ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวเกี้ยวเดือน

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

เมื่อสาวสวยวัยใกล้ขึ้นคาน นึกอยากมีลูกแต่ ไม่อยากมีสามี ปฏิบัติการตามล่าหาสเปิร์มจึงเริ่มต้นขึ้น...

ช่างภาพสาวสวยวัย 32 ปี มีความมั่นใจในตัวเองสูง พ่อแม่ของเธอเป็นเจ้าของร้านขายข้าวขาหมูเล็กๆเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ประกายดาวกับแดนดิน พี่ชายได้รับมรดกมูลค่าร้อยล้าน ทำเอาทั้งสองตกตะลึง ไม่คิดว่าพ่อแม่จะเป็นผ้าขี้ริ้วห่อทอง แดนดินนำเงินไปซื้อบ้านเดี่ยวอยู่กับภรรยาและลูกสาวตัวน้อย ส่วนประกายดาวซื้อคอนโดฯอยู่กลางกรุงเพื่อความสะดวกในการทำงาน...ทุกครั้งที่ประกายดาวมาเยี่ยมพี่ชายเธอมักจะเล่นกับน้องฟ้าที่กำลังน่ารักน่าชังด้วยความรักและเอ็นดู จนแดนดินอดแซวไม่ได้ที่เธอไม่ยอมมีชีวิตคู่กับเขาบ้าง

“หวงเข้าไปเถอะไอ้ชีวิตโสดน่ะ ขึ้นคานมาฉันจะหัวเราะให้ฟันหัก”

“ดาวไม่ได้หวงนะพี่ดิน แต่ยังไม่ชอบใคร สงสัยเนื้อคู่จะยังไม่เกิด”

“อย่าเลยนะแกน่ะ เป็นเจ้าสาวที่กลัวฝนใช่ไหมล่ะ...เนอะลูกเนอะ”แดนดินเข้าอุ้มน้องฟ้า

ประกายดาวลุกขึ้นแย้งว่าไม่กลัว แต่ไม่มีฝนให้เดินตาก แดนดินหาว่าแก้ตัวน้ำขุ่นๆเธอจึงอ้างคติพจน์ “แม้แผ่นดินสิ้นชายที่พึงเชย อย่ามีคู่เสียเลยจะดีกว่า”

อีกชีวิตหนึ่ง ราชนิกุลหนุ่มหล่อลากดินวัย 35 ปี เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง ไม่ว่ารูปร่าง หน้าตา ฐานันดร หน้าที่การงานและฐานะทางสังคม...หม่อมราชวงศ์

จันทรภานุ นพรัตน์ หรือที่เรียกขานกันว่า คุณชายจันทร์ เธอจะเนี้ยบในทุกเรื่อง ยิ่งเสื้อผ้าแล้ว ยับแม้เพียงนิดก็จะไม่ใส่ จนอ้อยสาวใช้กลัวหงอเมื่อเห็นสายตาที่เธอปรายมาทีไร...หม่อมสุรีย์ หม่อมแม่ของจันทรภานุอยากให้ลูกชายมีครอบครัวเสียที จึงหาหญิงสาวที่เหมาะสมมาให้ดูตัวอยู่บ่อยๆ และครั้งนี้ก็เป็นคนที่ท่านหมายตาให้ จันทรภานุไม่อยากขัดใจแม่จำต้องไปตามนัด

บุญชูยืนรอตัวลีบ จันทรภานุเดินออกมาบอกเขาว่าวันนี้จะขับรถเอง บุญชูรีบส่งกุญแจให้  ถอยห่างมายืนคู่กับอ้อย ต่างยืนเกร็งด้วยความกลัวจะโดนตำหนิ

จันทรภานุขับรถไปตามทางอย่างใจเย็น ขณะเดียวกัน ประกายดาวขับรถมาด้วยความเร็วเปิดเพลงดังลั่นรถ คุยโทรศัพท์ผ่านบูลทูธกับเพื่อนว่ากำลังจะแวะซื้อคาปูชิโน่ให้ เธอแซงรถมาหลายคันจนมาเจอรถของจันทรภานุ จึงกะพริบไฟไล่ แต่เขาไม่เห็น เธอบีบแตรใส่อีก ทำให้จันทรภานุไม่พอใจแกล้งขับรถช้าลงกว่าเดิม

“แบบนี้แกล้งกันนี่หว่า”ประกายดาวแซงมาตีคู่ หันมองหน้าอย่างกวนๆ

จันทรภานุไม่เห็นเพราะรถเธอติดฟิล์มทึบ  เขาแกล้งแซงปาดหน้าเธอทำให้เธอต้องเบรกตัวโก่ง โมโหพยายามเร่งเครื่องตามแซง  แต่เขาก็แกล้งชะลอรถตอนใกล้แยกแล้วเร่งเครื่องผ่านตอนไฟกำลังจะแดง  ทำให้ประกายดาวตามไม่ทัน เธอโกรธทุบพวงมาลัยรถระบายอารมณ์

ในร้านกาแฟ จันทรภานุเข้ามาพบนันทินี  สาวสวยดีกรีจบแฟชั่นดีไซน์จากฝรั่งเศส แต่แต่งตัวจัดเว่อร์ คุยอะไรด้วยก็หัวเราะร่วนน่ารำคาญ เขาจำต้องแสดงความเป็นสุภาพบุรุษจนแทบทนไม่ไหว  เผอิญประกายดาวเดินเข้ามาซื้อกาแฟ ผ่านโต๊ะจันทรภานุโดยไม่เห็นกัน

ระหว่างนั้น จันทรภานุสุดทนนันทินีได้ เขาขอตัวกลับแล้วลุกขึ้น  จู่ๆเธอก็ฟูมฟายเสียงดังโผเข้ากอดเขาไว้ “นันรู้ว่าการที่คุณชายเดินออกไปแบบนี้ หมายความว่าคุณชายเซย์โนกับนัน  แต่นันอยากขอโอกาส พลีส...อย่าทิ้งนันไปแบบไร้เยื่อใยอย่างนี้เลย”

สายตาคนในร้านมองอย่างตำหนิ เข้าใจว่าชายหนุ่มหักอกหญิง ประกายดาวไม่ชอบเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว  ของขึ้น เดินถือถ้วยกาแฟมาสาดใส่หน้าเขาเต็มๆ จันทรภานุตกใจ นี่มันอะไรกัน

“โดนแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ” ประกายดาวโต้ แล้วหันไปโค้งให้คนในร้านที่ปรบมือให้

นันทินีแว้ดใส่ทันที มายุ่งอะไรด้วย สาระแนไม่เข้าเรื่อง จันทรภานุโกรธและอับอายมากเดินหนีออกจากร้าน นันทินีวิ่งตาม  ประกายดาวงงมาก  พอดีมือถือดัง เธอรับสายแล้วต้องตกใจ

รีบมาโรงพยาบาล ประกายดาวขอโทษมิลินทร์ที่ไม่ได้กาแฟมาฝาก มิลินทร์บอกไม่เป็นไรให้ไปดูจิตสุภางค์ที่นอนร้องครวญครางอยู่บนเตียง ประกายดาวรี่มาเกาะขอบเตียง ถามเพื่อนท้องที่สี่แล้วยังไม่ชินอีกหรือ จิตสุภางค์ย้อนว่าจะกี่ท้องก็เจ็บทั้งนั้น ไม่เป็นบ้างไม่มีทางรู้หรอก

พยาบาลเข้ามาจะเข็นเตียงเข้าห้องคลอด  จิตสุภางค์จับมือประกายดาวแน่นให้เข้าไปเป็นเพื่อน มิลินทร์ถอยห่างโบ้ยให้ประกายดาวเข้าไปคนเดียว...ด้วยเหตุนี้ ทำให้ประกายดาวได้เห็นทุกขั้นตอนของการคลอดลูก รู้สึกเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของมนุษย์จริงๆ

เวลาผ่านไป จิตสุภางค์นอนที่ห้องพักฟื้น  เฮียเชาสามีโทร.เข้ามา เสียงเธอโวยวายจะร้องไห้ทำไม ใครจะรู้ว่าคลอดก่อนกำหนด เลิกฟูมฟายที่กลับมาไม่ทันได้แล้ว มิลินทร์กับประกายดาวต้องปราม จะเอ็ดสามีทำไม เขาเสียใจที่กลับจากเมืองจีนไม่ทัน และเขาก็ดีใจที่ได้ลูกชายเกิดปีมังกรทองเสียด้วย จิตสุภางค์อ่อนลง

“ก็ใช่อ่ะ คราวนี้ฉันจะได้ปิดอู่ซักที...เออนี่ วันเกิดแก ลูกฉันก็ครบหนึ่งเดือน ฉลองพร้อมกันเลยนะ” สามสาวพยักหน้ายิ้มให้กัน

ooooooo

วังนพรัตน์ มีนมพรที่เลี้ยงดูจันทรภานุมาแต่เล็ก หม่อมสุรีย์ก็รักและเกรงใจนมพร ทั้งสองกำลังคุยกันเรื่องนัดบอร์ดครั้งนี้ หม่อมสุรีย์ถามขึ้นว่า ครั้งนี้จะสำเร็จไหม นมพรตอบโดยไม่ต้องคิดว่าไม่สำเร็จหม่อมสุรีย์ถอนใจ พอเห็นจันทรภานุกลับมาเสื้อผ้าเลอะเทอะทั้งสองตกใจ

“ชายจันทร์ไปทำอะไรมาลูก”

“ผมไม่อยากพูดถึง ขอตัวนะครับ” จันทรภานุเดินหัวเสียขึ้นห้อง  ถอดเสื้อผ้าที่เลอะออก  มองตัวเองในกระจกอย่างเคียดแค้น “อย่าให้ฉันเจออีกนะ...”

ด้านประกายดาวจามเสียงดัง ฉุกคิดว่าใครด่า เธอนั่งมองรอบห้องรู้สึกเหงาขึ้นมา กดโทรศัพท์หาจิตสุภางค์ ได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวลั่นบ้านเพราะแม่สามี

พากันมาเยี่ยมหลานคนใหม่ จึงไม่อยากกวน วางสายไปแล้วโทร.หามิลินทร์ ได้ยินเสียงเธอหัวเราะคิกคัก ก็รู้ทันทีว่ากำลังสวีตหวานกับสามี จึงไม่อยากรบกวนเช่นกัน...ประกายดาวถอนใจออกมายืนมองท้องฟ้าด้วยความเหงา นึกถึงอดีตครั้งยังเรียนมหาวิทยาลัย เธอกับศิวะสนิทสนมกันจนเพื่อนอย่างมิลินทร์และจิตสุภางค์เชื่อว่า เรียนจบสองคนนี้ต้องแต่งงานกันแน่ๆ

แต่แล้วทุกอย่างก็พังทลายลง เมื่อแม่ของศิวะบงการให้ประกายดาวต้องเป็นช้างเท้าหลังเป็นแม่บ้านดูแลบ้านเพียงอย่างเดียว โดยที่ศิวะไม่กล้าหือเชื่อฟังแม่สุดๆ สุดท้ายจึงต้องเลิกรากันไป และเพียงไม่กี่เดือน ศิวะก็แต่งงานไปกับอรอุมา หญิงสาวที่แม่หาให้...ห้าปีต่อมา ประกายดาวจึงมีแฟนใหม่ ชื่อจามร เป็นหนุ่มหล่อ แต่เอาเปรียบเธอคิดจะอยู่ก่อนแต่ง  เธอรับไม่ได้จึงเลิกราไปอีกครั้ง...ต่อมา เธอคบหากับเอกวินทร์ แต่เขาเป็นผู้ชายที่ขี้โม้ อวดว่าตัวเองเก่งทุกอย่างทั้งที่ไม่เห็นทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน จนเธอทนไม่ไหวต้องบอกศาลา

“เนี่ยแหละ ชีวิตรักของฉัน ทั้งหมดนี้คือคำตอบว่าทำไมฉันถึงมีทัศนคติไม่ดีกับผู้ชาย”

ไม่ต่างจากจันทรภานุ  ที่ยืนมองฟ้าจากหน้าต่างห้องเช่นกัน เขากำลังคิดถึงแพท แฟนเก่าที่คบกันมา 7 ปี เขารอวันที่เรียนจบจะได้แต่งงานกัน แต่แล้วเธอก็ทิ้งเขาไป

ooooooo

หลายวันผ่านไป หม่อมสุรีย์ นมพรและจันทรภานุมางานเปิดร้านขายของแบรนด์เนมของคุณหญิงนิ่ม หรือ ม.ร.ว.นิมมานรดี สาวสวยหวานมารยาทงามสมกับเป็นราชนิกุล เพิ่งเรียนจบกลับมา เป็นอีกคนที่หม่อมสุรีย์หมายตามาเป็นสะใภ้

คุณหญิงนิ่มรู้ตัวดีว่าไม่อาจคิดกับจันทรภานุเป็นอย่างอื่นได้นอกจากพี่ชาย แต่หม่อมสุรีย์ก็ยังขอร้อง “หญิงนิ่มต้องช่วยป้านะ ชายจันทร์ยื่นคำขาดว่าเขาจะไม่ดูตัวอีก”

“หม่อมป้าไม่ต้องห่วงค่ะ  เย็นนี้หญิงมีนัดกับเพื่อน เพื่อนหญิงยังโสดหลายคน หญิงจะชวนพี่ชายไปด้วย”

ไม่ทันไร นันทินีโผล่เข้ามาในร้านพร้อมช่อดอกไม้ช่อใหญ่มาอวยพร  หม่อมสุรีย์ดีใจบอกคุณหญิงนิ่มไม่ต้องช่วยแล้ว เพราะนันทินีนี่แหละที่เหมาะสมและมีความพยายามเป็นเลิศ...หม่อมสุรีย์พยายามผลักดันให้นันทินีใกล้ชิดกับลูกชาย นันทินีก็ลูกเล่นแพรวพราวแกล้งสะดุดขาตัวเองล้มนั่งตักจันทรภานุ ช่างภาพรีบเก็บภาพทันที ชายหนุ่มเอือมหาทางเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำ

หม่อมสุรีย์ยิ้มแตะมือกับนันทินีอย่างพอใจ “หนูนันทำดีมากจ้ะ ถ้ายังไงแม่จะหาโอกาสให้หนูนันได้ไปดินเนอร์กับชายจันทร์สองต่อสองดีไหม”

“เก๋กู๊ดเลยค่ะ หม่อมแม่ขา”

หม่อมสุรีย์หาโอกาสคุยกับจันทรภานุ ให้พานันทินีไปทานข้าวเย็นนี้ เขาขอเหตุผลหม่อมสุรีย์อ่อนใจจึงบอกว่าเหตุผลคือความต้องการของตน เพราะเห็นว่าเธอเหมาะสมกับเขา

“แต่แม่ครับ ผมไม่ได้ชอบคุณนัน”

“ตอนแม่แต่งงานกับท่านพ่อ แม่ก็ไม่ได้ชอบท่านพ่อของลูกเหมือนกัน แต่พออยู่ๆกันไปแม่ก็รักท่านพ่อของลูกสุดหัวใจ ทำตามที่แม่สั่ง อย่าขัดใจแม่” หม่อมสุรีย์พูดจบเดินจากไป

จันทรภานุเครียด คุณหญิงนิ่มเข้ามาสะกิดไหล่ ถามเจอศึกหนักหรือ เขารีบขอให้เธอช่วย

ในวันเดียวกัน ประกายดาวทำบุญวันเกิดร่วมกับครอบครัวจิตสุภางค์ที่ลูกชายคนเล็กอายุครบหนึ่งเดือนและมิลินทร์ พากันมาเลี้ยงอาหารที่มูลนิธิเด็ก จู่ๆประกาย-ดาวก็มีความคิดว่า

“เด็กพวกนี้เกิดจากความไม่มีวุฒิภาวะของพ่อแม่ นึกอยากแต่จะมีความสุขแต่ไม่นึกถึงผลที่จะตามมา ถึงเด็กพวกนี้จะเจริญเติบโตในสังคมเหมือนเด็กทั่วไป  แต่สิ่งที่แตกต่างคือจิตใจความคิดความรู้สึก นั่นเพราะไม่มีพ่อแม่เป็นต้นแบบในการหล่อหลอมอบรมสั่งสอน และปัญหาเด็กกำพร้าก็มีมากขึ้นในสังคมไทย  ฉันก็เลยคิดว่าจะรับเด็กมาเลี้ยง พวกเธอเห็นว่าดีไหม”

ทั้งจิตสุภางค์และมิลินทร์ค้าน แจงเหตุผลมากมายที่จะตามมา แต่ประกายดาวอยากมีลูกเป็นเพื่อนแก้เหงาโดยไม่อยากมีพ่อ  เธอมั่นใจว่าจะเป็นแม่ที่ดีได้  ประกายดาวมองเฮียเชาที่ดูแลลูกๆที่กำลังซนแต่ก็เอาไม่อยู่  จนจิตสุภางค์ต้องไปจัดการเอง เธอกระซิบมิลินทร์

“แกเห็นไหมลินทร์ มีลูกกวนตัวคนเดียว ดีกว่ามีผัวกวนใจอีกคน”

มิลินทร์ถอนใจกับความคิดของเพื่อน...ระหว่างที่ประกายดาวไปเจรจากับเจ้าหน้าที่เรื่องอุปการะเด็ก มีรถยนต์แล่นเข้ามาจอด คนที่ลงจากรถคือศิวะ อรอุมาและรติรส จิตสุภางค์สะกิดมิลินทร์ ศิวะเห็นเพื่อนทั้งสองก็รู้ว่าประกายดาวอยู่ที่นี่ จึงทำทีไปเข้าห้องน้ำแล้วแอบไปดักเจอ

ประกายดาวเห็นศิวะมาก็อึดอัดใจเดินหนี แต่เขาคว้ามือเธอขอร้อง “ดาว ถึงเราจะแต่งงานแล้ว  แต่เราก็ยังรักดาวนะ รักดาวเสมอ”

อรอุมาตามมาเจอตวาดเสียงลั่น “ทำอะไรกัน...”

