ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวเกี้ยวเดือน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

นันทินีเป่าหูหม่อมสุรีย์ว่า  จันทรภานุต้องโดนประกายดาวทำของใส่แน่ๆ ถึงได้แก้ตัวแทน ใจหนึ่งหม่อมสุรีย์ชักจะเชื่อว่าประกายดาวเป็นคนดี แต่เพราะนันทินีทำให้ลังเล จึงขอให้เธอกลับห้องไปก่อน ตนอยากพัก นันทินีจ๋อย

คุณหญิงนิ่มร้อนใจ ตามมาคุยกับจันทรภานุว่า อย่าไปเชื่อที่อรอุมากล่าวหา เขาประมวลเหตุการณ์ที่เธอบอกว่าฝาครอบเลนส์หาย และภาพรติรสกับศิวะนัวเนียกันในสวนของโรงแรม ประกอบกับคำพูดของอรอุมาที่ว่า ศิวะทำเป็นขอเข้าห้องน้ำ ที่แท้แอบไปกินกันเร็วไม่ถึงสิบนาที

“เรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิด หรือไม่ก็มีคนตั้งใจใส่ร้ายคุณดาว แต่ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่ พี่จะไม่ยอมให้คุณดาวเสียหายทั้งๆที่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย มันไม่ยุติธรรม พี่จะช่วยเธอ”

คุณหญิงนิ่มดีใจแต่สงสัยว่าจะช่วยด้วยวิธีไหน...ด้านศิวะ ถูกอรอุมาเล่นงานยกใหญ่ ไม่ยอมเชื่อว่าเขาไม่ได้ทำอย่างที่เธอเข้าใจ แถมขู่จะฟ้องแม่ เพราะรู้ว่าศิวะเป็นคนกลัวแม่มาก อรอุมาร้องไห้ฟูมฟาย รติรสเข้ามาปลอบแต่สายตามีเลศนัย

“เข้มแข็งไว้นะอร เธอทำถูกแล้ว ผู้ชายอย่างศิวะต้องใช้ไม้แข็งเท่านั้นถึงจะเอาอยู่”

“ฉันทำผิดอะไร ทำไมฉันถึงมีผัวไม่เหมือนคนอื่น”

รติรสหยั่งเชิงถาม เลิกกับเขาดีไหม แล้วรอฟังคำตอบอย่างลุ้นๆ อรอุมาหยุดฟูมฟาย ประกาศกร้าว “ไม่...เรื่องอะไรฉันจะต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้ แล้วปล่อยให้พวกมันไปมีความสุขกัน”

รติรสโอบกอดอรอุมา แต่สีหน้าเกลียดชังเพื่อนคนนี้เหลือเกิน...

คืนนั้น จันทรภานุนัดศิวะมาเจอที่ผับแห่งหนึ่ง ศิวะดื่มเหล้าด้วยความเครียด ต่างจากคุณชายจันทร์ที่ดื่มแต่น้ำเปล่า ศิวะแขวะ วันนี้ไม่ใช่วันพระ ไม่ต้องกลัวผิดศีล คุณชายโต้

“ไม่ต้องรอให้เป็นวันพระหรอกครับ ถ้าประพฤติตัวอยู่ในศีลห้าได้ทุกวันจะดีกว่า ตัวคุณและคนอื่นจะได้ไม่เดือนร้อน”

“คุณชายมีอะไรจะพูดกับผมก็พูดมาตรงๆ เถอะ หรือว่าคุณชายจะมาเรียกร้องค่าเสียหายเรื่องเมื่อตอนหัวค่ำ คุณชายไปคุยกับอรดีกว่า”

“งานผมไม่ได้เสียหายมากนัก คุณพงศ์จัดการทุกอย่างให้ผ่านไปได้ด้วยดี แต่คนที่เสียหายมากที่สุดคือคุณดาว และคนที่มีหน้าที่จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยคือคุณ”

“คุณชายรักดาวหรือ”

“ผมมีความปรารถนาดีให้เธอ ผมไม่อยากให้เธอโดนพูดถึงเสียหาย ทั้งๆ ที่เธอไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย มันไม่ยุติธรรม”

“คุณชายแน่ใจได้ยังไงว่าไม่ยุติธรรม อย่าลืมนะ คุณชาย ผมกับดาวเราเคยเป็นแฟนกันมาตั้งหลายปี ไม่มีใครรู้ใจดาวดีเท่าผม คงไม่แปลกที่ดาวจะคิดถึงเรื่องเก่าๆของเรา อ้อ... ผมจะบอกความลับให้ ดาวชอบเอาชนะ ชอบความตื่นเต้น ตรงไหนที่คุณชายกับแฟนเก่าเคยๆกัน ไว้ พาดาวไปเถอะ ถึงใจดาวแน่ๆ” ศิวะหัวเราะกวนประสาท

คุณชายจันทร์โกรธ กระชากคอเสื้อศิวะมาพูดใส่หน้า “ความผิดพลาดที่สุดในชีวิตของผู้หญิงดีๆอย่างคุณดาว คือการที่เธอเคยรักผู้ชายอย่างคุณ”

ศิวะเยาะอย่าเชื่อใจประกายดาวมากเกินไป คุณชายจันทร์โต้ว่าตนเชื่อในสิ่งที่เห็น ศิวะอึ้งเห็นอะไร คุณชายขู่ ถ้าทำลายชื่อเสียงประกายดาว กล้องวงจรปิดตรงสวนจะเป็นพยานให้เธอว่ารอยลิปสติกบนเสื้อเขา ไม่ใช่ของเธอ ศิวะหน้าเจื่อนแถมโดนย้ำ ให้อยู่ห่างๆ ประกายดาว และทำให้อรอุมาเลิกเข้าใจประกายดาวผิด ความลับจะเป็นความลับต่อไป ศิวะเจ็บใจคิดเอาคืน

ooooooo

รุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์ลงข่าวประกายดาวแย่งสามีชาวบ้าน เกิดการตบตีกันกลางงาน แดนดินโกรธ ถือหนังสือพิมพ์มาโวยวายประกายดาวถึงคอนโด ประกายดาวทำดราม่าที่พี่ชายไม่เชื่อใจ สงสารน้องฟ้าที่มีพ่อปากจัด แดนดินตวาดกลับ

