ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    หางเครื่อง

    SHARE
    ตอนที่ 19

    แก้วใส่หมวกดึงหรุบลงมาแล้วก้มหน้าก้มตาเดินไปอย่างกลัวคนเห็น กลัวคนจำได้ เมื่อมาถึงทางเปลี่ยว ก็หยิบมือถือขึ้นมากดดู

    ที่หน้าจอ มีภาพข่าวของตัวเองและข่าวรถพิมุกประสานงากับสิบล้อสยอง แก้วร้องไห้อย่างหนักแต่ในยามนี้แม้แต่เสียงสะอื้นก็กลัวใครได้ยิน ต้องปิดปากกลั้นสะอื้นจนตัวสะเทือน

    ที่ตลาด เช้านี้มีตำรวจสองนายไปหากิมที่แผงแจ้งว่าแก้วฆ่าคนตาย กิมลุกพรวดถลกผ้านุ่งแผดเสียงลั่น

    “ไม่จริง ข้าไม่เชื่อ! ลูกข้าไม่มีทางเป็นฆาตกร นังแก้วมันไม่มีทางฆ่าใคร!”

    “เราสอบปากคำพยานแล้ว ยืนยันนะครับว่าเป็นฝีมือของคุณแก้วจริงๆ” ตำรวจยืนยัน อีกทั้งบ่างกับเตี้ยก็รุมชี้หน้ากิมว่า แก้วเป็นคนทำให้พิมุกขับรถประสานงา ตำรวจหว่านล้อมกิมว่า “บอกมาเถอะครับ คุณแก้วติดต่อ มาบ้างหรือเปล่า แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหนครับ”

    กิมยืนกรานว่าตนไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น รู้อย่างเดียวว่าแก้วไม่ผิด แก้วไม่ได้ทำ เมื่อไล่แล้วตำรวจไม่ไปก็คว้าของที่แผงขว้างปาจนหมดแรงทรุดนั่งกุมหัวร้องไห้ลั่นตลาดอย่างไม่อายใคร

    ooooooo

    เทพหัวใจสลายเมื่อความรักของตนกับนภากำลังจะเบ่งบาน ต้องมาพังทลายหมดสิ้นเมื่อนภาถูกแก้วยิงตาย

    เทพตัดสินใจไปสอนดนตรีเด็กที่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ขำกับรวิออกมาส่ง ขำถามอย่างเป็นห่วงกลัวรายได้จะไม่พอใช้ เทพตอบอย่างสมถะว่า

    “ศิลปินโนเนมอย่างฉันไม่ได้มีชีวิตอะไรฟู่ฟ่าอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้ไม่มีใครให้ต้องห่วงแล้วด้วย อยู่อย่างพอเพียงก็ไม่มีปัญหาอะไร” ก่อนขึ้นรถ เทพหันมาบอกทั้งสองว่า “อ้อ แล้วก็อย่าลืมเอาหลักฐานเพิ่มเติมไปให้ตำรวจด้วยล่ะ นภาเขาอุตส่าห์หามาให้”

    “คุณเทพครับ” รวิเรียกแล้วเดินไปกราบที่ไหล่ของเทพ “ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ผมจะไม่ลืมเลยว่าเคยมีพี่ชายคนหนึ่ง ที่ให้ทั้งโอกาสและคำสอน ขอบคุณจริงๆครับ”

    เทพน้ำตาคลอเบ้า ตบไหล่รวิเบาๆด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายได้...

    ooooooo

    ส่งเทพแล้ว สายๆ รวิก็สะพายกระเป๋าแซ็กโซโฟน บอกขำว่าจะไปดูว่าร้านไหนในเมืองจะรับนักดนตรีบ้างถ้าไม่มีก็จะลองไปดูที่จังหวัดอื่น

    ขำใจหายถามว่าไปกันหมดแล้วร้านจะทำอย่างไร รวิบอกว่าตนไม่หวังกับร้านอีกแล้ว เอาเงินในกระเป๋าที่เทพเคยให้มาช่วยตบแต่งร้านยัดใส่มือขำ บอกว่าเอาไว้กินไว้ใช้ระหว่างหางาน ขำทำใจรับไม่ได้พลั้งปากบอกให้รวิเก็บไว้เพราะเดือนอุตส่าห์หามาให้ รวิจ้องหน้าขำถามเคืองๆว่า

    “นี่มีฉันโง่เป็นควายอยู่คนเดียวใช่ไหม งั้นไอ้ที่ผ่านๆมาก็เงินของเดือนทั้งนั้นสิ”

    “อย่าโกรธเลยรวิ เดือนเขากลัวว่าถ้ารู้ว่าเป็นเงินเขาแล้วแกจะไม่กล้าใช้ เรื่องทนายก็ด้วย เดือนเขาก็เป็นคนจัดการแนะนำมาให้”

    “เพราะอย่างนี้ไง ฉันจะยอมให้เขาต้องเดือดร้อนเพราะฉันอีกไม่ได้” รวิจับมือขำให้กำเงินไว้ ตบไหล่ขำ บอกก่อนเดินออกจากบ้านไปว่า “แล้วฉันจะติดต่อมานะ”

    ขำมองตามรวิไปตาละห้อย...

    ooooooo

    เมื่อแก้วที่ถูกวางตัวให้ขึ้นคอนเสิร์ตแทนเดือนหนีหายไปไม่มีใครติดต่อได้ ทางค่ายเพลงจึงต้องเลื่อนงานคอนเสิร์ตออกไปก่อนและจะให้ศิริพรขึ้นคอนเสิร์ตแทนแก้ว

    ศิริพรดีใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของตน รับปากกับทางผู้รับผิดชอบว่าไม่ต้องห่วง ตนไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังแน่

    เวลาเดียวกัน เดือนกับป้อมช่วยกันเตรียมของใส่บาตรทำบุญให้นภาพรุ่งนี้ เดือนยังเศร้าจนป้อมต้องคอยปลอบ เดือนพูดอย่างสะเทือนใจว่า

    “เดือนเคยคิดนะว่า ทำไมเดือนถึงได้เจอแต่คนร้ายๆ ทำไมเดือนถึงถูกแกล้งสารพัด แต่จริงๆแล้วเดือนลืมไปว่า รอบๆตัวเดือนมีคนที่รักและหวังดีกับเดือนอยู่ตั้งมากมาย ทั้งพี่ป้อม ขำ คุณเทพ แล้วก็...พี่นภา...”

    เดือนเสียงเครือน้ำตาคลอเมื่อเอ่ยถึงนภา พูดอย่างซาบซึ้งว่า

    “ถึงจะดูเหมือนพี่เขาจะไม่ค่อยชอบเดือน แต่จริงๆแล้วพี่เขาคือคนที่คอยสอนเดือนหลายๆอย่าง ถ้าพี่เขาไม่คอยสอนคอยเตือน เดือนอาจจะออกจากวงการนี้ไปแล้วก็ได้”

    ป้อมบอกว่านภาเป็นคนปากร้ายแต่ใจดี ถามเดือนว่าลืมใครอีกคนไปหรือเปล่า เดือนถอนใจส่ายหน้าเศร้าบอกว่า

    “ไม่ลืม แล้วก็จะไม่มีวันลืมด้วย...คนที่เดือนคอยทำให้เขาเดือดร้อนอยู่ประจำ คนที่คอยดูแลเดือนมาตลอด ถึงแม้วันนี้ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมแล้วก็ตาม”

    ooooooo

    ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไป

    แม้ว่าวันนี้เดือนจะเจ็บปวดใจแทบสลายกับความสูญเสีย แต่เมื่อไปถ่ายหนังในฉากร้องเพลง เดือนก็ร้องเพลงเศร้าอย่างอินกับบทเพลงจนได้รับคำชมเชยจากผู้กำกับและทวีศักดิ์อย่างมาก

    ระหว่างนั่งพักทวีศักดิ์บอกความรู้สึกส่วนตัวที่มีต่อเดือน บ่นเสียดายที่เราต่างมีเจ้าของแล้ว เดือนพยายามเลี่ยงที่จะคุยเรื่องนี้ จนทวีศักดิ์เสนอว่า ตนวางแผนจะพาเดือนเดินสายไปโปรโมตหนังโดยเอาเพลงในหนังไปร้องเหมือนเปิดมินิคอนเสิร์ต
    กัน ถามเดือนว่าดีไหม

    “ดีค่ะ” เดือนดีใจมาก ทวีศักดิ์เกริ่นให้รู้ว่าเดือนอาจจะต้องเหนื่อยหน่อยเพราะต้องไปโน่นมานี่บางทีอาจต้องออกต่างจังหวัด “ไม่เป็นไรค่ะเดือนยินดี เดือนไม่กลัวเหนื่อยค่ะ”

    “งั้นก็เยี่ยมเลย ผมจะได้เอาเรื่องเข้าที่ประชุม”

    เดือนดีใจมากที่การเดินสายจะไปที่บ้านด้วย บอกป้อมว่าจะได้กลับไปไหว้แม่และอีกไม่นานก็จะจัดงานแม่ให้ใหญ่อย่างที่ตั้งใจไว้ เดือนโทร.ไปบอกขำ ถามถึงรวิ

    ขำบอกว่ารวิยังไม่ติดต่อกลับมาเลย แต่ถ้ารวิติดต่อมาเมื่อไรก็จะรีบโทร.บอกเดือนทันที วางสายจากเดือนแล้ว ขำก็บ่นงึมงำ

    “แกอยู่ไหนของแก...รวิ...”

    ขำยังสานฝันของตัวเองที่อยากเป็นพิธีกร แม้จะอยู่เฝ้าร้านเก็บร้านคนเดียวก็ยังแอ๊บแต่งชุดพิธีกรขึ้นไปทำหน้าที่พิธีกรต่อหน้าโต๊ะเก้าอี้ที่ล้มระเนระนาด พอเซ็งก็เก็บของต่อ เจอซองใส่รูปเก่าๆของนภา ทำให้นึกถึงคำเตือนก่อนไปของเทพที่ว่า อย่าลืมเอาหลักฐานที่นภาหามาได้ไปให้ตำรวจด้วย

    ขำคว้าซองหลักฐานออกจากบ้าน พอนึกได้ก็วกกลับมาวางซองเอกสารไว้บนโต๊ะวิ่งเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

    รวิสะพายกระเป๋าแซ็กโซโฟนเดินหางานแต่ก็ผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า จนเงินใกล้หมด จึงจำต้องไปเป็นเด็กโบกรถที่ร้านอาหารเพื่อความอยู่รอด

    ที่ร้านอาหาร รวิถูกโขกสับอย่างหนัก เจ้าของทั้งเขี้ยวทั้งเค็ม รวิทำงานอย่างไม่ย่อท้อหนักเอาเบาสู้แต่โชคไม่ดีวันนี้เหยียบตะปูถูกตำเท้าจนเลือดไหล ดีแต่ได้รับน้ำใจจากป้าแม่ครัว ช่วยเอายาใส่แผลให้ ได้รับน้ำใจจากลูกสาวแม่ครัวแอบเอาข้าวเอาน้ำให้กิน แต่พอเจ้าของร้านมาเห็นก็ด่ากราด

    “มันใช่เวลากินเหรอนั่น! จัดแจงล้างห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนเลยนะ ไม่งั้นไม่ต้องกินอะไร แล้วนั่นล่ะไม่ทำการทำงานมานั่งเฝ้าผู้ชายรึไง!”

    รวิได้แต่กำหมัดกัดฟันอย่างคับแค้นใจกับความใจดำของเจ้าของร้าน

    ooooooo

    พิมุกขับรถประสานงาจนถูกตัดขาทั้งสองข้าง ระหว่างพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนั้น มีเตี้ยกับบ่างมาเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด

    ศิริพรมาเยี่ยมพิมุก ถูกเขาด่าว่าขับไล่ไสส่งอย่างไรก็ยังดื้อด้านมาเพื่อเยาะเย้ยทำสงครามประสาทกับเขา

    “แก...อีปีศาจ! ฉันจะบอกตำรวจเรื่องที่แกเผาบ้านของเดือนแล้วก็บอกกับทุกคนว่าแกเป็นคนยังไง!” พิมุกกระชากศิริพรเข้าไปบีบคอ แต่ถูกศิริพาเอาตะกร้าของเยี่ยมกระแทกขาจนร้องลั่นต้องปล่อยมือจากคอศิริพร

    “หยุดบ้าได้แล้ว คนที่แกต้องโกรธน่ะไม่ใช่ฉันแต่เป็นพวกนั้นต่างหาก คิดดูดีๆสิ ป่านนี้มันนั่งหัวเราะเยาะแกแล้ว แล้วที่แกอยู่ในสภาพนี้ก็เพราะพวกมันรวมหัวกัน แกเลยต้องกลายมาเป็นไอ้ด้วนแบบนี้!”

    พิมุกแค้นขึ้นมาตามคำยุแหย่ของศิริพร!

    ooooooo

    ขณะกิมกำลังร้องไห้เป็นห่วงแก้วอยู่ที่บ้าน

    นั้น ก็ได้รับโทรศัพท์จากแก้ว กิมดีใจยิ้มทั้งน้ำตา

    หลังจากนั้น แก้วไปที่ค่ายเพลง เห็นศิริพรกำลังลงจากรถเก๋งป้ายแดงกรีดกรายจะเข้าไปในบริษัท แก้วเรียกเบาๆพอศิริพรหันมาเห็นแก้วในสภาพทรุดโทรมก็รีบลากหลบไปที่ลับตาคนถามว่ามาได้ยังไง เดี๋ยวตำรวจได้แห่กันมาหรอก แก้วบอกศิริพรต้องช่วยตนเพราะเราเคยทำอะไรมาด้วยกันตั้งหลายอย่างและเวลานี้ตนกำลังแย่ต้องการความช่วยเหลือ

    “โทษทีนะ ไม่ใช่เรื่องของฉัน” ศิริพรยิ้มอำมหิต แก้วเลยขู่ว่าถ้าไม่ช่วยตนจะแฉทุกเรื่องที่ศิริพรเคยทำไว้

    “ต๊าย...ฉันต้องกลัวด้วยเหรอเนี่ย ลืมไปแล้วเหรอว่าเธออยู่ในฐานะอะไรตอนนี้ ใครเขาจะไปเชื่อเธอ เรื่องทั้งหมดที่มันเกิดขึ้นน่ะ มันเกิดจากความโง่ของพวกแกทุกคนนั่นแหละ แค่โดนฉันปั่นนิดหน่อยก็เชื่อแล้ว แต่ก็ต้องขอบใจนะที่ทำให้ฉันขึ้นมาถึงตรงนี้ได้เร็วกว่าที่คิด”

    ศิริพรผยองว่าตนกำจัดทั้งเดือนและแก้วสำเร็จแล้ว มีอำนาจมากพอจนใครจะทำอะไรตนไม่ได้แล้ว จึงอวดผลงานที่ตนทำไว้กับทุกคนให้แก้วฟังอย่างลำพองใจว่า เรื่องเดือนกับพิมุกนั้นไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วเพราะเดือนไม่เล่นด้วยเหมือนที่พิมุกไม่เอาแก้ว

    “ส่วนเรื่องงาน นังเดือนมันจำใจกลับมารับงานเพราะอยากจะเอาเงินไปช่วยรวิต่างหาก แหม...แต่ช่างเหมาะเจาะจริงๆ แกดันมาขโมยปืนฉันไปพอดี ทีนี้ฉันก็ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ปั่นให้แกกัดกันเอง ฉันก็ได้มาเป็นตัวจริงแทนแกแล้ว”

    แก้วเพิ่งรู้ว่าตัวเองถูกศิริพรหลอกใช้แค้นจนพุ่งเข้าทำร้าย ศิริพรทำเป็นปัดป้องพลางตะโกนบอกให้แก้วมอบตัวเสีย ทำให้ชาวบ้านแถวนั้นวิ่งมาดู หลายคนจำแก้วได้ ศิริพรทำเป็นหวาดกลัวจนน่าสงสาร แต่ปากก็ร้องบอกแก้วให้ชาวบ้านได้ยินกันทั่วว่า

    “แก้ว...มอบตัวเถอะนะ ยังไงฉันจะพยายามช่วยเธอเต็มที่” แก้วจ้องหน้าศิริพรอย่างอาฆาตแล้ววิ่งหนีไป ศิริพรยิ่งตะโกน “ตำรวจ...โทร.หาตำรวจเร็วค่ะ พรไม่อยากให้เพื่อนทำผิดไปมากกว่านี้”

