ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวเกี้ยวเดือน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

มิลินทร์กับจิตสุภางค์ไม่เห็นด้วยที่ประกายดาวยอมให้ศิวะมาที่ คอนโด ทั้งสองอยากมาอยู่เป็นเพื่อนในวันนั้น แต่ต่างติดงาน...ด้านรติรส มาขอเพื่อนที่เป็นเจ้าของฟิตเนสดูภาพจากกล้องวงจรปิด จนพบว่าวันนั้น ศิวะอยู่กับประกายดาว เธอแค้นใจมากที่เขาปิดบัง

ถึงวันนัด ศิวะถือช่อดอกไม้เดินมาที่ห้องประกายดาว ในใจครุ่นคิด ตนไม่โง่ที่จะเชื่อเธอว่าเกลียดจันทรภานุและอยากแก้แค้น วันนี้ตนจะช่วยให้เธอถึงสวรรค์เลยทีเดียว...ศิวะยื่นช่อดอกไม้ให้ประกายดาว ทันทีที่เธอเปิดประตูรับ สีหน้าเธอดูหงุดหงิดๆ จึงถามว่าเป็นอะไร

“มือถือเป็นอะไรไม่รู้ เปิดเครื่องไม่ติด ฉันต้องโทร.ไปคอนเฟิร์มงานกับลูกค้าด้วย”

ศิวะ จึงให้ยืมของตน ประกายดาวขอบคุณแล้วคว้านามบัตรบนโต๊ะถือเข้าไปคุยในห้องนอน ศิวะยิ้มกริ่มแอบไปกดล็อกประตู แล้วเทน้ำส้มใส่ยาปลุกเซ็กซ์อย่างแรงลงไป...

พักใหญ่ เสียงประกายดาวร้องลั่นให้ศิวะช่วยด้วยสลับกับเคาะประตูปังๆ เขาตกใจวิ่งเข้ามาในห้องเธอ ได้ยินเสียงจากห้องน้ำ จึงร้องถามเป็นอะไร เธอบอกว่าลูกบิดเสีย เปิดประตูไม่ได้

ระหว่างนั้น รติรสทำทีเป็นว่าลูกน้องพ่อสืบได้ว่า ศิวะมาหาประกายดาว จึงพาอรอุมามาตามที่อยู่ที่ได้ พบรถศิวะจอดอยู่จริง อรอุมายิ่งเดือด รติรสเองแค้นใจคว้ากระถางแถวนั้นจะทุ่มใส่รถศิวะ อรอุมาร้องห้าม เพราะตนเป็นคนซื้อรถคันนั้น

“ฉันจ่ายคืนเอง ขอฉันสั่งสอนไอ้ผู้ชายมักมากให้สะใจก่อนเถอะ” รติรสลืมตัวผลักอรอุมากระเด็น เงื้อมือจะทุ่มกระถาง พลันมีมือหนึ่งมารั้งไว้ เธอตกใจหันมอง “คุณชาย!”

ใน ห้อง ศิวะพยายามกระแทกประตูจนแขนเจ็บก็เปิดไม่ได้ ประกายดาวยิ้มกริ่มนั่งตะไบเล็บอยู่บนโถส้วม ส่งเสียงให้เขาหากุญแจมาไขดีกว่า ศิวะค้นจนของกระจุยกระจายก็ไม่เจอ

“เจอ แล้วยังศิวะ...ก็บอกแล้วว่าอย่าทำเป็นโชว์แมนพังประตู เป็นไงล่ะ แขนเดี้ยงซะเอง ฉันว่านายไปตามช่างมาเปิดประตูเถอะ ฉันจะได้พานายไปหาหมอ”

“ไม่ไป วันนี้เราจะอยู่ที่นี่กับดาว เรามีเรื่องต้องคุยกับดาวเยอะเลย”

ไม่ทัน ไร เสียงเคาะห้อง ประกายดาวเงี่ยหูฟัง ศิวะชะงักเดินไปส่องตาแมวไม่เห็นใคร จึงเปิดประตูออกไป เจออรอุมา รติรสและจันทรภานุยืนอยู่ด้วยกัน อรอุมากราดเกรี้ยวทันที

“ไอ้ผัวชั่ว!”

จันทรภานุจับแขนอรอุมาไว้ “คุณอร อย่าลืมที่เราตกลงกันว่าคุณจะใจเย็น”

ศิวะตกใจลนลานแก้ตัวยกใหญ่ ประกายดาววิ่งออกมาจากห้องน้ำ แปลกใจสองสาวมาได้อย่างไร รติรสผรุสวาท “ไปทัวร์สวรรค์กันมากี่รอบแล้วล่ะ เหงื่อถึงได้ท่วมตัวซะขนาดนั้น”

“ฉันเปล่า”

“ตอแหล!” อรอุมาไม่เชื่อแทรกตัวเบียดคุณชายเข้าผลักประกายดาวอย่างแรง กระแทกตู้บาดเจ็บที่แขน

คุณชาย จันทร์ตกใจเข้าประคอง อรอุมาไม่หยุดคว้าแก้วน้ำส้มสาดใส่ คุณชายจันทร์ร้องอย่า เอาตัวขวาง น้ำส้มสาดหน้าเขากระเด็นเข้าปากจนสำลัก อรอุมาชะงักรีบขอโทษคุณชาย ประกายดาวดึงทิชชู่มาเช็ดหน้าให้ คุณชายจันทร์ถาม จะคุยกันดีๆได้แล้วใช่ไหม อรอุมาจ๋อย...

