ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

หอบรักมาห่มป่า

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ระหว่างที่ศิริกับนงนุชนั่งรถสมุนของธานีไป สมุนอีกกลุ่มก็มาที่รถของศิริซึ่งยางแตกจอดอยู่ข้างทาง เพื่อที่จะเผาทำทีว่าเกิดอุบัติเหตุรถระเบิด แต่สุภาพกับอาหลู่มาเจอก่อน เกิดการไล่ยิงกัน สุภาพกับอาหลู่ถูกยิงตกหน้าผาไป

ศิรินึกได้ว่าลืมมือถือที่รถ พอดีนงนุชร้องขึ้นว่า “เอ๊ะ นี่มันไม่ใช่ทางไปหมู่บ้านชาลันนี่”

สมุนเหลือบมองยิ้มๆแล้วบอกว่าทางลัด แต่นงนุชไม่เชื่อ สั่งให้จอดรถ คนขับเบรกทันทีจนเธอหน้าคะมำ ศิริเริ่มรู้สึกตัวว่าไม่ชอบมาพากล ดึงนงนุชลงจากรถวิ่งหนี สมุนธานียิงเข้าใส่นงนุชร้องกรี๊ด ศิริดึงเธอวิ่งหนีเข้าไปในโรงไม้โดยไม่รู้ตัว ศิริจึงได้เห็นว่ามีไม้แปรรูปกองไว้เป็นจำนวนมาก พร้อมอุปกรณ์การเลื่อยครบ ไม่ทันไร สมุนธานีตามเข้ามา ศิริเป็นห่วงความปลอดภัยของนงนุช จึงยอมให้พวกมันจับ ทันใด รถกระบะตำรวจที่ศิริเคยเห็นจับดนัยกับฉวีวรรณไปแล่นเข้ามา

“นี่มัน...รถที่จับตัวยัยหวี...” ศิริหน้าถอดสี พลันธานีลงมาจากรถ ศิริตะลึง

“หึหึ ทำไมทำหน้ายังงั้นล่ะพี่ศิริ ผมจะมาช่วยปลดปล่อยพี่ให้พ้นทุกข์อยู่เลยนะ”

“ฉันเคยเห็นรถคันนี้ จับตัวยัยหวีกับดนัยไป...แกคิดจะฆ่าปิดปากลูกสาวฉันกับดนัยเพราะทั้งสองคนรู้เรื่องแกค้าไม้เถื่อนใช่มั้ย”

“นับว่าเป็นข่าวดี ก่อนที่พี่จะตายเซลล์สมองของพี่ก็เริ่มทำงานแล้ว”

ศิริโกรธแค้นใจ พุ่งเข้าชกหน้าธานี แต่พอจะเข้าซ้ำ ธานีชักปืนออกมาขู่ ศิริชะงัก นงนุชขอร้องอย่าทำอะไรศิริ อยากได้อะไรให้บอก ธานีตอบว่า...ชีวิตทั้งสองคน...ธานียิงเปรี้ยงออกไปเสียงร้องกรี๊ดดังขึ้น ธานีตกใจตะโกนลั่นว่าใครอยู่ตรงนั้นให้ออกมา

“อ๊าย...ปล่อยฉันนะ มาจับฉันทำไม” สมุนลากตัวอุ๊บอิ๊บออกมา

ธานีตกตะลึง อุ๊บอิ๊บโวยวายใส่ธานี “หนูเถียงแทนป๊ามาตลอดว่าป๊าไม่มีทางค้าไม้เถื่อนป๊าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แล้วนี่มันอะไร ป๊าทำแบบนี้ได้ยังไง”

“หุบปาก...” ธานีตวาด

“หนูจะพูด ป๊าค้าไม้เถื่อนไม่พอ ป๊ายังจะฆ่าคน...” อุ๊บอิ๊บพูดไม่ทันจบ ธานีตบฉาด “ป๊าตบหนูทำไม หนูพูดอะไรผิด”

ธานีสั่งให้หยุดพูด อุ๊บอิ๊บโวยวายว่าตนเกลียดป๊า แล้ววิ่งร้องไห้โฮออกไป ธานีสั่งสมุนจับศิริกับนงนุชมัดไว้ แล้ววิ่งตามอุ๊บอิ๊บออกไป อุ๊บอิ๊บวิ่งมาชนเข้ากับธนวัติกับพาณิชย์ จึงฟ้องทั้งน้ำตาว่า พ่อค้าไม้เถื่อน ธนวัติกับพาณิชย์สบตากันอย่างไม่สะทกสะท้าน ดึงอุ๊บอิ๊บไว้

“พี่วัติ...ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ หรือว่า...”

เสียงธานีดังมาว่าอย่าปล่อย จะเสียงาน อุ๊บอิ๊บจึงรู้ว่าพี่ๆร่วมมือด้วย เธอผิดหวังและเสียใจมาก พาณิชย์เยาะว่า เธอก็ไม่ต่างอะไรกับพวกตน เป็นมารร้ายทำลายชีวิตคนอื่นเหมือนกัน อุ๊บอิ๊บกรี๊ดลั่นว่าตนไม่ชั่วระดับชาติอย่างพวกพี่ๆ ธานีเดือดตวาดอุ๊บอิ๊บว่า เงินที่ใช้สุรุ่ยสุร่ายอยู่ทุกวันก็มาจากเงินชั่วๆพวกนี้ ว่าแล้วก็สั่งธนวัติเอาตัวอุ๊บอิ๊บไปขังไว้

ooooooo

พอมีคนเอาข้าวมาให้เลาซาซึ่งถูกขังอยู่ เลาซา มีเรี่ยวแรงขึ้น  จึงซัดสมุนทั้งสองของพ่อแล้ว
บังคับให้บอกว่าพ่อของตนอยู่ที่ไหน  จึงรู้ว่า

กาซูไปที่บ้านคำแปง  ยายของดาเนา  เลาซาเป็น ห่วงไม่อยากให้พ่อทำร้ายดาเนา จึงรีบตามไป

ขณะเดียวกัน วินยาจะมาปลุกดาเนา พบจดหมายที่ดาเนาเขียนตัวหนังสือโตแบบเด็กๆ

“พี่วินยา ดาเนาขอโทษนะที่ดาเนาไม่ได้บอก

พี่วินยาก่อน ดาเนาขอไปตามหาความจริงให้พบ แล้วดาเนาจะกลับมา”

วินยาตกใจ เกรงดาเนาจะไปหากาซู...ขณะนั้น กาซู มาพบคำแปงที่กระท่อม ทำทีเป็นช่วยเหลือถามไถ่ แล้วทำเป็นเศร้า

“ข้านึกว่าข้าจะไม่มีโอกาสได้พบหน้าลูกชาย ข้าคิดว่าลีซาจมน้ำตายไปแล้ว จนข้าได้ยินข่าวเรื่องป้ากับเด็กผู้ชายที่ชื่อดาเนา”

“แล้วเจ้ารู้ได้ยังไงว่าดาเนาเป็นลูกเจ้า”

“ข้าก็ยังไม่แน่ใจ เลยจะมาถามป้าให้รู้เรื่อง ตอนที่ป้าเก็บเด็กได้ เขามีสร้อยคล้ายๆเส้นนี้ห้อยอยู่ที่คอหรือเปล่า” กาซูหยิบสร้อยเขี้ยวเสือไฟให้ดู

