ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวเกี้ยวเดือน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

มือถือพงศ์จันทรตกอยู่ที่ซอกเบาะหน้า คุณหญิงนิ่ม หาจวนจะเจอ ทันใดนันทินีมาเคาะกระจกหน้าตาตื่น บอกว่า “หม่อมป้า...หม่อมป้าขะ...ขา...ขาด...”

คุณหญิงนิ่มตกใจ ลงจากรถวิ่งเข้าตึกพบหม่อมสุรีย์กำลังเล่นไพ่นกกระจอกกับนมพร ท่านตำหนิที่วิ่งเสียงดัง คุณหญิงหน้าเหวอหันมองนันทินีที่เดินตามเข้ามานั่งร่วมโต๊ะ หน้าตาเฉย

“ขาขาด ขาดขาค่ะ นมพรจะเลิกแล้ว พี่ไม่อยากให้ขาดช่วง น้องหญิงมาเล่นด้วยกันนะคะ ช่วยบริหารสมองให้หม่อมป้า ห่างไกลจากอัลไซเมอร์”

หม่อมสุรีย์ชมนันทินีน่ารักจริงที่รู้จักห่วงใย คุณหญิงนิ่มเซ็งขอไปเอากระเป๋าในรถ พลันนึกได้ถึงเสียงแชตในรถ จึงลองส่งสติ๊กเกอร์ถึงชายไร้หัวใจใหม่อีกครั้ง...เงียบไม่มีเสียงใดๆ เธอคิดว่าคงหูฝาดไปเอง

มุมหนึ่งในวัง นันทินีคุยมือถือกับพงศ์จันทร เธอบอกเขาว่าเก็บมือถือเขาจากในรถคุณหญิงนิ่มมาได้แล้วถ้าไม่เก่งและฉลาดอย่างตนทำไม่ได้หรอก แต่นึกได้ย้อนถามเขารู้ได้อย่างไรว่าตนอยู่ที่วัง เขาตอบว่าเห็นในเฟซบุ๊กที่เธอชอบเช็กอิน นันทินีทวงสัญญาที่ตกลงกันไว้

“ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น ผมจะช่วยคุณให้สมหวังกับคุณชายจันทร์ แต่คุณก็ต้องไม่ผิดสัญญากับผม มือถือเป็นของส่วนตัว”

“นี่คุณ ฉันไม่ใช่คนธรรมดานะยะ ฉันได้รับการ อบรมสั่งสอนเรื่องสมบัติผู้ดีมาตั้งแต่ยังไม่ปฏิสนธิ ฉันไม่เปิดดูมือถือของคุณหรอกน่ะ แค่นี้นะ”

พงศ์จันทร ไม่อยากเชื่อใจนันทินีเอาเสียเลย แต่ก็ยังดีกว่าคุณหญิงนิ่มรู้ความจริง...บ่ายวันนั้น ทั้งสองนัดคืนมือถือกันที่ร้านกาแฟ นันทินีวางมือถือพงศ์จันทรบนโต๊ะ ใจหนึ่งอยากรู้ว่าเขามีความลับอะไร แต่ต้องหักห้ามใจด้วยความเป็นผู้ดี ไม่ทันไรมีเสียงแชตเข้ามา เธออดไม่ได้ที่จะมองหน้าจออย่างรวดเร็ว เห็นข้อความจากคุณหญิงนิ่มว่า “หายไปไหนคะ ฉันเป็นห่วง”

นันทินีตาโพลง “น้องหญิงกับคุณพงศ์กิ๊กกันอยู่เหรอเนี่ย ต๊าย...ทำเป็นแบ๊วๆ แต่แอบแซ่บนะคะน้องหญิง”

พอพงศ์จันทรมา นันทินีทำหน้าปกติส่งมือถือคืนให้ แล้วทวงสัญญา ถ้าไม่ทำให้จะฟ้องคุณชายจันทร์ว่าเขาลืมมือถือไว้บนรถคุณหญิงนิ่ม ถ้าคุณชายรู้ว่าเขามาใกล้ชิดน้องสาวต้องไม่พอใจแน่ พงศ์จันทรทำหน้าเอือมๆ

ooooooo

ระหว่างที่อภิเชษฐ์คุยกับจันทรภานุ ต้นอ้อโทร. รายงานเรื่องประกายดาว ทำให้คุณชายจันทร์ได้ยิน เขารีบถามว่าดาวไหน อภิเชษฐ์จำต้องบอกว่าประกายดาว ขึ้นไปบนดอยกับแก๊งชาวเขาที่สงสัยว่าเป็นพวกขนยา คุณชายตกใจรีบให้โทร.เรียกประกายดาวกลับมา

“ถ้าฉันทำได้ฉันทำไปนานแล้ว แต่แกไม่ต้องเป็นห่วง เด็กแก๊งชาวเขานั้นไม่มีพิษมีภัยอะไร เขาแค่เป็นเครื่องมือของไอ้หัวหน้าขบวนการ”

“แกรู้หรือยังว่าหัวหน้าขบวนการเป็นใคร”

“รู้แล้ว แต่ยังจับไม่ได้ เพราะฉันยังไม่ได้หลักฐานเด็ดๆมัดตัวเขา”

คุณชายจันทร์ถึงกับเครียดตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบิน ไปเชียงใหม่ทันที...ในขณะที่ประกายดาวนั่งรถกระบะเก่าๆ ข้างหน้าคู่กับพลซึ่งเป็นคนขับ พิมพ์ไทย เจ้านายและต้นอ้อนั่งหลังท้ายรถมีลังใส่ของหลายใบสีหน้าพิมพ์ไทย ไม่พอใจที่พลดูสนิทสนมกับประกายดาวพอถึงหมู่บ้าน ชาวเขาทุกคนลงมายืดเส้นยืดสาย เด็กๆวิ่งเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง พลส่งถุงของเล่นให้ไปแบ่งๆกัน ห้ามทะเลาะกัน ประกายดาวถามว่าพ่อแม่เด็กๆ อยู่ไหน พลตอบว่า เด็กพวกนี้กำพร้า ครูใหญ่เก็บมาเลี้ยง ตอนนี้ครูใหญ่เสียแล้ว ตนจึงคอยดูแลเด็กๆ เป็นการตอบแทนบุญคุณ ประกายดาวชื่นชมคนกตัญญูตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ พิมพ์ไทยขัดขึ้นว่าจะเอาของไปไว้ที่ไหน พลจึงบอกให้เอาไปไว้ที่บ้านตน ทุกคนจึงช่วยกันยก ประกายดาวเข้าช่วย พิมพ์ไทยปัดมือไม่ให้ยุ่ง พลเอ็ด ทำให้พิมพ์ไทยโกรธสะบัดหน้าเดินไป

