ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

หอบรักมาห่มป่า

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

หอบรักมาห่มป่า ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ป่าใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ ร่มครึ้มไปด้วยต้นไม้ นานาพันธุ์ สัตว์น้อยใหญ่ในป่าส่งเสียงระงม กวางน้อยก้มกินน้ำริมลำธาร ฝูงลิงวิ่งไล่ปีนป่ายอย่างมีความสุข...บรรยากาศแบบนี้ยังมีคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบ

ดนัย นักศึกษาหนุ่มหล่อวัย 22 ปี เป็นคนตรงพูดขวานผ่าซาก รักความถูกต้องรักธรรมชาติ เขามีความสุขกับการถ่ายภาพชมป่า และวันนี้เขามากับเพื่อนๆ นักศึกษา ไม่ว่าดนัยทำอะไรดูเท่สุดๆ จนนักศึกษาสาวรวมทั้งอุ๊บอิ๊บ กรี๊ดกร๊าดชื่นชม กิมจิเป็นหนุ่มที่คลั่งไคล้เกาหลี ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม เห็นแล้วหมั่นไส้ พยายามทำตามเรียกความสนใจบ้าง แต่ดูจะล้มเหลวทุกที อุ๊บอิ๊บหัวเราะเยาะที่บังอาจมาแข่งกับดนัย บุญทิ้งที่ท่าทางสงบเสงี่ยมกว่าใคร ท่องคำพระอย่างปลงๆ

“อะระติ โลกะนาสิกา...ความริษยาเป็นเหตุแห่ง ความฉิบหาย”

แจ๋ยกมือท่วมหัว สาธุ...ฉวีวรรณแอบจับตามอง อยู่หลังพุ่มไม้ ไม่ชอบขี้หน้าดนัย เพราะมาจีบน้องสาวตน ฉวีวรรณเรียนรุ่นเดียวกับน้องสาว เพราะก่อนหน้านี้สอบติดวิศวะ แต่พ่อไม่ให้เรียนเพราะมีผู้ชายมากกว่าผู้หญิง จึงมาเอ็นทรานซ์ใหม่ติดคณะเดียวกับดาหวันน้องสาว

“ฮึ อีตาดนัย ทำเป็นอวดเก่ง ป้อหญิง เดี๋ยวแม่จะแกล้งให้หน้าแตก หมอไม่รับเย็บ” ฉวีวรรณแกล้งเปิดเสียงช้างร้องที่อัดไว้ในไอโฟน

“แปร๊น...” เสียงช้างร้อง ทำให้เพื่อนๆนักศึกษาตกใจ พากันวิ่งหนีแตกกระเจิง ดนัยร้องบอกเพื่อนๆให้ตั้งสติ อย่าวิ่งไปแบบนั้น เดี๋ยวจะพลัดหลงกัน

ฉวีวรรณหัวเราะท้องคัดท้องแข็งที่เห็นดนัยวิ่งตามเพื่อนๆ ไม่ทันไร มีเสียงช้างร้องออกมาอีก ฉวีวรรณแปลกใจมองไอโฟนในมือ เพราะตนไม่ได้เปิด พอหันไปมอง มีช้างตัวใหญ่กำลังตกมันวิ่งแผดเสียงเข้ามาอย่างน่ากลัว ฉวีวรรณตกใจทำอะไรไม่ถูก ดนัยย้อนกลับมาช่วยรวบตัวเธอหลบ ทั้งสองล้มกลิ้งไปหลายตลบ จนมาหยุดที่ดนัยทับอยู่บนร่างฉวีวรรณ สองคนสบตากันอึ้งๆ ดนัยถามว่าเธอเป็นอะไรไหม ฉวีวรรณพูดไม่ออก ดนัยเห็นหนอนตัวอ้วนติดอยู่ที่ผมข้างแก้มเธอ เขาก้มหน้าไปใกล้ ฉวีวรรณเข้าใจผิดร้องลั่น

“อย่านะ ไอ้บ้า อย่ามาแตะนะ”

“ใครจะอดใจไหว ดูสิ ทั้งอวบทั้งอึ๋ม ผิวงี้อม ชมพูเชียว” ดนัยสวมรอยแกล้งอำ

“อ๊าย...ไอ้ทุเรศ ไอ้โรคจิต ฉันนึกอยู่แล้วผู้ชายอย่าง นายมันหยาบช้า ลามก โสโครกที่สุด”

“อื้อฮือ ยิ่งมองยิ่งใช่ อยู่ในวัยเจริญพันธุ์เสียด้วย”

“ไอ้ดนัย ไอ้คนสัปดน จิตวิตถาร ต่อให้ฉันตายฉันก็ไม่ยอมให้นายเห็นขาอ่อนฉันหรอก”

“หึๆ...มันสายไปแล้วล่ะ” ดนัยแกล้งยั่ว ก้มหน้าไปที่ซอกหูฉวีวรรณแล้วกระซิบ “ใครจะไปดูน่องหมูตุ๋นเธอให้เสียลูกตา ยัยป้าหวี”

ฉวีวรรณกำลังร้องกรี๊ด ชะงัก “เอ๊ะ...”

ลืมตามองเห็นดนัยหยิบหนอนแก้วออกจากผมตนวางลงบนต้นหญ้า “เอาล่ะ เจ้าหนอนแก้วอวบอึ๋มผิวสีชมพู กลับบ้านเถอะนะ”

“หมายความว่าไง ที่นายพูดเมื่อกี้ทั้งหมด นายหมายถึงหนอนแก้วนี่เหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ ยัยบ๊อง นึกว่าฉันจะปล้ำเธอเหรอ...ตลกเป็นบ้า”

“ไอ้ ไอ้...ไอ้บ้าดนัย ไอ้พิเรนทร์ แกแกล้งฉัน” ฉวีวรรณ เงื้อมือจะตบ

ดนัยจับมือเธอไว้ “โทษทีนะหวี ต่อให้ช้างทั้งโขลงมาเหยียบฉันตาย ฉันก็ไม่มีอารมณ์พิศวาสยัยป้าหวีขาเหวี่ยงอย่างเธอหรอก”

“ไอ้ขี้เก๊ก หลงตัวเอง ฉันจะบอกให้นะ ต่อให้ให้บ้านให้รถ แถมเงินอีกร้อยล้าน หางตาฉันก็ไม่แลผู้ชายหน้าปลวกอย่างนายเหมือนกัน” ฉวีวรรณสะบัดมือออกด้วยความโกรธ

“หยุดนะ ยัยป้าหวีปากทิงเจอร์”

“หุบปากไปเลย ไอ้ดนัยปากมอม”

“เธอว่าฉันเป็นหมาเหรอ...”

“เอากลับไปนอนคิดที่บ้าน แล้วค่อยบีบีมาบอกฉันแล้วกัน” ฉวีวรรณจะเดินหนี

ดนัยเห็นมือถือฉวีวรรณหล่นอยู่จึงเก็บและร้องบอก ทิ้งไว้แบบนี้แล้วจะบีบีไปบอกได้อย่างไร ฉวีวรรณตกใจเข้าคว้าคืน ดนัยแปลกใจท่าทีตกใจของเธอ สงสัยว่ามีความลับอะไรจึงจะกดดู ทั้งสองยื้อแย่งกันจนรู้สึกตัวอีกที ฉวีวรรณเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของดนัย สองคนรู้สึกวูบวาบหวั่นไหว มือดนัยเผลอกดปุ่มไอโฟน ได้ยินเสียงช้างร้อง สองคนผละออกจากกัน ดนัยต่อว่าฉวีวรรณที่แกล้งเพื่อนๆจะเอาตัวไปสารภาพผิดกับทุกคน

“ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันกำลังช่วยผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้ ให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของนาย คนอย่างนายทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ เป็นผู้ชายแสนดี แต่เนื้อแท้แล้วนายเป็นผู้ชายลวงโลกเจ้าชู้หลายใจ” ฉวีวรรณพูดจบ คว้าไอโฟนจากมือดนัยแล้วเดินหนี

ดนัยร้องเรียก ฉวีวรรณเชิดหน้าไม่ต้องมาขอร้อง ดนัยสวนออกไปว่า ทางนั้นมันหน้าผา ฉวีวรรณหน้าแตก สะบัดหน้าเดินไปอีกทาง ดนัยหัวเราะก๊าก

ริมลำธาร ชลิตนั่งโอบไหล่เพื่อน ห้อยเท้าแช่น้ำเหมือนคนรักกัน แถมคุยกะหนุงกะหนิง ดาหวันซึ่งไม่ชอบขี้หน้าอยู่แล้ว ไม่อยากให้พี่สาวตัวเองเป็นแฟนกับหมอนี่ จึงพยายามจะถ่ายวีดิโอไปให้พี่สาวดูว่า ชลิตเป็นเกย์ ชลิตปลุกปล้ำให้เพื่อนเปิดเสื้อให้ดู แล้วร้อง

“โอ้โห ใหญ่กว่าที่ฉันคิดไว้อีก ซ่อนรูปเหมือนกันนะเรา”

“อี๋ หน้าไม่อาย เสื่อมมาก ขอถ่ายชัดๆเต็มๆทีเถอะ” ดาหวันตาโพลง ตัดสินใจโผล่พรวด

ชลิตตกใจ “เธอทำอะไรน่ะ”

“หวันจะเปิดโปงพี่ พี่หวีจะได้รู้ว่าพี่แอ๊บแมน คบพี่หวีบังหน้า...นี่คือ โฉมหน้าคู่เกย์ของนายชลิต ดูซะให้เต็มตา” ดาหวันดึงเพื่อนชลิตให้หันหน้ามา แล้วต้องตกตะลึง

เพราะเพื่อนคนนั้นเป็นสาวทอม ทั้งสองถกแขนเสื้อเบ่งกล้ามแข่งกันอยู่ ดาหวันรู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดก็จะวิ่งหนี ชลิตวิ่งตาม ทั้งสองเถียงกันไปมา ดาหวันผลักชลิตตกน้ำ เขาแกล้งร้องว่าว่ายน้ำไม่เป็น ดาหวันตกใจ ยื่นมือไปช่วย แต่กลับถูกชลิตดึงตกไปด้วย เธอจึงรู้ว่าน้ำตื้น

“นี่พี่หลอกหวัน”

“เธอผลักพี่ตกลงมา เรื่องอะไรจะยอมเปียกคนเดียว”

ดาหวันโมโหทุบตีชลิต เขารวบมือเธอดึงเข้ามากอด หน้าชลิตอยู่ใกล้หน้าดาหวันมากจนเธอตกใจหลับตาปี๋ร้องลั่น ว่าจะฟ้องฉวีวรรณ

“จะฟ้องข้อหาอะไรล่ะ เกย์อีแอบอย่างพี่ จูบเธองั้นเหรอ...จำไว้นะ อย่าล้อเล่นกับผู้ชายแบบนี้อีก” ชลิตยิ้มอย่างเป็นต่อ

ดาหวันลืมตาอย่างโกรธๆ ผลักชลิตแต่เขาดึงเธอล้มไปด้วยกัน หน้าเขาชนแก้มดาหวันอย่างจัง ทั้งสองตกใจ ชลิตยิ้มเจื่อนๆไม่ได้ตั้งใจ ดาหวันอายตบหน้าเขาแล้ววิ่งหนีไป...ดาหวันวิ่งมาหาดนัย ดนัยเห็นดาหวันหน้าตาตื่นเนื้อตัวเปียกปอนแบบนี้ รีบถามว่าใครทำอะไร ดาหวันอึกอักไม่กล้าเล่า พอดีฉวีวรรณเดินมาเห็น เข้าใจผิดไปอีก คิดว่าดนัยทำอะไรน้องสาวตน จึงต่อว่าจะเอาเรื่อง ชลิตตามมาเห็นสองคนทะเลาะกันอยู่ก็เข้าไปผลักอกดนัย ปกป้องฉวีวรรณ

เพื่อนๆเข้าช่วยกันแยกดนัยกับชลิตออกจากกัน ฉวีวรรณดึงตัวดาหวันให้กลับ แต่ดาหวันไม่ยอม วิ่งไปซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ดนัยหนีไปได้

อีกมุมของป่า ธนวัติ ลูกชายนักธุรกิจใหญ่ที่ร่ำรวยมาอย่างไม่โปร่งใสนัก มากับพาณิชย์ลูกพี่ลูกน้องที่โตมาด้วยกัน ทั้งสองเป็นเพลย์บอยตัวยง เข้ามายิงสัตว์เล่น ดนัยกับดาหวันขี่รถผ่านมาเห็น ดนัยไม่พอใจเข้าไปช่วยกวางที่โดนยิง จึงมีเรื่องชกต่อยกับธนวัติและพาณิชย์

