ตอนที่ 14
“คุณสวัสดิ์ ยังไงคุณยังมีฉันอยู่เป็นเพื่อนนะคะ”
“นั่นสิ ตลอดเวลาที่ผมไม่มีใคร ก็มีแค่คุณที่อยู่ใกล้ๆ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมเอาเปรียบคุณ เพราะเอาแต่เก็บคุณไว้นอกสายตาคนอื่น ผมจะไม่เอาคุณไว้มุมมืดอีกแล้ว ผมต้องให้คุณมาอยู่คู่ผม ให้ทุกคนได้รับรู้ คุณต้องแต่งงานกับผมจริงๆแล้วนะ”
ใจตื้นตันและดีใจจนน้ำตารื้น สวมกอดสวัสดิ์พร้อมกล่าวคำขอบคุณเสียงสั่นเครือ
“ผมจัดการเรื่องลูกสาวเสร็จแล้วจะมาทำเรื่องของเราให้ถูกต้อง เชื่อใจผมนะ”
เจนจิตซ่อนตัวมุมหนึ่งแอบมองสองคนโอบกอดกัน รำพึงด้วยความดีใจกับแม่ที่มีวันนี้
“แม่จ๋า...หนูดีใจกับแม่นะ หนูมันลูกไม่รักดี วันนี้หนูเข้าใจแม่ทุกอย่างแล้ว ขอให้แม่มีความสุข ต่อไปชีวิตแม่คงมีความสุขแล้ว...ลาก่อนนะแม่”
เจนจิตน้ำตาไหลเป็นทาง ค่อยๆถอยออกไปพร้อมรอยยิ้มที่แฝงด้วยความอาลัย
ooooooo
ตะวันตัดใจไม่ขาดจากพิมพ์สาย เขากลับเข้ามาในเมืองแอบมองเธอด้วยความรักและอาวรณ์ แต่ไม่ยอมปรากฏตัวให้เธอเห็น
เมื่อถึงวันเดินทางไปต่างประเทศ พิมพ์สายบอกลาใจและฝากเธอช่วยดูแลพ่อแทน...ขณะนั่งรถออกจากบ้านมากับพ่อ พิมพ์สายขอแวะที่เจดีย์ร้างแล้วนำสร้อยที่เคยให้ตะวันมาไว้ที่นี่
“ลาก่อนนะตะวัน ถ้าเธอมาที่นี่อีกครั้ง หากเจอสร้อยเส้นนี้ขอให้เธอเก็บไว้ เพราะความรักและหัวใจของฉันมันอยู่ในนี้”
เวลาเดียวกันนั้นยองตะมุกับตะวันกำลังมุ่งหน้ามาที่เจดีย์นี้เหมือนกัน ก่อนที่สองพ่อลูกจะจากไปอยู่ในที่ที่แสนไกล รถสองคนสวนกันโดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่เห็นกัน มีเพียงยองตะมุที่จำได้ว่ารถคันนั้นคือรถเสี่ยสวัสดิ์
ตะวันกลับมาที่เจดีย์ร้างเพราะเป็นสถานที่ที่มีความประทับใจกับพิมพ์สายในวัยเด็กจวบจนถึงปัจจุบัน เขายืนมองสถานที่แห่งนี้เหมือนจะจดจำรำลึกเป็นครั้งสุดท้าย
พลันสายตาไปสะดุดกับสร้อยที่ห้อยอยู่บริเวณฐานเจดีย์ ตะวันหยิบมันขึ้นมาอย่างจำได้
“คุณหนูมาที่นี่”
นอกจากสร้อยแล้วยังมีจดหมายวางอยู่ด้วย ตะวันหยิบมาแกะอ่านด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
“ตะวัน...ถ้าเธอเจอและได้อ่านจดหมายฉบับนี้ ตอนนั้นฉันคงอยู่ในที่อันไกลแสนไกล ฉันไม่รู้จะพูดยังไงสำหรับเรื่องของเรา แต่ฉันจะพูดแค่ว่าขอบใจเธอที่ทำให้ฉันได้รู้จักคำว่าความรัก เธอทำให้ฉันรู้จักคำว่ารักแท้เป็นเช่นไร เธอเป็นผู้ชายที่ทำให้หัวใจฉันอบอุ่นที่สุด ฉันรักเธอตะวัน เมื่อความรักระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้ สุดท้ายคือเราต้องจากกัน แต่ฉันจะไม่โทษเธอ ความรักเป็นสิ่งที่งดงามเสมอ แม้มันจะเจ็บปวด...”










