ตอนที่ 18
เมื่อเล้งมาถึง หมอบอกว่าอาการของคมทวน
ดีขึ้นมากแล้ว แต่ท่าทางยังระแวงถามอะไรก็ไม่ค่อยตอบ เล้งบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวตนไปคุยเอง
แต่พอเข้าไปในห้อง กลับเห็นพยาบาลถูกจับมัดอยู่กับเตียง ช่วยกันปลดพยาบาลออกมาแล้วจึงรู้ว่าคมทวนเพิ่งหนีไปเมื่อครู่นี้เอง เล้งหน้าเครียดแล้วรีบตามออกไปพร้อมกับนนท์
ไปถึงหน้าโรงพยาบาลเห็นคมทวนในชุดคนไข้ขึ้นแท็กซี่ออกไปพอดี นนท์จะตาม เล้งบอกไม่ต้อง นนท์ถามว่าจะให้หนีไปแบบนี้หรือ
“ใครว่าฉันจะให้มันหนีล่ะ เราจะตามมันไปไม่ให้รู้ตัวต่างหาก” เล้งมองตามแท็กซี่ไปอย่างมาดมั่น
ที่โรงเลื่อย มานพรีบมาเล่าเรื่องที่ได้รับโทรศัพท์ลึกลับจากคนที่รู้เรื่องของตนลึกมากให้โหงวกับดวงแขฟัง โหงวสงสัยว่ามานพทำพลาดจนเสียความลับเอง มานพไม่ยอมรับชี้หน้าด่าโหงว เลยถูกโหงวจับมือบิดไพล่หลังปรามว่า
“อย่าห้าวให้มันมากนักนะมานพ กี่ครั้งแล้วที่แกทำเรี่ยราดเละเทะแล้วต้องให้ฉันไปเก็บกวาดให้”
“แกเป็นลูกน้องฉัน แกต้องทำตามที่ฉันสั่ง”
โหงวบิดมือมานพอย่างแรงสั่งให้พูดออกมาอีกทีว่าตนเป็นแค่ลูกน้อง! มานพไม่กล้าพูดเอาแต่ร้องโอดโอย โหงวบิดมือแรงขึ้นอีกสั่งให้พูด มานพจึงพูดอย่างเสียไม่ได้ว่า “แกเป็นเตี่ยฉัน” โหงวยังไม่พอใจสั่งให้พูดดังๆ เขาเลยตะโกน “แก...แกเป็นเตี่ยฉัน!!”
โหงวจึงปล่อยมือแล้วเดินออกไป ดวงแขรีบตาม บอกว่าเขาจะไปไหนไม่ได้ต้องช่วยจัดการเรื่องนี้ให้มานพก่อน โหงวสวนไปอย่างขุ่นมัวว่า “ฉันเป็นเตี่ยมัน ถ้าไม่ใช่ฉันแล้วใครจะช่วย”
โหงววิเคราะห์ว่า คนนั้นต้องเป็นพวกเดียวกับคนที่เพิ่งโดนมานพเชือดคอคิดว่าสืบได้ไม่ยาก ดวงแขเร่งให้รีบหน่อย
“ฉันรู้น่า ต้องเก็บกวาดให้เรียบร้อยก่อนที่เล้งจะเปิดตัวมานพ จะไม่ปล่อยให้มันคาบเอาเรื่องนี้ไปบอกไอ้เล้งแน่”
ooooooo
หลังจากกิ่งเหมยบอกว่าจะแต่งงานกับหยกแล้ว เขามีความสุขมาก หยอกล้อเย้าแหย่กับกิ่งเหมย
อยู่ที่ห้องพักบนดาดฟ้า พอดีธงรบมาเห็น เขาแสดงความยินดีกับหยก และส่งสัญญาณว่ามีธุระ หยกจึงออกมาคุยกันที่ใต้ทางด่วน
“ที่ฉันต้องมาหาแกก็เพราะหมวดณรงค์ยอม
สละชีวิตตัวเองเพื่อภารกิจไปคนหนึ่งแล้ว กว่าจะกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากก็ไม่รู้ว่าแก ฉัน หรือว่าผู้การ ใครจะเหลือรอดเป็นคนสุดท้าย”
หยกเพิ่งรู้เรื่องหมวดณรงค์ เขาผลุนผลันไปที่รถมอเตอร์ไซค์ ธงรบเตือนว่าเขาทำอะไรไม่ได้หรอก ตนเองก็อยากจะไปตามล่าพวกมันใจแทบขาดย้ำกับหยกว่า
“ก็จริงอย่างที่อาสมิงเตือน ยิ่งอยากใช้อารมณ์แค้นตอบโต้ ก็ยิ่งทำให้เราตกเป็นเป้าของพวกมันมากขึ้น”
“ผู้การสั่งห้ามหมวด ไม่ได้ห้ามผม” หยกปัดมือธงรบจะไปให้ได้ ธงรบจึงเตือนสติเขาว่า
“แกกับกิ่งเหมยกำลังจะมีอนาคตร่วมกัน ถ้าแกเป็นอะไรขึ้นมา ฉันทำหน้าที่ดูแลกิ่งเหมยแทนแกไม่ได้หรอกนะเว้ย” เห็นหยกชะงัก ธงรบพูดต่อ “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น กิ่งเหมยจะต้องมีความสำคัญสำหรับแกเป็นอันดับแรก ส่วนไอ้พวกเลวชาติพวกนั้น มันต้องเจอกับฉัน”
“ผมขอบคุณที่หมวดคิดช่วยผมกับกิ่งเหมย
แต่ถ้าผมไม่ได้จัดการกับพวกมันด้วยหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา แล้วคนที่ผมรักจะภาคภูมิใจในเกียรติยศของผมได้ยังไง”
“มันก็จริงของแก...เป็นตำรวจถ้าอยู่อย่างไร้เกียรติก็อย่าเป็นมันเสียเลยดีกว่า”
“การตายของหมวดณรงค์จะต้องไม่สูญเปล่า ผมจะต้องหาทางกระชากหน้ากากไอ้พวกพยัคฆ์เมฆา
ออกมาให้ได้”
“ไม่ใช่แกคนเดียวแน่หยก ฉันเองก็อยากรู้ว่ามันเป็นใคร และฉันก็สงสัยด้วยว่า ตอนนี้มีคนที่รู้แล้ว แต่ยังไม่อยากให้เราเข้าไปยุ่ง” หยกถามว่าใคร ธงรบโพล่งบอกว่า “อาสมิง!”