    พอชาวบ้านพากันวิ่งตามจับแก้ว ศิริพรก็แสยะยิ้มอย่างสะใจ ร้ายกาจ

    ooooooo

    เช้าวันต่อมา ทวีศักดิ์เริ่มโครงการตระเวนทัวร์คอนเสิร์ตเพื่อโปรโมตหนัง เขาพยายามให้เดือนไปรถคันเดียวกับตน เดือนพูดอย่างเจียมตัวว่าตนไปกับรถทีมงานก็ได้

    “ได้ไง เดือนเป็นดารานะ ไปคันนี้แหละดีแล้วเดือน จะได้ดูแลกันได้ง่ายด้วย” ทวีศักดิ์ติง

    “ก็เอาขึ้นหิ้งไว้ซะเลยสิ จะได้ดูแลได้ทุกซอกทุกมุม” เสียงสายสมรแทรกขึ้นแล้วเดินหน้าตาถมึงทึงเข้ามา สั่งลูกน้องทวีศักดิ์ให้เอากระเป๋าตนขึ้นรถไปด้วย ทำเอาทวีศักดิ์เซ็ง

    สายสมรเจ้ากี้เจ้าการสั่งให้เดือนกับป้อมไปนั่งข้างหลังเพื่อตนกับทวีศักดิ์จะได้นั่งแถวหน้า แต่ทวีศักดิ์กลับไปนั่งหน้าคู่กับคนขับ สายสมรค้อนตาแทบกลับ กระแทกประตูปิดประชดจนรถสะเทือน

    เมื่อไปถึงที่จัดงาน ทวีศักดิ์บอกทีมงานให้เตรียมเซตได้เลย ปรากฏว่าบรรดาแฟนคลับของเดือนพากันมาต้อนรับเดือน บ้างก็ชี้ชวนให้ดูกันอย่างตื่นเต้นดีใจ ทวีศักดิ์เห็นบรรยากาศแล้วบอกทีมงานอย่างคาดหวังว่า

    “หลังจากโปรโมตเสร็จ หนังของผมต้องรายได้ทะลุแน่ ได้แฟนคลับของเดือนมาช่วย”

    สายสมรกระฟัดกระเฟียดขึ้นไปนั่งพัดบนรถหน้าบอกบุญไม่รับ ทวีศักดิ์ไม่สนใจถามพวกเดือนว่าหิวกันหรือยังแถวนี้มีร้านอาหารเยอะเลย ขณะเดือนมองร้านอาหารกำลังคิด ป้อมก็ชี้ให้ดูว่าหอยทอดร้านนี้น่ากินจัง เดือนหันมอง

    เป็นจังหวะที่รวิหิ้วถุงอาหารพะรุงพะรังผ่านไปพอดี รวิเอาถุงอาหารไปไว้ที่รถมอเตอร์ไซค์แล้วขี่ออกไป

    ทั้งเดือนและรวิเลยต่างไม่เห็นกัน

    ooooooo

    ร้านอาหารที่รวิไปเป็นพนักงานโบกรถ วันนี้วงดนตรีมีปัญหาเพราะขาดนักดนตรีไปคนหนึ่ง

    รวิไปซื้ออาหารกลับมาได้ยินพอดีจึงอาสาจะเล่นแทน ถูกเจ้าของร้านไล่ตะเพิดให้ไปโบกรถล้างห้องน้ำตามหน้าที่ตัวเอง หัวหน้าวงขอให้รวิลองดู เจ้าของร้าน ไม่อนุญาต เรียกรวิให้มารับอาหารของตัวเองแล้วไล่ จะไปกินที่ไหนก็ไปเลย

    เวลาเดียวกัน ทวีศักดิ์ เดือนและป้อมนั่งกินอาหารกันอยู่ในร้าน เดือนกินไม่ลงอ้างว่าอากาศร้อนแต่ที่แท้ไม่สบายใจที่ทวีศักดิ์ทิ้งสายสมรไว้ในรถ พอบอกเขาว่าสายสมรยังไม่ได้ทานอะไรเลย ทวีศักดิ์ก็ตอบอย่างไม่ยินดียินร้ายว่า

    “ช่างเขาสิ ไม่ใช่เด็กแล้วหิวก็น่าจะลงมาหาอะไรกิน เดือนน่ะห่วงตัวเองเถอะ กว่าจะแสดงก็ค่ำโน่น เดี๋ยวหิวแย่”

    เดือนมองไปที่รถ เห็นสายสมรนั่งพัดอยู่ ครู่ใหญ่เดือนก็ถือแก้วชาเย็นกับผัดไทยไปให้

    “ชาเย็นไม่หวานค่ะ คุณสายสมร” สายสมรมองขวับแล้วเบือนหน้าหนี “สักหน่อยเถอะค่ะ อากาศร้อนเดี๋ยวคอแห้งแย่นะคะ” สายสมรยังทำปึ่ง เดือนจึงวางไว้แล้วเอาห่อผัดไทยให้ “นี่ผัดไทยของชอบของคุณ เดือนวางไว้ด้วยกันนะคะ”

    เดือนวางทั้งสองอย่างไว้แล้วจะไป สายสมรเรียกไว้ถามว่ารู้ได้ยังไงว่าตนชอบอะไร เดือนตอบยิ้มๆว่า

    “เดือนไม่รู้หรอกค่ะ คนที่รู้และจำได้คือคุณทวีศักด์ค่ะ” พูดแล้วจะเดินไป นึกอะไรได้หันมาหยอดทิ้งท้ายว่า “อ้อ...ถ้าไม่ใช่คนสำคัญเขาคงไม่มาจำอะไรแบบนี้หรอกค่ะ”

    พอเดือนเดินไป สายสมรหยิบชาเย็นขึ้นดู ยิ้มออกมาก่อนยกดื่มอย่างชื่นใจ

    ooooooo

    ระหว่างทวีศักดิ์คุมการจัดเตรียมเวทีและป้ายโปรโมตหนังโดยมีเดือน ป้อมกับทีมงานยืนดูอยู่ด้วยนั่น จู่ๆป้อมก็ปวดมวนท้องจนหน้าเบ้ เดือนบอกให้ไปเข้าห้องน้ำก็ส่ายหน้าบอกว่าเมื่อกี๊แวะไปดูมาแล้วไม่ไหว รอไปเข้าที่โรงแรมดีกว่า

    ครู่หนึ่งทวีศักดิ์หันมาถามเดือนว่าเตรียมพร้อมไหม เดือนบอกว่าตนพร้อมแต่ป้อมไม่พร้อม ซักถามจึงรู้ว่าปวดท้องแต่ไม่อยากเข้าห้องน้ำแถวนี้ ทวีศักดิ์จึงชวนไปเข้าที่ร้านอาหารเพราะตนจะไปสั่งข้าวให้ทีมงานพอดี

    ที่ร้านอาหารนี่เอง เดือนได้เจอกับรวิ ต่างตกใจที่เจอกันโดยไม่คาดคิด รวิเดินกะโผลกกะเผลกหนีไปอีกทาง เดือนเรียกรวิ แต่ถูกทวีศักดิ์ติงว่าตอนนี้อย่าเพิ่งดีกว่า

    ส่วนรวิเดินหนีไปหน้าห้องน้ำว้าวุ่นใจไม่รู้จะทำอย่างไรเลยหยิบไม้ถูพื้นมาเช็ดถูพื้นอย่างแรง ป้อมออกจากห้องน้ำทำวี๊ดว้ายดีดดิ้นให้ขัดถูเบาๆน้ำกระเด็นถูกตน แต่พอรวิเงยหน้า ต่างมองกันตะลึง

    เมื่อพากันไปนั่งคุยที่โต๊ะหลังร้าน รวิเล่าเรื่องของตนให้ฟังแล้วสรุปปลงๆว่า

    “ทำไงได้ละพี่ป้อม จะมามัวเลือกงานก็อดตาย พอดี” ป้อมบอกให้กลับบ้านไปดีกว่าให้เขามาจิกหัวใช้แบบนี้ “กลับไปก็ไม่รู้จะทำอะไร แถมเรื่องของฉันก็ยังลือกันไม่เลิก เอาเถอะเดี๋ยวฉันลองดูลู่ทางอีกทีก่อน เผื่อเขาเปลี่ยนใจให้ฉันเล่นดนตรี”

    เมื่อรวิตั้งใจเช่นนั้น ป้อมบอกว่าถ้าไม่ไหวก็กลับไปหาลู่ทางกับขำก็แล้วกัน ป้อมมอบเงินให้รวิจำนวนหนึ่งเอาไว้เผื่อฉุกเฉิน รวิไม่อยากรบกวนแต่ป้อมยัดเยียดให้จนได้ กำชับว่า

    “แล้วส่งข่าวกันบ้างนะรวิ เรื่องคดีก็ไม่ต้องคิดมาก ล่ะ พี่ไปล่ะ”

    ป้อมแยกกลับไปแล้ว รวิยังนั่งอยู่ ไม่รู้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องจิกทั้งสองไม่วางตามาแต่ต้น

    ooooooo

    ที่ร้านอาหารนั้นเอง วงดนตรีเริ่มบรรเลงขับกล่อม ผู้มาทานอาหารแล้ว

    เดือนกับทวีศักด์นั่งรออาหารที่มาสั่งอยู่ที่โต๊ะหนึ่ง เดือนบ่นอย่างไม่สบายใจว่าทำไมรวิต้องมาทำงานแบบนี้ มาเล่นดนตรีก็ได้เพราะที่นี่ก็มีวงเล่นอยู่ พอดีป้อมมาบอกเดือนว่าเจอรวิที่หน้าห้องน้ำเห็นกำลังขัดถูพื้นอยู่

    “โธ่...พี่รวิ...แล้วพี่ได้คุยอะไรกับพี่รวิบ้าง พี่ป้อมแล้วพี่รวิเขาเป็นยังไง เหมือนขาเจ็บๆนะ เขาเป็นอะไรหรือ”

    เดือนเป็นห่วงกังวลจนป้อมบอกให้ใจเย็นๆเพราะรวิคงอยากจะพยายามด้วยตัวเองให้ถึงที่สุดก่อน ทวีศักดิ์บอกว่าถ้ารวิยอมมาทำงานกับตนก็ยินดีจะจัดการให้

    “รวิมันไม่รับความช่วยเหลือจากคุณหรอก”

    ป้อมตัดบท ทวีศักดิ์ถามว่างั้นเราจะทำอย่างไรดี ต่างมอง หน้ากันไปมา

    พอดีเจ้าของร้านเดินนำเด็กเสิร์ฟถือถุงอาหารมาส่ง เอ่ยอย่างนอบน้อมประสาพ่อค้าว่า

    “ขอบคุณพวกคุณเดือนมากเลยนะครับ แหะๆ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ เอ่อ...ถ้าไงขอถ่ายรูปไว้ด้วยนะครับ”

    ทั้งสามมองหน้ากันไปมา ต่างยิ้มให้กันเหมือนคิดอะไรใจตรงกันเย็นนี้เอง รวิก็ถูกเจ้าของร้านเรียกไปพบท่ามกลางเสียงซุบซิบๆของเพื่อนพนักงานตกค่ำ หลังจากเดือนร้องเพลงโปรโมตหนังและฝากหนังไว้กับแฟนคลับแล้ว พอลงจากเวทีเธอขอตัวกับป้อมและทวีศักดิ์แล้ววิ่งไปทางด้านนอกทันที

    เดือนไปที่ร้านอาหารที่เจอรวิ แอบดูจากหน้าร้านมองเข้าไปที่เวทีดนตรี พยายามมองหาคนเป่าแซ็กโซโฟน เห็นรวิกำลังเป่าแซ็กโซโฟนอยู่อย่างไพเราะได้อารมณ์ เดือนยิ้มดีใจ โล่งใจ แล้วจึงค่อยๆถอยกลับ รวิเห็นหลัง เดือนอยู่ไวๆพยายามชะเง้อมองแต่ก็ไม่เห็นแล้ว
    ooooooo

    แก้วหนีเตลิดไปเพราะถูกศิริพรเรียกตำรวจจับ แอบโทร.นัดกิมออกไปพบที่ทางเปลี่ยว กิมเห็นสภาพของแก้วแล้วถามว่าทำไมเป็นถึงขนาดนี้

    “แม่เอาเงินมาให้ฉันหรือเปล่า ฉันไม่มีเงินติดตัวแล้วเนี่ย”

    “โธ่เอ๊ย...ข้าอุตส่าห์คิดว่าจะได้เป็นแม่นักร้อง ดูซิ...กลับต้องมาเห็นเอ็งหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้”

    “ก็เพราะมัน ชีวิตฉันถึงได้เป็นแบบนี้ คอยดูนะ ฉันไม่ได้ดีมันก็อย่าหวังจะได้เลย” แก้วจิกตาอาฆาต กิมนึกว่าแก้วหมายถึงเดือน แก้วบอกว่าไม่ใช่เดือนที่ต้องชดใช้ แต่พอกิมถามว่าใคร แก้วพูดอย่างอาฆาตแค้นว่า “ไม่ต้องห่วงหรอก อีกไม่นานแม่ก็จะได้รู้เอง”


    ฝ่ายพิมุกก็ยังตกเป็นเหยื่อของศิริพรต่อไป หลังจากถูกศิริพรเป่าหูยุแหย่แล้ว ก็ลงมือทำระเบิดเองเพื่อจะไประเบิดบ้านของรวิ แต่จะไปเองก็ไม่มีปัญญา คืนนี้จึงให้เตี้ยกับบ่างเข็นวีลแชร์ไปที่หน้าบ้านรวิ

    “เพราะพวกมันทำให้ข้าเป็นแบบนี้ พวกมันจะต้องชดใช้ ข้าจะไล่จัดการพวกมันทีละตัว...ทีละตัวจนครบทุกคนเลยคอยดู” พิมุกจ้องบ้านรวิล้วงระเบิดทำเองออกมา

    เตี้ยกับบ่างติงว่าเขาขับรถประสานงาเองไม่ใช่หรือ ขอร้องว่าอย่าทำเลย ถูกพิมุกด่าว่าปอดแหก แล้วสั่งให้เอาไฟแช็กให้ เตี้ยควักไฟแช็กให้แล้วถอยออกไปทันที พิมุกจุดไฟแช็กจ่อที่ชนวนระเบิดยิ้มเหี้ยม

    ขำเดินผิวปากกลับมาเห็นพิมุกกำลังจุดไฟแช็กก็ตะโกนถามว่าทำอะไร! พิมุกหันไปแสยะยิ้ม พอขำเห็นชัดๆ ว่าพิมุกจุดชนวนระเบิดก็ตกใจสุดขีดพุ่งเข้าไปห้าม พิมุกเรียกเตี้ยกับบ่างที่ถอยออกไปยืนห่างๆ ให้เข้ามาช่วย ทั้งสองจึงเข้ามาช่วยกันลากขำออกไป ขำดิ้นยกเท้าถีบวีลแชร์ล้ม

    พิมุกล้มหน้าคว่ำตะเกียกตะกายคว้าระเบิด ขึ้นมาจะขว้าง แต่แขนเสื้อเกี่ยวกับวีลแชร์ทำให้ขว้างไม่ได้จนชนวนลามมาถึงระเบิด พิมุกตาเหลือกพร้อมกับเสียงระเบิดตูม!

