ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

หอบรักมาห่มป่า

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

พวกฉวีวรรณพาดนัยกับชลิตมามัดไว้ในถํ้า ทั้งสองยังร้องจะกลับไปหาแสงเพชรและแสงหล้า อุ๊บอิ๊บทนไม่ไหวเข้ามาถาม “พี่ดนัยขา พี่ดนัยจำอุ๊บอิ๊บไม่ได้รึคะ นังเจ้าแม่มันล้างสมองพี่ดนัยของอุ๊บอิ๊บ เจ็บใจนัก อุ๊บอิ๊บจะไปหามัน”

“จะไปตบเจ้าแม่เหรอ” แจ๋หมั่นไส้

“ไม่ใช่ จะไปขอยาเสน่ห์มาใช้บ้าง ได้ผลดีกว่าไปทำหน้าที่เกาหลีอีก ทั้งถูกกว่า ทั้งไม่ต้องเจ็บตัวด้วย ฮิๆๆ”

แจ๋แขวะว่า ไปก็ไม่ได้ยาหรอก นอกจากจะถูกหักคอจิ้มนํ้าพริก บุญทิ้งเห็นด้วย แจ๋ให้มาช่วยกันคิดวิธีถอนพิษยาดีกว่า ฉวีวรรณเห็นดาหวันเดินเศร้าออกไป จึงตามไป เห็นดาหวันยืนร้องไห้อยู่ก็เข้ากอดปลอบ ดาหวันรำพัน

“หวันทนดูไม่ได้ เวลาที่มองตาของคนที่หวันรัก แต่กลับเหมือนคนแปลกหน้า มันว่างเปล่าจนน่ากลัว”

“พี่ก็เจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าหวัน แต่ทั้งหมดเป็นเพราะ ฤทธิ์ยาเสน่ห์ของกาซู”

“หวันรู้ แต่อดน้อยใจไม่ได้ ยาเสน่ห์มันเปลี่ยนหัวใจคนได้ขนาดนี้เลยเหรอ” สองพี่น้องกอดกันเสียใจ...

ดนัยกับชลิตถูกมัดหันหลังชนกัน จึงช่วยกันแก้มัดให้กันจนสำเร็จ ลุกขึ้นจะหนี กิมจิกับบุญทิ้งช่วยกันขวาง โดนทั้งสองต่อยล้มกลิ้งกันไป แจ๋กับอุ๊บอิ๊บช่วยกันกอดรัดดนัยไว้ แต่ชลิตวิ่งหนีออกไปได้ มาเจอกับฉวีวรรณและดาหวัน ชลิตผลักทั้งสองล้มลงแล้ววิ่งหนี พวกแจ๋วิ่งตามมาบอกว่าเพิ่งซัดดนัยสลบไป ให้ฉวีวรรณเข้าไปดูแล พวกตนจะตามไปจับชลิต ดาหวันไปด้วย ต่างแยกย้ายกันร้องเรียกชลิต

บุญทิ้งกับอุ๊บอิ๊บแยกมาทางหนึ่ง อุ๊บอิ๊บเริ่มเหนื่อยนั่งพัก ไม่อยากตามแล้วเพราะชลิตไม่ใช่ดนัย บุญทิ้งเตือนว่าถึงอย่างไรชลิตก็เป็นเพื่อนคนหนึ่ง อุ๊บอิ๊บโต้ว่าตนไม่เคยมีเพื่อน

“แล้วที่คุณอุ๊บอิ๊บช่วยผมจากคุณดนัยล่ะ เพราะผมเป็นเพื่อนคุณหรือเปล่า”

อุ๊บอิ๊บจะปฏิเสธ บุญทิ้งสวนว่าอย่าโกหก ถ้าเขาไม่ใช่เพื่อน แล้วจะเป็นอะไร อุ๊บอิ๊บเฉไฉไปว่าตนไม่อยากให้ดนัยเป็นผู้ร้ายฆ่าเขา บุญทิ้งน้อยใจที่เธอไม่เห็นเขาเป็นเพื่อน อุ๊บอิ๊บอึดอัดใจ เพราะเริ่มเห็นเขาเป็นมากกว่าเพื่อน ทำทีต่อว่าที่เขายอมให้แสงหล้าจูบแล้วไม่เห็นหอบเป็นลม

“นั่นสิครับ หรือว่าผมหายแล้ว เย้ ผมหายแล้ว ผมไม่เป็นหอบแล้ว” บุญทิ้งนึกได้ดีใจ

“ไหน หายจริงรึเปล่า ต้องพิสูจน์” อุ๊บอิ๊บโถมเข้าหอมแก้มบุญทิ้งฟอด

บุญทิ้งหน้าตื่น หายใจขัดแล้วหมดสติ อุ๊บอิ๊บเขย่าตัวหาว่าล้อเล่น แต่เขาแน่นิ่งไป

“เป็นลมจริงๆรึนี่ ตาทึ่มเอ๊ย ทำไมต้องมาหอบกับฉันคนเดียวด้วยล่ะ หรือว่า...นายจะคิดอะไรกับฉัน...” อุ๊บอิ๊บอมยิ้มแล้วนึกได้ ทำไมตนต้องดีใจด้วยไม่เข้าใจตัวเอง...

ดาหวันวิ่งตามหาชลิต ได้ยินเขาตะโกนเรียกหาแสงหล้า จึงเข้าไปดึงแขนเขาไว้ แล้วว่า

“ไม่ต้องไปหาเขาหรอก เจ้าแสงหล้าไม่ใช่คนดี เขาไม่ได้รักพี่จริง ถ้าวันหนึ่งเขาเบื่อพี่ขึ้นมา เขาอาจจะฆ่าพี่ทิ้งก็ได้”

“กล้าดียังไงมาว่าแสงหล้า” ชลิตสะบัดดาหวันล้มลง แล้วเดินหนี

ดาหวันพุ่งเข้ากอดเขาด้านหลัง “ไม่ หวันไม่ให้พี่ไปเด็ดขาด พี่ชลิตตั้งสติให้ดีสิ ถึงยาเสน่ห์จะล้างสมองพี่ แต่หวันเชื่อว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนใจพี่ได้ เรื่องของเรามันต้องหลงเหลืออยู่ในหัวใจของพี่บ้าง พี่ลองนึกดีๆ นี่หวันไง เราเคยไม่ชอบหน้ากัน หวันเคยเกลียดขี้หน้าพี่มาก เคยคิดว่าพี่เป็นเกย์ด้วยซ้ำ แต่ความรู้สึกนั้นมันเปลี่ยนไป เมื่อเราผจญอันตรายในป่านี้ด้วยกัน”

ภาพต่างๆผุดขึ้นในสมองชลิต เป็นแวบเข้ามาสั้นๆ ชลิต บอกให้ดาหวันปล่อยเขาและเลิกพล่าม ชลิตยื้อจะไป ดาหวัน ดึงเขาไว้จนเสียหลักล้มลงทับ ปากประกบปากเขาโดยบังเอิญ ดาหวันตะลึงสบตาเขาน้ำตาคลอ ตัดสินใจสารภาพ

“วันนั้นพี่บอกความในใจของพี่ แต่หวันกลับไม่กล้าพอที่จะยอมรับความรู้สึกของตัวเอง วันนี้...หวันอยากให้พี่รู้ว่า หวันรักพี่ หวันรักพี่ชลิต” ดาหวันจูบชลิตอย่างตั้งใจ เมื่อถอนปากออกน้ำตาไหลพราก “พี่ชลิตอย่าทิ้งหวันไปนะ หวันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพี่”

ชลิตงงๆดันดาหวันออกลุกนั่งเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน “เป็นอะไรของเธอ เด็กขี้แย...ใครทำให้หวันร้องไห้ บอกพี่มาสิ พี่จะไปชกหน้ามัน”

ดาหวันตะลึง ร้องเรียก โผกอดชลิตด้วยความดีใจ...แจ๋กับกิมจิมาเจออุ๊บอิ๊บประคองบุญทิ้งที่หมดสติอย่างทุลักทุเล ไม่ทันไร ชลิตกับดาหวันเดินจูงมือกันมา พอเห็นพวกแจ๋ ดาหวันรีบดึงมือออกจากชลิต กิมจิร้องบอกให้ช่วยกันจับตัวชลิตไว้

