ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

หอบรักมาห่มป่า

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ในขณะที่ดนัยกับฉวีวรรณยืนตะลึง เพราะเจ้าแม่แสงเพชรโผล่เข้าในห้องอาบน้ำ ดนัยก้าวขึ้นมาปกป้องฉวีวรรณ เจ้าแม่กลับรี่เข้ามาหอมแก้มดนัยซ้ายขวา แล้วให้รอตนเดี๋ยว จากนั้นก็หายเข้าไปในห้องเล็ก ฉวีวรรณไม่พอใจทุบแขนดนัยถามว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร

“เจ้าแม่แสงเพชร ผู้ครองเมืองลับแล เห็นหน้าสวยๆอย่างนี้แต่ดุชะมัด สั่งเป็นสั่งตายใครในเมืองนี้ก็ได้” ดนัยสาธยายอย่างหวั่นวิตก

“งั้นถ้ายัยเจ้าแม่รู้ว่าฉันแอบเข้ามาก็แย่น่ะสิ...เรารีบหนีกันเถอะ” ฉวีวรรณฉุดมือดนัย

ทั้งสองช่วยกันหาทางออกจากห้องนี้ เพราะด้านหน้าคงมีทหารเฝ้าอยู่ ดนัยสงสัยว่าแสงเพชรคิดว่าฉวีวรรณเป็นนางกำนัล จึงให้เลยตามเลยไปก่อน แล้วค่อยหาโอกาสหนี พลันเสียงแสงเพชรเรียกดนัยเจื้อยแจ้วออกมา ทั้งดนัยและฉวีวรรณตกตะลึงเมื่อเห็นเธออยู่ในชุดวาบหวิวพันกายด้วยผ้าขาวเปิดพุง แสงเพชรสั่งให้ฉวีวรรณออกไปก่อน แต่ดนัยแย้งให้อยู่คอยรับใช้ ฉวีวรรณหน้าตึงแต่ไม่กล้าหือได้แต่ถลึงตาใส่ ดนัยซีดลงรู้ว่าตนชะตาขาดแน่...

อีกห้อง แสงหล้าเข้ามากอดชลิตโน้มคอเขาลงมาจะจูบ ชลิตถอยหนีกลัวดาหวันซึ่งอยู่หลังม่านโกรธ แต่แสงหล้า ยังตามรุก ดาหวันโกรธแกล้งยื่นขาไปขัดขาแสงหล้าล้มคะมำ แสงหล้าร้องลั่น ลุกขึ้นจะไปเปิดม่านดูว่าใครอยู่ชลิต ตกใจรีบถลกเสื้อคลุมลงโชว์กล้ามเป็นมัดๆเรียกแสงหล้า ให้หันมาสนใจตน แถมส่งจูบให้อย่างเท่ๆ

แสงหล้ายกมือกุมอกเคลิ้ม “แม่เจ้า...จูบเจ้าพี่ทำเอาน้องเบลอ เบลอว่ารักแถบ แบบว่ารักเธอ เจ้าพี่ชลิต... หล่อที่สุดในสามโลก”

แสงหล้าวิ่งเข้าหาชลิต จะกระตุกเชือกผูกเอวชลิต “ท่านพี่เจ้าขา แสงหล้าเห็นกล้ามปูแล้วอยากดูตับห่านท่านพี่”

ชลิตตะครุบเชือกไว้ได้ทัน “ใครจะโชว์ตับกันง่ายๆ แน่จริงจับพี่ให้ได้ก่อนสิ”

“หน็อย ไอ้พี่ชลิตก็เล่นกับเขาด้วย ไอ้ชีกอ”ดาหวันได้ยินเข่นเขี้ยวอยู่หลังม่าน ทนไม่ไหว ออกมากระชากผมแสงหล้าหงายเงิบไป แล้วหลบกลับหลังม่าน

แสงหล้าโวยวายใครดึงผม ชลิตรีบเข้าประคองเธอลุกขึ้นบอกว่าไม่มีใคร แสงหล้าไม่เชื่อสะบัดชลิตออกจะเปิดม่านดู ชลิตยื้อไว้ ยื้อยุดกันไปมา ม่านขาดหลุดติดมือชลิตลงมา

“เจ้าเป็นใคร...” แสงหล้าตกใจเมื่อเห็นดาหวันยืนอยู่

“ฉันเป็นแฟนพี่ชลิต”

“แฟน...แปลว่าอะไร”

ดาหวันจะอธิบาย ชลิตทำเสียงไอแค่กๆขัด ดันแสงหล้าให้ไปช่วยหาอะไรมาแก้คันคอให้ตน แต่เธอไม่ยอม กลับเรียกทหารเข้ามา ชลิตตกใจจะดึงดาหวันหนี แต่ดาหวันกลับไม่เลิก

“แค่จิกหัวเมื่อกี้มันยังเบาๆ นี่ย่ะจัดเต็ม...” ดาหวันตบแสงหล้าผัวะ แล้วจะเข้าซ้ำ

ชลิตรีบดึงดาหวันหนี “หยุดนะ หวัน เงาหัวจะไม่มีแล้วรู้มั้ย...ไปเร็ว...”

ด้านฉวีวรรณโกรธจนควันออกหู ยืนมองดนัยกับแสงเพชรลงไปคลอเคลียกันในอ่างน้ำคว้าเครื่องหอมมาจะฟาดใส่ พลันเสียงแสงหล้าร้องว่ามีผู้บุกรุก ฉวีวรรณชะงักนึกได้

“หวัน...แย่แล้ว ฉันต้องไปช่วยหวัน”

“นี่เจ้าไม่ใช่ชาวเมืองลับแล เจ้าเป็นใคร” แสงเพชรขึ้นจากอ่าง ซัดเข็มเงินใส่

ดนัยรีบดึงฉวีวรรณหลบ แสงเพชรโกรธเห็นสองคนรู้จักกัน ดนัยรีบดันฉวีวรรณหนีออกทางหน้าต่าง...ดาหวันไล่ทุบตีชลิตทั้งที่กำลังหนีทหาร ชลิตทนไม่ไหวอุ้มเธอพาดบ่าวิ่งหนีมาเจอฉวีวรรณกับดนัยที่มุมตึก แจ๋กับพวกวิ่งมาอีกทางพอดี เหล่าทหารวิ่งตามมา ทุกคนรีบหนี...

ooooooo

พอสางโปกับทองอินรู้ว่าวินยาหายไป ก็รีบพานักรบบุกมาที่อาศรมกาซูพร้อมดาเนา พบแต่ข้าวของที่เกลื่อนเหมือนมีการต่อสู้ แต่ไม่พบใคร ต่างแปลกใจว่าวินยาหายไปไหน

กระท่อมกลางป่าที่เลาซาพาวินยามารักษาตัว เขาฉีกเสื้อเธอออกเพื่อทำแผลที่เลือดไหลออกมาก เขาทั้งห่วงทั้งกังวล พร่ำบอกเธออย่าตาย เขาไม่อนุญาตให้เธอตาย เธอจะตายไม่ได้...