“สงสารน้องฟ้าที่มีอาเป็นบ้าแบบแก...ไหนแกบอกว่าแกล้มเลิกเมกกะโปรเจกต์มีลูกแต่ไม่อยากมีผัวของแกแล้วไง  แล้วทำไมแกยังไปหาคุณชายจันทร์อีก”

ประกายดาวหยุดดราม่า บอกพี่ชายว่าตนไปทำงาน ไม่เชื่อถามจิตสุภางค์กับมิลินทร์ดูได้ แดนดินสวมรอยว่าสองคนนั่นสารภาพแล้ว ประกายดาวผรุสวาทออกมาว่าเพื่อนทรยศ ขอโทร.ไปด่าก่อน แดนดินยิ้มอย่างมีชัย ประกายดาวจึงรู้ว่าถูกหลอก ต่อว่าพี่ชายร้ายมาก

“ไม่งั้นฉันจะเป็นพี่แกได้เหรอ ว่าไง...ฉันจะทำยังไงแกถึงจะเลิกคิดอะไรแผลงๆสักที หรือฉันจะต้องไปเตือนคุณชายจันทร์”

ประกายดาวร้องห้าม...แดนดินถามจะปิดเขาได้ตลอดหรือ อย่าลืมว่าความลับไม่มีในโลก ระหว่างนั้น จันทรภานุขับรถมาจอดหน้าคอนโด คุยโทรศัพท์กับคุณหญิงนิ่มที่โทร.มากำชับให้ซื้อดอกลิลลี่สีขาวแสดงถึงความห่วงใยไปให้ประกายดาวด้วย เขาติงบังคับให้มายังไม่พออีกหรือ

“อย่ามาโทษว่าหญิงบังคับ คนอย่างพี่ชายยอมให้ใครบังคับซะที่ไหน...โอเค งั้นดอกไม้ไม่ต้องก็ได้ค่ะ ใช้ความจริงใจล้วนๆ ลุยเลยนะคะ หญิงสืบแล้ว พี่ดาวอยู่บนห้องแน่นอน”

คุณชายจันทร์อมยิ้มกับความก๋ากั่นของน้องสาว ไม่ทันที่จะเดินเข้าตัวตึก มีรถเก๋งคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วแทบจะชน...ด้านประกายดาวถูกแดนดินลากตัวออกมาจากห้อง จะให้ไปสาบานต่อหน้าหลุมศพเตี่ยกะม้า ว่าจะล้มเลิกความคิดบ้าๆนี้ ประกายดาวยื้อไม่ยอมไป จังหวะนั้น มีชายคนหนึ่งเดินออกมาจากลิฟต์ หยุดฟังการโต้ตอบของสองพี่น้อง จึงรู้ว่าประกายดาวกำลังทำอะไร เขาตะลึงปล่อยช่อดอกไม้หล่นพื้น เสียงกระดาษแก้วกระทบพื้น ประกายดาวกับแดนดินชะงักหันมอง ประกายดาวตาเบิ่งโพลง “คุณพงศ์!”

ทั้งสามกลับเข้ามานั่งคุยกันในห้อง ประกายดาวเก้อเขินทำอะไรไม่ถูก แดนดินเอ่ยบอกพงศ์จันทรว่า “เท่าที่ผมรู้ คุณเองก็เป็นเป้าหมายอันดับสองต่อจากคุณชายจันทร์ ถ้าไอ้ดาวมันชวดจากคุณชาย คุณเก็บสเปิร์มของคุณไว้ไห้ดี”

ประกายดาวอายแทบแทรกแผ่นดินหนี  แดนดินเอ็ด กล้าทำก็ต้องกล้ารับ ดีเสียอีก จะได้มีคนช่วยยืนยันว่าสิ่งที่เธอทำมันบ้า พงศ์จันทรแทรกขึ้น

“ขอโทษนะครับ ผมขอพูดอะไรไม่สุภาพกับคุณดาวหน่อย” แดนดินตอบว่าตามสบาย เขาโพล่งทันที “คุณดาว...ผมโคตรชอบคุณเลยว่ะ...คุณดาวเป็นตัวของตัวเอง กล้าคิดกล้าทำ เชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง มีแนวทางเป็นของตัวเอง บอกตรง โดนใจผมมาก”

แดนดินกุมขมับ “อยากจะวิ่งเอาหัวโขกกำแพง”

ประกายดาวตีมือกับพงศ์จันทร ก่อนจะหันไปบอกพี่ชายว่า ได้เวลารับน้องฟ้าแล้ว ตนจะไปรับให้ แดนดินร้องลั่น อยู่ให้ห่างลูกตนไว้ ตนไม่อยากให้ลูกเพี้ยนตาม แล้วหันไปขอร้องพงศ์จันทร ให้ช่วยเปลี่ยนความคิดประกายดาว ก่อนจะออกไปรับลูกที่โรงเรียน

เมื่อแดนดินไปแล้ว พงศ์จันทรรับปากประกายดาว จะปิดเรื่องนี้เป็นความลับ แต่ขอถามสักข้อ ทำไมไม่ให้ตนเป็นเบอร์หนึ่ง

“เอ่อ...คือ คุณยังมีข้อเสีย แต่คุณชายไม่มี คุณใช้งานสเปิร์มบ่อย เด็กที่เกิดจากสเปิร์มของคุณอาจจะไม่แข็งแรง”

“คิดได้ยังไง แต่ชอบ...ชอบมากจริงๆ แล้วถ้าต่อไปนี้ผมจะไม่ใช้แล้วล่ะ คุณจะเปลี่ยนให้ผมเป็นเบอร์หนึ่งไหม”

“ฉันตัดสินใจไปแล้วค่ะ”

“ไม่เป็นไร สักวันผมจะทำให้คุณเปลี่ยนใจเลือกผมขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งให้ได้ อย่างแรกผมต้องแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ...เมื่อกี้คุณเบอร์หนึ่งมาที่นี่” พงศ์จันทรเล่าเหตุการณ์ตอนที่ตนเกือบขับรถชนจันทรภานุ พอเขาเห็นว่าตนมา จึงฝากให้บอกว่าอย่าลืมส่งไฟล์รูปให้ ตนรู้ว่าเขาไม่ได้มาเพื่อบอกเรื่องแค่นี้ ผู้ชายด้วยกันมองกันออก

