ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

หยกเลือดมังกร

SHARE
ตอนที่ 22

ที่สนามกีฬาร้าง หยกในสภาพที่ถูกใส่กุญแจมือ กำลังถูกเก่งกับลูกน้องเล่นงาน เขาสู้สุดชีวิต จนเก่งที่เดินวนหาจังหวะจะจู่โจมพูดกลั้วหัวเราะว่า

“แกนี่มันสู้สุดใจขาดดิ้นจริงๆเลยว่ะไอ้หยกเสีย เปรียบขนาดนี้แล้วยังยืนอยู่ได้อีก”

“พวกแกอาจจะเห็นว่าการตีรันฟันแทงกันเป็นเรื่องสนุก แต่สำหรับฉันมันไม่ใช่...ฉันสู้เพื่อความอยู่รอดและเพื่อคนที่ฉันรักเท่านั้น”

เก่งพุ่งเข้าเล่นงานหยกอย่างหนัก ถูกมันซัดกระเด็นล้มจุกตามเตะซ้ำเข้าที่ท้องดังพลั่ก กิ่งเหมยได้ยินอุทานเรียกหยกอย่างเป็นห่วง หยกตะโกนบอกว่า “ฉันไม่เป็นอะไรกิ่งเหมย”

เสี่ยตงดูเก่งซ้อมหยกอย่างเลือดเย็น ครู่ใหญ่สั่งเก่งให้พอจัดการหยกได้เลย พูดแล้วพากิ่งเหมยออกไป

กิ่งเหมยได้แต่ร้องเรียกหยกอย่างเป็นห่วง ได้ยินเสียงปืนขึ้นลำกล้องก็แทบจะขาดใจ

กิ่งเหมยถูกเสี่ยลากออกไปข้างนอกบอก เธอขอร้องอย่าทำอะไรหยกเลย

“สายไปแล้วกิ่งเหมย คนที่ทรยศหักหลังฉันโทษของมันคือตาย ไว้ฉันส่งแกกับพี่สาวไปอยู่เมืองนอก ฉันจะหาผู้ชายที่ดีกว่ามันร้อยเท่าพันเท่าให้”

กิ่งเหมยจับมือเสี่ยกัดแล้ววิ่งเตลิดไปทั้งที่ตามองไม่เห็น เสี่ยตะโกนให้กลับมา ทันใดนั้นมีเสียงฝีเท้าคนล้อมกรอบเข้ามา กิ่งเหมยชะงักถามว่าใคร!

“พวกพยัคฆ์เมฆา...พวกมันตามมาเล่นงานฉันกับหยก” ไม่ทันสิ้นเสียง เสี่ยก็ถูกฝ่ายนั้นยิงเฉี่ยวแขนไป เสี่ยยิงสวนไปถูกพวกมันคนหนึ่งจังๆ จากนั้นเสียงปืนก็ดังรัวหูดับตับไหม้ เสี่ยอาศัยความชำนาญพากิ่งเหมยวิ่งหลบไปได้

เก่งกำลังจะยิงทิ้งหยก ชะงักเพราะได้ยินเสียงปืนข้างนอก หยกฉวยโอกาสนั้นเข้าแย่งปืน เอาหัวโขกเก่งจนสลบ ค้นหากุญแจไขกุญแจมือแล้ววิ่งออกไปตามเสียงปืนด้วยความเป็นห่วงกิ่งเหมย

เสี่ยตงพากิ่งเหมยหนีไปได้ไม่นานก็บอกเธอว่าขืนหนีกันไปแบบนี้มีหวังถูกมันจับไปทั้งสองคน เลยพาเธอไปซ่อนไว้ในซอกเอาสังกะสีปิดไว้ บอกให้อยู่เงียบๆ เดี๋ยวจะมารับ แล้ววิ่งล่อพวกมันไปอีกทาง

แต่เสี่ยออกไปไม่ทันไรก็ถูกลูกน้องพยัคฆ์เมฆาไล่ตาม เสี่ยยิงจนกระสุนหมด จึงซุ่มรอจังหวะ พอพวกมันเดินมาก็ออกไปจัดการด้วยมือเปล่าจนมันหมดสภาพ แต่พอจะหันไปก็ได้ยินเสียงขึ้นลำกล้องปืนจ่ออยู่ข้างหลังแล้ว

มานพนั่นเอง! เขาเยาะเย้ยว่าแค่ส่งคนมาล่อ หมาบ้าอย่างเสี่ยก็เดินมาติดกับแล้ว สั่งลูกน้องให้ไปลากตัวหยกมา

ที่แท้หยกหนีไปแล้ว เขาวิ่งตามหากิ่งเหมย ลูกน้องพยัคฆ์เมฆาคนหนึ่งค้นเจอตัวกิ่งเหมย มันกำลังแสดงความกักขฬะ ก็ถูกหยกซัดด้วยเชิงมวยจนนอนร้องครวญคราง

“ไม่ต้องห่วงนะกิ่งเหมย...ฉันอยู่นี่แล้ว” หยกกอดกิ่งเหมยไว้อย่างปกป้อง แต่ถูกพวกลูกน้องพยัคฆ์เมฆาตามมาอีกจึงต้องพากิ่งเหมยวิ่งหนีไปจนถึงรถของเสี่ยตง เจอพวกพยัคฆ์เมฆาดาหน้ามาขวาง หยกขับรถพุ่งชนพวกมันกระเด็นเผ่นกันกระเจิงแล้วตะบึงรถพากิ่งเหมยหนีไปได้หวุดหวิด

มานพรอหยกอยู่กับเสี่ยตง ลูกน้องที่เขาสั่งให้ไปเอาหยกมา กลับหิ้วปีกเก่งเข้ามาแทน เขาถามหาหยก พอรู้ว่าหยกหนีไปกับกิ่งเหมยแล้วก็กระชากคอเสื้อลูกน้องเข้าไปตะคอกอย่างหัวเสีย เสี่ยตงหัวเราะเยาะเย้ยว่า

“ฮ่าๆๆนี่น่ะเหรอวะคนที่คิดจะขึ้นมายิ่งใหญ่แทนคนรุ่นเก่า กลับไปฝึกฝีมือใหม่อีกสักสิบปีก่อนเถอะวะไอ้มานพ”

เลยถูกมานพหันมาซัดระบายความเจ็บใจจนเสี่ยหมดสภาพ จากเจ้าพ่อหมาบ้าตงลงเกลือกกลิ้งที่พื้นอย่างน่าสมเพช

ooooooo

หยกขับรถไปจอดในซอกตึกหนึ่ง ลงจากรถเอาผ้าคลุมพรางตาไว้ หยกเจ็บแผลแปล๊บๆและมีเลือดซึมออกมา กิ่งเหมยถามว่าทำไมต้องจอดรถทิ้งไว้

“พวกมันอาจจะตามเรามาได้น่ะสิกิ่งเหมย” เธอถามว่าแบบนี้เราก็กลับไปที่ตรอกศาลเจ้าไม่ได้แล้วใช่ไหม “ใช่...ทั้งไอ้มานพ ทั้งเสี่ยตงจ้องจะเล่นงานฉันอยู่ ถ้าเรากลับไปคงไม่รอดแน่”

“แล้วทำไมไม่ไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจล่ะ เธอยังเป็นตำรวจอยู่ไม่ใช่เหรอ”

“สถานะของฉันถูกปกปิดเป็นความลับ มีแต่ผู้การคนเดียวเท่านั้นที่จะคืนให้ฉันได้ แต่ว่าตอนนี้เขา...” หยกหยุดพูด กิ่งเหมยถามว่าทำไม เขาตัดบท “ไว้ฉันจะเล่าทุกอย่างให้เธอฟังระหว่างทาง แต่ว่าตอนนี้เราต้องหาที่ปลอดภัยก่อน” หยกกุมมือเธอบีบเบาๆ ให้ความมั่นใจว่า “ไม่ต้องห่วงนะกิ่งเหมย ฉันจะดูแลเธอไม่ให้พวกมันมาพรากเธอไปจากฉันอีก”

กิ่งเหมยพยักหน้ารับด้วยความมั่นใจว่า เธอปลอดภัยเสมอเมื่ออยู่กับเขา...

ooooooo

เล้งสืบรู้เบื้องหลังของธงรบแล้ว แต่จะหว่าน ล้อมจะให้เขาบอกเอง เมื่อมาหาธงรบที่ถูกกักตัวในคฤหาสน์มีลูกน้องเฝ้าอย่างเข้มงวด เห็นลูกน้องเอาปืนจ่อธงรบที่ลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ ก็สั่งให้เอาปืนลง แล้วกล่อม

“คุณเป็นคนฉลาดนะหมวด เพราะฉะนั้นก็น่าจะรู้ว่าการใช้ความรุนแรงกับฉันไม่ใช่ทางออกที่ดีเลย”

จากนั้นเอาตัวเขาไปที่ห้องทำงาน พูดดักคอว่าท่าทางอยากเจอตน มีอะไรจะอธิบายไหม ธงรบบอกว่าไม่มี

“ผมให้ทางเลือกที่ดีที่สุดต่อคุณแล้วนะหมวดธงรบ สถานการณ์ตอนนี้ก็น่าจะเห็นกับตาตัวเองแล้วว่า ใครคือคนที่คุณควรใช้กฎหมายมาเล่นงานที่สุด”

ธงรบอึ้งที่เล้งรู้มากกว่าที่คิด ระหว่างนั้นนนท์เข้ามา เล้งให้เอารูปผู้การสมิงที่นอนไม่ได้สติอยู่ให้ดู ธงรบหน้าเสียแต่ปรับสีหน้าได้ในพริบตา ทำหน้าตายถามว่า

“ให้ผมดูรูปใคร...ผมไม่รู้จัก”

เล้งพูดอย่างใจเย็นเป็นต่อว่า หมอที่โรงพยาบาลบอกลูกน้องตนว่า ธงรบไปเฝ้าผู้การถึงข้างเตียง ทำให้ธงรบรู้ตัวคิดหาทางแก้ปัญหา มองปืนที่วางอยู่บนโต๊ะ ถูกเล้งปรามว่า

“อย่าทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากเลยหมวด ผมเริ่มสงสัยคุณตั้งแต่วันที่คุณตามผมไปปะทะกับมานพแล้ว ผมเลยให้นนท์ไปช่วยสืบดู แค่คุณยอมรับว่าคุณยังเป็นตำรวจอยู่และบอกผมว่าจะตามหาหยกได้ที่ไหน ผมสัญญาว่าผมจะปล่อยคุณ”

“ต่อให้แกง้างปากฉันด้วยปืน มาเฟียอย่างพวกแกก็จะไม่ได้อะไรจากฉัน”

“หมวด!!” เล้งโมโหตรงเข้าจับแขนเขาบิดดัดหลังอย่างแรง แต่ธงรบก็ยังทำหน้ากวนใส่เหมือนไม่รู้สึกอะไร

ooooooo

ส้มเช้งคอยหยกกับกิ่งเหมยอย่างเป็นห่วง คม-ทวนเชื่อว่าทั้งสองคนน่าจะปลอดภัย เธอถามว่าแล้วทำไมไม่กลับมา?

“มันไม่กลับมาที่นี่น่ะดีแล้วส้มเช้ง ไอ้หยกควรจะหาที่ปลอดภัยอยู่กับกิ่งเหมย ป้องกันไม่ให้พวกมันตามล่าอีก” ส้มเช้งบ่นว่าก็น่าจะบอกพวกเราหน่อยว่าอยู่ไหน “ไอ้หยกมันไม่ยอมบอกใครว่าอยู่ที่ไหนหรอก เพราะมันไม่อยากให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนเพราะมัน”

จริงอย่างที่คมทวนคาด หยกพากิ่งเหมยไปอยู่ที่เรือนแพริมน้ำ บอกว่าที่นี่น่าจะปลอดภัยที่สุดแล้ว เพราะคนที่รู้จักที่นี่ มีแค่ตนกับพ่อเท่านั้น กิ่งเหมยเปรยๆว่า “ป่านนี้ทุกคนคงเป็นห่วงเรา”

“แต่ถ้าคนอื่นรู้ว่าเราอยู่ที่ไหน พวกเขาจะเดือดร้อนได้นะกิ่งเหมย ไม่ต้องห่วงนะกิ่งเหมย ถ้าเธออยู่กับฉัน ทุกคนต้องมั่นใจว่าฉันจะดูแลเธออย่างดีที่สุด”

กิ่งเหมยกอดหยกไว้ มือถูกแผลที่สีข้างเขามีเลือดซึมออกมา จึงรู้ว่าเขาบาดเจ็บ แต่หยกก็ทำปากแข็งบอกว่าแค่นิดหน่อยเอง บอกเธอว่าไม่ต้องห่วงตนไม่เป็นอะไรจริงๆ แล้วขยี้หัวกิ่งเหมยกลบเกลื่อนแต่พอเดินออกมาก็นิ่วหน้าเจ็บแผล...

ooooooo

ดุจแพรอยู่กับป้าจั่นที่บ้าน ป้าจั่นวิ่งหน้าตื่นมาเร่งให้รีบหนีไปกัน จะพาหนีไปทางหลังบ้าน แต่ไม่ทันขยับ ชาญก็เข้ามาตะคอกว่าไม่มีใครออกจากบ้านนี้ไปได้ทั้งนั้นจนกว่าตนจะอนุญาต

ป้าจั่นพยายามปกป้องดุจแพร ถูกชาญตบจน

เลือดกบปาก ขู่ดุจแพรที่จะเข้าไปช่วยป้าจั่นว่า

“อย่าให้ผมต้องลงมือกับคุณหนูอีกคน...คุณ

มานพพาพ่อคุณมาส่งที่นี่แล้ว เชิญตามมาดูสภาพของพ่อคุณได้”

เสี่ยตงที่ถูกหิ้วปีกเข้ามาในสภาพหน้าตาฟกช้ำเนื้อตัวมอมแมมเลือดเกรอะกรังไปทั้งตัว ดุจแพรหัวใจแทบสลาย ตวาดถาม “พวกแกทำอะไรเขา...ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้นะ”

พอพวกมันปล่อย เสี่ยก็ทรุดฮวบลง ดุจแพรประคองไว้บอกว่าจะพาไปโรงพยาบาล เสี่ยส่ายหน้าเชิงไม่ให้ยุ่งกับพวกนั้น เธอไม่ยอม เสี่ยพยายามพูดทั้งที่เจ็บหนักว่า

“เชื่อป๋านะแพร...” แล้วทรุดไปคุกเข่ายกมือพนม ไหว้มานพท่ามกลางความตกตะลึงของดุจแพร “ฉัน...ฉันยอมแพ้แกแล้ว มานพ...ไว้ชีวิตฉัน...กับ...ลูกสาวด้วย”

มานพระแวงว่าจะถูกเสี่ยลอบกัดอีก เสี่ยยืนยัน “ฉัน...ฉันจะยกสิ่งที่แกอยาก...อยากได้มากที่สุด”

“ป๋า...อย่านะ...อย่า...” ดุจแพรร้องไห้โฮ แต่เสี่ยก็ยังยืนยันกับมานพว่า ตนยอมยกดุจแพรให้เขา พูดแล้วทรุดลงร้องไห้อย่างเจ็บปวดรวดร้าวแทบขาดใจ...

มานพถือสิทธิ์เป็นเจ้าของดุจแพร เข้าไปหาเธอในห้องนอนหมายข่มเหง ดุจแพรร้องขอความช่วยเหลือ เสี่ยตงได้ยินเสียงลูกร้องขอความช่วยเหลือ ก็ยิ่งปวดร้าวหัวใจแทบสลายที่ไม่สามารถช่วยลูกได้...

ดุจแพรยิ่งอ้อนวอนก็ยิ่งถูกมานพคุกคาม เธอร้องขอให้หยกช่วยด้วย ทำให้มานพยิ่งเจ็บใจ ผลักเธอลงบนเตียงชี้หน้าด่า

“เธอทำให้ฉันเสียอารมณ์ จำไว้นะดุจแพร นี่แค่ตัวอย่างที่สุภาพที่สุดเท่าที่ผมจะให้เกียรติคุณได้ แต่ถ้าคุณยังไม่ยอมผมดีๆ ทั้งๆที่ผมมีสิทธิ์ในตัวคุณทุกอย่าง ผมก็จะไม่สุภาพกับคุณอีก แต่จะเป็นซาตานที่คุณต้องอยู่ด้วยทั้งชีวิต เลือกเอาแล้วกัน!” แต่พอเดินไปถึงประตูก็หันกลับมาพูดอีกว่า “อ้อ...สำหรับไอ้หยก ผมจะช่วยให้คุณตัดใจจากมันเอง ได้ตัวมันมาเมื่อไหร่ มันตายคามือผมแน่”

ooooooo

หยกอยู่กับกิ่งเหมยที่เรือนแพอย่างเป็นส่วนตัว มีความสุข กิ่งเหมยพยายามที่จะช่วยตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นภาระเขา ส่วนหยกก็หยอกล้อกิ่งเหมยเพราะไม่อยากให้เธอเครียด

ผิดกับที่เลานจ์ คืนนี้มีเสียงปืนดังขึ้นในเลานจ์ มานพถามชาญว่าเกิดอะไรขึ้น

“คุณนายน่ะสิครับ...คุณมานพ”

มานพถามว่าแม่ตนทำอะไร เมื่อออกไปดูเห็นลูกน้องที่ถูกยิงยืนเลือดอาบอยู่ ถามว่า “แม่ฉันเอาปืนมาจากไหน” ไม่มีใครตอบได้ มานพจะไปดู ชาญขวางไว้เตือนว่า

“อย่าดีกว่าครับนาย คุณนายไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ถ้านายเข้าไป...ผมว่า...”

มานพมั่นใจว่าแม่ไม่ยิงตนแน่ เขาเดินเข้าไปหาดวงแข พูดอย่างอ่อนโยนว่า

“แม่ครับ...นี่ผมเองนะ...ผมมานพลูกชายของแม่ไง”

ดวงแขมองตาขวาง เล็งปืนใส่ไล่ให้ออกไป เมื่อมานพขอปืน ก็ทำท่าจะคืนให้ แต่จู่ๆก็เกรี้ยวกราดขึ้นมาเล็งปืนใส่มานพ ประกาศจะฆ่าผู้ชายสารเลวให้ตายหมดทุกคน มานพยืนค้างหน้าเสีย...พอได้โอกาสก็หนีออกจากห้องปิดประตูอย่างแน่นหนา ได้ยินเสียงปืนจากในห้องดังแข่งกับเสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่งของดวงแข

“ตาย...ไอ้พวกผู้ชายชั่วๆ มันต้องตายให้หมด... ตายๆๆๆ!!”

มานพสบถอย่างหัวเสีย บอกชาญว่าจัดการพวกนั้นเสร็จเมื่อไหร่จะส่งไปขังลืมไว้ที่โรงพยาบาลไม่ต้องมาเห็นหน้ากันอีกเลย พูดแล้วผลักชาญให้พ้นทาง เดินงุ่นง่านกลับไปที่ห้องทำงาน

ooooooo

โหงวพกความแค้นมาเต็มอก แอบเข้ามาในเลานจ์ จัดการลูกน้องมานพแล้วเข้าไปในห้องทำงานของเขา

มานพมองยาที่เสพเหลือบนโต๊ะ มีปืนวางอยู่ใกล้ๆ ขณะกำลังเคลิ้มนั่นเอง โหงวย่องเข้ามาเอาปืนจ่อหัว

“ท่าทางแกจะมีความสุขเพลิดเพลินเหลือเกินนะไอ้มานพ”

มานพผงะ แต่พอจะคว้าปืนก็ถูกโหงวเอามีดปักมือไว้คาโต๊ะ เขาร้องจ๊าก ถูกโหงวเอามือปิดปากไว้ ชาญร้องถามเข้ามาว่ามีอะไรหรือเปล่า มานพจำต้องบอกไปว่า “ไม่มีอะไร...ไม่ต้องกวนฉัน ไปให้พ้น...”

มานพถามโหงวว่าต้องการอะไร ถ้าคิดจะให้ตนสละทุกอย่างเพื่อตัวเองจะขึ้นมาแทนที่ละก็...

อย่าฝันเลย โหงวบอกว่าตนแก่แล้วอยู่วงการนี้มานานพอแล้ว ตนอยากสบายตอนแก่ มานพบอกว่าตนจะจัดเงินให้ไม่อั้น โหงวจะได้สบายสมใจ

“ฮ่ะๆๆ มานพ...อั๊วช่วยลื้อโกงไอ้เล้งมาได้เท่าไหร่ ธุรกิจทั้งหมดของลื้ออั๊วก็ช่วยจนรู้หมดว่ามีอยู่เท่าไหร่ อั๊วคงไม่อยากได้แค่เศษเงินที่ลื้อเอามาปิดปากอั๊วหรอก” โหงวปรามมานพว่า ดีแต่ใช้กำลังมากกว่าสมอง ชี้ย้ำว่า “จะบอกให้นะ ถ้าลื้อไม่มีอั๊วคอยเป็นกุนซือให้ ลื้อจะยิ่งใหญ่อยู่แค่ไม่ถึงปี จากนั้นลื้อก็จะโดนพวกเดียวกันหักหลัง สุดท้ายลื้อก็จะมีจุดจบไม่ต่างจากมาเฟียคนอื่น”

มานพเล่นเล่ห์บอกโหงวให้กลับมาทำงานกับตนเหมือนเดิม ทั้งยังจะเป็นลูกกตัญญูตอบแทนบุญคุณและเรียกเขาว่าเตี่ยด้วย แต่โหงวไม่เชื่อ กระชากมานพไปตะคอก

“พอได้แล้วมานพ...ใครๆก็เรียกอั๊วว่าเป็นจิ้งจอก เฒ่า เพราะฉะนั้น ลื้อตบตาอั๊วไม่ได้หรอก ตายซะเถอะไอ้ทรพี!”

โหงวจะยิง มานพฮึดสู้ จับมือโหงวบิดจนเสียงปืนลั่นขึ้นนัดหนึ่ง โหงวผงะถอยออกไปเอามือกุมท้องที่เลือดทะลักออกมา มานพแสยะยิ้มพูดอย่างสะใจ “โชคไม่ได้เข้าข้างแกแล้วไอ้เป๋เอ๊ย...”

เมื่อเสียท่าเช่นนี้ โหงวเล่นเล่ห์เสนอว่าตนพาเขาไปจับตัวหยกได้ มานพทำเป็นยอมเพื่อตนจะได้ไม่ต้องไปตามล่าหยกเอง อ่อยว่า ถ้าโหงวบอก ตนสัญญาว่า “จะไว้ชีวิตแกแล้วให้แกอยู่กับเมียแกตามลำพัง”

“มานพ...ลื้อไว้ชีวิตอั๊วแล้ว ก็ช่วยพาอั๊วไปหาหมอก่อนไม่ได้หรือไง” โหงวต่อรอง

“หมอไม่จำเป็นสำหรับแกแล้วไอ้เป๋” มานพยิ้มเยาะ โหงวเอะใจหันมองข้างหลังเห็นดวงแขเอาปืนจ่อถึงตัวแล้วโหงวร้องตาเหลือก “ดวงแข...จะ...จะทำอะไร...วางปืนลง”

ดวงแขถามว่า “แกเป็นใคร” โหงวบอกให้ดูดีๆ ตนคือโหงวผัวเธอไง “เลว...พวกคนเลว พวกมันต้องตาย!!”

สิ้นเสียงตะโกน เสียงปืนคำรามขึ้น เปรี้ยงๆๆ! โหงวล้มตายคาที่ ตาถลนเลือดทะลักออกจากปาก ดวงแขนั่งลงข้างศพตะโกนไปหัวเราะไปอย่างคลุ้มคลั่ง

“คนชั่วตายแล้ว...มันตายแล้ว...ฮ่าๆๆๆ คนชั่วตายแล้ว!!”

ooooooo

เช้านี้ กิ่งเหมยตื่นขึ้นมาไม่พบหยก ร้องเรียกก็ไม่มีเสียงตอบ เธอตกใจร้องไห้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

จนสายหยกจึงกลับมาบอกว่าไปหาเรือลากจูงเพื่อลาก เรือนแพล่องไปตามน้ำ เพราะอยู่ที่นี่ไปนานๆคงไม่ปลอดภัย กิ่งเหมยถามอย่างกังวลว่า เราต้องหนีไปอีกนานเท่าไหร่

“ไม่นานหรอกกิ่งเหมย ความทุกข์มันจะอยู่กับเราแค่แป๊บเดียว เชื่อฉันนะ” หยกปลอบทั้งที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นอีก...

ดุจแพรร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เสียใจที่เสี่ยตงยกตนให้มานพเพื่อเอาตัวรอด เสี่ยยอมรับว่าตนไม่มีทางเลือกเพราะถ้าตนไม่ยอมก็จะถูกมานพทรมาน จนกว่าจะยอมและเธอก็จะถูกมันทำร้ายยิ่งกว่านี้ ขอเธอว่า

“ถ้าแพรไม่อยากทนทุกข์ทรมานกับชีวิตที่เหลืออยู่ แพรก็ต้องยอมรับความจริง เราหนีพวกมันไม่รอดแล้ว”

ฝ่ายธงรบที่ถูกจับมัดมือมัดเท้ากับเก้าอี้ที่ตึกร้างมา ทั้งคืน วันนี้เล้งมาหาบอกว่า ตนไม่อยากทำร้ายเขา ขอแค่ให้บอกมาว่าจะตามหยกได้ที่ไหนเท่านั้น

เล้งกล่อมธงรบว่าตนสืบประวัติหยกมาหมดแล้ว ก่อนมาเป็นลูกน้องเสี่ยตงเขาเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจมาก่อน พูดอย่างรู้ลึกรู้ดีว่า “เท่าที่ผมรู้จักมา เขาไม่ใช่อันธ– พาล เขาเป็นคนมีคุณธรรมที่มาอยู่ผิดที่ผิดทาง และตอนนี้เขากำลังตกอยู่ในอันตราย คนเดียวที่ช่วยเขาได้ก็คือผม”

ธงรบไม่เชื่อน้ำคำมาเฟียอย่างเขา เล้งยอมรับว่าเมื่อก่อนตนเป็นมาเฟีย แต่ตอนนี้ตนไม่เคยสนับสนุนให้คนของตนไปทำร้ายคนอื่น พูดอย่างมุ่งมั่นว่า

“พวกผมทุกคนต้องทำธุรกิจอย่างสุจริต เพราะก่อนที่ผมจะตาย ผมอยากเปลี่ยนอันธพาลให้เป็นสุภาพบุรุษ”

เล้งกล่อมธงรบไม่ทันสำเร็จ ลูกน้องก็มารายงานว่ามีรถของพวกพยัคฆ์เมฆาขับเข้ามา เล้งกับลูกน้องชักปืนพร้อมสู้  แต่พอออกไป เห็นรถตู้มาจอดแล้วโยนศพหนึ่งลงมาในสภาพมีผ้าปิดหัวไว้ เมื่อเข้าไปดูเป็นศพโหงว มีข้อความเขียนไว้ว่า

“แกไม่ต้องขอบใจฉันหรอกที่ช่วยฆ่าศัตรูของแกให้ เพราะศพต่อไปคือพวกแกทุกคน”

เล้งเจ็บใจสั่งให้เอาศพโหงวออกไป ระหว่างนั้นก็ ได้รับโทรศัพท์จากหมอที่โรงพยาบาล เล้งรับสายอย่างตื่นเต้น

วางสายจากหมอ เล้งรีบกลับเข้าไปสั่งให้แก้เชือกที่มัดธงรบออกเดี๋ยวนี้ แต่ทันทีที่ธงรบเป็นอิสระ เขาเล่นงานลูกน้องเล้งแย่งปืนจ่อเล้งทันที พูดอย่างสะใจว่า “แกพลาดแล้วเจ้าสัวเล้ง”

“ผมไม่ได้พลาด แต่ผมตั้งใจปล่อยคุณต่างหาก เพราะเวลานี้ถ้าเราไม่ร่วมมือกัน ก็จะไม่มีใครช่วยหยกและจัดการกับมานพได้” แล้วเล้งก็เปิดเผยผลการตรวจ DNA ว่าตนเป็นพ่อของหยก จะไม่ปล่อยให้ลูกชายถูกตามล่าแน่นอน บอกเขาว่า “ถ้าคุณไม่ตกลงช่วยผมละก็... หยกคงไม่รอด เพราะมานพมันรู้ว่าหยกเป็นใคร มันต้องจัดการหยกเพื่อแก้แค้นผมแน่”

ธงรบมองหน้าเล้งทั้งแปลกใจและตกใจ

ooooooo

หยกรอเรือลากอยู่นานก็ไม่มา เขาบอกกิ่งเหมยว่าจะออกไปตาม ถ้าไม่ได้ก็จะหาหนทางอื่น แต่พอหยกกลับมาอีกทีก็ถูกชาญโผล่มาเอาปืนจ่อแล้ว มานพก้าวตามออกมาหัวเราะเยาะว่า คิดว่าหนีมาอยู่ที่นี่แล้ว ตนจะตามไม่เจอหรือ

หยกบอกว่าถึงได้ตนไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรเพราะตนก็เป็นแค่ลูกน้องเสี่ยตงเท่านั้น

“ไอ้เสี่ยตงมันบอกเรื่องที่แกเป็นตำรวจให้ฉันรู้แล้ว ตอนนี้ธุรกิจของมันกลายมาเป็นของฉันแล้ว เพราะ ฉะนั้นฉันคงปล่อยให้แกลอยนวลต่อไปไม่ได้”

มานพใช้ปืนกระแทกท้ายทอยหยกจนทรุด กิ่งเหมยตะโกนไม่ให้ทำอะไรเขา มานพหันไปบีบปากเธอ หยกบอกว่าตนยอมแล้วจะทำอะไรตนก็ยอมแต่อย่าทำอะไรกิ่งเหมย

ทั้งกิ่งเหมยและหยกต่างยอมที่จะรับชะตากรรมเพื่อปกป้องกันและกัน ทำให้มานพยิ่งหมั่นไส้ เข้าไปคุกคามกิ่งเหมย พอถูกเธอผลักอย่างรังเกียจ มันบีบคอเธอจนหน้าดำหน้าแดง หยกดิ้นรนจะไปช่วยกิ่งเหมย ก็ถูกชาญเล่นงาน

ในที่สุดกิ่งเหมยถูกมานพบีบคอจนแน่นิ่ง มันผลักเธอลงคลองอย่างอำมหิต ส่วนหยกก็ถูกชาญใช้ด้ามปืนทุบจนสลบ

ooooooo

ธงรบพาเล้งไปที่เรือนแพ เพราะหยกเคยบอกว่าที่นี่เป็นที่ปลอดภัยที่สุดของเขา เป็นบ้านแม่เขาเอง

เล้งคิดถึงพราวแสงขึ้นจับใจ เมื่อเข้าไปดูข้างใน เล้งก็รู้ทันทีว่าตนมาช้าไปแล้ว ทันใดมานพก็โทร.เข้ามือถือบอกว่าหยกอยู่กับตน ถ้าไม่ได้โหงวชี้ทางตนก็คงไม่มีโอกาสได้ตัวสายเลือดคนเดียวของมังกรวารีมาอยู่ในกำมือ

มานพฟังเสียงเล้งด่าอย่างอาฆาตแค้น แล้วพูดกับหยกว่า

“งงล่ะสิ ที่มารู้กำพืดแท้จริงของตัวเองเอาเวลานี้ เอาเป็นว่าฉันจะใจดีเล่าเรื่องของแกกับไอ้เล้งให้ฟัง”

มานพเล่าทั้งประวัติของหยกและเรื่องหยกเลือดมังกรที่ติดตัวเขามาแต่เล็กว่า

“มันคือสมบัติประจำตระกูลของมังกรวารี มีไว้ให้กับสายเลือดผู้มีหน้าที่รับช่วงต่อ หยกครึ่งชิ้นนั้นอยู่ที่แกส่วนอีกครึ่งอยู่กับไอ้เล้ง หยกชิ้นนั้นมันติดตัวแกมาตั้งแต่เกิดไม่ใช่หรือ” เห็นหยกนิ่งอึ้ง มานพเย้ย “เป็นไง ทีนี้แกจะขอบใจฉันได้รึยังที่ช่วยสงเคราะห์ให้แกได้รู้ว่าใครคือพ่อของแก”

เวลาเดียวกันนั้น ลูกน้องเล้งเข้ามาเรียกเขาไปดูข้างนอกอย่างตื่นเต้น เมื่อพากันออกไปดู พบร่างกิ่งเหมยเกยตลิ่งแน่นิ่งอยู่ ธงรบไปดูแล้วบอกว่า “เธอยังไม่ตายครับ”

“รีบพาเธอไปโรงพยาบาล นนท์ติดต่อหมอให้เตรียมช่วยเหลือเธอด่วนเลย” เล้งสั่ง มองธงรบที่อุ้มกิ่งเหมยขึ้นมาอย่างเป็นห่วง

ooooooo

ที่โรงพยาบาล ทั้งส้มเช้ง อ่าง สลึง และคมทวนต่างพากันไปเยี่ยมกิ่งเหมย คมทวนถามธงรบว่าแล้วหยกล่ะ ธงรบได้แต่มองหน้าคมทวนอย่างหนักใจ

ในภาวะที่หมดสตินี้ จิตใต้สำนึกของกิ่งเหมยล่อง ลอยไปเจอกับอาม่า ต่างโผเข้ากอดกัน อาม่าปลอบกิ่งเหมย ที่ร้องไห้อย่างหนักว่า จะมีครอบครัวแล้วต้องเข้มแข็ง เธอบอกอาม่าอย่างหมดกำลังใจว่าหยกกับตนไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว

อาม่ากอดกิ่งเหมย ปลุกปลอบใจว่า “อาม่าตั้งชื่อลื้อ ว่ากิ่งเหมย เพราะกิ่งเหมยกิ่งนี้จะต้องต้านแรงพายุได้ด้วยตัวเอง กิ่งเหมยของอาม่า ลื้อต้องเข้มแข็งสิ...ลื้อต้องทำได้”

“ค่ะอาม่า...เหมยต้องทำได้ กิ่งเหมยกิ่งนี้จะต้านพายุได้ด้วยตัวเอง”

อาม่าดึงกิ่งเหมยเข้าไปกอดแน่นอย่างให้กำลังใจ ...กิ่งเหมยในภาวะนั้น...ยิ้มอย่างมีกำลังใจ...แต่กายยังนอนนิ่งอยู่

เล้งสะเทือนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับกิ่งเหมยและหยก เขาสั่งลูกน้องทุกคนให้เตรียมพร้อม ถ้าตามเจอมานพ เมื่อไหร่จะถล่มให้เละ คมทวนขอไปด้วย เล้งจะบอกเรื่องหยกเป็นสายเลือดของตน คมทวนขัดขึ้นว่าตนรู้จากธงรบหมดแล้ว เตือนเล้งว่า

“ตราบใดที่แกยังวนเวียนอยู่กับพวกมาเฟีย สายเลือดของแกทุกคนจะไม่มีวันอยู่อย่างสงบ”

“ตั้งแต่พราวแสงตาย ฉันก็คิดจะยุติเรื่องนี้มาตลอด เพื่อเป็นสิ่งตอบแทนความดีที่พราวแสงยอมสละชีวิตเพื่อฉัน และวันนี้ก็ถึงเวลาที่ฉันจะต้องทำให้ได้ เพราะหยกคือความหวังเดียวในชีวิตของฉัน” เล้งยังขอบใจคมทวนที่ให้ความรักกับหยก บอกเขาว่า “ตราบใดที่ฉันเป็นพ่อของไอ้หยก ฉันจะต้องทำให้ลูกฉันมีความสุข”

ooooooo

เสี่ยตงพูดกับเก่งว่ามานพต้องฆ่าหยกปิดปาก ไม่ให้สาวโยงมาถึงธุรกิจของตนที่ถูกมานพยึดไปเพราะถ้าเป็นเช่นนั้นมานพเองก็จะชวดไปด้วย

ดุจแพรได้ยินเสี่ยพูดกับเก่งเช่นนั้น จึงคว้ามือถือของเสี่ยวิ่งเข้าห้องปิดประตูโทร.หามานพ บอกเขาว่าตนยอมทุกอย่างที่เขาต้องการ มานพรู้ทันว่าเธอต้องการแลกกับชีวิตของหยก หัวเราะเยาะว่า

“ผมไม่ได้เป็นไอ้โง่นะ ที่จะยอมให้คุณเอาตัวเอง มาเป็นข้อแลกเปลี่ยน เพราะยังไงคุณก็หนีผมไม่พ้นอยู่ดี” เมื่อเธอขอร้อง มานพทำเป็นยอม “ก็ได้ครับ...ผมจะให้คุณมาเห็นหน้าไอ้หยกเป็นครั้งสุดท้าย แต่จะเป็นการเห็นมันถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา จะได้เป็นภาพฝังใจว่าคุณจะรักใครไม่ได้อีกนอกจากผมคนเดียว!”

ดุจแพรออกมาบอกเสี่ยว่ามานพต้องการพบ ตนจะพาไปหาเขาและช่วยบอกให้เขาตกรางวัลให้ป๋า เสี่ยฟังแล้วหน้าเครียดกับคำพูดจากปากลูกสาวสุดที่รักที่ทิ่มแทงใจดำตน

ที่โกดัง...ชาญจับหยกไว้ให้มานพซ้อมอย่างบ้า ดีเดือด หัวเราะเยาะว่าแค่นี้ก็สำออยคอพับคออ่อนไม่เห็นเหมือนเล้งเลย

“ฉันสมเพชแกจริงๆ มานพ...ทั้งๆที่เจ้าสัวเล้งพร้อมปั้นแกให้เป็นผู้สืบทอด เขาอยากให้แกยิ่งใหญ่ไม่น้อยไปกว่าเขา แต่แกกลับมักใหญ่ใฝ่สูง เห็นขุนเขาตรงหน้าเป็นแค่เนินดิน” ถูกมานพจิกหัวขึ้นมาขู่ว่าจะแยกร่างเขาเป็นชิ้นๆแล้วส่งไปให้เล้งดูอยู่แล้วยังจะทำปากดีอีก “ฉันพูด ไม่ผิดหรอก ฉันอยู่กับพวกมาเฟียมานาน จนเห็นเหมือนกับ ที่เจ้าสัวเล้งเห็น ความยิ่งใหญ่ที่พวกแกพยายามห้ำหั่นกันมันก็แค่ภาพลวงตา ยิ่งไขว่คว้าก็ยิ่งหาไม่เจอ”

มานพยกปืนจะยิง หยกหลับตานึกในใจ “กิ่งเหมย...ฉันพร้อมจะตามไปดูแลเธอแล้ว เราจะอยู่ด้วยกันชั่วนิรันดร์”

ooooooo

ขณะเล้งอยู่ที่ท่าเรือคอยตามข่าวหยกอยู่นั้น เขาได้ข่าวดีว่าอาการของกิ่งเหมยดีขึ้น จากนั้นไม่นานก็ได้รับโทรศัพท์จากนนท์ เล้งพูดอย่างดีใจมาก...

“ว่าไงนนท์...ขอบใจมาก...ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ” วางสายแล้วบอกทุกคน “รู้แล้วว่ามันอยู่ไหน ทุกคนพร้อมแล้วใช่ไหม”

พวกลูกน้องมังกรวารีทุกคน ชูมือเฮรับอย่างฮึกเหิม เล้งยืนประกาศอย่างอหังการ...

“นี่จะเป็นสงครามครั้งสุดท้าย มันจะไม่ใช่แค่ การต่อสู้เพื่อลูกของฉันอย่างเดียว แต่จะเป็นการกวาดล้างความสกปรกที่ทำให้ลูกผู้ชายอย่างพวกเราทุกคนต้องถูกตราหน้าว่าเป็นอันธพาล เพราะฉันอยากเห็นพวกเราทุกคนมีอาชีพที่สุจริต เป็นพ่อของลูก เป็นสามีของเมีย และเป็นสุภาพบุรุษ ไม่ใช่นักเลง!!”

ดุจแพรพาเสี่ยตงจะไปพบมานพแต่เสี่ยถูกกันไว้ข้างนอก ระหว่างนั้นได้ยินลูกน้องมานพมาบอกกันว่าเล้งยกพวกมาที่นี่เต็มไปหมด เสี่ยเชื่อว่าเล้งไม่ปล่อยตนไว้แน่ เตรียมจะลุยเอาตัวรอด แต่พอควานหาปืนในอกเสื้อปรากฏว่าหายไปแล้ว เสี่ยเหงื่อแตกพลั่ก คิดทบทวนจึงนึกได้ว่า ถูกดุจแพรล้วงไปตอนที่ทำทีเข้ามากอดนั่นเอง!

ดุจแพรเอาปืนจากเสี่ยเข้าไปพบมานพ ถูกมานพขู่ว่าจะฆ่าหยกให้เห็นกับตา พอถูกด่าก็ตรงเข้าบีบหน้าดุจแพรอย่างดุร้าย พลันก็ชะงักตาเหลือกเมื่อรู้ตัวว่าถูก เธอเอาปืนจ่อพุง เธอสั่งให้ปล่อยหยก มิฉะนั้นจะยิง

ไม่ทันขยับทำอะไร เสียงปืนข้างนอกก็ดังรัวขึ้น ทุกคนหันมองไปทางนั้น มานพฉวยโอกาสแย่งปืนจากดุจแพรจี้หมับใส่เธอทันที ส่วนหยกก็ฉวยโอกาสนั้นแย่งปืนจากชาญจี้มันไว้เช่นกัน

ที่นอกโกดัง พวกเล้งปะทะกับลูกน้องพยัคฆ์เมฆา คมทวนตะลุยเข้าข้างในได้ ส่วนนนท์ก็ต่อสู้เปิดทางให้ธงรบเข้าไปได้อีกคน คมทวนกับธงรบต่อสู้ตะลุมบอนกับลูกน้องมานพ เสี่ยตงเห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งหนีเอาตัวรอด

ขณะที่หยกต่อสู้พลางพยายามจะไปช่วยดุจแพร ถูกชาญคลานไปหยิบปืนจะยิง  แต่ถูกธงรบเข้ามายิงตายเสียก่อน

มานพเห็นท่าไม่ดีลากดุจแพรออกไปข้างนอก เจอเสี่ยตงมาขวางสั่งให้ปล่อยลูกสาวตนเดี๋ยวนี้ เตือนสติว่า

“ลำพังแกคนเดียวสู้พวกไอ้เล้งไม่ได้หรอก”

มานพเอาปืนจ่อดุจแพร เป็นจังหวะที่หยกวิ่งเข้ามาเพื่อช่วยเธอพอดี

“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละไอ้หยก พวกแกไม่มีทางเล่นงานฉันได้หรอก ฆ่าไอ้หยกซะเสี่ยตง ถ้าไม่อยากเห็นลูกสาวต้องเจ็บตัว...ฆ่าไอ้หยกซะ!!”

เสี่ยตงตัดสินใจแตะไกปืนจะยิงหยก ดุจแพรกัดมือมานพแล้ววิ่งไปขวางทางปืน เสี่ยลั่นไกไป 3 นัดซ้อน ถูกดุจแพรทุกนัด! เสี่ยช็อกมือตกปืนหล่น มานพหันปืนใส่หยกทันที “แกฆ่าไอ้หยกไม่ได้...งั้นก็ต้องฉันเอง”

ไม่ทันที่มานพจะเหนี่ยวไก เขาก็ถูกยิงร่างพรุนจากฝีมือของเล้ง แต่ยังพยายามจะเบนกระบอกปืนยิงเล้ง ธงรบเข้ามายิงนัดเดียวตัดขั้วหัวใจมานพตายคาที่

ดุจแพรหายใจรวยริน เสี่ยคลานเข้าไปกอดลูกสาวขอโทษน้ำตาอาบหน้า ดุจแพรขอร้องเสี่ยเป็นครั้งสุดท้ายว่า

“แพร...แพรอยากเห็นป๋าเป็นคนดีนะ...ป๋า...ป๋าทำให้แพรได้ไหม...ได้...ไหม...” แล้วเธอพยายามพยักหน้าให้หยกเข้าไปหา บอกเขาว่า “...ฉันมีเรื่องต้องบอกเธอ ก่อน...ก่อนที่ฉันจะตาย เพราะนี่คือสิ่งเดียวที่ฉันจะทำได้เพื่อเธอกับกิ่งเหมย”

หยกอุ้มดุจแพรออกไป เสี่ยตะโกนให้เอาลูกสาวตนคืนมา เล้งเข้ามาพูดเตือนสติว่า

“ทำตามที่ลูกสาวลื้อขอเอาไว้เถอะไอ้ตง ไม่อย่างนั้นเวรกรรมที่แกทำเอาไว้จะเกาะกินหัวใจแก จนทำให้แกต้องทนทุกข์ทรมานเหมือนคนตายทั้งเป็น”

ooooooo

กิ่งเหมยรู้สึกตัวขึ้นมาคำแรกที่ถามคือ หยกเป็นอย่างไร ได้ข่าวหยกไหม ไม่ทันไรหยกก็เปิดประตูเข้ามาเนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบเลือด หยกโผเข้ากอดกับกิ่งเหมยด้วยความดีใจ แต่ก็มีข่าวร้ายเรื่องดุจแพร กิ่งเหมยรีบไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล

แม้ทุกคนจะทั้งอ้อนวอนและภาวนาขอดุจแพรอย่าเป็นอะไรเลย แต่หมอก็ไม่อาจช่วยเธอได้ ก่อนจากไปดุจแพรยังพูดให้ทั้งสองสะเทือนใจว่า ที่ตนทำไปนี้ก็เพราะ...

“ฉันอยากเห็นเธอสองคนมีความสุข” บอกหยกว่า “สัญญานะว่าเธอจะดูแลน้องสาวของฉัน อย่าทำให้กิ่งเหมยต้องเสียใจ” ฝากความหวังว่า “เมื่อถึงวันที่กิ่งเหมยลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ฉันก็จะได้เห็นเธอสองคนมีความสุข...”

ดุจแพรจากไปทั้งที่ยังมีรอยยิ้มที่ให้ไว้กับกิ่งเหมยและหยก...

หลายเดือนต่อมา วันแห่งความปีติยินดีก็มาถึง เมื่อกิ่งเหมยได้รับการเปลี่ยนดวงตา พอเธอลืมตาขึ้นอีกครั้งก็เห็นหยกอยู่ตรงหน้า ทั้งสองสวมกอดกันด้วยความดีใจสุดชีวิต

ส้มเช้งเซอร์ไพรส์กิ่งเหมยด้วยการซื้ออุปกรณ์วาดรูปใหม่ให้ทั้งชุด นอกจากนั้น ธงรบก็มาแสดงความยินดีพร้อมกับบอกข่าวดีว่า ผู้การสมิงเริ่มรู้สึกตัวแล้ว หมอยืนยันว่าจะกลับมาเป็นปกติได้ด้วย บอกหยกที่ฟังอย่างตื่นเต้นว่า

“แกกับฉันก็จะได้เกียรติยศกลับคืนแล้วเว้ย”

คมทวนเสริมว่า ข่าวนี้ไม่เพียงตนดีใจแต่เล้งกับพราวแสงก็ตั้งหน้าตั้งตารอวันนี้มานานแล้วเหมือนกัน

เล้งเอาหยกเลือดมังกรสองชิ้นมาประกอบเข้ากัน บอกหยกว่ามันเป็นสมบัติประจำตระกูลที่มีไว้ให้ผู้สืบทอดต่อจากตน พูดออกตัวว่า

“แต่ฉันรู้ว่า ฉันคงจะบังคับให้หยกมาทำงานที่ตัวเองไม่ถนัดไม่ได้ แค่ลูกเก็บสมบัติประจำตระกูลของเราเอาไว้ แล้วยอมรับว่าเลือดในตัวของลูกคือมังกรวารี แค่นี้พ่อก็ ดีใจแล้ว” เล้งดึงหยกเข้าไปกอดด้วยความรักหมดหัวใจ

เมื่อฟ้าใสในวันใหม่...ตรอกศาลเจ้าก็จัดงานมงคล สมรสให้หยกกับกิ่งเหมยด้วยความรัก บ่าวสาวเข้าไปกราบไหว้ขอพรจากเทพเจ้าและขอบคุณอาม่าผู้จากไป เสร็จเรียบร้อยแล้วธงรบกับส้มเช้งนำทั้งคู่กลับออกมาด้านนอกซึ่งแขกเหรื่อคนกันเองกำลังดื่มกินและรอแสดงความยินดี

“ดีใจด้วยนะหยก ในที่สุดเธอก็ทำสำเร็จจนได้ ฉันภูมิใจในตัวเธอจริงๆ”

“เพราะผู้การให้โอกาสผมต่างหากล่ะครับ”

“ได้โอกาสแล้วหยก ขอเลื่อนขั้นเลย ขอตอนนี้ผู้การเสนอชื่อแกให้หลายขั้นแน่”

“ไม่เอาหรอกครับหมวด ให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนดีกว่า”

ผู้การสมิงยิ้มพอใจคำตอบของหยก และย้ำอย่างมั่นใจด้วยว่าความดีจะพิสูจน์ตัวเอง

“แต่อย่าใช้งานลูกชายผมหนักนักนะครับผู้การ เดี๋ยวเขาจะไม่มีเวลาปั๊มทายาทให้ตระกูลมังกรวารีของผม ผมยิ่งเหลือเขาอยู่คนเดียวด้วย”

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับเจ้าสัว เจ้าบ่าวเจ้าสาวเขาพร้อมกันมานานแล้ว ผมฟันธง”

คมทวนเอ่ยยิ้มๆ กิ่งเหมยเขินอาย แล้วยิ่งอายไปกันใหญ่เมื่ออ่างกับสลึงผสมโรงหยอกเย้า แถมหยกยังโชว์กอดหอมเจ้าสาวก่อนอุ้มเธอตัวลอยแสดงพละกำลังอันเหลือเฟือท่ามกลางเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของทุกคน

ooooooo

–อวสาน–

ตอนที่ 21

ดุจแพรถูกเอาไปขังไว้ในห้องเดียวกับดวงแข เธอถูกดวงแขที่เสียสติคุกคามอย่างน่ากลัวตลอดเวลาแต่ทำอะไรเธอไม่ได้เพราะติดโซ่ที่ล่ามเท้าอยู่

นอกจากดวงแขจะเสียสติร้องหวาดกลัวตลอดเวลาอย่างน่าเวทนาแล้ว เธอยังถูกโหงวสั่งลูกน้องให้กระหนาบ เธอไม่ให้เอะอะโวยวาย เธอจึงถูกทุบตีอย่างทารุณ

“แย่หน่อยนะคุณหนูที่ต้องมาอยู่กับนังบ้าในนี้” โหงวเอ่ยกับดุจแพร

“หยุดเถอะ อย่าไปทำร้ายเธอเลย เขาสติไม่ดี เขาไม่รู้เรื่องหรอก” ดุจแพรขอร้องด้วยความสงสารดวงแข

โหงวหัวเราะบอกเธอว่าห่วงตัวเองดีกว่า เน้นย้ำว่า

“ถ้าไม่อยากเห็นพ่อตัวเองถูกมานพปิดบัญชี คุณหนูควรคิดถึงข้อเสนอของมานพ”

“ไม่!! ฉันไม่มีวันยอมให้คนเลวๆอย่างมันมาแตะเนื้อต้องตัวฉัน”

โหงวหว่านล้อมว่าตนได้คุยกับมานพแล้วว่ากับผู้หญิงดีๆก็ควรจะต้องให้เกียรติไม่ควรทำระยำไม่เห็นค่า เมื่อชอบเธอก็ควรจะจัดการทุกอย่างให้เป็นเรื่องเป็นราว

“ฝันไปเถอะว่าฉันจะยอมแต่งงานกับมัน”

“ก็ตามใจนะครับ...ตอนนี้คุณหนูอาจจะยังหยิ่งจองหอง แต่หลังจากพรุ่งนี้พอมานพมันเอาศพพ่อคุณมาให้ดู คุณหนูจะต้องเสียใจที่ทำเรื่องง่ายๆให้กลายเป็น เรื่องยาก” พูดแล้วโหงวหันไปสั่งลูกน้องที่ทุบตบตีดวงแข “พอแล้ว”

ลูกน้องโหงวหยุดและเดินออกไปกับโหงว ทิ้งให้ดวงแขนอนขดตัวกลมร้องครวญครางน่าเวทนา ดุจแพรทั้งสงสารดวงแขและเครียดเรื่องของตัวเอง

โหงวออกมาเจอมานพ เขาปรี่เข้ามาถาม “ว่าไง” โหงวบอกให้ใจเย็นๆตนกล่อมให้แล้วแต่ควรให้เวลาเธอตัดสินใจ เพราะการบังคับยังไงก็สู้ให้เธอเต็มใจไม่ได้

“ได้ครับเตี่ย...งั้นผมไปเตรียมเปิดศึกใหญ่กับพวกมันแล้วกัน” มานพเดินออกไปอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ

ระหว่างนั้นลูกน้องที่โหงวให้ไปซ้อมดวงแขคลำที่เอวตัวเองวุ่นวาย พอโหงวถามว่าหาอะไรก็ปดว่าเปล่า

ที่แท้ปืนของมันถูกดวงแขเอาไปตอนที่มันไปทำร้ายเธอ และดวงแขก็เอาปืนนั้นออกมาจ่อขู่จะยิงดุจแพรแต่จู่ๆ ก็ลดปืนลง มองปืนทั้งหัวเราะและร้องไห้ พร่ำแต่จะฆ่าพวกเลวๆตายให้หมด...

ooooooo

หยกไปหากิ่งเหมยที่ดาดฟ้า เธอถามว่ามีเรื่องอะไร หรือทำไมเสี่ยตงจึงต้องรีบให้เขาพาดุจแพรกลับไป

“คุณแพรตกเป็นเป้าปองร้าย เสี่ยก็เลยรีบให้ฉันพากลับไป” กิ่งเหมยถามว่าแล้วดุจแพรปลอดภัยหรือเปล่า “ปลอดภัยสิ ตอนนี้คุณแพรอยู่กับเสี่ยตงและกำลังเตรียมจะบินไปต่างประเทศแล้ว”

หยกพูดให้เธอสบายใจแล้วกอดหยอกล้อเปลี่ยนความสนใจ กิ่งเหมยเขินบอกให้ปล่อย หยกอ้อนขอกอดไว้อย่างนี้สักพักได้ไหม เธอยอมให้กอดแค่นับหนึ่งถึงสิบ แล้วก็เริ่มนับเร็วจี๋

กิ่งเหมยแกล้งนับรัวจนครบสิบ แต่หยกก็ยังกอดเธอไว้นิ่งเหมือนต้องการซึมซับความรักต่อกันให้มากที่สุด...

ระหว่างนั้น อ่างกับสลึงหิ้วของพะรุงพะรังเข้ามาเพราะหยกชวนให้มาทำสุกี้กินกัน ส้มเช้งร้องเรียกทั้งสองแต่ไม่มีเสียงตอบ ถามกันว่าหายไปไหน สลึงทำหน้ากรุ้มกริ่ม บอกว่า “อยู่ข้างนอก...”

ทั้งสามพากันไปแอบดูหันหัวเราะกันคิกคัก แต่พอมองไปอีกทีก็มองหน้ากันอึ้งเพราะหยกกับกิ่งเหมยหายไปแล้ว...

หยกพากิ่งเหมยไปซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ ให้เธอกอดเขาไว้แล้วขี่รถออกไปอย่างสวยงาม...

ooooooo

คืนนี้ เล้งเข้าไปในห้องบูชาบรรพบุรุษ เขายืนมองภาพถ่ายของบรรพบุรุษและคนในตระกูลที่จากไปด้วยแววตามุ่งมั่น ก่อนคุกเข่าลงจุดธูปกราบไหว้...

ธงรบมาเจอนนท์ ถามว่าเจ้าสัวไปไหน พอรู้ว่าเข้า ไปกราบไหว้บรรพบุรุษและทุกคนที่หลั่งเลือดไปเพื่อตระกูลมังกรวารี ธงรบก็คาดการณ์ได้ว่า “แสดงว่าเจ้าสัวรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพรุ่งนี้”

“ถ้าแกรู้แล้วแกก็ควรไปเตรียมตัว” นนท์เตือน

“ไม่ต้องเตือนฉันหรอก ไอ้ฉันมันตัวคนเดียว... แกนั่นแหละที่ควรจะไปบอกลูกน้องของเจ้าสัวทุกคนว่า คืนนี้ควรกลับไปอยู่กับลูกเมีย กลับไปตักตวงความสุขไว้ให้มากที่สุด เพราะพอพรุ่งนี้มาถึง โชคอาจจะไม่เข้าข้างให้ได้กลับไปเจอคนรักอีก”

ธงรบตบบ่านนท์มองหน้ากัน นนท์พยักหน้าเห็นด้วย แต่พอธงรบเดินไปจะขึ้นรถของตัวเองที่จอดอยู่ มือถือก็ดังขึ้น เขามองโทรศัพท์สีหน้าแปลกใจก่อนรับสาย

“ครับ...ผมธงรบ...โรงพยาบาลเหรอครับ...”

ooooooo

หยกพากิ่งเหมยซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปตามถนนเหมือนจะซึมซับความสุขจากเวลาที่ยังเหลืออยู่ให้ เต็มอิ่ม...

แม้กิ่งเหมยจะมองไม่เห็น แต่หยกก็พาเธอไปจุดพลุที่ริมน้ำ จนถูก รปภ.มาไล่ว่าห้ามจุดพลุตรงนี้ หยกเลยพากิ่งเหมยวิ่งหนีออกมา

เมื่อพากิ่งเหมยกลับมาถึงตรอกศาลเจ้า หยกถาม

ว่าคืนนี้สนุกไหม ปรากฏว่ากิ่งเหมยซบกับหลังเขาหลับ

ไปแล้ว หยกจึงต้องอุ้มเธอเข้าบ้าน พาไปนอนที่เตียง กุมมือเธอไว้ นั่งมองเหมือนจะให้ดวงหน้านี้ตราตรึงในหัวใจตลอดไป...

“หยก...ฉันอยากมองเห็นหน้าเธออีกครั้งจังเลย” กิ่งเหมยละเมอออกมา

หยกก้มลงหอมหน้าผากเธอเบาๆ กระซิบบอกอย่างมีความหวังว่า...

“ฝันของเธอต้องเป็นจริงสักวันแน่นอนกิ่งเหมย...และวันที่เธอลืมตาขึ้นมาเห็นได้อีกครั้ง ฉันจะอยู่ตรงหน้าเธอ เพื่อให้เธอเห็นเป็นคนแรก...”

ooooooo

ที่บ้านเสี่ยตง...เสี่ยบรรจุกระสุนปืนใส่แมกกาซีน ทีละนัด...ทีละนัด ส่วนตาก็มองที่ภาพถ่ายของตัวเองกับดุจแพรอย่างปวดร้าว...

เก่งเข้ามารายงานว่า “ทุกอย่างพร้อมแล้วครับเสี่ย ผมได้พวกที่พร้อมจะลุยกับเรามาเพิ่มด้วย อาจจะไม่มาก แต่ฝีมือมันก็ช่วยเราได้เยอะ”

“แล้วไอ้หยกล่ะ...มันรับปากฉันแล้ว ถ้ามันไม่โผล่มาฉันจะตามไปยิงกบาลมันก่อน”

“ผมเป็นลูกผู้ชายพอ รับปากใครแล้วก็ต้องคำนั้น” หยกโผล่มาพอดี เสี่ยมองหยกยิ้มพอใจ ไสปืนบนโต๊ะไถลไปตรงหน้า หยกหยิบปืนขึ้นมองหน้าเสี่ยสีหน้าจริงจัง เสี่ยยิ้มพอใจ พูดอย่างมั่นใจ...

“ถ้าได้แกลุยไปกับฉันด้วย...ฉันถึงมั่นใจว่าพวกมันต้องโดนฉันถล่มให้ราบเป็นหน้ากลอง”

เวลาเดียวกัน...ที่คฤหาสน์เล้ง เล้งหยิบหยกเลือดมังกรครึ่งชิ้นที่ได้มาจากคมทวนขึ้นมองแน่วนิ่ง พูดกับหยกชิ้นนั้น

“พราวแสง...หยกชิ้นนี้อยู่ติดตัวเธอมาตลอดจนเธอหมดลมหายใจ นั่นหมายความว่า ลึกๆแล้วเธอก็ยังไม่ลืมฉัน...ฉันหวังว่า เธอจะเป็นกำลังใจให้ฉันยุติปัญหานี้ให้ได้ แต่ถ้าฉันทำพลาดขึ้นมา...ฉันก็จะตามไปอยู่กับเธอที่ปรโลก...”

พูดแล้วเล้งเอาหยกเลือดมังกรชิ้นนั้นสวมคอเป็นขวัญกำลังใจ ส่วนอีกครึ่งชิ้นนั้น เก็บอยู่ในลิ้นชัก

“คนของเราพร้อมแล้วครับเจ้าสัว” นนท์เข้ามาบอก มีธงรบตามมาติดๆ

เล้งหยิบปืนสอดไว้ในเสื้อสูท เดินเข้าไปหาธงรบ บอกเขาว่า

“นี่เป็นการจบปัญหาของฉันกับมานพ ถ้าหมวดจะถอนตัวเพราะไม่อยากเสี่ยง ผมก็ไม่ว่าอะไร”

“ผมทำงานรับใช้เจ้าสัว ถ้าเจ้าสัวคิดจะลุย ผมก็ต้องลุยด้วยอยู่แล้ว”

“งั้นหมวดคงต้องระวังตัวเองด้วย เพราะงานนี้ต้องพึ่งฝีมือตัวเองกันทุกคน”

“ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ ผมเอาตัวรอดได้แน่”

เล้งพยักหน้าแล้วเดินออกไปกับนนท์ ธงรบมองตาม เขากำลังคิดอะไรบางอย่าง...

ก่อนที่จะมาพบเล้ง ธงรบไปเยี่ยมสมิงที่โรงพยา-บาล รู้จากหมอว่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี้สมิงเริ่มมีการ

ตอบสนองขึ้นบ้างแต่เป็นช่วงสั้นๆแล้วอาการก็กลับเหมือนเดิมอีก

ธงรบถามว่า ตนยังพอมีความหวังอยู่หรือเปล่า หมอมองหน้าเขาพูดอย่างหนักใจ...

“หมอตอบคุณได้ยากจริงๆครับ ผู้การเป็นอย่างนี้มานานแล้ว ผมเองก็อยากให้มีปาฏิหาริย์”

“ครับ...ผมเข้าใจ บางทีเราก็พึ่งอะไรไม่ได้นอกจากต้องพึ่งปาฏิหาริย์ งั้นถ้าผมจะขออยู่กับผู้การสักครู่ได้ไหมครับ”

เมื่อหมอออกไป ธงรบเข้าไปยืนข้างเตียง เขามองสมิงผู้เป็นอาอย่างหนักใจ เอ่ยกับอาที่นอนนิ่ง...

“ผมรู้ว่าคนอย่างอา ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ และคิดว่าอากำลังสู้เพื่อที่จะได้กลับมา แต่นี่มันนานเกินไปแล้วนะครับอา...ถ้าอาไม่กลับมาช่วยผมกับไอ้หยก งานนี้เราคงได้เจอกันอีกทีก็บนสวรรค์โน่น...”

ธงรบก้มลงพูดข้างหูผู้เป็นอาว่า...

“ที่ผมรับปากอาไว้ ผมคงต้องขอโทษด้วย ผมไม่อยากให้ไอ้หยกมันหมดอนาคต ผมจะแก้แค้นพวกมันให้อา และจะปลดแอกไอ้หยกให้พ้นจากวังวนของพวกอาชญากรเลวๆพวกนี้เสียที”

พูดแล้วถอยออกมายืนมองสมิงแน่วนิ่งก่อนเดินออกไป

ooooooo

ที่ลานตู้คอนเทนเนอร์...เล้งเดินนำหน้าทุกคนก้าวออกไปยืนอย่างพญามังกร ประกาศเตือนสติทุกคน...

“ฟังฉันให้ดี ฉันรู้ว่าพวกเราหลายคนมีความแค้นที่เห็นพวกเราโดนฆ่ากันไปต่อหน้าต่อตา แต่ความแค้นที่มาพร้อมกับความกระหายอยากจะตอบโต้ มันไม่ได้ช่วยทำให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่จะทำให้เลือดนองพื้นอย่างไม่จำเป็น จงมีสติและรอคำสั่งจากฉัน!!”

ทุกคนเฮรอรับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียง ธงรบเดินเข้าไปพูดกับเล้งเบาๆ

“เจ้าสัวครับ...พวกมันนัดเจ้าสัวมาที่นี่ ผมว่าจะทำให้เราตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบได้ ผมอยากไปสำรวจดูแถวนี้หน่อย”

เมื่อเล้งพยักหน้า ธงรบเดินไปปีนขึ้นตู้คอนเทนเนอร์ที่อยู่สูงสุด สามารถมองเห็นทุกคนด้านล่างได้ชัดเจน เขาลงมือประกอบปืนสไนเปอร์ติดลำกล้องอย่างใจเย็น ประกอบเสร็จ เขาเล็งผ่านลำกล้องกวาดไปทั่วเช็กความพร้อมก่อนจะหยุดเป้าในลำกล้องที่เล้ง!

ooooooo

เสี่ยตงนำกำลังมาจอดรถหน้าเล้านจ์ ส่งสัญญาณมือให้เก่งกับลูกน้องอ้อมเข้าไปทางหนึ่ง ส่วนหยกไปอีกทาง

“ช่วยลูกสาวฉันออกมาให้ได้ ถ้าพวกมันคิดจะสู้ก็ยัดลูกปืนใส่กบาลมันให้หมด” เสี่ยสั่งหยก

“เสี่ยรออยู่ข้างนอกนี่แหละ เดี๋ยวผมจะพาคุณแพรออกมาเอง”

“ขอบใจแกมากไอ้หยก” เสี่ยตงยิ้มร้ายที่จะได้เล่นงานพวกพยัคฆ์เมฆาและชิงตัวดุจแพรกลับมา

ขณะหยกลอบเข้าไปในเล้านจ์นั้น มือถือสั่นขึ้น หยกหยิบขึ้นดูเป็นเบอร์ของธงรบ

“แกอยู่ไหนแล้วไอ้หยก” ธงรบถามขณะที่ตัวเองยังประจำอยู่ที่เดิม

“ผมมากับเสี่ยตงกำลังหาทางช่วยคุณแพรอยู่ครับ แล้วทางหมวดล่ะครับ”

“อีกไม่นานพวกมันต้องได้เผชิญหน้ากันแน่ ถ้าแกช่วยคุณแพรได้แล้วก็รีบพาคุณแพรหนีไปเสีย แล้วปล่อยให้ไอ้ตงมาลุยกับพวกมันที่นี่” หยกนิ่งไปก่อนถามว่าหมวดคิดจะทำอะไร “ถ้าไอ้พวกตัวใหญ่ๆตายพร้อมกันทีเดียว ก็เท่ากับฉันได้แก้แค้นให้ผู้การและช่วยปลดแอกแกให้เป็นอิสระจากวงจรอุบาทว์พวกนี้เสียทีไง”

หยกชะงัก แต่พอจะถามต่อธงรบก็ตัดสายไปแล้ว หยกใจไม่ดีไม่อยากให้ธงรบทำแบบนั้น แต่ทันใดนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้นในเล้านจ์ เก่งกับลูกน้องยิงต่อสู้กับลูกน้องพยัคฆ์เมฆาที่รู้ตัวว่าถูกบุก

หยกรีบวิ่งเข้าไปตามเสียงที่ปะทะกัน ถูกลูกน้องพยัคฆ์เมฆาคนหนึ่งโผล่มาเล่นงาน ถูกหยกใช้เชิงมวยจัดการมันได้ไม่ยาก อีกคนโผล่มาพร้อมมีดสั้น หยกเกือบพลาด ดีแต่เก่งโผล่มาช่วย ร้องบอกหยกว่า

“ฉันรับมือพวกมันทางนี้เอง แกรีบเข้าไปตามหาคุณหนู”

ooooooo

กิ่งเหมยสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องกับหยก เพราะพระที่วัดเตือนว่าดวงของหยกกำลังมีเคราะห์ เล่าให้ส้มเช้งกับคมทวนที่ไปเพิ่งกลับจากวัดด้วยกันฟังว่า

“เหมยสงสัยหยกตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว ดูเขาอารมณ์ดี แล้วก็อยากเอาใจจนผิดสังเกต” ส้มเช้งติงว่าหยกก็เอาใจเธอแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว “แต่หยกพูดกับฉันแปลกๆ จริงๆนะ...เมื่อคืน...หยกทำเหมือนกับว่าเวลาที่จะอยู่ด้วยกันจะไม่มีอีกแล้ว”

คมทวนนิ่งคิด บอกกิ่งเหมยว่าหยกคงอ้อนให้เธอสงสารเท่านั้น แต่ตัวเองกลับกังวลจนเอ่ยปากฝากส้มเช้งให้ดูแลกิ่งเหมยแล้วออกจากบ้านไปด้วยความเป็นห่วงหยก

ที่เล้านจ์...หยกตามหาดุจแพรไปตามห้องต่างๆ ถูกลูกน้องพยัคฆ์เมฆาลอบยิงแต่ก็หลบทันและเล่นงานมันจนสลบ ส่วนอีกคนถือมีดโถมเข้าเล่นงาน หยกพลาดท่าถูกมันแทงเข้าที่สีข้างอย่างจัง แม้จะบาดเจ็บแต่หยกก็เล่นงานมันสลบ เอามืออุดบาดแผลที่สีข้าง รีบออกตามหาดุจแพรต่อไป

ในห้องพักที่ขังดุจแพรกับดวงแข ดวงแขกำลังคลั่งยกปืนเล็งไปรอบๆ ประกาศจะฆ่าผู้ชายเลวๆทุกคน บางครั้งเล็งมาทางดุจแพร พอเธอตกใจกลัว ดวงแขบอกว่าตนไม่ฆ่าผู้หญิง ดุจแพรทำใจกล้าเอ่ยขอปืนสัญญาว่าจะพาเธอหนี ขณะดวงแขจะส่งปืนให้ ลูกน้องพยัคฆ์เมฆาคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาบอกเธอว่าอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วต้องรีบหนี พลางเข้าฉุดเธอ

ดุจแพรไม่ยอมไปกับมันเลยถูกมันชกจนจุก แล้วจะลากเธอออกไป ทันใดนั้นเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกน้องพยัคฆ์เมฆาคนนั้นสะดุ้งเฮือกเลือดทะลักออกกลางหลัง

ฝีมือดวงแขนั่นเอง! ยิงแล้วเธอระเบิดหัวเราะ “ตาย...ผู้ชายชั่วๆต้องตายให้หมด...ฮ่าๆๆ” แล้วเดินเข้าไปจ่อยิงมันซ้ำจนตาย

ประตูห้องเปิดอยู่ ดุจแพรตัดสินใจวิ่งออกไป มีมือหนึ่งยื่นมาแตะไหล่จนเธอผวาเฮือก หันไปกลายเป็นหยก เธอโผกอดเขาดีใจเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ หยกกอดเธอไว้ปลอบ...

“ไม่เป็นไรแล้วนะครับคุณแพร...คุณปลอดภัยแล้ว”

ooooooo

เสี่ยตงกำลังสำแดงสมญานาม “หมาบ้าตง” บุกถล่มเล้านจ์จนเละเทะ ลูกน้องพยัคฆ์เมฆาคนหนึ่งถูกลากคอมา เสี่ยตงจ้องจิกอย่างดุร้าย

“เจ้านายของพวกลื้อมันประมาทคนอย่างไอ้หมาบ้าตงเกินไป อย่าคิดว่าอั๊วลอบกัดไม่เป็น เพราะนี่แหละคืองานถนัดที่ทำให้อั๊วขึ้นมายิ่งใหญ่ได้เว้ย!” สิ้นเสียงก็ยิงแสกหน้ามันตายคาที่ เสี่ยหัวเราะอย่างบ้าคลั่งถาม “แล้วลูกสาวฉันล่ะ”

พอดีหยกพาดุจแพรเข้ามา สองพ่อลูกโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ หยกยืนหน้าซีดเพราะบาดเจ็บและเสียเลือด มาก แต่พยายามไม่ให้ใครรู้

เสี่ยถามดุจแพรว่าพวกมันทำอะไรหรือเปล่า เธอบอกว่าเปล่าแต่ถูกขู่ว่าถ้าไม่ยอมแต่งงานกับมัน มันจะฆ่าป๋าและทุกคนที่ตนรู้จักให้หมด

“อย่างมันก็ดีแต่ขู่เท่านั้นแหละ เพราะมันจะต้องตายด้วยน้ำมือป๋าก่อน” เสี่ยคำราม หยกติงว่าตอนนี้เสี่ยควรรีบพาดุจแพรไปในที่ปลอดภัยก่อน กลับถูกตวาด “แกไม่ต้องมาห้ามฉันหรอกไอ้หยก นี่มันโอกาสดีครั้งเดียวที่ฉันจะได้ตลบหลังจัดการกับพวกมัน”

ดุจแพรทวงสัญญาที่เสี่ยบอกว่าจะเลิกเป็นมาเฟีย เธอขอร้องให้เสี่ยเลิกเสีย เสี่ยมองหน้าลูกสาวบอกว่า

“ป๋าขอโทษนะ...ทางเดียวที่จะทำให้ป๋าเลิกเป็นมาเฟียได้ คือตายเท่านั้น!” แล้วหันสั่งลูกน้อง “พาคุณหนูกลับไป”

ลูกน้องตรงเข้าจับแขนดุจแพรไว้ทันที เธอก็ยังพร่ำวอนขอร้องให้เสี่ยหยุด อย่าทำแบบนี้อีกเลย เสี่ยสั่งลูกน้องเหมือนทนฟังเสียงอ้อนวอนของดุจแพรไม่ได้ว่า “รีบๆพาลูกสาวฉันไปเสียทีสิเว้ย”

ดุจแพรถูกพาขึ้นรถออกไปทันที หยกยังยืนเอามือกุมสีข้างที่บาดเจ็บ เดินเข้าไปคว้าแขนเสี่ย...

“เสี่ย...ผมเตือนเสี่ยจริงๆนะ เสี่ยไม่ควรจะไปที่นั่น...ถ้าเสี่ยไปที่นั่น จุดจบของเสี่ยคือตายอย่างเดียว”

“วันนี้ฉันกราบไหว้เทพเจ้ามาแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องตายมันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ฉันกลัวอีกต่อไป แต่การไม่ได้แก้แค้นต่างหากที่ทำให้ฉันอับอายฟ้าดิน” เสี่ยแกะมือหยกออก หันไปพยักหน้ากับเก่ง เก่งชักปืนจ่อหยกขู่

“แกรับปากเสี่ยว่าจะช่วยถล่มพวกมัน ถ้าแกขี้ขลาด แกก็ไม่คู่ควรกับการเป็นมาเฟียอีกต่อไปแล้วไอ้หยก!”

หยกจ้องหน้าเสี่ย ย้อนถามอย่างตัดสินใจแล้วว่า “ถ้าผมจะบอกเสี่ยว่าผมไม่ใช่มาเฟียและไม่เคยคิดจะเป็นมาเฟียด้วย เสี่ยจะเชื่อรึเปล่า”

เสี่ยชะงักจ้องหยกอย่างสงสัย หยกอาศัยจังหวะนั้นแย่งปืนจากเก่งแล้วจ่อปืนใส่ ทุบต้นคอทีเดียวเก่งก็สิ้นฤทธิ์ เสี่ยชักปืนออกมาแต่ช้าไปแล้ว หยกเล็งปืนไปที่เสี่ยสั่งให้ทิ้งปืน เสี่ยพลาดท่าโยนปืนทิ้ง ถามอย่างเจ็บใจ

“แกเป็นบ้าอะไรของแกวะไอ้หยก หรือว่าแกคิดร่วมมือกับพวกมันทรยศหักหลังฉัน”

“ถ้าจะบอกว่าผมหักหลังเสี่ยล่ะก็...ใช่ครับ แต่ผมไม่ได้ร่วมมือกับพวกมาเฟีย...ผมปล่อยให้เสี่ยตายไม่ได้จริงๆ ไม่ใช่เพราะกิ่งเหมยเป็นสายเลือดของเสี่ย แต่เพราะโทษของเสี่ยคือการต้องไปชดใช้กรรมในคุก”

“ไอ้หยก...อย่าบอกนะว่าที่จริงแล้วแกเป็น!!...”

“ครับเสี่ย...ผมเป็นตำรวจ” พูดจบก็ใช้ปืนตบหน้าเสี่ย ทุบต้นคอทีเดียวเสี่ยก็สลบ จากนั้นจัดการใส่กุญแจมือเอาไปขังไว้ที่ตึกร้างที่มีตาข่ายกั้นไว้ แล้วโทร.หาธงรบ

“ว่าไงหยก...ช่วยคุณดุจแพรได้แล้วใช่ไหม” พอหยกบอกว่าดุจแพรปลอดภัย ธงรบเร่ง “งั้นแกปล่อยไอ้เสี่ยตงมาลุยกับพวกมันที่นี่ ฉันจะจัดการจบชีวิตชั่วๆ ของพวกมันให้หมดทีเดียว”

“คงไม่ได้หรอกครับหมวด เพราะเรายังเป็นตำรวจ เรายังต้องเคารพกฎหมายอยู่ครับ ตอนนี้เสี่ยตงรู้ความจริงแล้วว่าผมเป็นใคร เราควรจะปล่อยให้กฎหมายจัดการพวกเขา”

“ไอ้หยก...ถ้าผู้การไม่ฟื้นขึ้นมา แกกับฉันก็คือคนไม่มีตัวตน ถ้าไม่ใช้วิธีของฉันจัดการกับพวกมัน แกจะไม่ได้กลับไปหากิ่งเหมย”

“ไม่ครับ...การจะชนะความเลวต้องเอาชนะด้วยความดีไม่ใช่ต้องเลวเหมือนกับมัน ทำเหมือนกับมัน แล้วอ้างว่าคือการทำดี”

ธงรบหัวเสียหนักที่หยกไม่เล่นด้วยกับวิธีของตน เป็นเวลาที่พวกมานพขับรถมาในบริเวณลานเก็บตู้คอน–เทนเนอร์ ธงรบหันไปเห็น บอกหยกว่า “เสียใจด้วยนะหยก พวกมันมาแล้ว นี่คือวิธีการจัดการกับพวกมันของฉัน แกอย่ามายุ่ง!!”

พูดจบธงรบกดตัดสายเลย หยกพยายามโทร.กลับแต่ธงรบไม่รับสาย เขาตัดสินใจวิ่งไปขึ้นมอเตอร์ไซค์บิดไปทันที

ooooooo

รถของมานพมาจอดตรงหน้าเล้ง มานพก้าวลงจากรถในมาดมาเฟียเนี้ยบพร้อมกับโหงว สองฝ่ายจ้องกันตาไม่กะพริบ ชาญกระซิบบอกมานพว่าคนของเราโทร.จากเลานจ์บอกว่าเสี่ยตงบุกไปชิงตัวดุจแพรไปแล้ว

มานพหัวเสียแต่โหงวบอกช่างมันจัดการกับเล้งให้เสร็จก่อน การตามล่าเสี่ยตงแค่นี้เรื่องขี้ผง

การเผชิญหน้ากันสองฝ่ายเป็นไปอย่างตึงเครียด มานพกับโหงวเยาะเย้ยเล้งว่า ตอนนี้พยัคฆ์เมฆายิ่งใหญ่กว่ามังกรวารีของเขาแล้ว เล้งมองผ่านมานพไปยังพวกลูกน้องที่มากกว่าฝ่ายตนเยอะ พูดอย่างไม่สะทกสะท้านว่า

“ฉันไม่ปฏิเสธว่าคนอย่างแกมันเจ้าเล่ห์จนสร้างให้มานพกลายเป็นพยัคฆ์ติดปีกได้ แต่ก็อย่างที่ฉันเตือนแกนั่นแหละมานพ วงการนี้มันเหมือนขุมนรก ถ้าไม่รีบปีนขึ้นมาแกก็ต้องทนอยู่ในนรกไปตลอดชีวิต”

“หึๆๆ ฮ่าๆๆ” มานพหัวเราะเยาะ สั่งลูกน้อง “เฮ้ยพวกเรา ได้ยินไหม เจ้าสัวเล้งแห่งมังกรวารี พญามังกรที่ยิ่งใหญ่เกิดรักตัวกลัวตายอยากจะปีนขึ้นจากขุมนรก ต้องมาเจรจากับพยัคฆ์หน้าใหม่อย่างฉัน ฟังแล้วมันทุเรศไหมวะ ฮ่าๆๆ”

ระหว่างนั้น ธงรบอยู่บนคอนเทนเนอร์สูง เล็งปืนไปมาระหว่างเล้งกับมานพ สุดท้ายหยุดที่มานพฐานทำให้สมิงต้องโคม่า และทำให้หมวดณรงค์ต้องตาย พึมพำ “ฉันจะแก้แค้นให้พวกเขาเอง”

แต่จังหวะไม่อำนวย เพราะระหว่างที่เล้งกับมานพยืนเจรจากันอยู่นั้นมีลูกน้องทั้งสองฝ่ายขวางทางปืนอยู่

มานพเยาะเย้ยเล้งว่ากลัวตนจนขี้ขึ้นสมอง เล้งอดกลั้น เตือนสติเขาว่า

“ในสมองฉันไม่มีคำว่ากลัว มีแต่คำว่าสามัญสำนึก ที่ฉันมาพบแกวันนี้เพราะไม่ต้องการให้มีการนองเลือดเกิดขึ้นกับทั้งคนของฉันและคนของแกด้วย เราทุกคนต่างก็มีคนรักรออยู่ที่บ้าน ฉันถึงไม่อยากให้มีใครต้องมาตายเพื่อตอบสนองความบ้าอำนาจของคนคนเดียว”

โหงวรีบสะกิดมานพให้จัดการเล้งเสีย ก่อนที่เล้งจะปลุกระดมคนของพวกตนให้ฟังจนคล้อยตาม มานพขยับเข้าหา เล้งก็ก้าวเข้าประจันหน้า แต่ธงรบก็ยังยิงไม่ได้เพราะยังมีคนขวางทางปืนอยู่

มานพเสนอว่าเมื่อเล้งมาเจรจาตนก็จะเจรจา แต่ขึ้นอยู่กับข้อเสนอของเล้ง ตนรู้ว่าเล้งยังมีอยู่มากที่ยกหุ้นให้ตนเป็นเพียงส่วนน้อยนิด ผยองถึงกับบอกให้เล้งยกหุ้นให้ตนอีกและก้มกราบเท้ายอมให้พยัคฆ์เมฆาเหยียบมังกร ตนก็จะทำตามเงื่อนไขทุกอย่าง

“ไอ้มานพ...แกมันไอ้ทรพี” นนท์ทนไม่ได้สะอึกออกไปด่า เล้งเรียกให้หยุด แล้วถามมานพว่า ถ้าตนทำตามที่เสนอมาแล้วรับปากว่าจะหยุดใช่ไหม

“ถ้าพญามังกรอย่างแกกล้ากราบเท้าฉันละก็...ฉันก็กล้ารับปากแกเหมือนกัน”

เล้งตัดสินใจก้าวเข้าหามานพ นนท์กับลูกน้องตกใจร้องห้าม แต่เล้งยังเดินเข้าหา มานพระแวงเลยขยับถอย ทางปืนเปิด ธงรบแตะไกปืนพร้อมยิงมานพทันที

แต่เป็นจังหวะที่แสงอาทิตย์สะท้อนลำกล้องปืนของธงรบลงมาโดนหน้าโหงวพอดี โหงวแหงนมองตะโกนบอก

“มานพ...หลบไป...ไอ้เล้งมันเล่นสกปรก”

“ไอ้เล้ง! ฆ่าพวกมันให้หมด!!” มานพตะโกนลั่น

เท่านั้นเอง ลูกน้องทั้งสองฝ่ายที่พร้อมตะลุมบอนกันอยู่แล้วก็ถาโถมเข้าหากัน เล้งกับนนท์เห็นมานพกำลังจะหนีเลยไล่ตาม ทิ้งให้ลูกน้องห้ำหั่นกันเลือดนอง...

ooooooo

เมื่อดุจแพรกลับมาถึงห้องนอน ป้าจั่นบอกให้รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียป้าเตรียมกระเป๋าสัมภาระไว้ให้แล้ว พร้อมจะส่งคุณหนูไปสนามบินทันที เพราะเสี่ยสั่งไว้ว่าคุณหนูจะอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วถ้าเกิดเสี่ยเป็นอะไรจะไม่มีใครปกป้องคุณหนู

ดุจแพรถามอย่างใจหายว่า “ถ้าป๋าสั่งป้าไว้แบบนี้แสดงว่า...”