จากนั้น พลตามมาต่อว่าพิมพ์ไทย อย่าทำตัวงี่เง่า แล้วบอกว่าที่ชวนประกายดาวมาด้วยเพื่อเป็นไม้กันหมาเวลาผ่านด่านตำรวจเท่านั้น พิมพ์ไทยถามว่าเขายังรักตนหรือเปล่า พลกอดพิมพ์ไทยอย่างเอาใจปลอบว่าเธอยอมทิ้งบ้านทิ้งแม่มาอยู่กับตนไม่รักก็โง่แล้ว พิมพ์ไทยดีใจสวมกอดพลด้วยความรัก...เจ้านายวิ่งมาแล้วต้องชะงักไม่กล้าพูด กวักมือเรียกพลออกมากระซิบกระซาบว่าท่านให้คนมาส่งข่าว พิมพ์ไทยมองอย่างสงสัย

ต้นอ้อชวนประกายดาวนอนห้องเดียวกัน ประกายดาว เกรงใจจะขอนอนเต็นท์ พลันเด็กสองคนทะเลาะแย่งหุ่นยนต์กันสองสาวมาช่วยห้าม เด็กคนหนึ่งบอกว่า หม่องเคยได้หุ่นยนต์แล้วตอนไปทำงานในตัวเมืองกับพล ประกายดาวจึงเอาหุ่นยนต์มาประกอบการเล่านิทานให้เด็กๆ ฟัง เป็นการสอนให้รักกันและสามัคคีกันไปด้วย เด็กๆ สนุกสนานหัวเราะกันเอิ๊กอ๊าก

คืนนั้น ประกายดาวคิดถึงจันทรภานุจนเอาไปฝันถึงว่าเขามาหาพอเห็นเธอเขาก็โผเข้ากอดจูบยกใหญ่จนเธอเขินอาย เผลอผลักเขาแรง คุณชายหงายหลังกลิ้งตกเนิน เธอตกใจร้องเรียกเขาลั่น สะดุ้งตื่นขึ้นมา โล่งใจที่ต้นอ้อ ไม่ได้อยู่ในห้องเธอถอนใจลุกขึ้นมองดวงจันทร์ริมหน้าต่าง เห็นดวงจันทร์กลมโตยิ่งทำให้คิดถึงคุณชายจันทร์ พอดีหิ่งห้อยบินส่องแสงระยิบระยับ เธอจึงคว้ากล้องออกไปถ่ายรูปหิ่งห้อยไม่สะใจ เธอถึงขั้นปีนขึ้นไปถ่ายใกล้ๆ บนต้นไม้

ระหว่างนั้น พลกับเจ้านายช่วยกันแบกลังที่เอามาจากตัวเมืองออกมาจากบ้านพัก เสียงเจ้านายต่อว่าทำไมออกมาช้า พลบ่นว่า กว่าพิมพ์ไทยจะนอนหลับ เจ้านายถามย้ำแน่ใจนะว่าพิมพ์ไทยจะไม่ตามมา พลรับรอง...ประกายดาวแปลกใจ ทั้งสองจะขนของไปไหน จึงแอบตามหนทางที่สองคนเดินบุกป่าไป ทำให้ประกายดาวถึงกับหอบ ที่ต้องแหวกกิ่งไม้เข้าไป แต่แล้วเธอต้องตาโพลง เมื่อเห็นมีโกดังหลังใหญ่อยู่กลางป่าลึก

มีชายฉกรรจ์ออกมารับของจากพลและเจ้านาย และพูดคุยกันว่า ของลอตนี้จะอัดได้ประมาณแสนกว่าเม็ด ประกายดาวถึงกับตะลึง “พลเป็นแก๊งค้ายา!”

เสียงพลถามว่าท่านมาหรือยัง ชายฉกรรจ์พยักหน้า พลถามอีก “พี่รู้หรือเปล่าว่าท่านมีเรื่องด่วนอะไรท่านไม่เคยมาที่นี่เลย แล้วทำไมจู่ๆ ถึงมา”

ชายฉกรรจ์ส่ายหน้า ทำให้ประกายดาวอยากรู้ว่าหัวหน้าใหญ่เป็นใคร ไม่ทันไร ชายคนหนึ่งเดินมาจากมุมมืด ประกายดาวแทบไม่เชื่อสายตาเมื่อเห็นเขาชัดเจน

“คุณปุระชัย! พ่อคุณรสเป็นหัวหน้าแก๊งค้ายาเหรอเนี่ย” ประกายดาวพยายามเข้าใกล้

เจ้านายถามมีเรื่องด่วนอะไรถึงต้องมาเอง ปุระชัยตอบว่า มิสเตอร์เฉินอยากดูคุณภาพของยา ถ้าชอบจะสั่งเป็นสิบล้านเม็ด ปุระชัยสีหน้าหนักใจ ว่าจะขนลงจากดอยอย่างไรดี เพราะพักนี้ตำรวจตั้งด่านกันเยอะ พลรีบบอกว่าไม่มีปัญหา ปุระชัยจึงบอกให้ขนลงไปทีละหมื่นเม็ด

“หมื่นเม็ด! ที่ผ่านมาผมเอาลงไปแค่หลักร้อยน้องผมกลืนเข้าไปคนละแค่สิบกว่าเม็ด ถ้าพวกมันต้องกลืนกันมากๆ ผมกลัวว่าจะเสี่ยงเกินไป” พลชักหวั่นใจ

ประกายดาวได้ยินตกใจ นึกถึงที่เด็กแย่งหุ่นยนต์กันแล้วบอกว่า หม่องได้จากพลแล้ว ตอนไปทำงานที่ตัวเมืองกับพล ต้นอ้อบอกว่าเด็กๆ ไปขายของกระจุกกระจิกที่ทำเอง...เสียงปุระชัยเสนอค่าตอบแทนให้คนละล้าน พลกับเจ้านายตกลงทันที ปุระชัยนัดหมายพรุ่งนี้มิสเตอร์เฉินจะรออยู่ในเมือง ประกายดาวรีบเอากล้องเก็บภาพปุระชัยไว้หลายชอต

