ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

หอบรักมาห่มป่า

SHARE
ตอนที่ 14

เห็นมีดปักคาต้นไม้ วินยาตกใจไม่คิดว่า

ดาเนาจะทำร้ายตนขนาดนี้ ดาเนามองวินยาด้วยความแค้น เท่านั้นร่างเธอก็กระเด็นไปกระแทกกองไม้ สางโปหน้าตื่นวิ่งเข้ามาร้องให้ดาเนาหยุด แต่ดาเนาไม่ฟังเสียงกลับเพ่งไปที่มีดที่ปักต้นไม้อยู่หลุดออกมาพุ่งเข้าใส่วินยา สางโปรีบปามีดในมือตัวเองออกไป ปะทะกับมีดดาเนา เกิดประกายไฟลุกพรึ่บขึ้นกลางอากาศ มีดร่วงลงพื้น

วินยาสุดทนถาม “ดาเนา ทำไมถึงได้เปลี่ยนไปมากมายอย่างนี้ นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

“คืนนี้ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด เพื่อล้างแค้นให้ยายแล้วก็พ่อกาซู พ่อของข้า”

“อะไรนะ กาซูหรือเป็นพ่อของเจ้า ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้”

“พี่วินยาต้องได้รับโทษที่ทำไว้ พี่ไม่มีทางหนีข้าพ้นหรอก” ดาเนายกมือฟาดในอากาศ เกิดระเบิดขึ้นตรงหน้าวินยา

วินยากระโดดหลบพร้อมสางโปอย่างหวุดหวิด และรีบหนีไป...

เพราะความเป็นห่วงลูก ศิริวิ่งตามหาดาหวัน ร้องเรียกลูกใจแทบขาด เผอิญมาเจอกับธนวัติและธานีจึงถูกจับ

“อยู่ๆ หมูก็วิ่งมาชนปังตอ ชะตาขาดแล้วล่ะ ไอ้ศิริ”

“แก ไอ้ชั่ว”

ธานีเอาปืนตบหน้าศิริ “ไอ้หน้าโง่แล้วก็อ่อนแออย่างแก มันไม่สมควรจะอยู่บนโลกใบนี้แล้ว”

“นึกหรือว่าแกจะหนีพ้นกรรมชั่ว แกกับลูกของแก ไม่มีทางตายดีแน่”

ธานียัวะยิงเปรี้ยงเข้าที่ขาศิริล้มลง พร้อมกับด่าว่าปากเก่งนัก ศิริยังไม่ยอมลงให้

“จะฆ่าก็ฆ่าเลย ฉันจะไม่ร้องขอชีวิตแกสักคำ”

“มันท้าทายอย่างนี้ จัดการเลยป๊า” ธนวัติยุให้ยิง

ธานีกำลังจะลั่นไก ดนัยโหนเถาวัลย์เข้ามายิงใส่สองพ่อลูกกระเจิง แล้วโดดตุ้บมาประคองศิริหนีเข้าที่กำบัง ศิริอดถามไม่ได้ว่ามาช่วยตนทำไม

“อย่าเพิ่งถามเลยครับ รีบไปเถอะ” ดนัยตอบพร้อมกับยิงสู้กับพวกธนวัติไปด้วย

“แน่จริงอย่าหนีสิวะ ตามไปเร็ว” ธนวัติร้องสั่งลูกน้อง

“ไปครับคุณลุง รีบไปก่อนที่พวกมันจะย้อนกลับมา” ดนัยดันศิริ

“นายไปเถอะ ทิ้งฉันไว้ที่นี่แหละ” ศิริรู้สภาพตัวเองที่บาดเจ็บ

“คุณลุง...”

“รีบหนีไปสิ ฉันไม่อยากเป็นภาระของนาย”

“ไม่เลยครับ คุณลุงไม่ใช่ภาระของผมนะครับ คุณลุง เป็นพ่อของคนที่ผมรัก ก็เหมือนเป็นพ่อของผมด้วย”

ศิริอึ้งที่มองดนัยผิดไป ดนัยเข้าใจความรู้สึกของศิริ เขารีบรับรอง “ผมสัญญา ผมจะดูแลคุณลุงอย่างดีที่สุด คุณลุง จะต้องปลอดภัย...รีบไปเถอะครับ”

ศิริซึ้งใจ ดนัยประคองศิริหนีออกไป

ooooooo

มือหนึ่งพาณิชย์กระชากดาหวันมาพร้อมกับสมุน อีกมือโทร.สั่งสมุนอีกคนให้เอารถเข้ามา คืนนี้ตนจะต้องข้ามชายแดนให้ได้ เสียงสมุนถามถึงธานีกับธนวัติ พาณิชย์ตอบว่าช่างหัวมัน เวลานี้ เป็นใครก็ต้องหนีเอาตัวรอดก่อน

ดาหวันได้ยินดิ้นรนกัดมือพาณิชย์ให้ปล่อย กลับโดนเขาตบหน้าหัน

“นังบ้า อยากตายหรือไง”

“แกไม่มีทางทำอะไรฉันได้หรอก พี่ชลิตต้องมาช่วยฉัน แล้วจับคนชั่วอย่างแกเข้าคุก”

“คิดว่าไอ้ชลิตมันจะช่วยเธอได้งั้นเหรอ” พาณิชย์โกรธตรงเข้าบีบปากดาหวัน

“ใช่ คนที่เขารักกันจริงๆ เขาไม่ทิ้งกันหรอก ไม่เหมือนแก พอถึงเวลาคับขันก็ทิ้งพี่ทิ้งอาเอาตัวรอดคนเดียว”

พาณิชย์ตบดาหวันอีกฉาดแล้วตะคอกใส่ “ตอนแรกฉันคิดจะเอาตัวเธอไปด้วย แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว”

รถจี๊ปแล่นเข้ามาจอด พาณิชย์สั่งสมุนให้เอาดาหวันไปมัดบนรถที่นั่งตอนหลัง ดาหวันร้องถามว่าจะทำอะไร เขายิ้มกระหยิ่มใจ

“บอกก่อนก็ไม่สนุกน่ะสิดาหวัน แต่รับรองว่างานนี้เธอต้องจำฉันไปจนตาย ฮ่าๆๆ”

“ปล่อยฉันนะ ปล่อย...นี่แกมามัดฉันไว้กับรถทำไม”

“ฉันก็อยากรู้น่ะสิว่า ไอ้ชลิตมันจะมาช่วยเธอได้ยังไง ความรักของมันจะเอาชนะความตายไปได้ไหม ฮ่าๆๆๆ”

“แกมันบ้าไปแล้ว ช่วยด้วย...พี่ชลิตช่วยด้วย...” ดาหวันร้องลั่น

ชลิต แจ๋ กิมจิ บุญทิ้ง และอุ๊บอิ๊บวิ่งมา ได้ยินเสียงดาหวัน ชลิตหันขวับมองไปตามเสียงอย่างตระหนกและเป็นห่วง

พาณิชย์ยืนข้างรถแสยะยิ้มให้ดาหวัน แล้วบอกว่า “ฉันตัดสายเบรกไปเรียบร้อยแล้ว ทางข้างหน้าก็เป็นเหวเสียด้วย คิดดูเอาเองก็แล้วกันนะ ว่าถ้ารถวิ่งไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น”

ดาหวันร้องด่าว่าพาณิชย์ ว่าเลวจนผีนรกยังอาย แต่เขากลับขอบใจที่ชมและยื่นหน้ามาจะหอมแก้มเธอ ดาหวันเบือนหน้าหนี กรีดร้องอย่างขยะแขยง ชลิตกับพวกวิ่งเข้ามา

“ไอ้ชั่วพาณิชย์ หยุดเดี๋ยวนี้”

“พี่ชลิต...” ดาหวันดีใจ

“ไอ้ชลิตหนังกลับ มาทันเวลาส่งวิญญาณนังดาหวัน พอดีเลยนะ” พาณิชย์โดดลงจากรถ

ชลิตจะพุ่งเข้าใส่ต้องชะงัก เมื่อพาณิชย์ยกปืนจ่อไปที่ดาหวัน “อย่าขยับ ไม่งั้นนังนี่ตาย”

ว่าแล้วพาณิชย์ก็สั่งลูกน้องจัดการที่เตรียมไว้ ลูกน้องเอาหินทับคันเร่งรถ สตาร์ตเครื่องรถกระชากพุ่งออกไปทางหน้าผา ทุกคนตกใจ แจ๋ร้องด่า

“สารเลวเอ๊ย ทำอย่างนี้มันก็ฆ่ายัยหวันชัดๆ”

ชลิตไม่รอช้าวิ่งตามรถเพื่อช่วยดาหวัน พาณิชย์ยิงเข้าใส่ ชลิตกลิ้งตัวหลบและยิงสวน กิมจิยิงกันให้พร้อมบอกให้ชลิตรีบไปช่วยดาหวัน ชลิตพยักหน้าแล้ววิ่งไปอย่างรวดเร็ว พาณิชย์แค้นใจสั่งลูกน้องตามไปฆ่าชลิตให้ได้...ชลิตไล่กวดจนกระโดดขึ้นรถไปได้

“หวัน...ไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่ พี่จะช่วยหวันเอง”

พาณิชย์กับพวกยังตามไล่ยิงใส่ชลิต ดาหวันร้องเตือนให้ระวัง ด้วยความเป็นห่วงเธอจึงบอก “พี่ชลิตกลับ ไปซะ อย่ามาตายเพราะหวันเลย”

“ไม่ พี่ไม่ยอมทิ้งหวันเด็ดขาด”

“รักกันมากนัก ก็ตายมันซะด้วยกันเลย” พาณิชย์เข่นเขี้ยว ยกปืนเล็งตั้งใจว่าไม่พลาด

พลัน ดนัยยิงเปรี้ยงใส่มือพาณิชย์ ปืนกระเด็นร้องลั่น ดนัยย่างสามขุมเข้ามาคำราม “ถึงเวลาลงนรกของแกแล้ว ไอ้พาณิชย์”

พาณิชย์ร้องขอชีวิต กระโดดหลบวิ่งหนีเข้าป่าไป ดนัยจะตามแต่ศิริร้องห้าม ขอให้ไปช่วยดาหวันก่อน “หวัน...ยัยหยัน ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยลูกสาวฉันด้วย”

รถจี๊ปแล่นไปใกล้หน้าผาเต็มทน ชลิตพยายามแก้มัดให้ดาหวัน เธอร้องไห้ “พอเถอะพี่ชลิต อย่าพยายามอีกเลย พี่รีบโดดลงไปตอนนี้ยังทัน”

“ถ้าจะตายก็ต้องตายด้วยกัน”

“พี่ชลิต...”

“ถ้าไม่มีหวัน พี่ก็ไม่รู้จะอยู่ไปเพื่อใคร หวันเป็นหัวใจของพี่ พี่อยู่โดยไม่มีหวันไม่ได้”

ดาหวันน้ำตาร่วงพรู...ดนัยกลับมาประคองศิริที่ใจแทบขาดเพราะเห็นลูกตกอยู่ในอันตราย พยายามตะเกียกตะกายจะไปช่วย ดนัยรั้งไว้เพราะรู้ว่าไม่ทันแล้ว ทั้งสองเห็นรถพุ่งลงหน้าผาต่อหน้าต่อตา ศิริทรุดฮวบลงร้องไห้คร่ำครวญ ดนัยโอบปลอบ

ooooooo

ด้านวินยา ดาเนายังไม่หยุดไล่ล่าใช้กระแสจิตฟาดเปรี้ยงๆ ต้นไม้หักโค่น วินยากระโดดหนีจนเหลืออด ร้องตะโกนว่า ถ้าไม่หยุดตนจะใช้กำลังบ้าง

“เหมือนกับที่พี่ทำกับยายคำแปงใช่มั้ยล่ะ”

“ยายคำแปง...ใครกัน” วินยางง

“อย่าทำเป็นไม่รู้เรื่องหน่อยเลย” ดาเนาหยิบสร้อยเขี้ยวเสือไฟของวินยาออกมา “จำสร้อยเส้นนี้ได้ใช่มั้ย”

“จำได้สิ สร้อยเขี้ยวเสือของพี่”

“รู้มั้ย มันเป็นสร้อยของฆาตกรที่ฆ่ายาย มันหล่นอยู่บนศพของยาย”

วินยาตกใจ ปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำ ดาเนาย้อนถามว่าสร้อยไปอยู่บนศพยายได้อย่างไร

“ดาเนา พี่ทำสร้อยหายไป ดาเนาก็รู้ไม่ใช่เหรอ ต้องมีใครขโมยสร้อยพี่ไปแล้วโยนความผิดมาให้พี่” เห็นดาเนาเริ่มลังเล วินยาเน้น “ดาเนา มองหน้าพี่ให้ดีๆสิ ดาเนาคิดว่าคนอย่างพี่จะฆ่ายายของดาเนาได้ลงคอเหรอ”

“อย่าไปหลงลมปากนังฆาตกรหน่อยเลย ดาเนา... เจ้าต้องเชื่อหลักฐานตามที่ตาเจ้าเห็นสิถึงจะถูกต้อง”

กาซูโผล่มาจากมุมหนึ่ง

“ไอ้กาซู แกนี่เองที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้”

“อย่ามาใส่ความข้า เจ้าไม่อยากให้ดาเนารู้ใช่มั้ยว่าเป็นลูกข้า เจ้าถึงต้องฆ่ายายคำแปง”

“ไอ้หมอผีชั่ว แกโกหก...” วินยาถือมีดพุ่งเข้าใส่กาซู

ดาเนาเข้าขวางและจ้องหน้าวินยา เธอเหมือนโดนกระแทกอย่างแรงกระเด็นออกไป ดาเนาคำรามว่าอย่ามาแตะต้องพ่อตน วินยาเสียใจ ดาเนาก้าวย่างเข้ามาพร้อมกับบอกว่าถึงเวลาที่ตนจะแก้แค้นให้ยาย ดาเนา ฟาดฝ่ามือลงในอากาศ พื้นสั่นสะเทือน แผ่นดินแยกออกเป็นแนวรอยแยกพุ่งไปทางวินยา เธอกลิ้งตัวหลบ สางโปเข้าช่วยดึงเธอหนี กาซูหัวเราะร่าอย่างสะใจ

พลันอสูรกายโผล่มาขวางหน้าวินยากับสางโปไว้ กาซูกับดาเนาวิ่งตามมา วินยาหันไปหาดาเนาพยายามบอก “เจ้ากำลังช่วยคนผิดนะดาเนา”

อสูรกายเข้ามาจับสางโปเหวี่ยงไป วินยาตกใจเข้าช่วยเตะต่อย แต่อสูรกายไม่สะเทือนกลับเล่นงานเธอ มันบีบคอเธอดึงตัวลอยขึ้น กาซูสั่งอสูรกายฆ่าวินยา ดาเนา สีหน้าเครียดลง ทันใด...มีมือหนึ่งมากระชากอสูรกายเหวี่ยงออกไป วินยาหลุดเป็นอิสระ ทุกคนแปลกใจที่เห็น อมนุษย์เข้ามาช่วย

“แส่นักหรือวะ ไอ้สัตว์ประหลาด ฆ่ามัน” กาซูสั่งอสูรกายสองตัวเข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด อมนุษย์ตัวนั้นคือเลาซา ไม่มีใครจำได้เพราะหน้าตาอัปลักษณ์ เสียงคำรามดังก้องป่า สางโปแปลกใจ

“มันเป็นใคร มาช่วยนายน้อยทำไม”

อสูรกายสู้เลาซาไม่ได้ ถูกแทงสลายกลายเป็นควันลอยไป กาซูโกรธมาก ใช้พลังจิตทำให้เกิดไฟล้อมร่างเลาซา เขาร้องด้วยความปวดแสบปวดร้อน

“เจ้าต้องตายอย่างทรมานที่สุด ฮ่าๆๆ”

วินยาฉวยโอกาสที่กาซูเผลอ โดดถีบเขาล้มลงแล้วชักมีดจะแทง กาซูใช้พลังจิตตบวินยาล้มลงกระอักเลือด มีดกระเด็น วินยากัดฟันฮึดสู้

“เป็นไงเป็นกัน ข้าไม่ปล่อยคนชั่วอย่างเจ้าไว้อีกแล้ว”

“บังอาจนัก เจ้าได้ตายสมใจเจ้าแน่นังวินยา” กาซูบังคับมีดให้ลอยไปเข้ามือดาเนา “ฆ่ามันซะดาเนา”

เลาซาตกใจร้องไม่เป็นภาษา ดาเนามองมีดในมืออย่างลังเล กาซูย้ำให้ไปฆ่าวินยาเพื่อล้างแค้นให้ยาย ดาเนาขยับเข้าหาวินยา เงื้อมีดจะแทง แต่พอสบตาเธอ ดาเนาก็ปักมีดลงพื้น

“ดาเนาไม่มีความสุขเลยพี่วินยา ฆ่าพี่วินยา ยายก็ไม่ฟื้นขึ้นมา ฮือๆๆๆ” ดาเนาปล่อยโฮ

วินยาโผเข้ากอดดาเนา กาซูแค้นใจ หยิบมีดขึ้นมาจะจ้วงแทงวินยาเสียเอง เลาซาวิ่งฝ่ากองไฟออกมาขวางทางมีด มีดแทงเข้าช่องท้อง เลาซาคำรามลั่นล้มลงอย่างเจ็บปวด กาซูผงะตกตะลึง เห็นร่างอมนุษย์กลายสภาพเป็นเลาซา

เลือดท่วมตัว กาซูร้องเรียกลูกชายเสียงหลง

“เลาซา...”

“ท่านพ่อ หยุดเสียทีเถอะ...”

วินยาตั้งสติได้เข้าประคองเลาซา “เจ้าเองหรือที่เป็นสัตว์ประหลาดเมื่อกี้”

กาซูช็อกที่แทงลูกชายด้วยมือตัวเอง เขาร้องลั่นว่าตนไม่ได้ทำ เขามองมือที่เปื้อนเลือดอันสั่นเทา สางโปตอกย้ำว่ากาซูฆ่าลูกด้วยมือตัวเอง

“ไม่จริง ข้ารักเลาซา ข้าทำทุกอย่างเพื่อให้เลาซาเป็นหัวหน้าเผ่าชาลัน”

“อย่าเอาคนอื่นมาอ้าง ความทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูงของเจ้านั่นแหละ ที่ฆ่าลูกชายของเจ้าเอง ถ้าเจ้าไม่เห็นผิดเป็นชอบ เลาซาคงไม่มีจุดจบแบบนี้” วินยาโทษกาซู

กาซูเจ็บปวดจนทนไม่ไหว ร้องตะโกนลั่นอย่างขาดสติ ดาเนาตกใจโผเข้าจะกอดอย่างห่วงใย แต่กลับโดนกาซูผลักกระเด็นตะคอกใส่ว่า “เจ้าไม่ใช่ลูกข้า...”

ดาเนาตกตะลึงมองกาซูวิ่งเตลิดไปเหมือนคนบ้าคลั่ง ดาเนาจะตาม สางโปรั้งตัวไว้ ดาเนาสับสนร้องไห้อย่างไม่เข้าใจ

ooooooo

ทั้งกังวลและเป็นห่วงจนนั่งไม่ติด นงนุชกับฉวีวรรณเกรงดนัยกับศิริจะเจอเรื่องร้าย จึงตัดสินใจตามไป...ดนัยยังฉุดศิริไว้ไม่ให้เข้าไปใกล้หน้าผา ศิริฟูมฟายเรียกหาดาหวัน ธนวัติกับธานีตามมา ดนัยรีบยิงกันไว้ แล้วดึงศิริหนี ธนวัติโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

วินยายังคงประคองเลาซาอยู่ในอ้อมแขน พร่ำบอกให้เขาทำใจดีๆไว้ก่อน เลาซาอ่อนแรง

“ไม่มีประโยชน์หรอก มีดของท่านพ่อลงอาคมไว้ ข้าจะเสียเลือดจนหมดตัวในไม่ช้า”

“แล้วเจ้า...เจ้าช่วยข้าทำไม” วินยาเสียใจ

“เจ้าก็รู้ว่าทำไม...พ่อของข้าทำบาปต่อครอบครัวของเจ้ามานานนัก ทำให้เจ้าต้องใช้ชีวิตอยู่กับความแค้นจนมองไม่เห็นความรักของข้า...ถ้าความรักของข้าไม่มีประโยชน์สำหรับเจ้า ข้าก็ขอให้มันชำระแค้นแทนพ่อของข้า ให้ความแค้นมันจบลงตรงนี้ได้ไหมวินยา”

วินยากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ น้ำตาไหลพราก “เลาซา... ไม่ใช่แค่หมดหนี้แค้น ข้ายังเสียใจมากที่เห็นเจ้าเป็นแบบนี้”

เลาซากระอักเลือดออกมา เขาพยายามเรียกดาเนาให้เข้ามาใกล้ๆ “ดาเนา คน...ที่ฆ่า...ยายของเจ้า ไม่ใช่วินยา แต่เป็น...พ่อของเจ้า”

“อะไรนะ...” ดาเนาแทบช็อก

“พ่อข้าหลอกใช้เจ้า เพื่อให้มาทำร้ายวินยา ทั้งที่ความจริงเจ้าสองคน...”

“พวกข้าทำไม” วินยาสังหรณ์ใจบางอย่าง

เลาซากุมมือดาเนากับวินยา “เจ้าสองคน...เป็นพี่น้องกัน”

วิทยากับดาเนาตะลึงมองหน้ากัน สางโปรีบถามว่าดาเนาคือนายเล็กลีชาหรือ เลาซาพยักหน้าอย่างอ่อนแรง ชี้ไปที่ย่ามของกาซูที่ทำหล่นไว้ และพูดว่ากล่องอยู่ในย่าม สางโปรีบหยิบย่ามมาล้วงเอากล่องสร้อยเขี้ยวเสือทองออกมาเปิดดู

“พ่อชิงสร้อยเขี้ยวเสือทอง และฆ่ายายคำแปงปิดปาก เพื่อไม่ให้ใครรู้ฐานะที่แท้จริงของดาเนา”

“ใช่แน่ๆแล้วล่ะ นายน้อย...ดาเนาคือนายเล็กลีชาจริงๆด้วย” สางโปมองสร้อยอย่างตื่นเต้น

วินยากับดาเนาดีใจ โผกอดกันน้ำตาไหลพรากดีใจที่รอคอยกันมานาน เลาซาน้ำตาซึมมองสองพี่น้องอย่างตื้นตันไปด้วย

“ชีวิตนี้ข้าทำความชั่วมามากจนเกินจะถอยกลับแล้ว ข้าอยากให้พี่น้องได้พบกัน และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ข้าจะได้นอนตายตาหลับเสียที”

“ไม่ เลาซา เจ้าต้องไม่ตายนะ” วินยาหันมามองร้องไห้

“อย่าเสียน้ำตาให้คนอย่างข้าเลยวินยา ข้าไม่คู่ควรหรอก”

“ทำไมเจ้าจะไม่คู่ควรเลาซา ในเมื่อเจ้าคือเพื่อนแท้คนหนึ่งของข้า...” วินยาสะอื้น

“เพื่อน...เหรอ...ก็ยังดีที่เราไม่ได้เป็นศัตรูกันแล้ว ขอบใจมากวินยา” เลาซาเอื้อมมือไปจับมือวินยา จ้องมองหน้าเธอดุจว่าจะจำไว้เป็นครั้งสุดท้าย ลมหายใจเขาอ่อนลงๆ

วินยาร้องเรียกเลาซาอย่างสะเทือนใจ ดาเนาจับมือเลาซาร้องไห้ เลาซาค่อยๆหมดลมหายใจลง สางโปพลอยเศร้าใจไปด้วย มองสองพี่น้องร้องไห้กับการจากไปของเลาซา

ooooooo

เสียงปืนทำให้แจ๋ กิมจิ บุญทิ้ง และอุ๊บอิ๊บได้ยิน ทั้งหมดตกใจรีบวิ่งไปดู ขณะนั้น พาณิชย์เห็นดนัยประคองปีกศิริผ่านมา จึงเข้าไปขวางหน้า ชักปืนมาจ่อพร้อมขู่

“ฉันมาเอาชีวิตแก ไอ้ดนัย”

ดนัยดึงศิริมาหลบหลังตน ธานีตามมาคำราม “ไอ้ลูกหมา ต่อให้มีปีกแกก็หนีไม่พ้นแล้ว”

ธนวัติตามมาอีกคน ทั้งสามล้อมดนัยกับศิริไว้ ต่างเล็งปืนมาที่ทั้งสองคน ธนวัติจะเหนี่ยวไก ฉวีวรรณโผล่มาจากมุมหนึ่งปาก้อนหินใส่ศีรษะธนวัติ ดนัยฉวยโอกาสกระโดดเตะปืนในมือธานีร่วงแล้วต่อยซ้ำ พาณิชย์จะเข้ามาเล่นงานดนัย พวกกิมจิมาถึงพอดีช่วยกันรุมพาณิชย์ อุ๊บอิ๊บตกใจจะช่วยพี่ชาย แต่แจ๋ดึงตัวไว้

ฉวีวรรณช่วยดนัยรุมธนวัติ นงนุชออกมาช่วยเอาไม้ฟาดธนวัติเมื่อเห็นว่าฉวีวรรณจะเสียที ธนวัติโมโหหันมาจับตัวนงนุชเป็นตัวประกันแล้วตะโกนบอกดนัย

“หยุด ไม่งั้นนังแม่นี่ตายแน่”

ทุกคนชะงัก ศิริเป็นห่วงนงนุชแต่ตัวเองบาดเจ็บที่ขาขยับตัวลำบาก พาณิชย์ถีบกิมจิเปรี้ยงแล้ววิ่งมายืนข้างๆธนวัติกับธานี

“ปล่อยแม่ฉันเดี๋ยวนี้” ดนัยร้องบอก

“รักแม่มากหรือไอ้ดนัย รักมากนักก็เอาชีวิตมาแลกสิ” ธนวัติเข่นเขี้ยวอย่างสะใจ

“อยากฆ่าฉันก็ฆ่า ปล่อยแม่ฉันได้แล้ว” ดนัยโยนปืนทิ้ง

“ไม่นะ ดนัย” นงนุชร้องลั่น

“ในที่สุด เวลาที่ฉันรอคอยก็มาถึงแล้ว เวลาที่ฉันจะได้ระเบิดหัวแก” ธนวัติเล็งปืนไปที่ดนัย นงนุชกระชากมือธนวัติมากัดเต็มแรง

ธนวัติร้องลั่นตบนงนุชล้มลงแล้วยกปืนยิงใส่ ฉวีวรรณวิ่งเข้ามาบัง กระสุนลั่นเปรี้ยงเข้าที่หน้าอกเธอ ล้มลงเลือดทะลักออกปาก ทั้งดนัย นงนุช และศิริร้องลั่น ศิริตะเกียกตะกายจะหาลูก ดนัยคว้าปืนมายิงใส่ขาธนวัติล้มลง ทองอินพาตำรวจป่าไม้เข้ามา พาณิชย์กับธานีพาธนวัติหนียิงสู้กับตำรวจ อุ๊บอิ๊บจะตามพ่อ บุญทิ้งดึงตัวไว้เกรงจะโดนลูกหลง ดนัยพุ่งเข้าหาฉวีวรรณ เขากอดเธอร้องไห้ใจแทบขาด

กาซูวิ่งเตลิดร้องเหมือนคนเสียสติว่าไม่ได้ทำ...มาเจอกับกลุ่มธนวัติ ธานีกับลูกแปลกใจว่ากาซูเป็นอะไร พาณิชย์บอกให้รีบหนีดีกว่า กาซูเห็นธนวัติบาดเจ็บก็มองเป็นเลาซา เกิดคลั่ง
“เลาซา พวกเจ้าทำอะไรลูกข้า” กาซูผลักธานีกับพาณิชย์ล้มกลิ้ง เข้าประคองธนวัติ “เลาซาลูกพ่อ เจ้ายังไม่ตาย”

ธนวัติโมโห ชักปืนยิงเปรี้ยงใส่กาซู ร่างกระตุกร้องเรียกเลาซาแล้วสิ้นใจตาเบิกโพลง

“ไอ้หมอผีบ้า ตายซะก็ดี” ธนวัติสบถ

ตำรวจตามมาทัน พวกธนวัติรีบหนี สมุนธานีดึง ระเบิดมาปาใส่พวกตำรวจกระเจิง ดนัยตามมายิงใส่พวกสมุนล้มตาย ธานีประคองธนวัติวิ่งตามพาณิชย์ พลันพาณิชย์เหยียบเอากับดักสัตว์ร้องโอดโอย ล้มลงปืนกระเด็น

“ใครเอากับดักสัตว์มาวางแถวนี้ โอ๊ยๆๆ อาธานีช่วยด้วย”

“มันไม่มีเวลาช่วยใครแล้วล่ะ วัติ พาณิชย์ ตัวใครตัวมันเถอะเว้ย” ธานีผลักลูกชายล้มลงข้างๆพาณิชย์ที่ยังร้องโอดโอย แล้ววิ่งหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว

“ป๊า...” ธนวัติร้องเรียกอย่างตกใจ

“ไอ้สารเลว เห็นแก่ตัวนี่หว่า” พาณิชย์โวยอย่างไม่เคารพยำเกรงอีก

ดนัยถือปืนเข้ามาจ่อตรงหน้า ธนวัติกับพาณิชย์ลนลานอย่างหวาดกลัว

“พี่วัติ เร็ว เอากับดักออกเร็ว”

“พวกแกมันชั่วจริงๆพอจนตรอกก็หักหลังกันเอง” ดนัยเข่นเขี้ยว

ธนวัติยกปืนจะยิงใส่ ดนัยไวกว่า โดดเข้าถีบหน้าธนวัติหงายหลัง ปืนกระเด็นไปอีกทางแล้วเล็งปืนใส่ ธนวัติร้องลั่น “อย่า ดนัย อย่ายิง...”

ดนัยไม่ตอบแต่ยิงปืนลงพื้นให้เฉียดทั้งสองคน สองคนกลัวลานร้องขอชีวิต

“รู้สึกหรือยัง สัตว์ป่าที่แกล่า ต้นไม้ที่แกทำลาย

เด็กที่แกจับไปขาย เขามีความรู้สึกยังไงกัน” ดนัยโต้

“ฉันรู้แล้ว ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ” ธนวัติร้องขอชีวิต

“ปล่อยงั้นเหรอ...” ดนัยยิงเปรี้ยงขู่ไปอีกนัด

พาณิชย์ยกมือยอมแพ้ “ฉันยอมแล้ว ฉันกลัวแล้ว”

“นี่สำหรับชลิตกับดาหวัน” ดนัยยกปืนเล็งใส่พาณิชย์ที่หัวไหล่เลือดกระฉูด ร้องโอดโอย

ธนวัติเห็นรีบยกมือไหว้ ถอยกรูดจนหลังชนต้นไม้ “อย่า อย่าฆ่าฉันเลย ดนัย ฉันไหว้ล่ะ”

ดนัยมองธนวัติด้วยความเจ็บแค้น ไม่สนใจคำร้องขอของธนวัติ เข่นเขี้ยวใส่ “แกฆ่าหวี แกสมควรตาย”

ดนัยยิงเปรี้ยงออกไป ธนวัติร้องสุดเสียงคิดว่าตนตายแล้ว ลืมตามองเห็นกระสุนเฉียดหัวไปเจาะเข้าที่ต้นไม้ ถึงกับตาค้าง ดนัยข่มใจพูดอย่างจริงจัง

“ถึงฉันจะฆ่าแกให้ตายอีกร้อยครั้ง มันก็ไม่มีทางทดแทนชีวิตหวีได้ ฉันจะให้กฎหมายจัดการกับแก”

เสียงดินลั่นไหลจากภูเขาลงมาดังก้องป่า ดนัยเหลียวมอง ธนวัติกับพาณิชย์ฉวยโอกาสหยิบปืนที่ตกอยู่ขึ้นมายิงใส่ดนัย ชลิตโผล่มาร้องเตือน ดนัยกระโดดหลบได้ทัน พาณิชย์โมโหยิงใส่ชลิต แต่ชลิตม้วนตัวหลบทันเช่นกัน สองพี่น้องต่างกราดกระสุนใส่ไม่ยั้ง ดนัยพลิกตัวออกมายิงใส่ธนวัติ กระสุนเจาะหน้าอกล้มตึง ชลิตโผล่มายิงพาณิชย์ตัดขั้วหัวใจล้มลงไปอีกคน

“จุดจบของคนที่ทำผิดกฎหมาย ไม่ติดคุกก็ต้องจบชีวิต” ดนัยกล่าวอย่างปลงๆ แล้วนึกได้หันมาถามชลิตงงๆ “แกยังไม่ตาย...”

“ภารกิจกำจัดคนชั่วยังไม่เสร็จสิ้น เรื่องอะไรฉันจะตายง่ายๆ”

เสียงดินไหลดังลั่นมาอีก ดนัยกับชลิตหันไปมอง ต่างรู้ว่าตรงนี้ไม่ปลอดภัย จึงพากันวิ่งออกไป

ooooooo

ธานีหนีหัวซุกหัวซุนมาเจอกลุ่มตำรวจป่าไม้กับทองอิน จึงยิงต่อสู้กัน ดนัยกับชลิตตามมารีบหลบ บุญทิ้งดึงอุ๊บอิ๊บไว้ไม่ให้เข้าไป อุ๊บอิ๊บร้องบอก

“ป๊า หยุดเถอะ ป๊าหนีไม่พ้นหรอก”

“ไม่ ฉันไม่มีทางติดคุก” ธานีไต่เนินหนีและยังยิงสู้

ทุกคนรีบตามขึ้นไป ธานีพบว่าทางตัน เป็นหน้าผา เขาหน้าตื่นหันมาส่ายปืนอย่างบ้าคลั่งตวาดไม่ให้ใครเข้ามา อุ๊บอิ๊บร้องเรียกจะวิ่งเข้าไปหา บุญทิ้งดึงรั้งไว้

“อย่าครับ ป๊าคุณพูดไม่รู้เรื่องแล้ว”

“มอบตัวสู้คดีดีกว่า โทษหนักจะได้เบาลง” ชลิตพยายามเกลี้ยกล่อม

“ไม่ คนอย่างเสี่ยธานี ไม่ยอมจนมุมง่ายๆหรอกโว้ย”

ทันใด เสียงดินลั่นดังขึ้นมาอีก ดนัยรีบบอกให้ธานีออกมาจากตรงนั้น แต่ธานีกลับหาว่าหลอก ยิงปืนกราดใส่ ทุกคนต้องหลบถอยออกห่าง และแล้วดินก็ถล่มลงมา ทองอิน

บอกทุกคนให้รีบหนี บุญทิ้งลากอุ๊บอิ๊บออกมา ธานีเหมือนคนบ้า หัวเราะลั่นที่เห็นทุกคนหนี ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาทั้งๆที่ไม่มีฝน ดินไหลลงมาจากเขาทับร่างธานีอย่างน่าสะพรึงกลัว อุ๊บอิ๊บกรี๊ดลั่น

“ป๊า...ฮือๆ ป๊าอย่าทิ้งอุ๊บอิ๊บไป ป๊าอย่าเป็นอะไรนะ ป๊าๆๆ”

“คุณอุ๊บอิ๊บ สงบใจเถอะครับ ป๊าคุณตายแล้ว” บุญทิ้งปลอบ

“นี่ไงล่ะ ผลของการตัดไม้เถื่อน ที่ดินพวกนี้ถล่มลงมาได้ ก็เพราะภูเขาหัวโล้น ต้นไม้ถูกตัดจนเกลี้ยง” ทองอิน กล่าวอย่างสลดหดหู่

“เขาเรียกว่าเวรกรรมมีจริง เสี่ยธานีต้องมาตายเพราะกรรมที่ตัวเองตัดไม้ทำลายป่า” ชลิตถอนใจ

ดนัยหน้าเศร้า คิดถึงฉวีวรรณ ชลิตถามว่าไม่ดีใจหรือที่เสร็จสิ้นภารกิจเสียที ดนัยตอบว่า

“ก็จริง เราเอาชนะคนชั่วได้ แต่คนดีที่สุดของฉันได้จากไปแล้ว แกคิดว่าฉันควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีล่ะ” พูดจบดนัยเดินเศร้าออกไป

ดนัยวิ่งกลับมาที่พวกศิริอยู่ เขาตรงไปที่รถพยาบาล เห็นแจ๋กับกิมจิร้องไห้สะอึกสะอื้นเฝ้าฉวีวรรณที่นอนนิ่งอยู่บนรถ ดนัยพุ่งเข้ากอดฉวีวรรณร้องไห้ ศิริมีบุรุษพยาบาลประคองเข้ามากับนงนุช ศิริตาแดงด้วยความเสียใจ

“ยัยหวี...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมต้องเป็นแบบนี้”

“เป็นเพราะฉันคนเดียว ถ้าหนูหวีไม่มาช่วยฉัน หนูหวีก็คงไม่เป็นแบบนี้” นงนุชร้องไห้

ดนัยเขย่าฉวีวรรณ “หวี...ตื่นสิ อย่าทิ้งกันไปอย่างนี้ เธอจะด่าฉัน เกลียดฉันยังไงก็ได้ ฉันยอมเธอทุกอย่าง แต่เธอต้องตื่นมานะหวี ตื่นมามองหน้าฉัน จับมือฉันแล้วฟังฉันบอกว่ารักก่อน ได้ยินไหมหวี...ฉันรักเธอ รักเธอคนเดียว”

ดนัยกอดฉวีวรรณร้องไห้ ฉวีวรรณน้ำตาซึมไหลออกมา ศิริกับนงนุชซึ้งไปกับความรักของดนัย สักพัก...ฉวีวรรณขยับมือ ยกขึ้นมาตบหลังเบาๆปลอบดนัย

“โอ๋ๆ ขวัญเอ๊ยขวัญมานะ ดนัยน้า...”

ดนัยชะงักผงกหน้าขึ้นมอง เห็นฉวีวรรณอมยิ้ม เขาร้อง “นี่เธอ...ไม่ได้ตาย”

ศิริกับนงนุชพลอยดีใจไปด้วย “หนูหวี ไม่ได้เป็นอะไรหรอกเหรอ”

“แหม...ถ้าไม่ทำแบบนี้ จะได้ดูฉากพระเอกบอกรักนางเอกหรือคะ” แจ๋ยิ้มกับกิมจิ

“แกล้งฉันเหรอ...” ดนัยเข่นเขี้ยวมองฉวีวรรณลุกนั่งอมยิ้ม

“ฉันแค่จุกจนสลบไป นายน่ะทึกทักเอาเองนะ”

“แต่เธอโดนยิงนี่”

“ฉันใส่หินสีชมพูไว้ในเสื้อ หินที่เป็นตัวแทนความรักของเรา ปกป้องฉันไว้ไงล่ะ” ฉวีวรรณควักก้อนหินสีชมพูออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันแตกเป็นเสี่ยง

ดนัยดึงฉวีวรรณไปกอดแน่นจนเธอร้องว่าทำอะไร ดนัยโวยว่า “เธอทำให้ฉันเสียขวัญ ก็ต้องกอดให้หายตกใจน่ะสิ”

“มากอดพ่อจะหายเร็วกว่ามั้ย” ศิริกระแอม

ดนัยยิ้มเจื่อนปล่อยฉวีวรรณแล้วยกมือไหว้ขอโทษศิริ นงนุชยิ้มยินดี “ฉันดีใจด้วยนะคะคุณศิริ แต่น่าเสียดายที่หนูหวันไม่ได้โชคดีอย่างนี้”

“ยัยหวัน...ผมไม่นึกเหมือนกันว่าหวันจะอายุสั้น” ศิริหน้าเศร้าลงทันที

เสียงดาหวันร้องเรียกพ่อดังขึ้นมา กิมจิกับแจ๋สะดุ้งคิดว่าผีดาหวันเฮี้ยน พลันดาหวันเดินเข้ามาพร้อมชลิต เธอบอกทุกคนว่าไม่ใช่ผี ศิริดีใจ ดาหวันโผกอดศิริ

“พ่อ หวันรอดมาได้เพราะพี่ชลิตดึงหวันโดดจากรถได้ทันพอดีค่ะ พ่อ”

“ขอบใจมากนะชลิต ที่เสี่ยงชีวิตช่วยยัยหวัน” ศิริมองชลิตอย่างประทับใจ

“ไม่เป็นไรครับคุณพ่อ เพื่อหวันแล้ว ยิ่งกว่านี้ผมก็ทำได้ครับ”

“เท่าที่จำความได้ ฉันมีแต่ลูกสาวไม่มีลูกชายนะ” ศิริแกล้งกวน

ชลิตร้องอ้าว...ศิริบอกไม่ต้องพูดอะไรแล้ว และชวนลูกสาวทั้งสองกลับบ้าน ฉวีวรรณกับดาหวันจะแย้ง ศิริถามว่าตนบาดเจ็บถูกยิง ไม่มีใครคิดจะพาไปโรงพยาบาลหรือ สองสาวนึกได้รีบประคองพ่อ ศิริไม่วายแกล้งมองหน้าดนัยกับชลิต และบอกว่า
“ไว้ให้ฉันหายเจ็บซะก่อน พวกนายเจอฉันแน่”

ชลิตกับดนัยหน้าเจื่อน บ่นอุบว่าความรักมีอุปสรรคเสียแล้ว ไม่รู้จะมาไม้ไหน

ooooooo

หลายวันผ่านไป วินยาถือดอกไม้มาวางที่หลุมศพเลาซา เธอคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาระหว่างเธอกับเลาซา คำพูดของเลาซาที่เคยบอกว่า แผลบนร่างกายไม่เจ็บเท่า แผลที่หัวใจ

“เจ้าพูดถูกเลาซา แผลในหัวใจมันเจ็บและไม่เคยช่วยให้อะไรดีขึ้น มีแต่ทำให้เราสูญเสียคนที่รักด้วยกันทั้งสองฝ่าย หลับให้สบายนะ เลาซา...ข้าจะรักษาแผ่นดินนี้ไว้เพื่อทุกคน และจะระลึกเสมอว่า...เจ้าคือศัตรูที่เป็นมิตรแท้ของข้า” วินยาวางดอกไม้ลงและมองหลุมศพเลาซาอย่างเศร้าเสียใจ...

ในวันนั้น มีงานเลี้ยงที่หมู่บ้านชาลัน ฉวีวรรณ ดาหวัน ศิริ แจ๋ กิมจิ และทองอินมาร่วมงาน วินยาประกาศให้ชาวชาลันรับรู้ว่า ดาเนาคือลีชา น้องชายของตน ที่จะสืบทอดเป็นหัวหน้าเผ่าชาลัน ตามประสงค์ของพ่อ ทุกคนปรบมือโห่ร้องอย่างยินดี วินยาสวมสร้อยเขี้ยวเสือทองให้ดาเนา  ดาเนากล่าวกับทุกคน

“ข้าขอขอบคุณทุกคนที่มาดีใจกับข้าในวันนี้ ข้าขอบอกว่า ข้าไม่เคยมีความสุขอย่างนี้มาก่อนเลย ไม่ใช่เพราะตำแหน่งหัวหน้าเผ่า แต่เป็นเพราะพี่วินยา ข้าดีใจที่ข้ามีพี่น้อง ข้าดีใจที่ข้าได้เกิดมาเป็นน้องของพี่วินยา” ดาเนาโผกอดวินยา ทุกคนพลอยตื้นตันใจไปด้วย...

วินยา ดาเนา และสางโปเดินออกมาส่งศิริ ทองอิน และฉวีวรรณกับพวก ดาเนาขอบคุณทุกคนที่มายินดีกับตน ทองอิน กล่าวกับศิริ หมดเรื่องร้ายๆเสียที ต่อไปจะมีแต่ข่าวดีใช่ไหม

“ผมก็ว่างั้นนะ เดี๋ยวหวีกับหวันไปธุระกับพ่อต่อ

เลยนะ” ศิริหันไปพูดกับลูกๆ

“ธุระอะไรอีกคะ พ่อ” ฉวีวรรณถามงงๆ

“พ่อนัดว่าที่เจ้าบ่าวของแกทั้งสองคนไว้เรียบร้อยแล้วน่ะสิ”

“อีกแล้วเหรอ...” สองสาวพูดพร้อมกันด้วยความตกใจ

“เออ งั้นสิ”

สองสาวบอกศิริว่าเมื่อไหร่จะเลิกคลุมถุงชนเสียที อุ๊บอิ๊บเดินเข้ามาพร้อมบุญทิ้ง เธอทักทาย “ธรรมสวัสดีค่ะทุกคน”

ดาหวันตาโต รีบเข้ามาดึงอุ๊บอิ๊บให้ยืนยันกับศิริว่าตนชิงสุกก่อนห่ามไปกับชลิตแล้ว ศิริตกใจ อุ๊บอิ๊บรีบอธิบายตามความเป็นจริงว่าทุกย่างที่เป็นคลิป เป็นการจัดฉากของตนเอง ตอนนี้ตนหันหน้าเข้าวัดแล้วจะไม่โกหกอีก ทั้งดาหวันและฉวีวรรณอึ้ง ศิริโล่งใจ ฉวีวรรณขอโทษดาหวันที่เข้าใจผิดและต่อว่าไปยกใหญ่ สองพี่น้องกอดกัน

“หวันก็ต้องขอบคุณพี่เหมือนกัน ที่ยอมสละหัวใจตัวเองเพื่อหวันทั้งๆที่มันไม่จำเป็นเลย”

วินยาต่อว่าทั้งสองพี่น้องว่า เพราะทั้งสองชอบคิดแทนคนอื่นถึงได้เป็นเรื่องขึ้นมา ควรจะพูดความจริงต่อกันเสียที ฉวีวรรณได้คิด

“วินยาพูดถูก มันถึงเวลาแล้วที่เราต้องซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง...พ่อคะ หนูกับยัยหวันมีคนที่เรารักอยู่แล้ว พ่ออย่าบังคับพวกเราอีกเลยนะคะ”

“พ่อไม่ได้บังคับ แต่มันเป็นคำสั่ง พวกแกต้องแต่งงานกับคนที่พ่อหาให้”

สองสาวปฏิเสธลั่น สุภาพกับอาหลู่เข้ามาจับสองสาวจะไปขึ้นรถ พลันมีรถคนหนึ่งแล่นมาขวาง ไอ้โม่งสองคนลงมาฉุดสองสาวขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนตกใจ รถไอ้โม่งพาสองสาวมาที่เนินเขาแห่งหนึ่ง พอรถจอด สองสาวร้องโวยวายและดิ้นรนต่อสู้ คว้าไม้จะฟาดไอ้โม่ง สองไอ้โม่งรีบดึงหมวกออกเป็นกิมจิกับบุญทิ้ง สองสาวโวยทำไมต้องหลอกกันด้วย

“ลุงศิริ เขากลัวพวกเธอไม่ยอมมา ก็เลยสั่งให้พวกฉันทำแบบนี้” กิมจิรีบอธิบาย

บุญทิ้งชี้ไปที่ชายสองคนที่ยืนหันหลังอยู่บนเนิน สองพี่น้องฮึดฮัดจะไปเอาเรื่องเจ้าบ่าวที่พ่อหาให้ พอขึ้นมาบนเนิน สองสาวต้องตะลึง ที่มีซุ้มดอกไม้สีสวยสดใส พร้อมเก้าอี้ขาวที่จัดวางอยู่กลางซุ้ม บรรยากาศดูโรแมนติกมาก

ฉวีวรรณตั้งสติได้โวย “นายเบื๊อก นายมีสิทธิ์อะไรมาบังคับฉันให้แต่งงานด้วย”

“นี่หน้าตาคงอุบาทว์มากสินะ ถึงต้องใช้วิธีคลุมถุงชน” ดาหวันเสริม

สองสาวโวยวายว่ามาซื้อใจพ่อของพวกตนด้วยอะไร แต่ถึงรวยล้นฟ้ามาจากไหน พวกตนก็ไม่สนใจ เพราะพวกตนมีคนรักแล้ว ดาหวันโวย

“คนที่ฉันรัก เขาเป็นคนที่อบอุ่นและเข้าใจฉันมากที่สุด เขาทำให้ฉันรู้ว่ายังมีรักแท้อยู่บนโลกนี้จริงๆ ชาตินี้ทั้งชาติฉันไม่มีใจให้ใครอีกแล้วนอกจากพี่ชลิต ได้ยินมั้ย ฉันรักพี่ชลิต”

“ถึงเขาจะเป็นผู้ชายห่ามๆที่ฉันไม่เคยชอบหน้า แต่เขาก็เป็นคนเดียวที่อยู่ข้างๆฉันเสมอในเวลาที่ฉันแย่ที่สุด แล้วเราผ่านเรื่องราวทั้งดีและร้ายมาด้วยกันจนทำให้ฉันรู้ว่า ฉันมีชีวิตอยู่โดยไม่มีเขาไม่ได้ ฉันรักดนัย รักดนัยคนเดียวเท่านั้น” ฉวีวรรณย้ำอย่างหนักแน่น

“นึกว่าจะไม่ได้ยินแล้ว” ดนัยในชุดเจ้าบ่าวขาวหันมายิ้มปลื้ม ฉวีวรรณตกตะลึง ดนัยเข้ามาใกล้ “ฉันรอคำคำนี้มานานแล้ว ขอบใจนะหวี ขอบใจที่รักกัน...หวี ฉันอาจจะบ้าพอๆกับที่เธอเหวี่ยง เราอาจจะดูไม่ปกติทั้งคู่ แต่ฉันก็รู้สึกมีความสุขที่สุดที่ได้อยู่ใกล้กับเธอ เธอจะว่าอะไรมั้ยถ้าฉันอยากจะให้เธอเป็นคนที่ฉันรักและก็รักฉันคนเดียวตลอดไป แต่งงานกับฉันนะหวี”

ฉวีวรรณซึ้งจนน้ำตาไหล ดนัยแกล้งถามว่าร้องไห้นี่แต่งไหม เธอพยักหน้า สองคนโผกอดกัน ฉวีวรรณทุบหลังดนัยแก้เขิน ดนัยกุมมือเธอมาสวมแหวนพร้อมกับบอกว่า เขารักเธอ

ดาหวันวิ่งเข้าไปดูเจ้าบ่าวของตนบ้าง ชลิตถือช่อดอกไม้หันมาพร้อมเอ่ย “สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตพี่ก็คือการได้พบกับหวัน หวันทำให้พี่มีความกล้าที่จะทำอะไรหลายๆอย่างที่พี่ไม่เคยคิดจะทำ อย่างเช่น...” ดาหวันอยากรู้ ชลิตขยับเข้ามาพูดใกล้ๆ “หวันเป็นผู้หญิงคนแรกและคนสุดท้ายที่ทำให้พี่ไม่อยากใช้ชีวิตโสดอีกแล้ว และหวันก็จะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่จะใส่ชุดสีขาวเต้นรำกับพี่ในงานของเรา...พี่รักหวัน รักมากที่สุดในชีวิต”

ชลิตคุกเข่ายื่นช่อกุหลาบแดงให้ และขอแต่งงาน ดาหวันน้ำตาร่วงเผาะ ชลิตลุกขึ้นกอดเธออย่างสุดรัก...ศิริ นงนุช และทุกคนตามมายืนมองอย่างซึ้งใจ ศิริเข้ามากล่าวฝากลูกสาวทั้งสองกับดนัยและชลิต สองสาวจึงรู้ว่าโดนพ่อหลอก ทองอินปลื้มใจ

“ลงเอยแบบนี้ พี่ก็ดีใจด้วยนะ สองคู่ชู้ชื่น”

“ยังครับพี่ทองอิน ยังเหลืออีกคู่ ดาเนา ช่วยพี่หน่อยสิ” ดนัยหันไปส่งซิกกับดาเนา

ดาเนาเดินไปจับมือศิริกับนงนุชมากุมกัน สองคนตกใจ ดนัยกล่าวฝากแม่ของตนให้ศิริดูแลด้วย สุภาพเสนอหน้ามายินดีแถมบอกว่า นงนุชทำให้ฟาร์มน่าอยู่ขึ้นมาก ศิริเขม่นใส่ สุภาพจ๋อย ทองอินเข้ามาอวยพร ขอให้ศิริกับนงนุชมีความสุขอีกคู่หนึ่ง วินยาอวยพรให้ทุกคู่มีความสุขเช่นกัน ฉวีวรรณยิ้มรับและบอกวินยาว่า ถ้าไม่มีป่าที่อุดมสมบูรณ์เป็นต้นน้ำลำธาร ความรักของพวกตนก็คงไม่เจริญงอกงามเช่นกัน ทุกคนเห็นด้วย และสัญญาว่าจะคืนความรักให้กับป่าทุกคนช่วยกันปล่อยนกสีขาวออกจากกรง บินไปทั่วทั้งป่า แต่ละคู่แนบชิดกันอย่างมีความสุข

ooooooo

–อวสาน–

ตอนที่ 13

ระหว่างที่ศิริกับนงนุชนั่งรถสมุนของธานีไป สมุนอีกกลุ่มก็มาที่รถของศิริซึ่งยางแตกจอดอยู่ข้างทาง เพื่อที่จะเผาทำทีว่าเกิดอุบัติเหตุรถระเบิด แต่สุภาพกับอาหลู่มาเจอก่อน เกิดการไล่ยิงกัน สุภาพกับอาหลู่ถูกยิงตกหน้าผาไป

ศิรินึกได้ว่าลืมมือถือที่รถ พอดีนงนุชร้องขึ้นว่า “เอ๊ะ นี่มันไม่ใช่ทางไปหมู่บ้านชาลันนี่”

สมุนเหลือบมองยิ้มๆแล้วบอกว่าทางลัด แต่นงนุชไม่เชื่อ สั่งให้จอดรถ คนขับเบรกทันทีจนเธอหน้าคะมำ ศิริเริ่มรู้สึกตัวว่าไม่ชอบมาพากล ดึงนงนุชลงจากรถวิ่งหนี สมุนธานียิงเข้าใส่นงนุชร้องกรี๊ด ศิริดึงเธอวิ่งหนีเข้าไปในโรงไม้โดยไม่รู้ตัว ศิริจึงได้เห็นว่ามีไม้แปรรูปกองไว้เป็นจำนวนมาก พร้อมอุปกรณ์การเลื่อยครบ ไม่ทันไร สมุนธานีตามเข้ามา ศิริเป็นห่วงความปลอดภัยของนงนุช จึงยอมให้พวกมันจับ ทันใด รถกระบะตำรวจที่ศิริเคยเห็นจับดนัยกับฉวีวรรณไปแล่นเข้ามา

“นี่มัน...รถที่จับตัวยัยหวี...” ศิริหน้าถอดสี พลันธานีลงมาจากรถ ศิริตะลึง

“หึหึ ทำไมทำหน้ายังงั้นล่ะพี่ศิริ ผมจะมาช่วยปลดปล่อยพี่ให้พ้นทุกข์อยู่เลยนะ”

“ฉันเคยเห็นรถคันนี้ จับตัวยัยหวีกับดนัยไป...แกคิดจะฆ่าปิดปากลูกสาวฉันกับดนัยเพราะทั้งสองคนรู้เรื่องแกค้าไม้เถื่อนใช่มั้ย”

“นับว่าเป็นข่าวดี ก่อนที่พี่จะตายเซลล์สมองของพี่ก็เริ่มทำงานแล้ว”

ศิริโกรธแค้นใจ พุ่งเข้าชกหน้าธานี แต่พอจะเข้าซ้ำ ธานีชักปืนออกมาขู่ ศิริชะงัก นงนุชขอร้องอย่าทำอะไรศิริ อยากได้อะไรให้บอก ธานีตอบว่า...ชีวิตทั้งสองคน...ธานียิงเปรี้ยงออกไปเสียงร้องกรี๊ดดังขึ้น ธานีตกใจตะโกนลั่นว่าใครอยู่ตรงนั้นให้ออกมา

“อ๊าย...ปล่อยฉันนะ มาจับฉันทำไม” สมุนลากตัวอุ๊บอิ๊บออกมา

ธานีตกตะลึง อุ๊บอิ๊บโวยวายใส่ธานี “หนูเถียงแทนป๊ามาตลอดว่าป๊าไม่มีทางค้าไม้เถื่อนป๊าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แล้วนี่มันอะไร ป๊าทำแบบนี้ได้ยังไง”

“หุบปาก...” ธานีตวาด

“หนูจะพูด ป๊าค้าไม้เถื่อนไม่พอ ป๊ายังจะฆ่าคน...” อุ๊บอิ๊บพูดไม่ทันจบ ธานีตบฉาด “ป๊าตบหนูทำไม หนูพูดอะไรผิด”

ธานีสั่งให้หยุดพูด อุ๊บอิ๊บโวยวายว่าตนเกลียดป๊า แล้ววิ่งร้องไห้โฮออกไป ธานีสั่งสมุนจับศิริกับนงนุชมัดไว้ แล้ววิ่งตามอุ๊บอิ๊บออกไป อุ๊บอิ๊บวิ่งมาชนเข้ากับธนวัติกับพาณิชย์ จึงฟ้องทั้งน้ำตาว่า พ่อค้าไม้เถื่อน ธนวัติกับพาณิชย์สบตากันอย่างไม่สะทกสะท้าน ดึงอุ๊บอิ๊บไว้

“พี่วัติ...ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ หรือว่า...”

เสียงธานีดังมาว่าอย่าปล่อย จะเสียงาน อุ๊บอิ๊บจึงรู้ว่าพี่ๆร่วมมือด้วย เธอผิดหวังและเสียใจมาก พาณิชย์เยาะว่า เธอก็ไม่ต่างอะไรกับพวกตน เป็นมารร้ายทำลายชีวิตคนอื่นเหมือนกัน อุ๊บอิ๊บกรี๊ดลั่นว่าตนไม่ชั่วระดับชาติอย่างพวกพี่ๆ ธานีเดือดตวาดอุ๊บอิ๊บว่า เงินที่ใช้สุรุ่ยสุร่ายอยู่ทุกวันก็มาจากเงินชั่วๆพวกนี้ ว่าแล้วก็สั่งธนวัติเอาตัวอุ๊บอิ๊บไปขังไว้

ooooooo

พอมีคนเอาข้าวมาให้เลาซาซึ่งถูกขังอยู่ เลาซา มีเรี่ยวแรงขึ้น  จึงซัดสมุนทั้งสองของพ่อแล้ว
บังคับให้บอกว่าพ่อของตนอยู่ที่ไหน  จึงรู้ว่า

กาซูไปที่บ้านคำแปง  ยายของดาเนา  เลาซาเป็น ห่วงไม่อยากให้พ่อทำร้ายดาเนา จึงรีบตามไป

ขณะเดียวกัน วินยาจะมาปลุกดาเนา พบจดหมายที่ดาเนาเขียนตัวหนังสือโตแบบเด็กๆ

“พี่วินยา ดาเนาขอโทษนะที่ดาเนาไม่ได้บอก

พี่วินยาก่อน ดาเนาขอไปตามหาความจริงให้พบ แล้วดาเนาจะกลับมา”

วินยาตกใจ เกรงดาเนาจะไปหากาซู...ขณะนั้น กาซู มาพบคำแปงที่กระท่อม ทำทีเป็นช่วยเหลือถามไถ่ แล้วทำเป็นเศร้า

“ข้านึกว่าข้าจะไม่มีโอกาสได้พบหน้าลูกชาย ข้าคิดว่าลีซาจมน้ำตายไปแล้ว จนข้าได้ยินข่าวเรื่องป้ากับเด็กผู้ชายที่ชื่อดาเนา”

“แล้วเจ้ารู้ได้ยังไงว่าดาเนาเป็นลูกเจ้า”

“ข้าก็ยังไม่แน่ใจ เลยจะมาถามป้าให้รู้เรื่อง ตอนที่ป้าเก็บเด็กได้ เขามีสร้อยคล้ายๆเส้นนี้ห้อยอยู่ที่คอหรือเปล่า” กาซูหยิบสร้อยเขี้ยวเสือไฟให้ดู

คำแปงเห็นแล้วตะลึง กาซูย้ำว่าถ้าดาเนามีสร้อยแบบนี้ ติดตัวมาด้วย แสดงว่าเป็นลูกของตนแน่ ในเวลานั้น ดาเนาตัดกล้วยแบกจะเอาไปฝากคำแปง เจอชาวบ้านทักทายอย่างเอ็นดู...คำแปงบอกกาซูอย่างยินดีว่า ตลอดเวลา ดาเนาบ่นอยากมีพ่อแม่เหมือนคนอื่นเขา

“หมายความว่า ดาเนามีสร้อยเขี้ยวเสือแบบนี้ติดตัวมาใช่ไหมป้า”

“มีสิ แต่เป็นทอง ข้ากลัวดาเนามันจะทำหาย ข้าก็เลยเก็บไว้อย่างดี ไม่เคยบอกดาเนามันด้วยซ้ำไป เดี๋ยวนะ ข้าจะไปหยิบมาให้ดู” คำแปงเข้าไปในห้องนอนในกระท่อม

คำแปงถือสร้อยเขี้ยวเสือไฟติดมือไปด้วย ค้นในตู้หยิบตลับไม้ออกมาเปิดดู มีสร้อยเขี้ยวเสือทองคำขาว จึงเอาออกมาเทียบดู ยิ้มอย่างพอใจ ทันใด กาซูตามเข้ามา คำแปงตกใจ

“ว้าย เจ้าตามเข้ามาทำไม...ออกไปรอข้างนอก”

“หึหึ เด็กนั่นเป็นไอ้เด็กลีซาจริงๆซะด้วย”

คำแปงเริ่มไม่ชอบมาพากล ถามว่าพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร กาซูหัวเราะเยาะและชักมีดออกมาแทงเข้าที่ร่างคำแปง เลือดทะลักออกปากตายคาที่ “ขอบใจมากที่เก็บสร้อยเส้นนี้ไว้เป็นความลับตลอดมา...ไม่มีแกซักคน ก็จะไม่มีใครรู้ความลับว่ามันเป็นน้องนังวินยา”

ทันใด เสียงดาเนาร้องเรียก ยายจ๋า...กาซูหันขวับมองไปหน้ากระท่อม เห็นดาเนากำลังวิ่งมา จึงสร้างสถานการณ์ เอาเลือดคำแปงเขียนข้อความว่า “ระวังวินยา รีบไปหาพ่อกาซู...”

แล้วยังเอาสร้อยเขี้ยวเสือไฟของวินยาใส่ไว้ในมือคำแปง และเอากล่องสร้อยของดาเนาไป พอดาเนาวิ่งเข้ามา ก็ทำทีเป็นก้มๆเงยๆข้างศพแล้วกระโดดหนีไปทางหน้าต่าง ดาเนาตกใจวิ่งเข้าไปดูยายเห็นเลือดท่วมตัวก็ร้องสุดเสียงอย่างเสียขวัญ

เลาซาซึ่งตามมา ได้ยินเสียงร้องของดาเนาก็รีบเข้ามาแอบดู เห็นดาเนากอดยายร้องไห้โฮพร้อมกับอ่านข้อความที่เขียนด้วยเลือด ดาเนาร้องลั่น “พี่วินยาฆ่ายายทำไม...อ๊าก...”

พลังจิตของดาเนาทำให้ข้าวของในกระท่อมสั่นสะเทือนล้มโครมครามไปหมด เลาซาพึมพำว่าวินยาไม่ได้ทำแน่ จะเข้าไปหาดาเนา พลัน เหมือนโดนพลังดึงตัวเขาลอยออกไป หล่นกระแทกพื้นกลางป่าต่อหน้ากาซู

“ไอ้ลูกเนรคุณ นึกหรือว่าจะทำลายแผนข้าได้ง่ายๆ”

“ท่านพ่อ เป็นฝีมือของท่านจริงๆ” เลาซายังตัวงอเจ็บปวด

กาซูชูสร้อยเขี้ยวเสือทองของดาเนาให้เลาซาดู พร้อมกับบอกว่า ดาเนาเป็นน้องของวินยาจริงๆ และเขากำลังยืมมือน้องให้ฆ่าพี่ เลาซามองพ่ออย่างปวดร้าว สังเวชใจ

“ท่านโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว”

“ความรักต่างหากที่ทำให้เจ้าอ่อนแอ เพราะนังวินยาคนเดียว เจ้าถึงเปลี่ยนไป”

“ใช่ วินยาทำให้ข้าเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่ความรักของหนุ่มสาว แต่เป็นความรักในถิ่นฐานบ้านเกิด ที่ท่านพ่อควรจะมีในหัวใจบ้าง”

กาซูตบหน้าเลาซาเลือดกบปาก เลาซามองอย่างเจ็บปวด ประกาศว่าตนยอมเป็นลูกอกตัญญู แต่ไม่ยอมให้พ่อทำผิดอีก เลาซาจะวิ่งออกไป กาซูมองตามอย่างเดือดดาล บันดาลให้ผีดิบโผล่ขึ้นมาจากดิน 4-5 ตัว ล้อมเลาซาไว้ กาซูด่าว่าเลาซาโง่โดนผู้หญิงหลอก

“ท่านพ่อนั่นแหละที่โดนพวกนายธานีหลอก พวกมันหลอกใช้ท่านพ่อ”

“เจ้าโดนล้างสมองไปแล้วสินะ” กาซูโกรธ ทำนิ้วกรีดในอากาศ แต่ขาเลาซามีเลือดไหลเป็นทางร้องอย่างเจ็บปวดจนหมดสติไป เขาโดนกาซูใช้พลังตัดเส้นเอ็นที่ขา

ooooooo

เมื่อดนัยรู้สึกผิดสังเกตที่แม่กับศิริหายไปนาน จึงออกตามหาพร้อมทองอินและชลิต โดยสั่งแจ๋ไว้ว่า ถ้าศิริกลับมาบ้านให้โทร.บอกตน แต่อย่าบอกเรื่องนี้กับฉวีวรรณและดาหวัน วินยามาเจอกับพวกดนัยกลางป่า เธอบอกว่ามาตามหาดาเนา ไม่ทันไร ลูกน้องมารายงานว่าพบรอยเลือดตามใบไม้ แสดงว่ามีการต่อสู้กันบริเวณนี้ ดนัยใจหายหวังว่าคงไม่ใช่แม่ของตน

ในขณะที่ศิริกับนงนุชถูกจับมัด ธานีจะยิงศิริทิ้ง ธนวัติขวางไว้และเสนอว่า น่าจะใช้เป็นเหยื่อล่อให้ดนัยกับชลิตมาติดกับ แล้วกำจัดทั้งหมดทีเดียว พาณิชย์เสนออีกว่า ให้เรียกค่าไถ่จากฉวีวรรณสักร้อยล้านมาใช้เล่น ธานีชอบใจที่ลูกกับหลานพัฒนาความฉลาดขึ้น...

พวกดนัยเดินตามรอยเลือดมาพบสุภาพกับอาหลู่นอนหมดสติเลือดท่วมตัวอยู่ก็ตกใจเข้ามาช่วย พาไปให้สางโปรักษา จึงรู้ว่าศิริกับนงนุชไปที่ปางไม้ของธานี

และแล้วฉวีวรรณก็ได้รับการติดต่อจากธนวัติ เรียกเงินค่าไถ่ตัวศิริกับนงนุช พอดีดาหวันยกสายอีกเครื่องฟังอยู่จึงได้ยินว่า พวกนั้นเรียกค่าไถ่ร้อยล้าน โดยให้เอาเงินสดมาให้ที่สะพานข้ามห้วยแม่ตุ๊ ให้ฉวีวรรณมาคนเดียว ห้ามตุกติกไม่อย่างนั้นศิริตาย

เมื่อฉวีวรรณมาไขตู้เซฟเอาเงิน ดาหวันร้องไห้จะไปช่วยพ่อเอง ฉวีวรรณเอ็ดให้อยู่เฉยๆดีกว่า ดาหวันโวย “ไม่ต้องมาสั่งได้มั้ย”

“ไม่ได้ ฉันขอสั่งให้เธอกลับไปอยู่ในห้อง จนกว่าฉันจะจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว แจ๋ กิมจิ จับยัยหวันที”

“ปล่อยหวันนะ พี่หวีบ้า พี่หวีเผด็จการ เอาแต่ใจตัวเอง หวันเกลียดพี่หวีที่สุดในโลก” ดาหวันโวยวายเมื่อแจ๋กับกิมจิลากตัวขึ้นบ้านไป

“ขอโทษนะหวัน พี่ไม่อยากให้น้องไปเสี่ยงอันตราย” ฉวีวรรณรำพึง สีหน้าเครียด...

ดาเนาจัดการฝังศพยายไปร้องไห้ไป พร่ำพูดจะไม่ให้อภัยคนที่ทำกับยาย...กาซูนั่งทำสมาธิอยู่บนเนินมุมหนึ่งในป่า เขารับรู้การมาของดาเนา จึงร้องบอกไปว่า หลบอยู่ทำไม ดาเนาเดินเข้ามายืนนิ่งไม่พูดไม่จา กาซูทำเป็นรู้ใจ

“ดาเนา...เจ้ามีเรื่องอะไรให้ข้าช่วยหรือเปล่า”

“ยายข้าตายแล้ว ยายบอกให้ข้ามาหาพ่อ”

“เจ้าว่าอะไรนะ” กาซูทำเป็นปลื้มปีติดีใจ

“พ่อ...ท่านพ่อ”

กาซูรีบลุกมาหา “ลูกพ่อ ดาเนา พ่อไม่นึกเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่เจ้ายอมรับว่าข้าเป็นพ่อ”

ดาเนาเล่าเรื่องที่ยายโดนฆ่าและเขียนด้วยเลือดสั่งไว้ กาซูทำเป็นตกใจและเคียดแค้นวินยา พร้อมกับยุว่า วินยากลัวว่าคำแปงจะบอกความจริงว่าดาเนาเป็นลูกตน ดาเนาเสียใจ ควบคุมพลังจิตไม่อยู่ ทำให้เกิดลมพายุโหมกระหน่ำขึ้นมา กาซูปลอบให้ดาเนาสงบลง ดาเนาบอกว่าตนอยากแก้แค้นให้ยาย กาซูดีใจแสยะยิ้มดูร้ายกาจ

“ได้สิ ลูกรัก...ศัตรูของลูกก็เหมือนศัตรูของพ่อ พ่อจะช่วยลูกกำจัดนังวินยาเอง...”

หลังจากหมดสติไป เลาซาฟื้นขึ้นมาในห้องขังที่ไม่ได้ปิดประตู จะลุกหนีพบว่าตัวเองขาพิการไปข้างหนึ่ง ข้างที่มีรอยกรีดเป็นทางยาว เขาร้องอย่างเจ็บปวด กาซูเข้ามาหัวเราะเยาะก้อง

“กรงไม่ได้ใส่กุญแจแท้ๆ แต่ทำไมถึงหนีไม่ได้ล่ะ เลาซา”

“ท่านพ่อ...”

“โดนตัดเอ็นขา กลายเป็นไอ้เป๋แบบนี้ เจ้าก็หมดปัญญาไปช่วยนังวินยาแล้ว”

“โหดเหี้ยมอำมหิต”

กาซูตบหน้าเลาซาฉาด “ข้าไม่ฆ่าเจ้าก็บุญเท่าไหร่แล้ว ไอ้ลูกทรยศ”

เลาซาว่าดาเนาไม่มีวันฆ่าวินยาตามแผนร้ายของพ่อหรอก กาซูหัวเราะคิดว่าตนโง่หรือ กาซูหยิบผลไม้ลูกเล็กๆ

สีดำให้ดู เลาซาตกใจ “ว่านอมนุษย์...”

“ถูกต้อง ถ้าเด็กดาเนามันไม่ยอมฆ่านังวินยาขึ้นมาจริงๆ ข้าก็จะเอาว่านอมนุษย์ให้มันกินมันก็จะตกเป็นทาสของข้า แล้วกลายร่างเป็นอมนุษย์ที่มีพลังเพิ่มขึ้นได้อีกสิบเท่า คราวนี้อย่าว่าแต่ฆ่าพี่ฆ่าน้องเลย ต่อให้ข้าสั่งให้มันฆ่าตัวตาย มันก็ทำ ฮ่าๆๆๆๆ”

“ไม่นะท่านพ่อ อย่าทำอะไรดาเนากับวินยาเลย ข้ากราบขอร้องท่านล่ะ”

กาซูขยับเท้าหนีแล้วเตะหน้าเลาซากระเด็น ความแค้นใจลูก ทำให้กาซูใช้พลังจิตระเบิดก้อนดินใส่เลาซาจนเลือดอาบตัว “ยิ่งเจ้าอยากปกป้องนังวินยา ข้าก็จะรีบทำลายมัน ในคืนนี้”

เลาซานอนหมดเรี่ยวแรงอยู่พึมพำ “วินยา ข้า...จะช่วยเจ้าได้ยังไง อ๊อก...วินยา...”

ooooooo

จัดการเตรียมเงินใส่กระเป๋าเรียบร้อย ฉวีวรรณแต่งตัวทะมัดทะแมงถือกระเป๋าจะมาขึ้นรถ แจ๋ตามมาขวาง ขอให้โทร.ชวนดนัยไปเป็นเพื่อน แต่ฉวีวรรณไม่ยอม แถมบอกว่าตนเลิกคบกับดนัยแล้ว และว่าถ้าแจ๋โทร.บอกดนัย ตนก็จะเลิกคบกับแจ๋ด้วย

แต่พอฉวีวรรณขับรถออกไป ดนัยก็โทร.เข้ามาหาแจ๋พอดี แจ๋ดีใจ “เฮ้ย ดนัย จังหวะเทพมากเลยแก...ฉันไม่ได้โทร. นะหวี ดนัยมันโทร.มาเอง ฮัลโหล ดนัย เกิดเรื่องใหญ่แล้ว...”

แจ๋สาธยายเรื่องทั้งหมด ดนัยตกใจ ต่อว่าแจ๋ที่ปล่อยฉวีวรรณไปลำพัง แจ๋เถียงว่าตนห้ามแล้วแต่ฉวีวรรณไม่ฟัง ไม่ทันไร กิมจิวิ่งหน้าตื่นมาบอกว่า ดาหวันหนีไป ดนัยได้ยินตกใจร้องออกมา ทำให้ชลิตได้ยินแย่งมือถือมาถาม “เกิดอะไรขึ้น หวันหนีไปไหน...”

แจ๋ตอบตามตรงว่าไม่รู้ ทั้งชลิตและดนัยเป็นห่วง

ฉวีวรรณและดาหวัน ทั้งสองเชื่อว่าดาหวันต้องตามฉวีวรรณไปที่นัดหมายแน่...ดนัยขอให้ทองอินกับวินยาช่วย ทั้งสองเต็มใจ ชลิตแปลกใจว่าดนัยมีแผนอะไร ดนัยยิ้มกริ่มตอบว่า... แผนที่หนึ่ง สามัคคีคือพลัง

ระหว่างที่ฉวีวรรณขับรถมาตามทาง ได้ยินเสียงคนบ่น “ขับรถหรือขี่อูฐเนี่ย”

เธอจึงเร่งเครื่องให้เร็วขึ้นแล้วเบรกอย่างแรง ดาหวันหน้าคะมำชนเบาะหลังร้องโอดโอย

“สมน้ำหน้า...ยังจะหลบอีกเหรอยัยหวัน ฉันรู้นะว่าเธอแอบตามมาด้วย”

“อ้าว เมื่อกี้พี่หวีแกล้งหวันดิ พี่อะไรนิสัยไม่ดี”

ฉวีวรรณหันมาเอ็ดที่ดาหวันดื้อตามมา ดาหวันโต้ว่าพี่ใจยักษ์ สองพี่น้องเถียงกันไปมา พลันดนัยกับชลิตเดินออกจากข้างทางมาขวางหน้ารถ ดาหวันชี้บอก ฉวีวรรณหันกลับมามองตกใจ เหยียบเบรกแทบไม่ทัน สองหนุ่มโดดหลบลงข้างทาง ฉวีวรรณกับดาหวันตกใจรีบลงจากรถมาดู ดนัยกับชลิตยิ้มดีใจที่พบคนรัก วินยาตามมาพร้อมทองอิน หน้าเจื่อนสะเทือนใจนิดๆ

ดนัยกับชลิตพร่ำบอกว่า คิดถึงและเป็นห่วง ฉวีวรรณกับดาหวันอมยิ้มแต่ยังวางฟอร์มเดินปึ่งกลับไปที่รถ

“บ้าจริง ตามมาทำไมไม่รู้” ฉวีวรรณบ่น

“มาทางไหน ก็รีบกลับไปเลย” ดาหวันบ่นปอดแปด

สองพี่น้องเดินมาเจอกันก็สะบัดหน้าหันหลังให้กัน ดนัยกับชลิตตามมา ดนัยตำหนิ

“คนเรา...หน้าสิ่วหน้าขวานยังจะมาทะเลาะกันอีก”

“โกรธใครก็โกรธไป แต่พี่น้องไม่น่าจะมาโกรธกันเอง” ชลิตเสริม

สองพี่น้องหันขวับมาจะเอาเรื่อง พูดพร้อมกัน “มันไม่ใช่เรื่องของนาย”

“ก็ใช่ แต่ถ้าพ่อของพวกเธอมาเห็นพวกเธอสองคนทะเลาะกันแบบนี้ ตอบหน่อยสิว่าท่านจะรู้สึกยังไง” ดนัยติง

“ถ้าหวันกับหวีรักพ่อ ก็อย่าทำให้พ่อเสียใจเลยดีกว่า” ชลิตเตือนอีกคน สองพี่น้องเริ่มอ่อนลง ชลิตกับดนัยดึงมือสองพี่น้องให้จับกัน

สองพี่น้องดื้อดึงหาว่ามีสิทธิ์อะไรมาสั่งพวกตน ทองอิน กับวินยาเดินเข้ามาบอกว่าพวกตนเห็นด้วยกับดนัยและชลิต ฉวีวรรณอึ้งหันมาจับมือดาหวันแต่ไม่วายปากเสีย...สงบศึกเพื่อพ่อ

“ก็ได้ เพื่อพ่อเท่านั้น” ดาหวันยอมจำนน

“มันต้องอย่างนี้สิ สามัคคีคือพลัง” ดนัยพูดขึ้นอย่างดีใจแล้ววางมือทับมือฉวีวรรณ

แจ๋กับกิมจิขี่รถตามมา วิ่งเข้ามาจับมือด้วย วินยากับทองอินวางมือทับ ปิดท้ายด้วยชลิต

“ถ้าทุกคนร่วมมือกัน เราต้องช่วยลุงศิริกับแม่นงนุชได้แน่นอน” ชลิตสรุป แจ๋ร้องเย้...

ooooooo

แม้เป็นลูกแต่ก็โดนมัด อุ๊บอิ๊บร้องโวยวายว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด พ่อต่างหากที่เป็นคนผิด สมุนที่เฝ้าเข้ามาเตือนว่าร้องจนคอแตก เสี่ยก็ไม่ปล่อย อุ๊บอิ๊บจึงนึกแผนได้ ทำเป็นยั่วยวนให้ช่วยแก้มัดให้ตน พอสมุนแก้มัด เธอก็จับมือเขาไว้แล้วร้องเอะอะว่าโดนปล้ำ สมุนอีกคนเข้ามาจึงชกต่อยกัน อุ๊บอิ๊บฉวยโอกาสหนี เธอวิ่งไปที่ห้องขังบุญทิ้ง ร้องไห้กอดเขา

“คุณอุ๊บอิ๊บเป็นอะไรไปครับ ร้องไห้ทำไม”

“นายเป็นคนที่ฉันไว้ใจได้ใช่มั้ย นายไม่ได้หลอกฉัน โกหกว่าเป็นคนดีเหมือน...ฮือๆ”

“เหมือนใครหรือฮะ ใครทำให้คุณเสียใจ...คุณดนัยอีกล่ะสิ” เห็นอุ๊บอิ๊บส่ายหน้า “ไม่ใช่คุณดนัย แล้วยังจะมีใครทำให้คุณร้องไห้ได้อีก เขาต้องเป็นคนที่คุณรักมากที่สุดสินะ”

อุ๊บอิ๊บยิ่งร้องไห้โฮ บุญทิ้งชักงงถามว่ามันเกิดเรื่องอะไร อุ๊บอิ๊บไม่กล้าบอก โกหกไปว่าดูหนังสะเทือนใจมา อุ๊บอิ๊บแก้มัดให้บุญทิ้ง แล้วดึงเขาให้หนีไปด้วยกัน

คืนนั้น ธนวัติกับพาณิชย์ยืนรอฉวีวรรณเอาเงินมาไถ่ตัวศิริที่สะพานข้ามห้วยแม่ตุ๊ สักพักรถฉวีวรรณแล่นเข้ามาจอดที่เชิงสะพาน สมุนธนวัติกระจายกันล้อมไว้ ไฟรถส่องหน้า

“นั่งเป็นหุ่นอยู่ได้ ทำไมยังไม่ลงมาอีก” พาณิชย์ป้องหน้ามอง

“หึๆ คงกลัวจนตัวสั่นแล้วสิท่า” ธนวัติเยาะ

พาณิชย์ตะโกนบอกให้รีบลงมาจากรถ และถามว่ามาคนเดียวหรือเปล่า ธนวัติให้สมุนไปเอากระเป๋าเงินลงมาก่อน คนที่ขับรถมาคือวินยาแต่งชุดของฉวีวรรณ วินยาเหวี่ยงกระเป๋าใส่สมุนแล้วเตะล้มลงไปสามคน ธนวัติกับพาณิชย์เห็นว่าเป็นวินยา โกรธมากชักปืนยิงใส่ ทองอินเข้ามายิงกันให้วินยาหนีออกมา วินยาถามทองอิน

“ถ่ายไว้ได้ไหม พี่ทองอิน”

ทองอินตบกระเป๋าสะพาย “แจ่มมาก หลักฐานทั้งหมดอยู่ในกล้องแล้ว”

ธนวัติยิงเข้ามาอีกแล้วสั่งสมุนไปเอากระเป๋าเงินมา วินยา ยิงสมุนดับ พาณิชย์วิ่งมาหยิบกระเป๋าเงินวิ่งหนีไปกับธนวัติ ทองอินกับวินยาไล่ตาม สองคนพยักหน้าแยกกันไปดักคนละทาง

ขณะเดียวกัน เกิดระเบิดตูมๆในหมู่บ้านชาลัน ชาวบ้านวิ่งหนีกันหวีดร้อง เสียงกาซูสั่งลูกน้อง “ถล่มมันให้ยับ...”