“ค่ะ...เสี่ยพร้อมจะสู้ตายและอาจจะไม่ได้กลับมาหาคุณหนูอีก”

ดุจแพรทรุดนั่งที่เตียงน้ำตาคลอ ครู่หนึ่งเธอไปหากิ่งเหมยที่ตรอกศาลเจ้า เป็นเวลาที่กิ่งเหมยกำลังจุดธูปเทียนไหว้เทพเจ้าขอพรให้หยกปลอดภัย ถ้าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ขอให้เกิดกับตนแทนเถิด...

กิ่งเหมยแปลกใจมากที่ดุจแพรมาหาทั้งที่หยกเพิ่งบอกว่าเธอเดินทางไปต่างประเทศแล้ว กิ่งเหมยเป็นห่วงหยกขึ้นมา

“แสดงว่าหยกโกหกฉัน...เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมหยกต้องโกหกฉันด้วย...เกิดอะไรไม่ดีขึ้นกับหยกใช่ไหม??”

กิ่งเหมยบีบแขนดุจแพรอย่างร้อนใจ เป็นห่วงหยกมาก...

ooooooo

ที่ลานตู้คอนเทนเนอร์ ลูกน้องสองแก๊งกำลังห้ำหั่นกันด้วยมีดดาบอย่างชุลมุน หยกขี่มอเตอร์ไซค์มาถึง ลูกน้องพยัคฆ์เมฆาหันมาเห็นก็กลุ้มรุมกันเข้าเล่นงานเขา หยกกำราบพวกมันได้ไม่ยาก แต่เพราะบาดแผลเลือดออกมากทำให้เขาอ่อนกำลังลงทุกทีจนพลาดท่าถูกพวกมันกระชากลงจากรถเงื้อดาบจะฟัน

“ปัง!” เสียงปืนดังขึ้น คนเงื้อดาบจะฟันหยกหงายผลึ่งตายคาที่ หยกหันมองไปทางต้นเสียง เป็นธงรบนั่นเอง!

หยกลุกขึ้นจะไปหา ถูกธงรบยิงปืนลงพื้นดักหน้าไว้ หยกตะโกน...

“หมวด!! อย่าทำอย่างนั้นนะหมวด” แล้วพยายามเดินตามไปห้าม เจอธงรบถือปืนตามหาเล้งกับมานพ หยกบอกว่าตนไม่ยอมให้เขาใช้วิธีนี้กับมาเฟียเด็ดขาด คนทำผิดกฎหมายก็ต้องใช้กฎหมายลงโทษ

ธงรบบอกว่าตนไม่มีความหวังอีกแล้วเพราะตนไม่เชื่อว่าสมิงจะรอด

“แต่ผมยังมีความหวังเพราะผู้การกับผมคิดเหมือนกันมาตลอด พวกเราต้องเชื่อมั่นและศรัทธาในการทำความดี แม้ตัวจะต้องตายเพราะทำความดีแต่ศรัทธานั้นก็ต้องอยู่ต่อไป” หยกพยายามหว่านล้อมจนธงรบท่าทีอ่อนลง...

ooooooo

ส่วนอีกด้านหนึ่งของลานคอนเทนเนอร์ เล้งกับนนท์ไล่ตามมานพไปแต่ไม่เจอตัว นนท์เห็นสภาพไม่น่าไว้ใจจึงเข้ามาคอยระวังให้เล้ง แต่ลูกน้องเล้งคนหนึ่งก็ถูกพวกชาญแอบมาใช้มีดกระซวกกลางหลังตายคาที่

เล้งหันขวับไป เห็นมานพกับลูกน้องและโหงว ดาหน้าเข้ามาเอาปืนเล็งใส่แล้ว

“หึๆ...กล้ามากนะเล้ง คนที่กล้าเรียกตัวเองว่าใช้คุณธรรมปกครองคน แต่พอถึงเวลาจนตรอกมันก็ใช้วิธีสกปรกเหมือนกันนั่นแหละเว้ย” โหงวหัวเราะเยาะ

เล้งบอกว่าตนไม่ได้สั่งให้ใครไปลอบยิงมานพ ถูกมานพตวาดว่า “ก็เห็นอยู่ทนโท่อย่ามาปากแข็งหน่อยเลย”

“ถ้าฉันจะหมาลอบกัดแกล่ะก็ ป่านนี้แกมีจุดจบไม่ต่างจากแม่แกแล้วมานพ” เล้งตะโกนสวนไป

“ไอ้เล้ง...จุดจบของแกอยู่ในมือฉันต่างหากเว้ย” มานพเอานิ้วแตะไกปืน แต่ปืนทุกกระบอกของพวกเล้งก็จ่อไปที่มานพแล้ว โหงวเตือนมานพให้ใจเย็นๆ ตอนนี้สถานการณ์ไม่ได้เป็นใจให้เรา มานพหันขวับตวาด  “จะกลัวทำไม มันต่างหากที่ต้องกลัวเรา ตอนนี้มันก็แค่มังกรที่กำลังจะสิ้นลาย”

มานพไม่ฟังโหงว ซ้ำพูดให้เจ็บใจว่าที่ตนยอมเรียกโหงวว่าเตี่ยเพราะอยากให้คิดว่าตนกตัญญู แต่ที่จริงตนอยากถ่มน้ำลายใส่หน้าทุกครั้งที่มาจ้ำจี้จ้ำไชสั่งตนเหมือนเป็นไอ้โง่คนหนึ่ง

“แก...แกมันไอ้ทรพี!” โหงวชี้หน้าด่าเสียงสั่นอย่างโกรธจัด

“อย่ามาว่าฉันทรพีหน่อยเลย...ขนาดแกทำงานให้ตระกูลของไอ้เล้ง แกยังกล้าหักหลัง แล้วฉันจะไว้ใจได้ไงว่าแกจะไม่หักหลังฉัน หึๆๆแต่จะว่าไป ก็ต้องขอบใจแกที่ช่วยสั่งสอนให้ฉันรู้จักเล่ห์เหลี่ยมทันคน และรู้ว่าต้องใช้ไม้เด็ดจัดการกับไอ้เล้งยังไง”

มานพถ่อยสถุลถึงขั้นถีบโหงวไปล้มลงตรงหน้าเล้ง แล้วร้องท้าอย่างบ้าระห่ำ

“เอาสิไอ้เล้ง ปากกระบอกปืนของแกจะเล็งมาที่ฉันหรือจะเล็งไปที่มัน เพราะมันไม่ใช่เหรอที่ทำให้ลูกเมียของแกต้องตาย โอกาสแก้แค้นที่แกรอคอยมาทั้งชีวิตอยู่ตรงหน้าแกแล้วไง ปืนก็อยู่ในมือแก จะรออะไรอยู่ล่ะไอ้เล้ง”

เล้งลังเล จะลั่นไกใส่ใครก่อน??

“คิดให้ดีเลยไอ้เล้ง ถ้าระเบิดเสียงปืนนัดแรกด้วยการยิงใส่ฉัน พวกฉันก็จะถล่มพวกแกเละ แกก็จะหมดสิทธิ์ได้จัดการกับศัตรูที่ฆ่าลูกเมียแก คิดให้ดีไอ้เล้ง ฮ่าๆๆ”

ระหว่างนั้นนนท์เตือนเล้งอย่าหลงกลมันส่วนเล้งก็กำลังคิดเครียด เพราะถ้ายิงโหงวก่อนก็เปิดโอกาสให้มานพยิงตน แต่ถ้ายิงมานพก่อนตัวเองก็ไม่รอดเหมือนกัน

มานพยังตะโกนยั่วยุไม่หยุด โหงวกำลังเข้าตาจนหาทางเอาตัวรอด ต่อรองว่าเรื่องระหว่างตนกับเล้งเราไปตกลงกันทีหลังได้ ไว้ชีวิตตนไปก่อนแล้วค่อยไปจัดการมานพทีหลัง ไม่อย่างนั้นได้ตายกันหมดแน่

“หุบปากไปซะไอ้โหงว แกฆ่าลูกเมียฉัน ฆ่าพราวแสง ทำลายตระกูลของฉันด้วยความเลวทรามต่ำช้าของแก แกไม่สมควรมีชีวิตอยู่อีกต่อไป!” เล้งหันปากกระบอกปืนใส่โหงวทันที

พริบตานั้น มานพยื่นกระบอกปืนจ่อหัวเล้งทันทีเช่นกัน ทุกคนชะงักอึ้ง ในสถานการณ์วิกฤตินี้ไม่มีใครกล้าขยับ

“ฉันนับถึงสามเมื่อไหร่ หนี้แค้นของแกกับไอ้โหงวที่รอวันสะสางมาเป็นสิบๆปีก็จะจบลง ส่วนแกก็จะได้ตามไปอยู่กับคนในตระกูลของแกในปรโลก ไปบอกทุกคนว่าแกแก้แค้นสำเร็จแล้ว...หนึ่ง...สอง”

“บึ้มมมมม!!” เสียงระเบิดกัมปนาทขึ้น ฝีมือธงรบนั่นเอง หมวดโยนระเบิดใส่เบนความสนใจแล้วเขากับหยกก็วิ่งเข้าไปยิงกราดใส่พวกมานพจนพวกมันหนีกันกระเจิง

ชาญเร่งมานพให้รีบไปจากที่นี่ มานพหันยิงใส่หยกกับธงรบก่อนถอยไปกับชาญและลูกน้อง เล้งหันมาเห็นโหงวกำลังตะเกียกตะกายหนี สั่งนนท์กับลูกน้องให้ตามไปจัดการมานพ ส่วนตนจะตามโหงวไปเอง

ธงรบหันถามหยกอย่างเป็นห่วงว่าไหวอยู่นะ หยกรับคำหันมองไปทางที่เล้งไล่ตามโหงวไป...

ooooooo

เล้งถูกโหงวตลบหลัง โผล่มาเอามีดจ่อคอ เล้งกำใบมีดแน่นจนเลือดโชกมือก่อนใช้ศอกกระทุ้งโหงวจนจุก บิดมือจนมีดหลุดกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบในพริบตา

พอตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบโหงวก็เล่นลูกไม้ขอโทษทุกเรื่องที่ผ่านมา อย่าทำอะไรตนเลย ขอให้ตนได้ไถ่โทษ ล่อใจเล้งว่าตนรู้จักมานพดีจะช่วยเล่นงานให้เอง เห็นเล้งไม่แยแส ย้ำแต่ว่าความผิดของเขาไม่สมควรได้รับการยกโทษ จึงเสนอเงื่อนไขสุดท้ายว่า

“แต่อั๊วรู้ความลับเรื่องสายเลือดที่แท้จริงของลื้อนะไอ้เล้ง!!” พอเล้งสนใจ โหงวอ่อยต่อ “ลูกชายแท้ๆของลื้อไงไอ้เล้ง สายเลือดมังกรวารีของลื้อมันยังไม่ตาย อั๊วรู้ว่า มันเป็นใคร เขายังมีชีวิตอยู่ อั๊วตามสืบเรื่องนี้มาจนรู้แล้ว ตอนที่ลื้ออาการหนักอยู่ที่โรงพยาบาล อั๊วแอบเอา DNA ของลื้อกับมันไปตรวจ แล้วผลก็ออกมายืนยันว่า มันเป็นสายเลือดคนสุดท้ายของมังกรวารีจริงๆ”
เล้งไม่เชื่อ โหงวท้าฆ่าตนให้ตายไปพร้อมกับความจริง นั้นเลย ส่วนสายเลือดของเขาก็จะถูกมานพตามล่าต่อไป

อ่อยต่ออย่างมีความหวังว่า “แต่ถ้าลื้อไว้ชีวิตอั๊ว มังกรวารีของลื้อก็จะมีผู้สืบสกุล”

“คำพูดของไอ้จิ้งจอกเฒ่าอย่างแกไม่มีค่าอะไรกับฉันอีกแล้ว” เล้งเตรียมปาดคอโหงว

“หยุดนะครับเจ้าสัว หน้าที่ตัดสินความผิดคนอื่นไม่ใช่หน้าที่คุณ” หยกมาถึงพอดีเขาร้องห้าม เล้งชะงัก จังหวะนั้นโหงวตัดสินใจบอกความจริงว่า

“สายเลือดของลื้อที่เหลืออยู่ ก็คือไอ้หยก!”

โหงวพูดให้เล้งหันไปสนใจหยกแล้ววิ่งหนีไป เล้งจะตาม แต่ต้องชะงักเมื่อหยกหมดแรงล้มลง เล้งเห็นเลือดชุ่มที่สีข้างหยก เขาผวาร้องเรียก “หยก...หยก...เธอตายไม่ได้นะ อยู่กับฉันสิหยก...เธอห้ามตายนะหยก...”

เมื่อพาหยกไปโรงพยาบาล หมอบอกว่าแผลที่ถูกแทงมาไม่ค่อยลึกมากและโชคดีที่ไม่โดนอวัยวะสำคัญ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือเขาเสียเลือดมาก ตอนนี้ต้องให้เลือดก่อน ปัญหาใหญ่คือเลือดกรุ๊ปเนกาทีฟที่ตรงกับหยกนั้นที่โรงพยาบาลไม่เหลือเลย

“งั้นหมอช่วยเอาเลือดผมไปตรวจได้ไหมครับ บางทีถ้าโชคชะตาไม่กลั่นแกล้งผม ผมอาจจะช่วยชีวิตเขาได้” เล้งเสนอ

ooooooo

ที่ตรอกศาลเจ้า ดุจแพรยังเฝ้าปลอบใจกิ่งเหมยและร่ำลากันอยู่ ระหว่างนั้นเอง มีคนของเสี่ยตงมาที่ศาลเจ้า บอกว่าเสี่ยให้มาตามดุจแพรและกิ่งเหมยไปหา เพราะเสี่ยต้องการคุยกับกิ่งเหมยด้วย กิ่งเหมยจะไม่ยอมไป ลูกน้องเสี่ยรับรองว่าเธอจะปลอดภัย

เสี่ยตงนั่งอยู่ในห้องทำงานที่บ้าน เสี่ยมองกุญแจมือที่หยกล็อกเขาไว้ที่ตึกร้างบนโต๊ะพูดอย่างเจ็บใจว่า

“ถ้าคิดว่ากุญแจมือแค่นี้แกจะขังฉันไว้ได้ละก็...แกคิดผิดแล้วไอ้หยก!!”

พอดีดุจแพรกับกิ่งเหมยมาถึง เสี่ยบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับกิ่งเหมย ส่วนดุจแพรรถมารอรับไปสนามบินแล้ว

กิ่งเหมยถามเสี่ยว่าให้ตนมาเพราะมีเรื่องเกี่ยวกับหยกใช่ไหม เสี่ยรับว่าใช่เลยต้องพาเธอมาที่นี่

“หมายความว่ายังไง แพรไม่เข้าใจ หยกอยู่ไหนกันแน่คะป๋า” ดุจแพรร้อนใจ

“ไม่ว่ามันจะอยู่ที่ไหน ถ้ากิ่งเหมยอยู่กับฉัน มันก็ต้องดิ้นรนมาเพื่อให้ฉันจัดการกับมัน...” กิ่งเหมยตกใจถามว่าหยกทำอะไรหรือ “มันทรยศหักหลังฉัน ปลอมตัวเข้ามาทำงานจนฉันไว้ใจเพื่อที่วันนี้มันจะลากคอฉันเข้าคุกไง” แล้วเสี่ยก็เน้นเสียงอย่างเจ็บใจว่า “ไอ้หยกมันเป็นสายให้ตำรวจ มันหลอกฉันมาตลอด!!”

ooooooo

หลังจากหยกได้เลือดจากเล้งแล้ว อาการของเขาดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ยังไม่ได้สติ เล้งติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เมื่อรู้ว่าหยกปลอดภัยแล้วก็โล่งใจ ขอบคุณหมอที่ช่วยชีวิตเขาไว้

“เพราะเลือดของเจ้าสัวต่างหากล่ะครับที่ช่วยเขาไว้ได้ ถือว่าโชคดีที่กรุ๊ปเลือดตรงกัน เลยสามารถให้เลือดกันได้ โอกาสแบบนี้หาไม่ใช่ง่ายๆเลยครับ”

“ครับหมอ...ผมไม่อยากเห็นคนดีๆต้องตาย และที่สำคัญ...ผมยังมีเรื่องคาใจกับเขาอยู่อีก” เล้งคิดถึงคำพูดของโหงวที่บอกว่าถ้าไว้ชีวิตตน มังกรวารีก็จะมีผู้สืบสกุล เล้งตัดสินใจบอกหมอว่า “ผมอยากให้หมอช่วยเอาเลือดผมกับเขาไปตรวจ DNA ให้หน่อย ขอด่วนที่สุดเท่าที่จะทำได้เลย”

“ตรวจ DNA? เจ้าสัวอยากให้ผมตรวจหาอะไร?”

“ผมอยากรู้ว่าเขาเป็นสายเลือดของผมจริงรึเปล่า” พูดแล้วเล้งเดินไปที่เตียงหยก ถอดสร้อยห้อยหยกเลือดมังกรครึ่งชิ้นออกมากำแน่น...มองหน้าหยกอย่างพินิจพิจารณา...

ooooooo

มานพเรียกชาญมาสรุปความสูญเสียจากการปะทะกับเล้งและเสี่ยตง ชาญรายงานว่า ปะทะกับเล้ง เสียไปหลายสิบ แล้วยังพวกที่โดนเล้งตลบหลังช่วยดุจแพรออกไปอีก

“โธ่เว้ย!ทำงานยังไงวะ แกไปดูให้ฉันเลยนะไอ้ชาญ ไอ้พวกไหนที่มันไม่มีฝีมือก็ตะเพิดมันไปให้หมด แล้วคัดเอาพวกมือดีๆมาเสริม มันอยากได้เท่าไหร่ฉันจ่ายไม่อั้น”

พอชาญรับคำจะออกไป มานพเรียกไว้ถามว่าโหงวโดนเล้งจัดการไปหรือยัง พอรู้ว่าโหงวหนีรอดไปได้เขาสั่ง

“ไอ้จิ้งจอกเฒ่าอย่างมัน จะปล่อยให้รอดไปไม่ได้เด็ดขาด ส่งคนไปตามล่าแล้วเก็บมันเสีย!” ชาญรับคำออกไป

มานพหัวเสียหนักที่แผนการวันนี้พลาดไปหมดทุกอย่าง พึมพำอย่างอาฆาต “ถึงวันนี้โชคจะไม่เข้าข้างฉัน แต่วันอื่นๆก็ยังเป็นวันของฉันอยู่ พวกแกทุกคนที่คิดขัดขวางฉัน จงเตรียมรับการแก้แค้นจากฉันได้เลย!”

ooooooo

เมื่อรู้สถานการณ์ที่เป็นจริงแล้ว ดุจแพรไม่ยอมเดินทางไปต่างประเทศ กิ่งเหมยจึงขอให้เธอช่วยพาไปพบเสี่ย เพื่อขอร้องเรื่องหยก

“ครั้งนี้คงไม่ได้แล้วล่ะกิ่งเหมย ป๋าโกรธมากที่โดนหยกหักหลังแฝงตัวมาเป็นสายสืบเพื่อจับป๋า ยังไงป๋าก็คงไม่ไว้ชีวิตหยก”

“ใช่” เสียงเสี่ยแทรกเข้ามา “พูดถูกแล้วยัยแพร เพราะคนอย่างป๋ายอมตายดีกว่ายอมถูกจับ”

กิ่งเหมยท้าว่าถ้าจะฆ่าหยกก็ให้ฆ่าตนด้วย เสี่ยเดินมาจับบ่าเธอบอกว่าตนไม่ฆ่าสายเลือดตัวเอง แต่จัดการหยกเสร็จเมื่อไหร่ก็จะส่งเธอกับดุจแพรไปอยู่ต่างประเทศ กิ่งเหมยปัดมือเสี่ยออกอย่างรังเกียจ พูดอย่างผิดหวังว่า ตนยอมรับว่าเขาเป็นพ่อก็หวังว่าจะทำให้เขาเป็นมนุษย์ขึ้นมาบ้าง แต่ตนคิดผิด หัวใจเขายังเป็นได้แค่เดรัจฉาน

“เพียะ!” เสี่ยตบหน้าเธอฉาดใหญ่จนดุจแพรตกใจถามว่าทำกับกิ่งเหมยแบบนี้ได้ยังไง เสี่ยตวาดว่าตนเป็นพ่อมีสิทธิ์ทำได้ ปรามดุจแพรว่าถ้าเธอยังขวางไม่ฟังคำสั่งก็จะโดนแบบนี้อีกคน!

แต่พอดุจแพรยื่นหน้าเข้าไปท้าให้ตบ เสี่ยยกมือขึ้นจะตบแล้วชะงักลดมือลง หันไปลากกิ่งเหมยออกไป ดุจแพรจะตามก็ถูกเก่งขวางไว้

ooooooo

กิ่งเหมยถูกลูกน้องเสี่ยตงเอาตัวไปตั้งแต่เมื่อวานยังไม่กลับ ส้มเช้งร้อนใจ เล่าให้คมทวนฟังว่าหยกหายไปคนหนึ่งแล้วตอนนี้กิ่งเหมยยังหายไปอีก คมทวนตกใจบอกส้มเช้งก่อนรีบออกจากบ้านไปว่า

“ข้าว่ามันชักจะยังไงๆแล้ว เอ็งไม่ต้องห่วงนะ รออยู่ที่นี่ เดี๋ยวข้าจะไปดูเอง”

แต่คมทวนเดินไปถึงกลางตรอกศาลเจ้า ก็เจอเล้งเดินสวนเข้ามา เขาถามอย่างไม่พอใจ “ไอ้เล้ง...นี่แกอีกแล้วเหรอ”

“ฉันมีธุระต้องคุยกับแก” คมทวนถามว่าธุระอะไรก็ไหนว่าจะไม่เหยียบมาที่นี่อีก “ใช่! ฉันรับปากกับแกไว้เพราะแกทำให้ฉันเชื่อว่านายหยกคือลูกชายของแกกับพราวแสง แต่ในเมื่อสิ่งที่ฉันรู้มามันไม่ใช่อย่างที่แกบอก ฉันถึงต้องมาหาความจริง!!”

“ความจริงอะไรของแก” คมทวนใจไม่ดี

“ก็ความจริงที่ว่า...หยกคือลูกชายของฉันที่เกิดกับพราวแสง!!” เล้งพูดใส่หน้าอย่างไม่พอใจ

คมทวนชะงักหน้าเสีย แต่ไม่อยากให้เรื่องลุกลามจึงหาทางเลี่ยงจากเล้ง ทำหน้าขึงขังยืนยันว่า

“ไอ้หยกเป็นลูกชายของฉัน เพราะฉะนั้นไม่มีความจริงอะไรที่มากกว่านั้นเว้ยไอ้เล้ง”

พูดแล้วคมทวนวิ่งหนี เล้งตะโกนเรียกแล้ววิ่งไล่ตาม ลูกน้องเล้งบ้างวิ่งไล่ตาม บ้างวิ่งไปดักจนต้องวางมวยกัน แม้คมทวนจะเล่นงานคนที่มาดักได้แต่ก็ไปต่อไม่ได้เพราะถูกพวกเล้งดักไว้หมด จึงหันไปบอกเล้งอีกครั้งว่าตนไม่มีความจริงอะไรมากกว่านั้นแล้ว ยังจะตามมาทำไมอีก

เล้งบอกว่าตนให้หมอตรวจ DNA ของตนกับหยกแล้วกำลังรอผลอยู่ บอกคมทวนให้เล่าความจริงทั้งหมดมาดีกว่า ทำให้คมทวนยิ่งตกใจแต่ยังปากแข็งย้อนว่า

“ได้ยินมาว่าแกถูกลูกชายตัวเองหักหลัง งั้นถ้าแกคิดจะหาทายาทมาสืบสกุลก็ไปหาเอาที่อื่น อย่ามายุ่งกับ ลูกชายฉัน” เล้งยืนยันมั่นใจว่าหยกเป็นสายเลือดตน “ต่อให้ไอ้หยกเป็นสายเลือดแกจริงๆ ฉันก็ไม่มีวันยกมันให้แก!”

“ทำไมแกถึงต้องกีดกันฉันกับลูกด้วย”

“แกไม่รู้ตัวเหรอไอ้เล้ง พราวแสงเกือบตายเพราะถูกศัตรูของแกยิง ชีวิตแกวนเวียนอยู่กับการแก้แค้น เลือดและความตาย แล้วมันจะมีพ่อคนไหนที่อยากเห็นลูกตัวเองเอาชีวิตไปฝากไว้กับพวกมาเฟีย”

คำพูดนี้ ทำให้เล้งชะงัก ฉุกคิดขึ้นมาได้ บอกคมทวนว่า “งั้นฉันก็เข้าใจแล้วว่าตอนนั้นพราวแสงจะบอกอะไรฉัน”

“ถ้าแกเข้าใจพราวแสง แกก็ต้องปล่อยไอ้หยกไป อย่าดึงมันให้ต้องลงไปเกลือกกลั้วกับโลกมาเฟียสกปรกของแก วิญญาณของพราวแสงจะได้ตายอย่างสงบ”

“แต่ฉันปล่อยหยกไปไม่ได้ ตอนนี้หยกกำลังตกอยู่ในอันตราย เขาช่วยฉันเอาไว้จากพวกพยัคฆ์เมฆา พวก มันกำลังหมายหัวเขาอยู่”

ระหว่างนั้น นนท์โทร.เข้ามือถือ รายงานว่า “นาย หยกหนีไปจากโรงพยาบาลแล้วครับเจ้าสัว”

ooooooo

ความจริงคือ ธงรบไปเยี่ยมหยกที่โรงพยาบาล หยกรู้สึกตัวขึ้นมาถามว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ธงรบบอกว่าเล้งช่วยชีวิตเขาไว้

หยกถามธงรบว่าเรื่องเสี่ยตงที่ตนบอกเขาไว้ล่ะ ธงรบบอกว่าไปดูแล้วไม่เจอ คาดว่าเสี่ยตงคงหนีไปแล้ว หยกบอกหมวดว่าเวลานี้เสี่ยตงรู้สถานะที่แท้จริงของตนแล้ว ย้ำว่า “ผมรู้ว่าเขาจะเล่นงานผมยังไง”

แล้วหยกก็หนีออกไปได้โดยเปลี่ยนใส่เสื้อผ้าของธงรบหลบไป เมื่อนนท์เข้าไปอีกทีเจอธงรบนอนอยู่บนเตียงคนไข้ นนท์ถามว่า “แล้วนายหยกอยู่ไหน”

“ไอ้หยกมันมีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการ มันฝากขอบใจ เจ้าสัวด้วยที่ช่วยชีวิตมันไว้” พูดแล้วธงรบเดินกวนๆออกไป นนท์จึงรีบโทร.บอกเล้ง เล้งถามว่าแล้วหยกหนีไปไหน?

นนท์เล่าว่า ธงรบบอกว่า หยกกำลังมีปัญหากับเสี่ยตงต้องรีบไปช่วยกิ่งเหมย เล้งจะไปตาม นนท์รีบบอกว่า

“ผมได้ข่าวไม่ค่อยดีมา อยากเตือนเจ้าสัวไว้ก่อน ผมได้ยินมาว่ามานพกำลังรวบรวมคนเพิ่ม เตรียมจะกวาดล้างทุกคนที่ขวางทางมัน ใครทำอะไรกับมันไว้มันจะเอาคืนให้หมด เจ้าสัวควรระวังตัวด้วย”

ฟังนนท์แล้ว เล้งหันไปบอกคมทวนว่า “คนของฉันบอกว่ากิ่งเหมยกำลังเดือดร้อน หยกกำลังตามไปช่วย” ก็พอดีสลึงกับอ่างวิ่งหน้าตั้งมาบอกคมทวนว่า เห็นมีพวกนักเลงโผล่มาจากไหนไม่รู้เต็มตรอกไปหมด

“ไอ้พวกพยัคฆ์เมฆาแน่...มันบุกมาที่นี่เพื่อกวาดล้างคนที่เกี่ยวข้องกับหยก” เล้งรีบเดินอ้าวย้อนตามทางที่สลึงกับอ่างวิ่งมา คมทวนรีบตามเล้งไป

“อ้าว...พี่คมทวน รอพวกฉันด้วยยยย...” อ่างร้องถามพลางวิ่งย็อกแย็กตามไป

ooooooo

เล้งไปถึงเห็นชาญกับพวกพยัคฆ์เมฆากำลังหาเรื่องกับชาวบ้าน เล้งตะโกนให้หยุด

“พาพวกแกไปให้พ้นจากที่นี่ให้หมด แล้วกลับไปบอกไอ้มานพว่าถ้าแกมาแตะต้องคนในตรอกศาลเจ้าอีก มันกับฉันได้เจอกันอีกแน่”

ชาญไม่สนใจพาลูกน้องลุยเข้ามา อ่างบอกคมทวนว่าพวกมันซัดกันนัวเลย เราอย่าไปยุ่งเลยดีกว่า

“ไม่ยุ่งได้ไงวะ พวกเราต้องปกป้องบ้านของเราไว้สิเว้ย จะปล่อยให้มาเฟียมาปกป้องเราได้ไง ข้าไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณพวกมัน” คมทวนปรี่เข้าไปช่วยลุยกับชาญและลูกน้อง แต่พลาดท่าเลยถอยมาหันหลังชนกันกับเล้ง

คมทวนไม่อยากให้เล้งมายุ่งกับชาวตรอกศาลเจ้า แต่เมื่อถูกพวกพยัคฆ์เมฆากรูกันเข้ามาจึงต้องหันหลังพิงกันสู้กับศัตรูร่วมกัน...

พวกพยัคฆ์เมฆาถูกคมทวน เล้ง อ่างกับสลึงและพวกเล่นงานจนเริ่มถอยหนี คมทวนลากลูกน้องพยัคฆ์เมฆาคนหนึ่งออกมาซัดไม่ยั้ง เล้งบอกให้พอได้แล้วแค่สั่งสอนก็พอ คมทวนกระชากมันขึ้นมาจ้องหน้าตะเพิด

“ไสหัวเอ็งไปให้พ้นจากถิ่นข้า...ถ้าเจอพวกเอ็งอีกครั้งเดียว เอ็งได้ลงไปนอนจมอยู่ก้นแม่น้ำแน่ ไป!!”

“เมื่อกี้ขอบใจแกมากนะ” เล้งมาจับบ่าคมทวนเอ่ย คมทวนมองหน้าแล้วปัดมือออก พูดอย่างไม่ญาติดีด้วยว่า

“ที่ฉันช่วยแกเพราะแกช่วยปกป้องบ้านของไอ้หยก แกเข้าใจใช่ไหมว่าที่นี่คือบ้านของไอ้หยก บ้านที่มันโตมากับฉันที่เป็นพ่อมัน!!” คมทวนจิกย้ำจริงจัง ทั้งคู่ต่างมองหน้ากันนิ่ง...

ooooooo

เสี่ยพากิ่งเหมยไปที่สนามกีฬาร้าง ผลักเธอไปกลางสนาม กิ่งเหมยขอร้องอย่าทำอย่างนี้เลย เสี่ยแข็งกร้าวใส่ว่าจะไม่สนใจคำร้องขออะไรจากเธออีกแล้ว ต่อให้กราบเท้าตนเป็นพันครั้ง ตนก็จะไม่ไว้ชีวิตหยก

“คุณเคียดแค้นที่หยกปลอมตัวมาเป็นสายสืบเพื่อจับคุณเข้าคุก แล้วทำไมคุณไม่คิดบ้างว่านี่เป็นการช่วยเหลือคุณ บางทีหยกอยากจับคุณส่งเข้าคุกเพราะเขาอาจจะไม่อยากเห็นคุณต้องถูกฆ่าตายอย่างมาเฟียคนอื่นๆ”

ระหว่างที่กิ่งเหมยพยายามหว่านล้อมเสี่ยตงไม่ให้ฆ่าหยกนั่นเอง ลูกน้องคนหนึ่งมารายงานว่าหยกมาแล้ว เสี่ยผลักกิ่งเหมยออกไป เธอยืนตัวสั่นอยู่กลางสนาม หยกมาเห็นเขาถลาไปหา กิ่งเหมยร้องห้ามเตือนเขาว่า พวกมันกำลังรอฆ่าเขาอยู่ให้รีบไปเสียไม่ต้องห่วงตน

“ฉันไม่กลัว และเธอก็ต้องไม่กลัวด้วย เพราะฉันจะอยู่ตรงนี้ จะสู้เพื่อเธอ!!”

เสี่ยตงปรากฏตัวออกมา ถามเย้ยหยกว่าจะต่อสู้เพื่อลูกสาวตนหรือ หยกบอกว่ากิ่งเหมยไม่เกี่ยวให้ปล่อยเธอไปเสียแล้วเราค่อยมาตัดสินกันว่าใครจะเป็นคนสมควรรอด

หยกอยู่ในฐานะเป็นรอง เสี่ยตงบอกว่าถ้าไม่อยากให้กิ่งเหมยเป็นอะไรก็ต้องรับการสั่งสอนจากตน แล้วสั่งให้ใส่กุญแจมือที่เก่งโยนไปให้ พอหยกใส่กุญแจมือตัวเอง เสี่ยสั่งเก่งให้กระทืบหยกให้ดู ตนอยากเห็นคนเนรคุณเจ็บปวด

ที่หน้าสนามกีฬาร้าง ลูกน้องมานพขับรถมาจอดบอกว่า

“ที่นี่แหละครับนาย อยู่ทั้งไอ้เสี่ยตง ทั้งไอ้หยก”

“ไปได้แล้ว...” มานพยิ้มร้าย สั่งเหี้ยม “เก็บกวาดพวกมันให้หมด อย่าให้เหลือก้อนกรวดแม้แต่ก้อนเดียวให้มาตำเท้าฉันอีก!”

ooooooo

ตอนที่ 20

หยกกลับมาที่บ้านกิ่งเหมยเอาวันรุ่งขึ้น มาถึงก็ทำข้าวต้มเรียกกิ่งเหมยมากินอย่างเอาใจ กิ่งเหมยไม่หลงกล ถามว่า

“พอเลย...บอกฉันมานะหยก ที่มาเอาใจฉันแบบนี้ เมื่อคืนเธอไปมีเรื่องมาใช่ไหม”

หยกทำเฉไฉบอกว่าเมื่อคืนหมวดพาตนไปเลี้ยงต่างหาก กิ่งเหมยไม่เล่นด้วยคาดคั้นถามจนหยกยอมรับว่า ตนมีเรื่องจำเป็นต้องช่วยชีวิตคนคนหนึ่งไว้ กิ่งเหมย ถามว่าใคร

ที่หน้าบ้าน คมทวนหิ้วถุงกับข้าวที่ซื้อมาฝากกิ่งเหมยมาถึงพอดี ได้ยินเสียงกิ่งเหมยแว่วออกมาว่า

“เจ้าสัวเล้ง...เขาเป็นใคร ทำไมเธอถึงต้องไปช่วยชีวิตเขาด้วย”

คมทวนชะงักอึ้ง ได้ยินเสียงกิ่งเหมยตัดพ้อต่อว่าหยกว่าสัญญากับตนแล้วว่าจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับพวกนั้นอีกไม่ใช่หรือ หยกยอมรับว่าใช่ แต่พอจะชี้แจง กิ่งเหมยดักคอว่า

“แต่เธอทำไม่ได้ เพราะเธอไม่คิดจะเอาตัวเองออกมาจากชีวิตแบบนั้น” หยกชี้แจงอีกว่าตนทำเพื่อเธอได้ทุกอย่าง แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะอธิบายให้เธอเข้าใจ “แล้วเมื่อไหร่จะถึงเวลาล่ะหยก หรือฉันต้องรอให้เธอติดคุก ถูกฆ่าตายก่อนฉันถึงจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรใช่ไหม”

คมทวนกลัวหยกจะพูดความจริงออกไป เขารีบเข้าไปขัดจังหวะ ทำเป็นถามว่ามีอะไรทำไมเสียงดังไปถึงหน้าบ้าน กิ่งเหมยบอกว่าไม่มีอะไร คมทวนบอกว่าได้ยินเสียงเหมือนกำลังเถียงกัน แล้วทำเป็นเอาเรื่องกับหยกที่ทำให้กิ่งเหมยอารมณ์เสียลากออกไปข้างนอก กิ่งเหมยได้แต่เงี่ยหูฟังอยู่ข้างใน

คมทวนลากหยกไปที่บ้านตัวเอง ถามอย่างไม่พอใจว่าทำไมต้องหาเรื่องใส่ตัว ไปช่วยชีวิตเล้งทำไม หยกบอกว่าเพราะเขากำลังหาเรื่องตาย คมทวนชะงักถาม “เอ็งหมายความว่าไง”

“เขาเพิ่งรู้ความจริงว่าลูกชายที่เขาเลี้ยงมาตลอดชีวิตไม่ใช่สายเลือดตัวเอง แต่เป็นลูกของศัตรูที่หันมาร่วมมือกันทรยศหักหลังทำลายล้างเขา”

คมทวนตกใจที่เล้งรู้เรื่องสายเลือดตัวเอง หยกถามว่าทำไมเขาถึงสนใจเรื่องเล้งขึ้นมา คมทวนอึกอักพูดเรื่อยเปื่อยว่าเพราะหยกเคยลากตนไปช่วยชีวิตเล้งไว้ไงล่ะ หยกพาซื่อชมเล้งว่า

“ใช่พ่อ...ตั้งแต่ผมต้องเข้าไปพัวพันกับพวกมาเฟีย ก็มีแต่เจ้าสัวเล้งนี่แหละที่แตกต่างจากคนอื่น”

“แต่เอ็งกำลังจะแต่งงานกับกิ่งเหมย คุณดุจแพรก็ยื่นโอกาสให้เอ็งได้ก้าวออกมาจากขุมนรกนั่นแล้ว พ่อไม่อยากให้เอ็งทำลายโอกาสดีๆเพราะไอ้เจ้าสัวเล้ง เอ็งอย่าไปยุ่งกับเขาอีกได้ไหมไอ้หยก”

“ไม่ต้องห่วงหรอกพ่อ ผมจะไม่ยุ่งกับเขาอีก เพราะหลังจากที่ผมไปช่วยเขา ผมถึงได้รู้ว่า ผมมองคนผิด มาเฟียก็คืออาชญากร สำนึกดีไม่มีอยู่ในตัวหรอก”

แม้จะฟังหยกพูดดี แต่คมทวนก็อดนึกเป็นห่วงไม่ได้ เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่หยุดแค่นี้แน่...

วันนี้อู๊ดดี้พาดุจแพรเข้าห้องส่วนตัวในภัตตาคารอาหารจีน หมายเคลมเธอเพราะถือว่าเสี่ยตงยกเธอให้แล้ว ดุจแพรไม่ยอมก็ถูกอู๊ดดี้ใช้กำลังจะข่มเหง

กิ่งเหมยชวนอ่างกับสลึงมาที่ภัตตาคาร ทั้งสองเลียปากแผล็บๆ คิดว่าวันนี้มีลาภปากแน่ แต่ที่แท้กิ่งเหมยพาทั้งสองมาช่วยดุจแพรจากเงื้อมมือกักขฬะของอู๊ดดี้ ให้อ่างกับสลึงรุมยำอู๊ดดี้จนหมดสภาพสิ้นสติแล้วพาดุจแพรกลับไป

ooooooo

มานพมานั่งที่ห้องทำงานในเลาจน์ ถามชาญที่ เพิ่งเข้ามาว่าแม่ตนเป็นอย่างไรบ้าง ชาญบอกว่าคงต้อง ใช้เวลานานแต่ก็ไม่รู้ว่าจะกลับมาเหมือนปกติได้หรือเปล่า หมอแนะนำว่าควรส่งไปอยู่โรงพยาบาล

“ส่งไปให้ทุกคนมันรู้ว่าหัวหน้าแก๊งพยัคฆ์เมฆามีแม่เป็นบ้าเนี่ยนะ แล้วใครมันจะกลัวฉันวะ คิดมั่งสิเว้ย” มานพตวาด โหงวเดินกร่างออกมาพูดกลั้วหัวเราะว่า

“แกคิดถูกแล้วมานพ ถ้าจะยิ่งใหญ่เหนือทุกคน แกต้องมีจุดอ่อนให้น้อยที่สุด ไม่อย่างนั้นแกจะตกเป็นเป้าให้พวกมันเล่นงานได้อีก”

มานพนิ่งคิด มองหน้าโหงวอย่างเห็นด้วย บอกด้วยสายตาว่า เอาไงเอากัน

แล้วดวงแขก็ถูกมานพเอาไปไว้ในห้องหนึ่ง บอกให้แม่อยู่ในนี้ จะมีคนเฝ้าอยู่หน้าห้อง เขาจะเอาอาหารมาให้วันละสามเวลาคอยอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าพาเข้าห้องน้ำให้ ดวงแขร้องแต่ว่าไม่เอา...กลัว...กลัว เกาะแขนมานพไว้แน่น

มานพสั่งดวงแขให้อยู่แต่ในนี้ห้ามออกไปเพ่นพ่านเกะกะตนทำงาน ถ้าไม่ฟังตนก็ช่วยอะไรไม่ได้ พูดแล้วเดินออกไป พึมพำอำมหิตว่า

“ขอโทษด้วยนะครับแม่...ผมจะปล่อยให้แม่มาเป็นจุดอ่อนของผมไม่ได้เด็ดขาด” เดินออกไปแล้วสั่งชาญให้จัดคนเฝ้าไว้อย่าให้ออกไปเพ่นพ่าน เขาเดินไปท่ามกลางเสียงร้องอย่างน่าเวทนาของดวงแข

“แกต้องใจแข็งแบบนี้แหละไอ้ลูกชาย เอาไว้วันที่แกใหญ่คับฟ้าจนไม่มีใครกล้าต่อกรกับแกเมื่อไหร่ ค่อยมา ตอบแทนบุญคุณแม่แกก็ยังไม่สาย” โหงวตบบ่ามานพอย่างชื่นชม

ooooooo

นนท์พาธงรบมาพบเล้งที่คฤหาสน์ เขายังมีร่องรอยบาดเจ็บจากการถูกโหงวเล่นงาน เล้งบอกให้ นนท์ออกไปข้างนอกตนจะคุยกับธงรบเอง

ธงรบจ้องเล้งเขม็ง เล้งท้าว่าเอาเลย ตนรู้ว่าเขาอยากเอาคืน ธงรบง้างหมัดจะชกแต่แล้วก็หยุดกลางอากาศลดหมัดลง  เล้งถามว่า “ทำไมล่ะหมวด...ทั้งๆที่ผมเกือบจะปล่อยให้คุณตายอย่างหมารับใช้”

“ผมยอมรับว่าผมโมโหเจ้าสัว ถ้าไอ้หยกไม่ช่วยไว้ ผมก็คงเหมือนหมารับใช้ตัวอื่นๆที่เจ้านายสั่งให้ไปตายอย่างไร้ค่า แต่คิดอีกทีถ้าผมโดนลูกชายทรยศหักหลัง ปล้นสมบัติที่สร้างมากับมือไปอย่างหน้าด้านๆ ผมยอมเสียทุกอย่างเพื่อคำว่าแก้แค้น”

เล้งขอบใจที่หมวดเข้าใจตน แต่ก็เตือนธงรบเรื่องอารมณ์ร้อนว่า

“มันไม่ดีหรอกนะหมวด ท่ามกลางคมมีดกับควัน ปืน พวกกะโหลกบางมักตายช้า ส่วนพวกกะโหลกหนามักตายก่อน ถ้านายหยกไม่เตือนสติฉัน บางทีฉันอาจจะถูกมานพจัดการไปแล้วก็ได้”

ธงรบถามว่าจะจัดการมานพอย่างไรต่อไปเพราะตอนนี้เขากลายเป็นพยัคฆ์เมฆาติดปีกไปแล้ว

“มานพยังทำอะไรฉันตอนนี้ไม่ได้ เพราะหุ้นที่ได้จากฉันไปมีแค่ครึ่งเดียว ฉันก็เลยยังเป็นเสี้ยนหนามที่ต้องงัดกันต่อไป แล้วยังมีไอ้หมาบ้าตงอีกคนที่คอยคานอำนาจอยู่ในวงการ มันคงไม่ง่ายสำหรับมานพแน่”

“แต่กุนซือของเขาฝีมือดีไม่ใช่หรือครับเจ้าสัว”

“ไอ้โหงวน่ะเหรอ...ใช่...มันนี่แหละไอ้วายร้ายที่สุดที่จะต้องระวัง มันพลาดมือจากการเล่นงานฉันไปแล้ว เพราะฉะนั้น เป้าหมายต่อไปก็คงไม่พ้น...” เล้งพูดทิ้งไว้แค่นั้นแล้วหันจ้องหน้าธงรบ

เล้งนัดเสี่ยตงมาเจรจาที่โกดังท่าเรือเพื่อร่วมมือกันต่อสู้กับพยัคฆ์เมฆาที่มีโหงวเป็นกุนซือ เสี่ยตงหัวเราะเยาะบอกว่าตนไม่โง่พอที่จะยอมเป็นเครื่องมือให้เล้งหลอกใช้ไปจัดการปัญหาในครอบครัวหรอก ปัญหาของเล้งกับโหงวก็ไปจัดการกันเอง ตนจะนั่งดู ใครรอดแล้วเหนื่อยหมดแรง ตนก็แค่ยิงมันทิ้งเท่านั้น

เสี่ยตงไม่เพียงไม่ร่วมมือแต่ยังปรามาสว่า “แกมันเป็นมังกรลำบากแล้ว เพราะไม่ใช่แค่ลูกชายแกคนเดียวที่จะรอขย้ำแก ฉันด้วยนี่แหละที่จ้องจะเล่นงานแกตอนที่แกกำลังมีจุดอ่อน” พูดแล้วพาลูกน้องเดินออกไปอย่างผยอง

“แกไม่ฟังคำเตือนฉัน แล้วแกจะรู้จักพวกมันดีขึ้น...ไอ้ตง!” เล้งมองตามขบกรามแน่น

ooooooo

หลังจากจัดการอู๊ดดี้ช่วยดุจแพรได้แล้ว สลึงกับอ่างสองพี่น้องก็มาตั้งโต๊ะกินหมูหันกับเป็ดปักกิ่งอาหารเหลากันอย่างสบายอารมณ์ ระหว่างนั้นหยกเดินเข้ามาถามว่ากิ่งเหมยหายไปไหน ตนไปหาที่บ้านไม่เจอ สองน้าตกใจปดว่าไม่รู้

หยกทำทีจะออกไปหากิ่งเหมย แต่แล้ววกกลับมาคาดคั้นถามจนสลึงกับอ่างยอมเล่าให้ฟัง หยกตำหนิว่า กิ่งเหมยให้น้าสองคนไปหาเรื่องคนอื่นแบบนี้ทำไมไม่บอกตนสักคำ แล้วทำไมจนป่านนี้แล้วกิ่งเหมยยังไม่กลับ

สลึงบอกว่ากิ่งเหมยสงสารดุจแพร เลยอยากปรับทุกข์กันต่อ อ่างบอกว่าไม่ต้องห่วงเพราะเขาพี่น้องกัน ชวนหยกกินหมูหันกับเป็ดปักกิ่งกันดีกว่า

“ขอบใจน้า...แต่ฉันอิ่มแล้ว” หยกหันหลังเดินออกไป สองน้าเลยหันไปโซ้ยกันปากมันแผล็บ

ธงรบมาดักพบหยก พอหยกออกจากร้านมอเตอร์ไซค์สองพี่น้อง เขาตรงเข้าไปหาบอกว่า วันนี้ตนไปพบเล้งมา มีเรื่องอยากจะบอกให้รู้ไว้จะได้เตรียมตัวรับมือ

ธงรบบอกว่าเสี่ยตงคือเป้าหมายต่อไปของพยัคฆ์เมฆา เล้งไปเจรจาให้ร่วมกันสู้กับพวกพยัคฆ์เมฆาแต่เสี่ยตงไม่เอาด้วย ไม่เพียงไม่ร่วมมือแต่ยังจ้องจะเล่นงานเล้งด้วย

“ถ้าเสี่ยตงกำลังเป็นเป้าหมายของมานพ คนรอบตัวของเสี่ยก็ต้องตกอยู่ในอันตราย” หยกคาดคะเน ธงรบชี้ว่าเสี่ยตงต้องตามเล่นงานหยกด้วยแน่นอน หยกพูดอย่างครุ่นคิดว่าลำพังตนไม่เป็นไร แต่กลัวพวกมันจะเล่นสกปรก

ooooooo

ออกจากเล้งแล้ว เสี่ยตงได้รับรายงานจากเก่งว่า สืบพบที่กบดานของพวกแก๊งเครือข่ายพยัคฆ์เมฆาแล้ว พวกมันใช้ที่นั่นเป็นที่พักยาเสพติดก่อนส่งไปขายให้ลูกค้า

เสี่ยตงสั่งกำลังบ่ายหน้าไปที่เป้าหมายทันที มันเป็นโรงกลึง เสี่ยสั่งลูกน้องลุยทันทีที่ไปถึง ยิงคนงานในโรงกลึงตายเป็นเบือ มีลูกน้องพยัคฆ์เมฆาคนหนึ่งยิงเสี่ยตงแต่ไม่ถูก มันวิ่งหนี เสี่ยตงสั่ง “อย่าให้มีใครรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!”

พวกลูกน้องเสี่ยตงทะเล่อทะล่าไล่ตาม ไปเจอกับดักของมานพเข้าเต็มเปา ถูกมานพกับลูกน้องล้อมเข้ามาจับตัวเสี่ยมัดกับเก้าอี้ หมดสภาพ

อีกด้านหนึ่ง มานพส่งชาญไปดักจับดุจแพรที่กำลังคุยกับกิ่งเหมยที่ริมน้ำ ดุจแพรพากิ่งเหมยหนี แต่ถูกพวกชาญตามจนจวนตัว กิ่งเหมยให้ดุจแพรหนีไปเสียไม่ต้องห่วงตน ดุจแพรหนีไปแต่ไม่ได้เอาตัวรอด หากยอมเอาตัวล่อพวกชาญให้ตามตนเพื่อกิ่งเหมยจะได้ปลอดภัย

ในที่สุดดุจแพรถูกชาญจับตัวไปที่โรงกลึงตามคำสั่งของมานพ เพื่อเอาดุจแพรเป็นตัวประกันบังคับให้เสี่ยตงยอมสยบรวมกับแก๊งพยัคฆ์เมฆา

เสี่ยตงไม่ยอมก้มหัวให้พยัคฆ์เมฆา ขู่อาฆาตว่าถ้าตนหลุดไปได้ พยัคฆ์เมฆาจะต้องถูกถล่มเละแน่ มานพหัวเราะเยาะถามว่าจะเอากำลังที่ไหนมาถล่ม เพราะอีกไม่นานพวกเสี่ยทั้งหมดก็จะแปรพักตร์มาอยู่กับตนหมดแล้ว โหงวบอกเสี่ยว่า

“ตอนนี้พวกอั๊วกำลังรอถล่มเครือข่ายของลื้ออยู่ ถ้าลื้อไม่โทร.ไปบอกให้พวกมันยอมแปรพักตร์ ก็เตรียมตัวดูลูกสาวลื้อตายต่อหน้าได้เลย”

เสี่ยตงผงะ อึดใจเดียวดุจแพรก็ถูกพวกมันใช้ถุงดำคลุมหัวพาเดินเข้ามา เสี่ยแทบขาดใจเมื่อเห็นดุจแพร ถูกจับมา

“ลื้อมันฉลาดน้อยไปไอ้ตง...ถ้าลื้อเชื่อไอ้เล้งละก็...ลื้อกับลูกก็คงไม่ต้องมาเจอแบบนี้ ฮ่าๆๆ” โหงวหัวเราะเยาะลั่น

ooooooo

หยกตามเจอกิ่งเหมยเขาพากลับบ้าน เธอบอกเขาให้รีบตามไปช่วยดุจแพร หยกบอกว่าไม่ต้องห่วงตนจะต้องตามหาดุจแพรให้เจอ พอหยกเดินออกมาก็เจอธงรบเข้ามาอย่างรีบร้อน พอรู้ว่ากิ่งเหมยปลอดภัย ธงรบบอกหยกว่า

“แสดงว่าพวกพยัคฆ์เมฆาเริ่มลงมือเล่นงานเสี่ยตงแล้ว คุณแพรถึงได้กลายเป็นไพ่ใบสำคัญที่พวกมันใช้บีบเสี่ยตง”

“เราต้องหยุดพวกมันให้ได้ เราต้องหาทางจับพวกมัน ถ้าเสี่ยตงเกิดไม่ยอมเจรจากับมานพ หมวดก็รู้ว่ากรรมของเสี่ยตงจะตกมาที่คุณแพรยังไง”

“ฉันรู้น่า...ฉันก็ห่วงคนบริสุทธิ์เหมือนแก แต่จะทำอะไรได้วะหยก เราไม่มีข้อมูลให้ตามไปช่วยนะเว้ย”

หยกไปหาเล้งถามว่าได้ข่าวอะไรบ้างหรือเปล่า เล้งไม่รู้ว่าพวกมันเอาตัวเสี่ยกับดุจแพรไปไว้ที่ไหน รู้แต่ว่าพวกมันเข้าไปคุมพื้นที่ของเสี่ยตงเอาไว้หมดแล้ว บอกว่า “ถ้าไอ้ตงยอมแพ้ แก๊งหมาบ้าของมันจะกลายเป็นพวกเดียวกับพยัคฆ์เมฆา”

ฟังเล้งแล้วทุกคนตระหนักว่าพวกตนต้องเจอศึกหนักแน่ หยกถามว่าแล้วถ้าเสี่ยตงปฏิเสธล่ะ?

“ฉันรู้จักนิสัยไอ้โหงวดี เรื่องชั่วๆมันทำได้ทุกอย่าง ขอแค่ให้มันได้อย่างที่มันต้องการ”

“คุณแพร...” หยกเป็นห่วงดุจแพรที่ถูกจับตัวไป

ooooooo

ดุจแพรถูกมัดติดเก้าอี้นั่งตรงข้ามกับเสี่ยตง เธอร้องไห้ตลอดเวลา เสี่ยตงสงสารลูกแต่ไม่ยอมสยบให้พวกพยัคฆ์เมฆา ประกาศไม่ยอมให้ใครมาชุบมือเปิบเชิดเอาทุกอย่างไปจากตน

“อยากให้ลูกสาวแกปลอดภัย แกก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน คิดให้ดีนะไอ้ตง ลูกสาวคนเดียวของแกกับน้ำพักน้ำแรงที่แกสร้างมากับมือ แกจะเลือกเอาอย่างไหน” โหงวขู่

ดุจแพรถูกคุกคามกระทั่งลวนลาม เธอร้องไห้ขอให้ป๋าช่วยตนด้วย แต่เสี่ยตงก็ยังใจแข็งปากกล้าร้องท้าทายทั้งที่หมดประตูสู้แล้ว โหงวเข้ามาจิกหัวให้เงยขึ้นจ้องหน้าพูด

“เลิกทำตัวเป็นไอ้แก่หัวดื้อเสียทีเถอะวะไอ้ตงเอ๊ย... นี่มันยุคของเด็กรุ่นใหม่แล้ว ถ้าแกดันทุรังสู้กับมานพต่อ นอกจากแกจะต้องเสียทุกอย่างไปแล้ว ชีวิตแกก็จะไม่เหลือ เชื่อฉันเถอะวะ วางมือแล้วปลดเกษียณตัวเอง รอเป็นอากงอุ้มหลาน อย่างน้อยก็ยังได้แก่ตาย”

มานพยิ้มร้ายกับเสี่ยตง ดึงมีดพกออกมาตัดเชือกที่มัดดุจแพรออก ก้มหน้าพูดกับเธอ

“บอกตรงๆนะครับคุณแพร ผมน่ะถูกใจคุณมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่พยายามมากแค่ไหนคุณก็ไม่เคยสนใจผมสักที เอาเป็นว่า วันนี้ผมจะให้โอกาสคุณมองหน้าผมชัดๆ แล้วคิดดูอีกทีว่าคุณจะช่วยยืดชีวิตคุณกับพ่อคุณได้ยังไง”

ดุจแพรร้องไห้เรียก “ป๋า...” มานพบอกให้พูด เธอร้องไห้หนัก “ฮือๆๆ ป๋า...ช่วยแพรด้วย...”

เสี่ยตงทนไม่ไหวโพล่งออกไป “ฉันยอมแล้ว อยากได้อะไรก็เอาไป ขอลูกสาวฉันไว้คนเดียวก็พอ” โหงวกับมานพมองหน้ากันหัวเราะสะใจ แล้วโหงวก็ส่งโทรศัพท์ให้เสี่ยตง บอกให้สั่งคนของเขาทั้งหมดด้วย เสี่ยตงรับโทรศัพท์พูดตาแดงก่ำ

“พวกแกทุกคนฟังฉัน...เวลานี้ฉันไม่ใช่หัวหน้าพวกแกอีกต่อไปแล้ว หัวหน้าคนใหม่ของพวกแกคือ...พยัคฆ์เมฆา”

โหงวดึงโทรศัพท์ไปตัดสายแล้วระเบิดหัวเราะออกมาอย่างสะใจพร้อมๆกับมานพ ในขณะที่เสี่ยตงน้ำตาคลอเจ็บใจที่ต้องพ่ายแพ้อย่างหมดรูป!

ooooooo

ธงรบไปหาหยกที่ดาดฟ้าบอกว่าเสี่ยตงสั่ง พรรคพวกให้แปรพักตร์ไปสยบอยู่ใต้ร่มธงพยัคฆ์เมฆาเรียบร้อยแล้ว

“ในที่สุด มานพก็ทำสำเร็จ พวกมันกำลังจะเป็นพยัคฆ์–ร้ายที่ใครก็แตะต้องไม่ได้ ต่อไปเลือดคงต้องนองถนนอย่างที่เจ้าสัวเล้งบอกไว้จริงๆ”

ระหว่างนั้น กิ่งเหมยใช้ไม้เท้าคลำทางขึ้นมาหาหยก เพื่อถามข่าวดุจแพรว่าปลอดภัยหรือเปล่า หยกจึงพาเธอไปที่บ้านเสี่ยตง พอพบหน้ากัน สองพี่น้องก็โผเข้ากอดกันร้องไห้ด้วยความดีใจที่ต่างปลอดภัย หยกค่อยๆเลี่ยงออกไป ปล่อยให้พี่น้องอยู่ด้วยกัน

เสี่ยตงกลับบ้านแล้วก็เก็บตัวเงียบอยู่ในห้องทำงาน ภาพที่พยัคฆ์เมฆาบดขยี้พวกตนจนย่อยยับฝังตาฝังใจบาดความรู้สึกของเสี่ยอย่างที่สุด เสี่ยนั่งจมอยู่กับความเจ็บปวดและความแค้น จนกระทั่งเก่งเข้ามาในสภาพสะบักสะบอม

“ว่าไง...เหลือพวกที่ยังฟังคำสั่งฉันอยู่รึเปล่า” เสี่ยจ้องเขม็ง เก่งอึกอัก เสี่ยลุกขึ้นกระชากคอเสื้อตะคอก “ตอบฉันมาสิเว้ย...อย่าเอาแต่เงียบ แกต้องไม่กลับมาคนเดียว จะต้องพาพวกที่มันยังจงรักภักดีกับฉันอยู่กลับมาด้วยสิวะ!”

“ผมพยายามแล้วครับเสี่ย แต่เพราะคำประกาศยอมแพ้ของเสี่ยต่อหน้าพยัคฆ์เมฆาถูกบอกต่อๆกันไปเหมือนไฟลามทุ่ง ตอนนี้พวกมันก็เลย...”

“ฉันไม่เชื่อ!” เสี่ยผลักเก่งจนเซถลา “เป็นไปไม่ได้ ฉันสร้างพวกมันมากับมือ ถ้ามันไม่ยอมกลับมาทำงานให้ฉันอีก ฉันจะระเบิดหัวพวกมันเรียงตัว” เสี่ยหยิบปืนบนโต๊ะผลุนผลันออกไป

เก่งตามออกมาขอร้องไม่ให้เสี่ยไป เสี่ยประกาศจะไม่ยอมเสียสิ่งที่ตนสร้างมาด้วยหยาดเหงื่อและหยดเลือดมาทั้งชีวิต มาเจอหยกที่เดินออกมาพอดี หยกเตือนสติว่า

“ถ้าเสี่ยไปลุยกับพวกมันอีกครั้งละก็...คราวนี้มันคงไม่ไว้ชีวิตเสี่ยอีกแน่...ขอปืนให้ผมเถอะครับเสี่ย” หยกแบมือขอแต่กลับถูกเสี่ยตงยกปืนเล็งใส่ ไล่ให้หลบไป ประกาศใครขวางตนจะถือว่าเป็นศัตรู หยกยืนนิ่งถาม “ถ้าผมไม่หลบล่ะครับ”

“ฉันก็จะระเบิดสมองแกไง!” เสี่ยแตะไกปืน หยกพุ่งเข้าแย่งปืนปลดแม็กออก เสี่ยกำหมัดจะชก ถูกหยกจับแขนบิดกดตัวเอาไว้ เสี่ยร้องโวยวาย “ปล่อยฉันนะเว้ยไอ้หยก ฉันยังเป็นเจ้านายแกอยู่ ถ้าแกไม่ฟังคำสั่งฉัน ฉันเอาแกตายแน่”

“ไม่ครับ...ยังไงผมก็ปล่อยให้เสี่ยไปอาละวาดไม่ได้ เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเสี่ยแล้วลูกสาวเสี่ยล่ะ เขาจะอยู่ยังไง”

เสี่ยชะงัก หยกเตือนสติว่าตอนนี้เสี่ยต้องยอมรับความจริงว่าแก๊งหมาบ้าของเสี่ยจบลงแล้ว แต่เสี่ยตงยังไม่ยอมรับความจริง และจะไม่ยอมกลับไปให้ใครดูถูกเหมือนสมัยตนเป็นจับกังอีกเด็ดขาด

ขณะนั้นเอง ดุจแพรกับกิ่งเหมยออกมาขวาง ดุจแพรขอร้องเสี่ยให้เชื่อหยก ปลอบใจว่า

“ถึงป๋าจะต้องพ่ายแพ้ไม่เหลืออะไรเลย แต่ป๋าก็ยังเหลือแพรอยู่อีกคนนะคะ”

“แต่ถ้าคุณยังไม่ฟังอีก...ฉันก็จะถือว่าการพบหน้ากันครั้งนี้ของเราจะเป็นการพบกันครั้งสุดท้ายในฐานะพ่อลูก”

เสี่ยตงชะงักงันแล้วหุนหันออกไป แต่เมื่อได้คิดว่าจะตายอย่างไร้ประโยชน์ไม่ได้ ก็พอดีดุจแพรกับกิ่งเหมยที่หยกจูงตามมาถึง เสี่ยหันมองดุจแพร เดินเข้าไปกอดขอโทษที่ตนหุนหันจนลืมนึกถึงลูก แล้วเดินไปกอดกิ่งเหมย

“ถึงแม้เราจะไม่เคยมีความผูกพันกัน แต่ในตัวฉันมีเลือดของคุณอยู่ ฉันอยากให้คุณกลับเนื้อกลับตัวแล้วหันมาดูแลพี่สาวฉัน” กิ่งเหมยขอร้อง

“ขอบใจนะกิ่งเหมย...เพราะเธอช่วยเตือนสติฉัน... ขอบใจมาก...ลูกสาวของป๋า”

เสี่ยกอดกิ่งเหมยแน่น เป็นกอดแรกที่ทำให้กิ่งเหมยตกใจ แต่ความผูกพันทางสายเลือดยังมีเยื่อใย กิ่งเหมยค่อยๆกอดตอบด้วยความรู้สึกที่ยอมรับความเป็นพ่อของเสี่ย...ดุจแพรมองภาพนั้นดีใจจนน้ำตาซึม

ooooooo

แต่เมื่อกลับมานั่งคนเดียวในห้องทำงาน เสี่ย จิกตาแค้น  เก่งตามเข้ามาขอเสี่ยด้วยความกตัญญูที่เสี่ยอุ้มชูตนมาจนมีทุกวันนี้ว่า เมื่อเสี่ยตัดสินใจวางมือแล้วตนขออยู่ทำงานรับใช้เสี่ยต่อไปได้ไหม

“ขอบใจมากไอ้เก่ง ที่ฉันเลี้ยงแกและไว้ใจแกให้มาเป็นมือขวาฉัน ก็เพราะหวังว่าวันหนึ่งแกจะยอมสู้จนถวายหัวยืนข้างฉันในวันที่ฉันเลือดเข้าตา” เก่งถามงงๆ ว่าหมายความว่ายังไง ก็เสี่ยบอกดุจแพรว่าจะวางมือแล้วไม่ใช่หรือ “หึๆๆ ฉันก็แค่โกหกให้ลูกสาวไม่ต้องมาห่วงฉันแค่นั้น เพราะคนอย่างไอ้หมาบ้าตง มีแต่ลุยกัดงับไม่เลือกหน้า ชาตินี้มันไม่ยอมให้ใครมาเรียกว่าหมาจนตรอกหรอกโว้ย”

เก่งกระเหี้ยนกระหือรือบอกว่า ขอแต่ให้เสี่ยสั่งตนพร้อมสู้ตาย เสี่ยพยักหน้ายิ้มร้าย พึมพำ

“ฉันเอาคืนมันแน่...แต่ต้องรอ...รอจังหวะดีๆก่อน”

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปเช่นนี้ กิ่งเหมยเป็นห่วงหยก ไปหาเขาที่ดาดฟ้า บอกว่าดุจแพรเล่าว่าเขาเคยมีปัญหากับมานพ

หยกรับว่าใช่ ตนกับมานพเคยมีปัญหากัน กิ่งเหมยเป็นห่วง เพราะตอนนี้มานพกลายเป็นเจ้าพ่อใหญ่ กลัวหยกถูกเอาคืน

“ไม่หรอกกิ่งเหมย ฉันถอนตัวออกมาแล้ว ไม่มีอะไรที่ต้องเกี่ยวข้องกับพวกมันอีก...เชื่อฉันสิกิ่งเหมย ถ้าเรายึดมั่นในความดี ความดีก็จะเป็นเกราะปกป้องคุ้มครองเรา” หยกโอบกิ่งเหมยไว้ หยอกว่า “ไม่ต้องห่วง กิ่งเหมย ฉันไม่ปล่อยให้เธอเป็นม่ายขันหมากแน่” เลยถูกกิ่งเหมยถองเสียอั้กหนึ่งแก้เขิน

ooooooo

ที่คฤหาสน์ของเล้ง วันนี้เล้งนอนหลับฝันถึงอดีตที่อยู่กับพราวแสง จนเพ้อเรียกเธอออกมาเบาๆ...

ในฝัน...ระหว่างลงเรือหนีโหงวที่ตามล่า พราวแสงฟังที่เล้งบอกว่าเมื่อไปถึงนครสวรรค์แล้ว จะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนของเตี่ยให้ช่วยปกป้องเราและช่วยตนกอบกู้สมบัติของตระกูลกลับมาได้ เธอพูดอย่างกังวลว่าแบบนี้การล้างแค้นจะจบหรือเปล่า

“เธอไม่ต้องห่วงหรอก ตราบใดที่เธอเป็นหนึ่งในคนของตระกูลฉัน ฉันจะปกป้องเธอด้วยชีวิต” แล้วเล้งก็ถอดสร้อยที่มีหยกรูปมังกรสีแดงสมบัติประจำตระกูลสวมให้เธอ “หยกมังกรวารีสมบัติประจำตระกูลฉันจะพิสูจน์ให้เห็นว่า ชีวิตเธอมีค่าที่สุดสำหรับฉัน”

เล้งสะดุ้งตื่นจากฝัน มองหยกครึ่งชิ้นที่วางอยู่ตรงหัวเตียง หยิบขึ้นดูอย่างครุ่นคิด

วันต่อมา เล้งเตรียมตัวออกไปกับลูกน้องกลุ่มหนึ่ง นนท์เป็นห่วงถามว่าจะไปไหน เล้งบอกว่าเมื่อคืนฝันถึงพราวแสง นนท์รู้ใจบอกว่าถ้าเจ้าสัวจะสืบเรื่องนี้ตนขอไปด้วย

“ไม่ต้องหรอกนนท์ แกยังมีหน้าที่ต้องคอยดูแลคนของเรา แล้วยังเรื่องของพวกไอ้ตงกับมานพอีก ฉันอยากให้แกตามดูความเคลื่อนไหว แล้วคอยรายงานฉัน”

ไม่กี่อึดใจต่อมา ขณะคมทวนรดน้ำต้นไม้อยู่ที่บ้าน อ่างก็วิ่งหน้าตื่นมาบอกว่า ตนเห็นเล้งมาป้วนเปี้ยนในตรอกศาลเจ้า ได้ยินว่ากำลังถามหาชาวบ้านที่พอจะรู้เรื่องของพราวแสง

คมทวนทิ้งกระป๋องรดน้ำต้นไม้วิ่งออกไปทันที เจอลูกน้องเล้งพาชาวบ้านคนหนึ่งมา บอกว่าคนนี้พอจะรู้จักพราวแสงอยู่บ้าง เล้งเดินเข้าไปจ้องหน้าถาม “แกรู้จักพราวแสงแน่นะ”

“ถ้าใช่พราวแสงเมียไอ้คมทวนละก็รู้จักแน่ เพราะตอนมันตายฉันยังไปงานศพมันอยู่เลย” ชาวบ้านคนนั้นท่าทางมั่นใจ แต่ไม่ยอมเล่ารายละเอียด จนเล้งยัดเงินใส่มือ คำบอกเล่าก็พรั่งพรูออกมา...

สลึงเกาะติดอยู่ตรงนั้น ร้อนใจที่อ่างไปตามคมทวนยังไม่มาสักที ได้ยินเล้งถามชาวบ้านคนนั้นว่ารู้จักพราวแสงกับคมทวนตั้งแต่เมื่อไร สลึงเอียงหูฟัง...

“ก็ตั้งแต่ที่ไอ้คมทวนพาพราวแสงมาอยู่ที่ตรอกศาลเจ้าวันแรกเลย เพราะฉันนี่แหละที่เป็นคนให้สองคนนั้นเช่าบ้านอยู่ ตอนนั้นพราวแสงกำลังท้องโตใกล้คลอดเต็มที”

เล้งถามว่าพราวแสงท้องแก่ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่แล้วหรือ ชาวบ้านคนนั้นยืนยันว่าใช่ ถามว่าเจ้าสัวสงสัยอะไรหรือ?

“ไอ้เล้ง!!” คมทวนพรวดเข้าไปเผชิญหน้าเล้ง“นี่แกยังไม่เลิกยุ่งกับเรื่องของฉันกับพราวแสงอีกหรือวะ ไสหัวไปให้พ้นเลย”

ทั้งสองโต้เถียงกันรุนแรงคมทวนบอกว่าพราวแสงไม่กลับไปหาเล้งว่าเพราะเธอเกลียดเขา แต่เล้งเชื่อว่าเธอมีเหตุจำเป็นอย่างอื่นมากกว่า

“ไม่มีเหตุผลอะไรหรอกเว้ยไอ้เล้ง นอกจากเรื่องเดียวคือใครที่อยู่ใกล้ๆแกชีวิตมันจะสั้น ไม่ตายโหงก็ต้องตายห่าเพราะวงการมาเฟียของแก”

“ถ้าแกยืนยันว่าพราวแสงไม่อยากกลับไปหาฉันเพราะกลัวฉันจริงๆละก็...งั้นฉันขอหยกเลือดมังกรของฉันคืน”

คมทวนชะงัก ตัดสินใจคืนหยกเลือดมังกรให้เล้งแต่มีข้อแม้ว่าต่อไปเขาจะไม่เหยียบมาที่นี่อีก และจะลบเรื่องของพราวแสงไปจากชีวิต เมื่อเล้งรับคำ คมทวนคืนหยกเลือดมังกรให้ไล่ให้รีบไปเสีย ความลับของหยกจะได้ปิดฉากเสียที

ooooooo

วิบากกรรมของเสี่ยตงยังไม่สิ้น หลังจากให้ลูกน้องไปสวามิภักดิ์กับพยัคฆ์เมฆาแล้ว มานพยังตามไปยึดธุรกิจภัตตาคารด้วย เท่านั้นไม่พอยังจับอู๊ดดี้ไปซ้อมแทบตาย

เสี่ยตงที่มานพเรียกมาหา เห็นเข้าถามว่าซ้อมอู๊ดดี้ข้อหาอะไร มานพบอกว่า “ข้อหาหมั่นไส้”

“หมั่นไส้...แกไปหมั่นไส้อะไรมัน รู้ไหมว่าพ่อมันเป็นใคร”

“รู้สิ...ทำไมจะไม่รู้ แต่ไม่เห็นจะต้องกลัวเลยเพราะถ้าพ่อมันยังอยากเกาะเก้าอี้ไว้ไม่ไห้ใครมาแย่งไป ยังไงก็ต้องพึ่งพวกเราให้คอยเป็นมือเป็นเท้าจัดการเรื่องสกปรกๆให้อยู่แล้ว มันถึงได้ยอมให้ลูกชายมันมาดองกับมาเฟียไง”

“มานพ...แกมันผยองเกินไปแล้ว สักวันแกจะไม่ได้ตายดี”

“ฉันน่ะเหรอจะไม่ได้ตายดี ฮ่าๆๆ เงินกับอำนาจยิ่งมีมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งซื้อทุกอย่างให้มาอยู่ในมือได้มากเป็นเงาตามตัว ไอ้พวกที่ไม่เหลืออะไรเลยต่างหากคือพวกไม่ได้ตายดี”

เสี่ยตงเห็นสภาพอู๊ดดี้แย่มาก บอกว่าถ้ามานพสะใจแล้วก็ปล่อยอู๊ดดี้เสีย มานพยอมปล่อยแต่อู๊ดดี้ต้องยกเลิกการแต่งงานกับดุจแพรและห้ามเข้าใกล้ผู้หญิงของตนอีกเด็ดขาด

อู๊ดดี้ถูกซ้อมจนทนไม่ได้ยอมรับว่าจะไม่ไปยุ่งกับดุจแพรอีก เสี่ยตงบอกมานพว่าถ้าอยากได้ลูกสาวตนก็ต้องคุยกับตนไม่ใช่มาทำร้ายอู๊ดดี้ เสี่ยขอโทษอู๊ดดี้ บอกเขาก่อนที่จะถูกลูกน้องมานพลากออกไปว่า ให้ไปจากเมืองไทยเสียและไม่ต้องกลับมาอีก

“ทีนี้ก็ถึงเวลาที่เราต้องมาคุยกันเสียที...คุณพ่อตา... ฮ่าๆๆ” มานพหัวเราะอย่างผยอง

ส่วนดุจแพรกำลังเตรียมเดินทางไปต่างประเทศ เรื่องนี้นอกจากกิ่งเหมยกับหยกแล้วไม่มีใครรู้ เธออยากให้กิ่งเหมยกับหยกไปด้วยแต่ทั้งสองรักถิ่นฐานบ้านเกิดไม่อาจทิ้งไปได้ ดุจแพรอยู่ลาน้องสาวอย่างอาลัยอาวรณ์

ทันใดนั้น หยกรีบเข้ามาเร่งดุจแพรว่าต้องรีบกลับแล้วเพราะเสี่ยตงสั่งให้ตนมาพาเธอกลับด่วน คาดว่าคงมีเรื่องไม่ได้กับเธอแน่ กิ่งเหมยตกใจร้องบอกหยกขณะพาดุจแพรไปว่า “ฝากพี่สาวฉันด้วยนะหยก”

เสี่ยตงคุยกับมานพแล้วรีบกลับบ้านร้องเรียกดุจแพรให้รีบเก็บข้าวของบอกว่าอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว จึงรู้ว่า ดุจแพรหายไปแล้ว ถามป้าจั่นอย่างตกใจว่า “ไม่อยู่ที่นี่แล้วอยู่ไหน?!”

ooooooo

พยัคฆ์เมฆาเหิมเกริมหนัก วันนี้นำกำลังไปบุกท่าเรือของเล้ง ฆ่าลูกน้องเล้งบาดเจ็บล้มตาย เล้งนำกำลังลูกน้องที่เหลือไปเผชิญหน้ากลุ่มพยัคฆ์เมฆาที่นำโดยโหงว

โหงวยืนท้าทายเล้งอยู่ พอเห็นเล้งมาก็หัวเราะเยาะว่า รู้แล้วว่าต้องมา แค่จี้ให้ถูกจุดก็ยั่วให้โมโหแล้ว เล้งท้าให้ออกมาเจอกัน แต่โหงวให้ลูกน้องออกไปสู้กับเล้งทีละคน...ทีละคน จนเล้งเริ่มเป็นฝ่ายเสียเปรียบถูกลูกน้องโหงวใช้มีดแทงถูกแขนแล้วลากไปหาโหงว

“ไอ้โหงว สารเลวอย่างแกไม่มีวันได้ยิ่งใหญ่หรอก เมื่อไรที่มานพเห็นว่าแกหมดประโยชน์มันก็จะฆ่าแกทิ้ง”

“ลื้อคิดว่าอั๊วไม่รู้จักสันดานสายเลือดของอั๊วเหรอวะไอ้เล้ง ถึงอั๊วจะไม่ได้เลี้ยงมันมา แต่อั๊วก็ดูมันออก ลองถ้ามันทรยศกับพ่อที่เลี้ยงมันมาได้แล้วทำไมกับพ่อขี้คุกอย่างอั๊วมันจะทรยศไม่ได้”

“ลื้อรู้ แต่ลื้อยังช่วยสร้างมันให้เป็นพยัคฆ์ร้าย”

“เพราะอั๊วฉลาดไงไอ้เล้ง ลำพังไอ้เป๋พิการอย่างอั๊วจะเอาอะไรไปต่อกรกับมังกรอย่างลื้อถ้าไม่หลอกใช้มานพเป็นคนจัดการ” พอเล้งด่าไอ้จิ้งจอก โหงวก็หัวเราะร่า “ฮ่าๆๆ ใช่ อั๊วมันเป็นไอ้จิ้งจอกตัวสุดท้ายที่ยืนอยู่บนซากศพพวกโง่ๆอย่างลื้อ”

โหงวชักปืนออกมาจ่อหัวเล้ง สอดนิ้วเข้าโกร่งไกค่อยๆเหนี่ยว...