ทุกคนเข้ามานั่ง ประกายดาวยืนยันว่าตนกับศิวะไม่ได้เป็นอะไรกัน ศิวะร่วมยืนยัน อรอุมาตวาดกลับ แล้วนัดมาสวดมนต์กันที่นี่หรืออย่างไร

“ฉันมีเหตุผลของฉัน”

รติรสสวน “เหตุผลคือหิวผัวชาวบ้านน่ะสิ ผู้หญิงหน้าด้านอย่างเธอ ถึงจะพยายามพรีเซนต์ว่าตัวเองสวยใสบริสุทธิ์ ปักตะไคร้ไล่ฝนได้ แต่หลักฐานคาตาขนาดนี้ ไม่มีใครเขาโง่เชื่อคำพูดของเธอหรอกย่ะ”

“แต่ผมเชื่อ” จันทรภานุโพล่งขึ้น ทุกคนตะลึง“ผมเชื่อว่าเรื่องคุณดาวบริสุทธิ์ใจ เพราะไม่อย่างนั้น คุณดาวคงไม่โทร.ตามให้ผมมาที่นี่” คุณชายจันทร์นึกถึงข้อความที่ประกายดาวส่งมาถึง...ฉันมีเรื่องด่วน มาหาฉันที่คอนโดฯภายในหนึ่งชั่วโมง... “ตกลงเรื่องด่วนของคุณคืออะไร”

“เดี๋ยวคุณชายก็จะรู้ค่ะ”

ขาดคำ เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ประกายดาวเดินไปเปิดประตู ศิวะเห็นหญิงสาวที่เดินเข้ามาแล้วอ้าปากค้าง ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาทักเขา “คุณศิวะ ฉันคิดว่าจะมาผิดห้องซะแล้ว”

“เธอมาได้ไง”

“เอ้า ก็คุณให้คนโทร.ตามฉันมา บอกว่ามีงานให้ทำอีก ฉันกำลังร้อนเงินอยู่พอดี”

ศิวะทำหน้างง หันมองประกายดาว เธอยิ้มกริ่มขอบใจที่ให้ยืมมือถือ...วันก่อนที่ประกายดาวได้ยินอภิเชษฐ์บอกจันทรภานุว่า เรื่องกล้องที่พบในห้องน้ำของห้าง เป็นการดิสเครดิตเขา เธอจึงไปขอเบอร์โทร.เจ้าทุกข์จากอภิเชษฐ์ แล้วมาขอยืมมือถือศิวะโทร.หาในวันนี้ โดยอ้างว่าตนเป็นเมียศิวะ เรียกเธอมาพบ

“พอฉันนัดคนร่วมขบวนการของนายให้มาที่นี่ได้ ฉันก็โทร.ตามคุณชายจันทร์มาในฐานะเจ้าทุกข์”

อรอุมาถามศิวะจริงหรือ ศิวะอึกอัก ผู้หญิงคนนั้นร้อนตัวกลัวความผิดจะหนี อภิเชษฐ์โผล่มาขวางไว้พอดี “อ้าว!คุณ เจอตัวพอดี ผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วยอยู่เลย ขอโทษครับคุณดาว ผมมาช้าไปหน่อย ดันเจอโจรวิ่งราว กระเป๋าเข้า เลยต้องเสียเหงื่อเสียเวลาวิ่งไล่จับ”

“ไม่ช้าหรอกค่ะ คุณมาทันเวลาพอดีเป๊ะ”

ศิวะหน้าซีดเผือด ทั้งศิวะและผู้หญิงคนนั้นถูกอภิเชษฐ์พาตัวไปโรงพัก จันทรภานุเห็นประกายดาวกุมแขนข้างที่เจ็บก็เป็นห่วง ประกายดาวให้เขาไปจัดการที่โรงพัก

“ไม่มีอะไรต้องจัดการแล้วครับ คุณศิวะสารภาพทุกอย่าง คุณอรอุมาก็ช่วยประกันตัวออกไป พรุ่งนี้ข่าวลงหนังสือพิมพ์ ทุกคนก็จะรู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น”

“ห้างมีเดียก็จะกลับมาเป๊ะเว่อร์สมกับเป็นห้างของคุณชายจันทรภานุเหมือนเดิม”

จันทรภานุขอบคุณประกายดาวอย่างมากที่ช่วยให้เรื่องจบอย่างง่ายดาย เธอตอบว่า ไม่เป็นไร เขาส่ายหน้า “ไม่เป็นไรไม่ได้ครับ” คุณช่วยกอบกู้ชื่อเสียงของห้างที่พ่อแม่ผมสร้างมากับมือ ห้างของผมเป็นหนี้บุญคุณของคุณ จะไม่ให้ผมตอบแทนอะไรเลยคงไม่ได้ ถ้าคุณต้องการอะไรบอกผมเถอะนะครับ ผมยินดีมอบให้คุณทุกอย่าง”

“ทุกอย่างเลยเหรอคะ...”

คุณชายจันทร์รับว่าใช่ ประกายดาวยิ้มกริ่มตัดสินใจขอสเปิร์มจากเขา แค่เพียงสองซีซีหรือจะให้มากกว่านั้นเผื่อตนอยากมีลูกอีกคนก็ได้...คุณชายจันทร์เห็นเธอยืนยิ้มก็เรียกให้ได้สติ

“ว่าไงครับ คุณอยากได้อะไร”

“ฉันขอสะ...สะ...เอ่อ ขอสะ...สองนาทีนะคะ เดี๋ยวฉันมา” ประกายดาววิ่งเข้าห้องนอน

เธอเข้ามาคุยโทรศัพท์สามสายกับมิลินทร์และจิตสุภางค์ เธอเกรงบอกไปแล้วคุณชายจะหาว่าบ้าแล้วจับส่งโรงพยาบาลบ้า สองเพื่อนยุให้บอกไปเลยจะได้จบเรื่องเสียที...ด้านจันทรภานุช่วยเก็บของในห้องประกายดาวที่ศิวะรื้อค้นกระจุย พลันรู้สึกร้อนวูบวาบ ยาปลุกเซ็กซ์ที่เข้าปากไปพร้อมน้ำส้มเริ่มออกฤทธิ์ เขาเลียริมฝีปาก มีเศษเนื้อส้มติดอยู่ เขาจึงครุ่นคิดว่าเกิดอะไรขึ้น

ประกายดาวเดินหอบหนังสือนิตยสารแม่และเด็กออกมา หวังจะเกริ่นกับเขา คุณชายกลับเห็นเธอในชุดเซ็กซี่ ทำท่ากระดิกนิ้วเรียกไปหา เขาสบถ “เป็นบ้าอะไร!”

“ฮ้า! คุณชายว่าฉันบ้าทำไมคะ”

“เปล่าครับ ผมไม่ได้ว่าคุณดาว...นั่น...”

