นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แม่อายสะอื้น

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1
    • 2
    • 3
    • 4
    • 5

    ครู่ต่อมา ช่อเอื้องมาถึงสนามหญ้าหน้าบ้าน ดาวนิลที่รอท่าอยู่รีบพูดเข้าประเด็นเนื่องจากกลัวใครจะมาได้ยิน ขอร้องให้น้องพาพ่อกับกลองกลับแม่อาย แฟนเก่าของทรงพลกำลังจะทำอะไรบางอย่าง ตนไม่อยากเป็นกังวล ระหว่างที่หาทางบอกความจริง กับทรงพล ทันใดนั้นมีเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง

    “ถ้าเขาไม่อยากให้อยู่ก็พาพ่อกลับแม่อายเถอะช่อเอื้อง”

    ดาวนิลหันขวับไปมองต้องตกใจเมื่อเจอทอนยืนจ้องอยู่ ถามว่ามาได้อย่างไร แล้วนี่ช่อเอื้องเล่าอะไรให้ฟังบ้าง ทอนขอให้ช่อเอื้องได้พูดได้ระบายกับใครบ้าง จะต้องให้ทุกข์ใจอยู่คนเดียวจนตายอย่างนั้นหรือ ดาวนิลกร้าวใส่ตนไม่ใช่คนเดิมที่เขาจะมาสั่งสอนอีกแล้ว

    “นั่นสิ ดาวนิลเป็นดาราดังไปแล้วนี่นา...มีแต่ช่อเอื้องเท่านั้นที่คอยบอกใครๆว่าดาราคนนี้ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเธอ แต่อย่างว่าต่อให้เปลี่ยนไปยังไงทำไมคนในหมู่บ้านจะจำดาวนิลลูกสาวคนโตครูคำปันไม่ได้ แต่ที่ไม่มีใครพูดก็เพราะสงสารครูต่างหาก กลัวครูจะรู้ว่า ลูกสาวไปได้ดี แล้วลืมพ่อ ลืมน้องปล่อยให้ลำบากอยู่ที่แม่อาย”

    “พี่ทอน ถ้าพี่ไม่รู้อะไรก็ไม่มีสิทธิ์พูดแบบนี้” ดาวนิลตวาดลั่น ช่อเอื้องขอร้องทอนให้พอได้แล้วเดี๋ยวใครมาได้ยินจะเป็นเรื่อง ดาวนิลหาว่าเขาแค้นใจที่เห็นเธอได้ดีกว่า ตอนเจอกันครั้งสุดท้ายเขายังพูดจาดูถูกเธออยู่เลย ทอนแค่นหัวเราะสงสัยจะเป็นอย่างที่เธอว่า แล้วมองเธอหัวจดเท้า

    “คุณดาวนิลดูดีมากครับแต่สวยสู้ดาวนิลคนก่อนไม่ได้เลยสักนิด...ช่อเอื้องพี่กลับก่อนนะ ดูแลตัวเองดีๆล่ะ พี่เป็นห่วง” พูดจบทอนเดินผ่านดาวนิลออกไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง เธอโกรธจนพูดไม่ออก...

    หลังติดสินบนหลิวหลิวให้หักหลังดาวนิลไม่สำเร็จ จิดาภาจำต้องกลับมาใช้บริการของคุณนายติ๊ด กำชับว่าแผนเล่นงานดาวนิลครั้งนี้ต้องไม่ห่วยแตกเหมือนเมื่อคราวที่แล้ว คุณนายติ๊ดรับรองครั้งนี้จะไม่ให้พลาดอีก ต้องหาหลักฐานที่ทำให้มันดิ้นไม่หลุด จิดาภาอยากรู้ว่าหลักฐานอะไร

    “ทุกคนจะปิดปากช่วยกุมความลับให้นังดาวนิลมันหมดเลยเหรอคะ เป็นไปไม่ได้ ต้องมีสักคนสิที่ยอมพูดความจริงออกมา อาจจะเป็นใครสักคนที่เรายังหาไม่เจอ”

    วิไลกลับแม่อายคราวนี้ทรุดโทรมผิดหูผิดตา แทนที่ป้าบัวจะดีใจที่ลูกมา กลับตะคอกถามว่ากลับมาทำไม เธอตวาดแว้ดว่าเรื่องของเธอ ป้าบัวโวยไม่ใช่เรื่องของเธอคนเดียว เป็นเรื่องของตนด้วย ถ้าเธอไม่ทำงานที่กรุงเทพฯแล้วตนจะเอาเงินที่ไหนใช้ หลังๆมานี่ส่งเงินมาให้ก็ไม่ครบ วิไลรีบเปลี่ยนเรื่องเสมองกับข้าวตรงหน้า

