ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ่วงบาป

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

บ่วงบาป ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ริมน้ำแห่งหนึ่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยหมอกควัน มีหญิงสาวงามสง่าราวนางพญา ในมือถือปลายโซ่ด้านหนึ่ง อีกด้านคล้องไว้กับคอผู้หญิงอีกคนที่นอนกองอยู่บนพื้น ถูกมัดมือมัดเท้า ที่ข้อเท้ายังมีลูกตุ้มเหล็กถ่วงไว้อีก เธอส่งเสียงร้องอย่างทรมาน เสียงหญิงผู้งามสง่าตวาด

“เอ็งเกิดมาเป็นทาส อย่าริจะแข่งวาสนากับข้า ของของข้าอ้ายอีหน้าไหนก็ไม่มีวันได้ไป เอ็งอยากแย่งของรักของข้า เอ็งก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต” หญิงผู้งามสง่าจิกหัวนางทาสขึ้นมา

ขุนพิทักษ์นอนกระสับกระส่าย เห็นภาพในฝัน ตัวเองพยายามจะเข้าช่วยหญิงผู้เป็นทาส แต่พอขยับตัวก็ล้มลงเพราะข้อเท้ามีโซ่ล่ามติดอยู่กับข้อเท้าหญิงผู้งามสง่า หญิงผู้นั้นส่งยิ้มเย็นยะเยือกให้ ก่อนจะเหวี่ยงนางทาสลงน้ำไปพร้อมกับลูกตุ้มเหล็ก เสียงหวีดร้องกับเสียงหัวเราะปะปนกันระงม

ภาพนางทาสดิ้นทุรนทุรายดำดิ่งลงไปตามแรงฉุดของลูกตุ้มเหล็ก ขุนพิทักษ์โดดลงน้ำไปช่วยแต่โดนดึงโซ่ลากกลับขึ้นมาอย่างทุลักทุเล...เสียงสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมา ทุกอย่างดับวูบ

ขุนพิทักษ์กระตุกดวงตาเบิ่งโพลง ความรู้สึกที่สัมผัสในฝันเหมือนจริงมาก เพียงไม่อาจเห็นภาพอย่างชัดเจนว่าใครเป็นใคร พลัน เสียงเคาะประตูดังขึ้น

“พ่อพิทักษ์ตะวันรุ่งแล้ว ลูกสัญญาว่าจะไปถวายผ้าป่ากับแม่ที่วัดเถรมั่น ได้เวลาแล้วนะลูก”

“คุณแม่นำขบวนไปก่อนเลย เดี๋ยวลูกตามไปขอรับ” ขุนพิทักษ์ลงนอนอย่างไม่ใส่ใจ

“ไปพร้อมกับแม่จะงามกว่านะลูก แม่จะรอ ทำบุญให้พระรอไม่ดีนะลูก”

ขุนพิทักษ์เปิดประตูออกมาสีหน้าไม่พอใจ สำรอกใส่ผู้เป็นมารดาอย่างไม่ยำเกรงว่า ถ้ายังเซ้าซี้ไม่เลิก จะไม่ไปให้เลือกเอา แล้วปิดประตูโครมใส่หน้า

คุณหญิงมณีได้แต่ส่ายหน้าถอนใจ หันไปสั่งแจ่ม บ่าวคนสนิทให้หาคนมาเฝ้าไว้ ขุนพิทักษ์ออกมาเมื่อไหร่พาตัวไปวัดทันที แจ่มรับคำวิ่งออกไป

แต่พอขุนพิทักษ์ลุกออกมาจากห้อง ไม่มีบ่าวคนไหนสามารถทำตามคำสั่งคุณหญิงมณีได้ ขุนพิทักษ์ไปเที่ยวบ่อนข้างตลาด แทงพนันไก่ชนอย่างเอาเป็นเอาตาย มีหญิงบำเรอชายแนบสนิทข้างกาย ยามดีใจก็หอมซ้ายหอมขวา พอไก่ของตนชนะก็ลุกเฮลั่นเข้าไปอุ้มไก่ส่งให้ทาสที่ตามมารับใช้ แล้วคว้าถุงอัฐที่คนอื่นๆวางเดิมพัน มาแจกหญิงบำเรออย่างเยาะเย้ยคู่แข่ง

นักพนันหมั่นไส้ “ถุย...อวดบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ที่แท้มันก็พวกผีพนันเหมือนกันล่ะวะ”

ขุนพิทักษ์หันมองหน้าพวกนักพนันด้วยแววตากร้าว...ขณะเดียวกัน ไม่ไกลโรงบ่อน ชุ่มสาวแรกรุ่นผู้มีแววตาใส แต่ใบหน้ามอมแมม เหงื่อไคลย้อยจากการทำงานช่วยนางเย็นกับนายอยู่ผู้เป็นแม่กับพ่อ ยกเข่งผลไม้ให้กับลูกค้าที่มาซื้อ พอเห็นชาวบ้านวิ่งกรูไปทางโรงบ่อน ก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แม่ค้าคนหนึ่งร้องว่ามีมวยอีกตามเคย

“หึ...ไอ้พวกผีบ้า ไม่ทำมาหากิน ยังแค่นหาเรื่องเจ็บตัว” นายอยู่ด่าส่ง

“นังชุ่ม เอ็งอย่าได้ริเอาไอ้พวกนี้มาทำผัวเชียวนะ จะตรอมใจไปจนตาย”

“นังตาบ เอ็งก็พูดเข้า นังชุ่มมันยังเด็กยังเล็ก” เย็นเอ็ดเพื่อนแม่ค้าด้วยกัน

“โห้ย...นังเย็น ข้าก็เห็นเด็กๆอย่างลูกเอ็งเนี่ยมันมีผัวกันแล้วทุกคนล่ะวะ”

ชุ่มยังสนใจทางที่ชาวบ้านวิ่งกันไป จึงแอบตาม เห็นขุนพิทักษ์ชกต่อยกับพวกนักพนันอย่างเมามัน พวกผีพนันหันมาเชียร์มวยแทนเชียร์ไก่ ขุนพิทักษ์ล้มลงมานอนกองที่พื้นตรงหน้าชุ่ม เธอเห็นหน้าเขาเต็มสองตา ตะลึงด้วยความตกใจ จังหวะนั้น นักพนันหยิบดาบออกมาหมายจะแทง ชาวบ้านกรีดร้อง ขุนพิทักษ์เห็นปลายมีดดิ่งมา ก็ลุกขึ้นผลักตัวชุ่มหลบคมดาบแล้วร้องด่า

“เป็นขี้แพ้ชนไก่แค่นี้ จะเล่นกันให้ถึงตายเชียวรึไอ้ขี้ครอก”

“ไปปากกล้าในนรกต่อเถอะเอ็ง” นักพนันไม่พูดพร่ำ ปรี่เข้าแทงขุนพิทักษ์

ชุ่มเห็นท่อนไม้ข้างๆก็คว้ามาโยนให้ขุนพิทักษ์ เขาใช้มันฟาดดาบในมือนักพนันร่วง แล้วเก็บดาบมาจ่อคอนักพนันผู้นั้น นายบ่อนเข้ามากราบกรานขอให้ไว้ชีวิต เกรงจะเสียชื่อบ่อนว่ามีคนตาย ชุ่มกำลังลุ้นว่าท่านขุนจะยอมหรือไม่ นางเย็นผู้เป็นแม่ก็เข้ามาลากตัว

“นังชุ่ม เอ็งมาอยู่ตรงนี้เดี๋ยวก็โดนพ่อเฆี่ยนหลังลายหรอก ไปอย่ายุ่งกับไอ้คนชั่วพวกนี้”

ชุ่มจึงไม่ทันได้เห็นขุนพิทักษ์เสียบมีดลงพื้นดินข้างคอนักพนันผู้นั้น แล้วประกาศ

“ข้าไม่อยากให้เลือดสกปรกของไพร่ชั้นต่ำมาระคายมือข้า แต่ข้าคงต้องสั่งสอนให้ไอ้ไพร่นี่ได้รู้ที่ต่ำ ที่สูง...อ้ายอีคนไหนอยากได้อัฐในถุงนี้ ก็สั่งสอนไอ้ไพร่ ให้หลาบจำ เป็นหรือตายข้าไม่สน” ขุนพิทักษ์โยนถุงเงินลงพื้นก่อนจะเดินไป ชาวบ้านกรูเข้ารุมกระทืบนักพนันกันใหญ่

ooooooo

ขณะเดียวกัน ในศาลาวัด คุณหญิงมณีให้บ่าวจัดเรียงเครื่องผ้าป่าอย่างสวยงาม ตั้งใจฟังเทศน์มหาชาติของหลวงตามั่น กัณฑ์มัทรี ที่บอกเล่าเรื่องราวความรักที่พ่อแม่มีต่อบุตรกำลังจะจบลง คุณหญิงมองซ้ายมองขวา หันไปถามแจ่มทำไมขุนพิทักษ์ยังไม่ถึงวัด

ไม่ทันไร ชายหนุ่มรูปงาม ท่าทางองอาจเข้ามานั่งข้าง แล้วก้มกราบหลวงตา คุณหญิงมณีคิดว่าเป็นลูกชายจึงยิ้มมองแล้วชะงัก

“นมัสการขอรับหลวงตา ต้องขอประทานโทษที่ผมมาสายเพราะติดงานราชการ”

เถรมั่นยิ้มเป็นการรับรู้แล้วเริ่มเทศน์กัณฑ์สักบรรพต่อ คุณหญิงมณีกระซิบแจ่มไปบอกสมให้ตามขุนพิทักษ์มาเร็ว...คุณพิกุลและคุณซ่อนกลิ่นที่มาร่วมถวายผ้าป่า กระซิบกระซาบกัน

“ขุนไวพิชิตพลนี่ทั้งรูปงามแล้วยังเก่งทั้งการบ้านการเมือง ไม่น่าเชื่อว่ากำพืดจะเป็นเพียงแค่เด็กวัดนะ”

“วาสนาดีน่ะสิคะคุณพิกุล ที่ท่านพระยาพิศาลไม่มีลูกสืบสกุล แล้วมาถูกชะตากับขุนไวรับไปชุบเลี้ยงจนเติบใหญ่ แถมยังกตัญญูต่อเถรมั่นตามมาคอยดูแลมิได้ขาด”

“ผิดกับพ่อพิทักษ์ลูกคุณหญิงมณีราวฟ้ากับเหวเลยนะคะ รายนั้นน่ะมีตำแหน่งได้ก็เพราะบารมีพ่อล้วนๆ พระยาสุรเดชก็อาการทรงๆทรุดๆ คุณหญิงถึงต้องเป็นแม่งานทอดผ้าป่า ทำบุญผ่อนบาปครั้งใหญ่นี่ไงคะ”

สีหน้าคุณหญิงมณีเป็นกังวลเมื่อได้ยิน หลวงตากระแอมพอเป็นพิธี สองสาวใหญ่สะดุ้งเงียบทันที คุณหญิงมณีเหลือบมองขุนไวที่นั่งฟังเทศน์อย่างตั้งใจ ถึงกับผ่อนลมหายใจคิดเปรียบเทียบกับลูกชาย จวบจนเทศน์จบ หลวงตาเห็นคนของขุนไวคลานเข้ามารายงานเรื่องบางอย่าง ขุนไวก้มกราบลาไปในทันที