“พวกแกเป็นบ้าอะไร จับฉันทำไม” ชลิตงง

“เดี๋ยวค่ะทุกคน พี่ชลิตหลุดพ้นจากอำนาจเสน่ห์ของกาซูแล้ว” ดาหวันรีบบอก

ทุกคนดีใจระคนแปลกใจ บุญทิ้งฟื้นขึ้นมางงๆถามทุกคนดีใจอะไรกัน อุ๊บอิ๊บส่ายหน้าที่บุญทิ้งพลาดตลอด แจ๋ถามดาหวันทำอย่างไรถึงถอนพิษให้ชลิตได้ ดาหวันอึกอักพูดไม่ออก อุ๊บอิ๊บดึงมือดาหวันให้รีบช่วยดนัยบ้าง ชลิตดึงดาหวันกลับห้ามไม่ให้ไป

“ไม่ได้นะ หวันช่วยดนัยไม่ได้หรอก”

แจ๋กับกิมจิงงทำไมไม่ได้ ชลิตดึงดาหวันให้ไปคุยกันตามลำพัง

“อะไรพี่ชลิต”

“หวันไม่ต้องไปช่วยดนัยนะ คนอื่นมีตั้งเยอะ ไอ้บุญทิ้ง ไอ้กิมจิ ทำแทนก็ได้”

“ก็คนอื่นอาจจะไม่ได้ผล แต่หวันช่วยพี่ชลิตได้ ก็น่าจะช่วยพี่ดนัยได้นี่นา”

“ยังไงก็ไม่ได้ หวันบอกเองว่าพี่หายจากยาเสน่ห์เพราะหวันจูจุ๊บพี่ แล้วหวันจะไปจูจุ๊บไอ้ดนัยได้ไง พี่ไม่ยอมให้หวันไปจูจุ๊บผู้ชายคนอื่นเด็ดขาด”

“ทำไมจะไม่ได้ ทีพี่ยังไปยุ่งกับยัยแสงหล้านั่นเลย” ดาหวันยั่ว

ชลิตโต้ว่าตอนนั้นเขาไม่รู้ตัว อย่างไรเสียเขาก็ไม่ยอมให้เธอไปจูบดนัยแน่ๆ สองคนเถียงกันไปมา พลันเสียงแจ๋ร้องจ๊าก...ดังมา ทั้งสองจึงวิ่งไปดู เห็นแสงหล้ากับทหารล้อมจับทุกคนไว้ ขู่ให้บอกว่าชลิตอยู่ที่ไหน ชลิตวิ่งเข้ามาถามว่านี่มันอะไรกัน แสงหล้าดีใจจะวิ่งเข้าหา

“อย่าเข้ามานะ” ชลิตถอยกรูด

แสงหล้าตกใจรีบถามว่าจำตนไม่ได้หรือ ดาหวันจึงบอกให้รู้ว่ายาเสน่ห์ได้เสื่อมแล้ว แสงหล้าโกรธ โผเข้าจะตบดาหวัน ชลิตขวางปกป้องดาหวัน และผลักแสงหล้าออกไป

“ท่านพี่ ท่านพี่หมดรักในตัวน้องแล้วรึ”

“ผมไม่ได้หมดรักคุณ...เพราะผมไม่เคยรักคุณ ผมมีคนรักแล้ว และผมยอมตายแต่จะไม่ยอมให้ใครทำร้ายคนที่ผมรัก”

พวกแจ๋ตะลึงกับท่าทีของชลิตที่มีต่อดาหวัน ชลิต

บอกแสงหล้าให้ฆ่าเขา แต่ต้องสัญญาว่าจะปล่อยดาหวันไป แสงหล้าโกรธ ดึงดาบจากทหารมาจะแทงหัวใจชลิต แต่แล้วก็ทำไม่ลง ทุกคนลุ้นตัวโก่ง ดาหวันร้องกรี๊ด แสงหล้าแทงดาบลงดินตรงหน้าชลิต

“ท่านพี่ชลิตตายแล้ว ตายไปจากชีวิตข้าแล้ว” แสงหล้าน้ำตาอาบแก้ม

ชลิตกับทุกคนอึ้งตะลึง ระคนแปลกใจ...

ooooooo

ในขณะที่ดนัยยังสลบอยู่ ฉวีวรรณลูบไล้ใบหน้าเขาอย่างห่วงใย ทำอย่างไรเขาจะกลับมาเป็นคนเดิมได้ น้ำตาเธอไหลพราก หยดลงแขนดนัย เขาจึงรู้สึกตัว

ฉวีวรรณดีใจแต่ดนัยกลับผลักไส วิ่งหนีทั้งที่มือยังโดนมัดอยู่ ฉวีวรรณวิ่งตามมาดึงเขาไว้ถามจะไปไหน

ดนัยสะบัดแล้วตวาด “มันเรื่องของฉัน”

เสียงแสงเพชรหัวเราะเยาะเข้ามา ดนัยดีใจ ทหารเข้ามาแก้มัด ฉวีวรรณขอร้องแสงเพชร

“ฉันขอร้องล่ะ ถ้าเธอรักดนัยจริง ได้โปรดทำให้เขากลับเป็นเหมือนเดิม ไม่ใช่นายดนัยหุ่นยนต์ตามสั่งของเธอแบบนี้”

“อย่าพูดเพ้อเจ้อ เจ้าอิจฉาข้าล่ะสิ”

“ฉันเป็นคนที่รักดนัยจากใจจริงต่างหาก ต่อให้เขาไม่ได้รักฉัน ฉันก็ไม่มีวันทำเสน่ห์ใส่เขาเหมือนอย่างที่เธอทำ”

“ไม่จริง ข้ารักดนัย รักมากที่สุดเลยด้วย...” แสงเพชรพุ่งเข้าจูบดนัย หวังจะพิสูจน์ว่าตนรักเขาจริง ต้องถอนพิษเสน่ห์ได้

ธนวัติกับพาณิชย์พาธานีหนีออกมาจากวัง ธานีไม่วายหอบหีบเพชรพลอยมาด้วย ถึงหนักอย่างไรก็ไม่ยอมทิ้ง ทั้งสามผ่านมาเห็นแสงเพชรจูบดนัย จึงหลบแอบมองว่าจะสำเร็จไหมแสงเพชรถอนปากออกจากดนัย มองเขาอย่างมีหวัง

“ข้าเป็นหญิงที่มีรักแท้ต่อเจ้า มีแต่ข้าเท่านั้นที่จะถอนฤทธิ์ยาเสน่ห์ให้เจ้าได้ ดนัยเจ้ากลับมาเป็นตัวของตัวเองแล้วใช่มั้ย”

ดนัยยิ้มแล้วเข้าสวมกอดแสงเพชร ซุกไซ้ซอกคอเธออย่างหลงใหล พร่ำพูดว่าเขาต้องการเธอ แสงเพชรรู้ว่าดนัยยังอยู่ในมนต์สะกด จึงหน้าเครียดขึ้นมา

“นั่นไม่ใช่ดนัย นั่นไม่ใช่ความรัก” ฉวีวรรณตะโกนลั่น วิ่งเข้าไปดึงดนัยให้หันมา “ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนรักของนายเขาไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับตัวนายเลยด้วยซ้ำ”

“เจ้าล่ะ รู้จักดนัยดีนักเหรอ” แสงเพชรถาม

ฉวีวรรณหยิบก้อนกรวดสีชมพูที่ดนัยให้ไว้ขึ้นมา “นายจำก้อนกรวดนี้ได้มั้ย มันอาจจะเป็นก้อนกรวดธรรมดา แต่มันไม่เหมือนก้อนกรวดก้อนอื่นๆ เพราะกรวดก้อนนี้บรรจุความรู้สึกดีๆที่นายมีต่อใครคนหนึ่ง นายให้ฉันเพื่อระลึกถึงช่วงเวลาที่เราร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน”