ooooooo
คมทวนกลับมาตรอกศาลเจ้า เหลียวหลังอย่างระวังว่ามีใครตามมาหรือเปล่า เลยชนสลึงกับอ่างที่เดินทะเล่อทะล่ามาตรงหัวมุมพอดี ทั้งสองดีใจมากที่เจอคมทวน ถามว่าหายไปไหนมา พวกตนหากันให้ควั่ก แล้วทำไมแต่งตัวแบบนี้
ทั้งสองถูกคมทวนปดตามเคยว่าจู่ๆก็หัวใจวายกลางทาง แต่ไม่ต้องห่วงตนไม่ยอมเป็นอะไรจนกว่าหยกจะแต่งงานมีครอบครัวก่อน อ่างบอกว่างั้นก็สบายใจได้แล้วเพราะหยกขอสาวแต่งงานเรียบร้อยแล้ว
“เฮ้ย...ไอ้หยกไปขอใครแต่งงานวะ” คมทวนตกใจ เพราะตนหายไปแค่คืนเดียวหยกก็ขอสาวแต่งงานแล้ว
“กิ่งเหมย!!” อ่างกับสลึงตอบพร้อมกันอย่างภูมิอกภูมิใจ
คมทวนคิดว่าตัวเองหลบกลับบ้านได้ไม่มีใครเห็น แต่ที่แท้เล้งกับนนท์ตามมาห่างๆ จนเล้งชนเข้ากับกิ่งเหมยที่ถือไม้เท้าคลำทางหนีส้มเช้งที่ไล่หยอกล้อกันมา เล้งตกใจรีบประคองเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดดินที่มือให้ ถามว่าตาไม่เห็นหรือ ก็พอดีส้มเช้งไล่ตามกิ่งเหมยมาทัน ชะงักมองเล้งอย่างแปลกใจ
เล้งถามว่า เธอสองคนเป็นคนดูแลศาลเจ้านี้
หรือ กิ่งเหมยเล่าซื่อๆด้วยความรู้สึกดีๆที่เล้งช่วยตนเมื่อครู่นี้ว่า
“ค่ะ...เมื่อก่อนเป็นอาม่าที่รับจ้างดูแลศาลเจ้านี้ให้สมาคม แต่หลังจากอาม่าเสีย หนูกับเพื่อนก็เลยดูแลต่อ”
เล้งเล่าว่าตนเคยได้ยินชื่อเสียงของศาลเจ้านี้
มานานแล้วยังไม่เคยแวะมาสักที ส้มเช้งถามว่าแล้ว
เขามาทำอะไร ตนไม่เคยเห็นเขาแถวนี้มาก่อน เล้งมองหน้าส้มเช้งที่ถามซอกแซก สายตาเจ้าพ่อของเขาทำเอาส้มเช้งหายอยากรู้ไปเลย ส่วนกิ่งเหมยเรียกเพื่อนติงๆทำนองว่าเสียมารยาท เล้งพูดอย่างใจดีว่า
“ไม่เป็นไรหรอกหนู ฉันมีคนรู้จักอยู่แถวนี้ก็เลยแวะมาเยี่ยมเยียนน่ะ” ส้มเช้งถามว่ารู้จักใครหรือ ก็พอดีนนท์กลับมา เล้งจึงขอตัวบอกว่า มีโอกาสเมื่อไหร่จะกลับมาไหว้เจ้า
พอเล้งไป กิ่งเหมยติงเพื่อนว่าไม่ควรเสียมารยาทกับคนที่เพิ่งช่วยตนเอาไว้ ส้มเช้งทำเสียงสยองบอกว่า
“ถ้าแกมองเห็นว่าท่าทางเขาเป็นใครแล้วแกต้องอยากรู้เหมือนฉันแน่ เพราะท่าทางเขาเหมือนพวกไอ้เสี่ยตงเลยแหละ!” กิ่งเหมยถามว่าเหมือนยังไง “ก็พวกเจ้าพ่อไงแก!!”
กิ่งเหมยนึกได้ว่ายังไม่ได้คืนผ้าเช็ดหน้าให้เล้ง เลยรีบตามไป
เล้งมายืนคุยกับนนท์ที่หน้าศาลเจ้า นนท์เล่าที่ไปสืบมาให้ฟังว่า
“ไอ้หมอนั่นมันมาอยู่ที่ตรอกศาลเจ้านี่หลายสิบปีแล้วครับ เมื่อก่อนมันเคยเป็นครูสอนมวย สอนมวยให้เด็กๆ แถวนี้ แต่ต้องเลิกสอนไปเพราะลูกชายติดคุกแล้วออกมาเป็นนักเลง”
“ลูกชาย...ไอ้หมอนั่นมันมีลูกชายด้วยเหรอ”
“ครับเจ้าสัว...แล้วลูกชายมันเจ้าสัวก็รู้จักด้วย นายหยก ลูกน้องของเสี่ยตงไงครับ”
พอดีกิ่งเหมยตามเอาผ้าเช็ดหน้ามาคืนให้ เล้งจึงบอกนนท์ว่าเรื่องนั้นค่อยคุยกันทีหลัง หันไปขอบใจกิ่งเหมย บอกว่าวันหลังจะกลับมาที่นี่อีก แล้วเดินออกไปกับนนท์
กิ่งเหมยฟังเสียงฝีเท้าที่เดินออกไปแล้วก็เริ่มกังวล เป็นห่วงหยกขึ้นมา...
ooooooo
มานพคอยอยู่ที่โรงเลื่อยจนเย็นไม่เห็นโหงว
กลับมา บ่นกับดวงแขว่าหมอนั่นจะช่วยเราได้จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้
“มันมีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้ ถ้าเล้งรู้ความจริงเรื่องแกก่อนที่จะยกสมบัติให้ มันก็ต้องชวดอดไปด้วย แถมยังจะโดนไอ้เล้งตามเก็บอีก ยังไงมันก็ต้องหาทางจัดการให้แกแน่ ว่าแต่แกเถอะ ติดต่อเล้งได้รึเปล่า”
ขณะสองแม่ลูกกำลังกังวลและระแวงอยู่นั่นเอง โหงวก็โผล่มา มานพถามเสียงขุ่นว่าตกลงคนที่โทร.
มาหาตนเป็นใคร โหงวชูซองสีน้ำตาลให้ดูพลางบอกว่า
“ฉันรู้แล้วว่ามันเป็นใคร แต่ก่อนที่แกจะได้รู้ ฉันอยากเตือนอะไรแกสักอย่าง” พูดไม่ทันขาดคำก็ชกเปรี้ยงเข้าที่หน้ามานพจนเลือดออกซิบๆ มานพตะคอกว่าชกตนทำไม โหงวโยนซองใส่หน้า “เตือนให้แกรู้ว่าแกมันโง่น่ะสิ พลาดอย่างโง่ๆ ถึงทำให้ตำรวจรู้ว่าแกเป็นใคร”
“ตำรวจ!! แกหมายความว่าไง” ดวงแขตกใจ โหงวไม่ตอบเดินหัวเสียออกไป สองแม่ลูกหยิบซองมาเปิดดู ในนั้นมีภาพถ่ายของหมวดณรงค์กับผู้การสมิงในชุดตำรวจเต็มยศ! สองแม่ลูกมองกันอึ้ง!!
