ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ่วงบาป

SHARE
ตอนที่ 15

ถึงจะเลวร้ายอย่างไร แต่เทิดก็รักน้อยอย่างจริงใจ เขามายืนรอหญิงสาวที่หน้าเรือน เพื่อขอโทษที่ฉุดเธอไปครั้งก่อน แต่น้อยไม่สนใจ เทิดน้อยใจตัดพ้อที่เธอเห็นทัดดีกว่าตน เธอจึงย้ำ

“ลุงทัดใจคอไม่เหี้ยมโหดเหมือนคุณเทิด”

ตอนที่ 14

ระพีเอาหุ่นรานีกำหนัดวางบนพาน หยดเลือดลงบนหุ่นพึมพำคาถา...ใจเป็นของกู ตัวเป็นของกู เสพสมกายกู เสน่หาเพียงกู...รำพึงผ่านมาได้ยินแง้มประตูดูใจหายวาบ ผลักประตูเข้ามาปัดหุ่นกระเด็น ด้านหมอไสย เกิดควันพวยพุ่งเข้าหาตัว ถึงกับกระอักเลือดออกมา

รำพึงตวาดลูกทำอะไร ระพีกลัวลนลานร้องไห้ปฏิเสธพัลวัน รำพึงตบตีคาดคั้นให้บอก ว่าเอาของพวกนี้มาจากไหน ระพีสุดทนสวนกลับ

“ก็ทำแบบเดียวกับแม่นั่นแหละ ระพีรู้นะเมื่อก่อนคุณแม่ก็ทำเสน่ห์ใส่ผู้ชายแล้วคุณแม่มาตีระพีทำไม”

รำพึง โกรธจัด เหวี่ยงลูกกระเด็นปาดข้าวของทิ้ง ระพีร้องลั่นว่าเจ็บ รำพึงกราดเกรี้ยวใส่ว่าเจ็บแค่นี้ยังน้อยกว่าที่ตนเจ็บ เค้นถามลูกว่าหมอไสยทำอะไรหรือเปล่า ไม่ทันที่ระพีจะตอบเธอกระอักเลือดออกมาแล้วลงไปนอนชัก ตาค้าง รำพึงตกใจเห็นเลือดผสมหนอนยั้วเยี้ยบนพื้น

คุณพระไวกลับมาเห็นสภาพลูกสาว ก็ตกใจโอบกอด รำพึงยืนหน้าซีดเซียวไม่รู้จะบอกคุณพระอย่างไร โกหกไปว่าลูกกินอาหารผิดสำแดง...จวงแล่นมาขอความช่วยเหลือจากคุณพระเกิด พอคุณพระเกิดมาถึงเข้าตรวจอาการ ปากก็ถามว่าระพีสำรอกอาหารอะไรออกมาบ้าง

จวงโพล่งออกมา “มีแต่เลือดกับหนอนเจ้าค่ะ”

รำพึงถลึงตาใส่ จวงสะดุ้งหงอลง ทันใดระพีก็ลืมตาโพลงขึ้น สำรอกเลือดใส่หน้าคุณพระเกิด และบีบคอเขา “ไอ้ผีบ้า ออกไป ออกไป!”

คุณพระไวเข้าดึงลูกสาวออกปลอบ “ระพีนี่พ่อนะลูก พ่อของลูก ระพีเป็นอะไร ใครทำลูกบอกพ่อสิ”

ระ พีตาขวางเหม่อลอย คุณพระเกิดแปลกใจที่ชีพจรปกติ ไม่มีไข้ แต่การรับรู้ไม่ตอบสนอง ตนไม่เคยเห็นอาการแบบนี้มาก่อน ตนขอเวลากลับไปวินิจฉัยว่าอะไรทำให้ระพีเป็นแบบนี้ รำพึงกำหมัดแน่นด้วยโกรธแค้นหมอไสย

คุณพระไวคิดว่าจะส่งลูกไปรักษาที่ พระนคร แต่รำพึงไม่เห็นด้วยเพราะรู้ว่าไม่เป็นผล พอดีจวงเข้ามารายงานว่า พระยาสุรินให้คนมาเชิญคุณพระไปที่เรือน จวงรอจนคุณพระเดินไป ก็คลานเข้ากระซิบถามรำพึงว่า อาการแบบนี้คล้ายโดนของตํ่าเข้าตัว รำพึงหน้าเครียดรู้อยู่แก่ใจ

“อ้าว...ถ้าคุณระพีโดนของแล้วเมื่อคืนคุณรำพึงให้จวงไปตามคุณพระเกิดมาทำไมล่ะคะ”

“หรือเอ็งจะให้ข้าสั่งเอ็งไปตามไอ้หมอไสยมาแทนล่ะ ความลับของข้าจะได้แตกพอดี”

จวงตาเหลือก “หมอไสย! ไอ้หมอไสยที่มันเคย...”

รำพึงพยักหน้า จวงตบอกผาง “อกอีจวงจะแตก แต่มันตายไปแล้วนี่เจ้าคะ”

รำพึงว่า...ทีขุนพิทักษ์กับชุ่มยังฟื้นได้ นับประสาอะไรกับหมอไสย เธอสั่งจวงไปสืบหาว่ามันอยู่ที่ไหน...

วัน ต่อมา นวลถือตะกร้าอาหารเข้ามาในกระท่อมเก็บสมุนไพร ต้องตกใจเมื่อเห็นคุณพระเกิดทำแผลให้ทัดอยู่ คุณพระเห็นสีหน้านวลก็ถาม ทำไมทำหน้าแบบนั้น นวลอ้อมแอ้มไม่คิดว่าเขาจะมาช่วยทัด

“พี่เป็นหมอ มีหน้าที่รักษาคนเจ็บ ในเมื่อที่นี่มีคนเจ็บพี่ก็ต้องมารักษา ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม”

นวลยกมือไหว้ขอบคุณ คุณพระขอเปลี่ยนคำขอบคุณเป็นอย่างอื่น นวลนิ่งฟัง

“แบ่งความรักของเจ้ามาให้พี่บ้าง เพียงเศษเสี้ยวก็ยังดี”

นว ลนํ้าตารื้น คุณพระเข้ามาปาดนํ้าตาถามยํ้าว่าได้ไหม ไม่ทันที่นวลจะตอบ ทัดรู้สึกตัวร้องโอ๊ย...ออกมา นวลปราดเข้าหาทันที “ท่านขุน...”

คุณพระเกิดยังยกมือค้างมองภาพหญิงที่รักประคองชายอื่นอย่างเจ็บชํ้าใจ

ooooooo

ใน ขณะที่อัฐนั่งอ่านหนังสือเฝ้าระพีซึ่งนอนหลับอยู่ จู่ๆเธอก็ร้องกรี๊ดดิ้นพราด อัฐตกใจเข้าประคองแต่กลับถูกเหวี่ยงกระเด็น ระพีตามมานั่งคร่อมบีบคออัฐแน่น ตาขวางพึมพำคาถา

รำพึงเปิดประตูเข้ามา ตกใจรีบดึงลูกสาวออก เขย่าร่างให้รู้สึกตัว ระพีร้องกรี๊ดแล้วล้มพับลง อัฐโผเข้ารับร่างน้อง ถามแม่ว่าทำไมน้องเป็นแบบนี้ รำพึงนํ้าตาคลอเบ้าเป็นเพราะตนเอง

จวงทำทีมาจ่ายตลาด เลียบเคียงถามแม่ค้าว่ามีหมอทำเสน่ห์แถวนี้บ้างไหม แม่ค้าสวนว่าสารรูปอย่างนี้ต้องใช้หมอเก่งมากๆ แล้วบอกว่ามีหมอมาอยู่ใหม่ทางชายป่า จวงยิ้มเคืองๆ

ตอนที่ 13

ระพีตามหมอไสยมาถึงที่พักอย่างหวาดระแวงไม่ไว้ใจ ฟังเขาสาธยายวิธีทำเสน่ห์ ว่าจะทำให้เสน่ห์ติดตัวเธอไปชั่วกัปชั่วกัลป์ เธอถามถึงสนนราคาทันที หมอไสยฉายแววตากร้าว

“ชีวิตของเอ็ง ของพ่อแม่เอ็งยังไม่พอจ่ายเลย”

“ท่านหมายความว่ายังไง”

“เรื่องเงินทองไม่ต้องมาพูดกับข้า เอาเป็นว่าถ้าเอ็ง

อยากทำ ข้าก็จะทำให้ ไม่คิดแม้แต่สตางค์แดงเดียว”

หญิงสาวรู้สึกหวาดกลัว ขอกลับไปคิดดูก่อน หมอไสยย้ำ อย่าคิดนานเพราะของดีมาประเคนให้ตรงหน้า ไม่เอาก็โง่เต็มที ระพีหน้านิ่วกลับไป หมอไสยกระหยิ่มใจเพราะถ้าของต่ำๆเข้าไปอยู่ในตัวหญิงสาวเมื่อไหร่ คนที่จะเจ็บปวดเสียใจคือพ่อแม่ของเธอ

คืนนั้น เกลียวคิดถึงทัด จึงมาที่เรือนคุณพระเกิด ระหว่างนั้น ทัดเพ้อเรียกหาชุ่ม เกลียวได้ยินรู้สึกปวดใจ ไม่ทันไร นวลถือสำรับอาหารและยาเข้ามา พอเห็นเกลียวก็ถามตามมารยาทว่ามาเยี่ยมทัดหรือ เกลียวกลับไม่พอใจ

“ดิฉันเป็นคนพาพี่ทัดมาฝากไว้ ก็ต้องเป็นห่วงเป็นธรรมดา แต่ดูเหมือนคนที่นี่จะดูแลพี่ทัดให้ดิฉันเป็นอย่างดี”

นวลเห็นสายตาเกลียวก็พอเข้าใจ รีบออกตัวว่าที่ตนดูแลอย่างดี เพราะตอบแทนที่ทัดมีบุญคุณต่อตนและลูก เกลียวโต้ว่าทัดทำอะไรไม่หวังสิ่งตอบแทน เกลียวดึงสำรับจากมือนวล

“เดี๋ยวดิฉันจัดการเอง คุณนวลกลับขึ้นเรือนไปเถอะค่ะ คนที่คุณนวลควรจะดูแลน่าจะเป็นคุณพระเกิดมากกว่าไม่ใช่เหรอคะ”

นวลหน้าเสีย ทัดตื่นมาได้ยินเอ็ดเกลียวที่เสียมารยาท เกลียววางถาดปรี่เข้าประคองเขาซึ่งพยายามยืนกล่าวขอโทษ นวลและให้เกลียวขอโทษด้วย เกลียวหน้าตึง นวลบอกว่าตนไม่ถือสาแล้วขอตัว ทัดมองนวลที่เดินจากไปอย่างอาลัย อาวรณ์ เกลียวยิ่งเสียใจตัดพ้อ

“ในสายตาของพี่ ฉันทำอะไรก็ผิดใช่ไหม ทั้งๆที่ฉันพูดความจริง แทนที่คุณนวลจะดูแลผัวตัวเองกลับมาดูแลผู้ชายอื่น แบบนี้มันดีนักหรือไง ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากฉัน”

“ต่างสิ เพราะชุ่มเป็นเมียพี่เป็นคนที่พี่รัก แต่ที่เป็นแบบนี้เพราะเขาจำพี่ไม่ได้ พี่จะรอจนกว่าชุ่มจะจำพี่ได้ ถึงจะต้องรอไปตลอดชีวิต...พี่ก็จะรอ” ทัดมองเกลียวอย่างผิดหวัง บอกให้เธอกลับไปเสีย อย่าให้พระยาสุรินลงโทษอีก

เกลียวเสียใจวิ่งร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด คำยุยงของรำพึงผุดขึ้นในหัว ความริษยาแผ่ซ่านไปทั่วตัว เธอมุ่งหน้าไปหารำพึงทันที

ooooooo

บนเรือนคุณพระไว...รำพึงกับระพีกำลังโต้เถียงกัน รำพึงพยายามตักเตือนลูกสาวให้ใจเย็นๆอย่าทำอะไรวู่วาม รังแต่จะมัดใจเทิดไว้ไม่ได้ ระพีโกรธ
พลั้งปากออกไปว่า

“ระพีก็ไม่ต่างจากคุณแม่หรอกค่ะ เวลาอยากได้อะไรก็ต้องได้ คุณแม่อยากได้ใครคุณแม่ก็ต้องได้ ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม”

รำพึงเอะใจจะซักถามแต่ระพีชิงวิ่งหนีไปเสียก่อน จวงเดินเข้ามาถูกระพีชนกระเด็น

“ว้าย...ตาเถรหกตกใจหมดเจ้าค่ะ คุณหนูระพีเป็นอะไรไปเจ้าคะ ทูนหัวของบ่าวทำไมปึงปังเหมือนโดนผีเข้าเลยเจ้าคะ”

“ผีบ้าเข้าสิงตามเคย แล้วเอ็งวิ่งหน้าเริ่ดมา มีอะไรนังจวง”

จวงรีบรายงานว่าเกลียวมาขอพบ รำพึงยิ้มอย่างพอใจ ออกมาพบเกลียว เมื่อเกลียวยืนยันว่าไม่ต้องการเสียทัดไป รำพึงจ้องหน้าเกลียวย้ำ ถึงเวลาที่นวลจะต้องเจ็บปวดเสียบ้าง...ด้านระพีเข่นเขี้ยวอยู่คนเดียว ตัดสินใจจะทำด้วยตัวเองไม่ยอมเสียเทิดไปเด็ดขาด...

คืนนั้น ทัดนอนหลับฝันไปว่า ชุ่มกับน้อยยืนน้ำตาไหลมองเขา ก่อนจะพากันเดินเข้ากองไฟ เขาร้องห้ามสะดุ้งตื่นเหงื่อไคลแตก รู้สึกไม่สบายใจที่ฝันแบบนี้
จากคำพูดของเกลียวทำให้นวลครุ่นคิดมือค้างอยู่กับการปักผ้า คุณพระเกิดกลับมาส่งเสียงทัก เธอสะดุ้งเข็มตำมือ คุณพระรีบดึงมือเธอไปดูดซับเลือด นวลมองผู้ชายตรงหน้าอย่างสะท้อนใจก่อนจะดึงมือออก บอกเขาว่าไม่เป็นอะไรแค่เข็มตำนิดเดียว เขากลับดึงเธอไปกอด

“แม้เจ็บเพียงนิดเดียว พี่ก็ไม่ต้องการให้นวลเจ็บ... จริงๆพรุ่งนี้พี่ต้องไปดูสมุนไพรที่มากับเรือจากพระนคร แต่พี่คงของด ช่วงนี้มีแต่เรื่อง พี่กลัวว่านวลกับแม่น้อยจะมีอันตราย”

“อย่าให้ดิฉันกับลูกเป็นต้นเหตุให้คุณพี่ต้องเสียงานสิคะ ดิฉันกับลูกไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ อีกอย่างมีนายทัดอยู่ ยังไงเขาต้องปกป้องดิฉันอยู่แล้ว” นวลเผลอพูดออกมา

คุณพระเกิดน้อยใจ ที่เธอเห็นทัดเป็นคนสำคัญ นวลรู้สึกตัวรีบแก้ตัวว่า ตนหมายถึงที่เรือนมีผู้ชายอยู่บ้าง ไม่ได้มีแต่ผู้หญิงเหมือนก่อน คุณพระเกิดถอนใจ เตือนนวลกับลูกอย่าออกจากเรือนไปไหนเวลาที่ตนไม่อยู่ นวลรับคำ แต่คุณพระยังกังวลใจเรื่องของทัด

ooooooo

วันรุ่งขึ้น อัฐแต่งตัวจะออกไปหาน้อย รำพึงทำทีขอให้อยู่เป็นเพื่อนรอรับหน้าคุณพระไวที่จะกลับมาวันนี้ แต่แล้วเธอก็วางยานอนหลับลูกชายเพื่อไม่ให้ขวางแผนร้ายของตน

ขณะที่นวลทำอาหารอยู่ เกลียววิ่งหน้าตื่นมาบอกว่า คุณพระเกิดถูกโจรทำร้ายที่ท่าเรือบาดเจ็บสาหัสกลับมาไม่ไหว พักอยู่กลางป่า นวลร้อนใจจะไปหา น้อยขอตามไปด้วย เพราะว่าตนรู้เรื่องสมุนไพรที่พอรักษาได้ เกลียวอึดอัดใจไม่รู้จะห้ามน้อยอย่างไร ต้องปล่อยเลยตามเลย

เกลียวนำสองแม่ลูกมาถึงกระท่อมกลางป่า นวลแปลกใจที่ไม่มีคนของคุณพระเกิดอยู่เลย ไม่ทันที่เกลียวจะแก้ตัว ชายร่างกำยำสองคนก็เข้ารวบตัวนวลกับน้อย แล้วหันไปบอกเกลียวว่า

“งานของคุณเกลียวเสร็จแล้ว แต่นายสั่งว่าให้คุณเกลียวรออยู่นี่ก่อน”

นวลกับน้อยมองหน้าเกลียวอย่างตกใจ “น้าเกลียวทำแบบนี้กับน้อยและแม่ได้อย่างไร”

“น้าไม่ได้ตั้งใจจะทำแม่น้อย ก็น้าบอกแล้วไม่ให้แม่น้อยมา”

นวลขอร้องเกลียวอย่าให้พวกนี้ทำร้ายตนกับลูก เกลียวเริ่มสั่นด้วยความหวาดกลัว ชายคนหนึ่งคำรามใส่ ถึงอย่างไรก็ไม่รอด น้อยต่อสู้ดิ้นรน นวลเข้าช่วยลูกแต่กลับถูกเหวี่ยงไปล้มหัวกระแทกพื้นอย่างแรงสลบไป เกลียวยิ่งตื่นกลัว สองแม่ลูกถูกลากเข้ากระท่อม

ทัดได้ยินคนในเรือนคุยกันเรื่องคุณพระเกิดก็ตกใจ พอรู้ว่านวลกับน้อยออกไปกับเกลียวให้สงสัย เขารีบตามไป เผอิญสวนกับคุณพระเกิดหน้าเรือน “คุณพระ! ทำไมคุณพระอยู่ที่นี่”

คุณพระเกิดงง แต่พอทัดบอกว่านวลกับน้อยตามไปหาเขาเพราะโดนโจรทำร้ายบาดเจ็บสาหัสก็ตกใจ รีบพากันไปตามหา

ในกระท่อม น้อยร้องไห้ปลุกนวลให้ฟื้น ทั้งสองถูกมัดมือไพล่หลัง น้อยเห็นเลือดไหลออกจากหน้าผากแม่จึงร้องขอให้เกลียวช่วยด้วย เกลียวยืนกระวนกระวายอยู่หน้ากระท่อม คิดถึงความมีนํ้าใจของนวลกับคุณพระเกิดให้หดหู่ ตัดสินใจขอร้องคนของรำพึง ปล่อยนวลกับน้อยโดยตนจะจ่ายค่าจ้างเพิ่มเป็นสองเท่า สองคนลังเล จังหวะนั้นรำพึงก้าวเข้ามา

“ใครปล่อยพวกมัน ข้าเอาตาย” แล้วหันมาตวาดเกลียว “เกิดบ้าอะไรขึ้นมา อยากกำจัดนังนวลมันนักหนาไง”

“ฉัน...ฉันทำไม่ลง ความริษยามันทำให้ฉันตาบอด แต่ตอนนี้ฉันได้สติแล้ว ฉันฆ่าพวกเขาไม่ได้”

รำพึงตบเกลียวหน้าหัน “อย่ามานํ้าเน่าใส่ฉัน!”

เกลียวหันมองรำพึงด้วยความโกรธ ตัดสินใจเข้าไปช่วยนวลกับน้อย รำพึงโมโหสั่งจับเกลียวซ้อมแล้วขังรวมกับนวลและน้อย เผาทั้งสามคนพร้อมกัน ไม่มีใครหน้าไหนขวางตนได้

ทัดกับคุณพระเกิดเที่ยวเดินถามชาวบ้านมีใครเห็นนวลกับน้อยผ่านมาบ้าง จนแทบหมดแรง...ควันไฟโหม น้อยพยายามปลุกนวลและเกลียวให้ฟื้น เกลียวสำลักควันรู้สึกตัว เห็นสภาพตัวเองก็เสียใจพรํ่าขอโทษน้อย

ด้านนอก รำพึงจ่ายอัฐค่าจ้างลูกน้อง หันมองดูเพลิงไฟอย่างสะใจก่อนจะกลับไป ควันไฟพวยพุ่ง ทำให้ทัดกับคุณพระเกิดเห็น รีบมุ่งหน้ามาทันที...คุณพระไวเดินทางกลับมาเห็นควันไฟรีบไปดูเผื่อมีใครต้องการความช่วยเหลือ

ทัดกับคุณพระเกิดมาถึงหน้ากระท่อม ได้ยินเสียงน้อยร้องเรียกนวลให้ฟื้น ทั้งสองตกใจ  ฉับพลัน ทัดกระโจนเข้าไปช่วย เห็นน้อยกับเกลียวสำลักควัน น้อยร้องบอกให้เขาช่วยนวลก่อน เขาจึงเข้าอุ้มนวล คุณพระเกิดตามมาอุ้มน้อย ทัดพยายามจะช่วยเกลียวออกไปด้วย แต่เธอสำลักควันจนไปไม่ไหว เธอเอ่ยปากขอโทษและให้ช่วยนวลออกไปก่อน ทัดตัดสินใจอุ้มนวลออกไป แล้วจะกลับเข้าไปช่วยเกลียวอีกที แต่ไม่ทันที่จะกลับเข้าไป หลังคากระท่อมถล่มลงไฟลุกโหม

“เกลียว!” ทัดตกใจร้องลั่น

คุณพระไวมาถึงเห็นทัด เขาแทบช็อกที่ขุนพิทักษ์ยังไม่ตาย และเห็นชุ่มอยู่ในอ้อมกอดคุณพระเกิด

ooooooo

ด้านระพีตัดสินใจมาหาหมอไสยให้ลงเสน่ห์ หมอไสยหัวเราะสะใจคิดถึงสิ่งที่รำพึงทำกับตน โดยไม่เฉลียวใจสักนิดว่า กำลังทำร้ายลูกตัวเอง เขาบริกรรมคาถาลูบไล้ทองตามแผ่นหลังระพี สีหน้าเข่นเขี้ยวที่ได้ชำระแค้นเสียที

แม้ระพีจะรู้สึกขยะแขยงสัมผัสของหมอไสย แต่เธอก็อดทน จนกระทั่ง หมอไสยลูกไล้มาถึงแขนและบีบแขนเธออย่างแรง เธอตกใจจะวิ่งหนี หมอไสยกดหัวเธอท่องคาถา แล้วพ่นเลือดผสมหนอนใส่หน้า เธอร้องกรี๊ดก่อนจะสลบลง เขาหัวเราะดวงตาดูเหี้ยมเกรียม

“ของตํ่าที่อยู่ในตัวเอ็งจะทำให้เอ็งเจ็บปวดปางตาย เอ็งต้องชดใช้ในสิ่งที่แม่เอ็งทำกับข้า”

ขณะที่ รำพึงกลับถึงเรือนท่าทางดีใจที่ฆ่าชุ่มกับลูกได้ จวงเข้าสอพลอ “แบบนี้ถ้าท่านขุนพิทักษ์รู้เข้าต้องตรอมใจตายตามนังชุ่มไปแน่ๆเจ้าค่ะ”

รำพึงหุบยิ้มเข่นเขี้ยว “ถ้าคุณพี่จะตาย ก็ต้องตายเพราะข้าไม่ใช่นังชุ่ม”

ทันใด คุณพระไวก้าวเข้ามาหน้าตาโกรธขึ้ง จวงกระเด้งออกอุทาน “คุณพระช่วย! ท่าทางแบบนี้ต้องมีใครสักคนตายก่อนแน่ๆ จวงไปดีกว่านะเจ้าคะ”

“ไอ้พิทักษ์มันยังไม่ตาย!” คุณพระไวกราดเกรี้ยว รำพึงตกใจจะแก้ตัว คุณพระดักคอ “น้องรู้แต่น้องปิดพี่ มีเหตุผลอะไรที่น้องไม่บอกพี่”

“คือ...น้องก็เพิ่งรู้ตอนคุณพี่ไม่อยู่นี่ล่ะค่ะ”...คุณ พระไวไม่เชื่อ รำพึงเริ่มโกรธ “คุณพี่จะมาคาดคั้นน้องให้ได้อะไร”

“หัวใจน้องยังมีไอ้พิทักษ์มันอยู่ตลอดเวลาใช่ไหม 15 ปีมานี้ หัวใจของน้องมีแต่มัน ความแค้นของน้องจึงไม่รู้จักจบสิ้น...คุณนวลเมียคุณพระเกิดหน้าเหมือนนังชุ่มอย่างกับคนคนเดียวกัน ไม่ใช่สิ คุณนวลก็คือนังชุ่ม น้องก็เลยคิดจะจัดการนังชุ่ม เพื่อจะได้เสพสุขกับไอ้พิทักษ์ใช่ไหม” คุณพระไวช้ำใจเข้าเขย่าตัวรำพึง “คนต่อไปที่น้องอยากให้ตายคือพี่รึเปล่า ตอบมาสิ หัวใจน้องไม่เคยมีพี่อยู่เลยใช่ไหม ตอบมาสิรำพึง ตอบมา...”

รำพึงสะบัดตัวออก ตบหน้าคุณพระไว “หยุดดูถูกน้องได้แล้ว เสียแรงที่ร่วมใช้ชีวิตด้วยกันมา”

“แล้วจะให้พี่คิดยังไง ที่น้องทำทุกอย่างนี้จะให้พี่คิดยังไง”

“ที่ผ่านมา คุณพี่ได้ตัวน้องมาครอบครองสมใจแล้วยังจะเรียกร้องอะไรอีก ถ้าคุณพี่โลภมากแบบนี้ ระวังจะไม่เหลืออะไรเลย”

“ชีวิตของพี่ไม่เคยต้องการอะไร นอกจากน้องรำพึงเพียงคนเดียว น้องเคยรักพี่บ้างไหม”

รำพึงไม่ตอบหันหลังเดินจากไป ทำให้น้ำตาแห่งความเจ็บใจของคุณพระไวไหลออกมา เขาเคียดแค้น โทษเป็นเพราะขุนพิทักษ์ ระหว่างนั้น อัฐตื่นขึ้น รู้สึกปวดหัวมึนตึ้บ คุณพระไวเปิดประตูพรวดเข้ามากระชากคอเขากราดเกรี้ยวใส่ ว่าไม่น่าเลี้ยงเลือดชั่วๆอย่างเขาไว้ อัฐตกใจถามคุณพ่อมีอะไร คุณพระสวน คนอย่างเขาไม่มีสิทธิ์มาเรียกตนว่าพ่อ

รำพึงตามมากระชากคุณพระไวออก ถ้าจะทำอะไรอัฐให้ข้ามศพตนไปก่อน คุณพระไวยิ่งเจ็บแค้นโพล่งออกมา “รักมันมาก น้องรักเลือดของมันมากกว่าพี่ ทำไมน้องทำกับพี่แบบนี้”

“ใครเคยบอกว่าถ้าน้องอยากได้อะไรก็จะถวายให้ ใครเคยบอกว่ารักน้องจนแลกได้แม้แต่ชีวิตตัวเอง ถ้าทำไม่ได้อย่างที่พูดก็อย่ามาบอกว่ารักน้อง คุณพี่ไม่รักน้องแล้วเหรอคะ”

คุณพระไวโดนบีบคั้นด้วยคำถามที่ไม่อาจปฏิเสธได้ จำต้องหันกลับออกไป อัฐยังตกใจ ทำไมพ่อถึงโกรธตน รำพึงปลอบว่า พ่อไม่ได้โกรธเขาแต่โกรธแม่ เธอกอดอัฐอย่างปกป้อง

ooooooo

โถงเรือน คุณพระเกิดกำลังปฐมพยาบาลน้อยซึ่งนอนหมดสติ ทัดเฝ้ามองอย่างห่วงใย คุณพระขอบใจทัดที่ช่วยลูกเมียตนไว้อีกครั้ง ทัดตอบว่าเขายอมตายดีกว่าเห็นทั้งสองคนเป็นอะไรไป คุณพระสะดุดหูย้อนถามว่าเขาเป็นใครกันแน่ จังหวะนั้น น้อยฟื้นขึ้นมา

“ยัยน้อย! ลูกเป็นยังไงบ้าง”

“น้อยไม่เป็นอะไรค่ะ แม่นวลเป็นยังไงบ้างคะ”

คุณพระเกิดบอกว่านวลนอนอยู่ในห้องยังไม่ฟื้น เขาไม่อยากเชื่อว่าเกลียวจะทำแบบนี้

“ดูเหมือนน้าเกลียวจะต้องการทำร้ายแม่นวลมากกว่าน้อย แต่พวกที่จับน้อยบอกว่า มีอีกคนที่จ้างพวกเขา” ...ทัดสะดุ้งกำหมัดแน่นเพราะเชื่อว่าเป็นรำพึงแน่
ไม่นาน ระพีฟื้นขึ้นมา ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง หมอไสยหัวเราะบอกว่า เธอสลบไปเพราะต้านมนต์ของตนไม่ได้ ตอนนี้ตนทำพิธีเสร็จแล้ว เขาส่งหุ่นรานีกำหนัดให้

“เอาหุ่นนี่ไปบูชา และให้หุ่นกินเลือดในเวลาที่เอ็งต้องการให้ผู้ชายหลงเสน่ห์เอ็ง” ระพียื่นมือรับ หมอไสยดึงไว้ ย้ำ “ผลที่เอ็งจะได้รับ มันจะเปลี่ยนชีวิตเอ็งไปจนตาย”

ระพีดึงหุ่นมาแล้วลุกออกไป หมอไสยหัวเราะไล่หลังจนเธอแปลกใจ...กลับมาถึงเรือน ระพีเห็นคุณพระไวยืนครุ่นคิด สีหน้าเศร้าหมองก็ตกใจรีบซ่อนหุ่น ทำทีเข้าไปกอดประจบ ทำให้คุณพระรู้สึกว่ายังเหลือลูกสาวที่รักตนอย่างจริงใจ เขาแปลกใจจะถามว่าลูกไปไหนกลางค่ำกลางคืน ระพีตัดบทขอตัวไปนอน อ้างว่าง่วง...พอเข้ามาในห้อง ระพีแกะหุ่นรานีกำหนัดออกจากห่อผ้าดูด้วยความดีใจที่เทิดจะต้องหันมารักตน

ooooooo

รุ่งเช้า บนเรือนคุณพระเกิด ทั้งคุณพระ น้อย และทัด ยังนั่งเฝ้านวล เธอฟื้นขึ้นมามองไปรอบห้อง พอเห็นหน้าทัดก็ดีใจโผกอด คุณพระเกิดกับน้อยตกใจ ทัดค่อยๆดันตัวเธอออก คุณพระถามว่ารู้จักกันมาก่อนหรือ ทัดรีบปฏิเสธ นวลหน้านิ่วจะร้องไห้ “ทำไมท่าน...”

ทัดแทรก “กระผมไม่รู้จักกันมาก่อนจริงๆขอรับ หัวคุณนวลถูกกระแทกและเพิ่งฟื้น คุณนวลอาจจะจำอะไรสับสน กระผมไม่มีบุญจะได้รู้จักคนอย่างเธอหรอกขอรับ”

นวลผงะ “ขอโทษ ฉันคงสับสน คนอย่างฉันคงไม่มีวันรู้จักกับคนอย่างนาย”

ทัดรีบขอตัวกลับ คุณพระเกิดสังเกตอาการของทั้งสอง นวลสบตาคุณพระพยายามเก็บอาการ ล้มตัวลงนอน น้อยบอกพ่อว่า แม่คงอยากพักผ่อน จึงชวนออกจากห้อง

ทัดเดินเร็วรี่ให้พ้นเรือน มาหยุดยืนเสียใจในสวน คุณพระไวก้าวมาขวางหน้า

“เอ็งนี่มันตายยากจริงๆนะไอ้พิทักษ์”

ทัดตกใจเล็กน้อย เขาหมดสิ้นความโกรธแค้นต่อคุณพระไวแล้ว ขอให้ต่างคนต่างอยู่ คุณพระกระชากแขนทัดกราดเกรี้ยว

“แต่ใจของเมียข้าไม่เคยลืมเอ็ง เวรกรรมของเอ็งกับข้าคงไม่มีวันหมด” คุณพระไวชกหน้าทัด “นี่สำหรับสิบห้าปีที่เอ็งไม่เคยตายไปจากใจรำพึง...นี่สำหรับเลือดชั่วของเอ็งที่ข้าต้องทนเลี้ยงมัน ทั้งๆที่ข้าเกลียดมันเข้าไส้” คุณพระชกเข้าอีกหมัด

แต่แรกทัดไม่ตอบโต้ แต่พอได้ยินเรื่องลูก เขาพุ่งเข้ากระชากคอคุณพระไว คุณพระสวนให้จำไว้ว่าลูกเขาอยู่ในกำมือตน ทัดชะงัก เดาไม่ออกว่าคุณพระไวมีแผนการอะไรอยู่...