ดาเนาซึ่งมาด้วยทำหน้าลำบากใจ มองกาซูที่หัวเราะร่า “ฮ่าๆๆ คืนนี้เพลิงแค้นจะเผาผลาญหมู่บ้านชาลันให้ราบเป็นหน้ากลอง”

กาซูให้ดาเนาจัดการเผาบ้านชาวบ้าน ดาเนาใช้พลังจิตเพ่งไปที่กองฟางเกิดไฟลุกพรึบเพราะไม่อยากทำร้ายใคร...

ด้านธนวัติกับพาณิชย์หอบกระเป๋าเงินวิ่งหนีมาเห็นรถกระบะแล่นมาคันหนึ่ง ทั้งสองออกมาขวางรถ คนขับลงมาโวยวายว่าอยากตายหรือ ธนวัติยิงใส่ตูม คนขับตายคาที่แล้วชิงรถไป วินยาตกตะลึงกับความอำมหิตของธนวัติ พลัน มีพลุจุดขึ้นบนท้องฟ้าหลายนัด วินยาตกใจ

“หมู่บ้านชาลัน มีอันตราย...” วินยาบอกทองอินหน้าตื่น

เลาซาเดินขากะเผลกในป่า ได้ยินเสียงพลุ เขาหน้าซีด “พลุส่งสัญญาณ แสดงว่าท่านพ่อกำลังทำลายหมู่บ้านชาลัน ข้าจะทำยังไงดี ขาก็เป็นแบบนี้ อ๊าก...ทำไมข้าไม่มีพลังพิเศษบ้างทำไมๆ” เลาซาทุบขาตัวเองผลั่กๆระบายอารมณ์

แล้วเลาซาก็หวนนึกถึงคำพูดของกาซูที่ว่าถ้าดาเนาไม่ยอมฆ่าวินยา จะเอาว่านอมนุษย์ให้กิน กินแล้วจะตกเป็นทาสและกลายร่างเป็นอมนุษย์ที่มีพลังเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า...

เลาซาครุ่นคิด

วินยาสีหน้าเป็นกังวลอย่างมาก “ฉันเห็นพลุแล้วใจไม่ดีเลยที่หมู่บ้านต้องเกิดเรื่องร้ายแน่ๆ ฉันต้องรีบกลับไปที่หมู่บ้านแล้วล่ะพี่ทองอิน”

“ชาวชาลันคงต้องการวินยามากที่สุด รีบไปเถอะ ไม่ต้องห่วงทางนี้หรอก”

วินยาขอบคุณทองอินและฝากบอกดนัยว่าตนจะเอาใจช่วย ทองอินโทร.ส่งข่าวดนัยว่าแผนหนึ่งสำเร็จ ดนัยอยู่กับฉวีวรรณซึ่งสวมชุดวินยาในรถบรรทุกสิบล้อ เขาหันมาบอกเธอว่าเดินหน้าแผนสอง ว่าแล้วดนัยก็เหยียบคันเร่ง รถแล่นฉิวออกไป

ooooooo

พอรู้ว่าอุ๊บอิ๊บหนีไปได้ ธานีก็เล่นงานลูกน้องที่เป็นคนเฝ้าและไล่ให้ไปตามอุ๊บอิ๊บกลับมาให้ได้ ขนาดหน้าสิ่วหน้าขวานยังไม่วายมีสาวๆฉอเลาะอยู่ข้างๆสองคน สองสาวออดอ้อน

“ป๋าขา อารมณ์เสียอะไรกันคะ”

“ป๋าไปเล่นตี่จับกับหนูดีกว่านะคะ...นะคะป๋าขา

“อะ ก็ได้ๆฉันเห็นกับพวกเธอนะเนี่ย” ธานีโอบสาวๆออกไป

ธนวัติกับพาณิชย์โทร.หาธานี หงุดหงิดที่ไม่รับสาย “โธ่เว้ย ป๊ามัวไปทำอะไรอยู่”

“พวกมันแสบมาก มันต้องร่วมมือกันตลบหลังพวกเราแน่ๆ” พาณิชย์คาดการณ์

“ไอ้ดนัย ไอ้หัวโจก แกบังอาจมาก”

“พี่จะเอายังไงต่อไปล่ะ”

“แก้แค้นสิวะ มันต้องแหลกกันไปข้าง” ธนวัติแค้นใจ...

ด้านอุ๊บอิ๊บดึงบุญทิ้งวิ่งหนีไปตามทางรถไฟจนเหนื่อยอ่อน อุ๊บอิ๊บโอดโอยทำไมยากลำบากอย่างนี้ เท้าระบมหมดแล้ว บุญทิ้งจึงตำหนิ

“เจริญพร ไม้หมอนเขามีให้รถไฟวิ่ง ไม่ใช่ให้คุณอุ๊บอิ๊บวิ่งไงครับ”

อุ๊บอิ๊บหยุดกึกหันมาต่อว่าบุญทิ้งแทบชน “นี่หัดคิดบ้างสิ ถ้าเราไปตามทางถนนธรรมดาเกิดเจอป๊ากับพวกพี่วัติ พี่พาณิชย์ก็ซวยน่ะสิ มาตามทางรถไฟอย่างนี้แหละ ไม่มีใครคาดถึง”

“คุณมีปัญหาอะไรกันแน่ ทำไมคุณถึงต้องหนีพ่อกับพี่ชายคุณขนาดนี้”

“ก็เพราะนายไงล่ะ...” อุ๊บอิ๊บไม่อยากบอกเรื่องไม่ดีของพ่อกับพี่

“เพื่อผมเนี่ยนะ คุณรู้จักช่วยคนอื่นด้วยเหรอ” บุญทิ้งไม่อยากเชื่อ

อุ๊บอิ๊บสะเทือนใจ รู้สึกผิดที่ไม่ได้ช่วยศิริกับนงนุชมาด้วย “ฉันไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอก เพราะอีกสองคนที่เหลือฉันก็เลือกที่จะปล่อยเขาไว้มากกว่าพามาด้วย”

“สองคนไหนอีกล่ะครับ มีใครโดนจับอีกเหรอ”

อุ๊บอิ๊บตัดบทอย่ามาถาม พลันเห็นแสงไฟรถแล่นมาตรงถนนที่ตัดกับทางรถไฟ บุญทิ้งรีบดึงมือเธอวิ่งไปโบกรถ ทั้งสองยิ้มอย่างมีความหวัง พอรถจอดคนในรถมองออกมาแสยะยิ้ม อุ๊บอิ๊บร้องกรี๊ดลั่นอย่างตื่นกลัวเพราะคือธนวัติกับพาณิชย์...

ooooooo

รถสิบล้อที่ดนัยขับมามีฉวีวรรณนั่งข้างๆ แล่นมาจอดหน้าป้อมยามโรงไม้ สมุนของธานีโบกให้จอดเพื่อถามว่ามาทำอะไร ดนัยกับฉวีวรรณดึงหมวกมาปิดหน้า ก้มหน้าก้มตานิ่ง

“เฮ้ย...เป็นใบ้หรือไงวะ แกเข้ามาทำไม”

“เอาของมาส่ง” ดนัยตอบห้วนๆ

“ของอะไร ใครสั่งอะไรวะ”

ฉวีวรรณเห็นท่าไม่ดี รีบชะโงกหน้ามาตอบ “เดี๋ยวนะพี่ เดี๋ยวหนูจัดให้พี่เอง รอเดี๋ยว” เธอโดดลงจากรถ ยื่นกล่องพลาสติกใส่ไส้อั่วให้ “นี่ไงจ๊ะพี่ ไส้อั่วที่สั่งไว้น่ะ”

“เฮ้ย...” สมุนธานีมองลูกน้องว่าใครเป็นคนสั่ง

“ไม่ต้องเฮ้ย ไฮ้แล้ว เนี่ยขนมาเต็มรถเลยนะ”

พวกสมุนงงเป็นไก่ตาแตก ฉวีวรรณพยักพเยิดว่าจริงๆ... ชลิตเปิดผ้าคลุมท้ายรถสิบล้อโดดลงมามองซ้ายมองขวาเห็นปลอดคน ส่งสัญญาณให้ดาหวัน แจ๋ และกิมจิโดดตามลงมา ฉวีวรรณยังอ้อล้อถ่วงเวลา ดนัยเซ็งกับมุกเห่ยๆของฉวีวรรณ พวกสมุนไม่สนใจเธอ สั่งคนไปดูท้ายรถ ฉวีวรรณรีบพยายามอ้อนขวาง

“เดี๋ยวสิพี่ ชิมก่อนนะ ไม่งั้นน้องเสียใจแย่เลย นะพี่นะ กินเลยๆ”

“เฮ้ย ไม่เอา ไม่กิน...พูดไม่รู้เรื่องหรือไงวะ”

สมุนปัดกล่องไส้อั่วผลักฉวีวรรณไปกระแทกรถร้องลั่น ดนัยโมโห ปากล่องเครื่องมือช่างลงมาใส่หัวสมุนคนหนึ่งทรุดลงแล้วร้องว่า “ขอโทษ หลุดมือ...”

พวกสมุนโกรธ กรูเข้าจัดการ ดนัยตั้งท่ารับและต่อสู้อย่างดุเดือด ในขณะที่ชลิตนำดาหวันกับเพื่อนย่องเข้าไป

ในโรงไม้ เพื่อช่วยศิริกับนงนุช ฉวีวรรณคอยช่วยดนัยเวลาพลาดพลั้ง

ธานีเสร็จภารกิจกับสาวๆได้รับโทรศัพท์รายงานเรื่องดนัยกับพวกก็แค้นจัด คำรามว่าจะปิดบัญชีแค้นนี้เอง...

ดาหวันเข้ามาเห็นศิริกับนงนุชถูกมัด ดีใจวิ่งเข้ามา

กอดพ่อ ชลิตเข้ามาช่วยแก้มัดให้นงนุช เธอรีบถามถึงดนัย กิมจิกับแจ๋ให้รีบออกไปช่วยดนัยกับฉวีวรรณข้างนอก ทั้งหมดกำลังจะออก จู่ๆไฟในโรงไม้สว่างพรึ่บขึ้น ทุกคนชะงัก เสียงธานีดังเข้ามา

“พวกแกนึกว่าจะหนีไปได้ง่ายๆเหรอ” ธานีเดินเข้ามาพร้อมสมุนจำนวนมาก

“ไอ้ธานี...” ศิริมองด้วยความเจ็บแค้น

“ลูกชายฉันรายงานมาแล้วว่าพวกแกทำไว้แสบแค่ไหน งานนี้ถ้าไม่มีการตายหมู่ก็อย่าเรียกว่าไอ้ธานี” ธานีโบกมือให้ ลูกน้องโผล่ออกมาล้อม

“ไม่รอดแล้วเว้ย งานนี้แต่เพื่อความถูกต้อง ตายเป็นตาย” กิมจิสบถ

“แกพูดถูกกิมจิ พวกเราทุกคนไม่มีใครเสียดายชีวิตหรอก ถ้าจะต้องตายเพื่อพิทักษ์ป่าไว้ให้คนไทยทุกคน” ชลิตเสริม

“อย่ามาทำเป็นพระเอกแถวนี้เลย ไอ้ลูกหมา” ธานีเยาะ

“เลิกทำตัวเลวๆเสียทีสิ ไอ้เสี่ยชั่ว” ชลิตด่า

“ข้าเลือกได้แล้วว่าใครควรจะกินลูกตะกั่วเป็นคนแรก” ธานียกปืนเล็งไปที่ชลิต

ดาหวันเข้ามาปกป้องชลิต ศิริตกใจระคนแปลกใจ ดาหวันต่อว่าธานี “ถึงแกจะฆ่าพวกเราตายหมด แกก็ไม่มีทางหนีความผิดพ้นหรอก”

“ฮ่าๆๆ หลานสาวอย่ามาขู่คุณอาได้มั้ย”

“ฉันไม่ได้ขู่ พี่ทองอินกำลังพาตำรวจมาที่นี่ เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะ แกต้องโดนจับเข้าคุกแน่นอน”

“หุบปาก...” ธานีชักหวั่น เบนปากกระบอกปืนไปทางดาหวัน

ชลิตดึงดาหวันมาหลบหลังตน ธานีหัวเราะเยาะ อยากเป็นคนดีก็ตายเสียก่อน ดาหวันร้องเรียกชลิต ทันใด รถสิบล้อของดนัยพุ่งเข้ามาในโรงไม้ ชนกองไม้ข้างหน้ากระเด็น เขาตั้งใจพุ่งเข้าใส่ธานี สมุนแตกฮือ ธานีล้มลงร้องโอดโอย ดนัยจอดรถแล้วโดดลงมาพร้อมฉวีวรรณ ศิริกับนงนุชดีใจที่พบลูก ทั้งสองวิ่งเข้ากอดพ่อแม่ของตน

“รีบหนีก่อนเถอะครับ” ดนัยบอกทุกคน

“ไม่ต้องมาสอนฉัน” ศิริยังเคือง ฉวีวรรณรีบดึงพ่อไป

ธานีโวยวายสั่งลูกน้องตามพวกดนัย ทุกคนวิ่งออกมาหน้าโรงไม้ต้องชะงัก เพราะธนวัติกับพาณิชย์ยืนจังก้าหน้ารถ เล็งปืนรออยู่ก่อนแล้ว

“ไอ้ดนัย แกกับฉันอยู่ร่วมแผ่นดินเดียวกันไม่ได้แล้ว” ธนวัติคำราม

“ลงนรกไปเถอะ ไอ้ชลิต” พาณิชย์เข่นเขี้ยว

กิมจิร้องบอกทุกคนให้กลับหลังหัน แต่แจ๋ว่ามันสายไปแล้ว ธานีหัวเราะร่า “เดินหน้าก็ตาย หันหลังก็ตาย ฮ่าๆๆ”

ดาหวันหน้าเสียที่โดนล้อม ฉวีวรรณปกป้องพ่อ “พวกแกจะทำอะไรฉันก็ได้ แต่ปล่อยพ่อฉันกับแม่ของดนัยไปเถอะ”

“มีลูกกตัญญูอย่างนี้ น่าภูมิใจจังเลยนะพี่ศิริ เดี๋ยวจะให้รางวัลไปทัวร์นรกกันทั้งครอบครัวเลยดีมั้ย” พลันสมุนคุมตัวอุ๊บอิ๊บกับบุญทิ้งเข้ามา

อุ๊บอิ๊บร้องตะโกนขึ้นมา “ป๊า อย่าฆ่าใครอีกเลย ปล่อยพวกเขาไปเถอะ”

“นังอุ๊บอิ๊บ นังลูกทรยศ”

“ไม่จริงนะป๊า อุ๊บอิ๊บไม่อยากเห็นตำรวจจับป๊า พี่วัติ พี่พาณิชย์เข้าคุก ป๊ากับพี่วัติได้เงินเขามาแล้วก็ปล่อยตัวเขาไปเถอะ”

ดนัยมองไปที่กระเป๋าเงินในมือพาณิชย์ แล้วเตะก้อนหินข้างหน้าไปใส่ พาณิชย์ร้องโอ๊ยพร้อมกับกระเป๋าในมือกระเด็นลอยขึ้นไปในอากาศ ดนัยหมุนตัวกระโดดลอยตัวขึ้นไปกระชากกระเป๋าเปิดออก เงินในนั้นปลิวกระจายมากมายในอากาศ พวกสมุนตาลุกวาว วิ่งชนธานีล้มลงบ้างก็แหวกธนวัติกับพาณิชย์เข้าไปแย่งกันเก็บเงิน ดนัยรีบบอกทุกคนให้หนี ฉวีวรรณกับดนัยดึงศิริกับนงนุชวิ่งไปทางหนึ่ง ธนวัติ

กับพาณิชย์ตั้งตัวได้ ยิงไล่หลัง ชลิตดึงดาหวันหลบไปอีกทาง พาณิชย์เล็งจะยิงแต่โดนสมุนคนหนึ่งกระแทกหน้าคะมำเสียก่อน บุญทิ้งฉวยโอกาสดึงอุ๊บอิ๊บหนีไปด้วย

“เฮ้ย...เงินปลอม” สมุนคนหนึ่งชูแบงก์กาโม่ร้องขึ้น

ธานีแค้นจัดยิงปืนขึ้นฟ้า “ไอ้พวกเห็นแก่เงิน โดนพวกมันหลอกแล้วยังโง่อยู่อีก”

ธนวัติสั่งสมุนตามล่าฆ่าทุกคนให้หมด ต่างแยกย้ายกันไป...วิ่งออกมาสักพัก ศิริหยุดชะงักจะกลับไปตามดาหวัน ดนัยห้ามไว้และบอกว่า

“ไม่ต้องห่วงครับ ชลิตคงไม่ปล่อยให้ดาหวันเป็นอะไรแน่”

“นี่แกพูดมาได้ยังไง แกรักลูกสาวฉันแบบไหน ถึงได้ทิ้งๆขว้างๆยัยหวันแบบนี้” ศิริโวย ดนัยสบตาฉวีวรรณอึ้งๆ ศิริต่อว่า “ใจดำ เห็นแก่ตัว แทนที่จะไปตามกลับโบ้ยให้เพื่อน”

“คุณลุงครับ มันไม่ใช่อย่างนั้น...”

ศิริผลักอกดนัย “ฉันเห็นธาตุแท้ของแกแล้ว ฉันจะไปตามยัยหวันเอง”

ฉวีวรรณกับนงนุชห้าม แต่ศิริไม่ฟังเสียง วิ่งกลับไป ดนัยรั้งฉวีวรรณไว้และบอกว่าตนจะไปตามกลับมาเอง ไม่ยอมให้เธอไปเสี่ยงอันตรายอีก ฉวีวรรณสบตาอย่างซึ้งใจ นงนุชมองลูกชายอย่างเข้าใจความรู้สึก จึงกระแอมเบาๆให้รีบตามไปเกรงศิริจะไปเจอพวกนั้นเสียก่อน ดนัยรีบปล่อยมือฉวีวรรณแล้วฝากดูแลแม่ตนด้วย

“ไม่ต้องห่วง ฉันจะดูแลคุณอาให้เหมือนแม่ของฉันเลย” ฉวีวรรณหันไปกุมมือนงนุช
ดนัยยิ้มรับแล้ววิ่งตามศิริออกไป

ooooooo

อีกด้าน ชลิตพาดาหวันวิ่งหนีกระสุนของพาณิชย์กับพวก โดยมีแจ๋กับกิมจิวิ่งตามมาด้วย ชลิตหันกลับไปยิงสู้ ดึงดาหวันให้หลบหลังต้นไม้ ยิงสมุนพาณิชย์ร่วงไป แล้วฉวยโอกาสเตะปืนในมือพาณิชย์กระเด็น แจ๋กับดาหวันคว้าท่อนไม้ช่วยกันตีสมุนที่เหลือ กิมจิช่วยยิงป้องกันพาณิชย์เห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งหนีออกไป ชลิตไล่ตามจะจับตัวส่งตำรวจให้ได้ 

โชคเข้าข้าง พาณิชย์สะดุดล้ม ชลิตตามมาเอาปืนจ่อ พาณิชย์ยกมือยอมแพ้

“อย่าทำฉันเลยชลิต ฉันยอมแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ”

“คิดว่าฉันจะเชื่อแกงั้นเหรอ”

“ให้โอกาสฉันเถอะ ฉันขอร้องล่ะ ฉันจะมอบตัว ฉันยังไม่อยากตายอย่าฆ่าฉันเลย ฉันกลัวแล้ว แกจะให้ฉันทำอะไรฉันยอมทั้งนั้น ไว้ชีวิตฉันเถอะ” พาณิชย์ถึงกับกราบชลิต

ดาหวัน แจ๋ และกิมจิตามมาทันเห็นชลิตลังเล รีบเตือนว่าอย่าไปเชื่อ คนอย่างนี้ไม่มีสำนึกผิด พาณิชย์ขอร้องว่าตนจะมอบตัว จะยอมชดใช้ความผิดที่ทำ ชลิตใจอ่อนลดปืนลง

“ชลิต แกจะปล่อยมันไปจริงๆเหรอ” กิมจิแย้ง

ชลิตให้ช่วยกันมัดพาณิชย์ไว้ แต่พาณิชย์ฉวยโอกาสชักมีดออกมาปาใส่ เฉียดแขนชลิต

“พี่ชลิต...” ดาหวันร้องลั่นเมื่อเห็นพาณิชย์ชักปืนที่ซ่อนในตัว ยิงใส่ชลิตอีก

ชลิตโดดหลบทัน พาณิชย์จึงเข้าจับตัวดาหวันเป็นตัวประกัน ชลิตร้องด่าพาณิชย์ว่าชั่ว

“ช่วยไม่ได้ แกมันอ่อนหัดเอง เอาสิ ดูสิว่าระหว่างฉันกับแก ใครจะแม่นกว่ากัน”

ทำให้ชลิตไม่กล้ายิง พาณิชย์ลากตัวดาหวันไป สมุนที่ยังเหลือวิ่งตามไปสองสามคน...

ooooooo

ความตั้งใจที่จะช่วยวินยา เลาซา...แม้จะขากะเผลกไปข้างหนึ่ง ย่องมาที่หน้าถ้ำซึ่งมีสมุนของกาซูเฝ้าอยู่ เขาเป่าลูกดอกใส่ล้มลงไปทั้งสองคนแล้วลอบเข้าไปในถ้ำ มองหาต้นว่านอมนุษย์ เห็นขึ้นอยู่ตรงผนังถ้ำ ข้างหน้าเป็นบ่อน้ำกรดเดือดปุดๆ เลาซาขยับจะเข้าไป

สมุนโผล่มาอีกคนจะแทงเขา จึงถูกถีบตกลงไปในบ่อ ร่างแหลกเหลวกลายเป็นโครงกระดูกทันที เลาซามองด้วยความตื่นตะลึง หวาดกลัว แต่ต้องแข็งใจ ไต่ซอกหินขึ้นไป

“เพื่อเจ้า ข้าต้องทำได้ รอข้าก่อนนะวินยา”

ในขณะเดียวกัน กาซูยังคงเผาทำลายหมู่บ้านชาลัน สางโปวิ่งมาพร้อมเหล่านักรบชาลัน เข้าช่วยเหลือชาวบ้านและต่อสู้กับพวกกาซู วินยากลับมาถึงถามหน้าตาตื่น

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น...”

“ข้าก็ไม่รู้นายน้อย อยู่ๆพวกมันก็บุกเข้ามาทำลายหมู่บ้านของเรา” สางโปรายงาน

“หยุดนะ...” วินยาวิ่งไปห้ามสมุนกาซูที่กำลังทำร้ายชาวบ้าน เกิดการต่อสู้กันยกใหญ่

เลาซายังคงไต่ผนังถ้ำอย่างยากลำบาก มีดพกของเขาร่วงหล่นไปในบ่อน้ำกรด ละลายหายไปกับตา เลาซาเหงื่อหยดแต่กัดฟัน ปีนไปจนถึงต้นว่านอมนุษย์ ค่อยๆเด็ดผลสีดำออกมา

“ใครกินผลว่านอมนุษย์เข้าไป จะกลายร่างเป็นอมนุษย์ ที่มีพลังมหาศาล แต่หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว แล้วก็ต้องมีชีวิตเยี่ยงผีดิบตลอดไป” เลาซากลืนน้ำลายลงคอ อย่างประหวัดถึงผลที่จะเกิดขึ้นถ้ากินว่านนี้เข้าไป

แต่พอนึกถึงคำพูดของกาซูที่ว่า จะทำกับดาเนาให้มาเป็นทาสตน เพื่อไปฆ่าวินยา เลาซายอมไม่ได้ “ข้าจะไม่ยอมให้ท่านพ่อทำร้ายวินยากับดาเนาด้วยวิธีชั่วๆเด็ดขาด นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วที่จะแก้ไขปัญหาทุกอย่าง ถึงแม้ว่า...ข้าจะไม่ใช่คนอีกต่อไป”

เลาซาตัดสินใจกินผลว่านอมนุษย์เข้าไป ฉับพลันยาทำปฏิกิริยาร้อนที่คอ เลาซารู้สึกทรมาน ทรุดลงดิ้นทุรนทุรายเจียนตาย มือไม้เริ่มหงิกงอ มีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาอย่างน่ากลัว ลำตัวเหมือนกับมีกล้ามขยายใหญ่ขึ้น เสื้อผ้าเขาปริขาด ใบหน้าดำจนกลายเป็นเละไปซีกหนึ่ง ฟันงอกออกมาเป็นเขี้ยวแหลม เลาซาลุกขึ้นยืนส่งเสียงร้องคำรามกึกก้องอย่างมีอำนาจ...

ระเบิดยังคงถล่มหมู่บ้านชาลัน วินยาซัดมีดใส่สมุนกาซูที่ปาระเบิด พอควันจางลง วินยาเห็นดาเนาปรากฏตัวขึ้น สางโปร้องบอกวินยาว่า นั่นดาเนา วินยามองไปด้วยความเป็นห่วง

“ดาเนา...” วินยากระโจนเข้าดึงดาเนาหลบ แต่ดาเนากลับขืนตัวไว้ นิ่งเฉย วินยาไม่ทันสังเกต ถาม “เจ้าหายไปไหนมา พี่เป็นห่วงเจ้ามากรู้มั้ย หลบไปก่อนเร็วเข้า”

ดาเนาสบตาวินยาอย่างชิงชัง แล้วผลักเธอออกไปอย่างแรง ก่อนจะชักมีดออกมา

“อย่ามาแตะต้องตัวข้า ยัยฆาตกร” ดาเนาเงื้อมีดพุ่งเข้าจะแทง

“ดาเนา...โอ๊ย...” วินยายกมือกันโดนบาด

“นี่เจ้าเป็นบ้าอะไร ทำไมทำกับนายน้อยอย่างนี้” สางโปโวย

“วันนี้เป็นวันตายของพี่ ตายซะเถอะ” ดาเนาไม่สนใจ พุ่งตัวเข้าใส่วินยาอีกครั้ง

วินยาเริ่มรู้สึกว่าไม่ชอบมาพากล กระโจนหนี ดาเนาไล่ตาม สางโปตามไปช่วย ดาเนาพยายามจะแทงวินยา เธอก้มตัวหลบ มีดไปปักที่ต้นไม้ วินยาหน้าตื่นตกใจ

ooooooo

ตอนที่ 12

พวกฉวีวรรณพาดนัยกับชลิตมามัดไว้ในถํ้า ทั้งสองยังร้องจะกลับไปหาแสงเพชรและแสงหล้า อุ๊บอิ๊บทนไม่ไหวเข้ามาถาม “พี่ดนัยขา พี่ดนัยจำอุ๊บอิ๊บไม่ได้รึคะ นังเจ้าแม่มันล้างสมองพี่ดนัยของอุ๊บอิ๊บ เจ็บใจนัก อุ๊บอิ๊บจะไปหามัน”

“จะไปตบเจ้าแม่เหรอ” แจ๋หมั่นไส้

“ไม่ใช่ จะไปขอยาเสน่ห์มาใช้บ้าง ได้ผลดีกว่าไปทำหน้าที่เกาหลีอีก ทั้งถูกกว่า ทั้งไม่ต้องเจ็บตัวด้วย ฮิๆๆ”

แจ๋แขวะว่า ไปก็ไม่ได้ยาหรอก นอกจากจะถูกหักคอจิ้มนํ้าพริก บุญทิ้งเห็นด้วย แจ๋ให้มาช่วยกันคิดวิธีถอนพิษยาดีกว่า ฉวีวรรณเห็นดาหวันเดินเศร้าออกไป จึงตามไป เห็นดาหวันยืนร้องไห้อยู่ก็เข้ากอดปลอบ ดาหวันรำพัน

“หวันทนดูไม่ได้ เวลาที่มองตาของคนที่หวันรัก แต่กลับเหมือนคนแปลกหน้า มันว่างเปล่าจนน่ากลัว”

“พี่ก็เจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าหวัน แต่ทั้งหมดเป็นเพราะ ฤทธิ์ยาเสน่ห์ของกาซู”

“หวันรู้ แต่อดน้อยใจไม่ได้ ยาเสน่ห์มันเปลี่ยนหัวใจคนได้ขนาดนี้เลยเหรอ” สองพี่น้องกอดกันเสียใจ...

ดนัยกับชลิตถูกมัดหันหลังชนกัน จึงช่วยกันแก้มัดให้กันจนสำเร็จ ลุกขึ้นจะหนี กิมจิกับบุญทิ้งช่วยกันขวาง โดนทั้งสองต่อยล้มกลิ้งกันไป แจ๋กับอุ๊บอิ๊บช่วยกันกอดรัดดนัยไว้ แต่ชลิตวิ่งหนีออกไปได้ มาเจอกับฉวีวรรณและดาหวัน ชลิตผลักทั้งสองล้มลงแล้ววิ่งหนี พวกแจ๋วิ่งตามมาบอกว่าเพิ่งซัดดนัยสลบไป ให้ฉวีวรรณเข้าไปดูแล พวกตนจะตามไปจับชลิต ดาหวันไปด้วย ต่างแยกย้ายกันร้องเรียกชลิต

บุญทิ้งกับอุ๊บอิ๊บแยกมาทางหนึ่ง อุ๊บอิ๊บเริ่มเหนื่อยนั่งพัก ไม่อยากตามแล้วเพราะชลิตไม่ใช่ดนัย บุญทิ้งเตือนว่าถึงอย่างไรชลิตก็เป็นเพื่อนคนหนึ่ง อุ๊บอิ๊บโต้ว่าตนไม่เคยมีเพื่อน

“แล้วที่คุณอุ๊บอิ๊บช่วยผมจากคุณดนัยล่ะ เพราะผมเป็นเพื่อนคุณหรือเปล่า”

อุ๊บอิ๊บจะปฏิเสธ บุญทิ้งสวนว่าอย่าโกหก ถ้าเขาไม่ใช่เพื่อน แล้วจะเป็นอะไร อุ๊บอิ๊บเฉไฉไปว่าตนไม่อยากให้ดนัยเป็นผู้ร้ายฆ่าเขา บุญทิ้งน้อยใจที่เธอไม่เห็นเขาเป็นเพื่อน อุ๊บอิ๊บอึดอัดใจ เพราะเริ่มเห็นเขาเป็นมากกว่าเพื่อน ทำทีต่อว่าที่เขายอมให้แสงหล้าจูบแล้วไม่เห็นหอบเป็นลม

“นั่นสิครับ หรือว่าผมหายแล้ว เย้ ผมหายแล้ว ผมไม่เป็นหอบแล้ว” บุญทิ้งนึกได้ดีใจ

“ไหน หายจริงรึเปล่า ต้องพิสูจน์” อุ๊บอิ๊บโถมเข้าหอมแก้มบุญทิ้งฟอด

บุญทิ้งหน้าตื่น หายใจขัดแล้วหมดสติ อุ๊บอิ๊บเขย่าตัวหาว่าล้อเล่น แต่เขาแน่นิ่งไป

“เป็นลมจริงๆรึนี่ ตาทึ่มเอ๊ย ทำไมต้องมาหอบกับฉันคนเดียวด้วยล่ะ หรือว่า...นายจะคิดอะไรกับฉัน...” อุ๊บอิ๊บอมยิ้มแล้วนึกได้ ทำไมตนต้องดีใจด้วยไม่เข้าใจตัวเอง...

ดาหวันวิ่งตามหาชลิต ได้ยินเขาตะโกนเรียกหาแสงหล้า จึงเข้าไปดึงแขนเขาไว้ แล้วว่า

“ไม่ต้องไปหาเขาหรอก เจ้าแสงหล้าไม่ใช่คนดี เขาไม่ได้รักพี่จริง ถ้าวันหนึ่งเขาเบื่อพี่ขึ้นมา เขาอาจจะฆ่าพี่ทิ้งก็ได้”

“กล้าดียังไงมาว่าแสงหล้า” ชลิตสะบัดดาหวันล้มลง แล้วเดินหนี

ดาหวันพุ่งเข้ากอดเขาด้านหลัง “ไม่ หวันไม่ให้พี่ไปเด็ดขาด พี่ชลิตตั้งสติให้ดีสิ ถึงยาเสน่ห์จะล้างสมองพี่ แต่หวันเชื่อว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนใจพี่ได้ เรื่องของเรามันต้องหลงเหลืออยู่ในหัวใจของพี่บ้าง พี่ลองนึกดีๆ นี่หวันไง เราเคยไม่ชอบหน้ากัน หวันเคยเกลียดขี้หน้าพี่มาก เคยคิดว่าพี่เป็นเกย์ด้วยซ้ำ แต่ความรู้สึกนั้นมันเปลี่ยนไป เมื่อเราผจญอันตรายในป่านี้ด้วยกัน”

ภาพต่างๆผุดขึ้นในสมองชลิต เป็นแวบเข้ามาสั้นๆ ชลิต บอกให้ดาหวันปล่อยเขาและเลิกพล่าม ชลิตยื้อจะไป ดาหวัน ดึงเขาไว้จนเสียหลักล้มลงทับ ปากประกบปากเขาโดยบังเอิญ ดาหวันตะลึงสบตาเขาน้ำตาคลอ ตัดสินใจสารภาพ

“วันนั้นพี่บอกความในใจของพี่ แต่หวันกลับไม่กล้าพอที่จะยอมรับความรู้สึกของตัวเอง วันนี้...หวันอยากให้พี่รู้ว่า หวันรักพี่ หวันรักพี่ชลิต” ดาหวันจูบชลิตอย่างตั้งใจ เมื่อถอนปากออกน้ำตาไหลพราก “พี่ชลิตอย่าทิ้งหวันไปนะ หวันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพี่”

ชลิตงงๆดันดาหวันออกลุกนั่งเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน “เป็นอะไรของเธอ เด็กขี้แย...ใครทำให้หวันร้องไห้ บอกพี่มาสิ พี่จะไปชกหน้ามัน”

ดาหวันตะลึง ร้องเรียก โผกอดชลิตด้วยความดีใจ...แจ๋กับกิมจิมาเจออุ๊บอิ๊บประคองบุญทิ้งที่หมดสติอย่างทุลักทุเล ไม่ทันไร ชลิตกับดาหวันเดินจูงมือกันมา พอเห็นพวกแจ๋ ดาหวันรีบดึงมือออกจากชลิต กิมจิร้องบอกให้ช่วยกันจับตัวชลิตไว้

“พวกแกเป็นบ้าอะไร จับฉันทำไม” ชลิตงง

“เดี๋ยวค่ะทุกคน พี่ชลิตหลุดพ้นจากอำนาจเสน่ห์ของกาซูแล้ว” ดาหวันรีบบอก

ทุกคนดีใจระคนแปลกใจ บุญทิ้งฟื้นขึ้นมางงๆถามทุกคนดีใจอะไรกัน อุ๊บอิ๊บส่ายหน้าที่บุญทิ้งพลาดตลอด แจ๋ถามดาหวันทำอย่างไรถึงถอนพิษให้ชลิตได้ ดาหวันอึกอักพูดไม่ออก อุ๊บอิ๊บดึงมือดาหวันให้รีบช่วยดนัยบ้าง ชลิตดึงดาหวันกลับห้ามไม่ให้ไป

“ไม่ได้นะ หวันช่วยดนัยไม่ได้หรอก”

แจ๋กับกิมจิงงทำไมไม่ได้ ชลิตดึงดาหวันให้ไปคุยกันตามลำพัง

“อะไรพี่ชลิต”

“หวันไม่ต้องไปช่วยดนัยนะ คนอื่นมีตั้งเยอะ ไอ้บุญทิ้ง ไอ้กิมจิ ทำแทนก็ได้”

“ก็คนอื่นอาจจะไม่ได้ผล แต่หวันช่วยพี่ชลิตได้ ก็น่าจะช่วยพี่ดนัยได้นี่นา”

“ยังไงก็ไม่ได้ หวันบอกเองว่าพี่หายจากยาเสน่ห์เพราะหวันจูจุ๊บพี่ แล้วหวันจะไปจูจุ๊บไอ้ดนัยได้ไง พี่ไม่ยอมให้หวันไปจูจุ๊บผู้ชายคนอื่นเด็ดขาด”

“ทำไมจะไม่ได้ ทีพี่ยังไปยุ่งกับยัยแสงหล้านั่นเลย” ดาหวันยั่ว

ชลิตโต้ว่าตอนนั้นเขาไม่รู้ตัว อย่างไรเสียเขาก็ไม่ยอมให้เธอไปจูบดนัยแน่ๆ สองคนเถียงกันไปมา พลันเสียงแจ๋ร้องจ๊าก...ดังมา ทั้งสองจึงวิ่งไปดู เห็นแสงหล้ากับทหารล้อมจับทุกคนไว้ ขู่ให้บอกว่าชลิตอยู่ที่ไหน ชลิตวิ่งเข้ามาถามว่านี่มันอะไรกัน แสงหล้าดีใจจะวิ่งเข้าหา

“อย่าเข้ามานะ” ชลิตถอยกรูด

แสงหล้าตกใจรีบถามว่าจำตนไม่ได้หรือ ดาหวันจึงบอกให้รู้ว่ายาเสน่ห์ได้เสื่อมแล้ว แสงหล้าโกรธ โผเข้าจะตบดาหวัน ชลิตขวางปกป้องดาหวัน และผลักแสงหล้าออกไป

“ท่านพี่ ท่านพี่หมดรักในตัวน้องแล้วรึ”

“ผมไม่ได้หมดรักคุณ...เพราะผมไม่เคยรักคุณ ผมมีคนรักแล้ว และผมยอมตายแต่จะไม่ยอมให้ใครทำร้ายคนที่ผมรัก”

พวกแจ๋ตะลึงกับท่าทีของชลิตที่มีต่อดาหวัน ชลิต

บอกแสงหล้าให้ฆ่าเขา แต่ต้องสัญญาว่าจะปล่อยดาหวันไป แสงหล้าโกรธ ดึงดาบจากทหารมาจะแทงหัวใจชลิต แต่แล้วก็ทำไม่ลง ทุกคนลุ้นตัวโก่ง ดาหวันร้องกรี๊ด แสงหล้าแทงดาบลงดินตรงหน้าชลิต

“ท่านพี่ชลิตตายแล้ว ตายไปจากชีวิตข้าแล้ว” แสงหล้าน้ำตาอาบแก้ม

ชลิตกับทุกคนอึ้งตะลึง ระคนแปลกใจ...

ooooooo

ในขณะที่ดนัยยังสลบอยู่ ฉวีวรรณลูบไล้ใบหน้าเขาอย่างห่วงใย ทำอย่างไรเขาจะกลับมาเป็นคนเดิมได้ น้ำตาเธอไหลพราก หยดลงแขนดนัย เขาจึงรู้สึกตัว

ฉวีวรรณดีใจแต่ดนัยกลับผลักไส วิ่งหนีทั้งที่มือยังโดนมัดอยู่ ฉวีวรรณวิ่งตามมาดึงเขาไว้ถามจะไปไหน

ดนัยสะบัดแล้วตวาด “มันเรื่องของฉัน”

เสียงแสงเพชรหัวเราะเยาะเข้ามา ดนัยดีใจ ทหารเข้ามาแก้มัด ฉวีวรรณขอร้องแสงเพชร

“ฉันขอร้องล่ะ ถ้าเธอรักดนัยจริง ได้โปรดทำให้เขากลับเป็นเหมือนเดิม ไม่ใช่นายดนัยหุ่นยนต์ตามสั่งของเธอแบบนี้”

“อย่าพูดเพ้อเจ้อ เจ้าอิจฉาข้าล่ะสิ”

“ฉันเป็นคนที่รักดนัยจากใจจริงต่างหาก ต่อให้เขาไม่ได้รักฉัน ฉันก็ไม่มีวันทำเสน่ห์ใส่เขาเหมือนอย่างที่เธอทำ”

“ไม่จริง ข้ารักดนัย รักมากที่สุดเลยด้วย...” แสงเพชรพุ่งเข้าจูบดนัย หวังจะพิสูจน์ว่าตนรักเขาจริง ต้องถอนพิษเสน่ห์ได้

ธนวัติกับพาณิชย์พาธานีหนีออกมาจากวัง ธานีไม่วายหอบหีบเพชรพลอยมาด้วย ถึงหนักอย่างไรก็ไม่ยอมทิ้ง ทั้งสามผ่านมาเห็นแสงเพชรจูบดนัย จึงหลบแอบมองว่าจะสำเร็จไหมแสงเพชรถอนปากออกจากดนัย มองเขาอย่างมีหวัง

“ข้าเป็นหญิงที่มีรักแท้ต่อเจ้า มีแต่ข้าเท่านั้นที่จะถอนฤทธิ์ยาเสน่ห์ให้เจ้าได้ ดนัยเจ้ากลับมาเป็นตัวของตัวเองแล้วใช่มั้ย”

ดนัยยิ้มแล้วเข้าสวมกอดแสงเพชร ซุกไซ้ซอกคอเธออย่างหลงใหล พร่ำพูดว่าเขาต้องการเธอ แสงเพชรรู้ว่าดนัยยังอยู่ในมนต์สะกด จึงหน้าเครียดขึ้นมา

“นั่นไม่ใช่ดนัย นั่นไม่ใช่ความรัก” ฉวีวรรณตะโกนลั่น วิ่งเข้าไปดึงดนัยให้หันมา “ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนรักของนายเขาไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับตัวนายเลยด้วยซ้ำ”

“เจ้าล่ะ รู้จักดนัยดีนักเหรอ” แสงเพชรถาม

ฉวีวรรณหยิบก้อนกรวดสีชมพูที่ดนัยให้ไว้ขึ้นมา “นายจำก้อนกรวดนี้ได้มั้ย มันอาจจะเป็นก้อนกรวดธรรมดา แต่มันไม่เหมือนก้อนกรวดก้อนอื่นๆ เพราะกรวดก้อนนี้บรรจุความรู้สึกดีๆที่นายมีต่อใครคนหนึ่ง นายให้ฉันเพื่อระลึกถึงช่วงเวลาที่เราร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน”

ฉวีวรรณเอาก้อนกรวดวางในมือดนัยให้เขากำไว้ ภาพความหลังผุดขึ้นในหัวดนัย ฉวีวรรณเอ่ย “ยังมีอีกเรื่อง... ก่อนที่จะเข้ามาในเมืองลับแล นายถามฉันเรื่องหนึ่ง แต่ฉันยังไม่ได้ตอบนาย นี่คือคำตอบของฉัน” ฉวีวรรณดึงดนัยเข้ามาจูบอย่างตั้งใจจริง

ทุกคนตะลึง เมื่อฉวีวรรณผละออก ดนัยสบตาเธออึ้งๆ เขาจำได้ว่า เขาถามเธอว่า...เธอรักฉันบ้างหรือเปล่า หวี...แสงเพชรกระชากดนัยออกแล้วตบหน้าฉวีวรรณและให้ทหารจับเธอไว้

ดนัยยังนิ่งเหมือนหุ่นยนต์ แสงเพชรยิ้มร่าที่ฉวีวรรณก็ถอนเสน่ห์ไม่ได้เช่นกัน

“เห็นมั้ย ดนัยช่วยเจ้าที่ไหน เฮอะๆ...ที่แท้ก็ราคาคุย เจ้าเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่รักดนัยจริงๆเหมือนกันนั่นแหละ”

“เจ้าแม่อย่ามั่ว ผมยังไม่ได้พูดเลยสักคำ...ผมขอประกาศให้ทราบกันทั่วๆเลยนะ ใครรักใครผมไม่รู้ ผมรู้แต่ว่า ผมรักหวีคนเดียว”

“ดนัย...ดนัยคนเดิมกลับมาแล้ว” ฉวีวรรณดีใจสะบัดตัวออกวิ่งเข้ากอดดนัย

ทหารกรูเข้าจะจับ ดนัยต่อสู้ปกป้องฉวีวรรณ...ธนวัติแค้นใจ ที่เข้าใจผิดมาตลอดปรี่เข้ามาจะแทงดนัย พาณิชย์ตามมาช่วยเอาระเบิดดินที่ขโมยจากกาซูไว้ ปาออกไปโดนทหารบาดเจ็บไปหลายคน ดนัยดึงฉวีวรรณหนี ธนวัติเอาดาบจี้ตัวแสงเพชรเป็นตัวประกัน ให้บอกทางออกจากเมืองลับแลกับพวกตัว

ooooooo

เมื่อยอมรับว่าไม่มีวันเอาชนะใจชลิตได้  แสง-หล้าตัดใจพาชลิต ดาหวัน แจ๋ กิมจิ บุญทิ้ง และอุ๊บอิ๊บ มาที่กำแพงหมอกมุมหนึ่งในป่า

“นั่นคือประตูหมอก หนึ่งในสามช่องทางของเมืองลับแล ที่จะไปสู่เมืองมนุษย์”

อุ๊บอิ๊บอดปากเสียไม่ได้หาว่าเป็นประตูนรก แสงหล้าโกรธสั่งทหารผลักทุกคนเข้าไป ชลิตกล่าวขอบคุณแสงหล้า เธอกลับย้อนว่า ตนทำเพื่อคนที่รักและบอกดาหวันให้ดูแลชลิตให้ดีอย่าทำให้เขาเสียใจ ไม่อย่างนั้นตนจะตามไปควักหัวใจเธอออกมาเอาเกลือทา ดาหวันยิ้มรับ

ทุกคนล้มกลิ้งมาอยู่ในป่าดงผีฟ้า ดาหวันเป็นห่วงฉวีวรรณกับดนัย ชลิตอาสากลับไปตามสองคนเอง แต่พอวิ่งกลับไปก็เหมือนชนกำแพงกระดอนออก จึงรู้ว่าไม่สามารถกลับไปได้

ด้านดนัยกับฉวีวรรณ กลับมาช่วยแสงเพชรที่ถูกธนวัติจับตัวไปชี้ประตูทางออกจากเมืองลับแล แสงเพชรชี้ไปทางกองหินไฟว่ามีประตูไฟ ฉวีวรรณใช้วิธีประจานว่าตอนเด็กธนาวัติกับพาณิชย์กลัวผีจนฉี่ราด แถมโดนแกล้งร้องไห้ขี้มูกโป่งเป็นประจำ สองคนอายหันมาจะทำร้ายฉวีวรรณ ดนัยพุ่งเข้าชาร์จและให้ทหารจัดการจับสามคน แต่ทั้งสามหนีออกประตูไฟไปได้

“ดนัยเจ้าช่วยชีวิตข้าทำไม ในเมื่อเจ้าไม่ได้รักข้า”

“ชีวิตของทุกคนมีค่าเสมอ คุณก็เหมือนกัน คุณต้องอยู่ต่อไปเพื่อชาวลับแล” ดนัยผายมือไปที่เหล่าทหารทุกคนที่ยอมพลีชีพเพื่อเธอได้ แสงเพชรซาบซึ้งใจ

แสงเพชรหันมาขอบใจฉวีวรรณอีกคนที่ไม่โกรธแค้นตน ฉวีวรรณว่าไม่เคยโกรธ ทำให้แสงเพชรเข้าใจแล้วว่าทำไม ดนัยถึงรักฉวีวรรณ เธออวยพรอย่างจริงใจ

“ข้าขอให้เจ้าทั้งสองคนมีความสุขมากๆ เป็นรักแท้ของกันและกันตลอดไป” แสงเพชรให้ทั้งสองเดินผ่านประตูหมอกกลับไป เธอมองดนัยอย่างขอบคุณที่ทำให้ได้รู้จักความรัก

ดนัยกับฉวีวรรณจูงมือกันผ่านกำแพงหมอกออกมา ทั้งสองมองไปรอบๆดีใจที่ได้กลับมาเมืองมนุษย์อีก ต่างกับพวกธนวัติที่ผ่านประตูไฟออกมา ต้องกลิ้งตัวไปกับพื้นเพื่อดับไฟที่ติดเสื้อผ้าอย่างสะบักสะบอม ธานียังกอดหีบสมบัติไม่ยอมปล่อย แต่พอเปิดหีบออกมา ข้างในมีเพียงใบไม้แห้งเต็มไปหมด ธานีร้องคลั่งเหมือนคนบ้า ธนวัติเจ็บใจโทษเป็นความผิดของดนัย ตนจะต้องแก้แค้นให้ได้...

สองคน ดนัยกับฉวีวรรณเดินเหงื่อตกกันมา ดนัยเช็ดเหงื่อที่หน้าให้ฉวีวรรณ และบอกให้เธอพักก่อน แต่ฉวีวรรณอยากไปที่หมู่บ้านชาลันไวๆ เผื่อจะเจอดาหวันกับเพื่อนๆ ดนัยจึงย่อตัวให้เธอขี่หลัง ฉวีวรรณเขินส่ายหน้า ดนัยแกล้งจ้องหน้าใกล้ๆอย่างท้าทาย

“ทำไม นายจะทำอะไรฉัน”

“ปลํ้า...” ดนัยพูดสั้นและทำท่า “ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้ายังชักช้า ฉันจะถือว่าเธออยากให้ฉันปลํ้านะ”

“กลัวตายล่ะ” ฉวีวรรณทำเก่ง แต่พอดนัยนับหนึ่ง... สอง...เธอรีบโดดขึ้นหลังเขาทันที

“ก็แค่เนี้ย...” ดนัยขำแล้วพาเธอเดินไป

ooooooo

ระหว่างที่นงนุชอยู่ดูแลศิริในไร่ ทำให้เธอได้เห็นกฎระเบียบที่ศิริวางไว้ให้คนงานในฟาร์มต้องปฏิบัติ มีตั้งแต่ตื่นเช้ามาออกกำลังเต้นแอโรบิก เธอเห็นคนงานเหงื่อไหลไคลย้อย สีหน้าเซ็งไม่เต็มใจเต้น พอมาถึงอาหารมือเช้า คนงานทุกคนต้องดื่มนมก่อน ท่าทางคนงานพะอืดพะอม บางคนถึงกับอาเจียน จึงสั่งยกเลิกกิจกรรมเหล่านั้น โดยบอกสุภาพว่าตนจะรับผิดชอบเอง และให้เอานมไปบริจาคตามโรงเรียนให้เด็กๆได้ดื่มกัน

ศิริตื่นมาเห็นทุกอย่างเปลี่ยนไปก็โกรธ ไล่สุภาพกับอาหลู่ออกฐานขัดคำสั่ง นงนุชโวย

“ที่ฉันยกเลิกกิจกรรมตอนเช้า เพราะฉันไม่อยากเห็นคนงานของคุณไปเป็นลมแดดกลางฟาร์ม ส่วนเรื่องอาหารเช้า ฉันก็บอกแม่ครัวเปลี่ยนเมนูเป็นข้าวแกง แล้วเอานมไปให้เด็กนักเรียนที่กำลังเติบโตได้ดื่มกันจะดีกว่า”

ศิริโกรธไม่ยอมฟัง อ้างว่าตนทำอะไรมีเหตุผลทั้งนั้น นงนุชโต้ว่า เหตุผลที่เขาคิดว่าดีมันใช้ไม่ได้กับทุกคน ถ้าอยากอยู่ร่วมกับคนอื่นอย่างมีความสุขต้องหัดฟังเสียงคนอื่นบ้าง ไม่ใช่คอยแต่ชี้นิ้วสั่ง

“หยุดเดี๋ยวนี้เลย คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงมาวิจารณ์ผมฉอดๆ” ศิริโวย

“ฉันรู้ว่าคุณมีน้ำใจกับทุกคน แต่สิ่งที่คุณขาดก็คือ คุณเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางจนไม่นึกถึงจิตใจของคนอื่น ที่ลูกๆคุณหนีไปก็เพราะพวกแกโดนคุณบังคับเหมือนกัน ใช่ไหมล่ะ”

คำพูดของนงนุชจี้ใจศิริอย่างจัง นงนุชขอให้ศิริเปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ ว่าแล้วก็เดินหนีเข้าห้องไป ศิริทุบประตูโครมๆ ด้วยความโกรธ...

ขณะเดียวกัน ฉวีวรรณกอดกับดาหวันด้วยความดีใจที่ได้พบกันที่หมู่บ้านชาลัน กิมจิข้องใจ อยากรู้ว่าทำอย่างไรถึงแก้ฤทธิ์ยาเสน่ห์นั่นได้ ทั้งฉวีวรรณและดาหวันก้มหน้า กลัวความแตก ดนัยกับชลิตเหลือบมองกันไปมา ดนัยตัดสินใจจะพูดความจริง ฉวีวรรณหยิกสีข้าง ดนัยร้องโอ๊ยลั่น ทุกคนตกใจว่าเป็นอะไร ฉวีวรรณรีบบอกว่าดนัยยังบาดเจ็บอยู่ ต้องรีบไปทำแผล ว่าแล้วก็ดึงเขาเดินออกไป แจ๋หันมาถามชลิตแทนดาหวันตาเหลือก รีบร้องโอดโอยว่าปวดท้อง ให้ชลิตพาไปหายากิน แจ๋แปลกใจเมื่อกี้ยังดีๆอยู่เลย อุ๊บอิ๊บมองอย่างมีเลศนัย

ออกมาพ้นผู้คน ดาหวันบอกชลิตว่าหายแล้ว ชลิตจะกลับไปบอกความจริงทุกคน เพราะไม่อยากหลบๆซ่อนๆอีก ดาหวันร้องห้าม ไม่อยากทำให้ฉวีวรรณเสียใจแถมกำชับ ถ้าชลิตบอกตนจะไม่พูดกับเขาอีกเลย ชลิตอึ้งไม่สบายใจ

ถูกลากออกมาอย่างไม่เข้าใจ ดนัยยื้อตัวไว้ ถามฉวีวรรณจะทำอะไร ฉวีวรรณโวยที่เขาจะพูดอะไรออกไปดนัยตอบหน้าตาเฉยว่าพูดความจริง

“ไม่ได้นะ นายจะพูดไม่ได้ หวันจะรู้สึกยังไง นายคิดบ้างมั้ย”

“ทำไมไม่ได้ หวันบอกเลิกฉันตั้งนานแล้ว เธอก็ได้ยิน”

“หวันรักนายมาก ที่บอกเลิกนายต้องมีเหตุผลแน่ๆ นายจะทำร้ายจิตใจหวันไม่ได้”

“ห่วงความรู้สึกหวัน หรือกลัวชลิตกันแน่” ดนัยประชด

ฉวีวรรณแว้ดใส่อย่ามาหาเรื่อง ตนไม่เหมือนเขาที่มีทั้งแสงเพชร วินยา และอุ๊บอิ๊บ ดนัยยื่นหน้ามาถามว่าหึงหรือ ฉวีวรรณปฏิเสธค้อนขวับ ดนัยกุมมือฉวีวรรณพูดอย่างจริงจัง

“หวี...ถ้าเรารักกัน ทำไมไม่ยอมรับความจริง จะปิดบังทุกคนเพื่ออะไร”

ฉวีวรรณสบตาดนัยด้วยความกลัดกลุ้ม ไม่รู้จะโต้แย้งอย่างไร

ooooooo

ด้วยความแค้นที่วินยาหนีไปได้ กาซูลงโทษเลาซาอย่างหนัก สร้อยเขี้ยวเสือไฟของวินยาหล่นออกมาจากกระเป๋า กาซูเก็บมาดูอย่างยิ้มย่อง...

ขณะเดียวกัน วินยากำลังค้นหาสร้อยทั่วบ้าน ดาเนามาเห็นจึงช่วยใช้พลังจิตค้นหา และแล้วดาเนาก็เห็นภาพเขี้ยวเสือไฟที่บิดๆเบี้ยวๆ เกิดแสงสว่างวาบขึ้นมาเหมือนระเบิด ทำเอาดาเนาที่หลับตาอยู่กระเด็นไปหล่นนอนจุกอยู่มุมห้อง

วินยาตกใจเข้าไปถามว่ามีอะไร ดาเนายังงงๆ

“ไม่มีอะไรไม่ต้องห่วง ดาเนามองไม่เห็นเขี้ยวเสือไฟของพี่วินยาเลย เหมือนมันอยู่ในที่ที่มีพลังงานสูงมาก มีคนบังไว้ไม่ให้ดาเนาเห็น”

กาซูซึ่งนั่งบริกรรมคาถา ลืมตาขึ้นมองไปที่ตลับเงินที่ผ้าดำคลุมไว้กระเด็นออก เขาเปิดตลับ สร้อยเขี้ยวเสือไฟลอยขึ้นมา แล้วหล่นลงไปตามเดิม ฝาตลับเงินปิดได้เอง กาซูหัวเราะร่า...

ดาเนาจะลองใช้พลังจิตอีกครั้ง แต่วินยาห้ามเพราะเป็นห่วงไม่อยากให้ดาเนาเจ็บตัวอีก

“พี่รักแล้วก็เป็นห่วงดาเนามากนะ ถ้าดาเนาเป็นอะไรไป พี่คงอยู่ต่อไปไม่ได้แน่ๆ” วินยาลูบหัวดาเนาอย่างเอ็นดู ดาเนาซึ้งใจ โผกอดวินยาอย่างอบอุ่นหัวใจ

เลาซาลอยอยู่บนอากาศด้วยพลังของกาซู ร้องขอสร้อยเขี้ยวเสือไฟคืน กาซูยิ่งโกรธบีบเลาซาร้องอย่างเจ็บปวด พอดีสมุนเข้ามารายงานว่า ได้สืบเรื่องเด็กดาเนาตามที่สั่งได้ความว่า

“มันเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่ คนที่เลี้ยงมาชื่อยายคำแปง เป็นโสด ไม่ได้แต่งงานจนแก่ บ้านของมันอยู่หลังภูล้อมเดือนโน่นล่ะนาย”

กาซูฟังแล้วยิ้มกริ่ม คิดแผนชั่วได้ทันควัน เลาซาเห็นสีหน้าพ่อรู้ทันทีว่าต้องทำเรื่องร้ายต่อวินยาแน่ จึงขอร้องอย่าทำอะไรวินยาอีกเลย กาซูโมโหซัดเลาซาไปกระแทกกำแพงร่วงลงมาสลบแน่นิ่งไป แล้วสั่งสมุนเอาตัวเลาซาไปเยียวยา

ooooooo

หมู่บ้านชาลัน จัดงานฉลองรับขวัญพวกดนัย อุ๊บอิ๊บบรรจงแต่งหน้าจนแจ๋หมั่นไส้แขวะว่าแต่งไปก็ไม่อาจเปลี่ยนใจดนัยให้มาสนใจได้ อุ๊บอิ๊บ โกรธตบตีกับแจ๋ยกใหญ่ แต่สู้ไม่ได้วิ่งหนีออก

จากบ้าน ชนกับฉวีวรรณที่กำลังเดินเข้ามา ฉวีวรรณดึงไม่ให้อุ๊บอิ๊บล้มแล้วถามว่าเป็นอะไร

“แกไม่ต้องมาตีหน้าซื่อหรอก เพราะแกคนเดียว พี่ดนัยถึงได้เปลี่ยนไป” อุ๊บอิ๊บแหวใส่

แจ๋ตามออกมาโวยที่มาหาเรื่องเพื่อนตนอีก อุ๊บอิ๊บถอยหนีแต่ไม่วายชี้หน้าฉวีวรรณ

“จำไว้เลยนะนังหวี ฉันไม่ยอมให้แกคาบพี่ดนัยไปรับประทานง่ายๆหรอก แกต้องชดใช้อย่างสาสม” อุ๊บอิ๊บพูดจบวิ่งหนีไป

ฉวีวรรณมองตามด้วยความงง “นางเป็นอะไรของนาง ทำไมอยู่ๆมาเยอะขนาดนี้”

แจ๋ว่าอย่าไปสนใจ ยกมือท่วมหัวขอให้ไปแล้วอย่ากลับมาอีก...อุ๊บอิ๊บกลับมาบ้านเพื่อค้นหาโทรศัพท์มือถือในห้อง

“ดีนะที่ลืมไว้ที่นี่ หึหึ หลักฐานสำคัญอยู่กับ

ฉันแล้ว นังหวี...แกกับน้องสาวแกต้องนํ้าตาเช็ดหัวเข่าแน่ ฮ่าๆๆ” อุ๊บอิ๊บหัวเราะ ปากกว้าง จิ้งจกตกเข้าปากพอดี เธอร้องกรี๊ดลั่น

ธนวัติกับพาณิชย์กำลังคุยกัน ได้ยินเสียงตกใจวิ่งมาดู เห็นอุ๊บอิ๊บงับจิ้งจกโผล่มาครึ่งตัวหางดุกดิก ก็เอ็ดอย่าปัญญาอ่อนให้คายทิ้ง อุ๊บอิ๊บนึกได้พ่นจิ้งจกออกมาอย่างขยะแขยง

“แหวะ ทำไมมันถึงมีแต่เรื่องงี่เง่าแบบนี้ ฮือๆ เป็นเพราะนังหวีแน่ๆ มันเป็นตัวซวยกาลกิณี ถ้าคืนนี้แกกับพี่ดนัยไม่เลิกคบกัน ก็อย่าเรียกฉันว่าอุ๊บอิ๊บเลย”

“อะไรนะ ฉวีวรรณ...ยัยหวีกลับมาจากเมืองลับแลได้แล้วเหรอ” ธนวัติสนใจทันที

พาณิชย์รีบถามถึงดาหวัน อุ๊บอิ๊บว่ากลับมาหมดทุกคน ธนวัติรีบเค้นถามว่าพวกนั้นอยู่ที่ไหน อุ๊บอิ๊บตอบไปตามจริงว่ากำลังจะมีกินเลี้ยงคืนนี้ที่หมู่บ้านชาลัน ธนวัติยิ้มอย่างมีแผนร้าย...

งานเลี้ยงจัดแบบง่ายๆ ทุกคนนั่งล้อมรอบกองไฟ ปิ้งเผือกปิ้งมัน รวมทั้งปลา ไก่เท่าที่หาได้ มีผลไม้นานาชนิด สางโปนึกได้ถามวินยาว่าดาเนาหายไปไหน งานแบบนี้ไม่น่าพลาด

“ข้าให้ดาเนาหัดเขียนหนังสือ ทำการบ้านให้เสร็จก่อนน่ะ แล้วถึงจะมางานเลี้ยงได้”

บุญทิ้งก็สังเกตเห็นว่าอุ๊บอิ๊บหายไป แจ๋ชอบใจและเตือนบุญทิ้งว่าผู้หญิงดีๆมีตั้งมากมาย ไปสนใจผู้หญิงปลวกแบบนั้นทำไม ดนัยเดินเข้ามาถามหาดาหวัน แจ๋ตอบว่าจัดดอกไม้อยู่ทางโน้น กิมจิแปลกใจดูหน้าดนัยเครียดๆ ไม่ทันไร ชลิตเข้ามาถามหาฉวีวรรณ ทั้งแจ๋และกิมจิสะดุ้ง

“โอ๊ย พ่อคุณเอ๊ย เล่นซ่อนหากันหรือไง เดี๋ยวนายมาหายัยหวี เดี๋ยวดนัยมาหายัยหวัน”

“ฮึ...ดนัยตามหาหวันด้วยเหรอ” ชลิตหน้าตื่น เกรงดนัยระแคะระคาย

บุญทิ้งชี้มือไปทางที่ดนัยเดินไป ชลิตขอบใจแล้วรีบวิ่งตามไป ทุกคนสงสัยเกิดอะไรขึ้น...

มุมหนึ่งซึ่งปลอดคน ดาหวันดึงฉวีวรรณมาคุย เธอกำชับว่าถ้าชลิตมาพูดอะไร อย่าไปฟัง ฉวีวรรณสงสัย ดาหวันอึกอักให้เหตุผลไม่ได้ พลันดนัยเข้ามาเรียกดาหวัน

“หวัน พี่มีเรื่องจะพูดด้วย”

“หวี ฉันมีเรื่องจะสารภาพ” ชลิตเข้ามาเรียกฉวีวรรณ

สองสาวหน้าเครียด ดาหวันรีบปิดปากชลิต “อย่าพูดนะพี่ชลิต หวันขอร้อง”

“ไม่ หวัน ถึงยังไงวันนี้พี่ก็ต้องพูด ไม่มีประโยชน์ที่จะปิดบังอีกต่อไป ยิ่งเก็บเอาไว้สุดท้ายเราจะต้องเจ็บปวดกันทุกคน”

ฉวีวรรณกับดนัยทำหน้างงใครจะปิดบังอะไร และใครจะต้องเจ็บปวด ชลิตโอบดาหวันตัดสินใจจะพูด ดาหวันเครียดห้ามไม่ทัน

“เรากับหวันรัก...” ชลิตพูดไม่ทันจบ ชาวบ้าน ร้องขึ้นว่า...มีคนบุกมา...ทุกคนต่างตกใจ

ธนวัติ พาณิชย์ และอุ๊บอิ๊บ พาลูกน้องถือปืนบุกมา วินยา สางโป แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งออกมาขวาง วินยาเสียงกร้าวไล่ให้พวกธนวัติกลับไป

“ใจเย็นสิ วันนี้ฉันไม่ได้มาหาเรื่อง แค่มีความจริงจะบอก” น้ำเสียงธนวัติดูเยาะเย้ย

ชลิตถามว่าความจริงอะไร พาณิชย์ตอบแทนว่าความจริงที่จะทำให้หายโง่

“มนต์เสน่ห์ของไอ้กาซูจะเสื่อมก็ต่อเมื่อ ฝ่ายชายจูบกับหญิงที่มีรักจริงเท่านั้น”

“แกเคยสงสัยมั้ยว่า ไอ้ดนัยมันหลุดจากมนต์เสน่ห์มาได้ยังไง” ธนวัติถามชลิตเยาะๆ

“หุบปากซะ” ฉวีวรรณโวยแต่ธนวัติไม่สนใจ

“ฉันจะบอกแกให้เอาบุญ ฉันเห็นฉวีวรรณแฟนแก จูบไอ้ดนัยเพื่อนรักของแก”

ทุกคนหันไปมองฉวีวรรณอย่างตกใจ พาณิชย์เยาะ “เป็นไงไอ้ชลิต อึ้งไปเลยล่ะสิ ที่โดนแฟนกับเพื่อนรวมหัวกันหักหลัง”

“โกหก เป็นแผนของแกจะทำให้พวกเราแตกคอกันล่ะสิ พวกเราไม่เชื่อหรอก” แจ๋โวย

“โกหกรึเปล่า ลองถามเจ้าตัวดูดีกว่า จริงมั้ยจ๊ะน้องหวี” ธนวัติแกล้งถามฉวีวรรณ

แจ๋ไม่เชื่อถามฉวีวรรณว่าไม่จริงใช่ไหม ฉวีวรรณหน้าซีด ดนัยยืดอกรับว่าเป็นความจริง

“ความจริงก็คือความจริง ไม่มีประโยชน์ที่จะปิดบังไว้อีกต่อไป”

ชลิตเดือดกระชากคอเสื้อดนัย “แกทำแบบนี้ได้ยังไง แกแอบคบหวีตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ฉันผิดเอง ชลิต” ฉวีวรรณตะเบ็งเสียงขัดขึ้น “ถึงจะเป็นความรัก แต่มันก็กลับมาทำลายทุกอย่าง เพราะฉันรักคนผิด ฉันไม่ควรรักแฟนของน้องสาวตัวเอง ฉันไม่ควรทำลายความรู้สึกดีๆ ของนายแบบนี้ ฉันแย่มากๆที่ทำให้คนที่รักฉันอย่างนายกับยัยหวันเสียใจ ฉัน...ฉันขอโทษ”

ฉวีวรรณสะอื้นออกมา ทุกคนสะเทือนใจไปด้วยอุ๊บอิ๊บปรบมือ “ดราม่ามากๆ การแสดงเริ่ดค่า แต่เธอไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะฉวีวรรณ ยัยหวันน้องเธอก็ไม่เบาหรอก เกินหน้าเกินตาพี่สาวด้วยซ้ำ”

“อย่านะอุ๊บอิ๊บ ฉันบอกเลิกพี่ดนัยตามที่เธอต้องการแล้ว เธอต้องรักษาสัญญาสิ”

“ฮึ้ย แกมันโง่เอง ช่วยไม่ได้ ดูซะให้เต็มตา” อุ๊บอิ๊บเปิดคลิปในมือถือให้ทุกคนดู เป็นคลิปดาหวันทุบตีชลิตแล้วล้มลงไปจูบกัน “เป็นไงล่ะ คมชัดมั้ย ยัยหวันกับพี่ชลิตลักลอบได้เสียกันมานานแล้ว”

ชลิตกุมมือดาหวันที่สั่นเทา ฉวีวรรณหันมาถามชลิตว่า ไม่เป็นความจริงใช่ไหม แต่ชลิตพยักหน้ายอมรับ ดาหวันน้ำตาร่วงเผาะ ดนัยโกรธแทนฉวีวรรณ ซัดหมัดเข้าที่ใบหน้าชลิตเต็มๆ

“แกไม่ใช่ลูกผู้ชาย ฉันไม่นึกเลยว่าแกจะเลวได้ขนาดนี้”

ชลิตยอมจำนนกล่าวขอโทษ ดนัยจะชกซ้ำ ดาหวันเข้าผลักดนัยออกแล้วกางแขนปกป้องชลิต “อย่าทำร้ายพี่ชลิตนะ ไม่ว่าพี่หรือใครก็ไม่มีสิทธิ์ทำอะไรพี่ชลิตทั้งนั้น” เห็นดนัยหน้าเจื่อน ดาหวันตะเบ็งเสียงใส่

“พี่ชลิตไม่ได้บังคับหวัน พี่ได้ยินมั้ย หวันยอมเขาเอง...”

ฉวีวรรณพุ่งเข้าตวาด “ยัยหวัน ทำไมทำตัวไร้ค่าแบบนี้ พี่ผิดหวังในตัวหวันจริงๆ”

“แล้วพี่หวีล่ะ ทีพี่หวียังไม่เคยบอกหวันเรื่องที่พี่หวีรักกับพี่ดนัยเลย พี่หวีไม่มีสิทธิ์ว่าหวัน เพราะพี่หวีก็ไม่ต่างจากหวัน”

ฉวีวรรณพลั้งมือตบหน้าดาหวันผัวะ ดาหวันผงะเสียใจร้องว่าตนเกลียดพี่แล้ววิ่งหนีไป ฉวีวรรณมองมือตัวเองอย่างเสียใจ วิ่งหนีไปอีกทาง ดนัยกับชลิตต่างเรียกคนรักของตนแล้วชะงักมองหน้ากันเคืองๆ ก่อนจะวิ่งตามคนที่ตนรักไป แจ๋กับกิมจิมองอย่างงงๆ วินยาถอนใจแต่เชื่อว่าความรักต้องจบลงด้วยความรัก ผิดกับพวกอุ๊บอิ๊บที่ยิ้มอย่างสะใจ

ooooooo

ดาหวันวิ่งมาหยุดร้องไห้ใต้ต้นไม้ใหญ่ ชลิตตามมาบอกดาหวันว่า เราต้องแต่งงานกัน ดาหวันฟูมฟายโทษตัวเองเลวแย่งแฟนพี่สาว ตนคงมองหน้าใครไม่ติดอีกแล้ว ชลิตย้อนถาม

“แล้วพี่ล่ะหวัน หวันไม่แคร์พี่เลยใช่มั้ย”

ดาหวันสบตาเขาน้ำตาคลอ ตัดใจบอกเขาว่า “พี่เป็นคนดี อีกไม่นานพี่คงหาแฟนใหม่ได้”

“หวันพูดอะไร...” ชลิตตกใจกับคำพูดของดาหวัน

“หวันพูดจริงๆ คนดีๆอย่างพี่ไม่ขาดคนรักแน่ แต่พี่สาวของหวันมีอยู่แค่คนเดียว พี่คงเข้าใจหวันนะ ลาก่อน...พี่ชลิต” ดาหวันผลักชลิตออกห่าง แล้ววิ่งหนีไป

ชลิตหัวใจแทบสลายตะโกนไล่หลังไปว่า เธอทิ้งเขาได้แต่ห้ามเขารักเธอไม่ได้ ดาหวันชะงัก น้ำตาไหลพราก แต่แข็งใจเดินต่อไปไม่เหลียวหลัง

ฉวีวรรณเดินน้ำตาอาบแก้ม มาหยุดสะอื้นในที่ปลอดคน ดนัยตามมาสวมกอดด้านหลังปลอบว่าอย่าร้องไห้ ทุกคนรู้แล้วไม่ต้องปิดบังอีกต่อไป ให้ยอมรับความจริงว่าเรารักกัน

“ไม่ ฉันไม่ได้รักนาย เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันมาจากความผิดพลาดตั้งแต่แรกแล้ว”

“อะไรนะ” ดนัยไม่เชื่อหูตัวเอง

“เป็นเพราะนายช่วยผิดคน นายคิดว่าฉันเป็นหวัน ที่จริงแล้วคนที่อยู่ข้างๆ นายควรเป็นหวันไม่ใช่ฉัน ถ้าไม่เกิดการผิดฝาผิดตัวตอนวันหมั้น เรื่องทุกอย่างคงไม่กลายเป็นแบบนี้”

ดนัยโต้ว่าเรื่องมันผ่านมาแล้วจะแก้อดีตไม่ได้

ฉวีวรรณกลับบอกว่า แก้อดีตไม่ได้แต่แก้ปัจจุบันได้ ดนัยทำหน้างง ฉวีวรรณตอบชัดถ้อยชัดคำว่า เราจะเลิกคบกัน ดนัยยืนอึ้งมองฉวีวรรณวิ่งจากไป เจ็บปวดเหมือนโดนกระชากใจ...ทั้งสี่คนเศร้าเสียใจไม่ต่างกัน

ผิดกับพี่น้องสามคน ธนวัติ พาณิชย์ และอุ๊บอิ๊บที่เดินกลับมาที่จอดรถหน้าหมู่บ้าน ต่างหัวเราะสะใจ อุ๊บอิ๊บสมน้ำหน้าฉวีวรรณกับดาหวัน พาณิชย์เจ็บใจที่ตนเกือบต้องรับเดนจากชลิต

“โอ๊ย ล้อเล่นน่า อุ๊บอิ๊บจัดฉากขึ้นมาเองทั้งหมดแหละ พี่ชลิตกับยัยหวัน แค่เมาเห็ดหมดสติไป แต่ไม่ได้มีอะไรกัน”

บุญทิ้งตามมาได้ยินเต็มสองหู รีบถามว่าเป็นความจริงหรือ สามพี่น้องสะดุ้งหันกลับมาตกใจที่บุญทิ้งมาได้ยิน บุญทิ้งฉวยมืออุ๊บอิ๊บจะพาไปสารภาพ ธนวัติกับพาณิชย์เข้ารุมเตะต่อยบุญทิ้งจนน่วม อุ๊บอิ๊บตกใจทำอะไรไม่ถูก ห่วงบุญทิ้งก็ห่วง ลูกน้องลากตัวบุญทิ้งจะไปยิงทิ้งอุ๊บอิ๊บปรี่เข้าขวาง อ้างให้เอาตัวไว้เป็นเครื่องต่อรองกับพวกดนัย...

ดนัยเผลอหลับตรงที่แยกจากฉวีวรรณจนเช้า เขารีบมาที่บ้านพักของเธอ ชนเข้ากับชลิตที่หน้าบ้าน ทั้งสองยังเคืองกันอยู่ จึงมีปากเสียงกันอีก หาว่าทรยศกันและกัน ดนัยโทษความโลเลหลายใจของชลิตที่ทำให้ทุกอย่างยุ่งเหยิงไปแบบนี้

“ไม่ใช่ ฉันไม่เคยหลายใจ ความรักของฉันมีให้

หวันคนเดียว” ชลิตโต้ พร้อมสารภาพ “ใช่ เมื่อก่อนฉันเคยชอบหวี แล้วเด็กกะโปโลอย่างหวันไม่เคยอยู่ในสายตาฉันเลย แต่ไม่รู้ทำไมยิ่งรู้จักหวันมากขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเขาทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีค่า และเขาก็เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ฉันอยากปกป้อง อยากร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน ฉันไม่เคยรู้ตัวเลยว่ารู้สึกแบบนี้กับหวันตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แต่ว่าตอนนี้หัวใจฉัน ไม่มีที่ว่างให้ใครอีกแล้ว”

“ฉันก็รู้สึกไม่ต่างจากแก ไม่เคยคิดว่าผู้หญิงอย่างยัยป้าหวี จะมาทำให้ฉันรู้สึกว่าโลกนี้มันน่าอยู่ ชีวิตฉันมีคุณค่า” ดนัยเผยใจ

“พูดอย่างนี้ แน่ใจนะว่าแกจะไม่ย้อนกลับไปหายัยหวัน”

“แกไม่ต้องห่วงหรอก สาบานได้ว่าฉันไม่มีทางมองคนอื่นอีกแล้ว หวีเป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันได้รู้จักคำว่ารักแท้”

“อย่างที่เขาว่า...ความรักทำให้เรามีชีวิต” ชลิตมอง ดนัยอย่างเข้าใจ ขอโทษซึ่งกันและกัน

แล้วนึกได้ว่าคุยกันเสียงดังขนาดนี้ ทำไมฉวีวรรณกับดาหวันไม่ออกมา ชักเอะใจรีบเข้าไปดู จึงรู้ว่าเสื้อผ้าข้าวของสองพี่น้องหายไปหมด ดนัยกับชลิตตกใจวิ่งออกไปตามหา...

