ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวเกี้ยวเดือน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

พงศ์จันทรฝากมิลินทร์แสดงความยินดีประกายดาวที่คุณชายจันทร์ จะขอแต่งงาน  ทำให้เธองงรีบมาถาม ประกายดาวตอบว่า  คุณชายจันทร์ยังไม่เคยบอกรักเลย จะขอแต่งงานได้อย่างไร

ไม่ทันไร คุณชายจันทร์โทร.มา “คืนนี้คุณว่างไหม ผมอยากไปหานะ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย”

สอง สาวตื่นเต้นกันใหญ่  ประกายดาวแต่งตัวสวยรอ จนคุณชายนึกว่าเธอกลับจากงานเลี้ยง เธอเออออว่าใช่ คุณชายส่งถุงขนมเค้กให้  แล้วเปลี่ยนใจเอาไปจัดใส่จานให้เอง...ประกายดาวรีบแชทเล่าให้มิลินทร์ฟัง เพื่อนตอบมาว่า มีแหวนในขนมเค้ก ชัวร์...เธอยิ่งตื่นเต้น พอคุณชายเอาจานเค้กมาวาง จึงพยายามเขี่ยหาแหวนจนเค้กเละ คุณชายมองงงๆ เธออ้างว่าทำแบบนี้แล้วทานอร่อย ตัก ทานจนหมดก็ไม่พบอะไร

“คุณนี่ไม่เหมือนใครจริงๆ  วันหลังคงต้องกินเค้กแบบคุณบ้างแล้ว ท่าทางจะอร่อยจริง”

ประกายดาวคิดว่าแหวนอาจอยู่ที่เขาจึงถาม “มีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันคะฉันพร้อมฟังละ”

คุณชายจันทร์ถามว่าเธอรู้จักพลได้อย่างไร ประกายดาวผิดหวัง ตอบว่าเจอพลที่ตลาดคนเดินในเชียงใหม่ แล้วย้อนถามนี่หรือที่เขาอยากคุยด้วย

“ครับ  คุณดาวคิดว่าผมจะคุยกับคุณดาวเรื่องอะไร”

“ไม่มีอะไรค่ะ ว่าแต่คุณชายถามเรื่องพลทำไมคะ”

พอ รู้เรื่องจากคุณชายว่าทางตำรวจสงสัยตน  ประกายดาวก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง  จากนั้นก็เอาจานเค้กมาล้างด้วยความผิดหวังที่เขาไม่ได้ขอแต่งงาน...แต่พอหัน กลับมา เจอคุณชายจันทร์ยืนประชิด เขาโอบเอวสบตาเธอซึ้งๆ ประกายดาวใจสั่นถอยออกตั้งหลักถามเขามีอะไร เขาย้อนถามโกรธเรื่องพลหรือ เธอตอบว่าไม่...เพราะบริสุทธิ์ใจ

แล้วคุณเป็นอะไร ดูคุณเหมือนมีเรื่องไม่พอใจ... บอกมาเถอะครับ อยากให้ผมนอนไม่หลับหรือไง”

“คุณชาย ต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่หัวเราะฉัน” คุณชายพยักหน้า “ฉันคิดว่าวันนี้คุณชายจะขอฉันแต่งงาน พอดีฉันกับเพื่อนเข้าใจผิดนิดหน่อยวันนี้เลยจัดเต็ม” ประกายดาวก้มมองชุดที่ใส่

คุณชายจันทร์พอจะเข้าใจแล้ว รวมถึงเค้กที่เธอ  ยีเสียเละ เพราะคิดว่ามีแหวนในนั้น

“แต่ถ้าผมจะขอผู้หญิงแต่งงาน  ผมไม่เอาแหวนใส่ในเค้กหรอกนะ มันน่ารักเกินไป”

“แล้วคุณชายจะทำยังไงคะ อุ๊ย! ไม่ต้องบอกดีกว่า ถึงเวลาจริง เดี๋ยวฉันไม่เซอร์ไพรส์”

“คุณยังคิดว่าผมจะขอคุณแต่งงานอยู่อีกเหรอ”

“คุณชายจะพาฉันหนีเลยเหรอคะ” ประกายดาวยังมีความหวัง

“ไม่ใช่ แต่ผมจะไปกล้าขอคุณแต่งงานได้ยังไง ในเมื่อคุณไม่ได้รักผม”

“ทำไมถึงคิดว่าฉันไม่รักคุณชาย”

“คุณบอกเอง...”

“ก็ฉันบอกแล้วไงคะ ว่าวันนั้นฉันโกหก...เอ๊ะ! วันนั้นที่คุณชายบอกว่าเห็น...ทำให้เข้าใจกว่าคำพูด...แล้วคุณชายเห็นอะไรคะ”

คุณชาย จันทร์ตอบว่าเห็นเธอสนิทสนมกับพงศ์จันทร ประกายดาวถอนใจ เข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว ตนกับพงศ์จันทรเป็นได้แค่เพื่อน ไม่มีวันพัฒนาเป็นอื่นประกายดาวแกล้งทำแมนจับไหล่ทั้งสองข้างของคุณชาย จันทร์ บอกเขาให้มองลึกเข้าไปในดวงตาเธอ

