ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

หอบรักมาห่มป่า

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

และแล้ว กาซู ธานี ธนวัติ และพาณิชย์ก็ได้รับของกำนัลจากแสงเพชร ชบากับดอกเข็มถือถาดเพชรพลอยเม็ดใหญ่ๆมาวางตรงหน้า ทั้งสี่ตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น แสงเพชรถามกาซูข้อหนึ่งว่า ดนัยกับชลิตจะหลงใหลในตัวตนกับน้องตลอดไปใช่ไหม กาซูหัวเราะก้อง

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า พวกมันจะทั้งรักทั้งหลงพวกเจ้า จนชีวิตจะหาไม่นั่นแหละ ยกเว้นแต่ว่า...อย่าให้มันได้รับจุมพิตจากหญิงที่มีรักแท้ต่อมัน มิฉะนั้น มนตราจากน้ำมันมหาเสน่ห์จะเสื่อมลงทันที”

แสงเพชรกับแสงหล้าเครียดขึ้นมาทันที ธานีตัดบทว่าหมดเรื่องแล้วบอกพวกตนโกยเพชรพลอยใส่เสื้อผ้า ห่อกันไม่หวาดไม่ไหว แสงเพชรกับแสงหล้าสบตากันยิ้มๆอย่างมีเลศนัย ไม่ทันไร กาซู และทุกคนรู้สึกว่ามือเท้าอ่อนแรง ล้มลง ต่างร้องเฮ้ย...ด้วยความตกใจว่าเป็นอะไร

“เจ้าแม่ ทำอย่างนี้หมายความว่าไง จะเล่นตลกอะไรอีก” ธนวัติโวย

“ใครว่าล้อเล่นล่ะ สิ่งที่พวกเจ้าเข้าใจว่าเป็นเพชรพลอย แท้จริงแล้วมันคือแร่สลายเอ็น  ใครจับต้องเข้าไปก็จะกลายเป็นอัมพาตชั่วคราว” แสงหล้าอธิบาย

กาซูต่อว่าว่าใช้งานเสร็จก็จะฆ่ากันทิ้ง แสงเพชรยอมรับว่า ตนไม่ไว้ใจพวกมีวิชาอาคมจึงชิงลงมือก่อน แล้วสั่งทหารเอาตัวไปถ่วงน้ำ...ทั้งสี่คนถูกจับใส่กระสอบไปโยนลงน้ำ

เสียงร้องโหยหวน ทำให้อุ๊บอิ๊บสะดุ้งตื่นร้องกรี๊ด เพราะฝันร้ายว่าพ่อกับพี่กำลังจะตาย  บุญทิ้งเข้ามาปลอบว่าเป็นแค่ความฝัน แจ๋สมน้ำหน้า “ชั่วอย่างนั้น สมควรตายแล้วล่ะ”

อุ๊บอิ๊บโกรธปรี่เข้าตบแจ๋ แล้วร้องไห้ให้ทุกคนพาตนไปหาพ่อกับพี่ ดาหวันถามว่ารู้แล้วหรือว่าพวกนั้นอยู่ที่ไหน อุ๊บอิ๊บส่ายหน้า ฉวีวรรณจึงเอ็ดว่าอย่าก่อเรื่องอีก แล้วตนจะพาออกไป  ฉวีวรรณวางแผนทำน้ำสมุนไพรผสมหญ้าเสือตาปรือมาให้พวกนางรำดื่มจนหลับพับกันไปหมดพอจะหนี หัวหน้านางรำกลับเข้ามา พวกฉวีวรรณตกใจร้องกรี๊ด

“เฮ้ย...นี่ข้าเอง จะร้องไปหาอาวุธโบราณอะไรฮ้า” หัวหน้านางรำตวาดใส่

บุญทิ้งดัดเสียงเป็นหญิงถาม “เจริญ...เออ คุณแม่มีอะไรให้พวกเรารับใช้คะ”

“ข้าได้ข่าวดีมาน่ะสิ คืนนี้ในวังจะจัดงานอภิเษกของเจ้าแม่แสงเพชร เจ้าแสงหล้า กับเจ้าบ่าวชื่ออะไรน้า...อ้อ ดนัยกับชลิต”

ฉวีวรรณกับดาหวันตกใจ หัวหน้านางรำจะเข้าไปในบ้าน พวกแจ๋พยายามกัน แต่กันไม่อยู่ พอเข้ามาได้เห็นลูกทีมหลับคอพับคออ่อนกันหมดก็ตกใจ “พวกเจ้า ทำอะไรนางรำของข้า”

พวกฉวีวรรณต้องช่วยกันจับหัวหน้านางรำ เอาน้ำสมุนไพรกรอกปากให้หลับไปอีกคน...ขณะเดียวกัน ธานี ธนวัติ และพาณิชย์ ได้มีชาวบ้านจับปลามาเจอจึงช่วยขึ้นจากน้ำ แต่ไม่มีกาซู ทั้งสามฟื้นขึ้นมา เห็นหญิงชาวบ้านกำลังทะเลาะแย่งตัวพวกตนกันอยู่ จึงค่อยๆคลานหนี วิ่งมาเจอกับพวกฉวีวรรณ แม้จะอยู่ในชุดนางรำทุกคน แต่ธนวัติกับพาณิชย์ก็จำฉวีวรรณกับดาหวันได้จึงจับตัวทั้งสองสาวไว้ อุ๊บอิ๊บดีใจที่พบพ่อกับพี่ๆ จะวิ่งเข้าไปหา พอดีได้ยินเสียงชาวบ้านที่วิ่งตามพวกธานีมา แจ้งทหารว่ามีผู้ชายลักลอบเข้ามา ฉวีวรรณนึกได้รีบตะโกน

“ทางนี้ มันอยู่ทางนี้”

พวกธนวัติตกใจไม่ทันเห็นอุ๊บอิ๊บ พากันจะวิ่งหนีพวกทหารวิ่งตามจับชนอุ๊บอิ๊บกระเด็น มีชาวบ้านวิ่งตามเป็นพรวน ทั้งสามหนีมาหลบซ่อนตัวในตรอกมืดๆ เผอิญ อุ๊บอิ๊บวิ่งมา บุญทิ้งตามมาดึงตัวให้กลับไปช่วยดนัยกับชลิตเพราะงานอภิเษกกำลังจะเริ่มแล้ว

“ปล่อยฉันนะ” อุ๊บอิ๊บดิ้นจะไปตามหาพ่อกับพี่

“ไม่ได้นะครับ ตอนนี้คุณหวีกับคุณหวันก็ไปเตรียมพาคุณดนัยกับคุณชลิตหนีแล้ว ส่วนพวกเราก็ต้องถ่วงเวลา แล้วก็เอายาเสือตาปรือให้พวกเจ้าแม่กินให้ได้”

พวกธานีได้ยินเรื่องทั้งหมด คิดจะซ้อนแผนแก้แค้นทั้งพวกฉวีวรรณและพวกเจ้าแม่ พาณิชย์ถามว่าจะไปในสภาพนี้ได้อย่างไร ธานีมองไปเห็นร้านเสริมสวยอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ยิ้มกริ่ม

สามคนออกมาในชุดสาวชาวลับแล เดินเหนียมอายออกมาจากร้าน ธานีกำชับอย่าลืมดัดเสียงให้เข้ากับการแต่งตัว และเดินให้มีจริต ธานีเดินนำให้ดู พาณิชย์กระซิบถามธนวัติว่าเคยสงสัยหรือเปล่าว่าทำไมแม่ถึงหนีไป ธนวัติ หันมาด่าว่าทะลึ่ง

ooooooo

ท้องพระโรง ประดับประดาตกแต่งด้วยโคมไฟ อย่างสวยงาม เหล่าขุนนางแต่งตัวเต็มยศ เสียงดนตรีประโคมขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ แสงเพชรกับแสงหล้าเดินเฉิดฉายออกมาในชุดขาวล้วน เครื่องประดับอลังการเต็มยศดูสวยงามเป็นพิเศษ