ฉวีวรรณเอาก้อนกรวดวางในมือดนัยให้เขากำไว้ ภาพความหลังผุดขึ้นในหัวดนัย ฉวีวรรณเอ่ย “ยังมีอีกเรื่อง... ก่อนที่จะเข้ามาในเมืองลับแล นายถามฉันเรื่องหนึ่ง แต่ฉันยังไม่ได้ตอบนาย นี่คือคำตอบของฉัน” ฉวีวรรณดึงดนัยเข้ามาจูบอย่างตั้งใจจริง

ทุกคนตะลึง เมื่อฉวีวรรณผละออก ดนัยสบตาเธออึ้งๆ เขาจำได้ว่า เขาถามเธอว่า...เธอรักฉันบ้างหรือเปล่า หวี...แสงเพชรกระชากดนัยออกแล้วตบหน้าฉวีวรรณและให้ทหารจับเธอไว้

ดนัยยังนิ่งเหมือนหุ่นยนต์ แสงเพชรยิ้มร่าที่ฉวีวรรณก็ถอนเสน่ห์ไม่ได้เช่นกัน

“เห็นมั้ย ดนัยช่วยเจ้าที่ไหน เฮอะๆ...ที่แท้ก็ราคาคุย เจ้าเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่รักดนัยจริงๆเหมือนกันนั่นแหละ”

“เจ้าแม่อย่ามั่ว ผมยังไม่ได้พูดเลยสักคำ...ผมขอประกาศให้ทราบกันทั่วๆเลยนะ ใครรักใครผมไม่รู้ ผมรู้แต่ว่า ผมรักหวีคนเดียว”

“ดนัย...ดนัยคนเดิมกลับมาแล้ว” ฉวีวรรณดีใจสะบัดตัวออกวิ่งเข้ากอดดนัย

ทหารกรูเข้าจะจับ ดนัยต่อสู้ปกป้องฉวีวรรณ...ธนวัติแค้นใจ ที่เข้าใจผิดมาตลอดปรี่เข้ามาจะแทงดนัย พาณิชย์ตามมาช่วยเอาระเบิดดินที่ขโมยจากกาซูไว้ ปาออกไปโดนทหารบาดเจ็บไปหลายคน ดนัยดึงฉวีวรรณหนี ธนวัติเอาดาบจี้ตัวแสงเพชรเป็นตัวประกัน ให้บอกทางออกจากเมืองลับแลกับพวกตัว

ooooooo

เมื่อยอมรับว่าไม่มีวันเอาชนะใจชลิตได้  แสง-หล้าตัดใจพาชลิต ดาหวัน แจ๋ กิมจิ บุญทิ้ง และอุ๊บอิ๊บ มาที่กำแพงหมอกมุมหนึ่งในป่า

“นั่นคือประตูหมอก หนึ่งในสามช่องทางของเมืองลับแล ที่จะไปสู่เมืองมนุษย์”

อุ๊บอิ๊บอดปากเสียไม่ได้หาว่าเป็นประตูนรก แสงหล้าโกรธสั่งทหารผลักทุกคนเข้าไป ชลิตกล่าวขอบคุณแสงหล้า เธอกลับย้อนว่า ตนทำเพื่อคนที่รักและบอกดาหวันให้ดูแลชลิตให้ดีอย่าทำให้เขาเสียใจ ไม่อย่างนั้นตนจะตามไปควักหัวใจเธอออกมาเอาเกลือทา ดาหวันยิ้มรับ

ทุกคนล้มกลิ้งมาอยู่ในป่าดงผีฟ้า ดาหวันเป็นห่วงฉวีวรรณกับดนัย ชลิตอาสากลับไปตามสองคนเอง แต่พอวิ่งกลับไปก็เหมือนชนกำแพงกระดอนออก จึงรู้ว่าไม่สามารถกลับไปได้

ด้านดนัยกับฉวีวรรณ กลับมาช่วยแสงเพชรที่ถูกธนวัติจับตัวไปชี้ประตูทางออกจากเมืองลับแล แสงเพชรชี้ไปทางกองหินไฟว่ามีประตูไฟ ฉวีวรรณใช้วิธีประจานว่าตอนเด็กธนาวัติกับพาณิชย์กลัวผีจนฉี่ราด แถมโดนแกล้งร้องไห้ขี้มูกโป่งเป็นประจำ สองคนอายหันมาจะทำร้ายฉวีวรรณ ดนัยพุ่งเข้าชาร์จและให้ทหารจัดการจับสามคน แต่ทั้งสามหนีออกประตูไฟไปได้

“ดนัยเจ้าช่วยชีวิตข้าทำไม ในเมื่อเจ้าไม่ได้รักข้า”

“ชีวิตของทุกคนมีค่าเสมอ คุณก็เหมือนกัน คุณต้องอยู่ต่อไปเพื่อชาวลับแล” ดนัยผายมือไปที่เหล่าทหารทุกคนที่ยอมพลีชีพเพื่อเธอได้ แสงเพชรซาบซึ้งใจ

แสงเพชรหันมาขอบใจฉวีวรรณอีกคนที่ไม่โกรธแค้นตน ฉวีวรรณว่าไม่เคยโกรธ ทำให้แสงเพชรเข้าใจแล้วว่าทำไม ดนัยถึงรักฉวีวรรณ เธออวยพรอย่างจริงใจ

“ข้าขอให้เจ้าทั้งสองคนมีความสุขมากๆ เป็นรักแท้ของกันและกันตลอดไป” แสงเพชรให้ทั้งสองเดินผ่านประตูหมอกกลับไป เธอมองดนัยอย่างขอบคุณที่ทำให้ได้รู้จักความรัก

ดนัยกับฉวีวรรณจูงมือกันผ่านกำแพงหมอกออกมา ทั้งสองมองไปรอบๆดีใจที่ได้กลับมาเมืองมนุษย์อีก ต่างกับพวกธนวัติที่ผ่านประตูไฟออกมา ต้องกลิ้งตัวไปกับพื้นเพื่อดับไฟที่ติดเสื้อผ้าอย่างสะบักสะบอม ธานียังกอดหีบสมบัติไม่ยอมปล่อย แต่พอเปิดหีบออกมา ข้างในมีเพียงใบไม้แห้งเต็มไปหมด ธานีร้องคลั่งเหมือนคนบ้า ธนวัติเจ็บใจโทษเป็นความผิดของดนัย ตนจะต้องแก้แค้นให้ได้...

สองคน ดนัยกับฉวีวรรณเดินเหงื่อตกกันมา ดนัยเช็ดเหงื่อที่หน้าให้ฉวีวรรณ และบอกให้เธอพักก่อน แต่ฉวีวรรณอยากไปที่หมู่บ้านชาลันไวๆ เผื่อจะเจอดาหวันกับเพื่อนๆ ดนัยจึงย่อตัวให้เธอขี่หลัง ฉวีวรรณเขินส่ายหน้า ดนัยแกล้งจ้องหน้าใกล้ๆอย่างท้าทาย

“ทำไม นายจะทำอะไรฉัน”

“ปลํ้า...” ดนัยพูดสั้นและทำท่า “ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้ายังชักช้า ฉันจะถือว่าเธออยากให้ฉันปลํ้านะ”

“กลัวตายล่ะ” ฉวีวรรณทำเก่ง แต่พอดนัยนับหนึ่ง... สอง...เธอรีบโดดขึ้นหลังเขาทันที

“ก็แค่เนี้ย...” ดนัยขำแล้วพาเธอเดินไป

ooooooo

ระหว่างที่นงนุชอยู่ดูแลศิริในไร่ ทำให้เธอได้เห็นกฎระเบียบที่ศิริวางไว้ให้คนงานในฟาร์มต้องปฏิบัติ มีตั้งแต่ตื่นเช้ามาออกกำลังเต้นแอโรบิก เธอเห็นคนงานเหงื่อไหลไคลย้อย สีหน้าเซ็งไม่เต็มใจเต้น พอมาถึงอาหารมือเช้า คนงานทุกคนต้องดื่มนมก่อน ท่าทางคนงานพะอืดพะอม บางคนถึงกับอาเจียน จึงสั่งยกเลิกกิจกรรมเหล่านั้น โดยบอกสุภาพว่าตนจะรับผิดชอบเอง และให้เอานมไปบริจาคตามโรงเรียนให้เด็กๆได้ดื่มกัน