“คุณชายฟังฉันให้ดีๆนะคะ วันนั้นฉันจะบอกคุณชายว่า ที่ฉันเคยพูดว่าฉันไม่ได้รักคุณชาย...ฉันโกหก ฉันพยายามปฏิเสธหัวใจตัวเองเพราะฉันกลัวความรัก ฉันไม่อยากรักใครให้ต้องเสียใจอีก ฉันถึงต้องพูดออกไปแบบนั้น เข้าใจแล้วนะคะ”

คุณชายไม่ตอบ กลับดึงเธอเข้ามากอด กระซิบข้างหู “ถ้าคุณรักผม ผมจะไม่มีวันทำให้คุณเสียใจ ...ประกายดาว” เขาจูบเธออย่างดูดดื่ม มันซาบซึ้งจนไม่อยากจะผละออก จากกัน

ooooooo

คุณหญิงนิ่มมานั่งรอร้านที่บอกชายไร้หัวใจว่าพี่ชายจะขอสาวแต่งงาน จนเวลาผ่านไป เขาก็ไม่มา เธอจึงเช็กบิลแล้วเดินเข้าห้องน้ำ...สุดท้ายพงศ์จันทรก็อดรนทนไม่ไหว เอาดอกไม้มาแสดงความยินดี แต่พอมาถึงไม่พบงานอะไร

เขาถามพนักงานว่ามีใครมาทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานในร้านบ้าง พนักงานตอบว่าไม่มี พงศ์จันทรจึงส่งข้อความไปถามคุณหญิงนิ่มว่าเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานเสร็จแล้วหรือ คุณหญิงนิ่มเดินออกจากห้องน้ำ ได้รับข้อความ จึงส่งสติกเกอร์น่ารักๆกลับไป เสียงแชทดังใกล้ตัว ทำให้ต้องมองหา พงศ์จันทรเองก็สะดุ้ง ต่างไม่เห็นกันเพราะมีฉากกั้น คุณหญิงรีบส่งสติกเกอร์อีกครั้งก็มีเสียงดังอีก เธอเดินไปทางเสียงนั้น ชะโงกพ้นฉากนั้น เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเติมแป้งพัฟ จึงชะงักถอยกลับ ทันใดเธอเห็นพงศ์จันทรในกระจกตลับแป้ง เขาหลบหลังเสา ท่าทางเขาโล่งอกทำนองเกือบไปแล้ว...คุณหญิงนิ่มแค้นใจ ส่งคำว่า...เลว...ไปให้

พงศ์จันทรตะลึงหันกลับมา พบคุณหญิงนิ่มยืนถมึงทึง เธอตบหน้าเขาฉาดใหญ่แล้วเดินออกจากร้าน ทุกคนในร้านมองเป็นตาเดียว พงศ์จันทรรีบตามเธอออกไป เขาดึงเธอไว้

“คุณหญิง...ผมขอโทษ...”

“เก็บคำขอโทษของนายไว้เถอะ มันไม่ช่วยอะไรหรอก”

“คุณหญิงจะให้ผมทำยังไง คุณถึงจะยกโทษให้ผม”

“ใช่สินะ คนอย่างนายทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งลงทุนฝืนใจคุยกับฉัน ทำให้ฉันยอมมอบความรู้สึกดีๆให้กับคนที่ฉันไม่เคยเห็นหน้า”

“ผมไม่เคยฝืนใจคุยกับคุณ”

คุณหญิงนิ่มผลักอกเขา “เลิกโกหกสักทีได้ไหม แค่นี้ฉันยังเสียใจไม่พอหรือไง” เธอร้องไห้โฮจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่

พงศ์จันทรแตะแขน เธอสะบัดออกแล้วตวาด “อย่ามาแตะต้องตัวฉัน ที่จริงฉันน่าจะเอะใจมาตั้งนานแล้ว ว่านายคือชายไร้หัวใจ เพราะนายมันคนไม่มีหัวใจ เป็นผู้ชายน่ารังเกียจที่สุด ฉันเกลียดนาย...ฉันเกลียดนาย”

คุณหญิงนิ่มวิ่งออกไป พงศ์จันทรไม่กล้าตามแต่โมโหตัวเองจนเตะของแถวนั้นระบายอารมณ์...คุณหญิงเข้ามาในรถได้ก็ฟุบหน้าร้องไห้โฮ หยิบมือถือมามอง ตัดสินใจเปิดหน้าต่างปาทิ้งออกไปแตกกระจาย

ooooooo

วันรุ่งขึ้น นันทินีมานั่งพับเพียบขอความเห็นใจ เธอบอกหม่อมสุรีย์ว่าที่ทำไปเป็นเพียงการแสดง ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเธอ หม่อมไม่สนใจจะเดินหนี นันทินีคว้าขาหม่อมไว้ ทำให้เกือบล้ม ดีที่จันทรภานุเข้า มารับไว้ทัน นันทินีรีบปล่อยปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไร หม่อมสุรีย์

“เห็นไหมคะหม่อมป้า โกรธคือโง่โมโหคือบ้า เดี๋ยวพอหม่อมป้าหายโกรธ หม่อมป้าก็จะมีสติกลับมาคิดได้เหมือนเดิม ว่านันเหมาะสมกับคุณชายที่สุด เพราะนันสวย...รวย...ดูดี...มีชาติตระกูล และที่สำคัญ นันไม่เคยยุ่งกับสามีชาวบ้าน”

คุณชายจันทร์โต้ “งั้นคุณนันก็ดีเกินไป คุณนันไปหาคนที่เขารักคนดีๆอย่างคุณนันเถอะครับ เผอิญผมเป็นคนชอบอะไรที่มันพอดีๆ...คุณนม ส่งแขก”

นันทินีเปลี่ยนท่าที “ตะกี้นันพูดแค่มุมดีๆ แต่จริงๆแล้วนันขี้อิจฉาเป็นบางครั้ง ขี้โมโหเป็นบางที นันพอดีนะคะคุณชาย คุณชายฟังนันสิคะ คุณชาย...”