    “กับข้าวบ้าอะไรเนี่ยมีแต่น้ำพริกก้นถ้วย มีอะไรให้กินดีกว่านี้ไหม”

    ป้าบัวแบมือขอเงิน ถ้าอยากจะกินอาหารดีๆก็เอาเงินมา วิไลชักฉุนแล้วเงินที่ส่งมาให้ก่อนหน้าตั้งเยอะตั้งแยะไปไหนหมด ป้าบัวอ้างว่าหมดแล้ว ต้องกินต้องใช้เหมือนกัน ปรากฏว่าเธอควักเงินให้แม่ยี่สิบบาท สำหรับซื้อกับข้าว ป้าบัวบ่นอุบตั้งแต่ออกจากบ้านยันถึงตลาดว่าเงินแค่นี้จะซื้ออะไรได้...

    จิดาภายังคงนั่งคุยอยู่กับคุณนายติ๊ดและผึ้ง แต่ไม่ได้เรื่องอะไรมากนัก ทั้งคู่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับดาวนิลว่าเป็นใครมาจากไหนทั้งที่ทำงานอยู่ด้วยกันเป็นปีๆ คุณนายติ๊ดอ้างว่าตอนนั้นไม่รู้จะซักประวัติมันไปทำไมก็แค่ลูกจ้างในร้าน ตอนที่เทวัญพามันมาตนยังคิดว่าเขาทำมันท้องเสียอีก แต่ที่ไหนได้แค่เด็กใจแตกที่เขาช่วยเอาไว้ ตนก็เลยไม่อยากลดตัวไปเสวนากับมัน จิดาภาซักว่ามันไม่เคยพูดถึงญาติพ่อแม่พี่น้องเลยหรือ

    “มันมีพ่อกับน้องค่ะ ที่มันชอบบอกว่าต้องโอนเงินไปให้ไงคะ” ผึ้งรายงานเอาหน้า

    “งั้นพ่อกับน้องมันหายหัวไปไหน มันเล่นละครออกทีวีขนาดนั้น ยังจะเงียบอยู่ได้”

    คุณนายติ๊ดหาว่าครอบครัวของดาวนิลคงจะร่วมหัวกันตั้งเป็นแก๊งต้มตุ๋นถึงได้ปิดปากเงียบ จิดาภาตั้งข้อสังเกตหรือไม่มันอาจจะลืมกำพืดตัวเอง ได้ดีเลยทิ้งพ่อทิ้งน้องก็ได้ ผึ้งไม่คิดเช่นนั้นเพราะมันหาเงินได้เท่าไหร่ก็ส่งให้ทางบ้านหมด ดูท่าแล้วน่าจะเป็นคนดีไม่ใช่พวกต้มตุ๋น พูดจบเงยหน้ามองจิดาภาเห็นสายตาพิฆาตรีบเปลี่ยนคำพูด ว่าดาวนิลแค่สร้างภาพความจริงแล้วมันเป็นคนเลว

    “แล้วทำยังไงถึงจะสืบได้ว่าพ่อกับน้องมันอยู่ไหน ถ้าสองคนนั่นยอมพูดนังดาวนิลมันคงแก้ตัวไม่ออก”

    คุณนายตัวแสบเอานิ้วแคะขมับทำเป็นคิดแต่ก็คิดไม่ออก จิดาภาเสนอจะซื้อเสื้อในร้านสักห้าชุด คงจะพอทำให้สมองของเธอแล่นขึ้นมาได้บ้าง คุณนายหัวเราะคิก ปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที เรื่องอะไรจิดาภาจะต้องไปสืบปูมหลังนังดาวนิลให้เหนื่อย แถมจะทำให้เราดูเป็นนางร้ายอิจฉานางเอก

    “มันเป็นดาราเป็นคนของประชาชน ไม่ใช่แค่พวกเราหรอกค่ะที่อยากขุดเรื่องส่วนตัวของมัน นักข่าวก็คงอยากได้ข่าวแซ่บๆมันๆเหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ” แผนการของคุณนายติ๊ดทำเอาจิดาภายิ้มออกมาได้

    ooooooo

    แม่นมน้อยรู้เรื่องที่ดาวนิลเรียกช่อเอื้องไปพบ จึงให้อ้อยไปตามตัวเธอมาเพื่อจะถามว่าดาวนิลเรียกไปทำไม ช่อเอื้องโกหกว่าไม่มีอะไร แค่เรียกไปหาเฉยๆ แม่นมน้อยไม่เชื่อพยายามคาดคั้นให้ตอบเธอกลับนั่งนิ่ง

    “ไม่ตอบ...ผู้หญิงคนนี้เป็นยังไงนะทำคนอึกอักไปกันหมด เมื่อก่อนก็คุณเทวัญ แล้วนี่ยังจะมาเป็นเราอีก”

