ได้...เป็นไปไม่ได้...เป็นไปม่ายด้ายยยยยย...

ooooooo

ตอนที่ 4

ดาวเรืองแกล้งไปปลูกสะระแหน่และเลี้ยงเป็ดบนรถปลัดที่ยังซ่อมไม่เสร็จเพราะต้องรออะไหล่ แต่กำจรลากกลับมาจอดทิ้งไว้ที่บ้านพัก บอกว่าดีกว่าจอดทิ้งไว้เปล่าๆ

ปลัดจิ๋นรู้ว่าดาวเรืองแกล้ง แต่ก็ใจเย็นไปสร้างเล้าเป็ดและสอนให้เลี้ยงเป็ดแบบปิดให้ถูกวิธี หลังจากนั้นปลัดให้กำจรขับรถเข้าตลาด กำจรดักคอว่า คงไม่ได้มาซื้อเป็ดให้ดาวเรืองนะ ปลัดพูดแบบตัดรำคาญว่า “เอาน่า...”

วันนี้ โรสมีนัดกับมาร์คที่โรงแรมหรู ถูกนักข่าวสัมภาษณ์เรื่องหัวใจ เธอตอบตามสูตรว่าเหมือนเดิม,ไม่มีอะไรใหม่, ต่างคนต่างทำงาน, เราเป็นเพื่อนกัน ทุกคนเป็นเพื่อนกัน, ตอนนี้อยากให้โฟกัสเรื่องงานมากกว่า ฯลฯ

ตอบหมดตามสูตรแล้ว โรสขอตัวอ้างว่าต้องรีบไปงานต่อ แต่ที่แท้เธอนัดกับมาร์คไว้ แม้แต่น้ำหวานโรสก็ให้แยกกันตรงนั้น เธอเดินไปที่ล็อบบี้ เห็นพฤกษ์นั่งคุยกับชายวัยกลางคน แล้วชายคนนั้นยื่นเช็คให้

“ขอบคุณมากครับอาจารย์” พฤกษ์ไหว้แล้วรับเช็ค ชายคนนั้นเอามือแตะบ่าพฤกษ์พูดอย่างมีเมตตาก่อนแยกไปว่า

“แล้วเจอกันที่ออฟฟิศ”

โรสมองจนชายคนนั้นไปแล้ว เธอกรีดกรายเข้าไปพูดเยาะว่า

“ถึงตอนนี้ฉันไม่สงสัยแล้วว่าทำไมนายถึงไม่รู้จักฉัน เพราะท่าทางนายไม่สนใจผู้หญิงเท่าไหร่”

พฤกษ์รู้ว่าโรสคิดอะไรอยู่ เลยแกล้งผสมโรงไปว่า “ก็คงงั้นมั้งครับ”

“มีคุณลุงคุณป๋าคอยช่วยอย่างนี้ ไม่เห็นต้องไปเป็นแมสเซนเจอร์ให้เหนื่อย”

“ผมชอบใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์” พฤกษ์ตัดบทอย่างเบื่อที่จะชี้แจง ก็พอดีมาร์คเพื่อนชายของเธอเดินมาเจอ โรสพุ่งไปจี๋จ๋าทันที มาร์คถามว่าไปร้านไหนดี พลางมองพฤกษ์สงสัยว่าเป็นใคร พฤกษ์ยิ้มให้โรสกัดนิดๆว่า “ผมขอตัวก่อนนะครับ เพราะดูเหมือนคุณเองก็ชอบใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เหมือนกัน”

เพราะอยู่ต่อหน้ามาร์ค โรสทำลอยหน้าไม่สนใจ หันควงมาร์คชวน “ไปกันเถอะ โรสหิวแล้ว”

ooooooo

วรรณยังได้รับข้อความบอกรักหวานจ๋อยอย่างสม่ำเสมอ อ่านทีไรก็เคลิ้มแทบคลั่ง ตอบกลับไปอย่างหวานหยดไม่แพ้กัน

ความรักหนักอกยกไม่ออก ทุกวันนี้วรรณได้แต่บอกรักตอบรักกันเงียบๆ ทำให้วรรณกลัวจะถูกใครมาปาดหน้าเค้กไป โดยเฉพาะปลัดจิ๋น สามเกลอเลยวางแผนกันว่าต้องทำให้เรื่องออกสื่อครึกโครมให้สังคมรู้ว่า ดาวเรืองเป็นคู่รักของสุวรรณ ต้องตัดไฟแต่ต้นลม ไอ้กรอดเสนอให้ขอแต่งงานกันเลย

“บ๊ะ!” วรรณตบเข่าฉาด “ความคิดพวกเอ็งนี่ฉับไวโดนใจวัยมันอย่างข้าจริงๆ ดี! ชาวบ้านร้านตลาดรวมถึงไอ้ปลัดหน้าจืดนั่นจะได้รู้กันไปเลยว่าไอ้เรืองมันเป็นของไอ้วรรณ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งดอนล้อมแรดว่ะ ฮ่าๆๆ”

ไวเท่าความคิด ตกบ่าย รถกระบะของผู้ใหญ่ผันที่ติดฟิล์มดำมืด หน้ารถมีดอกไม้และผ้าสีชมพูคาดแบบรถแต่งงานก็ขับช้าๆ เปิดเพลงอึกทึกราวกับรถขายยาแล่นมาจอดที่หน้าร้านดาวเรือง ลูกค้าที่กินอาหารในร้านพากันมองจำได้ว่าเป็นรถของผู้ใหญ่ผัน

จอดรถแล้ววรรณก็ส่งสัญญาณให้ไอ้แหลมหรี่เพลง ก่อนที่ตัวเองจะลุกขึ้นพูดแบบเจ้าบ่าวพูดในงานแต่งงาน

“สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทั้งหลาย ที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน ให้ความรักของกระผม นายสุวรรณ ขยันสอย กับนางสาวดาวเรือง ดอนสำราญ ในวันนี้...”