คุณชายจันทร์ประคองหม่อมสุรีย์ขึ้นห้อง นันทินีจะตาม นมพรขวางเรียกคนสวนมายกแขกออกไป นันทินีโกรธกระแทกเท้าเดินไป มาถึงรถ นึกได้ว่าลืมกระเป๋า รีบกลับเข้ามาเอาเกรงใครหยิบดูจะรู้ว่าเป็นของปลอม...พอดีอภิเชษฐ์มาคุยกับคุณชายจันทร์เรื่องประกายดาว ทำให้นันทินีแอบได้ยินว่าทางการสงสัย ประกายดาวเป็นเพียงลูกพ่อค้าข้าวขาหมู ทำไมถึงมีทรัพย์สินหลายสิบล้าน นันทินีสะดุ้งที่รวยกว่าตัวเองเสียอีก ทางการต้องการให้ประกายดาวมาชี้แจงถึงทรัพย์สินจะได้พ้นจากข้อกล่าวหาพัวพันพ่อค้ายา...นันทินียิ้มกริ่มอย่างมีแผนร้าย

ไม่ทันไรก็มีข่าวว่อนในเน็ต มิลินทร์อ่านให้ประกายดาวฟัง...เพิ่งรู้ว่าประกายดาวช่างภาพแสนสวย ว่าที่สะใภ้จันทรภานุ จะมีทรัพย์สินรวมๆกันกว่าสิบล้าน ไม่น่าเชื่อว่าอาชีพช่างภาพจะทำเงินได้มากขนาดนี้ หรือว่า! นางมีอาชีพเสริมที่บอกใครไม่ได้ คุณชายจันทร์ทราบแล้วสืบด่วน ไม่งั้นจะหาว่าเดี๊ยนไม่เตือน...ทั้งมิลินทร์และจิตสุภางค์งงนักข่าวรู้ได้อย่างไร

ทันใดจันทรภานุมาบอก แค่เธอไปยืนยันว่าทรัพย์สินของเธอมาจากไหน เท่านั้นก็พ้นข้อกล่าวหา ประกายดาวย้อนถามว่าเขาไม่เชื่อข่าวหรือ เขายืนยันว่าไม่เชื่อ เพราะเขาเชื่อเธอ ประกายดาวซาบซึ้ง ไม่อยากให้เขาพลอยเสียชื่อไปด้วย จึงรีบไปหาอภิเชษฐ์

เมื่อทุกคนมาถึงสถานีตำรวจ ก็พบนักข่าวมากมาย มิลินทร์ทำหน้าแหยๆ เพราะเผลอบอกเพื่อนนักข่าวคนหนึ่งว่ามาที่นี่กับประกายดาว นักข่าวยิงคำถามยกใหญ่ ถามประกายดาวมีทรัพย์สินหลายสิบล้านจริงหรือ ประกายดาวตอบว่าไม่จริง เพราะตนมีเป็นร้อยล้าน ทุกคน ตะลึง...ประกายดาวเอาเอกสารยืนยันที่มาของเงินให้อภิเชษฐ์ดู และชี้แจงว่า ครอบครัวตนมีเงินเก็บหลายสิบล้าน รวมกับเงินประกันชีวิตเตี่ยกับม้า บวกกับเงินขายที่ดินแถวสุขุมวิทหลายสิบไร่รวมแล้วตนแบ่งกับพี่ชายได้คนละเกือบสองร้อยล้าน นักข่าวตาโพลง คุณชายยิ้มอย่างยินดี

เมื่อทุกอย่างจบลง คุณชายจันทร์จะไปส่งแต่ประกายดาวกลับขอไปกับเพื่อนๆ เพราะมีบางอย่างต้องทำ อภิเชษฐ์ตบไหล่ปลอบว่า เวลาผู้หญิงอยู่รวมกัน ผู้ชายกลายเป็นสสารไร้ตัวตน

“ดูผู้กองเข้าใจผู้หญิงดีจังเลยนะคะ มิน่า ถึงโสดมาจนถึงทุกวันนี้” ต้นอ้อแขวะแล้วเดินไป

สามสาวมาดักนันทินีที่สถานฟิตเนส นันทินีรีบปฏิเสธพัลวันว่าไม่ได้ปล่อยข่าวอะไร จึงมั่นใจว่าเป็นฝีมือเธอแน่ เพราะกินปูนร้อนท้องขนาดนี้ ประกายดาวแค่จะกำราบให้เลิกทำร้ายตนลับหลังเสียที แต่เกิดการตบตีกันขึ้น ประกายดาวมาขวางไม่ให้หนี จึงโดนนันทินีผลักตกบันไดก้นกระแทก จิตสุภางค์กับมิลินทร์ตกใจมากรีบพาไปหาหมอ