ศิวะรีบปล่อยมือประกายดาว ไม่กล้าแก้ตัวช่วยเธอ อรอุมาแว้ดใส่ประกายดาวชุดใหญ่

“หน้าตาก็ดี ไม่น่ามาลักกินขโมยกินแบบนี้...มิน่า วันนี้คุณถึงได้อยากมาที่นี่นัก เพราะคุณจะมาหามันใช่ไหม...นี่คงนัดมาล่ะสิ”

“มันจะน้ำเน่าไปหน่อยมั้ง ฉันเนี่ยนะนัดตานี่มา ประสาท” ประกายดาวฉุน

รติรสยุอรอุมาว่าประกายดาวด่า อรอุมาแหวใส่รู้ไหมว่าเธอเป็นใคร ประกายดาวโต้แล้วเธอรู้ไหมว่าตนเป็นใคร อรอุมาปรี๊ดแตก กล้าดีอย่างไรมาย้อน

ประกายดาวฉุน เท้าเอวเดินเข้าใส่ “แล้วแกกล้าดียังไงมากล่าวหาฉันอย่างนี้ อะไรที่ฉันทิ้งไปแล้ว ฉันไม่มีทางจะเก็บมันมาใช้อีกหรอก อย่ามาทำเป็นน้ำเน่าเป็นนางอิจฉาที่นี่...ที่นี่บริสุทธิ์เกินกว่าจะต้องมาแปดเปื้อนเพราะความคิดอกุศลของแก”

ทั้งอรอุมาและรติรสถอยหนีชนกำแพง ศิวะหงอไม่กล้าสบตาใคร พอดีเจ้าหน้าที่เดินมาถามว่ามีอะไรกันหรือเปล่า ประกายดาวจึงหันไปบอกเจ้าหน้าที่ว่าจะกลับมาคุยด้วยวันหลัง แล้วหันไปบอกศิวะ ดูแลภรรยาอย่าให้มาแสดงกิริยาต่ำๆอย่างนี้อีก ว่าแล้วก็ย้ำ ลาก่อน... ลาขาด

“เธอจะยอมให้มันด่าเธอฝ่ายเดียวไม่ได้นะอร” รติรสอดยุยงเพื่อนไม่ได้

อรอุมาฮึด เดินตามประกายดาวออกไป ร้องท้าด่ากันแล้วจะไปง่ายๆอย่างนี้หรือ ประกายดาวชะงักหันกลับมาถาม “แล้วจะเอาไง ตบกันเลยไหม”

ประกายดาวถลกแขนเสื้อรอ อรอุมาดันรติรสเข้าไป แต่เธอขืนตัวไว้ไม่กล้า มิลินทร์กับจิตสุภางค์ตามมายืนขนาบข้างเพื่อน เตรียมรับมือ ศิวะขยาดดึงอรอุมากลับ รติรสรีบวิ่งตาม

ooooooo

เย็นวันนั้น จันทรภานุจำต้องนั่งรถนันทินีไปดินเนอร์ตามคำสั่งหม่อมสุรีย์ นันทินีเปิดเพลงแนวยั่วยวน แถมจับต้นขาเขาหมับ คุณชายสะดุ้งยกแขนกระแทกหน้าเธอเฉี่ยวๆ

“ขอโทษครับ  ผมเป็นโรคบ้าจี้น่ะครับ  ใครแตะตัวไม่ได้เด็ดขาด แขนขามันจะชักกระตุก”

นันทินีหน้าเหวอ พลันมือถือดังขึ้น จันทรภานุรับสายแอบอมยิ้มแล้วเก๊กหน้าขรึม

“ว่าไงนะหญิงนิ่ม ตอนนี้น้องหญิงอยู่ไหน พี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้”

จันทรภานุหันมาบอกนันทินีว่าไปดินเนอร์ด้วยไม่ได้แล้ว ต้องไปดูแลคุณหญิงนิ่ม เพราะเธอเกิดอุบัติเหตุ ขับรถชนคนตายสมองไหลอยู่กลางถนน นันทินีแขยงจะไปส่งก็ไม่กล้า จึงจอดรถให้เขาลง ชายหนุ่มอมยิ้มรีบโบกแท็กซี่กลับไปที่ร้านของคุณนิ่ม...พอคุณหญิงนิ่มรู้ว่าคุณชายสร้างเรื่องขนาดนั้นก็เกรงจะถึงหูหม่อมสุรีย์แล้วตนจะกลายเป็นเด็กเลี้ยงแกะ

“พี่ไม่รู้จะทำยังไง ก็ต้องแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปก่อน”

“อย่าเอาตัวรอดคนเดียวนะคะ หญิงช่วยพี่ชายแล้วคราวนี้ก็ถึงตาพี่ชายต้องช่วยหญิงบ้าง”

“มีทวงบุญคุณกันด้วย”

“แน่นอนค่ะ พี่ชายต้องไปคาราโอเกะกับหญิง”

“เฮ้อ...นี่พี่หนีเสืออย่างหม่อมแม่ มาปะจระเข้อย่างเราใช่ไหม”

คุณหญิงนิ่มไม่ตอบ แอบอมยิ้มมีเลศนัย...ให้เผอิญที่ประกายดาว มิลินทร์และครอบครัวจิตสุภางค์ ยกโขยงมาเที่ยวคาราโอเกะแห่งนี้เช่นกัน สามสาวร้องเพลงด้วยกันอย่างเมามัน ห้องข้างๆที่กลุ่มคุณหญิงนิ่มร้องเพลงเฮฮากับเพื่อนๆ จันทรภานุนั่งเซ็งเพราะรู้ว่าเธอชวนมาหวังจับคู่กับเพื่อนของเธอ...พอดีประกายดาวมาเข้าห้องน้ำล้างหน้า แต่กระดาษทิชชูหมด จึงเดินออกมาโดยใช้แขนเสื้อเช็ดหน้า เธอชนเข้ากับคนๆหนึ่ง เขาโอบเอวไม่ให้เธอล้ม พอทั้งสองเห็นหน้ากันต้องตะลึง ต่างร้องพร้อมกัน

“นาย!...คุณ!...”

จันทรภานุปล่อยตัวประกายดาวล้มก้นจ้ำเบ้า เธอร้องลั่นปล่อยทำไม ชายหนุ่มยิ้มเยาะ

“ถือว่าหายกัน เรื่องที่คุณสาดกาแฟใส่ผมวันก่อน”

“ผ่านมาตั้งนาน ยังจำได้อีก เจ้าคิดเจ้าแค้นนะเนี่ย ตุ๊ดป่ะ...”

“นี่...มันจะมากไปแล้วนะ”

“มันไม่มากไปหรอก ถ้าเทียบกับคนที่ไม่เป็นสุภาพบุรุษอย่างคุณ”

“ผมไม่เป็นสุภาพบุรุษตรงไหน”

“ไร้มารยาท พูดจาไม่ดี ไม่เคารพกฎจราจร เอาเป็นว่าก็ทุกตรงนั่นแหละ” ประกายดาวมองเขาเหยียดๆหัวจรดเท้า

มิลินทร์กับจิตสุภางค์ตามออกมาเห็นทั้งสองกำลังเถียงกันยกใหญ่ ก็ตกใจ จิตสุภางค์ดึงประกายดาวออกมา มิลินทร์รีบขอโทษขอโพย แล้วถามจำตนได้ไหม ตนเป็นนักข่าวหน้าสังคมหนังสือพิมพ์ไทยไลน์ ที่เคยสัมภาษณ์เขา จันทรภานุนึกออกจึงแกล้งจิกกัดประกายดาว

“ไม่เป็นไร ผมไม่ถือ เพราะนี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เจอกัน แต่ถ้าให้ดีก็หัดสั่งสอนเพื่อนคุณด้วยว่า ผู้หญิงที่ดีเขาทำตัวกันยังไง”

ประกายดาวตาโพลงอ้าปากจะด่า จิตสุภางค์รีบปิดปากลากตัวกลับเข้าห้อง มิลินทร์บอกให้รู้ว่า คนที่ทะเลาะด้วยคือ  ม.ร.ว.จันทรภานุ นพรัตน์ ดังมากทำไมถึงไม่รู้จัก เขาเป็นหนุ่มสังคมที่กำลังเป็นที่จับตามองของสาวๆหลายคน เป็นเจ้าของห้างมีเดียกรุ๊ป และโรงแรมอีกหลายแห่งในประเทศไทย ประกายดาวแขวะชื่อเหมือนผู้หญิง จิตสุภางค์ซัก อายุเท่าไหร่

“35 แต่ยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน เขาว่ากันว่า คุณชายไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหน ฉายาของคุณชายคือ...เดทเดียวดับ...ถ้าผู้หญิงคนไหนได้ออกเดทกับคุณชายแล้วล่ะก็ คุณชายจะบอกเลิกทันที” มิลินทร์เล่าถึงสาวหลายๆคนที่คุณชายบอกเลิกหลังจากดินเนอร์ด้วย

ตอนที่ 2

พอออกมาหน้าฟิตเนส จันทรภานุเหลียวมอง ไม่เห็นนันทินีตามมาก็หยุดถอนใจ ประกายดาวมองตา ขวางบอกให้ปล่อยมือตน เขารีบปล่อย แล้วขอตัวแยก ไปดื้อๆ สองสาวงง

“อะไรของเขาวะ หรือเขาจะหลงเสน่ห์แก” จิตสุภางค์คาดคะเน

“บ้าน่ะสิ” ประกายดาวส่ายหัวไปมา

คืนนั้น มิลินทร์ตามมาสมทบกับประกายดาวและจิตสุภางค์ที่บ้านแดนดิน เพื่อช่วยกันวิเคราะห์ว่าจะเลือกใครมาเป็นผู้ให้สเปิร์ม ประกายดาวไม่อยากเชื่อว่าจันทรภานุจะเป็นอันดับหนึ่งของความเพอร์เฟกต์ มิลินทร์ มองรูปในไอแพดแล้วลองเลื่อนดูว่าใครเป็นอันดับสอง

“พงศ์จันทร พิพิธมงคล คนนี้ฉันรู้จัก เขาเป็นไฮโซ ติดโผหนุ่มน่าลากมาหลายปี เป็นเจ้าของบริษัท ออแกไนเซอร์ซิกไนน์...เจ้าชู้ กะล่อน เป็นเพลย์บอยตัวพ่อ และที่สำคัญ แกไม่ใช่สเปกเขา อย่างคุณพงศ์เนี่ยต้องขาว อึ๋ม ตู้ม แบ๊ว” มิลินทร์ชำเลืองอกเพื่อน

ประกายดาวเคืองกระชับอกว่าตนก็ทำได้ จิตสุภางค์ปรามอย่าพยายามเลย สองเพื่อนให้สรุปว่าจะเลือกใคร ประกายดาวอ่านข้อมูลในไอแพดอีกครั้ง

“จันทรภานุ จบปริญญาโทสองใบ สาขาเอ็มบีเอจากออกซ์ฟอร์ด และสาขาการเงินจากเคมบริดจ์ เป็นราชนิกุลโดยกำเนิด และเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของหม่อมเจ้าสุริยะวรรตและหม่อมสุรีย์...ตระกูลนี้เป็นเจ้าของมูลนิธิหลายแห่ง ทั้งบ้านพักคนชรา บ้านเด็กกำพร้า บ้านเด็กพิการซ้ำซ้อน มีวัดประจำตระกูลอยู่ที่เชียงใหม่ มีทุนนพรัตน์แจกให้เด็กด้อยโอกาสทุกปี”

ประกายดาวทึ่งกับข้อมูลของจันทรภานุ ต่างจากพงศ์จันทร “เรียนจบปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยเยลที่นิวยอร์ก ลูกชายเพียงคนเดียวของคุณอนันต์ นักธุรกิจที่รวยติดอันดับ 8 ของเอเชีย...เป็นคาสโนวาตัวพ่อที่หาตัวจับยาก งานอดิเรกชอบเล่นกีฬาแนวแอดเวนเจอร์ ทุกปีครอบครัวจะเดินทางไปร่วมแสวงบุญที่อินเดีย อีกทั้งยังมีโครงการสร้างวัดไทยในต่างประเทศเพื่อเผยแผ่พุทธศาสนาอีกด้วย”

สองเพื่อนเห็นว่า พงศ์จันทรดูท่าจะชอบกีฬาแนว เดียวกับประกายดาว แถมใจบุญทั้งสองคน ตกลงจะเลือกใคร ประกายดาวกลัดกลุ้ม มิลินทร์นึกได้ว่าพรุ่งนี้จะมีงานฉลองครบรอบห้างมีเดียกรุ๊ปของจันทรภานุ และออแก–ไนซ์งานนี้คือพงศ์จันทร ประกายดาวตาวาวด้วยความดีใจ

ooooooo

จันทรภานุกำลังอ่านข่าวประกายดาวแย่งสามี อรอุมาในหน้าสังคม คุณหญิงนิ่มมาเห็นแปลกใจที่เขาสนใจข่าวกอซซิป มองภาพประกายดาวก็ชื่นชมที่เป็นช่างภาพดูสวยเท่ ชายหนุ่มเสียงเข้มทันที อย่าเอาเยี่ยงอย่างเด็ดขาด ผู้หญิงที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อความรัก แต่เธอกลับถูกชะตา

ด้านอรอุมาต่อว่ารติรสที่แนะให้สร้างข่าวนี้ขึ้นมาแต่ไม่เห็นประกายดาวจะตอบโต้ รติรสเชื่อว่าเป็นเพราะ มิลินทร์นักข่าวหน้าสังคม อรอุมาแค้นใจอยากทำให้ประกายดาวอับอายมากๆ

ไม่มีใครรู้ว่า เบื้องหลังรติรส คือชู้รักของศิวะเสียเอง ทั้งสองแอบพบกันเป็นประจำตามโรงแรมหรูๆ มาหลายปี โดยที่อรอุมาไม่ได้ระแคะระคายเลย และในวันนั้นที่ทั้งสองอยู่ด้วยกัน อรอุมาโทร.มาเตือนศิวะ อย่าลืมไปงานห้างมีเดียกรุ๊ปด้วยกัน ศิวะรับทราบ

บรรยากาศห้างมีเดียกรุ๊ปตกแต่งสวยงาม ต้อนรับแขกเหรื่อที่ทยอยกันเข้ามา มิลินทร์พาประกายดาวมาทำหน้าที่ช่างภาพ เธอส่องกล้องเก็บภาพไปทั่วงาน มาสะดุดที่พงศ์จันทรกำลังก้อร่อก้อติกสาวๆ เธอพึมพำ...

เป็นเพลย์บอยอย่างที่มิลินทร์บอกจริงๆ พอเงยหน้ามองอีกครั้งเขาหายไปจากตรงนั้นแล้ว ก็แปลกใจเหลียวมองหา พงศ์จันทรมายืนอยู่ข้างหลังเธอ

“อยากถ่ายรูปผม ขอกันดีๆก็ได้นี่ครับคุณช่างภาพ”

ประกายดาวสะดุ้งหันขวับมาอุทาน “คุณพงศ์จันทร...”