วรรณประกาศเรียกความสนใจก่อนแล้วหยุดส่งสัญญาณให้ไอ้แหลมเร่งเพลงคั่น ชาวบ้านในร้านพากันซุบซิบฮือฮา วรรณยกมือให้สัญญาณไอ้แหลมหรี่เสียงเพลง แล้วพูดต่อ

“ทุกชีวิตในดอนล้อมแรด แม้แต่หมู หมา กาไก่ คงไม่มีใครที่ไม่ทราบว่ากระผมและดาวเรืองผูกสมัครรักใคร่กันมานานแล้ว ตอนนี้ความรักของเราสองคนสุกงอม เต็มที่ กระผมจึงอยากประกาศให้ทุกคนทราบโดยทั่วกัน...” วรรณนึกได้หยุดสั่งไอ้กรอดให้แจกเครื่องดื่ม ไอ้กรอด หนีบขวดเหล้ากระโดดลงไปแจกกรวยกระดาษ แล้วประกาศหน้าบาน

“เดี๋ยวมาดื่มอวยพรให้พี่วรรณกัน”

“อันดับต่อไป ขอเชิญน้องเรือง...” วรรณประกาศต่ออย่างภาคภูมิใจ

ทันใดนั้น ลูกค้าที่มุงดู ถูกแหวกออกเป็นทาง บานชื่นโผล่มายืนจังก้าเท้าสะเอวหน้าถมึงทึง วรรณพูดอ่อนหวานให้บานชื่นเรียกดาวเรืองออกมา เพราะใจเราตรงกันแล้วไม่ต้องเขิน

“ไอ้เรืองไม่อยู่ เอ็งจะประกาศอะไรก็ประกาศมา ข้าจะได้ด่าได้ถูกเรื่อง” วรรณถามว่าน้องเรืองไปไหน “มันไปซื้อเป็ดที่ตลาด”

ไอ้แหลมเสนอให้ตามไปที่ตลาด ดีเสียอีกเพราะที่นั่นมีพยานเยอะดี วรรณเห็นด้วยชวนกันไปทันที ไอ้กรอดเก็บกรวยกระดาษและเหล้าคืน บอกชาวบ้านที่ยืนงงว่า “อยากกิน ตามไปกินที่ตลาดละกัน”

ooooooo

ที่ตลาด ดาวเรืองเดินหาซื้อเป็ดจนเดินเป็นเป็ดก็ไม่มีเป็ดขาย ถามไอ้เพี้ยนว่าทำไมจู่ๆ เป็ดมันจะขายดีกันตอนนี้

“ก็คงเพราะปลัดอบรมวันนั้นนั่นแหละพี่เรือง แสดงว่าชาวบ้านต้องเห็นดีเห็นงามกับปลัดแล้วแหงๆ ถ้าต่อไปคนเกิดศรัทธาปลัดมากขึ้น เราก็แย่น่ะสิ”

ไอ้แหลมมาแอบมองทั้งสองอยู่ที่มุมหนึ่ง แล้วโกยแน่บไปบอกวรรณว่า “มันมาแล้ว...มันมาแล้ว” วรรณหูผึ่ง ลุกขึ้นยืนเบ่งที่ท้ายรถกระบะ ไอ้กรอดชูป้ายไฟ “เรือง+วรรณ” โบกไปมา เพี้ยนเห็นก่อนชี้ให้ดาวเรืองดู

“ไอ้วรรณ! วอนซะแล้ว” ดาวเรืองกัดฟันกรอด ส่วนวรรณยืนบนกระบะรถ ยกไมค์ขึ้นเก๊กเท่ประกาศ

“ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ในที่นี้คงไม่มีใครไม่รู้จักกระผม นายสุวรรณ ลูกผู้ใหญ่ผันแห่งดอนล้อมแรด หลานผู้ใหญ่วงศ์แห่งดอนล้อมควาย ญาติห่างๆ ผู้ใหญ่ไฝแห่งดอนล้อมหมี...ท่านคงทราบดีอยู่แล้วว่ากระผมคบหาดูใจกับดาวเรืองมาหลายปีแล้ว...”

“เฮ้ย! หยุด!!” ดาวเรืองตะโกนขึ้น พลางเดินอาดๆ เข้าหา “ใครคบหาดูใจกับเอ็งวะไอ้วรรณ!”

ดาวเรืองกระโดดขึ้นไปยืนบนท้ายรถกระบะ วรรณดีใจมาก ร้องบอกชาวบ้านปรบมือให้กับว่าที่เจ้าสาวตนหน่อย ไอ้แหลมกับไอ้กรอดเป็นหน้าม้าปรบมือนำ ชาวบ้านเลยมุงกันมาเหมือนดูปาหี่

ปลัดจิ๋นส่ายหน้าระอาใจกับความไร้สาระของวรรณ บอกกำจรว่าเรามีอะไรน่าทำกว่าการมาดูคนวางมวยกันเยอะ ถามว่าร้านที่ว่าอยู่ทางไหน กำจรจึงพาไป

ดาวเรืองคว้าไมค์ไปจากวรรณ ประกาศแก่ชาวบ้านที่มามุงดูว่า “ทุกคนฟังให้ดี ฉันขอประกาศตรงนี้เลยว่า สิ่งที่ไอ้วรรณพูดมาทั้งหมดมันไม่จริง ฉันไม่เคยคบหาดูใจอะไรกับมัน และไม่เคยคิดจะแต่งงานกับมันด้วย” พูดแล้วยัดไมค์คืนวรรณกระโดดลงจากรถไป

วรรณยังทำหน้าเป็นแหย่ดาวเรืองว่าปากไม่ตรงกับใจ แต่เห็นท่าดาวเรืองจะไม่เล่นด้วย เลยตะโกนถามว่าจะแต่งงานกับตนหรือไม่ ดาวเรืองตะโกนตอบว่า

“ฝันไปเหอะ!” วรรณประกาศทันทีว่าไม่แต่งต้องฉุด! “ข้าท้าให้เอ็งมาฉุด ไม่มาเป็นหมา!!!”

ดาวเรืองเดินหัวเสียไป วรรณกระโดดตาม ไอ้แหลมกับไอ้กรอดโดดตามลูกพี่ไป ส่วนบรรดาไทยมุงก็เดินตามกันไปเป็นพรวนอย่างอยากรู้อยากเห็น

วรรณตามไปอ้อนดาวเรืองว่าอย่าปากแข็งเลย ดาวเรืองสวนไปว่าไม่ได้แข็งแค่ปากแต่หน้าแข้งกับบาทา ก็แข็งด้วยอยากลองไหมล่ะ วรรณยังตามตื๊อขอให้แต่งงานกับตน ดาวเรืองตวาดว่า “ไม่แต่ง! ไม่ว่าง!!”