พลันประกายดาวเผลอเหยียบกิ่งไม้แห้งหักเสียงดัง ทุกคนตกใจ ปุระชัยสั่งลูกน้องไปดูด้วยความมืิดทำให้ประกายดาวหลบหลังต้นไม้ได้ แต่สมุนก็ก้าวมาใกล้มาก ทันใดมีเสียงปืนดังมาจากไกลๆ พวกสมุนชะงัก กลับมารายงานปุระชัยว่าเป็นเสียงพวกล่าสัตว์ป่า...ประกายดาว ฉวยโอกาสวิ่งหนีกลับมาถึงบ้านพัก ต้นอ้อซึ่งเป็นคนไปยิงปืนช่วย ทำทีเป็นนอนหลับ สะลึมสะลือตื่นขึ้นมาถามไปไหนมา ประกายดาวโกหกว่านอนไม่หลับเลยออกไปถ่ายรูปเล่น

“พี่ดาวคะ พรุ่งนี้ต้นอ้อจะเข้าเมือง พี่ดาวกลับไปกับต้นอ้อเลยนะคะ” ต้นอ้อเป็นห่วง

ประกายดาวรับปาก วางกล้องขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ต้นอ้อมองกล้องคิดอะไรบางอย่าง ประกายดาวแอบมาโทรศัพท์หาอภิเชษฐ์ แต่ไม่มีสัญญาณ จึงเดินหาปาก

ก็ภาวนาขอเจ้าป่าเจ้าเขาช่วย ทันใด มีใครเข้ามาคว้ามือ เธอหมับ เธอสะดุ้งเฮือก...หันมอง เป็นเด็กน้อยงัวเงียให้พาไปห้องน้ำ ประกายดาวถอนใจ จูงมือเด็กน้อยไป ทำให้ไม่ได้ติดต่ออภิเชษฐ์

ooooooo

รุ่งเช้า พลกับเจ้านายวางแผนกันว่าจะให้พิมพ์ไทยกับต้นอ้อไปขอข้าวสารที่หมู่บ้านโน้นและจะล่อให้ประกายดาวไปด้วย แต่แล้วสองคนรู้สึกว่าหมู่บ้านดูเงียบเชียบก็แปลกใจ เดินดู  เห็นประกายดาวต้อนเด็ก ขึ้นรถสองแถวก็ตกใจ วิ่งเข้ามาถามจะไปไหนกัน ประกายดาวทำรื่นเริง

“อ้าว...พล พี่ตามหาตั้งแต่เช้าแล้วแต่หาไม่เจอ พี่จะบอกว่า พี่จะพาน้องๆ ไปเที่ยวในเมืองนะ เย็นๆกลับ”

พลสบตากับเจ้านายก่อนจะอ้างว่าอย่าลำบากเพราะเด็กๆ ซน แต่ประกายดาวยังตื๊อว่าตนอุตส่าห์เดินไปถึงหมู่บ้านเพื่อขอยืมรถมารับเด็กๆ เจ้านายโพล่งออกมาว่า...ไม่ได้ แต่พลกลับบอกว่า ให้รีบไปรีบกลับประกายดาวดีใจรีบขึ้นรถให้คนขับเคลื่อนรถออกไป

เจ้านายโวยพล ยอมได้อย่างไร พลยิ้มอย่างมีแผน ใครว่าตนยอม...พิมพ์ไทยกับต้นอ้อถือกระบุงข้าวสารกลับจากหมู่บ้าน พิมพ์ไทยบ่นว่าได้มานิดเดียวจะพอกินไปแค่ไหน ต้นอ้อได้ทีบอกพิมพ์ไทยว่า ตนเห็นกล้วยสุกเครือใหญ่ ให้เธอเอาข้าวสารกลับไปก่อน ตนจะไปเก็บกล้วยมาให้เด็กๆกินแก้หิว แล้วเดินแยกไป

ด้านประกายดาวยิ้มกริ่มที่พาเด็กๆออกมาได้ แต่ไม่ทันไร รถก็โดนตะปูเรือใบยางแตกระหว่างทางทำให้ไม่สามารถแล่นต่อไปได้ พลกับเจ้านายแอบดู ยิ้มอย่างพอใจพากันกลับเพราะคิดว่าเดี๋ยวประกายดาวต้องพาเด็กๆกลับไป...ประกายดาวร้อนรนหาวิธีจะพาเด็กๆ หนีไปให้ได้ จึงคิดจะพาเดิน คนขับรถท้วงว่าหนทางไกลมาก พลันมีรถเก๋งคันหนึ่งแล่นมาจอดตรงหน้า

ประกายดาวเห็นคนที่ลงจากรถเป็นจันทรภานุแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง หันไปบอกคนขับรถให้ช่วยหยิกแขนว่าตนไม่ได้ฝันไป คนขับจึงหยิกจนเธอร้องลั่น คุณชายจันทร์ตกใจปราดเข้ามาดึงเธอไปปกป้อง

“ไม่มีอะไรค่ะ...คุณชายมาที่นี่ได้ยังไงคะ”

คุณชายจันทร์ตอบว่ามารับเธอกลับ ประกายดาวถามมีอะไร เขาปัดว่าจะเล่าให้ฟังทีหลัง ประกายดาวให้ ช่วยพาเด็กๆไปด้วย พิมพ์ไทยเดินมาเห็นประกายดาว จับมือถือแขนกับผู้ชายจึงเข้ามาแอบฟัง... ประกายดาวเห็นท่าทีคุณชายจันทร์ไม่ตกใจเท่าไหร่กับสิ่งที่เธอเล่า

“ตกใจแค่นี้เองเหรอคะ คุณปุระชัยพ่อคุณรติรสเป็นหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติด และพวกมันก็เอาชีวิตเด็กตาดำๆ เป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์ คุณชายน่าจะตกใจกว่านี้”

“ผมพอจะรู้เรื่องแล้ว ไอ้เชษฐ์มันรับผิดชอบคดีนี้อยู่ มันบอกผมว่าคุณอยู่ที่นี่ ผมถึงมารับคุณกลับ ผมเป็นห่วงคุณ ผมอยากจะมาหาคุณตั้งแต่เมื่อวาน แต่ผมมาเร็วสุดได้เท่านี้”

ประกายดาวตื้นตันใจ แต่ก็หวั่นวิตกว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นที่นี่ “ขอบคุณมากค่ะ แต่คุณชายมาถึงตอนนี้ก็ดีมากแล้วค่ะ คุณชายจะได้มาช่วยฉันหาทางช่วยเด็กๆ ฉันจะไม่ยอมให้พลกับเจ้านายใช้เด็กๆเป็นเครื่องมือขนยาบ้าลงไปในเมืองเด็ดขาด”