สองแม่ลูกรีบเดินตามออกมาเห็นโหงวกำลังเตรียมอาวุธแบบจัดหนักอย่างเคร่งเครียด มานพบอกว่าคนที่ตนเชือดคอไปเป็นแค่พ่อค้ายากระจอกๆไม่ใช่ตำรวจ ดวงแขปรามมานพให้ฟังโหงวก่อนเพราะตนก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมตำรวจถึงพยายามสืบเรื่องของเขา
โหงวกระชากซองไป ดึงรูปตำรวจออกมาชี้ที่
ผู้การสมิง...
“ไอ้หมอนี่มันคือผู้การสมิง มันคือหัวหอกคนสำคัญของกรมตำรวจที่ได้รับมอบหมายให้กวาดล้างพวกมาเฟีย ตอนที่ฉันติดคุกอยู่ เคยได้ยินพวกในนั้นพูดถึงมันอยู่บ่อยๆ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องลุยกับมันเร็วขนาดนี้”
มานพถามว่าพวกนั้นจ้องเล่นงานตนถึงได้ส่งคนมาสืบหรือ โหงวบอกว่าทั้งเขา เล้ง และเสี่ยตงล้วนอยู่ในสายตาสมิงหมด ย้ำอย่างหงุดหงิดว่า “ยิ่งแกไปฆ่าคนของมัน มันก็เลยคิดจะเล่นงานแกเป็นคนแรกไง!”
ดวงแขปลอบลูกชายว่าไม่ต้องห่วง เรามีเงินเยอะแบ่งไปใต้โต๊ะหน่อยขี้คร้านจะยอม
“เงินไม่ได้ซื้อตำรวจได้ทุกคนหรอกนะดวงแข โดยเฉพาะไอ้ผู้การสมิงคนนี้ ให้เท่าไหร่มันก็ไม่รับแน่” โหงวตวาด มานพตกใจถามว่าแล้วจะทำยังไง จะรอให้มาลากคอตนไปงั้นหรือ โหงวหางตาใส่มานพบอกว่า “ตำรวจกับมาเฟีย ถ้าร่วมมือเป็นพวกเดียวกันไม่ได้ ก็มีทางให้เลือกทางเดียวเท่านั้น” พูดจบโหงวเอาปืนเหน็บเอวเดินยิ้มร้ายออกไป
“ฉันจะไปด้วย” มานพตามออกมา เห็นโหงวทำเฉยมานพจึงฝืนใจเรียก “เตี่ย ฉันขอร้องล่ะที่ผ่านมาฉันโง่เอง ถ้าไม่ได้เตี่ยคอยช่วยฉันมาตลอด ฉันจะมีวันนี้ได้ยังไง”
“ต้องให้มันได้อย่างนี้สิวะ ลูกชายอั๊ว ฮ่าๆๆ ไปเว้ย เราไปสนุกกัน” โหงวหัวเราะสะใจส่งปืนให้มานพ พาออกไปสมทบกับลูกน้องที่รออยู่ มานพเดินตามจิกตาร้ายกาจ
ooooooo
ขณะเล้งหมกมุ่นครุ่นคิดเรื่องพราวแสง มองหยกมังกรวารีสมบัติประจำตระกูลครึ่งหนึ่งที่เหลือจากหักให้พราวแสงในมืออยู่นั้น ก็มีโทรศัพท์เข้ามือถือ เล้งมองเบอร์หน้าจอ กดรับอย่างแปลกใจ
“สวัสดีครับเจ้าสัวเล้ง แห่งมังกรวารี มังกรที่ได้ชื่อว่ามีคุณธรรมที่สุดในกลุ่มของพวกมาเฟีย” เสียงปลายสายทักอย่างรู้จักดี เล้งถามว่าใคร รู้จักเบอร์ส่วนตัวของตนได้ยังไง “ฉันจะได้เบอร์ของแกมายังไง มันไม่ใช่ประเด็นที่แกควรจะต้องรู้หรอก เรื่องของพวกพยัคฆ์เมฆาต่างหากที่ฉันอยากจะบอกให้แกรู้”
เล้งสนใจมาก แต่พอถาม ปลายสายกลับบอกว่าพูดทางโทรศัพท์ไม่สะดวก นัดเจอกันดีกว่ารับรองว่า
ความลับของพยัคฆ์เมฆาที่เจ้าสัวอยากรู้ จะไม่ใช่ความลับอีกต่อไป แล้วนัดสถานที่ เวลา เล้งตั้งใจฟังทั้งอยากรู้ ทั้งสงสัย
ทันทีที่วางสาย ผู้การสมิงเดินไปที่รถ แต่ยังไม่ทันเปิดประตูรถ หยกก็ขี่มอเตอร์ไซค์พาธงรบมาจอดขวางหน้ารถแล้วรีบลงมาหา หยกบอกว่าตนรู้เรื่องหมวดณรงค์หมดแล้ว ผู้การตอบเลี่ยงๆ ว่า รู้แล้วก็ดีจะได้เป็นบทเรียนรู้จักระวังตัว พูดแล้วจะขึ้นรถ
“เดี๋ยวสิครับอา ที่ผมกับไอ้หยกมาตามหาอาก็เพราะอยากจะบอกให้อาทราบว่า ไม่ว่าอาคิดจะทำอะไรอยู่ ผมกับไอ้หยกพร้อมร่วมมือกับอาทุกอย่าง ขอแต่ให้อาสั่งมาเท่านั้น”
ผู้การนิ่งไปอึดใจ ย้อนถามว่า “พวกแกคิดว่าฉันกำลังทำอะไร”
หยกกับธงรบช่วยกันพูดหว่านล้อมว่า พวกตนไม่ถามว่าหัวหน้าพยัคฆ์เมฆาคือใครแต่คิดว่าผู้การมีแผนจัดการกับเรื่องนี้ และถ้าผู้การจะทำคนเดียวพวกตนไม่เห็นด้วย
“พวกแกนี่มัน หึ!” ผู้การหัวเราะในลำคอก่อนบอกว่าตนรู้แล้วว่าหัวหน้าพยัคฆ์เมฆาคือใคร และตนมีวิธีที่จะจัดการโดยไม่ต้องเอาชีวิตของทั้งสองไปเสี่ยงเหมือนหมวดณรงค์อีก หยกถามว่าแผนการคืออะไร ผู้การบอกว่า “ตัวตนที่แท้จริงของพยัคฆ์เมฆาก็คือนายมานพ ลูกชายของเจ้าสัวเล้ง”
ธงรบพูดอย่างสะใจว่า แสดงว่ามานพต้องการล้มพ่อตัวเองแล้วขึ้นมาเป็นใหญ่แทน