ศิริตื่นมาเห็นทุกอย่างเปลี่ยนไปก็โกรธ ไล่สุภาพกับอาหลู่ออกฐานขัดคำสั่ง นงนุชโวย

“ที่ฉันยกเลิกกิจกรรมตอนเช้า เพราะฉันไม่อยากเห็นคนงานของคุณไปเป็นลมแดดกลางฟาร์ม ส่วนเรื่องอาหารเช้า ฉันก็บอกแม่ครัวเปลี่ยนเมนูเป็นข้าวแกง แล้วเอานมไปให้เด็กนักเรียนที่กำลังเติบโตได้ดื่มกันจะดีกว่า”

ศิริโกรธไม่ยอมฟัง อ้างว่าตนทำอะไรมีเหตุผลทั้งนั้น นงนุชโต้ว่า เหตุผลที่เขาคิดว่าดีมันใช้ไม่ได้กับทุกคน ถ้าอยากอยู่ร่วมกับคนอื่นอย่างมีความสุขต้องหัดฟังเสียงคนอื่นบ้าง ไม่ใช่คอยแต่ชี้นิ้วสั่ง

“หยุดเดี๋ยวนี้เลย คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงมาวิจารณ์ผมฉอดๆ” ศิริโวย

“ฉันรู้ว่าคุณมีน้ำใจกับทุกคน แต่สิ่งที่คุณขาดก็คือ คุณเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางจนไม่นึกถึงจิตใจของคนอื่น ที่ลูกๆคุณหนีไปก็เพราะพวกแกโดนคุณบังคับเหมือนกัน ใช่ไหมล่ะ”

คำพูดของนงนุชจี้ใจศิริอย่างจัง นงนุชขอให้ศิริเปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ ว่าแล้วก็เดินหนีเข้าห้องไป ศิริทุบประตูโครมๆ ด้วยความโกรธ...

ขณะเดียวกัน ฉวีวรรณกอดกับดาหวันด้วยความดีใจที่ได้พบกันที่หมู่บ้านชาลัน กิมจิข้องใจ อยากรู้ว่าทำอย่างไรถึงแก้ฤทธิ์ยาเสน่ห์นั่นได้ ทั้งฉวีวรรณและดาหวันก้มหน้า กลัวความแตก ดนัยกับชลิตเหลือบมองกันไปมา ดนัยตัดสินใจจะพูดความจริง ฉวีวรรณหยิกสีข้าง ดนัยร้องโอ๊ยลั่น ทุกคนตกใจว่าเป็นอะไร ฉวีวรรณรีบบอกว่าดนัยยังบาดเจ็บอยู่ ต้องรีบไปทำแผล ว่าแล้วก็ดึงเขาเดินออกไป แจ๋หันมาถามชลิตแทนดาหวันตาเหลือก รีบร้องโอดโอยว่าปวดท้อง ให้ชลิตพาไปหายากิน แจ๋แปลกใจเมื่อกี้ยังดีๆอยู่เลย อุ๊บอิ๊บมองอย่างมีเลศนัย

ออกมาพ้นผู้คน ดาหวันบอกชลิตว่าหายแล้ว ชลิตจะกลับไปบอกความจริงทุกคน เพราะไม่อยากหลบๆซ่อนๆอีก ดาหวันร้องห้าม ไม่อยากทำให้ฉวีวรรณเสียใจแถมกำชับ ถ้าชลิตบอกตนจะไม่พูดกับเขาอีกเลย ชลิตอึ้งไม่สบายใจ

ถูกลากออกมาอย่างไม่เข้าใจ ดนัยยื้อตัวไว้ ถามฉวีวรรณจะทำอะไร ฉวีวรรณโวยที่เขาจะพูดอะไรออกไปดนัยตอบหน้าตาเฉยว่าพูดความจริง

“ไม่ได้นะ นายจะพูดไม่ได้ หวันจะรู้สึกยังไง นายคิดบ้างมั้ย”

“ทำไมไม่ได้ หวันบอกเลิกฉันตั้งนานแล้ว เธอก็ได้ยิน”

“หวันรักนายมาก ที่บอกเลิกนายต้องมีเหตุผลแน่ๆ นายจะทำร้ายจิตใจหวันไม่ได้”

“ห่วงความรู้สึกหวัน หรือกลัวชลิตกันแน่” ดนัยประชด

ฉวีวรรณแว้ดใส่อย่ามาหาเรื่อง ตนไม่เหมือนเขาที่มีทั้งแสงเพชร วินยา และอุ๊บอิ๊บ ดนัยยื่นหน้ามาถามว่าหึงหรือ ฉวีวรรณปฏิเสธค้อนขวับ ดนัยกุมมือฉวีวรรณพูดอย่างจริงจัง

“หวี...ถ้าเรารักกัน ทำไมไม่ยอมรับความจริง จะปิดบังทุกคนเพื่ออะไร”

ฉวีวรรณสบตาดนัยด้วยความกลัดกลุ้ม ไม่รู้จะโต้แย้งอย่างไร

ooooooo

ด้วยความแค้นที่วินยาหนีไปได้ กาซูลงโทษเลาซาอย่างหนัก สร้อยเขี้ยวเสือไฟของวินยาหล่นออกมาจากกระเป๋า กาซูเก็บมาดูอย่างยิ้มย่อง...

ขณะเดียวกัน วินยากำลังค้นหาสร้อยทั่วบ้าน ดาเนามาเห็นจึงช่วยใช้พลังจิตค้นหา และแล้วดาเนาก็เห็นภาพเขี้ยวเสือไฟที่บิดๆเบี้ยวๆ เกิดแสงสว่างวาบขึ้นมาเหมือนระเบิด ทำเอาดาเนาที่หลับตาอยู่กระเด็นไปหล่นนอนจุกอยู่มุมห้อง

วินยาตกใจเข้าไปถามว่ามีอะไร ดาเนายังงงๆ

“ไม่มีอะไรไม่ต้องห่วง ดาเนามองไม่เห็นเขี้ยวเสือไฟของพี่วินยาเลย เหมือนมันอยู่ในที่ที่มีพลังงานสูงมาก มีคนบังไว้ไม่ให้ดาเนาเห็น”

กาซูซึ่งนั่งบริกรรมคาถา ลืมตาขึ้นมองไปที่ตลับเงินที่ผ้าดำคลุมไว้กระเด็นออก เขาเปิดตลับ สร้อยเขี้ยวเสือไฟลอยขึ้นมา แล้วหล่นลงไปตามเดิม ฝาตลับเงินปิดได้เอง กาซูหัวเราะร่า...

ดาเนาจะลองใช้พลังจิตอีกครั้ง แต่วินยาห้ามเพราะเป็นห่วงไม่อยากให้ดาเนาเจ็บตัวอีก

“พี่รักแล้วก็เป็นห่วงดาเนามากนะ ถ้าดาเนาเป็นอะไรไป พี่คงอยู่ต่อไปไม่ได้แน่ๆ” วินยาลูบหัวดาเนาอย่างเอ็นดู ดาเนาซึ้งใจ โผกอดวินยาอย่างอบอุ่นหัวใจ

เลาซาลอยอยู่บนอากาศด้วยพลังของกาซู ร้องขอสร้อยเขี้ยวเสือไฟคืน กาซูยิ่งโกรธบีบเลาซาร้องอย่างเจ็บปวด พอดีสมุนเข้ามารายงานว่า ได้สืบเรื่องเด็กดาเนาตามที่สั่งได้ความว่า

“มันเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่ คนที่เลี้ยงมาชื่อยายคำแปง เป็นโสด ไม่ได้แต่งงานจนแก่ บ้านของมันอยู่หลังภูล้อมเดือนโน่นล่ะนาย”

กาซูฟังแล้วยิ้มกริ่ม คิดแผนชั่วได้ทันควัน เลาซาเห็นสีหน้าพ่อรู้ทันทีว่าต้องทำเรื่องร้ายต่อวินยาแน่ จึงขอร้องอย่าทำอะไรวินยาอีกเลย กาซูโมโหซัดเลาซาไปกระแทกกำแพงร่วงลงมาสลบแน่นิ่งไป แล้วสั่งสมุนเอาตัวเลาซาไปเยียวยา

ooooooo

หมู่บ้านชาลัน จัดงานฉลองรับขวัญพวกดนัย อุ๊บอิ๊บบรรจงแต่งหน้าจนแจ๋หมั่นไส้แขวะว่าแต่งไปก็ไม่อาจเปลี่ยนใจดนัยให้มาสนใจได้ อุ๊บอิ๊บ โกรธตบตีกับแจ๋ยกใหญ่ แต่สู้ไม่ได้วิ่งหนีออก