พริบตานั้น นนท์พาลูกน้องบุกเข้ามาช่วย ระดมยิงพวกโหงวแตกกระเจิง ส่วนตัวโหงวลากขาวิ่งกะเผลกหนีไป นนท์รีบประคองเล้งพาไปตามทางที่โหงวหนี

ooooooo

ระหว่างทางที่หยกพาดุจแพรจะไปส่งที่บ้านนั้น ถูกมานพส่งลูกน้องมาโรยตะปูเรือใบแล้วชิงตัวดุจแพร หยกพยายามต่อสู้ปกป้องเธอ แต่กำลังพวกมันมากกว่า มันจะรุมเข้าเล่นงานหยก ดุจแพรตะโกน

“อย่านะ...อย่าทำเขา ปล่อยเขาไป ฉันยอมไปกับพวกแกแล้ว”

“แกพาตัวนังนั่นไปให้เจ้านาย...ส่วนไอ้นี่ข้าจะจัดการมันเอง” ลูกน้องคนหนึ่งตะโกนกดท่อนไม้ลงที่คอหยกจนหายใจไม่ออก

ดุจแพรถูกพวกมันลากไปขึ้นรถตู้ เธอพยายามตะโกนขอความช่วยเหลือ ถูกพวกมันชกท้องจนหมดสติแล้วลากขึ้นรถไป หยกแค้นอกแทบระเบิดที่เห็นดุจแพรถูกพวกมันจับไปโดยที่ตัวเองช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย...

มานพมองดุจแพรที่ลูกน้องพาเข้ามาอย่างสะใจ มันข่มเหงเธออย่างป่าเถื่อน ไม่ไยดีกับเสียงขอร้องของเธอแม้แต่น้อย...

ระหว่างนั้น ลูกน้องพยัคฆ์เมฆารายงานโหงวว่าเล้งติดต่อมาหามานพ บอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย โหงวไปตามมานพ ถูกชาญที่เฝ้าประตูอยู่กันไม่ให้เข้าบอกว่า “คุณมานพไม่ว่าง...ต้องรอจนกว่าจะเสร็จธุระ”

“ธุระอะไรของมัน” โหงวตวาดแล้วผลักประตูเข้าไป เห็นมานพกำลังปล้ำดุจแพรอย่างบ้าระห่ำ โหงวตวาด “หยุดทำเรื่องไม่ได้เรื่องเสียทีได้ไหมมานพ”

มานพกำลังหน้ามืดตวาด “เตี่ยเข้ามายุ่งอะไรด้วย” แล้วหันไปตะคอกชาญ “ฉันบอกให้แกเฝ้าไว้ไม่ให้ใครมายุ่งไง”

“แกไม่ต้องไปโทษคนอื่น ไอ้ชาญ...พาดุจแพรออกไปข้างนอกก่อน” โหงวสั่ง

มานพหงุดหงิดถามว่าทำไมต้องมาห้ามทั้งที่เสี่ยตงยอมยกลูกสาวให้ตนแล้ว

“ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้ ป๋าไม่มีทางยกฉันให้แก”

“หึๆ คุณคิดว่ารู้จักพ่อตัวเองดีแล้วเหรอคุณแพร... พอถึงเวลาจวนตัวเข้า ผมขออะไรมันก็ให้หมดทุกอย่าง”

ดุจแพรไม่เชื่อ โหงวตัดบทสั่งชาญพาดุจแพรออกไป แล้วปรี่เข้าบีบหน้ามานพจนแก้มยุบ กัดฟันพูดใส่หน้า

“ฉันไม่สนใจว่าแกจะเล่นสกปรกกับไอ้ตงยังไงมันถึงยอมยกลูกสาวให้แก แต่นี่มันยังไม่ใช่เวลามาสนุกกับการมีเมีย ตราบใดที่แกยังล้มไอ้เล้งไม่ได้ แกต้องฟังคำสั่งฉันเท่านั้น”

มานพเร่งให้ไปถล่มเล้งเดี๋ยวนี้เลย โหงวบอกว่าตนไปถล่มยั่วโมโหเล้งมาแล้ว และตอนนี้เล้งก็กำลังหลงกลเดินมาติดกับดัก นั่นคือเล้งติดต่อขอเจรจากับเขาแล้ว

ไม่นานนนท์ก็เอาโทรศัพท์ไปให้เล้ง บอกว่า “มัน โทร.กลับมาหาเจ้าสัวแล้วครับ”

เล้งรับโทรศัพท์ไปพูด มานพทำเสียงเข้มบอกว่าช่วงนี้ธุระตนยุ่งมาก ไหนจะธุรกิจ ไหนจะลูกน้อง ทุกอย่างประดังประเดเข้ามาไม่หยุด

“ฉันไม่แปลกใจหรอก อำนาจเมื่ออยู่ในมือใครแล้ว ย่อมต้องมีแต่คนอยากเข้าหาเพื่อรอส่วนแบ่งผลประโยชน์ แต่รู้ไว้ด้วยนะ ถ้าอำนาจเสื่อมก็จะถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลังอย่าง ไร้ค่า และจะลงเอยด้วยการถูกทรยศหักหลัง”

“แกเลิกพล่ามไร้สาระได้แล้วไอ้เล้ง ตอนนี้แกกับฉันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ฉะนั้นอย่าสะเออะมาทำเป็นสอน”

“แกมีกุนซือดีอยู่กับตัวแล้ว ฉันจะไปสอนแกได้ยังไง ก็แค่พูดความจริงที่สักวันแกต้องเจอให้รู้ตัวเอาไว้”

“งั้นก็คงเป็นแกนั่นแหละไอ้เล้ง ที่กำลังจะกลายเป็น พวกอำนาจเสื่อมเลยรักตัวกลัวตาย คิดอยากเจรจากับฉัน”

เล้งนิ่งไปอย่างทึ่งกับความกร่างผยองพองขนของมานพ แต่ยังพูดอย่างใจเย็นว่า

“ฉันไม่อยากให้มีคนตายมากไปกว่านี้แล้วมานพ ฉันถึงอยากคุยกับแกตามลำพัง”

มานพนิ่งไป หันมองโหงวถามด้วยสายตา พอโหงวพยักหน้า มานพจึงตอบอย่างยโสว่า

“ได้...นัดเจรจากันก็ดี เพราะฉันเองก็อยากรู้ว่ามังกรอย่างแกจะยอมก้มหัวให้พยัคฆ์อย่างฉันได้ยังไง”

ตัดสายจากเล้งแล้วมานพหันมองหน้าโหงว “มันตกลง แล้ว...ทีนี้ล่ะ...มันได้เดินมาตกหลุมดักมังกรแน่ ฮ่าๆๆ”

ooooooo

หยกไปหาเสี่ยตงที่บ้าน ถูกเสี่ยกระชากคอเสื้อตะคอกอย่างโกรธจัดว่าปล่อยให้พวกนั้นเอาตัวดุจแพรไปได้ยังไง! ไม่ได้เรื่อง!

หยกจะสืบให้ได้ว่าพวกมันพาดุจแพรไปไหน เสี่ยบอกว่าไม่มีประโยชน์เพราะตนทำอะไรไม่ได้แล้ว หยกถามว่าแล้วทำไมมันจึงยังต้องการคุณหนูอีก เสี่ยนิ่งหน้าเครียด จนหยกขอร้องให้บอกว่าเกิดอะไรขึ้น มันบังคับอะไรเสี่ย

“ฉันจำเป็นต้องบอกมันว่าฉันยอมยกยัยแพรให้ แล้วตั้งใจจะรีบกลับมาพายัยแพรหนี มันคงรู้ทันเลยส่งคนมาดักฉุดยัยแพรไป...” เสี่ยแค้นใจสุดๆ กระชากคอเสื้อหยกเข้าไปบอกว่า “ฟังฉันให้ดีนะไอ้หยก ฉันโกหกยัยแพร

กับกิ่งเหมยว่าฉันยอมวางมือ แต่คนอย่างไอ้หมาบ้าตง

ไม่มีวันก้มหัวให้ใคร ฉันแค่รอเวลาที่จะเล่นงานมัน แล้วนี่ก็ถึงเวลาที่ฉันจะสู้อย่างหมาจนตรอกแล้ว”

“เสี่ย!! เสี่ยไม่เหลือใครแล้ว เสี่ยจะเอาอะไรไปสู้?”

“ฉัน...ไอ้เก่ง...แล้วก็แกไง!”

หยกชะงักอึ้ง เขากลับไปที่ดาดฟ้าอย่างสับสนหนักใจไม่รู้จะบอกกิ่งเหมยอย่างไรดี ถูกธงรบมาดักเตือนว่า คิดให้ดีว่าควรจะบอกกิ่งเหมยหรือเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้นกับดุจแพร หยกบอกว่าเขาเป็นพี่น้องกันตนจะปิดเรื่องนี้ ได้ยังไง

“แต่กิ่งเหมยกำลังอยู่กับความหวัง รออนาคตที่กำลังมีแกและชีวิตครอบครัวที่สงบสุข ถ้าแกไปบอกว่าแกต้องร่วมมือกับเสี่ยตง เอาชีวิตไปลุยโดยไม่รู้ว่าจะรอดหรือเปล่า แกไม่สงสารกิ่งเหมยเหรอ”

หยกนิ่งไปอย่างครุ่นคิด ธงรบบอกให้รู้อีกว่าตนเพิ่งรู้จากเล้งว่า เล้งตัดสินใจนัดพบกับมานพตามลำพังเพื่อเปิดการเจรจาสงบศึก เพราะเล้งไม่อยากให้มีคนตายมากไปกว่านี้ ย้ำกับหยกว่า “แต่แกก็รู้ว่าวงการนี้มันเป็นยังไง”

“ครับหมวด...การพบกันของเจ้าสัวกับมานพจะไม่ใช่การเจรจาเพื่อสันติ แต่เป็นการเป่านกหวีดเริ่มสงครามใหญ่มากกว่า”

“ใช่...ทีนี้แกก็คงรู้แล้วนะว่าจะบอกกิ่งเหมยยังไง”

หยกหันมองกิ่งเหมยอย่างตัดสินใจ...

ooooooo

ตอนที่ 19

บนดาดฟ้าที่พักของหยก...

คืนนี้ ดุจแพรมาบอกกิ่งเหมยกับหยกว่า ตนจะแต่งงานกับอู๊ดดี้ กิ่งเหมยตกใจ แปลกใจ ถามว่าเธอไม่ได้รักอู๊ดดี้ไม่ใช่หรือ แล้วจะแต่งงานกับเขาได้อย่างไร

“วันนี้อาจยังไม่รักเขา แต่ในเมื่อเขารักฉันมาก เขาก็ต้องทำให้ฉันมีความสุขได้”

“แต่ฉันคิดว่าคุณทำอย่างนี้เพราะ...”

“เพราะประชดเธอกับหยกน่ะเหรอ...ไม่ใช่นะกิ่งเหมย ฉันอยากเห็นเธอสองคนมีความสุขด้วยกันจริงๆ แต่ที่ฉันเลือกแต่งงานกับอู๊ดดี้เพราะฉันอยากไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ป๋าจะได้เลิกเป็นมาเฟียเสียที”

ดุจแพรน้ำตาคลอ สะอื้นในอกเบาๆ แม้กิ่งเหมยไม่เห็นแต่จากน้ำเสียงก็รับรู้ได้ถึงอารมณ์ของเธอ

“สำหรับหยกกับเธอไม่ต้องห่วงนะ หยกจะไม่มีทางมีจุดจบเหมือนมาเฟียคนอื่นๆแน่นอน”

ดุจแพรยังเล่าว่าเธอได้ตกลงกับเสี่ยตงเป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยนว่า เธอจะยอมแต่งงานกับอู๊ดดี้และไปอยู่ที่อื่น แต่ว่า...

“ป๋าต้องปล่อยหยกไป เพราะเขาจะไม่ใช่ลูกน้องป๋าอีกแล้ว แพรขอล่ะ ป๋าต้องปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขกับกิ่งเหมย”

ทั้งหยกและกิ่งเหมยสะเทือนใจกับการตัดสินใจของดุจแพร หยกติงว่า เธอไม่ควรทำเพื่อตน เพราะตนทำให้เธอเสียใจก็ไม่ควรได้รับการช่วยเหลืออะไรจากเธอทั้งนั้น

“เรื่องระหว่างเธอกับฉัน ไม่มีอะไรต้องติดค้างกันอีกแล้วนะหยก และที่ฉันทำลงไป ฉันก็ไม่ได้ทำเพื่อเธอคนเดียว แต่เพื่อน้องสาวของฉันด้วยต่างหาก”

“ฉันขอบคุณมากนะคะคุณแพร คุณอยากเห็นเรามีความสุข แต่คุณก็ต้องมีความสุขด้วยสิคะ”

“การได้เห็นคนที่ฉันรักมีความสุข นั่นแหละคือความสุขของฉัน ถ้าฉันช่วยอะไรได้ บอกฉันเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ จะให้ฉันช่วยหาหมอเก่งๆมารักษาเธอก็ได้นะ”

กิ่งเหมยพูดอย่างซาบซึ้งใจว่าเรื่องนั้นตนไม่รบกวนเพราะกำลังรอความหวังจากผู้ที่พร้อมจะบริจาคดวงตาให้ ถ้าโชคเข้าข้างไม่ต้องรอนาน ตนอาจจะได้กลับมามองเห็นอีกครั้ง ดุจแพรดึงกิ่งเหมยเข้าไปกอดด้วยความดีใจกับเธอด้วย

ooooooo

คืนเดียวกัน โหงวโทร.จากห้องทำงานในเลานจ์

บอกดวงแขว่า เล้งรู้เรื่องมานพหมดแล้ว ดวงแขตกใจตวาดว่า แล้วทำไมเพิ่งโทร.บอกตน

“มานพโดนไอ้เล้งเล่นงานมาหนัก ฉันต้องพามารักษาตัวและหาที่ซ่อนให้” ดวงแขถามว่า มานพเป็นอะไรมากหรือเปล่า “ถ้าฉันไม่ลากมันออกมา ไอ้เล้งได้ฆ่ามันแน่...เหลือแต่เธอนั่นแหละ รีบหนีออกมาจากที่นั่นเดี๋ยวนี้เลย ไม่อย่างนั้น ไอ้เล้งเล่นเธอหนักแน่”

พอวางสายจากโหงว ดวงแขรีบเอากระเป๋าเดินทางมากวาดทรัพย์สินมีค่าทั้งเครื่องเพชรและแก้วแหวนเงินทองใส่กระเป๋า คว้ากระเป๋ารีบเดินออกไป ถูกนนท์ขวางไม่ให้ออก อ้างว่าเจ้าสัวสั่งไม่ให้เธอออกไปไหนเด็ดขาด

“ไม่! ถ้าพวกแกไม่หลบฉันละก็...” เธอชักปืนออกมาขู่ “ฉันยิงแกเรียงตัวแน่...หลบไป!!”

นนท์กับลูกน้องต่างชะงัก แต่โชคช่วย! เล้งกลับมาพอดี เขาสั่งดวงแขให้ทิ้งปืนเสียก่อนจะโดนลูกน้องตน เล่นงาน

“ฉันจะไม่ยอมตายอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยฝีมือแกหรอก...ไอ้เล้ง!” ดวงแขเผชิญหน้าเบนกระบอกปืนไปทางเล้งแต่ถูกนนท์อาศัยจังหวะนั้นปัดมือชิงปืนปลดแมกกาซีนอย่างรวดเร็ว ลูกน้องอีกคนตบหน้าแล้วล็อกตัวเธอไว้

ดวงแขดิ้นรนโวยวายให้ปล่อยตน เล้งเดินเข้ามาพูดอย่างใจเย็นว่า

“เธอก็รู้จักฉันดีนะดวงแขว่าฉันเป็นคนยังไง เธอรู้ดีว่าฉันเกลียดการโกหกและทรยศหักหลังที่สุด”

ดวงแขดราม่า ขอโทษและขอคุยกันดีๆ อ้างว่า ที่แล้วมาตนจำเป็นต้องทำเพราะถูกโหงวบังคับถ้าไม่ทำก็จะถูกฆ่า เล้งฟังแล้วยิ่งเจ็บใจ ตบหน้าเพียะ!

“เธอหักหลังไอ้โหงวส่งมันเข้าคุก แล้วเอาลูกชายมันมาตบตาว่าเป็นสายเลือดคนสุดท้ายของฉัน...ฉันรู้ ความจริงหมดแล้ว...เลิกตอแหลสักที!!”

ดวงแขร้องไห้ฮือๆ แต่ยังพูดเอาความดีว่า เห็นเขาไม่มีทายาทสืบสกุลเลยอยากให้มานพได้โอกาสนี้ อ้อนวอนว่า

“อย่าโกรธฉันเลยนะเล้ง ที่ผ่านมาเธอก็รักมานพได้ทั้งที่เขาไม่ใช่สายเลือดนะ ฉันเป็นเมียเธอนะเล้ง ฉันปรนนิบัติดูแลเธอมาตั้งหลายปี ฉันช่วยจัดการไอ้โหงวให้เธอ ฉันช่วยทำให้เธอได้อุ้มลูกเหมือนอย่างคนอื่นเขา ยกโทษให้ฉันเถอะ ไว้ชีวิตฉัน แล้วฉันจะไม่มายุ่งกับเธออีก... นะเล้ง...ฉันขอร้องล่ะ ฮือๆๆ”

เล้งหยุด มองกระเป๋าเดินทางใบนั้นนิ่ง เขาพยักหน้าให้ลูกน้องเทของในกระเป๋าออกมา ปรากฏว่าแก้วแหวนเงินทองเครื่องเพชรร่วงกราว เล้งพูดอย่างรู้ทันว่า แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเธอไม่คิดจะยอมจำนน แต่คนอย่างเธอพร้อมจะแว้งกัดคนที่เลี้ยงเธอมาได้ตลอดเวลา

เมื่อดวงแขอ้อนวอนขอชีวิตอีก เล้งพยักหน้าพูดแววตาเอาเรื่อง “เธออยากให้ฉันให้โอกาสเธออีกครั้งใช่ไหม... ได้...ฉันจะให้โอกาสเธอ” พูดแล้วผลักดวงแขไปให้ลูกน้องจับตัวไว้ ให้พาเดินตามเขาออกจากบ้านไป

“จะพาฉันไปไหนน่ะเล้ง...เล้ง...จะพาฉันไปไหน” ดวงแขถามอย่างตระหนก

ooooooo

เล้งพาดวงแขที่ถูกเอาถุงดำคลุมหัวไปบริเวณที่เป็นแหล่งทิ้งขยะกองพะเนิน รอบๆเป็นแหล่งเสื่อมโทรม เห็นคนรื้อค้นกองขยะบ้างก็ชกต่อยทุบตีกันเพื่อแย่งของจากกองขยะ

ดวงแขรู้ชะตากรรมตัวเอง เธอทำทีจะเข้าไปขอบคุณเล้ง ถูกนนท์ชักปืนจ่อให้หยุดตรงนั้น เล้งบอกว่าเธอไม่ต้องขอบคุณตน ยังไงตนก็จะไม่ปล่อยเธอไปแต่ตัวหรอก แล้วก็ให้ลูกน้องเอาเครื่องเพชรทองจากกระเป๋ามา ใส่ให้เธอจนเหลืองอร่ามไปทั้งตัว บอกว่าถ้าเธอรอดไปได้ก็จะเป็นสมบัติเอาไปตั้งตัวได้ พูดก่อนเดินจากไปว่า

“ลาก่อนดวงแข...ขอบใจมากสำหรับวันเวลาที่เธอเคยรักฉัน ที่ผ่านมาไม่ว่าเธออยากได้อะไร ฉันก็ให้เธอหมดทุกอย่าง เพราะฉะนั้น ฉันถือว่าได้ตอบแทนเธอไปหมดแล้ว จากนี้ไปเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก”

นนท์พาดวงแขเข้าไปในบริเวณกองขยะ เธอจะหนี นนท์เอาปืนจ่อบอกว่า เจ้าสัวให้โอกาสเธอหนีแล้ว ให้เลือกเอาว่าจะตายหรือจะหนี

ดวงแขถูกทิ้งไว้ที่นั่น ไม่นานเธอก็ถูกรุมทึ้งแย่งแก้วแหวนเงินทองไปหมด

เล้งนั่งดูอยู่ในรถ เมื่อนนท์กลับมา เขาพึมพำ

“ชีวิตคนเราก็แค่นี้...หมดบุญที่ทำก็ต้องชดใช้กรรมที่ตัวเองก่อ...”

นนท์พยักหน้ารับแล้วขับรถพาเล้งออกไปช้าๆ ผ่านดวงแขที่วิ่งหนีและร้องขอความช่วยเหลืออย่างเลือดเย็น...

ooooooo

ที่ดาดฟ้า...

ธงรบมาเล่าเรื่องเล้งโมโหที่ถูกดวงแขและมานพหักหลัง บอกว่าหยกจะสะใจเหมือนตนที่เห็นพวกมาเฟียฟัดกันเอง

“มันไม่ใช่เรื่องน่าสะใจหรอกครับหมวด สำหรับผมแล้ว ผมไม่ถือว่าเขาเป็นมาเฟีย” หยกพูดหน้านิ่ง

“ถึงหน้าฉากเขาจะเป็นนักธุรกิจใสซื่อมือสะอาด แต่แกก็เห็นอยู่ว่าเจ้าสัวเล้งเลี้ยงนักเลงไว้เพียบ”

“เขาทำอย่างนั้นเพราะต้องการเปลี่ยนนักเลงให้เป็นคนดี” ธงรบถามว่าเชื่อหรือว่าเล้งจะทำได้ หยกนิ่งไปอย่างทบทวน ชี้แจงว่า “เขาใช้คุณธรรมในการปกครองคน อ่อนให้คนดีแข็งให้คนเลว เพราะเป็นเขาผมถึงเชื่อ”

“แต่แกอย่าลืมนะหยก...ตอนนี้เราไม่มีผู้การหนุนหลัง ถ้าจะจัดการกับพวกมาเฟีย ทางเดียวก็คือต้องให้มันฟัดกันเอง ให้พวกมันนองเลือดจนฉิบหายกันไปเอง”

พูดแล้วเห็นหยกนิ่งไป ธงรบตบบ่าเขาเหมือนปลอบใจว่า

“เอาน่า...แกจะต้องไปกังวลอะไรอีกวะ ก็เห็นคุณแพรช่วยไม่ให้แกต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับไอ้เสี่ยตงได้แล้วนี่หว่า จากนี้ไปแกจะได้แต่งงานมีความสุขกับกิ่งเหมยไง”

“แล้วคุณล่ะหมวด คุณจะเรียกคืนชีวิตของคุณมาได้ยังไง”

“จะต้องมาห่วงฉันทำไม...ถึงเวลาแกแต่งงานไปแล้ว แกจะต้องเสียดายชีวิตโสดแบบฉัน” ธงรบหัวเราะกวนๆ ก่อนเดินจากไป...

ooooooo

เมื่อดุจแพรเป็นฝ่ายเสียสละยอมที่จะแต่งงานกับอู๊ดดี้และไปอยู่ต่างประเทศเพื่อให้หยกกับกิ่งเหมยได้แต่งงานกัน ที่สำคัญยังทำเพื่อให้เสี่ยตงป๋าของเธอเลิกเป็นมาเฟียด้วย

วันนี้ ขณะกิ่งเหมยกับหยกกำลังหยอกล้อกันประสาหนุ่มสาวที่ใกล้จะแต่งงานอยู่ที่บ้านกิ่งเหมยนั่นเอง ส้มเช้งก็มาพร้อมถุงกระดาษในมือ พูดหยอกว่า

“ฉันมีธุระกับกิ่งเหมย แต่ถ้าเพื่อนฉันยังไม่พร้อม ขออ้อนว่าที่สามีก่อนก็ไม่เป็นไร ฉันไปรอที่บ้านก็ได้” ส้มเช้งแกล้งทำหันหลังจะกลับ กิ่งเหมยนึกได้รีบเรียกไว้ ส้มเช้งย้อนกลับมา จับหยกดันออกไป “หลบไปเลยไอ้หยก นี่เป็นเรื่องของผู้หญิง...ห้ามยุ่ง” ว่าแล้วจับมือกิ่งเหมยเข้าบ้านไปพร้อมถุงกระดาษในมือ

ส้มเช้งกับกิ่งเหมยทำเป็นมีลับลมคมในกันจนหยกสงสัยแต่ถูกกันไว้นอกบ้าน เลยได้แต่มองตามสองสาวงงๆ

ที่แท้ส้มเช้งเอาชุดแต่งงานที่ตัวเองลงมือตัดให้ฟรีมาให้กิ่งเหมยลอง เพื่อจะได้ปรับแต่งให้พอดีตัว ขณะลองชุด ส้มเช้งบ่นว่า

“น่าเสียดายชะมัดเลยที่แกดันตาบอดมองไม่เห็นตัวเอง แกรู้ไหมว่าแกเป็นว่าที่เจ้าสาวที่สวยที่สุดที่ฉันเคย เห็นมาเลย”

ทั้งสองลองชุดกันอยู่นาน จนหยกตะโกนถามว่า

“ส้มเช้ง...เสร็จธุระกับกิ่งเหมยของฉันรึยัง ฉันจะเข้าไปแล้วนะ”

“อย่าให้หยกมาเห็นฉันตอนนี้นะ” กิ่งเหมยรีบร้องห้าม

“เออ...รู้น่า...แกรีบถอดชุด เดี๋ยวฉันจะไปกันมันไว้เอง”

หยกคาดคั้นถามส้มเช้งว่ามีอะไรปิดบังตน ส้มเช้งทำไขสือ หยกบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวตนถามกิ่งเหมยเองก็ได้

แต่ไม่ทันที่จะได้ถามกิ่งเหมย คมทวนก็เข้ามาบ่นหยกว่า

“ไอ้หยก...ตามหาเสียทั่ว มาอยู่นี่เอง” แล้วเรียกหยก “มานี่...ข้ามีอะไรจะให้เอ็ง”

ส้มเช้งได้จังหวะเลยยุคมทวนให้รีบพาหยกไปเลย

ooooooo

เสี่ยตงกำลังสบายอกสบายใจมากที่กันดุจแพรออกมาจากหยกและยอมแต่งงานกับอู๊ดดี้ เรียกทั้งสองมาบอกว่า

“ผู้ใหญ่คุยกันเรียบร้อยแล้ว ตกลงไม่มีปัญหาอะไร ถ้าอู๊ดดี้อยากไปจัดงานที่อังกฤษก็ได้ตามสะดวก”

อู๊ดดี้อยากให้เสี่ยสะดวกด้วย เสี่ยไม่มีปัญหาเพราะตนจะบินไปเมื่อไรก็ได้ ดุจแพรเสนอขึ้นว่า

“งั้นถ้าแพรขอเป็นจัดงานตอนที่ป๋ายอมย้ายไปอยู่ที่โน่นถาวรเลยจะดีกว่าไหมคะ”

“ไม่เอาน่าแพร...เจ้าบ่าวเขาอยากแต่งงานเร็วๆ แพรจะให้เขามารอป๋าเคลียร์ธุรกิจให้เสร็จก่อนได้ยังไง ไม่ได้ๆ เดี๋ยวไม่ทันอุ้มหลาน ใช่ไหมอู๊ดดี้”

แม้ดุจแพรจะพยายามหาเหตุถ่วงเวลา แต่ก็สู้เสี่ยตงกับอู๊ดดี้ที่เร่งเร้ารวบรัดไม่ได้

แต่ก่อนที่จะตกลงกันลงตัว เก่งก็เดินเข้ามาหน้าตาเหมือนมีเรื่องร้อนใจ เสี่ยเลยตัดบทว่า

“เอาล่ะ” เสี่ยจับมือหนุ่มสาวให้กุมกันไว้ “จากนี้ไปฉันคงต้องฝากยัยแพรให้อยู่ในความดูแลของเธอแล้วนะอู๊ดดี้” เมื่อชายหนุ่มรับคำ เสี่ยหันมาทางดุจแพร “ส่วนลูก ต่อไปห้ามดื้อกับอู๊ดดี้ พ่อยกเราให้เขาแล้ว เพราะฉะนั้นต้องฟังเขา”

“ค่ะป๋า” ดุจแพรจำต้องรับคำ

เสี่ยตงเดินออกไปแล้ว แต่อู๊ดดี้ที่กุมมือดุจแพรอยู่ยังไม่ยอมปล่อย กลับจับแน่นขึ้นมองหน้าเธอยิ้มแปลกๆ จนดุจแพรบอกให้ปล่อยเพราะตนเจ็บ

แทนที่อู๊ดดี้จะปล่อย เขากลับรวบเธอเข้าไปกอดไว้แน่น พูดอย่างเป็นต่อว่า เธอเป็นของตนแล้วไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรอีก ดันเธอออกมองหน้ายิ้มร้ายพูดใส่หน้า

“ฉันไม่ใช่ไอ้โง่หรือพระรองที่แสนดีที่จะยอมกินน้ำใต้ศอกของเหลือเดนจากใครง่ายๆหรอก!”

ดุจแพรถามว่าเขาจะแก้แค้นตนหรือ อู๊ดดี้พูดเหี้ยมว่า พูดว่าแก้แค้นยังน้อยไป ยื่นหน้าเข้าไปพูดว่า

“เธอหนีฉันไปไหนไม่ได้หรอกลูกปลาน้อย...เพราะฉันรู้เรื่องที่เธอตกลงกับพ่อเธอไว้แล้ว เอาเลย...ถ้าเธออยากให้พ่อเธอเป็นมาเฟียต่อไป อยากเห็นไอ้หมอนั่นเป็นกุ๊ยไปตลอดชีวิต”

ดุจแพรขอโทษแต่ขอให้เขาปล่อยตน อู๊ดดี้พูดอย่างเจ็บใจว่า

“ฉันตามตื๊อให้โอกาสเธอมานานแล้ว เพราะฉะนั้นคำขอโทษของเธอมันสายเกินไปแล้ว นอกจากจะไม่ขอโทษแล้วยังซ้ำเติมฉันอีก...เธอเลือกชีวิตต่อไปของเธอได้น่าสนใจมาก...ลูกปลาน้อย หึๆๆ”

อู๊ดดี้จ้องหน้าเธออย่างร้ายกาจจนดุจแพรตกใจน้ำตาไหลพราก สะบัดหลุดวิ่งกลับเข้าห้องทิ้งตัวบนที่นอนร้องไห้อย่างน่าเวทนา...

ooooooo

คมทวนพาหยกไปที่เรือนแพริมน้ำ...พาเดินเข้าไปข้างใน หยุดดูภาพถ่ายของพราวแสงที่ติดอยู่ เขายืนมองอยู่นานจนหยกถามว่าพาตนมาที่นี่ทำไม

“เอ็งได้คุยกับแม่เอ็งรึยังเรื่องที่เอ็งจะแต่งงาน” หยกบอกว่าคุยแล้วคุยกับรูปของแม่ที่บ้าน “ถ้าแม่เอ็งยังอยู่ เขาคงดีใจที่จะได้เห็นเอ็งมีครอบครัว ยิ่งเป็นหนูกิ่งเหมย แม่เอ็งคงยิ่งชอบ”

“ทำไมล่ะพ่อ”

“เพราะตอนเอ็งยังแบเบาะกินนมแม่อยู่ เอ็งชอบงอแงอาละวาดจนเขาแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน เขาโกรธเอ็งก็เลยบ่นว่าถ้าเอ็งโตก็ขอให้เอ็งเจอผู้หญิงที่ทำให้เอ็งต้องยอมเขา เหมือนที่เขาต้องประคบประหงมเอ็งตลอด”

“ผมคิดถึงแม่จังเลยครับพ่อ”

“แต่นี่เอ็งก็ทำให้แม่เอ็งภูมิใจแล้วล่ะ...เอ้านี่...ของที่ข้าจะให้เอ็ง”

คมทวนยื่นกล่องเล็กๆให้ หยกมองอย่างสงสัยว่าเป็นอะไร  พอเปิดกล่องออกดู เป็นแหวนทองปลอกมีดวงหนึ่ง...

“แหวนนั่นเป็นแหวนที่พ่อเคยซื้อให้แม่เอ็งใส่ แต่เขาไม่เคยหยิบเอามาใส่เลย เขาว่าใส่แล้วกลัวจะเก่าก็เลยบอกให้ข้าเก็บเอาไว้ให้เอ็งหมั้นสาวดีกว่า แต่ข้ารู้ว่ามันไม่ใช่เหตุผลนั่นหรอก”

“พ่ออาจจะคิดว่าเพราะแม่ลืมคนรักของแม่ไม่ได้ แม่ถึงไม่ยอมใส่แหวนของพ่อ แต่ผมไม่เชื่อหรอกครับ ผู้ชายดีๆอย่างพ่อ ใครอยู่ด้วยก็ต้องรักทั้งนั้น”

“แกไม่ต้องยอให้พ่อตัวลอยหรอก สมบัติอย่างอื่นพ่อไม่มีให้นอกจากแหวนวงนี้วงเดียว”

“ผมพูดจริงนะพ่อ ไม่งั้นแม่จะไว้ใจให้พ่อเลี้ยงดูผมเหรอ ทั้งๆที่แม่จะส่งผมให้ไปอยู่กับพ่อแท้ๆของผมก็ได้”

คมทวนมองหน้าหยกอย่างหนักใจ เพราะรู้แก่ใจดีถึงเหตุผลแท้จริงที่พราวแสงไม่ส่งหยกไปอยู่กับเล้ง เขาถามว่า

“ไอ้หยก...งั้นพ่อถามเอ็งจริงๆ เอ็งยังคิดอยากตามหาพ่อที่แท้จริงของเอ็งอยู่รึเปล่า”

คำถามนี้ทำให้หยกนิ่งไปอึดใจ ก่อนเอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า

“ตอนที่พ่อโยนหยกของผมทิ้งไป ตอนนั้นผมเสียใจมาก คิดว่าคงหมดหวังแล้วที่จะได้รู้กำพืดของตัวเอง แต่หลังจากนั้น ผมกลับมาคิดได้ว่า อดีตของผมมันไม่ได้มีความหมายเท่ากับปัจจุบัน ที่ผมมีพ่อที่รักและเลี้ยงดูผมมาอย่างดี”

หยกคุกเข่าลงพนมมือมองหน้าคมทวนพูดอย่างกตัญญู...

“วันนี้ผมเทิดทูนพ่อคนนี้ของผมอย่างไม่มีอะไรมาเทียบได้แล้ว ส่วนเขา ถ้าได้เจอกัน ก็ขอให้เป็นไปตามโชคชะตาของฟ้าลิขิตเถอะครับ...”

หยกก้มกราบแทบเท้าคมทวน ทำเอาคมทวนสะเทือนใจน้ำตาคลอ...เอ่ยเสียงเครือ...

“ไอ้หยก...ไอ้หยกลูกพ่อ...” พลางประคองหยกขึ้นมากอดไว้ ด้วยแววตาครุ่นคิด...หนักใจ...

เมื่อเข้ามาในห้อง คมทวนเอากล่องใส่หยกเลือดมังกรมาเปิดดู ยิ่งสะเทือนใจ พึมพำกับตัวเองน้ำตาคลอ...

“ไอ้หยก...พ่อควรจะทำยังไงกับเอ็ง...พ่อต้องกลายเป็นคนลิขิตชีวิตเอ็ง...พ่อไม่อยากทำแบบนี้เลย...”

ooooooo

เจ้าสัวเล้ง แห่งมังกรวารี กำลังตกอยู่ในความเจ็บปวดเสียใจกับความจริงที่เพิ่งรับรู้ เอาแต่นั่งคิดเครียดอยู่ที่โต๊ะทำงาน จนนนท์เป็นห่วง ให้คนใช้ยกถาดอาหารมาให้

“เจ้าสัวครับ... เจ้าสัวนั่งอยู่อย่างนี้มาทั้งคืนทั้งวันแล้วนะครับ ผมว่าทานอะไรสักหน่อยดีกว่านะครับ” เห็นเล้งนิ่งไม่ตอบ นนท์บอกคนใช้ “เอาเข้าไปให้เจ้าสัว”

แต่พอคนใช้วางถาดอาหารลง เล้งปัดไปอย่างเกรี้ยวกราด ตวาดสั่ง

“เอาออกไปให้พ้น ฉันไม่กินอะไรทั้งนั้น” คนใช้ตกใจถอยออกไป นนท์จะพยายามพูดอะไรอีกถูกเจ้าสัวไล่ออกไปให้หมด

เมื่อนนท์พาคนใช้ออกไปแล้ว เล้งมองหยกเลือดมังกรซีกเดียวที่เหลือด้วยแววตาเจ็บปวด พึมพำกับตัวเอง...

“ด้วยมือของฉัน...ฉันทำให้มังกรวารีมาถึงหายนะแล้วใช่ไหมพราวแสง...”

เวลาเดียวกัน มานพที่โหงวพามาพักรักษาตัวที่ห้องทำงานในเลาจน์ อาการเริ่มดีขึ้น เขาลุกเดินไปมาใน ห้องราวกับหนูติดจั่น หันบอกลูกน้องที่เฝ้าอยู่ว่า

“แกไม่ต้องมาอยู่กับฉัน...ไปช่วยคนอื่นตามหาแม่ฉันให้เจอ”

“ใจเย็นๆน่ะมานพ ถ้าไอ้เล้งมันคิดฆ่าดวงแขจริงๆ ป่านนี้มันคงเรียกให้แกกับฉันไปดูศพให้เจ็บใจไปแล้ว” โหงวบอก

“ก็ลองมันกล้าทำกับแม่ฉันแบบนั้นดูสิ” มานพฮึดฮัดโวยวาย พลันก็ชะงักเมื่อชาญเข้ามารายงานว่าพบดวงแขแล้ว “แม่ฉันเป็นยังไง...อยู่หรือตาย” มานพถลันเข้าไปถาม

ชาญอึกอักหน้าเสีย มานพถามซ้ำว่าแม่ตนอยู่หรือตาย ชาญจึงบอกว่า ยังอยู่ แต่...

“แต่อะไร...” มานพกระชากคอเสื้อถาม ชาญจึงพาเขาไปดูดวงแข... มานพช็อก เมื่อเห็นดวงแขเนื้อตัวสกปรกมอมแมม เสื้อผ้าขาดวิ่น ผมเผ้ายุ่งเหยิง ร้องไห้คร่ำครวญตัวสั่นตื่นตระหนกตลอดเวลา ปากก็ร้องโวยวาย...

“ปล่อยฉัน...กลัวแล้ว...อย่าเข้ามา ไป...ไปให้พ้น กลัวแล้ว...อย่าทำฉันเลย ฮือ...ๆๆ กรี๊ด...ๆ”

ดวงแขอยู่ในภาวะที่จำอะไรไม่ได้ แม้แต่มานพเข้าไปหาก็ไล่ออกไป ร้องขอความช่วยเหลืออย่างหวาดกลัวตลอดเวลา โหงวตามมาเห็นถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ ชาญเล่าด้วยสีหน้าไม่สบายใจว่า

“พวกผมไปตามเจอคุณนายอยู่ที่กองขยะ กำลังถูกพวกคนจรจัดผลัดกันรุมโทรมครับ”

“ว่าไงนะ...ฝีมือไอ้เล้งใช่ไหม...มันทำกับแม่ฉันแบบนี้ใช่ไหม”

“ก็จะใครเสียอีกล่ะมานพ มันทำแบบนี้เพราะต้องการประกาศศึกกับเรา มันต้องการให้เห็นว่า มันพร้อมจะทำลายเราให้ย่อยยับได้ตลอดเวลา” โหงวยุ

“ไอ้เล้ง! มึงกับกูต้องตายกันไปข้าง!!” มานพตาลุกวาว

ooooooo

หลังจากไล่นนท์กับคนรับใช้ออกไปแล้ว เล้งเก็บตัวอยู่ในห้อง เอารูปที่ถ่ายกับดวงแขและมานพบ้างฉีกบ้างเผาทิ้ง

“ถ้าแกอยากลองดีกับฉัน...แกได้เจอฉันสั่งสอนแกแน่ไอ้ทรพี” เล้งคำราม

ปล่อยเล้งอยู่คนเดียวนานจนเป็นห่วง นนท์ไปเรียกก็ไม่มีเสียงตอบ เขาตัดสินใจเอากุญแจสำรองไขประตูเข้าไป แม้ลูกน้องจะติงว่าเจ้าสัวสั่งห้ามใครรบกวน นนท์ก็ยอมเสี่ยงเพราะเป็นห่วงเจ้านาย

แต่พอเปิดประตูเข้าไป ไม่มีเล้งอยู่ในห้องแล้ว นนท์พึมพำใจคอไม่ดี

“หรือว่าเจ้าสัวออกไปแก้แค้น!!” นนท์หันกลับวิ่งออกไปทันที

เล้งไปที่ผับแห่งหนึ่งซึ่งเป็นธุรกิจเครือข่ายของพยัคฆ์เมฆา เขาใส่แว่นดำเข้าไปนั่งทำตัวเป็นลูกค้า สาวขายบริการคนหนึ่งเข้ามานั่งอย่างเสนอตัว เล้งคุยด้วยอยู่ครู่หนึ่งก็ยิ้มเหมือนตอบตกลง แต่พริบตานั้นเขาจับเธอหันหลังกระชากชุดเกาะอกลง เผยให้เห็นรอยสักรูปเสือขนาดฝ่ามือที่กลางหลัง หญิงสาวตกใจพยายามร้องขอความช่วยเหลือ

เล้งกระชากเธอเข้าไปเอามือปิดปากกระซิบขู่...

“ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนของพยัคฆ์เมฆาและที่นี่ก็เป็นแหล่งทำเงินของพวกมัน ถ้าเธอไม่ร้องโวยวาย ฉันก็จะไม่หักคอเธอ” หญิงสาวพยักหน้ากลัวๆ “ดีมาก...ทีนี้ก็ไปบอกพรรคพวกของเธอว่า ฉัน...เจ้าสัวเล้งแห่งมังกรวารีมาอยู่ที่นี่แล้ว”

หญิงสาวผงะตกใจ เล้งไล่ให้ไปได้แล้ว เธอพยักหน้าลุกเอามือปิดหน้าอกรีบเดินไป

นนท์ให้ลูกน้องตามหาเล้งจนทั่วคฤหาสน์ก็ไม่เจอ เขายิ่งร้อนใจสั่งเครียด “ตามหาเจ้าสัวให้เจอ...ไป!!”

พวกลูกน้องกระจายกันออกตามหา นนท์หน้าเครียดด้วยความเป็นห่วงเล้ง

ooooooo

หยกอยู่กับกิ่งเหมยบนดาดฟ้า พยายามถามเธอว่ามีอะไรงุบงิบกับส้มเช้ง แต่ถามอย่างไรกิ่งเหมยก็ไม่ยอมบอก เลยถูกหยกแกล้งกอดออดอ้อน เห็นกิ่ง-เหมยเขินก็ยิ่งได้ใจ

“เฮ้ย...เลี่ยนว่ะไอ้หยก อยากอ้วกเว้ย” ธงรบมาเห็นร้องขัดขึ้นจนทั้งสองผละจากกัน กิ่งเหมยขอให้ช่วยเอาหยกไปทีเถอะ ธงรบหัวเราะบอกว่า “ได้เลยคุณกิ่งเหมย ผมตั้งใจจะมาขัดคอ...เอ๊ย...จะมาลากคอมันไปอยู่พอดี”

ธงรบลากหยกออกไป  พลางหันไปร้องบอกกิ่งเหมยว่า

“ไม่ต้องห่วงนะครับคุณกิ่งเหมย ผมไม่ล่อลวงว่าที่เจ้าบ่าวคุณไปทำให้เสียคนหรอก แต่อาจเสียหมาเล็กน้อย ฮ่าๆๆใช่ไหมไอ้หยก” ธงรบหัวเราะอารมณ์ดี

“คืนนี้รอฉันที่นี่นะกิ่งเหมย ฉันกลับไม่ดึกหรอก” หยกร้องบอก กิ่งเหมยพยักหน้าเตือนว่าอย่ามีเรื่องกลับมานะ...

เมื่อออกมาที่บันไดตึก ธงรบขอโทษหยก พูดออกตัวว่าไม่ได้อยากมาขัดความสุขของเขาเลย แล้วเล่าว่า

“ไม่กี่ชั่วโมงมาเนี่ย เจ้าสัวเล้งโทร.หาฉัน ถามเรื่องของแก๊งพยัคฆ์เมฆา น้ำเสียงเขาฟังดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ฉันเดาว่าเขาคงอยากแก้แค้น”

“แล้วทำไมหมวดเพิ่งมาบอกผม คนอย่างเจ้าสัวถ้าคิดจะลงมือทำอะไร ต้องไม่ใช่เรื่องเล็กแน่” หยกร้อนใจจะออกไป

“เดี๋ยว...ไอ้หยก ที่ฉันมาบอกไม่ได้ให้แกคิดไปช่วยเจ้าสัวเล้งนะเว้ย อย่าลืมสิวะ...หน้าที่ของเราคือกวาดล้าง มาเฟีย ถ้าพวกมันจะฟัดกันเองก็เรื่องของมัน เราแค่รอเก็บหลักฐานไว้มัดตัวพวกมันให้ดิ้นไม่หลุดแค่นั้น”

“แต่ว่า...”

“บุญคุณของไอ้เล้งกับแก...มันเป็นเรื่องผลประโยชน์ของมาเฟีย แกอย่าไปยึดติดนักสิวะ” ธงรบขัดขึ้นอย่างรู้ใจ ซึ่งก็ได้ผล เพราะทำให้หยกนิ่งไป แม้ลึกๆจะอดเป็นห่วงเล้งไม่ได้ก็ตาม

ooooooo

มานพดูดวงแขที่เหมือนคนเสียสติด้วยความสงสารสะเทือนใจและแค้นพวกที่ทำให้แม่ตนอยู่ในสภาพนี้ บอกชาญว่า

“ไอ้พวกนั้นมันทำให้แม่ต้องเป็นแบบนี้ ผมไม่เอามันไว้แน่...ชาญ!!”

“ได้เลยครับคุณมานพ” ชาญรับคำรีบไปจัดการ

มานพพาดวงแขไปที่บริเวณกองขยะ ชาญไปจับพวกที่รุมโทรมดวงแขเดินเรียงแถวเข้ามารายงาน

“ไอ้พวกนี้แหละครับนาย”

“แม่ครับ...ไอ้พวกนี้ใช่ไหมที่มันทำร้ายแม่” มานพถาม ดวงแขแค่ชำเลืองมองก็ผวาสติแตก เอามือปิดหน้าร้องไห้โวยวาย มานพบอกดวงแข “มันทำให้แม่ต้องเป็นแบบนี้ เพราะฉะนั้น...มันสมควรได้รับการลงโทษ”

มานพจูงแขนดวงแขไปยืนตรงหน้าพวกนั้นที่พากันคุกเข่าตัวสั่น มานพบอกดวงแขอย่างเหี้ยมอำมหิตว่า

“ดูให้ดีนะครับแม่ คนที่กล้ามาแตะต้องเรามันต้องลงเอยแบบนี้...” สิ้นเสียงก็ลั่นไกเปรี้ยงเข้าแสกหน้าคนหนึ่งร่างนั้นล้มคว่ำทันที พวกที่เหลือร้องขอชีวิตกันระงม

มานพยิงไปทีละคน...ทีละคน...อย่างเลือดเย็นอำมหิต จนคนสุดท้าย เขาจับมือดวงแขให้ยิงขณะคนนั้น วิ่งหนี ดวงแขกรีดร้องอย่างเสียสติ มานพหันมอง พูดอย่างขัดใจว่า

“แม่...ผมช่วยแม่แล้ว แม่ต้องกลับมาเป็นปกติเสียที...กลับมาเป็นปกติสิครับ...แม่...” แต่เมื่อดวงแขยังกรีดร้องไม่หยุด มานพมองสบถ “โธ่เว้ย! นี่ฉันต้องเลี้ยงดูแม่ที่เป็นบ้าแบบนี้ไปตลอดชีวิตเลยรึไงวะ!! ไม่ชอบอยู่กับคนบ้านะเว้ย!”

ooooooo

สาวบริการที่ถูกเล้งขู่ให้ไปบอกพวกพยัคฆ์เมฆาว่าตนมาที่ผับแล้ว รีบเดินหน้าตาตื่นเข้าไปรายงานพวกลูกน้องพยัคฆ์เมฆาระดับหัวหน้าเครือข่ายธุรกิจที่กำลังนั่งนับเงินจากธุรกิจผิดกฎหมายกันบันเทิงใจอยู่

“แย่แล้ว...เจ้าสัวเล้งมังกรวารี มันบุกมาที่นี่” หญิงสาวคนนั้นร้องบอก

ครู่เดียว โหงวเดินพูดโทรศัพท์เข้าไปในเลาจน์ สีหน้าตื่นเต้น...

“ว่าไงนะ...ไอ้เล้งมันบุกไปที่นั่นคนเดียวหรือ ถ้ามันกล้าบ้าบิ่นขนาดนั้นละก็...ปิดทางออกทุกทาง แม้แต่มดตัวเดียวก็อย่าให้รอดออกไปได้ ฉันจะรีบตามไปสมทบ”

โหงวพาลูกน้องไปตามมานพที่บริเวณกองขยะ บอกมานพที่กำลังหัวเสียที่ตนฆ่าพวกที่รุมโทรมแม่จนหมดแล้ว ดวงแขก็ยังไม่ดีขึ้น โหงวเข้าไปบอกว่า

“เรื่องแม่แก แกแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วมานพ แกอย่ามาเสียเวลาอยู่ที่นี่เลย รีบพาคนของเราไปจัดการกับไอ้เล้งดีกว่า...โอกาสที่ไอ้เล้งจะเลือดเข้าตาบ้าระห่ำเดินเข้าถ้ำเสือเดี่ยวๆแบบนี้ไม่มีให้เห็นง่ายหรอก”

มานพตาลุกวาวตามโหงวไปทันที

ooooooo

พวกลูกน้องพยัคฆ์เมฆากับการ์ดในผับ พากันมาไล่แขกที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปจนหมด จากนั้นประตูเข้าออกทุกทางถูกปิดตาย

เล้งรู้สถานการณ์ดี เขายังคงนิ่งอย่างไม่สะทกสะท้าน เขาถอดเสื้อสูทออก พับแขนเสื้อตัวใน ปลดกระดุมออกพร้อมกับเอาสนับมือมาใส่ กำหมัดแน่นอย่างพร้อมรับมือ

พวกหัวหน้าและเครือข่ายพยัคฆ์เมฆานับสิบทยอยกันเดินออกมาตีวงล้อมเล้ง หัวหน้าคนหนึ่งสะอึกออกมาท้า

“แน่มากนะเจ้าสัวเล้ง...ตัวคนเดียวแต่กล้าบุกมาถึงที่ ไม่กลัวพวกเรายิงตายรึไง”

“ฉันอยู่วงการมาเฟียมาทั้งชีวิต เห็นมีคนอยู่แค่สองจำพวกในโลกของมาเฟียเท่านั้น พวกแรก เป็นอันธพาล ตัวจริงกล้ารับคำท้าอย่างลูกผู้ชาย พวกนี้ถ้าฝีมือดีอนาคตมันรุ่งแน่ ส่วนอีกพวกคือไอ้กุ๊ยหางแถว เก่งแต่ลอบกัดอย่างหมา ไม่กล้าสู้ซึ่งหน้า ไอ้พวกนี้มันจะเป็นได้แค่ลูกน้อง หางแถว ที่รอวันให้ลูกพี่สั่งให้ไปตายอย่างหมาข้างถนน”

พวกนั้นจิกตามองเล้งอย่างเอาเรื่อง เล้งชี้หน้า เรียงตัวกวักมือท้า

“หน้าอย่างแก...อยากจะเป็นหัวหน้าหรือหมาข้างถนน?”

“ไอ้เจ้าสัวเล้ง! ปากเก่งอย่างนี้ มิน่าถึงไม่มีใคร อยากให้แกมีชีวิตอยู่ เฮ้ย...มันอยากสู้ก็ให้มันสู้เลย...จัดให้หนัก” หัวหน้าเครือข่ายคนหนึ่งทำกร่างแต่สั่งลูกน้องลุย

พวกลูกน้องพากันกระเหี้ยนกระหือรือเอาใจนาย เก็บปืน แล้วหันไปใช้มีดสั้น อีดาบ สนับมือ และขวานแทน พอหัวหน้าเครือข่ายคนนั้นพยักหน้า คนแรกก็ควงขวานปรี่เข้าไปหาเล้งทันที ครู่เดียวก็ถูกเล้งเล่นงานเสียหมอบกระแต

หัวหน้าเครือข่ายเจ็บใจ พยักหน้าให้เข้าไปอีกสองคน มันมีอีดาบกับมีดสั้น ดาหน้าเข้าหาเล้งหมายโชว์ฝีมือ

เมื่อถูกสองรุมหนึ่ง แม้เล้งจะสู้สุดฝีมือ แต่ก็พลาดถูกอีดาบฟันเสื้อขาดบาดแขนเลือดซิบๆ พวกมันพากันเฮอย่างฮึกเหิม เล้งไม่หวั่นไหว ถอดสนับมือทิ้ง ถอดเสื้อโชว์มังกรวารีกลางแผ่นหลัง ตั้งท่าทะยานเข้าสู้อย่างฮึกห้าวเหิมหาญ

ooooooo

หลังจากหยกรู้เรื่องเล้งจากธงรบ เขาวิ่งออกไปขึ้นมอเตอร์ไซค์บิดไปทันที ธงรบรีบขึ้นรถไล่ตามจนแซงขึ้นไปได้ก็ปาดหน้าลงจากรถไปเตือนสติ

“ไอ้หยก...ตกลงแกจะไม่ฟังฉันเลยใช่ไหม”

“เรื่องอื่นเราคงต้องร่วมมือกัน แต่เรื่องนี้ผมปล่อยไปไม่ได้ จุดจบของเจ้าสัวเล้งไม่ใช่ความตาย”

“แกมันบ้าไปแล้วหรือไอ้หยก ฉันว่าแกฝังตัวอยู่กับพวกมาเฟียจนลืมไปแล้วว่าตัวตนที่แท้จริงของแกเป็นใคร”

“ผมไม่เคยลืมว่าผมเป็นตำรวจ ต้องใช้ความดีเลวเป็นเครื่องตัดสินคน”

“งั้นแกก็ไม่ต้องไปยุ่งกับเจ้าสัว กลับไปเสีย”

สิ้นเสียงธงรบก็เข้าผลักไหล่หยกบังคับในที กลับถูกหยก ปัดมือแล้วออกเชิงมวยพร้อมสู้ ทั้งคู่ประหมัดกันพอหอมปากหอมคอ หยกชิงปืนจากธงรบไปได้ ก็ยิงล้อรถของธงรบสกัดไม่ให้ตามไปอีก เอาปืนธงรบเหน็บเอวบอกเขาก่อนขึ้นรถบิดไปว่า

“ขอโทษด้วยนะครับหมวด...ผมไม่อยากเสียเวลา ชีวิตของเจ้าสัวอาจจะไม่ปลอดภัย”

“ไอ้หยก!!” ธงรบมองตามหยกไปอย่างหัวเสีย

ooooooo

ขณะเล้งกำลังเปิดฉากต่อสู้หนึ่งต่อสอง มือเปล่าสู้กับมีดสั้นและอีดาบ แต่มันก็ถูกกำจัดไปทีละคน คนแรกมีดสั้น ต่อมาเหลืออีดาบ เล้งเล่นงานมันจนสามารถแย่งอีดาบไปเป็นอาวุธได้

“ไม่ธรรมดาเลยเจ้าสัวเล้ง” หัวหน้าคนนั้นเอ่ย

“ที่เหลือทั้งหมดจะเข้ามาทีเดียวก็ได้ ไอ้มานพหัวหน้าของพวกแกมันจะได้เห็นว่า แค่ฉันคนเดียวก็โค่นพยัคฆ์เมฆาได้สบาย”

“เฮ้ย...คำสั่งนาย ถ้าใครเอาหัวไอ้เล้งไปให้นายได้ นายมีรางวัลใหญ่ให้ไม่อั้น” หัวหน้าคนนั้นล่อใจให้ลูกน้องลุย พวกนั้นหมายได้รางวัลใหญ่ ดาหน้ากันเข้าลุย เล้งกำอีดาบในมือพร้อมสู้เต็มที่

ที่หน้าผับ...หยกมาถึงแล้ว แต่ถูกการ์ดกันไว้ไม่ให้เข้า บอกว่าที่นี่ปิดแล้วไล่ให้ไปที่อื่น

“ไม่ได้มาเที่ยว...มาช่วยคน” การ์ดถามว่าช่วยใคร “ก็คนที่พวกแกกำลังรุมยำเขาอยู่ข้างในไง”

สิ้นเสียงหยกชกหน้ามันหงายผลึ่ง อีกคนสู้ เลยถูกหยกบู๊แลกหมัดกัน ไม่กี่อึดใจมันก็หมดสภาพ หยกวิ่งเข้าไปทางหลังผับ เห็นถังแก๊สตั้งเรียงรายมีลูกกรงปิดล็อกกุญแจไว้ เขาใช้คีมตัดเหล็กตัดกุญแจ เข้าไปถอดท่อแก๊สอย่างรวดเร็ว ชำนาญ

ในผับ เล้งถูกพวกมันรุมจนถูกถีบกระแทกผนังทรุดฮวบลง ถึงกับต้องเอามือกุมหน้าอกและเช็ดเลือดที่ปาก แต่ก็ฮึดลุกขึ้นสู้อีกครั้งอย่างบ้าดีเดือด

“อึดมาได้ถึงขนาดนี้ นับถือว่าแกสุดยอดจริงๆ ไอ้มังกรเฒ่า แต่มันก็แค่นี้แหละวะ เพราะเดี๋ยวพอนายของข้ามา แกจะต้องทรมานอย่างแสนสาหัสแน่ ฮ่าๆๆ”

ทันใดนั้นเอง มีเสียงถังแก๊สระเบิดติดๆกัน ไฟลุกพรึ่บทันที พวกมันตกใจทำอะไรไม่ถูก

หยกวิ่งเข้ามายิงใส่พวกมันจนแตกกระเจิง เขาฉวยโอกาสนั้นวิ่งเข้าไปช่วยเล้ง

“รีบไปจากที่นี่เถอะครับเจ้าสัว” เล้งถามงงๆว่ามาที่นี่ได้ยังไง “อย่าเพิ่งถามอะไรเลยครับ รีบไปเถอะครับ!!”

หยกประคองเล้งพาออกไป พลางหันยิงสกัดไม่ให้พวกมันตาม

แต่พอออกมาถึงหน้าผับ เจอมานพกับโหงวมาถึงพอดี มานพยิงใส่ทันที แต่หยกก็พาเล้งหลบหลีกกระสุนวิ่งไปที่รถมอเตอร์ไซค์ได้ พาขึ้นรถบิดทะยานออกไป มานพยิงตามเป็นชุดแต่ไม่ถูกแม้แต่นัดเดียว

ระหว่างนั้น หัวหน้าเครือข่ายคนหนึ่งวิ่งออกมาบอกว่าข้างในกำลังถูกไฟไหม้วอดวายหมดแล้ว มานพไม่สนใจกระชากคอเสื้อด่า

“แค่ไอ้แก่นั่นคนเดียวแกยังปล่อยให้มันมาเผาธุรกิจของฉันได้ ถ้าพวกแกปล่อยให้ที่นี่เหลือแต่ตอละก็ ฉันจะเผาพวกแกทั้งเป็น” ผลักมันกระเด็นแล้วสั่งชาญ “ตามไปลากคอมันมาให้ได้”

มานพพาลูกน้องออกรถพุ่งไปทันที โหงวพยายามร้องเรียกแต่ไม่ได้ผล ได้แต่หันมองไปในผับที่ไฟกำลังลุกโหมอย่างแรง พวกลูกน้องในผับหนีตายกันอลหม่าน...

ooooooo

ขณะกิ่งเหมยเดินกลับบ้านกับส้มเช้ง ส้มเช้งเห็นดุจแพรมาเดินป้วนเปี้ยนแถวหน้าบ้าน พอบอกกิ่งเหมยเธอสงสัยว่า ค่ำมืดแล้วดุจแพรมาทำอะไร

เมื่อมาเจอกันและพาเข้าไปนั่งคุยกันในบ้าน

ดุจแพรพูดกลบเกลื่อนความเสียใจของตัวเองว่าเดินผ่านมาเลยแวะมาดูว่าพวกเธอเป็นยังไงบ้าง ส้มเช้งปากไวตอบไปทันทีว่า

“ไอ้เหมยมันจะเป็นอะไรได้ล่ะคะคุณแพร นอกจากกำลังสำลักความสุข”

“ส้มเช้ง!” กิ่งเหมยเรียกปรามเขินๆ

“ไม่เห็นจะต้องอายเลยนี่กิ่งเหมย ได้อยู่กับคนที่เรารัก ได้มีความสุขร่วมกัน ฉันสบายใจจังที่เธอมีความสุข” พูดแล้วก็กะพริบตาถี่ๆพยายามกลืนน้ำตาที่รื้นขึ้นมาไม่ให้ใครเห็น

ส้มเช้งสะกิดบอกกิ่งเหมยว่าดุจแพรดีใจกับ

เธอจนร้องไห้ กิ่งเหมยเลยบอกว่าถ้าส้มเช้งจะกลับ

ก็ได้เพราะตนมีดุจแพรอยู่เป็นเพื่อนแล้ว

“ก็ดี...งั้นฝากกิ่งเหมยด้วยนะคะคุณแพร”

พอส้มเช้งเดินออกไป กิ่งเหมยคลำขอมือดุจแพร พอเธอยื่นมือให้ กิ่งเหมยกุมไว้พูดอย่างห่วงใยว่า

“เราเป็นพี่น้องกันนะคะ...ถ้าคุณมีเรื่องไม่สบายใจอะไรบอกฉันมาเถอะค่ะ”

ดุจแพรชะงัก นิ่งอึ้ง คิดไม่ถึงว่ากิ่งเหมยจะรับรู้ ความรู้สึกของตน...

ooooooo

เล้งกลับไปถึงโกดังท่าเรือของตน เขาขอบใจหยกแต่เตือนว่า หยกไม่ควรทำแบบนี้เพราะนี่เป็นปัญหาระหว่างตนกับพวกนั้นคนอื่นไม่เกี่ยว

หยกติงว่าถ้าเล้งยกพวกมาจัดการพวกมันอย่างสมน้ำสมเนื้อตนก็คงไม่เข้ามายุ่ง แต่นี่เล่นมาคนเดียวลุยด้วยมือเปล่า

“หึๆนี่แหละชีวิตมังกรวารีอย่างฉัน เมื่อตัดสินใจผิดพลาด โง่ให้คนอื่นมาหลอกใช้ ฉันถึงต้องสะสาง

ด้วยตัวเองไม่ให้ลูกน้องต้องมาเสียเลือดเสียเนื้อเพราะความโง่ของเจ้านาย”

“แต่ผมว่าคุณหาเรื่องตายมากกว่า เพราะคุณคิดว่าคุณไม่เหลือใครอีกแล้วเลยอยากจบชีวิตตัวเอง

ด้วยวิถีของมาเฟีย” ถูกเล้งเรียกปราม หยกย้อนถาม “ผมพูดถูกใช่ไหมครับเจ้าสัว”

มานพกับชาญตามมาถึงโกดังท่าเรือ มานพสั่งให้จัดการกับเล้งให้ตายอย่างทรมานจนต้องร้องขอชีวิตจากตน ชาญรับคำสั่ง บอกลูกน้องเตรียมลุย

ในโกดังท่าเรือ เล้งถามหยกอย่างสงสัยว่ารู้เรื่องของตนได้ยังไง

“พวกพยัคฆ์เมฆาเปิดหน้าไพ่ออกมาแล้วว่ามีใครเป็นหัวหน้า ตอนนี้ข่าวของเจ้าสัวกับลูกชายกระจายออกไปถึงทุกแก๊งแล้ว”

“หึ...ใช่ เพราะฉันพลาดเสียรู้ให้มัน ฉันถึงต้องจบเรื่องน่าอายนี้ด้วยตัวเอง”

“แต่ทำอย่างนี้มันไม่มีประโยชน์หรอกครับ เจ้าสัวจะตายก่อนที่จะได้แก้แค้น แล้วพวกพยัคฆ์เมฆาก็จะ

มายิ่งใหญ่  ความตั้งใจที่จะเปลี่ยนโจรให้เป็นสุภาพบุรุษก็จะตายไปพร้อมกับเจ้าสัว”

“หยก...นี่เธอมั่นใจฉันเหรอว่าฉันจะทำได้ ทั้งๆ

ที่ไม่เคยมีใครเชื่อฉันเลย”

“ถ้าเป็นคนอื่น ผมก็คงไม่มั่นใจ แต่ถ้าเป็นเจ้าสัว ผมว่านั่นคือความหวัง”

“ฉันไม่คิดเลยนะหยกว่าเธอจะมองฉันขาดและรู้จักฉันดีขนาดนี้”

“นั่นอาจเป็นเพราะผมมีนิสัยที่คล้ายกับเจ้าสัวมั้งครับ”

เล้งจ้องหน้าหยกนิ่งก่อนรำพึงอย่างอดคิดถึง

พราวแสงไม่ได้ว่า “เหมือนจริงๆ...เธอช่างเหมือนกับ...”

ทันใดนั้น ธงรบขับรถเข้ามาเบรกเอี๊ยด...หยกกับเล้งชะงักหันมอง เล้งสงสัยว่าพวกนั้นตามตนมาได้ยังไง

“เรื่องนั้นอย่าเพิ่งถามผมเลยครับเจ้าสัว ตอนนี้ไอ้มานพมันยกพวกมาปิดที่นี่ไว้แล้ว มันต้องการฆ่าเจ้าสัว ทางเดียวที่จะรอดคือต้องลุยอย่างเดียว”

เล้งบอกว่าเรื่องลุยนั้นตนตั้งใจอยู่แล้ว หยกถามว่าเล้งจะเอาอะไรไปสู้ แค่ความบ้าบิ่นมันไม่ช่วยให้เขารอดหรอก แต่เล้งก็ยังตอบอย่างมั่นใจว่า

“ใช่...นี่คือการแก้แค้น ฉันแค่ต้องทำมันเท่านั้นหยก ผลจะออกมาเป็นยังไงก็ถือว่าฉันได้ทำ” หยกเสนอว่าตนจะอยู่ช่วย “ไม่...ฉันจะไม่ยอมให้เธอเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่เด็ดขาด เธอต้องกลับไปดูแลครอบครัวเธอ”

“เอาล่ะๆ ถ้ามัวแต่มาเถียงกันแบบนี้ พวกมันคงบุกมาถล่มแน่ๆ ทางที่ดีพวกเราทั้งหมดควรตั้งรับพวกมันแล้วลุยให้ถึงที่สุดเลยดีกว่า” ธงรบเดินไปเปิดท้ายรถเอากระเป๋าที่ใส่อาวุธมาเพียบ “ลุยกับพวกมันมือเปล่ายังไงก็ไม่รอด แต่ถ้ามีของทุ่นแรงบวกความบ้าของพวกเรา พวกมันต้องคิดผิดแน่”

ธงรบเอาปืนออกมากระบอกหนึ่ง ทันใดนั้นเสียงปืนข้างนอกก็รัวกึกก้องพร้อมกับที่ชาญและลูกน้องตะลุยเข้ามา ทั้งสามต่างกระโจนหลบตัวใครตัวมัน ธงรบเสนอว่าเราต้องแยกกันไม่อย่างนั้นไม่รอดแน่ เล้งกับหยกเห็นด้วย ธงรบจึงยิงเปิดทางแยกออกไปเป็นคนแรก

“ระวังตัวด้วยนะหยก สัญญากับฉันว่าเธอจะต้องไม่ตาย”

“ครับ...เจ้าสัวก็เหมือนกัน” แล้วทั้งสองก็แยกกันไปคนละทาง ชาญกับลูกน้องจึงแยกกันตามทั้งสองไป

ooooooo

ลูกน้องพยัคฆ์เมฆาสองคนไล่ตามธงรบไป ธงรบใช้ทั้งปืนและตะลุมบอนดวลหมัดกับมันอย่างชำนาญ

เล้งถูกชาญกับลูกน้องไล่ตามไปอีกทาง ลูกน้อง ชาญถูกเล้งดักจับทุบต้นคอมันทีเดียวก็สลบเหมือด ชาญได้ยินเสียงจึงวิ่งตามมายิง แต่มาถึงไม่เห็นเล้งแล้ว

“อยู่ไหนวะ...ออกมาสิเว้ย...แน่จริงก็ออกมาเจ้าสัว” ชาญร้องท้าอย่างเหิมเกริม แล้วยิงปืนกราดไปทั่ว จนกระสุนหมด แต่พอมันจะเปลี่ยนแม็กก็ถูกเล้งพุ่งเข้าชาร์จด้วยเชิงมวยที่หนักหน่วง

หยกถูกมานพไล่ล่าอย่างบ้าเลือด มานพดักยิงไม่ยั้ง แต่หยกก็หลบได้เฉียดฉิวและผลักลูกน้องมานพไปกระแทกจนปืนมานพหลุดมือ หยกกระโจนถีบมานพจนเซ

“ไอ้หยก...แกมันชอบสอดเรื่องคนอื่นอยู่เรื่อย

ถ้าไม่สั่งสอนแกเสียบ้าง แกก็คงไม่เลิกจุ้นจ้าน” มานพถอดเสื้อสูทหักนิ้วบิดคอทำท่าพร้อมสู้เต็มที่

“แน่ใจเหรอว่าจะตัวๆกับฉัน ไอ้พวกเพลย์บอยอย่างแก ก็ดีแต่ใช้ลูกน้องทำงาน”

“หึๆๆ ถ้าแกคิดว่าฉันดีแต่สั่งลูกน้องอย่างเดียว ก็ลองดูสิวะ” ว่าแล้วกวักมือท้าหยกออกไปสู้กัน

แม้หยกจะพร้อมสู้และฝีมือไม่ด้อยกว่ากัน แต่จังหวะที่หยกเพลี่ยงพล้ำก็ถูกมานพเล่นนอกเกมกำทรายซัดใส่หน้าจนหยกลืมตาไม่ขึ้น เลยถูกมานพอัดทั้งหน้าและลำตัวจนกระเด็นไปกระแทกกำแพงทรุดลงไปจุก

“ฮ่าๆๆ เป็นไงไอ้หยก เห็นรึยัง ความแตกต่างระหว่างกุ๊ยหางแถวอย่างแกกับหัวหน้ามาเฟียอย่างฉัน อย่างแกมันก็แค่ก้อนกรวดที่ขวางทาง เห็นแล้วมันเกะกะลูกตาชะมัด!”

มานพปรี่เข้าเล่นงานหยกด้วยเชิงมวย ทำเอาหยกเกือบหมอบ มานพท้าอย่างผยองว่า

“ถ้าแกยังไม่เข้าใจ ฉันก็จะช่วยเตือนสติให้แกจำให้ขึ้นใจ กุ๊ยอย่างแกก็ดีแต่กระดิกหางรอรับคำสั่ง แต่หัวเสืออย่างฉันคือคนที่กำหนดความเป็นความตายให้คนอื่นได้”

มานพจิกหัวหยกขึ้นมาซัดไม่ยั้งจนหยกโงนเงน

“หมารับใช้อย่างแกเมื่อไม่มีแรงก็หมดประโยชน์ สุดท้ายมันก็ต้องตายอย่างเดียว”

“ฉันอาจจะเป็นหมารับใช้ของพวกมาเฟีย เป็นก้อนกรวดที่เกะกะขวางทางแก แต่อย่าลืมว่าหินผาที่ยากจะกำจัดก็มาจากก้อนกรวดก้อนเล็กๆ รวมกัน!” หยกฮึดขึ้นมาโถมเข้าจับมานพบิดแขนจนร้องลั่น แล้วกระหน่ำเชิงมวยใส่จนมานพอ่อนเปลี้ย แล้วกระชากขึ้นมา มานพตาเหลือกต่อรองว่า

“ปล่อยฉันนะไอ้หยก ฉันยอมรับแล้วว่าดูถูกแกเกินไป ฝีมือแกแบบนี้ถ้ามาอยู่กับฉัน ฉันจะดันให้แกยิ่งใหญ่ไปพร้อมๆกับฉัน”

“ฉันไม่ได้เข้ามาวงการนี้เพราะอยากยืนอยู่บนความเดือดร้อนของคนอื่น”

“คนที่เข้ามาเป็นมาเฟีย มันไม่มีอย่างอื่นหรอก”

“มีสิ...แกคงไม่ทันได้รู้หรอก เพราะเจ้าสัวเล้งคงจะจัดการกับแกก่อน”

มานพตกใจถามว่าจะเอาตนไปมอบให้เล้งหรือ รีบต่อรองว่าเล้งจ่ายให้เขาเท่าไรตนจะจ่ายให้มากกว่า หยกย้ำว่า บอกแล้วว่าตนไม่ได้เข้ามาทำเพื่อเงิน

ทันใดนั้นเอง โหงวเอาปืนจ่อธงรบที่พลาดท่าถูกจับได้ พาเข้ามาเป็นตัวประกันให้หยกปล่อยมานพแลกกับธงรบ มานพตาลุกวาวชมโหงวว่าแบบนี้ค่อยสมกับเป็นพ่อลูกกันหน่อย โหงวบีบหยกให้ปล่อยมานพเดี๋ยวนี้!

“หยก...ถ้าปล่อยมันไป มันจะกลายเป็นเสือติดปีก มันจะย้อนกลับมาถล่มพวกเราไม่เหลือแน่” เล้งเตือนสติ

“หึ...ไอ้เล้ง...แสดงว่าแกเองก็รู้ดีว่าถ้าฉันหนุนมานพเมื่อไหร่ บัลลังก์ที่แกเคยหวงนักหวงหนาก็จะกลายเป็นหอกคอยทิ่มแทงจนแกต้องเน่าตาย” โหงวเยาะเย้ย

“ฉันไม่เคยกลัวแกหรอกไอ้โหงว ต่อให้แกจะฉลาดเป็นกรด แต่แกก็แค่ไอ้เป๋ที่ดีแต่โลภมาก สักวันแกต้องตายด้วยมือฉันแน่”

“วันนั้นไม่มีวันมาถึงหรอกไอ้เล้ง เพราะสายเลือดของฉันที่แกเฝ้าฟูมฟักมาตลอดจะเป็นคนฆ่าแกกับมือ”

“แกได้ยินแล้วใช่ไหมไอ้หยก คนฉลาดเขาต้องเลือกเล่นเกมที่มีโอกาสชนะมากกว่าแพ้ และผู้ชนะคือคนที่สามารถกำหนดชีวิตคนอื่นได้ แกคงไม่เลือกโง่ๆนะไอ้หยก” มานพกร่างขึ้นมาทันที

เล้งบอกหยกว่าตนต้องการตัวมานพ โหงวยกปืนจ่อหัวธงรบ เริ่มนับหนึ่งเตรียมเหนี่ยวไก หยกถูกบีบคั้นอย่างหนักในที่สุดตัดสินใจผลักมานพออกไป

โหงวยิ้มสะใจ ผลักธงรบออกไปแล้วรีบเข้าพามานพออกไป เอาปืนจ่อเล้งขู่ว่า

“อย่าเว้ยไอ้เล้ง ฉันจะยังไม่ถือว่าวันนี้คือชัยชนะของฉัน แต่เป็นแค่การเปิดเกมสงครามของแกกับฉันเท่านั้น”

เล้งไม่พอใจหยก หันมาตำหนิว่าไม่ควรปล่อยมานพ ไม่มีใครปล่อยเสือเข้าป่าเพื่อให้มันย้อนกลับมาฆ่าตัวเองหรอก ถูกหยกหันมาผลักอกอย่างไม่พอใจ พูดอย่างไม่สะทกสะท้านว่า

“หมวดเขาช่วยให้คุณรู้ความจริงเรื่องมานพ เขาเป็นคนของคุณ แต่คุณจะปล่อยให้เขาตายเพื่อสนองความแค้นตัวเองเหรอเจ้าสัว” เล้งชะงัก หยกพูดอย่างผิดหวังว่า “ผมนึกว่าผมจะศรัทธาคุณได้เสียอีก แต่สุดท้ายคุณก็ไม่ต่างจากพวกนั้น!”

หยกประคองธงรบออกไป ไม่แยแสกับเล้งที่ยืนนิ่งงันอยู่คนเดียว...

ooooooo

ตอนที่ 18

เมื่อ​เล้ง​มา​ถึง หมอบ​อก​ว่า​อาการ​ของ​คม​ทวน

ดี​ขึ้นมาก​แล้ว แต่​ท่าทาง​ยัง​ระแวง​ถาม​อะไร​ก็​ไม่ค่อยตอบ เล้ง​บอก​ว่า​ไม่​เป็นไร​เดี๋ยว​ตน​ไป​คุย​เอง

แต่​พอ​เข้าไป​ใน​ห้อง กลับ​เห็น​พยาบาล​ถูก​จับ​มัด​อยู่​กับ​เตียง ช่วย​กัน​ปลด​พยาบาล​ออก​มา​แล้ว​จึง​รู้​ว่า​คมทวน​เพิ่ง​หนี​ไป​เมื่อ​ครู่​นี้​เอง เล้ง​หน้า​เครียด​แล้ว​รีบ​ตาม​ออก​ไป​พร้อม​กับ​นนท์

ไป​ถึง​หน้า​โรงพยาบาล​เห็น​คม​ทวน​ใน​ชุด​คนไข้​ขึ้น​แท็กซี่​ออก​ไป​พอดี นนท์​จะ​ตาม เล้ง​บอก​ไม่​ต้อง นนท์​ถาม​ว่า​จะ​ให้​หนีไป​แบบ​นี้​หรือ

“ใคร​ว่า​ฉัน​จะ​ให้​มัน​หนี​ล่ะ เรา​จะ​ตาม​มัน​ไป​ไม่​ให้​รู้ตัว​ต่างหาก” เล้ง​มอง​ตาม​แท็กซี่​ไป​อย่าง​มาด​มั่น

ที่​โรง​เลื่อย มานพ​รีบ​มา​เล่า​เรื่อง​ที่​ได้​รับ​โทรศัพท์​ลึก​ลับ​จาก​คน​ที่​รู้​เรื่อง​ของ​ตน​ลึก​มาก​ให้​โหงว​กับดวงแขฟัง โหง​ว​สงสัย​ว่า​มานพ​ทำ​พลาด​จน​เสีย​ความ​ลับเอง มานพ​ไม่​ยอม​รับ​ชี้​หน้า​ด่า​โหง​ว เลย​ถูก​โหงว​จับ​มือ​บิด​ไพล่หลังปรามว่า

“อย่า​ห้าว​ให้​มัน​มาก​นัก​นะ​มานพ กี่​ครั้ง​แล้ว​ที่แก​ทำ​เรี่ยราด​เละเทะ​แล้ว​ต้อง​ให้​ฉัน​ไป​เก็บ​กวาด​ให้”

“แก​เป็น​ลูกน้อง​ฉัน แก​ต้อง​ทำ​ตาม​ที่​ฉัน​สั่ง”

โหง​ว​บิด​มือ​มานพ​อย่าง​แรง​สั่ง​ให้​พูด​ออก​มา​อีกที​ว่า​ตน​เป็น​แค่​​ลูกน้อง! มานพ​ไม่​กล้า​พูด​เอาแต่​ร้อง​โอดโอย โหง​ว​บิด​มือ​แรง​ขึ้น​อีก​สั่ง​ให้​พูด มานพ​จึง​พูด​อย่าง​เสียไม่ได้​ว่า “แก​เป็น​เตี่ย​ฉัน” โหง​ว​ยัง​ไม่​พอใจ​สั่ง​ให้​พูด​ดังๆ เขาเลย​ตะโกน “แก...แก​เป็น​เตี่ย​ฉัน!!”