แสงเพชรกล่าวขอบใจพวกขุนนางที่มาร่วมงาน ชบาประกาศขึ้นว่ามีการแสดงรำชุดพิเศษสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ แจ๋ กิมจิ อุ๊บอิ๊บ และบุญทิ้งในชุดนางรำเกาะกลุ่มกันออกมาท่าทางเงอะงะ ไม่รู้จะรำอะไร กิมจิจึงนำทีมเต้นและร้องเพลง

“แอปเปิ้ลๆๆ มะละกอๆ กล้วยส้ม”

อีกสามคนร้องประสานเสียงและเต้นตาม เจ้าแม่และเหล่าขุนนางต่างงง แต่ก็รู้สึกสนุกและโยกตัวตามจังหวะไปด้วย โดยเฉพาะชบากับดอกเข็มที่ลุกขึ้นเต้นตาม บรรยากาศเริ่มคึกคัก ขณะเดียวกัน ธานีแอบย่องมาเทผงบางอย่างลงไปในเหยือกน้ำ ที่กิมจิเตรียมไว้สำหรับเจ้าแม่

ระหว่างทางที่เสลี่ยงของดนัยกับชลิตเคลื่อนขบวนเข้ามา มีทหารองครักษ์คอยอารักขา ฉวีวรรณทำทีเป็นนอนสลบขวางทางอยู่ พอขบวนเข้ามาใกล้ต้องหยุดดู ดาหวัน ก็แอบเข้ามา ใช้ท่อนไม้ทุบตีพวกทหาร ฉวีวรรณลุกขึ้นร้อง บอกดนัยกับชลิตให้หนี แต่ทั้งสองมองอย่างงงๆ

“ดนัย...เรารีบไปจากที่นี่กันเถอะ”

“พี่ชลิต หวันมาช่วยพี่แล้ว”

ทั้งสองคนสะบัดมือจากสองสาวอย่างแรง ชลิตโวย “ปล่อย อย่ามาแตะตัวฉัน”

“พวกเธอเป็นใคร” ดนัยถามอย่างไม่พอใจ

“ไม่ใช่เวลามาล้อเล่นนะพี่ชลิต ไม่ขำสักนิด รีบไปได้แล้ว ก่อนที่เจ้าแม่สองพี่น้องจะไหวตัวทัน” ดาหวันเข้าดึงมือชลิต

ชลิตผลักดาหวันล้มลง ฉวีวรรณรีบเข้าประคอง ต่อว่าชลิต “ทำแบบนี้เกินไปแล้วนะชลิต พวกเราอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตมาช่วยนาย นายตอบแทนพวกเราแบบนี้เหรอ”

ดนัยคว้าดาบทหารที่หล่นอยู่มาชี้หน้าฉวีวรรณ “เธอจะทำอะไร ถอยออกไปห่างๆ ขืนเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะฆ่าเธอ”

“ดนัย นายพูดอะไรของนาย นายเป็นอะไร ฉันงงไปหมดแล้ว”

ธนวัติกับพาณิชย์เดินหัวเราะเข้ามาในชุดหญิงชาวบ้าน ฉวีวรรณกับดาหวันตกใจ...

ขณะที่กิมจิรำเสร็จ ไปยกเหยือกน้ำที่เตรียมไว้เข้ามา ดัดเสียงบอกแสงเพชรว่า

“เจ้าแม่แสงเพชรและเจ้าแสงหล้าเจ้าขา ผม เอ๊ย ข้าได้นำของขวัญมามอบให้ท่านทั้งสอง นี่คือยาสมุนไพรสูตรลับเฉพาะของตระกูลข้าเอง ดื่มยานี้แล้วผิวพรรณจะผุดผ่อง เด้งดึ๋งๆ”

“พูดจาอะไรไม่รู้เรื่อง อะไรเด้งดึ๋งๆ” ชบาบ่น

แจ๋รีบอธิบายแทนว่า ยานี้มีชื่อว่า สมุนไพรผัวรักผัวหลง แสงหล้าตื่นเต้นดีใจ แจ๋จึงบอกว่าพวกตนได้เตรียมมาพอที่จะดื่มกันทั้งห้อง พวกแจ๋ช่วยกันแจกให้คนละจอกธานีโผล่เข้ามาร้องห้าม ไม่ให้ทุกคนดื่ม แสงเพชรตกใจถามว่าเขาเป็นใคร อุ๊บอิ๊บรู้สึกคุ้นเสียง แสงเพชรชักดาบมาจ่อคอธานีไว้ พร้อมกับเรียกทหารเข้ามาจับตัว

“เฮ้ย...อย่าเล่นของมีคม มันเสียว ฟังข้าให้ดี น้ำใน เหยือกนั้นมียาพิษ”
“น้าอย่ามามั่ว ยาพิษที่ไหน” กิมจิตกใจ

“ไม่ต้องเถียงกัน ข้าพิสูจน์เอง” แสงเพชรตวาดแล้วเทแก้วน้ำลงพื้น ปรากฏว่าพื้นเป็นฟองฟู่ขึ้นมาคล้ายน้ำกรด

“ยาพิษจริงๆด้วย พวกเจ้าลอบสังหารข้ากับเจ้าพี่ จับตัวมัน” แสงหล้าสั่ง
แจ๋ กิมจิ และบุญทิ้งตกใจ อุ๊บอิ๊บยังจำธานีไม่ได้เพราะแต่งเป็นหญิง ทั้งสี่คนถูกจับคุกเข่าอยู่ แสงเพชรเค้นถามว่าใครเป็นคนบงการ ธนวัติกับพาณิชย์เอาตัวฉวีวรรณกับดาหวันเข้ามา

“นี่ไงล่ะ คนบงการทั้งสองคน” พาณิชย์ผลักดาหวันกับฉวีวรรณให้ไปรวมกับพวกแจ๋

ดนัยกับชลิตเดินตามเข้ามา ชลิตเอ่ย “ฉันกับดนัยเป็นพยานให้ได้”

ดนัยกับชลิตจะเข้าไปหาแสงเพชรและแสงหล้า พวกแจ๋ตกตะลึง ฉวีวรรณดึงดนัยไว้ ดนัยสะบัดออกแล้วบอกว่าตนจะไปหาเมีย ฉวีวรรณตกใจ แสงหล้าถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน

“ผู้หญิงสองคนนี้วางแผนลักพาตัวดนัยกับชลิต คนรักของท่านทั้งสอง” ธนวัติอธิบาย

“แล้วก็ใช้มือสังหารทั้งสี่นี่มาวางยาพิษเจ้าแม่ไงล่ะคะ” ธานีกรีดกรายชี้นิ้ว

แสงเพชรโกรธมาก สั่งทหารเอาตัวไปประหาร ธนวัติ ห้าม “หยุดก่อน ทำแบบนี้พวกมันจะสบายเกินไปน่ะสิ”

“หมายความว่ายังไง เจ้ามีแผนอะไรรึ” แสงเพชรถาม

“ต้องทรมานให้เจ็บปวดก่อนตายถึงจะสาสมกับความผิดที่พวกมันกล้าหลอกลวงเจ้าแม่”

“ก็จริงของเจ้า จับมันไปทรมานเยี่ยงทาสจนสาสม แล้วค่อยฆ่ามันกับมือข้าเองจะดีกว่า”