คำแปงเห็นแล้วตะลึง กาซูย้ำว่าถ้าดาเนามีสร้อยแบบนี้ ติดตัวมาด้วย แสดงว่าเป็นลูกของตนแน่ ในเวลานั้น ดาเนาตัดกล้วยแบกจะเอาไปฝากคำแปง เจอชาวบ้านทักทายอย่างเอ็นดู...คำแปงบอกกาซูอย่างยินดีว่า ตลอดเวลา ดาเนาบ่นอยากมีพ่อแม่เหมือนคนอื่นเขา

“หมายความว่า ดาเนามีสร้อยเขี้ยวเสือแบบนี้ติดตัวมาใช่ไหมป้า”

“มีสิ แต่เป็นทอง ข้ากลัวดาเนามันจะทำหาย ข้าก็เลยเก็บไว้อย่างดี ไม่เคยบอกดาเนามันด้วยซ้ำไป เดี๋ยวนะ ข้าจะไปหยิบมาให้ดู” คำแปงเข้าไปในห้องนอนในกระท่อม

คำแปงถือสร้อยเขี้ยวเสือไฟติดมือไปด้วย ค้นในตู้หยิบตลับไม้ออกมาเปิดดู มีสร้อยเขี้ยวเสือทองคำขาว จึงเอาออกมาเทียบดู ยิ้มอย่างพอใจ ทันใด กาซูตามเข้ามา คำแปงตกใจ

“ว้าย เจ้าตามเข้ามาทำไม...ออกไปรอข้างนอก”

“หึหึ เด็กนั่นเป็นไอ้เด็กลีซาจริงๆซะด้วย”

คำแปงเริ่มไม่ชอบมาพากล ถามว่าพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร กาซูหัวเราะเยาะและชักมีดออกมาแทงเข้าที่ร่างคำแปง เลือดทะลักออกปากตายคาที่ “ขอบใจมากที่เก็บสร้อยเส้นนี้ไว้เป็นความลับตลอดมา...ไม่มีแกซักคน ก็จะไม่มีใครรู้ความลับว่ามันเป็นน้องนังวินยา”

ทันใด เสียงดาเนาร้องเรียก ยายจ๋า...กาซูหันขวับมองไปหน้ากระท่อม เห็นดาเนากำลังวิ่งมา จึงสร้างสถานการณ์ เอาเลือดคำแปงเขียนข้อความว่า “ระวังวินยา รีบไปหาพ่อกาซู...”

แล้วยังเอาสร้อยเขี้ยวเสือไฟของวินยาใส่ไว้ในมือคำแปง และเอากล่องสร้อยของดาเนาไป พอดาเนาวิ่งเข้ามา ก็ทำทีเป็นก้มๆเงยๆข้างศพแล้วกระโดดหนีไปทางหน้าต่าง ดาเนาตกใจวิ่งเข้าไปดูยายเห็นเลือดท่วมตัวก็ร้องสุดเสียงอย่างเสียขวัญ

เลาซาซึ่งตามมา ได้ยินเสียงร้องของดาเนาก็รีบเข้ามาแอบดู เห็นดาเนากอดยายร้องไห้โฮพร้อมกับอ่านข้อความที่เขียนด้วยเลือด ดาเนาร้องลั่น “พี่วินยาฆ่ายายทำไม...อ๊าก...”

พลังจิตของดาเนาทำให้ข้าวของในกระท่อมสั่นสะเทือนล้มโครมครามไปหมด เลาซาพึมพำว่าวินยาไม่ได้ทำแน่ จะเข้าไปหาดาเนา พลัน เหมือนโดนพลังดึงตัวเขาลอยออกไป หล่นกระแทกพื้นกลางป่าต่อหน้ากาซู

“ไอ้ลูกเนรคุณ นึกหรือว่าจะทำลายแผนข้าได้ง่ายๆ”

“ท่านพ่อ เป็นฝีมือของท่านจริงๆ” เลาซายังตัวงอเจ็บปวด

กาซูชูสร้อยเขี้ยวเสือทองของดาเนาให้เลาซาดู พร้อมกับบอกว่า ดาเนาเป็นน้องของวินยาจริงๆ และเขากำลังยืมมือน้องให้ฆ่าพี่ เลาซามองพ่ออย่างปวดร้าว สังเวชใจ

“ท่านโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว”

“ความรักต่างหากที่ทำให้เจ้าอ่อนแอ เพราะนังวินยาคนเดียว เจ้าถึงเปลี่ยนไป”

“ใช่ วินยาทำให้ข้าเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่ความรักของหนุ่มสาว แต่เป็นความรักในถิ่นฐานบ้านเกิด ที่ท่านพ่อควรจะมีในหัวใจบ้าง”

กาซูตบหน้าเลาซาเลือดกบปาก เลาซามองอย่างเจ็บปวด ประกาศว่าตนยอมเป็นลูกอกตัญญู แต่ไม่ยอมให้พ่อทำผิดอีก เลาซาจะวิ่งออกไป กาซูมองตามอย่างเดือดดาล บันดาลให้ผีดิบโผล่ขึ้นมาจากดิน 4-5 ตัว ล้อมเลาซาไว้ กาซูด่าว่าเลาซาโง่โดนผู้หญิงหลอก

“ท่านพ่อนั่นแหละที่โดนพวกนายธานีหลอก พวกมันหลอกใช้ท่านพ่อ”

“เจ้าโดนล้างสมองไปแล้วสินะ” กาซูโกรธ ทำนิ้วกรีดในอากาศ แต่ขาเลาซามีเลือดไหลเป็นทางร้องอย่างเจ็บปวดจนหมดสติไป เขาโดนกาซูใช้พลังตัดเส้นเอ็นที่ขา

ooooooo

เมื่อดนัยรู้สึกผิดสังเกตที่แม่กับศิริหายไปนาน จึงออกตามหาพร้อมทองอินและชลิต โดยสั่งแจ๋ไว้ว่า ถ้าศิริกลับมาบ้านให้โทร.บอกตน แต่อย่าบอกเรื่องนี้กับฉวีวรรณและดาหวัน วินยามาเจอกับพวกดนัยกลางป่า เธอบอกว่ามาตามหาดาเนา ไม่ทันไร ลูกน้องมารายงานว่าพบรอยเลือดตามใบไม้ แสดงว่ามีการต่อสู้กันบริเวณนี้ ดนัยใจหายหวังว่าคงไม่ใช่แม่ของตน

ในขณะที่ศิริกับนงนุชถูกจับมัด ธานีจะยิงศิริทิ้ง ธนวัติขวางไว้และเสนอว่า น่าจะใช้เป็นเหยื่อล่อให้ดนัยกับชลิตมาติดกับ แล้วกำจัดทั้งหมดทีเดียว พาณิชย์เสนออีกว่า ให้เรียกค่าไถ่จากฉวีวรรณสักร้อยล้านมาใช้เล่น ธานีชอบใจที่ลูกกับหลานพัฒนาความฉลาดขึ้น...