ในขณะที่ฉวีวรรณแบกสัมภาระเดินเซื่องซึมตามหลังแจ๋กับกิมจิ มาจนถึงถนน มีรถกระบะของชาวบ้านแล่นผ่านมา แจ๋รีบโบกขออาศัยเข้าเมือง แต่พอปีนขึ้นท้ายรถ พบดาหวันนั่งอยู่ก่อนแล้ว ฉวีวรรณแปลกใจที่ดาหวันกลับบ้านเหมือนกัน จะลงก็ไม่ทันเพราะรถออกเสียก่อน

ooooooo

พอไตร่ตรองดู ศิริก็เอากล่องมาวางให้คนงานเขียนแสดงความคิดเห็นได้ทุกเรื่อง นงนุชแอบอมยิ้มที่ศิริยอมเปลี่ยนแปลง จึงเอาใจทำน้ำส้มและอาหารให้ทาน ทองอินแวะมาส่งข่าวว่าทั้งดนัย ชลิต ฉวีวรรณ และดาหวันอยู่ที่หมู่บ้านชาลัน ศิริดีใจ รีบพานงนุชขึ้นรถขับไปที่นั่นทันที

ดนัยกับชลิตสะพายเป้ออกเดินทาง วินยาตามมาต่อว่าจะไปไม่ร่ำลากันบ้าง ดนัยขอโทษชลิตบอกว่าพวกตนจะกลับมาที่นี่อีกแน่ ตราบใดที่ยังมีขบวนการค้าไม้อยู่ วินยายิ้มยื่นมือไปขอสัญญา ดนัยกับชลิตจับมือเขย่า...เดินจากมา ชลิตถามดนัยไม่รู้หรือว่าวินยาคิดอย่างไรกับเขา ดนัยขอให้พอเถอะ แค่ฉวีวรรณคนเดียวเขาก็ปวดหัวจะแย่แล้ว พลันดนัยนึกได้ว่าลืมบางอย่าง

ขณะที่วินยาเดินกลับหมู่บ้าน รถธนวัติ พาณิชย์กับลูกน้องแล่นมาสองคันดักหน้าดักหลังเธอ วินยากระโดดหลบ ธนวัติตั้งใจจะชน เธอโดดขึ้นเกาะหลังคารถ พาณิชย์ใช้ปืนยิงใส่วินยาเห็นต้นไม้ตัดสินใจโดดขึ้นไปแล้วปามีดใส่กระจกรถพาณิชย์แตก เขาตกใจพุ่งชนรถธนวัติ

วินยาหัวเราะสะใจ ธนวัติโกรธสั่งสมุนฆ่าวินยา เธอเตะต่อยต่อสู้พลาดสะดุดล้มจะโดนรุม ดนัยกับชลิตโดดเข้ามาช่วย ซัดพวกสมุนแน่นิ่งไปแล้วแย่งปืนมายิงใส่ธนวัติกับพาณิชย์สองพี่น้องวิ่งหนีเตลิด ชลิตจะตามแต่ดนัยเรียกไว้ ทั้งสองพาวินยาส่งหน้าหมู่บ้าน แล้วดนัยยื่นกระดาษให้

“นี่เป็นวิธีเพาะต้นกล้าไม้ที่เราคุยกันไว้ ฉันจดไว้ให้เธอแล้ว แต่ลืมเอาให้เสียสนิท”

“ดีเลย ฉันจะเพาะต้นกล้าไม้ไว้รอ พวกนายต้องกลับมาปลูกป่าด้วยกันนะ อย่าลืม”

ดนัยกับชลิตสัญญา วินยาร้องบอกให้พาฉวีวรรณกับดาหวันกลับมาให้ได้...วินยายืนมองดนัยเดินห่างออกไปอย่างใจหาย รำพึง “ดนัย ฉันจะเก็บความรู้สึกนี้ไว้ให้ลึกที่สุด นายจะเป็นคนคนเดียวที่อยู่ในใจของฉันตลอดไป...”

เมื่อกลับถึงบ้าน ฉวีวรรณกับดาหวันรู้จากสาวใช้ว่า ศิริไปหาพวกตนที่หมู่บ้านชาลันกับนงนุช สองพี่น้องแปลกใจว่าศิริกับนงนุชจะไม่ทะเลาะกันหรือ

ooooooo

ศิริขับรถเร็วจนนงนุชขอให้ขับช้าลงหน่อย แต่ศิริไม่ฟัง เธอจึงแย่งพวงมาลัยจะขับเอง

รถส่ายไปมาจนยางระเบิด สองคนตกใจคิดว่าโดนลอบยิง พอลงมาดูจึงรู้ว่ายางระเบิด แถมยางอะไหล่ก็ไม่มี ศิริจึงพานงนุชเดินเท้าไปที่ปางไม้ของธานี เพื่อขอความช่วยเหลือ

ดาเนาเห็นเด็กๆในหมู่บ้านมีพ่อแม่ก็สะเทือนใจ ร้องไห้ออกมา กว่าวินยาจะปลอบให้สงบและหลับไปได้ เล่นเอาเหนื่อย พอวินยาออกมาคุยกับสางโป ดาเนาก็ลืมตาขึ้นมาครุ่นคิด

“พ่อ...แต่เขาเป็นคนไม่ดี คิดอีกทีเขาก็มีพลังเหมือนกับเรานะ โอ๊ย ทำไงดีล่ะ เราจะรู้ความจริงได้ยังไง” ดาเนานึกถึงกาซูและคำพูดของเขาที่ว่าเขาเป็นพ่อตน...

แม้จะสะใจที่ทำร้ายพวกฉวีวรรณได้ แต่อุ๊บอิ๊บก็ยังห่วงบุญทิ้ง เธอแอบหาข้าวและน้ำมาป้อนให้ในห้องที่เขาโดนขัง แต่บุญทิ้งไม่ยอมกิน อุ๊บอิ๊บถามไม่หิวหรือ
“หิวครับ แต่ไม่ใช่ข้าว...ผมหิวความถูกต้อง คุณทำให้พี่น้อง และเพื่อนฝูงเข้าใจผิดกัน”

“ดีสิ ยิ่งทะเลาะกันยิ่งดี”

บุญทิ้งเตือนว่ามันบาป แต่อุ๊บอิ๊บไม่หวั่นกลับบอกว่าถ้าตนไม่ได้ดนัยก็อย่าหวังว่าใครจะได้ บุญทิ้งรู้สึกผิดหวังในตัวเธออย่างมาก ที่ผ่านมาเขาคิดว่าเธอยังมีความดีอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ เขารู้แล้วว่าเธอเปรียบเหมือนบัวใต้น้ำ อุ๊บอิ๊บโวยที่หาว่าตนโง่ดักดาน

“ไม่ใช่ครับ พวกบัวใต้น้ำอาจจะฉลาด เรียนสูงก็ได้ แต่หัวใจเขามันมืดบอด เหมือนบัวที่จมอยู่ในโคลนตม”

“นายโง่ นายมันไม่เคยเข้าใจอะไรเลย” อุ๊บอิ๊บโกรธปากล่องข้าวทิ้ง แล้ววิ่งออกไป เธอเข้าไปหลบร้องไห้ตัดพ้อในโรงไม้ที่มืดทึม จึงไม่ทันมองอะไร...

ระหว่างนั้น ดาหวันชวนแจ๋กับกิมจิมาไหว้สุสานพ่อแม่ มาถึงเจอฉวีวรรณนั่งอยู่ก่อน แจ๋ทักว่าสองพี่น้องนี่ใจตรงกันจริงๆดอกไม้ที่เอามาก็เป็นกุหลาบขาวเหมือนกัน สองพี่น้องต่างพูดกับสุสานพ่อแม่แขวะกันไปมาจนกลายเป็นทะเลาะกัน ดาหวันร้องไห้กลับไป แจ๋กับกิมจิวิ่งตาม

กลับมา ดาหวันเจอชลิตรออยู่หน้าบ้าน เธอดีใจแต่แล้วนึกได้ตัดใจถามอย่างเย็นชาว่ามาทำไม ตนพูดชัดเจนแล้ว และไล่ให้เขากลับไป ชลิตไม่ยอมไปแม้เธอจะขว้างปาข้าวของใส่

“ออกไปจากบ้านหวันเดี๋ยวนี้นะ หวันไม่อยากเห็นหน้าพี่ ไม่เข้าใจรึไง” แม้จะเจ็บปวดแต่ดาหวันก็เรียกคนงานมาลากตัวชลิตออกไป ชลิตร้องเอะอะ ดาหวันปิดหูตัวเองไม่ให้ใจอ่อน

ไม่ต่างจากฉวีวรรณ ที่ยังนั่งร้องไห้อยู่ที่สุสาน โมโหตัวเองที่พูดจาแย่ๆกับดาหวัน ดนัยเข้ามาแนะ “ถ้าอยากปรับความเข้าใจกับน้อง ทำไมไม่พูดอย่างตรงไปตรงมา พูดจากความรู้สึกที่แท้จริงของเธอล่ะ”

“มันเรื่องอะไรของนาย”

“รู้มั้ย ปัญหาของเธอก็คือ ปากกับใจของเธอไม่เคยตรงกัน”

ฉวีวรรณไม่ยอมรับผลักดนัยกระเด็นแล้ววิ่งหนี  เขาวิ่งตามมาดึงเธอไว้ ฉวีวรรณตวาดให้เลิกยุ่งกับตนเสียที ดนัยถาม “ฉันไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหนนะ ฉันเป็นคนที่เธอรักไม่ใช่เหรอ”

“พอได้แล้ว ฉันไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้น” ฉวีวรรณยกมือปิดหู

ดนัยยื้อให้เธอต้องฟัง “ไม่ว่าเรื่องของยัยหวันหรือเรื่องของเรา มันเกิดขึ้นเพราะเธอทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก ทั้งที่รักกันเธอกลับพูดจาแย่ๆ ให้ทุกคนเข้าใจผิด ทำเลวๆใส่ทั้งยัยหวันและก็ฉัน เธอเป็นอะไรหวี เป็นบ้าหรือเปล่า”
ฉวีวรรณตบหน้าดนัยฉาด “นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าฉันไม่ได้บ้าอยากจะเกลียดฉันก็เกลียดไป”

ดนัยมองเธอวิ่งจากไปอย่างร้าวรานใจ ฉวีวรรณวิ่งไปจนหมดแรงทรุดลงร้องไห้อย่างหนัก...ไม่ต่างจากชลิต ที่นั่งรอดาหวันอยู่หน้าบ้านจนมืด เขาทิ้งดอกบัวพร้อมการ์ดข้อความสั้นๆ ไว้ว่า “พี่รักหวัน...ชลิต”ดาหวัน ออกมาเจอ เธอกำดอกบัวไว้แนบอกน้ำตาไหลพราก...

สบโอกาส เลาซาแม้จะร่างกายบอบช้ำ แต่ก็หนีออกมาจากที่คุมขังของกาซูได้เพราะเป็นห่วงวินยา แต่แล้วจู่ๆเขาก็ปวดหัวจนล้มลงดิ้นอย่างเจ็บปวด เขารู้ว่าเป็นฝีมือกาซู สุดท้ายเลาซาก็ต้องกลับไปอยู่ในที่คุมขังตามเดิม เลาซาขอโอกาสให้เขาไปจัดการวินยาอีกครั้ง แต่กาซูไม่เชื่อ

สองหนุ่ม ดนัยกับชลิตต้องมานั่งกินน้ำใบบัวบกที่บ้านทองอิน แต่พอรู้ว่านงนุชไปกับศิริ  ดนัยก็ตกใจ เกรงสองคนจะทะเลาะกันอีก...ส่วนศิริ พานงนุชมาถึงปางไม้ของธานี ธานีตกใจเพราะกำลังจะมีการส่งไม้ให้กับลูกค้า จึงต้องเลื่อนไปก่อน นงนุชพอรู้ว่าที่นี่เป็นปางไม้ของธานีก็รีบเอามือถือมาถ่ายภาพเก็บไว้ เพราะรู้ระแคะระคายเรื่องไม่ดีจากดนัย ไม่ทันไรแบตหมด ศิริไม่ยอมเชื่อว่าธานีจะค้าไม้เถื่อน ธานีมาได้ยิน ขอบคุณศิริที่เชื่อมั่นในตัวตนมากกว่าข่าวลือ ศิริขอโทษแทนนงนุช และว่าเธอปากเปราะเหมือนลูกชาย ธานีตกใจเมื่อรู้ว่านงนุชเป็นแม่ของดนัยจึงทำทีว่าให้ลูกน้องไปส่งศิริกับนงนุชที่หมู่บ้านชาลัน แต่แท้จริงตั้งใจจะเก็บทั้งคู่

ooooooo

ตอนที่ 11

และแล้ว กาซู ธานี ธนวัติ และพาณิชย์ก็ได้รับของกำนัลจากแสงเพชร ชบากับดอกเข็มถือถาดเพชรพลอยเม็ดใหญ่ๆมาวางตรงหน้า ทั้งสี่ตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น แสงเพชรถามกาซูข้อหนึ่งว่า ดนัยกับชลิตจะหลงใหลในตัวตนกับน้องตลอดไปใช่ไหม กาซูหัวเราะก้อง

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า พวกมันจะทั้งรักทั้งหลงพวกเจ้า จนชีวิตจะหาไม่นั่นแหละ ยกเว้นแต่ว่า...อย่าให้มันได้รับจุมพิตจากหญิงที่มีรักแท้ต่อมัน มิฉะนั้น มนตราจากน้ำมันมหาเสน่ห์จะเสื่อมลงทันที”

แสงเพชรกับแสงหล้าเครียดขึ้นมาทันที ธานีตัดบทว่าหมดเรื่องแล้วบอกพวกตนโกยเพชรพลอยใส่เสื้อผ้า ห่อกันไม่หวาดไม่ไหว แสงเพชรกับแสงหล้าสบตากันยิ้มๆอย่างมีเลศนัย ไม่ทันไร กาซู และทุกคนรู้สึกว่ามือเท้าอ่อนแรง ล้มลง ต่างร้องเฮ้ย...ด้วยความตกใจว่าเป็นอะไร

“เจ้าแม่ ทำอย่างนี้หมายความว่าไง จะเล่นตลกอะไรอีก” ธนวัติโวย

“ใครว่าล้อเล่นล่ะ สิ่งที่พวกเจ้าเข้าใจว่าเป็นเพชรพลอย แท้จริงแล้วมันคือแร่สลายเอ็น  ใครจับต้องเข้าไปก็จะกลายเป็นอัมพาตชั่วคราว” แสงหล้าอธิบาย

กาซูต่อว่าว่าใช้งานเสร็จก็จะฆ่ากันทิ้ง แสงเพชรยอมรับว่า ตนไม่ไว้ใจพวกมีวิชาอาคมจึงชิงลงมือก่อน แล้วสั่งทหารเอาตัวไปถ่วงน้ำ...ทั้งสี่คนถูกจับใส่กระสอบไปโยนลงน้ำ

เสียงร้องโหยหวน ทำให้อุ๊บอิ๊บสะดุ้งตื่นร้องกรี๊ด เพราะฝันร้ายว่าพ่อกับพี่กำลังจะตาย  บุญทิ้งเข้ามาปลอบว่าเป็นแค่ความฝัน แจ๋สมน้ำหน้า “ชั่วอย่างนั้น สมควรตายแล้วล่ะ”

อุ๊บอิ๊บโกรธปรี่เข้าตบแจ๋ แล้วร้องไห้ให้ทุกคนพาตนไปหาพ่อกับพี่ ดาหวันถามว่ารู้แล้วหรือว่าพวกนั้นอยู่ที่ไหน อุ๊บอิ๊บส่ายหน้า ฉวีวรรณจึงเอ็ดว่าอย่าก่อเรื่องอีก แล้วตนจะพาออกไป  ฉวีวรรณวางแผนทำน้ำสมุนไพรผสมหญ้าเสือตาปรือมาให้พวกนางรำดื่มจนหลับพับกันไปหมดพอจะหนี หัวหน้านางรำกลับเข้ามา พวกฉวีวรรณตกใจร้องกรี๊ด

“เฮ้ย...นี่ข้าเอง จะร้องไปหาอาวุธโบราณอะไรฮ้า” หัวหน้านางรำตวาดใส่

บุญทิ้งดัดเสียงเป็นหญิงถาม “เจริญ...เออ คุณแม่มีอะไรให้พวกเรารับใช้คะ”

“ข้าได้ข่าวดีมาน่ะสิ คืนนี้ในวังจะจัดงานอภิเษกของเจ้าแม่แสงเพชร เจ้าแสงหล้า กับเจ้าบ่าวชื่ออะไรน้า...อ้อ ดนัยกับชลิต”

ฉวีวรรณกับดาหวันตกใจ หัวหน้านางรำจะเข้าไปในบ้าน พวกแจ๋พยายามกัน แต่กันไม่อยู่ พอเข้ามาได้เห็นลูกทีมหลับคอพับคออ่อนกันหมดก็ตกใจ “พวกเจ้า ทำอะไรนางรำของข้า”

พวกฉวีวรรณต้องช่วยกันจับหัวหน้านางรำ เอาน้ำสมุนไพรกรอกปากให้หลับไปอีกคน...ขณะเดียวกัน ธานี ธนวัติ และพาณิชย์ ได้มีชาวบ้านจับปลามาเจอจึงช่วยขึ้นจากน้ำ แต่ไม่มีกาซู ทั้งสามฟื้นขึ้นมา เห็นหญิงชาวบ้านกำลังทะเลาะแย่งตัวพวกตนกันอยู่ จึงค่อยๆคลานหนี วิ่งมาเจอกับพวกฉวีวรรณ แม้จะอยู่ในชุดนางรำทุกคน แต่ธนวัติกับพาณิชย์ก็จำฉวีวรรณกับดาหวันได้จึงจับตัวทั้งสองสาวไว้ อุ๊บอิ๊บดีใจที่พบพ่อกับพี่ๆ จะวิ่งเข้าไปหา พอดีได้ยินเสียงชาวบ้านที่วิ่งตามพวกธานีมา แจ้งทหารว่ามีผู้ชายลักลอบเข้ามา ฉวีวรรณนึกได้รีบตะโกน

“ทางนี้ มันอยู่ทางนี้”

พวกธนวัติตกใจไม่ทันเห็นอุ๊บอิ๊บ พากันจะวิ่งหนีพวกทหารวิ่งตามจับชนอุ๊บอิ๊บกระเด็น มีชาวบ้านวิ่งตามเป็นพรวน ทั้งสามหนีมาหลบซ่อนตัวในตรอกมืดๆ เผอิญ อุ๊บอิ๊บวิ่งมา บุญทิ้งตามมาดึงตัวให้กลับไปช่วยดนัยกับชลิตเพราะงานอภิเษกกำลังจะเริ่มแล้ว

“ปล่อยฉันนะ” อุ๊บอิ๊บดิ้นจะไปตามหาพ่อกับพี่

“ไม่ได้นะครับ ตอนนี้คุณหวีกับคุณหวันก็ไปเตรียมพาคุณดนัยกับคุณชลิตหนีแล้ว ส่วนพวกเราก็ต้องถ่วงเวลา แล้วก็เอายาเสือตาปรือให้พวกเจ้าแม่กินให้ได้”

พวกธานีได้ยินเรื่องทั้งหมด คิดจะซ้อนแผนแก้แค้นทั้งพวกฉวีวรรณและพวกเจ้าแม่ พาณิชย์ถามว่าจะไปในสภาพนี้ได้อย่างไร ธานีมองไปเห็นร้านเสริมสวยอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ยิ้มกริ่ม

สามคนออกมาในชุดสาวชาวลับแล เดินเหนียมอายออกมาจากร้าน ธานีกำชับอย่าลืมดัดเสียงให้เข้ากับการแต่งตัว และเดินให้มีจริต ธานีเดินนำให้ดู พาณิชย์กระซิบถามธนวัติว่าเคยสงสัยหรือเปล่าว่าทำไมแม่ถึงหนีไป ธนวัติ หันมาด่าว่าทะลึ่ง

ooooooo

ท้องพระโรง ประดับประดาตกแต่งด้วยโคมไฟ อย่างสวยงาม เหล่าขุนนางแต่งตัวเต็มยศ เสียงดนตรีประโคมขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ แสงเพชรกับแสงหล้าเดินเฉิดฉายออกมาในชุดขาวล้วน เครื่องประดับอลังการเต็มยศดูสวยงามเป็นพิเศษ

แสงเพชรกล่าวขอบใจพวกขุนนางที่มาร่วมงาน ชบาประกาศขึ้นว่ามีการแสดงรำชุดพิเศษสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ แจ๋ กิมจิ อุ๊บอิ๊บ และบุญทิ้งในชุดนางรำเกาะกลุ่มกันออกมาท่าทางเงอะงะ ไม่รู้จะรำอะไร กิมจิจึงนำทีมเต้นและร้องเพลง

“แอปเปิ้ลๆๆ มะละกอๆ กล้วยส้ม”

อีกสามคนร้องประสานเสียงและเต้นตาม เจ้าแม่และเหล่าขุนนางต่างงง แต่ก็รู้สึกสนุกและโยกตัวตามจังหวะไปด้วย โดยเฉพาะชบากับดอกเข็มที่ลุกขึ้นเต้นตาม บรรยากาศเริ่มคึกคัก ขณะเดียวกัน ธานีแอบย่องมาเทผงบางอย่างลงไปในเหยือกน้ำ ที่กิมจิเตรียมไว้สำหรับเจ้าแม่

ระหว่างทางที่เสลี่ยงของดนัยกับชลิตเคลื่อนขบวนเข้ามา มีทหารองครักษ์คอยอารักขา ฉวีวรรณทำทีเป็นนอนสลบขวางทางอยู่ พอขบวนเข้ามาใกล้ต้องหยุดดู ดาหวัน ก็แอบเข้ามา ใช้ท่อนไม้ทุบตีพวกทหาร ฉวีวรรณลุกขึ้นร้อง บอกดนัยกับชลิตให้หนี แต่ทั้งสองมองอย่างงงๆ

“ดนัย...เรารีบไปจากที่นี่กันเถอะ”

“พี่ชลิต หวันมาช่วยพี่แล้ว”

ทั้งสองคนสะบัดมือจากสองสาวอย่างแรง ชลิตโวย “ปล่อย อย่ามาแตะตัวฉัน”

“พวกเธอเป็นใคร” ดนัยถามอย่างไม่พอใจ

“ไม่ใช่เวลามาล้อเล่นนะพี่ชลิต ไม่ขำสักนิด รีบไปได้แล้ว ก่อนที่เจ้าแม่สองพี่น้องจะไหวตัวทัน” ดาหวันเข้าดึงมือชลิต

ชลิตผลักดาหวันล้มลง ฉวีวรรณรีบเข้าประคอง ต่อว่าชลิต “ทำแบบนี้เกินไปแล้วนะชลิต พวกเราอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตมาช่วยนาย นายตอบแทนพวกเราแบบนี้เหรอ”

ดนัยคว้าดาบทหารที่หล่นอยู่มาชี้หน้าฉวีวรรณ “เธอจะทำอะไร ถอยออกไปห่างๆ ขืนเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะฆ่าเธอ”

“ดนัย นายพูดอะไรของนาย นายเป็นอะไร ฉันงงไปหมดแล้ว”

ธนวัติกับพาณิชย์เดินหัวเราะเข้ามาในชุดหญิงชาวบ้าน ฉวีวรรณกับดาหวันตกใจ...

ขณะที่กิมจิรำเสร็จ ไปยกเหยือกน้ำที่เตรียมไว้เข้ามา ดัดเสียงบอกแสงเพชรว่า

“เจ้าแม่แสงเพชรและเจ้าแสงหล้าเจ้าขา ผม เอ๊ย ข้าได้นำของขวัญมามอบให้ท่านทั้งสอง นี่คือยาสมุนไพรสูตรลับเฉพาะของตระกูลข้าเอง ดื่มยานี้แล้วผิวพรรณจะผุดผ่อง เด้งดึ๋งๆ”

“พูดจาอะไรไม่รู้เรื่อง อะไรเด้งดึ๋งๆ” ชบาบ่น

แจ๋รีบอธิบายแทนว่า ยานี้มีชื่อว่า สมุนไพรผัวรักผัวหลง แสงหล้าตื่นเต้นดีใจ แจ๋จึงบอกว่าพวกตนได้เตรียมมาพอที่จะดื่มกันทั้งห้อง พวกแจ๋ช่วยกันแจกให้คนละจอกธานีโผล่เข้ามาร้องห้าม ไม่ให้ทุกคนดื่ม แสงเพชรตกใจถามว่าเขาเป็นใคร อุ๊บอิ๊บรู้สึกคุ้นเสียง แสงเพชรชักดาบมาจ่อคอธานีไว้ พร้อมกับเรียกทหารเข้ามาจับตัว

“เฮ้ย...อย่าเล่นของมีคม มันเสียว ฟังข้าให้ดี น้ำใน เหยือกนั้นมียาพิษ”
“น้าอย่ามามั่ว ยาพิษที่ไหน” กิมจิตกใจ

“ไม่ต้องเถียงกัน ข้าพิสูจน์เอง” แสงเพชรตวาดแล้วเทแก้วน้ำลงพื้น ปรากฏว่าพื้นเป็นฟองฟู่ขึ้นมาคล้ายน้ำกรด

“ยาพิษจริงๆด้วย พวกเจ้าลอบสังหารข้ากับเจ้าพี่ จับตัวมัน” แสงหล้าสั่ง
แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งตกใจ อุ๊บอิ๊บยังจำธานีไม่ได้เพราะแต่งเป็นหญิง ทั้งสี่คนถูกจับคุกเข่าอยู่ แสงเพชรเค้นถามว่าใครเป็นคนบงการ ธนวัติกับพาณิชย์เอาตัวฉวีวรรณกับดาหวันเข้ามา

“นี่ไงล่ะ คนบงการทั้งสองคน” พาณิชย์ผลักดาหวันกับฉวีวรรณให้ไปรวมกับพวกแจ๋

ดนัยกับชลิตเดินตามเข้ามา ชลิตเอ่ย “ฉันกับดนัยเป็นพยานให้ได้”

ดนัยกับชลิตจะเข้าไปหาแสงเพชรและแสงหล้า พวกแจ๋ตกตะลึง ฉวีวรรณดึงดนัยไว้ ดนัยสะบัดออกแล้วบอกว่าตนจะไปหาเมีย ฉวีวรรณตกใจ แสงหล้าถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน

“ผู้หญิงสองคนนี้วางแผนลักพาตัวดนัยกับชลิต คนรักของท่านทั้งสอง” ธนวัติอธิบาย

“แล้วก็ใช้มือสังหารทั้งสี่นี่มาวางยาพิษเจ้าแม่ไงล่ะคะ” ธานีกรีดกรายชี้นิ้ว

แสงเพชรโกรธมาก สั่งทหารเอาตัวไปประหาร ธนวัติ ห้าม “หยุดก่อน ทำแบบนี้พวกมันจะสบายเกินไปน่ะสิ”

“หมายความว่ายังไง เจ้ามีแผนอะไรรึ” แสงเพชรถาม

“ต้องทรมานให้เจ็บปวดก่อนตายถึงจะสาสมกับความผิดที่พวกมันกล้าหลอกลวงเจ้าแม่”

“ก็จริงของเจ้า จับมันไปทรมานเยี่ยงทาสจนสาสม แล้วค่อยฆ่ามันกับมือข้าเองจะดีกว่า”

“บ้า เป็นเจ้าเมืองประสาอะไร ทำไมถึงได้หูเบานัก” ฉวีวรรณแหวใส่

“นั่นสิ ไปเชื่อพวกตัวประหลาดใจสกปรกอย่างนั้นได้ยังไง” ดาหวันเสริม
“พวกเราไม่ใช่ตัวประหลาด แต่เป็นคนที่หวังดีที่สุดต่อเจ้าแม่ทั้งสอง” พาณิชย์ดึงวิกผมออกเผยให้เห็นว่าตนเป็นใคร

แสงเพชรกับแสงหล้าตกใจ ธนวัติดึงวิกออกแล้วยุว่า ถึงพวกตนจะโดนเจ้าแม่ทำร้าย แต่เมื่อรู้ว่าเจ้าแม่ตกอยู่ในอันตราย พวกตนก็กลับมาช่วยด้วยความจริงใจ

“คราวนี้ เจ้าแม่คงรู้แล้วล่ะนะว่าใครเป็นมิตรแท้”

แสงเพชรมองอย่างชื่นชม ฉวีวรรณโวยว่าพวกนั้นโกหก แสงเพชรสั่งทหารเอาตัวพวกฉวีวรรณไปขัง ธานีรีบดึงอุ๊บอิ๊บไว้ ฉวีวรรณกับดาหวันมองดนัยกับชลิตอย่างขอความช่วยเหลือ แต่ทั้งสองมองอย่างเฉยเมย ไม่สนใจ สองสาวเจ็บปวดเสียใจ ธนวัติยิ้มกับพาณิชย์อย่างสะใจ

ooooooo

วันต่อมา วินยารู้สึกตัวขึ้นในกระท่อมของเลาซาด้วยอาการเป็นปกติ ไม่เจ็บแผลที่หัวไหล่เหมือนก่อน เพียงแค่ยังอ่อนแรง ก็แปลกใจ มองไปรอบห้องเห็นมีชุดใหม่แขวนอยู่ จึงเอามาเปลี่ยนแล้วคิดจะหนี เดินโผเผออกมา เจอเลาซากำลังผ่าฟืนอย่างใจเย็นอยู่ เลาซาทัก

“พอฟื้นขึ้นมา ก็หนีทันทีเลยนะ...”

วินยามองอย่างเคืองๆแต่พอเห็นที่นิ้วเขาพันแผลไว้ก็นึกได้ว่า เลาซาเอานิ้วให้ตนกัดตอนชัก เกรงตนจะกัดลิ้น เลาซาเดินเข้ามาหาและบอกว่า

“ตอนที่เจ้าหมดสติ ข้าพอกยาประสานกายให้เจ้า พร้อมๆกับให้ยาถอนพิษยาสั่งที่ข้าปรุงขึ้นใหม่ไปด้วย เจ้าน่าจะหายดีแล้ว เหลือแค่พักฟื้น”

วินยาผลักเลาซาให้ออกห่าง แล้วตัวเองเซจะล้ม เลาซาเข้าประคอง เอ็ด “อย่าพยศนักเลยน่า แรงเจ้าแทบจะไม่มีอยู่แล้ว”

“อย่ามาแตะต้องตัวข้า”

“ข้าก็ไม่ได้อยากจะแตะนักหรอก แต่ขืนปล่อยให้เจ้าคลุกดินคลุกทรายอยู่อย่างนี้ ข้าก็ต้องจับเจ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าอีก จะเอาอย่างนั้นเหรอ”

วินยามองอย่างเจ็บใจ บอกเขาว่าตนจะไปจากที่นี่  เลาซาไม่ให้ไป วินยาฮึดสู้จะต่อย เลาซาจับหมัดแล้วดึงวินยาเข้ามากอด ถามจำไม่ได้หรือว่าผลของการหนี มันทรมานแค่ไหน วินยาพยายามดิ้นแต่เลาซากอดจนดิ้นไม่หลุด

กลับเข้ามาในกระท่อม เลาซามัดวินยาไว้กับเสา เขาทำข้าวต้มมาป้อน วินยาไม่ยอมกิน เลาซาแกล้งว่าเธอโง่ ไม่กินแล้วจะมีแรงหนีได้อย่างไร วินยาโวยตนยอมอดข้าวตายดีกว่าเห็นหน้าเขา เลาซายัวะ วางชามข้าวแล้วจับหน้าวินยาให้หันมา วินยาจะกัด เลาซาถาม

“จะทำอะไร จะกัดข้าให้จมเขี้ยวเหมือนวันก่อนหรือไง”

วินยาสลดลงเมื่อนึกถึงวันที่เลาซายอมเจ็บเพื่อตนขนาดนั้น เลาซาป้อนข้าวจ่อปาก วินยายอมกินแต่โดยดี และกินจนหมดชาม เลาซาป้อนน้ำ เธอดื่มหกรดเสื้อ เลาซาเอาผ้าเช็ดปากให้อย่างนุ่มนวล ทั้งสองสบตากันอึ้งๆ เลาซาอดใจไม่ไหวโน้มหน้ามาจะจูบ วินยาเบี่ยงหน้าหลบ

“อย่า...ถอยออกไป” เลาซาหน้าเจื่อน  วินยาโวย “ทำไมเจ้าต้องช่วยข้าด้วย ทำไมไม่ปล่อยให้ข้าตายๆไปซะเลย มันจะได้จบๆไปเสียที”

“เรื่องอะไรล่ะ ความตายยังถือเป็นความกรุณาเกินไปสำหรับเจ้า” เลาซาพูดอย่างเจ็บปวด

“อะไรนะ”

“ในเมื่อเจ้าเกลียดข้านัก ข้าก็จะให้เจ้าเห็นหน้าข้า ทุกวันๆให้เจ้าค่อยๆตายอย่างช้าๆทุกวันไงล่ะ” เลาซาบีบคางวินยาให้จ้องตากับตน ก่อนจะผละเดินออกไป

วินยาน้ำตาคลอตะโกนไล่หลัง “เลือดเย็น ไอ้คนอำมหิต ข้าเกลียดเจ้า...”

เลาซาออกมาจากกระท่อม ยืนพิงประตูอย่างเจ็บช้ำ พึมพำ “ข้ายอมให้เจ้าเกลียดข้า ขอให้ข้าได้อยู่ใกล้ๆกับเจ้า ได้เห็นหน้าเจ้าทุกวันอย่างนี้ มันก็คุ้มค่าแล้ว”

ooooooo

รางวัลที่พวกธานีได้รับ คือแก้วแหวนเงินทอง สามกำปั่น พวกเขาไม่กล้าจับกลัวเจอยาสลายเอ็นอีก แสงหล้ากับแสงเพชรส่ายหน้าแบบไร้สาระ

“นี่ อย่าฟื้นฝอยเรื่องเก่าๆเลย ตอนนี้ข้ารู้แล้วล่ะว่าพวกเจ้าเป็นกัลยาณมิตรของข้ากับเจ้าพี่ เพชรพลอยแค่นี้ไม่อาจทดแทนความดีของพวกท่านได้เลย”

“เอาล่ะ เสร็จธุระแล้ว เชิญพวกท่านพักผ่อนตามสบาย ขาดเหลืออะไรขอให้บอก คนของข้าจะจัดหาให้ทุกสิ่งที่พวกเจ้าต้องการ”

แสงเพชรกับแสงหล้าออกไป อุ๊บอิ๊บหมั่นไส้หาว่าวางท่า ธานีเอ็ดอย่าพูดพล่อยๆ พาณิชย์ตื่นเต้นกับของมีค่า แต่ธนวัติยังไม่พอใจแค่นี้ เขาต้องการจากเจ้าแม่มากกว่านี้ ธานีเห็นด้วย...

พวกฉวีวรรณถูกจับขังกรงอีกครั้ง กิมจิหงุดหงิดงุ่นง่าน แจ๋เอ็ดให้นั่งเงียบๆเหมือนบุญทิ้งบ้าง ฉวีวรรณเห็นดาหวันนั่งเงียบจึงเข้าไปถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ดาหวันโผกอดร้องไห้

“เป็นอะไร เจ็บตรงไหนรึ” ฉวีวรรณตกใจ

“หวันเจ็บที่ใจน่ะพี่หวี หวันไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมพี่ชลิต เอ่อ...พี่ดนัยกับพี่ชลิตถึงไม่ยอมหนีไปกับเรา”

ขณะเดียวกัน ดนัยกับชลิตก็ครุ่นคิดถึงสองสาว แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แสงหล้านอนคลอเคลียเอาอกเอาใจชลิต

ไม่ห่าง แต่แล้วชลิตก็ผล็อยหลับไป แสงหล้าปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น

แสงเพชรกอดดนัยพร่ำบอกว่าตนกลัวจะเสียเขาไป ดนัยตอบว่าอย่ากลัวเลย เขาไม่มีวันจากเธอไป แสงเพชรพยายามเล้าโลม จู่ๆดนัยก็เกิดปวดหัวจี๊ดขึ้นมาอย่างหนัก ดิ้นไปมา

“โอย...ช่วยด้วย ปวดหัว โอ๊ยปวดเหลือเกิน ขอยาแก้ปวดหน่อย”

“ใจเย็นๆนะดนัย ข้าจะไปหาให้เดี๋ยวนี้แหละ” แสงเพชรตกใจทำอะไรไม่ถูก...

วันรุ่งขึ้น พวกฉวีวรรณถูกพาตัวมาทำงานขุดดินทำแปลงปลูกผัก ดาหวันหมดแรงล้มลง ทหารเงื้อแส้จะฟาด ฉวีวรรณเข้ากอดน้องรับแส้แทน กิมจิกับบุญทิ้งเข้าช่วยโดนทหารชกล้มไปทั้งคู่ ดาหวันตกใจดันฉวีวรรณออก

“พี่หวี ออกไปนะพี่หวี”

“พี่จะไม่ยอมให้ใครทำร้ายน้องพี่” ฉวีวรรณกอดดาหวันไว้

ธนวัติเข้ามาร้องบอกให้ทหารหยุดเฆี่ยน ธานีทำเป็นสงสาร “โถๆนึกว่าใคร หนูหวีกับหนูหวันคนสวยนี่เอง เห็นสภาพแล้วจำแทบไม่ได้เลยนะเนี่ย”

“แก...ไอ้พวกชั่ว” ดาหวันด่า

“อย่าพูดจาอย่างนี้กับพวกพี่สิจ๊ะ พี่ช่วยน้องได้นะ ถ้าอยากสุขสบายก็กราบเท้าพี่งามๆพูดหวานๆอ้อนวอนขอร้องพี่ แล้วพี่จะเลื่อนขั้นน้องจากทาสมาเป็นนางบำเรอ รับรองสบาย” พาณิชย์พูดแล้วพากันหัวเราะกับธนวัติ และธานี

ฉวีวรรณเจ็บใจ แกล้งพูดด้วยหวานๆ “พวกพี่อยากช่วยเราสองคนหรือจ๊ะ”

“พูดหวานๆอย่างนี้ค่อยน่ารักหน่อย” ธนวัติยื่นมือให้ฉวีวรรณจับ

ฉวีวรรณกำดินปาใส่หน้าพวกธนวัติ “ฉันยอมตายดีกว่าเป็นเมียแก”

ธานีปาดดินออกจากหน้าโกรธๆ ธนวัติบีบคางฉวีวรรณเยาะ “อย่าทำหยิ่งนักเลยน้องหวีจะหวงตัวไว้รอใคร อย่าบอกนะว่าจะรอไอ้ดนัย เสียเวลาเปล่า”

“หมายความว่าไง”

“ป่านนี้ไอ้สองคนนั้นมันขึ้นสวรรค์กับเจ้าแม่สองพี่น้องนั่นแล้ว พวกมันฉลาดกว่าที่ฉันคิด รู้จักเอาตัวรอด”

“ไม่จริง ฉันไม่เชื่อ” ดาหวันโวย

“ถ้าไม่เชื่อ ฉันจะพาไปดูให้เห็นกับตา จะได้เลิกโง่สักที” ธนวัติดึงฉวีวรรณไป

พาณิชย์กระชากดาหวันตามไป แจ๋ กิมจิกับบุญทิ้งจะตาม แต่ถูกพวกทหารตบล้มลงไป

ooooooo

ในห้องนอนแสงเพชร ดนัยตื่นขึ้นมาเห็นแสงเพชรกำลังเช็ดหน้าตาให้ตน เขายังมึนๆ แสงเพชรบอกว่าเขาปวดหัวจนหมดสติไป ตนเป็นห่วงแทบแย่ ดนัยขอโทษที่ทำให้ห่วง
“ข้าไม่ยกโทษให้ เจ้าต้องถูกทำโทษ โทษฐานที่ทำให้ข้ากังวลใจ” แสงเพชรลูบไล้ตัวดนัย
ดนัยดึงเธอมากอดอย่างหลงใหล เสียงโวยวายดังเข้ามา ธนวัติดึงฉวีวรรณกับดาหวันมาหน้าห้อง ชบากับดอกเข็มซึ่งเฝ้าอยู่หน้าห้องตกใจรีบมาขวางไม่ให้เข้าไปรบกวน แสงเพชรกับแสงหล้าออกมาพร้อมดนัยกับชลิต สภาพเสื้อผ้ายับเยิน ฉวีวรรณกับดาหวันตะลึง

“พี่ชลิต นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพี่...”

“ดนัย...” ฉวีวรรณพูดไม่ออก

“ข้ากับดนัยอยู่ด้วยกันทั้งคืน” แสงเพชรเกาะแขนดนัยเย้ย

“ข้ากับพี่ชลิตก็เช่นกัน คงไม่ต้องสาธยายหรอกนะ ว่าชายหญิงอยู่ในห้องเดียวกัน เขาทำอะไรกันบ้าง”

“ไม่จริงใช่มั้ยดนัย ฉันไม่เชื่อ” ฉวีวรรณน้ำตาคลอ

“เขาบังคับพี่ใช่มั้ย พี่ชลิต บอกหวันมาสิ” ดาหวันเข้าไปจับมือชลิต

แสงหล้าหึงผลักดาหวันออก “ปล่อย อย่ามายุ่งกับพี่ชลิตของข้า”

“หน้าด้าน พี่ชลิตไม่ใช่ของแกสักหน่อย”

แสงหล้าโมโหตบหน้าดาหวัน ฉวีวรรณโกรธที่มาทำน้อง ตบแสงหล้ากลับ แสงเพชรเข้าช่วย สี่สาวตบกับชุลมุน ธนวัติกับพาณิชย์สะใจ แต่แล้วฉวีวรรณกับดาหวันก็โดนชบากับดอกเข็มล็อกตัวไว้ให้สองเจ้าตบ สองพี่น้องฮึดสู้ สะบัดตัวออกเงื้อมือจะตบกลับ ดนัยคว้ามือฉวีวรรณไว้บิดอย่างแรง ฉวีวรรณร้องว่าเจ็บให้ปล่อย ดนัยผลักเธอล้มลง

“แสงเพชรเป็นคนรักของผม ใครกล้าแตะต้องแสงเพชร ผมไม่ปล่อยไว้แน่” ดนัยตวาด
“คนรัก...” ฉวีวรรณอึ้ง มองแสงเพชรที่ยิ้มเยาะ

ชลิตปกป้องแสงหล้าและตบหน้าดาหวันล้มลงข้างๆ

ฉวีวรรณ ดาหวันตกตะลึง ชลิตชี้หน้าว่าถ้ายังไม่เลิกทำร้ายแสงหล้า เขาจะทำยิ่งกว่านี้ ว่าแล้วก็หันไปโอบปลอบแสงหล้า ทั้งฉวีวรรณและดาหวันลืมตัวรำพันออกมา

“พี่ชลิต...”

“ดนัย ทำไมเป็นแบบนี้”

ธนวัติกับพาณิชย์หัวเราะสะใจ ทำเป็นต่อว่าดนัยกับชลิตว่าใจร้าย ดนัยกับชลิตประกาศว่าพวกตนรักแสงหล้าและแสงเพชร และผลักฉวีวรรณกับดาหวันให้ธนวัติกับพาณิชย์ เอาตัวไปให้พ้นหน้าพวกตน ฉวีวรรณน้ำตาร่วง

“ทำไมนายพูดแบบนี้ นายเคยเสี่ยงชีวิตช่วยฉันจากไอ้คนเลวพวกนี้ นายลืมหมดแล้วรึ”
“พูดอะไรไม่รู้เรื่อง ฉันไม่รู้จักเธอ ไป พาออกไปให้พ้นๆซะที”

ธนวัติกับพาณิชย์ดึงตัวสองสาวออกไป สองสาว

มองหน้าดนัยกับชลิตที่ดูเฉยชาด้วยความเจ็บปวดเสียใจ อุ๊บอิ๊บแอบมองอย่างงุนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของดนัยกับชลิต

ooooooo

จากที่ถูกโยนน้ำ กาซูฟื้นขึ้นมาพบว่าตัวเองกลับมาเมืองมนุษย์ดังเดิมก็ดีใจ...ในกระท่อม วินยาตื่นขึ้นมาเห็นเลาซาฟุบหลับอยู่ไม่ห่าง ตนจึงพยายามแก้มัดตัวเองเพื่อจะหนี ก่อนจะออกประตูเห็นดาบยาวแขวนอยู่ที่ผนัง จึงปลดลงมาคิดจะฆ่าเลาซาแก้แค้น แต่ต้องชะงัก ทำไม่ลงเมื่อคิดถึงความดีที่เขามีให้กับตน เสียงเลาซาเอ่ยขึ้น

“ถ้าเจ้าจะฆ่าข้าก็ทำเลย เพราะนี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดแล้ว”

วินยาสะดุ้ง ลังเลที่จะทำ เลาซานับหนึ่ง สอง สาม แล้วพุ่งเข้ารวบตัวเธอ ปลดดาบโยนทิ้ง ถามเธอว่าทำไมไม่ฆ่าเขา วินยาอ้างว่าตนไม่ใช่คนใจร้าย ที่ทำกับผู้มีพระคุณอย่างพ่อของเขา

“ข้ออ้าง...จริงๆแล้วเจ้าเริ่มหวั่นไหวในตัวข้า จนไม่อยากทำร้ายข้ามากกว่า”

“ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไม่เคยถูกสอนให้เนรคุณคนเหมือนพ่อเจ้า คนอย่างเจ้าทำให้ข้าหวั่นไหวไม่ได้หรอก แม้แต่อากาศหายใจ ข้าก็ไม่อยากใช้ร่วมกับเจ้า”

เลาซาเจ็บจี๊ด รวบตัวเธอให้หันมา “งั้นข้าจะทำให้เจ้าชินที่ต้องใช้ลมหายใจร่วมกับข้า”

วินยาตกใจตบเขาและพยายามผลักไส เลาซาดันเธอลงนอนจะปลุกปล้ำ พลันเสียงกาซูเรียกอยู่หน้ากระท่อม เลาซาตกใจมาก รีบดึงวินยาไปซ่อนในหีบใบใหญ่ ก่อนจะออกมาหากาซู กาซูแปลกใจทำไมเลาซาไม่อยู่บ้าน มาอยู่ที่นี่ เลาซาอ้างว่าตนไม่สบายจึงหลบมารักษาตัว กาซูบุกเข้าไปดูในกระท่อมว่าเขาซ่อนใครไว้ เห็นเครื่องยาก็แปลกใจ เลาซาโกหกว่าตนโดนลิงป่ากัดชูนิ้วที่พันแผลให้ดู สองพ่อลูกคุยกัน ทำให้วินยาได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นกับพวกดนัยและฉวีวรรณ กาซูรู้สึกจากญานของตัวเองว่า เลาซาแอบซ่อนวินยาไว้ จึงพูดดักคอว่า

“ถ้าเจ้ายังเห็นข้าเป็นพ่อ เจ้าคงรู้ใช่มั้ยว่า ข้าเกลียดอะไรที่สุด...”

เลาซารู้ดีว่าพ่อเกลียดคนทรยศ โกหก หักหลัง กาซูพูดเป็นเชิงให้เลาซาจัดการเรื่องไม่ดีให้เรียบร้อยแล้วกลับไปอยู่บ้าน กาซูเดินไป เลาซาโล่งใจ กลับเข้ามาดูวินยา พบว่าเธอหนีไปแล้ว เขาใจหาย เธอคงได้ยินเรื่องที่กาซูเล่า

ooooooo

เมื่อข้องใจที่ดนัยกับชลิตเปลี่ยนไป อุ๊บอิ๊บแอบมาหาบุญทิ้งซึ่งอยู่กับแจ๋และกิมจิ มีทหารคุมให้ทำงาน อุ๊บอิ๊บร่วมมือกับพวกแจ๋จัดการทหารเหล่านั้น แจ๋วางแผนให้มอมเหล้าธานีหลอกถามความจริง โดยให้กิมจิกับบุญทิ้งแต่งเป็นหญิงไปยั่วยวน อุ๊บอิ๊บเป็นห่วงพ่อแต่ก็ต้องยอม สุดท้ายธานีก็หลุดพูดความจริงออกมาหมด แจ๋จัดการตีหัวธานีสลบไป อุ๊บอิ๊บโวยวายที่มาทำร้ายพ่อตน แจ๋โต้ว่าไม่เป็นอะไรมากแค่สลบ จะได้ไปช่วยพวกดนัยกับฉวีวรรณเร็วๆ

ด้านหมู่บ้านชาลัน นงนุชเป็นห่วงลูกจะเข้าป่าไปตามหาให้ได้ ทองอินกับสางโปห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง ศิริเป็นห่วงแต่ยังวางฟอร์ม จึงทำทีเป็นชวนไปด้วยกัน เพราะตนก็จะตามหาลูกเหมือนกัน นงนุชจึงนั่งรถไปกับศิริ โดยมีสุภาพขับรถและอาหลู่นั่งไปด้วย ผ่านไประยะหนึ่ง นงนุชเริ่มรู้สึกว่า นี่ไม่ใช่ทางเข้าป่าไปน้ำตกหลวง ศิริจึงบอกว่า เขาจะไปส่งเธอในเมือง เพราะเธอไม่ควรมาเสี่ยง มันอันตราย นงนุชโวยวายร้องกรี๊ดๆ สุภาพตกใจ รถปัดตกข้างทางเกือบชนต้นไม้ รถทองอิน ตามมาพร้อมดาเนาเข้าช่วย ศิริโกรธเผลอตวาดนงนุช

“เกือบจะต้องเป็นผีเพราะผู้หญิงบ้าคนหนึ่ง พยายามทำให้รถคว่ำ”

“ก็คุณหลอกฉันก่อนทำไมล่ะ”

“ก็ผมหวังดี แต่คุณตีโพยตีพายจนเกือบจะพาเราไปตายหมู่ คุณกับลูกนี่พอกันเลยนะ สร้างปัญหาพอกัน ถ้าผมเป็นสามีคุณคงฆ่าตัวตายวันละร้อยรอบ”

นงนุชสะอึก น้ำตาไหลพราก “คุณจะด่าฉันหรือ ต่อให้เหยียดหยามลูกฉันยังไงก็ได้ แต่คุณไม่มีสิทธิ์ลามปามถึงสามีฉัน” พูดจบนงนุชก็วิ่งร้องไห้เข้าป่าข้างทางไป

ทองอินตกใจวิ่งตามไปพร้อมดาเนา หาอยู่พักใหญ่ก็ไม่เจอ ทองอินกลับมาที่รถ ศิริซึ่งเป็นห่วงนงนุชมาก แต่ไม่ยอมรับทำเป็นบ่นว่านงนุชขี้งอนไม่เข้าเรื่อง ทองอินจึงบอกว่าศิริไปจี้จุดอ่อนเธอเข้า สามีของเธอเสียไปหลายปีแล้ว เธอต้องเลี้ยงลูกมาตามลำพัง ศิริเศร้ารู้สึกผิดออกไปตามหานงนุชด้วยตัวเอง พบเธอนั่งร้องไห้อยู่ใต้ต้นไม้มืดๆ จึงเข้ามาขอโทษถึงขนาดยอมคุกเข่าไหว้ นงนุชตกใจก้มลงห้าม ศิริเห็นงูเลื้อยลงมาจะฉกเธอ จึงกอดเธอดึงให้ล้มลง นงนุชตกใจคิดว่าเขาจะปล้ำ จึงทั้งทุบทั้งตีเขา

“ฉันไม่นึกเลยว่าคุณจะเป็นคนทุเรศแบบนี้ ไอ้แก่ลามก”

ศิริยกมือห้าม “งู...เมื่อกี้ผมเห็นงูจะกัดคุณ ผมเลยช่วย...” ศิริอ่อนแรงลง

นงนุชเห็นเลือดซึมที่แขนศิริ หันไปมองข้างหลังเห็นงูเลื้อยไป ก็ตกใจร้องให้คนช่วย ทองอินวิ่งมากับดาเนา พอรู้ว่าศิริโดนงูกัด ดาเนารีบเด็ดสมุนไพรแถวนั้นมาเคี้ยวๆแล้วพอกที่แผล เพื่อดูดพิษให้ศิริ ทุกคนสีหน้าตื่นตกใจ

ooooooo

แม้ดนัยกับชลิตจะหลงใหลจนหัวปักหัวปํา แต่แสงเพชรกับแสงหล้าก็ยังหวั่นใจ เกรงทั้งสองจะกลับไปหาฉวีวรรณกับดาหวัน จึงเอายาปลุกกำหนัดมาให้ธนวัติกับพาณิชย์เอาไปใช้กับสองสาวนั่น กินแล้ว สองสาวจะทำตามใจพวกเขาทุกอย่าง...

พอรู้ว่าชลิตกับดนัยโดนยาเสน่ห์ แจ๋ กิมจิ บุญทิ้ง และอุ๊บอิ๊บ วางแผนไปดักตีหัวทั้งสองคนแล้วมัดไว้มุมหนึ่งของวัง แล้วตามไปช่วยฉวีวรรณกับดาหวันที่ถูกธนวัติกับพาณิชย์เอาตัวไป

ในคืนนั้น ดาหวันถูกแยกตัวไปจากฉวีวรรณ เพื่อส่งตัวไปให้พาณิชย์ ฉวีวรรณยื้อยุดช่วยน้อง ธนวัติสวนเข้ามาพร้อมขวดยาในมือ

“ปล่อยน้องหวันไปมีความสุขเถอะ อย่าไปยุ่งกับเขาเลย”

“ไอ้สารเลว แกจะทำอะไรยัยหวัน...”

“หึหึ ไม่รู้ว่าน้องชายฉันจะพาน้องสาวเธอไปขึ้นสวรรค์ชั้นไหนน่ะสิ ต้องไปถามมันดู”

“แก ไอ้พวกตระกูลเลว ฉันไม่ยอมให้พวกแกรังแกหวันเด็ดขาด” ฉวีวรรณจะวิ่งออกไป

ธนวัติรวบตัวเธอไว้ และบอกว่าตนจะทำให้เธอมีความสุขเหมือนน้อง เขาหอมแก้มเธออย่างอุกอาจ ฉวีวรรณ ร้องลั่นดิ้นรนต่อสู้สุดฤทธิ์...ดาหวันถูกลากตัวมาส่งในห้องให้พาณิชย์ เขาพยายามปลุกปล้ำเธอ เมื่อไม่สำเร็จ จึงจะกรอกยากำหนัด ดาหวันต่อสู้สุดชีวิตเกือบเสียที โชคดี ที่กิมจิกับแจ๋เข้ามาช่วย ฟาดหัวพาณิชย์หมดสติไป จากนั้นทั้งสามก็รีบไปช่วยฉวีวรรณ ซึ่งกำลังจะโดนธนวัติกรอกยากำหนัดเช่นกัน ทั้งสามเข้ามาเอาร่มรุมฟาดธนวัติ ฉวีวรรณโผกอดดาหวัน เมื่อเห็นธนวัตินั่งมึนงง เธอก็เข้าไปดึงคอเสื้อ

“ทีฉันบ้างล่ะ ไอ้เลว” ฉวีวรรณต่อยหน้าธนวัติสุดแรง แล้วเอายากำหนัดกรอกปากเขา “หึ กรรมใดใครก่อกรรมนั้นต้องคืนสนอง”

ดาหวันเห็นอย่างนั้นก็เอาบ้าง วิ่งกลับไปที่ห้องพาณิชย์ เอายากรอกปากเขา แล้วเหลือติดขวดอีกครึ่ง สองพี่น้องตั้งใจจะเอาไปกรอกปากสองเจ้าแม่

ในขณะที่ อุ๊บอิ๊บแต่งตัวเป็นดนัย ยืนหันหลังรอแสงเพชรอยู่ในห้องนอน แสงเพชรเข้ามาถึงก็โอบกอดทางด้านหลัง เล้าโลมดันไปนอนบนเตียง อุ๊บอิ๊บขนลุกขยะแขยง ฉวีวรรณ ดาหวัน แจ๋ และกิมจิย่องมาเห็นดอกเข็ม กับชบานั่งคุยกันอย่างเมามัน จึงหลอกล่อให้ออกไป แล้วรีบเข้ามาช่วยอุ๊บอิ๊บซึ่งโดนแสงเพชรจับได้ แสงเพชรจะซัดเข็มเงินใส่ ฉวีวรรณเข้ามาดึงอุ๊บอิ๊บหลบได้อย่างเฉียดฉิว แสงเพชรโกรธมาก ซัดเข็มเงินใส่พวกฉวีวรรณอีก ทุกคนโดดหลบได้ทัน อุ๊บอิ๊บโมโหแอบดึงแผงเข็มจากตัวแสงเพชรมา แสงเพชรแปลกใจที่สะบัดเข็มไม่ออก

“ฮ่าๆๆ ฉันฉกเข็มแกมาเรียบร้อยแล้วเว้ย หมดปัญญาทำร้ายคนอื่นแล้วสิ นังเจ้าแม่เข็มหมด” อุ๊บอิ๊บโชว์แผงเข็มหัวเราะเยาะ

แจ๋กับดาหวันช่วยกันจับแสงเพชรเอาไว้ ฉวีวรรณยังโกรธไม่หาย เอายากำหนัดกรอกปากแสงเพชร โทษฐานที่ร่วมมือกับธนวัติจะทำลายตน จากนั้นก็มาช่วยบุญทิ้งที่ปลอมเป็นชลิตอยู่ในห้องแสงหล้า แต่ด้วยความที่ไม่ทันคน บุญทิ้งจึงถูกจับได้และกำลังถูกแสงหล้าปล้ำ อุ๊บอิ๊บผลักประตูเข้ามาเห็นแสงหล้าจูบบุญทิ้งโกรธมาก จิกหัวแสงหล้าขึ้นมา

“นังหน้าด้าน แกคิดทำอะไรบุญทิ้ง ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้”

พวกฉวีวรรณตามเข้ามาห้ามไม่ให้อุ๊บอิ๊บทำอะไรแสงหล้า ดาหวันใช้วิธีกรอกยากำหนัดทำให้แสงหล้านอนดิ้นร้องครวญคราง

กลับมาที่ซ่อนดนัยกับชลิต ฉวีวรรณกับดาหวันเสียใจที่ทั้งสองร้องแต่จะกลับไปหาแสงเพชรกับแสงหล้า ฉวีวรรณน้อยใจจึงผลักไสให้ดนัยกลับไปหาแสงเพชรเลย แจ๋เข้ามาเตือน

“ใจเย็นก่อนหวี คือ ที่ดนัยกับชลิตเป็นแบบนี้เพราะฤทธิ์ยาเสน่ห์ของไอ้กาซู”

“ที่แท้ก็โดนยาเสน่ห์หรอกเหรอ แล้วเราจะช่วยพี่ดนัยกับพี่ชลิตยังไงล่ะ” ดาหวันห่วง

กิมจิว่าเรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้ควรหนีออกไปจากวังให้ได้ก่อน ทุกคนจึงช่วยกันพาตัวดนัยกับชลิตหลบพวกทหารออกไป

และคืนนั้น ธนวัติฟื้นขึ้นมา รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเพราะยาออกฤทธิ์ เดินออกมาจากห้องได้ยินเสียงแสงเพชรครางจึงเข้าไปดู แสงเพชรเห็นหน้าธนวัติเป็นดนัยก็โผกอด ธนวัติเข้าใจว่าเป็นฉวีวรรณ ทั้งสองจึงกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันลงไปบนเตียง

แสงหล้าเดินโซเซเพราะฤทธิ์ยาออกมาจากห้อง หลุดเข้าไปในห้องพาณิชย์ เธอเห็นเขาเป็นชลิตจึงเข้าไปหา “ท่านพี่ชลิต...”

“หวัน สุดที่รักของพี่” พาณิชย์เคลิ้มเพราะฤทธิ์ยา จึงกอดจูบแสงหล้าอย่างดูดดื่ม...

ooooooo

คืนเดียวกัน วินยาวิ่งหนีมาหยุดเหนื่อยหอบในป่า เสียงเลาซาร้องเรียกก้องป่า เขาพบสร้อยเขี้ยวเสือของเธอตกอยู่ จึงเก็บขึ้นมามองอย่างมั่นใจว่าจะต้องเจอเธอแน่ วินยาวิ่งมาพักเหนื่อยในเพิง ให้หวนคิดถึงอดีตที่ตนมาหลบฝนเจอเลาซาครั้งแรก

จนเช้า วินยาได้สำรวจในเพิงที่พักว่า ดูมันสะอาดสะอ้าน ที่ฝาผนังยังมีชื่อตนที่เคยแกะสลักไว้ และได้เห็นสมุดเล่มหนึ่งจึงหยิบมาเปิดดู เห็นชื่อตนในสมุดเต็มหน้ากระดาษ เหมือนเด็กคัดลายมือตัวโต โย้ไปโย้มา หน้าถัดมาเริ่มดีขึ้นๆ วินยาอึ้ง ไม่คิดว่าเลาซาจะหัดเขียนชื่อตนขนาดนี้ จึงรู้สึกว่า เลาซาไม่ใช่คนเลวร้ายอย่างที่คิด

“เจ้าเข้ามาทำไม” เสียงเลาซาดังขึ้น

วินยาสะดุ้งหันไปมอง เลาซาเห็นสมุดในมือวินยา เกิดอายจะดึงคืนมา วินยาเอาหลบ

“ไม่ จนกว่าเจ้าจะตอบคำถามว่าเขียนชื่อข้าทำไม”

เลาซาไม่ตอบเข้ายื้อแย่ง ดึงกันไปมา วินยาถูกเลาซากระชากเข้าประชิด ทั้งสองชะงักมองกันอึ้งๆ วินยาถามอีกครั้งว่าเขียนชื่อตนทำไม เลาซาอ่อนลงแต่ตอบไม่ตรงคำถาม

“มีคนๆหนึ่งสอนข้าเขียนชื่อนี้ วอ แหวน สระอิ นอหนู ยอยักษ์ สระอา อ่านว่า วินยา”

“เลาซา...” วินยารู้ความในใจของเลาซาที่อ่อนโยนลึกซึ้งในตัวตน

“เธอดีกับข้าอยู่ชั่วประเดี๋ยว แต่น่าแปลกที่ข้าจำช่วงเวลานั้นได้ตลอดชีวิต”

“ข้านึกอยู่แล้ว เจ้าไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เจ้าแสดงเลย ที่ผ่านมาเจ้าแสร้งทำเป็นร้ายกาจ เพื่อปกปิดความรักที่มีต่อข้า”

เลาซาผลักวินยาออก “พอเถอะ อย่ามาพูดเรื่องบ้าๆอีก”

“เจ้านั่นแหละ เลิกโกหกซะที”

เลาซาไม่รู้จะทำอย่างไร จึงทำเกรี้ยวกราด ปลุกปล้ำซุกไซ้ลำคอวินยา เธอนิ่งเฉยแต่น้ำตาไหลอาบแก้ม เลาซาชะงักมองหน้าเธอ รู้สึกตัวว่าผิด วินยามองเขาอย่างลึกซึ้ง

“ข้ารู้ ที่เจ้าทำแบบนี้เพราะเจ้าอยากให้ข้าเกลียด เจ้าจะได้ไม่ต้องลำบากใจ ที่ต้องมาหลงรักศัตรู” วินยาเห็นเลาซานิ่ง จึงวัดใจ “เอาสิ ถ้าเจ้าสามารถรังแกคนที่เจ้ารักได้ลงคอ เจ้าก็ขืนใจข้าเลย ข้าจะไม่โกรธ ไม่เกลียดเจ้า ข้าจะอภัยให้เจ้าทุกอย่าง”

เลาซามือไม้อ่อน สะเทือนใจจนร้องตะโกนระบายความเจ็บปวด หันไปทุบพื้นอย่างแรง วินยารั้งมือเขาไว้ให้พอ เลาซาสะบัดออกไล่ให้เธอออกไป พร้อมระบายความเจ็บปวดในใจ

“เจ้าเอามีดเอาดาบมาแทงหัวใจข้าซะดีกว่า ใช้ความสงสารมาฆ่าข้าแบบนี้” เลาซากระชากเสื้อตัวเองขาดให้เห็นรอยแผลที่อก ที่วินยาเป็นคนทำ “ยังจำแผลนี้ได้ไหม แผลเก่าที่เจ้าเคยฝากเอาไว้...บาดแผลภายนอกไม่เคยเจ็บเท่าแผลที่อยู่ในใจ รู้มั้ย แผลนี้เตือนข้าว่าอะไร”

วินยาผงะ เลาซาจ้องหน้า “แผลนี้เตือนข้าเสมอว่า อย่าหลงกลของความรัก เขาทำดีกับเราแค่ชั่วครั้งชั่วคราว แล้วเขาก็ทิ้งเราให้อยู่กับความเจ็บปวดชั่วชีวิต...”

“ไม่ใช่นะ...”

“อย่ามาหลอกกันเลยดีกว่า ข้ารู้ดีว่าเจ้าไม่มีทางรักคนอย่างข้าอยู่แล้ว”

วินยารู้ว่านี่คือความอัดอั้นในใจเลาซา แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่หนักใจ เลาซาเดินดุ่มๆ วินยาวิ่งตามขอคุยด้วยแล้วดึงมือเขาไปที่แห่งหนึ่ง ที่นั่นเป็นที่ว่างเปล่า พื้นดินแดง หญ้าแห้งตาย ให้เขาได้เห็นถึงผลของการตัดไม้ทำลายป่า วินยาชี้ให้เห็นว่า เขากำลังหลงผิดทำงานให้ธานี

“เจ้ากำลังถูกหลอกใช้ คนโลภอย่างธานีไม่มีทางยอมให้พวกเจ้าครอบครองที่นี่ ตราบใดที่ป่าผืนนี้ยังทำเงินให้พวกมันได้ กว่าเจ้าจะได้ครอบครอง ป่าผืนนี้คงไม่เหลืออะไรอีกแล้วนอกจากความแห้งแล้ง”

วินยาพยายามพูดให้เลาซาเห็นถึงความสำคัญของป่า และชาวชาลันทุกคนต้องรักแผ่นดินบ้านเกิดของตัวเอง ไม่ให้ใครมาทำลายป่า เลาซาเริ่มคล้อยตาม กาซูโผล่มา

“หยุดเสี้ยมได้แล้วนังวินยา”

เลาซาตกใจ กาซูจะเล่นงานวินยา ซัดเลาซากระเด็นล้มไป วินยากระโจนหนี กาซูตามอย่างเดือดดาล

ooooooo

กลับจากโรงพยาบาลมาพักที่บ้าน นงนุชกับทองอินตามมาส่ง ศิริทำเป็นบ่นต่อว่านงนุชที่ตนต้องบาดเจ็บเกือบตายก็เพราะเธอ เขาอยากให้เธอรับผิดชอบด้วยการดูแลเขาจนกว่าจะหาย สุภาพกับอาหลู่รู้ทัน รีบหลบฉากออกไป นงนุชจำต้องขอให้ทองอินพาดาเนากลับไปก่อน ตนจำต้องดูแลศิริจนกว่าจะหาย เพื่อทดแทนบุญคุณ

แสงเพชรกับแสงหล้า ต่างตื่นขึ้นมาพบว่าตนนอนอยู่กับผู้ชายก็ร้องกรี๊ด จนพวกนางสนมและทหารองครักษ์วิ่งเข้ามาเห็น ธนวัติกับพาณิชย์ตกใจเช่นกันที่พวกเขาเปลือยเปล่าอยู่บนเตียง ต่างคว้าเสื้อผ้าวิ่งหนีกันออกมา

ระหว่างทางที่ทองอินพาดาเนากลับมา เห็นดาเนานั่งหน้าเครียดจึงถามว่าเป็นอะไร ดาเนาตอบว่า ตนเป็นห่วงวินยาชอบกล ไม่ทันไร ดาเนาก็รู้สึกปวดหัวอย่างหนัก ในหัวดาเนาเห็นภาพวินยากำลังหนีกาซู ดาเนาบอกให้ทองอินจอดรถ

“อะไรน่ะ ดาเนาเป็นอะไร” ทองอินตกใจ

“อย่าเพิ่งถามเลย ดาเนาต้องรีบไปแล้ว เจอกันที่หมู่บ้านชาลันนะลุงทองอิน” ว่าแล้วดาเนาก็เปิดประตูรถวิ่งหายเข้าป่าไป ทองอินตามไม่ทัน

กาซูกำลังไล่ล่าวินยา เลาซาวิ่งตามมาขวาง “พ่ออย่า ชีวิตวินยาเป็นของข้า ข้าจะฆ่าเอง”

“ข้าไม่เชื่ออีกแล้ว หลีกไป” กาซูใช้ดาบกระแทกเลาซาล้มลง แล้วบริกรรมคาถา ทำให้ตัวเองฟันแทงไม่เข้า หันไปสู้กับวินยา

วินยาทำอะไรกาซูไม่ได้ เธอโดนกาซูซัดจนกระอักเลือด กาซูหัวเราะร่าเงื้อดาบจะแทงวินยา พลันมีไม้หลาวแหลมพุ่งเข้าใส่ จึงหันไปฟันไม้หลาวนั้นขาดสองท่อน

“ใครลอบกัดข้า”กาซูคำราม

ดาเนาโดดเข้าปกป้องวินยา กาซูเห็นเด็กอย่างดาเนาก็หัวเราะเยาะ กาซูไล่ฟันดาเนา แต่เขาหลบหลีกอย่างว่องไว กาซูเริ่มโกรธ บริกรรมคาถา

“คิดจะเล่นกลรึ งั้นต้องเจอนี่” ดาเนากระโดดๆ ทำให้เกิดแผ่นดินสั่นสะเทือน จนกาซูล้มลุกคลุกคลาน เท่านั้นไม่พอ ยังทำให้ก้อนหิน กิ่งไม้พุ่งเข้าใส่กาซูอีก “ฮ่าๆๆ หลบดีๆนะลุง พลาดละเสียโฉมไม่รู้ด้วย ยิ่งไม่ค่อยจะหล่ออยู่”

“หน็อย...กล้าล้อข้าเล่นรึ ได้เด็กบ้า” กาซูโกรธเตะก้อนหินพุ่งเข้าใส่

ดาเนาหลบ กาซูเสกเถาวัลย์ไปมัดตัวดาเนาแล้วปามีดเข้าปัก ดาเนาร้องโวยวาย กาซูหัวเราะสะใจ ดาเนาหัวเราะตามแล้วหายตัวแวบ ไปโผล่ด้านหลังกาซู กาซูตกใจเห็นมีดปักอยู่กับต้นไม้ แต่ตัวดาเนามาอยู่ข้างหลัง “นี่เจ้า...เป็นไปได้ไง”

“ตาข้าบ้างละนะ” ดาเนาว่าแล้วก็ใช้พลังทำให้เถาวัลย์ ไปมัดตัวกาซู และมีดที่ปักต้นไม้ลอยมาใส่มือ “ยายสอนว่าอย่าทำร้ายใคร แต่ลุงเป็นคนไม่ดี ปล่อยไว้ก็จะเที่ยวไปทำร้ายคนอื่น ข้าต้องขัดใจยายสักครั้ง”

“อย่า...อย่าฆ่าข้า ข้าคือพ่อของเจ้า” กาซูร้องลั่น พูดโกหกเอาตัวรอด

ดาเนาชะงักไม่เชื่อ กาซูพล่ามว่า “เจ้าเป็นลูกของข้าที่หายไปตั้งแต่เด็ก เจ้าจึงมีพลังเหมือนข้า ข้าจำได้แล้ว ข้าดีใจเหลือเกินที่เจ้ายังไม่ตาย ถ้ารู้แต่แรกข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า”

“ไม่จริง ลุงโกหก”

วินยากับเลาซาตามมาถึง กาซูร้องบอกเลาซาให้ฆ่าวินยาเสีย เลาซากระซิบกับวินยา

“ระหว่างข้ากับเจ้าไม่มีทางร่วมมือกันได้ รีบไปซะ ถ้าไม่อยากตาย” เลาซาซัดเธอให้กระเด็นออกไป

ดาเนาจำต้องพุ่งไปรับวินยาพาโดดหนีหายไป เลาซามองวินยาอย่างเจ็บปวดที่ไม่สามารถรักกันได้ กาซูเดือดดาลใช้พลังแก้มัดตัวเองออกอย่างเจ็บใจ

ooooooo

ตอนที่ 10

ในขณะที่ดนัยกับฉวีวรรณยืนตะลึง เพราะเจ้าแม่แสงเพชรโผล่เข้าในห้องอาบน้ำ ดนัยก้าวขึ้นมาปกป้องฉวีวรรณ เจ้าแม่กลับรี่เข้ามาหอมแก้มดนัยซ้ายขวา แล้วให้รอตนเดี๋ยว จากนั้นก็หายเข้าไปในห้องเล็ก ฉวีวรรณไม่พอใจทุบแขนดนัยถามว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร

“เจ้าแม่แสงเพชร ผู้ครองเมืองลับแล เห็นหน้าสวยๆอย่างนี้แต่ดุชะมัด สั่งเป็นสั่งตายใครในเมืองนี้ก็ได้” ดนัยสาธยายอย่างหวั่นวิตก

“งั้นถ้ายัยเจ้าแม่รู้ว่าฉันแอบเข้ามาก็แย่น่ะสิ...เรารีบหนีกันเถอะ” ฉวีวรรณฉุดมือดนัย

ทั้งสองช่วยกันหาทางออกจากห้องนี้ เพราะด้านหน้าคงมีทหารเฝ้าอยู่ ดนัยสงสัยว่าแสงเพชรคิดว่าฉวีวรรณเป็นนางกำนัล จึงให้เลยตามเลยไปก่อน แล้วค่อยหาโอกาสหนี พลันเสียงแสงเพชรเรียกดนัยเจื้อยแจ้วออกมา ทั้งดนัยและฉวีวรรณตกตะลึงเมื่อเห็นเธออยู่ในชุดวาบหวิวพันกายด้วยผ้าขาวเปิดพุง แสงเพชรสั่งให้ฉวีวรรณออกไปก่อน แต่ดนัยแย้งให้อยู่คอยรับใช้ ฉวีวรรณหน้าตึงแต่ไม่กล้าหือได้แต่ถลึงตาใส่ ดนัยซีดลงรู้ว่าตนชะตาขาดแน่...

อีกห้อง แสงหล้าเข้ามากอดชลิตโน้มคอเขาลงมาจะจูบ ชลิตถอยหนีกลัวดาหวันซึ่งอยู่หลังม่านโกรธ แต่แสงหล้า ยังตามรุก ดาหวันโกรธแกล้งยื่นขาไปขัดขาแสงหล้าล้มคะมำ แสงหล้าร้องลั่น ลุกขึ้นจะไปเปิดม่านดูว่าใครอยู่ชลิต ตกใจรีบถลกเสื้อคลุมลงโชว์กล้ามเป็นมัดๆเรียกแสงหล้า ให้หันมาสนใจตน แถมส่งจูบให้อย่างเท่ๆ

แสงหล้ายกมือกุมอกเคลิ้ม “แม่เจ้า...จูบเจ้าพี่ทำเอาน้องเบลอ เบลอว่ารักแถบ แบบว่ารักเธอ เจ้าพี่ชลิต... หล่อที่สุดในสามโลก”

แสงหล้าวิ่งเข้าหาชลิต จะกระตุกเชือกผูกเอวชลิต “ท่านพี่เจ้าขา แสงหล้าเห็นกล้ามปูแล้วอยากดูตับห่านท่านพี่”

ชลิตตะครุบเชือกไว้ได้ทัน “ใครจะโชว์ตับกันง่ายๆ แน่จริงจับพี่ให้ได้ก่อนสิ”

“หน็อย ไอ้พี่ชลิตก็เล่นกับเขาด้วย ไอ้ชีกอ”ดาหวันได้ยินเข่นเขี้ยวอยู่หลังม่าน ทนไม่ไหว ออกมากระชากผมแสงหล้าหงายเงิบไป แล้วหลบกลับหลังม่าน

แสงหล้าโวยวายใครดึงผม ชลิตรีบเข้าประคองเธอลุกขึ้นบอกว่าไม่มีใคร แสงหล้าไม่เชื่อสะบัดชลิตออกจะเปิดม่านดู ชลิตยื้อไว้ ยื้อยุดกันไปมา ม่านขาดหลุดติดมือชลิตลงมา

“เจ้าเป็นใคร...” แสงหล้าตกใจเมื่อเห็นดาหวันยืนอยู่

“ฉันเป็นแฟนพี่ชลิต”

“แฟน...แปลว่าอะไร”

ดาหวันจะอธิบาย ชลิตทำเสียงไอแค่กๆขัด ดันแสงหล้าให้ไปช่วยหาอะไรมาแก้คันคอให้ตน แต่เธอไม่ยอม กลับเรียกทหารเข้ามา ชลิตตกใจจะดึงดาหวันหนี แต่ดาหวันกลับไม่เลิก

“แค่จิกหัวเมื่อกี้มันยังเบาๆ นี่ย่ะจัดเต็ม...” ดาหวันตบแสงหล้าผัวะ แล้วจะเข้าซ้ำ

ชลิตรีบดึงดาหวันหนี “หยุดนะ หวัน เงาหัวจะไม่มีแล้วรู้มั้ย...ไปเร็ว...”

ด้านฉวีวรรณโกรธจนควันออกหู ยืนมองดนัยกับแสงเพชรลงไปคลอเคลียกันในอ่างน้ำคว้าเครื่องหอมมาจะฟาดใส่ พลันเสียงแสงหล้าร้องว่ามีผู้บุกรุก ฉวีวรรณชะงักนึกได้

“หวัน...แย่แล้ว ฉันต้องไปช่วยหวัน”

“นี่เจ้าไม่ใช่ชาวเมืองลับแล เจ้าเป็นใคร” แสงเพชรขึ้นจากอ่าง ซัดเข็มเงินใส่

ดนัยรีบดึงฉวีวรรณหลบ แสงเพชรโกรธเห็นสองคนรู้จักกัน ดนัยรีบดันฉวีวรรณหนีออกทางหน้าต่าง...ดาหวันไล่ทุบตีชลิตทั้งที่กำลังหนีทหาร ชลิตทนไม่ไหวอุ้มเธอพาดบ่าวิ่งหนีมาเจอฉวีวรรณกับดนัยที่มุมตึก แจ๋กับพวกวิ่งมาอีกทางพอดี เหล่าทหารวิ่งตามมา ทุกคนรีบหนี...

ooooooo

พอสางโปกับทองอินรู้ว่าวินยาหายไป ก็รีบพานักรบบุกมาที่อาศรมกาซูพร้อมดาเนา พบแต่ข้าวของที่เกลื่อนเหมือนมีการต่อสู้ แต่ไม่พบใคร ต่างแปลกใจว่าวินยาหายไปไหน

กระท่อมกลางป่าที่เลาซาพาวินยามารักษาตัว เขาฉีกเสื้อเธอออกเพื่อทำแผลที่เลือดไหลออกมาก เขาทั้งห่วงทั้งกังวล พร่ำบอกเธออย่าตาย เขาไม่อนุญาตให้เธอตาย เธอจะตายไม่ได้...