จากบ้าน ชนกับฉวีวรรณที่กำลังเดินเข้ามา ฉวีวรรณดึงไม่ให้อุ๊บอิ๊บล้มแล้วถามว่าเป็นอะไร

“แกไม่ต้องมาตีหน้าซื่อหรอก เพราะแกคนเดียว พี่ดนัยถึงได้เปลี่ยนไป” อุ๊บอิ๊บแหวใส่

แจ๋ตามออกมาโวยที่มาหาเรื่องเพื่อนตนอีก อุ๊บอิ๊บถอยหนีแต่ไม่วายชี้หน้าฉวีวรรณ

“จำไว้เลยนะนังหวี ฉันไม่ยอมให้แกคาบพี่ดนัยไปรับประทานง่ายๆหรอก แกต้องชดใช้อย่างสาสม” อุ๊บอิ๊บพูดจบวิ่งหนีไป

ฉวีวรรณมองตามด้วยความงง “นางเป็นอะไรของนาง ทำไมอยู่ๆมาเยอะขนาดนี้”

แจ๋ว่าอย่าไปสนใจ ยกมือท่วมหัวขอให้ไปแล้วอย่ากลับมาอีก...อุ๊บอิ๊บกลับมาบ้านเพื่อค้นหาโทรศัพท์มือถือในห้อง

“ดีนะที่ลืมไว้ที่นี่ หึหึ หลักฐานสำคัญอยู่กับ

ฉันแล้ว นังหวี...แกกับน้องสาวแกต้องนํ้าตาเช็ดหัวเข่าแน่ ฮ่าๆๆ” อุ๊บอิ๊บหัวเราะ ปากกว้าง จิ้งจกตกเข้าปากพอดี เธอร้องกรี๊ดลั่น

ธนวัติกับพาณิชย์กำลังคุยกัน ได้ยินเสียงตกใจวิ่งมาดู เห็นอุ๊บอิ๊บงับจิ้งจกโผล่มาครึ่งตัวหางดุกดิก ก็เอ็ดอย่าปัญญาอ่อนให้คายทิ้ง อุ๊บอิ๊บนึกได้พ่นจิ้งจกออกมาอย่างขยะแขยง

“แหวะ ทำไมมันถึงมีแต่เรื่องงี่เง่าแบบนี้ ฮือๆ เป็นเพราะนังหวีแน่ๆ มันเป็นตัวซวยกาลกิณี ถ้าคืนนี้แกกับพี่ดนัยไม่เลิกคบกัน ก็อย่าเรียกฉันว่าอุ๊บอิ๊บเลย”

“อะไรนะ ฉวีวรรณ...ยัยหวีกลับมาจากเมืองลับแลได้แล้วเหรอ” ธนวัติสนใจทันที

พาณิชย์รีบถามถึงดาหวัน อุ๊บอิ๊บว่ากลับมาหมดทุกคน ธนวัติรีบเค้นถามว่าพวกนั้นอยู่ที่ไหน อุ๊บอิ๊บตอบไปตามจริงว่ากำลังจะมีกินเลี้ยงคืนนี้ที่หมู่บ้านชาลัน ธนวัติยิ้มอย่างมีแผนร้าย...

งานเลี้ยงจัดแบบง่ายๆ ทุกคนนั่งล้อมรอบกองไฟ ปิ้งเผือกปิ้งมัน รวมทั้งปลา ไก่เท่าที่หาได้ มีผลไม้นานาชนิด สางโปนึกได้ถามวินยาว่าดาเนาหายไปไหน งานแบบนี้ไม่น่าพลาด

“ข้าให้ดาเนาหัดเขียนหนังสือ ทำการบ้านให้เสร็จก่อนน่ะ แล้วถึงจะมางานเลี้ยงได้”

บุญทิ้งก็สังเกตเห็นว่าอุ๊บอิ๊บหายไป แจ๋ชอบใจและเตือนบุญทิ้งว่าผู้หญิงดีๆมีตั้งมากมาย ไปสนใจผู้หญิงปลวกแบบนั้นทำไม ดนัยเดินเข้ามาถามหาดาหวัน แจ๋ตอบว่าจัดดอกไม้อยู่ทางโน้น กิมจิแปลกใจดูหน้าดนัยเครียดๆ ไม่ทันไร ชลิตเข้ามาถามหาฉวีวรรณ ทั้งแจ๋และกิมจิสะดุ้ง

“โอ๊ย พ่อคุณเอ๊ย เล่นซ่อนหากันหรือไง เดี๋ยวนายมาหายัยหวี เดี๋ยวดนัยมาหายัยหวัน”

“ฮึ...ดนัยตามหาหวันด้วยเหรอ” ชลิตหน้าตื่น เกรงดนัยระแคะระคาย

บุญทิ้งชี้มือไปทางที่ดนัยเดินไป ชลิตขอบใจแล้วรีบวิ่งตามไป ทุกคนสงสัยเกิดอะไรขึ้น...

มุมหนึ่งซึ่งปลอดคน ดาหวันดึงฉวีวรรณมาคุย เธอกำชับว่าถ้าชลิตมาพูดอะไร อย่าไปฟัง ฉวีวรรณสงสัย ดาหวันอึกอักให้เหตุผลไม่ได้ พลันดนัยเข้ามาเรียกดาหวัน

“หวัน พี่มีเรื่องจะพูดด้วย”

“หวี ฉันมีเรื่องจะสารภาพ” ชลิตเข้ามาเรียกฉวีวรรณ

สองสาวหน้าเครียด ดาหวันรีบปิดปากชลิต “อย่าพูดนะพี่ชลิต หวันขอร้อง”

“ไม่ หวัน ถึงยังไงวันนี้พี่ก็ต้องพูด ไม่มีประโยชน์ที่จะปิดบังอีกต่อไป ยิ่งเก็บเอาไว้สุดท้ายเราจะต้องเจ็บปวดกันทุกคน”

ฉวีวรรณกับดนัยทำหน้างงใครจะปิดบังอะไร และใครจะต้องเจ็บปวด ชลิตโอบดาหวันตัดสินใจจะพูด ดาหวันเครียดห้ามไม่ทัน

“เรากับหวันรัก...” ชลิตพูดไม่ทันจบ ชาวบ้าน ร้องขึ้นว่า...มีคนบุกมา...ทุกคนต่างตกใจ

ธนวัติ พาณิชย์ และอุ๊บอิ๊บ พาลูกน้องถือปืนบุกมา วินยา สางโป แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งออกมาขวาง วินยาเสียงกร้าวไล่ให้พวกธนวัติกลับไป

“ใจเย็นสิ วันนี้ฉันไม่ได้มาหาเรื่อง แค่มีความจริงจะบอก” น้ำเสียงธนวัติดูเยาะเย้ย

ชลิตถามว่าความจริงอะไร พาณิชย์ตอบแทนว่าความจริงที่จะทำให้หายโง่

“มนต์เสน่ห์ของไอ้กาซูจะเสื่อมก็ต่อเมื่อ ฝ่ายชายจูบกับหญิงที่มีรักจริงเท่านั้น”

“แกเคยสงสัยมั้ยว่า ไอ้ดนัยมันหลุดจากมนต์เสน่ห์มาได้ยังไง” ธนวัติถามชลิตเยาะๆ

“หุบปากซะ” ฉวีวรรณโวยแต่ธนวัติไม่สนใจ

“ฉันจะบอกแกให้เอาบุญ ฉันเห็นฉวีวรรณแฟนแก จูบไอ้ดนัยเพื่อนรักของแก”

ทุกคนหันไปมองฉวีวรรณอย่างตกใจ พาณิชย์เยาะ “เป็นไงไอ้ชลิต อึ้งไปเลยล่ะสิ ที่โดนแฟนกับเพื่อนรวมหัวกันหักหลัง”