พวกดนัยเดินตามรอยเลือดมาพบสุภาพกับอาหลู่นอนหมดสติเลือดท่วมตัวอยู่ก็ตกใจเข้ามาช่วย พาไปให้สางโปรักษา จึงรู้ว่าศิริกับนงนุชไปที่ปางไม้ของธานี

และแล้วฉวีวรรณก็ได้รับการติดต่อจากธนวัติ เรียกเงินค่าไถ่ตัวศิริกับนงนุช พอดีดาหวันยกสายอีกเครื่องฟังอยู่จึงได้ยินว่า พวกนั้นเรียกค่าไถ่ร้อยล้าน โดยให้เอาเงินสดมาให้ที่สะพานข้ามห้วยแม่ตุ๊ ให้ฉวีวรรณมาคนเดียว ห้ามตุกติกไม่อย่างนั้นศิริตาย

เมื่อฉวีวรรณมาไขตู้เซฟเอาเงิน ดาหวันร้องไห้จะไปช่วยพ่อเอง ฉวีวรรณเอ็ดให้อยู่เฉยๆดีกว่า ดาหวันโวย “ไม่ต้องมาสั่งได้มั้ย”

“ไม่ได้ ฉันขอสั่งให้เธอกลับไปอยู่ในห้อง จนกว่าฉันจะจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว แจ๋ กิมจิ จับยัยหวันที”

“ปล่อยหวันนะ พี่หวีบ้า พี่หวีเผด็จการ เอาแต่ใจตัวเอง หวันเกลียดพี่หวีที่สุดในโลก” ดาหวันโวยวายเมื่อแจ๋กับกิมจิลากตัวขึ้นบ้านไป

“ขอโทษนะหวัน พี่ไม่อยากให้น้องไปเสี่ยงอันตราย” ฉวีวรรณรำพึง สีหน้าเครียด...

ดาเนาจัดการฝังศพยายไปร้องไห้ไป พร่ำพูดจะไม่ให้อภัยคนที่ทำกับยาย...กาซูนั่งทำสมาธิอยู่บนเนินมุมหนึ่งในป่า เขารับรู้การมาของดาเนา จึงร้องบอกไปว่า หลบอยู่ทำไม ดาเนาเดินเข้ามายืนนิ่งไม่พูดไม่จา กาซูทำเป็นรู้ใจ

“ดาเนา...เจ้ามีเรื่องอะไรให้ข้าช่วยหรือเปล่า”

“ยายข้าตายแล้ว ยายบอกให้ข้ามาหาพ่อ”

“เจ้าว่าอะไรนะ” กาซูทำเป็นปลื้มปีติดีใจ

“พ่อ...ท่านพ่อ”

กาซูรีบลุกมาหา “ลูกพ่อ ดาเนา พ่อไม่นึกเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่เจ้ายอมรับว่าข้าเป็นพ่อ”

ดาเนาเล่าเรื่องที่ยายโดนฆ่าและเขียนด้วยเลือดสั่งไว้ กาซูทำเป็นตกใจและเคียดแค้นวินยา พร้อมกับยุว่า วินยากลัวว่าคำแปงจะบอกความจริงว่าดาเนาเป็นลูกตน ดาเนาเสียใจ ควบคุมพลังจิตไม่อยู่ ทำให้เกิดลมพายุโหมกระหน่ำขึ้นมา กาซูปลอบให้ดาเนาสงบลง ดาเนาบอกว่าตนอยากแก้แค้นให้ยาย กาซูดีใจแสยะยิ้มดูร้ายกาจ

“ได้สิ ลูกรัก...ศัตรูของลูกก็เหมือนศัตรูของพ่อ พ่อจะช่วยลูกกำจัดนังวินยาเอง...”

หลังจากหมดสติไป เลาซาฟื้นขึ้นมาในห้องขังที่ไม่ได้ปิดประตู จะลุกหนีพบว่าตัวเองขาพิการไปข้างหนึ่ง ข้างที่มีรอยกรีดเป็นทางยาว เขาร้องอย่างเจ็บปวด กาซูเข้ามาหัวเราะเยาะก้อง

“กรงไม่ได้ใส่กุญแจแท้ๆ แต่ทำไมถึงหนีไม่ได้ล่ะ เลาซา”

“ท่านพ่อ...”

“โดนตัดเอ็นขา กลายเป็นไอ้เป๋แบบนี้ เจ้าก็หมดปัญญาไปช่วยนังวินยาแล้ว”

“โหดเหี้ยมอำมหิต”

กาซูตบหน้าเลาซาฉาด “ข้าไม่ฆ่าเจ้าก็บุญเท่าไหร่แล้ว ไอ้ลูกทรยศ”

เลาซาว่าดาเนาไม่มีวันฆ่าวินยาตามแผนร้ายของพ่อหรอก กาซูหัวเราะคิดว่าตนโง่หรือ กาซูหยิบผลไม้ลูกเล็กๆ

สีดำให้ดู เลาซาตกใจ “ว่านอมนุษย์...”

“ถูกต้อง ถ้าเด็กดาเนามันไม่ยอมฆ่านังวินยาขึ้นมาจริงๆ ข้าก็จะเอาว่านอมนุษย์ให้มันกินมันก็จะตกเป็นทาสของข้า แล้วกลายร่างเป็นอมนุษย์ที่มีพลังเพิ่มขึ้นได้อีกสิบเท่า คราวนี้อย่าว่าแต่ฆ่าพี่ฆ่าน้องเลย ต่อให้ข้าสั่งให้มันฆ่าตัวตาย มันก็ทำ ฮ่าๆๆๆๆ”

“ไม่นะท่านพ่อ อย่าทำอะไรดาเนากับวินยาเลย ข้ากราบขอร้องท่านล่ะ”

กาซูขยับเท้าหนีแล้วเตะหน้าเลาซากระเด็น ความแค้นใจลูก ทำให้กาซูใช้พลังจิตระเบิดก้อนดินใส่เลาซาจนเลือดอาบตัว “ยิ่งเจ้าอยากปกป้องนังวินยา ข้าก็จะรีบทำลายมัน ในคืนนี้”

เลาซานอนหมดเรี่ยวแรงอยู่พึมพำ “วินยา ข้า...จะช่วยเจ้าได้ยังไง อ๊อก...วินยา...”

ooooooo

จัดการเตรียมเงินใส่กระเป๋าเรียบร้อย ฉวีวรรณแต่งตัวทะมัดทะแมงถือกระเป๋าจะมาขึ้นรถ แจ๋ตามมาขวาง ขอให้โทร.ชวนดนัยไปเป็นเพื่อน แต่ฉวีวรรณไม่ยอม แถมบอกว่าตนเลิกคบกับดนัยแล้ว และว่าถ้าแจ๋โทร.บอกดนัย ตนก็จะเลิกคบกับแจ๋ด้วย

แต่พอฉวีวรรณขับรถออกไป ดนัยก็โทร.เข้ามาหาแจ๋พอดี แจ๋ดีใจ “เฮ้ย ดนัย จังหวะเทพมากเลยแก...ฉันไม่ได้โทร. นะหวี ดนัยมันโทร.มาเอง ฮัลโหล ดนัย เกิดเรื่องใหญ่แล้ว...”