“บ้า เป็นเจ้าเมืองประสาอะไร ทำไมถึงได้หูเบานัก” ฉวีวรรณแหวใส่

“นั่นสิ ไปเชื่อพวกตัวประหลาดใจสกปรกอย่างนั้นได้ยังไง” ดาหวันเสริม
“พวกเราไม่ใช่ตัวประหลาด แต่เป็นคนที่หวังดีที่สุดต่อเจ้าแม่ทั้งสอง” พาณิชย์ดึงวิกผมออกเผยให้เห็นว่าตนเป็นใคร

แสงเพชรกับแสงหล้าตกใจ ธนวัติดึงวิกออกแล้วยุว่า ถึงพวกตนจะโดนเจ้าแม่ทำร้าย แต่เมื่อรู้ว่าเจ้าแม่ตกอยู่ในอันตราย พวกตนก็กลับมาช่วยด้วยความจริงใจ

“คราวนี้ เจ้าแม่คงรู้แล้วล่ะนะว่าใครเป็นมิตรแท้”

แสงเพชรมองอย่างชื่นชม ฉวีวรรณโวยว่าพวกนั้นโกหก แสงเพชรสั่งทหารเอาตัวพวกฉวีวรรณไปขัง ธานีรีบดึงอุ๊บอิ๊บไว้ ฉวีวรรณกับดาหวันมองดนัยกับชลิตอย่างขอความช่วยเหลือ แต่ทั้งสองมองอย่างเฉยเมย ไม่สนใจ สองสาวเจ็บปวดเสียใจ ธนวัติยิ้มกับพาณิชย์อย่างสะใจ

ooooooo

วันต่อมา วินยารู้สึกตัวขึ้นในกระท่อมของเลาซาด้วยอาการเป็นปกติ ไม่เจ็บแผลที่หัวไหล่เหมือนก่อน เพียงแค่ยังอ่อนแรง ก็แปลกใจ มองไปรอบห้องเห็นมีชุดใหม่แขวนอยู่ จึงเอามาเปลี่ยนแล้วคิดจะหนี เดินโผเผออกมา เจอเลาซากำลังผ่าฟืนอย่างใจเย็นอยู่ เลาซาทัก

“พอฟื้นขึ้นมา ก็หนีทันทีเลยนะ...”

วินยามองอย่างเคืองๆแต่พอเห็นที่นิ้วเขาพันแผลไว้ก็นึกได้ว่า เลาซาเอานิ้วให้ตนกัดตอนชัก เกรงตนจะกัดลิ้น เลาซาเดินเข้ามาหาและบอกว่า

“ตอนที่เจ้าหมดสติ ข้าพอกยาประสานกายให้เจ้า พร้อมๆกับให้ยาถอนพิษยาสั่งที่ข้าปรุงขึ้นใหม่ไปด้วย เจ้าน่าจะหายดีแล้ว เหลือแค่พักฟื้น”

วินยาผลักเลาซาให้ออกห่าง แล้วตัวเองเซจะล้ม เลาซาเข้าประคอง เอ็ด “อย่าพยศนักเลยน่า แรงเจ้าแทบจะไม่มีอยู่แล้ว”

“อย่ามาแตะต้องตัวข้า”

“ข้าก็ไม่ได้อยากจะแตะนักหรอก แต่ขืนปล่อยให้เจ้าคลุกดินคลุกทรายอยู่อย่างนี้ ข้าก็ต้องจับเจ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าอีก จะเอาอย่างนั้นเหรอ”

วินยามองอย่างเจ็บใจ บอกเขาว่าตนจะไปจากที่นี่  เลาซาไม่ให้ไป วินยาฮึดสู้จะต่อย เลาซาจับหมัดแล้วดึงวินยาเข้ามากอด ถามจำไม่ได้หรือว่าผลของการหนี มันทรมานแค่ไหน วินยาพยายามดิ้นแต่เลาซากอดจนดิ้นไม่หลุด

กลับเข้ามาในกระท่อม เลาซามัดวินยาไว้กับเสา เขาทำข้าวต้มมาป้อน วินยาไม่ยอมกิน เลาซาแกล้งว่าเธอโง่ ไม่กินแล้วจะมีแรงหนีได้อย่างไร วินยาโวยตนยอมอดข้าวตายดีกว่าเห็นหน้าเขา เลาซายัวะ วางชามข้าวแล้วจับหน้าวินยาให้หันมา วินยาจะกัด เลาซาถาม

“จะทำอะไร จะกัดข้าให้จมเขี้ยวเหมือนวันก่อนหรือไง”

วินยาสลดลงเมื่อนึกถึงวันที่เลาซายอมเจ็บเพื่อตนขนาดนั้น เลาซาป้อนข้าวจ่อปาก วินยายอมกินแต่โดยดี และกินจนหมดชาม เลาซาป้อนน้ำ เธอดื่มหกรดเสื้อ เลาซาเอาผ้าเช็ดปากให้อย่างนุ่มนวล ทั้งสองสบตากันอึ้งๆ เลาซาอดใจไม่ไหวโน้มหน้ามาจะจูบ วินยาเบี่ยงหน้าหลบ

“อย่า...ถอยออกไป” เลาซาหน้าเจื่อน  วินยาโวย “ทำไมเจ้าต้องช่วยข้าด้วย ทำไมไม่ปล่อยให้ข้าตายๆไปซะเลย มันจะได้จบๆไปเสียที”

“เรื่องอะไรล่ะ ความตายยังถือเป็นความกรุณาเกินไปสำหรับเจ้า” เลาซาพูดอย่างเจ็บปวด

“อะไรนะ”

“ในเมื่อเจ้าเกลียดข้านัก ข้าก็จะให้เจ้าเห็นหน้าข้า ทุกวันๆให้เจ้าค่อยๆตายอย่างช้าๆทุกวันไงล่ะ” เลาซาบีบคางวินยาให้จ้องตากับตน ก่อนจะผละเดินออกไป

วินยาน้ำตาคลอตะโกนไล่หลัง “เลือดเย็น ไอ้คนอำมหิต ข้าเกลียดเจ้า...”

เลาซาออกมาจากกระท่อม ยืนพิงประตูอย่างเจ็บช้ำ พึมพำ “ข้ายอมให้เจ้าเกลียดข้า ขอให้ข้าได้อยู่ใกล้ๆกับเจ้า ได้เห็นหน้าเจ้าทุกวันอย่างนี้ มันก็คุ้มค่าแล้ว”

ooooooo

รางวัลที่พวกธานีได้รับ คือแก้วแหวนเงินทอง สามกำปั่น พวกเขาไม่กล้าจับกลัวเจอยาสลายเอ็นอีก แสงหล้ากับแสงเพชรส่ายหน้าแบบไร้สาระ

“นี่ อย่าฟื้นฝอยเรื่องเก่าๆเลย ตอนนี้ข้ารู้แล้วล่ะว่าพวกเจ้าเป็นกัลยาณมิตรของข้ากับเจ้าพี่ เพชรพลอยแค่นี้ไม่อาจทดแทนความดีของพวกท่านได้เลย”

“เอาล่ะ เสร็จธุระแล้ว เชิญพวกท่านพักผ่อนตามสบาย ขาดเหลืออะไรขอให้บอก คนของข้าจะจัดหาให้ทุกสิ่งที่พวกเจ้าต้องการ”

แสงเพชรกับแสงหล้าออกไป อุ๊บอิ๊บหมั่นไส้หาว่าวางท่า ธานีเอ็ดอย่าพูดพล่อยๆ พาณิชย์ตื่นเต้นกับของมีค่า แต่ธนวัติยังไม่พอใจแค่นี้ เขาต้องการจากเจ้าแม่มากกว่านี้ ธานีเห็นด้วย...