ประกายดาวอมยิ้ม คิดว่าควรทำอย่างไรดี...วันต่อมา ขณะที่จันทรภานุเดินตรวจงานในห้าง เห็นว่ามีน้ำแอร์หยดลงพื้นจึงให้ลูกน้องไปเอาผ้าซับน้ำและเอาป้ายเตือนลูกค้ามาวางด้วยพร้อมเรียกช่างแอร์จัดการ ทันทีที่ลูกน้องเดินไป ประกายดาวโผล่มาจ๊ะเอ๋ ส่งซีดีรูปให้ ติงว่าอยากได้รูปแค่โทร.บอกก็ได้ไม่เห็นต้องไปหา

“พอดีผมผ่านไปแถวนั้น ก็เลยแวะไปบอกคุณดาวครับ”

“อ๋อ...อย่างนี้นี่เอง ถ้างั้นฉันไม่กวนคุณชายแล้ว นะคะ” ประกายดาวน้อยใจจะเดินไป

คุณชายจันทร์เห็นเธอเดินไปตรงน้ำหยดจะร้องห้ามแต่ไม่ทัน เธอลื่นล้มก้นกระแทกเสียก่อน ท่ามกลางสายตาผู้คนและมีคนถ่ายภาพไว้ได้ ประกายดาวเจ็บปวดเป็นกังวล

 

“คุณชาย...ห้องเครื่องของฉันพังแล้ว คุณชายช่วยโทร.เรียกพี่ดินให้มาพาฉันไปโรงพยาบาลที ฉันไม่อยากขยับเขยื้อนเดี๋ยวมันจะสะเทือนมากกว่านี้ ถ้าเกิดห้องเครื่อง พัง ฉันมีลูกไม่ได้ ฉันต้องตายแน่ๆ”

“โอเค ผมเข้าใจแล้ว” จันทรภานุเข้าช้อนตัวเธอขึ้น ประกายดาวกุมท้องน้อยตลอดเวลา

จันทรภานุจะพาประกายดาวส่งโรงพยาบาลเอง ประกายดาวมองหน้าเขาที่อยู่ใกล้ๆอย่างเคลิบเคลิ้ม พอรู้สึกตัวก็เขินรีบบอกให้เขาวางตนลง ตนหายเจ็บแล้ว พลันมีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งร้องขึ้นว่า “ฉันไม่ยอม! ฉันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”

ทั้งจันทรภานุและประกายดาวรีบเข้ามาถาม รปภ.ว่าเกิดอะไรขึ้น เขารายงานว่า ผู้หญิงคนนี้พบกล้องในห้องน้ำ ติดอยู่ตรงโถส้วม คุณชายตกใจพยายามปลอบให้ใจเย็น ขอเวลาตรวจสอบ แต่เธอโวยวายจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ที่ห้างหรูๆแบบนี้ระบบความปลอดภัยห่วย ประกายดาวรู้สึกสงสารคุณชายจันทร์อย่างมาก

หลังจากนั้น ผู้หญิงคนนั้นก็มารับเงินจากศิวะ เขายิ้มเยาะจะทำให้ห้างคุณชายจันทร์เจ๊ง

ooooooo

พงศ์จันทรแชตข้อความมาถามคุณหญิงนิ่ม ในนามชายไร้หัวใจ...ตนอยากรู้ว่าวีรกรรมตอนเด็กของเธอคืออะไร คุณหญิงนิ่มตอบไปว่าน่าอาย เพราะพอพี่ชายรู้ โกรธและไม่พูดกับตนไปหลายวัน คือการแอบสอยมะม่วงข้างบ้าน...พงศ์จันทรขำ เรื่องแค่นี้เอง ช่างเป็นคนดีเหลือเกิน

จากนั้น พงศ์จันทรจึงหลอกถามว่าพี่ชายเธอมีข้อเสียอะไรบ้างไหม เธอตอบมาว่า มีตรงที่แสนดีเกินไปจนกลัวจะเจอคนไม่ดี ทำเอาพงศ์จันทรถึงกับเซ็ง...

ในขณะที่จันทรภานุเรียกพนักงานเข้าประชุมด่วน เพราะมีข้อความว่อนในเน็ตถึงความปลอดภัยขั้นห่วยของห้างมีเดีย รวมทั้งมีภาพประกายดาวลื่นล้มปรากฏออกมาด้วย

ขณะที่ประกายดาวลากเพื่อนทั้งสอง มิลินทร์และจิตสุภางค์มาอบสมุนไพร เป็นการซ่อมแซมร่างกายที่ล้มก้นกระแทก มิลินทร์เห็นข่าวในไอแพดรีบบอกว่าคุณชายจันทร์แย่แล้ว ถูกโจมตีอย่างหนัก ประกายดาวโอดโอย สงสารลูกจัง จิตสุภางค์งงเกี่ยวอะไรกับลูก

“เอ้า ก็ตอนนี้คุณชายจันทร์ต้องเครียด แล้วความเครียดจะทำให้ระบบการทำงานของร่างกายแปรปรวน ลูกของฉันที่อยู่ในร่างของคุณชายก็ต้องอึดอัดไม่สบายตัว พอเขาออกมาลืมตาดูโลก เขาจะมีอีคิวต่ำ อารมณ์แปรปรวนง่าย”

จิตสุภางค์อ่อนใจ เตือนว่าถ้าต้องเลี้ยงลูกอารมณ์แปรปรวนจะเหนื่อยราวกับทำสงครามอ่าวเปอร์เซียก็ว่าได้ ประกายดาวไม่ยี่หระ เพราะตนจะต้องช่วยคุณชายจันทร์ไม่ให้เกิดภาวะนั้น

ประกายดาวเริ่มต้นด้วยการแวะมาเลือกซื้อกระเป๋าที่ร้านคุณหญิงนิ่มหลายใบ คุณหญิงนิ่มเอ่ยปากว่าไม่ต้องอุดหนุนตนขนาดนี้ ตนก็ต้องช่วยคุณชายจันทร์อยู่แล้ว

“ที่พี่ซื้อไม่เกี่ยวกับเรื่องคุณชายหรอกค่ะ พี่อยากสนับสนุนเด็กที่ยืนด้วยลำแข็งของตัวเองอย่างน้องหญิง พี่จะซื้อไปให้ยัยลินทร์เพื่อนพี่ ยัยนี่ชอบอัพอินสตาแกรม รับรองว่าอีกไม่นานกระแสกระเป๋าร้านน้องหญิงมาแรงแน่ค่ะ”