พิมพ์ไทยได้ยินตกตะลึงที่พลค้ายา จึงรีบวิ่งกลับบ้านพัก เก็บข้าวของจะหนีไปให้พ้น แต่พลเข้ามาเจอเสียก่อน คาดคั้นถามรู้เรื่องมาจากไหน พิมพ์ไทยกลัวลาน... ด้านคุณชายจันทร์คิดว่าการพาเด็กๆไปมันอันตราย จึงคิดจะขับรถลงไปหาสัญญาณโทรศัพท์เพื่อโทร.แจ้งอภิเชษฐ์ให้มาช่วย บอกประกายดาวพาเด็กๆกลับไป ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เด็กๆถามกันใหญ่ว่าคุณชายจันทร์เป็นใคร เธอจึงบอกว่า เขาจะมาเป็นพ่อเด็กๆ โดยตนเป็นแม่ที่จะคอยดูแลพวกเขาต่อไป

เจ้านายวิ่งกระหืดกระหอบมารายงานปุระชัยเรื่องประกายดาว เขาสั่งให้เอาตัวเธอมาให้ได้... ประกายดาวเดินมากับเด็กๆ เสียงพลร้องเรียก “พี่ดาว! พี่ดาวช่วยพิมพ์ด้วย”

ประกายดาวตกใจวิ่งเข้าไปในบ้าน พบพิมพ์ไทยถูกมัดมือเท้าและปากติดอยู่กับเสา พิมพ์ไทยส่งสายตาไม่ให้เข้ามา แต่ไม่ทันการ พลฟาดประกายดาวด้วยไม้ที่ท้ายทอยสลบไป เด็กๆร้องกระจองอแงว่าทำพี่ดาวทำไม เจ้านายวิ่งมาบอกว่าปุระชัยสั่งให้เอาตัวประกายดาวไปที่โกดัง...สองคนแบกประกายดาวเดินไป สักพัก เจ้านายเหนื่อยขอพักสักครู่ เขาหวั่นใจถามพลว่าปุระชัยจะฆ่าประกายดาวไหม พลตอบว่าไม่รู้ แต่ที่รู้คือถ้าเธอหลุดไปได้พวกเราติดคุก

ประกายดาวรู้สึกตัวขึ้นมาได้ยิน คิดหาทางช่วยตัวเอง พอทั้งสองจะแบกเธอเดินต่อ เธอต่อสู้ทั้งที่มือถูกมัด คว้าไม้ได้ท่อนหนึ่งกระหน่ำหวดทั้งสองคน แล้ววิ่งหนี เผอิญสะดุดล้มเข่ากระแทกหินเลือดอาบ แต่ยังฝืนวิ่ง...ไม่ทันไร มีมือหนึ่งมาปิดปาก โอบเอวเธอดึงเข้าหลังต้นไม้ เธอดิ้นรนร้องอู้อี้ พอเห็นเป็นคุณชายจันทร์ เธอร้องไห้โฮเข้าซบอกเขา เขากอดปลอบหลบสองคนที่ตามมา พอสองคนผ่านไป คุณชายจันทร์แก้มัดให้ประกายดาวกำลังจะวิ่ง ต้องชะงักเพราะสมุนปุระชัยสองคนเข้ามาจ่อปืน คุณชายดึงประกายดาวมาหลบข้างหลัง

ทั้งประกายดาวและคุณชายจันทร์ช่วยกันเกลี้ยกล่อมสมุนปุระชัยให้กลับตัวกลับใจ นึกถึงหัวอกพ่อแม่ถ้ารู้ว่าเรายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด สองสมุนมองกันเลิ่กลั่ก คุณชายจันทร์ฉวยโอกาสเตะปืนในมือ แล้วดึงประกายดาววิ่งหนี สองสมุนตามไล่ยิง กระสุนเฉี่ยวแขนคุณชายเลือดกระฉูด แต่คุณชายก็พาเธอหนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด จนใกล้ถึงหมู่บ้าน ทั้งสองเหยียบกับดักตาข่ายลอยขึ้นไปห้อยต่องแต่ง ประกายดาวร้องกรี๊ด สองสมุนได้ยินวิ่งมาแต่ไม่ทันเห็น จนกระทั่งมีเลือดหยดลงมาโดนหัว สองสมุนจึงเงยหน้ามาเห็น

“เข้าใจหาที่แอบกันนะ อยู่นิ่งๆให้กูยิงซะตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง เสียเวลาทำมาหากิน”

“อย่ายิงผู้หญิงนะ ฉันขอร้อง อย่ายิงผู้หญิง ยิงฉันคนเดียว” คุณชายจันทร์ร้องห้าม

ประกายดาวอึ้ง คุณชายบอกสองสมุนว่า ประกาย-ดาวจะไม่พูดเรื่องนี้กับใคร จะบอกเพียงว่าตนตายเพราะติดกับดัก ประกายดาวไม่ยอม

“ไม่ค่ะ คุณชายไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คุณชายไม่ควรต้องมาตายเพราะฉัน”

“ได้สิ ผมตายเพราะคุณได้ เพราะผมระ...”

เสียงปืนดังขึ้น ประกายดาวตกใจร้องกรี๊ด สองสมุนให้หุบปากอย่างไรก็ตายทั้งคู่ คุณชายดึงประกายดาวมากอดเอาตัวบัง เสียงปืนดังปัง...สองคนสะดุ้งเฮือก ประกายดาวสำรวจร่างกายคุณชายจันทร์ว่าโดนกระสุนตรงไหน สีหน้าเขาเจ็บปวดแต่มาจากแผลที่โดนเธอบีบ ทั้งสองมองลงไปเห็นต้นอ้อกำลังต่อสู้กับสองสมุน สองสมุนล้มหมดสติอย่างง่ายดาย ต้นอ้อร้องถาม

“คุณดาวกับคุณชายโอเคไหมคะ”

ประกายดาวแปลกใจที่ต้นอ้อรู้จักคุณชายจันทร์ เขาจึงเฉลยว่าต้นอ้อคือหมวดอรดีลูกน้องอภิเชษฐ์ ต้นอ้อให้สองคนเตรียมตัว ตนจะยิงเชือกให้ขาดตกลงมา ทันทีที่เชือกขาดสองคนร่วงลงมา ประกายดาวทับบนตัวคุณชายจันทร์และปากประกบปากเขาพอดิบพอดี