พวกฉวีวรรณถูกจับขังกรงอีกครั้ง กิมจิหงุดหงิดงุ่นง่าน แจ๋เอ็ดให้นั่งเงียบๆเหมือนบุญทิ้งบ้าง ฉวีวรรณเห็นดาหวันนั่งเงียบจึงเข้าไปถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ดาหวันโผกอดร้องไห้

“เป็นอะไร เจ็บตรงไหนรึ” ฉวีวรรณตกใจ

“หวันเจ็บที่ใจน่ะพี่หวี หวันไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมพี่ชลิต เอ่อ...พี่ดนัยกับพี่ชลิตถึงไม่ยอมหนีไปกับเรา”

ขณะเดียวกัน ดนัยกับชลิตก็ครุ่นคิดถึงสองสาว แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แสงหล้านอนคลอเคลียเอาอกเอาใจชลิต

ไม่ห่าง แต่แล้วชลิตก็ผล็อยหลับไป แสงหล้าปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น

แสงเพชรกอดดนัยพร่ำบอกว่าตนกลัวจะเสียเขาไป ดนัยตอบว่าอย่ากลัวเลย เขาไม่มีวันจากเธอไป แสงเพชรพยายามเล้าโลม จู่ๆดนัยก็เกิดปวดหัวจี๊ดขึ้นมาอย่างหนัก ดิ้นไปมา

“โอย...ช่วยด้วย ปวดหัว โอ๊ยปวดเหลือเกิน ขอยาแก้ปวดหน่อย”

“ใจเย็นๆนะดนัย ข้าจะไปหาให้เดี๋ยวนี้แหละ” แสงเพชรตกใจทำอะไรไม่ถูก...

วันรุ่งขึ้น พวกฉวีวรรณถูกพาตัวมาทำงานขุดดินทำแปลงปลูกผัก ดาหวันหมดแรงล้มลง ทหารเงื้อแส้จะฟาด ฉวีวรรณเข้ากอดน้องรับแส้แทน กิมจิกับบุญทิ้งเข้าช่วยโดนทหารชกล้มไปทั้งคู่ ดาหวันตกใจดันฉวีวรรณออก

“พี่หวี ออกไปนะพี่หวี”

“พี่จะไม่ยอมให้ใครทำร้ายน้องพี่” ฉวีวรรณกอดดาหวันไว้

ธนวัติเข้ามาร้องบอกให้ทหารหยุดเฆี่ยน ธานีทำเป็นสงสาร “โถๆนึกว่าใคร หนูหวีกับหนูหวันคนสวยนี่เอง เห็นสภาพแล้วจำแทบไม่ได้เลยนะเนี่ย”

“แก...ไอ้พวกชั่ว” ดาหวันด่า

“อย่าพูดจาอย่างนี้กับพวกพี่สิจ๊ะ พี่ช่วยน้องได้นะ ถ้าอยากสุขสบายก็กราบเท้าพี่งามๆพูดหวานๆอ้อนวอนขอร้องพี่ แล้วพี่จะเลื่อนขั้นน้องจากทาสมาเป็นนางบำเรอ รับรองสบาย” พาณิชย์พูดแล้วพากันหัวเราะกับธนวัติ และธานี

ฉวีวรรณเจ็บใจ แกล้งพูดด้วยหวานๆ “พวกพี่อยากช่วยเราสองคนหรือจ๊ะ”

“พูดหวานๆอย่างนี้ค่อยน่ารักหน่อย” ธนวัติยื่นมือให้ฉวีวรรณจับ

ฉวีวรรณกำดินปาใส่หน้าพวกธนวัติ “ฉันยอมตายดีกว่าเป็นเมียแก”

ธานีปาดดินออกจากหน้าโกรธๆ ธนวัติบีบคางฉวีวรรณเยาะ “อย่าทำหยิ่งนักเลยน้องหวีจะหวงตัวไว้รอใคร อย่าบอกนะว่าจะรอไอ้ดนัย เสียเวลาเปล่า”

“หมายความว่าไง”

“ป่านนี้ไอ้สองคนนั้นมันขึ้นสวรรค์กับเจ้าแม่สองพี่น้องนั่นแล้ว พวกมันฉลาดกว่าที่ฉันคิด รู้จักเอาตัวรอด”

“ไม่จริง ฉันไม่เชื่อ” ดาหวันโวย

“ถ้าไม่เชื่อ ฉันจะพาไปดูให้เห็นกับตา จะได้เลิกโง่สักที” ธนวัติดึงฉวีวรรณไป

พาณิชย์กระชากดาหวันตามไป แจ๋ กิมจิกับบุญทิ้งจะตาม แต่ถูกพวกทหารตบล้มลงไป

ooooooo

ในห้องนอนแสงเพชร ดนัยตื่นขึ้นมาเห็นแสงเพชรกำลังเช็ดหน้าตาให้ตน เขายังมึนๆ แสงเพชรบอกว่าเขาปวดหัวจนหมดสติไป ตนเป็นห่วงแทบแย่ ดนัยขอโทษที่ทำให้ห่วง
“ข้าไม่ยกโทษให้ เจ้าต้องถูกทำโทษ โทษฐานที่ทำให้ข้ากังวลใจ” แสงเพชรลูบไล้ตัวดนัย
ดนัยดึงเธอมากอดอย่างหลงใหล เสียงโวยวายดังเข้ามา ธนวัติดึงฉวีวรรณกับดาหวันมาหน้าห้อง ชบากับดอกเข็มซึ่งเฝ้าอยู่หน้าห้องตกใจรีบมาขวางไม่ให้เข้าไปรบกวน แสงเพชรกับแสงหล้าออกมาพร้อมดนัยกับชลิต สภาพเสื้อผ้ายับเยิน ฉวีวรรณกับดาหวันตะลึง

“พี่ชลิต นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพี่...”

“ดนัย...” ฉวีวรรณพูดไม่ออก

“ข้ากับดนัยอยู่ด้วยกันทั้งคืน” แสงเพชรเกาะแขนดนัยเย้ย

“ข้ากับพี่ชลิตก็เช่นกัน คงไม่ต้องสาธยายหรอกนะ ว่าชายหญิงอยู่ในห้องเดียวกัน เขาทำอะไรกันบ้าง”

“ไม่จริงใช่มั้ยดนัย ฉันไม่เชื่อ” ฉวีวรรณน้ำตาคลอ

“เขาบังคับพี่ใช่มั้ย พี่ชลิต บอกหวันมาสิ” ดาหวันเข้าไปจับมือชลิต

แสงหล้าหึงผลักดาหวันออก “ปล่อย อย่ามายุ่งกับพี่ชลิตของข้า”

“หน้าด้าน พี่ชลิตไม่ใช่ของแกสักหน่อย”

แสงหล้าโมโหตบหน้าดาหวัน ฉวีวรรณโกรธที่มาทำน้อง ตบแสงหล้ากลับ แสงเพชรเข้าช่วย สี่สาวตบกับชุลมุน ธนวัติกับพาณิชย์สะใจ แต่แล้วฉวีวรรณกับดาหวันก็โดนชบากับดอกเข็มล็อกตัวไว้ให้สองเจ้าตบ สองพี่น้องฮึดสู้ สะบัดตัวออกเงื้อมือจะตบกลับ ดนัยคว้ามือฉวีวรรณไว้บิดอย่างแรง ฉวีวรรณร้องว่าเจ็บให้ปล่อย ดนัยผลักเธอล้มลง

“แสงเพชรเป็นคนรักของผม ใครกล้าแตะต้องแสงเพชร ผมไม่ปล่อยไว้แน่” ดนัยตวาด
“คนรัก...” ฉวีวรรณอึ้ง มองแสงเพชรที่ยิ้มเยาะ

ชลิตปกป้องแสงหล้าและตบหน้าดาหวันล้มลงข้างๆ

ฉวีวรรณ ดาหวันตกตะลึง ชลิตชี้หน้าว่าถ้ายังไม่เลิกทำร้ายแสงหล้า เขาจะทำยิ่งกว่านี้ ว่าแล้วก็หันไปโอบปลอบแสงหล้า ทั้งฉวีวรรณและดาหวันลืมตัวรำพันออกมา

“พี่ชลิต...”