แจ๋สาธยายเรื่องทั้งหมด ดนัยตกใจ ต่อว่าแจ๋ที่ปล่อยฉวีวรรณไปลำพัง แจ๋เถียงว่าตนห้ามแล้วแต่ฉวีวรรณไม่ฟัง ไม่ทันไร กิมจิวิ่งหน้าตื่นมาบอกว่า ดาหวันหนีไป ดนัยได้ยินตกใจร้องออกมา ทำให้ชลิตได้ยินแย่งมือถือมาถาม “เกิดอะไรขึ้น หวันหนีไปไหน...”

แจ๋ตอบตามตรงว่าไม่รู้ ทั้งชลิตและดนัยเป็นห่วง

ฉวีวรรณและดาหวัน ทั้งสองเชื่อว่าดาหวันต้องตามฉวีวรรณไปที่นัดหมายแน่...ดนัยขอให้ทองอินกับวินยาช่วย ทั้งสองเต็มใจ ชลิตแปลกใจว่าดนัยมีแผนอะไร ดนัยยิ้มกริ่มตอบว่า... แผนที่หนึ่ง สามัคคีคือพลัง

ระหว่างที่ฉวีวรรณขับรถมาตามทาง ได้ยินเสียงคนบ่น “ขับรถหรือขี่อูฐเนี่ย”

เธอจึงเร่งเครื่องให้เร็วขึ้นแล้วเบรกอย่างแรง ดาหวันหน้าคะมำชนเบาะหลังร้องโอดโอย

“สมน้ำหน้า...ยังจะหลบอีกเหรอยัยหวัน ฉันรู้นะว่าเธอแอบตามมาด้วย”

“อ้าว เมื่อกี้พี่หวีแกล้งหวันดิ พี่อะไรนิสัยไม่ดี”

ฉวีวรรณหันมาเอ็ดที่ดาหวันดื้อตามมา ดาหวันโต้ว่าพี่ใจยักษ์ สองพี่น้องเถียงกันไปมา พลันดนัยกับชลิตเดินออกจากข้างทางมาขวางหน้ารถ ดาหวันชี้บอก ฉวีวรรณหันกลับมามองตกใจ เหยียบเบรกแทบไม่ทัน สองหนุ่มโดดหลบลงข้างทาง ฉวีวรรณกับดาหวันตกใจรีบลงจากรถมาดู ดนัยกับชลิตยิ้มดีใจที่พบคนรัก วินยาตามมาพร้อมทองอิน หน้าเจื่อนสะเทือนใจนิดๆ

ดนัยกับชลิตพร่ำบอกว่า คิดถึงและเป็นห่วง ฉวีวรรณกับดาหวันอมยิ้มแต่ยังวางฟอร์มเดินปึ่งกลับไปที่รถ

“บ้าจริง ตามมาทำไมไม่รู้” ฉวีวรรณบ่น

“มาทางไหน ก็รีบกลับไปเลย” ดาหวันบ่นปอดแปด

สองพี่น้องเดินมาเจอกันก็สะบัดหน้าหันหลังให้กัน ดนัยกับชลิตตามมา ดนัยตำหนิ

“คนเรา...หน้าสิ่วหน้าขวานยังจะมาทะเลาะกันอีก”

“โกรธใครก็โกรธไป แต่พี่น้องไม่น่าจะมาโกรธกันเอง” ชลิตเสริม

สองพี่น้องหันขวับมาจะเอาเรื่อง พูดพร้อมกัน “มันไม่ใช่เรื่องของนาย”

“ก็ใช่ แต่ถ้าพ่อของพวกเธอมาเห็นพวกเธอสองคนทะเลาะกันแบบนี้ ตอบหน่อยสิว่าท่านจะรู้สึกยังไง” ดนัยติง

“ถ้าหวันกับหวีรักพ่อ ก็อย่าทำให้พ่อเสียใจเลยดีกว่า” ชลิตเตือนอีกคน สองพี่น้องเริ่มอ่อนลง ชลิตกับดนัยดึงมือสองพี่น้องให้จับกัน

สองพี่น้องดื้อดึงหาว่ามีสิทธิ์อะไรมาสั่งพวกตน ทองอิน กับวินยาเดินเข้ามาบอกว่าพวกตนเห็นด้วยกับดนัยและชลิต ฉวีวรรณอึ้งหันมาจับมือดาหวันแต่ไม่วายปากเสีย...สงบศึกเพื่อพ่อ

“ก็ได้ เพื่อพ่อเท่านั้น” ดาหวันยอมจำนน

“มันต้องอย่างนี้สิ สามัคคีคือพลัง” ดนัยพูดขึ้นอย่างดีใจแล้ววางมือทับมือฉวีวรรณ

แจ๋กับกิมจิขี่รถตามมา วิ่งเข้ามาจับมือด้วย วินยากับทองอินวางมือทับ ปิดท้ายด้วยชลิต

“ถ้าทุกคนร่วมมือกัน เราต้องช่วยลุงศิริกับแม่นงนุชได้แน่นอน” ชลิตสรุป แจ๋ร้องเย้...

ooooooo

แม้เป็นลูกแต่ก็โดนมัด อุ๊บอิ๊บร้องโวยวายว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด พ่อต่างหากที่เป็นคนผิด สมุนที่เฝ้าเข้ามาเตือนว่าร้องจนคอแตก เสี่ยก็ไม่ปล่อย อุ๊บอิ๊บจึงนึกแผนได้ ทำเป็นยั่วยวนให้ช่วยแก้มัดให้ตน พอสมุนแก้มัด เธอก็จับมือเขาไว้แล้วร้องเอะอะว่าโดนปล้ำ สมุนอีกคนเข้ามาจึงชกต่อยกัน อุ๊บอิ๊บฉวยโอกาสหนี เธอวิ่งไปที่ห้องขังบุญทิ้ง ร้องไห้กอดเขา

“คุณอุ๊บอิ๊บเป็นอะไรไปครับ ร้องไห้ทำไม”

“นายเป็นคนที่ฉันไว้ใจได้ใช่มั้ย นายไม่ได้หลอกฉัน โกหกว่าเป็นคนดีเหมือน...ฮือๆ”

“เหมือนใครหรือฮะ ใครทำให้คุณเสียใจ...คุณดนัยอีกล่ะสิ” เห็นอุ๊บอิ๊บส่ายหน้า “ไม่ใช่คุณดนัย แล้วยังจะมีใครทำให้คุณร้องไห้ได้อีก เขาต้องเป็นคนที่คุณรักมากที่สุดสินะ”

อุ๊บอิ๊บยิ่งร้องไห้โฮ บุญทิ้งชักงงถามว่ามันเกิดเรื่องอะไร อุ๊บอิ๊บไม่กล้าบอก โกหกไปว่าดูหนังสะเทือนใจมา อุ๊บอิ๊บแก้มัดให้บุญทิ้ง แล้วดึงเขาให้หนีไปด้วยกัน

คืนนั้น ธนวัติกับพาณิชย์ยืนรอฉวีวรรณเอาเงินมาไถ่ตัวศิริที่สะพานข้ามห้วยแม่ตุ๊ สักพักรถฉวีวรรณแล่นเข้ามาจอดที่เชิงสะพาน สมุนธนวัติกระจายกันล้อมไว้ ไฟรถส่องหน้า