เมื่อฟื้นขึ้นมา ธานี กาซูเดินออกจากถ้ำของเมืองลับแลเพื่อตามหาธนวัติกับพาณิชย์ ธานีพยายามจะโทร.ติดต่อพรรคพวก แต่ไม่มีสัญญาณ กาซูมองรอบๆป่าอย่างสงสัย เดินมาสักพักเห็นสาวๆนุ่งกระโจมอกอาบน้ำอยู่ริมลำธาร ต่างตกตะลึงแอบมอง ไม่ทันไร เห็นธนวัติกับพาณิชย์โผล่ขึ้นจากน้ำท่ามกลางสาวๆ พวกสาวๆต่างร้องกันกรี๊ดกร๊าด

“ผู้ชาย...ผู้ชาย...” สาวๆต่างยื้อแย่งกอดรัดธนวัติกับพาณิชย์

“ทั้งลูกทั้งหลานไวไฟจริงๆไม่รู้จักรักนวลสงวนตัวบ้างเลย” ธานีบ่นอย่างอิจฉา

“นาทีทองมาถึงแล้ว เสี่ยไม่อยากเล่นน้ำบ้างเหรอ” กาซูถาม แต่ช้าไปเพราะธานีโดดน้ำตูมลงไปแล้ว “เฮ้ย...ออกตัวก่อนเลยนะเสี่ย รอข้าด้วย” ว่าแล้วกาซูก็โดดตามลงไป

ธนวัติกับพาณิชย์เริ่มไม่สนุกเพราะโดนดึงทึ้ง กอดหอมแรงขึ้น ถึงขนาดเสื้อผ้าขาดติดมือสาวๆไป เหวี่ยงไปคลุมหน้าธานีกับกาซู ทั้งสองดึงออกอย่างเข่นเขี้ยว โผเขากอดสาวๆบ้าง แต่กลับเจอทหารตัวอ้วนใหญ่ เอาดาบจ่อ ทั้งสองวิ่งกลับขึ้นฝั่งไม่เหลียวหลัง ธนวัติกับพาณิชย์เห็นวิ่งตามพากันหนีเข้าไปในป่า พวกทหารไล่ตาม ทั้งสี่มาหลบในกองฟาง พาณิชย์สงสัยว่าทำไมผู้หญิงที่นี่แต่งตัวเป็นนักรบโบราณ กาซูบอกว่าที่นี่คือเมืองลับแล

“ตามตำนานบอกว่า เมืองลับแลถือว่าผู้ชายเป็นศัตรู พวกเรากำลังอยู่ในอันตราย”

ทุกคนหน้าเจื่อนประหวั่นพรั่นพรึง

ooooooo

ระหว่างที่ ดนัย ชลิต ฉวีวรรณ ดาหวันกับเพื่อนๆ วิ่งหนีมาถึงชายป่า ดาหวันเหนื่อยขอพัก ฉวีวรรณเองก็เหนื่อยจึงจะลงนั่ง แต่ทั้งดนัยและชลิตดึงแขนเธอคนละข้างร้องห้ามพร้อมกัน ดาหวันมองอย่างสะเทือนใจคิดว่าชลิตยังมีใจให้ฉวีวรรณ ดนัยรู้สึกผิดรีบปล่อยมือจากฉวีวรรณ

“เออ...คือ เรารีบไปถ้ำแรกที่พวกเราเข้ามาในเมืองนี้กันเถอะ” ดนัยเปลี่ยนเรื่องคุย

“จะไปทำไมอีกวะ ซ่อนกันอยู่แถวๆนี้ก็พอ” กิมจิกลัว

“แต่ฉันคิดว่า ที่นั่นน่าจะเป็นประตูมิติเวลา ที่จะพาเรากลับโลกปัจจุบันได้”

“ฉันเห็นด้วยกับดนัยนะ” ชลิตเอ่ย

พลัน ลูกธนูไฟพุ่งมาปักต้นไม้ ทุกคนตกใจหันไปมองเห็นพวกทหารกำลังวิ่งเข้ามาใกล้ ต่างวิ่งหนี อุ๊บอิ๊บจะวิ่งตามดนัยแต่สะดุดกิ่งไม้ล้ม บุญทิ้งเข้าประคองดึงหลบไป

อีกทาง ดนัย ชลิต ฉวีวรรณ ดาหวัน แจ๋ และกิมจิวิ่งตามกันมา เห็นชาวบ้านร้องรำทำเพลง มีคนถือพานบายศรีนำหน้า ขบวนนางรำและกลองยาว ตามด้วยคนใส่หัวโตเป็นชายหญิงอีกหกคน...ดนัยคิดอะไรออกรีบวางแผนกับเพื่อนๆ

ทำเสียงหมาหอนหลอกผีให้ขบวนชาวบ้านแตกตื่นทิ้งของวิ่งหนี แล้วเอาหัวโตมาสวมพรางตัวกันไว้

พวกทหารหญิงบึ๊กที่ตามล่าธานี กาซู ธนวัติ และพาณิชย์เสียทีโดนธนวัติกับพาณิชย์ซัดจนหมอบและลอกคราบเอาเสื้อผ้ามาสวมใส่แทน โดยใช้กะลามะพร้าวครอบทำเป็นหน้าอก ทั้งสี่คนเดินยืดหาทางหนีออกจากเมืองนี้ มาสวนกับกลุ่มนางรำหัวโตของพวกดนัย ต่างจำกันไม่ได้พอสวนกันไปได้ กิมจิที่รำป้อรั้งท้าย เกิดคึกทำท่าลิงล้อเลียน แล้ว