“ใช่...ถ้าเจ้าสัวรู้เรื่องนี้ มันจะต้องจัดการกับลูกชายตัวเอง ฉันจะให้พวกมันเปิดศึกกันเอง ให้มันซัดกันให้เหลือน้อยที่สุด แล้วค่อยรวบพวกมันทีเดียว”
ธงรบเห็นด้วย แต่หยกติงว่าเล้งรักลูกชายมาก ยังไงเสียเลือดย่อมข้นกว่าน้ำ
“เรื่องนั้นฉันคิดอยู่แล้ว แต่ถ้านี่คือทางเดียวที่จะทำให้ฉันไม่ต้องเอาชีวิตพวกแกไปเสี่ยง ฉันก็ต้องวัดดวงกับเจ้าสัวเล้ง” หยกขอไปด้วย “ได้...ฉันนัดกับเจ้าสัวเล้งเอาไว้แล้ว แกกับธงรบไปเจอกันที่นั่นแล้วกัน”
หยกกับธงรบพยักหน้าให้กันต่างดีใจมากที่ผู้การยอมให้ร่วมทีมในงานนี้
แต่ที่แท้ ผู้การหลอกให้ทั้งสองไปอีกที่หนึ่ง รอจนเริ่มเอะใจ ก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้การที่ใช้บลูธูทขับรถไปคุยไปถามว่า รู้ตัวกันแล้วใช่ไหม บอกหยกว่า ตนไม่อยากให้ทั้งสองเอาชีวิตไปเสี่ยงเพราะการไปพบเจ้าสัวเล้งอาจไม่เป็นไปตามแผนอย่างที่หยกเตือนไว้ หยกพยายามจะท้วงติงอีก ผู้การตัดบทว่า
“หยก...เป้าหมายของพวกเราคือการกำจัดพวกมาเฟีย ขจัดอิทธิพลของพวกมันเพื่อให้คนข้างหลังเราได้มีชีวิตอย่างสงบสุข ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเราพร้อมกันหมด พวกมันก็คงได้ใจ และคงไม่มีใครหยุดพวกมันได้อีก” พูดจบตัดสายเลย
ธงรบรอฟังอยู่ถามหยกว่าผู้การว่าไง หยกบอกว่าท่านไม่อยากให้เราไปเสี่ยงด้วย ธงรบได้แต่พึมพำเซ็งๆ
“อานะอา...ทำแบบนี้จะเรียกว่าทีมได้ไง...โธ่เว้ย!!”
ooooooo
เล้งกับนนท์มาถึงลานตู้คอนเทนเนอร์แล้ว เขาสั่งนนท์ขณะลงจากรถว่า
“บอกทุกคนให้ระวังตัวเองไว้ด้วย ฉันไม่รู้ว่าไอ้คนที่อยากเจอฉันมันเป็นพวกไหน แต่ถ้าการเสี่ยงออกมาคืนนี้ทำให้ฉันได้รู้ตัวตนที่แท้จริงของพยัคฆ์เมฆาจริงๆละก็...ฉันว่ามันคุ้มที่จะเสี่ยง”
นนท์รับคำ สั่งลูกน้องทุกคนให้ระวัง พวกนั้นกระชับปืนตีวงล้อมเล้งก่อนจะพากันเดินเข้าไปข้างใน...
ฝ่ายผู้การสมิง ขับรถผ่านจุดที่โหงวพาพวกมาซุ่มอยู่ โหงวตบบ่าคนขับรถสั่ง “มันอยู่นั่นแล้ว...ตามไป!”
รถพวกโหงวตีคู่กับรถของสมิง เขารู้โดยสัญชาต–ญาณว่ากำลังตกอยู่ในอันตรายจึงเร่งเครื่องหนี ถูกพวกโหงวเปิดกระจกรถกระหน่ำยิงทันที สมิงหักรถหลบออกข้างทางเอาปืนออกมายิงตอบโต้ แต่ถูกกระหน่ำจนต้องหาทางถอย
“ลากคอมันมาให้ได้ อย่าให้มันรอด” มานพตะโกน โหงวเห็นความห้าวของมานพ ก็พูดอย่างสะใจว่า
“ถ้าคืนนี้ลื้อจัดการเด็ดหัวตำรวจได้ แผ่นดินนี้ก็ไม่มีใครขวางลื้อได้อีกแล้ว ไอ้ลูกพยัคฆ์ ฮ่าๆๆ”
สมิงพยายามต่อสู้พลางหาทางถอยพลาง พร้อมกันนั้นก็โทรศัพท์บอกธงรบว่าตนถูกพวกพยัคฆ์เมฆาเล่นงานอยู่ ให้ธงรบรีบไปพบเจ้าสัวเล้งบอกให้เจ้าสัวรู้ว่าพยัคฆ์เมฆาคือลูกชายเขา ธงรบจะไปช่วย สมิงบอกว่าไม่ต้องห่วงตน
เมื่อธงรบบอกหยก หยกให้ธงรบไปทำตามคำสั่งส่วนตัวเขาจะไปช่วยผู้การเอง
หยกขี่มอเตอร์ไซค์มาพบรถของสมิงจอดทิ้งไว้ข้างทางแต่ไม่เห็นตัวสมิง ได้ยินเสียงปืนแว่วอยู่ไกลๆ เขารีบตามเสียงปืนไป
ผู้การสมิงต่อสู้กับพวกโหงวและมานพอย่างไม่หวั่นไหว เมื่อกระสุนใกล้หมดก็ทำทียอมแพ้เดินออกไป แต่พอได้จังหวะก็ยิงใส่โหงว แต่ถูกโหงวยิงสวนมาปืนตกจากมือ พริบตานั้นลูกน้องมานพก็กรูกันออกมาล็อกตัวสมิงไว้ทันที
มานพแสดงความอำมหิตยิงที่หน้าขาสมิง หัวเราะร่าท่ามกลางเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของสมิง
“จะบอกให้นะครับผู้การ...ถ้าพยัคฆ์เมฆาไม่โหดเหี้ยม ก็จะไม่มีวันขึ้นมายิ่งใหญ่ได้” มานพระเบิดหัวเราะลั่น
“ไอ้ลูกทรพีอย่างแก ถ้าเจ้าสัวเล้งมันรู้ว่าแกคิดจะหักหลังละก็...แกเสร็จแน่”
มานพจะยิงสมิงทิ้งเพราะรู้เรื่องของตนมากเกินไป แต่ไม่ทันยิงก็มีเสียงปืนดังมาจากอีกด้านหนึ่ง พวกมานพแตกฮือหันยิงไปทิศทางนั้นทันที
ฝีมือหยกนั่นเอง!
