ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวเกี้ยวเดือน

SHARE
ตอนที่ 12

จันทรภานุจับศิวะมัดไว้ในห้องแล้วแจ้งอภิเชษฐ์มาเอาตัว ประกายดาว มิลินทร์และจิตสุภางค์มองท่าทีเขาว่าโกรธหรือไม่โกรธเรื่องสเปิร์ม ศิวะไม่วาย ทิ้งบอมให้เขาคาใจ

“คุณชาย...ผมจะบอกอะไรให้ ตอนผมคบกับดาว ดาวก็เคยขอสเปิร์มผม แล้วผมก็ให้ไปแล้ว...ตั้งหลายครั้ง แต่ผมป้องกัน ดาวถึงยังไม่มีลูกสมใจ ไอ้ที่ดาวเคยปักตะไคร้ไล่ฝนได้มันบังเอิญ อย่าคิดว่าดาวยังเวอร์จิ้น อยากได้แค่สเปิร์มไม่ได้อยากได้ตัวคุณชาย อมพระประธานมาพูดก็ไม่เชื่อ ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากได้แค่...”

คุณชาย จันทร์ทนไม่ไหวคว้าของใกล้ตัวยัดปากศิวะ...ประกายดาวจะเอ่ยถาม คุณชายตัดบท “คุณต้องไม่ยอมเขาอีก เพราะคนบางคนไม่สมควรจะได้รับโอกาสแก้ตัวแม้แต่ครั้งเดียว ผมขอตัวกลับก่อน”

สาม สาวมองคุณชายจันทร์เดินจากไป จิตสุภางค์เอ่ยว่าเขาโกรธจริงๆ ประกายดาววิ่งตามมาที่ลิฟต์แต่คุณชายกดปิดไม่อยากคุยกับเธอ ประกายดาวไม่ยอมแพ้ วิ่งลงบันไดหนีไฟมาดักหน้ารถเขา คุณชายเบรกเอี๊ยด...ลงจากรถมาต่อว่า

“ผมเชื่อแล้ว ถ้าคุณต้องการอะไร คุณทำได้ทุกอย่างจริงๆ”

“คุณชาย โกรธฉัน ไม่เป็นไรค่ะฉันเข้าใจ แผนล่าสเปิร์มของฉันมันอาจจะดูงี่เง่าสำหรับคนอื่น และฉันก็จะไม่แก้ตัวด้วยว่าฉันไม่ได้ตั้งใจทำ ฉันอยากมีลูกค่ะ ฉันไม่ได้คิดจะจับคุณชายอย่างที่ศิวะพูด...”

“ผมไม่เคยตัดสินใครจากคำพูดคนอื่น ส่วนเรื่องแผนล่าสเปิร์ม ผมก็ไม่ถือสา”

“แล้วคุณโกรธฉันเรื่องอะไร”

“ผมไม่ได้โกรธ แต่ผมผิดหวัง...ผมคิดว่าคุณจริงใจกับผม”

“ฉันจริงใจกับคุณ”

“จริงใจ หรือ...คุณเข้ามาในชีวิตผมเพราะหวังสเปิร์ม คุณพยายามทำให้ผมรู้ว่าลูกมีความหมายกับชีวิตคุณมากแค่ไหน เพื่อที่ผมจะได้เห็นใจคุณ คุณทำดีกับผมเพราะหวังจะให้ผมร่วมมือกับคุณ แล้วเมื่อคุณมีลูกอย่างที่ต้องการ คุณก็จะหายไปจากชีวิตผม โดยไม่สนใจว่าผมจะรู้สึกยังไง ตรงไหนที่คุณเรียกว่าจริงใจหรือประกายดาว” พูดจบคุณชายขึ้นรถขับออกไป

ประกายดาวยืนอึ้งสักพักแล้วส่งข้อความ... ขอโทษๆๆๆๆๆ ไปเต็มหน้าจอ ทำให้คุณชายจันทร์นึกถึงอดีตที่เมืองนอก เขาจับได้ว่าแพทแฟนสาวมีผู้ชายคนอื่น เธอร้องไห้ฟูมฟายสัญญาจะไม่นอกใจอีก จนเขายอมกลับไปคบหา แต่ไม่นานเขาก็เห็นเธอนอนกับผู้ชายอื่นในห้องพัก เขาเจ็บปวดมากและตัดสัมพันธ์กับเธออย่างถาวร นั่นคือสิ่งที่เขากลัวและไม่อยากรู้สึกอีก

กลับถึงคอนโด จิตสุภางค์เปรยว่า สมัยนี้กรรมมันติดสามจีจริงๆ มิลินทร์เอ็ดอย่าซ้ำเติมประกายดาว จิตสุภางค์ว่าหมายถึงศิวะ รติรสรู้เรื่องรีบขอโทษประกายดาวที่ตนบอกศิวะเรื่องล่าสเปิร์ม เพราะนึกว่าเขากลับตัวแล้วจริงๆ ประกายดาวไม่โกรธ จบสิ้นกันทีกับคนคนนี้

บนโรงพัก ศิวะเฝ้ารอแม่มาประกันตัวออกไป พอดีมีกลุ่มถูกจับเล่นไพ่เข้ามา หนึ่งในนั้นคือนันทินี ที่โวยวายไม่ให้นักข่าวถ่ายรูป มาเจอกับศิวะในกรงขัง ศิวะยิ้มอย่างมีแผนร้าย บอกนันทินีว่า...อยากให้ข่าวอื่นกลบข่าวตัวเองไหม นันทินีกะพริบตาถี่ๆอย่างสนใจ

ooooooo

รุ่งขึ้น จันทรภานุเข้ามาทำงาน รู้สึกตัวเองถูกมองและซุบซิบจากลูกน้องและลูกค้าในห้าง อภิเชษฐ์โทร.มาแซวว่ามีข่าวว่อนเน็ต...สาวล่าสเปิร์มออกอาละวาด หนุ่มหล่อ รวยระวัง อาจตกเป็นเหยื่อรีดสเปิร์มเหมือนคุณชายจันทร์...ทำเอาเขาตกใจ

ประกายดาวร้อนใจ รีบมาหาที่ห้างพร้อมเพื่อนๆ เธอพยายามเดินหาเขาทั่วห้าง แต่แล้วกลับเจอกองทัพนักข่าว จึงเป็นฝ่ายวิ่งหนีเสียเอง จนกระทั่ง ประกายดาวคิดได้ว่าควรแสดงความจริงใจให้คุณชายจันทร์เห็น เธอจึงออกมาพบนักข่าว ไม่นานมีข่าวออกหน้าจอทีวีหรา

ภาพประกายดาวให้สัมภาษณ์ “สมัยนี้ผู้ชายดีๆหายากค่ะ ยิ่งผู้ชายแท้ยิ่งหายากไปใหญ่ เป็นสามีเราแต่ไปเป็นภรรยาคนอื่นมีเยอะแยะ ไหนจะปัญหาครอบครัว ปัญหาหย่าร้าง พวกคุณทราบไหมคะ สถิติการหย่าร้าง คือหนึ่งในสามของคู่แต่งงาน นี่ยังไม่นับรวมบรรดาที่ต้องกล้ำกลืนทนกินน้ำใต้ศอก น้ำตาเช็ดหัวเข่าเพราะความไม่รู้จักพอของผู้ชาย แล้วทำไมฉันต้องเอาตัวไปเสี่ยงกับเรื่องพรรค์นี้ ในเมื่อฉันยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง ชีวิตเกิดมาครั้งเดียวต้องมีความสุขที่สุดค่ะ แล้วความสุขของฉันก็คือการมีลูก ลูกจะทำให้ชีวิตฉันมีความหมายขึ้น แต่ฉันมีลูกไม่ได้ถ้าไม่มีสเปิร์ม...นี่คงเป็นเรื่องเดียวมั้งคะที่ผู้หญิงอย่างฉันต้องพึ่งผู้ชาย ถ้าฉันผสมพันธุ์ได้ด้วยตัวเองเหมือนไส้เดือน พวกผู้ชายทั้งหลายอย่าหวังว่าจะได้เข้ามาในชีวิตของฉัน”

มีคำสัมภาษณ์ผู้คน คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ส่วนใหญ่ชอบและเห็นด้วย ทำให้ประกายดาวกลายเป็นไอดอลของสาวๆยุคใหม่...มิลินทร์กับจิตสุภางค์เช็กเรตติ้ง ยอดแชร์เร็วปรี๊ด คนกดไลค์เป็นแสน แต่งานทั้งหมดของประกายดาวกลับถูกแคนเซิล มิลินทร์แนะนำหลังจากนี้ให้เก็บตัวเงียบๆ ไม่นานคนก็จะลืม

“เรื่องนี้ไม่เงียบง่ายๆหรอก ถ้าเรายังไม่เอาตะกร้อไปครอบปากมัน” ประกายดาวเข่นเขี้ยว

เพื่อนทั้งสองถามรู้หรือว่าฝีมือใคร...ไม่นาน ประกายดาวกับเพื่อนมาหาศิวะที่บ้านอรอุมา ศิวะไม่สำนึก กลับเยาะหยันว่าใครเอาเธอมาเป็นแม่พันธุ์ โง่ตาย ประกายดาวทำใจเย็นถามเขาจะเอาอย่างไร เขาร้อนตัวอย่ามากล่าวหา ตนไม่ได้โพสต์เรื่องของเธอ

“ฉันยังไม่ได้พูดสักคำว่าฉันพูดถึงเรื่องอะไร กินปูนร้อนท้องขนาดนี้ อย่าพูดอีกนะว่าไม่รู้เรื่อง เหม็นปาก”

ศิวะเจ็บใจที่โดนด่า พอดีอรอุมากลับมาโวยไล่พวกประกายดาว จิตสุภางค์ตอกกลับ

“พวกฉันไม่ได้อยากเข้ามาหรอกย่ะ แต่ถ้าดาวออกไปเคลียร์กับผัวเธอข้างนอก เธอก็จะหาว่าเพื่อนฉันอ่อยผัวเธออีก”

อรอุมาถามเคลียร์เรื่องอะไร ศิวะร้อนตัวรีบบอกว่าถูกกล่าวหา โพสต์แฉเรื่องของประกายดาว อรอุมาเยาะได้ใครเป็นเหยื่อหรือยัง ประกายดาวโต้ ไม่มีใครตกเป็นเหยื่อ มีแต่คนเสนอตัวอยากมาเป็นเหยื่อ อรอุมาหันมอง ศิวะปฏิเสธตนสัญญาแล้วจะซื่อสัตย์กับเธอ อรอุมาจึงเอ่ยไล่

“รู้ตัวบ้างไหมอรอุมา เธอกำลังถูกไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนี้ใช้ความรักที่เธอมีให้ มาปิดหูปิดตาเธอ เธอถึงทำเรื่องเลวร้ายสร้างเวรสร้างกรรมไว้กับเพื่อนรักของเธอเอง” ประกายดาวสุดทน

“แกรู้เรื่องนังรส!”

“รู้ แล้วก็รู้ด้วยว่าเธอส่งคนไปซ้อมคุณรส จนคุณรสแท้งลูก” อรอุมาตกใจ “เธอคงไม่รู้สินะ ว่าคุณรสท้องอยู่ แต่ไอ้ผู้ชายคนนี้รู้ และมันก็ไม่คิดจะรับผิดชอบคุณรสกับลูกเลยด้วย”

ศิวะโวยว่าไม่ใช่ลูกตัวเอง ประกายดาวย้ำให้อรอุมาตาสว่าง “คุณคบกับคุณรสมานาน คุณน่าจะรู้จัก คุณรสดีที่สุดว่าเธอเป็นยังไง คุณรสโหยหาความรักความอบอุ่นมาตลอด จนได้มาเจอกับผู้ชายที่รู้จุดอ่อนของเธอ แล้วมันก็หลอกให้เธอรัก หลอกให้มีความหวังว่าจะเลิกกับเมียที่มันด่าเช้าด่าเย็น แถมยังบอกว่ามันไม่เคยรักเมียมันเลย คุณรสถึงยอมทำเรื่องเลวร้ายกับคุณ แต่แล้วมันก็ไม่เคยทำในสิ่งที่มันพูด แถมยังไม่รับผิดชอบลูกที่เกิดมาจากสเปิร์มของมันด้วย”

“อีดาว มึงจะพูดมากไปแล้ว มึงกลับไปเดี๋ยวนี้เลย” ศิวะกราดเกรี้ยว

“ยอมรับความจริงไม่ได้ล่ะสิ” ประกายดาวเยาะ

ศิวะจะเข้าขย้ำ มิลินทร์กับจิตสุภางค์เข้าขวางเอามือล้วงกระเป๋าทำทีว่ามีอาวุธ ศิวะชะงัก อรอุมาถามเป็นเรื่องจริงใช่ไหม ศิวะยังยืนกรานว่าไม่จริง ประกายดาวขู่ ถ้าเขายังไม่เลิกเห่าเรื่องตน ตนจะประจานให้ทั้งโลกรู้ว่าเขาหน้าตัวเมีย...พวกประกายดาวกลับไป ศิวะพยายามง้องอนอรอุมา แต่เธอนิ่งเงียบจนน่ากลัว

ooooooo

ประกายดาวเพียรพยายามมาชี้แจงจันทรภานุ เธอขอเพียงให้เขาหายโกรธ และเข้าใจว่าเธอไม่ได้คิดจับหรือหลอกลวงเขา เธอเจ็บปวดใจที่เขาทำเย็นชาแบบนี้ หม่อมสุรีย์เข้ามาขอร้องให้ไปจากลูกชาย ตนเข้าใจถึงการอยากมีลูก แต่สิ่งที่เธอทำสร้างความอับอายให้ครอบครัวตน

ประกายดาวทั้งอายและเสียใจ กลับมาร้องไห้โฮ... หม่อมสุรีย์หาผู้หญิงใหม่ให้ลูกชาย เขาไม่อยากทำให้แม่เสียใจอีกจึงยอมนัดพบ คุณหญิงนิ่มท้วง คุณชายจันทร์ให้เหตุผลว่า

“สิ่งที่เกิดขึ้นมันสร้างแผลให้พี่ ทำให้พี่ไม่แน่ใจว่าคุณดาวจะจริงใจหรือไม่ แล้วคนเราคบกันรักกันแต่ไม่เชื่อใจกัน มันจะมีความสุขได้ยังไง”

“เวลาอาจจะช่วยให้แผลหายก็ได้นะคะ”

“แล้วถ้ามันไม่หายล่ะคะ คุณดาวก็ต้องไม่มีความสุขกับความหวาดระแวงของพี่ ถ้าตอนนี้พี่รั้งคุณดาวไว้ ก็เท่ากับว่าพี่เห็นแก่ตัว พี่ควรปล่อยคุณดาวไปเจอคนใหม่ที่พร้อมจะรักและเชื่อใจคุณดาวได้อย่างเต็มหัวใจไม่ดีกว่าหรือคะ”

คุณหญิงนิ่มเถียงไม่ออก แต่ก็อดสงสารประกายดาวไม่ได้ จึงโทร.ส่งข่าวและนัดจะไปพบที่คอนโด แต่กลับเจอกองทัพนักข่าว เผอิญพงศ์จันทรมาหาประกายดาว พอรู้ว่าคุณหญิงกำลังมา จึงลงมาช่วยดึงเธอหลบนักข่าวเข้ามาในลิฟต์ ทั้งสองใกล้ชิดกันอีกครั้ง ใจคุณหญิงนิ่มเริ่มสั่นระรัว เธอผลักไสเขาออกห่าง เขารู้ว่าเธอยังโกรธ จึงถามคิดอย่างไรเรื่องแผนล่าสเปิร์ม

เธอไม่ตอบ เขาจึงบอกว่า “ไม่ต้องตอบก็ได้ แต่ผมขอบอกนะ ผมรู้เรื่องนี้มานานแล้ว ผมเคยพยายามจะเป็นเป้าหมายแรกของคุณดาว แต่ไม่สำเร็จ เพราะคุณดาวรักคุณชายจันทร์ รักจากหัวใจจริงๆ ไม่เกี่ยวกับสเปิร์ม คุณหญิง...ถ้าคุณยังอยากได้คุณดาวเป็นพี่สะใภ้เหมือนเดิม ผมอยากขอให้คุณลืมเรื่องของเราไปก่อน แล้วเรามาร่วมมือกัน”

พงศ์จันทรกับคุณหญิงนิ่มเปิดประตูเข้ามาในห้อง เห็นประกายดาวยืนมองไปนอกหน้าต่างเศร้าๆ เขาถามคุณหญิงว่า คุณชายจันทร์คงมีอาการแบบนี้เหมือนกันใช่ไหม เธอพยักหน้า พอประกายดาวหันมา ทั้งสอง จึงบอกเธอว่า จะช่วยให้เธอได้ปรับความเข้าใจกับคุณชาย

ในขณะที่...อรอุมานัดพบรติรสเพื่อเคลียร์เรื่องทุกอย่าง รติรสตอบคำถามทุกอย่างเพราะไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว รวมทั้งเหตุการณ์ปรักปรำประกายดาวที่เชียงใหม่

อรอุมากลับบ้านด้วยหัวใจแตกสลาย ศิวะสั่งอาหารเลิศรสมาจัดโต๊ะ รอเอาใจ เธอทำทีโอนอ่อนนั่งร่วมโต๊ะตรงข้ามกัน ศิวะเอาอกเอาใจพูดคำหวานสารพัดขอเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเธอ อรอุมาจึงขอให้เขาเลิกโกหก เขาสัญญาถ้าเขาโกหก เขายินดีให้เธอทำอะไรเขาก็ได้ เธอยิ้มอย่างเยือกเย็น ชวนเขาไปเที่ยวเชียงใหม่อีก ไปเพียงสองคนและเอาห้องที่ไม่มีประตูเชื่อม ศิวะสะอึก

“ตอนไปเชียงใหม่ คุณแอบไปหารสบ้างหรือเปล่า” เขาอึกอัก “ฉันให้โอกาสคุณอยู่ค่ะ ถ้าคุณอยากเริ่มต้นใหม่กับฉันจริงๆ คุณต้องบอกฉันว่า คุณไปหารสบ้างหรือเปล่า”

อรอุมาจ้องหน้า ในใจลุ้นให้เขาพูดความจริงเพราะมือกำปืนไว้ใต้โต๊ะ ศิวะนั่งพิงสร้างเรื่อง “คุณฟังผมให้ดีๆนะ ที่เชียงใหม่ ผมกับรสไม่ได้มีอะไรกันเลยที่จริงรสก็อ่อยผมตลอด แต่ผมเกรงใจคุณ ผมไม่ทำ ถึงยังไงผมก็ยังได้ชื่อว่าเป็นสามีคุณ ผมไม่...” เสียงปืนดัง ปัง!

ศิวะร้องลั่นก้มมองหว่างขาตัวเองที่เลือดอาบ อรอุมาลุกมองอย่างเลือดเย็น เอ่ยกับเขาว่า

“คุณบอกเองนะคะ ถ้าคุณโกหก ฉันจะทำอะไรกับคุณก็ได้ ฉันให้โอกาสคุณแล้ว ถ้าคุณพูดความจริงฉันจะไม่โกรธคุณเลย แต่สุดท้ายคุณก็ยังโกหกฉันหน้าด้านๆ คุณไม่เคยรักฉันอย่างที่ประกายดาวพูดจริงๆ”

ศิวะร้องโอดโอย อรอุมากล่าวอย่างเจ็บช้ำ เวลาตนเจ็บปวดช้ำใจ มันทรมานกว่านี้หลายเท่า ในฐานะอดีตภรรยา ตนช่วยได้แค่นี้ ว่าแล้วเธอก็หยิบมือถือกดเบอร์โรงพยาบาลไว้ โยนมือถือให้แล้วเดินไป รอมอบตัวกับตำรวจเพื่อประกันตัวออกไปสู้คดี

ข่าวศิวะถูกยิงกล่องดวงใจ ทำให้รติรสสลดใจ ก่อนหน้านี้อรอุมาให้เงินแก่เธอก้อนหนึ่งเป็นการชดเชย ที่ทำร้ายเธอ ประกายดาวขอให้รติรสเริ่มต้นชีวิตใหม่รติรสบอกว่าตนจะไปอยู่อเมริกากับญาติ ขอให้ประกายดาวปรับความเข้าใจกับคุณชายจันทร์ ประกายดาวก็หวังเช่นนั้น

ooooooo

ค่ำคืนนั้น จันทรภานุยอมทำตามความต้องการของหม่อมสุรีย์ ออกเดตกับน้ำหวาน สาวสวยที่หม่อมหามาให้...เผอิญ นันทินีได้ยินน้ำหวานคุยกับช่างผมในร้าน ถึงกับตาโพลง

คุณหญิงนิ่มร่วมมือกับพงศ์จันทรช่วยให้ประกายดาวได้ปรับความเข้าใจกับจันทรภานุ...โดยให้พงศ์จันทรมาทำให้น้ำหวานหลงเสน่ห์ถึงกับส่งข้อความไปหาคุณชายจันทร์ว่าตนปวดหัวขอกลับบ้านก่อน...แต่พอน้ำหวานนั่งรถออกมา โดยพงศ์จันทรเป็นคนขับมาได้ระยะหนึ่ง เขาก็หยุดรถอย่างแรงจนเธอหน้าทิ่ม แล้วเขาก็บอกว่า...นึกได้ว่าตัวเองมีแฟนแล้ว บอกให้เธอกลับบ้านไปอยู่กับพ่อแม่เสีย ดึกๆ แบบนี้จะเป็นเหยื่อเสือสิงห์กระทิงแรดเปล่าๆ ว่าแล้วเขาก็ลงจากรถ

คุณชายจันทร์ลุกขึ้นจะกลับ ประกายดาวเข้ามายืนขวาง “คุณชายคะ ฉันอยากคุยกับคุณ”

“ทำไมคุณรู้ว่าผมอยู่ที่นี่”

“คุณชายก็รู้ ถ้าฉันต้องการอะไร ฉันก็ต้องทำให้ได้ แล้วตอนนี้ฉันก็ต้องการคุยกับคุณให้รู้เรื่องสักที”...คุณชายจันทร์มองประกายดาวอย่างอ่อนใจ

ตอนที่ 11

พงศ์จันทรฝากมิลินทร์แสดงความยินดีประกายดาวที่คุณชายจันทร์ จะขอแต่งงาน  ทำให้เธองงรีบมาถาม ประกายดาวตอบว่า  คุณชายจันทร์ยังไม่เคยบอกรักเลย จะขอแต่งงานได้อย่างไร

ไม่ทันไร คุณชายจันทร์โทร.มา “คืนนี้คุณว่างไหม ผมอยากไปหานะ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย”

สอง สาวตื่นเต้นกันใหญ่  ประกายดาวแต่งตัวสวยรอ จนคุณชายนึกว่าเธอกลับจากงานเลี้ยง เธอเออออว่าใช่ คุณชายส่งถุงขนมเค้กให้  แล้วเปลี่ยนใจเอาไปจัดใส่จานให้เอง...ประกายดาวรีบแชทเล่าให้มิลินทร์ฟัง เพื่อนตอบมาว่า มีแหวนในขนมเค้ก ชัวร์...เธอยิ่งตื่นเต้น พอคุณชายเอาจานเค้กมาวาง จึงพยายามเขี่ยหาแหวนจนเค้กเละ คุณชายมองงงๆ เธออ้างว่าทำแบบนี้แล้วทานอร่อย ตัก ทานจนหมดก็ไม่พบอะไร

“คุณนี่ไม่เหมือนใครจริงๆ  วันหลังคงต้องกินเค้กแบบคุณบ้างแล้ว ท่าทางจะอร่อยจริง”

ประกายดาวคิดว่าแหวนอาจอยู่ที่เขาจึงถาม “มีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันคะฉันพร้อมฟังละ”

คุณชายจันทร์ถามว่าเธอรู้จักพลได้อย่างไร ประกายดาวผิดหวัง ตอบว่าเจอพลที่ตลาดคนเดินในเชียงใหม่ แล้วย้อนถามนี่หรือที่เขาอยากคุยด้วย

“ครับ  คุณดาวคิดว่าผมจะคุยกับคุณดาวเรื่องอะไร”

“ไม่มีอะไรค่ะ ว่าแต่คุณชายถามเรื่องพลทำไมคะ”

พอ รู้เรื่องจากคุณชายว่าทางตำรวจสงสัยตน  ประกายดาวก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง  จากนั้นก็เอาจานเค้กมาล้างด้วยความผิดหวังที่เขาไม่ได้ขอแต่งงาน...แต่พอหัน กลับมา เจอคุณชายจันทร์ยืนประชิด เขาโอบเอวสบตาเธอซึ้งๆ ประกายดาวใจสั่นถอยออกตั้งหลักถามเขามีอะไร เขาย้อนถามโกรธเรื่องพลหรือ เธอตอบว่าไม่...เพราะบริสุทธิ์ใจ

แล้วคุณเป็นอะไร ดูคุณเหมือนมีเรื่องไม่พอใจ... บอกมาเถอะครับ อยากให้ผมนอนไม่หลับหรือไง”

“คุณชาย ต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่หัวเราะฉัน” คุณชายพยักหน้า “ฉันคิดว่าวันนี้คุณชายจะขอฉันแต่งงาน พอดีฉันกับเพื่อนเข้าใจผิดนิดหน่อยวันนี้เลยจัดเต็ม” ประกายดาวก้มมองชุดที่ใส่

คุณชายจันทร์พอจะเข้าใจแล้ว รวมถึงเค้กที่เธอ  ยีเสียเละ เพราะคิดว่ามีแหวนในนั้น

“แต่ถ้าผมจะขอผู้หญิงแต่งงาน  ผมไม่เอาแหวนใส่ในเค้กหรอกนะ มันน่ารักเกินไป”

“แล้วคุณชายจะทำยังไงคะ อุ๊ย! ไม่ต้องบอกดีกว่า ถึงเวลาจริง เดี๋ยวฉันไม่เซอร์ไพรส์”

“คุณยังคิดว่าผมจะขอคุณแต่งงานอยู่อีกเหรอ”

“คุณชายจะพาฉันหนีเลยเหรอคะ” ประกายดาวยังมีความหวัง

“ไม่ใช่ แต่ผมจะไปกล้าขอคุณแต่งงานได้ยังไง ในเมื่อคุณไม่ได้รักผม”

“ทำไมถึงคิดว่าฉันไม่รักคุณชาย”

“คุณบอกเอง...”

“ก็ฉันบอกแล้วไงคะ ว่าวันนั้นฉันโกหก...เอ๊ะ! วันนั้นที่คุณชายบอกว่าเห็น...ทำให้เข้าใจกว่าคำพูด...แล้วคุณชายเห็นอะไรคะ”

คุณชาย จันทร์ตอบว่าเห็นเธอสนิทสนมกับพงศ์จันทร ประกายดาวถอนใจ เข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว ตนกับพงศ์จันทรเป็นได้แค่เพื่อน ไม่มีวันพัฒนาเป็นอื่นประกายดาวแกล้งทำแมนจับไหล่ทั้งสองข้างของคุณชาย จันทร์ บอกเขาให้มองลึกเข้าไปในดวงตาเธอ

“คุณชายฟังฉันให้ดีๆนะคะ วันนั้นฉันจะบอกคุณชายว่า ที่ฉันเคยพูดว่าฉันไม่ได้รักคุณชาย...ฉันโกหก ฉันพยายามปฏิเสธหัวใจตัวเองเพราะฉันกลัวความรัก ฉันไม่อยากรักใครให้ต้องเสียใจอีก ฉันถึงต้องพูดออกไปแบบนั้น เข้าใจแล้วนะคะ”

คุณชายไม่ตอบ กลับดึงเธอเข้ามากอด กระซิบข้างหู “ถ้าคุณรักผม ผมจะไม่มีวันทำให้คุณเสียใจ ...ประกายดาว” เขาจูบเธออย่างดูดดื่ม มันซาบซึ้งจนไม่อยากจะผละออก จากกัน

ooooooo

คุณหญิงนิ่มมานั่งรอร้านที่บอกชายไร้หัวใจว่าพี่ชายจะขอสาวแต่งงาน จนเวลาผ่านไป เขาก็ไม่มา เธอจึงเช็กบิลแล้วเดินเข้าห้องน้ำ...สุดท้ายพงศ์จันทรก็อดรนทนไม่ไหว เอาดอกไม้มาแสดงความยินดี แต่พอมาถึงไม่พบงานอะไร

เขาถามพนักงานว่ามีใครมาทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานในร้านบ้าง พนักงานตอบว่าไม่มี พงศ์จันทรจึงส่งข้อความไปถามคุณหญิงนิ่มว่าเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานเสร็จแล้วหรือ คุณหญิงนิ่มเดินออกจากห้องน้ำ ได้รับข้อความ จึงส่งสติกเกอร์น่ารักๆกลับไป เสียงแชทดังใกล้ตัว ทำให้ต้องมองหา พงศ์จันทรเองก็สะดุ้ง ต่างไม่เห็นกันเพราะมีฉากกั้น คุณหญิงรีบส่งสติกเกอร์อีกครั้งก็มีเสียงดังอีก เธอเดินไปทางเสียงนั้น ชะโงกพ้นฉากนั้น เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเติมแป้งพัฟ จึงชะงักถอยกลับ ทันใดเธอเห็นพงศ์จันทรในกระจกตลับแป้ง เขาหลบหลังเสา ท่าทางเขาโล่งอกทำนองเกือบไปแล้ว...คุณหญิงนิ่มแค้นใจ ส่งคำว่า...เลว...ไปให้

พงศ์จันทรตะลึงหันกลับมา พบคุณหญิงนิ่มยืนถมึงทึง เธอตบหน้าเขาฉาดใหญ่แล้วเดินออกจากร้าน ทุกคนในร้านมองเป็นตาเดียว พงศ์จันทรรีบตามเธอออกไป เขาดึงเธอไว้

“คุณหญิง...ผมขอโทษ...”

“เก็บคำขอโทษของนายไว้เถอะ มันไม่ช่วยอะไรหรอก”

“คุณหญิงจะให้ผมทำยังไง คุณถึงจะยกโทษให้ผม”

“ใช่สินะ คนอย่างนายทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งลงทุนฝืนใจคุยกับฉัน ทำให้ฉันยอมมอบความรู้สึกดีๆให้กับคนที่ฉันไม่เคยเห็นหน้า”

“ผมไม่เคยฝืนใจคุยกับคุณ”

คุณหญิงนิ่มผลักอกเขา “เลิกโกหกสักทีได้ไหม แค่นี้ฉันยังเสียใจไม่พอหรือไง” เธอร้องไห้โฮจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่

พงศ์จันทรแตะแขน เธอสะบัดออกแล้วตวาด “อย่ามาแตะต้องตัวฉัน ที่จริงฉันน่าจะเอะใจมาตั้งนานแล้ว ว่านายคือชายไร้หัวใจ เพราะนายมันคนไม่มีหัวใจ เป็นผู้ชายน่ารังเกียจที่สุด ฉันเกลียดนาย...ฉันเกลียดนาย”

คุณหญิงนิ่มวิ่งออกไป พงศ์จันทรไม่กล้าตามแต่โมโหตัวเองจนเตะของแถวนั้นระบายอารมณ์...คุณหญิงเข้ามาในรถได้ก็ฟุบหน้าร้องไห้โฮ หยิบมือถือมามอง ตัดสินใจเปิดหน้าต่างปาทิ้งออกไปแตกกระจาย

ooooooo

วันรุ่งขึ้น นันทินีมานั่งพับเพียบขอความเห็นใจ เธอบอกหม่อมสุรีย์ว่าที่ทำไปเป็นเพียงการแสดง ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเธอ หม่อมไม่สนใจจะเดินหนี นันทินีคว้าขาหม่อมไว้ ทำให้เกือบล้ม ดีที่จันทรภานุเข้า มารับไว้ทัน นันทินีรีบปล่อยปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไร หม่อมสุรีย์

“เห็นไหมคะหม่อมป้า โกรธคือโง่โมโหคือบ้า เดี๋ยวพอหม่อมป้าหายโกรธ หม่อมป้าก็จะมีสติกลับมาคิดได้เหมือนเดิม ว่านันเหมาะสมกับคุณชายที่สุด เพราะนันสวย...รวย...ดูดี...มีชาติตระกูล และที่สำคัญ นันไม่เคยยุ่งกับสามีชาวบ้าน”

คุณชายจันทร์โต้ “งั้นคุณนันก็ดีเกินไป คุณนันไปหาคนที่เขารักคนดีๆอย่างคุณนันเถอะครับ เผอิญผมเป็นคนชอบอะไรที่มันพอดีๆ...คุณนม ส่งแขก”

นันทินีเปลี่ยนท่าที “ตะกี้นันพูดแค่มุมดีๆ แต่จริงๆแล้วนันขี้อิจฉาเป็นบางครั้ง ขี้โมโหเป็นบางที นันพอดีนะคะคุณชาย คุณชายฟังนันสิคะ คุณชาย...”

คุณชายจันทร์ประคองหม่อมสุรีย์ขึ้นห้อง นันทินีจะตาม นมพรขวางเรียกคนสวนมายกแขกออกไป นันทินีโกรธกระแทกเท้าเดินไป มาถึงรถ นึกได้ว่าลืมกระเป๋า รีบกลับเข้ามาเอาเกรงใครหยิบดูจะรู้ว่าเป็นของปลอม...พอดีอภิเชษฐ์มาคุยกับคุณชายจันทร์เรื่องประกายดาว ทำให้นันทินีแอบได้ยินว่าทางการสงสัย ประกายดาวเป็นเพียงลูกพ่อค้าข้าวขาหมู ทำไมถึงมีทรัพย์สินหลายสิบล้าน นันทินีสะดุ้งที่รวยกว่าตัวเองเสียอีก ทางการต้องการให้ประกายดาวมาชี้แจงถึงทรัพย์สินจะได้พ้นจากข้อกล่าวหาพัวพันพ่อค้ายา...นันทินียิ้มกริ่มอย่างมีแผนร้าย

ไม่ทันไรก็มีข่าวว่อนในเน็ต มิลินทร์อ่านให้ประกายดาวฟัง...เพิ่งรู้ว่าประกายดาวช่างภาพแสนสวย ว่าที่สะใภ้จันทรภานุ จะมีทรัพย์สินรวมๆกันกว่าสิบล้าน ไม่น่าเชื่อว่าอาชีพช่างภาพจะทำเงินได้มากขนาดนี้ หรือว่า! นางมีอาชีพเสริมที่บอกใครไม่ได้ คุณชายจันทร์ทราบแล้วสืบด่วน ไม่งั้นจะหาว่าเดี๊ยนไม่เตือน...ทั้งมิลินทร์และจิตสุภางค์งงนักข่าวรู้ได้อย่างไร

ทันใดจันทรภานุมาบอก แค่เธอไปยืนยันว่าทรัพย์สินของเธอมาจากไหน เท่านั้นก็พ้นข้อกล่าวหา ประกายดาวย้อนถามว่าเขาไม่เชื่อข่าวหรือ เขายืนยันว่าไม่เชื่อ เพราะเขาเชื่อเธอ ประกายดาวซาบซึ้ง ไม่อยากให้เขาพลอยเสียชื่อไปด้วย จึงรีบไปหาอภิเชษฐ์

เมื่อทุกคนมาถึงสถานีตำรวจ ก็พบนักข่าวมากมาย มิลินทร์ทำหน้าแหยๆ เพราะเผลอบอกเพื่อนนักข่าวคนหนึ่งว่ามาที่นี่กับประกายดาว นักข่าวยิงคำถามยกใหญ่ ถามประกายดาวมีทรัพย์สินหลายสิบล้านจริงหรือ ประกายดาวตอบว่าไม่จริง เพราะตนมีเป็นร้อยล้าน ทุกคน ตะลึง...ประกายดาวเอาเอกสารยืนยันที่มาของเงินให้อภิเชษฐ์ดู และชี้แจงว่า ครอบครัวตนมีเงินเก็บหลายสิบล้าน รวมกับเงินประกันชีวิตเตี่ยกับม้า บวกกับเงินขายที่ดินแถวสุขุมวิทหลายสิบไร่รวมแล้วตนแบ่งกับพี่ชายได้คนละเกือบสองร้อยล้าน นักข่าวตาโพลง คุณชายยิ้มอย่างยินดี

เมื่อทุกอย่างจบลง คุณชายจันทร์จะไปส่งแต่ประกายดาวกลับขอไปกับเพื่อนๆ เพราะมีบางอย่างต้องทำ อภิเชษฐ์ตบไหล่ปลอบว่า เวลาผู้หญิงอยู่รวมกัน ผู้ชายกลายเป็นสสารไร้ตัวตน

“ดูผู้กองเข้าใจผู้หญิงดีจังเลยนะคะ มิน่า ถึงโสดมาจนถึงทุกวันนี้” ต้นอ้อแขวะแล้วเดินไป

สามสาวมาดักนันทินีที่สถานฟิตเนส นันทินีรีบปฏิเสธพัลวันว่าไม่ได้ปล่อยข่าวอะไร จึงมั่นใจว่าเป็นฝีมือเธอแน่ เพราะกินปูนร้อนท้องขนาดนี้ ประกายดาวแค่จะกำราบให้เลิกทำร้ายตนลับหลังเสียที แต่เกิดการตบตีกันขึ้น ประกายดาวมาขวางไม่ให้หนี จึงโดนนันทินีผลักตกบันไดก้นกระแทก จิตสุภางค์กับมิลินทร์ตกใจมากรีบพาไปหาหมอ

ด้านศิวะ พอเห็นข่าวประกายดาวก็เสียดาย ไม่น่าทิ้งเธอมาแต่งงานกับอรอุมาเลย พลันรติรสแวะมาหา ศิวะรีบให้สาวใช้ออกไปซื้อของปากซอย อ้างว่าอรอุมาสั่งไว้จะกลับมากิน พอสาวใช้ออกไป เขาก็ประคองรติรสขึ้นห้องนอน...อรอุมากลับมา เห็นผ้าม่านห้องนอนตัวเองปิดก็เอะใจ ให้คนสวนเอาบันไดมาพาดระเบียงปีนขึ้นไป พยายามมองผ่านช่องผ้าม่าน

ระหว่างนั้น รติรสเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน จึงวิ่งไปเข้าห้องน้ำ อรอุมามองเข้าไปไม่เห็นใครกำลังจะถอยออกมา พลันศิวะดึงรติรสออกจากห้องน้ำ ดันตัวเธอมากระแทกประตูกระจกเกิดเสียงดัง อรอุมาหันกลับมามอง ผ้าม่านแหวกออกเห็นภาพศิวะกอดรัดรติรสคาตา

อรอุมาอาละวาดใส่ด้วยความแค้นใจ รติรสสุดทน เมื่ออรอุมาถามทำกันมานานเท่าไหร่เธอก็เยาะว่า “สองปี ประทับไว้แล้วทุกที่ที่แกเคยทำ เตียง...โซฟา...ห้องน้ำ...ในรถของแก...”

อรอุมาปรี๊ดแตกตบรติรสพัลวัน รติรสสู้ยิบตา แต่ก็ถูกคนสวนลากมาเหวี่ยงนอกบ้าน เธอลากสังขารกลับไม่ทันพ้นปากซอยก็ล้มฟุบหมดสติข้างทาง มารู้สึกตัวอีกทีอยู่โรงพยาบาล หมอบอกว่าเธอท้องได้สามเดือน รติรสแทบช็อก จะทำอย่างไรดี พลันเห็นประกายดาวกับเพื่อนจึงหลบ จิตสุภางค์กับมิลินทร์บอกประกายดาวว่าไม่เห็นต้องกลัวจะไม่มีลูก เพราะแผนล่าสเปิร์มล้มเลิกไปแล้วจะเอาสเปิร์มจากคุณชายเท่าไหร่ก็ได้ ประกายดาวเอ็ด...ทะลึ่ง

“ทำมาเป็นอาย ถึงเวลาเข้าห้องหออย่าอายแบบนี้ล่ะ เดี๋ยวไม่คุ้มกับแผนล่าสเปิร์ม ที่แกต้องฝ่าด่านอรหันต์ไปตีซี้ทำความรู้จักกับคุณชายจันทร์ จนคุณชายตกหลุมรักแกโงหัวไม่ขึ้น”

“พอได้แล้ว ถ้าคุณชายจันทร์อยู่ ห้ามเผลอพูดเรื่องนี้ล่ะ เดี๋ยวเขารู้จบเห่กันหมด” สามสาวเดินผ่านรติรสไป รติรสได้ยินทุกอย่างยิ้มกริ่มจะแก้แค้นประกายดาวได้อย่างไร

ooooooo

ยังไม่ยอมเลิกรา นันทินีเอาใบหน้าเขียวช้ำ มาฟ้องหม่อมสุรีย์ แต่พอเห็นว่าหม่อมเอนเอียงไปทางประกายดาว ก็โวยวายหาว่าพอรู้ประกายดาวรวย ก็เข้าข้าง คุณหญิงนิ่มไม่พอใจ

“พูดอะไรให้เกียรติหม่อมป้าด้วยนะคะพี่นัน”

“พี่ไม่มีให้หรอก เกียรติน่ะ มีแต่เกลียด วังนพรัตน์คงมีแต่เปลือก พอรู้ว่านังดาวมันรวยก็ตัวสั่นระริก อยากได้มันมาเป็นสะใภ้ ทั้งๆที่มันเป็นแค่ลูกแม่ค้าขายข้าวขาหมู น่าสมเพชสิ้นดี”

“เอ๊ะ!ถ้าจำไม่ผิด คุณแม่ของพี่นันเคยเป็นแม่ค้าขายน้ำเต้าหู้มาก่อนไม่ใช่หรือ”

นันทินีเหวอ เจ็บใจตอกกลับว่ายังดีกว่าเด็กกำพร้าอย่างคุณหญิง คุณหญิงนิ่มไม่เสียใจโต้ว่า “ตอนเด็กพี่นันชื่อ เต้าหู้ พอโตถึงเปลี่ยนมาเป็นนันทินี ใช่ไหมคะ พี่เต้าหู้”

นันทินีร้องกรี๊ดที่โดนล้อ คุณหญิงนิ่มบอกว่าไม่ได้ล้อ แค่ไม่อยากให้ดูถูกกำพืดคนอื่นแถมสอนว่า เกียรติของคนไม่ได้อยู่ที่อาชีพหรือฐานะ แต่อยู่ที่การกระทำ ถ้าได้เกิดมาในตระกูลสูงส่ง แต่ทำตัวไม่ดี ไม่มีความจริงใจ ตีหน้าซื่อไปวันๆ ชาติตระกูลสูงแค่ไหนก็ช่วยให้คนๆ

นั้นน่าชื่นชมไม่ได้...ถึงประกายดาวจะเป็นแค่ลูกพ่อค้าขายข้าวขาหมู แต่เธอก็ทำตัวมีคุณค่า ไม่เคยนั่งงอมืองอเท้า ไม่เคยอวดรวย ไม่ทำตัวสวยไปวันๆ คนอย่างนี้ต่างหากที่น่ายกย่อง

นมพรปรบมือ หม่อมสุรีย์อมยิ้ม นันทินีหันมองทุกคนด้วยความเจ็บแค้น แสดงกำพืดตัวเองออกมาด้วยการกราดเกรี้ยวใส่แล้วสะบัดหน้ากลับไป...คุณหญิงนิ่มหันมายืนยันหม่อมสุรีย์ว่า ประกายดาวเป็นคนดีจริงๆ ถ้าหม่อมได้รู้จักจะต้องรักเธอเช่นกัน

เมื่อไตร่ตรองดู หม่อมสุรีย์ยอมเปิดใจ พรุ่งนี้เป็นวันหยุดจะทำข้าวแช่ให้จันทรภานุชวนประกายดาวมาทานด้วยกัน คุณชายดีใจมากรีบมาบอกประกายดาว เธอถึงกับเครียด

คุณชายเกี่ยวก้อย “ถ้าคุณมีเรื่องอะไรจะ ไม่ปิดบัง เราจะคุยกันทุกเรื่อง คุณสัญญากับผมแล้ว” ประกายดาวว่าเขาขี้โกง “ถ้าคุณไม่สัญญา ผมก็จะไม่ปล่อย อยู่กัน อย่างนี้ทั้งคืนก็ดีนะ”

ประกายดาวยิ้มเขินๆสารภาพว่ากังวลที่หม่อมสุรีย์ไม่ชอบตน คุณชายจันทร์แก้ตัวแทนว่า หม่อมแม่ของ ตนกำลังเปิดใจกับเธอ แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินที่เธอมี ประกายดาวเข้าใจเพราะคงมีไม่ถึงครึ่งของหม่อม แต่ตนกลัวทำอะไรเปิ่นๆให้ผิดหวัง คุณชายปลอบว่า ใครบ้างที่อยู่ใกล้เธอแล้วจะไม่รัก ประกายดาวยิ้มซบหน้ากับแขนเขา สัญญาจะพยายามทำเพื่อความรักของเรา...

หน้าตาศิวะเขียวช้ำจากที่ถูกอรอุมาเล่นงาน รติรสโทร.มาบอกเรื่องที่ตัวเองท้องด้วยความหวังว่าเขาจะดีใจและเลิกกับอรอุมา แต่กลับถูกเขาตะคอกว่าไม่สามารถเลิกกับอรอุมาได้ รติรสเสียใจมาก พลันเห็นข่าวประกายดาวในหน้าหนังสือพิมพ์ ทำให้นึกถึงที่แอบได้ยินประกายดาวกับเพื่อนคุยกัน รติรสคิดแผนร้ายได้บางอย่าง

ขณะที่ประกายดาวเตรียมตัวไปวังนพรัตน์ รติรสโทร.เข้ามานัดให้ไปพบที่ห้องพักเธอโดยเอาเรื่องล่าสเปิร์มมาขู่ ทำให้ประกายดาวต้องโทร.ไปขอยกเลิกนัดคุณชายจันทร์

ประกายดาวโทร.คุยกับมิลินทร์ไปด้วยระหว่างขับรถมาหารติรส มิลินทร์ท้วงจะยอมจ่ายเงินปิดปากตั้งสิบล้านให้รติรสหรือ ประกายดาวตอบว่าไม่ยอม แต่ที่มาเพราะต้องการรู้ว่าเธอรู้เรื่องล่าสเปิร์มจากที่ไหน และทำไมต้องนัดมาที่ห้องพัก มิลินทร์เตือน

“ฉันได้ยินมาว่า ตั้งแต่คุณปุระชัยถูกจับ ยัยรสก็เก็บตัวเงียบ สงสัยคงไม่อยากออกไปเจอผู้คน คนจนตรอกแบบนี้ แกยิ่งต้องระวังตัวนะดาว”...ประกายดาวรับคำก่อนจะวางสาย

ระหว่างนั้น มีชายฉกรรจ์บุกมาทำร้ายรติรสและพาตัวไปที่จอดรถ ประกายดาวเห็นผิดสังเกตจึงตามไปช่วย แต่ไม่วายรติรสสะดุดล้ม ชายฉกรรจ์กระชากเธอขึ้นมาชกเข้าที่ท้องอย่างแรง แล้วเหวี่ยงเธอล้มกลิ้งไปหลายตลบ ประกายดาวร้องให้คนช่วย รปภ.วิ่งมา ชายฉกรรจ์เห็น

ท่าไม่ดีวิ่งหนี ประกายดาวช่วยประคองรติรสขึ้น มีเลือดไหลมาตามขา รติรสร้องกรี๊ด...

ชายฉกรรจ์โทร.รายงานอรอุมาว่า รติรสเยินสมใจเธอแล้ว อรอุมาสะใจจะโอนเงินให้ ศิวะได้ยินก็ตกใจเป็นห่วงที่รติรสท้องอยู่ด้วย จึงแย็บว่าทำรุนแรงไปหรือเปล่า

“น้อยไปด้วยซ้ำกับความชั่วของมันกับคุณ นี่ถ้าฉันไม่เห็นว่ามันเคยเป็นเพื่อนฉัน ฉันสั่งฆ่ามันไปแล้ว ส่วนคุณ...ถ้าฉันไม่เห็นว่าคุณเป็นผัว ฉันก็ไม่ปล่อยคุณไว้เหมือนกัน” อรอุมากระชากคอเสื้อศิวะ พูดใส่หน้า “แต่อย่าคิดว่าชีวิตคุณจะสงบสุขเหมือนเดิมนะ ต่อไปนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้อีผู้หญิงหน้าไหนมาทำร้ายหัวใจฉันได้อีกแล้ว ถ้าฉันรู้ว่าใครมายุ่งกับคุณ หรือคุณไปยุ่งกับใคร ฉันจะฆ่ามัน”...ทำเอาศิวะแหยง

ทันทีที่รติรสฟื้นขึ้นมา มีประกายดาวเฝ้าอยู่ข้างเตียง เธอถามถึงลูกยังอยู่หรือเปล่าประกายดาวส่ายหน้า เธอกรีดร้องฟูมฟายอย่างน่าสงสารเพราะไม่เหลือใครในชีวิตอีกแล้ว

ooooooo

คุณหญิงนิ่มสงสัยว่าประกายดาวมีธุระอะไรด่วน ถึงยอมปล่อยโอกาสเชื่อมสัมพันธ์กับหม่อมสุรีย์ แต่ยังปลอบพี่ชายอย่าคิดมาก คุณชายจันทร์กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย

ด้านพงศ์จันทร นั่งอ่านข้อความเก่าๆที่แชทคุยกับคุณหญิงนิ่มด้วยความคิดถึง จนรู้สึกแปลกใจความรู้สึกตัวเอง...เขาขับรถมาหาเธอที่ร้าน เห็นแขวนป้ายปิดยิ่งหดหู่ใจ

คืนนั้น ประกายดาวโทร.หาจันทรภานุ เพื่อขอโทษที่ไม่ได้ไปตามนัด และถามว่าหม่อมสุรีย์โกรธมากไหม คุณชายตอบว่าไม่มีใครโกรธ เพียงแต่เธออดทานข้าวแช่ที่อร่อยที่สุดในโลก

“คุณชายไม่ถามฉันเหรอคะ ว่าธุระด่วนของฉันคืออะไร”

“ไม่ถามครับ ถ้าคุณอยากบอกคุณก็จะบอกเอง แต่ถ้าคุณไม่อยากบอก ผมถามคุณจะต้องโกหกผม”

“คุณชายเกลียดการโกหกมากเหรอคะ”

“ครับ คนเราคบกันไม่ว่าจะฐานะอะไรก็ควรจะจริงใจต่อกัน โลกนี้ถึงจะน่าอยู่”

ประกายดาวอยากจะบอกเรื่องสเปิร์มแต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร จำต้องเก็บงำไว้ต่อไป...