เมื่อฟื้นขึ้นมา ธานี กาซูเดินออกจากถ้ำของเมืองลับแลเพื่อตามหาธนวัติกับพาณิชย์ ธานีพยายามจะโทร.ติดต่อพรรคพวก แต่ไม่มีสัญญาณ กาซูมองรอบๆป่าอย่างสงสัย เดินมาสักพักเห็นสาวๆนุ่งกระโจมอกอาบน้ำอยู่ริมลำธาร ต่างตกตะลึงแอบมอง ไม่ทันไร เห็นธนวัติกับพาณิชย์โผล่ขึ้นจากน้ำท่ามกลางสาวๆ พวกสาวๆต่างร้องกันกรี๊ดกร๊าด

“ผู้ชาย...ผู้ชาย...” สาวๆต่างยื้อแย่งกอดรัดธนวัติกับพาณิชย์

“ทั้งลูกทั้งหลานไวไฟจริงๆไม่รู้จักรักนวลสงวนตัวบ้างเลย” ธานีบ่นอย่างอิจฉา

“นาทีทองมาถึงแล้ว เสี่ยไม่อยากเล่นน้ำบ้างเหรอ” กาซูถาม แต่ช้าไปเพราะธานีโดดน้ำตูมลงไปแล้ว “เฮ้ย...ออกตัวก่อนเลยนะเสี่ย รอข้าด้วย” ว่าแล้วกาซูก็โดดตามลงไป

ธนวัติกับพาณิชย์เริ่มไม่สนุกเพราะโดนดึงทึ้ง กอดหอมแรงขึ้น ถึงขนาดเสื้อผ้าขาดติดมือสาวๆไป เหวี่ยงไปคลุมหน้าธานีกับกาซู ทั้งสองดึงออกอย่างเข่นเขี้ยว โผเขากอดสาวๆบ้าง แต่กลับเจอทหารตัวอ้วนใหญ่ เอาดาบจ่อ ทั้งสองวิ่งกลับขึ้นฝั่งไม่เหลียวหลัง ธนวัติกับพาณิชย์เห็นวิ่งตามพากันหนีเข้าไปในป่า พวกทหารไล่ตาม ทั้งสี่มาหลบในกองฟาง พาณิชย์สงสัยว่าทำไมผู้หญิงที่นี่แต่งตัวเป็นนักรบโบราณ กาซูบอกว่าที่นี่คือเมืองลับแล

“ตามตำนานบอกว่า เมืองลับแลถือว่าผู้ชายเป็นศัตรู พวกเรากำลังอยู่ในอันตราย”

ทุกคนหน้าเจื่อนประหวั่นพรั่นพรึง

ooooooo

ระหว่างที่ ดนัย ชลิต ฉวีวรรณ ดาหวันกับเพื่อนๆ วิ่งหนีมาถึงชายป่า ดาหวันเหนื่อยขอพัก ฉวีวรรณเองก็เหนื่อยจึงจะลงนั่ง แต่ทั้งดนัยและชลิตดึงแขนเธอคนละข้างร้องห้ามพร้อมกัน ดาหวันมองอย่างสะเทือนใจคิดว่าชลิตยังมีใจให้ฉวีวรรณ ดนัยรู้สึกผิดรีบปล่อยมือจากฉวีวรรณ

“เออ...คือ เรารีบไปถ้ำแรกที่พวกเราเข้ามาในเมืองนี้กันเถอะ” ดนัยเปลี่ยนเรื่องคุย

“จะไปทำไมอีกวะ ซ่อนกันอยู่แถวๆนี้ก็พอ” กิมจิกลัว

“แต่ฉันคิดว่า ที่นั่นน่าจะเป็นประตูมิติเวลา ที่จะพาเรากลับโลกปัจจุบันได้”

“ฉันเห็นด้วยกับดนัยนะ” ชลิตเอ่ย

พลัน ลูกธนูไฟพุ่งมาปักต้นไม้ ทุกคนตกใจหันไปมองเห็นพวกทหารกำลังวิ่งเข้ามาใกล้ ต่างวิ่งหนี อุ๊บอิ๊บจะวิ่งตามดนัยแต่สะดุดกิ่งไม้ล้ม บุญทิ้งเข้าประคองดึงหลบไป

อีกทาง ดนัย ชลิต ฉวีวรรณ ดาหวัน แจ๋ และกิมจิวิ่งตามกันมา เห็นชาวบ้านร้องรำทำเพลง มีคนถือพานบายศรีนำหน้า ขบวนนางรำและกลองยาว ตามด้วยคนใส่หัวโตเป็นชายหญิงอีกหกคน...ดนัยคิดอะไรออกรีบวางแผนกับเพื่อนๆ

ทำเสียงหมาหอนหลอกผีให้ขบวนชาวบ้านแตกตื่นทิ้งของวิ่งหนี แล้วเอาหัวโตมาสวมพรางตัวกันไว้

พวกทหารหญิงบึ๊กที่ตามล่าธานี กาซู ธนวัติ และพาณิชย์เสียทีโดนธนวัติกับพาณิชย์ซัดจนหมอบและลอกคราบเอาเสื้อผ้ามาสวมใส่แทน โดยใช้กะลามะพร้าวครอบทำเป็นหน้าอก ทั้งสี่คนเดินยืดหาทางหนีออกจากเมืองนี้ มาสวนกับกลุ่มนางรำหัวโตของพวกดนัย ต่างจำกันไม่ได้พอสวนกันไปได้ กิมจิที่รำป้อรั้งท้าย เกิดคึกทำท่าลิงล้อเลียน แล้ว

สะดุดล้มหัวโตหลุดออก ทำให้พวกธนวัติเห็นว่าเป็นกิมจิ พาณิชย์ปรี่เข้าเตะปากกิมจิกระเด็นฟุบไป

“หมูวิ่งมาขึ้นเขียงแท้ๆ ฮ่าๆๆ” พาณิชย์หัวเราะร่า เอาดาบจ่อคอกิมจิ

ชลิตถอดหัวออกร้องห้าม “อย่าทำอะไรกิมจิ ฉันยอมแพ้แล้ว”

“ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอไอ้พวกเด็กเหลือขอที่เมืองลับแลนี่อีก” ธานีหัวเราะเยาะ

“แกจะฆ่าฉันก็ฆ่า แต่ปล่อยพวกผู้หญิงไปซะ” ดนัยปกป้องเพื่อนๆ

“แมนที่สุด...แมนโคตรๆ” ธนวัติหัวเราะถีบดนัยกระเด็น

ฉวีวรรณกับดาหวันร้องกรี๊ด ถอดหัวโตโยนทิ้ง วิ่งเข้าไปดูดนัย ชลิตโมโหเหวี่ยงหัวโตใส่ธนวัติ แล้วหันไปชกหน้าธานี กิมจิลุกขึ้นชกพาณิชย์ แล้วหันมาดึงพวกผู้หญิงหลบ ดนัยกับชลิตตั้งท่าพร้อมสู้ ฉวีวรรณกับดาหวันไม่ยอมหนีคอยช่วยดนัยกับชลิต

“ดนัย ระวังนะ” ฉวีวรรณร้องบอก

“พี่ชลิต สู้ๆ” ดาหวันร้องบอกแล้วชะงักหันไปมองฉวีวรรณแบบมีพิรุธ

ต่างรีบแก้ตัวใหม่ “เออ...พี่ว่าทั้งดนัย ทั้งชลิตแหละ สู้ๆเนอะ”

“ใช้จ้ะพี่หวี...พี่ดนัย พี่ชลิตสู้ๆ” สองสาวเชียร์พร้อมกัน

แต่แล้วพอเห็นดนัยจะเสียที ฉวีวรรณลืมตัวรีบเข้าไปช่วย โยนดาบให้ดนัย ธนวัติโมโหหันมาจะตบฉวีวรรณ ดนัยพุ่งเข้าถีบธนวัติร้องลั่น “อย่าแตะต้องหวีนะ”

ชลิตจะโดนกาซูแทงขณะที่สู้อยู่กับพาณิชย์ ดาหวัน ปาก้อนหินใส่หัวกาซูช่วยชลิตไว้ แจ๋กับกิมจิเข้ามาสมทบ ชลิตจึงบอกให้พาฉวีวรรณกับดาหวันหนีไปก่อน แล้วไปเจอกันที่ปากถ้ำ

ดาหวันไม่ยอมไป ชลิตเอ็ดอย่าดื้อ ตนกับดนัยจะกันไว้ให้ ฉวีวรรณเองก็ไม่ยอมไป

“ไม่ อยู่ก็อยู่ด้วยกัน ตายก็ตายด้วยกัน” ฉวีวรรณสบตาดนัย

“แต่ฉันไม่อยากให้เธอตาย เข้าใจมั้ย” ดนัยตวาด

พวกธนวัติรี่เข้ามา แจ๋กับกิมจิดึงฉวีวรรณกับดาหวันออกไป ดนัยกับชลิตหลอกล่อให้ตามไปอีกทาง...ส่วนอุ๊บอ๊ิบกับบุญทิ้งหลงป่าอยู่อีกด้าน อุ๊บอิ๊บโวยวายตามนิสัย บุญทิ้งพยายามใช้ธรรมะปลอบ อุ๊บอิ๊บรำคาญ รู้จุดอ่อนของบุญทิ้งว่าเมื่อใกล้ชิดตนจะเป็นลมจึงแกล้งเข้าประชิด บุญทิ้งหน้าแดงถอยหนี

“คุณอุ๊บอิ๊บจะทำอะไรครับ ทำไม...มองผมแบบนั้น”

“หึๆ ฉันก็จะ จะ...จูบนาย” อุ๊บอิ๊บยื่นหน้ามาใกล้

บุญทิ้งร้องจ๊าก...อุ๊บอิ๊บหัวเราะสะใจ โวยว่าตนไม่ได้พิศวาสเขาเสียหน่อย บุญทิ้งหน้าซีด

“ใครจะไปรู้ล่ะว่าคุณจะแกล้ง เดี๋ยวคุณเอะอะจูบ เอะอะจูบ จนผมขี้เกียจเป็นลมแล้วนะ”

อุ๊บอิ๊บเขินเตะผ่าหมากบุญทิ้งตัวงอลงไปกอง แล้วโวยว่า “สมน้ำหน้า ฉันจะบอกนายให้นะ ที่ฉันต้องเสียจูบให้นายครั้งแล้วครั้งเล่า มันเป็นเพราะสถานการณ์บังคับ นายไม่มีทางได้จูบจากใจฉันหรอก เชอะ...”

“จูบจากใจเหรอ...มันหมายความว่าไงฮะ คุณอุ๊บอิ๊บ...” บุญทิ้งยังไม่เข้าใจ

“ฮึย ผู้ชายบ้าอะไร ซื่อบื้อแล้วยังกวนโมโหที่สุด อู๊ย... คอแห้ง หิวน้ำ” อุ๊บอิ๊บวิ่งหนีมาหยุดหอบ พลันมีกระบอกน้ำยื่นมาให้

อุ๊บอิ๊บดีใจรับมาดื่ม แล้วนึกได้ว่าใครส่งมา พอหันมองเห็นทหารหญิง ตกใจเอาน้ำราดหัวทหารแล้วร้องลั่นวิ่งหนีดาบที่กำลังเงื้อลงมาใส่ตน บุญทิ้งตามมาเห็น แกล้งทำเสียงเสือขู่ไล่ พวกทหารกระเจิงไป อุ๊บอิ๊บนั่งร้องไห้กลัวโดนเสือกิน

“เจริญพร ฮ่าๆผมเองครับ...ผมพกนกหวีดเสียงเสือมาด้วยฮะ” บุญทิ้งชูนกหวีดให้ดูยิ้มๆ

“นกหวีดเสียงเสือ...” อุ๊บอิ๊บแปลกใจ

“ฮะ ลุงสางโปให้ผมไว้ ไม่นึกว่าจะใช้ไล่พวกทหารหญิงได้ ฮ่าๆๆ”

อุ๊บอิ๊บโกรธที่บุญทิ้งยังไม่เลิกหัวเราะความเปิ่นของตน ไล่ทุบจนล้มกลิ้งไปด้วยกัน บุญทิ้งสบตาอุ๊บอิ๊บอย่างรู้สึกรัก ตัดสินใจจะจูบเธอจากใจ พลันฉวีวรรณ ดาหวัน แจ๋ และกิมจิวิ่งมาถึง สองคนกระเด้งออกจากกันอย่างอายๆ

“นี่พวกแกทำอะไรกันอยู่ ท่าทางแปลกๆชอบกล” กิมจิเห็นท่าทางสองคนมีพิรุธ

สองคนปฏิเสธพัลวัน ฉวีวรรณเร่งให้รีบไปที่ถ้ำที่นัดดนัยกับชลิตไว้ ทุกคนจึงวิ่งกันไป

ระหว่างที่ดนัยกับชลิตสู้กับพวกธนวัติ พวกทหารตามมาจับ ดนัยกับชลิตหนีรอดไปได้...แสงเพชรกับแสงหล้ากำลังให้คนวาดภาพดนัยกับชลิต เพื่อแปะประกาศไปทั่วเมือง ทหารเอาตัวพวกธนวัติเข้ามาคุกเข่าตรงหน้า ให้สำเร็จโทษ แสงหล้าว่าพวกนี้หน้าตาพิลึก

พาณิชย์โวยวายให้ปล่อยพวกตน ดอกเข็มตบปากทันทีสั่งให้กราบขอโทษเจ้าแม่ ธนวัติระเบิดเสียงหัวเราะ “เจ้าแม่...เจ้าแม่ศาลไหนวะ แต่งตัวอย่างนี้ ฮ่าๆๆ”

แสงเพชรตาลุกวาว ซัดเข็มเงินเฉียดหน้าธนวัติไปติดฝา อีกเล่มเขาโดดหลบได้ทัน ธานีโวยที่มาทำร้ายลูกชาย จะเอาเรื่อง กาซูรีบรั้งไว้แล้วขอโทษขอโพยเจ้าแม่ พร้อมกับถามว่าเป็นประมุขลับแลใช่ไหม ชบาตอบแทนว่าใช่ เผอิญธนวัติเห็นภาพดนัยกับชลิตจึงทัก แสงเพชรรีบถามว่ารู้จักหรือ ธนวัติตอบว่าไม่เพียงรู้จัก แต่สามารถเอาตัวมาให้ได้

ooooooo

กระท่อมกลางป่า วินยาค่อยๆรู้สึกตัวขึ้นมา ตกใจเมื่อพบว่าตนอยู่ในสภาพไม่มีเสื้อ มีแต่ผ้าพันแผลพันรอบอกไปถึงหัวไหล่ ก็หน้าตื่นร้องลั่นว่าทำไมเป็นแบบนี้

เลาซาเดินเข้ามาทักว่าตื่นแล้วหรือ วินยารีบดึงผ้ามาคลุมตัวกลัวเลาซาทำมิดีมิร้าย

“จะปิดอีกทำไม ข้าเห็นจนเบื่อจะเห็นแล้ว”

“ไอ้เลาซา...”

“หึหึ ไฝกี่เม็ดๆบนตัวเจ้า ให้ข้าหลับตาชี้ ยังถูกเลย”

“ตายซะเถอะ” วินยาโกรธมาก ลืมเจ็บคว้ามีดพุ่งเข้าจะแทง

เลาซาหลบ จับมือเธอม้วนตัวกอดเธอไว้ “จะโกรธอะไรนักหนา ที่ข้าเห็น...ก็เหมือนมองไข่ดาวติดฝานั่นแหละ ไม่เกิดอารมณ์พิศวาสอะไรขึ้นมาหรอก”

“หยุดนะ ไอ้ชั่ว...”

“หึ...ด่าได้แค่นี้เองเหรอ ไม่มันเลย ข้าอุตส่าห์เห็นเจ้าทั้งตัว” เลาซายั่ว

“แกมันเลวยิ่งกว่าผีนรก ไอ้สารเลว อุบาทว์ ไอ้...โอ๊ย...” วินยาเจ็บแผล

เลาซาห่วงแต่ยังทำดุ “สมน้ำหน้า เจ็บแล้วยังมาทำฤทธิ์มากอีก”

“ไม่ต้องมาพูดจาสามหาวกับข้า จะฆ่าก็ฆ่า ฆ่าสิ” วินยาโกรธ จับมือเลาซาที่กำมีดไว้มาจะเชือดคอตัวเอง

เลาซาร้องห้ามเสียงหลง ดึงมีดหนีแล้วผลักเธอล้มฟุบลง คำรามใส่ว่าบ้าอะไรขึ้นมาจะทำร้ายตัวเอง วินยาโวยว่าตนยอมตายดีกว่าให้เขามาย่ำยี แล้วยังฝืนเข้าชก เลาซาจับหมัดเธอไว้ วินยาไม่ยอมแพ้ กัดมือเลาซาจนเขาร้องลั่นเผลอสะบัดมือโดนหน้าเธอกระเด็นไปชนฝาล้มลงเลาซาตกใจเข้าไปประคอง วินยาเงยหน้ามามองเขาอย่างเคียดแค้น ตะเบ็งใส่หน้า

“ข้าเกลียดเจ้า เกลียดๆๆๆๆๆ” พลังเสียงของวินยา ทำให้เลาซาชาวาบไปทั้งตัว

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงลูก นงนุชมาหาทองอินที่บ้าน เพื่อถามว่าพบตัวดนัยหรือยัง ทองอินต้องโกหกไปว่า ดนัยเข้าไปพัฒนาหมู่บ้านในป่า และไม่อยากให้เธอตามเข้าไป มันลำบาก เสร็จงานแล้วจะรีบกลับกรุงเทพฯ ทองอินโล่งใจที่นงนุชไม่ดื้อตามเข้าไปในป่า

ดนัยกับชลิตบุกป่ามาจนถึงปากถ้ำ แปลกใจที่ไม่พบฉวีวรรณกับดาหวัน...ส่วนพวกฉวีวรรณ ดั้นด้นมาถึงถ้ำคิดว่าดนัยกับชลิตคงรออยู่ในถ้ำแล้ว จึงรีบวิ่งเข้าไป เห็นเงาคนทอดยาวก็เข้าใจว่าเป็นดนัยกับชลิต จึงร้องเรียกและวิ่งเข้าไปหา แต่แล้วต้องตกใจ เพราะเป็นเหล่านางรำที่พวกตนเอาชุดมาใส่ กิมจิบอกเพื่อนๆให้หนี แต่ไม่ทัน หัวหน้านางรำเข้ามาชี้หน้า

“ชะรอยเวรกรรมมันตามทันพวกเจ้า ข้าถึงได้แวะพักกลางทางที่นี่ พวกเจ้ามันแสบจริงๆดูซิดู ข้าเป็นถึงหัวหน้านางรำประจำวังเจ้าแม่ กลับกลายเป็นชีเปลือยเยี่ยงนี้”

ด้วยความที่ทุกคนแต่งชุดนางรำ ฉวีวรรณบอกว่าตนกับเพื่อนๆเป็นหญิงทั้งหมด พยายามพูดดีด้วยแล้วออดอ้อนว่าตนกับเพื่อนๆหลงทางมา อยากออกไปจากเมืองนี้ แต่หัวหน้านางรำกลับชวนไปเป็นนางรำในวงด้วยกัน พวกฉวีวรรณปฏิเสธแต่ถูกบีบบังคับ

“พวกเจ้าขโมยของข้า พวกเจ้าก็ต้องไปเป็นนางรำใช้หนี้ข้าสิ ถึงจะถูกต้อง เอาตัวไป” หัวหน้านางรำสั่งลูกน้อง...

ในขณะที่พวกธนวัติได้รับการดูแล เอาเสื้อผ้าชาวเผ่ามาให้เปลี่ยน อาหารถูกจัดวางให้ทานอย่างเอร็ดอร่อย

พอธานีชมว่าไส้อั่วอร่อยสุดยอด ชบายิ้มๆแล้วบอกว่า

“มันก็ต้องอยู่แล้ว ข้าให้เขาใส่เนื้อจิ้งเหลนลงไปด้วย”

ธานีแทบอ้วก ธนวัติทุบหลังห้ามไว้ “ป๊า รักษาหน้าผมหน่อย เรามีเรื่องสำคัญต้องคุยนะ”

“เอาล่ะ ไหนบอกมาสิ ทำไมพวกเจ้าถึงต้องตาม

หาดนัยกับชลิตด้วย” แสงเพชรถามขึ้น

“ไอ้ดนัยกับชลิต ลักพาตัวคู่หมั้นของฉันกับน้องชายมา”

พาณิชย์พยักหน้ารับ “แล้วเธอ เอ๊ย เจ้าแม่ต้องการตัวไอ้ดนัย...”

“นี่ ช่วยเรียกท่านพี่ดนัยให้มันเพราะๆหน่อยได้มั้ย ท่านพี่ดนัยน่ะเป็นถึงว่าที่เจ้าบ่าวของเจ้าพี่แสงเพชรเชียวนะ” แสงหล้าโวย

พวกธนวัติตกตะลึง “อะไรนะ...”

“ก็ใช่น่ะสิ ท่านพี่ดนัยเป็นเจ้าบ่าวพี่แสงเพชร ส่วนท่านพี่ชลิตก็เป็นว่าที่เจ้าบ่าวของข้า”

“เป๊ะเลย สองคู่ชู้ชื่น” พาณิชย์ทำเสียงสะใจ

“มันก็ใช่นะ ถ้าไม่มีสองนางพี่น้องนั่น มาพาว่าที่เจ้าบ่าวหนีเราไปเสียก่อน”

“ฉวีวรรณกับดาหวันน่ะเหรอ” ธนวัติถาม

“เจ้ารู้จักสองนางนั่นด้วย” แสงเพชรแปลกใจ

“แน่นอน ฉวีวรรณกับดาหวันเป็นว่าที่คู่หมั้นของฉันกับน้องชายไงล่ะ”

ธานีส่งซิกให้กาซูจัดการ กาซูยิ้มรับอย่างเจ้าเล่ห์ ถามแสงเพชรว่าอยากได้ตัวเจ้าบ่าวคืนไหม แสงเพชรตื่นเต้นรีบถามว่ารู้หรือว่าอยู่ที่ไหน

“ข้าทำได้ดีกว่านั้นอีก ไม่เกินรุ่งเช้า ไอ้สองคนนั่นจะกลายเป็นทาสเทวีของเจ้าแม่ทั้งสองอย่างแน่นอน ข้าฟันธง”

“มันจะเป็นไปได้ยังไง” แสงเพชรไม่อยากเชื่อ

“ข้ามีวิธีก็แล้วกัน แต่ถ้าจะให้ข้าช่วย ก็ต้องมีอะไรที่มีค่าคู่ควรตอบแทนด้วย”

“ได้ ถ้าข้ากับน้องสาวของข้าได้แต่งงานกับดนัยและชลิต เพชรพลอยทั้งหมดที่ข้ามีอยู่ ข้าจะยกให้พวกเจ้าครึ่งหนึ่ง”

พวกธานีตาวาว กาซูหัวเราะก้อง “ดี...ตอนนี้พลังของข้ากลับคืนมาเต็มที่แล้ว ขอให้ทุกท่านทำตามที่ข้าสั่ง แล้วข้าจะทำพิธีให้เจ้าแม่สมหวังในความรักเอง ฮ่าๆๆ”

ไม่นาน โต๊ะทำพิธีกรรมก็จัดตั้งขึ้น กาซูนั่งทำพิธีสวดมนต์ขึงขัง แสงเพชร แสงหล้า ชบา และดอกเข็มนั่งห่างออกมาด้านหลัง ธานี ธนวัติ และพาณิชย์นั่งเกาะกลุ่มอยู่ด้วยกัน สักพักประตูหน้าต่างปิดเปิดได้เอง ลมพายุพัดเข้ามาทุกคนตื่นตระหนก กาซูบริกรรมคาถา หยดเทียนลงในหม้อน้ำมนต์ แล้วซัดผงสีขาวลงไป เกิดเป็นควันสีขาวพุ่งขึ้นมาจากหม้อน้ำมนต์ ฟ้าร้องฟ้าผ่าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ชบากับดอกเข็มขยับเข้ากอดกันกลม ควันจางหายไป กาซูลืมตาขึ้น

“ข้าเสกน้ำมหาเสน่ห์เสร็จแล้ว ไปเอาตัวเจ้าบ่าวของพวกเจ้ามาซะ”

แสงเพชรสวนว่าถ้าตนรู้ คงไปเอาตัวกลับมานานแล้วกาซู หัวเราะก่อนจะบอกว่าญานของตนหยั่งรู้ว่าสองคนนั่นอยู่ที่ไหน

ooooooo

ในถ้ำที่ดนัยกับชลิตนั่งพิงผนังหลับกันอยู่สองคนสะดุ้งตื่นขึ้นมา ต่างถามกันว่าฝันร้ายหรือ ดนัยอยากจะบอกว่าตนเป็นห่วงฉวีวรรณแต่พูดไม่ได้ ชลิตก็เช่นกันเป็นห่วงดาหวันอย่างมาก ทั้งสองแปลกใจทำไมคนอื่นๆ ยังมาไม่ถึง เกรงจะโดนจับตัวกันไปอีก ดนัยลุกพรวด

“แกจะไปไหน...” ชลิตรีบถาม

“กลับไปที่วังเจ้าแม่ไง ให้เขาจับตัวฉันไปเลย ฉันยอมแลกชีวิตฉันเพื่อคนที่ฉันรัก”

“ฉันก็เหมือนกัน ถ้าจะต้องตายเพื่อให้คนที่ฉันรักปลอดภัย ฉันก็ยอม”

“แกคงรักเขามากสินะ” ดนัยคิดว่าชลิตหมายถึงฉวีวรรณ

“ก็เท่าๆกับความรักของแกนั่นแหละ” ชลิตมองดนัยด้วยสายตาเจ็บปวดใจ

“อย่าเอาความรักของฉันไปเปรียบกับแกเลย มันไม่มีค่ามากขนาดนั้นหรอก”

“หมายความว่ายังไง”

ดนัยตัดสินใจจะสารภาพ “ฉันคงรักหวันได้ไม่เท่ากับที่แกรักหวี...”

“เพราะอะไรวะ...” ชลิตแปลกใจ

“เพราะฉันรัก...” ดนัยจะสารภาพ แต่พูดไม่ทันจบมีเสียงสวบสาบดังมาจากปากถ้ำ

ชลิตเลิกสนใจคำพูดของดนัยรีบวิ่งออกไป ร้องเรียกดาหวันอย่างลืมตัว ดนัยวิ่งตามแล้วทั้งสองต้องชะงักเมื่อเจอพวกทหารเข้ามาจับตัว...ทั้งสองถูกพาตัวกลับมาที่วัง เข้ามาอยู่ต่อหน้าแสงเพชรและแสงหล้า

“ดนัย...ในที่สุดข้าก็หาเจ้าจนเจอ” แสงเพชรยิ้มดีใจ

ธานี ธนวัติ พาณิชย์ และกาซูเดินตามเข้ามา ดนัยกับชลิตตกใจ “นี่พวกแกมาอยู่ที่นี่ได้ไง”

“หึหึ คนมีบุญอย่างพวกฉัน ไปที่ไหนก็ต้องอยู่ในระดับวีไอพีอยู่แล้ว” ธนวัติเยาะ

“พวกเราเป็นแขกพิเศษของเจ้าแม่ทั้งสอง รู้ไว้เสียด้วย” พาณิชย์เย้ย

ธานีบอกกาซูให้เริ่มพิธีได้ ชลิตกับดนัยตกใจว่าพิธีอะไร กาซูไม่ตอบ ตักน้ำจากหม้อน้ำมนต์ใส่ถ้วยทองเหลืองสองใบ ส่งให้แสงเพชรและแสงหล้าคนละถ้วย

“เอาน้ำมหาเสน่ห์นี้ไปให้มันทั้งสองคนดื่ม แล้วมันจะรักใคร่สิเน่หาในตัวเจ้าแม่ทั้งสองจนโงหัวไม่ขึ้น”

สองหนุ่มตาเหลือกขยับหนี แต่ถูกทหารจับไว้ แสงเพชรกับแสงหล้ากรอกน้ำใส่ปากทั้งสองคนไม่ทันไร สองหนุ่มดิ้นทุรนทุรายสักพักก็หมดแรง คอพับคออ่อนลง ธานีถามกาซูว่าตายไหม กาซูหัวเราะสะใจ

“หึๆ ถูกต้อง มันตายแล้ว” ทุกคนหันขวับมามองอย่างตกใจ กาซูอธิบาย “ข้าหมายถึง มันตายจากคนเดิมแล้วเกิดเป็นคนใหม่ที่มีหัวใจไว้สำหรับรักเจ้าแม่ทั้งสองเท่านั้น”

สองสาวยิ้มปลื้ม ดนัยกับชลิตค่อยๆลืมตาขึ้นมาในลักษณะ สีหน้านิ่ง แต่พอเห็นแสงหล้ากับแสงเพชรก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ เพราะฤทธิ์ยาเสน่ห์ครอบงำ ต่างคนต่างโผเข้ากอดคู่ของตน

ooooooo

ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล ศิริก็เฝ้าคิดถึงนงนุช อยากที่จะเจอเธออีกสักครั้ง...พอได้ข่าวว่าลูกสาวทั้งสองไปอยู่หมู่บ้านชาวชาลัน ศิริก็ให้สุภาพกับอาหลู่บุกไปทันที เช่นเดียวกับนงนุชที่บังคับให้ทองอินพาตนไปหาดนัยที่หมู่บ้านชาวชาลันเช่นกัน

“ฉันมาเยี่ยมน่ะค่ะ แล้วตอนนี้ดนัยอยู่ที่ไหนคะ” นงนุชบอกสางโป

สางโปส่ายหน้าไม่รู้ ทองอินพยายามขยิบตาส่งซิก สางโปไม่เข้าใจย้อนถาม “ตาเป็นอะไรทองอิน กระตุกข้างขวาเสียด้วย โบราณว่าจะเกิดเรื่องร้าย”

“โธ่ลุง...ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย สมพรปากลุงล่ะครับ ซวยแล้วจริงๆ”

ศิริเดินเข้ามาเห็นนงนุช กำลังจะทักด้วยความดีใจ นงนุชแหวใส่สางโปกับทองอินพอดี

“นี่เล่นอะไรของนายน่ะทองอิน ตกลงดนัยลูกชายฉัน เขาอยู่ที่นี่หรือเปล่า”

ศิริชะงักอึ้งเมื่อรู้ว่านงนุชเป็นแม่ของดนัย ทองอินขอร้องให้นงนุชกลับไปก่อน แต่นงนุชไม่ยอม หันมาเจอศิริ นงนุชดีใจที่ได้เจออีกครั้ง

“คุณ คุณมาที่นี่ได้ยังไงคะ”

สุภาพวิ่งเข้ามารายงานศิริว่าไม่พบฉวีวรรณกับดาหวัน อาหลู่วิ่งตามมาบอกว่าไม่พบลูกสาวทั้งสองของศิริ นงนุชมองหน้าศิริด้วยความตะลึง

“หวี หวัน...ลูกสาว...อย่าบอกนะว่าคุณเป็นคุณพ่อของหนูฉวีวรรณกับดาหวัน”

“แล้วคุณล่ะ เป็นแม่บังเกิดเกล้าของนายดนัยจริงๆเหรอ”

ไม่ทันที่นงนุชจะตอบ ศิริเห็นคนเดินบนบ้าน ก็ตะโกนลั่นว่านั่นดนัยใช่ไหม ศิริวิ่งขึ้นไปบนบ้าน ทุกคนตามไป เห็นคนนอนคลุมโปงบนเตียง ศิริเข้าใจว่าเป็นดนัยจะเข้าไปกระชากตัว นงนุชถลาเข้าปกป้องลูก ทั้งสองจึงทะเลาะต่อว่าต่อขานกันว่าเป็นพ่อเป็นแม่เลี้ยงลูกไม่ดี นงนุชจะดึงผ้าห่มออก ทองอินร้องห้าม

“คือ ดนัยมันเป็นไข้ป่า เห็นมั้ยสั่นงั่กๆเลย นุชออกไปก่อนเถอะเดี๋ยวจะติดไข้ป่าไปด้วยนะ” ทองอินพยายามดันนงนุชออกไป

นงนุชไม่กลัว ผลักทองอินออกแล้วดึงผ้าห่มขึ้น เห็นดาเนายิ้มแป้น กบบนหัวกระโดดเข้าใส่ นงนุชร้องกรี๊ดตกใจหงายหลังเป็นลมไป ศิริเป็นห่วงแต่วางฟอร์มไม่กล้าเข้าไปดูใกล้ๆ...

เมื่อไม่อาจหนีได้ วินยานั่งเอาผ้าคลุมตัวพิงขอบเตียง ยังรู้สึกเจ็บแผลที่หัวไหล่ เลาซาเปิดประตูเข้ามา ยื่นเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ วินยาเชิดหน้ามองเขาอย่างเกลียดชัง

“ข้าหาชุดใหม่มาให้ รีบเปลี่ยนซะ จะได้กินข้าว”

“ข้าไม่เปลี่ยน ไม่อยากแตะให้เป็นเสนียดด้วยซ้ำ” วินยาปาชุดทิ้งลงพื้น

“อ้อ...กลัวติดเสนียด ไม่เป็นไร...” เลาซาเจ็บปวดในใจ แต่ฝืนยิ้มยั่ว เก็บชุดขึ้นมาปัดฝุ่นแล้วเข้าไปดึงผ้าคลุมตัววินยาออก โยนทิ้ง

วินยากรี๊ดลั่น ยกมือปิดหน้าอกหันหลังให้เลาซา ด่าว่าเขาเลว สาปแช่งให้ตายทรมาน

“หึ ปากด่าแต่การแสดงมันนางยั่วชัดๆ”

“หยุดนะ ไอ้ปากสกปรก...”

“แทงใจดำล่ะสิ” เลาซายิ่งยั่ว เข้าไปนั่งข้างเธอใช้สายตาโลมเลีย

“แกจะทำอะไร ออกไปนะ”

“ที่ไม่อยากเปลี่ยนชุด เพราะกิจกรรมบางอย่าง มันไม่ต้องใช้เสื้อผ้าสินะ”

“ไอ้บ้า ใจต่ำ พูดมาแต่ละคำมีแต่เรื่องเสื่อมๆทั้งนั้น”

“ถ้าอยากให้ข้าปล้ำ ก็บอกมาตรงๆไม่ต้องลีลามาก” เลาซายื่นหน้าเข้าไปใกล้

วินยาขยับหนีด่าไล่ให้เขาถอยไป เลาซาบอกว่าเขาต้องใส่เสื้อผ้าให้เธอก่อน วินยาร้องลั่นอย่านะ...เลาซายื้อว่าถ้าไม่ยอมใส่เอง เขาก็จะใส่ให้ วินยารีบบอกว่าตนจะใส่เอง เลาซายิ้มอย่างมีชัย โยนชุดให้ วินยามองเขาอย่างเกลียดชัง เลาซาจะเดินไป หันกลับมาพูดอย่างจริงจัง

“ข้าขอสั่งเจ้า อย่าหนีเด็ดขาด” ว่าแล้วเลาซาก็เดินออกไป

วินยาเข่นเขี้ยวว่า ตนไม่กลัว ตนจะหนีแน่...และแล้ว เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ วินยาก็โดดหนีทางหน้าต่าง วิ่งเข้าป่าไป ขณะนั้น เลาซากำลังย่างเนื้อที่เสียบไม้ เสียงเนื้อไหม้ไฟดังชู่... วินยาวิ่งไปไม่ทันไร เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนไปทั้งตัว เหงื่อแตกพลั่ก จนทนไม่ไหว ลงไปดิ้นกับพื้น สักพักได้กลิ่นเนื้อย่าง รู้สึกอยากกินจนต้องกระเสือกกระสนตามกลิ่น จนมาถึงเลาซา

“ไอ้เลาซา ทำไมข้าถึงวิ่งกลับมาที่เดิม” วินยางง

เลาซาเอาเนื้อย่างมายั่ว วินยาอยากกินจนเข้ามาแย่ง แต่พอเลาซาพลิกเนื้อกลับอีกด้าน วินยาเหมือนโดนผลักกลิ้งไปแล้วร้องว่าร้อน แสบไปทั้งตัว

“โอ๊ยร้อน...ไอ้เลาซา เจ้าทำอะไรข้า ฝีมือเจ้าใช่มั้ย”

“เจ้าต่างหากที่ทำตัวเอง ข้าสั่งเจ้าแล้วใช่มั้ยว่า อย่าหนี คนที่ไม่เชื่อคำสั่งก็ต้องถูกทำโทษ”

“ไอ้สารเลว เจ้าใช้ยาสั่งกับข้าใช่มั้ย”

“เก่งนี่วินยา แต่น่าเสียดายที่เจ้าฉลาด ไม่เฉลียว เจ้าถึงไม่รู้ว่า ข้าโรยยาสั่งไว้ที่ชุดที่เจ้าใส่”

วินยาด่าว่าเลาซาแล้วเข้าแย่งเนื้อ เพราะรู้ว่าคือยาแก้ ยื้อแย่งกันจนเนื้อตกพื้น เธอตะครุบจะเอาเข้าปาก เลาซาแย่งมาโยนทิ้ง วินยาโวย เลาซารีบบอกว่า เนื้อที่ตกดินเป็นยาแก้ไม่ได้แล้วถ้าขืนกินเข้าไปจะกลายเป็นบ้า วินยาเริ่มปวดเนื้อตัวมากขึ้น เหมือนคนลงแดง ชักดิ้นทุรนทุราย เลาซาเข้ามาจับตัววินยาไว้ บอกให้ตั้งสติ วินยาดิ้นถีบเขากระเด็น เลาซาเข้าไปจับอีก

“หายใจลึกๆอย่ากัดลิ้นตัวเอง” เลาซาเป็นห่วง ใช้นิ้วตัวเองใส่ปากวินยาไว้

วินยากัดนิ้วเลาซาจนเลือดไหล เธอชักอย่างแรง กระตุกขึ้นอีกสามสี่ครั้ง ก่อนจะหมดสติไป เลาซาตกใจดึงเธอเข้ามากอดแนบอกอย่างห่วงใย

ooooooo

ส่วนพวกฉวีวรรณต้องมาอยู่บ้านนางรำ ซึ่งเป็นเรือนไทยโบราณ พวกเธอต้องฝึกฟ้อนรำอย่างเหน็ดเหนื่อย อุ๊บอิ๊บทนไม่ไหว โวยวายอยากไปหาดนัย บุญทิ้งต้องคอยปลอบอย่าทำตัวมีปัญหา จะเดือดร้อนกันหมด หัวหน้านางรำได้ยินเสียงผู้ชาย รีบค้นหา

ฉวีวรรณต้องช่วยแก้ต่าง “คุณแม่หูฝาดไปมั้งคะ คณะนางรำคุณแม่จะมีผู้ชายได้ยังไง”

“อย่าให้รู้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาแล้วกัน ข้าจะสับให้เป็ดกินจริงๆด้วย”

กิมจิกับบุญทิ้งสยอง หัวหน้านางรำให้ทุกคนพักได้ แต่พูดดักคอไว้ว่า อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย มีการมีงานอะไรก็แยกย้ายกันไปทำ ดาหวันต้องมาช่วยร้อยมาลัย แจ๋นั่งพับกลีบดอกบัวแล้วเปรยว่า ให้ดาหวันเอาไว้บูชาพระ ทำให้ดาหวันคิดถึงชลิตขึ้นมาอีก...เมื่อคราวที่ชลิตพายเรือเก็บดอกบัวให้ตนเอาไปไหว้พระ ทั้งที่ไม่มีวัดแถวนั้นเลย แต่เขาบอกว่า

“ไหว้ที่ใจนี่แหละ ขอให้หวันคิดดี ทำดีเข้าไว้ ไม่ว่าอยู่ที่ไหน คุณพระคุณเจ้าก็ต้องคุ้มครอง” ดาหวันน้ำตาซึมเมื่อนึกถึงคำพูดของชลิต เธอต้องหลบไปร้องไห้คิดถึงเขา

ในขณะที่ชลิตถูกฤทธิ์ยาเสน่ห์ครอบงำ เขาวิ่งไล่กอดแสงหล้าอยู่ในสวน เช่นเดียวกับดนัยที่คลอเคลียอยู่กับแสงเพชรไม่ยอมห่าง

ฉวีวรรณมาช่วยงานในครัว แต่ใจลอยคิดถึงดนัยจนมีดบาดนิ้ว เธอน้ำตาร่วงคิดถึงอ้อมกอดดนัยตอนที่เขาป่วย เขาขอกอดเธอเหมือนกับที่แม่กอดเขา โดยบอกว่าเขาหายป่วยได้เพราะนอนกอดแม่ และตอนนี้กอดของเธอก็อบอุ่นเหมือนกอดแม่ ฉวีวรรณใจอ่อนยวบ

“นายไปอยู่ที่ไหนนะดนัย ฉันอยากรู้ว่านายเป็นยังไง สบายดีหรือเปล่า”

ดาหวันเดินเข้ามาเห็นพี่สาวเศร้าและที่นิ้วเลือดออก ก็ตกใจรีบไปหายามาใส่แผลให้ ฉวีวรรณยิ่งรู้สึกผิดน้ำตาร่วงลงมาอีก ดาหวันตกใจ “พี่หวีเป็นอะไรอีกน่ะ”

“เปล่าๆพี่ไม่ได้เป็นอะไร ขอบใจหวันมากนะที่เป็นห่วงพี่”

“ก็พี่หวีเป็นพี่สาวคนเดียวของหวันนี่จ๊ะ นี่ยังน้อยไป มากกว่านี้หวันก็ให้พี่ได้”

“แล้วถ้าพี่...” ฉวีวรรณอยากจะสารภาพความจริง “ถ้าพี่ทำอะไรไม่ดีกับหวัน หวันจะยกโทษให้พี่มั้ย”

“ไม่ หวันพูดจริงๆนะ หวันไม่ยกโทษให้เพราะพี่หวีไม่มีทางทำร้ายหวัน พี่หวี...เป็นพี่สาวที่แสนดีที่สุดในโลกเลยรู้มั้ย” ดาหวันพูดจบยกขวดยาไปเก็บ

ฉวีวรรณน้ำตาร่วงพรู “หวัน...พี่เลวมาก เลวเกินกว่าที่หวันจะให้อภัยจริงๆ พี่ไม่ควรรักแฟนของหวัน พี่ไม่ควรรักดนัยเลย...” ฉวีวรรณร้องไห้อย่างรู้สึกผิด

ooooooo

ตอนที่ 9

สุดท้ายฉวีวรรณ ดาหวัน และเพื่อนรวมทั้งอุ๊บอิ๊บก็โดนทหารจับคุมตัวไปขัง อุ๊บอิ๊บร้องโวยวายว่าที่นี่เมืองบ้าอะไรมีแต่ชะนีหน้าแด่น ทหารเอ็ดให้เงียบและบอกว่าที่นี่คือเมืองลับแล

“ไม่น่าเชื่อ...เมืองลับแลที่ลุงสางโปบอกไว้มีอยู่จริงๆด้วย” ดาหวันอุทาน

“งั้นก็แปลว่า คนแปลกหน้าที่เข้ามาจะกลับออกไปไม่ได้ใช่มั้ย” ฉวีวรรณถามขึ้น

ทหารหญิงหน้าเหี้ยมตอบว่าใช่ โดยเฉพาะ...ผู้ชาย ทำเอากิมจิกับบุญทิ้งสะดุ้ง กลืนน้ำลายเอื้อก...

ส่วนดนัยกับชลิตถูกคุมตัวไปที่ลานประหาร ชาวบ้านมุงดูและขว้างปาของใส่อย่างจงเกลียดจงชัง แสงหล้ากำลังอ้อนวอนแสงเพชรให้ไว้ชีวิตทั้งสองคน แสงเพชรลังเลแต่มีชบาคอยยุยงให้ประหารชีวิตไปตามประเพณี และว่าเจ้าแม่ไม่ใช่คนบ้าผู้ชาย ดอกเข็มสะอึก

“ว้ายตายแล้ว ดูสิคะเจ้าแม่ มันว่าเจ้าแม่บ้าผู้ชายเจ้าค่ะ”

แสงหล้าโกรธหันมาตบชบา ดอกเข็มเข้าซ้ำอีกที แสงเพชรเห็นคนของตนถูกทำร้ายจึงตบดอกเข็มและตวาดให้หยุด แสงหล้ารีบอ้อนให้ทำตามที่ตนขอร้อง แสงเพชรขอคิดดูก่อน ชบาตามมายุอย่าใจอ่อน แต่แสงเพชรครุ่นคิดถึงที่ดนัยจูบตนในน้ำเพื่อช่วยชีวิตแล้วสะท้านในใจ...

อีกถนนที่ฉวีวรรณกับพวกถูกคุมตัวไปที่คุมขัง ฉวีวรรณกระซิบบอกดาหวันว่าตนเชื่อว่าดนัยกับชลิตยังไม่ตายและอาจจะอยู่ที่นี่เช่นกัน

“นั่นสิ แต่เราจะไปสืบหาได้ยังไงล่ะ พี่หวี เราโดนจับอยู่อย่างนี้”

ฉวีวรรณมองอุ๊บอิ๊บซึ่งเดินอยู่ข้างหน้า แล้วพูดว่าต้องมีตัวช่วย ว่าแล้วก็แกล้งผลักอุ๊บอิ๊บหน้าคะมำ ร้องโวยวายหันมาตบ ฉวีวรรณหลบจึงไปโดนทหารแทน เกิดความชุลมุน ฉวีวรรณฉวยโอกาสดึงดาหวันถอยออกมา ทั้งสองตกลงว่าแยกกันหาแล้วกลับมาเจอกันที่ลานกลางเมือง

ระหว่างนั้น ดนัยกับชลิตถูกมัดอยู่ลานประหาร เพชฌฆาตสองคนรำดาบแล้วฟันลูกมะพร้าวทำให้น้ำสาดมาใส่หน้าดนัยและชลิตตามพิธี สองคนร้องถามว่าพวกตนทำอะไรผิด

“พระอาทิตย์จะตรงหัวแล้ว อีกไม่กี่นาทีแล้วสินะ” ดนัยเริ่มปลงคิดอยากจะสารภาพกับชลิต จึงเรียกเพื่อนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ชลิต...”

“เรียกทำไมวะ เออ...เรียกเถอะ แกอาจจะได้เรียกชื่อฉันเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ได้”

“นั่นสิ ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายในชีวิต ฉันก็ไม่ควรให้มันค้างคาใจอีกต่อไป”

“ฮึ...แกมาติดหนี้ฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ ค้างคาเรื่องอะไรกัน” ชลิตชักสงสัยเร่งให้รีบพูด

ดนัยอึกอักไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร แล้วตัดสินใจมองหน้าชลิตจะพูดความจริงว่าตนรักฉวีวรรณ แต่ชลิตกลับเข้าใจผิดคิดว่าดนัยเบี่ยงเบนเป็นชายรักชายและจะสารภาพรักกับตน จึงส่ายหน้าร้องว่าไม่อยากฟัง ขยับหนีห่าง

“อ๊าก...อย่านะ ไอ้ดนัย แค่คิดก็ฟ้าผ่าแล้ว

“ชลิต เลิกเวิ่นเว้อเสียทีเถอะ ฟังฉันให้ดีนะ ฉันอยากจะบอกกับแกว่า ฉัน...”

“หยุด ไม่ต้องพูด ฉันรู้แล้ว”

ดนัยตกใจที่ชลิตรู้ได้อย่างไร ชลิตโพล่งออกมาว่าตนรู้ว่าดนัยเป็นตุ๊ด ดนัยร้องเฮ้ย...

“อย่านะเว้ย อย่ามาบอกว่า เพื่อน...ฉันรักแกว่ะ บอกตรงๆฉันรับไม่ได้ มันไม่ใช่”

“คิดได้ไง ไอ้บ้า...ขอบใจนะ ที่ทำให้ฉันได้ขำก่อนตาย”

ชลิตหาว่าดนัยขำกลบเกลื่อน ดนัยจึงยกเท้าจะเตะให้ชลิตหายเพี้ยน ชลิตหลบ

“งั้นเลิกพูดได้แล้ว ฉันเป็นผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉันจะไปบอกรักแกให้คลื่นไส้ทำไมวะ”

“อ้าว...งั้นที่แกจะบอก แกหมายถึงใครล่ะ”

ดนัยถอนใจเฮือก “ชลิต...ฉันรู้ว่าฉันเลว ฉันไม่ควรทำแบบนี้ แต่ฉันก็ห้ามหัวใจตัวเองไม่ได้จริงๆ ฉันอยากจะสารภาพกับแกว่า ฉัน...ฉันรัก...หวะ...”

เสียงองค์รักษ์ขัดขึ้นว่า เที่ยงตรงแล้ว เริ่มการประหาร ดนัยกับชลิตตกใจ ขณะเดียวกัน ฉวีวรรณกับดาหวันร้องเรียกหาดนัยกับชลิตจนมาเจอกันที่ลานกลางเมือง ต่างส่ายหน้าไม่พบ ทันใดทหารคนหนึ่งเดินผ่านมาแล้วชี้หน้าร้องขึ้นว่า “นั่นไง สองคนนั้น”
ฉวีวรรณกับดาหวันตกใจวิ่งหนีเข้าไปที่ลานประหาร ปะปนกับผู้คนที่มุงกันอยู่

“นี่เขามีงานอะไรกันน่ะ ทำไมคนเยอะอย่างนี้” ดาหวันแปลกใจ

“นั่นสิเมืองลับแลมีดารามาจัดงานอีเวนต์ด้วยเหรอ”

ชาวบ้านสองคนได้ยิน ถามว่าอีเวนต์คือใคร ดาหวันหัวเราะก๊าก “อีเวนต์เป็นญาติกับอีเมล์น่ะจ้ะ พี่รู้จักมั้ยล่ะ อ้อ มีอีคอมเมิร์ซด้วยอีกคน”

ชาวบ้านสองคนทำหน้างง ฉวีวรรณเอ็ดดาหวันให้พอ แล้วถามมีงานอะไรกัน ชาวบ้านตอบว่า ไปอยู่ไหนมา ถึงไม่รู้ว่าจะมีการประหารผู้ชายที่หลงเข้ามา สองสาวตะลึง รีบแหวกคนเข้าไปดูใกล้ๆ เห็นเพชฌฆาตควงดาบร่ายรำอย่างหวาดเสียว เหวี่ยงไปที่คอชลิตกับดนัย สองสาวร้องลั่นแล้วจะวิ่งออกไปช่วย แต่มีเข็มเงินของเจ้าแม่พุ่งไปปักมือเพชฌฆาตทั้งสองดาบร่วงหล่นเสียก่อน ดนัยกับชลิตมีผ้าปิดตา ได้ยินเสียงฉวีวรรณกับดาหวัน ก็หูผึ่งร้องเรียก สองสาวกำลังจะขานรับ แต่ถูกทหารปิดปากรวบตัวไปเสียก่อน สองหนุ่มเงี่ยหูฟังไม่มีเสียงตอบ
“นั่นใคร ใครเรียกชื่อฉัน” ดนัยตะโกนถาม

“ใครอยู่ตรงนั้น” ชลิตเชื่อว่าเป็นเสียงดาหวัน

แสงเพชรกับแสงหล้าเดินเข้ามา แสงเพชรพูดกับดนัย “จำข้าไม่ได้จริงๆหรือ เราเพิ่งพบกันเมื่อวานนี้เอง”

“ใช่แล้ว...ข้าเป็นผู้หญิงคนแรกที่เจ้าพบในเมืองนี้ไงล่ะ” แสงหล้าบอกชลิต

ดนัยผิดหวังที่ไม่ใช่ฉวีวรรณ เช่นเดียวกับชลิตที่บ่นว่า ดาหวันจะมาที่เมืองนี้ได้อย่างไร ฉวีวรรณกับดาหวันมองดนัยกับชลิตด้วยความปวดร้าวที่ไม่อาจเข้าไปหาได้ ทหารพาตัวสองสาวออกไป แสงเพชรให้ทหารแก้ผ้าผูกตาดนัยกับชลิตออก สองหนุ่มตกใจเมื่อเห็นแสงเพชรกับแสงหล้า แล้วถามว่าเป็นคนช่วยพวกตนหรือ

“ใช่แล้วจ้ะ ถ้าเจ้าพี่ของข้ามาช้ากว่านี้อีกนิด พวกท่านได้กลายเป็นผีหัวขาดแล้ว”

“ทำไมเจ้าจึงจะประหารพวกเขาโดยไม่รอข้า” แสงเพชร ต่อว่าองค์รักษ์

“พวกมันเป็นคนชั่วช้า ข้าไม่อยากให้ความตายของมัน ระคายเคืองเจ้าแม่”

“เหลวไหล...ข้าเป็นเจ้าเมืองนี้ ข้าเท่านั้นที่จะตัดสินว่าใครชั่วช้า ปล่อยพวกเขาซะ...เร็วสิ ปล่อยพวกเขาเดี๋ยวนี้”

องครักษ์มองหน้ากันงงๆ ทหารรีบกรูเข้าปล่อยดนัยกับชลิต...ทั้งสองถูกพาตัวมาคุกเข่าในห้องโถงว่าราชการ ตรงหน้าแสงเพชรและแสงหล้า ชบาอดไม่ได้ที่จะถามเจ้าแม่

“ทำไมเจ้าแม่ถึงไว้ชีวิตพวกมัน ผิดราชประเพณีนะเจ้าคะ”

แสงเพชรตอบว่า ตนอยากให้โอกาสทั้งสองคน เพราะทั้งสองคนช่วยชีวิตตน และแสงหล้า...แสงเพชรทอดยิ้มให้ดนัย “แล้วเจ้ามีโอกาสได้ใกล้ชิดกับข้า ซึ่งตอนนั้นเจ้าจะฉวยโอกาสเอาเปรียบข้าก็ได้ แต่เจ้าไม่ทำ นั่นแสดงว่าเจ้าเป็นคนดี”

ชลิตจึงแทรกขึ้นว่า เมื่อเป็นเช่นนั้นพวกเขาก็ขอบคุณและขอลา ชลิตสะกิดดนัยให้ไป แสงเพชรตวาดเสียงดังว่า ไปไหนไม่ได้ทั้งสองคนแล้วสั่งองครักษ์

“พาชายสองคนนี้ไปรับรองอย่างดีที่สุด แล้วเตรียมพวกเขาให้พร้อมสำหรับพิธีอภิเษกสมรสของข้ากับแสงหล้า ในอีกสามวันข้างหน้า”

ดนัยตะลึง ส่วนชลิตยังไม่เข้าใจ “วู้ สุดยอด รอดตาย แล้วยังได้ไปอภิเษกสมรสอีกด้วย...อภิเษกสมรสนี่ มันอยู่

แถวไหนวะ ใกล้ๆแยกรัชดาภิเษกหรือเปล่า”

“ไอ้บ้า ไม่ใช่ถนน อภิเษกสมรสแปลว่าแต่งงาน...” ดนัยตวาด

ชลิตตกใจร้องลั่นว่าไม่แต่ง ดนัยก็เช่นกัน แสงเพชรไม่พอใจ บอกว่าทั้งสองคนมีหน้าที่ทำตามที่ตนสั่ง แล้วให้องครักษ์เอาตัวไป ชบามองตามอย่างหงุดหงิด

เมื่อฉวีวรรณกับดาหวันถูกพามาขังรวมกับเพื่อนๆ สองพี่น้องเล่าให้แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งฟังว่าได้เจอดนัยกับชลิตแล้วแต่ไม่ทันได้คุยกัน ตนจะหาทางออกไปเจออีก

ooooooo

ในโรงพยาบาลต่างจังหวัด ศิริยังนอนรักษาตัวจากอาการปวดท้อง ไม่มีแรง หมอเองยังหาสาเหตุไม่ได้ มีสุภาพกับอาหลู่นอนเฝ้า แต่ศิริยังร่ำๆจะออกไปตามหาลูก

ขณะที่ทองอินสอนวินยากับคนในหมู่บ้าน ขุดหลุมทำโป่งเทียมไว้ให้ ช้าง กระทิง และสัตว์ป่าใช้เป็นแหล่งอาหาร ดาเนาพลอยเรียนรู้ไปด้วย ชอบใจใหญ่ วินยาถามทองอิน

“ถ้าโป่งตามธรรมชาติมีไม่พอ เราก็ควรทำโป่งเทียมแบบนี้ไว้เป็นแหล่งอาหาร สำหรับให้สัตว์ป่ามากิน ใช่มั้ย”

“ถูกต้อง นอกจากจะเป็นแหล่งอาหารแล้ว โป่งเทียมยังช่วยป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าออกนอกเขตป่าได้อีกด้วยนะ”

“ขอบคุณมากนะพี่ทองอิน ที่มาสอนวิธีทำโป่งเทียมให้พวกเรา”

“ไม่เป็นไร มันเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อย่างพี่อยู่แล้ว”

พลัน ชาวบ้านคนหนึ่งเข้ามารายงานวินยาว่า สายในป่ารายงานมาว่า ฉวีวรรณกับเพื่อนๆตกไปในน้ำตกหลวง วินยาตกใจ...

ระหว่างที่ฉวีวรรณกับพวกวางแผนจะออกไปหา

ดนัยกับชลิตอีก บุญทิ้งต้องกันอุ๊บอิ๊บไว้ไม่ให้มาป่วน แจ๋ให้ฉวีวรรณกับดาหวันยั่วยวนทหารหญิงที่ดูท่าจะเป็นทอม พาไปอาบน้ำ ทหารทอมสองคนหลงเคลิ้มไปกับสองพี่น้อง พอออกมานอกที่คุมขัง ฉวีวรรณกับดาหวันก็เอาก้อนหินทุบหัวสองทหารจนหมดสติ แล้วลากไปซ่อนไว้...จังหวะเดียวกับที่ชลิตกับดนัยหนีจากการควบคุมตัวและคว้าผ้าคลุมไหล่

นางกำนัลมาคลุมหัววิ่งหนีออกมาจากวัง ฉวีวรรณกับดาหวันตกใจดึงดาบทหารมาจี้หลังชลิตกับดนัย ทำเสียงดุดัน

“หยุดนะ ไม่งั้นตาย”

“พวกแกเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่”

ชลิตกับดนัยดัดเสียงเป็นหญิง ทำเป็นกลัวขอร้องอย่าทำอะไรพวกตน เราเป็นผู้หญิงด้วยกัน ฉวีวรรณหมั่นไส้รู้อยู่แล้วว่าที่นี่มีแต่ผู้หญิง จึงดีดหูดนัย ดนัยร้องโอ๊ยเสียงแมน

“ฮึ...เสียงคุ้นๆนะ” ฉวีวรรณสะดุ้ง

“นั่นสิ พี่หวีเสียงเหมือนใครนะ”

ดนัยหันไปมองเห็นเป็นฉวีวรรณก็ดีใจแต่ยังไม่เผยตัว ชลิตได้ยินเสียงดาหวันก็หูผึ่ง รีบหันไปมองดาหวันมัวคุยอยู่กับฉวีวรรณ เขาอมยิ้มหันกลับมาดัดเสียง

“หูฝาดแล้วล่ะตัว...พวกเราไม่เคยรู้จักกันเสียหน่อย”

ดาหวันเอาดาบจิ้มหลังชลิต “อย่ามาเล่นลิ้น  บอกมาเดี๋ยวนี้ พวกเธอเป็นใครกันแน่”

ชลิตกับดนัยมองหน้ากันยิ้มๆพยักหน้าจะแกล้งอำ สองสาว ดาหวันถามซ้ำว่าเป็นใคร

“ใครก็ไม่รู้เนอะ แต่คงไม่ใช่สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก” ชลิตพูดด้วยน้ำเสียงปกติ

“แต่คงเป็นสิ่งลับๆที่เรียกว่ากิ๊ก” ดนัยพูดต่อประโยคของชลิต

ฉวีวรรณกับดาหวันตะลึง จำเสียงได้ทิ้งดาบ ทั้งสองหันมาโผกอดคู่ของตัวเองอย่างลืมตัว

“ฉันนึกว่าจะไม่ได้พบหน้านายแล้ว” ฉวีวรรณดีใจ

“พี่ชลิต ฮือๆหวันดีใจที่สุดในโลกเลย” ดาหวันร้องไห้กอดชลิต

“เด็กโง่ ดีใจแล้วร้องไห้ทำไม...”

เสียงทหารดังมาว่า...มันอยู่นั่น ดนัยกับชลิตดึงฉวีวรรณกับดาหวันมาหลบหลัง บอกให้หนีไปก่อน แล้วรับมือต่อสู้กับพวกทหาร แต่สองสาวไม่ยอมไปช่วยกันจัดการทหารคนหนึ่งล้มไป แต่แล้วดาหวันก็ถูกจับแล้วให้ชลิตยอมแพ้  ไม่อย่างนั้นดาหวันตาย ชลิตจำต้องยอม ดนัยซัดพวกทหารได้หลายคน แต่มาพลาดเพราะฉวีวรรณร้องเรียก เขาหันไปมองจึงโดนชกล้มลงและถูกจับได้ ฉวีวรรณร้องลั่น อย่าทำเขา

“หวี...จะฆ่าฉันก็ฆ่า อย่าทำอะไรฉวีวรรณ ได้ยินไหม ปล่อยเธอไปเดี๋ยวนี้”

“ไอ้ผู้ชายหน้าโง่ ในที่สุดแกก็ต้องเสียทีเพราะผู้หญิง...” ทหารจ่อดาบที่คอดนัย

ฉวีวรรณกับดาหวันถูกผลักกลับเข้ามาในห้องขัง อุ๊บอิ๊บเข้ามาถามถึงดนัยอย่างเป็นห่วง

สองหนุ่มถูกพากลับไปที่คุ้มรับรองแขก สองหนุ่มดิ้นรนโวยวายจะไปหาฉวีวรรณกับดาหวัน ทหารองครักษ์ชักดาบมาขู่ ห้ามขัดขืนประกาศิตเจ้าแม่ ดนัยจึงขอเจรจา แต่องครักษ์ไม่ให้ไป ให้รอเข้าพิธีอภิเษกสมรสเท่านั้น นางกำนัลกรูมาพาสองคนเข้าที่พัก...

วินยาพาชาวบ้านมาช่วยกันงมหาพวกฉวีวรรณ และหาตามริมน้ำ แต่ไม่พบใคร ทองอินแปลกใจที่ไม่มีร่องรอยอะไรบ้างเลย ดาเนาเชื่อว่าทุกคนเข้าไปในเมืองลับแลหมดแล้ว ทองอินไม่อยากเชื่อว่ามีเมืองนี้จริงๆ วินยาขอให้ทุกคนกลับหมู่บ้านไปก่อน ตนจะไปที่ผาพระจันทร์

สางโปรู้ว่าวินยาไปทำอะไรจึงบอกทองอินไม่ต้องเป็นห่วง

วินยาเข้ามาคุกเข่าที่ผาพระจันทร์ อธิษฐานให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองเพื่อนๆและคนที่ตนรักให้ปลอดภัยกลับมา พลันมีปืนมาจ่อที่หลัง วินยาสะดุ้งหันไปมอง เป็นพาณิชย์กับธนวัติ

“ลงนรกตามไอ้ดนัยไปเลยดีไหม จะได้ไม่ต้องมานั่งคร่ำครวญหามัน” พาณิชย์เยาะ

“แก...พูดเรื่องบ้าอะไร” วินยาไม่ยอมรับ

“ไม่ต้องเอ่ยชื่อหรอก ฉันไม่ได้โง่ หึๆดอกไม้ป่าอย่างแก ไปหลงเสน่ห์ไอ้กระจอกดนัยได้ยังไง” ธนวัติมองวินยาอย่างแทะโลม

“ไอ้ชั่ว หุบปากเน่าๆของแกได้แล้ว”

ธนวัติโกรธตบหน้าวินยาสองฉาดฟุบลง แล้วโถมเข้าคร่อมหมายปลุกปล้ำ “ฉันจะทำให้แกลืมไอ้ดนัยไปเลย”

วินยาร้องกรี๊ด ดิ้นรนต่อสู้แต่ถูกพาณิชย์ช่วยจับไว้ เลาซาโผล่เข้ามาเตะเสยทั้งธนวัติและพาณิชย์หงายไป พาณิชย์ชักปืนจะยิง ถูกเลาซาเตะซ้ำอีกที แล้วเลาซาก็ดึงวินยาวิ่งหนี สองคนโกรธมากคว้าปืนวิ่งตามอย่างไล่ล่า เลาซาดึงวินยาวิ่งหลบกระสุนอย่างว่องไวจนพ้นมาได้ ทั้งสองหันมามองหน้ากันอย่างโล่งใจ แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นมือยังจับกันอยู่ วินยากระชากมือออก

“หึ ไม่ต้องทำท่ารังเกียจข้าขนาดนั้นหรอก”

“เจ้ามาช่วยข้าทำไม”

เลาซาหลบสายตา “เจ้าไม่เป็นอะไรแล้ว รีบกลับเถอะ”

วินยาโมโห “เจ้ามาช่วยข้าอีกทำไม มันมากไปแล้วนะ”

“แล้วไง...”

“ศัตรูคือศัตรู ไม่ต้องมาทำตัวเป็นมิตรแส่มาช่วยเหลือข้า” วินยาส่งมีดพกให้ “แทงข้าหนึ่งแผล ข้าไม่อยากติดหนี้บุญคุณเจ้า”

เลาซามองอย่างเจ็บช้ำ ทำท่าเหมือนจะรับมีด แต่กลับจับมือวินยาบิดจนมีดร่วง แล้วดึงเธอมากอด “แผลบนร่างกายมันไม่เจ็บเท่าแผลที่หัวใจหรอก”

“นี่เจ้าจะทำอะไร เป็นบ้าไปแล้วเหรอ” วินยาดันตัวเงยหน้ามองอย่างหวาดหวั่น

“อยากให้ข้าลงโทษนักไม่ใช่เหรอ ข้าจะประทับตราบาปลงที่ปากของเจ้า” เลาซาจะจูบ

วินยากระชากตัวออกแล้วตบหน้าเลาซาฉาดใหญ่ “เลว ข้าเกลียดเจ้า เกลียดที่สุดในชีวิต”

วินยาวิ่งหนีไป เลาซามองตามรำพึงอย่างเจ็บปวดว่า ดีแล้วที่เกลียดตน ยิ่งเกลียดเท่าไหร่ก็ยิ่งปลอดภัยต่อหัวใจของตนเท่านั้น

ooooooo

ในคืนเดียวกัน สวนอุทยานเจ้าแม่ถูกตกแต่งด้วยดอกไม้และแสงเทียนอย่างสวยงาม มีอาหารจัดวางบนโต๊ะ ดนัยและชลิตในชุดคนพื้นเมือง ถูกพาตัวเข้ามา ดอกเข็มสาธยายว่า คืนนี้เป็นคืนเดือนเพ็ญ บรรยากาศดี เจ้าแม่จึงอยากจัดเลี้ยงต้อนรับ ชบาเข้ามาพูดหน้าเชิดว่า หวังว่าทั้งสองจะทำตัวดีๆ ให้สมกับที่เจ้าแม่ดีด้วย ว่าแล้วก็ค้อนขวับเดินออกไป

เหล่านางสนมบรรเลงดนตรีพื้นเมืองขับกล่อม

แสงเพชรและแสงหล้าร่ายรำออกมาด้วยท่าทียั่วยวน สองสาวเอาผ้าคล้องคอดนัยกับชลิตและดึงเข้ามาประชิดตัวคลอเคลีย ดนัยกับชลิตพยายามดันตัวออก แสงเพชรจะจูบ ดนัยทนไม่ไหวผลักเธออย่างแรง

“หยุด...ผมขอโทษ ผมทำไม่ได้”

เหล่านางกำนัลตกใจหยุดเล่นดนตรี ดนัยจะเดินหนี แสงเพชรขัดใจโวย “ทำไม เจ้าทำแบบนี้หมายความว่ายังไง”

ชลิตตกใจ “เฮ้ย ดนัย แกทำอะไรวะ อยากตายรึไง”

“แกมีแฟนแล้วนะเว้ย จะนอกใจเขาหรือไง” ดนัยกระชากคอเสื้อชลิตอย่างเอาเรื่อง

ชลิตแก้ตัวว่าเปล่า แค่อยากให้ค่อยพูดค่อยจา ดนัยตัดบทว่าตนไม่พูดอะไรทั้งนั้น ตนจะไปจากที่นี่ แสงเพชรเข้ามาขวางหน้า

“เจ้าต้องการสิ่งใดขอเพียงบอกมา ข้าให้เจ้าได้

ทุกอย่าง อยู่ที่นี่เจ้าจะมีแต่ความสุขสบายเพียบพร้อมทุกสิ่ง”

ดนัยโต้ว่าเขาไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น ที่นี่ไม่มีครอบครัว ไม่มีเพื่อนและคนที่รัก ดนัยจะเดินไป ชลิตเดินตาม แสงหล้าหน้าเสียจะร้องไห้ แสงเพชรโกรธซัดเข็มเงินไปขวางหน้าดนัยให้หยุดอยู่ตรงนั้น และว่าเขาไม่มีสิทธิ์ไปไหนนอกจากเลือกว่าจะอยู่หรือจะตายเท่านั้น

“ไอ้ดนัย ไอ้ปากเสีย แกเป็นบ้าอะไรของแก” ชลิตรั้งดนัยไว้

ดนัยสะบัดออก “ฉันยอมตาย ดีกว่าทรยศรักเหมือนแก”

“ถ้าแกตายแล้วคนที่รักแกเขาจะไม่เสียใจรึไง”

“แกจะให้ทำยังไง อยู่อย่างคนไม่มีศักดิ์ศรี ฉันทำไม่ได้”

“แล้วศักดิ์ศรีมันกินได้มั้ย” ชลิตกับดนัยผลักอกกันไปมา แทบจะชกกัน

แสงหล้าตะโกนให้สองคนหยุด แล้วถามว่าพูดเรื่องอะไรกัน ดนัยหันมามอง

“อยากรู้ความจริงใช่มั้ย ผมจะบอกให้ ความจริงก็คือ เราสองคน...”

ชลิตเห็นท่าไม่ดีรีบปิดปากดนัยแล้วพูดแทรกว่าความจริงเขาสองคนรักกัน ดนัยชะงัก ชลิตกอดดนัยไม่ให้พูด แล้วบอกว่า “เออ ถึงฉันบ้าก็บ้ารักแกนะโว้ย แกไม่ต้องอายหรอก มาถึงขั้นนี้แล้ว...เรารักพวกคุณไม่ได้ เพราะเราสองคนรักกัน เราไม่ชอบผู้หญิง ใช่มั้ยจ๊ะที่รัก”

ชลิตหอมแก้มดนัยฟอด ดนัยขนลุกรีบเช็ดแก้มจะโวย ชลิตปิดปากดนัยและจีบปากจีบคอส่งซิกให้ดนัยคล้อยตาม แสงหล้างงไปหมด ไม่เข้าใจว่าชายรักชายได้อย่างไร ไม่มีในตำรา

“ทำไมจะรักกันไม่ได้ ในเมื่อรู้ความจริงแล้วเราสองคนก็ขอตัว” ชลิตดึงดนัยเดินไป

แสงเพชรสั่งให้หยุด “ข้ารู้แล้ว เจ้าสองคนคงต้องคำสาป ใช่หรือไม่ ถึงได้รักเพศเดียวกันเช่นนี้ ข้าจะช่วยเจ้าเอง ข้าจะทำให้เจ้ากลับมาเป็นชายที่รักหญิง”

“จะทำอะไร...”ดนัยตกใจที่แสงเพชรเข้ามากอดจูบ แถมบอกว่าจะคืนความเป็นชายให้

แสงหล้าวิ่งไล่กอดปล้ำชลิต ทั้งสองดิ้นรนปัดป้องจนชนเข้ากับเทียนล้มลง ไฟลุกไปติดผ้าม่าน ชบากับดอกเข็มร้องลั่นว่าไฟไหม้ เกิดความโกลาหล ดนัยกับชลิตฉวยโอกาสวิ่งหนีเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูลงกลอน แถมเลื่อนตู้มาขวางประตูอีกชั้น

“เกือบไปแล้ว...เปลืองเนื้อเปลืองตัวจริงๆเลย” ชลิตปาดเหงื่อไปบ่นไป

สองพี่น้องมาเคาะประตูเรียก ดนัยขอร้องให้เลิกยุ่งกับพวกตนเสียที ตายเสียดีกว่า แสงเพชรโกรธ ประกาศิตว่าถึงวันแต่งงานเมื่อไหร่ทั้งสองก็หนีไม่พ้น ดนัยมองหน้าชลิตอย่างหวั่นๆ

ooooooo

เมื่อเลาซากลับมาที่อาศรมของกาซู ก็ถูกธนวัติ และพาณิชย์ดักรอรุมอัดจนสะบักสะบอม ถึงขนาดชักปืนจะยิง แต่แล้วปืนเกิดยิงไม่ออก ธนวัติแปลกใจหันปลายกระบอกมาดู ปืนลั่นเปรี้ยงเฉียดหน้าไปโดนต้นไม้ ทั้งธนวัติและพาณิชย์ตกใจ เสียงกาซูหัวเราะก้องออกมา

“นี่เป็นแค่อาคมชุดเด็กๆของข้า อยากลองของอะไรอีกไหมล่ะ”

“ไอ้หมอผี...แก...” ธนวัติโวยจะยิงใส่กาซูแต่กลับ เหมือนโดนบิดมืออย่างเจ็บปวด

“อย่าคิดว่าการที่พวกข้าทำงานให้เจ้าจะทำให้เจ้ามีสิทธิ์ทำอะไรตามใจชอบ จำไว้...พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์รังแกลูกชายข้า” กาซูบิดมือธนวัติแรงขึ้นจนทิ้งปืนลง ร้องโอดโอย

“เฮ้ย นี่มันเกิดอะไรขึ้น สงครามกลางป่าหรือไง ว่าไงกาซู” ธานีเพิ่งมาถึงถามอย่างตกใจ

ทุกคนเข้ามาคุยกันในอาศรม พอธานีรู้ว่าลูกกับหลานตัวเองทำร้ายเลาซาจึงต่อยหน้าไปคนละหมัด ธนวัติกับพาณิชย์ฟ้องว่าเลาซาทรยศไปช่วยวินยา กาซูโกรธใช้พลังบีบคอเลาซาลอยขึ้น เลาซาหลับตาสำนึกผิด เอ่ยลาท่านพ่อ กาซูโวยว่าไปเข้าข้างศัตรูทำไม เลาซาอ้างว่า

“ข้าไม่อยากให้ใครมายุ่งกับศัตรูของข้า...วินยาเป็นศัตรูข้า ได้ยินไหม พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์ไปฆ่ามัน วินยาต้องตายด้วยน้ำมือข้าคนเดียวเท่านั้น” เลาซาพูดอย่างลำบาก
กาซูเหวี่ยงลูกลงกับพื้น แล้วหันมาบอกธานีว่า ลูกของตนไม่มีวันทรยศตน ทุกอย่างเป็นเรื่องเข้าใจผิด ให้พาลูกกับหลานกลับไป ธานีเกรงจะกระทบธุรกิจ เพราะยังต้องพึ่งกาซูอีกมาก...เมื่อทุกคนกลับไป กาซูก็เอายามาให้เลาซาและว่า เลือดย่อมข้นกว่าน้ำคงไม่หักหลังตนใช่ไหม

เลาซาหน้าเจื่อน ยิ่งกาซูบอกว่า สัญญาจะยกวินยาให้เขาฆ่า แต่ต้องควักหัวใจเธอออกมาให้ดูแถมตบไหล่ปลอบให้อดทนอีกนิด เมื่อมีอำนาจและเงินพอที่จะสร้างเขตปกครองของเราเองแล้ว ก็ไม่ต้องพึ่งพาพวกธานีอีก และจะปล่อยให้เขาคิดบัญชีได้อย่างสาสม กาซูเห็นลูกเหม่อ

“เป็นอะไรไปอีก ท่าทางจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยนะ”

“เอ่อ...คือข้าเพิ่งนึกได้ว่า ไอ้เด็กนรกที่อยู่กับวินยาตอนนี้ มันเป็นเด็กคนเดียวกันกับที่มาเล่นงานพวกข้า ตอนที่รับเด็กไปขาย มันมีพลังจิตคล้ายๆท่านพ่อด้วยนะ”

“งั้นหรือ นอกจากเด็กลีซาน้องชายนังวินยาแล้ว ยังมีคนที่มีพลังเหมือนข้าอีกหรือ หึหึหึ น่าเสียดายที่มันจะต้องลงไปเที่ยวนรกตั้งแต่เล็กแต่น้อย”

“ท่านพ่อ...หมายความว่า...”

“ใครที่อยู่ข้างเดียวกับนังวินยา ถือว่าเป็นศัตรูของเราทั้งนั้น เราต้องรีบกำจัดมันก่อนที่มันจะโต และมีพลังที่เข้มแข็งกว่านี้” กาซูสีหน้าเหี้ยมเกรียมจนเลาซายังสยอง

ในขณะที่ดาเนากำลังวิ่งเล่นบอลกับเด็กๆ ชาวชาลันและได้เตะบอลกระเด็นเข้าไปในป่า ดาเนาจะวิ่งไปเก็บ เด็กๆห้ามไม่ให้เข้าไป เพราะอยู่นอกเขตหมู่บ้าน แต่ดาเนาบอกเพื่อนๆ ไม่ต้องกลัวเขาปกป้องได้ ทันใดอสูรกายของกาซูก็โผล่จากพื้นดินขึ้นมาคำรามกึกก้อง เด็กๆตกใจวิ่งหนีกลับหมู่บ้าน มาตามวินยาให้ไปช่วย ดาเนากำลังหลอกล่อให้อสูรกายล้มหน้าคะมำ อสูรกายโมโหลุกขึ้นตีอกคำราม กระโจนเข้าใส่ดาเนา วินยาวิ่งมาจะเอาหน้าไม้ยิงใส่ แต่ต้องตกตะลึงเพราะเห็นพลังบางอย่างพุ่งออกจากตัวดาเนาไปกระแทกอสูรกายกระเด็นไปตกลงพื้นร้องอย่างเจ็บปวดก่อนจะวิ่งหนีไป

วินยา ไม่อยากเชื่อสายตาว่าจะได้เห็นพลังแบบที่เคยเห็นพุ่งออกมาจากตัวน้องชาย ตอนที่แม่อุ้มหนีกาซู พลังนั้นกระแทกกาซู ทำให้กาซูกุมหัวร้องอย่างเจ็บปวด...วินยาวิ่งเข้าไปหาดาเนา จับคอเสื้อหาสร้อยเขี้ยวเสือทอง

“ทำอะไรเนี่ยพี่วินยา จะแต๊ะอั๋งดาเนาเหรอ”

“ทำไมไม่มี...” วินยาพลิกดูที่คอดาเนา

“พี่หาอะไรของพี่อ่ะ”

วินยาดึงสร้อยเขี้ยวเสือของตัวเองออกมาให้ดาเนาดูว่าเคยเห็นแบบนี้ไหม “เขี้ยวเสือแบบนี้แต่เป็นทอง เขี้ยวเสือทองน่ะ”

ดาเนางงแล้วนึกได้ว่าตนเคยเห็นภาพวาดที่บ้านสางโป วินยาโอดโอยว่าอย่าล้อเล่น ให้นึกดูดีๆ ดาเนาจึงบอกว่า ตั้งแต่เกิดมาตนยังไม่เคยเห็นเลย ว่าแล้วก็ไปวิ่งเล่นกับเพื่อนต่อ

ooooooo

คืนนั้น ฉวีวรรณกับดาหวัน ต่างฝันเหมือนกันว่า อุ๊บอิ๊บกำลังทะเลาะกับแจ๋ ดนัยกับชลิตโผล่มาอย่างฮีโร่ มาช่วยเปิดประตูห้องขัง ฉวีวรรณจะวิ่งเข้าไปหาดนัย แต่โดนอุ๊บอิ๊บตัดหน้าโผกอดดนัย เธอโกรธกระชากอุ๊บอิ๊บออก พอดีเสียงทหารกรูมา ดนัยดึงฉวีวรรณวิ่งหนี ชลิตเข้าดึงดาหวันตามออกไป อุ๊บอิ๊บจะร้องกรี๊ด แต่ถูกทหารคุมตัวพร้อมแจ๋ กิมจิและบุญทิ้งเสียก่อน

หนีออกมาได้ ฉวีวรรณเห็นว่าพวกแจ๋ไม่ได้ตามมาจะกลับไปช่วย ดนัยบอกให้ฉวีวรรณกับดาหวันไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน  แล้วตนกับชลิตจะกลับไปช่วยพวกแจ๋เอง  ดนัยเห็นม้าผูกอยู่สองตัว  จึงดึงฉวีวรรณขึ้นซ้อนข้างหน้าแล้วควบพาไป เช่นเดียวกับชลิตที่ดึงดาหวันขึ้นม้าพาควบตามไป แต่แล้วเจอพวกทหาร จึงแยกกันหนีไปคนละทาง
มาถึงชายหาด ฉวีวรรณตื่นเต้นชวนดนัยลงเดินเล่น ดนัยคิดว่า คงหนีพ้นจากเมืองลับแลแล้วถึงได้มีทางออกทะเล ทั้งสองวิ่งเล่นสาดน้ำใส่กันอย่างสนุกสนาน ดนัยดึงฉวีวรรณมากอดสบตาอย่างบอกความรู้สึกในใจ จากนั้น ทั้งสองก็เดินมาหน้าบ้านชาวประมงหลังหนึ่ง เห็นลุงนั่งถักแหอยู่หน้าบ้าน ฉวีวรรณชี้

“ลุงท่าทางจะเป็นเจ้าของบ้านนะ...ลุงคะ สวัสดีค่ะ คือว่าพวกหนูหลงทางมา อยากจะขอพักอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อยค่ะ”

“เอาสิ ตามสบายเลยนะ มา เข้าไปในบ้านก่อน” ลุงลุกขึ้นเชื้อเชิญ

อีกด้านหนึ่ง ชลิตกับดาหวันขี่ม้าเหยาะๆมาเจอถ้ำ

ดาหวันชวนชลิตเข้าไปพักผ่อน พอเข้ามาก็เจอหีบใส่ของต่างๆวางอยู่สี่ห้าหีบ

“โห นี่มันหีบอะไร เยอะแยะเลยอ่ะ พี่ชลิต”

“เออ พอดีไม่ได้เป็นคนขนมาน่ะ จะรู้มั้ยล่ะ”

ดาหวันตีไหล่ชลิตอย่างหมั่นไส้ “นี่แน่ะ เถียง เดี๋ยวตีตายเลยนี่...อ๊าย...”

