ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ่วงบาป

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ทัดกลับมาเปลี่ยนเสื้อในห้อง เกลียวตามมาถามว่าเขาเป็นคนช่วยน้อยขึ้นจากน้ำใช่ไหม ทัดอ้ำอึ้ง เกลียวถามย้ำ ทำไมต้องช่วยน้อย ทัดอึกอักสักพักก่อนจะโพล่งออกไปว่า

“เพราะคุณน้อยคือลูกของพี่!”

“หมายความว่า คุณนวล ภรรยาคุณพระเกิด ก็คือ... เมียของพี่” เกลียวตกตะลึง

ยิ่งทัดรับว่าใช่ เกลียวโผกอดเขาด้วยเกรงว่าเขาจะทิ้งตนไป ทัดตกใจดันเธอออก

“เกลียว อย่าทำแบบนี้”

“ทำไม จะทำไม่ได้ ทีคนที่ฉันไม่ได้รัก ฉันยังเป็นของมันได้ กับคนที่ฉันรัก ทำไมฉันจะเป็นของเขาไม่ได้ ฉันต้องการเป็นของพี่ พี่ทัดฉันรักพี่ ได้ยินไหมว่าฉันรักพี่” เกลียวยังนัวเนีย

“ทำแบบนี้ไม่ได้นะเกลียว มันบาป เอ็งเป็นเมียท่านเจ้าคุณ ข้าก็มีลูกมีเมียแล้ว ถ้าเราทำมันจะพาเราลงนรก”

“ฉันตกนรกตั้งแต่วันที่ฉันเป็นเมียไอ้แก่นั่น แต่สำหรับพี่ เพราะฉันรัก ฉันถึงทำ”

“ข้าขอโทษที่ข้ารักเอ็งไม่ได้ ไม่มีวันที่ข้าจะรักใครได้อีก เอ็งกลับไปเถอะเกลียว”

เกลียว สะอื้นตัวโยน พยายามบอกเขาว่าตนยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา แต่ทัดไม่รับความหวังดีนั้น เกลียวเสียใจผิดหวัง ร้องไห้กลับออกไป ทัดมองตามด้วยความหนักใจ

คืนนั้น รำพึงยังครุ่นคิดถึงขุนพิทักษ์ คุณพระไวเข้ามาทำให้เธอสะดุ้ง เขาถามคิดอะไรอยู่ เธอรีบแก้ตัวว่าคิดถึงระพีกับเทิด คุณพระท้วงลูกยังเล็ก จึงหลงไปตามวัยไม่น่าต้องคิดมาก

“แต่มันก็เป็นผลดีกับเราไม่ใช่เหรอคะ ถ้าเราจะได้ดองกับท่านเจ้าคุณ”

คุณพระไวทึ่งที่รำพึงคิดการณ์ใหญ่...ขณะเดียวกัน ระพีกำลังอาละวาดใส่จวง ระบายอารมณ์ไม่พอใจที่มีแต่คนสนใจน้อย น่าจะจมน้ำตายไปเสีย

“อูย...อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลยเจ้าค่ะ คุณหนูของจวง เอ๊...เมื่อกี้คุณระพีบอกว่า คุณอัฐดูจะชื่นชอบคุณน้อยนั่น ทำไมคุณระพีไม่ให้คุณอัฐขวางคุณเทิดกับคุณน้อยล่ะเจ้าคะ”

“จริงด้วย น้าจวงฉลาดที่สุดเลย คอยดูนะ ระพีจะไม่ยอมให้นังน้อยมันมาแย่งพี่เทิดได้เป็นอันขาด”

ด้านอัฐ นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ คิดถึงน้อยในอากัปกิริยาต่างๆ เป็นครั้งแรกที่หัวใจของเขาเต้นโครมครามแบบนี้

ooooooo

วันรุ่งขึ้น รำพึงบอกจวงเรื่องที่เห็นขุนพิทักษ์เมื่อคืน จวงร้องตกใจคิดว่าเป็นผี รำพึงปิดปากจวงกำชับอย่าให้เรื่องนี้ไปถึงหูคุณพระไวเด็ดขาด และสั่งให้ไปสืบมาให้ได้ว่าขุนพิทักษ์ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ จวงยิ้มแหยๆด้วยความกลัว

รำพึงเข้ามาในห้องลูกสาว เพื่อถามถึงเรื่องเมื่อวาน เพราะเชื่อว่าเป็นฝีมือลูก ระพีทำทีตกใจที่แม่ปรักปรำ แต่พอรำพึงขู่ว่า ถ้าไม่พูดความจริง แม่คงช่วยอะไรไม่ได้

“คุณแม่จะช่วยระพีเหรอคะ”

“ถ้าแกอยากได้พ่อเทิด แกต้องบอกแม่”

“ระพีก็แค่แกล้งนังน้อย ไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่นี่คะ...ก็ระพีหมั่นไส้นังน้อย พี่เทิดไม่สนใจระพีเลยค่ะคุณแม่ มัวแต่จ้องนังน้อยอยู่ได้”

“เรื่องแกล้งแม่น้อย แม่ไม่ได้ว่าอะไร แต่แม่อยากให้แกใช้สมองมากกว่านี้”

“เรื่องนี้ระพีคงต้องให้พี่อัฐช่วย”

“ทำไมต้องดึงพี่อัฐเข้าไปเกี่ยวด้วย”

“ก็พี่อัฐดูจะชอบนังน้อยอยู่เหมือนกัน ถ้าพี่อัฐช่วยกันนังน้อยออกไปจากพี่เทิดได้ อย่างน้อยระพีก็จะมีความหวังเรื่องพี่เทิดใช่ไหมคะคุณแม่”

รำพึงครุ่นคิด ก่อนจะวางแผนให้อัฐเอาโสมไปฝากคุณพระเกิดแทนพ่อกับแม่ เป็นการเยี่ยมเยียน อัฐเห็นว่าคุณพ่อน่าจะไปด้วยตัวเอง คุณพระไวเอ็ด ทำเรื่องแค่นี้ไม่ได้ก็ไม่ต้องไปทำอย่างอื่นแล้ว ระพีเกรงอัฐไม่ไปรีบปรามพ่ออย่าว่าพี่ แล้วให้แม่ช่วยพูดอีกแรง

“คุณพ่อมีราชการน่ะลูก แต่แม่อยากให้เราผูกมิตรกันไว้ เรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นกับหนูน้อย อาจทำให้คุณพระเกิดไม่สนิทใจกับพวกเราได้” รำพึงตวัดสายตามองระพี
อัฐรับคำ ทำให้ระพีโล่งอก แผนขั้นแรกสำเร็จลงได้...