พาณิชย์เห็นดาหวันก็เข้าไปลวนลาม ดนัยต่อสู้ปกป้องดาหวันจนเกือบถูกธนวัติยิง โชคดีที่พลาดโดนลูกน้องตัวเองบาดเจ็บจึงพากันกลับไป ฉวีวรรณกับชลิตขับรถตามมาเจอ ดาหวันขอให้ช่วยพาดนัยไปโรงพยาบาล แต่ดนัยกลับบอกให้ช่วยกวางก่อน ฉวีวรรณกำลังจะต่อว่าดนัย แต่พอเห็นกวางบาดเจ็บก็หันมาร่วมมือกับดนัยช่วยกวางก่อน

ธนวัติกับพาณิชย์กลับมาที่ตั้งแคมป์ ซึ่งธานีพ่อของธนวัติกับอุ๊บอิ๊บนั่งคุยอยู่กับศิริ  เศรษฐีเจ้าของฟาร์มนม และเป็นพ่อของฉวีวรรณกับดาหวัน ทั้งสองเป็นเพื่อนเก่า เคยตกลงกันว่าจะให้ลูกๆแต่งงานกัน ศิริไม่คิดรีบร้อนอะไร เพราะแล้วแต่ลูกๆจะพอใจไหม

ooooooo

ดนัยอยู่กับแม่สองคน ฐานะเขาร่ำรวยแต่สองแม่ลูกทำตัวติดดิน นงนุชแม่ของดนัยภูมิใจที่ลูกชายอยากสอบเข้าทำงานกรมป่าไม้เหมือนพ่อที่เสียไป... ผิดกับศิริ ที่ไม่สนใจว่าลูกเรียนจบจะต้องทำงาน เพราะจะให้แต่งงานกับลูกหลานของธานี

หลายครั้งที่ชลิตพยายามจะขอฉวีวรรณแต่งงาน แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยสนใจ เอาแต่บ่นเรื่องไม่อยากให้ดาหวันคบกับดนัย ส่วนดาหวันพยายามจะให้ดนัยขอตัวเองแต่งงานหลังจากเรียนจบ ถึงขนาดเอาแหวนมาจูงใจให้ดนัยรู้สึก แต่เขาก็ดูเฉยเมยเรื่อยๆเปื่อยๆ ฉวีวรรณได้ยินเสียงดาหวันคุยกับดนัย ก็ลุกพรวดไม่ฟังคำขอแต่งงานของชลิต ไปดูน้อง

“ทำอะไรกัน นายจะแต่งงานกับยัยหวันเหรอ ไม่ได้นะ ฉันไม่อนุญาต ยัยหวันยังเด็ก”

“เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว” ดนัยจะอธิบาย แต่ดาหวันโวยวายว่าตนไม่ใช่เด็ก

ฉวีวรรณฉุดดาหวันกลับบ้าน ชลิตถือแหวนยืนเก้ออย่างเสียดาย...คืนนี้มีงานฉลองเรียนจบ ฉวีวรรณจึงขังดาหวันไว้ในห้องไม่ให้ไปหาดนัย ชลิตเศร้าบ่นกับบุญทิ้งและกิมจิที่ฉวีวรรณมาไม่ได้เพราะเฝ้าดาหวัน ชลิตบ่นว่าดาหวันยกใหญ่ แจ๋ถามแทงใจ

“นายไปจงเกลียดจงชังอะไรยัยหวันนักหนา ระวังเถอะ เกลียดอะไรจะได้อย่างนั้น”

“เฮอะ ให้โลกแตกแล้วฉันกลายเป็นขันทีก่อนเถอะ จำไว้นะแจ๋ สเปกฉันต้องสวย มั่น อย่างหวีเท่านั้น เด็กกะโปโล กวนประสาทอย่างยัยหวัน ไม่อยู่ในสายตาฉันหรอก” ชลิตมั่นใจ

ดนัยมาถึง เห็นธนวัติกำลังลวนลามผู้หญิงคนหนึ่ง จึงเข้าไปช่วย เกิดการชกต่อยกันอีก ชลิตเห็นดนัยถูกรุมจึงเข้ามาช่วยอย่างเสียไม่ได้ ตำรวจเข้ามาเป็นจังหวะที่ดนัยแย่งมีดจากธนวัติได้ จึงโดนปรักปรำว่าเป็นคนทำร้ายถูกจับไปโรงพัก ชลิตไปพาผู้หญิงที่โดนลวนลามมาเป็นพยานยืนยันความบริสุทธิ์ให้ดนัย ทั้งดนัยและชลิตจึงจับมือเป็นเพื่อนกัน...ฉวีวรรณ ดาหวัน และอุ๊บอิ๊บรู้ข่าวรีบตามมา อุ๊บอิ๊บกับดาหวันทะเลาะหึงหวงดนัย ฉวีวรรณช่วยดึงน้องออกมาแล้วพากลับบ้าน ดนัยเกรง

ดาหวันเข้าใจผิด จึงตามมาที่บ้าน แต่โดนศิริตะเพิดออกจากบ้านแทบไม่ทัน

ศิริรู้เรื่องวุ่นๆของลูกสาว จึงรับปากแต่งงานกับธานี และพาลูกกลับไปอยู่บ้านที่เชียงใหม่ ดนัยพาชลิต

มาหารือกันที่บ้าน นงนุชแนะนำว่าให้เขาไปขอขมาผู้ใหญ่และอธิบายความจริงใจ...วันรุ่งขึ้น สองหนุ่มถือพานพุ่มมาที่บ้านศิริ รู้จากแม่บ้านว่าทุกคนกลับเชียงใหม่จึงตามไป

ฉวีวรรณกับดาหวันตัดสินใจจะหนี ต่างเก็บกระเป๋าเตรียมพร้อม นัดแนะให้แจ๋มารับในวันหมั้น...ดนัยกับชลิตบุกเข้ามาขอเจรจากับศิริ แต่ศิริกลับเอาปืนไล่ยิง พอดีทองอินเจ้าหน้าที่ป่าไม้แวะมาเยี่ยม ทองอินรู้จักดนัยดี จึงออกตัวปกป้องดนัยกับชลิต และพากลับไปบ้านพัก ดาหวันส่งข่าวมาบอกว่าจะต้องหมั้นในวันพรุ่งนี้ ดนัยกับชลิตจึงตัดสินใจว่าจะต้องพาสองสาวหนี

แผนของแจ๋คือให้กิมจิกับบุญทิ้งแต่งเป็นกะเทยมาคัดค้านการแต่งงาน อ้างตนเป็นเมียของธนวัติกับพาณิชย์ เกิดความชุลมุนในงาน ฉวีวรรณกับดาหวันฉวยโอกาสหอบกระเป๋าจะหนีไปขึ้นรถแจ๋ที่เตรียมไว้ ดนัยกับชลิตโผล่มา  ฉวีวรรณไม่ยอมให้ดาหวันไปกับดนัย โวยวายเรียกพ่อ ดนัยกับชลิตจึงรีบเอากระสอบมา คลุมหัวอุ้มพาหนี แต่ผิดคิวทั้งสองอุ้มไปผิดตัว ชลิตอุ้มดาหวันไปขึ้นรถแจ๋ขับออกไป ดนัยอุ้มฉวีวรรณไปขึ้นรถส่งนมขับหนีไปอีกทาง

สุภาพ หัวหน้าคนงานพาลูกน้องมาช่วยขวางแต่ไม่สำเร็จ ธนวัติโมโหเอาปืนไล่ยิง ดนัยหักรถหลบข้างทาง ไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้ ฉวีวรรณดึงกระสอบที่คลุมหัวออก มือควานไปเจอง่ามไม้ยิงหนังสติ๊ก จึงส่งให้ดนัย

“โชคดีที่มันตกอยู่ในรถ อะ เอาไป”

“เฮ้ย...อะไรของเธอ” ดนัยตกใจ

“ตอนเด็กๆนายเป็นแชมป์ยิงหนังสติ๊กไม่ใช่เหรอ จัดการมันเลยสิดนัย”

ดนัยจึงออกมายืนจังก้า เอาก้อนหินมายิงใส่ธนวัติ ที่ถือปืนยืนบนรถกระบะ เข้ากลางแสกหน้าล้มไป แล้วเขาก็รีบขึ้นรถขับหนีไปอย่างหวุดหวิด ดนัยยังตกใจไม่หายที่ฉวีวรรณมาอยู่ในรถ แทนที่จะเป็นดาหวัน ฉวีวรรณให้ดนัยจอดรถแต่ดนัยจะพาเธอไปเปลี่ยนตัวกับชลิตเพราะโทร.นัดหมายกันไว้ว่าไปเจอกันที่หน้าบ้านทองอิน ฉวีวรรณยื้อแย่งพวงมาลัยให้จอดจนรถเสียหลักไถลลงข้างทาง ทั้งสองหน้ากระแทกคอนโซลหมดสติไป

ooooooo

ตอนที่ 2

ธานีกับธนวัติพยุงพาณิชย์ซึ่งโดนดาหวันปาถุงกระสอบใส่ รถมอเตอร์ไซค์จึงล้มได้รับบาดเจ็บกลับมาทำแผลที่บ้าน แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งยังรอฟังข่าวอยู่ ธนวัติไม่พอใจที่พวกแจ๋มาก่อเรื่องทำให้ดนัยกับชลิตพาฉวีวรรณกับดาหวันหนีไป จึงตรงเข้าชกหน้ากิมจิ อุ๊บอิ๊บเข้าช่วยพี่ชายตบกับแจ๋ ธานีต้องห้าม

“อุ๊บอิ๊บ พอได้แล้ว โดนตบซิลิโคนเบี้ยว ป๊าไม่ให้ตังค์ไปเหลาใหม่แล้วนะ”

“ป๊าก็ มันเป็นคนช่วยพี่ดนัยฉุดยัยพี่น้องหน้านกเงือก...”

ธานีรีบตะครุบปิดปากลูกสาวยิ้มเจื่อนๆให้ศิริ แก้ตัวไปว่าหมายถึงนกเงือกเป็นสัตว์ที่รักครอบครัว

ฉวีวรรณกับดาหวันเป็นพี่น้องที่รักกันเหมือนนกเงือก แล้วลากตัวลูกสาวออกไป ศิริหันมาซักถามพวกแจ๋ว่ารู้เห็นเป็นใจด้วยหรือเปล่า ทั้งสามปฏิเสธพัลวัน...

จนค่ำมืด ฉวีวรรณรู้สึกตัวขึ้นมาอย่างมึนๆ พอตั้งสติได้หันไปมองดนัย เห็นยังฟุบนิ่งอยู่ก็เอามืออังจมูกดู “ตายหรือเปล่าอ่ะ...ตายซะได้ก็ดี”

ฉวีวรรณขยับจะออกจากรถ ดนัยคว้ามือหมับ “จะไปไหน...ฉันไม่ตายง่ายๆหรอก โดยเฉพาะถ้าฉันยังไม่ได้ส่งเธอเข้าหอกับชลิต”

ฉวีวรรณโกรธสะบัดมือโดดออกจากรถ ดนัยรีบตามลงมา เธอวิ่งหนีรอบรถแล้ววิ่งเข้าป่า ดนัยร้องให้หยุดเดี๋ยวหลงป่า แต่เธอไม่ยอมหยุด วิ่งลัดเลาะไปจนรู้สึกว่าดนัยไม่ได้ตามมา จึงนั่งพักเหนื่อย ไม่ทันไร ดนัยโผล่พรวดมากอดเธอไว้ด้านหลัง ฉวีวรรณตกใจร้องลั่น

“นี่เลิกสร้างปัญหาซักทีได้ไหม ฉันกำลังจะช่วยเธอนะ”

“นายนั่นแหละที่สร้างปัญหา แล้วจะมาช่วยอะไรฉัน ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”

ดนัยรำคาญเปลี่ยนมาปิดปากฉวีวรรณ “หยุดโวยวายแล้วฟังฉันก่อนได้ไหม เธอไม่ได้อยากหมั้นกับไอ้ธนวัติไม่ใช่เหรอ ฉันก็จะพาเธอไปหาชลิตไง”

ฉวีวรรณกัดมือดนัย เขาร้องโอ๊ยปล่อยมือจากปากเธอ ฉวีวรรณต่อว่า “สมน้ำหน้า อยากงี่เง่าพูดไม่รู้เรื่องเอง ดูปากฉันให้ชัดๆนะ ฉันไม่ได้บอกให้นายสองคนมาช่วย พวกนายก่อเรื่องยุ่งไปกันใหญ่แล้วเข้าใจไหม ปล่อยฉันกลับไปเดี๋ยวนี้”

“ยังไม่ใช่ตอนนี้ เธอต้องไปหาชลิตก่อน”

