ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวเรือง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังจากให้เสมอใจเอาเป็ดผัดกระเพราไปให้บ้านดาวเรืองแล้ว วรรณอยู่ที่บ้านก็อุ้มเจ้าจี๊ดจ๊าดอย่างประคบประหงม คุยกับจี๊ดจ๊าดอย่างอารมณ์ดีมีความสุข

“ไง...ตัวเล็กลูกพ่อ เดี๋ยวพ่อจะพาหนูกลับไปสู่อ้อมอกแม่แล้วนะ ดีใจไหมตัวเล็ก”

“ไอ้เรืองมันต้องปลื้มแน่ที่เป็ดของมันยังอยู่ พี่วรรณเนี่ยนะ ปกติคิดอะไรไม่ค่อยเป็นแต่บทจะคิดได้ขึ้นมา โอ้โฮ...พระเอกมากๆ ดูซิ หลอกให้นางเอกเสียใจ แล้วกลับไปทำให้มีความสุข ฉากจบมันช่างแฮปปี้ดี๊ด๊า อู๊ยยยย...ขนลุก” ไอ้แหลมตบหัวแล้วลูบหลังลูกพี่เนียนๆ

“ไอ้เรืองมันไม่เห็นพี่เป็นพระเอกตอนนี้ ก็ไม่รู้จะเห็นตอนไหนแล้ว” ไอ้กรอดทำเสียงซี้ดซ้าดผสมโรง

วรรณยิ้มปลื้มปากแทบฉีกถึงหู ฝันฟุ้งว่าคราวนี้ต้องชนะใจดาวเรืองได้แน่ๆ

หารู้ไม่! ดาวเรืองกำลังควงอีโต้จะมาเจี๋ยนมาสับของวรรณเอาไปเลี้ยงเป็ดแล้วฆ่าทิ้งเสีย ปลัดรีบจับมือไว้ร้องห้าม

“เธอจะไปฆ่านายวรรณเพราะเรื่องนี้เหรอ ถ้าเขาตายหรือบาดเจ็บ เธอก็ต้องติดคุกข้อหาพยายามฆ่า คนที่เสียใจที่สุดจะเป็นใคร ไม่ใช่แม่กับพี่ชายเธอเหรอ”

คำเตือนสติของปลัดทำให้ดาวเรืองเย็นลง ก็พอดีวรรณขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาร้องเรียกหวาน มีไอ้แหลมกับไอ้กรอดขี่รถตามมาหน้าบานแฉ่ง

“น้องเรืองจ๋า...พี่วรรณมาแล้ววววว”

“ฮึ่ม...มาได้เวลาพอดีเลย!” ดาวเรืองแค้นคุขึ้นมาอีก พุ่งเข้าถีบยอดอกวรรณหงายก้นจ้ำเบ้า ขณะร้องบอกไอ้กรอดให้เอาเป็ดมา เงื้อมีดเข้าไปสุดแขน! ทุกคนตะลึงงัน วรรณเองเงยหน้ามองดาวเรืองช็อก!

“เอ็งทำกับเป็ดข้ายังไง เอ็งต้องชดใช้กรรมยังงั้น”

“ปะ...เป็ดเอ็ง...มันยังอยู่!!” วรรณร้องบอกหูตาเหลือก เหลียวไปทางไอ้แหลมกับไอ้กรอดที่วิ่งหนีไปแอบอยู่หลังต้นไม้ วรรณตะโกนลั่น “เอาไอ้เป็ดเวรนั่นคืนให้มันไปสิโว้ย...เดี๋ยวมันได้สับข้าเป็นชิ้นๆหรอก!!”

ดาวเรืองชะงักเมื่อได้ยินว่าจี๊ดจ๊าดยังไม่ตาย แต่ไอ้แหลมกับไอ้กรอดยังกลัวหัวหดไม่กล้าออกมา ดาวเรืองคิดว่าโดนหลอกเงื้อมีดเข้าไปสั่งให้เอาจี๊ดจ๊าดคืนมา ไอ้แหลมกับไอ้กรอดปอดแหกขยับจะหนีต่อ ปลัดคว้ามือดาวเรืองไว้บอก...

“หยุดอยู่ตรงนี้แหละ! เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

ดาวเรืองยอมหยุด ปลัดเดินไปหาไอ้แหลมกับไอ้กรอด รับเจ้าจี๊ดจ๊าดที่ตกใจตัวสั่นเอามาส่งให้

“จี๊ดจ๊าดดดด...มาหาแม่มาลูก ขวัญเอ๊ยขวัญมานะลูกนะ เอ้า...ธุพ่อเขาสิลูก ที่ช่วยชีวิตหนูจากไอ้คนใจบาปหยาบช้าไว้ได้”

“พ่อ...แม่...ลูก...” วรรณพึมพำหัวใจแทบสลาย

ไอ้กรอดชี้ไปที่ปลัด ดาวเรือง และวรรณ บอกว่า “ใช่...พระเอก นางเอก...ผู้ร้าย” ไอ้แหลมเอ็ดว่า “ไอ้กรอด!! เอ็งคิดแล้วไม่ต้องพูดบ้างก็ได้นะ”

แต่ช้าไปแล้ว วรรณลุกพรวดวิ่งไล่ถีบไอ้กรอดจะหนีเข้าป่าข้างทางไป วรรณหันกลับกระโดดขี่มอเตอร์ไซค์ตะบึงไปอย่างสติแตก ไอ้กรอดกับไอ้แหลมรีบขี่รถตามลูกพี่ร้องตะโกน “พี่วรรณ...รอพวกเราด้วย!!!”

ooooooo

เอาเจ้าจี๊ดจ๊าดกลับไปหาพี่ๆ ของมันที่เล้าแล้ว ดาวเรืองบอกพวกพี่ๆของจี๊ดจ๊าดว่า วันหลังต้องช่วยกันดูแลน้องให้ดีด้วย ปลัดเห็นอารมณ์อ่อนหวานของดาวเรือง ก็ยิ้มเอ็นดู แต่พอดาวเรืองหันมาเห็นก็ถามแก้เก้อว่า