“ไม่แปลกใจที่รู้จัก...แสดงว่าเป็นแฟนคลับผม”

ประกายดาวรู้สึกหมั่นไส้เล็กๆโต้ว่าแฟนคลับมีความหมายในแง่บวก แต่เท่าที่รู้เขามีชื่อเสียงในแง่ลบ มันน่าภูมิใจตรงไหน ชายหนุ่มสะอึกไม่ทันจะแก้ตัว

มิลินทร์เข้ามาทักทายและกระเซ้าว่าทำอะไรเพื่อนตน เขาจึงให้ถามเพื่อนเธอเองว่าทำอะไรตนมากกว่า ประกายดาวหน้าตึง มิลินทร์ขอตัวเพื่อนไปถ่ายภาพมุมอื่นๆ พงศ์จันทรมองตามประกายดาวด้วยความสนใจ

พ้นออกมา มิลินทร์ต่อว่า ไปกวนประสาทว่าที่พ่อของลูกอันดับสองทำไม ประกายดาวบ่นคนอะไรหลงตัวเองจนน่าหมั่นไส้ มิลินทร์เตือนให้สงบปาก อย่าเที่ยวไล่งับใคร เพราะเป้าหมายอันดับหนึ่งมาถึงแล้ว ประกายดาวมองไปเห็นจันทรภานุเดินสง่าเข้ามา...เขามองมาทางเธอ เธอหลงดีใจยิ้มรับ แต่มีเสียงหญิงสาวทักทาย ทางด้านหลัง ประกายดาวหุบยิ้ม มิลินทร์กระซิบ

“นั่นน่ะคุณหญิงนิ่มคนที่ฉันเคยเล่าให้แกฟัง และคนสาวหน่อยคือหม่อมสุรีย์ หม่อมแม่ของคุณชาย ส่วนคนแก่ๆนั้น แม่นมพร เขาว่ากันว่า คุณชายรักแม่นมมาก จนบางครั้งหม่อมแม่ตัวจริงยังอดน้อยใจไม่ได้ ถ้าแกอยากเอาชนะใจคุณชายก็ต้องชนะใจนมพรด้วย”

“แล้วหม่อมสุริยะวรรตไปไหน”

“ท่านพ่อของคุณชายเป็นคนไม่ชอบออกงานสังคม งานไหนๆก็ไม่มีวันได้เห็นท่าน”

พอดีจันทรภานุเห็นประกายดาวเข้า ก็หน้าตึงทำ เอาประกายดาวอึดอัดกับความไม่เป็นมิตรของเขา...ในงาน อภิเชษฐ์ ผู้กองหนุ่มเพื่อนรักของจันทรภานุมาร่วมยินดีด้วย อภิเชษฐ์เป็นคู่ปรับกับนันทินี เขามักจะแกล้งกันไม่ให้เธอเข้าถึงตัวจันทรภานุ พอนันทินีเอาดอกไม้มาอวยพร

อภิเชษฐ์ก็ออกหน้ารับ “ขอบคุณมากนะครับคุณนันยาง...โอ๊ะ! ขอโทษครับ ไม่รู้ทำไมนึกว่าคุณชื่อ นันยางทุกที”

นันทินีโวยว่าเอามาให้คุณชายไม่ทันจะโวยต่อ พนักงานมาเชิญจันทรภานุขึ้นบนเวที เธอตั้งท่าจะตาม อภิเชษฐ์รีบดึงมือเธอมาคล้องแขน อ้างจะพาไปหาที่นั่งแล้วเดินกึ่งลากออกไป

จันทรภานุขึ้นกล่าวเปิดงานและแถลงการณ์ต่างๆ ที่ทางห้างฯจะจัดโครงการตอบแทนสังคม ให้ทุกคนได้ ร่วมทำบุญด้วยกันเพื่อเด็กด้อยโอกาสและสังคมที่ดีของ ประเทศ...แขกเหรื่อปรบมือกราว ประกายดาวรู้สึกดีขึ้นในตัวจันทรภานุ

ระหว่างที่ประกายดาวเดินเก็บภาพในงาน  เห็น รปภ.กำลังไล่เด็กจรจัดสองคนออกไปจากห้างฯ เธอจะเข้าไปต่อว่า แต่จันทรภานุเดินมาจากไหนไม่รู้ เข้ามาห้ามและเอ็ด รปภ.ว่า ไม่ว่ายากดีมีจน ทุกคนคือลูกค้า ว่าแล้วเขาก็พาเด็กสองคนเข้ามารับขนมในงาน เท่านั้นไม่พอเขายังเอาอาหารกล่องไปแจกคนขายลอตเตอรี่ คนขับสามล้อ วินมอเตอร์ไซค์ที่อยู่หน้าห้างฯ ทุกคนปลาบปลื้มกับความมีน้ำใจของเขา ทำให้ทุกคนพร้อมใจดูแลความปลอดภัยให้กับห้างฯนี้

ประกายดาวได้ยินทุกคนกล่าวขานถึงจันทรภานุในแง่ดีก็ยิ่งประทับใจ ตัดสินใจแน่วแน่ว่า คนนี้แหละคือพ่อของลูก แต่จะด้วยวิธีไหนล่ะ ที่ตนจะเข้าถึงตัวเขาได้

ในงาน เจ๊พีชเมกอัพอาร์ทติสชื่อดังกอดทักทายประกายดาวกับมิลินทร์ด้วยความดีใจที่เจอกัน เจ๊พีชกรีดนิ้วต่อว่าประกายดาวที่มาช่วยงานมิลินทร์ได้ แต่ไม่ยอมมาช่วยเป็นนางแบบให้ตนบ้าง ทั้งที่จีบมาหลายปีแล้ว ประกายดาวยิ้มแหยเพราะชอบอยู่หลังกล้องมากกว่า

เจ๊พีชขอตัวไปดูแลเด็กๆที่จะเดินแบบ ประกายดาวรีบบอกมิลินทร์ว่าตนตัดสินใจเลือกจันทรภานุเป็น พ่อของลูก ระหว่างนั้น ศิวะเดินเข้ามาในงานกับอรอุมา และรติรส สองสาวสะกิดกันเมื่อเห็นประกายดาวในงานวางแผนจะดราม่าให้ประกายดาวอับอายแขกเหรื่อ

พอดีนมพรรู้สึกเหนื่อย คุณหญิงนิ่มจึงบอกว่าจะพานมพรกับหม่อมสุรีย์ไปพักบนห้องทำงาน มิลินทร์เห็นจันทรภานุอยู่ตามลำพังจึงให้ประกายดาวเข้าไป ตีสนิท แต่ไม่ทันไร นันทินีโผล่มาฉุดแขนขาให้พาเดินชมห้างฯโชคดีที่อภิเชษฐ์ตามมาดึงกลับไป บอกว่าตนจะพาเดินชมเอง นันทินีร้องลั่นไม่อยากไปกับเขา... ประกายดาวได้แต่เดินตามห่างๆยังไม่กล้าเข้าไป ชวนคุย  เหมือนจันทรภานุจะรู้ตัวแกล้งเดินพ้นจากผู้คนออกมา ประกายดาวพลัดหลงเหลียวมองหา แล้วชนกับเขาเพราะเขามายืนอยู่ข้างหลัง เธอแทบช็อก เขาถามเสียงดัง ตามมาทำไม

“ทำไมคุณชายต้องเสียงดังด้วยคะ อยู่ใกล้กันแค่เนี้ยพูดเบาๆก็ได้ค่ะ หูจะแตก”

“เลิกพูดอ้อมไปอ้อมมาซักที ตกลงตามผมมาทำไม”

“ฉัน...เออ...ฉันอยากสมานฉันท์กับคุณชายน่ะค่ะ คือที่ผ่านมา ดูเราจะเจอกันในแบบไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่”

จันทรภานุย้อนถามเพื่ออะไร ประกายดาวตอบยิ้มๆว่าเราเป็นคนไทยด้วยกัน ควรสามัคคีกัน ไม่ควรขุ่นข้องหมองใจกัน อยากให้เขาลืมเรื่องทั้งหมดแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ ชายหนุ่มโพล่งขึ้นว่าต้องการอะไร ในใจประกายดาวตอบทันทีว่าต้องการสเปิร์มของเขา แต่ความเป็นจริงพูดไม่ออก เผอิญผู้จัดการห้างฯมาตามเขาไปส่งแขกผู้ใหญ่ที่กำลังจะกลับ ความตั้งใจจึงล้มเหลวลง

ประกายดาวเดินกลับเข้ามาในงาน เจออรอุมาทำดราม่าเข้าขอร้องให้เลิกยุ่งกับสามี โดยมีรติรสช่วยประกาศให้แขกในงานระวังสามีตัวเองไว้ให้ดี จะโดนผู้หญิงคนนี้แย่ง ประกายดาวแทบทนไม่ไหวกำหมัดแน่นจะโต้ตอบ พงศ์จันทรเข้ามาโอบไหล่เธอ ประกาศว่าประกายดาวเป็นแฟนตน จะไปมีอะไรกับสามีอรอุมาได้อย่างไร ทุกคนถึงกับเหวอ รวมทั้งจันทรภานุที่มองเธอแย่ลงไปอีก...พงศ์จันทรโอบประกายดาวพาเดินออกมาพ้นกลุ่มนักข่าว เธอให้เขาปล่อยได้

“ไม่ต้องขอบคุณผมนะครับ เพราะว่าผมเต็มใจช่วย และผมก็รู้ว่าคุณโดนใส่ร้าย ผู้หญิงอย่างคุณไม่มีทางไปเป็นเมียน้อยใครแน่นอน”

“ไม่ขอบคุณอยู่แล้วล่ะค่ะ เพราะว่าไม่ได้ขอให้ช่วย”

มิลินทร์ตามออกมา ประกายดาวบอกพงศ์จันทรว่า ตนไม่สนุกด้วยเลยที่จะหันมาเป็นข่าวกับเขาแทน พงศ์จันทร หัวเราะออกตัวว่าเป็นเรื่องธรรมดามาก แต่เธอหน้าตึงไม่ธรรมดาด้วย

ประกายดาวกลุ้มใจรู้ว่าคงเข้าหน้าจันทรภานุไม่ติดอีกแล้ว มิลินทร์เสนอให้หันมาทางพงศ์จันทรเพราะดูเขาปลื้มเธอมาก แต่ประกายดาวเกรงว่าจะไม่ได้แค่สเปิร์ม จะได้สามีมาด้วย

ooooooo

คืนนี้ เจ๊พีชชวนประกายดาวออกมาเที่ยวผับ เธอยอมมาเพราะกำลังเซ็ง ไม่วายเจอกับพงศ์จันทรเข้าอีก เขาพยายามจีบเธอออกนอกหน้า จนเจ๊พีชแซวว่า เรดาร์จับคนสวยของเขาทำงานมีประสิทธิภาพจริงๆ ประกายดาวพยายามเลี่ยงหนี พงศ์จันทรตามมาถามว่ากลัวตนหรือ

“กลัว...กลัวทำไมคะ คุณนอกจากจะดูเจ้าชู้ มือไม้เป็นปลาหมึก ท่าทางเหมือนเสือผู้หญิงก็ไม่เห็นจะมีอะไรน่ากลัวเลยนี่” ว่าแล้วประกายดาวก็ขอตัว แต่เขาตามตื๊อขอเบอร์โทรศัพท์

ประกายดาวจึงแกล้งให้เขาทำอะไรบางอย่างเพื่อแสดงความจริงใจก่อน เริ่มด้วยผสมเครื่องดื่มเข้มข้นให้เขาดื่มหมดแก้ว แล้วแก้ผ้าวิ่งขึ้นบันไดในผับสามรอบ พงศ์จันทรขอเหลือบ็อกเซอร์กับเสื้อกล้ามไม่ให้อุจาดตา เขายอมทำทุกอย่างจนเจ๊พีชและทุกคนทึ่ง ประกายดาวจำต้องให้นามบัตรแก่เขา พอได้นามบัตรมาพงศ์จันทรก็น็อกล้มพับลงในอ้อมกอดเจ๊พีช

เช้าวันใหม่ ประกายดาวมาบอกแดนดินพี่ชายว่า ตนเลือกเจ้าของสเปิร์มได้แล้ว พอแดนดินรู้ว่าใครก็หัวเราะเยาะว่า คนระดับนั้นคงจะยอมเล่นด้วยหรอก แต่ประกายดาวมุ่งมั่น...

คุณหญิงนิ่มเห็นจันทรภานุเครียดที่หม่อมสุรีย์พยายามจับคู่ให้ จึงพาเขามาดูดวงว่าพบเนื้อคู่หรือยัง... ไพ่ยิปซีที่เขาเลือกออกมาสิบใบ หมอดูทำนายว่า เขาเจอเนื้อคู่แล้ว อยู่ใกล้แค่ปลายจมูก แต่เขาอาจมองผ่าน มองข้ามหรือมองอย่างไม่มีค่า หลังจากนี้ให้พิจารณาคนรอบข้างดีๆแล้วจะรู้ว่าคนไหนคือเนื้อคู่ จันทรภานุไม่เชื่อเดินหนีออกมาดื้อๆ

คุณหญิงนิ่มตามออกมาติงว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ แต่เขาย้อนว่าอย่าเชื่อเรื่องพวกนี้มากนัก ชีวิตเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับหมอดู มันอยู่ที่เราใช้ชีวิตอย่างไร เธอยังย้ำอีกว่าหมอดูคนนี้แม่นมาก เขาจับหัวเธออย่างเอ็นดู แขวะว่าเนื้อคู่ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อที่ไปไหนก็เจอทุกที่ ทำเอาคุณหญิงนิ่มเซ็ง

เมื่อประกายดาวมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ก็มาชวนจิตสุภางค์กลับไปพบคุณหมอที่ทำเด็กหลอดแก้ว คุณหมออธิบายว่า ในกรณีของประกายดาว ไม่เคยมีสามีมาเลย จำต้องไปคุยกับจิตแพทย์เพื่อเตรียมความพร้อมก่อน ถึงจะทำได้ เธอรับคำอย่างมุ่งมั่น...ประกายดาวมาพบหมอกิจจา สามีของมิลินทร์ ซึ่งเป็นจิตแพทย์เพื่อทำการปรึกษา กิจจาเอาเอกสารออกมาให้เธอได้อ่านและเตือนว่า การผสมเด็กหลอดแก้วใช่ว่าจะประสบความสำเร็จในครั้งเดียว

“ฉันสู้สุดตัวอยู่แล้ว อ่ะ นี่ผลตรวจของฉันอยากให้ช่วยตรวจดูอีกครั้งเพื่อความสบายใจ”

“ทุกอย่างของคุณไม่มีปัญหา น้ำหนักกำลังดีไม่อ้วนไม่ผอมจนเกินไป โรคทางพันธุกรรมก็ไม่มี สามารถตั้งครรภ์ได้” กิจจาแนะนำให้ฉีดวัคซีน จากนั้นค่อยมาดูเรื่องวันไข่สุกซึ่งอีกนาน

ประกายดาวยอมทำทุกอย่างดีใจกลับคอนโดฯ แต่แล้วต้องเจอกองทัพนักข่าวรออยู่หน้าคอนโดฯ เพราะมีภาพข่าวเธอเป็นแฟนกับพงศ์จันทรออกมาหราบนหน้าหนังสือพิมพ์ จิตสุภางค์ต้องพาประกายดาวหลบมาหามิลินทร์ที่สำนักพิมพ์นิวไลน์ ไม่ทันไร พงศ์จันทรโทร.