ประกายดาวยิ้มรีบบอกว่าตนเป็นสมาชิกนิตยสารเด็กเพราะตนรักเด็ก เธอเปิดหนังสือชี้ชวนให้เขาดูรูปเด็กน่ารักๆ แต่อาการเขาเริ่มรุนแรงขึ้น เขาถามว่าแก้วน้ำส้มของใคร ประกายดาวส่ายหน้าไม่รู้ สงสัยศิวะรินไว้ให้ตอนตนอยู่ในห้องน้ำ

“เลว!เขาคิดไม่ดีกับคุณ ในน้ำส้มมียา ยาแบบที่คุณกินเข้าไปแล้ว...เอ่อ...คุณอาจจะเป็นของเขา”

“ยาปลุกเซ็กซ์!”

“ประมาณนั้นครับ”

“ฉันว่าแล้วเชียวว่าไอ้บ้าศิวะต้องคิดไม่ซื่อ ถึงต้องขอมาห้องฉันให้ได้ ดีนะที่ฉันไม่เสียท่ากินเข้าไป บรื๋อ...แค่คิดก็ขนลุกแล้ว เอ๊ะ! ว่าแต่คุณชายรู้ได้ยังไงคะ ว่าศิวะใส่ยาอย่างว่าลงไป”

“ผมกินน้ำส้มเข้าไป”

“อ๋อ...คุณชายกิน งั้น! แสดงว่าคุณชายกำลัง...”

“พูดได้คำเดียวว่า...หนักหน่วงมาก บรื๋อ...” จันทรภานุตัวสั่น

ประกายดาวกลัวลาน ลุกขึ้นคว้าไม้เบสบอลมาถือไว้ “อย่าหาว่าฉันไล่เลยนะคะ คุณชายกลับไปก่อนดีกว่า ยัยลินทร์กำลังจะมาที่นี่ด้วย ยัยลินทร์ขี้เม้าท์มาก ถ้ามันรู้ว่าคุณชายเป็นอะไร ฉันไม่รับรองว่าเรื่องนี้จะเป็นความลับ”

“ผมออกไปไม่ได้ คือตอนนี้มัน...มัน...แบบว่าประเจิดประเจ้อเกินไป ผมขอนั่งสงบสติอารมณ์สักพักนะ ถ้าคุณดาวกลัวผม เข้าไปอยู่ในห้องเถอะครับ”

“คุณชายเดือดร้อนเพราะปกป้องฉัน ฉันปล่อยให้คุณชายเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายเพียงลำพังไม่ได้หรอก ค่ะ ฉันต้องช่วยคุณชายให้หายก่อนที่ยัยลินทร์จะมา... กามตัณหาราคะแบบนี้  เราต้องเอาธรรมะเข้าข่ม ท่องตามฉันค่ะ พุท...โธ...พุท...โธ...”

คุณชายจันทร์สวดตามประกายดาวไปสักพัก เธอถามเขาได้ผลไหม เขาส่ายหน้า เธอจึงรู้ว่ามันหนักหน่วงจริงๆ ในเมื่อทางเย็นไม่ได้ผลก็ต้องใช้ทางร้อน...ประกายดาวขึ้นคร่อมหลังคุณชาย ใช้วิชาโยคะดัดตัวเขาจนร้องลั่น หวังให้ความเจ็บดับตัณหา เธอเพิ่มความแรงขึ้นเรื่อยๆจนเขาร้องว่า...เขาหายแล้ว...

“เพื่อความชัวร์ ขออีกท่าค่ะ” ประกายดาวดัดตัวคุณชาย แต่เพราะความที่เขาตัวใหญ่ทำให้เธอล้ม คุณชายล้มตามไปคร่อมตัวเธอ ใบหน้าประชิดกัน ใจเธอสั่นระริก

“คุณดาว คุณสวยเหลือเกิน” อารมณ์คุณชายจันทร์พลุ่งพล่านขึ้นมาอีก

“คุณชายคะ ท่องไว้ค่ะ น้ำเหลือง...เลือด...เน่าเฟะ...” ประกายดาวให้เขานึกว่าที่เห็นเป็นเพียงภายนอก ภายในมันเน่าเฟะ มีแต่น้ำเหลือง

แต่ไม่ได้ผล คุณชายจันทร์เอามือปิดปากเธอ อีกมือล็อกแขนเธอไว้ เขาก้มลงไซ้ซอกคอเธอ ประกายดาวสั่นสะท้านเริ่มเคลิ้ม หยุดดิ้นมีแต่ความตื่นเต้น คุณชายปล่อยมือที่ปิดปากเธอแล้วเคลื่อนหน้ามาสบตาเธอ ต่างคนต่างหายใจหอบถี่ เขากระซิบว่าเขาไม่ไหวแล้ว

“คุณดาว...ผมต้องการคุณ”

ชายจันทร์จะประกบปากเธอ ประกายดาวปากสั่นเล็กน้อย รอการสัมผัสจากเขา แต่แล้วเขาก็ห้ามใจได้ “ผมขอโทษ ผมไม่ควร”

“ถ้าคุณชายต้องการ ฉันก็จะช่วยคุณชายค่ะ” ประกายดาวโอบคอเขา ดึงมาเข้าห้องน้ำ

เธอเปิดน้ำใส่อ่างอาบน้ำ กดหัวเขาลงจุ่มน้ำ  “ฉันจะ ช่วยเอาชนะไอ้ยาสกปรกของไอ้ศิวะให้ได้ กว่าเราจะได้เกิด เป็นคน เราเอาชนะสเปิร์มตัวอื่นๆ เป็นล้านๆ ตัว กะอีแค่ยาปลุกเซ็กซ์นิดเดียว ทำไมเราจะชนะมันไม่ได้...ดีขึ้นไหมคะ”

จันทรภานุบอกเธอว่าอีกนิด ประกายดาวจึงเอื้อมไปหยิบฝักบัวเปิดน้ำร้อนราดหัวเขา แต่มันร้อนเกินไปทำให้เขาสะดุ้งเฮือกกระแทกตัวเธอลื่นล้มไปในอ่าง คุณชายตกใจประคองไม่ให้เธอหัวฟาด ใบหน้าทั้งสองชิดกันอีกครั้ง คราวนี้เป็นความรู้สึกแท้จริงของคุณชายจันทร์ ประกายดาวใจเต้นถามเขาว่ายายังไม่หมดฤทธิ์อีกหรือ เขาตอบว่าหมดแล้ว แต่เป็นเพราะเธอต่างหากที่ทำให้เขารู้สึกแบบนี้...เขาจูบเธออย่างอ่อนโยน ประกายดาวหลับตาพริ้มไม่ขัดขืนใดๆ