“ทำไมนายไม่ย้ายกลับกรุงเทพฯ หรือว่าย้ายไป อยู่ที่อื่น”

“ฉันบอกเธอแล้วไง ฉันจะไม่ย้ายไปไหนจนกว่าจะทำให้เธอคิดดีทำดีได้” ดาวเรืองเตือนว่า เขาก็รู้อยู่ว่าที่นี่อันตรายแค่ไหน “ฉันรู้...ถ้าฉันคิดจะกลับก็คงกลับตั้งแต่วันแรกที่เจอลูกปืนที่ตู้โทรศัพท์แล้ว ฉันเป็นข้าราชการนะดาวเรือง ถ้ารักตัวกลัวตายก็คงไม่คิดจะมาทำงานรับใช้ประชาชนตั้งแต่แรกหรอก อยู่ที่นี่มันอันตรายก็จริง แต่อยู่ที่ไหนมันก็ตายได้ทั้งนั้น เพียงแต่ว่า ก่อนตายเราได้ทำประโยชน์ให้กับแผ่นดิน ให้กับคนอื่นบ้าง ชีวิตเราก็น่าจะมีคุณค่าไม่ใช่หรือ”

ดาวเรืองบอกว่าเขายังมีโอกาสที่จะเลือก ปลัดยืนยันว่าตนเลือกแล้ว เลือกที่จะอยู่ที่นี่ และจะไม่ย้ายไปไหน จนกว่าจะกระชากหน้ากากเสี่ยกำพลให้ทุกคนเห็น ทำให้ดาวเรืองมองปลัดทึ่ง เริ่มซึ้งถึงความจริงใจและตั้งใจจริงของปลัดจิ๋นขึ้นมา

ooooooo

หลังจากโรสตัดขาดกับน้ำหวานผู้จัดการส่วนตัวแล้ว จะอยู่จะกินจะใช้อะไรก็ติดขัดไปหมด คิดหาใครมาดูแลรับใช้ ใจก็พุ่งไปที่พฤกษ์ทันที แต่จะให้เขามาดูแลตนได้อย่างไรเพราะพฤกษ์ประกาศไว้เมื่อวานว่าครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว

ไวเท่าความคิด โรสวางแผนทำเป็นตัวเองเกิดอุบัติเหตุหกล้มในห้อง เตรียมพร้อมแล้วก็โทรถึงพฤกษ์แกล้งปัดข้าวของหล่นแตกลั่นไปหมด

พฤกษ์อยู่ที่ร้านดอกไม้ รับโทรศัพท์จากโรสและถูกหลอกว่าหกล้มมีเสียงข้าวของหล่นแตกก็อดเป็นห่วงไม่ได้ อุทานเรียก “คุณโรส...” แล้วบอกจันทราว่า “คุณจันทราครับ ผมขออนุญาตลาครึ่งวันนะครับ พอดีเพื่อนผมกำลังมีปัญหา”

จันทรามองอึ้งๆ นึกถึงชื่อ “โรส” ที่พฤกษ์ตกใจ เรียกก็เอะใจ และยิ่งเมื่อหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับวันนี้ที่มีรูปพฤกษ์ประคองโรสลงหราพร้อมคำบรรยายว่า “โรส สุภาวดี เปิดตัวหนุ่มรู้ใจนอกวงการ ควงกันออกจากโรง พยาบาลไม่แคร์สื่อ” เห็นแล้วก็เอะใจว่า...ยังไงกันเนี่ย?

จันทราโทรศัพท์ไปคุยกับปลัดถึงเรื่องกำนันเทิ้ม เตือนให้ดูแลตัวเอง ถ้าเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดีก็ให้กลับมา ปลัดบอกแม่ไม่ต้องเป็นห่วงตนดูแลตัวเองได้และถามถึงโรสว่าแวะมาหาแม่บ้างหรือเปล่า

“แม่เจอล่าสุดก็ตอนที่จิ๋นให้แม่ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลแทนจิ๋นนั่นแหละ แต่แม่รู้จากหนังสือพิมพ์ว่าเขาออกจากโรงพยาบาลแล้ว แล้วจิ๋นล่ะลูก โทรคุยกับโรสบ้างรึเปล่า”

“คุยครับ เมื่อวานก็เพิ่งคุยกัน เอ๊ะ..มีอะไรรึเปล่าครับแม่”

“ไม่มีอะไรหรอกลูก จิ๋นตั้งใจทำงานน่ะดีแล้ว เรื่องความรัก เรายังมีเวลาตัดสินใจอีกเยอะ อะไรๆก็เปลี่ยน แปลงได้จริงไหม” จันทราเกริ่น ๆ ให้ลูกเตรียมใจไว้บ้าง

ปลัดจิ๋นเอะใจแต่ก็ไม่ติดใจ บอกแม่ให้ดูแลตัวเองก่อนวางสาย

แต่พอวางสายจากจันทราเดินมาเห็นหนังสือพิมพ์ที่จ่าแม่นดูและวิพากษ์วิจารณ์กับหมู่จ้อยอยู่ก็สนใจชะโงกดู เห็นโรสอยู่ในวงแขนของชายหนุ่มก็ร้อนวูบวาบขึ้นมา ได้ยินทั้งสองคุยกันว่า โรสสุภาวดีมีกิ๊กใหม่แล้วหน้าเหมือนเจ้าพฤกษ์ลูกชายแม่บาน พี่ชายไอ้เรือง ที่ไปเรียนกรุงเทพฯมาหลายปีแล้ว

ooooooo

ปลัดจิ๋นเข้าไปคุยกับผู้กำกับถกกันเครียดเรื่องการลักลอบตัดไม้พะยูงในอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง และใช้อำเภอของเราเป็นเส้นทางผ่าน ส่งไม้เถื่อนไปจีน

ผู้กำกับบอกว่าตนตามเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ที่จริงกำนันเทิ้มก็เกาะติดเรื่องนี้มานาน ปลัดถามว่าที่กำนันถูกฆ่าน่าจะเกี่ยวกับเรื่องไม้เถื่อนด้วยใช่ไหม