ฉวีวรรณโวยวายว่าไม่ไป สองคนยื้อยุดกัน พลันมีแสงไฟรถบนถนนผ่านมา ฉวีวรรณดีใจจะวิ่งไปขอความช่วยเหลือ ดนัยไม่รู้จะทำอย่างไร จึงดึงตัวเธอเข้ามาจูบปิดปากไม่ให้ส่งเสียง ฉวีวรรณตกใจทำอะไรไม่ถูก ซักพักก็พยายามดิ้นรน ดนัยลืมตัวจูบเธออย่างดูดดื่ม มือเธอที่ทุบตีเขาอ่อนลง ไฟรถผ่านไป ดนัยผละออก ฉวีวรรณนิ่งช็อกเอามือแตะปากตัวเอง ดนัยมองเธออย่างรู้สึกผิดอยากขอโทษแต่ยังวางฟอร์ม จึงเอียงหน้าให้

“อ่ะ ตบฉันสิ ในหนังไทยเวลาผู้หญิงโดนขโมยจูบ ก็ต้องตบไม่ใช่เหรอ”

ฉวีวรรณมองหรี่ตาด้วยความโกรธ แล้วชกเปรี้ยง “ไอ้บ้า ไอ้คนทุเรศ”

ดนัยกุมหน้าโอดโอย เห็นฉวีวรรณวิ่งเตลิดเปิดเปิงไปก็อดห่วงไม่ได้ จึงวิ่งตามร้องเรียก

“เธอจะวิ่งไปไหนเดี๋ยวก็หลงกันหรอก”

“ฉันยอมหลงป่าตายอยู่ในนี้ ดีกว่าต้องอยู่กับนาย ว๊าย...” ฉวีวรรณสะดุดล้ม

เธอคว้ากิ่งไม้ปาใส่ไม่ให้ดนัยเข้ามาใกล้ ดนัยร้องบอกให้อยู่นิ่งๆเพราะเขาเห็นงูเห่าอยู่ข้างหลังเธอ เขาพยายามพยักพเยิดให้เธอหันไปมอง และส่งสัญญาณให้เงียบ ฉวีวรรณเอามืออุดปากอย่างว่าง่าย ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว พอเห็นงูจะเลื้อยไป ดนัยก็เข้าฉุดเธอให้ลุกขึ้น

“เอ๊ะ ปล่อยนะ” ฉวีวรรณได้สติสะบัดมือออก

ดนัยเริ่มโมโห “เอ้า ปล่อยก็ได้ อยากจะวิ่งตามไปให้มันกัดก็เชิญเลย มืดๆอย่างนี้มันไม่ได้มีแค่งูหรอกนะ ทั้งเสือ สิงโตมันออกล่าเหยื่อตอนกลางคืนเหมือนกัน เธออยากจะไปเป็นบุฟเฟ่ต์ให้มันก็ตามใจ”

ฉวีวรรณชะงักไม่กล้าเดินต่อ หันกลับมาเดินตามดนัยห่างๆ เธอเห็นผลไม้บนต้นไม้จึงหยุดเก็บใส่ชายเสื้อไปด้วย และกำชับดนัยห้ามเข้าใกล้เกิน 5 เมตร...

อีกมุมป่า ชลิตขับรถพาดาหวันหวังจะไปที่บ้าน

ทองอิน แต่หลงทางเพราะเชื่อคนบอกทางอย่างดาหวัน ชลิตหมั่นไส้แกล้งบีบปากเธอ ดาหวันโกรธแย่งจะขับรถเอง รถส่ายไปมาแล้วไถลไปทางต้นไม้ใหญ่ สองคนร้องกันลั่น โชคดีที่รถดับก่อนจะชน

“เป็นไงล่ะ ยัยตัวแสบ ซนจนได้เรื่อง” ชลิตเอ็ดดาหวัน

พอชลิตมาเช็กซ่อมรถ จึงแกล้งใช้ดาหวันไปตักน้ำมาเติมรถ อ้างว่าถ้าอยากไปหาดนัยไวๆ ดาหวันรีบคว้าแกลลอนวิ่งไปทันที ชลิตอดห่วงไม่ได้เดินตามไป พลันฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา ดาหวันตกใจโผกอดชลิต ฝนเริ่มเทลงมา ชลิตเห็นเครื่องประดับของดาหวันเป็นอันตรายก็รีบปลดออก ดาหวันตกใจคิดว่าจะทำมิดีมิร้าย ร้องลั่นทุบตี ชลิตรีบบอก

“ถอดไอ้พวกนี้ออกให้หมด เดี๋ยวก็โดนฟ้าผ่าหรอก” ชลิตโยนเครื่องประดับทิ้ง ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาทันที ดาหวันร้องกรี๊ด ชลิตดึงเธอวิ่งไปหลบฝนใต้ชะง่อนหิน

“โอ๊ย เวรกรรมอะไรของหวันนะ พี่เกือบจะพา

หวันไปตายแล้วเห็นไหม”

“ฉันน่ะสิเกือบตายเพราะชุดพะรุงพะรังของเธอ ถอดออกซะมั่งสิ”

ดาหวันก้มมองเสื้อผ้าที่เปียกปอนของตัวเอง แล้วให้ชลิตหันหน้าไปทางอื่น เพื่อตนจะถอดเสื้อที่เปียกปอนออก เข็มกลัดตำนิ้ว ดาหวันร้องโอ๊ย...ชลิตตกใจหันมามองเห็นดาหวันอยู่ในชุดเกาะอก ผมสยาย แสงจากดวงจันทร์ส่องสะท้อนให้เห็นรูปร่างสวย เขาถึงกับชะงักกลืนน้ำลายเอื๊อก ดาหวันเห็นร้องบอกให้หันกลับไป ชลิตปากคอสั่นโต้ว่า

“ก็ ฉันเห็นเธอร้อง เลยนึกว่า ต้องการความช่วยเหลือ”

“หวันแค่ถูกเข็มกลัดตำ ไม่ต้องมาฉวยโอกาสเลย”

ชลิตหลับตาถอนใจยาว พยายามท่องพุทโธๆ ข่มใจ แล้วนึกถึงแต่ฉวีวรรณ...

ด้านดนัยนั่งพักห่างจากฉวีวรรณ เห็นเธอเอาผลไม้ออกมากินก็ถามว่าอะไร ฉวีวรรณชูผลไม้ยั่วเพราะรู้ว่าเขากลัวผลไม้ทุกชนิด ดนัยส่ายหน้า แก้ตัวว่าไม่จริง

“งั้นใครน้าที่ฉี่รดกางเกงตอนอนุบาลหนึ่ง เพราะครูบังคับให้กินส้ม ฮ่าๆๆ”

“นี่เธอยังจำได้อีกเหรอ” ดนัยยิ้มอายๆ

“นี่...ฉันไม่ได้รู้จักนายแค่วันนี้นะ เราเรียนโรงเรียนเดียวกันมาตั้งแต่อนุบาล สันดานนายเป็นยังไง ทำไมฉัน จะไม่รู้”

“ถ้าเธอว่ารู้จักฉันดี แล้วทำไมยังเข้าใจฉันผิด ทำไมถึงชอบมองฉันในแง่ร้าย ตอบฉันมาสิ หวี...ฉันไปทำอะไรให้เธอ เธอถึงได้จงเกลียดจงชังฉันนัก”

ฉวีวรรณหวนคิดถึงอดีตตอนประถมหนึ่ง เธอได้รับจดหมายจากเด็กคนหนึ่ง บอกว่าดนัยฝากมาให้ เมื่อเปิดอ่านเห็นลายมือตัวโต โย้เย้ว่า...ฉันรักเธอนะ พรุ่งนี้ฉันจะสอบแล้ว เอาดอกกุหลาบแดงมาให้กำลังใจฉันด้วยนะ จากดนัย...

ฉวีวรรณหน้าแดงไม่กล้าบอกแจ๋เพื่อนสนิท พอถึงเวลาก็เอาดอกกุหลาบแดงมายื่นให้ดนัย แต่เขากลับมองอย่างแปลกใจ แถมตะโกนเสียงดังว่า “หวี...เธอรักฉันเหรอ...”

ฉวีวรรณโดนเพื่อนล้อ ทั้งโกรธทั้งอายจนจำฝังใจ เผลอสบถออกมา “ไอ้ผู้ชายสับปลับกะล่อนหลอกลวง

ฉันไม่มีทางให้อภัย ฉันจะฆ่านาย...”

ฉวีวรรณลืมตัวพุ่งเข้าบีบคอดนัย ดนัยตกใจรวบมือเธอไว้ร้องให้หยุดบ้า “ฉันถามเธอดีๆก็ไม่ตอบ แล้วทำไมต้องโมโหขนาดนี้ด้วย”

“ฉันเกลียดนายไง ไอ้ดนัย เกลียดร้อยปีอย่ามาดีร้อยชาติ”

“อะ เอาเข้าไป เป็นบ้าอะไรอีก หรือว่าโดนจูบจนเสียสติ”

ฉวีวรรณปรี๊ด “จูบของฉัน มันต้องมาจากคนที่ฉันรัก ไม่ใช่การประกบปากกับผู้ชายใจร้าย ที่เห็นความรู้สึกของคนอื่นเป็นของเล่นอย่างนาย...ฉะนั้น อย่าพูดถึงมันอีก แล้วขอให้นายจำใส่หัวไว้เลยนะ ว่าฉันเกลียดนายที่สุดในโลก” ฉวีวรรณวิ่งหนีไป ดนัยมองตามอย่างรู้สึกผิด...

เวลาผ่านไป ทางด้านชลิตเห็นดาหวันนั่งหนาวสั่นจึงให้มานั่งข้างๆใช้เสื้อของเขาห่มด้วยกัน ดาหวันลังเล ชลิตยั่ว

“มาเถอะน่า ก็ถ้าฉันเป็นเกย์หลอกจีบหวีบังหน้าอย่างที่เธอว่าจะกลัวทำไม”

พอดาหวันมานั่งข้างๆชลิตก็เอาเสื้อห่มให้เธอ “ฉันไม่ได้อยากจะฉวยโอกาสเธอหรอก แต่เวลาหนาวๆเขาบอกว่า ไออุ่นจากร่างกายคนเรานี่แหละดีที่สุด เพราะฉะนั้นไม่ต้องคิดมาก”

ชลิตพูดพล่ามไปเรื่อย พอหันมองเห็นดาหวันหลับคอพับคออ่อนไปแล้ว เขาแอบมองเธออย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ooooooo

ศิริยังออกตามหาลูกสาว พร้อมธานี ธนวัติ และพาณิชย์ แจ๋ บุญทิ้ง และกิมจิขอไปด้วย อ้างว่าพวกตนจะช่วยขอร้องให้ฉวีวรรณยอมกลับบ้าน สุภาพหัวหน้าคนงานหาอาหลู่ พรานป่าชาวเขามาช่วยแกะรอยตามหา แต่ดูท่าอาหลู่จะพาหลงทางเสียมากกว่า

วันรุ่งขึ้น ดนัยแบกฉวีวรรณกลับมาที่รถเพราะเธอพยายามจะหนี เขาเอานมในกล่องท้ายกระบะมายื่นให้เธอกินรองท้อง แต่เธอกลับเอาถุงนมปาใส่หน้าเขาแตกเลอะเทอะ ดนัยโกรธเอาเชือกมาผูกมือเธอติดกับมือเขา แล้วลากไปล้างตัวในลำธาร ฉวีวรรณร้องกรี๊ดๆไม่ยอมลงน้ำ ดนัยแกล้งถอดเสื้อผ้าตัวเองเหลือแต่บอกเซอร์

“จะหนีทำไม ไหนอวดเก่งนักก็ดูสิ หันมาดูให้เต็มตา”

“อ๊าย...กรรมเวรอะไรของฉัน ทำไมฉันต้องมาเจอไอ้บ้าหื่นกามอย่างนายด้วย ไอ้โรคจิต”

“แหม เธอด่ายังงี้ยิ่งยั่วยุอารมณ์ ฉันเปลี่ยนใจมาอาบน้ำกับเธอดีกว่า เราจะได้ช่วยกันถูหลัง แล้วก็...ทำอะไรก็ไม่รู้ แต่ละไว้ในฐานที่เข้าใจ...”

“อย่านะ ไอ้บ้า ฆ่าฉันซะดีกว่า” ฉวีวรรณปิดหน้าร้องกรี๊ดๆ

ดนัยโดดน้ำตูมลงไปหัวเราะร่าที่แกล้งฉวีวรรณได้ ฉวีวรรณโมโหจะแกล้งเอาเสื้อผ้าดนัยไป แต่ดนัยขึ้นมาขวางทัน ทั้งสองยื้อแย่งกันจนเธอถลามาหน้าประชิดเขา ดนัยลืมตัวโน้มหน้าจะจูบเธออีกครั้ง แต่แล้วคิดได้รีบผละออก

“ขอโทษนะฉันไม่น่าทำแบบนี้ ฉันเป็นแค่คนพาเธอไปหาคนรัก แต่ไม่ใช่คนรักของเธอ”

ฉวีวรรณงุนงงกับความรู้สึกของตัวเอง เดินลุยน้ำไปอย่างใจลอย ดนัยกลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเองด้วยการดำผุดดำว่าย แล้วร้องตะโกนระบายอารมณ์...