โหง​ว​จึง​ปล่อย​มือ​แล้ว​เดิน​ออก​ไป ดวงแข​รีบ​ตาม บอก​ว่า​เขา​จะ​ไป​ไหน​ไม่ได้​ต้อง​ช่วย​จัดการ​เรื่อง​นี้​ให้​มานพ​ก่อน​ โหง​ว​สวน​ไป​อย่าง​ขุ่นมัว​ว่า “ฉัน​เป็น​เตี่ย​มัน ถ้า​ไม่​ใช่​ฉัน​แล้ว​ใคร​จะ​ช่วย”

โหง​ว​วิเคราะห์​ว่า คน​นั้น​ต้อง​เป็น​พวก​เดียว​กับ​คน​ที่​เพิ่ง​โดน​มานพ​เชือด​คอ​คิด​ว่า​สืบ​ได้​ไม่​ยาก ดวงแข​เร่ง​ให้​รีบ​หน่อย

“ฉัน​รู้​น่า ต้อง​เก็บ​กวาด​ให้​เรียบร้อย​ก่อน​ที่​เล้ง​จะ​เปิด​ตัว​มานพ จะ​ไม่​ปล่อย​ให้​มัน​คาบ​เอาเรื่อง​นี้​ไป​บอก​ไอ้​เล้ง​แน่”

ooooooo

หลังจาก​กิ่ง​เห​มย​บอก​ว่า​จะ​แต่งงาน​กับ​หยก​แล้ว เขา​มี​ความ​สุขมาก หยอก​ล้อ​เย้า​แหย่​กับ​กิ่งเหมย

อ​ยู่​ที่​ห้อง​พัก​บน​ดาดฟ้า​ พอดี​ธง​รบ​มา​เห็น เขา​แสดง​ความ​ยินดี​กับ​หยก และ​ส่ง​สัญญาณ​ว่า​มี​ธุระ หยก​จึง​ออก​มา​คุย​กัน​ที่​ใต้​ทาง​ด่​วน

“ที่​ฉัน​ต้อง​มา​หา​แก​ก็​เพราะ​หมวด​ณรงค์​ยอม

สละ​ชีวิต​ตัว​เอง​เพื่อ​ภารกิจ​ไป​คน​หนึ่ง​แล้ว กว่า​จะ​กวาดล้าง​พวก​มัน​ให้​สิ้น​ซาก​ก็​ไม่​รู้​ว่า​แก ฉัน หรือ​ว่า​ผู้​การ ใคร​จะ​เหลือ​รอด​เป็น​คน​สุดท้าย”

หยก​เพิ่ง​รู้​เรื่อง​หมวด​ณรงค์ เขา​ผลุนผลัน​ไปที่​รถ​มอเตอร์ไซค์ ธง​รบ​เตือน​ว่า​เขา​ทำ​อะไร​ไม่ได้​หรอก ตน​เอง​ก็​อยาก​จะ​ไป​ตาม​ล่า​พวก​มัน​ใจ​แทบ​ขาด​ย้ำกับหยกว่า

“ก็​จริง​อย่าง​ที่​อา​สมิง​เตือน ยิ่ง​อยาก​ใช้​อารมณ์แค้น​ตอบโต้ ก็​ยิ่ง​ทำให้​เรา​ตกเป็น​เป้า​ของ​พวก​มัน​มากขึ้น”

“ผู้​การ​สั่ง​ห้าม​หมวด ไม่ได้​ห้าม​ผม” หยก​ปัด​มือ​ธง​รบ​จะ​ไป​ให้​ได้ ธง​รบ​จึง​เตือนสติ​เขา​ว่า

“แก​กับ​กิ่ง​เห​มย​กำลัง​จะ​มี​อนาคต​ร่วม​กัน ถ้าแก​เป็น​อะไร​ขึ้น​มา ฉัน​ทำ​หน้าที่​ดูแล​กิ่ง​เห​มย​แทน​แกไม่ได้​หรอก​นะ​เว้ย” เห็น​หยก​ชะงัก ธง​รบ​พูด​ต่อ “ไม่ว่าจะ​เกิด​อะไร​ขึ้น กิ่ง​เห​มย​จะ​ต้อง​มี​ความ​สำคัญ​สำหรับแกเป็น​อันดับ​แรก ส่วน​ไอ้​พวก​เลว​ชาติ​พวก​นั้น มัน​ต้องเจอกับฉัน”

“ผม​ขอบคุณ​ที่​หมวด​คิด​ช่วย​ผม​กับ​กิ่ง​เห​มย

แต่​ถ้า​ผม​ไม่ได้​จัดการ​กับ​พวก​มัน​ด้วย​หน้าที่​ที่​ได้​รับ​มอบหมาย​มา แล้ว​คน​ที่​ผม​รัก​จะ​ภาคภูมิ​ใจ​ใน​เกียรติยศ​ของ​ผม​ได้​ยัง​ไง”

“มัน​ก็​จริง​ของ​แก...เป็น​ตำรวจ​ถ้า​อยู่​อย่าง​ไร้เกียรติ​ก็​อย่า​เป็น​มัน​เสีย​เลย​ดี​กว่า”

“การ​ตาย​ของ​หมวด​ณรงค์​จะ​ต้อง​ไม่​สูญ​เปล่า ผม​จะ​ต้องหา​ทาง​กระชาก​หน้ากาก​ไอ้​พวก​พยัคฆ์​เมฆา​

ออก​มา​ให้​ได้”

“ไม่​ใช่​แก​คน​เดียว​แน่​หยก ฉัน​เอง​ก็​อยากรู้ว่า​มัน​เป็น​ใคร และ​ฉัน​ก็​สงสัย​ด้วย​ว่า ตอน​นี้​มี​คนที่รู้แล้ว แต่​ยัง​ไม่​อยาก​ให้​เรา​เข้าไป​ยุ่ง” หยก​ถามว่าใคร ธงรบ​โพล่ง​บอก​ว่า “อา​สมิง!”

ooooooo

คม​ทวน​กลับ​มาตร​อก​ศาล​เจ้า เหลียวหลัง​อย่าง​ระวัง​ว่า​มี​ใคร​ตาม​มา​หรือ​เปล่า เลย​ชน​สลึง​กับ​อ่าง​ที่​เดิน​ทะเล่อทะล่า​มา​ตรง​หัว​มุม​พอดี ทั้งสอง​ดีใจ​มาก​ที่​เจอ​คม​ทวน ถาม​ว่า​หาย​ไป​ไหน​มา พวกตน​หา​กัน​ให้​ควั่ก แล้ว​ทำไม​แต่งตัว​แบบ​นี้

ทั้ง​สอง​ถูก​คม​ทวน​ปด​ตามเคย​ว่า​จู่ๆก็​หัวใจวาย​กลาง​ทาง แต่​ไม่​ต้อง​ห่วง​ตน​ไม่​ยอม​เป็น​อะไร​จนกว่า​หยก​จะ​แต่งงาน​มี​ครอบครัว​ก่อน อ่าง​บอก​ว่า​งั้น​ก็​สบายใจ​ได้​แล้ว​เพราะ​หยก​ขอ​สาว​แต่งงาน​เรียบร้อยแล้ว

“เฮ้ย...ไอ้​หยก​ไป​ขอ​ใคร​แต่งงาน​วะ” คม​ทวนตกใจ เพราะ​ตน​หาย​ไป​แค่​คืน​เดียว​หยก​ก็​ขอ​สาว​แต่งงานแล้ว

“กิ่ง​เห​มย!!” อ่าง​กับ​สลึง​ตอบ​พร้อม​กัน​อย่าง​ภูมิ​อก​ภูมิใจ

คม​ทวน​คิด​ว่า​ตัว​เอง​หลบ​กลับ​บ้าน​ได้​ไม่​มี​ใคร​เห็น แต่​ที่แท้​เล้ง​กับ​นนท์​ตาม​มา​ห่างๆ จน​เล้ง​ชน​เข้า​กับกิ่ง​เห​มย​ที่​ถือ​ไม้เท้า​คลำ​ทาง​หนี​ส้ม​เช้ง​ที่​ไล่​หยอก​ล้อ​กัน​มา เล้ง​ตกใจ​รีบ​ประคอง​เอา​ผ้าเช็ดหน้า​เช็ด​ดิน​ที่​มือให้ ถาม​ว่า​ตา​ไม่​เห็น​หรือ ก็​พอดี​ส้ม​เช้ง​ไล่​ตาม​กิ่ง​เห​มยมา​ทัน ชะงัก​มอง​เล้ง​อย่าง​แปลก​ใจ

เล้งถามว่า เธอสองคนเป็นคนดูแลศาลเจ้านี้

หรือ กิ่งเหมยเล่าซื่อๆด้วยความรู้สึกดีๆที่เล้งช่วยตนเมื่อครู่นี้ว่า

“ค่ะ...เมื่อก่อนเป็นอาม่าที่รับจ้างดูแลศาลเจ้านี้ให้สมาคม แต่หลังจากอาม่าเสีย หนูกับเพื่อนก็เลยดูแลต่อ”

เล้งเล่าว่าตนเคยได้ยินชื่อเสียงของศาลเจ้านี้

มานานแล้วยังไม่เคยแวะมาสักที ส้มเช้งถามว่าแล้ว

เขามาทำอะไร ตนไม่เคยเห็นเขาแถวนี้มาก่อน เล้งมองหน้าส้มเช้งที่ถามซอกแซก สายตาเจ้าพ่อของเขาทำเอาส้มเช้งหายอยากรู้ไปเลย ส่วนกิ่งเหมยเรียกเพื่อนติงๆทำนองว่าเสียมารยาท เล้งพูดอย่างใจดีว่า

“ไม่เป็นไรหรอกหนู ฉันมีคนรู้จักอยู่แถวนี้ก็เลยแวะมาเยี่ยมเยียนน่ะ” ส้มเช้งถามว่ารู้จักใครหรือ ก็พอดีนนท์กลับมา เล้งจึงขอตัวบอกว่า มีโอกาสเมื่อไหร่จะกลับมาไหว้เจ้า

พอเล้งไป กิ่งเหมยติงเพื่อนว่าไม่ควรเสียมารยาทกับคนที่เพิ่งช่วยตนเอาไว้ ส้มเช้งทำเสียงสยองบอกว่า

“ถ้าแกมองเห็นว่าท่าทางเขาเป็นใครแล้วแกต้องอยากรู้เหมือนฉันแน่ เพราะท่าทางเขาเหมือนพวกไอ้เสี่ยตงเลยแหละ!” กิ่งเหมยถามว่าเหมือนยังไง “ก็พวกเจ้าพ่อไงแก!!”

กิ่งเหมยนึกได้ว่ายังไม่ได้คืนผ้าเช็ดหน้าให้เล้ง เลยรีบตามไป

เล้งมายืนคุยกับนนท์ที่หน้าศาลเจ้า นนท์เล่าที่ไปสืบมาให้ฟังว่า

“ไอ้หมอนั่นมันมาอยู่ที่ตรอกศาลเจ้านี่หลายสิบปีแล้วครับ เมื่อก่อนมันเคยเป็นครูสอนมวย สอนมวยให้เด็กๆ แถวนี้ แต่ต้องเลิกสอนไปเพราะลูกชายติดคุกแล้วออกมาเป็นนักเลง”

“ลูกชาย...ไอ้หมอนั่นมันมีลูกชายด้วยเหรอ”

“ครับเจ้าสัว...แล้วลูกชายมันเจ้าสัวก็รู้จักด้วย นายหยก ลูกน้องของเสี่ยตงไงครับ”

พอดีกิ่งเหมยตามเอาผ้าเช็ดหน้ามาคืนให้ เล้งจึงบอกนนท์ว่าเรื่องนั้นค่อยคุยกันทีหลัง หันไปขอบใจกิ่งเหมย บอกว่าวันหลังจะกลับมาที่นี่อีก แล้วเดินออกไปกับนนท์

กิ่งเหมยฟังเสียงฝีเท้าที่เดินออกไปแล้วก็เริ่มกังวล เป็นห่วงหยกขึ้นมา...

ooooooo

มานพคอยอยู่ที่โรงเลื่อยจนเย็นไม่เห็นโหงว

กลับมา บ่นกับดวงแขว่าหมอนั่นจะช่วยเราได้จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้

“มันมีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้ ถ้าเล้งรู้ความจริงเรื่องแกก่อนที่จะยกสมบัติให้ มันก็ต้องชวดอดไปด้วย แถมยังจะโดนไอ้เล้งตามเก็บอีก ยังไงมันก็ต้องหาทางจัดการให้แกแน่ ว่าแต่แกเถอะ ติดต่อเล้งได้รึเปล่า”

ขณะสองแม่ลูกกำลังกังวลและระแวงอยู่นั่นเอง โหงวก็โผล่มา มานพถามเสียงขุ่นว่าตกลงคนที่โทร.

มาหาตนเป็นใคร โหงวชูซองสีน้ำตาลให้ดูพลางบอกว่า

“ฉันรู้แล้วว่ามันเป็นใคร แต่ก่อนที่แกจะได้รู้ ฉันอยากเตือนอะไรแกสักอย่าง” พูดไม่ทันขาดคำก็ชกเปรี้ยงเข้าที่หน้ามานพจนเลือดออกซิบๆ มานพตะคอกว่าชกตนทำไม โหงวโยนซองใส่หน้า “เตือนให้แกรู้ว่าแกมันโง่น่ะสิ พลาดอย่างโง่ๆ ถึงทำให้ตำรวจรู้ว่าแกเป็นใคร”

“ตำรวจ!! แกหมายความว่าไง” ดวงแขตกใจ โหงวไม่ตอบเดินหัวเสียออกไป สองแม่ลูกหยิบซองมาเปิดดู ในนั้นมีภาพถ่ายของหมวดณรงค์กับผู้การสมิงในชุดตำรวจเต็มยศ! สองแม่ลูกมองกันอึ้ง!!

สองแม่ลูกรีบเดินตามออกมาเห็นโหงวกำลังเตรียมอาวุธแบบจัดหนักอย่างเคร่งเครียด มานพบอกว่าคนที่ตนเชือดคอไปเป็นแค่พ่อค้ายากระจอกๆไม่ใช่ตำรวจ ดวงแขปรามมานพให้ฟังโหงวก่อนเพราะตนก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมตำรวจถึงพยายามสืบเรื่องของเขา

โหงวกระชากซองไป ดึงรูปตำรวจออกมาชี้ที่

ผู้การสมิง...

“ไอ้หมอนี่มันคือผู้การสมิง มันคือหัวหอกคนสำคัญของกรมตำรวจที่ได้รับมอบหมายให้กวาดล้างพวกมาเฟีย ตอนที่ฉันติดคุกอยู่ เคยได้ยินพวกในนั้นพูดถึงมันอยู่บ่อยๆ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องลุยกับมันเร็วขนาดนี้”

มานพถามว่าพวกนั้นจ้องเล่นงานตนถึงได้ส่งคนมาสืบหรือ โหงวบอกว่าทั้งเขา เล้ง และเสี่ยตงล้วนอยู่ในสายตาสมิงหมด ย้ำอย่างหงุดหงิดว่า “ยิ่งแกไปฆ่าคนของมัน มันก็เลยคิดจะเล่นงานแกเป็นคนแรกไง!”

ดวงแขปลอบลูกชายว่าไม่ต้องห่วง เรามีเงินเยอะแบ่งไปใต้โต๊ะหน่อยขี้คร้านจะยอม

“เงินไม่ได้ซื้อตำรวจได้ทุกคนหรอกนะดวงแข โดยเฉพาะไอ้ผู้การสมิงคนนี้ ให้เท่าไหร่มันก็ไม่รับแน่” โหงวตวาด มานพตกใจถามว่าแล้วจะทำยังไง จะรอให้มาลากคอตนไปงั้นหรือ โหงวหางตาใส่มานพบอกว่า “ตำรวจกับมาเฟีย ถ้าร่วมมือเป็นพวกเดียวกันไม่ได้ ก็มีทางให้เลือกทางเดียวเท่านั้น” พูดจบโหงวเอาปืนเหน็บเอวเดินยิ้มร้ายออกไป

“ฉันจะไปด้วย” มานพตามออกมา เห็นโหงวทำเฉยมานพจึงฝืนใจเรียก “เตี่ย ฉันขอร้องล่ะที่ผ่านมาฉันโง่เอง ถ้าไม่ได้เตี่ยคอยช่วยฉันมาตลอด ฉันจะมีวันนี้ได้ยังไง”

“ต้องให้มันได้อย่างนี้สิวะ ลูกชายอั๊ว ฮ่าๆๆ ไปเว้ย เราไปสนุกกัน” โหงวหัวเราะสะใจส่งปืนให้มานพ พาออกไปสมทบกับลูกน้องที่รออยู่ มานพเดินตามจิกตาร้ายกาจ

ooooooo

ขณะเล้งหมกมุ่นครุ่นคิดเรื่องพราวแสง มองหยกมังกรวารีสมบัติประจำตระกูลครึ่งหนึ่งที่เหลือจากหักให้พราวแสงในมืออยู่นั้น ก็มีโทรศัพท์เข้ามือถือ เล้งมองเบอร์หน้าจอ กดรับอย่างแปลกใจ

“สวัสดีครับเจ้าสัวเล้ง แห่งมังกรวารี มังกรที่ได้ชื่อว่ามีคุณธรรมที่สุดในกลุ่มของพวกมาเฟีย” เสียงปลายสายทักอย่างรู้จักดี เล้งถามว่าใคร รู้จักเบอร์ส่วนตัวของตนได้ยังไง “ฉันจะได้เบอร์ของแกมายังไง มันไม่ใช่ประเด็นที่แกควรจะต้องรู้หรอก เรื่องของพวกพยัคฆ์เมฆาต่างหากที่ฉันอยากจะบอกให้แกรู้”

เล้งสนใจมาก แต่พอถาม ปลายสายกลับบอกว่าพูดทางโทรศัพท์ไม่สะดวก นัดเจอกันดีกว่ารับรองว่า

ความลับของพยัคฆ์เมฆาที่เจ้าสัวอยากรู้ จะไม่ใช่ความลับอีกต่อไป แล้วนัดสถานที่ เวลา เล้งตั้งใจฟังทั้งอยากรู้ ทั้งสงสัย

ทันทีที่วางสาย ผู้การสมิงเดินไปที่รถ แต่ยังไม่ทันเปิดประตูรถ หยกก็ขี่มอเตอร์ไซค์พาธงรบมาจอดขวางหน้ารถแล้วรีบลงมาหา หยกบอกว่าตนรู้เรื่องหมวดณรงค์หมดแล้ว ผู้การตอบเลี่ยงๆ ว่า รู้แล้วก็ดีจะได้เป็นบทเรียนรู้จักระวังตัว พูดแล้วจะขึ้นรถ

“เดี๋ยวสิครับอา ที่ผมกับไอ้หยกมาตามหาอาก็เพราะอยากจะบอกให้อาทราบว่า ไม่ว่าอาคิดจะทำอะไรอยู่ ผมกับไอ้หยกพร้อมร่วมมือกับอาทุกอย่าง ขอแต่ให้อาสั่งมาเท่านั้น”

ผู้การนิ่งไปอึดใจ ย้อนถามว่า “พวกแกคิดว่าฉันกำลังทำอะไร”

หยกกับธงรบช่วยกันพูดหว่านล้อมว่า พวกตนไม่ถามว่าหัวหน้าพยัคฆ์เมฆาคือใครแต่คิดว่าผู้การมีแผนจัดการกับเรื่องนี้ และถ้าผู้การจะทำคนเดียวพวกตนไม่เห็นด้วย

“พวกแกนี่มัน หึ!” ผู้การหัวเราะในลำคอก่อนบอกว่าตนรู้แล้วว่าหัวหน้าพยัคฆ์เมฆาคือใคร และตนมีวิธีที่จะจัดการโดยไม่ต้องเอาชีวิตของทั้งสองไปเสี่ยงเหมือนหมวดณรงค์อีก หยกถามว่าแผนการคืออะไร ผู้การบอกว่า “ตัวตนที่แท้จริงของพยัคฆ์เมฆาก็คือนายมานพ ลูกชายของเจ้าสัวเล้ง”

ธงรบพูดอย่างสะใจว่า แสดงว่ามานพต้องการล้มพ่อตัวเองแล้วขึ้นมาเป็นใหญ่แทน

“ใช่...ถ้าเจ้าสัวรู้เรื่องนี้ มันจะต้องจัดการกับลูกชายตัวเอง ฉันจะให้พวกมันเปิดศึกกันเอง ให้มันซัดกันให้เหลือน้อยที่สุด แล้วค่อยรวบพวกมันทีเดียว”

ธงรบเห็นด้วย แต่หยกติงว่าเล้งรักลูกชายมาก ยังไงเสียเลือดย่อมข้นกว่าน้ำ

“เรื่องนั้นฉันคิดอยู่แล้ว แต่ถ้านี่คือทางเดียวที่จะทำให้ฉันไม่ต้องเอาชีวิตพวกแกไปเสี่ยง ฉันก็ต้องวัดดวงกับเจ้าสัวเล้ง” หยกขอไปด้วย “ได้...ฉันนัดกับเจ้าสัวเล้งเอาไว้แล้ว แกกับธงรบไปเจอกันที่นั่นแล้วกัน”

หยกกับธงรบพยักหน้าให้กันต่างดีใจมากที่ผู้การยอมให้ร่วมทีมในงานนี้

แต่ที่แท้ ผู้การหลอกให้ทั้งสองไปอีกที่หนึ่ง รอจนเริ่มเอะใจ ก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้การที่ใช้บลูธูทขับรถไปคุยไปถามว่า รู้ตัวกันแล้วใช่ไหม บอกหยกว่า ตนไม่อยากให้ทั้งสองเอาชีวิตไปเสี่ยงเพราะการไปพบเจ้าสัวเล้งอาจไม่เป็นไปตามแผนอย่างที่หยกเตือนไว้ หยกพยายามจะท้วงติงอีก ผู้การตัดบทว่า

“หยก...เป้าหมายของพวกเราคือการกำจัดพวกมาเฟีย ขจัดอิทธิพลของพวกมันเพื่อให้คนข้างหลังเราได้มีชีวิตอย่างสงบสุข ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเราพร้อมกันหมด พวกมันก็คงได้ใจ และคงไม่มีใครหยุดพวกมันได้อีก” พูดจบตัดสายเลย

ธงรบรอฟังอยู่ถามหยกว่าผู้การว่าไง หยกบอกว่าท่านไม่อยากให้เราไปเสี่ยงด้วย ธงรบได้แต่พึมพำเซ็งๆ

“อานะอา...ทำแบบนี้จะเรียกว่าทีมได้ไง...โธ่เว้ย!!”

ooooooo

เล้งกับนนท์มาถึงลานตู้คอนเทนเนอร์แล้ว เขาสั่งนนท์ขณะลงจากรถว่า

“บอกทุกคนให้ระวังตัวเองไว้ด้วย ฉันไม่รู้ว่าไอ้คนที่อยากเจอฉันมันเป็นพวกไหน แต่ถ้าการเสี่ยงออกมาคืนนี้ทำให้ฉันได้รู้ตัวตนที่แท้จริงของพยัคฆ์เมฆาจริงๆละก็...ฉันว่ามันคุ้มที่จะเสี่ยง”

นนท์รับคำ สั่งลูกน้องทุกคนให้ระวัง พวกนั้นกระชับปืนตีวงล้อมเล้งก่อนจะพากันเดินเข้าไปข้างใน...

ฝ่ายผู้การสมิง ขับรถผ่านจุดที่โหงวพาพวกมาซุ่มอยู่ โหงวตบบ่าคนขับรถสั่ง “มันอยู่นั่นแล้ว...ตามไป!”

รถพวกโหงวตีคู่กับรถของสมิง เขารู้โดยสัญชาต–ญาณว่ากำลังตกอยู่ในอันตรายจึงเร่งเครื่องหนี ถูกพวกโหงวเปิดกระจกรถกระหน่ำยิงทันที สมิงหักรถหลบออกข้างทางเอาปืนออกมายิงตอบโต้ แต่ถูกกระหน่ำจนต้องหาทางถอย

“ลากคอมันมาให้ได้ อย่าให้มันรอด” มานพตะโกน โหงวเห็นความห้าวของมานพ ก็พูดอย่างสะใจว่า

“ถ้าคืนนี้ลื้อจัดการเด็ดหัวตำรวจได้ แผ่นดินนี้ก็ไม่มีใครขวางลื้อได้อีกแล้ว ไอ้ลูกพยัคฆ์ ฮ่าๆๆ”

สมิงพยายามต่อสู้พลางหาทางถอยพลาง พร้อมกันนั้นก็โทรศัพท์บอกธงรบว่าตนถูกพวกพยัคฆ์เมฆาเล่นงานอยู่ ให้ธงรบรีบไปพบเจ้าสัวเล้งบอกให้เจ้าสัวรู้ว่าพยัคฆ์เมฆาคือลูกชายเขา ธงรบจะไปช่วย สมิงบอกว่าไม่ต้องห่วงตน

เมื่อธงรบบอกหยก หยกให้ธงรบไปทำตามคำสั่งส่วนตัวเขาจะไปช่วยผู้การเอง

หยกขี่มอเตอร์ไซค์มาพบรถของสมิงจอดทิ้งไว้ข้างทางแต่ไม่เห็นตัวสมิง ได้ยินเสียงปืนแว่วอยู่ไกลๆ เขารีบตามเสียงปืนไป

ผู้การสมิงต่อสู้กับพวกโหงวและมานพอย่างไม่หวั่นไหว เมื่อกระสุนใกล้หมดก็ทำทียอมแพ้เดินออกไป แต่พอได้จังหวะก็ยิงใส่โหงว แต่ถูกโหงวยิงสวนมาปืนตกจากมือ พริบตานั้นลูกน้องมานพก็กรูกันออกมาล็อกตัวสมิงไว้ทันที

มานพแสดงความอำมหิตยิงที่หน้าขาสมิง หัวเราะร่าท่ามกลางเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของสมิง

“จะบอกให้นะครับผู้การ...ถ้าพยัคฆ์เมฆาไม่โหดเหี้ยม ก็จะไม่มีวันขึ้นมายิ่งใหญ่ได้” มานพระเบิดหัวเราะลั่น

“ไอ้ลูกทรพีอย่างแก ถ้าเจ้าสัวเล้งมันรู้ว่าแกคิดจะหักหลังละก็...แกเสร็จแน่”

มานพจะยิงสมิงทิ้งเพราะรู้เรื่องของตนมากเกินไป แต่ไม่ทันยิงก็มีเสียงปืนดังมาจากอีกด้านหนึ่ง พวกมานพแตกฮือหันยิงไปทิศทางนั้นทันที

ฝีมือหยกนั่นเอง!

“มีพวกมันมาอีก...ไปจัดการ” โหงวสั่ง มานพกับลูกน้องพากันวิ่งไปทางเสียงปืน ส่วนโหงวหันมาจะยิงสมิงแต่เขาหายไปแล้ว “คิดว่าจะรอดเหรอไอ้ผู้การสมิง!!” โหงวคำรามวิ่งตามออกไป

สมิงวิ่งออกมาเจอหยก เขาถามว่ามาทำไม เพราะถ้าพวกนั้นมาเห็นเราอยู่ด้วยกันก็จะรู้ทันทีว่าหยกเป็นสายตำรวจ หยกบอกว่าเรื่องนั้นค่อยหาทางแก้ทีหลัง แต่ตอนนี้ต้องช่วยผู้การก่อน พอดีเสียงมานพตะโกนสั่งลูกน้องให้ตามล่าสมิงมาให้ได้ หยกจึงประคองสมิงหลบไปอีกทางหนึ่งซึ่งคิดว่าจะรอด

แต่ทุกทางออกถูกพวกมันปิดไว้หมดแล้ว สมิงสั่งในฐานะหัวหน้าของหยกว่า ตนจะถ่วงเวลาไว้แล้วให้หยกหนีออกไป เมื่อหยกลังเล ผู้การออกคำสั่ง

“ฉันสั่งให้ไปไงหยก เธอต้องห่วงคนที่เธอให้สัญญาว่าจะดูแลเขา ทั้งพ่อเธอทั้งกิ่งเหมย พวกเขายังรอเธออยู่ ฉันนับถือหัวใจกล้าหาญของเธอมากนะหยก ทั้งๆที่ชีวิตเธอมีคนที่ต้องดูแลอีกมากมาย แต่เธอก็ยังยอมเสียสละอนาคตตัวเองเพื่อแลกกับความสุขของประชาชน เพราะฉะนั้น ฉันจะไม่เอาชีวิตของเธอมาเสี่ยงอีกแล้ว...”

หยกไม่ยอมทิ้งผู้การไป เมื่อถูกขู่ว่าถ้าไม่ทำตามคำสั่ง ก็จะไม่ใช่ตำรวจต่อไป หยกน้ำตาคลอเอ่ยเสียงเครือ...

“สัญญานะครับผู้การ...ท่านจะต้องไม่ตาย...”

“ฉันมันตำรวจเดนตายจะไม่ยอมให้ดินกลบหน้าจนกว่าพวกมันจะถูกกวาดล้าง นี่เป็นคำสั่ง รับทราบและปฏิบัติ!”

หยกจำต้องถอยไป พวกมานพบุกมาระดมยิงใส่ผู้การราวกับห่าฝน ผู้การถูกยิงนับสิบนัดทรุดฮวบเลือดท่วมตัว พวกมานพเดินมาดูเห็นผู้การถูกยิงพรุนและแน่นิ่งไปแล้ว จึงพากันเดินออกไปอย่างผยองลำพองใจ

แต่พอพวกมันไป หยกรีบเข้ามาประคองร่างผู้การ ใจหายวาบเมื่อเห็นรอยกระสุนและเลือดที่โชกร่าง แต่ขณะกำลังสิ้นหวังนั่นเอง หยกเห็นนิ้วผู้การกระดิก เขาร้องอย่างดีใจสุดขีด

“ผู้การ...ผู้การ...อดทนไว้นะครับ ท่านสัญญากับผมแล้วว่าท่านจะไม่ยอมตาย อดทนไว้นะครับ” หยกประคองร่างสมิงรีบพาออกไปทันที

ooooooo

เล้งกับนนท์ไปคอยที่จุดนัดหมายจนเลยเวลาไปมาก นนท์ผิดสังเกตติงว่า ถ้าเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับพยัคฆ์เมฆาจริงๆ ฝ่ายนั้นก็น่าจะมาตามนัด

“ให้เวลามันอีกหน่อย ถ้ามันไม่มาจริงๆ เราค่อยกลับ” เล้งยังจะรอ นนท์จึงถอยออกไปยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ

ธงรบมาถึงบริเวณลานตู้คอนเทนเนอร์แล้วแต่ยังไม่เข้าไปยังจุดนัดหมาย เขาได้รับโทรศัพท์จากหยกเล่าเรื่องผู้การสมิงถูกถล่มอาการสาหัสเวลานี้อยู่โรงพยาบาล

ระหว่างนั้น หมอเดินออกจากห้องผ่าตัด หยกรีบเดินไปถามอาการของผู้การ ธงรบพยายามเงี่ยหูฟังแต่ไม่ได้ยินเสียงตอบจากหมอ ระหว่างนั้นเขาเห็นขบวนรถของเล้งขับออกไป ธงรบละล้าละลัง ใจหนึ่งเป็นห่วงผู้การอีกใจก็อยากไปพบเล้งเพื่อทำหน้าที่ตามคำสั่งให้เสร็จ

ในที่สุด ธงรบปล่อยให้ขบวนรถของเล้งออกไปเพราะเป็นห่วงผู้การมาก

อาการของสมิงที่หมอแจ้งแก่หยกคือ “หมอพยายามช่วยเขาอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่เท่าที่ทำได้ตอนนี้ก็คือช่วยยื้อชีวิตเขาไว้ให้นานที่สุด...ถ้าโชคดีเขาก็อาจจะฟื้น แต่ถ้าโชคร้าย...ก็คงอยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจเท่านั้น...”

เมื่อธงรบรู้อาการของสมิงจากหยกที่มาพบกันใต้ทางด่วน หยกโทษตัวเองว่าถ้าตัดสินใจไปกับผู้การเสียแต่แรกก็คงไม่เป็นแบบนี้ หยกมีสีหน้าวิตกกังวลอย่างมาก จนธงรบถามว่าเริ่มกลัวพวกมันแล้วใช่ไหม

“ผมไม่เคยกลัวพวกมัน แต่เราเสียหมวดณรงค์ไปคนนึงแล้ว แล้วผู้การก็ยังมาเป็นแบบนี้อีก หมวดคิดบ้างไหมครับว่าต่อไปนี้สถานะของเราสองคนจะเป็นยังไง” ธงรบชะงักเมื่อฉุกคิด “คนที่จะคืนเกียรติยศและเรียกคืนชีวิตของหมวดให้กลับมาเหมือนเดิมได้อีกครั้ง มีแต่ผู้การเท่านั้นนะครับ”

ทั้งสองมองหน้ากันเครียดเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ แต่ลึกๆที่หยกเครียดกว่านั้นคือ เขาสัญญากับกิ่งเหมยไว้ว่าเสร็จภารกิจครั้งนี้แล้วจะเลิกเป็นกุ๊ยในแก๊งมาเฟียและมาอยู่ดูแลเธอกับพ่ออย่างจริงจัง...

ooooooo

เพราะดวงแขบอกมานพว่าตนแอบรู้มาว่าเล้งเตรียมเซ็นโอนหุ้นครึ่งหนึ่งให้เขาก่อนที่จะได้ขึ้นมาเป็นผู้นำมังกรคนใหม่ มานพดีใจมาก แต่จะไม่รอให้ถึงวันนั้น บอกดวงแขว่าตนมีวิธีที่จะได้เร็วกว่านั้น

ดังนั้น...ที่หน้าคฤหาสน์เล้งวันนี้จึงอึกทึกไปด้วยเสียงเชิดสิงโตกับมังกรที่กำลังโรมรันพันตูกันด้วยลีลาที่แข็งแรง ดุดัน และงดงามด้วยยอดฝีมือศิลปะการเชิดของทั้งสองฝ่าย

มานพกับดวงแขพาเล้งออกมาดู มานพพูดอย่างภาคภูมิใจว่า ตนขอมอบให้เป็นของขวัญวันเกิดพ่อ แม้ว่าเล้งจะไม่นิยมการฉลองวันเกิดให้สิ้นเปลือง แต่เห็นการเล่นละครตบตาแสดงความกตัญญูตอบแทนบุญคุณพ่อของมานพอย่างแนบเนียนแล้ว เล้งก็อดปลื้มไม่ได้บอกเขาว่า

“ถ้าแกอยากจะตอบแทนบุญคุณฉัน แค่แกตั้งใจทำงานปกป้องสมบัติของตระกูลเราเอาไว้ให้อยู่กับลูกหลานต่อไปเรื่อยๆ แค่นี้พ่อก็ภูมิใจแล้ว”

นอกจากจัดเชิดสิงโตโรมรันกับมังกรเป็นของขวัญวันเกิดให้เล้งแล้ว มานพยังมีแหวนหัวหยกให้สิงโตคาบมามอบให้เล้งด้วย เล้งสวมแหวนหยกทันที ตบบ่ามานพพูดอย่างปลื้มปีติมากว่า

“ขอบใจมากมานพ แกคือลูกชายที่สวรรค์ส่งมาให้ฉัน แกจะต้องเป็นมังกรวารีที่ยิ่งใหญ่กว่าฉันแน่นอนฮ่าๆๆๆ”

ระหว่างนั้น ธงรบมาหาเสี่ย นนท์กันไว้ไม่ให้เข้า ธงรบยืนยันมีเรื่องสำคัญต้องพบเล้งให้ได้ นนท์จึงเข้าไปจะบอกเล้ง แต่ถูกดวงแขกันไว้ไม่ให้เข้าอ้างว่า พ่อลูกเขากำลังมีความสุขอย่าทำให้เสียเรื่อง นนท์จึงจำต้องถอยออกไป...

ooooooo

หยกไปหาคมทวนที่บ้าน อยากพาพ่อไปหาหมอ แต่คมทวนไม่ยอมไป อ้างตามเคยว่าตนไม่เป็นอะไรไม่ต้องห่วง ต่อไปถ้าจะไปไหนมาไหนจะหนีบอ่างกับสลึงไปด้วย แล้วถามเรื่องฤกษ์ผานาทีการแต่งงานหยกนิ่งไปนิดหนึ่งจึงขอคุยด้วย...

เมื่อรู้เรื่องผู้การจากหยกแล้ว คมทวนบอกให้พาตนไปหาผู้การที่โรงพยาบาล พูดอย่างมุ่งมั่นว่า

“ข้าจะไปปลุกให้มันตื่นขึ้นมาแล้วให้มันคืนชีวิตของเอ็งกลับมาให้ได้”

หยกพยายามชี้แจงว่าความหวังไม่มีแล้วจริงๆ เพราะหน่วยงานของผู้การเป็นหน่วยงานลับ ไม่มีใครรับรองตนกับธงรบได้นอกจากผู้การคนเดียว

“โธ่เว้ย! เอ็งก็รู้ใช่ไหมว่าพวกมาเฟียมันไม่ยอมปล่อยให้คนที่เข้ามาแล้วออกไปได้ง่ายๆ”

ระหว่างนั้นอ่างมาบอกหยกว่ากิ่งเหมยมาหา คมทวนถามว่าเรื่องนี้ได้บอกกิ่งเหมยหรือยัง

“ยังครับ ผมสัญญาว่าจะบอกเธอก็ต่อเมื่อภารกิจนี้สำเร็จ เพราะยังเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของเธออยู่”

“มันจะไม่มีคำว่าปลอดภัยอีกแล้วน่ะสิไอ้หยก ถ้าไม่มีตำรวจคอยหนุนหลังให้เอ็ง”

คำพูดของคมทวน เหมือนยิ่งตอกย้ำความห่วงใยกิ่งเหมยของหยกให้หนักหนาสาหัสยิ่งขึ้น...

ooooooo

เล้งกำลังหลงมานพ วันนี้ก็ให้ดวงแขพาเข้ามาในห้องเพื่อมอบเอกสารโอนหุ้นให้ มานพทำท่าลังเลถามว่าอะไรหรือ

“หุ้นจำนวนครึ่งหนึ่งจากทั้งหมดที่ฉันมี ฉันยกให้แกเพื่อรับขวัญก่อนที่แกจะขึ้นมาเป็นผู้นำคนต่อไปของมังกรวารี”

“พ่อครับ...นี่...นี่มันมากเกินไป ผมรับไม่ได้” เมื่อดวงแขเรียกปราม เขาชี้แจงกับเธอว่า “แม่ครับ แค่พ่อเขาให้โอกาสผมเข้ามาสานต่อตำแหน่งเขา แค่นั้นก็ถือว่าให้โอกาสผมมากมายแล้ว ผมอยากให้พ่อเห็นผมพิสูจน์ฝีมือในฐานะลูกน้องมากกว่าครับ” มานพเล่นละครเต็มที่ ทำเอาเล้งยิ่งเคลิ้ม ดวงแขก็พูดกับเล้งอย่างเอ็นดูว่า ดูลูกของเราสิคะ...

“หุ้นที่ฉันตั้งใจให้แก ฉันเซ็นชื่อโอนไปแล้ว ที่เหลือมันก็อยู่ที่แกว่าจะเซ็นรับรึเปล่า”

“รับไปเถอะมานพ...พ่อเขาตั้งใจจะให้ลูกได้เริ่มทำงานด้วยตัวของลูกเอง ถ้าลูกอยากพิสูจน์ให้พ่อเขาเห็น ลูกก็ต้องทำให้หุ้นจำนวนนี้เพิ่มพูนมากขึ้นสิ”

“ก็ได้ครับแม่...ผมจะรับไว้และจะทำให้พ่อเห็นว่า สายเลือดของพ่อเก่งไม่น้อยไปกว่าพ่อแน่นอนครับ”

นาทีนี้...เล้งหลงกลมานพสุดตัว เข้าไปกอดมานพไว้แนบแน่นด้วยความรักหมดหัวใจ จนเมื่อออกจากห้องเล้งแล้วดวงแขถึงกับเอ่ยปากชื่นชม แต่ก็เตือนว่า เล้งเจอเรื่องยากลำบากมาเยอะแล้ว ตอนนี้เล้งไว้ใจเขาเพราะเชื่อว่าเขาคือสายเลือดที่แท้จริง

“ผมจะยิ่งทำให้เขาไว้ใจผมและเห็นผมเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่มีค่ามากที่สุดของเขา เพราะเมื่อถึงวันที่เขารู้ความจริงว่าผมคือคนที่แย่งทุกอย่างมาจากเขา...วันนั้นแหละ จะเป็นวันที่เขาต้องเจ็บปวดที่สุด!”

เล้งยังนั่งอยู่ในห้องทำงาน หมุนแหวนหยกในมือที่มานพให้อย่างภูมิอกภูมิใจ หยิบหยกเลือดมังกรครึ่งเดียวจากกล่องมาดูแล้วเก็บใส่กุญแจไว้เหมือนจะให้ลืมไปจากความจำ กระทั่งพูดกับกล่องที่เก็บหยกเลือดมังกรว่า “ลาก่อน...พราวแสง...”

นนท์เข้ามาเพื่อจะบอกว่าธงรบมารอพบ เล้งถามว่ามีเรื่องเสี่ยตงมารายงานหรือ

“เปล่าครับ...มันว่าเป็นเรื่องโฉมหน้าที่แท้จริงของพวกพยัคฆ์เมฆาครับ”

เล้งชะงักอย่างสนใจทันที

ooooooo

เมื่อไปพบธงรบที่โกดังท่าเรือกับนนท์ ธงรบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ให้ฟัง เล้งถามว่าคนที่ถูกยิงถล่มเมื่อคืนเป็นคนของเขาหรือ

“ครับ...เขาทำงานให้ผม บังเอิญว่าเขาไปสืบเรื่องของพยัคฆ์เมฆามาได้ แต่ถูกพวกมัน...ตามฆ่าปิดปากเสียก่อน”

“ฝีมือของพยัคฆ์เมฆามันไม่ธรรมดา พวกมันกวาด ต้อนนักเลงฝีมือดีๆเอาไปไว้กับตัวเยอะแยะ ฉันเชื่อว่าอีกไม่นานทั้งฉันและไอ้ตงต้องได้เปิดศึกกับมันแน่นอน” เล้งคาดการณ์อย่างรู้ความผยองของพวกพยัคฆ์เมฆาดี

ธงรบยั่วยุว่าถ้าเจ้าสัวได้ปะทะกับมันมีหวังไม่รอด มือมันแน่มาก ทำให้นนท์โมโหตวาดว่าอย่ามาดูถูกฝีมือเจ้าสัว

“หึๆ เรื่องฝีมือเจ้าสัวเล้งแห่งมังกรวารีฉันไม่เคยคิดดูถูก ถ้ากับศัตรูคนอื่นยังไงก็สู้เจ้าสัวไม่ได้หรอก แต่กับไอ้หัวหน้าพยัคฆ์เมฆาคนนี้ เจ้าสัวกล้าพอที่จะฆ่ามันรึเปล่าต่างหาก” เล้งสะอึกเข้าไปถามว่าทำไมตนจะไม่กล้าลงมือ “ก็เพราะเป็นสายเลือดมังกรของเจ้าสัวไงครับ ที่ตอนนี้มันเปลี่ยนมาเป็นพยัคฆ์เมฆารอขย้ำเจ้าสัวอยู่”

“ฉันไม่เชื่อ...แกโกหก!!” เล้งชี้หน้าธงรบดุดัน แล้วกลับลดมือลงเดินหุนหันออกไป ธงรบรีบตามไปพูดสะกิดให้คิดว่า ตนจะโกหกเรื่องนี้เพื่ออะไร นนท์เอาปืนจ่อหาว่านี่เป็นแผนของเสี่ยตงส่งเขามายุให้เจ้าสัวกับลูกชายแตกกัน

“หึ...เอาเลย...ถ้าคิดว่าฉันถูกใช้มาเสี้ยมเจ้าสัวของแกก็ตามใจ งั้นก็เชิญถูกลูกชายตัวเองหักหลังกลายเป็นไอ้มังกรเฒ่าโง่ๆ โดนเชือดคาบัลลังก์ตัวเองเลย” ธงรบเดินเข้าประชิดนนท์อย่างไม่กลัวปืนที่จ่ออยู่ จ้องหน้ายืนยันคำพูดของตน จนนนท์หันถามเล้งว่าจะให้ตนจัดการเลยไหม

“ปล่อยมัน...” เล้งสั่ง ถามธงรบว่า “แกกล้าเอา

ชีวิตตัวเองเดิมพันไหมว่าแกไม่ได้ใส่ร้ายลูกชายฉัน”

“ผมเสียเดิมพันไปแล้วชีวิตหนึ่งครับเจ้าสัว คนของผมต้องนอนรอความตายอยู่เพราะฝีมือของมานพ แต่ถ้าเจ้าสัวยังไม่เชื่ออีก ก็เหลือชีวิตผมนี่แหละที่จะเดิมพันอีกครั้ง” ธงรบตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน ทำให้เล้งนิ่งไป ก้มมองแหวนหยกที่นิ้วมืออย่างครุ่นคิด

ส่วนหยกพากิ่งเหมยไปหาหมอ ระหว่างนั้นเขาไปเยี่ยมผู้การสมิง หมอบอกว่าอาการยังเหมือนเดิม ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง คงต้องดูเป็นรายวันต่อไป

พอดีกิ่งเหมยเดินมาหาบอกว่าวันนี้มีข่าวดี หมอบอกว่าตนอาจจะกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง  หยกดีใจมาก แต่ถามไปถามมาจึงรู้ว่าต้องรอให้มีผู้บริจาคดวงตาและถึงคิวกิ่งเหมยก่อนจึงจะได้รับการเปลี่ยนดวงตาได้ หยกกังวลมากเมื่อนึกถึงว่าตนยังไม่ได้บอกกิ่งเหมยว่าจะหาทางล้างมือจากพวกมาเฟียได้อย่างไร หยกดึงเธอเข้าไปกอดด้วยความสะเทือนใจ

ooooooo

ธงรบร่วมกับเล้ง วางแผนล่อซื้อยาจากพยัคฆ์เมฆาหมายให้มานพเปิดเผยตัว วันนี้นัดพบพวกลูกน้องมานพที่ตึกร้าง ธงรบหิ้วเงินไปเต็มกระเป๋า บอกว่านี่แค่มัดจำ ถ้าได้ของจะจ่ายสดเป็นเงินอีกสองเท่าจากที่เห็นนี้ พูดแล้วทิ้งกระเป๋าเงินไว้ให้พวกมันแล้วเดินออกไป

เมื่อกลับออกไปพบเล้งในที่ลับตา ธงรบถูกนนท์ขู่ว่าถ้าเขาตุกติกตนจะตามไปลากคอมาเอง ธงรบไม่ยี่หระหัวเราะ พูดกวนๆว่า ตนรู้ดีว่าถ้าเจ้าสัวเล้งอยากให้ใครตายมันก็ไม่รอด แต่ที่ตนอยากรู้คือ ถ้าคนที่เจ้าตัวอยากให้ตายเป็นสายเลือด เจ้าสัวจะสั่งตายยังไง

“รอให้ฉันเห็นกับตาก่อนว่าเป็นมานพจริงๆ แล้วแกจะรู้ว่าฉันจะทำยังไง” เล้งเองก็ยังไม่วางใจนัก

พอลูกน้องมานพเอากระเป๋าเงินกลับไปที่โรงเลื่อย โหงวมองอย่างสงสัยว่าฝ่ายโน้นกล้าทุ่มถึงขนาดนี้ทั้งที่ของยังไม่ถึงมือเชียวหรือ ถามว่า “ไอ้พวกเจ้าบุญทุ่มที่ไหนวะ” และเมื่อมานพมาเห็นเงินก็ยิ่งสงสัย

เล้งกับธงรบและนนท์ติดตามการเคลื่อนไหวของลูกน้องมานพอยู่ ธงรบดูแผนที่ในโทรศัพท์บอกเล้งว่าสัญญาณนิ่งไปครู่ใหญ่แล้ว แสดงว่าพวกมันเอาเงินไปที่รังของมันแล้ว นนท์ชะโงกเข้ามาดูแล้วชะงัก บอกเล้งว่ารังของพยัคฆ์เมฆาอยู่ที่โรงเลื่อย! เล้งดึงโทรศัพท์ไปดูถึงกับอึ้งสนิท!

มานพเอาเงินจากกระเป๋าออกมาโยนให้พวกลูกน้องเอาไปใช้ สั่งลูกน้องว่าถ้าคิดว่าเป็นพวกที่ไม่น่าไว้ใจก็จัดการเสีย เพราะตอนนี้เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับตนอีกแล้ว

แต่โหงวคิดลึกกว่านั้น สั่งให้เอากระเป๋าใส่เงินใบนั้นไปดู เขย่าดูมีเสียงกุกกักจึงเอามีดกรีด พบไอโฟนซ่อนอยู่เปิดสัญญาณให้ตามหาไว้พร้อม!

“ไอ้โง่เอ๊ย...มันเปิดสัญญาณโทรศัพท์ให้ตามเจอที่นี่” โหงวหันไปชกลูกน้องคนนั้นจนหน้าหงาย มานพถามว่า มันเป็นพวกตำรวจหรือเปล่า “พวกไหนก็ไว้ใจไม่ได้ทั้งนั้น แกอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วมานพ”

โหงวร้องบอกไม่ทันขาดคำ  ชาญก็วิ่งเข้ามาบอกว่าเราโดนบุกแล้ว มานพถามว่าตำรวจหรือเปล่า ชาญบอกว่าไม่ใช่

เสียงปืนดังสนั่นจากข้างนอก ธงรบนำลูกน้องของเล้งบุกเข้ามา ถูกลูกน้องมานพต่อต้านอย่างหนัก ธงรบเกือบถูกยิงแสกหน้า ดีแต่เล้งกระชากหลบได้ทัน

ส่วนโหงวสั่งให้ชาญรีบพามานพออกไป ตนจะอยู่จัดการพวกนี้เอง  มานพทำกร่างไม่ยอมไปถูกโหงว กระชากคอเสื้อไปตะคอก

“ลื้ออย่าอวดเก่งเอาเวลานี้เลยมานพ  ลองถ้ามันวางแผนบุกมาเหยียบจมูกเราถึงที่นี่ได้ พวกมันก็ต้องไม่ธรรมดาแล้ว” มานพยังอวดดี โหงวตะคอก “ถ้าลื้อเป็นอะไรไปตอนนี้ ทุกอย่างจะได้ฉิบหายหมด ลื้อจะเอาอย่างนั้นเหรอ”

ชาญเร่งมานพให้รีบไปอย่าเพิ่งเสี่ยงตอนนี้เลย พอมานพจะไป โหงวเรียกไว้โยนหน้ากากงิ้วให้ใส่ ย้ำว่า

“ระวังอย่าให้คนอื่นรู้ว่าลื้อเป็นใคร”

ooooooo

โหงวเผชิญหน้ากับนนท์ เมื่อต่างรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร นนท์บอกโหงวว่าถ้าเจ้าสัวรู้ความจริง วันนี้ โหงวโดนล้างแค้นแน่ ธงรบถามว่าคนนี้ใครหรือ นนท์บอกว่าเป็นศัตรูที่เจ้าสัวตามล่ามาตลอดชีวิต

เล้งวิ่งไล่ล่ามานพไป เขาตะโกนให้หยุดและไม่ต้องซ่อนตัวเองอยู่ใต้หน้ากากนั่นอีกแล้ว มานพหันมากระชากหน้ากากทิ้ง เปิดตัวตะโกนอย่างผยอง

“ใช่!! ฉันนี่แหละพยัคฆ์เมฆาที่จะขย้ำมังกรไร้น้ำยาอย่างแก...ไอ้เล้ง!!”

ไม่เพียงประกาศจะขย้ำมังกรเท่านั้น มานพยังบอกให้รู้ว่า ตนไม่มีสายเลือดของเล้งอยู่ในตัวแม้แต่หยดเดียว! เล้งถามว่าแล้วดวงแขเอาลูกใครมาให้ตนเลี้ยง มานพตัดบทว่าถึงรู้ไปวันนี้ก็ไม่รอดเงื้อมมือตนไปได้หรอก  พลางถอดเสื้อโชว์พยัคฆ์เมฆาเต็มแผ่นหลัง เล้งสะบัดเสื้อทิ้งโชว์มังกรเต็มแผ่นหลังเช่นกัน

แม้จะเป็นมังกรเฒ่าแต่ก็เอาชนะพยัคฆ์เมฆาได้ด้วยฝีมือ มานพร้องขอโทษเสียงหลงเมื่อเล้งคว้าท่อนไม้จะฟาด

“ขอโทษเหรอ...คำขอโทษของไอ้ปลิ้นปล้อนอย่างแกมันช่วยชีวิตแกไม่ได้อีกแล้ว...ทรพี!!” เล้งฟาดไม้ใส่ไม่ยั้ง

“ปล่อยลูกชายอั๊วเดี๋ยวนี้” เสียงโหงวขัดจังหวะขึ้น  ทำให้เล้งรู้ว่าที่แท้มานพคือลูกของโหงวนั่นเอง  ชาญฉวยโอกาสนั้นพามานพรีบหนีออกไป ในขณะที่โหงวเผชิญหน้าด่าเล้ง  “ลื้อไม่ได้ฉลาดไปกว่าอั๊วหรอกไอ้เล้ง แต่ลื้อมันโคตรโง่เลยต่างหาก ที่หลงเชื่อเลี้ยงลูกอั๊วให้มาฆ่าลื้อไง”

โหงวยิงใส่เล้งทันที  เล้งกระโจนหลบ โหงวอาศัยจังหวะนั้นรีบขับรถพามานพหนีไป เล้งวิ่งตามแต่ไม่ทัน

“ไอ้โหงว!! ...มานพ...” เล้งมองตาม แค้นแทบกระอักเลือด!

ooooooo

ตอนที่ 17

มานพมาถึงโรงเลื่อย โหงวถามอย่างไม่พอใจว่าทำไมมาช้านัก มานพตอบอย่างหงุดหงิดว่าเพราะมัวแก้ตัวกับเล้งอยู่เลยถูกโหงวบ่น

“ก็อั๊วเตือนลื้อกี่ครั้งแล้ว แต่ลื้อก็ไม่เคยฟัง หาแต่เรื่อง”

“หยุดเลย ถ้าแกให้ฉันจัดการไอ้หยกไปตั้งแต่แรก มันก็คงไม่มาหาเรื่องรกหูรกตาฉันแบบนี้หรอก”

“อั๊วบอกลื้อแล้วไง...อยากเห็นไอ้เล้งเจ็บปวดทรมานสุดๆ ลื้อต้องใจเย็นรอให้ไอ้เล้งเห็นสายเลือดแท้ๆ ของมันตายต่อหน้าต่อตา”

มานพนิ่งไป หันมองลูกน้องในแก๊งพยัคฆ์เมฆาที่ถูกธงรบเล่นงานคางเหลืองกลับมา ถามโหงวว่า

“ไอ้นี่นะเหรอ...ที่แอบขโมยยาของฉันไปขายต่อแล้วโดนเล่นงานกลับมา”

พอโหงวพยักหน้า มานพเดินเข้าไปมองหน้าอย่างร้ายกาจ มันยกมือไหว้ปลกๆยอมรับผิด ขอโทษสัญญาว่าจะหาเงินมาชดใช้ค่าเสียหาย มานพมองเหี้ยมบอกว่าไม่ได้เสียดายของพวกนั้น แต่กว่าตนจะสร้างชื่อพยัคฆ์เมฆาขึ้นมายิ่งใหญ่ได้ ต้องลงทุนไปเยอะ

ชาญฟังแล้วรู้ใจเจ้านาย เอาปืนไปยื่นให้ทันที โหงวห้ามว่า ถ้าทำแบบนี้ต่อไปจะไม่มีใครกล้าทำงานให้

“ฉันเป็นหัวหน้าพวกมัน ถ้าปล่อยให้หางแถวกระดิกโดยที่หัวไม่สั่ง แล้วอีกหน่อยจะมีใครเกรงกลัวฉัน” แล้วถือปืนเข้าไปจ่อถามว่า “ไอ้พวกที่เล่นงานแกมันรู้รึเปล่าว่าแกเป็นคนของใคร”

พอลูกน้องบอกว่ารู้ มานพยิ่งโมโหด่าว่าขนาดรู้ยังกล้าทำ แสดงว่าท้าทายพยัคฆ์เมฆา ตนก็ต้องแสดงเขี้ยวเล็บให้เห็น ลูกน้องคนนั้นรีบอาสา มานพมองด้วยหางตาบอกว่าสภาพแบบนี้ไม่ไหวแล้ว พูดขาดคำก็ยิงนัดเดียวตายคาที่ แล้วหันไปกระชากเสียงถามโหงว

“ทีนี้แกก็บอกฉันมาได้แล้วว่า ไอ้พวกที่มันกล้าลองดีกับฉันมันเป็นใคร พวกไหน” โหงวบอกว่าตนจะลงมือให้เอง “ไม่ต้อง! ฉันจะไปเอง ก่อนที่พ่อจะประกาศให้ฉันเป็นผู้สืบทอดธุรกิจ ฉันอยากจะสนุกทิ้งทวนสักหน่อย”

“มานพ!!” โหงวอุทานเมื่อเห็นความผยอง ห่าม ห้าว ของมานพ

ooooooo

เล้งให้นนท์ไปสืบหาคนที่มีหยกเลือดมังกร นนท์กลับมารายงานว่าเจอแล้ว เล้งลุกพรวดถามอย่างตื่นเต้น

“มันอยู่ที่ไหน...”

เวลาเดียวกันนั้น คมทวนไปบอกเลิกขับแท็กซี่กับเจ้าของอู่ที่เป็นเพื่อนรุ่นพี่ บอกว่าจะไปอยู่อัมพวา ไปปลูกผักเลี้ยงปลากันเงียบๆ สองคนพ่อลูก ขอร้องว่า “ถ้ามีคน มาถามหาฉัน...พี่ช่วยฉันหน่อยได้ไหม” เจ้าของอู่รับปากอย่างรู้กัน

ขณะนั้นเอง ช่างคนหนึ่งมาบอกว่าไม่รู้ใครขับรถคันเบ้อเริ่มมาปิดทางเข้าอู่ท่าทางอย่างกับพวกเจ้าพ่อ คมทวนหน้าเสีย ย้ำอีกครั้งว่า “พี่...เรื่องที่ฉันขอไว้คงต้องรบกวนพี่แล้ว” เจ้าของอู่พยักหน้าบอกให้คมทวนไปข้างหลังทางนี้ตนจัดการเอง

คนที่มาคือเล้งนั่นเอง! นนท์เป็นด่านหน้าเข้ามาบอกว่ามาตามหาคน เจ้าของอู่เล่นลิ้นถ่วงเวลาว่าที่นี่อู่ซ่อมรถไม่ใช่สถานีตำรวจ นนท์สะอึกเข้าไปจะเอาเรื่อง ถูกเล้งร้องห้ามแล้วเข้าไปคุยเอง

“อั๊วมาขอความช่วยเหลือ ไม่ได้อยากมามีปัญหากับใคร แล้วเรื่องที่อั๊วอยากให้ช่วยก็สำคัญกับอั๊วมาก หวังว่าลื้อคงเข้าใจ” พูดจบก็ถอดแว่น เจ้าของอู่ถึงกับชะงักเมื่อเห็นแววตาเจ้าพ่อของเขา จังหวะนั้นเองนนท์ก็พยักหน้าให้ลูกน้องลุยเข้าไปค้นข้างใน เจ้าของอู่ตะโกนไม่ให้เข้า เล้งจับคอเสื้อกระชากไปตะคอก “อั๊วบอกลื้อแล้วไง ว่าอั๊วขอความร่วมมือ!”

คมทวนออกไปไม่ทันจึงหลบอยู่ข้างหลัง ถูกลูกน้องนนท์หาเจอ เขาสู้ด้วยมือเปล่าเล่นงานมันจนหัวแตก วิ่งเลือดอาบออกไปรายงานเล้งว่า “มันหนีไปแล้วครับ”

เล้งตะคอกถามเจ้าของอู่ว่า “มันเป็นใคร ฉันต้องรู้ข้อมูลของมันทั้งหมด” เจ้าของอู่ทำเป็นงงบอกว่าไม่รู้เล้งพูดถึงอะไร เล้งโมโหเหวี่ยงเขากระเด็นสั่งนนท์ “เค้นให้มันพูด ฉันจะไปตามไอ้หมอนั่นเอง”

ooooooo

เมื่ออาม่าจากไปแล้ว ส้มเช้งยิ่งเป็นห่วงกิ่งเหมย ขณะเตรียมไปวัดด้วยกัน เธอเรียกหยกเดินห่างกิ่งเหมยไปคุย ถามว่าทำร้ายจิตใจดุจแพรและไล่ตะเพิดเสี่ยตงไม่กลัวบ้างหรือ

“กลัวอะไร...ถ้าแกคิดว่าฉันปกป้องกิ่งเหมยไม่ได้แกคิดผิดแล้วส้มเช้ง”

“ฉันรู้ว่าทุกลมหายใจของแกคือกิ่งเหมย แต่ฉันอยากให้แกหยุดคิดจริงๆจังๆสักนิด ตอนนี้กิ่งเหมยมันตัวคนเดียว ญาติที่เหลืออยู่ของมันก็มีแค่เสี่ยตงกับคุณแพร ส่วนแกก็เป็นแค่เพื่อน”

“ที่พูดมาแกอยากรู้ใช่ไหมว่าฉันจะดูแลกิ่งเหมยในฐานะอะไร”

“ก็ฉันเป็นห่วงกิ่งเหมยนี่หว่า เพราะแกเองก็ยังวนเวียนอยู่กับพวกมาเฟียไม่เลิก วันดีคืนดีเกิดถูกฆ่าตายขึ้นมา ไอ้เหมยจะไม่เหลือใครเลยจริงๆ”

กิ่งเหมยร้องเรียกหยกถามว่าคุยเสร็จหรือยังตนอยากไปวัดแล้ว หยกรีบมาบอกว่าพอดีเจอส้มเช้งเลยชวนคุย ครั้นเธอถามว่ามีอะไรหรือ ส้มเช้งบอกว่าไม่มีอะไร แล้วเข้าไปจับมือพาเดินไปวัด หยกมองตามอย่างครุ่นคิด

ooooooo

เสี่ยตงเครียดเมื่อเห็นดุจแพรอยู่ในภาวะที่เศร้าหมองเจ็บปวดเอาแต่ร้องไห้บอกว่าตนทำใจไม่ได้เพราะรักหยกรักจนหมดหัวใจแล้ว

เสี่ยเรียกเก่งมาบอกให้สั่งกิจชัยไปลากคอหยกมากราบขอโทษดุจแพร พอรู้ว่ากิจชัยตายแล้วเสี่ยถามว่าฝีมือใคร!

“มันแทงอาม่าของกิ่งเหมยตาย ก็คงไม่พ้นฝีมือไอ้หยก”

“ไอ้หยก! มันจะมากเกินไปแล้ว!!”

เวลาเดียวกัน เล้งนำลูกน้องไล่ล่าคมทวนไปถึงตึกร้าง คมทวนเล่นงานพวกมันแล้วหนีออกมาเจอเล้งยืนดักอยู่พอดี เล้งขู่ว่าอย่าทำเรื่องให้ยุ่งไปกว่านี้เลยดีกว่า เพราะ “แกก็รู้ว่าฉันไม่ได้อยากทำร้ายแก” คมทวนสวนไปอย่างไม่หวั่นไหวว่า

“งั้นแกก็ควรจะรู้ด้วยว่าไม่มีอะไรหลุดจากปากฉันเด็ดขาด”

“แก!! พราวแสงคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตฉัน ถ้าจำเป็นต้องฆ่าแกแล้วทำให้ฉันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ฉันก็จะทำ!”

สิ้นเสียง เล้งกำหมัดพุ่งเข้าเล่นงานคมทวนอย่างดุดัน แม้เชิงมวยจะไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันแต่เพราะคมทวนมีโรคประจำตัวทำให้ความดันพุ่งหน้ามืดทรุดลง เล้งเห็นผิดปกติรีบเข้าประคอง แต่คมทวนก็หมดสติไปแล้ว...

เมื่อพาไปโรงพยาบาล หมอบอกว่าความดันสูงทำให้หัวใจวายเฉียบพลัน โชคดีที่พามาหาหมอทันเวลาพอดี

“รักษาเขาให้เต็มที่เลยนะหมอ อย่าให้เกิดอะไรขึ้นกับเขาเด็ดขาด ผมมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับเขา” เล้งกำชับหมอ

ขณะนั้นเอง นนท์มารายงานว่า เจ้าของอู่ยอมเปิดปาก แต่ไม่ได้อะไรมาก นนท์เล่าขณะเดินออกมาด้วยกันว่า

“ไอ้หมอนั่นมันชื่อว่าคมทวน เป็นอดีตนักมวยเก่า รู้จักกับเจ้าของอู่ตั้งแต่สมัยเป็นนักมวยหากินอยู่แถวอัมพวา”

นนท์บอกว่าตนเค้นเต็มที่แล้วแต่เจ้าของอู่ยืนยันแค่นั้นเพราะคมทวนไม่ยอมบอกอะไร

“แสดงว่านายคมทวนคนนี้ระวังตัวมาตลอด ไม่เคยคิดจะให้ใครรู้ว่าตัวเองเป็นใคร”

“มันคงกำความลับเกี่ยวกับอดีตของเจ้าสัวเล้งเอาไว้ เลยไม่อยากให้ใครตามจนรู้”

“ก็คงต้องรอให้มันฟื้นขึ้นมาอย่างเดียว นนท์...ห้ามให้ดวงแขกับมานพรู้เรื่องนี้เด็ดขาด” เล้งกำชับจริงจัง

หยกไปหาคมทวนที่บ้านเพื่อรับไปงานศพอาม่าด้วยกัน เจอแต่อ่างกับสลึง อ่างบอกว่าเจอกันตอนเช้าเห็นคมทวนบอกว่าจะเอาแท็กซี่ไปคืนอู่ เดี๋ยวคงมา บอกหยกให้รีบกลับวัดเพราะต้องดูแลกิ่งเหมย หยกจึงกลับไป

ไม่มีใครเฉลียวใจสักนิดว่า...จะเกิดเหตุร้ายกับคมทวน...

ooooooo

ขณะหยก กิ่งเหมย อ่าง และสลึงกลับจากวัดมาถึงตรอกศาลเจ้านั่นเอง เจอเก่งกับลูกน้องเดินดาหน้าสวนมา กลางตรอก อ่างกับสลึงชี้ให้หยกดู กิ่งเหมยรู้สึกผิดปกติถามน้าทั้งสองว่ามีอะไรหรือ สองน้าไม่ตอบเธอจึงถามหยก

“ไม่มีอะไรหรอกกิ่งเหมย พวกน้าเขาง่วงนอนอยากกลับไปนอนกันแล้ว ใช่ไหมน้า” หยกถามนำเพื่อให้สองน้าพากิ่งเหมยกลับไป ตนจะเผชิญหน้ากับพวกเก่งเอง แล้วเดินตรงไปหาพวกมัน

“ดูท่าแกคงจะรู้ดีว่าพวกฉันมาทำไม เพราะฉะนั้น... ตามไปดีๆ อย่าให้ต้องใช้กำลัง”

“ฉันรู้ว่าเสี่ยต้องการอะไรและไม่คิดขัดขืน แต่ขอเวลาฉันไปส่งกิ่งเหมยให้ถึงบ้านก่อน แล้วฉันจะยอมไปกับแก” หยกต่อรอง พวกมันยอมเพราะอย่างน้อยก็มีสลึงกับอ่างเป็นตัวประกันอยู่แล้ว

หยกพากิ่งเหมยไปส่งที่บ้าน เจอส้มเช้งมาทำความสะอาดบ้านให้กิ่งเหมยพอดี จึงฝากส้มเช้งคืนนี้ให้ดูแลกิ่งเหมยด้วย ส้มเช้งขอคำตอบที่ถามเมื่อกลางวันว่าคิดอย่างไรแล้ว

“ฉันมีคำตอบอยู่แล้ว แต่ฉันจะเป็นคนบอกกิ่งเหมยเอง” ส้มเช้งยังรบเร้าอยากรู้คำตอบ หยกตัดบทว่า “ให้ฉันกลับมาก่อนแล้วจะบอก ตอนนี้มีธุระต้องไปเคลียร์นิดหน่อย คนเราถ้าทำเรื่องระยำอะไรไว้ก็ต้องยอมรับผิดที่ทำไป”

พูดแล้วหยกผละไปเลย ส้มเช้งมองตามบ่น “อะไรของมันวะ...งึมงำคนเดียว ฟังไม่รู้เรื่อง” แล้วกลับเข้าไปในบ้าน

ooooooo

เพื่อสืบหาแก๊งพยัคฆ์เมฆาว่าเป็นใคร ทั้งธงรบและณรงค์ลงพื้นที่ที่คาดว่าจะได้เบาะแสพวกนี้ คืนนี้ทั้งสองไปเที่ยวสถานบันเทิง แล้วณรงค์ทำทีหิ้วหญิงสาวเข้าม่านรูด ธงรบเปิดห้องติดกันคอยสังเกตการณ์ โดยมีสมิงเป็นศูนย์บัญชาการ

เมื่อเข้าม่านรูด ณรงค์วางหญิงสาวในสภาพไม่ได้สติลง หยิบโทรศัพท์คิดจะโทร.ถึงธงรบกับผู้การสมิงเพื่อรายงานสภาพ แต่เปลี่ยนใจเพราะเห็นว่าดึกแล้วไม่อยากรบกวน

ทันใดนั้น มีเสียงเคาะประตู ณรงค์หัวเราะเบาๆ คิดว่าธงรบมาเช็กงาน แต่พอเปิดประตูก็ถูกปืนจ่อเข้ามาโดยชายฉกรรจ์ที่ใส่หน้ากากงิ้วทุกคน!

พวกมันคือมานพกับลูกน้องนั่นเอง!

ณรงค์ชักปืนออกมา แต่ถูกพวกมันแย่งและส่งไปให้มานพที่สวมหน้ากากงิ้วเช่นกัน

“พวกแกเป็นใคร!” ณรงค์ถาม พอพวกมันบอกว่าเขาแกว่งเท้าหาเสี้ยนเรียกใครมาล่ะ ณรงค์รู้ทันที “แก...พวกพยัคฆ์เมฆา!”

เวลาเดียวกัน ผู้การสมิงเห็นธงรบกับณรงค์เงียบไป จึงตามมาหาธงรบถึงห้องในม่านรูด

“ทุกอย่างปกติดีครับ ผมยังไม่เห็นพวกพยัคฆ์เมฆาปรากฏตัวเลย” ธงรบรายงานสบายๆ

ทันใดนั้น มีเสียงตึงตังโครมครามจากห้องณรงค์ที่อยู่ติดกัน ธงรบมองหน้าผู้การพูดยิ้มๆว่า

“ไม่มีอะไรหรอกครับอา หมวดแกต้องรับบทบาทตามที่สั่งให้แนบเนียน ผมคุยกันมาแล้ว”

ooooooo

ที่แท้ หมวดณรงค์ถูกพวกพยัคฆ์เมฆารุมซ้อมจนสะบักสะบอมไปแล้ว มันเอาผ้ามัดปากไว้จึงไม่มีเสียงร้องให้ใครได้ยิน พวกลูกน้องลากหมวดไปคุกเข่าตรงหน้ามานพ

“โดนเข้าไปแค่นี้ถึงกับง่อยเปลี้ยเลยเหรอไอ้แก่... ไหนลูกน้องฉันบอกว่าแกมีพรรคพวกฝีมือดีอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ”

มานพจิกผมให้หมวดเงยหน้าขึ้น พอเห็นสายตาหมวด มันยิ้มเยาะ “ดู...ดูที่มันจ้องฉันสิวะ คงอยากขอร้องให้ฉันเก็บแกเร็วๆ จะได้ไม่ต้องทรมาน...แต่ฉันให้แกตายเร็วไม่ได้เว้ย ไอ้พวกที่มันคิดมาลองดีกับพยัคฆ์เมฆาของฉัน มันต้องโดนทรมานสุดๆ จนต้องมากราบแทบเท้าขอร้องให้ฉันฆ่ามันเท่านั้น”

สิ้นเสียงมานพ มีเลือดกระเซ็นเต็มผนังห้องตรงนั้น หมวดณรงค์คอพับเลือดทะลักจากคอ มานพพูดเหี้ยมอำมหิตว่า

“เลือดแกจะไหลออกมาเรื่อยๆจนค่อยๆตายช้าๆ เพราะฉะนั้นฉันเลยอยากให้แกดูหน้าฉันไว้ให้ดี เพราะฉันนี่แหละคือหัวหน้าพยัคฆ์เมฆาที่แกอยากมีเรื่องด้วย ฮ่าๆๆ” มานพหัวเราะอย่างผยองแล้วกระชากหน้ากากงิ้วออก

ณรงค์ปรือตามองทั้งที่ตัวเองกำลังจะหมดสติ...

ooooooo

ผู้การสมิงเดินวนอยู่ในห้องอย่างร้อนใจ รู้สึกผิดสังเกตที่ทุกอย่างเงียบผิดปกติ บอกธงรบว่าเงียบนานแบบนี้ตนชักไม่ค่อยไว้ใจ ธงรบยังคงพูดขำๆว่าหมวดคงหมดแรงกระมัง

“แต่ฉันว่าแกประมาทเกินไป ณรงค์เป็นลูกน้องที่มีความรับผิดชอบ ฉันจะเข้าไปดูเอง” ผู้การเปิดประตูออกไป พอดีได้ยินเสียงรถแล่นออกไปจากห้องหมวดณรงค์ รีบชะโงกดูเห็นรถเก๋งของพวกมานพเพิ่งขับออกไป ครู่เดียวหมวดณรงค์ก็เดินเลือดชุ่มคอออกมา

“หมวด!! ไอ้พวกพยัคฆ์เมฆาใช่ไหม!!” ผู้การถาม หมวดพยักหน้าช้าๆ ธงรบแค้น ชักปืนวิ่งไปขึ้นรถขับตะบึงตามรถเก๋งคันนั้นไปทันที

“อดทนไว้นะหมวด...ผมจะตามรถพยาบาลมาเดี๋ยวนี้” สมิงรีบโทร.เรียกรถพยาบาลทั้งที่ยังไม่หายหงุดหงิดธงรบ

ฝ่ายธงรบขับรถไล่บี้รถของมานพจนเห็นรถอยู่ข้างหน้าจึงชักปืนยิง ชาญได้ยินเสียงปืนบอกมานพว่า

“สงสัยพวกมันจะตามมาแก้แค้นครับนาย”

“หึ! ไอ้พวกกระจอก...จัดการมันซะ!!” มานพสั่ง

ชาญแตะบ่าคนขับ พลันรถก็เลี้ยวเข้าทางแยก ธงรบเห็นจึงเร่งความเร็วตาม คำรามแค้น

“คิดหนีเหรอ...ไม่แน่จริงนี่หว่า” แล้วเลี้ยวตามไปอย่างหมายขยี้ให้สะใจ แต่พอเลี้ยวรถไปไม่พบอะไรทั้งสิ้น ทั่วทั้งบริเวณมีแต่ความเงียบ ว่างเปล่า

ขณะธงรบกำลังยืนกวาดตามองไปรอบๆนั่นเอง พวกพยัคฆ์เมฆาที่ซุ่มอยู่ก็ระดมยิงมาพร้อมกัน ธงรบกระโจนหลบเตรียมสู้ แต่เพราะตัวคนเดียวถูกระดมยิงมาจากรอบทิศ เขาจึงต้องสู้ไปถอยไป แต่ก็ถูกยิงบาดเจ็บที่แขนจนได้

มานพ​กับ​ลูกน้อง​ดา​หน้า​เปิดฉาก​ยิง​อย่าง​หนัก​ก่อน​ยกมือ​เป็น​สัญญาณ​ให้​หยุด

“พอ!! แค่​นี้​ก็​สั่งสอน​ให้​พวก​มัน​รู้​แล้ว​ว่า ถ้าใคร​คิด​มา​ลองดี​กับ​พยัคฆ์​เมฆา ทาง​เดียว​ของ​พวก​มัน​ก็​คือ​ตาย! ฮ่าๆๆ”

ส่วน​ที่​โรงแรม​ม่าน​รูด ขณะ​รอ​รถ​พยาบาล สมิง​ปลุก​ขวัญ​ให้​กำลังใจ​หมวด​ณรงค์​ให้​อดทน​ไว้​เดี๋ยว​รถ​พยาบาล​ก็​มา​ถึง​แล้ว “คุณ​ต้อง​ทำ​งาน​กับ​ผม​ต่อ​นะ​หมวด คุณ​จะ​พัก​ได้​ก็​ต่อ​เมื่อ​ผม​สั่ง​เท่านั้น”

“ผม...ผม​ทำ​งาน​ให้​ผู้​การ​จน​วินาที​สุดท้าย​ครับ... พวก...พวก​พยัคฆ์​เมฆา...​ผม...ผม​รู้​แล้ว​ว่า​พวก​มัน​เป็น... เป็น​ใคร”

“หมวด...คุณ​เก็บ​แรง​เอา​ไว้​ต่อสู้​เถอะ”

“ผม...ผม...ไม่​รอด​แน่​แล้ว​ครับ...ผู้​การ...ผม​

ขอ​ฝาก​ให้​ผู้​การ...จัดการ​กับ​มัน​ต่อ​ด้วย...หัวหน้า...พยัคฆ์​เมฆา​ก็​คือ...ก็​คือ...”

“หมวด...ใคร​คือ​หัวหน้า​พยัคฆ์​เมฆา” ผู้​การ​ถาม​ไม่ทัน​จบ มือ​ของ​หมวด​ณรงค์​ก็​ตกลง​ข้าง​ตัว...เขาจากไปแล้ว...

ธง​รบ​หนี​รอด​มา​ได้ กุม​แขน​ที่​ได้​รับ​บาดเจ็บ​โซเซ​เข้า​มา ทัน​ได้​เห็น​ภาพ​การ​จาก​ไป​ของ​หมวด​ณรงค์​อย่าง​เศร้า​สลด

ooooooo

อ่าง​กับ​สลึง​ถูก​ลูกน้อง​เสี่ย​ตง​ล้อม​กรอบ​ไว้ มัน​แกล้ง​สอง​น้าที่​เงอะงะ​ด้วย​การ​ยิง​ปืน​ลง​ที่​พื้น​เฉียด​ไป​เฉียด​มา​ให้​สอง​น้า​เต้น​หลบ​กระสุน​แล้ว​หัวเราะ​กัน​ครื้นเครง

ถึง​จะ​ติดอ่าง​กับ​ไม่เต็มบาท แต่​สอง​น้า​ก็​รัก​ศักดิ์ศรี​มี​หลักการ ไม่​ยอม​ก้มหัว​ให้​พวก​อันธพาล ร้อง​ท้า​ว่า​แน่จริง ​ให้​มา​เล่น​กัน​ตัวต่อตัว ​อย่า​ใช้​หมาหมู่​เล่น​กัน​แบบ​นี้ ลูกน้อง​เสี่ย​คน​หนึ่ง​ถอด​เสื้อ​สะอึก​ออก​ไปกวัก​มือ​เรียก​

ต่อ​ให้​สอง​น้า​มา​เล่น​กับ​มัน​คน​เดียว

ปรากฏ​ว่า​มัน​ถูก​สอง​น้า​ล่อ​เสีย​งอม​พระราม พวก​มัน​เลย​รุม​กัน​กินโต๊ะ​สอง​น้า​จน​สะบักสะบอม​แล้ว​พา​ไป​อีก​มุม​หนึ่ง​ของ​โกดัง​ร้าง​ที่​เก่ง​ลาก​หยก​เข้า​มา

“พวก​น้า​ฉัน​อยู่​ที่ไหน แก​เอา​เขา​ไป​ไว้​ไหน” หยก​เป็น​ห่วง​สอง​น้า​ทั้งที่​ตัว​เอง​กำลัง​แย่

“ไอ้​พวก​นั้น​ยัง​ไม่​ถึง​คราว​ตาย​หรอก เดี๋ยว​แก​ก็ได้​เจอ​มัน” เสี่ย​ตง​ตอบแทน​เก่ง พลาง​เดิน​ก​ร่าง​เข้า​มา​กระชาก​คอเสื้อ​หยก​ขึ้น​ไป​จ้อง​หน้า​ตะคอก​ขู่​หา​ว่า​เขา​ทำลาย​ดุจ​แพร​ลูก​สาว​ที่​ตน​รัก​ปาน​ดวงใจ แล้ว​อัด​เข้าที่​ท้อง​จน​หยก​ตัว​งอ

ระหว่าง​นั้น ลูกน้อง​เสี่ย​ลาก​อ่าง​กับ​สลึง​เข้า​มา หยก​พยายาม​จะ​ลุก​ไป​ช่วย​น้า​ทั้ง​สอง ถูก​เก่ง​กระชาก​ตัว​ไว้

“น้า!! ปล่อย​พวก​เขา เขา​ไม่​เกี่ยว​อะไร​ด้วย ผมขอร้อง​ล่ะ​เสี่ย ผม​ยอม​ให้​เสี่ย​พา​ตัว​มา​แล้ว ช่วย​ปล่อย​พวก​เขา​ไป​เถอะ​ ผม​ขอ...”