สะดุดล้มหัวโตหลุดออก ทำให้พวกธนวัติเห็นว่าเป็นกิมจิ พาณิชย์ปรี่เข้าเตะปากกิมจิกระเด็นฟุบไป

“หมูวิ่งมาขึ้นเขียงแท้ๆ ฮ่าๆๆ” พาณิชย์หัวเราะร่า เอาดาบจ่อคอกิมจิ

ชลิตถอดหัวออกร้องห้าม “อย่าทำอะไรกิมจิ ฉันยอมแพ้แล้ว”

“ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอไอ้พวกเด็กเหลือขอที่เมืองลับแลนี่อีก” ธานีหัวเราะเยาะ

“แกจะฆ่าฉันก็ฆ่า แต่ปล่อยพวกผู้หญิงไปซะ” ดนัยปกป้องเพื่อนๆ

“แมนที่สุด...แมนโคตรๆ” ธนวัติหัวเราะถีบดนัยกระเด็น

ฉวีวรรณกับดาหวันร้องกรี๊ด ถอดหัวโตโยนทิ้ง วิ่งเข้าไปดูดนัย ชลิตโมโหเหวี่ยงหัวโตใส่ธนวัติ แล้วหันไปชกหน้าธานี กิมจิลุกขึ้นชกพาณิชย์ แล้วหันมาดึงพวกผู้หญิงหลบ ดนัยกับชลิตตั้งท่าพร้อมสู้ ฉวีวรรณกับดาหวันไม่ยอมหนีคอยช่วยดนัยกับชลิต

“ดนัย ระวังนะ” ฉวีวรรณร้องบอก

“พี่ชลิต สู้ๆ” ดาหวันร้องบอกแล้วชะงักหันไปมองฉวีวรรณแบบมีพิรุธ

ต่างรีบแก้ตัวใหม่ “เออ...พี่ว่าทั้งดนัย ทั้งชลิตแหละ สู้ๆเนอะ”

“ใช้จ้ะพี่หวี...พี่ดนัย พี่ชลิตสู้ๆ” สองสาวเชียร์พร้อมกัน

แต่แล้วพอเห็นดนัยจะเสียที ฉวีวรรณลืมตัวรีบเข้าไปช่วย โยนดาบให้ดนัย ธนวัติโมโหหันมาจะตบฉวีวรรณ ดนัยพุ่งเข้าถีบธนวัติร้องลั่น “อย่าแตะต้องหวีนะ”

ชลิตจะโดนกาซูแทงขณะที่สู้อยู่กับพาณิชย์ ดาหวัน ปาก้อนหินใส่หัวกาซูช่วยชลิตไว้ แจ๋กับกิมจิเข้ามาสมทบ ชลิตจึงบอกให้พาฉวีวรรณกับดาหวันหนีไปก่อน แล้วไปเจอกันที่ปากถ้ำ

ดาหวันไม่ยอมไป ชลิตเอ็ดอย่าดื้อ ตนกับดนัยจะกันไว้ให้ ฉวีวรรณเองก็ไม่ยอมไป

“ไม่ อยู่ก็อยู่ด้วยกัน ตายก็ตายด้วยกัน” ฉวีวรรณสบตาดนัย

“แต่ฉันไม่อยากให้เธอตาย เข้าใจมั้ย” ดนัยตวาด

พวกธนวัติรี่เข้ามา แจ๋กับกิมจิดึงฉวีวรรณกับดาหวันออกไป ดนัยกับชลิตหลอกล่อให้ตามไปอีกทาง...ส่วนอุ๊บอ๊ิบกับบุญทิ้งหลงป่าอยู่อีกด้าน อุ๊บอิ๊บโวยวายตามนิสัย บุญทิ้งพยายามใช้ธรรมะปลอบ อุ๊บอิ๊บรำคาญ รู้จุดอ่อนของบุญทิ้งว่าเมื่อใกล้ชิดตนจะเป็นลมจึงแกล้งเข้าประชิด บุญทิ้งหน้าแดงถอยหนี

“คุณอุ๊บอิ๊บจะทำอะไรครับ ทำไม...มองผมแบบนั้น”

“หึๆ ฉันก็จะ จะ...จูบนาย” อุ๊บอิ๊บยื่นหน้ามาใกล้

บุญทิ้งร้องจ๊าก...อุ๊บอิ๊บหัวเราะสะใจ โวยว่าตนไม่ได้พิศวาสเขาเสียหน่อย บุญทิ้งหน้าซีด

“ใครจะไปรู้ล่ะว่าคุณจะแกล้ง เดี๋ยวคุณเอะอะจูบ เอะอะจูบ จนผมขี้เกียจเป็นลมแล้วนะ”

อุ๊บอิ๊บเขินเตะผ่าหมากบุญทิ้งตัวงอลงไปกอง แล้วโวยว่า “สมน้ำหน้า ฉันจะบอกนายให้นะ ที่ฉันต้องเสียจูบให้นายครั้งแล้วครั้งเล่า มันเป็นเพราะสถานการณ์บังคับ นายไม่มีทางได้จูบจากใจฉันหรอก เชอะ...”

“จูบจากใจเหรอ...มันหมายความว่าไงฮะ คุณอุ๊บอิ๊บ...” บุญทิ้งยังไม่เข้าใจ

“ฮึย ผู้ชายบ้าอะไร ซื่อบื้อแล้วยังกวนโมโหที่สุด อู๊ย... คอแห้ง หิวน้ำ” อุ๊บอิ๊บวิ่งหนีมาหยุดหอบ พลันมีกระบอกน้ำยื่นมาให้

อุ๊บอิ๊บดีใจรับมาดื่ม แล้วนึกได้ว่าใครส่งมา พอหันมองเห็นทหารหญิง ตกใจเอาน้ำราดหัวทหารแล้วร้องลั่นวิ่งหนีดาบที่กำลังเงื้อลงมาใส่ตน บุญทิ้งตามมาเห็น แกล้งทำเสียงเสือขู่ไล่ พวกทหารกระเจิงไป อุ๊บอิ๊บนั่งร้องไห้กลัวโดนเสือกิน

“เจริญพร ฮ่าๆผมเองครับ...ผมพกนกหวีดเสียงเสือมาด้วยฮะ” บุญทิ้งชูนกหวีดให้ดูยิ้มๆ

“นกหวีดเสียงเสือ...” อุ๊บอิ๊บแปลกใจ

“ฮะ ลุงสางโปให้ผมไว้ ไม่นึกว่าจะใช้ไล่พวกทหารหญิงได้ ฮ่าๆๆ”