ในขณะที่ชลิตกับดาหวันมาถึงบ้านทองอิน ทั้งสองได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า พักผ่อนอย่างสบายเพื่อรอดนัยกับฉวีวรรณ แต่ไม่ทันไร ศิริกับพวกบุกมา ทั้งสองต้องโดดหนีแทบไม่ทัน

ไม่วายที่ฉวีวรรณยังพยายามหนีจากดนัย เธอวิ่งขึ้นมาบนถนน เห็นรถคันหนึ่งแล่นมาก็รีบโบก ปรากฏว่าเป็นรถธนวัติกับพวก เธอตกใจวิ่งหนี ดนัยตามมาทันดึงเธอวิ่งกลับเข้าไปในป่า ธนาวัติตามไล่ยิง ดนัยกับฉวี– วรรณถอยจนสุดเนิน ศิริตามมาร้องห้ามธนวัติไม่ให้ยิง ดนัยตัดสินใจดึงฉวีวรรณกลิ้งหลุนๆลงมาตามเนิน แล้วหล่นลงน้ำไหลไปตามกระแสน้ำ ฉวีวรรณเห็นพ่อก็ร้องให้ช่วยด้วย แต่พอดีมีจระเข้ ดนัยจึงดึงเธอว่ายหนีดันเธอขึ้นโขดหินอีกฟากหนึ่งแล้วเอาก้อนหินทุ่มใส่ไล่จระเข้ให้ไปทางอื่น ศิริเสียใจที่ช่วยฉวีวรรณไม่ได้ เขาขอร้องธนวัติกับพวก อย่าใช้ปืนยิงใครอีก...

ตอนที่ 3

ด้วยความที่ฉวีวรรณชอบหนี ดนัยจึงหลอกให้ทาตัวด้วยดินดำ แล้วเสือจะกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ เธอหลงเชื่อทาทั้งตัวและหน้าตา แต่พอเห็นดนัยเอาแต่หัวเราะไม่ทำด้วย จึงรู้ว่าโดนหลอก เธอเอาคืนด้วยการหาหมามุ่ยมาใส่เขา ทั้งสองต้องมาล้างเนื้อตัวอีกครั้งที่ริมลำธาร

พอดีดาหวันขโมยมือถือชลิตโทร.เข้ามา ดนัยรีบถามว่าเธออยู่ที่ไหนเขาจะไปหา ดาหวันไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ส่วนไหนของป่า จึงบอกว่ามีน้ำตกใหญ่ พลันสัญญาณขาดหายไป ชลิตตื่นมาดาหวันรีบบอกว่าตนนัดกับดนัยแล้ว ทันใดมีลิงตัวหนึ่งมาแย่งมือถือไปจากมือ ดาหวันร้องลั่นวิ่งไล่เอาคืน ลิงหนีขึ้นต้นไม้ มันกดเล่นไปติดที่เครื่องของศิริ ศิริแปลกใจได้ยินเสียงเจี๊ยกๆก็เข้าใจว่าคนชื่อเจี๊ยบโทร.มา ธนวัติกับแจ๋แย่งมาฟัง ได้ยินเสียงดาหวันตะโกนบอกลิงให้เอาคืนมาแล้วตะโกนบอกชลิตว่านัดกับดนัยที่ น้ำตกใหญ่ ธนวัติได้ยินหันไปยิ้มกับพาณิชย์อย่างเหี้ยมๆ

ดนัยพาฉวีวรรณเดินหาน้ำตก เจอทางลาดชัน เขายื่นมือให้เธอจับแต่เธอปัด ทำเก่งลงมาเองจนลื่นจะล้ม ดนัยรีบประคองเธอไว้ ทั้งสองสบตากันปิ๊งปั๊ง ฉวีวรรณจะผละออกจากแต่ดนัยยื้อ

“ทำอวดเก่ง อยากไปเจอหน้าชลิตเร็วๆงั้นสิ”

“แล้วนายล่ะ ไม่อยากเจอยัยหวันหรือไง” ฉวีวรรณ ประชดใส่

ดนัยโต้ว่าเขาถามเธอก่อน ฉวีวรรณเอ็ดมันเรื่องอะไรมายุ่งกับความรู้สึกของตน ดนัยค่อนขอดตอบแค่นี้ ไม่ตายหรอก ฉวีวรรณซักสีหน้าโกรธ ทำเอาดนัยรู้สึกน้อยใจ

“ไม่ตอบก็ได้ ฉันรู้แล้วน่า เธออยู่กับฉันแค่ตัว แต่ใจเธอมันเป็นของชลิต”

ฉวีวรรณเจ็บแปลบที่ใจ ผลักเขาออกแล้วประชด “รู้แล้วก็ดี ถ้าเจอชลิต ฉันจะกระโดดหอมซ้ายหอมขวาให้หายคิดถึง ส่วนนายจะไปตายที่ไหนก็ไป เหม็นขี้หน้าจะตายอยู่แล้ว”

ดนัยรู้สึกแปลบปลาบในใจ...

ในขณะที่ดาหวันกับชลิตตามเอาโทรศัพท์คืนจากลิงจนเหนื่อย ชลิตขอตัวไปยิงกระต่ายข้างทาง แล้วเขาก็เจอกับพาณิชย์และพวก ชลิตรีบกลับมาดึงดาหวันวิ่งหนี ส่วนธนวัติกับอุ๊บอิ๊บให้อาหลู่นำทางมาที่น้ำตก เขาลองโทร.เข้าเครื่องที่ดาหวันโทร.มา ได้ยินเสียงมือถือ ดังอยู่ไม่ห่างจึงตามไปจนพบ ปรากฏว่าลิงเอามือถือไปวางไว้บนรังผึ้ง เสียงโทรศัพท์ทำให้ผึ้งแตกรังออกมาไล่ต่อยพวกธนวัติ ธานีกับศิริมาถึงต้องพลอยหนีไปด้วย

ดนัยเห็นพวกธนวัติวิ่งมาก็เอามือปิดปากฉวีวรรณและกอดหลบอยู่ใต้ชะง่อนผา ธนวัติเห็นเงาสองคนในน้ำ จึงให้ลูกน้องไปดักอีกด้าน ส่วนตัวเขายิ่งใส่ดนัย อุ๊บอิ๊บร้องลั่นห้ามยิง แต่ธนวัติไม่สนใจไล่ยิง จนดนัยและฉวีวรรณวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน แจ๋ บุญทิ้ง และกิมจิตกใจหาทางช่วย ตัดสินใจผลักกิมจิโหนเถาวัลย์ไปหล่นใส่ธนวัติล้ม ปืนกระเด็น ทำให้ดนัยกับฉวีวรรณหนีไปได้ แจ๋เห็นอีกทาง พาณิชย์กำลังจะยิงชลิต จึงแกล้งตะโกนออกไป

“เจอแล้ว ชลิตอยู่นี่ ยิงมันเลย พี่พาณิชย์ยิงมันเลย”

ทำให้ชลิตรู้ตัว ดึงดาหวันวิ่งหนีได้ทัน ทั้งสองวิ่งมาเจอกับดนัยและฉวีวรรณ ต่างดีใจแต่ไม่ทันจะอะไรก็มีกระสุนยิงเฉียดมา ดนัยดึงฉวีวรรณวิ่งหนีไปอีก ดาหวันยืนตะลึง ชลิตเข้าไปดึงดาหวันหนีไปอีกทาง อุ๊บอิ๊บมาดักหน้าดนัย ผลักฉวีวรรณออกแล้วเข้าไปเกาะแขนดนัย

“อยู่กับกิ๊กนายไปเถอะ” ฉวีวรรณถลึงตาโกรธ วิ่งหนีไป

ดนัยจะตามแต่อุ๊บอิ๊บดึงไว้ เขาจึงสะบัดอย่างแรง พอดีบุญทิ้งเข้ามารับเธอไว้ ดนัยรีบบอกบุญทิ้ง ฝากอุ๊บอิ๊บด้วยแล้ววิ่งตามฉวีวรรณไป อุ๊บอิ๊บร้องกรี๊ดๆผลักบุญทิ้งล้ม บุญทิ้งหายใจหอบ ควักยาพ่นออกมาพ่นใส่ปากแก้อาการหอบหืดด้วยตัวเอง

ชลิตกับดาหวันทำรอยเท้าลวงว่าลุยน้ำไปอีกฟากหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วถอยหลังเข้าป่า ส่วนฉวีวรรณวิ่งตามหาดาหวัน ไม่ทันระวังสะดุดรากไม้ กิ่งไม้เกี่ยวเสื้อขาด ดนัยเข้ามารวบตัวเธอไว้ก่อนที่จะล้ม เขาเอ็ดว่าเธอโก๊ะอีกแล้ว

“นี่นายยังไม่ตายอีกเหรอ”

“หึ นี่เป็นคำขอบคุณของเธอใช่มั้ย”

“เอ้า ก็ยัยอุ๊บอิ๊บอ้อล้อซะขนาดนั้น นายน่าจะสำลักความดัดจริตตายไปแล้ว”

“คำก็ตาย สองคำก็ตาย เธออยากให้ฉันตายขนาดนี้ เลยเหรอ ฉวีวรรณ”

ฉวีวรรณสบตาดนัยอึ้งๆไม่ทันจะตอบ เสียงธนวัติสั่งลูกน้องค้นให้ทั่ว ทั้งสองจึงรีบซ่อนตัว เสียงศิริตะโกนเรียก ฉวีวรรณดีใจจะออกไปหาพ่อ แต่ดนัยรั้งไว้เกรงจะโดนยิงเสียก่อน

“พ่อฉันไม่ทำยังงั้นหรอก นะ...ดนัย ไปคุยกับพ่อฉันดีๆเรื่องทุกอย่างจะได้จบเสียที” ขาดคำเสียงปืนดังปังขึ้น ฉวีวรรณตกใจซุกหน้ากับอกดนัย

“หึ พ่อเธออาจจะไม่ แต่ไอ้ธนวัติยิงแน่...เธอไม่ต้องพูดหรอก ฉันรู้ว่าทุกอย่างมันผิดพลาด แต่ในความเลวร้ายก็ยังมีสิ่งดีๆเหลืออยู่”

“นายพูดเรื่องไร”

“หน้าที่กามเทพ พาตัวเธอไปส่งให้ชลิตไงล่ะ”

ฉวีวรรณอึ้งก่อนจะต่อว่าดนัยบ้าไปแล้ว ดนัยย้อนว่าเขาไม่ได้บ้า แต่เขาต้องทำตามที่รับปากชลิตไว้ ดนัยจับมือฉวีวรรณ เธอสะบัดจะวิ่งออกไป ดนัยปรามอย่าดื้อ พลันเสียงปืนดังขึ้นอีก ฉวีวรรณตกใจร้องกรี๊ด ทำให้ธนวัติได้ยิน สั่งให้ออกมา ฉวีวรรณขอร้องให้ดนัยยอมออกไปแต่ดนัยไม่ยอม เขาคิดแผนใหม่ได้ กำก้อนดินทำทีว่าเป็นระเบิด คุมตัวฉวีวรรณเป็นตัวประกันเดินออกมา ศิริขอร้องให้ปล่อยตัวลูกสาว และห้ามทุกคนยิง

“ผมต้องการตัวลูกสาวคุณ ถอยไปซะ” ดนัยขออย่างสุภาพ

“แต่นี่ยัยหวีนะโว้ย ไม่ใช่ยัยหวัน” ศิริขอเริ่มโมโห

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ผมกับชลิตนัดกันไว้แล้ว”

“ปล่อยหลายฉันซะ ลูกผู้ชายเขาไม่ทำกันอย่างนี้หรอก” ธานีช่วยพูด

“ผมยอมเลว ผมทนเห็นหวีแต่งงานกับผู้ชายชั่วๆไม่ได้จริงๆ”

ธนวัติโวยเมื่อโดนว่าเป็นคนชั่ว ฉวีวรรณกระซิบถามดนัย จัดหนักไปหรือเปล่า ดนัยบอกให้อยู่เฉยๆ ศิริพยายามขอร้องอีกครั้ง เผอิญมีมดไต่เข้าไปในขากางเกง ดนัยเริ่มขยุกขยิก จนทนไม่ไหวปล่อยฉวีวรรณเพื่อล้วงเอามดออก ทุกคนจึงเห็นว่าในมือดนัยไม่ใช่ระเบิด ดนัยรีบปาดินทิ้งแล้วฉุดฉวีวรรณวิ่งหนี ธนวัติไล่ยิง ศิริร้องห้ามอย่ายิง แต่กระสุนเฉี่ยวโดนแขนดนัยเลือดสาด