“คงจะอย่างนั้น เสียดายที่เวลาแกจะสืบหาอะไร แกชอบลุยเดี่ยวทำคนเดียว แกอาจจะได้หลักฐานอะไรมาบ้าง แต่ด้วยความที่แกไม่ยอมประสานงานกับตำรวจ ทำให้เราไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะมัดเสี่ยกำพลได้”

“ถ้าเราสามารถหาหลักฐานจากกำนันเทิ้มได้บ้าง ก็น่าจะทำให้รูปคดีมีความชัดเจนขึ้นใช่ไหมครับ”

“ครับ” ผู้กำกับเห็นด้วย ทำให้ปลัดจินตวัฒน์มีความหวังขึ้นมา เขาลงมือทำทันที ไปดูที่บ้านกำนันเทิ้ม ปรากฏว่าข้าวของถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย ดูแล้วไม่มีอะไรที่น่าสนใจ เขายืนมึนอยู่ครู่หนึ่งฉุกคิดอะไรได้ เขาเก็บของเข้าที่แล้วรีบออกจากบ้านกำนันเทิ้มไปทันที

ooooooo

วันนี้ดาวเรืองเอาเงินไปใช้หนี้เสี่ยกำพลสามหมื่นบาท เสี่ยยิ้มแย้มถามว่างวดนี้เยอะได้มาจากหวย ไพ่ หรือว่าเหล้า?

“ทั้งสามอย่างแหละเสี่ย อย่างว่า คนมันทำเลวขึ้น บางคนมันทำเลวขึ้นก็เจริญเอ๊า..เจริญเอา แต่จะว่าไปช่วงนี้ก็ลำบากเหมือนกัน ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นอย่างฉันรึเปล่า ตอนตื่นก็กลัวตำรวจจับ ตอนหลับก็ฝันว่าไม่มีแผ่นดินจะอยู่”

ดาวเรืองแอบด่าเนียน ๆ แล้วลากลับ ให้ความหวังเสี่ยว่างวดหน้าจะหามาให้ได้มากกว่านี้ เสี่ยมองตามดาวเรืองไปอย่างระแวงกับคำพูดเป็นนัยเมื่อกี๊นี้

พอออกจากเสี่ยกำพลได้ไม่นานก็เจอปลัดขับรถสวนมา ดาวเรืองถามว่าจะไปไหน พอรู้ว่าจะไปหาหลักฐานมัดคนที่ฆ่ากำนันเทิ้ม บอกว่าไปหาที่บ้านกำนันแล้วไม่เจออะไร เลยจะมาดูตรงที่กำนันถูกยิงอีกครั้ง อาจพบเบาะแสอะไรบ้าง

“ไม่ได้ ถ้านายเข้าไป นายได้เป็นไข้โป้งแบบกำนันเทิ้มแน่” ปลัดไม่เชื่อบอกดาวเรืองให้กลับไปเสียแล้วตัวเองก็เดินลุยเข้าไปในป่า “ไปทางนั้นไม่ได้! ถึงนายจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ถ้านายไม่รู้จักทางหนีทีไล่ นายจะทำอะไรได้! คนรู้จักเส้นทางดียืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ ถ้าอยากได้หลักฐานจริงๆ ก็ตามมา”

ดาวเรืองเดินอาดๆ ไปทิศทางตรงข้ามกับที่ปลัดไปเมื่อครู่ ปลัดเลยเดินตามดาวเรืองไปงุดๆ

ยิ่งเดินก็ยิ่งลึกเข้าไปในป่า ปลัดเอะใจถามว่าจะพาไปไหนกัน นี่ไม่ใช่ทางไปปางไม้เสี่ย ถามว่าหรือเป็นทางลัด

“ถูก! ลัดไปเขตป่าสงวนที่ไอ้เสี่ยมันลอบเข้าไปตัดไม้” ปลัดตกใจถามว่ารู้ได้ไง “ก็ไอ้จ่าแม่นมันชอบไล่ตามจับฉันตอนต้มเหล้า ฉันเลยเปลี่ยนที่ต้มไปเรื่อย ในหลุม ในบ่อ ในแพ บนนา ตีนเขา ยอดเขา ฉันทำมาทั่ว แล้วจะไม่เห็นใครทำอะไรชั่วๆได้ไง”

ปลัดเชื่อดาวเรือง เดินตามไปเจอรูกบ รูงู ดาวเรืองก็สอนไปเรื่อยขู่บ้างมั่วบ้าง ปลัดไม่รู้ก็ฟังเพลิน จนดาวเรืองพาเดินหลงทาง กว่าจะกลับไปถูกทางก็เล่นเอาเดินกันขาลาก

แต่ “หัวไอ้เรือง” ซะอย่าง ดาวเรืองพาไปถึงปางไม้ ของเสี่ยกำพลจนได้ ทั้งสองแอบดูเห็นชายชุดดำอาวุธร้ายแรงครบมือ ลูกน้องเสี่ยเดินลาดตระเวนไปมา ดาวเรืองแอบมองครู่หนึ่งก็บอกปลัดอึ้งๆว่า

“นี่มันตัดมาถึงทิศใต้แล้วเหรอเนี่ย เมื่อ 2 ปีก่อน ตอนฉันขึ้นมาต้มเหล้าแถวนี้ มันยังตัดกันแค่ทางเหนืออยู่เลย แป๊บเดียวลามมาถึงนี่แล้ว เลวจริงๆ”

“พวกมันมีอาวุธครบมือแบบนี้ เราคงฝ่าเข้าไปไม่ได้แน่” ปลัดปรารภ แล้วหยิบกล้องถ่ายรูปบอกว่า “ยังไงก็ต้องถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน”