พลัน เสียงออดดังขัดจังหวะ ทั้งสองชะงักผละจากกัน พากันเดินมาเปิดประตู มิลินทร์เห็นสภาพสองตัวเปียกปอนจึงยิ้มแหยๆ ถามว่าตนมาผิดเวลาใช่ไหม ประกายดาวถลึงตาใส่

หลังจากนั้น ประกายดาวเดินมาส่งจันทรภานุที่รถ เธอยังมีท่าทีเขินอายไม่กล้าสบตาเขา  คุณชายจันทร์ขอบคุณ ที่เธอไม่ทิ้งเขา เธอตอบว่าเตี่ยกับม้าสอนว่าบุญคุณต้องตอบแทน

“คุณชายต้องเดือดร้อนเพราะปกป้องฉันจากศิวะ ถึงเวลาคุณเดือดร้อน ฉันก็ต้องช่วย”

“คุณรู้เรื่องคุณศิวะกับผมด้วยเหรอ...แสดงว่า ที่คุณพยายามสืบจากศิวะเป็นเพราะจะตอบแทนผม คุณไม่น่าต้องเอาตัวไปเสี่ยงเพื่อผมเลย ถ้าคุณถูกศิวะรังแก ผมคงจะต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต” เขากุมมือเธอสบตาหวานฉ่ำ

ประกายดาวสะเทิ้นอาย บอกเขาว่าตนไม่เป็นอะไรแล้ว สบายใจได้ เธอเขินจนต้องหันหลังให้ เขาแอบยิ้มกับตัวเองก่อนจะรีบเดินกลับเข้าตึก คุณชายจันทร์รู้สึกมีความสุข

กลับมาถึงบ้าน อรอุมาก็โยนกระเป๋าเสื้อผ้าไล่ศิวะออกจากบ้าน แต่ศิวะพยายามง้อ จนรติรสไม่พอใจบอกศิวะให้เลิกกับอรอุมา จะได้มาอยู่ด้วยกันเสียทีแต่พออรอุมาตะโกนมาว่าให้ศิวะวางกุญแจรถและบัตรเครดิตทิ้งไว้ด้วย เท่านั้นศิวะก็วิ่งตามขึ้นไปง้อข้างบนปล่อยรติรสยืนเจ็บใจ

ไม่ทันไร เสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ศิวะวิ่ง หน้าเริ่ดหนีลงมา เขากลับโทษทั้งหมดเป็นเพราะประกายดาว...คืนนั้น มิลินทร์นอนเป็นเพื่อนประกายดาวที่คอนโด ประกายดาวนอนไม่หลับมือกุมท้องพลิกตัว ไปมา มิลินทร์ว่าปวดท้องก็ไปเข้าห้องน้ำเสีย

“ฉันไม่ได้ปวดอุจาริโกะ แต่มันเหมือนมีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ในท้องตลอดเวลา นอนก็นอนไม่หลับ”

“อ๋อ...ฉันรู้แหละ แกเป็นอะไร แกกำลังมีความรัก”

ประกายดาวว่าเพื่อนบ้า มิลินทร์โต้ “ไม่บ้า อาการของแกเนี่ยเขาเรียกว่า ผีเสื้อบินอยู่ในท้อง มันจะเกิดขึ้นกับคนที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก”

“ไม่จริง ฉันเคยมีความรัก เคยมีแฟนตั้งสามคน แต่ฉันไม่เคยเป็นแบบนี้เลย”

“เพราะแกไม่ได้รักไอ้สามคนนั้นน่ะสิ แต่แกรักคุณชายจันทร์”

ประกายดาวเถียงไม่เกี่ยวกับเขา มิลินทร์จึงว่าใครๆก็รู้เธอคิดอย่างไรกับคุณชายจันทร์ มีแต่เธอเองที่ไม่ยอมรับ ประกายดาวยืนยันว่าไม่จริง มิลินทร์จึงให้ดูว่าเป็นแบบนี้หรือเปล่า...ห่วงใย คิดถึงเขาทุกลมหายใจเข้าออก แค่ปลายนิ้วเขาสัมผัสตัวก็แทบละลาย ถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่ารัก ประกายดาวครุ่นคิดถึงสัมผัสจากเขา หลังจากที่เขาบอกว่า ยาหมดฤทธิ์แล้ว

“รัก! ฉันรักคุณชายไม่ได้ ฉันอยากได้แค่สเปิร์มของเขามาทำลูก ถ้าฉันรักเขา ความรักอาจจะสร้างปัญหาให้ฉัน”

“งั้นแกก็พยายามกำจัดผีเสื้อในท้องของแกออกไปให้ได้แล้วกัน”

ไม่ทันไร จันทรภานุส่งข้อความมาว่า...ฝันดีครับ... ประกายดาวอ่านแล้ววางมือถือลงครุ่นคิด มิลินทร์แกล้งเปรยว่าไม่ตอบกลับเสียมารยาท ประกายดาวจึงหยิบมือถือมาส่งข้อความกลับไปว่า...ฝันดีค่ะ...คุณชายจันทร์ยิ้มกว้างอย่างคนมีความรัก

คุณหญิงนิ่มมาเห็นแซว จะปากแข็งไปถึงเมื่อไหร่ จันทรภานุจึงยอมรับว่าตนกำลังมีความรัก คุณหญิงดีใจเพราะเชื่อมั่นอยู่แล้วว่าประกายดาวจะเอาชนะใจพี่ชายตนได้...คุณหญิงนิ่มอดใจไม่ไหว ส่งข้อความไปบอกชายไร้หัวใจว่าตนดีใจจะมีพี่สะใภ้แล้ว ด้านพงศ์จันทรแปลกใจ

วันต่อมาประกายดาวทำงานถ่ายภาพนางแบบอยู่ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง มีคนร้ายจับตามองแล้ว โทร.รายงานเจ้านายว่าพบตัวแล้ว...ในขณะที่ วันนี้ทั้งวัน ประกายดาวคิดถึงแต่จันทรภานุเธอพยายามสลัดความคิด จะรักเขาไม่ได้ พอเลิกงานเธอเตรียมตัวจะกลับ มีชายฉกรรจ์เข้ามาฉุดลากเธอไปมุมเปลี่ยว เธอต่อสู้ดิ้นรนถามว่าศิวะจ้างมาใช่ไหมชาย ฉกรรจ์ไม่ตอบจะชกท้องเธอ เธอเอามือกุมท้องร้องห้าม “ลูก! อย่าแตะต้องท้องฉันนะ...”