วันต่อมา ประกายดาวรับรติรสออกจากโรงพยาบาล พามาพักที่คอนโด รติรสรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณประกายดาวอย่างมาก เอ่ยปากขอโทษกับเรื่องเลวๆที่ผ่านมา ประกายดาวให้อภัยแต่ขอถามว่าเธอรู้เรื่องสเปิร์มได้อย่างไร รติรส ตอบว่า ได้ยินพวกเธอคุยกันที่โรงพยาบาล

“อ้อ...ค่ะ แล้วเรื่องคนร้าย คุณจะไม่เอาเรื่องจริงๆเหรอคะ”

“ยังไม่ตอนนี้ค่ะ รอให้ฉันหายดีซะก่อน ฉันค่อยไปจัดการกับมันด้วยตัวเอง”

ประกายดาวถามรู้หรือว่าใคร รติรสตอบอย่างมั่นใจคืออรอุมาเพราะแค้นที่ศิวะเป็นชู้กับตน “ไม่เคยมีใครรู้เรื่องฉันกับศิวะหรอกค่ะ อีอรมันก็เพิ่งรู้ เพราะมันมั่นใจมาตลอดว่ามันฉลาดแต่ความจริงแล้ว คนที่โง่ที่สุดก็คือมัน มันส่งคนมาทำร้ายฉัน จนลูกฉันต้องตาย ฉันไม่ปล่อยมันไว้แน่” ประกายดาวถึงกับตะลึง

รู้สึกไม่สบายใจที่รติรสคิดจะแก้แค้น ประกายดาวจึงมาปรึกษาเพื่อนทั้งสอง ไม่อยากให้รติรสทำบาปอีก มิลินทร์เตือนเท่าที่ช่วยอยู่ก็มากโข อย่ายุ่งเรื่องของคนอื่นจะเดือดร้อนไปด้วย

“ฉันไม่ได้ช่วยคุณรส แต่ฉันจะช่วยเด็กน้อย ถ้าวิญญาณมีจริงเขาต้องนอนตายตาไม่หลับแน่ๆ ที่แม่เขายังเป็นทุกข์อยู่แบบนี้ ฉันต้องช่วยห้ามไม่ให้คุณรสกับคุณอรมีปัญหามากไปกว่านี้”

“คิดว่าตัวเองเป็นรถดับเพลิงหรือไงจ๊ะ ถึงคิดจะดับไฟโลกันตร์” จิตสุภางค์แขวะ

“ฉันไม่ดับเองหรอก ต้องให้ไอ้คนจุดไฟเป็นคนดับ” แววตาประกายดาวมุ่งมั่น

จากนั้นประกายดาวมาต่อว่าศิวะ “เกิดเป็นผู้ชายไม่ใช่แค่มีหน้าที่ผลิตสเปิร์ม แต่ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบชีวิตที่เกิดจากสเปิร์มของตัวเองด้วย ไม่ใช่เสร็จกิจแล้วก็เสร็จกัน ไม่งั้นนายก็ไม่ต่างจากหมา”

ศิวะหาว่าเด็กในท้องรติรสไม่ใช่ลูกเขา ประกายดาวปรี๊ดแตก ตบหน้าเขาสามฉาด บอกว่าตบแรกเพราะเขาหยามเกียรติลูกผู้หญิง ตบสองไว้อาลัยเด็กน้อย ส่วนตบที่สาม อยากตบ...ศิวะโกรธจะขย้ำประกายดาว มิลินทร์กับจิตสุภางค์เข้าขวาง ขู่จะลงข่าวประจาน ศิวะชะงักย้อนถามต้องทำอย่างไรในเมื่อเด็กแท้งไปแล้ว ประกายดาวแนะ

“รับผิดชอบผลที่กำลังตามมา คุณรสเจ้าคิดเจ้าแค้นไม่ต่างจากคุณอร อีกไม่นานทั้งสองต้องทำสงครามกันแน่ แล้วถ้านายไม่หยุดปัญหานี้ให้เร็วที่สุด นายจะต้องเดือดร้อน”

“แล้วจะให้ทำอย่างไร”

“นั่นแหละคือสิ่งที่นายต้องคิด ในเมื่อนายเป็นคนผูก นายก็ต้องเป็นคนแก้”

ศิวะตัดสินใจตามพวกประกายดาวมาหารติรส เขาทำทีเข้าไปปลอบรติรสที่เผอิญนอนหลับฝันร้าย ลุกขึ้นมาร้องไห้ รติรสไล่เขาออกจากห้อง ศิวะฝืนใจปลอบประโลม

“ฟังผมก่อนสิรส ที่วันนั้นผมต้องพูดทำร้ายจิตใจคุณ ผมจำเป็นเพราะอรยืนอยู่ข้างๆผม ถ้าผมพูดดีๆกับคุณ อรก็จะฆ่าผม ผมไม่ได้กลัวตายหรอกนะ แต่ผมเป็นห่วงคุณกับลูก ถ้าผมตายคุณกับลูกจะอยู่กันยังไง...ผมพูด จริงๆนะรสพอผมรู้ว่าคุณท้อง ผมดีใจแทบตาย ลูกคือ ของขวัญที่มีค่าที่สุดของผม” รติรสไม่เชื่อ “ผมสาบาน ถ้าผมโกหก ขอให้ผมเป็นหมัน มีลูกไม่ได้อีกเลย”

ศิวะจับมือรติรสมาแนบแก้ม เธอใจอ่อนโผกอดเขาร้องไห้ ศิวะแอบยิ้มปลอบว่าลูกไปสบายแล้ว รติรสเสียงกร้าวจะแก้แค้น ศิวะรีบขอจัดการเองโดยจะหย่า ศิวะให้เงินเธอ บอกให้บินไปอยู่ต่างประเทศก่อน ตนหย่าแล้วจะตามไป ระหว่างนี้ให้เก็บตัวเงียบๆอย่าหาเรื่องอรอุมาเพราะเกรงอรอุมาจะเอาเรื่องเธอมาฟ้องหย่า ทำให้ไม่ได้ทรัพย์สินอะไร ศิวะขอเวลาหนึ่งเดือนรติรสจึงบอกว่า ถ้าเกินหนึ่งเดือนเขายังไม่หย่า เธอจะกลับมาจัดการทั้งสองคน

ศิวะสยอง ยื่นหน้ามาจูบ รติรสสะดุ้งร้องโอ๊ย...เพราะยังเจ็บแผล เธอเปรย “ถ้าคุณดาวไม่มาช่วย ฉันก็คงตายไปด้วย คุณดาวเป็นคนดีมาก ฉันยังรู้สึกผิดไม่หายที่เคยทำไม่ดีกับเธอ ขนาดฉันแบล็กเมล์เธอ เธอยังช่วยฉัน”

“แบล็กเมล์?คุณแบล็กเมล์ดาวเรื่องอะไร”

รติรสเล่าเรื่องล่าสเปิร์มให้ศิวะฟังด้วยความที่คิดว่าเขาจริงใจ...ศิวะกลับออกมาบอกพวกประกายดาวว่ารติรสหลับ แล้วชวนประกายดาวออกไปคุยข้างนอกเป็นการส่วนตัว ประกายดาวเห็นสีหน้าเขาสำนึกผิด จึงตามลงมาที่จอดรถ ศิวะบอกเธอว่าไม่อยากอ่อนแอให้เพื่อนเธอเห็น จู่ๆศิวะก็ชกกำแพงโครมๆระเบิดความเสียใจที่ทำให้ลูกตาย ตนไม่ควรเกิดเป็นคน

“ก็จริง...” ศิวะเหลือบมองหน้า ประกายดาวแก้ว่า “ไม่ๆ ฉันหมายถึงว่า ก็จริงที่นายเป็นเหตุให้ลูกตาย เห็นหรือยังว่าความมักมากไม่รู้จักพอ มันไม่เคยให้อะไรดีกับชีวิตนายเลย แต่ถ้านายคิดได้แล้วก็กลับเนื้อกลับตัวซะ อย่าให้เกิดปัญหาขึ้นอีก”

ศิวะทำหน้าเศร้าบอกว่า รติรสเสียสละทำเพื่อตนมามาก ถึงเวลาที่ต้องทำเพื่อเธอบ้าง ตนจะหย่ากับอรอุมาและจะมีลูกกันใหม่กับรติรส ประกายดาวยินดีด้วย ศิวะขอให้ไปช่วยเก็บของรติรสที่ห้องพัก และช่วยเลือกของขวัญปลอบใจเธอ ประกายดาวจะกลับไปเอากระเป๋า เขาบอกตนมีเวลาไม่มาก ต้องกลับไปรับหน้าอรอุมาอีก ประกายดาวหลงเชื่อ เอามือถือเขาโทร.ขึ้นไปบอกเพื่อนบนห้อง รติรสงัวเงียออกมาได้ยิน แปลกใจตนไม่ได้ให้ศิวะไปเอาอะไร มิลินทร์กับจิตสุภางค์ตกใจ พลัน มีคนมาเคาะประตูห้อง สามสาวเปิดประตูเห็นคนที่มา สีหน้าพวกเธอดีใจขึ้น

ooooooo

พอมาถึงห้องรติรส ศิวะก็เผยความเลวออกมา ประกายดาวผิดหวังและโกรธมากที่เขาไม่สำนึกเอาเสียเลย ศิวะพูดใส่หน้าเธอว่า ลูกในท้องรติรสอาจไม่ใช่ลูกตน ทำไมต้องรับผิดชอบ

“ยอมผมดีๆดีกว่าดาว ไม่ต้องห่วงนะ ผมแค่อยากเป็นผัวไม่ได้อยากเป็นพ่อ สเปิร์มของผมจะไม่ทำให้คุณมีลูก ลูกคุณจะยังเกิดจากสเปิร์มของชายจันทร์อย่างที่คุณต้องการเหมือนเดิม”

“นายพูดบ้าอะไร...”

“ไม่ต้องมาแอ๊บ รสเล่าเรื่องแผนล่าสเปิร์มให้ผมฟังหมดแล้ว มิน่า...ถึงหวงท้องตัวเองจังเพราะคุณอยากมีลูกกับคุณชายจนตัวสั่นนี่เอง” ศิวะหัวเราะเยาะ

ประกายดาวพยายามพูดให้เขาสำนึกว่าเพิ่งทำให้ลูกตาย แต่มันไม่ช่วยให้จิตใจเขาเป็นคนขึ้นเลย เขาหื่นกระหายที่จะได้ตัวเธอ ถึงขนาดทำร้ายเธอและมัดมือไม่ให้เธอต่อสู้ ประกายดาวต้องโอนอ่อนเพื่อหาจังหวะ ถีบเป้าเขาอย่างจังแล้ววิ่งหนีเปิดประตูออกมา ร้องตะโกนให้คนช่วยทันใดชนเข้ากับจันทรภานุ มิลินทร์และจิตสุภางค์ สองสาวช่วยแก้มัดให้ประกายดาว คุณชายจันทร์ปราดเข้าชกหน้าศิวะที่วิ่งตามมาแล้วกระชากคอมาชกซ้ำศิวะโวย

“ปกป้องมันเข้าไป ยังไม่รู้อีกว่าอีดาวมันสตรอเบอร์รี่ตัวแม่ มันหลอกคุณอยู่ อยากรู้ไหมว่าเรื่องอะไร”

ประกายดาวตกใจ “คุณชายคะ ดาวมีเรื่องจะบอกคุณชาย”

ศิวะหัวเราะร่า “พูดตอนนี้มันสายเกินไปแล้ว ผมพูดให้เองดีกว่า”

ประกายดาวโวยอย่ายุ่งเรื่องนี้ ศิวะโพล่งออกมาว่าเรื่องแผนล่าสเปิร์ม คุณชายจันทร์แปลกใจ มิลินทร์กับจิตสุภางค์ช่วยกันทุบตีศิวะ ให้หยุดพูด ศิวะโกรธผลักสองสาวกระเด็น

“พวกเธอไม่ต้องช่วยกันปิดบัง ยังไงวันนี้หน้าใสๆของนังดาวก็ต้องถูกกระชาก คุณชาย...แผนล่าสเปิร์มคือแผนที่ดาวอยากมีลูก และคุณชายก็ถูกเลือกเป็นพ่อพันธุ์ ดาวจะจับคุณเป็นผัว”

“ไม่จริง ฉันไม่คิดจับคุณชาย ฉันแค่อยากได้สเปิร์มเท่านั้น”

“ต่างกันตรงไหน หรือว่าคุณชายกะพริบตา สเปิร์มจะออกมาได้”

ประกายดาวโต้เขาไม่จำเป็นต้องรู้ แต่คุณชายจันทร์โพล่งขึ้น เขาอยากรู้ ประกายดาวชะงัก หันมาพยายามอธิบายว่าตอนแรกตั้งใจจะขอสเปิร์มจากเขา เพราะตนอยากมีลูกมาก ตนหวังว่าเมื่อเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เขาจะเข้าใจว่าการมีลูกสำคัญกับตนมากแค่ไหน และจะยอมให้สเปิร์มตนไปทำกิฟต์...คุณชายจันทร์ฟังแล้วผิดหวังเสียใจมาก

ศิวะเยาะคุณชายต้องขอบคุณตน ที่ตนทำให้เขาตาสว่าง ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของสาวนักล่าสเปิร์ม คุณชายโต้ว่า ใครจะทำอะไรตนก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องเลวๆที่เขาทำกับประกายดาว...

ooooooo

ตอนที่ 10

มือถือพงศ์จันทรตกอยู่ที่ซอกเบาะหน้า คุณหญิงนิ่ม หาจวนจะเจอ ทันใดนันทินีมาเคาะกระจกหน้าตาตื่น บอกว่า “หม่อมป้า...หม่อมป้าขะ...ขา...ขาด...”

คุณหญิงนิ่มตกใจ ลงจากรถวิ่งเข้าตึกพบหม่อมสุรีย์กำลังเล่นไพ่นกกระจอกกับนมพร ท่านตำหนิที่วิ่งเสียงดัง คุณหญิงหน้าเหวอหันมองนันทินีที่เดินตามเข้ามานั่งร่วมโต๊ะ หน้าตาเฉย

“ขาขาด ขาดขาค่ะ นมพรจะเลิกแล้ว พี่ไม่อยากให้ขาดช่วง น้องหญิงมาเล่นด้วยกันนะคะ ช่วยบริหารสมองให้หม่อมป้า ห่างไกลจากอัลไซเมอร์”

หม่อมสุรีย์ชมนันทินีน่ารักจริงที่รู้จักห่วงใย คุณหญิงนิ่มเซ็งขอไปเอากระเป๋าในรถ พลันนึกได้ถึงเสียงแชตในรถ จึงลองส่งสติ๊กเกอร์ถึงชายไร้หัวใจใหม่อีกครั้ง...เงียบไม่มีเสียงใดๆ เธอคิดว่าคงหูฝาดไปเอง

มุมหนึ่งในวัง นันทินีคุยมือถือกับพงศ์จันทร เธอบอกเขาว่าเก็บมือถือเขาจากในรถคุณหญิงนิ่มมาได้แล้วถ้าไม่เก่งและฉลาดอย่างตนทำไม่ได้หรอก แต่นึกได้ย้อนถามเขารู้ได้อย่างไรว่าตนอยู่ที่วัง เขาตอบว่าเห็นในเฟซบุ๊กที่เธอชอบเช็กอิน นันทินีทวงสัญญาที่ตกลงกันไว้

“ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น ผมจะช่วยคุณให้สมหวังกับคุณชายจันทร์ แต่คุณก็ต้องไม่ผิดสัญญากับผม มือถือเป็นของส่วนตัว”

“นี่คุณ ฉันไม่ใช่คนธรรมดานะยะ ฉันได้รับการ อบรมสั่งสอนเรื่องสมบัติผู้ดีมาตั้งแต่ยังไม่ปฏิสนธิ ฉันไม่เปิดดูมือถือของคุณหรอกน่ะ แค่นี้นะ”

พงศ์จันทร ไม่อยากเชื่อใจนันทินีเอาเสียเลย แต่ก็ยังดีกว่าคุณหญิงนิ่มรู้ความจริง...บ่ายวันนั้น ทั้งสองนัดคืนมือถือกันที่ร้านกาแฟ นันทินีวางมือถือพงศ์จันทรบนโต๊ะ ใจหนึ่งอยากรู้ว่าเขามีความลับอะไร แต่ต้องหักห้ามใจด้วยความเป็นผู้ดี ไม่ทันไรมีเสียงแชตเข้ามา เธออดไม่ได้ที่จะมองหน้าจออย่างรวดเร็ว เห็นข้อความจากคุณหญิงนิ่มว่า “หายไปไหนคะ ฉันเป็นห่วง”

นันทินีตาโพลง “น้องหญิงกับคุณพงศ์กิ๊กกันอยู่เหรอเนี่ย ต๊าย...ทำเป็นแบ๊วๆ แต่แอบแซ่บนะคะน้องหญิง”

พอพงศ์จันทรมา นันทินีทำหน้าปกติส่งมือถือคืนให้ แล้วทวงสัญญา ถ้าไม่ทำให้จะฟ้องคุณชายจันทร์ว่าเขาลืมมือถือไว้บนรถคุณหญิงนิ่ม ถ้าคุณชายรู้ว่าเขามาใกล้ชิดน้องสาวต้องไม่พอใจแน่ พงศ์จันทรทำหน้าเอือมๆ

ooooooo

ระหว่างที่อภิเชษฐ์คุยกับจันทรภานุ ต้นอ้อโทร. รายงานเรื่องประกายดาว ทำให้คุณชายจันทร์ได้ยิน เขารีบถามว่าดาวไหน อภิเชษฐ์จำต้องบอกว่าประกายดาว ขึ้นไปบนดอยกับแก๊งชาวเขาที่สงสัยว่าเป็นพวกขนยา คุณชายตกใจรีบให้โทร.เรียกประกายดาวกลับมา

“ถ้าฉันทำได้ฉันทำไปนานแล้ว แต่แกไม่ต้องเป็นห่วง เด็กแก๊งชาวเขานั้นไม่มีพิษมีภัยอะไร เขาแค่เป็นเครื่องมือของไอ้หัวหน้าขบวนการ”

“แกรู้หรือยังว่าหัวหน้าขบวนการเป็นใคร”

“รู้แล้ว แต่ยังจับไม่ได้ เพราะฉันยังไม่ได้หลักฐานเด็ดๆมัดตัวเขา”

คุณชายจันทร์ถึงกับเครียดตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบิน ไปเชียงใหม่ทันที...ในขณะที่ประกายดาวนั่งรถกระบะเก่าๆ ข้างหน้าคู่กับพลซึ่งเป็นคนขับ พิมพ์ไทย เจ้านายและต้นอ้อนั่งหลังท้ายรถมีลังใส่ของหลายใบสีหน้าพิมพ์ไทย ไม่พอใจที่พลดูสนิทสนมกับประกายดาวพอถึงหมู่บ้าน ชาวเขาทุกคนลงมายืดเส้นยืดสาย เด็กๆวิ่งเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง พลส่งถุงของเล่นให้ไปแบ่งๆกัน ห้ามทะเลาะกัน ประกายดาวถามว่าพ่อแม่เด็กๆ อยู่ไหน พลตอบว่า เด็กพวกนี้กำพร้า ครูใหญ่เก็บมาเลี้ยง ตอนนี้ครูใหญ่เสียแล้ว ตนจึงคอยดูแลเด็กๆ เป็นการตอบแทนบุญคุณ ประกายดาวชื่นชมคนกตัญญูตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ พิมพ์ไทยขัดขึ้นว่าจะเอาของไปไว้ที่ไหน พลจึงบอกให้เอาไปไว้ที่บ้านตน ทุกคนจึงช่วยกันยก ประกายดาวเข้าช่วย พิมพ์ไทยปัดมือไม่ให้ยุ่ง พลเอ็ด ทำให้พิมพ์ไทยโกรธสะบัดหน้าเดินไป

จากนั้น พลตามมาต่อว่าพิมพ์ไทย อย่าทำตัวงี่เง่า แล้วบอกว่าที่ชวนประกายดาวมาด้วยเพื่อเป็นไม้กันหมาเวลาผ่านด่านตำรวจเท่านั้น พิมพ์ไทยถามว่าเขายังรักตนหรือเปล่า พลกอดพิมพ์ไทยอย่างเอาใจปลอบว่าเธอยอมทิ้งบ้านทิ้งแม่มาอยู่กับตนไม่รักก็โง่แล้ว พิมพ์ไทยดีใจสวมกอดพลด้วยความรัก...เจ้านายวิ่งมาแล้วต้องชะงักไม่กล้าพูด กวักมือเรียกพลออกมากระซิบกระซาบว่าท่านให้คนมาส่งข่าว พิมพ์ไทยมองอย่างสงสัย

ต้นอ้อชวนประกายดาวนอนห้องเดียวกัน ประกายดาว เกรงใจจะขอนอนเต็นท์ พลันเด็กสองคนทะเลาะแย่งหุ่นยนต์กันสองสาวมาช่วยห้าม เด็กคนหนึ่งบอกว่า หม่องเคยได้หุ่นยนต์แล้วตอนไปทำงานในตัวเมืองกับพล ประกายดาวจึงเอาหุ่นยนต์มาประกอบการเล่านิทานให้เด็กๆ ฟัง เป็นการสอนให้รักกันและสามัคคีกันไปด้วย เด็กๆ สนุกสนานหัวเราะกันเอิ๊กอ๊าก

คืนนั้น ประกายดาวคิดถึงจันทรภานุจนเอาไปฝันถึงว่าเขามาหาพอเห็นเธอเขาก็โผเข้ากอดจูบยกใหญ่จนเธอเขินอาย เผลอผลักเขาแรง คุณชายหงายหลังกลิ้งตกเนิน เธอตกใจร้องเรียกเขาลั่น สะดุ้งตื่นขึ้นมา โล่งใจที่ต้นอ้อ ไม่ได้อยู่ในห้องเธอถอนใจลุกขึ้นมองดวงจันทร์ริมหน้าต่าง เห็นดวงจันทร์กลมโตยิ่งทำให้คิดถึงคุณชายจันทร์ พอดีหิ่งห้อยบินส่องแสงระยิบระยับ เธอจึงคว้ากล้องออกไปถ่ายรูปหิ่งห้อยไม่สะใจ เธอถึงขั้นปีนขึ้นไปถ่ายใกล้ๆ บนต้นไม้

ระหว่างนั้น พลกับเจ้านายช่วยกันแบกลังที่เอามาจากตัวเมืองออกมาจากบ้านพัก เสียงเจ้านายต่อว่าทำไมออกมาช้า พลบ่นว่า กว่าพิมพ์ไทยจะนอนหลับ เจ้านายถามย้ำแน่ใจนะว่าพิมพ์ไทยจะไม่ตามมา พลรับรอง...ประกายดาวแปลกใจ ทั้งสองจะขนของไปไหน จึงแอบตามหนทางที่สองคนเดินบุกป่าไป ทำให้ประกายดาวถึงกับหอบ ที่ต้องแหวกกิ่งไม้เข้าไป แต่แล้วเธอต้องตาโพลง เมื่อเห็นมีโกดังหลังใหญ่อยู่กลางป่าลึก

มีชายฉกรรจ์ออกมารับของจากพลและเจ้านาย และพูดคุยกันว่า ของลอตนี้จะอัดได้ประมาณแสนกว่าเม็ด ประกายดาวถึงกับตะลึง “พลเป็นแก๊งค้ายา!”

เสียงพลถามว่าท่านมาหรือยัง ชายฉกรรจ์พยักหน้า พลถามอีก “พี่รู้หรือเปล่าว่าท่านมีเรื่องด่วนอะไรท่านไม่เคยมาที่นี่เลย แล้วทำไมจู่ๆ ถึงมา”

ชายฉกรรจ์ส่ายหน้า ทำให้ประกายดาวอยากรู้ว่าหัวหน้าใหญ่เป็นใคร ไม่ทันไร ชายคนหนึ่งเดินมาจากมุมมืด ประกายดาวแทบไม่เชื่อสายตาเมื่อเห็นเขาชัดเจน

“คุณปุระชัย! พ่อคุณรสเป็นหัวหน้าแก๊งค้ายาเหรอเนี่ย” ประกายดาวพยายามเข้าใกล้

เจ้านายถามมีเรื่องด่วนอะไรถึงต้องมาเอง ปุระชัยตอบว่า มิสเตอร์เฉินอยากดูคุณภาพของยา ถ้าชอบจะสั่งเป็นสิบล้านเม็ด ปุระชัยสีหน้าหนักใจ ว่าจะขนลงจากดอยอย่างไรดี เพราะพักนี้ตำรวจตั้งด่านกันเยอะ พลรีบบอกว่าไม่มีปัญหา ปุระชัยจึงบอกให้ขนลงไปทีละหมื่นเม็ด

“หมื่นเม็ด! ที่ผ่านมาผมเอาลงไปแค่หลักร้อยน้องผมกลืนเข้าไปคนละแค่สิบกว่าเม็ด ถ้าพวกมันต้องกลืนกันมากๆ ผมกลัวว่าจะเสี่ยงเกินไป” พลชักหวั่นใจ

ประกายดาวได้ยินตกใจ นึกถึงที่เด็กแย่งหุ่นยนต์กันแล้วบอกว่า หม่องได้จากพลแล้ว ตอนไปทำงานที่ตัวเมืองกับพล ต้นอ้อบอกว่าเด็กๆ ไปขายของกระจุกกระจิกที่ทำเอง...เสียงปุระชัยเสนอค่าตอบแทนให้คนละล้าน พลกับเจ้านายตกลงทันที ปุระชัยนัดหมายพรุ่งนี้มิสเตอร์เฉินจะรออยู่ในเมือง ประกายดาวรีบเอากล้องเก็บภาพปุระชัยไว้หลายชอต

พลันประกายดาวเผลอเหยียบกิ่งไม้แห้งหักเสียงดัง ทุกคนตกใจ ปุระชัยสั่งลูกน้องไปดูด้วยความมืิดทำให้ประกายดาวหลบหลังต้นไม้ได้ แต่สมุนก็ก้าวมาใกล้มาก ทันใดมีเสียงปืนดังมาจากไกลๆ พวกสมุนชะงัก กลับมารายงานปุระชัยว่าเป็นเสียงพวกล่าสัตว์ป่า...ประกายดาว ฉวยโอกาสวิ่งหนีกลับมาถึงบ้านพัก ต้นอ้อซึ่งเป็นคนไปยิงปืนช่วย ทำทีเป็นนอนหลับ สะลึมสะลือตื่นขึ้นมาถามไปไหนมา ประกายดาวโกหกว่านอนไม่หลับเลยออกไปถ่ายรูปเล่น

“พี่ดาวคะ พรุ่งนี้ต้นอ้อจะเข้าเมือง พี่ดาวกลับไปกับต้นอ้อเลยนะคะ” ต้นอ้อเป็นห่วง

ประกายดาวรับปาก วางกล้องขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ต้นอ้อมองกล้องคิดอะไรบางอย่าง ประกายดาวแอบมาโทรศัพท์หาอภิเชษฐ์ แต่ไม่มีสัญญาณ จึงเดินหาปาก

ก็ภาวนาขอเจ้าป่าเจ้าเขาช่วย ทันใด มีใครเข้ามาคว้ามือ เธอหมับ เธอสะดุ้งเฮือก...หันมอง เป็นเด็กน้อยงัวเงียให้พาไปห้องน้ำ ประกายดาวถอนใจ จูงมือเด็กน้อยไป ทำให้ไม่ได้ติดต่ออภิเชษฐ์

ooooooo

รุ่งเช้า พลกับเจ้านายวางแผนกันว่าจะให้พิมพ์ไทยกับต้นอ้อไปขอข้าวสารที่หมู่บ้านโน้นและจะล่อให้ประกายดาวไปด้วย แต่แล้วสองคนรู้สึกว่าหมู่บ้านดูเงียบเชียบก็แปลกใจ เดินดู  เห็นประกายดาวต้อนเด็ก ขึ้นรถสองแถวก็ตกใจ วิ่งเข้ามาถามจะไปไหนกัน ประกายดาวทำรื่นเริง

“อ้าว...พล พี่ตามหาตั้งแต่เช้าแล้วแต่หาไม่เจอ พี่จะบอกว่า พี่จะพาน้องๆ ไปเที่ยวในเมืองนะ เย็นๆกลับ”

พลสบตากับเจ้านายก่อนจะอ้างว่าอย่าลำบากเพราะเด็กๆ ซน แต่ประกายดาวยังตื๊อว่าตนอุตส่าห์เดินไปถึงหมู่บ้านเพื่อขอยืมรถมารับเด็กๆ เจ้านายโพล่งออกมาว่า...ไม่ได้ แต่พลกลับบอกว่า ให้รีบไปรีบกลับประกายดาวดีใจรีบขึ้นรถให้คนขับเคลื่อนรถออกไป

เจ้านายโวยพล ยอมได้อย่างไร พลยิ้มอย่างมีแผน ใครว่าตนยอม...พิมพ์ไทยกับต้นอ้อถือกระบุงข้าวสารกลับจากหมู่บ้าน พิมพ์ไทยบ่นว่าได้มานิดเดียวจะพอกินไปแค่ไหน ต้นอ้อได้ทีบอกพิมพ์ไทยว่า ตนเห็นกล้วยสุกเครือใหญ่ ให้เธอเอาข้าวสารกลับไปก่อน ตนจะไปเก็บกล้วยมาให้เด็กๆกินแก้หิว แล้วเดินแยกไป

ด้านประกายดาวยิ้มกริ่มที่พาเด็กๆออกมาได้ แต่ไม่ทันไร รถก็โดนตะปูเรือใบยางแตกระหว่างทางทำให้ไม่สามารถแล่นต่อไปได้ พลกับเจ้านายแอบดู ยิ้มอย่างพอใจพากันกลับเพราะคิดว่าเดี๋ยวประกายดาวต้องพาเด็กๆกลับไป...ประกายดาวร้อนรนหาวิธีจะพาเด็กๆ หนีไปให้ได้ จึงคิดจะพาเดิน คนขับรถท้วงว่าหนทางไกลมาก พลันมีรถเก๋งคันหนึ่งแล่นมาจอดตรงหน้า

ประกายดาวเห็นคนที่ลงจากรถเป็นจันทรภานุแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง หันไปบอกคนขับรถให้ช่วยหยิกแขนว่าตนไม่ได้ฝันไป คนขับจึงหยิกจนเธอร้องลั่น คุณชายจันทร์ตกใจปราดเข้ามาดึงเธอไปปกป้อง

“ไม่มีอะไรค่ะ...คุณชายมาที่นี่ได้ยังไงคะ”

คุณชายจันทร์ตอบว่ามารับเธอกลับ ประกายดาวถามมีอะไร เขาปัดว่าจะเล่าให้ฟังทีหลัง ประกายดาวให้ ช่วยพาเด็กๆไปด้วย พิมพ์ไทยเดินมาเห็นประกายดาว จับมือถือแขนกับผู้ชายจึงเข้ามาแอบฟัง... ประกายดาวเห็นท่าทีคุณชายจันทร์ไม่ตกใจเท่าไหร่กับสิ่งที่เธอเล่า

“ตกใจแค่นี้เองเหรอคะ คุณปุระชัยพ่อคุณรติรสเป็นหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติด และพวกมันก็เอาชีวิตเด็กตาดำๆ เป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์ คุณชายน่าจะตกใจกว่านี้”

“ผมพอจะรู้เรื่องแล้ว ไอ้เชษฐ์มันรับผิดชอบคดีนี้อยู่ มันบอกผมว่าคุณอยู่ที่นี่ ผมถึงมารับคุณกลับ ผมเป็นห่วงคุณ ผมอยากจะมาหาคุณตั้งแต่เมื่อวาน แต่ผมมาเร็วสุดได้เท่านี้”

ประกายดาวตื้นตันใจ แต่ก็หวั่นวิตกว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นที่นี่ “ขอบคุณมากค่ะ แต่คุณชายมาถึงตอนนี้ก็ดีมากแล้วค่ะ คุณชายจะได้มาช่วยฉันหาทางช่วยเด็กๆ ฉันจะไม่ยอมให้พลกับเจ้านายใช้เด็กๆเป็นเครื่องมือขนยาบ้าลงไปในเมืองเด็ดขาด”

พิมพ์ไทยได้ยินตกตะลึงที่พลค้ายา จึงรีบวิ่งกลับบ้านพัก เก็บข้าวของจะหนีไปให้พ้น แต่พลเข้ามาเจอเสียก่อน คาดคั้นถามรู้เรื่องมาจากไหน พิมพ์ไทยกลัวลาน... ด้านคุณชายจันทร์คิดว่าการพาเด็กๆไปมันอันตราย จึงคิดจะขับรถลงไปหาสัญญาณโทรศัพท์เพื่อโทร.แจ้งอภิเชษฐ์ให้มาช่วย บอกประกายดาวพาเด็กๆกลับไป ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เด็กๆถามกันใหญ่ว่าคุณชายจันทร์เป็นใคร เธอจึงบอกว่า เขาจะมาเป็นพ่อเด็กๆ โดยตนเป็นแม่ที่จะคอยดูแลพวกเขาต่อไป

เจ้านายวิ่งกระหืดกระหอบมารายงานปุระชัยเรื่องประกายดาว เขาสั่งให้เอาตัวเธอมาให้ได้... ประกายดาวเดินมากับเด็กๆ เสียงพลร้องเรียก “พี่ดาว! พี่ดาวช่วยพิมพ์ด้วย”

ประกายดาวตกใจวิ่งเข้าไปในบ้าน พบพิมพ์ไทยถูกมัดมือเท้าและปากติดอยู่กับเสา พิมพ์ไทยส่งสายตาไม่ให้เข้ามา แต่ไม่ทันการ พลฟาดประกายดาวด้วยไม้ที่ท้ายทอยสลบไป เด็กๆร้องกระจองอแงว่าทำพี่ดาวทำไม เจ้านายวิ่งมาบอกว่าปุระชัยสั่งให้เอาตัวประกายดาวไปที่โกดัง...สองคนแบกประกายดาวเดินไป สักพัก เจ้านายเหนื่อยขอพักสักครู่ เขาหวั่นใจถามพลว่าปุระชัยจะฆ่าประกายดาวไหม พลตอบว่าไม่รู้ แต่ที่รู้คือถ้าเธอหลุดไปได้พวกเราติดคุก

ประกายดาวรู้สึกตัวขึ้นมาได้ยิน คิดหาทางช่วยตัวเอง พอทั้งสองจะแบกเธอเดินต่อ เธอต่อสู้ทั้งที่มือถูกมัด คว้าไม้ได้ท่อนหนึ่งกระหน่ำหวดทั้งสองคน แล้ววิ่งหนี เผอิญสะดุดล้มเข่ากระแทกหินเลือดอาบ แต่ยังฝืนวิ่ง...ไม่ทันไร มีมือหนึ่งมาปิดปาก โอบเอวเธอดึงเข้าหลังต้นไม้ เธอดิ้นรนร้องอู้อี้ พอเห็นเป็นคุณชายจันทร์ เธอร้องไห้โฮเข้าซบอกเขา เขากอดปลอบหลบสองคนที่ตามมา พอสองคนผ่านไป คุณชายจันทร์แก้มัดให้ประกายดาวกำลังจะวิ่ง ต้องชะงักเพราะสมุนปุระชัยสองคนเข้ามาจ่อปืน คุณชายดึงประกายดาวมาหลบข้างหลัง

ทั้งประกายดาวและคุณชายจันทร์ช่วยกันเกลี้ยกล่อมสมุนปุระชัยให้กลับตัวกลับใจ นึกถึงหัวอกพ่อแม่ถ้ารู้ว่าเรายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด สองสมุนมองกันเลิ่กลั่ก คุณชายจันทร์ฉวยโอกาสเตะปืนในมือ แล้วดึงประกายดาววิ่งหนี สองสมุนตามไล่ยิง กระสุนเฉี่ยวแขนคุณชายเลือดกระฉูด แต่คุณชายก็พาเธอหนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด จนใกล้ถึงหมู่บ้าน ทั้งสองเหยียบกับดักตาข่ายลอยขึ้นไปห้อยต่องแต่ง ประกายดาวร้องกรี๊ด สองสมุนได้ยินวิ่งมาแต่ไม่ทันเห็น จนกระทั่งมีเลือดหยดลงมาโดนหัว สองสมุนจึงเงยหน้ามาเห็น

“เข้าใจหาที่แอบกันนะ อยู่นิ่งๆให้กูยิงซะตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง เสียเวลาทำมาหากิน”

“อย่ายิงผู้หญิงนะ ฉันขอร้อง อย่ายิงผู้หญิง ยิงฉันคนเดียว” คุณชายจันทร์ร้องห้าม

ประกายดาวอึ้ง คุณชายบอกสองสมุนว่า ประกาย-ดาวจะไม่พูดเรื่องนี้กับใคร จะบอกเพียงว่าตนตายเพราะติดกับดัก ประกายดาวไม่ยอม

“ไม่ค่ะ คุณชายไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คุณชายไม่ควรต้องมาตายเพราะฉัน”

“ได้สิ ผมตายเพราะคุณได้ เพราะผมระ...”

เสียงปืนดังขึ้น ประกายดาวตกใจร้องกรี๊ด สองสมุนให้หุบปากอย่างไรก็ตายทั้งคู่ คุณชายดึงประกายดาวมากอดเอาตัวบัง เสียงปืนดังปัง...สองคนสะดุ้งเฮือก ประกายดาวสำรวจร่างกายคุณชายจันทร์ว่าโดนกระสุนตรงไหน สีหน้าเขาเจ็บปวดแต่มาจากแผลที่โดนเธอบีบ ทั้งสองมองลงไปเห็นต้นอ้อกำลังต่อสู้กับสองสมุน สองสมุนล้มหมดสติอย่างง่ายดาย ต้นอ้อร้องถาม

“คุณดาวกับคุณชายโอเคไหมคะ”

ประกายดาวแปลกใจที่ต้นอ้อรู้จักคุณชายจันทร์ เขาจึงเฉลยว่าต้นอ้อคือหมวดอรดีลูกน้องอภิเชษฐ์ ต้นอ้อให้สองคนเตรียมตัว ตนจะยิงเชือกให้ขาดตกลงมา ทันทีที่เชือกขาดสองคนร่วงลงมา ประกายดาวทับบนตัวคุณชายจันทร์และปากประกบปากเขาพอดิบพอดี

“ตามสบายนะคะ ฉันขอตัวไปจัดการพวกที่เหลือก่อน” ต้นอ้ออมยิ้มเขินแทน

ooooooo

ตำรวจบุกเข้าจับสมุนปุระชัยได้หมด พลรีบมาแก้มัดพิมพ์ไทยบอกเธอให้กลับไปอยู่กับแม่ พิมพ์-ไทยจะรอเขา แต่พลกลับบอกไม่ต้องรอ ใช้ชีวิตให้มีความสุข พิมพ์ไทยร้องไห้โฮโผกอดพล ตำรวจตามมาจับกุมพลกับเจ้านาย

ประกายดาวมองพลกับเจ้านายด้วยความสงสาร จันทรภานุเอ่ยขึ้นว่า ความขาดทำให้พวกเขาตกเป็นเหยื่อคนเลว ประกายดาวแปลกใจขาดอะไร

“ขาดความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่ ขาดคนคอยชี้นำทางที่ดี ขาดสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ แล้วมันก็ไม่ใช่ความผิดของพวกเขาเลยสักนิด แต่เป็นความผิดของพ่อแม่ที่ไม่มีความรับผิดชอบทำให้เขาเกิดแต่ทิ้งพวกเขาไป”

“ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง” ประกายดาวเชื่อเช่นนั้น

“แต่ไม่มีเหตุผลอะไรมากพอที่จะทำให้ทิ้งลูกของ ตัวเองได้ลงคอ ตัวเองเลือกได้ว่าจะทำให้ชีวิตหนึ่งชีวิตเกิดมาหรือไม่แต่เด็กๆ เลือกเกิดไม่ได้ ถ้าพวกเขาเลือกได้ ก็คงไม่มีใครอยากเกิดเป็นเด็กกำพร้า ทุกคนต้อง การความสมบูรณ์พร้อม ไม่มีใครอยากขาด”

ประกายดาวเผลอพึมพำ “ถ้าฉันมีลูก ลูกฉันก็คงไม่อยากขาดเหมือนกัน มาเป็นพ่อให้ลูกฉันได้ไหมคะคุณชาย” เสียงคุณชายรับปากงงๆ ประกายดาวรู้สึกตัว “เอ่อ...ฉันหมายถึงเด็กๆในหมู่บ้านน่ะค่ะ ฉันจะรับอุปถัมภ์เป็นแม่ให้พวกเขา ถ้าคุณชายอยากทำบุญ อยากเห็นพวกเขาเป็นอนาคตของชาติ ก็มาร่วมอุปถัมภ์เด็กๆด้วยกันก็ได้”

ต้นอ้อประคองพิมพ์ไทยเดินมา ประกายดาวนึกได้จะเอารูปที่ถ่ายให้เธอไปให้อภิเชษฐ์ แต่ปรากฏว่ากล้องเธอแตกและเมมก็หายไป ต้นอ้อบอกว่าพลหักเมมทิ้งไปแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงเพราะตนก็อบปี้ไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ประกายดาวยิ้มดีใจ คุณชายจันทร์ถามต้นอ้อว่าอภิเชษฐ์จะขึ้นมาไหม เธอตอบว่าไม่มา เพราะไปจับตัวหัวหน้าใหญ่คือปุระชัย

ทางปุระชัย เขากำลังเก็บเสื้อผ้าของจำเป็นลงกระเป๋าจะหนี ล่ำลารติรสให้ดูแลตัวเองดีๆ แต่ไม่ทันไร อภิเชษฐ์ก็นำกำลังเข้าจับกุม รติรสตกใจร้องไห้โฮ ไม่คิดว่าตัวเองจะตกอับขนาดนี้

รติรสมาขอให้อรอุมาช่วย เพราะถูกยึดบ้าน รถและทรัพย์สินทั้งหมด อรอุมาย้อนถามไม่ระแคะระคายบ้าง หรือว่าพ่อตัวเองทำอะไรเธอส่ายหน้าไม่เคยสนใจอรอุมาแขวะ

“เธอนี่ก็เหลือเกินนะ อะไรที่ควรรู้ควรทำก็ไม่ทำ แต่อะไรที่ไม่ควรทำกลับทำ...ถ้าจะให้ฉันช่วย เธอต้องบอกความจริงกับฉัน”

“ความจริงอะไร...”