ปลัดยกกล้องขึ้นถ่ายรูป แต่เพราะยังไม่ได้เทสต์กล้องแสงแฟลชจึงวาบขึ้น หมาที่สมุนเสี่ยจูงมาเห็นมันหันมาเห่าขู่วิ่งลากคนจูงมาพงหญ้า ที่ปลัดกับดาวเรืองซ่อนอยู่ ทั้งสองต่างวิ่งเตลิดแบบตัวใครตัวมัน พอหนีมาถึงปลายเนินก็ทิ้งตัวกลิ้งลงมา ถึงเชิงเนินก็นั่งหอบลิ้นห้อย

ทันใดนั้น มีรถกระบะแล่นมาจอด คนในรถลงมา มันคือศักดิ์กับชาตินั่นเอง ทั้งสองขนแรงงานเถื่อนมาลงเพื่อพาเดินขึ้นเนินไป ปลัดหันถามดาวเรืองว่า “แรงงาน เถื่อน?” ดาวเรืองพยักหน้าหงึก จ้องพวกนั้นตาไม่กระพริบ

ooooooo

ที่ศาลาอเนกประสงค์วัดบ้านดอน ผู้ใหญ่ผันเป็นประธานประชุมคณะกรรมการหมู่บ้าน

ผู้ใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงสลดหน้าเศร้าถึงการจากไปของกำนันเทิ้มว่า เราทุกคนเสียใจ ตนก็รู้สึกไม่ต่างกับทุกคน แล้วพูดปลุกระดมเรียกขวัญกำลังใจทุกคนว่า

“แต่ภารกิจของชาติสำคัญกว่าความรู้สึกส่วนตัว ตำบลของเราจะหยุดพัฒนาไม่ได้ ในเมื่อตอนนี้ ตำแหน่งกำนันว่างลง ฉันจะขออาสาเป็นตัวแทนหมู่บ้านเราเข้าชิงตำแหน่งกำนันแข่งกับอีก 6 หมู่บ้าน ดอนล้อมแรด ของเราจะต้องลุกขึ้นมาเป็นผู้นำ!!”

บรรดาเมียๆผู้ใหญ่ที่มานั่งหน้าสลอนพากันชูมือเชียร์หายเศร้าเป็นปลิดทิ้ง  ผู้ใหญ่ให้สัญญาอย่างฮึกเหิมว่า

“ถ้าฉันได้เป็นกำนัน ฉันจะพลิกโฉมตำบลของเราให้โดดเด่นที่สุดในอำเภอ ตำบลของเราจะต้องเป็นที่รู้จักไปทั่วจังหวัด ทั่วประเทศและทั่วโลก ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ยุโรป และอเมริกา  องค์การค้าโลก องค์การนาซ่า จะต้องหันมามองดอนล้อมแรดของเรา!!!”

ผู้ใหญ่พล่ามเพลิน บรรดาเมียๆก็หลับหูหลับตาเชียร์สนั่น บานชื่นแอบกัดเบาๆว่า

“ตำแหน่งกำนันมันมีบทบาทขนาดนี้เลยเหรอวะ ตกลงผู้ใหญ่จะลงสมัครเป็นกำนันหรือเป็นนายกกันแน่”

ผู้ใหญ่ผันกวาดตามองรอบโต๊ะประชุม เห็นกรรมการคนอื่นๆพากันหาวหวอดๆ บ้างก็นั่งสัปหงก

ooooooo

เมื่อบานชื่นกลับมาเล่าให้ดาวเรืองฟังที่ร้าน ดาวเรืองที่กำลังดูดน้ำแดง ฉุนจนดูดน้ำแดงซู้ดเดียวเกือบหมดแก้ว กระแทกแก้วโพล่งไปอย่างเดือดดาล

“ขืนปล่อยให้พวกโจรห้าร้อยครองเมืองแบบนี้ ประเทศชาติได้ล่มจมแน่!” บานชื่นติงว่าไม่เลวร้ายขนาดนั้นมั้ง ดาวเรืองหันขวับ “แม่ก็เห็น ว่ามันเป็นลิ่วล้อไอ้เสี่ยกำพล ในเมื่อลูกพี่มันเลวขนาดนั้น ลูกน้องมันก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ ขนาดมีกำนันเทิ้มเป็นก้างขวางคอ ไอ้เสี่ยมันยังเขมือบตำบลของเราได้ตามอำเภอใจ ถ้าผู้ใหญ่ผันมันได้เป็นกำนันเมื่อไหร่  ก็เท่ากับเรายกตำบลนี้ให้ไอ้เสี่ยไปแล้ว”

ปลัดติงว่าอย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้เลย ใช่ว่าผู้ใหญ่ผันอยากเป็นกำนันก็เป็นได้เลยเสียเมื่อไหร่ ยังต้องผ่านผู้ใหญ่บ้านที่เหลือลงคะแนนให้ก่อน  เลยถูกดาวเรืองหันมาจิกว่า

“ปลัดคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะทำได้บริสุทธิ์ผุดผ่องงั้นเหรอ อยู่มาจนป่านนี้ก็น่าจะรู้ว่าบ้านเราซื้อเสียงกันจนเป็นเรื่องปกติ ผู้ใหญ่ผันมีเสี่ยกำพลหนุนหลังก็เท่ากับมีทั้งอิทธิพลและอำนาจเงินที่จะทำให้ผู้ใหญ่บ้านที่เหลือเลือกมันอยู่แล้ว”

“ลงแบบนี้แล้วพี่เรืองจะทำยังไงล่ะ” ไอ้เพี้ยนถาม

“ตอนนี้ข้าก็ยังไม่รู้ แต่ที่รู้คือ ข้าจะทำทุกอย่างไม่ให้คนชั่วมันครองเมือง!!!”ดาวเรืองประกาศกร้าว

ooooooo

วันต่อมา ผู้ใหญ่ก็เริ่มเดินหาเสียงในตลาด เจอคนบ้านอื่นก็ฝากเนื้อฝากตัว ส่วนบรรดาเมียๆก็เดินตามเสริมบารมี ไสวสัญญากับชาวบ้านว่าถ้าผู้ใหญ่ผันได้เป็นกำนันตนจะเปิดร้านให้ซดยาดองฟรี 3 วัน 3 คืนเลย