อุ๊บอิ๊บโกรธที่บุญทิ้งยังไม่เลิกหัวเราะความเปิ่นของตน ไล่ทุบจนล้มกลิ้งไปด้วยกัน บุญทิ้งสบตาอุ๊บอิ๊บอย่างรู้สึกรัก ตัดสินใจจะจูบเธอจากใจ พลันฉวีวรรณ ดาหวัน แจ๋ และกิมจิวิ่งมาถึง สองคนกระเด้งออกจากกันอย่างอายๆ

“นี่พวกแกทำอะไรกันอยู่ ท่าทางแปลกๆชอบกล” กิมจิเห็นท่าทางสองคนมีพิรุธ

สองคนปฏิเสธพัลวัน ฉวีวรรณเร่งให้รีบไปที่ถ้ำที่นัดดนัยกับชลิตไว้ ทุกคนจึงวิ่งกันไป

ระหว่างที่ดนัยกับชลิตสู้กับพวกธนวัติ พวกทหารตามมาจับ ดนัยกับชลิตหนีรอดไปได้...แสงเพชรกับแสงหล้ากำลังให้คนวาดภาพดนัยกับชลิต เพื่อแปะประกาศไปทั่วเมือง ทหารเอาตัวพวกธนวัติเข้ามาคุกเข่าตรงหน้า ให้สำเร็จโทษ แสงหล้าว่าพวกนี้หน้าตาพิลึก

พาณิชย์โวยวายให้ปล่อยพวกตน ดอกเข็มตบปากทันทีสั่งให้กราบขอโทษเจ้าแม่ ธนวัติระเบิดเสียงหัวเราะ “เจ้าแม่...เจ้าแม่ศาลไหนวะ แต่งตัวอย่างนี้ ฮ่าๆๆ”

แสงเพชรตาลุกวาว ซัดเข็มเงินเฉียดหน้าธนวัติไปติดฝา อีกเล่มเขาโดดหลบได้ทัน ธานีโวยที่มาทำร้ายลูกชาย จะเอาเรื่อง กาซูรีบรั้งไว้แล้วขอโทษขอโพยเจ้าแม่ พร้อมกับถามว่าเป็นประมุขลับแลใช่ไหม ชบาตอบแทนว่าใช่ เผอิญธนวัติเห็นภาพดนัยกับชลิตจึงทัก แสงเพชรรีบถามว่ารู้จักหรือ ธนวัติตอบว่าไม่เพียงรู้จัก แต่สามารถเอาตัวมาให้ได้

ooooooo

กระท่อมกลางป่า วินยาค่อยๆรู้สึกตัวขึ้นมา ตกใจเมื่อพบว่าตนอยู่ในสภาพไม่มีเสื้อ มีแต่ผ้าพันแผลพันรอบอกไปถึงหัวไหล่ ก็หน้าตื่นร้องลั่นว่าทำไมเป็นแบบนี้

เลาซาเดินเข้ามาทักว่าตื่นแล้วหรือ วินยารีบดึงผ้ามาคลุมตัวกลัวเลาซาทำมิดีมิร้าย

“จะปิดอีกทำไม ข้าเห็นจนเบื่อจะเห็นแล้ว”

“ไอ้เลาซา...”

“หึหึ ไฝกี่เม็ดๆบนตัวเจ้า ให้ข้าหลับตาชี้ ยังถูกเลย”

“ตายซะเถอะ” วินยาโกรธมาก ลืมเจ็บคว้ามีดพุ่งเข้าจะแทง

เลาซาหลบ จับมือเธอม้วนตัวกอดเธอไว้ “จะโกรธอะไรนักหนา ที่ข้าเห็น...ก็เหมือนมองไข่ดาวติดฝานั่นแหละ ไม่เกิดอารมณ์พิศวาสอะไรขึ้นมาหรอก”

“หยุดนะ ไอ้ชั่ว...”

“หึ...ด่าได้แค่นี้เองเหรอ ไม่มันเลย ข้าอุตส่าห์เห็นเจ้าทั้งตัว” เลาซายั่ว

“แกมันเลวยิ่งกว่าผีนรก ไอ้สารเลว อุบาทว์ ไอ้...โอ๊ย...” วินยาเจ็บแผล

เลาซาห่วงแต่ยังทำดุ “สมน้ำหน้า เจ็บแล้วยังมาทำฤทธิ์มากอีก”

“ไม่ต้องมาพูดจาสามหาวกับข้า จะฆ่าก็ฆ่า ฆ่าสิ” วินยาโกรธ จับมือเลาซาที่กำมีดไว้มาจะเชือดคอตัวเอง

เลาซาร้องห้ามเสียงหลง ดึงมีดหนีแล้วผลักเธอล้มฟุบลง คำรามใส่ว่าบ้าอะไรขึ้นมาจะทำร้ายตัวเอง วินยาโวยว่าตนยอมตายดีกว่าให้เขามาย่ำยี แล้วยังฝืนเข้าชก เลาซาจับหมัดเธอไว้ วินยาไม่ยอมแพ้ กัดมือเลาซาจนเขาร้องลั่นเผลอสะบัดมือโดนหน้าเธอกระเด็นไปชนฝาล้มลงเลาซาตกใจเข้าไปประคอง วินยาเงยหน้ามามองเขาอย่างเคียดแค้น ตะเบ็งใส่หน้า

“ข้าเกลียดเจ้า เกลียดๆๆๆๆๆ” พลังเสียงของวินยา ทำให้เลาซาชาวาบไปทั้งตัว

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงลูก นงนุชมาหาทองอินที่บ้าน เพื่อถามว่าพบตัวดนัยหรือยัง ทองอินต้องโกหกไปว่า ดนัยเข้าไปพัฒนาหมู่บ้านในป่า และไม่อยากให้เธอตามเข้าไป มันลำบาก เสร็จงานแล้วจะรีบกลับกรุงเทพฯ ทองอินโล่งใจที่นงนุชไม่ดื้อตามเข้าไปในป่า