“ตามสบายนะคะ ฉันขอตัวไปจัดการพวกที่เหลือก่อน” ต้นอ้ออมยิ้มเขินแทน

ooooooo

ตำรวจบุกเข้าจับสมุนปุระชัยได้หมด พลรีบมาแก้มัดพิมพ์ไทยบอกเธอให้กลับไปอยู่กับแม่ พิมพ์-ไทยจะรอเขา แต่พลกลับบอกไม่ต้องรอ ใช้ชีวิตให้มีความสุข พิมพ์ไทยร้องไห้โฮโผกอดพล ตำรวจตามมาจับกุมพลกับเจ้านาย

ประกายดาวมองพลกับเจ้านายด้วยความสงสาร จันทรภานุเอ่ยขึ้นว่า ความขาดทำให้พวกเขาตกเป็นเหยื่อคนเลว ประกายดาวแปลกใจขาดอะไร

“ขาดความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่ ขาดคนคอยชี้นำทางที่ดี ขาดสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ แล้วมันก็ไม่ใช่ความผิดของพวกเขาเลยสักนิด แต่เป็นความผิดของพ่อแม่ที่ไม่มีความรับผิดชอบทำให้เขาเกิดแต่ทิ้งพวกเขาไป”

“ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง” ประกายดาวเชื่อเช่นนั้น

“แต่ไม่มีเหตุผลอะไรมากพอที่จะทำให้ทิ้งลูกของ ตัวเองได้ลงคอ ตัวเองเลือกได้ว่าจะทำให้ชีวิตหนึ่งชีวิตเกิดมาหรือไม่แต่เด็กๆ เลือกเกิดไม่ได้ ถ้าพวกเขาเลือกได้ ก็คงไม่มีใครอยากเกิดเป็นเด็กกำพร้า ทุกคนต้อง การความสมบูรณ์พร้อม ไม่มีใครอยากขาด”

ประกายดาวเผลอพึมพำ “ถ้าฉันมีลูก ลูกฉันก็คงไม่อยากขาดเหมือนกัน มาเป็นพ่อให้ลูกฉันได้ไหมคะคุณชาย” เสียงคุณชายรับปากงงๆ ประกายดาวรู้สึกตัว “เอ่อ...ฉันหมายถึงเด็กๆในหมู่บ้านน่ะค่ะ ฉันจะรับอุปถัมภ์เป็นแม่ให้พวกเขา ถ้าคุณชายอยากทำบุญ อยากเห็นพวกเขาเป็นอนาคตของชาติ ก็มาร่วมอุปถัมภ์เด็กๆด้วยกันก็ได้”

ต้นอ้อประคองพิมพ์ไทยเดินมา ประกายดาวนึกได้จะเอารูปที่ถ่ายให้เธอไปให้อภิเชษฐ์ แต่ปรากฏว่ากล้องเธอแตกและเมมก็หายไป ต้นอ้อบอกว่าพลหักเมมทิ้งไปแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงเพราะตนก็อบปี้ไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ประกายดาวยิ้มดีใจ คุณชายจันทร์ถามต้นอ้อว่าอภิเชษฐ์จะขึ้นมาไหม เธอตอบว่าไม่มา เพราะไปจับตัวหัวหน้าใหญ่คือปุระชัย

ทางปุระชัย เขากำลังเก็บเสื้อผ้าของจำเป็นลงกระเป๋าจะหนี ล่ำลารติรสให้ดูแลตัวเองดีๆ แต่ไม่ทันไร อภิเชษฐ์ก็นำกำลังเข้าจับกุม รติรสตกใจร้องไห้โฮ ไม่คิดว่าตัวเองจะตกอับขนาดนี้

รติรสมาขอให้อรอุมาช่วย เพราะถูกยึดบ้าน รถและทรัพย์สินทั้งหมด อรอุมาย้อนถามไม่ระแคะระคายบ้าง หรือว่าพ่อตัวเองทำอะไรเธอส่ายหน้าไม่เคยสนใจอรอุมาแขวะ

“เธอนี่ก็เหลือเกินนะ อะไรที่ควรรู้ควรทำก็ไม่ทำ แต่อะไรที่ไม่ควรทำกลับทำ...ถ้าจะให้ฉันช่วย เธอต้องบอกความจริงกับฉัน”

“ความจริงอะไร...”

“เธอกับศิวะเป็นชู้กันรึเปล่า”

รติรสตกใจปฏิเสธไม่กล้าสบตา ตนจะทำได้อย่างไรในเมื่อเราเป็นเพื่อนรักกัน อรอุมาขู่

“ใช่ เราเป็นเพื่อนกัน เพราะฉะนั้นเธอก็ต้องรู้จักนิสัยฉันดี ฉันรักใครรักหมดใจ แต่ถ้าฉันเกลียดใครฉันก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ชีวิตมันพบแต่ความฉิบหาย ต่อให้ฉันต้องฆ่ามัน ฉันก็จะทำ”

รติรสข่มความกลัวย้อนถามพูดเหมือนไม่ไว้ใจตน อรอุมาตอบว่าพยายามไว้ใจ ถึงไม่จ้างนักสืบสืบเรื่องนี้ เพราะถ้าเป็นเรื่องจริง ต้องเสียเวลาเสียเงินจ้างมือปืนอีก ไม่อยากปวดหัว รติรสกลืนน้ำลายเอื๊อก...อรอุมาถามตกลงจะมาอยู่กับตนที่นี่ใช่ไหม รติรสส่ายหน้า ขอไปเช่าโรงแรมถูกๆอยู่ ไม่อยากรบกวน อรอุมายิ้มเยาะ

รติรสลากกระเป๋าออกจากบ้านอรอุมาอย่างทุลักทุเล เจ็บใจที่ทำไมต้องมาระแคะระคายตอนนี้ ร้านค้าในซอยเปิดข่าวการจับกุมปุระชัย รติรสเห็นยิ่งเจ็บแค้นโทษเป็นเพราะประกายดาว

ooooooo

จันทรภานุขับรถมาส่งประกายดาวที่คอนโด เห็นสีหน้าเธอครุ่นคิด เขาจึงถามมีเรื่องอะไรไม่สบายใจ ปรึกษาได้ ประกายดาวนึกถึงคำพูดที่ว่าตนไม่ได้รักเขาและคำเตือนของทุกคน

“คุณชายคะ ฉันกำลังจะเปลี่ยนแปลงความคิดอะไรบางอย่างของตัวเอง ห้ามถามนะคะว่าคืออะไร แต่ ฉันอยากให้คุณชายตอบคำถามฉันสามข้อ”