“โกหก เป็นแผนของแกจะทำให้พวกเราแตกคอกันล่ะสิ พวกเราไม่เชื่อหรอก” แจ๋โวย

“โกหกรึเปล่า ลองถามเจ้าตัวดูดีกว่า จริงมั้ยจ๊ะน้องหวี” ธนวัติแกล้งถามฉวีวรรณ

แจ๋ไม่เชื่อถามฉวีวรรณว่าไม่จริงใช่ไหม ฉวีวรรณหน้าซีด ดนัยยืดอกรับว่าเป็นความจริง

“ความจริงก็คือความจริง ไม่มีประโยชน์ที่จะปิดบังไว้อีกต่อไป”

ชลิตเดือดกระชากคอเสื้อดนัย “แกทำแบบนี้ได้ยังไง แกแอบคบหวีตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ฉันผิดเอง ชลิต” ฉวีวรรณตะเบ็งเสียงขัดขึ้น “ถึงจะเป็นความรัก แต่มันก็กลับมาทำลายทุกอย่าง เพราะฉันรักคนผิด ฉันไม่ควรรักแฟนของน้องสาวตัวเอง ฉันไม่ควรทำลายความรู้สึกดีๆ ของนายแบบนี้ ฉันแย่มากๆที่ทำให้คนที่รักฉันอย่างนายกับยัยหวันเสียใจ ฉัน...ฉันขอโทษ”

ฉวีวรรณสะอื้นออกมา ทุกคนสะเทือนใจไปด้วยอุ๊บอิ๊บปรบมือ “ดราม่ามากๆ การแสดงเริ่ดค่า แต่เธอไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะฉวีวรรณ ยัยหวันน้องเธอก็ไม่เบาหรอก เกินหน้าเกินตาพี่สาวด้วยซ้ำ”

“อย่านะอุ๊บอิ๊บ ฉันบอกเลิกพี่ดนัยตามที่เธอต้องการแล้ว เธอต้องรักษาสัญญาสิ”

“ฮึ้ย แกมันโง่เอง ช่วยไม่ได้ ดูซะให้เต็มตา” อุ๊บอิ๊บเปิดคลิปในมือถือให้ทุกคนดู เป็นคลิปดาหวันทุบตีชลิตแล้วล้มลงไปจูบกัน “เป็นไงล่ะ คมชัดมั้ย ยัยหวันกับพี่ชลิตลักลอบได้เสียกันมานานแล้ว”

ชลิตกุมมือดาหวันที่สั่นเทา ฉวีวรรณหันมาถามชลิตว่า ไม่เป็นความจริงใช่ไหม แต่ชลิตพยักหน้ายอมรับ ดาหวันน้ำตาร่วงเผาะ ดนัยโกรธแทนฉวีวรรณ ซัดหมัดเข้าที่ใบหน้าชลิตเต็มๆ

“แกไม่ใช่ลูกผู้ชาย ฉันไม่นึกเลยว่าแกจะเลวได้ขนาดนี้”

ชลิตยอมจำนนกล่าวขอโทษ ดนัยจะชกซ้ำ ดาหวันเข้าผลักดนัยออกแล้วกางแขนปกป้องชลิต “อย่าทำร้ายพี่ชลิตนะ ไม่ว่าพี่หรือใครก็ไม่มีสิทธิ์ทำอะไรพี่ชลิตทั้งนั้น” เห็นดนัยหน้าเจื่อน ดาหวันตะเบ็งเสียงใส่

“พี่ชลิตไม่ได้บังคับหวัน พี่ได้ยินมั้ย หวันยอมเขาเอง...”

ฉวีวรรณพุ่งเข้าตวาด “ยัยหวัน ทำไมทำตัวไร้ค่าแบบนี้ พี่ผิดหวังในตัวหวันจริงๆ”

“แล้วพี่หวีล่ะ ทีพี่หวียังไม่เคยบอกหวันเรื่องที่พี่หวีรักกับพี่ดนัยเลย พี่หวีไม่มีสิทธิ์ว่าหวัน เพราะพี่หวีก็ไม่ต่างจากหวัน”

ฉวีวรรณพลั้งมือตบหน้าดาหวันผัวะ ดาหวันผงะเสียใจร้องว่าตนเกลียดพี่แล้ววิ่งหนีไป ฉวีวรรณมองมือตัวเองอย่างเสียใจ วิ่งหนีไปอีกทาง ดนัยกับชลิตต่างเรียกคนรักของตนแล้วชะงักมองหน้ากันเคืองๆ ก่อนจะวิ่งตามคนที่ตนรักไป แจ๋กับกิมจิมองอย่างงงๆ วินยาถอนใจแต่เชื่อว่าความรักต้องจบลงด้วยความรัก ผิดกับพวกอุ๊บอิ๊บที่ยิ้มอย่างสะใจ

ooooooo

ดาหวันวิ่งมาหยุดร้องไห้ใต้ต้นไม้ใหญ่ ชลิตตามมาบอกดาหวันว่า เราต้องแต่งงานกัน ดาหวันฟูมฟายโทษตัวเองเลวแย่งแฟนพี่สาว ตนคงมองหน้าใครไม่ติดอีกแล้ว ชลิตย้อนถาม

“แล้วพี่ล่ะหวัน หวันไม่แคร์พี่เลยใช่มั้ย”

ดาหวันสบตาเขาน้ำตาคลอ ตัดใจบอกเขาว่า “พี่เป็นคนดี อีกไม่นานพี่คงหาแฟนใหม่ได้”

“หวันพูดอะไร...” ชลิตตกใจกับคำพูดของดาหวัน

“หวันพูดจริงๆ คนดีๆอย่างพี่ไม่ขาดคนรักแน่ แต่พี่สาวของหวันมีอยู่แค่คนเดียว พี่คงเข้าใจหวันนะ ลาก่อน...พี่ชลิต” ดาหวันผลักชลิตออกห่าง แล้ววิ่งหนีไป

ชลิตหัวใจแทบสลายตะโกนไล่หลังไปว่า เธอทิ้งเขาได้แต่ห้ามเขารักเธอไม่ได้ ดาหวันชะงัก น้ำตาไหลพราก แต่แข็งใจเดินต่อไปไม่เหลียวหลัง

ฉวีวรรณเดินน้ำตาอาบแก้ม มาหยุดสะอื้นในที่ปลอดคน ดนัยตามมาสวมกอดด้านหลังปลอบว่าอย่าร้องไห้ ทุกคนรู้แล้วไม่ต้องปิดบังอีกต่อไป ให้ยอมรับความจริงว่าเรารักกัน

“ไม่ ฉันไม่ได้รักนาย เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันมาจากความผิดพลาดตั้งแต่แรกแล้ว”

“อะไรนะ” ดนัยไม่เชื่อหูตัวเอง

“เป็นเพราะนายช่วยผิดคน นายคิดว่าฉันเป็นหวัน ที่จริงแล้วคนที่อยู่ข้างๆ นายควรเป็นหวันไม่ใช่ฉัน ถ้าไม่เกิดการผิดฝาผิดตัวตอนวันหมั้น เรื่องทุกอย่างคงไม่กลายเป็นแบบนี้”

ดนัยโต้ว่าเรื่องมันผ่านมาแล้วจะแก้อดีตไม่ได้

ฉวีวรรณกลับบอกว่า แก้อดีตไม่ได้แต่แก้ปัจจุบันได้ ดนัยทำหน้างง ฉวีวรรณตอบชัดถ้อยชัดคำว่า เราจะเลิกคบกัน ดนัยยืนอึ้งมองฉวีวรรณวิ่งจากไป เจ็บปวดเหมือนโดนกระชากใจ...ทั้งสี่คนเศร้าเสียใจไม่ต่างกัน

ผิดกับพี่น้องสามคน ธนวัติ พาณิชย์ และอุ๊บอิ๊บที่เดินกลับมาที่จอดรถหน้าหมู่บ้าน ต่างหัวเราะสะใจ อุ๊บอิ๊บสมน้ำหน้าฉวีวรรณกับดาหวัน พาณิชย์เจ็บใจที่ตนเกือบต้องรับเดนจากชลิต

“โอ๊ย ล้อเล่นน่า อุ๊บอิ๊บจัดฉากขึ้นมาเองทั้งหมดแหละ พี่ชลิตกับยัยหวัน แค่เมาเห็ดหมดสติไป แต่ไม่ได้มีอะไรกัน”

บุญทิ้งตามมาได้ยินเต็มสองหู รีบถามว่าเป็นความจริงหรือ สามพี่น้องสะดุ้งหันกลับมาตกใจที่บุญทิ้งมาได้ยิน บุญทิ้งฉวยมืออุ๊บอิ๊บจะพาไปสารภาพ ธนวัติกับพาณิชย์เข้ารุมเตะต่อยบุญทิ้งจนน่วม อุ๊บอิ๊บตกใจทำอะไรไม่ถูก ห่วงบุญทิ้งก็ห่วง ลูกน้องลากตัวบุญทิ้งจะไปยิงทิ้งอุ๊บอิ๊บปรี่เข้าขวาง อ้างให้เอาตัวไว้เป็นเครื่องต่อรองกับพวกดนัย...