นวลดูแลน้อย ในขณะที่คุณพระเกิดซักไซ้ว่าใครเป็นคนทำ น้อยตอบว่าตนพลาดเอง นวลจึงถามว่าใครเป็นคนช่วยขึ้นจากน้ำ น้อยนิ่งคิดก่อนจะลุกพรวดขึ้นตอบ

“คุณลุงคนนั้น ที่เคยช่วยแม่นวลที่ตลาดเป็นคนช่วยน้อยขึ้นมาค่ะคุณพ่อ ถึงน้อยสำลักน้ำ แต่น้อยก็ยังพอจำหน้าคุณลุงได้ น้อยยังได้ยินคุณลุงพูดว่า ว่ายน้ำไม่เป็นเหมือนแม่ไม่มีผิด น้อยยังแปลกใจว่า เขารู้ได้ยังไงว่าแม่นวลว่ายน้ำไม่เป็น”

นวลฉงนใจ คุณพระเกิดตัดบทลูกปลอดภัยก็ดีแล้ว แต่น้อยคิดได้ว่า ลุงคนนั้นคงทำงานอยู่เรือนพระยาสุริน “น้อยอยากไปขอบคุณคุณลุงค่ะแม่ ที่เขาช่วยชีวิตน้อยไว้ เขาช่วยทั้งน้อยทั้งแม่นวล หรือว่าเขาจะเป็นผู้พิทักษ์ของเราคะแม่”

“เพ้อเจ้อน่ะยัยน้อย พ่อว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า”

“แต่น้อยก็ยังอยากขอบคุณเขา คนทำดีควรได้รับสิ่งดีตอบแทนไม่ใช่เหรอคะ คุณพ่อ”

นวลลูบหัวน้อยอย่างเข้าใจ และบอกคุณพระเกิดให้พาลูกไป ลูกอยากทำดีเราควรสนับสนุน น้อยโผกอดแม่ด้วยความดีใจ

ooooooo

ระหว่างที่คุณพระเกิดออกไปกับน้อย อัฐถือโสมเข้ามาที่เรือน พบนวลให้การต้อนรับอย่างดี อัฐแนะนำตัวว่าเป็นลูกรำพึงกับคุณพระไว นวลยิ้มรู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้อย่างมาก นวลเอาขนมที่ทำเองมาวางให้อัฐทาน เขายกมือไหว้ขอบคุณอย่างนอบน้อม

“น้าต่างหากที่ต้องขอบใจพ่ออัฐที่มีน้ำใจเอาของมาฝาก”

“เอาเป็นว่า เราหายกันนะครับ...เรือนคุณน้าสวยจังนะครับ ดูสงบร่มรื่น”

“คุณพระเธอชอบต้นไม้ ส่วนแม่น้อยก็ชอบปักผ้า เรือนนี้ก็เลยมีแต่ต้นไม้กับผ้าปักของแม่น้อย”

อัฐอดชมไม่ได้ว่า เป็นเพราะน้อยมีครูดีอย่างนวลสอน ผ้าปักถึงออกมาสวยแบบนี้ นวลออกตัวว่าสอนแบบงูๆปลาๆ อัฐยิ้มปลื้มกับความเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน น้อยถึงดีเหมือนแม่นี่เอง...อัฐมองไปรอบห้อง เห็นกริชตั้งโชว์ประดับอยู่ ก็เกิดความสนใจ

“กริชนั่นสวยจังนะครับ”

นวลถามว่าอยากดูไหม อัฐดีใจ นวลจึงลุกไปหยิบ “ชอบก็ดูเถอะจ้ะ ของน้าเอง คุณพระเอามาตั้งโชว์ไว้ เพราะเห็นว่าสวยดี และก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร”

อัฐรับกริชมา รู้สึกผูกพันถึงกับเอ่ยว่า “ไม่รู้ทำไม ตอนเด็กๆผมฝันถึงกริชแบบนี้บ่อยๆ แล้วกริชเล่มนี้ก็เหมือนในฝันของผมเหลือเกิน”

อัฐชื่นชมกริชจนพอใจก่อนส่งคืนให้นวล มือทั้งสองสัมผัสกัน เกิดความรู้สึกทางสายสัมพันธ์ นวลเห็นภาพตอนตัวเองคลอดลูกในถ้ำ ภาพเด็กทารกในอ้อมกอด และภาพตัวเองร้องขอชีวิตกับใครบางคน นวลเกิดอาการปวดหัวรุนแรง ปล่อยกริชตกจากมือ ด้ามหลุดออก อัฐตกใจรีบก้มเก็บ ขอโทษขอโพย นวลบอกว่าตนผิดเองไม่ใช่เขา

“ผมขอเอากลับไปซ่อมให้คุณน้านะครับ ผมรับรองว่าจะทำให้กลับมาเหมือนเดิมให้มากที่สุด”

“ถ้าทำแบบนั้นแล้วพ่ออัฐสบายใจ ก็ตามใจเถอะจ้ะ” นวลมองอัฐด้วยความรู้สึกรักและเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก

อัฐเองก็รู้สึกคุ้นเคยกับกริชเล่มนี้มาก สายสัมพันธ์บางอย่างกำลังเชื่อมโยงเข้าหากัน...