คุณหญิงนิ่มชื่นชมประกายดาวว่าเป็นตัวของ

ตัวเองมาก ประกายดาวว่าเธอพูดเหมือนพงศ์จันทร

คุณหญิงนิ่มชะงัก ถามตรงๆว่าชอบพงศ์จันทรหรือเปล่า ประกายดาวตอบจริงจังว่าชอบแบบเพื่อน คุณหญิงนิ่มดีใจ คิดวิธีจะทำให้คุณชายจันทร์หายเครียด

ooooooo

คืนนั้น จันทรภานุขัดใจคุณหญิงนิ่มไม่ได้ จำต้องขับรถมาหาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ไม่วายเขายังคุยโทรศัพท์สั่งงานเครียดๆ คุณหญิงนิ่มดึงมือถือมาเก็บไว้ บอกอยากให้เขาผ่อนคลายสักสองสามชั่วโมง พอคุณหญิงนิ่มพาเข้ามาในร้าน เขาแทบไม่เชื่อสายตาเมื่อเห็นบางอย่าง

บนเวที ประกายดาวและเพื่อนทั้งสอง มิลินทร์กับจิตสุภางค์อยู่บนเวที เต้นท่าตลกๆประกอบเพลง

แขกในร้านตบมือเชียร์กันอย่างครื้นเครง ทำเอาคุณชายจันทร์ทั้งขำทั้งงง ไม่ทันไร พงศ์จันทรส่งข้อความถึงคุณหญิงนิ่มในนามชายไร้หัวใจ ถามคิดออกหรือยังว่า พี่ชายมีข้อเสียอะไร คุณหญิงแปลกใจ ทำไมเขาถึงอยากรู้ พงศ์จันทรเกรงไก่จะตื่น จึงเปลี่ยนข้อความใหม่ว่าอย่าลืมดื่มนมก่อนนอน เธอตอบกลับไปว่า ยังไม่นอน ตอนนี้ออกมาเที่ยวกับพี่ชายและว่าที่พี่สะใภ้ พงศ์จันทรตาโพลง ยอมไม่ได้รีบสอบถามว่าเธอไปที่ไหน

หลังจากสามสาวเต้นท่าตลกๆจนจบเพลง แขกในร้านตบมือชอบใจกันใหญ่ มิลินทร์พูดออกไมค์เชิญจันทรภานุขึ้นมาร้องเพลงคู่กับประกายดาว คุณหญิงนิ่มรีบดันเขาขึ้นไป ทั้งสองกระซิบต่างร้องเพลงไม่เป็นกันทั้งคู่ ประกายดาวตัดสินใจเลือกเพลงสนุกๆ...แต่ทั้งสองก็ร้องเพี้ยนกันไป ทำให้ทั้งสองหัวเราะไปร้องเพลงไปอย่างสนุกสนาน

พอพงศ์จันทรรู้ว่าคุณหญิงนิ่มอยู่ร้านไหน ก็ตามมาอย่างด่วนจี๋ ทันทีที่เข้ามาในร้าน พนักงานยกมือไหว้เพราะเขาเป็นลูกค้าประจำ ประกายดาวกับจันทรภานุร้องเพลงจบ เดินลงจากเวที

“คุณชายคะ ฉันรู้ว่าคุณเครียดเรื่องงานมากแต่ฉันก็ไม่อยากเห็นคุณเครียด ปล่อยวางบ้างเถอะนะคะชีวิตเรามีเวลาแค่ช่วงเดียว ไม่รู้สั้นหรือยาว มีความสุขให้กันดีกว่า” ประกายดาวเอ่ย

จันทรภานุมองเธออย่างรู้สึกดี คุณหญิงนิ่มปราดเข้าเกาะแขนชมว่าร้องเพลงเก่งมาก เขาเอ็ด โกหกเป็นบาป พงศ์จันทรก้าวเข้ามาท้วงไม่ได้โกหก คุณชายจันทร์ร้องเพลงเก่งจริงๆ ทุกคนตกใจว่าพงศ์จันทรมาได้อย่างไร พนักงานเชิญเขาขึ้นไปร้องเพลง มิลินทร์รีบถามว่าเขามาประจำหรือ พนักงานตอบว่าใช่และร้องเพลงเพราะมาก จนเจ้าของร้านตื๊อให้มาร้องประจำ แต่เขาก็ไม่ใจอ่อนเสียที พงศ์จันทรทำเขินๆเดินไปขึ้นเวที ก่อนขึ้น เขาส่งเงินให้พนักงานคนที่พูดเชียร์

เพียงแค่พงศ์จันทรดีดกีตาร์ก็ทำเอาสาวๆแทบใจละลาย ประกายดาวสะกิดเพื่อนทั้งสองให้เก็บอาการกันหน่อย ทั้งสองแซวกลับ ทำไมไม่รู้สึกอะไรบ้าง แสดงว่ามีใครอยู่ในใจ จันทรภานุมองพงศ์จันทรสลับกับประกายดาวอย่างรู้สึกหวั่นใจ พอดีอภิเชษฐ์ตามมาหา โบกมือให้ออกไปคุย เขาจึงขอตัวเดินออกไป คุณหญิงนิ่มหมั่นไส้พงศ์จันทรไม่อยากฟังเขาร้องเพลง จึงชวนประกายดาวไปห้องน้ำ...เดินออกมาได้หน่อย ประกายดาวนึกได้ว่าลืมมือถือจะกลับเข้าไปเอา คุณหญิงอาสาไปเอาให้พอเข้ามาได้ยินพงศ์จันทรประกาศบนเวทีว่า เพลงนี้ตนร้องให้ผู้หญิงคนนั้น ทุกคนในร้านหันมามองเธอเป็นตาเดียว แล้วเขาก็ร้องเพลงเนื้อหาใจละลายเมื่อเห็นสาวเซ็กซี่อย่างเธอ เขาลงจากเวทีมาร้องใกล้ๆเธอ ทำให้เธอทั้งเขินทั้งอาย

ประกายดาวเห็นอภิเชษฐ์กับคุณชายจันทร์คุยกัน จึงเข้ามาแอบฟัง อภิเชษฐ์บอกว่า ได้เช็กกล้องวงจรปิดแล้วไม่พบใครมีพิรุธ จึงค่อนข้างมั่นใจว่าเรื่องนี้เป็นการดิสเครดิตห้าง มากกว่าจะเป็นฝีมือของโจรโรคจิตแล้วถามว่ามีปัญหากับใครช่วงนี้

“ฉันเคยมีปัญหาอยู่คนเดียว...คุณศิวะ”