“เอ็งรักข้าแล้วไม่แต่งกับข้า เอ็งจะไปแต่งกับใครวะ” วรรณตะโกนถาม

“กับใครก็ได้เว้ยที่เอาเป็ดมาให้ข้าตอนนี้” ปากดีเลยเจอดี กำจรกับปลัดกลับมาเจอ ปลัดรีบเข้าไปยื่นกล่องใส่เป็ดให้วรรณแค้นใจ ด่าปลัดว่ามากไปแล้ว ปราดเข้าไปซัดหมัดใส่หน้าทันที ไทยมุงแตกกันกระเจิง กำจรคว้าวรรณไว้ ดาวเรืองตะโกนห้าม แต่วรรณบ้าเลือดจะเปิดศึกหน้านางให้ได้ ประกาศลั่น

“ไอ้เรืองเป็นผู้หญิงของข้า เอ็งมาทีหลัง จะมาปาดหน้าเค้กกันง่ายๆ ยังงี้ได้ไง แล้วมันหน้าที่ของปลัดเหรอที่มาเดินตามผู้หญิงคนเดียวต้อยๆแบบนี้”

“ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อเดินตามใครหรือทำอะไรเพื่อใครคนเดียว หน้าที่ของฉันคือดูแลทุกข์สุขของชาวบ้านทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นดาวเรือง นายวรรณ หรือว่าใครก็ตาม ถ้านายวรรณเข้าใจอะไรผิดก็เข้าใจซะใหม่นะ ฉันเป็นข้าราชการ และข้าราชการมีหน้าที่รับใช้ประชาชนทุกคน!!”

ไทยมุงยืนอึ้ง ทันใดนั้น ใครคนหนึ่งปรบมือขึ้นก่อน ทุกคนเลยปรบมือตาม ปลัดยกมือไหว้ขอบคุณชาวบ้าน ส่วนวรรณกับไอ้แหลมไอ้กรอดมองซ้ายขวาหน้าแทบไม่เป็นคน ไอ้แหลมกระซิบบอกวรรณ

“เอ่อ...แบบนี้แถวบ้านฉันเขาเรียกว่าโดนขโมยซีนนะพี่”

วรรณที่ทำตัวผยองพองขนเมื่อกี้ หลบสายตาเพชฌฆาตของดาวเรืองก้มหน้าเป็นหมาหงอยไปเลย

ooooooo

เสมอใจที่หลงรักวรรณ มีความสุขกับการส่งข้อความหวานๆ ผ่านมือถือให้วรรณ วันนี้ไปที่ตลาดเจอข้อความประทับใจที่ข้างรถส่งขนมปัง เอาโทรศัพท์ มาพิมพ์แล้วส่งไปให้วรรณทันที

วรรณเปิดอ่าน “ถ้าขนมปังต้องฟาร์มเฮ้าส์ แต่ระหว่างเราต้องฟามรัก” วรรณอ่านแล้วทั้งปลื้มทั้งงง บ่น...

“ไอ้เรือง มันจะเอายังไงกับข้ากันแน่วะ เมื่อกี้ไล่เหมือนหมูเหมือนหมา พอคล้อยหลังมากลับส่งข้อความแบบนี้”

ไอ้แหลมกับไอ้กรอดขอดูมั่ง วรรณไม่ให้ดูเอามือถือใส่กระเป๋าเดินคิดหนัก เลยชนเข้าอย่างจังกับเสมอใจที่ยังเคลิ้มกับข้อความที่ส่งไปให้วรรณ จนมือถือกระเด็นหวือ

ความลับแตกดังโพะ! วรรณจำได้ว่านั่นคือมือถือที่ตนซื้อให้ดาวเรือง หาว่าเสมอใจไปขโมยของดาวเรืองมา เสมอใจบอกว่าตนไม่ได้ขโมย แต่เก็บจากถังขยะต่างหาก วรรณไม่เชื่อแย่งคืน เสมอใจไม่ยอมให้ แต่พอวรรณขู่ว่าถ้าไม่ให้ต่อไปก็อย่าได้เจอหน้ากันอีกเลย เสมอใจเลยคืนให้อย่างแสนเสียดายสาส์นรักที่เก็บไว้ในเครื่อง

ooooooo

ดาวเรืองเอาลูกเป็ด 20 ตัวที่ปลัดจิ๋นให้ไปปล่อยในเล้าที่ปลัดสร้างให้ ปลัดตามมาดู ดาวเรืองถามหน้าตึงว่าเท่าไหร่

“ฉันให้” ดาวเรืองเหล่มองถามว่าอยู่ดีๆ มาให้ทำไม “อ้าว...ก็เธอพูดเองไม่ใช่เหรอ ทำเล้าแต่ไม่มีเป็ด

ก็เหมือนสร้างบ้านให้ปลวกอยู่เปล่าประโยชน์” พอ ดาวเรืองพูดดักคอว่าอย่ามาทำดีเว่อร์ คนเราทำอะไรก็หวังสิ่งตอบแทนทั้งนั้น ปลัดเลยบอกว่า “ฉันไม่ได้ให้เธอฟรีๆ แต่ฉันให้เธอเลี้ยงไว้เปิดอบรมให้คนจากหมู่บ้านอื่นมาดูงาน ใครอยากรู้วิธีเลี้ยง วิธีเร่งไข่เป็ด เธอต้องเป็นคนสอน”

“เลี้ยงให้แล้วได้อะไร”

“เธอก็เก็บไข่ขาย รายได้ส่วนนี้เป็นของเธอ ถ้าเลี้ยงดีฉันจะซื้อมาให้เลี้ยงเพิ่ม แต่เธอต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างละเอียดให้ฉันดูทุกอาทิตย์”

“โอ้ยยยยย...เรื่องเยอะ วุ่นวายเสียเวลา เอาไปให้คนอื่นเลี้ยงเลยไป๊” โวยแล้วเดินหนีเลย ปลัดตะโกนตามหลังว่า

“นึกแล้ว...ว่าเรื่องดีๆ แบบนี้เธอคงทำไม่เป็น  เป็นแค่เล่นไพ่ ต้มเหล้า ขายหวย แค่นั้น!”

ดาวเรืองหันขวับ จ้องจิกปลัดราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ด่าด้วยสายตา...หน็อย! มาดูถูกกัน!!

ooooooo

เพราะรถปลัดถูกดาวเรืองเอามาเลี้ยงเป็ด และปลูกสะระแหน่ ทำเลอะเทอะแล้วปัดก้นไป กำจรจึงต้องมาล้างเอาแท้เอาว่า ล้างไปบ่นไป

“ไอ้เรืองนะไอ้เรือง หาเรื่องให้เหนื่อยไม่เว้นแต่ละวัน คุณปลัดไม่น่าให้เป็นมันเล้ย อย่างไอ้เรืองนะเหรอจะยอมเสียเวลาเลี้ยงเป็ด ป่านนี้กำลังต้มเหล้าอยู่ละไม่ว่า”

กำจรพูดราวกับตาเห็น เพราะดาวเรืองกำลังต้ม เหล้าอยู่กับไอ้เพี้ยนที่บ้านจริงๆ บานชื่นถามว่ามาต้มที่บ้านแบบนี้ไม่กลัวถูกจ่าแม่นดมกลิ่นเจอหรือ

“พี่เรืองบอกว่า จุดที่อันตรายที่สุดคือจุดที่ปลอดภัย ที่สุด” ไอ้เพี้ยนตอบแทน บานชื่นยังหวั่นถามว่าเกิดต้มๆ อยู่จ่าแม่นโผล่มากลางบ้านจะทำไง ดาวเรืองลอยหน้า ตอบว่า

“ไม่ต้องกลัวหรอกน่ะแม่ เชื่อหัวไอ้เรืองเถอะ!”