“เธอกับศิวะเป็นชู้กันรึเปล่า”

รติรสตกใจปฏิเสธไม่กล้าสบตา ตนจะทำได้อย่างไรในเมื่อเราเป็นเพื่อนรักกัน อรอุมาขู่

“ใช่ เราเป็นเพื่อนกัน เพราะฉะนั้นเธอก็ต้องรู้จักนิสัยฉันดี ฉันรักใครรักหมดใจ แต่ถ้าฉันเกลียดใครฉันก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ชีวิตมันพบแต่ความฉิบหาย ต่อให้ฉันต้องฆ่ามัน ฉันก็จะทำ”

รติรสข่มความกลัวย้อนถามพูดเหมือนไม่ไว้ใจตน อรอุมาตอบว่าพยายามไว้ใจ ถึงไม่จ้างนักสืบสืบเรื่องนี้ เพราะถ้าเป็นเรื่องจริง ต้องเสียเวลาเสียเงินจ้างมือปืนอีก ไม่อยากปวดหัว รติรสกลืนน้ำลายเอื๊อก...อรอุมาถามตกลงจะมาอยู่กับตนที่นี่ใช่ไหม รติรสส่ายหน้า ขอไปเช่าโรงแรมถูกๆอยู่ ไม่อยากรบกวน อรอุมายิ้มเยาะ

รติรสลากกระเป๋าออกจากบ้านอรอุมาอย่างทุลักทุเล เจ็บใจที่ทำไมต้องมาระแคะระคายตอนนี้ ร้านค้าในซอยเปิดข่าวการจับกุมปุระชัย รติรสเห็นยิ่งเจ็บแค้นโทษเป็นเพราะประกายดาว

ooooooo

จันทรภานุขับรถมาส่งประกายดาวที่คอนโด เห็นสีหน้าเธอครุ่นคิด เขาจึงถามมีเรื่องอะไรไม่สบายใจ ปรึกษาได้ ประกายดาวนึกถึงคำพูดที่ว่าตนไม่ได้รักเขาและคำเตือนของทุกคน

“คุณชายคะ ฉันกำลังจะเปลี่ยนแปลงความคิดอะไรบางอย่างของตัวเอง ห้ามถามนะคะว่าคืออะไร แต่ ฉันอยากให้คุณชายตอบคำถามฉันสามข้อ”

คุณชายพยักหน้าประกายดาวถามข้อแรก... เขาอยากมีลูกไหม เขาตอบว่าอยาก ข้อสองเธอถามว่า ถ้าเขาแต่งงาน สัญญาได้ไหมว่าจะไม่ทำให้ภรรยาของเขาเสียใจ จะทำให้ภรรยากับลูกมีความสุขไปตลอดชีวิต... เขาไม่สัญญา ประกายดาวมองเขาอึ้งๆ

“ไม่มีใครอยากให้ชีวิตคู่ของตัวเองล้มเหลว แต่อนาคตเราก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น บางทีปัญหาชีวิตคู่มันอาจจะซับซ้อนกว่าที่เราคิด ไม่งั้นปัญหาหย่าร้างคงจะไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมจะไม่ขอสัญญา แต่ผมทำทุกวันให้ดี รักและดูแลภรรยากับลูกเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ ส่วนอนาคตจะเป็นยังไงก็ช่างมัน”

ประกายดาวซาบซึ้ง ถามข้อสุดท้าย “คุณชายมีผู้หญิงที่อยากจะแต่งงานด้วยหรือยังคะ”

“มี แต่ติดปัญหาอยู่อย่าง...เธอบอกว่า เธอไม่ได้รักผม” คุณชายสบตา ประกายดาวหัวใจพองโต “คุณดาว ผมขอถามคุณกลับบ้าง คำถามเดียวเท่านั้น” เธอพยักหน้ายิ้มๆ

ไม่ทันจะถาม พงศ์จันทรขับรถมาจอดอย่างเร็ว ลงมาหาเธอท่าทีห่วงใย ประกายดาวบอกเขาว่าตนปลอดภัยดี แล้วหันกลับมาถามคุณชายจันทร์ว่าอยากถามอะไรตน พงศ์จันทรผายมือเชิญตามสบาย และมองเขาอย่างท้าทาย คุณชายจันทร์ตัดสินใจถาม

“ผมจะถามว่า ที่คุณเคยบอกว่าไม่ได้รักผม คุณพูดจริงหรือเปล่า”

ประกายดาวไม่คิดว่าจะถามแบบนี้ สองหนุ่มรอฟังคำตอบ เธอห่วงความรู้สึกพงศ์จันทรจึงเลี่ยงว่าเหนื่อยกันมาทั้งวัน ให้กลับไปพักผ่อน คุณชายจันทร์ผิดหวังเข้าใจว่าเธอไล่ จึงขึ้นรถขับกลับไป พงศ์จันทรรู้ว่าคุณชายต้องมองกระจกมองหลัง จึงแกล้งขยับประชิดประกายดาว เธอหันมาบอกพงศ์จันทรว่ามีอะไรคุยด้วย เขาเองก็มีเรื่องคุยด้วยเช่นกัน

“คุณมีอะไรก็พูดมาก่อนเถอะค่ะ” ประกายดาวเดินมาที่สวนของคอนโดกับพงศ์จันทร

“ผมขอโทษที่วันนั้นผมเกือบพูดเรื่องแผนล่าสเปิร์มของคุณ คุณอย่าโกรธเลยนะ”

“แต่คุณก็ไม่ได้พูดนี่คะ ถ้าจะโกรธ ฉันโกรธที่คุณทำร้ายร่างกายคุณชายมากกว่า”

“ก็ผมหึงคุณนี่...ตั้งแต่คุณหายไป มันทำให้ผมรู้ว่า คุณมีความหมายกับผมมากแค่ไหน ผมรู้สึกดีกับคุณมาก มากอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน ผมทำได้ทุกอย่างเพื่อคุณ ถึงผมจะไม่ดี ไม่เพอร์เฟกต์เท่าคุณชาย แต่ผมจะทำให้คุณกับลูกมีความสุขไปตลอดชีวิต ผมอยากแต่งงานมีลูกกับคุณ” พงศ์จันทรดึงมือประกายดาวมากุม

“แต่ฉันไม่ได้รักคุณ”

พงศ์จันทรผงะแต่ไม่ท้อ ยืนยันจะทำให้เธอรักให้ได้ ประกายดาวจึงบอกว่า เธอรักคุณชายจันทร์ เขาอึ้งสักพักก่อนจะย้อนถาม ทำไมเมื่อกี้ไม่บอกคุณชาย มันทำให้ตนมีความหวัง เธอขอโทษที่ไม่บอกเพราะไม่อยากให้เขาเสียใจ พงศ์จันทรไม่ยอมเขย่าไหล่ประกายดาว

“เปิดโอกาสให้ผมเถอะคุณดาว ผมต่างหากที่เหมาะสมกับคุณไม่ใช่คุณชาย ผมจะทำให้คุณเปลี่ยนใจมารักผมให้ได้ นะคุณดาว”

ประกายดาวชักไม่พอใจ ผลักเขากระเด็น “ฉันขอบคุณมากที่คุณมีความรู้สึกดีๆ ให้ฉันแต่คุณกลับไปถามใจตัวเองดูดีๆ เถอะค่ะ ว่าคุณรักฉันจริงๆ หรือแค่อยากเอาชนะคุณชาย”

พงศ์จันทรสวน “คุณก็อาจจะไม่ได้รักคุณชายจันทร์ คุณแค่อยากได้สเปิร์มของเขา”

“แผนสเปิร์มมันจบไปแล้วค่ะ” ประกายดาวกล่าวหนักแน่น พงศ์จันทรถึงกับทรุดฮวบ

ooooooo

ประกายดาวลากกระเป๋าเข้าคอนโด รติรสแอบมองอย่างเข่นเขี้ยววันนี้วันซวยของเธอ...ประกายดาวมาถึงหน้าห้อง แปลกใจที่ห้องไม่ได้ล็อก จึงย่องเข้าไปอย่างระมัดระวัง เห็นเงาตะคุ่มๆ หลังเคาน์เตอร์ก็ร้องถามว่าใคร แดนดินโผล่ขึ้นมาประมาณว่าก้มเก็บของ

ประกายดาวถอนใจ แดนดินไม่พูดไม่จาเอาไม้เรียวหวดก้นทันที เธอร้องลั่น “เจ็บแล้วจำไหม หนอย...เป็นช่างภาพดีๆ ไม่ชอบ ริอยากทำตัวเป็นฮีโร่จับผู้ร้ายค้ายา ตัวเท่าลูกหมา”

“ถ้าดาวเป็นลูกหมา พี่แดนก็เป็นพี่หมา”

แดนดินยิ่งโมโหไล่ตี ประกายดาวร้องไห้เหมือนเด็กๆ ไม่ทันไร รปภ.มาเคาะห้อง บอกว่ารถประกายดาวโดนกรีด สองพี่น้องรีบลงไปดู แดนดินจ๋อย เขาเป็นคนขับรถเธอมาจอดหน้าคอนโด ไม่ได้เข้ามาข้างในเพราะลืมเอากระเป๋าสตางค์มา ไม่มีบัตรแลก ประกายดาวบ่นอุบจะไม่ให้ยืมรถอีกแล้ว...รติรสแอบมองอย่างสะใจ

คืนนั้น รติรสเล่าให้ศิวะฟังเรื่องเอาคืนประกายดาว เขาตำหนิชอบหาเรื่องเดือดร้อน ศิวะให้เงินเธอจำนวนหนึ่งกำชับให้ใช้ประหยัดๆ ตนจะพยายามมาหาบ่อยๆ รติรสร่ำไห้อย่าทิ้งตน ศิวะบอกว่าถ้าเขาทิ้งคงไม่มายืนตรงนี้ รติรสกอดศิวะพร่ำบอกว่าเธอรักเขา...ศิวะกลับออกมามองกุญแจห้องในมือแล้วโยนทิ้งขยะ... “เธอเหลือแต่ตัว ฉันไม่ได้โง่เลี้ยงเธอไว้เป็นภาระหรอก”

ooooooo

วันต่อมา สามสาว ประกายดาว มิลินทร์และจิตสุภางค์ นั่งคุยกันในร้านกาแฟ ประกายดาวถูกเพื่อนกระเซ้าฟาดเคราะห์ ให้ทำบุญสะเดาะเคราะห์ครั้งใหญ่ จะได้ลาภสัตว์สองเท้าหน้าตาหล่อเหลา หุ่นล่ำมาแทน ประกายดาวสะท้อนใจ สงสารพงศ์จันทร จิตสุภางค์ปลอบ

“เมื่อรักสามเส้าเกิด มันต้องมีคนใดคนหนึ่งเจ็บอยู่แล้ว แกทำถูกแล้วดาว”

“ใช่ ตอนนี้แกก็เดินหน้าใส่เกียร์คว้าคุณชายมาเป็นสามีและพ่อของลูกให้ได้ เชื่อฉันไม่ยากหรอก คุณชายเขามีใจกับแกอยู่แล้ว” มิลินทร์เห็นด้วย

“แต่ฉันก็ต้องทำให้เขาเอ่ยปากรักฉันและขอฉันแต่งงานให้ได้”

จิตสุภางค์ถาม ทำไมไม่บอกคุณชายไปตั้งแต่เมื่อคืนว่า โกหกที่พูดว่าไม่ได้รักเขาประกายดาวตอบว่าอายและอีกอย่างไม่อยากทำร้ายจิตใจพงศ์จันทรต่อหน้าคุณชาย มิลินทร์เตือนระวังคุณชายจะเข้าใจผิด ประกายดาวหวั่นใจ ต้องบอกความจริงเขาโดยเร็ว

รุ่งขึ้น ประกายดาวชวนจันทรภานุมาช่วยดูรถที่จะซื้อใหม่ แทนรถที่ถูกกรีดทั้งคัน เธอหาโอกาสพูดกับเขา “คุณชายคะ...เมื่อวานที่คุณชายถามฉันว่า ที่ฉันพูดว่าฉันไม่ได้รักคุณชายฉันโกหกหรือเปล่า ฉันจะบอกว่า...”

เสียงมือถือดังขัดจังหวะ ประกายดาวมองแล้วไม่รับ คุณชายบอกให้รับก่อนก็ได้ เธอจึงบอกว่าแดนดินแค่โทรมาง้อที่เป็นต้นเหตุทำให้รถถูกกรีด ประกายดาวจะพูดเรื่องเดิมต่อ แต่มีลูกค้าเดินมาดูรถคันเดียวกับที่เธอดู ทั้งสองต้องถอยออกมา เธอหัวเราะ

“สงสัยเมื่อเช้าไม่ได้ก้าวเท้าซ้ายออกจากบ้าน ถึงโดนขัดจังหวะตลอด เอาใหม่นะคะ...”

“คุณดาวไม่ต้องบอกผมก็ได้นะครับ ผมเห็น...เข้าใจกว่าคำพูด”

ประกายดาวหลงดีใจคิดว่าคุณชายเข้าใจว่าที่จริงตนรักเขา จึงถอนใจโล่งอกที่ไม่ต้องพูดมาก คุณชายจันทร์ยิ้มเศร้าๆ เพราะเข้าใจว่าเธอจะย้ำว่าไม่ได้รักตน...เผอิญ นันทินีเอารถเข้ามาเช็ก เห็นคุณชายกับประกายดาวจึงแอบถามพนักงานว่าสองคนนั่นมาทำอะไร พนักงานตอบว่ามาซื้อรถ ราคาเป็นล้านแถมจ่ายเงินสดด้วย นันทินีปรี๊ดแตก เข้าใจไปว่า คุณชายซื้อรถให้ประกายดาว

นันทินีมาฟ้องหม่อมสุรีย์ พอจันทรภานุกลับมา จึงโดนหม่อมสุรีย์ต่อว่า คุณชายชำเลืองมองนันทินีแล้วพอจะเข้าใจ จึงแกล้งบอกว่า “ผมก็อยากจะซื้อรถให้คุณดาว แต่เธอไม่ยอม”

“เห็นไหมคะหม่อมป้า คุณชายหลงมัน” นันทินีปรี๊ด

หม่อมสุรีย์ไม่พอใจ สั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับประกายดาวอีก เพราะเธอเป็นผู้หญิงไม่ดี ชอบยุ่งกับสามีชาวบ้าน คุณชายโต้

“หม่อมแม่เคยสอนผมว่า อย่าตัดสินใครถ้ายังไม่รู้จักเขาดีพอ แล้วทำไมหม่อมแม่ถึงตัดสินว่าคุณดาวไม่ดี เพราะฟังคำพูดของคนอื่น สำหรับผม คุณดาวเธอเป็นคนดี กล้าหาญ มีน้ำใจ และที่สำคัญ เธอไม่เคยหวังอะไรจากผม ถ้าหม่อมแม่ไม่มีเหตุผลมากเพียงพอ ผมเลิกยุ่งกับคุณดาวตามความต้องการของหม่อมแม่ไม่ได้หรอกครับ” คุณชายเดินจากไป

นมพรแอบยิ้ม นันทินีเต้นผางจะยุหม่อมสุรีย์อีก แต่ดูท่านอ่อนใจเสียแล้ว...นันทินีไม่ยอมแพ้โทร.หาพงศ์จันทรจะให้ช่วยแยกประกายดาวออกจากคุณชายจันทร์ แต่เขากลับบอกให้เธอยอมรับความพ่ายแพ้ เพราะสองคนนั้นรักกันจริงๆ นันทินีโวยวายไม่ยอม

“งั้นคุณก็จับคุณชายปล้ำรวบหัวรวบหาง หลอกให้หม่อมแม่คุณชายมาเห็น เข้าใจผิด กดดันให้คุณชายรับผิด ชอบคุณเหมือนในละครไปเลยแล้วกัน” พงศ์จันทรประชด

แต่นันทินีกลับชอบใจว่าแผนเด็ด ไม่เสียแรงที่ปรึกษา พงศ์จันทรเอือมระอา...นันทินีไม่รอช้า แกล้งเป็นลมล้มพับกลางห้อง หม่อมสุรีย์ตกใจเข้าประคอง เธออ้างว่าเครียดมากจนปวดหัว หม่อมจึงชวนให้นอนค้างที่วัง     สักคืน ไม่ควรขับรถกลับ นันทินียิ้มกริ่มที่เข้าแผน

คืนนั้น จันทรภานุอมยิ้มได้รับข้อความจากประกายดาวให้หลับฝันดี เขาส่งกลับไปว่าฝันดีเช่นกัน... นันทินีมาเคาะประตู ขอให้เขาช่วยไปดูก๊อกน้ำที่ห้องน้ำมันไหลไม่หยุด คุณชายออกไปดูให้ พบว่าแค่ปิดไม่สนิท พอออกจากห้องน้ำเห็นนันทินีนอนสลบที่พื้นก็ตกใจเข้าไปเขย่าตัวถามเป็นอะไร เธอคว้ามือเขามากอดตอบว่า อยากเป็นภรรยาเขา

“คุณชายเป็นของนันเถอะนะคะ นันรักคุณชาย” นันทินีผลักเขาล้มลงแล้วขึ้นคร่อม

คุณชายจันทร์ชักโกรธ จึงแกล้งหลอกเธอว่าตนชอบแบบไหน เธอร้องกรี๊ด...อย่างตื่นเต้น

หม่อมสุรีย์กับนมพรสวดมนต์อยู่ในห้องพระตกใจ รีบออกมาจากห้อง คุณหญิงนิ่มเห็นทั้งสองตื่นตระหนกอะไรจึงตามไปด้วย พอเปิดประตูเข้ามา เห็นนันทินีมัดมืออยู่กับหัวเตียงทั้งสองข้างมีผ้าปิดตา เธอร้องเรียกอย่างยั่วยวน

“ชักช้าอยู่ใย มามะ...มาเลย...คุณชายขา คุณชายของนัน เป็นไงคะ เสียงนันเซ็กซี่ชิมิ”

หม่อมสุรีย์ นมพรและคุณหญิงนิ่มตกตะลึงกับท่าทีของนันทินี คุณหญิงนิ่มเหลือบเห็นคุณชายจันทร์หลบ หลังประตู เขายกนิ้วแตะปากแล้วย่องออกไป เสียงนันทินี ยังเชิญชวน

“คุณชายขา...นันอดใจไม่ไหวแล้วนะ ผีนางแมวป่ากำลังเข้าสิงนันแล้ว นันอยากข่วนๆๆ คุณชาย เงี๊ยว...”

หม่อมสุรีย์ลมจะจับ สั่งนมพรให้เอาตัวผู้หญิงไร้ยางอายคนนี้ออกไปจากวัง นันทินีสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงหม่อมสุรีย์...หลังจากนั้น นันทินีสะพายกระเป๋าทั้งโกรธทั้งอายออกจากวัง คุณหญิงนิ่มยืนส่งขำๆ นันทินีเจ็บใจ ตอกกลับให้ห่วงสวัสดิภาพตัวเองดีๆ ที่ไปเป็นกิ๊กกับพงศ์–จันทร เล่นกับไฟระวังจะเผาตัวตาย คุณหญิงนิ่มงงพูดเรื่องอะไร นันทินีหัวเราะเยาะ

“ไม่ได้กิ๊กแต่คุยแชทกันทุกวัน วันก่อนไปไหนกันมาคะ มือถือคุณพงศ์ถึงตกในรถน้องหญิง คุณพงศ์โทร.มาให้พี่แอบไปเอามือถือของเขาจากรถน้องหญิง สงสัยเขาคงกลัวน้องหญิงเจอมือถือ แล้วความจะแตกว่าเขาไม่ได้กิ๊กกับน้องหญิงแค่คนเดียว ถ้าโดนคุณพงศ์เขี่ยทิ้งโทร.หาพี่นะคะ พี่รอสมน้ำหน้าอยู่” นันทินียิ้มเยาะเดินจากไป

คุณหญิงนิ่มครุ่นคิดปะติดปะต่อเหตุการณ์ที่ผ่านมา จนถึงเสียงแชทที่ได้ยินในรถ...พงศ์จันทรรู้ความเคลื่อนไหวประกายดาวตลอดเป็นเพราะตนคุยแชทกับชายไร้หัวใจนี่เอง จึงอยากจับให้ได้คาหนังคาเขา เธอส่งการ์ตูนไปให้เขาหลายครั้ง แต่เขาไม่ตอบเพราะกำลังเสียใจอกหัก

คุณหญิงนิ่มตัดสินใจส่งข้อความไปว่า พรุ่งนี้พี่ชายจะขอผู้หญิงที่เขารักแต่งงาน คราวนี้ชายไร้หัวใจส่งข้อความกลับมาแสดงความยินดีด้วย เธอจึงส่งกลับไปเชื้อเชิญ... มายินดีด้วยตัวเองดีไหม ตอนสองทุ่ม...เธอบอกชื่อร้าน เพราะเชื่อว่าถ้าเขาเป็นพงศ์จันทรจริงจะต้องมา...

วันต่อมาอภิเชษฐ์มาพบจันทรภานุเพื่อบอกว่าทางการสงสัยประกายดาวอาจจะพัวพันกับแก๊งค้ายาของปุระชัย คุณชายจันทร์ไม่เชื่อ อภิเชษฐ์เล่าว่ามีคนให้ข้อมูลว่าประกายดาวพบเจอกับพลบ่อย และยังรับอุปการะเด็กชาวเขาอีก ต้นอ้อรีบบอกว่าไม่ต้องห่วง แค่ถูกสงสัย

ooooooo

ตอนที่ 9

มิลินทร์กับจิตสุภางค์ไม่เห็นด้วยที่ประกายดาวยอมให้ศิวะมาที่ คอนโด ทั้งสองอยากมาอยู่เป็นเพื่อนในวันนั้น แต่ต่างติดงาน...ด้านรติรส มาขอเพื่อนที่เป็นเจ้าของฟิตเนสดูภาพจากกล้องวงจรปิด จนพบว่าวันนั้น ศิวะอยู่กับประกายดาว เธอแค้นใจมากที่เขาปิดบัง

ถึงวันนัด ศิวะถือช่อดอกไม้เดินมาที่ห้องประกายดาว ในใจครุ่นคิด ตนไม่โง่ที่จะเชื่อเธอว่าเกลียดจันทรภานุและอยากแก้แค้น วันนี้ตนจะช่วยให้เธอถึงสวรรค์เลยทีเดียว...ศิวะยื่นช่อดอกไม้ให้ประกายดาว ทันทีที่เธอเปิดประตูรับ สีหน้าเธอดูหงุดหงิดๆ จึงถามว่าเป็นอะไร

“มือถือเป็นอะไรไม่รู้ เปิดเครื่องไม่ติด ฉันต้องโทร.ไปคอนเฟิร์มงานกับลูกค้าด้วย”

ศิวะ จึงให้ยืมของตน ประกายดาวขอบคุณแล้วคว้านามบัตรบนโต๊ะถือเข้าไปคุยในห้องนอน ศิวะยิ้มกริ่มแอบไปกดล็อกประตู แล้วเทน้ำส้มใส่ยาปลุกเซ็กซ์อย่างแรงลงไป...

พักใหญ่ เสียงประกายดาวร้องลั่นให้ศิวะช่วยด้วยสลับกับเคาะประตูปังๆ เขาตกใจวิ่งเข้ามาในห้องเธอ ได้ยินเสียงจากห้องน้ำ จึงร้องถามเป็นอะไร เธอบอกว่าลูกบิดเสีย เปิดประตูไม่ได้

ระหว่างนั้น รติรสทำทีเป็นว่าลูกน้องพ่อสืบได้ว่า ศิวะมาหาประกายดาว จึงพาอรอุมามาตามที่อยู่ที่ได้ พบรถศิวะจอดอยู่จริง อรอุมายิ่งเดือด รติรสเองแค้นใจคว้ากระถางแถวนั้นจะทุ่มใส่รถศิวะ อรอุมาร้องห้าม เพราะตนเป็นคนซื้อรถคันนั้น

“ฉันจ่ายคืนเอง ขอฉันสั่งสอนไอ้ผู้ชายมักมากให้สะใจก่อนเถอะ” รติรสลืมตัวผลักอรอุมากระเด็น เงื้อมือจะทุ่มกระถาง พลันมีมือหนึ่งมารั้งไว้ เธอตกใจหันมอง “คุณชาย!”

ใน ห้อง ศิวะพยายามกระแทกประตูจนแขนเจ็บก็เปิดไม่ได้ ประกายดาวยิ้มกริ่มนั่งตะไบเล็บอยู่บนโถส้วม ส่งเสียงให้เขาหากุญแจมาไขดีกว่า ศิวะค้นจนของกระจุยกระจายก็ไม่เจอ

“เจอ แล้วยังศิวะ...ก็บอกแล้วว่าอย่าทำเป็นโชว์แมนพังประตู เป็นไงล่ะ แขนเดี้ยงซะเอง ฉันว่านายไปตามช่างมาเปิดประตูเถอะ ฉันจะได้พานายไปหาหมอ”

“ไม่ไป วันนี้เราจะอยู่ที่นี่กับดาว เรามีเรื่องต้องคุยกับดาวเยอะเลย”

ไม่ทัน ไร เสียงเคาะห้อง ประกายดาวเงี่ยหูฟัง ศิวะชะงักเดินไปส่องตาแมวไม่เห็นใคร จึงเปิดประตูออกไป เจออรอุมา รติรสและจันทรภานุยืนอยู่ด้วยกัน อรอุมากราดเกรี้ยวทันที

“ไอ้ผัวชั่ว!”

จันทรภานุจับแขนอรอุมาไว้ “คุณอร อย่าลืมที่เราตกลงกันว่าคุณจะใจเย็น”

ศิวะตกใจลนลานแก้ตัวยกใหญ่ ประกายดาววิ่งออกมาจากห้องน้ำ แปลกใจสองสาวมาได้อย่างไร รติรสผรุสวาท “ไปทัวร์สวรรค์กันมากี่รอบแล้วล่ะ เหงื่อถึงได้ท่วมตัวซะขนาดนั้น”

“ฉันเปล่า”

“ตอแหล!” อรอุมาไม่เชื่อแทรกตัวเบียดคุณชายเข้าผลักประกายดาวอย่างแรง กระแทกตู้บาดเจ็บที่แขน

คุณชาย จันทร์ตกใจเข้าประคอง อรอุมาไม่หยุดคว้าแก้วน้ำส้มสาดใส่ คุณชายจันทร์ร้องอย่า เอาตัวขวาง น้ำส้มสาดหน้าเขากระเด็นเข้าปากจนสำลัก อรอุมาชะงักรีบขอโทษคุณชาย ประกายดาวดึงทิชชู่มาเช็ดหน้าให้ คุณชายจันทร์ถาม จะคุยกันดีๆได้แล้วใช่ไหม อรอุมาจ๋อย...

ทุกคนเข้ามานั่ง ประกายดาวยืนยันว่าตนกับศิวะไม่ได้เป็นอะไรกัน ศิวะร่วมยืนยัน อรอุมาตวาดกลับ แล้วนัดมาสวดมนต์กันที่นี่หรืออย่างไร

“ฉันมีเหตุผลของฉัน”

รติรสสวน “เหตุผลคือหิวผัวชาวบ้านน่ะสิ ผู้หญิงหน้าด้านอย่างเธอ ถึงจะพยายามพรีเซนต์ว่าตัวเองสวยใสบริสุทธิ์ ปักตะไคร้ไล่ฝนได้ แต่หลักฐานคาตาขนาดนี้ ไม่มีใครเขาโง่เชื่อคำพูดของเธอหรอกย่ะ”

“แต่ผมเชื่อ” จันทรภานุโพล่งขึ้น ทุกคนตะลึง“ผมเชื่อว่าเรื่องคุณดาวบริสุทธิ์ใจ เพราะไม่อย่างนั้น คุณดาวคงไม่โทร.ตามให้ผมมาที่นี่” คุณชายจันทร์นึกถึงข้อความที่ประกายดาวส่งมาถึง...ฉันมีเรื่องด่วน มาหาฉันที่คอนโดฯภายในหนึ่งชั่วโมง... “ตกลงเรื่องด่วนของคุณคืออะไร”

“เดี๋ยวคุณชายก็จะรู้ค่ะ”

ขาดคำ เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ประกายดาวเดินไปเปิดประตู ศิวะเห็นหญิงสาวที่เดินเข้ามาแล้วอ้าปากค้าง ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาทักเขา “คุณศิวะ ฉันคิดว่าจะมาผิดห้องซะแล้ว”

“เธอมาได้ไง”

“เอ้า ก็คุณให้คนโทร.ตามฉันมา บอกว่ามีงานให้ทำอีก ฉันกำลังร้อนเงินอยู่พอดี”

ศิวะทำหน้างง หันมองประกายดาว เธอยิ้มกริ่มขอบใจที่ให้ยืมมือถือ...วันก่อนที่ประกายดาวได้ยินอภิเชษฐ์บอกจันทรภานุว่า เรื่องกล้องที่พบในห้องน้ำของห้าง เป็นการดิสเครดิตเขา เธอจึงไปขอเบอร์โทร.เจ้าทุกข์จากอภิเชษฐ์ แล้วมาขอยืมมือถือศิวะโทร.หาในวันนี้ โดยอ้างว่าตนเป็นเมียศิวะ เรียกเธอมาพบ

“พอฉันนัดคนร่วมขบวนการของนายให้มาที่นี่ได้ ฉันก็โทร.ตามคุณชายจันทร์มาในฐานะเจ้าทุกข์”

อรอุมาถามศิวะจริงหรือ ศิวะอึกอัก ผู้หญิงคนนั้นร้อนตัวกลัวความผิดจะหนี อภิเชษฐ์โผล่มาขวางไว้พอดี “อ้าว!คุณ เจอตัวพอดี ผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วยอยู่เลย ขอโทษครับคุณดาว ผมมาช้าไปหน่อย ดันเจอโจรวิ่งราว กระเป๋าเข้า เลยต้องเสียเหงื่อเสียเวลาวิ่งไล่จับ”

“ไม่ช้าหรอกค่ะ คุณมาทันเวลาพอดีเป๊ะ”

ศิวะหน้าซีดเผือด ทั้งศิวะและผู้หญิงคนนั้นถูกอภิเชษฐ์พาตัวไปโรงพัก จันทรภานุเห็นประกายดาวกุมแขนข้างที่เจ็บก็เป็นห่วง ประกายดาวให้เขาไปจัดการที่โรงพัก

“ไม่มีอะไรต้องจัดการแล้วครับ คุณศิวะสารภาพทุกอย่าง คุณอรอุมาก็ช่วยประกันตัวออกไป พรุ่งนี้ข่าวลงหนังสือพิมพ์ ทุกคนก็จะรู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น”

“ห้างมีเดียก็จะกลับมาเป๊ะเว่อร์สมกับเป็นห้างของคุณชายจันทรภานุเหมือนเดิม”

จันทรภานุขอบคุณประกายดาวอย่างมากที่ช่วยให้เรื่องจบอย่างง่ายดาย เธอตอบว่า ไม่เป็นไร เขาส่ายหน้า “ไม่เป็นไรไม่ได้ครับ” คุณช่วยกอบกู้ชื่อเสียงของห้างที่พ่อแม่ผมสร้างมากับมือ ห้างของผมเป็นหนี้บุญคุณของคุณ จะไม่ให้ผมตอบแทนอะไรเลยคงไม่ได้ ถ้าคุณต้องการอะไรบอกผมเถอะนะครับ ผมยินดีมอบให้คุณทุกอย่าง”

“ทุกอย่างเลยเหรอคะ...”

คุณชายจันทร์รับว่าใช่ ประกายดาวยิ้มกริ่มตัดสินใจขอสเปิร์มจากเขา แค่เพียงสองซีซีหรือจะให้มากกว่านั้นเผื่อตนอยากมีลูกอีกคนก็ได้...คุณชายจันทร์เห็นเธอยืนยิ้มก็เรียกให้ได้สติ

“ว่าไงครับ คุณอยากได้อะไร”

“ฉันขอสะ...สะ...เอ่อ ขอสะ...สองนาทีนะคะ เดี๋ยวฉันมา” ประกายดาววิ่งเข้าห้องนอน

เธอเข้ามาคุยโทรศัพท์สามสายกับมิลินทร์และจิตสุภางค์ เธอเกรงบอกไปแล้วคุณชายจะหาว่าบ้าแล้วจับส่งโรงพยาบาลบ้า สองเพื่อนยุให้บอกไปเลยจะได้จบเรื่องเสียที...ด้านจันทรภานุช่วยเก็บของในห้องประกายดาวที่ศิวะรื้อค้นกระจุย พลันรู้สึกร้อนวูบวาบ ยาปลุกเซ็กซ์ที่เข้าปากไปพร้อมน้ำส้มเริ่มออกฤทธิ์ เขาเลียริมฝีปาก มีเศษเนื้อส้มติดอยู่ เขาจึงครุ่นคิดว่าเกิดอะไรขึ้น

ประกายดาวเดินหอบหนังสือนิตยสารแม่และเด็กออกมา หวังจะเกริ่นกับเขา คุณชายกลับเห็นเธอในชุดเซ็กซี่ ทำท่ากระดิกนิ้วเรียกไปหา เขาสบถ “เป็นบ้าอะไร!”

“ฮ้า! คุณชายว่าฉันบ้าทำไมคะ”

“เปล่าครับ ผมไม่ได้ว่าคุณดาว...นั่น...”

ประกายดาวยิ้มรีบบอกว่าตนเป็นสมาชิกนิตยสารเด็กเพราะตนรักเด็ก เธอเปิดหนังสือชี้ชวนให้เขาดูรูปเด็กน่ารักๆ แต่อาการเขาเริ่มรุนแรงขึ้น เขาถามว่าแก้วน้ำส้มของใคร ประกายดาวส่ายหน้าไม่รู้ สงสัยศิวะรินไว้ให้ตอนตนอยู่ในห้องน้ำ

“เลว!เขาคิดไม่ดีกับคุณ ในน้ำส้มมียา ยาแบบที่คุณกินเข้าไปแล้ว...เอ่อ...คุณอาจจะเป็นของเขา”

“ยาปลุกเซ็กซ์!”

“ประมาณนั้นครับ”

“ฉันว่าแล้วเชียวว่าไอ้บ้าศิวะต้องคิดไม่ซื่อ ถึงต้องขอมาห้องฉันให้ได้ ดีนะที่ฉันไม่เสียท่ากินเข้าไป บรื๋อ...แค่คิดก็ขนลุกแล้ว เอ๊ะ! ว่าแต่คุณชายรู้ได้ยังไงคะ ว่าศิวะใส่ยาอย่างว่าลงไป”

“ผมกินน้ำส้มเข้าไป”

“อ๋อ...คุณชายกิน งั้น! แสดงว่าคุณชายกำลัง...”

“พูดได้คำเดียวว่า...หนักหน่วงมาก บรื๋อ...” จันทรภานุตัวสั่น

ประกายดาวกลัวลาน ลุกขึ้นคว้าไม้เบสบอลมาถือไว้ “อย่าหาว่าฉันไล่เลยนะคะ คุณชายกลับไปก่อนดีกว่า ยัยลินทร์กำลังจะมาที่นี่ด้วย ยัยลินทร์ขี้เม้าท์มาก ถ้ามันรู้ว่าคุณชายเป็นอะไร ฉันไม่รับรองว่าเรื่องนี้จะเป็นความลับ”

“ผมออกไปไม่ได้ คือตอนนี้มัน...มัน...แบบว่าประเจิดประเจ้อเกินไป ผมขอนั่งสงบสติอารมณ์สักพักนะ ถ้าคุณดาวกลัวผม เข้าไปอยู่ในห้องเถอะครับ”

“คุณชายเดือดร้อนเพราะปกป้องฉัน ฉันปล่อยให้คุณชายเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายเพียงลำพังไม่ได้หรอก ค่ะ ฉันต้องช่วยคุณชายให้หายก่อนที่ยัยลินทร์จะมา... กามตัณหาราคะแบบนี้  เราต้องเอาธรรมะเข้าข่ม ท่องตามฉันค่ะ พุท...โธ...พุท...โธ...”

คุณชายจันทร์สวดตามประกายดาวไปสักพัก เธอถามเขาได้ผลไหม เขาส่ายหน้า เธอจึงรู้ว่ามันหนักหน่วงจริงๆ ในเมื่อทางเย็นไม่ได้ผลก็ต้องใช้ทางร้อน...ประกายดาวขึ้นคร่อมหลังคุณชาย ใช้วิชาโยคะดัดตัวเขาจนร้องลั่น หวังให้ความเจ็บดับตัณหา เธอเพิ่มความแรงขึ้นเรื่อยๆจนเขาร้องว่า...เขาหายแล้ว...

“เพื่อความชัวร์ ขออีกท่าค่ะ” ประกายดาวดัดตัวคุณชาย แต่เพราะความที่เขาตัวใหญ่ทำให้เธอล้ม คุณชายล้มตามไปคร่อมตัวเธอ ใบหน้าประชิดกัน ใจเธอสั่นระริก

“คุณดาว คุณสวยเหลือเกิน” อารมณ์คุณชายจันทร์พลุ่งพล่านขึ้นมาอีก

“คุณชายคะ ท่องไว้ค่ะ น้ำเหลือง...เลือด...เน่าเฟะ...” ประกายดาวให้เขานึกว่าที่เห็นเป็นเพียงภายนอก ภายในมันเน่าเฟะ มีแต่น้ำเหลือง

แต่ไม่ได้ผล คุณชายจันทร์เอามือปิดปากเธอ อีกมือล็อกแขนเธอไว้ เขาก้มลงไซ้ซอกคอเธอ ประกายดาวสั่นสะท้านเริ่มเคลิ้ม หยุดดิ้นมีแต่ความตื่นเต้น คุณชายปล่อยมือที่ปิดปากเธอแล้วเคลื่อนหน้ามาสบตาเธอ ต่างคนต่างหายใจหอบถี่ เขากระซิบว่าเขาไม่ไหวแล้ว

“คุณดาว...ผมต้องการคุณ”

ชายจันทร์จะประกบปากเธอ ประกายดาวปากสั่นเล็กน้อย รอการสัมผัสจากเขา แต่แล้วเขาก็ห้ามใจได้ “ผมขอโทษ ผมไม่ควร”

“ถ้าคุณชายต้องการ ฉันก็จะช่วยคุณชายค่ะ” ประกายดาวโอบคอเขา ดึงมาเข้าห้องน้ำ

เธอเปิดน้ำใส่อ่างอาบน้ำ กดหัวเขาลงจุ่มน้ำ  “ฉันจะ ช่วยเอาชนะไอ้ยาสกปรกของไอ้ศิวะให้ได้ กว่าเราจะได้เกิด เป็นคน เราเอาชนะสเปิร์มตัวอื่นๆ เป็นล้านๆ ตัว กะอีแค่ยาปลุกเซ็กซ์นิดเดียว ทำไมเราจะชนะมันไม่ได้...ดีขึ้นไหมคะ”

จันทรภานุบอกเธอว่าอีกนิด ประกายดาวจึงเอื้อมไปหยิบฝักบัวเปิดน้ำร้อนราดหัวเขา แต่มันร้อนเกินไปทำให้เขาสะดุ้งเฮือกกระแทกตัวเธอลื่นล้มไปในอ่าง คุณชายตกใจประคองไม่ให้เธอหัวฟาด ใบหน้าทั้งสองชิดกันอีกครั้ง คราวนี้เป็นความรู้สึกแท้จริงของคุณชายจันทร์ ประกายดาวใจเต้นถามเขาว่ายายังไม่หมดฤทธิ์อีกหรือ เขาตอบว่าหมดแล้ว แต่เป็นเพราะเธอต่างหากที่ทำให้เขารู้สึกแบบนี้...เขาจูบเธออย่างอ่อนโยน ประกายดาวหลับตาพริ้มไม่ขัดขืนใดๆ

ตอนที่ 8

นันทินีเป่าหูหม่อมสุรีย์ว่า  จันทรภานุต้องโดนประกายดาวทำของใส่แน่ๆ ถึงได้แก้ตัวแทน ใจหนึ่งหม่อมสุรีย์ชักจะเชื่อว่าประกายดาวเป็นคนดี แต่เพราะนันทินีทำให้ลังเล จึงขอให้เธอกลับห้องไปก่อน ตนอยากพัก นันทินีจ๋อย

คุณหญิงนิ่มร้อนใจ ตามมาคุยกับจันทรภานุว่า อย่าไปเชื่อที่อรอุมากล่าวหา เขาประมวลเหตุการณ์ที่เธอบอกว่าฝาครอบเลนส์หาย และภาพรติรสกับศิวะนัวเนียกันในสวนของโรงแรม ประกอบกับคำพูดของอรอุมาที่ว่า ศิวะทำเป็นขอเข้าห้องน้ำ ที่แท้แอบไปกินกันเร็วไม่ถึงสิบนาที

“เรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิด หรือไม่ก็มีคนตั้งใจใส่ร้ายคุณดาว แต่ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่ พี่จะไม่ยอมให้คุณดาวเสียหายทั้งๆที่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย มันไม่ยุติธรรม พี่จะช่วยเธอ”

คุณหญิงนิ่มดีใจแต่สงสัยว่าจะช่วยด้วยวิธีไหน...ด้านศิวะ ถูกอรอุมาเล่นงานยกใหญ่ ไม่ยอมเชื่อว่าเขาไม่ได้ทำอย่างที่เธอเข้าใจ แถมขู่จะฟ้องแม่ เพราะรู้ว่าศิวะเป็นคนกลัวแม่มาก อรอุมาร้องไห้ฟูมฟาย รติรสเข้ามาปลอบแต่สายตามีเลศนัย

“เข้มแข็งไว้นะอร เธอทำถูกแล้ว ผู้ชายอย่างศิวะต้องใช้ไม้แข็งเท่านั้นถึงจะเอาอยู่”

“ฉันทำผิดอะไร ทำไมฉันถึงมีผัวไม่เหมือนคนอื่น”

รติรสหยั่งเชิงถาม เลิกกับเขาดีไหม แล้วรอฟังคำตอบอย่างลุ้นๆ อรอุมาหยุดฟูมฟาย ประกาศกร้าว “ไม่...เรื่องอะไรฉันจะต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้ แล้วปล่อยให้พวกมันไปมีความสุขกัน”

รติรสโอบกอดอรอุมา แต่สีหน้าเกลียดชังเพื่อนคนนี้เหลือเกิน...

คืนนั้น จันทรภานุนัดศิวะมาเจอที่ผับแห่งหนึ่ง ศิวะดื่มเหล้าด้วยความเครียด ต่างจากคุณชายจันทร์ที่ดื่มแต่น้ำเปล่า ศิวะแขวะ วันนี้ไม่ใช่วันพระ ไม่ต้องกลัวผิดศีล คุณชายโต้

“ไม่ต้องรอให้เป็นวันพระหรอกครับ ถ้าประพฤติตัวอยู่ในศีลห้าได้ทุกวันจะดีกว่า ตัวคุณและคนอื่นจะได้ไม่เดือนร้อน”

“คุณชายมีอะไรจะพูดกับผมก็พูดมาตรงๆ เถอะ หรือว่าคุณชายจะมาเรียกร้องค่าเสียหายเรื่องเมื่อตอนหัวค่ำ คุณชายไปคุยกับอรดีกว่า”

“งานผมไม่ได้เสียหายมากนัก คุณพงศ์จัดการทุกอย่างให้ผ่านไปได้ด้วยดี แต่คนที่เสียหายมากที่สุดคือคุณดาว และคนที่มีหน้าที่จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยคือคุณ”

“คุณชายรักดาวหรือ”

“ผมมีความปรารถนาดีให้เธอ ผมไม่อยากให้เธอโดนพูดถึงเสียหาย ทั้งๆ ที่เธอไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย มันไม่ยุติธรรม”

“คุณชายแน่ใจได้ยังไงว่าไม่ยุติธรรม อย่าลืมนะ คุณชาย ผมกับดาวเราเคยเป็นแฟนกันมาตั้งหลายปี ไม่มีใครรู้ใจดาวดีเท่าผม คงไม่แปลกที่ดาวจะคิดถึงเรื่องเก่าๆของเรา อ้อ... ผมจะบอกความลับให้ ดาวชอบเอาชนะ ชอบความตื่นเต้น ตรงไหนที่คุณชายกับแฟนเก่าเคยๆกัน ไว้ พาดาวไปเถอะ ถึงใจดาวแน่ๆ” ศิวะหัวเราะกวนประสาท

คุณชายจันทร์โกรธ กระชากคอเสื้อศิวะมาพูดใส่หน้า “ความผิดพลาดที่สุดในชีวิตของผู้หญิงดีๆอย่างคุณดาว คือการที่เธอเคยรักผู้ชายอย่างคุณ”

ศิวะเยาะอย่าเชื่อใจประกายดาวมากเกินไป คุณชายจันทร์โต้ว่าตนเชื่อในสิ่งที่เห็น ศิวะอึ้งเห็นอะไร คุณชายขู่ ถ้าทำลายชื่อเสียงประกายดาว กล้องวงจรปิดตรงสวนจะเป็นพยานให้เธอว่ารอยลิปสติกบนเสื้อเขา ไม่ใช่ของเธอ ศิวะหน้าเจื่อนแถมโดนย้ำ ให้อยู่ห่างๆ ประกายดาว และทำให้อรอุมาเลิกเข้าใจประกายดาวผิด ความลับจะเป็นความลับต่อไป ศิวะเจ็บใจคิดเอาคืน

ooooooo

รุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์ลงข่าวประกายดาวแย่งสามีชาวบ้าน เกิดการตบตีกันกลางงาน แดนดินโกรธ ถือหนังสือพิมพ์มาโวยวายประกายดาวถึงคอนโด ประกายดาวทำดราม่าที่พี่ชายไม่เชื่อใจ สงสารน้องฟ้าที่มีพ่อปากจัด แดนดินตวาดกลับ

“สงสารน้องฟ้าที่มีอาเป็นบ้าแบบแก...ไหนแกบอกว่าแกล้มเลิกเมกกะโปรเจกต์มีลูกแต่ไม่อยากมีผัวของแกแล้วไง  แล้วทำไมแกยังไปหาคุณชายจันทร์อีก”

ประกายดาวหยุดดราม่า บอกพี่ชายว่าตนไปทำงาน ไม่เชื่อถามจิตสุภางค์กับมิลินทร์ดูได้ แดนดินสวมรอยว่าสองคนนั่นสารภาพแล้ว ประกายดาวผรุสวาทออกมาว่าเพื่อนทรยศ ขอโทร.ไปด่าก่อน แดนดินยิ้มอย่างมีชัย ประกายดาวจึงรู้ว่าถูกหลอก ต่อว่าพี่ชายร้ายมาก

“ไม่งั้นฉันจะเป็นพี่แกได้เหรอ ว่าไง...ฉันจะทำยังไงแกถึงจะเลิกคิดอะไรแผลงๆสักที หรือฉันจะต้องไปเตือนคุณชายจันทร์”

ประกายดาวร้องห้าม...แดนดินถามจะปิดเขาได้ตลอดหรือ อย่าลืมว่าความลับไม่มีในโลก ระหว่างนั้น จันทรภานุขับรถมาจอดหน้าคอนโด คุยโทรศัพท์กับคุณหญิงนิ่มที่โทร.มากำชับให้ซื้อดอกลิลลี่สีขาวแสดงถึงความห่วงใยไปให้ประกายดาวด้วย เขาติงบังคับให้มายังไม่พออีกหรือ

“อย่ามาโทษว่าหญิงบังคับ คนอย่างพี่ชายยอมให้ใครบังคับซะที่ไหน...โอเค งั้นดอกไม้ไม่ต้องก็ได้ค่ะ ใช้ความจริงใจล้วนๆ ลุยเลยนะคะ หญิงสืบแล้ว พี่ดาวอยู่บนห้องแน่นอน”

คุณชายจันทร์อมยิ้มกับความก๋ากั่นของน้องสาว ไม่ทันที่จะเดินเข้าตัวตึก มีรถเก๋งคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วแทบจะชน...ด้านประกายดาวถูกแดนดินลากตัวออกมาจากห้อง จะให้ไปสาบานต่อหน้าหลุมศพเตี่ยกะม้า ว่าจะล้มเลิกความคิดบ้าๆนี้ ประกายดาวยื้อไม่ยอมไป จังหวะนั้น มีชายคนหนึ่งเดินออกมาจากลิฟต์ หยุดฟังการโต้ตอบของสองพี่น้อง จึงรู้ว่าประกายดาวกำลังทำอะไร เขาตะลึงปล่อยช่อดอกไม้หล่นพื้น เสียงกระดาษแก้วกระทบพื้น ประกายดาวกับแดนดินชะงักหันมอง ประกายดาวตาเบิ่งโพลง “คุณพงศ์!”

ทั้งสามกลับเข้ามานั่งคุยกันในห้อง ประกายดาวเก้อเขินทำอะไรไม่ถูก แดนดินเอ่ยบอกพงศ์จันทรว่า “เท่าที่ผมรู้ คุณเองก็เป็นเป้าหมายอันดับสองต่อจากคุณชายจันทร์ ถ้าไอ้ดาวมันชวดจากคุณชาย คุณเก็บสเปิร์มของคุณไว้ไห้ดี”

ประกายดาวอายแทบแทรกแผ่นดินหนี  แดนดินเอ็ด กล้าทำก็ต้องกล้ารับ ดีเสียอีก จะได้มีคนช่วยยืนยันว่าสิ่งที่เธอทำมันบ้า พงศ์จันทรแทรกขึ้น

“ขอโทษนะครับ ผมขอพูดอะไรไม่สุภาพกับคุณดาวหน่อย” แดนดินตอบว่าตามสบาย เขาโพล่งทันที “คุณดาว...ผมโคตรชอบคุณเลยว่ะ...คุณดาวเป็นตัวของตัวเอง กล้าคิดกล้าทำ เชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง มีแนวทางเป็นของตัวเอง บอกตรง โดนใจผมมาก”

แดนดินกุมขมับ “อยากจะวิ่งเอาหัวโขกกำแพง”

ประกายดาวตีมือกับพงศ์จันทร ก่อนจะหันไปบอกพี่ชายว่า ได้เวลารับน้องฟ้าแล้ว ตนจะไปรับให้ แดนดินร้องลั่น อยู่ให้ห่างลูกตนไว้ ตนไม่อยากให้ลูกเพี้ยนตาม แล้วหันไปขอร้องพงศ์จันทร ให้ช่วยเปลี่ยนความคิดประกายดาว ก่อนจะออกไปรับลูกที่โรงเรียน

เมื่อแดนดินไปแล้ว พงศ์จันทรรับปากประกายดาว จะปิดเรื่องนี้เป็นความลับ แต่ขอถามสักข้อ ทำไมไม่ให้ตนเป็นเบอร์หนึ่ง

“เอ่อ...คือ คุณยังมีข้อเสีย แต่คุณชายไม่มี คุณใช้งานสเปิร์มบ่อย เด็กที่เกิดจากสเปิร์มของคุณอาจจะไม่แข็งแรง”

“คิดได้ยังไง แต่ชอบ...ชอบมากจริงๆ แล้วถ้าต่อไปนี้ผมจะไม่ใช้แล้วล่ะ คุณจะเปลี่ยนให้ผมเป็นเบอร์หนึ่งไหม”

“ฉันตัดสินใจไปแล้วค่ะ”

“ไม่เป็นไร สักวันผมจะทำให้คุณเปลี่ยนใจเลือกผมขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งให้ได้ อย่างแรกผมต้องแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ...เมื่อกี้คุณเบอร์หนึ่งมาที่นี่” พงศ์จันทรเล่าเหตุการณ์ตอนที่ตนเกือบขับรถชนจันทรภานุ พอเขาเห็นว่าตนมา จึงฝากให้บอกว่าอย่าลืมส่งไฟล์รูปให้ ตนรู้ว่าเขาไม่ได้มาเพื่อบอกเรื่องแค่นี้ ผู้ชายด้วยกันมองกันออก

ประกายดาวอมยิ้ม คิดว่าควรทำอย่างไรดี...วันต่อมา ขณะที่จันทรภานุเดินตรวจงานในห้าง เห็นว่ามีน้ำแอร์หยดลงพื้นจึงให้ลูกน้องไปเอาผ้าซับน้ำและเอาป้ายเตือนลูกค้ามาวางด้วยพร้อมเรียกช่างแอร์จัดการ ทันทีที่ลูกน้องเดินไป ประกายดาวโผล่มาจ๊ะเอ๋ ส่งซีดีรูปให้ ติงว่าอยากได้รูปแค่โทร.บอกก็ได้ไม่เห็นต้องไปหา

“พอดีผมผ่านไปแถวนั้น ก็เลยแวะไปบอกคุณดาวครับ”

“อ๋อ...อย่างนี้นี่เอง ถ้างั้นฉันไม่กวนคุณชายแล้ว นะคะ” ประกายดาวน้อยใจจะเดินไป

คุณชายจันทร์เห็นเธอเดินไปตรงน้ำหยดจะร้องห้ามแต่ไม่ทัน เธอลื่นล้มก้นกระแทกเสียก่อน ท่ามกลางสายตาผู้คนและมีคนถ่ายภาพไว้ได้ ประกายดาวเจ็บปวดเป็นกังวล

 

ตอนที่ 7

คุณหญิงนิ่มเดินทางมาถึงโรงแรมที่เชียงใหม่ พนักงานต่างยกมือไหว้ ขณะนั้นพงศ์จันทรกำลังว่ายน้ำอยู่ในสระ เงยหน้าขึ้นมาเห็นเธอเดินหน้าตาเอาเรื่องเข้ามา เขาแกล้งแขวะ

“ผมไม่นึกว่าคุณจะคิดถึงผมจนต้องมาหา” คนแถวนั้นหันมองคุณหญิงนิ่ม

“ฉันไม่ได้คิดถึงนาย ขึ้นมาคุยกันเดี๋ยวนี้”

พงศ์จันทรอมยิ้มขึ้นมาจากสระ สาวๆแถวนั้นมองกันอย่างตะลึงพร้อมกลืนน้ำลายเอื๊อกกับหุ่นเฟิร์มฟิตเปรี๊ยะ ของเขา รวมทั้งคุณหญิงนิ่มเองก็ยืนอึ้ง จนพงศ์จันทรเข้ามาใกล้ สะบัดผม น้ำกระเด็นใส่ เธอจึงได้สติ ร้องลั่นมาสะบัดอะไรตรงนี้ เขาหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตาถาม

“มีอะไรจะพูดกับผมก็พูดมาเลยครับ”

คุณหญิงนิ่มให้ใส่เสื้อเสียก่อน เขาแกล้งกระเซ้าว่า เห็นหุ่นตนแล้วเลือดกำเดาจะพุ่งหรือ

“ทะลึ่ง!” คุณหญิงนิ่มโกรธหยิบเสื้อบนโต๊ะโยนให้ “ใส่ซะแล้วไปคุยกับฉันด้านโน้น”

พงศ์จันทรอมยิ้ม สวมเสื้อแล้วเดินตามไป คุณหญิงนิ่มหันมาโวยทันทีว่า ทำอย่างไรเขาถึงจะกลับกรุงเทพฯไป เขาย้อนถามเมื่อไหร่เธอจะเลิกยุ่งเรื่องของเขากับประกายดาว

“นายจะจีบพี่ดาวทำไม ในเมื่อนายไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหน”

“ผมยอมรับว่าเมื่อก่อนผมเป็นอย่างที่คุณพูด แต่หลังจากที่ผมเจอคุณดาว มันทำให้ผมรู้ว่าเราไม่ควรเล่นตลกกับความรัก ผมจริงจังแล้วก็จริงใจกับคุณดาว คุณให้ โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเองหน่อยไม่ได้เหรอ”

คุณหญิงนิ่มสวนไม่ไว้ใจ พงศ์จันทรจับไหล่เธอทั้งสองข้าง บังคับให้มองตา เธอตกใจขัดขืนเขาจึงจับหน้าเธอให้นิ่ง พร้อมบอกว่า

“แววตาของผมบอกว่าผมจริงใจแค่ไหนกับเรื่องของคุณดาว...ให้โอกาสผมซักครั้งเถอะนะครับ ผมจะทำให้คุณเห็นว่าผมสามารถเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งได้” พูดจบ พงศ์จันทรเดินจากไป

คุณหญิงนิ่มยกมือจับตรงที่หัวใจตัวเอง “ทำไมหัวใจเราเต้นแรงแบบนี้”

หลังจากนั้น คุณหญิงนิ่มไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง จึงมาพิมพ์ข้อความในไอแพดถามชายไร้หัวใจที่พิมพ์คุยเรื่องความรักกับตนมาระยะหนึ่งโดยไม่รู้ว่าจุดไต้ตำตอ “ฉันมีเรื่องสงสัยอยากถาม...การที่ฉันหัวใจเต้นแรงเวลาอยู่ต่อหน้าผู้ชายคนหนึ่ง มันหมายความว่ายังไงคะ”

ระหว่างนั้น นันทินีเดินงุ่นง่านรอจันทรภานุจนบ่ายคล้อย พลันชนเข้ากับพงศ์จันทรเต็มๆ เขาประคองเธอไว้ไม่ให้ล้ม นันทินีตะลึงกับความหล่อของเขาอยู่พักหนึ่ง กว่าจะได้สติผละออกพอรู้ว่าเขามารอประกายดาวก็ขุ่นมัว แต่แล้วนึกบางอย่างได้ขอคุยอะไรด้วย พอพงศ์จันทรได้ฟังแผนการของเธอเขาไม่ค่อยชอบใจเดินหนี นันทินีวิ่งตามต้อยๆ

“ทำไมคุณไม่ร่วมมือกับฉันคะคุณพงศ์ ไหนคุณบอกว่าชอบยัย...เอ๊ย คุณดาว คุณก็ควรทำทุกอย่างเพื่อให้คุณดาวมาเป็นของคุณสิ หรือว่าคุณคิดจะกินเล่นๆ”

พงศ์จันทรชะงักหยุดเดิน นันทินีชนโครมล้มก้นกระแทก โวยจะเบรกทำไมไม่บอก เขาเอ่ยขอโทษดึงเธอลุกขึ้น เธอเรียกร้อง เขาทำเธอเจ็บต้องรับผิดชอบ

“พูดงี้ผมเสียหายนะคุณ”

“บ้า! ฉันหมายถึงคุณต้องรับผิดชอบทำตามที่ฉันต้องการ เราต้องร่วมมือกันแยกคุณดาวกับชายจันทร์ แล้วใส่เกียร์ทำคะแนนเต็มที่ คุณจะได้สมหวังกับคุณดาว ฉันได้สมรสกับคุณชาย”

“ความรักของผมไม่ใช่เกม ที่จะต้องร่วมมือกับใครเพื่อเอาชนะใคร ผมจะพิสูจน์ตัวกับคุณดาวเอง คุณดาวจะรู้ว่าผมจริงใจมากแค่ไหน อ้อ...แล้วอีกอย่าง คุณดาวเป็นว่าที่แม่ของลูกผม ผมไม่เคยคิดจะกินเธอเล่นๆ” พูดจบพงศ์จันทรเดินไป

นันทินีแค้นใจทำไมผู้ชายถึงจ้องตะครุบแต่ประกายดาว ทั้งที่ฐานะ หน้าตาก็เร้าใจสู้ตนไม่ได้...พงศ์จันทรกำลังจะโทร.หาประกายดาว เห็นข้อความที่คุณหญิงนิ่มส่งมา จึงกดอ่านแล้วขำที่แสบแบบนั้น เพ้อเรื่องความรักเป็นเหมือนกัน ถามกลับไปว่าชายผู้โชคดีคนนั้นเป็นใคร

คุณหญิงนิ่มได้รับข้อความ บ่นอุบ “เรื่องอะไรจะบอก ขืนความลับรั่วไหลไปถึงนายปลาไหล ว่าเราใจเต้นแรงเวลาอยู่กับเขา มีหวังได้เอาหน้าแทรกแผ่นดิน”...