ระหว่างที่นักพนันโดนชาวบ้านรุมกระทืบ ขุนไวกับลูกน้องมาช่วย ประกาศว่าคนของข้าใครไม่มีสิทธิ์แตะต้อง...ด้านชุ่ม โดนแม่ลากถูลู่ถูกังกลับมา ชุ่มบอกแม่ไม่ต้องห่วง ตนไม่มีวันเกี่ยวข้องกับคนชั่วพวกนั้น ตนจะตั้งใจทำงานหาเบี้ยหาอัฐไปไถ่ตัวสมผู้พี่ชาย จากการเป็นทาส

นายสมซึ่งถูกใช้ให้มาตาม เจอขุนพิทักษ์ที่หน้าบ่อน รีบรายงานว่าคุณหญิงมณีรออยู่ที่ศาลาการเปรียญ ขุนพิทักษ์กลับถีบสมจนจุกล้มกลิ้ง ไล่ให้ไปเรียนคุณหญิงมณีว่าไม่พบตน ทันใด มีเสียงดังมาจากเบื้องหลัง

“ลูกพระน้ำพระยามีชัยแก่พวกไพร่ในบ่อนเบี้ย รู้ไปถึงไหน คงมีแต่คนแซ่ซ้อง”

ขุนพิทักษ์หันมานัยน์ตากราดเกรี้ยว เห็นขุนไวยืนเยาะแววตาท้าทายไม่ยำเกรง

“มันกงการอะไรของเอ็ง ไอ้ไว”

“ก็ไพร่คนนั้นมันเป็นคนของข้า เอ็งทำอย่างนี้มันไม่หักหน้ากันไปหน่อยเหรอ”

ขุนพิทักษ์กลับโต้ตอบด้วยวาจาดุเดือด จนลูกน้องขุนไวเตือนว่าไม่ให้เกียรติเจ้านายตน

“เกียรติข้ามีไว้ให้คนที่มีศักดิ์เท่ากัน ไม่ใช่ไอ้พวกเด็กวัด คางคกขึ้นวอ”

ลูกน้องกระชับดาบ ขุนไวโกรธแต่ยกมือห้ามไว้ “อย่าใช้กำลังตัดสินเหมือนพวกไพร่เลย ข้าว่าเราใช้วิธีแบบผู้มีปัญญาเขาทำกันดีกว่า ถ้าเอ็งไม่หัวหดซะก่อนนะไอ้พิทักษ์”

ขุนพิทักษ์ไม่ยี่หระให้ว่ามา ขุนไวท้าแข่งเรือ ใครแพ้ต้องกราบเท้าขอสมา ขุนพิทักษ์รับคำท้าแต่ถ้าขุนไวแพ้ให้กราบหมาหน้าวัด ขุนไวกำหมัดแน่นข่มอารมณ์โกรธ

ooooooo

ขณะที่ก้มกราบลาหลวงตา มีบ่าวมากระซิบแจ่ม เธอถึงกับจับอกตกใจ คลานเข้าไปรายงานคุณหญิงมณี เธอเข้าใจว่าลูกชายมา เรียกให้กราบหลวงตา แต่พอแจ่มเอ่ยว่า ขุนพิทักษ์กำลังพนันแข่งเรือกับขุนไว เดิมพันให้กราบสุนัขหน้าวัด คุณหญิงลมใส่ หลวงตาส่ายหัวระอา

ทุกคนมาที่ท่าเรือ คุณหญิงมณีปรี่เข้าห้ามลูกชาย ว่าวันนี้งานบุญทำไมมาพนันขันต่อกัน

“ลูกกำลังจะโปรดสัตว์ให้หมามันได้รับการกราบไหว้จากคนขอรับคุณแม่”

“หรือไม่ คนอย่างเอ็งก็ต้องมากราบตีนคนอย่างข้า”

คุณหญิงมณีหันมาขอร้องขุนไวให้เลิกรา แต่ลูกชายตัวเองกลับไม่ยอม สั่งให้สมเอาพายลงนํ้าเตรียมออกเรือ คุณซ่อนกลิ่นอดค่อนขอดไม่ได้

“พ่อไวกับพ่อพิทักษ์นี่เป็นอริกันมาตั้งแต่เด็ก โตมายังจะไม่เลิกแล้วต่อกันอีก”

เสียงตีระฆังดังขึ้น เรือสองลำมุ่งหน้าไปแย่งธงที่ปักกลางลำนํ้า คุณหญิงมณีโอดครวญจะเป็นลมแจ่มต้องคอยพัดวี เสียงขุนพิทักษ์ร้องสั่ง สู้แค่ตาย ให้บ่าวเอาท้ายเรือกระแทกเรือขุนไว ขุนไวโกรธสั่งลูกน้องเร่งฝีพายแซงยังถูกกระแทกเรืออีก จึงใช้ไม้พายกระทุ้งกลับบ้าง กลับกลายเป็นการต่อสู้กันด้วยไม้พาย สมต้องช่วยเจ้านายทั้งที่ไม่เต็มใจ

ช่วงชุลมุน ขุนพิทักษ์กระโดดข้ามมาที่เรือขุนไว ระหว่างนั้นมีเรือเก๋งลอยผ่านมา หญิงงามนางหนึ่งแหวกม่านออกมองมาที่ขุนพิทักษ์และขุนไว สองหนุ่มตะลึงในความงาม เมื่อสายตาประสานกัน หญิงสาวปิดม่านด้วยความอาย จังหวะนั้นหัวเรือของสองหนุ่มชนกัน ทำให้ทั้งสองหนุ่มตกนํ้าลงไปโครมใหญ่ หญิงสาวเปิดม่านออกมาดูอีกครั้ง พร้อมกับหัวเราะพองาม ลูกสมุนแต่ละฝ่ายต้องมาช่วยเจ้านายตัวเองกลับขึ้นเรืออย่างทุลักทุเล

หญิงงามนางนั้นคือ รำพึง ลูกสาวพระยาเทวราช นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ในเรือ จนบ่าวแซว

“คุณรำพึงของบ่าวนั่งยิ้มขันหนุ่มพวกนั้น ตั้งแต่โค้งนํ้าโน่นแล้วนะเจ้าคะ”

“ก็มันขันนี่นังจวง คนบ้าอะไรมาต่อยตีกันกลางนํ้า”

“แต่จะว่าไปเป็นหนุ่มรูปงามทั้งคู่เลยนะเจ้าคะ”

“เอ็งคิดอย่างนั้นเหรอ”

“เจ้าค่ะ...หรือคุณรำพึงคิดเห็นว่าไม่งาม”

“ควรแล้วเหรอ...ที่บ่าวอย่างเอ็งจะต่อปากต่อคำกับลูกพระยาอย่างข้า” รำพึงยิ้มแต่ตาดุใส่

ด้านคุณหญิงมณี เห็นว่าไม่มีใครแพ้ชนะ ขอให้เลิกแล้วต่อกัน แต่ขุนพิทักษ์ไม่ยอม จึงเกิดทะเลาะเบาะแว้งจะลงไม้ลงมือกันอีก บ่าวไพร่ช่วยกันจับแยก

“พอๆหยุดกันที จะมาฆ่ากันให้คนแก่เผาผีหรือไง... พ่อไว ถือซะว่าฉันขอ”

ขุนไวมองอย่างเกรงบารมีจึงยอม “นี่เห็นแก่ คุณหญิงนะครับ...”

ขุนพิทักษ์ยังปากดี บอกขุนไวไม่รับฝากนานระวัง ดอกจะพูนและมองอย่างเหยียดหยาม ขุนไวจ้องหน้า โกรธๆ คุณหญิงมณีรีบดึงลูกชายให้เข้าไปกราบหลวงตา แต่เขากลับบอกว่า

“ตรงนี้ก็ได้คุณแม่” ขุนพิทักษ์ยกมือไหว้ส่งๆ

“ใช้มือไหว้กับใช้ใจไหว้มันไม่เหมือนกันนะท่าน ขุน ไหว้พระด้วยใจ ใจก็จะเห็นภาพใดๆได้ชัดขึ้น” เสียงหลวงตามั่นดังออกมา

ขุนพิทักษ์รู้สึกแวบในใจกับภาพฝันของตัวเอง แต่ไม่อยากฟังต่อ จึงลากลับแล้วเดินไปอย่างไม่ไยดี

“อิฉันกลุ้มใจกับลูกคนนี้จริงเจ้าค่ะเถรมั่น สงสารท่านพระยาเหลือเกิน ทั้งๆที่กำลังป่วยหนักก็ยังต้องมาห่วงลูกชายอีก”

“มีห่วงก็เหมือนมีบ่วง ธรรมะเท่านั้นที่จะทำให้มนุษย์หลุดจากบ่วงได้”

“แต่สำหรับพ่อพิทักษ์ ดูจะหนักหนา มีทางไหนที่จะผ่อนหนักเป็นเบาได้ไหมเจ้าคะ”

“ไม่มีใครหนีบ่วงที่ตนเองผูกขึ้นมาได้หรอก ทุกคนล้วนต้องชดใช้กรรมที่เกิดจากบาปที่ก่อขึ้นด้วยกันทั้งสิ้น”

คุณหญิงมณีฟังคำหลวงตาแล้วสังหรณ์ใจหนักหนา

หลังจากช่วยเจ้านายจนตัวเองบอบช้ำ สมกลับมาบ้านให้พ่อแม่เยียวยา ชุ่มช่วยประคบรอยช้ำไป  บ่นว่าพี่ชายไปหา ว่าชอบมีเรื่อง สมแก้ตัวเจ้านายสั่งก็ต้องทำ เย็นถอนใจสงสารลูกที่มีเจ้านายอย่างขุนพิทักษ์ มีเรื่องราวได้ไม่เว้นแต่ละวัน

“ใช่ ชั่วผิดพ่อผิดแม่...โอ๊ยเจ็บนะนังชุ่ม” สมถูกชุ่มกดแรงๆที่แผล

“พี่จะได้จำไงจ๊ะ ว่าอย่าลามปามท่าน ใครมาได้ยินเข้าพี่จะโดนโบยหลังขาด พี่ก็อยู่ให้ห่างท่านขุนสิ จะได้ไม่โดนแบบนี้อีก” ชุ่มพูดไปแต่ในใจแอบชื่นชมขุนพิทักษ์ไม่น้อย

ตอนที่ 2

วันต่อมา รำพึงให้จวงเตรียมดอกไม้ใส่เรือเพื่อจะเอาไปจัดในงานศพพระยาสุรเดช จวงอดชมเจ้านาย ช่างดีและงามพร้อมขนาดนี้ ถ้าคุณหญิงมณีได้ไป เป็นสะใภ้ คงเชิดหน้าชูตา รำพึงยิ้มแววตาเป็นประกายเชื่อมั่นว่าอีกไม่นาน