ในขณะที่คุณพระเกิดกับน้อยมาที่เรือนพระยาสุริน เทิดกำลังดูไก่ชนตีกันที่หลังเรือนอย่างสนุกสนาน พอลูกน้องมาบอกว่าน้อยมา เขาก็รีบมาต้อนรับ โดยไม่สนใจว่าคุณพระมาด้วย

“ไม่ต้องพิธีรีตองหรอกพ่อเทิด แม่น้อยแค่อยากจะนำของมาตอบแทนน้ำใจคนที่ช่วยแม่น้อยไว้ แม่น้อยบอกว่าเขาน่าจะเป็นคนงานอยู่ที่นี่” คุณพระเกิดออกโรงแทนลูกสาว

เทิดงงหันไปถามลูกน้องว่าใคร ลูกน้องรายงานว่าทัด เทิดไม่ค่อยชอบใจจึงโกหกไปว่า ทัดออกไปรับของที่ท่าเรือให้เจ้าคุณพ่อ เชิญเข้าเรือนทานของว่างก่อน แต่ท่าทีน้อยอึดอัด

เทิดส่งสัญญาณทำทีสั่งลูกน้อง “เอ็งไปบอกให้คนหาน้ำหาท่ามาต้อนรับคุณพระกับคุณน้อย แล้วถ้าไอ้ทัดกลับมา ให้มันรีบมาพบคุณน้อยที่เรือนใหญ่นี่”

ลูกน้องรีบไปกันท่าทัด กำชับให้อยู่แต่ในห้อง ห้ามออกไปข้างนอกเป็นคำสั่งของเทิด พอออกมาจากเรือนคนใช้ เห็นจวงเดินด้อมๆมองๆอยู่ จึงเข้าไปถามมาทำอะไร จวงพลั้งปากว่า มาหาขุนพิทักษ์ ลูกน้องเทิดไม่รู้จักย้อนถามว่าเธอเป็นใคร จวงนึกได้

“ฉันเป็นคนสนิทของคุณรำพึงเมียคุณพระไว คุณรำพึงให้ฉันเอาของมาให้ท่านพระยา”

“แต่เมื่อกี้เอ็งบอกว่า เอ็งมองหาท่านขุนอะไรสักอย่าง”

“เอ่อ...ท่านขุน ฮ่าๆๆข้าพูดว่าไอ้บุญ ไม่ใช่ท่านขุน แคะขี้หูบ้างนะพ่อน่ะ มีคนบอกว่าไอ้บุญ หรือไอ้อะไรสักอย่าง ฉันจำชื่อไม่ได้ มันทำงานอยู่ที่เรือนนี้ อายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉันนี่แหละ พ่อรูปงามรู้จักไหมจ๊ะ” จวงอ่อนหวานประจบประแจงเอาตัวรอดมาได้...

พอได้คำตอบจากลูกน้องเทิด จวงรีบกลับมารายงานรำพึงว่า ไม่มีขุนพิทักษ์ที่เรือนพระยาสุริน รำพึงไม่เชื่อโวยวายใส่จวง อัฐถือโหลขนมกลีบลำดวนที่นวลฝากมา ถามว่าจวงทำอะไรขัดใจแม่ รำพึงเปลี่ยนท่าทีหันมาคุยกับอัฐว่าน้อยเป็นอย่างไรบ้าง อัฐตอบว่าพบแต่นวลแม่ของน้อย และเธอได้ฝากขนมมาให้ รำพึงยิ้มอย่างเอ็นดู

น้อยกับคุณพระเกิดกลับมาถึงเรือน ท่าทีน้อยโกรธๆ ที่เทิดกักตัวพ่อกับตนไม่ให้กลับ ทั้งที่ไม่เจอทัด นวลปลอบใจลูกสาว พอดีคุณพระเห็นโสมจึงถามว่าของใคร นวลบอกว่าอัฐลูกคุณพระไวกับรำพึงนำมาให้ น้อยแอบยิ้ม นวลพูดด้วยความปลาบปลื้ม

“เด็กคนนี้น่ารักนะคะคุณพี่ สุภาพนอบน้อม ความคิดความอ่านก็เข้าที ท่าจะอนาคตไกล”

“เอ...ปกติแม่นวลไม่ค่อยชอบพูดกับใคร แต่นี่พ่ออัฐ มาเดี๋ยวเดียวก็กลายเป็นคนโปรดของแม่นวลไปเสียแล้ว แสดงว่าเด็กคนนี้มีอะไรดีจริงๆ”

นวลยิ้มตาเป็นประกายเมื่อนึกถึงอัฐ ทำให้คุณพระเกิดกับน้อยมองด้วยความแปลกใจ...ในขณะที่อัฐแกะห่อผ้า

ที่ห่อกริชออกดู ไม่ทันไรเขารู้สึกเจ็บแปลบที่แผลเป็นบนหัวไหล่ จนต้องเลิกเสื้อขึ้นลูบแผล “แผลเป็นนี่ ทำไมเราถึงเจ็บไม่หาย”

ooooooo

ทัดครุ่นคิดอย่างหนักจะทำอย่างไรให้ชุ่มจำตนได้ แล้วก็นึกได้ ล่าสุดชุ่มชอบที่เขาสานปลาตะเพียนไว้ให้ลูก เขาจึงลุกขึ้นนั่งสานปลาตะเพียนจนค่ำมืด เกลียวเอาขนมมาให้ ทัดเอ็ดว่าไม่ให้มาเวลาวิกาลแบบนี้ มันไม่เหมาะสม เกลียวไม่สนใจกลับถาม

“พี่ทัด พี่จะสานปลาตะเพียนไปทำไมจ๊ะ”

“พี่จะสานไปให้ชุ่มเมียพี่...ชุ่มเคยชอบปลาตะเพียนที่พี่สานไว้ให้ลูก พี่จะสานให้ชุ่มอีก เผื่อจะช่วยให้ชุ่มจำพี่ได้”

เกลียวปรี๊ด “จำได้แล้วจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อเมียพี่มีผัวใหม่ ถ้าเมียพี่จำได้ก็เท่ากับว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นผู้หญิงสองผัว ชาวบ้านก็จะนินทา ผัวเขาจะรังเกียจเอาได้”

ทัดนิ่งคิดตาม เกลียวได้ทีรีบยุให้เขาหนีไปตั้งต้นชีวิตใหม่กับตน ขืนอยู่ใกล้จะทำให้หวั่นไหว ทัดสวนทันควัน

“พี่ไปไหนไม่ได้หรอกเกลียว พี่ต้องอยู่ดูแลเมียกับลูกพี่ มีความตายเท่านั้นที่จะพรากพี่ไปจากลูกเมียพี่ได้”...เกลียวมองทัดอย่างเจ็บปวด

วันรุ่งขึ้น ทัดถือปลาตะเพียนสานมาที่เรือนคุณพระเกิด เห็นนวลกำลังเก็บดอกไม้อยู่ในสวน เขาหยุดมองอย่างสุขใจ คิดจะเดินเข้าไปหา แต่แล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นงูเห่าแผ่แม่เบี้ยอยู่ข้างๆ เขารีบตะโกนบอกให้ชุ่มระวัง... แต่ไม่ทันกาล งูฉกเข้าที่ขาเธอแล้วเลื้อยหนีไป เสียงตะโกนของทัดทำให้คนรับใช้วิ่งมา เห็นงูเลื้อยผ่านไป จึงร้องลั่นขึ้น

“ช่วยด้วยๆ คุณนวลถูกงูกัด ช่วยด้วยเจ้าค่า...”