ด้านศิวะ พอเห็นข่าวประกายดาวก็เสียดาย ไม่น่าทิ้งเธอมาแต่งงานกับอรอุมาเลย พลันรติรสแวะมาหา ศิวะรีบให้สาวใช้ออกไปซื้อของปากซอย อ้างว่าอรอุมาสั่งไว้จะกลับมากิน พอสาวใช้ออกไป เขาก็ประคองรติรสขึ้นห้องนอน...อรอุมากลับมา เห็นผ้าม่านห้องนอนตัวเองปิดก็เอะใจ ให้คนสวนเอาบันไดมาพาดระเบียงปีนขึ้นไป พยายามมองผ่านช่องผ้าม่าน

ระหว่างนั้น รติรสเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน จึงวิ่งไปเข้าห้องน้ำ อรอุมามองเข้าไปไม่เห็นใครกำลังจะถอยออกมา พลันศิวะดึงรติรสออกจากห้องน้ำ ดันตัวเธอมากระแทกประตูกระจกเกิดเสียงดัง อรอุมาหันกลับมามอง ผ้าม่านแหวกออกเห็นภาพศิวะกอดรัดรติรสคาตา

อรอุมาอาละวาดใส่ด้วยความแค้นใจ รติรสสุดทน เมื่ออรอุมาถามทำกันมานานเท่าไหร่เธอก็เยาะว่า “สองปี ประทับไว้แล้วทุกที่ที่แกเคยทำ เตียง...โซฟา...ห้องน้ำ...ในรถของแก...”

อรอุมาปรี๊ดแตกตบรติรสพัลวัน รติรสสู้ยิบตา แต่ก็ถูกคนสวนลากมาเหวี่ยงนอกบ้าน เธอลากสังขารกลับไม่ทันพ้นปากซอยก็ล้มฟุบหมดสติข้างทาง มารู้สึกตัวอีกทีอยู่โรงพยาบาล หมอบอกว่าเธอท้องได้สามเดือน รติรสแทบช็อก จะทำอย่างไรดี พลันเห็นประกายดาวกับเพื่อนจึงหลบ จิตสุภางค์กับมิลินทร์บอกประกายดาวว่าไม่เห็นต้องกลัวจะไม่มีลูก เพราะแผนล่าสเปิร์มล้มเลิกไปแล้วจะเอาสเปิร์มจากคุณชายเท่าไหร่ก็ได้ ประกายดาวเอ็ด...ทะลึ่ง

“ทำมาเป็นอาย ถึงเวลาเข้าห้องหออย่าอายแบบนี้ล่ะ เดี๋ยวไม่คุ้มกับแผนล่าสเปิร์ม ที่แกต้องฝ่าด่านอรหันต์ไปตีซี้ทำความรู้จักกับคุณชายจันทร์ จนคุณชายตกหลุมรักแกโงหัวไม่ขึ้น”

“พอได้แล้ว ถ้าคุณชายจันทร์อยู่ ห้ามเผลอพูดเรื่องนี้ล่ะ เดี๋ยวเขารู้จบเห่กันหมด” สามสาวเดินผ่านรติรสไป รติรสได้ยินทุกอย่างยิ้มกริ่มจะแก้แค้นประกายดาวได้อย่างไร

ooooooo

ยังไม่ยอมเลิกรา นันทินีเอาใบหน้าเขียวช้ำ มาฟ้องหม่อมสุรีย์ แต่พอเห็นว่าหม่อมเอนเอียงไปทางประกายดาว ก็โวยวายหาว่าพอรู้ประกายดาวรวย ก็เข้าข้าง คุณหญิงนิ่มไม่พอใจ

“พูดอะไรให้เกียรติหม่อมป้าด้วยนะคะพี่นัน”

“พี่ไม่มีให้หรอก เกียรติน่ะ มีแต่เกลียด วังนพรัตน์คงมีแต่เปลือก พอรู้ว่านังดาวมันรวยก็ตัวสั่นระริก อยากได้มันมาเป็นสะใภ้ ทั้งๆที่มันเป็นแค่ลูกแม่ค้าขายข้าวขาหมู น่าสมเพชสิ้นดี”

“เอ๊ะ!ถ้าจำไม่ผิด คุณแม่ของพี่นันเคยเป็นแม่ค้าขายน้ำเต้าหู้มาก่อนไม่ใช่หรือ”

นันทินีเหวอ เจ็บใจตอกกลับว่ายังดีกว่าเด็กกำพร้าอย่างคุณหญิง คุณหญิงนิ่มไม่เสียใจโต้ว่า “ตอนเด็กพี่นันชื่อ เต้าหู้ พอโตถึงเปลี่ยนมาเป็นนันทินี ใช่ไหมคะ พี่เต้าหู้”

นันทินีร้องกรี๊ดที่โดนล้อ คุณหญิงนิ่มบอกว่าไม่ได้ล้อ แค่ไม่อยากให้ดูถูกกำพืดคนอื่นแถมสอนว่า เกียรติของคนไม่ได้อยู่ที่อาชีพหรือฐานะ แต่อยู่ที่การกระทำ ถ้าได้เกิดมาในตระกูลสูงส่ง แต่ทำตัวไม่ดี ไม่มีความจริงใจ ตีหน้าซื่อไปวันๆ ชาติตระกูลสูงแค่ไหนก็ช่วยให้คนๆ

นั้นน่าชื่นชมไม่ได้...ถึงประกายดาวจะเป็นแค่ลูกพ่อค้าขายข้าวขาหมู แต่เธอก็ทำตัวมีคุณค่า ไม่เคยนั่งงอมืองอเท้า ไม่เคยอวดรวย ไม่ทำตัวสวยไปวันๆ คนอย่างนี้ต่างหากที่น่ายกย่อง