เข้ามาจะขอรับผิดชอบทุกอย่าง ด้วยการพาเธอหลบข่าวไปเที่ยวฮ่องกงด้วยกัน

“ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะครับ คุณแม่ผมก็ไปด้วย ผมแค่อยากชวนคุณไปให้พ้นเรื่องร้อนหูในเมื่อไหนๆเราก็คุยกันถูกคอและผมก็คิดว่าคุณเป็นเพื่อนผมแล้วคนหนึ่ง ถึงแม้ยังสนิทไม่มาก”

“ถ้าฉันไปกับคุณ งานนี้ก็เท่ากับว่าฉันยอมรับเป็นกิ๊กคุณน่ะสิ”

พงศ์จันทรหัวเราะเบาๆว่า จริงๆตนก็อยากให้เป็นแบบนั้น เราจะได้ทำความสนิทสนมกันมากขึ้น ประกายดาวตัดบท เขากลับมาเมื่อไหร่ค่อยนัดคุยกัน ตอนนี้ตนมีเรื่องปวดหัวมากพอแล้ว พงศ์จันทรเสียดายโอกาสแต่ก็ย้ำว่าจะโทร.หาเธอทุกวัน

มิลินทร์กับจิตสุภางค์เห็นว่าพงศ์จันทรก็ดูจริงใจดี ประกายดาวน่าจะพิจารณา อาจจะขอสเปิร์มง่าย ประกาย–ดาวถอนใจ ตอนนี้อยากให้มิลินทร์ช่วงล้างมลทินให้ตนมากกว่า

ooooooo

วันต่อมา เจ๊พีชโทร.หาประกายดาว ขอร้องให้มาช่วยเป็นช่างภาพแทนช่างภาพของตัวที่ประสบอุบัติเหตุเมาแล้วขับ พรุ่งนี้ตนมีงานใหญ่ ประกายดาวยังไม่อยาก ออกสื่อเท่าไหร่ แต่พอรู้ว่างานนี้คืองานถ่ายภาพครอบครัวราชนิกุลนพรัตน์ ที่วัง เธอถึงกับตาโพลงตกลงทันที

และในวันนั้น ข่าวบทสัมภาษณ์เคลียร์ทุกข้อกล่าวหาของประกายดาวตีพิมพ์ออกมาพอดีเธอตั้งใจถือไปให้จันทรภานุได้อ่าน เพื่อให้เขาเข้าใจและยอมเป็นเพื่อนกับตน

“แกไม่ใช่ผู้ดีมาจากไหน เรื่องที่คุณชายจันทร์จะลดตัวมาคบหาเพื่อนอย่างแกอย่างพวกฉัน มีเปอร์เซ็นต์สำเร็จน้อยจริงๆ” มิลินทร์อดเป็นห่วงไม่ได้

“ฉันเข้ามาครึ่งตัวขนาดนี้แล้ว ไม่มีวันถอยกลับเด็ดขาด งานนี้ตายเป็นตาย” ประกายดาวสีหน้ามุ่งมั่น

วันรุ่งขึ้น ประกายดาวกับทีเดินดูความโอ่อ่าของวังนพรัตน์...ประกายดาวเดินแยกมาหาห้องน้ำ เผอิญเจอกับศิวะซึ่งเอาเครื่องเพชรที่ร้านมาส่งให้หม่อมสุรีย์ใช้ในวันนี้ เขาตื่นเต้นดีใจมากที่พบเธอ แต่สำหรับเธอสุดเซ็ง แยกไปเข้าห้องน้ำ แต่พอออกมาศิวะยังยืนรออยู่ เพื่อบอกว่า

“เราอ่านบทสัมภาษณ์ของดาวแล้ว เราดีใจนะที่ดาวไม่ได้เป็นแฟนกับคาสโนวาอย่างคุณพงศ์จันทร”

“ฉันจะเป็นแฟนกับใคร หรือไม่เป็นแฟนกับใคร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย”

“เกี่ยวตรงเลยล่ะ เพราะว่าดาวเป็นรักครั้งแรกของเรา เป็นผู้หญิงคนเดียวที่เรารัก ที่เราต้องแต่งงานกับอรเพราะถูกคุณแม่บังคับ เราไม่เคยรักเขาเลย เรากลับมาคบกันใหม่นะดาว”

ประกายดาวโวยว่าในฐานะเมียน้อยหรือ คนอย่างตนไม่สิ้นคิดขนาดนั้น ศิวะดึงเธอมากอดสัญญาว่าจะดูแลเธออย่างดีไม่ให้รู้ถึงหูอรอุมาเด็ดขาด ประกายดาวผลักเขาออกอย่างรังเกียจ พลันเสียงจันทรภานุดังขึ้นว่าทำอะไรกัน ทั้งสองผละออกจากกัน ศิวะรีบออกตัวว่ามาพบหม่อมสุรีย์แล้วแยกไป จันทรภานุมองประกายดาวเหยียดๆ ถามเข้ามาในบ้านตนได้อย่างไร

“ฉันเป็นช่างภาพที่มาถ่ายรูปครอบครัวคุณชายค่ะ ...เมื่อกี้คุณชายเห็น มันไม่มี...”

“ผมไม่รู้ว่าคุณไปอดอยากปากแห้งมาจากไหน แต่ที่นี่เป็นวัง เป็นสถานที่อันทรงเกียรติคุณไม่สมควรทำกิริยาที่ดูไม่งามแบบนั้น”

ประกายดาวอ้าปากหวอเถียงไม่ออก ชายหนุ่มส่ายหัวเอือมๆก่อนจะเดินจากไป...ประกายดาวเซ็งนั่งบ่นทำไมซวยแบบนี้ คุณหญิงนิ่มเห็น ชื่นชอบเธออยู่แล้วจึงเข้ามาคุยด้วย ว่าตนไม่เชื่อข่าวที่ลง และพอได้อ่านบทสัมภาษณ์ของเธอก็รู้ว่าตนคิดไม่ผิดจริงๆ ประกายดาวค่อยปลื้มใจ หวังว่าคุณหญิงนิ่มจะพูดให้จันทรภานุเข้าใจตนบ้าง

เจ๊พีชแต่งหน้าให้กับหม่อมสุรีย์ พอได้เห็นเพชรจากร้านของศิวะก็ชมว่าสวยมาก คุณหญิงนิ่มเดินมากับจันทรภานุ เห็นศิวะก็สงสัยคงจะรู้ว่าประกายดาวมา จึงมาส่งเครื่องเพชรด้วยตัวเอง จันทรภานุแย้งว่าทั้งสองนัดกันมากกว่า

“ไม่จริงหรอกค่ะพี่ชาย หญิงว่าคุณประกายดาวไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น พี่ชายน่าจะได้อ่านบทสัมภาษณ์ของเธอดู”...จันทรภานุเมินไม่คิดจะอ่าน

ระหว่างที่ประกายดาวตั้งกล้องจัดแสงไฟ เจ๊พีชก็ช่วยจัดท่าทางให้ทุกๆคน จันทรภานุประคองนมพรมาร่วมถ่ายด้วย คุณหญิงนิ่มอุ้มลูกสุนัขไว้บนตัก ห่างออกมาศิวะยืนมองเหมือนรอ ทำให้จันทรภานุมองประกายดาวอย่างดูถูกเหยียดหยามมากขึ้น ประกายดาวจึงเข้าไปบอกศิวะว่า จะกลับไปหรือจะให้ตนโทร.ตามอรอุมามารับ ศิวะอึ้งรีบลากลับทันที

พอประกายดาวจะเริ่มถ่าย เธอก็เห็นสายตาอำมหิตของจันทรภานุในกล้อง จึงบอกให้ช่วยยิ้มหน่อย เขากลับโต้ว่า ไม่อยากยิ้ม สร้างภาพไม่เก่ง ประกายดาวรู้ว่าแขวะตนจึงสวน

“นี่ไม่ใช่การสร้างภาพนะคะ หรือว่าคุณชายไม่มีความสุขที่ได้ถ่ายภาพกับครอบครัว”

มจ.สุริยะวรรตเอ็ดลูกชาย นมพรขอให้คุณชายยิ้มให้ตนชื่นใจ เขาจึงต้องฝืนยิ้มจนดูตลก  ประกายดาวเผลอหัวเราะออกมา สุดท้ายบอกว่าเขาไม่ต้องยิ้มจะดีกว่า จันทรภานุรู้สึกอาย พอจะกดชัตเตอร์ ไฟที่จัดแสงดับขึ้นมา ทีเข้าไปขยับปลั๊ก เกิดช็อตเสียงดัง ทุกคนตกใจรวมทั้งเจ้าจีจี้สุนัขของคุณหญิงนิ่ม เกิดความโกลาหล ทุกคนต้องช่วยกันไล่จับจีจี้ที่ตื่นตกใจวิ่งพล่าน ไม่ว่าท่านชายหรือหม่อมสุรีย์...ประกายดาวกับจันทรภานุต่างไล่ตะครุบจีจี้ มากันคนละทางเกิดชนกันจันทรภานุพลัดตกสระตูม...

ภาพเหตุการณ์วัยเด็กของเขาผุดขึ้น ครั้งที่เขาจมน้ำเกือบตาย ทำให้เขากลายเป็นคนกลัวน้ำ ประกายดาวแปลกใจที่จันทรภานุไม่ขึ้นมาเหนือน้ำเสียที เสียงนมพรร้องว่าคุณชายว่ายน้ำไม่เป็น ประกายดาวตกใจกระโดดลงไปช่วยเขาทันที...เอาตัวขึ้นมาได้ เขาหมดสติไม่ฟื้น ประกายดาวตัดสินใจผายปอด เม้าท์ทูเม้าท์ จนเขาสำลักน้ำออกมา ทุกคนโล่งอก

พอจันทรภานุฟื้นขึ้นมา เขาก็โทษว่าตนโชคร้ายทุกทีที่เจอประกายดาว คุณหญิงนิ่มรีบบอกว่าประกายดาวเป็นคนช่วยชีวิตเขา

ooooooo

จิตสุภางค์ ัฟงเรื่องที่ประกายดาวเล่าแล้วบ่นว่า เพอร์เฟกต์ขนาดนั้นไม่น่าว่ายน้ำไม่เป็น ประกายดาวเห็นใจเพราะคุณหญิงนิ่มเล่าว่า เขาเคยจมน้ำตอนเด็กเกือบเอาชีวิตไม่รอด จิตสุภางค์แนะนำประกายดาวเข้าทางจันทรภานุไม่ได้ ก็ให้เข้าทางคุณหญิงนิ่มแทน

วันรุ่งขึ้น ประกายดาวจึงแวะมาที่ร้านคุณหญิงนิ่ม เธอดีใจมากให้เลือกของในร้านได้ฟรีถือเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตจันทรภานุ แต่ประกายดาวไม่รับ กลับชวนคุยถึงการโปรโมตร้านลงหนังสือหรือถ่ายปกแฟชั่นสินค้าลงในนิตยสาร คุณหญิงนิ่มเปรยคงใช้เงินไม่น้อย

“เอาอย่างนี้ เพื่อเป็นการเซฟคอร์ส ดาวจะจัดการเรื่องถ่ายแฟชั่นให้ฟรี ส่วนหนังสือที่จะลงโฆษณา ดาวจะให้คนทำมีเดียที่รู้จัก มาช่วยแนะนำให้ ลองคิดดูนะคะ”

คุณหญิงนิ่มสนใจ เอาความคิดนี้มาปรึกษาจันทรภานุ พอเขารู้ว่ามาจากไอเดียของประกายดาวก็ตั้งแง่ไม่ไว้ใจ คุณหญิงนิ่มรู้ว่าเขาไม่ชอบประกายดาว จึงเอาบทสัมภาษณ์ให้อ่าน พอเขาอ่านจบก็หาว่าเธอโกหกอีก บอกคุณหญิงนิ่มอย่าเพิ่งทำอะไร ตนจะสืบให้รู้ก่อนว่าประกายดาวเป็นพวกสิบแปดมงกุฎหรือไม่

ด้านศิวะ หวังจะคืนดีกับประกายดาวถึงขนาดแอบขโมยสร้อยเพชรในร้านจะเอาไปให้เธอ อรอุมาแอบเห็น โทร.บอกรติรสให้สะกดรอยตามดู...ศิวะมาหาประกายดาวที่คอนโดฯ เคาะห้องเท่าไหร่เธอก็ไม่เปิดประตูรับ เขาบอกว่าเอาสร้อยเพชรมาฝาก ประกายดาวมองผ่านตาแมวแล้วบอกว่า ตนมีปัญญาซื้อเองได้ ศิวะอ่อนใจกลับออกมา ไม่เห็นรถของรติรสที่จอดมองอยู่

คืนนั้น ศิวะนัดพบกับรติรสที่โรงแรมตามเคย  รติรสโกรธต่อว่าที่เขาเอาสร้อยเพชรไปให้ประกายดาว ศิวะตกใจที่เธอรู้ เธออ้างว่าอรอุมาเป็นคนบอก เขาจึงสวมรอยว่าเอาสร้อยเพชรมาฝากเธอต่างหาก รติรสหลงดีใจ สวมกอดเขาอย่างตื้นตัน

ooooooo

รุ่งเช้า มีคนมาเคาะห้องประกายดาว เธองัวเงียนึกว่าเป็นศิวะอีก แต่พอมองผ่านตาแมวแทบช็อก เพราะเป็นจันทรภานุ เธอตาสว่างทันทีบอกให้เขารอก่อน แล้วรีบไปล้างหน้ารวบผมออกมาต้อนรับเขา เห็นสีหน้าอำมหิตของเขาก็ทำใจดีสู้เสือ

“คุณชายทราบว่าฉันพักที่นี่ได้ไงคะ หรือว่า...” ประกายดาวคิดในใจ หรือเขาติดใจเม้าท์ทูเม้าท์ของตน จนสืบหาที่อยู่ เธอนึกไปถึงมารยาที่จิตสุภางค์สอนให้หัดใช้ จึงร้องขึ้นว่าระวังลื่น

จันทรภานุเดินหน้าเครียดเข้ามาในห้อง ประกายดาวแกล้งลื่นล้ม ชายหนุ่มปรายตามองแล้วถาม ลงไปนั่งที่พื้นทำไม เธอทำหน้าเจื่อนๆอ้างว่าลื่นแล้วลุกขึ้นเอง จันทรภานุขอเข้าเรื่องเลย เขาเอาภาพในมือถือให้ดู เป็นภาพศิวะเดินเข้ามาในคอนโดฯเธอเมื่อคืน

“ศิวะ! เมื่อคืนนี้นี่นา...คุณชายอย่าหึงฉันนะคะ ฉันกับนายศิวะไม่ได้มีอะไรกัน”

“ผมไม่ได้หึงคุณ แล้วผมก็ไม่สนด้วยว่า คุณจะมีหรือไม่มีอะไรกับผู้ชายคนนี้”

“อ้าว...คุณไม่ได้สนใจฉันหรอกเหรอคะ”

“ผมไม่ไว้ใจคุณต่างหาก”

ประกายดาวงงว่าเรื่องอะไร จันทรภานุถามว่าเธอไปตีสนิทกับคุณหญิงนิ่มหวังอะไร ประกายดาวแก้ตัวว่าตนหวังดี แต่เขาสวนทันควันว่าไม่จริง เธอหวังเกาะคนรวยดัง เขามองรอบห้องพักเธออย่างเหยียดๆ ก่อนจะปรักปรำ

“ผมเข้าใจผิดตรงไหน ลูกคนขายข้าวขาหมูอย่างคุณ จะมีปัญญาหาเงินมาซื้อคอนโดฯห้องละหลายสิบล้านแบบนี้ได้ยังไง ถ้าไม่ได้หลอกคนอื่น”
ประกายดาวโกรธกำหมัดแน่น “คุณชายดูถูก

ฉันมากไปแล้วนะคะ ถึงป๊ากับม้าฉันจะเป็นคนขายข้าวขาหมู แต่ท่านทิ้งมรดกหลายร้อยล้านให้ฉันกับพี่ชาย เพราะร้านขายข้าวขาหมูของป๊าฉันได้กำไรวันละเป็นหมื่น ขายมาตลอด 50 ปี แต่ป๊ากับม้าฉันใช้เงินวันละไม่ถึง 100 บาท แถมยังมีมรดกเก่าจากอากงอาม่า เป็นที่ดินและเพชรนิลจินดา แล้วป๊าฉันยังถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 อีก”

จันทรภานุถึงกับอึ้ง ประกายดาวยังแจงอีกว่าห้องนี้และของที่เห็นเป็นเงินป๊ากับม้า พูดจบเธอก็เชิญเขากลับไปได้ ชายหนุ่มหน้าชารู้สึกผิดแต่ยังวางฟอร์มกลับออกไป...ประกายดาวทั้งโกรธทั้งหงุดหงิดหัวใจ มาบ่นกับจิตสุภางค์และมิลินทร์ ทั้งสองไม่พอใจไปด้วย ต่างยุให้เลิกสนใจคนไม่เป็นสุภาพบุรุษอย่างนั้น หันมามองพงศ์จันทรแทน

จู่ๆ คุณหญิงนิ่มโทร.เข้ามาเรียกไปคุยเรื่องโฆษณาแฟชั่นที่จะถ่ายให้ ทำเอาประกายดาวงง นึกว่าจันทรภานุเอาตนไปด่าจนเละให้เธอฟังแล้ว มิลินทร์สันนิษฐานว่าคุณชายอาจสำนึกผิด จิตสุภางค์ไม่อยากเชื่อ เป็นหน้าที่ประกายดาวที่จะตัดสินใจเอง ระหว่างที่ถกกันอยู่ เฮียเชาจับลูกสาวสามคนแต่งตัวน่ารักมาเดินโพสท่ากันใหญ่ จิตสุภางค์งงว่าสามีทำอะไร

“เฮียให้ลูกๆมาโพสท่า เผื่อจะเข้าตาดาว ได้ไปถ่ายแฟชั่นด้วยไง”

“เอาสมองส่วนไหนคิดเนี่ย งานแฟชั่นของไอ้ดาวมันต้องใช้นางแบบที่เป็นมืออาชีพ จะมายัดเยียดพวกกันเองได้ยังไง ใช่ไหมดาว...แต่ว่า แกไม่ลองให้ลูกๆฉันไปแสดงหน่อยล่ะ คิดค่าตัวราคาเพื่อนฝูง เผื่อมันจะดัง พ่อกับแม่จะได้เกาะลูกกิน ได้ไหมจ๊ะเพื่อน”