กำจรยังเตือนปลัดว่า “ทางที่ดีอย่าไปปัดแข้งปัดขาไอ้เรืองนักเลยเราจะได้ไม่ต้องเหนื่อยแบบนี้ เรื่องเป็ดก็ เหมือนกันอย่าตั้งความหวังกับคนอย่างมันเลย ทางที่ดีไปเอาคืนแล้วให้เกษตรอำเภอเอาไปแจกชาวบ้านที่เขาต้องการจริงๆดีกว่าอยู่กับไอ้เรือง เป็ดมันจะตายซะเปล่าๆ ป่านนี้ถ้าไม่ต้มเหล้าก็นอนอ่านการ์ตูนเพลินไปแล้ว”

กำจรเดาถูกครึ่งเดียว เพราะไอ้เรืองอ่านหนังสือจริงๆ แต่ไม่ใช่การ์ตูนหากแต่เป็นหนังสือ “ไม่ยากถ้าอยากเลี้ยงเป็ด”

ไม่เพียงเท่านั้น ตกดึกยังเอาไฟฉายไปส่องดูเป็นห่วงว่าเป็ดจะอยู่กันอย่างไร ยุงจะกัดไหม ถ้าฝนตกจะหนาวรึเปล่า ดาวเรืองดูแลห่วงใยและพูดคุยกับเป็ดราวกับเลี้ยงลูก จนบานชื่นเองก็อดยิ้มเอ็นดู “ไอ้เรือง” ของตนในมุมนี้ไม่ได้

ooooooo

รุ่งขึ้น ดาวเรืองเอาลังที่ใส่ขวดเหล้าพร้อมส่ง ซุกไปไว้ในมุมหนึ่งแล้วเอาถุงถ่านวางทับไว้

ปลัดไปที่ร้านดาวเรืองแต่เช้า เห็นเจ้าตัวกำลังยงโย่ยงหยกอยู่เลยเดินเข้าไปถามว่า“ทำอะไรน่ะ”

ดาวเรืองสะดุ้งเฮือก แต่หัวไอ้เรืองไม่เคยจนมุม พริบตาเดียวก็ตั้งหลักได้โดยปลัดไม่ทันเห็นพิรุธ พูดกวนประสาทกลบเกลื่อนว่ากำลังเก็บถ่านไม่เห็นหรือ แล้วแว้งกัดทันทีถามว่า “ปลัดจะมาจับผิดอะไรไม่ทราบ” ปลัดเลยกลายเป็นฝ่ายถอยไปทางเล้าเป็ด

ดาวเรืองตามไปป่วน ปลัดถามว่าให้อาหารให้น้ำหรือยัง ก็บอกว่ายัง ปลัดเลยเข้าไปเรียกเป็ดออกมา ลูกเป็ด เดินส่ายก้นดุ๊บๆตามกันออกมาดูน่ารัก ดาวเรืองถามว่า จะทำอะไร

“ทำงาน! ในเมื่อเธอขี้เกียจเลี้ยง ฉันก็จะเอาไปให้คนอื่นเลี้ยง มันจะได้เป็นความรู้ เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น”

ดาวเรืองเข้าขวางบอกว่าตนจะเลี้ยงเอง ปลัดถามใหม่ว่า ตกลงให้อาหารให้น้ำหรือยัง ดาวเรืองตอบทันทีว่า

“ข้าว น้ำ อึ ฉี่ เรียบร้อยแล้วโว้ย ขืนรอนายเป็ด ก็ตายหมดสิวะ” พูดแล้วต้อนลูกเป็ดอย่างอ่อนหวาน  “เอ้า...กลับเข้าเล้าไปลูก อย่าออกมาเพ่นพ่าน เดี๋ยวหมามันงาบเอานะลูกนะ เอ้า...ก๊าบๆกิ๊บๆ...ตามแม่มาเร็ว...”

ปลัดจิ๋นเห็นแล้วยิ้มพอใจ พอเดินกลับไปที่ร้าน บานชื่นทักว่ามาแต่เช้าชวนอยู่รับประทานอาหารเช้าที่นี่เสียเลย

“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณคุณน้ามาก ผมกลับไป อาบน้ำไปทำงานเลยดีกว่า วันนี้ว่าจะไปเยี่ยมบ้านดอนล้อมเก้งเสียหน่อย ลาละครับ”

พอปลัดไหว้ลาบานชื่นออกไปทางหน้าบ้าน ไอ้เพี้ยนก็โผล่หน้ามาทางหลังบ้านบอกดาวเรืองว่า

“พี่เรือง ช่วงบ่ายทางสะดวก”

ดาวเรืองยิ้ม กระหยิ่มว่าวันนี้ เสร็จไอ้เรืองแน่

ooooooo

ปลัดกับกำจรไปที่บ้านดอนล้อมเก้ง ตกเย็นขณะจะกลับ เจอจ่าแม่นสตาร์ตมอเตอร์ไซค์ไม่ติดอยู่กลางทางถามว่าจะไปไหน

“สายผมรายงานว่าไอ้เรืองมันจะบ่มเหล้าคืนนี้ ผมก็เลยมาสะกดรอยตามมัน ตอนนี้ทุกคนพร้อมแล้วที่โรงพัก รอผมส่งสัญญาณแค่นั้น”

ปลัดบอกว่าเมื่อกี้ตนก็เจอไม่มีทีท่าอะไรเลยนี่ เมื่อจ่าแม่นขึงขังก็เลยไปด้วย เรียกจ่ามาขึ้นรถตนแล้วไปกันเลย

ฝ่ายดาวเรือง พอแดดร่มลมตกก็เอาซาเล้งออกไปกับไอ้เพี้ยน ไม่ไปตามทางใหญ่แต่เข้าตามตรอกซอกซอยเป็นถนนลูกรัง ดาวเรืองขับซาเล้ง ไอ้เพี้ยนนั่งถือขวดสีชาคล้ายขวดเหล้า มีจุกไม้ก๊อกอัดที่ปากขวด ไอ้เพี้ยนคุยโววัดรอยลูกพี่ว่า

“เชื่อหัวไอ้เพี้ยนรึยัง ที่จริงไม่ต้องเตี๊ยมแผน 2 แผน 3 ก็ได้ เห็นป่ะ ไม่มีแม้เงาหมาสักตัว”