นมพรปรบมือ หม่อมสุรีย์อมยิ้ม นันทินีหันมองทุกคนด้วยความเจ็บแค้น แสดงกำพืดตัวเองออกมาด้วยการกราดเกรี้ยวใส่แล้วสะบัดหน้ากลับไป...คุณหญิงนิ่มหันมายืนยันหม่อมสุรีย์ว่า ประกายดาวเป็นคนดีจริงๆ ถ้าหม่อมได้รู้จักจะต้องรักเธอเช่นกัน

เมื่อไตร่ตรองดู หม่อมสุรีย์ยอมเปิดใจ พรุ่งนี้เป็นวันหยุดจะทำข้าวแช่ให้จันทรภานุชวนประกายดาวมาทานด้วยกัน คุณชายดีใจมากรีบมาบอกประกายดาว เธอถึงกับเครียด

คุณชายเกี่ยวก้อย “ถ้าคุณมีเรื่องอะไรจะ ไม่ปิดบัง เราจะคุยกันทุกเรื่อง คุณสัญญากับผมแล้ว” ประกายดาวว่าเขาขี้โกง “ถ้าคุณไม่สัญญา ผมก็จะไม่ปล่อย อยู่กัน อย่างนี้ทั้งคืนก็ดีนะ”

ประกายดาวยิ้มเขินๆสารภาพว่ากังวลที่หม่อมสุรีย์ไม่ชอบตน คุณชายจันทร์แก้ตัวแทนว่า หม่อมแม่ของ ตนกำลังเปิดใจกับเธอ แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินที่เธอมี ประกายดาวเข้าใจเพราะคงมีไม่ถึงครึ่งของหม่อม แต่ตนกลัวทำอะไรเปิ่นๆให้ผิดหวัง คุณชายปลอบว่า ใครบ้างที่อยู่ใกล้เธอแล้วจะไม่รัก ประกายดาวยิ้มซบหน้ากับแขนเขา สัญญาจะพยายามทำเพื่อความรักของเรา...

หน้าตาศิวะเขียวช้ำจากที่ถูกอรอุมาเล่นงาน รติรสโทร.มาบอกเรื่องที่ตัวเองท้องด้วยความหวังว่าเขาจะดีใจและเลิกกับอรอุมา แต่กลับถูกเขาตะคอกว่าไม่สามารถเลิกกับอรอุมาได้ รติรสเสียใจมาก พลันเห็นข่าวประกายดาวในหน้าหนังสือพิมพ์ ทำให้นึกถึงที่แอบได้ยินประกายดาวกับเพื่อนคุยกัน รติรสคิดแผนร้ายได้บางอย่าง

ขณะที่ประกายดาวเตรียมตัวไปวังนพรัตน์ รติรสโทร.เข้ามานัดให้ไปพบที่ห้องพักเธอโดยเอาเรื่องล่าสเปิร์มมาขู่ ทำให้ประกายดาวต้องโทร.ไปขอยกเลิกนัดคุณชายจันทร์

ประกายดาวโทร.คุยกับมิลินทร์ไปด้วยระหว่างขับรถมาหารติรส มิลินทร์ท้วงจะยอมจ่ายเงินปิดปากตั้งสิบล้านให้รติรสหรือ ประกายดาวตอบว่าไม่ยอม แต่ที่มาเพราะต้องการรู้ว่าเธอรู้เรื่องล่าสเปิร์มจากที่ไหน และทำไมต้องนัดมาที่ห้องพัก มิลินทร์เตือน

“ฉันได้ยินมาว่า ตั้งแต่คุณปุระชัยถูกจับ ยัยรสก็เก็บตัวเงียบ สงสัยคงไม่อยากออกไปเจอผู้คน คนจนตรอกแบบนี้ แกยิ่งต้องระวังตัวนะดาว”...ประกายดาวรับคำก่อนจะวางสาย

ระหว่างนั้น มีชายฉกรรจ์บุกมาทำร้ายรติรสและพาตัวไปที่จอดรถ ประกายดาวเห็นผิดสังเกตจึงตามไปช่วย แต่ไม่วายรติรสสะดุดล้ม ชายฉกรรจ์กระชากเธอขึ้นมาชกเข้าที่ท้องอย่างแรง แล้วเหวี่ยงเธอล้มกลิ้งไปหลายตลบ ประกายดาวร้องให้คนช่วย รปภ.วิ่งมา ชายฉกรรจ์เห็น

ท่าไม่ดีวิ่งหนี ประกายดาวช่วยประคองรติรสขึ้น มีเลือดไหลมาตามขา รติรสร้องกรี๊ด...