ในวันเดียวกัน รำพึงออกมาตลาดกับอัฐ อัฐขอไปเอากริชที่ร้าน รำพึงยืนเลือกของอยู่มุมหนึ่ง ทัดเข้ามาดึงมือเธอ หน้ารำพึงประชิดหน้าเขา ทัดถามเสียงเข้ม เป็นฝีมือเธอใช่ไหมที่เผากระท่อม รำพึงยิ้มเยาะ ถ้าใช่แล้วจะทำไม ทัดของขึ้นทันที

“ถ้าเจ้าอยากฆ่าใคร คนคนนั้นควรจะเป็นพี่ไม่ใช่ชุ่ม ถ้าเจ้าไม่ยอมหยุดทำร้ายชุ่ม พี่จะไม่นิ่งให้เจ้าทำฝ่ายเดียวอีกแล้ว”

“คุณพี่จะทำอะไร คุณพี่จะฆ่าน้องหรือไง เอาสิถ้าทำได้ก็เอาเลย มันคงจะดีถ้าน้องได้ตายในมือคุณพี่ เอาสิเอาเลย” รำพึงจับมือทัดให้บีบคอตัวเอง

ทัดผลักเธอล้มลง อัฐเข้ามาเห็นรีบประคองแม่ รำพึงได้ทีร้องให้อัฐช่วยว่าทัดทำร้าย ทัดตาเหลือกปฏิเสธเสียงสั่น อัฐชักกริชออกมาขู่ พอเห็นกริชทัดจำได้ว่าเป็นของตัวเอง อัฐขู่อย่ามาทำร้ายแม่ตนอีก รำพึงยิ้มเยาะไล่ให้เขากลับไป ทัดเจ็บช้ำที่ลูกในไส้เห็นเขาเป็นศัตรู

ooooooo

พอพระยาสุรินรู้ว่าเกลียวเสียชีวิตก็เสียใจ คุณพระไวใส่ไฟว่าเป็นฝีมือทัด เทิดได้ทียุพ่อให้ฆ่าทัดเสีย เทิดพาลูกน้องมาจับตัวทัด ทัดต่อสู้แต่ยังโดนยิงหัวไหล่บาดเจ็บหลบหนีไปได้

น้อยพบทัดบาดเจ็บก็ตกใจจะพากลับเรือน แต่เขาบอกว่าไม่ได้ เกรงคุณพระเกิดจะเดือดร้อน น้อยตัดสินใจพาเขาไปหลบในกระท่อมเก็บสมุนไพร ทำแผลเบื้องต้นแล้วกลับมาตามพ่อที่เรือน แต่คุณพระเกิดยังไม่กลับ พอนวลรู้เรื่องก็ใจหายรีบไปดูแลทัด ให้น้อยรอพ่อที่เรือน

เมื่อนวลเห็นชายอันเป็นที่รักนอนซมเพราะพิษไข้ ก็เข้าไปลูบเนื้อตัวน้ำตานองหน้า ทัดลืมตาขึ้นมา นวลรีบถามว่าลืมตนแล้วจริงๆหรือ ทัดใจอ่อนยวบ
“ชุ่ม...ข้าไม่เคยลืมเจ้า ไม่มีวันลืม”

“แล้วทำไมถึงบอกว่าไม่รู้จักข้า ท่านไม่รักข้าแล้วใช่ไหม”

“รักของข้าติดตามเจ้าไปทุกที่ แต่ตอนนี้ข้าไม่สามารถจะปกป้องเจ้าได้ ข้าต้องการให้เจ้ามีความสุข มีชีวิตที่ดี มีคนที่ดีอยู่เคียงข้าง ข้าไม่อยากทำให้เจ้าต้องลำบากอีกต่อไป”

“ท่านใจร้าย...ท่านไม่เคยถามข้าสักคำว่าข้าต้องการได้อะไร ชีวิตนี้ข้าไม่สามารถรักใครได้อีก นอกจากท่าน แล้วท่านจะผลักไสข้าไปให้คนอื่นอย่างนั้นเหรอ...คนใจร้าย”

ทัดเห็นนวลร้องไห้ตัวโยน ก็ยันตัวลุกขึ้นดึงเธอมากอดด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก โดยไม่รู้เลยว่า คุณพระเกิดยืนมองอยู่หน้ากระท่อมด้วยสีหน้าสับสน

นวลกลับมาที่เรือน เข้ามาในห้องเห็นคุณพระเกิดนั่งอยู่มืดๆ จึงไปเปิดไฟ เขาเสียงกร้าวขึ้นว่า...คนโกหก นวลแปลกใจว่าพูดอะไร

“หลอกลวงผู้ชายอย่างพี่ได้ มันสนุกมากใช่ไหมชุ่ม”

นวลตกใจที่เขาเรียกชื่อ คุณพระเกิดเข้าบีบแขนเธอ ต่อว่าสนุกมากไหมที่รวมหัวกันหลอกตน “ตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่ไม่เคยได้นอนกอดเจ้า ไม่เคยได้นอนกอดเมียตัวเอง คนอย่างพี่มันไม่ดีพอสำหรับเจ้าใช่ไหม พี่ยอมทุกอย่างเพื่อเจ้า แต่เจ้ากลับตอบแทนพี่แบบนี้ ไม่มีผู้ชายคนไหนทนเห็นเมียตัวเองปันใจให้ผู้ชายคนอื่นได้หรอก”

คุณพระเกิดขาดสติทำรุนแรงกับหญิงที่รัก ทั้งที่ไม่เคยแตะต้องตัวเธอมาก่อน เขาปลุกปล้ำเธอ นวลร้องไห้สะอึกสะอื้นนอนนิ่ง เตือนสติเขา

“ถึงแม้ว่าตัวฉันจะเป็นของคุณพี่ แต่หัวใจของฉันมีเพียงรักเดียวไม่เปลี่ยนแปลง”

คุณพระเกิดได้สติผละออก “พี่ขอโทษ พี่ไม่เคยคิดจะทำร้ายนวล”

นวลลุกขึ้นกระถดหนี คุณพระเกิดเห็นท่าทีหวาดกลัวของนวลให้เสียใจยิ่ง “พี่เคยคิดว่าจะใช้ความรักทั้งหมดของพี่ทำทุกอย่างเพื่อแลกกับหัวใจของนวล แต่ตอนนี้พี่รู้คำตอบแล้ว ว่าพี่คงไม่มีวันได้มันมา”

“บุญคุณที่คุณพี่มีให้ ดิฉันคงตอบแทนได้ไม่หมดในชาตินี้ แต่หัวใจของดิฉันรักท่านขุนได้เพียงคนเดียวเท่านั้น”

คุณพระเกิดกำมือแน่น มองนวลด้วยแววตาของผู้แพ้ ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง นวลมองตามหลังเขาร้องไห้ด้วยความเสียใจ

ooooooo

ตอนที่ 12

การปฏิเสธของคุณพระเกิด เป็นเรื่องซุบซิบกันในหมู่แม่ค้า ว่าขนาดคนใหญ่คนโตอย่างพระยาสุริน มาสู่ขอลูกสาวให้ลูกชายยังไม่ได้ นับประสาอะไรกับคนธรรมดาทั่วไป เผอิญระพีมาเดินตลาดได้ยินแม่ค้าเม้าท์กัน เหลือบเห็นน้อยกำลังเลือกซื้อผ้าอยู่กับสาวใช้ ก็หมั่นไส้รีบปรี่เข้าไปหาเรื่อง

ระพีแกล้งเข้าไปแย่งผ้าชิ้นที่น้อยเลือกและผลัก เธอล้มลง สาวใช้ที่มาด้วยต่อว่าระพี น้อยปราม ทำให้ระพีได้ใจถากถาง

“พ่ีเทิดพี่อัฐไม่ได้อยู่แถวนี้ หล่อนไม่ต้องแกล้งทำใสซื่อเป็นคนดีหรอกย่ะ มันทุเรศลูกตา”

รำพึงกับจวงตามมาเห็น รำพึงเอ็ดระพีแล้วเข้าประคองน้อยให้ลุกขึ้น สั่งระพีขอโทษน้อยแต่เธอไม่ยอมร้องกรี๊ดวิ่งหนีไป รำพึงหันมาขอโทษขอโพยน้อยแทนลูกสาว

กลับถึงเรือน รำพึงด่าว่าระพี “แม่ไม่คิดเลยว่าแกจะโง่ขนาดนี้ แกจะทำอะไรหัดคิดบ้างสิ ถ้าแม่น้อยเกลียดแก แม่น้อยจะพาลเกลียดเราเกลียดตาอัฐไปด้วย”

“อ๋อ...ที่แท้คุณแม่ก็กลัวพี่อัฐไม่ได้สมหวังกับนังน้อย”

“และแกก็จะไม่ได้สมหวังกับพ่อเทิด” รำพึงสวนทันที

ระพีชะงักแต่อดน้อยใจไม่ได้หาว่าเป็นข้ออ้าง เพราะเชื่อว่าแม่ไม่รักตน รำพึงโต้ว่าระพีเป็นลูกทำไมจะไม่รัก ระพีโวยถ้ารักจะด่าว่าตนต่อหน้าคนอื่นให้อับอายทำไม

“แกทำตัวเองทั้งนั้น ถ้าแกอยู่เฉยๆทำตามที่แม่บอก แม่จะทำให้แกได้ทุกอย่างที่แกต้องการ”

“ระพีไม่เชื่อ ขนาดความรักคุณแม่ยังให้ระพีไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับอย่างอื่น คุณแม่รักแต่พี่อัฐ คุณแม่ไม่รักระพี”

รำพึงโกรธตบหน้าระพี อัฐกับจวงเดินเข้ามาเห็นตกใจ ระพีร้องไห้โฮวิ่งเข้าห้อง อัฐจะตามไปดูน้อง รำพึงห้ามปล่อยเธอบ้าเสียให้พอ ระพีร้องไห้รำพันหาพ่อ
ในขณะที่คุณพระไวมาดูอาการหลวงตามั่นที่อาพาธหนัก หลวงตาตำหนิเด็กวัดที่ส่งข่าวไปรบกวนคุณพระให้ลำบาก

“ลำบากแค่ไหนกระผมก็ต้องมาขอรับ กระผมเอายาฝรั่งมาให้ด้วย หลวงตาฉันแล้วจะได้หายป่วย”

“ตารู้เวลาของตัวเองดี...”

“หลวงตาต้องหาย ต้องอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ให้กระผม”

“ไม่มีใครห้ามความตายได้หรอก แล้วอีกอย่าง ความตายก็ไม่ใช่สิ่งน่ากลัว ถ้าตอนอยู่เราได้ทำความดี ดำเนินชีวิตด้วยสติไม่ปล่อยให้กิเลสตัณหาใดๆมาบดบังชีวิตของเรา เมื่อตายไป...เราก็ไม่มีบาปกรรมใดติดตามไปให้เราต้องชดใช้”

“หลวงตาอย่าพูดแบบนี้สิขอรับ กระผม...” คุณพระไวพูดไม่ออกว่าใจไม่ดี

หลวงตาลูบหัวปลอบ “เมื่อใดที่เจ้าระลึกถึงคำสอนเหล่านี้ของตา นั่นก็เท่ากับว่า ตาอยู่กับเจ้าเสมอ”

คุณพระไวน้ำตารื้น ด้วยรู้ว่ามีเพียงหลวงตาที่ให้ อภัยและเป็นกำลังใจให้ตนเสมอ ไม่ว่าตนจะทำเลวเพียงใด พลัน หลวงตาเห็นภาพในนิมิตว่าสัมภเวสียืนจ้องเขาเต็มห้องนอน หลวงตาตกใจ ขอให้เขานอนค้างคืนที่วัด แต่คุณพระไวแค่เพียงแปลกใจไม่ทันถามเหตุผล ลูกน้องเอายามาให้หลวงตาเสียก่อน พอหลวงตานอนหลับ เขาก็กลับไปพักที่เรือนเก่า ระหว่างทางมีสายตาจับจ้องตามเขาไปจนถึงเรือน นั่นคือหมอไสย ซึ่งยังไม่ตายและกลับมาด้วยความแค้น

ooooooo

ต่อมา รำพึงจัดแจงให้จวงอบร่ำผ้าสวยๆเพื่อให้อัฐเอาไปฝากน้อย โดยไม่ต้องบอกว่าแม่ทำให้ แต่อัฐไม่อยากโกหก จวงแอบปลื้มช่างเป็นคนดีอะไรเช่นนี้ ผิดพ่อผิดแม่จริงๆ

รำพึงย้ำ “อัฐลูกรัก ถ้าอัฐเป็นห่วงแม่รักแม่ อัฐต้องแต่งงานกับแม่น้อย แม่อยากเห็นอัฐได้คู่ครองที่ดี แม่ถึงจะนอนตายตาหลับ”...อัฐรับคำด้วยความหนักใจ
ระหว่างที่น้อยนั่งทำแผลถลอกตามแขนตัวเองอยู่หน้าเรือน เพราะไม่อยากให้พ่อกับแม่รู้เรื่องที่โดนระพีทำร้าย สาวใช้เข้าไปหยิบของบนเรือน ทันใดคนของเทิดสองสามคนบุกมาจับตัวน้อยไปอย่างอุกอาจ เธอดิ้นรนร้องให้คนช่วย อัฐถือห่อผ้ามาได้ยินเสียงตกใจ เห็นคนลากตัวน้อย ก็ทิ้งห่อผ้าวิ่งตาม สาวใช้กลับลงมาไม่พบน้อย มีแต่ข้าวของกระจายก็แปลกใจ

ลูกน้องลากหญิงสาวมาในป่าลึก พบเทิดยืนรออยู่ น้อยตกใจต่อว่าเทิดที่ทำกับตนแบบนี้

“โทษพี่ไม่ได้นะ ต้องไปโทษคุณพระเกิดที่ไม่ยอมยกคุณน้อยให้พี่ คนอย่างพี่ ถ้าอยากได้อะไรก็ต้องได้... มานี่” เทิดคว้ามือน้อยดึงไป

อัฐวิ่งตามมาร้องให้ปล่อยน้อย เทิดไม่พอใจสั่งลูกน้องจัดการอัฐ แล้วลากน้อยไป อัฐถูกคนสามสี่คนรุมจึงสู้ไม่ไหว

สาวใช้วิ่งตามหาน้อยจนมาพบทัดที่หอบผลไม้มาฝาก พอรู้เรื่องจากสาวใช้ เขาก็รีบวิ่งเข้าไปในป่า เห็นอัฐโดนรุมก็ตกใจเผลออุทาน “อัฐลูกพ่อ!”

ทัดจัดการพวกของเทิดได้ไม่ยาก อัฐบอกให้ทัดไปช่วยน้อย...ขณะนั้น เทิดกำลังปลุกปลํ้าน้อย เพราะไม่ยอมให้น้อยตกเป็นของอัฐ น้อยต่อสู้สุดชีวิต ควานได้ก้อนหินฟาดหัวเทิดแตก แล้วจะวิ่งหนี แต่ถูกกระชากตัวกลับมา ทันใดทัดตามมาถึง เหวี่ยงเทิดกระเด็นออกไป

“ไอ้ทัด! ถ้าเอ็งยังไม่อยากตายเป็นผีเฝ้าป่า ก็ไปให้พ้น”

ตอนที่ 11

ทัดกลับมาเปลี่ยนเสื้อในห้อง เกลียวตามมาถามว่าเขาเป็นคนช่วยน้อยขึ้นจากน้ำใช่ไหม ทัดอ้ำอึ้ง เกลียวถามย้ำ ทำไมต้องช่วยน้อย ทัดอึกอักสักพักก่อนจะโพล่งออกไปว่า

“เพราะคุณน้อยคือลูกของพี่!”

“หมายความว่า คุณนวล ภรรยาคุณพระเกิด ก็คือ... เมียของพี่” เกลียวตกตะลึง

ยิ่งทัดรับว่าใช่ เกลียวโผกอดเขาด้วยเกรงว่าเขาจะทิ้งตนไป ทัดตกใจดันเธอออก

“เกลียว อย่าทำแบบนี้”

“ทำไม จะทำไม่ได้ ทีคนที่ฉันไม่ได้รัก ฉันยังเป็นของมันได้ กับคนที่ฉันรัก ทำไมฉันจะเป็นของเขาไม่ได้ ฉันต้องการเป็นของพี่ พี่ทัดฉันรักพี่ ได้ยินไหมว่าฉันรักพี่” เกลียวยังนัวเนีย

“ทำแบบนี้ไม่ได้นะเกลียว มันบาป เอ็งเป็นเมียท่านเจ้าคุณ ข้าก็มีลูกมีเมียแล้ว ถ้าเราทำมันจะพาเราลงนรก”

“ฉันตกนรกตั้งแต่วันที่ฉันเป็นเมียไอ้แก่นั่น แต่สำหรับพี่ เพราะฉันรัก ฉันถึงทำ”

“ข้าขอโทษที่ข้ารักเอ็งไม่ได้ ไม่มีวันที่ข้าจะรักใครได้อีก เอ็งกลับไปเถอะเกลียว”

เกลียว สะอื้นตัวโยน พยายามบอกเขาว่าตนยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา แต่ทัดไม่รับความหวังดีนั้น เกลียวเสียใจผิดหวัง ร้องไห้กลับออกไป ทัดมองตามด้วยความหนักใจ

คืนนั้น รำพึงยังครุ่นคิดถึงขุนพิทักษ์ คุณพระไวเข้ามาทำให้เธอสะดุ้ง เขาถามคิดอะไรอยู่ เธอรีบแก้ตัวว่าคิดถึงระพีกับเทิด คุณพระท้วงลูกยังเล็ก จึงหลงไปตามวัยไม่น่าต้องคิดมาก

“แต่มันก็เป็นผลดีกับเราไม่ใช่เหรอคะ ถ้าเราจะได้ดองกับท่านเจ้าคุณ”

ตอนที่ 10

ขุนไวหันมาตามเสียง เห็นหลวงตามั่นยืนมอง ท่านกล่าวว่า ไม่มีใครดับไฟในใจเขาได้นอกจากตัวเขาเอง หลวงตาช่วยไม่ได้จริงๆ ขุนไวยอมรับ “หลวงตาช่วยกระผมมามากพอแล้ว กระผมมันก็แค่เด็กคนนึงที่ไม่เคยมีใครต้องการ ไม่มีหัวนอนปลายเท้า เป็นผู้เป็นคนได้เพราะหลวงตา”

“ตาเต็มใจช่วยเจ้าเสมอ หากช่วยให้เจ้าพ้นทุกข์ได้ แม้กระทั่งชีวิตของตา ตาก็ให้เจ้าได้”

“แต่ครั้งนี้มันคงสายเกินไป สายเกินกว่าที่กระผมจะหันหลังกลับไปได้อีกแล้ว”

“ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเป็นคนดีหรอกเจ้าไว”

“เป็น คนดี บาปกรรมจะทำอะไรเราไม่ได้ คำสอน ของหลวงตากระผมยังจำไม่เคยลืม แต่ตอนนี้ไม่มีความดี อะไรเทียบได้กับความรักที่กระผมมีให้ต่อน้องรำพึง กระผมยอมเอาชีวิตเข้าแลก ต่อให้ต้องจมอยู่ในขุมนรก กระผมก็ยอม”

หลวงตาจะ ท้วง แต่ขุนไวก้มกราบแทบเท้า น้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้ม “หลวงตาเป็นคนให้ชีวิตกระผม แต่กระผมคงเป็นได้แค่คนอกตัญญู ไม่อาจทดแทน
บุญ คุณของหลวงตาได้ในชาตินี้ กระผมขอกลับมาชดใช้ในชาติหน้า ขอให้กระผมได้มีพ่ออย่างหลวงตา ขอให้กระผมตอบแทนหลวงตาด้วยชีวิตของกระผมบ้าง”

หลวงตามั่นลูบหัวเขาอย่างอ่อนใจ ขุนไวเงยหน้ามองสักพักก่อนจะลุกเดินออกไป...

หลัง จากที่ขุนพิทักษ์กับชุ่มหนีออกไปจากกระท่อมก่อนที่พวกขุนไวจะมาถึงเพราะคำ เตือนของหลวงตามั่น แจ่มมาหาตามปกติ จึงถูกคนของขุนไวจับตัวไปเพื่อล่อ ให้ทั้งสองกลับมา

จวงอดถามรำพึงไม่ได้ว่า เห็นขุนพิทักษ์กับชุ่มขนาดนั้นแล้วยังจะรักอีกทำไม ดูขุนไวที่รักเธอถึงขนาดยอมถวายชีวิตกลับไม่รัก รำพึงอึ้งสักพักก่อนจะตอบว่า “ถ้าข้าบังคับหัวใจตัวเองได้แบบนั้น ข้าก็คงไม่ต้องมานั่งทุกข์อยู่แบบนี้หรอกนังจวง”

ระหว่างนั้น ลูกน้องขุนไวมารายงานว่าจับแจ่มไว้ได้ รำพึงรีบมาเยาะเย้ย “ขอบใจมากนะนังใบ้ ที่พาข้ามาถึงรังรักของนังชุ่ม ถ้านังชุ่มมันตาย เอ็งจะมาโทษข้าไม่ได้ เอ็งต้องโทษตัวเองที่เกิดมาโง่ ข้าเตือนแล้วใช่ไหมว่า ถ้าอยากมีชีวิตอยู่อย่างสงบ ก็อย่าหาเรื่องใส่ตัว...”

แจ่มถ่มน้ำลายใส่ หน้า รำพึงปรี๊ดแตก ตบแจ่มหน้าคว่ำ กราดเกรี้ยว ถ้ารักชุ่มมาก ตนก็จะสงเคราะห์ให้ได้ตายพร้อมกัน แจ่มสุดทน คำรามใส่รำพึงอย่าง
ไม่เกรงกลัวดิ้นรนพยายามหนี

ใน ขณะที่ขุนพิทักษ์ดูแลที่ทางให้ชุ่มนอนพัก หาน้ำมาให้ดื่มอย่างยากลำบาก เขาให้เธอถือกริชไว้ป้องกันตัว ตัวเขาจะไปดูลาดเลาว่าพวกขุนไวยังมาป้วนเปี้ยนอยู่หรือเปล่า ทำให้ได้ยินพวกสมุนขุนไวคุยกันเรื่องแจ่ม ขุนพิทักษ์รีบกลับมาบอกชุ่ม

“แจ่มช่วยข้ามาตลอด ถึงเวลาที่ข้าต้องตอบแทนบ้าง ข้าคงมีชีวิตอยู่ไม่เป็นสุข ถ้าข้าทิ้งแจ่มไว้แบบนั้น”

ชุ่ม เข้าใจความรู้สึกของเขา แม้จะรู้ว่านั่นเป็นกับดัก แต่ขอให้เขาสัญญาว่าจะต้องกลับมาอย่างปลอดภัย ขุนพิทักษ์รับปากจะต้องมีชีวิตเพื่อเธอและลูก สองคนกอดกันแนบแน่น

ขุน พิทักษ์บุกมาช่วยแจ่ม ถูกสมุนขุนไวรุมล้อม เขาให้แจ่มหนีไปก่อน แต่แจ่มไม่ยอมไปกลับเอาตัวรับดาบปกป้องเขาไว้จนตัวตาย ชายหนุ่มตกใจ ประคองร่างแจ่มทำให้ถูกพวกสมุนกรูเข้าจับตัวไว้ได้ สมุนขุนไวรีบไปรายงานเจ้านาย ขุนไวไม่อยู่ จวงรับเรื่องรีบมาบอกรำพึงอีกต่อ

รำพึง สั่งจวงเฝ้าหน้ากระท่อมที่ขังขุนพิทักษ์ไว้ห้ามใครเข้า เพราะตนมีเรื่องต้องสะสาง ขณะเดียวกัน ชุ่มซึ่งรออยู่ในถ้ำ เกิดเจ็บท้อง จนต้องคลอดลูกโดยลำพังเป็นเพศชาย...รำพึงเข้ามาในกระท่อม เห็นขุนพิทักษ์ถูกมัด หน้าตาบอบช้ำ เธอเข้าต่อว่าด้วยความน้อยใจ

“ต่อให้หนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว ยังไงคุณพี่ก็หนีน้องไม่พ้น”

“รำพึง...หยุดซะทีเถอะ จะตามจองล้างจองผลาญกันเพื่ออะไร”

“เพื่อ ทวงคำสัญญาที่คุณพี่เคยให้ไว้กับน้องไง คุณพี่เคยให้คำมั่นว่าจะรักกันจนวันตาย แม้แต่ชีวิตก็ยอมพลีได้ คุณพี่เคยให้คำมั่นว่าชีวิตนี้จะมีน้องเพียงคนเดียว แต่สุดท้ายคุณพี่ก็ผิดคำสัญญา กลับไปรักนังชุ่ม คุณพี่เอาหัวใจน้องไปย่ำยี”

“เพราะหัวใจของเจ้าเต็มไปด้วยไฟริษยาอาฆาตต่อให้ เจ้าเป็นนางฟ้านางสวรรค์ พี่ก็รักไม่ลง”

“ที่น้องทำทุกอย่างเพราะน้องรักคุณพี่ น้องผิดตรงไหนที่น้องพยายามจะชิงดวงใจของน้องคืนมาจากนังชุ่ม”

“ความ รักคือการให้ ไม่ใช่การทำลาย แต่ความรักของเจ้าทำลายทุกคน เผาผลาญทุกอย่างรวมถึงตัวเจ้าเอง รำพึง...ยังไม่สายที่จะกลับไปแก้ไขทุกอย่าง”

“น้องมาไกลเกินกว่าจะถอย หลังกลับแล้ว” ขุนพิทักษ์กำลังจะถามว่าทำไม รำพึงสวน “น้องจะให้ทางเลือกกับคุณพี่ ถ้าคุณพี่ต้องการมีชีวิตต่อไป เพียงแค่พูดออกมาว่ารักน้อง”

ขุนพิทักษ์เมินหน้าหนี รำพึงยิ่งช้ำใจ “แค่รักน้องมันทำยากนักหรือไง โกหกก็ได้...พูดออกมาสิคะคุณพี่ พูดออกมา” รำพึงเขย่าตัวเขาแล้วโถมกอดเขาน้ำตานองหน้า

“พี่เลือกแล้ว ชุ่มคือผู้หญิงคนเดียวที่พี่จะรัก”

“ไม่มีอะไรที่จะเปลี่ยนใจของคุณพี่จากนังชุ่มได้ นอกจากความตายใช่ไหม”

“ถ้าการตายของพี่จะเป็นการชดใช้บาปทั้งหมดที่พี่ทำไว้กับน้อง และมันจะทำให้เรื่องทุกอย่างจบลง พี่ก็เต็มใจตาย” ขุนพิทักษ์เห็นรำพึงหยิบมีดสั้นออกมา
สมุนคนหนึ่งมารายงานขุนไวว่า จับขุนพิทักษ์ได้ และรำพึงไปที่กระท่อมคนเดียว ขุนไวข้องใจหรือเธอยังอาลัยอาวรณ์อยู่...จวงเห็นขุนไวกับสมุนเดินมาแต่ไกล รีบตะโกนบอกรำพึง

ขุนพิทักษ์ได้ยินรีบขอร้อง “ฆ่าพี่ซะ เพราะถึงน้องไม่ลงมือ ไอ้ไวมันก็บั่นคอพี่อยู่ดี แต่นั่นหมายถึงการตายของพี่ไม่ได้เป็นการชดใช้บ่วงกรรมระหว่างเรา รำพึง...มือของเจ้าจะช่วยปลดบาปให้กับพี่ ทุกอย่างมันจะได้จบสิ้นกันเสียที”

“บ่วงกรรมของเรายังไม่จบสิ้น” รำพึงตวัดมีดตัดเชือกที่มัดขุนพิทักษ์ แล้วเอามีดยัดใส่มือเขา ท่านขุนมองอย่างไม่เข้าใจ

จวงเข้าขวางขุนไวไว้ ไม่ทันไร รำพึงส่งเสียงร้องช่วยด้วยๆออกมาจากกระท่อม ขุนไวตกใจบุกเข้าไปเห็นขุนพิทักษ์เอามีดจ่อคอรำพึงเป็นตัวประกัน รำพึงเป็นคนดึงมือชายหนุ่มไว้ กระซิบว่าถ้าเขาไม่ทำแบบนี้ก็ต้องตายที่นี่ เลือกเอา...ก่อนจะร้องบอกขุนไวให้ถอยออกไปตนไม่อยากตาย เธอทำทีเหมือนถูกขุนพิทักษ์ลากออกจากกระท่อมไปไกลสักระยะ ชายหนุ่มถามทำแบบนี้ทำไม รำพึงผละออกบอกเขาว่า

“เพราะชีวิตคุณพี่เป็นของน้อง คุณพี่จะตายได้ก็ต่อเมื่อน้องสั่งให้ตายเท่านั้น นับจากนี้ความรักของน้องจะกลายเป็นความเกลียดชัง และไม่มีวันที่น้องจะให้อภัยทุกคนที่มันทำกับน้อง”

ขุนพิทักษ์รู้ซึ้งไม่อาจเปลี่ยนใจรำพึงได้ เขาเดินจากไป หญิงสาวเข่นเขี้ยว หนี้ชีวิตครั้งนี้ชุ่มต้องเป็นคนชดใช้...