ฉวีวรรณตกใจเอาตัวขวางปกป้องไม่ให้ใครยิงดนัยอีก ดนัยรู้ว่าไม่รอดแน่จึงให้ฉวีวรรณกลับไปกับพ่อ ก่อนจะวิ่งหนีเข้าป่า แต่ฉวีวรรณกลับวิ่งตามดนัยไปท่ามกลางสายตาของทุกคน...ดนัยวิ่งลัดเลาะไปตาม โขดหิน ฉวีวรรณตามมาทันถามด้วยความห่วงใยว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ดนัยหยุดพิงโขดหินบอกเธอ “รออยู่ที่นี่แหละ ยังไงพ่อเธอก็ต้องตามมา กลับบ้านไปซะ”

“ไม่ใช่พ่อฉันสักหน่อย มีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉัน” ฉวีวรรณใจหายแต่ยังเถียง

“หึ...ไหนไม่อยากอยู่กับคนบ้าไงล่ะ” พลันเสียงศิริดังมา “นั่นไงพ่อเธอตามมาแล้ว ไปเถอะ ฉันไม่มีแรงรั้งเธอไว้แล้ว”

“ฉันไม่มีวันทิ้งนาย เราจะไปด้วยกัน” ฉวีวรรณตรงเข้าจับมือดนัยวิ่งนำไป

ดนัยมองมือเธออย่างคาดไม่ถึง ฉวีวรรณดึงดนัยวิ่งมาที่สะพานเชือกที่ตีแผ่แผ่นไม้ผุๆข้ามลำธารเตี้ยๆ ระหว่างที่วิ่งผ่าน แผ่นไม้หลุดหล่นน้ำตามหลังอย่างน่าหวาดเสียว ศิริตามมาเรียกฉวีวรรณให้กลับ แต่เธอไม่ยอมไป พอดีดนัยเหยียบไม้ทะลุขาติด ธนวัติสั่งลูกน้องลุยน้ำไปลากตัวทั้งสองมา ดนัยไล่ฉวีวรรณให้กลับไป

“ฉันไม่กลับ...อย่าเข้ามา  พ่อปล่อยเราไปเถอะ” ฉวีวรรณขอร้องศิริพร้อมกับเอาตัวบังไม่ให้ใครทำร้ายดนัย ดนัยมองเธออย่างซาบซึ้งใจ

ทันใดมีจระเข้โผล่มา ฉวีวรรณตกใจร้องบอก ดนัยกระชากขาตัวเองขึ้นมาอย่างหวุดหวิด พวกลูกน้องธนวัติต่างวิ่งขึ้นจากน้ำเอาชีวิตรอด จระเข้ใช้หางฟาดสะพานพัง ขณะที่ฉวีวรรณประคองดนัยข้ามไปอีกฝั่งได้สำเร็จ ธนวัติโกรธมาก ยิงทั้งจระเข้และยิงไล่หลังดนัย ศิริร้องสั่งให้หยุดได้แล้ว อย่าทำลายชีวิตอื่นโดยไม่จำเป็น ธนวัติฮึดฮัดไม่พอใจ

ooooooo

ข้างฝ่ายดาหวันกับชลิต หนีมานึกว่ารอด ดาหวันเห็นพวกพาณิชย์มาด้านหลังชลิต จึงรีบผลักเขาหงายหลัง ตัวเองคร่อมอยู่บนตัวเขา ชลิตจ้องหน้าดาหวันที่อยู่ชิด ใจเต้นโครมคราม พวกพาณิชย์เดินผ่านไป ดาหวันมองตาชลิตอึ้งๆก่อนจะดึงตัวออก แต่ชลิตกลับดึงเธอมากอดแนบอก

“พี่ชลิต...อย่ามา...”

“มา อะไร...”

“ชีกอแล้วยังมาถาม อย่ามาแต๊ะอั๋งหวันนะ”

“ฉันไม่โรคจิต มีอะไรกับไม้กระดานหรอกน่า”

“อี๋ไอ้คนปากหนอน ว่าหวันเป็นไม้กระดานเหรอ” ดาหวันยกมือจะทุบ

ชลิตสั่งให้หยุด อยู่เฉยๆ แล้วเขี่ยบางอย่างที่แก้มเธอออก “ขนตาเธอร่วง ฉันแค่เก็บให้”

ดาหวันลุกขึ้นปัดเศษหญ้าออกจากตัวใส่ชลิต เชิดหน้าใส่แก้เขิน ชลิตมองอย่างเอ็นดู...ดาหวันหันมาเห็นพาณิชย์ยังยืนอยู่ จึงส่งสัญญาณอย่างมีแผนกับชลิต เธอใช้นิ้วมือทำเป็นปืนไปจี้หลังพาณิชย์ ชลิต

เข้าปลดอาวุธและมีด จากนั้นก็จับพาณิชย์มัดติดต้นไม้ไว้ในสภาพเหลือบอกเซอร์ตัวเดียว ดาหวันเอานิ้วจิ้มหน้าพาณิชย์พร้อมกับพูดว่า

“จำใส่กะลาหัวพี่ไว้เลยนะ หวันไม่มีทางแต่งงานกับผู้ชายเลวๆอย่างพี่ อย่ามายุ่งกันหวันอีก ไม่งั้นจะโดนมากกว่านี้” ดาหวันให้ชลิตเอาด้วงวางบนอก พาณิชย์ร้องลั่นอย่างขยะแขยง...

หนีมากันได้ระยะหนึ่ง ดนัยก็ทรุดลงเพราะพิษไข้จากการอักเสบของแผล ฉวีวรรณประคองไปพักในแพร้างข้างลำธาร โชคดีที่มีข้าวของทิ้งไว้ มีถังสังฆทาน ใบหนึ่งในนั้นมียา เธอจึงเอามาทำแผลให้ เธอฉีกแขนเสื้อดนัยออก เขามองถอนใจเขากับเธอไม่น่าจะเป็นศัตรูกันเลย

“หุบปากนายได้แล้ว ฉันจะทำแผล” ฉวีวรรณเขิน

“ฉันไม่ได้เป็นแผลที่ปากนี่”

ฉวีวรรณเงื้อหมัดแล้วถาม “จะเอาอีกสักแผลไหมล่ะ จะช่วย”

“หน้าเธอเวลาโมโหตลกดีแฮะ ฉันมองแล้วลืมเจ็บไปเลย” ดนัยมองหน้าขำๆ

“อีตาบ้า ไม่ต้องมากวนประสาทเลยนะ...โอ๊ะ แผลไม่เบาเลย ดีนะกระสุนไม่ฝังใน”

ฉวีวรรณเอาแอลกอฮอล์เช็ดแผลให้อย่างเบามือ เช็ดไปเป่าไปเกรงเขาจะแสบ ดนัยมองเพลินรู้สึกดีๆกับฉวีวรรณมากขึ้น พอเธอเอาทิงเจอร์ใส่แผล เขาสะดุ้ง เธอรีบเป่าให้หายแสบแล้วเอาผ้าก๊อซพันแผล ดนัยยิ้มอย่างซาบซึ้งใจ

“เรียบร้อยแล้วล่ะ แต่ยังไงพรุ่งนี้เราต้องหาทางออกจากป่าให้ได้ นายจะได้ไปหาหมอ”

ดนัยครางฮือออกมา ฉวีวรรณเห็นหน้าเขาซีดๆจึงเอามือแตะหน้าผากดู รู้สึกว่าร้อน เธอหาผ้ามาห่มเขา และบอกให้นอนพัก ตนจะไปหาอะไรให้ทานก่อนจะได้ทานยา

“อย่าพยายามเลย ฉันอาจไม่รอดคืนนี้ก็ได้” ดนัยพูดขึ้นเบาๆ

“ไม่นะ อย่าพูดแบบนี้”

“เธอน่าจะดีใจนะหวี คนที่เธอเหม็นขี้หน้า คนที่เธอชอบไล่ให้ไปตายทุกครั้ง กำลงจะตายสมใจเธอแล้ว”

“ไม่จริง นายต้องไม่ตาย นายต้องหาย นายต้องอยู่ต่อไปนะ ดนัย” ฉวีวรรณน้ำตาคลอ

“จะร้องทำไม เป็นห่วงฉันด้วยเหรอ”

“เปล่า ฉันไม่ได้ห่วง”

“ไม่ห่วงแล้วมาช่วยฉันทำไม” ดนัยเห็นฉวีวรรณอึ้งจึงจับมือเธอเบาๆถาม “เธอไม่ได้เกลียดฉันใช่มั้ย” ดนัยลุ้นรอฟังคำตอบ

ฉวีวรรณพยายามปิดบังความรู้สึกหลบตาดึงมือออก ฝืนใจตอบ “เกลียดสิ ฉันเกลียดนายที่ฉันช่วยนายก็เพราะยัยหวัน นายต้องอยู่ต่อไปเพื่อคนที่นายรัก นายต้องอยู่ต่อไปเพื่อยัยหวัน”

ดนัยหน้าเจื่อนไม่คิดว่าฉวีวรรณจะตอบแบบนี้ เขารู้สึกเจ็บแปลบในใจ “ก็จริง เธอพูดถูกฉันต้องอยู่ต่อไปเพื่อคนที่ฉันรัก”

“ถ้ายัยหวันได้ยินคงดีใจมาก นายต้องรีบหาย ห้ามตายเด็ดขาด เข้าใจมั้ย” ฉวีวรรณทำขึงขัง ลุกเดินออกไป ดนัยเรียกเธอไว้ ฉวีวรรณหันมามอง

“สำหรับทุกอย่างที่เธอทำให้คนที่เธอเกลียด ฉันขอบใจมาก แล้วจะไม่มีวันลืมเลย”

ฉวีวรรณอึ้ง ทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร เดินออกมาอย่างเร็ว พอพ้นสายตาดนัย เธอก็หยุดร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่เข้าใจตัวเอง “นี่เราเป็นอะไรไป ทำไมไม่เข้มแข็ง ทำไมต้องแคร์ ทำไมต้องร้องไห้เพราะผู้ชายบ้าๆอย่างนั้นด้วย ฉันเกลียดนายที่สุดเลยดนัย เกลียดที่สุด...ที่นายทำให้ใจของฉันวุ่นวายไปหมดแล้ว”

ไม่ต่างจากดาหวัน ที่รู้สึกว้าวุ่นในใจไม่น้อย เธอเดินเหม่อลอยจนชนหลังชลิตอย่างจัง ชลิตหันมาโวยว่าจะหาเรื่องกันอีกหรือ ดาหวันรีบบอกว่าเธอแค่เป็นห่วงเกรงฉวีวรรณจะรังแกดนัยอีก ชลิตโต้ว่าดนัยต่างหากที่จะกวนโมโหฉวีวรรณ ดาหวันโวย

“นี่เลิกเถียงหวันสักครั้งได้ไหม เป็นพี่ก็หัดอยู่ในโอวาทมั่ง”

“เธอสิ เป็นน้องเป็นนุ่งฉันจริงๆหน่อยไม่ได้ จะจับตีให้ก้นลายเชียว”

ดาหวันโกรธท้าว่าจะทำอะไรตนได้ ชลิตหัวเราะหึๆ พร้อมจะจัดให้ เขาสาวเท้าเข้าใกล้เธอ ดาหวันถอยกรูดชนต้นไม้ หัวกะโหลกหล่นจากต้นไม้ลงมาใส่มือชลิต เขาไม่ทันมอง หาว่าดาหวันปาลูกบอลใส่ ดาหวันตาเหลือกพยายามให้เขาดูว่ามันไม่ใช่ลูกบอล พอชลิตก้มดูเห็นว่าเป็นหัวกะโหลกก็ร้องลั่นโยนทิ้งแล้ววิ่งหนี...สองคนวิ่งมาหยุดพักตรงพุ่มไม้หนึ่ง

ดาหวันรู้สึกว่าบรรยากาศแปลกๆ ชลิตเห็นด้วย ดาหวันชี้ให้ดูที่พื้นเหมือนมีการลากอะไรบางอย่าง แถมมีรอยเท้าช้างด้วย ชลิตเห็นแล้วมั่นใจว่ามีการใช้ช้างลากไม้ผิดกฎหมายแน่

ooooooo

มีกระท่อมไม้อยู่กลางป่าดงผีฟ้า เป็นอาศรม ของกาซู ซึ่งเคยเป็นหมอผีประจำเผ่า มีอาคมเป็นคนกักขฬะ เหี้ยมโหด และยังเป็นคนที่ฆ่าหัวหน้าเผ่าเพื่อความเป็นใหญ่แต่ถูกจับได้โดนขับไล่ออกจากเผ่า จนมายึดอาชีพดูแลจัดการการขนไม้เถื่อนเพื่อแลกเงินให้กับพวกธานี