ประกายดาวยิ้ม...แล้วเธอก็เอาเด็กๆมาถ่ายโปรโมตสินค้าร้านคุณหญิงนิ่มในวันถัดมา

ooooooo

จิตสุภางค์มาช่วยแต่งตัวให้ลูกๆ ประกายดาวกับทีจัดเตรียมกล้อง จันทรภานุมายืนเมียงมองแต่ประกายดาวทำไม่สนใจเหมือนไม่มีตัวตนจนเขารู้สึกอึดอัด คุณหญิงนิ่มตำหนิจันทรภานุว่าเป็นคนผิดที่ไปดูถูกประกายดาว ฉะนั้นจึงควรขอโทษเธอ  เขาจึงต้องมาเพื่อหาโอกาสขอโทษ

คุณหญิงนิ่มชมเด็กๆน่ารักมาก ประกายดาวให้ไปชมกับแม่เด็กเอง จันทรภานุสะอึกเมื่อรู้ว่าประกายดาวไม่ใช่แม่เด็กๆ เขายิ่งทนอึดอัดใจไม่ไหวจะกลับ คุณหญิงนิ่มต่อว่าเขาไม่เป็นสุภาพบุรุษเพราะเห็นอยู่แล้วว่าตัวเองผิดเต็มๆยังจะหนีอีก เขาจึงจำต้องอยู่ต่อ...เสร็จงานคุณหญิงนิ่มขอเลี้ยงอาหารทุกคนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จันทรภานุจะขอตัว เธอกระซิบ

“หญิงไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่าพี่ชายจะท้อเพราะผู้หญิง อย่างว่าแหละนะ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำกับพี่ชายแบบนี้มาก่อน พี่ดาวนี่สุดยอดจริงๆ”

“พี่ไม่ปลื้มด้วยหรอกนะคะ” จันทรภานุเคือง

“หญิงไม่แซวแล้วก็ได้ เดี๋ยวหญิงจะหาโอกาสให้พี่ชายเอง” ว่าแล้วเธอก็จัดที่นั่งให้สองคนนั่งใกล้กัน เพราะจิตสุภางค์ต้องนั่งกับลูกๆฝั่งหนึ่ง ตัวเธอนั่งหัวโต๊ะ

ประกายดาวแอบยิ้มเมื่อเห็นท่าทีอึดอัดของจันทรภานุ เธอตั้งใจที่จะทำให้เขาเห็นว่ามีผู้หญิงที่ไม่สนใจเขา จึงทำทีขอตัวออกมาคุยโทรศัพท์ จันทรภานุตามออกไป จิตสุภางค์รีบส่งเมสเสจบอก ประกายดาวแกล้งคุยมือถือหันหลังให้

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ยังไงดาวก็ไปถ่ายให้ไม่ได้ ไม่ใช่ดาวไม่ว่างนะคะ แต่ไม่อยากไปถ่ายให้จริงๆ เพราะนายแบบขี้เก๊กมากๆ หน้าตาก็งั้นๆ นึกว่าตัวเองรวยแล้วงี่เง่า พูดจาน่าถีบตามด้วยเข่าตรงเป้าสักที ฝากบอกนายแบบปากปีจอคนนั้นด้วยนะ ว่าว่างๆให้เอาหมาออกจากปากบ้าง จะได้ไม่เห่าคนอื่นไปทั่ว...อะไรนะ จะให้กราบเท้าขอโทษเหรอ บอกคำเดียวว่าโนเวย์”

จันทรภานุรู้สึกว่าโดนด่ากระทบ จึงเข้าไปเอียงหูฟังข้างๆ แล้วพูดแทรกขึ้น “รู้สึกว่าฝั่งโน้นเขาจะวางหูแล้วนะครับ ผมไม่ได้ยินเสียงใครคุยด้วยเลย”

ประกายดาวสะดุ้ง ทำทีบอกว่าแค่นี้ก่อนนะ มีคนไม่มีมารยาทแอบฟังแล้วกดวางสายจะเดินไป จันทรภานุเข้ามาขวางหน้า “คุณประกายดาว ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”

“มีอะไรจะต่อว่าฉันอีกเหรอคะคุณชาย”

“ผมยอมรับว่าผมผิดที่พูดไม่ดีกับคุณ ผม...ผม... ขอโทษ”

ประกายดาวจ้องหน้า จนคุณชายต้องถามว่ามองหาอะไร เธอตอบกวนๆว่า “กำลังมองหาว่าส่วนไหนบนใบหน้าที่ให้ความรู้สึกแบบขอโทษจริงๆจากใจ ซึ่งยังหาไม่เจอเลย”

“จะต้องทำหน้าขนาดไหน ผมอุตส่าห์ขอโทษแล้วนะ”

“นั่นไง ชัดเลย ขนาดต้องใช้คำว่าอุตส่าห์ แสดงว่าคำขอโทษของคุณชายไม่ได้ออกมาจากใจ” ประกายดาวเดินเฉียดชายหนุ่มไปแบบไม่สนใจ
พอดีนันทินีเดินสวนมา ทั้งสองชะงัก นันทินีโวยทันทีว่า เพราะผู้หญิงคนนี้ใช่ไหม เขาถึงไม่รับโทรศัพท์ตน จันทรภานุไม่รอช้า สวมรอยอยากให้นันทินีออกไปจากชีวิตเสียที

“ใช่ครับ เพราะกลัวดาวเขาจะหึง หาว่าผมมาคบกับนัน ทั้งๆที่ผมกับคุณดาวรักกันมากจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้...ดาวได้ยินแล้วนะ ว่าผมกับนันไม่มีอะไรกัน” เขาโอบประกายดาว

ประกายดาวอ้าปากค้าง นันทินีกางมือยกขึ้นเกร็งๆ ประกายดาวรีบดักคอ “คุณนันคะ อย่าร้องกรี๊ดๆแล้วตบดาวนะ มันเป็นนิสัยของนางอิจฉาในละครไทย ดาวมองดูลักษณะแล้ว คุณนันไม่ใช่นางอิจฉาแน่นอน แต่ถ้าเกร็งมือขนาดนี้แล้วแปลว่าต้องตบ...ดาวอนุญาตให้ตบแฟนดาว”
จันทรภานุถามว่าอะไรนะ ประกายดาวดันเขาออกหน้า จังหวะนั้นนันทินีฟาดมือลงมาพอดี โดนหน้าจันทรภานุเต็มๆ นันทินีหน้าซีดเผือดรีบยกมือไหว้ขอโทษขอโพย

ประกายดาวเดินกลับมาที่โต๊ะสีหน้าไม่ค่อยดี กระซิบคุณหญิงนิ่มว่าคุณชายจันทร์ให้ออกไปพบ จิตสุภางค์งงว่าเกิดอะไรขึ้น ประกายดาวบอกว่ากลับบ้านแล้วจะเล่าให้ฟัง...คุณหญิงนิ่มขำไปประคบรอยแดงที่หน้าให้จันทรภานุไป สมน้ำหน้าที่สร้างเรื่องออกไป

“หญิงว่าป่านนี้คุณนันต้องเอาเรื่องพี่ชายกับพี่ดาวไปฟ้องหม่อมป้าแล้วแน่ๆ เตรียมตัวเอาไว้เถอะค่ะ” ...จันทรภานุกังวลใจขึ้นมาทันที

ooooooo

ตอนที่ 3

เป็นอย่างที่คาดคิด นันทินีมาฟูมฟายโอเว่อร์เล่าเรื่องจันทรภานุกับประกายดาวให้หม่อมสุรีย์ฟัง นมพรไม่อยากเชื่อว่าคุณชายจะกล้าหักหน้าเธอขนาดนั้น และถ้ามีแฟนจริงก็น่าจะบอกกล่าวกันบ้าง หม่อมสุรีย์เห็นด้วย

มิลินทร์กับหมอกิจจาสามี พาประกายดาวมาเที่ยว ผับแต่กิจจาห้ามเธอดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อสุขภาพถ้าอยากตั้งครรภ์ เธอจึงกระโดดเต้นอย่างบ้าคลั่ง จนเซไปชนกับนันทินีที่มาเที่ยวเช่นกัน ทันทีที่นันทินีเห็นหน้าประกายดาว ก็ปรี๊ดแตก ตบหน้าประกายดาว โทษฐานทำให้ตนตบจันทรภานุเมื่อกลางวัน ประกายดาวโมโหสุดๆชกกลับ นันทินีหงายเงิบเลือดกำเดาไหล เธอร้องลั่น ถอดส้นสูงจะเข้ามาตบประกายดาว

เผอิญอภิเชษฐ์เข้ามาจับมือเธอไว้ นันทินีโวยให้ไปจับประกายดาวข้อหาทำร้ายร่างกาย

“แต่ผมเห็นคุณมีรองเท้าส้นสูงเป็นอาวุธ แล้วกำลังจะทำร้ายเขา”

นันทินีอึ้ง ประกายดาวโต้ว่านันทินีตบตนก่อน

อภิเชษฐ์ถามจริงไหม นันทินียอมรับแต่เพราะประกายดาวแย่งจันทรภานุไปจากตน ประกายดาวหมั่นไส้แกล้งยั่วโมโห

“อย่ามาว่าฉันแย่งคุณชายจันทร์ ในเมื่อคุณกับคุณชายไม่ได้เป็นอะไรกัน และที่สำคัญคุณชายจันทร์มาหาฉันเอง...กลับกันเหอะ” ประกายดาวหันไปชวนมิลินทร์กับกิจจา

นันทินีอ้าปากค้างพูดไม่ออก สักพักก็กรี๊ดลั่นออกมา อภิเชษฐ์กำลังเหวออยู่ตกใจเอ็ดให้เธอหยุด แถมตำหนิ คนที่มาจากราชนิกุลดังทำตัวไร้สติแบบนี้หรือก่อนจะเดินหนีไป

วันรุ่งขึ้น อภิเชษฐ์มาถามและเล่าเรื่องให้จันทรภานุฟัง คุณชายหัวเราะ ไม่คิดว่าประกายดาวจะกล้าพูดแบบนั้น อภิเชษฐ์ถามเป็นความจริงหรือที่ทั้งสองเป็นแฟนกัน

“แล้วถ้าเขาเกิดเป็นแฟนฉันขึ้นมาจริงๆ แกว่าเขาจะรับมือกับคุณนันได้รึเปล่า”

“ได้ยิ่งกว่าได้ เห็นจากเมื่อคืนแล้ว ก๋ากั่นเป็นบ้า... พูดแบบนี้แสดงว่าแกกับเขาไม่ได้เป็นแฟนกัน แกคิดจะทำอะไรอยู่ใช่ไหม”

จันทรภานุยิ้มๆไม่ตอบแต่อย่างใด...จากนั้น เขาแวะไปหาประกายดาวพร้อมช่อดอกไม้ เธอแทบไม่เชื่อว่าเขาจะมาขอโทษที่เป็นสาเหตุให้โดนนันทินีตบ เขายื่นช่อดอกไม้และกล่าว

“เป็นแฟนกับผมนะครับคุณดาว”

ประกายดาวตาค้าง “ฉันฝันไปแน่ๆ ตื่นได้แล้วไอ้ดาว...” เธอตบหน้าตัวเอง “ยังไม่ยอมตื่นอีก อุ๊ย ทำไมเจ็บล่ะ หรือว่า...” ประกายดาวหยิกแขนตัวเอง

จันทรภานุจับมือเธอให้รู้สึกตัวว่าไม่ได้ฝัน ประกายดาวขอให้เขาพูดอีกครั้ง เขาดึงเธอมานั่งคุยให้เป็นเรื่องเป็นราว บอกจุดประสงค์ที่แท้จริง เธอถึงกับเหวอ

“คุณจะจ้างให้ฉันเป็นแฟนกับคุณ!”

จันทรภานุพยักหน้ายิ้มๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า หม่อมแม่จะได้ไม่จับคู่ตนกับนันทินีอีก ประกายดาวถามจะได้ผลหรือ

“ผมมั่นใจ งานนี้ไม่ใช่ผมคนเดียวที่ได้ผลประโยชน์ แต่คุณก็ได้ด้วยเหมือนกัน คิดดูให้ดีนะคุณดาว การที่คุณได้เป็นแฟนกับผม มันจะทำให้คุณสยบข่าวเรื่องเป็นเมียน้อยคุณศิวะได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าคุณอาจจะเป็นจริงๆ”

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้เป็นอะไรกับนายศิวะ” ประกายดาวชักฉุน

จันทรภานุปัดไม่ต้องมาอธิบาย ตนไม่อยากรู้ แค่ทำธุรกิจด้วยกันเท่านั้น งานนี้ไม่มีใครเสียเปรียบ ประกายดาวขอเวลาคิด คุณชายบ่นอย่านาน ประกายดาวแอบโทร.ปรึกษาจิตสุภางค์ เธอรีบบอกจะรีรอทำไม โอกาสมาถึงแล้วให้รวบเอาไว้...ประกายดาวจึงกลับมาบอกจันทรภานุว่าตกลง คุณชายย้อนถามต้องการค่าตอบแทนเท่าไหร่ เธอสวนทันทีว่าไม่ต้องการเพราะรวยอยู่แล้ว เขาจึงถามงั้นต้องการอะไร หญิงสาวอมยิ้ม

“ไว้ทำงานเสร็จก่อน แล้วฉันจะบอก”

“ถ้าไม่ใช่ดาวกับเดือน  ผมให้คุณได้ทุกอย่าง ถ้างั้นตอนนี้ถือว่าเราเป็นทีมเดียวกันแล้วนะ” จันทรภานุยื่นมือไปให้เธอจับ สองคนเขย่ามือยิ้มให้กัน

ooooooo

พอคุณหญิงนิ่มรู้เรื่องก็ยินดีอย่างมาก จันทรภานุย้ำว่าเสร็จงานก็ต่างคนต่างไป แต่คุณหญิงกระเซ้า โบราณว่าไม่ชอบอะไรจะได้อย่างนั้น และคิดหรือว่านันทินีจะรามือ เขาจึงถามควรทำอย่างไร เธอแนะนำให้เขาแสดงสู่สายตาใครๆให้รู้ว่าเขารักประกายดาวมาก

วันถัดมา หลังจากประกายดาวทำงานเสร็จ เจ๊พีชถือชุดหรูเข้ามาหา บอกว่าจันทรภานุให้ตนนำชุดนี้มาให้เธอแต่งโดยให้แต่งหน้าทำผมให้ด้วย ประกายดาวแปลกใจทำไมไม่โทร.มาบอกก่อน เจ๊พีชพูดตามคำพูดคุณชายว่า เธอไม่ปฏิเสธแน่นอน ว่าแล้วก็กระทุ้งศอกข้างเอว

“แล้วไปจีบกันตอนไหนยะ ทำไมเจ๊ไม่รู้”

“ดาวถือเคล็ดน่ะเจ๊ ถ้าไม่ชัวร์ก็ไม่อยากพูด แต่นี่ก็เพิ่งเริ่มต้นเองนะ หนทางข้างหน้ายังอีกไกลแสนไกล” ประกายดาวยิ้มแหยๆ

หลังจากเจ๊พีชแต่งหน้าทำผมแต่งตัวให้ประกายดาวเสร็จ จันทรภานุอยู่ในชุดสูทเท่ยืนรอหน้าสตูดิโอ เจ๊พีชมาผายมือให้ประกายดาวเดินออกมาในชุดราตรีสวยสง่า เขาถึงกับตะลึงจนเจ๊พีชต้องสะกิดให้รู้สึกตัว ปรับท่าทีวางมาดเชิญประกายดาวขึ้นรถ ระหว่างนั่งในรถ ชายหนุ่มเห็นเธอนั่งยุกยิกๆ จึงถามว่าเป็นอะไร เธอตอบว่ารองเท้ากัดว่าแล้วก็ถอดออก

“แม่ฉันเคยสอนว่า ถ้ารองเท้ากัด  เราต้องกัดมันก่อน คุณชายว่ามันจะยังทันอยู่ไหมคะ” จันทรภานุเหวอนึกว่าจะทำจริง “ฉันล้อเล่นค่ะ ใครจะบ้ากัดรองเท้า ฉันแค่ถอดพักเท้าเท่านั้น”

จันทรภานุโล่งใจ กำชับ “พอเข้างานไปแล้ว อย่าทำให้ฉันขายหน้า”

ประกายดาวเบ้หน้ารับคำ...รถแล่นมาถึงหน้าสถานที่จัดงาน มีนักข่าวยืนออเต็มหน้างาน จันทรภานุให้ประกายดาวหันหลังมาก่อนจะลงจากรถ เพื่อสวมสร้อยเพชรให้ เขาควงเธอเข้างาน นักข่าวถ่ายภาพกันพึ่บพั่บ ได้ภาพหวานกันไป เสร็จจากงาน จันทรภานุขับรถมาส่งประกายดาวที่คอนโดฯ เธอถอดสร้อยคืนและบอกว่า ชุดจะซักแห้งให้ก่อน ชายหนุ่มตอบว่า