“ศิวะสามีคุณอรอุมาน่ะเหรอ” อภิเชษฐ์แปลกใจ

จันทรภานุเล่าว่า ตนไปขอร้องศิวะให้เขาเคลียร์กับอรอุมาอย่าให้เข้าใจประกายดาวผิด อภิเชษฐ์ทึ่ง ถามเพื่อนชอบประกายดาวจริงๆใช่ไหม ไม่ทันที่คุณชายจันทร์จะตอบ เสียงมิลินทร์ร้องเรียกประกายดาว ให้เข้าไปฟังพงศ์จันทรร้องเพลงที่เธอชอบได้เพราะมาก สองหนุ่มหันมาเห็นประกายดาวถูกเพื่อนลากไป อภิเชษฐ์ปลอบว่า เข้าใจแล้ว ทำไมถึงพูดว่าชอบประกายดาวไม่ได้ คุณชายจันทร์ปัดเรื่องในใจออก บอกให้สืบหาตัวคนทำลายชื่อเสียงห้างก่อน

ooooooo

วันใหม่ อรอุมาเดินลงมาจากห้องในชุดนอน เห็นอาหารเช้าตั้งโต๊ะอย่างดี มีแจกันดอกไม้สวยงาม ก็ถามสาวใช้ ทำไมวันนี้ทำอะไรเว่อร์ สาวใช้ท่าทีอึกอัก ไม่ทันไร ศิวะถือช่อดอกไม้เข้ามา ทำหน้าทะเล้นกะเซอร์ไพรส์ แต่กลับถูกเธอไล่ตะเพิดออกจากบ้าน

ศิวะเจ็บแค้น ถ้าไม่รวยตนไม่มีทางง้อ ทันใด ประกายดาวโทร.มานัดให้ออกไปพบ เขาตื่นเต้นดีใจ... มิลินทร์และจิตสุภางค์ซึ่งนั่งอยู่ด้วย ถามประกายดาว เอาจริงหรือ จะช่วยคุณชายจันทร์เพราะหวังสเปิร์มหรือเปล่า

“งานนี้สเปิร์มไม่เกี่ยว ความหวังดีล้วนๆ คุณชายเดือดร้อนเพราะปกป้องฉัน ต่อให้ฉันต้องวิ่งไปนรก ฉันก็จะไป” สีหน้าประกายดาวมุ่งมั่นมากๆ ทั้งที่เพื่อนเตือนว่ากำลังเล่นกับไฟ

ไม่นาน ศิวะมารอประกายดาวที่ฟิตเนสแห่งหนึ่ง รออยู่นานจนต้องตามเข้ามา แต่แล้วต้องตะลึงเมื่อเห็นเธอเล่นโยคะพิลาทีส เขามองหุ่นเฟิร์มฟิตของเธอ นัยน์ตาหยาดเยิ้มกลืนนํ้าลายเอื๊อก...ประกายดาวหันมาเห็น ต่อว่าเข้ามาทำไม ให้รอข้างนอก เดี๋ยวใครเห็นจะตกเป็นข่าวอีก ศิวะมองเธอด้วยแววตาวิบวับ ถ้าไม่เข้ามาก็ไม่เห็นของดี ประกายดาวขอเรียกเหงื่ออีกสักพัก ศิวะโพล่งขึ้นว่า เธอโกรธอะไรอยู่ เธอแกล้งประหลาดใจ รู้ได้อย่างไร

“ลืมไปแล้วเหรอ เมื่อก่อน เวลาที่ดาวโกรธใครเป็นคนพาดาวมาเรียกเหงื่อระบายอารมณ์ที่นี่ เวลาดาวเสียใจ ใครเป็นคนพาดาวไปปีนผาถ่ายรูป เวลาดาวดีใจ ใครเป็นคน...”

“พอ...เราจำได้แล้วว่าเราเคยคบกัน”

ศิวะดีใจที่เธอไม่เคยลืม จึงถามวันนี้ใครทำให้โกรธ ประกายดาวรู้ดีว่าศิวะจะทนไม่ได้ ถ้าอยากรู้อะไรแล้วไม่รู้ จึงยั่วทำทีไม่อยากพูด เขายื้อยุดให้เธอพูดออกมา จนเธอต้องบอกว่า คุณชายจันทร์...ทันใด ด้านจันทรภานุ จามออกมาดื้อๆ ขณะที่อยู่กับนันทินีและคุณหญิงนิ่มในวัง นันทินีร้อนรนให้คนโทร.ตามหม่อมสุรีย์ และจะเรียกรถพยาบาล คุณชายพยายามจะบอกว่าไม่เป็นอะไร เธอก็เว่อร์สั่งน้ำอุ่นมาให้กลั้วคอ จนเขาต้องขึ้นเสียงว่าตนไม่เป็นอะไร

นันทินีดราม่าทันที “คุณชายไม่รู้หรอก เวลานันเห็นคุณชายเครียด นันเครียดกว่าล้านเท่า ถ้าเป็นไปได้ นันอยากแบกความเครียดของคุณชายมาไว้กับตัวเองคุณชายจะได้ไม่เครียด”

“ถ้าไม่อยากให้พี่ชายเครียด พี่นันต้องเล่นตลก ให้พี่ชายดูเหมือนพี่ดาวค่ะ”

นันทินีหัวเราะ อย่างประกายดาวเล่นตลกคงฝืด คุณหญิงนิ่มบอกว่า ฝืดหรือไม่ก็ทำให้คุณชายจันทร์หัวเราะและหายเครียดได้ คุณชายถาม ตกลงคืนนั้นประกายดาวตั้งใจทำเพื่อตนหรือ คุณหญิงนิ่มยิ้มรับ

ด้านประกายดาว ทำทีโกรธคุณชายจันทร์ที่หาว่า ตนทำงานให้ชุ่ยๆ ภาพที่ถ่ายออกมาไม่สวย เหมือนเอา นิ้วเท้ากดชัตเตอร์ ศิวะแปลกใจ คิดว่าสองคนกิ๊กกันอยู่ ประกายดาวว่าตนกับเขาเหมือนดอกฟ้ากับหมาวัด โดยที่ตน คือหมาวัด ตนอยากรู้ว่าใครที่ปล่อยข่าวดิสเครดิตห้างของเขา