จวงตามมาถึงส่งเสียงร้องให้ขุนไวได้ยินว่าเจ้านายปลอดภัยแล้ว ขุนไวมาสมทบต่อว่ารำพึงที่มากระท่อมคนเดียวไม่รอตน หญิงสาวอ้างว่า ความแค้นมันสุมอกรออีกไม่ไหว ชายหนุ่มหลงเชื่อกอดปลอบ รับปากจะต้องแก้แค้นแทนเธอให้ได้

ooooooo

ขุนพิทักษ์วิ่งมาถึงปากถ้ำ ได้ยินเสียงเด็กร้องก็ดีใจจะวิ่งเข้าไป ไม่ทันระวังตัวจึงถูกสมุนขุนไวจับตัวได้ พวกมันคำรามว่าขุนไวสั่งให้ฆ่าทั้งสองคน แต่ดู
เหมือนจะได้ฆ่าเพิ่มอีกคน

“ถ้าจะทำร้ายลูกเมียข้า ก็ข้ามศพข้าไปก่อน”

ขุนพิทักษ์ต่อสู้สุดชีวิต

ชุ่มได้ยินเสียง กำกริชปกป้องลูกน้อย ขุนไวตามมาทัน ขุนพิทักษ์รู้ว่าแย่แน่จึงบอกให้ชุ่มพาลูกน้อยหนีไปก่อน ชุ่มลังเลก่อนจะวิ่งไป แต่ถูกรำพึงตามมาจนมุมที่ริมน้ำ ชุ่มกวัดแกว่งกริชในมือ รำพึงตะคอกว่าเป็นหมาจนตรอกยังจะอวดเก่ง สั่งสมุนกระชากลูกน้อยจากอกชุ่ม จังหวะนั้นกริชบาดโดนแขนเด็กน้อยร้องไห้จ้า ชุ่มตกใจทิ้งกริชจะยื้อลูกคืน รำพึงดึงเด็กมาอุ้มเยาะ

“รู้สึกยังไงล่ะ เวลาที่โดนคนอื่นแย่งหัวใจของเอ็งไป มันทรมานมั้ย รู้รึยังว่าข้าเจ็บปวดขนาดไหน”

“คุณรำพึง ข้าขอร้องอย่าทำอะไรลูกข้าเลย ได้โปรดเถอะเจ้าค่ะ”

“เอ็งขอร้องข้างั้นเหรอ แล้วเวลาที่ข้าขอเอ็งให้เลิกยุ่งกับคุณพี่พิทักษ์ ทำไมเอ็งไม่ให้ข้า”

ชุ่มก้มกราบขอร้องให้ไว้ชีวิตลูก รำพึงยิ้มเหี้ยมบอกชุ่มหยิบกริชมาฆ่าตัวตายแลกกับลมหายใจลูก เด็กน้อยร้องไห้จ้า ฟ้ามืดครึ้มลง สายฟ้าแลบแปลบส่งเสียงคำราม ด้านขุนพิทักษ์ถูกขุนไวและพวกรุมฟันจนสาหัสลมหายใจรวยริน ชุ่มตัดสินใจหยิบกริชขึ้นมาแทงเข้าที่ท้องตัวเอง

รำพึงหัวเราะร่า “นังหน้าโง่ คิดเหรอว่าข้าจะปล่อยให้ไอ้เด็กนี่อยู่เป็นเสี้ยนหนามตำใจข้า ข้าจะส่งมันไปอยู่กับเอ็งในนรก ทุกชีวิตต้องชดใช้สิ่งที่ทำไว้กับข้า” รำพึงยกเด็กขึ้นจะโยนลงน้ำ

ชุ่มร้องสุดเสียงก่อนจะสิ้นสติไป เสียงฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมา รำพึงชะงัก เด็กหยุดร้องมองหน้าเธอตาแป๋ว รำพึงเห็นหน้าขุนพิทักษ์ซ้อนหน้าเด็ก เธอใจอ่อนยวบดึงเด็กเข้ามากอดแนบอก ขณะที่ขุนพิทักษ์พนมมือ

กล่าวคำอธิษฐาน ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองลูกเมีย ขอเอาชีวิตตนแลกชีวิตพวกเขา ขาดคำพร้อมกับเสียงฟ้าร้อง ลมหายใจเขาดับวูบลง...ขุนไวยิ้มอย่างผู้ชนะ

รำพึงอุ้มเด็กน้อยเดินมาหาขุนไว เธอขอเลี้ยงเด็กคนนี้ไว้ โดยอ้างว่าจะให้เด็กชดใช้สิ่งที่พ่อแม่ทำ ขุนไวไม่ค่อยพอใจที่ยังมีมารหัวขนมาเป็นหนามยอกใจตนอีก

ooooooo

คืนนั้น เรือลำหนึ่งล่องมาตามน้ำ ขุนเกิด...ชายหนุ่มรูปงามนั่งอยู่หัวเรือ เห็นแสงวิบวับสะท้อนมาจากชายฝั่ง จึงให้คนเรือเทียบเรือเข้าไปดู ชุ่มนอนจมกองเลือดในมือกำกริช เขารีบเข้าไปช้อนตัว เห็นหน้าชุ่มเต็มตาก็เกิดความพิสมัย จับชีพจรยังไม่ตาย เขารีบอุ้มเธอกลับไปรักษา

วิญญาณขุนพิทักษ์ถูกพาลงมาที่ยมโลก เห็นภาพการชดใช้กรรมของมนุษย์ โดยมีนายนิรบาลตัวใหญ่ดำทะมึน คุมการลงทัณฑ์ เสียงโหยหวนของคนที่ถูกทรมานดังไม่เป็นสรรพ เขาได้เห็นคนปีนต้นงิ้วมีหอกทิ่มแทงด้านล่าง เลือดไหลอาบตัว เขาถูกลากมาที่บ่อกระทะทองแดง คนในบ่อตะเกียกตะกายหนี ในนั้นขุนพิทักษ์ได้เห็นพระยาสุรเดชพ่อของตน ทนทุกข์ทรมานอยู่ด้วย เขาตกใจมากร้องให้ปล่อยพ่อ พระยาสุรเดชกล่าวว่า มันเป็นบาปที่ตนต้องชดใช้

“ไม่...มันเป็นบาปของข้า เจ้าคุณพ่อไม่ผิด” ขุนพิทักษ์รู้ดีว่าความผิดที่พ่อทำมีเพียงเรื่องเดียว คือการสั่งขังคนบริสุทธิ์ เพื่อปกป้องลูก

“บาปของลูกที่พ่อร่วมทำ  พ่อก็ต้องชดใช้บาปนั้น”

“ลูกขอโทษ เพราะลูกคนเดียว ลูกขอโทษ” ขุนพิทักษ์ดิ้นรนจะไปช่วยพ่อ

“ต่อให้พ่อต้องตกนรกขุมที่ลึกที่สุด พ่อก็พร้อมที่จะรับกรรมแทนลูก”  พระยาสุรเดชพูดจบก็ถูกลากลงไปในนํ้าเดือดพล่านนั่น เขาร้องโหยหวนอย่างทรมาน
ขุนพิทักษ์ร้องลั่นตะกายจะไปช่วย  แต่เกิดแสงแวบกระแทกตัวเขามาคุกเข่าตรงหน้าพญายมบาล  เขาขอร้อง “ปล่อยพ่อข้าเถิด ข้าจะชดใช้ทุกอย่างแทนพ่อข้าเอง”

“กรรมของใครเป็นของคนนั้น พ่อเจ้าต้องชดใช้บาป ก่อนที่จะเสวยบุญที่เขาสั่งสมมา ส่วนเจ้า...ยังต้องกลับไปเผชิญชะตากรรมเพื่อเรียนรู้ผิดชอบชั่วดีอีกมาก บนโลกมนุษย์”

“แต่ข้าตายแล้วไม่ใช่เหรอ”

“ชะตาของเจ้ายังไม่ถึงฆาต  สัตยาบันที่เจ้าให้ไว้กับพ่อเจ้า ดึงเจ้าให้ลงมาเห็นบ่วงกรรมในนรกภูมิ...ทุกบาปกรรมรอการชดใช้ จงเลือกทำแต่สิ่งที่ดีงาม” สิ้นคำพญายม เกิดแสงจ้าเข้าตาขุนพิทักษ์กระเด็นไปสุดแรง

ร่างขุนพิทักษ์กระตุกเฮือก ตื่นขึ้นมาในกระท่อมของเกลียวกับพ่อ  เขาเพ้อหาชุ่ม  เกลียวเขย่าเขาให้รู้สึกตัว เอาหูแนบฟังที่หัวใจเขา นายเกลี้ยงเอ็ด

“ให้มันน้อยๆหน่อย เขาเป็นคนแปลกหน้าไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้า ถ้าเอ็งไม่ขอ ข้าก็ไม่ช่วยมันกลับมาจากป่านั้นหรอก”

“ช่วยคนได้บุญนะพ่อ แล้วอีกอย่างข้าว่ายังไงชายคนนี้ก็ดีกว่าตาแก่ตัณหากลับอย่างพระยาสุรินนั่นตั้งเยอะ ข้าไม่มีวันยอมไปเป็นเมียทาสของมันเด็ดขาด”
เกลี้ยงหนักใจ มองลูกสาวดูแลชายนิรนามอย่างไม่ค่อยพอใจ...

ooooooo

หลังจากรำพึงนำเด็กน้อยมาเลี้ยงดู และได้ตั้งชื่อว่า...อัฐ  เธอก็เกิดอาการแพ้ท้องลูกอิจฉาขึ้น  แต่กลับทำให้เธอหนักใจเพราะลูกในท้องไม่ใช่ลูกขุนไว เป็นลูกหมอไสยที่เธอรังเกียจ รำพึงจำต้องวางแผนอีกครั้ง กำชับจวงอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับขุนไว

ด้านชุ่ม ได้รับการรักษาพยาบาลจากขุนเกิด ซึ่งเป็นหมอ เขาถูกตาต้องใจในตัวชุ่มอย่างมาก เธอสลบไปหลายวันกว่าจะฟื้นขึ้นมาด้วยอาการหวาดผวา จำอะไรไม่ได้ มีเพียงเสียงเด็กร้องและเสียงหัวเราะดังก้องในหัว ขุนเกิดเห็นชุ่มกุมหัวพยายามนึกแววตาตื่นกลัว จึงปลอบ

“ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก ข้าเป็นหมอ ข้าพบเจ้าที่ชายป่าริมน้ำ บอกข้าได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”

ชุ่มพยายามนึก ขุนเกิดถามชื่อเธอก็ตอบไม่ได้ เอาแต่หวาดกลัว

“ไม่เป็นไร แล้วก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น อยู่ที่นี่ไม่มีใครทำร้ายเจ้าได้ เจ้าอยากอยู่นานแค่ไหนก็ได้ ส่วนเรื่องชื่อ ข้าจะตั้งให้เจ้าใหม่...นวล...จะได้สมกับหน้าตาผิวพรรณของเจ้า”

ชุ่มมองขุนเกิดที่ยิ้มให้อย่างอบอุ่น ค่อยๆคลายความกังวลลงบ้าง...

ส่วนรำพึง เธอต้องหันมาเอาอกเอาใจขุนไว ออดอ้อนว่าถ้าเขาไม่อยากให้ตนรักลูกของขุนพิทักษ์ เขาก็ต้องทำให้ตนมีลูกของเราเอง พอเวลาผ่านไปเกือบเดือน หญิงสาวก็บอกขุนไวว่าตนตั้งท้อง สร้างความดีใจให้กับเขาอย่างยิ่ง โดยที่เขาไม่ระแวงสักนิด

เมื่อแข็งแรงขึ้น ขุนพิทักษ์จะออกตามหาลูกเมีย เกลียวพยายามยื้อเขาไว้ ชายหนุ่มเข้าใจ

“ข้ารู้ว่าเจ้ารู้สึกยังไงกับข้า ข้าขอบใจในน้ำใจของเจ้า แต่เราคงเป็นได้แค่เพียงพี่น้อง”

เกลียวเสียใจอับอาย วิ่งไปร้องไห้ เกลี้ยงต้องปลอบ ลูกไม่มีบุญวาสนาร่วมกันมากับเขาให้ทำใจเสีย ไม่เป็นไร พระยาสุรินส่งคนมาฉุดเกลียว เอาตัวไปขัดดอก ขุนพิทักษ์ช่วยไว้ได้ พระยาสุรินไม่พอใจ ส่งคนกลับมาเผาบ้านฆ่าพ่อเกลียวแล้วเอาตัวเธอกับขุนพิทักษ์มา ท่านขุนถูกใส่โซ่ตรวนประทับตราเยี่ยงทาส ถูกทรมานเฆี่ยนตีสารพัด เขากัดฟันทนด้วยความหวังที่ว่าจะต้องชดใช้กรรมที่เคยก่อ และจะต้องมีชีวิตอยู่รอดเพื่อตามหาลูกเมีย แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ยอมให้วงศ์ตระกูลต้องเสื่อมเสีย จึงไม่เปิดเผยชื่อเสียงที่แท้จริง เขาทนอยู่เป็นทาสในนามของ...ทัด

ชุ่มสะดุ้งตื่นกับภาพในฝัน แต่ไม่อาจปะติดปะต่อเรื่องราวได้ ได้แต่ร้องไห้ตัวสั่นงันงก ขุนเกิดเข้ามาปลอบ... ขณะเดียวกัน อัฐร้องไห้จ้าขึ้นมา รำพึงอุ้มกอด หอมแก้มด้วยความรัก ลูบไล้รอยแผลเป็นที่หัวไหล่เด็กน้อย รำพันว่าอย่างน้อยส่วนหนึ่งของชีวิตคนที่ตนรัก ก็ยังเป็นของตน เด็กน้องหยุดร้องไห้ มองหน้ารำพึงตาแป๋ว

ooooooo

สิบห้าปีผ่านไป...รำพึงมีลูกสาวชื่อระพี สวยและนิสัยไม่ต่างจากแม่ ส่วนอัฐเติบโตมาเป็นหนุ่มรูปงาม มีนิสัยโอบอ้อมอารีทำให้รำพึงทั้งรักทั้งเอ็นดู ขุนไวมียศถาบรรดาศักดิ์เป็นคุณพระไว รักและตามใจลูกสาว เพราะคิดว่ารำพึงไม่รักลูก เอาแต่หลงลูกขุนพิทักษ์

รำพึงยืนมองเรือนบ่นพึมพำ “นี่ถ้าคุณพ่อไม่ต้องมารับตำแหน่งใหม่ที่เมืองนี้ เราคงยังอยู่ที่เดิม ที่นั่นมีความทรงจำของแม่มากมาย แม่คงลืมไม่ได้ง่ายๆ” แต่พอเห็นสายตาของอัฐจึงเปลี่ยนเรื่อง “ไหน ขอแม่ดูลูกชายให้เต็มตาหน่อย แต่งตัวซะหล่อแบบนี้ สาวที่ไหนเห็นเป็นต้องหลงเสน่ห์ลูกแม่แน่ๆ”

“สาวที่ไหนก็สู้คุณแม่ของผมไม่ได้หรอกครับ”

“อย่ามาปากหวานอ้อนแม่หน่อยเลย”

“ก็อ้อนได้แต่กับคุณแม่ล่ะครับ ขืนอ้อนกับคุณพ่อ ผมคงโดนเอ็ดว่าไม่รู้จักโตสักที”

รำพึงชะงักรู้ว่าอัฐแอบเสียใจ “คุณพ่อเข้มงวด เพราะอยากให้ลูกได้ดีนะตาอัฐ”

“ครับคุณแม่ อะไรที่ทำให้คุณพ่อภูมิใจในตัวผม ผมจะทำทุกอย่าง”

รำพึงลูบหัวอัฐอย่างรักใคร่ แล้วชวนเข้าไปดูระพีว่าแต่งตัวเสร็จหรือยัง...ในขณะที่ระพีกำลังชื่นชมตัวเองในกระจก โดยมีจวงคอยยกยออยู่ข้างๆ

“คุณหนูระพีของจวงงามมากเจ้าค่ะ ลูกบ้านไหนก็ไม่สวยเท่าลูกบ้านนี้”

“จริงเหรอน้าจวง ระพีสวยใช่ไหม”

“จริงสิเจ้าคะ โบราณท่านว่า ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น คุณแม่งามยังไง คุณหนูระพีก็งามตามมาติดๆเจ้าค่ะ”

“ไปกราบท่านเจ้าคุณสุริน ระพีก็จะได้เจอพี่เทิด ไม่รู้พี่เทิดจะจำระพีได้หรือเปล่า”

“จำได้สิเจ้าคะ น้าจวงเอาหัวเป็นประกัน ตอนนั้นท่านเจ้าคุณสุรินพาคุณเทิดไปราชการที่เมืองเราตั้งสองปี คุณระพีกับคุณอัฐเป็นเพื่อนเล่นคุณเทิดมาตลอด ทำไมจะจำไม่ได้เจ้าคะ”

“ระพีจะทำให้พี่เทิดละสายตาจากระพีไม่ได้เลย คอยดู”

“เฮ้อ...ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆเรื่องผู้ชายล่ะก็ เหมือนกันทั้งแม่ทั้งลูก” จวงแอบบ่น

ต่างจากเทิดที่ออกอาการรำคาญ ไม่อยากเจอะเจอระพี ร่ำๆแต่จะไปหาน้อยลูกสาวคุณพระเกิด พระยาสุรินต้องสั่งลูกชายให้อยู่รับหน้าครอบครัวคุณพระไวก่อนเพราะครอบครัวนี้เคยมีบุญคุณครั้งตนไปรับราชการที่ต่างเมือง

ooooooo

ชุ่มซึ่งยังจำความเดิมไม่ได้ อยู่กินกับคุณพระเกิด มีชื่อใหม่ว่านวล และมีลูกสาวชื่อน้อยซึ่งเธอเลี้ยงดูอบรมมาเป็นเด็กสาวน่ารัก มารยาทงามเป็นที่กล่าวขวัญถึงของทุกคน นวลสอนลูกให้ฟ้อนรำเพื่อไปแสดงในงานพระยาสุริน แต่ตัวเธอไม่ชอบออกงานใดๆ

คุณพระเกิดกลับมา น้อยวิ่งไปหาด้วยความดีใจ “คุณพ่อกลับมาแล้ว ไปครั้งนี้คุณพ่อได้สมุนไพรมาเยอะไหมคะ คุณพ่อจะสอนน้อยปรุงยาด้วยไหมคะ แล้ว
ที่พระนครสวยไหมคะ แล้วเมื่อไหร่คุณพ่อจะพาน้อยไปเที่ยวบ้าง”

“แม่น้อย ถามแบบนี้คุณพ่อตอบไม่ทันหรอกลูก...

คุณพ่อเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ ให้คุณพ่อพักก่อนเถอะ”

“แหม...ก็น้อยคิดถึงคุณพ่อนี่คะคุณแม่”

“พ่อก็คิดถึงลูกและก็แม่ของลูกมาก” คุณพระเกิดยิ้มอย่างมีความสุข

นวลเอาน้ำมะตูมมาให้ คุณพระถามลูกสาว

ซ้อมรำไปถึงไหนแล้ว น้อยอวดว่าฝีมือระดับนี้ไม่ทำให้พ่อผิดหวังแน่

“แต่น้อยอยากให้แม่นวลไปด้วยจัง น้อยไม่รู้จะคุยกับใคร ยิ่งต้องเจอกับคุณเทิดด้วย น้อยยิ่งไม่อยากอยู่คนเดียว แม่นวลจ๋าไปกับน้อยเถอะนะ”
ท่าทีนวลอึกอัก คุณพระเกิดออกตัวช่วย “แม่น้อย...

อย่าทำให้แม่เขากังวลสิลูก เรื่องงานสังคม แม่เขาไม่ค่อยถนัด”

น้อยกอดแม่ นวลปลอบลูกว่าพ่อไปด้วย เทิดคงไม่กล้ามาตอแย แต่น้อยยังกังวล...ด้านเทิด อาละวาดพังข้าวของเพราะโกรธที่พ่อไม่ให้ไปหาน้อย ทัดซึ่งกำลังจัดเตรียมงานตำหนิ

“คุณเทิดอารมณ์ไม่ดีก็ไม่น่าทำข้าวของเสียหายนะขอรับ ของพวกนี้จะต้องใช้ในวันงาน”

เทิดไม่พอใจ “ไม่อยากให้ข้าทำลายข้าวของ

งั้นข้าจะกระทืบเอ็งแทน เฮ้ย...จับมัน” เทิดสั่งลูกน้องจับทัดแล้วต่อยเข้าที่ท้อง “คนงานอย่างเอ็งไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนข้า”

“หยุดนะคุณเทิด!” เกลียวเข้ามาขวางถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“อย่าสะเออะ...คนอย่างข้าไม่จำเป็นต้องตอบ

คำถามเมียทาสของเจ้าคุณพ่อ”

“แต่เมียทาสอย่างดิฉันก็เป็นเมียคนเดียวที่ท่านเจ้าคุณยกย่อง ถ้าดิฉันมีดีไม่พอ ฉันคงอยู่ไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ จำไม่ได้เหรอคะ ทุกครั้งที่มีเรื่องกันมันจบยังไง หรือจะลองวัดดูไหมคะว่าระหว่างเมียทาสอย่างดิฉันกับคุณเทิด ท่านเจ้าคุณจะอยู่ข้างใคร” เกลียวโต้ไม่กลัวเกรง

เทิดโกรธ ชี้หน้าอาฆาตเกลียวก่อนจะผละไป เกลียวหันมาดูแลทัด ทัดตำหนิไม่น่าทำแบบนี้ ถ้าท่านเจ้าคุณรู้จะเดือดร้อน เกลียวไม่หวั่น เพราะทุกวันนี้ก็เหมือนตายทั้งเป็นอยู่แล้ว

“ฉันต่างหากที่ต้องขอบใจพี่ พี่ทัดยอมลำบากอยู่ที่นี่ ทั้งๆที่ควรจะได้เป็นไทตั้งนานแล้ว พี่ยอมทนอยู่เพราะฉัน ฉันรู้”

“ในครั้งก่อน ข้ารอดตายมาได้ก็เพราะเอ็งกับพ่อ ถ้าข้าทิ้งเอ็งในขณะที่เอ็งทุกข์หนัก ข้าคงไม่ใช่คน”

“หมายความว่า ถ้าไม่ใช่เพราะอยากตอบแทนฉันกับพ่อ ฉันคงไม่ได้เห็นหน้าพี่ใช่ไหม”

ทัดตอบว่าใช่ เกลียวน้ำตาคลอเบ้า ทัดย้ำความรู้สึกว่าเธอเป็นน้องสาวเขาเสมอ

ooooooo

แล้ววันนี้คุณพระไวก็พาครอบครัวมาเรือนพระยาสุริน สาวใช้ได้ทำน้ำชาหกราดแขนอัฐอย่างไม่ตั้งใจ รำพึงกราดเกรี้ยวใส่ บังคับให้สาวใช้กราบขอโทษ คุณพระไวเห็นไม่น่าเป็นเรื่อง ตำหนิอัฐอย่าทำสำออย อัฐหน้าเจื่อนขอร้องรำพึงอย่าต่อว่าสาวใช้คนนั้น แต่รำพึงไม่ยอม

“ถ้างั้นก็กราบลูกฉันซะ จะได้จำไม่ทำอะไรโง่ๆแบบนี้อีก”

เกลียวเดินเข้ามา ห้ามคนของตนไม่ต้องกราบ รำพึงหันมามองเกลียวหัวจดเท้า

ตอนที่ 9

รำพึงตกใจเมื่อเห็นหมอไสยกระอักเลือดออกมามีหนอนดิ้นยุ่บยั่บ เขาพยายามยันตัวลุกขึ้นอย่างโกรธ แค้น ปัดข้าวของบนหิ้งหล่นกระจาย หญิงสาวถามเกิดอะไรขึ้น เขาตอบว่ากริชนั่นทำลายอาคมของตน และทำลายหุ่นรานีกำหนัดหมดสิ้นแล้ว

รำพึงกลับมาที่เรือนด้วยความร้อนใจ จวงซึ่งเฝ้ารอพอรู้ว่าอาคมหมอไสยถูกทำลายก็กลัวลานชวนนายสาวหนี เกรงหัวจะหลุดจากบ่า รำพึงไม่เชื่อว่าขุนพิทักษ์จะทำตนได้

ตอนที่ 8

ขุนไวอดถามรำพึงให้แน่ใจไม่ได้ว่า ไม่ต้องการขุนพิทักษ์แล้วแน่หรือ หญิงสาวแสร้งทำน้อยใจตัดพ้อ ในสายตาเขา ตนคงเป็นหญิงเลวทรามมากถึงได้ไม่เชื่อใจกัน มีแต่ความตายเท่านั้นที่จะพรากเราสองคนได้ ชายหนุ่มใจอ่อน ยอมคืนหุ่นรูปลอยให้

จวงตามรำพึงเข้ามาในห้องนอน ชื่นชมความปราด เปรื่องที่แต่งเรื่องจนขุนไวเชื่อและคืนหุ่นให้ หญิงสาวลุกพรวดจะเอาเรื่อง แต่แล้วเกิดวิงเวียนคลื่นไส้ เซจะล้ม จวงรีบประคองให้นั่ง

“ก็น่าจะเวียนหัวอยู่หรอกเจ้าค่ะ ว่าแต่คุณรำพึงโกหกท่านขุนไวไว้ชุดใหญ่ คุณรำพึงจะจัดการยังไงต่อเจ้าคะ”

“เรื่อง นั้นเอาไว้ทีหลัง ตอนนี้ข้ารู้เพียงอย่างเดียวว่า ข้าจะต้องทำให้คุณพี่พิทักษ์กลับมาเป็นของข้าเหมือนเดิมให้ได้” รำพึงมองหุ่นรูปลอยด้วยดวงตามุ่งมั่น

จากนั้น รำพึงกับจวงเอาหุ่นรูปลอยมาฝังกลางป่าช้า ท่ามกลางเสียงหมาหอนบรรยากาศน่าสะพรึงกลัว ก่อนที่จะกลบดิน รำพึงหยดเลือดแมวดำที่หมอไสยให้มาลงไปบนหุ่น บริกรรมคาถา...ใจเป็นของกู ตัวเป็นของกู เสพสมกายกู เสน่หาเพียงกู...ทำให้ขุนพิทักษ์ซึ่งนอนอยู่กับชุ่มเกิดอาการกระสับกระส่าย เหงื่อผุดเต็มหน้า พลันแหวนพิรอดที่นิ้วมีแสงทองแผ่ไปทั่วร่าง คิ้วที่ขมวดกันค่อยๆคลายออก สีหน้าเขาดูผ่อนคลายลง

ขณะเดียวกัน คุณหญิงมณีกำลังสวดมนต์ในห้องพระ ให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองลูกชาย ไม่ทันขาดคำ ลมพัดวูบมาเปลวเทียนดับพึ่บ คุณหญิงรู้สึกไม่สบายใจ ลางสังหรณ์ไม่ดี

รำพึง ยังคงบริกรรมคาถา ฟ้าผ่าเปรี้ยง ลมกระโชกแรง เกิดเงาดำรูปร่างคนมากมายพุ่งขึ้นจากพื้นดิน มาลงที่หุ่นรูปลอย ทำให้เลือดสีแดงกลายเป็นสีดำในทันที...รำพึงแสยะยิ้ม

ร่างขุนพิทักษ์ที่ มีแสงทองจากแหวนพิรอดแผ่ทั่วร่าง เกิดเงาดำก่อตัวหนาจนกลบแสงสีทองมิด เขารู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นอีกครั้ง ภาพรำพึงปรากฏขึ้นในหัว เสียงบริกรรมคาถาของหญิงสาวดังก้องหู ชายหนุ่มเหงื่อแตกพลั่ก มือกำผ้าห่มแน่นจากอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในร่างกาย

วันรุ่งขึ้น ขุนพิทักษ์ตื่นมาด้วยความเหนื่อยหอบ ลุกพรวดขึ้นเรียกหารำพึง ชุ่มตกใจเขย่าชายหนุ่มให้รู้สึกตัว กลับโดนเขาบีบแขนตวาดถามว่ารำพึงอยู่ไหน

“อยู่เรือนท่านพระยาเทวราชเจ้าค่ะ”

ขุน พิทักษ์จ้องหน้าชุ่ม ภาพรำพึงบีบนํ้าตารำพัน ว่าทนไม่ได้ที่เขายกย่องเมียทาสขึ้นมาเสมอตน เธอจะกลับไปอยู่เรือนเจ้าคุณพ่อ...ชายหนุ่มกราดเกรี้ยวขึ้น ไล่ชุ่มออกไปจากเรือน ตนจะไปตามรำพึงกลับมา ชุ่มตกตะลึง โถมกอดถามเขาเป็นอะไร ขุนพิทักษ์ผลักเธอออกอย่างแรง คุณหญิงมณีกับแจ่มเปิดประตูห้องเข้ามา แจ่มเข้าประคองชุ่มด้วยความเป็นห่วง

“พ่อพิทักษ์ทำไมทำกับชุ่มแบบนี้ คนกำลังท้องกำลังไส้ เดี๋ยวก็แท้งหรอก”

“ลูก ไม่สน ให้มันตายไปทั้งแม่ทั้งลูกได้ยิ่งดี ลูกจะไปรับน้องรำพึงกลับ คุณแม่เอานังชุ่มออกไปจากเรือนนี้ด้วย ลูกไม่ต้องการให้น้องรำพึงกลับมาเห็นหน้ามัน” ขุนพิทักษ์เดินกระแทกเท้าออกไป ทั้งสามคนงงกับการเปลี่ยนแปลงของชายหนุ่ม เหมือนโดนผีสิงอย่างไรอย่างนั้น

ooooooo

ในขณะที่รำพึงนอนอย่างสบาย อารมณ์ จวงข้องใจทำไมยังไม่กลับเรือน นายสาวบอกว่ารอคนมารับ ขาดคำ เสียงขุนพิทักษ์ก็ดังขึ้น “น้องรำพึง...น้องรำพึง...”

“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง เรื่องแบบนี้ไม่มีใครฉลาดเกินทูนหัวของบ่าวเลยเจ้าค่ะ”

จวงทำท่าจะร้องเรียก รำพึงรีบปิดปาก “อย่าสาระแนนังจวง ถึงคุณไสยจะทำให้คุณพี่หลงใหล แต่มารยาหญิงจะทำให้ข้าได้ในสิ่งที่ข้าต้องการ”

จวง รับรู้ถึงแผนเด็ดของนายสาว รีบออกมารายงานขุนพิทักษ์ ว่านายสาวของตนไม่ยอมออกจากห้องตั้งแต่เมื่อวาน ชายหนุ่มร้อนรนถึงกับพังประตูเข้าไปหา เห็นรำพึงกำลังจะผูกคอตาย เขาเข้ายื้อ อุ้มเธอลงจากเก้าอี้มากอดแนบแน่น

“ใครทำอะไรให้น้องเสียใจ บอกพี่ พี่จะไปฆ่ามัน”

“ไม่มีใครทำอะไร น้องผิดเอง ผิดที่รักคุณพี่ ทั้งๆ ที่คุณพี่ไม่เคยรักน้องเลย” รำพึงร่ำไห้

จวง รีบใส่ไคล้ทันทีว่าเพราะเขารักชุ่มและยกขึ้นมาเสมอนายของตน ชายหนุ่มปฏิเสธทันควันไม่มีวัน รำพึงค่อนขอดแม้ว่าชุ่มจะตั้งท้องหรือ เขาพยักหน้ารับ เธอให้เขาพิสูจน์...

คุณหญิงมณีหนักใจ ทำไมลูกชายเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ ชุ่มแปลกใจท่านขุนใส่แหวนพิรอดอยู่ ไม่น่าจะมีอำนาจใดๆ มาครอบงำเขาได้ คุณหญิงให้รอดูถ้าขุนพิทักษ์โดนทำของจริงเดี๋ยวก็รู้  ขาดคำ ชายหนุ่มประคองรำพึงขึ้นเรือนมา ท่าทางหญิงสาวคลื่นไส้วิงเวียน พอเขาเห็นชุ่มยังอยู่ก็ตวาดถามทำไมยังไม่ไป คุณหญิงมณีออกรับว่าตนเป็นคนให้อยู่เพราะไม่อยากให้ไปทำงานหนัก

“คุณแม่จะห่วงมันทำไมนักหนา ลูกในท้องมันเป็นลูกใครก็ไม่รู้”

“ท่านขุน! ทำไมท่านพูดแบบนี้” ชุ่มตกใจเสียใจอย่างมาก

“หรือไม่จริง ลับหลังข้า เอ็งก็คงทำอะไรต่ำๆ ได้มากกว่าที่ข้าคิด”

“อย่า ตัดสินว่าชุ่มจะต่ำเพียงเพราะมันเป็นทาส คนที่ชาติตระกูลสูงกว่าชุ่ม แต่ต่ำก็มีถมไป”พอพ้นชายคาเรือนก็อาจจะไปสำส่อนกับคนอื่นก็เป็นได้” คุณหญิงมณีโต้

รำพึงสะอึก หันไปอ้อนขุนพิทักษ์อย่าทำให้คุณแม่ลำบากใจ ตนยินดีให้ชุ่มอยู่บนเรือน แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอม ชุ่มน้ำตาร่วงยกมือไหว้คุณหญิงขอไปอยู่เรือนทาส คุณหญิงมณีจึงให้ไปอยู่เรือนท้ายสวนจะสะดวกสบายกว่า ขุนพิทักษ์ประคองรำพึงจะเข้าห้อง คุณหญิงแกล้งเปรย

“หนูรำพึงนี่เก่งนะ ทำให้ผัวรักผัวหลงได้มากขนาดนี้”

“ผัวรักเมียมันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือคะคุณแม่”

“ก็ดีอยู่หรอก ถ้าความรักมันเกิดจากความเต็มใจ ไม่ใช่บังคับใจด้วยวิธีใดก็แล้วแต่”

รำพึง อึ้ง ขุนพิทักษ์ข้องใจ คุณหญิงว่า ตนบอกอะไรไปตอนนี้ก็คงไม่เชื่อ รำพึงหน้านิ่วไม่พอใจ...จวงกระซิบถามเมื่อเข้ามาในห้อง หรือคุณหญิงรู้เรื่องขุนไวและเรื่องทำของ รำพึงตบกะโหลกให้เงียบ เย็บปากให้สนิท เกรงจะเสียเปรียบถ้าใครมาได้ยิน

คุณหญิงมณีพาชุ่มมาอยู่เรือนท้ายสวน กำชับให้ดูแลตัวเองกับลูกในท้องให้ดีไม่ต้องห่วงเรื่องขุนพิทักษ์...