    สิ้นเสียงระเบิด เตี้ยกับบ่างเห็นพิมุกนอนคว่ำ หน้าเลือดอาบ ที่น่าสยดสยองคือ แขนทั้งสองข้างของพิมุกขาดกระจุยจึงเหลือเพียงร่างที่ไร้ทั้งแขนและขาของพิมุกนอนโชกเลือดอยู่กับพื้น

    เมื่อพาพิมุกไปส่งโรงพยาบาลแล้ว ขำพูดอย่างสมเพชว่า

    “กรรมสนองมันแล้ว ผลของกรรมที่ไอ้พิมุกมันก่อไม่รู้จักจบจักสิ้น แกสองคนก็เหมือนกัน เตรียมเข้าไปอยู่ในคุกเถอะ”

    เตี้ยกับบ่างแก้ตัวว่าตนทั้งสองพยายามห้ามพิมุกแล้วแต่เขาไม่เชื่อ

    “ไม่รู้ล่ะ ยังไงแกสองคนก็มีส่วนร่วม นี่ถ้าฉันกลับไปไม่ทันบ้านรวิไม่เละไปแล้วหรือ เตรียมตัวกันไว้เถอะกรรมมันเริ่มทำงานของมันแล้ว กับบางคน ก็อีกไม่นานหรอก!”

    ooooooo

    รวิได้เป่าแซ็กโซโฟนกับวงที่ร้านอาหาร หัวหน้าวงชมว่าเล่นใช้ได้ อีกคนชมว่าฝีมือแบบมืออาชีพเลย

    ขณะรวิกำลังดีใจที่จะได้เล่นดนตรีอาชีพที่ใจรักนั่นเอง ก็ได้รับโทรศัพท์จากขำเล่าเรื่องบ้านถูกพิมุกจะขว้างระเบิดใส่ รวิบอกขำว่าคงต้องกลับพรุ่งนี้ พูดประชด ชีวิตกับขำโดยไม่รู้ว่าเจ้าของร้านกับลูกน้องอีกคนมาแอบฟังอยู่ว่า

    “คงไปมืดๆ น่ะ แหมไอ้ขำ...พ่อเล้าอย่างฉันนี่จะ มีหน้าไปเดินลอยหน้าลอยตาสบายอารมณ์ได้เหรอวะหึ... เออ...งั้นเดี๋ยวจะหาเด็กใหม่ๆที่ร้านเลย ไหนๆก็ไหนๆแล้ว”

    เจ้าของร้านกับลูกน้องมองหน้ากันตกใจ รวิยังคงคุยกับขำว่า

    “เออ...แค่นี้ล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะออกแล้วโทร.บอก เฮ้อ...อุตส่าห์ได้เล่นดนตรีแล้วเชียว เออ...เอ็งเฝ้าไปก่อน แล้วก็อย่าเพิ่งบอกเดือนนะ เดี๋ยวตกใจกันไปใหญ่”

    แต่พอรวิเดินกลับเข้ามาในร้าน ก็ถูกเจ้าของร้านเอากระเป๋าเสื้อผ้ากับแซ็กโซโฟนมาโยนกองกับพื้นไล่ออกจากร้านฐานเป็นพ่อเล้า รวิพยายามจะชี้แจงก็ถูกเจ้าของร้านตัดบทว่า

    “ยังจะมาแก้ตัวอีก โกหกเก่งนักนะแก หน็อย...แล้วนี่ไม่รู้ไปหลอกน้องเดือนกับแฟนเขาอีท่าไหน ถึงได้ยอมมาอ้อนวอนขอให้แกได้เล่นดนตรี”

    เจ้าของร้านพยักหน้าให้ลูกน้องสองคนที่ยืนข้างๆ

    ทั้งสองขยับเข้าหารวิทำท่าจะจับโยนออกไป รวิคว้ากระเป๋าและแซ็กโซโฟนมองหน้าทุกคนงงๆแล้วจึงหันเดินออกไป

    คืนนี้ รวิต้องไปนอนพักที่ศาลาริมทาง ถูกยุงกัดมาก จนรุ่งเช้าตื่นขึ้นมาก็จามติดๆ กัน ครั้นลุกขึ้นก็เวียนหัวจนนั่งแทบไม่ได้ แข็งใจเอาเงินมาดู ปรากฏว่าเหลือไม่มาก หันพึมพำกับแซ็กโซโฟนคู่ชีวิตว่า

    “ไอ้เพื่อนยาก ถึงเวลาที่ต้องรบกวนแกอีกแล้ว...ช่วยหน่อยนะ”

    รวิหยิบกระเป๋าแซ็กโซโฟนและกระเป๋าเสื้อผ้าขึ้นสะพายเดินเซๆออกไป

    ooooooo

    วันนี้ศิริพรมาที่ค่ายเพลงแต่เช้า แต่พอมาถึงก็จะออกไป บอกชูเกียรติว่าจะไปสปาเตรียมให้สวยเริ่ดในวันงานถูกชูเกียรติขัดคอว่าห่วงแต่สวยแล้วอย่างอื่นล่ะ ศิริพรพูดอย่างอวดดีว่าทุกอย่างตนพร้อมแล้ว ด่าชูเกียรติว่าทำหน้าที่ตัวเองไปดีกว่า สั่งอย่างวางอำนาจว่า

    “เดี๋ยวช่วยส่งบัตรคอนเสิร์ตไปให้ค่ายหนังของเดือนด้วยนะ อ้อ...แล้วก็รายชื่ออื่นๆก็วางอยู่บนโต๊ะแล้วอย่าลืมล่ะ”

    “ครับ” ชูเกียรติเผลอรับคำแล้วก็โมโหตัวเอง สบถตามหลังศิริพร “เฮ้ย...แก...นัง โธ่เว้ย!”

    ระหว่างที่ศิริพรนอนให้นวดเท้าอยู่ที่สปานั้น มีโทรศัพท์เข้ามือถือ พอดูเบอร์ปลายทางก็บอกให้พนักงานนวดออกไปข้างนอกก่อนแล้วจึงกดรับ เป็นสายจากลิ้นจี่โทร.มาทวงค่าจ้าง ศิริพรถามไม่พอใจว่าค่าจ้างรับไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ  ส่วนเรื่องพิมุกนั้น ศิริพรปัดว่าพิมุกทำเองก็ต้องรับผิดชอบเอง

    พอรู้ว่าพิมุกแขนขาดทั้งสองข้าง ศิริพรหัวเราะเยาะว่าทำไมโง่อย่างนี้ แต่ไม่เกี่ยวกับตน พิมุกทำเองก็ต้องแก้ปัญหาเอง แต่พอวางสายแล้วก็ทำระริกระรี้ว่า

    “อุ๊ยตาย...เห็นทีจะต้องมีของปลอบใจพิมุกหน่อยซะแล้ว”

    ฝ่ายลิ้นจี่ เมื่อไม่ได้เงินจากศิริพร พอวางสายก็ด่าว่า “อีบ้า...เอาตัวรอดเลยนะมึง” แล้วโทษว่าเพราะขำ แท้ๆที่เอารูปไปให้ตำรวจ ถูกโรจน์ที่นั่งกอดขวดเหล้าพูดสมน้ำหน้าว่า

    “แกมันโง่เอง ริอ่านจะเป็นแม่เล้า” ถูกลิ้นจี่ด่าว่าเหล้าที่กินอยู่นี่ไม่ใช่เงินจากแม่เล้าหรือ โรจน์ตัดรำคาญว่า “ฉันไม่รับรู้อะไรด้วย แกจัดการของแกเองแล้วกัน”ว่าแล้วก็หันไปดวดต่อ

    “หน็อย...ถ้าฉันต้องเข้าซังเตจริงๆ ฉันไม่ยอมโดนคนเดียวหรอก ฉันจะซัดทอดให้หมด ทั้งแก ทั้งนังนั่นด้วย จำไว้!” ลิ้นจี่ทั้งแค้นทั้งกังวล

    ooooooo

    เดือนตระเวนขึ้นคอนเสิร์ตเพื่อโปรโมตหนังกับทวีศักดิ์  โดยมีสายสมรคุมไปตลอดรายการ เดือนดีใจที่พรุ่งนี้จะได้ไปเปิดแสดงที่บ้านแล้ว

    ทวีศักดิ์ถามว่ารวิเป็นอย่างไรบ้าง เดือนเล่าอย่างสบายใจว่ารวิได้เล่นดนตรีตามที่พวกเราช่วยขอไว้กับเจ้าของร้านแล้ว  ทวีศักดิ์ดีใจด้วย แล้วชวนขึ้นรถ เดือนเลี่ยงไปนั่งกับป้อม บอกทวีศักดิ์ด้วยความจริงใจว่า

    “คุณทวีศักดินั่งข้างคุณสายสมรเถอะค่ะ ดูเธอ ไม่ค่อยสบายอยู่ด้วย”

    การวางตัวและจัดการของเดือนทำให้สายสมรสบายใจขึ้น ทวีศักดิ์เองก็ยอมรับกับสายสมรว่า แม้ตนจะเผลอไผลไปบ้างแต่เดือนทำให้ตนได้คิด เพราะเดือนมี คนรักอยู่แล้วและก็ไม่เคยคิดเปลี่ยนใจเลย สายสมรดักคอว่าเขาเลยอกหักใช่ไหม
    “ผิดหวังเล็กๆมากกว่า แต่มันก็ช่วยดึงสติผมกลับมานะ ว่าจริงๆแล้วผมก็มีคนที่ผมรักอยู่แล้ว...เราผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะนะ ผมยังคิดไม่ออกเลยว่าถ้าไม่มีคุณผมจะอยู่ยังไง”

    “คุณ...” สายสมรน้ำตาคลออย่างสะเทือนใจ

    “เอาน่า ไม่ต้องห่วงนะ เรื่องผมกับเดือน เราจะเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้องที่ดีต่อกันเท่านั้น กินยาซะก่อนเถอะ”

    เมื่อมีความรัก ความเข้าใจและไว้วางใจกันแล้วสายสมรกลับเป็นฝ่ายบอกทวีศักดิ์ให้ดูแลเดือนให้ดีด้วย

    ทุกคนจึงทำงานกันด้วยความสบายใจและสนุกกับงาน

    ooooooo

    เพื่อหาค่ารถกลับบ้าน รวิเล่นดนตรีเปิดหมวกที่ตลาด ถูกพวกแม่ค้าด่าและไล่ หาว่าหนวกหู รวิดูเงินในกระเป๋าแซ็กโซโฟนที่วางตรงหน้าแล้วยังขาดเล็กน้อย จึงเดินไปเปลี่ยนที่เล่นเพื่อให้ได้เงินพอเป็นค่ารถกลับบ้าน

    หลังจากขำเอาหลักฐานไปให้ตำรวจแล้วคิดว่าพวกตนคงพ้นข้อสงสัย แต่ตำรวจบอกว่าอย่างไรเสียก็ต้องสอบสวนให้ถึงที่สุดตามกระบวนการ ขำทำตาปริ๊บๆให้ตำรวจ ดัดเสียงเร่งให้ช่วยจัดการให้เร็วๆด้วย

    ฝ่ายพิมุก พอรู้สึกตัวขึ้นมารู้ว่าแขนขาดไปทั้งสองข้างก็สติแตกเอะอะโวยวายให้เอาแขนตนคืนมา...

    ครู่หนึ่ง บ่างถือกล่องเข้ามาบอกว่ามีคนส่งมาให้พิมุก แล้วแกะออกพบจดหมายในกล่อง เตี้ยคว้าไปสะกดอ่านทีละคำ ได้ความว่า ของขวัญปลอบใจจากศิริพร  พอหยิบของในกล่องขึ้นมาดู ก็ทำให้พิมุกแผดเสียงอย่างบ้าคลั่ง เพราะมันคือนวม!

    ขำดี๊ด๊าดีใจเตรียมโปสเตอร์รูปของเดือน เพื่อเอาไปให้เดือนเซ็นเพิ่มมูลค่าเอาไปขายหน้าเวที

    “จะเอาอะไรไปขายใครวะไอ้ขำ” เสียงรวิถามพร้อมกับเดินเข้ามาในสภาพมอมแมมทรุดโทรม ขำตกใจที่เจอ รวิโดยไม่คาดคิดและตกใจสภาพทรุดโทรมของเขา  ถามว่าไปทำอะไรมาหรือ รวิบอกว่าเรื่องมันยาว แต่เหลือบเห็นรอยเลือดที่พื้นถามว่ารอยอะไร

    “รอยเลือดเพื่อนรักแกไง”

    “ไอ้พิมุก สรุปมันเป็นยังไงบ้างตอนนี้”

    “ด้วนทั้งบนทั้งล่าง ตายทั้งเป็นเลยนะนั่น เป็นนักมวยแต่แขนขาไม่มี เฮ้อ...กรรมจริงๆ”

    รวิหดหู่ใจ เลยเปลี่ยนเรื่องถามว่าขำจะไปไหน ขำบอกว่าที่ท้ายตลาดมีงานนิดหน่อย ชวนไปด้วยกันไหม รวิบอกว่าไม่ไหวอยากนอนพักมากกว่า ขำเลยขอไปทำมาหากินก่อน พอออกไปแล้วก็บ่นอย่างสมเพช

    “โธ่เอ๊ยรวิ...สารรูปดูไม่ได้เลย เฮ้อ...”

    ooooooo

    ณ สถานที่จัดงานคอนเสิร์ต ศิริพรยืนดูการจัดเตรียมเวที เชิดหน้ารำพึงอย่างหยิ่งผยองว่า...

    “สุดท้ายแล้ว ฉันก็คือผู้ชนะ...พวกโง่ๆ ก็สมควรต้องแพ้ไป...” กวาดตามองไปเห็นชูเกียรติกำลังยืนคุยอยู่กับผู้ชายท่าทางนักเลงสองคน ด้วยท่าทีกลัวๆ หงอๆ ยกมือไหว้ปะหลกๆ ศิริพรเหยียดยิ้มพึมพำ “พวกบ่อนมาทวงหนี้สินะ ดี...จัดการไป จะได้ไม่มีตัวเกะกะ”ที่ตลาด...

    เดือนกับป้อมและทวีศักดิ์เดินแจกแฮนด์บิลหนังอยู่ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าพากันมามุงดู บางคนชมว่าเดือนสวยขึ้นจนจำเกือบไม่ได้ บางคนถามว่าจำได้ไหมป้าที่สนิทกับแม่ช้อยของเดือนไง เดือนยิ้มแย้มให้ทุกคนอย่างเป็นกันเองเหมือนเมื่อครั้งที่ยังขายของที่ตลาดกับแม่

    เดือนเดินไปทักกิม พอกิมเห็นเดือนเดินมาก็เบือนหน้าหนี แต่เดือนก็ยังทักทายด้วยความอ่อนน้อมถามว่า

    “ป้ากิม...แก้วเขาติดต่อมาบ้างไหม” ถูกกิมแว้ด ใส่ว่าจะมาเยาะเย้ยแก้วรึไง “เปล่านะจ๊ะ เดือนถามเพราะเป็นห่วง ยังไงก็เคยเป็นเพื่อนกัน”

    กิมไล่ตะเพิดหาว่าเดือนเสแสร้ง ทั้งยังหยิบของที่แผงปาใส่ จนป้อมเข้าไปปรามว่า

    “นี่หยุดเลยนะนังกิม ลูกแกทำกับพวกฉันขนาดนี้ ไม่ตบล้างน้ำให้ก็บุญแล้วนะ”

    ขำมาเจอถามเดือนว่ามีอะไรกัน เดือนบอกว่าตนถามป้ากิมเรื่องแก้ว กิมก็แว้ดขึ้นมาทันทีว่า

    “พวกแกคิดจะรุมฉันใช่ไหม!”

    “สิ่งที่นังแก้วทำกับทุกคนไว้ ไม่มีใครลืมหรอกนะ ถึงคราวที่ลูกป้าต้องชดใช้แล้ว ป้าอย่าคิดช่วยลูกในทางที่ผิดเลย” ขำแทรกเข้ามาเตือน พูดแล้วทุกคนก็หันเดินกลับไปอย่างไม่แยแสกับกิมที่จ้องจิกอย่างเจ็บใจ

    ooooooo

    ทั้งสามเดินมาด้วยกันเงียบๆ จนขำถามขั้นว่าจะเงียบกันอย่างนี้อีกนานไหม เดือนขอโทษเพราะมัวคิดอะไรเพลินอยู่

    “เออ...ว่าแต่รวิมันกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ” ป้อมถามขึ้น ขำบอกว่าเมื่อเช้านี้เอง ยังหมาดๆอยู่เลย

    “แล้วฉันมาแบบนี้ พี่รวิเขาก็คงหลบหน้าฉันเหมือนเดิมนั่นแหละ” เดือนปรารภอย่างยังน้อยใจอยู่ ขำบอกว่าไม่ต้องห่วงเพราะรวิยังไม่รู้ว่าเดือนมา ป้อมแทรกขึ้นว่า

    “รู้ว่าเดือนมาน่ะยังไม่เท่าไหร่ แต่คนนี้สิ...” ป้อม หางตาไปทางทวีศักดิ์ ทุกคนเลยหยุดเดินหันมองตามป้อม

    “โอเค ผมเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร เอาอย่างนี้แล้วกัน เดี๋ยวผมจะคุยกับเขาเอง” ทวีศักดิ์อ่านสายตาของทุกคนออกเป็นฝ่ายเสนอขึ้น ขำถามว่าอยากโดนรวิจับโยนออกมารึไง “ผมจะอธิบายทุกๆอย่างกับเขาเอง จะได้เข้าใจกัน”

    ทั้งสี่เดินมาถึงหน้าบ้านรวิแล้วหยุดพร้อมกัน ทวีศักดิ์สูดลมหายใจลึกๆ ถามว่ารวิอยู่ข้างบนใช่ไหม ทุกคนพยักหน้า ทวีศักดิ์จึงเดินเข้าไป แต่เพียงไม่กี่ก้าวก็หันมาสั่งเสียทุกคนว่า

    “เอ่อ...ถ้าอีก 15 นาที ผมยังไม่ลงมา ช่วยเรียกรถพยาบาลให้ด้วยนะ”

    ทุกคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมพร้อมทันที ทำเอาทวีศักดิ์กลืนน้ำลายฝืดคอก่อนจะเดินเข้าบ้านรวิไป

    ooooooo

    ตกค่ำ เมื่อได้เวลาเปิดคอนเสิร์ต ป้อมเช็กเสื้อผ้าหน้าผมของเดือนแล้วบอกว่า

    “เรียบร้อยเดือน เตรียมโชว์ได้ เอาให้มันส์เต็มที่เลยนะ”

    เดือนยิ้มมั่นใจมองไปทางทวีศักดิ์บอกว่าตนพร้อมแล้ว ถามทวีศักดิ์ที่ยืนหันข้างให้ว่าไหวไหม พอทวีศักดิ์หันมาจึงเห็นว่าตาข้างหนึ่งเขียวปั้ด ที่มุมปากช้ำแดง มีสายสมรถือห่อน้ำแข็งคอยประคบให้ แต่ทวีศักดิ์ยังปากแข็งบอกเดือนว่า

    “ผมไม่เป็นอะไร...อูยยย...อย่างน้อยผมก็บอกเขาไปแล้วว่า ตอนนี้ผมบริสุทธิ์ใจ ผมกับเดือนไม่มีอะไรกันจริงๆ”

    เดือนขอบคุณแล้วขอตัวไปทักทายแฟนคลับที่มาห้อมล้อม พอเห็นเดือนเดินออกมาก็พากันกรี๊ดกร๊าดมีรวิยืนอยู่ด้วย แต่เร้นตัวในมุมมืดมองเดือนแล้วยิ้มดีใจ...