“ทั้งชุดทั้งสร้อย ฉันให้เธอ ตกลงตามนั้นแหละ ไม่ต้องปฏิเสธ”

ประกายดาวรับคำอย่างมึนงง...วันต่อมา ภาพข่าวการออกงานร่วมกันของจันทรภานุกับประกายดาวเป็นที่ฮือฮาของทุกคนมาก หม่อมสุรีย์เรียกลูกชายมาสอบถาม จันทรภานุอ้างเพิ่งเริ่มคบกันยังบอกอะไรไม่ได้ หม่อมสุรีย์ขัดใจถึงกับโทร.ไปขอให้ศิวะช่วยสืบประวัติประกายดาว

ด้านอรอุมา กังวลใจว่าศิวะจะกลับไปกิ๊กกะประกายดาวอีก ชวนรติรสมาดูหมอไพ่ยิปซี หมอทำนายว่า สามีกำลังมีกิ๊ก เป็นหญิงสาว สูง ผิวสองสี ตาโต ที่สำคัญมีไฝเม็ดใหญ่ในที่ลับ รติรสสะดุ้งเฮือก ทุกอย่างที่กล่าวมาตรงกับตัวเองทั้งนั้น หมอดูยังย้ำว่าเพราะไฝเม็ดนั้นที่ทำให้สามีกู่ไม่กลับ หลงหัวปักหัวปํา อรอุมารีบถามวิธีแก้

“ไพ่บอกว่า การมีบุตร แสดงว่าคุณต้องรีบมีบุตร เพราะลูกคือโซ่ทองคล้องใจ ถ้ามีลูกเมื่อไหร่ สามีจะเลิกกับผู้หญิงคนนั้นทันที”
รติรสหน้าเสีย ส่วนอรอุมาคิดว่า คืนนี้ต้องจัดชุดใหญ่เสียแล้ว

ooooooo

ตกดึก ประกายดาวกำลังจะเดินเข้าคอนโดฯ ศิวะโผล่มาจับแขนเธอไว้ เธอตกใจเงื้อหมัดชก เขารีบร้องห้าม เธอชะงักถามอย่างเสียมิได้ มาทำไม

“ดาวกำลังจะเดือดร้อนรู้ตัวไหม หม่อมสุรีย์ให้เราสืบประวัติดาวว่าเป็นใคร ถ้าหม่อมรู้ เราบอกได้เลยว่าดาวแย่แน่ๆ”

“มันจะแย่ยังไง ในเมื่อฉันไม่เคยทำอะไรเสื่อมเสีย”

“แต่หม่อมสุรีย์ท่านไม่รู้จักดาว ท่านไว้ใจเรา ท่านถึงให้เราช่วย เพราะฉะนั้นถ้าเราพูดอะไรที่เกี่ยวกับดาว หม่อมก็จะเชื่อทุกอย่าง”

“นายคิดจะทำอะไร...”

“ใจเย็นก่อนสิดาว ฟังเราพูดให้จบก่อน ความจริงเราไม่อยากทำร้ายดาวเลยนะ ถ้าดาวยอมเรา เท่านี้...เราก็จะไม่บอกหม่อม แล้วเราจะสัญญาว่าเราจะไม่ทิ้งดาวอีก เราจะดูแลให้ดาวสบาย” ศิวะลูบไล้แขนประกายดาว

ประกายดาวสุดขยะแขยงแต่แกล้งทำเป็นกระดิกนิ้วให้เขามาใกล้ๆ ศิวะหลงดีใจคิดว่าเธอยอม ยื่นหน้าเข้ามาก็ถูกเธอรวบต้นคอขึ้นเข่าเข้าเป้าอย่างแรง แถมชกเข้ามุมปากอีกหมัด เขาจุกหน้าเขียวลงไปกองกับพื้น

“นายนี่มันชาติชั่วจริงๆ ชาตินี้นายไม่มีทางได้แอ้มฉันหรอก” ประกายดาวโมโหเดินไป

คืนนั้น ศิวะกลับมาบ้านด้วยความเจ็บปวด กลับมาเจออรอุมาแต่งชุดนอนเซ็กซี่ พยายามยั่วยวน ศิวะทนไม่ไหวร้องลั่น อรอุมาตกใจเปิดไฟเห็นหน้าช้ำของสามีก็รีบถามโดนอะไรมา ศิวะโกหกว่าเดินชนเสาแล้วขอตัวเข้าห้องน้ำอย่างลนลาน อรอุมามองตามอย่างไม่ค่อยเชื่อ

วันรุ่งขึ้น ประกายดาวยังครุ่นคิดถึงคำพูดของศิวะ แล้วคิดว่าต้องหาทางป้องกัน จึงนัดเขาออกมาพบ...ศิวะหลงดีใจว่าประกายดาวเปลี่ยนใจ ประกายดาวหลอกถามให้เขาพูดเหตุผลที่จะสร้างประวัติด่างพร้อยให้กับเธอ เพราะหวังในตัวเธอ แล้วอัดเสียงไว้ พร้อมกับขู่ว่า ถ้าเขาทำร้ายเธอ คำพูดทั้งหมดนี้จะถึงหูอรอุมาเช่นกัน ศิวะแค้นใจเป็นอย่างยิ่ง

ooooooo

วันนี้ทั้งวัน ประกายดาวมีงานถ่ายคอนโดที่กำลังจะเปิดตัว จึงขอให้คุณหญิงนิ่มมารับภาพถ่ายแฟชั่นที่โครงการ คุณหญิงนิ่มขออยู่ดูเธอทำงาน ระหว่างนั้น พงศ์จันทรเห็นข่าวเปิดตัวเป็นแฟนกันของประกายดาวกับจันทรภานุ ก็รี่มาหา เผอิญโดนช่างสีทำสีกระเซ็นเปื้อนกางเกง

พงศ์จันทรเข้าห้องน้ำเพื่อจะล้าง แต่ไม่รู้จะยกขาขึ้นไปบนอ่างอย่างไร จึงถอดกางเกงเหลือแต่บ็อกเซอร์มาซัก คุณหญิงนิ่มเดินมาเข้าห้องน้ำตกใจคิดว่าเขาเป็นพวกโรคจิตเอากระเป๋าฟาดเขาโครมๆ ประกายดาวกับคนงานได้ยินเสียงร้องรีบวิ่งมาดู เข้าช่วยคุณหญิงนิ่ม แต่พอเห็นหน้าว่าเป็นพงศ์จันทรก็ประหลาดใจ พงศ์จันทรอับอายเสียหน้ามากกับสารรูปตัวเอง

ประกายดาวช่วยไกล่เกลี่ยแนะนำให้สองคนรู้จักกัน แต่ดูทั้งสองจะไม่กินเส้นกัน เพราะคุณหญิงนิ่มไม่ชอบที่เขามาจีบประกายดาว ส่วนพงศ์จันทรเคืองที่เธอเป็นญาติจันทรภานุ

ศิวะจำต้องมารายงานหม่อมสุรีย์ตามจริงว่าประกายดาวมีประวัติดีไม่ด่างพร้อย  นมพรยินดีด้วย แต่หม่อมสุรีย์ยังถือยศถาบรรดาศักดิ์ อยากได้คนมีชาติตระกูล...

นันทินีเสนอให้ชวนประกายดาวมาทานอาหารที่วัง เพื่อให้เธอรู้สึกต่ำต้อย เข้าเจ้าเข้านายไม่ถูก จะได้ล่าถอยไปเอง

จันทรภานุมาบอกประกายดาวตามคำชวนของหม่อมแม่ เขารู้สึกต้องมีอะไรแอบแฝงแน่จึงกำชับประกายดาวให้ทำตัวดีๆอย่ามีพิรุธใดๆ ห้ามแสดงความห้าวออกมา ให้แอ๊บอ่อนหวานเข้าไว้ ประกายดาวเหนื่อยใจดูท่าจะยากเย็น...จันทรภานุเลือกเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าให้ประกายดาวอย่างที่เขาต้องการ เธอหน้าเหยเกต้องลองเสื้อ รองเท้ามากมายให้เขาดูจนเซล้ม คุณชายเข้าประคอง ทั้งสองชะงักหน้าประชิดกัน  ใจเต้นโครมคราม ประกายดาวรู้สึกตัวผละออก

ooooooo

มิลินทร์กลับมาจากต่างประเทศ รู้เรื่องที่ประกายดาวรับเป็นแฟนปลอมๆกับจันทรภานุแล้วกำลังไปให้หม่อมสุรีย์ดูตัวก็กังวลใจเป็นห่วงเพื่อน

“จะตัดสินใจทำอะไรลงไป ทำไมไม่โทร.ปรึกษาฉันก่อน ฉันบอกได้เลยว่าแกคิดผิด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก เป็นเรื่องที่สังคมยังไม่ยอมรับ ถ้าแกบอกเขาไปว่าอยากได้อะไรตอบแทน แกได้โดนเขาด่าเปิงแน่”

ทั้งประกายดาวและจิตสุภางค์คิดตามชักหวั่นใจ พอดีแดนดินไปเที่ยวญี่ปุ่นกลับมา แวะเอาของมาฝากสาวๆพอรู้เรื่องข่าวของน้องสาวก็โวยวายยกใหญ่ กลัวโดนประณามต้องอับอายไปทั้งตระกูล ประกายดาวเริ่มเครียดเก็บเอาไปนอนฝัน ว่าพอจันทรภานุรู้ว่าตนขอสเปิร์มเป็นค่าตอบแทนที่เป็นแฟนปลอมๆให้เขา  เกิดเรื่องใหญ่โต หม่อมสุรีย์สั่งให้คุณชายแต่งงานกับนันทินี แดนดินกับเพื่อนๆตัดขาดจากเธอเพราะอับอายที่โดนประณาม ข่าวโจมตีว่าเธอทำให้หญิงไทยเสียชื่อ เป็นนักล่าสเปิร์ม ประกายดาวสะดุ้งตื่นเหงื่อแตกกราน รู้สึกกลัวสุดๆ

รุ่งเช้า คุณหญิงนิ่มเป็นคนมารับประกายดาวไปที่วัง สีหน้าประกายดาวอิดโรย พอมาถึงวังปรากฏว่าหม่อมสุรีย์ชวนนันทินีมาร่วมโต๊ะอาหารด้วย เธอพาเดินชมวังให้ดูความใหญ่โตโอ่อ่าและเล่าประวัติความเป็นมาของตระกูล ให้ประกายดาวรู้สึกต่ำต้อยที่มาจากพ่อแม่ขายข้าวขาหมู แต่ประกายดาวก็ทำใจสู้...ถึงเวลาทานอาหาร บนโต๊ะ มีช้อนและแก้วน้ำวางเรียงราย

นันทินีเหน็บ “ถ้าหยิบจับอะไรไม่ถูก บอกได้เลยนะคะ นันเข้าใจว่าคุณคงจะทานแต่ข้าวราดแกง อาหารแบบนี้คงเพิ่งทานเป็นครั้งแรก”

ประกายดาวปรายตามองไม่ตอบโต้อะไร แต่แสดงออกถึงการใช้อุปกรณ์ได้ถูกต้อง คุณหญิงนิ่มกับจันทรภานุแอบยิ้ม ประกายดาวเปรย

“ตอนดาวเรียนที่นิวยอร์ก ดาวมีเพื่อนเป็นเจ้าชายโมนาโคค่ะ  เขาเคยพาดาวไปเที่ยววังของเขา ใหญ่โตกว่าที่นี่มาก วังหม่อม 10 ไร่ แต่ของเพื่อนดาว เนื้อที่วังเท่ากับภูเขาลูกใหญ่ๆสามลูกติดกัน” ประกายดาวยิ้มก้มหน้ารับประทาน หม่อมสุรีย์กับนันทินีเหล่มองกัน

หลังจากทานอาหารพูดคุยกันสักพัก ประกายดาวลากลับอมยิ้มอย่างผู้ชนะ  หม่อมสุรีย์เชิดนิดๆ ก่อนจะหันมาต่อว่านันทินีที่ีแผนของเธอไม่ได้ผลอะไรเลย

ระหว่างเดินมาที่รถ คุณหญิงนิ่มถามประกายดาวว่าเป็นเพื่อนกับเจ้าชายโมนาโคจริงหรือ เธอตอบทันทีว่าไม่จริง โม้ไปอย่างนั้นเอง จันทรภานุหาว่าเธอปั้นน้ำเป็นตัวได้เก่ง

“ชื่นชมฉันเหรอคุณชาย”

“ผมไม่ได้ชื่นชม ผมว่าผมชักจะกลัวๆคุณซะแล้ว เพราะไม่รู้ว่าเรื่องที่คุณพูด อันไหนคือเรื่องจริง อันไหนคือเรื่องโกหก”

“มันก็ต้องแล้วแต่สถานการณ์ค่ะ ฉันไม่ใช่คนโกหกพร่ำเพรื่อ”

คุณหญิงนิ่มเห็นจะไปกันใหญ่รีบปรามยังไม่พ้นประตูวัง เกรงใครจะมาได้ยิน  ตนจะไปส่งประกายดาวเอง จันทรภานุยอมหยุดและยิ้มขอบคุณ...พอมาถึงคอนโดฯ พบพงศ์จันทรรออยู่ที่ล็อบบี้  เขาปรี่เข้าทักทายประกายดาว ทำเหมือนไม่เห็นคุณหญิงนิ่มแม้แต่น้อย ทำให้คุณหญิงนิ่มโกรธ  อยู่กีดกันให้เขาไม่มีโอกาสพาประกายดาวออกไปไหน แต่เขาก็ไม่ท้อ

“ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้ ถึงจะมีมารมาผจญ แต่ก็ไม่สามารถขัดขวางไม่ให้ผมเจอกับคุณดาวได้หรอกครับ” พงศ์จันทรมองคุณหญิงนิ่มอย่างเคียดแค้น เธอจ้องกลับ ตาต่อตาฟันต่อฟัน

คุณหญิงนิ่มตามขึ้นมาบนห้อง บ่นว่าพงศ์จันทรตื๊อน่ารำคาญ  ประกายดาวเห็นว่าเขาพอคบเป็นเพื่อนได้ คุณหญิงบอกตามตรงอยากให้เธอเป็นแฟนกับจันทรภานุจริงๆทำเอาประกายดาวสำลักน้ำ รีบค้านเป็นไปไม่ได้ แต่คุณหญิงไม่เชื่ออ้างขนาดสิงโตยังผสมพันธุ์กับเสือได้ ประกายดาวยิ้มแหยๆพูดไม่ออก

จากนั้น คุณหญิงนิ่มมาพบเพื่อนๆที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เผอิญเห็นพงศ์จันทรนั่งทานอาหารคนเดียว จึงเข้าไปเยาะ ทานข้าวคนเดียวเหงาไหม ชายหนุ่มเงย หน้ามองเซ็งๆ

“สำหรับผม ผู้หญิงมีความสวยกันทุกคน อาจจะสวยจากภายในไม่ใช่ภายนอก แต่สำหรับคุณ ผมดูยังไงก็ไม่สวย แถมยังชอบทำให้ผมซวยอีกต่างหาก”

คุณหญิงนิ่มโกรธไม่เคยมีใครพูดกับตนแบบนี้มาก่อน ชายหนุ่มย้ำจะได้เคยชิน คุณหญิงไม่พอใจอย่างมาก หาทางแก้แค้นด้วยการใส่เกลือในเครื่องดื่มที่พนักงานกำลังเอาไปเสิร์ฟเขา พงศ์จันทรดื่มเข้าไปถึงกับสำลักพรวดออกมา พนักงานหลบตาอย่างกลัวๆ เขาจึงรู้ว่าเป็นฝีมือคุณหญิงนิ่มแน่ๆ

พงศ์จันทรดักรอคุณหญิงนิ่มเพื่อเอาคืนบ้าง แกล้งดันเธอติดกำแพงทำเลียปาก “รสชาติน้ำดื่มผสมเกลือของคุณ ยังอยู่ในปากผมอยู่เลย อยากลองชิมดูไหมว่ามันเค็มขนาดไหน”

คุณหญิงหน้าตื่นย่อตัวหลบมุดแขนเขาออกมาโวย “นายนี่มันเป็นไอ้โรคจิตชัดๆ”

“ถ้าผมเป็นไอ้โรคจิต คุณก็เป็นเหมือนกัน คุณแกล้งผมทำไมห๊ะคุณหญิง”

“ก็นายมายุ่งกับพี่ดาวทำไม”

