ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวเรือง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เพราะวรรณสั่งไอ้แหลมกับไอ้กรอดรวมทั้งเสมอใจว่า ห้ามบอกเรื่องตนไปไหนให้พ่อ แม่และน้าๆรู้เด็ดขาด

ดังนั้น  เมื่อบรรดาผู้ใหญ่เหล่านั้นเห็นวรรณหายไปนานผิดปกติ พอถามไอ้แหลมกับไอ้กรอดจึงบอกว่า วรรณออกไปรับใช้ชาติ แล้วก็พากันร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร เพราะดาวเรืองฝากมาบอกผู้ใหญ่ผันว่าวรรณตายแล้ว

จนเมื่อเรียกทั้งสามมาถามว่า วรรณเอาอะไรติดตัวไปบ้าง ไอ้กรอดร้องไห้ไปพูดไปว่า เอาไปทั้งปืนผาหน้าไม้ ข้าวปลาอาหารแล้วก็ยาสมุนไพรของเสมอใจด้วย

“คือฉันเห็นว่า...ในป่ามันอันตรายจ้ะ” เสมอใจพลั้งปากความเลยแตก ผู้ใหญ่ผันคาดคั้นจนไอ้กรอดหลุดปากไปอีกคนว่าวรรณไปจับไม้เถื่อน แต่พอรู้ว่า วรรณเป็นคนนำทางไป ผู้ใหญ่ก็พูดอย่างภูมิใจว่า

“ช่วยนำทาง...เออ...ไอ้หนูวรรณมันคล่องป่าอยู่แล้ว คงไม่เป็นไร ดีๆข้าเพิ่งได้ตำแหน่ง ความดีของลูกจะได้ส่งเสริมหน้าที่การงานของพ่อ”

ไอ้แหลมกับไอ้กรอดทนไม่ได้เลยบอกว่า ดาวเรืองฝากมาส่งข่าวว่าวรรณตายแล้ว เท่านั้นเอง ทั้งบ้านก็ระงมไปด้วยเสียงร้องไห้คร่ำครวญของทั้งพ่อแม่และน้าๆ พอเริ่มได้สติไสวติงว่าดาวเรืองกับวรรณเป็นไม้เบื่อ ไม้เมากันมานาน ดาวเรืองอาจแกล้งปล่อยข่าวก็ได้

เสมอใจเสนอว่า ควรโทร.เช็กไปที่สถานีตำรวจหรือจ่าแม่นดูว่าเป็นยังไง แต่พอโทร.ไปปรากฏว่า จ่าแม่นไม่รับสาย ทำให้ทุกคนยิ่งร้อนใจเลยจะไปโรงพักถามให้รู้เรื่อง ผู้ใหญ่เดินนำเวียงและบรรดาเมียๆ ก้าวลงจากเรือนชักแถวตามไป

ปรากฏว่า วรรณกลับมาในสภาพเสื้อผ้าเปื้อน เลือดหน้าตามอมแมม ร้องบอกมาตั้งแต่หน้าบ้าน

“พ่อจ๋าแม่จ๋า...หนูกลับมาแล้วจ้ะ”

เท่านั้นเอง บรรดาที่เป็นห่วงวรรณแทบตายพากันเปิดอ้าวตัวใครตัวมัน คิดว่าผีวรรณมาหา กว่าจะรู้ว่าเป็นวรรณตัวจริงเสียงจริงก็วิ่งกันลิ้นห้อยไปแล้ว

ooooooo

ที่ร้านดาวเรือง บานชื่นคอยดาวเรืองอยู่เห็นขี่มอเตอร์ไซค์กลับมามืดๆ พอลงจากรถก็วิ่งตื๋อไปเข้าห้องน้ำหลังร้าน บานชื่นมองออกไปเห็นปลัดนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์กำลังลงจากรถ เสื้อผ้าเปื้อนเลือดหน้าตาขะมอมขะแมม ก็อ้าปากค้าง!