คุณชายพยักหน้าประกายดาวถามข้อแรก... เขาอยากมีลูกไหม เขาตอบว่าอยาก ข้อสองเธอถามว่า ถ้าเขาแต่งงาน สัญญาได้ไหมว่าจะไม่ทำให้ภรรยาของเขาเสียใจ จะทำให้ภรรยากับลูกมีความสุขไปตลอดชีวิต... เขาไม่สัญญา ประกายดาวมองเขาอึ้งๆ

“ไม่มีใครอยากให้ชีวิตคู่ของตัวเองล้มเหลว แต่อนาคตเราก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น บางทีปัญหาชีวิตคู่มันอาจจะซับซ้อนกว่าที่เราคิด ไม่งั้นปัญหาหย่าร้างคงจะไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมจะไม่ขอสัญญา แต่ผมทำทุกวันให้ดี รักและดูแลภรรยากับลูกเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ ส่วนอนาคตจะเป็นยังไงก็ช่างมัน”

ประกายดาวซาบซึ้ง ถามข้อสุดท้าย “คุณชายมีผู้หญิงที่อยากจะแต่งงานด้วยหรือยังคะ”

“มี แต่ติดปัญหาอยู่อย่าง...เธอบอกว่า เธอไม่ได้รักผม” คุณชายสบตา ประกายดาวหัวใจพองโต “คุณดาว ผมขอถามคุณกลับบ้าง คำถามเดียวเท่านั้น” เธอพยักหน้ายิ้มๆ

ไม่ทันจะถาม พงศ์จันทรขับรถมาจอดอย่างเร็ว ลงมาหาเธอท่าทีห่วงใย ประกายดาวบอกเขาว่าตนปลอดภัยดี แล้วหันกลับมาถามคุณชายจันทร์ว่าอยากถามอะไรตน พงศ์จันทรผายมือเชิญตามสบาย และมองเขาอย่างท้าทาย คุณชายจันทร์ตัดสินใจถาม

“ผมจะถามว่า ที่คุณเคยบอกว่าไม่ได้รักผม คุณพูดจริงหรือเปล่า”

ประกายดาวไม่คิดว่าจะถามแบบนี้ สองหนุ่มรอฟังคำตอบ เธอห่วงความรู้สึกพงศ์จันทรจึงเลี่ยงว่าเหนื่อยกันมาทั้งวัน ให้กลับไปพักผ่อน คุณชายจันทร์ผิดหวังเข้าใจว่าเธอไล่ จึงขึ้นรถขับกลับไป พงศ์จันทรรู้ว่าคุณชายต้องมองกระจกมองหลัง จึงแกล้งขยับประชิดประกายดาว เธอหันมาบอกพงศ์จันทรว่ามีอะไรคุยด้วย เขาเองก็มีเรื่องคุยด้วยเช่นกัน

“คุณมีอะไรก็พูดมาก่อนเถอะค่ะ” ประกายดาวเดินมาที่สวนของคอนโดกับพงศ์จันทร

“ผมขอโทษที่วันนั้นผมเกือบพูดเรื่องแผนล่าสเปิร์มของคุณ คุณอย่าโกรธเลยนะ”

“แต่คุณก็ไม่ได้พูดนี่คะ ถ้าจะโกรธ ฉันโกรธที่คุณทำร้ายร่างกายคุณชายมากกว่า”

“ก็ผมหึงคุณนี่...ตั้งแต่คุณหายไป มันทำให้ผมรู้ว่า คุณมีความหมายกับผมมากแค่ไหน ผมรู้สึกดีกับคุณมาก มากอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน ผมทำได้ทุกอย่างเพื่อคุณ ถึงผมจะไม่ดี ไม่เพอร์เฟกต์เท่าคุณชาย แต่ผมจะทำให้คุณกับลูกมีความสุขไปตลอดชีวิต ผมอยากแต่งงานมีลูกกับคุณ” พงศ์จันทรดึงมือประกายดาวมากุม

“แต่ฉันไม่ได้รักคุณ”

พงศ์จันทรผงะแต่ไม่ท้อ ยืนยันจะทำให้เธอรักให้ได้ ประกายดาวจึงบอกว่า เธอรักคุณชายจันทร์ เขาอึ้งสักพักก่อนจะย้อนถาม ทำไมเมื่อกี้ไม่บอกคุณชาย มันทำให้ตนมีความหวัง เธอขอโทษที่ไม่บอกเพราะไม่อยากให้เขาเสียใจ พงศ์จันทรไม่ยอมเขย่าไหล่ประกายดาว

“เปิดโอกาสให้ผมเถอะคุณดาว ผมต่างหากที่เหมาะสมกับคุณไม่ใช่คุณชาย ผมจะทำให้คุณเปลี่ยนใจมารักผมให้ได้ นะคุณดาว”

ประกายดาวชักไม่พอใจ ผลักเขากระเด็น “ฉันขอบคุณมากที่คุณมีความรู้สึกดีๆ ให้ฉันแต่คุณกลับไปถามใจตัวเองดูดีๆ เถอะค่ะ ว่าคุณรักฉันจริงๆ หรือแค่อยากเอาชนะคุณชาย”

พงศ์จันทรสวน “คุณก็อาจจะไม่ได้รักคุณชายจันทร์ คุณแค่อยากได้สเปิร์มของเขา”

“แผนสเปิร์มมันจบไปแล้วค่ะ” ประกายดาวกล่าวหนักแน่น พงศ์จันทรถึงกับทรุดฮวบ

ooooooo

ประกายดาวลากกระเป๋าเข้าคอนโด รติรสแอบมองอย่างเข่นเขี้ยววันนี้วันซวยของเธอ...ประกายดาวมาถึงหน้าห้อง แปลกใจที่ห้องไม่ได้ล็อก จึงย่องเข้าไปอย่างระมัดระวัง เห็นเงาตะคุ่มๆ หลังเคาน์เตอร์ก็ร้องถามว่าใคร แดนดินโผล่ขึ้นมาประมาณว่าก้มเก็บของ

ประกายดาวถอนใจ แดนดินไม่พูดไม่จาเอาไม้เรียวหวดก้นทันที เธอร้องลั่น “เจ็บแล้วจำไหม หนอย...เป็นช่างภาพดีๆ ไม่ชอบ ริอยากทำตัวเป็นฮีโร่จับผู้ร้ายค้ายา ตัวเท่าลูกหมา”

“ถ้าดาวเป็นลูกหมา พี่แดนก็เป็นพี่หมา”