พงศ์จันทรโต้ทำไมจะยุ่งไม่ได้ คุณหญิงนิ่มเสียงเข้มว่าประกายดาวเป็นแฟนคุณชายจันทร์ พงศ์จันทรกลับหาว่ามีแต่เธอพูดฝ่ายเดียว ไม่เห็นประกายดาวจะยอมรับเลย คุณหญิงเถียงไม่ออก ชายหนุ่มขู่ โกหกเป็นบาปตกนรกโดนตัดลิ้น คุณหญิงขัดใจทำฮึดฮัดเดินหนี ยิ่งทำให้พงศ์จันทรสงสัยมากขึ้น

ooooooo

อภิเชษฐ์ชอบใจเมื่อฟังเรื่องประกายดาวทำให้หม่อมสุรีย์อึ้ง จึงยุให้เพื่อนเป็นแฟนกับเธอจริงๆ แต่จันทรภานุยังคิดถึงแพทแฟนเก่า...เธอทิ้งเขาไปเพราะ ได้ทุนเรียนปริญญาโทและเอกต่อที่อเมริกา ความใฝ่ฝันของเธออยากเป็นหมออยู่ที่นั่น จึงเลือกขอเลิกกับเขา ทั้งที่เธอก็รักเขามาก

ภาพข่าวออกงานของจันทรภานุกับประกายดาว ทำให้อรอุมาปิดหนังสือพิมพ์ที่นั่งอ่านระหว่างทำผม บ่นกับรติรสว่า ทำไมประกายดาวถึงได้ดิบได้ดี รติรสหาว่าประกายดาวให้ท่าจับคุณชายจันทร์ เผอิญนันทินีนั่งทำผมอยู่ในร้านเดียวกัน ได้ยิน จึงดักรอขอคุยกับสองสาว

ตอนที่ 4

จันทรภานุมาส่งประกายดาวที่คอนโด เขาอยากให้เธอเลิกพบปะกับพงศ์จันทรอีก แต่ไม่รู้จะบอกอย่างไร จึงออกคำสั่งในฐานะนายจ้างห้ามไปไหนมาไหนกับผู้ชายอื่น หญิงสาวรับคำเอือมๆ ก่อนจะเดินไปเขาเตือนอย่าลืมทายาที่แผล ทำให้เธออมยิ้มที่เขาก็ห่วงใยเป็นเหมือนกัน

วันต่อมาประกายดาวเดินออกมาจากลิฟต์ รู้สึกมีคนมองแล้วซุบซิบๆก็แปลกใจ พอออกมาที่รถ เห็นมีรูปตัวเองแปะเต็มคันรถพร้อมข้อความว่า...ระวังให้ดี ผู้หญิงคนนี้ชอบแย่งผัวชาวบ้าน...ประกายดาวโมโหสุดๆ กระชากกระดาษออกมาขยำทิ้ง แต่มันติดแน่นเต็มคันรถ ผู้คนที่ผ่านมาก็มอง เธอหันไปวีนใส่ พอขึ้นรถจะขับออกไป มีรถมาจอดขวาง เธอฉุนเฉียวลงจากรถกระชากกระดาษปาไปให้

“อยากอ่านนักใช่ไหม เอาไปเลย...คุณพงศ์!” ประกายดาวตกใจที่รถคันนั้นเป็นพงศ์จันทร

หลังจากนั้น พงศ์จันทรก็พาประกายดาวเอารถมาล้างที่ร้าน ระหว่างนั่งรอ เขาถามเธอว่า คิดว่าเป็นฝีมือใคร เธอมั่นใจว่าต้องเป็นนันทินี พงศ์จันทรจึงเอ่ยปากถาม

“คุณดาวครับ ผมขอถามอะไรตรงๆ คุณกับคุณชายจันทร์เป็นแฟนกันจริงๆเหรอครับ”

ประกายดาวหน้าถอดสี ทำเป็นยิ้มรับว่าจริง พงศ์จันทรย้อนว่า ถ้าเป็นคนอื่นโกหก ตนโกรธไปแล้ว แต่นี่เป็นเธอ โกรธไม่ลง และว่าเมื่อวานตนได้ยินเธอกับคุณชายจันทร์คุยกันว่าทุกอย่างเป็นการแสดง ตนไม่เข้าใจว่าผู้หญิงสวย เก่งอย่างเธอ ทำไมต้องทำแบบนี้

“ฉันมีเหตุผลบางอย่าง ที่ฉันบอกคุณไม่ได้ค่ะ” ประกายดาวจนใจที่จะแก้ตัวต่อไป

“เรื่องเงินก็ไม่น่าใช่ แล้วอะไรมันจะมีค่าขนาดทำให้คุณต้องทำอย่างนี้ครับ”

“ฉันบอกคุณไม่ได้จริงๆ เอาเป็นว่าคุณอย่าบอกใครก็แล้วกันว่าฉันกับคุณชายเป็นแฟนกันหลอกๆ เพราะสิ่งที่ฉันต้องการจากคุณชาย มันคือความฝันของฉัน”

“ความฝันของคุณคืออะไร บอกได้ไหมครับ บางทีผมอาจจะให้คุณดาวได้ก็ได้”

“อย่าถามฉันอีกเลย ขอร้องนะคะ” ประกายดาวจ้องตาอย่างอ้อนวอน

หลังจากล้างรถเสร็จ ประกายดาวโทร.ขอที่อยู่นันทินีจากมิลินทร์...เธอหอบลังใส่กระดาษที่แปะรถเธอทั้งหมด ไปกองหน้าบ้านนันทินี แล้วจุดไฟเผาต่อหน้าต่อตาพร้อมขู่

“จำไว้ว่าอย่าทำกับฉันแบบนี้อีก ไม่อย่างนั้นคราวหน้าจะไม่ใช่แค่ไฟ แต่จะเป็นอะไรที่คุณคาดไม่ถึง”

นันทินีตกใจร้องเรียกคนในบ้านออกมาดับไฟด้วยความแค้นใจ...

เมื่อรู้ความจริงแน่นอน พงศ์จันทรมาที่ร้านคุณหญิงนิ่มเพื่อประกาศให้เธอรู้ว่า ตนจะเดินหน้าจีบประกายดาวอย่างจริงจัง คุณหญิงนิ่มสวนว่าเธอจะขวางถึงที่สุด

“ผมชักจะสงสัยแล้วนะ ว่าไอ้การที่คุณแสดงท่าทางแบบนี้ เป็นเพราะคุณแอบชอบผมรึเปล่า” พงศ์จันทรหรี่ตาล้อ

“บ้าน่ะสิ ฉันไม่มีวันชอบผู้ชายกะล่อนปลิ้นปล้อน เจ้าชู้ลื่นเป็นปลาไหลอย่างนายหรอก ฉันชอบพี่ดาว ฉันอยากได้พี่ดาวเป็นพี่สะใภ้ ฉันเชื่อว่าสักวันพี่ชายจะต้องชอบพี่ดาวขึ้นมาจริงๆ และฉันบอกได้เลยว่าพี่ดาวก็ชอบพี่ชายเช่นกัน”

“ถ้างั้นคุณคอยดูก็แล้วกัน ว่าผมจะทำให้คุณดาวชอบผมให้ได้” พงศ์จันทรยิ้มเยาะจากไป

คุณหญิงนิ่มกลัดกลุ้ม แค่นันทินีคนเดียวก็จะแย่อยู่แล้ว ต้องหาทางสกัดดาวรุ่งให้ได้...จากนั้น เธอก็เอาเรื่องมาเล่าให้จันทรภานุฟัง และให้เขาทำตัวเป็นแฟนกับประกายดาวให้มากขึ้นด้วยการพาออกสื่อ ดูหนังฟังเพลงเหมือนคนรักเขาทำกัน เพราะถ้าพงศ์จันทรเอาเรื่องนี้ไปบอกหม่อมสุรีย์ มีหวังเขาโดนจับแต่งงานกับนันทินีแน่ๆ ส่วนพงศ์จันทรตนจะจัดการเอง

ooooooo

วันต่อมา อรอุมาดูละครทีวี นางร้ายขู่จะเอาคลิปเสียงไปเปิดให้เมียพระเอกฟัง ศิวะได้ยินตกใจ นึกว่าประกายดาวส่งคลิปให้อรอุมาแล้ว แต่พอเห็นว่าเป็นละครทีวีก็โล่งใจ

ศิวะทนใจหายใจคว่ำแบบนี้ไม่ไหว โทร.มาขอให้ประกายดาวลบคลิปทิ้ง แต่เธอยืนกรานว่า ต้องเก็บเป็นตัวประกันเพราะไม่ใว้ใจเขา...พอวางสายไปสักครู่ ประกายดาวก้มหน้าทำงานต่อ มือถือดังขึ้นอีก เธอคว้ามากดรับคิดว่าเป็นศิวะยังตื๊ออยู่ จึงเสียงเขียวใส่ มีอะไรอีก พอรู้ว่าเป็นจันทรภานุก็หน้าซีดเสียงอ่อย ขอโทษขอโพย คุณชายโทร.มาถามว่าว่างหรือเปล่า

“ว่างค่ะ คุณชายมีอะไรให้ฉันรับใช้คะ”

“สี่โมงเย็นเจอกันที่คอนโดฯ  ฉันจะรับเธอไปดูหนัง” พูดจบก็วางสายดื้อๆ

ประกายดาวงง อะไรของเขาเนี่ย...

ด้านคุณหญิงนิ่ม มาหาเจ๊พีชเพื่อขอเลือกเด็กในสังกัด อ้างขอมาเป็นนางแบบโฆษณา เธอเลือกเด็กสาวชื่อแชมเปญ ที่ดูสวยเซ็กซี่ไม่เบา...จากนั้น คุณหญิงนิ่มก็วางแผนให้แชมเปญไปยั่วยวนพงศ์จันทรด้วยการทำทีว่ามีรถจอดขวาง  เขามาช่วยเข็นแล้วก้อร่อก้อติกตามนิสัย คุณหญิงนิ่มแอบถ่ายคลิปเอาไว้

ตกเย็น จันทรภานุขับรถมารับประกายดาวตามนัด เธอถามเขานึกอย่างไรชวนไปดูหนังเขาตอบว่า ต้องหากิจกรรมทำร่วมกันให้เหมือนแฟน เพื่อหม่อมแม่จะได้จับไม่ได้...ประกายดาวย้อนถามว่าเขาดูหนังครั้งสุดท้ายเรื่องอะไร ชายหนุ่มนึกแล้วตอบว่านานแล้วเรื่องไททานิก หญิงสาวหัวเราะก๊าก ชายหนุ่มเสียหน้าถามตลกมากนักหรือ

“ขอโทษค่ะ ฉันว่าเราไปหาอะไรอย่างอื่นทำดีกว่า”

ประกายดาวพาจันทรภานุมาโยนโบว์ลิ่ง เขาดูนิ่งมากจนเธอสงสัย

“อย่าบอกนะคะว่าคุณชายไม่เคยเล่นโบว์ลิ่ง” เขายอมรับอายๆ “อะไรกันอ่ะคุณชาย นี่ไม่คิดจะทำอะไรแบบคนอื่นเขาบ้างเหรอไงคะ ว่ายน้ำก็ว่ายไม่ได้ ปีนเขาก็ไม่เคยปีน ดูหนังก็ยังไม่ค่อยดู แล้วยังเล่นโบว์ลิ่งไม่เป็นอีก ฉันถามจริงเหอะ ตั้งแต่เกิดมา คุณชายทำอะไรบ้าง”

“เรียนหนังสือ ทำงาน”

“แล้วคุณชายไม่ทำกิจกรรมอะไรบ้างเลยเหรอ”

“จ๊อกกิ้ง ชกมวย ฟุตบอล ฉันเล่นอยู่สามอย่าง”

ประกายดาวถอนใจ สอนเขาโยนโบว์ แรกๆเขาก็ล้างท่อ ไม่ทันไรเขาเรียนรู้ได้ไว และสไตร์คตลอดจนเอาชนะเธอไปได้ ประกายดาวทึ่งปนโมโห...สุดท้ายเมื่อเป็นคนแพ้ ประกายดาวต้องเป็นคนเลี้ยงข้าว จึงขอเลือกร้านเอง เธอเลือกร้านประเภทจุ่มแซ่บ ตักอาหารเต็มโต๊ะ จันทรภานุทำหน้าแหยๆ นั่งเช็ดจานช้อนส้อม เห็นประกายดาวเอาหมูลวกแป๊บเดียวเอาขึ้นมากินก็แหยงๆเกรงไม่สุก ประกายดาวจัดการ ลวกหมู กุ้ง ผักใส่ชามให้เขา แล้วบอกให้ตักน้ำจิ้มน้อยๆเพราะมันเผ็ด เขาลองชิมดูรู้สึกว่าอร่อยมาก จึงทานมากขึ้นๆจนจานเต็มโต๊ะไปหมด

พอคิดเงินออกมาไม่ถึงสามร้อยบาท จันทรภานุถึงกับทึ่ง ประกายดาวบอกว่า ของอร่อยไม่จำเป็นต้องแพง ว่าแล้วเธอก็ให้พนักงานช่วยถ่ายรูปคู่ไว้ให้ในมือถือ เป็นภาพประวัติศาสตร์...ทั้งสองไม่รู้เลยว่า มีคนร้ายแอบใส่ยานอนหลับในเครื่องดื่มให้กิน

จันทรภานุขับรถถึงคอนโดฯ ประกายดาวเปิด ประตูลง เขาท้วง “ไม่คิดจะรอให้ผมเปิดประตูให้สักครั้งเลยเหรอครับ”

“ก็ลงเองได้นี่นา ทำไมต้องมารอให้คุณชายเปิดให้ ขอบคุณนะคะที่มาส่ง แล้วฉันจะส่งรูปไปให้ บ๊ายบาย”

ประกายดาวเริ่มรู้สึกง่วง เดินสะลึมสะลือเข้ามากดลิฟต์ ชายคนหนึ่งตามเข้าไปด้วย เธอง่วงจนเซพิงฝา ชายคนนั้นค้นกระเป๋าเธอ พอไม่พบก็โทร.บอกเพื่อนว่าไม่มีมือถือในกระเป๋าของเธอ แต่แปลกใจเพราะเมื่อครู่เห็นเธอยังใช้ถ่ายรูปอยู่ สงสัยจะอยู่กับผู้ชายที่มาส่ง

เผอิญจันทรภานุเห็นมือถือประกายดาวตกอยู่ในรถ จึงวกกลับมาจะคืนให้ พลันเขารู้สึกง่วงมากจึงเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตา เห็นกระเป๋าถือของประกายดาวอยู่ในถังขยะก็แปลกใจเก็บมาแล้วรีบขึ้นไปหาเธอบนห้อง จะเคาะประตู พบว่าประตูปิดไม่สนิทจึงผลักเข้าไป พอมาดูประกายดาวเห็นนอนนิ่งบนเตียงก็พยายามปลุก จนรู้สึกมึนหัวหนักขึ้นเรื่อยๆ....

ooooooo

รุ่งเช้า ประกายดาวตื่นขึ้นมาพบจันทรภานุนอนสวมเสื้อกล้ามอยู่ข้างๆ ก็ตกใจร้องกรี๊ดลั่นห้อง ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นตกใจเช่นกัน

“คุณชายเข้ามาในห้องนอนฉันได้ยังไง”

“ผมไม่รู้ ผม...จำไม่ได้” จันทรภานุพยายามนึก

“คุณชายจำไม่ได้ จำไม่ได้ได้ยังไง...แล้วนี่คุณชายกับฉัน...” ประกายดาวมองหน้าเขาอึ้งๆ

ไม่พูดพล่ามทำเพลง ประกายดาวแล่นมาหาจิตสุภางค์ เธอกลับให้คำปรึกษาว่า “แกไม่แน่ใจว่าแกกับคุณชาย...จุดจุดจุด...ถ้าเป็นอย่างที่แกคิดก็ดีแล้วไง แกก็ได้สเปิร์มของเขามาแล้ว”

“ไอ้บ้าจิต! ฉันไม่ได้อยากได้ด้วยวิธีนี้ ฉันไม่อยากมีความสัมพันธ์”

“ฉันพูดเล่น ฉันว่าแกกับคุณชายคงยังไม่มีอะไรกันหรอก มันไม่มีทางที่แกจะไม่รู้สึกอะไรเลย  เพราะขนาดตอนที่ฉันเมา เฮียเชาทำท่าไหน ฉันยังรู้เลยอ่ะ”

ประกายดาวค้อนอายๆ  จิตสุภางค์ย้ำให้เชื่อประสบการณ์ของตน เพื่อนยังซิงแน่นอน ประกายดาวก็ยังไม่เชื่อเต็มร้อย ด้านจันทรภานุกลับเข้าวัง หม่อมสุรีย์นั่งอยู่กับนันทินี ทั้งสองซักไซ้ว่าเมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน ทำไมไม่กลับบ้าน เขาโกหกว่าไปนอนบ้านอภิเชษฐ์แล้วขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าต้องรีบไปทำงาน นันทินียุหม่อมสุรีย์อย่าไปเชื่อ

เข้าห้องมาได้ จันทรภานุพยายามโทร.หาอภิเชษฐ์แต่เขาปิดเครื่อง จึงฝากข้อความให้โทร.กลับ...นมพรเคาะประตูเปิดเข้ามา เขาดีใจมากอยากสารภาพกับนมพรเพราะไม่ชอบโกหก

“เมื่อคืนคุณชายนอนค้างบ้านคุณดาว!” นมพรเสียงดัง อ้อยอยู่หน้าห้องได้ยินแนบหูฟัง

“ชายตื่นขึ้นมาก็เจอว่าตัวเองนอนอยู่กับคุณดาวครับ”

อ้อยตกใจสุดๆรีบย่องออกไปทันที จันทรภานุบอกนมพรว่าจำไม่ได้จริงๆ ทำไมถึงไปนอนบนเตียงกับประกายดาว  เมื่อคืนตนท้องเสีย เผลอหลับเพราะเหนื่อยมากแล้วก็เบลอๆมึนๆ

“นมว่ามันคงไม่ได้เป็นอย่างที่คุณชายคิดหรอกค่ะ ใจเย็นๆ ค่อยๆนึกไปก่อน  แต่เรื่องนี้อย่าเพิ่งให้ใครรู้เด็ดขาด ถ้าเข้าหูหม่อมล่ะก็ มีหวังไปกันใหญ่โตแน่ค่ะ”

แต่สายไปเสียแล้ว อ้อยเอาเรื่องมาเม้าท์กับเหล่าคนรับใช้ ว่าได้ยินเต็มสองหูว่า จันทรภานุได้เสียกับประกายดาว เผอิญหม่อมสุรีย์มาได้ยิน “เธอว่ายังไงนะอ้อย!”