“ไม่มีเงาหมาแต่มีเงาคน!” ดาวเรืองเบรกซาเล้งเอี๊ยด เขม้นมองไปข้างหน้า เห็นรถของกำจรตะบึงมาแต่ไกล เลยตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าซอยเล็กๆ ข้างทางไป

“ตามมันเลย ตามมมมม...ไอ้จร” จ่าแม่นตะโกนบอกอย่างตื่นเต้น กำจรเลี้ยวรถไล่บี้ซาเล้งดาวเรืองไป

ดาวเรืองเห็นรถกำจรใกล้เข้ามาทุกที บอกไอ้เพี้ยนว่ารถเราสู้มันไม่ได้ให้เตรียมแผน 2 แผน 3 เลย ให้ไอ้เพี้ยนไปไร่ยายแม้นจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ไอ้เพี้ยนถามเสียงสั่นว่า “เราจะรอดไหมพี่”

“เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะน่า” ว่าแล้วดาวเรืองจอดซาเล้งที่สามแยก ทั้งคู่กระโดดลงจากรถ ไอ้เพี้ยนโยนขวดที่ถืออยู่ให้ดาวเรือง พอรับขวด ดาวเรืองก็ชูล่อจ่าแม่นที่ไล่ตามมา แล้ววิ่งไปทางซ้าย ไอ้เพี้ยนวิ่งไปทางขวา พอรถกำจรมาจอดจ่อซาเล้ง พวกบนรถกระโดดลงมา จ่าแม่นกับกำจรวิ่งกวดดาวเรืองไป ส่วนปลัดวิ่งไล่ไอ้เพี้ยนที่วิ่งเนื้อกระเพื่อมอยู่ข้างหน้า

“อย่าหลงกลมันครับคุณปลัด ที่ฝังเหล้ามันอยู่ทางนี้ครับ ไอ้เรืองมันไม่ปล่อยให้ไอ้เพี้ยนขนเหล้าออกมาคนเดียวหรอกครับ” จ่าแม่นตะโกนบอกปลัด กำจรเห็นด้วย เชื่อว่าที่ดาวเรืองถืออยู่ต้องเป็นเหล้าแน่ๆ ปลัดลังเล จ่าแม่นย้ำว่า

“เราต้องฉลาด อย่าเป็นเหยื่อมันครับ มันต้องการล่อให้พวกเราคิดเยอะๆ ทั้งที่มันไม่ได้วางแผนอะไรซับซ้อนเลย รีบไปกันเถอะครับจะได้ช่วยกันขนของกลางออกมา”

จ่าแม่นกระชับปืนในมือด้วยลีลาเกินร้อย วิ่งนำกำจรกับปลัดตามดาวเรืองไป ถูกดาวเรืองล่อให้วิ่งตามจากป่าไม้ในดอนล้อมแรด ผ่านป่าพะยูง แล้วเข้าไปอีกแนวป่าหนึ่ง จ่าแม่นตะโกนเสียงหอบแฮ่กให้หยุด ดาวเรืองยิ่งโกยแน่บ

จ่ากับกำจรและปลัดวิ่งกันหืดขึ้นคอ จ่าหยุดพูดไปหอบไป บอกกำจรให้โอบไปทางไร่ไอ้ผิน ตนจะลัดไปทางไร่ยายสาย ส่วนปลัดให้คอยจี้ตามหลังอย่าให้คลาดสายตา ปลัดจึงวิ่งไล่ตามดาวเรืองไปจนขาลาก

แผนของจ่าแม่นได้ผล ปลัดวิ่งไล่ตามดาวเรืองที่วิ่งนำโด่งไป ถูกจ่าแม่นกับกำจรวิ่งมาดัก เลยจำต้องหยุดถามว่าวิ่งไล่มาทำไม จ่าแม่นย้อนถาม “แล้วเอ็งหนีทำไม แล้วไอ้ขวดที่เอ็งถือมันอะไร เอามาดูซิ”

“เยี่ยวแม่บาน” ดาวเรืองตอบหน้าตาเฉย อ้างว่าจะเอาไปให้หมอตรวจเบาหวาน

จ่าแม่นไม่เชื่อสั่งส่งมาให้ตนพิสูจน์ พอดาวเรืองส่งให้  จ่าเปิดจุกดมๆ บอกว่ายังไม่ได้กลิ่น ดาวเรืองเลยกระดกก้นขวดให้ น้ำในขวดเทพรวดใส่หน้าจ่าเต็มๆ

“รู้แล้วกลิ่นอะไร...เยี่ยวววว!!!” พูดจบจ่าก็เป็นลมล้มพับไปกองกับพื้น ดาวเรืองทำเป็นหัวเราะท้องคัด ท้องแข็ง

ปลัดฉุนขาดดุดาวเรืองว่าทำเกินไปแล้ว ดักคอว่า “เธอล่อให้พวกเราตามมาที่นี่เพื่อจะให้เพี้ยนไปขนเหล้าที่เก็บไว้ฝั่งโน้นใช่ไหม” ดาวเรืองลอยหน้าบอกว่าฝั่งโน้นไม่รู้ รู้แต่ฝั่งนี้มีแค่ขวดกับเยี่ยว ถามเยาะว่าเยี่ยวใส่ขวดผิดกฎหมายรึเปล่า

ปลัดเหนื่อยใจกับความกะล่อนจับไม่ติดเหมือนน้ำกลิ้งบนใบบอนของดาวเรือง สุดท้ายปลัดกับกำจรก็ต้องช่วยกันแบกจ่าแม่นที่หน้ามืดเป็นลมมาที่ท้ายรถกันทุลักทุเล ปลัดบอกกำจรให้รีบพาจ่าไปโรงพยาบาล

ที่แนวไม้ไม่ไกลนัก ไอ้เพี้ยนแหวกกิ่งไม้ดูพวกปลัดตาไม่กะพริบ พอเห็นขึ้นรถไปกันก็วิ่งอ้าวออกไป แต่ปลัดนึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี๊ดาวเรืองจอดซาเล้งไว้ตรงนี้ แล้วตอนนี้มันหายไปไหน?

ooooooo

ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนช่วยกันดึงขวดเหล้าขึ้นจากก้นหลุม ไอ้เพี้ยนบอกว่าตนขนใส่ซาเล้งออกไปรอบหนึ่งแล้ว นี่คงเหลืออยู่ไม่ถึง 20 ขวด

“เจ๋ง” ดาวเรืองชม ถามว่าแน่ใจนะว่าปลัดกับกำจรแบกจ่าแม่นขึ้นรถไปแล้วจริงๆ ไอ้เพี้ยนบอกชัวร์ป้าบ! รับรองเราไม่ต้องใช้แผนที่ 3 แน่ พลางหยิบไม้ไผ่ขนาดเหมาะมือโยนทิ้ง

“เที่ยวนี้มันคงเลิกยุ่งกับข้าไปอีกนาน ฮ่าๆๆ” ดาวเรืองหัวเราะสะใจ

“เลิกยุ่งนานไม่ได้หรอก คิดถึง” ปลัดก้าวออกมาพูดหน้าตาย เดินเข้าไปดูถามว่า “เหล้าใช่ไหม” ดาวเรืองสวนไปทันควันว่าไม่ใช่ น้ำปลา ปลัดจับผิดว่าน้ำปลา ทำไมต้องฝังดิน? สั่งเอามาให้ดู!