“นั่งเป็นหุ่นอยู่ได้ ทำไมยังไม่ลงมาอีก” พาณิชย์ป้องหน้ามอง

“หึๆ คงกลัวจนตัวสั่นแล้วสิท่า” ธนวัติเยาะ

พาณิชย์ตะโกนบอกให้รีบลงมาจากรถ และถามว่ามาคนเดียวหรือเปล่า ธนวัติให้สมุนไปเอากระเป๋าเงินลงมาก่อน คนที่ขับรถมาคือวินยาแต่งชุดของฉวีวรรณ วินยาเหวี่ยงกระเป๋าใส่สมุนแล้วเตะล้มลงไปสามคน ธนวัติกับพาณิชย์เห็นว่าเป็นวินยา โกรธมากชักปืนยิงใส่ ทองอินเข้ามายิงกันให้วินยาหนีออกมา วินยาถามทองอิน

“ถ่ายไว้ได้ไหม พี่ทองอิน”

ทองอินตบกระเป๋าสะพาย “แจ่มมาก หลักฐานทั้งหมดอยู่ในกล้องแล้ว”

ธนวัติยิงเข้ามาอีกแล้วสั่งสมุนไปเอากระเป๋าเงินมา วินยา ยิงสมุนดับ พาณิชย์วิ่งมาหยิบกระเป๋าเงินวิ่งหนีไปกับธนวัติ ทองอินกับวินยาไล่ตาม สองคนพยักหน้าแยกกันไปดักคนละทาง

ขณะเดียวกัน เกิดระเบิดตูมๆในหมู่บ้านชาลัน ชาวบ้านวิ่งหนีกันหวีดร้อง เสียงกาซูสั่งลูกน้อง “ถล่มมันให้ยับ...”

ดาเนาซึ่งมาด้วยทำหน้าลำบากใจ มองกาซูที่หัวเราะร่า “ฮ่าๆๆ คืนนี้เพลิงแค้นจะเผาผลาญหมู่บ้านชาลันให้ราบเป็นหน้ากลอง”

กาซูให้ดาเนาจัดการเผาบ้านชาวบ้าน ดาเนาใช้พลังจิตเพ่งไปที่กองฟางเกิดไฟลุกพรึบเพราะไม่อยากทำร้ายใคร...

ด้านธนวัติกับพาณิชย์หอบกระเป๋าเงินวิ่งหนีมาเห็นรถกระบะแล่นมาคันหนึ่ง ทั้งสองออกมาขวางรถ คนขับลงมาโวยวายว่าอยากตายหรือ ธนวัติยิงใส่ตูม คนขับตายคาที่แล้วชิงรถไป วินยาตกตะลึงกับความอำมหิตของธนวัติ พลัน มีพลุจุดขึ้นบนท้องฟ้าหลายนัด วินยาตกใจ

“หมู่บ้านชาลัน มีอันตราย...” วินยาบอกทองอินหน้าตื่น

เลาซาเดินขากะเผลกในป่า ได้ยินเสียงพลุ เขาหน้าซีด “พลุส่งสัญญาณ แสดงว่าท่านพ่อกำลังทำลายหมู่บ้านชาลัน ข้าจะทำยังไงดี ขาก็เป็นแบบนี้ อ๊าก...ทำไมข้าไม่มีพลังพิเศษบ้างทำไมๆ” เลาซาทุบขาตัวเองผลั่กๆระบายอารมณ์

แล้วเลาซาก็หวนนึกถึงคำพูดของกาซูที่ว่าถ้าดาเนาไม่ยอมฆ่าวินยา จะเอาว่านอมนุษย์ให้กิน กินแล้วจะตกเป็นทาสและกลายร่างเป็นอมนุษย์ที่มีพลังเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า...

เลาซาครุ่นคิด

วินยาสีหน้าเป็นกังวลอย่างมาก “ฉันเห็นพลุแล้วใจไม่ดีเลยที่หมู่บ้านต้องเกิดเรื่องร้ายแน่ๆ ฉันต้องรีบกลับไปที่หมู่บ้านแล้วล่ะพี่ทองอิน”

“ชาวชาลันคงต้องการวินยามากที่สุด รีบไปเถอะ ไม่ต้องห่วงทางนี้หรอก”

วินยาขอบคุณทองอินและฝากบอกดนัยว่าตนจะเอาใจช่วย ทองอินโทร.ส่งข่าวดนัยว่าแผนหนึ่งสำเร็จ ดนัยอยู่กับฉวีวรรณซึ่งสวมชุดวินยาในรถบรรทุกสิบล้อ เขาหันมาบอกเธอว่าเดินหน้าแผนสอง ว่าแล้วดนัยก็เหยียบคันเร่ง รถแล่นฉิวออกไป

ooooooo

พอรู้ว่าอุ๊บอิ๊บหนีไปได้ ธานีก็เล่นงานลูกน้องที่เป็นคนเฝ้าและไล่ให้ไปตามอุ๊บอิ๊บกลับมาให้ได้ ขนาดหน้าสิ่วหน้าขวานยังไม่วายมีสาวๆฉอเลาะอยู่ข้างๆสองคน สองสาวออดอ้อน

“ป๋าขา อารมณ์เสียอะไรกันคะ”

“ป๋าไปเล่นตี่จับกับหนูดีกว่านะคะ...นะคะป๋าขา

“อะ ก็ได้ๆฉันเห็นกับพวกเธอนะเนี่ย” ธานีโอบสาวๆออกไป

ธนวัติกับพาณิชย์โทร.หาธานี หงุดหงิดที่ไม่รับสาย “โธ่เว้ย ป๊ามัวไปทำอะไรอยู่”

“พวกมันแสบมาก มันต้องร่วมมือกันตลบหลังพวกเราแน่ๆ” พาณิชย์คาดการณ์

“ไอ้ดนัย ไอ้หัวโจก แกบังอาจมาก”

“พี่จะเอายังไงต่อไปล่ะ”

“แก้แค้นสิวะ มันต้องแหลกกันไปข้าง” ธนวัติแค้นใจ...