ดนัยเผลอหลับตรงที่แยกจากฉวีวรรณจนเช้า เขารีบมาที่บ้านพักของเธอ ชนเข้ากับชลิตที่หน้าบ้าน ทั้งสองยังเคืองกันอยู่ จึงมีปากเสียงกันอีก หาว่าทรยศกันและกัน ดนัยโทษความโลเลหลายใจของชลิตที่ทำให้ทุกอย่างยุ่งเหยิงไปแบบนี้

“ไม่ใช่ ฉันไม่เคยหลายใจ ความรักของฉันมีให้

หวันคนเดียว” ชลิตโต้ พร้อมสารภาพ “ใช่ เมื่อก่อนฉันเคยชอบหวี แล้วเด็กกะโปโลอย่างหวันไม่เคยอยู่ในสายตาฉันเลย แต่ไม่รู้ทำไมยิ่งรู้จักหวันมากขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเขาทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีค่า และเขาก็เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ฉันอยากปกป้อง อยากร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน ฉันไม่เคยรู้ตัวเลยว่ารู้สึกแบบนี้กับหวันตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แต่ว่าตอนนี้หัวใจฉัน ไม่มีที่ว่างให้ใครอีกแล้ว”

“ฉันก็รู้สึกไม่ต่างจากแก ไม่เคยคิดว่าผู้หญิงอย่างยัยป้าหวี จะมาทำให้ฉันรู้สึกว่าโลกนี้มันน่าอยู่ ชีวิตฉันมีคุณค่า” ดนัยเผยใจ

“พูดอย่างนี้ แน่ใจนะว่าแกจะไม่ย้อนกลับไปหายัยหวัน”

“แกไม่ต้องห่วงหรอก สาบานได้ว่าฉันไม่มีทางมองคนอื่นอีกแล้ว หวีเป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันได้รู้จักคำว่ารักแท้”

“อย่างที่เขาว่า...ความรักทำให้เรามีชีวิต” ชลิตมอง ดนัยอย่างเข้าใจ ขอโทษซึ่งกันและกัน

แล้วนึกได้ว่าคุยกันเสียงดังขนาดนี้ ทำไมฉวีวรรณกับดาหวันไม่ออกมา ชักเอะใจรีบเข้าไปดู จึงรู้ว่าเสื้อผ้าข้าวของสองพี่น้องหายไปหมด ดนัยกับชลิตตกใจวิ่งออกไปตามหา...

ในขณะที่ฉวีวรรณแบกสัมภาระเดินเซื่องซึมตามหลังแจ๋กับกิมจิ มาจนถึงถนน มีรถกระบะของชาวบ้านแล่นผ่านมา แจ๋รีบโบกขออาศัยเข้าเมือง แต่พอปีนขึ้นท้ายรถ พบดาหวันนั่งอยู่ก่อนแล้ว ฉวีวรรณแปลกใจที่ดาหวันกลับบ้านเหมือนกัน จะลงก็ไม่ทันเพราะรถออกเสียก่อน

ooooooo

พอไตร่ตรองดู ศิริก็เอากล่องมาวางให้คนงานเขียนแสดงความคิดเห็นได้ทุกเรื่อง นงนุชแอบอมยิ้มที่ศิริยอมเปลี่ยนแปลง จึงเอาใจทำน้ำส้มและอาหารให้ทาน ทองอินแวะมาส่งข่าวว่าทั้งดนัย ชลิต ฉวีวรรณ และดาหวันอยู่ที่หมู่บ้านชาลัน ศิริดีใจ รีบพานงนุชขึ้นรถขับไปที่นั่นทันที

ดนัยกับชลิตสะพายเป้ออกเดินทาง วินยาตามมาต่อว่าจะไปไม่ร่ำลากันบ้าง ดนัยขอโทษชลิตบอกว่าพวกตนจะกลับมาที่นี่อีกแน่ ตราบใดที่ยังมีขบวนการค้าไม้อยู่ วินยายิ้มยื่นมือไปขอสัญญา ดนัยกับชลิตจับมือเขย่า...เดินจากมา ชลิตถามดนัยไม่รู้หรือว่าวินยาคิดอย่างไรกับเขา ดนัยขอให้พอเถอะ แค่ฉวีวรรณคนเดียวเขาก็ปวดหัวจะแย่แล้ว พลันดนัยนึกได้ว่าลืมบางอย่าง

ขณะที่วินยาเดินกลับหมู่บ้าน รถธนวัติ พาณิชย์กับลูกน้องแล่นมาสองคันดักหน้าดักหลังเธอ วินยากระโดดหลบ ธนวัติตั้งใจจะชน เธอโดดขึ้นเกาะหลังคารถ พาณิชย์ใช้ปืนยิงใส่วินยาเห็นต้นไม้ตัดสินใจโดดขึ้นไปแล้วปามีดใส่กระจกรถพาณิชย์แตก เขาตกใจพุ่งชนรถธนวัติ

วินยาหัวเราะสะใจ ธนวัติโกรธสั่งสมุนฆ่าวินยา เธอเตะต่อยต่อสู้พลาดสะดุดล้มจะโดนรุม ดนัยกับชลิตโดดเข้ามาช่วย ซัดพวกสมุนแน่นิ่งไปแล้วแย่งปืนมายิงใส่ธนวัติกับพาณิชย์สองพี่น้องวิ่งหนีเตลิด ชลิตจะตามแต่ดนัยเรียกไว้ ทั้งสองพาวินยาส่งหน้าหมู่บ้าน แล้วดนัยยื่นกระดาษให้

“นี่เป็นวิธีเพาะต้นกล้าไม้ที่เราคุยกันไว้ ฉันจดไว้ให้เธอแล้ว แต่ลืมเอาให้เสียสนิท”

“ดีเลย ฉันจะเพาะต้นกล้าไม้ไว้รอ พวกนายต้องกลับมาปลูกป่าด้วยกันนะ อย่าลืม”

ดนัยกับชลิตสัญญา วินยาร้องบอกให้พาฉวีวรรณกับดาหวันกลับมาให้ได้...วินยายืนมองดนัยเดินห่างออกไปอย่างใจหาย รำพึง “ดนัย ฉันจะเก็บความรู้สึกนี้ไว้ให้ลึกที่สุด นายจะเป็นคนคนเดียวที่อยู่ในใจของฉันตลอดไป...”