“ดนัย ทำไมเป็นแบบนี้”

ธนวัติกับพาณิชย์หัวเราะสะใจ ทำเป็นต่อว่าดนัยกับชลิตว่าใจร้าย ดนัยกับชลิตประกาศว่าพวกตนรักแสงหล้าและแสงเพชร และผลักฉวีวรรณกับดาหวันให้ธนวัติกับพาณิชย์ เอาตัวไปให้พ้นหน้าพวกตน ฉวีวรรณน้ำตาร่วง

“ทำไมนายพูดแบบนี้ นายเคยเสี่ยงชีวิตช่วยฉันจากไอ้คนเลวพวกนี้ นายลืมหมดแล้วรึ”
“พูดอะไรไม่รู้เรื่อง ฉันไม่รู้จักเธอ ไป พาออกไปให้พ้นๆซะที”

ธนวัติกับพาณิชย์ดึงตัวสองสาวออกไป สองสาว

มองหน้าดนัยกับชลิตที่ดูเฉยชาด้วยความเจ็บปวดเสียใจ อุ๊บอิ๊บแอบมองอย่างงุนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของดนัยกับชลิต

ooooooo

จากที่ถูกโยนน้ำ กาซูฟื้นขึ้นมาพบว่าตัวเองกลับมาเมืองมนุษย์ดังเดิมก็ดีใจ...ในกระท่อม วินยาตื่นขึ้นมาเห็นเลาซาฟุบหลับอยู่ไม่ห่าง ตนจึงพยายามแก้มัดตัวเองเพื่อจะหนี ก่อนจะออกประตูเห็นดาบยาวแขวนอยู่ที่ผนัง จึงปลดลงมาคิดจะฆ่าเลาซาแก้แค้น แต่ต้องชะงัก ทำไม่ลงเมื่อคิดถึงความดีที่เขามีให้กับตน เสียงเลาซาเอ่ยขึ้น

“ถ้าเจ้าจะฆ่าข้าก็ทำเลย เพราะนี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดแล้ว”

วินยาสะดุ้ง ลังเลที่จะทำ เลาซานับหนึ่ง สอง สาม แล้วพุ่งเข้ารวบตัวเธอ ปลดดาบโยนทิ้ง ถามเธอว่าทำไมไม่ฆ่าเขา วินยาอ้างว่าตนไม่ใช่คนใจร้าย ที่ทำกับผู้มีพระคุณอย่างพ่อของเขา

“ข้ออ้าง...จริงๆแล้วเจ้าเริ่มหวั่นไหวในตัวข้า จนไม่อยากทำร้ายข้ามากกว่า”

“ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไม่เคยถูกสอนให้เนรคุณคนเหมือนพ่อเจ้า คนอย่างเจ้าทำให้ข้าหวั่นไหวไม่ได้หรอก แม้แต่อากาศหายใจ ข้าก็ไม่อยากใช้ร่วมกับเจ้า”

เลาซาเจ็บจี๊ด รวบตัวเธอให้หันมา “งั้นข้าจะทำให้เจ้าชินที่ต้องใช้ลมหายใจร่วมกับข้า”

วินยาตกใจตบเขาและพยายามผลักไส เลาซาดันเธอลงนอนจะปลุกปล้ำ พลันเสียงกาซูเรียกอยู่หน้ากระท่อม เลาซาตกใจมาก รีบดึงวินยาไปซ่อนในหีบใบใหญ่ ก่อนจะออกมาหากาซู กาซูแปลกใจทำไมเลาซาไม่อยู่บ้าน มาอยู่ที่นี่ เลาซาอ้างว่าตนไม่สบายจึงหลบมารักษาตัว กาซูบุกเข้าไปดูในกระท่อมว่าเขาซ่อนใครไว้ เห็นเครื่องยาก็แปลกใจ เลาซาโกหกว่าตนโดนลิงป่ากัดชูนิ้วที่พันแผลให้ดู สองพ่อลูกคุยกัน ทำให้วินยาได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นกับพวกดนัยและฉวีวรรณ กาซูรู้สึกจากญานของตัวเองว่า เลาซาแอบซ่อนวินยาไว้ จึงพูดดักคอว่า

“ถ้าเจ้ายังเห็นข้าเป็นพ่อ เจ้าคงรู้ใช่มั้ยว่า ข้าเกลียดอะไรที่สุด...”

เลาซารู้ดีว่าพ่อเกลียดคนทรยศ โกหก หักหลัง กาซูพูดเป็นเชิงให้เลาซาจัดการเรื่องไม่ดีให้เรียบร้อยแล้วกลับไปอยู่บ้าน กาซูเดินไป เลาซาโล่งใจ กลับเข้ามาดูวินยา พบว่าเธอหนีไปแล้ว เขาใจหาย เธอคงได้ยินเรื่องที่กาซูเล่า

ooooooo

เมื่อข้องใจที่ดนัยกับชลิตเปลี่ยนไป อุ๊บอิ๊บแอบมาหาบุญทิ้งซึ่งอยู่กับแจ๋และกิมจิ มีทหารคุมให้ทำงาน อุ๊บอิ๊บร่วมมือกับพวกแจ๋จัดการทหารเหล่านั้น แจ๋วางแผนให้มอมเหล้าธานีหลอกถามความจริง โดยให้กิมจิกับบุญทิ้งแต่งเป็นหญิงไปยั่วยวน อุ๊บอิ๊บเป็นห่วงพ่อแต่ก็ต้องยอม สุดท้ายธานีก็หลุดพูดความจริงออกมาหมด แจ๋จัดการตีหัวธานีสลบไป อุ๊บอิ๊บโวยวายที่มาทำร้ายพ่อตน แจ๋โต้ว่าไม่เป็นอะไรมากแค่สลบ จะได้ไปช่วยพวกดนัยกับฉวีวรรณเร็วๆ

ด้านหมู่บ้านชาลัน นงนุชเป็นห่วงลูกจะเข้าป่าไปตามหาให้ได้ ทองอินกับสางโปห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง ศิริเป็นห่วงแต่ยังวางฟอร์ม จึงทำทีเป็นชวนไปด้วยกัน เพราะตนก็จะตามหาลูกเหมือนกัน นงนุชจึงนั่งรถไปกับศิริ โดยมีสุภาพขับรถและอาหลู่นั่งไปด้วย ผ่านไประยะหนึ่ง นงนุชเริ่มรู้สึกว่า นี่ไม่ใช่ทางเข้าป่าไปน้ำตกหลวง ศิริจึงบอกว่า เขาจะไปส่งเธอในเมือง เพราะเธอไม่ควรมาเสี่ยง มันอันตราย นงนุชโวยวายร้องกรี๊ดๆ สุภาพตกใจ รถปัดตกข้างทางเกือบชนต้นไม้ รถทองอิน ตามมาพร้อมดาเนาเข้าช่วย ศิริโกรธเผลอตวาดนงนุช

“เกือบจะต้องเป็นผีเพราะผู้หญิงบ้าคนหนึ่ง พยายามทำให้รถคว่ำ”

“ก็คุณหลอกฉันก่อนทำไมล่ะ”

“ก็ผมหวังดี แต่คุณตีโพยตีพายจนเกือบจะพาเราไปตายหมู่ คุณกับลูกนี่พอกันเลยนะ สร้างปัญหาพอกัน ถ้าผมเป็นสามีคุณคงฆ่าตัวตายวันละร้อยรอบ”