แดนดินยิ่งโมโหไล่ตี ประกายดาวร้องไห้เหมือนเด็กๆ ไม่ทันไร รปภ.มาเคาะห้อง บอกว่ารถประกายดาวโดนกรีด สองพี่น้องรีบลงไปดู แดนดินจ๋อย เขาเป็นคนขับรถเธอมาจอดหน้าคอนโด ไม่ได้เข้ามาข้างในเพราะลืมเอากระเป๋าสตางค์มา ไม่มีบัตรแลก ประกายดาวบ่นอุบจะไม่ให้ยืมรถอีกแล้ว...รติรสแอบมองอย่างสะใจ

คืนนั้น รติรสเล่าให้ศิวะฟังเรื่องเอาคืนประกายดาว เขาตำหนิชอบหาเรื่องเดือดร้อน ศิวะให้เงินเธอจำนวนหนึ่งกำชับให้ใช้ประหยัดๆ ตนจะพยายามมาหาบ่อยๆ รติรสร่ำไห้อย่าทิ้งตน ศิวะบอกว่าถ้าเขาทิ้งคงไม่มายืนตรงนี้ รติรสกอดศิวะพร่ำบอกว่าเธอรักเขา...ศิวะกลับออกมามองกุญแจห้องในมือแล้วโยนทิ้งขยะ... “เธอเหลือแต่ตัว ฉันไม่ได้โง่เลี้ยงเธอไว้เป็นภาระหรอก”

ooooooo

วันต่อมา สามสาว ประกายดาว มิลินทร์และจิตสุภางค์ นั่งคุยกันในร้านกาแฟ ประกายดาวถูกเพื่อนกระเซ้าฟาดเคราะห์ ให้ทำบุญสะเดาะเคราะห์ครั้งใหญ่ จะได้ลาภสัตว์สองเท้าหน้าตาหล่อเหลา หุ่นล่ำมาแทน ประกายดาวสะท้อนใจ สงสารพงศ์จันทร จิตสุภางค์ปลอบ

“เมื่อรักสามเส้าเกิด มันต้องมีคนใดคนหนึ่งเจ็บอยู่แล้ว แกทำถูกแล้วดาว”

“ใช่ ตอนนี้แกก็เดินหน้าใส่เกียร์คว้าคุณชายมาเป็นสามีและพ่อของลูกให้ได้ เชื่อฉันไม่ยากหรอก คุณชายเขามีใจกับแกอยู่แล้ว” มิลินทร์เห็นด้วย

“แต่ฉันก็ต้องทำให้เขาเอ่ยปากรักฉันและขอฉันแต่งงานให้ได้”

จิตสุภางค์ถาม ทำไมไม่บอกคุณชายไปตั้งแต่เมื่อคืนว่า โกหกที่พูดว่าไม่ได้รักเขาประกายดาวตอบว่าอายและอีกอย่างไม่อยากทำร้ายจิตใจพงศ์จันทรต่อหน้าคุณชาย มิลินทร์เตือนระวังคุณชายจะเข้าใจผิด ประกายดาวหวั่นใจ ต้องบอกความจริงเขาโดยเร็ว

รุ่งขึ้น ประกายดาวชวนจันทรภานุมาช่วยดูรถที่จะซื้อใหม่ แทนรถที่ถูกกรีดทั้งคัน เธอหาโอกาสพูดกับเขา “คุณชายคะ...เมื่อวานที่คุณชายถามฉันว่า ที่ฉันพูดว่าฉันไม่ได้รักคุณชายฉันโกหกหรือเปล่า ฉันจะบอกว่า...”

เสียงมือถือดังขัดจังหวะ ประกายดาวมองแล้วไม่รับ คุณชายบอกให้รับก่อนก็ได้ เธอจึงบอกว่าแดนดินแค่โทรมาง้อที่เป็นต้นเหตุทำให้รถถูกกรีด ประกายดาวจะพูดเรื่องเดิมต่อ แต่มีลูกค้าเดินมาดูรถคันเดียวกับที่เธอดู ทั้งสองต้องถอยออกมา เธอหัวเราะ

“สงสัยเมื่อเช้าไม่ได้ก้าวเท้าซ้ายออกจากบ้าน ถึงโดนขัดจังหวะตลอด เอาใหม่นะคะ...”

“คุณดาวไม่ต้องบอกผมก็ได้นะครับ ผมเห็น...เข้าใจกว่าคำพูด”

ประกายดาวหลงดีใจคิดว่าคุณชายเข้าใจว่าที่จริงตนรักเขา จึงถอนใจโล่งอกที่ไม่ต้องพูดมาก คุณชายจันทร์ยิ้มเศร้าๆ เพราะเข้าใจว่าเธอจะย้ำว่าไม่ได้รักตน...เผอิญ นันทินีเอารถเข้ามาเช็ก เห็นคุณชายกับประกายดาวจึงแอบถามพนักงานว่าสองคนนั่นมาทำอะไร พนักงานตอบว่ามาซื้อรถ ราคาเป็นล้านแถมจ่ายเงินสดด้วย นันทินีปรี๊ดแตก เข้าใจไปว่า คุณชายซื้อรถให้ประกายดาว

นันทินีมาฟ้องหม่อมสุรีย์ พอจันทรภานุกลับมา จึงโดนหม่อมสุรีย์ต่อว่า คุณชายชำเลืองมองนันทินีแล้วพอจะเข้าใจ จึงแกล้งบอกว่า “ผมก็อยากจะซื้อรถให้คุณดาว แต่เธอไม่ยอม”

“เห็นไหมคะหม่อมป้า คุณชายหลงมัน” นันทินีปรี๊ด

หม่อมสุรีย์ไม่พอใจ สั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับประกายดาวอีก เพราะเธอเป็นผู้หญิงไม่ดี ชอบยุ่งกับสามีชาวบ้าน คุณชายโต้

“หม่อมแม่เคยสอนผมว่า อย่าตัดสินใครถ้ายังไม่รู้จักเขาดีพอ แล้วทำไมหม่อมแม่ถึงตัดสินว่าคุณดาวไม่ดี เพราะฟังคำพูดของคนอื่น สำหรับผม คุณดาวเธอเป็นคนดี กล้าหาญ มีน้ำใจ และที่สำคัญ เธอไม่เคยหวังอะไรจากผม ถ้าหม่อมแม่ไม่มีเหตุผลมากเพียงพอ ผมเลิกยุ่งกับคุณดาวตามความต้องการของหม่อมแม่ไม่ได้หรอกครับ” คุณชายเดินจากไป