กาซูรับรู้ว่ามีคนบุกรุกเข้ามา จึงสั่งเลาซา ลูกชายคนเดียวไปจัดการหาตัวมา พร้อมย้ำว่าคนที่เข้ามาในดงผีฟ้า ไม่เคยมีใครรอดออกไปได้ เลาซารับคำ

ชลิตยังเดินตามรอยลากไม้เพื่อหาเบาะแสของพวกคนร้าย แต่ไม่ทันไร มีเสียงเป่าเขาสัตว์ดังขึ้นและรับกันเป็นทอดๆ ชลิตรู้ทันทีว่ามีเหตุร้ายจึงรีบดึงดาหวันหาที่หลบภัย เลาซากับสมุนโผล่มา ชลิตต่อสู้ปกป้องดาหวันเต็มที่ กาซูรับรู้ถึงความพ่ายแพ้ของลูกชาย โมโหมาก ปลุกอสูรกายขึ้นมาส่งไปจัดการ อสูรกายโผล่ออกมาจากใต้พื้นดิน คำรามกึกก้อง...ชลิตกับดาหวันวิ่งหนีกระเซอะกระเซิงพลัน ชลิตตกลงไปในบ่อทรายดูด เขาพยายามดิ้น ยิ่งดิ้นยิ่งจม

“พี่อยู่เฉยๆสิ อย่าขยับ ไม่งั้นทรายมันจะยิ่งดูด” ดาหวันเห็นพวกเลาซาตามมาจึงตัดสินใจ “พวกมันมาแล้ว หวันจะล่อมันไปทางอื่นก่อน พี่อย่าเพิ่งรีบตายนะ เดี๋ยวหวันจะกลับมาช่วย”

“ฮึย...ยัยเด็กบ้า ถ้ายังไม่ได้เขกกะโหลกแก่แดดของเธอ ฉันยังไม่ยอมตายง่ายๆหรอก”

ดาหวันวิ่งออกไป ชลิตภาวนาขอเจ้าป่าเจ้าเขาช่วย ด้วยให้เขาจับพวกลากไม้ได้ก่อนตาย ทันใดมีกระรอกไต่บนต้นไม้ทำเถาวัลย์หล่นลงมาใส่ เขาจึงใช้มันโหนตัวขึ้นจากบ่อทรายดูด...ดาหวันล่อพวกเลาซาไปทางอื่น แต่แล้วตัวเองเจออสูรกายต้องวิ่งหนีเอาตัวแทบไม่รอด ชลิตตามมาช่วยล่ออสูรกายไปตกบ่อทรายดูด ทั้งสองตบมือดีใจ ไม่ทันไร พวกเลาซาย้อนกลับมาจับชลิตกับดาหวันไว้ได้ สองคนต่างปกป้องกันและกันจนเลาซาเข้าใจว่าทั้งสองเป็นผัวเมียกัน

เผอิญ ธานีพาธนวัติกับพาณิชย์มาสั่งกาซูเรื่องไม้ลอตใหม่ที่จะขึ้นมา และถามเห็นคนแปลกหน้ามาแถวนี้บ้างไหม กาซูจึงบอกเรื่องที่ให้ลูกชายไปล่าตัวอยู่ ทั้งสามอยากเห็นหน้าและสงสัยว่าจะเป็นชลิตกับดาหวัน แต่แล้วชลิตกับดาหวันก็หนีไปได้ระหว่างทาง

คืนนั้น ฉวีวรรณเฝ้าเช็ดตัวลดไข้ให้ดนัยจนผล็อยหลับไปข้างเขา ดนัยตื่นขึ้นมานั่งอมยิ้มมองเธอ ฉวีวรรณสะดุ้งตื่นขึ้นมารีบเช็ดตัวต่อ ดนัยบ่นว่าตัวเขาจะเปื่อยหมดแล้ว

“คนบ้า นี่นายตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ก็ทันเห็น พยาบาลละเมอแทนคนเจ็บก็แล้วกัน”

ฉวีวรรณเงื้อมือจะทุบแต่ดนัยจับมือไว้และดึงเธอมา กอด “กอดหน่อยนะ...”

ฉวีวรรณอึ้งพูดไม่ออกได้แต่นิ่ง ดนัยพรั่งพรูความรู้สึก “ตอนเด็กๆ เวลาที่ฉันไม่สบายแม่ก็จะเฝ้าฉัน เช็ดตัวให้ฉันแล้วก็นอนกอดฉันอย่างนี้ทุกคืน จนฉันรู้สึกว่า ฉันหายไข้ได้เร็วเพราะนอนกอดแม่นี่แหละ”

“แต่ฉันไม่ใช่แม่นายนะ”

“แต่กอดของเธอก็อุ่น อุ่นกว่าผ้าหุ่มทุกผืน...ไม่อยากให้ฉันหายเร็วๆหรือไง” ดนัยสบตา

ฉวีวรรณหลบตาซบหน้าลงกับแผ่นอกดนัย เขายิ้มอย่างมีความสุข เธอพึมพำให้พรุ่งนี้เขารีบหาย แล้วทำเป็นพูดอย่างมีหลักการ “ฉันอนุโลมให้ แค่คืนนี้คืนเดียว คืนนี้เท่านั้นที่ฉันจะ...เอ่อ เป็นผ้าห่มให้นาย แล้วพรุ่งนี้ เราค่อยมาเป็นศัตรูกันต่อ”

เห็นดนัยนิ่งเงียบ ฉวีวรรณเงยหน้ามอง จึงรู้ว่าเขาหลับไปแล้ว ฉวีวรรณจ้องมองหน้าดนัยพึมพำ “เวลานายหลับ ดูนายไม่เหมือนนายดนัยขี้เก๊ก เอาแต่ใจ บ้าอำนาจคนนั้นเลยนะ นายดูใจดีอ่อนโยนแล้วก็อบอุ่นมากๆ เฮ้อ...ดนัย นายเป็นคนยังไงกันแน่นะ ฉันชักสับสนไปหมดแล้ว”

ฉวีวรรณซบหน้าลงกับแผ่นอกดนัยอย่างครุ่นคิด...วันรุ่งขึ้น ดนัยตื่นมาไม่เห็นฉวีวรรณก็ตกใจรีบออกมานอกแพ เห็นเธอพยายามทอดแห เขาแกล้วตะโกนบอกเธอ อย่าจับปลาสองมือ ฉวีวรรณโกรธเข้ามาทุบแขน ดนัยร้องลั่น เธอนึกได้ว่าเขาบาดเจ็บอยู่รีบขอโทษอย่าตายนะ...

ooooooo

ตอนที่ 4

ดนัยเห็นฉวีวรรณหน้าซีดก็ยิ้มเผล่ว่าเขาล้อเล่น แขนข้างที่ถูกตีไม่เจ็บ ฉวีวรรณโมโหหยิกท้อง เขาร้องลั่นเจ็บจริง ผลักเธอออกล้มไปด้วยกัน จมูกเขาหอมที่แก้มเธอฟอด ฉวีวรรณตาเหลือก ดนัยชะงักสบตาเธออึ้งๆ ฉวีวรรณอายรีบผลักเขาออกแล้ววิ่งหนีไป

ดนัยตามมา ฉวีวรรณห้ามไม่ให้พูดถึง แล้วหันไปจับปลาต่อ สุดท้ายดนัยต้องเป็นคนช่วยจับปลาให้ โดยอ้างว่าเขาได้ยาดีแล้วชี้ที่แก้ม ฉวีวรรณทั้งเขินทั้งอายหน้าแดง...

ศิรินั่งดื่มกาแฟหน้าเต็นท์ ธานีเดินมาร่วมวง ศิริจึงถามว่าเมื่อคืนออกไปไหนกันมา ธานีอึกอักตอบไม่ถูก พลันมีเสียงปืนดังขึ้น ทั้งสองวิ่งไปดู เห็นธนวัติกำลังไล่ยิงหมีป่าที่มารื้อเต็นท์แต่ไปโดนลูกน้องตัวเองบาดเจ็บ ศิริรีบห้ามและขอให้กลับไป ธานีเก็บความไม่พอใจ ขอโทษแทนลูกชายและจะพาทั้งลูกและหลานกลับ ศิริรู้สึกตัวว่าพูดแรงไป จึงขอสั่งห้ามใช้ปืนเด็ดขาด

มื้อนี้ ฉวีวรรณได้กินปลาย่างอร่อยๆ ดนัยทำเป็นเจ็บแขนขอให้เธอช่วยป้อน ฉวีวรรณจึงแกล้งเอาพริกขี้หนูยัดไส้ป้อนให้ ดนัยร้องโอดโอยหาน้ำกินแทบแย่ พอดี แม่โทร.เข้ามือถือ ดนัยเป็นกังวลไม่อยากให้แม่รู้ว่าตนบาดเจ็บ จึงให้ฉวีวรรณคุยแทน...นงนุชโทร.มาเพราะเมื่อคืนฝันไม่ดีเป็นห่วงลูก ฉวีวรรณแก้ตัวให้ว่า ดนัยพากวางที่บาดเจ็บไปรักษา ลืมมือถือทิ้งไว้ นงนุชโล่งใจที่ลูกชายปลอดภัยดี พอวางสาย ดนัยรู้สึกผิดวิ่งออกไปร้องตะโกนระบายความอัดอั้น

“ฉันมันเลว ฉันไม่ดีเอง พอแม่โทร.มาฉันถึงคิดได้ แม่ยังเป็นห่วงฉัน แล้วพ่อเธอจะไม่ห่วงเธอได้ยังไง ฉันรู้สึกผิดจริงๆ”

“จะว่านายผิดก็ไม่ถูก ทั้งๆที่มีโอกาสแล้วฉันก็ยังตามนายมาเอง ฉันก็มีส่วนผิดพอๆกับนายนั่นแหละ อย่าคิดมากไปเลย”

ดนัยรู้สึกดีขึ้น เขาบอกฉวีวรรณว่า เขาจะซ่อมแพนี้ แล้วปล่อยล่องไปตามน้ำ อาจจะได้เจอหมู่บ้านและต่อรถเข้าเมืองได้ เขาจะพาเธอไปขอขมากับพ่อ...ระหว่างที่ช่วยกันซ่อมแพ ดนัยเอาก้อนกรวดสีชมพู ที่เขาเก็บได้ตอนหาปลา มอบให้ฉวีวรรณ ขอให้เธอเก็บเป็นที่ระลึก ว่าในเวลาที่โหดร้าย เขายังรู้สึกโชคดีที่มีเธออยู่ข้างๆ ที่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเธอ ฉวีวรรณตื้นตันใจ

ขณะถ่อแพไปตามลำน้ำ ดนัยถามฉวีวรรณว่าเกลียดตนน้อยลงหรือยัง ไม่ทันจะตอบ ธนวัติยิงปืนใส่จากริมฝั่ง ดนัยรีบถ่อแพพาฉวีวรรณหนีไปขึ้นฝั่งอีกด้าน ธนวัติพาพวกตามล่า ดนัยหันมาขอให้ฉวีวรรณยิ้มให้ “ยิ้มให้ทีสิ จะได้มีแรง”

“อีตาบ้า ยังจะพูดเล่นอีก...ไป” ฉวีวรรณฉุดดนัยวิ่งเสียเอง

ทั้งสองวิ่งพลัดเข้ามาในเขตกองไม้เถื่อน มีเลาซากำลังคุมลูกน้องให้ช้างลาก ดนัยรีบฉุดฉวีวรรณหลบทางเดินของช้าง พวกเลาซายิงใส่ ธนวัติตามมา ดนัยเห็นจวนตัวดึงฉวีวรรณโหนเถาวัลย์หนี เธอร้องลั่นกลัวความสูง ดนัยมองธนวัติคุยกับเลาซาจึงรู้ว่าเป็นพวกเดียวกัน ธนวัติยิงเปรี้ยงโดนเถาวัลย์ขาด ดนัยกับฉวีวรรณตกลงกลิ้งหลุนๆไปด้วยกัน แผลดนัยเลือดทะลักออกมาอีก เลาซากับพวกตรงเข้าจะยิงซ้ำ วินยา สาวชาวกะเหรี่ยงโหนเถาวัลย์แหวกอากาศมาเตะเลาซากับพวกกระเด็น วินยาคือลูกสาวหัวหน้าเผ่าที่ถูกกาซูฆ่าตาย จึงต้องรับหน้าที่ดูแลคนในเผ่าแทน