ระหว่าง นั้น ขุนพิทักษ์เปิดสำรับอาหารที่ยกมาเอาใจรำพึง กลิ่นอาหารทำให้เธอพะอืดพะอมวิ่งไปอาเจียน ท่านขุนตกใจสั่งจวงตามหมอมาดูอาการ คุณหญิงมณีขึ้นเรือนมาเห็น

“ไม่ถึงตายหรอกพ่อพิทักษ์ อาการแบบนี้ มันอาการของคนแพ้ท้อง”

ทั้ง ขุนพิทักษ์และจวงดีใจ แต่ตัวรำพึงเองกลับหวั่นใจ สีหน้าเป็นกังวลจนคุณหญิงมณีสังเกตเห็น แจ่มเข้ากระซิบ “ท้องตามกันมาติดๆ นี่มันลูกอิจฉาชัดๆนะเจ้าคะคุณหญิง แต่ก็ดีนะเจ้าคะ คุณหญิงจะได้มีหลานทีเดียวสองคนเลย”

คุณหญิงนึกถึงคำพูดของสมแล้วถอนใจเฮือกใหญ่ “ข้าก็ขอให้เป็นหลานข้าจริงๆเถอะ”

ส่วนรำพึงกลับเข้าห้อง เดินเป็นหนูติดจั่น ด้วยเครียดเพราะไม่แน่ใจว่าเป็นลูกขุนไวหรือขุนพิทักษ์ แต่ถึงอย่างไรก็ขออย่าให้ขุนไวรู้เรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นมีปัญหาแน่

วันต่อมา ขุนพิทักษ์เข้ากรม เห็นขุนไวทำงานอยู่ก็ไม่พอใจ แขวะกันไปมา ขุนพิทักษ์เกือบจะพูดเรื่องรำพึงตั้งท้อง เผอิญข้าราชการคนหนึ่งเข้ามาขัดจังหวะ ขอรายงานภูมิประเทศทางเมืองฝั่งตะวันตกจากขุนไว ทำให้สองหนุ่มแยกกันไปโดยปริยาย

ooooooo

ขณะที่ชุ่มนั่งลูบท้องเศร้าๆอยู่ริมน้ำ รำพึงกับ จวงเข้ามาหาเรื่อง และบอกให้รู้ว่า ทายาทท่านขุนจะ มีได้เพียงคนเดียวคือลูกในท้องตน ไม่ใช่ลูกทาสอย่างเธอ รำพึงตั้งใจจะถีบชุ่มตกน้ำให้ตายทั้งแม่และลูก โชคดีคุณหญิงมณีเข้ามาขวางไว้ทัน จวงรีบแก้ตัวแทนเจ้านาย

ตอนที่ 7

บังเอิญพระยาเทวราชได้รับคำสั่งไปตรวจการถึงหัวเมืองด้าน เหนือ เพื่อนพระยาด้วยกันออกปากว่า ถ้าขุนไวอยู่คงไปทำงานแทนท่านได้ พระยาเทวราชขัดใจในทันที อ้างว่า คนหนุ่มอย่างขุนไวต้องออกไปหาประสบการณ์ดีกว่ามัวทำงานในกรมเพียงอย่างเดียว

ไม่ทัน ไร รำพึงมาขอความช่วยเหลือจากพระยาเทวราช ให้ช่วยจัดการเรื่องขุนพิทักษ์พาบ่าวขึ้นมาอยู่บนเรือนเสมอตน ทำให้ท่านพระยาตวาดกลับ หาเรื่องรกหูไม่เว้นวัน ขนาดออกไปอยู่ไกลตนแล้ว และโทษว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจากความไม่เอาไหนของตัวเธอ รำพึงเสียใจตัดพ้อ

“ลูก ก็ทำดีที่สุดที่คนเป็นเมียพึงจะทำได้ ลูกคงต้องเรียนถามเจ้าคุณพ่อมากกว่าเจ้าค่ะ ว่าทำไมผู้ชายถึงไม่รู้จักพอ มีเมียหนึ่งแต่ก็ยังอยากจะมีสอง สาม สี่”

พระยาเทวราชโกรธตบหน้าฉาด ใหญ่ “อย่ามาปากดีใส่ข้า ผัวคนเดียวยังเอาไม่อยู่ แล้วชาตินี้จะทำอะไรได้ ที่สำคัญถ้าชื่อเจ้าเสีย มันก็เน่ามาถึงข้าได้ อย่าให้ข้าอับอายเพราะความโง่เง่าของเจ้าหน่อยเลย”

“ชื่อเสียงของเจ้าคุณพ่อสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด ลูกคงไม่อาจแตะต้องชื่อเสียงของเจ้าคุณพ่อ”

“รู้ ก็ดี เพราะถ้าไม่มีชื่อเสียงนี้ไว้อุ้มชูเจ้า เจ้ามันก็ไม่ต่างจากหมาข้างถนน กำพืดก็ไม่ต่างจากแม่ของเจ้า” ท่านพระยาพูดจบลุกเดินไป

รำพึงเจ็บแค้นน้ำตาร่วงเผาะๆมุ่งหน้ามาหา ขุนไวที่กระท่อมชายป่า ฟูมฟายฟ้องเรื่องขุนพิทักษ์และเรื่องที่โดนพ่อว่าใส่หน้ามา เธอพยายามใส่ไคล้ให้เขาเกลียดชังพ่อของตนมากๆและบอกเรื่องที่พ่อต้องเดินทาง ไปหัวเมืองเหนือ ทำให้ขุนไวขาดความยั้งคิด หมายมาดเอาชีวิตคนที่ทำให้ตนไม่ได้ครองคู่กับรำพึง

ขุนไวจ้างโจรป่า กลุ่มเดิมให้ดักฆ่าพระยาเทวราชระหว่างทาง โดยจ่ายอัฐให้ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งจะจ่ายหลังเสร็จงาน แต่เขากลับสั่งลูกน้องให้คอยตลบหลังฆ่าพวกโจรป่าเสีย อย่าให้พวกมันกลับมาทวงอัฐที่เหลือ เพราะยังแค้นที่โดนขู่กรรโชกครั้งก่อน

ก่อน ที่พระยาเทวราชจะเดินทาง ได้มาหาคุณหญิงมณี เพื่อฝากฝังลูกสาวเพราะใจจริงตนรักและเป็นห่วงลูกมาก ตนต้องเดินทางไกลไม่อาจอยู่ปกป้องลูกได้ อย่าให้ลูกต้องเจ็บช้ำน้ำใจอย่างที่เป็นอยู่ รำพึงแอบฟัง รู้สึกตื้นตันใจ สำนึกผิดชอบผุดขึ้นมา เธอพยายามขอให้ท่านพระยาเลื่อนการเดินทางออกไป แต่กลับถูกเอ็ด

“ได้ที่ไหนกัน นี่งานราชการไม่ได้เล่นขายของ เจ้าอยู่ทางนี้อย่าให้เรื่องเน่าๆลอยไปเข้าหูข้าไกลถึงหัวเมืองเหนือโน่นล่ะ”

“เจ้าคุณพ่อจะพูดกับลูกดีๆสักครั้งไม่ได้เลยเหรอเจ้าคะ”

“พูด ดีแล้วได้ชั่วข้าไม่เอา เรื่องของต่ำ มนต์ดำอย่าได้ไปข้องแวะ อย่าเอาเสนียดมาติดตัว ติดชื่อข้าเหมือนแม่ของเจ้า เพราะถ้าข้ารู้ว่าเจ้าทำเรื่องจัญไรแบบนั้น ข้าไม่เอาเจ้าไว้แน่”

รำพึงมองพ่อกลับไปด้วยแววตาโหดเหี้ยม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะพ่อทำตัวพ่อเอง...

และ แล้วในคืนนั้น พระยาเทวราชเดินทางไปหัวเมืองเหนือ ก็ถูกโจรป่าดักทำร้าย ท่านต่อสู้สุดชีวิต ลูกน้อง ที่ตามไปถูกฆ่าตายหมด สุดท้ายขุนไวก้าวออกมาหมายเอาชีวิต ท่านพระยาทั้งเหนื่อยทั้งหมดแรง ตกตะลึงไม่คิดว่าขุนไวจะเลวร้ายขนาดนี้ เผลอกลัวตายวิงวอนขอชีวิต

กลับโดนขุนไวเตะเสยหน้าหงาย เหยียดหยามว่าท่านพระยาผู้เย่อหยิ่งคนเดิมหายไปไหน มีแต่ไอ้แก่ไร้ศักดิ์ศรีที่มากอดขาขอร้องตน แล้วตอกย้ำ

“รู้รสชาติรึยังว่าความเจ็บปวดมันเป็นยังไง รู้หรือยังว่าการโดนหักหลังมันเป็นยังไง ท่านทำให้ชีวิตข้าย่อยยับ ทำลายหน้าที่การงานข้า ทำลายหัวใจของข้า จุดจบมันก็ต้องเป็นแบบนี้”

“อย่านะขุนไว อย่าฆ่าข้านะ ข้ารับปากว่าจะแก้คำสั่ง ไม่ให้เจ้าต้องออกไปต่างเมือง ข้าจะให้เจ้าแต่งงานกับรำพึง ข้าจะทำทุกอย่าง แต่อย่าฆ่าข้า ข้าขอร้อง”

“คนระดับพระยาอย่างท่านถึงกับลดตัวลงมาขอร้องหมาวัดอย่างข้าหรือ...มันสายเกินไปแล้ว” ขุนไวเงื้อดาบขึ้นสุดแขน

พระยาเทวราชตะโกนลั่นว่า คนอกตัญญูไม่มีวันเจริญ สิ้นเสียง...ดาบก็ฟันฉับลงมาที่คอขาดสะบั้น...ด้านรำพึงทำกระจกตกแตก ใจหวิวทันที พึมพำ...เจ้าคุณพ่อฆ่าแม่ ต้องชดใช้เช่นนี้

ooooooo

วันรุ่งขึ้น คุณหญิงมณีทราบข่าวการตายของพระยาเทวราชก็ตกใจ บ่าวไพร่ซุบซิบนินทา เป็นเพราะกรรมของลูกไปลงที่พ่อ มีชุ่มเพียงคนเดียวที่เห็นใจและคิดว่ารำพึงคงเศร้าโศกเสียใจ

งานศพจัดขึ้นที่เรือนพระยาเทวราช รำพึงทำทีโศกเศร้าดูน่าสงสาร คุณหญิงมณีเป็นแม่งาน จัดเตรียมทุกอย่าง ชุ่มช่วยด้วยความเต็มใจ ในขณะที่ขุนพิทักษ์มาร่วมงานรั้งท้าย สีหน้าไม่ค่อยเต็มใจ ทำให้แขกเหรื่อนินทากันระงม ไม่วายรำพึงแขวะท่านขุน คิดว่าชุ่มกักตัวไม่ให้มาร่วมงาน ชายหนุ่มตอบว่า ตนอยากให้ชุ่มทำแบบนั้น หญิงสาวยิ่งเจ็บแค้น ทันใด รำพึงเห็นวิญญาณพระยาเทวราชปรากฏขึ้นชี้หน้ากราดเกรี้ยว...นังลูกชั่ว...

หญิงสาวตกใจยกมือไหว้ปะหลกๆร้องลั่น กลัว แล้วๆ...ทุกคนตกใจเข้ามามุงดู คุณหญิงมณีเข้าใจว่ารำพึงเสียใจมาก จึงให้ขุนพิทักษ์พาไปพักผ่อน หลวงตามั่นรู้ว่ามันเป็นวิบากกรรม

เสร็จงานในคืนนั้น รำพึงออดอ้อนให้ขุนพิทักษ์ค้างกับตนที่นี่ แต่เขากลับย้อนว่าเธอมีแรงพอที่กลับเรือนได้ รำพึงบีบน้ำตาขอร้อง ตนเสียพ่อไปแล้วยังต้องกล้ำกลืนเห็นผัวตัวเองหลงเมียทาสให้อับอาย ขุนพิทักษ์นิ่งคิด

“นั่นสิ พี่ควรจะยกชุ่มให้เป็นเมียพี่อย่างสมเกียรติ เมื่อชุ่มไม่เป็นทาสแล้ว ใครต่อใครจะได้เลิกพูดว่าพี่หลงเมียทาส”

รำพึงกรี๊ดลั่นไม่ยอม ชายหนุ่มย้อนถามจะฟ้องเจ้าคุณพ่อหรือ ก่อนจะเดินลงจากเรือนไป หญิงสาวสุดแค้น คิดร้ายถึงขนาดจะทำคุณไสยอย่างที่แม่เคยทำ

คืนเดียวกัน รำพึงให้จวงพาไปหาหมอเสน่ห์เพื่อทำคุณไสยให้แก่ตน เธอยอมถึงขนาดต้องเปลือยร่างให้หมอไสยลงน้ำมันจันทน์มหาเสน่ห์ทั่วเรือนร่างอย่างไม่อาย ระหว่างทำพิธีเธอรู้สึกเคลิบเคลิ้มจากสัมผัสของหมอไสย คิดถึงใบหน้าขุนพิทักษ์ จู่ๆหน้าขุนไวแทรกเข้ามา เธอนิ่วหน้า ตั้งสติเตือนตัวเองว่า ผัวตนคือขุนพิทักษ์เพียงคนเดียวเท่านั้น

ขณะที่ขุนพิทักษ์นอนอยู่กับชุ่ม ตกใจตื่นเพราะได้ยินเสียงสะอื้นของชุ่ม เธอบอกว่าเธอฝันร้าย ฝันเห็นว่าเขาตกไปในแม่น้ำสีเลือด แล้วถูกน้ำพัดหายไป ชายหนุ่มโอบกอดปลอบ

“เอ้า...ร้องไห้ใหญ่ หรืออยากจะอ้อนให้ข้าโอ๋”

“ยังจะพูดเล่นอีก ข้าใจไม่ดีจริงๆนะเจ้าคะ ข้าสังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นกับท่านขุน” แล้วชุ่มก็นึกได้ “แหวนพิรอดที่ข้าเคยให้ท่านขุนอยู่ไหนเจ้าคะ”

ชายหนุ่มตอบว่าเก็บไว้ที่ห้อง ชุ่มขอร้องให้กลับไปเอามาใส่ไว้ ขุนพิทักษ์อ้างว่าถ้ากลับไปตอนนี้ต้องโดนรำพึงรั้งตัว ชุ่มย้ำ  ไม่ว่าเขาจะอยู่กับใคร ตนจะอยู่อย่างคนที่รักเขา ชายหนุ่มจำต้องกลับไปที่ห้อง แต่เพียงแค่ผ่านโถงเรือน ก็เห็นรำพึงนอนสลบอยู่บนพื้น เขาเข้าไปช้อนร่างเธอจะพาเข้าห้อง เธอลืมตามองอย่างสมใจ ในมือมีเลือดไหลซึม นึกถึงคำสั่งหมอไสย

“เจ้าจงกลับไปนำเลือดของเดรัจฉานให้ผัวเจ้าได้ลิ้มรส ได้สัมผัสกลิ่นคาวเลือดผสมกลิ่นกายของเจ้า เพียงเท่านี้...เขาก็จะเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว”

รำพึงชูมือที่มีเลือดขึ้นมา ขุนพิทักษ์ตกใจ เธอฉวยโอกาสจับหน้าเขาแล้วปาดเลือดเข้าปากเขาพร้อมบริกรรมคาถา...ใจเป็นของกู ตัวเป็นของกู เสพสมกายกู เสน่หาเพียงกู...ขุนพิทักษ์ร้องให้หยุด ปล่อยร่างเธอลงผลักออกห่าง สักพักเขาก็กระตุก รำพึงเฝ้ามองผลสำเร็จ ดวงตาแข็งกร้าวของเขาเริ่มอ่อนโยนลง ปราดเข้าประคองเธออีกครั้ง

“น้องรำพึง เกิดอะไรขึ้น ใครทำอะไรน้อง...”

“คุณพี่บอกน้องมาก่อนสิคะ ว่าคุณพี่รักใคร...”

ชายหนุ่มสบตาแล้วดึงมือเธอมาจุมพิต “น้องรำพึงคือยอดดวงใจของพี่”

จวงซึ่งแอบดูอยู่ดีใจแทบร้องออกมา ชุ่มแปลกใจทำไมท่านขุนไปนาน จึงตามออกมาเห็นขุนพิทักษ์กำลังอุ้มรำพึงเข้าห้อง รำพึงเบนหน้ามาส่งยิ้มเยาะเย้ย ชุ่มถึงกับน้ำตารื้น นี่มันเกิดอะไรขึ้น...เวลาผ่านไป ขุนพิทักษ์ยังนอนหลับ รำพึงลุกขึ้นนั่งบริกรรมคาถา

“จิตตังสะมา กามากายะ สัพพะราคะ ชัยยะกาลี... ใจเป็นของกู ตัวเป็นของกู เสพสมกายกู เสน่หาเพียงกู....” หลังจากนั้น หญิงสาวก็พรมจูบไปบนหน้าผากขุนพิทักษ์

ooooooo

รุ่งเช้า ขุนพิทักษ์ตื่นขึ้นมาเรียกหาแต่รำพึง เธอออดอ้อนทำทีเสียใจว่าเขายกเอาเมียทาสขึ้นมาอยู่บนเรือนเสมอตน ตนจะขอกลับไปอยู่เรือนพ่อ ไม่ปล่อยให้เมียทาสมาย่ำยีหัวใจ ขุนพิทักษ์ร้อนรนจะให้ตนทำอย่างไร ตนยินยอมทุกอย่าง

หลังจากนั้น จวงก็เข้ามาไล่ชุ่มออกจากห้องให้กลับไปอยู่เรือนทาสตามเดิม เสียงขุนพิทักษ์ด่าว่าชุ่มใช้มารยาสาไถยหลอกให้ตนพาขึ้นมา ทำให้รำพึงต้องเสียใจ ตอนนี้ตนตาสว่างแล้ว คุณหญิงมณีตกใจเสียงเอะอะ ออกมาห้ามปราม แจ่มเข้าประคองชุ่มอย่างสังเวชใจ

“ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะคุณแม่ คุณพี่ก็เพียงได้สติ รู้ว่าอะไรดีอะไรชั่วแล้วก็เท่านั้น”

คุณหญิงมณีไม่เข้าใจ ขุนพิทักษ์โพล่งขึ้น “ก็หมายความว่า ลูกไม่เอานังชุ่มอีกต่อไปแล้วไงขอรับ

คุณแม่ ลูกรู้แล้วว่าคนที่ลูกรักที่สุดคือน้องรำพึง ไม่ใช่นังทาสชั่วคนนี้”

“นังชุ่มมันทำอะไรผิด ก็ลูกเองที่เป็นคนให้มันขึ้นมาอยู่บนเรือน”

“ผิดที่มันมักใหญ่ใฝ่สูง อยากได้ลูกเป็นผัวไงขอรับคุณแม่ นังแจ่มพามันออกไปเดี๋ยวนี้ อย่าให้เสนียดของมันมาแปดเปื้อนเรือนข้า ไป...”

ชุ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น คุณหญิงมณีสงสารให้แจ่มพาชุ่มออกไปก่อน แล้วหันมาเอ็ดลูกชายให้ตามไปคุยกันในห้อง แต่รำพึงค้าน ท่านขุนต้องกลับเข้าห้องเพื่อล้างเนื้อตัวก่อน แล้วถึงจะไปพบได้ คุณหญิงมณีถึงกับอึ้งอดข้องใจไม่ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ชุ่มกอดสมร้องไห้ แจ่มซักไซ้เรื่องราว สมโกรธจะไปเอาเรื่อง คุณหญิงมณีตามลงมาปรามสม และบอกชุ่มอยู่ที่เรือนทาสจนกว่าตนจะสะสางจนรู้ความเสียก่อนแล้วจะจัดการให้ ชุ่มไม่เรียกร้องอะไรขออยู่อย่างที่ท่านขุนต้องการ แจ่มอดคิดไม่ได้ว่าขุนพิทักษ์เปลี่ยนแปลงไปราวกับโดนของ คุณหญิงไม่อยากเชื่อว่าระดับลูกพระยาจะไปเกลือกกลั้วกับของต่ำเช่นนั้น

คืนงานศพที่เรือนพระยาเทวราชคืนที่สอง แขกในงานแปลกใจเมื่อเห็นขุนพิทักษ์เอาอกเอาใจรำพึงผิดจากคืนแรก ต่างซุบซิบกันไปอีกทางที่ว่าท่านขุนหลงเมียทาสคงไม่จริง...เสร็จงานคืนนั้น ขุนพิทักษ์บอกคุณหญิงมณีว่าจะค้างที่เรือนนี้เพราะรำพึงไม่ค่อยสบาย ทำให้คุณหญิงสงสัยมากขึ้น เพราะคืนวานเขาประกาศกร้าวไม่ยอมนอนค้างเรือนนี้

แต่คุณหญิงมณีก็ไม่อยากคิดมาก กลับมาจึงให้สมเอายาฝรั่งไปให้รำพึงที่เรือนพระยาเทวราช ระหว่างนั้น จวงเอาอัฐไปให้หมอไสยเพิ่มเพราะผลงานเป็นที่น่าพอใจตามคำสั่งรำพึง หมอไสยกำชับอย่าบริกรรมคาถามากเกินไป เพราะคาถาจะกระเด็นไปถึงผัวอีกคน

“อ๋อ...ว้าย! พ่อหมอพูดแบบนี้ระวังหัวจะหลุดออกจากบ่า คุณรำพึงเธอเป็นลูกสาวท่านพระยา เป็นผู้ดีทุก กระเบียดนิ้ว เธอมีผัวเดียวรู้ไว้เสียด้วย” จวงปึงปังกลับไป

หมอไสยหัวเราะในลำคอ ผู้หญิงกากีแบบนั้นหรือจะมีผัวเดียว...ไม่ผิดคำหมอไสย รำพึงนั่งบริกรรมคาถาขณะที่ขุนพิทักษ์นอนหลับอยู่ข้างๆ เป็นเหตุให้ขุนไวซึ่งอยู่ไกลห่างสะดุ้งตื่นรู้สึกร้อนวูบวาบ จิตประหวั่นคิดถึงเธอจับจิต

จวงกลับมาถึงเรือน เจอขุนไวเข้าอย่างจังที่หน้าเรือน รีบแล่นไปรายงานนายสาว รำพึงตกใจออกมารับหน้า ต่อว่ากรายๆถ้าคนอื่นรู้เข้าตนจะเสียหาย ขุนไวทวงสัญญาว่าเขาทำทุกอย่างเพื่อเธอแล้ว พระยาเทวราชไม่อยู่บังคับจิตใจเธออีกต่อไป เราควรได้อยู่ด้วยกันเสียที รำพึงบีบน้ำตาขอร้องให้งานศพผ่านพ้นไปก่อน ชายหนุ่มขอนอนด้วยคืนนี้ เธอใจหายวูบรีบหาข้ออ้าง

“คุณพี่จะขึ้นไปบนห้องนอนน้องไม่ได้นะคะ...ถ้าน้องรู้ก่อนว่าคืนนี้คุณพี่จะมาหาน้อง น้องจะไม่ให้ขุนพิทักษ์มาอยู่ที่เรือนนี้ได้”

“น้องก็ไล่มันกลับไปสิ”

“ไม่ได้หรอกค่ะคุณพี่ โธ่...คุณพี่ คุณพี่ก็รู้ว่าน้องต้องการคุณพี่มากกว่าใคร”

ขุนไวฮึดฮัดจะไปไล่เอง รำพึงปราม จัดแจงพาเขาไปนอนในห้องพระยาเทวราชแทน สมขึ้นเรือนเพื่อเอายามาให้ เห็นสองคนตระกองกอดเข้าห้องก็ตกตะลึง

คิดไม่ถึงว่าสองคนเป็นชู้กัน

ooooooo

จวงซึ่งเฝ้าอยู่หน้าห้องที่ขุนพิทักษ์นอนหลับ ด้วยความหวั่นใจกลัวเขาจะตื่นมาแล้วรู้ว่ารำพึงเริงรักอยู่กับขุนไวอีกห้องหนึ่ง ไม่ทันไร เสียงท่านขุนเรียกหารำพึง จวงต้องวิ่งไปเคาะประตูเรียกนายสาว พอเธอเปิดประตูออกมา จวงตาโพลงที่เห็นขุนไวนอนเปลือยอกอยู่บนฟูก

รำพึงกำชับจวงไม่ให้ปากสว่าง เพราะที่ตนต้องทำแบบนี้ก็เพราะเกรงขุนไวเอาเรื่องตนไปโพนทะนา จวงแค้นแทนจะให้หมอไสยเสกหนังควายเข้าท้องขุนไวให้ตายๆไป จวงนึกได้

“แต่จะว่าไปอาคมของพ่อหมอนี่ก็เลิศนะเจ้าคะ คืนเดียวสองชาย มาพร้อมๆกันเลย”

จังหวะนั้น รำพึงเห็นเงาตะคุ่มๆที่มุมหนึ่งบนเรือน รีบลากจวงมาดูด้วยกัน ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นสม ในขณะที่สมนั่งครุ่นคิดถึงภาพรำพึงกับขุนไว สมรีบบอกว่าเอายามาให้ตามคำสั่งคุณหญิงมณี รำพึงเห็นอากัปกิริยาสมให้หวั่นใจว่าเห็นอะไรบ้าง พอรับห่อยามาก็รู้สึกได้ว่าห่อยายับยู่เปียกชื้น แสดงว่าคงนั่งกอดไว้นาน

ชุ่มสวดมนต์เสร็จเห็นสมนั่งหน้าเครียดก็เข้าไปซักถามเป็นอะไร สมอึกอักอยู่นานกว่าจะยอมเล่าเรื่องที่พบเห็นมา ชุ่มถอนใจ ห้ามสมไปเล่าให้คุณหญิงมณีฟัง ไม่อยากให้ต้องทุกข์ใจอีก หารู้ไม่ว่า จวงแอบตามมา ได้ยินการสนทนาของสองพี่น้อง รีบกลับไปรายงานรำพึง

“เอามันไว้ไม่ได้อีกต่อไป กำจัดตัวพี่มันก่อน ส่วนนังตัวน้อง ข้าจะเก็บมันไว้ทรมานให้สาสมกับที่มันเคยทำให้ข้าเจ็บใจ” แววตารำพึงดูเหี้ยมโหดน่าสะพรึงกลัว

วันต่อมา รำพึงวางแผนให้จวงบอกสมเอาเรือออกพาตนไปทำธุระ โดยไม่บอกว่าที่ไหน ระหว่างที่รำพึงกับจวงลงเรือ ขุนพิทักษ์กำลังจะออกไปทำงานจึงเห็นว่าสมเป็นคนพายเรือให้...

มาถึงท้ายป่า รำพึงกับจวงให้สมรออยู่ที่เรือ ไม่ต้องสอดรู้สอดเห็นว่าพวกตนจะไปทำอะไร แต่จวงทิ้งท้ายไว้ว่า “ถ้าคุณรำพึงไปนานแล้วยังไม่กลับมา เอ็งต้องรีบไปดู อย่าปล่อยให้คุณรำพึงเป็นอันตราย เอ็งได้หัวหลุดจากบ่าแน่ ข้าเตือนแล้วนะโว้ย”

สมรออยู่นานสองนาน ตัดสินใจตามไปทางที่สองสาวเดินไป เขาตะโกนเรียกรำพึงกับจวงด้วยความแปลกใจว่าหายไปไหน ทันใด มีท่อนไม้ฟาดตุ้บมาที่หัวเขาอย่างแรง สมยังไม่ทันสิ้นสติ เห็นรำพึงกระหน่ำฟาดเขานับไม่ถ้วน ปากก็พร่ำว่า อยากแส่เรื่องของข้าดีนัก จวงเห็นแล้วสยอง ถ้าตนทำผิดจะโดนแบบนี้บ้างไหม ใบหน้าสมเต็มไปด้วยเลือดนอนนิ่ง รำพึงให้จวงมาช่วยกันลากไปถ่วงน้ำ จังหวะที่ลากอยู่ สมรู้สึกตัวจับขาจวง ยื้อยุดเอาตัวรอด ทันใด เสียงขุนพิทักษ์ร้องเรียก รำพึงตกใจ สมพยายามเปล่งเสียงให้ช่วยตนด้วย รำพึงเห็นท่าไม่ดี ถีบสม แล้วฉีกสไบตัวเองปลดโจง ลงไปนอนคลุกกับสม หวีดร้องให้ปล่อยตน

“คุณพี่ช่วยน้องด้วยค่ะ คุณพี่”

ขุนพิทักษ์มาถึงเข้าใจว่าสมปลุกปล้ำรำพึง ดึงหญิงสาวออกแล้วเตะเสยหน้าสมจนสลบ ลากตัวมากระทืบซ้ำที่ลานหน้าเรือน ชุ่มซึ่งมีอาการคลื่นไส้อาเจียนนอนพักอยู่ ได้ยินเสียงวิ่งมากอดพี่ชายยกมือไหว้ขอร้องให้พอได้แล้ว ขุนพิทักษ์สั่งบ่าวไปเอาดาบมาจะบั่นคอสม คุณหญิงมณีเข้ามาขวาง ถามมีเรื่องอะไรถึงขั้นต้องฆ่าแกงกัน

“ก็ไอ้สมมันคิดทำระยำกับน้องรำพึง มันสมควรตายขอรับคุณแม่”

คุณหญิงไม่อยากเชื่อ รำพึงรํ่าไห้ “รำพึงแค่ขอให้นายสมช่วยพายเรือไปเก็บบัว เพราะอยากเอาบัวไปไหว้เจ้าคุณพ่อ แต่ไม่นึกเลยว่า พอจวงลับตาไปนายสมจะทำเรื่องบัดสีกับรำพึง”

สมปฏิเสธเสียงแหบพร่า รำพึงรีบสวนว่าตนต้องป้องกันตัวไม่ให้ใครมายํ่ายีศักดิ์ศรี ตนสู้สุดชีวิต ชุ่มขอร้องคุณหญิงมณี อย่าเชื่อว่าสมจะทำได้ รำพึงแหวใส่

“นังชุ่มอย่ามาออกตัวแทนพี่เอ็ง เอ็งก็รู้อยู่แก่ใจว่าพี่เอ็งมันเกลียดข้า เพราะมันคิดว่าข้าแย่งท่านขุนมาจากเอ็ง มันเลยทำกับข้าแบบนี้”

“อ้อ นี่พี่มันชั่วเพราะน้องมันนี่เอง...ชั่วทั้งตระกูล”

ชุ่มเจ็บจี๊ดกับคำก่นด่าของขุนพิทักษ์ สมทนไม่ไหวโพล่งขึ้น “โกหก...คุณรำพึงโกหก ความจริงคือคุณรำพึงตั้งใจจะฆ่าข้า เพราะข้าไปรู้ความลับของคุณรำพึง”
ขุนพิทักษ์ถามว่าเรื่องอะไร รำพึงหน้าเสียขัดขึ้นว่าไม่จริง อย่าไปฟังคำโกหกของสม คุณหญิงมณีถามสมว่าความลับอะไร

“คุณรำพึงเล่นชู้กับขุนไว!”