“ผู้ใหญ่บ้านคนอื่นเขายังไม่ได้ขยับอะไรเลย ผู้ใหญ่ผันเสนอหน้าอย่างกับเป็นกำนันแล้วอย่างนั้นแหละ” ดาวเรืองพูดอย่างหมั่นไส้เต็มที

นอกจากผู้ใหญ่ผันจะพาเมียๆไปช่วยหาเสียงแล้ว ยังจ้างหน้าม้ามาถือป้ายเชียร์และมอบดอกกุหลาบกับพวงมาลัยให้ด้วย

ดาวเรืองไม่เชื่อว่าจะมีคนเชียร์ผู้ใหญ่ขนาดนี้ แล้วก็จับได้เมื่อเดินไปหลังตลาดเจอวรรณกำลังแจกเงินชาวบ้านที่มาถือป้ายเชียร์และให้ดอกไม้ คนละ 50 บาท บอกว่า “ใกล้ๆวันเลือกตั้ง ข้าจะเรียกพวกเอ็งอีกทีนะ”

พอพวกหน้าม้าแยกย้ายกันไป ดาวเรืองกับบานชื่นก็เดินออกมา วรรณรี่เข้าหาทันทีบอกดาวเรือง ให้เรียกตนว่า “วรรณ ลูกกำนันผัน” ได้แล้ว ทั้งยังขู่ว่าถ้าไม่ตกลงปลงใจกับ “วรรณ ลูกกำนันผัน” เสียแต่วันนี้ ดาวเรืองจะต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่า เลยถูกบานชื่นด่าเปิง...

“ต่อให้เอ็งเป็นลูกนายก ข้าก็ไม่คิดจะยกลูกสาวให้เอ็ง”

“ทำไมพูดยังงี้ล่ะจ๊ะว่าที่แม่ยาย”

“เพราะแม่ข้ากลัวหลานจะเกิดมาปัญญาอ่อนเหมือนเอ็งน่ะสิ”

ดาวเรืองพูดใส่หน้าแล้วสตาร์ตรถพาบานชื่นไป วรรณเหวอ มองตามอย่างเจ็บใจ

ooooooo

โรสหลอกให้พฤกษ์มาที่คอนโด ทำมารยาว่าหกล้มบาดเจ็บ พอพฤกษ์มาถึงเธอก็เอาผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาโปะหน้าจนเหมือนไข้สูง ทำให้พฤกษ์ซึ่งมีจิตใจดีต้องอยู่ดูแล

พฤกษ์ป้อนข้าวป้อนน้ำเสร็จโรสทำทีสั่งว่าออกไปแล้วช่วยปิดประตูให้ด้วย แต่แกล้งทำสลบไปอีก

เห็นอาการเธอไม่ดี พฤกษ์จึงยังไม่กลับ เขาเก็บกวาดข้าวของที่ตกแตกเกลื่อนพื้น เสร็จแล้วก็เอาเสื้อผ้าที่ถอดทิ้งทั่วไปหมดเก็บใส่ตะกร้า จัดข้าวของที่วาง ไม่เป็นระเบียบให้เข้าที่เข้าทาง จนห้องสะอาดเอี่ยมเรียบร้อยผิดตา

แต่เรื่องยังไม่จบ เมื่อโรสตื่นขึ้นมาเห็นพฤกษ์ ยังนั่งอยู่ เขาถามดักคอว่าหายแล้ว หรือว่าที่แท้ไม่ได้ เป็นอะไรเลย

โรสมารยาตามเคย พอดีมีโทรศัพท์เข้ามาถาม เรื่องถ่ายแบบ โรสบอกปลายสายไม่ต้องเลื่อนตนไปได้ แล้วหันบอกพฤกษ์

“ฉันจะไม่โทร.หานายอีก ถ้านายจะช่วยฉันอีกสักครั้ง” เธอบอกว่าจะไปถ่ายปกขึ้นปกนิตยสารฉบับ พิเศษ ครบรอบ 5 ปี ขอให้เขาช่วยอีกครั้ง บอกว่า “ขับรถแค่ชั่วโมงเดียว พรุ่งนี้นายมารับฉันที่นี่เก้าโมง ขอบคุณมาก นายนี่เป็นคนดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอเลยจริงๆ”

พฤกษ์ถอนใจเฮือกใหญ่อย่างจำต้องช่วย

รุ่งขึ้นพฤกษ์มาขับรถให้โรสตามคำขอ เธออ้อนให้ช่วยยกกระเป๋าและรองเท้าอีก 4-5 คู่ เข้าไปในสตูดิโอ พฤกษ์ถอนใจเฮือกใหญ่แต่ก็ต้องตกกระได พลอยโจรไปตามเพรง

พอพฤกษ์เข้าไปในสตูดิโอ ทั้งสไตลิสต์และช่างแต่งหน้าประเภทเก้งกวางก็มองกันตาลุก ลูกเป็ดกับต้อยติ่งดี๊ด๊าเข้ามาช่วยพฤกษ์ ถามโรสว่าเป็นใคร โรสอวดว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัว

“ต๊าย...ไปได้มาจากไหนจ๊ะน้องโรส นี่เป็นผู้จัดการ ที่หล่อที่สุดเท่าที่พี่เคยเห็นเลย งั้น...เดี๋ยวพี่เปลี่ยนคอน เซ็ปต์เลยดีกว่า ให้คู่ของน้องโรสกับผู้จัดการถ่ายแบบเซ็กซี่ๆน้องพฤกษ์จะได้โชว์ซิกแพ็กด้วย”

โรสเห็นทั้งสองคลั่งไคล้พฤกษ์มาก เลยกันท่าว่า “คุณพฤกษ์ซี่เขาอยู่ป่าเดียวกับพี่ๆค่ะ”