นงนุชสะอึก น้ำตาไหลพราก “คุณจะด่าฉันหรือ ต่อให้เหยียดหยามลูกฉันยังไงก็ได้ แต่คุณไม่มีสิทธิ์ลามปามถึงสามีฉัน” พูดจบนงนุชก็วิ่งร้องไห้เข้าป่าข้างทางไป

ทองอินตกใจวิ่งตามไปพร้อมดาเนา หาอยู่พักใหญ่ก็ไม่เจอ ทองอินกลับมาที่รถ ศิริซึ่งเป็นห่วงนงนุชมาก แต่ไม่ยอมรับทำเป็นบ่นว่านงนุชขี้งอนไม่เข้าเรื่อง ทองอินจึงบอกว่าศิริไปจี้จุดอ่อนเธอเข้า สามีของเธอเสียไปหลายปีแล้ว เธอต้องเลี้ยงลูกมาตามลำพัง ศิริเศร้ารู้สึกผิดออกไปตามหานงนุชด้วยตัวเอง พบเธอนั่งร้องไห้อยู่ใต้ต้นไม้มืดๆ จึงเข้ามาขอโทษถึงขนาดยอมคุกเข่าไหว้ นงนุชตกใจก้มลงห้าม ศิริเห็นงูเลื้อยลงมาจะฉกเธอ จึงกอดเธอดึงให้ล้มลง นงนุชตกใจคิดว่าเขาจะปล้ำ จึงทั้งทุบทั้งตีเขา

“ฉันไม่นึกเลยว่าคุณจะเป็นคนทุเรศแบบนี้ ไอ้แก่ลามก”

ศิริยกมือห้าม “งู...เมื่อกี้ผมเห็นงูจะกัดคุณ ผมเลยช่วย...” ศิริอ่อนแรงลง

นงนุชเห็นเลือดซึมที่แขนศิริ หันไปมองข้างหลังเห็นงูเลื้อยไป ก็ตกใจร้องให้คนช่วย ทองอินวิ่งมากับดาเนา พอรู้ว่าศิริโดนงูกัด ดาเนารีบเด็ดสมุนไพรแถวนั้นมาเคี้ยวๆแล้วพอกที่แผล เพื่อดูดพิษให้ศิริ ทุกคนสีหน้าตื่นตกใจ

ooooooo

แม้ดนัยกับชลิตจะหลงใหลจนหัวปักหัวปํา แต่แสงเพชรกับแสงหล้าก็ยังหวั่นใจ เกรงทั้งสองจะกลับไปหาฉวีวรรณกับดาหวัน จึงเอายาปลุกกำหนัดมาให้ธนวัติกับพาณิชย์เอาไปใช้กับสองสาวนั่น กินแล้ว สองสาวจะทำตามใจพวกเขาทุกอย่าง...

พอรู้ว่าชลิตกับดนัยโดนยาเสน่ห์ แจ๋ กิมจิ บุญทิ้ง และอุ๊บอิ๊บ วางแผนไปดักตีหัวทั้งสองคนแล้วมัดไว้มุมหนึ่งของวัง แล้วตามไปช่วยฉวีวรรณกับดาหวันที่ถูกธนวัติกับพาณิชย์เอาตัวไป

ในคืนนั้น ดาหวันถูกแยกตัวไปจากฉวีวรรณ เพื่อส่งตัวไปให้พาณิชย์ ฉวีวรรณยื้อยุดช่วยน้อง ธนวัติสวนเข้ามาพร้อมขวดยาในมือ

“ปล่อยน้องหวันไปมีความสุขเถอะ อย่าไปยุ่งกับเขาเลย”

“ไอ้สารเลว แกจะทำอะไรยัยหวัน...”

“หึหึ ไม่รู้ว่าน้องชายฉันจะพาน้องสาวเธอไปขึ้นสวรรค์ชั้นไหนน่ะสิ ต้องไปถามมันดู”

“แก ไอ้พวกตระกูลเลว ฉันไม่ยอมให้พวกแกรังแกหวันเด็ดขาด” ฉวีวรรณจะวิ่งออกไป

ธนวัติรวบตัวเธอไว้ และบอกว่าตนจะทำให้เธอมีความสุขเหมือนน้อง เขาหอมแก้มเธออย่างอุกอาจ ฉวีวรรณ ร้องลั่นดิ้นรนต่อสู้สุดฤทธิ์...ดาหวันถูกลากตัวมาส่งในห้องให้พาณิชย์ เขาพยายามปลุกปล้ำเธอ เมื่อไม่สำเร็จ จึงจะกรอกยากำหนัด ดาหวันต่อสู้สุดชีวิตเกือบเสียที โชคดี ที่กิมจิกับแจ๋เข้ามาช่วย ฟาดหัวพาณิชย์หมดสติไป จากนั้นทั้งสามก็รีบไปช่วยฉวีวรรณ ซึ่งกำลังจะโดนธนวัติกรอกยากำหนัดเช่นกัน ทั้งสามเข้ามาเอาร่มรุมฟาดธนวัติ ฉวีวรรณโผกอดดาหวัน เมื่อเห็นธนวัตินั่งมึนงง เธอก็เข้าไปดึงคอเสื้อ

“ทีฉันบ้างล่ะ ไอ้เลว” ฉวีวรรณต่อยหน้าธนวัติสุดแรง แล้วเอายากำหนัดกรอกปากเขา “หึ กรรมใดใครก่อกรรมนั้นต้องคืนสนอง”

ดาหวันเห็นอย่างนั้นก็เอาบ้าง วิ่งกลับไปที่ห้องพาณิชย์ เอายากรอกปากเขา แล้วเหลือติดขวดอีกครึ่ง สองพี่น้องตั้งใจจะเอาไปกรอกปากสองเจ้าแม่

ในขณะที่ อุ๊บอิ๊บแต่งตัวเป็นดนัย ยืนหันหลังรอแสงเพชรอยู่ในห้องนอน แสงเพชรเข้ามาถึงก็โอบกอดทางด้านหลัง เล้าโลมดันไปนอนบนเตียง อุ๊บอิ๊บขนลุกขยะแขยง ฉวีวรรณ ดาหวัน แจ๋ และกิมจิย่องมาเห็นดอกเข็ม กับชบานั่งคุยกันอย่างเมามัน จึงหลอกล่อให้ออกไป แล้วรีบเข้ามาช่วยอุ๊บอิ๊บซึ่งโดนแสงเพชรจับได้ แสงเพชรจะซัดเข็มเงินใส่ ฉวีวรรณเข้ามาดึงอุ๊บอิ๊บหลบได้อย่างเฉียดฉิว แสงเพชรโกรธมาก ซัดเข็มเงินใส่พวกฉวีวรรณอีก ทุกคนโดดหลบได้ทัน อุ๊บอิ๊บโมโหแอบดึงแผงเข็มจากตัวแสงเพชรมา แสงเพชรแปลกใจที่สะบัดเข็มไม่ออก

“ฮ่าๆๆ ฉันฉกเข็มแกมาเรียบร้อยแล้วเว้ย หมดปัญญาทำร้ายคนอื่นแล้วสิ นังเจ้าแม่เข็มหมด” อุ๊บอิ๊บโชว์แผงเข็มหัวเราะเยาะ