“ไอ้​หยก ถึง​แก​ยอม​มา​พบ​ฉัน​เพราะ​รู้​ว่า​ต้อง​มา​รับ​โทษ​ระยำ​ที่​ทำ​กับ​ลูก​สาว​ฉัน​ไว้ แต่​แค่​นั้น​มัน​ยัง​ไม่​พอ​หรอก เพราะ​ฉัน​อยาก​ขยี้​หัวใจ​แก เวลา​ที่​ต้อง​ทน​เห็น​คน​ที่​แก​เป็น​ห่วง​ถูก​ทำร้าย​ต่อหน้า​ต่อตา” พูด​แล้ว​เสี่ย​หัน​ไป​พยัก​หน้า​ให้​ลูกน้อง​ยำ​อ่าง​กับ​สลึง​ให้​หยก​ดู

หยก​มอง​สอง​น้า​ถูก​รุม​ยำ​โดย​ไม่​มี​ทาง​สู้ ทั้ง​แค้น​ทั้ง​เจ็บใจ​ที่​ไม่​มี​ทาง​ช่วย​สอง​น้า​ได้​เลย...

ooooooo

ดึก​แล้ว กิ่ง​เห​มย​นอน​ไม่​หลับ​เลย​ลุก​มา​รื้อ​ม้วน​กระดาษ​ที่​วาด​รูป​หยก​มา​คลี่ คลำ​ลาย​เส้น​ที่​วาด​เอาไว้​ด้วย​ความ​คิดถึง

ส้ม​เช้ง​เข้า​มา​เห็น​ถาม​ว่า​ทำไม​ป่านนี้​ยัง​ไม่​นอน พอ​กิ่ง​เห​มย​บอก​ว่า​นอน​ไม่​หลับ ส้ม​เช้ง​เผลอ​แซว​ว่า อย่า​บอก​นะ​ว่า​ต้อง​ตาม​หยก​มา​ร้องเพลง​กล่อม​ถึง​จะ​หลับ

กิ่ง​เห​มย​ชะงัก​ถาม​ว่า​หยก​เล่า​เรื่อง​นี้​ให้​ฟัง​หรือ

ส้ม​เช้ง​นึก​ได้​รีบ​เอา​มือ​ปิดปาก เห็น​อาการ​เขิน​ของ​กิ่ง​เห​มย​ก็​หยอก​ว่า​งอน​น่า​รัก​ออก

“แก​ไม่​ต้อง​มา​แกล้ง​แหย่​ฉัน​เลย ฉัน​จะ​นอน​แล้ว”

“เออ...รีบ​นอน​ได้​ก็ดี​แล้ว ​พรุ่งนี้​แก​จะ​ได้​รอ​ฟัง​ข่าว​ดี​จาก​ไอ้​หยก” พอ​กิ่ง​เห​ม​ยถา​ม​ว่า​ข่าว​ดี​อะไร ส้ม​เช้ง​ก็​ทำ​เป็น​ตบ​ปาก​ตัว​เอง​ที่​พลั้งปาก​อีก​แล้ว แต่​คราว​นี้​

กิ่ง​เห​มย​ไม่​ยอม ลุก​มา​คาดคั้น​เอาจริงเอาจัง​ให้​บอก​มา​ว่า​ข่าว​ดี​อะไร

ส้ม​เช้ง​เลย​ต้อง​เล่า​ว่า ตน​คุย​กับ​หยก​เรื่อง​จะ​ให้​เขา​มา​ดูแล​กิ่ง​เห​มย​แทน​อา​ม่า เพราะ​ตอน​นี้​กิ่ง​เห​มย​ไม่​เหลือ​ใคร​แล้ว ​หยก​เลย​รับปาก​สัญญา​ว่า...เล่า​ทิ้ง​ไว้​แค่​นั้น​แล้ว​หยุด​อีก จน​กิ่ง​เห​มย​ต้อง​คาดคั้น​จึง​ยอม​บอก​ว่า

“ฉัน​คิด​ว่า​เป็น​เรื่อง​ดี​นะ​แก...ถ้า​ไอ้​หยก​มัน​อยาก​ดูแล​แก​ได้​เต็มที่ มัน​ก็​คง​คิด​จะ​มา เอ่อ...ขอ​แก​แต่งงาน​ให้​เป็น​เรื่อง​เป็น​ราว”

ฟัง​ส้ม​เช้ง​เล่า​แล้ว กิ่ง​เห​มย​ถึง​กับ​อึ้ง​สนิท!

ooooooo

อ่าง​กับ​สลึง​และ​หยก ต่าง​เป็น​ห่วง​กัน ต่าง​ยอมเจ็บ​ยอม​ช้ำ​แต่​ขอ​ให้​ปล่อย​อีก​ฝ่าย​ไป​เสีย เสี่ย​ตง​หมั่นไส้​สั่ง​ลูกน้อง​ให้​จัด​หนัก​ทั้ง​สาม​ไป​เลย

“อย่า​นะ​เสี่ย...ผม​ขอร้อง” หยก​กลัว​สอง​น้า​จะโดน​หนัก คลาน​เข้าไป​ยกมือ​ไหว้​ขอร้อง​เสี่ย​ทั้งที่​มือ​ยัง​ถูก​มัด​อยู่ “เสี่ย...ผม​ทำร้าย​คุณ​แพร​ทำให้​เธอ​เสียใจ...เพราะฉะนั้น​เสี่ย​อยาก​ลงโทษ​ก็​มา​ลง​ที่​ผม​คน​เดียว อย่า​ทำ​กับ​คนอื่น​เลย​ครับ ผม​ขอร้อง...ให้​ผม​กราบ​ก็ได้ เสี่ย​จะ​สั่งสอนผม​ยัง​ไง​ก็​เชิญ แต่​ปล่อย​พวก​เขา​ไป​เถอะ”

หยก​คลาน​เข้าไป​กราบแทบ​เท้า​เสี่ย อ่าง​กับสลึง​ร้องห้าม​กัน​ขรม อ่าง​ตะโกน​บอก​หยก

“ไอ้​หยก...เอ็ง​ไม่​ต้อง​ไป​กราบ​มัน...เอ็ง​ไม่ได้ตั้งใจ​ทำให้​คุณ​แพร​เสียใจ เอ็ง​กับ​กิ่ง​เห​มย​รัก​กัน​มา​ตั้ง​นานก่อน​ที่​คุณ​แพร​จะ​เข้า​มา​เสีย​อีก เอ็ง​ไม่​ผิด​นะ​ไอ้​หยก”

ส่วน​สลึง​ก็​ตะโกน​บอก​เสี่ย​ว่า​ดุจ​แพร​เป็น​มือที่สาม หยก​ไม่​ผิด แต่​หยก​ยอม​รับ​ว่า​ตน​ผิด​เอง พวก​น้า​สอน​ให้​ตน​เป็น​ลูกผู้ชาย​เมื่อ​ตน​ผิด​ที่​ล่วงเกิน​ดุจ​แพร​ก็​ต้อง​รับ​ผิด ว่า​แล้ว​ก็​ก้ม​กราบ​แทบ​เท้า​เสี่ย

สอง​น้า​ทน​ไม่ได้​ฮึด​จะ​ลุย​พวก​มัน เลย​ถูก​มัน​รุมส​กรัม สลบเหมือด​ไป​ทั้ง​สอง​คน ส่วน​เสี่ย​ตง​กระชาก​หยก​ขึ้น​ตะคอก

“คิด​ว่า​กราบ​เท้า​ฉัน​แล้ว ฉัน​จะ​อโหสิ​ให้​เหรอ​ไอ้​หยก!” เสี่ย​บีบ​คอ​หยก​จน​หน้า​ดำ​หน้า​แดงตา​ปรือ​เกือบขาดใจ แต่​เสี่ย​ก็​ไม่​คลาย​มือ “ลูก​สาว​ฉัน​ร้องไห้​คร่ำครวญ​แทบจะ​ขาดใจ ฉัน​พยายาม​ปลอบ​ใจ​เท่า​ไหร่​แต่​ยัย​แพร​ก็ยังไม่​หาย​เสียใจ เอาแต่​คร่ำครวญ​ว่า​รัก​แก​จน​หมด​หัวใจ”

“ผม...ผม...ขอโทษ...ขอโทษ...” หยก​พูดกระท่อนกระแท่น​เพราะ​ใกล้​จะ​หมด​ลม

“คน​ที่​แก​ควร​จะ​ไป​กราบ​ขอโทษ​มัน​ไม่​ใช่​ฉัน แต่​ควร​เป็น​ยัย​แพร แต่​ถ้า​ฉัน​พา​แก​ไป​ให้​ยัย​แพร​เห็น​หน้าอีก ยัย​แพร​จะ​ต้องใจ​อ่อน​และ​ขอร้อง​ให้​ฉัน​ไว้​ชีวิต​แก เพราะ ฉะนั้น แก​ควร​จะ​ตาย​คา​มือ​ฉัน​เสีย​เดี๋ยวนี้​เลย ไอ้​หยก!!”

เสี่ย​ตง​บีบ​คอ​หยก​จน​แน่​นิ่ง​ไป​คา​มือ เก่ง​ร้อง​บอก เสี่ย​จึง​ปล่อย​มือ​ให้​หยก​ร่วง​ลง​ไป​กอง​กับ​พื้น สั่ง​เก่ง​ให้​ดูว่า​หยก​ตาย​หรือ​ยัง เก่ง​วิ่ง​ไป​เอา​มือ​อัง​จมูก เอา​หู​แนบตรง​หัวใจ แล้ว​เงย​หน้า​มอง​เสี่ย เสี่ย​ถาม​อย่าง​เลือดเย็น​ว่า “ตาย​รึ​ยัง?”

ooooooo

วัน​รุ่ง​ขึ้น กิ่ง​เห​มย​ใช้​ไม้เท้า​นำทาง​ไป​ร้อง​เรียก​หยก​ที่​บ้าน​แต่​ทุก​อย่าง​เงียบ​เหมือน​ไม่​มี​คน​อยู่ กิ่ง​เหมย​จึง​กลับ​บ้าน​ด้วย​ความ​เป็น​ห่วง เจอ​ส้ม​เช้ง​พอดี ส้มเช้ง​วิ่ง​มา​หา​กิ่ง​เห​มย​ด้วย​ความ​ดีใจ​ถาม​ว่า​หาย​ไป​ไหน ตน​มา​หา​แต่​เช้า​ไม่​เจอ

กิ่ง​เห​มย​บอก​ว่า​ไป​หา​หยก​ที่​บ้าน​แต่​ไม่​เจอ ไปหา​ที่​บ้าน​คม​ทวน​กับ​ที่​ร้าน​มอเตอร์ไซค์​ก็​ไม่​เจอ ส้ม​เช้งนึก​ได้​เล่า​ว่า ได้ยิน​หยก​บอก​ว่า​มี​ธุระ​ต้อง​ไป​เคลียร์ สงสัยยัง เคลียร์​ไม่​เสร็จ ถาม​ว่า​ธุระ​อะไร​ก็​พูด​งึมงำๆจับความ​ไม่ทัน​ได้​ก็​ไป​แล้ว

ฟัง​ส้ม​เช้ง​แล้ว​กิ่ง​เห​มย​ยิ่ง​เป็น​ห่วง ส้ม​เช้ง​ปลอบใจ​ว่า ถ้า​เสร็จ​ธุระ หยก​ก็​มา​หา​เอง​แหละ

“ส้ม​เช้ง...​แก​ช่วย​ไป​ตาม​หา​หยก​ให้​ฉัน​หน่อย​นะ ฉัน​อยาก​เจอ​หยก​เร็วๆ”

ส้ม​เช้ง​ยัง​แซว​กิ่ง​เห​มย​ว่า​คิดถึง​หยก​ออกนอกหน้า​แต่​ก็​รับปาก​จะ​ไป​ตาม​หา​ให้​เพื่อ​ความ​สุข​ของ​เพื่อน พอ​ส้ม​เช้ง​ไป​แล้ว กิ่ง​เห​มย​ก็​เดิน​ออก​ไป​ไม่​กลับ​เข้า​บ้าน

ส่วน​ดุจ​แพร​กำลัง​จะ​ออก​จาก​บ้าน พอ​ขึ้น​รถ​ก็​ถูก​พวก​ลูกน้อง​เสี่ย​มา​ยืน​ขวาง​ไม่​ยอม​ให้​ออก​รถ เธอ​เบิ้ลเครื่อง​ขู่​อย่างไร​พวก​นั้น​ก็​ไม่​ยอม​ถอย ป้า​จั่น​มา​ถาม​ว่า​จะ​ไปไหน เธอ​ตอบ​เสียง​เครือ​เครียด​ว่า

“แพร​จะ​ไป​ให้​พ้น​จาก​ที่​นี่ ไม่​อยาก​เจอ​หน้าใคร​อีก​แล้ว ทุก​คน​มี​แต่​หลอกลวง​แพร​ทั้งนั้น พ่อ​ก็​หลอก​แพร หยก​ก็​หลอก​แพร คำ​ว่า​บ้าน​มัน​ไม่​มี​ความ​หมาย​กับ​แพร​อีก​แล้ว”

เมื่อเบิ้ลรถขู่ไม่ได้ผล ดุจแพรตัดสินใจขับพุ่งออกไป ลูกน้องเสี่ยพากันกระโจนหนีตายกันกระเจิง ป้าจั่นตะโกนบอกให้รีบไปปิดประตูรั้วอย่าให้คุณหนูออกไป แต่กว่าลูกน้องเสี่ยจะวิ่งไปถึงประตู ดุจแพรก็ขับรถพุ่งออกไปแล้ว

ดุจแพรขับรถไปอย่างเร็ว ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์ที่หยกเลือก ที่จะปกป้องและอยู่กับกิ่งเหมย และเสี่ยตงเองก็ด่าว่ากระทั่งจะยิงหยก จนเธอต้องไปแย่งปืนแล้วเดินไปตบหน้าหยกก่อนวิ่งร้องไห้ออกมา ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวดจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

กิ่งเหมยเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่บ้านเสี่ยตงเพื่อตามหาหยก รถเกิดเสียทั้งที่ใกล้บ้านเสี่ยมากแล้ว เธอจ่ายค่ารถแล้วใช้ไม้เท้าคลำทางเดินไป

ดุจแพรตะบึงรถมาเกือบชนกิ่งเหมย เธอเบรกสนั่น กิ่งเหมยเองก็ตกใจกรีดร้องสุดเสียงและหมดสติไป

ooooooo

อ่างกับสลึงถูกเอามาโยนทิ้งไว้ในตรอกศาลเจ้า พอรู้สึกตัวก็คิดเป็นห่วงหยกกลัวหยกจะถูกเสี่ยตงฆ่า ก็พอดีส้มเช้งมาเจอ พอได้ยินจากสองน้าว่าเสี่ยตงจะฆ่าหยก ส้มเช้งจึงเดาได้ว่ากิ่งเหมยต้องรู้เรื่องนี้เลยหลอกตนกลับบ้านแล้วตัวเองก็หนีไปช่วยหยก

ส่วนดุจแพรรีบพากิ่งเหมยที่ตกใจจนหมดสติกลับไปที่บ้าน ไม่นานก็ได้รับโทรศัพท์จากส้มเช้งบอกว่าได้ยินสลึงกับอ่างเล่าว่าเสี่ยจะฆ่าหยก ดุจแพรตกใจ ปฏิเสธลั่น

“ไม่...พ่อฉันจะแตะต้องหยกไม่ได้”

ส้มเช้งขอร้องดุจแพรว่า มีแต่เธอเท่านั้นที่จะช่วยหยกได้ พอดีกิ่งเหมยรู้สึกตัวได้ยินดุจแพรคุยโทรศัพท์กับส้มเช้ง เธอบอกดุจแพรว่า

“ฉันได้ยินคุณคุยโทรศัพท์กับส้มเช้งแล้ว...งั้นคุณก็คงรู้ว่าฉันมาที่นี่ทำไม ได้โปรดเถอะค่ะคุณแพร มีแต่คุณคนเดียวเท่านั้นที่จะหยุดเขาได้ อย่าให้เขาทำร้ายหยกเลย”

กิ่งเหมยยอมรับว่าตนผิดเองที่พยายามผลักไสหยกให้มาหาเธอทำให้เกิดเรื่องร้ายแรงแบบนี้ขึ้น ร้องไห้อ้อนวอนให้ดุจแพรช่วยขอเสี่ยให้ไว้ชีวิตหยก ถ้าเสี่ยต้องการให้มีคนรับผิดชอบเรื่องนี้ตนยินดีให้เอาชีวิตตนแทน

“ไม่...จะต้องไม่มีการสูญเสียใครไปทั้งนั้น...” ดุจแพรเด็ดเดี่ยวมาก หันไปหาป้าจั่น “ป้า...ป้ารู้ใช่ไหมว่าแพรจะตามหาหยกได้ที่ไหน” ทีแรกป้าจั่นก็อึกอักไม่กล้าบอก ถูกดุจแพรคาดคั้นจนในที่สุดต้องยอมบอก

ooooooo

เสี่ยตงพาร่างไม่ได้สติของหยกไปที่ตึกก่อสร้างหมายเอาไปโยนจากยอดตึกลงมา พอมาถึงก็สั่งเก่งกับลูกน้องให้ลากหยกลงจากรถ

ลากหยกขึ้นไปถึงดาดฟ้าแล้ว เสี่ยให้เก่งเอานํ้าสาดใส่หน้า พอรู้สึกตัวคำแรกที่หยกถามคือเอาน้าทั้งสองของตนไปไว้ไหน เสี่ยบอกว่าส่งกลับบ้านไปแล้ว ไม่อยากยิงทิ้งให้เสียลูกปืน

หยกขอบคุณเสี่ยที่ไม่ฆ่าน้าทั้งสอง ส่วนตัวเองยอมรับผิดทุกอย่าง เสี่ยจะทรมานหักแขนหักขาตนอย่างไรก็ได้แต่อย่าฆ่าเลย เพราะตนสัญญากับกิ่งเหมยไว้ว่าจะกลับไปดูแลเธอ พยายามหว่านล้อมว่า

“ลูกสาวเสี่ยไม่เหลือใครอีกแล้วนอกจากผม ขอร้องเถอะครับเสี่ย ให้ผมได้มีชีวิตกลับไปดูแลกิ่งเหมยด้วย”

เสี่ยตบหน้าผัวะ ตวาด “ฉันจะดูแลลูกสาวฉันเอง แกไม่เกี่ยว เฮ้ย!!” เสี่ยหันไปเรียกลูกน้องให้ลากตัวหยกไปที่ริมดาดฟ้า หยกรู้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้น!

ขณะเสี่ยตงสั่งลูกน้องให้จับหยกโยนลงไปนั่นเอง ดุจแพรกับกิ่งเหมยก็มาถึง ทำให้ทุกอย่างชะงักลง กิ่งเหมย อ้อนวอนขอชีวิตหยก ขอร้องให้ดุจแพรช่วยพูดด้วย แต่เสี่ยสั่งดุจแพรให้พากิ่งเหมยกลับไปเสีย ตนต้องจัดการหยก จะไม่ปล่อยให้หยกมาพรากลูกสาวไปคนหนึ่ง และทำร้ายจิตใจอีกคนหนึ่งต่อไปไม่ได้

กิ่งเหมยพยายามเดินไปหาเสี่ยตามเสียงที่ได้ยิน อ้อนวอนกระทั่งยอมเรียกเสี่ยว่าพ่อเพื่อแลกกับชีวิตหยก ดุจแพรช่วยอ้อนวอนอีกคน แต่ดูเหมือนจะเปลี่ยนใจเสี่ยไม่ได้ อ้างว่า ขืนปล่อยหยกไว้เธอก็ไม่มีวันจะลืมเขาได้

“แต่ต่อให้เขาตาย แพรก็ลืมเขาไม่ได้อยู่ดี เพราะชาตินี้แพรไม่คิดว่าจะลืมเขาได้ค่ะป๋า...” ดุจแพรร้องไห้อ้อนวอน “ป๋าคะ...ปล่อยเขาไปนะคะ อย่าฆ่าเขาเลย เขาไม่ได้ผิด เขาไม่ได้ทำร้ายจิตใจแพรเลย แพรต่างหากที่ทำลาย ความรักของพวกเขาเพราะความเห็นแก่ตัวของแพรเอง”

เมื่ออ้อนวอนแล้วเห็นเสี่ยยังเฉย ดุจแพรถอยไปยืนริมดาดฟ้า หยกตกใจร้องห้ามอย่าทำอย่างนั้น

กิ่งเหมยถามว่าดุจแพรจะทำอะไร ดุจแพรฝากหยกให้ดูแลกิ่งเหมยให้ดีด้วย แล้วขยับออกไปอีก

ในที่สุดเสี่ยตงยอมปล่อยหยกเพื่อแลกกับการให้ดุจแพรกลับมาอยู่บ้าน เมื่อเก่งแก้มัดเชือกให้หยก กิ่งเหมยโผเข้ากอดหยกร้องไห้ด้วยความดีใจ

เสี่ยไล่หยกไปให้พ้นหน้าตนเดี๋ยวนี้ หยกจะพูดอะไรอีก ดุจแพรก็ตัดบทว่าให้เขาทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับกิ่งเหมย หยกจึงประคองกิ่งเหมยออกไป ดุจแพรร้องไห้ออกมาอย่างหมดความอดกลั้น แต่เมื่อเสี่ยเข้ามากอดปลอบ เธอบอกเสี่ยว่า

“แพรไม่เป็นไรค่ะป๋า...แพรไม่เป็นไร...ฮือๆๆ”

สองพ่อลูกกอดกันร้องไห้อย่างเจ็บปวด...

ooooooo

กิ่งเหมยประคองหยกที่บอบช้ำกลับมาที่ตรอกศาลเจ้า เธอถามอย่างเป็นห่วงว่าเขาไม่เป็นอะไรแน่นะ หยกทำปากดีบอกว่าถ้าแค่นี้ทนไม่ได้แล้วตนจะดูแลเธอได้ยังไง พูดไม่ทันขาดคำก็ซวนเซจะล้ม

“เห็นไหม...ทำไมเธอถึงดื้ออย่างนี้ เธอต้องรักตัวเอง ต้องห่วงตัวเองก่อนมาห่วงฉันสิ”

“ไม่ได้หรอกกิ่งเหมย...ใครจะบอกให้รักตัวเองก่อนรักคนอื่นก็ช่างหัวมัน แต่สำหรับฉันต้องรักเธอก่อนที่จะรักตัวเองเท่านั้น”

กิ่งเหมยซึ้งจนน้ำตาคลอ ก็พอดีมาถึงบ้าน ทั้งส้มเช้ง อ่าง และสลึงดีใจมากพากันวิ่งออกมารับ สลึงกับอ่างกอดหยกไว้แน่น จนหยกร้องว่าเบาๆหน่อยตนเจ็บ แล้วต่างก็ดีใจที่อีกฝ่ายปลอดภัยกลับมา

เมื่อพาหยกกับกิ่งเหมยขึ้นไปที่ห้องพักบนดาดฟ้าแล้ว ส้มเช้งจัดยาวางไว้ พากิ่งเหมยไปบอกว่ายาแก้ปวดอยู่ตรงนี้ถ้าหยกปวดก็เอาให้กิน อ่างโวยขึ้นว่ากิ่งเหมยตาไม่เห็นทำไมไม่เอาให้หยกกินเสียตอนนี้เลย ส้มเช้งถลึงตาใส่แล้วลากอ่างออกไปบอกว่าตนอุตส่าห์ชงให้หยกกับกิ่งเหมยขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าใจอีก แล้วรีบพาอ่างกลับไป

เมื่ออยู่กันตามลำพัง กิ่งเหมยนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก็ถามหยกว่า “มองอะไรฉันน่ะหยก” หยกตกใจถามว่าตาไม่ดีทำไมยังรู้ว่าตนมองเธออยู่ “รู้สิ ทำไมจะไม่รู้ ฉันอยู่กับเธอมาทั้งชีวิต แค่เธอหายใจฉันก็รู้แล้วว่าคิดอะไรอยู่”

ทั้งสองหยอกล้อกันอย่างสนิทใจเมื่อไม่ต้องอยู่ในสายตาใคร จนจังหวะเหมาะ หยกบอกเธอว่า

“ฉันว่าเธอได้ยินแล้วนะตอนที่เธอไปช่วยฉันจากเสี่ยตงน่ะ...” กิ่งเหมยรู้แก่ใจดีแต่เขินเลยทำไก๋ “อยู่กันตามลำพังแบบนี้ก็ดี ฉันจะได้พูดกับเธอให้มันจริงๆจังๆ”

กิ่งเหมยรู้ว่าหยกจะพูดอะไร เธอเขินจนลุกขึ้นทำทีจะไปห้องน้ำ หยกมองตามอย่างรู้ทัน ตามออกมาปรากฏว่าเธอไม่ได้ไปห้องน้ำ หยกจับแขนไว้พูดอย่างรู้ทันว่า “ไม่เอาน่ากิ่งเหมย ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้อยากไปห้องน้ำจริงๆ” แต่พอหยกจะพูดเธอแกล้งชี้ให้ดูเครื่องบิน หยกขำหยอกว่า “กิ่งเหมย...นี่เธอเขินฉันจนจะบ๊องแล้วเหรอเนี่ย”

ในที่สุด หยกก็บอกเธอในโอกาสทองนี้ว่า “กิ่ง–เหมย...ฉันรักเธอ...รักเธอคนเดียวเท่านั้น” แล้วตะโกนเหมือนจะให้ฟ้าดินเป็นพยาน “ฉันรักกิ่งเหมยยยยย...” กิ่งเหมยขอให้พอได้แล้ว ใครได้ยินเข้าจะด่าเอา

“อยู่บนนี้ใครจะมาด่าเราได้...มาสิกิ่งเหมย คืนนี้ฉันจะขอให้ดาวบนท้องฟ้าช่วยเป็นพยานฟังคำตอบของเธอ...”

หยกกุมมือกิ่งเหมยพาเดินไปอีกมุมหนึ่งบนดาดฟ้า หยุดตรงมุมที่เคยดูดาวด้วยกัน บอกเธอว่าบนนี้มีแต่เราสองคนเท่านั้น กุมมือกิ่งเหมยไปวางไว้ตรงหัวใจตัวเอง ถามว่ารู้ไหมว่าหัวใจเต้นแรง กิ่งเหมยพยักหน้าเขินๆ

“เพราะฉันเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยไปกว่าเธอ สิ่งที่ฉันคิดและจะขอจากเธอคือการเปลี่ยนแปลงอนาคตของเรา มันคือสิ่งที่ฉันฝันและรอให้มาถึงตั้งแต่ที่เราได้มาเจอกัน... กิ่งเหมย ฉันอยากให้เธอมั่นใจว่า จากนี้ไปเธอจะไม่ได้เป็นกิ่งเหมยเดียวดายบนโลกใบนี้ แต่เธอยังมีฉันที่จะคอยเป็นดินโอบอุ้ม เป็นสายฝนให้ความชุ่มชื้นและเป็น...”

“หยก...” กิ่งเหมยเอามือแตะริมฝีปากเขาไว้ “เธอเป็นทุกอย่างในชีวิตฉันหมดแล้ว”

พอหยกขอเธอแต่งงาน น้ำตาแห่งความปลื้มปีติของกิ่งเหมยไหลอาบแก้ม จนหยกบอกว่าอย่าเอาแต่ร้องไห้ ตนอยากได้ยินคำตอบ ดาวของเราก็รอคำตอบจากเธออยู่ หยกจับมือเธอชี้ขึ้นไปที่ดวงดาว สัญญากับเธอว่า

“ตอนนี้เธออาจจะยังมองไม่เห็น แต่เมื่อวันที่ฉันหาทางทำให้ตาเธอกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง เธอจะเห็นว่าดาวดวงนั้นก็คือแหวนเพชร เป็นคำสัญญาของเราว่า จะรักกันจนลมหายใจสุดท้ายของกันและกัน...”

“หยก...ฉัน...ฉันจะแต่งงานกับเธอ...” กิ่งเหมยเอ่ยด้วยความตื้นตันใจ ต่างกอดกันแนบแน่นด้วยความรัก...

ooooooo

วัน​ต่อ​มา สมิง​และ​ธง​รบ​ไป​ที่​บ้าน​หมวด​ณรงค์​เพื่อ​แจ้ง​ข่าว​การ​สูญเสีย​ของ​หมวด​ณรงค์​แก่​ภรรยาเขา ภรรยา​หมวด​ณรงค์​ร้องไห้​น้ำตา​แทบ​เป็น​สายเลือด​กับ​ข่าว​สูญเสีย​สามี​อย่าง​กะทันหัน

ธง​รบ​ที่​ผู้​การ​สมิง​ให้​รอ​อยู่​ใน​รถ เห็น​ภรรยา​หมวด​ณรงค์​ร้องไห้​เสียใจ​ก็​กำหมัด​ทุบ​พวงมาลัย​รถ​อย่าง​อัดอั้น​แค้น​ใจ​  เมื่อ​สมิง​กลับ​มา เขา​โทษ​ตัว​เอง​ว่า​เป็น​คนทำให้​หมวด​ณรงค์​ต้อง​ตาย พร่ำ​ขอโทษ​เสียง​เครือ​สะท้านบอกกับ​ผู้​การ​สมิง​ว่า

“ผม​ต้อง​ทำ​อะไร​สัก​อย่าง ผม​จะ​ไม่​ยอม​ให้คนดีๆ อย่าง​หมวด​ณรงค์​ต้อง​ตาย​ไป​อย่าง​ไร้​เกียรติ ผม​จะ​ลากคอ​พวก​มัน​ให้​มาก​ราบ​เท้าขอโทษ​ต่อหน้า​เมีย​ของ​หมวด แล้วส่ง​มัน​เข้าไป​ใน​คุก​ให้​พวก​มัน​โดน​กระทืบ​จน​ร้อง​อยาก​ตาย​วัน​ตาย​พรุ่ง!”

ผล​คือ​ถูก​ผู้​การ​ชก​เปรี้ยง ด่า “ที่​แก​พูด​ออก​มา​เมื่อกี้​นี้​มัน​ไม่​ใช่​คำ​พูด​ของ​คน​ที่​เรียก​ตัว​เองว่า​ผู้พิทักษ์ สันติราษฎร์ ฉัน​ต่างหาก​ที่​ต้อง​โกรธ​แค้น​พวก​มัน​ไม่​น้อย​ไป​กว่า​แก เพราะ​ณรงค์​ร่วม​เป็น​ร่วม​ตาย​กับ​ฉัน​มา​นาน แต่​ฉัน​จะ​ไม่​ลด​เกียรติยศ​ของ​ตัว​เอง​และ​หมวด​ณรงค์ ทำให้​ตัว​เอง​เป็น​โจร​เหมือน​พวก​มัน!”

หมัด​สั่งสอน​และ​คำ​พูด​ของ​ผู้​การ​สมิง​ทำให้​ธง​รบ​สงบ​ลง เขา​ขอโทษ ​ที่​พูด​เป็น​เพราะ​โกรธ​แค้น​มาก​เกินไป

“แก​ต้อง​ควบคุม​ตัว​เอง​ให้​ได้​นะ​ธง​รบ เพราะตอนนี้​เรา​เหลือ​กัน​แค่​นี้​แล้ว อย่า​ให้​อา​ต้อง​เสีย​กำลัง​คน​ไป​อีก”

“ครับ​อา...ว่า​แต่​ว่า ก่อน​ที่​หมวด​ณรงค์​จะ​ตาย ​เขารู้​รึ​เปล่า​ครับ​ว่า​ไอ้​พวก​พยัคฆ์​เมฆา​มัน​เป็น​ใคร”

สมิง​รู้​เพราะ​เขา​เอา​หู​แนบ​กับ​ปาก​ของ​ณรงค์​ก่อน​สิ้นใจ แต่​บอก​ธง​รบ​ว่า​หมวด​ณรงค์​ไม่​เห็น​หน้า​พวกมัน

ooooooo

คม​ทวน​รู้สึก​ตัว​ขึ้น​มา ถาม​หมอ​ว่า​ตน​อยู่​ที่ไหน เกิด​อะไร​ขึ้น หมอบ​อก​ว่าความ​ดัน​สูง​มาก​ทำให้​เขา หัวใจ​วาย​เฉียบพลัน​โชค​ดี​ที่​เล้ง​พา​ส่ง​โรงพยาบาลทัน และ​เล้ง​ยัง​ฝาก​บอก​ด้วย​ว่า ​เขา​ไม่​ใช่​ศัตรู​ของ​คม​ทวน​ขอ​ให้​ไว้ใจ​และ​คม​ทวน​จะ​ปลอดภัย​เมื่อ​อยู่​ที่​นี่ แล้วหมอ​ก็​ให้​พยาบาล​โทร.​แจ้ง​เล้ง​ว่า​คม​ทวน​รู้สึก​ตัว​แล้ว

เล้ง​กับ​มานพ​กำลัง​ลอง​ชุด​ที่​จะ​ใส่​ใน​วัน​เปิด​ตัว ผู้นำ​ของ​ตระกูล​มังกร​วารี​คน​ต่อ​ไป พอ​เล้ง​ได้​รับ​แจ้ง​จาก​พยาบาล เขา​หยุด​ทันที​บอก​มานพ​ว่า​วัน​นี้​พอ​แค่​นี้​ก่อน ตน​มี​ธุระ​ต้อง​รีบ​ไป​จัดการ

ไม่​นาน มานพ​ก็ได้​รับ​โทรศัพท์​จาก​ผู้​การ​สมิง ทักทาย​อย่าง​รู้จัก​เขา​ดี​ว่า “นาย​มานพ มังกร​วารี ทายาท คนเดียว​ของ​เจ้าสัว​เล้ง” มานพ​บอก​ว่า​ตน​รู้จัก​ตัว​เอง​ดีว่า​เป็น​ใคร ย้อน​ถาม​ว่า​นั่น​ใคร​ โทร.​มา​หา​ตน​เบอร์​นี้​ได้​ยังไง

“แน่ใจ​เหรอ​นาย​มานพ​ว่า​รู้จัก​ตัว​เอง​ดี เพราะนาย​ยัง​มี​อีก​สถานะ​หนึ่ง​ที่​ไม่ได้​เป็น​แค่​ลูก​ชาย​ของ​เจ้าสัว​เล้ง”

“แก​พูด​เรื่อง​บ้า​อะไร!” มานพ​เริ่ม​ใจไม่ดี

“หึๆๆ อย่า​คิด​ว่า​ไม่​มี​ใคร​รู้​ว่า​ภาย​ใต้​หน้ากากพยัคฆ์​เมฆา​ที่​แก​ใช้​ไล่ฆ่า​คน​อย่าง​โหดเหี้ยม ซุกซ่อน​ใบหน้า ของใคร​ไว้...นาย​มานพ!”

“นี่​แก!!” มานพ​ผงะ​หน้า​ถอดสี

ooooooo

ตอนที่ 16

ที่โรงงานร้าง...หยกดูแลมานพที่ยังไม่ได้สติอยู่ที่พื้น ธงรบเข้ามาบอกว่าตนให้ยานอนหลับไปแล้ว กลับไปถึงจะฟื้น ยังไงก็ไม่รู้เรื่องแผนการของเรา

ธงรบเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง มองหน้ากันกับหยกอย่างรู้กันว่าต้องทำอะไรต่อ หยกเร่งให้รีบลงมือเลย พูดกับธงรบว่า “หมวดต้องรับมือกับเจ้าสัวเล้ง ถ้าจะให้เขาเชื่อมั่น ก็ต้องลงทุนกันหน่อย”

ตอนที่ 15

คมทวนถูกเอาตัวไปไว้ที่โรงเลื่อย เขาถูกมัดไว้กับเก้าอี้ในสภาพหมดสติคอพับลงมา โดยมีชาญกับลูกน้องคุมอยู่

“มัน ยังไม่รู้สึกตัวอีกเหรอ” มานพเข้ามาถาม ลูกน้องกระเหี้ยนกระหือรือถามว่าจะให้ลงมือเลยไหม “พวกแกไม่ต้อง วันไหนไม่ได้ยิงคน รู้สึกหงุดหงิดยังไงไม่รู้” มานพชักปืนออกมาจะจ่อยิงคมทวน

“หยุดเดี๋ยวนี้นะมานพ ทำบ้าอะไรของแก!” โหงวเข้ามาตวาด มานพไม่สะทกสะท้านไล่ไปให้พ้นอย่ามาเกะกะ “แต่ฉันต้องเตือนแก ฉันไม่อยากให้แกไปสะกิดแผล ปล่อยให้เลือดไหลออกมาตอนนี้”

มานพกับโหงวโต้เถียงกัน มานพจะฆ่าคมทวนเพราะรู้เรื่องสายเลือดของเล้ง โหงวบอกว่ายังไม่ใช่เวลานี้เพราะถ้าคมทวนเป็นอะไรไป นึกหรือว่าหยกจะไม่ตามกลิ่นจนรู้ ด่ามานพอย่างฉุนเฉียวว่า

ตอนที่ 14

หยกวิ่งไปหลบหลังตู้คอนเทนเนอร์ รอจนตำรวจ วิ่งไล่มา เขาพุ่งออกไปใช้มือเปล่าแย่งปืนจากตำรวจคนแรกแล้วหันไปใช้ศอกแทงกลับหลัง กระแทกหน้าอีกคนสลบเหมือด

ตำรวจที่ถูกแย่งปืนเห็นหยกเผลอดึงเอาปืนสำรอง ออกมาจ่อสั่งหยกให้ยกมือขึ้น ถ้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ยิ่งไม่พ้นโดนวิสามัญ หยกสวนไปทันทีว่าให้อยู่เฉยๆ ตนไม่ทำร้ายใคร เห็นตำรวจยังพยายามจะจับ หยกปรามเสียงเข้มว่า

ตอนที่ 13

ดุจแพรมาร้องเรียกหยกที่หน้าร้านมอเตอร์ไซค์สองพี่น้อง แต่ภายในเงียบกริบ เธอบ่นๆว่าหายไปไหนของเขานะ แล้วหันจะเดินกลับ พลันก็หยุดกึกเมื่อเห็นหยกกับอ่างช่วยกันหิ้วปีกสลึงเข้ามา

“หยก! นี่เกิดอะไรขึ้น...ไปมีเรื่องอะไรกันมา”

หยกเดินผ่านไปเหมือนไม่มีเธออยู่ตรงนั้น ดุจแพรตามไปยืนดูหยกกับอ่างวางสลึงลงบนเก้าอี้อย่างเป็นห่วง

สลึงขอบใจหยก โทษว่าเพราะตนหยกเลยต้องมาเจ็บตัวไปด้วย อ่างทวงว่าตนก็ช่วยทำไมไม่ขอบใจ สลึงเลยขอบใจอย่างขอไปที

“ช่างมันเถอะน้า เจ็บแค่นี้ก็ยังถือว่าโชคดี แต่น้าไหวแน่นะ” หยกถาม สลึงยังทำปากดีบอกว่าแค่นี้จิ๊บๆ พลางยกมือชูแม่โป้ง แต่เจ็บแขนแปล๊บจนร้อง

“เจ็บกันขนาดนี้ไปโรงพยาบาลดีกว่าค่ะ รถแพรจอดอยู่หน้าตรอก” อ่างบอกว่าไม่เป็นไรแค่นี้ถือเป็นเรื่องปกติ เธอถามว่า “แล้วพวกน้าไปทำอะไรกันมา มีเรื่องกับใครเหรอคะ หรือว่าคนของพ่อฉัน...”

“นี่คุณหนู หยุดถามวุ่นวายมากมายได้ไหมครับ มันไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องรู้เลย” หยกทำเสียงรำคาญ จนอ่างต้องขอว่า ดุจแพรถามก็เพราะเป็นห่วง เขาจึงนิ่งไป

สลึงบอกให้หยกกลับไปทำแผลที่บ้านเสียพวกตนอยู่กันได้ หยกมองสองน้าอย่างเป็นห่วงก่อนไปโดยไม่ได้สนใจดุจแพรเลยแม้แต่น้อย

ดุจแพรรีบตามหยกไป เขาถามอย่างเบื่อหน่ายว่าจะตามตนมาทำไมอีก สั่งให้หยุดอยากรู้อยากเห็นเรื่องที่ไม่ใช่ของตัวเองเสียที บอกให้กลับไปเสีย วันนี้ตนไม่มีอารมณ์จะต่อปากต่อคำด้วยเพราะต้องรีบไปดูแลกิ่งเหมย

“กิ่งเหมยไม่อยู่หรอก หมวดธงรบมารับไปกินข้าวด้วยกัน”

หยกชะงักกึก มองหน้าถามว่าธงรบน่ะหรือไปกับกิ่งเหมย ตรงไปจับแขนเธอบีบถามว่าที่ไหน พอดุจแพรบอกว่าตนไม่รู้ หยกก็หุนหันจะตามไป แต่เพราะเจ็บฟกช้ำมากทำให้เขาเจ็บแปล๊บไปทั้งตัวจนเกือบจะล้ม ดุจแพรรีบประคองขอร้องว่า

“หยก...สภาพเธอตอนนี้ไปไหนไม่ได้หรอก ให้ฉันพาเธอกลับบ้านเถอะ...นะ...หยก” พูดพลางจับแขนเขาขึ้นพาดบ่าตัวเองพยุงพาเดินออกไป

ooooooo

มานพเอาหลอดเลือดตัวอย่างไปให้โหงว  ถามว่าแค่นี้คงพอเอาไปตรวจ DNA ได้ใช่ไหม โหงวชมว่าทำได้ดีมาก พลางตบบ่ามานพอย่างสนิทสนม ถูกมานพปัดมือออกอย่างรังเกียจ

“หน้าที่ของแกคือทำงานเป็นกุนซือให้ฉันแค่นั้น ถ้าคิดอยากทำหน้าที่อื่นที่มากกว่านั้นไปทำกับแม่ฉันก็พอ”

โหงวชะงัก อึ้ง เตือนว่ายังไงเขาก็มีสายเลือดของตนที่จะปฏิเสธไม่ได้ มานพหัวเราหึๆ บอกว่าสายเลือดตนคงเอาออกจากตัวไม่ได้ ถามประชดว่า

“แต่แกตั้งใจให้ฉันมาเกิด หรือเพราะฉันทะลุถุงยางมาเกิดเอง” จ้องหน้ายิ้มร้ายพูดอย่างผยองว่า “คนอย่างฉันไม่จำเป็นต้องนับถือใครเป็นพ่อ ไม่จำเป็นต้องมีแบบอย่าง เพราะฉันจะยิ่งใหญ่ได้ด้วยตัวของฉันเอง”

พูดให้โหงวอึ้งเป็นครั้งที่สองแล้วไล่ให้ไปทำงานเสีย จัดการทุกอย่างที่ควรต้องทำ ประกาศศักดาอย่างอหังการว่า

“ตอนนี้ ฉันอยากเป็นพยัคฆ์ที่พร้อมบุกขยี้มังกรแล้ว ฮ่าๆๆๆ”

โหงวมองอย่างคาดไม่ถึงว่าลูกตัวเองจะร้ายกาจได้ถึงขนาดนี้ เสือเฒ่าพึมพำทึ่งว่า

“มานพ...แกคือพยัคฆ์ที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอแล้ว”

ooooooo

ดุจแพรพาหยกขึ้นไปที่ห้องพักบนดาดฟ้าบอกให้เขานั่งอยู่เฉยๆ ตนจะทำความสะอาดแผลให้จะได้ไม่เป็นบาดทะยัก หยกบอกเธอให้กลับไปเสียอย่าเสียเวลากับตนเลย ตนดูแลตัวเองได้

เมื่อดุจแพรนิ่ง เขาเสียงดัง “ผมบอกให้กลับไปไง!” ทำให้เธอตกใจ เสียใจ น้อยใจวิ่งออกไปนั่งร้องไห้ หยกรู้สึกผิดรีบตามไป แต่พอจะเข้าใกล้เธอร้องห้าม

“ไม่ต้องมาใกล้ฉัน ถ้านายไม่อยากเห็นหน้าฉัน เดี๋ยวฉันก็จะไปเอง”

“แต่คุณเคยบอกว่าเวลาอยู่ที่นี่คุณสบายใจที่สุดไม่ใช่เหรอ” เธอชะงักถามว่าเคยพูดหรือ “เคยสิ คุณพูดแล้วคงจำไม่ได้ มิน่าล่ะ นายอู๊ดดี้อะไรนั่นถึงเรียกคุณว่าลูกปลาน้อยพันธุ์ปลาทองความจำสั้นนี่เอง”

หยกแกล้งพูดให้เธอลืมเรื่องน้อยใจแล้วก็เดินเข้าข้างใน ซึ่งก็ได้ผลชะงัด ดุจแพรเรียกเขาอย่างไม่พอใจ เดินตามเข้าไปอย่างเอาเรื่อง สั่งให้ขอโทษตนเดี๋ยวนี้ บอกว่าตนเกลียดชื่อนี้และตนก็ไม่ใช่ลูกปลาน้อยความจำสั้นด้วย

ดุจแพรแผดเสียงจนหยกถามว่า ไหนว่าเป็นห่วงตน รู้ไหมว่าเสียงแหลมๆที่เธอวีนใส่ตนนี้อาจทำให้ตนหูอื้อตาลายน้ำลายฟูมปากซ้ำเติมที่ตนต้องระบมอยู่ตอนนี้ก็ได้ เธอชะงักพูดหน้าง้ำว่า “ก็นายว่าฉัน”

“คนอะไรว่าไม่ได้ เป็นนางฟ้ารึไง”

“ใช่...นายต้องเห็นฉันเป็นนางฟ้า พูดจากับฉันดีๆ”

“ถ้านั่นเป็นคำสั่งของลูกสาวเจ้านาย ผมก็จะทำตาม แต่บอกไว้ก่อนนะ สำหรับผมแล้ว ผมอยู่กับความเป็นจริง ไม่ชอบเพ้อฝัน นางฟ้านางสวรรค์ถ้ามาเดินไปเดินมาเกะกะน่ารำคาญ ผมก็จะเตะตูดไล่ตะเพิดออกไปเลย”

พูดแล้วหยิบสำลีมาทำแผล ไม่สนใจเธอที่ยืนหน้าง้ำอยู่

ooooooo

หลังจากกินข้าวเสร็จ ธงรบพากิ่งเหมยไปเดินเล่นริมน้ำ เขาบรรยายบรรยากาศสวยงามริมน้ำที่เคยมานั่งพักผ่อนแล้วทำให้รู้สึกสงบนิ่ง

“ถ้าฉันยังมองเห็นได้ก็ดีสิคะ จะได้ช่วยทำให้ฉันสงบนิ่งขึ้นบ้าง”

ธงรบนึกได้รีบขอโทษที่พูดสะเทือนใจเธอ กิ่ง–เหมยบอกว่าบางครั้งตนก็ยังเผลอทำตัวเหมือนปกติ

“คุณเก่งมากเลยนะครับกิ่งเหมย เห็นเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างนี้ แต่กลับรับมือกับเรื่องหนักๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ”

เป็นคำพูดที่กระทบใจกิ่งเหมยจนเธอร้องไห้ ธงรบตกใจ เธอร้องไห้ยอมรับกับเขาว่า

“ฉันรับมือกับเรื่องนี้ไม่ได้หรอกค่ะคุณธงรบ ฮือๆๆ ฉันเคยมีความฝัน มีความสุขกับสิ่งที่เป็นของฉัน แต่วันนี้ฉันต้องสูญเสียมันไป ฉันเองยอมตัดใจ...ทั้งๆ ที่ฉันไม่อยากเสียไป” เธอร้องไห้ออกมาอย่างอดกลั้นต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว

ธงรบสะเทือนใจบอกเธอว่าตนอยู่นี่แล้ว และจะดูแลเธอเอง พลางโน้มศีรษะเธอมาซบไหล่ตัวเอง ปลอบอ่อนโยนว่า

“ถ้าวันนี้คุณอยากร้องไห้ก็ร้องออกมาให้พอเลย บ่าของผมพร้อมจะซับน้ำตาให้คุณแล้ว”

กิ่งเหมยถอยออกมา ขอบคุณเขา บอกว่าตนไม่เป็นอะไรแล้ว

ขณะนั้นเอง มีเสียงแก๊งมอเตอร์ไซค์แฉลบเข้ามา เป็นแก๊งของกิจชัยนั่นเอง กิ่งเหมยถามธงรบว่ามีอะไรหรือ เขาบอกว่าไม่มีอะไร ก็แค่ไอ้พวกกุ๊ยข้างถนน เลยถูกกิจชัยด่า ซ้ำยังพูดเยาะหยันกิ่งเหมยว่า

“โธ่เอ๊ย...นังกิ่งเหมย นี่ถ้าพวกฉันไม่ผ่านมาแถวนี้คงไม่รู้หรอกว่ากำลังมีการสวมเขาให้ไอ้หยกกันอยู่ที่นี่ ฮ่าๆๆ นังร่าน”

ธงรบด่ากิจชัยว่าปากหมา ถ้าไม่หยุดเห่าจะเลาะฟันออกมาให้หมดปาก แต่เขาก็ยังเป็นห่วงกิ่งเหมย บอกเธอว่าไม่ต้องตกใจ ตนจะไม่ให้พวกมันทำอะไรเธอได้ แล้วเขาก็หันไปลุยกับพวกกิจชัย

ซัดลูกน้องกิจชัยจนฟุบไปแล้ว ธงรบหันมาไม่เห็นกิ่งเหมย เขาตกใจมากวิ่งไปเจอกิจชัยกำลังฉุดกระชากเธอไป เขาพุ่งเข้าซัดมันจนฟันร่วง กิจชัยเห็นท่าไม่ดีเลยวิ่งหนีไป
ธงรบหันมาประคองกิ่งเหมยที่หมดสติไปแล้ว...

ooooooo

หยกเอาทิงเจอร์ทาแผลให้ตัวเองแสบจนร้องเสียงดัง ดุจแพรตกใจวิ่งเข้าไปดู กลับถูกหยกบ่นว่าทะเล่อทะล่าเข้ามาทำตกอกตกใจหมด

ทั้งคู่ต่อปากต่อคำกันตามประสาอีกตามเคย หยกเลยไล่ให้เธอกลับไปทำงานเสีย หัดมีความรับผิดชอบงานตัวเองเสียให้ได้ก่อนที่จะมารับผิดชอบคนอื่น ดุจแพรจึงระบายความอัดอั้นให้ฟังว่า

“ฉันรู้ความจริงหมดแล้วนะหยก ที่ป๋าเปิดบริษัทให้ฉันเพราะต้องการใช้เป็นที่ฟอกเงินสกปรกของป๋า ฉันจะไม่ยอมถูกเขาหลอกใช้อีกแล้ว ตั้งแต่นี้ไปฉันไม่ใช่นกในกรงของป๋า ฉันจะยืนด้วยตัวเอง”

หยกถามว่าเสี่ยยอมหรือ เธอพูดอย่างภูมิใจว่ายอมสิ ตนถึงได้มาหาเขาที่นี่ได้ หยกสงสัยมองหน้าถามว่า

“งั้นผมถามจริงๆเถอะ คุณคุยอะไรกับเสี่ยเขาถึงยอมปล่อยให้คุณมาอยู่กับผม”

ดุจแพรนิ่งไปจนหยกถามย้ำจึงตอบเขินๆว่า ตนบอกเรื่องของเรา รับสารภาพกับหยกว่า

“ฉันรักนายจริงๆนะหยก นายเป็นคนเดียวที่เข้าใจฉัน แล้วก็เป็นคนเดียวที่ฉันอยู่ด้วยแล้วมีความสุขที่สุด ถึงนายจะชอบว่าฉัน ใจร้ายกับฉัน แต่อย่างน้อยนายก็ยังห่วงใยฉันจริงๆ ไม่โกหกหลอกลวงฉันเหมือนกับที่ป๋าหลอกฉันมาตลอด”

หยกฟังแล้วอึ้ง ดุจแพรเข้ามากอดเขาไว้แน่นเหมือนจะยึดเป็นที่พึ่ง จนหยกอดนึกสงสารเธอไม่ได้

คืนนี้ ดุจแพรทำกับข้าวให้เขากิน แต่พอเรียกมากิน พบแต่กระดาษโน้ตแปะที่ผนัง หยิบมาอ่านแล้วอดน้อยใจไม่ได้

“ผมมีงานต้องไปทำ ไว้จะกลับมากินกับข้าวฝีมือคุณหนู”

ooooooo

ธงรบพากิ่งเหมยกลับไปส่งบ้าน อาม่าขอบคุณเขา ธงรบบอกว่าตนเป็นคนพากิ่งเหมยออกไปต้องขอโทษอาม่าด้วย

“ไม่ต้องค่ะ ไม่ต้องขอโทษ อาม่าเองก็ไม่อยากให้อาเหมยอยู่แต่ในบ้าน เพราะจะทำให้อาเหมยรู้สึกว่าตัวเองต้องการความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา”

“กิ่งเหมยเป็นคนที่ใจสู้มากนะครับอาม่า ผมเชื่อว่าเธอจะต้องผ่านพ้นเรื่องนี้ไปได้แน่ ไว้ผมจะแวะมาหากิ่งเหมยอีก”

ธงรบลาอาม่าเดินออกมาครู่หนึ่งก็หยุดชะงักเมื่อเห็นหยกยืนมองอยู่ด้วยสีหน้าไม่พอใจ เมื่อเดินมาหากัน หยกถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับกิ่งเหมย

“ก็ไอ้พรรคพวกกุ๊ยของแกนั่นแหละ ที่มันพยายามหาเรื่องกิ่งเหมย”

หยกรู้ทันทีว่าเป็นพวกกิจชัย ผลุนผลันจะไปจัดการ ธงรบรั้งไหล่ไว้บอกว่าไม่ต้องเสียเวลาหรอกตนอัดมันไปแล้ว พูดเหน็บว่า

“แต่ถ้าแกจะไปหาพวกมันแล้วบอกเลิกเป็นกุ๊ย ฉันจะไม่ห้ามแต่จะยุให้แกรีบไป ฉันสงสารกิ่งเหมยที่ไปรักคนอย่างแก กิ่งเหมยต้องการคนดีๆที่พร้อมจะอยู่กับเธอ ไม่ใช่อันธพาลที่ดีแต่หาเรื่องมาให้เธอ”

หยกผลักอกธงรบพูดอย่างไม่พอใจว่า “คุณไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่า”

“แล้วมีอะไรที่ฉันต้องรู้รึเปล่าล่ะ” ธงรบมองอย่างท้าทาย “หึ...การที่แกอยู่ท่ามกลางคนเลวๆ นั่นก็

หมายความว่าแกจะไม่มีวันดูแลกิ่งเหมยได้” หยกถามประชดว่าเพราะอย่างนี้เขาถึงฉวยโอกาสยุ่งกับกิ่งเหมยของตนใช่ไหม “ก็ถ้าแกดูแลกิ่งเหมยได้ดี ฉันก็ไม่ได้อยากเป็นมือที่สามหรอกเว้ย!!”

หยกทนไม่ได้ชกเปรี้ยงจนเลือดออกที่มุมปาก ธงรบเช็ดเลือดที่มุมปากแต่ไม่ตอบโต้ บอกหยกว่า

“หมัดที่แกชกไปเมื่อกี้ ฉันจะถือว่าเจ๊ากันไปสำหรับที่แกเคยช่วยชีวิตฉัน เราจะได้ไม่มีหนี้บุญคุณกัน และถ้าแกยังไม่ยอมเลิกยุ่งกับพวกไอ้เสี่ยตงอีก ฉันนี่แหละจะแย่งกิ่งเหมยมาจากแกให้ได้ คอยดู ไอ้หยก!” พูดแล้ว ชี้หน้าก่อนเดินผละไป

หยกมองตามอย่างเจ็บใจ

ooooooo

เสี่ยตงเรียกกิจชัยไปพบบอกว่าอยากสั่งสอนหยกฐานทำให้นกน้อยในกรงทองของตนบินไปอย่างอิสระโดยที่ตนไม่เต็มใจ กิจชัยจึงนัดพบหยกที่ตึกร้าง

หยกต้องการพบกิจชัยอยู่แล้ว เขาเดินเข้าไปหาท่ามกลางวงล้อมของแก๊งเด็กแว้นกับสาวสก๊อย พูดอย่างเอาเรื่องว่า

“ฉันเตือนแกแล้วนะไอ้กิจชัย แกแตะต้องกิ่งเหมยอีกเมื่อไหร่ฉันกระทืบแกตายแน่”

กิจชัยสวนมาว่าถ้าทำอะไรตนเรื่องถึงเสี่ยแน่ พูดลำเลิกว่า

“เสี่ยกำลังหมายหัวแกเรื่องคุณหนูดุจแพรอยู่ ถ้าแกมีเรื่องทำให้เสี่ยไม่พอใจอีก วันดีคืนดีเสี่ยอาจจะส่งมือปืนไปยิงหัวแกถึงที่นอนก็ได้ อยากลองดูไหมล่ะว่าเสี่ยจะทำจริงไหม”
เห็นหยกชะงัก กิจชัยยิ้มชอบใจ หว่านล้อมต่ออีกว่า

“หยก...เราต่างก็ลำบากมาจากในคุกด้วยกัน เห็นแกมีเรื่องกับเสี่ยแบบนี้ ฉันก็เลยไปขอร้องเสี่ยไว้ อยากให้เขาให้โอกาสแก เพราะแกมันก็เป็นคนมีฝีมือ”

หยกถามว่าเขาพูดอะไรกับเสี่ย กิจชัยยิ้มร้ายโยนถุงยาไอซ์มาให้ หยกถามว่า หมายความว่าไง

หลังจากคุยกับกิจชัยแล้ว หยกนัดพบผู้การสมิงที่ใต้ทางด่วน รายงานเรื่องเสี่ยตงจะให้ตนกับกิจชัยคุมการส่งยาไอซ์ลอตใหญ่ไม่ต่ำกว่า 50 กิโล แต่ยังไม่รู้วันเวลาและจุดนัดหมาย

“หยก...เรื่องเครือข่ายค้ายาของไอ้เสี่ยตง สายสืบของฉันยังไม่เคยมีใครเข้าใกล้หลักฐานของมันได้เลยสักคน เพราะมันระมัดระวังเรื่องนี้มาก ถ้ามันไว้ใจให้เธอเป็นคนจัดการ ก็แสดงว่าเราอาจจะได้หลักฐานสำคัญที่ใช้ลากตัวมันเข้าคุกได้”

ผู้การสมิงยังเตือนหยกว่า งานนี้สำคัญ เชื่อว่าเสี่ยตงต้องระวังตัวมาก ยังไงก็ขอให้ระวังตัวด้วย ได้เรื่องเวลากับสถานที่แน่ชัดเมื่อไรให้แจ้งตนทันที

ooooooo

มานพเตรียมการเข้าวงการมาเฟียเต็มที่ วันนี้เขาไปนอนให้ช่างสักที่กลางหลัง แม้จะเจ็บปวดแต่เมื่อนึกถึงความเจ็บแค้นในวัยเด็กที่ถูกเล้งเคี่ยวเข็นบังคับแล้วก็กัดฟันอดทน หมายผงาดขึ้นมาสู้กับมังกรรุ่นเก่า

ส่วนโหงวกับดวงแขเมื่อได้ผลการตรวจ DNA ดวงแขชะงักมองหน้าโหงวนิ่ง

เวลาเดียวกัน เล้งเริ่มรู้สึกตัว เมื่อหมอกับพยาบาลเข้ามาดู เขาบอกว่าหิวน้ำ หมอให้พยาบาลเอาน้ำให้จิบช้าๆ แต่เล้งก็ยังสำลัก หมอบอกว่า “ช้าๆนะครับเจ้าสัว ตอนนี้คุณเพิ่งจะรู้สึกตัว ยังต้องพักฟื้นอีกสักระยะ”

เล้งพยักหน้า หายใจยาวก่อนหันไปบอกนนท์ “นนท์ฉันมีเรื่องอยากให้แกจัดการให้หน่อย”

หยกไปหากิ่งเหมยที่ศาลเจ้า เจอเธอคลำพับกระดาษเงินกระดาษทองอยู่ เขานั่งลงช่วยพับเงียบๆ กิ่งเหมยนึกว่าเป็นอาม่าเขาจึงต้องบอกเธอ แต่อ้างว่าที่มานั่งทำเงียบๆ เพราะถ้าบอก เธอต้องไม่ยอมให้ช่วยทำแน่

พอรู้ว่าเป็นหยก กิ่งเหมยชักสีหน้าแสดงความไม่พอใจ ไม่ต้องการให้เขามาช่วยและตามดูแลตนเพราะจะทำให้เขาพลาดโอกาสดีๆในชีวิตไป เมื่อหยกไม่ยอม เธอพูดให้เขาเจ็บใจแล้วรวบรัดตัดบทว่า

“ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนความรู้สึกของฉันได้ ได้โปรดเถอะนะ อย่าเอาความรักของเรามาทำร้ายกันและกันเลย”

แต่พอหยกไป กิ่งเหมยรู้สึกตัวเองผิดที่พูดไม่ดีกับเขา ร้องไห้พึมพำ “หยก...ฉันขอโทษ...ฉันขอโทษ...”

แล้วตัดสินใจใช้ไม้เท้าคลำทางไปหาหยกที่ดาดฟ้า

หยกกลับไปเอามอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ร้านสองพี่น้อง อ่างกับสลึงแปลกใจกับท่าทีที่เงียบขรึม หงุดหงิด ดุดันของหยก ถามอะไรก็ฉุนเฉียว ครั้นขวางไม่ให้ไปก็ถูกตวาดหลีกไปให้พ้น จนอ่างบ่นว่า

“ไอ้หยกมันเป็นบ้าอะไรของมันวะเนี่ย”

พอดีดุจแพรซื้อรังนกมาฝากหยก อ่างบอกว่าเพิ่งออกไปอึดใจเดียวนี่เอง เธอถามว่าเขาไปไหน?

“ไม่รู้สิครับ...แต่ท่าทางมันเหมือนหมาบ้าพร้อมจะกัดไม่เลือกยังไงก็ไม่รู้ ถามว่าไปมีเรื่องอะไรมา มันก็ไม่ยอมบอก”

“งั้นน้าเอารังนกไปกินแล้วกันนะจ๊ะ” ดุจแพรเอารังนกใส่มืออ่างแล้วรีบออกไป

ooooooo

หยกไปดื่มเหล้าในบาร์ถูกพวกคอเหล้าท้าแข่ง เขารับท้า ดื่มเหล้าราวกับน้ำอย่างประชดชีวิตจนเมา

นนท์ตามมาเจอบอกว่าเจ้าสัวเล้งให้ตนมาคุยกับเขา หยกปฏิเสธทันทีว่า “ฉันไม่มีอะไรจะคุยด้วย หลบไป”

หยกผลักไหล่นนท์เซไป นนท์จึงพยักหน้าให้ลูกน้องช่วยจัดการล็อกตัวหยกไปนั่งที่โซฟามุมหนึ่งในร้าน หยกโวยวายให้ปล่อยตน นนท์พยายามบอกเขาว่า

“อยู่เฉยๆแล้วฟัง!! เจ้าสัวเล้งส่งฉันมาเพราะเรื่องที่นายช่วยชีวิตท่านไว้”

“ตกลงเจ้าสัวของพวกแกยังไม่ตายใช่ไหม ยินดีด้วย...มา...มาดื่มฉลองกัน”

นนท์พยายามบอกหยกว่าเจ้าสัวเล้งต้องการคุยกับเขา แต่ต้องให้หายเมาก่อนตนถึงจะพาไป เพราะสภาพแบบนี้ขืนพาไปคงคุยกับเจ้าสัวไม่รู้เรื่องแน่ แต่หยก

ก็ยังโยกโย้ขอเป็นเลี้ยงเหล้าแทน เลยถูกนนท์เอาถังน้ำแข็งโต๊ะข้างๆสาดหน้า

“แค่นี้มันคงทำให้แกมีสติขึ้นมาบ้างนะนายหยก” แล้วสั่งลูกน้อง “พาตัวไปเลย”

แต่หยกยังไม่หมดพิษสง คว้าขวดเหล้าฟาดหัวลูกน้องนนท์แล้ววิ่งหนีไป นนท์สั่งให้ตาม เลยกลายเป็นวิ่งไล่กันไปตามถนน โชคดีเจอดุจแพรขับรถผ่านมา เธอจอดรถรับหยกหนีไป พวกนนท์วิ่งตามมา มองตามรถไปอย่างเสียดาย

เมื่อนนท์กลับไปรายงานเล้ง ดวงแขเดินเข้ามาพูดแทรกขึ้นว่า

“ถ้าเขาไม่อยากมาพบคุณ ไม่อยากเรียกร้องอะไรเป็นค่าตอบแทน คุณก็เซ็นเช็คให้เขาไปก็ได้นี่คะเล้ง จะได้จบๆกันไป”

เล้งบอกให้นนท์ออกไปก่อน ดวงแขเข้าไปกุมมือเล้งฉอเลาะ ตัดพ้อว่า

“เล้ง...คุณรู้ไหมคะว่าตอนที่คุณยังไม่รู้สึกตัว ฉันกับตานพเป็นห่วงคุณมากแค่ไหน เราสองคนแม่ลูกแทบไม่ได้กินไม่ได้นอน แต่ดูคุณสิ พอรู้สึกตัวขึ้นมา คุณก็ให้ลูกน้องไปตามหาคนอื่นมาพบคุณแทนที่จะเรียกหาเรา”

“คนอื่นที่เธอพูดถึง เขาเป็นคนช่วยชีวิตฉันไว้ ถ้าฉันไม่ได้เขา เธอกับมานพคงต้องวุ่นวายแน่” เล้งแกะมือเธอออก

ดวงแขยังรำพึงรำพันว่ามานพเป็นสายเลือดแท้ๆ ของเขา มาเฝ้าเขาทุกวัน ถ้ารู้ว่าเขาถามหาคนอื่น มานพจะเสียใจมากแค่ไหน เล้งถามว่ามานพน่ะหรือมาเฝ้าตนทุกวัน ไม่เห็นนนท์เล่าให้ฟัง

“เอ่อ...ตานพมาเวลาที่ฉันให้นนท์ไปพัก เขาต้องเทียวมาเยี่ยมคุณแล้วก็ไปดูแลธุรกิจให้คุณระหว่างที่คุณไม่รู้สึกตัว รู้ไหมคะว่าพอคุณไม่อยู่ ทุกอย่างในบริษัทวุ่นวายมากแค่ไหน ถ้าตานพไม่ลงไปดูแลคงได้ป่นปี้กันหมด”

“เอาล่ะๆเรื่องนายหยก ยังไงฉันก็ต้องตอบแทนเขา ส่วนตานพไว้ฉันออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ ฉันจะคุยเรื่อง ธุรกิจกับเขาเอง ตอนนี้ฉันอยากพักแล้ว”
เล้งโบกมือให้ดวงแขออกไปแล้วหลับตาลง ดวงแขมองอย่างหมั่นไส้ ออกไปอย่างขัดใจ

ooooooo

มานพไปนอนให้ช่างสักรูปพยัคฆ์คำรามเหยียบอยู่บนกลุ่มก้อนเมฆไว้ที่กลางหลังจนเสร็จ เป็นลายสักที่สวยงามและดูน่าเกรงขามไม่น้อยกว่ารอยสักมังกรวารีบนแผ่นหลังของเล้ง

เมื่อโหงวมาเห็น ถึงกับปรบมือชมเปาะ “รอยสักพยัคฆ์ เมฆา สวยงามและน่าเกรงขามมากมานพ คงเจ็บมากสินะ”

“พ่อมักพูดกับฉันเสมอว่า สายเลือดของเขาจะต้องไม่เสียเลือดไปอย่างเปล่าประโยชน์ เขาพูดถูก เพราะว่าเลือดของฉันที่ไหลออกมาระหว่างสักพยัคฆ์เมฆา มันคือเลือดของความจงเกลียดจงชังที่มีต่อเขา” มานพพูดอย่างอาฆาตมาดร้าย

“งั้นนี่คือสัญลักษณ์ที่แกจะบอกว่า...แกพร้อมจะตัดขาดจากเขา”

ไม่ใช่แค่ตัดขาด แต่มังกรจะต้องถูกพยัคฆ์ขย้ำ... ว่าแต่แกเถอะ ตกลงเรื่องผล DNA นั่นออกมาว่ายังไง”

โหงวมองมานพยิ้มร้ายอย่างมีแผนกับผล DNAนั้น

เมื่อรู้ความจริง มานพถอดเสื้อโชว์แผ่นหลังที่สักรูปพยัคฆ์เมฆาถือปืนเดินไปมาเรียกหาชาญ โหงวเดินตามพลางร้องห้าม บอกว่าตนไม่เห็นด้วย เพราะหยกไม่ใช่เป้าหมายที่เขาต้องไปฆ่าตอนนี้ มานพหันตวาดว่า

“แกจะให้ฉันปล่อยให้สายเลือดที่แท้จริงของพ่อฉันเดินไปเดินมาตอกย้ำว่าฉันเป็นลูกนอกไส้ทำไม หา!!”

“ก็จริง ที่ไอ้หยกไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่ให้เกะกะ แต่แกจะรีบไปจัดการมันทำไม ในเมื่อเล้งก็ยังไม่รู้เรื่องนี้ สู้รอวันจัดการมันต่อหน้าไอ้เล้ง ขยี้หัวใจมังกรของมันให้เจ็บปวด ให้มันได้เห็นสายเลือดแท้ๆของมันตายต่อหน้ามันไม่ดีกว่าหรือ” เห็นมานพชะงักอย่างสนใจ โหงวหัวเราะถามว่า “สะใจไหมล่ะมานพ”

“ใช่...เวลาแบบนั้นแหละที่จะทำให้ฉันสะใจที่สุด ตกลง ฉันจะปล่อยมันไปก่อน แล้วเรื่องที่ฉันให้ไปดูให้ล่ะว่าไง”

“ฉันได้เรื่องมาแล้วจากพวกค้ายาที่ฉันรู้จัก ไอ้เสี่ยตงมีแผนที่จะปล่อยลอตใหญ่ มูลค่าหลายร้อยล้าน”

“ยาเสพติดลอตใหญ่...แล้วมันจะช่วยให้ฉันประกาศศักดาความน่ากลัวของแก๊งพยัคฆ์เมฆาได้ยังไง”

“เชื่อใจฉันสิมานพ ภายในข้ามคืน พยัคฆ์เมฆาของแกจะทำให้ทั้งไอ้เล้งและไอ้เสี่ยตง จดจำชื่อนี้จนขึ้นใจ!”

ฟังแล้วมานพระเบิดหัวเราะออกมาอย่างสะใจ จนพยัคฆ์เมฆาบนแผ่นหลังเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต!

ooooooo

ดุจแพรพาหยกมาที่คอนโดฯของเธอ พาเข้าห้องแล้วล็อกประตูแน่นหนา หันกลับมาถามหยกหน้าตาตื่นกลัว

“หยก...พวกนั้นเป็นใคร ทำไมต้องไล่ตามเธอด้วย...หยก...หยก...” เธอร้องเรียกเดินมาเจอหยกฟุบหลับอยู่ที่โซฟา กลิ่นเหล้าเหม็นคลุ้งไปหมด ถามอย่างเข้าใจไม่ได้ว่า “นี่เธอกินเหล้าหนักขนาดนี้เลยเหรอ ลุกขึ้นมาสิ เกิดอะไรขึ้น ทำไมต้องไปเมาขนาดนี้ด้วย”

หยกโงหัวขึ้นมาบอกว่าตนไม่เมา พลางลุกขึ้นแต่เซจะล้ม ดุจแพรรีบเข้าประคองไว้พาไปที่ห้องนอน บอกให้รอประเดี๋ยวจะมาเช็ดตัวให้ ระหว่างที่ดุจแพรไปเตรียมน้ำมาเช็ดตัวนั้น หยกหลับฝันไป...

ในฝันหยกวิ่งเข้ากอดกิ่งเหมยพร่ำขอ “กิ่งเหมย...กิ่งเหมย...อย่าทิ้งฉันไปนะกิ่งเหมย...ฉันไม่อยากเคว้งคว้างอยู่คนเดียว ชีวิตฉันมีแต่เธอ ได้โปรดเถอะนะ...อยู่กับฉัน...”

กิ่งเหมยคลำใบหน้าหยกสัมผัสน้ำตาที่หน้าเขา เธอพูดเสียงสั่นเครือด้วยความสะเทือนใจว่า

“หยก...ฉัน...ฉันขอโทษ พอไม่มีเธออยู่ด้วย ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะมองดาวดวงเดิมที่เราเคยดูด้วยกันได้ยังไง...ฉันมองไม่เห็น ฉันหาไม่เจอ...ฉันขอโทษ...ฮือๆๆ”

“ได้สิกิ่งเหมย...เราจะอยู่ด้วยกัน และมองดาวดวงเดียวกันไปชั่วชีวิต...”

ดุจแพรกลับมาพร้อมอุปกรณ์เช็ดตัว เธอมองหยก บ่นอย่างเป็นห่วงว่าไม่เคยเห็นเป็นแบบนี้ มีเรื่องไม่สบายใจอะไรทำไมไม่บอกกัน พลางพยุงตัวเขาขึ้นมาถอดเสื้อตัวนอกออก ทำให้ใบหน้าทั้งคู่เกือบสัมผัสกัน เป็นจังหวะที่หยกลืมตาขึ้นพอดี ต่างมองกันอึ้ง ใจเต้นแรง...

หยกยังอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน คิดว่าดุจแพรคือกิ่งเหมย...ดิ่งสู่ภวังค์อีกครั้ง...

ในภวังค์นั้น...หยกประคองหน้ากิ่งเหมยซึ่งความจริงคือใบหน้าของดุจแพร พร่ำบอกว่า

“ฉันรักเธอและไม่มีวันที่ฉันจะยอมเสียเธอไป...” หยกบรรจงจูบอย่างอ่อนโยน ดุจแพรหลับตาพริ้ม บอกหยกว่า

“ขอบใจที่รักฉันนะหยก ชีวิตฉันก็มีแต่เธอคนเดียวเหมือนกัน ฉันจะอยู่เพื่อเธอตลอดไป...” ดุจแพรจูบหยกอย่างดูดดื่มก่อนพลิกตัวนอนลงบนเตียง

เป็นภาพในภวังค์เหมือนความจริงที่หยกเคยกอดและจูบกิ่งเหมยที่ดาดฟ้า...เพียงแต่คนที่หยกกอดและจูบในเวลานี้กลายเป็นดุจแพร...

รุ่งเช้า หยกตื่นขึ้นมารู้สึกปวดหัวรุนแรง แต่แล้วก็ตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อเห็นดุจแพรนอนกอดตนอยู่บนเตียง!

หยกช็อก! ไม่คาดคิดว่าตัวเองได้ทำความผิดพลาดไปไม่รู้ตัว เขาค่อยๆจับมือดุจแพรที่กอดอยู่ออกไปเบาๆ แล้วลุกจากเตียงไปอย่างเงียบที่สุดเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกตัว...

ooooooo

ที่ดาดฟ้าห้องพักหยก กิ่งเหมยยังนั่งรอหยกอยู่ที่นั่นจนเช้า ส้มเช้งมาตามถามว่ารออยู่ที่นี่ทั้งคืนเลยหรือ

“หยกยังไม่มาอีกเหรอ”

“ถ้ามันโผล่มาแล้วฉันจะถามแกทำไมล่ะ ไอ้ฉันก็นึกว่ามันจะกลับมาตั้งแต่เมื่อคืน คุยกันไปเรียบร้อยแล้วเสียอีก”

กิ่งเหมยบอกว่าตนอยู่ที่นี่คนเดียวทั้งคืน ส้มเช้งชวนกลับไปก่อนไว้หยกกลับมาค่อยมาคุยกัน

“ไม่...ฉันจะรอหยกอยู่ที่นี่ ฉันเป็นคนผิดที่ทำร้ายจิตใจเขา ทั้งๆที่เขารักฉัน แต่ฉันกลับ...” กิ่งเหมยพูดไม่ออกอีก

“แกไม่ต้องพูดถึงอีกแล้ว แกไม่ผิดหรอกที่ผลักไสไอ้หยกออกจากชีวิต เพราะผู้หญิงทุกคนก็ต้องอยากทำให้ผู้ชายที่ตัวเองรักมีความสุขกันทั้งนั้น ฉันเชื่อว่าถ้าไอ้หยกได้ฟังคำขอโทษของแก มันต้องเข้าใจ”

ฟังส้มเช้งแล้ว กิ่งเหมยพยักหน้าอย่างมีความหวัง...

แต่ความจริงที่คอนโดฯดุจแพรเวลานี้...ดุจแพรตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าอิ่มสุข เดินมาเจอหยกก็โผเข้ากอดอย่างหลงใหล บอกว่าตื่นขึ้นมาไม่เจอนึกว่าทิ้งตนไปแล้ว พลางกอดเขาไว้แน่น

หยกพยายามจะพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ถูกเธอเอามือแตะปากเขาไว้ บอกว่า

“ขอให้ฉันบอกเธอก่อนนะหยก ที่เกิดขึ้นกับเราเมื่อคืน ไม่ใช่เพราะว่าฉันใจง่ายยอมเธอ แต่เพราะว่าที่ผ่านมาฉันไม่เคยได้ยินจากปากเธอเลยว่ารู้สึกยังไงกับฉัน พอเธอบอกฉันว่า เธอจะไม่มีวันยอมเสียฉันไป...

หยก...แค่นั้นฉันก็มั่นใจแล้วว่าชีวิตของฉันจะฝากอยู่ในมือเธอได้”

“คุณหนู...” หยกลำคอตีบตัน อัดอั้นจนพูดไม่ออก ส่วนดุจแพรร้องไห้ด้วยความดีใจ พูดอย่างมีความสุขมากว่า

“เธอคือคนที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตที่ขาดไปของฉันจริงๆนะหยก ฉันขอบใจ...ขอบใจที่รักฉันนะหยก...”

ดุจแพรซบหน้ากับอกเขา ร้องไห้ทั้งตื้นตันใจและมีความสุข จนหยกไม่กล้าพูดอะไรอีกเลย ครู่ใหญ่เธอนึกได้ถามหยกว่า “เมื่อกี้เธอจะบอกอะไรฉันเหรอหยก”

“เปล่าครับคุณหนู...ที่ผมจะพูด คือสิ่งที่คุณหนูพูดไปหมดแล้ว...”

ดุจแพรโผสวมกอดหยกไว้แน่นด้วยความดีใจและรักเขาสุดชีวิต...

ooooooo

ที่ดาดฟ้า กิ่งเหมยยังรอการกลับมาของหยกด้วยความหวังอย่างอดทน จนเมื่อได้ยินเสียงบางอย่าง เธอดีใจรีบใช้ไม้เท้าคลำทางเดินไปที่พัก

“หยก...เธอกลับมาแล้วใช่ไหม...”

ไม่มีเสียงตอบ เธอถามอย่างมีความหวังอีก “หยก...ฉันได้ยินเสียงเธอ...นั่นเธอใช่ไหม...หยก”

หยกยืนอึ้ง สีหน้าเจ็บปวดเมื่อรู้ว่ากิ่งเหมยมารอตนอยู่

“พูดกับฉันสิหยก ฉันรู้ว่าเธอกลับมาแล้ว ฉันอยากจะขอโทษเธอนะหยก ที่ฉันไล่เธอไปจากชีวิตฉัน ฉันอยากให้เธอฟังฉันอธิบาย” ยังคงมีแต่ความเงียบ กิ่งเหมยใช้ไม้เท้าคลำทางเดินไปจนใกล้หยก เขากลับถอยห่างอย่างไม่อยากให้เธอรู้ว่าตัวเองอยู่ตรงนี้

“หยก...ฉันอยากจะมองเห็นเธอ...จะได้รู้ว่าเธออยู่ที่นี่กับฉันจริงๆ...” กิ่งเหมยน้ำตาเอ่อขอร้อง “หยก ถ้าเธออยู่ที่นี่ก็ได้โปรดฟังฉัน...ฉันผิดไปแล้ว ฉันคิดว่าฉันยอมเจ็บเพื่อให้เธอได้มีความสุข แต่เปล่าเลย ฉันต่างหากที่ยิ่งทำให้เธอต้องเจ็บปวดมากกว่าเดิม...ความรักของฉันคือได้เห็นคนที่รักมีความสุข ฉันขอโทษนะหยก กลับมาหาฉัน แล้วฉันจะไม่มีวันปล่อยมือจากเธอ...”

กิ่งเหมยระบายความในใจออกมาน้ำตานองหน้า หยกเองร้องไห้ยิ่งกว่าแต่ต้องกลั้นสะอื้นไว้จนตัวสะเทือนไม่ให้กิ่งเหมยได้ยิน ทนไม่ได้ก็เอามือปิดปากตัวเองไว้อย่างทรมานบีบคั้นหัวใจอย่างแสนสาหัส...

“หยก...ถ้าเธออยู่ที่นี่กับฉัน ขอร้องล่ะ...ช่วยจับมือฉันได้ไหม ฉันอยากให้เราจับมือเดินไปด้วยกัน...” กิ่งเหมยยื่นมือออกไป แต่ไร้มือมารับ เธอยังคงยื่นมือรออยู่อย่างนั้น เป็นภาพบาดใจหยกจนแทบหัวใจสลาย หยกยื่นมือออกไปจนเกือบสัมผัสกันอยู่แล้ว แต่ชะงักค้างอยู่อย่างนั้นด้วยความรู้สึกผิด เจ็บปวดกับสิ่งที่ตัวเองทำไว้กับดุจแพร...

“หยก...ชีวิตฉันขอฝากอยู่ในมือเธอได้ไหม” กิ่งเหมยยังพร่ำถาม แต่ก็ไร้มือที่ยื่นมารับ เธอทรุดร้องไห้อย่างเจ็บปวดแสนสาหัส เป็นภาพที่ทรมานใจ แต่หยกก็จำต้องทิ้งเธอไว้ เดินจากไปเหมือนคนหัวใจสลาย...

หยกขี่มอเตอร์ไซค์น้ำตาอาบหน้าไปตลอดทาง จนถึงตึกร้าง เขาจอดรถคว้าไม้หน้าสามแถวนั้นฟาดกับเสาอย่างบ้าคลั่งจนไม้หักคามือ ทิ้งไม้ชกเสาปูนไม่ยั้ง แผดเสียงร้องอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาและเลือดที่มือทะลักหลั่งยังไม่เท่าความปวดใจ

ส่วนกิ่งเหมย เดินร้องไห้ลงมาตามบันได พอถึงขั้นสุดท้ายเดินสะดุดพื้นล้มลง เธอทรุดร้องไห้อย่างหมดแรงที่จะลุกขึ้น ส้มเช้งเดินมาเจอ รีบประคองเพื่อนขึ้นมา กิ่งเหมยจับมือส้มเช้งซบหน้ากับฝ่ามือเพื่อนร้องไห้ใจแทบขาด...

ดุจแพรยังอยู่ที่คอนโดฯ เธอลุกเดินมายืนที่หน้าต่าง ใช้ปากเป่าที่กระจกให้เป็นไอเกาะเป็นฝ้า แล้วใช้นิ้ววาดเป็นรูปหัวใจ แทนความสุขที่เปี่ยมล้นหัวใจ...

ooooooo

เล้งออกจากโรงพยาบาลแล้ว ทันทีที่กลับถึงคฤหาสน์ เขาเรียกแฟ้มเอกสารงานทั้งหมดของธุรกิจมาพลิกดูอย่างพินิจพิจารณา แล้วสั่งนนท์ให้เอาของกลุ่มอสังหามาให้ดู

ดวงแขถามว่ามีอะไรหรือ เล้งถามว่ารายงานสรุปธุรกิจทั้งหมดระหว่างที่ตนอยู่โรงพยาบาล มานพเป็นคนทำใช่ไหม

“ค่ะคุณ...มีอะไรผิดปกติเหรอคะ” ดวงแขถามจับตามองเล้งหวั่นๆ

“ตามมานพไปพบฉันที่ห้อง” เล้งสั่งแล้วลุกออกไป ดวงแขมองตามอย่างวิตกกังวลมาก...