ชลิตรวบตัวดาหวันมากอด “มะตีสิ พี่จะได้ตบด้วยปากบ้าง”

“บ้า...”

“แต่ก็ชอบใช่มั้ยล่ะ...”

ดาหวันเขินกระทืบเท้าชลิตร้องโอ๊ย...แล้วหันไปค้นของในหีบ เจอเสื้อผ้าเครื่องประดับมากมาย สงสัยจะเป็นของพวกเรือแตก ดาหวันรีบยกมือไหว้

“ท่านเจ้าของขา หวันขออนุญาตยืมใส่สักวันนะคะ แล้วหวันจะให้พี่ชลิตซักคืนให้”

“อ้าว ไหงงั้นล่ะอีหนู พี่เกี่ยวอะไรในท้องเรื่อง”

“ก็เพราะพี่ก็ต้องเปลี่ยนด้วยไง เหม็นเหงื่อจะแย่อยู่แล้วรู้ตัวมั้ย ไปๆอย่ามายืนงง ออกไปเปลี่ยนข้างนอกโน่นเลย ไปๆๆ” ดาหวันส่งเสื้อผ้าให้แล้วดันชลิตให้ออกไป

ชลิตเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนั่งรอ ดาหวันเดินออกมาในชุดทันสมัยดูสวยผิดตา เผลออุทานว่า

“วันนี้หวันของพี่สวยมาก...”

“ขี้ตู่ ใครที่ไหน เป็นของพี่”

“ก็หัวใจของหวันไง...ของพี่”

“อย่ามา พี่ชลิตอย่ามามั่ว”

“หวันแหละ อย่ามาโกหกดีกว่า...จำวันที่เราไปฉลองเรียนจบกันได้มั้ย” ชลิตหมายถึงวันที่เขาจูบดาหวันครั้งแรกตรงน้ำตก “นับจากนั้น นางสาวดาหวันก็ตกหลุมรักนายชลิตสุดหล่อจนหมดหัวใจ”

ดาหวันหลบตาอย่างอายๆ ปฏิเสธว่าไม่จริง แล้วผลักชลิตจะวิ่งหนี ชลิตตามไปกอดเธอไว้อย่างอบอุ่น ทั้งสองยิ้มคลอเคลียกัน...

ด้านฉวีวรรณที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดชาวบ้าน ดนัยหุงข้าวทอดไข่เหยาะซอสเป็นคำว่ารักไว้ให้ ฉวีวรรณเห็นแล้วยิ่งประทับใจ “ขอบใจมากนะ ที่ทำอะไรน่ารักๆอย่างนี้ให้ฉัน”

“ถ้าน่ารัก ก็รักเสียทีสิ ฉันอยากได้ยินเหมือนกันว่าเธอรักฉันรึเปล่า”

ฉวีวรรณอ้ำอึ้ง ดนัยสวมกอดรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ ฉวีวรรณรู้สึกผิดที่แย่งแฟนน้อง จึงรีบปัด “มีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่านี้อีกเยอะแยะ...อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย”

ฉวีวรรณเดินหนีมาริมทะเล รำพึงขอโทษดาหวันและสัญญาจะหักห้ามใจตัวเอง ดนัยตามออกมาถามว่าทำไมชอบวิ่งหนี มันยากมากหรือที่จะพูดคำว่ารัก ฉวีวรรณหันกลับมาโต้

“นายไม่เข้าใจหรอก” ว่าแล้วจะเดินหนี

ดนัยขยับมาขวาง “หรือว่า...เธอไม่เคยรักฉันเลย”

“นี่ พูดไม่รู้เรื่องเหรอ ทำไมเรื่องแค่นี้ต้องมาบังคับให้พูดด้วย”

“ถ้ามันแค่นี้ ก็ไม่น่ายากที่จะพูด ทำไมยังลังเลที่จะตอบ”

“ก็เพราะ...ฉันมีแฟนอยู่แล้วน่ะสิ” ฉวีวรรณหาเรื่องแก้ตัว “ฉันยังรักชลิตอยู่ เข้าใจมั้ย”

ดนัยไม่เชื่อ ฉวีวรรณโต้ “ฉันไม่ได้คบชลิตแค่วันสองวันเท่านั้นนะ ความผูกพันของเรามีมากมายเกินกว่าที่ความหลงชั่วข้ามคืนจะมาลบล้างได้”

“เธอพูดยังงี้หมายความว่าไงหวี ความรักของเรามันเป็นแค่เรื่องชั่วข้ามคืนเหรอ”

“ระหว่างเรามันไม่ใช่ความรักหรอกดนัย มันก็แค่ความหลงชั่วครั้งชั่วคราว เหมือนน้ำค้างตอนดึกที่พร้อมจะเหือดแห้งไปในตอนเช้า ที่พระอาทิตย์ส่องแสงมาไงล่ะ”

ดนัยโกรธดึงฉวีวรรณเข้ามาจูบอย่างหนักหน่วง เธอไม่ทันตั้งตัวทุบไหล่เขา สักพักก็อ่อนยวบลง ดนัยถอนปากออกแล้วถาม “รักหรือหลง รู้หรือยัง”

ไม่ทันที่ฉวีวรรณจะตอบ ดนัยก็จูบเธออีก ชลิตกับดาหวันเดินจูงมือเข้ามาเห็น ต่างมองอย่างตะลึง “พี่หวี...ดนัย...”

สองคนผละออกจากกัน หันมาเห็นชลิตจูงมือดาหวันอยู่ ดาหวันต่อว่าฉวีวรรณหาว่าแอบแทงข้างหลัง ฉวีวรรณหน้าซีดรีบแก้ตัว ขอให้ฟังตนอธิบายก่อน ดนัยโพล่งขึ้นมา

“ถ้าจะมีใครผิด ก็โทษพี่เถอะ อย่าไปว่าหวีเลย...แล้วแกล่ะชลิต มีอะไรจะพูดไหม ว่าแกคบดาหวันแบบไหน” ดนัยมองมือชลิตที่ยังจับมือดาหวันอยู่

ดาหวันตกใจรีบดึงมือออก แก้ตัว “มันไม่ใช่อย่างนั้นนะพี่ดนัย หวันกับพี่ชลิตเป็นอย่างอื่นไม่ได้หรอกค่ะ นอกจากเป็นพี่น้องกัน”

ชลิตไม่อยากโกหก แต่ดาหวันไม่ให้ชลิตพูดอะไรเพราะเกรงฉวีวรรณเสียใจ ดาหวันยืนยันว่าชลิตยังรักพี่อยู่ ดนัยต่อว่าชลิตยังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่าให้ผู้หญิงออกหน้า ชลิตเดือดสวนว่าดนัยเป็นเพื่อนทรยศแอบมาสวมเขาให้ตน ดนัยโกรธเกิดการชกต่อยกันขึ้น สองสาวช่วยกันห้าม แต่สองคนทะเลาะกันดุเดือด ถึงขั้นแทงกันตายทั้งคู่ สองสาวร้องกรี๊ด ต่างโผเข้าหาคู่ของตัว

“ดนัย...อย่าตายนะ ดนัย...โอ๊ย...”

“พี่ชลิต อย่าเป็นอะไรนะ...อู๊ย...”

สองพี่น้องหัวโขกกันตกใจตื่น มองหน้ากันงงๆ แจ๋ กิมจิ บุญทิ้ง และอุ๊บอิ๊บพลอยตกใจตื่นไปด้วย แจ๋รีบถามว่า ฝันอะไรกันร้องเสียลั่น สองพี่น้องแก้ตัวพัลวันแล้วมองหน้ากันงงๆว่าฝันเหมือนกันหรือ อุ๊บอิ๊บหมั่นไส้จะพูดเรื่องสลับคู่กันและทำเป็นค้นหามือถือจะมาเปิดคลิป ดาหวันตกใจรีบลากอุ๊บอิ๊บหลบมามุมหนึ่ง ต่อว่าว่าตนเลิกกับดนัยตามสัญญาแล้ว ยังจะมาขู่อีก

“ใช่ เธอเลิก แต่เพราะพี่สาวเธอน่ะสิ ทุกอย่างถึงต้อง เป็นโมฆะ” อุ๊บอิ๊บแหวใส่

“พี่หวีมาเกี่ยวอะไรด้วย เธออย่ามามั่วนะ”

“คนอย่างฉันไม่มีมั่วอยู่แล้วย่ะ ฉันเห็นมากับตาว่าพี่สาวของเธอจูบ...” พลันจิ้งจกตกมาใส่ อุ๊บอิ๊บร้องลั่นวิ่งเตลิดให้คนช่วยเอาออก แล้วสะดุดหัวโขกลูกกรงสลบไป

ดาหวันเสียดายที่ไม่ทันรู้เรื่อง ฉวีวรรณเข้ามาถามมีอะไร ดาหวันบอกปัดไม่มีอะไร

ooooooo

นอนโรงพยาบาลมาสองสามวัน สุภาพเกรงศิริจะเบื่อจึงเข็นรถเข็นออกมานั่งเล่นในสวนเปลี่ยนบรรยากาศ ศิริเห็นเด็กหญิงสองคนเล่นกัน ยิ่งทำให้คิดถึงลูกๆ เขาจึงเข็นรถตัวเองตามเด็กทั้งสองเข้ามาแผนกเด็ก ยิ่งเห็นเด็กอ่อนในห้องกระจกยิ่งรู้สึก สะเทือนใจ บ่นพึมพำว่าใจจะขาด ผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ก่อนหันมามองหน้า ศิริกล่าวขอโทษที่พูดเพ้อเจ้อเพราะตนคิดถึงลูก

“ไม่เพ้อเจ้อหรอกค่ะ พ่อแม่ทุกคนก็เป็นแบบนี้ ที่คอยตามไม่ใช่ไม่ไว้ใจ แต่เพราะกลัวว่าลูกจะมีอันตรายต่างหาก สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพ่อแม่ก็คือความปลอดภัยของลูก แต่ลูกไม่เข้าใจ”

ศิริแปลกใจที่เธอเข้าใจความรู้สึกของตน ทั้งสองจึงนั่งคุยกันอย่างถูกคอ ศิริไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนนี้คือนงนุช แม่ของดนัย เจ้าหน้าที่เข้ามาตามนงนุชไปดูศพคนที่ตามหา นงนุชแนะนำตัวกับศิริแล้วล่ำลา เตรียมใจไปดูศพดนัย แต่พอเห็นก็โล่งอกที่ไม่ใช่ดนัยลูกชายของตน...

วินยาคุยกับสางโปเรื่องพลังพิเศษของดาเนา สงสัยว่าจะเป็นลีชาน้องชายของตน สางโปย้ำว่าลีชาตกหน้าผาจะมีชีวิตรอดได้อย่างไร วินยาแค้นใจจะไปแก้แค้นกาซู สางโปห้าม วินยาจี้จุดให้สางโปสลบ...เธอบุกมาที่อาศรมกาซูอย่างบ้าดีเดือด สู้กันจนหลุดเข้าไปในป่า กาซูไม่สามารถใช้อิทธิฤทธิ์ทำอะไรวินยาได้ เพราะพลังจากเขี้ยวเสือปกป้องไว้ วินยาจะจ้วงแทงกาซู

เลาซาโผล่เข้ามาร้องลั่น “หยุดนะ เจ้าจะทำอะไร”

“อยู่กันพร้อมหน้าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ลงนรกไปพร้อมๆกัน” วินยาแค่นยิ้ม

เลาซาไม่อาจทำร้ายวินยาได้ จึงเอาแต่หลบหลีก แล้วพลาดถูกเธอแทงด้วยมีดพก กาซูใช้จังหวะนั้น ยิงหน้าไม้ปักเข้าที่หัวไหล่วินยา หงายหลังตกหน้าผาลงไป เลาซาตกใจมาก

“ฮ่าๆๆสะใจจริงโว้ย ดูสิไอ้เลาซา นี่ไงล่ะจุดจบของนังผู้หญิงสามหาว อวดดีกับข้า” เลาซายังนิ่งอึ้ง กาซูมองอย่างจับผิดถาม “เจ้าเป็นอะไรทำไมทำหน้าแบบนั้น อย่าบอกข้านะ ว่าเจ้าเสียใจที่มันเป็นอะไรไป”

“ใช่ ข้าเสียใจ เสียใจที่ข้าไม่ได้เป็นคนฆ่ามัน ไหนท่านว่าจะให้ข้าเป็นคนจัดการไงล่ะ”

กาซูคลี่ยิ้มแล้วตบผัวะเข้าที่หน้าเลาซา “ ฝีมืออ่อนหัดอย่างที่ข้าเห็นเมื่อกี้น่ะเหรอ จะจัดการนังนั่นได้ เจ้ากำลังจะเสียทีมันแล้วด้วยซํ้า”

เลาซาแอบกำหมัดแน่น คุกเข่าลง “ข้าขอโทษ ข้ามัวพะวงเป็นห่วงท่านพ่อ กลัวว่านังผู้หญิงบ้าเลือดนั่นจะลอบทำร้ายท่านอีก”

กาซูส่ายหน้าแล้ววิ่งลงไปตามทางลาดชันของเหว เลาซาร้องถามว่าจะไปไหน กาซูตอบว่าจะไปดูให้เห็นกับตาว่าวินยาเป็นผีเฝ้าป่าแน่หรือยัง เลาซาใจหายวาบวิ่งตามลงไป

“หาศพมันให้เจอ ถ้ามันยังไม่ตายก็ฆ่ามันซะ” กาซูสั่ง

เลาซาพยายามหาจนเจอร่างวินยานอนหมดสติหายใจรวยริน เขาเกรงพ่อจะฆ่าเธอ มองไปเห็นกระต่ายตัวหนึ่งจึงจับมา แล้วร้องบอกกาซูว่าเจอแล้ว โดยตัวเขาบังร่างวินยาไว้ แล้วเชือดกระต่ายเลือดกระเซ็น กาซูดีใจที่เลาซาฆ่าวินยาได้จะเดินเข้ามาดูสภาพศพ โชคดีที่ธานีโทร.มาเรียกตัวไปช่วยงาน เลาซาขอตัวไปล้างคราบเลือดแล้วจะตามไป  เลาซามองร่างวินยาอย่างห่วงใย

“ข้าจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด รักษาลมหายใจของเจ้าไว้นะ วินยา...”

เลาซาล้างตัวแล้วเดินตามกาซูมาอย่างรวดเร็ว แต่แอบเก็บใบสมุนไพรมาเคี้ยว ทำให้เขาดูเหมือนเป็นไข้ตัวร้อน กาซูเข้าใจว่าเกิดจากการอักเสบของแผลที่ถูกแทง จึงให้กลับไปพักผ่อน

“ใบกาวกับว่านคำแสด ทำให้ร่างกายร้อนขึ้นโดยไม่ต้องเป็นไข้...ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะเอาความรู้ที่ท่านสอนมาหลอกท่าน แต่มันจำเป็นจริงๆ” เลาซาพึมพำก่อน

จะแอบกลับไปอุ้มร่างวินยาออกจากก้นเหว...

ธานีเรียกกาซูมาช่วยค้นหาอุ๊บอิ๊บที่ตกผาน้ำตกลงมาพร้อมพวกฉวีวรรณ กาซูสงสัยว่าอุ๊บอิ๊บจะหลุดเข้าไปในเมืองลับแลแล้ว ธานียิ้มย่องเมื่อรู้ว่ามีเมืองที่มีแต่ผู้หญิง ธนวัติสงสัยว่าใต้นํ้าจะมีถํ้าจึงอาสาดำนํ้าลงไปดูกับพาณิชย์ แต่ไม่ทันไร เจอเข้ากับจระเข้ตัวโต ตะเกียกตะกายว่ายหนี จระเข้โผล่พรวดขึ้นมาทำให้พวกสมุนแตกกระเจิง ชนธานีกับกาซูพลัดตกนํ้าไปด้วย ทั้งสองว่ายหนีไปรวมกับธนวัติและพาณิชย์ พลันเกิดนํ้าวนดูดทั้งสี่คนหายลงไป

ooooooo

ก่อนการจะเป็นเจ้าบ่าว ดนัยกับชลิตถูกจับขัดสีฉวีวรรณ ทั้งสองนอนบนเตียงแบบทำสปา มีเพียงผ้าขนหนูพันกาย ดอกเข็มสาธยายขั้นตอนว่าต้องทำอะไรบ้าง ชลิตแอบปลื้มว่าจะมีสาวๆมานวดเฟ้น ดนัยจะขัดขืนแต่โดนชบากดไว้ แล้วตบมือเรียกนางกำนัลเข้ามา เป็นสาวอ้วนสี่คน ชลิตหน้าเหวอ นางกำนัลกระชากผ้าขนหนูดนัยกับชลิตออก แล้วละเลงครีมทั่วร่างอย่างดีใจที่ได้ลวนลามผู้ชาย สองหนุ่มถูกแวกซ์ขนเหมือนถอนขนไก่ ร้องโอดโอยกันระงม...

ในห้องขัง อุ๊บอิ๊บยังไม่เลิกที่จะแฉเรื่องระหว่าง

ฉวีวรรณกับดนัย และชลิตกับดาหวัน ทำให้เกิดการทะเลาะตบตีกับแจ๋ ทหารเข้ามาห้าม  ฉวีวรรณจึงฉวยโอกาสดึงดาหวันหนีออกมา บุญทิ้งดึงอุ๊บอิ๊บวิ่งหนีไปอีกทาง สองคนได้ใกล้ชิดกัน บุญทิ้งเกิดอาการหอบกำเริบหมดสติ อุ๊บอิ๊บจะทิ้งไปก็เป็นห่วง ถึงอย่างไรก็มีบุญทิ้งคนเดียวที่คอยดูแลตน จึงดูแลปฐมพยาบาล

ฉวีวรรณกับดาหวันหนีเข้ามาในคุ้มเจ้าแม่ หลบเลี่ยงทหารที่เฝ้าเข้ามาในห้องนางกำนัลแล้วเลยเอาชุดนางกำนัลมาสวมใส่ ฉวีวรรณเตือนดาหวันให้ทำตัวกลมกลืนไปกับพวกนางกำนัล  เผอิญชบาเดินมาเจอ เห็นสองสาวหลบหน้าหลบตาจึงเอ็ด

“นี่เจ้าสองคน มาเดินลอยชายอะไรแถวนี้ ข้างในเขาวุ่นกันไปหมดแล้ว ไปช่วยเตรียมงานสิ เดี๋ยวก็ไม่ทันพอดี” ชบาส่งถาดใส่ลูกประคบและเครื่องหอมให้คนละถาด “เอาไปที่โรงอาบน้ำหลวง เจ้าไปห้องฝั่งขวา ส่วนเจ้าไปห้องฝั่งซ้ายรีบไปเร็วเข้า”

“จะ...เจ้าค่ะ...” ฉวีวรรณกับดาหวันรับคำ เดินเงอะงะกันไป

ชลิตกับดนัยสวมเสื้อคลุมนั่งหมดแรงอยู่บนเก้าอี้ ชลิตบ่นปวดแสบปวดร้อน จะแย่อยู่แล้ว ดนัยโวย

“เป็นไงล่ะ สมน้ำหน้า กระดี๊กระด๊าดีนัก”

“ใครจะคิดว่าต้องทรมานขนาดนี้ เห็นสาวๆสวยๆนึกว่าจะเหมือนสปาในโรงแรม”

นางกำนัลอ้วนเข้ามาบอกว่าถึงเวลาทำขั้นต่อไป สองคนร้องจ๊าก...ยังมีอีกหรือ นางกำลังอ้วนหิ้วสองหนุ่มแยกไปคนละห้อง  เป็นห้องที่มีอ่างอาบน้ำลอยกลีบกุหลาบ  นางกำนัลบอกดนัยให้รอเดี๋ยว  เพราะตนเกิดปวดท้องหิวข้าว   เดินออกมาเจอฉวีวรรณเงอะงะอยู่  จึงผลักเข้าไปให้ทำแทน  ดนัยได้ยินเสียงคนเข้ามาก็ปลงไม่อยากกลัวอะไรอีกแล้ว จึงถอดเสื้อคลุมยืนรอ

“เอ้า อยากทำอะไรก็เชิญ รีบๆทำให้เสร็จๆ”

ฉวีวรรณโผล่มาเห็นดนัยล่อนจ้อนก็ร้อง “อ๊าย...ไอ้โรคจิต”

ดนัยตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นฉวีวรรณ รีบคว้าเสื้อคลุมมาใส่อย่างอายๆ นางกำนัลอีกคนโผล่เข้ามาถามว่ามีอะไร ดนัยทำเสียงร้องแบบฉวีวรรณแล้วบอกว่าตนร้องเพลง นางกำนัลจึงออกไป

“เธอมาอยู่ที่นี่ได้ไง” ดนัยดึงฉวีวรรณมามุมห้อง

“ฉันมาช่วยนายน่ะสิ นายไม่เป็นไรใช่มั้ย พวกเขาทำร้ายนายรึเปล่า”

“ฉันไม่เป็นไร”

“รู้มั้ยว่าฉันเป็นห่วงนายมากเลย” ฉวีวรรณสบตาดนัยอย่างจริงใจ

“ฉันไม่ยอมเป็นอะไรง่ายๆหรอก  ฉันจะอยู่ดูแลเธอ

ไม่มีวันทิ้งเธอไปเด็ดขาด” ดนัยกุมมือฉวีวรรณอย่างรักใคร่...

ชลิตโดนหามเข้ามาโยนในห้องที่ดาหวันนั่งรออยู่แล้ว ดาหวันตกใจไม่รู้จะทำอย่างไร

“ทำไงดีล่ะ ทำไมต้องมาอยู่ในที่แบบนี้กับผู้ชายแปลกหน้าด้วย”

“ไม่เอา กลัวแล้ว อย่าเข้ามา” ชลิตหลับหูหลับตาร้อง

ดาหวันเห็นชลิตก็ดีใจ “พี่ชลิต นี่หวันเอง”

“หวัน หวันจริงๆด้วย นี่พี่ตาฝาดรึเปล่า” ชลิตลืมตามอง

“ไม่ตาฝาดหรอก หวันจริงๆ” ดาหวันโผกอดชลิตด้วยความดีใจ

ด้านฉวีวรรณกับดนัยยังกุมมือกัน ฉวีวรรณเตือน “เรารีบไปจากที่นี่เถอะ ลุงสางโปบอกว่า ที่นี่คือเมืองลับแล คนที่นี่จะฆ่าผู้ชายทุกคนที่พลัดหลงเข้ามา”

โชคร้ายที่แสงเพชรกับแสงหล้าเดินมา เห็นนางกำนัลแอบกินอยู่หน้าห้องอาบน้ำ ก็จุ๊ปากไม่ต้องกลัว พวกตนจะเข้าไปเซอร์ไพรส์ดนัยกับชลิต สองพี่น้องแยกกันเข้าคนละห้อง ดนัยกับฉวีวรรณกำลังหาทางหนี แสงเพชรโผล่เข้ามา ทั้งสองตกใจสุดขีด...

อีกห้อง ดาหวันยังกอดชลิตอยู่ “พี่ชลิต หวันขอโทษที่ผลักพี่ตกน้ำ หวันไม่ได้ตั้งใจ หวันกลัวแทบแย่ ถ้าพี่เป็นอะไรไปหวันคงรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต”

“อย่าโทษตัวเองสิ พี่ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่ต้องกลัว”

เสียงแสงหล้าร้องเรียกชลิต ชลิตตกใจ “แย่แล้ว...”

“อะไรเหรอพี่ชลิต” ดาหวันงง

“อย่าเพิ่งถาม รีบหลบก่อน” ชลิตดึงดาหวันไปซ่อนหลังผ้าม่าน

“ท่านพี่ชลิตของข้า...” แสงหล้าโผล่เข้ามา ชลิตหันมายิ้มหน้าเจื่อนๆอย่างหวาดหวั่น

ooooooo

ตอนที่ 8

รู้ทั้งรู้ว่าธานีคงสั่งขนไม้ไปไว้ที่อื่นแล้ว แต่ทองอินต้องค้นตามหน้าที่ วินยาอาสาช่วยเพราะเชื่อว่าน่าจะมีหลักฐานหลงเหลืออยู่บ้าง...

ชลิตกับดาหวันเดินลัดเลาะมาตามทางในป่า จนมาถึงทางสามแพร่ง ต่างชี้ไปคนละทางให้ไปทางนี้ ชลิตว่าเธอมั่ว ดาหวันโต้ว่าตนใช้ฟิล ชลิตทำหน้างง ดาหวันถอนใจก่อนจะอธิบาย

“ก็ความรู้สึกไง พี่ชลิตใจหยาบล่ะซี้ ถึงไม่เคยใช้หัวใจนำทาง”

“เฮอะ...ทียังงี้ล่ะ ใช้หัวใจนำทาง ทีเรื่องที่ควรใช้กลับไม่ใช้”

“อะไร เรื่องอะไร มาว่าเค้าเรื่องอะไร” ดาหวันผลักอกชลิต

ชลิตรวบมือดาหวันเอามาแนบอก “งั้นตอบพี่มาหน่อยสิว่า หัวใจของเธอเคยรู้สึกมั้ย ว่าพี่รู้สึกอย่างไรกับเธอ... รู้สึกมั้ย หัวใจของพี่กำลังบอกว่า...พี่...รัก...”

ดาหวันอึ้ง ชลิตพูดไม่ทันจบ มีผลไม้ถูกปามาใส่ ทั้งสองสะดุ้งหันมอง ดาเนาหัวเราะคิกอยู่บนต้นไม้ “ฮ่าๆกิ้วๆหน้าไม่อาย กิ้วๆหน้าไม่อาย”

ทั้งดาหวันและชลิตโกรธและอาย เรียกให้ดาเนาลงมาแต่ดาเนาไม่ลง ชลิตจึงปาผลไม้กลับขึ้นไป ดาเนาหลบไปหลบมา ดาหวันปาขึ้นไปบ้างโดนดาเนาอย่างจังร่วงลงมาแน่นิ่ง ทั้งสองเข้าไปเขย่าตัวดาเนาอย่างตกใจ จู่ๆ ดาเนาก็เงยหน้ามาแลบลิ้นใส่บอกว่าล้อเล่น จึงโดนทั้งสองจี๋เอวหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง...

พาณิชย์ขับรถโดยมีเลาซานั่งหน้าเครียดมาข้างๆ

พาณิชย์ฮึดฮัดที่ทำงานไม่สำเร็จต้องโดนธานีบ่นจนหูชาแน่ จู่ๆเลาซาก็ร้องให้จอดรถ พาณิชย์ตกใจรีบจอดข้างทาง เลาซา

ลงจากรถตรงไปที่เพิงไม้มุงหลังคาข้างทาง เขาเข้าไปยืนมองอย่างมีความหลังฝังใจ

เมื่อห้าปีก่อน ขณะที่ฝนเทลงมา เลาซานั่งลับมีดพกอยู่ในเพิงไม้แห่งนี้ วินยายังอยู่ในชุดนักเรียน ม.ปลาย ถือกระเป๋านักเรียนวิ่งเข้ามาขอหลบฝน เลาซาตะลึง กลบเกลื่อนก้มหน้าลับมีดแต่ก็ชำเลืองมองเธอตลอดเวลา วินยาขอหลบฝนสักครู่ไม่อยากวิ่งตากฝนกลับบ้าน วินยาถามเลาซาว่าอยู่ที่นี่หรือ เลาซาตอบว่าเปล่า เขามักจะมาที่นี่เวลาต้องการใช้ความคิด วินยาจึงบอกว่าตนเป็นคนที่นี่ แต่ไม่ได้อยู่เสียหลายปี เพราะไปเรียนหนังสือในเมือง ตอนนี้เรียนจบแล้วจะกลับมาอยู่ที่นี่ วินยาขอยืมมีดของเลาซามาเขียนชื่อตัวเองไว้ที่เสา เลาซาอ่านไม่ออก เธอจึงสอนเขาสะกดและบอกว่า ความตั้งใจของเธอคือ สอนให้คนในหมู่บ้านอ่านหนังสือออก

“ข้าจะสอนให้เจ้าฟรีๆไม่คิดเงินเลยนะ”

แต่พอวินยาถามว่าเขาชื่ออะไร และเตรียมจะเขียนชื่อลงไปบนเสาอีกชื่อ เลาซาบอกชื่อของตน เท่านั้น...วินยาก็กำหมัดแน่นด้วยความแค้น “เลาซา...”

“ใช่ ข้าชื่อเลาซา”

“ที่เป็นลูกของไอ้กาซูใช่มั้ย”

“ทำไมเรียกพ่อข้าแบบนั้น”

วินยาหันกลับมาเอามีดปาดหน้าอกเลาซา เลือดกระฉูด เลาซาร้องลั่นถามว่าทำเขาทำไม

“ก็ฝากความระลึกถึงไปให้พ่อของเจ้ายังไงล่ะ แล้วบอกมันด้วยว่า ข้าวินยา ลูกของท่านพ่อลีซัน ได้กลับมาทำหน้าที่หัวหน้าเผาชาลันอย่างเต็มตัวแล้ว”

“วินยา...นี่เจ้าเองเหรอ...” เลาซาตกใจ

วินยาเงื้อมีดจะแทงอีกครั้ง เลาซาหลับตาลงเตรียมรับ แต่แล้ววินยากลับปามีดไปปักฝาเพิงเฉียดหูเลาซา จนเขาสะดุ้ง “ข้าจะยกให้เจ้าสักครั้ง ในฐานะที่เจ้าให้ที่หลบฝนข้า แต่นับจากนี้ไป ข้าเจอเจ้ากับพ่อของเจ้าที่ไหน ข้าก็จะเอาชีวิตพวกเจ้าที่นั่น”

วินยามองด้วยความแค้นก่อนจะวิ่งออกไป...ภาพความหลังยังฝังใจเลาซาไม่เสื่อมคลาย พาณิชย์เดินมาตามอย่างหงุดหงิด เลาซาไล่ให้ออกจากเพิงเพราะเป็นที่ส่วนตัวของตน พาณิชย์ไม่พอใจเดินเข้าไปอย่างท้าทาย จึงถูกเลาซาเหวี่ยงออกมาล้มเค้เก้ พาณิชย์กลัวแต่ยังทำปากเก่งว่าไม่อยากเสียเวลา มีงานต้องรีบกลับไปทำ พาณิชย์เดินกลับไป เลาซาเดินตามไปขึ้นรถ...

ดาเนาจัดการหากระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำมาให้ชลิตกับดาหวัน แทนคำขอโทษที่ทำให้ตกใจแถมจะนำทางออกจากป่าให้ด้วย ชลิตถามว่าดาเนาโตมาในป่าหรือและบ้านอยู่ไหน ดาเนาชี้ไปหลังหุบเขาไกล และบอกว่าเขาชอบมาเล่นกับเพื่อนๆที่นี่

“แหมเหมือนเมาคลีเลยนะ” ชลิตแซว

“เมาคลีคืออะไร” ดาเนาไม่รู้จักนิทานสักเรื่อง

“ก็เด็กที่มีหมาป่าเอาไปเลี้ยง”

“เรื่องแบบนั้นไม่มีหรอก เพ้อเจ้อ” ดาเนานิ่วหน้าใส่

ดาหวันหัวเราะเยาะที่ชลิตถูกเด็กด่า ชลิตหน้าเสีย ดาหวันถามดาเนาว่ามาเล่นไกลๆแบบนี้ พ่อแม่ไม่ว่าเอาหรือ มันอันตราย ดาเนาสลดลงตอบว่า ตนไม่มีพ่อแม่ ดาหวันกับชลิตอึ้ง

ดาเนาเล่าว่า “ดาเนาไม่มีพี่น้อง มีแต่ยายคนเดียว ยายเลี้ยงดาเนามาตั้งแต่เด็กๆยายใจดีไม่ว่าดาเนาหรอก...รอเดี๋ยวนะ พี่ชาย ดาเนาจะรองน้ำมาให้”

ชลิตมองดาเนาที่วิ่งตื๋อไปอย่างเอ็นดู “อืม เป็นเด็กกำพร้า อยู่กับยายกลางป่านี่เอง ถึงได้มีสัญชาตญาณการเอาตัวรอดสูง แล้วก็เลยแก่นแก้วอย่างนี้”

“ถึงจะแก่นแต่ก็มีน้ำใจนะ พี่ชลิต...ถ้าเป็นไปได้ หวันอยากให้ดาเนามาเป็นน้องชายของหวันจริงๆเลย” ดาหวันรู้สึกเอ็นดูดาเนาอย่างจริงใจ

ooooooo

ขณะที่รอทองอินกับวินยาค้นปางไม้ของธานี พาณิชย์โทร.เข้ามาบอกธานีเรื่องเด็กๆถูกชลิตกับดาหวันพาหนีไปได้หมด ธานีแค้นใจมาก พอดีกาซูมารายงานว่าตำรวจที่ธานีให้ไปตามมากำลังมาถึง ธานียิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

ทองอินกับวินยาเดินกลับมา ดนัยรีบถามว่าเจอหลักฐานอะไรบ้างไหม ทองอินกับวินยาไม่ทันตอบ พวกธานีเดินเข้ามาถามเยาะๆว่าเจออะไรบ้างไหม ทองอินตอบอย่างโกรธๆว่า

“จะไปเจออะไรล่ะครับ พวกชั่วทำลายชาติ มันรู้แกว ขนไม้ไปไว้ที่อื่นแล้วน่ะสิ”

“พูดให้ดีๆนะคุณ ผมฟ้องหมิ่นประมาทคุณได้นะ” ธนวัติเดือดจะเอาเรื่อง

ฉวีวรรณโต้ว่าพวกตนไม่กลัว บุญทิ้งท่องคำพระแล้วแปลว่า ผู้กล่าวคำไม่จริงย่อมเข้าถึงนรก ธนวัติโกรธชกหน้าบุญทิ้งล้มคว่ำ ดนัยปรี่เข้ากระชากธนวัติมาชกบ้าง ทั้งสองจึงต่อสู้กัน ธานียกมือให้ลูกน้องรุม แจ๋กับกิมจิรีบขัดว่าให้เป็นลูกผู้ชายกันหน่อย ธานีจึงชะงักปล่อยให้ดนัยกับธนวัติสู้กันตัวต่อตัว ไม่ทันไร ตำรวจนอกเครื่องแบบสี่นายที่กาซูไปตามมา ลงจากรถกระบะสองคัน ธานีแจ้งให้จับดนัยกับพวก อุ๊บอิ๊บโวยวายไม่ให้จับดนัย

“อุ๊บอิ๊บ เลิกเข้าข้างไอ้ชั่วนั่นซะที” ธานีเอ็ดลูกสาว

วินยาเหลืออด ตวาดกลับ “พวกแกสิทั้งชั่วทั้งหน้าด้าน ทำผิดกฎหมายแล้วยังใส่ร้ายคนอื่นอีก”

“ถ้าไม่อยากให้ชาวชาลันกำพร้าผู้นำก็หุบปากแกซะเถอะ นังวินยา” กาซูโต้

วินยาโมโหจะต่อยกาซู แต่ทองอินรั้งไว้ เกรงเข้าทางพวกนั้น ดนัยกับฉวีวรรณถูกจับไปนั่งท้ายรถกระบะคันหนึ่ง อีกคัน แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งนั่งไป มีตำรวจคอยคุมคันละหนึ่งคน ทองอินสะดุดใจบางอย่างว่าตำรวจสี่นายนี้ท่าทางมีพิรุธ

ooooooo

ดาเนานำทางชลิตกับดาหวันมาถึงเขาที่จะข้าม ไปหมู่บ้านชาลัน อีกทางเป็นดงผีฟ้าที่สามารถตัดออกถนนหลวงได้ ชลิตขอให้ดาหวันเข้าไปสารภาพกับฉวีวรรณเรื่องของเขากับเธอ จะได้ไม่มีเรื่องคาใจ แต่ดาหวันไม่ยอมไป แถมไล่ให้ชลิตกลับไปหาฉวีวรรณ

“ไม่ต้องกลัวนะ พี่คิดว่าหวีแมนพอ แล้วก็ยอมรับได้ พี่จะไปสารภาพกับหวีเอง ว่าหัวใจของพี่เปลี่ยนไปแล้ว พี่ไม่ได้ รักหวีเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว”

ดาหวันตบหน้าชลิต “ผู้ชายเห็นแก่ตัว นึกจะเปลี่ยนใจเลิกรักก็พูดง่ายๆทำง่ายๆอย่างนี้น่ะเหรอ...พี่ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายจิตใจพี่หวี ได้ยินมั้ย ไม่มีสิทธิ์”

ดาหวันผลักชลิตกระเด็น แล้ววิ่งหนีไปทางหนึ่ง ดาเนาตกใจวิ่งเข้ามาดูชลิต แต่ชลิตกลับบอกว่า ขอเขาปรับความเข้าใจกับดาหวันก่อน แล้วลุกขึ้นวิ่งตามดาหวันไป ดาเนาได้แต่เกาหัวแกรกๆด้วยความงง บ่นว่าตกลงสองคนนี้คบกันแบบไหนกันแน่...

ดาหวันวิ่งมาหยุดร้องไห้ริมหน้าผา นึกถึงคำพูดของฉวีวรรณที่เคยพูดว่า ชลิตเป็นคนสุดท้ายในโลกที่จะทำให้เธอเสียใจ น้ำตาดาหวันพรั่งพรูออกมาอย่างเจ็บปวด

“หวันจะไม่ยอมให้พี่ชลิตทำร้ายจิตใจพี่หวีเด็ดขาด หวันยอมเจ็บเอง”

ชลิตวิ่งตามมา ดาหวันไล่ให้เขากลับไปหาฉวีวรรณ ชลิตน้อยใจ “หวัน...ช่วยทำกับพี่เหมือนคนที่รักกันหน่อยได้มั้ย เชื่อพี่สักครั้งเถอะนะ พี่อยากให้หวันซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง แล้วมันจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน”

ดาหวันกลั้นสะอื้นมองอย่างตัดสินใจ “ก็ได้ ถ้าพี่อยากให้หวันพูดความจริง หวันก็จะพูด”

“ดี งั้นเราไปหมู่บ้านชาลันกันเดี๋ยวนี้เลย” ชลิตดึงมือดาหวัน แต่เธอสะบัดออก

“หวันรักพี่ดนัย ไม่ใช่พี่...นี่ไงความจริงที่พี่อยากฟัง ได้ยินชัดหรือยัง”

“ไม่จริง...หวันโกหก”

“หวันไม่ใช่ผู้ชายโลเลเปลี่ยนใจง่ายดายอย่างพี่นี่...ที่หวัน บอกเลิกกับพี่ดนัย เพราะหวันไม่ดีพอกับพี่เขา แต่มันไม่ได้แปลว่าหวันหมดรักพี่ดนัยไปด้วย รู้ไว้เลยนะ ไม่มีใครมาแทนที่พี่ดนัยได้ โดยเฉพาะผู้ชายไม่เอาถ่านอย่างพี่” ดาหวันเชือดเฉือนชลิตด้วยคำพูด แล้วหันเดินหนี

ชลิตโผกอดเธอด้านหลัง “อย่าไปนะ หวัน”

ดาหวันน้ำตาร่วงเผาะ ใจแทบละลาย ยิ่งชลิตพร่ำพูด

“เวลาที่เราอยู่ด้วยกัน มันมีความสุขมากเลยนะ หวันลืมดอกบัวที่พี่เคยให้ ลืมการฝึกเต้นรำกลางป่า ทุ่งหญ้าที่เราเคยนอนดูดาวด้วยกันไปแล้วเหรอ...ตอบพี่มาสิ ความรู้สึกดีๆ ที่เราเคยมีด้วยกัน มันไม่ได้มีความหมายอะไรกับหวันเลยใช่มั้ย”

“พอเสียทีเถอะ ออกไป” ดาหวันตัดใจสะบัดตัวออก

ชลิตถอยไปใกล้หน้าผาอย่างไม่รู้ตัว เขาไม่ยอมปล่อ ย เธอไปไหนทั้งนั้น ดาหวันโวยให้เลิกหลอกตัวเองเสียที ไม่มีใครเพ้อพกไปกับนิยายรักกลางป่าของเขาหรอก ชลิตเสียดแทงในใจน้ำตาคลอ ไร้แรงเหนี่ยวรั้ง ดาหวันพลิกตัวกลับ ทำให้เขาเซถอยตกหน้าผา ดาหวันร้องกรี๊ดสุดเสียงอย่างตกใจ เห็นชลิตร่างหล่นลงไปในน้ำ ดาเนาวิ่งเข้ามาฉุดดาหวันไม่ให้โดดตามลงไป

“อย่า พี่หวัน นั่นมันน้ำวนนะ”

“ปล่อย พี่จะไปช่วยพี่ชลิต”

ดาหวันร้องไห้โฮที่เห็นชลิตโดนน้ำวนดูดเข้าไปจนถึงกลางน้ำวน จมไปเกือบมิด ชลิตตะโกนกึกก้อง “หวัน...พี่รักหวัน...” ...ดาหวันกรีดร้องใจแทบขาด

จากนั้น ดาเนาก็อาสาลงไปดำน้ำค้นหาตัวชลิต แต่ไม่พบ ดาหวันตะโกนเรียกชลิตริมน้ำตก น้ำตาไหลพราก  ดาเนาปลอบว่าน้ำอาจจะพัดชลิตไปป่าด้านโน้น ดาหวันมีความหวังขึ้นมาปาดน้ำตารีบเดินไปตามหา

ooooooo

ในขณะที่ศิรินั่งรถจะไปที่ปางไม้ของธานีเพราะ ได้ข่าวว่าฉวีวรรณอยู่ที่นั่นระหว่างที่เกิดไฟไหม้ เขาโทร.ถามธานี ธานีกำลังแก้ตัว รถตำรวจปลอมที่ดนัยกับฉวีวรรณนั่ง ผ่านหน้ารถขอศิริไป ศิริร้อง “เฮ้ย...นั่นยัยหวีใช่มั้ย...”

สุภาพรีบบอกว่าใช่แน่ๆ ศิริวางสายไป ธานีได้ยินทางโทรศัพท์ก็ตกใจหันไปโวยกาซูให้ทำอย่างไรก็ได้ อย่าให้แผนพินาศ กาซูเสนอให้โทร.ไปบอกพาณิชย์ซึ่งคงอยู่ระหว่างทาง ไปดักจัดการพวกศิริไม่ให้ได้เจอกับฉวีวรรณ... พาณิชย์กับเลาซารับทราบ รีบขับรถไปดักตัดหน้ารถของศิริให้เสียหลักตกถนนแล้วเข้าช่วยเหลือเพื่อถ่วงเวลาให้ตามไม่ทัน เลาซาใช้ยาสั่งของเขาป้ายศิริ ทำให้เกิดอาการปวดท้องอย่างหนัก ต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล

ระหว่างทาง ฉวีวรรณหน้ามุ่ยอารมณ์เสีย เห็นตำรวจที่คุมนั่งสัปหงกอยู่จึงเปรยๆกับดนัย

“ฉันไม่นึกเลยว่า ชีวิตจะมาจบลงที่ตะรางอย่างนี้”

“อย่าเพิ่งท้อสิ ทำดีต้องได้ดี”

“แล้วที่ทำอยู่นี่ มันยังไม่ดีพออีกเหรอดนัย...ฟ้าดินมีตาบ้างหรือเปล่าเนี่ย คนทำดีกลับโดนกลั่นแกล้ง ปล่อยให้คนชั่วลอยนวลอยู่ได้ มันไม่ยุติธรรมเลยนะคะ” ฉวีวรรณตะโกนขึ้นฟ้า

จู่ๆรถก็หักเลี้ยวโค้งอย่างแรงทำให้ฉวีวรรณถูกเหวี่ยงมาซบอกดนัย เขากอดเธอไว้

“เห็นมั้ย...บ่นปุ๊บฟ้าดินให้รางวัลทันที” ดนัยสบตาฉวีวรรณปิ๊งๆ

ฉวีวรรณโกรธหาว่าสถานการณ์แบบนี้ยังมาชีกออีก ดนัยระบายความรู้สึกจากใจ “ถึงจะทุกข์แค่ไหน แต่ถ้ามีคนที่รักอยู่เคียงข้าง ฉันก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น”

“ขี้ตู่ ใครไปรักไปชอบนายตั้งแต่เมื่อไหร่” ฉวีวรรณเขิน

ตำรวจกระแอมขึ้นมา “กรุณาอยู่ในความสงบ งดคลุกวงใน”

“โทษทีพี่ แฟนผมเขาขาดความอบอุ่น” ดนัยกระชับกอดฉวีวรรณไว้อีก

“อีตาบ้า พูดมาได้ยังไง” ฉวีวรรณถลึงตาใส่

“ก็ถูกแล้วไง เธอเป็นแฟนฉันแล้ว แต่ฉันนี่สิ จะได้เป็นแฟนเธอเมื่อไหร่ก็ไม่รู้...อาจจะไม่มีหวัง แต่ฉันก็อยากจะรู้นะ เธอรักฉันบ้างหรือเปล่า หวี...” ดนัยมองลุ้นๆ

ฉวีวรรณอึ้งพูดไม่ออกทั้งที่รู้ว่ารัก พลันรถเลี้ยวอย่างแรงอีกครั้ง ฉวีวรรณหงายหลังดึงดนัยลงไปจูบปากกันอย่างจัง ทั้งสองตะลึงไม่ทันตั้งตัว แล้วรถก็เบรกจอดกลางป่า ตำรวจปลอมที่คุมอยู่ร้องขึ้นว่า “หมดเวลาสวีตแล้วโว้ย”

ทั้งสองผละออกจากกันอย่างตกใจ ตำรวจคนที่ขับรถ ลงมาสั่งให้ลงจากรถ มารวมกลุ่มกับแจ๋ กิมจิ และบุญทิ้ง ฉวีวรรณงงนี่ไม่ใช่สถานีตำรวจ พวกตำรวจปลอมหัวเราะเยาะ

“พวกแกต้องการอะไร” ดนัยถาม

“ก็ต้องการให้พวกแกรับโทษของความแส่ไง” ตำรวจปลอมยกปืนขู่

ดนัยและเพื่อนๆเริ่มรู้ว่าถูกหลอก รีบปกป้องฉวีวรรณ ตำรวจคนหนึ่งพูดขึ้นว่า อย่าเพิ่งฆ่าดนัย เสี่ยสั่งให้จัดการคนอื่นๆก่อน จะได้เห็นคนที่รักตายไปต่อหน้าทีละคน ดนัยหน้าเสียพวกแจ๋กอดกันด้วยความกลัว ทันใด มีดพกของวินยาพุ่งมาแทงหัวไหล่ตำรวจที่เล็งปืนทรุดลง ดนัยกับฉวีวรรณหันไปมองเห็นวินยาโดดมาจากต้นไม้ ทองอินถือปืนวิ่ง ตามมา ยิงใส่พวกตำรวจปลอมกระเจิงหลบกันไป

“พี่ทองอิน นี่มากันได้ยังไงครับ”

“ฉันดูๆแล้วมันท่าทางพิกล สงสัยว่าจะไม่ใช่ตำรวจจริง พวกเราเลยแกะรอยตามมานี่แหละ...ไม่เป็นไรกันใช่ไหม”

“ขอบคุณมากนะคะพี่...แล้วก็ขอบใจเธอด้วยนะวินยา เธอช่วยชีวิตพวกเราไว้ได้อีกแล้ว” ฉวีวรรณไหว้ทองอินและหันมาหาวินยา

“ไม่เป็นไรหรอก ไป กลับหมู่บ้านกันก่อน”

ทุกคนกำลังจะไป ดนัยเหลือบเห็นคนร้ายลุกขึ้นมาจะยิงวินยา เขาจึงโจนเข้าแย่งปืน สู้กันดุเดือด ทั้งสองพลัดตกหน้าผา ดนัยคว้ากิ่งไม้ไว้ได้ อีกมือแย่งปืน ปืนลั่นใส่คนร้ายตกไป แต่ตัวเขาก็ร่วงลงไปด้วย ทุกคนร้องลั่น ดนัยตกลงไปสู่กระแสน้ำวนหมุนติ้วหายไปต่อหน้าต่อตา

“ดนัย ไม่นะ ดนัย...” ฉวีวรรณร้องลั่นอย่างใจสลาย

แจ๋เขามากอดปลอบ แต่ฉวีวรรณสะบัดออกวิ่งร้องเรียกดนัยไปตามริมน้ำ แจ๋จะตามวินยารั้งไว้บอกให้ปล่อยฉวีวรรณไปก่อน เธอคงอยากอยู่คนเดียว เสียงฉวีวรรณตะโกนลั่น

“ดนัย นายต้องไม่ตายนะ นายจะทิ้งฉันไปง่ายๆแบบนี้ไม่ได้นะ...”

กระแสน้ำหมุนวนร่างดนัยหลุดเข้าไปในถ้ำใต้น้ำตก ซึ่งมีหินงอกหินย้อยดูสวยงาม ดนัยนอนอยู่ข้างชลิต ชลิตกำลังฝันว่าได้กอดดาหวันและหอมแก้มเธอ เขาจึงกอดดนัยและซุกไซ้จนดนัยซึ่งเข้าใจว่าฉวีวรรณยื่นหน้ามาหอมแก้มตน ก็ละเมอออกมาว่า

“อย่าสิ หวี มันจั๊กเดียม”

ชลิตลืมตาโพลงขึ้นพร้อมกับดนัย ทั้งสองสบตากันระยะประชิด ต่างตกใจร้องเฮ้ยแล้วผละออกจากกันทำท่าแหวะ

“แกทำอะไรฉันวะ ไม่คิดเลยว่าแกจะมีรสนิยมแบบนี้” ดนัยโวย

“ไอ้บ้า ฉันไม่พิศวาสแกหรอก ฉันคิดว่าแกเป็น...” ชลิตเกือบหลุดชื่อดาหวันออกไป

ดนัยถามว่าใคร ชลิตเปลี่ยนเรื่องถามว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน แล้วนึกได้เรียกหาดาหวัน ทำให้ดนัยนึกได้เช่นกัน เรียกหาฉวีวรรณ ทั้งสองมองหน้ากันงงๆ ชลิตถามว่าที่นี่ที่ไหน

“แกถามฉันแล้วฉันจะถามใคร” ดนัยย้อนแล้วแยกไปเดินเรียกหาฉวีวรรณ

ชลิตเองก็เดินตามหาดาหวัน ไม่ทันไร ก็มีกลุ่มผู้หญิงที่แต่งกายคล้ายทหารโบราณ ถือดาบหน้าตาดุดันเข้ามาควบคุมตัวชลิต เขาร้องลั่น ดนัยวิ่งกลับมาถาม

“ร้องซะตกอกตกใจ นั่นแกเล่นอะไรอยู่ แล้วนั่นใคร ทำไมแต่งตัวประหลาดจัง”

“ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ ดนัย...อย่าเข้ามา อันตรายหนีไป”

ดนัยไม่เชื่อคิดว่ามีการถ่ายละคร จึงเข้าไปมองหากล้อง ทหารหญิงจึงจับตัวไว้อีกคน ดนัยยังโวยวายว่าเขาไม่มีเวลาเล่นด้วย ต้องไปตามหาฉวีวรรณ แต่ทหารกลับถีบเขาล้มลง ดนัยจึงรู้ว่าเอาจริงไม่ได้ถ่ายละคร เขาจึงต่อสู้และดึงชลิตวิ่งหนี พอถึงทางแยก ต่างคนต่างวิ่งไปคนละทาง พวกทหารหญิงแยกย้ายกันไล่ล่า...

มีแอ่งน้ำตก บรรยากาศสวย ม่านดอกไม้แบบบาหลีห้อยย้อยลงมาเป็นม่านธรรมชาติ แสงเพชร เจ้าแม่ผู้ครองเมืองลับแล สวย มีเสน่ห์กำลังลงแช่ในแอ่งน้ำ มีชบานางสนมคอย

ขัดสีฉวีวรรณให้ เสียงเอะอะของเหล่าทหารดังมา แสงเพชรไม่พอใจให้ชบาออกไปดู ชบาออกมาโวยวายถามพวกทหารว่าอยากตายหรือ ถึงได้ส่งเสียงเอะอะ ขณะที่เจ้าแม่กำลังพักผ่อน

“มีผู้บุกรุก มันหนีมาทางนี้”

ชบาหงุดหงิดสั่งให้ตามตัวให้เจอ แล้วบ่นว่าตนเมื่อยแขนไปหมด จึงอู้แอบนอนพัก เผลอหลับไป...ดนัยหนีหลบตามซอกหิน มาจนถึงแอ่งน้ำที่แสงเพชรแช่น้ำอยู่ เขายืนตะลึง แสงเพชรรู้ตัวหยิบอาวุธลับ เข็มเงินซัดมาทางดนัยสามเล่ม ดนัยหลบแล้วโผล่ออกมาหน้าเจื่อน

“เอ่อ ผมผ่านมา แล้วกำลังจะผ่านไป น้ำเย็นนะ ระวังจะเป็นปอดบวม” ดนัยทำเนียนจะไป

แสงเพชรโมโห รีบขึ้นจากน้ำคว้าเสื้อคลุมมาสวมแล้วดึงมีดมาสู้กับดนัย ดนัยรีบบอกให้ใจเย็นๆมีอะไรค่อยพูดจากัน แสงเพชรถามว่าเขาเป็นใคร กล้าดีอย่างไรมาพูดกับตนเช่นนี้ แสงเพชรปามีดเฉียดแขนดนัยเลือดซิบ

“โอ๊ย...ใจคอจะฆ่าแกงกันเลยรึ” ดนัยจำต้องสู้ เขาจับแขนแสงเพชรไพล่หลัง

แสงเพชรดันตัวดนัยไปกระแทกต้นไม้ สะบัดตัวออก แต่แล้วพลาดเสียหลักลื่นตกน้ำ ขาไปติดซอกหิน ดนัยตกใจที่เธอไม่โผล่ขึ้นมา ใจอยากจะหนีแต่ก็เป็นห่วง จึงโดดลงไปช่วย เขาพยายามดึงขาเธอออกจากซอกหิน แสงเพชรสำลักน้ำจะขาดใจ ดนัยตัดสินใจจูบเธอเพื่อให้เธอมีอากาศหายใจ แสงเพชรตกตะลึง จนดนัยดึงขาเธอออกมาได้ อุ้มเธอขึ้นจากน้ำถามอย่างห่วงใยว่า เป็นอะไรหรือเปล่า แสงเพชรรู้สึกตัวว่าตนโป๊เพราะเสื้อแนบเนื้อ ดนัยรีบหันหลังแล้วถอดเสื้อตัวเองยื่นให้ พอดีชบาตื่น กลับมาหาแสงเพชร เห็นดนัยยืนอยู่กับแสงเพชรก็โวยวาย มีคนบุกรุกเรียกทหารมาจับ แสงเพชรยืนมองอย่างสับสน...

ในสวนของวังเจ้าแม่เมืองลับแล แสงหล้าน้องสาวของเจ้าแม่ กำลังตามหาสัตว์เลี้ยงของตน ชื่อน้องลูกหมี มาเจอกับชลิตเข้า ต่างคนต่างตกใจ ชลิตรีบปิดปากแสงหล้าไม่ให้ร้องและบอกว่าจะปล่อยถ้าเธอไม่ร้อง แสงหล้าพยักหน้าหงึกๆ

“ผมชื่อชลิต แล้วคุณชื่ออะไร”

“ข้าชื่อแสงหล้า เจ้าไม่รู้จักข้ารึ”

ชลิตแปลกใจทำไมต้องรู้จัก แสงหล้ามองชลิตหัวจดเท้า พลางท่องคุณสมบัติตามตำรา

“มีหนวด มีลูกกระเดือก หน้าอกแบนราบ แล้วก็มี...” แสงหล้าหยุดมองที่เป้ากางเกงชลิต

ชลิตรีบเอามือกุมเป้าเพราะดูท่าเธอจะจับ แสงเพชรพูดว่า ตรงตามตำราเขาเป็นผู้ชายหรือ ชลิตตอบว่าใช่ แสงหล้าตื่นเต้นดีใจเหมือนเจอของแปลก ชลิตงงทำไมต้องดีใจขนาดนี้ พลันเขาเห็นงูตัวหนึ่งอยู่ด้านหลังเธอ เขารีบผลักเธอล้มลงเอาตัวปกป้องจึงโดนงูฉก...

ooooooo

พวกฉวีวรรณและวินยากลับมารวมตัวที่บ้านทองอิน บุญทิ้งอดไม่ได้ โทร.บอกอุ๊บอิ๊บว่าดนัยตายแล้วให้ทำบุญไปให้ อุ๊บอิ๊บไม่เชื่อ แอบหนีออกมาที่บ้านทองอิน จึงเกิดทะเลาะตบตีกับแจ๋ เพราะแจ๋ยังโกรธที่อุ๊บอิ๊บเป็นหนอนบ่อนไส้ ฉวีวรรณต้องห้ามทัพและให้ช่วยกันตามหาดนัย บุญทิ้งคอยดูแลอุ๊บอิ๊บอย่างห่วงใย

ทุกคนร้องเรียกดนัยริมน้ำตก ฉวีวรรณเห็นเงาคนเคลื่อนไหวหลังพุ่มไม้ก็ร้องถามว่าใคร วินยาเข้ามากันไม่ให้ฉวีวรรณเข้าไปดู แล้วยิงหน้าไม้เข้าไปในพุ่มไม้ ดาเนากระโดดหลบออกมาจากพุ่มไม้ แล้วพุ่งเข้าซัดวินยาด้วยมือเปล่าทันที วินยายกมือป้อง พอเห็นชัดว่าเป็นเด็ก วินยา

รู้สึกคุ้นหน้าและถูกชะตากับดาเนาอย่างมาก จึงเข้าไปจะจับแก้ม ดาเนาปัดมือ

“ไม่รู้จัก อย่ามาจับแก้ม” ดาเนาโดดหนีไป

วินยารีบตาม “หยุดก่อน หนูเป็นใครกันแน่”

“แม่ก็ไม่ใช่ ทำไมต้องเชื่อฟังด้วย” ดาเนาตอบกวนๆ

แล้วเตะท่อนไม้ใส่วินยา

วินยาหลบทันคว้าคอเสื้อดาเนาไม่ให้หนี ดาเนาถอดเสื้อหลุดออกมาแลบลิ้นปลิ้นตาล้อ ดาหวันวิ่งเข้ามาเห็นวินยา จึงร้องบอก

“หยุดนะ ดาเนา นั่นวินยา เขาเป็นพวกเดียวกับเรา”

ดาเนาชะงักบ่นปอดแปดว่าไม่บอก แล้วยกมือไหว้ วินยา “ขอโทษ ดาเนาไม่ได้ตั้งใจ นึกว่าพวกคนร้ายใครๆก็รู้ว่าปกติดาเนาเป็นเด็กดี เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ยังไงยังงั้น”

“หนูเป็นใครกันแน่...” วินยายังสงสัย

ดาเนาไม่ทันตอบ ทองอิน ฉวีวรรณกับพวกวิ่งเข้ามา พอดาหวันเห็นพี่สาวก็โผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ แจ๋รีบถามหาชลิต ดาหวันน้ำตาพรั่งพรู ทุกคนแปลกใจพากันกลับมาที่หมู่บ้านชาลัน เล่าเรื่องทั้งหมดให้สางโปฟัง

“พ่อหนุ่มสองคนนั่นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยที่น้ำตกหลวงงั้นรึ”

“ใช่ค่ะ หวันเห็นพี่ชลิตหายไปต่อหน้าต่อตาเลย”

“ฉันจนปัญญาจริงๆ ไม่รู้จะตามหาดนัยกับชลิตยังไง ยังมีที่ไหนในป่านี้อีกรึ ที่พวกเราชาวชาลันไม่รู้จัก” วินยาข้องใจ

“ป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยสถานที่ลึกลับ ที่แม้แต่ชาวชาลันซึ่งได้ชื่อว่ามีป่าเป็นบ้านเกิดเมืองนอน ก็ยังไม่เคยเข้าไป” สางโปเริ่มเล่า “การหายตัวไปของไอ้หนุ่มสองคนนั้น ทำให้ข้านึกถึงสถานที่ในตำนานที่คนเฒ่าคนแก่เคยเล่าให้ฟัง...”

“มีคนแก่กว่าลุงอีกเหรอ ลุงก็แก่มากแล้วนะ” กิมจิขัดขึ้น แจ๋ตบปากเพี๊ยะ

“เล่าต่อเถอะค่ะ ลุงสางโป” ฉวีวรรณขอร้อง

“ผู้เฒ่าผู้แก่เคยเล่าให้ฟังเรื่องคนที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ว่าถูกคนเมืองลับแลจับตัวไป...เมืองลับแลเป็นเมืองประหลาดที่มีแต่ผู้หญิง แต่ถ้าผู้ชายพลัดหลงเข้าไป จะไม่มีชีวิตรอดกลับมาอีกเลย”

“แล้วเมืองลับแลที่ว่านั่นมันอยู่ที่ไหนล่ะครับ” กิมจิถาม

“ถ้ารู้ จะเรียกว่าเมืองลับแลรึ ไอ้โง่”

กิมจิหน้าแตกทำท่าคารวะสางโป แจ๋บอกสางโปอย่าไปสนใจ ให้เล่าต่อ สางโปจึงเล่า

“ที่ได้ชื่อว่าลับแลเพราะเป็นเมืองที่ถูกเวทมนตร์พรางตาไว้ไม่ให้ใครมองเห็น ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน เพราะคนที่พลัดหลงเข้าไป ไม่มีใครรอดชีวิตกลับมา ถ้าเป็นหญิงก็ต้องอยู่ที่นั่นไปจนตาย หาทางออกจากเมืองไม่ได้ ถ้าเป็นชายก็จะถูกฆ่าทิ้ง ตำนานเล่ามาแบบนี้”

“โธ่ พี่ชลิต พี่ดนัย” ดาหวันคร่ำครวญ

อุ๊บอิ๊บร้องไห้เสียงดัง ทองอินปรามอย่าเพิ่งจิตตกกันไป ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าดนัยกับชลิตหายไปไหน บุญทิ้งกล่าวคำพระให้ปลงกัน อุ๊บอิ๊บร้องไห้โฮออกมาอีก ดาเนาทนไม่ไหว

“มีใครช่วยพูดอะไรดีๆหน่อยได้ไหมอ่ะ ดาเนาเครียดแทนแล้วนะ”

วินยานึกถึงเรื่องของตัวเอง จึงตัดสินใจเล่าขึ้น “เมื่อสิบปีก่อน ฉันสูญเสียคนที่รักไปพร้อมๆกันถึงสามคน ท่านพ่อ ท่านแม่ และน้องชายของฉัน ฉันแทบบ้าและไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่ท้ายที่สุด ฉันก็คิดได้ว่า ครอบครัวของฉันคงไม่อยากเห็นฉันเอาแต่นั่งร้องไห้คร่ำครวญ ไม่เป็นอันทำอะไร ฉันเลยอยากจะบอกให้ทุกคนช่วยดูแลตัวเองให้มีความสุขและใช้ชีวิตต่อไปได้  ไม่ใช่แต่เพื่อตัวเรา แต่เพื่อคนที่เรารัก...ทุกคน”

ทุกคนฟังแล้วซึ้ง ดาเนาชอบใจลุกขึ้นตบมือ “สุดยอดเลย...ดาเนาชอบ”

วินยาสะเทือนใจวิ่งหลบไปไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตา ดาเนามองตามอย่างเริ่มประทับใจในตัวพี่สาวคนนี้อย่างบอกไม่ถูก วินยาวิ่งมานั่งร้องไห้คิดถึงเหตุการณ์ในอดีต ดาเนาเข้ามาทำท่าตลกให้วินยาหัวเราะ พร้อมกับตำหนิว่า บอกให้คนอื่นยิ้มแต่ตัวเองมานั่งร้องไห้ ทันใด ดาเนาเห็นท่อนเหล็กที่แขวนธงประจำหมู่บ้านหักเหวี่ยงลงมาใส่วินยา ดาเนาร้องเตือนให้เธอระวังและเข้ามาผลัก ใช้พลังจิตรับท่อนเหล็กเหวี่ยงทิ้งไป วินยามองอย่างตะลึง

“เจ้ามีพลังจิต ลีซา...เจ้าคือลีซาใช่มั้ย”

“ดาเนาก็ชื่อดาเนาสิ ไม่ใช่ลีซา” ดาเนาผลักวินยาออกแล้ววิ่งหนี

วินยาจะตามแต่มีลูกดอกของเลาซาพุ่งมาปักที่พื้นตรงหน้า เลาซาเยาะว่า อยากเจอน้องทำไมไม่ตามไปในนรก วินยาโกรธชักมีดออกมาไล่แทง เลาซาโดดหนี วินยาตามไม่ ลดละ จนมาหยุดตรงที่หนึ่งในป่า เลาซาได้ทีจะแทงวินยาแต่ชะงักไว้ วินยาท้าให้แทงเลย พอดีมีแมงมุมตัวใหญ่โรยตัวลงมา วินยาซึ่งกลัวแมงมุมอยู่แล้วร้องกรี๊ดลั่น โผเข้าซุกหน้ากับอกเลาซาตัวสั่น

“ช่วยด้วย ข้ากลัว”

เลาซาอึ้ง ปามีดไปปักแมงมุมแล้วลูบหลังไหล่วินยาอย่างปลอบๆ วินยาได้สติเงยหน้าสบตาเลาซา ตกใจที่ตัวเองมาอยู่ในอ้อมกอดเขา จึงผละออกจะโวย แต่เลาซาดึงเธอมากอดอีก

“ไม่นึกว่าคนเก่งอย่างเจ้าจะกลัวแค่แมงมุม”

“มันเรื่องของข้า ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้”

“เจ้าเป็นคนวิ่งเข้ามากอดข้าเองนะ”

วินยาโกรธ ดันตัวออกอย่างแรงแต่กลายเป็นเลาซา

ดันเธอไปติดต้นไม้แล้วทำท่าจะจูบ วินยาหลับตาเมินหน้าหนีอย่างรังเกียจ เลาซาหัวเราะสะใจ ปล่อยเธอแล้วเดินจากไป วินยาค่อยๆลืมตาอย่างงงๆ ไม่เข้าใจการกระทำของเลาซา แต่รู้สึกขยะแขยงที่โดนเขากอด

ooooooo

เจ้าแม่แสงเพชรอยู่ในชุดพื้นเมืองงามสง่า ชบาช่วยทำผมให้ปากก็บ่นเรื่องคนแปลกหน้าที่เข้ามา แสงเพชรรู้สึกว้าวุ่นในใจเป็นห่วงดนัย แต่ด้วยความเป็นผู้นำจึงต้องสั่งชบาไปว่า

“ผู้ชายเป็นตัวอันตราย เจอเมื่อไหร่ฆ่าทิ้งทันที”

แต่ในห้องแสงหล้า เธอแอบเอาชลิตเข้ามารักษาพิษงู ป้อนยาแก้พิษให้ ชลิตกลับเพ้อเรียกหาดาหวัน แล้วจับมือแสงหล้ามากุม พอรู้สึกตัวขึ้นมาก็ตกใจ

“คุณไม่ใช่หวัน...ที่นี่ที่ไหน ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”ชลิตลุกพรวดขึ้นแล้วหน้ามืด

“เจ้ายังไม่หายดี นอนพักก่อนเถอะ อยู่ที่นี่เจ้าจะปลอดภัย”

ชลิตมองไปเห็นงูนอนอยู่บนเบาะมุมห้องก็ตกใจ แสงหล้ารีบบอกว่าไม่ต้องกลัว นั่นน้องลูกหมี สัตว์เลี้ยงของตน ชลิตหน้าเหวอ...ที่หน้าประตู ดอกเข็มสนมคู่ใจของแสงหล้าแอบดูและฟังอย่างสอดรู้สอดเห็น แสงเพชรเข้ามาสะกิด ดอกเข็มปัดและเอ็ดอย่ามายุ่ง อยากโดนตบหรือ เสียงชบาดังว่า ใช่ อยากตายหรือ ดอกเข็มหันมาพอเห็นว่าเป็นเจ้าแม่ก็เข่าอ่อนก้มกราบขอโทษ พอเจ้าแม่ถามหาแสงหล้า ดอกเข็มนึกได้รีบตอบเสียงดังๆว่าไม่อยู่

แสงหล้าได้ยินว่าแสงเพชรมาก็ตกใจ รีบหาที่ซ่อนให้ชลิต พามาซ่อนที่ระเบียงดึงผ้าม่านมาปิดไว้ แสงเพชรเปิดประตูผางเข้ามาถามไปทำอะไรตรงนั้น แสงหล้าอึกอักว่ามีธุระอะไร

“ไม่มีธุระมาหาไม่ได้รึ เจ้าเป็นอะไร ท่าทางลับๆล่อๆ แล้วทำไมไม่เปิดม่าน อุดอู้จะตาย”

ชบาเดินไปเปิดม่าน แสงหล้าร้องห้ามอย่างตกใจ แต่แล้วไม่มีเงาของชลิต เพราะเขาห้อยตัวอยู่นอกระเบียง แสงเพชรมาเตือนว่ามีผู้ชายบุกรุกเข้ามาสองคน จับได้คนหนึ่งแล้ว พลันชลิตโดนลูกหมีเลื้อยมาหาแลบลิ้นแผล็บๆ ชลิตพยายามพูดเพราะๆเบาๆไล่ให้ไปไกล แต่มันกลับฉกเขาปล่อยมือตกมากระแทกสนามด้านล่าง แสงเพชรได้ยินเสียงวิ่งมาดู ร้องสั่งทหารให้จับตัวไว้

ขณะเดียวกัน ฉวีวรรณกับดาหวันสะดุ้งตื่นพร้อมกัน เพราะฝันร้ายทั้งคู่ ต่างใจคอไม่ดี จึงตกลงจะออกไปตามหาดนัยกับชลิตในป่าด้วยกัน...วันรุ่งขึ้น แจ๋กับพวกรู้ว่าสองพี่น้องหายไปก็รีบออกตามหา อุ๊บอิ๊บอดโวยวายตามไปด้วยอย่างไม่พอใจไม่ได้

ธานีกับพวกพากันมาดูริมน้ำตกว่าดนัยกับชลิตตายแล้วแน่หรือไม่ เผอิญฉวีวรรณกับดาหวันมาถึง จึงถูกพวกธานีจับตัวไว้ได้ พวกแจ๋ได้ยินเสียงเข้ามาซุ่มดูหาทางช่วย อุ๊บอิ๊บจะร้องเรียกพ่อ แจ๋รีบปิดปาก ให้บุญทิ้งมัดปากไว้ แจ๋มองหาอาวุธเห็นก้อนหินจึงปาใส่พวกธานี

“อะไรกันเนี่ย” พาณิชย์ร้องลั่น

“ใครวะ ไอ้พวกหมาลอบกัด แน่จริงออกมาสิ” ธนวัติโวย

“หมาลอบกัดก็ยังดีกว่าไอ้พวกรังแกผู้หญิงแหละว้า” แจ๋สวนกลับ

ฉวีวรรณกับดาหวันฉวยโอกาสวิ่งหนี แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งช่วยกันเอาก้อนหินขนาดใหญ่มัดเถาวัลย์เหวี่ยงใส่ แล้วพากันวิ่งหนีตามฉวีวรรณกับดาหวันไป อุ๊บอิ๊บลังเลแล้ววิ่งตามบุญทิ้งไปด้วย ธนวัติกับพาณิชย์ไล่ยิง ทั้งหมดมาสุดทางริมหน้าผา จับมือกันเป็นทอดๆ ฉวีวรรณพยักหน้ากับดาหวัน

“ไม่มีทางเลือกแล้ว...โดด” ทุกคนจึงตามลงไปด้วย ทั้งหมดไหลวนจมน้ำลงไปโผล่ในถ้ำเมืองลับแล ต่างฟื้นขึ้นมาดีใจว่าไม่มีพวกธานีตามมา จึงพากันเดินออกจากถ้ำ เดินสูดอากาศในป่า ไม่ทันไร มีพวกทหารหญิงมาล้อมจับ บุญทิ้งโอดโอย...หนีเสือปะจระเข้ชัดๆ

ooooooo

ตอนที่ 7

ด้วยความเจ็บใจที่เห็นดนัยกับฉวีวรรณจูบกัน อุ๊บอิ๊บคิดจะโทร.บอกพ่อว่าฉวีวรรณกับดาหวันอยู่ที่นี่ แต่เงินในมือถือหมด ได้แต่ยืนเต้นเร่าๆอยู่คนเดียว ทันใด มีเสียงชาวชาลันอยู่ในเพิงเล็กๆข้างทาง ร้องโฆษณา “ชาลันเซเว่น สวัสดีจ้า เรามีบริการเติมเงินมือถือ ชำระค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ายกครู ค่าครองชีพ ค่าของคน...”

“พอๆๆ ฉันรู้แล้วว่าชำระได้ทุกค่า จะได้เรื่องรึเปล่าเนี่ย” อุ๊บอิ๊บเข้าไปใกล้อย่างขยาดๆ

ส่งเงินและเขียนเบอร์โทร.ให้ ปากก็บ่นว่ามีอย่างนี้ด้วยหรือ ชายคนขายยื่นเงินทอนให้

“งงๆ เดี๋ยวนี้เขาปั๊ดตะนาแล้ว อะ เติมเงินเสร็จแล้ว”

อุ๊บอิ๊บรับมารีบโทร.หาธานีทันที แล้วพึมพำอย่างเข่นเขี้ยว “ในเมื่อฉันไม่มีความสุข แกก็อย่าคิดว่าจะสมหวัง นังหวี นังงูพิษ...”

ระหว่างทางที่พาณิชย์ออกมากับเลาซาเพื่อทำธุระให้ธานี รถเกิดยางแตก พาณิชย์ให้เลาซาเปลี่ยนยาง ตัวเองคุยโทรศัพท์กับสาวๆ เลาซาไม่พอใจเกิดปากเสียงชกต่อยกัน พาณิชย์สู้เลาซาไม่ได้ ใช้วิธีขู่จะฟ้องธานี และยังปากเก่งว่าเลาซาอิจฉาที่ตนมีผู้หญิงห้อมล้อม ส่วนเขาไม่เคยมีเพราะสารรูปอย่างนี้ไม่มีผู้หญิงแล เลาซาเจ็บใจ หลบมายืนสงบสติอารมณ์

“ไอ้พาณิชย์หน้าโง่ ข้าเกิดมาเพื่อความยิ่งใหญ่มีอำนาจ ผู้หญิงที่ไหนข้าก็ไม่สนทั้งนั้น นอกจากผู้หญิงที่เป็นศัตรู...” เลาซาคิดถึงใบหน้าของวินยา แล้วสะบัดหน้า “ทำไมข้าต้องนึกถึงเจ้าด้วย เจ้าควรเป็นแค่ศัตรูที่ต้องสยบข้า ไม่ใช่คอยทำ ให้ข้าวุ่นวายใจ นี่ข้าเป็นอะไร ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย อ๊าก...ข้าเกลียดวินยา ข้าเกลียดวินยา...” เลาซาพยายามสลัดความคิดออกจากหัว...

เช้าวันใหม่ ขณะที่ล้อมวงกินข้าว ดนัยกับฉวีวรรณจามพร้อมกันหลายที จนโดนเพื่อนๆแซวว่าสองคนนี้ทำไมมาเป็นหวัดพร้อมกัน สองคนทำหน้าปูเลี่ยนๆ ฉวีวรรณอายเมื่อนึกถึงที่โดนดนัยจูบ จึงลุกขึ้นบอกว่าตนจะออกไปตามดาหวัน เพราะยังไม่กลับมาเลย ทุกคนพร้อมใจจะไปด้วย อุ๊บอิ๊บร้องห้ามไม่ให้ใครไปไหนทั้งนั้น ทุกคนแปลกใจ อุ๊บอิ๊บอึกอัก

พลันชาวชาลันคนหนึ่งวิ่งมารายงาน “นายน้อยแย่แล้ว ไอ้กาซูพาพวกมาเต็มเลย”

อุ๊บอิ๊บยิ้มกริ่ม คนอื่นๆตกใจ...สางโปกับชาวบ้านช่วยกันขวางไม่ให้ ธานี ศิริกับพวก และกาซูเข้าไปในหมู่บ้าน วินยากับทุกคนวิ่งมา กิมจิบ่น ไหนว่ามีวิชาพรางตัว แล้วพวกนี้มาได้อย่างไร อุ๊บอิ๊บวิ่งโร่ออกมา โผกอดธานี พร้อมกับตอบกิมจิเย้ยวินยา

“วิชาพรางตัวของเธอแน่จริงๆ แต่เสียใจด้วยนะที่ฉันมีโทรศัพท์มือถือ”

แจ๋เจ็บใจที่อุ๊บอิ๊บนี่เองเป็นหนอนบ่อนไส้ ศิริบอกให้ฉวีวรรณกลับบ้าน เธอไม่กลับ ธนวัติไม่พอใจเข้าไปฉุด ดนัยขวาง ธนวัติจะยิง วินยาเตะก้อนหินใส่มือธนวัติ ปืนกระเด็นหลุดมือธานีกับกาซู และลูกน้องจะเอาเรื่อง ดนัยรีบขอให้ปล่อยเพื่อนๆ และชาวชาลัน

“พวกเขาไม่เกี่ยว อย่าทำอะไรพวกเขา”

“เกี่ยวไม่เกี่ยวไม่รู้เว้ย แต่ใครขวาง...เจ็บ”

ฉวีวรรณเห็นบรรยากาศคุกรุ่นแบบนี้ ไม่อยากให้พวกวินยามาเดือดร้อนด้วย จึงบอกพ่อว่าตนยอมกลับ แต่พ่อต้องไปที่ที่หนึ่งกับตนก่อน ศิริถามว่าที่ไหน

“ปางไม้เถื่อนของนายธานี”

ทั้งธานี ธนวัติ และกาซูตกใจ ธานีละล่ำละลัก “ไม้เถื่อนอะไรกัน อาไม่รู้เรื่อง...”