“อ้าว...เอาน้ำปลาฝังดินมันผิดกฎหมายเหรอ...บอกว่าน้ำปลาก็น้ำปลาซิ”

ปลัดไม่เชื่อขอดูขอดม ดาวเรืองยื่นให้ไปเปิดขวดเอง ขณะปลัดก้มเปิดขวดนั่นเอง ดาวเรืองเห็นท่าจะดิ้นไม่หลุดเลยคว้าไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ใช้เป็นแผน 3 ฟาดหน้าแงปลัดโครม! ปลัดหงายผลึ่งตาตั้งสลบเหมือดไปเลย ทั้งดาวเรืองและไอ้เพี้ยนต่างตกใจตัวสั่น เพราะไม่คิดจะทำร้ายปลัด  แต่ตกใจกลัวติดคุกเลยล่อเสียสลบ

ทั้งสองกลับบ้านไปในสภาพหน้าซีดปากสั่น พอบานชื่นรู้เรื่อง บังคับให้ทั้งสองคนรีบพาปลัดไปส่งโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย ไอ้เพี้ยนกลัวลูกพี่จะติดคุก เสนอให้เอาไปทิ้งข้างทางดีไหม  เพราะตอนนั้นมีตนคนเดียวที่ เห็นดาวเรืองตีหน้าแงปลัด

“เรารอด แต่เขาอาจตาย” ดาวเรืองคิดหนัก ไอ้เพี้ยนยังคร่ำครวญว่าถ้าปลัดไม่ตายดาวเรืองก็ต้องติดคุก

บานชื่นบอกว่าตนจะรับว่าตัวเองทำ ไอ้เพี้ยนไม่ยอม เพราะป้าบานแก่แล้ว  ตนขอติดเองเพราะยังเด็กอย่างเก่งก็แค่ส่ง ร.ร.ดัดสันดาน ทั้งสองแย่งกันจะติดคุกแทนดาวเรือง

“ไม่...ฉันเป็นคนทำ ฉันจัดการเอง ไอ้เพี้ยน! ไปหยิบขวดน้ำปลามา”

เมื่อดาวเรืองกับเพี้ยนนำร่างปลัดไปโรงพยาบาล ตัวปลัดชุ่มไปด้วยน้ำปลาเหม็นหึ่งไปทั้งโรงพยาบาล ส่งปลัดให้บุรุษพยาบาลแล้ว ดาวเรืองบอก “ฝากด้วยนะพี่ชาย” แล้วหลบแว้บไปทั้งสองคน

กำจรที่พาจ่าแม่นมารักษาตัว เดินมาเห็นปลัดถูกเข็นผ่านหน้าไป ตกใจร้องลั่น ยิ่งเมื่อได้ยินเสียงคนข้างๆ วิพากษ์วิจารณ์กันว่าตายแน่ๆก็ฟูมฟายเป็นวรรคเป็นเวร จ่าแม่นรับยามาถึง พอรู้เรื่องจากกำจรว่าไอ้เรืองทำปลัด จ่าแม่นก็แค้นพุ่ง ประกาศจะเป็นคนจับไอ้เรืองมาใส่กุญแจมือด้วยตัวเองให้ได้

แต่ดาวเรืองทำใจไม่ได้ที่จะหนีไป บอกไอ้เพี้ยน ว่ายังไงก็ต้องอยู่ดูให้รู้ก่อนว่าปลัดปลอดภัยแล้วค่อยกลับ พอไอ้เพี้ยนถามว่า “พี่เรืองห่วงปลัดทำไม ห่วงตัวเองดีกว่า” ดาวเรืองก็แก้เกี้ยวว่า

“ข้าไม่ได้ห่วงเว้ย แค่อยากรู้อาการ แม่ถามจะได้ตอบถูกไงวะ เดี๋ยวเหอะไอ้เพี้ยน เดี๋ยวโดนตื้บ”

ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนปีนหน้าต่างแอบดู จนกระทั่งปลัดรู้สึกตัวไอ้เพี้ยนร้องดีใจว่า “รอด” ดาวเรืองก็สั่งทันที “ไป” แล้วทั้งสองก็หายแว้บไปจากหน้าต่าง พากันขี่ซาเล้ง ปุเลงๆกลับไปบอกบานชื่นว่า “แม่...มันรอดแล้วแม่”

บานชื่นพยายามส่งสัญญาณไม่ให้ดาวเรืองพูด ไอ้เรืองนึกว่าแม่ฟังไม่ชัด บอกเสียงดังกว่าเก่าว่า “ไอ้ปลัดมันรอดแล้ว” พูดไม่ทันขาดคำ จ่าแม่นก็โผล่พรวดมาสั่งให้ไปโรงพักกับตนเดี๋ยวนี้ ดาวเรืองยังตะแบงแผลงฤทธิ์อีกพักใหญ่ จนบานชื่นเสนอให้จ่าแม่นจับตนไปแทน

ไอ้เพี้ยนก็เสนอ “จับหนูไปด้วย...เพราะหนู...”