ชายฉกรรจ์ชะงักเปลี่ยนมาตบหน้าเธอล้มลง แล้วตามจะเข้าปล้ำ แต่มีคนมาช่วยไว้ทันประกายดาวลุกขึ้นมองเห็นพงศ์จันทรต่อสู้กับคนร้าย จนมันวิ่งหนีไปเขาเข้าประคองเธอ

ชายฉกรรจ์มารับเงินจากศิวะ เขาต่อว่าที่ไม่บอกว่าผู้หญิงที่ให้ไปทำร้ายท้อง ถึงตนจะเลวแต่ก็ไม่ชั่ว ศิวะแปลกใจ...

พงศ์จันทรพาประกายดาวมาทำแผลที่โรงพยาบาล และแจ้งมิลินทร์ มิลินทร์ส่งข่าวบอกจันทรภานุ เขารีบมาที่โรงพยาบาลทันที พงศ์จันทรยืนหน้าตึง จันทรภานุถามอาการอย่างห่วงใย

“ทางกายไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ แค่ฟกช้ำนิดๆหน่อยๆแต่ทางใจนี่สิคะแย่ ขวัญเสียมาก ถึงต้องการกำลังใจ” มิลินทร์ตอบแทนยิ้มๆ

“ลินทร์ เยอะไป...ฉันไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ แค่เป็นแผลนิดหน่อย พรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาล ว่าแต่คุณชายรู้ได้ยังไงคะ”

คุณชายมองไปที่มิลินทร์ เธอออกตัว “ก็ฉันรู้นี่ว่า ยาอะไรจะช่วยรักษาแกได้ดีที่สุด”

พงศ์จันทรทนไม่ไหว กระแอมให้รู้ว่าตนยืนอยู่ด้วย คุณชายจันทร์จึงหันมาทักทาย เขาบ่นน้อยใจที่ชีวิตเขาอยู่นอกสายตาตลอด มิลินทร์อยากให้สองคนอยู่ตามลำพัง จึงดึงพงศ์จันทรออกไป อ้างว่ามีเรื่องงานจะปรึกษา...ทันทีที่ประตูปิด จันทรภานุรีบถามว่าจำหน้าคนร้ายได้ไหมตนจะให้อภิเชษฐ์จัดการเรื่องนี้ ประกายดาวปัดไม่อยากเอาเรื่อง ไม่อยากจองเวรกับใคร

“แต่มันไม่สมควรทำร้ายร่างกายผู้หญิง ยิ่งผู้หญิงคนนั้นคือคุณ ผมไม่มีวันยอม...เจ็บมากไหม” คุณชายประคองหน้าประกายดาว เธอสบตาเขาราวต้องมนต์สะกด เขาแตะรอยช้ำที่มุมปากเธออย่างเบามือ แล้วโน้มหน้าลงจุมพิต ประกายดาวสะดุ้งตัวสั่นเทา จากนั้นเขาก็เลื่อนมาจูบปากเธอ ทำเอาเธอหลับตาพริ้ม เคลิบเคลิ้มเผลอยกมือขึ้นโอบหลังเขาอย่างยอมรับสัมผัสนั้น

ระหว่างที่มิลินทร์ดึงพงศ์จันทรออกมาจากห้อง มาเจอกับจิตสุภางค์เข้าพอดี จึงห้ามเพื่อนอย่าเพิ่งเข้าไปรบกวน พงศ์จันทรยิ่งรู้ว่าถูกกีดกัน ทั้งสามมานั่งร้านกาแฟในโรงพยาบาล สักพักพงศ์จันทรขอตัวไปห้องน้ำ เขาแอบกลับมาห้องประกายดาว แล้วต้องสะเทือนใจกับภาพที่เห็น
มิลินทร์กับจิตสุภางค์เอะใจที่พงศ์จันทรหาย

ไปนาน จึงรีบวิ่งมาที่ห้องประกายดาว ทั้งสองเปิดประตูผางเข้าไป เห็นภาพจันทรภานุจูบประกายดาวก็ชะงัก รีบขอโทษจะกลับออกไป

“ลินทร์ จิต หยุดเดี๋ยวนี้” ประกายดาวเรียกเพื่อนแม้จะอายจนหน้าแดง “คุณชายจะจูบเอ๊ย!จะกลับแล้ว”

คุณชายจันทร์มองประกายดาวงงๆ จิตสุภางค์จึงบอกเขาว่าไม่ต้องรีบกลับ พวกตนมาดูว่าพงศ์จันทรอยู่นี่หรือเปล่า ทุกคนแปลกใจว่าเขาหายไปไหน...

พงศ์จันทรกลับถึงบ้าน เขาร้องอ๊าย...ระบายอารมณ์ลั่นห้อง พอดีคุณหญิงนิ่มส่งข้อความการ์ตูนมาถามชายไร้หัวใจว่าทำอะไรอยู่ เขาจึงส่งการ์ตูนหน้าโกรธกลับไป เธอพิมพ์กลับมาถามว่า โกรธใคร ระบายกับเธอได้ไม่คิดเงิน เขาจึงระบายกับเธอว่าผู้หญิงที่เขาชอบจูบกับชายอื่น เขาอยากชกหน้าชายคนนั้น คุณหญิงถามกลับมาว่า...แต่เขาไม่ทำ

“ผมไม่มีสิทธิ์ เธอยังไม่ได้เป็นแฟนผม เธอมีสิทธิ์จะทำอะไรกับใครก็ได้”

“แมนมาก...”