ทุกคนตกตะลึงหันมองรำพึงเป็นตาเดียว หญิงสาวต้องแก้สถานการณ์ทันทีด้วยการคว้าดาบจากขุนพิทักษ์มา “ถ้าน้องต้องถูกใส่ร้ายป้ายสีด้วยเรื่องอัปรีย์เช่นนี้ น้องขอตายตามเจ้าคุณพ่อเสียดีกว่า โลกนี้ไม่มีความยุติธรรมให้น้อง ให้น้องตายเถอะค่ะคุณพี่”

จวงตาโพลงที่เจ้านายกล้าทำขนาดนี้ ขุนพิทักษ์ยื้อดาบไว้ โผกอดรำพึงแน่น ตนไม่มีวันยอมให้เธอเป็นอะไรไปเด็ดขาด แล้วหันไปสั่งบ่าวเอาตัวชุ่มออกไป ตนจะสำเร็จโทษสม

ชุ่มดิ้นรนไม่ยอมปล่อยพี่ชาย สบตาชายหนุ่มด้วยนํ้าตานองหน้าวอนขอชีวิตสม ก้มกราบขอแลกกับชีวิตตัวเอง ขุนพิทักษ์ใจอ่อนลดดาบในมือลง รำพึงเจ็บแค้นไม่ทันจะแย้ง คุณหญิงมณีสุดทนประกาศว่า สมเป็นคนของตน ตนจะจัดการลงโทษเอง รำพึงขัดใจทำสำออยให้ขุนพิทักษ์พากลับเรือน คุณหญิงมณีให้คนพาสมไปใส่ยา ชุ่มตามติดพี่ชายด้วยความห่วงใย

ooooooo

ขุนพิทักษ์ดูแลเช็ดเนื้อตัวให้รำพึงอย่างเบามือ หญิงสาวออดอ้อนขอโทษที่มีเรื่องให้ร้อนใจ ชายหนุ่มโอบกอดกระซิบบอกว่าเธอเจ็บเขาก็เจ็บด้วย รำพึงเกรงมนต์จะเสื่อมคลายรีบพึมพำบริกรรมคาถาให้เขาหลงหัวปักหัวปํา

เมื่อสมได้รับการทำแผลเรียบร้อย คุณหญิงมณีก็บอกว่า ช่วงนี้คงต้องให้เขาไปอยู่ที่วัดกับหลวงตามั่นสักระยะ ทั้งชุ่มและสมเข้าใจดี ระหว่างเดินกลับเรือนใหญ่ แจ่มถามคุณหญิงมณีถึงคำพูดของสมเรื่องรำพึงกับขุนไว คุณหญิงเองก็หนักใจแต่ไม่มีหลักฐานก็ไม่ควรกล่าวหา

“เจ้าค่ะ แต่ก็แปลกนะเจ้าคะ ทำไมอยู่ๆท่านขุนก็ลุกขึ้นมารักคุณรำพึงไม่ลืมหูลืมตาแบบนี้ แจ่มว่าท่านขุนต้องโดนของแน่ๆเจ้าค่ะ”

“ใครทำอะไรไว้ สักวันความจริงก็จะปรากฏ ไม่นานหรอก เวรกรรมมันมีจริง เชื่อข้า”

รุ่งขึ้น ชุ่มกับสมมากราบหลวงตามั่น หลวงตาบอกชุ่มไม่ต้องห่วงพี่ชาย อยู่วัดแล้วเย็นสบาย ชุ่มหน้าเครียดเพราะเป็นห่วงขุนพิทักษ์มากกว่า หลวงตาเปรยว่ามันเป็นวิบากกรรมของท่านขุน อำนาจพุทธคุณเท่านั้นที่จะเรียกสติกลับมาได้ ชุ่มนึกถึงแหวนพิรอดจึงรีบกลับไปที่เรือน แอบเข้าไปห้องหอรำพึงเพื่อค้นหาแหวนจนเจอ แต่เผอิญรำพึงกับจวงมาพบ หาว่าเธอเข้ามาขโมยของ ชุ่มอ้างว่ามาเอาแหวนของตัวเอง รำพึงแย่งแหวนและบีบปากชุ่มพูดใส่หน้า

“จำใส่กะโหลกไว้ว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นของเอ็ง มันมีแต่ของของข้า จำไว้นังทาสชั้นต่ำ” รำพึงปาแหวนทิ้งออก นอกหน้าต่าง แล้วหันมาตบตีชุ่ม

คุณหญิงมณีได้ยินเสียงเข้าห้ามปราม แต่โดนรำพึงตอกกลับว่า เรื่องเกิดในห้องหอของตน ตนมีสิทธิ์จะลงโทษทาสในเรือนเบี้ย รำพึงลงหวายเฆี่ยนชุ่มนับไม่ถ้วน แล้วจวงก็เอาน้ำเกลือสาดใส่แผ่นหลัง ชุ่มร้องโอดโอยจนคุณหญิงต้องขอร้องให้พอแค่นี้ แต่รำพึงหาหยุดไม่

ขุนพิทักษ์เดินมาหลังเรือน เห็นเด็กๆเล่นกันอยู่เป็นกลุ่ม ในมือไอ้ดำมีแหวนพิรอดที่เก็บได้ จึงเข้าไปขอดู แสงเรืองจากแหวนส่องวาบเข้าหน้า เสียงเพื่อนเรียกดำไปเล่นต่อ ดำจึงวิ่งไปทิ้งแหวนไว้ให้ท่านขุน เสียงสวดมนต์ลอยเข้ามาในภวังค์ ทำให้เขามีอาการมึนงง พลันเสียงร้องของชุ่มดังแทรกเข้ามา ขุนพิทักษ์นึกถึงคำขอร้องของชุ่มให้เขาสวมแหวนพิรอดไว้ เขาจึงสวมมัน แสงวาบจากแหวนทำให้เขาเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรงจนล้มลงสลบไป

ขณะเดียวกัน ที่โถน้ำมันจันทน์ของหมอไสยแตกเพล้ง หมอไสยลืมตาโพลงข้องใจ ใครกล้าลองดีกับตน

ในขณะที่รำพึงกับจวงกำลังสะใจที่ได้เฆี่ยนชุ่มจนสลบ บ่าวมาเรียนว่าพบขุนพิทักษ์หมดสติอยู่หลังเรือน จึงรีบไปพาขึ้นเรือน พอขุนพิทักษ์ฟื้น สติสัมปชัญญะกลับคืน รำพึงโผกอดแต่เขากลับผลักไส เรียกหาแต่ชุ่ม คุณหญิงมณีตอบว่า ชุ่มอยู่ที่ลานโบย ชายหนุ่มจะออกไป

“คุณพี่ไปไม่ได้นะเจ้าคะ คุณพี่ฟังน้องก่อน คุณพี่ต้องฟังน้อง” รำพึงรั้งเขาไว้

แต่ขุนพิทักษ์สะบัดเธอล้มลง แล้วรีบวิ่งออกไปหาชุ่ม พอได้เห็นสภาพเมียรักก็ให้ตกใจ

“ทำไมเอ็งเป็นแบบนี้ ใครทำเอ็ง...รำพึงใช่ไหม” ท่านขุนกอดชุ่มอย่างทะนุถนอม

ชุ่มเห็นแหวนพิรอดในมือชายหนุ่มก็ดีใจ คุณหญิงมณีกับแจ่มเห็นภาพตรงหน้าก็ปลื้มระคนแปลกใจ แจ่มกระซิบว่าของคงเสื่อม คุณหญิงปรามอย่าเอ็ดไป ไม่รู้จริง เรื่องต่ำๆ พวกนี้ใครทำเดี๋ยวมันก็ย้อนกลับเข้าตัว ขาดคำ รำพึงตามมาโวยวายแต่ขุนพิทักษ์ไม่สนใจ อุ้มชุ่มกลับขึ้นเรือนใหญ่ คุณหญิงมณีปลอบแต่ดูเหมือนจะจี้ใจรำพึงมากกว่า

“อย่าร้อนใจไปเลย ใครทำอะไรก็ต้องได้รับผลอย่างนั้น เหมือนที่หนูบอกแม่ไง จำได้ไหม”...รำพึงกำหมัดแน่น อกแทบระเบิดด้วยความเจ็บแค้น

ooooooo

เมื่อสิ้นพระยาเทวราช ท่านเทศามณฑลก็เรียกตัวขุนไวกลับมาช่วยราชการในกรมอย่างเดิม ด้วยพอใจในฝีมือการทำงานของเขา เป็นโอกาสให้ขุนไวได้ผงาดขึ้นอีกครั้ง

รำพึงแล่นมาหาหมอไสย จึงได้รู้ว่าคุณไสยเสื่อมคลายเพราะอำนาจพุทธคุณ เธอแปลกใจไม่เคยเห็นขุนพิทักษ์เสวนากับพระด้วยซ้ำ แล้วนึกได้ ต้องเป็นเพราะแหวนวงนั้นแน่ๆ

“ถ้าเอ็งอยากได้ผัวคืน เอ็งต้องใช้อาคมที่เหนือกว่าพลังที่ปกป้องผัวเอ็งอยู่ แต่ครั้งนี้เอ็งต้องจ่ายหนักกว่าเดิม”

รำพึงยอมเท่าไหร่ก็จ่าย ขอให้ท่านขุนมาสยบ แทบเท้าตนเป็นพอ หมอไสยให้เอาเส้นผมของขุนพิทักษ์มาใช้ในการทำพิธีครั้งนี้ จวงจึงต้องมาซุ่มมอง ได้เห็นขุนพิทักษ์ดูแลทำแผลให้ชุ่มและได้รู้ว่าเพราะแหวนพิรอดนี่เองที่ทำให้ท่านขุนหลุดจากคุณไสย

“ข้าสัญญา ข้าจะสวมมันไว้เหมือนว่าข้ามีเจ้าอยู่เคียงข้างข้าไปตลอด” ชายหนุ่มสวมกอดชุ่มอย่างทะนุถนอม ก่อนจะหันไปถามคุณหญิงมณีที่เพิ่งเดินเข้ามา “คุณแม่ขอรับ ชุ่มไม่ยอมเล่าอะไรให้ลูกฟังเลย คุณแม่ช่วยเล่าเรื่องต่างๆ ให้ลูกได้รับรู้ในสิ่งที่ลูกควรรู้ด้วยเถอะขอรับ”

จวงกลับมารายงานรำพึงที่เรือนพระยาเทวราช ใส่ไคล้ว่าชุ่มออเซาะขุนพิทักษ์สารพัด หญิงสาวเคียดแค้น รอให้ตนทำพิธีก่อน จะกลับไปทวงบัลลังก์ของตนคืน แล้วย้ำจวงไปเอาเส้นผมท่านขุนมาให้ได้

วันรุ่งขึ้น พอขุนพิทักษ์รู้เรื่องทั้งหมดจากคุณหญิงมณี ก็มาดูแลเอาใจใส่ชุ่มด้วยสำนึกผิด แม้จะทำไปโดยไม่รู้ตัวก็ตาม คุณหญิงมณีให้แจ่มยกอาหารเข้ามาให้ทั้งสองคนทานด้วยกัน แต่พอชุ่มได้กลิ่นอาหารก็วิ่งไปอาเจียนยกใหญ่ คุณหญิงเร่ิมสงสัยถามชุ่ม ระดูขาดไปหรือเปล่า

ชุ่มครุ่นคิดแล้วตอบว่า ขาดไปเป็นเดือนแล้ว แจ่มเปรยว่าอาการเหมือนคนท้อง คุณหญิงสวนไม่เหมือนหรอก ใช่เลย ขุนพิทักษ์ตาโพลงด้วยความดีใจ ร้องไชโยโห่หิ้ว แจ่มรีบไปป่าวประกาศทั่วบ้าน ความสดชื่นกลับมาสู่เรือนอีกครั้ง

“พาเมียไปไหว้พระ รดน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลกับลูกกับเมียนะพ่อพิทักษ์”

“ลูกหวังว่าชุ่มจะไม่หนาวจนจับไข้ตายนะขอรับคุณแม่”

ชุ่มปรามท่านขุนเกรงจะบาป เขาโอบประคองเธอลงเรืออย่างทะนุถนอม แจ่มเป็นปลื้ม

“คุณหญิงเจ้าขา นี่ถ้าคุณรำพึงกลับมาแล้วรู้ว่านังชุ่มมันท้อง มีหวังเธอคงคลั่งนะเจ้าคะ”

“ข้าก็ไม่รู้จะทำยังไงนังแจ่ม บุญทำกรรมแต่งกันมา ให้หนียังไงก็หนีกันไม่พ้น”

“ดูท่านขุนสิเจ้าคะ ต่างกับเมื่อสองสามวันก่อนราวฟ้ากับเหว แจ่มว่าคุณรำพึงต้องทำเสน่ห์...” คุณหญิงมณีเอ็ดให้เงียบ แจ่มชะงัก รับคำอย่างนอบน้อม

หลังจากทุกคนลงเรือพายออกไป จวงออกมาจากที่ซ่อนด้วยสีหน้าตื่นตระหนกกับเรื่องที่ได้ยิน แล้วก็หันกลับย่องขึ้นเรือนเพื่อไปเก็บเส้นผมขุนพิทักษ์ในห้องนอนชุ่ม ผ่องกับผาดมาเจอไล่ตะเพิดจวงเผ่นกลับแทบไม่ทัน

พอจวงมารายงานรำพึง เธออาละวาดปาข้าวของด้วยความแค้นใจ “อีชุ่มอย่าคิดนะว่าเอ็งมีลูกแล้วเอ็งจะชนะข้า...ไอ้มารหัวขน ข้าจะกำจัดมันทั้งแม่ทั้งลูก”
กลุ่มคุณหญิงมณีกราบหลวงตามั่น ท่านสวดให้ศีลให้พรแล้วประพรมน้ำมนต์ ขุนพิทักษ์เห็นสมปรนนิบัติหลวงตาอยู่ จึงเรียกออกไปคุย คุณหญิงมองตามอย่างชื่นชม

“พ่อพิทักษ์เขารู้ตัวว่าเขาผิด นี่คงจะไปปรับความเข้าใจกับไอ้สม”

หลวงตากล่าวตอบคุณหญิงอย่างกังวลใจ “คุณหญิง...ให้ท่านขุนหมั่นทำบุญให้มากๆนะ”

“หลวงพ่อพูดแบบนี้แสดงว่า พ่อพิทักษ์ยังไม่หมดเคราะห์เหรอเจ้าคะ”

“สัตย์สาบานที่เขาเคยให้ไว้กับพ่อ เขายังชดใช้มันไม่หมด วิบากกรรมยังไม่จบสิ้นเพียงเท่านี้”

คุณหญิงมณีเครียดกับปริศนาที่หลวงตาทิ้งไว้ให้

ooooooo

เย็นวันนั้น รำพึงรีบเร่งไปหาหมอไสย จวงวิ่งตาม แทบไม่ทัน หญิงสาวหันมาเอ็ด มัวชักช้าเหมือนเต่าคลานก็เสร็จนังทาสพอดี ตนต้องรีบไปให้หมอไสยทำพิธีก่อนที่จะชวดทุกอย่าง

ให้เผอิญขุนไวเดินอยู่แถวนั้น เห็นรำพึงรีบเร่งผ่านไปก็เอะใจจึงสะกดรอยตาม...หญิงสาวมาถึงเอาห่อเส้นผมวางให้หมอไสย ขุนไวแอบเห็น ที่ข้างหน้าหมอไสย

มีหุ่นรูปลอยชายหญิงใบไม้ ยันต์สีแดงและสายสิญจน์ พร้อมเลือดในถ้วย จวงเอ่ยถามว่าใบนี่มันใบอะไร

“ใบรักซ้อน เป็นใบไม้แห่งความเสน่หาและราคะ” หมอไสยเอาเส้นผมวางบนใบไม้แล้วบริกรรมคาถา

เสร็จจากการสวด รำพึงถามว่าตนต้องทำอะไรอีก หมอไสยให้จวงออกไปรอข้างนอก

“เอ็งต้องอบตัวในโอ่งอาถรรพณ์ ข้าจะลงทองให้เอ็งทั้งตัว รอจนกว่าข้าจะปลุกเสกหุ่นรูปลอยเสร็จ เอ็งถึงจะออกมาได้”

พอจวงออกไป หมอไสยให้รำพึงถอดเสื้อผ้าออกให้หมด แล้วก้าวลงไปในโอ่ง ควันพวยพุ่งขึ้นล้อมลำตัวเธอ เหงื่อผุดออกตามกาย หมอไสยบริกรรมคาถา เอาเส้นผมของรำพึงและขุนพิทักษ์วางคู่กัน หยดเลือดหมาดำ โรยหนอนแต่หนอนหายวับไปทันที จากนั้นก็ผูกทั้งหมดรวมกับหุ่นลอย

“หุ่นรานีกำหนัดเป็นการใช้มนต์เสน่ห์ของหญิงผูกจิตชายที่หมายปอง เป็นเสน่ห์ขั้นสูงสุดที่ไม่มีชายใดต้านทานได้...หญิงใดที่ได้เป็นเจ้าของหุ่นรานีกำหนัด หญิงผู้นั้นเปรียบเป็นราชินีของเสน่ห์ทั้งปวง” หมอไสยแปะยันต์สีแดงที่ตัวหุ่นทั้งสอง “ยันต์ซ่อนชู้ เป็นตัวเร่งเร้าแรงราคะเพื่อให้ชายผู้นั้นต้องการเสพสมกับหญิงผู้เป็นเจ้าของหุ่น สายสิญจน์มัจจุราชเป็นสายสิญจน์ที่ไม่มีอาวุธใดตัดขาด นอกจากมีดอาคม เปรียบดั่งชายผู้นั้นถูกจองจำให้ตกเป็นทาสของเสน่หาไปตลอดกาล”

หมอไสยบริกรรมคาถาต่อ ในขณะที่เนื้อตัวรำพึงเปล่งประกายฉาบด้วยสีทอง ขุนไวมองพฤติกรรมเหล่านั้น ไม่อยากเชื่อว่า รำพึงจะกล้าทำถึงขนาดนี้

ในขณะที่ขุนพิทักษ์บอกสมให้กลับไปอยู่ที่เรือนตามเดิม แต่สมเกรงจะมีคนไม่สบายใจ ขอตนอยู่ที่วัดต่อไป แต่ขอฝากดูแลชุ่มอย่าให้ใครรังแก ขุนพิทักษ์พนมมือสาบาน ชุ่มปราม

ขุนพิทักษ์ไม่สนใจคำทัดทาน “ข้าสาบานว่าจะรักและดูแลชุ่มกับลูกให้ดี ถ้าข้าผิดคำพูดขอให้ชีวิตข้ามีอันเป็นไป”

สมยิ้มสบตาชุ่มอย่างเชื่อมั่น ชุ่มเกิดกระตุกที่หางตาขวา เธอไม่สบายใจเกรงจะมีเหตุร้าย...ขณะเดียวกัน เสร็จพิธีของหมอไสย เขาให้รำพึงเอาหุ่นรานีกำหนัดไปทำการฝัง

ระหว่างเดินทางกลับ จวงอดชื่นชมนายสาวไม่ได้ “ทูนหัวของบ่าว ผิวสวยผุดผ่องเหลือเกินเจ้าค่ะ วันหลังให้จวงลงไปอาบทองในโอ่งอาถรรพณ์บ้างสิเจ้าค่ะ เผื่อจวงจะเสน่ห์แรงมีหลายผัวแบบคุณรำพึงบ้าง”

รำพึงหันมาจิกผมจวงแหวใส่ว่าตนมีผัวเดียว

จวงผงะหน้าหงายรีบยกมือไหว้ แล้วตบปากตัวเองที่ปากพล่อย พลันทั้งสองต้องชะงักตกใจ เมื่อขุนไวก้าวออกมาขวางหน้า แววตาเขาโกรธระคนเสียใจ รำพึงใจ ไม่ดี แต่ทำยิ้มหวานสู้ เอาห่อผ้าหุ่นหลบด้านหลัง เอ่ยถามเสียงอ่อนหวานว่าเขามาทำอะไรแถวนี้ ขุนไวไม่พูดพรํ่าทำเพลง เข้าไปแย่งห่อผ้ามาแกะดู

“น้องให้หมอไสยทำเสน่ห์ไอ้พิทักษ์” รำพึงปฏิเสธ เขาตวาด “โกหก! พี่เห็นทุกอย่างที่เรือนไอ้หมอไสย ไหนน้องบอกว่าไม่ต้องการไอ้พิทักษ์   แล้วน้องทำเสน่ห์ใส่มันทำไม”

“คุณพี่...คุณพี่กำลังเข้าใจน้องผิด”

“ใช่  พี่เข้าใจผิดมาตลอดว่าน้องรักพี่  ต้องการพี่ แต่ความจริงมันไม่ใช่” ขุนไวปาหุ่นลงพื้น ยกเท้าจะกระทืบ รำพึงปราดเข้าห้าม

“คุณพี่อย่า...นังจวงมาช่วยกันสิ”

จวงเข้าดึงแขนขุนไว รำพึงยื้อจะแย่งหุ่น แต่สองสาวโดนขุนไวผลักล้มไปกองกับพื้น

“พี่ไม่มีวันเสียน้องไปให้ใคร”

รำพึงหาทางออกร้องลั่น “ถ้าคุณพี่อยากเห็นน้องตายก็เชิญทำลายเลยค่ะ”

ขุนไวชะงักยกเท้าค้าง จวงยังงงกับลูกไม้ของนายสาว รำพึงร่ำไห้ “หมอไสยผูกวิญญาณน้องไว้ที่หุ่น  ถ้าคุณพี่ทำลาย จิตวิญญาณน้องก็จะต้องแตกไปด้วย ถ้าคุณพี่อยากเห็นน้องตาย น้องเป็นบ้าก็เชิญเถอะค่ะ แต่ก่อนที่น้องจะตาย  น้องอยากจะบอกคุณพี่ว่า  สิ่งที่น้องทำทั้งหมดนี้  น้องไม่ได้ต้องการตัวขุนพิทักษ์อย่างที่คุณพี่เข้าใจ แต่น้องต้องการทำลายมัน น้องก็เลยทำของใส่มัน”

ขุนไวลังเลเก็บหุ่นขึ้นมา แล้วบอกว่าให้ตนไปฆ่าขุนพิทักษ์ยังง่ายกว่า รำพึงออดอ้อน

“แต่มันยังไม่สาสมกับสิ่งที่มันทำกับน้อง วิธีนี้เป็นวิธีที่ทำให้ขุนพิทักษ์ตายอย่างทุกข์ทรมานที่สุด และที่สำคัญ คุณพี่จะได้ไม่แปดเปื้อนให้ใครครหาได้ เมื่อขุนพิทักษ์ตาย เราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไงคะ”

ขุนไวมองหญิงที่รักอย่างคลางแคลงใจ แต่ด้วยความหลงจนตาบอดทำให้เขาโอนอ่อน

ooooooo

ตอนที่ 6

เมื่อขุนไวเปิดเผยความจริงว่าเป็นผัวเมียกับรำพึงก่อนที่เธอจะโดนขุนพิทักษ์ย่ำยี หญิงสาวตกใจไม่กล้าสบตาผู้เป็นพ่อ พยายามจะปฏิเสธ ขุนไวรีบออกตัว

“กระผมผิดที่ชิงสุกก่อนห่าม แต่กระผมยืนยันได้ว่า กระผมรักน้องรำพึงด้วยใจจริง และพร้อมจะรับผิดชอบด้วยการแต่งงานให้เร็วที่สุด”

ด้วยคำพูดของขุนไว ทำให้รำพึงถูกพระยาเทวราชเรียกตัวมาคุยลำพังในห้อง เขาเหวี่ยงเธอกระเด็น ตวาดใส่ “นังลูกชั่ว สำส่อน ใฝ่ต่ำ เหมือนนังแม่ของแกไม่มีผิด”

“หยุดด่าแม่ของลูกเสียที...” รำพึงตาวาวโรจน์

“ข้าจะด่า ทำไมข้าจะด่านังผู้หญิงแพศยาคนนั้นไม่ได้ น่าเจ็บใจเหลือเกิน ตายไปแล้วแท้ๆแต่ยังทิ้งความแพศยาไว้ให้ข้าเจ็บปวดหัวใจอีก เจ้ามันได้เลือดชั่วของแม่เจ้ามาจริงๆ”

“คำก็ชั่ว สองคำก็ชั่ว...ถ้าแม่เป็นคนชั่วแล้วท่านพ่อเอาแม่เป็นเมียทำไม” รำพึงขึ้นเสียง

ท่านพระยาตบหน้าเพี๊ยะ “บังอาจเหมือนแม่เจ้าไม่มีผิด...อยากรู้นักใช่ไหม ว่าทำไมข้าไปเอานังแพศยานั่นมาเป็นเมีย ดี...แกจะได้รู้ซะทีว่าแม่เจ้ามันชั่วแค่ไหน”

พระยาเทวราชเล่าความหลังที่เจ็บแค้นสุดๆ เพราะโดนทาสคนหนึ่งที่มักใหญ่ใฝ่สูงไม่เจียมตัว ใช้คุณไสยทำเสน่ห์ใส่จนตนลุ่มหลงหน้ามืดตามัว แถมยังเป่าหูให้ตนเกลียดชังคุณหญิงจนตรอมใจและยกนังทาสชั่วขึ้นเป็นเมียออกหน้า คุณหญิงตรอมใจจนฆ่าตัวตายเพียงเพราะนางไม่สามารถมีทายาทให้แก่ตน แต่แล้ว คนชั่วก็ต้องได้รับกรรม เวทมนต์คุณไสยที่ทำเสื่อมคลายลงในวันเผาศพคุณหญิง

รำพึงหวั่นใจ “คุณพ่อ...คุณพ่อคงไม่ได้...”

“คนชั่วอย่างแม่เจ้า ข้าจะเก็บไว้ทำไม เก็บไว้ให้ผู้คนบ่าวไพร่มันประณามหยามเหยียดข้าอย่างนั้นรึ ข้าจบชีวิตมันด้วยมือของข้าเอง” รำพึงส่ายหน้าน้ำตาร่วง พระยาเทวราชชี้หน้า “เห็นแก่เจ้าที่มีเลือดของข้าอยู่ในตัวครึ่งหนึ่ง อย่าบังอาจสร้างความเสื่อมเสียอับอายให้ข้าเหมือนแม่ของเจ้าอีกคน...ในส่วนของข้า ข้าจะจัดการด้านขุนพิทักษ์ ข้าจะเร่งรัดคุณหญิงมณีให้รับผิดชอบเรื่องนี้ ส่วนเจ้า เจ้าก็จัดการกับขุนไวเอาเอง ในเมื่อเรียนผูกก็ต้องหัดเรียนแก้ เข้าใจมั้ย!”

รำพึงสะดุ้ง แม้จะโกรธแค้นแต่ก็รับคำเสียงอ่อย ท่านพระยาย้ำให้มันเรียบร้อยจริงๆ...หญิงสาวออกมาจากห้องด้วยสีหน้านิ่งขรึม ขุนไวซึ่งรออยู่ข้างนอกกับจวง รี่เข้าซักถาม ว่าโดนท่านพระยาลงโทษอย่างไรบ้าง หญิงสาวยิ้มหวานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เริ่มหว่านเสน่ห์

“ที่น้องหายไปนานก็เพราะคุณพ่อท่านขอคำปรึกษาน้องน่ะค่ะ แต่เอ...จะเรียกว่าคำปรึกษาก็คงไม่ถูก น่าจะเรียกว่า ถามใจน้องมากกว่า”

จวงงงกับท่าทีของนายสาว เพราะคิดว่าน่าจะโดนตบตี ขุนไวเองก็อยากรู้ว่าปรึกษาอะไร

“ก็ถามใจน่ะสิ ถามว่าในใจจริงของน้อง น้องรักใครระหว่างขุนพิทักษ์กับคุณพี่”

“แล้วน้องตอบว่าอย่างไร”

“น้องจะตอบว่าอย่างไรล่ะเจ้าคะ น้องก็ต้องตอบให้ตรงกับใจ ว่าน้องรัก...” รำพึงทำท่าเอียงอาย ทำให้ขุนไวกับจวงลุ้น “ชีวิตนี้ น้องจะไปรักใครได้อีก...นอกจากคุณพี่ของน้อง”

จวงแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ขุนไวแทบช็อก “เมื่อกี้น้องว่ายังไงนะ...น้องรำพึง”

“ว่ายังไง แหม...นี่คุณพี่ไม่ได้ใส่ใจในคำพูดของน้องเลยเหรอคะ” หญิงสาวทำเป็นงอน

ขุนไวละล่ำละลักปลอบ ตนไม่แน่ใจว่าเธอรักตน รำพึงตัดพ้อ ได้ยินแล้วยังมาถาม

“แต่...ครั้งก่อนน้องเพิ่งจะบอกว่า น้องรักไอ้ขุนพิทักษ์ ไม่รักพี่ ไม่มีเยื่อใยต่อพี่สักนิด”

รำพึงแอบเซ็งแต่ต้องออดอ้อนว่าครั้งก่อนก็คือครั้งก่อน ตอนนี้ไม่เหมือนเดิม ขุนไวยังหวั่นว่ามีเรื่องอะไรแอบแฝง ถึงได้เปลี่ยนใจเร็วอย่างนี้ หญิงสาวหาทางออกสุดฤทธิ์ ปล่อยโฮ

ตอนที่ 5

รำพึงกลัวชุ่มบอกคุณหญิงมณีว่าถูกตนทำร้าย จึงรีบเข้ามาหาคุณหญิงและบอกว่าตนไม่เห็นขุนพิทักษ์อยู่บนเรือน เลยมาถามพวกบ่าว พอดีเห็นชุ่มหกล้มยาในถ้วยที่ถือมาราดแขน

“ยาคงร้อนมาก ดูสิ ผิวแดงเชียว นังจวงเอ็งรีบพานังชุ่มไปทายาสิไป”

ชุ่มกระถดหนี รำพึงจิกตาเร่งจวง จวงจะประคองชุ่ม คุณหญิงมณีขัดขึ้นว่า ไม่ต้อง รำพึงใจแป้วไม่แน่ใจว่าคุณหญิงเห็นการกระทำของตนหรือเปล่า

“แจ่ม...พานังชุ่มไปทายาซะ ป้าคงไม่ต้องรบกวนหนูรำพึงหรอก ขอบใจนะที่เมตตากับคนของป้า”

จวงกระซิบถามรำพึงว่าคุณหญิงจะเห็นไหม หญิงสาวก็กังวล พอดีคุณหญิงชวนไปเยี่ยมขุนพิทักษ์ เธอตกใจและได้รู้จากคุณหญิงว่าเขาบาดเจ็บเพราะถูกโจรป่าเล่นงาน รำพึงกับจวงเดินตามคุณหญิงมณีมาที่เรือนท้ายสวนซึ่งอยู่ใกล้ๆ รำพึงยิ่งใจหายเกรงขุนพิทักษ์จะได้ยินที่ตนด่าชุ่ม พอได้เห็นสภาพชายหนุ่มยิ่งตกใจ

“คุณพี่...คุณพี่เจ็บหนักขนาดนี้เชียวหรือเจ้าคะ”

สายตาขุนพิทักษ์ที่มองเธอดูชาเย็น รำพึงอาสาขอดูแล เขาปฏิเสธนุ่มนวลว่าอย่าเลย เพราะตนยังมีไข้เกรงเธอจะติด คุณหญิงมณีตัดบท

“หนูรำพึงไม่ต้องกังวล ป้าต้องดูแลพ่อพิทักษ์เป็นอย่างดีอยู่แล้ว”

รำพึงไม่กล้าขัดยอมลากลับ คุณหญิงมณีเดินไปส่ง ก่อนจะลงจากเรือน ขุนพิทักษ์ถามหาชุ่ม คุณหญิงหันมาบอกนอนพักเสียแล้วจะให้คนเอายามาให้ ชายหนุ่มเป็นห่วงชุ่ม เพราะได้ยินทุกคำพูดของรำพึง

ระหว่างทาง รำพึงทำทีห่วงชุ่มที่โดนยาร้อนขนาดนั้นหกราด คงแสบผิวจนลอกแน่

“ก็ดีนะ ถ้าลอกแล้วเจอเนื้อแท้ดั่งทอง แต่ถ้าลอกแล้วพบว่าเนื้อแท้นั้นไม่ใช่ทอง แล้วไม่สวยงามอย่างที่เห็น ก็คง...” คุณหญิงมณีพูดเป็นนัยๆ

“คุณป้ากำลังพูดถึงอะไรเหรอคะ” รำพึงร้อนตัว

“ป้ากำลังคิดถึงพ่อค้าที่นำเครื่องทองมาขาย ตอนแรกก็ชอบนะ เพราะมันดูสวย สมฐานะ แต่พอทองมันลอกออก ป้าก็เริ่มคิดหนัก”

รำพึงอาสาช่วยดูเพราะตนมีความรู้เรื่องทอง คุณหญิงมณีปัดไม่อยากรบกวน หญิงสาวรู้สึกถึงความเย็นชาของคุณหญิง จึงลากลับไม่ต่อความ

คุณหญิงมณีมาถามแจ่มถึงอาการชุ่ม แจ่มขอให้ไปดูเอาเอง คุณหญิงมาที่ครัวเห็นชุ่มนั่งต้มยาหม้อ ไม่ยอมทำแผลด้วยเห็นว่าขุนพิทักษ์ต้องกินยาให้ครบตามกำหนด จึงสั่งแจ่มต้มยาแทนและให้ชุ่มไปทำแผล แจ่มบ่นว่าชุ่มหนังหนาหรืออย่างไรไม่รู้จักเจ็บ ยังจะห่วงท่านขุนอีกคุณหญิงมณีแอบยิ้มอย่างพอใจ

พอแจ่มเอายามาให้ขุนพิทักษ์ ชายหนุ่มหงุดหงิดถามหาชุ่ม แจ่มหน้าม้านรายงานว่า

“คุณท่านให้นังชุ่มไปทำแผลที่โดนยาร้อนๆลวกแขนเจ้าค่ะ นี่กว่าจะบังคับให้ไปทำแผลได้ ยากเย็นนัก ต้องให้คุณหญิงท่านสั่ง ไม่งั้นมันไม่ยอมเจ้าค่ะ จะรอต้มยาให้ท่านขุนเสร็จก่อน มันกลัวท่านขุนทานยาไม่ตรงตามเวลาที่หมอสั่งเจ้าค่ะ”

ขุนพิทักษ์ได้ฟังยิ้มปลื้มใจในความเป็นห่วงของชุ่ม ยอมดื่มยาแต่โดยดี

ooooooo

รำพึงกลับถึงเรือนก็อาละวาดปาข้าวของจนจวงขยาดหลบแทบไม่ทัน เพราะสังหรณ์ใจว่าคุณหญิงมณีต้องให้ชุ่มเป็นคนดูแลขุนพิทักษ์แน่ๆ จึงสั่งจวงไปเฝ้าดู มีอะไรไม่ชอบมาพากลให้กลับมาบอก จวงรีบ คลานออกไปอย่างรวดเร็ว

คุณหญิงมณีสวดมนต์เสร็จ แจ่มคลานเข้ามา เธอจึงถามถึงชุ่ม แจ่มบ่นกว่าจะยอมล้างตัวทายา เล่นเอาตนเหนื่อยแทบขาดใจ

“แต่มันก็เป็นเด็กดีนะ ห่วงใยลูกข้ามากกว่าตัวเองซะอีก”

“ตั้งแต่มาอยู่ที่เรือน นังชุ่มมันเจ็บตัวไม่เว้นแต่ละวันเลยนะเจ้าคะ เดี๋ยวตกน้ำ เดี๋ยวโดนตบตี โดนเฆี่ยน นี่ยังมาโดนน้ำร้อนลวกอีก”

“นอกจากเรื่องเฆี่ยนกับน้ำร้อนลวกยังมีเรื่องอื่นอีกเหรอ ทำไมข้าถึงไม่รู้”

แจ่มสะดุ้งที่พลั้งปาก “ก็นังชุ่มมันห้ามไว้เจ้าค่ะ ตอนมาอยู่ที่นี่ไม่กี่วัน มันก็โดนใครไม่รู้รุมตบตีจน ป่วย แล้วอีกไม่กี่วันก็ตกน้ำเกือบตายตอนไปเก็บบัวที่บึงกับคุณรำพึงน่ะเจ้าค่ะ”

สีหน้าคุณหญิงมณีครุ่นคิดถึงสิ่งที่เห็นวันนี้ ว่ารำพึงกับจวงทำร้ายชุ่ม

คืนนั้น ชุ่มถือถ้วยยาเข้ามา เห็นขุนพิทักษ์นอนหลับ ด้วยความห่วงที่ต้องกินยาตามกำหนด จึงพยายามปลุก เขายังนอนนิ่งจึงใช้มืออังที่หน้าผาก แปลกใจตัวไม่ร้อน ชายหนุ่มฉวยโอกาสจับมือเธอกดไว้ แล้วขยับมาวางตรงอก บอกเธอว่าร้อนตรงนี้ ชุ่มจะดึงมือออกขอร้องให้เขาดื่มยา ขุนพิทักษ์ขยับลุกนั่งพิงผนัง ชุ่มเอี้ยวตัวไปหยิบถ้วยยา ชายหนุ่มเห็นแขนข้างที่โดนน้ำร้อนลวกยังแดงเป็นผื่น จึงเอื้อมมือไปแตะ หญิงสาวสะดุ้งด้วยความเจ็บ

“ไหนมาให้ข้าดูใกล้ๆหน่อยสิ”

“ข้าไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ ท่านขุนดื่มยาเถอะ” ชุ่มยื่นถ้วยยาให้

ขุนพิทักษ์ไม่ยอมจะปัด “ถ้าเอ็งขัดใจข้า ข้าจะคว่ำถ้วยยาทิ้ง”

ชุ่มโยกหลบขอร้องให้ดื่มยาก่อน เขาดึงดัน เธอจึงต้องหันแขนข้างที่เจ็บให้เขาเป่าเพี้ยงแล้วบอกว่า คุณแม่มักจะทำแบบนี้ให้ตอนเด็กๆ หญิงสาวซาบซึ้ง สองคนสบตากัน ชายหนุ่มโน้มหน้าเข้าใกล้ ชุ่มได้สติลุกหนี ขุนพิทักษ์ขยับตามเร็วไปหน่อยจึงเจ็บแผลร้อง โอ๊ย...