แค่นั้นเอง ทั้งต้อยติ่งกับลูกเป็ดก็บ่นเสียดาย ไม่น่าเสียของ พากันเดินสะบัดออกไป

พฤกษ์ได้ยินได้ฟังทุกอย่าง เขาโกรธมาก ถามโรสว่า

“คุณหลอกผมมาตั้งแต่ต้นใช่ไหม คุณเอาความ เห็นใจของผมมาหลอกใช้ผมงั้นเหรอ คุณเห็นผมเป็น อะไร!!” โรสอ้อนว่าตนอธิบายได้ ตนจำเป็นจริงๆ “ผมไม่ยอมให้คุณมัดมือชกหรอกนะ คุณก่อปัญหาเองก็ต้องแก้เอง ผมจะไม่ทำงานนี้กับคุณเด็ดขาด”

พฤกษ์หุนหันเดินออกไปอย่างโกรธจัด โรสเหวอ เครียดจนหน้าบูดเส้นเลือดโปน

ooooooo

พฤกษ์เดินออกมา สวนกับน้ำหวานที่พาจัสมินน้องใหม่มาถ่ายแบบ น้ำหวานจำพฤกษ์ได้มองอย่างสงสัยว่าเขามาทำอะไร

พฤกษ์ออกมาที่ป้ายรถเมล์ควักกระเป๋าหาเศษสตางค์เตรียมค่าโดยสาร ควานเจอกุญแจรถของโรสเข้า เลยรีบย้อนกลับไปคืนให้

โรสเจอน้ำหวานพาจัสมินน้องใหม่มาพอดี เกิดเสียดสีกระทบกระทั่งกันเล็กน้อย พอดีต้อยติ่งมาตามโรสให้ไปแต่งหน้า ลูกเป็ดถามว่าแล้วผู้จัดการของเธอไปไหนเสียล่ะ น้ำหวานถามเย้ยว่ามีผู้จัดการกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ เห็นโทร.ไปหาใครเขาก็ไม่เอาด้วย

“อ้าว...ก็น้องพฤกษ์ซี่ไง” ต้อยติ่งบอก น้ำหวานถามว่าพฤกษ์ซี่ไหน “ก็คนที่เดินออกไปตอนที่เธอสวนเข้ามาไง”

ความเลยแตก เพราะน้ำหวานจำได้ว่าพฤกษ์เป็นทนายฝึกหัด เย้ยโรสว่า

“โอ้โห...อยากถ่ายรูปขึ้นปกจนตัวสั่น ถึงกับอุปโลกน์ทนายมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวหลอกพี่ต้อยติ่งเลยเหรอเนี่ย”

โรสอายรีบเดินเข้าห้องแต่งตัว ลูกเป็ดกับต้อยติ่งตามเข้าไปต่อว่าโรสมากมาย น้ำหวานตามเข้ามาโดยไม่งับประตู พฤกษ์มาถึงพอดี ได้ยินเสียงเอะอะข้างในจึงหยุดฟัง

น้ำหวานทำเป็นใจดีมีเมตตาขอร้องต้อยติ่งกับลูกเป็ดอย่าว่าอะไรโรสเลย ตนเองก็เห็นใจเพราะโรสเป็นเด็กสู้ชีวิตปากกัดตีนถีบตั้งแต่หนีออกจากบ้านที่ต่างจังหวัดมา ลูกเป็ดกับต้อยติ่งหน้าเหวอถามว่า ไหนบอกว่าเป็นนักเรียนนอก!

“ที่จบมาจากนอกจริงต้องนี่ น้องจัสมิน อิมพอร์ตมาจากอเมริกาสดๆซิงๆ ไม่มีย้อมแมวขาย” น้ำหวานอวด

“ไม่ต้องเหยียบโรสให้จมดินขนาดนี้ก็ได้” โรส เสียงเครือน้ำตาคลอ

ต้อยติ่งตัดโรสออกไปทันที น้ำหวานได้ทีเย้ยว่าคนที่ไม่มีผู้จัดการส่วนตัวก็เป็นแบบนี้แหละ

“ใครบอกครับว่าคุณโรสไม่มีผู้จัดการส่วนตัว ผมนี่แหละผู้จัดการคุณโรส” พฤกษ์ก้าวเข้าไปรับสมอ้าง น้ำหวานค้านเสียงหลงว่าไม่จริงพฤกษ์เป็นทนายต่างหาก “แล้วมันผิดตรงไหนล่ะครับ ถ้าคุณโรสจะมีผู้จัดการเป็นทนายฝึกหัดน่ะ”

การปรากฏตัวและรับสมอ้างของพฤกษ์ทำเอาต้อยติ่ง ลูกเป็ดและน้ำหวานพากันอึ้ง มองหน้าถามกันด้วยสายตาว่าตกลง ใครตอแหลกันแน่ ส่วนโรสมองพฤกษ์อย่างซึ้งใจจนน้ำตาคลอ...

ooooooo

วันนี้ดาวเรืองไปส่งเหล้าที่ร้านเจ๊กฮวด เจ๊กฮวดสั่งงวดหน้าให้เอามาสักสิบโหล เพราะอีกไม่กี่วันเขาจะเลือกตั้งกำนันกันแล้ว

ดาวเรืองเดินออกไปเห็นเสี่ยกำพลกับผู้ใหญ่ผันเดินคุยกันมาก็หลบแอบฟัง ได้ยินเสี่ยบอกผู้ใหญ่ว่าให้สั่งทั้งเหล้าบุหรี่ไว้เลยจะได้แจกแต่เนิ่นๆ ตนจะออกไปก่อนผู้ใหญ่ได้เป็นกำนันเรื่องค่าใช้จ่ายค่อยว่ากัน

กลับถึงร้าน ดาวเรืองระบายกับปลัดว่า “ตอนนี้เสี่ยดันผู้ใหญ่ที่เป็นลิ่วล้อให้ขึ้นเป็นกำนันเต็มที่ ถ้าตำบลเรามีคนอย่างไอ้ผันเป็นกำนัน ประเทศชาติจะเป็นยังไง โว้ยยยย!ไม่อยากจะคิด!!”