“หวีพูดจริง ถ้าพ่อไม่ไป หวีไม่กลับ และพ่อก็จะไม่ได้เห็นหน้าหวีอีกเลย”

ศิริใจหายยอมทำตามที่ลูกสาวขอ แต่ก็หันไปบอกธานีอย่างเกรงใจว่า ตนเชื่อใจว่าเขาไม่ได้ทำเรื่องผิดกฎหมายอย่างนั้น อย่าเข้าใจผิด

“ถ้าคุณไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ไม่เห็นต้องกลัวนี่นา”ดนัยยิ้มอย่างเป็นต่อ

ธานีกับธนวัติเจ็บใจ พวกเขาแอบสั่งลูกน้องจัดการเปลี่ยนโรงไม้เถื่อนเป็นศูนย์ฝึกอาชีพชาวบ้าน...เมื่อฉวีวรรณพาศิริกับพวกมาถึง ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมจนดนัยกับฉวีวรรณตกใจ กาซูเอายาสมุนไพรที่ชาวบ้านกำลังช่วยกันบรรจุภัณฑ์ มาแจกให้

“ข้ามียาสมุนไพรประสานกล้ามเนื้อ เดี๋ยวจะแจกให้คุณหนูกับเพื่อนๆไปกินแก้หน้าแตกสักคนละชุดนะ”

ธานีหัวเราะชอบใจ ศิริทึ่งชมธานีว่าตนไม่เคยรู้ว่าเขาเป็นคนดีแบบนี้ ธนวัติรีบโอ่ว่า พ่อกับเขาชอบปิดทองหลังพระ ไม่โอ้อวด แล้วหันไปแขวะดนัยว่า ไม่มีหลักฐานอย่ามาใส่ ความกัน ศิริพาลโกรธดนัยมากขึ้น สุภาพจะเอาตัวฉวีวรรณกลับ ดนัยไม่ยอม ดึงมือเธอวิ่งหนี แจ๋กับพวกช่วยกันขวางและพากันหนี กาซูจะใช้อาคม วินยาเห็นยิงหน้าไม้ใส่

“อย่าคิดว่าฉันจะยอมให้แกใช้วิธีสกปรกทำลายคนดี”

อุ๊บอิ๊บจะตามดนัยไปด้วย ธานีต้องรั้งไว้ ดนัยกับฉวีวรรณ พากันหนี ศิริร้องเรียกลูกให้กลับมาอย่างเสียใจ

ooooooo

ชลิตกับดาหวันเดินมาบนเนินสูง เห็นหมู่บ้านเล็กๆตั้งอยู่ตีนเขาก็ดีใจ แต่ก็เข็ดขยาดกลัวเป็นพวกเสือสมิงอีก ชลิตจึงไม่ให้ดาหวันส่งเสียงค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ๆ พลันได้ยินเสียงเด็กๆ ร้องไห้กระจองอแง สลับกับเสียงออกคำสั่งของพาณิชย์กับเลาซา

“เสียงคุ้นๆนะพี่ชลิต” ดาหวันกระซิบ

ทั้งสองเอะใจย่องมาดูใกล้ๆเห็นกลางลานหมู่บ้าน เด็กๆถูกจับมานั่งรวมกันเป็นกลุ่ม มีพ่อแม่ยืนอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าไปเพราะสมุนของพาณิชย์ถือปืนกันอยู่ พาณิชย์ตวาดพ่อแม่เด็ก

“จะร้องไห้บีบน้ำตาทำไม ฉันจ่ายเงินซื้อลูกพวกแก ไม่ได้เอาไปฟรีๆโว้ย”

ดาหวันตาโตเมื่อรู้ว่าพวกพาณิชย์นอกจากค้าไม้เถื่อนแล้วยังค้ามนุษย์อีก แม่เด็กร้องไห้ขอลูกคืน เลาซาตวาดให้หุบปาก ถ้าใครแจ้งตำรวจ จะตายยกหมู่บ้าน...รถตู้แล่นเข้ามารับ ดาหวันถามชลิตว่าพวกนั้นจะพาเด็กไปไหน ชลิตเองก็ไม่รู้ จึงคิดจะตามรถคันนั้น โดยตามรอยล้อรถไป

ดนัยกับพวกหนีรอดมาได้ กลับมาชุมนุมกันที่บ้านวินยา หารือกันว่าพวกธานีเอาไม้ไปซ่อนไว้ไหน ฉวีวรรณกลัดกลุ้มจะทำอย่างไรให้พ่อตนเชื่อ

“ถึงไม่มีไม้  แต่ก็น่าจะมีหลักฐานอย่างอื่นนะ  คืนนี้ฉันจะกลับไปดู” ดนัยเสนอ

“ไม่ใช่นายคนเดียว เพราะฉันจะไปด้วย” ฉวีวรรณแย้ง

วินยาจะให้สางโปเอานักรบไปช่วย ดนัยรีบห้าม เขาไม่อยากให้ชาวชาลันเดือดร้อนไปด้วย เพราะพวกนั้นต้องกลับมาทำร้ายชาวบ้านแน่ วินยายอมจำนน ฉวีวรรณหมั่นไส้ดนัยที่เป็นห่วงวินยาออกนอกหน้า จึงมาออกอาการเหวี่ยงกับเพื่อนๆ จนเพื่อนๆแปลกใจสงสัย

“หวี แกรู้ตัวหรือเปล่าว่าคนที่ออกนอกหน้าน่ะคือแก นี่แกเป็นอะไรเนี่ย อิจฉาหรือว่าหึง”

กิมจิกับบุญทิ้งเห็นด้วย แจ๋ลงความเห็นว่าหึงแน่

ฉวีวรรณรีบอ้างว่าตนหึงแทนดาหวัน กิมจิเถียงว่าสองคนเลิกกันแล้ว จะไปหึงแทนทำไม ฉวีวรรณจนมุม โมโหกลบเกลื่อนว่าจะมาคาดคั้นตนทำไม มีเรื่องอื่นสำคัญกว่าตั้งเยอะ ว่าแล้วก็เดินหนีไป เพื่อนๆมองตามงงๆ...

บริเวณปางไม้ของธานี มีเรือนแยกกันเป็นส่วนๆ มีทั้งบ้านพักของธานี สำนักงาน โกดัง และโรงเก็บไม้ แต่ละเรือนอยู่ห่างกันพอสมควร

ดนัย ฉวีวรรณ แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้ง ถือไฟฉายย่องเข้ามา เห็นคนงานกำลังลำเลียงไม้จากรถบรรทุกเข้าไปเก็บในโรงเก็บไม้ มีธนวัติกับธานีคอยสั่งการ กาซูยืนอยู่ไม่ห่าง...ด้านหมู่บ้านชาลัน สางโปนั่งเพ่งกระแสจิตมองพวกดนัยกับฉวีวรรณ วินยานั่งข้างๆรอฟังข่าว ไม่ทันไร ทองอินแวะมาเพื่อขอให้ช่วยตามหาดนัย วินยาแปลกใจรีบบอกว่าดนัยกับเพื่อนๆพักอยู่กับตน ทองอินดีใจแล้วก็ต้องตกใจเมื่อรู้ว่าดนัยกับพวกกำลังทำเรื่องเสี่ยงอันตราย

ดนัยแบ่งหน้าที่กันทำงานให้แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งเข้าไปถ่ายรูปในโรงไม้ ส่วนเขากับฉวีวรรณจะไปค้นเอกสารในส่วนออฟฟิศ ฉวีวรรณหน้าตาตื่นเมื่อโดนดนัยดึงแยกไป

เผอิญอุ๊บอิ๊บซึ่งนอนมาสก์หน้าอยู่ในบ้านพัก เกิดร้อนและเบื่อหน่ายออกมาเดินหาพ่อกับพี่ชาย จึงเดินออกมาจากบ้านจะไปที่โรงไม้ เจอกับพวกแจ๋ ต่างฝ่ายต่างตกใจคิดว่าผีหลอก พอตั้งสติได้อุ๊บอิ๊บโวยวายที่พวกนี้เข้ามาทำไม บุญทิ้งรีบปิดปากแล้วลากอุ๊บอิ๊บกลับเข้าบ้านเข้ามาในห้องของเธอ

ให้แจ๋กับกิมจิไปทำหน้าที่กันสองคน บุญทิ้งเอ็ดให้อุ๊บอิ๊บเงียบ

“คุณอุ๊บอิ๊บใจเย็นสิครับ” บุญทิ้งปล่อยอุ๊บอิ๊บ

“ไม่เย็น ปล่อยนะ...อ๊าย อย่าเข้ามานะ แกจะทำอะไรฉัน อยากได้อะไรก็เอาไปสิ”

“ผมไม่อยากได้อะไรทั้งนั้นแหละครับ คุณอยู่เฉยๆ ก็แล้วกัน”

“หา...อยู่เฉยๆ เหรอ แกจะปล้ำฉันใช่ไหม อย่านะ ไอ้บ้า ไป๊ๆๆ” อุ๊บอิ๊บวิ่งหนีปาของใส่

อีกด้าน ชลิตกับดาหวันตามรอยรถมาถึงโกดัง ซึ่งพาณิชย์เอาเด็กมาขังไว้ ทั้งสองแอบเข้าไปจะช่วยเด็กๆ แต่เด็กๆ ถูกล่ามโซ่ติดกันเป็นพรวน ทั้งสองต้องหาวิธีปลดโซ่

ส่วนฉวีวรรณกับดนัยย่องมาถึงหน้าบ้านที่เป็นออฟฟิศ ฉวีวรรณโวยดนัย

“นายนี่มันเจ้ากี้เจ้าการจริงๆ เลย ฉันยังไม่ได้พูดซักคำว่าอยากมาด้วย”

“ก็ฉันต้องการผู้ช่วย”

“แล้วทำไมต้องเป็นฉัน ฉันไม่ได้อยากมากับนายสักหน่อย”

“แต่ฉันอยาก เพราะเธอคือคนที่รู้ใจฉันที่สุด” ดนัยจ้องฉวีวรรณอย่างจริงจัง “ถ้าเกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้นมา ก็มีแต่เราสองคนเท่านั้นที่จะช่วยให้รอดกันไปได้ เหมือนที่ผ่านๆ มาไง”

“ฉันว่าวินยาน่าจะช่วยนายได้มากกว่าฉันนะ” ฉวีวรรณสะบัดพรืดเดินไป

ดนัยคว้ามือเธอดึงมาจ้องตา “แต่ฉันไม่รู้ใจวินยา...ฉันรู้ใจเธอ...เราผ่านเรื่องร้ายมาด้วยกันตั้งเยอะ ยอมรับเถอะหวี อย่าไล่ฉันไปให้คนอื่นอีกเลย”

ฉวีวรรณเคลิ้ม แต่รีบตัดใจผลักเขาออก “พูดอะไรเพ้อเจ้ออยู่ได้ ไปเร็วๆ เข้า”

ฉวีวรรณสีหน้าสับสนเดินนำดนัยไป ทั้งสองมาซ่อนตัวหลังพุ่มไม้มองดูรอบๆ คิดว่าพวกคนงานคงไปขนไม้  ไม่มีใครเฝ้าตรงนี้ แต่แล้วมีคนเดินมา ดนัยรีบดึงฉวีวรรณหลบ เขาคร่อมอยู่บนตัวเธอ ฉวีวรรณตกใจคิดว่าเขาจะปล้ำ ดิ้นขลุกขลัก ดนัยเอามือปิดปาก กดเธอไว้จนคนงานเดินผ่านไป ใจฉวีวรรณเต้นโครมครามเพราะจมูกดนัยแตะอยู่ที่แก้มตน เธอผลักเขาออก แต่ดนัยยื้อไว้ สบตาเธอไม่ไหวติง เขากอดเธอแน่นขึ้น

“อย่ามาทำบ้าๆ ปล่อยฉันนะ”

“บ้าที่ไหน นี่มันช่วงโปรโมชั่นสำหรับเธอคนเดียวเลยนะหวี”

“โปรโมชั่นอะไร พูดมาให้ดีนะ”

“ดีแน่ ก็ฉันอนุญาตให้เธอกอดฉัน หอมฉันได้ฟรีๆ ไม่คิดตังค์สักบาท”

“ทุเรศ ใครอยากจะกอดนาย หอมนาย หา...”

“ได้...ถ้าไม่ชอบกอด ชอบหอม งั้นเธอคงต้องชอบจูบแน่เลย” ดนัยก้มหน้าจะจูบ

ฉวีวรรณร้องกรี๊ด เอามือดันหน้าดนัยไว้ “อี๋ ฉันมาทำงานเพื่อส่วนรวม ไม่ใช่มาเวิ่นเว้อกับผู้ชายชีกออย่างนาย”

“เวิ่นเว้ออะไร เขาเรียกว่ารักระหว่างรบ”

ฉวีวรรณผลักดนัยกระเด็น รีบลุกขึ้น “คนกะล่อน ฉันไม่อยากคุยกับนายแล้ว”

ฉวีวรรณวิ่งหนี ดนัยวิ่งตามร้องให้รอด้วย...

ooooooo

อุ๊บอิ๊บนั่งกอดผ้าห่มอยู่บนเตียง มองบุญทิ้งอย่างระแวง พอเห็นเขาสัปหงกก็จะลุกหนี บุญทิ้งคว้าแขนเธอไว้ อุ๊บอิ๊บจึงโกหกว่าตนจะไปเข้าห้องน้ำ

บุญทิ้งตามไปด้วย อุ๊บอิ๊บโวยจะตามเข้าไปได้อย่างไร บุญทิ้งตอบว่า เขาไม่ไว้ใจเธอ เขาเดินตามเข้าไปด้วย แล้วยืนหันหลังให้

อุ๊บอิ๊บมองไปรอบห้องน้ำหาทางหนี แล้วคิดจะเปิดฝ้า จึงปีนโถส้วมขึ้นไป เกิดลื่นร้องออกมา บุญทิ้งหันมาทันทีคิดว่าเธอเป็นอะไร อุ๊บอิ๊บตกลงมาก้นติดในโถส้วม บุญทิ้งเข้ามาช่วยดึงอยู่นาน จนเธอหลุดออกมาได้ เขาหงายหลัง อุ๊บอิ๊บล้มทับ จูบปากบุญทิ้งเข้าเต็มเปา เธอตะลึงค่อยๆ ถอนปากออก สบตาบุญทิ้งอึ้งๆ อุ๊บอิ๊บนับหนึ่ง สอง สาม เพราะรู้ว่าเดี๋ยวบุญทิ้งต้องเป็นลมไปอีก แล้วเขาก็สลบไปจริงๆ

“เป็นลมไปเลย ฮิๆๆ จูบมรณะของฉันได้ผลเกินคาด ฮึ รู้อย่างนี้ฉันจูบนายไปแต่แรกแล้วจะได้ไม่ต้องเหนื่อยก้นติดชักโครกอยู่ตั้งนาน...หลับให้สบายนะ นายมหาไก่อ่อน” อุ๊บอิ๊บลุกออกไปทิ้งบุญทิ้งหลับพริ้มอยู่อย่างนั้น

ด้านดนัยกับฉวีวรรณ ลัดเลาะรอบออฟฟิศจนเจอหน้าต่าง จึงปีนเข้าไป แต่ในนั้นมืด ฉวีวรรณคลำทางไปเรื่อย สะดุดหน้าคะมำ ดนัยรับไว้ได้ทัน เขาเอ็ดเธอให้เดินระวังๆหน่อย

“ยังสาวยังแส้ ตาฟางซะแล้ว หัดกินวิตามินบีซะบ้างนะ”

“นี่ ฉันไม่ได้ขอคำแนะนำจากนายเลยนะ ไม่ต้อง

มายุ่งเลย” ฉวีวรรณสะบัดตัวออก

“มองไม่เห็นแล้วยังจะซ่าอีก มานี่...ฉันจะเป็นตาให้เธอเอง” ดนัยสบตาฉวีวรรณ เธออึ้งใจแทบละลาย เดินตามเขาหลบโต๊ะ เก้าอี้ไปอย่างคล่องแคล่ว

จนมาถึงหน้าห้องๆหนึ่ง ดนัยคาดว่าจะเป็นห้องทำงานของธานี ฉวีวรรณให้เขาปล่อยมือตนได้แล้ว ดนัยทำเป็นไม่ได้ยิน ฉวีวรรณพยายามดึงมือออก

“ทำไม เขินเหรอ” ดนัยแกล้งกวน

“อีตาบ้า กวนประสาทอยู่ได้”

“เงียบน่า เดี๋ยวพวกมันได้ยินหรอก”

ฉวีวรรณเดินไปบิดลูกบิดประตู แต่มันล็อก “มันติดล็อกเข้าไปไม่ได้แล้ว ทำไงดี”

ดนัยเอาขดลวดในกระเป๋าออกมา “ปัญหาไม่ได้มีไว้กลุ้ม แต่มีไว้แก้ ฉันจัดการเอง...”

“ฉันชักจะเชื่อแล้วว่า นายมีอาชีพเสริมเป็นโจรแน่ๆ” ฉวีวรรณอึ้งเมื่อเห็นดนัยไขประตู

“ฉันไม่เคยปล้นใคร มีแต่โดนคนบางคนปล้นไป แต่ไม่ยอมรับ”

ฉวีวรรณงงถามว่าใคร ดนัยตอบ “เธอไง อยากรู้ไหมว่าปล้นอะไร”

“ไม่อยากรู้ย่ะ” ฉวีวรรณหน้าร้อนผ่าว รีบเดินเข้าไปในห้อง ดนัยตามเข้าไปยิ้มๆ...

ooooooo

ในโกดังที่ชลิตกับดาหวันเข้าไปช่วยเด็กๆ พยายามปลอบไม่ให้เด็กๆร้องไห้ สมุนของธานีได้ยินเสียง จะเดินเข้าไปดู แต่แล้วโดนก้อนหินปาใส่หัว สมุนตกใจมองหาว่าใครปา ไม่ทันไรมีก้อนใหญ่ปาโครมมาอีก คราวนี้ถึงสลบ ดาเนาอยู่บนต้นไม้ หัวเราะอย่างพอใจ...

พาณิชย์กับสมุนดื่มกินกันจนเมา เลาซาเตือนว่าไม่ควรเมาก็ไม่เชื่อ เท่านั้นไม่พอ พาณิชย์ยังลากตัวสาวคนหนึ่งเข้าไปในกระท่อม หญิงสาวร้องไห้พยายามหนี ดาเนาแอบย่องมาพ่นยานอนหลับตามช่องของกระท่อม พาณิชย์หลับไปพร้อมหญิงสาว เลาซามาเจอดาเนาเข้ารีบตะโกนเรียกคนมาช่วยจับตัว แต่สมุนพาณิชย์พากันเมา เลาซาจึงไล่จับดาเนาคนเดียว ดาเนาพุ่งตัวเข้าไปในโกดังทางช่องลม ลงมาชนกับชลิตและดาหวันที่กำลังพาเด็กๆหาทางออก

“พวกเจ้านี่เอง...”

“หนูเป็นใคร เราเคยเจอกันเหรอ หรือว่า...” ชลิตนึกได้ว่าคือเด็กผีที่ทาหน้าดำ

ดาหวันจำได้รีบถามว่ามาทำอะไรที่นี่ ดาเนาถามกลับแล้วเธอล่ะ เด็กๆตอบแทนว่า ชลิตกับดาเนามาช่วยพวกตน

“คนเมืองอย่างพวก...พี่เนี่ยนะ จะมาช่วยเพื่อนๆของข้า”

ไม่ทันที่ชลิตกับดาหวันจะตอบ เลาซาผลักประตูโกดังเข้ามา เห็นชลิตกับดาหวันก็โวยว่าแส่ไม่เข้าเรื่อง ชลิตโต้กลับว่าเขาแส่เพราะทนเห็นคนชั่วรังแกเด็กไม่ได้

“แค่แกตัดไม้ทำลายป่าก็เลวพอแล้ว นี่ยังจะมาค้ามนุษย์อีก พวกแกตกนรกไม่ได้ผุดได้เกิดแน่” ดาหวันชี้หน้าด่า

เลาซาโกรธชักมีดออกมาจะเข้าแทง ชลิตขวาง ให้ ดาหวันพาเด็กๆหลบไป สมุนพาณิชย์วิ่งมาสมทบ ดาเนาโดดตัวลอยเข้าเตะสมุนคว่ำไป ชลิตต่อสู้กับเลาซาพลาดท่าจะตกจากนั่งร้าน ดาหวันตกใจเห็นเลาซาเหยียบมือชลิตหลุดร่วงลงมา แต่ดาเนาใช้พลังจิตช่วยให้เขาลอยกลับขึ้นไปเตะเลาซาตกมาแทน จุกแอ่ก

“ถึงเวลาชดใช้กรรมชั่วของแกแล้ว จัดไปไอ้น้อง”

ดาเนาพาเพื่อนๆเข้ารุมกระทืบเลาซากับสมุนและเอาโซ่มัดไว้ ชลิตลงมายืนที่พื้น ดาหวันวิ่งเข้ามากอดอย่างห่วงใย ชลิตบอกเธอว่าเขาไม่เป็นอะไร แต่เด็กนั่นไม่ธรรมดาแน่...ดาเนาพาเพื่อนวิ่งเฮออกไป ชลิตกับดาหวันวิ่งตาม

ooooooo

หน้าจอคอมฯ ดนัยกดดูแต่ละโฟลเดอร์จนมาโดนโฟลเดอร์หนึ่ง ไซเรนดังขึ้นพร้อมกับไฟสว่างไปทั่วห้อง กาซูได้ยินเสียงรีบบอกคนงานไปดู คนงานสองคนวิ่งเข้ามา ดนัยกับฉวีวรรณคว้าร่มและชะแลงมาป้องกันตัว ฟาดคนงานทั้งสองสลบ แล้วลากคนงานไปซ่อน

ด้านแจ๋กับกิมจิถูกธานีจับตัวไว้ได้ขณะถ่ายภาพ อุ๊บอิ๊บไม่รู้เรื่องค้าไม้กับค้ามนุษย์ของพ่อและพี่ ให้คนมาจับบุญทิ้งไปสมทบอีกคน เธอฟ้องธานีว่าบุญทิ้งเข้ามาปล้ำ แต่ตน

เอาตัวรอดมาได้ แจ๋กับกิมจิรีบเออออว่าใช่ พวกตนช่วยบุญทิ้งเข้ามาปล้ำอุ๊บอิ๊บ บุญทิ้งซึ่งธรรมะธัมโมอยู่แล้ว ปฏิเสธเสียงแข็ง

“ผมพูดจริงๆนะครับ ถึงผมจะเป็นแค่เด็กวัดกระจอกๆแต่ผมก็ไม่เคยคิดทำอะไรสุภาพสตรีอย่างคุณอุ๊บอิ๊บให้เสื่อมเสียหรอกนะครับ”

“ฮ่าๆๆขำว่ะ ตาแกเป็นต้อกระจกหรือเปล่า ถึงได้เห็นผู้หญิงดัดจริตแถมกระแดะตัวแม่อย่างยัยอุ๊บอิ๊บเป็นสุภาพสตรีไปได้” ธนวัติหัวเราะก๊าก

“เจริญพร คุณนั่นแหละที่ไม่เข้าท่า เป็นพี่ชายก็ควรปกป้องดูแลน้องสาวไม่ใช่มาด่าทอเหยียบย่ำเสียเอง”

อุ๊บอิ๊บทึ่งที่บุญทิ้งเห็นคุณค่าของตน ธนวัติโมโหปรี่เข้าเอาด้ามปืนฟาดหน้าบุญทิ้ง อุ๊บอิ๊บตกใจเข้าไปดึงมือธนวัติไว้ บุญทิ้งเงยหน้ามาเลือดกบปากสบตาเธออึ้งๆ

ทั้งสองเริ่มมีใจให้กัน...

ดนัยกับฉวีวรรณเอาชุดคนงานมาสวมแล้วเดินออกมาข้างนอก ดนัยเตือนให้ฉวีวรรณเดินอกผายให้เหมือนผู้ชายหน่อย และให้กลับไปรวมตัวกับเพื่อนๆที่โรงไม้ ทั้งสองไม่รู้ว่าเพื่อนๆโดนจับหมดแล้ว ระหว่างที่เดินปะปนไปกับพวกคนงาน กาซูรับรู้ได้ บันดาลให้เกิดลมพัดกระโชกมา ทำให้หมวกฉวีวรรณหลุด ผมปลิวสยายออกมา

“เฮ้ย จับไอ้สองคนนี้ไว้เร็ว”

ดนัยตกใจคว้ามือฉวีวรรณวิ่ง เขาปกป้องเธอเต็มที่ ทั้งสองโดนไล่ยิง ดนัยให้ฉวีวรรณเอาปืนคนงานออกมาไว้ป้องกันตัว แต่เธอเงอะงะกลัวๆกล้าๆ

คนงานวิ่งมารายงานธานีกับธนวัติว่า กาซูกำลังจับลูกศิริกับดนัย ธนวัติทำหน้าเหี้ยม เขาจะออกไปฆ่าเอง แจ๋กับพวกตกใจ อุ๊บอิ๊บเองก็ตกใจ
สางโปซึ่งนั่งสมาธิอยู่สะดุ้งเฮือกขึ้น บอกวินยากับทองอินว่า พวกดนัยโดนจับได้แล้ว ทองอินลุกพรวดจะไปช่วย วินยาห้ามขอให้ใจเย็นก่อน ตนจะพาไปเองเพราะตนรู้ทางลัดดี ว่าแล้ววินยาก็วิ่งปรู๊ดออกไป ทองอินร้องเรียก

“วินยาเดี๋ยวก่อน เฮ้อ...ดูสิ บอกให้ฉันใจเย็นแต่ตัวเองกลับวิ่งลิ่วออกไปเลย ท่าทางวินยาจะเป็นห่วงดนัยมากเลยนะ” ทองอินหันไปเปรยกับสางโป...

ธานีกับธนวัติมาสมทบกับกาซู “ว่าไง จับตัวมันได้ไหม”

“มันหนีไม่พ้นหรอก ข้าสั่งการให้ทุกคนแยกย้ายกันล่าตัวมันแล้ว”

ธานีชักกังวล บอกธนวัติไปสั่งคนงานขนไม้ออกไปก่อน...ดนัยกับฉวีวรรณหนีเตลิดเข้าไปในป่า เจอเข้ากับอสูรกายของกาซูคำรามโฮก ฉวีวรรณตกใจยิงใส่ แต่กระสุนทำอะไรมันไม่ได้ แถมมันยังตบฉวีวรรณล้มกลิ้ง ดนัยคว้าหินก้อนใหญ่โดดเข้าทุบหัวมัน แล้วเข้าไปฉุดฉวีวรรณวิ่งหนีมาได้ระยะหนึ่งฉวีวรรณหมดแรง

“ฉันไม่ไหวแล้ว นายไปเหอะ”

“จะบ้าหรือไง ไปด้วยกัน” ดนัยอุ้มฉวีวรรณวิ่งไปต่อ แต่ไม่วายโดนอสูรกายตบกลิ้งไปทั้งสองคน

ทันใด วินยากระโดดลงมาพร้อมมีดอาคมปักเข้ากลางหลังอสูรกาย แล้วร้องบอกให้ดนัยพาฉวีวรรณหนีไป ดนัยจึงบอกว่าเขาต้องกลับไปช่วยเพื่อนๆก่อน ดนัยกับฉวีวรรณวิ่งกลับเข้าไปในปางไม้ ทั้งสองเจอะกับธนวัติเข้าพอดี ดนัยดึงฉวีวรรณให้หลบหลังเขา ธนวัติหัวเราะร่า

“ไอ้ดนัย ฉันจะส่งแกลงนรกเอง” ธนวัติเล็งปืนไปที่ดนัย

ทั้งสองโดดหลบไปหลังต้นไม้ ธนวัติโมโหไล่ยิง ดนัยบอกฉวีวรรณว่าเขาจะล่อธนวัติไปทางอื่นให้เธอไปช่วยเพื่อนๆ

วินยาเจอเข้ากับกาซู ทั้งสองต่อสู้กัน แต่ดูท่าวินยาจะทำอะไรกาซูไม่ได้ ดนัยโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้พร้อม ท่อนไม้ฟาดธนวัติล้มลง ทั้งสองตะลุมบอนกัน ฉวีวรรณวิ่งลัดเลาะมาจนเจอพวกแจ๋ถูกมัดรวมกันอยู่จะเข้าช่วย แต่ธานีกลับเข้ามาเสียก่อน จับตัวเธอไว้ได้

“หนูหวี อาพยายามกันหนูไม่ให้มายุ่งกับเรื่องนี้หลายหนแล้ว แต่หนูก็ยังรนมาหาที่” ธานียัวะ สั่งลูกน้องเอาตัวฉวีวรรณเข้าไปในโรงเก็บของ
ดนัยได้ยินเสียงร้องของฉวีวรรณ รีบฮึดสู้กับธนวัติ ชกจนสลบเพื่อไปช่วยเธอ วินยาสู้กาซูไม่ได้ พอดีเห็นควันลอยออกมาจากห้องเก็บของก็เป็นห่วงดนัยกับฉวีวรรณ จึงใช้เล่ห์เหลี่ยมหลบหนีกาซูออกมา...ฉวีวรรณถูกมัดไว้ในห้องเก็บของ ธานีหัวเราะร่า

“หนูหวีจำไว้เป็นอุทาหรณ์ไว้ใช้ในชาติหน้านะ สวยได้แต่อย่าแส่ ไม่งั้นซวยแน่ ฮ่าๆ”

“แกนั่นแหละที่ต้องตายเป็นเปรตไปใช้กรรมในนรก”

ธานียิ่งโกรธ คว้าถังน้ำมันจากลูกน้องมาเทราดไปรอบตัวฉวีวรรณ กาซูเดินเข้ามาพร้อมคนงานที่ประคองธนวัติ ซึ่งบาดเจ็บมาด้วย ธานีตกใจเมื่อเห็นสภาพลูกชาย ยิ่งรู้ว่าเป็นฝีมือดนัยยิ่งแค้น กาซูอาสาไปจัดการให้ แต่ธานีกลับบอกให้เขาดูแลเรื่องขนไม้ไป พลันอุ๊บอิ๊บวิ่งเข้ามาถามว่าไฟไหม้ที่ไหน ธานีรีบโกหกลูกสาว

“มีคนวางเพลิงน่ะสิ  แล้วแกทิ้งไอ้สามคนนั่นมาได้ยังไง”

“ก็พวกนั้นมันบอกว่าพี่ดนัยมาด้วย อุ๊บอิ๊บเป็นห่วงพี่ดนัย”

“ให้มันได้อย่างนี้สิลูกสาวฉัน บ้าผู้ชายจริงๆ ไปกับฉันเดี๋ยวนี้” ธานีลากอุ๊บอิ๊บกลับไป

แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งพยายามช่วยกันแก้มัดให้กันและกัน ฉวีวรรณร้องให้คนช่วยด้วยความหวาดกลัว

ooooooo

ศิรินอนหลับอยู่ที่เต็นท์ สะดุ้งตื่นเหงื่อท่วมตัว ร้องเรียกฉวีวรรณ สุภาพวิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามว่าเป็นอะไร ศิริรีบบอกว่าลูกตนอยู่ในอันตราย สุภาพปลอบว่าแค่ฝันร้าย ศิริแปลกใจที่ธานีกับลูกๆไปทำธุระอะไรที่ปางไม้ตั้งนมนาน

ฉวีวรรณเร่ิมสำลักควัน หมดแรงร้องให้คนช่วย ทันใด ดนัยถีบประตูโครมเข้ามา ในมือมีขวาน เขาโยนขวานทิ้งเข้ามาแก้มัดและอุ้มฉวีวรรณ ซึ่งกอดเขาร้องไห้โฮ ไม่ทันไร หลังคาหล่นลงมา ดนัยรีบหลบล้มกันไป แต่คานยังทับขาเขาอยู่ ฉวีวรรณตกใจรีบตบไฟให้ดับ

“ดนัย อดทนหน่อยนะ ฉันจะช่วยนาย” ฉวีวรรณพยายามยกคานขึ้น แต่แรงไม่พอ

ดนัยสีหน้าเจ็บปวด เขาบอกให้เธอพอเถอะ ทิ้งเขาไว้แล้วหนีไป

“ไม่ ฉันจะทิ้งนายไว้ได้ยังไง”

“ถ้าไม่ทิ้ง เราจะตายกันทั้งคู่ ไป...”

“ฉันจะช่วยนาย...” ฉวีวรรณยังยกท่อนไม้อย่างดื้อดึง

ดนัยผลักเธอออก “ก็บอกว่าไปไงเล่า ไปสิ มัวทำบ้าอะไรอยู่ อยากตายหรือไง”

ฉวีวรรณยิ่งขวัญเสีย ร้องไห้โฮออกมา “นายสิบ้า คิดเหรอฉันจะทิ้งนายได้ ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น เราจะต้องไปด้วยกัน ฉันจะช่วยนายให้ได้ อดทนไว้นะ ฮือๆๆ”

ฉวีวรรณยังออกแรงยกท่อนไม้อย่างไม่ยอมแพ้...

วินยาวิ่งมาหน้าโรงเก็บของ เจอกับพวกแจ๋ซึ่งมาอีกทาง วินยาว่ิงเข้าไป แจ๋กับกิมจิช่วยรั้งไว้

“เข้าไปไม่ได้นะ ไม่เห็นเหรอว่าไฟลุกไปทั้งหลังแล้ว”

“แต่ฉวีวรรณกับดนัยอยู่ในนั้น ฉันได้ยินเสียงฉวีวรรณร้องให้ช่วย ฉันคิดว่าสองคนนั้นต้องอยู่ด้วยกันแน่ๆ”

แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งตกใจ วินยาสะบัดตัวออกจะวิ่งเข้าไป พอดีไฟรถทองอินแล่นมา ทองอินกับชาวชาลันลงมาช่วยกันดับไฟ วินยาแปลกใจที่ทองอินมาได้อย่างไร

“ผู้เฒ่าสางโปบอกฉันว่า ฉวีวรรณกับดนัยติดอยู่ในกองไฟ ให้ฉันรีบพาชาวบ้านมาช่วย”

ทั้งพวกแจ๋และวินยาช่วยกันคนละไม้คนละมือ...

ฉวีวรรณยังพยายามยกคานออกจากขาดนัย

“หวี อย่าพยายามเลย เธอยกไม่ไหวหรอก รีบไปเถอะ”

“ทีนายยังเอาตัวเข้าแลกเพื่อช่วยฉันเลย ถ้าฉันช่วยนายไม่ได้ เราก็ตายด้วยกันนี่แหละ” ฉวีวรรณปาดน้ำตาแล้วพยายามยกต่อ

ดนัยเอื้อมมือไปกุมมือเธอไว้อย่างซาบซึ้งใจ ทั้งสองประสานสายตากัน เหมือนมีพลังประหลาด ฉวีวรรณเหมือนมีแรงสามารถยกคานไม้เลื่อนออกได้ ดนัยกัดฟันขยับขาออกอย่างเจ็บปวด ฉวีวรรณดีใจ

“ไม่น่าเชื่อเลย ดนัยไม่เป็นไรใช่มั้ย”

“ไม่เป็นไร มีเธอ ฉันถึงรอด...เธอเป็นปาฏิหาริย์ของฉันนะหวี”

“ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ของนายคนเดียว แต่เป็นปาฏิหาริย์ของเรา เราต้องรอดไปด้วยกันใช่ไหม ดนัย” ฉวีวรรณยิ้มให้และประคองดนัยลุกขึ้นอย่างระวัง

ไฟโหมแรงขึ้น ฉวีวรรณประคองดนัยหลบไฟหาทางออก ด้านนอก ทุกคนช่วยกันสาดน้ำ วินยาภาวนาให้ทั้งสองปลอดภัย พลันฉวีวรรณประคองดนัยฝ่าควันไฟออกมา ทุกคนยิ้มอย่างดีใจโผเข้าช่วย ฉวีวรรณแทบยืนไม่อยู่ แต่มือเธอกับดนัยยังจับกันไม่ปล่อย วินยามองอึ้งๆ

“ดีนะที่วินยาเขาได้ยินเสียงเธอน่ะหวี ไม่งั้นกลายเป็นป้าหวีอบภูเขาไฟไปแล้ว”

ฉวีวรรณหันไปยิ้มให้วินยาอย่างจริงใจ วินยายิ้มตอบทั้งที่ใจเจ็บแปลบ

ooooooo

พาณิชย์ตื่นขึ้นมาอย่างมึนงง เห็นลูกน้องนอนบาดเจ็บ และอีกกลุ่มถูกมัดรวมอยู่กับเลาซา เขาแปลกใจว่าเด็กๆหายไปไหนหมด แถมรถหายไปคันหนึ่ง

ชลิตขับรถตู้พาเด็กๆกับดาเนา มาส่งยังหมู่บ้าน  เด็กๆ ร้องไห้วิ่งหาพ่อแม่กันจ้าละหวั่น หัวหน้าหมู่บ้านออกมาขอบอกขอบใจชลิตกับดาหวัน ชลิตบอกว่า เขาทำเพื่อความถูกต้อง

“แล้วหวันอยากให้ทุกคนจำความรู้สึกวันนี้ไว้นะคะ อย่าให้ใครเอาเงินมาแลกกับลูกหลานของเราอีก พวกเขาไม่ใช่สิ่งของที่จะตีราคาได้ เด็กๆทุกคนคือผลผลิตของความรักในครอบครัวไม่ใช่เหรอคะ อย่าให้เขาต้องรู้สึกเจ็บปวดเพราะถูกคนที่ตนเองรัก  ผลักไสเพียงเพราะเงินไม่กี่บาทเลยนะคะ”

ชาวบ้านพยักหน้ากันอย่างยอมรับ บางคนน้ำตาไหลอย่างละอายใจ กอดลูกๆตัวเองไว้แน่น หัวหน้าหมู่บ้านบอกลูกบ้านทุกคนว่าพวกเราจะไปแจ้งความ ชลิตเห็นดีด้วยและให้เอารถไปเป็นของกลาง

“แล้วพวกคุณๆล่ะจะไปไหนต่อ” หัวหน้าถาม

“เราคงต้องอยู่ในป่าอีกสักพัก ยังมีอะไรต้องทำอีกหลายอย่างครับ”

ชลิตกับดาหวันไหว้ลาทุกคน พอเดินออกมา ดาเนาตามทั้งสองคนมาด้วย ชลิตยิ้มปลื้มคุยกับดาหวันอย่างตลกๆ

“ในที่สุด สันติสุขก็กลับสู่โลกมนุษย์อีกครั้ง พร้อมตัวอักษรญี่ปุ่นขึ้นสามตัว”

“อะไรของพี่ ตัวอักษรญี่ปุ่นที่ไหน”

“เอ้า เธอไม่เคยดูการ์ตูนยอดมนุษย์เหรอ ตอนจบทุกตัวมันจะขึ้นตัวหนังสือญี่ปุ่นสามตัว แปลว่า โปรดติดตามตอนต่อไปไง”

“ฮึย...โตจะตายแล้วยังจะดูการ์ตูนเป็นเด็กๆอีก”

ดาเนาเข้ามาถามว่าการ์ตูนอะไรเหรอ ทั้งสองคนหันมอง ดาหวันถามว่าไม่เคยดูการ์ตูนหรือ ดาเนาส่ายหน้าตอบว่าเคยดูแต่ดาวบนท้องฟ้า ดาหวันทรุดนั่งข้างๆดาเนา

“น่าอิจฉาจัง ได้ดูดาวเต็มฟ้าทุกคืนๆอย่างนี้ เด็กในเมืองอีกหลายคนเลยนะที่ไม่มีโอกาสแบบหนู”

“แล้วนี่มาส่งพวกพี่เหรอ ไม่ต้องก็ได้นะ กลับเข้าหมู่บ้านไปเถอะ” ชลิตถาม

“ดาเนาไม่ใช่คนหมู่บ้านนี้ ดาเนามาช่วยเพื่อนๆเฉยๆ”

“อ้าว...แล้วหนูอยู่ที่ไหนล่ะ พวกพี่จะได้ไปส่ง”

ดาเนาย่นจมูกให้ชลิต “คนอย่างดาเนาไปไหนมาไหนเองได้ คนอื่นไม่ต้องยุ่ง” ว่าแล้วก็โดดขึ้นต้นไม้

ดาหวันตะโกนถาม “ชื่อดาเนาเหรอ เราสองคนชื่อคล้ายๆกันเลยนะ ฉันชื่อดาหวัน แล้วนี่พี่ชลิต”

“ไม่ได้อยากรู้ซะหน่อย” ดาเนากระโจนหนีหายไป ชลิตกับดาหวันร้องเรียกให้กลับมาก่อน แต่ดาเนาก็หายตัวไป...

ด้านธานี เห็นทองอินเป็นคนของป่าไม้ก็เกรงใจ ไม่กล้าทำอะไรรุนแรง แต่โยนความผิดว่าพวกดนัยวางเพลิงดนัยปฏิเสธว่าพวกเขาไม่ได้ทำ ฉวีวรรณชี้หน้าว่าธานีจะฆ่าตน แจ๋กับพวกเป็นพยาน อุ๊บอิ๊บเถียงแทนว่า พวกฉวีวรรณทำร้ายพวกตนเหมือนกัน ธนวัติเสริม

“ใช่ อยู่ๆก็มาบุกรุกที่คนอื่น พวกเราเลยคิดว่าพวกแกเป็นโจรน่ะสิ”

“แต่เด็กพวกนี้ไม่มีอาวุธ ไม่มีเหตุผลอะไรที่พวกคุณต้องไล่ล่ากันขนาดนี้”

“แต่ถึงยังไงมันก็ไม่ใช่เรื่องของคุณเลยนะ คุณป่าไม้เข้ามายุ่งทำไมไม่ทราบ” ธานีโต้

ทองอินว่าการที่ธานีทำไฟไหม้จนเกือบจะเผาป่าไปด้วย จะไม่ให้เขาเกี่ยวได้อย่างไร ดีที่ได้ชาวชาลันช่วย ไม่อย่างนั้น ธานีโดนข้อหาเผาป่าแน่นอน ธนวัติสวนว่าแน่ใจหรือว่ามาช่วย ไม่ใช่จ้องจะหาเรื่อง ทองอินย้อนถาม ถ้าที่นี่ไม่มีอะไรผิดกฎหมายจะต้องกลัวทำไม ธานีเห็นท่าไม่ดีทำโมโหกลบเกลื่อนให้เชิญค้นได้เลย ทองอินสบตาดนัย ดนัยหนักใจเกรงเหมือนครั้งก่อน

ooooooo

ตอนที่ 6

ด้วยความเป็นห่วงลูก นงนุชเดินทางมาที่บ้านทองอิน ทั้งสองเป็นเพื่อนเรียนรุ่นเดียวกัน และทองอินมาทำงานเป็นรุ่นน้องของพ่อดนัยอีก นงนุชมาถามหา ดนัย ทองอินตัดสินใจบอกเรื่องที่ดนัยจีบลูกสาวศิริแล้วพาหนี นงนุชร้อนใจจะไปตาม ทองอินเตือนว่ามันอันตราย ขอให้เธอรออยู่ที่นี่ เขาพอจะรู้จักหมู่บ้านในป่ามีพรานที่แกะรอยเก่งๆให้ช่วยตาม

ได้พบเพื่อนๆแล้วทำให้ฉวีวรรณเป็นห่วงดาหวันกับชลิต จะออกไปตามหา ดนัยห้ามเกรงจะพากันหลงไปอีก ให้รอฟังข่าวที่นี่ เขาจะออกไปตามเอง แต่ฉวีวรรณไม่ยอม ทะเลาะกันอีก วินยาเข้ามาห้ามและบอกสามคนที่เธอพาเข้ามา ว่า “เอ้า...ใครเป็นญาติช่วยจัดการที”

ดนัยกับฉวีวรรณชะงักหันมามองเห็น ดาหวัน ชลิต และอุ๊บอิ๊บยืนอยู่กับวินยา ฉวีวรรณดีใจโผกอดดาหวัน ดนัยสบตาดาหวันแต่เธอกลับหลบตาอย่างรู้สึกผิด...ถามไถ่ทุกข์สุขกันพอประมาณ ก็ถึงเวลาที่สางโปเอาหมากทิพย์มาให้ทั้งสามคนกิน แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งกินไปก่อนหน้านี้แล้ว ยืนลุ้นดูน้องใหม่อย่างกระหยิ่ม

ทั้งชลิต ดาหวัน และอุ๊บอิ๊บโดนยุให้กินแล้วทำหน้าปูเลี่ยนๆ แต่อุ๊บอิ๊บกลับบอกว่าอร่อย ถามว่าเนื้ออะไร ทุกคนหลิ่วตาให้กันแล้วพูดพร้อมกันว่า เนื้อจิ้งจก...ทั้งสามคนวิ่งไปอาเจียน

“พุ่งกันทุกคนเลย ฮ่าๆๆพิธีรับน้องหมู่บ้านชาลันสุดยอดเลย” กิมจิหัวเราะชอบใจ...

ชลิตขอบใจวินยาที่ช่วยพวกเขาไว้ ฉวีวรรณโล่งอกได้พบน้อง ถ้าเป็นอะไรตนคงบ้าแน่ๆ

“ชลิตไปกับหวันทั้งคน มันไม่ปล่อยให้น้องแฟนมันเป็นอะไรหรอก จริงมั้ยชลิต”

ชลิตสะดุ้งหน้าเจื่อน ดนัยแปลกใจแกล้งอำ “หรือว่า...แกทำอะไรหวัน...”

“เปล่านะ ฉันไม่ได้ทำ...” ชลิตปฏิเสธเสียงสูง

ดนัยขมวดคิ้ว “นี่แกพูดเรื่องอะไร ฉันแค่อำแกเล่นๆ นะเว้ย”

ดาหวันรีบแก้ตัวแทนว่าชลิตคงเหนื่อยเลยเครียดมากไป อุ๊บอิ๊บหมั่นไส้ โพล่งขึ้นมาว่า

“ตุ๊กแกที่ไหนกินปูนร้อนท้องน้า...พี่ดนัยได้ยินมั้ยคะ” อุ๊บอิ๊บเข้าไปเกาะแขนดนัย

แจ๋กับกิมจิไม่พอใจแทน แกล้งว่าประชดอุ๊บอิ๊บว่าเป็นชะนีร้องหาผัวแถมผัวมีเจ้าของ อุ๊บอิ๊บโกรธร้องกรี๊ดๆไล่ตบแจ๋ ดนัยเข้ามาจับอุ๊บอิ๊บให้หยุด ไม่วายอุ๊บอิ๊บยังหันมาจิกดาหวันอีก

ดาหวันหน้าตึงพูดไม่ออก ชลิตเห็นใจดาหวันมาก ตัดสินใจจะพูดความจริง ดาหวันตะครุบปิดปากชลิต ฉวีวรรณแปลกใจถามดาหวันมีอะไร ดาหวันรีบบอกว่าชลิตอายที่จะบอกทุกคนว่า เขาเป็นริดสีดวง ตนจะพาชลิตไปกินยาแก้ปวด ดนัยจะตามไปถาม อุ๊บอิ๊บฉุดไว้

หลบมาหลังหมู่บ้าน ดาหวันเหวี่ยงชลิตออกแล้วต่อว่าเป็นชุดพร้อมกับทุบตี ที่เขาจะเปิดเผยความจริง ชลิตยกมือป้อง “อย่านะ ฉันต้องเสียความบริสุทธิ์ให้เธอแล้วยังจะมาทำร้ายทุบตีกันอีกเหรอ ยัยโหดปล้นสวาท”

ดาหวันร้องกรี๊ดทุบชลิตหนักขึ้น “ไม่ต้องมาร้อง หน้า สิ่วหน้าขวานยังจะมาทะเล้น”

ชลิตรวบดาหวันเข้ามากอด “พี่อึดอัดจนทนไม่ไหวแล้วนะหวัน หวันเป็นคนเสียหายนะ จะให้ทุกอย่างผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง”

“แต่ไม่ว่าพี่จะชดเชยยังไงมันก็ไม่มีอะไรแทนสิ่งที่หวันเสียไปได้เหมือนกัน และที่สำคัญพี่ควรจะแคร์ความรู้สึกของพี่หวีให้มากที่สุด พี่หวีจะรู้สึกยังไง ถ้ารู้ว่าพี่กับหวันมีอะไรกัน”

ชลิตเจ็บจี๊ดในใจ ไม่ทันจะเถียง เสียงฉวีวรรณร้องเรียก “หวัน...ชลิต...”

ทั้งสองตกใจผละออกจากกัน เผอิญชลิตเหยียบปลายคราด ด้ามมันจึงดีดขึ้นตีเป้าเขาอย่างจัง ฉวีวรรณเห็นชลิตกุมเป้าก็ขำกิ๊ก ดาหวันรีบถามว่าเจ็บมากไหม ชลิตจุกหน้าเหย

“อะไรหวี ฉันเจ็บจะตายอยู่แล้วนะ ยังจะมาขำอีก”

“เปล่า ฉันแค่อยากจะบอกว่า นายเป็นคนทำให้ฉันหัวเราะได้มากที่สุดเลยนะชลิต แล้วฉันก็เชื่อว่านายจะเป็นคนสุดท้ายในโลกนี้ที่จะทำให้ฉัน...เสียใจ”

ทั้งชลิตและดาหวันต่างเหมือนโดนกดดัน ฉวีวรรณ แปลกใจถามว่าสองคนมีเรื่องอะไรปิดบังอยู่หรือเปล่า ดาหวัน ฝืนยิ้มฝืดๆ

“ไม่มีอะไรหรอกพี่หวี หวันแค่ซึ้งกับที่พี่พูด แล้วก็เชื่อเหมือนกันว่า...พี่ชลิตจะไม่มีวันทรยศแล้วก็ทำให้พี่ร้องไห้เด็ดขาด” ดาหวันสบตาชลิตแกมบังคับ

ฉวีวรรณไม่ติดใจ บอกทั้งสองคนให้กลับไปอาบน้ำเตรียมตัวทานมื้อเย็นที่พวกชาวบ้านช่วยกันทำไว้ต้อนรับ ดาหวัน สบตาชลิตอีกครั้งก่อนจะเดินตามฉวีวรรณไป

ooooooo

อาหารที่ชาวบ้านทำถูกจัดวางบนใบตอง เป็นพวกหัวเผือกหัวมัน และผลไม้ อุ๊บอิ๊บเห็นแล้วกรี๊ดลั่น พร้อมกับปัดทิ้งอย่างไม่พอใจ โวยวายว่าเอาอะไรมาให้ตนกิน วินยาเดินเข้ามาเอ็ด อุ๊บอิ๊บอาละวาดด่าว่าวินยาเป็นพวกคนป่า คนละชั้นกับตน ดนัยรีบเข้ามาปรามให้อุ๊บอิ๊บมีสำนึกบุญคุณคนบ้าง อุ๊บอิ๊บยิ่งร้องกรี๊ดกระทืบเท้าโครมๆ ที่ดนัยเข้าข้างวินยา

วินยาเดินหนีไปทุ่งดอกไม้ ดนัยตามมาขอโทษแทนอุ๊บอิ๊บ วินยาว่าดูถูกตน ตนไม่ว่าแต่อย่าทำลายต้นไม้ “ต้นไม้คือผู้ให้ชีวิตกับเรา เพราะถ้าไม่มีต้นไม้ก็ไม่มีป่า ไม่มีต้นน้ำลำธารให้พวกเราใช้ดื่มกิน พวกเราถึงรังเกียจพวกคนที่ตัดไม้ทำลายป่ายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด”

“ฉันดีใจนะที่เจอคนที่รักป่าเหมือนกัน”

วินยาสบตาดนัย อย่างรู้สึกปริ่มปลื้มในใจ แต่กลบเกลื่อนด้วยการแขวะว่าเขาน่าจะชอบแสงสีในเมืองมากกว่า ดนัยจึงเล่าว่า พ่อของเขาพาเขาเข้าป่าตั้งแต่เล็ก ครอบครัวเขาจะมาปิกนิกในป่าบ่อยๆ และทุกๆวันเกิดของเขา พ่อจะให้ปลูกต้นไม้เป็นของขวัญวันเกิด

“พ่อนายเป็นคนดี แล้วก็อบอุ่นมาก...” วินยาฟังแล้วชื่นชม

ฉวีวรรณผ่านมาเห็น เกิดหึงเข้าไปแอบฟัง ดนัยเล่าเรื่องพ่อให้วินยาฟัง ว่าพ่อเป็นไอดอลของเขา และพ่อจากไปต่อหน้าต่อตาเขา เขาไม่มีวันลืม...พ่อพาเขามายืนมองป่ากว้างใหญ่ เขาบอกแม่ว่าเขาจำคำสอนของพ่อได้หมด

ทันใดมีมือปืนมาลอบยิง พ่อให้แม่พาเขาหนีไป แล้วพ่อไล่ยิงกับมือปืน แม่อุ้มเขาวิ่งมาเจอมือปืนอีกคน ทองอินเข้ามาช่วยไว้ทัน ทองอินบอกว่าพวกนั้นเป็นพวกตัดไม้เถื่อน เดชพ่อของเขาตามมา จะโผกอดเขา แต่มือปืนคนหนึ่งลุกขึ้นมายิงใส่พ่อของเขาล้มลงจมกองเลือด ต่อหน้าต่อตาเขา เขาจำคำสั่งสอนของพ่อไว้ได้หมด และจะรักษาป่านี้ไว้เท่าชีวิต...

ฉวีวรรณเผลอฟัง น้ำตาไหลพรากสงสารดนัย วินยาเองก็น้ำตาไหล เธอบอกดนัย

“ฉันรู้ดีว่านายรู้สึกยังไง...ฉันเองก็สูญเสียพ่อไปเพราะคนเลวๆอย่างนั้นเหมือนกัน” วินยาเมินหน้าหนี “ขอโทษ ฉันไม่ควรอ่อนแออย่างนี้”

ดนัยจับไหล่วินยาเชิงปลอบใจ “ไม่เห็นต้องอายเลยนี่ การร้องไห้ไม่ได้แปลว่าเธออ่อนแอ แต่มันเป็นเครื่องหมายว่าเธอยังมีหัวใจอยู่นะวินยา”

วินยาปั่นป่วนในใจ พยายามเก็บอาการ ฉวีวรรณมองด้วยความปวดร้าว เสียงเหยียบใบไม้แห้งกรอบแกรบ ทำให้ทั้งฉวีวรรณ ดนัยกับวินยาหันไปมอง เห็นดาหวันยืน มองด้วยสายตาเจ็บช้ำ เธอวิ่งหนี ฉวีวรรณร้องเรียกแล้ววิ่งตามไปปลอบน้อง

“หวัน ไม่ต้องร้องไห้หรอก อย่าไปเสียน้ำตาให้ผู้ชายเจ้าชู้หลายใจอย่างนายดนัยเลย”

ดาหวันกลับเอ็ดไม่ให้ฉวีวรรณว่าดนัยอย่างนั้น

ฉวีวรรณงง “เฮอะ...นี่เธอยังจะเข้าข้างไอ้ผู้ชายห่วยๆนั่นอีกเหรอ เมื่อกี้ก็เห็นตำตาแล้วนี่ เขาอี๋อ๋อกับยัยวินยาแค่ไหน”

“ถ้าวินยาเป็นคนที่พี่ดนัยรัก หวันก็ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ”

“ยัยหวัน...นี่เธอพูดอะไรของเธอ”

“ตั้งแต่หวันคบกับพี่ดนัยมา พี่ดนัยยังไม่เคยบอกรักหวันเลยสักครั้ง หวันเองที่ทึกทักเรียกพี่ดนัยเป็นแฟน ทั้งๆที่จริงเขาอาจจะไม่ใช่แฟนหวันเลยก็ได้” ดาหวันน้ำตาพรั่งพรู

ฉวีวรรณกอดน้อง ดาหวันคิดถึงเรื่องตนกับชลิตแล้ว ปล่อยโฮออกมา พร่ำบอกว่าผู้หญิงเลวๆอย่างตนไม่ดีพอกับดนัย ว่าแล้วก็ผละออกวิ่งหนีไปอีก ฉวีวรรณฮึดฮัดโมโหดนัย แทนน้อง

“ไอ้ดนัย ไอ้ผู้ชายชั่ว แค่บอกรักน้องฉันยังไม่เคยพูดเลยเหรอ ฮึ...ผู้ชายเจ้าชู้ปลิ้นปล้อนปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว”

ชลิตเองก็ครุ่นคิดแต่เรื่องระหว่างตนกับดาหวัน แจ๋กับกิมจิแปลกใจกับอาการเหมือนคนอมทุกข์อกหักของชลิต

ooooooo

ขณะที่ดนัยกับวินยายังเดินคุยกันเรื่องชีวิตในอดีตที่มีอะไรคล้ายๆกัน ดนัยบอกวินยาเพราะอย่างนี้เขาถึงรู้สึกว่าเธอเป็นเพื่อนสนิทเหมือนสนิทกันมาเป็นสิบปี

“แหวะ...คลื่นไส้” ฉวีวรรณส่งเสียงหมั่นไส้

“ป้าหวี นี่เธอเองเหรอ” ดนัยกับวินยาหันไปมอง วินยาเกือบปามีดใส่ เพราะนึกว่าคนร้าย

วินยาถามว่ามาทำอะไรลับๆล่อๆ ฉวีวรรณตอบว่า มาดูหน้าแมวขโมย วินยาโต้ว่า หมู่บ้านชาลันไม่มีแมว มีแต่เสือ ฉวีวรรณสะดุ้ง ดนัยขำ

“นี่...ขำอะไร ฉันไม่ใช่ตัวตลกนะ” ฉวีวรรณถลึงตา ใส่ดนัย

“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเธอสักหน่อย ไปคุยเรื่องการอนุรักษ์ต่อเถอะ” ดนัยเดินไปกับวินยา

ฉวีวรรณโกรธ ตะโกนไล่หลัง “ดนัย...นายรู้ตัวหรือเปล่าว่า นายมีแฟนแล้ว”

“เธอพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง” ดนัยหันมาถาม ขณะที่วินยามองอึ้งๆ

“นายไม่มีสมองหรือนายไม่มีหัวใจ คำถามแค่นี้ถึงตอบไม่ได้...เงียบทำไมล่ะ แน่จริงก็ตอบมาสิ พูดดังๆให้คนที่อยู่ข้างๆนายเขาได้ยินด้วย” ฉวีวรรณเหวี่ยงไม่เลิก

“นี่ จะเหวี่ยงฉันก็เหวี่ยง ไม่ต้องไปแขวะคนอื่นเขา”

“แขวะที่ไหน ฉันแค่อยากให้นายแจ้งข้อมูลให้มันครบๆ จะได้ไม่มีใครมาตีหน้าซื่อว่าไม่รู้เรื่องอีก”

“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันรู้แล้วล่ะ ว่าดนัยเป็นแฟนน้องสาวเธอ...แต่ที่ฉันไม่แน่ใจก็คือ เธอรู้ตัวหรือเปล่า ว่าหัวใจของเธอมันอยู่ที่ใคร” วินยาโต้กลับ

ฉวีวรรณหน้าร้อนผ่าวพูดไม่ออก วินยาถามว่า จะให้ตนเป็นคนตอบแทนไหม ฉวีวรรณเข้าไปผลักวินยาไม่ให้พูด ดนัยตกใจเอ็ดฉวีวรรณเป็นบ้าอะไร ฉวีวรรณยิ่งโกรธ

“ไม่ต้องห่วง ฉันจัดให้ทุกคน” ฉวีวรรณกำหมัดชกหน้าดนัยอีกคน “เป็นไง หมัดปราบผู้ชายเจ้าชู้ แซ่บมั้ยล่ะ นายคาสโนวาปากมอม”

ดนัยตรงเข้าจับตัวฉวีวรรณขึ้นแบกบนบ่า “แซ่บถูกใจมาก มานี่เลย ยัยตัวป่วน”

ฉวีวรรณดิ้นร้องลั่น วินยามองตามงงๆ ดนัยหันไปขอโทษวินยา ขอพาฉวีวรรณไปจัดการก่อน วินยารู้สึกตัวว่าเป็นส่วนเกินในใจของดนัย...

มาถึงกลางทุ่ง ดนัยโยนฉวีวรรณลงไปกองกับพื้นหญ้า เธอด่าว่าทุบตีเขายกใหญ่ ว่ามีความเป็นสุภาพบุรุษบ้างไหม

“มี แต่ไว้ใช้กับผู้หญิงที่เป็นสุภาพสตรี ไม่ใช่ยัยป้ามหาภัยชอบหาเรื่องชาวบ้านอย่างเธอ”

“ใช่ซี้ ใครจะไปดีเหมือนเพื่อนสาวชาวป่าของนายล่ะ ทั้งสวยทั้งเก่งซะ...”

“เธอนี่มันขี้อิจฉาชัดๆ”

“ฉันสงสารยัยนั่นต่างหาก ไม่น่าตาบอดเห็นเสือผู้หญิงอย่างนายเป็นผู้ชายแสนดีไปได้”

“ยัยปากมลพิษ ฉันจะเอาสบู่ล้างปากเธอ” ดนัยพุ่งเข้าจับตัวฉวีวรรณ

“อย่านะ อย่าเข้ามานะ” ฉวีวรรณหลบหลีกวิ่งหนี

“รู้จักกลัวด้วยเหรอ ยัยป้าหวี”

“กลัวทำบ้าอะไร ยิ่งเห็นหน้านาย ฉันยิ่งขยะแขยง ยิ่งอยู่ใกล้ฉันยิ่งอยากตาย”

ดนัยหมั่นไส้ รวบตัวเธอมากอดแนบแน่น ฉวีวรรณดิ้นโวยวาย ดนัยว่ายิ่งด่ายิ่งกอด

“ไอ้โรคจิตชีกอ ไอ้หื่นกาม”

“ด่าเป็นชุดอย่างนี้ แสดงว่าอยากให้ฉันกอดล่ะสิ” ดนัยกอดกระชับ “ฉันบริจาคให้อีกหนึ่งกอดแน่นๆ ถือว่าทำบุญทำทานให้ยัยป้าขี้หึง แกจะได้เลิกวีนชาวบ้านเสียที”

ฉวีวรรณแอบยิ้มซึ้งอยู่ ก็ปรี๊ดผลักดนัยออก “นายว่าใครขี้หึง”

“ก็ใครล่ะ ที่อาละวาดใส่วินยาเมื่อกี้ หึงฉันมากเลยเหรอหวี”

“ไอ้บ้า เรื่องอะไรฉันต้องไปหึงนาย นายไม่ใช่แฟนฉันสักหน่อย”

“ถ้าไม่ได้หึงแล้วไปเหวี่ยงวินยาทำไม”

“ฉันแค่ตักเตือนแม่นั่นแทนยัยหวัน”

“อ๋อ เหรอ เป็นพี่แฟนหึงแทนก็ได้”

“ไม่ได้หึง”

“หึง...”

“บอกว่าไม่ได้หึง ก็ไม่ได้หึงซี้...” ฉวีวรรณโมโหผลักอกดนัยอย่างแรง

ดนัยดึงเธอล้มลงไปด้วย เขาคร่อมอยู่บนตัวเธอ ทั้งสองสบตากันปิ๊งๆ ดนัยก้มหน้าลงจะจูบ ฉวีวรรณตั้งสติได้ผลักเขาออกแล้วลุกขึ้นโวย

“อย่ามาทำมักง่ายกับฉัน ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่นายจะมาปั่นหัวเล่น” ฉวีวรรณวิ่งหนีออกไป

“หวี...เดี๋ยวก่อนสิ มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ อย่างอนเลยน่า ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันขอ...”

“ฉันไม่ต้องการคำขอโทษ” ฉวีวรรณสวนขึ้นมา

“แล้วจะให้ฉันทำยังไง เธอถึงจะหายโกรธ”

ฉวีวรรณมองหน้าดนัยแล้วฝืนใจพูด “ไปบอกรักดาหวัน”

“ว่าอะไรนะ...”

“ฉันอยากให้นายไปบอกดาหวันว่านายรักเขา แค่พูดคำว่ารักมันคงไม่ยากไปหรอกนะ สำหรับผู้ชายอย่างนาย”

“เธอนึกว่าฉันจะบอกรักใครง่ายๆงั้นเหรอ” ดนัยตัดพ้ออย่างน้อยใจ เขาพรั่งพรูความรู้สึก “รู้ไว้ด้วยนะ ฉันจะพูดว่ารักก็ต่อเมื่อหัวใจฉันสั่ง แล้วก็จะพูดกับผู้หญิงคนเดียวเท่านั้นในชีวิต”

“งั้นก็รีบไปบอกยัยหวันซะ หวันคงอยากได้ยินคำคำนี้จากนายมากที่สุด”

“หวี...” ดนัยครางที่ฉวีวรรณไม่ยอมเข้าใจ

“อย่าลืมนะ นายเป็นแฟนของยัยหวัน นายต้องรู้จักดูแลเอาใจใส่น้องสาวฉัน อย่าทำให้ยัยหวันเสียใจเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น ฉันจะไม่ยกโทษให้นายเลยตลอดชีวิต”

ดนัยรู้สึกปวดใจ “ได้...ถ้าเธอต้องการอย่างนั้น ฉันก็จะทำตามสั่ง”

“ดี ยัยหวันจะได้มีความสุขเสียที” ฉวีวรรณฝืนยิ้ม

ดนัยเดินดุ่มๆไป ฉวีวรรณน้ำตาร่วงเผาะสะอื้นอย่าง ปวดใจ

ooooooo

อุ๊บอิ๊บเอาคลิปมาขู่ดาหวันที่นั่งเศร้าอยู่ บังคับให้ไปบอกเลิกดนัยก่อนพระอาทิตย์ตกวันนี้ ในขณะที่ฉวีวรรณวางแผนกับแจ๋ และกิมจิ จัดฉากให้ดนัยบอกรักดาหวัน โดยให้เด็กเอาจดหมายนัดไปยื่นให้ดาหวันว่าดนัยรออยู่ท้ายหมู่บ้าน ดนัยยืนหน้าบอกบุญไม่รับฉวีวรรณต่อว่าให้ทำหน้าดีๆ สมกับที่จะบอกรักไม่ใช่ลาตาย

“ถึงตัวไม่ตายแต่ใจมันก็ตายไปแล้ว” ดนัยจะขยับหนี

ฉวีวรรณดักหน้า จัดหน้าจัดผมให้ดีขึ้น ดนัยรวบมือเธอไว้ แล้วต่อว่า “ไล่ฉันอย่างนี้แล้วมาดีกับฉันทำไม เธอต้องการอะไรจากฉันกันแน่”

ฉวีวรรณพูดไม่ออกได้แต่บอกว่าให้ปล่อย ดนัยไม่ปล่อยจนกว่าเธอจะตอบ พอเธอยื้อ เขาดึงเธอมากอด เธอตะลึง เสียงชลิตเรียกหาฉวีวรรณ ทั้งสองผละออกจากกัน ชลิตเข้ามาต่อว่า

“หวี...เธอเป็นโต้โผไอ้งานบอกรักนั่นเหรอ ฮึ...นี่แกอยู่ด้วย...เธอยอมเปลี่ยนใจได้ยังไงหวี เธอยอมให้ไอ้ดนัยคบกับดาหวันได้จริงๆเหรอ” ชลิตขุ่นเคืองที่เห็นดนัยอยู่ด้วย

“ถ้าหวันรักดนัยจริงๆฉันก็ไม่รู้จะขัดขวางไปทำไม ฉันอยากเห็นน้องของฉันมีความสุข”

“แต่หวันยังเด็กอยู่เลยนะ จริงๆแล้วยังไม่น่าจะคิดเรื่องแฟนเฟินอะไรด้วยซ้ำ”

“แกเป็นอะไรหรือเปล่าชลิต แกดูไม่อยากให้ดาหวันคบใครเลยนะ” ดนัยชักสงสัย

ชลิตอึกอัก กิมจิวิ่งมาบอกว่าดาหวันกำลังมาให้เตรียม พร้อม ฉวีวรรณหันไปกำชับดนัยทำให้ดีๆ แล้วดึงชลิตออกไป... ดนัยเดินไปหาดาหวัน แจ๋กับกิมจิเป่าฟองสบู่สร้างบรรยากาศ

“หวันคงมีความสุขมาก” ชลิตเปรยเศร้าๆ

“อืม ดนัยก็เหมือนกัน ทั้งสองคนเหมาะสมกันดีนะ” ฉวีวรรณแอบมองสะเทือนใจ หันมามองชลิตเห็นตาแดงๆ รีบถามว่าร้องไห้หรือ

ชลิตรีบปฏิเสธอ้างว่าฟองสบู่เข้าตา แล้วหันมาช่วยแจ๋เป่าฟองสบู่...ดาหวันมองบรรยากาศยิ้มๆ ถามดนัยว่าตนไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ดนัยบอกเธอว่าเป็นเรื่องจริง

“หวันไม่รู้จะพูดยังไงดี ตั้งแต่รู้จักพี่ดนัยมา หวันอยากบอกว่า พี่เป็นทั้งพี่ทั้งเพื่อน แล้วก็เป็นคนที่หวันรักมากที่สุดค่ะ หวันขอบคุณพี่ดนัยมากนะคะ ที่ทำให้หวันได้รู้จักกับคำว่ารัก”

“หวัน ตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่รู้ว่าสิ่งหนึ่งที่หวันรอคอยอยากได้ยินจากปากของพี่...” ดนัยเหลือบมองไปทางฉวีวรรณ แล้วหันมากุมมือดาหวัน “ขอบใจนะ ที่หวันอดทนและคอยเป็น กำลังใจให้ผู้ชายห่ามๆคนนี้...พี่รัก...”

ดาหวันชักมือออกเมื่อเห็นอุ๊บอิ๊บเดินมา ตัดสินใจพูดโพล่งออกไป “เราเลิกกันเถอะ...”

ดนัยผงะอึ้งไป ทุกคนต่างตะลึงกับคำพูดของดาหวัน เธอยังพูดทั้งน้ำตาอีกว่า “เราสองคนต่างกันสุดขั้ว อย่าฝืนทำอะไรที่มันไม่ใช่ตัวพี่อีกเลยค่ะ”

“หวัน...”

“ไม่ต้องพูดแล้วล่ะค่ะ พี่ไม่ใช่คนที่จะมาทำอะไรหวานๆ แบบนี้  แล้วที่สำคัญที่สุด หวันรู้ดีว่าพี่ไม่เคยคิดจะบอกรักหวันเลย”

ดนัยอึ้งเพราะมันโดนใจเขามาก เห็นดาหวันน้ำตาไหลพราก เขาดึงเธอเข้ามาถาม “หวัน หวันไม่มีทางทิ้งพี่แบบนี้ มันเกิดอะไรขึ้นบอกมา”

“ถ้าพี่ไม่รัก ก็ไม่ต้องมาสงสาร ไปให้พ้น” ดาหวันผลักดนัยอย่างแรงจนล้มลงแล้ววิ่งร้องไห้ออกไป ดนัยได้แต่ร้องเรียกให้เธอกลับมา

ชลิตตกใจวิ่งตามดาหวัน อุ๊บอิ๊บอมยิ้มดีใจ...ดาหวันวิ่งร้องไห้ไป ชลิตกับฉวีวรรณตามร้องเรียก ดาหวันหนีลงเรือพายออกไปกลางสายน้ำที่เชี่ยวแรง ชลิตไม่รอช้า โดดตูมตามลงไปว่ายทวนน้ำมาปีนขึ้นเรือจนสำเร็จ

“พี่มันบ้าๆๆๆ คนบ้า” ดาหวันต่อว่า

“ถูก ถ้าไม่บ้าก็ต้องเมาล่ะ ไม่งั้นก็คุยกับเธอไม่รู้เรื่อง” ชลิตตะโกนบอกฉวีวรรณให้กลับไปก่อน เขาจะพาดาหวันกลับไปให้ได้...

ดนัยหลบมายืนเครียดบนหน้าผา ฉวีวรรณเข้ามาต่อว่ายกใหญ่ แต่เขาก็นิ่งเฉย ฉวีวรรณโกรธกระชากไหล่ให้ดนัยหันมา “นายไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยเหรอ ยัยหวันหนีไปก็เพราะนายนะ”

“ทั้งๆที่ฉันยอมทำทุกอย่างตามที่เธอสั่ง มันก็ยังเป็นความผิดของฉันงั้นเหรอ”

“ใช่น่ะสิ ตลอดเวลาที่นายคบน้องสาวฉันมา นายไม่เคยดูแลเอาใจใส่หวัน นายคอยแต่เป็นฝ่ายรับ แต่ไม่เคยรู้จักที่จะให้ ทุกอย่างมันถึงจบลงแบบนี้”

“ก็ได้ ฉันยอมรับว่าฉันผิด ฉันคบกับดาหวันอย่างอยู่ไปวันๆจริงๆ...ฉันไม่เคยเอาใจใส่หวัน เพราะฉันไม่เคยคิดว่าเราจะมีอนาคตร่วมกัน ไม่เคยคิดจะแต่งงาน มีครอบครัวเลย ดาหวันเหมือนเป็นเพื่อนสนิท เป็นน้องสาวที่คอยไปไหนมาไหนด้วยกัน”

“พอ...ฉันไม่อยากฟังแล้ว” ฉวีวรรณตวาดใส่

“แต่มันก็แค่นั้นจริงๆนะ ฉันไม่เคยคิดเอาเปรียบหวัน เราไม่เคยมีอะไรที่เกินเลย”

ฉวีวรรณโกรธตบหน้าดนัยฉาด “หวันไม่น่ามารักคนอย่างนายเลย นายมันเห็นแก่ตัว คนไม่มีหัวใจ” ฉวีวรรณวิ่งร้องไห้ออกไปจนสุดที่ริมผา เธอทรุดลงอย่างอ่อนแรง

ooooooo

เมื่อชลิตขึ้นบนเรือของดาหวันได้ เขาก็พายเรือให้เธอไปตามกระแสน้ำ ดาหวันนั่งเหม่อเศร้า จนกระทั่งชลิตเก็บดอกบัวมายื่นให้ พร้อมกับบอกว่า ให้เธอเอาไปไหว้พระจะได้สบายใจ ดาหวันรู้สึกดีขึ้น มอง ไปรอบๆแล้วบอกเขาว่า แถวนี้ไม่มีวัดเสียหน่อย

“ไหว้ที่ใจนี่แหละ ขอให้คิดดี ทำดีเข้าไว้ไม่ว่าอยู่ที่ไหน คุณพระคุณเจ้าก็ต้องคุ้มครอง”

“ขอบคุณพี่มากนะ ที่ยังห่วงความรู้สึกของหวัน”

“ก็มีกันอยู่แค่นี้ ถ้าพี่ไม่ห่วงหวันแล้วจะให้พี่ห่วงใคร...ว่าแต่เธอเหอะ จะเคยห่วงพี่บ้างรึเปล่าน้า...” ชลิตมองดาหวันอย่างน้อยใจ

ดาหวันหน้าแดงทำปากขมุบขมิบ “ถามอะไรเพ้อเจ้อ”

ชลิตงอนเอื้อมเด็ดดอกบัวแต่เสียหลักจะตกน้ำ ดาหวันตกใจเข้าไปช่วยคว้า จึงทำให้เรือโคลงคว่ำ พากันตกน้ำ ดาหวัน โผล่จากน้ำมองหาชลิตไม่เห็นเริ่มหน้าเสีย

“พี่ชลิต พี่อยู่ไหน ขึ้นมาได้แล้ว อย่าแกล้งหวันนะ” ดาหวันดำผุดดำว่ายหาชลิต “พี่ชลิตเป็นอะไรหรือเปล่าพี่ชลิต”

ชลิตโผล่มาด้านหลัง เอามือปิดตาเธอแล้วหัวเราะลั่น ดาหวันหันมาเจอวักน้ำใส่ “พี่ชลิตเล่นอะไรบ้าๆเนี่ย”

ดาหวันโกรธวักน้ำใส่แล้วผลักเขา เขารวบตัวเธอเข้ามากอดแล้วหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ ดาหวันเขินนิ่งงัน ชลิตจะก้มจูบ เธอรีบเบนหน้าหลบแล้วหยิกแขนเขาเต็มแรง ก่อนจะหนีขึ้นฝั่ง

เหตุการณ์ทั้งหมด กาซูเห็นได้ด้วยญาณของเขา...ชลิตเดินตามดาหวันขึ้นจากน้ำ ทั้งสองไม่รู้ว่าอยู่กันส่วนไหนของป่า ชลิตบ่น

“เธอจะเดินไปถึงไหน ใจคอจะข้ามไปประเทศเพื่อน บ้านเลยรึไง”

“ไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ต้องเจอหน้าพี่ดนัยกับพี่หวี หวันทำผิดต่อสองคนนั้นอย่างไม่น่าให้อภัย หวันไม่มีหน้ากลับไปเจอใครอีกแล้ว”

ชลิตดึงดาหวันให้หันมา “อย่าโทษตัวเอง ถ้าจะผิดเราก็ต้องผิดด้วยกัน...จำไว้เลยนะหวัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่ามันจะเลวร้ายแค่ไหน พี่จะไม่มีวันทิ้งหวัน เราจะแก้ปัญหาด้วยกัน”

ดาหวันโผซบอกชลิตอย่างซาบซึ้ง “ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณจริงๆ...”

ชลิตกอดดาหวันเป็นกำลังใจให้กันและกัน สองคนเดินมานั่งที่ขอนไม้อย่างเหนื่อยอ่อน ทั้งเหนื่อยและหิว ท้องฟ้าใกล้มืด ดาหวันเป็นกังวลบอกให้ชลิตกลับไปหาฉวีวรรณ ชลิตเคืองดึงเธอมานั่งตักแล้วกอดเธอไว้ มองตาเธอซึ้งๆ จนเธอเขิน

“ตาหวันเหมือนซาลาเปาไส้ครีม จมูกเหมือนไอติมเยลลี่ เส้นผมเหมือนเส้นหมี่ผัดราดหน้าทะเล แล้วตามด้วยข้าวผัดแหนม ยำสามกรอบ หอยทอด ลอดช่องสิงคโปร์...”

“พอแล้ว จะบ้าเหรอพี่ชลิต หน้าหวันไม่ใช่โต๊ะอาหารนะ” ดาหวันผลักเขาออก

ชลิตบ่นว่าหิวจนแสบท้อง ถ้าได้กล้วยซักหวีก็แจ่ม พลันมีกล้วยหล่นมาตรงหน้า ทั้งสองแปลกใจระคนดีใจ เงยหน้ามองต้นไม้ พวกเขาอยู่ใต้ต้นตะขบ แล้วมันเป็นกล้วยได้อย่างไร

“ช่างมันเถอะ อาจเป็นเพราะเทวดาใจดี เห็นคนหล่ออย่างพี่กำลังหิวล่ะมั้ง เลยประทานกล้วยมาให้” ชลิตปอกกล้วยกินและส่งให้ดาหวัน

“หวันหิวนํ้ามากกว่า คอแห้งไปหมดแล้ว แถวนี้ไม่มีลำธารเลยรึไงนะ”

พลันกระบอกนํ้าไม้ไผ่หล่นมาตรงหน้าอีก ทั้งสองตกใจ แต่ดาหวันก็คว้ามาดื่ม ชลิตลองขอเสื้อผ้าสักสองชุด ดาหวันลองขอหมอนหนุนสักใบ ทั้งหมดหล่นมาตรงหน้า

“แบบนี้ไม่ใช่เทวดาแล้ว ใคร...ออกมาเดี๋ยวนี้นะ” ชลิตเหลียวมองรอบตัว

มีเสียงหัวเราะคิกคักดังก้องสะท้อนไปทั่วป่า  ดาหวันร้องถามว่าเสียงใคร เด็กชายคนหนึ่งโหนเถาวัลย์ผ่านไปแวบๆ ดาหวันชี้ให้ชลิตดู ทั้งสองรีบตามไป ดาหวันแกล้งล้มเจ็บขา เด็กคนนั้นโหนเถาวัลย์กลับมาดู ชลิตรีบคว้าตัวไว้ “จับได้แล้ว ไหน ขอดูหน้าหน่อยสิ”

เด็กชายคนนี้ชื่อดาเนา อายุประมาณสิบปี เขาทาหน้าตาดำเหมือนผี สองคนตกใจผงะออกนึกว่าผีหลอก วิ่งหนีกันกระเจิง ดาเนาหัวเราะชอบใจกวักมือเรียกให้กลับมาเล่นด้วยกันอีก พลันมีเสียงอสูรกายคำรามดังมาจากมุมหนึ่งของป่า ดาเนาชะงักหน้าเครียด

“แย่แล้ว...” ดาเนาโหนเถาวัลย์มาประจันหน้ากับอสูรกาย เขาหลอกล่อจนมันหงุดหงิด บีบคอดาเนายกขึ้นลอยจากพื้น ดาเนาเริ่มหายใจไม่ออกร้องลั่น

“โอ๊ย ปล่อยนะ ปล่อย...” พลังเสียงของดาเนา เหมือนมีคลื่นพลังรุนแรงกระแทกร่างอสูรกายล้มลง อสูรกายเจ็บตัววิ่งหนีหายไป

มาที่กาซู เหมือนโดนพลังกระแทกร่างผงะตื่นจากสมาธิ ลืมตาโพลง ธานี ธนวัติ และพาณิชย์ที่นั่งล้อมอยู่พลอยตกใจไปด้วย เลาซารีบถามพ่อว่าเกิดอะไรขึ้น กาซูว่าเขาเกือบเล่นงานชลิตได้ ธนวัติกับพาณิชย์โวยว่าไม่เอาไหน  เลาซาโกรธหวิดมีเรื่องกัน ธานีห้ามและสั่งให้ช่วยกันออกตามหาดนัยกับชลิต กาซูสั่งเลาซาไปช่วยพาณิชย์...