ตกเย็น จันทรภานุขับรถกลับมาจอดหน้าโรงแรม ประกายดาวกำลังนึกถึงคำพูดของเขาเกี่ยวกับเด็กที่ขาดพ่อหรือแม่ จะเป็นเด็กมีชีวิตไม่สมบูรณ์ เติบโตมาแบบมีปัญหา ถ้าอยากมีลูกควรทำตัวเองให้มีครอบครัวที่สมบูรณ์ให้ได้เสียก่อนจะดีกว่า

จันทรภานุเห็นเธอนั่งนิ่งไม่ลงจากรถ จึงเรียกอยู่หลายครั้ง จนเธอสะดุ้งลงจากรถงงๆ

“ผมทำอะไรให้คุณดาวไม่สบายใจหรือเปล่า” จันทรภานุถามเมื่อมาส่งหน้าห้อง

“เปล่าค่ะ ฉันแค่มีอะไรให้คิดนิดหน่อย”

“เรื่องบางเรื่อง เก็บไว้ในใจคนเดียวมันอึดอัดก็ระบายออกมาเถอะครับ ผมไม่รับปากว่าจะเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้คุณ แต่ผมเป็นผู้ฟังที่ดีแน่นอน”

ประกายดาวยืนอึ้งลังเลใจอยากบอกความประสงค์ของตัวเองแต่ยังไม่กล้าตัดสินใจโพล่งออกไปว่าตนโอเคไม่มีอะไร แล้วหันหลังจะเข้าห้อง คุณชายจันทร์คว้าแขนไว้

“ถ้าคุณไม่บอกผมว่าคุณมีปัญหาอะไร ผมจะไม่ปล่อยคุณไป” คุณชายจันทร์ก้าวเข้าประชิดจับแขนเธอทั้งสองข้าง มองลึกเข้าไปในดวงตา “คุณดาว...ไว้ใจผม พูดออกมาเถอะ คุณเป็นแบบนี้ผมก็ไม่สบายใจไปด้วย”

ประกายดาวเห็นความจริงใจของเขา ตัดสินใจเอ่ยปากขอสเปิร์มของเขา คุณชายจันทร์ตกใจ ประกายดาวอ้อนวอน “คุณจะว่าฉันบ้าก็ได้ ฉันอยากมีลูก ฉันอยากมีใครสักคนมาเติมเต็มชีวิตของฉัน และคุณก็คือผู้ชายที่เหมาะสมจะเป็นพ่อพันธุ์ให้ลูกของฉันมากที่สุด ฉันขอสเปิร์มหน่อยนะคะ ขอแค่ตัวเดียวก็ได้ ฉันสัญญา ฉันจะเลี้ยงดูลูกของเรา...ไม่ใช่สิ ลูกของฉันคนเดียว ฉันจะมอบความรักทั้งหมดให้เขา เขาจะไม่เป็นเด็กมีปัญหา”

จันทรภานุนิ่ง ประกายดาวอ้อนวอน จู่ๆเขาก็ตกลง เธอดีใจมากบอกเขาว่าพรุ่งนี้กลับกรุงเทพฯไปพบหมอทำกิฟต์กันเลย แต่เขากลับโพล่งขึ้นว่า

“ไม่...ผมจะให้คุณด้วยวิธีธรรมชาติ” เขาดันเธอเข้าห้อง มองเธอด้วยสายตาวิบวับ

ประกายดาวรู้สึกสะท้านไปทั้งตัว “เอ่อ...คุณชายคงยังไม่เข้าใจฉัน ฉันไม่ได้ต้องการอะไรที่...ที่ลึกซึ้ง ฉันต้องการแค่สเปิร์ม”

“ลูกผมต้องมีทั้งพ่อและแม่ ผมจะไม่ยอมให้เขาปฏิสนธิในกล้องจุลทรรศน์ ฟักตัวในช่องแช่แข็ง เขาต้องเกิดจากความรัก ความผูกพันของเรา” คุณชายจันทร์โน้มหน้าจะจูบ

ประกายตัวแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูก จะเบี่ยงหนี เขาดึงเธอมากอด กระซิบข้างหูว่า ให้นึกถึงหน้าลูกของเรา แล้วเขาก็ประกบปากเธอ ประกายดาวหลับตาพริ้มรู้สึกมือเขาไต่ไปตามหลัง ก็สะดุ้งลืมตาร้องลั่นว่า...คุณชายอย่า!

จันทรภานุทำหน้างง ประกายดาวกะพริบตาถี่ๆ เห็นหน้าเขาชัดขึ้น ทุกอย่างเป็นเพียงความฝัน เขายืนห่างเธอในตำแหน่งเดิม เธอตกใจรีบเข้าห้องปิดประตู ยืนใจเต้นรัว...จันทรภานุเดินกลับมา คุณหญิงนิ่มวิ่งหน้าตื่นมาบอกถึงการมาของพงศ์จันทร และขอร้องอย่าให้พงศ์จันทรเข้าใกล้ประกายดาวได้...เผอิญพงศ์จันทรมารอประกายดาวเช่นกัน จึงแอบได้ยินการสนทนาของคุณหญิงนิ่ม เขาแค้นใจที่เธอคิดสกัดกั้นไม่ให้เขาใกล้ชิดประกายดาว

ooooooo

ระหว่างที่จิตสุภางค์กำลังร้องซี้ดซ้าดหน้าตาได้อารมณ์สุดๆ เพราะเฮียเชานวดเท้าให้เธออยู่  ประกายดาวโทร.เข้ามาบอกว่า แย่แล้ว! ทำเอาจิตสุภางค์ตกใจเผลอถีบสามีหงายหลัง

“ว้าย! ผัวฉัน”

ประกายดาวพลอยตกใจถามเฮียเชาเป็นอะไร จิตสุภางค์รีบเข้าไปจุ๊บหน้าผากสามีเป็นการขอโทษ ก่อนจะหันมาคุยกับเพื่อนต่อว่า

“ไม่เป็นไร ฉันให้ยาเรียบร้อยแล้ว อ่ะๆ ว่าต่อแก...แกว่าอะไรแย่”

ประกายดาวบอกเรื่องคุณชายจันทร์ จิตสุภางค์ดักคอว่า ขอสเปิร์มแล้วเขาไม่ให้ แถมหาว่าเธอบ้า ไล่กลับบ้านใช่ไหม ประกายดาวเสียงอ่อย ไม่ขนาดนั้น

“เขาแค่ไม่เห็นด้วยกับการทำกิฟต์ เขาคิดว่าเด็กคนหนึ่งจะโตมาได้ดี ก็ต้องมีครอบครัวที่อบอุ่น คุณชายเขาเกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น เขาก็เลยชิน”

จิตสุภางค์แนะนำให้เก็บกระเป๋ากลับมาได้เลย เขาไม่มีทางให้สเปิร์มแน่ แต่ประกายดาวไม่ยอม มุ่งมั่นว่าจะเปลี่ยนความคิดเขาให้ได้ พอวางสายก็สะดุ้ง เมื่อพบพงศ์จันทรยืนอยู่

“คุณพงศ์! มาได้ไงคะเนี่ย”

“ถ้าเป็นคนอื่น ผมจะตอบว่านั่งเครื่องมา แต่ถ้าเป็นคุณดาว ขอตอบว่า มาตามเสียงหัวใจเรียกร้องครับ”

ประกายดาวหัวเราะว่าเลี่ยนมาก พงศ์จันทรบอกเธอว่าเขามาทำงานแถวนี้ เลยแวะมาหามีเรื่องอยากให้ช่วย...พงศ์จันทรพาประกายดาวขึ้นรถ แอบถ่ายรูปตัวเองทำหน้าลั้นลาคู่กับเธอ ส่งไปให้คุณหญิงนิ่ม พร้อมข้อความว่า จะพาประกายดาวไปไหนดีหนา...

คุณหญิงนิ่มเต้นผางเอาภาพในมือถือไปให้จันทรภานุดู “เห็นไหมคะพี่ชาย เผลอแป๊บเดียว คุณพงศ์ออกไปกับพี่ดาวแล้ว...พี่ชายไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอคะ”

“ทำไมพี่ต้องรู้สึกล่ะคะ”

“ก็ถ้าเราเห็นคนที่เรารักไปกับคนอื่น เราก็ต้องรู้สึกอะไรบ้างสิคะ หญิงยังรู้สึกเลย”

“น้องหญิงชอบคุณดาวเหรอคะ เอ๊ะ...หรือว่าชอบคุณพงศ์”

คุณหญิงนิ่มชะงัก กลบเกลื่อนแค่ไม่อยากให้ประกายดาวหวั่นไหว จะเสียใจเพราะคนเจ้าชู้อย่างพงศ์จันทร คุณชายจันทร์เตือนเป็นสิทธิ์ของประกายดาวที่จะรักใครชอบใคร...

พงศ์จันทรแกล้งถ่ายรูปกับประกายดาวแล้วส่งไปยั่วโมโหคุณหญิงนิ่มอีกหลายรูป โดยอ้างกับประกายดาวว่า ถ่ายเก็บเป็นที่ระลึกที่ได้มาดินเนอร์กับเธอถึงเชียงใหม่ ประกายดาวชักแปลกใจ ตกลงเขามีเรื่องอะไรจะให้ช่วย พงศ์จันทรตัดสินใจบอกเธอ

“ช่วยเปิดโอกาสให้ผมพิสูจน์ตัวเองได้ไหม ผมจริงใจกับคุณดาวนะ ผมพร้อมจะหยุดอยู่ที่คุณคนเดียว”

ประกายดาวไม่รู้สึกสะทกสะท้านใดๆไม่ทันที่เธอจะตอบ...ด้านคุณหญิงนิ่มดูรูปที่พงศ์จันทรส่งมา ก็คุกรุ่น พลัน นันทินีเข้ามาชะเง้อมองอย่างสอดรู้สอดเห็น

“อุ้ย!ยัย...เอ่อ...คุณดาวไปร้านนี้กับใครคะ หรือว่าคุณชายจันทร์ เอ๊ะ!แต่คุณชายยังประชุมงานอยู่ ไม่ได้ไปกับคุณดาวแน่ โอเค พี่ไม่อยากรู้แล้ว”

คุณหญิงนิ่มรีบถามว่ารู้จักร้านนี้หรือ นันทินีพยักหน้า ไม่วายโอ้อวดว่าไม่ได้ชอบร้านแบบนั้น อย่างตนต้องร้านพวกสวิต อิตาลี แต่เผลอชมตั๊กแตนทอดรถเข็นหน้าร้านนี้อร่อยมากให้ไปลอง คุณหญิงนิ่มยิ้มกริ่ม ตนไม่ไปลอง แต่จะส่งคนอื่นไปแทน นันทินีแปลกใจ

ไม่นาน หญิงสาวทรงสะบึมก็เดินผ่านโต๊ะที่พงศ์จันทรนั่งกับประกายดาว เขากำลังรอฟังคำตอบจากเธอ สาวทรงสะบึมทำพวงกุญแจหล่นข้างเขา พงศ์จันทร์ช่วยเก็บ มือเขาสัมผัสมือเธอ หญิงสาวส่งตาหวานยั่วยวน ประกายดาวแกล้งเปรยว่า เสน่ห์แรงเหลือเกิน เขาถามว่าหึงหรือ เธอยิ้มๆ ตอบว่า คนอย่างตนถ้าหึงไม่นั่งเฉย เขาถามว่าจะทำอย่างไร

“ตัด...” ชายหนุ่มสะดุ้งโหยง ประกายดาวขยายความ “ตัดใจค่ะ...”

พลันมือถือประกายดาวดัง เธอรับสาย เสียงคุณหญิงนิ่มบอกว่าได้ยินไม่ถนัด ทำให้ประกายดาวต้องลุกเดินไปพูดหน้าร้าน “ฮัลโหล น้องหญิงได้ยินเสียงพี่หรือยังคะ”

“พี่ดาวออกมาจากร้านแล้วใช่ไหมคะ”

“ค่ะ เอ๊ะ! น้องหญิงรู้ได้ยังไงคะ ว่าพี่อยู่ที่ร้าน”

คุณหญิงนิ่มแทบจะตบปากตัวเองที่เผลอ รีบแก้ตัวว่าได้ยินเสียงเพลง ตนจะโทร.บอกว่าถ้าเหงาอยากหาเพื่อนคุย โทร.หาตนได้เลย ตนอยู่ที่โรงแรม พอวางสายหันมาเจอสายตาตำหนิของจันทรภานุ คุณหญิงนิ่มสารภาพว่าจะทำให้ประกายดาวรู้ธาตุแท้ของพงศ์จันทรเท่านั้น...

ในร้าน หญิงทรงสะบึมพยายามยั่วพงศ์จันทรสุดฤทธิ์ แต่กลับถูกเขาจับไต๋ได้แถมจ่ายเงินให้อีกเท่าตัว ให้ส่งข้อความกลับไปหาคุณหญิงนิ่มว่า...เตรียมโอนเงินได้เหยื่อติดกับแล้ว

คุณหญิงเห็นข้อความกลับรู้สึกเศร้า “นายมันก็แค่ผู้ชายมักง่าย...ไม่สิ พี่ดาวกำลังเห็นธาตุแท้ของนายปลาไหล ฉันควรจะดีใจสิ”

เมื่อส่งข้อความและจ่ายเงินกันเรียบร้อย พงศ์จันทรก็สั่งสอนสาวทรงสะบึมที่อ้างทำเพราะกำพร้าพ่อหาเงินเลี้ยงแม่ว่า ตนก็กำพร้าพ่อตั้งแต่เกิดไม่เห็นต้องเอามาเป็นปัญหากับตัวเอง เพราะฉะนั้นอย่ามาน้ำเน่า...ประกายดาวเดินกลับมาได้ยิน นึกถึงคำพูดของจันทรภานุที่ว่า

“ในความคิดของผม การที่เด็กขาดพ่อขาดแม่จะทำให้เด็กมีชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ การมีแค่คนใดคนหนึ่ง จะทำให้เด็กเติบโตไปแบบมีปัญหา”...ประกายดาวรู้สึกเหมือนสวรรค์โปรด

คืนนั้น ประกายดาวโทร.คุยกับจิตสุภางค์ว่าตนจะใช้พงศ์จันทรเป็นเครื่องมือ ทำให้จันทรภานุเห็นว่า คนที่มีพ่อหรือแม่เพียงคนเดียวก็สมบูรณ์แบบได้...จากนั้น ประกายดาวก็เสิร์ชกูเกิ้ลหาประวัติพงศ์จันทรอย่างละเอียด

รุ่งขึ้น ประกายดาวเห็นจันทรภานุเดินมาจึงยิ้มให้ เขากลับรีบชวนไปทานข้าวเช้า เหมือนหนีอะไร จึงยื้อไม่ยอมไป ไม่ทันไร ศิวะ อรอุมาและรติรสเดินมา ศิวะดีใจเข้ามาทัก อรอุมาออกอาการไม่พอใจแขวะใส่ คุณชายรีบเชิญทุกคนไปพักผ่อนบนห้องแล้วค่อยมาคุยเรื่องงานทีหลัง

ประกายดาวมองมือจันทรภานุที่จูงเธอมาแล้วบอกให้ปล่อยได้ คุณชายชะงักเอ่ยขอโทษก่อนจะถามไปที่ไหนกันดี ประกายดาวบอกว่า ตนคงต้องกลับกรุงเทพฯหรือไม่ก็ย้ายโรงแรมก่อนที่จะทำโรงแรมเขาพัง เขากระเซ้าว่าโรงแรมมีประกันชั้นหนึ่ง พังได้ตามสบาย

“แล้วอย่ามาถอนคำพูดคืนทีหลังนะคะ”

“ผมรู้ว่าคุณไม่ทำหรอก อย่างดีคุณก็แค่ใช้คุณศิวะยั่วโมโหคุณอรอุมา แต่วันหลังอย่าทำแบบนั้นอีกเลยนะ ผมขอร้อง”

“ทำไมคะ กลัวยัยอรอุมาพังโรงแรมคุณชายเหรอ”

“คนที่พังโรงแรม อาจจะเป็นผมก็ได้” พูดจบจันทรภานุเดินไป

“อย่าคิดเข้าข้างตัวเองเชียวประกายดาว คุณชายอาจจะหึงศิวะก็ได้ เฮ้ย! บ้าไปแล้วฉัน เลิกคิดๆ...คุณชายรอฉันด้วยค่ะ” ประกายดาวสลัดความคิดแล้ววิ่งตามจันทรภานุไป

อรอุมาเจ็บใจเรื่องประกายดาว หันมาเห็นศิวะยืนนิ่งยิ่งคุกรุ่น หาว่าเขาคิดถึงประกายดาวจึงกราดเกรี้ยวใส่ รติรสเคาะประตูเปิดเข้ามา

“อ้าว...มีประตูเชื่อมด้วยเหรอ แหม มัวแต่ด่านังดาวเลยลืมดู มีก็ดีแล้ว จะได้หากันสะดวก...ฉันล้างหน้าก่อน เดี๋ยวลงไปหาอะไรกินแก้เหม็นหน้านังดาวกัน” อรอุมาหันมองศิวะเห็นยืนนิ่งจึงตวาด “ศิวะ...ฉันบอกว่าฉันจะล้างหน้า”

ศิวะกุลีกุจอเปิดกระเป๋าเสื้อผ้า หยิบกระเป๋าเครื่องสำอางใบเล็กส่งให้อย่างร้อนรนแทบทำหล่น อรอุมาเอ็ดของตนไม่ใช่ถูกๆ ก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินเข้าห้องน้ำ ทันทีที่ประตูปิด รติรสเข้าลูบอกศิวะ “อย่าโมโหสิคะ มันยั่วอารมณ์ฉัน เดี๋ยวฉันอดใจไม่ไหวนะ...”

ศิวะสวนอดไม่ไหวก็ไม่ต้องอด เขากอดรัดซุกไซ้ดันเธอเข้าห้องของเธอ แล้วปิดประตูู

ooooooo

พนักงานมารายงานจันทรภานุว่า บริษัทที่รับจัดงานคืนนี้ขอยกเลิกด้วยเหตุผลที่ว่า มีปัญหาภายในบริษัท พนักงานอีกคนยุให้ฟ้องเรียกค่าเสียหายเพราะทำให้ทางโรงแรมเราเดือดร้อน แขกที่จะมาคืนนี้ล้วนเป็นนักธุรกิจระดับประเทศ

“ผมฟ้องกลับแน่ แต่ตอนนี้เราต้องเอาเวลามาคิดหาทางแก้ปัญหา งานนี้ล้มเลิกไม่ได้”

ประกายดาวนั่งฟังอยู่ด้วย คิดแผนบางอย่างได้ รีบออกความเห็นเสนอพงศ์จันทรทำงานนี้แทน เพราะไหนๆก็อยู่ที่นี่แล้ว แต่คุณชายจันทร์ไม่ไว้ใจ ประกายดาวจึงเปิดไอแพดให้เขาดูผลงานของพงศ์จันทรที่ผ่านๆมา ว่าอยู่ในระดับท็อปไฟล์ของประเทศทั้งนั้น เขาชักเคือง

“ดูคุณดาวรู้จักพงศ์จันทรดีจังเลยนะครับ”

“ฉันว่าประวัติเขาน่าสนใจดีค่ะ คุณพงศ์โตที่เมืองนอกกับคุณแม่ คุณพ่อเสียไปตั้งแต่คุณพงศ์ยังไม่เกิด ฉันไม่แปลกใจแล้วล่ะค่ะ ว่าทำไมสาวๆถึงพากันกรี๊ดคุณพงศ์กันทั้งเมือง...ตกลงคุณชายให้คุณพงศ์ช่วยนะคะ”

“ผมไม่มีสิทธิ์เลือกมาก ต้องแล้วแต่คุณพงศ์ตัดสินใจ” จันทรภานุรู้สึกปวดใจแต่ทำเฉย

พอประกายดาวมาขอร้องพงศ์จันทร เขาตอบกวนๆว่าตนไม่ตัดสินใจ เพราะจะให้เธอเป็นคนตัดสินใจ ถ้าอยากให้ตนทำ ตนก็จะทำ คุณชายจันทร์หมั่นไส้มาก

“ถ้าคุณไม่สะดวก ผมไม่รบกวนดีกว่า”

“โถ...ผมล้อเล่นครับคุณชาย ผมเห็นว่ากำลังหน้าสิ่ว หน้าขวานกัน ก็เลยอยากจะช่วยให้บรรยากาศดีขึ้น”

ประกายดาวถามย้ำตกลงรับงานนี้ ไม่ทันที่พงศ์จันทร จะตอบ คุณหญิงนิ่มเข้ามาถามด้วยสีหน้าร้อนใจ มีอะไรให้ตนช่วยบ้าง จันทรภานุลูบมือคุณหญิงและยิ้มละมุน

“ช่วยเป็นกำลังใจให้พี่นะคะ”

ประกายดาวมองความอ่อนโยนของเขาแล้วยิ่งรู้สึกดี...คุณหญิงนิ่มหันมาเห็นพงศ์จันทรกำลังจะโวย พงศ์จันทรรีบบอกเธอว่ามีคนฝากความคิดถึง แล้วเขาก็ตั้งข้อแม้

“ผมว่าผมเปลี่ยนใจแล้วดีกว่า ผมจะช่วยคุณชายก็ต่อเมื่อ คุณหญิงนิ่มยอมรับผิดกับผม”

จันทรภานุงงว่าเรื่องอะไร คุณหญิงนิ่มตกใจที่พงศ์จันทรจะเอาเรื่องสาวทรงสะบึมมาแฉจึงรีบชวนเขาออกมาเจรจาต้องการอะไร พงศ์จันทรให้เธอขอโทษ แต่เธอไม่ยอมจะเดินหนี เผอิญชนกับทีมงานที่เดินเข้ามา เซไปแก้มกระแทกเข้าที่ปากพงศ์จันทรเต็มๆ ทีมงานตะลึง คนแถวนั้นมองกันตาโต พงศ์จันทรรีบทำตัวปกติ ทักทายทีมงานแล้วบอกให้ไปรอประชุม จากนั้นหันมาหาคุณหญิงนิ่ม เธอโพล่งขึ้น “ฉันขอโทษ...”

“เฮ้ย! ผมเป็นคนหอมแก้มคุณนะ”

“ฉันขอโทษเรื่องเมื่อคืนย่ะ ทีนี้นายก็ช่วยงานพี่ชายได้สักทีนะ” คุณหญิงนิ่มเดินหนีอายๆ

ทีมงานของพงศ์จันทรกระซิบกระซาบหัวเราะกันคิกคัก พงศ์จันทรเข้ามาเอ็ดและสั่งห้ามเอาไปพูด ทีมงานจ๋อย ประกายดาวเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ก็ยิ้มอย่างพอใจ...

ประกายดาวเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้จันทรภานุฟัง แถมชื่นชมพงศ์จันทรว่าเป็นสุภาพบุรุษแสดงว่ามาจากการอบรมเลี้ยงดูที่ดี แม้จะขาดพ่อ คุณชายจันทร์ไม่ค่อยพอใจ ติงว่าวันนี้เธอพูดถึงพงศ์จันทรทั้งวัน อยากจะบอกอะไรตนหรือเปล่า

“ฉันเก็บเอาคำพูดของคุณชายไปคิด แทนเพื่อนที่จะทำกิฟต์น่ะค่ะ ว่าคนๆนึงต้องมีทั้งพ่อและแม่เขาถึงสมบูรณ์พร้อม แต่คุณพงศ์ก็เป็นตัวอย่างให้เราเห็นว่ามันไม่จำเป็นเสมอไป”

จันทรภานุยอมรับว่าตนมองอะไรแคบเกินไป ประกายดาวดีใจที่เปลี่ยนความคิดเขาได้...คืนนั้น ประกายดาวตื่นเต้นโทร.เล่าให้จิตสุภางค์ฟัง ส่วนจันทรภานุครุ่นคิดที่ดูประกายดาวจะชื่นชมพงศ์จันทรมากในวันนี้ ด้านพงศ์จันทร กลับนึกถึงสัมผัสแก้มของคุณหญิงนิ่มจนตัวเองแปลกใจ คุณหญิงนิ่มเองก็ใจวาบหวิวจนนอนไม่หลับ

วันต่อมา รติรสคุยโทรศัพท์กับพ่อว่า คืนนี้จะช่วยรับรองมิสเตอร์เฉิน และจะทำให้เขายอมร่วมธุรกิจด้วย จากนั้น เธอก็เข้ามาหาศิวะในห้องบอกเขาว่า อรอุมานวดสปาอยู่ อีกนานกว่าจะเสร็จ ทั้งสองจึงกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างไม่รีรอ ตุ้มหูรติรสตกอยู่ที่พื้นโดยไม่รู้ตัว

ประกายดาวนั่งดูรูปเด็กน่ารักๆอยู่ พอดีพนักงานเอาชุดที่ซักรีดมาส่ง พงศ์จันทรมาหาจึงถือโอกาสเดินเข้ามาในห้อง ประกายดาวกำลังไปหยิบเงินให้พนักงาน เขาเห็นหนังสือการทำกิฟต์บนโต๊ะก็หยิบมาดูด้วยความสงสัย พอเธอเดินกลับมา เขาจึงถามว่าเธออยากทำกิฟต์หรือ ประกายดาวชะงัก ตั้งสติก่อนจะบอกเขาตามจริง แต่เขากลับหาว่าเธอพูดเล่น นึกอย่างไรถึงอ่าน

ประกายดาวจึงเออออ “อ่านไว้เป็นความรู้เผื่อจะเป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากมีลูกแต่ไม่อยากแต่งงานอย่างฉัน”

“อย่าพูดคำว่าไม่อยากแต่งงาน จนกว่าจะเปิดใจรักผม” พงศ์จันทรส่งตาหวาน

ประกายดาวเปลี่ยนเรื่องมาถามมีธุระอะไรกับตน เขาจึงบอกให้เธอมาเป็นช่างภาพให้กับทีมเขา เธอรับคำแล้วคุยถึงคอนเซปต์งาน

ooooooo

ก่อนเปิดงาน พงศ์จันทรพาจันทรภานุเดินตรวจสถานที่พร้อมสาธยายตารางงานไปด้วยว่าขันโตกจะเริ่มเสิร์ฟตอนทุ่มครึ่ง  พร้อมโชว์การแสดงพื้นเมือง  ส่วน พิธีการจะเริ่มตอนสองทุ่ม คุณชายจันทร์เห็นมีประทีปโคมไฟและซุ้มดอกไม้ประดับ เหมือนบรรยากาศพื้นเมืองจริงๆ

คุณชายจันทร์เห็นประทีปไฟอันหนึ่งตั้งล้ำมาใกล้แขกเกินไป เกรงอุบัติเหตุ จึงติงให้ถอยออกไปหน่อย พงศ์จันทรทึ่งที่เขาละเอียดลออมาก ประกายดาวถ่ายภาพอยู่รอบงาน พงศ์จันทรเดินไปหา คุณชายเห็นสองคนพูดคุยดูสนิทสนมกันมากก็สะเทือนใจ อภิเชษฐ์เข้ามาแซว

“เอาแต่มอง เมื่อไหร่จะได้มาครอบครองวะ”

“ฉันว่าฉันไม่ได้ส่งการ์ดเชิญแกสักใบ” จันทรภานุไม่ตอบกลับย้อนถาม

“งานเลี้ยงนักธุรกิจของแก ถ้าเชิญตำรวจอย่างฉันก็แปลกแล้ว”

จันทรภานุจึงถามแล้วมาทำไม อภิเชษฐ์บอกตามจริงว่ามาจับตาดูพฤติกรรมพ่อค้ายาเสพติด คุณชายตกใจจะมาจับกันในงานตน อภิเชษฐ์รีบบอกว่าไม่จับ แค่มาดูว่าเป็นใครเท่านั้น

“ไม่ต้องห่วง ฉันรับรองจะไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้นในงานแกแน่นอน งานแกจะเรียบร้อยสมชื่อคุณชายจันทร์เหมือนเดิม”

แต่คุณชายยังหวั่นใจ อาจมีความวุ่นวายจากเรื่องอื่น ไม่ทันไร อรอุมาควงศิวะเดินมากับรติรส แสดงท่าเย้ยประกายดาวก่อนจะเดินผ่านไป...พองานจะเริ่ม ท้องฟ้า เกิดมืดครึ้ม ฝนตั้งเค้า ลมพัดแรง ข้าวของในงานปลิวว่อน พงศ์จันทรกับทีมงานช่วยกันเก็บของ ประกายดาวเอาผ้าปิดกล้องวิ่งหาที่หลบ แต่ถูกรติรสแกล้งชนล้มฝากล้องกระเด็นแล้วไม่เก็บให้ ทำหน้าเยาะก่อนจะวิ่งไป ประกายดาวส่ายหน้าเดินไปเก็บเอง แล้วมองไปเห็นเด็กหนุ่มสองคนช่วยกันเก็บภาพวาดก็จะเข้าไปช่วย จันทรภานุคว้าแขนไว้บอกให้ไปหลบฝน เขาจะไปช่วยเอง เธอปลื้มใจ

“หน้าตาดี...น้ำใจงาม...เชื้อดีแบบนี้ ลูกแม่จะต้อง เป็นที่รักของทุกคน”

แต่พอประกายดาวเห็นหน้าสองหนุ่มชัดๆ ก็จำได้ว่าคือพลกับเจ้านายที่เคยวาดภาพตนตอนขึ้นไปบนดอย ทั้งสองจำเธอได้ ้เขาบอกว่าได้รับการว่าจ้างให้มาวาดภาพในงานนี้ ไม่ทันไรเสียงนันทินีดังมา “คุณชายจันทร์ขา... ช่วยนันด้วย ลมพัดแรงเหลือเกิน นันทรงตัวไม่อยู่”

ว่าแล้วนันทินีก็เซเข้ามาซบอกจันทรภานุ หม่อมสุรีย์เดินตามมา ถามว่าถ้าฝนตกงานจะกร่อยไหม คุณชายจันทร์ตอบว่าเตรียมเต็นท์ไว้แล้วหรืออาจจะย้ายไปจัดในอาคาร นันทินีโอดโอย ตนเตรียมชุดสำหรับกลางแจ้ง จะรับกับแสงจันทร์สวยมาก ถ้าเข้าไปข้างในชุดก็จืดแย่ หม่อมสุรีย์เห็นด้วยว่าแขกที่มาคงเตรียมชุดมาเต็มที่เหมือนกัน

จู่ๆ นันทินีก็เสนอให้ลองปักตะไคร้ คนโบราณจะให้ลูกสาวคนเล็กที่ยังบริสุทธิ์เป็นคนปัก หม่อมสุรีย์นึกได้จึงบอกให้นันทินีไปปัก เพราะเป็นลูกสาวคนเล็กที่ยังไม่ได้แต่งงานตามตำราเป๊ะ...นันทินีแหยง รู้แก่ใจว่าตัวเองไม่เวอร์จิ้น รีบปฏิเสธ อ้างว่าไม่แน่ใจท่านพ่อแอบไปมีลูกที่ไหนอีกหรือเปล่า หม่อมสุรีย์ยืนยันว่าท่านพ่อเธอไม่เจ้าชู้ นันทินีไม่รู้จะอ้างอะไรอีกจึงแกล้งเป็นลมล้มพับไป อรอุมารีบเสนอให้ประกายดาวเป็นคนปัก เพราะเป็นน้องคนเล็กเหมือนกันและยังไม่ได้แต่งงาน อรอุมาหวังฉีกหน้าประกายดาว เพราะเชื่อว่ามีสัมพันธ์กับศิวะมาก่อน

จันทรภานุดึงประกายดาวไว้ไม่ให้ทำ เธอย้อนถาม “แสดงว่าคุณชายไม่แน่ใจในตัวฉัน”

“ผมไม่เคยคิดว่าจะต้องแน่ใจหรือไม่แน่ใจอะไร ในตัวคุณ แต่ที่ผมแน่ใจคือ ไม่มีใครบังคับฟ้าฝนไม่ให้ตกได้”

“ของแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะคะ เอาเป็นว่าถ้าฟ้าดินอยากให้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ฟ้าดินจะต้องยอมให้ฉันช่วยคุณ”

“นันทินีกระเด้งฟื้นขึ้นมาทันที อรอุมายิ้มกับรติรสทำนองประกายดาวต้องได้อายแน่...ประกายดาวนำตะไคร้มายืนกลางแจ้ง ภาวนาขอเตี่ยกับม้า ถ้าอยากได้หลานเป๊ะเว่อร์เหมือนคุณชายจันทร์ ก็ต้องช่วยตน อย่าให้ฝนตก ทันทีที่ปักตะไคร้ลงไป ฟ้าผ่าเปรี้ยง ทุกคนสะดุ้ง นมพรร้องบอกว่าปักผิดด้าน ต้องเอาส่วนรากขึ้นชี้ฟ้า เธอจึงรีบดึงขึ้นมาปักใหม่ ทันใด ท้องฟ้าที่มืดครึ้มก็สว่างสดใส ทุกคนที่ชื่นชอบประกายดาวต่างดีใจ รวมทั้งหม่อมสุรีย์เริ่มรู้สึกดีๆไปด้วย

อรอุมาเจ็บใจ รติรสชักเอะใจหรือประกายดาวจะยังบริสุทธิ์ อรอุมาไม่อยากเชื่อเพราะรู้สันดานศิวะดีว่าไม่เคยปล่อยใครรอดไปได้ ส่วนศิวะกลับดีใจคิดเข้าข้างตัวเองว่าประกายดาวคงรักตนมากจนไม่คิดมีใครอีก... คุณหญิงนิ่มกับนมพรดีใจออกนอกหน้า ทำให้นันทินี หน้าม้าน

ประกายดาวแอบโทร.เล่าเรื่องให้จิตสุภางค์ฟัง ด้วยความดีใจ พลันศิวะเข้ามาพูดจาให้เธอยอมรับความ จริงว่ายังรอตนอยู่ ประกายดาวเหนื่อยใจจับแขนเขาดัดไปข้างหลัง ขู่ให้จำไว้ ถ้ายังมาวุ่นวายกับตน จะให้อรอุมา เล่นงาน...รติรสเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ก็เจ็บใจที่ศิวะนอกใจ

บรรยากาศงานขันโตก ทุกคนแต่งตัวแบบล้านนา จันทรภานุตะลึงเมื่อเห็นประกายดาวอยู่ในชุดล้านนาโมเดิร์น ดูทะมัดทะแมงสมกับเป็นช่างภาพ เขาเข้ามาขอบคุณเธอที่แนะนำพงศ์จันทรให้ทำงานนี้ เพราะงานออกมาเพอร์เฟกต์มาก ประกายดาวดีใจ ยินดีช่วยเขาทุกอย่าง พลันเชือกที่เสื้อหลุด เธอจึงฝากเขาถือกล้องเพื่อผูกเชือก คุณชายฉวยโอกาสถ่ายภาพเธอ แต่อ้างว่าถ่ายซุ้มดอกไม้ด้านหลัง ประกายดาวงงเพราะเห็นซุ้มน้อยมาก

หม่อมสุรีย์เดินเข้ามาพร้อมนันทินีที่อยู่ในชุดเหลือบทองรับกับแสงจันทร์ นันทินีโพสท่าให้นักข่าวถ่าย แต่ทุกคนกรูไปทางคุณหญิงนิ่ม ที่ดูสวยหวานจนแม้แต่พงศ์จันทรยังตะลึง นันทินีเคือง พยายามเข้ามาเบียดถ่าย คู่ด้วย ประกายดาวแอบยิ้มเมื่อเห็นท่าทีพงศ์จันทร...

จันทรภานุเข้ามาถามอภิเชษฐ์ว่าเห็นเป้าหมายหรือยัง เขาชี้ให้ดูมิสเตอร์เฉิน เจ้าของเฟอร์นิเจอร์นำเข้าที่ โรงแรมนี้สั่งแล้วมองดูว่าเขาเข้าไปพูดคุยกับใคร พลัน คุณชายจันทร์ต้องตกใจ เมื่อเห็นมิสเตอร์เฉินเข้าไปทักทายกับปุระชัย พ่อของรติรส อภิเชษฐ์กระซิบ

“สายข่าวของฉันบอกว่า เขาน่าจะเป็นผู้อยู่เบื้อง หลังขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่”

ปุระชัยให้พลวาดภาพมิสเตอร์เฉิน เขาพอใจกับฝีมือพลมาก พลเหลือบมองรติรสอย่างห่วงใย เพราะสีหน้าเธอดูไม่สบายใจ ปุระชัยกระซิบถามลูกสาวมีปัญหาอะไร เธอตอบว่าผู้ชายของตนคิดไม่ซื่อ ปุระชัยถามว่าเป็นใคร รติรสตอบว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะบอก เขาจึงสอนลูกสาวคนเข้มแข็งเท่านั้นที่จะอยู่รอด ถ้าใครคิดไม่ซื่อก็สั่งสอนให้หลาบจำ

“รสไม่อยากให้เขาเกลียดรส”

“ลูกไม่จำเป็นต้องลงมือทำเองเลย มีคนอ่อนแอตั้งมากมายที่เราหลอกใช้เป็นเครื่องมือ จำเอาไว้ ลูกพ่อต้องเป็นผู้ชนะเท่านั้น”...รติรสฟังคำพ่อแล้วยิ้มอย่างมุ่งมั่น

ooooooo

จันทรภานุขึ้นกล่าวขอบคุณแขกที่มาในงาน พลันมีเสียงเพลงดังขึ้นทั้งที่ไม่ได้อยู่ในสคริปต์ ทีมงานเข้ามากระซิบบอกว่า หม่อมสุรีย์ให้แทรกการแสดงของนันทินี ทันใด นันทินีก็รำฟ้อนเทียนออกมาด้วยท่วงท่าที่ไม่พร้อมเพรียงกับทีมเอาเสียเลย

ไม่ทันไร เธอก็ทำเทียนหยดใส่หน้าตัวเองร้องลั่น การแสดงหยุดชะงัก ประกายดาวยืนถือกล้องมองอยู่ จู่ๆ ลูกน้องปุระชัยก็เดินเข้ามาชนเธอล้ม ฝากล้องกระเด็นแล้วแอบเก็บมันไป ประกายดาวลุกยืนโบกมือไม่เป็นไร... ในสวนของโรงแรม รติรสนัดศิวะออกมาพลอดรักกัน ทั้งที่ศิวะกลัวอรอุมาจะเห็น แต่ก็ขัดรติรสไม่ได้ จันทรภานุเดินผ่านมาเห็นตกตะลึง ประกายดาวเดินกะเผลกมา เขาจึงเอามือปิดปากดึงเธอหลบไปทางอื่นไม่อยากให้เห็นภาพโจ๋งครึ่มนั่น

ประกายดาวแหงนมองฟ้าเห็นดาวสวย ทันใด มีดาวตก เธอรีบเอาผ้าเช็ดหน้าคลุมเลนส์กล้องแล้ววางบนโต๊ะ ชวนเขายกมืออธิษฐาน พอเสร็จ คุณชายถามเธอขออะไร

“ฉันขอให้ได้พบกับคนที่ฉันจะมอบทั้งชีวิตและ หัวใจของฉันไว้ให้เขาไวๆ...คุณชายล่ะคะ ขออะไร” ประกายดาวหมายถึงลูก

“ผมขอให้ได้เห็นดาวสวยอย่างคืนนี้ตลอดไป” เขามองประกายดาวด้วยสายตาเปี่ยมรัก

ประกายดาวรู้สึกสะเทิ้นอาย กลบเกลื่อนว่าเขา มักน้อย แล้วเก็บผ้าที่คลุมเลนส์เข้ากระเป๋า คุณชายจันทร์สงสัย ถามทำไมไม่ปิดฝากล้อง เธอตอบว่าหล่นหายหาไม่เจอ

ด้านรติรสเมื่อได้เวลาก็มายุแหย่อรอุมาว่า ศิวะหายไปพร้อมประกายดาว อาจจะแอบไปอยู่ในห้องด้วยกัน อรอุมารี่กลับเข้าห้องแต่ไม่พบใคร รติรสแกล้งทำฝากล้องหล่นที่พื้นแล้วทำทีเดินเหยียบ หยิบขึ้นมาให้อรอุมาได้เห็นว่า มีของประกายดาวตกอยู่ อรอุมาโกรธจนตัวสั่นเทา กลับเข้ามาที่งานต่อว่าประกายดาวกลางงาน ศิวะตกใจเข้ามาดึงอรอุมาไว้ แขกในงานเริ่มมุงดู จันทรภานุเข้ามาขอร้องให้เกียรติงานตนบ้าง เธอกลับโต้

“คุณชายเองก็ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ระวังจะตกเป็นเหยื่อของนังนี่อีกคน” อรอุมาเอาฝากล้องมาชูให้ทุกคนดูว่าพบบนห้องนอนตน รวมทั้งรอยลิปสติกที่ปกเสื้อของศิวะ

ประกายดาวทนไม่ไหวจะเดินหนี กลับโดนอรอุมากระชากผลักไปชนเสาประทีปโคมไฟล้ม เปลวไฟไปติดชายผ้าคุณหญิงนิ่ม พงศ์จันทรตกใจถอดสูทช่วยตะปบดับไฟให้ คุณชายจันทร์ปรี่เข้าประคองพาคุณหญิงนิ่มเข้าไปในตัวตึก แต่อดชายตามองประกายดาวอย่างห่วงๆ ไม่ได้ หม่อมสุรีย์ถึงกับเป็นลม พงศ์จันทรรีบเชิญแขกเหรื่อกลับสู่งานตามปกติ ศิวะลากอรอุมาออกมา เขายืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรกับประกายดาวเลย แต่อรอุมาไม่เชื่อด่าว่าเขายกใหญ่จนเขาเดินหนีไป อรอุมากับรติรสวิ่งตามหาศิวะ มาทางหลังโรงแรม เป็นโอกาสให้ประกายดาวได้เอาคืน เธอใช่น้ำสาดใส่ทั้งสองสาวแถมขู่

“เอาสิ ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในงานเหมือนเมื่อกี้แล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องเกรงใจใครอีก อ้อ แล้วศิวะเคยบอกเธอรึเปล่าว่าฉันเทควันโดสายดำ ถ้าเธอคิดจะลองดูก็ได้นะ... จำเอาไว้ ฉันไม่รู้ว่าของของฉันไปอยู่ในห้องเธอได้ยังไง  แต่ฉันไม่เคยเข้าไปในห้องของเธอ และที่สำคัญฉันไม่เคยคิดจะแทงข้างหลังเธอ แค่ฉันเห็นหน้าผัวเธอ ฉันก็จะอ้วกอยู่แล้ว อย่าหึงไม่เข้าเรื่อง มันทุเรศ”

อรอุมาร้องกรี๊ดๆ รติรสโวยจะมัวกรี๊ดทำไมให้ตามไปตบ อรอุมาเหวี่ยงตามไปให้โดนทุ่มหรือ แต่ยังเคียดแค้นจะไม่ขออยู่ร่วมโลกกับประกายดาว

ประกายดาวเหนื่อยใจคงหมดความเชื่อถือจากจันทรภานุแล้ว...ด้านหม่อมสุรีย์ให้คุณชายจันทร์ไล่ ประกายดาวออกไป แต่เขากลับแก้ตัวแทนเพราะประมวลจากเหตุการณ์ต่างๆ

ooooooo

ตอนที่ 6

เผอิญเหลือเกิน ที่พงศ์จันทรชวนเพื่อนๆมาฉลองปาร์ตี้สละโสด เพื่อนๆตกใจคิดว่าจะแต่งงาน แต่ที่จริงเป็นการเลิกเจ้าชู้หันมาจีบคนคนเดียวที่เขา คิดว่ารัก...เพื่อนๆลากคุณหญิงนิ่มมาฉลองวันเกิดที่ผับเดียวกัน คุณหญิงไม่ค่อยชอบสถานที่แบบนี้ จึงหลบควันบุหรี่ออกไปข้างนอก

มีผู้ชายคนหนึ่งที่เหล่คุณหญิงนิ่มตั้งแต่ข้างใน ตามออกมาลวนลาม จะดึงเธอให้ไปด้วยกัน คุณหญิงตกใจขัดขืน พอดีพงศ์จันทรผ่านมา จึงทำทีเข้าโอบ ไหล่เธอ

“มาอยู่นี่เอง เขาตามหาตั้งนาน...คุณมีอะไรกับแฟนผมรึเปล่า” พงศ์จันทรถามชายคนนั้น

“พี่พงศ์! ผมโจ้ไงครับ พี่จำได้ไหม รุ่นน้องพี่ที่มหาลัย”

พงศ์จันทรเออออจำได้ เขารีบขอโทษไม่รู้ว่าเป็นเด็กพี่ คุณหญิงนิ่มฉุนจะปฏิเสธ พงศ์จันทรกระชับกอดแน่นขึ้นเอ่ย “เด็กพี่เอง เพิ่งได้มา ยังพยศอยู่นิดๆ”

โจ้ลาแล้วแยกจากไป คุณหญิงนิ่มโกรธ หยิกท้องพงศ์จันทรให้ปล่อย เขาร้องลั่นโวยถ้าไม่พูดแบบนั้นมีหวังเธอโดนสอยไปแล้ว และถือโอกาสทวงบุญคุณที่ช่วยเธอถึงสองครั้งสองครา คุณหญิงนิ่มทำหน้าหมั่นไส้ พลันเธอจามออกมาหลายที น้ำหูน้ำตาไหลเพราะแพ้ควันบุหรี่ในผับ ชายหนุ่มจึงดึงเธอกลับและอาสาไปส่ง คุณหญิงเหล่มองไม่ค่อยไว้ใจ เขาจึงแกล้งเปิดเพลงในรถแนว เกี้ยวพาราสี แล้วปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกให้เห็นแผงอก คุณหญิงตกใจล้วงสเปรย์พริกไทยมาฉีดใส่หน้า พงศ์จันทร ร้องจ๊าก...มองทางไม่เห็น หวิดชนกับรถที่สวนมา

สุดท้ายต้องจอดข้างร้านมินิมาร์ท ซื้อผ้าเย็นมาซับหน้าซับตาเขาให้คลายอาการปวดแสบปวดร้อน ใบหน้าสองคนใกล้กันจนคุณหญิงนิ่มสัมผัสลมหายใจเขา จึงผละออกให้เขาทำเอง...