    ช่อเอื้องก้มหน้าเงียบไม่พูดอะไรยิ่งทำให้แม่นมน้อยหงุดหงิด ครู่ต่อมา ช่อเอื้องเดินกลับไปที่ห้อง วรรณาซึ่งดักรออยู่ รีบดึงตัวไปยังมุมปลอดคนถามว่าเป็นอย่างไรบ้างแม่นมน้อยสงสัยอะไรไหม เธอพยักหน้าถึงจะสงสัยแต่ตนไม่ได้บอกอะไร วรรณาไม่เข้าใจดาวนิลเลย ช่อเอื้องอุตส่าห์ปิดความลับให้ขนาดนี้แล้วทำไมไม่เห็นความดีกันบ้าง ถึงกับต้องไล่เธอกลับแม่อาย ช่อเอื้องเชื่อว่าพี่คงกลัวถ้าเธอยังอยู่ที่นี่จะเสี่ยงให้ใครจับได้

    วรรณาอยากรู้ว่าช่อเอื้องจะเอาอย่างไรต่อไป เธอคงต้องขอร้องพ่อให้กลับแม่อาย วรรณาไม่เห็นด้วยทำแบบนั้นดาวนิลก็ลอยตัวสบายไป แล้วแดกดันเธอว่าเป็นคนดีมากไปหรือเปล่า

    “เปล่าหรอก แต่ฉันทนไม่ไหวแล้วต่างหาก ฉันเคยคิดว่าถ้าพี่เห็นฉันเห็นพ่อพี่จะคิดได้ ตอนอยู่ที่ทะเลพี่เขากอดฉัน ฉันนึกว่าฉันจะได้พี่ดาวนิลคนเดิมกลับมาแล้ว ที่ไหนได้พอกลับมากรุงเทพฯทุกอย่างก็เหมือนเดิม”

    “ถ้าเขาทำเธอเสียใจซ้ำซากขนาดนี้ก็ตัดเขาออกจากชีวิตไปซะ เขาไม่ใช่พี่เธออีกแล้วเขาคือคุณดาวนิล”

    ช่อเอื้องรับคำอย่างไม่ค่อยจะเต็มปากนัก...

    ณ ห้องพักหรูของดาวนิล หลิวหลิวถึงกับกุมขมับความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรก ไหนจะมีเรื่องที่พ่อกับน้องมาอยู่บ้านทรงพลซึ่งมียัยนมแก่คอยจับผิดดาวนิลอยู่ตลอด ไหนจะมีจิดาภาที่ประกาศว่าจะกลับมาเปิดศึกกับเธออีกรอบ แล้วนี่ทอนยังมาหาช่อเอื้องถึงที่บ้านทรงพลแถมยังบอกอีกว่าคนที่แม่อายรู้กันหมดว่าตัวจริงของดาวนิลเป็นใคร

    “ยังมีอีกเรื่องค่ะ ตอนอยู่ที่โรงแรมริมทะเล คุณทรงพลบังเอิญได้ยินดาวนิลกับคุณหมอเทวัญคุยกัน เขาไม่รู้ว่าเรื่องอะไรแต่เขารู้ว่าคุณหมอกับดาวนิลมีอะไรปิดบังเขาเรื่องในอดีตอยู่”

    หลิวหลิวลมแทบจับทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างสิ้นเรี่ยวแรง แนะให้ดาวนิลเลิกกับทรงพลให้รู้แล้วรู้รอด จิดาภาจะได้เลิกขุดคุ้ยประวัติของเธอ แล้วเธอก็จะได้ส่งพ่อส่งน้องกลับไปปิดปากคนที่แม่อายแค่นี้ปัญหาก็จบ ดาวนิลรักเขา ถ้าให้เลิกกับเขาเธอยอมเสี่ยงสารภาพความจริงกับเขาไปยังดีกว่า หลิวหลิวขอร้องให้ใจเย็นๆ มาไกลขนาดนี้แล้ว ขอให้การพูดความจริงเป็นทางเลือกสุดท้าย

    “แต่ดาวนิลกำลังจะแต่งงานกับคุณทรงพลนะคะ พี่จะให้ดาวนิลโกหกเขาไปตลอดชีวิตได้ยังไง”

    ผู้จัดการจอมเจ้าเล่ห์ไม่ได้หมายความอย่างนั้นแค่ให้หาเวลาเหมาะๆค่อยบอกแต่ไม่ใช่ตอนนี้

    ooooooo

    ในที่สุด ทรงพลก็หาทางจับเข่าคุยกันกับแม่นมน้อยเรื่องจะแต่งงานกับดาวนิลสำเร็จ แต่ท่านกลับไม่อนุญาตให้เขาทำอย่างนั้น ช่อเอื้องมาทันได้ยินโดยบังเอิญถึงกับชะงัก แม่นมน้อยปฏิเสธเสร็จจัดแจงขอตัวไปอาบน้ำนอน เขาพยายามขอร้องให้ท่านยอมรับดาวนิลเพราะเขารักเธอและอยากใช้ชีวิตร่วมกัน