“แมนแต่ปวดใจ”

“ผู้หญิงของคุณมีใจให้ผู้ชายคนนั้นหรือยังคะ”

“ผมไม่รู้ ไม่อยากรู้ด้วย ผมต้องได้เธอเป็นแฟน”

“สมแล้วที่คุณชื่อ ชายไร้หัวใจ” พงศ์จันทรส่งรูปการ์ตูนงงกลับมา คุณหญิงนิ่มพิมพ์กลับมาว่า “ความรักไม่ใช่การครอบครอง ความรักคือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน”

พงศ์จันทรพิมพ์ประชดว่า “ครับคุณกูรูเรื่อง ความรัก”

คุณหญิงนิ่มตอบมาว่า ตนพูดตามที่เห็นพี่ชาย เวลามีคนรัก จนรู้สึกว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลก...พงศ์จันทรเริ่มรู้สึกอย่างที่คุณหญิงพูด

ooooooo

คืนนั้น ศิวะตั้งใจกลับมาง้ออรอุมาอีกครั้ง ต้องตกใจเมื่อเห็นจันทรภานุนั่งคุยกับเธอที่ห้องรับแขก สีหน้าคุณชายยิ้มย่อง ส่วนอรอุมานั่งหน้าตึง เมื่อเห็นศิวะมา คุณชายจึงขอตัวกลับ

“สวัสดีครับคุณศิวะ ผมขอตัวก่อนดีกว่า ถ้าเรื่องที่ผมบอกทำให้คุณอรไม่สบายใจ ผมต้องขอโทษด้วย แต่ผมจำเป็นต้องบอกคุณ”

“ดีแล้วค่ะคุณชาย อรจะได้ไม่ต้องโดนใครสวมเขา”

คุณชายจันทร์แกล้งส่งสายตาพิฆาตให้ศิวะขณะเดินสวนออกไป ศิวะสะท้านใจร้อนรนทันที รีบถามอรอุมาว่าคุณชายมาบอกอะไร อรอุมาไม่ตอบกลับไล่ให้เขาออกไป ศิวะร้อนตัว

“คุณอย่าไปฟังชายจันทร์ ผมไม่ได้เป็นชู้กับรส ชายจันทร์หึงผมกับดาวก็เลยหาเรื่องใส่ร้ายผม”

อรอุมาหันมาถามว่าเป็นอะไร คุณชายจันทร์ไม่ได้พูดอะไรถึงเขาเลย เธอมาบอกว่ากล้องวงจรปิดที่ห้างจับภาพพนักงานในร้านตน มีพิรุธเหมือนจะขโมยเพชรในร้าน เลยมาเตือน แล้วถามว่าเขาเป็นชู้กับใคร ตนฟังไม่ถนัด ศิวะกลบเกลื่อนไม่ได้พูดแบบนั้น แล้วขอตัวตามคุณชายออกไป...จันทรภานุยืนรอศิวะอยู่ที่รถหน้าบ้านเพราะรู้ว่าเขาจะต้องออกมาพบ

ศิวะหน้าเครียด ยืนยันกับคุณชายว่าตนไม่มีอะไรกับรติรสแล้ว อย่าเอาเรื่องนี้มาพูดกับอรอุมาอีก เพราะตนจะทำให้เธอคิดว่าเขาโกหก และถ้าเธอเกลียดเขาชีวิตจะไม่สงบสุขอีกต่อไป

“คุณอรไม่ได้โง่”

“ถ้าไม่โง่ ป่านนี้อรรู้เรื่องผมกับรสไปนานแล้ว”

คุณชายจันทร์พูดทิ้งท้ายก่อนจะกลับว่า...คนโง่ ที่สุดคือคนที่คิดว่าตัวเองฉลาด แต่คนชั่วที่สุด คือคนที่ทำร้ายผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ ครั้งนี้เขาโชคดีที่ประกายดาวไม่เอาเรื่อง แต่ครั้งหน้า ถ้าเขาแตะต้องเธออีก ชีวิตเขาจะไม่สงบสุขอีกต่อไป...คุณชายผลักศิวะกระเด็นไป

คืนนั้น ทั้งมิลินทร์และจิตสุภางค์แซวประกายดาวเรื่องจูบกับจันทรภานุไม่เลิก เพราะต้องการให้ยอมรับออกมาว่ารักเขาเข้าแล้ว แต่เธอก็ยังยืนกรานว่าไม่ได้รักและจะพิสูจน์ให้เห็น

ooooooo

วันรุ่งขึ้น จันทรภานุคุยโทรศัพท์จะไปรับประกายดาวออกจากโรงพยาบาลเอง พอเปิดประตูออกจากห้องเจอนันทินีจ๊ะเอ๋...เข้าก็สะดุ้งโหยง เธอทำขวยเขินว่าแค่เปลี่ยนสีอายแชว์โดเท่านั้นเขาก็ตะลึง คุณชายจันทร์ทำหน้าเซ็ง ขอตัวไปทำธุระ เธอลืมตัวโวย

“ธุระอะไรคะ ธุระกับนัง เอ๊ย! คุณดาวหรือเปล่า”

คุณชายตอบว่าใช่ เธอยังถามอีกธุระอะไร เขาทำหน้าตึง เธอจึงรู้สึกตัว เอาหม่อมสุรีย์มาอ้างว่าท่านอยากรู้ คุณหญิงนิ่มเข้ามาขัด ว่าหม่อมสุรีย์จะไม่พอใจมากกว่าถ้ารู้ว่ากุลสตรีอย่างนันทินีขึ้นมาบนห้องผู้ชาย นันทินีแก้ตัวมาตามคุณชายลงไปทานข้าวแล้วรีบกลับลงไป...คุณชายขอบใจคุณหญิงนิ่ม เธอยิ้มกริ่มเพราะเรื่องสกัดดาวรุ่ง ตนถนัด...นันทินีเจ็บใจ เมื่อตัวเองทำอะไรไม่ได้จึงใช้ตัวช่วยโทร.หาพงศ์จันทร

จันทรภานุเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามา พบมิลินทร์ช่วยประกายดาวเก็บของก็แปลกใจ เพราะมิลินทร์เป็นคนโทร.บอกว่าไม่ว่าง มิลินทร์ยิ้มๆ “ตอนแรกไม่ว่างตอนนี้ว่าง ลินทร์เห็นว่าคุณชายออกมาแล้วก็เลยไม่อยากห้าม ไม่ว่ากันนะคะ”

“ถ้าคุณลินทร์ห้ามไม่ให้ผมมารับคุณดาวสิครับผมถึงจะว่า ผมไปเคลียร์ค่ารักษาก่อนนะ”

คุณชายออกไป มิลินทร์หันมาร้องเพลงแซว เจอแบบนี้ใครไม่รักก็บ้าแล้ว ก็ไม่แคล้วคงสมองไม่ค่อยดี... ประกายดาวมองตาขวาง มิลินทร์โต้อย่ามามองแบบนี้ ตนแค่อยากพิสูจน์ใจเธอ