ด้านอุ๊บอิ๊บดึงบุญทิ้งวิ่งหนีไปตามทางรถไฟจนเหนื่อยอ่อน อุ๊บอิ๊บโอดโอยทำไมยากลำบากอย่างนี้ เท้าระบมหมดแล้ว บุญทิ้งจึงตำหนิ

“เจริญพร ไม้หมอนเขามีให้รถไฟวิ่ง ไม่ใช่ให้คุณอุ๊บอิ๊บวิ่งไงครับ”

อุ๊บอิ๊บหยุดกึกหันมาต่อว่าบุญทิ้งแทบชน “นี่หัดคิดบ้างสิ ถ้าเราไปตามทางถนนธรรมดาเกิดเจอป๊ากับพวกพี่วัติ พี่พาณิชย์ก็ซวยน่ะสิ มาตามทางรถไฟอย่างนี้แหละ ไม่มีใครคาดถึง”

“คุณมีปัญหาอะไรกันแน่ ทำไมคุณถึงต้องหนีพ่อกับพี่ชายคุณขนาดนี้”

“ก็เพราะนายไงล่ะ...” อุ๊บอิ๊บไม่อยากบอกเรื่องไม่ดีของพ่อกับพี่

“เพื่อผมเนี่ยนะ คุณรู้จักช่วยคนอื่นด้วยเหรอ” บุญทิ้งไม่อยากเชื่อ

อุ๊บอิ๊บสะเทือนใจ รู้สึกผิดที่ไม่ได้ช่วยศิริกับนงนุชมาด้วย “ฉันไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอก เพราะอีกสองคนที่เหลือฉันก็เลือกที่จะปล่อยเขาไว้มากกว่าพามาด้วย”

“สองคนไหนอีกล่ะครับ มีใครโดนจับอีกเหรอ”

อุ๊บอิ๊บตัดบทอย่ามาถาม พลันเห็นแสงไฟรถแล่นมาตรงถนนที่ตัดกับทางรถไฟ บุญทิ้งรีบดึงมือเธอวิ่งไปโบกรถ ทั้งสองยิ้มอย่างมีความหวัง พอรถจอดคนในรถมองออกมาแสยะยิ้ม อุ๊บอิ๊บร้องกรี๊ดลั่นอย่างตื่นกลัวเพราะคือธนวัติกับพาณิชย์...

ooooooo

รถสิบล้อที่ดนัยขับมามีฉวีวรรณนั่งข้างๆ แล่นมาจอดหน้าป้อมยามโรงไม้ สมุนของธานีโบกให้จอดเพื่อถามว่ามาทำอะไร ดนัยกับฉวีวรรณดึงหมวกมาปิดหน้า ก้มหน้าก้มตานิ่ง

“เฮ้ย...เป็นใบ้หรือไงวะ แกเข้ามาทำไม”

“เอาของมาส่ง” ดนัยตอบห้วนๆ

“ของอะไร ใครสั่งอะไรวะ”

ฉวีวรรณเห็นท่าไม่ดี รีบชะโงกหน้ามาตอบ “เดี๋ยวนะพี่ เดี๋ยวหนูจัดให้พี่เอง รอเดี๋ยว” เธอโดดลงจากรถ ยื่นกล่องพลาสติกใส่ไส้อั่วให้ “นี่ไงจ๊ะพี่ ไส้อั่วที่สั่งไว้น่ะ”

“เฮ้ย...” สมุนธานีมองลูกน้องว่าใครเป็นคนสั่ง

“ไม่ต้องเฮ้ย ไฮ้แล้ว เนี่ยขนมาเต็มรถเลยนะ”

พวกสมุนงงเป็นไก่ตาแตก ฉวีวรรณพยักพเยิดว่าจริงๆ... ชลิตเปิดผ้าคลุมท้ายรถสิบล้อโดดลงมามองซ้ายมองขวาเห็นปลอดคน ส่งสัญญาณให้ดาหวัน แจ๋ และกิมจิโดดตามลงมา ฉวีวรรณยังอ้อล้อถ่วงเวลา ดนัยเซ็งกับมุกเห่ยๆของฉวีวรรณ พวกสมุนไม่สนใจเธอ สั่งคนไปดูท้ายรถ ฉวีวรรณรีบพยายามอ้อนขวาง

“เดี๋ยวสิพี่ ชิมก่อนนะ ไม่งั้นน้องเสียใจแย่เลย นะพี่นะ กินเลยๆ”

“เฮ้ย ไม่เอา ไม่กิน...พูดไม่รู้เรื่องหรือไงวะ”

สมุนปัดกล่องไส้อั่วผลักฉวีวรรณไปกระแทกรถร้องลั่น ดนัยโมโห ปากล่องเครื่องมือช่างลงมาใส่หัวสมุนคนหนึ่งทรุดลงแล้วร้องว่า “ขอโทษ หลุดมือ...”

พวกสมุนโกรธ กรูเข้าจัดการ ดนัยตั้งท่ารับและต่อสู้อย่างดุเดือด ในขณะที่ชลิตนำดาหวันกับเพื่อนย่องเข้าไป

ในโรงไม้ เพื่อช่วยศิริกับนงนุช ฉวีวรรณคอยช่วยดนัยเวลาพลาดพลั้ง

ธานีเสร็จภารกิจกับสาวๆได้รับโทรศัพท์รายงานเรื่องดนัยกับพวกก็แค้นจัด คำรามว่าจะปิดบัญชีแค้นนี้เอง...

ดาหวันเข้ามาเห็นศิริกับนงนุชถูกมัด ดีใจวิ่งเข้ามา

กอดพ่อ ชลิตเข้ามาช่วยแก้มัดให้นงนุช เธอรีบถามถึงดนัย กิมจิกับแจ๋ให้รีบออกไปช่วยดนัยกับฉวีวรรณข้างนอก ทั้งหมดกำลังจะออก จู่ๆไฟในโรงไม้สว่างพรึ่บขึ้น ทุกคนชะงัก เสียงธานีดังเข้ามา

“พวกแกนึกว่าจะหนีไปได้ง่ายๆเหรอ” ธานีเดินเข้ามาพร้อมสมุนจำนวนมาก

“ไอ้ธานี...” ศิริมองด้วยความเจ็บแค้น

“ลูกชายฉันรายงานมาแล้วว่าพวกแกทำไว้แสบแค่ไหน งานนี้ถ้าไม่มีการตายหมู่ก็อย่าเรียกว่าไอ้ธานี” ธานีโบกมือให้ ลูกน้องโผล่ออกมาล้อม

“ไม่รอดแล้วเว้ย งานนี้แต่เพื่อความถูกต้อง ตายเป็นตาย” กิมจิสบถ

“แกพูดถูกกิมจิ พวกเราทุกคนไม่มีใครเสียดายชีวิตหรอก ถ้าจะต้องตายเพื่อพิทักษ์ป่าไว้ให้คนไทยทุกคน” ชลิตเสริม

“อย่ามาทำเป็นพระเอกแถวนี้เลย ไอ้ลูกหมา” ธานีเยาะ

“เลิกทำตัวเลวๆเสียทีสิ ไอ้เสี่ยชั่ว” ชลิตด่า

“ข้าเลือกได้แล้วว่าใครควรจะกินลูกตะกั่วเป็นคนแรก” ธานียกปืนเล็งไปที่ชลิต

ดาหวันเข้ามาปกป้องชลิต ศิริตกใจระคนแปลกใจ ดาหวันต่อว่าธานี “ถึงแกจะฆ่าพวกเราตายหมด แกก็ไม่มีทางหนีความผิดพ้นหรอก”

“ฮ่าๆๆ หลานสาวอย่ามาขู่คุณอาได้มั้ย”

“ฉันไม่ได้ขู่ พี่ทองอินกำลังพาตำรวจมาที่นี่ เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะ แกต้องโดนจับเข้าคุกแน่นอน”