ดนัยกับชลิตบุกป่ามาจนถึงปากถ้ำ แปลกใจที่ไม่พบฉวีวรรณกับดาหวัน...ส่วนพวกฉวีวรรณ ดั้นด้นมาถึงถ้ำคิดว่าดนัยกับชลิตคงรออยู่ในถ้ำแล้ว จึงรีบวิ่งเข้าไป เห็นเงาคนทอดยาวก็เข้าใจว่าเป็นดนัยกับชลิต จึงร้องเรียกและวิ่งเข้าไปหา แต่แล้วต้องตกใจ เพราะเป็นเหล่านางรำที่พวกตนเอาชุดมาใส่ กิมจิบอกเพื่อนๆให้หนี แต่ไม่ทัน หัวหน้านางรำเข้ามาชี้หน้า

“ชะรอยเวรกรรมมันตามทันพวกเจ้า ข้าถึงได้แวะพักกลางทางที่นี่ พวกเจ้ามันแสบจริงๆดูซิดู ข้าเป็นถึงหัวหน้านางรำประจำวังเจ้าแม่ กลับกลายเป็นชีเปลือยเยี่ยงนี้”

ด้วยความที่ทุกคนแต่งชุดนางรำ ฉวีวรรณบอกว่าตนกับเพื่อนๆเป็นหญิงทั้งหมด พยายามพูดดีด้วยแล้วออดอ้อนว่าตนกับเพื่อนๆหลงทางมา อยากออกไปจากเมืองนี้ แต่หัวหน้านางรำกลับชวนไปเป็นนางรำในวงด้วยกัน พวกฉวีวรรณปฏิเสธแต่ถูกบีบบังคับ

“พวกเจ้าขโมยของข้า พวกเจ้าก็ต้องไปเป็นนางรำใช้หนี้ข้าสิ ถึงจะถูกต้อง เอาตัวไป” หัวหน้านางรำสั่งลูกน้อง...

ในขณะที่พวกธนวัติได้รับการดูแล เอาเสื้อผ้าชาวเผ่ามาให้เปลี่ยน อาหารถูกจัดวางให้ทานอย่างเอร็ดอร่อย

พอธานีชมว่าไส้อั่วอร่อยสุดยอด ชบายิ้มๆแล้วบอกว่า

“มันก็ต้องอยู่แล้ว ข้าให้เขาใส่เนื้อจิ้งเหลนลงไปด้วย”

ธานีแทบอ้วก ธนวัติทุบหลังห้ามไว้ “ป๊า รักษาหน้าผมหน่อย เรามีเรื่องสำคัญต้องคุยนะ”

“เอาล่ะ ไหนบอกมาสิ ทำไมพวกเจ้าถึงต้องตาม

หาดนัยกับชลิตด้วย” แสงเพชรถามขึ้น

“ไอ้ดนัยกับชลิต ลักพาตัวคู่หมั้นของฉันกับน้องชายมา”

พาณิชย์พยักหน้ารับ “แล้วเธอ เอ๊ย เจ้าแม่ต้องการตัวไอ้ดนัย...”

“นี่ ช่วยเรียกท่านพี่ดนัยให้มันเพราะๆหน่อยได้มั้ย ท่านพี่ดนัยน่ะเป็นถึงว่าที่เจ้าบ่าวของเจ้าพี่แสงเพชรเชียวนะ” แสงหล้าโวย

พวกธนวัติตกตะลึง “อะไรนะ...”

“ก็ใช่น่ะสิ ท่านพี่ดนัยเป็นเจ้าบ่าวพี่แสงเพชร ส่วนท่านพี่ชลิตก็เป็นว่าที่เจ้าบ่าวของข้า”

“เป๊ะเลย สองคู่ชู้ชื่น” พาณิชย์ทำเสียงสะใจ

“มันก็ใช่นะ ถ้าไม่มีสองนางพี่น้องนั่น มาพาว่าที่เจ้าบ่าวหนีเราไปเสียก่อน”

“ฉวีวรรณกับดาหวันน่ะเหรอ” ธนวัติถาม

“เจ้ารู้จักสองนางนั่นด้วย” แสงเพชรแปลกใจ

“แน่นอน ฉวีวรรณกับดาหวันเป็นว่าที่คู่หมั้นของฉันกับน้องชายไงล่ะ”

ธานีส่งซิกให้กาซูจัดการ กาซูยิ้มรับอย่างเจ้าเล่ห์ ถามแสงเพชรว่าอยากได้ตัวเจ้าบ่าวคืนไหม แสงเพชรตื่นเต้นรีบถามว่ารู้หรือว่าอยู่ที่ไหน

“ข้าทำได้ดีกว่านั้นอีก ไม่เกินรุ่งเช้า ไอ้สองคนนั่นจะกลายเป็นทาสเทวีของเจ้าแม่ทั้งสองอย่างแน่นอน ข้าฟันธง”

“มันจะเป็นไปได้ยังไง” แสงเพชรไม่อยากเชื่อ

“ข้ามีวิธีก็แล้วกัน แต่ถ้าจะให้ข้าช่วย ก็ต้องมีอะไรที่มีค่าคู่ควรตอบแทนด้วย”

“ได้ ถ้าข้ากับน้องสาวของข้าได้แต่งงานกับดนัยและชลิต เพชรพลอยทั้งหมดที่ข้ามีอยู่ ข้าจะยกให้พวกเจ้าครึ่งหนึ่ง”

พวกธานีตาวาว กาซูหัวเราะก้อง “ดี...ตอนนี้พลังของข้ากลับคืนมาเต็มที่แล้ว ขอให้ทุกท่านทำตามที่ข้าสั่ง แล้วข้าจะทำพิธีให้เจ้าแม่สมหวังในความรักเอง ฮ่าๆๆ”

ไม่นาน โต๊ะทำพิธีกรรมก็จัดตั้งขึ้น กาซูนั่งทำพิธีสวดมนต์ขึงขัง แสงเพชร แสงหล้า ชบา และดอกเข็มนั่งห่างออกมาด้านหลัง ธานี ธนวัติ และพาณิชย์นั่งเกาะกลุ่มอยู่ด้วยกัน สักพักประตูหน้าต่างปิดเปิดได้เอง ลมพายุพัดเข้ามาทุกคนตื่นตระหนก กาซูบริกรรมคาถา หยดเทียนลงในหม้อน้ำมนต์ แล้วซัดผงสีขาวลงไป เกิดเป็นควันสีขาวพุ่งขึ้นมาจากหม้อน้ำมนต์ ฟ้าร้องฟ้าผ่าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ชบากับดอกเข็มขยับเข้ากอดกันกลม ควันจางหายไป กาซูลืมตาขึ้น