ชายฉกรรจ์โทร.รายงานอรอุมาว่า รติรสเยินสมใจเธอแล้ว อรอุมาสะใจจะโอนเงินให้ ศิวะได้ยินก็ตกใจเป็นห่วงที่รติรสท้องอยู่ด้วย จึงแย็บว่าทำรุนแรงไปหรือเปล่า

“น้อยไปด้วยซ้ำกับความชั่วของมันกับคุณ นี่ถ้าฉันไม่เห็นว่ามันเคยเป็นเพื่อนฉัน ฉันสั่งฆ่ามันไปแล้ว ส่วนคุณ...ถ้าฉันไม่เห็นว่าคุณเป็นผัว ฉันก็ไม่ปล่อยคุณไว้เหมือนกัน” อรอุมากระชากคอเสื้อศิวะ พูดใส่หน้า “แต่อย่าคิดว่าชีวิตคุณจะสงบสุขเหมือนเดิมนะ ต่อไปนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้อีผู้หญิงหน้าไหนมาทำร้ายหัวใจฉันได้อีกแล้ว ถ้าฉันรู้ว่าใครมายุ่งกับคุณ หรือคุณไปยุ่งกับใคร ฉันจะฆ่ามัน”...ทำเอาศิวะแหยง

ทันทีที่รติรสฟื้นขึ้นมา มีประกายดาวเฝ้าอยู่ข้างเตียง เธอถามถึงลูกยังอยู่หรือเปล่าประกายดาวส่ายหน้า เธอกรีดร้องฟูมฟายอย่างน่าสงสารเพราะไม่เหลือใครในชีวิตอีกแล้ว

ooooooo

คุณหญิงนิ่มสงสัยว่าประกายดาวมีธุระอะไรด่วน ถึงยอมปล่อยโอกาสเชื่อมสัมพันธ์กับหม่อมสุรีย์ แต่ยังปลอบพี่ชายอย่าคิดมาก คุณชายจันทร์กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย

ด้านพงศ์จันทร นั่งอ่านข้อความเก่าๆที่แชทคุยกับคุณหญิงนิ่มด้วยความคิดถึง จนรู้สึกแปลกใจความรู้สึกตัวเอง...เขาขับรถมาหาเธอที่ร้าน เห็นแขวนป้ายปิดยิ่งหดหู่ใจ

คืนนั้น ประกายดาวโทร.หาจันทรภานุ เพื่อขอโทษที่ไม่ได้ไปตามนัด และถามว่าหม่อมสุรีย์โกรธมากไหม คุณชายตอบว่าไม่มีใครโกรธ เพียงแต่เธออดทานข้าวแช่ที่อร่อยที่สุดในโลก

“คุณชายไม่ถามฉันเหรอคะ ว่าธุระด่วนของฉันคืออะไร”

“ไม่ถามครับ ถ้าคุณอยากบอกคุณก็จะบอกเอง แต่ถ้าคุณไม่อยากบอก ผมถามคุณจะต้องโกหกผม”

“คุณชายเกลียดการโกหกมากเหรอคะ”

“ครับ คนเราคบกันไม่ว่าจะฐานะอะไรก็ควรจะจริงใจต่อกัน โลกนี้ถึงจะน่าอยู่”

ประกายดาวอยากจะบอกเรื่องสเปิร์มแต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร จำต้องเก็บงำไว้ต่อไป...

วันต่อมา ประกายดาวรับรติรสออกจากโรงพยาบาล พามาพักที่คอนโด รติรสรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณประกายดาวอย่างมาก เอ่ยปากขอโทษกับเรื่องเลวๆที่ผ่านมา ประกายดาวให้อภัยแต่ขอถามว่าเธอรู้เรื่องสเปิร์มได้อย่างไร รติรส ตอบว่า ได้ยินพวกเธอคุยกันที่โรงพยาบาล

“อ้อ...ค่ะ แล้วเรื่องคนร้าย คุณจะไม่เอาเรื่องจริงๆเหรอคะ”

“ยังไม่ตอนนี้ค่ะ รอให้ฉันหายดีซะก่อน ฉันค่อยไปจัดการกับมันด้วยตัวเอง”

ประกายดาวถามรู้หรือว่าใคร รติรสตอบอย่างมั่นใจคืออรอุมาเพราะแค้นที่ศิวะเป็นชู้กับตน “ไม่เคยมีใครรู้เรื่องฉันกับศิวะหรอกค่ะ อีอรมันก็เพิ่งรู้ เพราะมันมั่นใจมาตลอดว่ามันฉลาดแต่ความจริงแล้ว คนที่โง่ที่สุดก็คือมัน มันส่งคนมาทำร้ายฉัน จนลูกฉันต้องตาย ฉันไม่ปล่อยมันไว้แน่” ประกายดาวถึงกับตะลึง

รู้สึกไม่สบายใจที่รติรสคิดจะแก้แค้น ประกายดาวจึงมาปรึกษาเพื่อนทั้งสอง ไม่อยากให้รติรสทำบาปอีก มิลินทร์เตือนเท่าที่ช่วยอยู่ก็มากโข อย่ายุ่งเรื่องของคนอื่นจะเดือดร้อนไปด้วย

“ฉันไม่ได้ช่วยคุณรส แต่ฉันจะช่วยเด็กน้อย ถ้าวิญญาณมีจริงเขาต้องนอนตายตาไม่หลับแน่ๆ ที่แม่เขายังเป็นทุกข์อยู่แบบนี้ ฉันต้องช่วยห้ามไม่ให้คุณรสกับคุณอรมีปัญหามากไปกว่านี้”

“คิดว่าตัวเองเป็นรถดับเพลิงหรือไงจ๊ะ ถึงคิดจะดับไฟโลกันตร์” จิตสุภางค์แขวะ

“ฉันไม่ดับเองหรอก ต้องให้ไอ้คนจุดไฟเป็นคนดับ” แววตาประกายดาวมุ่งมั่น

จากนั้นประกายดาวมาต่อว่าศิวะ “เกิดเป็นผู้ชายไม่ใช่แค่มีหน้าที่ผลิตสเปิร์ม แต่ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบชีวิตที่เกิดจากสเปิร์มของตัวเองด้วย ไม่ใช่เสร็จกิจแล้วก็เสร็จกัน ไม่งั้นนายก็ไม่ต่างจากหมา”