ทั้งบานชื่นและไอ้เพี้ยนมองกันตาเหลือก เชื่อว่าผีปลัดตามดาวเรืองมา บานชื่นบอกไอ้เพี้ยนตามที่ผู้ใหญ่สอนกันมาว่า “อย่าพูดไอ้เพี้ยน เอ็งก็แกล้งทำเป็นไม่เห็นสิวะ” แล้วพากันหันหลังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ทั้งที่กลัวแทบขาดใจ

“สวัสดีครับน้าบานชื่น เป็นไงเพี้ยน...” ทั้งสองไม่ตอบแต่หลุบตาลงต่ำทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ปลัดบอกงงๆ “ผมขอเข้าห้องน้ำหน่อยนะครับ” แล้วเดินเลยเข้าข้างใน สวนกับดาวเรืองเดินออกมาพอดี เพี้ยนพุ่งเข้าจับแขนดาวเรืองเขย่าบอกว่า

“ผีปลัดตามมา เพราะพี่เรืองนั่นแหละไปแกล้งเขาไว้เยอะ” ดาวเรืองนึกออกทันทีว่าไอ้เพี้ยนเห็นอะไรเลยแกล้งถามว่าไหนล่ะ ไอ้เพี้ยนพูดติดอ่าง “ปะ...ปะ...ไปห้องน้ำ คงไม่รู้ว่าตัวเองตายแล้ว”

ดาวเรืองบอกว่า ตามมาก็ดีซิจะได้ชวนกินข้าวด้วยกันเลย แล้วร้องชวนปลัดที่เดินออกมา ชวนกินข้าวด้วยกัน  ทั้งบานชื่นและไอ้เพี้ยนมองกันตาเหลือก ดาวเรืองเห็นทั้งสองแล้วแอบขำ

บานชื่นนั่งไม่ติด บอกไอ้เพี้ยนให้ไปจุดธูปแล้วไปขอขมาปลัดให้ไปที่ชอบ...ที่ชอบเถอะ  อย่ามาหลอกหลอนกันเลย หันมองที่โต๊ะเห็นปลัดยังอยู่ ไอ้เพี้ยนเสนอให้ไปหาหลวงตากันดีกว่าอย่ากลับไปที่โต๊ะเลย

“ไม่ได้เว้ย ถ้าผีรู้ว่าเรากลัว มันจะตามมาหลอกเราทุกวัน”

ดาวเรืองเห็นแม่กลัวขนาดนั้นก็ขำก๊ากออกมา ไม่นานจ่าแม่นก็ขับรถที่เอาไปล้างแล้วมารับปลัดกลับบ้าน บานชื่นกับไอ้เพี้ยนเลยหน้าแตก หาว่าดาวเรืองหลอก บานชื่นไล่ตีดาวเรืองแก้เขิน สองแม่ลูกหัวเราะกันคิกคักจนปลัดยิ้มออกมาอย่างรู้สึกดีกับความน่ารักของแม่ลูกคู่นี้

ooooooo

กำพลกลับมารู้เรื่องปางไม้ถูกตำรวจบุกก็ตบหน้าศักดิ์ฉาดใหญ่ ด่าลั่น

“พวกมึงดูแลกันยังไงวะ!! ตำรวจมันถึงได้แห่กันเข้ามารวบคนงานไปหมด กูไม่อยู่แค่ไม่กี่วัน จะไว้ใจพวกมึงบ้างไม่ได้เลยใช่ไหม”

ศักดิ์ชี้แจงว่าปลัดจินตวัฒน์เป็นคนพาตำรวจมาและยิงตนบาดเจ็บด้วย

“ในเมื่อมันยิงมึง มึงก็กลับไปเอาคืนสิวะ!” เสี่ยตะคอก

ดาวเรืองฉุนหลวงตาคงที่บอกว่าจะมีคนตายสองคนทำเอาตนร้องไห้เสียทั้งน้ำตา แต่ที่สำคัญคือเสียรังวัด! ลิ่วไปเอาเรื่องกับหลวงตา หลวงตายืนยันว่า มันตายไป2 คนจริงแต่ตนไม่ได้บอกว่าใครตาย ดาวเรืองตื่นตูมไปเองต่างหาก

ก่อนดาวเรืองจะกลับ หลวงตาขอตรวจดวงชะตาของปลัดอีกที พบว่าปลัดกำลังมีเคราะห์หนัก ภายในวันสองวันนี้ถ้าตายก็ตายถ้ารอดก็รอด ให้ไปเตือนปลัดว่าระวังตัวด้วย ดาวเรืองใจหายวาบ แต่ทำปากแข็งถามว่า

“ทำไมฉันต้องไปด้วยล่ะ ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย!!”