“ดาวจะรู้ไปทำไม” ศิวะสงสัย

“เราอยากขอบคุณเขา อย่างคุณชายจันทร์ต้องโดน เล่นงานซะบ้าง จะได้รู้ว่าเวลาที่โดนคนอื่นตำหนิในสิ่ง ที่ไม่ได้ทำ รู้สึกยังไง อ้าย! หยุดเดี๋ยวนี้นะประกายดาว หยุดคิด” ประกายดาวทำเป็นตบหน้าตัวเองเรียกสติ ศิวะห้าม เธอร้องว่าต้องห้ามความคิดชั่วๆของตัวเอง

“ดาวอยากให้คุณชายจันทร์โดนเล่นงานมากกว่านี้ ใช่ไหม เราช่วยดาวได้นะ...แต่ดาวต้องสัญญาก่อน ถ้าเรา เล่นงานเขาได้สำเร็จ ดาวจะตอบแทนให้เราอย่างงาม”

ประกายดาวถามอยากได้อะไร เขาไม่ตอบแต่รับรองทำสำเร็จ ประกายดาวรีบกดอัดเสียงมือถือรอไว้ พอศิวะกำลังจะบอกว่าทำอะไร ก็เห็นรติรสถือกระเช้าดอกไม้เข้ามาในสถานฟิตเนส พนักงานเข้าไปต้อนรับพาเดินไป เขาตาเหลือกรีบวิ่งหนีหาที่หลบออกไป ประกายดาว แปลกใจ ทำไมต้องกลัวเพื่อนเมียขนาดนี้... ศิวะวิ่งหลบมาตามทาง เอามือถือมากดหาประกายดาว แต่เกิดชน กับผู้ชายตัวล่ำคนหนึ่ง มือถือกระเด็นตกไปในสระน้ำ ตัวเขาล้มก้นกระแทกอย่างแรง

รติรสเอากระเช้ามาแสดงความยินดีเจ้าของฟิตเนสแห่งนี้ ซึ่งเป็นเพื่อนเก่า พลันเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดในห้อง ว่าศิวะกำลังถูกเกย์ล่ำลวนลาม ก็แปลกใจ

ส่วนประกายดาวแบกกระเป๋าเดินออกจากสถานฟิตเนส โทร.คุยกับมิลินทร์ว่า ศิวะต้องรู้เรื่องดิสเครดิตห้างมีเดียแน่ๆ ตนจะต้องทำให้เขาตายใจแล้วหลอกถามใหม่ พลัน จันทรภานุโทร.มาจึงรีบบอกเพื่อน “แค่นี้ก่อนนะ ไอ้ลินทร์ โรงงานผลิตลูกฉันโทร.มา...สวัสดีค่ะคุณชาย”

จันทรภานุนัดประกายดาวไปทานอาหารอิตาเลียน แถวสุขุมวิท เธอตื่นเต้นจะตอบตกลง แต่นึกได้ รีบถามเขาว่าไม่ใช่การเดตใช่ไหม เขาย้อนถามถ้าใช่

“ไม่ใช่ดีกว่าค่ะ ฉัน ฉันไม่อยากเกร็งน่ะค่ะ แต่ถ้าเราไปทานกันในฐานะเพื่อน ฉันจะรีแลกซ์กว่า”

“ตามใจคุณดาว เพื่อนก็เพื่อน คืนนี้ผมไปรับคุณดาวที่คอนโดนะครับ” จันทรภานุวางสาย

คุณหญิงนิ่มได้ยิน ดีใจ คิดจะกำจัดเห็บเหาไม่ให้ตามไปก่อกวนทั้งสองคนอีก จึงโทร.ไปนัดพงศ์จันทรออกไปทานข้าวทั้งที่หมั่นไส้สุดๆ

ooooooo

และแล้ว จันทรภานุก็มารับประกายดาวที่คอนโด เผอิญเจอแดนดินในลิฟต์ แดนดินแนะนำตัวว่าเป็นพี่ชายประกายดาว เขาจึงรีบบอกว่าจะพาเธอไปทานข้าวและจะกลับไม่เกินเที่ยงคืน แดนดินยิ้มกริ่ม เอ่ยปากว่ามีความลับจะบอก...

ประกายดาวในชุดเดรสสั้นเข้ารูป ตกใจเมื่อเห็นคุณชายจันทร์มาพร้อมพี่ชาย แดนดินยิ้มอย่างมีเลศนัย “วัลย์ให้พี่แวะเอาแกงมาให้ พี่กะว่าถ้าแกไม่อยู่ พี่จะใส่ตู้เย็นไว้ ไม่คิดเล้ยว่าจะได้มาเจอคุณชายจันทร์ ห้องแกน่าจะอยู่สูงกว่านี้นะ พี่กับคุณชายจะได้มีเวลาคุยกันในลิฟต์นานๆ”

“พี่ดินคุยอะไรกับคุณชาย”

“คุยไม่มากหรอก แต่เป็นเรื่องแกล้วนๆ...นี่แกยังแต่งตัวไม่เสร็จนี่ จะยืนเฉยอยู่ทำไม รีบๆ ไปแต่งตัวซะสิ ให้คุณชายคอยนาน เสียมารยาท อะไรกันเรื่องแค่นี้คิดไม่ได้ มัวแต่เอาสมองไปคิดเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องอยู่ล่ะสิ”

ประกายดาวหวั่นใจ ดึงกล่องแกงมาแล้วให้แดนดินกลับไปได้ แต่เขาไม่กลับจะอยู่คุยกับคุณชายจันทร์จนกว่าเธอจะแต่งตัวเสร็จ ประกายดาวรีบบอกว่าสองนาทีเสร็จ...แดนดินคิดแผนบางอย่าง ชวนคุยว่าฝีมือทำแกงมัสมั่นของภรรยาตนอร่อยมาก แล้วแกล้งเปิดกล่องให้ดู ทำให้แกงกระฉอกใส่เสื้อผ้าเขาเลอะเทอะ ยิ่งเช็ดก็ยิ่งเปื้อน ประกายดาวออกมาตกใจ

“คุณชาย! พี่ดินทำอะไรคุณชาย”

“อุบัติเหตุนิดหน่อย แกมาก็ดีแล้ว แกช่วยดูแลคุณชายทีนะ พี่ต้องรีบกลับไปส่งลูกเข้านอน แล้วเจอกันนะครับคุณชาย” แดนดินยิ้มกริ่มออกจากห้องไป