ด้านประกายดาว นั่งรอจันทรภานุจนหลับอยู่ที่ล็อบบี้ เธอฝันไปว่าคุณชายกลับมาปลุกเธอให้ตื่นแล้ว ถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ เธอตอบเขาว่ามาเที่ยวและพักที่นี่ อยากได้ไกด์พาเที่ยว คุณชายตอบยิ้มๆว่า คนที่อยู่หน้านี่แหละที่จะเป็นไกด์ให้ เธอยิ้มดีใจ...แต่แล้วรู้สึกเหมือนมีคนเขย่าตัวเรียกให้ตื่น ประกายดาวลืมตาขึ้นมางงๆ พนักงาน สองคนช่วยกันปลุกบอกเธอว่า ตอนนี้ตีสามแล้ว ให้ขึ้นไปนอนบนห้อง เธอตกใจอายมากรีบจ้ำพรวดๆ ไปด้วยความแปลกใจ ทำไมจันทรภานุถึงไม่เห็นว่าตน รออยู่ที่นั่น

วันรุ่งขึ้น ประกายดาวเดินชมวิว เห็นจันทรภานุกำลังคุยงานกับผู้จัดการโรงแรม อยากจะเข้าไปทักก็เกรงจะกลายเป็นการจงใจเกินไป จึงแกล้งทำเป็นเดินผ่านไปมา เขาก็ไม่เห็นเสียที จึงหยิบแมกกาซีนมาทิ้งลงพื้นให้เกิดเสียงดัง แล้วเก็บขึ้นมาเปิดอ่าน คนแถวนั้นสะดุ้งหันมองรวมทั้งจันทรภานุด้วย  เขาเดินเข้ามาทัก  เธอทำทีตกใจ

“คุณชายจันทร์!” บังเอิญจังเลยค่ะ คุณชายจันทร์มาทำอะไรที่นี่คะ

“ผมเป็นเจ้าของโรงแรมนี้ แล้วคุณดาวล่ะครับมาทำอะไร”

“ฉันมาเที่ยวแล้วก็พักอยู่ที่นี่ ฉันมาคนเดียวและตอนนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี”

สีหน้าประกายดาวมีความหวังจะเหมือนในฝัน แต่แล้วจันทรภานุกลับมีท่าทีเหินห่าง บอกว่ามีไกด์บุ๊กนำเที่ยวอยู่ที่เคาน์เตอร์ แล้วขอตัวไปทำงานต่อ หญิงสาวงงมากเขาเป็นอะไร เธอจึงเฟซไทม์หาจิตสุภางค์เล่าเรื่องให้ฟัง ได้คำแนะนำมาว่า อาจจะรุกเขาเร็วไปจนตั้งตัวไม่ทัน

พอดีอภิเชษฐ์ขึ้นมางานราชการที่เชียงใหม่ จึงนัดกับจันทรภานุที่ร้านกาแฟ จันทรภานุอึดอัดใจ สารภาพว่าซองยาที่ให้เขาไปคราวก่อน ความจริงตนเจอในเสื้อที่ประกายดาวใส่เดินแบบ แต่อภิเชษฐ์ไม่คิดว่าประกายดาวจะเกี่ยวข้องกับยานั่น เพราะคนที่ตรวจเจอฉี่ม่วงคืออรอุมา

“มองคนอย่ามองแต่ผิวเผิน บางคนรู้หน้าไม่รู้ใจ ต่อหน้าแสนดี ลับหลังกลับร้ายสุดๆ ฉันเจอคนประเภทนี้มาเยอะ จะตัดสินคนคนหนึ่ง เราต้องรู้จักเขาให้ดีซะก่อน ถึงจะบอกได้ว่าเขาดีหรือว่าเลว”...จันทรภานุคิดตามคำพูดของอภิเชษฐ์

ooooooo

ประกายดาวออกมาเดินชมวิวถ่ายภาพ พบกลุ่มหนุ่มสาวที่นั่งวาดรูปนักท่องเที่ยว ก็เกิดความสนใจ เข้าไปชื่นชมสอบถามราคา และให้วาดภาพตนบ้าง พลเป็นคนลงมือวาด  เขาแนะนำให้รู้จักเพื่อน  คือเจ้านายและพิมพ์ไทย ไม่ทันไร ต้นอ้อถือนํ้าเข้ามาสมทบ

“ผมชื่อพลเป็นรุ่นน้องของเจ้านายกับพิมพ์ไทย ผมกับเจ้านายเป็นคนที่นี่ ส่วนพิมพ์เป็นคนกรุงเทพฯ... ส่วนนี่ต้นอ้อครับ มาจากอีสาน

ประกายดาวแนะนำตัวและทักทายทุกคน พอดีพงศ์จันทรโทร.มาถามว่าเธออยู่ไหนเขาจะมาหา เธอตอบ กว้างๆ ไม่อยากให้เขาตามมา ว่ามาทำธุระต่างจังหวัดแล้วตัดบทวางสาย...คนรับใช้ซึ่งล้างรถให้พงศ์จันทรอยู่พบกระเป๋าสตางค์หล่นในรถจึงเอามาให้ พงศ์จันทรนึก ออกว่าคงเป็นของคุณหญิงนิ่มทำหล่นไว้คืนที่รถเกือบชน จึงเอามาคืนให้ที่ร้าน

คุณหญิงนิ่มกำลังหาอยู่พอดี พอรู้ว่าอยู่ที่พงศ์จันทรก็ถามว่ารื้อค้นอะไรบ้างหรือเปล่า ชายหนุ่มเคือง ไม่ขอบใจยังจะมาดูถูกกันอีก จึงแกล้งดึงแขนเธอเข้ามากอดให้ขอบใจ

“ถ้าไม่พูด ผมจะกอดให้แน่นกว่านี้”

คุณหญิงนิ่มทำใจกล้าไม่กลัว พงศ์จันทรจึงขู่จะทำมากกว่ากอด เผอิญมีลูกค้าสองสาวเข้ามาในร้าน

ร้องว้าย! พงศ์จันทรตกใจปล่อยคุณหญิงนิ่ม หนึ่งในสองสาวเกิดเป็นกิ๊กของเขา พอเห็นเช่นนั้น ก็ปรี่เข้าตบคุณหญิงนิ่ม

“เพราะผู้หญิงคนนี้ใช่ไหม ถึงทำให้คุณขอเลิกกับฉัน”

คุณหญิงนิ่มโกรธตบกลับทันที พงศ์จันทรรีบลากกิ๊กเก่าตนออกไปจากร้าน  แล้วบอกเธอว่ารู้หรือไม่ว่าได้ตบหม่อมราชวงศ์หญิงนิมมานนรดี  น้องสาวคุณชายจันทร์เข้าเสียแล้ว  ระวังจะติดคุกหัวโต  กิ๊กกับเพื่อนหวาดหวั่นรีบพากันกลับไป...พงศ์จันทรกลับเข้ามาในร้าน คุณหญิงนิ่มโวยทันที  อยู่ใกล้เขาทีไรซวยทุกที  พงศ์จันทรไม่พูดพร่ำทำเพลง ขู่จะอุ้มถ้าเธอไม่ไปหาหมอ

รับยาจากโรงพยาบาลแล้ว พงศ์จันทรเดินมาตามทางกับคุณหญิงนิ่ม เขาเอ่ยถามรู้ไหมว่าประกายดาวไปไหน คุณหญิงนิ่มเคืองที่มาทำดีเพราะเหตุนี้เอง จึงตอบว่าไม่รู้ ถึงรู้ก็ไม่บอก...

หลังจากวาดภาพเสร็จ ประกายดาวถือเดินดูเข้ามาในโรงแรม เห็นนมพรนั่งอยู่คนเดียวก็นึกถึงคำพูดของมิลินทร์ที่ว่า คุณชายรักนมพรมากจนหม่อมแม่อดน้อยใจไม่ได้  ถ้าอยากเอาชนะใจคุณชายต้องชนะใจนมพรด้วย... ประกายดาวจึงเข้าไปทักสวัสดีนมพรและนั่งคุยด้วย  จันทรภานุเดินมาเห็น คราวนี้เขากลับยิ้มแย้มกับเธอดี นมพรบอกว่าชวนประกายดาวทานข้าวด้วย

“ครับ...เอาอาหารมาเสิร์ฟได้เลย คุณดาวอยากทานอะไรเพิ่มสั่งได้นะครับ”

ประกายดาวลอบมองจันทรภานุยิ้มๆ เสร็จจากทานอาหาร นมพรให้ทั้งสองไปเดินเล่นกัน ตนจะขึ้นไปพัก เขาจึงหันมาชวนประกายดาว

“ดีเหมือนกันค่ะ จะได้ย่อยอาหารด้วย เมื่อกี้ทานข้าวไปตั้งสองจาน”

ระหว่างเดินไปด้วยกัน ประกายดาวเอ่ยมีเรื่องสงสัยอยากถาม จันทรภานุหยุดหันมามอง เธอถามทำไมเมื่อเช้าเขาถึงทำหมางเมินเหมือนคนไม่รู้จักกัน

“ถ้าผมบอก อย่าโกรธผมนะ” ประกายดาวพยักหน้า จันทรภานุจึงเล่าเรื่องยาที่พบ

“ฉันเนี่ยนะเล่นยา!” ประกายดาวหัวเราะจนคุณชายแปลกใจ “คุณชายจันทร์ใช้อะไรคิดเนี่ย อุ่ย...ขอโทษค่ะ ฉันไม่รู้จริงๆ ว่ายานั้นอยู่ในกระเป๋าเสื้อตัวที่ฉันใส่เดิน แฟชั่นได้ไง และฉันก็ไม่ใช่พวกศิลปินอาร์ตติสที่ใช้ยาเป็นตัวสร้างอารมณ์ในการทำงาน...คุณชายจันทร์จะให้ฉันไปสาบานที่ไหนก็ได้” ประกายดาวเงยหน้ามองฟ้าพนมมือ “ท้องฟ้านี้เป็นพยาน ถ้าข้าพเจ้าโกหก ขอให้ข้าพเจ้าถูกฟ้าผ่า จมน้ำ ถูกรถชน โดนหมากัด เพื่อนเลิกคบ ไม่มีใครรัก...”

“พอได้แล้ว ผมเชื่อคุณ...”

“เชื่อเถอะค่ะ เพราะฉันไม่ชอบโกหก” ประกายดาวยิ้มแฉ่ง

“ก็ดี...เพราะว่าผมเกลียดคนโกหก อย่าให้ผมรู้นะว่า คุณมีอะไรที่ปิดบังผมอยู่อีก”

ประกายดาวกลืนน้ำลายเอื๊อก ทำนิ้วไขว้ไว้ด้านหลังก่อนจะยืนยันว่าไม่ว่าไม่มีแน่นอน...จันทรภานุสบายใจขึ้น บอกเธอว่าจะเป็นไกด์พาเที่ยวเอง หญิงสาวดีใจเกือบเก็บอาการไม่อยู่

ooooooo

เช้าวันใหม่ นมพรคุยเฟซไทม์กับคุณหญิงนิ่มว่าประกายดาวอยู่ที่เชียงใหม่ด้วย ท่าทางคุณชายจันทร์มีความสุขอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มีรอยยิ้มที่อธิบายไม่ถูก ไม่เพียงเท่านั้น แววตายังยิ้มไปด้วย ตนว่าคุณชายจันทร์ต้องรู้สึกพิเศษกับประกายดาว คุณหญิงนิ่มชอบใจ

พงศ์จันทรพยายามโทร.กลับไปหาประกายดาวแต่เธอปิดเครื่อง เขาจึงคิดมาถามคุณหญิงนิ่มอีกครั้ง บังเอิญได้ยินเธอเปรยคนเดียวว่า

“ถ้านายปลาไหลรู้ว่าพี่ดาวอยู่กับพี่ชายจันทร์ล่ะก็ ได้กระอักเลือดตายแน่”

“คุณรู้จริงๆว่าคุณดาวอยู่ที่ไหน” พงศ์จันทรโพล่งขึ้นมาข้างหลังเธอ

คุณหญิงนิ่มสะดุ้งหันไปทำหน้านิ่ง ก่อนจะกลบเกลื่อน ไม่รู้เรื่อง พงศ์จันทรไม่เชื่อ เดินเข้ามาหาเธอจนเธอถอยชิดกำแพง เขาใช้แขนทั้งสองข้างเท้ากำแพงให้เธอหนีไปไหนไม่ได้

“คุณคิดจะกีดกันผมกับคุณดาวไปถึงไหน ทั้งๆที่คุณดาวไม่ได้เป็นอะไรกับพี่ชายคุณ หรือว่า...คุณแอบชอบผม ก็เลยไม่อยากให้ผมลงเอยกับคุณดาว”

“คิดออกมาได้ไง...ทั้งบ้าทั้งทุเรศ ฉันเนี่ยนะจะชอบคนอย่างนาย ไม่มีวันและไม่มีทาง ออกไปจากร้านฉันได้แล้ว”

“ผมจะไม่ออกไปไหนทั้งนั้น จนกว่าคุณจะบอกว่าคุณดาวไปไหน”

คุณหญิงนิ่มไม่ยอมบอก พงศ์จันทรแกล้งยื่นหน้าเข้าใกล้ คุณหญิงล้วงเครื่องช็อตไฟฟ้ามาได้เอาขึ้นมาขู่ ชายหนุ่มผงะถอยออกแหยงๆ บอกจะหาทางรู้ให้ได้ว่าประกายดาวอยู่ไหน
ในขณะที่ จันทรภานุพาประกายดาวมาดอยสุเทพ หญิงสาวไม่ยอมนั่งกระเช้าไฟฟ้า เธอจะเดินแม้จะสูงถึง 306 ขั้น คุณชายจันทร์กลัวน้อยหน้าจึงท้าว่าใครถึงทีหลังต้องเป็นทาสหนึ่งวัน
ประกายดาวเดินถึงก่อน เห็นจันทรภานุ ตามห่างๆ “เป็นไงคะคุณชาย ลิ้นห้อยเลยนะคะ”

“ผมต่อให้คุณหรอกนะ” จันทรภานุหอบแห่กๆ

แทบจะคลาน

ประกายดาวเห็นเหงื่อโทรมที่หน้าเขา จึงเอาผ้าเช็ดหน้าให้อย่างลืมตัว พอนึกได้ก็รีบขอโทษ คุณชายยิ้มๆแล้วชวนเข้าไปไหว้พระข้างใน...พอได้ไหว้พระแล้ว ประกายดาวรู้สึกสบายใจขึ้นมาก เดินมาเห็นต้นดอกปีบก็ยกกล้องขึ้นเก็บภาพไว้ คุณชายจันทร์อธิบาย

“คนเหนือเรียกกาซะลอง หรือกาดซะลอง”

“สวยนะคะ ฉันชอบ ฉันเคยไปอยุธยาที่บางปะอิน ก็มีดอกปีบเยอะมาก”

“ที่โรงแรมผมก็มี ผมให้คนเอามาลงหลายต้น ปีบเป็นพืชที่ชอบแสงแดดจัดๆ แล้วก็ไม่ต้องดูแลมาก แต่ออกดอกมาทั้งสวยทั้งหอม...ถ้าผู้หญิงทุกคนเป็นอย่างกาซะลองก็ดีนะครับ”

“ไม่มีทางเป็นไปได้หรอกค่ะ ผู้หญิงทุกคนชอบการดูแลเอาใจใส่จากผู้ชาย ยิ่งดูแลเอาใจใส่มาก ผู้หญิงก็ยิ่งอยากสวย เพื่อให้ผู้ชายที่เขารักภูมิใจเวลาที่ต้องไปไหนมาไหนด้วยกัน”

“แล้วคุณล่ะครับคุณดาว คุณเป็นผู้หญิงประเภทนั้นรึเปล่า”

“ฉันเป็นคนประหลาดค่ะ ไม่ชอบการดูแลเอาใจใส่”

“งั้นคุณก็เป็นกาซะลอง เป็นในแบบที่ผมต้องการ” จันทรภานุเอาดอกปีบมาดม สบตาเธอแล้วยื่นให้ เล่นเอาประกายดาวทำหน้าไม่ถูก เกือบใจละลาย รับดอกปีบเอาไว้

จันทรภานุเดินไป ประกายดาวต้องเดือนสติตัวเองอย่าหวั่นไหว ไม่อย่างนั้นจะเป็นหนึ่งในสาวที่ถูกเดตเดียวดับอีกคนของเขา เตือนตัวเองให้คิดถึงลูกเข้าไว้...พอเดินตามจันทรภานุมาถึงที่จอดรถ ประกายดาวเอ่ยถามว่ายังไม่ลืมข้อตกลงของเราใช่ไหม

“นึกว่าคุณลืมไปแล้ว”

“ฉันเป็นคนความจำดีมากค่ะ ไม่มีทางลืมง่ายๆ”

“อยากให้ผมทำอะไร บัญชามาได้เลยครับ”

“วันนี้ฉันขอเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่จากผู้ชายแล้วกันนะคะ”

จันทรภานุจึงเปิดประตูรถให้เธอขึ้นนั่ง ระหว่างขับรถมาตามทาง เขาลอบมองเธอยิ้มๆจนเธอถามว่ายิ้มอะไร พลันอภิเชษฐ์โทร.เข้ามา คุณชายจันทร์รับสายบอกว่าตนพาประกายดาวมาเที่ยวดอยสุเทพ แล้วหันไปถามประกายดาวว่า เพื่อนตนขอมาทานข้าวด้วยได้ไหม

“ได้สิคะ เรียกเพื่อนคุณมาเลย”

“ตกลง เดี๋ยวเจอกันที่ร้านประจำของเรา” จันทรภานุวางสาย ขับรถมุ่งหน้าไปที่นัดหมาย

ooooooo

เมื่อไม่ได้คำตอบจากคุณหญิงนิ่ม พงศ์จันทรจึงมารีดถามจากอ้อยสาวใช้ที่วัง จนรู้ว่าคุณชายจันทร์ไปเชียงใหม่

พออภิเชษฐ์ได้พบประกายดาวก็หลงเสน่ห์ แนะนำตัวเองยกใหญ่จนจันทรภานุหมั่นไส้ อภิเชษฐ์ยอมรับว่าประกายดาวน่ารักตรงสเป็กตัวเอง คุณชายจันทร์หน้าเจื่อน สองหนุ่มแย่งกันตักอาหารให้ประกายดาว...หลังทานอาหารเสร็จ ทั้งสามคนเดินคุยกันออกมา ประกายดาวชวน

“ฉันกับคุณชายจันทร์จะไปเที่ยวที่ปางช้าง คุณอภิเชษฐ์ไปด้วยกันไหมคะ”

อภิเชษฐ์รับปากทันทีบอกว่าวันนี้ว่าง...พอเข้ามาในปางช้าง ประกายดาวดูมีความสุขกับการถ่ายรูปช้าง อภิเชษฐ์หยั่งเชิงถามเพื่อนว่าตนจะจีบเธอดีไหม คุณชายจันทร์เสียงขุ่นถามทำไม

อภิเชษฐ์แหย่ “เอ้า...ฉันก็ต้องถามแกก่อน เพราะถ้าเกิดแกชอบคุณดาว ฉันจะได้ไม่ยุ่ง”

“ฉัน...ฉันไม่ได้ชอบ”

“ทำไมตอบไม่เต็มเสียงวะ”

พอดีประกายดาวร้องเรียกให้ทั้งสองมาถ่ายรูปด้วยกัน สีหน้าจันทรภานุเซ็งๆไม่อยากยิ้ม ประกายดาวนั่งบนอัฒจันทร์ดูการแสดงช้างอย่างตื่นเต้น พอพิธีกรประกาศเชิญใครก็ได้มาเตะบอลกับช้าง เธอรีบฝากกระเป๋ากับกล้องคุณชายจันทร์ บอกเขาให้ถ่ายรูปตนด้วยแล้ววิ่งลงไป สองหนุ่มอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าเธอจะกล้า ท่าทางของประกายดาวทำให้คุณชายจันทร์อดยิ้มไม่ได้

อภิเชษฐ์เห็นกระเถิบเข้ามาถาม “ติดใจล่ะสิไอ้หม่อม”

จันทรภานุเผลอพยักหน้ายิ้มๆพอนึกได้ก็ชะงักถามตะกุกตะกัก หมายความถึงอะไร อภิเชษฐ์ยิ้มๆบุ้ยใบ้ว่าหมายถึงการแสดงช้าง...พอทั้งสามจะขึ้นขี่ช้าง อภิเชษฐ์จึงให้จันทรภานุนั่งกับประกายดาว ส่วนตนไปนั่งกับฝรั่งอีกเชือก ประกายดาวถ่ายภาพตลอดทาง ตัวเธอโยกไปมาตามแรงเหวี่ยง คุณชายจันทร์จึงโอบประคองตัวเธอไว้ เธอหันมองยิ้มๆแอบพ่นลมเพราะรู้สึกใจสั่น

ตกบ่าย อภิเชษฐ์ขอแยกตัวไปทำงาน จันทรภานุถามประกายดาวอยากไปเที่ยวไหนอีก เธอรู้สึกเหนื่อยจึงขอกลับไปพัก คุณชายเอ่ยปาก “วันนี้ดินเนอร์กับผมนะครับ”

ประกายดาวตื่นเต้นอย่างมาก กลับมาถึงห้องพักรีบโทร.เล่าให้จิตสุภางค์ฟัง แต่กลับได้รับคำเตือน “ฉันรู้ว่าแกเขิน แต่อย่าเพิ่งเขินแล้วก็อย่าเพิ่งดีใจ แกลืมเรื่อง เดตเดียวดับ ของคุณชายจันทร์ที่ไอ้ลินทร์เคยบอกไปแล้วเหรอ”

ประกายดาวนึกได้ อย่างที่มิลินทร์ว่า คุณชายจันทร์คงคิดว่าเสียใจในวันแรกที่เจอกัน ยังดีกว่าคบกันไปหลายปีแล้วถูกบอกเลิก อย่างหลังจะเสียใจกว่า...จิตสุภางค์ย้ำ ถ้าไม่อยากเป็นเดตเดียวดับ ก็ห้ามไปตามคำเชิญของคุณชายจันทร์เด็ดขาด ประกายดาวร้อนใจจะทำอย่างไรดี

ooooooo

เย็นวันนั้น จันทรภานุแต่งตัวหล่อเหลาจนนมพร อดแซวไม่ได้ ว่าตั้งแต่เลี้ยงเขามาไม่เคยเห็นหน้าตามีความสุขอย่างวันนี้มาก่อน คุณชายจันทร์ทำท่าเขิน นมพรยินดีด้วยที่เขาเปิดโอกาสให้ตัวเองบ้าง การที่ได้เจอคนที่ถูกใจไม่ได้หากันง่ายๆ เป็นเพราะพลังบุญที่เคยร่วมสร้างกันมา

ไม่ทันไร พนักงานมารายงานว่า ประกายดาวป่วยขอเลื่อนนัดไปก่อน จันทรภานุเป็นห่วงรีบไปเคาะห้อง ประกายดาวกำลังนั่งสบายใจที่หาทางเอาตัวรอดได้แล้ว กลับต้องสะดุ้ง

“ผมรู้มาว่าคุณไม่สบาย คุณเป็นอะไรมากรึเปล่า ถ้าคุณไม่เปิดประตู ผมต้องขออนุญาตใช้คีย์การ์ดไขเข้าไปนะครับ”

ประกายดาวตกใจ คิดๆ แล้วตัดสินใจ ยีหัวตัวเอง ทำเสียงแหบไอแค่กๆ มาเปิดประตูให้ คุณชายจันทร์เห็นสภาพเธอยิ่งเป็นห่วง จะพาไปหาหมอ ประกาย–ดาวปฏิเสธขอนอนพักก็พอ เขาบอกว่าได้สั่งข้าวต้มไว้ให้แล้ว และขอจับหน้าผากเธออย่างนุ่มนวล

“ตัวคุณร้อนนะเนี่ย ร้อนจนหน้าแดงเลย”

ประกายดาวคิดในใจ “จะไม่ให้แดงได้ไง เล่นอยู่ใกล้ฉันขนาดนี้...” ก่อนจะถามเขาว่าตนหน้าแดงมากเลยหรือ

“ครับ ผมว่าคุณไปนอนดีกว่า พออาหารมาผมจะเรียก” เขาประคองเธอไปนอนที่เตียงแล้วห่มผ้าให้ หญิงสาวมองด้วยความประทับใจ จู่ๆเขาก็บอกว่า “เช็ดตัวซักหน่อยดีกว่านะครับ ไข้จะได้ลงเร็วขึ้น” ว่าแล้วเขาก็ไปจัดแจง

ประกายดาวหน้าเหวอ ไปกันใหญ่แล้ว เธอขอ ทำเองเขาเอ็ด “ทำอวดเก่งอีกแล้ว เลิกดื้อซักทีเถอะคุณนี่นิสัยเหมือน...”

จันทรภานุชะงัก เช็ดแขนให้ประกายดาวไปนึกถึงความหลัง ที่เคยเช็ดตัวให้แพทตอนเธอเป็นไข้ เธอบอกเขาว่า โชคดีที่มีแฟนน่ารักอย่างนี้ เขายังกระเซ้าแล้วรัก หรือเปล่า เธอตอบว่ารักรักมากที่สุด เขาอมยิ้ม...แต่แล้วเธอก็ทิ้งเขาไป

“คุณชายคะ คุณชายยังพูดไม่จบเลยว่าให้ฉันเลิกดื้อเหมือนใคร” ประกายดาวแทรกขึ้น

จันทรภานุนิ่งไปสักพักก่อนจะตอบว่า เหมือนคุณหญิงนิ่ม ประกายดาวถามอีกว่าเขาเรียนรู้การดูแลคนป่วยมาจากที่ไหน เขาจึงตอบว่าตอนอยู่ต่างประเทศ ดูแลเพื่อนบ่อยๆ

“เพื่อนหรือแฟนคะ...เอ่อ ขอโทษค่ะ ฉันคงยุ่งมากเกินไป” ประกายดาวเห็นเขานิ่งๆ

พลันเสียงเคาะประตูดังขึ้น จันทรภานุบอกว่าคงเป็นอาหารที่สั่งแล้วลุกไปรับ ประกายดาวรู้สึกผิดที่ต้องโกหก...คุณชายจันทร์ยกชามข้าวต้มมาวาง หญิงสาวถามเขาไม่ทานด้วยกันหรือ เขาตอบว่ายังไม่หิว ให้เธอรีบทานจะได้ทานยา เธอจึงตักเข้าปากแล้วร้องโอ๊ย...เพราะร้อน คุณชายจันทร์ขำ

“คุณชายขำอะไร ปากฉันจะพองไหมเนี่ย อูย...”

จันทรภานุเผลอเอามือจับหน้าเธอมองที่ริมฝีปาก แล้วบอกว่าไม่พองแค่แดงๆ ประกายดาวอึ้งมองหน้าเขาที่ชิดใกล้อย่างใจสั่น คุณชายรู้ตัวรีบปล่อยมือแล้วหันไปหาน้ำมาให้แก้เก้อ...เขากลับมาพร้อมยาลดไข้ เธอบ่ายเบี่ยงไม่กินยาแต่เขาขู่ถ้าไม่กินจะพาไปหาหมอ เธอต้องฝืนกิน

“ทีนี้ก็นอนได้แล้วนะครับ ผมจะอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าคุณจะหลับ”

“ไม่ต้องค่ะ...ฉันเกรงใจ”

“แต่ผมเต็มใจ” จันทรภานุสวนทันควัน ทำเอาประกายดาวพูดไม่ออก ถอนใจเฮือกใหญ่

เวลาผ่านไปกลางดึก ประกายดาวแอบหรี่ตามองเห็นจันทรภานุยังนั่งอ่านหนังสือเฝ้าอยู่ ไม่ทันไร เขาลุก ขึ้นมา เธอรีบหลับตาลง เขาเข้ามาจับหน้าผากเธอ แล้วบ่นทำไมเหงื่อผุดเต็มหน้าแบบนี้ เขาดึงทิชชูมาซับ หน้าให้ ประกายดาวอยากจะเป็นลมให้รู้แล้วรู้รอดไป

ooooooo

บ้านเช่าในเมืองเชียงใหม่ พล ต้นอ้อ เจ้านายและพิมพ์ไทยพักอยู่ด้วยกัน คืนนั้น พลรับโทรศัพท์จากพ่อแล้วบอกว่าจะไปหาเดี๋ยวนี้ เขาสั่งเพื่อนๆเฝ้าบ้านดีๆ ตนต้องไปทำงานให้พ่อ

ต้นอ้อแปลกใจถามพิมพ์ไทยว่าพ่อของพลเป็นใคร พิมพ์ไทยส่ายหน้า “ไม่รู้สิ พิมพ์กับเจ้านายไม่เคยเห็นหน้า แต่พี่พลเคยเล่าให้ฟังว่าเขารวยมากทำธุรกิจ หลายอย่าง แถมยังเป็นคนที่มีอิทธิพลสุดๆ”

“แล้วใช่พ่อแท้ๆของพลไหม”

“ไม่ใช่ เขาเลี้ยงพี่พลมาตั้งแต่เด็ก เขาให้พี่พลทำอะไร พี่พลก็ต้องทำทุกอย่างโดยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้”

ต้นอ้อลองถามแล้วถ้าไม่ทำ พิมพ์ไทยตอบว่า พลเคยขัดใจพ่อครั้งหนึ่ง โดนอัดปางตายน่าสงสารมาก...ต้นอ้อครุ่นคิด แล้วโทรศัพท์รายงานอภิเชษฐ์

“เท่าที่ฟังพิมพ์เล่า คนที่พลเรียกว่าพ่อน่าจะเป็นนายใหญ่ของขบวนการค้ายาบ้า”

อภิเชษฐ์ให้เธอสืบมาให้ได้และย้ำอย่าทำกระต่ายตื่นตูมเสียก่อน ต้นอ้อรู้สึกน้อยใจที่เขาไม่เป็นห่วงตนบ้างเลย กลับห่วงแต่จะเสียงาน

ooooooo

วันต่อมา นันทินีชวนหม่อมสุรีย์มาเซอร์ไพรส์จันทรภานุที่เชียงใหม่ กลับพบนมพรเพียงคนเดียว นมพรเองก็ตะลึงไม่คิดว่าหม่อมสุรีย์จะมา จึงไม่รู้จะบอกว่าคุณชายจันทร์ไปไหนทั้งคืน

ประกายดาวตื่นขึ้นมาเห็นจันทรภานุนั่งหลับอยู่ก็ตกใจที่เขาเฝ้าตนทั้งคืน จึงเข้าไปปลุกจะให้เขากลับห้อง แต่เขากลับเอนมาทับ เธอพยายามดันเขาไว้แต่ไม่ไหวจนล้มหงายลงไป เขาตกใจตื่นแต่ไม่ทันทรงตัว ล้มทับปากสองคนประกบกันต่างตะลึงงัน เขารีบลุกขึ้นทำหน้าเขิน

“ขอโทษนะครับคุณดาว”

“ไม่เป็นไรค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ...นี่คุณชายจันทร์อยู่ในห้องฉันทั้งคืนเลยเหรอคะ”

“ผมเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว ว่าแต่คุณดาวดีขึ้นไหมครับ”

“อะไรดีเหรอคะ?” ประกายดาวลืม

“ก็อาการป่วยของคุณดาว”

“อ๋อ...อาการป่วยของฉัน ดีขึ้นแล้วค่ะ หายสนิทเลยค่ะ”

พลัน แม่บ้านมาเคาะประตู ประกายดาวเดินไปเปิดประตูรับน้ำดื่มที่ต้องเอามาส่งทุกเช้า แม่บ้านมองเข้าไปเห็นจันทรภานุก็แปลกใจ...แม่บ้านเอาเรื่องมาเม้าท์ให้พนักงานฟังว่าเห็นคุณชายจันทร์อยู่ในห้องหญิงสาว หม่อมสุรีย์กับนันทินีเดินมาได้ยิน โวยทันทีว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร นมพรหวั่นใจแอบโทร.ไปเตือนจันทรภานุว่า หม่อมสุรีย์กับนันทินีกำลังไปที่ห้องประกายดาว ให้รีบออกจากห้องด่วน

พอประกายดาวรู้ก็หน้าตื่น เร่งให้เขารีบออกไป แต่พอแง้มประตูเห็นหม่อมสุรีย์เดินมาแล้ว ทำให้คุณชายออก ไปไม่ได้ ประกายดาวนึกได้ว่าควรทำอย่างไร เธอยิ้มเจ้าเล่ห์

หม่อมสุรีย์เคาะห้อง ประกายดาวเปิดประตู ทำหน้าแปลกใจก่อนจะสวัสดีอย่างนอบน้อม

“แปลกใจจังเลยค่ะ ที่เจอหม่อมกับคุณนันที่นี่”

“ไม่น่าแปลกหรอก เพราะที่นี่เป็นโรงแรมของลูกชายฉัน เธอต่างหากที่แปลกที่มาพักที่นี่” นันทินีช่วยเสริมว่าประกายดาวจงใจบังเอิญมากกว่า”

หม่อมสุรีย์ให้เรียกคุณชายจันทร์ออกมา ประกายดาวทำหน้างงบอกว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ นันทินีโวยว่าไม่จริง มีคนเห็นเขาอยู่ในนี้ หม่อมสุรีย์ขอเข้าไปดู ประกายดาวผายมือเชิญ...สองคนเดินเข้ามา เห็นชายคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมและหมวกอาบน้ำ บนหน้ามีแผ่นมาส์กสีขาว แปะอยู่

“เพื่อนฉันค่ะ กำลังมาส์กหน้าไม่สามารถขยับตัวและพูดได้ ถ้าไงเชิญหม่อมกับคุณนันรีบๆดูแล้วรีบออกไปดีกว่านะคะ”

สองคนสะบัดหน้าเข้าค้นตามห้องน้ำ ตู้เสื้อผ้า และระเบียงห้อง เมื่อไม่พบก็ยอมล่าถอย...พอสองคนกลับไป ประกายดาวก็รีบมาดึงแผ่นมาส์กจากหน้าคุณชายจันทร์แล้วบอกให้เขารีบไป เธอขอบคุณเขาอีกครั้งที่ดูเเลตนทั้งคืน

“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหมคะ”

“จะให้ฉันเลี้ยงข้าวคุณชายใช่ไหมคะ ได้เลยค่ะ”

“ไม่ไช่ครับ ผมอยากให้คุณดาวไปเป็นเพื่อนผม”

“ไปที่ไหนคะ”

“ไม่บอก ถ้าไงอีกหนึ่งชั่วโมงเจอกันที่ล็อบบี้นะครับ” จันทรภานุยิ้มๆเดินไป...

หม่อมสุรีย์หงุดหงิดกลับมาที่ห้องกับนันทินี นมพร ทำทีถามไม่เจอหรือ หม่อมสุรีย์หาว่าเเม่บ้านตาฝาด ทำให้ตนอายขายขี้หน้าเขา ไม่ทันไร จันทรภานุเปลี่ยนเสื้อผ้าเดินออกมาจากในห้องเข้ามากอดหม่อมอย่างเอาใจ ต่อว่าจะมาทำไมไม่บอกจะได้ไปรับที่สนามบิน

“เเม่อยากทำเซอร์ไพรส์ เเต่เเม่กลับเซอร์ไพรส์เสียเองเพราะลูกชายตัวดีหายไป”

คุณชายจันทร์เเก้ตัวว่าออกไปวิ่ง นันทินีรีบเจ๋อ คราวหลังชวนตนบ้างตนชอบวิ่งคุณชายไม่สนใจทำเอาเธอเหวอ หม่อมสุรีย์ชวนลูกชายออกไปซื้อผ้าไหมด้วยกัน

“ผมไม่ว่างครับ มีธุระ ผมต้องไปเเล้ว ไว้เจอกันตอนเย็นนะครับ” ว่าเเล้วคุณชายผละไป

นันทินีจ๋อยที่เขาไม่ไยดีตนเเม้เเต่น้อย...จันทรภานุลงมาพบประกายดาวที่ล็อบบี้ เขาช่วยถือกระเป๋ากล้องแล้วเปิดประตูให้ขึ้นรถ นันทินีตามลงมาเห็นกำมือเเน่นด้วยความเจ็บใจ เเล่นมาฟ้องหม่อมสุรีย์บนห้อง หม่อมซักไซ้นมพรว่า  คุณชายจันทร์นัดเจอประกายดาวที่นี่ใช่ไหม

“อิฉันไม่ทราบค่ะ เพราะไม่ชอบยุ่งเรื่องส่วนตัวของใคร”

“นี่นมพรหาว่าฉันยุ่งเหรอ”

“มิได้ค่ะ นมไม่ได้ว่า ที่นมพูดหมายถึงนิสัยของนมเองค่ะ อุ๊ย! นึกได้ว่ายังไม่ได้ทานยาลดความดัน นมขอตัวไปทานยาก่อนนะคะ”

นันทินีหน้าเศร้าบ่นอุบว่าตนคงหมดหวังจะได้เเต่งงานกับคุณชายจันทร์ เเต่หม่อมสุรีย์กลับปลอบอย่าเพิ่งท้อ มันต้องมีวิธีเเยกสองคนนี้ออกจากกัน

ooooooo

พงศ์จันทรมาถึงเชียงใหม่ เข้าพักที่โรงเเรมของจันทรภานุ เขาเอากล้องมาถ่ายวิวเเละสถานที่ส่งไปเย้ยคุณหญิงนิ่ม ตอนเเรกคุณหญิงมองไม่ออกว่าที่ไหน เเต่พอรูปหลังๆก็ตกใจ

“โรงเเรมพี่ชายจันทร์!”

พงศ์จันทรนั่งดื่มน้ำผลไม้อย่างมีความสุข คาดเดาแล้วว่าเดี๋ยวคุณหญิงนิ่มต้องโทร.มา  และก็จริงดั่งคาด เขาแกล้งไม่รับสาย ทำให้คุณหญิงนิ่มหงุดหงิด โทร.เข้าไปอีกหลายครั้ง จนนึกได้โทร.เข้าเบอร์โรงแรมและให้พนักงานเอาโทรศัพท์ไปให้พงศ์จันทร พอเขารับสายก็ตกใจ

“นึกว่าจะหนีฉันพ้นเหรอ...อย่าลืมว่าที่นั่นเป็นโรงแรมของพี่ชายฉัน เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครอยู่ซอกไหนหลืบไหน มุมไหนก็ไม่มีทางพ้นสายตาฉันอยู่ดี”

พงศ์จันทรกลับหัวเราะ “เว่อร์ไปหรือเปล่าคุณ ผมไม่ใช่ผู้ร้ายข้ามแดน และคุณก็ไม่ใช่ตำรวจสากล ผมแค่มาตามจีบคุณดาวก็เท่านั้น”

คุณหญิงนิ่มโวยไม่ให้จีบประกายดาว เขาโต้พ่อแม่ยังห้ามไม่ได้แล้วเธอเป็นใคร ทำไมต้องเชื่อ ว่าแล้วก็บอกว่าจะไปหาประกายดาวแล้วและวางสาย คุณหญิงนิ่มแทบดิ้นพราด นึกได้โทร.หานมพร นมพรเสียงอ่อยจะไปห้าม
ใครได้ สิทธิส่วนบุคคล

“แต่ที่เราทำเพราะหวังดีกับพี่ดาวนะคะ นายนั่นทั้งกะล่อนทั้งเจ้าชู้ ถ้าเกิดพี่ดาวชอบเขาขึ้นมา พี่ดาวจะต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่า”

“มันก็เป็นเรื่องของเขาค่ะ ไม่เกี่ยวกับเรา”

“แม่นมพรอ่ะ ไม่ช่วยหญิงเลย ถ้าเกิดนายปลาไหลเจอพี่ดาว แล้วชวนพี่ดาวกลับกรุงเทพฯจะทำไง”

“นายปลาไหลของคุณหญิงยังไม่มีทางเจอคุณดาวหรอกค่ะ เพราะตอนนี้คุณดาวออกไปกับคุณชายจันทร์ แล้วอีกอย่าง ถ้าคุณดาวจะกลับกรุงเทพฯคงเป็นเพราะหม่อมสุรีย์กับคุณนันทินีมากกว่า”

คุณหญิงนิ่มตกใจเมื่อรู้ว่าทั้งสองคนยังอยู่ที่เชียงใหม่ ชักเป็นห่วงประกายดาวที่ต้องเจอศึกสามด้าน จึงตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินไปเชียงใหม่ทันที

ooooooo

ในขณะที่จันทรภานุพาประกายดาวมาหมู่บ้านชาวเขาบนดอย เด็กๆพอเห็นเขามา ก็หยุดเล่นวิ่งมาห้อมล้อมคุณชายจันทร์ เรียกพ่อกันทุกคน ทีแรกประกายดาวตกใจนึกว่าคุณชายจันทร์แอบมามีลูกเมียทิ้งไว้ แต่พอเห็นเด็กเป็นสิบคนเรียกพ่อหมดก็เข้าใจแล้วว่าเขาเป็นพ่ออุปถัมภ์

พงศ์จันทรโทร.เข้ามือถือประกายดาว แต่เธอลืมมือถือไว้ในรถ...การที่จันทรภานุมาเป็นพ่ออุปถัมภ์เด็กชาวเขา ก็เพราะเขาไม่ต้องการให้พวกเด็กๆ โตมาขายยาหรือขายบริการ เขาตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อให้เด็กได้เรียนหนังสือ กลับมาพัฒนาหมู่บ้านตัวเอง ประกายดาวทึ่ง

“ตอนแรกที่ฉันเจอคุณ ฉันไม่นึกเลยนะคะว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้ ฉันนึกว่าคุณจะเป็นพวกไฮโซหยิ่งยโส เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แข็งกระด้างไม่มีน้ำใจ อุ่ย...ฉันไม่ได้ว่านะคะ แค่พูดไปตามที่คิด”

“ผมยังไม่ได้ว่าอะไรคุณซักคำ ตอนนี้คุณก็ได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของผมแล้ว คุณว่าผมเป็นคนยังไง ขอสามคำ”

ประกายดาวยกนิ้วโป้งให้ “ดี...เยี่ยม...หล่อ”

คุณชายจันทร์หัวเราะชอบใจ...ยิ่งพอประกายดาวได้เห็นเด็กทารก เธอยิ่งตื่นเต้นเข้าไปขออุ้มท่าทางมีความสุขจนคุณชายจันทร์แซว ดูตื่นเต้นอย่างกับเป็นลูกตัวเอง หญิงสาวถือโอกาสบอกเขาเลยว่า ตนอยากมีลูก เขาทึ่ง ผู้หญิงลุยและห้าวอย่างเธอ ไม่น่าจะอยากเป็นแม่คน

“ความฝันของฉันคือการได้เป็นแม่ค่ะ ฉันอยากมีลูกเป็นของตัวเองมาก เพราะตอนนี้ก็ได้แต่เลี้ยงลูกของพี่ชาย”

“ถ้างั้นคุณดาวต้องรีบหาคนแต่งงานด้วยแล้วล่ะครับ”

“ฉันไม่อยากแต่งงานค่ะ” คุณชายนิ่วหน้าแล้วจะมีลูกได้อย่างไร ประกายดาวย้ำ “ฉันอยากมีลูกแต่ไม่อยากมีสามี”

“มันเป็นไปได้ด้วยเหรอครับ”

“เป็นไปได้ค่ะ เพื่อนฉันเขามีโครงการที่จะทำเด็กหลอดแก้ว”

“เด็กหลอดแก้ว...ผมเคยได้ยิน แต่ผมไม่รู้กระบวนการ”

“การทำเด็กหลอดแก้ว คือการนำเอาเซลล์สืบพันธุ์จากฝ่ายหญิงและตัวเชื้อจากฝ่ายชายมาผสมกันในจานเพาะเลี้ยง ทำให้เกิดการปฏิสนธิและมีการแบ่งตัวของเซลล์ตัวอ่อน จากนั้นก็นำตัวอ่อนย้ายกลับเข้าไปเลี้ยงต่อในโพรงมดลูก เท่านี้เราก็มีลูกได้โดยที่ไม่ต้องมีสามีแล้วค่ะ”

จันทรภานุฟังแล้วอึ้ง “ผมกำลังคิดว่าถ้าเพื่อนคุณดาวทำแบบนั้น เด็กที่เกิดมาก็จะไม่มีพ่อ แล้วมันจะดีต่อตัวเด็กเหรอครับ ในความคิดของผม การที่เด็กขาดพ่อหรือแม่จะทำให้เด็กมีชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ การมีแค่คนใดคนหนึ่งจะทำให้เด็กเติบโตไปแบบมีปัญหา...ผมว่าคุณดาวไปบอกเพื่อนอย่าทำแบบนี้เลยครับ ถ้าอยากมีลูกก็ต้องมีความพร้อมและทำให้ตัวเองมีครอบครัวที่สมบูรณ์ให้ได้ซะก่อนจะดีกว่า”

ประกายดาวฟังแล้วเครียด

ooooooo

ตอนที่ 5

หม่อมสุรีย์และนันทินีหัวเราะกันคิกคักที่แผนการได้ผลดี นันทินีแซวหม่อมตีบทคุณแม่ผู้อ่อนแอได้แตกกระจุย น่าจะแจ้งเกิดเป็นดาราได้

คุณหญิงนิ่มรู้สึกมีอะไรลับลมคมใน จึงเตือนจันทรภานุ หม่อมสุรีย์อาจจะร่วมมือกับนันทินี แต่เขาไม่เชื่อ เธอจึงถามจะทำอย่างไรกับประกายดาว จันทรภานุขุ่นเคืองทันทีที่เธอเป็นสาเหตุ จึงโทร.นัดออกมาเจอกันที่ร้าน กาแฟ...ทันทีที่เจอหน้าประกายดาว จันทรภานุก็ต่อว่าเพราะเธอทำให้เขาต้องแต่งงานกับนันทินี ประกายดาวฉุนที่มาโทษกัน

“ทำไมผมจะโทษคุณไม่ได้ ก็คุณดันทำคลิปอุบาทว์หลุดออกมาทำไม”

“คนทำคลิปไม่ใช่ฉัน”

“เห็นขนาดนั้นยังกล้าปฏิเสธ ผมอุตส่าห์หลงเชื่อใจ ไว้ใจคุณ แต่คุณกลับ...จะว่าไปผมก็ผิดเองที่เลือกคุณ ผมน่าจะรู้ตั้งแต่แรกว่าคุณเป็นผู้หญิงประเภทไหน” จันทรภานุผิดหวังมากๆ

“ที่ฉันเปิดใจเล่าเรื่องฉันให้คุณฟัง มันยังทำให้คุณไม่รู้จักฉันอีกเหรอ”

“ทำไมผมจะไม่รู้จักคุณ ผมรู้จักคุณดีประกายดาว คุณมันทะเยอทะยานอยากเด่นอยากดัง คุณถึงรับปากช่วยผม ผมน่าจะฉุกคิดตอนที่เพื่อนผมเตือนเกี่ยวกับคุณ ว่าทำไมคุณต้องช่วยผมมากขนาดนี้ ที่แท้คุณก็หวังจะใช้ผมเป็นบันไดยกระดับตัวเอง ให้เข้ามาอยู่ในแวดวงไฮโซ”

“คุณดูถูกฉันเกินไปแล้วคุณชาย!” ประกายดาวโกรธลุกยืน “ฉันชักสงสัยแล้วว่า จริงๆแล้วคุณเป็นผู้ชายรึเปล่า อายุขนาดนี้ถึงยังไม่มีแฟนซักที”

“นี่!” จันทรภานุโมโหยืนบ้างแต่ด่าไม่ออก

“นี่ทำไม นี่ทำไม เถียงไม่ทันฉันล่ะสิ จำไว้นะคุณชายว่าฉันไม่เคยต้องการอะไรจากคุณ” ประกายดาวโกรธน้ำตาคลอ ก่อนจะเดินจ้ำออกจากร้านไป

ทำเอาจันทรภานุอึ้งรู้สึกผิดที่ว่าประกายดาวไปแบบนั้น...เขาพยายามตัดใจไม่คิดถึงประกายดาวอีก แต่ทำไม่ได้ ตัดสินใจโทร.ปรึกษาอภิเชษฐ์

พอสองเพื่อน มิลินทร์และจิตสุภางค์ฟังประกายดาวเล่า ก็โกรธจันทรภานุไปด้วย ต่างยุให้เลิกหวังเอาสเปิร์มจากเขา จะว่าไปตั้งแต่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขา ชีวิตเธอก็วุ่นวายมีแต่ปัญหา ไม่ทันไร เจ๊พีชโผล่มาบอกว่าลูกค้ายกเลิกงานที่ว่าจ้างเธอทั้งหมด เพราะคลิปร้อนนั่นจิตสุภางค์แปลกใจ ประกายดาวไม่ใช่นางแบบ เป็นตากล้องทำไมต้องเดือดร้อนด้วย เจ๊พีชตอบว่า คนที่สั่งยกเลิกคือเมียๆของลูกค้า เพราะกลัวไปแย่งสามีพวกหล่อน

ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก  แดนดินกดกริ่งหน้าห้องรัวยิก ประกายดาวเปิดประตูแล้วรีบชี้นิ้วดักคอ “หยุดเลยพี่ดิน...ดาวฟังมามากพอแล้ว ดาวบอกไว้ตรงนี้เลยว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ดาว และถ้าพี่ดินไม่เชื่อน้องสาวคนเดียวของพี่ ก็ไม่ต้องมานับญาติกันอีก ลาทีลาขาดกันไปจริงๆเลยคราวนี้”

“แล้วแกจะทำยังไง ตอนนี้ใครๆก็คิดว่าเป็นแก ลูกค้าร้านฉันถึงกับไรต์ซีดีมาให้ฉันดู ฉันงี้ทำหน้าไม่ถูก อายจนอยากจะมุดดินหนี”

“ดาวต้องหาทางพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่านี่ไม่ใช่ดาว ดาวจะไม่ยอมเสียชื่อเสียงที่ดาวสร้างมาภายในวันเดียว”

ทุกคนถามจะทำอย่างไร ประกายดาวตอบว่า เริ่มที่ผู้หญิงในคลิป...ทุกคนช่วยกันเปิดคลิปดูหลายรอบ ขยายภาพที่หน้าใหญ่จนมองเห็นบางอย่างที่ติดอยู่บนกระจกในลิฟต์

“เหมือนโปสเตอร์โฆษณาเหล้า...โลโก้นี้มัน... ฮอตสตาร์อาบอบนวด พี่เคยไป”

“พี่ดินเคยไป! แล้วพี่วัลย์รู้รึเปล่าเนี่ย”

แดนดินหน้าเจื่อนเพราะเมียไม่รู้ อ้างเพื่อนคะยั้นคะยอให้ไป ประกายดาวคิดว่า ถ้าอยากได้ลูกเสือต้องเข้าถ้ำเสือ แดนดินจะเข้าไปจัดการให้ แต่ประกายดาวดักคออย่าเนียนตนจัดการเอง

จากนั้นประกายดาวมาขอให้พงศ์จันทรช่วย โดยพวกตน มิลินทร์ จิตสุภางค์และเจ๊พีชแต่งตัวเป็นชายเข้าไปกับเขาด้วย พนักงานรู้จักพงศ์จันทรดีรีบเข้าต้อนรับ หาสาวๆมาให้ครบทุกคน พวกประกายดาวทำหน้าเจื่อนๆขอใช้ห้องเดียวกันทั้งหมด พนักงานไม่ยินยอมให้คนละห้อง พงศ์จันทรเอารูปสาวในคลิปให้พนักงานดูว่าตนต้องการคนนี้ พนักงานบอกว่ารับแขกอยู่ ทุกคนสบตากันจะทำอย่างไรดี สุดท้ายต้องเลยตามเลยไปก่อน

ooooooo

เมื่อจันทรภานุมาปรึกษาอภิเชษฐ์ ได้ความว่า ผู้หญิงในคลิปไม่ใช่ประกายดาว เธอชื่อแคทเป็นนางในตู้กระจก จันทรภานุจึงมาใช้บริการเธอ เพื่อสอบถามว่าใครว่าจ้างเธอ แคทพยายามเอาใจจันทรภานุที่ยืนนิ่ง ยั่วยวนสารพัด เขาก็บอกแต่ว่ายังไม่มีอารมณ์
ด้านประกายดาว มิลินทร์และจิตสุภางค์ ทนสาวบริการที่พยายามจะนวดแนบชิดไม่ไหวต้องหาทางหนีออกมา ประกายดาวคิดว่าต้องค้นหาด้วยตัวเองเสียแล้ว จึงเปิดประตูแต่ละห้องหา

ไม่ทันที่จันทรภานุจะถามคำถามแคท ก็มีโทรศัพท์มาบอกเธอว่า เจ้าหนี้กำลังมาเอาเรื่องเธอตกใจรีบขอตัวจากจันทรภานุวิ่งหนีออกมา ชนประกายดาว ประกายดาวจำได้ชี้หน้า แคทนึกว่าเป็นพวกทวงหนี้จึงผลักประกายดาวอย่างแรงหงายหลังก่อนจะวิ่งไป จันทรภานุตามออกมารับร่างประกายดาวไว้ได้ทัน แต่เขาจำเธอไม่ได้ พอเธอทัก “คุณชาย!”