    ส่วนขำ ไปนั่งขายโปสเตอร์มีลายเซ็นเดือนอยู่ด้านข้างเวที ขายดิบขายดีจนหยิบแทบไม่ทัน เดือนทำหน้าที่โฆษณาหนังอย่างฉะฉานเชิญชวนแฟนคลับไปดูหนังกันให้มากๆ

    เมื่อเดือนเดินเข้ามาด้านหลังเวที ทวีศักดิ์เรียกเดือนไปบอกอย่างตื่นเต้นว่า

    “ที่ออฟฟิศโทร.มาบอกว่ากระแสหนังเราดีมากนะ ยอดไลค์ในแฟนเพจก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในเว็บต่างๆ ก็มีคนพูดถึงเต็มไปหมด” เดือนกับเพื่อนดีใจกันสุดๆ “แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง ทางค่ายเพลงเก่าของเดือน เขาส่งบัตรเชิญคอนเสิร์ตมาให้แน่ะ มีหลายใบเลย จะไปกันทุกคนก็ได้นะ”

    ป้อมทำเชิดพูดว่าคอนเสิร์ตของนางงิ้วใครจะไป แต่เดือนบอกว่าตนจะไป ทั้งป้อมและขำต่างติงว่าจะไปทำไม

    “ครั้งหนึ่งเดือนเคยเกือบได้ยืนบนเวทีนั้นแล้ว เดือนอยากไปอีกค่ะ อย่างน้อยในฐานะคนดูก็ยังดี”

    ป้อมเลยตกลงจะไปด้วยเผื่อศิริพรร้องไม่ดีจะได้ช่วยโห่ไล่ ทวีศักดิ์รับปากจะจัดการเรื่องบัตรให้ทุกคนเลย เดือนถามว่าแล้วของรวิ? ทวีศักดิ์ตอบทันทีว่า “แน่นอน ต้องเผื่อไว้ให้เขาด้วย”

    เดือนยิ้ม ถอนใจ ทอดสายตาออกไปไกล...

    ooooooo

    เวทีคอนเสิร์ตจัดอย่างอลังการมาก ทวีศักดิ์พาสายสมรเข้าไปนั่ง เดือน ป้อม ขำ เดินตามกันเข้าไป ป้อมถามขำว่ารวิจะตามมาจริงหรือ

    “อืม...มันบอกอย่างนั้นนะ ไอ้นี่ชอบทำตัวเป็นพระเอกมาทีหลัง เชอะ!”

    นักร้องตัวรองๆ ออกมาร้องเรียกน้ำย่อยก่อน เมื่อใกล้เวลา ชูเกียรติเดินไปบอกศิริพรว่าใกล้ถึงคิวเธอแล้วสแตนด์บายได้เลย ศิริพรลุกขึ้นราวกับนางพญา ส่องกระจกดูตัวเองอย่างพอใจอีกครั้งแล้วปรายตามองชูเกียรติแต่หัวจดเท้าก่อนเดินออกไป

    “ทำหยิ่งทำเชิดไปเถอะ ทีใครทีมันละกัน” ชูเกียรติมองตามแค้นๆ แล้วจึงเดินตามไป

    ที่หน้าเวที มีสายตาอาฆาตของใครบางคนจ้องรอเวลาอยู่!

    เมื่อศิริพรเดินออกไป มีไฟส่องตามทุกก้าวอย่างสวยงาม เมื่อมายืนตรงกลางเวที เธอกลับตีหน้าเศร้าเอ่ยกับแฟนเพลงว่า

    “เพลงนี้ พรขอร้องแทนในส่วนของเพื่อนที่พรรักมากทั้งสองคน เดือนกับแก้ว พรอยากจะบอกเขาว่า ไม่ว่าจะเป็นยังไง เขาก็เป็นเพื่อนพรเสมอ”

    คำพูดของศิริพรได้รับเสียงปรบมือกึกก้องจากแฟนเพลง แต่ถูกป้อมกับขำด่ากันไปตามธรรมเนียม

    แต่แล้วจู่ๆไฟบนเวทีก็ดับพรึ่บพร้อมกับปืนกระบอกหนึ่งมาจ่อที่ศิริพรเธอตกใจถือไมค์ค้าง

    แก้วนั่นเอง! ศิริพรทำใจแข็งถามเบาๆว่าจะทำอะไร แก้วถามเสียงดังอย่างจงใจให้ได้ยินกันทั่วว่า กลัว หรือ ศิริพรจะปิดไมค์ แก้วสั่งอย่าขยับ! แล้วสั่งทีมงานเปิดไมค์ให้เสียงดังที่สุด พอศิริพรรู้ว่าเสียงไมค์เริ่มดังขึ้น ก็ทำใจเย็นสู้เสือบอกแก้ว

    “แก้วจ๊ะ ฉันว่าแก้วใจเย็นๆ ก่อนนะจ๊ะ ฉันสัญญาฉันจะช่วยแก้วเอง”

    “หึๆช่วยเหรอ” แก้วหัวเราะเหี้ยม แล้วหันไปพูดกับคนดู “ทุกคนได้ยินไหมคะ มันบอกว่ามันจะช่วยแก้ว นังผู้หญิงสารเลวที่เป็นคนวางแผนทุกอย่างบอกว่าจะช่วยแก้ว!”

    ศิริพรทำเป็นคนดีต่อหน้าแฟนเพลง ในขณะที่แก้วมาในมาดนางร้ายเอาปืนจ่อ ทั้งแฉทั้งสาวไส้ศิริพรต่อหน้าแฟนเพลงว่าตนถูกศิริพรหลอกเอาทุกอย่างไปเหลือแต่เรื่องชั่วๆ ไว้ให้ตนคนเดียว ศิริพรทำไก๋โบ้ยว่าแก้วเข้าใจผิด เพราะคนที่แย่งของเธอไปนั้นคือเดือนต่างหาก

    “ศิริพร ถึงตอนนี้เธอควรจะเลิกแอ๊บได้แล้วนะ ธาตุแท้ของเธอน่ะมันปิดไม่อยู่แล้ว” แก้วหันไปถามคนดูว่าอยากรู้ไหมว่าผู้หญิงคนนี้ทำชั่วอะไรไว้บ้าง จะเอาเรื่องไหนก่อนดี พอดีแก้วมองลงมาเห็นเดือนมองอยู่ แก้วพูดกับเดือนว่า

    “เดือน...ฉันนี่แหละที่ร่วมมือกับมันถ่ายคลิปเธอแล้วก็เอาไปปล่อย แล้วนังศิริพรนี่แหละ ที่เอาไปให้แม่เธอดูจนแม่เธอต้องตาย!”

    เดือนลุกเดินไปใกล้เวทีพูดน้ำตาคลอ “เธอจริงๆ ด้วยสินะศิริพร!” ขำกับป้อมช่วยกันด่าไปบนเวที ศิริพรทำหน้าซื่อตาใสบอกว่าตนไม่รู้จริงๆ

    ooooooo

    ที่หน้างาน รวิมาแล้วยืนลังเลอยู่แถวจอทีวีว่าจะเข้าหรือไม่เข้าดี แต่เห็นสภาพผู้ชมคอนเสิร์ตพากันแตกตื่นหนีกันชุลมุนจึงแทรกเข้าไปดูที่จอทีวี เห็นแก้วถือปืนจ่อศิริพรอยู่!

    ชูเกียรติสั่งเจ้าหน้าที่ให้โทร.เรียกตำรวจและสั่งกล้องให้ถ่ายทอดต่อไปเรื่อยๆห้ามหยุด บนเวที แก้วมองเดือนที่ยืนอยู่ด้านล่างเวที บอกเดือนว่าแม้แต่บ้านเดือนก็ถูกเผาโดยฝีมือศิริพร เดือนแค้น สะอึกจะขึ้นไปเล่นงานศิริพร ถูกขำดึงไว้

    เดือนถามแก้วว่าที่บ้านตนถูกเผาไม่ใช่ฝีมือพิมุกหรือ แก้วบอกว่าศิริพรสร้างหลักฐานใส่ร้ายพิมุก แล้วตะคอกให้ศิริพรพูดมาว่าทำอะไรอีก ศิริพรยังปากแข็ง พอถูกแก้วเอาปืนจ่อขมับ ศิริพรเห็นรวิอยู่ข้างล่างก็ร้องขอความช่วยเหลือ

    “ช่วยเหรอ ไอ้ที่แกแกล้งมารยาจนเขาเข้าใจผิดกัน แกยังไม่พออีกเหรอ หา!” แก้วตวาด

    กิมเห็นข่าวทีวีขณะไปซื้อข้าวสารและไข่ในตลาด เห็นแก้วจิกผมศิริพรเอาปืนจ่อขมับ กิมถึงกับร้องไห้ อุทาน

    “โธ่แก้ว...แกทำอะไรของแกอีกเนี่ย...”

    แม้จะอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย

    ศิริพรก็ยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาของแก้วและกล่อมให้แก้วมอบตัวเสีย แก้วบอกว่าตนจะมอบตัวก็ต่อเมื่อฆ่าเธอแล้วเท่านั้น เดือนเข้ามาขอร้องแก้วให้ปล่อยศิริพรไปเสีย รวิก็หว่านล้อมว่าถ้าแก้วทำอะไรลงไปโทษจะหนักขึ้นไปอีก แก้วมองขวับถามว่า
    “ทำไมล่ะ มันทำกับพวกเธอไว้ขนาดนี้ เธอยังจะห้ามฉันอีกเหรอ”

    “ไม่มีประโยชน์หรอกแก้ว ใครทำอะไรไว้วันหนึ่งบาปกรรมก็จะตามคนคนนี้เอง” เดือนเอาหลักศาสนาเข้ากล่อม

    ศิริพรอาศัยจังหวะที่แก้วหันไปฟังเดือน ผลักแก้วล้มลงแล้ววิ่งหนีพลางร้องขอความช่วยเหลือ ถูกแก้วยิงเข้าที่ท้องจนสะอึกชะงักแต่ยังพยายามถอยไปที่ขอบเวที เดือนตะโกนห้ามแก้ว แต่แก้วเลือดเข้าตาแล้ว เดินไปกระหน่ำยิงศิริพรอีกสามนัด ตะโกนบอกศิริพรว่า แล้วไปพบกันที่นรก

    ศิริพรหงายตกเวทีตายในสภาพตาเบิกโพลง แก้วเดินมามอง ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างสะใจ

    เดือนเดินไปหาศิริพร แต่ตัวเองกลับเป็นลมไปก่อน ดีที่รวิประคองไว้ทัน

    ครู่หนึ่งเดือนลืมตาขึ้น เห็นรวิกับชูเกียรติกำลังถูกตำรวจสอบถามร่างศิริพรถูกห่อด้วยผ้าขาวแบกออกไป

    ส่วนแก้วถูกตำรวจใส่กุญแจมือในสภาพที่แก้วยิ้มสะใจตาขวาง

    ooooooo

    เดือนเห็นสภาพบนเวทีแล้ว บอกป้อมว่าตนไม่อยากให้เป็นแบบนี้ ไม่อยากให้ใครเป็นอะไร ป้อมบอกว่าพวกเขาทำกันเองเดือนไม่เกี่ยว

     ครู่หนึ่งทวีศักดิ์กับสายสมรเดินมาหาเดือน ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทวีศักดิ์บอกว่าตนคุยกับตำรวจแล้วเดือนอาจจะต้องไปเป็นพยานแต่ไม่ต้องห่วงไม่มีอะไร สายสมรก็แสดงความห่วงใยถามเดือนว่าไหวไหม ไปหาหมอดีไหม

    “ไหวค่ะ เดือนไม่เป็นอะไรค่ะ”

    “ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอก เดี๋ยวฉันกับคุณทวีศักดิ์คงต้องไปคุยกับทางเสี่ยเขาก่อน น่าสงสาร คอนเสิร์ตล่มแบบนี้คงเสียหายเยอะ” สายสมรเอ่ย

    “เดี๋ยวเราคงต้องไปให้ปากคำที่โรงพักกันนะ” รวิเดินมาบอกกับทุกคน เดือนพยักหน้ามองรวิแต่เขากลับเมินไปทางอื่น ทำให้เดือนถึงกับหน้าสลด ทุกคนที่จับตาดูอยู่ต่างพากันส่ายหน้า...

    ooooooo

    บรรดาผู้ที่ทำตัวเป็นอริกับเดือน ต่างประสบชะตาต่างกันตามกรรมแห่งตน ลิ้นจี่กับโรจน์ทะเลาะแย่งชิงสมบัติเท่าที่มีอยู่ เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง โรจน์ตัดช่องน้อยแต่พอตัวจะหนีจากลิ้นจี่ไป บอกว่า “ใครจะอยู่รอเข้าคุกกับแก ตำรวจเขาสืบจนรู้อะไรเป็นอะไรแล้ว ขืนอยู่ด้วยก็ซวยไปด้วยเท่านั้น” โรจน์ทิ้งลิ้นจี่ร้องไห้คร่ำครวญกับชะตากรรมที่กำลังจะประสบ

    ส่วนพิมุก หลังจากด้วนทั้งขาทั้งมือจนเหลือแต่ตัวมีหัวติ่งออกมาหน่อยหนึ่ง ก็สติแตก ร้องโวยวายทวงแขนทวงขาของตนคืน อาละวาดด่าทอทำร้ายจนแม้กระทั่งบ่างกับเตี้ยที่ไม่เต็มบาทก็ยังทนอยู่ไม่ได้ พากันหนีออกนอกห้อง ทิ้งให้พิมุกโวยวายอย่างบ้าคลั่งอยู่ในห้องคนเดียว

    แก้วถูกจับขังอยู่ในเรือนจำ ขำ ป้อม และเดือนกลับมาอยู่ที่บ้านเช่าของเดือน ส่วนรวิกับเทพพากันไปนอนวัด

    เดือนซื้ออาหารและผลไม้มามากมาย บอกว่าจะเอาไปเยี่ยมแก้ว ระหว่างนั้นป้อมถามขำว่าได้ยินที่ตลาดเขาลือกันไหม ขำหูผึ่งถามว่าลือเรื่องอะไรหรือ

    “อุวะ จะเรื่องอะไร ก็ต้องเรื่องเมื่อวานนี้ไง หนังสือพิมพ์ลงซะละเอียดยิบเลยรู้ไหม เห็นว่านังแก้วมันแฉหมดเลย ตั้งแต่เรื่องที่แกล้งเดือน กระทั่งเรื่องที่อีงิ้วมันยอมเป็นเมียไอ้เสี่ยนั่น” ป้อมเล่าไม่ทันจบ ขำก็ทำท่าตื่นเต้นกว่าเล่าว่า

    “มีเด็ดกว่านั้นอีกนะพี่ป้อม ตำรวจเขาโทร.มาบอกลุงเทพว่า นังลิ้นจี่มันสารภาพแล้วว่า ยัยศิริพรเป็นคนจ้างให้สร้างเรื่องใส่ร้ายรวิ”