“หุบปาก...” ธานีชักหวั่น เบนปากกระบอกปืนไปทางดาหวัน

ชลิตดึงดาหวันมาหลบหลังตน ธานีหัวเราะเยาะ อยากเป็นคนดีก็ตายเสียก่อน ดาหวันร้องเรียกชลิต ทันใด รถสิบล้อของดนัยพุ่งเข้ามาในโรงไม้ ชนกองไม้ข้างหน้ากระเด็น เขาตั้งใจพุ่งเข้าใส่ธานี สมุนแตกฮือ ธานีล้มลงร้องโอดโอย ดนัยจอดรถแล้วโดดลงมาพร้อมฉวีวรรณ ศิริกับนงนุชดีใจที่พบลูก ทั้งสองวิ่งเข้ากอดพ่อแม่ของตน

“รีบหนีก่อนเถอะครับ” ดนัยบอกทุกคน

“ไม่ต้องมาสอนฉัน” ศิริยังเคือง ฉวีวรรณรีบดึงพ่อไป

ธานีโวยวายสั่งลูกน้องตามพวกดนัย ทุกคนวิ่งออกมาหน้าโรงไม้ต้องชะงัก เพราะธนวัติกับพาณิชย์ยืนจังก้าหน้ารถ เล็งปืนรออยู่ก่อนแล้ว

“ไอ้ดนัย แกกับฉันอยู่ร่วมแผ่นดินเดียวกันไม่ได้แล้ว” ธนวัติคำราม

“ลงนรกไปเถอะ ไอ้ชลิต” พาณิชย์เข่นเขี้ยว

กิมจิร้องบอกทุกคนให้กลับหลังหัน แต่แจ๋ว่ามันสายไปแล้ว ธานีหัวเราะร่า “เดินหน้าก็ตาย หันหลังก็ตาย ฮ่าๆๆ”

ดาหวันหน้าเสียที่โดนล้อม ฉวีวรรณปกป้องพ่อ “พวกแกจะทำอะไรฉันก็ได้ แต่ปล่อยพ่อฉันกับแม่ของดนัยไปเถอะ”

“มีลูกกตัญญูอย่างนี้ น่าภูมิใจจังเลยนะพี่ศิริ เดี๋ยวจะให้รางวัลไปทัวร์นรกกันทั้งครอบครัวเลยดีมั้ย” พลันสมุนคุมตัวอุ๊บอิ๊บกับบุญทิ้งเข้ามา

อุ๊บอิ๊บร้องตะโกนขึ้นมา “ป๊า อย่าฆ่าใครอีกเลย ปล่อยพวกเขาไปเถอะ”

“นังอุ๊บอิ๊บ นังลูกทรยศ”

“ไม่จริงนะป๊า อุ๊บอิ๊บไม่อยากเห็นตำรวจจับป๊า พี่วัติ พี่พาณิชย์เข้าคุก ป๊ากับพี่วัติได้เงินเขามาแล้วก็ปล่อยตัวเขาไปเถอะ”

ดนัยมองไปที่กระเป๋าเงินในมือพาณิชย์ แล้วเตะก้อนหินข้างหน้าไปใส่ พาณิชย์ร้องโอ๊ยพร้อมกับกระเป๋าในมือกระเด็นลอยขึ้นไปในอากาศ ดนัยหมุนตัวกระโดดลอยตัวขึ้นไปกระชากกระเป๋าเปิดออก เงินในนั้นปลิวกระจายมากมายในอากาศ พวกสมุนตาลุกวาว วิ่งชนธานีล้มลงบ้างก็แหวกธนวัติกับพาณิชย์เข้าไปแย่งกันเก็บเงิน ดนัยรีบบอกทุกคนให้หนี ฉวีวรรณกับดนัยดึงศิริกับนงนุชวิ่งไปทางหนึ่ง ธนวัติ

กับพาณิชย์ตั้งตัวได้ ยิงไล่หลัง ชลิตดึงดาหวันหลบไปอีกทาง พาณิชย์เล็งจะยิงแต่โดนสมุนคนหนึ่งกระแทกหน้าคะมำเสียก่อน บุญทิ้งฉวยโอกาสดึงอุ๊บอิ๊บหนีไปด้วย

“เฮ้ย...เงินปลอม” สมุนคนหนึ่งชูแบงก์กาโม่ร้องขึ้น

ธานีแค้นจัดยิงปืนขึ้นฟ้า “ไอ้พวกเห็นแก่เงิน โดนพวกมันหลอกแล้วยังโง่อยู่อีก”

ธนวัติสั่งสมุนตามล่าฆ่าทุกคนให้หมด ต่างแยกย้ายกันไป...วิ่งออกมาสักพัก ศิริหยุดชะงักจะกลับไปตามดาหวัน ดนัยห้ามไว้และบอกว่า

“ไม่ต้องห่วงครับ ชลิตคงไม่ปล่อยให้ดาหวันเป็นอะไรแน่”

“นี่แกพูดมาได้ยังไง แกรักลูกสาวฉันแบบไหน ถึงได้ทิ้งๆขว้างๆยัยหวันแบบนี้” ศิริโวย ดนัยสบตาฉวีวรรณอึ้งๆ ศิริต่อว่า “ใจดำ เห็นแก่ตัว แทนที่จะไปตามกลับโบ้ยให้เพื่อน”

“คุณลุงครับ มันไม่ใช่อย่างนั้น...”

ศิริผลักอกดนัย “ฉันเห็นธาตุแท้ของแกแล้ว ฉันจะไปตามยัยหวันเอง”

ฉวีวรรณกับนงนุชห้าม แต่ศิริไม่ฟังเสียง วิ่งกลับไป ดนัยรั้งฉวีวรรณไว้และบอกว่าตนจะไปตามกลับมาเอง ไม่ยอมให้เธอไปเสี่ยงอันตรายอีก ฉวีวรรณสบตาอย่างซึ้งใจ นงนุชมองลูกชายอย่างเข้าใจความรู้สึก จึงกระแอมเบาๆให้รีบตามไปเกรงศิริจะไปเจอพวกนั้นเสียก่อน ดนัยรีบปล่อยมือฉวีวรรณแล้วฝากดูแลแม่ตนด้วย

“ไม่ต้องห่วง ฉันจะดูแลคุณอาให้เหมือนแม่ของฉันเลย” ฉวีวรรณหันไปกุมมือนงนุช
ดนัยยิ้มรับแล้ววิ่งตามศิริออกไป

ooooooo

อีกด้าน ชลิตพาดาหวันวิ่งหนีกระสุนของพาณิชย์กับพวก โดยมีแจ๋กับกิมจิวิ่งตามมาด้วย ชลิตหันกลับไปยิงสู้ ดึงดาหวันให้หลบหลังต้นไม้ ยิงสมุนพาณิชย์ร่วงไป แล้วฉวยโอกาสเตะปืนในมือพาณิชย์กระเด็น แจ๋กับดาหวันคว้าท่อนไม้ช่วยกันตีสมุนที่เหลือ กิมจิช่วยยิงป้องกันพาณิชย์เห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งหนีออกไป ชลิตไล่ตามจะจับตัวส่งตำรวจให้ได้ 

โชคเข้าข้าง พาณิชย์สะดุดล้ม ชลิตตามมาเอาปืนจ่อ พาณิชย์ยกมือยอมแพ้

“อย่าทำฉันเลยชลิต ฉันยอมแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ”

“คิดว่าฉันจะเชื่อแกงั้นเหรอ”