แต่พอบ่าย ดาวเรืองไปแถวหน้าที่ว่าการอำเภอ เห็นมือปืนสองคนมาสอดแนมและชี้ตัวปลัดที่กำลังออกไปกับอีกสองคน ดาวเรืองทำเป็นไม่สนใจขี่รถเลยไปแล้วย้อนกลับมา ก็ไม่เห็นมือปืนทั้งสองแล้ว เลยรีบไปที่ สน.ดอนพัฒนา เจอจ่าแม่นถามว่ามีธุระอะไร ดาวเรืองไม่ตอบวิ่งตรงไปที่ห้องผู้กำกับ

“เตือนปากเปียกปากแฉะว่าอย่าไปยุ่งกับคนแก่คราวพ่อ มันเคยฟังซะที่ไหน” จ่าแม่นส่ายหน้าบ่น

หลังจากดาวเรืองเล่าเรื่องเห็นมือปืนมาชี้ตัวปลัดให้ผู้กำกับฟังแล้ว ผู้กำกับขอบใจ รับปากว่า

“ฉันจะดูแลความปลอดภัยให้ปลัดเอง เธอเองก็ ต้องระวังให้มาก ตอนนี้ตัวการเรื่องนี้ก็เหมือนหมาจน ตรอก จะกลายเป็นหมาบ้ากัดใครไปทั่วเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นอย่าให้พวกมันรู้เด็ดขาดว่าเธอรู้เห็นเรื่องนี้ ด้วยอันตราย”

ดาวเรืองยังไม่วางใจ คืนนี้แต่งชุดไอ้โม่งปีนหน้าต่างเข้าไปในห้องปลัด ถูกปลัดล็อกคอจนหายใจแทบไม่ออก พอรู้ว่าเป็นดาวเรือง ปลัดรีบขอโทษถามว่าเจ็บไหม

ดาวเรืองเตือนว่า ช่วงนี้ปลัดต้องระวังให้มาก วันนี้ตนเห็นมือปืนมาชี้ตัวเขา พูดไม่ทันขาดคำก็มีเสียงผิวปากเป็นเสียงนกร้อง ดาวเรืองบอกว่ามันมาแล้ว เสียงผิวปากนั่นเป็นเสียงจากวรรณที่ตนวางยามไว้ ไม่นานก็มีเสียงคนมาตะโกนบอกปลัดว่ามีเรื่องด่วน ดาวเรืองบอกปลัดว่าให้เปิดประตูกว้างๆตนจะคุ้มกันให้

เป็นมือปืนจริงๆ พอประตูเปิดเสียงปืนก็แผดขึ้น ดีที่ดาวเรืองขัดขาปลัดล้มเลยรอด พอเสียงปืนนัดแรกเปิดฉากก็ระดมยิงใส่กันไม่ยั้ง จ่าแม่นกับหมู่จ้อยได้ยินเสียงปืนจึงคว้าปืนวิ่งมาช่วย แม้จะเป็นฝ่ายตั้งรับแต่ข่าวกรองดีและเตรียมพร้อม จึงทำให้มือปืนคนหนึ่งถูกดาวเรืองยิงตายและอีกคนบาดเจ็บถูกปลัดจับตัวไว้ได้

“รีบพาตัวส่งโรงพยาบาลและกันไว้เป็นพยานเถอะครับ ก่อนที่พวกมันจะตามมาปิดปากกันเอง” ปลัดสั่ง

ooooooo

ผู้กำกับสั่งว่าทำแผลเสร็จตนจะกันตัวไปสอบคิดว่าน่าจะสาวไปถึงคนบงการได้ ปลัดขอบคุณที่ผู้กำกับส่งจ่าแม่นกับหมู่จ้อยไปดูแลตน

“ต้องขอบใจดาวเรืองที่มาส่งข่าว”

“ดาวเรืองเหรอครับ...ผมไม่เข้าใจ ทำไมดาวเรืองถึงได้รู้ความเคลื่อนไหวของคนพวกนั้นเร็วกว่าคนอื่น บางครั้งก็เร็วจนผมกลัว...กลัวว่าเด็กอย่างดาวเรืองจะมีส่วนพัวพันกับพวกนั้นด้วย”

“มีน่ะมีแน่ แต่ไม่ใช่พัวพันแค่สังเกตการณ์” เห็นปลัดทำหน้างง ผู้กำกับบอกว่า “ไอ้เรืองเป็นสายของเรา เรื่องนี้รู้แค่ผมกับไอ้เรืองแล้วตอนนี้ก็คุณ ยิ่งรู้มากเท่าไหร่ไอ้เรืองก็ยิ่งไม่ปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น”