วินยาช่วยกันให้ดนัยกับฉวีวรรณหนีไปก่อน ดนัยเห็นเลาซาจะแทงวินยา เขาพุ่งตัวเข้าไปจับมือเลาซาบิดอย่างแรงจนมีดร่วง และช่วยวินยาต่อสู้ทั้งที่ตัวบาดเจ็บ วินยาผิวปากเรียกช้างของตนมาช่วย ฟาดงวงฟาดงาใส่ธนวัติและเลาซา ดนัยเริ่มอ่อนแรงทรุดลง ฉวีวรรณจะเข้าประคอง แต่กลับโดนวินยาแทรกประคองดนัยวิ่งไป เธอจึงต้องวิ่งตาม

ooooooo

ระหว่างเดินอยู่กลางป่า ดาหวันได้เห็นความอ่อนโยนของชลิต เขาช่วยลูกนกกลับไปคืนรังบนคบไม้ ชลิตหันมาเห็นดาหวันมองตาเยิ้ม เขาจึงบอกเธอว่า

“พี่พูดจริงๆจากใจเลยนะหวัน...พี่อยากรักษาป่าฝืนนี้ให้สมบูรณ์ ให้เป็นบ้านที่สัตว์ป่าทั้งหลายอยู่กันอย่างมีความสุข พี่จะต้องตามหาตัวไอ้นายทุนทำลายป่าคนนั้นให้ได้”

“พี่ชลิตอุดมการณ์สูงส่งดีนะ แต่ตอนนี้พี่ชลิตตามหาแหล่งน้ำก่อนได้ไหม”

ชลิตถามว่าเธอหิวน้ำหรือ ดาหวันทำจมูกฟุดฟิดเหม็นกลิ่นตัวเขา และว่าเหมือนหมาเน่า ว่าแล้วก็วิ่งหนี ชลิตนิ่วหน้าวิ่งตามอย่างเคืองๆ ดาหวันวิ่งลงไปในลำธาร ชลิตเห็นบางอย่างลอยมารีบชี้ให้เธอมอง มันคือกระเป๋าเสื้อผ้าที่เขากับเธอหอบหิ้วหนีออกมาจากบ้านทองอิน ทั้งสองดีใจลุยไปลากกระเป๋าขึ้นมา ดาหวันเปิดกระเป๋าดู เป็นเสื้อผ้าของฉวีวรรณ

“โอ้ย เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ หวันมีเสื้อผ้าใส่แล้วถึงมันจะเป็นชุดป้าๆของพี่หวีก็เถอะ”

ชลิตดีใจรีบถอดเสื้อผ้าออก ดาหวันโวยวายเอามือปิดตา ชลิตถอดเหลือบ๊อกเซอร์โดดน้ำตูมลงไปดำผุดดำว่าย ดาหวันแอบมองทางช่องนิ้วอย่างหมั่นไส้ จึงแกล้งตะโกนว่าจระเข้มา ชลิตตาลีตาเหลือกขึ้นจากน้ำ ดาหวันหัวเราะก๊าก เขาจึงรู้ว่าเธอหลอก ชลิตเอาคืนด้วยการอุ้มดาหวันโยนลงน้ำแล้วโดดตามลงไป ทั้งสองแหย่กันเหมือนคู่รัก จนกระทั่งได้ยินเสียงลิงร้องเจี๊ยกๆ ทั้งสองหันมองเห็นลิงเอาเสื้อผ้าของชลิตจากกระเป๋าวิ่งหนีขึ้นต้นไม้ไป ทั้งสองรีบขึ้นจากน้ำวิ่งตามดาหวันล้มข้อเท้าพลิก ชลิตจึงหันมาดูแลเธออย่างห่วงใย ดาหวันดึงเท้าออกเขินๆ

“ทำไม เป็นตาปลาหรือไงถึงแตะไม่ได้” ชลิตเอ็ด

“เปล่า...แต่แบบ เท้ามันต่ำ พี่ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้”

“หึ ไว้เธอใช้หัวเดินแทนเท้าได้เมื่อไหร่ ค่อยมาบอกให้พี่ถือเรื่องสูงต่ำแบบนั้น มะ อย่าเรื่องมาก” ชลิตยื้อนวดและพันผ้าให้ดาหวันมองอย่างซาบซึ้ง ชลิตแกล้งถามว่าหน้าเขามีตัวเลขขึ้นหรือ ดาหวันเขินบอกปัดไปว่าแค่แปลกใจที่เขาดูคล่อง คงเคยพันข้อเท้าให้ผู้หญิงมาหลายคน ชลิตดักคอ

“จะมาหลอกถามว่ามีแฟนกี่คนงั้นสิ ตอบเลยว่าพี่สาวเธอเป็นแฟนคนแรกในชีวิตพี่เลย”

“จริงอ่ะ พี่หวีเป็นแฟนคนแรกของพี่เนี่ยนะ”

“หวีเป็นผู้หญิงคนแรกที่ฉันกล้าจีบ ส่วนใหญ่ที่เหลือผู้หญิงมาจีบพี่เอง”

ดาหวันทำหน้าว่าเขาขี้โม้ ชลิตจับมือเธอและบอกว่า เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาพันข้อเท้าให้ ดาหวันใจแทบละลายมองชลิตยิ้มดูเท่บาดใจ ชลิตเห็นเธอหน้าแดงก็ล้อว่าเป็นอะไร ดาหวันรีบกลบเกลื่อนว่าปวดหัว ปวดท้อง ชลิตแย้งเอาสักโรค ดาหวันจึงโพล่งออกไปว่าตนคิดถึงฉวีวรรณ อยากให้มาอยู่ใกล้ๆชลิตอึ้งรู้สึกตัวว่าไม่ควรใกล้ชิดดาหวันขนาดนี้...

กลางป่า วินยาประคองดนัยซึ่งหมดสติเดินดุ่มๆเข้ามาพักในถ้ำ เธอลงมือจะกรีดแผลเขาเพื่อเอาหนองออก ฉวีวรรณตกใจจะห้ามแต่พอวินยาถามว่าอยากให้เขาโดนตัดแขนเพราะแผลเน่าหรือ เธอจึงยอมให้วินยาทำ แถมโดนใช้ไปหาฟืนมาให้ วินยาดูแลทำแผลให้ดนัยจนฉวีวรรณรู้สึกขุ่นเคืองสะบัดหน้าเดินออกไปจากถ้ำ...

อาบน้ำเสร็จ ดาหวันใส่เสื้อผ้าของฉวีวรรณบ่นกระปอด กระแปดว่าเหมือนคุณป้า แต่พอมองไปเห็นชลิตใส่เสื้อสูทขาวเข้ามาก็ขำกลิ้ง เพราะลิงเอาเสื้อผ้าเขาไปหมดเหลือไว้เพียงเสื้อกล้ามกับสูทตัวเดียว ชลิตเอ็ดให้ดาหวันหยุดหัวเราะ เธอทำตาแดงๆชลิตใจแป้ว

“หวัน พี่แค่ล้อเล่นเองนะ ร้องไห้ทำไม พี่พูดอะไรผิดเหรอ”

“เปล่า พี่ไม่ได้ทำอะไรผิด หวันแค่นึกถึงเรื่องบางเรื่องแล้วมันอยากร้องไห้”

ดาหวันเล่าว่า ตนเคยชี้ให้ดนัยดูหุ่นโชว์ร้านเวดดิ้ง เจ้าบ่าวใส่สูทขาวคู่กับเจ้าสาว ตนชอบมากแต่ดนัยไม่ได้สนใจกลับไปยืนมองรถมอเตอร์ไซค์ที่ร้านข้างๆ ดาหวันพรั่งพรูความในใจ

“พูดง่ายๆก็คือ ในวันแต่งงานของหวัน หวันอยากให้ เจ้าบ่าวใส่สูทชุดขาว เต้นรำด้วยกันมันคงเป็นอะไรที่หวันมีความสุขมากที่สุด แต่ฝันนั้นคงไม่มีวันเป็นจริง เพราะพี่ดนัยกับหวันไม่เคยชอบอะไรเหมือนกันเลย หนำซ้ำหวันชวนพี่ดนัยไปเรียนเต้นรำกี่ครั้งๆ พี่ดนัยก็บ่ายเบี่ยงไม่เคยว่างไปเลยสักครั้ง...”

ชลิตอินรู้สึกสงสารดาหวัน บ่นว่าดนัยที่ไม่รู้จักแบ่งเวลาให้แฟน แถมตัวเขาก็เคยฝันแบบเดียวกับเธอ เขาจึงดึงเธอมาเพื่อสอนเต้นรำให้ ดาหวันเหยียบบนเท้าชลิตล่องลอยไปตามจังหวะเพลงที่เขาจินตนาการขึ้น เคลิบเคลิ้มท่ามกลางธรรมชาติ หลังจากนั้น ชลิตก็หาใบบัวอันใหญ่มาให้เธอบังแดดแทนร่ม และยังให้เธอขี่หลังเขาเดินทางต่อไป

ooooooo

เมื่อเกรงว่าดนัยกับชลิตจะรู้ว่าพวกตนลักลอบตัดไม้ ธานีจึงพากาซูกับเลาซามาที่แคมป์อ้างกับศิริว่าเป็นพรานป่าที่หามาแทนอาหลู่ แต่แล้วคืนนั้น ทั้งอุ๊บอิ๊บ แจ๋ บุญทิ้ง และกิมจิก็เจอกับอสุรกายของกาซู กำลังกินคนงานคนหนึ่ง ทั้งสี่คนพยายามบอกศิริแต่ธานีแก้ต่างว่าพวกเด็กๆเพ้อเจ้อไปเอง ธนวัติ

มาเตือนกาซูกับเลาซาให้ระวังตัวบ้างและจัดการส่งอสุรกายกลับไป

ในถ้ำ ฉวีวรรณได้ยินเสียงดนัยครางเพราะพิษไข้ มองไปไม่เห็นวินยา จึงหาน้ำมาเช็ดตัวให้ วินยากลับไปที่หมู่บ้านเพื่อเอายามารักษาดนัย เธอบอกสางโป ผู้อาวุโสประจำเผ่าว่า เธอต้องกลับไปช่วยคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้ สางโปเตือนให้ระวังจะเป็นพวกกาซู แต่วินยาว่าไม่ใช่แน่เพราะตอนที่เจอกัน เขากำลังถูกพวกเลาซาไล่ล่า

ขณะเดียวกัน ชลิตแบกดาหวันเดินป่ามาจนมืดค่ำ ดาหวันคอยเช็ดเหงื่อบนหน้าเขา ชลิตรู้สึกวูบวาบในใจ เผลอพูดว่าอยากให้เธอเช็ดหน้าให้ตลอดชีวิต ดาหวันชะงักมองเขาอึ้งๆ

“ล้อเล่นน่ะ หวันทำให้พี่คิดถึงหวีมากเลยนะ พี่อยากให้หวีมาคอยดูแลเอาใจใส่พี่แบบนี้บ้างจัง หวัน...หวันคิดว่าหวีเขาจะคิดถึงพี่บ้างไหม” ชลิตกลบเกลื่อนความรู้สึกในใจ

“ไม่รู้ หวันไม่ใช่พี่หวี คงตอบและทำอะไรๆแทนใครไม่ได้” ดาหวันฉุนอย่างไร้เหตุผลขว้างผ้าเช็ดหน้าใส่หน้า

ให้เขาเช็ดเอง แล้วสะบัดหน้าเดินกะเผลกไป

ชลิตรีบถามว่าจะไปไหน ดาหวันตอบสะบัดๆว่าจะหาที่พัก ชลิตเห็นแสงไฟรีบฉุดมือเธอ ชี้ว่ามีบ้านคนอยู่ทางนั้น... ทั้งสองวิ่งมาที่กระท่อม พบสองผัวเมียออกมาต้อนรับและจัดห้องพักให้อยู่ด้วยกัน...ชลิตออกไปอาบน้ำ กลับมาเห็นดาหวันนอนเอาผ้าห่มห่อตัวเหมือนดักแด้ก็ขำรู้ว่าเธอกลัวเขาปล้ำ แต่แล้วเมื่อชลิตผล็อยหลับไป เขารู้สึกตัวขึ้นมาพบว่า ทั้งเขาและดาหวันนอนหลับอยู่บนพื้นกลางป่า “เฮ้ย...เกิดอะไรขึ้นเนี่ย หวัน ตื่นเร็ว”

ชลิตเขย่าปลุกดาหวัน เธองัวเงียตื่นมาพอเห็นว่าอยู่กลางป่าก็ตกใจหาว่าชลิตแกล้ง ทุบตีเขายกใหญ่ ไม่ทันไร สองผัวเมียเดินมาใบหน้าถมึงทึงดูน่ากลัว ชลิตรีบเข้าไปถามไม่พอใจอะไรพวกตนถึงให้ออกมานอนอยู่ตรงนี้

“ไม่หรอก พวกข้าดีใจที่เจอเอ็งสองคน”

“เนื้อพวกเอ็งต้องอร่อยแน่” สองผัวเมียแสยะยิ้มแล้วกลายร่างเป็นเสือสมิงคำรามกึกก้อง

ดาหวันร้องกรี๊ด ชลิตดึงเธอวิ่งหนี เสือสมิงกระโจนเข้าใส่ สองคนหลบล้มกลิ้งลงเนินไปสลบอยู่เบื้องล่าง...