“ไม่ต้อง! จ่าแม่นอุตส่าห์มาเชิญไอ้เรืองถึงหน้าบ้านแบบนี้ ไอ้เรืองจะขัดได้ไง ไปสักหน่อยเผื่อแกจะได้เลื่อนขั้นเอ็งกับแม่รออยู่นี่แหละ เดี๋ยวมา” พูดแล้วดาวเรืองเดินอาดๆ นำจ่าแม่นไปเลย

บานชื่นบอกไอ้เพี้ยนให้เฝ้าร้าน ตนจะไปช่วยไอ้เรือง ไอ้เพี้ยนตกใจถามว่าน้าบานจะไปฆ่าจ่าแม่นหรือ

“ไม่ใช่ ข้ามีวิธีก็แล้วกัน” ว่าแล้วบานชื่นจ้ำอ้าวไปหาผู้ใหญ่ผัน ขอร้องให้ช่วยเอาตำแหน่งประกันดาวเรืองให้หน่อย ผู้ใหญ่เล่นตัว บานชื่นขอร้องอ้อนวอน พอดี บุญปลีกมาเห็น แจ้นไปฟ้องเวียงว่าบานชื่นมาอ่อยผู้ใหญ่ถึงบ้าน บรรยายว่ากำลังกอดจูบลูบคลำคลึงเค้นกันมันหยดอยู่ เวียงพุ่งไปทันที บุญปลีกกับบุญปลอดตามไปด้วย ทั้งสามรุมกันเล่นงานผู้ใหญ่จนน่วม ส่วนบานชื่นสะบัดมือซัดพวกเมียๆ ไปคนละดอกสองดอกแล้วหลบไป

พอดีวรรณผ่านร้านดาวเรืองแล้วไอ้เพี้ยนเล่าเรื่องดาวเรืองให้ฟัง วรรณทำเป็นไม่สนใจ แต่พอกลับถึงบ้านก็งอแงดิ้นเร่าๆ จะให้แม่ไปประกันดาวเรืองออกมาไม่งั้นจะตัดแม่ลูกกัน เห็นเวียงไม่สนใจก็ขู่ว่าถ้าแม่ไม่ช่วยจะผูกคอตาย

“ไปหาเชือกมาเดี๋ยวนี้เลยนังปลีก!” เวียงสั่ง ทำเอาวรรณหน้าเหวอสิ้นฤทธิ์เป็นปลิดทิ้งไปเลย

ooooooo

จ่าแม่นพาดาวเรืองไปสอบสวนที่โรงพัก จ่าพิมพ์คำให้การของดาวเรืองกระดาษเกือบหมดรีมก็ยังเอาผิดไอ้เรืองไม่ได้ จ่าขู่ว่าอย่าตีรวน ก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้อย่าคิดว่าจะปล่อยไปง่ายๆ

ดาวเรืองหัวหมอถามหาหลักฐาน ถามหาเจ้าทุกข์ก็ไม่มี ขู่กลับว่า ถ้าปลัดฟื้นขึ้นมาแล้วบอกว่าเอาหัวไปใส่ขวดน้ำปลาเองตนจะฟ้องกลับทั้งโรงพัก และจ่าก็จะโดนประเดิมเป็นคนแรกเลย คอยดู!

จ่าแม่นอึ้ง นิ้วแข็งค้างบนแป้นพิมพ์ดีด พิมพ์ไม่ได้พูดไม่ออก กลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดติดคอทำตาปริบๆ

ฝ่ายปลัดจิ๋น พอรู้สึกตัวขึ้นมาจำได้แต่ว่าตัวเองถูกตีหัวแต่นึกไม่ออกว่าไปโดนน้ำปลาราดหัวเมื่อไหร่ ถามกำจรว่า แล้วใครเป็นคนพาส่งโรงพยาบาล พอรู้ว่าดาวเรือง ปลัดก็ถอนใจไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับเด็กเหลือขอคนนี้

บานชื่นเอาขนมกับน้ำมาเยี่ยมปลัดถามอาการอย่างเป็นห่วง ปลัดรู้ทันบอกว่ามีอะไรจะพูดก็ว่ามาเลยดีกว่า บานชื่นจึงขอโทษปลัดแทนลูกขอร้องปลัดอย่าเอาไอ้เรืองเข้าคุกเลยมันยังเด็ก ขอความเห็นใจว่า

“ที่มันทำไปทุกอย่างก็เพราะไม่มีทางเลือก มันเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของบ้าน อยากเรียนต่อก็ไม่ได้เรียนต้องออกมาทำงานงกๆ คุณปลัดเห็นใจมันเถอะนะคะ ให้อภัยมันสักครั้ง”

“ได้ครับ ผมให้อภัย แต่ยังไงคนทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ ถ้าเราปล่อยไว้ดาวเรืองอาจจะเสียคนได้นะครับ”

ปลัดพูดสีหน้ามุ่งมั่นจนบานชื่นพูดไม่ออกเดินคอตกกลับไปปรึกษาหลวงตาคง หลวงตาพูดอย่างเชื่อหัวไอ้เรืองว่ามันรอดแน่เพราะถ้าไม่รอดมันติดคุกไปตั้งแต่ตอนเผาสำนักตนแล้ว แต่หลวงตาคงก็ช่วยตามวิธีของตน พากันไปที่โรงพัก ครู่เดียวก็ร้องกรี๊ดตัวสั่นเทิ้ม บานชื่นร้องอย่างตื่นเต้นว่า “เจ้าแม่ประทับทรงแล้ว” หลวงตาคงพูดเสียงเจ้าแม่ว่า

“ที่ข้าลงมาจากสวรรค์ ณ บัดเดี๋ยวนี้ ก็เพราะข้ามีธุระสำมะคัญจะแจ้งให้ทราบว่า ที่ไอ้ปลัดถูกตีหัว เพราะมันลบหลู่พื้นที่ตรงนั้นเลยถูกสวรรค์ลงโทษ เจ้าป่าเจ้าเขาท่านเล่าให้ข้าฟังละเอียดยิบว่าท่านนั้นยืมร่างไอ้เรืองสั่งสอนมัน”

หลวงตาคงยังส่งสัญญาณให้บานชื่นรับลูกต่อทำเป็นผีเข้าด่าจ่าแม่นว่าจับคนดีๆ เข้าคุกระวังโรงพักจะลุกเป็นไฟ

จ่าแม่นตกใจแต่ผู้กำกับรู้ทัน ยืนกอดอกสั่ง “ปล่อยเจ้าแม่ไป แต่จับพวกคนทรงนี่แหละฐานหลอกลวง ประชาชน” เจอไม้นี้เข้าหลวงตาคงทำเป็นได้สติทำท่างงๆ ว่าตัวเองมาอยู่ที่โรงพักได้ไงแล้วทำเนียนลุกเดินออกไปอย่างเร็ว บานชื่นอ้อนวอนผู้กำกับอย่าจับดาวเรืองเลย ผู้กำกับจึงขอคุยส่วนตัวกับดาวเรือง ส่วนเรื่องจะปล่อยหรือไม่ปล่อยไว้คุยกันทีหลัง

ฝ่ายวรรณเมื่อขอร้องก็แล้วขู่ตัดแม่ตัดลูกกับเวียงก็แล้ว กระทั่งขู่จะฆ่าตัวตาย เวียงก็ไม่สนใจจะช่วยดาวเรือง ไอ้แหลมหัวแหลมเสนอว่าถ้าเอาดาวเรืองออกมาไม่ได้ก็ให้วรรณเข้าไปติดคุกด้วยเลยจะได้อยู่ด้วยกันเป็นการพิสูจน์รักแท้