ฟังแล้วปลัดมองเรื่องดาวเรืองทะลุทั้งหมด พูดอย่างเห็นแจ้งว่า “เพราะอย่างนี้นี่เองตำรวจถึงได้ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ปล่อยให้ดาวเรืองเป็นนักเลงเฉียดคุกไปมาแต่ไม่เคยติดคุกสักครั้ง”

“เวลาอยากได้ข่าวจากมันนี่ ผมก็ให้จ่าแม่นไปจับไพ่จับเหล้าเถื่อน เดี๋ยวมันก็มาโรงพัก ใครจะขนไม้เถื่อน ขนยาหรือตั้งแก๊งลักรถ หลบเข้ามาในเขตเราปุ๊บเรารวบได้หมด ไอ้เรืองมันช่วยเรามาเป็นปีๆ แล้วครับ อย่างคราวที่จับแรงงานเถื่อน มันจะพาตำรวจไปเองก็ได้แต่มันอยากให้เป็นผลงานของปลัด”

ปลัดบอกว่า  คราวนี้ที่ยิงมือปืนร่วงก็ฝีมือดาวเรืองไม่ใช่ตน ผู้กำกับถามว่าดาวเรืองเอาปืนไปด้วยหรือเปล่า เพราะตำรวจต้องเอาไปเป็นหลักฐาน ปลัดบอกว่าปืนอยู่กับตน เพราะเป็นปืนของตนผู้กำกับพูดยิ้มๆ อย่างรู้ทันดาวเรืองว่า

“ในเมื่อมันเป็นปืนคุณ คนที่จัดการคนร้ายได้ครั้งนี้ก็คือคุณครับ ปลัด”

ปลัดจินตวัฒน์อึ้ง คิดไม่ออกว่าทำไมดาวเรืองถึงต้องยัดเยียดความดีความชอบให้ตนอยู่เรื่อย

ooooooo

เหตุนี้เอง ปลัดจึงไปหาดาวเรืองคืนนี้เลย ขออนุญาตบานชื่นว่าตนมีเรื่องจะคุยกับดาวเรือง

ดาวเรืองมายืนข้างแม่ เห็นหน้าปลัดแล้วนึกในใจว่า จะมาด่าเรื่องอะไรอีก! เร่งว่าจะสอบสวนเรื่องอะไรก็ว่ามา ตนง่วงมากแล้ว

“เธอโยงทุกเรื่องมาหาฉันเพราะต้องการให้ฉันมีผลงานใช่ไหม” ดาวเรืองยักไหล่บอกว่า เออ...แล้วไง “ฉันไม่ต้องการให้ใครมาสร้างผลงานให้ฉัน เธอเป็นคนทำ เธอก็รับความดีความชอบไปสิ”

“ความดีความชอบของใครไม่สำคัญเท่ากับประเทศ ชาติได้อะไร” ปลัดชะงัก หน้าชา “จะผลงานใครประเทศชาติก็ได้ประโยชน์ทั้งนั้น เป็นผลงานของปลัดก็เหมาะแล้วนี่ เพราะปลัดเป็นข้าราชการ จะให้เป็นผลงานของแม่ค้าอย่างฉันได้ไง เกิดมันรู้ว่าฉันอยู่เบื้องหลัง ฉันก็โดนมันฆ่าล้างโคตรสิ ฉันไม่ใช่เซเลอร์มูนนะจะได้สู้กับผู้ร้ายเป็นกองทัพได้”

“แต่เธอทำดี ทุกคนก็น่าจะได้เห็นความดีของเธอ”

“ดีชั่วอยู่ที่ใจ แค่ฉันรู้ แม่ฉันพี่ฉันแล้วก็นายรู้ ว่าฉันเป็นคนดีก็พอแล้ว เอาน่า...เฮีย รอดตายแล้วก็อย่าคิดมาก คิดมากเดี๋ยวเยี่ยว เอ๊ย...ฉี่เหลือง ฮ่าๆๆ” ดาวเรืองหัวเราะร่า ปลัดมองเธออย่างลึกซึ้งเอ่ยอย่างรู้สึกผิดว่า

“ขอโทษนะดาวเรือง ที่ฉันมองเธอผิดมาตั้งแต่ต้น แล้วก็ขอบคุณมาก ที่ช่วยชีวิตฉันวันนี้”