เมื่อไปบอกมานพ ดวงแขเล่าว่า ตั้งแต่เล้งออกจากโรงพยาบาลเห็นเขาดูเอกสารอยู่นานสองนาน หรือเขาจะจับผิดได้

มานพหน้าเครียดทันที ดวงแขพูดอย่างวิตกว่า “ถ้าแผนของไอ้โหงวพลาด มันจะทำให้แกซวยไปด้วยนะ”

“ถึงตอนนี้ ผมตัดสินใจแล้ว ถ้าไม่เสี่ยงก็ไม่มีวันเล่นงานเขาได้” มานพพูดอย่างพร้อมที่จะกระโจนสู่สนามแล้ว!

ooooooo

มานพตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป เล้งโยนเอกสารลงบนโต๊ะทำงาน ถามเกือบเป็นตะคอก

“แกรู้ใช่ไหม ว่ามีการยักยอกเกิดขึ้น!!”

มานพตีหน้าซึมอย่างรู้สึกผิด เล้งถามย้ำอีกครั้ง จึงตอบเสียงอ่อยๆว่า

“ครับพ่อ...ระหว่างที่พ่อเข้าโรงพยาบาล พอผมเข้ามาตรวจสอบงานที่พ่อทำไว้ ก็เลยพบว่ามีการยักยอกเกิดขึ้น”

เล้งกระชากคอเสื้อมานพถามว่า เมื่อตรวจเจอแล้วทำไมยังพยายามปกปิดข้อมูลไม่ให้ตนรู้ หรือมีส่วนรู้เห็นด้วย

“ไม่ใช่นะครับพ่อ ผมไม่เคยคิดหักหลังพ่อเลย แต่ที่ผมจำเป็นต้องปกปิดเรื่องนี้ก็เพราะ...เพราะพวกที่ยักยอกพ่อเป็นพวกพนักงานเก่าๆที่เคยทำงานกับพ่อ พอผมรู้ก็ไปเจรจากับพวกเขา แต่พวกนั้นไม่สนใจและไม่กลัวคำขู่ของผม”

“เป็นไปไม่ได้ พวกนั้นทำงานกับฉันมาตั้งแต่เข้ามารับช่วงต่อจากอากงแก ฉันรู้จักทุกคนดี ไม่มีใครคิดทรยศหักหลังฉันแน่”

“แต่ผมมีหลักฐานนะครับพ่อ พวกนั้นรวมหัวกันยักยอกเงินของพ่อไปเข้าบัญชีต่างประเทศ ถ้าพ่ออยากเห็นผมจะเอามาให้ดู”

เมื่อมานพเอาหลักฐานจากในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กมาให้ดู เล้งถึงกับอึ้ง กำมือแน่นคำราม “พวกมัน...หักหลังฉัน!!”

เล้งกวาดข้าวของบนโต๊ะกระจายอย่างโกรธจัด มานพแอบยิ้มก่อนตีหน้าเศร้าเล่นละครต่อ บีบน้ำตาพูดเสียงเครือ

“เป็นความผิดของผมเองครับพ่อ ทั้งๆที่ผมเห็นว่ามีคนทรยศหักหลังพ่อ แต่ผมกลับทำอะไรไม่ได้ เป็นได้แค่ไอ้ลูกขี้ขลาดเท่านั้น”

“หยุดได้แล้วมานพ แกต้องไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้ฉันเห็น” เล้งเดินไปพยุงมานพลุกขึ้น “แกคือสายเลือดของฉัน แกต้องเข้มแข็ง อย่าอ่อนแอให้คนอื่นมันจับจ้องทำร้าย เพราะเมื่อไหร่ที่เราล้ม ก็พร้อมจะมีคนรุมขย้ำ เข้าใจไหม”

“แต่ผมช่วยพ่อไม่ได้”

“ได้สิ...ไอ้พวกที่มันทรยศหักหลังฉัน ฉันจะไล่มันออกไปให้หมด ส่วนแก...ตั้งแต่นี้ต่อไป แกคือตัวแทนของฉัน ธุรกิจของมังกรวารีทั้งหมดจะต้องอยู่ในมือแก”

“พ่อ!!” มานพโผเข้ากอดเล้งทำเป็นดีใจมาก แต่แววตาที่เล้งมองไม่เห็นนั้นจ้องจิกอย่างร้ายกาจ!

เวลาเดียวกันนั้น ดวงแขไปหาโหงวที่โรงเลื่อย อย่างกังวล แต่โหงวยิ้มเยาะสะใจขณะเล่าว่า

“ไอ้พวกพนักงานเก่าๆที่เล้งมันไว้ใจ ฉันเป็นคนฝึกพวกมันมาเองกับมือทั้งนั้น รู้จักมันดีกว่าที่ไอ้เล้งรู้จักเยอะ แค่ฉันลากปืนไปจ่อหัวลูกเมียมัน แล้วขู่พวกมันให้ร่วมมือหักหลังเล้ง แลกกับผลตอบแทนที่จะได้จากการสนับสนุนมานพในภายหลัง แค่นี้มือเท้าของไอ้เล้งก็ถูกตัดทิ้งแล้ว”

“แกนี่มันร้ายกาจจริงๆ” ดวงแขเบาใจขึ้น

“หึๆ เธอว่าฉันร้ายแล้วก็ยังไม่เท่ากับมานพหรอก ลูกของเราเป็นได้ทั้งพยัคฆ์และอสรพิษ”

ooooooo

วันต่อมา หยกไปหาคมทวนที่บ้าน คมทวนดูแผลที่มือหยกแล้วเตือนเขาให้ต้องระวังมากกว่านี้ ถ้าพวกนั้นใช้เขาให้ไปมีเรื่องมีราวอีกก็ต้องหาทางเลี่ยง แล้วถามว่าเรื่องที่คุยกันไว้ใกล้จะได้เวลาหรือยัง

“ก็ใกล้แล้วล่ะพ่อ เสี่ยตงมีแผนจะปล่อยยาเสพติดลอตใหญ่แล้วให้ผมเป็นคนคุม งานนี้ผมวางแผนไว้กับผู้การแล้ว ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็คงได้เวลาปิดคดี”

“หยก...พ่อดีใจถ้าเอ็งจะได้เกียรติยศนั้นคืน สัญญากับพ่อนะว่าเราจะกลับไปอยู่ที่บ้านเก่าของแม่เอ็งด้วยกัน แล้วเอ็งจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับมาเฟียพวกนั้นอีก”

หยกรับปาก แต่คมทวนยังเห็นบางอย่างในอารมณ์ของเขา ถามว่าดูมีเรื่องหนักใจอยู่ มีอะไรหรือเปล่า หยกนิ่งไปอย่างไม่อยากเล่า ก็พอดีดุจแพรมาขัดจังหวะ เธอเอากระเช้าผลไม้มาให้คมทวนบอกว่าซื้อมาฝาก

คมทวนมองหน้าดุจแพรอย่างแปลกใจแล้วหันมองหยกเชิงถามด้วยสายตา เมื่อดุจแพรเอาผลไม้ไปปอก เขาจึงเรียกหยกออกไปคุย ฟังหยกแล้วถามอย่างร้อนใจว่า

“เอ็งว่าไงนะ...นี่เอ็งคิดอะไรอยู่ถึงไปคบกับลูกสาวเจ้าพ่อ”

หยกบอกว่าเรื่องมันยาว คมทวนร้อนใจทนไม่ได้ถามว่า เขาคิดจะใช้ดุจแพรเป็นสะพานหรือ หยกปฏิเสธ บอกว่าตนไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น

“งั้นทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงทำให้เอ็งทอดทิ้งกิ่งเหมย”

“กิ่งเหมยเป็นฝ่ายไม่ต้องการผมต่างหากครับ เธอมีคนที่พร้อมดูแลอยู่แล้ว ส่วนคุณแพรถ้าพ่อเธอถูกจับติดคุกเมื่อไหร่  เธอจะเป็นคนที่น่าสงสารมากกว่ากิ่งเหมย  เพราะชีวิตเธอจะไม่เหลือใครแม้แต่คนเดียว” หยกเล่าอย่างเจ็บปวด พลางปลดมือคมทวนที่จับแขนตนออก เดินไปหาดุจแพร

คมทวนอึ้ง สับสน มองหยกแล้วได้แต่ถอนใจ...

ooooooo

ธงรบดูแลกิ่งเหมยอย่างใกล้ชิด วันนี้พาเธอไปเรียนอักษรเบลล์เสร็จก็พากลับมาส่งที่บ้าน ขณะจะถึงหน้าบ้านนั่นเอง เขากลับหยุด บอกกิ่งเหมยว่าทางข้างหน้าไปต่อไม่ได้ มีน้ำขัง เราต้องเดินอ้อมไปอีกทาง

แต่ที่แท้เขาเห็นหยกกำลังซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ ดุจแพรเอาน้ำมาให้กิน เมื่อมือหยกเปื้อนก็ยกน้ำป้อนให้อย่างใกล้ชิดสนิทสนม เขาไม่อยากให้กิ่งเหมยรับรู้ จึงพาเดินอ้อมไปอีกทางหนึ่ง

ดุจแพรทึ่งที่หยกซ่อมรถเป็น บอกว่าตนมีเงินที่สะสมไว้สมัยเรียนอยู่เมืองนอก จะเอามาเปิดร้านให้เขาจะได้ไม่ต้องไปเป็นลูกน้องป๋าอีก วาดหวังอนาคตว่า “เราสองคนจะสร้างครอบครัวด้วยกัน  ไม่ยอมให้ป๋ามาบงการชีวิตเรา” ถามหยกว่าเห็นด้วยไหม

หยกตอบสั้นๆว่า “ครับคุณหนู” ดุจแพรดีใจย้ำว่าจริงๆนะ และต่อไปนี้เขาต้องเลิกเรียกตนว่าคุณหนู หยกตอบสั้นๆตามเคยว่า “ครับคุณแพร” ดุจแพรดีใจกอดแขนหยกไว้ ผิดกับหยกที่สีหน้าเต็มไปด้วยความหนักใจ...

ส่งกิ่งเหมยแล้ว ธงรบมาดักพบหยกแถวตรอกศาลเจ้า เมื่อหยกเดินออกมาก็ก้าวออกไปขวาง พูดอย่างไม่พอใจว่า

“ในที่สุด สันดานเห็นแก่ตัวของแกมันก็เผยออกมาจนได้ ลูกสาวเจ้าพ่อยังไงมันก็ดีกว่าผู้หญิงพิการตาบอดที่ช่วยตัวเองไม่ได้...แต่จะว่าไป ฉันก็ดีใจที่แกเลือกทางนี้ เพราะฉันจะได้ทำหน้าที่ดูแลกิ่งเหมยได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องมีแกมาคอยเป็นก้างขวางคอ”

หยกกระชากคอเสื้อธงรบเข้าไปจ้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ธงรบยังคงพูดต่ออย่างใจเย็น ยียวนว่า

“หึ...ส่วนแก...อย่าคิดว่าการใช้ลูกสาวเจ้าพ่อเพื่อไต่เต้าจะทำให้แกขึ้นเป็นใหญ่ได้ เพราะฉันจะตามล่าพวกอาชญากรทุกตัวมารับโทษที่มันสมควรได้รับ!!”

ธงรบแกะมือหยกที่จับคอเสื้อตน ผลักหยกออกไปอย่างแรง ต่างจ้องหน้ากันอย่างพร้อมจะมีเรื่อง ระหว่างนั้น กิจชัยโผล่มาเอาปืนจ่อธงรบ

“ถอยไปเลย...อย่ายุ่งกับพวกผมดีกว่า...ไม่งั้นลูกปืนอาจจะลั่นเปรี้ยงใส่กบาลเอา”

ธงรบจำต้องถอยออกไป กิจชัยหันไปพยักหน้าให้หยกตามตนออกไป ธงรบหันมองทั้งสองด้วยสีหน้าสงสัย...

ooooooo

เมื่อเดินห่างออกมา กิจชัยถามหยกอย่างระแวงว่าคุยอะไรกับตำรวจ ท่าทางมีเรื่องคุยกันเยอะ หยกสวนไปว่า ถ้าตนเป็นสายให้ตำรวจป่านนี้เขาติดคุกหัวโตไปแล้วผลักกิจชัยแล้วจะเดินไป กิจชัยจับไหล่หยก พูดเสียงอ่อนลงว่า

“ใจเย็นสิวะ ก็แค่สงสัยเลยถาม ถ้าแกไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ฉันก็แค่มาตามแกไปทำงาน เพราะเสี่ยระบุสถานที่กับเวลามาให้แล้ว” หยกถามว่าที่ไหน เมื่อไหร่ กิจชัยยักท่าว่า “ยังเป็นความลับอยู่ บอกตอนนี้ไม่ได้ว่ะ เอาเป็นว่าเตรียมตัวให้พร้อม รับรองงานนี้สนุกแน่” กิจชัยยิ้มร้าย ตบบ่าหยกแล้วเดินออกไป

ธงรบที่สงสัยทั้งคู่ ตามมาได้ยินเรื่องที่กิจชัยบอกหยก เขาจิกตามองอย่างสนใจ

ooooooo

ด้วยความรู้สึกดีๆที่มีต่อกิ่งเหมย ดุจแพรไปหาเธอที่ศาลเจ้า เจอกิ่งเหมยกำลังคลำเก็บของไหว้เจ้าที่โต๊ะ แต่หยิบพลาดทำส้มไหว้เจ้าหล่น ดุจแพรเข้าไปช่วยเก็บ กิ่งเหมยพูดอย่างเกรงใจว่าไม่เป็นไรตนเก็บเองได้

ดุจแพรขอให้ตนได้ทำอะไรเป็นการตอบแทนเธอ เพราะถ้าไม่มีเธอช่วยตนกับหยกก็คงไม่มีความสุขด้วยกันแบบนี้ กิ่งเหมยเอะใจถามว่า “ความสุขด้วยกัน? หมายความว่า...”

“หยกเขาบอกรักฉันและสัญญาว่าจะดูแลฉันด้วย ชีวิต ฉันต้องขอบคุณเธอมากเลยนะ”

กิ่งเหมยร้องไห้ออกมาไม่รู้ตัว พอดุจแพรถามก็กลั้นความรู้สึก บอกว่าร้องไห้เพราะดีใจที่เธอมีความสุขกับหยก ดุจแพรรำพันอย่างปลื้มปีติว่า

“เพราะเธอดีกับฉัน ดีกับหยกมากไงกิ่งเหมย ชีวิตนี้ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เจอคนดีๆอย่างเธอ...”

ดุจแพรกุมมือกิ่งเหมยไว้อย่างซาบซึ้ง ฉุกคิดได้ชวนกันไปสาบานต่อหน้าเทพเจ้าให้เป็นพยานว่าเราสองคนจะรักกันเหมือนพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกัน

กิ่งเหมยอึ้ง จะทัดทาน ดุจแพรออดอ้อนให้สาบานเป็นพี่น้องกัน เธอจะได้ยอมให้ตนดูแลในฐานะพี่น้อง ในที่สุดกิ่งเหมยไปสาบาน ดุจแพรดีใจมากโผกอดกิ่งเหมย ในขณะที่กิ่งเหมยนิ่งไปเศร้าๆ

ooooooo

หลังจากหยกแจ้งข่าวผู้การสมิงเรื่องการค้ายาลอตใหญ่แล้ว ผู้การเฝ้ารอข่าวคืบหน้าเรื่องเวลาสถานที่นัดหมายอย่างใจจดจ่อ จนหมวดณรงค์คิดว่าพวกนั้นคงยกเลิกไปแล้ว

พลันหยกก็โทร.เข้ามา บอกได้แต่เพียงว่า ยังรออยู่ เสี่ยตงยังไม่ส่งข่าวมา คุยเสร็จไม่ทันปิดเครื่อง กิจชัยก็โผล่พรวดมามองอย่างสงสัย หยกรีบถามกลบเกลื่อนว่าเสี่ยติดต่อมาแล้วหรือ

“เออ...เมื่อกี้นี้เอง” แต่พอหยกถามว่าที่ไหน เมื่อไหร่ กลับถูกย้อนว่า “ถามทำไมวะ เดี๋ยวแกตามฉันไปก็รู้เอง อ้อ...โทรศัพท์ของแกเอามาให้ฉันด้วย”

หยกลังเล กิจชัยบอกให้ส่งมาเลยเสี่ยสั่งมา หยกจึงจำต้องส่งให้ แต่พอรับไปกิจชัยก็โยนทิ้ง บอกว่าต่อจากนี้ไปเขาไม่จำเป็นต้องใช้มันอีกแล้ว จะพกไปให้เกะกะรบกวนเวลาทำงานอีกทำไม แล้วเร่ง

“ไปได้แล้ว ถ้าแกจัดการงานใหญ่ให้เสี่ยสำเร็จไม่มีปัญหา เสี่ยจะได้ยกลูกสาวให้แกไง”

หยกเดินมาขึ้นรถของกิจชัยที่จอดอยู่หน้าโกดังร้างพากันออกไป ธงรบที่มาซุ่มอยู่รีบขับรถตามไปทันที

กิจชัยพาหยกไปที่ลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์บอกให้หยกรอตรงนี้ เดี๋ยวก็จะได้เวลาลูกค้าของเสี่ยจะมารับของแล้ว หยกถามว่าของอยู่ไหน กิจชัยชี้ไปที่ตู้คอนเทนเนอร์แถวนั้น

“ข้างในนั้นมียาไอซ์ร่วม 50 กิโล ลูกค้าที่เสี่ยนัดไว้มาถึงเมื่อไหร่ แกก็แค่เอายาแลกกับเงินแล้วหอบเอาความ สำเร็จกลับไปให้เสี่ย แค่นี้แกก็จะได้เป็นลูกเขยเสี่ยแล้ว” พอดีมีลูกน้องมาบอกกิจชัยว่ามีเรื่องผิดสังเกต กิจชัยให้หยกรอตรงนี้แล้วตามลูกน้องคนนั้นไป ระหว่างนั้นหยกคิดหาทางออกแก้ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่

ผู้การสมิงกับหมวดณรงค์รอโทรศัพท์จากหยกนานผิดปกติ โทร.ไปหาหยกก็ติดต่อไม่ได้ ผู้การเอะใจว่า

“ถ้าพวกมันจะลงมือ ป่านนี้ก็ควรจะลงมือได้แล้ว... หรือว่า...งานนี้อาจจะเป็นกับดักที่เสี่ยตงต้องการจัดการกับหยก!”

เสี่ยตงอยู่ที่โกดังท่าเรือ เก่งเข้าไปรายงานหน้ากระหยิ่มว่า

“ไอ้กิจชัยส่งข่าวมาแล้วครับเสี่ย ไอ้หยกติดกับที่เสี่ยวางไว้แล้ว”

“หึๆๆ ดี...งั้นแกก็รีบไปจัดการตามที่ฉันสั่งไว้” พอเก่งเดินไป เสี่ยยิ้มเจ้าเล่ห์เดินไปเปิดผ้าคลุมบนโต๊ะ เผยให้เห็นยาไอซ์ 50 กิโลวางเรียงราย เสี่ยหยิบขึ้นมองหัวเราะสะใจ “หึๆ ไอ้หยก...อย่าหวังเลยว่าแกจะได้ชื่นชมนกน้อยในกรงทองของฉัน ไอ้หน้าไหนที่กล้ามาแตะต้องลูกสาวฉัน มันต้องได้รับบทเรียน”

ooooooo

หยกรอกิจชัยอยู่นาน ออกอุบายให้ลูกน้องกิจชัยที่เฝ้าอยู่ให้ไปตาม แล้วเขาก็แอบไปเปิดตู้คอนเทนเนอร์ที่กิจชัยชี้ให้ดู หยกอึ้งเมื่อเห็นมียาไอซ์อยู่เพียง 2-3 ห่อ เขารู้ทันทีว่าถูกหักหลังแล้ว!

กิจชัยไปดูรถต้องสงสัยที่ลูกน้องบอก พบว่าเป็นรถเก่าที่จอดไว้จนฝุ่นเขลอะแล้ว ลูกน้องรีบขอโทษสอพลอว่าตนพยายามดูความปลอดภัย คอยระวังหลังให้ลูกพี่

ตอนที่ 12

ดุจแพรร่ำร้องให้หยกมาช่วยตน จนเขาบอกว่าอย่าทำเรื่องง่ายให้มันยากเลย ดีที่สุดคือให้เชื่อฟังพ่อเธอ

เมื่อถูกหยกปฏิเสธเช่นนี้ ดุจแพรน้อยใจ เสียใจว่าเขาช่างไม่เข้าใจตนเลย พูดตัดบทไปว่า

“เธอไม่ต้องช่วยฉันก็ได้หยก ฉันจะไม่หวังอะไรจากเธออีกแล้ว”

ดัง นั้น เมื่อเสี่ยตงมาเคาะประตูเรียก เธอจึงวางแผนอ้อนให้เห็นใจตนบ้าง เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ตนช็อกและเสียใจที่สุด เสี่ยจึงอนุญาตให้ไปช็อปปิ้งแต่ไม่ให้ไปคนเดียว

คนที่เสี่ยให้ไปกับดุจแพรคืออู๊ดดี้ และยังมีลูกน้องสองคนเดินตามไปห่างๆด้วย เสี่ยเชื่อว่ามีคนประกบถึง 3 คน ดุจแพรคงหนีไปไหนไม่ได้

อู๊ด ดี้เดินตามช่วยหิ้วของที่ดุจแพรซื้อจนเต็มสองมือ ระหว่างเดินห้างสรรพสินค้า ดุจแพรวางแผนอ้อนอู๊ดดี้ว่า ตนอยากอยู่กับเขาตามลำพัง อู๊ดดี้จะไปไล่สองคนนั้นกลับ ดุจแพรห้ามไว้เพราะเสี่ยสั่งมาให้ตามประกบตน สองคนนั้นไม่ยอมกลับแน่ แล้วเธอก็วางแผน...

อู๊ดดี้ไปบอกสองคนนั้นว่ากระเป๋าสตางค์ของดุจแพรหาย ให้สองคนนั้นช่วยหา พออู๊ดดี้เดินไปบอกสองคนนั้นกลับมา ปรากฏว่าดุจแพรหายไปแล้ว

ดุจแพรหลบไปโทรศัพท์หาหยก โทร.ไปลุ้นไปใจแทบขาดให้เขารับสาย จนกระทั่งอู๊ดดี้ตามเจอ มีลูกน้องเสี่ยสองคนวิ่งตามมาด้วย

“แย่แล้ว...ความแตก” ดุจแพรวิ่งหนีไปต่อหน้าต่อตาทันที อู๊ดดี้กับลูกน้องเสี่ยสองคนวิ่งตามกันเป็นพรวน...

ooooooo

สายตา กิ่งเหมยพร่ามัวจนกระทั่งมองไม่เห็น แต่เธอไม่ยอมแพ้ ยังช่วยอาม่าขายน้ำเต้าหู้ ทอดปาท่องโก๋ แต่เพราะมองไม่เห็นจึงทำได้ช้า ลูกค้าบางคนก็บ่น กระทั่งด่าและไม่ซื้อ
เมื่อช่วยอาม่าทอดปาท่องโก๋ก็ถูกน้ำมันกระเด็นใส่จนเป็นแผลพุพอง

หยก อยู่เคียงข้างกิ่งเหมยตลอดเวลา เมื่อถูกลูกค้าตำหนิบ่นด่า เขาโกรธจนไล่ให้ไปซื้อที่อื่น เมื่อถูกน้ำมันกระเด็นใส่ก็เอาบัวหิมะทาให้ แต่กิ่งเหมยไม่ต้องการการดูแลประคบประหงมแบบนั้น เธอหงุดหงิดจนไล่หยกไปอยู่ห่างๆตน

อาม่าได้ยินเสียงเอะอะของกิ่งเหมย เข้ามาบอกหยกว่าให้ออกไปก่อน เมื่อหยกออกไปแล้ว อาม่ามาคุยกับเขาว่า

“อาม่าเข้าใจลื้อ ทุกคนก็เป็นห่วงอาเหมยกันหมด แต่ตอนนี้ที่อาเหมยอยากได้ไม่ใช่ความเป็นห่วงแต่เป็นกำลังใจมากกว่า”

อา ม่ายังเล่าว่า แม่ของกิ่งเหมยก็เป็นแบบนี้ แต่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตาและไม่เคยยอมให้ตัวเองเป็นภาระคนอื่น หยกติงว่าตนกลัวกิ่งเหมยจะรับมือกับเรื่องนี้คนเดียวไม่ไหว

“อาม่าก็ห่วง แต่เราก็ต้องลองเลิกประคบประหงมแล้วปล่อยกิ่งเหมยต้นนี้ต้านแรงลมด้วยตัวเองให้ได้” เมื่อหยกรับคำ อาม่ายิ้ม “ขอบใจนะ...อาม่าจะไปบอกอาเหมยให้”

กิ่งเหมยยังคงพยายามทำงานทุกอย่างเหมือนเดิม วันนี้เธอเอาน้ำเต้าหู้ไปส่งให้สลึงกับอ่าง ทั้งสองเป็นห่วง บอกว่าไม่ต้องมาส่งก็ได้ เดี๋ยวหกล้มหรือพลัดตกท่อ พวกตนจะรู้สึกผิดมาก

“ถ้าเหมยพลาดแบบนั้นจริงๆ มันก็คือบทเรียนที่เหมยจะต้องจำให้ได้จ้ะน้า ไม่ใช่ความผิดของพวกน้าเลย”

อ่างจะท้วงติง ถูกหยกเข้ามาขัดว่า

“กิ่งเหมยพูดถูกแล้วล่ะน้า ก็แค่ตาบอดมองไม่เห็น ในเมื่อยังเหลือสองมือสองเท้าที่ยังใช้การได้ แล้วจะต้องทำตัวให้ดูน่าเวทนาสงสารทำไม” กิ่งเหมยได้ยินเสียงหยกหันมอง หยกบอกเธอว่า “ฉันเข้าใจเธอแล้วนะกิ่งเหมย”

นอกจากนี้หยกยังเอาไม้เท้าพับได้สำหรับคนตาบอดให้ บอกเธอว่าไม้เท้าสำหรับไว้ช่วยเดิน ตนหาซื้อมาให้

กิ่งเหมยรับไม้เท้าไปกวัดแกว่งลองมือ ไม้เท้าเลยเขี่ยเท้าเขี่ยพุงอ่างกับสลึง ทำเอาทั้งสองปัดป้องกันวุ่นวาย

“ขอโทษจ้ะน้า สงสัยฉันต้องฝึกใช้ให้คล่องแล้ว ขอบใจมากนะหยก”

หยกพยักหน้า เห็นกิ่งเหมยดีใจก็รู้สึกดีไปด้วย

นอกจากให้กำลังใจ ซื้อไม้เท้าให้แล้ว หยกยังพยายามให้เธอได้ฝึกตัวเองในสภาพที่ตามองไม่เห็น พาเธอขึ้นไปบนดาดฟ้าหน้าห้องพัก แล้วให้เธอวาดรูปตน

“แต่ตาฉันมองไม่เห็นแล้วเธอยังจะ...”

“ฉันรู้...แต่เธอพูดเองไม่ใช่เหรอว่าเธออยากทำทุกอย่างให้เหมือนปกติ ไม่อยากให้ใครเห็นเธอเป็นแค่คนพิการ” กิ่งเหมยถามว่าจะให้วาดรูปทั้งที่ตาไม่เห็นเป็นไปได้ยังไง “นี่เป็นสิ่งที่เธอรักและทำได้ดีไม่ใช่เหรอกิ่งเหมย ถ้าอุปสรรคแค่นี้ทำให้เธอต้องทิ้งไป ฉันก็คงปล่อยเธอให้ใช้ชีวิตด้วยตัวเองไม่ได้”

“แต่ว่า...” กิ่งเหมยทำหน้าอึดอัดใจ หยกกุมมือเธอไว้พูดให้กำลังใจว่า

“มันไม่ใช่เรื่องยากที่ไม่มีใครบนโลกนี้ทำไม่ได้หรอกนะ ฉันเคยดูในรายการทีวี มีคนที่เขาตาบอดแต่ก็ยังวาดภาพได้เหมือนคนปกติ ในเมื่อเขาทำได้แล้ว ทำไมเธอจะทำไม่ได้ล่ะ”

หยกให้กิ่งเหมยเริ่มวาดจากตัวเขาก่อน เพราะเชื่อว่าเธอจำรายละเอียดได้แม่นที่สุด กิ่งเหมยทำใจสู้ บอกให้เขายื่นหน้ามาใกล้ๆ ให้ตนสัมผัสอีกครั้ง

พอหยกยื่นหน้าเข้ามา กิ่งเหมยค่อยๆไล่นิ้วไปบนใบหน้าเขาอย่างแผ่วเบา จับรายละเอียดทุกส่วน เป็นสัมผัสที่ให้ความรู้สึกดีๆต่อกันอย่างลึกซึ้ง...

ooooooo

เมื่อวาดเสร็จ กิ่งเหมยคาดว่ารูปต้องออกมา ไม่ดีแน่ เธอจะดึงกระดาษออก หยกรีบขอร้องอย่าทำอย่างนี้  เธอพูดอย่างไม่มั่นใจว่า ในเมื่อตาไม่เห็นแล้วจะวาดรูปออกมาดีได้ยังไง

“แต่ฉันบอกเธอแล้วไง ถ้าบนโลกนี้มีคนที่ทำได้ เธอก็ต้องทำได้เหมือนกัน” ดูรูปแล้วบอกเธอว่า “มันไม่ใช่ภาพที่สมบูรณ์แต่มันก็ไม่ได้แย่นะกิ่งเหมย”

“เธอไม่ต้องพูดปลอบใจฉันหรอก”

“เธอมองไม่เห็นนะกิ่งเหมยถ้าฉันจะโกหกเธอ ฉันก็ทำได้ แต่ที่ฉันไม่ทำเพราะมันไม่ได้แย่อย่างที่ เธอคิดจริงๆครั้งแรกเธอทำได้ขนาดนี้ก็สุดยอดแล้วถ้าเธอฝึกต่อไปเรื่อยๆพอเธอวาดได้สวยแล้ว ฉันจะพาเธอไปออกงานวัด รับรองเรารวยอื้อซ่าแน่”

หยกหยอดท้ายขำๆ เลยโดนกิ่งเหมยด่า “ไอ้บ้าหยก!!” แล้วคว้าดินสอกับถ่านวาดรูปปาใส่หยก เขาแย่งเลยยื้อกันไปมา นัวเนียกันจนถูกหยกขโมยหอมแก้ม ไปฟอดหนึ่ง พอโดนด่าอีกที หยกถามว่า “เธอไม่รักฉันเหรอกิ่งเหมย”

“ฉันหัวโบราณย่ะ อยากได้ง่ายๆก็ไปหาคนที่ง่ายๆ เถอะ...เชอะ!”

ระหว่างนั้น มีเสียงเข้ามือถือหยกอีก กิ่งเหมยบอกให้รับเสีย เพราะคนโทร.คงมีเรื่องสำคัญจริงๆ

“งั้นเดี๋ยวฉันมานะ” หยกลุกเดินเลี่ยงไปรับโทรศัพท์ กิ่งเหมยสงสัยว่าใครโทร.มา...

ooooooo

เมื่อหยกรับสาย ดุจแพรโวยวายมาว่าเขาต้อง มาช่วยตนเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นตนโดนป๋าจับกลับไปขังลืมแน่

หยกบอกว่านั่นเป็นปัญหาของเธอกับเสี่ย อย่าเอาคนนอกอย่างตนเข้าไปยุ่งเลย ดุจแพรสวนมาทันทีว่า

“แต่นายไม่ใช่คนนอกแล้ว นายล่วงเกินฉันแล้ว นายต้องรับผิดชอบสิ นายจูบฉัน ถ้าป๋ารู้เรื่องป๋าเอาเรื่องนายถึงตายแน่” หยกตกใจชี้แจงว่าเรื่องจูบเธอเป็นคนดึงตน

ไปจูบเอง ดุจแพรทำเสียงอ้อนทันที “ก็ฉันรักนาย...ได้ยินไหม...ฉันรักนาย ถ้านายไม่ช่วยฉัน เราจะไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก”

ดุจแพรพร่ำรำพันความรู้สึกของตัวเอง ย้ำครั้งแล้วครั้งเล่าว่า “ฉันรักนาย...รักนายจริงๆ”

อู๊ดดี้มายืนฟังอยู่ทนไม่ได้ คว้าโทรศัพท์ในมือเธอออก พูดอย่างโมโหสุดขีด

“ครั้งนี้เธอทำกับฉันเกินไปแล้ว!!”

เมื่อปลายสายหยุดไป หยกกลับมาหากิ่งเหมย เธอถามว่าใครโทร.มาหรือ หยกบอกว่าดุจแพรต้องการให้ตนไปพบ เธอมีเรื่องอยากให้ช่วย

“แล้วทำไมเธอไม่ไปล่ะ” หยกบอกว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอก “คุณแพรโทร.ตามเธอหลายครั้งแล้ว เขาต้องมีเรื่องสำคัญแน่ เธอรีบไปหาเขาเถอะ ไม่ต้องห่วงฉันหรอกหยก คุณแพรเป็นพี่น้องของฉัน ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอแล้วฉันช่วยไม่ได้ฉันคงไม่ให้อภัยตัวเอง”

“กิ่งเหมย...” หยกลังเล

“ไปเถอะหยก แล้วอย่าเพิ่งบอกคุณแพรเรื่องที่ฉันกับเธอเป็นพี่น้องกันล่ะ”

“ได้...ฉันจะรีบไปรีบมา”

ทันทีที่หยกเดินออกไป กิ่งเหมยก็น้ำตาไหล เธอเบือนหน้าไปทางอื่นไม่ให้หยกเห็น...

ooooooo

อู๊ดดี้ลากดุจแพรไปที่รถพยายามจะใช้กำลัง เธอตะโกนว่าเจ็บปล่อยตนเดี๋ยวนี้ ถูกอู๊ดดี้ตวาดว่าเธอทำตนเจ็บกว่าอีก

“ฉันทำอะไรเธอ”

“ก็ไอ้ที่เธอหลอกปั่นหัวฉันไง เธอก็รู้ว่าฉันคิดกับเธอยังไง สู้ทำดีกับเธอสารพัด ตามใจทุกอย่าง แต่เธอก็เห็นฉันเป็นแค่ไอ้คนโง่คนนึง...เธอทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง”

ดุจแพรกระทืบเท้าอู๊ดดี้เอานิ้วจิ้มตาแล้ววิ่งหนีไป ลูกน้องเสี่ยสองคนตามมาทัน แต่ทิ้งอู๊ดดี้ให้กุมหน้าร้องอยู่ตรงนั้น แล้วพากันวิ่งไล่ตามดุจแพรไป

ดุจแพรวิ่งลงบันไดเลื่อน พอลงมาถึงกำลังละล้าละลังว่าจะวิ่งไปทางไหนดีนั้น มีมือหนึ่งเอื้อมมาจับไหล่เธอลากหลบไป

หยกนั่นเอง... เขาทำท่าไม่ให้เธอส่งเสียง เพราะถ้าพวกนั้นเห็นตน ตนโดนเสี่ยเล่นงานแน่ๆ แล้วพาเธอวิ่งแทรกเข้าไปในหมู่ผู้คน ทำให้ลูกน้องเสี่ยสองคนที่วิ่งตามมาหาไม่เจอ

ที่ร้านมอเตอร์ไซค์สองพี่น้อง อ่างกับสลึงกำลังซ่อมรถกันอยู่ คมทวนจะมายืมเครื่องมือเห็นหนังสือพิมพ์ฉบับเช้านี้จึงหยิบมาดูพาดหัวข่าวตัวไม้

“เจ้าสัวชื่อดังถูกลอบยิงกลางดึก อาการสาหัส คาดปมขัดแย้งทางธุรกิจ”

คมทวนอ่านชื่อเจ้าสัวเล้ง มังกรวารี รู้สึกคุ้นๆ พอฉุกคิดได้ก็ลุกออกจากร้านไปทันที ทำเอาสลึงกับอ่างงง

ooooooo

คมทวนเดินอ้าวกลับมาที่บ้าน รีบเอากล่องเก็บ หยกเลือดมังกรที่เอามาจากหยกออกมาดู คิดทบทวน ถึงอดีต...

วันนั้น...เขายังอยู่ในชุดไว้ทุกข์ให้กับการจากไปของพราวแสง ความเสียใจทำให้เขานั่งกระดกเหล้าอยู่หน้าภาพถ่ายของพราวแสง เหล้าหมดไปครึ่งขวดก็เริ่มเมา ลุกพรวดขึ้นรื้อค้นข้าวของในบ้านโครมคราม

อ่างกับสลึงอยู่ในชุดไว้ทุกข์เช่นกัน เข้ามาเห็นก็ตกใจ สลึงถามว่า “พี่คมทวน...นั่นพี่ทำอะไร”

“พวกเอ็งอย่ามายุ่ง...ถอยไป!” คมทวนไล่ตะเพิด

อ่างบอกว่ารื้อของเสียงดังแบบนี้เดี๋ยวหยกได้ตื่นมาร้องไห้งอแงอีก นี่กว่าพวกตนจะปลอบให้หยุดร้องไห้คิดถึงแม่ได้ก็เล่นเอาปากแทบเปื่อย

“แต่ข้าอยากรู้ว่าพ่อของไอ้หยกเป็นใคร”

“ก็ไหนตอนที่พราวแสงยังไม่ตาย พี่บอกไม่สนใจ ไม่อยากรู้ไง”

“นั่นเพราะข้าไม่อยากไปซ้ำเติมความเจ็บปวดของพราวแสง แต่ตอนนี้พราวแสงตายไปแล้ว มันถึงเวลาที่ข้าควรจะรู้”

อ่างถามว่าอยากรู้เพราะไม่คิดจะเลี้ยงหยกเลยจะเอาไปคืนพ่อที่แท้จริงใช่ไหม คมทวนมองขวับตาแดงก่ำ เสียงเข้มใส่

“ข้า ไม่มีวันยกไอ้หยกให้ใคร เพราะข้ารักมันเหมือนลูกข้า แต่ที่ข้าอยากรู้ว่าพ่อมันเป็นใคร เพราะข้าอยากไปดูหน้าไอ้ผู้ชายเลวๆที่ทำลายชีวิตพราวแสง ข้าอยากไปกระทืบมันให้ตายคาตีน!”

พูดแล้วหันไปรื้อข้าวของต่อ รื้อไปก็พูดไป “ข้าว่าพราวแสงต้องเก็บของอะไรที่เกี่ยวกับมันไว้แน่ๆ ข้าต้องหาให้เจอ”

อ่างกับสลึงเลยช่วยกันหา แต่หาจนทั่วบ้านแล้วก็ไม่เจอ อ่างคาดว่าคงจะมีแต่หยกสีแดงหักๆอันนั้นอันเดียวแหละ

“ข้าไม่เชื่อ...ข้าอยู่กับพราวแสงมา ข้ารู้ว่าพราวแสงยังคิดถึงไอ้หมอนั่นอยู่”

คม ทวนยังคงรื้อค้นต่อไป จนเจอกล่องเก่าๆใบหนึ่งวางอยู่หลังตู้เสื้อผ้า จึงหยิบมาเปิดดู พบว่ามีภาพข่าวที่ตัดจากหนังสือพิมพ์ เป็นภาพของเล้งในชุดสูทที่ได้รับรางวัลนักธุรกิจยอดเยี่ยม บรรยายใต้ภาพว่า

“เล้ง มังกรวารี เจ้าสัวหนุ่มนักธุรกิจดาวรุ่งพุ่งแรง คว้ารางวัลนักธุรกิจยอดเยี่ยมแห่งปี”

นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาค้นพบความจริง!

หลัง จากนั้น คมทวน อ่าง และสลึง ก็พากันไปที่ท่าเรือ สลึงติงว่า บางทีพราวแสงอาจจะตัดรูปนั้นเก็บไว้ เพราะเห็นเล้งหล่อดีก็ได้ แต่อ่างเชื่อว่ามันต้องใช่อย่างที่คมทวนสงสัย

ทันใดนั้น รถของเล้งเข้ามาจอดที่หน้าโกดัง นนท์เดินออกมารับ คมทวนเห็นทีสองคนนี้อยู่ด้วยคงทำงานยาก จึงไล่ทั้งสองให้กลับไปดูแลหยกเสีย เพราะนี่เป็นเรื่องของตนกับพราวแสง สองคนไม่เกี่ยว

เมื่ออ่างกับสลึง กลับไปแล้ว คมทวนแอบเข้าไปในโกดัง เห็นเล้งอยู่กับชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่ถูกลูกน้องเล้งซ้อมจนหมดสภาพแล้ว มัดติดกับเก้าอี้ เล้งถามนนท์ว่า

“มันยอมสารภาพแล้วเหรอ”

“ครับเจ้าสัว”

เล้งเดินไปจิกหัวคนนั้นขึ้นมาตะคอกถาม “ที่ลื้อพยายามลอบฆ่าอั๊วเพราะคำสั่งของไอ้โหงวใช่ไหม”

มือปืนละล่ำละลักรับว่าใช่ ตนเจอโหงวในคุก โหงวบอกว่าถ้าพ้นโทษแล้วสามารถฆ่าเล้งได้จะมีรางวัลให้

“ไอ้ โหงว! ขนาดส่งมันไปอยู่ในคุกแล้ว มันยังไม่หมดพิษสง...” เล้งคำรามชักปืนออกมาจ่อใส่ทันที “ลื้อคิดผิดแล้วที่ไปเชื่อคำพูดของไอ้จิ้งจอกเฒ่าอย่างมัน” สิ้นเสียงก็ลั่นไกระเบิดหัวมันนัดเดียวตายสนิท

คมทวนผวาเฮือกตกใจสุดขีดกับความเหี้ยมโหดฆ่าคนตาไม่กะพริบของเล้ง แอบดูแอบฟังต่อไปใจระทึก

“ส่ง คนของเราเข้าไปในคุก ไปจัดการไอ้โหงว แต่ไม่ต้องให้ถึงตาย ฉันต้องการให้มันเจ็บปวดทรมานอยู่ในคุก ให้มันรู้สึกว่าอยากตายแต่ตายไม่ได้ จะได้สาสมกับที่มันฆ่าพราวแสงของฉัน!” เล้งสั่ง เมื่อนนท์รับคำเดินออกไป เล้งมองมือปืนที่เพิ่งถูกยิงตาย พึมพำ “พราวแสง...ไอ้พวกที่มันฆ่าเธอ มันจะต้องเจ็บปวดกว่าเธอเป็นร้อยเท่าพันเท่า”

คมทวนจึงรู้ชัดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเล้งกับพราวแสงอย่างไม่มีข้อสงสัยเลย...

ณ วันนี้ นาทีนี้ เล้งกำหยกเลือดมังกรไว้แน่น นึกเห็นภาพที่หยกประคองเล้งในสภาพบาดเจ็บสาหัสมาช่วยกันพาส่งโรงพยาบาลแล้ว อดพึมพำอย่างกังวลไม่ได้

“ใช่ไอ้เล้งนั่นจริงๆ...ไอ้หยก...ทำไม...ทำไมฟ้าถึงลิขิตให้ชีวิตเอ็งต้องมาเจอกับมันด้วย...”

คมทวนเก็บหยกเลือดมังกรนั้นไว้ในกล่องปิดฝาไว้อย่างแน่นหนา เหมือนจะให้เป็นความลับที่ตายไปจากความจำ...

ooooooo

หยกพาดุจแพรมาถึงที่พักบนดาดฟ้าก็ผลักเธอเข้าไปอย่างไม่ปรานีปราศรัย เธอโวยวายว่าเจ็บ เบาๆหน่อยไม่ได้รึไง

หยก บ่นว่าทำไมถึงชอบหาเรื่องให้เดือดร้อนอยู่เรื่อย ตนไม่ได้ว่างต้องมาคอยตามเธอตลอดเวลา ดุจแพรตัดพ้อว่าเขาก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน ตนต้องเสียใจมากแค่ไหนเขาก็รู้

“แต่ปัญหาของคุณหนูมันแค่เรื่องจิ๊บจ๊อย ยังมีคนอื่นที่เขาเจอปัญหาหนักกว่าอีกตั้งเยอะ”

ดุจแพรโกรธจนขาดสติ ตบหน้าหยกร้องไห้คร่ำครวญว่า

“ถ้าเป็นคนแข็งแกร่งแบบนั้นได้ฉันก็อยากจะเป็น ฉันจะได้ตัดใจจากนายได้ ไม่ต้องมาหวังพึ่งคนเดียวที่ฉันเห็นว่าเขาช่วยฉันได้หรอก”

ระหว่างนั้น กิ่งเหมยมาเรียกหยก ดุจแพรรีบเช็ดน้ำตาพูดออกตัวว่า

“กิ่งเหมย...ฉันไม่รู้ว่าเธอกับหยกอยู่ด้วยกัน ฉันขอโทษนะ ฉันไปเองก็ได้”

กิ่ง เหมยบอกว่าไม่ต้อง ตนอยากคุยกับเธอแล้วบอกหยกให้ไปที่อื่นก่อนได้ไหม หยกลุกเดินออกไป กิ่งเหมยถือไม้เท้าแบบคนตาบอดเข้ามา ดุจแพรถามว่าทำไมเธอต้องถือไม้เท้าด้วย
เมื่อกิ่งเหมยเล่าสภาพของตนให้ฟัง ดุจแพรสงสารมาก ถามว่าทำไมไม่เล่าให้ฟังเลยจะได้ช่วยกัน

“ขอบคุณ ค่ะคุณแพร แต่ปัญหาของฉันมันแก้ไขไม่ได้แล้ว น้ำตาของความเสียใจของฉันมันหมดไปแล้ว ตอนนี้ฉันยินดียอมรับและอยู่กับความเป็นจริงได้แล้วค่ะ”

“โธ่...กิ่งเหมย...แต่เรื่องที่พ่อฉันทำร้ายเธอกับอาม่า ฉันจะไม่ปล่อยให้มันผ่านไปเด็ดขาด บอกฉันมาเถอะว่าพ่อทำร้ายเธอทำไม”

กิ่ง เหมยเล่าเรื่องในอดีตให้ฟัง ยืนยันกับดุจแพรว่าอาม่าตนทำให้แม่เธอตาย พ่อของเธอเลยอยากแก้แค้น แต่มันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แล้วกิ่งเหมยก็คุกเข่าขอโทษดุจแพรแทนอาม่า ขอให้ยกโทษให้อาม่าด้วย

“ไม่นะกิ่งเหมย อย่าทำอย่างนี้ ลุกขึ้นเถอะ” ดุจแพรประคองกิ่งเหมยลุกขึ้นด้วยความสับสนกับเรื่องราวที่ได้ฟัง

กิ่งเหมยขอให้ดุจแพรเลิกโกรธคุณพ่อเธอได้แล้ว พวกตนต่างหากที่ผิด เวลานี้ถ้าทดแทนอะไรให้เธอได้ก็ขอให้ตนได้ทำเถิด

“ไม่...ฉัน ไม่ขอให้เธอทำอะไรให้ฉันทั้งนั้น ลำพังที่เธอต้องมาเป็นแบบนี้ ฉันควรจะต้องสงสารเธอมากกว่า มิน่าล่ะหยกถึงได้พยายามบอกฉันว่ามีคนที่กำลังเจอปัญหาหนักหนาสาหัสกว่าฉัน คนนั้นก็คือเธอ...”

“คุณแพรคะ...หยกเป็นเพื่อนฉันมาตั้งแต่เล็กๆพอ เห็นฉันเป็นแบบนี้ เขาก็ต้องห่วงเพื่อนเป็นธรรมดา ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาอยากปลอบใจคุณ อยากอยู่ข้างๆคุณ...ฉันจะบอกความลับที่รู้กันแค่เราสองคนนะคะ...หยกเขาบอก ฉันว่า...เขารักคุณค่ะ...คุณแพร”

กิ่งเหมยต้องกลั้นความรู้สึกเจ็บปวดอย่างที่สุดกว่าจะพูดประโยคนั้นออกไปได้...

ooooooo

พอ รู้ว่าดุจแพรหนีหายไป เสี่ยตงไปที่ศาลเจ้า ดักเจออาม่าไม่ให้รู้ตัว อาม่าช็อกมองตาค้าง เสี่ยบอกว่าไม่ต้องตกใจ ตนไม่ได้มาแก้แค้นอะไร พูดให้อาม่าหายตกใจกลัวแล้ว เสี่ยบอกธุระของตนว่า

“ดุจแพรลูกสาวอั๊ว ก่อเรื่องให้ต้องปวดหัวอีกแล้ว อั๊วคิดว่าคงจะมาอยู่แถวๆนี้ ที่อั๊วมาก็เพราะอยากให้ลื้อรับปากเรื่องนึงกับอั๊ว เรื่องกิ่งเหมยเป็นลูกสาวของอั๊วอีกคน อั๊วไม่อยากให้ดุจแพรรู้เรื่องนี้เด็ดขาด”

“ถ้าลื้อห่วงเรื่องนั้น ลื้อสบายใจได้เลยอาเสี่ย อั๊วกับอาเหมยไม่คิดจะบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ เพราะอั๊วไม่อยากเกี่ยวข้องอะไรกับลื้อ”

“หึๆ แน่ใจนะ...อาม่า!” เสี่ยดึงคอเสื้ออาม่าเข้าไปจ้องหน้าถาม

“แน่...แน่...ใจสิอาเสี่ย พวกอั๊วแค่อยากอยู่กันตามลำพัง ไม่อยากต้องหนีหัวซุกหัวซุนอีก” อาม่าหน้าซีดปากสั่น

“หึ...งั้นก็ดี...จำที่ลื้อพูดไว้ให้ดีก็แล้วกัน” เสี่ยผลักอาม่าจนเซแล้วออกจากศาลเจ้า อาม่ายืนตัวสั่นแทบจะเป็นลม

ooooooo

ระหว่าง ปล่อยให้กิ่งเหมยคุยกับดุจแพรที่ห้องพักบนดาดฟ้านั้น หยกไปกินบะหมี่กับอ่างและสลึงที่ร้านมอเตอร์ไซค์ อ่างกับสลึงกินบะหมี่ไปก็ถามหยกอย่างอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมปล่อยให้สองสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง

หยกถามว่าทำไมหรือ ก็กิ่งเหมยเป็นคนบอกเองว่าอยากคุยกับดุจแพรตามลำพัง

อ่างตบเข่าฉาด “บ๊ะ!นั่นปะไร ข้าว่ากิ่งเหมยของเราคงแผลงฤทธิ์แน่ๆ”

“โธ่ เอ๊ย...ไอ้พระเอก เอ็งปล่อยให้ผู้หญิงสองคนที่รักผู้ชายคนเดียวกันอยู่ด้วยกันน่ะ เอ็งไม่รู้รึไงว่ามันก็เหมือนกับเอ็งเอาปลากัดสองตัวไปไว้ในโหลเดียวกัน”

ฟังสลึงกับอ่างแล้ว หยกนึกเป็นห่วงกิ่งเหมยขึ้นมา

แต่ที่ห้องพักบนดาดฟ้า บรรยากาศไม่ได้เป็นอย่างที่สามหนุ่มกังวลเลย เพราะกิ่งเหมยกำลังพยายามพูดให้ดุจแพรเข้าใจว่าหยกรักเธอ แต่หยกเป็นคนปากกับใจไม่ตรงกัน ขอให้เธอรู้ไว้ว่า ท่าทีที่เขาแสดงออกมานั้นมักตรงข้ามกับสิ่งที่เขาคิดเสมอ บางทีก็ปากร้ายแต่จิตใจของเขาอ่อนโยนมาก

ตอนที่ 11

ความอาฆาตแค้นเหี้ยมโหดของเสี่ยตงนั้นเกินมนุษย์ กิ่งเหมยถูกผลักให้เดินไปหาอาม่าบนเศษแก้ว นอกจากถูกแก้วบาดขาแล้ว ตาไม่เห็นทำให้เดินล้มลุกคลุกคลาน เลือดอาบไปทั้งตัว...

อาม่าเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าตากิ่งเหมยมองเกือบไม่เห็นแล้ว ถามน้ำตานองว่าเป็นตั้งแต่เมื่อไร ทำไมไม่บอกอาม่า

“เหมยขอโทษค่ะอาม่า เหมยอยากจะแก้แค้นให้แม่ ให้อากง อาม่าจะได้ไม่ต้องหนีอีก”

“แต่ลื้อควรจะห่วงตัวเอง ไม่ใช่มาห่วงอาม่า”

“อีกหน่อยเหมยก็ต้องเป็นคนพิการ อยู่ไปก็มีแต่จะทำให้อาม่าต้องเหนื่อย ต้องเดือดร้อน เหมยไม่อยากเป็นภาระอาม่าอีก”

ทั้งอาม่าและกิ่งเหมยต่างร้องไห้ด้วยความสะเทือนใจ เสียงเสี่ยพูดแทรกขึ้นอย่างเลือดเย็นว่า

“เศร้าโศกเสียใจกันพอได้แล้ว ถึงเวลาที่พวกแกจะต้องชดใช้ที่ทำไว้กับเมียฉัน”

แล้วเสี่ยก็สั่งลูกน้องให้กระชากอาม่าออกไป บอกว่าอีกไม่กี่อึดใจก็จะได้ตามไปดูแลหลานตัวเองที่ปรโลกแล้ว

ooooooo

หยกตามหากิ่งเหมยไม่เจอ เขากลับไปที่ห้องพักบนดาดฟ้า ดุจแพรบอกเขาอย่างร่าเริงว่าตนทำความสะอาดห้องและซักเสื้อผ้าให้เขาแล้ว

แต่หยกไม่สนใจ บอกให้เธอโทร.หาเสี่ยตงเดี๋ยวนี้ เธอไม่ยอมโทร.เพราะไม่อยากคุยกับป๋า

“คุณต้องทำตามที่ผมสั่งเดี๋ยวนี้ โทร.ไปหาพ่อคุณ...โทร.ซิ!!”

ไม่ว่าหยกจะขู่อย่างไรดุจแพรก็ไม่โทร. หยกโมโหกระชากแขนเธอไปบีบอย่างแรง เธอตกใจถามว่าจะทำอะไร

“หุบปาก!!เลิกทำตัวเอาแต่ใจตัวเองเสียทีได้ไหม ถ้าคุณไม่ทำตามที่ผมสั่งจะต้องมีคนตายเพราะฝีมือพ่อคุณ และคุณจะต้องมีส่วนรับผิดชอบ”

“หมายความว่ายังไง พ่อฉันกำลังจะฆ่าใคร”

“กิ่งเหมย!!”

เวลา เดียวกันนั้น เสี่ยตงกำลังจะฆ่ากิ่งเหมย อาม่าอ้อนวอนสุดฤทธิ์ยอมทุกอย่างกระทั่งยอมตายแทนหลาน เสี่ยผลักอาม่า ตะคอกว่าต่อให้มากราบแทบเท้าตน ก็ช่วยกิ่งเหมยไม่ได้ ร้องสั่ง

“ไอ้เก่ง เอามันไป!!”

เก่งลาอาม่าไป เสี่ยเล็งปืนใส่กิ่งเหมยเตรียมเหนี่ยวไก อาม่าแทบขาดใจตัดสินใจตะโกนสุดเสียง

“ลื้อฆ่าอาเหมยไม่ได้!! เพราะอาเหมยเป็นลูกสาวลื้อ”

เสี่ยตงชะงัก มองอาม่าอย่างไม่เชื่อ อาม่ายืนยันว่า

“กิ่ง เหมยเป็นลูกสาวลือกับอาหงษ์ ไว้ชีวิตลูกสาวลื้อ ถือว่าทำบุญให้อาหงษ์เถอะ อย่าทำบาปอีกเลยอั๊วขอร้อง” อาม่าพยายามพูดหมายจะเปลี่ยนใจเสี่ยว่า “อาหงษ์ตั้งท้องกับลื้อ อั๊วเลยต้องพาหนีเพราะถ้าเมียลื้อรู้เรื่อง อาเหมยก็คงไม่รอด อาเหมยเป็นลูกลื้อจริงๆ”

ขณะเสี่ยตงกำลังครุ่นคิดนั่นเอง โทรศัพท์มือถือดังขึ้น เป็นสายจากดุจแพร พูดอย่างตระหนกว่า

“ป๋า...ป๋า...ห้ามทำอะไรกิ่งเหมยเด็ดขาดนะ...แพรรู้ว่ากิ่งเหมยอยู่กับป๋าตอนนี้ เขาเป็นเพื่อนของแพรนะ”

เสี่ยตงบอกว่าอย่ามายุ่งกับเรื่องนี้ดีกว่า ดุจแพรไม่ขอร้องอีก แต่พูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“ป๋า...ถ้า ป๋าทำอะไรกิ่งเหมยแม้แต่นิดเดียวละก็ แพรจะฆ่าตัวตาย ป๋าอย่าคิดว่าแพรไม่กล้านะ แพรยอมตายเสียดีกว่าต้องทนมีชีวิตอยู่กับการถูกตราหน้าว่าเป็นสายเลือดของคน เลว ฆ่าได้แม้กระทั่งผู้หญิงไม่มีทางสู้”

เสี่ยตงกำโทรศัพท์แน่นก่อนตัดสายทิ้ง หยกถามว่าเสี่ยยอมปล่อยกิ่งเหมยไหม ดุจแพรนิ่งเพราะเสี่ยไม่ตอบอะไร

ooooooo

อาม่ายังคงอ้อนวอนเสี่ยให้เวทนาสงสารกิ่งเหมย ฆ่าแม่ไปแล้วอย่าฆ่าลูกที่เป็นลูกแท้ๆของตัวเองอีกเลย

เสี่ย ยังไม่เชื่อ หาว่าอาม่าโกหกเพื่อเอาตัวรอด อาม่าขอร้องแค่ไว้ชีวิตกิ่งเหมย รับปากว่ากิ่งเหมยจะไม่เรียกร้องอะไรจากเสี่ยเลย อ้อนวอนให้เมตตาสายเลือดของตัวเองเพื่ออาหงษ์จะได้หมดห่วง ส่วนความแค้นที่ตนทำให้เมียเสี่ยตาย ให้เสี่ยแก้แค้นที่ตน

“อาม่า...ไม่นะ เหมยจะไม่ยอมมีชีวิตอยู่ต่อไปถ้าไม่มีอาม่าอยู่ด้วย” กิ่งเหมยหยิบเศษแก้วขึ้นจ่อที่คอตัวเอง

“พอได้แล้ว!! ร้องไห้ครํ่าครวญอยู่ได้...น่ารำคาญ” เสี่ยตวาด เก่งถามว่าจะเอายังไงดี เสี่ยไม่ตอบ แต่ขบกรามแน่น

ที่ หน้าโกดังร้าง หยกกับดุจแพรตามมาช่วยกิ่งเหมยกับอาม่า มาถึงเห็นอาม่าประคองกิ่งเหมยในสภาพเลือดโซมกายออกมา น่าเวทนาทั้งสองคน หยกรีบเข้าประคองกิ่งเหมย อาม่าบอกให้รีบพาไปหาหมอ พอหยกอุ้มกิ่งเหมยไป ดุจแพรก็หันมาแตะมืออาม่าถามอย่างห่วงใยว่า

“แล้วอาม่าล่ะคะ เป็นอะไรรึเปล่า”

“เตี่ยลื้อเกือบจะฆ่าพวกอั๊ว ลื้อยังมีหน้ามาถามอีกเหรอ” อาม่าเสียงดังอย่างไม่พอใจ ทำเอาดุจแพรหน้าเสีย

ooooooo

มานพ ฝึกปรือฝีมือการต่อสู้เอาจริงเอาจัง โดยมีโหงวคอยกำกับดูแล แต่ฝีมือเขายังอ่อนหัดนัก สู้พวกคนงานที่แข็งแรงไม่ได้ แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ บอกให้คนงานรุมกันเข้ามา

“คราวนี้ฉันจะเอาจริงแล้ว พวกแกไม่ต้องยั้งมือ เข้ามาเลย” มานพทำท่าขึงขัง แต่พอคนงานรุมกันเข้ามา เขาก็หันไปคว้าดาบที่วางอยู่ฟันคนงานบาดเจ็บเลือดอาบต้องพากันถอย

“ฮ่าๆๆ นี่แหละสายเลือดมังกรที่แท้จริง ถ้าอยากเอาชนะ กติกาคือไม่มีกติกา ฮ่ะๆๆ” โหงวหัวเราะร่ากับวิธีสกปรกของมานพ

เมื่อ มานพกลับบ้าน เล้งเรียกไปมอบงานให้ เป็นข้อมูลโครงการนิคมอุตสาหกรรมเฟสใหม่อยากให้เขาไปดูและวิเคราะห์ข้อผิด พลาดก่อนจะเอาเข้าประชุม ปัญหาแก๊งมาเฟียที่ตนต้องไปจัดการทำให้ไม่มีเวลาดูงานพวกนี้ บอกมานพว่า

“หลังจากเห็นความตั้งใจของแกแล้ว คิดว่าคงถึงเวลาที่จะให้แกเข้ามาช่วยแบ่งเบางานของพ่อบ้าง”

“หมายความว่าคุณพร้อมจะให้ตานพมาสานต่องานของคุณแล้วเหรอคะ” ดวงแขยิ้มแย้มดีใจ

“ใช่...แต่ ยังไม่ใช่ตอนนี้นะ ฉันมีเรื่องต้องฝึกมานพอีกมาก เพราะในแวดวงธุรกิจที่ฉันเคยต่อสู้มา มันเต็มไปด้วยการต่อสู้ทุกรูปแบบ ถ้าตานพไม่แกร่งพอ ทุกอย่างที่ฉันสร้างมา อาจจะต้องสูญสลายในพริบตา”

ขณะ นั้นเอง นนท์เข้ามาเรียก “เจ้าสัวครับ” แค่นั้นเล้งก็รู้แล้วว่าเรื่องอะไร ฝากงานให้มานพช่วยดูแล้วออกไปกับนนท์ มานพกับดวงแขยิ้มร้ายให้กันอย่างสมใจ

มานพ เอางานที่เล้งมอบให้ไปให้โหงวดูแทน โหงวที่ถือว่าตัวเองเป็นกุนซือของสองแม่ลูก นับวันแสดงตัวยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะแสดงความเป็นผัวดวงแขและเป็นพ่อของมานพ แต่ดวงแขดูถูกว่า สภาพอย่างเขาไม่เหมาะเป็นพ่อมานพ โหงวก้าวเข้าหาพูดอย่างย่ามใจว่า “แต่ ก็ยังเหมาะกับการเป็นผัวแกอยู่!!”

“ทำอะไรน่ะ!!” มานพมาเห็นพอดี “ฉันให้แกช่วยดูงานที่พ่อโยนมาให้ฉันทำ แล้วนี่แกทำอะไร”

โหงวชี้ไปที่แฟ้มบอกว่าดูให้เรียบร้อยแล้ว คุยโวว่า

“แก ไม่ต้องห่วงหรอก ตระกูลไอ้เล้งยิ่งใหญ่ร่ำรวยขึ้นมาได้ก็เพราะมีฉันเป็นมันสมองให้ แกแค่ไปรายงานมันตามที่ฉันเขียนไว้ไอ้เล้งจะยิ่งไว้ใจแก”

ดวงแขเข้าไปควงแขนมานพพูดเบาๆ ให้มานพรับปากว่าเสร็จเรื่องนี้แล้วจะช่วยจัดการโหงวให้ตน

“ถึง วันนี้พ่อจะยอมไว้ใจผมแล้ว แต่แม่ก็ได้ยินที่เขาพูดว่าเขายังไม่ยอมยกทุกอย่างให้ผมง่ายๆ แม่ก็ยอมตามใจผัวเก่าแม่ไปก่อนแล้วกัน เพราะผมยังต้องพึ่งเขาอยู่” พูดแล้วเดินออกไป

“มานพ...ฉันเป็นแม่แกนะ” ดวงแขพูดตามหลังอย่างเจ็บปวด

“ฮ่ะๆๆ สมกับที่มันได้เลือดฉันไปจริงๆ ฉันจะทำให้แกยิ่งใหญ่เป็นมังกรผงาดฟ้าให้ได้ ฮ่ะๆๆ” โหงวระเบิดหัวเราะออกมาอย่างผยอง

ooooooo

ที่ โกดังท่าเรือ นนท์มาบอกเล้งที่รถว่าพวกที่นัดมากันพร้อมแล้ว พอเล้งลงจากรถ นนท์บอกว่าข้างในมีแต่พวกไว้ใจไม่ได้ทั้งนั้น พร้อมกับส่งปืนให้

ในโกดัง ร้าง พวกมือปืนซุ้มต่างๆ และพวกเจ้าของธุรกิจผิดกฎหมายมาประชุมกันตามที่เล้งนัดหมาย แต่พอเล้งเข้าไปก็พบกับสภาพที่พวกนั้นทะเลาะถกเถียงกันโขมงโฉงเฉง บ้างถึงกับกระชากคอเสื้อชกหน้ากัน ลูกน้องของแต่ละกลุ่มต่างชักปืนจ่อใส่กัน

“เปรี้ยง!!” เสียงปืนคำรามขึ้นหนึ่งนัดทำให้ทุกคน ชะงัก

ฝีมือเล้งนั่นเอง เขายิงปืนขึ้นฟ้า พอพวกนั้นชะงักเงียบลง เล้งประกาศว่า

“ถ้าพวกลื้อคิดว่าฆ่ากันเองแล้วแก้ปัญหาได้ มันก็สมควรแล้วที่ไอ้ตงจะเห็นช่องโหว่หาเรื่องไล่บี้พวกลื้อจนไม่ได้ทำมาหากิน”

มี เสียงโต้มาว่าพูดแบบนี้แสดงว่าโทษว่าพวกตนผิด บ้างตะโกนว่า ก่อนหน้านี้พวกตนไม่เคยทำมาหากินลำบาก จนเล้งสั่งไม่ให้ตอบโต้เสี่ยตงนี่แหละทำให้พวกตนถูกไล่ต้อนจนจะฉิบหายกันหมด

“เพราะฉะนั้น ถึงเวลาที่พวกเราคนของสี่เจ้าเวหา จะกระทืบไอ้หมาบ้าตงให้จมดิน” อีกคนตะโกน

“ถ้า พวกลื้อที่เห็นด้วยอยากไปเปิดศึกกับไอ้ตงอั๊วก็จะไม่ว่า ใครอยากไปก็ไป แต่อั๊วบอกได้คำเดียวว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นอั๊วจะไม่รับผิดชอบและไม่หนุนหลัง พวกลื้ออีกต่อไป”

ส่วนใหญ่พากันชะงัก แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งเริ่มทยอยตามกันออกไป จนเหลืออยู่ไม่กี่กลุ่ม

“เจ้าสัวครับ ถ้าปล่อยให้ไปหมดแบบนี้ มังกรวารีของเราจะอ่อนแอตกเป็นเป้าให้ไอ้ตงขย้ำนะครับ” นนท์เอ่ย

“แกพูดถูก อำนาจและความแข็งแกร่งจะเหยียบย่ำผู้ที่อ่อนแอกว่าเสมอ แต่ตอนนี้ไม่ใช่ยุคสมัยของการเป็นใหญ่ได้ด้วยกำลัง และการเป็นมาเฟียใช่ว่าจะต้องเลวถึงจะเป็นได้ พวกที่ไป สำหรับฉันถือว่าเป็นเนื้อร้ายที่อยากจะตัดทิ้งอยู่แล้ว”

ที่ หน้าโกดังนั่นเอง มือปืนสองสามคนที่ออกมาขึ้นรถกระบะที่จอดอยู่ หนึ่งในนั้นที่เคยติดคุกมากับโหงวหยิบโทรศัพท์โทร.หาโหงว ทักทายประสาขี้คุกกันไม่กี่คำ ก็บอกว่า ตนเพิ่งมีปัญหากับเล้งมา ถ้าตนจะช่วยจัดการเล้ง มังกรวารีให้ ตอนนี้เขาจะมีค่าเสียเวลาพอหอมปากหอมคอให้ไหม

“ถ้าลื้อทำได้ อั๊วจัดเต็มให้ลื้อแน่” โหงวตอบอย่างกระหยิ่ม วางสายแล้วเดินไปเชยคางดวงแข ชะโงกเข้าไปพูด

“ไอ้ เล้งคิดจะใช้คุณธรรมปกครองพวกมาเฟีย หึ...ไอ้โง่เอ๊ย...โจรก็คือโจร จะเปลี่ยนให้เป็นสุภาพบุรุษน่ะเหรอ ไม่มีใครคิดจะเอากับมันด้วยหรอก ฮ่าๆๆ”

เมื่อรู้ว่าเสี่ยตงเป็นคนฆ่าอากงกับแม่ของกิ่งเหมย ดุจแพรกลับไปต่อว่าเสี่ยที่บ้านว่าเป็นมาเฟียเลวๆ เสี่ยโมโหตบหน้าเธอไปฉาดหนึ่ง ดุจแพรน้ำตาคลอเบ้าท้าว่า

ตอนที่ 10

หยกกลับมาถึงที่พัก ในสภาพเลือดที่หัวเริ่มซึมออกมาอีก ดุจแพรตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น? ใครทำ? ฝีมือพ่อตนใช่ไหม? โทษตัวเองว่าทำให้เขาเดือดร้อน

“ไม่มีอะไรหรอกครับคุณหนู ผมอธิบายให้เสี่ยเข้าใจแล้ว เสี่ยยอมให้คุณหนูทำตามที่ต้องการ”

ดุจ แพรดีใจ แต่พอหยกอธิบายว่า แต่เธอต้องอยู่ในความดูแลของตนอย่างใกล้ชิด ห้ามทำอะไรนอกเหนือจากที่ตนสั่ง ไม่อย่างนั้นเสี่ยจะส่งคนมารับเธอกลับทันที ดุจแพรโวยว่า

“โห...งั้นก็ไม่ต่างอะไรกับตอนที่อยู่ที่บ้านน่ะสิ”

“ก็ตามใจนะครับ เสี่ยบอกด้วยว่าถ้าคุณหนูไม่ฟังผม เสี่ยอนุญาตให้ผมใช้กำลังกับคุณหนูได้”

“อนุญาต ให้ใช้กำลังกับฉันเนี่ยนะ...ฮึ่ม!!” ดุจแพรคำรามในคอ แต่พอคิดได้ก็หาว่าหยกกุเรื่องขึ้นมาหาทางแกล้งตนเพื่อเอาคืนมากกว่า “เพราะปกตินายต้องคอยทำตามคำสั่งฉันตลอด”

“หึ...ติงต๊อง ผมไม่ใช่เด็ก 10 ขวบที่จะต้องหาเรื่องสนุกมาเล่นหยุมหยิมแบบนี้หรอก” หยกพูดขำๆแล้วถอดเสื้อเดินไปเปิดตู้เย็น ดุจแพรไม่ยอมให้โดนว่าฝ่ายเดียว พุ่งเข้าไปเงื้อมือจะทุบ ถูกหยกหยิบแครอทออกมาชี้หน้าดุ “อย่านะครับคุณหนู ถ้าไม่เชื่อที่ผมเตือน คุณหนูเจ็บตัวแน่”

ดุจแพรหยุดกึก มือค้างกลางอากาศ มองเขาเหวอ หยกปรามว่าถ้าจะอยู่กับตนที่นี่ก็ให้สงบเข้าไว้ ตนยิ่งหิวอยู่อย่าให้โมโหหิว แล้วถือแครอท และอีกสองสามอย่างเดินออกไป

“ไอ้บ้าหยก ไอ้ขี้เก๊ก” ดุจแพรไม่กล้าด่าเสียงดัง

ooooooo

กิ่ง เหมยเดินกลับมากับส้มเช้ง สายตาที่พร่ามัวขึ้นทุกที ทำให้กิ่งเหมยต้องคลำทางเดิน ส้มเช้งตกใจมากถามว่าตามองไม่เห็นหรือ ท่าทางดูแปลกๆ

“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้เป็นอะไร แกกลับไปเถอะ” แต่ส้มเช้งเป็นห่วงเดินมาส่งกิ่งเหมยถึงศาลเจ้า ถามว่า

“เรื่องสำคัญขนาดนี้ทำไมแกไม่บอกฉัน แกไม่เห็นฉันเป็นเพื่อนแล้วรึไง”

“ฉัน ไม่อยากให้แกเป็นห่วงต่างหาก ฉันขอบใจที่แกเป็นห่วง แต่มันไม่มีทางที่ฉันจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกแล้วในเมื่อความมืดกำลังรอ ฉันอยู่ ฉันก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันให้ได้ แต่ถ้าทุกคนคอยเป็นห่วง คอยช่วยฉัน ฉันก็คงเป็นได้แค่คนพิการ”

ส้มเช้งร้องไห้ด้วยความสงสาร เพื่อน กิ่งเหมยบอกว่าอย่าร้องไห้เลย ความสงสารจะยิ่งทำให้ตนอ่อนแอ ส้มเช้งบอกว่าตนเป็นห่วง เพราะขนาดตนตาดีปกติยังทำมาหากินลำบาก แล้วกิ่งเหมยจะไม่ยิ่งแย่เข้าไปอีกหรือ?

“ฉันต้องอยู่ได้สิ เพราะฉันยังต้องค้นหาความจริงเรื่องการตายของแม่กับอากง แล้วที่สำคัญกำลังใจจากหยกก็ทำให้ฉันพร้อมที่จะสู้”

ooooooo

ส่วน หยกที่อยู่กับดุจแพรในคืนนี้ เขาทำบะหมี่สำเร็จรูปให้เธอกิน ในยามหิวแค่นี้ก็อร่อยมากแล้ว ทั้งคู่กินกันไปหยอกกันไป จนดุจแพรทำไฟช็อต ฟิวส์ขาด ในห้องนอนจึงร้อนอบอ้าว หยกเอาผ้าใบมากางนอนข้างนอก พึมพำขำๆ

“ยัยคุณหนูตัวแสบ มาคืนแรกก็ทำไฟดับฟิวส์ขาด หึ...ปล่อยให้นอนอบอ้าวอยู่ในห้องนั่นแหละ”

พึมพำ ไม่ทันขาดคำ ดุจแพรก็โวยวายออกมาเพราะร้อนอบอ้าวนอนไม่ได้ หยกขู่ว่าถ้าอย่างนั้นตนจะโทร.บอกเสี่ยให้ส่งคนมารับ ดุจแพรบอกทันทีว่าตนไม่กลับเด็ดขาด หยกพูดเยาะว่า

“ถ้าแค่นี้คุณยังทนไม่ได้ คุณก็อย่าดีแต่ปากเก่งว่าจะใช้ชีวิตโดยไม่พึ่งพ่อเลย”

ดุจ แพรทิฐิขึ้นมา จะไปนอนกับกิ่งเหมย เดินปึ่งออกไป ถูกหยกคว้าแขนดึงไว้อ้างคำสั่งเสี่ยว่าตนต้องดูแลเธออย่างใกล้ชิด เธอขู่ว่าถ้ายังตอแยตนอีก จะยกกระถางทุ่มให้แตกแล้วเธอก็ทุ่มแตกให้ดูจริงๆ

หยกเสียดาย เสียใจมาก เพราะต้นไม้เหล่านี้ ตนกับกิ่งเหมยช่วยกันปลูกรดน้ำพรวนดินกันมาเนิ่นนาน ไม่รู้จะหยุดเธออย่างไร เลยหันไปคว้าสายยางฉีดน้ำใส่

เวรกรรม! พื้นลื่นทำให้ดุจแพรหกล้ม หยกเลยต้องอุ้มไปโยนบนโซฟา พอเธอโวยวายว่าเจ็บ หยกปั้นหน้าขรึมดุ

“รู้ตัว ไว้ด้วยนะคุณหนู คุณน่ะดีแต่คิดถึงตัวเอง คิดว่าสิ่งที่คุณเจอมันเลวร้ายที่สุดในชีวิตแล้ว แต่แค่นั้นมันยังน้อยไปสำหรับคนอื่นที่ชีวิตต้องเจอแต่ความสูญเสีย พ่อแม่ก็ไม่เหลือ แถมยังต้องรอชะตากรรมเป็นคนพิการอีก”

“นายพูดถึงใคร”

“ผมไม่ได้หมายถึงใคร แค่อยากให้คุณรู้ตัวว่าควรจะหยุดเรียกร้องทุกอย่างเพื่อสนองความต้องการให้ตัวเองเสียที”

ดุจ แพรทนฟังไม่ได้ ทั้งน้อยใจทั้งหงุดหงิด ตบหน้าเขาฉาดหนึ่ง ร้องไห้คร่ำครวญชีวิตตัวเองที่แสนสุขสบายแต่ไม่มีอิสระ ไม่มีใครรู้ว่าตนต้องการอะไร เธอร้องไห้จนหยกตกใจ รีบขอโทษ ถามว่า

“บอกผมมาสิครับว่า คุณหนูต้องการอะไร”

ดุจ แพรหยุดร้องไห้คร่ำครวญ มองหน้าหยกอึดใจเดียวก็จู่โจมจับเขาจูบปาก จนหยกตกใจ แต่พอดุจแพรรู้ตัวว่าเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองออกไป ก็ผละออกถอยไปยืนกอดตัวเอง พูดเสียงประหม่า...

“ฉัน...ฉันไม่ไปไหนแล้ว เธอออกไปเถอะ”พอหยกเดินออกไป เธอพึมพำ “หยก...เธอรู้แล้วนะว่าฉันต้องการอะไร”

ooooooo

วัน นี้ ส้มเช้งมารอกิ่งเหมยแต่เช้า อาม่าถามว่าจะไปไหนกัน ส้มเช้งปดว่าจะไปสมัครงาน แต่ที่แท้ทั้งสองจะไปหาแปะย้งที่เคยทำงานกับหงษ์์และอากง

พอไปเจอแปะย้ง กิ่งเหมยแนะนำตัวเองว่า ตนชื่อกิ่งเหมย แม่ชื่อหงษ์ อากงชื่อเหลาเคยเป็นกุ๊กอยู่ภัตตาคารเดียวกับแปะย้ง

แปะย้งมองอึ้งถามว่า “ลื้อเป็นหลานสาวของอาเหลาหรือ?!”