ในขณะที่ขุนพิทักษ์นอนคิดถึงรำพึง แล้วนึกถึงคำต่อว่าของนาง ที่ว่าตนนอนกกทาส เขาจึงนึกขึ้นได้ อยากเห็นหน้านางทาสที่ชื่อชุ่ม...เขาออกมาจากห้องเห็นผ่องเช็ดถูเรือนอยู่ จึงถาม

“นังชุ่มอยู่บนเรือนหรือเปล่า”

“ท่านขุนมีอะไรกับนังชุ่มหรือเจ้าคะ”

“ไม่ใช่กงการอะไรของเอ็ง”

ผ่องหงอรีบรายงานว่าชุ่มไปเก็บบัวในบึง ขุนพิทักษ์เดินเร็วรี่ไปในสวน ระหว่างที่ชุ่มกำลังเก็บดอกบัว เห็นไอ้ดำไอ้แดงเล่นนํ้ากันอยู่ พลันไอ้แดงร้องลั่นให้ช่วยไอ้ดำจมนํ้า

“ข้าว่ายนํ้าไม่เป็น ไอ้แดงรีบไปตามคนมาเร็ว”

ชุ่มหน้าตาตื่น มองไอ้ดำที่ตะเกียกตะกายอยู่ในนํ้า ขุนพิทักษ์มาได้ยินที่ชุ่มตะโกนสั่งแดง พอเข้ามาดูเห็นชุ่มพยายามจะเอาไม้พายส่งให้ดำจับ แต่ไม่ถึง เสี้ยววินาทีนั้น ชุ่มตัดสินใจโดดลงไปช่วยดำ และผลักดันให้ไปเกาะขอบเรือจนสำเร็จ แต่ตัวเองก็เอาตัวไม่รอด จมดิ่งลงไป ขุนพิทักษ์เห็นท่าไม่ดี กระโดดลงไปช่วย กอดร่างชุ่มพาขึ้นฝั่ง

ระหว่างนั้น รำพึงมาถึงเรือน วางท่ายิ่งกว่าคุณหญิง สั่งผ่องกับผาดขนดอกไม้ไปจัดวางแล้วถามหาขุนพิทักษ์ สองคนอํ้าอึ้ง แต่พอโดนขู่ก็รีบบอกไปว่าอยู่ที่บึงบัว

ขุนพิทักษ์อุ้มร่างชุ่มวางลงบนพื้น เห็นใบหน้าเธอซีดแต่ดูสวยธรรมชาติ เขาจ้องมองอย่างพินิจ ก่อนจะก้มลงเอาหูแนบอกเธอว่ายังหายใจหรือเปล่า ชุ่มลืมตาขึ้นมาตกใจผลักเขาออก

“ท่านขุนจะทำอะไรข้า”

“สภาพแบบนี้ข้าจะทำอะไรเอ็งได้”

ชุ่มนึกได้จะลุกหาดำ ขุนพิทักษ์ดึงมือไว้ บอกว่าป่านนี้วิ่งปร๋อไปแล้ว และตำหนิที่ว่ายนํ้าไม่เป็นยังทำเก่งลงไปช่วยเด็กอีก

“ถ้าข้าไม่ช่วย ไอ้ดำต้องตายแน่ๆ”

“เอ็งยอมเสี่ยงตายเพื่อมันงั้นรึ”

“ท่านทนเห็นคนตายไปต่อหน้า โดยที่ท่านไม่คิดจะทำอะไรเลยได้หรือเจ้าคะ”

ขุนพิทักษ์เห็นดวงตากลมใสของชุ่ม ที่กล้าต่อปาก ต่อคำ ทำให้ไม่อยากละสายตา “เจ้านี่มันปากดี ไม่รู้รึว่า ข้าเป็นใคร อยากหลังลายหรืออย่างไร”

“ข้ารู้ว่าท่านเป็นใคร แต่ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด ท่านจะมาโบยข้าได้อย่างไร”

“ปากแบบนี้ไง หน้าถึงได้เขียวช้ำ คงหาเรื่องเขา ไปทั่วสิท่า”

ชุ่มนึกถึงรำพึงที่เอาผ้าคลุมหัวทำร้ายตน จึงประชดว่าใช่ ตนชอบหาเรื่อง เธอลุกขึ้นอย่างเร็วจึงหน้ามืด ขุนพิทักษ์รับเธอไว้ในอ้อมกอด รำพึงกับจวงเดินมาเห็น

“ร้ายนักนังชุ่ม สำออยเพื่อจะได้แนบชิดคุณพี่” รำพึงเข่นเขี้ยวกับจวง

“แบบนี้มันต้องตบล้างน้ำเจ้าค่ะ จวงจัดการเอง”

รำพึงห้ามไม่ใช่ตอนนี้ เธอยืนมองขุนพิทักษ์สบตากับชุ่ม ท่าทางเขาจะเอ็นดูเธอไม่น้อย

“ข้าช่วยเอ็งสองครั้งแล้วนะ เอ็งคงต้องตอบแทนข้าบ้าง” ขุนพิทักษ์โน้มหน้าหมายจะหอม

“ถ้าจะให้ข้าตอบแทนท่านขุน เอาชีวิตข้าไปยังดีกว่าที่ท่านจะมาทำข้าแบบนี้” ชุ่มน้ำตาไหลผละวิ่งหนี ทำให้ขุนพิทักษ์สนใจในตัวเธอ ที่เธอไม่สนเขาแม้แต่นิดเดียว

รำพึงมองด้วยความขุ่นเคืองเคียดแค้น

ooooooo

พอคุณหญิงมณีรู้ว่าแจ่มให้ชุ่มไปเก็บดอกบัวก็เลยถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง หายขวัญเสียหรือยังที่ถูกคนเมาล้มทับ แจ่มอ้ำอึ้งไม่อยากบอกเรื่องที่ชุ่มถูกทำร้ายอีก

“ก็...ก็อยู่ดีเจ้าค่ะ ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นกับนังชุ่มเลย”

คุณหญิงจับสังเกตแจ่มได้ กำลังจะคาดคั้น ขุนพิทักษ์เดินมาตัวเปียกปอนเข้ามาก็สงสัย

“ลูกลงไปช่วยคนของคุณแม่มา” ขุนพิทักษ์กล่าวยิ้มๆ

“ใครเป็นอะไร”

“นังชุ่มไงขอรับคุณแม่ มันจมน้ำ”

สมได้ยินตกใจรีบวิ่งไปดูน้อง ไม่ทันฟังขุนพิทักษ์พูดว่าชุ่มไม่เป็นอะไร คุณหญิงมณีโล่งใจ จากที่เป็นกังวลว่าลูกจะไปเอาความเรื่องเมื่อวาน ขุนพิทักษ์โต้

“เห็นทีจะไม่ใช่นังชุ่มคนนี้ ดูท่ามันฉลาดนัก”

“มันทำอะไรให้ท่านขุนขัดใจรึเจ้าคะ แจ่มจะไปกำราบมันเอง”

“ไม่มีอะไร มันก็แค่เป็นคนกล้าต่างจากคนอื่น” ขุนพิทักษ์อมยิ้มนึกถึงหน้าชุ่ม

ผ่องกับผาดได้จังหวะ รายงานว่ารำพึงเอาดอกไม้มาช่วยงาน ขุนพิทักษ์ได้ยินเอ็ดสองบ่าว ทำไมเพิ่งมาบอก แล้วรีบวิ่งลงจากเรือน แจ่มทำหน้าสงสัย คุณหญิงถามมีอะไร

“ท่านขุนไม่เคยชมทาส แต่กลับชมนังชุ่ม” คำพูดของแจ่มทำให้คุณหญิงมณีฉุกคิด

ในขณะที่ชุ่มนั่งขดตัวร้องไห้อยู่บนเรือนตัวเปียกปอน รำพึงกับจวงก้าวเข้ามายืนค้ำหัว

“มันยังสำออยไม่เลิกเลยเจ้าค่ะ คุณรำพึง”

“เอ็งนี่มันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง” รำพึงตวาด

จวงจิกหัวชุ่มให้เงยหน้าสำรอกใส่ “ท่านขุนเป็นของคุณรำพึง จำไว้”

ชุ่มดิ้นรนร้องด้วยความเจ็บ รำพึงใช้นิ้วจิ้มรอยช้ำที่หน้าชุ่ม “เอ็งคงจะเจ็บมาก เจ็บแล้วมันก็น่าจะจำใส่กะโหลกบ้าง”

“ข้าทำผิดเรื่องอะไร ทำไมคุณรำพึงถึงต้องทำกับข้าขนาดนี้”

รำพึงยิ้มเยาะหาว่าเพ้อเจ้อ ชุ่มเห็นสีหน้ายิ่งมั่นใจว่าเป็นรำพึงกับจวงแน่ๆที่ทำร้ายตน จึงลองหยั่งเชิงว่า ตนคงเข้าใจผิด จะขอให้คุณหญิงมณีช่วยหาตัวคนที่ทำร้ายตนถึงเรือนนอน รำพึงโกรธตาวาวโรจน์ จวงลากชุ่มมากดหัวลงไปในโอ่งน้ำ โทษฐานขู่นายของตน ชุ่มดิ้นทุรนทุราย สมวิ่งเข้ามากระแทกรำพึงที่ยืนขวาง ผลักจวงล้มลง แล้วประคองชุ่มขึ้นมา จวงโวยวาย

“ไอ้สมทำร้ายคุณรำพึงได้ยังไง เอ็งไม่ตายดีแน่ ข้าจะฟ้องคุณหญิง”

“ฟ้องเลยถ้าเอ็งอยากให้คุณหญิงรู้ว่าใครทำร้ายน้องข้า”

“คิดจะใส่ร้ายข้าเพื่อให้ท่านขุนสงสารยกน้องเอ็งเป็นเมียบ่าวหรืออย่างไร” รำพึงตวาด

“กระผมกับน้องไม่เคยคิดมักใหญ่ใฝ่สูง แต่กระผมก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าจะโดนรังแกจากผู้ที่ได้ชื่อว่าลูกพระยา คุณหญิงจะต้องรู้เรื่องนี้”

รำพึงโต้คุณหญิงหรือจะเชื่อคำพูดทาส สมท้าให้ลอง จังหวะนั้น ขุนพิทักษ์โผล่มา รำพึงรีบปรับสีหน้าทำเป็นหญิงใจงาม เมื่อขุนพิทักษ์ถามมาทำอะไรที่เรือนทาส

“น้องรู้ว่านังชุ่มมันจมน้ำ น้องก็เลยมาดูว่ามันเป็นอะไรมากรึเปล่า มีอะไรบ้างที่น้องพอจะช่วยเหลือได้”

“ใช่เจ้าค่ะ คุณรำพึงยังจะจัดยามาให้นังชุ่มกันไข้กินด้วยนะเจ้าคะ”

ชุ่มกับสมมองรำพึงกับจวงด้วยไม่อยากเชื่อว่าจะเปลี่ยนหน้าได้เร็วขนาดนี้ ขุนพิทักษ์หลงยินดีด้วยที่ชุ่มรอดตายแล้วยังได้รับน้ำใจจากรำพึงอีก ชุ่มแค้นใจกล่าวประชด

“ต่อไปข้าจะไม่ทำให้พวกท่านต้องลำบากมาเมตตาข้าแบบนี้อีก”