“ให้โอกาสฉันเถอะ ฉันขอร้องล่ะ ฉันจะมอบตัว ฉันยังไม่อยากตายอย่าฆ่าฉันเลย ฉันกลัวแล้ว แกจะให้ฉันทำอะไรฉันยอมทั้งนั้น ไว้ชีวิตฉันเถอะ” พาณิชย์ถึงกับกราบชลิต

ดาหวัน แจ๋ และกิมจิตามมาทันเห็นชลิตลังเล รีบเตือนว่าอย่าไปเชื่อ คนอย่างนี้ไม่มีสำนึกผิด พาณิชย์ขอร้องว่าตนจะมอบตัว จะยอมชดใช้ความผิดที่ทำ ชลิตใจอ่อนลดปืนลง

“ชลิต แกจะปล่อยมันไปจริงๆเหรอ” กิมจิแย้ง

ชลิตให้ช่วยกันมัดพาณิชย์ไว้ แต่พาณิชย์ฉวยโอกาสชักมีดออกมาปาใส่ เฉียดแขนชลิต

“พี่ชลิต...” ดาหวันร้องลั่นเมื่อเห็นพาณิชย์ชักปืนที่ซ่อนในตัว ยิงใส่ชลิตอีก

ชลิตโดดหลบทัน พาณิชย์จึงเข้าจับตัวดาหวันเป็นตัวประกัน ชลิตร้องด่าพาณิชย์ว่าชั่ว

“ช่วยไม่ได้ แกมันอ่อนหัดเอง เอาสิ ดูสิว่าระหว่างฉันกับแก ใครจะแม่นกว่ากัน”

ทำให้ชลิตไม่กล้ายิง พาณิชย์ลากตัวดาหวันไป สมุนที่ยังเหลือวิ่งตามไปสองสามคน...

ooooooo

ความตั้งใจที่จะช่วยวินยา เลาซา...แม้จะขากะเผลกไปข้างหนึ่ง ย่องมาที่หน้าถ้ำซึ่งมีสมุนของกาซูเฝ้าอยู่ เขาเป่าลูกดอกใส่ล้มลงไปทั้งสองคนแล้วลอบเข้าไปในถ้ำ มองหาต้นว่านอมนุษย์ เห็นขึ้นอยู่ตรงผนังถ้ำ ข้างหน้าเป็นบ่อน้ำกรดเดือดปุดๆ เลาซาขยับจะเข้าไป

สมุนโผล่มาอีกคนจะแทงเขา จึงถูกถีบตกลงไปในบ่อ ร่างแหลกเหลวกลายเป็นโครงกระดูกทันที เลาซามองด้วยความตื่นตะลึง หวาดกลัว แต่ต้องแข็งใจ ไต่ซอกหินขึ้นไป

“เพื่อเจ้า ข้าต้องทำได้ รอข้าก่อนนะวินยา”

ในขณะเดียวกัน กาซูยังคงเผาทำลายหมู่บ้านชาลัน สางโปวิ่งมาพร้อมเหล่านักรบชาลัน เข้าช่วยเหลือชาวบ้านและต่อสู้กับพวกกาซู วินยากลับมาถึงถามหน้าตาตื่น

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น...”

“ข้าก็ไม่รู้นายน้อย อยู่ๆพวกมันก็บุกเข้ามาทำลายหมู่บ้านของเรา” สางโปรายงาน

“หยุดนะ...” วินยาวิ่งไปห้ามสมุนกาซูที่กำลังทำร้ายชาวบ้าน เกิดการต่อสู้กันยกใหญ่

เลาซายังคงไต่ผนังถ้ำอย่างยากลำบาก มีดพกของเขาร่วงหล่นไปในบ่อน้ำกรด ละลายหายไปกับตา เลาซาเหงื่อหยดแต่กัดฟัน ปีนไปจนถึงต้นว่านอมนุษย์ ค่อยๆเด็ดผลสีดำออกมา

“ใครกินผลว่านอมนุษย์เข้าไป จะกลายร่างเป็นอมนุษย์ ที่มีพลังมหาศาล แต่หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว แล้วก็ต้องมีชีวิตเยี่ยงผีดิบตลอดไป” เลาซากลืนน้ำลายลงคอ อย่างประหวัดถึงผลที่จะเกิดขึ้นถ้ากินว่านนี้เข้าไป

แต่พอนึกถึงคำพูดของกาซูที่ว่า จะทำกับดาเนาให้มาเป็นทาสตน เพื่อไปฆ่าวินยา เลาซายอมไม่ได้ “ข้าจะไม่ยอมให้ท่านพ่อทำร้ายวินยากับดาเนาด้วยวิธีชั่วๆเด็ดขาด นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วที่จะแก้ไขปัญหาทุกอย่าง ถึงแม้ว่า...ข้าจะไม่ใช่คนอีกต่อไป”

เลาซาตัดสินใจกินผลว่านอมนุษย์เข้าไป ฉับพลันยาทำปฏิกิริยาร้อนที่คอ เลาซารู้สึกทรมาน ทรุดลงดิ้นทุรนทุรายเจียนตาย มือไม้เริ่มหงิกงอ มีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาอย่างน่ากลัว ลำตัวเหมือนกับมีกล้ามขยายใหญ่ขึ้น เสื้อผ้าเขาปริขาด ใบหน้าดำจนกลายเป็นเละไปซีกหนึ่ง ฟันงอกออกมาเป็นเขี้ยวแหลม เลาซาลุกขึ้นยืนส่งเสียงร้องคำรามกึกก้องอย่างมีอำนาจ...

ระเบิดยังคงถล่มหมู่บ้านชาลัน วินยาซัดมีดใส่สมุนกาซูที่ปาระเบิด พอควันจางลง วินยาเห็นดาเนาปรากฏตัวขึ้น สางโปร้องบอกวินยาว่า นั่นดาเนา วินยามองไปด้วยความเป็นห่วง

“ดาเนา...” วินยากระโจนเข้าดึงดาเนาหลบ แต่ดาเนากลับขืนตัวไว้ นิ่งเฉย วินยาไม่ทันสังเกต ถาม “เจ้าหายไปไหนมา พี่เป็นห่วงเจ้ามากรู้มั้ย หลบไปก่อนเร็วเข้า”

ดาเนาสบตาวินยาอย่างชิงชัง แล้วผลักเธอออกไปอย่างแรง ก่อนจะชักมีดออกมา

“อย่ามาแตะต้องตัวข้า ยัยฆาตกร” ดาเนาเงื้อมีดพุ่งเข้าจะแทง

“ดาเนา...โอ๊ย...” วินยายกมือกันโดนบาด

“นี่เจ้าเป็นบ้าอะไร ทำไมทำกับนายน้อยอย่างนี้” สางโปโวย

“วันนี้เป็นวันตายของพี่ ตายซะเถอะ” ดาเนาไม่สนใจ พุ่งตัวเข้าใส่วินยาอีกครั้ง

วินยาเริ่มรู้สึกว่าไม่ชอบมาพากล กระโจนหนี ดาเนาไล่ตาม สางโปตามไปช่วย ดาเนาพยายามจะแทงวินยา เธอก้มตัวหลบ มีดไปปักที่ต้นไม้ วินยาหน้าตื่นตกใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 08:19 น.