นมพรแอบยิ้ม นันทินีเต้นผางจะยุหม่อมสุรีย์อีก แต่ดูท่านอ่อนใจเสียแล้ว...นันทินีไม่ยอมแพ้โทร.หาพงศ์จันทรจะให้ช่วยแยกประกายดาวออกจากคุณชายจันทร์ แต่เขากลับบอกให้เธอยอมรับความพ่ายแพ้ เพราะสองคนนั้นรักกันจริงๆ นันทินีโวยวายไม่ยอม

“งั้นคุณก็จับคุณชายปล้ำรวบหัวรวบหาง หลอกให้หม่อมแม่คุณชายมาเห็น เข้าใจผิด กดดันให้คุณชายรับผิด ชอบคุณเหมือนในละครไปเลยแล้วกัน” พงศ์จันทรประชด

แต่นันทินีกลับชอบใจว่าแผนเด็ด ไม่เสียแรงที่ปรึกษา พงศ์จันทรเอือมระอา...นันทินีไม่รอช้า แกล้งเป็นลมล้มพับกลางห้อง หม่อมสุรีย์ตกใจเข้าประคอง เธออ้างว่าเครียดมากจนปวดหัว หม่อมจึงชวนให้นอนค้างที่วัง     สักคืน ไม่ควรขับรถกลับ นันทินียิ้มกริ่มที่เข้าแผน

คืนนั้น จันทรภานุอมยิ้มได้รับข้อความจากประกายดาวให้หลับฝันดี เขาส่งกลับไปว่าฝันดีเช่นกัน... นันทินีมาเคาะประตู ขอให้เขาช่วยไปดูก๊อกน้ำที่ห้องน้ำมันไหลไม่หยุด คุณชายออกไปดูให้ พบว่าแค่ปิดไม่สนิท พอออกจากห้องน้ำเห็นนันทินีนอนสลบที่พื้นก็ตกใจเข้าไปเขย่าตัวถามเป็นอะไร เธอคว้ามือเขามากอดตอบว่า อยากเป็นภรรยาเขา

“คุณชายเป็นของนันเถอะนะคะ นันรักคุณชาย” นันทินีผลักเขาล้มลงแล้วขึ้นคร่อม

คุณชายจันทร์ชักโกรธ จึงแกล้งหลอกเธอว่าตนชอบแบบไหน เธอร้องกรี๊ด...อย่างตื่นเต้น

หม่อมสุรีย์กับนมพรสวดมนต์อยู่ในห้องพระตกใจ รีบออกมาจากห้อง คุณหญิงนิ่มเห็นทั้งสองตื่นตระหนกอะไรจึงตามไปด้วย พอเปิดประตูเข้ามา เห็นนันทินีมัดมืออยู่กับหัวเตียงทั้งสองข้างมีผ้าปิดตา เธอร้องเรียกอย่างยั่วยวน

“ชักช้าอยู่ใย มามะ...มาเลย...คุณชายขา คุณชายของนัน เป็นไงคะ เสียงนันเซ็กซี่ชิมิ”

หม่อมสุรีย์ นมพรและคุณหญิงนิ่มตกตะลึงกับท่าทีของนันทินี คุณหญิงนิ่มเหลือบเห็นคุณชายจันทร์หลบ หลังประตู เขายกนิ้วแตะปากแล้วย่องออกไป เสียงนันทินี ยังเชิญชวน

“คุณชายขา...นันอดใจไม่ไหวแล้วนะ ผีนางแมวป่ากำลังเข้าสิงนันแล้ว นันอยากข่วนๆๆ คุณชาย เงี๊ยว...”

หม่อมสุรีย์ลมจะจับ สั่งนมพรให้เอาตัวผู้หญิงไร้ยางอายคนนี้ออกไปจากวัง นันทินีสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงหม่อมสุรีย์...หลังจากนั้น นันทินีสะพายกระเป๋าทั้งโกรธทั้งอายออกจากวัง คุณหญิงนิ่มยืนส่งขำๆ นันทินีเจ็บใจ ตอกกลับให้ห่วงสวัสดิภาพตัวเองดีๆ ที่ไปเป็นกิ๊กกับพงศ์–จันทร เล่นกับไฟระวังจะเผาตัวตาย คุณหญิงนิ่มงงพูดเรื่องอะไร นันทินีหัวเราะเยาะ

“ไม่ได้กิ๊กแต่คุยแชทกันทุกวัน วันก่อนไปไหนกันมาคะ มือถือคุณพงศ์ถึงตกในรถน้องหญิง คุณพงศ์โทร.มาให้พี่แอบไปเอามือถือของเขาจากรถน้องหญิง สงสัยเขาคงกลัวน้องหญิงเจอมือถือ แล้วความจะแตกว่าเขาไม่ได้กิ๊กกับน้องหญิงแค่คนเดียว ถ้าโดนคุณพงศ์เขี่ยทิ้งโทร.หาพี่นะคะ พี่รอสมน้ำหน้าอยู่” นันทินียิ้มเยาะเดินจากไป

คุณหญิงนิ่มครุ่นคิดปะติดปะต่อเหตุการณ์ที่ผ่านมา จนถึงเสียงแชทที่ได้ยินในรถ...พงศ์จันทรรู้ความเคลื่อนไหวประกายดาวตลอดเป็นเพราะตนคุยแชทกับชายไร้หัวใจนี่เอง จึงอยากจับให้ได้คาหนังคาเขา เธอส่งการ์ตูนไปให้เขาหลายครั้ง แต่เขาไม่ตอบเพราะกำลังเสียใจอกหัก

คุณหญิงนิ่มตัดสินใจส่งข้อความไปว่า พรุ่งนี้พี่ชายจะขอผู้หญิงที่เขารักแต่งงาน คราวนี้ชายไร้หัวใจส่งข้อความกลับมาแสดงความยินดีด้วย เธอจึงส่งกลับไปเชื้อเชิญ... มายินดีด้วยตัวเองดีไหม ตอนสองทุ่ม...เธอบอกชื่อร้าน เพราะเชื่อว่าถ้าเขาเป็นพงศ์จันทรจริงจะต้องมา...

วันต่อมาอภิเชษฐ์มาพบจันทรภานุเพื่อบอกว่าทางการสงสัยประกายดาวอาจจะพัวพันกับแก๊งค้ายาของปุระชัย คุณชายจันทร์ไม่เชื่อ อภิเชษฐ์เล่าว่ามีคนให้ข้อมูลว่าประกายดาวพบเจอกับพลบ่อย และยังรับอุปการะเด็กชาวเขาอีก ต้นอ้อรีบบอกว่าไม่ต้องห่วง แค่ถูกสงสัย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป
23 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 16:05 น.