ประกายดาวงง รีบให้คุณชายจันทร์ถอดเสื้อออกมาให้ตนซัก เขาลุกขึ้นถอดเสื้อออก เธอถึงกับตะลึงเมื่อเห็นร่างกำยำ ผิวสีชมพูของเขา...แดนดินแอบยิ้มกระหยิ่มอยู่นอกห้อง นึกถึงที่คุยกับคุณชายจันทร์ในลิฟต์ว่า

“ผมมีความลับของไอ้ดาวจะบอก ถ้าไอ้ดาวอยู่ใกล้ผู้ชายขาวล่ำ ปากแดงอย่างคุณชาย อาการหื่นของไอ้ดาวจะกำเริบ ถ้าไอ้ดาวหลบสายตาคุณชาย แสดงว่าต่อมหื่นของมันเริ่มกระดิก”

ในขณะที่ประกายดาวหลบตาส่งผ้าขนหนูให้เขาเช็ดตัว และขอเสื้อไปซัก คุณชายจันทร์เห็นเช่นนั้นนึกถึงคำพูดของแดนดินที่ว่า “ถ้ามันพูดติดๆขัดๆล่ะก็ แสดงว่าสติมันเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คุณชายต้องระวังไว้ให้ดี

อยู่ให้ห่างมันในรัศมีห้าสิบเมตร อย่าให้มันโดนตัวคุณชาย ได้แม้แต่ปลายเล็บ ไม่งั้นอาการในระยะสุดท้ายของไอ้ดาวจะปะทุ”

ประกายดาวเผลอเดินเหยียบแกงที่หกลื่นจะล้ม คุณชายจันทร์ดึงเธอเข้ามาปะทะอกที่เปลือยเปล่า เธอยิ่งเคอะเขินผละออกทำทีจะเอาเสื้อไปซัก ไม่ทันไร คุณชายตกใจเมื่อเห็นว่าประกายดาวเลือดกำเดาออก เขารีบสาวทิชชู่มาโปะจมูกเธอ ประคองให้นอนลงบนโซฟา ประกายดาวยิ่งเห็นแต่หัวนมสีชมพูของคุณชาย ใจเธอยิ่งเต้นแรง

เลือดกำเดาทะลักออกมาอีก

“ทำไมเลือดกำเดาคุณออกเยอะมาก”

“ก็เพราะคุณล่ำ เฮ้ย! ไม่ใช่ๆ เพราะฉันอึดอัด คุณชายออกไปให้ห่างๆฉันเถอะค่ะ นะคะฉันขอร้อง”

คุณชายจันทร์ลุกขึ้นมายืนมอง ประกายดาวดึงทิชชู่มาซับเลือดเพิ่ม ไม่กล้ามองเขา ไม่อย่างนั้นเลือดจะพุ่งออกมาอีก จึงบอกให้เขาไปเอาเสื้อคลุมในห้องน้ำมาสวม คุณชายยิ้มขำๆ...

แดนดินหัวเราะก๊ากเล่าเรื่องให้นภาวัลย์ฟัง เธอเอ็ดที่แกล้งน้อง “ผมไม่ได้แกล้ง ผมพูดเรื่องจริง เวลาไอ้ดาวมันอยู่ใกล้ผู้ชายที่ถอดเสื้อ มันจะเขินซะจนไม่กล้าสบตา พูดติดๆขัดๆ สุดท้ายก็เลือดกำเดาออก”

“แต่คุณไปบอกคุณชายว่าน้องดาว...หื่น คุณชายจะมองน้องดาวไม่ดีนะคะ”

“นั่นแหละที่ผมต้องการ ไอ้ดาวจะได้ไม่กล้าทำเรื่องพิเรนทร์”

“แสดงว่าคุณไม่อยากมีหลาน“

“อยากสิ แต่ขอมาแบบปกติทั่วไปดีกว่า สงสารเด็ก แต่เอาเถอะคุณ เจอวิธีสกัดดาวรุ่งของผมไป ไอ้ดาวคงต้องเสียเวลาหาเป้าหมายใหม่อีกนาน”...

จันทรภานุสวมเสื้อคลุมเดินออกมาจากห้องน้ำ ประกายดาวเช็ดเลือดกำเดาจนหมด จะเอาเสื้อของเขาไปซัก พลัน เสียงท้องร้อง เธอตีท้องตัวเองแล้วบอกให้อดทนไว้ อย่าซุกซน คุณชายจันทร์งงถามเธอคุยกับใคร เธอตอบว่าคุยกับพยาธิ เขาหัวเราะ เธอยิ้มทะเล้น รอยยิ้มนั้นกลับสะกดคุณชายจันทร์ให้ไม่อาจละสายตาจากใบหน้าเธอได้ เขาเข้ามาใกล้สบตาเธอนิ่ง บรรยากาศพาให้เธอยืนนิ่ง คุณชายโน้มหน้าจะจูบปากเธอ ทันทีที่ปากจะแตะกัน เสียงท้องคุณชายร้องจ๊อก...สองคนสะดุ้ง ต่างหัวเราะกลบเกลื่อน สบตากันเขินๆ คุณชายตีท้องตัวเองบ้าง

“เดี๋ยวเถอะนะ มาประสานเสียงอะไรกันตอนนี้”

“เราอย่าทรมานพยาธิของเรากันเลยค่ะ ทานข้าวกันที่นี่เลยดีกว่า เราอุตส่าห์มีแกงมัสมั่นที่อร่อยที่สุดในสามโลกแล้ว”

จากนั้น ประกายดาวก็จัดโต๊ะอาหารที่ระเบียงอย่างเรียบง่าย ข้าวเปล่าสองจานกับแกงมัสมั่นเพียงอย่างเดียว เธอถามคุณชายจันทร์ทานได้ไหม เขาตอบอย่างน่าประทับใจ

“ถึงจะมีกับข้าวอย่างเดียว แต่มื้อนี้จะเป็นมื้อที่พิเศษสุดในชีวิตผม เพราะมี...แกงมัสมั่นที่อร่อยสุดในสามโลก” จันทรภานุมองประกายดาวอย่างมีความหมาย

ด้านคุณหญิงนิ่มนัดพงศ์จันทรมาทานอาหารด้วยกันในร้านแห่งหนึ่ง คุณหญิงเอาแต่เขี่ยอาหารในจานเพราะครุ่นคิดถึงจันทรภานุกับประกายดาว จนพงศ์จันทรแปลกใจบอกให้ละเลียดไปก่อน เขาจะไปโทรศัพท์ คุณหญิงรีบถามว่าโทร.หาใคร