ทัดฉีกเสื้อตัวเองมามัดเหนือแผล แล้วก้มลงดูดพิษงูให้นวล คุณพระเกิดและน้อยวิ่งมาเห็นการกระทำของทัดถึงกับทึ่ง คุณพระรีบอุ้มนวลมาปฐมพยาบาลบนเรือน ทัดตามมานั่งดูอย่างห่วงใยและต้องสะเทือนใจกับภาพความรักของครอบครัวนี้

“ฉันเป็นหนี้บุญคุณนายทัด ถ้านายทัดอยากให้ฉันช่วยเหลือสิ่งใด บอกได้เลยนะ ฉันยินดี ว่าแต่นายทัดมาทำอะไรที่นี่”

“กระผมมาเยี่ยมคุณนวลขอรับ”

“น่าแปลกนะ ทำไมต้องเป็นนายทุกครั้ง ที่มาช่วยลูกกับเมียฉันไว้ เหมือนกับว่านายไม่เคยอยู่ห่างลูกกับเมียฉันเลย” คุณพระเกิดจ้องแต่ทัดหลบสายตา

“น้อยบอกแล้วไงคะคุณพ่อ คุณลุงทัดเป็นองครักษ์พิทักษ์น้อยกับแม่นวล ใช่ไหมคะ”

ทัดยิ้มอย่างเจียมตัว นวลมองทัดนึกสงสัยที่เขาเรียกตนว่าชุ่มอีกแล้ว คุณพระเกิดเห็นสายตานวลยิ่งให้สะกิดใจ

น้อยเดินลงมาส่งทัด เธอเก็บดอกไม้ส่งให้เขา ทัดอยากจะลูบศีรษะลูกแต่ไม่กล้า ได้แต่รับดอกไม้มาแล้วขอบคุณน้ำตาไหล น้อยแปลกใจรีบถามว่าร้องไห้ทำไม

“ลุงดีใจแทนคุณนวล ที่มีลูกน่ารักอย่างคุณหนูน้อย”

“แล้วคุณลุงล่ะคะ มีลูกหรือเปล่า”

“มีครับ อายุเท่ากับคุณหนูน้อยนี่แหละ”

“แล้วตอนนี้ลูกคุณลุงอยู่ไหนคะ”

“ลูกลุงเขาอยู่ในที่ที่มีความสุขแล้ว ลุงขอตัวกลับก่อนนะขอรับ”

น้อยขอร้องให้เขากลับมาหาตนกับแม่อีก ทัดยิ้มให้อย่างสุขใจ...คุณพระเกิดป้อนยาให้นวล เธอเบ้หน้าไม่อยากทานยาขม คุณพระอดบ่นไม่ได้ ว่าทัดช่วยชีวิตทั้งนวลและน้อย ตนคงต้องขออนุญาตพระยาสุริน มอบของกำนัลตอบแทนบุญคุณทัด นวลโพล่งออกมาว่า ทัดคงไม่หวังอะไรตอบแทน

“แม่นวลพูดเหมือนเคยรู้จักเขามาก่อน...เคยคิดไหม เขาอาจจะรู้จักว่าแม่นวลเป็นใคร”

“ทำไมคุณพี่ถึงถามแบบนี้”

“พี่เห็นสายตาของเขาเวลามองแม่นวล มันไม่เหมือนสายตาของคนที่เพิ่งรู้จักกัน”

นวลชะงัก ไม่อยากให้เรื่องราวใหญ่โต จึงบอกว่าเขาคิดมากไปเอง คุณพระเกิดพยักหน้าอย่างอยากให้เป็นอย่างนั้น...นวลแอบมาครุ่นคิด ที่ทัดเรียกตนว่าชุ่มถึงสองครั้ง หรือตนชื่อชุ่ม...

ooooooo

ระพีให้จวงถือถาดขนมมาเรือนพระยาสุริน เผอิญเทิดกำลังโกรธที่ลูกน้องมารายงานว่า อัฐไปคุยอยู่เรือนคุณพระเกิดนานสองนาน และท่าทางนวลจะพอใจเขาอยู่มาก ทำให้เทิดโมโหปาจอกเหล้าในมือลงพื้นแตกกระเด็นมาตรงหน้าระพีกับจวง

“แม่แตกแหกๆๆ!” จวงอุทานลั่น

ระพีเอ็ดเบาๆ “รักษากิริยาบ้างสิน้าจวง เดี๋ยวพี่เทิดคิดว่าบ้านเราไร้มารยาท” ว่าแล้วระพีก็ปราดเข้าเกาะแขนเทิดถามไถ่ใครทำให้โกรธ

จวงทำหน้าเอือมนี่หรือมารยาทงาม...เทิดดึงแขนออกแย้ง ตนกำลังมีความสุขอยู่ต่างหาก

“ความสุข...เรื่องอะไรคะ”

“เจ้าคุณพ่อพี่ได้ฤกษ์แต่งงานของพี่กับคุณน้อยมาแล้ว”

ระพีตกใจไม่เชื่อ เทิดย้ำว่าพ่อกลับจากราชการหัวเมืองเมื่อไหร่ จะไปสู่ขอน้อยทันที แล้วแกล้งให้ระพีบอกข่าวดีนี้กับอัฐด้วย ระพีเก็บความแค้นกลับมาระเบิดเมื่อถึงเรือน อัฐกำลังเอากริชห่อผ้าเหน็บที่บั้นเอว ได้ยินเสียงกรี๊ดของระพีก็ตกใจ วิ่งมาดูที่ห้องโถง คุณพระไวและรำพึงออกมาจากห้อง จวงเผลอบ่นว่า ลูกสาวรำพึงเวลาของขึ้นนี่เหมือนกันเปี๊ยบ รำพึงได้ยินเอ็ด