ชุ่มตกใจรีบเข้าไปดูแผล ขุนพิทักษ์ประคองหน้าเธอและจูบอย่างอ่อนโยนอย่างที่ใจปรารถนา ชายหนุ่มพร่ำบอกว่า เขารักเธอ...หญิงสาวไม่อาจห้ามใจตัวเองได้อีก จึงปล่อยให้ความรักดำเนินไปอย่างที่มันจะเป็น

ooooooo

ในคืนเดียวกัน ระหว่างที่รำพึงยืนมองดวงจันทร์อยู่ที่หน้าต่างห้อง เธอไม่ได้มีใจชื่นชมกับความงามนั้น กลับกระวนกระวายรอฟังเรื่องที่ให้จวงไปสืบ พลันขุนไวผลักประตูเข้ามาอย่างถือวิสาสะ หญิงสาวตกใจไล่ให้เขาออกไป สีหน้าขุนไวดูดุดัน

“น้องจงใจหลบเลี่ยงการแต่งงานกับพี่”

หญิงสาวหน้าเสียรีบขอร้องให้ออกไปคุยนอกห้อง เกรงพ่อมาเห็น หัวเขาจะหลุดจากบ่า ขุนไวกลับยิ้มเยาะ

“กว่าท่านเจ้าคุณจะเข้ามาที่ห้องนี้ ก็คงจะเย็นวันพรุ่ง เพราะคืนนี้ท่านเจ้าคุณไปราชการต่างเมือง ไปจริงๆไม่ใช่โกหกอย่างที่น้องทำกับพี่เมื่อเช้า”

รำพึงใจหายพยายามไล่ให้เขาออกไป ขู่จะเรียกบ่าวไพร่เข้ามา ขุนไวท้า อยากให้บ่าวเอาไปพูดให้สนุกปาก จนเข้าหูขุนพิทักษ์ก็ตามใจ หญิงสาวโกรธ ขุนไวไม่สนใจกลับก้าวเข้าประชิด

“ทำไมน้องถึงทำร้ายจิตใจพี่แบบนี้ ทั้งที่น้องได้ให้คำมั่นแล้วว่าจะแต่งงานกับคนที่ชนะการดวล เมื่อพี่ชนะน้องต้องทำตามสัญญา”

“สัญญาระหว่างคุณพี่กับคุณพี่พิทักษ์ ที่น้องยอมรับมีเพียงครั้งแรกที่ดวลกันต่อหน้าท่านเจ้ากรมเท่านั้น ส่วนครั้งที่สองเป็นสัญญาที่น้องไม่ได้รับรู้ด้วย”

“ถ้าเป็นไอ้พิทักษ์ น้องคงไม่กลับคำเช่นนี้ใช่ไหม” เห็นรำพึงเถียงไม่ออก จึงย้ำ “ทั้งเงินทอง ฐานันดร พี่มีเทียบเท่ากับมันทุกอย่าง ทำไมถึงต้องเป็นไอ้พิทักษ์”

รำพึงยังนิ่งอึ้ง ขุนไวโมโหจับแขนเธอเขย่าอย่างแรง ให้ตอบมาว่าตนด้อยกว่าตรงไหน

รำพึงโพล่งออกไปว่า “ชาติตระกูลไง คุณพี่พิทักษ์มีชาติตระกูลที่เหนือกว่า เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าจะสู้คนที่เกิดเป็นลูกพระยาได้อย่างไร น้องคู่ควรกับชายที่มีทั้งศักดิ์ศรีและชาติตระกูล ไม่ใช่เด็กวัดอย่างคุณพี่”

ขุนไวโกรธแค้นคำพูดของรำพึงกระทบปมด้อยที่ฝังอยู่ในใจมาตลอด เขากำหมัดแน่น ถามหญิงสาวว่า ความรักของตนไม่มีค่าเลยใช่ไหม รำพึงตอบชัดเจนว่า ตนเลือกแล้ว ขุนไวคว้าข้อมือเธอ หญิงสาวตบหน้าเขาฉาด ชายหนุ่มโกรธดึงเธอเข้ามากอด

“พี่จะให้น้องได้รู้ว่า เด็กวัดอย่างพี่ก็มีเมียเป็นลูกพระยาได้เหมือนกัน”

รำพึงตกใจพยายามผลักไส แต่สู้แรงขุนไวไม่ได้ จึงถูกปลุกปล้ำอย่างไม่ยินยอม

ooooooo

จนเช้าวันใหม่ ขุนพิทักษ์ลืมตาขึ้นมาเห็น ใบหน้าชุ่มหลับอยู่ตรงหน้า เขายิ้มด้วยความรักโอบกอดเธออย่างหวงแหน ชุ่มสะดุ้งตื่น เขินอายจะลุกหนี ชายหนุ่มยื้อไว้

ตอนที่ 4

ขุนไวอยู่ในคุกด้วยความเจ็บแค้น สาบานกับตัวเองว่าจะต้องชิงทุกอย่างจากขุนพิทักษ์คืนมาให้ได้...และแล้ว พระยาเทวราชก้าวเข้ามา ถามว่าสงบสติลงบ้างไหม ขุนไวเงยหน้ามองนิ่งๆ

“ท่านเจ้ากรมสั่งให้ปล่อยท่านแล้ว”

“ท่านพระยา ท่านต้องเชื่อกระผมนะขอรับ ไอ้พิทักษ์มันโกง”

“ฉัน เตือนท่านแล้วว่าอย่าใจร้อน ฉันเป็นคนเสนอท่านเจ้ากรมให้รู้จักท่าน แต่ท่านกลับไปหมิ่นเกียรติท่านเจ้ากรมแบบนี้ คิดถึงหน้าของฉันบ้างไหม”

ขุนไวอึ้งเคืองเล็กน้อยที่พระยาเทวราชไม่ได้ห่วงตน ท่านพระยากล่าวอีกว่า ผลการตัดสินเกิดขึ้นแล้วเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ขุนไวเจ็บแค้นจะยอมออกจากเมืองนี้ตามสัญญา แต่ต้องเป็นไปด้วยความถูกต้อง เขาผลุนผลันจะไปสะสาง ไม่ฟังคำห้ามปรามของท่านพระยาแม้แต่นิด

คุณหญิงมณีเห็นขุนพิทักษ์แต่งตัวออกมาแต่เช้า เข้าใจว่าจะไปรายงานตัวที่กรม แต่เขากลับบอกว่าจะไปเรือนพระยาเทวราช ชุ่มซึ่งนั่งปักผ้าอยู่เผลอทำเข็มตำนิ้ว ขุนพิทักษ์ปรี่เข้าจับนิ้วมาดูอย่างห่วงใย ชุ่มเกรงใจคุณหญิงรีบชักมือออก สมวิ่งหน้าตื่นเข้ามากระซิบว่าขุนไวมา ชุ่มได้ยินตกใจ ขุนพิทักษ์ขอตัวเดินไป คุณหญิงมณีบ่น

“ลูกคนนี้ จู่ๆนึกจะไปก็ไป” เห็นชุ่มกุมมือจึงไล่ให้ไปใส่ยา

ชุ่มได้โอกาสรีบลงจากเรือนตามไปดูขุนพิทักษ์ สมรู้แกวจะตามแต่ถูกคุณหญิงเรียกใช้เสียก่อน ชุ่มตามมาที่ท่านํ้าเห็นสองท่านขุนประจันหน้ากัน

“ทำไมเอ็งยังไม่ไปจากเมืองนี้อีก”

“ข้าจะไปก็ต่อเมื่อเอ็งชนะข้าด้วยฝีมือ แต่ในเมื่อมันไม่ใช่ ทุกอย่างก็เป็นโมฆะ”

“เอ็งคิดจะพลิกลิ้นงั้นรึ”

“ขี้โกงอย่างเอ็งมีหน้ามาด่าคนอื่นด้วยหรือ...เอ็งมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย”

ขุนพิทักษ์ดึงผ้าเช็ดหน้ารำพึงออกมาเย้ย “ยังไงเอ็งก็ไม่มีทางแย่งน้องรำพึงไปจากข้าได้”

ชุ่มเจ็บแปลบกับคำพูดของขุนพิทักษ์ ขุนไวท้าประลองอีกครั้ง วันพรุ่งเมื่อตะวันตรงหัวที่ชายป่าด้านตะวันออก แถมปรามาสไว้ว่า ถ้ายังมีศักดิ์ศรีอยู่ให้เจอกันที่นั่น

“ข้าไม่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งเอ็ง”

“ข้าจะได้รู้ไว้ว่า ลูกพระยาสุรเดชไมตรีมันก็แค่ไอ้ขี้ขลาดตัวหนึ่ง”

“ไอ้ไว...ถ้าเอ็งอยากตายเป็นผีเฝ้าป่า ข้าก็จะสนองให้”

ขุนไวกลับไปด้วยความโกรธ ขุนพิทักษ์จะเดินขึ้นเรือน ต้องชะงักเมื่อชุ่มเข้ามาขวางห้ามไม่ให้ไปตามคำท้า แต่ขุนพิทักษ์ยอมโดนดูถูกไม่ได้ ชุ่มอ้างคุณหญิงมณีต้องไม่สบายใจ

“ห้ามบอกแม่ข้า ห้ามบอกใครทั้งนั้น...การต่อสู้ครั้งนี้ จะไม่มีกลโกงเกิดขึ้น นี่เป็นโอกาสที่จะได้แก้ตัวกับเจ้า” ขุนพิทักษ์เดินเครียดไป ชุ่มมองตามอย่างกังวล

ooooooo

ออกจากเรือนขุนพิทักษ์ ขุนไวมุ่งหน้ามาหารำพึง หญิงสาวกำลังปักผ้าดิ้นทองเตรียมไว้สำหรับงานมงคล พอเห็นขุนไวมาก็ตกใจ จวงรีบถอยห่างออกมา รำพึงปรับท่าทีเป็นอ่อนหวานถามไถ่ห่วงใยที่ต้องอยู่ในคุกทั้งคืน ขุนไวตัดพ้อที่เธอไม่มีน้ำใจไปเยี่ยมบ้าง

“น้องอยากไปเยี่ยมคุณพี่ แต่คุณพ่อห้ามน้องไว้ ท่านไม่อยากให้น้องไปสถานที่แบบนั้น” รำพึงลูบไล้แขนขุนไวอ้อน “คุณพี่คงเสียใจมากที่ต้องแพ้ในครั้งนี้ น้องเองก็เสียใจไม่น้อยที่จะไม่ได้เห็นหน้าคุณพี่ในเมืองนี้อีก”

ขุนไวโพล่งออกมาว่า ความพ่ายแพ้ที่อยุติธรรมเป็นเรื่องของเมื่อวาน รำพึงชะงักหมายความว่าอย่างไร ขุนไวบอกแก่หญิงที่รักว่า ตนจะดวลกับขุนพิทักษ์อีกครั้ง และครั้งนี้ตนจะไม่ยอมเสียเธอไปอีก หญิงสาวแอบกำมือแน่นแววตาขัดใจ แต่ต้องข่มอารมณ์ทำทีโศกเศร้า

“น้องทุกข์ใจที่เป็นต้นเหตุให้คุณพี่ทั้งสองต้องหมางใจ ถึงขนาดฆ่าฟันกัน”

ขุนไวกุมมือปลอบ “น้องมีค่ามากที่สุดในชีวิตพี่ วันพรุ่งนี้พี่จะกลับมาพร้อมกับชัยชนะ”

“ถ้าวิธีนั้นเป็นการแสดงความจริงใจที่คุณพี่ทั้งสองมีต่อน้อง น้องก็เห็นจะขัดไม่ได้”

“ชาตินี้พี่ไม่มีวันยกน้องให้ใครเด็ดขาด” ขุนไวขยับเข้าประชิดหมายจะหอมแก้ม

รำพึงเบี่ยงหลบอย่างมีจริต อ้างให้เขาออมแรงไว้สู้วันพรุ่งนี้ ขอให้เขากลับไปพักผ่อน ขุนไวหลงดีใจที่เธอเป็นห่วง ยอมกลับไปแต่โดยดี...จวงแล่นเข้ามาถาม ไม่คิดจะห้ามท่านขุนทั้งสองหรือ ดวลกันโดยไม่มีพยานรู้เห็น เกรงเกิดพลาดพลั้งถึงชีวิต รำพึงยิ้มเยาะ

“ก็ช่วยไม่ได้ ในเมื่ออยากได้ตัวข้า ก็ต้องแลกด้วยชีวิต คุณพี่จะได้รู้ว่า ลูกพระยาอย่างข้ามีค่ามากกว่าขี้ครอกอย่างนังชุ่มแค่ไหน”

จวงยิ้มอย่างสอพลอเข้าข้างเจ้านายสุดชีวิต

ooooooo

ระหว่างทานมื้อกลางวัน คุณหญิงมณีบอกขุนพิทักษ์ว่า ทางกรมให้คนมาส่งข่าว ว่าเขาจะต้องไปรายงานตัววันมะรืน ชายหนุ่มรับคำ สายตาจับจ้องไปทางชุ่มที่คอยอยู่รับใช้ คุณหญิงชวนไปวัดวันพรุ่งนี้ เขาปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย เธอจึงสั่งชุ่มเตรียมตัวไปด้วยแทน

พลัน รำพึงก้าวขึ้นเรือนมาพร้อมจวง เธอไหว้คุณหญิงมณีแล้วหันไปจิกตาใส่ชุ่มแต่ทำเสียงหวานถามถึงแผลที่โดนเฆี่ยนเป็นอย่างไรบ้าง ชุ่มนิ่งเมินหน้าไปทางอื่น จวงไม่พอใจตวาดว่าเจ้านายถามไม่ได้ยินหรือ รำพึงเห็นสายตาคุณหญิงมณีไม่สบายใจ จึงรู้ว่าต้องผ่อน

“ชุ่มยังไม่อยากคุยกับฉันก็ไม่เป็นไร” รำพึงหันมาทางคุณหญิง “รำพึงอยากมาขอเรียนรู้จากคุณป้าเพิ่มเติมค่ะ เมื่อวานนี้คนที่ได้ทานขนมของคุณป้า ต่างชมเป็นเสียงเดียว กันว่ารสเลิศ”

รำพึงเห็นขุนพิทักษ์เอาแต่มองไปทางชุ่มก็ไม่พอใจ เพิ่มความดังของเสียงขึ้นว่า “ยามที่รำพึงออกเรือนจะได้ปรนนิบัติได้ถูกใจสามีน่ะค่ะ” แล้วเธอก็ขยับเข้าใกล้ขุนพิทักษ์ ยกมือแตะรอยช้ำที่โหนกแก้มเขา ทำทีห่วงใย

ชุ่มเหลือบมองอย่างสะเทือนใจ ชายหนุ่มเห็นสายตาชุ่ม จึงจับมือรำพึงออกห่าง หญิงสาวตีหน้าเศร้า เอ่ยเสียใจที่เขาต้องเจ็บเพราะตน ชายหนุ่มชะงักหันมาปลอบ

ตอนที่ 3

วันรุ่งขึ้น คุณหญิงมณีแปลกใจที่เห็นขุนพิทักษ์แต่งตัวเต็มยศมานั่งทานอาหารเช้า พอรู้ว่าเขาจะไปรับการคัดเลือกเป็นผู้ช่วยกรมก็ปลาบปลื้มดีใจ แต่นี่มันสายแล้วต้องไปรายงานตัวเช้า ขุนพิทักษ์หน้าเหวอ สั่งบ่าวให้เอาม้ามาโดยด่วน

ขณะจะขึ้นหลังม้า ชุ่มยืนยิ้มอวยพรให้เขาเดินทางปลอดภัย...แจ่มเข้ามาดีใจกับคุณหญิงมณีที่ขุนพิทักษ์ยอมไปตามที่คุณหญิงขอร้อง

“อาจไม่ใช่ข้าที่ทำให้พ่อพิทักษ์เปลี่ยนใจ” คุณหญิงมณีมองไปทางชุ่มสีหน้าเครียด...

พระยาเทวราชกับขุนไวกำลังจะเดินออกจากห้อง ขุนพิทักษ์วิ่งเข้ามารายงานตัว ขุนไวยิ้มสมเพช พระยาเทวราชกำราบ ถ้ายังรักษาเวลาไม่ได้ จะรับผิดชอบการงานได้อย่างไร

“เป็นความผิดของกระผมเองขอรับ แต่นั่นไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่ากระผมจะไม่มีความสามารถในการทำงานนะขอรับ”

ขุนไวแกล้งขอให้ให้โอกาส ขุนพิทักษ์ไม่พอใจหาว่าสอพลอ สองหนุ่มจะห้ำหั่นกัน พระยาเทวราชต้องห้าม ให้ให้เกียรติสถานที่ราชการบ้าง อย่าทำตัวเป็นนักเลง ขุนไวรีบกล่าวขอโทษ

“กระผมแค่ต้องการพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า กระผมพร้อมทุกด้าน ในการรับตำแหน่งผู้ช่วยกรมครั้งนี้ ไม่ใช่ได้ตำแหน่งเพราะคู่แข่งมารายงานตัวไม่ทันเวลา”

“ถ้าเช่นนั้น ไอ้ไว ข้าขอท้าเอ็ง มาวัดกันซักตั้ง เดิมพันตำแหน่งนี้กัน ถ้าข้าแพ้ เอ็งเอาตำแหน่งไปแล้วข้าจะไปจากที่นี่ไม่กลับมาอีก เอ็งกล้าพอรึเปล่า”

ขุนไวอึ้งเหลียวมองท่านพระยา เห็นท่านนิ่งเฉยจึงรับคำท้า แต่เข้าไปกระซิบ รวมถึงตัวรำพึงด้วย พระยาเทวราชตัดบท

“เอาอย่างนี้ ในงานเลี้ยงต้อนรับเจ้ากรมคนใหม่ ฉันจะจัดงานประลองขึ้นระหว่างท่านทั้งสอง ใครชนะจะได้เป็นผู้ช่วยเจ้ากรมคนใหม่”

ขุนไวเสริมว่าใครแพ้ จะต้องออกไปให้ไกลจากเมืองนี้ และไม่กลับมาอีก สองหนุ่มจ้องหน้าอย่างจะกินเลือดกินเนื้อกัน

ระหว่างที่คุณหญิงมณีรอการกลับมาของลูกชาย รำพึงได้มาช่วยดูแลการจัดงาน เธอถ่อมตัวขอให้คุณหญิงช่วยสอนงานบ้านงานเรือน พอดีเห็นชุ่มกำลังถูเรือน รำพึงสบตากับจวนอย่างมีแผนร้าย แกล้งชมว่าบ่าวบ้านนี้ดูคล่องแคล่ว คุณหญิงมณีส่ายหน้าว่า คนนี้ยังต้องสอนกันอีกมาก จวงรีบเสนอให้นายตนช่วยสอน บ่าวที่บ้านเธอก็ เป็นคนสอนกับมือทุกคน คุณหญิงมณีจึงเรียกชุ่มเข้ามา แล้วบอกว่า

“เอ็งโชคดีแล้วนะ ที่คุณรำพึงเมตตาจะสอนงานให้เอ็ง”

ชุ่มสีหน้าไม่สบายใจ จำต้องไหว้ขอบคุณตามคำสั่งคุณหญิง...ที่เรือนครัวพูดคุยกันถึงเรื่องที่รำพึง

วางท่าเป็นนายหญิง และจะสอนงานชุ่ม พอชุ่มกลับเข้ามา สมรีบเตือนน้องด้วยความเป็นห่วงให้ระวังตัวมากๆ

ผ่องกับผาดมานั่งนินทากันหน้าเรือนครัว ผ่องบอกผาดว่าชุ่มจะได้เลื่อนขั้นเป็นเมียทาส

“เมื่อคืนข้าเห็นกับตาว่าท่านขุนน่ะเดินจูงมือนังชุ่มมาส่งที่เรือนกลางดึก ถ้าไม่มีอะไรกันจะจับมือถือแขนกันขนาดนั้นเหรอวะ”

“คุณรำพึงมีบุญวาสนาเป็นถึงลูกพระยา สุดท้ายก็แพ้นางทาสอย่างนังชุ่ม สะใจว่ะ”

รำพึงเดินมาได้ยินเต็มสองหู เจ็บแค้นสุดขีด สั่งจวงคอยฟังคำสั่ง อย่าทำอะไรเอะอะนอกเหนือคำสั่ง จวงรับคำ

ooooooo

เมื่อขุนพิทักษ์กลับมา ถามหาชุ่มก่อนอื่น แจ่มแปลกใจจะตามไปดูว่าชุ่มก่อเรื่องอะไรอีก คุณหญิงมณีห้ามไว้ ให้แจ่มไปสอบถามที่กรมว่าใครได้ตำแหน่งผู้ช่วยเจ้ากรม

รำพึงกับจวงวางท่าสั่งบ่าวไพร่ทำงานในครัวตามที่ต้องการ แล้วเรียกชุ่มมารับใช้ ชุ่มเพิ่งล้างจานเสร็จขอไปคว่ำจานก่อน จวงไม่พอใจจะไปกระชากตัว สมหมั่นไส้เตะเข่งไปขวางทางทำให้จวงล้มคว่ำ แล้วอ้างว่าลมพัดแรงเกี่ยวไว้ไม่ทัน รำพึงกำลังจะตัดสินความ ขุนพิทักษ์โผล่มาเรียกหาชุ่ม พอเห็นรำพึงก็ตกใจ หาทางออกทันทีว่า แม่ให้มาเรียกชุ่มไปหา

“คุณป้าให้คุณพี่มาเรียกบ่าวเหรอคะ” รำพึงดักคอ

“ข้างบนไม่มีบ่าวสักคน ไม่รู้หายหัวไปไหนกันหมด”

รำพึงมองอย่างจับผิด ขุนพิทักษ์รีบเปลี่ยนเรื่องชวนหญิงสาวไปเดินเล่น เธอไม่อยากเซ้าซี้จำต้องเดินไปกับเขา จวงมองหน้าสมเชิงฝากไว้ก่อน สมทำไม่รู้ไม่ชี้ให้เจ็บใจ

เดินมาถึงสระบัว รำพึงกรีดน้ำตาอาบแก้ม ขุนพิทักษ์ตกใจรีบถามมีอะไรทำให้ขุ่นเคือง

“จวงบอกน้องว่า บ่าวที่เรือนนี้ต่างพากันพูดให้เซ็งแซ่ว่าน้องเป็นถึงลูกพระยา แต่ด้อยค่ากว่าทาสอย่างนังชุ่ม” ขุนพิทักษ์จะค้าน “ถ้าไม่มีมูล พวกบ่าวมันก็คงไม่ลือหรอกค่ะ มันคงรู้คงเห็นการกระทำของคุณพี่ มันถึงเอามาพูดกันได้”

ขุนพิทักษ์ได้ฟังก็ร้อนตัว “นังคนไหนมันพูด บอกพี่มา พี่จะลงหวายให้หลังมันขาด”

“คุณพี่ทำแบบนั้น น้องก็จะยิ่งตกเป็นขี้ปากบ่าวไพร่ ว่าสิ่งที่พวกบ่าวมันพูดเป็นความจริง เราถึงต้องโกรธต้องลงโทษพวกมัน” รำพึงร่ำไห้ให้ดูน่าสงสาร

ขุนพิทักษ์เข้ากอดปลอบ เรื่องไม่จริงจะเสียน้ำตาทำไม รำพึงสะอื้น ตนทนไม่ได้ที่ไม่ใช่คนสำคัญที่สุดของเขา ชายหนุ่มแย้งไม่มีใครสำคัญเท่าเธอ

“บางทีกอดของพี่อาจทำให้น้องอุ่นใจ” ขุนพิทักษ์กระชับอ้อมกอด

“น้องไม่อยากเจ็บไปกว่านี้อีกแล้ว ถ้าน้องไม่ได้มีค่าในสายตาคุณพี่ น้องก็จะไม่ฝืนเจ็บอีกต่อไป บางทีน้องควรจะมอบหัวใจให้กับคนที่รักและเห็นค่าของน้องจริงๆ”

“น้องจะให้พี่ทำอย่างไร น้องถึงจะเชื่อว่าพี่รักน้องเพียงคนเดียว เชื่อพี่นะ พี่รักน้องรำพึง” ขุนพิทักษ์บรรจงจะจูบ พลันเสียงชุ่มดังขัดจังหวะ

“ท่านขุนเจ้าคะ...คุณหญิงเป็นลมเจ้าค่ะ”

ทั้งสองผละออกจากกัน รำพึงสีหน้าโกรธจัด ขุนพิทักษ์ตกใจรีบวิ่งกลับเรือน ชุ่มชิงเดินหนี รำพึงเล่นงานจวงที่ปล่อยชุ่มเข้ามา จวงรีบสอพลอว่าชุ่มต้องตั้งใจจะเข้ามาขัดจังหวะเป็นแน่

มาถึงเรือน ขุนพิทักษ์เห็นแม่เป็นลม มีบ่าวและแจ่มคอยพัดวี เขาปรี่เข้าถามอาการ คุณหญิงมณีลืมตาขึ้นมาถามลูกชาย ว่าจริงหรือที่จะประลองกับขุนไว เขายอมรับ คุณหญิงรีบถามว่าเดิมพันอะไรกัน รำพึงตามมาทันได้ยิน

“เดิมพันอะไรหรือคะคุณพี่”

“ถ้าใครชนะจะได้ตำแหน่งผู้ช่วยกรม ส่วนคนแพ้จะต้องออกไปจากเมืองนี้”

ทุกคนตกใจ ถ้าเขาแพ้จะทำอย่างไร ขุนพิทักษ์ยืนยันมั่นใจจะได้ชัยชนะ ชุ่มได้ฟังชักหวั่นใจ เกรงเขาจะแพ้

รำพึงกลับบ้านด้วยความขุ่นใจ ขุนไวรีบเข้ามาถามว่ารู้เรื่องที่ตนเดิมพันกับขุนพิทักษ์แล้วใช่ไหม หญิงสาวรับว่าใช่อย่างเซ็งๆ ขุนไวกร่างอวดว่าพระยาเทวราชยกตำแหน่งนี้ให้ตน

“แล้วทำไมคุณพี่ยังต้องแข่งขันอีก”

“พี่จะให้น้องได้เห็นว่าพี่ชนะไอ้พิทักษ์อย่างขาวสะอาด วันที่มันแพ้แล้วระเห็จออกจากเมืองนี้ แล้วทันทีที่พี่ได้ตำแหน่งผู้ช่วย พี่จะให้ท่านเจ้ากรมมาสู่ขอน้อง”

“ให้คุณพี่ชนะอย่างแท้จริงก่อนเถอะค่ะ แล้วค่อยคุยเรื่องนี้” รำพึงเดินหนีขึ้นเรือน ปล่อยขุนไวยืนคิดเรื่องผู้ชนะอยู่คนเดียว

คุณหญิงมณียังนอนบนตั่งมีชุ่มกับแจ่มคอยพัดวี คุณหญิงซักถามลูกชายทำไมต้องท้าเดิมพันเช่นนี้ น่าจะคิดถึงใจแม่บ้าง ขุนพิทักษ์โต้ตนทำเพื่อความฝันของพ่อและความต้องการของแม่

“แล้วถ้าลูกแพ้ แม่จะทำอย่างไร โทสะมันจะพาลูกไปสู่ทางลำบากนะ”

“ถ้าลูกไม่ท้ามัน ลูกก็คงเสียตำแหน่งนี้ไปแล้ว นี่ไม่ว่าลูกจะทำเช่นไรก็ไม่เคยถูกในสายตาคุณแม่เลยสักครั้ง” ขุนพิทักษ์เสียใจที่ใช้คำพูดรุนแรง แต่ตัดใจเดินหนีไป

ชุ่มเห็นคุณหญิงมณีโศกเศร้าสะเทือนใจแล้วสงสาร แต่ก็เข้าใจความรู้สึกของขุนพิทักษ์...