ดาหวันกับชลิตวิ่งหนีมาหยุดหอบพักเหนื่อย ดาหวันนึกได้บอกชลิตให้กลับไปหาฉวีวรรณ ชลิตเอ็ดว่าตนจะทิ้งเธอไว้ในป่าคนเดียวได้อย่างไร ตนเป็นห่วงและแคร์เธอมาก ดาหวันอึ้งไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากชลิต

อุ๊บอิ๊บมาเห็นดนัยนั่งดื่มเหล้าพื้นเมืองจนเมา จึงคิดแผนร้ายจะทำแบบที่ทำกับชลิตและดาหวัน  เธอถอดเสื้อตัวนอกตัวเองออกแล้วนึกได้ ลุกไปหานํ้าหอมฉีดตัวเสียหน่อย แจ๋กับพวกผ่านมาเห็นแอบประคองดนัยออกไปและให้บุญทิ้งอยู่แทน อุ๊บอิ๊บกลับมาเห็นดนัยนอนห่มผ้าก็เข้าไปนอนกอด แต่พอเห็นหน้าใกล้ๆว่าเป็นบุญทิ้งก็ร้องกรี๊ด

แจ๋กับกิมจิประคองดนัยมานอนที่ชานกระท่อมหลังหนึ่งแล้วกลับกันไป...ฉวีวรรณนอนไม่หลับ ออกมาเดินเล่น ครุ่นคิดเรื่องที่ตนพูดแรงกับดนัย

“ทำไมนะ ถ้าเป็นคนอื่นพูดฉันก็ไม่โมโหอย่างนี้ แต่พอเป็นนาย ฉันกลับทำอะไรลงไปก็ไม่รู้ ขอโทษนะที่ฉันพูดไม่ดีกับนาย ดนัย...ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ” ฉวีวรรณตะโกนอย่างอัดอั้น

วินยาเดินเข้ามาทันได้ยิน ฉวีวรรณหน้าเจื่อน วินยาบอกว่าให้ไปบอกดนัยเพราะเขากำลังเสียใจที่ถูกคนรักต่อว่า ฉวีวรรณโต้ว่าเข้าใจผิดแล้ว คนที่ดนัยรักคือดาหวัน

“เธอรู้ได้ยังไง”

“ถ้าไม่รัก เขาจะพาหวันหนีการหมั้นทำไม เขารักหวันมาก ถึงทนไม่ได้ที่หวันจะต้องหมั้นกับคนอื่น” ฉวีวรรณพูดอย่างเจ็บปวด

วินยาหัวเราะ ฉวีวรรณถามหัวเราะอะไร  วินยาว่า “เธอรู้ใจคนอื่นหมด แต่ไม่รู้ใจตัวเอง หัวใจดนัยเป็นของดนัย มีแต่เขาเท่านั้นที่รู้ เธอควรฟังจากปากเขาเอง ไม่ใช่คิดเองแบบนี้”

วินยาไล่ฉวีวรรณให้ไปถามดนัย...เธอจึงเดินหาจนมาเจอเขาเมาหลับอยู่นอกชาน ดนัยเพ้อ “หวี เธอเข้าใจฉันผิดนะหวี...”

“ฉันขอโทษที่พูดไม่ดีกับนาย ไม่รู้ว่าทำไมเวลาที่ฉันอยู่ใกล้นาย ฉันถึงต้องทำตัวแย่ๆกับนายเสมอ ทำไมถึงพูดดีๆกับนายไม่ได้สักที” ฉวีวรรณรู้สึกผิด หานํ้ามาเช็ดหน้าให้ดนัย

เสียงดนัยยังเพ้อขอโทษเธอ ฉวีวรรณก้มหน้าไปฟังใกล้ๆ ดนัยลืมตาขึ้นเห็นหน้าฉวีวรรณประชิด สบตากันอึ้งๆ ดนัยถามว่าเธอจะทำอะไรเขา พอเห็นผ้าในมือก็อดประชดไม่ได้ว่ามาสนใจคนไม่มีหัวใจอย่างตนทำไม จะเป็นจะตายก็ไม่สำคัญ ฉวีวรรณโกรธลุกหนี ดนัยวิ่งตามมาถามว่ายื่นหน้ามาใกล้ คิดจะจูบตนหรือ

“คนบ้า หลงตัวเอง ฉันไม่มีวันทำอย่างนั้นหรอกย่ะ”

“ถ้าไม่คิดจะทำ ทำไมต้องหน้าแดงด้วย อย่ามาโกหกดีกว่า ถ้าฉันไม่ตื่นขึ้นมาก่อน ฉันต้องเสียจูบให้เธอแน่เลย”

“บ้าสิ ฉันไม่พิศวาสคนอย่างนายหรอก ฮึ คนอุตส่าห์สงสารเห็นเมาไม่ได้สติ ก็เช็ดหน้าให้ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี รู้งี้ปล่อยทิ้งไว้ก็ดีหรอก”

ดนัยย้อนถามว่าสงสารตนทำไม ฉวีวรรณว่าเขาอกหักเพราะดาหวันบอกเลิก ดนัยปฏิเสธ ฉวีวรรณต่อว่าดนัยไม่มีหัวใจ ดนัยพูดอย่างจริงจัง

“ฉันมีหัวใจ แล้วฉันก็เจ็บเป็น เธอจะว่าฉันยังไงก็ตาม อย่างน้อยฉันก็ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง ไม่เหมือนบางคน ปากกับใจไม่ตรงกัน”

ฉวีวรรณโวยว่าว่าใคร ดนัยสวนกลับว่าว่าเธอ ฉวีวรรณโต้ว่าตนพูดจริง ว่าตนเกลียดเขา

“โธ่ หวี เมื่อไรเธอจะยอมรับความรู้สึกตัวเองสักที”

ฉวีวรรณเขินจะเดินหนี ดนัยดึงมือเธอไว้  “ไม่  ฉันไม่ให้เธอไปไหนทั้งนั้น จนกว่าเธอจะบอกความจริง มองตาฉัน แล้วบอกฉันสิว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ระหว่างเราสองคนมันไม่มีความหมายอะไรกับเธอเลยรึ เธอไม่เคยรู้สึกอะไรเลยรึไง มองตาฉัน บอกความรู้สึกที่แท้จริงของเธอ”

“ฉันไม่ได้คิดอะไรกับนายทั้งนั้น หัวใจนายควรจะเป็นของหวัน” ฉวีวรรณยังดื้อ

ดนัยฉุน ดึงเธอเข้ามาจูบ ฉวีวรรณตกตะลึงอึ้งอยู่อย่างนั้น ดนัยจูบฉวีวรรณอย่างดูดดื่ม วินยายืนมองเศร้าอยู่ห่างๆ อุ๊บอิ๊บผ่านมาเห็น แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง อยากจะร้องกรี๊ด โกรธฉวีวรรณหาว่ากีดกันตนแล้วแย่งคนรักน้องสาวเสียเอง...

พอฉวีวรรณได้สติ ผลักดนัยออกตบหน้าเขา โวยวายว่าทำบ้าอะไร

“ฉันอยากให้เธอรู้ความรู้สึกของฉัน ฉันรัก...”

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ฉันไม่อยากรู้ ในใจของนายควรจะมีแต่หวันถึงจะถูก”

“หัวใจฉันเป็นของฉัน และในใจฉันก็มีแต่...”

“หยุดนะ อย่าพูด ฉันไม่อยากฟัง นายมันบ้า บ้าที่สุด” ฉวีวรรณไม่กล้าเผชิญความจริง

ฝนเทลงมา  ฉวีวรรณวิ่งหนีไปหลบฝนในกระท่อม  ดนัยวิ่งตามไปทางอื่น ฉวีวรรณน้ำตาร่วงพรู ไม่อาจยอมรับความใกล้ชิดเมื่อสักครู่ได้ เพราะเป็นห่วงความรู้สึกของดาหวัน ดนัยตะโกนฝ่าสายฝนอย่างเจ็บปวด

“ทำไมเธอถึงไม่เข้าใจฉันบ้าง ทำไมเธอไม่ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง ทำไม...ฉันรักเธอนะหวี ได้ยินบ้างมั้ย ฉันรักเธอ...”

ในขณะที่ชลิตกับดาหวันหลบฝนอยู่ใต้ต้นไม้  เขากอดให้เธอหายหนาว ดาหวันจะผละออก ชลิตบอกว่าเขาไม่ทำอะไรเธอหรอก ความเป็นสุภาพบุรุษของชลิต ทำให้ดาหวันยิ่งซาบซึ้งใจ ชลิตให้เธอนอน เขาจะดูแลความปลอดภัยให้ ฟ้าร้องครืนๆ ดาหวันกลัวนอนไม่หลับ ชลิตถามต้องให้เขาทำอย่างไร ดาหวันบอกว่า พ่อมักจะเล่านิทานให้ฟัง ชลิตจึงเริ่มทำเสียงเป็นตัวละครต่างๆในนิทาน เล่าให้เธอฟังอย่างสนุกสนาน ดาหวันซบไหล่เขาอย่างรู้สึกอบอุ่นใจ

ooooooo

ตอนที่ 5

ดนัยกับชลิตถูกมัดขังในคอกที่ใช้ผ้าขึงกับต้นไม้ ทั้งสองช่วยแก้มัดให้กันและกัน เสียงคนเดินเข้ามา ดนัยรีบรวบตัวไว้ แล้วต้องตกตะลึงเมื่อเห็นว่าเป็นฉวีวรรณถือกล่องปฐมพยาบาลมา ทั้งสองสบตากันนิ่งจนชลิตต้องมาสะกิด ทำให้ทั้งสองผละออกจากกัน

“ยัยป้าหวี...เธอมาทำอะไร” ดนัยกลบเกลื่อน

ฉวีวรรณอึกอักมองชลิตไม่กล้าพูดว่าห่วงดนัย ดนัยไม่วายปากเสีย “เธอคงจะห่วงแฟนมาก กลัวชลิตเป็นอะไรไปแล้วจะขึ้นคานล่ะสิ รถด่วนขบวนสุดท้ายแล้วนี่”

“ปากเสีย ใช่ ฉันมาหาแฟนฉัน” ฉวีวรรณโกรธจึงประชดกลับ และทายาแผลให้ชลิต

ชลิตบอกฉวีวรรณว่าเขาแค่ถลอกนิดหน่อย ให้ไปทำแผลให้ดนัยดีกว่า ฉวีวรรณไม่สนใจ ดนัยเห็นแล้วหงุดหงิดในใจสบถ “ฮึ...แผลถลอกนิดเดียว ทำเป็นเรื่องใหญ่โต”

“ฉันดูแลแฟนฉัน เกี่ยวอะไรกับนายด้วย” ชลิตเตือนอีกครั้ง ฉวีวรรณกลับประชด “ช่างเขา...เขาไม่ใช่แฟนฉัน จะเป็นจะตายก็เรื่องของเขา”

ชลิตกลับเข้าใจว่าฉวีวรรณห่วงตนอย่างจริงใจ ดาหวันย่องเข้ามาถือโลชั่นกันยุงมาด้วย

“พี่ชลิตจะเป็นไงบ้างก็ไม่รู้ ป่านนี้โดนยุงกัดเลือดหมดตัวแล้วมั้ง” ดาหวันวิ่งเข้ามา เห็นฉวีวรรณดูแลชลิตอยู่ก็ชะงัก

ทั้งชลิตและฉวีวรรณตกใจเมื่อเห็นดาหวัน เธอรีบแก้ตัวว่าเอายากันยุงมาให้ดนัย ทำเอาดนัยงงเพราะเขาไม่เคยแพ้ยุง ดาหวันเข้าไปทายาลูบไล้แขนให้ดนัย ชลิตกับฉวีวรรณเห็นแล้วหึง ต่างประชดทำหวานให้กันบ้าง ดาหวันทนไม่ไหวทิ้งขวดโลชั่นแล้ววิ่งออกไป แล้วมาหลบร้องไห้พยายามบอกตัวเองว่าชลิตเป็นแฟนของพี่...ชลิตเป็นห่วงดาหวัน จึงบอกฉวีวรรณว่าตนจะไปยิงกระต่าย พอชลิตออกไป ฉวีวรรณก็เอากล่องยามาวางให้ดนัย

ดนัยทำแผลตัวเองแบบไม่ค่อยถนัด ฉวีวรรณทนดูไม่ได้ “มานี่ ฉันทำให้”

พอเปิดแผลออกเห็นว่าแผลดีขึ้นมาก จึงยอมรับว่ายาสมุนไพรของวินยาได้ผลจริงๆ”

“ใช่ ฉันรู้สึกดีขึ้นมาก น่าเสียดายที่เกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน ฉันเลยยังไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน”

“อยากตามเขามาทำแผลให้ใช่มั้ย ฉันจะได้ไม่ต้องทำ” ฉวีวรรณน้อยใจจะลุกหนี

ดนัยจับมือเธอไว้ “อย่าไปนะ...ฉันแค่รู้สึกว่ายังไม่ได้ขอบคุณวินยาเท่านั้น ส่วนเรื่องทำแผล ฉันไม่เคยอยากให้ใครทำแผลให้ เท่ากับเธอ”

ฉวีวรรณเขิน ดึงมือออก แล้วทำแผลให้ดนัยต่อเกรงใครจะเข้ามาเจอ ดนัยจ้องหน้าเธอจนเธอเขินทำอะไรไม่ค่อยถูก

ชลิตออกมาเดินหาดาหวันด้วยความห่วงใย อุ๊บอิ๊บแอบย่องจะมาหาดนัย เห็นดาหวันนั่งร้องไห้อยู่ก็หมั่นไส้ที่คงออกมาหาดนัย จะเข้าไปหาเรื่อง บุญทิ้งมาดึงตัวออกไป อุ๊บอิ๊บดิ้นจึงล้มทั้งคู่ เธอจูบแก้มบุญทิ้งเข้าอย่างจัง อุ๊บอิ๊บตกใจตบหน้าบุญทิ้งแล้ววิ่งหนีกลับไป...ชลิตกลับเข้ามาที่คอกบอกดนัยกับฉวีวรรณว่าดาหวันหายไป ฉวีวรรณคิดว่าน้องคงกลับเต็นท์ไปแล้ว แจ๋ บุญทิ้ง และกิมจิเข้ามาบอกให้ชลิตกับดนัย ไปหาหลักฐานมาเอาผิดพวกธานีให้ได้ ดนัยเป็นห่วงบอกฉวีวรรณให้เธอกลับไปอยู่กับพ่อ

“มันอันตราย ฉันทิ้งนายไม่ได้” ฉวีวรรณลืมตัวโพล่งออกมา พอเห็นสายตาทุกคนที่มองก็รีบกลบเกลื่อน “เอ่อ ฉันหมายถึง กลับไปฉันต้องแต่งงานกับนายธนวัติ ฉันไปหาหลักฐานด้วย พ่อจะได้ตาสว่างซะทีว่าครอบครัวนี้ไม่ใช่คนดี”

“แล้วหวันล่ะ...” ชลิตเป็นห่วงดาหวัน

ไม่ทันไร เสียงดาหวันร้องกรี๊ด ทุกคนรีบวิ่งออกไป เป็นพาณิชย์จับตัวเธอไว้ ชลิตจะเข้าช่วย ธนวัติสั่งลูกน้องให้จับทุกคนไว้ ดนัยร้องบอกคนอื่นไม่เกี่ยวให้ปล่อยไป ธนวัติเอาด้ามปืนกระแทกหน้าดนัย ฉวีวรรณตกใจร้องลั่น ธนวัติสั่งลูกน้องเอาตัวสองคนไปจัดการฆ่าที่อื่น

ooooooo

ศิริเข้ามาหาลูกๆในเต็นท์ แปลกใจว่าหายไปไหนกัน...ในขณะที่ธนวัติกับพาณิชย์ให้ลูกน้องเอาตัวพวกดนัยมากลางป่า ทั้งสองจับตัวฉวีวรรณและดาหวันไว้ เจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งถูกมัดรวมกัน ธนวัตินึกสนุกให้ดนัยกับชลิตสู้กันเอง ใครแพ้จะยิงผู้หญิงของคนนั้นก่อน

ศิริออกมาหน้าเต็นท์พบอุ๊บอิ๊บจึงถามถึงฉวีวรรณกับดาหวัน อุ๊บอิ๊บตอบอย่างโกรธๆว่า เห็นเกาะดนัยกับชลิตแน่น ศิริตกใจ ไม่ทันไร อาหลู่วิ่งมารายงานว่า ไอ้หน้าหล่อสองคนหายไป ธานียืนอยู่ด้วยถามว่าใครคือไอ้หน้าหล่อ อาหลู่หันมาตอบหน้าตาเฉย

“ดนัยกับชลิตไง แล้วไอ้หน้าไม่หล่อสองคนก็หายไปเหมือนกัน”

“แล้วใครคือไอ้หน้าไม่หล่อ” ธานียังงงอีก

“ก็ลูกกับหลานคุณไง มันก็หน้าเหมือนคุณนั่นแหละ”

“อ๋อ...อ้าว เฮ้ย ไอ้นี่ปากเสีย” ธานีนึกได้ ถีบอาหลู่กระเด็น

ศิริปรามไม่ใช่เวลามาทะเลาะกัน เขาจะรีบออกไปตามหาลูก อาหลู่รีบบอกว่ามีรอยล้อรถแล่นเข้าไปในป่า ศิริสั่งสุภาพเอารถออกทันที...

ด้วยความห่วงคนที่ตนรักจะตาย ดนัยกับชลิตจำต้องสู้กันเพื่อรักษาชีวิตคนรักไว้ แต่แล้วพอชลิตล้มลงสู้ดนัยไม่ได้ ธนวัติหัวเราะร่า ยกปืนเล็งไปทางฉวีวรรณ ดนัยตกใจรีบพูดจาดูถูกชลิตให้ฮึดลุกขึ้นมาสู้ต่อ

“ไอ้ชลิต แกมันไม่เอาไหน ไอ้ขี้แพ้”

ชลิตยันกายลุกขึ้นมาได้ชกดนัยล้มคว่ำลง ธนวัติเบนกระบอกปืนไปทางดาหวันแทน ชลิตตกใจ ดาหวันเสียใจที่ชลิตสู้เพื่อฉวีวรรณ เธอสบตาชลิตแล้วบอกฉวีวรรณ

“พี่หวี หวันลาก่อน ขอให้พี่หวีกับพี่ชลิตรักกัน ดูแลกันให้ดีนะคะ”

“หวัน ไม่นะ ปล่อยน้องฉันนะ อย่าทำอะไรน้องฉัน”

ดาหวันหลับตารอรับชะตากรรม ธนวัติหัวเราะเยาะแล้วหันกระบอกปืนมาทางดนัย

“แกนั่นแหละที่ต้องโดน ขอบใจมากที่ช่วยกำจัดไอ้ดนัยโดยที่พวกฉันไม่ต้องเหนื่อย”

“คิดแล้วว่าต้องลงเอยแบบนี้ หมัดหนักชะมัด” ดนัยแซวชลิต ชลิตฉุดดนัยลุกขึ้น

ธนวัติกับพาณิชย์โมโหที่โดนหลอก ลั่นกระสุนใส่ ทั้งสองรู้ทันหลบกระสุนแล้วต่อสู้ ฉวีวรรณ ดาหวัน และพวกแจ๋ช่วยเล่นงานลูกน้อง รถศิริส่องไฟแล่นเข้ามา เป็นจังหวะที่ดนัยกับชลิตชกธนวัติและพาณิชย์พอดี สถานการณ์จึงกลายเป็นดนัยกับชลิตเป็นคนร้าย ทั้งธนวัติและพาณิชย์รีบฟ้องว่า ดนัยกับชลิตฉุดฉวีวรรณกับดาหวันมา สองสาวปฏิเสธว่าไม่จริงแต่ศิริไม่ฟัง

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นพ่อไม่อยากฟัง ทุกคนกลับ พรุ่งนี้จะออกเดินทางแต่เช้า ฉันจะจับไอ้สองคนนี้ไปส่งตำรวจ ข้อหาลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยวและยังทำร้ายร่างกายผู้อื่นอีก”

“ก็ยังดีกว่าข้อหาลักลอบตัดไม้” ดนัยสวนออกไป

ทำเอาธานีกับลูกไม่พอใจ ต้องมาปรึกษากันว่าจะจัดการให้ทั้งชลิตและดนัยเป็นศพก่อนถึงมือตำรวจ ธานีให้ลูกน้องไปตัดสายเบรกรถคันที่สองคนต้องนั่งในวันพรุ่งนี้...ดาหวันเป็นห่วงจะไปช่วยชลิตกับดนัย ฉวีวรรณปราม คืนนี้สองคนนั่นปลอดภัยเพราะคนของพ่อเฝ้าแน่นหนา แต่พรุ่งนี้สิน่ากลัว ดาหวัน แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งฟังแล้วเป็นกังวล

วันรุ่งขึ้น อุ๊บอิ๊บจะไปนั่งรถคันเดียวกับดนัย ธานีตกใจรีบดึงลูกสาวไว้ ฉวีวรรณกับพวกรู้สึกมีอะไรไม่ชอบมาพากล จึงส่งซิกให้แจ๋ทำเป็นปวดท้องอย่างมากเดินทางวันนี้ไม่ได้ ธนวัติไม่พอใจหาว่าแจ๋สร้างเรื่อง กิมจิเห็นจวนตัวจึงแกล้งทำเป็นผีเข้า ให้ตื่นตระหนกกัน แต่พอธนวัติเอาปืนจ่อ กิมจิหน้าเจื่อนกำลังจะความแตก จู่ๆจิ้งจกตัวหนึ่งตกใส่อุ๊บอิ๊บวิ่งร้องกรี๊ดๆมาสะดุดล้มในอ้อมแขนบุญทิ้ง เกิดความโกลาหล อุ๊บอิ๊บผลักบุญทิ้งหงายหลัง อาการหอบกำเริบ ดนัยรีบบอกให้เอายาพ่น ศิริเห็นความวุ่นวาย จึงให้เลื่อนเดินทางออกไป ธานีกับธนวัติเจ็บใจที่เสียแผน

ooooooo

ปรากฏว่าทองอินรู้จักกับหมู่บ้านชาวชาลันของวินยาเป็นอย่างดี เขาคอยซื้อข้าวของจำเป็นมาส่งให้ ทองอินถามวินยา  และสางโปว่า ได้เบาะแสเรื่องไม้เถื่อนเพิ่มเติมบ้างไหม วินยาจึงบอกว่าตนเห็นหน้านายทุนที่อยู่เบื้องหลังแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร

“ฉันเจอพวกคนเมืองหลงป่าเข้ามา คนพวกนั้นคงไปรู้เรื่องไม้เถื่อนเข้า เลยถูกพวกนายทุนตามล่า เลาซาก็อยู่ด้วย”

ทองอินสงสัยว่าคนเมืองเป็นใคร ไม่ทันไร เลาซาโผล่มายิงลูกดอกใส่ วินยาผลักทองอินหลบ แล้วโดดเข้าต่อสู้กับเลาซาซึ่งๆหน้า เลาซาสู้ไม่ได้ร้องขอชีวิต

“น่าสมเพช ยังกล้าร้องขอชีวิตอีกรึ ทีตอนที่แม่กับน้องข้าร้องขอชีวิต พ่อของแกเคยเห็นใจมั้ย” แววตาวินยาเจ็บปวดเมื่อนึกถึงอดีต ที่กาซูวางยาพิษลีซันพ่อของตนเพื่อหวังครองหมู่บ้านและไล่ฆ่านาลาแม่และลีซาน้องชายแบเบาะของตน เพราะลีซาจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อไป

วินยาเห็นแม่ถูกฆ่าต่อหน้าต่อตา ลีซาน้องชายกระเด็นตกหน้าผาไปสู่แม่น้ำเชี่ยวเบื้องล่าง สางโปนำคนในหมู่บ้านมาช่วยตนไว้ได้และขับไล่กาซูออกไป ทั้งวินยาและลีซามีสร้อยเขี้ยวเสือห้อยคอเป็นตัวแทนของพ่อกับแม่...ภาพในอดีตฝังใจวินยามาตลอด เมื่อเธอเงื้อมีดจะแทงเลาซา กาซูปรากฏตัวขึ้นใช้พลังยับยั้งวินยาไว้ แล้วปาระเบิดควันเข้ามาพาตัวเลาซาหนีไปได้...

หลังจากเรื่องวุ่นๆสงบลง แจ๋กับกิมจิย่องจะไปดูดนัยกับชลิตที่คุมขัง ฉวีวรรณโผล่มาฝากห่อข้าวไปให้ดนัย อ้างว่าดาหวันฝากมา เพราะดนัยไม่ชอบกินผลไม้ และกำชับให้ดูแลตัวเองดีๆ แจ๋บ่นว่าฝากบอกยาวเหลือเกิน แจ๋ถือข้าวห่อเดินมากับกิมจิได้หน่อยดาหวันโผล่พรวดออกมา ฝากผ้าห่มหอมฟุ้งไปให้ชลิต อ้างว่าฉวีวรรณฝากมา เพราะชลิตอ่อนแอเกรงจะหนาว แจ๋แปลกใจเมื่อกี้ไม่เห็นฉวีวรรณพูดอะไรเลย กิมจิยิ่งงงมากกว่าแจ๋

มาถึงที่คอกขังดนัยกับชลิต แจ๋ก็ส่งผ้าห่มให้ชลิตและข้าวห่อให้ดนัย

“เอ้า หวันฝากมาให้ เขาบอกด้วยว่าให้กินเยอะๆ เพราะนายกินผลไม้ไม่ได้ ไม่กินอะไรมาหลายวันแล้ว เดี๋ยวไม่มีแรง” ดนัยรับมาเศร้าๆที่ไม่ได้มาจากฉวีวรรณ

แจ๋ส่งผ้าห่มให้ชลิต เขารีบถาม “ยัยหวันฝากผ้าห่มมาให้ฉันเหรอ”

“ไม่ใช่ หวีฝากมาให้ หวียังบอกด้วยว่าให้นายห่มผ้าด้วย อากาศเย็นเดี๋ยวจะไม่สบาย รักนะ...จุ๊บๆ” ชลิตหุบยิ้มผิดหวัง

ดนัยสำลักอาหารที่กำลังกิน กิมจิถามว่าเป็นอะไร ดนัยกลบเกลื่อน “ปละ เปล่า แค่สงสัยว่ายัยป้าหวีทำอะไรดีๆ

แบบนี้เป็นด้วยหรือ”

“ฝากขอบใจหวีด้วยนะ ขอบใจที่เป็นห่วง หวีดีกับฉัน รู้ใจฉันเหลือเกิน ไม่เหมือนคนบางคน อยู่ด้วยกันมาตั้งนานไม่มีน้ำใจสักนิด” ชลิตประชดฝากแจ๋

แจ๋ถามหมายถึงใคร ชลิตตอบว่าใครอยากรับไปก็ได้ ดนัยหมั่นไส้ ฝากแจ๋ไปบ้าง

“ฉันก็ฝากบอกหวันด้วยว่า ข้าวห่อนี้อร่อยที่สุดในสามโลก ฉันซึ้งใจจริงๆที่มีคนดีๆอย่างหวันคอยดูแล” ดนัยชำเลืองชลิตอย่างเขม่นๆ

กิมจิถามสองคนมีอะไรกันหรือเปล่า ดนัยปัดไม่เป็นอะไร แล้วว่าคุยเรื่องของเราดีกว่า ชลิตเป็นห่วงดาหวันกับฉวีวรรณจะเป็นอันตรายจากธนวัติและพาณิชย์ ดนัยจึงเสนอให้พาสองสาวหนี โดยวางแผนให้แจ๋วางยาทุกคนให้หลับมื้อเย็นนี้

แจ๋กลับมาบอกฉวีวรรณกับดาหวัน ว่าดนัยฝากขอบใจเรื่องข้าวห่อและชลิตฝากขอบใจเรื่องผ้าห่ม สองพี่น้องทำหน้างงๆแต่ก็กลัวความแตก ฉวีวรรณตัดบทให้คุยเรื่องแผนการดีกว่า

เผอิญธานีกับพวกวางแผนมอมยาสั่งศิริ เพื่อให้ทำตามคำสั่งพวกตน แต่โดนพวกแจ๋ทำเสียเรื่องโวยวายว่ามีแมลงสาบในอาหาร ทำให้ศิริไม่กิน แล้วฉวีวรรณกับดาหวันก็ยกอาหารสำรับใหม่มาให้ ธานีกับลูกๆรู้สึกผิดสังเกต จึงกินยากันพิษที่ได้จากกาซูไว้ก่อน ในอาหารของฉวีวรรณใส่แค่ยานอนหลับอ่อนๆหวังให้ทุกคนหลับ พวกตนจะได้หนีสะดวก มีอุ๊บอิ๊บที่ไม่ได้กินเพราะมัวออกไปจะหาดนัยแต่ก็สวนกัน

ดนัยกับชลิตมาสมทบกับพวกฉวีวรรณ เพื่อหนีเข้าป่า ดนัยเป็นห่วงฉวีวรรณเกรงจะล้มจึงส่งมือให้จับ ฉวีวรรณเหลือบมองชลิตไม่กล้าจับ ดนัยน้อยใจ

“ไม่ใช่หน้าที่ของฉันนี่นะ เป็นหน้าที่ของแฟน ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้”

ฉวีวรรณเจ็บจี๊ดในใจหันไปจับมือกับชลิต ดาหวันมองอย่างขุ่นเคือง แกล้งร้องเรียกดนัยให้ช่วยจูง ชลิตหึงตาเขียว ดา–หวันยิ่งแกล้งทำหวานกับดนัย ฉวีวรรณโกรธดึงชลิตเดินไป...

ไม่ทันไร ธานี ธนวัติ พาณิชย์ กาซู และลูกน้องออกมาดักหน้า ทุกคนตกใจ พวกธานีหัวเราะ

“ช่วยไม่ได้ที่พวกแกรู้ความลับของฉัน พวกแกต้องตายทั้งหมด กาซู จัดการพวกมัน”

กาซูรับคำสั่งธานีแล้วสั่นกระพรวนเรียกอสูรกายโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน พวกดนัยตกใจ ดนัยคว้ามือฉวีวรรณวิ่งหนี ชลิตคว้ามือดาหวันวิ่งไปอีกทาง แจ๋ บุญทิ้ง และกิมจิพากันวิ่งไปอีกทาง อุ๊บอิ๊บวิ่งมาเห็นดนัย จะวิ่งตาม ธานีดึงลูกสาวไว้ อสูรกายตามพวกแจ๋ไป บุญทิ้งเอาแต่สวดมนต์ไล่ เผอิญอสูรกายขาติดกิ่งไม้เดินไม่ได้ บุญทิ้ง เข้าใจว่าบทสวดของตนได้ผล แจ๋กับกิมจิร้องบอกให้เอาพระคล้องคอมันเลย บุญทิ้งจึงถอดสร้อยคอพระหลวงปู่สามองค์ คล้องคออสูรกายตัวมันกระตุก บุญทิ้งเข้าใจว่าได้ผล แต่จริงแล้วเพราะบุญทิ้งเหยียบเท้ามันไว้ พอบุญทิ้งขยับตัวออกมายืนโอ่ อสูรกายก็หลุดจากกิ่งไม้ หันมาบีบคอบุญทิ้ง แล้วถอดสร้อยพระปาทิ้งไปไกล

กาซูเขย่ากระพรวนสั่งอสูรกายให้ตามดนัยกับชลิต อุ๊บอิ๊บเห็นจำได้ว่าเป็นอสูรกายที่กินคนงานไป ธานีรีบบอก

ลูกสาวว่ามันจะกินแต่ศัตรูของเรา พออุ๊บอิ๊บเห็นกระพรวนเกิดชอบใจแย่งมาเป็นของตน เขย่าเล่นเป็นจังหวะ อสูรกายเงอะงะทำอะไรไม่ถูก กาซูแย่งคืนเกิดการยื้อแย่งกัน กระพรวนขาด อสูรกายสติแตก หันไปเล่นงานธานีกับกาซูเสียเอง อุ๊บอิ๊บเตลิดหนี

ดนัยพาฉวีวรรณหนีเข้าไปในป่าลึก อสูรกายยังตามมาดึงขาฉวีวรรณไว้ ดนัยทำทุกอย่างเพื่อช่วยเธอ จนโดนจับโยนไปกระแทกต้นไม้จุก ฉวีวรรณเข้าประคอง อสูรกายตามเข้าบีบคอทั้งสองคน พลันมีมีดพกพุ่งมาปักที่หัวไหล่อสูรกายร้องลั่นปล่อยดนัยกับฉวีวรรณ วินยาโดดเข้ามาตั้งท่าพร้อม
บอกว่า แผลจากมีดอาคมของตนไม่ได้รักษาง่ายๆ

อสูรกายคำรามตรงเข้าจะเล่นงานวินยา เธอจึงปามีดพกไปปักที่อสูรกายอีกเล่ม มันร้องอย่างเจ็บปวด วินยาเข้าช่วยฉวีวรรณประคองดนัยและบอกให้ไปที่หมู่บ้านของตน

ooooooo

ธนวัติมารายงานธานีว่าอสูรกายบาดเจ็บ กาซูพากลับไปรักษาที่ดงผีฟ้า ธานีเป็นห่วงอุ๊บอิ๊บที่พลัดหลงไปยังไม่กลับมา พลัน เสียงศิริโวยวายจะไปตามลูกๆแต่สุภาพกับอาหลู่ดึงไว้ไม่ให้ไปเพราะมันค่ำมืด ขอให้สว่างก่อนค่อยไป ธนวัติเข้ามาใส่ไฟว่า ดนัยกับชลิตวางยาพวกเราและให้เพื่อนที่เป็นป่าไม้มาถล่มแคมป์แล้วพาฉวีวรรณกับดาหวันหนีไป

“พวกผมออกตามแต่โดนเล่นงานจนต้องกลับมาตั้งหลักนี่แหละครับ” พาณิชย์รีบบอก

“อ้าว ทำไมเสี่ยกับลูกไม่หลับล่ะ อาหลู่เห็นกินกันเกลี้ยงชามเลยนี่” อาหลู่สงสัย

ธานีหัวเราะกลบเกลื่อนเข้ามาตบไหล่อาหลู่ เคืองๆที่ช่างสาระแน แล้วบอกว่ากาซูมียาถอนพิษ พวกตนจึงรีบตามไปช่วยฉวีวรรณกับดาหวัน ธนวัติแก้ตัว ขอโทษที่ไม่ได้ปลุกศิริด้วย

“ไม่เป็นไรๆแค่นี้ก็ขอบใจมากแล้วที่เป็นหูเป็นตาแทนลุง ว่าแต่...เจอหวีกับหวันตรงไหนลุงจะรีบไปตามเดี๋ยวนี้” ศิริลุกจะเดินแต่ยังมึนหัวเซจะล้ม

ธนวัติเข้าประคอง และขอให้นอนพักก่อน พร้อมเอายาให้ทาน เขาสบตากับธานีอย่างสมใจเพราะมันคือยาสั่ง

กลางป่า ชลิตกับดาหวันเดินโสลเสลมาหมดแรงทรุดนั่ง เสียงท้องดาหวันร้องดังมาก จนชลิตตกใจคิดว่าฟ้าผ่า กระโจนหาที่หลบ ดาหวันโวยว่าเสียงท้องตนเอง

“โธ่เอ๊ย ร้องดังขนาดนี้ คำรามแข่งกับเสือได้เลยนะอีหนู โอ๊ย...”

ดาหวันตบปากชลิต “จะเรียกหาญาติพี่ทำไม เจอคราวที่แล้วยังไม่เข็ดอีกหรือไง”

ชลิตนึกได้ว่าเคยเจอเสือสมิง รีบเอามือปิดปากตัวเอง

ดาหวันทำจมูกฟุดฟิด ได้กลิ่นอะไรหอมน่ากิน เธอตามกลิ่นจนมาเจอเห็ดกลุ่มใหญ่ผุดมาชูช่อที่โคนต้นไม้ “กลิ่นเห็ดพวกนี้แน่ๆ”

ดาหวันไม่รอช้าเด็ดกิน ชลิตรีบปราม “เฮ้ยหวัน กินเข้าไปได้ยังไง เห็ดเมาหรือเปล่าไม่รู้”

“แต่มันหอมจริงๆนะพี่ชลิต อร่อยด้วย” ดาหวันเด็ดส่งให้ชลิตสูดกลิ่นแล้วตาลอย หยิบเข้าปาก จากนั้นทั้งสองคนก็กินอย่างเอร็ดอร่อย...

ooooooo

อีกด้านของป่า วินยาพาดนัยกับฉวีวรรณมาที่หมู่บ้านชาลัน และให้ไปพักที่บ้านตน บ้านของวินยาเป็นบ้านขนาดใหญ่กว่ากระท่อมรอบๆ บ่งบอกว่าเป็นที่พักของผู้นำ วินยาสั่งลูกน้องให้ช่วยจัดที่หลับที่นอนให้ และหาเสื้อผ้ามาให้ทั้งสองคนเปลี่ยน

“อย่าบอกนะว่า เธอเป็นหัวหน้าเผ่าที่นี่” ฉวีวรรณมองอย่างสงสัย

สางโปเดินเข้ามาตอบแทนว่าใช่ วินยาแนะนำให้สางโปรู้จักดนัยซึ่งเป็นคนที่เคยช่วยชีวิตตน และบอกว่ากาซูกำลังตามล่าพวกเขา สางโปจึงไปเปิดโถที่โต๊ะบูชาในบ้านวินยา หยิบบางอย่างออกมาส่งให้ดนัยกับฉวีวรรณกิน

“หมากทิพย์ เจ้าสองคนเอาไปเคี้ยวคนละคำ มันจะช่วยพรางตัวพวกเจ้า ไม่ให้ญาณของไอ้กาซูหาพบ”

ดนัยกับฉวีวรรณรับมาแต่ไม่กล้ากิน วินยาย้ำ “กินเข้าไปเถอะ รสชาติก็เหมือนยาลูกกลอนนั่นแหละ”

ดนัยจึงเอาเข้าปากเคี้ยว ทำหน้าเบ้เพราะรสขม สางโปดุฉวีวรรณให้รีบกินเข้าไป เคี้ยวๆแล้วกลืน ฉวีวรรณจำต้องทำอย่างพะอืดพะอม ดนัยอดถามไม่ได้ว่าทำมาจากอะไร วินยาไม่ตอบ

สางโปตอบแทน “ใบพลู เปลือกไม้แล้วก็หางจิ้งจก”

ดนัยกับฉวีวรรณทำท่าจะขย้อนออกมา วินยาห้าม “อย่าคายออกมานะ เดี๋ยวมันไม่ออกฤทธิ์ เคี้ยวให้ละเอียดแล้วกลืนไปเลย”

สีหน้าดนัยกับฉวีวรรณดูทรมานในการจะกลืน สางโปจึงบอกว่า “จะคายก็ได้ แต่ถ้ากาซูมันพาคนมาชิงตัวพวกเจ้า ข้าไม่รู้ด้วย”

สองคนจำใจกลืนทั้งที่อยากอาเจียนออกมาเต็มที ทั้งสองวิ่งไปตักน้ำดื่มกลั้วคอด้วยความสะอิดสะเอียน วินยาบอกขำๆว่าเดี๋ยวก็ชิน ฉวีวรรณหันมาโวย

“แล้วทำไมเธอไม่เห็นต้องกินเลย หลอกอะไรฉันหรือเปล่าเนี่ย”

“พวกฉันมีคาถาส่วนตัวอยู่แล้ว กาซูทำอะไรเราไม่ได้ แต่คนนอกเผ่าอย่างพวกเธอต้องปกป้องตัวเอง”

วินยาจัดที่นอนให้ดนัยนอนข้างนอก และให้ฉวีวรรณเข้าไปนอนด้วยในห้อง ฉวีวรรณทึ่งเห็นของในห้องวินยา แม้จะเป็นของพื้นเมืองแต่ก็ดูมีรสนิยมสมัยใหม่ ฉวีวรรณอดเป็นห่วงดนัยไม่ได้เกรงจะโดนยุงกัด วินยาจึงเอาเปลือกไม้ใส่ถาดไปจุดวางให้ดนัย

“ฉันเอายากันยุงมาให้ ดึกๆแล้วยุงจะชุมน่ะ”

ดนัยขอบใจเธอ วินยาถามว่ายังไม่นอนหรือ ดนัยตอบว่าแปลกที่ นอนไม่หลับ วินยาจึงนั่งคุยเป็นเพื่อน ฉวีวรรณเห็นวินยาหายไปนาน จึงแง้มประตูแอบดู เห็นสองคนนั่งชิดคุยกัน

“ฮึ ถือโอกาสนะยัยวินยา ทำดีเอาหน้า” ฉวีวรรณหมั่นไส้ พยายามจะฟังว่าคุยอะไร

และแล้วเธอก็ถลาล้มออกมานอกห้อง สองคนหันมามอง ฉวีวรรณรีบกลบเกลื่อน “เออไม่มีอะไร ฉัน...ฉันแค่ออกมารับลมน่ะ ก็...คุย คุยกันต่อไปสิ ฉันไปนอนล่ะ”

“อะไรของเขา” ดนัยบ่นมองฉวีวรรณผลุบเข้าห้องไป วินยาอมยิ้มอย่างรู้ทัน

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ชลิตกับดาหวัน ยังกินเห็ดเมากันอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งสองเมาอ้อแอ้ ชลิตรู้สึกร้อนจึงถอดเสื้อออก ดาหวันตบมือยุให้ถอดเลยๆ แล้วตัวเองก็ถอดเสื้อบ้างเหลือเสื้อสายเดี่ยวตัวใน สักพักชลิตก็ผล็อยหลับดาหวันเขย่าปลุกก็ไม่ลุก เธอจึงกินเห็ดเมาต่อไปคนเดียว

อุ๊บอิ๊บเดินเซซังอย่างเหนื่อยอ่อน พยายามหาสัญญาณเพื่อโทร.ให้พ่อกับพี่มาช่วย เท่าไหร่ก็ไม่เจอ พอโผล่จากพุ่มไม้มาเห็นดาหวันกับชลิตก็ตะลึง

“อุ๊ย...แม่เจ้า นี่มันยัยดาเน่ากับพี่ชลิตนี่”

อุ๊บอิ๊บเห็นสภาพทั้งสองคนแล้วคิดเลยเถิด เอามือถือถ่ายภาพเก็บไว้แบล็กเมล์ทีหลัง แถมจัดท่าทางให้ดาหวันไปนอนซบอกชลิต “งานนี้ พี่ดนัยต้องเลิกกับนังดาเน่าแน่นอน ฮ่าๆๆ”...

อุ๊บอิ๊บโยนเสื้อผ้าของทั้งสองคนสร้างบรรยากาศให้ดูเหมือนถอดกองไว้ “แค่นี้ก็เรียบร้อย หึหึ...ฉันอยากจะรู้นัก เวลาที่พี่เขยกับคุณน้องแฟนตื่นขึ้นมาป๊ะกันแหม แล้วจะเป็นยังไง ฮิฮิฮิ คงสนุกพิลึกล่ะ”

อุ๊บอิ๊บกดถ่ายภาพไว้หลายมุมอย่างเมามัน...

เมื่อดนัยกับฉวีวรรณได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดชาวเขาของเผ่าชาลัน ต่างมองกันยิ้มๆ

“นี่นายเองเหรอ ฉันนึกว่าเป็นคนที่นี่ซะอีก”

“ขอบใจที่ชมว่าฉันน่ารัก”

ฉวีวรรณเบ้ปากไม่ได้ชม ดนัยยิ้มสายตากรุ้มกริ่ม “งั้นฉันชมเธอเองก็ได้ แต่งตัวอย่างนี้แล้วน่ารักดีนะ”

“ฉันหิวข้าว ฉันจะไปตามหาวินยาละ” ฉวีวรรณเขินรีบเปลี่ยนเรื่อง

“ไม่ต้อง วินยาให้ฉันพาเธอไปทานข้าว” ดนัยคว้าแขนฉวีวรรณดึงออกไป

“ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ ปล่อย ฉันไปเองได้” ฉวีวรรณขืนตัวไว้

“รู้ว่าเธอเดินได้ แต่ฉันอยากให้เราเดินไปด้วยกัน” ดนัยไม่ยอมปล่อย แถมมองเธออย่างกรุ้มกริ่ม ทำเอาฉวีวรรณหัวใจพองโต เขินหนักกว่าเดิม

อาหารถูกจัดวางไว้บนแคร่ใต้ต้นไม้ เป็นพวกหมกหน่อไม้ เนื้อย่าง มันเผือกปิ้ง ฉวีวรรณถามหาวินยา ดนัยตอบว่า วินยาไปทำงาน แล้วมื้อเย็นจะจัดเลี้ยงต้อนรับพวกเรา ฉวีวรรณทำหน้าเลี่ยนๆกลัวเจออาหารพวกเนื้องู เนื้อกิ้งก่า ดนัยตัดบท

“เอาน่า เขากินแล้วไม่ตาย ก็แปลว่าเรากินได้เหมือนกันแหละน่า”

“แหม ปรับตัวได้เร็วเชียวนะ เมื่อคืนคงจะคุยกันถูกคอ” ฉวีวรรณค้อน

“ก็คุยเกือบถึงเช้านั่นแหละ ฉันว่าวินยาเขาเป็นหัวหน้าเผ่าที่มีวิสัยทัศน์ดีนะ เธอคงไม่รู้ว่าเขาเข้าไปเรียนในเมืองด้วย ตอนนี้ก็เรียนปริญญาตรีทางไกลอยู่ เก่งมากเลย”

“อิ่มดีกว่า ไม่เห็นอร่อยเลย” ฉวีวรรณหมั่นไส้ที่ดนัยเอาแต่ชื่นชมวินยา

“อ้าว ซะงั้น...หวี เธอเป็นอะไรของเธอน่ะ” ดนัยมองตามงงๆ

ooooooo

งัวเงียตื่นขึ้นมา ชลิตต้องตกใจกับสภาพตัวเองที่ไม่ได้สวมเสื้อ แถมมีดาหวันมานอนซบบนตัว และเธอยังเหลือแค่เสื้อสายเดี่ยวเช่นกัน ชลิตรีบผละออก ดาหวันจึงตื่นขึ้นมาอีกคน

“โอ๊ย อะไรเล่า”

เธอ...เธอทำอะไรพี่ ยัยหวัน”

“อาราย...” ดาหวันยังงัวเงีย

“ธ...เธอ เธอปล้ำฉัน” ชลิตละล่ำละลักชี้ไปที่ดาหวัน

ดาหวันงงก้มมองตัวเอง พอเห็นสภาพตัวเองก็ตกใจ “ว้าย...ทำไมเป็นยังงี้ล่ะ”

ดาหวันเอาเสื้อมาปิดร้องกรี๊ด...อุ๊บอิ๊บยังแอบอยู่แถวนั้น หัวเราะชอบใจ รีบถ่ายเป็นคลิป

“เธอ...เธอพรากพรมจรรย์ของพี่” ชลิตเอาเสื้อปิดอกโวยวาย

“อ๊าย อีตาบ้า พูดมาได้ยังไง หวันต่างหากที่ถูกผู้ชายใจทรามอย่างพี่ข่มเหงรังแก”

“พี่ไม่ได้ทำ ถ้าทำพี่ก็ต้องจำได้สิ”

“หวันก็ไม่ได้ทำเหมือนกัน”

“ไม่ได้ทำแล้วทำไมเราถึงมาอยู่ในสภาพนี้ได้”

“เมื่อคืนหวันก็จำอะไรไม่ได้เลย พอกินเห็ดไปก็...”

“ใช่ๆ ต้องเป็นเห็ดเมื่อคืนนี้แน่ๆ พอพี่เมาเธอก็เคลมพี่”

“อ๊าย...ช่างกล้า ไอ้บ้าทุเรศ ต่อให้เหลือพี่เป็นผู้ชายคนเดียวในโลก หวันก็ไม่มีวันสนผู้ชายอุบาทว์ๆอย่างพี่หรอก...ไอ้ชั่ว ไอ้เลว ไอ้เล็บขบ” ดาหวันทุบตีชลิตยกใหญ่

ชลิตหลบไม่โต้ตอบ เสื้อดาหวันหล่น เธอตกใจจึงผลักชลิตล้มลงจะก้มเก็บ จึงกลายเป็นก้มไปจูบชลิต ทั้งสองตะลึงอึ้งอยู่อย่างนั้น อุ๊บอิ๊บเก็บภาพอย่างตะลึงพรึงเพริด

“อ๊าย โอ้โน มีคิสด้วย...ไม่ได้ๆต้องถ่ายต่อ เด็ดมาก สวย ยอดเลย ดาเน่าเอ๊ย คราวนี้แกเละเป็นโจ๊กแน่ ฉันจะเอาคลิปนี้ไว้แฉกับพี่ดนัย ว่าแกสองคนชิงสุกก่อนห่าม แอบมากกกันในป่า”

ดาหวันผละออกจากชลิตคว้าเสื้อมาสวมแล้ววิ่งหนีไปอายๆ ชลิตตกใจดึงเธอไว้

“เดี๋ยวสิ คุยกันก่อน”

“หวันไม่มีอะไรต้องคุยกับพี่แล้ว ปล่อยนะ อย่านึกว่าจะมาปล้ำกันง่ายๆ” ดาหวันดิ้น

ชลิตจึงดึงเธอมาปะทะอก  “ไม่ว่าใครจะปล้ำใคร ยังไงตอนนี้เราก็เป็นคนคนเดียวกันอยู่ดีไม่ใช่เหรอ”

ดาหวันอึ้ง “นี่มันเรื่องจริงเหรอ ที่เราสองคน...”

“ใช่...พี่ต้องเสียความหนุ่มแน่นให้หวันไปแล้ว”

“อีตาบ้า ถ้าขืนยังพูดเล่นอีกคำเดียว หวันจะฆ่าพี่หมกป่าตรงนี้แหละ”

“โหดจริงๆเลยเธอนี่...” ชลิตยิ้มล้อ

“เออสิ หวันพูดจริงทำจริง แล้วห้ามปากสว่างไปบอกใครด้วยล่ะ”

“หึ...กลัวไอ้ดนัยรู้ล่ะสิ” ชลิตชักเคือง

“แล้วพี่ไม่กลัวพี่หวันรู้หรือไง”

ต่างคนต่างอึ้ง กลัวก็กลัว ดาหวันหลบตาตัดสินใจพูดขึ้น “เราสองคนต่างก็ไม่อยากสูญเสียคนที่ตัวเองรัก

เพราะฉะนั้น นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว รูดปากให้สนิทซะ แล้วถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้คิดว่า เรื่องเมื่อคืนมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนก็แล้วกัน”

ชลิตสบตาดาหวันใจแป้ว ดาหวันผลักเขาออกแล้ววิ่งไป ชลิตรู้สึกเศร้าบอกไม่ถูกเขาวิ่งตามเธอออกไป แต่หาเธอไม่เจอ เขาตะโกนเรียกหา ดาหวันหลบซ่อนตัวน้ำตาไหลพรากเจ็บปวดกับรักที่แก้ไม่ตก...ชลิตเองก็ระบายความอัดอั้น ทุบโขดหินร้องเรียกดาหวัน

ooooooo

วินยาเปิดประตูห้องทำงานให้ดนัยกับฉวีวรรณเข้ามา ทั้งสองต้องทึ่งเมื่อเห็นว่ามีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย มีตู้หนังสือที่ให้ความรู้มากมาย ฉวีวรรณอุทานว่ามีอินเตอร์เน็ตด้วย

“เธอคิดว่าชาวเขาจะต้องอยู่หลังเขา ห่างไกลความเจริญทุกอย่างใช่ไหม”

“ไม่ใช่ๆคือฉันไม่นึกว่าเธอต้องใช้” ฉวีวรรณรีบแก้ตัว

“ก็บอกแล้วว่าวินยาเขาเรียนทางไกล”

“ใช่ สมัยนี้มันเป็นโลกข่าวสาร ฉันไม่อยากให้เผ่านี้ขาดการติดต่อกับภายนอกมากเกินไป เดี๋ยวจะตามสังคมเมืองไม่ทัน”

ดนัยยิ้มอย่างชื่นชมแล้วถามว่ามีอะไรจะให้เขาช่วย วินยาบอกว่าตนกำลังจะสอบวิชาสถิติ จึงอยากให้ช่วยอธิบาย ดนัยคว้าเก้าอี้มานั่งข้างๆอย่างเตรียมพร้อม ฉวีวรรณหมั่นไส้รู้สึกตัวเองเป็นส่วนเกิน พลันสางโปเคาะประตูแล้วเดินเข้ามารายงานว่า

“มีเด็กสามคนหลงป่ามาถึงหน้าหมู่บ้านเรา แต่งเนื้อแต่งตัวคล้ายๆกับสองคนนี่ ไม่รู้ว่าใช่พวกเดียวกันหรือเปล่า”

ดนัยกับฉวีวรรณมองหน้ากันอย่างตื่นเต้น...และแล้วก็เป็นพวกแจ๋ กิมจิ และบุญทิ้ง ดนัยกับฉวีวรรณรีบวิ่งไปหา บุญทิ้งทำหน้างงๆกระซิบแจ๋กับกิมจิว่า

“ชาวเขาสองคนนี้ หน้าคล้ายๆพี่ดนัยกับฉวีวรรณเลยนะครับ”

กิมจิศอกใส่จนบุญทิ้งจุก “ไอ้มหาติงต๊อง ก็นั่นยัยหวีกับดนัยน่ะสิวะ”

สางโปถามดนัยว่าใช่พวกเดียวกันไหม ถ้าไม่ใช่จะฆ่าทิ้ง สามคนสะดุ้งเฮือก แจ๋โผกอดฉวีวรรณร้องลั่นว่าไม่อยากตาย ดนัยกับฉวีวรรณยิ้มขำๆ...พออยู่กันลำพัง แจ๋ถาม ทำไมถึงไปซี้กับหัวหน้าเผ่าได้ ฉวีวรรณตอบอย่างหมั่นไส้ว่าแค่รู้จักเฉยๆ

“แล้วไปรู้จักเขาได้ยังไงอ่ะครับ” บุญทิ้งถามบ้าง

“นายดนัยเคยช่วยชีวิตเขาไว้ แล้วเขาก็เลยปิ๊งกันตั้งแต่ตอนนั้น”

“หา...” แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งร้องพร้อมกัน

“ก็ไม่เห็นเหรอ แทนที่นายนั่นจะมาดูแลพวกเรา ดันไปขลุกอยู่ในห้องทำงาน ทำเป็นอ้างว่าจะติววิชาสถิติให้ เฮอะ ไม่รู้ทันมารยาหญิงก็งี้แหละ คอยดูนะ ฉันจะฟ้องยัยหวันให้เข็ด”

ฉวีวรรณกระฟัดกระเฟียดจนเพื่อนๆมองอย่างงงๆ แอบกระซิบกันว่าทำไมถึงต้องโกรธขนาดนั้น บุญทิ้งโพล่งออกมาว่า...ชะนีสองตัวย่อมอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้...กิมจิเบิร์ดหัวบุญทิ้ง แจ๋ปรามที่บุญทิ้งพูดก็มีเค้า เพราะดูท่าฉวีวรรณเหมือนหึง

“อิมพอสสิเบิ้ล เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด หวีกับดนัยมันถูกกันที่ไหน ฉันว่ายัยหวีหมั่นไส้ดนัย แล้วก็เลยพลอยเกลียดหน้ายัยวินยานั่นไปด้วยมากกว่า” กิมจิคาดเดา

แจ๋ครุ่นคิดตามแล้วชักจะเห็นด้วย เพราะเท่าที่รู้สองคนเกลียดกันจะตายไม่น่าเชื่อมกันได้

ด้านดาหวันกับชลิต ดาหวันเดินเหม่อเศร้าๆมาตามทาง อุ๊บอิ๊บโผล่พรวดออกมาหัวเราะเยาะ “กิ้วๆหน้าไม่อาย เนี่ยเหรอที่บอกว่ารักพี่ดนัยนักหนา แต่พอลับหลังก็ทำตัวสำส่อน”

ดาหวันตกใจถามอุ๊บอิ๊บมาได้อย่างไร อุ๊บอิ๊บตอบไม่สำคัญ สำคัญตรงที่ตนมีคลิปเด็ดเหตุการณ์เมื่อคืน ดาหวันตาเหลือกปฏิเสธว่าไม่จริง อุ๊บอิ๊บชูมือถือว่าภาพทุกอย่างอยู่ในนี้ ดาหวันโมโหตบหน้าอุ๊บอิ๊บ อุ๊บอิ๊บตบคืนและชี้หน้าว่าตนจะเอาดนัยคืน ส่วนคลิปนี้จะถึงมือพ่อ พี่ และเพื่อนๆในมหาวิทยาลัย ดาหวันตกใจกระโจนเข้าแย่งมือถือมาจะลบ อุ๊บอิ๊บจะแย่งคืน สองสาวปลุกปล้ำกันจนเหยียบไปในกับดัก ถูกตาข่ายรวบตัวลอยขึ้นไปคว้างในอากาศ

สองสาวต้องเบียดเสียดอยู่ด้วยกัน ยังไม่วายทะเลาะผลักไสกัน ดาหวันร้องให้ชลิตช่วย ชลิตกำลังล้างหน้าล้างตาอยู่ริมลำธาร ตกใจเมื่อได้ยินเสียงร้องของดาหวัน รีบวิ่งมาเห็นสองสาวห้อยอยู่ในตาข่าย จึงพยายามจะเอาตัวลงมา เขาปีนขึ้นไปบนต้นไม้จะไปตัดเชือก แต่แล้วมีลูกธนูพุ่งมาปักคอเสื้อเขาติดกับต้นไม้ ขยับตัวไม่ได้ ดาหวันตกใจ

“พี่ชลิต เป็นอะไรหรือเปล่า...”

“ตอนนี้ไม่เป็น แต่อนาคตไม่แน่” ชลิตกลอกตามองที่มาของลูกธนู

เป็นชายชาวเขากลุ่มหนึ่ง แต่งตัวเหมือนชุดนักรบ ถือหน้าไม้กับหอก หน้าตาดุดัน...

ooooooo

ตอนที่ 4

ดนัยเห็นฉวีวรรณหน้าซีดก็ยิ้มเผล่ว่าเขาล้อเล่น แขนข้างที่ถูกตีไม่เจ็บ ฉวีวรรณโมโหหยิกท้อง เขาร้องลั่นเจ็บจริง ผลักเธอออกล้มไปด้วยกัน จมูกเขาหอมที่แก้มเธอฟอด ฉวีวรรณตาเหลือก ดนัยชะงักสบตาเธออึ้งๆ ฉวีวรรณอายรีบผลักเขาออกแล้ววิ่งหนีไป

ดนัยตามมา ฉวีวรรณห้ามไม่ให้พูดถึง แล้วหันไปจับปลาต่อ สุดท้ายดนัยต้องเป็นคนช่วยจับปลาให้ โดยอ้างว่าเขาได้ยาดีแล้วชี้ที่แก้ม ฉวีวรรณทั้งเขินทั้งอายหน้าแดง...

ศิรินั่งดื่มกาแฟหน้าเต็นท์ ธานีเดินมาร่วมวง ศิริจึงถามว่าเมื่อคืนออกไปไหนกันมา ธานีอึกอักตอบไม่ถูก พลันมีเสียงปืนดังขึ้น ทั้งสองวิ่งไปดู เห็นธนวัติกำลังไล่ยิงหมีป่าที่มารื้อเต็นท์แต่ไปโดนลูกน้องตัวเองบาดเจ็บ ศิริรีบห้ามและขอให้กลับไป ธานีเก็บความไม่พอใจ ขอโทษแทนลูกชายและจะพาทั้งลูกและหลานกลับ ศิริรู้สึกตัวว่าพูดแรงไป จึงขอสั่งห้ามใช้ปืนเด็ดขาด

มื้อนี้ ฉวีวรรณได้กินปลาย่างอร่อยๆ ดนัยทำเป็นเจ็บแขนขอให้เธอช่วยป้อน ฉวีวรรณจึงแกล้งเอาพริกขี้หนูยัดไส้ป้อนให้ ดนัยร้องโอดโอยหาน้ำกินแทบแย่ พอดี แม่โทร.เข้ามือถือ ดนัยเป็นกังวลไม่อยากให้แม่รู้ว่าตนบาดเจ็บ จึงให้ฉวีวรรณคุยแทน...นงนุชโทร.มาเพราะเมื่อคืนฝันไม่ดีเป็นห่วงลูก ฉวีวรรณแก้ตัวให้ว่า ดนัยพากวางที่บาดเจ็บไปรักษา ลืมมือถือทิ้งไว้ นงนุชโล่งใจที่ลูกชายปลอดภัยดี พอวางสาย ดนัยรู้สึกผิดวิ่งออกไปร้องตะโกนระบายความอัดอั้น

“ฉันมันเลว ฉันไม่ดีเอง พอแม่โทร.มาฉันถึงคิดได้ แม่ยังเป็นห่วงฉัน แล้วพ่อเธอจะไม่ห่วงเธอได้ยังไง ฉันรู้สึกผิดจริงๆ”

“จะว่านายผิดก็ไม่ถูก ทั้งๆที่มีโอกาสแล้วฉันก็ยังตามนายมาเอง ฉันก็มีส่วนผิดพอๆกับนายนั่นแหละ อย่าคิดมากไปเลย”

ดนัยรู้สึกดีขึ้น เขาบอกฉวีวรรณว่า เขาจะซ่อมแพนี้ แล้วปล่อยล่องไปตามน้ำ อาจจะได้เจอหมู่บ้านและต่อรถเข้าเมืองได้ เขาจะพาเธอไปขอขมากับพ่อ...ระหว่างที่ช่วยกันซ่อมแพ ดนัยเอาก้อนกรวดสีชมพู ที่เขาเก็บได้ตอนหาปลา มอบให้ฉวีวรรณ ขอให้เธอเก็บเป็นที่ระลึก ว่าในเวลาที่โหดร้าย เขายังรู้สึกโชคดีที่มีเธออยู่ข้างๆ ที่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเธอ ฉวีวรรณตื้นตันใจ

ขณะถ่อแพไปตามลำน้ำ ดนัยถามฉวีวรรณว่าเกลียดตนน้อยลงหรือยัง ไม่ทันจะตอบ ธนวัติยิงปืนใส่จากริมฝั่ง ดนัยรีบถ่อแพพาฉวีวรรณหนีไปขึ้นฝั่งอีกด้าน ธนวัติพาพวกตามล่า ดนัยหันมาขอให้ฉวีวรรณยิ้มให้ “ยิ้มให้ทีสิ จะได้มีแรง”

“อีตาบ้า ยังจะพูดเล่นอีก...ไป” ฉวีวรรณฉุดดนัยวิ่งเสียเอง

ทั้งสองวิ่งพลัดเข้ามาในเขตกองไม้เถื่อน มีเลาซากำลังคุมลูกน้องให้ช้างลาก ดนัยรีบฉุดฉวีวรรณหลบทางเดินของช้าง พวกเลาซายิงใส่ ธนวัติตามมา ดนัยเห็นจวนตัวดึงฉวีวรรณโหนเถาวัลย์หนี เธอร้องลั่นกลัวความสูง ดนัยมองธนวัติคุยกับเลาซาจึงรู้ว่าเป็นพวกเดียวกัน ธนวัติยิงเปรี้ยงโดนเถาวัลย์ขาด ดนัยกับฉวีวรรณตกลงกลิ้งหลุนๆไปด้วยกัน แผลดนัยเลือดทะลักออกมาอีก เลาซากับพวกตรงเข้าจะยิงซ้ำ วินยา สาวชาวกะเหรี่ยงโหนเถาวัลย์แหวกอากาศมาเตะเลาซากับพวกกระเด็น วินยาคือลูกสาวหัวหน้าเผ่าที่ถูกกาซูฆ่าตาย จึงต้องรับหน้าที่ดูแลคนในเผ่าแทน

วินยาช่วยกันให้ดนัยกับฉวีวรรณหนีไปก่อน ดนัยเห็นเลาซาจะแทงวินยา เขาพุ่งตัวเข้าไปจับมือเลาซาบิดอย่างแรงจนมีดร่วง และช่วยวินยาต่อสู้ทั้งที่ตัวบาดเจ็บ วินยาผิวปากเรียกช้างของตนมาช่วย ฟาดงวงฟาดงาใส่ธนวัติและเลาซา ดนัยเริ่มอ่อนแรงทรุดลง ฉวีวรรณจะเข้าประคอง แต่กลับโดนวินยาแทรกประคองดนัยวิ่งไป เธอจึงต้องวิ่งตาม

ooooooo

ระหว่างเดินอยู่กลางป่า ดาหวันได้เห็นความอ่อนโยนของชลิต เขาช่วยลูกนกกลับไปคืนรังบนคบไม้ ชลิตหันมาเห็นดาหวันมองตาเยิ้ม เขาจึงบอกเธอว่า

“พี่พูดจริงๆจากใจเลยนะหวัน...พี่อยากรักษาป่าฝืนนี้ให้สมบูรณ์ ให้เป็นบ้านที่สัตว์ป่าทั้งหลายอยู่กันอย่างมีความสุข พี่จะต้องตามหาตัวไอ้นายทุนทำลายป่าคนนั้นให้ได้”

“พี่ชลิตอุดมการณ์สูงส่งดีนะ แต่ตอนนี้พี่ชลิตตามหาแหล่งน้ำก่อนได้ไหม”

ชลิตถามว่าเธอหิวน้ำหรือ ดาหวันทำจมูกฟุดฟิดเหม็นกลิ่นตัวเขา และว่าเหมือนหมาเน่า ว่าแล้วก็วิ่งหนี ชลิตนิ่วหน้าวิ่งตามอย่างเคืองๆ ดาหวันวิ่งลงไปในลำธาร ชลิตเห็นบางอย่างลอยมารีบชี้ให้เธอมอง มันคือกระเป๋าเสื้อผ้าที่เขากับเธอหอบหิ้วหนีออกมาจากบ้านทองอิน ทั้งสองดีใจลุยไปลากกระเป๋าขึ้นมา ดาหวันเปิดกระเป๋าดู เป็นเสื้อผ้าของฉวีวรรณ

“โอ้ย เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ หวันมีเสื้อผ้าใส่แล้วถึงมันจะเป็นชุดป้าๆของพี่หวีก็เถอะ”

ชลิตดีใจรีบถอดเสื้อผ้าออก ดาหวันโวยวายเอามือปิดตา ชลิตถอดเหลือบ๊อกเซอร์โดดน้ำตูมลงไปดำผุดดำว่าย ดาหวันแอบมองทางช่องนิ้วอย่างหมั่นไส้ จึงแกล้งตะโกนว่าจระเข้มา ชลิตตาลีตาเหลือกขึ้นจากน้ำ ดาหวันหัวเราะก๊าก เขาจึงรู้ว่าเธอหลอก ชลิตเอาคืนด้วยการอุ้มดาหวันโยนลงน้ำแล้วโดดตามลงไป ทั้งสองแหย่กันเหมือนคู่รัก จนกระทั่งได้ยินเสียงลิงร้องเจี๊ยกๆ ทั้งสองหันมองเห็นลิงเอาเสื้อผ้าของชลิตจากกระเป๋าวิ่งหนีขึ้นต้นไม้ไป ทั้งสองรีบขึ้นจากน้ำวิ่งตามดาหวันล้มข้อเท้าพลิก ชลิตจึงหันมาดูแลเธออย่างห่วงใย ดาหวันดึงเท้าออกเขินๆ

“ทำไม เป็นตาปลาหรือไงถึงแตะไม่ได้” ชลิตเอ็ด

“เปล่า...แต่แบบ เท้ามันต่ำ พี่ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้”

“หึ ไว้เธอใช้หัวเดินแทนเท้าได้เมื่อไหร่ ค่อยมาบอกให้พี่ถือเรื่องสูงต่ำแบบนั้น มะ อย่าเรื่องมาก” ชลิตยื้อนวดและพันผ้าให้ดาหวันมองอย่างซาบซึ้ง ชลิตแกล้งถามว่าหน้าเขามีตัวเลขขึ้นหรือ ดาหวันเขินบอกปัดไปว่าแค่แปลกใจที่เขาดูคล่อง คงเคยพันข้อเท้าให้ผู้หญิงมาหลายคน ชลิตดักคอ

“จะมาหลอกถามว่ามีแฟนกี่คนงั้นสิ ตอบเลยว่าพี่สาวเธอเป็นแฟนคนแรกในชีวิตพี่เลย”

“จริงอ่ะ พี่หวีเป็นแฟนคนแรกของพี่เนี่ยนะ”

“หวีเป็นผู้หญิงคนแรกที่ฉันกล้าจีบ ส่วนใหญ่ที่เหลือผู้หญิงมาจีบพี่เอง”

ดาหวันทำหน้าว่าเขาขี้โม้ ชลิตจับมือเธอและบอกว่า เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาพันข้อเท้าให้ ดาหวันใจแทบละลายมองชลิตยิ้มดูเท่บาดใจ ชลิตเห็นเธอหน้าแดงก็ล้อว่าเป็นอะไร ดาหวันรีบกลบเกลื่อนว่าปวดหัว ปวดท้อง ชลิตแย้งเอาสักโรค ดาหวันจึงโพล่งออกไปว่าตนคิดถึงฉวีวรรณ อยากให้มาอยู่ใกล้ๆชลิตอึ้งรู้สึกตัวว่าไม่ควรใกล้ชิดดาหวันขนาดนี้...

กลางป่า วินยาประคองดนัยซึ่งหมดสติเดินดุ่มๆเข้ามาพักในถ้ำ เธอลงมือจะกรีดแผลเขาเพื่อเอาหนองออก ฉวีวรรณตกใจจะห้ามแต่พอวินยาถามว่าอยากให้เขาโดนตัดแขนเพราะแผลเน่าหรือ เธอจึงยอมให้วินยาทำ แถมโดนใช้ไปหาฟืนมาให้ วินยาดูแลทำแผลให้ดนัยจนฉวีวรรณรู้สึกขุ่นเคืองสะบัดหน้าเดินออกไปจากถ้ำ...

อาบน้ำเสร็จ ดาหวันใส่เสื้อผ้าของฉวีวรรณบ่นกระปอด กระแปดว่าเหมือนคุณป้า แต่พอมองไปเห็นชลิตใส่เสื้อสูทขาวเข้ามาก็ขำกลิ้ง เพราะลิงเอาเสื้อผ้าเขาไปหมดเหลือไว้เพียงเสื้อกล้ามกับสูทตัวเดียว ชลิตเอ็ดให้ดาหวันหยุดหัวเราะ เธอทำตาแดงๆชลิตใจแป้ว

“หวัน พี่แค่ล้อเล่นเองนะ ร้องไห้ทำไม พี่พูดอะไรผิดเหรอ”

“เปล่า พี่ไม่ได้ทำอะไรผิด หวันแค่นึกถึงเรื่องบางเรื่องแล้วมันอยากร้องไห้”

ดาหวันเล่าว่า ตนเคยชี้ให้ดนัยดูหุ่นโชว์ร้านเวดดิ้ง เจ้าบ่าวใส่สูทขาวคู่กับเจ้าสาว ตนชอบมากแต่ดนัยไม่ได้สนใจกลับไปยืนมองรถมอเตอร์ไซค์ที่ร้านข้างๆ ดาหวันพรั่งพรูความในใจ

“พูดง่ายๆก็คือ ในวันแต่งงานของหวัน หวันอยากให้ เจ้าบ่าวใส่สูทชุดขาว เต้นรำด้วยกันมันคงเป็นอะไรที่หวันมีความสุขมากที่สุด แต่ฝันนั้นคงไม่มีวันเป็นจริง เพราะพี่ดนัยกับหวันไม่เคยชอบอะไรเหมือนกันเลย หนำซ้ำหวันชวนพี่ดนัยไปเรียนเต้นรำกี่ครั้งๆ พี่ดนัยก็บ่ายเบี่ยงไม่เคยว่างไปเลยสักครั้ง...”

ชลิตอินรู้สึกสงสารดาหวัน บ่นว่าดนัยที่ไม่รู้จักแบ่งเวลาให้แฟน แถมตัวเขาก็เคยฝันแบบเดียวกับเธอ เขาจึงดึงเธอมาเพื่อสอนเต้นรำให้ ดาหวันเหยียบบนเท้าชลิตล่องลอยไปตามจังหวะเพลงที่เขาจินตนาการขึ้น เคลิบเคลิ้มท่ามกลางธรรมชาติ หลังจากนั้น ชลิตก็หาใบบัวอันใหญ่มาให้เธอบังแดดแทนร่ม และยังให้เธอขี่หลังเขาเดินทางต่อไป

ooooooo

เมื่อเกรงว่าดนัยกับชลิตจะรู้ว่าพวกตนลักลอบตัดไม้ ธานีจึงพากาซูกับเลาซามาที่แคมป์อ้างกับศิริว่าเป็นพรานป่าที่หามาแทนอาหลู่ แต่แล้วคืนนั้น ทั้งอุ๊บอิ๊บ แจ๋ บุญทิ้ง และกิมจิก็เจอกับอสุรกายของกาซู กำลังกินคนงานคนหนึ่ง ทั้งสี่คนพยายามบอกศิริแต่ธานีแก้ต่างว่าพวกเด็กๆเพ้อเจ้อไปเอง ธนวัติ

มาเตือนกาซูกับเลาซาให้ระวังตัวบ้างและจัดการส่งอสุรกายกลับไป

ในถ้ำ ฉวีวรรณได้ยินเสียงดนัยครางเพราะพิษไข้ มองไปไม่เห็นวินยา จึงหาน้ำมาเช็ดตัวให้ วินยากลับไปที่หมู่บ้านเพื่อเอายามารักษาดนัย เธอบอกสางโป ผู้อาวุโสประจำเผ่าว่า เธอต้องกลับไปช่วยคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้ สางโปเตือนให้ระวังจะเป็นพวกกาซู แต่วินยาว่าไม่ใช่แน่เพราะตอนที่เจอกัน เขากำลังถูกพวกเลาซาไล่ล่า

ขณะเดียวกัน ชลิตแบกดาหวันเดินป่ามาจนมืดค่ำ ดาหวันคอยเช็ดเหงื่อบนหน้าเขา ชลิตรู้สึกวูบวาบในใจ เผลอพูดว่าอยากให้เธอเช็ดหน้าให้ตลอดชีวิต ดาหวันชะงักมองเขาอึ้งๆ

“ล้อเล่นน่ะ หวันทำให้พี่คิดถึงหวีมากเลยนะ พี่อยากให้หวีมาคอยดูแลเอาใจใส่พี่แบบนี้บ้างจัง หวัน...หวันคิดว่าหวีเขาจะคิดถึงพี่บ้างไหม” ชลิตกลบเกลื่อนความรู้สึกในใจ

“ไม่รู้ หวันไม่ใช่พี่หวี คงตอบและทำอะไรๆแทนใครไม่ได้” ดาหวันฉุนอย่างไร้เหตุผลขว้างผ้าเช็ดหน้าใส่หน้า

ให้เขาเช็ดเอง แล้วสะบัดหน้าเดินกะเผลกไป

ชลิตรีบถามว่าจะไปไหน ดาหวันตอบสะบัดๆว่าจะหาที่พัก ชลิตเห็นแสงไฟรีบฉุดมือเธอ ชี้ว่ามีบ้านคนอยู่ทางนั้น... ทั้งสองวิ่งมาที่กระท่อม พบสองผัวเมียออกมาต้อนรับและจัดห้องพักให้อยู่ด้วยกัน...ชลิตออกไปอาบน้ำ กลับมาเห็นดาหวันนอนเอาผ้าห่มห่อตัวเหมือนดักแด้ก็ขำรู้ว่าเธอกลัวเขาปล้ำ แต่แล้วเมื่อชลิตผล็อยหลับไป เขารู้สึกตัวขึ้นมาพบว่า ทั้งเขาและดาหวันนอนหลับอยู่บนพื้นกลางป่า “เฮ้ย...เกิดอะไรขึ้นเนี่ย หวัน ตื่นเร็ว”

ชลิตเขย่าปลุกดาหวัน เธองัวเงียตื่นมาพอเห็นว่าอยู่กลางป่าก็ตกใจหาว่าชลิตแกล้ง ทุบตีเขายกใหญ่ ไม่ทันไร สองผัวเมียเดินมาใบหน้าถมึงทึงดูน่ากลัว ชลิตรีบเข้าไปถามไม่พอใจอะไรพวกตนถึงให้ออกมานอนอยู่ตรงนี้

“ไม่หรอก พวกข้าดีใจที่เจอเอ็งสองคน”

“เนื้อพวกเอ็งต้องอร่อยแน่” สองผัวเมียแสยะยิ้มแล้วกลายร่างเป็นเสือสมิงคำรามกึกก้อง

ดาหวันร้องกรี๊ด ชลิตดึงเธอวิ่งหนี เสือสมิงกระโจนเข้าใส่ สองคนหลบล้มกลิ้งลงเนินไปสลบอยู่เบื้องล่าง...

คืนเดียวกัน ฉวีวรรณพยายามก่อกองไฟให้ดนัยคลายหนาว แต่ทุบหินจนมือถลอกก็ไม่เกิดประกายไฟ ดนัยครางหนาวๆฉวีวรรณน้ำตาไหลพรากสงสารเขาจับใจ

“ฉันจะช่วยนายยังไงดี...นายเคยบอกว่ากอดของฉันอุ่นกว่าผ้าห่ม หายหนาวขึ้นบ้างไหม นายต้องรีบหายนะ ดนัย” ฉวีวรรณตัดสินใจช้อนตัวดนัยขึ้นมากอดแนบอก

วินยาเข้ามาเห็น ดันฉวีวรรณออกแล้วแตะตัวดนัยเห็นว่าตัวร้อนก็ต่อว่าฉวีวรรณดูแลประสาอะไร ฉวีวรรณทั้งห่วงทั้งโกรธ ระเบิดอารมณ์ออกมา

“ฉันควรจะถามเธอมากกว่านะ ว่าเธอหายหัวไปไหนมา ไหนว่าเก่งนักหนา มียาดีก็รักษาเขาให้หายสิ รักษา เลย” พูดจบฉวีวรรณวิ่งหนีออกไปจากถ้ำ

วินยาแปลกใจว่าฉวีวรรณเป็นอะไรกับดนัยกันแน่...