    “งั้นหมายความว่า...” เดือนแทรกขึ้นอย่างตื่นเต้น

    “ใช่แล้ว ตอนนี้รวิกับฉันไม่มีความผิดแล้ว รอเรื่องเรียบร้อยเมื่อไหร่เราก็จะเปิดร้านได้อีกครั้ง” ขำยิ้มหน้าบาน ส่วนป้อมก็ดี๊ด๊าว่าตนจะได้ไปเปิดร้านอีกแล้ว ขำชวนกลับไปกันพรุ่งนี้เลยดีไหม

    “นั่นสิ ฉันจะได้กลับไปทำสิ่งที่สำคัญที่สุดด้วย” เดือนเห็นด้วย ขำกับป้อมมองหน้ากันสงสัยว่าเดือนจะทำอะไร

    ooooooo

    กิมไปเยี่ยมแก้วที่เรือนจำ พอเห็นหน้าแก้วก็ร้องไห้คร่ำครวญว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ แก้วบอกว่าตนโง่เองอย่าไปโทษใครเลย

    ขณะนั้นเอง เดือนเดินเข้ามาโดยให้ขำ ป้อม รวิ และเทพรอข้างนอก พอกิมเห็นแก้วก็ว้ากใส่ว่ามาทำไม หาว่าเพราะเดือน แก้วถึงได้ตกอยู่ในสภาพนี้

     “พอเถอะแม่ ฉันบอกแล้วไงไม่ใช่ความผิดของเดือน ฉันเอง ความผิดของฉันเอง ถ้าฉันไม่อิจฉาจนหน้ามืดไปร่วมมือกับคนชั่ว มันคงไม่เป็นแบบนี้”

    เดือนบอกว่าเรื่องผ่านไปแล้ว ช่างเถอะตนให้อภัยแก้วขอบใจ แต่ถึงจะอย่างไรความรู้สึกผิดก็ยังติดตัวตนไปตลอด

    แก้วมองไปทางพวกรวิที่ยืนอยู่ข้างนอก เอ่ยขอโทษขำกับป้อมที่ตนคอยหาเรื่องตลอดมา ขอโทษเทพที่ตนทำให้ผู้หญิงที่เขารักที่สุดต้องตาย ขออโหสิให้ด้วยพลางคุกเข่าพนมมือร้องไห้

    “ฉันกับนภาอโหสิให้เธอ” เทพเอ่ย แก้วลุกยืนหันไปทางรวิ บอกเขาว่า “รวิ เธอกับเดือนน่ะเหมาะสมกันที่สุดแล้ว อย่าปล่อยให้ใครมาทำให้เธอต้องผิดใจกันอีกเลยนะ”

    ส่วนกิมก็สำนึกผิด ตำหนิตัวเองว่าไม่เคยสั่งสอนสิ่งดีๆให้แก้ว คอยแต่จะอิจฉา กลัวใครจะได้ดีกว่าลูกตัวเอง

    “ไม่หรอกแม่ ไม่ใช่ความผิดของแม่หรอกฉันขอทุกคนอย่าโกรธอย่าเกลียดแม่เลย อะไรที่เราแม่ลูกเคยทำ ได้โปรดยกโทษให้เราด้วย” เดือนบอกว่าอย่าห่วงเลยพวกตนทุกคนไม่โกรธเธอกับแม่แล้ว แก้วบอกกิมอย่างเป็นห่วงว่า “แม่...ไม่มีฉันแล้วแม่ต้องดูแลตัวเองดีๆ ฉันขอโทษนะที่ไม่เคยดูแลแม่เลย”

    สองแม่ลูกร้องไห้สะอึกสะอื้นท่ามกลางความสลดใจของคนรอบข้าง

    ส่วนชูเกียรติเมื่องานพังก็ไม่มีเงินใช้หนี้ ถูกเจ้าหนี้ส่งลูกน้องมาทวง เมื่อไม่ได้เงินก็เอากระสอบคลุมอุ้มไปเลย

    ooooooo

    เทพยังคงเป็นพี่ชายที่ดีของรวิ เดินคุยกับรวิถามว่าตกลงเรื่องกับเดือนจะเอาอย่างไร จะกลับไปคบกันเหมือนเดิมหรือยังเพราะทุกเรื่องก็จบไปแล้ว

    รวิบอกว่าตนไม่อยากให้ใครๆ มองว่าตนเกาะเดือนกิน เพราะตอนนี้เดือนกำลังดัง ส่วนตนเป็นแค่นักดนตรีกระจอกๆ แถมมีคดีติดตัวหาว่าเป็นพ่อเล้าด้วย เทพถามว่ารวิยังรักเดือนอยู่หรือเปล่า

    “ก็ผมรักไงถึงได้ตั้งใจไว้แล้ว ถ้าผมยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ผมจะไม่กลับไปหาเดือนอีก เสร็จงานป้าช้อยแล้วผมจะไปเริ่มชีวิตใหม่ของผมเอง”

    ในงานวันฌาปนกิจช้อยนั้น ป้อมถือโทรศัพท์มาบอกเดือนว่ามีสายเข้า ปรากฏว่าเป็นสายจากทวีศักดิ์ เดือนบอกว่าเสร็จงานแล้วจะรีบกลับไป

    ขณะเดือนเอาดอกไม้จันทน์ไปวางนั้น เดือนบอกกล่าวกับแม่ช้อยว่า

    “แม่จ๋า...เดือนกลับมาทำตามที่ตั้งใจไว้แล้วนะจ๊ะ แม่เห็นไหม มีคนมาร่วมงานของแม่เต็มไปหมดเลย ขอให้แม่ไปสู่สุคติ ไม่ต้องห่วงอะไรนะจ๊ะ ลูกสาวแม่คนนี้จะเป็นนักร้องที่ดีเหมือนที่เคยบอกแม่ไว้จ้ะ”

    เสร็จจากงานแม่แล้ว เดือนเอาดอกไม้ไปวางที่รูปของศิริพรที่กำแพงวัด

    “ฉันอโหสิให้เธอนะศิริพร ขอให้วิญญาณเธอไปสู่สุคติ” แต่พอหันหลังจะกลับก็เจอรวิ เดือนทักแต่รวิไม่พูดอะไรเดินผ่านเดือนไปวางดอกไม้หน้ารูปศิริพรแล้วจะเดินกลับ เดือนถามว่า “เรื่องของเรามันจบแค่นี้ใช่ไหม พี่ อยากให้มันเป็นแบบนี้ใช่ไหม พี่กับฉันเราไม่เหมือนเดิมกันแล้วใช่ไหม”

    รวิหันมองหน้าเดือน พูดอย่างสุขุมเยือกเย็นว่า “ใช่...ถ้าเป็นแบบนี้ เราไม่ควรกลับไปเป็นเหมือนเดิม”

    เดือนพยักหน้าพูดไม่ออกมีแต่น้ำตาที่ไหลอาบแก้ม รวิเองก็เศร้าเหงาพูดอะไรไม่ออกอีกเช่นกัน

    ooooooo

    ในที่สุดเดือนก็ได้กลับไปขึ้นคอนเสิร์ตที่ล่มไปเมื่อสองปีก่อน นักข่าวต่างพากันมาหาข่าวกับเดือนและป้อม แต่ทั้งสองก็ไม่ได้ให้ข่าวอะไรไป

    คนที่ปูดข่าวนี้ออกมาคือดีเจคัมม่อน หรือขำนั่นเอง พูดจ้ออย่างมันอารมณ์ในเย็นวันหนึ่งว่า

    “ได้เวลาเข้าสู่ช่วงอัพเดตงานเพลงกับวีเจคัมม่อนแล้ว เริ่มกันด้วยข่าวน้องเดือน งามพร้อม สาวน้อยเจ้าของเพลงหางเครื่อง ที่ขึ้นอันดับทะลุชาร์ต จะยอมกลับมาเป็นเกสต์คนพิเศษในงานคอนเสิร์ตรวมศิลปินที่เคยได้ชื่อว่าเป็นคอนเสิร์ตอาถรรพณ์กันมาแล้ว”

    เดือนฟังอยู่ถึงกับบ่นขำว่าไม่เคยเปลี่ยนเลย ป้อมด่าว่าปากเสียไม่เปลี่ยน เดือนนึกได้เตือนป้อมอย่าลืมส่งบัตรไปให้เทพด้วย ป้อมถามว่าจะมีเวลาไปดูหรือ เพราะไหนจะโรงเรียนสอนดนตรี ไหนจะร้านที่ทำกับรวิอีกล่ะ พอได้ยินป้อมเอ่ยถึงรวิ เดือนก็หน้าขรึมลง ถามว่ารวิเป็นอย่างไรบ้าง

    “ก็เห็นว่าดีขึ้นเรื่อยๆ นะ ปีหน้าคงขยายร้านอีกอ้อ...เห็นมีแพลนว่าจะไปขอสาวอยู่ด้วยนี่ อุ๊บ...” ป้อมรีบปิดปาก

    เดือนเอ่ยเศร้าๆว่าฝากแสดงความยินดีด้วย เลยไม่ทันสังเกตเห็นป้อมที่ทำตาปริ๊บๆ อมยิ้มอย่างมีเลศนัย

    เดือนถามขำหรือดีเจคัมม่อนว่าข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง ขำบอกว่าเต็มทุกแถว บอกว่าลุงเทพกับเฮียทวีก็มาแล้วนั่งเตี้ยอยู่แถวหน้าๆโน่น เดือนถามว่าแล้วรวิล่ะ

    “รวิเหรอ เห็นว่าจะไปหาสาวน่ะ อุ๊ย...เผลออีกแล้ว” ขำทำท่าทะเล้น แต่เดือนไม่ทันสังเกตบอกขำว่าตนจะไปเตรียมตัวดีกว่าเพราะใกล้เวลาแล้ว แต่สมองอื้ออึงไปด้วยข่าวที่ป้อมกับขำบอกว่ารวิจะไปขอสาว ไปหาสาว จนเจ้าหน้าที่ต้องมาเตือนว่าให้ไปสแตนด์บายได้แล้ว เดือนจึงรู้สึกตัวรีบตามทีมงานไป

    ooooooo

     เมื่อถึงคิวเดือนออกไปร้องเพลง เดือนร้องเพลงเศร้าๆ เข้ากับเนื้อเพลงหางเครื่องที่พรรณนาถึงความผิดหวัง

    ทันใดนั้นไฟดับพรึ่บ ทุกคนตกใจ หลายคนยังฝังใจกับเหตุการณ์คราวนี้แล้ว สายสมรถามทวีศักดิ์ว่าจะแจ้งตำรวจเลยไหม ทวีศักดิ์ยกโทรศัพท์ขึ้น ถูกเทพจับมือไว้ส่ายหน้าแล้วพยักพเยิดให้ดูบนเวทีต่อไป

    ท่ามกลางความมืดบนเวทีนั้น เสียงแซ็กโซโฟนแว่วมาอย่างไพเราะพร้อมกับไฟสว่างพรึ่บขึ้น เดือนเพ่งมองจนเห็นชัดว่าคือรวินั่นเอง รวิถือแซ็กโซโฟนมายืนยิ้มข้างๆเดือน

    “หมายความว่าไงเนี่ย” เดือนถามงงๆ รวิจับมือเดือนที่ถือไมค์ขึ้นมา บอกเสียงแจ่มใสชัดเจนว่า

    “พี่รักเดือนนะ”

    “อะไรของพี่เนี่ย อยู่ๆก็มาพูดแบบนี้ ทีตอนนั้นพี่กลับเป็นฝ่ายไปจากฉันซะเอง”

    “ตอนนั้นเราไม่เหมาะที่จะคบกันจริงๆนี่ พี่ไม่มีอะไรเลย แต่ตอนนี้พี่พร้อมแล้ว พร้อมที่จะดูแลเดือนไปตลอดชีวิต แล้วเดือนล่ะ พร้อมไหมที่จะให้พี่ดูแล”

    เดือนยังปรับตัวปรับใจไม่ทัน เอ่ยขอโทษรวิ กำลังจะพูดต่อ ก็ถูกรวิขัดขึ้นว่า

    “เดือน...แต่พี่รักเดือนจริงๆนะ ที่พี่พยายามจะมาถึงวันนี้...”

    เดือนขอร้องให้พอไม่ต้องพูดแล้ว ทำเอารวิหน้าเสีย หันเดินคอตกจากไป พลันก็ได้ยินเสียงเดือนพูดต่อว่า

    “พี่ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เดือนพร้อมแล้ว เดือนพร้อมที่จะดูแล...เดือน...เดือนก็รักพี่นะ”

    เสียงแฟนเพลงกรี๊ดยินดีและปรบมือกันสนั่นยาวนาน ป้อมกับขำถึงกับกระโดดโลดเต้นกันใหญ่

    “ถ้างั้น...” รวิเอ่ยแค่นั้นก็ยกมือส่งสัญญาณกับนักดนตรี เพลงหางเครื่องท่อนเร็วดังขึ้น รวิจับแซ็กโซโฟนร่วมเล่นด้วย

    บนเวทีรวิกับเดือนเต้นไปตามจังหวะเพลงอย่างสนุกสนานเบิกบาน คนดูพากันลุกโยกย้ายไปด้วยอย่างมีความสุข...

    -อวสาน-

    ตอนที่ 18

    แม้ว่าเดือนจะเสียใจที่ถูกรวิต่อว่าและตัดความสัมพันธ์ แต่เดือนก็ยังเป็นห่วงและพยายามหาทางช่วยรวิ ด้วยการรับงานจากชูเกียรติ

    ป้อมถามว่าเดือนจะรับงานจากชูเกียรติอีกทำไม เดือนบอกว่าเราต้องใช้เงิน ต้องทำเพื่อหาเงินจนกว่าเรื่องของรวิจะเรียบร้อย

    ตอนที่ 17

    เพื่อกันไม่ให้เดือนต้องมาเดือดร้อนกับตน รวิบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เรื่องที่ร้านนี้เดือนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตนแค่ยืมเงินเธอมาลงทุนเท่านั้นเอง

    เดือนพยายามจะท้วงติง แต่ตำรวจฟังรวิแล้วขอสอบปากคำเขาคนเดียว คนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องให้ไปรอข้างนอก

    ออกมารอข้างนอกกันแล้ว เดือนปรารภกับป้อมว่ารวิคิดจะทำอะไรของเขา ป้อมบอกว่ารวิคงไม่อยากให้เธอเดือดร้อนด้วย

    “ก็เลยจะยอมรับคนเดียวเลยงั้นเหรอ ไม่ได้ ฉันต้องเข้าไปคุยให้รู้เรื่อง” เดือนจะย้อนกลับเข้าไปอีก นภามาดักไว้ พูดนิ่งๆ แต่ทำให้เดือนต้องหยุดว่า เข้าไปแล้วจะทำอะไรได้อย่างนั้นหรือ เดือนก็ยังจะเข้า นภาเสียงเข้ม “เดือน! ใช้ความคิด อย่าใช้แต่อารมณ์ นี่ขำกับรวิก็กลายเป็นผู้ต้องสงสัยไปแล้ว แล้วถ้าเธอโดนอีกคนจะเป็นยังไง”

    เดือนก้มหน้าน้ำตาคลอ ป้อมเข้ามากอดให้กำลังใจ เทพปลอบใจว่า

    “ใจเย็นก่อนนะเดือน ตอนนี้ก็แค่โดนสอบปากคำ ถ้ายังไง เราประกันตัวออกไปก่อนแล้วค่อยหาทางกัน”

    จนเย็น ตำรวจจึงเรียกทุกคนเข้าไปในห้องสอบสวน แจ้งว่ารวิกับขำปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ยังไงทางตำรวจก็ต้องขอควบคุมตัวทั้งสองไว้ก่อน เพราะผู้หญิงที่ถูกจับให้การว่าทางร้านเป็นคนจัดการหาลูกค้าให้ ที่สำคัญมีพยานยืนยันว่า เห็นรวิติดต่อกับลูกค้าด้วย

    นภาโต้ว่าพูดแบบนี้ใครๆ ก็พูดได้ เดือนไม่พอใจถามว่าใครมาพูดมั่วๆ แบบนี้

    ทันใดนั้นเอง ลิ้นจี่เดินร้องไห้ฮือๆ เข้ามาต่อว่ารวิว่าทำไมทำกับเด็กของตนแบบนี้ ชี้หน้าด่า

    “รวินะรวิ ใจร้ายที่สุด พี่อุตส่าห์เอาเด็กมาฝากทำงาน ไม่คิดเลยว่าเธอจะส่งเด็กมันไปทำแบบนี้ โธ่ๆๆ” รวิถามว่าตนส่งเด็กอะไรตั้งแต่เมื่อไหร่ “จะมาแก้ตัวอะไรตอนนี้ เธอกับทุกคนให้พี่หาเด็กมา บอกว่าจะให้มาเป็นเด็กเสิร์ฟ ไม่นึกเลย...คนใจร้าย”