“ข้าเสกน้ำมหาเสน่ห์เสร็จแล้ว ไปเอาตัวเจ้าบ่าวของพวกเจ้ามาซะ”

แสงเพชรสวนว่าถ้าตนรู้ คงไปเอาตัวกลับมานานแล้วกาซู หัวเราะก่อนจะบอกว่าญานของตนหยั่งรู้ว่าสองคนนั่นอยู่ที่ไหน

ooooooo

ในถ้ำที่ดนัยกับชลิตนั่งพิงผนังหลับกันอยู่สองคนสะดุ้งตื่นขึ้นมา ต่างถามกันว่าฝันร้ายหรือ ดนัยอยากจะบอกว่าตนเป็นห่วงฉวีวรรณแต่พูดไม่ได้ ชลิตก็เช่นกันเป็นห่วงดาหวันอย่างมาก ทั้งสองแปลกใจทำไมคนอื่นๆ ยังมาไม่ถึง เกรงจะโดนจับตัวกันไปอีก ดนัยลุกพรวด

“แกจะไปไหน...” ชลิตรีบถาม

“กลับไปที่วังเจ้าแม่ไง ให้เขาจับตัวฉันไปเลย ฉันยอมแลกชีวิตฉันเพื่อคนที่ฉันรัก”

“ฉันก็เหมือนกัน ถ้าจะต้องตายเพื่อให้คนที่ฉันรักปลอดภัย ฉันก็ยอม”

“แกคงรักเขามากสินะ” ดนัยคิดว่าชลิตหมายถึงฉวีวรรณ

“ก็เท่าๆกับความรักของแกนั่นแหละ” ชลิตมองดนัยด้วยสายตาเจ็บปวดใจ

“อย่าเอาความรักของฉันไปเปรียบกับแกเลย มันไม่มีค่ามากขนาดนั้นหรอก”

“หมายความว่ายังไง”

ดนัยตัดสินใจจะสารภาพ “ฉันคงรักหวันได้ไม่เท่ากับที่แกรักหวี...”

“เพราะอะไรวะ...” ชลิตแปลกใจ

“เพราะฉันรัก...” ดนัยจะสารภาพ แต่พูดไม่ทันจบมีเสียงสวบสาบดังมาจากปากถ้ำ

ชลิตเลิกสนใจคำพูดของดนัยรีบวิ่งออกไป ร้องเรียกดาหวันอย่างลืมตัว ดนัยวิ่งตามแล้วทั้งสองต้องชะงักเมื่อเจอพวกทหารเข้ามาจับตัว...ทั้งสองถูกพาตัวกลับมาที่วัง เข้ามาอยู่ต่อหน้าแสงเพชรและแสงหล้า

“ดนัย...ในที่สุดข้าก็หาเจ้าจนเจอ” แสงเพชรยิ้มดีใจ

ธานี ธนวัติ พาณิชย์ และกาซูเดินตามเข้ามา ดนัยกับชลิตตกใจ “นี่พวกแกมาอยู่ที่นี่ได้ไง”

“หึหึ คนมีบุญอย่างพวกฉัน ไปที่ไหนก็ต้องอยู่ในระดับวีไอพีอยู่แล้ว” ธนวัติเยาะ

“พวกเราเป็นแขกพิเศษของเจ้าแม่ทั้งสอง รู้ไว้เสียด้วย” พาณิชย์เย้ย

ธานีบอกกาซูให้เริ่มพิธีได้ ชลิตกับดนัยตกใจว่าพิธีอะไร กาซูไม่ตอบ ตักน้ำจากหม้อน้ำมนต์ใส่ถ้วยทองเหลืองสองใบ ส่งให้แสงเพชรและแสงหล้าคนละถ้วย

“เอาน้ำมหาเสน่ห์นี้ไปให้มันทั้งสองคนดื่ม แล้วมันจะรักใคร่สิเน่หาในตัวเจ้าแม่ทั้งสองจนโงหัวไม่ขึ้น”

สองหนุ่มตาเหลือกขยับหนี แต่ถูกทหารจับไว้ แสงเพชรกับแสงหล้ากรอกน้ำใส่ปากทั้งสองคนไม่ทันไร สองหนุ่มดิ้นทุรนทุรายสักพักก็หมดแรง คอพับคออ่อนลง ธานีถามกาซูว่าตายไหม กาซูหัวเราะสะใจ

“หึๆ ถูกต้อง มันตายแล้ว” ทุกคนหันขวับมามองอย่างตกใจ กาซูอธิบาย “ข้าหมายถึง มันตายจากคนเดิมแล้วเกิดเป็นคนใหม่ที่มีหัวใจไว้สำหรับรักเจ้าแม่ทั้งสองเท่านั้น”

สองสาวยิ้มปลื้ม ดนัยกับชลิตค่อยๆลืมตาขึ้นมาในลักษณะ สีหน้านิ่ง แต่พอเห็นแสงหล้ากับแสงเพชรก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ เพราะฤทธิ์ยาเสน่ห์ครอบงำ ต่างคนต่างโผเข้ากอดคู่ของตน

ooooooo

ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล ศิริก็เฝ้าคิดถึงนงนุช อยากที่จะเจอเธออีกสักครั้ง...พอได้ข่าวว่าลูกสาวทั้งสองไปอยู่หมู่บ้านชาวชาลัน ศิริก็ให้สุภาพกับอาหลู่บุกไปทันที เช่นเดียวกับนงนุชที่บังคับให้ทองอินพาตนไปหาดนัยที่หมู่บ้านชาวชาลันเช่นกัน

“ฉันมาเยี่ยมน่ะค่ะ แล้วตอนนี้ดนัยอยู่ที่ไหนคะ” นงนุชบอกสางโป

สางโปส่ายหน้าไม่รู้ ทองอินพยายามขยิบตาส่งซิก สางโปไม่เข้าใจย้อนถาม “ตาเป็นอะไรทองอิน กระตุกข้างขวาเสียด้วย โบราณว่าจะเกิดเรื่องร้าย”

“โธ่ลุง...ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย สมพรปากลุงล่ะครับ ซวยแล้วจริงๆ”

ศิริเดินเข้ามาเห็นนงนุช กำลังจะทักด้วยความดีใจ นงนุชแหวใส่สางโปกับทองอินพอดี

“นี่เล่นอะไรของนายน่ะทองอิน ตกลงดนัยลูกชายฉัน เขาอยู่ที่นี่หรือเปล่า”