ตอนที่ 9

โหงวยังตามสืบเรื่องพราวแสงเพื่อสาวความสัมพันธ์ระหว่างเล้ง พราวแสง และหยก วันนี้เรียกดวงแขให้มาพบที่โรงสี บอกว่าอยากคุยเรื่องอดีตของเล้ง

“ฉันอยากรู้ว่าเธอจำผู้หญิงที่เคยช่วยชีวิตไอ้เล้งไว้ตอนที่ฉันถล่มล้างโคตรมันได้รึเปล่า”

ตอนที่ 8

หมอตรวจอาการของคมทวนแล้วบอกหยกว่า คมทวนเป็นความดันโลหิตสูงค่อนข้างมาก ดีที่มาถึงโรงพยาบาลเร็ว หากช้าอาจเสี่ยงเส้นเลือดในสมองแตกได้

ทั้งหยก สลึง และอ่างต่างตกใจ ไม่มีใครรู้ว่าคมทวนเป็นความดันโลหิตสูง เพราะช่วงหลังเห็นแน่นหน้าอกบ่อยๆ แต่ถามทีไร ก็จะบอกว่าไม่เป็นอะไร

“เอาล่ะครับ ถึงจะเพิ่งรู้ตอนนี้ก็ไม่เป็นไร คนไข้เพิ่งเริ่มมีอาการยังอยู่ในการควบคุมดูแลได้ เพียงแต่คงต้องระวังเรื่องอาหารการกินแล้วก็เรื่องเครียด” หมอสรุป หยกรับคำอย่างใส่ใจ

แต่พอหมอให้นอนโรงพยาบาลคมทวนโวยวายว่าไม่นอน ตนไม่เป็นอะไรสักหน่อย ไม่อยากทิ้งบ้านไว้นาน สลึงกับอ่างช่วยกันหว่านล้อม ย้ำว่า หมอให้พักผ่อนเยอะๆและห้ามเครียด

“หึ...ห้ามเครียดงั้นเหรอ เรื่องเดียวที่ทำให้ข้า เครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกได้ก็มีแต่ไอ้ลูกเนรคุณคนนี้เท่านั้นแหละ” พูดแล้วนอนหันหลังให้หยก “ข้าจะนอนพักแล้ว เอ็งอยากไปหัวหกก้นขวิดที่ไหนก็ไป”

“ไม่ต้องห่วงนะไอ้หยก เดี๋ยวพวกน้าจะดูแลพ่อเอ็งให้” อ่างบอก หยกพยักหน้ามองพ่ออย่างเป็นห่วงก่อนกลับไป

ooooooo

มานพรับไม่ได้ทั้งเรื่องที่โหงวบอกว่าเป็นพ่อตนและที่เห็นแม่กับโหงวในห้องนอน เขาไปดื่มเหล้าจนเมามายกลับบ้านเอาเช้า เล้งโกรธมากสั่งลูกน้องให้ลากไปกดน้ำในสระให้ได้สติ

ดวงแขตามไปโวยวายว่าจะฆ่าลูกหรือ ส่วนมานพก็ตะโกนขอให้แม่ช่วยด้วย ทั้งแม่ทั้งลูกโวยวายกันจนเล้งบอกนนท์ให้พอแค่นี้ แล้วให้ลากตัวขึ้นมา ถามมานพที่สำลักน้ำเข้ามาคุกเข่าตรงหน้าว่า

“ทีนี้แกจะมีสติคุยกับฉันได้ยังมานพ”

“ถ้าพ่อเกลียดขี้หน้าผมนัก เรายังมีอะไรต้องคุยกันอีก” มานพจิกมองแววตาแค้น

เล้งถามว่าตนจะเกลียดลูกตัวเองได้ยังไง มานพย้อนเย้ยว่าจริงหรือ ไม่มีพ่อที่ไหนทำกับลูกแบบนี้หรอก ดวงแขบอกมานพให้หยุดว่าพ่อเดี๋ยวนี้ เขาโต้อย่างกราดเกรี้ยวว่า

“ไม่!! ผมไม่หยุด ผมจะพูดความจริง เขาไม่เคยรักผม”

ดวงแขตบหน้ามานพฉาดใหญ่ แล้วขอให้เล้งออกไปรอที่ห้องก่อน ตนจะทำให้มานพสงบแล้วค่อยพาเขาไปกราบขอโทษ เล้งมองหน้าดวงแขและมานพก่อนเดินผละไปพร้อมกับนนท์ ดวงแขหันมองมานพแล้วถอนใจเฮือกใหญ่เอาผ้าขนหนูมาห่มให้ กลับถูกมานพปัดทิ้งตวาดใส่

“แม่ไม่ต้องมาทำดีกับผม ผมไม่มีวันยกโทษให้กับสิ่งที่แม่ทำ ผมไม่อยากอยู่ใกล้ผู้หญิงอย่างแม่”

ดวงแขทั้งเสียใจทั้งโมโห บอกว่าถ้าเกลียดขนาดนั้นก็ตัดขาดกันเลย ตนจะได้ไปให้พ้นหน้าไม่ต้องเห็นกันจนตลอดชีวิต มานพยังสวนไปว่า “ถึงไม่ให้ผมเห็นหน้า ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะเลิกโกรธแม่”

ดวงแขคร่ำครวญน้ำตาคลอว่า ตนต้องทนอยู่กับผู้ชายที่ไม่ได้รักมาตลอดชีวิตก็เพื่อเขาคนเดียว มานพโต้ว่านั่นเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น

“มันไม่ใช่ข้ออ้าง!! ตอนแกเล็กๆ แกคงจำไม่ได้หรอกว่าแม่ต้องเลี้ยงแกมาอย่างยากลำบากแค่ไหน ผู้หญิงหากินอย่างฉันยอมจนได้ แต่ลูกฉันจะต้องสุขสบาย เขาจะต้องยิ่งใหญ่กว่าผู้ชายทุกคนที่ี่เคยดูถูกแม่เขา”

มานพฟังแล้วอึ้ง ดวงแขยังคงเล่าต่ออย่างเจ็บปวดว่า

“แม่คิดโกหกเรื่องสายเลือดที่แท้จริงของแก ตั้งแต่ตอนที่เล้งรอดชีวิตจากแผนฆ่าล้างโคตรของไอ้โหงวแล้ว เพราะนั่นเป็นทางเดียวที่จะช่วยทำให้เราสองคนสุขสบาย”

“ไอ้เป๋นั่นเป็นคนวางแผนฆ่าล้างโคตรงั้นเหรอ” มานพถามอย่างสนใจมาก

“แม่จำเป็นต้องหักหลังไอ้โหงวเพื่อให้เล้งเชื่อว่าแกเป็นสายเลือดคนเดียวที่เหลืออยู่ ตอนแรกแม่คิดว่าไอ้โหงวคงตายในคุกแน่ แต่ในเมื่อมันรอดออกมาได้ เราก็ต้องยอมมันไปก่อน ดีกว่าปล่อยให้มันเปิดโปงเรา”

“แต่ผมไม่มีวันยอมรับไอ้เป๋นั่นเป็นพ่อผม”

“แม่รู้...คนอย่างมันเป็นพ่อคนไม่ได้หรอก แต่แกต้องไม่วู่วาม เพราะถ้าเล้งรู้ความจริง เล้งจะไม่ไว้ชีวิตแม่กับแก แล้วแกก็จะอดได้ทรัพย์สมบัติทุกอย่างของเล้งแน่นอน”

กล่อมจนมานพนิ่งไปแล้ว ดวงแขจับบ่าลูกชายบีบแน่น พูดอย่างหมายมั่นว่า

“ตานพ ขอเพียงแค่เราได้ทุกอย่างของเล้งมาไว้ในมือ แม่สัญญาว่าที่ไอ้โหงวมันข่มเหงแม่ แม่จะแก้แค้นด้วยมือแม่เอง”

“ก็ได้ครับแม่ คิดๆดูแล้วมันก็ดีเหมือนกัน ที่วันนี้ผมได้รู้ความจริงว่าผมไม่ใช่สายเลือดของพ่อ หึ...ต่อจากนี้ไปผมจะได้ไม่ต้องกลัวบาปกลัวกรรมถ้าจะทำลายคนที่ผมยอมเรียกว่าพ่อให้ย่อยยับคามือ!”

ooooooo

อาการทางสายตาของกิ่งเหมยรุนแรงขึ้นทุกที เธอหวาดหวั่นกับความเป็นจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ก็ปกปิดไม่ให้อาม่ารู้ ทอดปาท่องโก๋ก็ทำน้ำมันกระเด็นลวกมือ จนอาม่าบอกว่าไม่ต้องทอดแล้ว ให้เอาปาท่องโก๋ไปส่งลูกค้าก็แล้วกัน

หยกกลับมาที่บ้านคมทวน หยิบรูปพ่อกับแม่ขึ้นมาดูด้วยความเป็นห่วง กิ่งเหมยแวะมาดูคมทวนแต่มองไม่ชัด ถามคนที่เห็นรางๆอยู่ข้างหน้าว่า “หยกใช่ไหม” แล้วเดินเข้าไปแต่สะดุดเก้าอี้จนเซ หยกรีบมารับไว้ถามว่ามองไม่เห็นหรือ พลางเอามือโบกไปมาตรงหน้า กิ่งเหมยตีมือเขาทำเสียงสดชื่นบอกเขาว่า

“เปล่า ฉัน...ฉันรีบเลยซุ่มซ่ามต่างหาก ตาฉันมองเห็นอยู่  ยังไม่ได้บอด” แล้วบอกหยกว่าตนเอาปาท่องโก๋มาส่ง เป็นห่วงน้าคมทวนเลยแวะมาดู จึงรู้จากหยกว่าคมทวนไปนอนโรงพยาบาลแล้ว หยกพูดอย่างรู้สึกผิดว่า

“ที่พ่อต้องมาเป็นแบบนี้เพราะฉัน ฉันดีแต่เอาปัญหามาทำให้พ่อต้องกลุ้มใจ บางทีถ้าฉันบอกความจริงไป พ่ออาจจะสบายใจขึ้นก็ได้”

กิ่งเหมยสนใจจี๋ถามว่าความจริงอะไร แต่ก็ถูก กิจชัยเข้ามาขัดจังหวะ บอกหยกว่าเสี่ยให้มาตามไปพบด่วน กิ่งเหมยมองหน้าหยกขวับ เขารีบบอกว่าไม่มีอะไร ตนไปทำธุระก่อนนะ กิ่งเหมยเรียกจับมือหยกไว้ ต่างมองหน้าด้วยความเข้าใจความรู้สึกของกัน กิจชัยรำคาญ เร่งหยกว่า

“เฮ้ย...ถ้าเสี่ยให้มาตามแสดงว่าเรื่องด่วนสุดๆ อย่าทำให้เสี่ยไม่พอใจนะเว้ย”

หยกแกะมือกิ่งเหมยออก เดินไปกับกิจชัย

กิ่งเหมยเป็นห่วงมากเดินตามไป แต่ตามองไม่ชัดทำให้สะดุดล้ม เธอก็ยังร้องเรียกเขา “หยก!!”

ooooooo

หยกไปพบเสี่ยตง ถูกตำหนิว่าสั่งให้เตรียมพร้อมแล้วหายไปไหน หยกบอกว่าพ่อเข้าโรงพยาบาล เสี่ยถามอย่างเลือดเย็นว่า “เป็นหรือตาย” หยกสะอึกกับคำถามนั้น

เสี่ยตงบอกว่าถ้ายังไม่ตายก็ปล่อยไว้ที่นั่นเพราะหยกรับปากแล้วว่าจะทำงานให้ตน และตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องฆ่าเจ้าสัวเกา!

หยกบอกว่าตนยังหาทางเข้าถึงตัวเจ้าสัวเกาไม่ได้ เสี่ยตงไม่สนใจ รู้แต่ว่าตนจะต้องเล่นงานเจ้าสัวเกาตอนนี้และไม่สนใจว่าหยกจะต้องฆ่าพวกมันกี่คน สั่งตายว่า “ถ้าแกเชือดคอมันไม่ได้ ฉันนี่แหละจะเชือดคอแกเอง”

หยกมาพบกับผู้การสมิงส่งข่าวเรื่องเสี่ยตงกำลังจะเปิดศึกถล่มแก๊งพิราบดำ ผู้การบอกหยกให้ทำตามเสี่ยตงสั่งแล้วเอาตัวเจ้าสัวเกามาให้ตนจะได้กันไว้เป็นพยาน หยกบอกว่าลำพังตนคนเดียวคงเข้าไม่ถึงตัวเจ้าสัว ผู้การจึงให้หมวดณรงค์ไปช่วย

เมื่อตกลงกันแล้ว หยกถามผู้การถึงเรื่องที่รับปากตนไว้

“ไม่ต้องห่วงหรอกหยก เธอจะได้เกียรติยศของเธอคืนแน่นอน” ผู้การยืนยันหนักแน่น

“ขอบคุณครับผู้การ ผมเป็นห่วงพ่อ ไม่อยากให้ท่านต้องทนทุกข์เพราะคำโกหกของผม”

ooooooo

เมื่อเล้งรู้ว่าเสี่ยตงกำลังจะเปิดศึกใหญ่ จึงนัดพบกันที่โกดังร้างถามว่าจะมีเรื่องฆ่ากันตายไปทำไม เสี่ยตงจึงให้เก่งเอาแขนของมือปืนที่ตัดมามีรอยสักพิราบดำให้เล้งดู พูดอย่างแค้นใจว่า

“ไอ้เกาส่งลูกน้องมันมาฆ่าฉัน แต่ดวงฉันยังไม่ถึงฆาต เพราะฉะนั้นต่อให้แกมากราบตีนขอร้องไม่ให้ฉันฆ่ามัน ฉันก็ไม่หยุด”

เล้งอ่านใจออกถามว่า เสี่ยตงไม่เพียงต้องการแก้แค้นเจ้าสัวเกาเท่านั้นแต่คิดจะรวบอำนาจพวกสี่เจ้าเวหาด้วยใช่ไหม เสี่ยตงยอมรับว่าใช่ อ้างว่าสันดานมาเฟียจะให้มานั่งๆนอนๆรอเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานก็ไม่ต่างจากหมาแก่รอวันตาย พูดอย่างลำพองว่า

“แกไม่ต้องห้ามฉันแล้ว ถ้าแกอยากวางมือ อยากเป็นอาแปะอยู่บ้านนั่งเลี้ยงหลานก็ตามใจ แต่สำหรับฉัน ฉันยังอยากยิ่งใหญ่อยู่เว้ย”

ตอนที่ 7

มานพจ้างคนจากสนามมวยเถื่อนมาทำงานที่โรงสี เล้งมาเห็นจับกลุ่มกันเล่นไฮโลส่งเสียงลั่น เขาเดินเข้าไปยืนมองอย่างไม่พอใจ

ระหว่าง นั้นดวงแขเดินออกมาเจอเล้งก็ตกใจ เล้งถามว่า นี่หรือคนงานของมานพ ดวงแขแก้ต่างว่าตอนนี้เป็นเวลาพักของพวกเขาพลางจะไปเตือน เล้งห้ามไว้ ถามว่ามานพอยู่ไหน ดวงแขบอกว่าไม่อยู่

“อย่าโกหก!!ถ้ามันไม่อยู่แล้วเธอมาที่นี่ทำไม” เล้งผลักดวงแขเซไปแล้วเดินเข้าไปด้านใน ดวงแขตกใจมาก

ที่ ห้องทำงานมานพ โหงวกำลังคุยกับมานพอย่างตึงเครียด โหงวบอกมานพว่าแผนการที่ตนวางไว้ให้เขาได้ขึ้นมาเป็นใหญ่นั้นถูกเล้งทำเสีย แผนหมดแล้ว มานพถามว่า “พ่อฉันมายุ่งอะไรด้วย”

“สมัยก่อนไอ้เล้งกับ มาเฟียพวกนั้นเคยร่วมหัวจมท้ายด้วยกันมา ถึงตอนหลังจะวางมือเลิกยุ่งเรื่องผิดกฎหมายไป แต่พวกมันก็ยังให้ความเกรงใจอยู่ ถ้าไอ้เล้งไม่อยากให้มีสงคราม พวกมันก็ต้องฟัง”

มานพหัวเสียที่แผนจะขึ้นมาเป็นใหญ่ถูกขัดขวางถามโหงวว่าหรือพ่อจะรู้ว่าตนร่วมมือกับเขา

“ไม่ ถ้าไอ้เล้งรู้ว่าฉันมาเหยียบจมูกมันถึงที่ มันฆ่าฉันแล้วไล่แกออกจากตระกูลไปแล้ว”

“งั้นแกก็ต้องหาทางใหม่ จะทำอะไรก็ได้ ขออย่างเดียวทำให้ฉันยิ่งใหญ่กว่าพ่อ”

ขณะ นั้นเอง ชาญเข้ามาเตือนอย่างรีบร้อนว่าเจ้าสัวมาที่นี่ ทั้งสองตกใจ มานพรีบออกไปรับหน้าเล้ง ส่วนโหงวไปไหนไม่ทันจึงซ่อนตัวอยู่หลังตู้เก็บของมือแตะปืนที่เอวอย่างพร้อม รับมือตลอดเวลา

เล้งเข้ามากวาดตามองอย่างจับพิรุธ มานพพยายามเบนความสนใจ ถามว่าพ่อมาที่นี่ได้ยังไง เล้งไม่ตอบแต่ย้อนถามว่าเขามัวทำอะไรอยู่ ปล่อยให้คนงานตั้งวงเล่นไฮโลกันอึกทึก มานพอ้างว่าตอนนี้เป็นเวลาพักผ่อนของพวกเขา เล้งกระชากคอเสื้อมานพไปตะคอกว่า ถ้าดูแลธุรกิจแบบนี้ก็หมายความว่าตัวเลขกำไรที่ตนเห็น เขาปั้นขึ้นมาแหกตากันใช่ไหม

ดวงแขตกใจขอให้เล้งปล่อย ถูกเล้งตวาดอย่ามายุ่ง ส่วนมานพตัดพ้อต่อว่าเล้งว่าตนทำอะไรพ่อก็ไม่เคยเห็นดีด้วยอยู่แล้ว และที่ให้ตนมาทำที่นี่ก็เพราะไม่อยากให้ไปยุ่งกับท่าเรือของพ่อต่างหาก พลางแกะมือเล้งจากคอเสื้อหุนหันไป เล้งตามออกไปทันที

“เขาไปแล้ว รีบไปจากที่นี่เถอะ ถ้าเล้งเจอแกชักใยมานพละก็ ที่นี่นองเลือดแน่” ดวงแขรีบบอกโหงว โหงวกัดฟันบอกว่าอยากยัดลูกปืนใส่ปากเล้งนัก “อย่านะ! ฆ่าเล้งตายตอนนี้ สมบัติก็ยังไม่ตกอยู่ในมือลูกเราหรอก ต้องให้แน่ใจก่อนว่าเล้งยกทุกอย่างให้ตานพจริงๆถึงตอนนั้นอยากจะทรมานมันยัง ไงฉันจะไม่ห้าม ไปสิ!” เธอดันโหงวออกไปอย่างร้อนใจ

ooooooo

มานพ ออกไปเล่นงานพวกคนงานที่ยังเล่นไฮโลกันอยู่ หาว่าทำให้ตนถูกพ่อด่า เล้งตามมาห้าม  มานพย้อนถามว่าพ่ออยากให้ตนสั่งสอนลูกน้องไม่ใช่หรือ แล้วทั้งเตะทั้งกระทืบคนงานไม่ยั้ง

เล้งตบหน้ามานพอย่างแรงจนเลือด ออกที่มุมปาก มานพชะงักกึก เช็ดเลือดที่มุมปากอย่างเจ็บใจที่ถูกพ่อตบต่อหน้าลูกน้องแล้วหุนหันไปนั่งใน รถ คิดถึงอดีตแล้วยิ่งเจ็บใจ...

เวลานั้นเขาอายุ 15-16 ปี เขาตบตีคนใช้หญิงหาว่าขโมยนาฬิกาไป คนใช้ปฏิเสธไม่ยอมให้มานพค้นตัว มานพยิ่งโมโหกระชากไปตบตี คนใช้ปัดป้องวิ่งหนีไปทางบันไดยื้อยุดกันจนตกบันไดหัวแตกเลือดอาบร้องครวญ คราง

เล้งมาเจอถามอย่างไม่พอใจว่าสั่งสอนคนใช้ด้วยวิธีนี้หรือ ดวงแขค้นตัวคนใช้ไม่เจอนาฬิกา มานพจะค้นเอง

“ไม่ต้องแล้ว! ฉันไม่คิดเลยว่าแกจะมีนิสัยแบบนี้” เล้งตวาดบอกดวงแขให้พาคนใช้ไปโรงพยาบาล แล้วสั่งมานพ“แกมากับฉัน!!”

วัน นั้น เล้งใช้ไม้เรียวหวดสั่งสอนมานพว่า เขาเป็นสายเลือดคนเดียวของตระกูลต้องสืบทอดทุกอย่างจึงต้องพร้อมรับช่วงต่อ จากตนให้ได้ แทนที่มานพจะกลัวกลับจ้องหน้าเล้งเขม็งตะโกนน้ำตาคลอ “ผมเกลียดพ่อ พ่อไม่เคยฟังผม”

เล้งโกรธถามดวงแขที่เข้ามาห้ามว่า “ถามจริงๆเถอะมันใช่ลูกของฉันหรือเปล่า สายเลือดฉันมันต้องไม่เป็นแบบนี้”

ดวงแข เหมือนวัวสันหลังหวะตกใจมากถามว่าทำไมเขาถามต่อหน้าลูกแบบนี้ พอดีนนท์เข้ามาบอกว่าดวงแขให้ตนไปค้นห้องคนใช้ เจอนาฬิกาของมานพอยู่ในห้อง เล้งอึ้งสนิท หันมองมานพอย่างรู้สึกผิด มานพแย่งนาฬิกาจากนนท์วิ่งออกไป ปานาฬิกาลงพื้นแล้วกระทืบอย่างแค้นใจจนนาฬิกาแตกกระจาย

คิดถึงอดีต แล้ว มานพกำพวงมาลัยแน่น คิดอยากตอบโต้เล้งที่วิ่งตามมาด้วยการขับรถชนให้สะใจ พอดีเล้งมาถึงเรียกให้ลงมาคุยกัน มานพถอยรถแล้วขับพรืดออกไปอย่างแรง เล้งตะโกนเรียกก็ไม่หยุด จึงหันด่าดวงแขก่อนเดินหัวเสียไปว่า

“เพราะเธอคนเดียวทำให้ลูกเป็นแบบนี้”

โหงวเดินออกจากที่ซ่อนมองตามเล้งพูดอย่างสะใจ

“ไอ้เล้ง ถึงวันนี้ฉันจะยังฆ่าแกไม่ได้ แต่ได้ดูแกถูกสายเลือดของฉันทรมานบีบหัวใจแกไปเรื่อยๆแบบนี้ แค่นี้ฉันก็สะใจแล้ว ฮ่าๆๆ”

ooooooo

ที่ ศาลเจ้า กิ่งเหมยกับอาม่าทำความสะอาดกระถางธูปกันอยู่ อาม่าถามว่าไม่โกรธใช่ไหมที่อาม่าห้ามไปทำงานกับลูกสาวเสี่ยตง กิ่งเหมยบอกว่าจะโกรธอาม่าได้ยังไงในเมื่ออาม่าบอกว่าเขาเป็นคนไม่ดีทำให้ แม่กับอากงต้องตาย

อาม่ายิ้มสบายใจ พลันก็หงุดหงิดเมื่อเห็นหยกเดินมาเรียกกิ่งเหมย คว้าไม้กวาดชี้ไล่ตะเพิดไม่ให้มายุ่งกับอาเหมย กิ่งเหมยพยายามจะชี้แจง ถูกอาม่าตัดบทว่า

“ไม่ต้องไปสนใจมัน ถ้ามันยังไม่เลิกเป็นกุ๊ย เที่ยวไปรังควานคนทำมาหากินละก็ อาม่าจะไม่ให้มันมาเหยียบที่นี่อีก”

กิ่งเหมยเลยจำต้องปดว่าหยกไม่ได้ยุ่งกับพวกกิจชัยแล้ว และตอนนี้หยกได้งานเป็นพนักงานขับรถส่งของ

“งั้น เหรอ...ก็ดีแล้ว ถ้าหันไปทำอาชีพสุจริต อั๊วก็เห็นด้วย อย่าไปเป็นเลยพวกกุ๊ยพวกอันธพาล เป็นแล้วชีวิตจะมีแต่เรื่องเฮงฮวย แล้วอั๊วก็จะไม่ให้ลื้อเข้าใกล้อาเหมยอีก เข้าใจไหมอาหยก”

พอหยกรับคำ อาม่าก็บ่นเจ็บหลังจากที่ไล่ตีหยกเมื่อครู่ จะกลับไปทายาที่ห้อง ทิ้งกิ่งเหมยให้อยู่กับหยกตามลำพัง

หยก จะมาบอกกิ่งเหมยว่าอาการตาของเธอถ้าไปบำบัดด้วยการนวดตาน่าจะช่วยให้ดีขึ้น กิ่งเหมยบอกว่าตนรู้แล้ว แต่ที่ยังไปไม่ได้เพราะมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องทำ หยกถามว่าเรื่องอะไรจะสำคัญไปกว่าดวงตาเธอขณะนี้ แต่มือถือดังขึ้นเสียก่อน เป็นสายจากกิจชัย

กิจชัยโทร.เรียกหยกไปพบกันที่ตึกร้าง ที่นั่นมีแก๊งมอเตอร์ไซค์อยู่กลุ่มใหญ่ กิจชัยไม่พอใจที่หยกได้รับความไว้วางใจจากเสี่ยตงมากกว่าตน กลัวว่าวันหนึ่งเสี่ยจะเขี่ยตนทิ้ง เพราะคนอย่างเสี่ยถ้าเลี้ยงใครก็ต้องได้

ใช้งาน ไม่เลี้ยงให้เปลืองแน่

หยก ถูกลูกน้องกิจชัยรุมกันเข้ามาเล่นงานแบบมวยวัด แต่หยกใช้ศิลปะการต่อสู้อย่างมีชั้นเชิงเอาชนะพวกนั้นที่รุมเขาได้ราบคาบ กิจชัยเองก็โดนไปจนคางเหลืองต้องยกมือยอมแพ้ ขอร้องหยกว่างานที่เสี่ยมอบให้ครั้งนี้ให้ตนช่วยได้ไหม เราจะได้ใหญ่ไปด้วยกัน

“ไว้งานอื่นแล้วกัน งานนี้เสี่ยสั่งฉันมาคนเดียว” หยกตอบแล้วเดินไปอย่างไม่สนใจ กิจชัยตะโกนตามหลังว่า

“ได้เลยไอ้หยก...งั้นมึงก็จะได้รู้ว่าคนอย่างกูน่ากลัวแค่ไหน”

ooooooo

มานพ ไปนั่งดื่มที่บาร์ในโรงแรมหรูของเสี่ยตง ขณะที่ทั้งเมาทั้งอารมณ์เสียนั่นเอง ชาญหาผู้หญิงมาให้เผื่อจะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น มานพด่าว่าหน้าตาแบบนี้มีแต่จะทำให้ตนอารมณ์เสียมากกว่าเดิม บอกชาญว่าอยากหาอะไรทำที่มันสะใจกว่านี้

ทันใดนั้น มานพเห็นอู๊ดดี้เดินเข้ามากับดุจแพร เขามองอู๊ดดี้เยาะๆ ชาญถามว่ารู้จักคนที่มากับดุจแพรด้วยหรือ

“รู้...ไอ้ อู๊ดดี้ มันเคยเรียนอยู่โรงเรียนประจำเดียวกับฉันที่อังกฤษ ไอ้นี่สันดานมันชอบอวดรวยจีบหญิงไปทั่ว โอ่ว่าพ่อมันมีเส้นสายกับพวกนักการเมือง” บอกชาญว่า “ฉันรู้แล้วว่าจะหายหงุดหงิดที่โดนพ่อด่ามาได้ยังไง”

มานพเรียกบาร์เทนเดอร์เข้าไปกระซิบสั่งอะไรบางอย่าง บาร์เทนเดอร์ฟังแล้วหน้าเสีย มานพถลึงตาปรามว่า

“ทำตามที่ฉันสั่ง ไม่งั้นแกตกงานแน่...ไป!!” พอบาร์เทนเดอร์เดินไป มานพยิ้มร้าย “คราวนี้สนุกแน่ ฉันได้หายหงุดหงิดแล้ว หึๆๆ”

อู๊ด ดี้พยายามที่จะรื้อฟื้นความจำสมัยเด็กกับดุจแพรที่โตมาด้วยกัน ดุจแพรฟังอย่างไร้อารมณ์ เขาเลยบอกตรงๆว่า “คุณอาบอกว่าเธอยังไม่มีแฟน ถ้าเราจะเปลี่ยนสถานะจากเพื่อนมาเป็นแฟนกัน เธอจะว่ายังไง”

ผลคือ ดุจแพรไม่พอใจถามว่าป๋าตนบอกเขาแบบนั้นหรือ ยิ่งเมื่ออู๊ดดี้บอกว่า ดีใจที่คุณอาให้โอกาสตนเป็นฝ่ายขอคบเธอ ดุจแพรก็ทนไม่ได้คว้ากระเป๋าลุกขึ้นทันทีบอกว่า “ฉันจะกลับ” อู๊ดดี้รีบลุกตาม

ทันใดนั้นถูกชาญที่ถือแก้วเครื่องดื่มเดินมาชน ต่างโทษว่า อีกฝ่ายเดินไม่ดูทาง อู๊ดดี้ผลักไหล่ชาญให้พ้นทาง ถูกชาญจับมือบิดอย่างแรงจนร้องลั่น

“โอ๊ย...ปล่อยฉันนะเว้ย...แกไม่รู้ซะแล้วว่าฉันลูกใคร”

“จะลูกใครฉันไม่สนหรอกเว้ย”ชาญสวนไปแล้วบิดแขนแรงขึ้นจนอู๊ดดี้ร้องเสียงหลง

ส่วน มานพก็รีบเดินตามดุจแพรไป พลันเธอก็รู้สึกเวียนหัวทุกอย่างรอบตัวหมุนไปหมด เธอพยายามทรงตัวเดินลงบันไดแต่ก้าวพลาดเซจะล้ม มานพปราดเข้าประคองถามอย่างแสนสุภาพว่า “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ คุณดุจแพร...”

ที่แท้มานพสั่งบาร์เทนเดอร์ใส่ยานอนหลับลงไปในเครื่องดื่มของดุจแพรนั่นเอง!

ooooooo

กิ่ง เหมยฟังอาม่าพูดถึงแม่แต่ไม่ยอมเล่ารายละเอียด เธอจึงลงมือสืบเอง วันนี้ชวนส้มเช้งไปที่ภัตตาคารของเสี่ยตงทำทีไปกินอาหาร แต่เห็นราคาแล้วสั่งได้แค่บะหมี่น้ำคนละชามกับน้ำเปล่าคนละแก้ว

เป็น เวลาเดียวกับที่โหงวส่งมือปืนมาเก็บเสี่ยตงหมายให้เข้าใจผิดว่าเป็นฝีมือของ พวกเจ้าสัวเกา แต่มือปืนเป็นพวกแก๊งพิราบดำที่มารับงานโหงวเพราะร้อนเงิน

กิ่ง เหมยแอบไปสอบถามในครัวเผื่อมีพนักงานเก่าๆที่รู้จักอากงเหลืออยู่ ส้มเช้งรีบลุกตามไปชนเอามือปืนที่โหงวจ้างมาเห็นปืนที่เหน็บหลังมัน เลยถูกจับเป็นตัวประกันให้ทำเหมือนกับว่ามาด้วยกัน

ที่ห้องวีไอพีในภัตตาคาร เสี่ยตงถามเก่งว่างานที่มอบให้หยกไปทำคืบหน้าอย่างไรบ้าง ย้ำเตือนว่า

“แผนการลงมือฆ่าไอ้เกา มันต้องรอบคอบ เพราะคนอย่างมันเข้าถึงไม่ง่าย”

ระหว่าง นั้นเสี่ยตงได้รับโทรศัพท์จากอู๊ดดี้ร้องขอความช่วยเหลือ เสี่ยสั่งเก่งให้รีบไปช่วยกำชับให้พาตัวดุจแพรกลับมาด้วย เก่งถามอย่างเป็นห่วงว่าแล้วทางนี้ล่ะ เสี่ยพูดอย่างมั่นใจว่า

“ที่นี่มันร้านฉัน ใครจะมาทำอะไรฉันได้วะ ไปได้แล้ว”

เก่งออกไปเรียกลูกน้องให้ตามตนไป ที่หน้าห้องและในห้อง จึงเหลือแต่เสี่ยตงคนเดียว

กิ่ง เหมยกลับมาเห็นส้มเช้งนั่งอยู่กับมือปืนถามว่าใคร ส้มเช้งปากคอสั่นบอกว่าเพื่อน ถามกิ่งเหมยว่าไปสืบได้ความอย่างไรบ้าง กิ่งเหมยบอกว่าคนเก่าๆลาออกไปหมดแล้ว แต่ตนก็ขอเบอร์ติดต่อบางคนที่น่าจะรู้จักแม่กับอากงไว้แล้ว

ส้มเช้ง เร่งกิ่งเหมยกลับกันเถอะ แต่มือปืนไม่ยอมปล่อย พริบตานั้นมันหันปืนที่ใส่ปลอกเก็บเสียงยิงประตูห้องวีไอพี ผู้คนพากันตกใจร้องกรี๊ดๆ มันกวาดปืนสั่ง

“เงียบเดี๋ยวนี้...ถ้าใครส่งเสียง ตายหมู่แน่!”

ooooooo

ที่ ห้องซาวน่าในโรงแรม หยกแช่ตัวอยู่ในบ่อก่อนแล้ว พอเจ้าสัวเกาเข้ามาเขาก็ถูกลูกน้องเจ้าสัวไล่ออกไป บอกหยกว่าถ้ามีปัญหาคุยกับปืนที่เอวตนได้ หยกจึงยอมออกไป หางตาสังเกตเจ้าสัวเกาเห็นมีคนคุ้มกันแน่นหนายากที่จะเข้าถึงตัวได้

หยก ออกมาที่ห้องแต่งตัว เจอผู้การสมิงที่นั่น ผู้การ ถามว่าได้เรื่องอะไรบ้าง หยกบอกว่าการเข้าถึงตัวเจ้าสัวเกาไม่ใช่ง่าย ตนกำลังตามดูอยู่ แล้วค่อยกลับไปรายงานอีกที

เวลาเดียวกันนั้น หมวดธงรบถือรูปหยกเข้ามาถามพนักงานคนหนึ่งว่าเห็นคนนี้มาที่นี่หรือเปล่า พนักงานชี้ไปด้านใน หมวดณรงค์ที่นั่งอ่านหนังสือรอผู้การสมิงอยู่ที่โถงด้านนอก นึกเป็นห่วงหยกขึ้นมาว่าจะถูกธงรบมาขวางการทำงาน รีบโทร.บอกผู้การสมิง ผู้การบอกหยกว่าธงรบมาที่นี่ตนจะไปจัดการเอง

“ไม่ต้องหรอกครับท่าน เขารู้ว่าผมอยู่ที่นี่แล้ว ถ้าเขาเจอท่านอยู่ที่นี่ด้วย คนฉลาดอย่างเขาคงจับต้นชนปลายถูกแน่ ให้ผมสั่งสอนเขาเองดีกว่า” ผู้การพยักหน้า เตือนว่าให้ระวังตัวด้วย

หยกทำทีเดินออกไปเจอธงรบถาม ว่าบังเอิญมาเจอกันหรือตั้งใจมาหาตนที่นี่ หมวดธงรบตะคอกว่า มาให้ตนจับเสียดีๆ เพราะตนเพิ่งรวบตัวพรรคพวกเขาที่ไปทวงหนี้แล้วทำร้ายเจ้าทุกข์ พวกนั้นให้การซัดทอดถึงเขา

หยกไม่ยอมให้จับวิ่งหนีไปต่อหน้าต่อตา ธงรบไล่กวดไป เมื่อหยกขี่มอเตอร์ไซค์หนีก็ขับรถไล่ตามไปติดๆ

หมวดณรงค์กับผู้การสมิงเดินออกมาดู หมวดถามว่าปล่อยหยกรับมือกับธงรบแบบนี้จะดีหรือ ท่าทางธงรบไม่ปล่อยหยกง่ายๆแน่

“ปล่อยให้ธงรบโดนหยกเล่นงานเสียบ้าง จะได้รู้ว่าหยกไม่ใช่คนที่จะมารังควานได้ง่ายๆ” ผู้การพูดอย่างมั่นใจ

แต่ธงรบขับรถไล่ตามหยกได้ไม่นานก็ถูกหยกสลัดพ้น แล้วเขาก็ขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาที่ภัตตาคารอาหารจีน

มือปืนไล่พนักงานกับลูกค้าเข้าไปขังไว้ในห้องครัว กิ่งเหมยถูกมันกันไว้สั่งให้ใส่กุญแจห้องครัวแล้วไปกับมัน

ส้ม เช้งถูกขังรวมกับพนักงานและลูกค้าในห้องครัว ทุบประตูร้องขอความช่วยเหลือ หยกมาเจอใช้ชะแลงงัดประตูพอออกมาได้ส้มเช้งบอกหยกให้ไปช่วยกิ่งเหมยที่ถูก มือปืนเอาไปเป็นตัวประกัน หยกจึงรู้ว่ากิ่งเหมยอยู่ที่นี่

ooooooo

มือปืน ใช้กิ่งเหมยเป็นโล่บุกเข้าไปยิงเสี่ยตงในห้องอาหารวีไอพี เสี่ยตงหลบส่วนกิ่งเหมยวิ่งไปซุกที่มุมห้อง มือปืนเอาปืนไปจ่อหัวเสี่ย พริบตานั้น หยกพรวดเข้ามามันเลยหันไปยิงสกัดหยก เสี่ยฉวยโอกาสหนีไป ส่วนกิ่งเหมยถูกมันจับเป็นตัวประกัน

มือปืนพากิ่งเหมยไปที่ตึกร้าง หยกตามไปสั่งให้มันปล่อยกิ่งเหมย มันสั่งให้หยกทิ้งปืนมิฉะนั้นมันจะยิงกิ่งเหมยที่แขนที่ขาทีละนัด หยกจำต้องทิ้งปืนยกมือ

ยอมแพ้ บอกให้มันปล่อยกิ่งเหมย มันไม่ยอมปล่อยอ้างว่าไม่ไว้ใจเสี่ยตง แล้วยิงหยกที่แขนจนเลือดโชก พอมันจะยิงซ้ำ กิ่งเหมยตะโกนลั่น

“อย่าฆ่าเขา!!”

กิ่ง เหมยฮึดสู้แย่งปืนกับมัน ระหว่างนั้นเสียงปืนลั่นขึ้นนัดหนึ่ง กระสุนถูกที่ท้องมือปืน กิ่งเหมยมองมือตัวเองที่เปื้อนเลือด หันบอกหยกหน้าซีดเผือด

“หยก...ฉัน...ฉันยิงคน”

กิ่งเหมยตกใจ หมดสติไป หยกประคองเธอไว้ ทันใดนั้นเสียงปืนดังขึ้นอีกหนึ่งนัด ทั้งสองหันมอง เห็นเสี่ยตงยิงใส่มือปืนที่นอนพะงาบๆ เสี่ยยิงซ้ำจนมันตายสนิท เข้าไปจับแขนดูจึงเห็นรอยสักพิราบดำ

“ไอ้ พวกพิราบดำ...คนของไอ้เกา! ไอ้สารเลว!” เสี่ยคำรามแค้น แล้วหันมาทางหยกกับกิ่งเหมย ขอบใจหยกที่มาช่วยตนไว้ทัน ไม่อย่างนั้นคงโดนเก็บไปแล้ว

กิ่งเหมยหมดสติในอ้อมแขนหยก เสี่ยตงเข้าไปช่วยอุ้มกิ่งเหมยออกไปเพราะหยกบาดเจ็บที่แขน หยกหันมองศพมือปืนแก๊งพิราบดำอย่างหนักใจ

ooooooo

มานพพาดุจแพรที่ไม่ได้สติเข้าห้องพักในโรงแรม ขณะกำลังจะลวนลามก็มีเสียงเคาะประตู

ดังขึ้น มานพหัวเสียที่ถูกขัดจังหวะ เปิดประตูเจอโหงวยืนอยู่ มานพตะคอกว่ารู้ได้ไงว่าตนอยู่ที่นี่

“ไอ้ ชาญมันเล่าให้อั๊วฟังหมดแล้ว ปล่อยผู้หญิงคนนั้นไปเสีย อย่าไปยุ่งเลย” มานพตะคอกว่ากล้าดียังไงมาสั่งตน “อั๊วเตือนลื้อดีๆนะ เพราะอั๊วไม่อยากให้ลื้อหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว”

มานพผลักโหงวออกไป ขู่ว่าเสร็จสนุกเมื่อไรจะไปเล่นงานโหงวให้เป๋ไปอีกข้างแน่ แล้วหันไปซุกไซ้ดุจแพร ถูกโหงวตามมาจิกผมกระชากหน้าหงาย ตวาด

“อั๊ว สั่งให้ลื้อหยุดลื้อก็ต้องหยุดไอ้มานพ” มานพจะลุกขึ้นชก ถูกโหงวจับบิดข้อมือ “อย่าคิดสู้อั๊วเลยไอ้มานพ เวลาที่อั๊วเห็นลื้อพยศใส่ไอ้เล้ง อั๊วโคตรชอบใจเลย แต่ถ้าลื้อมาทำแบบนั้นกับอั๊ว...อั๊วไม่ชอบ!!”

ระหว่างนั้นดวงแขพรวด เข้ามาสั่งให้ปล่อยมานพ โหงวตวาดอย่ามายุ่งตนจะสั่งสอนมัน แล้วทุบต้นคอทีเดียวมานพก็หมดสติ บอกดวงแขว่าจะเอามานพออกไปอบรม สั่งดวงแขให้จัดการทางนี้ด้วย

ooooooo

เก่งยังตามหาดุจแพรไม่เจอ ถูกเสี่ยตงคาดโทษว่า ถ้าพาลูกสาวตนกลับมาไม่ได้ให้เตรียมตัวตายได้เลย

เสี่ย เดินกลับเข้าไปในห้องที่จัดให้กิ่งเหมยนอนพัก เธอเพิ่งรู้สึกตัว พอเห็นหยกเฝ้าอยู่ก็โผเข้ากอด หยกกอดปลอบว่าไม่เป็นไรเธอปลอดภัยแล้ว กิ่งเหมยถามว่าที่นี่ที่ไหน เสี่ยตงตอบแทนว่า

“บ้านของฉันเอง ฉันเห็นว่าเธอหมดสติเพราะช่วยเหลือฉัน ก็เลยพามาพักที่นี่ เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นรึยัง” เสี่ยถามอย่างเมตตา กิ่งเหมยพยักหน้าถามถึงมือปืนคนนั้น เสี่ยบอกว่า “ฉันให้ลูกน้องจัดการไปแล้ว”

ตอนที่ 6

ผู้การสมิงมาคุยกับหยกที่ห้องพักบนดาดฟ้า เตือนเขาระวังตัวให้มาก เพราะงานนี้ ที่เขาทำนี้เป็นอันตรายทั้งกับตัวเองและคนรอบข้าง

“ครับ ผู้การ ตอนนี้มันกำลังมีเรื่องกับพวกแก๊งพิราบดำ หนึ่งในหัวหน้าของพวก 4 จ้าวเวหา ผมจะหาทางเอาข้อมูลของพวกมันส่งให้ ถ้าโชคเข้าข้าง เราอาจจะได้กวาดล้างมิจฉาชีพแก๊งใหญ่ไปด้วย” หยกตอบอย่างมุ่งมั่น

ขณะ นั้นเอง มีสายเข้ามือถือของผู้การ เป็นสายจากธงรบนั่นเอง ธงรบนัดพบผู้การที่ตึกร้าง เอารูปถ่ายศพของเสี่ยกวงที่ถูกยิงตายในเล้านจ์ และศพลูกชายเจ้าสัวเกาหัวหน้าแก๊งพิราบดำมาให้ดู บอกว่ามันเกี่ยวพันกับคดีพิเศษที่ผู้การกำลังตามกวาดล้างอยู่ หลังจากนั้นยังเอารูปหยกให้ดูบอกว่าเป็นลูกน้องเสี่ยตง พวกมาเฟียที่กำลังเปิดศึกกับแก๊ง 4 จ้าวเวหา

แม้จะเป็นอาหลานกัน แต่ผู้การสมิงก็ไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้รู้ ชมหลานชายว่า ไฟแรงทำงานดี แต่นี่ไม่ใช่คดีที่ตนรับผิดชอบและไม่ใช่คดีที่เขารับผิดชอบด้วย ตัดบทว่า

“ตั้งใจ ทำงานของตัวเองไปดีกว่า อย่าหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว” ธงรบรับไม่ได้ ถามว่าทำไมอาต้องปฏิเสธตนตลอดเวลาด้วย หรือเพราะว่าตนไม่มีฝีมือ ผู้การสมิงพูดขรึมๆว่า “ตอนพ่อแม่แกตาย ฉันรับปากว่าจะดูแลแก ฉันถึงได้เตือน เพราะฉะนั้น อย่าห้าวให้มันมากนัก”

“ผมจะพิสูจน์ให้อาเห็นเอง” ธงรบพูดหน้าเครียด มองตามรถของผู้การที่ขับออกไป

ooooooo

ดูแล กิ่งเหมยจนสายตาดีขึ้นแล้ว หยกรีบไปหาดุจแพรตามที่เธอนัดไว้ ดุจแพรยืนรอหยกอยู่หน้าผับจนหงุดหงิด พลันก็เห็นเสี่ยตงกับลูกน้องอีก 3–4 คนพากันเข้ามาท่าทางน่าสงสัย เธอตัดสินใจเดินตามไปดู

เข้าไปอยู่ ท่ามกลางแสงสีเสียงอึกทึก ดุจแพรพยายามมองหาเสี่ยตงและลูกน้องที่เพิ่งเข้ามาแต่ไม่เห็น ถูกนักเที่ยวหนุ่มคะนองสามคนเข้ามาแทะโลม เห็นเธอมาคนเดียวมันเหิมเกริมจับมือเธอลากไปหลังร้าน มันรุมกันเข้ามาหน้าหื่น

พริบตานั้นเอง คนหนึ่งถูกขวดเบียร์ฟาดหัวเลือดสาด อีกคนเจอแม่ไม้มวยไทยกระเด็นไป เหลือคนสุดท้ายที่รวบตัวดุจแพรอยู่เห็นท่าไม่ดีปล่อยเธอแล้ววิ่งหนี สองคนที่เหลือประคองกันหนีตามไป

หยกนั่นเอง! เขามาอย่างเท่ เป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาทันเวลาพอดี!

แม้จะดีใจที่รอดมาหวุดหวิด แต่ดุจแพรก็งอน ไม่พอใจ หยกบอกว่ามาช้าเพราะมีธุระส่วนตัวเล็กน้อย ถามเธอว่า

“ว่าแต่คุณหนูเรียกให้ผมมาที่นี่ทำไม มาคนเดียวแบบนี้คงไม่คิดจะมาเที่ยวแน่”

ดุจ แพรให้หยกมาสืบเรื่องเสี่ยตง เพราะเธอเชื่อว่าป๋ามีเรื่องที่ปกปิดตนอยู่ หยกบอกทันทีว่าจะพาเธอกลับบ้านไปดูละครพอกหน้าทาเล็บดีกว่าที่จะมาสนใจ เรื่องไร้สาระแบบนี้ ถูกดุจแพรดักคอว่า

“นึกแล้วเชียวว่าถ้าฉันบอกนายแบบนี้ ฉันจะ

ต้อง ลูกห้าม เพราะป๋าสั่งให้นายมาคอยจับตาดูฉันไม่ให้ยุ่งกับความลับของป๋า” แล้วไล่หยกให้ไปทำธุระของตัวเองต่อเสีย พูดอย่างถือดีว่า “เพราะแค่นี้ก็ยืนยันได้แล้วว่าป๋ามีเรื่องปกปิดฉันอยู่” พูดแล้วสะบัดหน้าเดินเข้าไปข้างใน หยกมองตามพึมพำ...

“ยัยคุณหนูตัวแสบเอ๊ย...”

ooooooo

กิ่ง เหมยกลับถึงบ้าน เจออาม่ากับส้มเช้งคอยอยู่อย่างเป็นห่วง อาม่าไล่ส้มเช้งให้กลับบ้านเสียตนมีเรื่องจะคุยกับกิ่งเหมย แล้วพากิ่งเหมยเข้าไปในห้องที่มีรูปถ่ายของอาเหลาผู้เป็นสามีและหงษ์แม่ของ กิ่งเหมย หน้ารูปมีกระถางธูปตั้งอยู่

อาม่ามองรูปคนทั้งสองน้ำตาคลอ กิ่งเหมยถามว่าพาตนเข้ามาทำไม อาม่าบอกว่าไม่ต้องถามแค่ทำตามอาม่าสั่งก็พอ ถ้าไม่ฟังก็จะพาไปอยู่ที่อื่น

กิ่งเหมยงงมากถามว่าอาม่าหนีอะไรอยู่หรือ อาม่าไม่ยอมบอกจนเธอขู่ว่าถ้าอาม่าไม่บอก ต่อไปตนก็จะไม่เชื่อฟัง อาม่าจึงยอมเล่าว่า

“ที่ อาม่าต้องห้ามลื้อก็เพราะว่า...อาม่า...อ่าม่าเป็นสาเหตุทำให้เมียของไอ้ เสี่ยตงต้องตาย...อาม่าไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนั้นเลย ถ้าไอ้เสี่ยตงไม่ทำให้แม่ลื้อกับอาเหลาต้องตายด้วย...”

อาม่าร้องไห้อย่างหนัก กิ่งเหมยถามว่าเสี่ยตงฆ่าพวกเขาหรือ

“อั๊ว ไม่อยากพูดถึงมันอีกแล้ว เรื่องมันผ่านไปนานแล้ว ฮือๆ สัญญานะอาเหมย อย่าให้ไอ้เสี่ยตงรู้ว่าลื้อเป็นใคร สัญญานะอาเหมย...สัญญาสิ”

กิ่งเหมยเห็นอาม่าอยู่ในความหวาดผวาและโศกเศร้าจึงพยักหน้ารับ แล้วทั้งสองก็โผเขากอดกันแน่น...

ooooooo

เสี่ยตงกับเจ้าสัวเกาต่างเข้าใจว่า อีกฝ่ายลอบกัดลูกสาวตนและฆ่าลูกชายตน ต่างโต้เถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

ทันใด นั้น เจ้าสัวเล้งเข้ามาพร้อมนนท์ บอกเสี่ยตงกับเจ้าสัวเกาว่า ให้พวกลูกน้องออกไปให้หมด แล้วมานั่งคุยกันดีๆ ตนจะเป็นคนกลางช่วยเจรจา เจ้าสัวเล้งขอใช้กฎของโลกอันธพาลมาเป็นมาตรการแก้ปัญหา

เสี่ยตงกล่าว โทษว่าเจ้าสัวเกาคิดจะแย่งพื้นที่ทำกินของตนและส่งคนลอบทำร้ายลูกสาวตน ส่วนเจ้าสัวเกาก็กล่าวหาว่าคนของเสี่ยตงฆ่าลูกชายตน

เจ้าสัวเล้งดึง มีดมาปักใกล้ๆนิ้วโป้งตัวเองอย่างพร้อมจะตัด บอกทั้งสองว่า เรื่องที่ลูกชายเจ้าสัวเกาถูกยิงตายนั้นไม่ใช่ฝีมือของเสี่ยตง แต่เป็นคนนอกที่วางแผนจะให้พวกเขาเปิดศึกกัน

เจ้าสัวเกายังแคลงใจ เสี่ยตงเย้ยว่าถ้าไม่เชื่อก็ไปสืบหาเอาเอง

“หยุด! ฉันรู้ว่าแกอยากแก้แค้นให้ลูกชาย แต่ฉันยืนยันว่าไอ้ตงไม่ได้ส่งคนไปฆ่าลูกชายแกแน่นอน แต่ถ้าแกยังไม่เชื่อ ฉันก็ต้องใช้ชีวิตที่พวกเราเคยตัดสินเรื่องบาดหมางกัน” เจ้าสัวเล้งกดมีดลงที่หัวแม่มือตัวเองทันที

“ไม่ต้อง!” เจ้าสัวเการีบห้ามบอกว่าครั้งนี้ตนยอมเชื่อก็ได้ แต่ถ้าจับคนฆ่าลูกชายตนได้เมื่อไรและพิสูจน์ได้ว่าเป็นคนของตง ต่อให้ตัดสิบนิ้วของเล้ง ตนก็ไม่ปล่อย

เสี่ยตงบอกว่าไม่จำเป็นที่เจ้าสัวเล้งจะทำแบบนั้นเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา และเขาก็ล้างมือแล้วด้วย

“จะ ไม่เกี่ยวได้ยังไง ถ้าพวกแกฆ่ากันตายขึ้นมาเมื่อไหร่ ตำรวจต้องเข้ามาจัดการแน่ แล้วไอ้เรื่องระยำๆ ที่พวกเราเคยทำเอาไว้ตอนหนุ่มๆ มันก็ต้องถูกขุดคุ้ยขึ้นมา ฉันไม่อยากเสียคนตอนแก่ กฎของโลกอันธพาล เข้าแล้วไม่มีทางออกไปได้ ทำได้ดีที่สุดก็แค่หยุดมัน

เอาไว้แค่นั้น แกก็รู้จักกฎนี้ดีไม่ใช่เหรอ”

เจ้าสัวเล้งพูดทิ้งไว้แล้วลุกเดินออกไป นนท์เดินตามไปติดๆ เสี่ยตงมองตามไปอย่างไม่เชื่อที่เจ้าสัวเล้งพูด

ooooooo

หยก เดินตามหาดุจแพร เจอเธอยืนสังเกตการณ์อยู่หน้าห้องวีไอพี เขามาขอให้เธอพอได้แล้ว เพราะเธอทำแบบนี้จะทำให้เสี่ยตงมีปัญหาได้ เพราะเสี่ยไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด ยกตัวอย่างตัวเองให้ฟังว่า

“เสี่ยเป็นคนดี ให้โอกาสคนเคยติดคุกอย่างผมได้งานทำ เพราะฉะนั้นคุณหนูไม่ควรจะไปสงสัยพ่อ

ตัว เอง” ดุจแพรมองหน้าถามว่าเขาเคยติดคุกหรือ “ถ้าผมไม่ได้โอกาสจากเสี่ย ป่านนี้ผมคงเป็นได้แค่ไอ้กุ๊ยข้างถนนไปแล้ว เพราะฉะนั้น  ผมถึงปล่อยให้คุณหนูเข้าใจเสี่ยผิดๆไม่ได้”

หยกกับดุจแพรเดินมาถึงลานจอดรถ เธอบอกว่าส่งแค่นี้พอตนขับกลับเองได้ อดถามไม่ได้ว่าเขาติดคุกเรื่องอะไร

“ละเมิด ทางเพศ” หยกทำเสียงหื่นๆ แค่นั้นเอง เธอก็รีบขึ้นรถขับออกไปทันที หยกมองตามพึมพำขำๆ “ไปแน่บเลย ต่อไปจะได้เลิกจุ้นไม่เข้าเรื่องเสียที ยัยคุณหนูเอาแต่ใจ”

แต่พอหันกลับ หยกชะงักกึกเมื่อเห็นนักเลงสามคนที่ตนเล่นงานมาดักพูดเยาะว่า อย่าคิดว่าจะปล่อยเขาไปง่ายๆ แล้วก็รุมกันเข้ามา หยกถอยฉากแล้ววิ่งหนี ถูกมันตามไปรุมจนฟุบจะลากตัวไปขึ้นรถตู้

ดุจแพรมาเห็นพอดี เธอจะโทร.บอกเสี่ยตงแต่แบตหมดพอดี เลยตัดสินใจขับรถพุ่งเข้าชนจนพวกนักเลงล้มกันระเนระนาด หยกได้โอกาสลุกขึ้นเล่นงานพวกมันที่ยังร้องกันระงมจนหมอบกระแตกันหมด แต่หยกเองก็หมดแรงเช่นกัน

ดุจแพรพยุงเขามาขึ้นรถพากลับไปที่คอนโดฯ ของตน กว่าจะพาเขาขึ้นไปที่ห้องได้ก็แทบหมดแรง เมื่อเข้าห้องแล้วเธอโทร.บอกป้าจั่นแม่บ้านที่บ้านว่าคืนนี้จะไปค้างต่าง จังหวัด ไม่ทันที่ป้าจั่นจะถามรายละเอียดเธอก็วางสายไปแล้ว

ขณะป้าจั่นกำลังใจคอไม่ดี ไม่รู้จะบอกเสี่ยตงอย่างไรนั่นเอง ก็ตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นเสี่ยยืนอยู่ข้างหลัง ถามว่าทำไมต้องตกใจด้วย ลูกสาวตนอยู่ไหน? ป้าจั่นหน้าเหลือสองนิ้วหน้าซีดติดอ่างอึกอักไม่รู้จะพูดอย่างไรดี...

ดุจแพรดูแลหยกอย่างดี พาไปนอนที่เตียงเช็ดตัวถอดเสื้อตัวนอกออกเหลือแต่เสื้อกล้าม ระหว่างจับขยับให้เขานอนเนื้อตัวสัมผัสกันแนบชิด ดุจแพรอดใจเต้นตึ้กตั้กไม่ได้ที่ได้สัมผัสกับอกกว้างกล้ามเป็นมัดของเขา พอหยกนอนได้ที่แล้ว เธอนั่งมอง อดคิดไม่ได้ว่า

“ไม่รู้ทำไมเวลาที่ฉันเดือดร้อนทีไร นายมักจะต้องโผล่มาช่วยทุกครั้ง จนฉันอดคิดถึงนายไม่ได้ หึๆ...เพราะ ฉะนั้นถ้าคราวหน้าฉันเดือดร้อนอีก แล้วนายไม่โผล่มาละก็...ฉันจะโกรธนาย...นี่แน่ะๆ... นายหยก” เธอบิดจมูกเขาเบาๆ แล้วหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งเขา จากนั้นคว้าหมอนเดินออกจากห้องนอนไปนอนที่โซฟาห้องโถง

ooooooo

การที่อาม่าไม่ยอมเล่าเรื่องอากงกับแม่ตนให้ฟัง ทำให้กิ่งเหมยยิ่งติดใจสงสัย รุ่งขึ้นเล่าให้ส้มเช้งฟังแล้วห้ามเล่าให้ใครฟังต่อ บอกส้มเช้งว่า

“ถ้าเรื่องนี้มันเกี่ยวกับการตายของแม่ฉัน ฉันก็ควรจะต้องรู้ความจริงให้ได้”

แล้วกิ่งเหมยก็เกิดอาการสายตาพร่ามัวขณะอาม่าพาไปไหว้เทพเจ้าฟ้าดินให้ปกป้องคุ้มครอง เธอรีบกลับมาเอายาหยอดตาที่ห้องพัก อาม่าตามมาถามว่าเป็นอะไร เธอบอกว่าไม่เป็นอะไร ควันธูปเข้าตาเท่านั้น

อาม่าเอะใจอะไรบางอย่าง เอามือโบกไปมาถามกิ่งเหมยว่าเห็นไหม พอเธอบอกว่าเห็นก็ถอนใจโล่งอกพึมพำว่า

“ค่อยยังชั่ว อั๊วนึกว่าลื้อจะต้องเป็นอย่างแม่ลื้อแล้วเสียอีก” กิ่งเหมยถามว่าแม่ตนเป็นอะไร อาม่าตัดสินใจเล่าว่า...

“อาหงษ์มันเกิดมาเหมือนมีกรรม พอเริ่มเป็นสาวอยู่ๆตามันก็บอด อาม่ากับอากงลื้อก็ยากจนไม่มีเงินพาไปรักษาเลยไม่รู้ว่าเป็นโรคเวรโรคกรรมอะไร มันจะไปทำงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ แต่ยังโชคดีที่ภัตตาคารที่อากงลื้อทำงานอยู่เขายอมให้มันทำงาน เลยพอมีความหวัง”

กิ่งเหมยฟังอย่างสนใจมากเพราะอาม่าไม่เคยเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ฟังเลย อาม่าเล่าต่อไปว่า “แม่ลื้อขยันทำงานทั้งๆที่ตาบอด ทำทุกอย่างที่คนเรียกใช้...แต่ว่า...” อาม่าหยุดหน้าเครียดขึ้นมาทันที พอกิ่งเหมยถามว่าทำไมหรือ? เพราะเสี่ยตงใช่ไหม? อาม่าก็ตัดบท “ลื้อรู้เท่านี้ก็พอแล้วอาเหมย เอาเป็นว่าถ้าสายตาลื้อมีปัญหาลื้อต้องรีบบอกอาม่านะ”

“เหมยไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ เหมยน่ะสายตาดีจะตายไป ไม่งั้นจะวาดรูปได้ยังไง” เธอพูดให้อาม่าหายกังวล ทั้งที่ในใจตัวเองเต็มไปด้วยคำถาม

ooooooo

รุ่งขึ้น ดุจแพรตื่นขึ้นมาเดินไปดูในห้องนอนไม่เห็นหยกคิดว่าเขาคงกลับไปแล้ว เดินไปห้องน้ำจะล้างหน้าแปรงฟันได้ยินเสียงอะไรอยู่หลังม่านที่อ่างอาบน้ำเลยเปิดดู เธอช็อกตาเหลือกเมื่อเห็นหยกยืนเปลือยสระผมอยู่ เธอร้องกรี๊ดๆวิ่งออกมา หยกคว้าผ้าขนหนูนุ่งตามมา เธอด่าเขา

“ไอ้บ้า...ไอ้ลามก...ไอ้โรคจิต”

หยกแกล้งยั่วว่าเธอต่างหากที่โรคจิตมาแอบดูตน ดุจแพรเดินหนีกลับห้องปิดประตูปัง หยกร้องบอกว่าเสื้อผ้าตนอยู่ในห้อง จะให้ตนนุ่งผ้าขนหนูอยู่อย่างนี้หรือ เธอเลยเปิดประตูโยนผ้าให้ แถมชกหน้าเขาเปรี้ยง ขู่ว่า

“ถ้านายยังมาว่าฉันแบบเมื่อกี้อีกละก็ ฉันเอานายตายแน่!!”

“หมัดหนักชะมัด...ยัยคุณหนูตัวแสบ” หยกคลำหน้าที่ถูกชกบ่นอุบอิบ

เวลาเดียวกัน เสี่ยตงเป็นห่วงลูกสาวมาก ถามป้าจั่นว่าได้ข่าวดุจแพรหรือยัง ป้าจั่นกลัวปากคอสั่นบอกว่าตนพยายามถามคุณหนู แต่คุณหนูไม่ยอมบอกว่าไปไหนกับใคร

ขณะนั้นเอง เก่งพากิจชัยเข้ามาบอกว่า ยามที่คอนโดฯ เห็นดุจแพรกับหยกไปที่คอนโดฯด้วยกันตั้งแต่เมื่อคืน กิจชัยใส่ไฟทันทีว่า “นั่นไง เห็นไหมครับเสี่ย ไอ้หยกมันคิดไม่ซื่อกับคุณหนูจริงๆ” แล้วอาสาจะสั่งสอนหยกเองเพราะตนเป็นคนพาเขามา

“แกไม่ต้อง ฉันเอง” เสี่ยผลักเก่งพ้นทางแล้วเดินเข้าไปในคอนโดฯอย่างเอาเรื่อง

“หึ...ไอ้หยก อยากข้ามหน้าข้ามตากูนัก...โดนเสียบ้างเถอะมึง หึๆๆ” เก่งหัวเราะสะใจ

ในห้องคอนโดฯ หยกเล่าเรื่องตนกำพร้าแม่ให้ดุจแพรฟัง เธอเห็นใจเขาที่มีหัวอกเดียวกัน ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงเสี่ยตงร้องบอกให้เปิดประตู ทั้งสองมองหน้ากันตกใจสุดขีด

“คุณหนูครับ จะให้เสี่ยเห็นผมอยู่กับคุณหนูตามลำพังแบบนี้ไม่ได้นะครับ” ดุจแพรถามว่าทำไมไม่ได้ “ถ้าเสี่ยรู้ว่าเมื่อคืนนี้คุณหนูพยายามจะตามสืบเสี่ย เสี่ยคงเสียใจ แต่ก็คงไม่เท่ากับเห็นคุณหนูอยู่กับผมตามลำพังที่นี่ทั้งคืน”

ดุจแพรคิดหาทางแก้ปัญหา แล้วเธอก็ไปเปิดประตูให้เสี่ย พอเข้ามาเสี่ยพยักหน้าให้ลูกน้องค้นห้อง ดุจแพรตกใจถามว่าทำอะไร ให้ป๋าบอกลูกน้องหยุดเดี๋ยวนี้
เสี่ยบอกว่ามีคนเห็นหยกอยู่กับเธอทั้งคืน ดุจแพรยอมรับว่าตนพาหยกมาที่นี่จริงๆ แต่เขากลับไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เธอเล่าว่า

“เมื่อคืนดุจไปเที่ยวกับเพื่อน แต่เกิดเรื่องขึ้น ถ้านายหยกไม่มาช่วยไว้ ดุจก็คงโดนทำร้ายไปแล้ว ดุจเห็นเขาบาดเจ็บเลยพามาทำแผลให้แล้วก็ให้เขากลับไป” เสี่ยถามว่าแล้วทำไมไม่บอกป๋าตรงๆ “เรื่องแบบนี้ถ้าบอกไป ป๋าก็ต้องเป็นห่วงแล้วก็กลายเป็นเรื่องใหญ่น่ะสิ ต่อไปดุจจะไม่ทำอะไรให้ป๋าต้องเป็นห่วง เพราะดุจรู้ว่าป๋าน่ะเป็นผู้ชายที่แสนดีที่สุดในโลก”

“ชมป๋าแบบนี้...มันชักยังไงๆนะ”

“ดุจชมจริงๆนะ เพราะนายหยกเล่าให้ดุจฟังว่าป๋าน่ะให้โอกาสคนที่ติดคุกมาทำงาน แล้วแบบนี้จะไม่เป็นสุภาพบุรุษที่แสนดีได้ยังไง ไปกันเถอะค่ะ ดุจหิวแล้ว”
เสี่ยตงออกไปกับดุจแพรแต่ส่งสัญญาณบางอย่างกับเก่ง พอเสี่ยขึ้นรถไป เก่งกับลูกน้องจึงซุ่มอยู่แถวคอนโดฯ

ดังนั้น เมื่อหยกออกมาจึงถูกเก่งกับลูกน้องรุมเข้าเล่นงานจนหมดสติ

ooooooo

กิ่งเหมยกังวลใจหลังจากฟังอาม่าเล่าเรื่องสายตาของแม่ รุ่งขึ้นเธอไปยืนเหมือนคอยใครที่ปากตรอก อ่างกับสลึงมาเจอถามว่าจะไปไหน ต่างอาสาจะไปส่ง กิ่งเหมยบอกว่าตนไปเองได้ เลยจ๋อยไปทั้งสองคน

เมื่อไปหาหมอตา หมอตรวจแล้วเธอถามว่ามีอะไรผิดปกติไหม ถามอาการที่เกิดขึ้นกับสายตาทั้งการมองไม่เห็นเวลากลางคืนและมีอาการเห็นแสงสว่างวาบๆคล้ายแสงฟ้าผ่าใช่ไหม พอกิ่งเหมยบอกว่าใช่ หมอขอตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง กิ่งเหมยพยักหน้าอย่างกังวล

หลังจากตรวจแล้วหมอบอกว่าเธอเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมจากพันธุกรรม ที่ทางการแพทย์เรียกว่าโรคอาร์พี เป็นโรคที่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม เซลล์รับแสงที่จอประสาทตาจะค่อยๆเสื่อมจนกระทั่ง...

“ตาบอดน่ะเหรอคะ” กิ่งเหมยผวาเฮือก ถามว่า “แล้วมีทางรักษารึเปล่าคะ”

หมอมองหน้าเธออย่างเห็นใจ เห็นสายตาหมอแล้ว กิ่งเหมยใจหายวาบ

ขณะเดินกลับบ้าน คิดถึงที่หมอบอกว่า อาการของเธออยู่ในระยะที่น่าเป็นห่วง คิดว่าคงอีกไม่นาน กิ่งเหมยก็ยิ่งสิ้นหวัง เดินน้ำตาเอ่อท้นมาตลอดทาง จนสุดท้ายเดินต่อไปไม่ไหว ทรุดพิงกำแพงร้องไห้อย่างหนัก

ooooooo

หยกถูกพาไปที่โกดังท่าเรือ ไม่นานเสี่ยตงก็มาถึงตะคอกว่า ตนเตือนแล้วใช่ไหมว่าอย่าแม้แต่จะคิดอะไรกับดุจแพร หยกชี้แจงว่าตนกำลังช่วยไม่ให้ดุจแพรรู้ความลับของเสี่ยต่างหาก

เสี่ยไม่เชื่อ หยกขอให้เสี่ยทบทวนดูว่าดุจแพรพูดอะไรกับเสี่ยไว้ เสี่ยนึกถึงที่ดุจแพรชมว่าตนเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก เพราะหยกเล่าให้ฟังว่า ตนให้โอกาสคนติดคุกอย่างหยกมาทำงาน เมื่อเสี่ยคิดได้ก็สั่งลูกน้องให้ปล่อยหยก มอบงานให้หยกทำเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

“จะให้ผมไปเก็บศัตรูของเสี่ยเหรอครับ” หยกฟังงานที่เสี่ยมอบให้แล้วตกใจ เสี่ยบอกว่าไม่อยากใช้พวกมืออาชีพ เพราะจะทำให้แกะรอยมาถึงตนได้

ระหว่างนั้นเก่งปรามาสว่าคนอย่างหยกไม่เคยฆ่าคน ให้ไปทำงานใหญ่ ตนเกรงว่าจะไม่สำเร็จ เสี่ยเดินเข้าหาหยก บอกว่าเก่งดูถูกว่าเขาไม่กล้าฆ่าคน จะว่าอย่างไร เก่งเห็นหยกนิ่งก็เย้ยว่า เอาเข้าจริงก็เป็นได้แค่กุ๊ยหางแถว ให้เสี่ยหาคนใหม่ดีกว่า ตนจะหาให้เอง พลางเข้าไปผลักไหล่หยก ไล่ “แกไปได้แล้ว”

จังหวะที่เก่งผลักไหล่หยกนั่นเอง หยกจับมือเก่งบิดแล้วแย่งปืนจากเอวจ่อหัวเก่งทันที เก่งตกใจร้องห้ามเสียงหลง

“ฉันอาจจะยังไม่เคยฆ่าคนอย่างที่แกว่า แต่ถ้าลองได้ฆ่าใครสักคนแล้ว ต่อไปมันก็คงไม่ใช่เรื่องยาก”

เก่งหน้าซีดมองเสี่ยอย่างขอความช่วยเหลือ เสี่ยไม่ห้าม หยกเพราะต้องการวัดใจกัน พอหยกจะเหนี่ยวไกปืน เสี่ยก็จับหมับ “พอได้แล้ว แค่นี้มันก็เชื่อแล้วว่าทำไมฉันถึงไว้ใจเลือกใช้แก”

ผ่านการวัดใจกันแล้ว หยกถามเสี่ยว่าต้องการให้ตนลงมือฆ่าใคร

“เจ้าสัวเกา หัวหน้าแก๊งพิราบดำ!”

เมื่อหยกมารายงานผู้การสมิง ผู้การชมหยกว่าทำได้ดีมาก แต่ให้หยกเล่นเกมกับมันก่อน ถึงเวลาที่ต้องลงมือตนจะเข้าแทรกแซงเอง เตือนหยกว่า ลำพังรับมือกับมาเฟียก็ลำบากแล้ว ถ้าต้องมาเจอธงรบหลานชายตนตามรังควานอีกจะยิ่งยุ่งใหญ่ แต่ก็ไม่ต้องห่วง ตนมีวิธีกันไม่ให้มายุ่งกับหยกแล้ว แต่นิสัยอย่างธงรบไม่รู้ว่าจะกันไว้ได้นานแค่ไหน

วิธีของผู้การสมิงคือ เมื่อธงรบนำกำลังทะลายอู่รับซื้อรถขโมยมาถอดอะไหล่ขายได้สำเร็จ เขาก็ได้รับโทรศัพท์ชมเชยจากรองผู้การ และเสนอย้ายเขาไปทำงานที่กรมเพราะยังมีคดีค้างอยู่อีกมาก แต่ธงรบปฏิเสธเพราะเชื่อว่างานที่เพิ่งผ่านไปนี้มีมือที่มองไม่เห็นพยายามไม่ให้ตนเกะกะขวางทาง เขาพูด กับจ่าที่ร่วมทีมอย่างหมายมาดว่า “แค่นี้หยุดผมไม่ได้หรอก!”

ooooooo

หยกไปถามสลึงกับอ่างว่าเห็นกิ่งเหมยไหม ทั้งสองบอกว่าเห็นเมื่อเช้านี้ หยกฟังแล้วเซ็ง สลึงบอกว่าเมื่อเช้าเห็นกิ่งเหมยเหมือนมายืนรอใคร หยกว่ารอตนเพราะตนนัดกิ่งเหมยไว้ว่าจะพาไปหาหมอ ป่านนี้คงโกรธตนแย่แล้ว

หยกเดินไปหมายตามหากิ่งเหมยต่อ สลึงกับอ่างอยากรู้อยากเห็นต่างแย่งกันวิ่งตามหยกไป ไปถึงกลางซอยหยกถูกธงรบมาดักหน้า หยกไม่อยากมีเรื่องจะเลี่ยงไป ธงรบจับมือหยกบิดไพล่หลังทันที บอกว่าอยากคุยด้วยดีๆ แต่ถ้าคิดจะเล่นงานกุ๊ยอย่างเขาคดียาวเหยียดเล่นงานได้ไม่ยาก สลึงกับอ่างมาเห็นบอกให้ธงรบปล่อยหยกเดี๋ยวนี้ หยกไม่อยากให้มีเรื่องบอกทั้งสองว่า

“อย่าครับน้า ไม่ต้องห่วงผม ผมไม่ได้ทำอะไรผิด เขาทำอะไรผมไม่ได้หรอก” แล้วยอมให้ธงรบเอาตัวไป

อ่างกับสลึงกลับไปที่ร้านเกิดขัดแย้งกันเองเมื่ออ่างหาอาวุธจะไปลุยกับธงรบแต่สลึงห้ามไว้ ระหว่างนั้นกิ่งเหมยเดินผ่านมาจึงรู้ว่าหยกมีเรื่องกับธงรบ เธอรีบตามไปด้วยความเป็นห่วงหยก

สิ่งที่ธงรบบอกว่าอยากคุยกับหยกคือ ตนอยากล้างบางพวกมาเฟีย ให้หยกมาเป็นสายสืบคอยส่งข่าวให้ โดยอ้างคำพูดของกิ่งเหมยที่ชมว่าหยกเป็นคนดี ท้าว่า ถ้าเป็นคนดีจริงก็ต้องไม่ปฏิเสธงานนี้

“ถามจริงๆเถอะหมวด คิดดีแล้วหรือที่มาพูดเรื่องแบบนี้กับผม ถ้าเกิดพวกผมรู้ขึ้นมา ต่อไปนี้หมวดคงเดินตามถนนลำบากแน่” ธงรบกระชากคอเสื้อหยกหาว่าขู่ตน หยกพูดอย่างเยือกเย็นว่า “เพราะหมวดดูถูกคนอย่างผมมากเกินไปไง”

ธงรบด่าหยกว่าเลวได้โล่ คนอย่างเขาไม่มีวันดีอย่างที่กิ่งเหมยพยายามพูดให้ตนเชื่อ หยกสวนกวนประสาทไปว่า

“ที่หมวดฟังกิ่งเหมย เพราะหมวดชอบเธอ ผู้ชายเราพอหลงผู้หญิงเข้าหน่อย พูดอะไรมาก็เชื่อไปหมดนั่นแหละ”

ตอนที่ 5

กิ่งเหมยทำงานอย่างสุดฝีมือ เธอเอาภาพวาดการตกแต่งห้องให้รุ่นพี่ดู ถามว่าพอใช้ได้ไหม

รุ่นพี่บอกว่าตนชอบมาก แต่ลูกค้าไม่ได้อยากได้แบบนี้ กิ่งเหมยชี้แจงว่า ถ้าเพิ่มเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจเข้าไปด้วย ห้องจะดูอบอุ่นน่าอยู่กว่า

“พี่เห็นด้วย แกมันมีฝีมืออยู่แล้ว แต่งานแรกถ้าไม่ทำตามใจลูกค้าพี่กลัวจะชวดน่ะสิ”

กิ่ง เหมยหน้าเสีย แต่ไม่ทันพูดอะไร ดุจแพรก็ผลักประตูเข้ามา เธอหางตาไปทางกิ่งเหมยถามรุ่นพี่ว่านี่คืออินทีเรียร์คนใหม่ที่จะแนะนำให้ตน ใช่ไหม รุ่นพี่บอกว่ากิ่งเหมยเป็นรุ่นน้องตน กิ่งเหมยรีบยกมือไหว้

ดุจแพรยิ้มอย่างมีเลศนัย ขอดูผลงานจะได้ตัดสินใจว่าควรจะจ้างเธอไหม กิ่งเหมยใจไม่ดี รุ่นพี่พยักหน้า เธอจึงยื่นให้ ดุจแพรรับไปดูอึดใจเดียวก็ขมวดคิ้วนิ่วหน้า...