“เก่งให้มันเหมือนปากเถอะนังชุ่ม เอ็งนี่มันพยศจริงๆ ทำตัวให้มันดีๆหน่อย”

รำพึงเห็นสายตาขุนพิทักษ์ที่มองชุ่มยิ่งขุ่นเคือง สมพูดกระทบ ตนจะดูแลน้องให้ดี ไม่ให้ภัยมาถึงตัวแบบนี้อีก รำพึงตวัดสายตามองอย่างอาฆาต

ooooooo

เพื่อไม่ให้น้อยหน้าขุนพิทักษ์ที่ได้ผ้าเช็ดหน้าจากรำพึง ขุนไวจึงซื้อผ้าแพรเนื้อดีมาเป็นของกำนัลแก่หญิงสาว แต่วันนี้รำพึงวางแผนไม่ไปงานศพ โดยอ้างกับพระยาเทวราชว่าป่วย

“ไม่เป็นไร พ่อมีขุนไวไปด้วยอยู่แล้ว ลูกนอนพักผ่อนให้หายดีซะก่อนเถอะ”

ครั้นถึงเวลาที่ขุนไวมารับ พอรู้ว่ารำพึงป่วยก็ตกใจขอเข้าเยี่ยม

“ไม่เป็นอะไรมากหรอกท่านขุน”

“กระผมเป็นห่วงคุณรำพึงเหลือเกินครับ” ขุนไวจะเดินเข้าไปในเรือน

พระยาเทวราชห้าม “ฉันเป็นพ่อ ฉันย่อมห่วงลูกยิ่งกว่าใคร ดังนั้นฉันว่าอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น”

ขุนไวจำต้องนิ่ง แล้วมอบผ้าแพรฝากให้รำพึง พระยาเทวราชเรียกบ่าวมารับไป...จวงถือผ้าแพรเข้ามาในห้อง รำพึงสะบัดผ้าห่มลุกขึ้น จวงรีบเตือนป่วยอยู่ระวังล้ม

“ใครป่วย อย่าโง่น่านังจวง...ข้าก็แค่จะทำให้คุณพี่คิดถึงจนแทบสำลัก อยากไปยุ่งกับนังชุ่มดีนัก”

จวงแอบบ่น ใครจะคิดถึงจนสำลักกันแน่ รำพึงตาเขียวใส่ จวงหงอวางผ้าแพรบอกว่าเป็นของกำนัลจากขุนไว หญิงสาวปรายตามองเล็กน้อย เพราะตอนนี้ใจของเธอมีแต่ขุนพิทักษ์เท่านั้น

แต่แล้วในวันนั้น แจ่มมาเจอชุ่มนอนป่วยตัวร้อนเป็นไฟ จึงรีบมารายงานคุณหญิงมณี คุณหญิงมาดูอาการ สมเข้าใจว่าจะใช้งานรีบอาสาทำแทนน้องสาว คุณหญิงมณีส่ายหน้า

“ดูมัน คนน้องไข้ขึ้นขนาดนี้ยังทำเก่ง ส่วนคนพี่ก็รักน้องห่วงน้องจนไม่ฟังความก่อน นังชุ่มมันไข้ขึ้นขนาดนี้ ข้าคงไม่ใจดำให้มันทำงานหรอกไอ้สม”

แจ่มขยายความว่าคุณหญิงรู้เรื่องที่ชุ่มช่วยเด็กจมนํ้าทั้งที่ว่ายนํ้าไม่เป็นจึงมาเยี่ยม จากนั้นคุณหญิงมณีสั่งให้หายาสมุนไพรมาให้ชุ่มกิน ถ้าไม่หายให้ไปเอายาฝรั่งบนเรือน ส่วนสมคืนนี้ไม่ต้องทำงาน ให้มาดูแลน้อง ทั้งสมและชุ่มยกมือไหว้อย่างซาบซึ้งในนํ้าใจท่าน

กลับมาถึงเรือน คุณหญิงมณีสั่งแจ่ม หลังจากชุ่มหายป่วย ให้มาช่วยงานบนเรือน แต่ต้องจัดการลอกคราบกระดำกระด่างออกจากตัวเสียก่อน

“บุญของนังชุ่มมันจริงๆ ที่คุณหญิงเมตตา”

“หมาที่มันกตัญญูต่อเจ้าของ ไม่ควรรึที่ข้าจะให้มันมารับใช้ใกล้ตัว ในเมื่อข้ารู้ว่ามันต้องภักดีกับข้าเท่าชีวิต เหมือนเช่นที่เอ็งเป็น”

แจ่มเป็นปลื้มที่เจ้านายเห็นความภักดีของตน แล้วเอายาฝรั่งมาให้ชุ่มกินพร้อมกับเปรยว่าช่างมีบุญ เพราะยากนักที่ทาสอย่างเราจะได้กินยาฝรั่ง

“คุณหญิงท่านมีเมตตากับข้าจริงๆ”

“ก็ใช่น่ะสิวะ เจ้านายเรือนนี้มีเมตตากับทาสอย่างพวกเรามาก ทั้งท่านพระยาแล้วก็คุณหญิงของข้า เสียก็แต่ลูกชายที่เกเรเหลือกำลัง”

ชุ่มสะกิดใจไม่อยากเชื่อว่าขุนพิทักษ์จะเป็นคนร้าย เธอข่มใจไม่ให้คิดคำนึงถึงเขา

ooooooo

พระยาเทวราชขึ้นเรือนมาพร้อมขุนไว ขุนพิทักษ์ เข้าต้อนรับ จึงได้รู้ว่ารำพึงป่วยไม่ได้มาด้วย พอเห็นขุนไวตามติดมาก็ไม่สบอารมณ์ เดินหัวเสียไปอีกทาง เห็นทาสหญิงถือของมาคิดว่าเป็นชุ่ม จึงเรียกให้หยุด เมื่อไม่หยุดก็ดึงแขนไว้

“เผื่อนเจ้าค่ะ ไม่ใช่นังชุ่ม” เผื่อนกลัวลาน

ขุนพิทักษ์หน้าเสีย เผื่อนรายงานว่าชุ่มเป็นไข้นอนซมอยู่ที่เรือน เขายิ่งหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก เดินดุ่มๆไปยังเรือนทาส...ชุ่มซึ่งนอนหนาวอยู่ได้ยินเสียงคนเดินคิดว่าเป็นสม จึงให้ช่วยหยิบน้ำ ขุนพิทักษ์ยืนเก้กัง คว้าขันน้ำมาประคองชุ่มขึ้นดื่ม พอชุ่มเห็นหน้าก็ตกใจดิ้นจะผละออก

“อย่าเพิ่งอวดเก่ง กินน้ำซะก่อน เดี๋ยวก็ได้แห้งตาย” ขุนพิทักษ์ดันขันไปที่ปากชุ่ม

ชุ่มจำต้องดื่มแต่สำลัก ขุนพิทักษ์หัวเราะในความเปิ่นของเธอ ประคองให้นั่งพิงฝา ชุ่มหน้าแดงด้วยความอาย เขาแขวะว่าไข้กินงอมขนาดนี้ จะมีฤทธิ์อะไรอีก

“ท่านขุนไม่ควรมาที่นี่นะเจ้าคะ ใครมาเห็นท่านจะถูกครหาเอาได้”

“นานๆข้าจะเจอบ่าวอย่างเอ็ง ที่ไม่ได้เห็นข้าเป็นยักษ์เป็นมาร กลัวข้าเป็นพัลวัน”

ชุ่มรู้สึกอึดอัดใจ ตัดสินใจเตือน “ท่านขุนไม่ขึ้นเรือนไปต้อนรับแขกเหรื่อเหรอเจ้าคะ คนจะติฉินให้คุณหญิงร้อนหูนะเจ้าคะ”

“เอ็งนี่แปลก ชอบไล่ข้าซะจริง รู้ไหมผู้หญิงทั้งเมืองจ้องจะเป็นเมียข้า”

“ข้ามีเรื่องอื่นที่น่าทำมากกว่าจ้องจะเป็นเมียใครสักคน”

“นังนี่มันสำคัญตัวนัก เรื่องอะไรที่เอ็งว่าน่าทำมากกว่าจะเป็นเมียข้า”

“ก็ทำงานเก็บเงินมากๆ จะได้ไถ่ตัวพี่สมแล้วก็กลับไปอยู่พร้อมหน้ากับพ่อแม่เจ้าค่ะ”

ขุนพิทักษ์มองชุ่มอย่างชื่นชม “เอ็งรักพ่อแม่ดีนะ”

“ลูกคนไหนไม่รักพ่อแม่ก็อกตัญญูสิเจ้าคะ หรือว่าท่านขุนไม่รัก”

“พอได้แล้ว...นี่เอ็งไม่ได้ด่าข้าอยู่ใช่ไหม” ขุนพิทักษ์เห็นสายตาชุ่มใสซื่อจึงตัดบท “ข้าไปดีกว่า คุยกับเอ็งแล้วปวดหัว”

ชุ่มถอนใจล้มตัวลงนอนหลับตาด้วยพิษไข้ จู่ๆ ขุนพิทักษ์วกกลับมาห่มผ้าให้ แล้วแกล้งใช้นิ้วไล้แก้มเธอ ก่อนจะกระซิบว่า “ไว้ข้าจะมาเล่นกับเอ็งใหม่”

ชุ่มลืมตาแอบมองขุนพิทักษ์เดินออกไปด้วยหัวใจระทึก...

ooooooo

ขุนพิทักษ์นึกอยากทำตัวเป็นลูกที่ดีขึ้นมา ช่วยต้อนรับแขกอย่างขมีขมัน จนคุณหญิงมณีแปลกใจ ต้องเข้ามากระซิบถาม คุณพ่อคงดีใจที่ลูกออกหน้าเป็นธุระ บอกได้ไหมว่าทำไมถึงอารมณ์ดี ชายหนุ่มนึกถึงคำพูดของชุ่มก่อนตอบว่า ไม่อยากให้คนติฉินให้แม่ร้อนหู

ตอนที่ 3

วันรุ่งขึ้น คุณหญิงมณีแปลกใจที่เห็นขุนพิทักษ์แต่งตัวเต็มยศมานั่งทานอาหารเช้า พอรู้ว่าเขาจะไปรับการคัดเลือกเป็นผู้ช่วยกรมก็ปลาบปลื้มดีใจ แต่นี่มันสายแล้วต้องไปรายงานตัวเช้า ขุนพิทักษ์หน้าเหวอ สั่งบ่าวให้เอาม้ามาโดยด่วน

ขณะจะขึ้นหลังม้า ชุ่มยืนยิ้มอวยพรให้เขาเดินทางปลอดภัย...แจ่มเข้ามาดีใจกับคุณหญิงมณีที่ขุนพิทักษ์ยอมไปตามที่คุณหญิงขอร้อง

“อาจไม่ใช่ข้าที่ทำให้พ่อพิทักษ์เปลี่ยนใจ” คุณหญิงมณีมองไปทางชุ่มสีหน้าเครียด...