“มีพวกมันมาอีก...ไปจัดการ” โหงวสั่ง มานพกับลูกน้องพากันวิ่งไปทางเสียงปืน ส่วนโหงวหันมาจะยิงสมิงแต่เขาหายไปแล้ว “คิดว่าจะรอดเหรอไอ้ผู้การสมิง!!” โหงวคำรามวิ่งตามออกไป
สมิงวิ่งออกมาเจอหยก เขาถามว่ามาทำไม เพราะถ้าพวกนั้นมาเห็นเราอยู่ด้วยกันก็จะรู้ทันทีว่าหยกเป็นสายตำรวจ หยกบอกว่าเรื่องนั้นค่อยหาทางแก้ทีหลัง แต่ตอนนี้ต้องช่วยผู้การก่อน พอดีเสียงมานพตะโกนสั่งลูกน้องให้ตามล่าสมิงมาให้ได้ หยกจึงประคองสมิงหลบไปอีกทางหนึ่งซึ่งคิดว่าจะรอด
แต่ทุกทางออกถูกพวกมันปิดไว้หมดแล้ว สมิงสั่งในฐานะหัวหน้าของหยกว่า ตนจะถ่วงเวลาไว้แล้วให้หยกหนีออกไป เมื่อหยกลังเล ผู้การออกคำสั่ง
“ฉันสั่งให้ไปไงหยก เธอต้องห่วงคนที่เธอให้สัญญาว่าจะดูแลเขา ทั้งพ่อเธอทั้งกิ่งเหมย พวกเขายังรอเธออยู่ ฉันนับถือหัวใจกล้าหาญของเธอมากนะหยก ทั้งๆที่ชีวิตเธอมีคนที่ต้องดูแลอีกมากมาย แต่เธอก็ยังยอมเสียสละอนาคตตัวเองเพื่อแลกกับความสุขของประชาชน เพราะฉะนั้น ฉันจะไม่เอาชีวิตของเธอมาเสี่ยงอีกแล้ว...”
หยกไม่ยอมทิ้งผู้การไป เมื่อถูกขู่ว่าถ้าไม่ทำตามคำสั่ง ก็จะไม่ใช่ตำรวจต่อไป หยกน้ำตาคลอเอ่ยเสียงเครือ...
“สัญญานะครับผู้การ...ท่านจะต้องไม่ตาย...”
“ฉันมันตำรวจเดนตายจะไม่ยอมให้ดินกลบหน้าจนกว่าพวกมันจะถูกกวาดล้าง นี่เป็นคำสั่ง รับทราบและปฏิบัติ!”
หยกจำต้องถอยไป พวกมานพบุกมาระดมยิงใส่ผู้การราวกับห่าฝน ผู้การถูกยิงนับสิบนัดทรุดฮวบเลือดท่วมตัว พวกมานพเดินมาดูเห็นผู้การถูกยิงพรุนและแน่นิ่งไปแล้ว จึงพากันเดินออกไปอย่างผยองลำพองใจ
แต่พอพวกมันไป หยกรีบเข้ามาประคองร่างผู้การ ใจหายวาบเมื่อเห็นรอยกระสุนและเลือดที่โชกร่าง แต่ขณะกำลังสิ้นหวังนั่นเอง หยกเห็นนิ้วผู้การกระดิก เขาร้องอย่างดีใจสุดขีด
“ผู้การ...ผู้การ...อดทนไว้นะครับ ท่านสัญญากับผมแล้วว่าท่านจะไม่ยอมตาย อดทนไว้นะครับ” หยกประคองร่างสมิงรีบพาออกไปทันที
ooooooo
เล้งกับนนท์ไปคอยที่จุดนัดหมายจนเลยเวลาไปมาก นนท์ผิดสังเกตติงว่า ถ้าเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับพยัคฆ์เมฆาจริงๆ ฝ่ายนั้นก็น่าจะมาตามนัด
“ให้เวลามันอีกหน่อย ถ้ามันไม่มาจริงๆ เราค่อยกลับ” เล้งยังจะรอ นนท์จึงถอยออกไปยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ
ธงรบมาถึงบริเวณลานตู้คอนเทนเนอร์แล้วแต่ยังไม่เข้าไปยังจุดนัดหมาย เขาได้รับโทรศัพท์จากหยกเล่าเรื่องผู้การสมิงถูกถล่มอาการสาหัสเวลานี้อยู่โรงพยาบาล
ระหว่างนั้น หมอเดินออกจากห้องผ่าตัด หยกรีบเดินไปถามอาการของผู้การ ธงรบพยายามเงี่ยหูฟังแต่ไม่ได้ยินเสียงตอบจากหมอ ระหว่างนั้นเขาเห็นขบวนรถของเล้งขับออกไป ธงรบละล้าละลัง ใจหนึ่งเป็นห่วงผู้การอีกใจก็อยากไปพบเล้งเพื่อทำหน้าที่ตามคำสั่งให้เสร็จ
ในที่สุด ธงรบปล่อยให้ขบวนรถของเล้งออกไปเพราะเป็นห่วงผู้การมาก
อาการของสมิงที่หมอแจ้งแก่หยกคือ “หมอพยายามช่วยเขาอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่เท่าที่ทำได้ตอนนี้ก็คือช่วยยื้อชีวิตเขาไว้ให้นานที่สุด...ถ้าโชคดีเขาก็อาจจะฟื้น แต่ถ้าโชคร้าย...ก็คงอยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจเท่านั้น...”
เมื่อธงรบรู้อาการของสมิงจากหยกที่มาพบกันใต้ทางด่วน หยกโทษตัวเองว่าถ้าตัดสินใจไปกับผู้การเสียแต่แรกก็คงไม่เป็นแบบนี้ หยกมีสีหน้าวิตกกังวลอย่างมาก จนธงรบถามว่าเริ่มกลัวพวกมันแล้วใช่ไหม
“ผมไม่เคยกลัวพวกมัน แต่เราเสียหมวดณรงค์ไปคนนึงแล้ว แล้วผู้การก็ยังมาเป็นแบบนี้อีก หมวดคิดบ้างไหมครับว่าต่อไปนี้สถานะของเราสองคนจะเป็นยังไง” ธงรบชะงักเมื่อฉุกคิด “คนที่จะคืนเกียรติยศและเรียกคืนชีวิตของหมวดให้กลับมาเหมือนเดิมได้อีกครั้ง มีแต่ผู้การเท่านั้นนะครับ”
ทั้งสองมองหน้ากันเครียดเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ แต่ลึกๆที่หยกเครียดกว่านั้นคือ เขาสัญญากับกิ่งเหมยไว้ว่าเสร็จภารกิจครั้งนี้แล้วจะเลิกเป็นกุ๊ยในแก๊งมาเฟียและมาอยู่ดูแลเธอกับพ่ออย่างจริงจัง...