“หุบปากนังจวง”

“ระพีหยุด ระพี พ่อสั่งให้หยุด...ใครทำอะไรลูก” คุณพระไวปรามลูกสาว

ระพีบอกเรื่องเทิดจะแต่งงานกับน้อย อัฐได้ยินตกตะลึง ระพีตอกย้ำ

“พี่อัฐ พี่อัฐรู้ไหมว่า พี่เทิดกำลังจะไปสู่ขอนังน้อย”

“เรียกคนอื่นแบบนั้นไม่ดีเลยนะระพี” อัฐตำหนิ

“แทนที่จะด่าระพี พี่อัฐต้องช่วยระพีสิ พี่อัฐต้องไปทำให้นังน้อยเป็นของพี่อัฐ พี่เทิดจะได้หันมามองระพี พี่อัฐรับปากสิว่าจะช่วยระพี รับปากสิๆๆ” ระพีเขย่าตัวอัฐ ทำให้ห่อผ้าหล่นลงจากเอว ไม่ทันที่ใครจะเห็น รำพึงเข้าขวาง

“ระพีหยุด หยุดบ้าได้แล้ว โวยวายไปใช่ว่าแกจะได้พ่อเทิดมา ไม่รู้จักคิดอย่างนี้ไง พ่อเทิดถึงไม่มองแก”

“รำพึง ทำไมพูดกับลูกแบบนี้”

“หรือว่าไม่จริงคะ คุณพี่อบรมสั่งสอนลูกคุณพี่ด้วยนะคะ”

“แล้วทำไมเธอไม่สั่งสอน ระพีไม่ใช่ลูกเธอหรือไง... ระพีไปกับพ่อ”

รำพึงมองสองพ่อลูกเดินไปอย่างเคืองๆ บ่นว่าให้ท้ายกันแบบนี้อีกหน่อยคงมีเรื่องงามหน้า อัฐก้มเก็บกริชที่หล่น รำพึงเห็นถึงกับตะลึง ขอดูใกล้ๆ ทำไมเหมือนกันมาก จวงกระซิบไม่เรียกว่าเหมือนแต่เป็นอันเดียวกันเลย

“อัฐ...ลูกไปเอากริชนี้มาจากไหน”

“ของคุณน้านวลครับ ผมทำของเขาเสียหาย นี่ผมกำลังจะเอาไปซ่อมที่ตลาด”

รำพึงบอกว่าอย่าเพิ่งไป ให้พาตนไปพบนวลก่อน...

ด้านคุณพระไวพยายามปลอบระพีให้ตัดใจจากเทิด

เพราะรู้ซึ้งแก่ใจว่า การยื้อคนให้มารักเรามีแต่จะเกิดทุกข์ แล้วกลายเป็นทาสหัวใจไปตลอดชีวิต

นวลกำลังนั่งพับกลีบดอกบัวอยู่ที่ศาลาริมน้ำ ทัดหอบทะลายมะพร้าวเดินมาหยุดมองนึกถึงคำพูดของเกลียวที่ว่า ถ้าชุ่มจำได้ว่าตัวเป็นใครก็จะถูกครหาว่าเป็นหญิงสองผัว จึงคิดจะกลับ นวลหันมาเห็นเสียก่อนร้องเรียก เขาจึงบอกว่าเอามะพร้าวน้ำหอมมาฝากน้อย

“แม่น้อยไปเก็บดอกไม้อยู่ในสวน ประเดี๋ยวฉันจะให้คนไปตาม”

ทัดรีบบอกว่าไม่เป็นไร แล้วถามถึงแผลที่โดนงูกัดเป็นอย่างไรบ้าง นวลตอบว่าหายดีแล้วขอบใจเขาอีกครั้ง ก่อนจะขอถามบางอย่าง

“ทำไมนายทัดถึงเรียกฉันว่าชุ่ม”

ทัดอึกอักๆก่อนจะแก้ตัวว่า “ชุ่มเป็นเมียกระผมที่ตายไปแล้ว บังเอิญว่าคุณนวลหน้าละม้ายคล้ายชุ่ม กระผมต้องกราบขออภัยด้วย ที่บางครั้งกระผมก็เผลอคิดไปว่าคุณนวลเป็นชุ่ม”

“ที่นายทัดเล่าเป็นความจริงเหรอ” นวลไม่อยากเชื่อ ทัดอึดอัดใจรีบขอตัวกลับ

พอดี สาวใช้ไปรายงานน้อยว่ามีแขกมาขอพบ คือรำพึงกับอัฐ น้อยจึงพาทั้งสองมาที่ศาลาริมน้ำ เมื่อรำพึงกับนวลประจันหน้ากัน จวงสะกิดรำพึงยิกๆว่าใช่เลย นวลยิ้มให้รำพึงอย่างเป็นมิตร อัฐเกริ่นว่า รำพึงติดใจขนมที่นวลฝากกลับไป จึงมาขอสูตร นวลเห็นสายตาที่รำพึงมอง

“ต้องขอโทษด้วยค่ะ ดิฉันมักจะหลงๆลืมๆอยู่บ่อยๆ บางทีจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นใคร ตกลงเราเคยพบกันมาก่อนไหมคะ”

รำพึงมองแววตานวล ไม่เห็นร่องรอยว่าโกหก จึงตอบว่าไม่เคย น้อยหันไปเห็นทะลายมะพร้าว ถามนวลว่าของใคร นวลบอกว่าทัดเอามาฝากเพิ่งกลับไป น้อยดีใจขอตัววิ่งไปหาทัด พอดีพลาดสะดุดหกล้ม ทั้งนวลและอัฐตกใจร้องเรียกน้อย ทัดได้ยินเสียงหันมองเห็นน้อยหกล้มก็วิ่งกลับมาดู ไม่ทันมองรำพึง อัฐเข้าประคองน้อย ทั้งสองสบตากัน น้อยเอียงอาย

ทัดวิ่งเข้ามาถาม “คุณนวล คุณหนูเป็นอะไรขอรับ”

“หกล้มน่ะ ดูสิโตเป็นสาวแล้วยังไม่ระมัดระวังอีก น่าขายหน้าคุณรำพึงเสียจริง”

ทัดสะดุ้งหันไปมอง เห็นรำพึงกับจวงยืนอึ้ง อัฐกับนวลไม่ทันเห็นท่าทีของทั้งสามคน น้อยร้องบอกทัดอย่าเพิ่งกลับ ให้ตนไปใส่ยาทำแผลแล้วจะลงมาคุยด้วย นวลติง

“แม่น้อย ลุงทัดจะรีบกลับไปทำงาน วันหลังค่อยมาใหม่แล้วกัน ฉันจะได้ทำขนมไว้ให้”

“ขอรับ...”