เมื่อกลับถึงบ้าน ฉวีวรรณกับดาหวันรู้จากสาวใช้ว่า ศิริไปหาพวกตนที่หมู่บ้านชาลันกับนงนุช สองพี่น้องแปลกใจว่าศิริกับนงนุชจะไม่ทะเลาะกันหรือ

ooooooo

ศิริขับรถเร็วจนนงนุชขอให้ขับช้าลงหน่อย แต่ศิริไม่ฟัง เธอจึงแย่งพวงมาลัยจะขับเอง

รถส่ายไปมาจนยางระเบิด สองคนตกใจคิดว่าโดนลอบยิง พอลงมาดูจึงรู้ว่ายางระเบิด แถมยางอะไหล่ก็ไม่มี ศิริจึงพานงนุชเดินเท้าไปที่ปางไม้ของธานี เพื่อขอความช่วยเหลือ

ดาเนาเห็นเด็กๆในหมู่บ้านมีพ่อแม่ก็สะเทือนใจ ร้องไห้ออกมา กว่าวินยาจะปลอบให้สงบและหลับไปได้ เล่นเอาเหนื่อย พอวินยาออกมาคุยกับสางโป ดาเนาก็ลืมตาขึ้นมาครุ่นคิด

“พ่อ...แต่เขาเป็นคนไม่ดี คิดอีกทีเขาก็มีพลังเหมือนกับเรานะ โอ๊ย ทำไงดีล่ะ เราจะรู้ความจริงได้ยังไง” ดาเนานึกถึงกาซูและคำพูดของเขาที่ว่าเขาเป็นพ่อตน...

แม้จะสะใจที่ทำร้ายพวกฉวีวรรณได้ แต่อุ๊บอิ๊บก็ยังห่วงบุญทิ้ง เธอแอบหาข้าวและน้ำมาป้อนให้ในห้องที่เขาโดนขัง แต่บุญทิ้งไม่ยอมกิน อุ๊บอิ๊บถามไม่หิวหรือ
“หิวครับ แต่ไม่ใช่ข้าว...ผมหิวความถูกต้อง คุณทำให้พี่น้อง และเพื่อนฝูงเข้าใจผิดกัน”

“ดีสิ ยิ่งทะเลาะกันยิ่งดี”

บุญทิ้งเตือนว่ามันบาป แต่อุ๊บอิ๊บไม่หวั่นกลับบอกว่าถ้าตนไม่ได้ดนัยก็อย่าหวังว่าใครจะได้ บุญทิ้งรู้สึกผิดหวังในตัวเธออย่างมาก ที่ผ่านมาเขาคิดว่าเธอยังมีความดีอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ เขารู้แล้วว่าเธอเปรียบเหมือนบัวใต้น้ำ อุ๊บอิ๊บโวยที่หาว่าตนโง่ดักดาน

“ไม่ใช่ครับ พวกบัวใต้น้ำอาจจะฉลาด เรียนสูงก็ได้ แต่หัวใจเขามันมืดบอด เหมือนบัวที่จมอยู่ในโคลนตม”

“นายโง่ นายมันไม่เคยเข้าใจอะไรเลย” อุ๊บอิ๊บโกรธปากล่องข้าวทิ้ง แล้ววิ่งออกไป เธอเข้าไปหลบร้องไห้ตัดพ้อในโรงไม้ที่มืดทึม จึงไม่ทันมองอะไร...

ระหว่างนั้น ดาหวันชวนแจ๋กับกิมจิมาไหว้สุสานพ่อแม่ มาถึงเจอฉวีวรรณนั่งอยู่ก่อน แจ๋ทักว่าสองพี่น้องนี่ใจตรงกันจริงๆดอกไม้ที่เอามาก็เป็นกุหลาบขาวเหมือนกัน สองพี่น้องต่างพูดกับสุสานพ่อแม่แขวะกันไปมาจนกลายเป็นทะเลาะกัน ดาหวันร้องไห้กลับไป แจ๋กับกิมจิวิ่งตาม

กลับมา ดาหวันเจอชลิตรออยู่หน้าบ้าน เธอดีใจแต่แล้วนึกได้ตัดใจถามอย่างเย็นชาว่ามาทำไม ตนพูดชัดเจนแล้ว และไล่ให้เขากลับไป ชลิตไม่ยอมไปแม้เธอจะขว้างปาข้าวของใส่

“ออกไปจากบ้านหวันเดี๋ยวนี้นะ หวันไม่อยากเห็นหน้าพี่ ไม่เข้าใจรึไง” แม้จะเจ็บปวดแต่ดาหวันก็เรียกคนงานมาลากตัวชลิตออกไป ชลิตร้องเอะอะ ดาหวันปิดหูตัวเองไม่ให้ใจอ่อน

ไม่ต่างจากฉวีวรรณ ที่ยังนั่งร้องไห้อยู่ที่สุสาน โมโหตัวเองที่พูดจาแย่ๆกับดาหวัน ดนัยเข้ามาแนะ “ถ้าอยากปรับความเข้าใจกับน้อง ทำไมไม่พูดอย่างตรงไปตรงมา พูดจากความรู้สึกที่แท้จริงของเธอล่ะ”

“มันเรื่องอะไรของนาย”

“รู้มั้ย ปัญหาของเธอก็คือ ปากกับใจของเธอไม่เคยตรงกัน”

ฉวีวรรณไม่ยอมรับผลักดนัยกระเด็นแล้ววิ่งหนี  เขาวิ่งตามมาดึงเธอไว้ ฉวีวรรณตวาดให้เลิกยุ่งกับตนเสียที ดนัยถาม “ฉันไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหนนะ ฉันเป็นคนที่เธอรักไม่ใช่เหรอ”

“พอได้แล้ว ฉันไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้น” ฉวีวรรณยกมือปิดหู

ดนัยยื้อให้เธอต้องฟัง “ไม่ว่าเรื่องของยัยหวันหรือเรื่องของเรา มันเกิดขึ้นเพราะเธอทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก ทั้งที่รักกันเธอกลับพูดจาแย่ๆ ให้ทุกคนเข้าใจผิด ทำเลวๆใส่ทั้งยัยหวันและก็ฉัน เธอเป็นอะไรหวี เป็นบ้าหรือเปล่า”
ฉวีวรรณตบหน้าดนัยฉาด “นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าฉันไม่ได้บ้าอยากจะเกลียดฉันก็เกลียดไป”

ดนัยมองเธอวิ่งจากไปอย่างร้าวรานใจ ฉวีวรรณวิ่งไปจนหมดแรงทรุดลงร้องไห้อย่างหนัก...ไม่ต่างจากชลิต ที่นั่งรอดาหวันอยู่หน้าบ้านจนมืด เขาทิ้งดอกบัวพร้อมการ์ดข้อความสั้นๆ ไว้ว่า “พี่รักหวัน...ชลิต”ดาหวัน ออกมาเจอ เธอกำดอกบัวไว้แนบอกน้ำตาไหลพราก...

สบโอกาส เลาซาแม้จะร่างกายบอบช้ำ แต่ก็หนีออกมาจากที่คุมขังของกาซูได้เพราะเป็นห่วงวินยา แต่แล้วจู่ๆเขาก็ปวดหัวจนล้มลงดิ้นอย่างเจ็บปวด เขารู้ว่าเป็นฝีมือกาซู สุดท้ายเลาซาก็ต้องกลับไปอยู่ในที่คุมขังตามเดิม เลาซาขอโอกาสให้เขาไปจัดการวินยาอีกครั้ง แต่กาซูไม่เชื่อ

สองหนุ่ม ดนัยกับชลิตต้องมานั่งกินน้ำใบบัวบกที่บ้านทองอิน แต่พอรู้ว่านงนุชไปกับศิริ  ดนัยก็ตกใจ เกรงสองคนจะทะเลาะกันอีก...ส่วนศิริ พานงนุชมาถึงปางไม้ของธานี ธานีตกใจเพราะกำลังจะมีการส่งไม้ให้กับลูกค้า จึงต้องเลื่อนไปก่อน นงนุชพอรู้ว่าที่นี่เป็นปางไม้ของธานีก็รีบเอามือถือมาถ่ายภาพเก็บไว้ เพราะรู้ระแคะระคายเรื่องไม่ดีจากดนัย ไม่ทันไรแบตหมด ศิริไม่ยอมเชื่อว่าธานีจะค้าไม้เถื่อน ธานีมาได้ยิน ขอบคุณศิริที่เชื่อมั่นในตัวตนมากกว่าข่าวลือ ศิริขอโทษแทนนงนุช และว่าเธอปากเปราะเหมือนลูกชาย ธานีตกใจเมื่อรู้ว่านงนุชเป็นแม่ของดนัยจึงทำทีว่าให้ลูกน้องไปส่งศิริกับนงนุชที่หมู่บ้านชาลัน แต่แท้จริงตั้งใจจะเก็บทั้งคู่

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 08:29 น.