พระยาเทวราชกับขุนไวกำลังจะเดินออกจากห้อง ขุนพิทักษ์วิ่งเข้ามารายงานตัว ขุนไวยิ้มสมเพช พระยาเทวราชกำราบ ถ้ายังรักษาเวลาไม่ได้ จะรับผิดชอบการงานได้อย่างไร

“เป็นความผิดของกระผมเองขอรับ แต่นั่นไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่ากระผมจะไม่มีความสามารถในการทำงานนะขอรับ”

ขุนไวแกล้งขอให้ให้โอกาส ขุนพิทักษ์ไม่พอใจหาว่าสอพลอ สองหนุ่มจะห้ำหั่นกัน พระยาเทวราชต้องห้าม ให้ให้เกียรติสถานที่ราชการบ้าง อย่าทำตัวเป็นนักเลง ขุนไวรีบกล่าวขอโทษ

“กระผมแค่ต้องการพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า กระผมพร้อมทุกด้าน ในการรับตำแหน่งผู้ช่วยกรมครั้งนี้ ไม่ใช่ได้ตำแหน่งเพราะคู่แข่งมารายงานตัวไม่ทันเวลา”

“ถ้าเช่นนั้น ไอ้ไว ข้าขอท้าเอ็ง มาวัดกันซักตั้ง เดิมพันตำแหน่งนี้กัน ถ้าข้าแพ้ เอ็งเอาตำแหน่งไปแล้วข้าจะไปจากที่นี่ไม่กลับมาอีก เอ็งกล้าพอรึเปล่า”

ขุนไวอึ้งเหลียวมองท่านพระยา เห็นท่านนิ่งเฉยจึงรับคำท้า แต่เข้าไปกระซิบ รวมถึงตัวรำพึงด้วย พระยาเทวราชตัดบท

“เอาอย่างนี้ ในงานเลี้ยงต้อนรับเจ้ากรมคนใหม่ ฉันจะจัดงานประลองขึ้นระหว่างท่านทั้งสอง ใครชนะจะได้เป็นผู้ช่วยเจ้ากรมคนใหม่”

ขุนไวเสริมว่าใครแพ้ จะต้องออกไปให้ไกลจากเมืองนี้ และไม่กลับมาอีก สองหนุ่มจ้องหน้าอย่างจะกินเลือดกินเนื้อกัน

ระหว่างที่คุณหญิงมณีรอการกลับมาของลูกชาย รำพึงได้มาช่วยดูแลการจัดงาน เธอถ่อมตัวขอให้คุณหญิงช่วยสอนงานบ้านงานเรือน พอดีเห็นชุ่มกำลังถูเรือน รำพึงสบตากับจวนอย่างมีแผนร้าย แกล้งชมว่าบ่าวบ้านนี้ดูคล่องแคล่ว คุณหญิงมณีส่ายหน้าว่า คนนี้ยังต้องสอนกันอีกมาก จวงรีบเสนอให้นายตนช่วยสอน บ่าวที่บ้านเธอก็ เป็นคนสอนกับมือทุกคน คุณหญิงมณีจึงเรียกชุ่มเข้ามา แล้วบอกว่า

“เอ็งโชคดีแล้วนะ ที่คุณรำพึงเมตตาจะสอนงานให้เอ็ง”

ชุ่มสีหน้าไม่สบายใจ จำต้องไหว้ขอบคุณตามคำสั่งคุณหญิง...ที่เรือนครัวพูดคุยกันถึงเรื่องที่รำพึง

วางท่าเป็นนายหญิง และจะสอนงานชุ่ม พอชุ่มกลับเข้ามา สมรีบเตือนน้องด้วยความเป็นห่วงให้ระวังตัวมากๆ

ผ่องกับผาดมานั่งนินทากันหน้าเรือนครัว ผ่องบอกผาดว่าชุ่มจะได้เลื่อนขั้นเป็นเมียทาส

“เมื่อคืนข้าเห็นกับตาว่าท่านขุนน่ะเดินจูงมือนังชุ่มมาส่งที่เรือนกลางดึก ถ้าไม่มีอะไรกันจะจับมือถือแขนกันขนาดนั้นเหรอวะ”

“คุณรำพึงมีบุญวาสนาเป็นถึงลูกพระยา สุดท้ายก็แพ้นางทาสอย่างนังชุ่ม สะใจว่ะ”

รำพึงเดินมาได้ยินเต็มสองหู เจ็บแค้นสุดขีด สั่งจวงคอยฟังคำสั่ง อย่าทำอะไรเอะอะนอกเหนือคำสั่ง จวงรับคำ

ooooooo

เมื่อขุนพิทักษ์กลับมา ถามหาชุ่มก่อนอื่น แจ่มแปลกใจจะตามไปดูว่าชุ่มก่อเรื่องอะไรอีก คุณหญิงมณีห้ามไว้ ให้แจ่มไปสอบถามที่กรมว่าใครได้ตำแหน่งผู้ช่วยเจ้ากรม

รำพึงกับจวงวางท่าสั่งบ่าวไพร่ทำงานในครัวตามที่ต้องการ แล้วเรียกชุ่มมารับใช้ ชุ่มเพิ่งล้างจานเสร็จขอไปคว่ำจานก่อน จวงไม่พอใจจะไปกระชากตัว สมหมั่นไส้เตะเข่งไปขวางทางทำให้จวงล้มคว่ำ แล้วอ้างว่าลมพัดแรงเกี่ยวไว้ไม่ทัน รำพึงกำลังจะตัดสินความ ขุนพิทักษ์โผล่มาเรียกหาชุ่ม พอเห็นรำพึงก็ตกใจ หาทางออกทันทีว่า แม่ให้มาเรียกชุ่มไปหา

“คุณป้าให้คุณพี่มาเรียกบ่าวเหรอคะ” รำพึงดักคอ

“ข้างบนไม่มีบ่าวสักคน ไม่รู้หายหัวไปไหนกันหมด”

รำพึงมองอย่างจับผิด ขุนพิทักษ์รีบเปลี่ยนเรื่องชวนหญิงสาวไปเดินเล่น เธอไม่อยากเซ้าซี้จำต้องเดินไปกับเขา จวงมองหน้าสมเชิงฝากไว้ก่อน สมทำไม่รู้ไม่ชี้ให้เจ็บใจ

เดินมาถึงสระบัว รำพึงกรีดน้ำตาอาบแก้ม ขุนพิทักษ์ตกใจรีบถามมีอะไรทำให้ขุ่นเคือง

“จวงบอกน้องว่า บ่าวที่เรือนนี้ต่างพากันพูดให้เซ็งแซ่ว่าน้องเป็นถึงลูกพระยา แต่ด้อยค่ากว่าทาสอย่างนังชุ่ม” ขุนพิทักษ์จะค้าน “ถ้าไม่มีมูล พวกบ่าวมันก็คงไม่ลือหรอกค่ะ มันคงรู้คงเห็นการกระทำของคุณพี่ มันถึงเอามาพูดกันได้”

ขุนพิทักษ์ได้ฟังก็ร้อนตัว “นังคนไหนมันพูด บอกพี่มา พี่จะลงหวายให้หลังมันขาด”

“คุณพี่ทำแบบนั้น น้องก็จะยิ่งตกเป็นขี้ปากบ่าวไพร่ ว่าสิ่งที่พวกบ่าวมันพูดเป็นความจริง เราถึงต้องโกรธต้องลงโทษพวกมัน” รำพึงร่ำไห้ให้ดูน่าสงสาร

ขุนพิทักษ์เข้ากอดปลอบ เรื่องไม่จริงจะเสียน้ำตาทำไม รำพึงสะอื้น ตนทนไม่ได้ที่ไม่ใช่คนสำคัญที่สุดของเขา ชายหนุ่มแย้งไม่มีใครสำคัญเท่าเธอ

“บางทีกอดของพี่อาจทำให้น้องอุ่นใจ” ขุนพิทักษ์กระชับอ้อมกอด

“น้องไม่อยากเจ็บไปกว่านี้อีกแล้ว ถ้าน้องไม่ได้มีค่าในสายตาคุณพี่ น้องก็จะไม่ฝืนเจ็บอีกต่อไป บางทีน้องควรจะมอบหัวใจให้กับคนที่รักและเห็นค่าของน้องจริงๆ”

“น้องจะให้พี่ทำอย่างไร น้องถึงจะเชื่อว่าพี่รักน้องเพียงคนเดียว เชื่อพี่นะ พี่รักน้องรำพึง” ขุนพิทักษ์บรรจงจะจูบ พลันเสียงชุ่มดังขัดจังหวะ

“ท่านขุนเจ้าคะ...คุณหญิงเป็นลมเจ้าค่ะ”

ทั้งสองผละออกจากกัน รำพึงสีหน้าโกรธจัด ขุนพิทักษ์ตกใจรีบวิ่งกลับเรือน ชุ่มชิงเดินหนี รำพึงเล่นงานจวงที่ปล่อยชุ่มเข้ามา จวงรีบสอพลอว่าชุ่มต้องตั้งใจจะเข้ามาขัดจังหวะเป็นแน่

มาถึงเรือน ขุนพิทักษ์เห็นแม่เป็นลม มีบ่าวและแจ่มคอยพัดวี เขาปรี่เข้าถามอาการ คุณหญิงมณีลืมตาขึ้นมาถามลูกชาย ว่าจริงหรือที่จะประลองกับขุนไว เขายอมรับ คุณหญิงรีบถามว่าเดิมพันอะไรกัน รำพึงตามมาทันได้ยิน

“เดิมพันอะไรหรือคะคุณพี่”

“ถ้าใครชนะจะได้ตำแหน่งผู้ช่วยกรม ส่วนคนแพ้จะต้องออกไปจากเมืองนี้”

ทุกคนตกใจ ถ้าเขาแพ้จะทำอย่างไร ขุนพิทักษ์ยืนยันมั่นใจจะได้ชัยชนะ ชุ่มได้ฟังชักหวั่นใจ เกรงเขาจะแพ้

รำพึงกลับบ้านด้วยความขุ่นใจ ขุนไวรีบเข้ามาถามว่ารู้เรื่องที่ตนเดิมพันกับขุนพิทักษ์แล้วใช่ไหม หญิงสาวรับว่าใช่อย่างเซ็งๆ ขุนไวกร่างอวดว่าพระยาเทวราชยกตำแหน่งนี้ให้ตน

“แล้วทำไมคุณพี่ยังต้องแข่งขันอีก”

“พี่จะให้น้องได้เห็นว่าพี่ชนะไอ้พิทักษ์อย่างขาวสะอาด วันที่มันแพ้แล้วระเห็จออกจากเมืองนี้ แล้วทันทีที่พี่ได้ตำแหน่งผู้ช่วย พี่จะให้ท่านเจ้ากรมมาสู่ขอน้อง”

“ให้คุณพี่ชนะอย่างแท้จริงก่อนเถอะค่ะ แล้วค่อยคุยเรื่องนี้” รำพึงเดินหนีขึ้นเรือน ปล่อยขุนไวยืนคิดเรื่องผู้ชนะอยู่คนเดียว

คุณหญิงมณียังนอนบนตั่งมีชุ่มกับแจ่มคอยพัดวี คุณหญิงซักถามลูกชายทำไมต้องท้าเดิมพันเช่นนี้ น่าจะคิดถึงใจแม่บ้าง ขุนพิทักษ์โต้ตนทำเพื่อความฝันของพ่อและความต้องการของแม่

“แล้วถ้าลูกแพ้ แม่จะทำอย่างไร โทสะมันจะพาลูกไปสู่ทางลำบากนะ”

“ถ้าลูกไม่ท้ามัน ลูกก็คงเสียตำแหน่งนี้ไปแล้ว นี่ไม่ว่าลูกจะทำเช่นไรก็ไม่เคยถูกในสายตาคุณแม่เลยสักครั้ง” ขุนพิทักษ์เสียใจที่ใช้คำพูดรุนแรง แต่ตัดใจเดินหนีไป

ชุ่มเห็นคุณหญิงมณีโศกเศร้าสะเทือนใจแล้วสงสาร แต่ก็เข้าใจความรู้สึกของขุนพิทักษ์...