ฉวีวรรณออกมาร้องไห้ด้วยความอัดอั้น พร่ำว่าตัวเองไม่ได้เรื่อง ช่วยอะไรดนัยก็ไม่ได้ สักพัก วินยาตามออกมาดึงมือฉวีวรรณที่ถลอกมาทายา ฉวีวรรณดึงกลับไล่ให้ไปดูแลดนัย วินยาตอบว่าดนัยหลับไปแล้ว

“ผิวเธอนี่บางสมกับเป็นลูกคุณหนูแท้ๆเลยนะ มิน่า ทำอะไรก็เก้งก้างไปหมด คงไม่เคยทำงานหนักล่ะสิ”

“ไม่จริง  เธอไม่ให้ฉันช่วยต่างหาก อยากพยาบาลเขา คนเดียวก็บอกมาเถอะ”

“เธอพูดเหมือนกับหึงฉันอย่างนั้นแหละ ไม่อยากให้ฉันเข้าใกล้เขาหรือไง”

“จะบ้าเหรอ ฉันจะหึงเขาทำไม นายนั่นเป็นแฟนน้องสาวฉัน”

วินยาสังเกตท่าทางไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น ฉวีวรรณกลบเกลื่อนว่าตนกับดนัยเกลียดกันจะตาย วินยายิ่งสงสัยทำไมฉวีวรรณต้องโกรธขนาดนี้...สุดท้าย คืนนี้ทั้งคืน ฉวีวรรณ เฝ้าดูแลเช็ดตัวให้ดนัย วินยากลับไปหมู่บ้านเพื่อเอายามาเพิ่ม ฉวีวรรณแปลกใจที่วินยาทำตัวลับๆล่อๆ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ศิริกับพวกจะเข้าป่าไปตามหาฉวีวรรณกับดาหวันอีก สุภาพรายงานศิริว่าคนงานหายไปคนหนึ่ง เข้าใจว่าคงหนีกลับฟาร์ม ธานีกับลูกทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ทั้งที่รู้แก่ใจว่าโดนอสูรกายกินไปแล้ว สุภาพถามถึงแจ๋ บุญทิ้ง และกิมจิ ธนวัติบอกว่าเขาให้คนงานไปส่งที่ฟาร์ม

ด้วยยังห่วงเพื่อน แจ๋กับพวกหลอกให้คนงานจอดรถลงไปเก็บของว่าทำหล่น แล้วขโมยรถขับเข้าป่าไปกันเอง แต่แล้วเกิดยางแตก ทั้งสามต้องเดินเท้าเข้าป่าอย่างทุลักทุเล จนมาเจอเข้ากับผัวเมียเสือสมิง กำลังหลอกพาไปพักที่กระท่อม ชลิตกับดาหวันโผล่มาร้องเตือนให้เพื่อนๆหนี เสือสมิงทั้งสองจึงกลายร่างวิ่งตามชลิตกับดาหวันไปอีก สองคนหนีมาสุดหน้าผา มองหน้ากันว่าจะทำอย่างไรดี โดดก็ตาย ไม่โดดก็โดนกิน พลันมีเสียงปืนดังขึ้นสองนัด เสือสมิงล้มลงเลือดโทรมกาย แล้วร่างก็สลายไป ชลิตกับดาหวัดตะลึง ใครมาช่วย

“เป็นไง ซาบซึ้งในพระคุณฉันมากไหม...” พาณิชย์เดินเข้ามากับกาซูและสมุน “หึๆกระสุนอาคมได้ผลเกินคาด เยี่ยมมากกาซู”

“นอกจากใช้ยิงภูตผีปีศาจแล้ว ยิงคนก็ตายเหมือนกัน” กาซูบอกพาณิชย์

พาณิชย์เล็งปืนไปที่ชลิต แจ๋ บุญทิ้ง และกิมจิใช้กล้องถ่ายรูปและมือถือช่วยกันถ่ายภาพทุกคน พร้อมตะโกนบอกว่าเอาไว้เป็นหลักฐานให้ตำรวจ พาณิชย์โกรธสั่งลูกน้องจับทุกคนไว้

ด้านดนัย ค่อยๆฟื้นร้องขอน้ำดื่ม ฉวีวรรณเห็นในกระติกน้ำหมด จึงบอกดนัยให้รอเดี๋ยวตนจะไปตักน้ำมาให้ ดนัยนอนกระสับกระส่ายสักพักลืมตาขึ้น เห็นว่าตนนอนอยู่ในถ้ำคนเดียวก็แปลกใจ พยายามลุกเดินแต่ไม่มีแรง วินยากลับ มาเข้าประคอง ดนัยขอน้ำดื่ม เธอจึงเอากระติกในย่ามรินน้ำ ให้เขาดื่ม และดูแลทำแผลให้ใหม่ ดนัยถามว่าเธอเป็นคนช่วยเขาไว้หรือ

“ไม่ต้องมาคุณๆผมๆหรอก ตามสบายเถอะ ฉันชื่อวินยา...” วินยาเอาข้าวและยาให้เขา

ฉวีวรรณกลับมาถึง เห็นวินยากับดนัยดูมีความสุข ก็เสียใจน้อยใจที่ตนอุตส่าห์ลุยไปหาน้ำมาให้ เธอทิ้งกระติกลงแล้ววิ่งร้องไห้ออกไป ดนัยกินข้าวกินยาแล้วนึกได้ ถามหาฉวีวรรณ

“อ๋อ ผู้หญิงคนนั้น ไม่รู้สิ เมื่อเช้าฉันให้เขาเฝ้าเธอไว้ แต่พอกลับมาก็ไม่เห็นแล้ว”

ดนัยฉุกคิด “แสดงว่าคนที่เฝ้าฉันเมื่อเช้า เป็นหวีเหรอ แล้วเขาหายไปไหน”

วินยารั้งดนัยที่จะวิ่งออกไป ดนัยแกะมือเธอออก เขาต้องไปตามหาฉวีวรรณ วินยาให้นอนพักตนจะไปตามเอง แต่ ดนัยไม่ยอม เขาร้องตะโกนเรียกฉวีวรรณแล้ววิ่งโซเซออกมา เจอกระติกน้ำหล่นอยู่หน้าถ้ำ เขายิ่งใจหายกลัวเธอเป็นอันตราย

ดนัยวิ่งไปร้องเรียกฉวีวรรณไป วินยาวิ่งตามเตือนให้ใจเย็น ฉวีวรรณอาจแค่เดินเล่น

“แต่ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขาล่ะ ฉันจะตามหาเขาให้เจอ”

“แต่ร่างกายนายยังต้องการการพักผ่อนนะ”

“ช่างมัน แต่ฉันไม่ยอมให้หวีเป็นอะไรไปแน่” ดนัยเสียงเฉียบขาด...

ขณะที่ฉวีวรรณเดินมาเห็นแสงไฟรถ รีบวิ่งมาโบกขอความช่วยเหลือ พอเห็นว่าเป็นรถธนวัติก็ตกใจจะวิ่งหนี แต่โดนล้อมจับ ดนัยกับวินยาเข้ามาช่วย เลาซาแปลกใจ ที่เจอวินยา ทั้งสองจึงสู้กัน ธนวัติให้ลูกน้องจับดนัยกับฉวีวรรณ เธอร้องกรี๊ด ศิริเดินลุยป่ามากับธานี ได้ยินจำได้ว่าเป็นเสียงลูกสาว รีบตามมา ธนวัติกำลังปลุกปล้ำฉวีวรรณ ดนัยเอาไม้ฟาดกลางหลังธนวัติ ศิริเห็นพอดีเข้าใจผิดไปอีก สุภาพกับอาหลู่เข้าจับตัวดนัย ฉวีวรรณร้องห้าม

“ปล่อยเขาได้แล้ว อย่าทำแบบนั้น...พ่อคะ ดนัยไม่ผิดนะคะ หวี...”

“เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่ลูกจะมาแก้ต่างแทนใคร พ่อจะจัดการไต่สวนสองคนนั้นด้วยตัวเอง”

“พ่อหมายความว่าไงคะ สองคนนั้น”

สุภาพบอกว่า พาณิชย์จับตัวชลิตได้เหมือนกัน ศิริโอบฉวีวรรณเดินกลับแคมป์ที่พัก ดาหวันวิ่งเข้ามากอดศิริกับฉวีวรรณ อุ๊บอิ๊บเห็นดนัยดีใจวิ่งเข้าไปกอด ธนวัติหมั่นไส้ลากน้องสาวออกไป แจ๋ บุญทิ้ง และกิมจิเดินเข้ามาเกาะกลุ่มกับฉวีวรรณและดาหวันเป็นห่วงดนัยกับชลิต

สองหนุ่มพยายามจะหนี ทั้งที่ถูกมัดมือ ธนวัติโมโหชักปืนยิงไปที่พื้นขู่ ฉวีวรรณกับดาหวันตกใจ ต่างวิ่งเข้าไปขวาง ฉวีวรรณปกป้องดนัย และดาหวันปกป้องชลิต

“อย่านะ อย่ายิง”

แจ๋กับพวกและอุ๊บอิ๊บแปลกใจที่ทำไมสลับคู่กันแบบนั้น ศิริเห็นท่าไม่ดี สั่งห้ามธนวัติใช้ปืน ควรส่งตัวสองคนให้ตำรวจ ทั้งดนัยและชลิตรีบบอกว่าดีพวกเขาก็อยากเจอตำรวจ เพื่อบอกเรื่องไม้เถื่อนในดงผีฟ้า ธานีหน้าเจื่อนแก้ตัวกับศิริว่าสองคนพยายามจะสร้างเรื่อง ศิริจึงเตือนว่าจะกล่าวหาอะไรต้องมีหลักฐาน ดนัยกับชลิตสงบลงเพราะพวกเขายังไม่มีหลักฐานอะไร...ธานีร้อนใจ เลาซาเสนอตัวจะจัดการสองคนนั้นให้ ธนวัติเยาะว่าปล่อยอสูรกายออกมาให้คนจับได้อีกหรือ เลาซาไม่พอใจจะเอาเรื่อง ธานีต้องห้ามไม่ควรมาแตกคอกันเอง

พออยู่กันเอง ฉวีวรรณกับดาหวันพยายามบอกศิริว่า ดนัยกับชลิตไม่ผิด และพวกธานีเป็นคนไม่ดี แต่ศิริไม่ฟัง ฉวีวรรณ จึงคิดว่าจะต้องหาหลักฐานมายืนยันกับพ่อให้ได้...คืนนั้น ทั้งฉวีวรรณและดาหวันเป็นห่วงชลิตกับดนัย ฉวีวรรณแอบเอา กล่องยาจะมาทำแผลให้ดนัย ดาหวันเอายาทากันยุงมาให้ชลิต ขณะเดียวกัน สองหนุ่มช่วยกันแก้มัดให้กันและกันได้สำเร็จ

ooooooo

ตอนที่ 3

ด้วยความที่ฉวีวรรณชอบหนี ดนัยจึงหลอกให้ทาตัวด้วยดินดำ แล้วเสือจะกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ เธอหลงเชื่อทาทั้งตัวและหน้าตา แต่พอเห็นดนัยเอาแต่หัวเราะไม่ทำด้วย จึงรู้ว่าโดนหลอก เธอเอาคืนด้วยการหาหมามุ่ยมาใส่เขา ทั้งสองต้องมาล้างเนื้อตัวอีกครั้งที่ริมลำธาร

พอดีดาหวันขโมยมือถือชลิตโทร.เข้ามา ดนัยรีบถามว่าเธออยู่ที่ไหนเขาจะไปหา ดาหวันไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ส่วนไหนของป่า จึงบอกว่ามีน้ำตกใหญ่ พลันสัญญาณขาดหายไป ชลิตตื่นมาดาหวันรีบบอกว่าตนนัดกับดนัยแล้ว ทันใดมีลิงตัวหนึ่งมาแย่งมือถือไปจากมือ ดาหวันร้องลั่นวิ่งไล่เอาคืน ลิงหนีขึ้นต้นไม้ มันกดเล่นไปติดที่เครื่องของศิริ ศิริแปลกใจได้ยินเสียงเจี๊ยกๆก็เข้าใจว่าคนชื่อเจี๊ยบโทร.มา ธนวัติกับแจ๋แย่งมาฟัง ได้ยินเสียงดาหวันตะโกนบอกลิงให้เอาคืนมาแล้วตะโกนบอกชลิตว่านัดกับดนัยที่ น้ำตกใหญ่ ธนวัติได้ยินหันไปยิ้มกับพาณิชย์อย่างเหี้ยมๆ

ดนัยพาฉวีวรรณเดินหาน้ำตก เจอทางลาดชัน เขายื่นมือให้เธอจับแต่เธอปัด ทำเก่งลงมาเองจนลื่นจะล้ม ดนัยรีบประคองเธอไว้ ทั้งสองสบตากันปิ๊งปั๊ง ฉวีวรรณจะผละออกจากแต่ดนัยยื้อ

“ทำอวดเก่ง อยากไปเจอหน้าชลิตเร็วๆงั้นสิ”

“แล้วนายล่ะ ไม่อยากเจอยัยหวันหรือไง” ฉวีวรรณ ประชดใส่

ดนัยโต้ว่าเขาถามเธอก่อน ฉวีวรรณเอ็ดมันเรื่องอะไรมายุ่งกับความรู้สึกของตน ดนัยค่อนขอดตอบแค่นี้ ไม่ตายหรอก ฉวีวรรณซักสีหน้าโกรธ ทำเอาดนัยรู้สึกน้อยใจ

“ไม่ตอบก็ได้ ฉันรู้แล้วน่า เธออยู่กับฉันแค่ตัว แต่ใจเธอมันเป็นของชลิต”

ฉวีวรรณเจ็บแปลบที่ใจ ผลักเขาออกแล้วประชด “รู้แล้วก็ดี ถ้าเจอชลิต ฉันจะกระโดดหอมซ้ายหอมขวาให้หายคิดถึง ส่วนนายจะไปตายที่ไหนก็ไป เหม็นขี้หน้าจะตายอยู่แล้ว”

ดนัยรู้สึกแปลบปลาบในใจ...

ในขณะที่ดาหวันกับชลิตตามเอาโทรศัพท์คืนจากลิงจนเหนื่อย ชลิตขอตัวไปยิงกระต่ายข้างทาง แล้วเขาก็เจอกับพาณิชย์และพวก ชลิตรีบกลับมาดึงดาหวันวิ่งหนี ส่วนธนวัติกับอุ๊บอิ๊บให้อาหลู่นำทางมาที่น้ำตก เขาลองโทร.เข้าเครื่องที่ดาหวันโทร.มา ได้ยินเสียงมือถือ ดังอยู่ไม่ห่างจึงตามไปจนพบ ปรากฏว่าลิงเอามือถือไปวางไว้บนรังผึ้ง เสียงโทรศัพท์ทำให้ผึ้งแตกรังออกมาไล่ต่อยพวกธนวัติ ธานีกับศิริมาถึงต้องพลอยหนีไปด้วย

ดนัยเห็นพวกธนวัติวิ่งมาก็เอามือปิดปากฉวีวรรณและกอดหลบอยู่ใต้ชะง่อนผา ธนวัติเห็นเงาสองคนในน้ำ จึงให้ลูกน้องไปดักอีกด้าน ส่วนตัวเขายิ่งใส่ดนัย อุ๊บอิ๊บร้องลั่นห้ามยิง แต่ธนวัติไม่สนใจไล่ยิง จนดนัยและฉวีวรรณวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน แจ๋ บุญทิ้ง และกิมจิตกใจหาทางช่วย ตัดสินใจผลักกิมจิโหนเถาวัลย์ไปหล่นใส่ธนวัติล้ม ปืนกระเด็น ทำให้ดนัยกับฉวีวรรณหนีไปได้ แจ๋เห็นอีกทาง พาณิชย์กำลังจะยิงชลิต จึงแกล้งตะโกนออกไป

“เจอแล้ว ชลิตอยู่นี่ ยิงมันเลย พี่พาณิชย์ยิงมันเลย”

ทำให้ชลิตรู้ตัว ดึงดาหวันวิ่งหนีได้ทัน ทั้งสองวิ่งมาเจอกับดนัยและฉวีวรรณ ต่างดีใจแต่ไม่ทันจะอะไรก็มีกระสุนยิงเฉียดมา ดนัยดึงฉวีวรรณวิ่งหนีไปอีก ดาหวันยืนตะลึง ชลิตเข้าไปดึงดาหวันหนีไปอีกทาง อุ๊บอิ๊บมาดักหน้าดนัย ผลักฉวีวรรณออกแล้วเข้าไปเกาะแขนดนัย

“อยู่กับกิ๊กนายไปเถอะ” ฉวีวรรณถลึงตาโกรธ วิ่งหนีไป

ดนัยจะตามแต่อุ๊บอิ๊บดึงไว้ เขาจึงสะบัดอย่างแรง พอดีบุญทิ้งเข้ามารับเธอไว้ ดนัยรีบบอกบุญทิ้ง ฝากอุ๊บอิ๊บด้วยแล้ววิ่งตามฉวีวรรณไป อุ๊บอิ๊บร้องกรี๊ดๆผลักบุญทิ้งล้ม บุญทิ้งหายใจหอบ ควักยาพ่นออกมาพ่นใส่ปากแก้อาการหอบหืดด้วยตัวเอง

ชลิตกับดาหวันทำรอยเท้าลวงว่าลุยน้ำไปอีกฟากหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วถอยหลังเข้าป่า ส่วนฉวีวรรณวิ่งตามหาดาหวัน ไม่ทันระวังสะดุดรากไม้ กิ่งไม้เกี่ยวเสื้อขาด ดนัยเข้ามารวบตัวเธอไว้ก่อนที่จะล้ม เขาเอ็ดว่าเธอโก๊ะอีกแล้ว

“นี่นายยังไม่ตายอีกเหรอ”

“หึ นี่เป็นคำขอบคุณของเธอใช่มั้ย”

“เอ้า ก็ยัยอุ๊บอิ๊บอ้อล้อซะขนาดนั้น นายน่าจะสำลักความดัดจริตตายไปแล้ว”

“คำก็ตาย สองคำก็ตาย เธออยากให้ฉันตายขนาดนี้ เลยเหรอ ฉวีวรรณ”

ฉวีวรรณสบตาดนัยอึ้งๆไม่ทันจะตอบ เสียงธนวัติสั่งลูกน้องค้นให้ทั่ว ทั้งสองจึงรีบซ่อนตัว เสียงศิริตะโกนเรียก ฉวีวรรณดีใจจะออกไปหาพ่อ แต่ดนัยรั้งไว้เกรงจะโดนยิงเสียก่อน

“พ่อฉันไม่ทำยังงั้นหรอก นะ...ดนัย ไปคุยกับพ่อฉันดีๆเรื่องทุกอย่างจะได้จบเสียที” ขาดคำเสียงปืนดังปังขึ้น ฉวีวรรณตกใจซุกหน้ากับอกดนัย

“หึ พ่อเธออาจจะไม่ แต่ไอ้ธนวัติยิงแน่...เธอไม่ต้องพูดหรอก ฉันรู้ว่าทุกอย่างมันผิดพลาด แต่ในความเลวร้ายก็ยังมีสิ่งดีๆเหลืออยู่”

“นายพูดเรื่องไร”

“หน้าที่กามเทพ พาตัวเธอไปส่งให้ชลิตไงล่ะ”

ฉวีวรรณอึ้งก่อนจะต่อว่าดนัยบ้าไปแล้ว ดนัยย้อนว่าเขาไม่ได้บ้า แต่เขาต้องทำตามที่รับปากชลิตไว้ ดนัยจับมือฉวีวรรณ เธอสะบัดจะวิ่งออกไป ดนัยปรามอย่าดื้อ พลันเสียงปืนดังขึ้นอีก ฉวีวรรณตกใจร้องกรี๊ด ทำให้ธนวัติได้ยิน สั่งให้ออกมา ฉวีวรรณขอร้องให้ดนัยยอมออกไปแต่ดนัยไม่ยอม เขาคิดแผนใหม่ได้ กำก้อนดินทำทีว่าเป็นระเบิด คุมตัวฉวีวรรณเป็นตัวประกันเดินออกมา ศิริขอร้องให้ปล่อยตัวลูกสาว และห้ามทุกคนยิง

“ผมต้องการตัวลูกสาวคุณ ถอยไปซะ” ดนัยขออย่างสุภาพ

“แต่นี่ยัยหวีนะโว้ย ไม่ใช่ยัยหวัน” ศิริขอเริ่มโมโห

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ผมกับชลิตนัดกันไว้แล้ว”

“ปล่อยหลายฉันซะ ลูกผู้ชายเขาไม่ทำกันอย่างนี้หรอก” ธานีช่วยพูด

“ผมยอมเลว ผมทนเห็นหวีแต่งงานกับผู้ชายชั่วๆไม่ได้จริงๆ”

ธนวัติโวยเมื่อโดนว่าเป็นคนชั่ว ฉวีวรรณกระซิบถามดนัย จัดหนักไปหรือเปล่า ดนัยบอกให้อยู่เฉยๆ ศิริพยายามขอร้องอีกครั้ง เผอิญมีมดไต่เข้าไปในขากางเกง ดนัยเริ่มขยุกขยิก จนทนไม่ไหวปล่อยฉวีวรรณเพื่อล้วงเอามดออก ทุกคนจึงเห็นว่าในมือดนัยไม่ใช่ระเบิด ดนัยรีบปาดินทิ้งแล้วฉุดฉวีวรรณวิ่งหนี ธนวัติไล่ยิง ศิริร้องห้ามอย่ายิง แต่กระสุนเฉี่ยวโดนแขนดนัยเลือดสาด

ฉวีวรรณตกใจเอาตัวขวางปกป้องไม่ให้ใครยิงดนัยอีก ดนัยรู้ว่าไม่รอดแน่จึงให้ฉวีวรรณกลับไปกับพ่อ ก่อนจะวิ่งหนีเข้าป่า แต่ฉวีวรรณกลับวิ่งตามดนัยไปท่ามกลางสายตาของทุกคน...ดนัยวิ่งลัดเลาะไปตาม โขดหิน ฉวีวรรณตามมาทันถามด้วยความห่วงใยว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ดนัยหยุดพิงโขดหินบอกเธอ “รออยู่ที่นี่แหละ ยังไงพ่อเธอก็ต้องตามมา กลับบ้านไปซะ”

“ไม่ใช่พ่อฉันสักหน่อย มีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉัน” ฉวีวรรณใจหายแต่ยังเถียง

“หึ...ไหนไม่อยากอยู่กับคนบ้าไงล่ะ” พลันเสียงศิริดังมา “นั่นไงพ่อเธอตามมาแล้ว ไปเถอะ ฉันไม่มีแรงรั้งเธอไว้แล้ว”

“ฉันไม่มีวันทิ้งนาย เราจะไปด้วยกัน” ฉวีวรรณตรงเข้าจับมือดนัยวิ่งนำไป

ดนัยมองมือเธออย่างคาดไม่ถึง ฉวีวรรณดึงดนัยวิ่งมาที่สะพานเชือกที่ตีแผ่แผ่นไม้ผุๆข้ามลำธารเตี้ยๆ ระหว่างที่วิ่งผ่าน แผ่นไม้หลุดหล่นน้ำตามหลังอย่างน่าหวาดเสียว ศิริตามมาเรียกฉวีวรรณให้กลับ แต่เธอไม่ยอมไป พอดีดนัยเหยียบไม้ทะลุขาติด ธนวัติสั่งลูกน้องลุยน้ำไปลากตัวทั้งสองมา ดนัยไล่ฉวีวรรณให้กลับไป

“ฉันไม่กลับ...อย่าเข้ามา  พ่อปล่อยเราไปเถอะ” ฉวีวรรณขอร้องศิริพร้อมกับเอาตัวบังไม่ให้ใครทำร้ายดนัย ดนัยมองเธออย่างซาบซึ้งใจ

ทันใดมีจระเข้โผล่มา ฉวีวรรณตกใจร้องบอก ดนัยกระชากขาตัวเองขึ้นมาอย่างหวุดหวิด พวกลูกน้องธนวัติต่างวิ่งขึ้นจากน้ำเอาชีวิตรอด จระเข้ใช้หางฟาดสะพานพัง ขณะที่ฉวีวรรณประคองดนัยข้ามไปอีกฝั่งได้สำเร็จ ธนวัติโกรธมาก ยิงทั้งจระเข้และยิงไล่หลังดนัย ศิริร้องสั่งให้หยุดได้แล้ว อย่าทำลายชีวิตอื่นโดยไม่จำเป็น ธนวัติฮึดฮัดไม่พอใจ

ooooooo

ข้างฝ่ายดาหวันกับชลิต หนีมานึกว่ารอด ดาหวันเห็นพวกพาณิชย์มาด้านหลังชลิต จึงรีบผลักเขาหงายหลัง ตัวเองคร่อมอยู่บนตัวเขา ชลิตจ้องหน้าดาหวันที่อยู่ชิด ใจเต้นโครมคราม พวกพาณิชย์เดินผ่านไป ดาหวันมองตาชลิตอึ้งๆก่อนจะดึงตัวออก แต่ชลิตกลับดึงเธอมากอดแนบอก

“พี่ชลิต...อย่ามา...”

“มา อะไร...”

“ชีกอแล้วยังมาถาม อย่ามาแต๊ะอั๋งหวันนะ”

“ฉันไม่โรคจิต มีอะไรกับไม้กระดานหรอกน่า”

“อี๋ไอ้คนปากหนอน ว่าหวันเป็นไม้กระดานเหรอ” ดาหวันยกมือจะทุบ

ชลิตสั่งให้หยุด อยู่เฉยๆ แล้วเขี่ยบางอย่างที่แก้มเธอออก “ขนตาเธอร่วง ฉันแค่เก็บให้”

ดาหวันลุกขึ้นปัดเศษหญ้าออกจากตัวใส่ชลิต เชิดหน้าใส่แก้เขิน ชลิตมองอย่างเอ็นดู...ดาหวันหันมาเห็นพาณิชย์ยังยืนอยู่ จึงส่งสัญญาณอย่างมีแผนกับชลิต เธอใช้นิ้วมือทำเป็นปืนไปจี้หลังพาณิชย์ ชลิต

เข้าปลดอาวุธและมีด จากนั้นก็จับพาณิชย์มัดติดต้นไม้ไว้ในสภาพเหลือบอกเซอร์ตัวเดียว ดาหวันเอานิ้วจิ้มหน้าพาณิชย์พร้อมกับพูดว่า

“จำใส่กะลาหัวพี่ไว้เลยนะ หวันไม่มีทางแต่งงานกับผู้ชายเลวๆอย่างพี่ อย่ามายุ่งกันหวันอีก ไม่งั้นจะโดนมากกว่านี้” ดาหวันให้ชลิตเอาด้วงวางบนอก พาณิชย์ร้องลั่นอย่างขยะแขยง...

หนีมากันได้ระยะหนึ่ง ดนัยก็ทรุดลงเพราะพิษไข้จากการอักเสบของแผล ฉวีวรรณประคองไปพักในแพร้างข้างลำธาร โชคดีที่มีข้าวของทิ้งไว้ มีถังสังฆทาน ใบหนึ่งในนั้นมียา เธอจึงเอามาทำแผลให้ เธอฉีกแขนเสื้อดนัยออก เขามองถอนใจเขากับเธอไม่น่าจะเป็นศัตรูกันเลย

“หุบปากนายได้แล้ว ฉันจะทำแผล” ฉวีวรรณเขิน

“ฉันไม่ได้เป็นแผลที่ปากนี่”

ฉวีวรรณเงื้อหมัดแล้วถาม “จะเอาอีกสักแผลไหมล่ะ จะช่วย”

“หน้าเธอเวลาโมโหตลกดีแฮะ ฉันมองแล้วลืมเจ็บไปเลย” ดนัยมองหน้าขำๆ

“อีตาบ้า ไม่ต้องมากวนประสาทเลยนะ...โอ๊ะ แผลไม่เบาเลย ดีนะกระสุนไม่ฝังใน”

ฉวีวรรณเอาแอลกอฮอล์เช็ดแผลให้อย่างเบามือ เช็ดไปเป่าไปเกรงเขาจะแสบ ดนัยมองเพลินรู้สึกดีๆกับฉวีวรรณมากขึ้น พอเธอเอาทิงเจอร์ใส่แผล เขาสะดุ้ง เธอรีบเป่าให้หายแสบแล้วเอาผ้าก๊อซพันแผล ดนัยยิ้มอย่างซาบซึ้งใจ

“เรียบร้อยแล้วล่ะ แต่ยังไงพรุ่งนี้เราต้องหาทางออกจากป่าให้ได้ นายจะได้ไปหาหมอ”

ดนัยครางฮือออกมา ฉวีวรรณเห็นหน้าเขาซีดๆจึงเอามือแตะหน้าผากดู รู้สึกว่าร้อน เธอหาผ้ามาห่มเขา และบอกให้นอนพัก ตนจะไปหาอะไรให้ทานก่อนจะได้ทานยา

“อย่าพยายามเลย ฉันอาจไม่รอดคืนนี้ก็ได้” ดนัยพูดขึ้นเบาๆ

“ไม่นะ อย่าพูดแบบนี้”

“เธอน่าจะดีใจนะหวี คนที่เธอเหม็นขี้หน้า คนที่เธอชอบไล่ให้ไปตายทุกครั้ง กำลงจะตายสมใจเธอแล้ว”

“ไม่จริง นายต้องไม่ตาย นายต้องหาย นายต้องอยู่ต่อไปนะ ดนัย” ฉวีวรรณน้ำตาคลอ

“จะร้องทำไม เป็นห่วงฉันด้วยเหรอ”

“เปล่า ฉันไม่ได้ห่วง”

“ไม่ห่วงแล้วมาช่วยฉันทำไม” ดนัยเห็นฉวีวรรณอึ้งจึงจับมือเธอเบาๆถาม “เธอไม่ได้เกลียดฉันใช่มั้ย” ดนัยลุ้นรอฟังคำตอบ

ฉวีวรรณพยายามปิดบังความรู้สึกหลบตาดึงมือออก ฝืนใจตอบ “เกลียดสิ ฉันเกลียดนายที่ฉันช่วยนายก็เพราะยัยหวัน นายต้องอยู่ต่อไปเพื่อคนที่นายรัก นายต้องอยู่ต่อไปเพื่อยัยหวัน”

ดนัยหน้าเจื่อนไม่คิดว่าฉวีวรรณจะตอบแบบนี้ เขารู้สึกเจ็บแปลบในใจ “ก็จริง เธอพูดถูกฉันต้องอยู่ต่อไปเพื่อคนที่ฉันรัก”

“ถ้ายัยหวันได้ยินคงดีใจมาก นายต้องรีบหาย ห้ามตายเด็ดขาด เข้าใจมั้ย” ฉวีวรรณทำขึงขัง ลุกเดินออกไป ดนัยเรียกเธอไว้ ฉวีวรรณหันมามอง

“สำหรับทุกอย่างที่เธอทำให้คนที่เธอเกลียด ฉันขอบใจมาก แล้วจะไม่มีวันลืมเลย”

ฉวีวรรณอึ้ง ทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร เดินออกมาอย่างเร็ว พอพ้นสายตาดนัย เธอก็หยุดร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่เข้าใจตัวเอง “นี่เราเป็นอะไรไป ทำไมไม่เข้มแข็ง ทำไมต้องแคร์ ทำไมต้องร้องไห้เพราะผู้ชายบ้าๆอย่างนั้นด้วย ฉันเกลียดนายที่สุดเลยดนัย เกลียดที่สุด...ที่นายทำให้ใจของฉันวุ่นวายไปหมดแล้ว”

ไม่ต่างจากดาหวัน ที่รู้สึกว้าวุ่นในใจไม่น้อย เธอเดินเหม่อลอยจนชนหลังชลิตอย่างจัง ชลิตหันมาโวยว่าจะหาเรื่องกันอีกหรือ ดาหวันรีบบอกว่าเธอแค่เป็นห่วงเกรงฉวีวรรณจะรังแกดนัยอีก ชลิตโต้ว่าดนัยต่างหากที่จะกวนโมโหฉวีวรรณ ดาหวันโวย

“นี่เลิกเถียงหวันสักครั้งได้ไหม เป็นพี่ก็หัดอยู่ในโอวาทมั่ง”

“เธอสิ เป็นน้องเป็นนุ่งฉันจริงๆหน่อยไม่ได้ จะจับตีให้ก้นลายเชียว”

ดาหวันโกรธท้าว่าจะทำอะไรตนได้ ชลิตหัวเราะหึๆ พร้อมจะจัดให้ เขาสาวเท้าเข้าใกล้เธอ ดาหวันถอยกรูดชนต้นไม้ หัวกะโหลกหล่นจากต้นไม้ลงมาใส่มือชลิต เขาไม่ทันมอง หาว่าดาหวันปาลูกบอลใส่ ดาหวันตาเหลือกพยายามให้เขาดูว่ามันไม่ใช่ลูกบอล พอชลิตก้มดูเห็นว่าเป็นหัวกะโหลกก็ร้องลั่นโยนทิ้งแล้ววิ่งหนี...สองคนวิ่งมาหยุดพักตรงพุ่มไม้หนึ่ง

ดาหวันรู้สึกว่าบรรยากาศแปลกๆ ชลิตเห็นด้วย ดาหวันชี้ให้ดูที่พื้นเหมือนมีการลากอะไรบางอย่าง แถมมีรอยเท้าช้างด้วย ชลิตเห็นแล้วมั่นใจว่ามีการใช้ช้างลากไม้ผิดกฎหมายแน่

ooooooo

มีกระท่อมไม้อยู่กลางป่าดงผีฟ้า เป็นอาศรม ของกาซู ซึ่งเคยเป็นหมอผีประจำเผ่า มีอาคมเป็นคนกักขฬะ เหี้ยมโหด และยังเป็นคนที่ฆ่าหัวหน้าเผ่าเพื่อความเป็นใหญ่แต่ถูกจับได้โดนขับไล่ออกจากเผ่า จนมายึดอาชีพดูแลจัดการการขนไม้เถื่อนเพื่อแลกเงินให้กับพวกธานี

กาซูรับรู้ว่ามีคนบุกรุกเข้ามา จึงสั่งเลาซา ลูกชายคนเดียวไปจัดการหาตัวมา พร้อมย้ำว่าคนที่เข้ามาในดงผีฟ้า ไม่เคยมีใครรอดออกไปได้ เลาซารับคำ

ชลิตยังเดินตามรอยลากไม้เพื่อหาเบาะแสของพวกคนร้าย แต่ไม่ทันไร มีเสียงเป่าเขาสัตว์ดังขึ้นและรับกันเป็นทอดๆ ชลิตรู้ทันทีว่ามีเหตุร้ายจึงรีบดึงดาหวันหาที่หลบภัย เลาซากับสมุนโผล่มา ชลิตต่อสู้ปกป้องดาหวันเต็มที่ กาซูรับรู้ถึงความพ่ายแพ้ของลูกชาย โมโหมาก ปลุกอสูรกายขึ้นมาส่งไปจัดการ อสูรกายโผล่ออกมาจากใต้พื้นดิน คำรามกึกก้อง...ชลิตกับดาหวันวิ่งหนีกระเซอะกระเซิงพลัน ชลิตตกลงไปในบ่อทรายดูด เขาพยายามดิ้น ยิ่งดิ้นยิ่งจม

“พี่อยู่เฉยๆสิ อย่าขยับ ไม่งั้นทรายมันจะยิ่งดูด” ดาหวันเห็นพวกเลาซาตามมาจึงตัดสินใจ “พวกมันมาแล้ว หวันจะล่อมันไปทางอื่นก่อน พี่อย่าเพิ่งรีบตายนะ เดี๋ยวหวันจะกลับมาช่วย”

“ฮึย...ยัยเด็กบ้า ถ้ายังไม่ได้เขกกะโหลกแก่แดดของเธอ ฉันยังไม่ยอมตายง่ายๆหรอก”

ดาหวันวิ่งออกไป ชลิตภาวนาขอเจ้าป่าเจ้าเขาช่วย ด้วยให้เขาจับพวกลากไม้ได้ก่อนตาย ทันใดมีกระรอกไต่บนต้นไม้ทำเถาวัลย์หล่นลงมาใส่ เขาจึงใช้มันโหนตัวขึ้นจากบ่อทรายดูด...ดาหวันล่อพวกเลาซาไปทางอื่น แต่แล้วตัวเองเจออสูรกายต้องวิ่งหนีเอาตัวแทบไม่รอด ชลิตตามมาช่วยล่ออสูรกายไปตกบ่อทรายดูด ทั้งสองตบมือดีใจ ไม่ทันไร พวกเลาซาย้อนกลับมาจับชลิตกับดาหวันไว้ได้ สองคนต่างปกป้องกันและกันจนเลาซาเข้าใจว่าทั้งสองเป็นผัวเมียกัน

เผอิญ ธานีพาธนวัติกับพาณิชย์มาสั่งกาซูเรื่องไม้ลอตใหม่ที่จะขึ้นมา และถามเห็นคนแปลกหน้ามาแถวนี้บ้างไหม กาซูจึงบอกเรื่องที่ให้ลูกชายไปล่าตัวอยู่ ทั้งสามอยากเห็นหน้าและสงสัยว่าจะเป็นชลิตกับดาหวัน แต่แล้วชลิตกับดาหวันก็หนีไปได้ระหว่างทาง

คืนนั้น ฉวีวรรณเฝ้าเช็ดตัวลดไข้ให้ดนัยจนผล็อยหลับไปข้างเขา ดนัยตื่นขึ้นมานั่งอมยิ้มมองเธอ ฉวีวรรณสะดุ้งตื่นขึ้นมารีบเช็ดตัวต่อ ดนัยบ่นว่าตัวเขาจะเปื่อยหมดแล้ว

“คนบ้า นี่นายตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ก็ทันเห็น พยาบาลละเมอแทนคนเจ็บก็แล้วกัน”

ฉวีวรรณเงื้อมือจะทุบแต่ดนัยจับมือไว้และดึงเธอมา กอด “กอดหน่อยนะ...”

ฉวีวรรณอึ้งพูดไม่ออกได้แต่นิ่ง ดนัยพรั่งพรูความรู้สึก “ตอนเด็กๆ เวลาที่ฉันไม่สบายแม่ก็จะเฝ้าฉัน เช็ดตัวให้ฉันแล้วก็นอนกอดฉันอย่างนี้ทุกคืน จนฉันรู้สึกว่า ฉันหายไข้ได้เร็วเพราะนอนกอดแม่นี่แหละ”

“แต่ฉันไม่ใช่แม่นายนะ”

“แต่กอดของเธอก็อุ่น อุ่นกว่าผ้าหุ่มทุกผืน...ไม่อยากให้ฉันหายเร็วๆหรือไง” ดนัยสบตา

ฉวีวรรณหลบตาซบหน้าลงกับแผ่นอกดนัย เขายิ้มอย่างมีความสุข เธอพึมพำให้พรุ่งนี้เขารีบหาย แล้วทำเป็นพูดอย่างมีหลักการ “ฉันอนุโลมให้ แค่คืนนี้คืนเดียว คืนนี้เท่านั้นที่ฉันจะ...เอ่อ เป็นผ้าห่มให้นาย แล้วพรุ่งนี้ เราค่อยมาเป็นศัตรูกันต่อ”

เห็นดนัยนิ่งเงียบ ฉวีวรรณเงยหน้ามอง จึงรู้ว่าเขาหลับไปแล้ว ฉวีวรรณจ้องมองหน้าดนัยพึมพำ “เวลานายหลับ ดูนายไม่เหมือนนายดนัยขี้เก๊ก เอาแต่ใจ บ้าอำนาจคนนั้นเลยนะ นายดูใจดีอ่อนโยนแล้วก็อบอุ่นมากๆ เฮ้อ...ดนัย นายเป็นคนยังไงกันแน่นะ ฉันชักสับสนไปหมดแล้ว”

ฉวีวรรณซบหน้าลงกับแผ่นอกดนัยอย่างครุ่นคิด...วันรุ่งขึ้น ดนัยตื่นมาไม่เห็นฉวีวรรณก็ตกใจรีบออกมานอกแพ เห็นเธอพยายามทอดแห เขาแกล้วตะโกนบอกเธอ อย่าจับปลาสองมือ ฉวีวรรณโกรธเข้ามาทุบแขน ดนัยร้องลั่น เธอนึกได้ว่าเขาบาดเจ็บอยู่รีบขอโทษอย่าตายนะ...

ooooooo

ตอนที่ 2

ธานีกับธนวัติพยุงพาณิชย์ซึ่งโดนดาหวันปาถุงกระสอบใส่ รถมอเตอร์ไซค์จึงล้มได้รับบาดเจ็บกลับมาทำแผลที่บ้าน แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งยังรอฟังข่าวอยู่ ธนวัติไม่พอใจที่พวกแจ๋มาก่อเรื่องทำให้ดนัยกับชลิตพาฉวีวรรณกับดาหวันหนีไป จึงตรงเข้าชกหน้ากิมจิ อุ๊บอิ๊บเข้าช่วยพี่ชายตบกับแจ๋ ธานีต้องห้าม

“อุ๊บอิ๊บ พอได้แล้ว โดนตบซิลิโคนเบี้ยว ป๊าไม่ให้ตังค์ไปเหลาใหม่แล้วนะ”

“ป๊าก็ มันเป็นคนช่วยพี่ดนัยฉุดยัยพี่น้องหน้านกเงือก...”

ธานีรีบตะครุบปิดปากลูกสาวยิ้มเจื่อนๆให้ศิริ แก้ตัวไปว่าหมายถึงนกเงือกเป็นสัตว์ที่รักครอบครัว

ฉวีวรรณกับดาหวันเป็นพี่น้องที่รักกันเหมือนนกเงือก แล้วลากตัวลูกสาวออกไป ศิริหันมาซักถามพวกแจ๋ว่ารู้เห็นเป็นใจด้วยหรือเปล่า ทั้งสามปฏิเสธพัลวัน...

จนค่ำมืด ฉวีวรรณรู้สึกตัวขึ้นมาอย่างมึนๆ พอตั้งสติได้หันไปมองดนัย เห็นยังฟุบนิ่งอยู่ก็เอามืออังจมูกดู “ตายหรือเปล่าอ่ะ...ตายซะได้ก็ดี”

ฉวีวรรณขยับจะออกจากรถ ดนัยคว้ามือหมับ “จะไปไหน...ฉันไม่ตายง่ายๆหรอก โดยเฉพาะถ้าฉันยังไม่ได้ส่งเธอเข้าหอกับชลิต”

ฉวีวรรณโกรธสะบัดมือโดดออกจากรถ ดนัยรีบตามลงมา เธอวิ่งหนีรอบรถแล้ววิ่งเข้าป่า ดนัยร้องให้หยุดเดี๋ยวหลงป่า แต่เธอไม่ยอมหยุด วิ่งลัดเลาะไปจนรู้สึกว่าดนัยไม่ได้ตามมา จึงนั่งพักเหนื่อย ไม่ทันไร ดนัยโผล่พรวดมากอดเธอไว้ด้านหลัง ฉวีวรรณตกใจร้องลั่น

“นี่เลิกสร้างปัญหาซักทีได้ไหม ฉันกำลังจะช่วยเธอนะ”

“นายนั่นแหละที่สร้างปัญหา แล้วจะมาช่วยอะไรฉัน ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”

ดนัยรำคาญเปลี่ยนมาปิดปากฉวีวรรณ “หยุดโวยวายแล้วฟังฉันก่อนได้ไหม เธอไม่ได้อยากหมั้นกับไอ้ธนวัติไม่ใช่เหรอ ฉันก็จะพาเธอไปหาชลิตไง”

ฉวีวรรณกัดมือดนัย เขาร้องโอ๊ยปล่อยมือจากปากเธอ ฉวีวรรณต่อว่า “สมน้ำหน้า อยากงี่เง่าพูดไม่รู้เรื่องเอง ดูปากฉันให้ชัดๆนะ ฉันไม่ได้บอกให้นายสองคนมาช่วย พวกนายก่อเรื่องยุ่งไปกันใหญ่แล้วเข้าใจไหม ปล่อยฉันกลับไปเดี๋ยวนี้”

“ยังไม่ใช่ตอนนี้ เธอต้องไปหาชลิตก่อน”

ฉวีวรรณโวยวายว่าไม่ไป สองคนยื้อยุดกัน พลันมีแสงไฟรถบนถนนผ่านมา ฉวีวรรณดีใจจะวิ่งไปขอความช่วยเหลือ ดนัยไม่รู้จะทำอย่างไร จึงดึงตัวเธอเข้ามาจูบปิดปากไม่ให้ส่งเสียง ฉวีวรรณตกใจทำอะไรไม่ถูก ซักพักก็พยายามดิ้นรน ดนัยลืมตัวจูบเธออย่างดูดดื่ม มือเธอที่ทุบตีเขาอ่อนลง ไฟรถผ่านไป ดนัยผละออก ฉวีวรรณนิ่งช็อกเอามือแตะปากตัวเอง ดนัยมองเธออย่างรู้สึกผิดอยากขอโทษแต่ยังวางฟอร์ม จึงเอียงหน้าให้

“อ่ะ ตบฉันสิ ในหนังไทยเวลาผู้หญิงโดนขโมยจูบ ก็ต้องตบไม่ใช่เหรอ”

ฉวีวรรณมองหรี่ตาด้วยความโกรธ แล้วชกเปรี้ยง “ไอ้บ้า ไอ้คนทุเรศ”

ดนัยกุมหน้าโอดโอย เห็นฉวีวรรณวิ่งเตลิดเปิดเปิงไปก็อดห่วงไม่ได้ จึงวิ่งตามร้องเรียก

“เธอจะวิ่งไปไหนเดี๋ยวก็หลงกันหรอก”

“ฉันยอมหลงป่าตายอยู่ในนี้ ดีกว่าต้องอยู่กับนาย ว๊าย...” ฉวีวรรณสะดุดล้ม

เธอคว้ากิ่งไม้ปาใส่ไม่ให้ดนัยเข้ามาใกล้ ดนัยร้องบอกให้อยู่นิ่งๆเพราะเขาเห็นงูเห่าอยู่ข้างหลังเธอ เขาพยายามพยักพเยิดให้เธอหันไปมอง และส่งสัญญาณให้เงียบ ฉวีวรรณเอามืออุดปากอย่างว่าง่าย ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว พอเห็นงูจะเลื้อยไป ดนัยก็เข้าฉุดเธอให้ลุกขึ้น

“เอ๊ะ ปล่อยนะ” ฉวีวรรณได้สติสะบัดมือออก

ดนัยเริ่มโมโห “เอ้า ปล่อยก็ได้ อยากจะวิ่งตามไปให้มันกัดก็เชิญเลย มืดๆอย่างนี้มันไม่ได้มีแค่งูหรอกนะ ทั้งเสือ สิงโตมันออกล่าเหยื่อตอนกลางคืนเหมือนกัน เธออยากจะไปเป็นบุฟเฟ่ต์ให้มันก็ตามใจ”

ฉวีวรรณชะงักไม่กล้าเดินต่อ หันกลับมาเดินตามดนัยห่างๆ เธอเห็นผลไม้บนต้นไม้จึงหยุดเก็บใส่ชายเสื้อไปด้วย และกำชับดนัยห้ามเข้าใกล้เกิน 5 เมตร...

อีกมุมป่า ชลิตขับรถพาดาหวันหวังจะไปที่บ้าน

ทองอิน แต่หลงทางเพราะเชื่อคนบอกทางอย่างดาหวัน ชลิตหมั่นไส้แกล้งบีบปากเธอ ดาหวันโกรธแย่งจะขับรถเอง รถส่ายไปมาแล้วไถลไปทางต้นไม้ใหญ่ สองคนร้องกันลั่น โชคดีที่รถดับก่อนจะชน

“เป็นไงล่ะ ยัยตัวแสบ ซนจนได้เรื่อง” ชลิตเอ็ดดาหวัน

พอชลิตมาเช็กซ่อมรถ จึงแกล้งใช้ดาหวันไปตักน้ำมาเติมรถ อ้างว่าถ้าอยากไปหาดนัยไวๆ ดาหวันรีบคว้าแกลลอนวิ่งไปทันที ชลิตอดห่วงไม่ได้เดินตามไป พลันฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา ดาหวันตกใจโผกอดชลิต ฝนเริ่มเทลงมา ชลิตเห็นเครื่องประดับของดาหวันเป็นอันตรายก็รีบปลดออก ดาหวันตกใจคิดว่าจะทำมิดีมิร้าย ร้องลั่นทุบตี ชลิตรีบบอก

“ถอดไอ้พวกนี้ออกให้หมด เดี๋ยวก็โดนฟ้าผ่าหรอก” ชลิตโยนเครื่องประดับทิ้ง ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาทันที ดาหวันร้องกรี๊ด ชลิตดึงเธอวิ่งไปหลบฝนใต้ชะง่อนหิน

“โอ๊ย เวรกรรมอะไรของหวันนะ พี่เกือบจะพา

หวันไปตายแล้วเห็นไหม”

“ฉันน่ะสิเกือบตายเพราะชุดพะรุงพะรังของเธอ ถอดออกซะมั่งสิ”

ดาหวันก้มมองเสื้อผ้าที่เปียกปอนของตัวเอง แล้วให้ชลิตหันหน้าไปทางอื่น เพื่อตนจะถอดเสื้อที่เปียกปอนออก เข็มกลัดตำนิ้ว ดาหวันร้องโอ๊ย...ชลิตตกใจหันมามองเห็นดาหวันอยู่ในชุดเกาะอก ผมสยาย แสงจากดวงจันทร์ส่องสะท้อนให้เห็นรูปร่างสวย เขาถึงกับชะงักกลืนน้ำลายเอื๊อก ดาหวันเห็นร้องบอกให้หันกลับไป ชลิตปากคอสั่นโต้ว่า

“ก็ ฉันเห็นเธอร้อง เลยนึกว่า ต้องการความช่วยเหลือ”

“หวันแค่ถูกเข็มกลัดตำ ไม่ต้องมาฉวยโอกาสเลย”

ชลิตหลับตาถอนใจยาว พยายามท่องพุทโธๆ ข่มใจ แล้วนึกถึงแต่ฉวีวรรณ...

ด้านดนัยนั่งพักห่างจากฉวีวรรณ เห็นเธอเอาผลไม้ออกมากินก็ถามว่าอะไร ฉวีวรรณชูผลไม้ยั่วเพราะรู้ว่าเขากลัวผลไม้ทุกชนิด ดนัยส่ายหน้า แก้ตัวว่าไม่จริง

“งั้นใครน้าที่ฉี่รดกางเกงตอนอนุบาลหนึ่ง เพราะครูบังคับให้กินส้ม ฮ่าๆๆ”

“นี่เธอยังจำได้อีกเหรอ” ดนัยยิ้มอายๆ

“นี่...ฉันไม่ได้รู้จักนายแค่วันนี้นะ เราเรียนโรงเรียนเดียวกันมาตั้งแต่อนุบาล สันดานนายเป็นยังไง ทำไมฉัน จะไม่รู้”

“ถ้าเธอว่ารู้จักฉันดี แล้วทำไมยังเข้าใจฉันผิด ทำไมถึงชอบมองฉันในแง่ร้าย ตอบฉันมาสิ หวี...ฉันไปทำอะไรให้เธอ เธอถึงได้จงเกลียดจงชังฉันนัก”

ฉวีวรรณหวนคิดถึงอดีตตอนประถมหนึ่ง เธอได้รับจดหมายจากเด็กคนหนึ่ง บอกว่าดนัยฝากมาให้ เมื่อเปิดอ่านเห็นลายมือตัวโต โย้เย้ว่า...ฉันรักเธอนะ พรุ่งนี้ฉันจะสอบแล้ว เอาดอกกุหลาบแดงมาให้กำลังใจฉันด้วยนะ จากดนัย...

ฉวีวรรณหน้าแดงไม่กล้าบอกแจ๋เพื่อนสนิท พอถึงเวลาก็เอาดอกกุหลาบแดงมายื่นให้ดนัย แต่เขากลับมองอย่างแปลกใจ แถมตะโกนเสียงดังว่า “หวี...เธอรักฉันเหรอ...”

ฉวีวรรณโดนเพื่อนล้อ ทั้งโกรธทั้งอายจนจำฝังใจ เผลอสบถออกมา “ไอ้ผู้ชายสับปลับกะล่อนหลอกลวง

ฉันไม่มีทางให้อภัย ฉันจะฆ่านาย...”

ฉวีวรรณลืมตัวพุ่งเข้าบีบคอดนัย ดนัยตกใจรวบมือเธอไว้ร้องให้หยุดบ้า “ฉันถามเธอดีๆก็ไม่ตอบ แล้วทำไมต้องโมโหขนาดนี้ด้วย”

“ฉันเกลียดนายไง ไอ้ดนัย เกลียดร้อยปีอย่ามาดีร้อยชาติ”

“อะ เอาเข้าไป เป็นบ้าอะไรอีก หรือว่าโดนจูบจนเสียสติ”

ฉวีวรรณปรี๊ด “จูบของฉัน มันต้องมาจากคนที่ฉันรัก ไม่ใช่การประกบปากกับผู้ชายใจร้าย ที่เห็นความรู้สึกของคนอื่นเป็นของเล่นอย่างนาย...ฉะนั้น อย่าพูดถึงมันอีก แล้วขอให้นายจำใส่หัวไว้เลยนะ ว่าฉันเกลียดนายที่สุดในโลก” ฉวีวรรณวิ่งหนีไป ดนัยมองตามอย่างรู้สึกผิด...

เวลาผ่านไป ทางด้านชลิตเห็นดาหวันนั่งหนาวสั่นจึงให้มานั่งข้างๆใช้เสื้อของเขาห่มด้วยกัน ดาหวันลังเล ชลิตยั่ว

“มาเถอะน่า ก็ถ้าฉันเป็นเกย์หลอกจีบหวีบังหน้าอย่างที่เธอว่าจะกลัวทำไม”

พอดาหวันมานั่งข้างๆชลิตก็เอาเสื้อห่มให้เธอ “ฉันไม่ได้อยากจะฉวยโอกาสเธอหรอก แต่เวลาหนาวๆเขาบอกว่า ไออุ่นจากร่างกายคนเรานี่แหละดีที่สุด เพราะฉะนั้นไม่ต้องคิดมาก”

ชลิตพูดพล่ามไปเรื่อย พอหันมองเห็นดาหวันหลับคอพับคออ่อนไปแล้ว เขาแอบมองเธออย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ooooooo

ศิริยังออกตามหาลูกสาว พร้อมธานี ธนวัติ และพาณิชย์ แจ๋ บุญทิ้ง และกิมจิขอไปด้วย อ้างว่าพวกตนจะช่วยขอร้องให้ฉวีวรรณยอมกลับบ้าน สุภาพหัวหน้าคนงานหาอาหลู่ พรานป่าชาวเขามาช่วยแกะรอยตามหา แต่ดูท่าอาหลู่จะพาหลงทางเสียมากกว่า

วันรุ่งขึ้น ดนัยแบกฉวีวรรณกลับมาที่รถเพราะเธอพยายามจะหนี เขาเอานมในกล่องท้ายกระบะมายื่นให้เธอกินรองท้อง แต่เธอกลับเอาถุงนมปาใส่หน้าเขาแตกเลอะเทอะ ดนัยโกรธเอาเชือกมาผูกมือเธอติดกับมือเขา แล้วลากไปล้างตัวในลำธาร ฉวีวรรณร้องกรี๊ดๆไม่ยอมลงน้ำ ดนัยแกล้งถอดเสื้อผ้าตัวเองเหลือแต่บอกเซอร์

“จะหนีทำไม ไหนอวดเก่งนักก็ดูสิ หันมาดูให้เต็มตา”

“อ๊าย...กรรมเวรอะไรของฉัน ทำไมฉันต้องมาเจอไอ้บ้าหื่นกามอย่างนายด้วย ไอ้โรคจิต”

“แหม เธอด่ายังงี้ยิ่งยั่วยุอารมณ์ ฉันเปลี่ยนใจมาอาบน้ำกับเธอดีกว่า เราจะได้ช่วยกันถูหลัง แล้วก็...ทำอะไรก็ไม่รู้ แต่ละไว้ในฐานที่เข้าใจ...”

“อย่านะ ไอ้บ้า ฆ่าฉันซะดีกว่า” ฉวีวรรณปิดหน้าร้องกรี๊ดๆ

ดนัยโดดน้ำตูมลงไปหัวเราะร่าที่แกล้งฉวีวรรณได้ ฉวีวรรณโมโหจะแกล้งเอาเสื้อผ้าดนัยไป แต่ดนัยขึ้นมาขวางทัน ทั้งสองยื้อแย่งกันจนเธอถลามาหน้าประชิดเขา ดนัยลืมตัวโน้มหน้าจะจูบเธออีกครั้ง แต่แล้วคิดได้รีบผละออก

“ขอโทษนะฉันไม่น่าทำแบบนี้ ฉันเป็นแค่คนพาเธอไปหาคนรัก แต่ไม่ใช่คนรักของเธอ”

ฉวีวรรณงุนงงกับความรู้สึกของตัวเอง เดินลุยน้ำไปอย่างใจลอย ดนัยกลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเองด้วยการดำผุดดำว่าย แล้วร้องตะโกนระบายอารมณ์...

ในขณะที่ชลิตกับดาหวันมาถึงบ้านทองอิน ทั้งสองได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า พักผ่อนอย่างสบายเพื่อรอดนัยกับฉวีวรรณ แต่ไม่ทันไร ศิริกับพวกบุกมา ทั้งสองต้องโดดหนีแทบไม่ทัน

ไม่วายที่ฉวีวรรณยังพยายามหนีจากดนัย เธอวิ่งขึ้นมาบนถนน เห็นรถคันหนึ่งแล่นมาก็รีบโบก ปรากฏว่าเป็นรถธนวัติกับพวก เธอตกใจวิ่งหนี ดนัยตามมาทันดึงเธอวิ่งกลับเข้าไปในป่า ธนาวัติตามไล่ยิง ดนัยกับฉวี– วรรณถอยจนสุดเนิน ศิริตามมาร้องห้ามธนวัติไม่ให้ยิง ดนัยตัดสินใจดึงฉวีวรรณกลิ้งหลุนๆลงมาตามเนิน แล้วหล่นลงน้ำไหลไปตามกระแสน้ำ ฉวีวรรณเห็นพ่อก็ร้องให้ช่วยด้วย แต่พอดีมีจระเข้ ดนัยจึงดึงเธอว่ายหนีดันเธอขึ้นโขดหินอีกฟากหนึ่งแล้วเอาก้อนหินทุ่มใส่ไล่จระเข้ให้ไปทางอื่น ศิริเสียใจที่ช่วยฉวีวรรณไม่ได้ เขาขอร้องธนวัติกับพวก อย่าใช้ปืนยิงใครอีก...

ตอนที่ 1

ป่าใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ ร่มครึ้มไปด้วยต้นไม้ นานาพันธุ์ สัตว์น้อยใหญ่ในป่าส่งเสียงระงม กวางน้อยก้มกินน้ำริมลำธาร ฝูงลิงวิ่งไล่ปีนป่ายอย่างมีความสุข...บรรยากาศแบบนี้ยังมีคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบ

ดนัย นักศึกษาหนุ่มหล่อวัย 22 ปี เป็นคนตรงพูดขวานผ่าซาก รักความถูกต้องรักธรรมชาติ เขามีความสุขกับการถ่ายภาพชมป่า และวันนี้เขามากับเพื่อนๆ นักศึกษา ไม่ว่าดนัยทำอะไรดูเท่สุดๆ จนนักศึกษาสาวรวมทั้งอุ๊บอิ๊บ กรี๊ดกร๊าดชื่นชม กิมจิเป็นหนุ่มที่คลั่งไคล้เกาหลี ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม เห็นแล้วหมั่นไส้ พยายามทำตามเรียกความสนใจบ้าง แต่ดูจะล้มเหลวทุกที อุ๊บอิ๊บหัวเราะเยาะที่บังอาจมาแข่งกับดนัย บุญทิ้งที่ท่าทางสงบเสงี่ยมกว่าใคร ท่องคำพระอย่างปลงๆ

“อะระติ โลกะนาสิกา...ความริษยาเป็นเหตุแห่ง ความฉิบหาย”

แจ๋ยกมือท่วมหัว สาธุ...ฉวีวรรณแอบจับตามอง อยู่หลังพุ่มไม้ ไม่ชอบขี้หน้าดนัย เพราะมาจีบน้องสาวตน ฉวีวรรณเรียนรุ่นเดียวกับน้องสาว เพราะก่อนหน้านี้สอบติดวิศวะ แต่พ่อไม่ให้เรียนเพราะมีผู้ชายมากกว่าผู้หญิง จึงมาเอ็นทรานซ์ใหม่ติดคณะเดียวกับดาหวันน้องสาว

“ฮึ อีตาดนัย ทำเป็นอวดเก่ง ป้อหญิง เดี๋ยวแม่จะแกล้งให้หน้าแตก หมอไม่รับเย็บ” ฉวีวรรณแกล้งเปิดเสียงช้างร้องที่อัดไว้ในไอโฟน

“แปร๊น...” เสียงช้างร้อง ทำให้เพื่อนๆนักศึกษาตกใจ พากันวิ่งหนีแตกกระเจิง ดนัยร้องบอกเพื่อนๆให้ตั้งสติ อย่าวิ่งไปแบบนั้น เดี๋ยวจะพลัดหลงกัน

ฉวีวรรณหัวเราะท้องคัดท้องแข็งที่เห็นดนัยวิ่งตามเพื่อนๆ ไม่ทันไร มีเสียงช้างร้องออกมาอีก ฉวีวรรณแปลกใจมองไอโฟนในมือ เพราะตนไม่ได้เปิด พอหันไปมอง มีช้างตัวใหญ่กำลังตกมันวิ่งแผดเสียงเข้ามาอย่างน่ากลัว ฉวีวรรณตกใจทำอะไรไม่ถูก ดนัยย้อนกลับมาช่วยรวบตัวเธอหลบ ทั้งสองล้มกลิ้งไปหลายตลบ จนมาหยุดที่ดนัยทับอยู่บนร่างฉวีวรรณ สองคนสบตากันอึ้งๆ ดนัยถามว่าเธอเป็นอะไรไหม ฉวีวรรณพูดไม่ออก ดนัยเห็นหนอนตัวอ้วนติดอยู่ที่ผมข้างแก้มเธอ เขาก้มหน้าไปใกล้ ฉวีวรรณเข้าใจผิดร้องลั่น

“อย่านะ ไอ้บ้า อย่ามาแตะนะ”

“ใครจะอดใจไหว ดูสิ ทั้งอวบทั้งอึ๋ม ผิวงี้อม ชมพูเชียว” ดนัยสวมรอยแกล้งอำ

“อ๊าย...ไอ้ทุเรศ ไอ้โรคจิต ฉันนึกอยู่แล้วผู้ชายอย่าง นายมันหยาบช้า ลามก โสโครกที่สุด”

“อื้อฮือ ยิ่งมองยิ่งใช่ อยู่ในวัยเจริญพันธุ์เสียด้วย”

“ไอ้ดนัย ไอ้คนสัปดน จิตวิตถาร ต่อให้ฉันตายฉันก็ไม่ยอมให้นายเห็นขาอ่อนฉันหรอก”

“หึๆ...มันสายไปแล้วล่ะ” ดนัยแกล้งยั่ว ก้มหน้าไปที่ซอกหูฉวีวรรณแล้วกระซิบ “ใครจะไปดูน่องหมูตุ๋นเธอให้เสียลูกตา ยัยป้าหวี”

ฉวีวรรณกำลังร้องกรี๊ด ชะงัก “เอ๊ะ...”

ลืมตามองเห็นดนัยหยิบหนอนแก้วออกจากผมตนวางลงบนต้นหญ้า “เอาล่ะ เจ้าหนอนแก้วอวบอึ๋มผิวสีชมพู กลับบ้านเถอะนะ”

“หมายความว่าไง ที่นายพูดเมื่อกี้ทั้งหมด นายหมายถึงหนอนแก้วนี่เหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ ยัยบ๊อง นึกว่าฉันจะปล้ำเธอเหรอ...ตลกเป็นบ้า”

“ไอ้ ไอ้...ไอ้บ้าดนัย ไอ้พิเรนทร์ แกแกล้งฉัน” ฉวีวรรณ เงื้อมือจะตบ

ดนัยจับมือเธอไว้ “โทษทีนะหวี ต่อให้ช้างทั้งโขลงมาเหยียบฉันตาย ฉันก็ไม่มีอารมณ์พิศวาสยัยป้าหวีขาเหวี่ยงอย่างเธอหรอก”

“ไอ้ขี้เก๊ก หลงตัวเอง ฉันจะบอกให้นะ ต่อให้ให้บ้านให้รถ แถมเงินอีกร้อยล้าน หางตาฉันก็ไม่แลผู้ชายหน้าปลวกอย่างนายเหมือนกัน” ฉวีวรรณสะบัดมือออกด้วยความโกรธ

“หยุดนะ ยัยป้าหวีปากทิงเจอร์”

“หุบปากไปเลย ไอ้ดนัยปากมอม”

“เธอว่าฉันเป็นหมาเหรอ...”

“เอากลับไปนอนคิดที่บ้าน แล้วค่อยบีบีมาบอกฉันแล้วกัน” ฉวีวรรณจะเดินหนี

ดนัยเห็นมือถือฉวีวรรณหล่นอยู่จึงเก็บและร้องบอก ทิ้งไว้แบบนี้แล้วจะบีบีไปบอกได้อย่างไร ฉวีวรรณตกใจเข้าคว้าคืน ดนัยแปลกใจท่าทีตกใจของเธอ สงสัยว่ามีความลับอะไรจึงจะกดดู ทั้งสองยื้อแย่งกันจนรู้สึกตัวอีกที ฉวีวรรณเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของดนัย สองคนรู้สึกวูบวาบหวั่นไหว มือดนัยเผลอกดปุ่มไอโฟน ได้ยินเสียงช้างร้อง สองคนผละออกจากกัน ดนัยต่อว่าฉวีวรรณที่แกล้งเพื่อนๆจะเอาตัวไปสารภาพผิดกับทุกคน

“ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันกำลังช่วยผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้ ให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของนาย คนอย่างนายทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ เป็นผู้ชายแสนดี แต่เนื้อแท้แล้วนายเป็นผู้ชายลวงโลกเจ้าชู้หลายใจ” ฉวีวรรณพูดจบ คว้าไอโฟนจากมือดนัยแล้วเดินหนี

ดนัยร้องเรียก ฉวีวรรณเชิดหน้าไม่ต้องมาขอร้อง ดนัยสวนออกไปว่า ทางนั้นมันหน้าผา ฉวีวรรณหน้าแตก สะบัดหน้าเดินไปอีกทาง ดนัยหัวเราะก๊าก

ริมลำธาร ชลิตนั่งโอบไหล่เพื่อน ห้อยเท้าแช่น้ำเหมือนคนรักกัน แถมคุยกะหนุงกะหนิง ดาหวันซึ่งไม่ชอบขี้หน้าอยู่แล้ว ไม่อยากให้พี่สาวตัวเองเป็นแฟนกับหมอนี่ จึงพยายามจะถ่ายวีดิโอไปให้พี่สาวดูว่า ชลิตเป็นเกย์ ชลิตปลุกปล้ำให้เพื่อนเปิดเสื้อให้ดู แล้วร้อง

“โอ้โห ใหญ่กว่าที่ฉันคิดไว้อีก ซ่อนรูปเหมือนกันนะเรา”

“อี๋ หน้าไม่อาย เสื่อมมาก ขอถ่ายชัดๆเต็มๆทีเถอะ” ดาหวันตาโพลง ตัดสินใจโผล่พรวด

ชลิตตกใจ “เธอทำอะไรน่ะ”

“หวันจะเปิดโปงพี่ พี่หวีจะได้รู้ว่าพี่แอ๊บแมน คบพี่หวีบังหน้า...นี่คือ โฉมหน้าคู่เกย์ของนายชลิต ดูซะให้เต็มตา” ดาหวันดึงเพื่อนชลิตให้หันหน้ามา แล้วต้องตกตะลึง

เพราะเพื่อนคนนั้นเป็นสาวทอม ทั้งสองถกแขนเสื้อเบ่งกล้ามแข่งกันอยู่ ดาหวันรู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดก็จะวิ่งหนี ชลิตวิ่งตาม ทั้งสองเถียงกันไปมา ดาหวันผลักชลิตตกน้ำ เขาแกล้งร้องว่าว่ายน้ำไม่เป็น ดาหวันตกใจ ยื่นมือไปช่วย แต่กลับถูกชลิตดึงตกไปด้วย เธอจึงรู้ว่าน้ำตื้น

“นี่พี่หลอกหวัน”

“เธอผลักพี่ตกลงมา เรื่องอะไรจะยอมเปียกคนเดียว”

ดาหวันโมโหทุบตีชลิต เขารวบมือเธอดึงเข้ามากอด หน้าชลิตอยู่ใกล้หน้าดาหวันมากจนเธอตกใจหลับตาปี๋ร้องลั่น ว่าจะฟ้องฉวีวรรณ

“จะฟ้องข้อหาอะไรล่ะ เกย์อีแอบอย่างพี่ จูบเธองั้นเหรอ...จำไว้นะ อย่าล้อเล่นกับผู้ชายแบบนี้อีก” ชลิตยิ้มอย่างเป็นต่อ

ดาหวันลืมตาอย่างโกรธๆ ผลักชลิตแต่เขาดึงเธอล้มไปด้วยกัน หน้าเขาชนแก้มดาหวันอย่างจัง ทั้งสองตกใจ ชลิตยิ้มเจื่อนๆไม่ได้ตั้งใจ ดาหวันอายตบหน้าเขาแล้ววิ่งหนีไป...ดาหวันวิ่งมาหาดนัย ดนัยเห็นดาหวันหน้าตาตื่นเนื้อตัวเปียกปอนแบบนี้ รีบถามว่าใครทำอะไร ดาหวันอึกอักไม่กล้าเล่า พอดีฉวีวรรณเดินมาเห็น เข้าใจผิดไปอีก คิดว่าดนัยทำอะไรน้องสาวตน จึงต่อว่าจะเอาเรื่อง ชลิตตามมาเห็นสองคนทะเลาะกันอยู่ก็เข้าไปผลักอกดนัย ปกป้องฉวีวรรณ

เพื่อนๆเข้าช่วยกันแยกดนัยกับชลิตออกจากกัน ฉวีวรรณดึงตัวดาหวันให้กลับ แต่ดาหวันไม่ยอม วิ่งไปซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ดนัยหนีไปได้

อีกมุมของป่า ธนวัติ ลูกชายนักธุรกิจใหญ่ที่ร่ำรวยมาอย่างไม่โปร่งใสนัก มากับพาณิชย์ลูกพี่ลูกน้องที่โตมาด้วยกัน ทั้งสองเป็นเพลย์บอยตัวยง เข้ามายิงสัตว์เล่น ดนัยกับดาหวันขี่รถผ่านมาเห็น ดนัยไม่พอใจเข้าไปช่วยกวางที่โดนยิง จึงมีเรื่องชกต่อยกับธนวัติและพาณิชย์

พาณิชย์เห็นดาหวันก็เข้าไปลวนลาม ดนัยต่อสู้ปกป้องดาหวันจนเกือบถูกธนวัติยิง โชคดีที่พลาดโดนลูกน้องตัวเองบาดเจ็บจึงพากันกลับไป ฉวีวรรณกับชลิตขับรถตามมาเจอ ดาหวันขอให้ช่วยพาดนัยไปโรงพยาบาล แต่ดนัยกลับบอกให้ช่วยกวางก่อน ฉวีวรรณกำลังจะต่อว่าดนัย แต่พอเห็นกวางบาดเจ็บก็หันมาร่วมมือกับดนัยช่วยกวางก่อน

ธนวัติกับพาณิชย์กลับมาที่ตั้งแคมป์ ซึ่งธานีพ่อของธนวัติกับอุ๊บอิ๊บนั่งคุยอยู่กับศิริ  เศรษฐีเจ้าของฟาร์มนม และเป็นพ่อของฉวีวรรณกับดาหวัน ทั้งสองเป็นเพื่อนเก่า เคยตกลงกันว่าจะให้ลูกๆแต่งงานกัน ศิริไม่คิดรีบร้อนอะไร เพราะแล้วแต่ลูกๆจะพอใจไหม

ooooooo

ดนัยอยู่กับแม่สองคน ฐานะเขาร่ำรวยแต่สองแม่ลูกทำตัวติดดิน นงนุชแม่ของดนัยภูมิใจที่ลูกชายอยากสอบเข้าทำงานกรมป่าไม้เหมือนพ่อที่เสียไป... ผิดกับศิริ ที่ไม่สนใจว่าลูกเรียนจบจะต้องทำงาน เพราะจะให้แต่งงานกับลูกหลานของธานี

หลายครั้งที่ชลิตพยายามจะขอฉวีวรรณแต่งงาน แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยสนใจ เอาแต่บ่นเรื่องไม่อยากให้ดาหวันคบกับดนัย ส่วนดาหวันพยายามจะให้ดนัยขอตัวเองแต่งงานหลังจากเรียนจบ ถึงขนาดเอาแหวนมาจูงใจให้ดนัยรู้สึก แต่เขาก็ดูเฉยเมยเรื่อยๆเปื่อยๆ ฉวีวรรณได้ยินเสียงดาหวันคุยกับดนัย ก็ลุกพรวดไม่ฟังคำขอแต่งงานของชลิต ไปดูน้อง

“ทำอะไรกัน นายจะแต่งงานกับยัยหวันเหรอ ไม่ได้นะ ฉันไม่อนุญาต ยัยหวันยังเด็ก”

“เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว” ดนัยจะอธิบาย แต่ดาหวันโวยวายว่าตนไม่ใช่เด็ก

ฉวีวรรณฉุดดาหวันกลับบ้าน ชลิตถือแหวนยืนเก้ออย่างเสียดาย...คืนนี้มีงานฉลองเรียนจบ ฉวีวรรณจึงขังดาหวันไว้ในห้องไม่ให้ไปหาดนัย ชลิตเศร้าบ่นกับบุญทิ้งและกิมจิที่ฉวีวรรณมาไม่ได้เพราะเฝ้าดาหวัน ชลิตบ่นว่าดาหวันยกใหญ่ แจ๋ถามแทงใจ

“นายไปจงเกลียดจงชังอะไรยัยหวันนักหนา ระวังเถอะ เกลียดอะไรจะได้อย่างนั้น”

“เฮอะ ให้โลกแตกแล้วฉันกลายเป็นขันทีก่อนเถอะ จำไว้นะแจ๋ สเปกฉันต้องสวย มั่น อย่างหวีเท่านั้น เด็กกะโปโล กวนประสาทอย่างยัยหวัน ไม่อยู่ในสายตาฉันหรอก” ชลิตมั่นใจ

ดนัยมาถึง เห็นธนวัติกำลังลวนลามผู้หญิงคนหนึ่ง จึงเข้าไปช่วย เกิดการชกต่อยกันอีก ชลิตเห็นดนัยถูกรุมจึงเข้ามาช่วยอย่างเสียไม่ได้ ตำรวจเข้ามาเป็นจังหวะที่ดนัยแย่งมีดจากธนวัติได้ จึงโดนปรักปรำว่าเป็นคนทำร้ายถูกจับไปโรงพัก ชลิตไปพาผู้หญิงที่โดนลวนลามมาเป็นพยานยืนยันความบริสุทธิ์ให้ดนัย ทั้งดนัยและชลิตจึงจับมือเป็นเพื่อนกัน...ฉวีวรรณ ดาหวัน และอุ๊บอิ๊บรู้ข่าวรีบตามมา อุ๊บอิ๊บกับดาหวันทะเลาะหึงหวงดนัย ฉวีวรรณช่วยดึงน้องออกมาแล้วพากลับบ้าน ดนัยเกรง

ดาหวันเข้าใจผิด จึงตามมาที่บ้าน แต่โดนศิริตะเพิดออกจากบ้านแทบไม่ทัน

ศิริรู้เรื่องวุ่นๆของลูกสาว จึงรับปากแต่งงานกับธานี และพาลูกกลับไปอยู่บ้านที่เชียงใหม่ ดนัยพาชลิต

มาหารือกันที่บ้าน นงนุชแนะนำว่าให้เขาไปขอขมาผู้ใหญ่และอธิบายความจริงใจ...วันรุ่งขึ้น สองหนุ่มถือพานพุ่มมาที่บ้านศิริ รู้จากแม่บ้านว่าทุกคนกลับเชียงใหม่จึงตามไป

ฉวีวรรณกับดาหวันตัดสินใจจะหนี ต่างเก็บกระเป๋าเตรียมพร้อม นัดแนะให้แจ๋มารับในวันหมั้น...ดนัยกับชลิตบุกเข้ามาขอเจรจากับศิริ แต่ศิริกลับเอาปืนไล่ยิง พอดีทองอินเจ้าหน้าที่ป่าไม้แวะมาเยี่ยม ทองอินรู้จักดนัยดี จึงออกตัวปกป้องดนัยกับชลิต และพากลับไปบ้านพัก ดาหวันส่งข่าวมาบอกว่าจะต้องหมั้นในวันพรุ่งนี้ ดนัยกับชลิตจึงตัดสินใจว่าจะต้องพาสองสาวหนี

แผนของแจ๋คือให้กิมจิกับบุญทิ้งแต่งเป็นกะเทยมาคัดค้านการแต่งงาน อ้างตนเป็นเมียของธนวัติกับพาณิชย์ เกิดความชุลมุนในงาน ฉวีวรรณกับดาหวันฉวยโอกาสหอบกระเป๋าจะหนีไปขึ้นรถแจ๋ที่เตรียมไว้ ดนัยกับชลิตโผล่มา  ฉวีวรรณไม่ยอมให้ดาหวันไปกับดนัย โวยวายเรียกพ่อ ดนัยกับชลิตจึงรีบเอากระสอบมา คลุมหัวอุ้มพาหนี แต่ผิดคิวทั้งสองอุ้มไปผิดตัว ชลิตอุ้มดาหวันไปขึ้นรถแจ๋ขับออกไป ดนัยอุ้มฉวีวรรณไปขึ้นรถส่งนมขับหนีไปอีกทาง

สุภาพ หัวหน้าคนงานพาลูกน้องมาช่วยขวางแต่ไม่สำเร็จ ธนวัติโมโหเอาปืนไล่ยิง ดนัยหักรถหลบข้างทาง ไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้ ฉวีวรรณดึงกระสอบที่คลุมหัวออก มือควานไปเจอง่ามไม้ยิงหนังสติ๊ก จึงส่งให้ดนัย

“โชคดีที่มันตกอยู่ในรถ อะ เอาไป”

“เฮ้ย...อะไรของเธอ” ดนัยตกใจ

“ตอนเด็กๆนายเป็นแชมป์ยิงหนังสติ๊กไม่ใช่เหรอ จัดการมันเลยสิดนัย”

ดนัยจึงออกมายืนจังก้า เอาก้อนหินมายิงใส่ธนวัติ ที่ถือปืนยืนบนรถกระบะ เข้ากลางแสกหน้าล้มไป แล้วเขาก็รีบขึ้นรถขับหนีไปอย่างหวุดหวิด ดนัยยังตกใจไม่หายที่ฉวีวรรณมาอยู่ในรถ แทนที่จะเป็นดาหวัน ฉวีวรรณให้ดนัยจอดรถแต่ดนัยจะพาเธอไปเปลี่ยนตัวกับชลิตเพราะโทร.นัดหมายกันไว้ว่าไปเจอกันที่หน้าบ้านทองอิน ฉวีวรรณยื้อแย่งพวงมาลัยให้จอดจนรถเสียหลักไถลลงข้างทาง ทั้งสองหน้ากระแทกคอนโซลหมดสติไป

ooooooo

หอบรักมาห่มป่า เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แจ๊ค ซู-จีน่า" ตื่นเต้นเข้าพิธีวิวาห์ “IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก”

"แจ๊ค ซู-จีน่า" ตื่นเต้นเข้าพิธีวิวาห์ “IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก”
19 พ.ค. 2564

02:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้