คืนเดียวกัน ฉวีวรรณพยายามก่อกองไฟให้ดนัยคลายหนาว แต่ทุบหินจนมือถลอกก็ไม่เกิดประกายไฟ ดนัยครางหนาวๆฉวีวรรณน้ำตาไหลพรากสงสารเขาจับใจ

“ฉันจะช่วยนายยังไงดี...นายเคยบอกว่ากอดของฉันอุ่นกว่าผ้าห่ม หายหนาวขึ้นบ้างไหม นายต้องรีบหายนะ ดนัย” ฉวีวรรณตัดสินใจช้อนตัวดนัยขึ้นมากอดแนบอก

วินยาเข้ามาเห็น ดันฉวีวรรณออกแล้วแตะตัวดนัยเห็นว่าตัวร้อนก็ต่อว่าฉวีวรรณดูแลประสาอะไร ฉวีวรรณทั้งห่วงทั้งโกรธ ระเบิดอารมณ์ออกมา

“ฉันควรจะถามเธอมากกว่านะ ว่าเธอหายหัวไปไหนมา ไหนว่าเก่งนักหนา มียาดีก็รักษาเขาให้หายสิ รักษา เลย” พูดจบฉวีวรรณวิ่งหนีออกไปจากถ้ำ

วินยาแปลกใจว่าฉวีวรรณเป็นอะไรกับดนัยกันแน่...

ฉวีวรรณออกมาร้องไห้ด้วยความอัดอั้น พร่ำว่าตัวเองไม่ได้เรื่อง ช่วยอะไรดนัยก็ไม่ได้ สักพัก วินยาตามออกมาดึงมือฉวีวรรณที่ถลอกมาทายา ฉวีวรรณดึงกลับไล่ให้ไปดูแลดนัย วินยาตอบว่าดนัยหลับไปแล้ว

“ผิวเธอนี่บางสมกับเป็นลูกคุณหนูแท้ๆเลยนะ มิน่า ทำอะไรก็เก้งก้างไปหมด คงไม่เคยทำงานหนักล่ะสิ”

“ไม่จริง  เธอไม่ให้ฉันช่วยต่างหาก อยากพยาบาลเขา คนเดียวก็บอกมาเถอะ”

“เธอพูดเหมือนกับหึงฉันอย่างนั้นแหละ ไม่อยากให้ฉันเข้าใกล้เขาหรือไง”

“จะบ้าเหรอ ฉันจะหึงเขาทำไม นายนั่นเป็นแฟนน้องสาวฉัน”

วินยาสังเกตท่าทางไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น ฉวีวรรณกลบเกลื่อนว่าตนกับดนัยเกลียดกันจะตาย วินยายิ่งสงสัยทำไมฉวีวรรณต้องโกรธขนาดนี้...สุดท้าย คืนนี้ทั้งคืน ฉวีวรรณ เฝ้าดูแลเช็ดตัวให้ดนัย วินยากลับไปหมู่บ้านเพื่อเอายามาเพิ่ม ฉวีวรรณแปลกใจที่วินยาทำตัวลับๆล่อๆ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ศิริกับพวกจะเข้าป่าไปตามหาฉวีวรรณกับดาหวันอีก สุภาพรายงานศิริว่าคนงานหายไปคนหนึ่ง เข้าใจว่าคงหนีกลับฟาร์ม ธานีกับลูกทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ทั้งที่รู้แก่ใจว่าโดนอสูรกายกินไปแล้ว สุภาพถามถึงแจ๋ บุญทิ้ง และกิมจิ ธนวัติบอกว่าเขาให้คนงานไปส่งที่ฟาร์ม

ด้วยยังห่วงเพื่อน แจ๋กับพวกหลอกให้คนงานจอดรถลงไปเก็บของว่าทำหล่น แล้วขโมยรถขับเข้าป่าไปกันเอง แต่แล้วเกิดยางแตก ทั้งสามต้องเดินเท้าเข้าป่าอย่างทุลักทุเล จนมาเจอเข้ากับผัวเมียเสือสมิง กำลังหลอกพาไปพักที่กระท่อม ชลิตกับดาหวันโผล่มาร้องเตือนให้เพื่อนๆหนี เสือสมิงทั้งสองจึงกลายร่างวิ่งตามชลิตกับดาหวันไปอีก สองคนหนีมาสุดหน้าผา มองหน้ากันว่าจะทำอย่างไรดี โดดก็ตาย ไม่โดดก็โดนกิน พลันมีเสียงปืนดังขึ้นสองนัด เสือสมิงล้มลงเลือดโทรมกาย แล้วร่างก็สลายไป ชลิตกับดาหวัดตะลึง ใครมาช่วย

“เป็นไง ซาบซึ้งในพระคุณฉันมากไหม...” พาณิชย์เดินเข้ามากับกาซูและสมุน “หึๆกระสุนอาคมได้ผลเกินคาด เยี่ยมมากกาซู”

“นอกจากใช้ยิงภูตผีปีศาจแล้ว ยิงคนก็ตายเหมือนกัน” กาซูบอกพาณิชย์

พาณิชย์เล็งปืนไปที่ชลิต แจ๋ บุญทิ้ง และกิมจิใช้กล้องถ่ายรูปและมือถือช่วยกันถ่ายภาพทุกคน พร้อมตะโกนบอกว่าเอาไว้เป็นหลักฐานให้ตำรวจ พาณิชย์โกรธสั่งลูกน้องจับทุกคนไว้

ด้านดนัย ค่อยๆฟื้นร้องขอน้ำดื่ม ฉวีวรรณเห็นในกระติกน้ำหมด จึงบอกดนัยให้รอเดี๋ยวตนจะไปตักน้ำมาให้ ดนัยนอนกระสับกระส่ายสักพักลืมตาขึ้น เห็นว่าตนนอนอยู่ในถ้ำคนเดียวก็แปลกใจ พยายามลุกเดินแต่ไม่มีแรง วินยากลับ มาเข้าประคอง ดนัยขอน้ำดื่ม เธอจึงเอากระติกในย่ามรินน้ำ ให้เขาดื่ม และดูแลทำแผลให้ใหม่ ดนัยถามว่าเธอเป็นคนช่วยเขาไว้หรือ

“ไม่ต้องมาคุณๆผมๆหรอก ตามสบายเถอะ ฉันชื่อวินยา...” วินยาเอาข้าวและยาให้เขา

ฉวีวรรณกลับมาถึง เห็นวินยากับดนัยดูมีความสุข ก็เสียใจน้อยใจที่ตนอุตส่าห์ลุยไปหาน้ำมาให้ เธอทิ้งกระติกลงแล้ววิ่งร้องไห้ออกไป ดนัยกินข้าวกินยาแล้วนึกได้ ถามหาฉวีวรรณ

“อ๋อ ผู้หญิงคนนั้น ไม่รู้สิ เมื่อเช้าฉันให้เขาเฝ้าเธอไว้ แต่พอกลับมาก็ไม่เห็นแล้ว”

ดนัยฉุกคิด “แสดงว่าคนที่เฝ้าฉันเมื่อเช้า เป็นหวีเหรอ แล้วเขาหายไปไหน”

วินยารั้งดนัยที่จะวิ่งออกไป ดนัยแกะมือเธอออก เขาต้องไปตามหาฉวีวรรณ วินยาให้นอนพักตนจะไปตามเอง แต่ ดนัยไม่ยอม เขาร้องตะโกนเรียกฉวีวรรณแล้ววิ่งโซเซออกมา เจอกระติกน้ำหล่นอยู่หน้าถ้ำ เขายิ่งใจหายกลัวเธอเป็นอันตราย

ดนัยวิ่งไปร้องเรียกฉวีวรรณไป วินยาวิ่งตามเตือนให้ใจเย็น ฉวีวรรณอาจแค่เดินเล่น

“แต่ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขาล่ะ ฉันจะตามหาเขาให้เจอ”

“แต่ร่างกายนายยังต้องการการพักผ่อนนะ”

“ช่างมัน แต่ฉันไม่ยอมให้หวีเป็นอะไรไปแน่” ดนัยเสียงเฉียบขาด...

ขณะที่ฉวีวรรณเดินมาเห็นแสงไฟรถ รีบวิ่งมาโบกขอความช่วยเหลือ พอเห็นว่าเป็นรถธนวัติก็ตกใจจะวิ่งหนี แต่โดนล้อมจับ ดนัยกับวินยาเข้ามาช่วย เลาซาแปลกใจ ที่เจอวินยา ทั้งสองจึงสู้กัน ธนวัติให้ลูกน้องจับดนัยกับฉวีวรรณ เธอร้องกรี๊ด ศิริเดินลุยป่ามากับธานี ได้ยินจำได้ว่าเป็นเสียงลูกสาว รีบตามมา ธนวัติกำลังปลุกปล้ำฉวีวรรณ ดนัยเอาไม้ฟาดกลางหลังธนวัติ ศิริเห็นพอดีเข้าใจผิดไปอีก สุภาพกับอาหลู่เข้าจับตัวดนัย ฉวีวรรณร้องห้าม

“ปล่อยเขาได้แล้ว อย่าทำแบบนั้น...พ่อคะ ดนัยไม่ผิดนะคะ หวี...”

“เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่ลูกจะมาแก้ต่างแทนใคร พ่อจะจัดการไต่สวนสองคนนั้นด้วยตัวเอง”

“พ่อหมายความว่าไงคะ สองคนนั้น”

สุภาพบอกว่า พาณิชย์จับตัวชลิตได้เหมือนกัน ศิริโอบฉวีวรรณเดินกลับแคมป์ที่พัก ดาหวันวิ่งเข้ามากอดศิริกับฉวีวรรณ อุ๊บอิ๊บเห็นดนัยดีใจวิ่งเข้าไปกอด ธนวัติหมั่นไส้ลากน้องสาวออกไป แจ๋ บุญทิ้ง และกิมจิเดินเข้ามาเกาะกลุ่มกับฉวีวรรณและดาหวันเป็นห่วงดนัยกับชลิต

สองหนุ่มพยายามจะหนี ทั้งที่ถูกมัดมือ ธนวัติโมโหชักปืนยิงไปที่พื้นขู่ ฉวีวรรณกับดาหวันตกใจ ต่างวิ่งเข้าไปขวาง ฉวีวรรณปกป้องดนัย และดาหวันปกป้องชลิต

“อย่านะ อย่ายิง”

แจ๋กับพวกและอุ๊บอิ๊บแปลกใจที่ทำไมสลับคู่กันแบบนั้น ศิริเห็นท่าไม่ดี สั่งห้ามธนวัติใช้ปืน ควรส่งตัวสองคนให้ตำรวจ ทั้งดนัยและชลิตรีบบอกว่าดีพวกเขาก็อยากเจอตำรวจ เพื่อบอกเรื่องไม้เถื่อนในดงผีฟ้า ธานีหน้าเจื่อนแก้ตัวกับศิริว่าสองคนพยายามจะสร้างเรื่อง ศิริจึงเตือนว่าจะกล่าวหาอะไรต้องมีหลักฐาน ดนัยกับชลิตสงบลงเพราะพวกเขายังไม่มีหลักฐานอะไร...ธานีร้อนใจ เลาซาเสนอตัวจะจัดการสองคนนั้นให้ ธนวัติเยาะว่าปล่อยอสูรกายออกมาให้คนจับได้อีกหรือ เลาซาไม่พอใจจะเอาเรื่อง ธานีต้องห้ามไม่ควรมาแตกคอกันเอง

พออยู่กันเอง ฉวีวรรณกับดาหวันพยายามบอกศิริว่า ดนัยกับชลิตไม่ผิด และพวกธานีเป็นคนไม่ดี แต่ศิริไม่ฟัง ฉวีวรรณ จึงคิดว่าจะต้องหาหลักฐานมายืนยันกับพ่อให้ได้...คืนนั้น ทั้งฉวีวรรณและดาหวันเป็นห่วงชลิตกับดนัย ฉวีวรรณแอบเอา กล่องยาจะมาทำแผลให้ดนัย ดาหวันเอายาทากันยุงมาให้ชลิต ขณะเดียวกัน สองหนุ่มช่วยกันแก้มัดให้กันและกันได้สำเร็จ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 08:58 น.