    ป้อมทนไม่ไหวด่าว่าโกหกซึ่งหน้า ปรี่เข้าไปจะดึงลิ้นจี่ที่ไปหลบอยู่หลังตำรวจออกมา

    “พอๆๆ หยุด! หยุดทุกคน ไม่งั้นพวกคุณจะโดนข้อหาทะเลาะวิวาทนะครับ”

    ทุกคนชะงักถอยกลับไปอยู่ที่ของตัวเอง รวิบอกตำรวจว่ายังไงตนก็ขอปฏิเสธทุกข้อหา เทพบอกว่าเราจะขอสู้คดี

    “ถ้างั้นก็ต้องประกันตัวออกไป แล้วไปว่ากันตามกระบวนการอีกทีนะครับ” ตำรวจสรุป รวิมองหน้าทุกคน แล้วสบตากับเดือนด้วยสีหน้าวิตกกังวล...

    ooooooo

    บ่างกับเตี้ยแย่งกันคาบข่าวไปบอกพิมุกที่ค่ายมวยว่าเมื่อคืนตำรวจบุกเข้าไปจับขำที่ร้านของรวิ

    “ข้ารู้แล้ว” พิมุกตัดบทอย่างรำคาญ บ่างกับเตี้ยถามว่ารู้จากไหนหรือ “จากไหนพวกเอ็งไม่ต้องสนใจหรอก แต่เดี๋ยวข้ามีงานให้พวกเอ็งทำ”

    เช้าวันรุ่งขึ้น บ่างกับเตี้ยก็ไปปล่อยข่าวที่ตลาดว่ารวิถูกตำรวจจับเรื่องตั้งร้านอาหารและกาแฟบังหน้าค้าผู้หญิง

    ส่วนเดือนกับเทพช่วยกันหาเงินมาประกันตัวรวิกับขำออกมา นภาเร่งเดือนให้รีบกลับไปทำงานเดี๋ยวงานเสียจะยิ่งไปกันใหญ่ แล้วนภากับเทพก็ไปส่งเดือนกับป้อม ก่อนไปเทพเตือนสติรวิว่า

    “เดี๋ยวเย็นฉันกลับมาแล้วคอยหาทางกันอย่าเพิ่งทำอะไรใจร้อนล่ะรวิ”

    พอได้รับประกันตัวออกมา ขำก็เริงร่าชวนรวิไปหาอะไรรองท้องสักสองสามชามที่ตลาดกันดีกว่า

    แต่พอเข้าไปในตลาด ทั้งสองก็ถูกทุกสายตามองราวกับเป็นตัวประหลาดที่น่ารังเกียจ

    ขำกับรวิเข้าไปซื้อเงาะกับกิม กิมไม่ขายซ้ำไล่ไปให้พ้นหน้าร้านตนด้วย

    “ไปไกลๆ เลยนะ...ไป๊” กิมไล่แล้วหันไปบอกพวกเด็กผู้หญิงกับเด็กสาว “หนูๆ ออกห่างๆ จากไอ้สองคนนี้มันอันตราย”

    “พูดแบบนี้หมายความว่าไง” ขำฉุน

    “พวกเรา ไอ้พ่อเล้ากับลูกน้องมันมาเดินหาเหยื่อในนี้แล้วใครมีลูกสาวระวังหน่อยนะ” กิมโพนทะนาไม่หยุด

    เสียงป่าวร้องของกิม ทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่มีลูกสาวพากันเอาตัวบังลูกไว้ และพาเลี่ยงให้ไกลจากทั้งสองอย่างรังเกียจ บ้างก็ถึงกับตะโกนด่าเอาของขว้างปา จนรวิบอกขำว่า

    “ไอ้ขำ...ไปกันก่อนเร็ว” รวิลากขำที่พยายามจะอธิบาย ฝ่าวงล้อมพวกแม่ค้าออกไป

    ที่มุมหนึ่งในตลาด บ่างกับเตี้ยซุ่มดูอยู่พากันหัวเราะชอบใจแล้วหันกลับแข่งกันวิ่งกลับไปรายงานพิมุกเอาหน้า

    พิมุกพอใจมาก เอาใบละพันให้คนละใบ เตี้ยกับบ่างดีใจมาก ยกแบงก์ขึ้นจูบอย่างชื่นอกชื่นใจ ชมว่าพี่พิมุกของเราใจดีจัง โชคดีจังที่ได้มาเป็นลูกน้องพี่พิมุก

    “หึๆ ไม่ต้องมาสอพลอ วันไหนที่ไอ้รวิมันหายไปอย่างถาวร ข้าจะเลี้ยงพวกเอ็งยิ่งกว่านี้!” พิมุกเอาเงินล่อแล้วหันไปชกกระสอบทรายเต็มแรงอย่างสะใจ

    ooooooo

    เทพกับนภาไปส่งเดือนถึงกองถ่ายเป็นเวลาบ่ายแล้ว ทั้งเดือนและป้อมไหว้ขอบคุณทั้งสอง เทพบอกเดือนว่าไม่ต้องคิดมากเรื่องรวิ ให้รีบเข้าไปเลยเพราะสายแล้ว

    แต่พอเดือนกับป้อมจะเดินเข้าไปก็ถูกผู้กำกับออกมาดัก เดือนรีบยกมือไหว้

    “กองถ่ายนี้ถึงจะไม่มืออาชีพ แต่ก็ไม่มีใครมาสายหรอกนะ” ผู้กำกับประชด

    “ผู้กำกับ ขอโทษค่ะ พอดีเดือน...”

    “คุณสายสมรรออยู่ รีบเข้าไปพบเดี๋ยวนี้” ผู้กำกับบอกเครียดๆ แล้วเดินเข้าไป

    เดือนกับป้อมสบตาอย่างรู้กันว่า งานเข้าอีกแล้ว...

    เมื่อเข้าไปพบสายสมร เดือนถูกถามว่าเมื่อคืนไปทำอะไรมา แล้วเล่นงานทันทีว่า

    “งามหน้านักนะ ร่านจะคบพ่อเล้าเป็นแฟนเหรอ นี่หล่อนคิดจะทำอาชีพอะไรกันแน่” เดือนบอกว่าเรื่องนั้นตนอธิบายได้ “ฉันไม่อยากฟัง หล่อนรู้ไหมว่า ข่าวมันเกือบจะหลุดออกไปแล้ว ถ้าไม่ใช่นักข่าวที่รู้จักกันโทร.มาบอกฉันก่อน นี่หล่อนกำลังจะทำให้หนังเพลงของทวีศักดิ์ป่นปี้ รู้ตัวไหม!”

    ป้อมบ่นเคืองๆ ว่ายังไม่ทันรู้เรื่องรู้ราวก็แว้ดเอ๊า...แว้ดเอา เก็บกดมากรึไง ป้อมบ่นจนเดือนต้องเตือนให้เบาๆ เพราะกลัวมีเรื่อง สายสมรจ้องจิกป้อมแล้วหันไปด่าเดือนต่อ

    “อยากรู้เหมือนกัน ถ้าทวีศักดิ์เขารู้เรื่องจะเป็นยังไง! หึ แล้วฉันก็ไม่รู้จะปกปิดได้ถึงเมื่อไหร่ ข่าวแบบนี้ล่ะที่นักข่าวชอบกันนัก”

    “คุณสายสมรคะ...” เดือนพยายามจะชี้แจง

    “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ไปถ่ายต่อได้แล้ว ทำงานให้คุ้มค่าจ้างฉันด้วย ไปสิ!”

    ป้อมดึงมือเดือนลากออกไปอย่างแทบจะทนต่อไปไม่ไหวแล้ว

    ooooooo

    บ่ายวันนี้เอง นภาก็จับได้ว่า เรื่องที่ร้านรวินั้น มีลิ้นจี่อยู่เบื้องหลัง เพราะนภาแอบได้ยินลิ้นจี่ด่าเด็กสาวในสังกัดที่มาทวงเงินส่วนที่เหลือ และต่อว่าที่บอกว่าไม่โดนจับแต่ก็โดนจนได้

    “เออน่า แหมทำอย่างกับไม่เคย” ลิ้นจี่จิกตาใส่แล้วควักเงินให้ “เอ้า เอาไป แล้วคืนนี้อย่าลืมนะ นัดแขกไว้ให้แล้ว”

    “ตั้งตัวเป็นเอเย่นต์เลยนะ แล้วนี่อม...เอ๊ย...หักไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้วล่ะ” สาวคนหนึ่งเหน็บ

    “ไม่ต้องพูดมาก ส่วนที่จ้างก็ให้ไปแล้ว ส่วนที่ฉันต้องได้ก็ต้องได้...ไปกันได้แล้ว” ลิ้นจี่ไล่กลัวใครๆ มาเห็น
    แต่หารู้ไม่ว่า นภาทั้งเห็นและได้ยินหมดทุกอย่างแล้ว!

    ตกบ่าย นภาหิ้วถุงอาหารไปที่บ้านรวิ เจอขำนอนกุมท้องเพราะหิวจนแสบไส้ ขำลุกพรวดคว้าหมับทันที บอกนภาว่าแต่เช้าเพิ่งกินบะหมี่แห้งไปห่อเดียว นภาถามว่าแล้วทำไมไม่ไปซื้อ ขี้เกียจละไม่ว่า

    “เปล่าหรอกพี่นภา แต่ไม่มีใครยอมขายอะไรให้เราเลย” รวิบอก

    “อย่าว่าแต่ขายเลยป้า เอาชีวิตรอดออกมาจากตลาดได้ก็บุญแล้ว” ขำพูดอย่างคับแค้นใจ นภาถามว่าทำไมหรือ

    “ก็ไอ้เรื่องที่เราโดนจับนั่นแหละ ตอนนี้เขาเอาไปลือกันแล้วว่า ฉันเป็นพ่อเล้า หลอกผู้หญิงไปขายตัว”

    นภาด่าว่าบ้าชะมัดใครมันเอาไปพูด ขำบอกว่าใครไม่รู้ ตอนนี้รู้แต่ว่าตนกับรวิอยู่ยากแล้ว

    “ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ร้านก็ต้องปิด แถมยังต้องหาเงินสู้คดีอีก”

    “อย่าเพิ่งยอมแพ้ เราน่าจะมีทางอยู่บ้าง” นภาปลอบใจพลางยื่นอาหารให้รวิถุงหนึ่ง

    รวิมองหน้านภาอย่างแปลกใจที่ดูท่าทางรุ่นพี่คนนี้จะมีดีอะไรอยู่

    ooooooo

    เมื่อเดือนมาเข้าฉาก ถูกสายสมรมาดุว่าใส่ชุดอะไรมา แล้วให้ไปเปลี่ยนเป็นชุดที่ตนเลือกให้ ซึ่งเป็นชุดที่มีด้ายหลุดลุ่ยอยู่ด้านหน้า

    ผู้กำกับยืนบอกบทเดือนกับนักแสดงชายว่า...

    “ฉากนี้ พอโดนพระเอกกอด ให้นางเอกดิ้นจนหลุดออกมาตบหน้าพระเอกแล้วเดินหนีไป พระเอกเลยวิ่งตามดึงแขนนางเอกกลับมา โอเคนะ แล้วค่อยเข้าร้องเพลงมิวสิคัล”

    แต่พอผู้กำกับสั่งแอคชั่น นักแสดงชายคนนั้นก็ตรงเข้ากอดเดือนแน่น เดือนพยายามดิ้นและพูดตามบท เดือนสะดุ้งเมื่อถูกนักแสดงชายคนนั้นเลื่อนมือลงไปขยำก้น พลางกระซิบเสียงหื่น

    “เขาลือกันในกองว่าน้องเดือนมีแฟนเป็นพ่อเล้าเหรอ บริการเองด้วยหรือเปล่าจ๊ะ”

    เดือนเลือดขึ้นหน้าผลักนักแสดงชายคนนั้นออกลืมตัวตบหน้าไปเต็มแรง แล้วพยายามเดินหนี ถูกนักแสดงคนนั้นตามมากระชากอย่างแรง จนเสื้อที่เนาเป็นด้ายลุ่ยอยู่ขาดออก เดือนตกใจคว้าเสื้อดึงมาปิดไว้ ป้อมตกใจวิ่งเข้าไปกอดเดือนเอาตัวบังไว้พร้อมกับตะโกนให้หยุดถ่าย

    สายสมรทำเป็นเดินเชิดเข้ามาเอ็ดว่า คอสตูมอยู่ไหน ทำไมซื้อชุดแบบนี้มา สั่งว่าทีหลังให้หาชุดที่ทนกว่านี้หน่อย พูดจบก็เดินกรีดกรายผ่านเดือนไป

    “เร็วเหอะ ให้ไว จะได้ถ่ายต่อ” ผู้กำกับเร่งเดือนอย่างหงุดหงิด

    ooooooo

    ที่หน้าค่ายเพลง ชูเกียรติมาดักพบแก้วคุยเรื่องงานโฆษณาต่อ บอกแก้วว่า

    “เดี๋ยวเสร็จงานคอนเสิร์ตแล้วแก้วต้องเข้าไปแคสแล้วนะ” แก้วถามอย่างอวดดีว่าไหนบอกว่าเขาสนใจตนแล้วทำไมต้องไปแคสอีก “เขาก็ต้องแคสเป็นพิธีนั่นล่ะจ้ะ แต่ยังไงลูกค้าเขาก็คงเลือกแก้วอยู่แล้วละ”

    แก้วบอกให้ชูเกียรติช่วยดันตนให้ถึงที่สุดด้วย

    ชูเกียรติกะลิ้มกะเหลี่ยบอกว่าไม่ดันแก้วแล้วจะให้ดันใคร

    “ก็ไม่มีใครให้พี่ดันแล้วไงล่ะ ทุกคนเขารู้นิสัยเรื่องอมเงินของพี่ดี งานนี้ที่แก้วยอมช่วยก็ถือว่าเป็นบุญคุณมากแล้ว สำเหนียกเอาไว้ด้วย” พูดแล้วแก้วเดินเชิดไป

    ขณะชูเกียรติยืนกำหมัดอย่างเจ็บใจอยู่นั่นเอง ศิริพรก็กรายมาพูดลอยๆว่า

    “แหม...น่าเสียดายนะ ถ้าเดือนอยู่ ใครบางคนคงได้อะไรมากกว่านี้” พูดแล้วเดินผ่านไปโบกรถแท็กซี่ออกไป

    ooooooo

    เดือนร้องไห้เจ็บใจที่ถูกแกล้งให้อับอายขายหน้า ป้อมบอกว่าไม่ต้องไปถ่ายมันแล้วหนังบ้าๆแบบนี้

    ตอนที่ 16

    ก่อนเปิดร้าน รวิและขำต่างซ้อมงานของตัวเอง ขำซ้อมเป็นพิธีกรบนเวที ส่วนรวิซ้อมเป่าแซ็กโซโฟนเพราะทิ้งร้างมาหลายวัน

    นภากับเทพยังคงมาช่วยและเป็นกำลังใจให้รวิอย่างสม่ำเสมอ นภาตั้งข้อสังเกตว่า รู้สึกลิ้นจี่กับเด็กที่มาทำงานให้รวิท่าทางแปลกๆ นภาเชื่อว่าลิ้นจี่ต้องมีแผนอะไรแน่ๆ แต่ไม่กล้าพูดมากเพราะรวิเป็นคนรับไว้ ได้แต่บ่นๆกับเทพว่า “เมื่อไหร่คนดีๆจะทันคนเสียทีนะ”

    “คนดีอาจจะไม่ทันคน แต่คนดีจะมีความดีเป็นเกราะคุ้มครองนะ” เทพปลอบใจกันเอง

    เมื่อรวิโทร.บอกเดือนว่าจะเปิดร้าน เดือนว่างพอดีบอกรวิว่าเปิดร้านทั้งทีไม่มาได้ไง เดือนไม่ยอมบอกรวิเรื่องถูกสายสมรแกล้งพักคิวการถ่ายหนังยาวไม่มีกำหนด แต่ตัวเองแอบกลุ้มจนนอนร้องไห้

    ooooooo

    แม้แก้วจะเจ็บใจที่ถูกศิริพรคาบเสี่ยไปต่อหน้า ต่อตา แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ วันนี้กลับมาเจอเสี่ยกำลังจะกลับ แก้วทักและเตือนเสี่ยเพื่อรักษาสิทธิ์ของตนว่า

    “กลับแล้วเหรอคะเสี่ย จะอะไรยังไงก็แล้วแต่เดือนนี้เสี่ยอย่าลืมจัดการส่วนของแก้วด้วยนะคะ”