ทั้งหม่อมสุรีย์และนันทินีเดือดดาล โทร.นัดประกายดาวออกมาพบทันที...ระหว่างนั้น จันทรภานุเริ่มนึกออกว่า เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เขารีบเล่าให้นมพรฟัง ว่าเขาพยายามปลุกประกายดาว แต่แล้วรู้สึกมึนหัวมากจึงเข้าไปเอาน้ำราดหัว เสื้อเปียกเลยถอดออกเหลือเสื้อกล้ามและเอาผ้าขนหนูเช็ดหัว จากนั้นหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว

พอนึกเหตุการณ์ออก จันทรภานุก็ โทร.หาประกายดาว “คุณอยู่ไหน...”

“ฉันอยู่กับแม่ของคุณ”

คุณชายตกใจรีบถามว่าที่ไหน ตนจะไปหาเดี๋ยวนี้ พอวางสาย เขาบอกนมพรว่าหม่อมแม่รู้เรื่องตนแล้ว ตนต้องรีบไปหาประกายดาว

“ค่ะๆ ค่อยๆขับรถนะคะ...ขออย่าให้เกิดเรื่องอะไรร้ายแรงขึ้นเลย เจ้าประคู๊ณ...”

ooooooo

ในร้านอาหาร นันทินีนั่งอยู่กับหม่อมสุรีย์ ทั้งสองแปลกใจว่าทำไมประกายดาวออกไปคุยโทรศัพท์นานขนาดนี้ นันทินีกลัวจะหนีไปเสียก่อนจึงออกไปตาม... ประกายดาวเดินงุ่นง่านรอจันทรภานุ  นันทินีมาถึงต่อว่า

“คุยโทรศัพท์เสร็จแล้วทำไมถึงไม่เข้าไปข้างใน มายืนทำซากอะไรตรงนี้ ไม่รู้เหรอว่าหม่อมแม่รออยู่”

“คุณนันช่วยไปบอกหม่อมให้รออีกสักครู่นะคะ”

นันทินีจะเดินไป นึกได้หันมาโวยเรื่องอะไรมาสั่งตน ประกายดาวอึกอักไม่รู้จะอ้างอะไร พอดีจันทรภานุมาถึง นันทินีหน้าเจื่อน...สามคนเดินมาพร้อมกัน หม่อมสุรีย์ไม่พอใจหาว่าประกายดาวตามจันทรภานุมา

“ที่ว่าออกไปโทรศัพท์คือโทร.ไปฟ้องลูกชายฉันงั้นเหรอ”

สองคนตอบพร้อมกันว่าไม่ใช่ จันทรภานุรีบอธิบาย “ผมโทร.หาคุณดาวเองครับ หม่อมแม่ฟังผมก่อน เรื่องเมื่อคืน...”

“แม่ไม่ฟัง ลูกจะมาตอกย้ำให้แม่เจ็บอีกทำไม บรรพบุรุษของเราไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยเรื่องผู้หญิง ลูกเป็นถึงราชนิกุลอันดับหนึ่งของนพรัตน์ ถ้าใครรู้ว่าลูกกับผู้หญิงคนนี้...แม่ไม่ต้องเอาปี๊บคลุมหัวเดินรึไง”

ประกายดาวจะช่วยอธิบาย กลับถูกพูดใส่หน้าว่าต้องการคุยกับลูกชายเป็นการส่วนตัว เธอจึงยกมือไหว้ ก่อนจะเดินออกมา นันทินีเดินตามติดมาเยาะ

“คุณชายต้องเลิกกับแกแน่...”

“เลิกตัดสินใจแทนคนอื่นซักทีได้ไหมคะ” ประกายดาวสุดทนตอบกลับ

“หม่อมแม่ไม่ใช่คนอื่น เราสนิทกันจนเหมือนครอบครัวเดียวกัน  หม่อมแม่คิดอะไรอยู่ทำไมฉันจะไม่รู้ ยังไงคุณชายก็ต้องเลือกหม่อมแม่มากกว่าเธออยู่แล้ว ทางที่ดีเธอควรจะไปจากคุณชายซะตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่าต้องมาหน้าแตกเพราะโดนไล่  ฉันเตือนด้วยความหวังดี” นันทินีเชิดใส่เดินไปหาที่นั่ง ประกายดาวชักกังวลใจ

ข้างในร้าน หม่อมสุรีย์ยื่นคำขาดว่าประกายดาวกำลังทำลายชีวิตลูก ต้องเลิกกับเธอแล้วมาแต่งงานกับนันทินี  จันทรภานุนึกอะไรไม่ออก โพล่งออกไปทันที

“ผมแต่งงานกับคุณนันไม่ได้ครับ เพราะว่าคุณดาวเป็นภรรยาผมแล้ว ผมต้องรับผิดชอบคุณดาวครับแม่”

หม่อมสุรีย์ลุกพรวดด้วยความโกรธ “ต่อให้แม่ตาย แม่ก็ไม่ยอมรับผู้หญิงคนนั้น เอาเงินให้เขาไปก้อนหนึ่ง แล้วเลิกยุ่งกับเขาซะ”

“เงินมันแก้ปัญหาไม่ได้ทุกอย่างนะครับ ผมอยากให้หม่อมแม่รู้ว่า ถึงผมจะไม่ได้ลงเอยกับคุณดาว ผมก็ไม่มีวันแต่งงานกับคุณนัน เพราะว่าผมไม่ได้รักเขา” พูดจบจันทรภานุจะเดินไป

หม่อมสุรีย์เครียดจัดจนความดันขึ้น เป็นลมล้มชนเก้าอี้เสียงดังโครมคราม  จันทรภานุตกใจมากรีบเข้าอุ้มแม่ส่งโรงพยาบาล

หน้าห้องฉุกเฉิน นันทินีโวยประกายดาวว่าเธอเป็นสาเหตุทำให้หม่อมสุรีย์ป่วย จันทรภานุปกป้องว่าไม่เกี่ยวกับเธอ นันทินีหน้าเสีย ประกายดาวกระซิบถามเขาพูดอะไรกับหม่อมสุรีย์ท่านถึงได้ช็อกไป

“หม่อมแม่สั่งให้ผมเลิกกับคุณ แล้วแต่งงานกับคุณนัน ผมก็เลยบอกหม่อมแม่ไปว่า คุณเป็นภรรยาผม และผมจะไม่มีวันแต่งงานกับคุณนันเด็ดขาด”

“คุณบอกแม่คุณไปแบบนั้นได้ยังไง!”

“ก็ผมนึกอะไรไม่ออก ผมรู้ว่ามันไม่ถูกที่ทำให้คุณเสียชื่อ แต่คุณอย่าลืมว่าผมเป็นนายจ้างของคุณ เพราะฉะนั้นนายจ้างมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจอะไรก็ได้ เพื่อเป็นการแก้ ปัญหาเฉพาะหน้า”

“คุณนี่เหลือเชื่อเลยจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะฉันอยากได้สะ...” ประกายดาวยั้งไว้ทัน

จันทรภานุมองอย่างสงสัย เผอิญหมอออกมา เธอรีบเปลี่ยนเรื่องให้เขาฟังหมอก่อน หมอบอกว่าขอให้หม่อมสุรีย์นอนเช็กอาการให้ละเอียดสักสองวัน ตอนนี้ความดันขึ้นจึงเป็นลม นันทินีชวนเข้าไปดู จันทรภานุหันมาบอกประกายดาวให้กลับบ้านไปก่อน แล้วตนจะโทร.หา

คืนนั้น ประกายดาวโทร.เล่าเรื่องให้จิตสุภางค์ฟัง เธอติงว่าชักจะไปกันใหญ่แล้ว จากแฟนหลอกๆมาเป็นเมียเสียแล้ว ระวังจะตกหลุมรักที่ตัวเองขุดไว้เสียเอง ประกายดาวร้องลั่นไม่มีทาง ตนยังต้องการแค่สเปิร์มเท่านั้น...จิตสุภางค์ครุ่นคิดเรื่องนี้ บ่นกับสามีว่า ตนควรทำอย่างไรที่แนะนำให้เพื่อนทำเรื่องแลกสเปิร์ม ดูมันจะลุกลามไปใหญ่โต เฮียเชาปลอบว่า

“ไม่ต้องทำอะไร แค่มองอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ เพราะถ้าดาวไม่มีใจตั้งแต่แรก เธอก็คงไม่ทำ...เอาเวลามาเลี้ยงลูกๆให้เป็นพลเมืองดีของสังคมดีกว่า”
จิตสุภางค์ซึ้งใจที่สามีพูดอะไรดีๆเป็นกับเขาเหมือนกัน เธอหันมาช่วยลูกๆแกล้งพ่ออย่างสนุกสนาน

ooooooo

เมื่ออภิเชษฐ์ได้รับข้อความก็ตรงมาหาจันทรภานุที่โรงพยาบาลทันที สองหนุ่มคุยกันเครียดๆ อภิเชษฐ์ตั้งข้อสันนิษฐานอย่างตำรวจว่า สิ่งที่จันทรภานุทำกับประกายดาว สร้างความเสื่อมเสียให้กับเธอ แต่ทำไมเธอยังยอมช่วย เขาจ้างเธอด้วยเงินจำนวนมากหรือ

“เรายังไม่ได้คุยเรื่องนี้ เขาบอกฉันว่า สำหรับเขาเรื่องเงินไม่ใช่เรื่องสำคัญ เขาว่าถ้างานสำเร็จ เขาจะบอกฉันเองว่าอยากได้อะไร”

อภิเชษฐ์ยิ่งรู้สึกว่าประหลาด เตือนให้เพื่อนระวังของมีค่า หรือระวังตัวจะกลายเป็นเหยื่อ

วันต่อมา อรอุมากับรติรสมาเยี่ยมพร้อมนันทินี หม่อมสุรีย์รู้สึกตัวพอดี จันทรภานุเกาะอยู่ขอบเตียงด้วยความเป็นห่วง แต่หม่อมสุรีย์ทำหมางเมิน หันไปทักทายอรอุมา และให้นันทินีปรนนิบัติคนเดียว แถมประชดประชัน

“หนูนัน วานบอกชายจันทร์ว่าจะไปไหนก็ไป ไม่ต้องมาเฝ้า เพราะว่าแม่ไม่ตายง่ายๆ”

นันทินีจึงขอให้จันทรภานุกลับไปก่อน...พอคุณชายไปแล้ว หม่อมสุรีย์ก็ลุกขึ้นปรึกษานันทินี อรอุมาและรติรส ว่าคุณชายจันทร์บอกว่าได้ประกายดาวเป็นเมียแล้ว รติรสโพล่งขึ้น

“อีกแล้วเหรอ...นี่มันคิดจะจับแต่ผู้ชายรวยๆเหรอไง”

หม่อมสุรีย์ถามหมายความว่าอย่างไร อรอุมาจึงบอกว่า ประกายดาวเป็นเมียน้อยสามีของตน หม่อมสุรีย์ตกใจ เพราะศิวะไม่เคยบอกเรื่องนี้แถมเป็นคนสืบประวัติ ประกายดาวให้

อรอุมาแค้นใจกลับมาจะรีดความจริงจากศิวะ ขณะนั้น ศิวะกำลังหลีพนักงานสาวในร้านแอบเอาแหวนเพชรให้เป็นของกำนัล พออรอุมากลับมาทั้งสองก็ผละจากกันไปทำงานของตัว ศิวะหันมาเอาใจเมีย ถามถึงหม่อมสุรีย์เป็นอย่างไรบ้าง

“หม่อมสุรีย์ช็อกที่ลูกชายได้เมีย คือนังประกายดาว”

ศิวะแทบช็อกไปเหมือนกัน อรอุมาแขวะ “ไง อึ้งไปเลยล่ะสิ จะว่าไปนังดาวนี่มันก็ฉลาดรู้จักจับคุณชาย... เสียดายไหมที่มันไม่เอาคุณ”

ศิวะหน้าถอดสี ทำทีไม่เข้าใจทำไมต้องเสียดาย อรอุมาจี้ถาม “ฉันรู้จากหม่อมว่าหม่อมเคยไหว้วานให้คุณช่วยสืบประวัตินังดาว แต่คุณกลับบอกว่ามันเป็นคนดี คุณกับมันมีข้อตกลงอะไรกันใช่ไหม คุณถึงไม่บอกหม่อมว่ามันเป็นกิ๊กเก่าคุณ”

“บ้าไปแล้ว จะมีข้อตกลงอะไร...ไม่มี้...” ศิวะหัวเราะกลบเกลื่อน หาเรื่องชิ่งหนี อ้างนึกได้ว่ามีนัดกับลูกค้า ศิวะหอมแก้มอรอุมาแล้วรีบออกไป

อรอุมาหน้าเครียด กดมือถือหารติรสทันที “เป็นอย่างที่เธอพูดเอาไว้ ศิวะดูมีพิรุธสุดๆ และตอนนี้ก็รีบร้อนออกไปแล้วด้วย”

รติรสจอดรถอยู่หน้าร้านเพชร เธอบอกอรอุมาว่าเห็นศิวะออกมาแล้ว ตนจะจัดการต่อเองว่าแล้วก็ขับรถตามศิวะ จนถึงคอนโดฯประกายดาว แต่ถูก รปภ.ไล่ไม่ให้ จอดตรงที่เธอจอด

ศิวะดักรอจนประกายดาวออกมา เขาปรี่เข้ากระชากแขนเธอให้เอามือถือมาให้เขา แถมขู่วันนี้ไม่มีใครมาช่วยได้ ทำให้เธอรู้ว่า โจรที่เข้ามาเอากระเป๋าเธอไป  คืนก่อนคือคนของเขา...เกิดการยื้อยุดแย่งมือถือกัน ประกายดาวสู้สุดตัว ทันใดรติรสเดินเข้ามาโวยวาย

“กลางวันแสกๆ หน้าคอนโดฯ ไม่อายผีอายสางบ้างหรือไงห้ะ!”

“คุณมาก็ดีแล้ว ฉันมีอะไรจะให้ฟัง” ประกายดาวโกรธ เปิดคลิปเสียงศิวะให้ฟังทันที...

“เราดีใจมากเลยนะที่ดาวโทร.หาเรา เราคิดว่าดาวจะไม่ยอมเจอเราซะแล้ว...เรารักดาว รักไม่เปลี่ยน รักมาตลอด รักที่สุดเลยจ้ะ”

“นายแน่ใจนะว่านายไม่ได้รักคุณอร”

“แน่ใจ เราไม่ได้รักอร เราบอกแล้วไงว่าเรา แต่งงานกับอรเพราะคุณแม่บังคับ เราดีใจนะที่ดาวให้โอกาสเราอีกครั้ง คราวนี้เราจะไม่ทำให้ดาวเสียใจอีก เราจะให้ดาวทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ แหวนเพชร เงินทอง หรือถ้าดาวอยากได้อะไรนอกเหนือจากนี้ เราก็หามาให้ได้”

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.9 บุญวดี เผยด้านมืด เล่าเรื่องเลวๆ ของพีทให้ชาครีย์ฟัง
20 เม.ย. 2564

09:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 12:10 น.