“จริงสิ ทำไมข้าคิดเรื่องนี้ไม่ออกวะ ขอบใจเอ็งมากไอ้แหลมที่ชี้ทางสว่างให้ข้าไปสร้างตำนานรักในคุก”

จ่าแม่นแค้นไม่หายหมายมาดจะจับดาวเรืองเข้าคุกให้ได้ แต่ไม่ทันได้ทำอะไร ก็ถูกวรรณเอาไม้หน้าสามมาแพ่นหัวหงายเงิบ เป็นจังหวะที่ปลัดกับกำจรมาเห็นพอดี ปลัดถามวรรณว่าทำบ้าอะไร

วรรณตะโกนบอกตำรวจว่าตนตีหัวจ่าแม่นให้มาจับเข้าคุกเร้ววว! กระหยิ่มยิ้มย่องว่าเดี๋ยวก็จะได้เข้าไปอยู่ในคุกกับดาวเรืองเพื่อพิสูจน์รักแท้

แล้ววรรณก็ต้องผิดหวัง ตัวเองถูกจับเข้าคุกฐานทำร้ายร่างกายจ่าแม่นแต่ดาวเรืองกลับอยู่นอกคุกเพราะยังเป็นแค่ผู้ต้องสงสัย คราวนี้เลยด่าไอ้แหลมคนต้นคิด ร้องได้โวยวาย “พ่อจ๋าแม่จ๋า ช่วยหนูด้วยยยยย!!!”

ooooooo

ปลัดไปคุยกับดาวเรือง ดาวเรืองปฏิเสธทุกข้อ หา ปลัดหลอกว่าบานชื่นสารภาพแล้วว่าดาวเรืองตีหัวตนเพราะตนจับเธอฐานต้มเหล้าเถื่อน ถามว่าจะให้จับเธอหรือให้จับบานชื่นฐานแจ้งความเท็จ

กลัวแม่จะติดคุก ดาวเรืองเลยยอมรับสารภาพ ปลัดไม่จับดาวเรืองแต่มีเงื่อนไขบังคับว่า

“เธอต้องมาเป็นผู้ช่วยฉัน พาฉันไปตามที่ต่างๆ ที่ฉันยังสำรวจไปไม่ถึง” ดาวเรืองหัวเราะเยาะว่าฝันไปเถอะและไอ้ที่พูดไปเมื่อกี๊ก็กลืนลงคอเป็นน้ำลายไปหมดแล้ว ถ้าจะจับก็ต้องไปหาหลักฐานใหม่

แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือไอ้เรืองยังมีปลัดจิ๋น ดาวเรืองถูกปลัดจิ๋นดัดหลังแอบอัดคำสารภาพของดาวเรืองไว้หมดเอาโทรศัพท์ออกมาโชว์ถามว่า “จะยอมติดคุกหรือจะยอมเป็นผู้ช่วยฉัน เลือกเอา!”

ดาวเรืองแค้นจนอยากกระโดดกัดหูปลัดเจ้าเล่ห์ให้ขาดวิ่นไปเลย

พอกลับมาเล่าให้บานชื่นฟังที่บ้าน บานชื่นกลับชมปลัดว่าทั้งหล่อทั้งดีแถมยังมีเมตตาไม่ถือสาเด็กแสบสก๊อยอย่างไอ้เรือง แต่ดาวเรืองเชื่อว่าปลัดต้องมีแผนหวังผลตอบแทน ไอ้เพี้ยนถามว่าปลัดจะมาจีบพี่เรืองหรือ?

“จีบก็ดีซิ” บานชื่นตาโต พอเห็นดาวเรืองหน้าหงิกก็บอกว่าพูดเล่นถามว่าคิดว่าปลัดหวังผลอะไร

“ก็มันบังคับขู่เข็ญให้ฉันไปช่วยงานมันฟรีๆไง นี่ถ้ามันไม่อ้างว่าแม่สารภาพแล้วว่าฉันเป็นคนตีหัวมันเสียก่อนฉันไม่มีวันยอมเป็นผู้ช่วยมันเด็ดขาด”

ความเลยแตก กลายเป็นว่าปลัดหลอกว่าบานชื่นสารภาพ ดาวเรืองยิ่งแค้นกัดฟันด่า “ไอ้ปลัดขี้หมา!!”

ผู้กำกับถามปลัดว่าทำไมถึงไม่เอาเรื่องดาวเรือง ปลัดบอกว่าติดคุกไปถ้าคิดไม่ได้ออกมาก็ทำผิดอีก ตนเลยพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ให้ดาวเรืองมาช่วยงานอย่างน้อยก็จะได้ไม่เอาเวลาไปทำแต่เรื่องที่ผิดกฎหมาย

“มันยากนะครับ” ผู้กำกับติง

“ครับ ผมทราบ ถ้าง่ายก็ไม่ใช่ดาวเรือง” ปลัดจิ๋นตอบอย่างมุ่งมั่น

พอไปนัดดาวเรืองว่าพรุ่งนี้บ่ายสามจะมารับไปทำงาน ก็ถูกดาวเรืองที่รู้ว่าตัวเองถูกหลอกไล่ตะเพิด แต่พอถูกปลัดเอาเรื่องคลิปเสียงคำสารภาพของดาวเรืองที่อัดเสียงไว้มาขู่ ดาวเรืองแค้นจนด่าไม่ออก ซ้ำถูกบานชื่นปรามสำทับว่า

“ไอ้เรือง!! เอ็งลั่นวาจาอะไรไว้ก็ต้องทำตามนั้นสิวะ คุณปลัดแค่ให้ช่วยนำทาง ไม่ได้ให้ไปว่าราชการแทนซะหน่อย ปลัดเขามีคลิปเสียง ถ้าเขาแฉ เอ็งกับ ข้าได้ดังไปทั้งอำเภอแน่”

“ที่สำคัญ ท่องไว้” ไอ้เพี้ยนแทรกขึ้นแล้วทำเสียงไอออกมาเป็น “คุกๆๆๆ”

เมื่อทั้งแม่และไอ้เพี้ยนทั้งขู่ทั้งลุ้นเป็นใจไปกับปลัด ดาวเรืองก็พูดไม่ออก หันหลังเดินฟึดฟัดเข้าบ้านไป

“พรุ่งนี้ บ่ายสามโมง ตรงเวลาด้วย อย่าลืม” ปลัดสำทับตามหลัง อดยิ้มอย่างเอ็นดูกับฤทธิ์เดชของดาวเรือง ไม่ได้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 08:11 น.