จันทรภานุชะงักจำเสียงได้ “คุณดาว!ทำไมคุณแต่งตัวแบบนี้ แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ไง”

“ฉันไม่มีเวลาตอบคำถาม ผู้หญิงคนนั้นหายไปไหนแล้ว” ประกายดาววิ่งตามไป

จันทรภานุรีบตามไปด้วย...จิตสุภางค์กับมิลินทร์วิ่งหนีออกจากห้องมาเจอกัน ไม่ทันไรเจ๊พีชในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยวิ่งร้องไห้ออกมาว่า...เสียหมดแล้ว

“หมายความว่าเจ๊เสียตัวไปแล้วเหรอ” จิตสุภางค์รีบถาม

“ยัง...แต่เกือบ”

ทันใด สามคนตกใจที่เห็นจันทรภานุวิ่งตามประกายดาวมา ประกายดาวร้องบอกเพื่อนๆอย่าเพิ่งถาม ตามแคทก่อน จันทรภานุรีบบอก

“ผมไปด้วย ผมรู้ความจริงแล้ว”

ประกายดาวชะงักหันมอง แต่ไม่มีเวลาฟังอธิบายให้รีบตามแคทออกไปก่อน และแล้วทุกคนก็จับแคทได้ที่ด้านหลังอาบอบนวด แคทขอร้องอย่าทำอะไรตน ตนยังไม่มีเงินให้ จันทรภานุรีบบอกว่า ทุกคนนี้มากับตน ไม่ใช่พวกทวงหนี้ พวกตนมีเรื่องจะถาม ไม่ทันที่จะเอ่ย คนคุมออกมา แคทร้องให้ช่วย คนคุมเป่าปากเรียกพรรคพวกมาสมทบ

กว่าพงศ์จันทรจะหนีออกมาจากห้องได้ ต้องหลอกล่อให้สาวบริการเข้าไปอยู่ในห้องน้ำ ทางด้านจันทรภานุต่อสู้กับพวกคนคุม เขาปกป้องประกายดาวด้วยการเอาตัวเข้าขวางไม้ที่คนคุมฟาดใส่เธอ โดนที่หลังอย่างจัง ถึงกับทรุดฮวบลง พงศ์จันทรมาถึงร้องห้าม กว่าจะอธิบายคลี่คลายกันได้ ประกายดาวต้องยอมจ่ายเงินให้แคทก้อนหนึ่งไปใช้หนี้ เธอจึงยอมอัดคลิปสารภาพความจริงให้ เจ๊พีชบ่นอุบไม่คิดว่าจะเป็นฝีมือเซเลบคนดังที่ตนรู้จัก

“คุณอรอุมาคือคนที่หาว่าคุณดาวไปเป็นเมียน้อยสามีเขาใช่ไหม” พงศ์จันทรถาม

“ค่ะ เขาคงเกลียดฉันเข้ากระดูกดำ ถึงจ้องทำลายกันแบบนี้ ฉันจะทำให้เขารู้ว่า เขาไม่ได้ทำได้ฝ่ายเดียว”

พลันประกายดาวเห็นจันทรภานุหน้าซีดเหงื่อเต็ม จึงเข้ามาขอดูหลัง เห็นรอยช้ำน่ากลัวจึงพาไปโรงพยาบาล... ประกายดาวให้เพื่อนๆกลับบ้านไปก่อน โดยให้พงศ์จันทรช่วยส่งบ้าน ตนจะอยู่ดูแลคุณชายเอง เธอเข้าไปหาจันทรภานุในห้องฉุกเฉิน บอกเขาว่าผลเอกซเรย์ไม่มีอะไรผิดปกติ รอรับยาแล้วกลับบ้านได้ คุณชายลุกขึ้นจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่เก้ๆกังๆ ประกายดาวจึงช่วย

“ขอบคุณนะครับคุณดาว”

“ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณ ถ้าคุณไม่ช่วยฉันเอาไว้ ฉันคงเป็นคนที่นั่งบนเตียงนี้แทน”

“แค่นี้ยังน้อยไปเมื่อเทียบกับสิ่งที่ผมดูถูกคุณ ขอโทษจริงๆ ผมไม่ควรพูดกับคุณแบบนั้น”

“แค่เจอคุณที่อาบอบนวดก็รู้แล้วว่าคุณเชื่อที่ฉันพูด”

ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างรู้สึกดีๆต่อกัน ประกายดาวประคองคุณชายกลับบ้าน

ooooooo

วันรุ่งขึ้น คุณหญิงนิ่มมาที่วังนพรัตน์ เห็นนันทินีนั่งคุยกับหม่อมสุรีย์ก็แกล้งถาม มาแจกการ์ดหรือ นันทินีตอบเชิดๆว่าตนกับคุณชายยังไม่ได้คิดรูปแบบ คุณหญิงจึงเสนอรูปแบบของงานให้ว่าต้องยิ่งใหญ่อลังการเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ นันทินีเริ่มสนใจตั้งใจฟัง

คุณหญิงนิ่มเสนอให้ธีมงานเป็นสีทอง ดอกไม้ก็ควรเป็นสีทอง นันทินีคิดไปว่าแสดงถึงความรวย แต่พอคุณหญิงบอกว่าด้านหน้างานหาเสาที่มีหนามแหลมๆยื่นออกมาตั้งเรียงหน้างาน ส่วนกล่องรับซองเงินน่าจะเป็นกระทะสีทองแดง นันทินีเริ่มฟังดูทะแม่งๆ พอดีมือถือดัง คุณหญิงนิ่มเห็นชื่อพี่ชายจึงขอตัวสักครู่แล้วเดินออกไป นันทินีเริ่มคิดก่อนจะโมโหสุดๆ

“ดอกไม้สีทอง เสาที่มีหนามแหลม กระทะสีทองแดง...ที่พูดมาทั้งหมดมันคือนรกนี่หว่า หน็อย...นังคุณหญิงนิ่มรอให้ฉันได้แต่งงานกับคุณชายก่อนเถอะ แกจะโดนเล่นงานเป็นคนแรก”

คุณหญิงนิ่มคุยโทรศัพท์กับจันทรภานุ ฟังสักพักก็ยิ้มออกมา...ด้านอรอุมากับรติรสช็อปปิ้งกันอย่างมีความสุขในห้างฯ พอมาขึ้นรถ มีคนร้ายสองคนขึ้นมานั่งเบาะหลังแล้วเอาปืนปลอมมาจ่อขู่ ถ้าไม่อยากตาย ให้ขับรถออกไป อย่าเรียกใครช่วยไม่อย่างนั้นกระสุนเจาะกลางหลังแน่ อรอุมากลัวลานขับรถไปตามที่สั่ง มาจนถึงโกดังร้าง ก็ถูกจับมัดติดเก้าอี้ทั้งสองคน

ไม่นาน ประกายดาว จันทรภานุ และคุณหญิงนิ่มเดินเข้ามา สองสาวตกใจรีบถามจับพวกตนมาทำไม ประกายดาวเปิดฉากถามว่าใครเป็นคนทำคลิป สองสาวหน้าถอดสีปฏิเสธไม่รู้เรื่อง คุณหญิงนิ่มเปิดคลิปคำพูดของแคทให้สองสาวดู

“คุณอรอุมากับคุณรติรสจ้างให้ฉันแต่งตัวเป็นประกายดาว เพื่อถ่ายคลิปค่ะ”

จันทรภานุถามสองสาวจะยอมรับไหม อรอุมาโอดครวญว่าตนกับเพื่อนไม่ได้เป็นคนต้นคิด คนที่เป็น ต้นคิดคือนันทินี...ประกายดาวสบตาจันทรภานุทำนองอย่างที่คาดกันไว้

จากนั้น จันทรภานุกลับมาที่วัง เพื่อเอาคลิปคำสารภาพของอรอุมากับรติรสมาเปิดให้หม่อมสุรีย์กับนมพรฟัง นันทินีหน้าเหวอจะเลี่ยงหนี คุณหญิงนิ่มคว้ามือไว้ นันทินีไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร จึงแกล้งเป็นลมล้มพับไปดื้อๆ หม่อมสุรีย์ทำหน้าไม่ถูก

จันทรภานุเดินออกมาคุยกับประกายดาวหน้าตึก เมื่อเขาไม่ต้องแต่งงานกับนันทินีแล้ว เขาอยากจะจ้างเธอต่อไป แต่ประกายดาวปฏิเสธ ให้เหตุผลว่า

“ฉันได้เรียนรู้แล้วว่าการโกหกหลอกลวงคนอื่นทำให้เราไม่มีความสุข ฉันคิดว่านี่ก็ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่จะทำให้คุณไม่ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่แม่เลือก มันอยู่ที่ตัวคุณเองต่างหาก”

“จริงอย่างที่คุณพูด สิ่งที่ผมทำมันคือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ขอบคุณนะครับคุณดาวสำหรับความช่วยเหลือคุณ บอกมาได้เลยว่าคุณต้องการอะไรจากผมเป็นค่าตอบแทน”

ประกายดาวยิ้ม ในใจให้บอกไปเลยว่าอยากได้ สเปิร์ม แต่พอจันทรภานุทักว่ามองหน้าเขาทำไม มีอะไรให้พูดมาเลย คนอย่างเขาไม่มีอะไรที่ให้ไม่ได้ ประกายดาวลังเล

“ของที่ฉันอยากได้จากคุณ มันเป็นของที่...ที่มีค่าสำหรับคุณมาก มากซะจนฉันกลัวว่าคุณจะไม่ให้”

“คุณก็ลองขอผมมาก่อนสิ”

“สิ่งที่ฉันอยากได้จากคุณชายก็คือ...คือ...ความเป็นเพื่อนค่ะ ฉันอยากให้คุณรับฉันไว้เป็นเพื่อนสักคน” สุดท้ายประกายดาวก็ไม่กล้าพูด
จันทรภานุถามย้ำว่าแค่นี้จริงหรือ เธอรับว่าใช่ เขายิ้มอย่างยินดีที่จะมีเธอเป็นเพื่อน และยื่นมือออกไปให้เธอจับ ประกายดาวจับมือเขาแอบถอนใจ

พอคุณหญิงนิ่มรู้ก็ต่อว่าจันทรภานุที่ไม่รั้งประกายดาวไว้ เขากลับบอกว่า สิ่งที่เธอพูดมันถูกทุกอย่าง คุณหญิงจึงรุกถามว่าเขาไม่คิดจีบประกายดาวเป็นแฟนหรือ เขาอึกอัก

“พี่ไม่ได้ชอบคุณดาว ไม่มีวัน ไม่มีทาง”

ooooooo

คืนนั้น ประกายดาวมาหาแดนดินเพื่อเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง แดนดินหวังว่าน้องสาวคงล้มเลิกความตั้งใจจะหาสเปิร์มอีก ประกายดาวยิ้มรับ นภาวัลย์ถือจานขนมมาให้น้องฟ้าที่นั่งเล่นข้างๆประกายดาว พลันเกิดปวดท้องอย่างหนัก ทิ้งจานหล่น ทั้งแดนดินและประกายดาวตกใจ

ตอนที่ 4

จันทรภานุมาส่งประกายดาวที่คอนโด เขาอยากให้เธอเลิกพบปะกับพงศ์จันทรอีก แต่ไม่รู้จะบอกอย่างไร จึงออกคำสั่งในฐานะนายจ้างห้ามไปไหนมาไหนกับผู้ชายอื่น หญิงสาวรับคำเอือมๆ ก่อนจะเดินไปเขาเตือนอย่าลืมทายาที่แผล ทำให้เธออมยิ้มที่เขาก็ห่วงใยเป็นเหมือนกัน

วันต่อมาประกายดาวเดินออกมาจากลิฟต์ รู้สึกมีคนมองแล้วซุบซิบๆก็แปลกใจ พอออกมาที่รถ เห็นมีรูปตัวเองแปะเต็มคันรถพร้อมข้อความว่า...ระวังให้ดี ผู้หญิงคนนี้ชอบแย่งผัวชาวบ้าน...ประกายดาวโมโหสุดๆ กระชากกระดาษออกมาขยำทิ้ง แต่มันติดแน่นเต็มคันรถ ผู้คนที่ผ่านมาก็มอง เธอหันไปวีนใส่ พอขึ้นรถจะขับออกไป มีรถมาจอดขวาง เธอฉุนเฉียวลงจากรถกระชากกระดาษปาไปให้

“อยากอ่านนักใช่ไหม เอาไปเลย...คุณพงศ์!” ประกายดาวตกใจที่รถคันนั้นเป็นพงศ์จันทร

หลังจากนั้น พงศ์จันทรก็พาประกายดาวเอารถมาล้างที่ร้าน ระหว่างนั่งรอ เขาถามเธอว่า คิดว่าเป็นฝีมือใคร เธอมั่นใจว่าต้องเป็นนันทินี พงศ์จันทรจึงเอ่ยปากถาม

“คุณดาวครับ ผมขอถามอะไรตรงๆ คุณกับคุณชายจันทร์เป็นแฟนกันจริงๆเหรอครับ”

ประกายดาวหน้าถอดสี ทำเป็นยิ้มรับว่าจริง พงศ์จันทรย้อนว่า ถ้าเป็นคนอื่นโกหก ตนโกรธไปแล้ว แต่นี่เป็นเธอ โกรธไม่ลง และว่าเมื่อวานตนได้ยินเธอกับคุณชายจันทร์คุยกันว่าทุกอย่างเป็นการแสดง ตนไม่เข้าใจว่าผู้หญิงสวย เก่งอย่างเธอ ทำไมต้องทำแบบนี้

“ฉันมีเหตุผลบางอย่าง ที่ฉันบอกคุณไม่ได้ค่ะ” ประกายดาวจนใจที่จะแก้ตัวต่อไป

“เรื่องเงินก็ไม่น่าใช่ แล้วอะไรมันจะมีค่าขนาดทำให้คุณต้องทำอย่างนี้ครับ”

“ฉันบอกคุณไม่ได้จริงๆ เอาเป็นว่าคุณอย่าบอกใครก็แล้วกันว่าฉันกับคุณชายเป็นแฟนกันหลอกๆ เพราะสิ่งที่ฉันต้องการจากคุณชาย มันคือความฝันของฉัน”

“ความฝันของคุณคืออะไร บอกได้ไหมครับ บางทีผมอาจจะให้คุณดาวได้ก็ได้”

“อย่าถามฉันอีกเลย ขอร้องนะคะ” ประกายดาวจ้องตาอย่างอ้อนวอน

หลังจากล้างรถเสร็จ ประกายดาวโทร.ขอที่อยู่นันทินีจากมิลินทร์...เธอหอบลังใส่กระดาษที่แปะรถเธอทั้งหมด ไปกองหน้าบ้านนันทินี แล้วจุดไฟเผาต่อหน้าต่อตาพร้อมขู่

“จำไว้ว่าอย่าทำกับฉันแบบนี้อีก ไม่อย่างนั้นคราวหน้าจะไม่ใช่แค่ไฟ แต่จะเป็นอะไรที่คุณคาดไม่ถึง”

นันทินีตกใจร้องเรียกคนในบ้านออกมาดับไฟด้วยความแค้นใจ...

เมื่อรู้ความจริงแน่นอน พงศ์จันทรมาที่ร้านคุณหญิงนิ่มเพื่อประกาศให้เธอรู้ว่า ตนจะเดินหน้าจีบประกายดาวอย่างจริงจัง คุณหญิงนิ่มสวนว่าเธอจะขวางถึงที่สุด

“ผมชักจะสงสัยแล้วนะ ว่าไอ้การที่คุณแสดงท่าทางแบบนี้ เป็นเพราะคุณแอบชอบผมรึเปล่า” พงศ์จันทรหรี่ตาล้อ

“บ้าน่ะสิ ฉันไม่มีวันชอบผู้ชายกะล่อนปลิ้นปล้อน เจ้าชู้ลื่นเป็นปลาไหลอย่างนายหรอก ฉันชอบพี่ดาว ฉันอยากได้พี่ดาวเป็นพี่สะใภ้ ฉันเชื่อว่าสักวันพี่ชายจะต้องชอบพี่ดาวขึ้นมาจริงๆ และฉันบอกได้เลยว่าพี่ดาวก็ชอบพี่ชายเช่นกัน”

“ถ้างั้นคุณคอยดูก็แล้วกัน ว่าผมจะทำให้คุณดาวชอบผมให้ได้” พงศ์จันทรยิ้มเยาะจากไป

คุณหญิงนิ่มกลัดกลุ้ม แค่นันทินีคนเดียวก็จะแย่อยู่แล้ว ต้องหาทางสกัดดาวรุ่งให้ได้...จากนั้น เธอก็เอาเรื่องมาเล่าให้จันทรภานุฟัง และให้เขาทำตัวเป็นแฟนกับประกายดาวให้มากขึ้นด้วยการพาออกสื่อ ดูหนังฟังเพลงเหมือนคนรักเขาทำกัน เพราะถ้าพงศ์จันทรเอาเรื่องนี้ไปบอกหม่อมสุรีย์ มีหวังเขาโดนจับแต่งงานกับนันทินีแน่ๆ ส่วนพงศ์จันทรตนจะจัดการเอง

ooooooo

วันต่อมา อรอุมาดูละครทีวี นางร้ายขู่จะเอาคลิปเสียงไปเปิดให้เมียพระเอกฟัง ศิวะได้ยินตกใจ นึกว่าประกายดาวส่งคลิปให้อรอุมาแล้ว แต่พอเห็นว่าเป็นละครทีวีก็โล่งใจ

ศิวะทนใจหายใจคว่ำแบบนี้ไม่ไหว โทร.มาขอให้ประกายดาวลบคลิปทิ้ง แต่เธอยืนกรานว่า ต้องเก็บเป็นตัวประกันเพราะไม่ใว้ใจเขา...พอวางสายไปสักครู่ ประกายดาวก้มหน้าทำงานต่อ มือถือดังขึ้นอีก เธอคว้ามากดรับคิดว่าเป็นศิวะยังตื๊ออยู่ จึงเสียงเขียวใส่ มีอะไรอีก พอรู้ว่าเป็นจันทรภานุก็หน้าซีดเสียงอ่อย ขอโทษขอโพย คุณชายโทร.มาถามว่าว่างหรือเปล่า

“ว่างค่ะ คุณชายมีอะไรให้ฉันรับใช้คะ”

“สี่โมงเย็นเจอกันที่คอนโดฯ  ฉันจะรับเธอไปดูหนัง” พูดจบก็วางสายดื้อๆ

ประกายดาวงง อะไรของเขาเนี่ย...

ด้านคุณหญิงนิ่ม มาหาเจ๊พีชเพื่อขอเลือกเด็กในสังกัด อ้างขอมาเป็นนางแบบโฆษณา เธอเลือกเด็กสาวชื่อแชมเปญ ที่ดูสวยเซ็กซี่ไม่เบา...จากนั้น คุณหญิงนิ่มก็วางแผนให้แชมเปญไปยั่วยวนพงศ์จันทรด้วยการทำทีว่ามีรถจอดขวาง  เขามาช่วยเข็นแล้วก้อร่อก้อติกตามนิสัย คุณหญิงนิ่มแอบถ่ายคลิปเอาไว้

ตกเย็น จันทรภานุขับรถมารับประกายดาวตามนัด เธอถามเขานึกอย่างไรชวนไปดูหนังเขาตอบว่า ต้องหากิจกรรมทำร่วมกันให้เหมือนแฟน เพื่อหม่อมแม่จะได้จับไม่ได้...ประกายดาวย้อนถามว่าเขาดูหนังครั้งสุดท้ายเรื่องอะไร ชายหนุ่มนึกแล้วตอบว่านานแล้วเรื่องไททานิก หญิงสาวหัวเราะก๊าก ชายหนุ่มเสียหน้าถามตลกมากนักหรือ

“ขอโทษค่ะ ฉันว่าเราไปหาอะไรอย่างอื่นทำดีกว่า”

ประกายดาวพาจันทรภานุมาโยนโบว์ลิ่ง เขาดูนิ่งมากจนเธอสงสัย

“อย่าบอกนะคะว่าคุณชายไม่เคยเล่นโบว์ลิ่ง” เขายอมรับอายๆ “อะไรกันอ่ะคุณชาย นี่ไม่คิดจะทำอะไรแบบคนอื่นเขาบ้างเหรอไงคะ ว่ายน้ำก็ว่ายไม่ได้ ปีนเขาก็ไม่เคยปีน ดูหนังก็ยังไม่ค่อยดู แล้วยังเล่นโบว์ลิ่งไม่เป็นอีก ฉันถามจริงเหอะ ตั้งแต่เกิดมา คุณชายทำอะไรบ้าง”

“เรียนหนังสือ ทำงาน”

“แล้วคุณชายไม่ทำกิจกรรมอะไรบ้างเลยเหรอ”

“จ๊อกกิ้ง ชกมวย ฟุตบอล ฉันเล่นอยู่สามอย่าง”

ประกายดาวถอนใจ สอนเขาโยนโบว์ แรกๆเขาก็ล้างท่อ ไม่ทันไรเขาเรียนรู้ได้ไว และสไตร์คตลอดจนเอาชนะเธอไปได้ ประกายดาวทึ่งปนโมโห...สุดท้ายเมื่อเป็นคนแพ้ ประกายดาวต้องเป็นคนเลี้ยงข้าว จึงขอเลือกร้านเอง เธอเลือกร้านประเภทจุ่มแซ่บ ตักอาหารเต็มโต๊ะ จันทรภานุทำหน้าแหยๆ นั่งเช็ดจานช้อนส้อม เห็นประกายดาวเอาหมูลวกแป๊บเดียวเอาขึ้นมากินก็แหยงๆเกรงไม่สุก ประกายดาวจัดการ ลวกหมู กุ้ง ผักใส่ชามให้เขา แล้วบอกให้ตักน้ำจิ้มน้อยๆเพราะมันเผ็ด เขาลองชิมดูรู้สึกว่าอร่อยมาก จึงทานมากขึ้นๆจนจานเต็มโต๊ะไปหมด

พอคิดเงินออกมาไม่ถึงสามร้อยบาท จันทรภานุถึงกับทึ่ง ประกายดาวบอกว่า ของอร่อยไม่จำเป็นต้องแพง ว่าแล้วเธอก็ให้พนักงานช่วยถ่ายรูปคู่ไว้ให้ในมือถือ เป็นภาพประวัติศาสตร์...ทั้งสองไม่รู้เลยว่า มีคนร้ายแอบใส่ยานอนหลับในเครื่องดื่มให้กิน

จันทรภานุขับรถถึงคอนโดฯ ประกายดาวเปิด ประตูลง เขาท้วง “ไม่คิดจะรอให้ผมเปิดประตูให้สักครั้งเลยเหรอครับ”

“ก็ลงเองได้นี่นา ทำไมต้องมารอให้คุณชายเปิดให้ ขอบคุณนะคะที่มาส่ง แล้วฉันจะส่งรูปไปให้ บ๊ายบาย”

ประกายดาวเริ่มรู้สึกง่วง เดินสะลึมสะลือเข้ามากดลิฟต์ ชายคนหนึ่งตามเข้าไปด้วย เธอง่วงจนเซพิงฝา ชายคนนั้นค้นกระเป๋าเธอ พอไม่พบก็โทร.บอกเพื่อนว่าไม่มีมือถือในกระเป๋าของเธอ แต่แปลกใจเพราะเมื่อครู่เห็นเธอยังใช้ถ่ายรูปอยู่ สงสัยจะอยู่กับผู้ชายที่มาส่ง

เผอิญจันทรภานุเห็นมือถือประกายดาวตกอยู่ในรถ จึงวกกลับมาจะคืนให้ พลันเขารู้สึกง่วงมากจึงเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตา เห็นกระเป๋าถือของประกายดาวอยู่ในถังขยะก็แปลกใจเก็บมาแล้วรีบขึ้นไปหาเธอบนห้อง จะเคาะประตู พบว่าประตูปิดไม่สนิทจึงผลักเข้าไป พอมาดูประกายดาวเห็นนอนนิ่งบนเตียงก็พยายามปลุก จนรู้สึกมึนหัวหนักขึ้นเรื่อยๆ....

ooooooo

รุ่งเช้า ประกายดาวตื่นขึ้นมาพบจันทรภานุนอนสวมเสื้อกล้ามอยู่ข้างๆ ก็ตกใจร้องกรี๊ดลั่นห้อง ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นตกใจเช่นกัน

“คุณชายเข้ามาในห้องนอนฉันได้ยังไง”

“ผมไม่รู้ ผม...จำไม่ได้” จันทรภานุพยายามนึก

“คุณชายจำไม่ได้ จำไม่ได้ได้ยังไง...แล้วนี่คุณชายกับฉัน...” ประกายดาวมองหน้าเขาอึ้งๆ

ไม่พูดพล่ามทำเพลง ประกายดาวแล่นมาหาจิตสุภางค์ เธอกลับให้คำปรึกษาว่า “แกไม่แน่ใจว่าแกกับคุณชาย...จุดจุดจุด...ถ้าเป็นอย่างที่แกคิดก็ดีแล้วไง แกก็ได้สเปิร์มของเขามาแล้ว”

“ไอ้บ้าจิต! ฉันไม่ได้อยากได้ด้วยวิธีนี้ ฉันไม่อยากมีความสัมพันธ์”

“ฉันพูดเล่น ฉันว่าแกกับคุณชายคงยังไม่มีอะไรกันหรอก มันไม่มีทางที่แกจะไม่รู้สึกอะไรเลย  เพราะขนาดตอนที่ฉันเมา เฮียเชาทำท่าไหน ฉันยังรู้เลยอ่ะ”

ประกายดาวค้อนอายๆ  จิตสุภางค์ย้ำให้เชื่อประสบการณ์ของตน เพื่อนยังซิงแน่นอน ประกายดาวก็ยังไม่เชื่อเต็มร้อย ด้านจันทรภานุกลับเข้าวัง หม่อมสุรีย์นั่งอยู่กับนันทินี ทั้งสองซักไซ้ว่าเมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน ทำไมไม่กลับบ้าน เขาโกหกว่าไปนอนบ้านอภิเชษฐ์แล้วขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าต้องรีบไปทำงาน นันทินียุหม่อมสุรีย์อย่าไปเชื่อ

เข้าห้องมาได้ จันทรภานุพยายามโทร.หาอภิเชษฐ์แต่เขาปิดเครื่อง จึงฝากข้อความให้โทร.กลับ...นมพรเคาะประตูเปิดเข้ามา เขาดีใจมากอยากสารภาพกับนมพรเพราะไม่ชอบโกหก

“เมื่อคืนคุณชายนอนค้างบ้านคุณดาว!” นมพรเสียงดัง อ้อยอยู่หน้าห้องได้ยินแนบหูฟัง

“ชายตื่นขึ้นมาก็เจอว่าตัวเองนอนอยู่กับคุณดาวครับ”

อ้อยตกใจสุดๆรีบย่องออกไปทันที จันทรภานุบอกนมพรว่าจำไม่ได้จริงๆ ทำไมถึงไปนอนบนเตียงกับประกายดาว  เมื่อคืนตนท้องเสีย เผลอหลับเพราะเหนื่อยมากแล้วก็เบลอๆมึนๆ

“นมว่ามันคงไม่ได้เป็นอย่างที่คุณชายคิดหรอกค่ะ ใจเย็นๆ ค่อยๆนึกไปก่อน  แต่เรื่องนี้อย่าเพิ่งให้ใครรู้เด็ดขาด ถ้าเข้าหูหม่อมล่ะก็ มีหวังไปกันใหญ่โตแน่ค่ะ”

แต่สายไปเสียแล้ว อ้อยเอาเรื่องมาเม้าท์กับเหล่าคนรับใช้ ว่าได้ยินเต็มสองหูว่า จันทรภานุได้เสียกับประกายดาว เผอิญหม่อมสุรีย์มาได้ยิน “เธอว่ายังไงนะอ้อย!”

ทั้งหม่อมสุรีย์และนันทินีเดือดดาล โทร.นัดประกายดาวออกมาพบทันที...ระหว่างนั้น จันทรภานุเริ่มนึกออกว่า เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เขารีบเล่าให้นมพรฟัง ว่าเขาพยายามปลุกประกายดาว แต่แล้วรู้สึกมึนหัวมากจึงเข้าไปเอาน้ำราดหัว เสื้อเปียกเลยถอดออกเหลือเสื้อกล้ามและเอาผ้าขนหนูเช็ดหัว จากนั้นหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว

พอนึกเหตุการณ์ออก จันทรภานุก็ โทร.หาประกายดาว “คุณอยู่ไหน...”

“ฉันอยู่กับแม่ของคุณ”

คุณชายตกใจรีบถามว่าที่ไหน ตนจะไปหาเดี๋ยวนี้ พอวางสาย เขาบอกนมพรว่าหม่อมแม่รู้เรื่องตนแล้ว ตนต้องรีบไปหาประกายดาว

“ค่ะๆ ค่อยๆขับรถนะคะ...ขออย่าให้เกิดเรื่องอะไรร้ายแรงขึ้นเลย เจ้าประคู๊ณ...”

ooooooo

ในร้านอาหาร นันทินีนั่งอยู่กับหม่อมสุรีย์ ทั้งสองแปลกใจว่าทำไมประกายดาวออกไปคุยโทรศัพท์นานขนาดนี้ นันทินีกลัวจะหนีไปเสียก่อนจึงออกไปตาม... ประกายดาวเดินงุ่นง่านรอจันทรภานุ  นันทินีมาถึงต่อว่า

“คุยโทรศัพท์เสร็จแล้วทำไมถึงไม่เข้าไปข้างใน มายืนทำซากอะไรตรงนี้ ไม่รู้เหรอว่าหม่อมแม่รออยู่”

“คุณนันช่วยไปบอกหม่อมให้รออีกสักครู่นะคะ”

นันทินีจะเดินไป นึกได้หันมาโวยเรื่องอะไรมาสั่งตน ประกายดาวอึกอักไม่รู้จะอ้างอะไร พอดีจันทรภานุมาถึง นันทินีหน้าเจื่อน...สามคนเดินมาพร้อมกัน หม่อมสุรีย์ไม่พอใจหาว่าประกายดาวตามจันทรภานุมา

“ที่ว่าออกไปโทรศัพท์คือโทร.ไปฟ้องลูกชายฉันงั้นเหรอ”

สองคนตอบพร้อมกันว่าไม่ใช่ จันทรภานุรีบอธิบาย “ผมโทร.หาคุณดาวเองครับ หม่อมแม่ฟังผมก่อน เรื่องเมื่อคืน...”

“แม่ไม่ฟัง ลูกจะมาตอกย้ำให้แม่เจ็บอีกทำไม บรรพบุรุษของเราไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยเรื่องผู้หญิง ลูกเป็นถึงราชนิกุลอันดับหนึ่งของนพรัตน์ ถ้าใครรู้ว่าลูกกับผู้หญิงคนนี้...แม่ไม่ต้องเอาปี๊บคลุมหัวเดินรึไง”

ประกายดาวจะช่วยอธิบาย กลับถูกพูดใส่หน้าว่าต้องการคุยกับลูกชายเป็นการส่วนตัว เธอจึงยกมือไหว้ ก่อนจะเดินออกมา นันทินีเดินตามติดมาเยาะ

“คุณชายต้องเลิกกับแกแน่...”

“เลิกตัดสินใจแทนคนอื่นซักทีได้ไหมคะ” ประกายดาวสุดทนตอบกลับ

“หม่อมแม่ไม่ใช่คนอื่น เราสนิทกันจนเหมือนครอบครัวเดียวกัน  หม่อมแม่คิดอะไรอยู่ทำไมฉันจะไม่รู้ ยังไงคุณชายก็ต้องเลือกหม่อมแม่มากกว่าเธออยู่แล้ว ทางที่ดีเธอควรจะไปจากคุณชายซะตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่าต้องมาหน้าแตกเพราะโดนไล่  ฉันเตือนด้วยความหวังดี” นันทินีเชิดใส่เดินไปหาที่นั่ง ประกายดาวชักกังวลใจ

ข้างในร้าน หม่อมสุรีย์ยื่นคำขาดว่าประกายดาวกำลังทำลายชีวิตลูก ต้องเลิกกับเธอแล้วมาแต่งงานกับนันทินี  จันทรภานุนึกอะไรไม่ออก โพล่งออกไปทันที

“ผมแต่งงานกับคุณนันไม่ได้ครับ เพราะว่าคุณดาวเป็นภรรยาผมแล้ว ผมต้องรับผิดชอบคุณดาวครับแม่”

หม่อมสุรีย์ลุกพรวดด้วยความโกรธ “ต่อให้แม่ตาย แม่ก็ไม่ยอมรับผู้หญิงคนนั้น เอาเงินให้เขาไปก้อนหนึ่ง แล้วเลิกยุ่งกับเขาซะ”

“เงินมันแก้ปัญหาไม่ได้ทุกอย่างนะครับ ผมอยากให้หม่อมแม่รู้ว่า ถึงผมจะไม่ได้ลงเอยกับคุณดาว ผมก็ไม่มีวันแต่งงานกับคุณนัน เพราะว่าผมไม่ได้รักเขา” พูดจบจันทรภานุจะเดินไป

หม่อมสุรีย์เครียดจัดจนความดันขึ้น เป็นลมล้มชนเก้าอี้เสียงดังโครมคราม  จันทรภานุตกใจมากรีบเข้าอุ้มแม่ส่งโรงพยาบาล

หน้าห้องฉุกเฉิน นันทินีโวยประกายดาวว่าเธอเป็นสาเหตุทำให้หม่อมสุรีย์ป่วย จันทรภานุปกป้องว่าไม่เกี่ยวกับเธอ นันทินีหน้าเสีย ประกายดาวกระซิบถามเขาพูดอะไรกับหม่อมสุรีย์ท่านถึงได้ช็อกไป

“หม่อมแม่สั่งให้ผมเลิกกับคุณ แล้วแต่งงานกับคุณนัน ผมก็เลยบอกหม่อมแม่ไปว่า คุณเป็นภรรยาผม และผมจะไม่มีวันแต่งงานกับคุณนันเด็ดขาด”

“คุณบอกแม่คุณไปแบบนั้นได้ยังไง!”

“ก็ผมนึกอะไรไม่ออก ผมรู้ว่ามันไม่ถูกที่ทำให้คุณเสียชื่อ แต่คุณอย่าลืมว่าผมเป็นนายจ้างของคุณ เพราะฉะนั้นนายจ้างมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจอะไรก็ได้ เพื่อเป็นการแก้ ปัญหาเฉพาะหน้า”

“คุณนี่เหลือเชื่อเลยจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะฉันอยากได้สะ...” ประกายดาวยั้งไว้ทัน

จันทรภานุมองอย่างสงสัย เผอิญหมอออกมา เธอรีบเปลี่ยนเรื่องให้เขาฟังหมอก่อน หมอบอกว่าขอให้หม่อมสุรีย์นอนเช็กอาการให้ละเอียดสักสองวัน ตอนนี้ความดันขึ้นจึงเป็นลม นันทินีชวนเข้าไปดู จันทรภานุหันมาบอกประกายดาวให้กลับบ้านไปก่อน แล้วตนจะโทร.หา

คืนนั้น ประกายดาวโทร.เล่าเรื่องให้จิตสุภางค์ฟัง เธอติงว่าชักจะไปกันใหญ่แล้ว จากแฟนหลอกๆมาเป็นเมียเสียแล้ว ระวังจะตกหลุมรักที่ตัวเองขุดไว้เสียเอง ประกายดาวร้องลั่นไม่มีทาง ตนยังต้องการแค่สเปิร์มเท่านั้น...จิตสุภางค์ครุ่นคิดเรื่องนี้ บ่นกับสามีว่า ตนควรทำอย่างไรที่แนะนำให้เพื่อนทำเรื่องแลกสเปิร์ม ดูมันจะลุกลามไปใหญ่โต เฮียเชาปลอบว่า

“ไม่ต้องทำอะไร แค่มองอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ เพราะถ้าดาวไม่มีใจตั้งแต่แรก เธอก็คงไม่ทำ...เอาเวลามาเลี้ยงลูกๆให้เป็นพลเมืองดีของสังคมดีกว่า”
จิตสุภางค์ซึ้งใจที่สามีพูดอะไรดีๆเป็นกับเขาเหมือนกัน เธอหันมาช่วยลูกๆแกล้งพ่ออย่างสนุกสนาน

ooooooo

เมื่ออภิเชษฐ์ได้รับข้อความก็ตรงมาหาจันทรภานุที่โรงพยาบาลทันที สองหนุ่มคุยกันเครียดๆ อภิเชษฐ์ตั้งข้อสันนิษฐานอย่างตำรวจว่า สิ่งที่จันทรภานุทำกับประกายดาว สร้างความเสื่อมเสียให้กับเธอ แต่ทำไมเธอยังยอมช่วย เขาจ้างเธอด้วยเงินจำนวนมากหรือ

“เรายังไม่ได้คุยเรื่องนี้ เขาบอกฉันว่า สำหรับเขาเรื่องเงินไม่ใช่เรื่องสำคัญ เขาว่าถ้างานสำเร็จ เขาจะบอกฉันเองว่าอยากได้อะไร”

อภิเชษฐ์ยิ่งรู้สึกว่าประหลาด เตือนให้เพื่อนระวังของมีค่า หรือระวังตัวจะกลายเป็นเหยื่อ

วันต่อมา อรอุมากับรติรสมาเยี่ยมพร้อมนันทินี หม่อมสุรีย์รู้สึกตัวพอดี จันทรภานุเกาะอยู่ขอบเตียงด้วยความเป็นห่วง แต่หม่อมสุรีย์ทำหมางเมิน หันไปทักทายอรอุมา และให้นันทินีปรนนิบัติคนเดียว แถมประชดประชัน

“หนูนัน วานบอกชายจันทร์ว่าจะไปไหนก็ไป ไม่ต้องมาเฝ้า เพราะว่าแม่ไม่ตายง่ายๆ”

นันทินีจึงขอให้จันทรภานุกลับไปก่อน...พอคุณชายไปแล้ว หม่อมสุรีย์ก็ลุกขึ้นปรึกษานันทินี อรอุมาและรติรส ว่าคุณชายจันทร์บอกว่าได้ประกายดาวเป็นเมียแล้ว รติรสโพล่งขึ้น

“อีกแล้วเหรอ...นี่มันคิดจะจับแต่ผู้ชายรวยๆเหรอไง”

หม่อมสุรีย์ถามหมายความว่าอย่างไร อรอุมาจึงบอกว่า ประกายดาวเป็นเมียน้อยสามีของตน หม่อมสุรีย์ตกใจ เพราะศิวะไม่เคยบอกเรื่องนี้แถมเป็นคนสืบประวัติ ประกายดาวให้

อรอุมาแค้นใจกลับมาจะรีดความจริงจากศิวะ ขณะนั้น ศิวะกำลังหลีพนักงานสาวในร้านแอบเอาแหวนเพชรให้เป็นของกำนัล พออรอุมากลับมาทั้งสองก็ผละจากกันไปทำงานของตัว ศิวะหันมาเอาใจเมีย ถามถึงหม่อมสุรีย์เป็นอย่างไรบ้าง

“หม่อมสุรีย์ช็อกที่ลูกชายได้เมีย คือนังประกายดาว”

ศิวะแทบช็อกไปเหมือนกัน อรอุมาแขวะ “ไง อึ้งไปเลยล่ะสิ จะว่าไปนังดาวนี่มันก็ฉลาดรู้จักจับคุณชาย... เสียดายไหมที่มันไม่เอาคุณ”

ศิวะหน้าถอดสี ทำทีไม่เข้าใจทำไมต้องเสียดาย อรอุมาจี้ถาม “ฉันรู้จากหม่อมว่าหม่อมเคยไหว้วานให้คุณช่วยสืบประวัตินังดาว แต่คุณกลับบอกว่ามันเป็นคนดี คุณกับมันมีข้อตกลงอะไรกันใช่ไหม คุณถึงไม่บอกหม่อมว่ามันเป็นกิ๊กเก่าคุณ”

“บ้าไปแล้ว จะมีข้อตกลงอะไร...ไม่มี้...” ศิวะหัวเราะกลบเกลื่อน หาเรื่องชิ่งหนี อ้างนึกได้ว่ามีนัดกับลูกค้า ศิวะหอมแก้มอรอุมาแล้วรีบออกไป

อรอุมาหน้าเครียด กดมือถือหารติรสทันที “เป็นอย่างที่เธอพูดเอาไว้ ศิวะดูมีพิรุธสุดๆ และตอนนี้ก็รีบร้อนออกไปแล้วด้วย”

รติรสจอดรถอยู่หน้าร้านเพชร เธอบอกอรอุมาว่าเห็นศิวะออกมาแล้ว ตนจะจัดการต่อเองว่าแล้วก็ขับรถตามศิวะ จนถึงคอนโดฯประกายดาว แต่ถูก รปภ.ไล่ไม่ให้ จอดตรงที่เธอจอด

ศิวะดักรอจนประกายดาวออกมา เขาปรี่เข้ากระชากแขนเธอให้เอามือถือมาให้เขา แถมขู่วันนี้ไม่มีใครมาช่วยได้ ทำให้เธอรู้ว่า โจรที่เข้ามาเอากระเป๋าเธอไป  คืนก่อนคือคนของเขา...เกิดการยื้อยุดแย่งมือถือกัน ประกายดาวสู้สุดตัว ทันใดรติรสเดินเข้ามาโวยวาย

“กลางวันแสกๆ หน้าคอนโดฯ ไม่อายผีอายสางบ้างหรือไงห้ะ!”

“คุณมาก็ดีแล้ว ฉันมีอะไรจะให้ฟัง” ประกายดาวโกรธ เปิดคลิปเสียงศิวะให้ฟังทันที...

“เราดีใจมากเลยนะที่ดาวโทร.หาเรา เราคิดว่าดาวจะไม่ยอมเจอเราซะแล้ว...เรารักดาว รักไม่เปลี่ยน รักมาตลอด รักที่สุดเลยจ้ะ”

“นายแน่ใจนะว่านายไม่ได้รักคุณอร”

“แน่ใจ เราไม่ได้รักอร เราบอกแล้วไงว่าเรา แต่งงานกับอรเพราะคุณแม่บังคับ เราดีใจนะที่ดาวให้โอกาสเราอีกครั้ง คราวนี้เราจะไม่ทำให้ดาวเสียใจอีก เราจะให้ดาวทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ แหวนเพชร เงินทอง หรือถ้าดาวอยากได้อะไรนอกเหนือจากนี้ เราก็หามาให้ได้”

ตอนที่ 3

เป็นอย่างที่คาดคิด นันทินีมาฟูมฟายโอเว่อร์เล่าเรื่องจันทรภานุกับประกายดาวให้หม่อมสุรีย์ฟัง นมพรไม่อยากเชื่อว่าคุณชายจะกล้าหักหน้าเธอขนาดนั้น และถ้ามีแฟนจริงก็น่าจะบอกกล่าวกันบ้าง หม่อมสุรีย์เห็นด้วย

มิลินทร์กับหมอกิจจาสามี พาประกายดาวมาเที่ยว ผับแต่กิจจาห้ามเธอดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อสุขภาพถ้าอยากตั้งครรภ์ เธอจึงกระโดดเต้นอย่างบ้าคลั่ง จนเซไปชนกับนันทินีที่มาเที่ยวเช่นกัน ทันทีที่นันทินีเห็นหน้าประกายดาว ก็ปรี๊ดแตก ตบหน้าประกายดาว โทษฐานทำให้ตนตบจันทรภานุเมื่อกลางวัน ประกายดาวโมโหสุดๆชกกลับ นันทินีหงายเงิบเลือดกำเดาไหล เธอร้องลั่น ถอดส้นสูงจะเข้ามาตบประกายดาว

เผอิญอภิเชษฐ์เข้ามาจับมือเธอไว้ นันทินีโวยให้ไปจับประกายดาวข้อหาทำร้ายร่างกาย

“แต่ผมเห็นคุณมีรองเท้าส้นสูงเป็นอาวุธ แล้วกำลังจะทำร้ายเขา”

นันทินีอึ้ง ประกายดาวโต้ว่านันทินีตบตนก่อน

อภิเชษฐ์ถามจริงไหม นันทินียอมรับแต่เพราะประกายดาวแย่งจันทรภานุไปจากตน ประกายดาวหมั่นไส้แกล้งยั่วโมโห

“อย่ามาว่าฉันแย่งคุณชายจันทร์ ในเมื่อคุณกับคุณชายไม่ได้เป็นอะไรกัน และที่สำคัญคุณชายจันทร์มาหาฉันเอง...กลับกันเหอะ” ประกายดาวหันไปชวนมิลินทร์กับกิจจา

นันทินีอ้าปากค้างพูดไม่ออก สักพักก็กรี๊ดลั่นออกมา อภิเชษฐ์กำลังเหวออยู่ตกใจเอ็ดให้เธอหยุด แถมตำหนิ คนที่มาจากราชนิกุลดังทำตัวไร้สติแบบนี้หรือก่อนจะเดินหนีไป

วันรุ่งขึ้น อภิเชษฐ์มาถามและเล่าเรื่องให้จันทรภานุฟัง คุณชายหัวเราะ ไม่คิดว่าประกายดาวจะกล้าพูดแบบนั้น อภิเชษฐ์ถามเป็นความจริงหรือที่ทั้งสองเป็นแฟนกัน

“แล้วถ้าเขาเกิดเป็นแฟนฉันขึ้นมาจริงๆ แกว่าเขาจะรับมือกับคุณนันได้รึเปล่า”

“ได้ยิ่งกว่าได้ เห็นจากเมื่อคืนแล้ว ก๋ากั่นเป็นบ้า... พูดแบบนี้แสดงว่าแกกับเขาไม่ได้เป็นแฟนกัน แกคิดจะทำอะไรอยู่ใช่ไหม”

จันทรภานุยิ้มๆไม่ตอบแต่อย่างใด...จากนั้น เขาแวะไปหาประกายดาวพร้อมช่อดอกไม้ เธอแทบไม่เชื่อว่าเขาจะมาขอโทษที่เป็นสาเหตุให้โดนนันทินีตบ เขายื่นช่อดอกไม้และกล่าว

“เป็นแฟนกับผมนะครับคุณดาว”

ประกายดาวตาค้าง “ฉันฝันไปแน่ๆ ตื่นได้แล้วไอ้ดาว...” เธอตบหน้าตัวเอง “ยังไม่ยอมตื่นอีก อุ๊ย ทำไมเจ็บล่ะ หรือว่า...” ประกายดาวหยิกแขนตัวเอง

จันทรภานุจับมือเธอให้รู้สึกตัวว่าไม่ได้ฝัน ประกายดาวขอให้เขาพูดอีกครั้ง เขาดึงเธอมานั่งคุยให้เป็นเรื่องเป็นราว บอกจุดประสงค์ที่แท้จริง เธอถึงกับเหวอ

“คุณจะจ้างให้ฉันเป็นแฟนกับคุณ!”