แจ๋กับดาหวันช่วยกันจับแสงเพชรเอาไว้ ฉวีวรรณยังโกรธไม่หาย เอายากำหนัดกรอกปากแสงเพชร โทษฐานที่ร่วมมือกับธนวัติจะทำลายตน จากนั้นก็มาช่วยบุญทิ้งที่ปลอมเป็นชลิตอยู่ในห้องแสงหล้า แต่ด้วยความที่ไม่ทันคน บุญทิ้งจึงถูกจับได้และกำลังถูกแสงหล้าปล้ำ อุ๊บอิ๊บผลักประตูเข้ามาเห็นแสงหล้าจูบบุญทิ้งโกรธมาก จิกหัวแสงหล้าขึ้นมา

“นังหน้าด้าน แกคิดทำอะไรบุญทิ้ง ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้”

พวกฉวีวรรณตามเข้ามาห้ามไม่ให้อุ๊บอิ๊บทำอะไรแสงหล้า ดาหวันใช้วิธีกรอกยากำหนัดทำให้แสงหล้านอนดิ้นร้องครวญคราง

กลับมาที่ซ่อนดนัยกับชลิต ฉวีวรรณกับดาหวันเสียใจที่ทั้งสองร้องแต่จะกลับไปหาแสงเพชรกับแสงหล้า ฉวีวรรณน้อยใจจึงผลักไสให้ดนัยกลับไปหาแสงเพชรเลย แจ๋เข้ามาเตือน

“ใจเย็นก่อนหวี คือ ที่ดนัยกับชลิตเป็นแบบนี้เพราะฤทธิ์ยาเสน่ห์ของไอ้กาซู”

“ที่แท้ก็โดนยาเสน่ห์หรอกเหรอ แล้วเราจะช่วยพี่ดนัยกับพี่ชลิตยังไงล่ะ” ดาหวันห่วง

กิมจิว่าเรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้ควรหนีออกไปจากวังให้ได้ก่อน ทุกคนจึงช่วยกันพาตัวดนัยกับชลิตหลบพวกทหารออกไป

และคืนนั้น ธนวัติฟื้นขึ้นมา รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเพราะยาออกฤทธิ์ เดินออกมาจากห้องได้ยินเสียงแสงเพชรครางจึงเข้าไปดู แสงเพชรเห็นหน้าธนวัติเป็นดนัยก็โผกอด ธนวัติเข้าใจว่าเป็นฉวีวรรณ ทั้งสองจึงกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันลงไปบนเตียง

แสงหล้าเดินโซเซเพราะฤทธิ์ยาออกมาจากห้อง หลุดเข้าไปในห้องพาณิชย์ เธอเห็นเขาเป็นชลิตจึงเข้าไปหา “ท่านพี่ชลิต...”

“หวัน สุดที่รักของพี่” พาณิชย์เคลิ้มเพราะฤทธิ์ยา จึงกอดจูบแสงหล้าอย่างดูดดื่ม...

ooooooo

คืนเดียวกัน วินยาวิ่งหนีมาหยุดเหนื่อยหอบในป่า เสียงเลาซาร้องเรียกก้องป่า เขาพบสร้อยเขี้ยวเสือของเธอตกอยู่ จึงเก็บขึ้นมามองอย่างมั่นใจว่าจะต้องเจอเธอแน่ วินยาวิ่งมาพักเหนื่อยในเพิง ให้หวนคิดถึงอดีตที่ตนมาหลบฝนเจอเลาซาครั้งแรก

จนเช้า วินยาได้สำรวจในเพิงที่พักว่า ดูมันสะอาดสะอ้าน ที่ฝาผนังยังมีชื่อตนที่เคยแกะสลักไว้ และได้เห็นสมุดเล่มหนึ่งจึงหยิบมาเปิดดู เห็นชื่อตนในสมุดเต็มหน้ากระดาษ เหมือนเด็กคัดลายมือตัวโต โย้ไปโย้มา หน้าถัดมาเริ่มดีขึ้นๆ วินยาอึ้ง ไม่คิดว่าเลาซาจะหัดเขียนชื่อตนขนาดนี้ จึงรู้สึกว่า เลาซาไม่ใช่คนเลวร้ายอย่างที่คิด

“เจ้าเข้ามาทำไม” เสียงเลาซาดังขึ้น

วินยาสะดุ้งหันไปมอง เลาซาเห็นสมุดในมือวินยา เกิดอายจะดึงคืนมา วินยาเอาหลบ

“ไม่ จนกว่าเจ้าจะตอบคำถามว่าเขียนชื่อข้าทำไม”

เลาซาไม่ตอบเข้ายื้อแย่ง ดึงกันไปมา วินยาถูกเลาซากระชากเข้าประชิด ทั้งสองชะงักมองกันอึ้งๆ วินยาถามอีกครั้งว่าเขียนชื่อตนทำไม เลาซาอ่อนลงแต่ตอบไม่ตรงคำถาม

“มีคนๆหนึ่งสอนข้าเขียนชื่อนี้ วอ แหวน สระอิ นอหนู ยอยักษ์ สระอา อ่านว่า วินยา”

“เลาซา...” วินยารู้ความในใจของเลาซาที่อ่อนโยนลึกซึ้งในตัวตน

“เธอดีกับข้าอยู่ชั่วประเดี๋ยว แต่น่าแปลกที่ข้าจำช่วงเวลานั้นได้ตลอดชีวิต”

“ข้านึกอยู่แล้ว เจ้าไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เจ้าแสดงเลย ที่ผ่านมาเจ้าแสร้งทำเป็นร้ายกาจ เพื่อปกปิดความรักที่มีต่อข้า”

เลาซาผลักวินยาออก “พอเถอะ อย่ามาพูดเรื่องบ้าๆอีก”

“เจ้านั่นแหละ เลิกโกหกซะที”

เลาซาไม่รู้จะทำอย่างไร จึงทำเกรี้ยวกราด ปลุกปล้ำซุกไซ้ลำคอวินยา เธอนิ่งเฉยแต่น้ำตาไหลอาบแก้ม เลาซาชะงักมองหน้าเธอ รู้สึกตัวว่าผิด วินยามองเขาอย่างลึกซึ้ง

“ข้ารู้ ที่เจ้าทำแบบนี้เพราะเจ้าอยากให้ข้าเกลียด เจ้าจะได้ไม่ต้องลำบากใจ ที่ต้องมาหลงรักศัตรู” วินยาเห็นเลาซานิ่ง จึงวัดใจ “เอาสิ ถ้าเจ้าสามารถรังแกคนที่เจ้ารักได้ลงคอ เจ้าก็ขืนใจข้าเลย ข้าจะไม่โกรธ ไม่เกลียดเจ้า ข้าจะอภัยให้เจ้าทุกอย่าง”

เลาซามือไม้อ่อน สะเทือนใจจนร้องตะโกนระบายความเจ็บปวด หันไปทุบพื้นอย่างแรง วินยารั้งมือเขาไว้ให้พอ เลาซาสะบัดออกไล่ให้เธอออกไป พร้อมระบายความเจ็บปวดในใจ

“เจ้าเอามีดเอาดาบมาแทงหัวใจข้าซะดีกว่า ใช้ความสงสารมาฆ่าข้าแบบนี้” เลาซากระชากเสื้อตัวเองขาดให้เห็นรอยแผลที่อก ที่วินยาเป็นคนทำ “ยังจำแผลนี้ได้ไหม แผลเก่าที่เจ้าเคยฝากเอาไว้...บาดแผลภายนอกไม่เคยเจ็บเท่าแผลที่อยู่ในใจ รู้มั้ย แผลนี้เตือนข้าว่าอะไร”

วินยาผงะ เลาซาจ้องหน้า “แผลนี้เตือนข้าเสมอว่า อย่าหลงกลของความรัก เขาทำดีกับเราแค่ชั่วครั้งชั่วคราว แล้วเขาก็ทิ้งเราให้อยู่กับความเจ็บปวดชั่วชีวิต...”

“ไม่ใช่นะ...”