ooooooo
เพราะดวงแขบอกมานพว่าตนแอบรู้มาว่าเล้งเตรียมเซ็นโอนหุ้นครึ่งหนึ่งให้เขาก่อนที่จะได้ขึ้นมาเป็นผู้นำมังกรคนใหม่ มานพดีใจมาก แต่จะไม่รอให้ถึงวันนั้น บอกดวงแขว่าตนมีวิธีที่จะได้เร็วกว่านั้น
ดังนั้น...ที่หน้าคฤหาสน์เล้งวันนี้จึงอึกทึกไปด้วยเสียงเชิดสิงโตกับมังกรที่กำลังโรมรันพันตูกันด้วยลีลาที่แข็งแรง ดุดัน และงดงามด้วยยอดฝีมือศิลปะการเชิดของทั้งสองฝ่าย
มานพกับดวงแขพาเล้งออกมาดู มานพพูดอย่างภาคภูมิใจว่า ตนขอมอบให้เป็นของขวัญวันเกิดพ่อ แม้ว่าเล้งจะไม่นิยมการฉลองวันเกิดให้สิ้นเปลือง แต่เห็นการเล่นละครตบตาแสดงความกตัญญูตอบแทนบุญคุณพ่อของมานพอย่างแนบเนียนแล้ว เล้งก็อดปลื้มไม่ได้บอกเขาว่า
“ถ้าแกอยากจะตอบแทนบุญคุณฉัน แค่แกตั้งใจทำงานปกป้องสมบัติของตระกูลเราเอาไว้ให้อยู่กับลูกหลานต่อไปเรื่อยๆ แค่นี้พ่อก็ภูมิใจแล้ว”
นอกจากจัดเชิดสิงโตโรมรันกับมังกรเป็นของขวัญวันเกิดให้เล้งแล้ว มานพยังมีแหวนหัวหยกให้สิงโตคาบมามอบให้เล้งด้วย เล้งสวมแหวนหยกทันที ตบบ่ามานพพูดอย่างปลื้มปีติมากว่า
“ขอบใจมากมานพ แกคือลูกชายที่สวรรค์ส่งมาให้ฉัน แกจะต้องเป็นมังกรวารีที่ยิ่งใหญ่กว่าฉันแน่นอนฮ่าๆๆๆ”
ระหว่างนั้น ธงรบมาหาเสี่ย นนท์กันไว้ไม่ให้เข้า ธงรบยืนยันมีเรื่องสำคัญต้องพบเล้งให้ได้ นนท์จึงเข้าไปจะบอกเล้ง แต่ถูกดวงแขกันไว้ไม่ให้เข้าอ้างว่า พ่อลูกเขากำลังมีความสุขอย่าทำให้เสียเรื่อง นนท์จึงจำต้องถอยออกไป...
ooooooo
หยกไปหาคมทวนที่บ้าน อยากพาพ่อไปหาหมอ แต่คมทวนไม่ยอมไป อ้างตามเคยว่าตนไม่เป็นอะไรไม่ต้องห่วง ต่อไปถ้าจะไปไหนมาไหนจะหนีบอ่างกับสลึงไปด้วย แล้วถามเรื่องฤกษ์ผานาทีการแต่งงานหยกนิ่งไปนิดหนึ่งจึงขอคุยด้วย...
เมื่อรู้เรื่องผู้การจากหยกแล้ว คมทวนบอกให้พาตนไปหาผู้การที่โรงพยาบาล พูดอย่างมุ่งมั่นว่า
“ข้าจะไปปลุกให้มันตื่นขึ้นมาแล้วให้มันคืนชีวิตของเอ็งกลับมาให้ได้”
หยกพยายามชี้แจงว่าความหวังไม่มีแล้วจริงๆ เพราะหน่วยงานของผู้การเป็นหน่วยงานลับ ไม่มีใครรับรองตนกับธงรบได้นอกจากผู้การคนเดียว
“โธ่เว้ย! เอ็งก็รู้ใช่ไหมว่าพวกมาเฟียมันไม่ยอมปล่อยให้คนที่เข้ามาแล้วออกไปได้ง่ายๆ”
ระหว่างนั้นอ่างมาบอกหยกว่ากิ่งเหมยมาหา คมทวนถามว่าเรื่องนี้ได้บอกกิ่งเหมยหรือยัง
“ยังครับ ผมสัญญาว่าจะบอกเธอก็ต่อเมื่อภารกิจนี้สำเร็จ เพราะยังเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของเธออยู่”
“มันจะไม่มีคำว่าปลอดภัยอีกแล้วน่ะสิไอ้หยก ถ้าไม่มีตำรวจคอยหนุนหลังให้เอ็ง”
คำพูดของคมทวน เหมือนยิ่งตอกย้ำความห่วงใยกิ่งเหมยของหยกให้หนักหนาสาหัสยิ่งขึ้น...
ooooooo
เล้งกำลังหลงมานพ วันนี้ก็ให้ดวงแขพาเข้ามาในห้องเพื่อมอบเอกสารโอนหุ้นให้ มานพทำท่าลังเลถามว่าอะไรหรือ
“หุ้นจำนวนครึ่งหนึ่งจากทั้งหมดที่ฉันมี ฉันยกให้แกเพื่อรับขวัญก่อนที่แกจะขึ้นมาเป็นผู้นำคนต่อไปของมังกรวารี”
“พ่อครับ...นี่...นี่มันมากเกินไป ผมรับไม่ได้” เมื่อดวงแขเรียกปราม เขาชี้แจงกับเธอว่า “แม่ครับ แค่พ่อเขาให้โอกาสผมเข้ามาสานต่อตำแหน่งเขา แค่นั้นก็ถือว่าให้โอกาสผมมากมายแล้ว ผมอยากให้พ่อเห็นผมพิสูจน์ฝีมือในฐานะลูกน้องมากกว่าครับ” มานพเล่นละครเต็มที่ ทำเอาเล้งยิ่งเคลิ้ม ดวงแขก็พูดกับเล้งอย่างเอ็นดูว่า ดูลูกของเราสิคะ...
“หุ้นที่ฉันตั้งใจให้แก ฉันเซ็นชื่อโอนไปแล้ว ที่เหลือมันก็อยู่ที่แกว่าจะเซ็นรับรึเปล่า”
“รับไปเถอะมานพ...พ่อเขาตั้งใจจะให้ลูกได้เริ่มทำงานด้วยตัวของลูกเอง ถ้าลูกอยากพิสูจน์ให้พ่อเขาเห็น ลูกก็ต้องทำให้หุ้นจำนวนนี้เพิ่มพูนมากขึ้นสิ”
“ก็ได้ครับแม่...ผมจะรับไว้และจะทำให้พ่อเห็นว่า สายเลือดของพ่อเก่งไม่น้อยไปกว่าพ่อแน่นอนครับ”
นาทีนี้...เล้งหลงกลมานพสุดตัว เข้าไปกอดมานพไว้แนบแน่นด้วยความรักหมดหัวใจ จนเมื่อออกจากห้องเล้งแล้วดวงแขถึงกับเอ่ยปากชื่นชม แต่ก็เตือนว่า เล้งเจอเรื่องยากลำบากมาเยอะแล้ว ตอนนี้เล้งไว้ใจเขาเพราะเชื่อว่าเขาคือสายเลือดที่แท้จริง
“ผมจะยิ่งทำให้เขาไว้ใจผมและเห็นผมเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่มีค่ามากที่สุดของเขา เพราะเมื่อถึงวันที่เขารู้ความจริงว่าผมคือคนที่แย่งทุกอย่างมาจากเขา...วันนั้นแหละ จะเป็นวันที่เขาต้องเจ็บปวดที่สุด!”