ด้านรำพึงทั้งเจ็บใจที่พ่อและขุนไวคอยกีดกัน ยังต้องแค้นใจที่ชุ่มจ้องจะแย่งขุนพิทักษ์อีก จึงคิดจะสั่งสอนซํ้าให้สำนึก

วันนั้นทั้งวัน ชุ่มตามหาขุนพิทักษ์ด้วยความเป็นห่วง สมไม่สบายใจพยายามเตือนน้อง อย่าเข้าไปยุ่งกับท่านขุน เกรงจะเสียตัวแต่ไม่กล้าพูดตามตรง เลี่ยงใช้คำว่าเสียใจแทน

“ทำไมข้าจะต้องเสียใจ ข้าห่วงเพราะท่านขุนเป็นลูกคุณหญิงผู้มีพระคุณของเรา”

“ถ้าเอ็งคิดได้แบบนั้นก็ดี”

ชุ่มยืนยันคำพูด แต่ในใจสับสนกับคำเตือนของพี่ชาย...สุดท้ายก็อดห่วงขุนพิทักษ์ไม่ได้ ชุ่มชะเง้อรอหน้าเรือนจนคํ่ามืดดึกดื่น ขุนพิทักษ์เมามายกลับมา เดินเซจะล้ม ชุ่มปรี่เข้าประคอง เขาปัดป่ายไม่ให้ช่วย

“ไม่ช่วยได้ไงเจ้าคะ แค่เดินก็จะล้มอยู่แล้ว”

“แม้แต่เจ้าก็ไม่เชื่อข้าเหรอ ว่าข้าจะชนะไอ้ขุนไว ได้...ไม่มีใครเชื่อข้าสักคน ตั้งแต่แม่ข้าแล้วก็เอ็ง” ขุนพิทักษ์ยื่นหน้ามาใกล้ “จะว่าไปเจ้าก็งามเหมือนกันนะ”

ชุ่มตกใจเหมือนจะโดนจูบ จึงผลักเขาล้มลง ขุนพิทักษ์ตาจะปิดแหล่ไม่แหล่ เห็นชุ่มลางเลือนแต่พอได้ยินคำพูดของเธอก่อนจะหลับไปว่า

“ถึงใครจะบอกว่าท่านเลว ข้าเชื่อว่าท่านจะต้องชนะการต่อสู้ครั้งนี้อย่างแน่นอน ข้าเชื่อ”

เช้าวันรุ่งขึ้น รำพึงมาที่บ้านคุณหญิงมณีกับจวง

ให้หงุดหงิดใจเมื่อเจอขุนไวมารับที่ท่านํ้า เขาบอกเธอว่าเอาเครื่องเทศจากพระคลังมาให้คุณหญิง รําพึงแขวะว่าเขายังกล้ามาทั้งที่เดิมพันกับลูกชายท่านไว้

“คุณหญิงท่านเป็นผู้ใหญ่พอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ท่านยังอนุญาตให้พี่อยู่เป็นเพื่อนน้องรำพึงจนกลับเลย”

“อย่าเลยค่ะ คุณพี่พิทักษ์มาเห็นเข้าคงได้วางมวยกันอีก”

ขุนไวหัวเราะเยาะเพราะรู้ว่าขุนพิทักษ์เมายังไม่ตื่น รำพึงหงุดหงิดขอร้องอย่าทำให้ตนลำบากใจ บ่าวไพร่จะหาว่าตนพาคนที่เป็นศัตรูกับเจ้าของบ้านมาเย้ยถึงที่ โปรดให้เกียรติตนบ้าง ขุนไวเถียงไม่ออก รู้สึกผิดยอมกลับไปแต่โดยดี รำพึงยิ้มอย่างผู้มีชัย

ooooooo

บ่าวไพร่ทำงานกันอย่างวุ่นวาย ทั้งกวาดลาน ถูพื้น จัดดอกไม้ รำพึงเห็นมาลัยร้อยด้วยดอกพุดก็สั่งโยนทิ้ง ให้ร้อยใหม่ด้วยดอกมะลิ ไม่สนใจที่บ่าวบอกว่าร้อยด้วยดอกพุดมาตลอด จวงคอยกำราบบ่าวที่ไม่เชื่อฟัง ขู่ใครอยากมีปัญหากับคุณผู้หญิงคนใหม่ของเรือน

รำพึงมองไปเห็นชุ่มที่เพิ่งลับมีดเสร็จมือถาดมีดเดินมา จึงสะกิดจวง จวงยิ้มอย่างรู้กัน พอชุ่มเดินมาใกล้ รำพึงก็แกล้งขัดขา ชุ่มเสียหลักล้ม ถาดมีดหกกระจาย จวงเอะอะโวยวายหาว่าชุ่มตั้งใจจะฆ่ารำพึง ตรงเข้ากระทืบขาชุ่มทันที บ่าวคนอื่นจะเข้าช่วย จวงตวาดไม่ใช่เรื่อง รำพึงทำเป็นขอให้จวงเลิกรา แต่จวงไม่ยอมจะกระทืบซ้ำ คราวนี้ชุ่มหลบแล้วถีบกลับ จวงกระเด็นไปชนรำพึงล้มไปบนถ้วยน้ำพริกหกราด ร้องลั่น บ่าวไพร่หัวเราะกันคิกคัก เธอทั้งเจ็บและอาย

แจ่มเดินมาตกใจ จวงรีบฟ้องว่าชุ่มจะฆ่าเจ้านายตน แจ่มเห็นชุ่มอยู่ในสภาพสะบักสะบอมเช่นกัน รำพึงเห็นสายตาแจ่มรีบบอกว่าต้องการพบคุณหญิง แจ่มให้ชุ่มตามไปด้วย

คุณหญิงมณีฟังความแล้วขอโทษแทนชุ่ม รับรองจะลงโทษและสั่งสอนให้ดี รำพึงไม่พอใจขอเป็นคนสั่งสอนเอง คุณหญิงไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร ชุ่มสีหน้าหวาดหวั่น

รำพึงคิดร้ายถึงขั้นกำจัดชุ่ม โดยให้จวงพาชุ่มลงเรือไปเก็บสายบัว เพราะรู้มาว่าชุ่มว่ายน้ำไม่เป็น ชุ่มลังเลไม่ไว้ใจแต่จวงผลักลงนั่งในเรือ พายไปกลางบึง ชี้ให้เก็บสายบัวตรงนั้นตรงนี้ พอสบโอกาสก็โคลงเรือทำให้ชุ่มหัวทิ่มลงน้ำ จวงคว่ำเรือแล้วว่ายกลับขึ้นฝั่ง...

ตื่นขึ้นมาขุนพิทักษ์ออกจากห้อง เจอแจ่มจึงถามว่าเมื่อคืนตนเข้ามานอนในห้องได้อย่างไร แจ่มบอกว่าต้องถามชุ่ม เพราะชุ่มให้ตนไปช่วยแบกเขาเข้าห้อง...ขุนพิทักษ์นึกถึงคำพูดของชุ่มเมื่อคืนที่ว่า...ถึงใครจะว่าท่านเลว แต่ข้ารู้ว่าเนื้อแท้ของใจท่านก็รักและพยายามทำทุกอย่างเพื่อคุณหญิง ข้าเชื่อว่าท่านต้องชนะการต่อสู้ครั้งนี้อย่างแน่นอน...เขารีบตรงไปที่เรือนครัว

จวงตะเกียกตะกายขึ้นฝั่ง ถามรำพึงจะทำอย่างไรต่อไป หญิงสาวให้ไปเรียกคนมาช่วย

“แต่เอ็งเหนื่อยขนาดนี้คงไปเองไม่ไหว ข้าจะประคองเอ็งไป เอ็งค่อยๆเดินนะนังจวง”

จวงฟังแล้วเข้าใจทันที “เจ้าค่ะ จวงเดินไม่ค่อยไหวเลยค่ะ กว่าจะกลับมาไม่รู้นังชุ่มจะยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า” สองนายบ่าวประคองกันเดินไปช้าๆ

แจ่มล่วงหน้ามาสั่งบ่าวไพร่จัดสำรับเพราะเข้าใจว่าขุนพิทักษ์หิว รำพึงประคองจวงเข้ามาบอกทุกคนว่า ชุ่มทำเรือล่ม จวงว่ายน้ำเข้าฝั่งมาได้ ไม่รู้ว่าชุ่มเป็นอย่างไรบ้าง ขุนพิทักษ์เดินมาถึง ได้ยินก็ตกใจรีบถามว่าเรือล่มตรงไหน จวงสะดุ้งหลุดปากว่าสระบัว ชายหนุ่มวิ่งไปทันที สมได้ฟังวิ่งตามไปด้วยความเป็นห่วงน้องสาว

ชุ่มสำลักน้ำจมลงก้นบึง ทันใดมีมือแข็งแกร่งมาช่วยล็อกตัวพาขึ้นฝั่ง ชายหนุ่มที่ช่วยชุ่มไว้ ก้มคร่อมตัวเธอ ตบหน้าเธอเบาๆให้รู้สึกตัว ขุนพิทักษ์มาเห็นเข้าใจผิด

“ไอ้ไว...อย่าแตะต้องคนของข้า” ขุนพิทักษ์ชกโครมเข้าที่หน้าขุนไว

ขุนไวโกรธ เกิดการชกต่อยกันพัลวัน ชุ่มได้สติลุกขึ้นห้าม สมมาถึงเข้าประคอง รำพึงมาถึงพร้อมแจ่มและบ่าวคนอื่นๆ ช่วยกันห้ามปราม ชุ่มพยายามบอกว่าขุนไวช่วยตนไว้

“ช่วยอะไร ก็ข้าเห็นมันกำลังลวนลามเอ็ง”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ นี่มันเรื่องอะไรกันคะ สู้กันด้วยเรื่องอะไรคะ” รำพึงทนไม่ไหว

“เพราะพี่ไปรู้ความลับของมันล่ะสิ ว่ามันมีเมียทาสซ่อนอยู่” ขุนไวได้ทีใส่ไฟ

“นังชุ่มจะเป็นเมียข้ารึไม่ มันก็ไม่ใช่เรื่องของ เอ็งนี่มันบ้านข้า ทาสทุกคนในบ้านนี้เป็นของข้า เอ็ง ไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”

รำพึงโกรธจัด “ไม่น่าเชื่อว่าทาสคนนึงจะทำให้คนระดับท่านขุนถึงกับต้องสู้กัน”

ขุนพิทักษ์ยังไม่รู้สึก สั่งสมไปหยิบดาบ ตนจะเอาเลือดขุนไวออกมาล้างบ้าน รำพึงตกใจ

“อย่านะคะ วันประลองใกล้จะถึงแล้ว เอาไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันเถอะค่ะ ท่านขุนไวกลับไปก่อนเถอะ”

ขุนไวยอมไปถ้ารำพึงกลับด้วย หญิงสาวไม่อยากให้เรื่องบานปลาย จำต้องกลับ แต่อดมองชุ่มด้วยความเคียดแค้นไม่ได้...สมรีบถามน้องสาวว่าเกิดอะไรขึ้น ขุนพิทักษ์โพล่งออกมา

“ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เอ็งจะนัดไอ้ขุนไวเข้ามาเล่นรักถึงในบ้านข้า”

“ท่านขุน...ชุ่มมันไม่มีทางทำเลวแบบนั้นแน่” สมค้านในขณะที่ชุ่มเสียใจผิดหวัง

ขุนพิทักษ์ยังพูดให้ช้ำใจ ว่าเขาเห็นด้วยตา บอกสมให้สั่งสอนน้องสงวนตัวเสียบ้าง ชุ่มน้ำตาไหลพรากกอดสมร้องไห้สะอึกสะอื้น

ooooooo

ด้านรำพึง อารมณ์เสียกลับมา ขุนไวยังตาม ตอกย้ำว่าขุนพิทักษ์มีเมียทาสซ่อนอยู่ แถมพูดเหมือนรู้ทันว่าตนทำร้ายชุ่ม หญิงสาวโบ้ยความผิดให้จวงว่าโกรธแค้นที่ตนโดนชุ่มหยามเกียรติ  จวงรู้หน้าที่ใส่ไคล้ว่าชุ่ม ป่าวประกาศว่าขุนพิทักษ์รักและหลงตัวกว่ารำพึง ตนยอมไม่ได้

“น้องผิดที่ไม่ทันห้ามปรามคนของน้องแต่ถ้าคนอื่นรู้เรื่องนี้น้องคงโดนประณามที่เข้าข้างคนของตัวเอง คุณป้าต้องตำหนิน้อง แล้วคงเสื่อมเสียมาถึงคุณพ่อ ถ้าเป็นแบบนั้นน้องคง...”

ขุนไวเห็นนํ้าตาหญิงที่รัก ก็ใจอ่อนยวบยอมทำตามคำบัญชาทุกอย่าง...พอขุนไวกลับไป รำพึงก็แค้นใจขึ้นมาอีก โวยวายใส่จวง ตนจะไม่ยอมปล่อยให้ทาสอย่างชุ่มได้ใกล้ชิดขุนพิทักษ์มากไปกว่านี้ คิดร้ายถึงขนาดจะทำให้หน้าชุ่มเสียโฉม ในขณะที่ขุนพิทักษ์ เอาแต่ดื่มเหล้าเคล้านารีอยู่ที่โรงเหล้าทั้งคืน

วันรุ่งขึ้น ชุ่มกำลังลับมีดอยู่ที่ท่านํ้า จู่ๆก็มีเท้ามาเหยียบมือระหว่างที่เอื้อมหยิบมีดอีกเล่ม เธอร้องลั่นเงยหน้ามอง เห็นจวงยืนอยู่กับรำพึง จวงขยี้เท้ากดลงให้แรงขึ้น ชุ่มร้องอย่างเจ็บปวด

“เอ็งนี่มันเสน่ห์แรงจริงๆนะ คิดจะรวบทั้งคุณพี่ทั้งขุนไวเลยรึ” รำพึงบีบปากชุ่ม

“ข้าไม่เคยคิดแบบนั้น”

รำพึงไม่เชื่อหยิบมีดชูขึ้น “แต่จะว่าไปเอ็งมันก็สวยนะ ถ้าหน้าสวยๆของเอ็งเป็นแผล...”

ชุ่มตกใจผลักรำพึงออก จวงเข้าตบชุ่มล้มควํ่า ผ่องผ่านมาเห็นไม่กล้าเข้าช่วย วิ่งไปตามคนมาแทน เผอิญชนขุนพิทักษ์ที่เพิ่งกลับมา จึงรีบรายงานอย่างร้อนรน

ด้วยความกลัว ชุ่มต่อสู้ป้องกันตัวสุดฤทธิ์ แต่ก็ถูกรำพึงจิกหัวให้เงยหน้า เธอจึงจิกผมรำพึงบ้าง อีกมือยื้อยุดมีดกัน รำพึงเหลือบเห็นขุนพิทักษ์วิ่งมา ก็รีบพลิกสถานการณ์โดยเร็ว

“อย่านะนังชุ่ม อย่าทำข้า”  รำพึงปล่อยมือที่จิก หัวชุ่มร้องขึ้นมา

ชุ่มแปลกใจ ขณะเดียวกัน รำพึงจับมือชุ่มพลิกกลับให้ปลายมีดหันหาตัวเองร้องให้คนช่วย ขุนพิทักษ์วิ่งมา ชุ่มตกใจหันมอง รำพึงฉวยโอกาสเหวี่ยงมีดกระเด็น ทิ้งตัวล้มลงไป ทำให้ชุ่มล้มตามทั้งที่มือยังจิกผมรำพึง ชายหนุ่มเข้าดึงตัวชุ่มเหวี่ยงไปกองกับพื้น

“นังชุ่มเอ็งทำบ้าอะไร!”

“ท่านขุนเจ้าคะ...คุณรำพึง...”

จวงแหกปากกลบเสียงชุ่ม “ท่านขุนเจ้าคะ นังชุ่มมันจะฆ่าคุณรำพึงเจ้าค่ะ”

ชุ่มหน้าเหวอ ถูกลากมานั่งกลางลานบ้านรอคำพิพากษา จวงทำทีประคบแผลบอบชํ้าให้รำพึง ขุนพิทักษ์ฟังความข้างเดียว ตำหนิชุ่ม

“แค่คุณรำพึงเขาปรามเอ็งไม่ให้ยุ่งกับไอ้ขุนไว เอ็งถึงกับจะฆ่าจะแกงกันเลยรึ”

“ถ้าท่านขุนเชื่ออย่างนั้นแล้ว ท่านขุนจะมาถามข้าอีกทำไม”

“ก็ข้าถามเอ็งอยู่นี่ ว่ามันจริงหรือไม่”

“เรื่องไหนล่ะเจ้าคะ เรื่องที่ข้าแอบคบหากับขุนไว หรือเรื่องที่ข้าคิดจะฆ่าคุณรำพึง”

ใจจริงเขาอยากถามเรื่องขุนไว แต่พอสบตารำพึงจึงปัดว่าทั้งสองเรื่อง ชุ่มตอบหนักแน่น

“ข้าไม่เคยคิดจะฆ่าใคร ส่วนอีกเรื่อง ท่านขุนคิดเอาเองเถอะเจ้าค่ะ ว่าอยู่ๆคนอย่างขุนไวจะมาคบหากับทาสในเรือนท่านขุนได้อย่างไร”

ขุนพิทักษ์เห็นคล้อย รำพึงมองอย่างไม่พอใจ แกล้งทำเสียงอ่อนเสียงหวาน

“ชุ่มจ๊ะ ที่เธอทำร้ายฉันคุณพี่ก็เห็น ถ้าเธอไม่ยอมรับ ฉันก็คงบังคับเธอไม่ได้ การโกหกคนอื่นเพื่อให้พ้นผิด ฉันเข้าใจได้ แต่ชุ่มจะโกหกตัวเองได้หรือ”

ชุ่มมองอย่างคาดไม่ถึงกับความร้ายกาจของรำพึง ขุนพิทักษ์ตัดบทให้ชุ่มขอโทษ

“ข้าไม่ขอโทษ เพราะข้าไม่ได้ทำอะไรผิด”

ชายหนุ่มเริ่มโกรธขึ้นมาอีก รำพึงทำทีปราม อย่าให้ถึงกับลงหวาย ทำให้ขุนพิทักษ์เผลอพูด ถ้าไม่โดนหวายเสียบ้าง คงไม่ยอมรับ รำพึงแอบยิ้มสมใจ

และแล้วชุ่มก็ถูกมัดกับขื่อหน้าเรือนทาส ขุนพิทักษ์ถือหวายยืนนิ่งขรึม รำพึงคอยยุแยงให้ลงมือ สมกราบขอรับโทษแทนน้อง ชุ่มน้ำตาคลอไล่พี่ชายให้ถอยไป ตนไม่ผิด ท่านขุนไม่เชื่อคำพูดทาสอย่างตน ขุนพิทักษ์ฉุกคิดอาจเป็นการเข้าใจผิด รำพึงทำน้ำตารื้นจะกลับบ้าน

“คงเป็นกรรมของน้องเองที่หวังดีกับคนอื่นมากไป จนทำลายเกียรติของตัวเอง”

“แล้วน้องจะให้พี่ทำอย่างไร น้องบอกพี่มาสิ” ขุนพิทักษ์รั้งรำพึงไว้

“ไม่ต้องทำอย่างไรแล้วล่ะค่ะ เท่านี้น้องก็เห็นแล้วว่าคุณพี่ให้ความสำคัญกับน้องมากกว่าทาสอย่างนังชุ่มหรือไม่” รำพึงจะเดินไปขุนพิทักษ์ลังเล ตัดสินใจบอกชุ่มหวังว่าจะเข้าใจ แล้วเฆี่ยนลงบนหลังเธอ ชุ่มสะดุ้งสุดตัวเจ็บปวดแต่ไม่ส่งเสียงร้อง ชายหนุ่มโบยอีกสองทีด้วยหัวใจเจ็บปวดไม่แพ้ชุ่ม รำพึงยิ้มเยาะ สมมองรำพึงอย่างเกลียดชัง

เสร็จจากการลงโทษ สมประคองชุ่มเข้าเรือนทาสด้วยน้ำตานองหน้า สงสารและปวดใจไม่แพ้น้อง ชุ่มร่ำไห้พร่ำบอกพี่ว่าตนไม่เคยคิดจะฆ่ารำพึง สมทนไม่ไหว

จะไปฟ้องคุณหญิงมณี  ชุ่มห้ามไม่อยากให้ท่านหนักใจ พูดไปตอนนี้ก็ไม่มีใครเชื่อทาสอย่างเรา สักวันความจริงต้องปรากฏ เพราะคุณหญิงมณีเป็นคนยุติธรรม

ooooooo

เมื่อเฆี่ยนชุ่มแล้ว ขุนพิทักษ์รู้แก่ใจว่าทำเพื่อ รำพึง จึงรู้สึกผิดและเจ็บปวดใจมาก จนไม่สนใจฟัง คำหวานของเธอ กลับต้อนให้เธอกลับ รำพึงจำต้องลงเรือไปอย่างเสียไม่ได้ จวงใส่ไคล้ทันที ว่าคนรักกันแทนที่จะยื้อให้อยู่นาน คงห่วงทาสจนต้องรีบไปดูอาการเป็นแน่

รำพึงกำมือแน่นแค้นใจสุดๆ “นังชุ่ม...เอ็งจะเป็นมารหัวใจข้าไปถึงไหน”

ขุนพิทักษ์เร่งรีบจะไปเรือนทาส คุณหญิงมณีมาขวาง ถามไถ่ และถามความคิดเห็น เชื่อหรือว่าชุ่มจะทำแบบนั้นกับรำพึง เขาตอบทันควันว่าไม่เชื่อ แต่ตนจำเป็นต้องลงโทษ ชายหนุ่มขอตัวไปดูชุ่ม คุณหญิงห้าม บอกเสียงเฉียบว่าให้แจ่มไปดูแลแล้ว

ตอนที่ 2

วันต่อมา รำพึงให้จวงเตรียมดอกไม้ใส่เรือเพื่อจะเอาไปจัดในงานศพพระยาสุรเดช จวงอดชมเจ้านาย ช่างดีและงามพร้อมขนาดนี้ ถ้าคุณหญิงมณีได้ไป เป็นสะใภ้ คงเชิดหน้าชูตา รำพึงยิ้มแววตาเป็นประกายเชื่อมั่นว่าอีกไม่นาน

ในขณะที่ขุนพิทักษ์นอนคิดถึงรำพึง แล้วนึกถึงคำต่อว่าของนาง ที่ว่าตนนอนกกทาส เขาจึงนึกขึ้นได้ อยากเห็นหน้านางทาสที่ชื่อชุ่ม...เขาออกมาจากห้องเห็นผ่องเช็ดถูเรือนอยู่ จึงถาม

“นังชุ่มอยู่บนเรือนหรือเปล่า”

“ท่านขุนมีอะไรกับนังชุ่มหรือเจ้าคะ”

“ไม่ใช่กงการอะไรของเอ็ง”

ผ่องหงอรีบรายงานว่าชุ่มไปเก็บบัวในบึง ขุนพิทักษ์เดินเร็วรี่ไปในสวน ระหว่างที่ชุ่มกำลังเก็บดอกบัว เห็นไอ้ดำไอ้แดงเล่นนํ้ากันอยู่ พลันไอ้แดงร้องลั่นให้ช่วยไอ้ดำจมนํ้า

“ข้าว่ายนํ้าไม่เป็น ไอ้แดงรีบไปตามคนมาเร็ว”

ชุ่มหน้าตาตื่น มองไอ้ดำที่ตะเกียกตะกายอยู่ในนํ้า ขุนพิทักษ์มาได้ยินที่ชุ่มตะโกนสั่งแดง พอเข้ามาดูเห็นชุ่มพยายามจะเอาไม้พายส่งให้ดำจับ แต่ไม่ถึง เสี้ยววินาทีนั้น ชุ่มตัดสินใจโดดลงไปช่วยดำ และผลักดันให้ไปเกาะขอบเรือจนสำเร็จ แต่ตัวเองก็เอาตัวไม่รอด จมดิ่งลงไป ขุนพิทักษ์เห็นท่าไม่ดี กระโดดลงไปช่วย กอดร่างชุ่มพาขึ้นฝั่ง

ระหว่างนั้น รำพึงมาถึงเรือน วางท่ายิ่งกว่าคุณหญิง สั่งผ่องกับผาดขนดอกไม้ไปจัดวางแล้วถามหาขุนพิทักษ์ สองคนอํ้าอึ้ง แต่พอโดนขู่ก็รีบบอกไปว่าอยู่ที่บึงบัว

ขุนพิทักษ์อุ้มร่างชุ่มวางลงบนพื้น เห็นใบหน้าเธอซีดแต่ดูสวยธรรมชาติ เขาจ้องมองอย่างพินิจ ก่อนจะก้มลงเอาหูแนบอกเธอว่ายังหายใจหรือเปล่า ชุ่มลืมตาขึ้นมาตกใจผลักเขาออก

“ท่านขุนจะทำอะไรข้า”

“สภาพแบบนี้ข้าจะทำอะไรเอ็งได้”

ชุ่มนึกได้จะลุกหาดำ ขุนพิทักษ์ดึงมือไว้ บอกว่าป่านนี้วิ่งปร๋อไปแล้ว และตำหนิที่ว่ายนํ้าไม่เป็นยังทำเก่งลงไปช่วยเด็กอีก

“ถ้าข้าไม่ช่วย ไอ้ดำต้องตายแน่ๆ”

“เอ็งยอมเสี่ยงตายเพื่อมันงั้นรึ”

“ท่านทนเห็นคนตายไปต่อหน้า โดยที่ท่านไม่คิดจะทำอะไรเลยได้หรือเจ้าคะ”

ขุนพิทักษ์เห็นดวงตากลมใสของชุ่ม ที่กล้าต่อปาก ต่อคำ ทำให้ไม่อยากละสายตา “เจ้านี่มันปากดี ไม่รู้รึว่า ข้าเป็นใคร อยากหลังลายหรืออย่างไร”

“ข้ารู้ว่าท่านเป็นใคร แต่ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด ท่านจะมาโบยข้าได้อย่างไร”

“ปากแบบนี้ไง หน้าถึงได้เขียวช้ำ คงหาเรื่องเขา ไปทั่วสิท่า”

ชุ่มนึกถึงรำพึงที่เอาผ้าคลุมหัวทำร้ายตน จึงประชดว่าใช่ ตนชอบหาเรื่อง เธอลุกขึ้นอย่างเร็วจึงหน้ามืด ขุนพิทักษ์รับเธอไว้ในอ้อมกอด รำพึงกับจวงเดินมาเห็น

“ร้ายนักนังชุ่ม สำออยเพื่อจะได้แนบชิดคุณพี่” รำพึงเข่นเขี้ยวกับจวง

“แบบนี้มันต้องตบล้างน้ำเจ้าค่ะ จวงจัดการเอง”

รำพึงห้ามไม่ใช่ตอนนี้ เธอยืนมองขุนพิทักษ์สบตากับชุ่ม ท่าทางเขาจะเอ็นดูเธอไม่น้อย

“ข้าช่วยเอ็งสองครั้งแล้วนะ เอ็งคงต้องตอบแทนข้าบ้าง” ขุนพิทักษ์โน้มหน้าหมายจะหอม

“ถ้าจะให้ข้าตอบแทนท่านขุน เอาชีวิตข้าไปยังดีกว่าที่ท่านจะมาทำข้าแบบนี้” ชุ่มน้ำตาไหลผละวิ่งหนี ทำให้ขุนพิทักษ์สนใจในตัวเธอ ที่เธอไม่สนเขาแม้แต่นิดเดียว

รำพึงมองด้วยความขุ่นเคืองเคียดแค้น

ooooooo

พอคุณหญิงมณีรู้ว่าแจ่มให้ชุ่มไปเก็บดอกบัวก็เลยถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง หายขวัญเสียหรือยังที่ถูกคนเมาล้มทับ แจ่มอ้ำอึ้งไม่อยากบอกเรื่องที่ชุ่มถูกทำร้ายอีก

“ก็...ก็อยู่ดีเจ้าค่ะ ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นกับนังชุ่มเลย”

คุณหญิงจับสังเกตแจ่มได้ กำลังจะคาดคั้น ขุนพิทักษ์เดินมาตัวเปียกปอนเข้ามาก็สงสัย

“ลูกลงไปช่วยคนของคุณแม่มา” ขุนพิทักษ์กล่าวยิ้มๆ

“ใครเป็นอะไร”

“นังชุ่มไงขอรับคุณแม่ มันจมน้ำ”

สมได้ยินตกใจรีบวิ่งไปดูน้อง ไม่ทันฟังขุนพิทักษ์พูดว่าชุ่มไม่เป็นอะไร คุณหญิงมณีโล่งใจ จากที่เป็นกังวลว่าลูกจะไปเอาความเรื่องเมื่อวาน ขุนพิทักษ์โต้

“เห็นทีจะไม่ใช่นังชุ่มคนนี้ ดูท่ามันฉลาดนัก”

“มันทำอะไรให้ท่านขุนขัดใจรึเจ้าคะ แจ่มจะไปกำราบมันเอง”

“ไม่มีอะไร มันก็แค่เป็นคนกล้าต่างจากคนอื่น” ขุนพิทักษ์อมยิ้มนึกถึงหน้าชุ่ม

ผ่องกับผาดได้จังหวะ รายงานว่ารำพึงเอาดอกไม้มาช่วยงาน ขุนพิทักษ์ได้ยินเอ็ดสองบ่าว ทำไมเพิ่งมาบอก แล้วรีบวิ่งลงจากเรือน แจ่มทำหน้าสงสัย คุณหญิงถามมีอะไร

“ท่านขุนไม่เคยชมทาส แต่กลับชมนังชุ่ม” คำพูดของแจ่มทำให้คุณหญิงมณีฉุกคิด

ในขณะที่ชุ่มนั่งขดตัวร้องไห้อยู่บนเรือนตัวเปียกปอน รำพึงกับจวงก้าวเข้ามายืนค้ำหัว

“มันยังสำออยไม่เลิกเลยเจ้าค่ะ คุณรำพึง”

“เอ็งนี่มันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง” รำพึงตวาด

จวงจิกหัวชุ่มให้เงยหน้าสำรอกใส่ “ท่านขุนเป็นของคุณรำพึง จำไว้”

ชุ่มดิ้นรนร้องด้วยความเจ็บ รำพึงใช้นิ้วจิ้มรอยช้ำที่หน้าชุ่ม “เอ็งคงจะเจ็บมาก เจ็บแล้วมันก็น่าจะจำใส่กะโหลกบ้าง”

“ข้าทำผิดเรื่องอะไร ทำไมคุณรำพึงถึงต้องทำกับข้าขนาดนี้”

รำพึงยิ้มเยาะหาว่าเพ้อเจ้อ ชุ่มเห็นสีหน้ายิ่งมั่นใจว่าเป็นรำพึงกับจวงแน่ๆที่ทำร้ายตน จึงลองหยั่งเชิงว่า ตนคงเข้าใจผิด จะขอให้คุณหญิงมณีช่วยหาตัวคนที่ทำร้ายตนถึงเรือนนอน รำพึงโกรธตาวาวโรจน์ จวงลากชุ่มมากดหัวลงไปในโอ่งน้ำ โทษฐานขู่นายของตน ชุ่มดิ้นทุรนทุราย สมวิ่งเข้ามากระแทกรำพึงที่ยืนขวาง ผลักจวงล้มลง แล้วประคองชุ่มขึ้นมา จวงโวยวาย

“ไอ้สมทำร้ายคุณรำพึงได้ยังไง เอ็งไม่ตายดีแน่ ข้าจะฟ้องคุณหญิง”

“ฟ้องเลยถ้าเอ็งอยากให้คุณหญิงรู้ว่าใครทำร้ายน้องข้า”

“คิดจะใส่ร้ายข้าเพื่อให้ท่านขุนสงสารยกน้องเอ็งเป็นเมียบ่าวหรืออย่างไร” รำพึงตวาด

“กระผมกับน้องไม่เคยคิดมักใหญ่ใฝ่สูง แต่กระผมก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าจะโดนรังแกจากผู้ที่ได้ชื่อว่าลูกพระยา คุณหญิงจะต้องรู้เรื่องนี้”