ปลัดเสนอว่าเมื่อเธอคิดว่าผู้ใหญ่ผันไม่ดี แถมมีผู้มีอิทธิพลอย่างเสี่ยกำพลหนุนหลัง เธอก็ต้องหาคนที่มีอิทธิพลต่อชาวบ้านมากกว่าหรือเท่ากับเสี่ยกำพลมาสู้ ดาวเรืองคิดหนัก เงยหน้าเห็นรูปหลวงตาคง มีข้อความบนยันต์ว่า

“ยันต์อเนกประสงค์ พุทธคุณ 108 ประการ ซื่อสัตย์ มุ่งมั่น มั่นคง เจริญชัวร์!!”

ดาวเรืองตาเป็นประกายวิ้งขึ้นมาทันที ชวนปลัดไปหาหลวงตาที่สำนัก หว่านล้อมอยู่นาน หลวงตาผวาเฮือกร้อง

“ข้าไม่อยากเป็นกำนัน!!”

“หัวไอ้เรือง” ทำงานหนัก ทั้งหว่านล้อม ทั้งป้อยอว่าหลวงตาเป็นผู้มีบารมีที่ฟ้าประทานมาให้พวกเรา หลวงตาเกิดมาเพื่อปราบมาร ดับทุกข์บำรุงสุขให้คนดอนพัฒนา กระนั้นหลวงตาก็ยังคิดไม่ตก ดาวเรืองบอกว่าตนทนฟังไอ้วรรณมันพูดข่มหลวงตาไม่ได้

หลวงตาสนใจ จี้ถามว่าไอ้เรืองพูดว่าอย่างไร! ดาวเรืองรีบเล่าว่า

“ไอ้วรรณมันอวดสรรพคุณพ่อมันไปทั่วตลาดว่าตอนหนุ่มๆ ใหญ่แค่ไหน เพราะถ้าพ่อมันไม่แน่ นักเลงเก่าบางคนคงไม่หนีไปบวช”

ได้เรื่องทันที หลวงตาคงระบายความแค้นแต่หนหลังที่ถูกพ่อของผู้ใหญ่ผันแย่งสมบัติพ่อตนไปหมด แม้แต่ฝากระดานเรือนผู้ใหญ่ผันทุกวันนี้ก็เป็นมรดกของตนทั้งนั้น ตนไม่อยากฆ่าคนตายเลยหนีมาบวช พูดอย่างไม่หายแค้นว่า

“มันจะใหญ่ที่ไหนไม่ว่า แต่อย่ามาใหญ่ที่นี่!!”

เข้าทางดาวเรืองเป๊ะ ยุว่าถ้าผู้ใหญ่ผันได้เป็นกำนันต้องใหญ่ที่นี่แน่นอน

“ข้าไม่ยอมเด็ดขาด!” หลวงตาประกาศ ปลัดถามว่า แล้วหลวงตาจะทำยังไง หลวงตาบอกว่าจะให้ตนทำยังไงให้ว่ามาเลย

ดาวเรืองให้หลวงตาลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านดอนล้อมช้างที่ยังว่างอยู่ แล้วจัดเตรียมทุกอย่างให้ ตั้งแต่รูปถ่ายจนวันเวลาจะไปสมัคร ให้รอเวลา เก็งกันว่าไม่มีใครสมัครแล้วหลวงตาค่อยสมัคร เมื่อหลวงตาสมัครคนเดียวก็ต้องได้อยู่ดี

เป็นไปตามแผนจริงๆ เพราะรองผู้ใหญ่บ้านคนเก่าเป็นคนของเสี่ยกำพล แต่ก็แก่จนหายใจยังเหนื่อยทำอะไรไม่ได้แล้ว ส่วนคนอื่นก็ไม่มีใครกล้าลงแข่ง วินาทีสุดท้ายเมื่อหลวงตาคงลงสมัครเลยได้ไปแบบไร้คู่แข่ง ยังความแค้นแก่ผู้ใหญ่ผันที่ฝันหวานว่าตนต้องได้เป็นกำนันแน่ๆ เพราะเมื่อหลวงตาคงได้เป็นผู้ใหญ่บ้านย่อมไม่เลือกตนแน่ เสียงก็จะหายไปหนึ่งเสียงอันตรายที่หลวงตาคงจะได้รับเลือกเป็นกำนันยิ่งมากขึ้น

แต่เสี่ยกำพลไม่กังวลเพราะเชื่อว่า ความศรัทธาหรือจะสู้เงินได้

ผลงานครั้งนี้จากแผนของดาวเรือง ทำให้ปลัดยอมรับ “หัวไอ้เรือง” จนเอ่ยปากชม “เธอนี่เก่งเหมือนกันนะ”

ooooooo

เมื่อพฤกษ์ยืนยันว่าตนเป็นผู้จัดการของโรสทั้งต้อยติ่งและลูกเป็ดจึงยอมให้ถ่ายแบบคู่กันอย่างเซ็กซี่ ทำให้น้ำหวานไม่พอใจตัดพ้อว่าต้อยติ่ง...

“ทำไมคู่นั้นได้ถ่ายแบบว่า...แอบเซ็กซี่ล่ะคะพี่ต้อย แล้วทำไมของน้ำหวานกับจัสมินถึงได้ปิดหน้าปิดหางปิดกลางตลอดตัวเป็นแม่ชียังงี้ล่ะคะ”

“หล่อนมีแผงอกโชว์แบบน้องพฤกษ์เขาไหมล่ะ ฉันจะได้แหวกกระดุมตั้งแต่ต้นคอยันสะดือให้”

“น้ำหวานไม่ได้หมายความยังงั้นค่ะพี่ต้อย แต่แหม...