ศิวะหาว่าเด็กในท้องรติรสไม่ใช่ลูกเขา ประกายดาวปรี๊ดแตก ตบหน้าเขาสามฉาด บอกว่าตบแรกเพราะเขาหยามเกียรติลูกผู้หญิง ตบสองไว้อาลัยเด็กน้อย ส่วนตบที่สาม อยากตบ...ศิวะโกรธจะขย้ำประกายดาว มิลินทร์กับจิตสุภางค์เข้าขวาง ขู่จะลงข่าวประจาน ศิวะชะงักย้อนถามต้องทำอย่างไรในเมื่อเด็กแท้งไปแล้ว ประกายดาวแนะ

“รับผิดชอบผลที่กำลังตามมา คุณรสเจ้าคิดเจ้าแค้นไม่ต่างจากคุณอร อีกไม่นานทั้งสองต้องทำสงครามกันแน่ แล้วถ้านายไม่หยุดปัญหานี้ให้เร็วที่สุด นายจะต้องเดือดร้อน”

“แล้วจะให้ทำอย่างไร”

“นั่นแหละคือสิ่งที่นายต้องคิด ในเมื่อนายเป็นคนผูก นายก็ต้องเป็นคนแก้”

ศิวะตัดสินใจตามพวกประกายดาวมาหารติรส เขาทำทีเข้าไปปลอบรติรสที่เผอิญนอนหลับฝันร้าย ลุกขึ้นมาร้องไห้ รติรสไล่เขาออกจากห้อง ศิวะฝืนใจปลอบประโลม

“ฟังผมก่อนสิรส ที่วันนั้นผมต้องพูดทำร้ายจิตใจคุณ ผมจำเป็นเพราะอรยืนอยู่ข้างๆผม ถ้าผมพูดดีๆกับคุณ อรก็จะฆ่าผม ผมไม่ได้กลัวตายหรอกนะ แต่ผมเป็นห่วงคุณกับลูก ถ้าผมตายคุณกับลูกจะอยู่กันยังไง...ผมพูด จริงๆนะรสพอผมรู้ว่าคุณท้อง ผมดีใจแทบตาย ลูกคือ ของขวัญที่มีค่าที่สุดของผม” รติรสไม่เชื่อ “ผมสาบาน ถ้าผมโกหก ขอให้ผมเป็นหมัน มีลูกไม่ได้อีกเลย”

ศิวะจับมือรติรสมาแนบแก้ม เธอใจอ่อนโผกอดเขาร้องไห้ ศิวะแอบยิ้มปลอบว่าลูกไปสบายแล้ว รติรสเสียงกร้าวจะแก้แค้น ศิวะรีบขอจัดการเองโดยจะหย่า ศิวะให้เงินเธอ บอกให้บินไปอยู่ต่างประเทศก่อน ตนหย่าแล้วจะตามไป ระหว่างนี้ให้เก็บตัวเงียบๆอย่าหาเรื่องอรอุมาเพราะเกรงอรอุมาจะเอาเรื่องเธอมาฟ้องหย่า ทำให้ไม่ได้ทรัพย์สินอะไร ศิวะขอเวลาหนึ่งเดือนรติรสจึงบอกว่า ถ้าเกินหนึ่งเดือนเขายังไม่หย่า เธอจะกลับมาจัดการทั้งสองคน

ศิวะสยอง ยื่นหน้ามาจูบ รติรสสะดุ้งร้องโอ๊ย...เพราะยังเจ็บแผล เธอเปรย “ถ้าคุณดาวไม่มาช่วย ฉันก็คงตายไปด้วย คุณดาวเป็นคนดีมาก ฉันยังรู้สึกผิดไม่หายที่เคยทำไม่ดีกับเธอ ขนาดฉันแบล็กเมล์เธอ เธอยังช่วยฉัน”

“แบล็กเมล์?คุณแบล็กเมล์ดาวเรื่องอะไร”

รติรสเล่าเรื่องล่าสเปิร์มให้ศิวะฟังด้วยความที่คิดว่าเขาจริงใจ...ศิวะกลับออกมาบอกพวกประกายดาวว่ารติรสหลับ แล้วชวนประกายดาวออกไปคุยข้างนอกเป็นการส่วนตัว ประกายดาวเห็นสีหน้าเขาสำนึกผิด จึงตามลงมาที่จอดรถ ศิวะบอกเธอว่าไม่อยากอ่อนแอให้เพื่อนเธอเห็น จู่ๆศิวะก็ชกกำแพงโครมๆระเบิดความเสียใจที่ทำให้ลูกตาย ตนไม่ควรเกิดเป็นคน

“ก็จริง...” ศิวะเหลือบมองหน้า ประกายดาวแก้ว่า “ไม่ๆ ฉันหมายถึงว่า ก็จริงที่นายเป็นเหตุให้ลูกตาย เห็นหรือยังว่าความมักมากไม่รู้จักพอ มันไม่เคยให้อะไรดีกับชีวิตนายเลย แต่ถ้านายคิดได้แล้วก็กลับเนื้อกลับตัวซะ อย่าให้เกิดปัญหาขึ้นอีก”