จันทรภานุพยักหน้ายิ้มๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า หม่อมแม่จะได้ไม่จับคู่ตนกับนันทินีอีก ประกายดาวถามจะได้ผลหรือ

“ผมมั่นใจ งานนี้ไม่ใช่ผมคนเดียวที่ได้ผลประโยชน์ แต่คุณก็ได้ด้วยเหมือนกัน คิดดูให้ดีนะคุณดาว การที่คุณได้เป็นแฟนกับผม มันจะทำให้คุณสยบข่าวเรื่องเป็นเมียน้อยคุณศิวะได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าคุณอาจจะเป็นจริงๆ”

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้เป็นอะไรกับนายศิวะ” ประกายดาวชักฉุน

จันทรภานุปัดไม่ต้องมาอธิบาย ตนไม่อยากรู้ แค่ทำธุรกิจด้วยกันเท่านั้น งานนี้ไม่มีใครเสียเปรียบ ประกายดาวขอเวลาคิด คุณชายบ่นอย่านาน ประกายดาวแอบโทร.ปรึกษาจิตสุภางค์ เธอรีบบอกจะรีรอทำไม โอกาสมาถึงแล้วให้รวบเอาไว้...ประกายดาวจึงกลับมาบอกจันทรภานุว่าตกลง คุณชายย้อนถามต้องการค่าตอบแทนเท่าไหร่ เธอสวนทันทีว่าไม่ต้องการเพราะรวยอยู่แล้ว เขาจึงถามงั้นต้องการอะไร หญิงสาวอมยิ้ม

“ไว้ทำงานเสร็จก่อน แล้วฉันจะบอก”

“ถ้าไม่ใช่ดาวกับเดือน  ผมให้คุณได้ทุกอย่าง ถ้างั้นตอนนี้ถือว่าเราเป็นทีมเดียวกันแล้วนะ” จันทรภานุยื่นมือไปให้เธอจับ สองคนเขย่ามือยิ้มให้กัน

ooooooo

พอคุณหญิงนิ่มรู้เรื่องก็ยินดีอย่างมาก จันทรภานุย้ำว่าเสร็จงานก็ต่างคนต่างไป แต่คุณหญิงกระเซ้า โบราณว่าไม่ชอบอะไรจะได้อย่างนั้น และคิดหรือว่านันทินีจะรามือ เขาจึงถามควรทำอย่างไร เธอแนะนำให้เขาแสดงสู่สายตาใครๆให้รู้ว่าเขารักประกายดาวมาก

วันถัดมา หลังจากประกายดาวทำงานเสร็จ เจ๊พีชถือชุดหรูเข้ามาหา บอกว่าจันทรภานุให้ตนนำชุดนี้มาให้เธอแต่งโดยให้แต่งหน้าทำผมให้ด้วย ประกายดาวแปลกใจทำไมไม่โทร.มาบอกก่อน เจ๊พีชพูดตามคำพูดคุณชายว่า เธอไม่ปฏิเสธแน่นอน ว่าแล้วก็กระทุ้งศอกข้างเอว

“แล้วไปจีบกันตอนไหนยะ ทำไมเจ๊ไม่รู้”

“ดาวถือเคล็ดน่ะเจ๊ ถ้าไม่ชัวร์ก็ไม่อยากพูด แต่นี่ก็เพิ่งเริ่มต้นเองนะ หนทางข้างหน้ายังอีกไกลแสนไกล” ประกายดาวยิ้มแหยๆ

หลังจากเจ๊พีชแต่งหน้าทำผมแต่งตัวให้ประกายดาวเสร็จ จันทรภานุอยู่ในชุดสูทเท่ยืนรอหน้าสตูดิโอ เจ๊พีชมาผายมือให้ประกายดาวเดินออกมาในชุดราตรีสวยสง่า เขาถึงกับตะลึงจนเจ๊พีชต้องสะกิดให้รู้สึกตัว ปรับท่าทีวางมาดเชิญประกายดาวขึ้นรถ ระหว่างนั่งในรถ ชายหนุ่มเห็นเธอนั่งยุกยิกๆ จึงถามว่าเป็นอะไร เธอตอบว่ารองเท้ากัดว่าแล้วก็ถอดออก

“แม่ฉันเคยสอนว่า ถ้ารองเท้ากัด  เราต้องกัดมันก่อน คุณชายว่ามันจะยังทันอยู่ไหมคะ” จันทรภานุเหวอนึกว่าจะทำจริง “ฉันล้อเล่นค่ะ ใครจะบ้ากัดรองเท้า ฉันแค่ถอดพักเท้าเท่านั้น”

จันทรภานุโล่งใจ กำชับ “พอเข้างานไปแล้ว อย่าทำให้ฉันขายหน้า”

ประกายดาวเบ้หน้ารับคำ...รถแล่นมาถึงหน้าสถานที่จัดงาน มีนักข่าวยืนออเต็มหน้างาน จันทรภานุให้ประกายดาวหันหลังมาก่อนจะลงจากรถ เพื่อสวมสร้อยเพชรให้ เขาควงเธอเข้างาน นักข่าวถ่ายภาพกันพึ่บพั่บ ได้ภาพหวานกันไป เสร็จจากงาน จันทรภานุขับรถมาส่งประกายดาวที่คอนโดฯ เธอถอดสร้อยคืนและบอกว่า ชุดจะซักแห้งให้ก่อน ชายหนุ่มตอบว่า

“ทั้งชุดทั้งสร้อย ฉันให้เธอ ตกลงตามนั้นแหละ ไม่ต้องปฏิเสธ”

ประกายดาวรับคำอย่างมึนงง...วันต่อมา ภาพข่าวการออกงานร่วมกันของจันทรภานุกับประกายดาวเป็นที่ฮือฮาของทุกคนมาก หม่อมสุรีย์เรียกลูกชายมาสอบถาม จันทรภานุอ้างเพิ่งเริ่มคบกันยังบอกอะไรไม่ได้ หม่อมสุรีย์ขัดใจถึงกับโทร.ไปขอให้ศิวะช่วยสืบประวัติประกายดาว

ด้านอรอุมา กังวลใจว่าศิวะจะกลับไปกิ๊กกะประกายดาวอีก ชวนรติรสมาดูหมอไพ่ยิปซี หมอทำนายว่า สามีกำลังมีกิ๊ก เป็นหญิงสาว สูง ผิวสองสี ตาโต ที่สำคัญมีไฝเม็ดใหญ่ในที่ลับ รติรสสะดุ้งเฮือก ทุกอย่างที่กล่าวมาตรงกับตัวเองทั้งนั้น หมอดูยังย้ำว่าเพราะไฝเม็ดนั้นที่ทำให้สามีกู่ไม่กลับ หลงหัวปักหัวปํา อรอุมารีบถามวิธีแก้

“ไพ่บอกว่า การมีบุตร แสดงว่าคุณต้องรีบมีบุตร เพราะลูกคือโซ่ทองคล้องใจ ถ้ามีลูกเมื่อไหร่ สามีจะเลิกกับผู้หญิงคนนั้นทันที”
รติรสหน้าเสีย ส่วนอรอุมาคิดว่า คืนนี้ต้องจัดชุดใหญ่เสียแล้ว

ooooooo

ตกดึก ประกายดาวกำลังจะเดินเข้าคอนโดฯ ศิวะโผล่มาจับแขนเธอไว้ เธอตกใจเงื้อหมัดชก เขารีบร้องห้าม เธอชะงักถามอย่างเสียมิได้ มาทำไม

“ดาวกำลังจะเดือดร้อนรู้ตัวไหม หม่อมสุรีย์ให้เราสืบประวัติดาวว่าเป็นใคร ถ้าหม่อมรู้ เราบอกได้เลยว่าดาวแย่แน่ๆ”

“มันจะแย่ยังไง ในเมื่อฉันไม่เคยทำอะไรเสื่อมเสีย”

“แต่หม่อมสุรีย์ท่านไม่รู้จักดาว ท่านไว้ใจเรา ท่านถึงให้เราช่วย เพราะฉะนั้นถ้าเราพูดอะไรที่เกี่ยวกับดาว หม่อมก็จะเชื่อทุกอย่าง”

“นายคิดจะทำอะไร...”

“ใจเย็นก่อนสิดาว ฟังเราพูดให้จบก่อน ความจริงเราไม่อยากทำร้ายดาวเลยนะ ถ้าดาวยอมเรา เท่านี้...เราก็จะไม่บอกหม่อม แล้วเราจะสัญญาว่าเราจะไม่ทิ้งดาวอีก เราจะดูแลให้ดาวสบาย” ศิวะลูบไล้แขนประกายดาว

ประกายดาวสุดขยะแขยงแต่แกล้งทำเป็นกระดิกนิ้วให้เขามาใกล้ๆ ศิวะหลงดีใจคิดว่าเธอยอม ยื่นหน้าเข้ามาก็ถูกเธอรวบต้นคอขึ้นเข่าเข้าเป้าอย่างแรง แถมชกเข้ามุมปากอีกหมัด เขาจุกหน้าเขียวลงไปกองกับพื้น

“นายนี่มันชาติชั่วจริงๆ ชาตินี้นายไม่มีทางได้แอ้มฉันหรอก” ประกายดาวโมโหเดินไป

คืนนั้น ศิวะกลับมาบ้านด้วยความเจ็บปวด กลับมาเจออรอุมาแต่งชุดนอนเซ็กซี่ พยายามยั่วยวน ศิวะทนไม่ไหวร้องลั่น อรอุมาตกใจเปิดไฟเห็นหน้าช้ำของสามีก็รีบถามโดนอะไรมา ศิวะโกหกว่าเดินชนเสาแล้วขอตัวเข้าห้องน้ำอย่างลนลาน อรอุมามองตามอย่างไม่ค่อยเชื่อ

วันรุ่งขึ้น ประกายดาวยังครุ่นคิดถึงคำพูดของศิวะ แล้วคิดว่าต้องหาทางป้องกัน จึงนัดเขาออกมาพบ...ศิวะหลงดีใจว่าประกายดาวเปลี่ยนใจ ประกายดาวหลอกถามให้เขาพูดเหตุผลที่จะสร้างประวัติด่างพร้อยให้กับเธอ เพราะหวังในตัวเธอ แล้วอัดเสียงไว้ พร้อมกับขู่ว่า ถ้าเขาทำร้ายเธอ คำพูดทั้งหมดนี้จะถึงหูอรอุมาเช่นกัน ศิวะแค้นใจเป็นอย่างยิ่ง

ooooooo

วันนี้ทั้งวัน ประกายดาวมีงานถ่ายคอนโดที่กำลังจะเปิดตัว จึงขอให้คุณหญิงนิ่มมารับภาพถ่ายแฟชั่นที่โครงการ คุณหญิงนิ่มขออยู่ดูเธอทำงาน ระหว่างนั้น พงศ์จันทรเห็นข่าวเปิดตัวเป็นแฟนกันของประกายดาวกับจันทรภานุ ก็รี่มาหา เผอิญโดนช่างสีทำสีกระเซ็นเปื้อนกางเกง

พงศ์จันทรเข้าห้องน้ำเพื่อจะล้าง แต่ไม่รู้จะยกขาขึ้นไปบนอ่างอย่างไร จึงถอดกางเกงเหลือแต่บ็อกเซอร์มาซัก คุณหญิงนิ่มเดินมาเข้าห้องน้ำตกใจคิดว่าเขาเป็นพวกโรคจิตเอากระเป๋าฟาดเขาโครมๆ ประกายดาวกับคนงานได้ยินเสียงร้องรีบวิ่งมาดู เข้าช่วยคุณหญิงนิ่ม แต่พอเห็นหน้าว่าเป็นพงศ์จันทรก็ประหลาดใจ พงศ์จันทรอับอายเสียหน้ามากกับสารรูปตัวเอง

ประกายดาวช่วยไกล่เกลี่ยแนะนำให้สองคนรู้จักกัน แต่ดูทั้งสองจะไม่กินเส้นกัน เพราะคุณหญิงนิ่มไม่ชอบที่เขามาจีบประกายดาว ส่วนพงศ์จันทรเคืองที่เธอเป็นญาติจันทรภานุ

ศิวะจำต้องมารายงานหม่อมสุรีย์ตามจริงว่าประกายดาวมีประวัติดีไม่ด่างพร้อย  นมพรยินดีด้วย แต่หม่อมสุรีย์ยังถือยศถาบรรดาศักดิ์ อยากได้คนมีชาติตระกูล...

นันทินีเสนอให้ชวนประกายดาวมาทานอาหารที่วัง เพื่อให้เธอรู้สึกต่ำต้อย เข้าเจ้าเข้านายไม่ถูก จะได้ล่าถอยไปเอง

จันทรภานุมาบอกประกายดาวตามคำชวนของหม่อมแม่ เขารู้สึกต้องมีอะไรแอบแฝงแน่จึงกำชับประกายดาวให้ทำตัวดีๆอย่ามีพิรุธใดๆ ห้ามแสดงความห้าวออกมา ให้แอ๊บอ่อนหวานเข้าไว้ ประกายดาวเหนื่อยใจดูท่าจะยากเย็น...จันทรภานุเลือกเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าให้ประกายดาวอย่างที่เขาต้องการ เธอหน้าเหยเกต้องลองเสื้อ รองเท้ามากมายให้เขาดูจนเซล้ม คุณชายเข้าประคอง ทั้งสองชะงักหน้าประชิดกัน  ใจเต้นโครมคราม ประกายดาวรู้สึกตัวผละออก

ooooooo

มิลินทร์กลับมาจากต่างประเทศ รู้เรื่องที่ประกายดาวรับเป็นแฟนปลอมๆกับจันทรภานุแล้วกำลังไปให้หม่อมสุรีย์ดูตัวก็กังวลใจเป็นห่วงเพื่อน

“จะตัดสินใจทำอะไรลงไป ทำไมไม่โทร.ปรึกษาฉันก่อน ฉันบอกได้เลยว่าแกคิดผิด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก เป็นเรื่องที่สังคมยังไม่ยอมรับ ถ้าแกบอกเขาไปว่าอยากได้อะไรตอบแทน แกได้โดนเขาด่าเปิงแน่”

ทั้งประกายดาวและจิตสุภางค์คิดตามชักหวั่นใจ พอดีแดนดินไปเที่ยวญี่ปุ่นกลับมา แวะเอาของมาฝากสาวๆพอรู้เรื่องข่าวของน้องสาวก็โวยวายยกใหญ่ กลัวโดนประณามต้องอับอายไปทั้งตระกูล ประกายดาวเริ่มเครียดเก็บเอาไปนอนฝัน ว่าพอจันทรภานุรู้ว่าตนขอสเปิร์มเป็นค่าตอบแทนที่เป็นแฟนปลอมๆให้เขา  เกิดเรื่องใหญ่โต หม่อมสุรีย์สั่งให้คุณชายแต่งงานกับนันทินี แดนดินกับเพื่อนๆตัดขาดจากเธอเพราะอับอายที่โดนประณาม ข่าวโจมตีว่าเธอทำให้หญิงไทยเสียชื่อ เป็นนักล่าสเปิร์ม ประกายดาวสะดุ้งตื่นเหงื่อแตกกราน รู้สึกกลัวสุดๆ

รุ่งเช้า คุณหญิงนิ่มเป็นคนมารับประกายดาวไปที่วัง สีหน้าประกายดาวอิดโรย พอมาถึงวังปรากฏว่าหม่อมสุรีย์ชวนนันทินีมาร่วมโต๊ะอาหารด้วย เธอพาเดินชมวังให้ดูความใหญ่โตโอ่อ่าและเล่าประวัติความเป็นมาของตระกูล ให้ประกายดาวรู้สึกต่ำต้อยที่มาจากพ่อแม่ขายข้าวขาหมู แต่ประกายดาวก็ทำใจสู้...ถึงเวลาทานอาหาร บนโต๊ะ มีช้อนและแก้วน้ำวางเรียงราย

นันทินีเหน็บ “ถ้าหยิบจับอะไรไม่ถูก บอกได้เลยนะคะ นันเข้าใจว่าคุณคงจะทานแต่ข้าวราดแกง อาหารแบบนี้คงเพิ่งทานเป็นครั้งแรก”

ประกายดาวปรายตามองไม่ตอบโต้อะไร แต่แสดงออกถึงการใช้อุปกรณ์ได้ถูกต้อง คุณหญิงนิ่มกับจันทรภานุแอบยิ้ม ประกายดาวเปรย

“ตอนดาวเรียนที่นิวยอร์ก ดาวมีเพื่อนเป็นเจ้าชายโมนาโคค่ะ  เขาเคยพาดาวไปเที่ยววังของเขา ใหญ่โตกว่าที่นี่มาก วังหม่อม 10 ไร่ แต่ของเพื่อนดาว เนื้อที่วังเท่ากับภูเขาลูกใหญ่ๆสามลูกติดกัน” ประกายดาวยิ้มก้มหน้ารับประทาน หม่อมสุรีย์กับนันทินีเหล่มองกัน

หลังจากทานอาหารพูดคุยกันสักพัก ประกายดาวลากลับอมยิ้มอย่างผู้ชนะ  หม่อมสุรีย์เชิดนิดๆ ก่อนจะหันมาต่อว่านันทินีที่ีแผนของเธอไม่ได้ผลอะไรเลย

ระหว่างเดินมาที่รถ คุณหญิงนิ่มถามประกายดาวว่าเป็นเพื่อนกับเจ้าชายโมนาโคจริงหรือ เธอตอบทันทีว่าไม่จริง โม้ไปอย่างนั้นเอง จันทรภานุหาว่าเธอปั้นน้ำเป็นตัวได้เก่ง

“ชื่นชมฉันเหรอคุณชาย”

“ผมไม่ได้ชื่นชม ผมว่าผมชักจะกลัวๆคุณซะแล้ว เพราะไม่รู้ว่าเรื่องที่คุณพูด อันไหนคือเรื่องจริง อันไหนคือเรื่องโกหก”

“มันก็ต้องแล้วแต่สถานการณ์ค่ะ ฉันไม่ใช่คนโกหกพร่ำเพรื่อ”

คุณหญิงนิ่มเห็นจะไปกันใหญ่รีบปรามยังไม่พ้นประตูวัง เกรงใครจะมาได้ยิน  ตนจะไปส่งประกายดาวเอง จันทรภานุยอมหยุดและยิ้มขอบคุณ...พอมาถึงคอนโดฯ พบพงศ์จันทรรออยู่ที่ล็อบบี้  เขาปรี่เข้าทักทายประกายดาว ทำเหมือนไม่เห็นคุณหญิงนิ่มแม้แต่น้อย ทำให้คุณหญิงนิ่มโกรธ  อยู่กีดกันให้เขาไม่มีโอกาสพาประกายดาวออกไปไหน แต่เขาก็ไม่ท้อ

“ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้ ถึงจะมีมารมาผจญ แต่ก็ไม่สามารถขัดขวางไม่ให้ผมเจอกับคุณดาวได้หรอกครับ” พงศ์จันทรมองคุณหญิงนิ่มอย่างเคียดแค้น เธอจ้องกลับ ตาต่อตาฟันต่อฟัน

คุณหญิงนิ่มตามขึ้นมาบนห้อง บ่นว่าพงศ์จันทรตื๊อน่ารำคาญ  ประกายดาวเห็นว่าเขาพอคบเป็นเพื่อนได้ คุณหญิงบอกตามตรงอยากให้เธอเป็นแฟนกับจันทรภานุจริงๆทำเอาประกายดาวสำลักน้ำ รีบค้านเป็นไปไม่ได้ แต่คุณหญิงไม่เชื่ออ้างขนาดสิงโตยังผสมพันธุ์กับเสือได้ ประกายดาวยิ้มแหยๆพูดไม่ออก

จากนั้น คุณหญิงนิ่มมาพบเพื่อนๆที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เผอิญเห็นพงศ์จันทรนั่งทานอาหารคนเดียว จึงเข้าไปเยาะ ทานข้าวคนเดียวเหงาไหม ชายหนุ่มเงย หน้ามองเซ็งๆ

“สำหรับผม ผู้หญิงมีความสวยกันทุกคน อาจจะสวยจากภายในไม่ใช่ภายนอก แต่สำหรับคุณ ผมดูยังไงก็ไม่สวย แถมยังชอบทำให้ผมซวยอีกต่างหาก”

คุณหญิงนิ่มโกรธไม่เคยมีใครพูดกับตนแบบนี้มาก่อน ชายหนุ่มย้ำจะได้เคยชิน คุณหญิงไม่พอใจอย่างมาก หาทางแก้แค้นด้วยการใส่เกลือในเครื่องดื่มที่พนักงานกำลังเอาไปเสิร์ฟเขา พงศ์จันทรดื่มเข้าไปถึงกับสำลักพรวดออกมา พนักงานหลบตาอย่างกลัวๆ เขาจึงรู้ว่าเป็นฝีมือคุณหญิงนิ่มแน่ๆ

พงศ์จันทรดักรอคุณหญิงนิ่มเพื่อเอาคืนบ้าง แกล้งดันเธอติดกำแพงทำเลียปาก “รสชาติน้ำดื่มผสมเกลือของคุณ ยังอยู่ในปากผมอยู่เลย อยากลองชิมดูไหมว่ามันเค็มขนาดไหน”

คุณหญิงหน้าตื่นย่อตัวหลบมุดแขนเขาออกมาโวย “นายนี่มันเป็นไอ้โรคจิตชัดๆ”

“ถ้าผมเป็นไอ้โรคจิต คุณก็เป็นเหมือนกัน คุณแกล้งผมทำไมห๊ะคุณหญิง”

“ก็นายมายุ่งกับพี่ดาวทำไม”

พงศ์จันทรโต้ทำไมจะยุ่งไม่ได้ คุณหญิงนิ่มเสียงเข้มว่าประกายดาวเป็นแฟนคุณชายจันทร์ พงศ์จันทรกลับหาว่ามีแต่เธอพูดฝ่ายเดียว ไม่เห็นประกายดาวจะยอมรับเลย คุณหญิงเถียงไม่ออก ชายหนุ่มขู่ โกหกเป็นบาปตกนรกโดนตัดลิ้น คุณหญิงขัดใจทำฮึดฮัดเดินหนี ยิ่งทำให้พงศ์จันทรสงสัยมากขึ้น

ooooooo

อภิเชษฐ์ชอบใจเมื่อฟังเรื่องประกายดาวทำให้หม่อมสุรีย์อึ้ง จึงยุให้เพื่อนเป็นแฟนกับเธอจริงๆ แต่จันทรภานุยังคิดถึงแพทแฟนเก่า...เธอทิ้งเขาไปเพราะ ได้ทุนเรียนปริญญาโทและเอกต่อที่อเมริกา ความใฝ่ฝันของเธออยากเป็นหมออยู่ที่นั่น จึงเลือกขอเลิกกับเขา ทั้งที่เธอก็รักเขามาก

ภาพข่าวออกงานของจันทรภานุกับประกายดาว ทำให้อรอุมาปิดหนังสือพิมพ์ที่นั่งอ่านระหว่างทำผม บ่นกับรติรสว่า ทำไมประกายดาวถึงได้ดิบได้ดี รติรสหาว่าประกายดาวให้ท่าจับคุณชายจันทร์ เผอิญนันทินีนั่งทำผมอยู่ในร้านเดียวกัน ได้ยิน จึงดักรอขอคุยกับสองสาว

ตอนที่ 2

พอออกมาหน้าฟิตเนส จันทรภานุเหลียวมอง ไม่เห็นนันทินีตามมาก็หยุดถอนใจ ประกายดาวมองตา ขวางบอกให้ปล่อยมือตน เขารีบปล่อย แล้วขอตัวแยก ไปดื้อๆ สองสาวงง

“อะไรของเขาวะ หรือเขาจะหลงเสน่ห์แก” จิตสุภางค์คาดคะเน

“บ้าน่ะสิ” ประกายดาวส่ายหัวไปมา

คืนนั้น มิลินทร์ตามมาสมทบกับประกายดาวและจิตสุภางค์ที่บ้านแดนดิน เพื่อช่วยกันวิเคราะห์ว่าจะเลือกใครมาเป็นผู้ให้สเปิร์ม ประกายดาวไม่อยากเชื่อว่าจันทรภานุจะเป็นอันดับหนึ่งของความเพอร์เฟกต์ มิลินทร์ มองรูปในไอแพดแล้วลองเลื่อนดูว่าใครเป็นอันดับสอง

“พงศ์จันทร พิพิธมงคล คนนี้ฉันรู้จัก เขาเป็นไฮโซ ติดโผหนุ่มน่าลากมาหลายปี เป็นเจ้าของบริษัท ออแกไนเซอร์ซิกไนน์...เจ้าชู้ กะล่อน เป็นเพลย์บอยตัวพ่อ และที่สำคัญ แกไม่ใช่สเปกเขา อย่างคุณพงศ์เนี่ยต้องขาว อึ๋ม ตู้ม แบ๊ว” มิลินทร์ชำเลืองอกเพื่อน

ประกายดาวเคืองกระชับอกว่าตนก็ทำได้ จิตสุภางค์ปรามอย่าพยายามเลย สองเพื่อนให้สรุปว่าจะเลือกใคร ประกายดาวอ่านข้อมูลในไอแพดอีกครั้ง

“จันทรภานุ จบปริญญาโทสองใบ สาขาเอ็มบีเอจากออกซ์ฟอร์ด และสาขาการเงินจากเคมบริดจ์ เป็นราชนิกุลโดยกำเนิด และเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของหม่อมเจ้าสุริยะวรรตและหม่อมสุรีย์...ตระกูลนี้เป็นเจ้าของมูลนิธิหลายแห่ง ทั้งบ้านพักคนชรา บ้านเด็กกำพร้า บ้านเด็กพิการซ้ำซ้อน มีวัดประจำตระกูลอยู่ที่เชียงใหม่ มีทุนนพรัตน์แจกให้เด็กด้อยโอกาสทุกปี”

ประกายดาวทึ่งกับข้อมูลของจันทรภานุ ต่างจากพงศ์จันทร “เรียนจบปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยเยลที่นิวยอร์ก ลูกชายเพียงคนเดียวของคุณอนันต์ นักธุรกิจที่รวยติดอันดับ 8 ของเอเชีย...เป็นคาสโนวาตัวพ่อที่หาตัวจับยาก งานอดิเรกชอบเล่นกีฬาแนวแอดเวนเจอร์ ทุกปีครอบครัวจะเดินทางไปร่วมแสวงบุญที่อินเดีย อีกทั้งยังมีโครงการสร้างวัดไทยในต่างประเทศเพื่อเผยแผ่พุทธศาสนาอีกด้วย”

สองเพื่อนเห็นว่า พงศ์จันทรดูท่าจะชอบกีฬาแนว เดียวกับประกายดาว แถมใจบุญทั้งสองคน ตกลงจะเลือกใคร ประกายดาวกลัดกลุ้ม มิลินทร์นึกได้ว่าพรุ่งนี้จะมีงานฉลองครบรอบห้างมีเดียกรุ๊ปของจันทรภานุ และออแก–ไนซ์งานนี้คือพงศ์จันทร ประกายดาวตาวาวด้วยความดีใจ

ooooooo

จันทรภานุกำลังอ่านข่าวประกายดาวแย่งสามี อรอุมาในหน้าสังคม คุณหญิงนิ่มมาเห็นแปลกใจที่เขาสนใจข่าวกอซซิป มองภาพประกายดาวก็ชื่นชมที่เป็นช่างภาพดูสวยเท่ ชายหนุ่มเสียงเข้มทันที อย่าเอาเยี่ยงอย่างเด็ดขาด ผู้หญิงที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อความรัก แต่เธอกลับถูกชะตา

ด้านอรอุมาต่อว่ารติรสที่แนะให้สร้างข่าวนี้ขึ้นมาแต่ไม่เห็นประกายดาวจะตอบโต้ รติรสเชื่อว่าเป็นเพราะ มิลินทร์นักข่าวหน้าสังคม อรอุมาแค้นใจอยากทำให้ประกายดาวอับอายมากๆ

ไม่มีใครรู้ว่า เบื้องหลังรติรส คือชู้รักของศิวะเสียเอง ทั้งสองแอบพบกันเป็นประจำตามโรงแรมหรูๆ มาหลายปี โดยที่อรอุมาไม่ได้ระแคะระคายเลย และในวันนั้นที่ทั้งสองอยู่ด้วยกัน อรอุมาโทร.มาเตือนศิวะ อย่าลืมไปงานห้างมีเดียกรุ๊ปด้วยกัน ศิวะรับทราบ

บรรยากาศห้างมีเดียกรุ๊ปตกแต่งสวยงาม ต้อนรับแขกเหรื่อที่ทยอยกันเข้ามา มิลินทร์พาประกายดาวมาทำหน้าที่ช่างภาพ เธอส่องกล้องเก็บภาพไปทั่วงาน มาสะดุดที่พงศ์จันทรกำลังก้อร่อก้อติกสาวๆ เธอพึมพำ...

เป็นเพลย์บอยอย่างที่มิลินทร์บอกจริงๆ พอเงยหน้ามองอีกครั้งเขาหายไปจากตรงนั้นแล้ว ก็แปลกใจเหลียวมองหา พงศ์จันทรมายืนอยู่ข้างหลังเธอ

“อยากถ่ายรูปผม ขอกันดีๆก็ได้นี่ครับคุณช่างภาพ”

ประกายดาวสะดุ้งหันขวับมาอุทาน “คุณพงศ์จันทร...”

“ไม่แปลกใจที่รู้จัก...แสดงว่าเป็นแฟนคลับผม”

ประกายดาวรู้สึกหมั่นไส้เล็กๆโต้ว่าแฟนคลับมีความหมายในแง่บวก แต่เท่าที่รู้เขามีชื่อเสียงในแง่ลบ มันน่าภูมิใจตรงไหน ชายหนุ่มสะอึกไม่ทันจะแก้ตัว

มิลินทร์เข้ามาทักทายและกระเซ้าว่าทำอะไรเพื่อนตน เขาจึงให้ถามเพื่อนเธอเองว่าทำอะไรตนมากกว่า ประกายดาวหน้าตึง มิลินทร์ขอตัวเพื่อนไปถ่ายภาพมุมอื่นๆ พงศ์จันทรมองตามประกายดาวด้วยความสนใจ

พ้นออกมา มิลินทร์ต่อว่า ไปกวนประสาทว่าที่พ่อของลูกอันดับสองทำไม ประกายดาวบ่นคนอะไรหลงตัวเองจนน่าหมั่นไส้ มิลินทร์เตือนให้สงบปาก อย่าเที่ยวไล่งับใคร เพราะเป้าหมายอันดับหนึ่งมาถึงแล้ว ประกายดาวมองไปเห็นจันทรภานุเดินสง่าเข้ามา...เขามองมาทางเธอ เธอหลงดีใจยิ้มรับ แต่มีเสียงหญิงสาวทักทาย ทางด้านหลัง ประกายดาวหุบยิ้ม มิลินทร์กระซิบ

“นั่นน่ะคุณหญิงนิ่มคนที่ฉันเคยเล่าให้แกฟัง และคนสาวหน่อยคือหม่อมสุรีย์ หม่อมแม่ของคุณชาย ส่วนคนแก่ๆนั้น แม่นมพร เขาว่ากันว่า คุณชายรักแม่นมมาก จนบางครั้งหม่อมแม่ตัวจริงยังอดน้อยใจไม่ได้ ถ้าแกอยากเอาชนะใจคุณชายก็ต้องชนะใจนมพรด้วย”

“แล้วหม่อมสุริยะวรรตไปไหน”

“ท่านพ่อของคุณชายเป็นคนไม่ชอบออกงานสังคม งานไหนๆก็ไม่มีวันได้เห็นท่าน”

พอดีจันทรภานุเห็นประกายดาวเข้า ก็หน้าตึงทำ เอาประกายดาวอึดอัดกับความไม่เป็นมิตรของเขา...ในงาน อภิเชษฐ์ ผู้กองหนุ่มเพื่อนรักของจันทรภานุมาร่วมยินดีด้วย อภิเชษฐ์เป็นคู่ปรับกับนันทินี เขามักจะแกล้งกันไม่ให้เธอเข้าถึงตัวจันทรภานุ พอนันทินีเอาดอกไม้มาอวยพร

อภิเชษฐ์ก็ออกหน้ารับ “ขอบคุณมากนะครับคุณนันยาง...โอ๊ะ! ขอโทษครับ ไม่รู้ทำไมนึกว่าคุณชื่อ นันยางทุกที”

นันทินีโวยว่าเอามาให้คุณชายไม่ทันจะโวยต่อ พนักงานมาเชิญจันทรภานุขึ้นบนเวที เธอตั้งท่าจะตาม อภิเชษฐ์รีบดึงมือเธอมาคล้องแขน อ้างจะพาไปหาที่นั่งแล้วเดินกึ่งลากออกไป

จันทรภานุขึ้นกล่าวเปิดงานและแถลงการณ์ต่างๆ ที่ทางห้างฯจะจัดโครงการตอบแทนสังคม ให้ทุกคนได้ ร่วมทำบุญด้วยกันเพื่อเด็กด้อยโอกาสและสังคมที่ดีของ ประเทศ...แขกเหรื่อปรบมือกราว ประกายดาวรู้สึกดีขึ้นในตัวจันทรภานุ

ระหว่างที่ประกายดาวเดินเก็บภาพในงาน  เห็น รปภ.กำลังไล่เด็กจรจัดสองคนออกไปจากห้างฯ เธอจะเข้าไปต่อว่า แต่จันทรภานุเดินมาจากไหนไม่รู้ เข้ามาห้ามและเอ็ด รปภ.ว่า ไม่ว่ายากดีมีจน ทุกคนคือลูกค้า ว่าแล้วเขาก็พาเด็กสองคนเข้ามารับขนมในงาน เท่านั้นไม่พอเขายังเอาอาหารกล่องไปแจกคนขายลอตเตอรี่ คนขับสามล้อ วินมอเตอร์ไซค์ที่อยู่หน้าห้างฯ ทุกคนปลาบปลื้มกับความมีน้ำใจของเขา ทำให้ทุกคนพร้อมใจดูแลความปลอดภัยให้กับห้างฯนี้

ประกายดาวได้ยินทุกคนกล่าวขานถึงจันทรภานุในแง่ดีก็ยิ่งประทับใจ ตัดสินใจแน่วแน่ว่า คนนี้แหละคือพ่อของลูก แต่จะด้วยวิธีไหนล่ะ ที่ตนจะเข้าถึงตัวเขาได้

ในงาน เจ๊พีชเมกอัพอาร์ทติสชื่อดังกอดทักทายประกายดาวกับมิลินทร์ด้วยความดีใจที่เจอกัน เจ๊พีชกรีดนิ้วต่อว่าประกายดาวที่มาช่วยงานมิลินทร์ได้ แต่ไม่ยอมมาช่วยเป็นนางแบบให้ตนบ้าง ทั้งที่จีบมาหลายปีแล้ว ประกายดาวยิ้มแหยเพราะชอบอยู่หลังกล้องมากกว่า

เจ๊พีชขอตัวไปดูแลเด็กๆที่จะเดินแบบ ประกายดาวรีบบอกมิลินทร์ว่าตนตัดสินใจเลือกจันทรภานุเป็น พ่อของลูก ระหว่างนั้น ศิวะเดินเข้ามาในงานกับอรอุมา และรติรส สองสาวสะกิดกันเมื่อเห็นประกายดาวในงานวางแผนจะดราม่าให้ประกายดาวอับอายแขกเหรื่อ

พอดีนมพรรู้สึกเหนื่อย คุณหญิงนิ่มจึงบอกว่าจะพานมพรกับหม่อมสุรีย์ไปพักบนห้องทำงาน มิลินทร์เห็นจันทรภานุอยู่ตามลำพังจึงให้ประกายดาวเข้าไป ตีสนิท แต่ไม่ทันไร นันทินีโผล่มาฉุดแขนขาให้พาเดินชมห้างฯโชคดีที่อภิเชษฐ์ตามมาดึงกลับไป บอกว่าตนจะพาเดินชมเอง นันทินีร้องลั่นไม่อยากไปกับเขา... ประกายดาวได้แต่เดินตามห่างๆยังไม่กล้าเข้าไป ชวนคุย  เหมือนจันทรภานุจะรู้ตัวแกล้งเดินพ้นจากผู้คนออกมา ประกายดาวพลัดหลงเหลียวมองหา แล้วชนกับเขาเพราะเขามายืนอยู่ข้างหลัง เธอแทบช็อก เขาถามเสียงดัง ตามมาทำไม

“ทำไมคุณชายต้องเสียงดังด้วยคะ อยู่ใกล้กันแค่เนี้ยพูดเบาๆก็ได้ค่ะ หูจะแตก”

“เลิกพูดอ้อมไปอ้อมมาซักที ตกลงตามผมมาทำไม”

“ฉัน...เออ...ฉันอยากสมานฉันท์กับคุณชายน่ะค่ะ คือที่ผ่านมา ดูเราจะเจอกันในแบบไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่”

จันทรภานุย้อนถามเพื่ออะไร ประกายดาวตอบยิ้มๆว่าเราเป็นคนไทยด้วยกัน ควรสามัคคีกัน ไม่ควรขุ่นข้องหมองใจกัน อยากให้เขาลืมเรื่องทั้งหมดแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ ชายหนุ่มโพล่งขึ้นว่าต้องการอะไร ในใจประกายดาวตอบทันทีว่าต้องการสเปิร์มของเขา แต่ความเป็นจริงพูดไม่ออก เผอิญผู้จัดการห้างฯมาตามเขาไปส่งแขกผู้ใหญ่ที่กำลังจะกลับ ความตั้งใจจึงล้มเหลวลง

ประกายดาวเดินกลับเข้ามาในงาน เจออรอุมาทำดราม่าเข้าขอร้องให้เลิกยุ่งกับสามี โดยมีรติรสช่วยประกาศให้แขกในงานระวังสามีตัวเองไว้ให้ดี จะโดนผู้หญิงคนนี้แย่ง ประกายดาวแทบทนไม่ไหวกำหมัดแน่นจะโต้ตอบ พงศ์จันทรเข้ามาโอบไหล่เธอ ประกาศว่าประกายดาวเป็นแฟนตน จะไปมีอะไรกับสามีอรอุมาได้อย่างไร ทุกคนถึงกับเหวอ รวมทั้งจันทรภานุที่มองเธอแย่ลงไปอีก...พงศ์จันทรโอบประกายดาวพาเดินออกมาพ้นกลุ่มนักข่าว เธอให้เขาปล่อยได้

“ไม่ต้องขอบคุณผมนะครับ เพราะว่าผมเต็มใจช่วย และผมก็รู้ว่าคุณโดนใส่ร้าย ผู้หญิงอย่างคุณไม่มีทางไปเป็นเมียน้อยใครแน่นอน”

“ไม่ขอบคุณอยู่แล้วล่ะค่ะ เพราะว่าไม่ได้ขอให้ช่วย”

มิลินทร์ตามออกมา ประกายดาวบอกพงศ์จันทรว่า ตนไม่สนุกด้วยเลยที่จะหันมาเป็นข่าวกับเขาแทน พงศ์จันทร หัวเราะออกตัวว่าเป็นเรื่องธรรมดามาก แต่เธอหน้าตึงไม่ธรรมดาด้วย

ประกายดาวกลุ้มใจรู้ว่าคงเข้าหน้าจันทรภานุไม่ติดอีกแล้ว มิลินทร์เสนอให้หันมาทางพงศ์จันทรเพราะดูเขาปลื้มเธอมาก แต่ประกายดาวเกรงว่าจะไม่ได้แค่สเปิร์ม จะได้สามีมาด้วย

ooooooo

คืนนี้ เจ๊พีชชวนประกายดาวออกมาเที่ยวผับ เธอยอมมาเพราะกำลังเซ็ง ไม่วายเจอกับพงศ์จันทรเข้าอีก เขาพยายามจีบเธอออกนอกหน้า จนเจ๊พีชแซวว่า เรดาร์จับคนสวยของเขาทำงานมีประสิทธิภาพจริงๆ ประกายดาวพยายามเลี่ยงหนี พงศ์จันทรตามมาถามว่ากลัวตนหรือ

“กลัว...กลัวทำไมคะ คุณนอกจากจะดูเจ้าชู้ มือไม้เป็นปลาหมึก ท่าทางเหมือนเสือผู้หญิงก็ไม่เห็นจะมีอะไรน่ากลัวเลยนี่” ว่าแล้วประกายดาวก็ขอตัว แต่เขาตามตื๊อขอเบอร์โทรศัพท์

ประกายดาวจึงแกล้งให้เขาทำอะไรบางอย่างเพื่อแสดงความจริงใจก่อน เริ่มด้วยผสมเครื่องดื่มเข้มข้นให้เขาดื่มหมดแก้ว แล้วแก้ผ้าวิ่งขึ้นบันไดในผับสามรอบ พงศ์จันทรขอเหลือบ็อกเซอร์กับเสื้อกล้ามไม่ให้อุจาดตา เขายอมทำทุกอย่างจนเจ๊พีชและทุกคนทึ่ง ประกายดาวจำต้องให้นามบัตรแก่เขา พอได้นามบัตรมาพงศ์จันทรก็น็อกล้มพับลงในอ้อมกอดเจ๊พีช

เช้าวันใหม่ ประกายดาวมาบอกแดนดินพี่ชายว่า ตนเลือกเจ้าของสเปิร์มได้แล้ว พอแดนดินรู้ว่าใครก็หัวเราะเยาะว่า คนระดับนั้นคงจะยอมเล่นด้วยหรอก แต่ประกายดาวมุ่งมั่น...

คุณหญิงนิ่มเห็นจันทรภานุเครียดที่หม่อมสุรีย์พยายามจับคู่ให้ จึงพาเขามาดูดวงว่าพบเนื้อคู่หรือยัง... ไพ่ยิปซีที่เขาเลือกออกมาสิบใบ หมอดูทำนายว่า เขาเจอเนื้อคู่แล้ว อยู่ใกล้แค่ปลายจมูก แต่เขาอาจมองผ่าน มองข้ามหรือมองอย่างไม่มีค่า หลังจากนี้ให้พิจารณาคนรอบข้างดีๆแล้วจะรู้ว่าคนไหนคือเนื้อคู่ จันทรภานุไม่เชื่อเดินหนีออกมาดื้อๆ

คุณหญิงนิ่มตามออกมาติงว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ แต่เขาย้อนว่าอย่าเชื่อเรื่องพวกนี้มากนัก ชีวิตเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับหมอดู มันอยู่ที่เราใช้ชีวิตอย่างไร เธอยังย้ำอีกว่าหมอดูคนนี้แม่นมาก เขาจับหัวเธออย่างเอ็นดู แขวะว่าเนื้อคู่ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อที่ไปไหนก็เจอทุกที่ ทำเอาคุณหญิงนิ่มเซ็ง

เมื่อประกายดาวมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ก็มาชวนจิตสุภางค์กลับไปพบคุณหมอที่ทำเด็กหลอดแก้ว คุณหมออธิบายว่า ในกรณีของประกายดาว ไม่เคยมีสามีมาเลย จำต้องไปคุยกับจิตแพทย์เพื่อเตรียมความพร้อมก่อน ถึงจะทำได้ เธอรับคำอย่างมุ่งมั่น...ประกายดาวมาพบหมอกิจจา สามีของมิลินทร์ ซึ่งเป็นจิตแพทย์เพื่อทำการปรึกษา กิจจาเอาเอกสารออกมาให้เธอได้อ่านและเตือนว่า การผสมเด็กหลอดแก้วใช่ว่าจะประสบความสำเร็จในครั้งเดียว

“ฉันสู้สุดตัวอยู่แล้ว อ่ะ นี่ผลตรวจของฉันอยากให้ช่วยตรวจดูอีกครั้งเพื่อความสบายใจ”

“ทุกอย่างของคุณไม่มีปัญหา น้ำหนักกำลังดีไม่อ้วนไม่ผอมจนเกินไป โรคทางพันธุกรรมก็ไม่มี สามารถตั้งครรภ์ได้” กิจจาแนะนำให้ฉีดวัคซีน จากนั้นค่อยมาดูเรื่องวันไข่สุกซึ่งอีกนาน

ประกายดาวยอมทำทุกอย่างดีใจกลับคอนโดฯ แต่แล้วต้องเจอกองทัพนักข่าวรออยู่หน้าคอนโดฯ เพราะมีภาพข่าวเธอเป็นแฟนกับพงศ์จันทรออกมาหราบนหน้าหนังสือพิมพ์ จิตสุภางค์ต้องพาประกายดาวหลบมาหามิลินทร์ที่สำนักพิมพ์นิวไลน์ ไม่ทันไร พงศ์จันทรโทร.

เข้ามาจะขอรับผิดชอบทุกอย่าง ด้วยการพาเธอหลบข่าวไปเที่ยวฮ่องกงด้วยกัน

“ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะครับ คุณแม่ผมก็ไปด้วย ผมแค่อยากชวนคุณไปให้พ้นเรื่องร้อนหูในเมื่อไหนๆเราก็คุยกันถูกคอและผมก็คิดว่าคุณเป็นเพื่อนผมแล้วคนหนึ่ง ถึงแม้ยังสนิทไม่มาก”

“ถ้าฉันไปกับคุณ งานนี้ก็เท่ากับว่าฉันยอมรับเป็นกิ๊กคุณน่ะสิ”

พงศ์จันทรหัวเราะเบาๆว่า จริงๆตนก็อยากให้เป็นแบบนั้น เราจะได้ทำความสนิทสนมกันมากขึ้น ประกายดาวตัดบท เขากลับมาเมื่อไหร่ค่อยนัดคุยกัน ตอนนี้ตนมีเรื่องปวดหัวมากพอแล้ว พงศ์จันทรเสียดายโอกาสแต่ก็ย้ำว่าจะโทร.หาเธอทุกวัน

มิลินทร์กับจิตสุภางค์เห็นว่าพงศ์จันทรก็ดูจริงใจดี ประกายดาวน่าจะพิจารณา อาจจะขอสเปิร์มง่าย ประกาย–ดาวถอนใจ ตอนนี้อยากให้มิลินทร์ช่วงล้างมลทินให้ตนมากกว่า

ooooooo

วันต่อมา เจ๊พีชโทร.หาประกายดาว ขอร้องให้มาช่วยเป็นช่างภาพแทนช่างภาพของตัวที่ประสบอุบัติเหตุเมาแล้วขับ พรุ่งนี้ตนมีงานใหญ่ ประกายดาวยังไม่อยาก ออกสื่อเท่าไหร่ แต่พอรู้ว่างานนี้คืองานถ่ายภาพครอบครัวราชนิกุลนพรัตน์ ที่วัง เธอถึงกับตาโพลงตกลงทันที

และในวันนั้น ข่าวบทสัมภาษณ์เคลียร์ทุกข้อกล่าวหาของประกายดาวตีพิมพ์ออกมาพอดีเธอตั้งใจถือไปให้จันทรภานุได้อ่าน เพื่อให้เขาเข้าใจและยอมเป็นเพื่อนกับตน

“แกไม่ใช่ผู้ดีมาจากไหน เรื่องที่คุณชายจันทร์จะลดตัวมาคบหาเพื่อนอย่างแกอย่างพวกฉัน มีเปอร์เซ็นต์สำเร็จน้อยจริงๆ” มิลินทร์อดเป็นห่วงไม่ได้

“ฉันเข้ามาครึ่งตัวขนาดนี้แล้ว ไม่มีวันถอยกลับเด็ดขาด งานนี้ตายเป็นตาย” ประกายดาวสีหน้ามุ่งมั่น

วันรุ่งขึ้น ประกายดาวกับทีเดินดูความโอ่อ่าของวังนพรัตน์...ประกายดาวเดินแยกมาหาห้องน้ำ เผอิญเจอกับศิวะซึ่งเอาเครื่องเพชรที่ร้านมาส่งให้หม่อมสุรีย์ใช้ในวันนี้ เขาตื่นเต้นดีใจมากที่พบเธอ แต่สำหรับเธอสุดเซ็ง แยกไปเข้าห้องน้ำ แต่พอออกมาศิวะยังยืนรออยู่ เพื่อบอกว่า

“เราอ่านบทสัมภาษณ์ของดาวแล้ว เราดีใจนะที่ดาวไม่ได้เป็นแฟนกับคาสโนวาอย่างคุณพงศ์จันทร”

“ฉันจะเป็นแฟนกับใคร หรือไม่เป็นแฟนกับใคร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย”

“เกี่ยวตรงเลยล่ะ เพราะว่าดาวเป็นรักครั้งแรกของเรา เป็นผู้หญิงคนเดียวที่เรารัก ที่เราต้องแต่งงานกับอรเพราะถูกคุณแม่บังคับ เราไม่เคยรักเขาเลย เรากลับมาคบกันใหม่นะดาว”

ประกายดาวโวยว่าในฐานะเมียน้อยหรือ คนอย่างตนไม่สิ้นคิดขนาดนั้น ศิวะดึงเธอมากอดสัญญาว่าจะดูแลเธออย่างดีไม่ให้รู้ถึงหูอรอุมาเด็ดขาด ประกายดาวผลักเขาออกอย่างรังเกียจ พลันเสียงจันทรภานุดังขึ้นว่าทำอะไรกัน ทั้งสองผละออกจากกัน ศิวะรีบออกตัวว่ามาพบหม่อมสุรีย์แล้วแยกไป จันทรภานุมองประกายดาวเหยียดๆ ถามเข้ามาในบ้านตนได้อย่างไร

“ฉันเป็นช่างภาพที่มาถ่ายรูปครอบครัวคุณชายค่ะ ...เมื่อกี้คุณชายเห็น มันไม่มี...”