เล้งยังนั่งอยู่ในห้องทำงาน หมุนแหวนหยกในมือที่มานพให้อย่างภูมิอกภูมิใจ หยิบหยกเลือดมังกรครึ่งเดียวจากกล่องมาดูแล้วเก็บใส่กุญแจไว้เหมือนจะให้ลืมไปจากความจำ กระทั่งพูดกับกล่องที่เก็บหยกเลือดมังกรว่า “ลาก่อน...พราวแสง...”
นนท์เข้ามาเพื่อจะบอกว่าธงรบมารอพบ เล้งถามว่ามีเรื่องเสี่ยตงมารายงานหรือ
“เปล่าครับ...มันว่าเป็นเรื่องโฉมหน้าที่แท้จริงของพวกพยัคฆ์เมฆาครับ”
เล้งชะงักอย่างสนใจทันที
ooooooo
เมื่อไปพบธงรบที่โกดังท่าเรือกับนนท์ ธงรบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ให้ฟัง เล้งถามว่าคนที่ถูกยิงถล่มเมื่อคืนเป็นคนของเขาหรือ
“ครับ...เขาทำงานให้ผม บังเอิญว่าเขาไปสืบเรื่องของพยัคฆ์เมฆามาได้ แต่ถูกพวกมัน...ตามฆ่าปิดปากเสียก่อน”
“ฝีมือของพยัคฆ์เมฆามันไม่ธรรมดา พวกมันกวาด ต้อนนักเลงฝีมือดีๆเอาไปไว้กับตัวเยอะแยะ ฉันเชื่อว่าอีกไม่นานทั้งฉันและไอ้ตงต้องได้เปิดศึกกับมันแน่นอน” เล้งคาดการณ์อย่างรู้ความผยองของพวกพยัคฆ์เมฆาดี
ธงรบยั่วยุว่าถ้าเจ้าสัวได้ปะทะกับมันมีหวังไม่รอด มือมันแน่มาก ทำให้นนท์โมโหตวาดว่าอย่ามาดูถูกฝีมือเจ้าสัว
“หึๆ เรื่องฝีมือเจ้าสัวเล้งแห่งมังกรวารีฉันไม่เคยคิดดูถูก ถ้ากับศัตรูคนอื่นยังไงก็สู้เจ้าสัวไม่ได้หรอก แต่กับไอ้หัวหน้าพยัคฆ์เมฆาคนนี้ เจ้าสัวกล้าพอที่จะฆ่ามันรึเปล่าต่างหาก” เล้งสะอึกเข้าไปถามว่าทำไมตนจะไม่กล้าลงมือ “ก็เพราะเป็นสายเลือดมังกรของเจ้าสัวไงครับ ที่ตอนนี้มันเปลี่ยนมาเป็นพยัคฆ์เมฆารอขย้ำเจ้าสัวอยู่”
“ฉันไม่เชื่อ...แกโกหก!!” เล้งชี้หน้าธงรบดุดัน แล้วกลับลดมือลงเดินหุนหันออกไป ธงรบรีบตามไปพูดสะกิดให้คิดว่า ตนจะโกหกเรื่องนี้เพื่ออะไร นนท์เอาปืนจ่อหาว่านี่เป็นแผนของเสี่ยตงส่งเขามายุให้เจ้าสัวกับลูกชายแตกกัน
“หึ...เอาเลย...ถ้าคิดว่าฉันถูกใช้มาเสี้ยมเจ้าสัวของแกก็ตามใจ งั้นก็เชิญถูกลูกชายตัวเองหักหลังกลายเป็นไอ้มังกรเฒ่าโง่ๆ โดนเชือดคาบัลลังก์ตัวเองเลย” ธงรบเดินเข้าประชิดนนท์อย่างไม่กลัวปืนที่จ่ออยู่ จ้องหน้ายืนยันคำพูดของตน จนนนท์หันถามเล้งว่าจะให้ตนจัดการเลยไหม
“ปล่อยมัน...” เล้งสั่ง ถามธงรบว่า “แกกล้าเอา
ชีวิตตัวเองเดิมพันไหมว่าแกไม่ได้ใส่ร้ายลูกชายฉัน”
“ผมเสียเดิมพันไปแล้วชีวิตหนึ่งครับเจ้าสัว คนของผมต้องนอนรอความตายอยู่เพราะฝีมือของมานพ แต่ถ้าเจ้าสัวยังไม่เชื่ออีก ก็เหลือชีวิตผมนี่แหละที่จะเดิมพันอีกครั้ง” ธงรบตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน ทำให้เล้งนิ่งไป ก้มมองแหวนหยกที่นิ้วมืออย่างครุ่นคิด
ส่วนหยกพากิ่งเหมยไปหาหมอ ระหว่างนั้นเขาไปเยี่ยมผู้การสมิง หมอบอกว่าอาการยังเหมือนเดิม ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง คงต้องดูเป็นรายวันต่อไป
พอดีกิ่งเหมยเดินมาหาบอกว่าวันนี้มีข่าวดี หมอบอกว่าตนอาจจะกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง หยกดีใจมาก แต่ถามไปถามมาจึงรู้ว่าต้องรอให้มีผู้บริจาคดวงตาและถึงคิวกิ่งเหมยก่อนจึงจะได้รับการเปลี่ยนดวงตาได้ หยกกังวลมากเมื่อนึกถึงว่าตนยังไม่ได้บอกกิ่งเหมยว่าจะหาทางล้างมือจากพวกมาเฟียได้อย่างไร หยกดึงเธอเข้าไปกอดด้วยความสะเทือนใจ
ooooooo
ธงรบร่วมกับเล้ง วางแผนล่อซื้อยาจากพยัคฆ์เมฆาหมายให้มานพเปิดเผยตัว วันนี้นัดพบพวกลูกน้องมานพที่ตึกร้าง ธงรบหิ้วเงินไปเต็มกระเป๋า บอกว่านี่แค่มัดจำ ถ้าได้ของจะจ่ายสดเป็นเงินอีกสองเท่าจากที่เห็นนี้ พูดแล้วทิ้งกระเป๋าเงินไว้ให้พวกมันแล้วเดินออกไป
เมื่อกลับออกไปพบเล้งในที่ลับตา ธงรบถูกนนท์ขู่ว่าถ้าเขาตุกติกตนจะตามไปลากคอมาเอง ธงรบไม่ยี่หระหัวเราะ พูดกวนๆว่า ตนรู้ดีว่าถ้าเจ้าสัวเล้งอยากให้ใครตายมันก็ไม่รอด แต่ที่ตนอยากรู้คือ ถ้าคนที่เจ้าตัวอยากให้ตายเป็นสายเลือด เจ้าสัวจะสั่งตายยังไง
“รอให้ฉันเห็นกับตาก่อนว่าเป็นมานพจริงๆ แล้วแกจะรู้ว่าฉันจะทำยังไง” เล้งเองก็ยังไม่วางใจนัก
พอลูกน้องมานพเอากระเป๋าเงินกลับไปที่โรงเลื่อย โหงวมองอย่างสงสัยว่าฝ่ายโน้นกล้าทุ่มถึงขนาดนี้ทั้งที่ของยังไม่ถึงมือเชียวหรือ ถามว่า “ไอ้พวกเจ้าบุญทุ่มที่ไหนวะ” และเมื่อมานพมาเห็นเงินก็ยิ่งสงสัย
เล้งกับธงรบและนนท์ติดตามการเคลื่อนไหวของลูกน้องมานพอยู่ ธงรบดูแผนที่ในโทรศัพท์บอกเล้งว่าสัญญาณนิ่งไปครู่ใหญ่แล้ว แสดงว่าพวกมันเอาเงินไปที่รังของมันแล้ว นนท์ชะโงกเข้ามาดูแล้วชะงัก บอกเล้งว่ารังของพยัคฆ์เมฆาอยู่ที่โรงเลื่อย! เล้งดึงโทรศัพท์ไปดูถึงกับอึ้งสนิท!