เวลาเดียวกัน หยกกำลังรอลิฟต์จะขึ้นไป เขาเห็นชายชุดดำสองคนเข้ามาท่าทางมีพิรุธ คนหนึ่งแยกไปทางบันไดหนีไฟ อีกคนไปรอข้างนอก ขณะเขาสังเกตชายทั้งสองนั่นเอง มือถือเขาดังขึ้น

เป็นสายจากกิจชัยถามว่าอยู่ที่ไหน ตอนนี้กำลังเกิดเรื่องใหญ่ พวกแก๊งพิราบดำยกพวกบุกมาเอาเรื่องเสี่ยถึงที่แล้ว หยกถามว่าพวกมันสงสัยว่าเสี่ยเป็นคนสั่งฆ่าลูกชายมันใช่ไหม

“ก็เออสิวะ...งานนี้มันล้างแค้นเสี่ยแน่”

หยก เป็นห่วงดุจแพรขึ้นทันที เขากดตัดสายแล้ว แล้วมองหาชายชุดดำ เห็นคนหนึ่งออกจากประตูบันไดหนีไฟในมือมีปืนพร้อมยิง หยกพุ่งเข้าชาร์จด้วยมือเปล่า บิดข้อมือมันและเสยคางทีเดียวก็สลบเหมือด เขาเอามันซ่อนไว้หลังประตูแล้วรีบขึ้นไปหาดุจแพร

ดุจแพรกำลังดูแบก ที่กิ่งเหมยวาดอยู่ หยกพรวดพราดเข้าไปบอกให้ไปกับตนเดี๋ยวนี้ ดุจแพรบอกว่ายังไม่เสร็จธุระ หยกร้อนใจจับเธอพาดบ่าแล้วหันบอกกิ่งเหมยว่าเธอก็ต้องรีบไปจากที่นี่ให้เร็ว ที่สุด

หยกแบกดุจแพรวิ่งไป เธอดิ้นกระแด่วๆร้องบอกให้เขาปล่อย เมื่อเขาไม่ปล่อยเธอกัดหลังเขา ผลักเขาตกสระแล้ววิ่งหนีไป

แต่ ขณะยืนรอลิฟต์นั้น ชายชุดดำคนหนึ่งโผล่มายิงปืนใส่ ดุจแพรฉากหลบ วิ่งย้อนกลับไปหาหยกที่สระน้ำ หยกหลบอยู่ใต้น้ำ โผล่ขึ้นมาดึงเธอลงไป ใช้ภาษามือบอกให้เธออดทน

ดุจแพรดำน้ำได้ไม่นานก็จะขาดใจ หยกเห็นดังนั้นประกบปากแบ่งลมหายใจให้ เธอตกใจมองเขาอึ้ง

ชายชุดดำตามมามองหาไม่เจอ มันจึงเดินกลับไป หยกกับดุจแพรโผล่ขึ้นจากน้ำ ต่างมองหน้ากันไม่สนิทตา...

ooooooo

ที่ภัตตาคารอาหารจีน เสี่ยตงกับเจ้าสัวเกาจ้องหน้ากันนิ่ง เสี่ยตงถูกเอาปืนจ่อแต่เขาไม่สะทกสะท้าน ชวนเจ้าสัวจิบชาคุยกันดีๆดีกว่า เพราะตอนนี้พวกเราไม่ใช่กุ๊ยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

“ใช่...พวกอั๊วน่ะไม่เหมือนเมื่อก่อน มีแต่ลื้อนั่นแหละไอ้ตง ที่ยังทำตัวเป็นกุ๊ยจับกัง ใช้วิธีสกปรกเป็นหมาลอบกัด”

“เจ้าสัว อั๊วยอมรับว่าคนของอั๊วจัดการไอ้กวงมันจริงๆ เพราะมันพยายามข้ามเขตมาแย่งที่ทำกินของอั๊ว แต่สำหรับลูกชายลื้อ อั๊วไม่รู้ไม่เห็น ไม่ใช่ฝีมืออั๊ว” เมื่อเจ้าสัวเกาไม่เชื่อ เสี่ยตงท้าว่าไม่เชื่อก็ยิงเลย “แต่อั๊วจะบอกลื้อไว้อย่างนะ ถ้าอั๊วคิดจะเปิดสงครามกับ 4 จ้าวเวหาของพวกลื้อจริงๆ อั๊วจะปล่อยให้พวกลื้อมีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้ทำไมตั้ง 20 กว่าปี ในเมื่ออั๊วกับไอ้เล้งสามารถฆ่าพวกลื้อได้”

เจ้าสัวเกาฟังแล้วลดปืนลง แต่ยังขู่ทิ้งท้ายก่อนไปว่า

“เรื่องนี้อั๊วไม่จบง่ายๆแน่ สงครามเริ่มขึ้นแล้ว ในเมื่อลูกชายอั๊วตายก็ต้องมีคนตายชดใช้”

รอดจากลูกปืนของเจ้าสัวเกาแล้ว เสี่ยตงเป็นห่วงดุจแพรขึ้นมา พยายามโทร.หาก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ กิจชัยบอกว่าหยกรู้เรื่องแล้ว คงพยายามหาทางช่วยคุณหนูอยู่

หยกพาดุจแพรกลับขึ้นไปบนคอนโดฯก่อน แล้วพาเธอออกไป ไม่ยอมบอกว่าจะพาไปไหน ไม่นานเขาก็ พาเธอมาถึงดาดฟ้าที่พักของตัวเอง บอกว่าที่นี่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอ เพราะถ้ากลับบ้านตอนนี้ ระหว่างทางอาจเจอพวกมันดักเล่นงาน

“แล้วฉันจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่”

“โทรศัพท์มือถือของเราเปียกน้ำ ใช้การไม่ได้ แต่ข้างในมีโทรศัพท์บ้าน คุณหนูโทร.ตามให้เสี่ยมารับได้”

เพราะแช่ในน้ำนานและขึ้นมาแล้วก็ยังตัวเปียก ทำให้ดุจแพรจาม หยกจึงหาเสื้อยืดของตนให้ใส่ พอเธอถามว่าจะให้ใส่เสื้อยืดตัวเดียวเนี่ยนะ หยกพูดอย่างไม่แยแสว่า

“ทั้งบ้านผมที่พอหาให้คุณใส่ได้ก็มีแค่นั้นแหละ ถ้าไม่อยากใส่ก็ไม่ต้องใส่อะไรเลย”

ดุจแพรด่าแล้วสั่งให้ไปหาเสื้อผ้ามาให้ตนเปลี่ยนเดี๋ยวนี้

“ก็บอกแล้วไงว่าทั้งบ้านมีเท่านั้น อย่าเรื่องมาก ผมกำลังจะโทร.ตามให้เสี่ยมารับคุณกลับ จะโทร.เองหรือจะให้ผมโทร.” เธอเกี่ยงว่าใส่เสื้อยืดตัวเดียวจะให้ออกไปยังไง “งั้นอยู่แต่ในนั้นแหละ ไม่ต้องออก แต่ระวังหน่อยนะ แถวนั้นแมลงสาบมันเยอะ”

หยกโทร.บอกกิจชัยว่าดุจแพรอยู่กับตน ให้บอกเสี่ยมารับกลับไปด้วย พูดไม่ทันจบดีก็ได้ยินเสียงดุจแพรร้องวี้ดว้ายเพราะถูกแมลงสาบไต่เข้าตัว หยกเลยต้องรีบเข้าไปดู

ไปถึงปรากฏว่าแมลงสาบหนีไปแล้ว พอหายเครียดจากแมลงสาบ ดุจแพรเห็นหยกมองตนที่ใส่เสื้อยืดตัวเดียวก็เขิน บอกให้เขาปิดตาเสีย ไม่อย่างนั้นจะฟ้องป๋า แล้วเดินตุปัดตุป่องจะเข้าข้างใน สะดุดบัวรดน้ำจนเซถลาหยกรับไว้ทันเลยเหมือนตระกองกอดกันอยู่

กิ่งเหมยไปที่ร้านมอเตอร์ไซค์สองพี่น้อง ได้ยินอ่างกับสลึงคุยกันว่า เมื่อเช้าเห็นหยกพาผู้หญิงซ้อนมอเตอร์ไซค์มาที่ห้อง เธอจึงเดินขึ้นมาดูที่ดาดฟ้า เห็นหยกกำลังประคองดุจแพรอยู่พอดี ดุจแพรผลักหยกออกตบหน้าเขาฉาดหนึ่งแล้ววิ่งกลับเข้าไปในห้อง หยกคลำแก้มที่ถูกตบ มองหน้ากิ่งเหมยที่ยังยืนอึ้งอยู่ พอรู้สึกตัวเธอหันหลังผละไปทันที

“กิ่งเหมย!!” หยกเรียกด้วยความรู้สึกกังวล

ooooooo

เสี่ยตงมารับดุจแพร พอใจที่หยกทำหน้าที่ได้ดี แต่ก็ปรามว่าอย่าคิดอะไรมากกว่านั้น

เมื่อดุจแพรกลับไปแล้ว หยกจึงออกไปที่ร้านมอเตอร์ไซค์สองพี่น้อง ถามว่าเห็นกิ่งเหมยไหม อ่างกับสลึงบอกว่าเห็น แต่พอถามว่าอยู่ไหน ทั้งสองก็ชี้ไปกันคนละทาง หยกส่ายหน้าบ่นว่าช่วยอะไรไม่ได้เลยแล้วเดินออกไป อ่างนินทาลับหลังว่า

“ไอ้สองคนนี้มันเล่นอะไรกันวะ ตามกันไปตามกันมาอยู่นั่นแหละ”

จนถึงกลางคืน หยกไปที่ตลาดนัดกลางคืน เห็นกิ่งเหมยนั่งรับจ้างดรอว์อิ้งให้ลูกค้าอยู่ เขาไล่ลูกค้าให้ไปร้านอื่น เจ้านี้เขาไม่รับวาดรูปให้ใครแล้ว เท่านั้นไม่พอ ยังบอกกิ่งเหมยว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน ว่าแล้วจับมือเธอให้กลับไปคุยกันที่บ้าน

“ไม่!” กิ่งเหมยสะบัด “เรื่องเธอจะทำอะไรมันไม่เกี่ยวข้องกับฉัน” เธอเอากระดาษวาดรูปฟาดหยกอย่างหงุดหงิด

ทั้งคู่ยื้อยุดกันอยู่กลางตลาดจนผู้คนพากันดูอย่างสงสัย หยกบอกทุกคนว่าตนกำลังง้อแฟนอยู่ ชาวบ้านจึงสลายไป

กิ่งเหมยยังใช้กระดาษวาดรูปฟาดหยกถามว่า พูดแบบนั้นต่อไปตนจะมองหน้าใครได้ ด่าหยกว่าเห็นแก่ตัว แต่ทุบตีหยกอยู่ดีๆ กิ่งเหมยก็นิ่งไปและถอยไปนั่งที่ม้าน้ำตาไหลพราก

หยกตามไปง้ออย่างรู้สึกผิด ถูกกิ่งเหมยไล่ไปให้พ้นจากชีวิตตน หยกเลยดึงเธอเข้าไปกอดไว้แน่น เอ่ยขอโทษยอมรับว่าตนทำเกินไปเพราะแคร์ความรู้สึกของเธอ ไม่อยากให้เธอเข้าใจผิด

“โกหก...ถ้าเธอแคร์ความรู้สึกของฉันจริงๆ เธอคงไม่เปลี่ยนไปถึงขนาดนี้หรอก บอกฉันมาสิหยก ทำไม...ทำไมเธอถึงเปลี่ยนไป”

หยกไม่อาจพูดความจริงได้ บอกเธอว่าตนไม่ได้เปลี่ยนแต่นั่นคือตัวตนที่แท้จริงของตน กิ่งเหมยมองอึ้งถามอย่างเจ็บปวดว่า ตลอดเวลาที่อยู่กันมาตั้งแต่เด็ก นั่นไม่ได้ทำให้ตนรู้จักเขาเลยใช่ไหม หยกนิ่ง ตอบไม่ออก เธอพูดอย่างรับไม่ได้ว่า

“งั้นก็เชิญเธอสนุกกับการทำร้ายจิตใจฉันไปเถอะ สักวันถ้าฉันมีทางไปจากชีวิตเธอได้เมื่อไหร่ฉันจะไป!” กิ่งเหมยผลักหยกวิ่งร้องไห้ออกไป

แต่แล้วกิ่งเหมยก็ต้องหยุดปาดน้ำตาเมื่อรู้สึกมองอะไรไม่ชัด ทุกอย่างรอบตัวเลือนรางไปหมด มีแต่หูที่ได้ยินเสียงหยกร้องเรียกตนอยู่ข้างหลัง กิ่งเหมยตัดสินใจวิ่งไปข้างหน้า เท้าสะดุดพื้นทำให้ถลาล้มไปกลางถนน รถคันหนึ่งกำลังพุ่งมาอย่างเร็ว กิ่งเหมยพยายามลุกแต่สายตาพร่ามัว เสียงรถบีบแตรลั่นก็ยิ่งตกใจ หยกพุ่งเข้าไปช่วยเธอพ้นจากล้อรถได้หวุดหวิด พอรถผ่านไป กิ่งเหมยก็หมดสติอยู่ข้างถนนนั่นเอง

หยกพากิ่งเหมยกลับไปส่งที่บ้าน อาม่าตกใจมากถามว่ากิ่งเหมยเป็นอะไร หยกเล่าให้ฟังว่าเธอเกือบถูกรถชน อาม่าซักอีกว่าทำไมเกือบถูกรถชน หยกพูดไม่ออก อาม่าพูดอย่างโกรธจัดว่าเพราะหยกหาเรื่องทำให้กิ่งเหมยโกรธอีกแล้วใช่ไหม ทำไมถึงชอบทำให้กิ่งเหมย เสียใจ ไล่หยกไปให้พ้นอย่ามาใกล้กิ่งเหมยอีก

ooooooo

รุ่งขึ้น หยกซื้อโจ๊กกับรังนกมาให้กิ่งเหมย ถูกส้มเช้งสกัดไม่ให้เข้าบ้าน ถามอย่างไม่พอใจว่า ตอนหยกติดคุกกิ่งเหมยเป็นห่วงเขาทุกอย่าง แต่พอออกมาเขาทำอะไรตอบแทนกิ่งเหมยบ้าง

เมื่ออาม่าออกมาเจอ หยกบอกว่าตนซื้อโจ๊กกับรังนกมาฝากกิ่งเหมย อาม่าถามว่าเขาเป็นห่วงกิ่งเหมยจริงหรือ ถ้าเป็นห่วงจริงๆ ก็ควรอยู่ห่างๆ เอาไว้เพราะตนจะไม่ยอมให้หลานสาวเข้าใกล้พวกกุ๊ยเด็ดขาด

“อาม่า...” หยกครางออกมาอย่างเจ็บปวด

ส้มเช้งกลับเข้าไปเอายาจีนที่ซื้อมาเทใส่หม้อจะต้ม กิ่งเหมยถามว่าอาม่าให้ไปซื้อยาจีนให้ตนกินอีกแล้วใช่ไหม แล้วอาม่าไปไหน

“แกก็รู้ว่าอาม่าเกลียดยาฝรั่งยิ่งกว่าอะไร ตอนนี้อาม่าอยู่หน้าบ้านกำลังไล่ตะเพิดไอ้หยกไม่ให้มายุ่งกับแกอีก แกไม่ต้องโผล่หน้าออกไปหรอก โดนอาม่าไล่ เดี๋ยวมันก็ไปเอง”

กิ่งเหมยพยายามลุกจะออกไป บอกส้มเช้งว่าหยกไม่ได้ทำอะไรตน หยกช่วยตนต่างหาก แล้วพยุงตัวรีบออกไป เห็นอาม่ากำลังด่าและไล่หยกอยู่ เธอรีบบอกอาม่าอย่าไล่หยก เพราะหยกเป็นคนช่วยตนไว้

“ทำตามที่อาม่าบอกเถอะกิ่งเหมย อาม่าพูดถูกแล้วครับ อยู่ใกล้พวกนักเลงชีวิตมันไม่มีทางดีขึ้นหรอก” พูดแล้วหยกหันเดินจากไป กิ่งเหมยเรียกเขา จะเดินตามไป ถูกอาม่าจับแขนไว้ไม่ยอมให้ตามไป

ooooooo

คมทวนติดหนี้นอกระบบเพราะเอาบ้านไปจำนองเอาเงินมาเลี้ยงดูและส่งหยกเรียนหนังสือ แต่ไม่มีเงินใช้หนี้ ดอกเบี้ยเพิ่มเป็นดินพอกหางหมู เมื่อไม่ได้เงินก็ถูกกิจชัยที่มาทวงหนี้ใช้กำลัง อ่างทนไม่ได้เข้าช่วยคมทวน ถูกลูกน้องกิจชัยเอาไม้ฟาดจากข้างหลังจนเลือดอาบ

หยกถูกอาม่าไล่ เขาเดินมาที่ร้านมอเตอร์ไซค์สองพี่น้อง เห็นเงียบผิดปกติ กำลังมองหาก็เห็นสลึงประคองอ่างที่ยังเลือดท่วมอยู่เข้ามา หยกถามว่าใครทำ อ่างบอกว่าพวกกิจชัย แต่พอหยกถามว่ามันเล่นงานน้าทำไม อ่างกับสลึงไม่ยอมบอก เมื่อหยกคาดคั้นหนัก สลึงบอกอ่างว่าเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วบอกหยกไปเถอะ

หยกจึงรู้ว่าคมทวนติดหนี้นอกระบบเพราะเลี้ยงดูและส่งเสียตนเรียน หยกเจ็บใจตัวเองที่ทำให้พ่อเดือดร้อนหุนหันวิ่งออกจากร้านไป เจอพวกเด็กแว้นลูกน้องกิจชัย คาดคั้นข่มขู่ถามว่ากิจชัยเอาพ่อตนไปไหน พอรู้เขาตะบึงไปทันที

คมทวนถูกกิจชัยเอาไปที่สนามมวยเถื่อนให้ชกมวยหาเงินใช้หนี้ ขู่ว่าถ้างัดฝีมืออกมาเอาชนะพวกนี้ ไม่ได้ นอกจากจะไม่ได้ใช้หนี้แล้ว ยังจะไม่ได้ออกจากที่นี่อีกด้วย

คมทวนในสภาพอ่อนล้าทั้งด้วยวัยและการต่อสู้ต่อเนื่อง ถูกกิจชัยผลักเข้าไปกลางวงท่ามกลางเสียงเฮของพวกนักพนันมวยเถื่อน

โหงวพามานพเข้าสู่วงจรอุบาทว์ วันนี้พามาที่สนามมวยเถื่อนให้คลุกคลีกับพวกนักเลง มานพไม่อยากคบพวกนี้ ถูกโหงวขู่ว่า

“เราเป็นคนเปิดศึกระหว่างแก๊งขึ้นมาเพื่อให้พวกมันตีกัน สุดท้ายพวกที่เหลืออยู่จะต้องเจอกับเรา ถ้าแกไม่เตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนนี้ ก็กลับไปกราบตีนไอ้เล้งได้เลยไป”

โหงวผลักมานพอย่างหัวเสีย มานพนิ่งไปอย่างตัดสินใจ ในที่สุดก็ก้าวเข้าไปหมายได้เป็นใหญ่ในวงการ มาเฟีย!

“ใจเย็นๆ คุณมานพ สงครามเพิ่งจะเริ่ม นี่มันแค่การเตรียมพลให้พร้อมเท่านั้น...” โหงวยิ้มร้าย

ooooooo

หยกตะบึงไปถึงสนามมวยเถื่อน เห็นคมทวนกำลังย่ำแย่ เขาถลาเข้าไปตะโกนเรียกพ่อ ตะคอกกิจชัยอย่างไม่พอใจว่า

“ฉันเตือนแกแล้วไง ถ้าแกทำให้คนที่ฉันรู้จักเดือดร้อน แกมีเรื่องกับฉันแน่” กิจชัยบอกว่าตนต้องทำงานตามที่เขาจ้างมา เมื่อคมทวนเป็นหนี้ตนก็แค่มาทวงหนี้ “หนี้พ่อฉันมีอยู่เท่าไหร่ ฉันจะรับผิดชอบเอง”

“แกไม่ต้องมารับผิดชอบชีวิตฉัน ไอ้ลูกทรพี!! ปัญหาของฉัน ฉันจัดการเองได้ ฉันจะกลับเข้าไปสู้ต่อ”

กิจชัยถามเยาะๆว่าแน่ใจหรือว่าจะยังไหวอยู่ คมทวนบอกให้มันจัดมือดีที่สุดมา ตนจะใช้หนี้ให้หมด หยกไม่ยอม ยืนยันจะใช้หนี้แทนพ่อ กิจชัยถามว่า เมื่อคมทวนไม่ยอมแล้วจะให้ตนทำอย่างไร

ตอนที่ 4

โหงวนัวเนียอยู่กับสาวๆนั่งดริงก์อยู่ในเล้านจ์ไม่รับสายโทรศัพท์ที่ดังครั้งแล้วครั้งเล่า จนสาวพวกนั้นแซวให้รับสายอาจเป็นเมียเฮียโทร.มาตามก็ได้ โหงวจึงรับสาย พอเห็นเป็นสายจากดวงแขก็หน้าเครียด ยิ่งเมื่อดวงแขบอกว่าตอนนี้เล้งกำลังจะสางบัญชีแค้นกับเขา โหงวตวาด

“ฝีมือเธอใช่ไหม...คิดจะเสี้ยมให้มันจัดการฉันใช่ไหม”

“ถ้าฉันจะเสี้ยมให้เล้งไปฆ่าแก ฉันจะโทร.มาเตือนแกทำไม ฉันอยากให้ลูกฉันได้สมบัติของมัน เพราะฉะนั้น...แกต้องรอด”

พูดเสร็จดวงแขตัดสายเก็บโทรศัพท์หน้าเครียดครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรดี ส่วนโหงวรีบเดินกะเผลกๆจะออกไป เป็นเวลาที่เล้งกับนนท์มาถึงพอดี แต่ไม่เห็นโหงวเพราะหลบอยู่หลังเสา โหงวตัดสินใจหนีไปทางด้านหลัง แต่เจอคนของเล้งดักทางไว้หมด

โหงวรีบหันกลับ ชนหยกที่อยู่แถวนั้นจนตัวเองเซ  หยกช่วยประคอง โหงวโวยวายสะบัดออก กิจชัยเข้ามาเอาปืนให้หยกบอกว่า “แก๊งไอ้กวงมันพวกชอบลอบกัด ระวังตัวเอา ไว้ดีกว่า”

โหงวมองทั้งคู่อย่างสนใจ หยกเห็นโหงวขาเป๋บอกด้วยความหวังดีว่าให้รีบออกไปจากที่นี่ดีกว่า โหงวมองตามคิดอะไรบางอย่าง แอบตามกิจชัยกับหยกมาเห็นทั้งสองเข้าไปในห้องวีไอพี มีคนของเฮียกวงเฝ้าอยู่หน้าห้อง

กิจชัยกับหยกมาเจรจาเรื่องเฮียกวงยึดพื้นที่ของกิจชัย แต่คุยกันไม่เข้าหู ส่วนที่ประตูห้อง โหงวย่องมาเชือดคนเฝ้าประตูคนหนึ่งตาย อีกคนถูกแทงเลือดทะลักวิ่งเข้าไปบอกเฮียกวงว่ามีพวกกิจชัยอยู่ข้างนอก เฮียกวงชักปืนออกมาถูกหยกพุ่งเข้าบิดข้อมือหันปืนไปยิงถูกลูกน้องตัวเองที่กำลังจะยิงกิจชัย แล้วทั้งสองก็พากันวิ่งหนีออกไป

เสียงปืนดังสนั่นไปทั้งเล้านจ์ เล้งถามนนท์ว่าพวกไหนยิง ลูกน้องเฮียกวงเห็นเล้งกับนนท์ก็ร้องบอกกันว่า “เฮ้ย...พวกมันอยู่โน่นอีก” แล้วก็พากันระดมยิง ทำให้เล้งกับลูกน้องต้องยิงโต้ตอบ

กิจชัยฉวยโอกาสที่เกิดยิงกันไม่รู้ใครเป็นใครหนีออกไปที่ลานจอดรถ ถูกเฮียกวงตามมายิงเฉี่ยวแขนกิจชัย แล้วหันปืน เล็งปืนไปที่หยก หยกพุ่งเข้าปัดมือพร้อมกับเสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง เฮียกวงทรุดลงเพราะถูกปืนตัวเองที่ท้อง กิจชัยตะโกนบอกหยกให้ยิงแสกหน้าซ้ำเลย เฮียกวงในภาวะจนตรอกยกมือไหว้ขอชีวิต พริบตานั้นเสียงปืนดังขึ้นอีกหนึ่งนัด เฮียกวงสะดุ้งเฮือกสิ้นใจคาที่

หยกกับกิจชัยหันมองไปทางต้นเสียงปืน เห็นโหงวเดินขาเป๋ออกมา หยกหันปืนใส่ทันที ถามว่า “แกเป็นใครวะ”

“ใจเย็นๆไอ้หนู ถ้าไม่ได้ฉันช่วยพวกแกไว้ ป่านนี้พวกแกโดนมันพาไปถ่วงทะเลแล้ว ถือว่าครั้งนี้พวกแกติด หนี้ฉัน” โหวงวางท่าเก๋า

“แต่ฉันว่าแกไม่ได้คิดจะช่วยพวกเราหรอก แกกำลังหนีไอ้พวกที่ตามล่าแกอยู่ข้างในนั้นมากกว่า” หยกรู้ทัน

ทันใดนั้น เล้งตามออกมาเจอโหงวพอดี ทั้งคู่จ้องหน้ากันแบบต้องตายกันไปข้าง โหงวบอกกิจชัยกับหยกว่า

“ตอนนี้ฉันอยากให้พวกแกใช้หนี้ฉันแล้ว อย่าให้มันตามฉันได้ แล้วหนี้ของเราก็ถือว่าเจ๊ากันไป” พูดแล้วโหงวเดินกะเผลกๆไป เล้งจะตามถูกกิจชัยสะอึกออกมาขวางด่าว่าเล่นงานคนพิการไม่ใจหมาไปหน่อยหรือ มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย เล้งไม่พูดแต่ง้างหมัดซัดใส่ หยกรีบเข้าช่วยกิจชัย เลยกลายเป็นหยกต่อสู้กับเล้งด้วยเชิงมวยที่สวยงามหนักหน่วงจนต่างเจ็บจุกกัน เล้งมองหยกอย่างสนใจเอ่ยชม

“ฝีมือแกเอาเรื่องใช้ได้ แต่ถ้าเป็นพวกเดียวกับโอ้โหงว ฉันก็คงปล่อยไว้ไม่ได้” พูดแล้วจะพุ่งเข้าชกอีก

ทันใดนั้น เสียงรถตำรวจแว่วมา กิจชัยตะโกนบอกหยกให้รีบหนี ทั้งสองพากันวิ่งขึ้นมอเตอร์ไซค์บิดไปทันทีเล้งมองตามหยกไปด้วยความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด...

หมวดธงรบขับรถมุ่งมาทางเล้านจ์สวนกับกิจชัยและหยก หมวดจำทั้งสองได้ เห็นแขนกิจชัยได้รับบาดเจ็บก็ยิ่งสงสัย

ooooooo

หยกจุกหน้าอกจากการต่อสู้กับเล้ง วันนี้เขาเอามอเตอร์ไซค์ไปซ่อมที่ร้านสองพี่น้อง และให้อ่างไปหาซื้อยาแก้ช้ำในให้ อ่างผ่านร้านกิ่งเหมยเลยแวะไปสั่ง ปาท่องโก๋ก่อน บอกว่าไปซื้อยาแก้ช้ำในให้หยกเดี๋ยวกลับมาเอา กิ่งเหมยกับอาม่าจึงรู้ว่าหยกมีเรื่องมา

ด้วยความเป็นห่วงและอยากรู้ กิ่งเหมยทำทีเอาปาท่องโก๋ไปส่งที่ร้าน เจอหยกกำลังง่วนอยู่กับรถของตัวเอง เธอเลยเอาจักรยานของตนไปซ่อมบ้าง แกล้งร้องขอที่สูบยางหน่อย หยกทำหูทวนลม เธอเลยด่าลอยๆ

“คิดอยากจะเป็นกุ๊ย เลยต้องใจจืดใจดำด้วยใช่ไหม”

หยกไม่พอใจที่กิ่งเหมยคบกับตำรวจอยู่แล้ว เลยพูดประชดให้เรียกตำรวจมาจับเลย ทั้งสองโต้เถียงกันด้วยเรื่องที่ติดค้างคาใจและแง่งอนกัน กิ่งเหมยโมโหลุกพรวดพราดจะออกไป สะดุดสายยางสูบลมจะล้ม หยกลืมโกรธรีบเข้าประคอง พอรู้ว่าตัวเองอยู่ในวงแขนหยก กิ่งเหมยก็ผลักอกตรงที่หยกจุกอย่างแรงจนเขาผงะ

กิ่งเหมยตกใจรีบขอโทษ ถามว่าเขาไปมีเรื่องกับใครมา หยกตัดบทว่าระหว่างเธอกับตนไม่มีเรื่องอะไรกันอีกแล้ว กิ่งเหมยบอกว่าเห็นเขาไม่พอใจทุกทีที่ตนอยู่กับตำรวจ หยกสวนไปว่าที่ตนไม่พอใจก็เพราะไม่ชอบหน้าตำรวจ

คำพูดของหยกทำให้กิ่งเหมยรู้สึกตัวเองผิดที่ทำให้เขาต้องเสียอนาคต จะให้ตนทำอะไรตนพร้อมทำให้ทุกอย่าง

“เธอทำอะไรให้ฉันไม่ได้หรอกกิ่งเหมย” เมื่อถูกรบเร้า เขาเลยคว้าเธอเข้าไปจูบอย่างรุนแรง กิ่งเหมยตกใจ พอสลัดตัวออกมาได้ก็ตบหน้าหยกฉาดใหญ่วิ่งร้องไห้ออกไป หยกจะตามไปขอโทษถูกคมทวนเดินเข้ามาขวางอย่างกราดเกรี้ยว

คมทวนเพิ่งถูกหมวดธงรบไปถามหาหยกที่บ้าน บอกว่าที่เมื่อคืนเจอหยกแถวที่เกิดเหตุยิงกันตายเลยอยากสอบปากคำ คมทวนบอกว่าตนไม่รู้ว่าหยกอยู่ที่ไหน เพราะตั้งแต่ออกจากคุกก็ไม่ได้สนใจหยกอีกเลย แล้วขอตัว จากนั้นรีบมาหาหยก เจอกิ่งเหมยวิ่งร้องไห้ออกไปพอดี

หยกถูกคมทวนลากออกไปที่กลางถนนในตรอก ตะคอกใส่หน้า

“แกอยากจะเลวมันเรื่องของแก แต่ที่แกไปทำให้หนูกิ่งเหมยต้องเสียน้ำตาฉันไม่ยกโทษให้แกแน่ไอ้ลูกไม่รักดี”

คมทวนทั้งด่าทั้งทุบตีหยกจนหนำใจ โดยที่หยกเพียงแต่โต้เถียงแต่ไม่ตอบโต้ จนคมทวนหยุดไปเองบอกว่า ตอนนี้ตำรวจกำลังตามตัวเขาอยู่ หวังว่าคงไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องยิงคนตายเมื่อคืน คมทวนปาดน้ำตาพูดอย่างเจ็บปวดว่า

“เพราะถ้าใช่แกละก็...ฉันจะยอมเป็นฝ่ายติดคุกแลกกับการส่งแกให้ไปกราบขอโทษแม่แกบนสวรรค์”

คมทวนเดินจากไป ทิ้งหยกให้ฟุบหน้าอยู่ตรงนั้น สลึงตะโกนเรียกอ่างให้รีบมาช่วยกันพยุงหยกมาที่ร้าน

ooooooo

ธงรบไม่เพียงไปสอบถามคมทวนเกี่ยวกับหยก แต่ยังไปถามอาม่าที่ศาลเจ้าในฐานะที่อาม่าเคยเลี้ยงดูหยกมาตั้งแต่เล็กด้วย อาม่าบอกว่าหยกไม่มีแม่ ตนช่วยเลี้ยงโตขึ้นมาพร้อมกับกิ่งเหมย ถามว่าหยกไปทำเรื่องร้ายแรงอะไรมาหรือ หมวดบอกว่าตนยังพูดไม่ได้ เพียงแต่อยากรู้ว่าจะตามตัวหยกได้ที่ไหนเท่านั้น

อาม่ามองหน้าหมวดธงรบอย่างไตร่ตรอง ก่อนเล่าอย่างไม่สบายใจว่า

“คุณตำรวจ ถ้ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นเพราะไอ้หยก อั๊วก็ อยากบอกให้คุณรู้ไว้ก่อน ไอ้หยกมันเพิ่งจะมาเปลี่ยนไปตั้งแต่มันออกจากคุก เมื่อก่อนมันเป็นคนดี เกือบจะได้เป็นตำรวจแล้วด้วย อั๊วกับพ่อของมันก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ๆ มันถึงได้เปลี่ยนไป หันไปคบพวกกุ๊ย แม้แต่อาเหมยที่สนิทกับมันก็ไม่รู้ว่ามันทำไปเพราะอะไร...” พอดีกิ่งเหมยกลับมา อาม่าเลยบอก “เดี๋ยวลองคุยกับอาเหมยดูแล้วกัน”

แต่กิ่งเหมยกลับมาแล้วก็เอาแต่ร้องไห้ อาม่าถามว่า ร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรหรือ กิ่งเหมยปดว่าฝุ่นเข้าตา หมวดธงรบหว่านล้อมว่าให้พูดมาเถอะ ถ้าอาม่าไม่รู้จะยิ่งเป็นห่วง กิ่งเหมยโผเข้ากอดอาม่าร้องไห้โฮอย่างสุดกลั้น

ooooooo

อ่างกับสลึงช่วยกันพาหยกเข้ามาในร้าน เอายาแก้ปวดให้กิน ถามอย่างเป็นห่วงว่าเขาเกี่ยวกับเรื่องยิงกันตายที่เล้านจ์เมื่อคืนหรือเปล่า หยกตอบเลี่ยงไปว่าให้รู้ว่าตนทำอะไรลงไปก็เพราะมีเหตุผลที่ต้องทำ แล้วจะกลับบอกว่ามีงานต้องไปทำ

“พ่อเอ็งเขารักเอ็งมากนะ” อ่างพูดตามหลัง

“ฉันรู้จ้ะน้า...ฉันก็รักพ่อเหมือนกัน” พูดแล้วใส่หมวกกันน็อกขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจออกไป

หมวดธงรบมาเห็นพอดีจึงสะกดรอยตามไปถึงตึกร้าง หยกจึงรู้ตัว เขาส่งข้อความบอกผู้การสมิงว่ามีตำรวจสะกดรอยตามตน แล้วหยกก็วกมาข้างหลังหมวดถามว่า “หมวดตามผมมาต้องการอะไร”

“สารภาพมาดีกว่าว่า การยิงกันตายเมื่อคืนที่เล้านจ์ ฝีมือแกกับพวกใช่ไหม”

“การที่หมวดเที่ยวปรักปรำคนอื่นโดยไม่มีหลักฐานแบบนี้ ผมอาจจะฟ้องทำให้หมวดโดนเล่นงานได้เหมือนกัน”

“นี่แก!!” หมวดชักปืนออกมา หยกพูดอย่างไม่สะทก สะท้านว่าเก็บปืนเสียเถอะอย่าทำอะไรเกินหน้าที่ตัวเองเลย ไม่อย่างนั้นอนาคตหมวดอาจจะดับวูบง่ายๆ หมวดจึงยอมเก็บปืน พูดประชดว่า “แกนี่มันหัวหมอจริงๆ เสียดายที่มาเลือก เดินทางผิด ถ้ามาเป็นพวกเดียวกับเรา ฉันว่าอนาคตแกคงรุ่ง”

ผู้การสมิงตามมาจึงรู้ว่า ตำรวจที่ตามหยกมาคือ หมวดธงรบหลานชายตนนั่นเอง...ผู้การ เขาซุ่มดูทั้งสองชกต่อยกัน แล้วจู่ๆเสียงปืนก็ดังขึ้นนัดหนึ่ง กระสุนเฉียดหัวธงรบไปเส้นยาแดงเดียว แต่พอเสียงปืนสงบ ทั้งหยกและผู้การก็หายเข้ากลีบเมฆไป ทิ้งธงรบให้ยืนงงหัวเสียอยู่ตรงนั้นคนเดียว

ooooooo

ที่ภัตตาคารอาหารจีน เสี่ยตงฟังเก่งและกิจชัยเล่าเรื่องหยกแล้วเขาบอกว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องที่จับได้ว่ามีสายของตำรวจเข้ามาแฝงตัวแล้ว ตนจะได้ไว้ใจใครได้อีก กิจชัยสอพลอทันทีว่า

ตอนที่ 3

เล้งพามานพไปที่โรงสีข้าวเก่าๆแห่งหนึ่ง พาเข้าไปดูบอกว่านี่คือโรงสีที่เพื่อนเก่าตนอยากวางมือตนเลยซื้อไว้ มานพมองอย่างดูถูก ถามว่ามันจะคุ้มหรือเพราะที่ดินแถวนี้ทำเลก็ใช่ว่าจะดี แถมธุรกิจโรงสีตอนนี้ก็ไม่ได้ทำกำไรอะไร แบกไปก็มีแต่เจ๊งเท่านั้น

เมื่อเล้งบอกว่าแบบนี้แหละตนถึงอยากให้เขามาลองบริหาร มานพมองหน้าถามว่า “นี่พ่อล้อเล่นรึเปล่า”

“ไม่ ได้ล้อเล่น ในเมื่อแกอยากแข่งขัน ฉันก็จะให้โอกาสแก เพราะกว่าที่ตระกูลมังกรวารีของฉันจะยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ บรรพบุรุษทุกคนล้วนเริ่มต้นจากธุรกิจเล็กๆแบบนี้ทั้งนั้น”


เมื่อมานพไม่เอาด้วย เล้งบอกว่าไม่เอาก็อย่าหวังว่าตนจะยกสมบัติให้ พูดเสียงเข้มว่า

“ฉัน พร้อมจะขายทุกอย่างทิ้ง ดีกว่านั่งดูมันถูกทำลายเพราะความยโสโอหังของแก จากนี้ไป ฉันจะไม่ช่วยเหลืออะไรแกอีก แกจะได้เป็นมังกรวารีที่ยิ่งใหญ่กว่าฉันรึเปล่า มันอยู่ที่แกแล้ว...มานพ”

พูดจบเล้งเดินออกไปกับนนท์ มานพมองตามกำมือแน่นพึมพำอย่างเจ็บใจ

“โธ่ เว้ย...ไอ้โรงสีแบบเนี้ยนะ ทำไปก็มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง ลูกตัวเองแท้ๆ ยังงกสมบัติ แก่ไม่มีแรงเดินเมื่อไหร่ ก็อย่าหวังเลยว่าฉันจะกตัญญู” แล้วเรียกชาญให้เอารถมารับตนเดี๋ยวนี้

เวลาเดียวกันนั้น ดวงแขที่กำลังระดมกดโทร.หามานพด้วยความเป็นห่วงแต่โทร.ไม่ติดนั้น โหงวก็มาหาที่คฤหาสน์ในฐานะผัวเก่า ดวงแขทั้งตกใจทั้งกลัวความลับจะถูกเปิดเผย แต่ก็ทำใจกล้าขู่โหงวว่าเล้งไม่มีวันเชื่อคำพูดของเขาทั้งยังจะฆ่าเขาทิ้ง เสียด้วย

“หึๆ ใช่...ลำพังคำพูดของฉันไอ้เล้งมันคงไม่เชื่อ แต่คนอย่างมันรักชื่อเสียงวงศ์ตระกูลยิ่งกว่าอะไร ถ้าฉันเอาเรื่องเลวๆที่ไอ้มานพทำไปให้มันดู รับรองว่ามันจะต้องเชื่อทุกคำพูดของฉัน” แล้วเอามือถือจอใหญ่ออกมาเปิดคลิปให้ดู ขู่ว่า “วีรกรรมที่ลูกชายเราทำเอาไว้ ถ้าฉันไม่ไปช่วยจัดการเคลียร์ให้ คลิปพวกนี้ก็คงตกไปอยู่ในมือตำรวจ และป่านนี้มันได้ติดคุกหัวโตไปแล้ว”

โหง วเปิดคลิปที่มานพแทงแฟนโบรกเกอร์ตายให้ดู ดวงแขไม่เชื่อ แต่พอถูกขู่หนักเข้าก็ถามว่าโหงวต้องการเท่าไรตนให้ได้หมด แต่ได้แล้วต้องไปจากชีวิตตนและทำลายภาพพวกนี้ทิ้งให้หมดด้วย

โหงวบอก ว่าต้องการทั้งหมด ดวงแขถามว่าเขาจะเอาได้ยังไง โหงวให้เธออยู่เฉยๆ คอยทำตามที่ตนบอกก็พอ เมื่อโหงวเดินออกไป ดวงแขกำชับจำปาที่ยืนฟังอยู่ด้วยว่า “หุบปากให้สนิท อย่าสะเออะพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว!”

ooooooo

เมื่อกิ่งเหม ยกลับมา อาม่ารู้เรื่องหยกก็ร้องอย่างตกใจว่า เห็นมาตั้งแต่เล็กๆจะปล่อยให้หยกไปคบพวกกุ๊ยไม่ได้ พูดแล้วอาม่าเดินอ้าวออกไป

หยกกลับมาที่ห้องพักบนดาดฟ้าของเขา เจอคมทวนที่นั่น คมทวนตำหนิหยกอย่างผิดหวังว่า เข้าคุกก็ไม่ยอมเขียนจดหมายมา ออกมาแล้วก็ยังไม่ยอมพูดกับตนอีก ยังถือว่าตนเป็นพ่ออยู่หรือเปล่า สองพ่อลูกโต้เถียงกัน คมทวนโมโหชกหยกเลือดกบปาก อาม่ามาเห็นพอดีร้องลั่น “ไอ้หยา...นี่มันอะไรกัน ลื้อชกหน้าลูกทำไมอาคมทวน”
เมื่อรู้ว่าทั้งสองโต้เถียงกันเรื่องอะไร อาม่าเตือนสติหยกว่าเขากำลังเดินทางผิดไปคบกับพวกนั้นมันจะทำให้ตัวเองเป็น กุ๊ยไม่มีใครคบด้วย หยกพูดอย่างอวดดีว่า ตนจะคบหรือไม่คบพวกนั้นมันก็ไม่ต่างกัน เพราะคงไม่มีใครคบคนขี้คุกอย่างตนอยู่แล้ว

“พวกเราทุกคนที่ตรอกศาลเจ้านี่ไงที่รักแล้วก็เป็นห่วงเธอ ขอโทษพ่อเธอแล้วกลับมาเป็นหยกคนเดิมเถอะนะ” กิ่งเหมยเอ่ยขึ้น

หยก นิ่งไป มองหน้าเธอแล้วมองคมทวนที่ยังจับคอเสื้อเขาอยู่ ใจเริ่มไม่นิ่ง แต่เมื่อนึกถึงคำเตือนของผู้การสมิงที่ว่า “เธอต้องอดทนเอาไว้นะหยก อย่าพยายามหาห่วงมาผูกคอ ยิ่งเธอมีคนให้ต้องคอยเป็นห่วงมากเท่าไหร่ นั่นจะยิ่งเป็นจุดอ่อนให้พวกมันเล่นงานทั้งเธอและคนที่เธอห่วง” คิดแล้วหยกกำหมัดแน่น ขบกรามอย่างข่มใจตัวเอง
เมื่อหยกไม่ยอมและคมทวนก็ไม่อ่อนข้อให้ ทั้งสองขัดแย้งกันรุนแรง จนอาม่าต้องไกล่เกลี่ยว่า

“อั๊วว่าปล่อยมันไปก่อนเถอะ เอาน้ำมันไปราดกองไฟตอนนี้จะยิ่งลุกลามไปกันใหญ่”

เมื่อ คมทวนปล่อยมือ หยกหันเดินไป กิ่งเหมยทนเห็นอาม่ากับคมทวนเสียใจไม่ได้ เดินตามหยกไป หยกไปเอามอเตอร์ไซค์ของตนที่คลุมผ้าไว้อย่างดีระหว่างเขาติดคุก มันยังใช้ได้ดี กิ่งเหมยตามมาพยายามเตือนสติเขา แต่เขากลับไล่ตะเพิดอย่ามายุ่งกับตนไม่อย่างนั้นจะหาว่าไม่เตือน กิ่งเหมยท้าว่าจะทำอะไรตน?

หยกบังคับกิ่งเหมยให้ซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์พาขี่ฉวัดเฉวียนน่ากลัวจนกิ่งเหมยตะโกนให้หยุดตนจะลง

ooooooo

หยก พากิ่งเหมยไปที่โกดังร้าง ซึ่งเป็นที่มั่วสุมของกิจชัยกับเด็กแว้นและสก๊อย เธอถูกมองว่าเป็นสาวเสเพลที่มากับหยก โมโหเลยจะหนีกลับ ถูกกิจชัยชวนอย่างหยาบคายว่ามาสนุกกันดีกว่า เลยถูกกิ่งเหมยด่า กิจชัยจะเข้ามาตบ หยกจับมือมันไว้ กิจชัยโมโหจ้องหน้าหยกปรามว่า

“วัน นี้พวกฉันกำลังจะฉลองใหญ่ ต้อนรับฉันและแกให้มาเป็นพวกเดียวกัน แต่ถ้าแกอยากกลับไปเป็นศัตรูกับฉันอีก แกก็พานังกิ่งเหมยกลับไป แล้วเราจะได้ เห็นดีกัน”

หยกเจอปัญหาหนัก ด้านหนึ่งต้องปกป้องกิ่งเหมยแต่อีกด้านก็ขัดแย้งกับกิจชัย คนที่จะเป็นตัวเชื่อมให้เขาเข้าถึงเป้าหมายได้ แต่ในที่สุดเขาก็ปกป้องกิ่งเหมย จากพวกมันได้ และทำให้กิจชัยเชื่อใจจนบอกเขาว่า

“แก...ไอ้หยก ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แกคือพวกฉัน”

กิ่ง เหมยเสียใจจนบอกไม่ถูกที่หยกถลำไปคบกับพวกกิจชัยจนสุดตัวขนาดนี้ เธอบอกหยกว่าจะกลับบ้านแล้วเดินออกไปเลย หยกจะตามไปก็ห่วงภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เลยใจแข็งไม่ตามไป

กิ่งเหมย เดินออกมาเรียกแท็กซี่กลับ เธอนั่งร้องไห้ด้วยความผิดหวังหยก เจอแท็กซี่หื่นจะปล้ำ มันจอดรถในที่เปลี่ยว กิ่งเหมยเห็นท่าไม่ดีวิ่งออกไปตะโกนขอความช่วยเหลือ

ตอนที่ 2

เช้าวันรุ่งขึ้น มานพลงมาที่โต๊ะอาหารมีพลาส-เตอร์ปิดแผลที่หน้าผาก ดวงแขสั่งจำปาให้ไปเตรียม อาหารให้มานพ เขาถามว่าพ่อไปไหน ดวงแขพูดประชดว่า

“แกก็รู้ว่าพ่อแกบ้างานขนาดไหน วันๆนอนแค่สามสี่ชั่วโมงก็รีบแจ้นออกไปทำงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง”

มานพ ถามว่าเรื่องท่าเรือตกลงว่าพ่อจะยกให้ตนเมื่อไร เพราะตนก็ขอโทษไปแล้ว ดวงแขบอกว่าถึงเขาจะยกโทษให้ แต่เรื่องท่าเรือไม่รู้เพราะเขาต้องแลกมันมาด้วยชีวิตลูกเมียเขา บอกมานพว่าจะนั่งรอให้เขายกให้แล้วเอาแต่เที่ยวเตร่อย่างนี้ไม่ได้ ต้องพิสูจน์ฝีมือให้เขาเห็นว่าตัวเองก็ไม่ด้อยไปกว่าเขา

มานพบอกว่าตนจะพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าพ่อควรจะพักและให้ตนเป็นเจ้าของกิจการทุกอย่างของมังกรวารีเสียที

แล้ว มานพก็พิสูจน์ฝีมือ เขาหอบแฟ้มไปที่ห้องประชุมที่เล้งกำลังประชุมอยู่โดยไม่ได้รับอนุญาต เล้งไม่พอใจมากมองมานพนิ่ง มานพมองพ่อและผู้บริหารที่ร่วมประชุมพูดอย่างมั่นใจว่า

“ผมต้องขอโทษ พ่อและผู้บริหารทุกท่าน แต่ที่ผมต้องเสียมารยาทมาขัดจังหวะการประชุม เพราะผมทราบ วาระการประชุมในครั้งนี้ว่า ธุรกิจของมังกรวารีกำลังประสบปัญหาและต้องการความคิดใหม่ๆมาช่วยฟื้นฟู กิจการวันนี้ผมจึงพร้อมที่จะช่วยนำเสนอทางออกให้ทุกท่านได้พิจารณา”

พูดแล้วมานพวางเอกสารบนโต๊ะ มองหน้าเล้งอย่างเชื่อมั่นตัวเองมาก เล้งหรี่ตามองหน้ามานพนิ่ง

หลัง จากนั้น มานพก็ถูกลูกน้องของนนท์คนสนิทของเล้งลากไปที่ห้องทำงานเล้ง มานพเอะอะโวยวายให้ปล่อยตนเมื่อเข้าไปในห้องทำงานของเล้งแล้ว เล้งบอกให้นนท์ออกไป

“พ่อ...ทำไมพ่อไม่ให้โอกาสผมอธิบายแผนงานที่ผมตั้งใจเอามาเสนอ”

“แผนงานอันนี้เหรอ” เล้งหยิบแฟ้มเอกสารของมานพโยนลงถังขยะ

มานพ ต่อว่าเล้งว่าทำอย่างนี้กับตนได้ยังไง ตนตั้งใจช่วยงานพ่อแท้ๆ เล้งบอกว่าถ้าตนต้องการความช่วยเหลือเมื่อไรจะบอกเอง แต่ที่เขาทำไปวันนี้เป็นการข้ามหน้าข้ามตาตน ทำให้ตนเสียการปกครอง เมื่อถูกมานพตัดพ้อเรื่องไม่ยกสมบัติให้ตน เล้งเอาหลักฐานการมั่วยามั่วเซ็กซ์ของเขาให้ดู บอกว่ารูปพวกนี้ทำให้ตนต้องทบทวนทุกอย่างใหม่

เมื่อไม่ได้ดั่งใจ มานพอาละวาดปัดข้าวของบนโต๊ะทิ้ง หาว่าเล้งหวงสมบัติไม่ยอมยกให้แม้แต่ลูกในไส้ หุนหันออกจากห้องไป วันต่อมาก็ได้ข่าวว่าไปเที่ยวหัวหินกับเพื่อน ดวงแขต่อว่าที่เขาไม่ยกสมบัติให้ทำให้ลูกเป็นแบบนี้

“ฉันยังยกให้มานพไม่ได้ เขาจะต้องทำให้ฉันเห็นว่าเขาแข็งแกร่ง เหมาะสมที่จะเป็นมังกรวารีที่ยิ่งใหญ่กว่าฉัน ถ้าเขาพร้อม ฉันถึงจะยอม”

พูดแล้วเล้งเดินออกไป ดวงแขถามนนท์ว่าเขาจะไปไหน นนท์บอกว่าตนบอกไม่ได้ แล้วเดินตามเล้งไป

“บ้า!! บ้าทั้งเจ้านายลูกน้องเลย” ดวงแขด่าตามหลัง

ooooooo

เล้ง ไปที่เรือนแพริมน้ำของพราวแสง ลงไปในเรือนแพมองสภาพที่ทรุดโทรมอย่างเศร้าใจ เขาเอาดอกไม้ใหม่เปลี่ยนใส่แจกันแทนดอกเก่าที่เฉาแห้ง บอกกล่าวน้ำตาคลอ “พราวแสง...ฉัน...ฉันขอโทษ”

เล้งขับรถหรูออกไปสวนกับคมทวนที่ขี่ มอเตอร์ไซค์มา คมทวนเอาดอกไม้มาเปลี่ยนเช่นกัน พอเห็นดอกไม้ใหม่ในแจกันเขาเอะใจว่าใครมาเปลี่ยน พลันก็นึกถึงรถที่เพิ่งสวนออกไป ฉุกคิดว่านั่นอาจเป็นพ่อของหยกก็ได้ เขารีบวิ่งออกมาดู แต่ไม่เห็นรถคันนั้นแล้ว นึกเสียดาย มากที่คลาดกับเบาะแสที่จะหาพ่อที่แท้จริงของหยก...

คมทวนคิดถึงวัน นั้น...วันที่เขาซ้อมมวยอยู่ใต้ถุนบ้าน จู่ๆพราวแสงก็โซซัดโซเซมาล้มหมดแรงตรงหน้า เขายิ่งตกใจเมื่อเห็นว่าพราวแสงถูกยิงมา เธอขอความช่วยเหลือจากเขาทั้งที่กำลังจะหมดแรง ขอร้องว่า

“พี่คมต้องช่วยลูกฉันนะ อย่าให้เขาเป็นอะไร จะให้เขาตายไม่ได้เด็ดขาด ต้องช่วยเขาให้รอด ช่วยลูกฉันด้วย...”

คม ทวนรีบพาเธอไปโรงพยาบาล หมอตรวจแล้วบอกว่าโชคดีที่กระสุนไม่โดนเด็กในท้อง บอกคมทวนว่าหมอคงต้องทำตามระเบียบเรื่องที่คนเจ็บถูกยิงมา พอพราวแสงรู้เธอขอร้องคมทวนว่าให้ตำรวจรู้เรื่องตนกับลูกไม่ได้เด็ดขาด ตนอยากให้เรื่องมันจบ ให้เขาคิดว่าตนจากไปแล้วดีกว่า คมทวนถามว่าเขาที่ว่าหมายถึงใคร พ่อของเด็กในท้องใช่ไหม

พราวแสง ขอโทษคมทวนที่ตนนำความเดือดร้อนมาให้ทั้งที่เคยทำให้เขาเสียใจ แต่ตนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้ว ไม่ว่าคมทวนจะถามอย่างไร พราวแสงก็ไม่ยอมบอกว่าใครคือพ่อของเด็กและเธอหนีอะไรมา ขอร้องอยู่แต่เพียงว่าให้ช่วยดูแลลูกตนด้วย จนคมทวนใจอ่อนไม่ถามต่อแต่รับปากว่า

“พี่เคยบอกพราวแล้วใช่ไหม ถึงพราวจะไม่รักพี่ แต่ชีวิตพี่ก็พร้อมปกป้องพราวเสมอ”

แม้เวลาจะผ่านไป 20 กว่าปีแล้ว แต่เรื่องนี้ยังสดๆอยู่ในความทรงจำของคมทวนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน...

ooooooo

สิ่ง ที่หยกขอกับผู้การสมิงคือจัดการไม่ให้กิจชัยมาก่อกวนหาเรื่องกิ่งเหมยอีก เมื่อเขารับงานที่ ผู้การมอบให้แล้ว ผู้การก็ให้ตำรวจจัดการกิจชัยเมื่อมันไปหาเรื่องกิ่งเหมย ทำลายข้าวของและจุดไฟเผาแผงขายน้ำเต้าหู้ของอาม่า

อาม่าตกใจที่ถูก พวกกิจชัยมาพังและเผาแผงขายน้ำเต้าหู้จนหมดสติ กิ่งหยกกับส้มเช้งจึงพาไปส่งโรงพยาบาล อยู่ได้คืนเดียวอาม่าก็ขอกลับมาให้กิ่งเหมยต้มยาจีนให้กิน

กลับมาถึงห้องพักในศาลเจ้า อาม่ามองรูปสามีกับ ลูกบนหิ้งบูชา พึมพำบอกกล่าวอย่างจำฝังใจกับอดีตที่ผ่านมา...

“อาเหลา...อาหงส์ อั๊วสัญญาว่าอั๊วจะปกป้องอาเหมยด้วยชีวิตของอั๊ว ความตายของพวกลื้อจะต้องไม่เสียเปล่า”

ส่วนหยกรับงานที่ลำบากและเสี่ยงตายจากผู้การแล้ว เขาขออะไรอีกสักเรื่อง ผู้การมองอย่างสงสัยอีกตามเคย

“อีก สักเรื่อง” ที่หยกขอคือกลับไปหากิ่งเหมยที่ศาลเจ้า เขาไปด้อมๆมองๆจนกิ่งเหมยที่กำลังต้มยาจีนให้อาม่าเห็นเลยฝากส้มเช้งให้ต้ม ต่อ ตัวเองวิ่งออกมาดูอย่างไม่เชื่อสายตา แล้วก็เจออาหยกจริงๆ หยกบอกว่าตนมีเวลาน้อย ต้องการใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด เพราะตนยังติดค้างสัญญาเธออยู่

สัญญาที่ว่าคือ กิ่งเหมยเคยขอให้เขาเป็นแบบให้วาดรูป เขาบอกว่าถ้าเธอไม่วาดตอนนี้เธออาจจะไม่มีโอกาสได้วาดอีกเลย กิ่งเหมยจึงวาดให้ แต่ถูกหยกแกล้งทำเป็นถอดเสื้อผ้าจนเกือบหมด กิ่งเหมยด่าเปิงสั่งให้ใส่เสื้อผ้าแล้วจึงลงมือดรออิ้ง

ระหว่างนั้น หยกกับกิ่งเหมยต่างมองกันด้วยความห่วงหาอาทรหลังจากเสี่ยงตายช่วยเหลือกันมาครั้งแล้วครั้งเล่า

ดึก แล้ว หยกยืนดูภาพวาดดรออิ้งใบหน้าเขาที่คมเข้มแววตาอบอุ่น หันมองกิ่งเหมยที่หลับคาเก้าอี้  มือยังกำถ่านแท่งที่ดรออิ้งจนมือเปรอะ หยกเอาถ่านแท่งออกเช็ดมือให้อย่างนุ่มนวล เอาเสื้อแจ็กเกตคลุมไหล่ให้ความอบอุ่น พึมพำ

“ฉันขอโทษนะกิ่งเหมย ฉันไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว แต่ฉันสัญญาว่าถึงแม้เธอจะเกลียดฉันแค่ไหน ฉันก็จะคอยเป็นเงาที่ปกป้องคุ้มครองเธอ”

หยกมองกิ่งเหมยเหมือนจะประทับไว้ในความ ทรงจำก่อนเดินจากไป ทิ้งกิ่งเหมยให้หลับใหลอยู่กับภาพดรออิ้งใบหน้าตน...

นอกจากนั้นหยกยังซื้อกล้วยแขกไปแขวนไว้ให้สลึงกับอ่างที่เลี้ยงดูตนมาแต่เล็กจนใหญ่ แอบมองอย่างสั่งลา

ที่สุด ท้ายคือบ้านคมทวน ไปเห็นภาพสะเทือนใจที่คมทวนกำภาพถ่ายของพราวแสงเมาเบียร์หลับไปด้วยความ เสียใจที่ไม่สามารถดูแลหยกให้ได้อย่างที่เธอหวัง หยกไปคุกเข่าพนมมือบอกทั้งที่คมทวนเมาเบียร์ไม่ได้สติว่า

“ยกโทษให้ ฉันด้วยนะพ่อ จากนี้ไปฉันอาจจะทำให้พ่อต้องเสียใจ พ่อคงต้องเกลียดฉัน แต่เมื่อถึงเวลา ฉันจะกราบขอขมาพ่อด้วยความภาคภูมิใจที่พ่อกับแม่เฝ้ารอ”

หยกลุกเดินไป เขากลั้นน้ำตาไม่ไหวปล่อยให้มัน ไหลลงมาอาบแก้มในวันมากราบลาพ่อที่เลี้ยงตนมาอย่างดี...

ooooooo

แม้ เสี่ยตงจะพยายามปกปิดดุจแพรไม่ให้รู้ถึงเบื้องหลังการทำธุรกิจผิดกฎหมายของ ตน แต่คืนนี้ดุจแพรก็รู้จนได้ เมื่อเธอไปเที่ยวผับแล้วเสี่ยให้เก่งลูกน้องตนพกปืนไปคุม

เมื่อตำรวจมาตรวจสถานบันเทิงจับยาเสพติด

แม้ดุจแพรจะไม่ได้เสพยาแต่เธอไม่ยอมให้ตรวจแต่โดยดีเลยถูกใช้ไม้แข็ง ส่วนเก่งถูกจับฐานพกอาวุธในที่สาธารณะ

เสี่ยตงได้ข่าวรีบไปช่วยลูกสาวและลูกน้อง ทั้งยังข่มขู่ธงรบที่เป็นคนนำกำลังตำรวจไปตรวจค้นด้วย

ดุจ แพรเคยได้ยินเกี่ยวกับธุรกิจผิดกฎหมายของป๋ามาบ้าง วันนี้เธอจึงเห็นกับตาและรู้ถึงพฤติการณ์ของป๋า เธอผิดหวังมาก ร้องไห้ขึ้นรถขับออกไป จนเกิดอุบัติเหตุชนมอเตอร์ไซค์ที่หยกเสร็จธุระกำลังขี่จะไปหาผู้การสมิง

หยก กระเด็นไปฟุบที่พื้น โชคดีที่ใส่หมวกกันน็อกจึงไม่ถึงกับสลบ ส่วนดุจแพรรถพุ่งชนต้นไม้มีควันโขมง ตัวเธอสะลึมสะลือมีเลือดออกที่หัวเพราะถูกสะเก็ดกระจกบาด หยกเห็นถังน้ำมันรั่วน้ำมันหยดลงพื้นใกล้ประกายไฟจากหน้ารถ เขาพยายามเข้าไปช่วยถอดเข็มขัดนิรภัยให้เธอ แต่ถอดไม่ออกจึงใช้มีดตัด ประคองเธอออกจากรถได้ไม่ทันไรก็เกิดระเบิดสนั่น!

ฝ่ายผู้การสมิงหลัง จากรับโทรศัพท์จากหยกบอกว่าเสร็จธุระแล้ว รอนานผิดปกติจนหมวดณรงค์ถามว่าเราไว้ใจเด็กหนุ่มนั่นได้หรือ เปรยๆว่าน่าจะให้ตนประกบไปด้วยเผื่อไม่ชอบมาพากลจะได้ลากคอกลับมาเข้าคุก

ผู้ การสมิงชี้แจงอย่างมั่นใจว่า “แต่ผมไว้ใจเขานะ หมวด เพราะผมเห็นแววตาของคนที่มีคุณธรรมของเขา ยุคนี้สมัยนี้เราจะหาใครที่มีความกล้าหาญและบ้าบิ่นพอที่จะเสี่ยงเอาชีวิต ตัวเองเข้าไปเป็นสายอยู่ในแก๊งของพวกมาเฟียได้”

ช่วยดุจแพรจนปลอดภัย แล้ว หยกรีบกลับทั้งที่ตัวเองบาดเจ็บที่แขน ผู้การกับหมวดณรงค์รออยู่หน้าเรือนจำ เห็นหยกกลับมาผิดเวลาถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาพูดเรียบๆว่าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย

“แต่ท่าทางเธอจะเจ็บเอาเรื่องอยู่นะ แบบนี้จะไหวเหรอ” ผู้การเป็นห่วง

“ผมรับปากท่านแล้ว ก็ต้องทำให้ได้ ผมไหวครับ”

“ฉันไว้ใจเธอนะหยก” ผู้การบอก แล้วมอบงาน “หมวดณรงค์จะจัดการให้เธอเข้าไปอยู่ในนั้นจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม เธอถึงจะได้ออกมา”

หมวดณรงค์เอากุญแจมือใส่หยกเหมือนผู้ต้องหาทั่วไป พูดให้ฟังว่า

“ท่าน ผู้การคงไม่ได้เล่าให้นายฟังว่าสายคนเก่าที่ถูกฆ่าตายเป็นลูกน้องที่ท่านรัก มาก เพราะฉะนั้นนี่คือการเดิมพันครั้งสุดท้ายของท่าน...หวังว่านายจะไม่ทำให้ ท่านผิดหวัง”

หยกไม่ตอบ เขาหันมองผู้การสมิงที่นั่งอยู่ในรถ เดินตามหมวดณรงค์จะเข้าเรือนจำ พลันผู้การก็เรียกไว้ ลงจากรถเดินมาหาหยก ถอดแว่นดำแล้วยกมือทำวันทยหัตถ์ให้เกียรติหยก

หยกยกมือทำวันทยหัตถ์ ตอบ แล้วเดินเข้าเรือนจำ อย่างพร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตตัวเอง เพื่อความภาคภูมิใจให้พ่อและวิญญาณของแม่...

ooooooo

เพราะ หวังได้มรดกจากเล้ง ดวงแขผู้เป็นแม่บอกว่าเขาพิสูจน์ตัวเองว่าเก่งกว่าพ่อให้ได้ หลังจากบุกเข้าไปหักหน้าเล้งในที่ประชุมวันนั้นแล้ว มานพก็เอาเงินไปเล่นหุ้นเสียไปล้านกว่า เขาเจ็บใจชาญและโบรก-เกอร์ เมื่อพบหน้าก็ด่าว่าและทวงเงินจนมีเรื่องชกต่อยกัน แฟนของโบรกเกอร์ถ่ายคลิปไว้ขู่ว่าถ้าคลิปนี้ว่อนเน็ตเมื่อไหร่มีหวัง...

มานพ กลัวถูกแฉ ไล่ตามแฟนโบรกเกอร์ไปแย่งคลิปในมือถือ ถูกเธอตบเขาเลยแทงเธอตาย มานพตกใจที่ฆ่าคนตาย ชาญจึงเอามีดเปื้อนเลือดจากเขาแล้วเดินย้อนกลับไปหาโบรกเกอร์คนนั้น

มานพ รีบจัดแต่งเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดแล้วขับรถออกไปอย่างขวัญเสีย หารู้ไม่ว่าโหงวดูอยู่ พอมานพไปแล้ว โหงวแหงนมองกล้องวงจรปิดบนเสาอาคาร ยิ้มเจ้าเล่ห์

ooooooo

หยกเข้าเรือนจำเจอกิจจาทำตัวเป็นขา ใหญ่ในนั้น หยกไม่อยากมีเรื่องแต่กิจจาไม่ยอม พูดอย่างย่ามใจว่าถึงเวลาที่เราต้องสะสางหนี้แค้นกันแล้ว

เมื่อกิจจา หาเรื่องชกต่อย หยกจึงจำต้องป้องกันตัว ทั้งสองถูกผู้คุมเรือนจำเอาตัวไปขังเดี่ยว ทำให้วันนี้ กิ่งเหมย อาม่าและคมทวนมาเยี่ยมจึงไม่ได้เยี่ยมหยก

นอกจากถูกลงโทษขังเดี่ยว แล้ว กิจจากับหยกยังถูกลงโทษให้อดข้าว แต่พาไปนั่งดูเพื่อนผู้ต้องขังอื่นกินข้าวในโรงอาหาร ห้ามแตะต้องอาหารของตัวเองที่วางอยู่ตรงหน้า กิจชัยทนหิวไม่ไหวคว้าอาหารไปกิน เลยถูกผู้คุมจับลากไปยัดใส่กรง หยกเอาซาลาเปาที่แอบหยิบมาให้กิน ทำให้กิจชัยมองเขาด้วยความรู้สึกดีขึ้น แต่ยังถามอย่างอดระแวงไม่ได้ว่า

“แกทำดีกับฉัน คิดอะไรรึเปล่าวะ”

“คิด...ฉัน อยากจะกระทืบแก เอาคืนที่แกมันอันธพาลชอบรังควานพวกฉันที่ตรอกศาลเจ้า แต่ฉันไม่สู้กับคนที่อ่อนแอกว่า ให้แกท้องอิ่มก่อนแล้วค่อยว่ากัน”

กิจชัยเลยบิซาลาเปาโยนให้หยกครึ่งหนึ่ง ยิ้มให้กันอย่างลูกผู้ชาย

ooooooo

หลาย เดือนแล้วที่กิ่งเหมยไม่ได้เจอหน้าหยก วันนี้จะไปเยี่ยมเขาเธอเลยทำอาหารไปหลายอย่างเผื่อให้เขาเลือกกินที่ชอบ จนอาม่าติงว่าทำขนาดเลี้ยงคนได้ทั้งคุกเลย ส้มเช้งแหย่ว่าช่างเถอะมันรักของมัน

แม้กิ่งเหมยจะบอกว่าตนกับหยก เป็นเพื่อนกัน แต่อาม่าก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เมื่อนึกถึงหงษ์แม่ของกิ่งเหมยที่ตาบอด วันที่คลอดลูกได้ยินเสียงลูกร้อง หงษ์ขอให้อาม่าอุ้มลูกมาให้คลำอย่างแสนรัก และตั้งชื่อให้ลูกว่า “กิ่งเหมย”

เมื่อ เตรียมอาหารเสร็จ กิ่งเหมยชวนคมทวนไปเยี่ยมหยก คมทวนปฏิเสธอ้างว่าไม่ว่าง แต่ที่จริงทำใจไม่ได้ที่หยกเข้าไปอยู่เรือนจำหลายเดือนแล้วแต่ไม่เขียน จดหมายมาเลยสักฉบับเดียว กิ่งเหมยจึงไปเยี่ยมหยกกับส้มเช้งกันสองคน แต่รอจนคนอื่นได้เยี่ยมญาติกันหมดและผู้คุมปิดประตูแล้ว หยกก็ยังไม่ออกมา ต่างมองกันอย่างแปลกใจ...

ปรากฏว่าหยกกำลังชกกับกิจจาอยู่ที่โรงยิม กิจจาสู้ไม่ได้ถอดนวมออกบอกหยกว่าเอาเวลาไปเจอกิ่งเหมยดีกว่าตนไม่อยากพิการ เพราะโดนเขายำ พูดแล้วเดินออกไปเลย

ผู้การสมิงซุ่มดูอยู่ เขาออกไปชมหยกว่าทำได้ดีมาก เขากับกิจชัยเริ่มสนิทกันแล้ว ให้กำลังใจและฝากความหวังกับเขาว่า

“อดทน หน่อยนะ เธอเป็นคนดี เพราะฉะนั้นการฝืนให้ตัวเองเป็นคนเลว มันไม่ใช่เรื่องง่าย” หยกถามว่าตนจะได้ออกไปเมื่อไร “อีกไม่นาน...ฉันสัญญา ว่าแต่เธอแน่ใจนะว่า จะไม่ออกไปเจอหน้าญาติที่มารอเยี่ยม ดูท่าทางเขาอยากเจอเธอมากนะ”

หยกมองหน้าผู้การสมิง พูดแววตาเศร้าว่า “ท่านบอก ผมเองว่าการฝืนตัวเองให้เป็นคนเลวมันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นผมต้องทำให้ได้” พูดแล้วหันเดินออกจากโรงยิมไปเลย

กิ่ง เหมยทำใจไม่ได้ที่หยกไม่ออกมาพบ เธอลุย เข้าไปเกาะลวดตาข่ายตะโกนเรียก “หยก...หยก...เธออยู่ ไหน??”  หยกจึงเดินออกไปตำหนิว่าเธอไม่ควรทำอย่างนี้ พูดให้กิ่งเหมยเสียใจว่า

“กลับไปเถอะ ฉันไม่ใช่ไอ้หยกคนเดิมที่เธอรู้จักอีกแล้ว”

กิ่ง เหมยตะลึงอึ้ง พอดีผู้คุมตามมาพาตัวเธอออกไป กิ่งเหมยออกไปถึงหน้าเรือนจำเหมือนคนใจลอย บอกกับส้มเช้งอย่างเจ็บปวดว่า “ต่อไปนี้ฉันจะไม่สนใจไอ้หยกอีก จะถือว่าไม่เคยรู้จักกัน” ส้มเช้งบอกให้ใจเย็น “ไม่! หยกที่ฉันรู้จักไม่ใช่คนแบบนี้ คนที่ฉันเจอข้างในนั้น...ไม่ใช่เขา!” พูดแล้วเดินอ้าวไปจนส้มเช้งวิ่งตามแทบไม่ทัน

เพราะหยกทำตัวเลวได้ กลมกลืนกับกิจชัย จนกิจชัยยอมรับชวนเขาว่า คนคุกอย่างเราออกไปก็ไม่มีใครยอมรับออกจากคุกให้มาเป็นพวกเดียวกับตนรับรอง รุ่งแน่

ooooooo

มานพกลัวถูกเล้งตำหนิเรื่องเล่นหุ้นเสียไปเป็นล้านจะรีบออกจากบ้าน เล็งปรามว่าถ้าก้าวออกจากบ้านนี้ไปก็ไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก มานพพูดอย่างอวดดีว่าพ่อคิดว่าตนโง่ แต่ขอบอกไว้เลยว่าตนจะไม่ยอมแพ้ จะเอาชนะพ่อให้ได้

ดวงแขตกใจ สั่งมานพให้ขอโทษพ่อเดี๋ยวนี้ เล็งบอกว่า “ไม่ต้อง เมื่อมันไม่อยากขอโทษฉันก็ไม่ต้องทำ ฉันเลี้ยงมันมา ฉันรู้ว่ามันหยิ่งผยอง จองหอง คนอย่างมันถ้าไม่เจ็บจะไม่รู้จักจำ” เล้งกับมานพจ้องหน้ากันเขม็ง เล้งพูดขึ้นว่า “ในเมื่อแกคือสายเลือดมังกรของฉัน ถ้าแกอยากแข่งขัน ฉันก็จะให้แกแข่งกับฉัน”

มานพมองหน้าเล้งด้วยสีหน้าสงสัยว่าพ่อจะมาไม้ไหนกับตน เล้งพามานพไปขึ้นรถตู้ ดวงแขตกใจถามว่าจะพาลูกไปไหน

“เธออยู่ที่นี่แหละ ไม่ต้องตามไป มันเป็นสายเลือดของฉัน ถ้ามันอยากเก่งมันต้องเก่งให้มากกว่าฉัน ไปได้แล้ว”

ดวงแขมองตามรถไปด้วยความเป็นห่วงมานพ ไม่รู้ว่าเล้งคิดจะทำอะไร?

ooooooo

ในที่สุด หยกกับกิจชัยก็ได้รับการปล่อยตัวพร้อมกัน ทุกคนดีใจแต่หยกกลับเงียบขรึมจนกิจชัยหยอกว่าติดใจคุกจนไม่อยากออกหรือ

ที่หน้าเรือนจำ พรรคพวกของหยก ทั้งกิ่งเหมย ส้มเช้ง อ่าง กับสลึง พากันมารอรับเขา แต่พอหยกออกมา เขากลับบอกทุกคนว่าให้กลับไปกันเถอะ ตนจะไปกับเพื่อน ว่าแล้วเดินไปที่กลุ่มแก๊งมอเตอร์ไซค์ของกิจชัย ทำเอาทุกคนที่มารอรับมองเหวอ

กิ่งเหมยไม่ยอมให้หยกไปกับพวกนั้น เธอวิ่งไปขึ้นรถกระบะที่เจ้าของเสียบกุญแจคาไว้ตะบึงไล่ตามมอเตอร์ไซค์ที่หยกขี่ไปสุดชีวิต ทั้งไล่ตาม เคียงขนาบจนปาดหน้า สุดท้ายต่างลงจากรถมาเผชิญหน้ากัน กิ่งเหมยพยายามพูดให้หยกคิดทบทวนตัวเอง แต่หยกกลับบอกว่า

“ฉันจะทำอะไรมันไม่ใช่ธุระกงการของเธอนะ คุกมันเปลี่ยนฉันไปแล้วกิ่งเหมย สิ่งที่ฉันเคยมีมันไม่มีอีกแล้ว”

หยกผละไปขึ้นมอเตอร์ไซค์บิดไปอย่างไม่แยแส กิ่งเหมยผิดหวังหยกมาก เธอทรุดนั่งร้องไห้อย่างหมดแรง

ooooooo

ตอนที่ 1

ชุมชนบริเวณตรอกศาลเจ้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชาวชุมชนที่อยู่กันมายาวนาน ต่างดำรงชีวิตตามวิถี ของตน ลูกหลานรุ่นแล้วรุ่นเล่าเติบโตมาด้วยกันในชุมชน แม้ไม่ใช่ญาติ ก็ผูกพันกันเหมือนญาติ

หยกกับกิ่งเหมยรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไรต่างไม่เคยคิด เพราะโตมาด้วยกันนับแต่จำความได้ จนแก้ผ้ากระโดดน้ำด้วยกัน กระทั่งวันนี้...หยกเป็นนักเรียนนายร้อย ส่วนกิ่งเหมยเป็นวัยรุ่นน่ารักแต่ดุ กร้านกับชีวิตในชุมชน

หยกอยู่กับคมทวนอดีตนักมวยขาเป๋ที่ผันมาเปิดโรงเรียนสอนศิลปะมวยไทยเล็กๆริมแม่น้ำ หยกเรียกคมทวนว่าพ่อ ทั้งที่ไม่รู้ว่ารากตัวเองมาจากไหน ใครเป็นพ่อ? ใครเป็นแม่? ส่วนกิ่งเหมยก็กำพร้าอยู่กับอาม่าผู้ดูแลศาลเจ้าและขายน้ำเต้าหู้เลี้ยงตัวและหลาน แม้จะโตมาด้วยกันอายุไล่เลี่ยกัน แต่หยกก็ดูแลปกป้องกิ่งเหมยเหมือนน้องคนหนึ่งของตัวเอง

คมทวนเลี้ยงหยกมาในค่ายมวย มีความปรารถนาแรงกล้าที่จะให้หยกเป็นตำรวจ แต่ก็ผิดหวังเสียใจเมื่อเห็นหยกมีเรื่องกับกิจจาและลูกน้องที่มาเรียกค่าคุ้มครองจากอาม่า เมื่อไม่ได้ก็ทำลายข้าวของและทำร้ายอาม่า หยกกับคมทวนมีปากเสียงกันรุนแรง เพราะคมทวนกลัวหยกจะเรียนไม่จบ ไม่ได้เป็นตำรวจ เมื่อหยกชี้แจงก็หาว่าเถียง ไม่เชื่อฟังตน

“ที่เอ็งไม่ฟังข้าแล้วเพราะเอ็งโกรธที่ข้าสั่งไม่ให้เอ็งตามหาพ่อแท้ๆของเอ็งใช่ไหม!!” คมทวนไล่หยกไปให้พ้น ถ้าไม่คิดจะทำให้ตนสบายใจ “เอ็งจะไปหัวหก ก้นขวิดที่ไหนก็เรื่องของเอ็ง ข้ามันเลี้ยงเอ็งมาได้แต่ตัว”

หยกเข้าไปคุกเข่าพนมมือเบื้องหน้าคมทวน เอ่ยน้ำตาซึม

“ถึงในตัวฉันจะไม่มีเลือดของพ่อแม้แต่หยดเดียว แต่ฉันก็มีพ่อเป็นพ่ออยู่แค่คนเดียว ฉันสัญญาว่าฉันจะเป็นตำรวจเพื่อให้พ่อภูมิใจให้ได้” หยกกราบแทบเท้าคมทวน จากไปทั้งน้ำตา

คมทวนยืนนิ่งขึง แต่พอหยกเดินจากไป ก็มองตามน้ำตาเอ่อ...

ooooooo

ที่ท่าเรือ...

เจ้าสัวเล้ง กระวนกระวายใจอยู่กับดวงแข รอคอยมานพที่เจ้าสัวส่งไปเรียนเมืองนอกและเดินทางกลับมาวันนี้ แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นมานพมา เจ้าสัวเล้งร้อนใจจนดวงแขติงว่าร้อนใจอยากเจอลูกยิ่งกว่าตนเสียอีก

“ใช่...ฉันใจร้อน แต่ที่ฉันส่งมานพไปเรียนเพราะอนาคตมันต้องแบกภาระธุรกิจของฉัน กลับมาคราวนี้ฉันจะให้มันเริ่มงานเลยทันที”

“แต่คุณให้มานพเรียนตั้งหลายอย่าง อยู่โน่นก็มีแต่เรียน น่าจะให้เขาเที่ยวพักผ่อนก่อน”

“ถ้าฉันเลี้ยงลูกเหมือนเธอ ตอนที่ธุรกิจของตระกูลฉันพังไม่เหลืออะไร ฉันก็คงกลับมายิ่งใหญ่อย่างทุกวันนี้ไม่ได้ คงได้แต่นอนกอดขี้เถ้าคนตายไปแล้ว”

ระหว่างนั้น นนท์หัวหน้าการ์ดเข้ามากระซิบอะไร กับเจ้าสัว เจ้าสัวชักสีหน้าหันคว้าแขนดวงแขบีบอย่างแรงตะคอกถาม “ลูกชายฉันหายหัวไปไหน...บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะดวงแข!”

ที่แท้มานพลงจากเครื่องก็ไปมั่วสุมเสพยา มั่วเซ็กซ์กับลูกหลานไฮโซหญิงชายที่คอนโดหรู จนกระทั่งชาญลูกน้องของเขามาบอกว่า “คุณนพครับ...ท่านรู้เรื่องคุณนพแล้วนะครับ”

“งั้นก็หมายความว่าหมดเวลาสนุกของฉันแล้ว น่ะสิ...เซ็งว่ะ” มานพบ่นหงุดหงิด

ooooooo

วันนี้ ดุจแพร ลูกสาวเสี่ยตง เสี่ยนักธุรกิจราตรีชื่อดัง แต่เสี่ยตงปกปิดไม่ให้ดุจแพรรู้ธุรกิจและเบื้องหลังของตน เลี้ยงดูปรนเปรอเธอเยี่ยงลูกเศรษฐีทั้งหลาย วันนี้เธอมาซื้อคอนโดที่นี่เพื่อเก็งกำไร เจอมานพควงสาวคู่ขาในลิฟต์ เธอมองทั้งคู่อย่างรังเกียจที่มั่วกันไม่เลือกแม้แต่ในลิฟต์ จนเธอทนไม่ได้กระแอมเตือน แอบด่า “โรคจิต”

มานพนัวเนียซุกไซ้กับสาวคู่ขาแต่แอบพอใจดุจแพร ส่งสาวคู่ขาแล้วถามชาญว่าเห็นผู้หญิงที่เพิ่งออกจากลิฟต์เมื่อครู่นี้ไหม สั่งชาญให้สืบดูว่าเป็นใคร พูดหื่นๆว่า “สวยถูกใจฉันว่ะ”

เวลาเดียวกันนั้น เจ้าสัวเล้งโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง เค้นถามดวงแขว่าลูกชายตนหายหัวไปไหน ดวงแขย้อนถามว่าตนจะรู้ได้ยังไงในเมื่ออยู่ด้วยกันตรงนี้ตลอด เจ้าสัวหัวเสีย ด่าดวงแขว่าเอาแต่โอ๋ตามใจลูกจนเสียคน ดวงแขรับรองว่าลูกไม่เสียคนแน่ คงหนีเที่ยวไปตามวัย พอเที่ยวเบื่อก็กลับมาช่วยงานแน่

“ลูกฉันมันต้องเป็นมังกร มันจะต้องทำให้ตระกูลมังกรวารีของฉันยิ่งใหญ่ แต่ถ้ามันทำตัวได้แค่กิ้งกือ ฉันก็จะไม่เอามันไว้”

“คุณกล้าพอจะตัดเขาออกจากชีวิตคุณได้เหรอคะ ในเมื่อมานพคือสายเลือดมังกรวารีคนเดียวที่เหลือของคุณ”

ดวงแขถามอย่างเป็นต่อ เจ้าสัวชะงักคลายมือที่บีบแขนเธอ มองไปที่ท่าเรือมูลค่านับพันล้านของเขาเบื้องหน้า...

ooooooo

เมื่อ 20 ปีก่อน...ในงานเลี้ยงแถลงข่าวเปิดตัว “โครงการท่าเรือ SIAM BAY โดย Red Dragon Group” ที่โรงแรมหรู งานนี้เมียเล้งพาลูกชายพาวัย 8 ขวบจอมซนมาด้วย ลูกซนจนเมียเล้งจะพาขึ้นไปบนห้อง เล้งโบกมือห้าม...

“ไม่ต้อง...ให้อยู่ในงานนี้แหละ ฉันอยากให้ลูกชายฉันเห็นความยิ่งใหญ่ที่ฉันกำลังจะสร้างขึ้น” เล้งลูบหัวลูกบอก “อย่าซนนะอาตี๋ สิ่งที่จะเห็นต่อไปนี้ มันจะเป็นของลื้อในอนาคต”

พอเมียเล้งพาลูกชายเลี่ยงไป ดวงแขก็เฉิดฉายเข้ามาในงาน เล้งไม่พอใจลากดวงแขไปที่มุมลับตาถามว่ามาทำไม สั่งแล้วใช่ไหมว่าอย่าโผล่หน้ามาให้เมียตนเห็น

ดวงแขเป็นเมียเก็บของเล้ง เธอพูดอย่างไม่สะดุ้งสะเทือนว่าเมียเขาไม่รู้จักตน และตนก็อยากมาดูความสำเร็จที่เขาภาคภูมิใจ จะได้กลับไปเล่าให้มานพฟังว่าพ่อเขาเก่งมากแค่ไหน

ขณะนั้นเอง โหงว ที่เล้งเรียกว่าเฮียโหงวมือขวาคนสนิทของเตี่ยเขาเดินมา เล้งบอกเฮียโหงวให้เอาดวงแขที่โหงวส่งมาปรนเปรอเขาออกไปอย่าให้มาเกะกะในงาน โหงวขอว่ามีอะไรก็พูดกันดีๆอย่าลงไม้ลงมือกันเลย

“เฮียโหงว!! พ่อผมตายไปแล้ว เพราะฉะนั้นผมไม่จำเป็นต้องฟังคำแนะนำของเฮียอีก เฮียนั่นแหละที่ต้องฟังคำสั่งผมอย่างเดียว พาดวงแขออกไป”

โหงวเก็บความไม่พอใจ จำต้องทำตามคำสั่งของเล้ง

แต่ไม่ทันที่เล้งจะกล่าวเปิดงาน เสียงปืนก็รัวก้องขึ้น แขกในงานแตกตื่น กลุ่มมือปืนสวมหมวกไอ้โม่งบุกเข้ามายิงกราด เล้งเห็นลูกถูกยิง ซ้ำเมียที่กอดลูกไว้ก็ถูกยิงตายไปอีกคน เล้งกระโดดลงมาจะช่วย ถูกมือปืนเล็งใส่ อีกคนแทงเข้าหัวไหล่เขาเลือดโกรก พราวแสงสาวเสิร์ฟมาเห็นเธอคว้าขวดแชมเปญฟาดหัวมือปืนจนมันเสียหลักแล้วเธอก็พาเล้งหนีออกไป

เล้งหันมองลูกเมียที่ถูกยิงตายแค้นอกแทบระเบิด เขาถูกพราวแสงพาหนีไปที่ลานจอดรถ โหงววิ่งตามตะโกนเรียก พราวแสงถามว่าคนนี้จะช่วยเขาได้ไหม เล้งบอกว่าเขาคือคนที่จะฆ่าตน พราวแสงจึงพาเล้งขึ้นรถกระบะที่เจ้าของเสียบกุญแจคาไว้ ขับพาเล้งหนีไป ท่ามกลางสายตาโหงวที่มองตามอย่างเจ็บใจที่ฆ่าเล้งไม่สำเร็จ

ooooooo

พราวแสงพาเล้งมาพักที่เรือนแพอันเป็นบ้านพักของเธอ เธอบอกเขาว่าที่นี่เป็นบ้านเก่าของพ่อแม่ตนที่ตายไปแล้ว รับรองปลอดภัยแน่ เล้งถามว่าเธอชื่ออะไร พอเธอบอกว่าชื่อพราวแสง เล้งทวนชื่อเธอเบาๆก่อนหมดสติไป

พราวแสงปฐมพยาบาลจนเล้งแข็งแรงขึ้น แล้ววันหนึ่งเขาก็หายไป เธอตามไปเจอเขาที่สถานก่อสร้างท่าเรือ  เห็นโหงวกำลังบัญชาการสร้างท่าเรือราวกับเป็นเจ้าของ เล้งฆ่าลูกน้องโหงวหมายบุกไปฆ่าโหงวแก้แค้นให้ลูกเมีย พราวแสงมาห้ามทัน ถามเขาว่า “ถ้าเลือดเปื้อนมือคุณแล้ว คุณจะกลับไปเป็นคนเดิมได้อีกหรือ ให้ตำรวจจัดการเรื่องนี้เถอะ”

“สมบัติทุกอย่างเป็นของตระกูลผม ถ้าปล่อยให้คนเลวอย่างมันเอาไปแล้วผมจะมากราบไหว้บรรพบุรุษได้ยังไง”

เล้งผลักพราวแสงแล้วยิงโหงวทันที แต่ยิงพลาดไปถูกที่ขา ลูกน้องโหงวยิงสวนมาถูกต้นแขนพราวแสง เล้งตกใจรีบพาพราวแสงหนีไป

กลับมาถึงเรือนแพริมน้ำ เล้งรู้สึกผิดที่ทำให้พราวแสงบาดเจ็บ เขาขอโทษ สัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้เธอเป็นอะไรเด็ดขาด ความอาทรห่วงใยกันในยามตกอยู่ในภยันตราย ทำให้ต่างเห็นใจ เข้าใจกันจนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง

หยกเลือดมังกร เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