ศิริชะงักอึ้งเมื่อรู้ว่านงนุชเป็นแม่ของดนัย ทองอินขอร้องให้นงนุชกลับไปก่อน แต่นงนุชไม่ยอม หันมาเจอศิริ นงนุชดีใจที่ได้เจออีกครั้ง

“คุณ คุณมาที่นี่ได้ยังไงคะ”

สุภาพวิ่งเข้ามารายงานศิริว่าไม่พบฉวีวรรณกับดาหวัน อาหลู่วิ่งตามมาบอกว่าไม่พบลูกสาวทั้งสองของศิริ นงนุชมองหน้าศิริด้วยความตะลึง

“หวี หวัน...ลูกสาว...อย่าบอกนะว่าคุณเป็นคุณพ่อของหนูฉวีวรรณกับดาหวัน”

“แล้วคุณล่ะ เป็นแม่บังเกิดเกล้าของนายดนัยจริงๆเหรอ”

ไม่ทันที่นงนุชจะตอบ ศิริเห็นคนเดินบนบ้าน ก็ตะโกนลั่นว่านั่นดนัยใช่ไหม ศิริวิ่งขึ้นไปบนบ้าน ทุกคนตามไป เห็นคนนอนคลุมโปงบนเตียง ศิริเข้าใจว่าเป็นดนัยจะเข้าไปกระชากตัว นงนุชถลาเข้าปกป้องลูก ทั้งสองจึงทะเลาะต่อว่าต่อขานกันว่าเป็นพ่อเป็นแม่เลี้ยงลูกไม่ดี นงนุชจะดึงผ้าห่มออก ทองอินร้องห้าม

“คือ ดนัยมันเป็นไข้ป่า เห็นมั้ยสั่นงั่กๆเลย นุชออกไปก่อนเถอะเดี๋ยวจะติดไข้ป่าไปด้วยนะ” ทองอินพยายามดันนงนุชออกไป

นงนุชไม่กลัว ผลักทองอินออกแล้วดึงผ้าห่มขึ้น เห็นดาเนายิ้มแป้น กบบนหัวกระโดดเข้าใส่ นงนุชร้องกรี๊ดตกใจหงายหลังเป็นลมไป ศิริเป็นห่วงแต่วางฟอร์มไม่กล้าเข้าไปดูใกล้ๆ...

เมื่อไม่อาจหนีได้ วินยานั่งเอาผ้าคลุมตัวพิงขอบเตียง ยังรู้สึกเจ็บแผลที่หัวไหล่ เลาซาเปิดประตูเข้ามา ยื่นเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ วินยาเชิดหน้ามองเขาอย่างเกลียดชัง

“ข้าหาชุดใหม่มาให้ รีบเปลี่ยนซะ จะได้กินข้าว”

“ข้าไม่เปลี่ยน ไม่อยากแตะให้เป็นเสนียดด้วยซ้ำ” วินยาปาชุดทิ้งลงพื้น

“อ้อ...กลัวติดเสนียด ไม่เป็นไร...” เลาซาเจ็บปวดในใจ แต่ฝืนยิ้มยั่ว เก็บชุดขึ้นมาปัดฝุ่นแล้วเข้าไปดึงผ้าคลุมตัววินยาออก โยนทิ้ง

วินยากรี๊ดลั่น ยกมือปิดหน้าอกหันหลังให้เลาซา ด่าว่าเขาเลว สาปแช่งให้ตายทรมาน

“หึ ปากด่าแต่การแสดงมันนางยั่วชัดๆ”

“หยุดนะ ไอ้ปากสกปรก...”

“แทงใจดำล่ะสิ” เลาซายิ่งยั่ว เข้าไปนั่งข้างเธอใช้สายตาโลมเลีย

“แกจะทำอะไร ออกไปนะ”

“ที่ไม่อยากเปลี่ยนชุด เพราะกิจกรรมบางอย่าง มันไม่ต้องใช้เสื้อผ้าสินะ”

“ไอ้บ้า ใจต่ำ พูดมาแต่ละคำมีแต่เรื่องเสื่อมๆทั้งนั้น”

“ถ้าอยากให้ข้าปล้ำ ก็บอกมาตรงๆไม่ต้องลีลามาก” เลาซายื่นหน้าเข้าไปใกล้

วินยาขยับหนีด่าไล่ให้เขาถอยไป เลาซาบอกว่าเขาต้องใส่เสื้อผ้าให้เธอก่อน วินยาร้องลั่นอย่านะ...เลาซายื้อว่าถ้าไม่ยอมใส่เอง เขาก็จะใส่ให้ วินยารีบบอกว่าตนจะใส่เอง เลาซายิ้มอย่างมีชัย โยนชุดให้ วินยามองเขาอย่างเกลียดชัง เลาซาจะเดินไป หันกลับมาพูดอย่างจริงจัง

“ข้าขอสั่งเจ้า อย่าหนีเด็ดขาด” ว่าแล้วเลาซาก็เดินออกไป

วินยาเข่นเขี้ยวว่า ตนไม่กลัว ตนจะหนีแน่...และแล้ว เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ วินยาก็โดดหนีทางหน้าต่าง วิ่งเข้าป่าไป ขณะนั้น เลาซากำลังย่างเนื้อที่เสียบไม้ เสียงเนื้อไหม้ไฟดังชู่... วินยาวิ่งไปไม่ทันไร เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนไปทั้งตัว เหงื่อแตกพลั่ก จนทนไม่ไหว ลงไปดิ้นกับพื้น สักพักได้กลิ่นเนื้อย่าง รู้สึกอยากกินจนต้องกระเสือกกระสนตามกลิ่น จนมาถึงเลาซา

“ไอ้เลาซา ทำไมข้าถึงวิ่งกลับมาที่เดิม” วินยางง

เลาซาเอาเนื้อย่างมายั่ว วินยาอยากกินจนเข้ามาแย่ง แต่พอเลาซาพลิกเนื้อกลับอีกด้าน วินยาเหมือนโดนผลักกลิ้งไปแล้วร้องว่าร้อน แสบไปทั้งตัว

“โอ๊ยร้อน...ไอ้เลาซา เจ้าทำอะไรข้า ฝีมือเจ้าใช่มั้ย”