ดาวเรืองทะเล้นไม่ออกเมื่อเห็นปลัดซึ้งจริงๆ เลยตอบเขินๆ ว่า

“นายก็เคยช่วยฉันไว้เหมือนกันนี่ จำได้ป่ะ...วันที่กำนันเทิ้มโดนยิง ถ้านายไม่ปิดปากฉันไว้ ฉันก็คงถูกพวกไอ้เสี่ยกำพลระเบิดหัวไปแล้ว ถือว่าเจ๊ากันไปละกัน” พูดแล้วมองและยิ้มให้กัน เป็นยิ้มที่เปี่ยมด้วยมิตรภาพห่วงใยและจริงใจ...

ooooooo

ปลัดขอบใจดาวเรืองที่ช่วยแบ่งเบางานของพวกตน เตือนและติงว่าต่อไปไม่อยากให้เธอไปเสี่ยงอีกควรทำตัวให้เป็นผู้หญิงกับเขาเสียบ้าง ดาวเรืองทำเสียงสูงใส่ว่าตนเป็นผู้หญิงมาแต่เกิด เขาเห็นตนเป็นอะไรหรือ?!

ดาวเรืองเลยแกล้งทำสะดีดสะดิ้งยั่วยวนท่าทางเก้งก้าง ทำเอาปลัดขำพรืด ดาวเรืองเองก็เขินตัวเอง ปลัดมองแล้วบอกว่า เขินแบบนี้แหละน่ารักดูเป็นผู้หญิงดี

“บ้า...” ดาวเรืองด่าเขินเมินหน้าไปทางอื่น ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาปลัดที่มองด้วยแววตาอ่อนโยน

แต่พอกลับถึงบ้าน ปลัดทบทวนตัวเองแล้วรู้สึกไม่สบายใจที่วอกแวกกับดาวเรืองทั้งที่ตัวเองมีโรสอยู่แล้ว จึงโทร.ไปคุยกับโรส

โรสเองก็เพิ่งแยกจากพฤกษ์ที่ไปดินเนอร์กลับมา เธอเมาจนพฤกษ์ต้องประคอง ความใกล้ชิดและยั่วยวนของโรสทำให้พฤกษ์เผลอใจจูบเธออย่างดูดดื่ม แต่เป็นความสุขที่โชคร้าย เพราะถูกน้ำหวานแอบถ่ายคลิปไว้อย่างสะใจ

เมื่อปลัดโทร.หาโรสถามสารทุกข์สุกดิบกันแล้ว ปลัดเล่างานบุกจับแรงงานเถื่อนให้เธอฟัง โรสที่ยังใจลอยคิดถึงรสจูบของพฤกษ์ เตือนอย่างเป็นห่วงว่า “อันตรายนะ พฤกษ์ต้องระวังตัวด้วย โรสเป็นห่วง” พูดแล้วตกใจกลบเกลื่อนว่าง่วงแล้ว

ส่วนปลัดที่เห็นถึงอาการเขินน่ารักของดาวเรืองกลับมาความรู้สึกนั้นยังกรุ่นอยู่ก็พลั้งปากบอกโรสบอกว่า “ผมไม่กวนแล้ว รีบนอนซะเด็กดื้อ”

ต่างพลั้งปากเอ่ยถึงคนที่คิดถึงอยู่ในใจ แม้จะพูดกลบเกลื่อน แต่ไม่อาจตัดความรู้สึกนั้นไปจากใจตัวเองได้...

ooooooo

โป่ง คนของเสี่ยกำพลที่บาดเจ็บและผู้กำกับจะกันไว้เป็นพยาน ถูกศักดิ์ตามมาจะเก็บ แต่โป่งหนีออกจากโรงพยาบาลไปก่อนแล้วและให้เมียโทร.หาศักดิ์เพื่อขอเงินหนีไปฝั่งโน้น ศักดิ์จึงนัดให้มารับเงินหมายเก็บตามคำสั่งเสี่ยกำพล

ที่แท้เป็นแผนของตำรวจที่ให้โป่งหนีเพื่อล่อศักดิ์มาจับ ดังนั้น ที่จุดนัดพบฝ่ายโป่งก็มีตำรวจซุ่มอยู่

ฝ่ายศักดิ์ก็มีคนมาซุ่มคุ้มกันและเตรียมเล่นงานโป่งเช่นกัน เมื่อศักดิ์ปรากฏตัวเอาเงินให้โป่ง ตำรวจที่ซุ่มอยู่กรูกันออกไปหมายจับกุม ถูกคนของศักดิ์ที่ซุ่มอยู่ยิงสกัด จนสุดท้ายศักดิ์หนีรอดไปได้