“ลูกน้อง จะสั่งแก้งาน”

คุณหญิงไม่เชื่อ เขาจึงถามจะโกหกทำไม เธอจึงตำหนิว่าเขาเสียมารยาท มาทานข้าวแล้วคุยโทรศัพท์ เธอจะยึดมือถือเขา พงศ์จันทรเอาหลบทัน เขารู้สึกเซ็งๆ จึงขึ้นไปร้องเพลงบนเวที คุณหญิงนิ่มดักคอ อย่ามาร้องเพลงพาดพิงถึงตน...พอพงศ์จันทรขึ้นเวที คุณหญิงนิ่มคิดถ่ายรูปอาหารส่งไปอวดชายไร้หัวใจ พร้อมข้อความว่าน่าทานไหม ทันทีที่กดส่ง พงศ์จันทรซึ่งอยู่บนเวทีก็หยิบมือถือมาอ่าน แล้วเผลอเงยหน้ามาสบตาเธอ คุณหญิงแปลกใจกับท่าทีของเขา

“ซวยแล้วไอ้พงศ์...” พงศ์จันทรแกล้งทำเป็นกดแชตคุยต่อเหมือนคุยกับคนอื่น

คุณหญิงนิ่มถอนใจ “เฮ้อ...ช่างบังเอิญกันดีแท้”

หลังจากเดินออกจากร้าน พงศ์จันทรก็คว้าแขน คุณหญิงนิ่มมาเค้นถามว่า ชวนตนมานั่งทานอาหารถ่วงเวลาอะไร คุณหญิงอึกอักปฏิเสธ เขาไม่เชื่อ รุกเข้าประชิดขู่ เธอใจเต้นรัว ยกเท้าที่ใส่ส้นสูงกระทืบไปบนเท้าเขา เขาร้องลั่นสะบัดเร่าๆ คุณหญิงฉวยโอกาสวิ่งหนี

ooooooo

กลางดึก รติรสดักรอศิวะที่หน้าบ้าน ต่อว่าหายไปไหน ทำไมติดต่อไม่ได้ เขาบอกว่าโทรศัพท์ตกนํ้า เพิ่งไปหาซื้อมาใหม่ รติรสรีบถามว่าตกที่ฟิตเนสใช่ไหม ศิวะตกใจรู้ได้อย่างไร

“ศิวะ...คุณปิดบังอะไรฉันอยู่ หรือว่าคุณนัดเจอกับใคร”

ไม่ทันที่ศิวะจะตอบ อรอุมาออกมาตามหารติรส เจอสองคนกำลังถกเถียงกันอยู่  เธอยังเคืองศิวะจึงเชิดหน้าใส่ แต่ถามรติรสทำอะไรกัน ด้วยความโกรธ รติรสจึงเล่นงานศิวะ

“วันนี้ฉันเจอคุณศิวะที่ฟิตเนสของเพื่อนสมัยเรียนเมืองนอก ก็เลยจะเช็กเรตติ้งสักหน่อยว่าโอเคไหม แต่คุณศิวะไม่ยอมบอกว่าไปฟิตเนสกับใคร  สงสัยคงต้องให้เธอช่วยถามให้แล้วล่ะ”

อรอุมาสะบัดหน้าไม่อยากรู้  แต่รติรสตื๊อไม่กลัวถูกสามีสวมเขาหรือ  อรอุมาจึงหันมาถาม ศิวะเหงื่อแตก กาฬ คิดหาทางออก

“ผมยอมรับก็ได้...ผมไปเจอเจ้าของบริษัททัวร์ ผมจะพาอรไปเที่ยวยุโรป”

“และทำไมต้องปิดบัง” รติรสไม่เชื่อ

“ผมจะเซอร์ไพรส์อรเพื่อเป็นการขอโทษกับทุกสิ่งทุกอย่าง  ผมจะบันดาลในทริปนี้ให้เป็นทริปที่วิเศษที่สุด ผมจะพาอรไปทุกที่ที่อรชอบ  จัดฉากเซอร์ไพรส์อรหน้าหอไอเฟล ที่ที่เราจูบกันครั้งแรก...ไปโรม ที่ที่ผมขออรแต่งงาน อรจะได้จำได้ว่าวันนั้นเราสัญญากันว่าอะไร”

อรอุมาตื้นตัน โผกอดศิวะด้วยความรัก  ศิวะมองรติรสด้วยสายตาเยาะ...

จันทรภานุมาส่งประกายดาวที่คอนโด  เธอถามเขาถึงเรื่องกล้องวงจรปิด ได้เบาะแสบ้างหรือยัง เขาเล่าว่าอภิเชษฐ์สงสัยว่าผู้หญิงคนนั้นจะมีส่วนรู้เห็น  เพราะกล้องไม่มีภาพเธอเลย  แต่เธอยังเที่ยวบอกหนังสือพิมพ์ทุกฉบับว่าเธอเสียหายมาก  ตนขอโทษก็แล้ว  ยินดีจ่ายค่าเสียหายเธอก็ไม่ยอม เหมือนอยากให้ห้างเสียชื่อ...ประกายดาวฟังอย่างใช้ความคิด

เช้าตรู่ ศิวะยังนอนกอดก่ายอรอุมาอยู่ มือถือศิวะดังขึ้น เขาขี้เกียจรับ แต่อรอุมารำคาญจึงคว้ามาดูชื่อ “เสงี่ยม...นี่มันใครกัน ฉันจะด่าให้”

ศิวะตาโพลงรีบคว้ามือถือมา “เอ่อ...เจ้าของบริษัททัวร์ครับ”

“งั้นคุณคุยเถอะ  ฉันจะทำเป็นไม่รู้เรื่องแผนเซอร์ไพรส์ของคุณก็แล้วกันนะคะ” อรอุมาจุ๊บแก้มศิวะแล้วเดินเข้าห้องน้ำ

ศิวะกดรับสาย “ฮัลโหลดาว...”

ประกายดาวต่อว่าที่เขาหายไปเมื่อวาน  ศิวะขอโทษอ้างว่ามือถือตกน้ำ  ทั้งสองจึงนัดพบกันใหม่  แต่ศิวะยืนกรานจะไปที่ห้องเธอ  ประกายดาวจำต้องยอม  เพื่อล่อให้ศิวะยอมเผยว่าเขาเป็นคนทำเรื่องดิสเครดิตคุณชายจันทร์

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป
23 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 15:49 น.