ด้านรำพึงทั้งเจ็บใจที่พ่อและขุนไวคอยกีดกัน ยังต้องแค้นใจที่ชุ่มจ้องจะแย่งขุนพิทักษ์อีก จึงคิดจะสั่งสอนซํ้าให้สำนึก

วันนั้นทั้งวัน ชุ่มตามหาขุนพิทักษ์ด้วยความเป็นห่วง สมไม่สบายใจพยายามเตือนน้อง อย่าเข้าไปยุ่งกับท่านขุน เกรงจะเสียตัวแต่ไม่กล้าพูดตามตรง เลี่ยงใช้คำว่าเสียใจแทน

“ทำไมข้าจะต้องเสียใจ ข้าห่วงเพราะท่านขุนเป็นลูกคุณหญิงผู้มีพระคุณของเรา”

“ถ้าเอ็งคิดได้แบบนั้นก็ดี”

ชุ่มยืนยันคำพูด แต่ในใจสับสนกับคำเตือนของพี่ชาย...สุดท้ายก็อดห่วงขุนพิทักษ์ไม่ได้ ชุ่มชะเง้อรอหน้าเรือนจนคํ่ามืดดึกดื่น ขุนพิทักษ์เมามายกลับมา เดินเซจะล้ม ชุ่มปรี่เข้าประคอง เขาปัดป่ายไม่ให้ช่วย

“ไม่ช่วยได้ไงเจ้าคะ แค่เดินก็จะล้มอยู่แล้ว”

“แม้แต่เจ้าก็ไม่เชื่อข้าเหรอ ว่าข้าจะชนะไอ้ขุนไว ได้...ไม่มีใครเชื่อข้าสักคน ตั้งแต่แม่ข้าแล้วก็เอ็ง” ขุนพิทักษ์ยื่นหน้ามาใกล้ “จะว่าไปเจ้าก็งามเหมือนกันนะ”

ชุ่มตกใจเหมือนจะโดนจูบ จึงผลักเขาล้มลง ขุนพิทักษ์ตาจะปิดแหล่ไม่แหล่ เห็นชุ่มลางเลือนแต่พอได้ยินคำพูดของเธอก่อนจะหลับไปว่า

“ถึงใครจะบอกว่าท่านเลว ข้าเชื่อว่าท่านจะต้องชนะการต่อสู้ครั้งนี้อย่างแน่นอน ข้าเชื่อ”

เช้าวันรุ่งขึ้น รำพึงมาที่บ้านคุณหญิงมณีกับจวง

ให้หงุดหงิดใจเมื่อเจอขุนไวมารับที่ท่านํ้า เขาบอกเธอว่าเอาเครื่องเทศจากพระคลังมาให้คุณหญิง รําพึงแขวะว่าเขายังกล้ามาทั้งที่เดิมพันกับลูกชายท่านไว้

“คุณหญิงท่านเป็นผู้ใหญ่พอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ท่านยังอนุญาตให้พี่อยู่เป็นเพื่อนน้องรำพึงจนกลับเลย”

“อย่าเลยค่ะ คุณพี่พิทักษ์มาเห็นเข้าคงได้วางมวยกันอีก”

ขุนไวหัวเราะเยาะเพราะรู้ว่าขุนพิทักษ์เมายังไม่ตื่น รำพึงหงุดหงิดขอร้องอย่าทำให้ตนลำบากใจ บ่าวไพร่จะหาว่าตนพาคนที่เป็นศัตรูกับเจ้าของบ้านมาเย้ยถึงที่ โปรดให้เกียรติตนบ้าง ขุนไวเถียงไม่ออก รู้สึกผิดยอมกลับไปแต่โดยดี รำพึงยิ้มอย่างผู้มีชัย

ooooooo

บ่าวไพร่ทำงานกันอย่างวุ่นวาย ทั้งกวาดลาน ถูพื้น จัดดอกไม้ รำพึงเห็นมาลัยร้อยด้วยดอกพุดก็สั่งโยนทิ้ง ให้ร้อยใหม่ด้วยดอกมะลิ ไม่สนใจที่บ่าวบอกว่าร้อยด้วยดอกพุดมาตลอด จวงคอยกำราบบ่าวที่ไม่เชื่อฟัง ขู่ใครอยากมีปัญหากับคุณผู้หญิงคนใหม่ของเรือน

รำพึงมองไปเห็นชุ่มที่เพิ่งลับมีดเสร็จมือถาดมีดเดินมา จึงสะกิดจวง จวงยิ้มอย่างรู้กัน พอชุ่มเดินมาใกล้ รำพึงก็แกล้งขัดขา ชุ่มเสียหลักล้ม ถาดมีดหกกระจาย จวงเอะอะโวยวายหาว่าชุ่มตั้งใจจะฆ่ารำพึง ตรงเข้ากระทืบขาชุ่มทันที บ่าวคนอื่นจะเข้าช่วย จวงตวาดไม่ใช่เรื่อง รำพึงทำเป็นขอให้จวงเลิกรา แต่จวงไม่ยอมจะกระทืบซ้ำ คราวนี้ชุ่มหลบแล้วถีบกลับ จวงกระเด็นไปชนรำพึงล้มไปบนถ้วยน้ำพริกหกราด ร้องลั่น บ่าวไพร่หัวเราะกันคิกคัก เธอทั้งเจ็บและอาย

แจ่มเดินมาตกใจ จวงรีบฟ้องว่าชุ่มจะฆ่าเจ้านายตน แจ่มเห็นชุ่มอยู่ในสภาพสะบักสะบอมเช่นกัน รำพึงเห็นสายตาแจ่มรีบบอกว่าต้องการพบคุณหญิง แจ่มให้ชุ่มตามไปด้วย

คุณหญิงมณีฟังความแล้วขอโทษแทนชุ่ม รับรองจะลงโทษและสั่งสอนให้ดี รำพึงไม่พอใจขอเป็นคนสั่งสอนเอง คุณหญิงไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร ชุ่มสีหน้าหวาดหวั่น

รำพึงคิดร้ายถึงขั้นกำจัดชุ่ม โดยให้จวงพาชุ่มลงเรือไปเก็บสายบัว เพราะรู้มาว่าชุ่มว่ายน้ำไม่เป็น ชุ่มลังเลไม่ไว้ใจแต่จวงผลักลงนั่งในเรือ พายไปกลางบึง ชี้ให้เก็บสายบัวตรงนั้นตรงนี้ พอสบโอกาสก็โคลงเรือทำให้ชุ่มหัวทิ่มลงน้ำ จวงคว่ำเรือแล้วว่ายกลับขึ้นฝั่ง...

ตื่นขึ้นมาขุนพิทักษ์ออกจากห้อง เจอแจ่มจึงถามว่าเมื่อคืนตนเข้ามานอนในห้องได้อย่างไร แจ่มบอกว่าต้องถามชุ่ม เพราะชุ่มให้ตนไปช่วยแบกเขาเข้าห้อง...ขุนพิทักษ์นึกถึงคำพูดของชุ่มเมื่อคืนที่ว่า...ถึงใครจะว่าท่านเลว แต่ข้ารู้ว่าเนื้อแท้ของใจท่านก็รักและพยายามทำทุกอย่างเพื่อคุณหญิง ข้าเชื่อว่าท่านต้องชนะการต่อสู้ครั้งนี้อย่างแน่นอน...เขารีบตรงไปที่เรือนครัว

จวงตะเกียกตะกายขึ้นฝั่ง ถามรำพึงจะทำอย่างไรต่อไป หญิงสาวให้ไปเรียกคนมาช่วย

“แต่เอ็งเหนื่อยขนาดนี้คงไปเองไม่ไหว ข้าจะประคองเอ็งไป เอ็งค่อยๆเดินนะนังจวง”

จวงฟังแล้วเข้าใจทันที “เจ้าค่ะ จวงเดินไม่ค่อยไหวเลยค่ะ กว่าจะกลับมาไม่รู้นังชุ่มจะยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า” สองนายบ่าวประคองกันเดินไปช้าๆ

แจ่มล่วงหน้ามาสั่งบ่าวไพร่จัดสำรับเพราะเข้าใจว่าขุนพิทักษ์หิว รำพึงประคองจวงเข้ามาบอกทุกคนว่า ชุ่มทำเรือล่ม จวงว่ายน้ำเข้าฝั่งมาได้ ไม่รู้ว่าชุ่มเป็นอย่างไรบ้าง ขุนพิทักษ์เดินมาถึง ได้ยินก็ตกใจรีบถามว่าเรือล่มตรงไหน จวงสะดุ้งหลุดปากว่าสระบัว ชายหนุ่มวิ่งไปทันที สมได้ฟังวิ่งตามไปด้วยความเป็นห่วงน้องสาว

ชุ่มสำลักน้ำจมลงก้นบึง ทันใดมีมือแข็งแกร่งมาช่วยล็อกตัวพาขึ้นฝั่ง ชายหนุ่มที่ช่วยชุ่มไว้ ก้มคร่อมตัวเธอ ตบหน้าเธอเบาๆให้รู้สึกตัว ขุนพิทักษ์มาเห็นเข้าใจผิด

“ไอ้ไว...อย่าแตะต้องคนของข้า” ขุนพิทักษ์ชกโครมเข้าที่หน้าขุนไว

ขุนไวโกรธ เกิดการชกต่อยกันพัลวัน ชุ่มได้สติลุกขึ้นห้าม สมมาถึงเข้าประคอง รำพึงมาถึงพร้อมแจ่มและบ่าวคนอื่นๆ ช่วยกันห้ามปราม ชุ่มพยายามบอกว่าขุนไวช่วยตนไว้

“ช่วยอะไร ก็ข้าเห็นมันกำลังลวนลามเอ็ง”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ นี่มันเรื่องอะไรกันคะ สู้กันด้วยเรื่องอะไรคะ” รำพึงทนไม่ไหว

“เพราะพี่ไปรู้ความลับของมันล่ะสิ ว่ามันมีเมียทาสซ่อนอยู่” ขุนไวได้ทีใส่ไฟ

“นังชุ่มจะเป็นเมียข้ารึไม่ มันก็ไม่ใช่เรื่องของ เอ็งนี่มันบ้านข้า ทาสทุกคนในบ้านนี้เป็นของข้า เอ็ง ไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”