โป่งกลับมากับหมู่จ้อย บาดแผลเขาปริเลือดออกมาก หมู่จ้อยจึงให้นั่งพักแล้วโทร.เรียกรถพยาบาล แต่พอหันมาอีกที โป่งก็หายไปแล้ว หมู่จ้อยตกใจรีบโทร.รายงาน

“ไอ้โป่งหักหลัง มัน...มันหนีไปทางคลองน้ำใส”

โป่งหนีไปถึงตะเข็บชายแดนติดคลองน้ำใส เจอศักดิ์มาดักยกปืนเล็งมาใส่ ยิ้มเหี้ยมถาม

“มึงจะหอบเงินเสี่ยไปไหน!” ศักดิ์ตะคอกแล้วลั่นไกทันที ดาวเรืองกับปลัดได้ยินเสียงปืนวิ่งมาเจอโป่งนอนคว่ำหน้ากับพื้น ดาวเรืองบอกปลัดให้พาไปโรงพยาบาล ปลัดจับร่างโป่งพลิกขึ้นมาเห็นเขาถูกยิงแสกหน้า ก็บอกดาวเรืองว่า

“หมดทางช่วยแล้วล่ะ อย่างที่เธอพูดไว้ไม่ผิดไม่มีสัจจะในหมู่โจร” แล้วพูดกับร่างโป่ง “แต่อย่างน้อย วาระสุดท้ายของชีวิต นายก็ได้ช่วยเหลือทางการ ขอบใจนะ”

ปลัดแกะกระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อโป่งซึ่งเป็นกล้องจิ๋วและเครื่องอัดเสียงออกเก็บ ดาวเรืองมองอย่างรู้สึกได้ทันทีถึงสิ่งที่จะเกิดตามมา

ส่วนศักดิ์กลับไปรายงานผลงานของตนแล้วเตือนเสี่ยกำพลว่าช่วงนี้ต้องระวังตัวเพราะตำรวจรู้การเคลื่อนไหวของเราหมดแล้ว เสี่ยพูดอย่างผยองว่านักธุรกิจอย่างตนหยุดไม่ได้เพราะนั่นหมายถึงการสูญเสียเป็นร้อยล้าน ปรามาสว่า

“ให้มันรู้ไปว่าคนอย่างเสี่ยกำพลจะสู้ไอ้พวกข้าราชการกิ๊กก๊อกที่ดอนพัฒนาไม่ได้”

ooooooo

ที่ล็อบบี้คอนโดฯโรส โอเปอเรเตอร์และแม่บ้านกำลังมุงดูคลิปพฤกษ์จูบปากกับโรส และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อน ไม่นานก็แพร่ในหมู่นักข่าว โรสถูกตามล่าสัมภาษณ์เรื่องคลิปฉาว จนต้องหาข้ออ้างหนีนักข่าววุ่นไปหมด

โรสไปที่ร้านดอกไม้เพื่อคุยกับพฤกษ์เรื่องนี้ ปรากฏว่าพฤกษ์เรียนจบและลาออกไปแล้ว ระหว่างที่จันทราไปรับลูกค้า โรสเห็นหนังสือพิมพ์ที่ลงรูปและข่าวตนจูบกับพฤกษ์วางอยู่บนโต๊ะจันทรา เธอใจหายวาบ รีบโทร.ไปหาปลัดที่กำลังพาดาวเรืองมากินไอศกรีม ปลัดเองก็เห็นข่าวในหนังสือพิมพ์เช่นกัน ปลอบใจโรสทั้งที่ตัวเองใจหายว่า
“ผมเชื่อใจคุณนะโรส แต่ความเชื่อใจก็ไม่สำคัญเท่ากับความรัก คุณต้องลองถามใจตัวเองดูว่า คุณยังรักผมอยู่ไหม”

ดาวเรืองแอบได้ยิน พึมพำกับตัวเองใจหายวาบ “ปลัดมีคนรักแล้ว...”