“ได้...ฉันจะไปบอกคุณชายเดี๋ยวนี้ ว่าฉันไม่ได้ชอบเขา” ประกายดาวขึงขัง

“คำพูดแค่ลมปาก จะพ่นคำโกหกอะไรออกมาก็ได้ แต่สิ่งที่แกโกหกไม่ได้คือใจตัวเอง ถ้าต้องกอดและจ้องตาคุณชายจันทร์ ถ้าแกเลือดกำเดาไหล แสดงว่าแกชอบเขา”

“หุ่นล่ำอย่างคุณชาย เลือดกำเดาใครไม่ไหลก็บ้าแล้ว”

มิลินทร์ไม่เชื่อ ท้าให้พิสูจน์ด้วยการกอดคุณชายจันทร์นานสิบวินาทีเท่านั้น เพราะรู้จักประกายดาวดีว่า ถ้าไม่รักไม่ชอบ จะไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ประกายดาวรับคำท้า...มิลินทร์เริ่มแผนด้วยการวิ่งออกมาตามคุณชายจันทร์เข้าไปดูประกายดาว จู่ๆก็ใจเสียเรื่องที่เจอมา อยากให้เขาช่วยไปปลอบเพื่อนตนหน่อย คุณชายรีบเข้าไปหาประกายดาวในห้อง กอดปลอบเธอไม่ต้องกลัว ต่อไปจะไม่มีใครทำร้ายเธอได้อีก เขาจุมพิตที่หน้าผากเธอ... มิลินทร์แอบมองช่องประตู นับ หนึ่ง...สอง...สาม...ไปได้เพียงเจ็ด...แปด...เลือดกำเดาประกายดาวก็ไหลออกมา คุณชายตกใจดึงทิชชูมาซับให้อย่างห่วงใย เธอรีบบอกว่าไม่เป็นอะไร อย่าดีกับตนนักเลย

“ขอผมเรื่องอื่นเถอะ ขอให้ผมไม่ทำดีกับคุณ ผมทำไม่ได้”

ประกายดาวแพ้ใจตัวเอง กลั้นน้ำตาไม่ไหวจะวิ่งหนีแต่ คุณชายยื้อกอดเธอไว้ มิลินทร์ยิ้มกริ่มโทร.เล่าให้จิตสุภางค์ฟัง จึงไม่ทันมองว่าพงศ์จันทรถือช่อดอกไม้เดินมา และเปิดประตูเข้าไป เขาเห็นสองคนยื้อยุดกันก็เข้าใจว่าคุณชายจันทร์ทำอะไรประกายดาว จึงปราดเข้ากระชากเขามาชกเปรี้ยง เลือดกบปาก ประกายดาวและมิลินทร์ตกใจ เข้ามาช่วยกันห้าม พงศ์จันทรเลือดขึ้นหน้า ตวาดถามประกายดาว...

รักเขามากหรือไง ประกายดาวโพล่งกลับไปว่า ไม่ได้รัก

“ไม่รักแล้วทำไมต้องปกป้องเขาด้วย อ้อ...ผมลืมไปว่าคุณอยากได้สะ...”

ประกายดาวตบหน้าพงศ์จันทรเกรงจะพูดออกมา “ฉันปกป้องเขา ไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่น  แต่เพราะคุณชายไม่ได้ทำร้ายฉัน ไม่มีใครทำร้ายฉัน ฉันทำร้ายตัวเองทั้งนั้น”

ประกายดาวร้องไห้วิ่งออกไป พงศ์จันทรจะตาม มิลินทร์ห้ามไว้บอกให้เขาเก็บดอกไม้กลับไป ตนจะดูแลประกายดาวเอง จันทรภานุยืนอึ้งเศร้าสะเทือนใจกับคำพูดของประกายดาว

เมื่อมิลินทร์ตามมาเจอประกายดาวนั่งร้องไห้

อยู่ในสวนของโรงพยาบาล เธอยอมรับว่าแพ้ใจตัวเอง มิลินทร์ต่อว่าแล้วพูดทำไมว่าไม่รักคุณชาย

“ก็แล้วจะพูดทำไมว่าไม่รัก คุณชายไม่จำเป็นต้องรู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับเขา เพราะฉันจะไม่ปล่อยให้ความรักอยู่กับฉันนานหรอก” สีหน้าประกายดาวมุ่งมั่น ทำเอามิลินทร์เหนื่อยใจแทน

ด้านจันทรภานุ มานั่งระบายอารมณ์ในผับกับอภิเชษฐ์ ดื่มแต่น้ำเปล่าจนอภิเชษฐ์แซวแปลกคน แต่ก็พร้อมจะช่วยฟังเพื่อนปรับทุกข์ ระหว่างนั้น เขาต้องคุยงานกับลูกน้องไปด้วย จนคุณชายจันทร์ตัดใจเปลี่ยนเรื่องมาถามเกี่ยวกับคดีที่เขาทำ

“แกช่วยทำให้ฉันเห็นว่าปัญหาของฉันมันเล็กมาก ถ้าเทียบกับปัญหาระดับประเทศที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแกต้องจัดการ แล้วคดีที่แกตามอยู่ไปถึงไหนแล้วล่ะ”

“เพิ่งได้ความคืบหน้ามาว่า พวกมันกำลังเคลื่อนไหวอะไรบางอย่างอยู่ ถ้าพวกมันทำสำเร็จ ยาเสพติดจะหลุดเข้ามาในประเทศเราอีกมาก”

ในขณะที่พลกับเจ้านายถูกปุระชัยเรียกตัวมาพบ ด้วยความที่พลเป็นเด็กที่ปุระชัยชุบเลี้ยงมา จึงต้องทำงานรับใช้เขาทุกอย่าง...อรอุมาขอให้รติรสพาตนมาหาปุระชัย จึงเข้าพบยังไม่ได้ รติรสให้ฝากเรื่องไว้ว่าอยากให้พ่อตนช่วยอะไร อรอุมาเล่าว่า วันก่อนคุณชายจันทร์ไปที่บ้าน ศิวะพูดอะไรแปลกๆ ทำให้ตนสงสัยว่า ประกายดาวไม่ใช่เมียน้อยศิวะ แต่มีผู้หญิงอีกคนจึงอยากให้ปุระชัยช่วยส่งลูกน้องสืบให้ รติรสหน้าถอดสี ปั้นหน้าถามคิดจะหย่ากับศิวะอยู่แล้วยังห่วงทำไมว่าเขายุ่งกับใคร