    ป่วยการจะยกเหตุผลมาอธิบาย แม่นมน้อยยืนกระต่ายขาเดียวคัดค้านการแต่งงานครั้งนี้ หาว่าเขาไม่ทันมารยาผู้หญิงคนนี้ ที่เธอเดินลงทะเลเพื่อฆ่าตัวตายก็แค่เป็นแผนหลอกล่อเขาเท่านั้น

    “นมไม่อยากเห็นคุณพลเสียใจเพราะเชื่อใจคนผิด จนกว่าคุณดาวนิลจะพิสูจน์ความจริงออกมา นมคงอนุญาตให้คุณแต่งงานกับเธอไม่ได้”

    “ผมไม่ได้ขออนุญาตนม ผมแค่มาบอกให้นมทราบ”

    แม่นมน้อยตัดพ้อเดี๋ยวนี้เขาไม่เชื่อคำพูดของตนแล้วหรือ เขายอกย้อนท่านเองก็ไม่เชื่อเขาเหมือนกัน ท่านเชื่อว่าสักวันหนึ่งผู้หญิงคนนี้จะทำให้เขาเสียใจ ทรงพลไม่สนนั่นมันชีวิตเขาแม่นมน้อยไม่ได้มาเสียใจกับเขาสักหน่อย แม่นมน้อยงอนถ้าพูดแบบนี้เราคงไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก แล้วลุกออกไป...

    ฝ่ายช่อเอื้องไม่สบายใจกับเรื่องที่ได้ยิน นั่งเหม่อใจลอยอยู่มืดๆในครัว แม่นมน้อยเข้ามาเห็นเธอก็นิ่วหน้าแปลกใจค่ำมืดแล้วมาอยู่ที่นี่ทำไม เธอจะมาเอาน้ำไปให้พ่อ แล้วถามท่านว่าดึกแล้วทำไมยังไม่นอน ท่านนอนไม่หลับก็เลยออกมาเดินเล่น ช่อเอื้องนิ่งไปอึดใจก่อนจะตัดสินใจถามว่าทำไมท่านถึงไม่อยากให้ทรงพลแต่งงานกับดาวนิล ท่านรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีอะไรปิดบังอยู่ บอกว่าโตเมืองนอกแต่พอถามอะไรก็ตอบไม่ได้

    “ญาติพี่น้องก็ไม่มีสักคน แล้วทำตัวน่าสงสัยอีก จะให้ฉันไว้ใจผู้หญิงคนนี้ได้ยังไง”

    “แล้วถ้าคุณนมน้อยรู้ว่าคุณดาวนิลเขาโกหกจริงๆ”

    แม่นมน้อยเสียงกร้าวหากจับโกหกดาวนิลได้ไม่ใช่แค่ทรงพลเท่านั้นที่จะได้รู้ ท่านจะโทร.บอกนักข่าวให้ทั่วเลย คนหลอกลวงแบบนั้นไม่ควรจะมีหน้าออกทีวี ช่อเอื้องฟังแล้วอดเป็นห่วงพี่สาวไม่ได้

    คุยกับแม่นมน้อยเสร็จ ช่อเอื้องกลับเข้าห้องด้วยน้ำตานองหน้า คำปันได้ยินเสียงประตูลุกขึ้นถามว่านั่นช่อเอื้องหรือ เธอรับคำแล้วเข้าไปจับมือพ่อไว้น้ำตาหยดใส่มือท่านพอดี คำปันรู้สึกได้เอาอีกมือจับใบหน้าลูก

    นี่ร้องไห้ทำไม เธอโผกอดพ่อไว้ชวนให้กลับแม่อายอย่าอยู่ที่นี่อีกเลย คำปันซักทำไมมีใครทำอะไรเธอ

    “คือ...ฉันแค่คิดถึงบ้าน เรายอมลำบากกันหน่อยแต่เราก็มีความสุขกันดีไม่ใช่เหรอจ๊ะพ่อ ฉันรู้ว่าพ่อเป็นห่วงพี่ดาวนิล แต่พี่ดาวนิลเขาอาจจะอยู่สุขสบายดีก็ได้ เรากลับไปรอพี่ที่บ้านเถอะนะ วันหนึ่งพี่เขาอาจจะกลับไปหาเราที่โน่นก็ได้” ช่อเอื้องมองพ่อลุ้นหนัก คำปันนิ่งไปอึดใจก่อนจะพยักหน้าตกลง

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว
    23 ต.ค. 2564

    11:15 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 12:37 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์