รำพึงโต้คุณหญิงหรือจะเชื่อคำพูดทาส สมท้าให้ลอง จังหวะนั้น ขุนพิทักษ์โผล่มา รำพึงรีบปรับสีหน้าทำเป็นหญิงใจงาม เมื่อขุนพิทักษ์ถามมาทำอะไรที่เรือนทาส

“น้องรู้ว่านังชุ่มมันจมน้ำ น้องก็เลยมาดูว่ามันเป็นอะไรมากรึเปล่า มีอะไรบ้างที่น้องพอจะช่วยเหลือได้”

“ใช่เจ้าค่ะ คุณรำพึงยังจะจัดยามาให้นังชุ่มกันไข้กินด้วยนะเจ้าคะ”

ชุ่มกับสมมองรำพึงกับจวงด้วยไม่อยากเชื่อว่าจะเปลี่ยนหน้าได้เร็วขนาดนี้ ขุนพิทักษ์หลงยินดีด้วยที่ชุ่มรอดตายแล้วยังได้รับน้ำใจจากรำพึงอีก ชุ่มแค้นใจกล่าวประชด

“ต่อไปข้าจะไม่ทำให้พวกท่านต้องลำบากมาเมตตาข้าแบบนี้อีก”

“เก่งให้มันเหมือนปากเถอะนังชุ่ม เอ็งนี่มันพยศจริงๆ ทำตัวให้มันดีๆหน่อย”

รำพึงเห็นสายตาขุนพิทักษ์ที่มองชุ่มยิ่งขุ่นเคือง สมพูดกระทบ ตนจะดูแลน้องให้ดี ไม่ให้ภัยมาถึงตัวแบบนี้อีก รำพึงตวัดสายตามองอย่างอาฆาต

ooooooo

เพื่อไม่ให้น้อยหน้าขุนพิทักษ์ที่ได้ผ้าเช็ดหน้าจากรำพึง ขุนไวจึงซื้อผ้าแพรเนื้อดีมาเป็นของกำนัลแก่หญิงสาว แต่วันนี้รำพึงวางแผนไม่ไปงานศพ โดยอ้างกับพระยาเทวราชว่าป่วย

“ไม่เป็นไร พ่อมีขุนไวไปด้วยอยู่แล้ว ลูกนอนพักผ่อนให้หายดีซะก่อนเถอะ”

ครั้นถึงเวลาที่ขุนไวมารับ พอรู้ว่ารำพึงป่วยก็ตกใจขอเข้าเยี่ยม

“ไม่เป็นอะไรมากหรอกท่านขุน”

“กระผมเป็นห่วงคุณรำพึงเหลือเกินครับ” ขุนไวจะเดินเข้าไปในเรือน

พระยาเทวราชห้าม “ฉันเป็นพ่อ ฉันย่อมห่วงลูกยิ่งกว่าใคร ดังนั้นฉันว่าอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น”

ขุนไวจำต้องนิ่ง แล้วมอบผ้าแพรฝากให้รำพึง พระยาเทวราชเรียกบ่าวมารับไป...จวงถือผ้าแพรเข้ามาในห้อง รำพึงสะบัดผ้าห่มลุกขึ้น จวงรีบเตือนป่วยอยู่ระวังล้ม

“ใครป่วย อย่าโง่น่านังจวง...ข้าก็แค่จะทำให้คุณพี่คิดถึงจนแทบสำลัก อยากไปยุ่งกับนังชุ่มดีนัก”

จวงแอบบ่น ใครจะคิดถึงจนสำลักกันแน่ รำพึงตาเขียวใส่ จวงหงอวางผ้าแพรบอกว่าเป็นของกำนัลจากขุนไว หญิงสาวปรายตามองเล็กน้อย เพราะตอนนี้ใจของเธอมีแต่ขุนพิทักษ์เท่านั้น

แต่แล้วในวันนั้น แจ่มมาเจอชุ่มนอนป่วยตัวร้อนเป็นไฟ จึงรีบมารายงานคุณหญิงมณี คุณหญิงมาดูอาการ สมเข้าใจว่าจะใช้งานรีบอาสาทำแทนน้องสาว คุณหญิงมณีส่ายหน้า

“ดูมัน คนน้องไข้ขึ้นขนาดนี้ยังทำเก่ง ส่วนคนพี่ก็รักน้องห่วงน้องจนไม่ฟังความก่อน นังชุ่มมันไข้ขึ้นขนาดนี้ ข้าคงไม่ใจดำให้มันทำงานหรอกไอ้สม”

แจ่มขยายความว่าคุณหญิงรู้เรื่องที่ชุ่มช่วยเด็กจมนํ้าทั้งที่ว่ายนํ้าไม่เป็นจึงมาเยี่ยม จากนั้นคุณหญิงมณีสั่งให้หายาสมุนไพรมาให้ชุ่มกิน ถ้าไม่หายให้ไปเอายาฝรั่งบนเรือน ส่วนสมคืนนี้ไม่ต้องทำงาน ให้มาดูแลน้อง ทั้งสมและชุ่มยกมือไหว้อย่างซาบซึ้งในนํ้าใจท่าน

กลับมาถึงเรือน คุณหญิงมณีสั่งแจ่ม หลังจากชุ่มหายป่วย ให้มาช่วยงานบนเรือน แต่ต้องจัดการลอกคราบกระดำกระด่างออกจากตัวเสียก่อน

“บุญของนังชุ่มมันจริงๆ ที่คุณหญิงเมตตา”

“หมาที่มันกตัญญูต่อเจ้าของ ไม่ควรรึที่ข้าจะให้มันมารับใช้ใกล้ตัว ในเมื่อข้ารู้ว่ามันต้องภักดีกับข้าเท่าชีวิต เหมือนเช่นที่เอ็งเป็น”

แจ่มเป็นปลื้มที่เจ้านายเห็นความภักดีของตน แล้วเอายาฝรั่งมาให้ชุ่มกินพร้อมกับเปรยว่าช่างมีบุญ เพราะยากนักที่ทาสอย่างเราจะได้กินยาฝรั่ง

“คุณหญิงท่านมีเมตตากับข้าจริงๆ”

“ก็ใช่น่ะสิวะ เจ้านายเรือนนี้มีเมตตากับทาสอย่างพวกเรามาก ทั้งท่านพระยาแล้วก็คุณหญิงของข้า เสียก็แต่ลูกชายที่เกเรเหลือกำลัง”

ชุ่มสะกิดใจไม่อยากเชื่อว่าขุนพิทักษ์จะเป็นคนร้าย เธอข่มใจไม่ให้คิดคำนึงถึงเขา

ooooooo

พระยาเทวราชขึ้นเรือนมาพร้อมขุนไว ขุนพิทักษ์ เข้าต้อนรับ จึงได้รู้ว่ารำพึงป่วยไม่ได้มาด้วย พอเห็นขุนไวตามติดมาก็ไม่สบอารมณ์ เดินหัวเสียไปอีกทาง เห็นทาสหญิงถือของมาคิดว่าเป็นชุ่ม จึงเรียกให้หยุด เมื่อไม่หยุดก็ดึงแขนไว้

“เผื่อนเจ้าค่ะ ไม่ใช่นังชุ่ม” เผื่อนกลัวลาน

ขุนพิทักษ์หน้าเสีย เผื่อนรายงานว่าชุ่มเป็นไข้นอนซมอยู่ที่เรือน เขายิ่งหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก เดินดุ่มๆไปยังเรือนทาส...ชุ่มซึ่งนอนหนาวอยู่ได้ยินเสียงคนเดินคิดว่าเป็นสม จึงให้ช่วยหยิบน้ำ ขุนพิทักษ์ยืนเก้กัง คว้าขันน้ำมาประคองชุ่มขึ้นดื่ม พอชุ่มเห็นหน้าก็ตกใจดิ้นจะผละออก

“อย่าเพิ่งอวดเก่ง กินน้ำซะก่อน เดี๋ยวก็ได้แห้งตาย” ขุนพิทักษ์ดันขันไปที่ปากชุ่ม

ชุ่มจำต้องดื่มแต่สำลัก ขุนพิทักษ์หัวเราะในความเปิ่นของเธอ ประคองให้นั่งพิงฝา ชุ่มหน้าแดงด้วยความอาย เขาแขวะว่าไข้กินงอมขนาดนี้ จะมีฤทธิ์อะไรอีก

“ท่านขุนไม่ควรมาที่นี่นะเจ้าคะ ใครมาเห็นท่านจะถูกครหาเอาได้”

“นานๆข้าจะเจอบ่าวอย่างเอ็ง ที่ไม่ได้เห็นข้าเป็นยักษ์เป็นมาร กลัวข้าเป็นพัลวัน”

ชุ่มรู้สึกอึดอัดใจ ตัดสินใจเตือน “ท่านขุนไม่ขึ้นเรือนไปต้อนรับแขกเหรื่อเหรอเจ้าคะ คนจะติฉินให้คุณหญิงร้อนหูนะเจ้าคะ”

“เอ็งนี่แปลก ชอบไล่ข้าซะจริง รู้ไหมผู้หญิงทั้งเมืองจ้องจะเป็นเมียข้า”

“ข้ามีเรื่องอื่นที่น่าทำมากกว่าจ้องจะเป็นเมียใครสักคน”

“นังนี่มันสำคัญตัวนัก เรื่องอะไรที่เอ็งว่าน่าทำมากกว่าจะเป็นเมียข้า”

“ก็ทำงานเก็บเงินมากๆ จะได้ไถ่ตัวพี่สมแล้วก็กลับไปอยู่พร้อมหน้ากับพ่อแม่เจ้าค่ะ”

ขุนพิทักษ์มองชุ่มอย่างชื่นชม “เอ็งรักพ่อแม่ดีนะ”

“ลูกคนไหนไม่รักพ่อแม่ก็อกตัญญูสิเจ้าคะ หรือว่าท่านขุนไม่รัก”

“พอได้แล้ว...นี่เอ็งไม่ได้ด่าข้าอยู่ใช่ไหม” ขุนพิทักษ์เห็นสายตาชุ่มใสซื่อจึงตัดบท “ข้าไปดีกว่า คุยกับเอ็งแล้วปวดหัว”

ชุ่มถอนใจล้มตัวลงนอนหลับตาด้วยพิษไข้ จู่ๆ ขุนพิทักษ์วกกลับมาห่มผ้าให้ แล้วแกล้งใช้นิ้วไล้แก้มเธอ ก่อนจะกระซิบว่า “ไว้ข้าจะมาเล่นกับเอ็งใหม่”

ชุ่มลืมตาแอบมองขุนพิทักษ์เดินออกไปด้วยหัวใจระทึก...

ooooooo

ขุนพิทักษ์นึกอยากทำตัวเป็นลูกที่ดีขึ้นมา ช่วยต้อนรับแขกอย่างขมีขมัน จนคุณหญิงมณีแปลกใจ ต้องเข้ามากระซิบถาม คุณพ่อคงดีใจที่ลูกออกหน้าเป็นธุระ บอกได้ไหมว่าทำไมถึงอารมณ์ดี ชายหนุ่มนึกถึงคำพูดของชุ่มก่อนตอบว่า ไม่อยากให้คนติฉินให้แม่ร้อนหู

ตอนที่ 1

ริมน้ำแห่งหนึ่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยหมอกควัน มีหญิงสาวงามสง่าราวนางพญา ในมือถือปลายโซ่ด้านหนึ่ง อีกด้านคล้องไว้กับคอผู้หญิงอีกคนที่นอนกองอยู่บนพื้น ถูกมัดมือมัดเท้า ที่ข้อเท้ายังมีลูกตุ้มเหล็กถ่วงไว้อีก เธอส่งเสียงร้องอย่างทรมาน เสียงหญิงผู้งามสง่าตวาด

“เอ็งเกิดมาเป็นทาส อย่าริจะแข่งวาสนากับข้า ของของข้าอ้ายอีหน้าไหนก็ไม่มีวันได้ไป เอ็งอยากแย่งของรักของข้า เอ็งก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต” หญิงผู้งามสง่าจิกหัวนางทาสขึ้นมา

ขุนพิทักษ์นอนกระสับกระส่าย เห็นภาพในฝัน ตัวเองพยายามจะเข้าช่วยหญิงผู้เป็นทาส แต่พอขยับตัวก็ล้มลงเพราะข้อเท้ามีโซ่ล่ามติดอยู่กับข้อเท้าหญิงผู้งามสง่า หญิงผู้นั้นส่งยิ้มเย็นยะเยือกให้ ก่อนจะเหวี่ยงนางทาสลงน้ำไปพร้อมกับลูกตุ้มเหล็ก เสียงหวีดร้องกับเสียงหัวเราะปะปนกันระงม

ภาพนางทาสดิ้นทุรนทุรายดำดิ่งลงไปตามแรงฉุดของลูกตุ้มเหล็ก ขุนพิทักษ์โดดลงน้ำไปช่วยแต่โดนดึงโซ่ลากกลับขึ้นมาอย่างทุลักทุเล...เสียงสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมา ทุกอย่างดับวูบ

ขุนพิทักษ์กระตุกดวงตาเบิ่งโพลง ความรู้สึกที่สัมผัสในฝันเหมือนจริงมาก เพียงไม่อาจเห็นภาพอย่างชัดเจนว่าใครเป็นใคร พลัน เสียงเคาะประตูดังขึ้น

“พ่อพิทักษ์ตะวันรุ่งแล้ว ลูกสัญญาว่าจะไปถวายผ้าป่ากับแม่ที่วัดเถรมั่น ได้เวลาแล้วนะลูก”

“คุณแม่นำขบวนไปก่อนเลย เดี๋ยวลูกตามไปขอรับ” ขุนพิทักษ์ลงนอนอย่างไม่ใส่ใจ

“ไปพร้อมกับแม่จะงามกว่านะลูก แม่จะรอ ทำบุญให้พระรอไม่ดีนะลูก”

ขุนพิทักษ์เปิดประตูออกมาสีหน้าไม่พอใจ สำรอกใส่ผู้เป็นมารดาอย่างไม่ยำเกรงว่า ถ้ายังเซ้าซี้ไม่เลิก จะไม่ไปให้เลือกเอา แล้วปิดประตูโครมใส่หน้า

คุณหญิงมณีได้แต่ส่ายหน้าถอนใจ หันไปสั่งแจ่ม บ่าวคนสนิทให้หาคนมาเฝ้าไว้ ขุนพิทักษ์ออกมาเมื่อไหร่พาตัวไปวัดทันที แจ่มรับคำวิ่งออกไป

แต่พอขุนพิทักษ์ลุกออกมาจากห้อง ไม่มีบ่าวคนไหนสามารถทำตามคำสั่งคุณหญิงมณีได้ ขุนพิทักษ์ไปเที่ยวบ่อนข้างตลาด แทงพนันไก่ชนอย่างเอาเป็นเอาตาย มีหญิงบำเรอชายแนบสนิทข้างกาย ยามดีใจก็หอมซ้ายหอมขวา พอไก่ของตนชนะก็ลุกเฮลั่นเข้าไปอุ้มไก่ส่งให้ทาสที่ตามมารับใช้ แล้วคว้าถุงอัฐที่คนอื่นๆวางเดิมพัน มาแจกหญิงบำเรออย่างเยาะเย้ยคู่แข่ง

นักพนันหมั่นไส้ “ถุย...อวดบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ที่แท้มันก็พวกผีพนันเหมือนกันล่ะวะ”

ขุนพิทักษ์หันมองหน้าพวกนักพนันด้วยแววตากร้าว...ขณะเดียวกัน ไม่ไกลโรงบ่อน ชุ่มสาวแรกรุ่นผู้มีแววตาใส แต่ใบหน้ามอมแมม เหงื่อไคลย้อยจากการทำงานช่วยนางเย็นกับนายอยู่ผู้เป็นแม่กับพ่อ ยกเข่งผลไม้ให้กับลูกค้าที่มาซื้อ พอเห็นชาวบ้านวิ่งกรูไปทางโรงบ่อน ก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แม่ค้าคนหนึ่งร้องว่ามีมวยอีกตามเคย

“หึ...ไอ้พวกผีบ้า ไม่ทำมาหากิน ยังแค่นหาเรื่องเจ็บตัว” นายอยู่ด่าส่ง

“นังชุ่ม เอ็งอย่าได้ริเอาไอ้พวกนี้มาทำผัวเชียวนะ จะตรอมใจไปจนตาย”

“นังตาบ เอ็งก็พูดเข้า นังชุ่มมันยังเด็กยังเล็ก” เย็นเอ็ดเพื่อนแม่ค้าด้วยกัน

“โห้ย...นังเย็น ข้าก็เห็นเด็กๆอย่างลูกเอ็งเนี่ยมันมีผัวกันแล้วทุกคนล่ะวะ”

ชุ่มยังสนใจทางที่ชาวบ้านวิ่งกันไป จึงแอบตาม เห็นขุนพิทักษ์ชกต่อยกับพวกนักพนันอย่างเมามัน พวกผีพนันหันมาเชียร์มวยแทนเชียร์ไก่ ขุนพิทักษ์ล้มลงมานอนกองที่พื้นตรงหน้าชุ่ม เธอเห็นหน้าเขาเต็มสองตา ตะลึงด้วยความตกใจ จังหวะนั้น นักพนันหยิบดาบออกมาหมายจะแทง ชาวบ้านกรีดร้อง ขุนพิทักษ์เห็นปลายมีดดิ่งมา ก็ลุกขึ้นผลักตัวชุ่มหลบคมดาบแล้วร้องด่า

“เป็นขี้แพ้ชนไก่แค่นี้ จะเล่นกันให้ถึงตายเชียวรึไอ้ขี้ครอก”

“ไปปากกล้าในนรกต่อเถอะเอ็ง” นักพนันไม่พูดพร่ำ ปรี่เข้าแทงขุนพิทักษ์

ชุ่มเห็นท่อนไม้ข้างๆก็คว้ามาโยนให้ขุนพิทักษ์ เขาใช้มันฟาดดาบในมือนักพนันร่วง แล้วเก็บดาบมาจ่อคอนักพนันผู้นั้น นายบ่อนเข้ามากราบกรานขอให้ไว้ชีวิต เกรงจะเสียชื่อบ่อนว่ามีคนตาย ชุ่มกำลังลุ้นว่าท่านขุนจะยอมหรือไม่ นางเย็นผู้เป็นแม่ก็เข้ามาลากตัว

“นังชุ่ม เอ็งมาอยู่ตรงนี้เดี๋ยวก็โดนพ่อเฆี่ยนหลังลายหรอก ไปอย่ายุ่งกับไอ้คนชั่วพวกนี้”

ชุ่มจึงไม่ทันได้เห็นขุนพิทักษ์เสียบมีดลงพื้นดินข้างคอนักพนันผู้นั้น แล้วประกาศ

“ข้าไม่อยากให้เลือดสกปรกของไพร่ชั้นต่ำมาระคายมือข้า แต่ข้าคงต้องสั่งสอนให้ไอ้ไพร่นี่ได้รู้ที่ต่ำ ที่สูง...อ้ายอีคนไหนอยากได้อัฐในถุงนี้ ก็สั่งสอนไอ้ไพร่ ให้หลาบจำ เป็นหรือตายข้าไม่สน” ขุนพิทักษ์โยนถุงเงินลงพื้นก่อนจะเดินไป ชาวบ้านกรูเข้ารุมกระทืบนักพนันกันใหญ่

ooooooo

ขณะเดียวกัน ในศาลาวัด คุณหญิงมณีให้บ่าวจัดเรียงเครื่องผ้าป่าอย่างสวยงาม ตั้งใจฟังเทศน์มหาชาติของหลวงตามั่น กัณฑ์มัทรี ที่บอกเล่าเรื่องราวความรักที่พ่อแม่มีต่อบุตรกำลังจะจบลง คุณหญิงมองซ้ายมองขวา หันไปถามแจ่มทำไมขุนพิทักษ์ยังไม่ถึงวัด

ไม่ทันไร ชายหนุ่มรูปงาม ท่าทางองอาจเข้ามานั่งข้าง แล้วก้มกราบหลวงตา คุณหญิงมณีคิดว่าเป็นลูกชายจึงยิ้มมองแล้วชะงัก

“นมัสการขอรับหลวงตา ต้องขอประทานโทษที่ผมมาสายเพราะติดงานราชการ”

เถรมั่นยิ้มเป็นการรับรู้แล้วเริ่มเทศน์กัณฑ์สักบรรพต่อ คุณหญิงมณีกระซิบแจ่มไปบอกสมให้ตามขุนพิทักษ์มาเร็ว...คุณพิกุลและคุณซ่อนกลิ่นที่มาร่วมถวายผ้าป่า กระซิบกระซาบกัน

“ขุนไวพิชิตพลนี่ทั้งรูปงามแล้วยังเก่งทั้งการบ้านการเมือง ไม่น่าเชื่อว่ากำพืดจะเป็นเพียงแค่เด็กวัดนะ”

“วาสนาดีน่ะสิคะคุณพิกุล ที่ท่านพระยาพิศาลไม่มีลูกสืบสกุล แล้วมาถูกชะตากับขุนไวรับไปชุบเลี้ยงจนเติบใหญ่ แถมยังกตัญญูต่อเถรมั่นตามมาคอยดูแลมิได้ขาด”

“ผิดกับพ่อพิทักษ์ลูกคุณหญิงมณีราวฟ้ากับเหวเลยนะคะ รายนั้นน่ะมีตำแหน่งได้ก็เพราะบารมีพ่อล้วนๆ พระยาสุรเดชก็อาการทรงๆทรุดๆ คุณหญิงถึงต้องเป็นแม่งานทอดผ้าป่า ทำบุญผ่อนบาปครั้งใหญ่นี่ไงคะ”

สีหน้าคุณหญิงมณีเป็นกังวลเมื่อได้ยิน หลวงตากระแอมพอเป็นพิธี สองสาวใหญ่สะดุ้งเงียบทันที คุณหญิงมณีเหลือบมองขุนไวที่นั่งฟังเทศน์อย่างตั้งใจ ถึงกับผ่อนลมหายใจคิดเปรียบเทียบกับลูกชาย จวบจนเทศน์จบ หลวงตาเห็นคนของขุนไวคลานเข้ามารายงานเรื่องบางอย่าง ขุนไวก้มกราบลาไปในทันที

ระหว่างที่นักพนันโดนชาวบ้านรุมกระทืบ ขุนไวกับลูกน้องมาช่วย ประกาศว่าคนของข้าใครไม่มีสิทธิ์แตะต้อง...ด้านชุ่ม โดนแม่ลากถูลู่ถูกังกลับมา ชุ่มบอกแม่ไม่ต้องห่วง ตนไม่มีวันเกี่ยวข้องกับคนชั่วพวกนั้น ตนจะตั้งใจทำงานหาเบี้ยหาอัฐไปไถ่ตัวสมผู้พี่ชาย จากการเป็นทาส

นายสมซึ่งถูกใช้ให้มาตาม เจอขุนพิทักษ์ที่หน้าบ่อน รีบรายงานว่าคุณหญิงมณีรออยู่ที่ศาลาการเปรียญ ขุนพิทักษ์กลับถีบสมจนจุกล้มกลิ้ง ไล่ให้ไปเรียนคุณหญิงมณีว่าไม่พบตน ทันใด มีเสียงดังมาจากเบื้องหลัง

“ลูกพระน้ำพระยามีชัยแก่พวกไพร่ในบ่อนเบี้ย รู้ไปถึงไหน คงมีแต่คนแซ่ซ้อง”

ขุนพิทักษ์หันมานัยน์ตากราดเกรี้ยว เห็นขุนไวยืนเยาะแววตาท้าทายไม่ยำเกรง

“มันกงการอะไรของเอ็ง ไอ้ไว”

“ก็ไพร่คนนั้นมันเป็นคนของข้า เอ็งทำอย่างนี้มันไม่หักหน้ากันไปหน่อยเหรอ”

ขุนพิทักษ์กลับโต้ตอบด้วยวาจาดุเดือด จนลูกน้องขุนไวเตือนว่าไม่ให้เกียรติเจ้านายตน

“เกียรติข้ามีไว้ให้คนที่มีศักดิ์เท่ากัน ไม่ใช่ไอ้พวกเด็กวัด คางคกขึ้นวอ”

ลูกน้องกระชับดาบ ขุนไวโกรธแต่ยกมือห้ามไว้ “อย่าใช้กำลังตัดสินเหมือนพวกไพร่เลย ข้าว่าเราใช้วิธีแบบผู้มีปัญญาเขาทำกันดีกว่า ถ้าเอ็งไม่หัวหดซะก่อนนะไอ้พิทักษ์”

ขุนพิทักษ์ไม่ยี่หระให้ว่ามา ขุนไวท้าแข่งเรือ ใครแพ้ต้องกราบเท้าขอสมา ขุนพิทักษ์รับคำท้าแต่ถ้าขุนไวแพ้ให้กราบหมาหน้าวัด ขุนไวกำหมัดแน่นข่มอารมณ์โกรธ

ooooooo

ขณะที่ก้มกราบลาหลวงตา มีบ่าวมากระซิบแจ่ม เธอถึงกับจับอกตกใจ คลานเข้าไปรายงานคุณหญิงมณี เธอเข้าใจว่าลูกชายมา เรียกให้กราบหลวงตา แต่พอแจ่มเอ่ยว่า ขุนพิทักษ์กำลังพนันแข่งเรือกับขุนไว เดิมพันให้กราบสุนัขหน้าวัด คุณหญิงลมใส่ หลวงตาส่ายหัวระอา

ทุกคนมาที่ท่าเรือ คุณหญิงมณีปรี่เข้าห้ามลูกชาย ว่าวันนี้งานบุญทำไมมาพนันขันต่อกัน

“ลูกกำลังจะโปรดสัตว์ให้หมามันได้รับการกราบไหว้จากคนขอรับคุณแม่”

“หรือไม่ คนอย่างเอ็งก็ต้องมากราบตีนคนอย่างข้า”

คุณหญิงมณีหันมาขอร้องขุนไวให้เลิกรา แต่ลูกชายตัวเองกลับไม่ยอม สั่งให้สมเอาพายลงนํ้าเตรียมออกเรือ คุณซ่อนกลิ่นอดค่อนขอดไม่ได้

“พ่อไวกับพ่อพิทักษ์นี่เป็นอริกันมาตั้งแต่เด็ก โตมายังจะไม่เลิกแล้วต่อกันอีก”

เสียงตีระฆังดังขึ้น เรือสองลำมุ่งหน้าไปแย่งธงที่ปักกลางลำนํ้า คุณหญิงมณีโอดครวญจะเป็นลมแจ่มต้องคอยพัดวี เสียงขุนพิทักษ์ร้องสั่ง สู้แค่ตาย ให้บ่าวเอาท้ายเรือกระแทกเรือขุนไว ขุนไวโกรธสั่งลูกน้องเร่งฝีพายแซงยังถูกกระแทกเรืออีก จึงใช้ไม้พายกระทุ้งกลับบ้าง กลับกลายเป็นการต่อสู้กันด้วยไม้พาย สมต้องช่วยเจ้านายทั้งที่ไม่เต็มใจ

ช่วงชุลมุน ขุนพิทักษ์กระโดดข้ามมาที่เรือขุนไว ระหว่างนั้นมีเรือเก๋งลอยผ่านมา หญิงงามนางหนึ่งแหวกม่านออกมองมาที่ขุนพิทักษ์และขุนไว สองหนุ่มตะลึงในความงาม เมื่อสายตาประสานกัน หญิงสาวปิดม่านด้วยความอาย จังหวะนั้นหัวเรือของสองหนุ่มชนกัน ทำให้ทั้งสองหนุ่มตกนํ้าลงไปโครมใหญ่ หญิงสาวเปิดม่านออกมาดูอีกครั้ง พร้อมกับหัวเราะพองาม ลูกสมุนแต่ละฝ่ายต้องมาช่วยเจ้านายตัวเองกลับขึ้นเรืออย่างทุลักทุเล

หญิงงามนางนั้นคือ รำพึง ลูกสาวพระยาเทวราช นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ในเรือ จนบ่าวแซว

“คุณรำพึงของบ่าวนั่งยิ้มขันหนุ่มพวกนั้น ตั้งแต่โค้งนํ้าโน่นแล้วนะเจ้าคะ”

“ก็มันขันนี่นังจวง คนบ้าอะไรมาต่อยตีกันกลางนํ้า”

“แต่จะว่าไปเป็นหนุ่มรูปงามทั้งคู่เลยนะเจ้าคะ”

“เอ็งคิดอย่างนั้นเหรอ”

“เจ้าค่ะ...หรือคุณรำพึงคิดเห็นว่าไม่งาม”

“ควรแล้วเหรอ...ที่บ่าวอย่างเอ็งจะต่อปากต่อคำกับลูกพระยาอย่างข้า” รำพึงยิ้มแต่ตาดุใส่

ด้านคุณหญิงมณี เห็นว่าไม่มีใครแพ้ชนะ ขอให้เลิกแล้วต่อกัน แต่ขุนพิทักษ์ไม่ยอม จึงเกิดทะเลาะเบาะแว้งจะลงไม้ลงมือกันอีก บ่าวไพร่ช่วยกันจับแยก

“พอๆหยุดกันที จะมาฆ่ากันให้คนแก่เผาผีหรือไง... พ่อไว ถือซะว่าฉันขอ”

ขุนไวมองอย่างเกรงบารมีจึงยอม “นี่เห็นแก่ คุณหญิงนะครับ...”

ขุนพิทักษ์ยังปากดี บอกขุนไวไม่รับฝากนานระวัง ดอกจะพูนและมองอย่างเหยียดหยาม ขุนไวจ้องหน้า โกรธๆ คุณหญิงมณีรีบดึงลูกชายให้เข้าไปกราบหลวงตา แต่เขากลับบอกว่า

“ตรงนี้ก็ได้คุณแม่” ขุนพิทักษ์ยกมือไหว้ส่งๆ

“ใช้มือไหว้กับใช้ใจไหว้มันไม่เหมือนกันนะท่าน ขุน ไหว้พระด้วยใจ ใจก็จะเห็นภาพใดๆได้ชัดขึ้น” เสียงหลวงตามั่นดังออกมา

ขุนพิทักษ์รู้สึกแวบในใจกับภาพฝันของตัวเอง แต่ไม่อยากฟังต่อ จึงลากลับแล้วเดินไปอย่างไม่ไยดี

“อิฉันกลุ้มใจกับลูกคนนี้จริงเจ้าค่ะเถรมั่น สงสารท่านพระยาเหลือเกิน ทั้งๆที่กำลังป่วยหนักก็ยังต้องมาห่วงลูกชายอีก”

“มีห่วงก็เหมือนมีบ่วง ธรรมะเท่านั้นที่จะทำให้มนุษย์หลุดจากบ่วงได้”

“แต่สำหรับพ่อพิทักษ์ ดูจะหนักหนา มีทางไหนที่จะผ่อนหนักเป็นเบาได้ไหมเจ้าคะ”

“ไม่มีใครหนีบ่วงที่ตนเองผูกขึ้นมาได้หรอก ทุกคนล้วนต้องชดใช้กรรมที่เกิดจากบาปที่ก่อขึ้นด้วยกันทั้งสิ้น”

คุณหญิงมณีฟังคำหลวงตาแล้วสังหรณ์ใจหนักหนา

หลังจากช่วยเจ้านายจนตัวเองบอบช้ำ สมกลับมาบ้านให้พ่อแม่เยียวยา ชุ่มช่วยประคบรอยช้ำไป  บ่นว่าพี่ชายไปหา ว่าชอบมีเรื่อง สมแก้ตัวเจ้านายสั่งก็ต้องทำ เย็นถอนใจสงสารลูกที่มีเจ้านายอย่างขุนพิทักษ์ มีเรื่องราวได้ไม่เว้นแต่ละวัน

“ใช่ ชั่วผิดพ่อผิดแม่...โอ๊ยเจ็บนะนังชุ่ม” สมถูกชุ่มกดแรงๆที่แผล

“พี่จะได้จำไงจ๊ะ ว่าอย่าลามปามท่าน ใครมาได้ยินเข้าพี่จะโดนโบยหลังขาด พี่ก็อยู่ให้ห่างท่านขุนสิ จะได้ไม่โดนแบบนี้อีก” ชุ่มพูดไปแต่ในใจแอบชื่นชมขุนพิทักษ์ไม่น้อย

บ่วงบาป เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย
7 พ.ค. 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:06 น.