รำพึงมองภาพที่ทั้งสามเอื้ออาทรต่อกันแล้วยิ่งช้ำใจ นวลชวนรำพึงกับอัฐขึ้นเรือน รำพึงอดเหลียวมองทัดที่ยืนนิ่งไม่ได้...

“คุณแม่ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ” อัฐแปลกใจ

“ไม่มีอะไรจ้ะ” รำพึงยอมเดินตามลูกชายขึ้นเรือน

ooooooo

ทัดรู้ดีว่า รำพึงจะต้องหาทางมาพบตน จึงยืนรออยู่ในสวนที่ลับตาคน รำพึงเห็นทัดน้ำตารื้นด้วยความคิดถึง ทัดทักทายว่าสบายดีไหม

รำพึงซ่อนความอ่อนแอ ย้อนถาม “คุณพี่ถามถึงตัวหรือหัวใจของน้องล่ะคะ”

“เจ้ายังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง”

“ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนน้องได้หรอกค่ะ คุณพี่เองก็คงเหมือนกัน คุณพี่กับนังชุ่มถึงยังได้อยู่ใกล้กันในที่ที่ไกลแสนไกลแบบนี้ ทั้งๆที่คุณพี่กับมันน่าจะตายจากกันไปได้แล้ว”

“หยุดคิดร้าย คิดอาฆาตให้ใจเป็นทุกข์เถอะรำพึง แล้วเจ้าจะค้นพบความสุขที่แท้จริงในชีวิต”

รำพึงปรี๊ดใส่ “คุณพี่ไม่ต้องมาสอนน้อง น้องรู้ดีว่าความสุขของน้องคืออะไร”

ทัดรู้ได้ทันทีว่า รำพึงกำลังจะนำความเดือดร้อนมาให้พวกตนอีก...

เมื่อรำพึงกลับถึงเรือน อาละวาดใส่จวงที่ให้ไปดูที่เรือนพระยาสุรินว่าคนที่ตนเห็น ใช่ขุนพิทักษ์หรือเปล่า แล้วจวงกลับมาบอกว่าไม่ใช่ จวงรีบขอโทษแล้วรายงาน

“อย่าทำจวงเลยเจ้าค่ะ ถ้าจวงตาย คุณรำพึงก็อดรู้เรื่องท่านขุนพิทักษ์ที่จวงไปสืบมานะเจ้าคะ...คนที่เรือนท่านพระยาสุรินบอกว่า ท่านขุนพิทักษ์อยู่ที่เรือนท่านพระยาตั้งแต่ยังไม่เลิกทาส พระยาสุรินไปฉุดตัวนังคุณเกลียวมาเป็นเมีย ตอนนั้นท่านขุนอยู่กับนังเกลียวก็เลยติดร่างแหมาด้วยเจ้าค่ะ”

“ทำไมคุณพี่ถึงไปอยู่กับนังเกลียว”

“ไม่มีใครรู้เจ้าค่ะ ส่วนตอนนี้เลิกทาสแล้ว แต่ท่านขุนก็ยังไม่ยอมไปไหน สงสัยจะห่วงนังคุณเกลียว แล้วพักหลังมานี่ท่านขุนไปเรือนคุณพระเกิดบ่อยๆ จวงว่าคงไปหานังชุ่มนั่นแหละเจ้าค่ะ” จวงจีบปากจีบคอเล่าอย่างออกรส

“พวกมันมีความสุขกันมามากพอแล้ว” รำพึงเข่นเขี้ยว

“นี่คุณรำพึงคิดจะทำอะไรเจ้าคะ โถ...ทูนหัวของบ่าวเจ้าขา พักกายพักใจคิดเข้าวัดทำบุญดีกว่าไหมเจ้าคะ” จวงชักสยอง

รำพึงแว้ดใส่ “นังจวง...ข้าอุตส่าห์เลี้ยงลูกคุณพี่มาเป็นสิบปี เอ็งคิดว่าข้าไม่ควรจะได้รับรางวัลตอบแทนบ้างรึยังไง” รำพึงยิ้มอย่างมีแผนร้าย

ooooooo

วันต่อมา คุณพระไวกับรำพึงนำของฝากมาให้พระยาสุรินเพื่อเลียบเคียงถามเรื่องสู่ขอ รำพึงแยกไปหาเกลียวที่เรือนครัว แต่ที่จริงเธอเดินตามหาทัด เห็นเขากำลังพรวนดินก็เข้าไปเยาะ

“ไม่น่าเชื่อว่าขุนพิทักษ์ผู้สูงศักดิ์จะตกต่ำได้ถึงเพียงนี้”

“แต่แปลกนะ ทุกวันนี้พี่มีความสุขกว่าเมื่อก่อนมาก” ทัดโต้ตอบอย่างนิ่มนวล

รำพึงแค้นใจ หาเรื่องทำให้เขาเจ็บใจบ้าง จึงถามขึ้นว่า “คุณพี่คิดว่าแม่น้อยรักพ่ออัฐเหมือนที่พ่ออัฐรักแม่น้อยไหมคะ”

ทัดแปลกใจถามทำไม รำพึงบอกว่าอยากได้น้อยเป็นลูกสะใภ้ ทัดถอนใจขอร้องให้รำพึงเลิกยุ่งเกี่ยวกับชุ่ม หญิงสาวโต้ ถ้าเด็กสองคนรักกันจริง เขาไม่อยากเห็นลูกตัวเองมีความสุขหรือ

“อย่ายุ่งกับคุณน้อย” ทัดเสียงกร้าว

“น้องไม่ได้พูดถึงแม่น้อยค่ะ น้องพูดถึงลูกคุณพี่ ซึ่งหมายถึงตาอัฐต่างหาก” รำพึงพูดทิ้งท้ายให้ทัดสงสัย แล้วหันหลังเดินกลับไป