จัสมินก็หุ่นเซียะ ผิวก็ดี น่าจะได้ใส่ชุดเซ็กซี่เรียกเรตติ้งให้หนังสือฉบับครบรอบวันเกิดได้นะคะ”

“ขอบใจย่ะ แค่นี้โฆษณาก็ล้นไปสามชาติแล้วถามจริงน้ำหวาน หล่อนจะรีบขายเด็กของหล่อนไปถึงไหนยะ เด็กมันเพิ่ง 14-15 อีก 2-3 ปีค่อยให้เซ็กซี่ มันก็ไม่มีอะไรยานหรอกนะ” ด่าน้ำหวานแล้วต้อยติ่งเดินไปทางโรสกับพฤกษ์ บ่นอุบอิบอย่างหมั่นไส้ “โถ...ชะนีน้อยเพิ่งหัดโหน...
จะให้มาเปิดผ้าเปิดผ่อน สิ้นคิดจริงๆ”

เดินมาหาโรสกับพฤกษ์แล้ว ต้อยติ่งสั่ง

“เอาล่ะ...ทีนี้พี่อยากให้น้องพฤกษ์ช่วยถอดเสื้อกั๊กโชว์ซิกแพ็กหน่อยจ้ะ” พฤกษ์ตกใจ ลูกเป็ดดี๊ด๊ามาบอกว่า

“มีของฟิตๆเฟิร์มๆขนาดนี้ก็ต้องโชว์กันหน่อย จริงมะ”

พฤกษ์ทำท่าลำบากใจ โรสตัดบทว่า

“ถ้านายไม่สบายใจ ฉันจะบอกพี่ต้อยติ่งให้ว่าพอแค่นี้ ถ้าพี่เขาโกรธไม่เอารูปฉันขึ้นปก ฉันก็ไม่สนแล้วล่ะ แค่นี้นายก็ช่วยฉันมากพอแล้ว”

“เอ้า!!! คุยอะไรกัน จะถอดไม่ถอด!” ต้อยติ่งถามอย่างหงุดหงิด พฤกษ์ตกใจรีบถอดเสื้อกั๊กออก วินาทีนั้นพวกเก้งกวางทั้งห้องก็ตะลึงพรึงเพริด ต้อยติ่งทนไม่ไหวโผเข้าไปลูบแผงอกเคลิ้ม แล้วจึงเดินมายืนข้างช่างภาพตามเดิม ลูกเป็ดเดินเข้าไปซับหน้ามันให้พฤกษ์อย่างอ้อยอิ่งแต่ตามองแผงอกพฤกษ์เคลิ้ม ถูกต้อยติ่งแว้ดมา...

“ซับหน้า ไม่ใช่ซับกล้าม!! ออกมาได้แล้วนังลูกเปรตตตตต!!”

ลูกเป็ดเดินบ่นออกมาว่าไม่ใช่ของตัวสักหน่อยทำหวง ต้อยติ่งสั่งโรสให้ขยับเข้าใกล้พฤกษ์อีก เธอขยับเข้าไปแอบพูดเบาๆ  “ขอบคุณค่ะ”  พฤกษ์ตอบเบาๆเช่นกัน “คราวนี้ครั้งสุดท้ายจริงๆ” แล้วทั้งสองก็แอบยิ้มแอบขำกัน

“ดูจริตจะก้านแล้ว ฉันว่ายังไงน้องพฤกษ์ก็ไม่ใช่ เอ๊ะ...หรือนังโรสมันหลอกเราเพราะนางจะเก็บไว้กินเอง”

ถ่ายแบบเสร็จพฤกษ์เอากุญแจรถคืนโรสบอกว่า ตนจะขนเสื้อผ้ากับรองเท้าของเธอไปไว้ที่รถให้ จะได้กลับบ้านเสียที โรสขอบคุณแล้วพยายามถอดรองเท้าแต่ถอดไม่ออก พฤกษ์จึงไปช่วย แต่ดึงแรงไปหน่อยเลยดึงโรสล้มลงมาคร่อมบนตัวพฤกษ์เต็มๆ

ต้อยติ่งกับลูกเป็ดร้องกรี๊ดๆ และที่สำคัญน้ำหวานกับจัสมินเปิดประตูเข้ามาเห็นภาพนั้นพอดีถึงกับชะงักค้าง

พฤกษ์รีบลุกขึ้นทำหน้าไม่ถูก บอกเขินๆว่าที่เหลือให้คนอื่นช่วยถอดก็แล้วกัน รีบไปคว้าเป้ออกไปทันที

น้ำหวานยิ้มร้าย พึมพำสะใจ...

“เตรียมเป็นข่าวฉาวได้เลยนะจ๊ะโรสจ๋า คลิปอะไรก็สู้แรงเม้าท์จากปากพี่ๆ ไม่ได้หรอกจ้ะ ฮ่าๆๆ”

ooooooo

วันนี้ ปลัดมาที่ร้าน ดาวเรืองส่งบัญชีเลี้ยงเป็ดที่ปลัดทวงถามให้ บอกว่าขี้เกียจให้ทวง เดี๋ยวจะบ่นอีก

ปลัดรับบัญชีแล้วบอกดาวเรืองว่า นายอำเภอประกาศวันเลือกตั้งกำนันแล้ว ต่อไปตนคงช่วยอะไรมากไม่ได้ ดาวเรืองเข้าใจแต่ถามว่าปลัดพอรู้ไหมว่าหลวงตามีโอกาสสักกี่เปอร์เซ็นต์

ปลัดตอบไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ หลวงตามี 2 เสียงแล้ว คือตัวหลวงตาเองและผู้ใหญ่ลีบ้านดอนล้อมวัวซึ่งเป็นคนซื่อมือสะอาดไม่เลือกผู้ใหญ่ผันแน่ ดาวเรืองไล่เรียงว่าฝ่ายผู้ใหญ่ผันนอกจากผู้ใหญ่เลือกตัวเองแล้วก็มีผู้ใหญ่ไฝลุงของน้าปลีกน้าปลอด ส่วนผู้ใหญ่เวียงไม่แน่

“ไม่แน่อะไร เขาเป็นญาติกัน ยังไงก็ต้องลงคะแนนให้กันอยู่แล้ว เธอจะดึงคะแนนมาให้หลวงตางั้นหรือ ทำยังไง”

“ความลับ...เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะน่า” ดาวเรืองพูดทำหน้าเจ้าเล่ห์ ดึงสมุดบัญชีงานเลี้ยงเป็ดคืนจากปลัด

ปลัดมองดาวเรืองสงสัยว่ามีแผนอะไรอีกแล้ว...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 10:05 น.