“เจ้าต่างหากที่ทำตัวเอง ข้าสั่งเจ้าแล้วใช่มั้ยว่า อย่าหนี คนที่ไม่เชื่อคำสั่งก็ต้องถูกทำโทษ”

“ไอ้สารเลว เจ้าใช้ยาสั่งกับข้าใช่มั้ย”

“เก่งนี่วินยา แต่น่าเสียดายที่เจ้าฉลาด ไม่เฉลียว เจ้าถึงไม่รู้ว่า ข้าโรยยาสั่งไว้ที่ชุดที่เจ้าใส่”

วินยาด่าว่าเลาซาแล้วเข้าแย่งเนื้อ เพราะรู้ว่าคือยาแก้ ยื้อแย่งกันจนเนื้อตกพื้น เธอตะครุบจะเอาเข้าปาก เลาซาแย่งมาโยนทิ้ง วินยาโวย เลาซารีบบอกว่า เนื้อที่ตกดินเป็นยาแก้ไม่ได้แล้วถ้าขืนกินเข้าไปจะกลายเป็นบ้า วินยาเริ่มปวดเนื้อตัวมากขึ้น เหมือนคนลงแดง ชักดิ้นทุรนทุราย เลาซาเข้ามาจับตัววินยาไว้ บอกให้ตั้งสติ วินยาดิ้นถีบเขากระเด็น เลาซาเข้าไปจับอีก

“หายใจลึกๆอย่ากัดลิ้นตัวเอง” เลาซาเป็นห่วง ใช้นิ้วตัวเองใส่ปากวินยาไว้

วินยากัดนิ้วเลาซาจนเลือดไหล เธอชักอย่างแรง กระตุกขึ้นอีกสามสี่ครั้ง ก่อนจะหมดสติไป เลาซาตกใจดึงเธอเข้ามากอดแนบอกอย่างห่วงใย

ooooooo

ส่วนพวกฉวีวรรณต้องมาอยู่บ้านนางรำ ซึ่งเป็นเรือนไทยโบราณ พวกเธอต้องฝึกฟ้อนรำอย่างเหน็ดเหนื่อย อุ๊บอิ๊บทนไม่ไหว โวยวายอยากไปหาดนัย บุญทิ้งต้องคอยปลอบอย่าทำตัวมีปัญหา จะเดือดร้อนกันหมด หัวหน้านางรำได้ยินเสียงผู้ชาย รีบค้นหา

ฉวีวรรณต้องช่วยแก้ต่าง “คุณแม่หูฝาดไปมั้งคะ คณะนางรำคุณแม่จะมีผู้ชายได้ยังไง”

“อย่าให้รู้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาแล้วกัน ข้าจะสับให้เป็ดกินจริงๆด้วย”

กิมจิกับบุญทิ้งสยอง หัวหน้านางรำให้ทุกคนพักได้ แต่พูดดักคอไว้ว่า อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย มีการมีงานอะไรก็แยกย้ายกันไปทำ ดาหวันต้องมาช่วยร้อยมาลัย แจ๋นั่งพับกลีบดอกบัวแล้วเปรยว่า ให้ดาหวันเอาไว้บูชาพระ ทำให้ดาหวันคิดถึงชลิตขึ้นมาอีก...เมื่อคราวที่ชลิตพายเรือเก็บดอกบัวให้ตนเอาไปไหว้พระ ทั้งที่ไม่มีวัดแถวนั้นเลย แต่เขาบอกว่า

“ไหว้ที่ใจนี่แหละ ขอให้หวันคิดดี ทำดีเข้าไว้ ไม่ว่าอยู่ที่ไหน คุณพระคุณเจ้าก็ต้องคุ้มครอง” ดาหวันน้ำตาซึมเมื่อนึกถึงคำพูดของชลิต เธอต้องหลบไปร้องไห้คิดถึงเขา

ในขณะที่ชลิตถูกฤทธิ์ยาเสน่ห์ครอบงำ เขาวิ่งไล่กอดแสงหล้าอยู่ในสวน เช่นเดียวกับดนัยที่คลอเคลียอยู่กับแสงเพชรไม่ยอมห่าง

ฉวีวรรณมาช่วยงานในครัว แต่ใจลอยคิดถึงดนัยจนมีดบาดนิ้ว เธอน้ำตาร่วงคิดถึงอ้อมกอดดนัยตอนที่เขาป่วย เขาขอกอดเธอเหมือนกับที่แม่กอดเขา โดยบอกว่าเขาหายป่วยได้เพราะนอนกอดแม่ และตอนนี้กอดของเธอก็อบอุ่นเหมือนกอดแม่ ฉวีวรรณใจอ่อนยวบ

“นายไปอยู่ที่ไหนนะดนัย ฉันอยากรู้ว่านายเป็นยังไง สบายดีหรือเปล่า”

ดาหวันเดินเข้ามาเห็นพี่สาวเศร้าและที่นิ้วเลือดออก ก็ตกใจรีบไปหายามาใส่แผลให้ ฉวีวรรณยิ่งรู้สึกผิดน้ำตาร่วงลงมาอีก ดาหวันตกใจ “พี่หวีเป็นอะไรอีกน่ะ”

“เปล่าๆพี่ไม่ได้เป็นอะไร ขอบใจหวันมากนะที่เป็นห่วงพี่”

“ก็พี่หวีเป็นพี่สาวคนเดียวของหวันนี่จ๊ะ นี่ยังน้อยไป มากกว่านี้หวันก็ให้พี่ได้”

“แล้วถ้าพี่...” ฉวีวรรณอยากจะสารภาพความจริง “ถ้าพี่ทำอะไรไม่ดีกับหวัน หวันจะยกโทษให้พี่มั้ย”

“ไม่ หวันพูดจริงๆนะ หวันไม่ยกโทษให้เพราะพี่หวีไม่มีทางทำร้ายหวัน พี่หวี...เป็นพี่สาวที่แสนดีที่สุดในโลกเลยรู้มั้ย” ดาหวันพูดจบยกขวดยาไปเก็บ

ฉวีวรรณน้ำตาร่วงพรู “หวัน...พี่เลวมาก เลวเกินกว่าที่หวันจะให้อภัยจริงๆ พี่ไม่ควรรักแฟนของหวัน พี่ไม่ควรรักดนัยเลย...” ฉวีวรรณร้องไห้อย่างรู้สึกผิด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 08:45 น.