    เสี่ยยิ้มแหยๆ แล้วเดินผ่านไป ส่วนศิริพรที่เดินมาส่งเสี่ยที่ประตู สะบัดหน้าเดินกลับเข้าข้างในอย่างยโส แก้วเจ็บ ใจเดินตามไปถามว่า “ตกลงเธอจะเอาไอ้แก่นี่จริงๆใช่ไหม”

    “ยังต้องถามอีกเหรอ”

    “ก็คงไม่ต้องแล้วมั้ง แต่ยังไงฉันก็ต้องได้ในส่วนที่ฉันต้องได้ แล้วฉันก็ต้องได้พี่พิมุกด้วย”

    “โลภจังเลยนะ ก็เอาเหอะ ฉันก็คิดจะช่วยเธออยู่แล้ว แต่คงต้องหลังจากที่กำจัดนังเดือนไปก่อนนะ”

    “แล้วเมื่อไหร่...เมื่อไหร่จะลงมือจริงจังสักที” แก้วโยนกระเป๋าถือไปที่โต๊ะอย่างไม่พอใจ

    “ถ้ารอไม่ได้ก็ไปหาทางจัดการเอาเองก็แล้วกัน” ศิริพรพูดอย่างไม่แยแส เดินเชิดเข้าห้องไป

    แก้วเห็นกระเป๋าถือของศิริพรวางอยู่ มองไปในห้องอย่างระวัง รีบไปเปิดกระเป๋าขโมยปืนที่อยู่ก้นกระเป๋าเอาใส่กระเป๋าตัวเองแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้เดินออกจากห้องไป

    ศิริพรอาบน้ำแต่งตัวออกมาหยิบกระเป๋าถือจะไปข้างนอก เอะใจที่กระเป๋าเบาผิดปกติ พอรื้อกระเป๋าดูจึงรู้ว่าปืนหายไป นิ่งคิดทบทวนแล้วเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

    ooooooo

    เช้านี้ รวินิมนต์พระมาเจิมป้ายร้านและทำบุญเปิด ร้าน เดือนกับป้อมมาร่วมงานต่างดีใจกับความสำเร็จของรวิ

    ลิ้นจี่มาไม่ทันพระสวด เดือนมองลิ้นจี่อย่างแปลกใจ รวิจะชี้แจง ลิ้นจี่ชิงพูดขึ้นก่อนว่า

    “คือพอดีพี่มาของานน่ะเดือน เดือนก็รู้นี่ ตั้งแต่เดือนออกไปวงก็ไม่มีคนจ้าง วงเราก็เจ๊ง พี่กับพวกนี้เลยมาของานทำ” แล้วทำเป็นเข้าไปเกาะแขนเดือนปะเหลาะ “นะเดือนนะ ถือว่าช่วยๆกันนะ”

    “เดือนไม่ว่าอะไรหรอกจ้ะ ช่วยๆกันไป”

    ป้อมแทรกขึ้นลอยๆว่า ระวังจะเป็นชาวนากับงูเห่า ยิ่งงูแก่ๆ ยิ่งต้องระวัง ลิ้นจี่ทำเป็นไม่ได้ยิน ยังคงปะเหลาะเดือนขอบอกขอบใจ ยกยอปอปั้นว่า “เดือนทั้งสวยทั้งใจดีเลย”

    เพียงเย็นๆก็เริ่มมีลูกค้าทยอยกันเข้าร้าน เทพช่วยเล่นกีตาร์ให้ รวิเลยขึ้นเวทีคุยกับลูกค้า ขำหันมาเห็นก็ทำหน้างอบ่นว่ารวิมาแย่งซีนตน

    “สวัสดีครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอุดหนุนร้านเรา แล้วสำหรับวันเปิดร้านวันแรกของเราวันนี้ แน่นอนว่าต้องมีอะไรเป็นพิเศษ ขอเชิญทุกท่านพบกับสองนักร้องสาวสุดพิเศษของเรา นภา พาฝัน และเดือน งามพร้อม ครับ”

    ขณะที่นภากับเดือนสลับกันร้องเพลงอย่างไพเราะอยู่บนเวลานั้น เด็กเสิร์ฟที่ลิ้นจี่พามาก็เดินหายไปด้านหลัง ไปคุยกับลิ้นจี่ในครัว ลิ้นจี่ถามว่าทำตามที่ตนบอกหรือเปล่า

    “ก็พยายามอยู่พี่ กำลังเล็งๆอยู่ คนไหนกระเป๋าหนัก” ลิ้นจี่ชมว่าดีแล้ววันนี้ยังไม่ต้องอะไรมากเดี๋ยวไก่ตื่นเด็กเสิร์ฟกังวลถามว่า “หนูไม่โดนจับแน่นะพี่”

    “อุวะ นังนี่ก็บอกไปแล้วไง ยังจะมากลัวโน่นกลัวนี่ จะเอาไหมเงินน่ะ ไปๆๆออกไปได้แล้ว บอกนังสองคนนั้นด้วยอ่อยเหยื่อไว้เยอะๆ ปลามันจะได้ติดเบ็ด”

    ไล่เด็กเสิร์ฟไปแล้ว ลิ้นจี่กลับไปสับหมูที่เขียงตาคอยว่อกแว่กอย่างมีพิรุธ

    หลังจากเดือนร้องเพลงเสร็จ ป้อมที่คอยอยู่อย่างร้อนใจก็รีบเข้าไปบอกว่า

    “เดือน...ตะกี๊ผู้กำกับเขาโทร.มา บอกว่าแก้บท เรียบร้อยแล้ว ให้เดือนกลับไปถ่ายต่อได้เลย”

    เดือนดีใจ แล้วก็ชะงักเมื่อรวิเดินเข้ามาถามว่า กลับไปถ่ายต่อ หมายความว่ายังไง ป้อมรีบแก้ให้ว่า

    “ก็...ก็ไม่มีอะไรหรอกรวิ พอดีเขามีการปรับกันนิดหน่อยน่ะ” รวิย้ำว่าไม่มีอะไรปิดบังตนแน่นะ ถ้ามีแล้วไม่บอกละน่าดู รวิแกล้งขู่ แล้วบิดจมูกเดือนเบาๆอย่างเอ็นดู

    ooooooo

    เดือนได้รับบทที่แก้ไขทันทีที่กลับมา เดือนเร่งอ่านจริงจัง ขณะเดินผ่านร้านสะดวกซื้อ ป้อมขอแวะซื้อน้ำ เดือนก็ยังขอยืนอ่านบทรอที่หน้าร้าน

    ขณะเดือนกำลังมีสมาธิกับการอ่านบทนั่นเอง มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งเสียบเข้ามาจอด ชายที่ซ้อนมาซึ่งใส่หมวก กันน็อกเต็มใบ เดินปรี่มาถามว่า  เธอใช่เดือน งามพร้อม ดาราใหม่ใช่ไหม

    เดือนรู้ถึงอันตรายจะวิ่งเข้าไปในร้าน แต่ไม่ทันถูกมันตบจนล้มแล้วเอาขวดสีชาใบใหญ่เดินย่างสามขุมเข้าหา

    “บอกลาหน้าสวยไปได้เลยคุณดารา!” แล้วมันก็เทน้ำใส่หน้าเดือน เดือนเอามือปิดหน้าร้องสุดเสียง แต่พอมันเทน้ำหมดขวดก็ขว้างขวดทิ้ง ปรามว่า “วันนี้แค่เตือน คราวหน้าของจริง!”

    ป้อมวิ่งออกมาจากร้านประคองเดือนถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เดือนลูบหน้าเบาๆ บอกว่าไม่เป็นอะไร ป้อมให้ไปแจ้งความแต่เดือนไม่อยากเป็นข่าว แล้วรีบชวนป้อมออกจากตรงนั้นเพราะเริ่มมีคนมามุงดูมากขึ้นทุกที

    กลับไปถึงกองถ่าย ผู้กำกับเห็นรอยช้ำเพราะถูกตบที่หน้าถามว่าไปโดนอะไรมา ป้อมแก้ให้ว่าซ้อมบทแล้วพลาดนิดหน่อยเท่านั้น ผู้กำกับบอกให้ไปแต่งหน้ารอได้เลย ก่อนเดือนจะไป ผู้กำกับพูดไม่เต็มเสียงว่า

    “เอ่อ...อีกเรื่องนะน้องเดือน คือช่วงนี้คุณทวีศักดิ์เขาติดงานใหญ่ไม่ได้เข้ามาดู แต่ เอ่อ...คุณสายสมรเธอจะเข้ามาดูแลแทนนะ ยังไงทำอะไรก็ระวังด้วยแล้วกัน”

    “ขอบคุณมากค่ะ” เดือนยิ้มให้ผู้กำกับ ส่วนป้อมชักสีหน้าไม่พอใจ บ่นกับเดือนว่ารอบตัวเรามีแต่คนอันตรายจริงๆ

    เดือนขอให้ช่างแต่งหน้าช่วย ลบรอยตบที่หน้าให้ด้วย ป้อมบอกเดือนว่า นี่ต้องเป็นฝีมือของสายสมรแน่ๆ ทำท่าจะไปถามให้รู้เรื่อง เดือนขอร้องบอกว่าตนไม่อยากมีปัญหาอีก ยอมๆไปดีกว่าไม่ได้เล่นหนัง

    แต่พอเดือนดูบทที่จะเข้าฉากก็หน้าเครียดป้อมเอาไปดูบ่นว่า มีแต่ฉากโดนตบกับเลิฟซีน พอดีผู้กำกับเรียกเข้าฉาก

    ปรากฏว่าเป็นฉากที่เดือนต้องถูกตบ ผู้กำกับคุยกับเดือนและนักแสดงอีกคนที่ต้องเข้าฉากด้วยกัน แล้วเริ่ม ปรากฏว่าเดือนถูกนักแสดงคนนั้นตบจริงๆจนหน้าหัน ตบแล้วทำเป็นขอโทษบอกว่าไม่ตั้งใจ ระหว่างนั้นสายสมรเข้ามาทำทีบอกว่า

    “การแสดงก็ต้องมีพลาดบ้างอะไรบ้าง อยากจะเป็นนักแสดงเรื่องแค่นี้ทนไม่ได้รึไง”

    “ขอโทษค่ะ เดี๋ยวขอใหม่อีกรอบนะคะ” เดือนยอมรับสภาพ

    “ก็ดี งั้นถ่ายต่อได้เลย ชักช้าเสียเวลาเสียเงินด้วย” สายสมรบ่นแล้วเดินผ่านนักแสดงคนนั้นไป แอบส่งสายตาสะใจให้กัน

    หลังจากนั้น นักแสดงคนนั้นแอบไปพบกับสายสมรรับเงินค่าจ้างตบ

    “จะปล่อยให้มันแกล้งอยู่อย่างนี้เหรอ” ป้อมบ่นฮึดฮัดขณะเก็บของเตรียมกลับ

    “ก็คงต้องอดทนไปก่อน” เดือนตอบอย่างเหนื่อย หน่ายมาก

    ooooooo

    ศิริพรเจอแก้วที่ห้องคอสตูมขณะพากันไปเลือกเสื้อผ้า เธอกระซิบถามแก้วว่าเอาของตนไปใช่ไหม แก้วทำไขสือ จนศิริพรบอกว่าแก้วเอาปืนตนไปใช่ไหม!

    “มีหลักฐานไหมล่ะว่าฉันเอาไป ถ้าไม่มีก็อย่ามามโน” แก้วพูดอย่างยโสแล้วถือชุดออกไป ศิริพรโมโหแต่แล้วก็ยิ้มออกมาเหมือนคิดอะไรได้

    “ดี...จะได้กำจัดทีเดียวพร้อมๆกัน” ศิริพรพึมพำสะใจแล้วถือชุดออกไป

    ระหว่างการซ้อมใหญ่คอนเสิร์ตนั้น นักข่าวพากันมาสัมภาษณ์ทั้งแก้วและศิริพร สองสาวต่างก็คุยอวดตัวกันเต็มที่ เมื่อนักข่าวถามว่าที่แล้วมามีการเปลี่ยนแปลง
    นักร้องบ่อยคิดว่าคราวนี้จะมีอีกไหม

    “ไม่มี้...ไม่มีแล้วค่ะ คราวนี้แก้วเป็นตัวจริงคนเดียวเลย ไม่มีเปลี่ยนแปลงแน่นอน”

    ศิริพรหมั่นไส้แอบเบ้ปากใส่ แล้วฉีกยิ้มให้สัมภาษณ์ “ค่ะ พรเองก็จะร้องให้ดีที่สุดแทนในส่วนของเดือน” พอนักข่าวถามว่าเจอเดือนบ้างไหม ศิริพรใส่ไฟว่า

    “พรยังไปหาเขาที่กองถ่ายอยู่เลย ยังได้ยินเขาบ่นๆ เรื่องกองถ่ายไม่มืออาชีพเลย เดือนดูอยู่ไหมจ๊ะ อดทนหน่อยนะจ๊ะ เรื่องร้องเพลงไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะทำให้เต็มที่จ้ะ”

    แต่พอนักข่าวแซะถามว่าเดือนบ่นเรื่องอะไรอีกไหม ศิริพรก็ทำเป็นตัดบทว่าอย่าไปพูดถึงมันดีกว่า ล่อให้นักข่าวไปขุดคุ้ยต่อกันเอง

    หลังจากเดือนหลุดมือไปแล้ว ชูเกียรติก็หาแหล่งสูบเงินใหม่ คราวนี้มาอ่อยแก้วว่ามีโฆษณาเข้ามาตัวหนึ่ง เขาสนใจอยากได้แก้วไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ แก้วทำเป็นเล่นตัวพอเป็นพิธีแล้วเสนอให้ชูเกียรติหักได้แค่ 20 เปอร์เซ็นต์

    “เฮ้ย อะไรกัน ปกติต้อง 30”

    “25 ถ้าไม่เอาก็จบ คิดให้ดีนะพี่เกียรติ ดีกว่าไม่ได้อะไร ไม่มีเงินไปให้พวกเจ้าหนี้”

    ชูเกียรติอยู่ในภาวะจนตรอกจำต้องยอม แก้วเดินเชิดไปอย่างผู้ชนะ ในขณะที่ชูเกียรติจิกตามองตามอย่างเจ็บใจ

    ศิริพรแอบฟังทั้งสองต่อรองกัน พอทั้งสองแยกกันไป ศิริพรก็ยิ้มร้ายอย่างมีแผน

    ooooooo

    ค่ำนี้ ขณะศิริพรนั่งอยู่กับพิมุกในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ระหว่างนั้นเธอคุยโทรศัพท์...

    “งั้นก็เริ่มได้เลย เดี๋ยวฉันจะโทร.แจ้งเอง” วางสายแล้วบอกพิมุกว่า “ท่าทางเราจะได้กำจัดพวกรวิได้เร็วกว่าที่คิดนะ” พิมุกชมว่าเยี่ยมและขอบใจ ศิริพรพูดสบายๆ ว่า “ไม่เป็นไร ถือว่าแลกกัน”

    “แหม...แต่ไม่ค่อยคุ้มเลยนะ ฉันเกือบโดนจับข้อหาวางเพลิง แต่เธอช่วยฉันแค่นี้เอง”

    พอถูกศิริพรปรามว่าอย่าเยอะเพราะเราตกลงกันแล้ว ถามว่าเขายังต้องการอะไรอีก พิมุกมองอย่างโลมเลียบอกว่ายังคิดไม่ออก กระดกเหล้าหมดแก้ว แล้วลุกไปจับผมศิริพรขึ้นดม พอถูกปัดมือออกก็บอกว่า ถ้าคิดออกแล้วจะบอก

    “แทนที่จะมารุ่มร่ามกับฉัน ไปสงเคราะห์คนที่เขาหลงเธอหัวปักหัวปําสักหน่อยไม่ดีกว่าหรือ”

    “นังแก้วน่ะเหรอ หึ!”