“ผมไม่รู้ว่าคุณไปอดอยากปากแห้งมาจากไหน แต่ที่นี่เป็นวัง เป็นสถานที่อันทรงเกียรติคุณไม่สมควรทำกิริยาที่ดูไม่งามแบบนั้น”

ประกายดาวอ้าปากหวอเถียงไม่ออก ชายหนุ่มส่ายหัวเอือมๆก่อนจะเดินจากไป...ประกายดาวเซ็งนั่งบ่นทำไมซวยแบบนี้ คุณหญิงนิ่มเห็น ชื่นชอบเธออยู่แล้วจึงเข้ามาคุยด้วย ว่าตนไม่เชื่อข่าวที่ลง และพอได้อ่านบทสัมภาษณ์ของเธอก็รู้ว่าตนคิดไม่ผิดจริงๆ ประกายดาวค่อยปลื้มใจ หวังว่าคุณหญิงนิ่มจะพูดให้จันทรภานุเข้าใจตนบ้าง

เจ๊พีชแต่งหน้าให้กับหม่อมสุรีย์ พอได้เห็นเพชรจากร้านของศิวะก็ชมว่าสวยมาก คุณหญิงนิ่มเดินมากับจันทรภานุ เห็นศิวะก็สงสัยคงจะรู้ว่าประกายดาวมา จึงมาส่งเครื่องเพชรด้วยตัวเอง จันทรภานุแย้งว่าทั้งสองนัดกันมากกว่า

“ไม่จริงหรอกค่ะพี่ชาย หญิงว่าคุณประกายดาวไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น พี่ชายน่าจะได้อ่านบทสัมภาษณ์ของเธอดู”...จันทรภานุเมินไม่คิดจะอ่าน

ระหว่างที่ประกายดาวตั้งกล้องจัดแสงไฟ เจ๊พีชก็ช่วยจัดท่าทางให้ทุกๆคน จันทรภานุประคองนมพรมาร่วมถ่ายด้วย คุณหญิงนิ่มอุ้มลูกสุนัขไว้บนตัก ห่างออกมาศิวะยืนมองเหมือนรอ ทำให้จันทรภานุมองประกายดาวอย่างดูถูกเหยียดหยามมากขึ้น ประกายดาวจึงเข้าไปบอกศิวะว่า จะกลับไปหรือจะให้ตนโทร.ตามอรอุมามารับ ศิวะอึ้งรีบลากลับทันที

พอประกายดาวจะเริ่มถ่าย เธอก็เห็นสายตาอำมหิตของจันทรภานุในกล้อง จึงบอกให้ช่วยยิ้มหน่อย เขากลับโต้ว่า ไม่อยากยิ้ม สร้างภาพไม่เก่ง ประกายดาวรู้ว่าแขวะตนจึงสวน

“นี่ไม่ใช่การสร้างภาพนะคะ หรือว่าคุณชายไม่มีความสุขที่ได้ถ่ายภาพกับครอบครัว”

มจ.สุริยะวรรตเอ็ดลูกชาย นมพรขอให้คุณชายยิ้มให้ตนชื่นใจ เขาจึงต้องฝืนยิ้มจนดูตลก  ประกายดาวเผลอหัวเราะออกมา สุดท้ายบอกว่าเขาไม่ต้องยิ้มจะดีกว่า จันทรภานุรู้สึกอาย พอจะกดชัตเตอร์ ไฟที่จัดแสงดับขึ้นมา ทีเข้าไปขยับปลั๊ก เกิดช็อตเสียงดัง ทุกคนตกใจรวมทั้งเจ้าจีจี้สุนัขของคุณหญิงนิ่ม เกิดความโกลาหล ทุกคนต้องช่วยกันไล่จับจีจี้ที่ตื่นตกใจวิ่งพล่าน ไม่ว่าท่านชายหรือหม่อมสุรีย์...ประกายดาวกับจันทรภานุต่างไล่ตะครุบจีจี้ มากันคนละทางเกิดชนกันจันทรภานุพลัดตกสระตูม...

ภาพเหตุการณ์วัยเด็กของเขาผุดขึ้น ครั้งที่เขาจมน้ำเกือบตาย ทำให้เขากลายเป็นคนกลัวน้ำ ประกายดาวแปลกใจที่จันทรภานุไม่ขึ้นมาเหนือน้ำเสียที เสียงนมพรร้องว่าคุณชายว่ายน้ำไม่เป็น ประกายดาวตกใจกระโดดลงไปช่วยเขาทันที...เอาตัวขึ้นมาได้ เขาหมดสติไม่ฟื้น ประกายดาวตัดสินใจผายปอด เม้าท์ทูเม้าท์ จนเขาสำลักน้ำออกมา ทุกคนโล่งอก

พอจันทรภานุฟื้นขึ้นมา เขาก็โทษว่าตนโชคร้ายทุกทีที่เจอประกายดาว คุณหญิงนิ่มรีบบอกว่าประกายดาวเป็นคนช่วยชีวิตเขา

ooooooo

จิตสุภางค์ ัฟงเรื่องที่ประกายดาวเล่าแล้วบ่นว่า เพอร์เฟกต์ขนาดนั้นไม่น่าว่ายน้ำไม่เป็น ประกายดาวเห็นใจเพราะคุณหญิงนิ่มเล่าว่า เขาเคยจมน้ำตอนเด็กเกือบเอาชีวิตไม่รอด จิตสุภางค์แนะนำประกายดาวเข้าทางจันทรภานุไม่ได้ ก็ให้เข้าทางคุณหญิงนิ่มแทน

วันรุ่งขึ้น ประกายดาวจึงแวะมาที่ร้านคุณหญิงนิ่ม เธอดีใจมากให้เลือกของในร้านได้ฟรีถือเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตจันทรภานุ แต่ประกายดาวไม่รับ กลับชวนคุยถึงการโปรโมตร้านลงหนังสือหรือถ่ายปกแฟชั่นสินค้าลงในนิตยสาร คุณหญิงนิ่มเปรยคงใช้เงินไม่น้อย

“เอาอย่างนี้ เพื่อเป็นการเซฟคอร์ส ดาวจะจัดการเรื่องถ่ายแฟชั่นให้ฟรี ส่วนหนังสือที่จะลงโฆษณา ดาวจะให้คนทำมีเดียที่รู้จัก มาช่วยแนะนำให้ ลองคิดดูนะคะ”

คุณหญิงนิ่มสนใจ เอาความคิดนี้มาปรึกษาจันทรภานุ พอเขารู้ว่ามาจากไอเดียของประกายดาวก็ตั้งแง่ไม่ไว้ใจ คุณหญิงนิ่มรู้ว่าเขาไม่ชอบประกายดาว จึงเอาบทสัมภาษณ์ให้อ่าน พอเขาอ่านจบก็หาว่าเธอโกหกอีก บอกคุณหญิงนิ่มอย่าเพิ่งทำอะไร ตนจะสืบให้รู้ก่อนว่าประกายดาวเป็นพวกสิบแปดมงกุฎหรือไม่

ด้านศิวะ หวังจะคืนดีกับประกายดาวถึงขนาดแอบขโมยสร้อยเพชรในร้านจะเอาไปให้เธอ อรอุมาแอบเห็น โทร.บอกรติรสให้สะกดรอยตามดู...ศิวะมาหาประกายดาวที่คอนโดฯ เคาะห้องเท่าไหร่เธอก็ไม่เปิดประตูรับ เขาบอกว่าเอาสร้อยเพชรมาฝาก ประกายดาวมองผ่านตาแมวแล้วบอกว่า ตนมีปัญญาซื้อเองได้ ศิวะอ่อนใจกลับออกมา ไม่เห็นรถของรติรสที่จอดมองอยู่

คืนนั้น ศิวะนัดพบกับรติรสที่โรงแรมตามเคย  รติรสโกรธต่อว่าที่เขาเอาสร้อยเพชรไปให้ประกายดาว ศิวะตกใจที่เธอรู้ เธออ้างว่าอรอุมาเป็นคนบอก เขาจึงสวมรอยว่าเอาสร้อยเพชรมาฝากเธอต่างหาก รติรสหลงดีใจ สวมกอดเขาอย่างตื้นตัน

ooooooo

รุ่งเช้า มีคนมาเคาะห้องประกายดาว เธองัวเงียนึกว่าเป็นศิวะอีก แต่พอมองผ่านตาแมวแทบช็อก เพราะเป็นจันทรภานุ เธอตาสว่างทันทีบอกให้เขารอก่อน แล้วรีบไปล้างหน้ารวบผมออกมาต้อนรับเขา เห็นสีหน้าอำมหิตของเขาก็ทำใจดีสู้เสือ

“คุณชายทราบว่าฉันพักที่นี่ได้ไงคะ หรือว่า...” ประกายดาวคิดในใจ หรือเขาติดใจเม้าท์ทูเม้าท์ของตน จนสืบหาที่อยู่ เธอนึกไปถึงมารยาที่จิตสุภางค์สอนให้หัดใช้ จึงร้องขึ้นว่าระวังลื่น

จันทรภานุเดินหน้าเครียดเข้ามาในห้อง ประกายดาวแกล้งลื่นล้ม ชายหนุ่มปรายตามองแล้วถาม ลงไปนั่งที่พื้นทำไม เธอทำหน้าเจื่อนๆอ้างว่าลื่นแล้วลุกขึ้นเอง จันทรภานุขอเข้าเรื่องเลย เขาเอาภาพในมือถือให้ดู เป็นภาพศิวะเดินเข้ามาในคอนโดฯเธอเมื่อคืน

“ศิวะ! เมื่อคืนนี้นี่นา...คุณชายอย่าหึงฉันนะคะ ฉันกับนายศิวะไม่ได้มีอะไรกัน”

“ผมไม่ได้หึงคุณ แล้วผมก็ไม่สนด้วยว่า คุณจะมีหรือไม่มีอะไรกับผู้ชายคนนี้”

“อ้าว...คุณไม่ได้สนใจฉันหรอกเหรอคะ”

“ผมไม่ไว้ใจคุณต่างหาก”

ประกายดาวงงว่าเรื่องอะไร จันทรภานุถามว่าเธอไปตีสนิทกับคุณหญิงนิ่มหวังอะไร ประกายดาวแก้ตัวว่าตนหวังดี แต่เขาสวนทันควันว่าไม่จริง เธอหวังเกาะคนรวยดัง เขามองรอบห้องพักเธออย่างเหยียดๆ ก่อนจะปรักปรำ

“ผมเข้าใจผิดตรงไหน ลูกคนขายข้าวขาหมูอย่างคุณ จะมีปัญญาหาเงินมาซื้อคอนโดฯห้องละหลายสิบล้านแบบนี้ได้ยังไง ถ้าไม่ได้หลอกคนอื่น”
ประกายดาวโกรธกำหมัดแน่น “คุณชายดูถูก

ฉันมากไปแล้วนะคะ ถึงป๊ากับม้าฉันจะเป็นคนขายข้าวขาหมู แต่ท่านทิ้งมรดกหลายร้อยล้านให้ฉันกับพี่ชาย เพราะร้านขายข้าวขาหมูของป๊าฉันได้กำไรวันละเป็นหมื่น ขายมาตลอด 50 ปี แต่ป๊ากับม้าฉันใช้เงินวันละไม่ถึง 100 บาท แถมยังมีมรดกเก่าจากอากงอาม่า เป็นที่ดินและเพชรนิลจินดา แล้วป๊าฉันยังถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 อีก”

จันทรภานุถึงกับอึ้ง ประกายดาวยังแจงอีกว่าห้องนี้และของที่เห็นเป็นเงินป๊ากับม้า พูดจบเธอก็เชิญเขากลับไปได้ ชายหนุ่มหน้าชารู้สึกผิดแต่ยังวางฟอร์มกลับออกไป...ประกายดาวทั้งโกรธทั้งหงุดหงิดหัวใจ มาบ่นกับจิตสุภางค์และมิลินทร์ ทั้งสองไม่พอใจไปด้วย ต่างยุให้เลิกสนใจคนไม่เป็นสุภาพบุรุษอย่างนั้น หันมามองพงศ์จันทรแทน

จู่ๆ คุณหญิงนิ่มโทร.เข้ามาเรียกไปคุยเรื่องโฆษณาแฟชั่นที่จะถ่ายให้ ทำเอาประกายดาวงง นึกว่าจันทรภานุเอาตนไปด่าจนเละให้เธอฟังแล้ว มิลินทร์สันนิษฐานว่าคุณชายอาจสำนึกผิด จิตสุภางค์ไม่อยากเชื่อ เป็นหน้าที่ประกายดาวที่จะตัดสินใจเอง ระหว่างที่ถกกันอยู่ เฮียเชาจับลูกสาวสามคนแต่งตัวน่ารักมาเดินโพสท่ากันใหญ่ จิตสุภางค์งงว่าสามีทำอะไร

“เฮียให้ลูกๆมาโพสท่า เผื่อจะเข้าตาดาว ได้ไปถ่ายแฟชั่นด้วยไง”

“เอาสมองส่วนไหนคิดเนี่ย งานแฟชั่นของไอ้ดาวมันต้องใช้นางแบบที่เป็นมืออาชีพ จะมายัดเยียดพวกกันเองได้ยังไง ใช่ไหมดาว...แต่ว่า แกไม่ลองให้ลูกๆฉันไปแสดงหน่อยล่ะ คิดค่าตัวราคาเพื่อนฝูง เผื่อมันจะดัง พ่อกับแม่จะได้เกาะลูกกิน ได้ไหมจ๊ะเพื่อน”

ประกายดาวยิ้ม...แล้วเธอก็เอาเด็กๆมาถ่ายโปรโมตสินค้าร้านคุณหญิงนิ่มในวันถัดมา

ooooooo

จิตสุภางค์มาช่วยแต่งตัวให้ลูกๆ ประกายดาวกับทีจัดเตรียมกล้อง จันทรภานุมายืนเมียงมองแต่ประกายดาวทำไม่สนใจเหมือนไม่มีตัวตนจนเขารู้สึกอึดอัด คุณหญิงนิ่มตำหนิจันทรภานุว่าเป็นคนผิดที่ไปดูถูกประกายดาว ฉะนั้นจึงควรขอโทษเธอ  เขาจึงต้องมาเพื่อหาโอกาสขอโทษ

คุณหญิงนิ่มชมเด็กๆน่ารักมาก ประกายดาวให้ไปชมกับแม่เด็กเอง จันทรภานุสะอึกเมื่อรู้ว่าประกายดาวไม่ใช่แม่เด็กๆ เขายิ่งทนอึดอัดใจไม่ไหวจะกลับ คุณหญิงนิ่มต่อว่าเขาไม่เป็นสุภาพบุรุษเพราะเห็นอยู่แล้วว่าตัวเองผิดเต็มๆยังจะหนีอีก เขาจึงจำต้องอยู่ต่อ...เสร็จงานคุณหญิงนิ่มขอเลี้ยงอาหารทุกคนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จันทรภานุจะขอตัว เธอกระซิบ

“หญิงไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่าพี่ชายจะท้อเพราะผู้หญิง อย่างว่าแหละนะ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำกับพี่ชายแบบนี้มาก่อน พี่ดาวนี่สุดยอดจริงๆ”

“พี่ไม่ปลื้มด้วยหรอกนะคะ” จันทรภานุเคือง

“หญิงไม่แซวแล้วก็ได้ เดี๋ยวหญิงจะหาโอกาสให้พี่ชายเอง” ว่าแล้วเธอก็จัดที่นั่งให้สองคนนั่งใกล้กัน เพราะจิตสุภางค์ต้องนั่งกับลูกๆฝั่งหนึ่ง ตัวเธอนั่งหัวโต๊ะ

ประกายดาวแอบยิ้มเมื่อเห็นท่าทีอึดอัดของจันทรภานุ เธอตั้งใจที่จะทำให้เขาเห็นว่ามีผู้หญิงที่ไม่สนใจเขา จึงทำทีขอตัวออกมาคุยโทรศัพท์ จันทรภานุตามออกไป จิตสุภางค์รีบส่งเมสเสจบอก ประกายดาวแกล้งคุยมือถือหันหลังให้

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ยังไงดาวก็ไปถ่ายให้ไม่ได้ ไม่ใช่ดาวไม่ว่างนะคะ แต่ไม่อยากไปถ่ายให้จริงๆ เพราะนายแบบขี้เก๊กมากๆ หน้าตาก็งั้นๆ นึกว่าตัวเองรวยแล้วงี่เง่า พูดจาน่าถีบตามด้วยเข่าตรงเป้าสักที ฝากบอกนายแบบปากปีจอคนนั้นด้วยนะ ว่าว่างๆให้เอาหมาออกจากปากบ้าง จะได้ไม่เห่าคนอื่นไปทั่ว...อะไรนะ จะให้กราบเท้าขอโทษเหรอ บอกคำเดียวว่าโนเวย์”

จันทรภานุรู้สึกว่าโดนด่ากระทบ จึงเข้าไปเอียงหูฟังข้างๆ แล้วพูดแทรกขึ้น “รู้สึกว่าฝั่งโน้นเขาจะวางหูแล้วนะครับ ผมไม่ได้ยินเสียงใครคุยด้วยเลย”

ประกายดาวสะดุ้ง ทำทีบอกว่าแค่นี้ก่อนนะ มีคนไม่มีมารยาทแอบฟังแล้วกดวางสายจะเดินไป จันทรภานุเข้ามาขวางหน้า “คุณประกายดาว ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”

“มีอะไรจะต่อว่าฉันอีกเหรอคะคุณชาย”

“ผมยอมรับว่าผมผิดที่พูดไม่ดีกับคุณ ผม...ผม... ขอโทษ”

ประกายดาวจ้องหน้า จนคุณชายต้องถามว่ามองหาอะไร เธอตอบกวนๆว่า “กำลังมองหาว่าส่วนไหนบนใบหน้าที่ให้ความรู้สึกแบบขอโทษจริงๆจากใจ ซึ่งยังหาไม่เจอเลย”

“จะต้องทำหน้าขนาดไหน ผมอุตส่าห์ขอโทษแล้วนะ”

“นั่นไง ชัดเลย ขนาดต้องใช้คำว่าอุตส่าห์ แสดงว่าคำขอโทษของคุณชายไม่ได้ออกมาจากใจ” ประกายดาวเดินเฉียดชายหนุ่มไปแบบไม่สนใจ
พอดีนันทินีเดินสวนมา ทั้งสองชะงัก นันทินีโวยทันทีว่า เพราะผู้หญิงคนนี้ใช่ไหม เขาถึงไม่รับโทรศัพท์ตน จันทรภานุไม่รอช้า สวมรอยอยากให้นันทินีออกไปจากชีวิตเสียที

“ใช่ครับ เพราะกลัวดาวเขาจะหึง หาว่าผมมาคบกับนัน ทั้งๆที่ผมกับคุณดาวรักกันมากจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้...ดาวได้ยินแล้วนะ ว่าผมกับนันไม่มีอะไรกัน” เขาโอบประกายดาว

ประกายดาวอ้าปากค้าง นันทินีกางมือยกขึ้นเกร็งๆ ประกายดาวรีบดักคอ “คุณนันคะ อย่าร้องกรี๊ดๆแล้วตบดาวนะ มันเป็นนิสัยของนางอิจฉาในละครไทย ดาวมองดูลักษณะแล้ว คุณนันไม่ใช่นางอิจฉาแน่นอน แต่ถ้าเกร็งมือขนาดนี้แล้วแปลว่าต้องตบ...ดาวอนุญาตให้ตบแฟนดาว”
จันทรภานุถามว่าอะไรนะ ประกายดาวดันเขาออกหน้า จังหวะนั้นนันทินีฟาดมือลงมาพอดี โดนหน้าจันทรภานุเต็มๆ นันทินีหน้าซีดเผือดรีบยกมือไหว้ขอโทษขอโพย

ประกายดาวเดินกลับมาที่โต๊ะสีหน้าไม่ค่อยดี กระซิบคุณหญิงนิ่มว่าคุณชายจันทร์ให้ออกไปพบ จิตสุภางค์งงว่าเกิดอะไรขึ้น ประกายดาวบอกว่ากลับบ้านแล้วจะเล่าให้ฟัง...คุณหญิงนิ่มขำไปประคบรอยแดงที่หน้าให้จันทรภานุไป สมน้ำหน้าที่สร้างเรื่องออกไป

“หญิงว่าป่านนี้คุณนันต้องเอาเรื่องพี่ชายกับพี่ดาวไปฟ้องหม่อมป้าแล้วแน่ๆ เตรียมตัวเอาไว้เถอะค่ะ” ...จันทรภานุกังวลใจขึ้นมาทันที

ooooooo

ตอนที่ 1

เมื่อสาวสวยวัยใกล้ขึ้นคาน นึกอยากมีลูกแต่ ไม่อยากมีสามี ปฏิบัติการตามล่าหาสเปิร์มจึงเริ่มต้นขึ้น...

ช่างภาพสาวสวยวัย 32 ปี มีความมั่นใจในตัวเองสูง พ่อแม่ของเธอเป็นเจ้าของร้านขายข้าวขาหมูเล็กๆเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ประกายดาวกับแดนดิน พี่ชายได้รับมรดกมูลค่าร้อยล้าน ทำเอาทั้งสองตกตะลึง ไม่คิดว่าพ่อแม่จะเป็นผ้าขี้ริ้วห่อทอง แดนดินนำเงินไปซื้อบ้านเดี่ยวอยู่กับภรรยาและลูกสาวตัวน้อย ส่วนประกายดาวซื้อคอนโดฯอยู่กลางกรุงเพื่อความสะดวกในการทำงาน...ทุกครั้งที่ประกายดาวมาเยี่ยมพี่ชายเธอมักจะเล่นกับน้องฟ้าที่กำลังน่ารักน่าชังด้วยความรักและเอ็นดู จนแดนดินอดแซวไม่ได้ที่เธอไม่ยอมมีชีวิตคู่กับเขาบ้าง

“หวงเข้าไปเถอะไอ้ชีวิตโสดน่ะ ขึ้นคานมาฉันจะหัวเราะให้ฟันหัก”

“ดาวไม่ได้หวงนะพี่ดิน แต่ยังไม่ชอบใคร สงสัยเนื้อคู่จะยังไม่เกิด”

“อย่าเลยนะแกน่ะ เป็นเจ้าสาวที่กลัวฝนใช่ไหมล่ะ...เนอะลูกเนอะ”แดนดินเข้าอุ้มน้องฟ้า

ประกายดาวลุกขึ้นแย้งว่าไม่กลัว แต่ไม่มีฝนให้เดินตาก แดนดินหาว่าแก้ตัวน้ำขุ่นๆเธอจึงอ้างคติพจน์ “แม้แผ่นดินสิ้นชายที่พึงเชย อย่ามีคู่เสียเลยจะดีกว่า”

อีกชีวิตหนึ่ง ราชนิกุลหนุ่มหล่อลากดินวัย 35 ปี เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง ไม่ว่ารูปร่าง หน้าตา ฐานันดร หน้าที่การงานและฐานะทางสังคม...หม่อมราชวงศ์

จันทรภานุ นพรัตน์ หรือที่เรียกขานกันว่า คุณชายจันทร์ เธอจะเนี้ยบในทุกเรื่อง ยิ่งเสื้อผ้าแล้ว ยับแม้เพียงนิดก็จะไม่ใส่ จนอ้อยสาวใช้กลัวหงอเมื่อเห็นสายตาที่เธอปรายมาทีไร...หม่อมสุรีย์ หม่อมแม่ของจันทรภานุอยากให้ลูกชายมีครอบครัวเสียที จึงหาหญิงสาวที่เหมาะสมมาให้ดูตัวอยู่บ่อยๆ และครั้งนี้ก็เป็นคนที่ท่านหมายตาให้ จันทรภานุไม่อยากขัดใจแม่จำต้องไปตามนัด

บุญชูยืนรอตัวลีบ จันทรภานุเดินออกมาบอกเขาว่าวันนี้จะขับรถเอง บุญชูรีบส่งกุญแจให้  ถอยห่างมายืนคู่กับอ้อย ต่างยืนเกร็งด้วยความกลัวจะโดนตำหนิ

จันทรภานุขับรถไปตามทางอย่างใจเย็น ขณะเดียวกัน ประกายดาวขับรถมาด้วยความเร็วเปิดเพลงดังลั่นรถ คุยโทรศัพท์ผ่านบูลทูธกับเพื่อนว่ากำลังจะแวะซื้อคาปูชิโน่ให้ เธอแซงรถมาหลายคันจนมาเจอรถของจันทรภานุ จึงกะพริบไฟไล่ แต่เขาไม่เห็น เธอบีบแตรใส่อีก ทำให้จันทรภานุไม่พอใจแกล้งขับรถช้าลงกว่าเดิม

“แบบนี้แกล้งกันนี่หว่า”ประกายดาวแซงมาตีคู่ หันมองหน้าอย่างกวนๆ

จันทรภานุไม่เห็นเพราะรถเธอติดฟิล์มทึบ  เขาแกล้งแซงปาดหน้าเธอทำให้เธอต้องเบรกตัวโก่ง โมโหพยายามเร่งเครื่องตามแซง  แต่เขาก็แกล้งชะลอรถตอนใกล้แยกแล้วเร่งเครื่องผ่านตอนไฟกำลังจะแดง  ทำให้ประกายดาวตามไม่ทัน เธอโกรธทุบพวงมาลัยรถระบายอารมณ์

ในร้านกาแฟ จันทรภานุเข้ามาพบนันทินี  สาวสวยดีกรีจบแฟชั่นดีไซน์จากฝรั่งเศส แต่แต่งตัวจัดเว่อร์ คุยอะไรด้วยก็หัวเราะร่วนน่ารำคาญ เขาจำต้องแสดงความเป็นสุภาพบุรุษจนแทบทนไม่ไหว  เผอิญประกายดาวเดินเข้ามาซื้อกาแฟ ผ่านโต๊ะจันทรภานุโดยไม่เห็นกัน

ระหว่างนั้น จันทรภานุสุดทนนันทินีได้ เขาขอตัวกลับแล้วลุกขึ้น  จู่ๆเธอก็ฟูมฟายเสียงดังโผเข้ากอดเขาไว้ “นันรู้ว่าการที่คุณชายเดินออกไปแบบนี้ หมายความว่าคุณชายเซย์โนกับนัน  แต่นันอยากขอโอกาส พลีส...อย่าทิ้งนันไปแบบไร้เยื่อใยอย่างนี้เลย”

สายตาคนในร้านมองอย่างตำหนิ เข้าใจว่าชายหนุ่มหักอกหญิง ประกายดาวไม่ชอบเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว  ของขึ้น เดินถือถ้วยกาแฟมาสาดใส่หน้าเขาเต็มๆ จันทรภานุตกใจ นี่มันอะไรกัน

“โดนแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ” ประกายดาวโต้ แล้วหันไปโค้งให้คนในร้านที่ปรบมือให้

นันทินีแว้ดใส่ทันที มายุ่งอะไรด้วย สาระแนไม่เข้าเรื่อง จันทรภานุโกรธและอับอายมากเดินหนีออกจากร้าน นันทินีวิ่งตาม  ประกายดาวงงมาก  พอดีมือถือดัง เธอรับสายแล้วต้องตกใจ

รีบมาโรงพยาบาล ประกายดาวขอโทษมิลินทร์ที่ไม่ได้กาแฟมาฝาก มิลินทร์บอกไม่เป็นไรให้ไปดูจิตสุภางค์ที่นอนร้องครวญครางอยู่บนเตียง ประกายดาวรี่มาเกาะขอบเตียง ถามเพื่อนท้องที่สี่แล้วยังไม่ชินอีกหรือ จิตสุภางค์ย้อนว่าจะกี่ท้องก็เจ็บทั้งนั้น ไม่เป็นบ้างไม่มีทางรู้หรอก

พยาบาลเข้ามาจะเข็นเตียงเข้าห้องคลอด  จิตสุภางค์จับมือประกายดาวแน่นให้เข้าไปเป็นเพื่อน มิลินทร์ถอยห่างโบ้ยให้ประกายดาวเข้าไปคนเดียว...ด้วยเหตุนี้ ทำให้ประกายดาวได้เห็นทุกขั้นตอนของการคลอดลูก รู้สึกเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของมนุษย์จริงๆ

เวลาผ่านไป จิตสุภางค์นอนที่ห้องพักฟื้น  เฮียเชาสามีโทร.เข้ามา เสียงเธอโวยวายจะร้องไห้ทำไม ใครจะรู้ว่าคลอดก่อนกำหนด เลิกฟูมฟายที่กลับมาไม่ทันได้แล้ว มิลินทร์กับประกายดาวต้องปราม จะเอ็ดสามีทำไม เขาเสียใจที่กลับจากเมืองจีนไม่ทัน และเขาก็ดีใจที่ได้ลูกชายเกิดปีมังกรทองเสียด้วย จิตสุภางค์อ่อนลง

“ก็ใช่อ่ะ คราวนี้ฉันจะได้ปิดอู่ซักที...เออนี่ วันเกิดแก ลูกฉันก็ครบหนึ่งเดือน ฉลองพร้อมกันเลยนะ” สามสาวพยักหน้ายิ้มให้กัน

ooooooo

วังนพรัตน์ มีนมพรที่เลี้ยงดูจันทรภานุมาแต่เล็ก หม่อมสุรีย์ก็รักและเกรงใจนมพร ทั้งสองกำลังคุยกันเรื่องนัดบอร์ดครั้งนี้ หม่อมสุรีย์ถามขึ้นว่า ครั้งนี้จะสำเร็จไหม นมพรตอบโดยไม่ต้องคิดว่าไม่สำเร็จหม่อมสุรีย์ถอนใจ พอเห็นจันทรภานุกลับมาเสื้อผ้าเลอะเทอะทั้งสองตกใจ

“ชายจันทร์ไปทำอะไรมาลูก”

“ผมไม่อยากพูดถึง ขอตัวนะครับ” จันทรภานุเดินหัวเสียขึ้นห้อง  ถอดเสื้อผ้าที่เลอะออก  มองตัวเองในกระจกอย่างเคียดแค้น “อย่าให้ฉันเจออีกนะ...”

ด้านประกายดาวจามเสียงดัง ฉุกคิดว่าใครด่า เธอนั่งมองรอบห้องรู้สึกเหงาขึ้นมา กดโทรศัพท์หาจิตสุภางค์ ได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวลั่นบ้านเพราะแม่สามี

พากันมาเยี่ยมหลานคนใหม่ จึงไม่อยากกวน วางสายไปแล้วโทร.หามิลินทร์ ได้ยินเสียงเธอหัวเราะคิกคัก ก็รู้ทันทีว่ากำลังสวีตหวานกับสามี จึงไม่อยากรบกวนเช่นกัน...ประกายดาวถอนใจออกมายืนมองท้องฟ้าด้วยความเหงา นึกถึงอดีตครั้งยังเรียนมหาวิทยาลัย เธอกับศิวะสนิทสนมกันจนเพื่อนอย่างมิลินทร์และจิตสุภางค์เชื่อว่า เรียนจบสองคนนี้ต้องแต่งงานกันแน่ๆ

แต่แล้วทุกอย่างก็พังทลายลง เมื่อแม่ของศิวะบงการให้ประกายดาวต้องเป็นช้างเท้าหลังเป็นแม่บ้านดูแลบ้านเพียงอย่างเดียว โดยที่ศิวะไม่กล้าหือเชื่อฟังแม่สุดๆ สุดท้ายจึงต้องเลิกรากันไป และเพียงไม่กี่เดือน ศิวะก็แต่งงานไปกับอรอุมา หญิงสาวที่แม่หาให้...ห้าปีต่อมา ประกายดาวจึงมีแฟนใหม่ ชื่อจามร เป็นหนุ่มหล่อ แต่เอาเปรียบเธอคิดจะอยู่ก่อนแต่ง  เธอรับไม่ได้จึงเลิกราไปอีกครั้ง...ต่อมา เธอคบหากับเอกวินทร์ แต่เขาเป็นผู้ชายที่ขี้โม้ อวดว่าตัวเองเก่งทุกอย่างทั้งที่ไม่เห็นทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน จนเธอทนไม่ไหวต้องบอกศาลา

“เนี่ยแหละ ชีวิตรักของฉัน ทั้งหมดนี้คือคำตอบว่าทำไมฉันถึงมีทัศนคติไม่ดีกับผู้ชาย”

ไม่ต่างจากจันทรภานุ  ที่ยืนมองฟ้าจากหน้าต่างห้องเช่นกัน เขากำลังคิดถึงแพท แฟนเก่าที่คบกันมา 7 ปี เขารอวันที่เรียนจบจะได้แต่งงานกัน แต่แล้วเธอก็ทิ้งเขาไป

ooooooo

หลายวันผ่านไป หม่อมสุรีย์ นมพรและจันทรภานุมางานเปิดร้านขายของแบรนด์เนมของคุณหญิงนิ่ม หรือ ม.ร.ว.นิมมานรดี สาวสวยหวานมารยาทงามสมกับเป็นราชนิกุล เพิ่งเรียนจบกลับมา เป็นอีกคนที่หม่อมสุรีย์หมายตามาเป็นสะใภ้

คุณหญิงนิ่มรู้ตัวดีว่าไม่อาจคิดกับจันทรภานุเป็นอย่างอื่นได้นอกจากพี่ชาย แต่หม่อมสุรีย์ก็ยังขอร้อง “หญิงนิ่มต้องช่วยป้านะ ชายจันทร์ยื่นคำขาดว่าเขาจะไม่ดูตัวอีก”

“หม่อมป้าไม่ต้องห่วงค่ะ  เย็นนี้หญิงมีนัดกับเพื่อน เพื่อนหญิงยังโสดหลายคน หญิงจะชวนพี่ชายไปด้วย”

ไม่ทันไร นันทินีโผล่เข้ามาในร้านพร้อมช่อดอกไม้ช่อใหญ่มาอวยพร  หม่อมสุรีย์ดีใจบอกคุณหญิงนิ่มไม่ต้องช่วยแล้ว เพราะนันทินีนี่แหละที่เหมาะสมและมีความพยายามเป็นเลิศ...หม่อมสุรีย์พยายามผลักดันให้นันทินีใกล้ชิดกับลูกชาย นันทินีก็ลูกเล่นแพรวพราวแกล้งสะดุดขาตัวเองล้มนั่งตักจันทรภานุ ช่างภาพรีบเก็บภาพทันที ชายหนุ่มเอือมหาทางเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำ

หม่อมสุรีย์ยิ้มแตะมือกับนันทินีอย่างพอใจ “หนูนันทำดีมากจ้ะ ถ้ายังไงแม่จะหาโอกาสให้หนูนันได้ไปดินเนอร์กับชายจันทร์สองต่อสองดีไหม”

“เก๋กู๊ดเลยค่ะ หม่อมแม่ขา”

หม่อมสุรีย์หาโอกาสคุยกับจันทรภานุ ให้พานันทินีไปทานข้าวเย็นนี้ เขาขอเหตุผลหม่อมสุรีย์อ่อนใจจึงบอกว่าเหตุผลคือความต้องการของตน เพราะเห็นว่าเธอเหมาะสมกับเขา

“แต่แม่ครับ ผมไม่ได้ชอบคุณนัน”

“ตอนแม่แต่งงานกับท่านพ่อ แม่ก็ไม่ได้ชอบท่านพ่อของลูกเหมือนกัน แต่พออยู่ๆกันไปแม่ก็รักท่านพ่อของลูกสุดหัวใจ ทำตามที่แม่สั่ง อย่าขัดใจแม่” หม่อมสุรีย์พูดจบเดินจากไป

จันทรภานุเครียด คุณหญิงนิ่มเข้ามาสะกิดไหล่ ถามเจอศึกหนักหรือ เขารีบขอให้เธอช่วย

ในวันเดียวกัน ประกายดาวทำบุญวันเกิดร่วมกับครอบครัวจิตสุภางค์ที่ลูกชายคนเล็กอายุครบหนึ่งเดือนและมิลินทร์ พากันมาเลี้ยงอาหารที่มูลนิธิเด็ก จู่ๆประกาย-ดาวก็มีความคิดว่า

“เด็กพวกนี้เกิดจากความไม่มีวุฒิภาวะของพ่อแม่ นึกอยากแต่จะมีความสุขแต่ไม่นึกถึงผลที่จะตามมา ถึงเด็กพวกนี้จะเจริญเติบโตในสังคมเหมือนเด็กทั่วไป  แต่สิ่งที่แตกต่างคือจิตใจความคิดความรู้สึก นั่นเพราะไม่มีพ่อแม่เป็นต้นแบบในการหล่อหลอมอบรมสั่งสอน และปัญหาเด็กกำพร้าก็มีมากขึ้นในสังคมไทย  ฉันก็เลยคิดว่าจะรับเด็กมาเลี้ยง พวกเธอเห็นว่าดีไหม”

ทั้งจิตสุภางค์และมิลินทร์ค้าน แจงเหตุผลมากมายที่จะตามมา แต่ประกายดาวอยากมีลูกเป็นเพื่อนแก้เหงาโดยไม่อยากมีพ่อ  เธอมั่นใจว่าจะเป็นแม่ที่ดีได้  ประกายดาวมองเฮียเชาที่ดูแลลูกๆที่กำลังซนแต่ก็เอาไม่อยู่  จนจิตสุภางค์ต้องไปจัดการเอง เธอกระซิบมิลินทร์

“แกเห็นไหมลินทร์ มีลูกกวนตัวคนเดียว ดีกว่ามีผัวกวนใจอีกคน”

มิลินทร์ถอนใจกับความคิดของเพื่อน...ระหว่างที่ประกายดาวไปเจรจากับเจ้าหน้าที่เรื่องอุปการะเด็ก มีรถยนต์แล่นเข้ามาจอด คนที่ลงจากรถคือศิวะ อรอุมาและรติรส จิตสุภางค์สะกิดมิลินทร์ ศิวะเห็นเพื่อนทั้งสองก็รู้ว่าประกายดาวอยู่ที่นี่ จึงทำทีไปเข้าห้องน้ำแล้วแอบไปดักเจอ

ประกายดาวเห็นศิวะมาก็อึดอัดใจเดินหนี แต่เขาคว้ามือเธอขอร้อง “ดาว ถึงเราจะแต่งงานแล้ว  แต่เราก็ยังรักดาวนะ รักดาวเสมอ”

อรอุมาตามมาเจอตวาดเสียงลั่น “ทำอะไรกัน...”

ศิวะรีบปล่อยมือประกายดาว ไม่กล้าแก้ตัวช่วยเธอ อรอุมาแว้ดใส่ประกายดาวชุดใหญ่

“หน้าตาก็ดี ไม่น่ามาลักกินขโมยกินแบบนี้...มิน่า วันนี้คุณถึงได้อยากมาที่นี่นัก เพราะคุณจะมาหามันใช่ไหม...นี่คงนัดมาล่ะสิ”

“มันจะน้ำเน่าไปหน่อยมั้ง ฉันเนี่ยนะนัดตานี่มา ประสาท” ประกายดาวฉุน

รติรสยุอรอุมาว่าประกายดาวด่า อรอุมาแหวใส่รู้ไหมว่าเธอเป็นใคร ประกายดาวโต้แล้วเธอรู้ไหมว่าตนเป็นใคร อรอุมาปรี๊ดแตก กล้าดีอย่างไรมาย้อน

ประกายดาวฉุน เท้าเอวเดินเข้าใส่ “แล้วแกกล้าดียังไงมากล่าวหาฉันอย่างนี้ อะไรที่ฉันทิ้งไปแล้ว ฉันไม่มีทางจะเก็บมันมาใช้อีกหรอก อย่ามาทำเป็นน้ำเน่าเป็นนางอิจฉาที่นี่...ที่นี่บริสุทธิ์เกินกว่าจะต้องมาแปดเปื้อนเพราะความคิดอกุศลของแก”

ทั้งอรอุมาและรติรสถอยหนีชนกำแพง ศิวะหงอไม่กล้าสบตาใคร พอดีเจ้าหน้าที่เดินมาถามว่ามีอะไรกันหรือเปล่า ประกายดาวจึงหันไปบอกเจ้าหน้าที่ว่าจะกลับมาคุยด้วยวันหลัง แล้วหันไปบอกศิวะ ดูแลภรรยาอย่าให้มาแสดงกิริยาต่ำๆอย่างนี้อีก ว่าแล้วก็ย้ำ ลาก่อน... ลาขาด

“เธอจะยอมให้มันด่าเธอฝ่ายเดียวไม่ได้นะอร” รติรสอดยุยงเพื่อนไม่ได้

อรอุมาฮึด เดินตามประกายดาวออกไป ร้องท้าด่ากันแล้วจะไปง่ายๆอย่างนี้หรือ ประกายดาวชะงักหันกลับมาถาม “แล้วจะเอาไง ตบกันเลยไหม”

ประกายดาวถลกแขนเสื้อรอ อรอุมาดันรติรสเข้าไป แต่เธอขืนตัวไว้ไม่กล้า มิลินทร์กับจิตสุภางค์ตามมายืนขนาบข้างเพื่อน เตรียมรับมือ ศิวะขยาดดึงอรอุมากลับ รติรสรีบวิ่งตาม

ooooooo

เย็นวันนั้น จันทรภานุจำต้องนั่งรถนันทินีไปดินเนอร์ตามคำสั่งหม่อมสุรีย์ นันทินีเปิดเพลงแนวยั่วยวน แถมจับต้นขาเขาหมับ คุณชายสะดุ้งยกแขนกระแทกหน้าเธอเฉี่ยวๆ

“ขอโทษครับ  ผมเป็นโรคบ้าจี้น่ะครับ  ใครแตะตัวไม่ได้เด็ดขาด แขนขามันจะชักกระตุก”

นันทินีหน้าเหวอ พลันมือถือดังขึ้น จันทรภานุรับสายแอบอมยิ้มแล้วเก๊กหน้าขรึม

“ว่าไงนะหญิงนิ่ม ตอนนี้น้องหญิงอยู่ไหน พี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้”

จันทรภานุหันมาบอกนันทินีว่าไปดินเนอร์ด้วยไม่ได้แล้ว ต้องไปดูแลคุณหญิงนิ่ม เพราะเธอเกิดอุบัติเหตุ ขับรถชนคนตายสมองไหลอยู่กลางถนน นันทินีแขยงจะไปส่งก็ไม่กล้า จึงจอดรถให้เขาลง ชายหนุ่มอมยิ้มรีบโบกแท็กซี่กลับไปที่ร้านของคุณนิ่ม...พอคุณหญิงนิ่มรู้ว่าคุณชายสร้างเรื่องขนาดนั้นก็เกรงจะถึงหูหม่อมสุรีย์แล้วตนจะกลายเป็นเด็กเลี้ยงแกะ

“พี่ไม่รู้จะทำยังไง ก็ต้องแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปก่อน”

“อย่าเอาตัวรอดคนเดียวนะคะ หญิงช่วยพี่ชายแล้วคราวนี้ก็ถึงตาพี่ชายต้องช่วยหญิงบ้าง”

“มีทวงบุญคุณกันด้วย”

“แน่นอนค่ะ พี่ชายต้องไปคาราโอเกะกับหญิง”

“เฮ้อ...นี่พี่หนีเสืออย่างหม่อมแม่ มาปะจระเข้อย่างเราใช่ไหม”

คุณหญิงนิ่มไม่ตอบ แอบอมยิ้มมีเลศนัย...ให้เผอิญที่ประกายดาว มิลินทร์และครอบครัวจิตสุภางค์ ยกโขยงมาเที่ยวคาราโอเกะแห่งนี้เช่นกัน สามสาวร้องเพลงด้วยกันอย่างเมามัน ห้องข้างๆที่กลุ่มคุณหญิงนิ่มร้องเพลงเฮฮากับเพื่อนๆ จันทรภานุนั่งเซ็งเพราะรู้ว่าเธอชวนมาหวังจับคู่กับเพื่อนของเธอ...พอดีประกายดาวมาเข้าห้องน้ำล้างหน้า แต่กระดาษทิชชูหมด จึงเดินออกมาโดยใช้แขนเสื้อเช็ดหน้า เธอชนเข้ากับคนๆหนึ่ง เขาโอบเอวไม่ให้เธอล้ม พอทั้งสองเห็นหน้ากันต้องตะลึง ต่างร้องพร้อมกัน

“นาย!...คุณ!...”

จันทรภานุปล่อยตัวประกายดาวล้มก้นจ้ำเบ้า เธอร้องลั่นปล่อยทำไม ชายหนุ่มยิ้มเยาะ

“ถือว่าหายกัน เรื่องที่คุณสาดกาแฟใส่ผมวันก่อน”

“ผ่านมาตั้งนาน ยังจำได้อีก เจ้าคิดเจ้าแค้นนะเนี่ย ตุ๊ดป่ะ...”

“นี่...มันจะมากไปแล้วนะ”

“มันไม่มากไปหรอก ถ้าเทียบกับคนที่ไม่เป็นสุภาพบุรุษอย่างคุณ”

“ผมไม่เป็นสุภาพบุรุษตรงไหน”

“ไร้มารยาท พูดจาไม่ดี ไม่เคารพกฎจราจร เอาเป็นว่าก็ทุกตรงนั่นแหละ” ประกายดาวมองเขาเหยียดๆหัวจรดเท้า

มิลินทร์กับจิตสุภางค์ตามออกมาเห็นทั้งสองกำลังเถียงกันยกใหญ่ ก็ตกใจ จิตสุภางค์ดึงประกายดาวออกมา มิลินทร์รีบขอโทษขอโพย แล้วถามจำตนได้ไหม ตนเป็นนักข่าวหน้าสังคมหนังสือพิมพ์ไทยไลน์ ที่เคยสัมภาษณ์เขา จันทรภานุนึกออกจึงแกล้งจิกกัดประกายดาว

“ไม่เป็นไร ผมไม่ถือ เพราะนี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เจอกัน แต่ถ้าให้ดีก็หัดสั่งสอนเพื่อนคุณด้วยว่า ผู้หญิงที่ดีเขาทำตัวกันยังไง”

ประกายดาวตาโพลงอ้าปากจะด่า จิตสุภางค์รีบปิดปากลากตัวกลับเข้าห้อง มิลินทร์บอกให้รู้ว่า คนที่ทะเลาะด้วยคือ  ม.ร.ว.จันทรภานุ นพรัตน์ ดังมากทำไมถึงไม่รู้จัก เขาเป็นหนุ่มสังคมที่กำลังเป็นที่จับตามองของสาวๆหลายคน เป็นเจ้าของห้างมีเดียกรุ๊ป และโรงแรมอีกหลายแห่งในประเทศไทย ประกายดาวแขวะชื่อเหมือนผู้หญิง จิตสุภางค์ซัก อายุเท่าไหร่

“35 แต่ยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน เขาว่ากันว่า คุณชายไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหน ฉายาของคุณชายคือ...เดทเดียวดับ...ถ้าผู้หญิงคนไหนได้ออกเดทกับคุณชายแล้วล่ะก็ คุณชายจะบอกเลิกทันที” มิลินทร์เล่าถึงสาวหลายๆคนที่คุณชายบอกเลิกหลังจากดินเนอร์ด้วย

ดาวเกี้ยวเดือน เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่
14 พ.ค. 2564

13:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 19:55 น.