รำพึงโกรธจัด “ไม่น่าเชื่อว่าทาสคนนึงจะทำให้คนระดับท่านขุนถึงกับต้องสู้กัน”

ขุนพิทักษ์ยังไม่รู้สึก สั่งสมไปหยิบดาบ ตนจะเอาเลือดขุนไวออกมาล้างบ้าน รำพึงตกใจ

“อย่านะคะ วันประลองใกล้จะถึงแล้ว เอาไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันเถอะค่ะ ท่านขุนไวกลับไปก่อนเถอะ”

ขุนไวยอมไปถ้ารำพึงกลับด้วย หญิงสาวไม่อยากให้เรื่องบานปลาย จำต้องกลับ แต่อดมองชุ่มด้วยความเคียดแค้นไม่ได้...สมรีบถามน้องสาวว่าเกิดอะไรขึ้น ขุนพิทักษ์โพล่งออกมา

“ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เอ็งจะนัดไอ้ขุนไวเข้ามาเล่นรักถึงในบ้านข้า”

“ท่านขุน...ชุ่มมันไม่มีทางทำเลวแบบนั้นแน่” สมค้านในขณะที่ชุ่มเสียใจผิดหวัง

ขุนพิทักษ์ยังพูดให้ช้ำใจ ว่าเขาเห็นด้วยตา บอกสมให้สั่งสอนน้องสงวนตัวเสียบ้าง ชุ่มน้ำตาไหลพรากกอดสมร้องไห้สะอึกสะอื้น

ooooooo

ด้านรำพึง อารมณ์เสียกลับมา ขุนไวยังตาม ตอกย้ำว่าขุนพิทักษ์มีเมียทาสซ่อนอยู่ แถมพูดเหมือนรู้ทันว่าตนทำร้ายชุ่ม หญิงสาวโบ้ยความผิดให้จวงว่าโกรธแค้นที่ตนโดนชุ่มหยามเกียรติ  จวงรู้หน้าที่ใส่ไคล้ว่าชุ่ม ป่าวประกาศว่าขุนพิทักษ์รักและหลงตัวกว่ารำพึง ตนยอมไม่ได้

“น้องผิดที่ไม่ทันห้ามปรามคนของน้องแต่ถ้าคนอื่นรู้เรื่องนี้น้องคงโดนประณามที่เข้าข้างคนของตัวเอง คุณป้าต้องตำหนิน้อง แล้วคงเสื่อมเสียมาถึงคุณพ่อ ถ้าเป็นแบบนั้นน้องคง...”

ขุนไวเห็นนํ้าตาหญิงที่รัก ก็ใจอ่อนยวบยอมทำตามคำบัญชาทุกอย่าง...พอขุนไวกลับไป รำพึงก็แค้นใจขึ้นมาอีก โวยวายใส่จวง ตนจะไม่ยอมปล่อยให้ทาสอย่างชุ่มได้ใกล้ชิดขุนพิทักษ์มากไปกว่านี้ คิดร้ายถึงขนาดจะทำให้หน้าชุ่มเสียโฉม ในขณะที่ขุนพิทักษ์ เอาแต่ดื่มเหล้าเคล้านารีอยู่ที่โรงเหล้าทั้งคืน

วันรุ่งขึ้น ชุ่มกำลังลับมีดอยู่ที่ท่านํ้า จู่ๆก็มีเท้ามาเหยียบมือระหว่างที่เอื้อมหยิบมีดอีกเล่ม เธอร้องลั่นเงยหน้ามอง เห็นจวงยืนอยู่กับรำพึง จวงขยี้เท้ากดลงให้แรงขึ้น ชุ่มร้องอย่างเจ็บปวด

“เอ็งนี่มันเสน่ห์แรงจริงๆนะ คิดจะรวบทั้งคุณพี่ทั้งขุนไวเลยรึ” รำพึงบีบปากชุ่ม

“ข้าไม่เคยคิดแบบนั้น”

รำพึงไม่เชื่อหยิบมีดชูขึ้น “แต่จะว่าไปเอ็งมันก็สวยนะ ถ้าหน้าสวยๆของเอ็งเป็นแผล...”

ชุ่มตกใจผลักรำพึงออก จวงเข้าตบชุ่มล้มควํ่า ผ่องผ่านมาเห็นไม่กล้าเข้าช่วย วิ่งไปตามคนมาแทน เผอิญชนขุนพิทักษ์ที่เพิ่งกลับมา จึงรีบรายงานอย่างร้อนรน

ด้วยความกลัว ชุ่มต่อสู้ป้องกันตัวสุดฤทธิ์ แต่ก็ถูกรำพึงจิกหัวให้เงยหน้า เธอจึงจิกผมรำพึงบ้าง อีกมือยื้อยุดมีดกัน รำพึงเหลือบเห็นขุนพิทักษ์วิ่งมา ก็รีบพลิกสถานการณ์โดยเร็ว

“อย่านะนังชุ่ม อย่าทำข้า”  รำพึงปล่อยมือที่จิก หัวชุ่มร้องขึ้นมา

ชุ่มแปลกใจ ขณะเดียวกัน รำพึงจับมือชุ่มพลิกกลับให้ปลายมีดหันหาตัวเองร้องให้คนช่วย ขุนพิทักษ์วิ่งมา ชุ่มตกใจหันมอง รำพึงฉวยโอกาสเหวี่ยงมีดกระเด็น ทิ้งตัวล้มลงไป ทำให้ชุ่มล้มตามทั้งที่มือยังจิกผมรำพึง ชายหนุ่มเข้าดึงตัวชุ่มเหวี่ยงไปกองกับพื้น

“นังชุ่มเอ็งทำบ้าอะไร!”

“ท่านขุนเจ้าคะ...คุณรำพึง...”

จวงแหกปากกลบเสียงชุ่ม “ท่านขุนเจ้าคะ นังชุ่มมันจะฆ่าคุณรำพึงเจ้าค่ะ”

ชุ่มหน้าเหวอ ถูกลากมานั่งกลางลานบ้านรอคำพิพากษา จวงทำทีประคบแผลบอบชํ้าให้รำพึง ขุนพิทักษ์ฟังความข้างเดียว ตำหนิชุ่ม

“แค่คุณรำพึงเขาปรามเอ็งไม่ให้ยุ่งกับไอ้ขุนไว เอ็งถึงกับจะฆ่าจะแกงกันเลยรึ”

“ถ้าท่านขุนเชื่ออย่างนั้นแล้ว ท่านขุนจะมาถามข้าอีกทำไม”

“ก็ข้าถามเอ็งอยู่นี่ ว่ามันจริงหรือไม่”

“เรื่องไหนล่ะเจ้าคะ เรื่องที่ข้าแอบคบหากับขุนไว หรือเรื่องที่ข้าคิดจะฆ่าคุณรำพึง”

ใจจริงเขาอยากถามเรื่องขุนไว แต่พอสบตารำพึงจึงปัดว่าทั้งสองเรื่อง ชุ่มตอบหนักแน่น

“ข้าไม่เคยคิดจะฆ่าใคร ส่วนอีกเรื่อง ท่านขุนคิดเอาเองเถอะเจ้าค่ะ ว่าอยู่ๆคนอย่างขุนไวจะมาคบหากับทาสในเรือนท่านขุนได้อย่างไร”

ขุนพิทักษ์เห็นคล้อย รำพึงมองอย่างไม่พอใจ แกล้งทำเสียงอ่อนเสียงหวาน

“ชุ่มจ๊ะ ที่เธอทำร้ายฉันคุณพี่ก็เห็น ถ้าเธอไม่ยอมรับ ฉันก็คงบังคับเธอไม่ได้ การโกหกคนอื่นเพื่อให้พ้นผิด ฉันเข้าใจได้ แต่ชุ่มจะโกหกตัวเองได้หรือ”

ชุ่มมองอย่างคาดไม่ถึงกับความร้ายกาจของรำพึง ขุนพิทักษ์ตัดบทให้ชุ่มขอโทษ

“ข้าไม่ขอโทษ เพราะข้าไม่ได้ทำอะไรผิด”

ชายหนุ่มเริ่มโกรธขึ้นมาอีก รำพึงทำทีปราม อย่าให้ถึงกับลงหวาย ทำให้ขุนพิทักษ์เผลอพูด ถ้าไม่โดนหวายเสียบ้าง คงไม่ยอมรับ รำพึงแอบยิ้มสมใจ

และแล้วชุ่มก็ถูกมัดกับขื่อหน้าเรือนทาส ขุนพิทักษ์ถือหวายยืนนิ่งขรึม รำพึงคอยยุแยงให้ลงมือ สมกราบขอรับโทษแทนน้อง ชุ่มน้ำตาคลอไล่พี่ชายให้ถอยไป ตนไม่ผิด ท่านขุนไม่เชื่อคำพูดทาสอย่างตน ขุนพิทักษ์ฉุกคิดอาจเป็นการเข้าใจผิด รำพึงทำน้ำตารื้นจะกลับบ้าน

“คงเป็นกรรมของน้องเองที่หวังดีกับคนอื่นมากไป จนทำลายเกียรติของตัวเอง”

“แล้วน้องจะให้พี่ทำอย่างไร น้องบอกพี่มาสิ” ขุนพิทักษ์รั้งรำพึงไว้

“ไม่ต้องทำอย่างไรแล้วล่ะค่ะ เท่านี้น้องก็เห็นแล้วว่าคุณพี่ให้ความสำคัญกับน้องมากกว่าทาสอย่างนังชุ่มหรือไม่” รำพึงจะเดินไปขุนพิทักษ์ลังเล ตัดสินใจบอกชุ่มหวังว่าจะเข้าใจ แล้วเฆี่ยนลงบนหลังเธอ ชุ่มสะดุ้งสุดตัวเจ็บปวดแต่ไม่ส่งเสียงร้อง ชายหนุ่มโบยอีกสองทีด้วยหัวใจเจ็บปวดไม่แพ้ชุ่ม รำพึงยิ้มเยาะ สมมองรำพึงอย่างเกลียดชัง

เสร็จจากการลงโทษ สมประคองชุ่มเข้าเรือนทาสด้วยน้ำตานองหน้า สงสารและปวดใจไม่แพ้น้อง ชุ่มร่ำไห้พร่ำบอกพี่ว่าตนไม่เคยคิดจะฆ่ารำพึง สมทนไม่ไหว

จะไปฟ้องคุณหญิงมณี  ชุ่มห้ามไม่อยากให้ท่านหนักใจ พูดไปตอนนี้ก็ไม่มีใครเชื่อทาสอย่างเรา สักวันความจริงต้องปรากฏ เพราะคุณหญิงมณีเป็นคนยุติธรรม

ooooooo

เมื่อเฆี่ยนชุ่มแล้ว ขุนพิทักษ์รู้แก่ใจว่าทำเพื่อ รำพึง จึงรู้สึกผิดและเจ็บปวดใจมาก จนไม่สนใจฟัง คำหวานของเธอ กลับต้อนให้เธอกลับ รำพึงจำต้องลงเรือไปอย่างเสียไม่ได้ จวงใส่ไคล้ทันที ว่าคนรักกันแทนที่จะยื้อให้อยู่นาน คงห่วงทาสจนต้องรีบไปดูอาการเป็นแน่