ทัดเดินตาม แต่พอดีคุณพระไวรู้จากเกลียวว่ายังไม่พบรำพึง จึงออกมาเดินหา ทัดรีบหลบ รำพึงรู้ว่าเขาเดินตามมา พอเห็นสามีจึงร้องเรียก คุณพระไวถาม

“รำพึงไปไหนมา คุณเกลียวอยู่บนเรือน”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ น้องฝากผ้าทอไปกับคนรับใช้แล้ว คุณพี่คะ เมื่อกี้น้องเจอพ่อเทิดตีไก่อยู่ทางโน้น เด็กหนุ่มไม่เอาการเอางานแบบนั้น ถ้าคุณพระเกิดยกแม่น้อยให้พ่อเทิดก็คงโง่เต็มทน รับรองว่าตาอัฐได้สมหวังกับแม่น้อยแน่นอนค่ะ ทีนี้ระพีก็จะหมดเสี้ยนหนาม”

“งั้นถ้าเรายกระพีให้พ่อเทิด เราก็คงโง่ใช่ไหม”

รำพึงแย้งเขาจะกล้าขัดใจลูกสาวหรือ คุณพระถามเธอหวังดีกับระพีหรืออัฐกันแน่

“น้องก็ต้องหวังดีกับทั้งคู่ เพราะทั้งระพีและอัฐเป็นลูกของเรา”

“ไม่ใช่! อัฐเป็นลูกของไอ้พิทักษ์”

รำพึงยิ้มกริ่ม แกล้งท้วง “คุณพี่อย่าเอ็ดไปสิคะ ประเดี๋ยวใครได้ยินเข้า”

“ที่จริงน้องน่าจะฆ่าตาอัฐให้ตายตามพ่อแม่มันไปเสียตั้งแต่วันนั้น ไม่น่าเก็บมันมาเลี้ยงให้ทิ่มแทงใจพี่อยู่จนทุกวันนี้”

“แต่ตอนนี้ตาอัฐกำลังจะตอบแทนบุญคุณให้คุณพี่ เมื่อตาอัฐแต่งงานกับแม่น้อยลูกคุณนวล ระพีก็จะได้สมหวังกับพ่อเทิด แค่คิดก็มีความสุขแล้ว กลับเรือนกันเถอะค่ะคุณพี่”

ทัดยืนอึ้งกับความจริงที่เพิ่งได้รู้...

ooooooo

พอจวงรู้แผนการของรำพึงก็ตกใจ คิดว่าที่ผ่านมารำพึงรักอัฐอย่างจริงใจ หญิงสาวพูดด้วยความแค้น ขุนพิทักษ์กับชุ่มจะต้องกระอักเลือดเมื่อรู้ว่าลูกของตัวเองรักกัน จวงถามไม่กลัวทัดบอกคุณพระไวหรือ รำพึงยิ้มกระหยิ่มใจ เพราะเชื่อว่าเขาไม่ทำแบบนั้นแน่

คุณพระไวกลับมาบอกลูกสาว ซึ่งเอาแต่ร้องไห้เสียใจ ว่าเรื่องสู่ขอน้อยไม่เป็นความจริง เทิดโกหก ระพีดีใจโผกอดพ่อ และรบเร้าเขาไปสู่ขอน้อยให้อัฐ เพื่อตนจะได้หมดเสี้ยนหนาม...จวงรายงานรำพึงว่า คุณพระไวให้แต่งตัวไปเรือนคุณพระเกิดวันนี้ รำพึงตกใจ

“ถ้าคุณพี่เจอนังชุ่ม คุณพี่ต้องรู้แผนของข้า ข้าเกรงว่าคุณพี่จะขัดขวาง”

“แหม...เรื่องกล้วยๆ คุณรำพึงก็ใช้มารยาสาไถยกล่อมคุณพระไวให้ทำตามแผนเหมือนเดิมสิเจ้าคะ”

รำพึงอยู่กับคุณพระไวมานาน รู้ว่าวิธีนั้นใช้ไม่ได้อีกแล้ว จึงคิดหาวิธีพูดให้คุณพระไวอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม ถ้าฝ่ายโน้นปฏิเสธจะเสียหน้า ขอให้ตนไปลองทาบทามดูก่อนดีกว่า ระพีไม่พอใจคะยั้นคะยอให้ไปวันนี้เลย รำพึงเอ็ด

“หยุดเดี๋ยวนี้นะระพี...ตาอัฐว่ายังไง เห็นด้วยกับแม่ใช่ไหม”

“ครับ ผมเองก็อยากจะแน่ใจว่าคุณน้อยคิดยังไงกับผม ผมไม่อยากให้คุณน้อยมาแต่งงานกับผม ทั้งๆที่ไม่ได้รักผม”

คุณพระไวยอมผ่อนตาม แต่ถึงอย่างไรก็จะไปทาบทามไว้ก่อนที่ทางนั้นจะยกให้คนอื่น รำพึงสบตาจวงอย่างร้อนใจ เผอิญคนรับใช้เข้ามารายงานว่า ทางสุพรรณแจ้งมาว่า หลวงตามั่นอาพาธหนัก คุณพระไวตกใจรีบเดินทางไปหาทันที รำพึงถอนใจเฮือก

ooooooo

รำพึงไม่รอช้า รีบมาหานวลทำทีเอาขนมมาฝาก นวลนั่งแกะสลักผลไม้อยู่ หันมาต้อนรับ รำพึงอ้างว่าลองทำขนมกลีบลำดวนมาให้ชิมว่ารสชาติเป็นอย่างไร นวลจึงสั่งสาวใช้เอาไปจัดใส่จานและหานํ้าท่ามาเสิร์ฟด้วย จวงอาสาไปช่วย

พออยู่ตามลำพัง รำพึงก็หยั่งเชิง “คุณน้อยไปไหนหรือคะ”

“ตามไปช่วยคุณพระรักษาชาวบ้านค่ะ เห็นว่าจะแวะเข้าป่าไปหาสมุนไพรเตรียมไว้ด้วยเผื่อมีโรคระบาดค่ะ”