“อย่ามาหลอกกันเลยดีกว่า ข้ารู้ดีว่าเจ้าไม่มีทางรักคนอย่างข้าอยู่แล้ว”

วินยารู้ว่านี่คือความอัดอั้นในใจเลาซา แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่หนักใจ เลาซาเดินดุ่มๆ วินยาวิ่งตามขอคุยด้วยแล้วดึงมือเขาไปที่แห่งหนึ่ง ที่นั่นเป็นที่ว่างเปล่า พื้นดินแดง หญ้าแห้งตาย ให้เขาได้เห็นถึงผลของการตัดไม้ทำลายป่า วินยาชี้ให้เห็นว่า เขากำลังหลงผิดทำงานให้ธานี

“เจ้ากำลังถูกหลอกใช้ คนโลภอย่างธานีไม่มีทางยอมให้พวกเจ้าครอบครองที่นี่ ตราบใดที่ป่าผืนนี้ยังทำเงินให้พวกมันได้ กว่าเจ้าจะได้ครอบครอง ป่าผืนนี้คงไม่เหลืออะไรอีกแล้วนอกจากความแห้งแล้ง”

วินยาพยายามพูดให้เลาซาเห็นถึงความสำคัญของป่า และชาวชาลันทุกคนต้องรักแผ่นดินบ้านเกิดของตัวเอง ไม่ให้ใครมาทำลายป่า เลาซาเริ่มคล้อยตาม กาซูโผล่มา

“หยุดเสี้ยมได้แล้วนังวินยา”

เลาซาตกใจ กาซูจะเล่นงานวินยา ซัดเลาซากระเด็นล้มไป วินยากระโจนหนี กาซูตามอย่างเดือดดาล

ooooooo

กลับจากโรงพยาบาลมาพักที่บ้าน นงนุชกับทองอินตามมาส่ง ศิริทำเป็นบ่นต่อว่านงนุชที่ตนต้องบาดเจ็บเกือบตายก็เพราะเธอ เขาอยากให้เธอรับผิดชอบด้วยการดูแลเขาจนกว่าจะหาย สุภาพกับอาหลู่รู้ทัน รีบหลบฉากออกไป นงนุชจำต้องขอให้ทองอินพาดาเนากลับไปก่อน ตนจำต้องดูแลศิริจนกว่าจะหาย เพื่อทดแทนบุญคุณ

แสงเพชรกับแสงหล้า ต่างตื่นขึ้นมาพบว่าตนนอนอยู่กับผู้ชายก็ร้องกรี๊ด จนพวกนางสนมและทหารองครักษ์วิ่งเข้ามาเห็น ธนวัติกับพาณิชย์ตกใจเช่นกันที่พวกเขาเปลือยเปล่าอยู่บนเตียง ต่างคว้าเสื้อผ้าวิ่งหนีกันออกมา

ระหว่างทางที่ทองอินพาดาเนากลับมา เห็นดาเนานั่งหน้าเครียดจึงถามว่าเป็นอะไร ดาเนาตอบว่า ตนเป็นห่วงวินยาชอบกล ไม่ทันไร ดาเนาก็รู้สึกปวดหัวอย่างหนัก ในหัวดาเนาเห็นภาพวินยากำลังหนีกาซู ดาเนาบอกให้ทองอินจอดรถ

“อะไรน่ะ ดาเนาเป็นอะไร” ทองอินตกใจ

“อย่าเพิ่งถามเลย ดาเนาต้องรีบไปแล้ว เจอกันที่หมู่บ้านชาลันนะลุงทองอิน” ว่าแล้วดาเนาก็เปิดประตูรถวิ่งหายเข้าป่าไป ทองอินตามไม่ทัน

กาซูกำลังไล่ล่าวินยา เลาซาวิ่งตามมาขวาง “พ่ออย่า ชีวิตวินยาเป็นของข้า ข้าจะฆ่าเอง”

“ข้าไม่เชื่ออีกแล้ว หลีกไป” กาซูใช้ดาบกระแทกเลาซาล้มลง แล้วบริกรรมคาถา ทำให้ตัวเองฟันแทงไม่เข้า หันไปสู้กับวินยา

วินยาทำอะไรกาซูไม่ได้ เธอโดนกาซูซัดจนกระอักเลือด กาซูหัวเราะร่าเงื้อดาบจะแทงวินยา พลันมีไม้หลาวแหลมพุ่งเข้าใส่ จึงหันไปฟันไม้หลาวนั้นขาดสองท่อน

“ใครลอบกัดข้า”กาซูคำราม

ดาเนาโดดเข้าปกป้องวินยา กาซูเห็นเด็กอย่างดาเนาก็หัวเราะเยาะ กาซูไล่ฟันดาเนา แต่เขาหลบหลีกอย่างว่องไว กาซูเริ่มโกรธ บริกรรมคาถา

“คิดจะเล่นกลรึ งั้นต้องเจอนี่” ดาเนากระโดดๆ ทำให้เกิดแผ่นดินสั่นสะเทือน จนกาซูล้มลุกคลุกคลาน เท่านั้นไม่พอ ยังทำให้ก้อนหิน กิ่งไม้พุ่งเข้าใส่กาซูอีก “ฮ่าๆๆ หลบดีๆนะลุง พลาดละเสียโฉมไม่รู้ด้วย ยิ่งไม่ค่อยจะหล่ออยู่”

“หน็อย...กล้าล้อข้าเล่นรึ ได้เด็กบ้า” กาซูโกรธเตะก้อนหินพุ่งเข้าใส่

ดาเนาหลบ กาซูเสกเถาวัลย์ไปมัดตัวดาเนาแล้วปามีดเข้าปัก ดาเนาร้องโวยวาย กาซูหัวเราะสะใจ ดาเนาหัวเราะตามแล้วหายตัวแวบ ไปโผล่ด้านหลังกาซู กาซูตกใจเห็นมีดปักอยู่กับต้นไม้ แต่ตัวดาเนามาอยู่ข้างหลัง “นี่เจ้า...เป็นไปได้ไง”

“ตาข้าบ้างละนะ” ดาเนาว่าแล้วก็ใช้พลังทำให้เถาวัลย์ ไปมัดตัวกาซู และมีดที่ปักต้นไม้ลอยมาใส่มือ “ยายสอนว่าอย่าทำร้ายใคร แต่ลุงเป็นคนไม่ดี ปล่อยไว้ก็จะเที่ยวไปทำร้ายคนอื่น ข้าต้องขัดใจยายสักครั้ง”

“อย่า...อย่าฆ่าข้า ข้าคือพ่อของเจ้า” กาซูร้องลั่น พูดโกหกเอาตัวรอด

ดาเนาชะงักไม่เชื่อ กาซูพล่ามว่า “เจ้าเป็นลูกของข้าที่หายไปตั้งแต่เด็ก เจ้าจึงมีพลังเหมือนข้า ข้าจำได้แล้ว ข้าดีใจเหลือเกินที่เจ้ายังไม่ตาย ถ้ารู้แต่แรกข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า”

“ไม่จริง ลุงโกหก”

วินยากับเลาซาตามมาถึง กาซูร้องบอกเลาซาให้ฆ่าวินยาเสีย เลาซากระซิบกับวินยา

“ระหว่างข้ากับเจ้าไม่มีทางร่วมมือกันได้ รีบไปซะ ถ้าไม่อยากตาย” เลาซาซัดเธอให้กระเด็นออกไป

ดาเนาจำต้องพุ่งไปรับวินยาพาโดดหนีหายไป เลาซามองวินยาอย่างเจ็บปวดที่ไม่สามารถรักกันได้ กาซูเดือดดาลใช้พลังแก้มัดตัวเองออกอย่างเจ็บใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 08:40 น.