“เธอคิดว่าฉันจะหย่ากับศิวะจริงๆ เหรอ ฉันรักศิวะ ฉันก็แค่ลองใจแกล้งเอาเรื่องหย่ามาขู่ มันได้ผลมากเลยนะรส ศิวะไปง้อฉันทุกวัน ฉันทำไม่ดีกับเขายังไง  เขาก็ยังดีกับฉัน ฉันแน่ใจแล้วว่าเขารักฉัน...สมน้ำหน้านังพวกผู้หญิงหน้าโง่ที่โดนศิวะหลอกกินฟรี ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าตัวเองเป็นได้แค่ของกินเล่น”

รติรสร้อนตัวเผลอปัดถ้วยชาตก อรอุมามองด้วยดวงตาแข็งกร้าว เริ่มสงสัยแกล้งเตือนระวังเศษแก้วจะบาด มันเจ็บถึงหัวใจ รติรสเอะใจเพื่อนไม่เคยเป็นห่วงใคร อรอุมายิ้มมุมปาก

“เธอเป็นเพื่อนรักของฉัน ฉันถึงเตือน จะทำอะไรระวังให้ดี แก้วแพงๆ ถ้าแตกไปแล้วยังไงก็ประสานกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้”

รติรสกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เริ่มกลัวอรอุมาอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

ประกายดาวพยายามจะตัดใจไม่รักจันทรภานุจึงหนีไปทำงานที่เชียงใหม่ ทั้งคุณชายจันทร์และพงศ์จันทรไม่อาจติดต่อเธอได้ต่างร้อนใจ...พงศ์จันทรมาซักถามมิลินทร์แต่เธอก็ไม่รู้เพราะช่วงนี้งานยุ่ง แดนดินเองก็ติดต่อน้องไม่ได้จึงแกล้งส่งข้อความว่า น้องฟ้าป่วย

เท่านั้น ประกายดาวก็โทร.กลับมา แดนดินต่อว่าที่ไปไหนไม่ส่งข่าว แล้วเตือนน้องอย่างรู้ใจว่า หนีอะไรหนีได้ แต่หนีใจตัวเองมันยาก...จากนั้น พอพงศ์–จันทรโทร.มาถามว่าประกายดาวไปไหน แดนดินก็เผลอบอกว่าอยู่เชียงใหม่ แต่ไม่บอกว่าพักที่ไหน

ประกายดาวถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ไปเรื่อย เผอิญเจอพลและเจ้านาย พอรู้ว่าพวกเขาจะขึ้นดอยไปบริจาคของจึงขอไปเที่ยวด้วย เจ้านายไม่อยากให้ไปแต่พลยินดีเพราะหวังว่าจะเอาเธอบังหน้าการขนยาครั้งนี้ พิมพ์ไทยไม่พอใจคิดว่าพลสนใจประกายดาว ต้นอ้อซึ่งแฝงตัวอยู่ในกลุ่มนี้แต่แรก ตกใจเมื่อเจอประกายดาว จึงแอบส่งข่าวไปบอกอภิเชษฐ์

พงศ์จันทรพยายามจะรู้ให้ได้ว่าประกายดาวพักที่ไหน จึงมาถามคุณหญิงนิ่มที่ร้าน เธอยอกย้อน ประกายดาวอยู่ในใจพี่ชายตน พงศ์จันทรโกรธโต้ว่าคนที่อยู่ในใจประกายดาวอาจเป็นเขาก็ได้ คุณหญิงพูดแทงใจ ถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมต้องวิ่งโร่มาถามหา คุณหญิงเดินหนีออกไปที่รถ พงศ์จันทรตามมาแย่งขึ้นไปนั่งที่คนขับ แล้วดึงเธอมานั่งตักปรับเบาะเอนนอน ทำให้คุณหญิงล้มทับบนตัวเขา เธอร้องลั่นว่าทำบ้าอะไร

“ฟังผมพูด อย่าเถียง อย่าร้อง ไม่งั้นเจอจูบ...ผม ยอมรับ ที่ผ่านมาผมเจ้าชู้ มักมากอย่างที่คุณว่า แต่ผมไม่เคยไปบังคับฝืนใจใคร” คุณหญิงเถียง เขาเอ็ด “บอกว่าอย่าพูด พี่ชายคุณอาจจะดีกว่าผม แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะรักคุณดาวได้มากกว่าผม ความรักมันไม่ได้อยู่ที่ใครดีพอนะคุณหญิง แต่มันอยู่ที่ว่าใครพอดีต่างหาก แล้วใครจะไปรู้ผู้ชายเฮงซวยอย่างผมอาจจะพอดีกับคุณดาวก็ได้” พูดจบพงศ์จันทรก็จูบคุณหญิงเพราะอยากแกล้ง แล้วกระซิบ “คนอย่างผมไม่ได้รักใครง่ายๆ แต่ถ้ารักแล้ว ต่อให้ตายแทนผมก็ทำได้ เพราะฉะนั้นอย่ามาหาว่าผมไม่รู้จักความรักอีก”

คุณหญิงนิ่มตัวแข็งทื่อ พงศ์จันทรปล่อยเธอแล้วลุกออกจากรถ ปิดประตูให้ คุณหญิงได้สติขับรถออกไปสักพักก็จอดร้องไห้โฮ สับสนว้าวุ่นใจไปหมด...ด้านพงศ์จันทรแปลกใจตัวเองทำไมรู้สึกประทับใจกับริมฝีปากของเธอ เขาล้วงกระเป๋าหามือถือ ไม่เจอสงสัยตกอยู่ในรถคุณหญิงแน่ก็ร้อนใจ ระหว่างนั้น คุณหญิงนิ่มจอดรถหน้าวัง รู้สึกว้าวุ่นใจ ส่งการ์ตูนอารมณ์โกรธหาชายไร้หัวใจ พลันเสียงข้อความแชทดังขึ้นในรถ เธอแปลกใจมองหาที่มาของเสียง

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป
23 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 15:47 น.