รำพึงกำมือแน่นแค้นใจสุดๆ “นังชุ่ม...เอ็งจะเป็นมารหัวใจข้าไปถึงไหน”

ขุนพิทักษ์เร่งรีบจะไปเรือนทาส คุณหญิงมณีมาขวาง ถามไถ่ และถามความคิดเห็น เชื่อหรือว่าชุ่มจะทำแบบนั้นกับรำพึง เขาตอบทันควันว่าไม่เชื่อ แต่ตนจำเป็นต้องลงโทษ ชายหนุ่มขอตัวไปดูชุ่ม คุณหญิงห้าม บอกเสียงเฉียบว่าให้แจ่มไปดูแลแล้ว

ตอนที่ 4

ขุนไวอยู่ในคุกด้วยความเจ็บแค้น สาบานกับตัวเองว่าจะต้องชิงทุกอย่างจากขุนพิทักษ์คืนมาให้ได้...และแล้ว พระยาเทวราชก้าวเข้ามา ถามว่าสงบสติลงบ้างไหม ขุนไวเงยหน้ามองนิ่งๆ

“ท่านเจ้ากรมสั่งให้ปล่อยท่านแล้ว”

“ท่านพระยา ท่านต้องเชื่อกระผมนะขอรับ ไอ้พิทักษ์มันโกง”

“ฉัน เตือนท่านแล้วว่าอย่าใจร้อน ฉันเป็นคนเสนอท่านเจ้ากรมให้รู้จักท่าน แต่ท่านกลับไปหมิ่นเกียรติท่านเจ้ากรมแบบนี้ คิดถึงหน้าของฉันบ้างไหม”

ขุนไวอึ้งเคืองเล็กน้อยที่พระยาเทวราชไม่ได้ห่วงตน ท่านพระยากล่าวอีกว่า ผลการตัดสินเกิดขึ้นแล้วเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ขุนไวเจ็บแค้นจะยอมออกจากเมืองนี้ตามสัญญา แต่ต้องเป็นไปด้วยความถูกต้อง เขาผลุนผลันจะไปสะสาง ไม่ฟังคำห้ามปรามของท่านพระยาแม้แต่นิด

คุณหญิงมณีเห็นขุนพิทักษ์แต่งตัวออกมาแต่เช้า เข้าใจว่าจะไปรายงานตัวที่กรม แต่เขากลับบอกว่าจะไปเรือนพระยาเทวราช ชุ่มซึ่งนั่งปักผ้าอยู่เผลอทำเข็มตำนิ้ว ขุนพิทักษ์ปรี่เข้าจับนิ้วมาดูอย่างห่วงใย ชุ่มเกรงใจคุณหญิงรีบชักมือออก สมวิ่งหน้าตื่นเข้ามากระซิบว่าขุนไวมา ชุ่มได้ยินตกใจ ขุนพิทักษ์ขอตัวเดินไป คุณหญิงมณีบ่น

“ลูกคนนี้ จู่ๆนึกจะไปก็ไป” เห็นชุ่มกุมมือจึงไล่ให้ไปใส่ยา

ชุ่มได้โอกาสรีบลงจากเรือนตามไปดูขุนพิทักษ์ สมรู้แกวจะตามแต่ถูกคุณหญิงเรียกใช้เสียก่อน ชุ่มตามมาที่ท่านํ้าเห็นสองท่านขุนประจันหน้ากัน

“ทำไมเอ็งยังไม่ไปจากเมืองนี้อีก”

“ข้าจะไปก็ต่อเมื่อเอ็งชนะข้าด้วยฝีมือ แต่ในเมื่อมันไม่ใช่ ทุกอย่างก็เป็นโมฆะ”

“เอ็งคิดจะพลิกลิ้นงั้นรึ”

“ขี้โกงอย่างเอ็งมีหน้ามาด่าคนอื่นด้วยหรือ...เอ็งมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย”

ขุนพิทักษ์ดึงผ้าเช็ดหน้ารำพึงออกมาเย้ย “ยังไงเอ็งก็ไม่มีทางแย่งน้องรำพึงไปจากข้าได้”

ชุ่มเจ็บแปลบกับคำพูดของขุนพิทักษ์ ขุนไวท้าประลองอีกครั้ง วันพรุ่งเมื่อตะวันตรงหัวที่ชายป่าด้านตะวันออก แถมปรามาสไว้ว่า ถ้ายังมีศักดิ์ศรีอยู่ให้เจอกันที่นั่น

“ข้าไม่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งเอ็ง”

“ข้าจะได้รู้ไว้ว่า ลูกพระยาสุรเดชไมตรีมันก็แค่ไอ้ขี้ขลาดตัวหนึ่ง”

“ไอ้ไว...ถ้าเอ็งอยากตายเป็นผีเฝ้าป่า ข้าก็จะสนองให้”

ขุนไวกลับไปด้วยความโกรธ ขุนพิทักษ์จะเดินขึ้นเรือน ต้องชะงักเมื่อชุ่มเข้ามาขวางห้ามไม่ให้ไปตามคำท้า แต่ขุนพิทักษ์ยอมโดนดูถูกไม่ได้ ชุ่มอ้างคุณหญิงมณีต้องไม่สบายใจ

“ห้ามบอกแม่ข้า ห้ามบอกใครทั้งนั้น...การต่อสู้ครั้งนี้ จะไม่มีกลโกงเกิดขึ้น นี่เป็นโอกาสที่จะได้แก้ตัวกับเจ้า” ขุนพิทักษ์เดินเครียดไป ชุ่มมองตามอย่างกังวล

ooooooo

ออกจากเรือนขุนพิทักษ์ ขุนไวมุ่งหน้ามาหารำพึง หญิงสาวกำลังปักผ้าดิ้นทองเตรียมไว้สำหรับงานมงคล พอเห็นขุนไวมาก็ตกใจ จวงรีบถอยห่างออกมา รำพึงปรับท่าทีเป็นอ่อนหวานถามไถ่ห่วงใยที่ต้องอยู่ในคุกทั้งคืน ขุนไวตัดพ้อที่เธอไม่มีน้ำใจไปเยี่ยมบ้าง

“น้องอยากไปเยี่ยมคุณพี่ แต่คุณพ่อห้ามน้องไว้ ท่านไม่อยากให้น้องไปสถานที่แบบนั้น” รำพึงลูบไล้แขนขุนไวอ้อน “คุณพี่คงเสียใจมากที่ต้องแพ้ในครั้งนี้ น้องเองก็เสียใจไม่น้อยที่จะไม่ได้เห็นหน้าคุณพี่ในเมืองนี้อีก”

ขุนไวโพล่งออกมาว่า ความพ่ายแพ้ที่อยุติธรรมเป็นเรื่องของเมื่อวาน รำพึงชะงักหมายความว่าอย่างไร ขุนไวบอกแก่หญิงที่รักว่า ตนจะดวลกับขุนพิทักษ์อีกครั้ง และครั้งนี้ตนจะไม่ยอมเสียเธอไปอีก หญิงสาวแอบกำมือแน่นแววตาขัดใจ แต่ต้องข่มอารมณ์ทำทีโศกเศร้า

“น้องทุกข์ใจที่เป็นต้นเหตุให้คุณพี่ทั้งสองต้องหมางใจ ถึงขนาดฆ่าฟันกัน”

ขุนไวกุมมือปลอบ “น้องมีค่ามากที่สุดในชีวิตพี่ วันพรุ่งนี้พี่จะกลับมาพร้อมกับชัยชนะ”

“ถ้าวิธีนั้นเป็นการแสดงความจริงใจที่คุณพี่ทั้งสองมีต่อน้อง น้องก็เห็นจะขัดไม่ได้”

“ชาตินี้พี่ไม่มีวันยกน้องให้ใครเด็ดขาด” ขุนไวขยับเข้าประชิดหมายจะหอมแก้ม

รำพึงเบี่ยงหลบอย่างมีจริต อ้างให้เขาออมแรงไว้สู้วันพรุ่งนี้ ขอให้เขากลับไปพักผ่อน ขุนไวหลงดีใจที่เธอเป็นห่วง ยอมกลับไปแต่โดยดี...จวงแล่นเข้ามาถาม ไม่คิดจะห้ามท่านขุนทั้งสองหรือ ดวลกันโดยไม่มีพยานรู้เห็น เกรงเกิดพลาดพลั้งถึงชีวิต รำพึงยิ้มเยาะ

“ก็ช่วยไม่ได้ ในเมื่ออยากได้ตัวข้า ก็ต้องแลกด้วยชีวิต คุณพี่จะได้รู้ว่า ลูกพระยาอย่างข้ามีค่ามากกว่าขี้ครอกอย่างนังชุ่มแค่ไหน”

จวงยิ้มอย่างสอพลอเข้าข้างเจ้านายสุดชีวิต

ooooooo

ระหว่างทานมื้อกลางวัน คุณหญิงมณีบอกขุนพิทักษ์ว่า ทางกรมให้คนมาส่งข่าว ว่าเขาจะต้องไปรายงานตัววันมะรืน ชายหนุ่มรับคำ สายตาจับจ้องไปทางชุ่มที่คอยอยู่รับใช้ คุณหญิงชวนไปวัดวันพรุ่งนี้ เขาปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย เธอจึงสั่งชุ่มเตรียมตัวไปด้วยแทน

พลัน รำพึงก้าวขึ้นเรือนมาพร้อมจวง เธอไหว้คุณหญิงมณีแล้วหันไปจิกตาใส่ชุ่มแต่ทำเสียงหวานถามถึงแผลที่โดนเฆี่ยนเป็นอย่างไรบ้าง ชุ่มนิ่งเมินหน้าไปทางอื่น จวงไม่พอใจตวาดว่าเจ้านายถามไม่ได้ยินหรือ รำพึงเห็นสายตาคุณหญิงมณีไม่สบายใจ จึงรู้ว่าต้องผ่อน

“ชุ่มยังไม่อยากคุยกับฉันก็ไม่เป็นไร” รำพึงหันมาทางคุณหญิง “รำพึงอยากมาขอเรียนรู้จากคุณป้าเพิ่มเติมค่ะ เมื่อวานนี้คนที่ได้ทานขนมของคุณป้า ต่างชมเป็นเสียงเดียว กันว่ารสเลิศ”

รำพึงเห็นขุนพิทักษ์เอาแต่มองไปทางชุ่มก็ไม่พอใจ เพิ่มความดังของเสียงขึ้นว่า “ยามที่รำพึงออกเรือนจะได้ปรนนิบัติได้ถูกใจสามีน่ะค่ะ” แล้วเธอก็ขยับเข้าใกล้ขุนพิทักษ์ ยกมือแตะรอยช้ำที่โหนกแก้มเขา ทำทีห่วงใย

ชุ่มเหลือบมองอย่างสะเทือนใจ ชายหนุ่มเห็นสายตาชุ่ม จึงจับมือรำพึงออกห่าง หญิงสาวตีหน้าเศร้า เอ่ยเสียใจที่เขาต้องเจ็บเพราะตน ชายหนุ่มชะงักหันมาปลอบ

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 02:52 น.