มานพเอาเงินจากกระเป๋าออกมาโยนให้พวกลูกน้องเอาไปใช้ สั่งลูกน้องว่าถ้าคิดว่าเป็นพวกที่ไม่น่าไว้ใจก็จัดการเสีย เพราะตอนนี้เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับตนอีกแล้ว
แต่โหงวคิดลึกกว่านั้น สั่งให้เอากระเป๋าใส่เงินใบนั้นไปดู เขย่าดูมีเสียงกุกกักจึงเอามีดกรีด พบไอโฟนซ่อนอยู่เปิดสัญญาณให้ตามหาไว้พร้อม!
“ไอ้โง่เอ๊ย...มันเปิดสัญญาณโทรศัพท์ให้ตามเจอที่นี่” โหงวหันไปชกลูกน้องคนนั้นจนหน้าหงาย มานพถามว่า มันเป็นพวกตำรวจหรือเปล่า “พวกไหนก็ไว้ใจไม่ได้ทั้งนั้น แกอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วมานพ”
โหงวร้องบอกไม่ทันขาดคำ ชาญก็วิ่งเข้ามาบอกว่าเราโดนบุกแล้ว มานพถามว่าตำรวจหรือเปล่า ชาญบอกว่าไม่ใช่
เสียงปืนดังสนั่นจากข้างนอก ธงรบนำลูกน้องของเล้งบุกเข้ามา ถูกลูกน้องมานพต่อต้านอย่างหนัก ธงรบเกือบถูกยิงแสกหน้า ดีแต่เล้งกระชากหลบได้ทัน
ส่วนโหงวสั่งให้ชาญรีบพามานพออกไป ตนจะอยู่จัดการพวกนี้เอง มานพทำกร่างไม่ยอมไปถูกโหงว กระชากคอเสื้อไปตะคอก
“ลื้ออย่าอวดเก่งเอาเวลานี้เลยมานพ ลองถ้ามันวางแผนบุกมาเหยียบจมูกเราถึงที่นี่ได้ พวกมันก็ต้องไม่ธรรมดาแล้ว” มานพยังอวดดี โหงวตะคอก “ถ้าลื้อเป็นอะไรไปตอนนี้ ทุกอย่างจะได้ฉิบหายหมด ลื้อจะเอาอย่างนั้นเหรอ”
ชาญเร่งมานพให้รีบไปอย่าเพิ่งเสี่ยงตอนนี้เลย พอมานพจะไป โหงวเรียกไว้โยนหน้ากากงิ้วให้ใส่ ย้ำว่า
“ระวังอย่าให้คนอื่นรู้ว่าลื้อเป็นใคร”
ooooooo
โหงวเผชิญหน้ากับนนท์ เมื่อต่างรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร นนท์บอกโหงวว่าถ้าเจ้าสัวรู้ความจริง วันนี้ โหงวโดนล้างแค้นแน่ ธงรบถามว่าคนนี้ใครหรือ นนท์บอกว่าเป็นศัตรูที่เจ้าสัวตามล่ามาตลอดชีวิต
เล้งวิ่งไล่ล่ามานพไป เขาตะโกนให้หยุดและไม่ต้องซ่อนตัวเองอยู่ใต้หน้ากากนั่นอีกแล้ว มานพหันมากระชากหน้ากากทิ้ง เปิดตัวตะโกนอย่างผยอง
“ใช่!! ฉันนี่แหละพยัคฆ์เมฆาที่จะขย้ำมังกรไร้น้ำยาอย่างแก...ไอ้เล้ง!!”
ไม่เพียงประกาศจะขย้ำมังกรเท่านั้น มานพยังบอกให้รู้ว่า ตนไม่มีสายเลือดของเล้งอยู่ในตัวแม้แต่หยดเดียว! เล้งถามว่าแล้วดวงแขเอาลูกใครมาให้ตนเลี้ยง มานพตัดบทว่าถึงรู้ไปวันนี้ก็ไม่รอดเงื้อมมือตนไปได้หรอก พลางถอดเสื้อโชว์พยัคฆ์เมฆาเต็มแผ่นหลัง เล้งสะบัดเสื้อทิ้งโชว์มังกรเต็มแผ่นหลังเช่นกัน
แม้จะเป็นมังกรเฒ่าแต่ก็เอาชนะพยัคฆ์เมฆาได้ด้วยฝีมือ มานพร้องขอโทษเสียงหลงเมื่อเล้งคว้าท่อนไม้จะฟาด
“ขอโทษเหรอ...คำขอโทษของไอ้ปลิ้นปล้อนอย่างแกมันช่วยชีวิตแกไม่ได้อีกแล้ว...ทรพี!!” เล้งฟาดไม้ใส่ไม่ยั้ง
“ปล่อยลูกชายอั๊วเดี๋ยวนี้” เสียงโหงวขัดจังหวะขึ้น ทำให้เล้งรู้ว่าที่แท้มานพคือลูกของโหงวนั่นเอง ชาญฉวยโอกาสนั้นพามานพรีบหนีออกไป ในขณะที่โหงวเผชิญหน้าด่าเล้ง “ลื้อไม่ได้ฉลาดไปกว่าอั๊วหรอกไอ้เล้ง แต่ลื้อมันโคตรโง่เลยต่างหาก ที่หลงเชื่อเลี้ยงลูกอั๊วให้มาฆ่าลื้อไง”
โหงวยิงใส่เล้งทันที เล้งกระโจนหลบ โหงวอาศัยจังหวะนั้นรีบขับรถพามานพหนีไป เล้งวิ่งตามแต่ไม่ทัน
“ไอ้โหงว!! ...มานพ...” เล้งมองตาม แค้นแทบกระอักเลือด!
ooooooo