ศิวะทำหน้าเศร้าบอกว่า รติรสเสียสละทำเพื่อตนมามาก ถึงเวลาที่ต้องทำเพื่อเธอบ้าง ตนจะหย่ากับอรอุมาและจะมีลูกกันใหม่กับรติรส ประกายดาวยินดีด้วย ศิวะขอให้ไปช่วยเก็บของรติรสที่ห้องพัก และช่วยเลือกของขวัญปลอบใจเธอ ประกายดาวจะกลับไปเอากระเป๋า เขาบอกตนมีเวลาไม่มาก ต้องกลับไปรับหน้าอรอุมาอีก ประกายดาวหลงเชื่อ เอามือถือเขาโทร.ขึ้นไปบอกเพื่อนบนห้อง รติรสงัวเงียออกมาได้ยิน แปลกใจตนไม่ได้ให้ศิวะไปเอาอะไร มิลินทร์กับจิตสุภางค์ตกใจ พลัน มีคนมาเคาะประตูห้อง สามสาวเปิดประตูเห็นคนที่มา สีหน้าพวกเธอดีใจขึ้น

ooooooo

พอมาถึงห้องรติรส ศิวะก็เผยความเลวออกมา ประกายดาวผิดหวังและโกรธมากที่เขาไม่สำนึกเอาเสียเลย ศิวะพูดใส่หน้าเธอว่า ลูกในท้องรติรสอาจไม่ใช่ลูกตน ทำไมต้องรับผิดชอบ

“ยอมผมดีๆดีกว่าดาว ไม่ต้องห่วงนะ ผมแค่อยากเป็นผัวไม่ได้อยากเป็นพ่อ สเปิร์มของผมจะไม่ทำให้คุณมีลูก ลูกคุณจะยังเกิดจากสเปิร์มของชายจันทร์อย่างที่คุณต้องการเหมือนเดิม”

“นายพูดบ้าอะไร...”

“ไม่ต้องมาแอ๊บ รสเล่าเรื่องแผนล่าสเปิร์มให้ผมฟังหมดแล้ว มิน่า...ถึงหวงท้องตัวเองจังเพราะคุณอยากมีลูกกับคุณชายจนตัวสั่นนี่เอง” ศิวะหัวเราะเยาะ

ประกายดาวพยายามพูดให้เขาสำนึกว่าเพิ่งทำให้ลูกตาย แต่มันไม่ช่วยให้จิตใจเขาเป็นคนขึ้นเลย เขาหื่นกระหายที่จะได้ตัวเธอ ถึงขนาดทำร้ายเธอและมัดมือไม่ให้เธอต่อสู้ ประกายดาวต้องโอนอ่อนเพื่อหาจังหวะ ถีบเป้าเขาอย่างจังแล้ววิ่งหนีเปิดประตูออกมา ร้องตะโกนให้คนช่วยทันใดชนเข้ากับจันทรภานุ มิลินทร์และจิตสุภางค์ สองสาวช่วยแก้มัดให้ประกายดาว คุณชายจันทร์ปราดเข้าชกหน้าศิวะที่วิ่งตามมาแล้วกระชากคอมาชกซ้ำศิวะโวย

“ปกป้องมันเข้าไป ยังไม่รู้อีกว่าอีดาวมันสตรอเบอร์รี่ตัวแม่ มันหลอกคุณอยู่ อยากรู้ไหมว่าเรื่องอะไร”

ประกายดาวตกใจ “คุณชายคะ ดาวมีเรื่องจะบอกคุณชาย”

ศิวะหัวเราะร่า “พูดตอนนี้มันสายเกินไปแล้ว ผมพูดให้เองดีกว่า”

ประกายดาวโวยอย่ายุ่งเรื่องนี้ ศิวะโพล่งออกมาว่าเรื่องแผนล่าสเปิร์ม คุณชายจันทร์แปลกใจ มิลินทร์กับจิตสุภางค์ช่วยกันทุบตีศิวะ ให้หยุดพูด ศิวะโกรธผลักสองสาวกระเด็น

“พวกเธอไม่ต้องช่วยกันปิดบัง ยังไงวันนี้หน้าใสๆของนังดาวก็ต้องถูกกระชาก คุณชาย...แผนล่าสเปิร์มคือแผนที่ดาวอยากมีลูก และคุณชายก็ถูกเลือกเป็นพ่อพันธุ์ ดาวจะจับคุณเป็นผัว”

“ไม่จริง ฉันไม่คิดจับคุณชาย ฉันแค่อยากได้สเปิร์มเท่านั้น”

“ต่างกันตรงไหน หรือว่าคุณชายกะพริบตา สเปิร์มจะออกมาได้”

ประกายดาวโต้เขาไม่จำเป็นต้องรู้ แต่คุณชายจันทร์โพล่งขึ้น เขาอยากรู้ ประกายดาวชะงัก หันมาพยายามอธิบายว่าตอนแรกตั้งใจจะขอสเปิร์มจากเขา เพราะตนอยากมีลูกมาก ตนหวังว่าเมื่อเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เขาจะเข้าใจว่าการมีลูกสำคัญกับตนมากแค่ไหน และจะยอมให้สเปิร์มตนไปทำกิฟต์...คุณชายจันทร์ฟังแล้วผิดหวังเสียใจมาก

ศิวะเยาะคุณชายต้องขอบคุณตน ที่ตนทำให้เขาตาสว่าง ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของสาวนักล่าสเปิร์ม คุณชายโต้ว่า ใครจะทำอะไรตนก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องเลวๆที่เขาทำกับประกายดาว...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป
23 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 16:02 น.