จากคลิปนี้เอง ทำให้โรสถูกถอดออกจากผู้ได้รับรางวัลพุทธศาสนิกชนดีเด่นปีนี้ ซ้ำยังถูกปลดจากพรีเซนเตอร์น้ำแร่ด้วย โรสตัดสินใจเดินทางไปหาปลัดจินตวัฒน์ ที่ดอนพัฒนาเพื่อปรับความเข้าใจกันตามคำแนะนำของจันทรา

ooooooo

การที่ปลัดถอดกล้องและเครื่องอัดเสียงที่เป็นกระดุมที่เสื้อโป่งมาได้ เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะมัดตัวเสี่ยกำพล ผู้กำกับชมเชยและขอบคุณปลัด ปลัดบอกว่าต้องขอบคุณดาวเรือง เพราะเธอไม่ไว้ใจมือปืนจึงตามไปดูจนได้หลักฐานนี้มา

“เก่งมากไอ้เรือง” ผู้กำกับชม ดาวเรืองเขินทำเป็นพูดติดตลกว่าขอเปลี่ยนเป็นตังค์แทนได้ไหม เพราะทุกวันนี้รายได้ขาดหายไปเยอะ เงินไม่พอเลี้ยงไอ้เพี้ยนจนซูบไปเป็นกอง ผู้กำกับกับปลัดเลยหัวเราะขำความทะเล้นของเธอ

เมื่อเรียนจบแล้ว พฤกษ์เดินทางกลับบ้านโดย

รถตู้สายกรุงเทพฯ-สระแก้ว เขาพยายามโทร.หาโรส มีแต่เสียงตอบรับอัตโนมัติว่า “หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้” เขาพยายามโทร.อีกหลายครั้งก็ไม่ติด จึงเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าอย่างไม่สบายใจ

โรสขับรถมาเจอวรรณกับไอ้แหลมไอ้กรอดที่กำลังคุยโขมงโฉงเฉงถึงรูปโรสจูบกับพฤกษ์ในหนังสือพิมพ์ เจอโรสชะลอรถเข้ามาถามทางไปดอนพัฒนาพอดี บอกทางแล้วถึงจำได้ว่า ที่แท้สาวสวยคนนั้นคือโรส มองตามรถของโรสที่บ่ายหน้าไปอำเภอ ก็พากันสงสัยว่าเธอไปอำเภอทำอะไร

ส่วนปลัดอยู่ที่เล้าเป็ดกับดาวเรือง เธอดีใจมากที่วันนี้เป็ดออกไข่ถึง 13 ฟอง บอกปลัดว่าจะเก็บไว้ฟักแล้วเลี้ยงต่อ ปลัดถามขำๆว่า เป็ดเรามีแต่ตัวเมียแล้วจะฟักเป็นตัวได้ไง?

“เออ...จริงแฮะ...” ดาวเรืองหัวเราะแหะๆ ที่ “หัวไอ้เรือง” ต้องมาเสียหน้าเรื่องหญ้าปากคอก

กลับเข้ามาในบ้าน บานชื่นกำลังทำกับข้าวพอดี ปลัดเลยขอฝากท้องด้วยคน บานชื่นยินดีอวดว่าทำของโปรดของปลัดหลายอย่างเลย พลันบานชื่นก็มองตาค้าง เมื่อเห็นพฤกษ์สะพายเป้เดินเข้ามา เธอปิดเตาแก๊สวางตะหลิววิ่งออกไปร้องทักด้วยความดีใจสุดขีด

“พฤกษ์ลูกแม่!!! จะมาทำไมไม่บอกล่วงหน้า จะได้ให้ไอ้เรืองไปรับที่ขนส่ง”

ดาวเรืองได้ยินเสียงแม่ วิ่งมาเห็นพี่ชายก็โผเข้ากอด สามแม่ลูกกอดกันกลม ปลัดมองอย่างพลอยดีใจไปด้วย แล้วบานชื่นก็แนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน พอบานชื่นบอกว่า นี่คือพี่ชายของดาวเรืองชื่อ “พฤกษ์” ปลัดก็นึกถึงชื่อที่โรสพลั้งปากวันนั้นทันที มองพฤกษ์อึ้ง จนดาวเรืองถามว่า

“ปลัด!! เป็นอะไรหา! มองพี่ชายฉันอย่างกับไม่เคยเห็นคน หรือว่ารู้จักกันมาก่อน”

ปลัดส่ายหน้าแววตายังสับสน กังขา ส่วนพฤกษ์ส่ายหน้าบอกว่าไม่เคยรู้จัก แต่ยิ้มยินดีกับปลัดผู้เป็นเพื่อนใหม่

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 09:50 น.