รำพึงมองมีดปอกผลไม้ คิดอยากจะเอามาแทงนวลให้ตายๆไปเสีย แต่หาจังหวะไม่ได้ ทำเป็นยิ้มแย้ม “แหม...หนูน้อยน่ารัก จิตใจดีเช่นนี้เอง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตาอัฐของดิฉันถึงได้หลงรัก คุณนวลคะ ที่ดิฉันมาวันนี้ก็เพราะว่าอยากจะมาทาบทามหนูน้อยให้ตาอัฐค่ะ”

ทั้งสองพูดคุยกันไปตามมารยาท โดยที่นวลไม่เอะใจเลยว่า แขกที่มาเยือนประสงค์ร้าย...

ooooooo

ระหว่างที่คุณพระเกิดกับน้อยถือตะกร้าสมุนไพรออกมาจากป่า เจอทัดยืนรออยู่ น้อยดีใจที่ได้พบทัด

รีบถามมาทำอะไรแถวนี้ ทัดสีหน้าเครียดตอบว่ามีธุระอยากคุยกับคุณพระเกิด น้อยรู้งานขอตัวเลี่ยงไปเก็บสมุนไพรตรงอื่น คุณพระเห็นสีหน้าทัดน่าจะเป็นเรื่องใหญ่

“นายทัดมีเรื่องอะไร จะคุยกับฉันรึ”

“คุณพระจำได้ไหมขอรับ คุณพระเคยบอกว่าถ้ากระผมต้องการสิ่งใดเพื่อตอบแทนที่กระผมเคยช่วยเหลือคุณนวลกับคุณน้อยให้บอกได้”

“จำได้สิ นายต้องการอะไรล่ะ”

“กระผมอยากจะขอร้องคุณพระ อย่าเพิ่งยกคุณน้อยให้ใครตอนนี้นะขอรับ คุณน้อยเธอยังเด็กเกินไป”

“นายพูดเหมือนกับรู้ว่า จะมีใครมาสู่ขอแม่น้อย”

ทัดตอบไม่ตรงคำถาม กลับคุกเข่าขอร้อง “คุณพระรับปากกระผมได้ไหมขอรับ อย่าเพิ่งให้คุณน้อยแต่งงาน ไม่ว่ากับใครก็ตาม จะให้กระผมกราบ กระผมก็ยอม”

คุณพระเกิดตกใจระคนแปลกใจสงสัย...

หลังจากวันนั้น เทิดอาละวาดทำร้ายคนรับใช้ในบ้าน พระยาสุรินต้องมาห้ามปรามถามสาเหตุ จึงได้รู้ว่า เทิดโมโหที่ทางคุณพระไวไปสู่ขอน้อยให้อัฐ ท่านพระยาแปลกใจ สั่งเกลียวไปตามคุณพระเกิดมาพบ

เกลียวมีโอกาสได้มาเห็นนวลซึ่งเป็นศัตรูหัวใจ จึงเผลอจ้องหน้าจนนวลทัก เชื้อเชิญให้นั่งแล้วไปตามคุณพระเกิด

“อ้าว...คุณเกลียว มีอะไรหรือถึงได้มาถึงที่นี่”

“ท่านเจ้าคุณให้มาตามคุณพระไปพบค่ะ” เกลียวตอบแต่สายตายังจับจ้องไปที่นวล

คุณพระเกิดแปลกใจ รีบมาพบพระยาสุริน ถามไถ่มีธุระอันใด

“เอาเป็นว่าฉันไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลาเลยนะ คุณพระรู้ใช่ไหมว่าลูกชายฉันพอใจแม่น้อยลูกสาวคุณพระมานานแล้ว”

“ขอรับ...”

“ฉันอยากจะสู่ขอแม่น้อยให้พ่อเทิด คุณพระต้องการสินสอดทองหมั้นเท่าใดว่ามาได้เลย หรือถ้าต้องการตำแหน่งงานเพิ่มขึ้นด้วย ฉันก็ช่วยเต็มที่ ตกลงไหมคุณพระ”

คุณพระเกิดหนักใจ นึกถึงตอนที่ทัดมาขอร้อง...ท่านพระยาเห็นคุณพระเกิดนิ่งๆจึงถาม

“ว่าอย่างไรล่ะคุณพระ ยินดีจะเป็นทองแผ่นเดียวกับฉันไหม”

คุณพระเกิดมองเทิดและนึกถึงความร้ายกาจของเขา จึงเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจ “กระผมต้องกราบขออภัยท่านเจ้าคุณด้วย กระผมคิดว่าแม่น้อยยังเด็กเกินไป ยังไม่สมควรจะแต่งงานตอนนี้ขอรับ”

เทิดไม่พอใจเสียงกร้าว “คุณน้อยยังเด็ก หรือคิดจะยกคุณน้อยให้ไอ้อัฐกันแน่”

“คุณเทิดคะ รักษามารยาทด้วย” เกลียวปราม

“หุบปากไปเลยนังผู้หญิงชั้นตํ่า...”

เกลียวหน้าเสีย พระยาสุรินตัดบท “หยุดทั้งสองคนนั่นแหละ น่าขายหน้าเสียจริง คุณพระยังไม่ต้องตอบฉันตอนนี้หรอก กลับไปคิดดูก่อนก็ได้”

“กระผมยังยืนยันคำตอบเดิมขอรับ แม่น้อยยังเด็กเกินไป แล้วอีกอย่าง กระผมจะไม่บังคับลูกให้แต่งงานกับใคร ถ้าแกไม่ได้รักชายผู้นั้นขอรับ”

เทิดขบกรามแน่นด้วยความโมโห เมื่อคุณพระเกิดกลับไป เทิดอาละวาดทุบโต๊ะปัง

“ถ้าให้คุณน้อยเลือก คุณน้อยก็ต้องเลือกไอ้อัฐ ไม่...ข้ารักคุณน้อยมาก่อน ข้าจะไม่ยอมให้เอ็งได้คุณน้อยไปหรอกไอ้อัฐ คุณน้อยต้องเป็นของข้าคนเดียวเท่านั้น” เทิดเข่นเขี้ยวมีแผนชั่ว

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เคลลี่” สะดุ้ง แฟนละคร “เวราอาฆาต” อินหนัก ด่าแรง หวั่นดราม่าทำคนเกลียด

“เคลลี่” สะดุ้ง แฟนละคร “เวราอาฆาต” อินหนัก ด่าแรง หวั่นดราม่าทำคนเกลียด
23 มิ.ย 2564

11:45 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 13:47 น.