    “สักหน่อยน่า ฆ่าเวลาเล่น เรายังต้องใช้ประโยชน์จากมันอีกเยอะนะ”

    พิมุกเดินกลับมานั่งที่เดิมถามเซ็งๆว่า “จะให้มันมาเจอฉันที่ไหน บอกมาอีกทีก็แล้วกัน”

    ศิริพรยกแก้วชูให้พิมุกแล้วจิบอย่างโอเค แต่สายตาแอบมองเขาเหมือนมีแผนอะไรในใจ

    ooooooo

    หลังจากเปิดร้านและมีลูกค้ามาอุดหนุนจนน่าอุ่นใจแล้ว รวิบอกขำว่าจะไปหาซื้อของมาตบแต่งร้าน ขำดักคออย่างรู้ทันว่า ตามสบาย ฝากจุ๊บเดือนด้วยนะ

    รวิไปถึงบ้านเช่าเดือนตอนหัวค่ำ แอบจ๊ะเอ๋จนเดือนตกใจต่อยเปรี้ยงหงายผลึ่ง พอลุกขึ้นมาตาปิดไปข้างหนึ่ง จนเดือนต้องเอาเจลประคบให้

    พอลืมตาได้รวิเห็นรอยช้ำที่แก้มเดือนถามว่าไปโดนอะไรมา เดือนปดว่าผิดคิวนิดหน่อย รวิไม่เชื่อถามว่ามีอะไรปิดกันหรือเปล่า เมื่อได้คำตอบที่ยังคลุมเครือ รวิบอกว่าพรุ่งนี้จะตามไปดูที่กองถ่ายเอง

    ทั้งคู่โต้เถียงกัน รวิจะไปให้ได้ เดือนไม่ยอมให้ไป เถียงกันไม่เลิกจนป้อมเปิดทีวีดูแก้เซ็ง เจอการสัมภาษณ์แก้วกับศิริพรพอดี เดือนหยุดทะเลาะจ้องทีวีตาเป๋ง

    เป็นช่วงที่ศิริพรตอบคำถามของนักข่าวเกี่ยวกับเดือนที่บอกว่าพวกกองถ่ายไม่มืออาชีพพอดี ฟังแล้วเดือนปรารภอย่างกังวลว่า

    “พรุ่งนี้ที่กองถ่ายคงมีมหกรรมต้อนรับเดือนอีกแล้วสิเนี่ย”

    ooooooo

    ระหว่างที่รวิไม่อยู่นั้นที่ร้านเกิดเรื่อง เพราะหญิงสาวที่ลิ้นจี่เอามาเป็นเด็กเสิร์ฟนั้นออกไปกับแขกจนหมด ขำ นภา และเทพจึงต้องเก็บจานเช็ดโต๊ะกันเอง

    ร้ายกว่านั้นคือ ขณะกำลังจะปิดร้าน ตำรวจมาถามหาเจ้าของร้าน แจ้งข้อหาว่ามีการลักลอบขายบริการเพราะตำรวจจับผู้หญิงพวกนั้นได้หมดแล้วทุกคนสารภาพว่าเจ้าของร้านนี้เป็นคนจัดการทั้งหมด

    ลิ้นจี่แอบดูแอบฟังอย่างสะใจ

    คืนเดียวกันที่กรุงเทพฯ ศิริพรเก็บข้าวของย้ายออกจากห้องพักของแก้ว บอกแก้วว่าย้ายออกเพื่อเธอ แก้วถามว่าจะมาไม้ไหนกันอีก ศิริพรแกล้งยิ้มบอกว่า

    “ก็แล้วแต่จะคิดนะ แต่ที่ฉันทำเนี่ยเพื่อเธอกับ

    พิมุกโดยเฉพาะเลยนะ” แก้วถามว่าพิมุกเกี่ยวอะไรด้วย “ก็เห็นเขาบอกว่าอยากจะมาฉลองกับเธอก่อนเธอขึ้นคอนเสิร์ต ฉันเห็นว่าไหนๆก็ไหนๆแล้ว เปิดโอกาสให้เธอเต็มที่เลย ไม่ดีรึไง?”

    ศิริพรเดินมาจับไหล่แก้วที่มองหน้าตนอย่างสับสน บอกว่า...

    “ตอนนี้เธอกำลังจะเป็นนักร้องดังแล้ว พิมุกเขาคงเริ่มเห็นอะไรในตัวเธอแล้วล่ะ แหมน่าอิจฉาจังนะ งานก็รุ่งความรักก็เริ่ด” แก้วลอยหน้าบอกว่าช่วยไม่ได้ ธรรมดาของคนสวย ศิริพรพูดอย่างสะใจว่า “ยินดีด้วยนะจ๊ะ”

    แก้วยิ้มปลื้มหลงตัวเอง หลับหูหลับตาฝันเฟื่อง

    ooooooo

    เมื่อเกิดเรื่องถึงกับถูกตำรวจมาตามจับเจ้าของ ร้าน แต่รวิไม่อยู่ ขำในฐานะที่ดูแลแทนอยู่จึงถูกจับไปขังไว้ที่โรงพัก

    นภากับเทพเป็นธุระช่วยกันจัดการปัญหา รุ่งขึ้นนภาไปที่โรงพัก ส่วนเทพขับรถไปกรุงเทพฯเพื่อรับรวิกลับ

    ที่โรงพัก ขำโวยวายลั่นโรงพักให้ตำรวจปล่อยตัวเดี๋ยวนี้ ตำรวจรำคาญเดินมาขู่ว่าถ้าไม่หยุดโวยวายจะจับขังเดี่ยว พอดีนภามาถึง ขำร่ำร้องให้ช่วยปล่อยตนด้วย

    “ใจเย็นก่อน ยังไงก็ต้องรอรวิมาสอบปากคำเพิ่มเติมก่อน โธ่เอ๊ย...กะอยู่แล้วเชียว เอางูเห่าเข้าบ้าน” นภาบ่นดังๆ ปรายตาไปทางหญิงสาวของลิ้นจี่ที่ถูกขังอยู่ห้องติดกัน

    ooooooo

    เช้าวันเดียวกัน เดือนย่องผ่านรวิที่นอนอยู่ ป้อมกระซิบถามว่าไม่ปลุกจริงๆหรือ เป็นจังหวะที่รวิดึงผ้าห่มให้กระชับพอดี เดือนชะงักทำท่าจุ๊ปากให้ป้อมเงียบๆ กระซิบเบาๆว่า

    “ไม่ล่ะ ขืนไปที่กองถ่าย รับรองยุ่งแน่”

    เดือนกับป้อมไปถึงกองถ่าย พบกับสายตาที่มองมาอย่างไม่เป็นมิตร ทั้งยังซุบซิบและเบ้ปากมาทางเดือนด้วย เดือนทักคนที่เดินผ่านไปมาก็ถูกเมิน เชิดใส่ เมื่อเจอผู้กำกับ เดือนยกมือไหว้ แต่วันนี้ผู้กำกับมองอย่างไม่สนใจ สั่งงานบึ้งๆ

    “เดี๋ยววันนี้ถ่ายฉากที่ 10 ก่อนนะ เข้ากับพระเอก” เดือนทำหน้าวิตกบอกว่า จำได้ว่าฉากนั้นมัน...ผู้กำกับมองขวับถามว่า “ทำไม ทำไม่ได้หรือ”

    “เปล่าค่ะ เพียงแต่เดือนไม่คุ้นกับฉากแบบนี้ ยังไงผู้กำกับช่วยแนะนำด้วยนะคะ”

    “อย่าเลย พอดีผมมันไม่ใช่มืออาชีพ” ผู้กำกับตอบอย่างหมางเมินเย็นชาจนเดือนหน้าเสีย

    การถ่ายทำเป็นไปอย่างทุลักทุเล จนผู้กำกับบ่นว่า

    “กี่เทคแล้วนี่ แค่ให้พระเอกกอดนี่มันยากตรงไหน”

    “เรื่องแค่นี้ทำเป็นเล่นตัวทำอย่างกับไม่เคย” สายสมรซ้ำเติมอย่างหมั่นไส้ เดือนพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ ไหว้ขอโทษ ขอลองใหม่อีกครั้ง

    “เอ้า...เอาใหม่ ถ้าไม่ได้ก็ยกกองมันเลยวันนี้” ผู้กำกับฉุนเฉียว

    แต่พอเริ่มใหม่ พระเอกพยายามดึงเดือนไปกอดแน่นอย่างไม่ยอมให้ดิ้นหลุดแล้วโน้มตัวลงบนเตียง เดือนเกร็งไปทั้งตัว พยายามไม่คิดอะไร หลับตาปี๋เอนตัวลงตามบท พระเอกโน้มหน้าใกล้เข้าไปทุกที...

    พริบตานั้น รวิโผล่พรวดเข้ามา พอเห็นภาพบาดตาบนเตียง เขาพุ่งเข้าไปกระชากพระเอกออกมาต่อยเปรี้ยงเต็มแรงจนเกิดความชุลมุนขึ้น เดือนอุทานตกใจ “พี่รวิ!”

    แต่นาทีนี้ รวิเลือดขึ้นหน้าจนไม่ได้สติแล้ว เขาพุ่งเข้าไปจะซ้ำพระเอกอีก เดือนวิ่งเข้ามาห้าม ดึงรวิแยกออกมา

    “นี่มันอะไรกัน แล้วแกเป็นใคร เข้ามาได้ยังไง” สายสมรโวยวาย ส่วนรวิยังติดพันอยู่กับพระเอก ชี้หน้าปราม

    “ถ้าขืนแกมายุ่งกับแฟนฉันอีก แกโดนหนักกว่านี้แน่”

    “งั้นก็ช่วยบอกแฟนเธอด้วยนะเดือนถ้าขืนเข้ามายุ่มย่ามเวลาทำงานอีกละก็ เธอมีปัญหาแน่” สายสมรเล่นงานเดือน

    เดือนหน้าเสีย ทั้งเดือนและป้อมช่วยกันลากรวิออกไปข้างนอกอย่างทุลักทุเล

    ooooooo

    พอลากรวิออกมาแล้ว เดือนกับรวิต่างถามกันว่าทำอะไรไป รู้ตัวหรือเปล่า

    “เดือนถ่ายหนัง แล้วนั่นมันก็เป็นฉากที่เดือนกำลังจะผ่านหลังจากที่โดนมาไม่รู้กี่เทค จนพี่เข้ามานี่แหละ!”

    “อ๋อ...นี่แสดงว่าให้มันกอดมันจูบมาทั้งวันแล้วงั้นสิ”

    เมื่อต่างฝ่ายต่างมีอารมณ์ การโต้เถียงจึงรุนแรงและยิ่งไม่เข้าใจกัน ป้อมพยายามเตือนสติให้ใจเย็นๆ ก็ถูกรวิฟ้องว่า

    “พี่ป้อมก็ดูสิ เห็นไหมว่าน้องสาวพี่เขาทำอะไร”

    “รวิ...นั่นมันฉากในหนังจริงๆ” ป้อมช่วยชี้แจง

    รวิยิ่งโมโหบอกว่าถ้ารู้ว่ามีฉากแบบนี้ตนไม่ให้เดือนเล่นหรอก เดือนย้อนถามอย่างโมโหไม่น้อยกว่ากันว่า

    “แล้วคิดว่าถ้าฉันรู้ ฉันจะเล่นเหรอ!”

    ทั้งสองหยุดเถียงกันทันทีเมื่อรวิได้รับโทรศัพท์ เขายังอารมณ์ค้าง รับสายแล้วกระชากเสียงถาม

    “ฮัลโหล...มีอะไรวะ! อ้าว...คุณเทพ ขอโทษครับ อยู่ที่ไหน...เหรอ...อยู่กับ...อยู่กับพี่ป้อมน่ะครับ” รวิจงใจพูดถึงป้อมคนเดียว แต่พอนิ่งฟังเทพ น้ำเสียงเขาก็ตกใจ “อะไรนะครับ ไอ้ขำโดนจับ! ข้อหาอะไรครับ...ครับๆจะรีบไปเดี๋ยวนี้”

    ป้อมเงี่ยหูฟังอยู่ ถามรวิว่ามีอะไรหรือ รวิหันบอกป้อมหน้าเครียด “คุณเทพโทร.มา บอกว่าไอ้ขำโดนจับที่ร้าน”

    “อะไรนะ” เดือนตกใจจนลืมความโกรธเมื่อครู่ ป้อมเองก็ตกใจถามว่าขำโดนจับเรื่องอะไร

    “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ต้องรีบไปแล้ว คุณเทพกำลังขับรถมารับ” เดือนขอไปด้วย รวิสวนไปทันทีว่า “ไม่ต้องหรอก กลับไปถ่ายฉากเลิฟซีนจิ้นกระจายต่อเถอะ!”

    เดือนฉุน เดินมาชกท้องรวิจนตัวงอ พูดใส่หน้าว่า “ถ้าขืนยังกวนประสาทไม่ดูเวลาอีก โดนหนักกว่านี้แน่”

    “งั้นไปกันเถอะเร็ว!” ป้อมเร่ง แล้วเดินนำไปเลย เดือนรีบตาม ส่วนรวิกุมท้องตัวงอวิ่งตามไป

    ooooooo

    เมื่อเทพมารับทั้งสามขึ้นรถแล้วก็รีบบ่ายหน้ากลับทันที รวิถามว่า

    “มันเรื่องอะไรกันครับคุณเทพ อยู่ๆขำโดนจับได้ยังไง”

    “นั่นสิคะ ขำไปทำอะไรเหรอคะ”

    “คืออย่างนี้ เมื่อคืนอยู่ๆก็มีตำรวจบุกไปที่ร้าน บอกว่ามีคนโทร.ไปแจ้งว่า ร้านเราเปิดร้านบังหน้าแต่จริงๆ แล้วแอบขายบริการ” เทพเล่าไปขับรถไป

    “คุณพระ...ใครมันช่างใส่ร้ายเราได้ แต่ยังไงเราก็ไม่ต้องกลัวเพราะมันไม่ใช่เรื่องจริง” ป้อมปลอบใจ

    เทพเห็นด้วย เดือนถามว่าหมายความว่าอย่างไร? เทพเล่าให้ฟังว่า

    “มีผู้หญิงในร้านเราทำแบบนั้นจริง แล้วก็ถูกจับได้แล้วด้วย เป็นเด็กของยัยลิ้นจี่!”

    ooooooo

    ที่โรงพัก พวกหญิงสาวที่ถูกจับไปขัง พอเห็นลิ้นจี่ก็พากันร้องไห้ระงมบอกให้ประกันตัวพวกตนออกไปด้วย

    “แกจะโวยวายกันทำไม บอกว่าช่วยก็ช่วยสิแต่พวกแกอย่าลืมก็แล้วกัน” ว่าแล้วก็จะกระซิบบอกอะไร แต่เห็นขำจ้องอยู่เลยพูดเป็นนัยว่า “อย่าลืมตามที่บอกไว้ก็แล้วกัน”

    ตกเย็น เทพก็พารวิ เดือนและป้อมมาถึงโรงพัก นภาบอกรวิให้รีบไปคุยกับตำรวจเสีย ตำรวจบอกรวิว่าได้รับแจ้งความว่าที่ร้านเขาแอบขายบริการทางเพศเดือนโต้ทันทีว่าไม่จริง ตำรวจจำได้ว่าเดือนเป็นนักร้อง ถามว่าเธอเกี่ยวอะไรด้วย

    “ร้านนี้ก็เป็นร้านของเดือนเหมือนกันค่ะ” เดือนอ้าง คนที่อยู่บนโรงพักพากันซุบซิบ บางคนก็ถ่ายรูปไว้

    “ถ้างั้น เราคงต้องขอสอบปากคำคุณทั้งคู่แล้วล่ะครับ” ตำรวจแจ้ง รวิกับเดือนสบตากันด้วยความกังวล...

    ooooooo

    ตอนที่ 15

    เพราะระแวงว่าศิริพรจะมาคาบเสี่ยไปจากตน แก้วไม่อยากให้ศิริพรอยู่ด้วยถามว่ามีเงินทำไมไม่ไปหาเช่าที่อยู่เอง

    “เฮ้อ...เธอนี่เข้าใจอะไรยากนะ เธอเรียกฉันมาให้ช่วย เธอก็ต้องบริการฉันสิ แล้วอีกอย่าง ถ้าไปอยู่ที่อื่นก็ไม่ได้เจอ...” ศิริพรหยุดกึก พอแก้วคาดคั้นถามว่าเจอใคร ศิริพรก็เฉไฉว่า “เอาน่า...ฉันไม่ได้อยู่ฟรีหรอก เดี๋ยวฉันจะจ่ายค่าเช่าให้เธอ แถมให้อีกเท่าตัวเลยดีไหม”

    ขณะศิริพรแกล้งเดินสีไหล่ผ่านแก้วไปนั้น โทรศัพท์ดังขึ้น แก้วจับตามอง เห็นศิริพรรับสายอย่างรำคาญ

    “ฮัลโหล...มีอะไรโทร.มาเป็นสิบสายเนี่ย” แล้วก็เดินคุยโทรศัพท์ออกไป แก้วมองตามอย่างอยากรู้อยากเห็น

    เป็นสายจากพิมุกโทร.มาบอกว่ามีเรื่องสำคัญมากที่อยากถาม ศิริพรตัดบทว่าไม่ว่างเพราะตอนนี้อยู่กรุงเทพฯ เตรียมขึ้นคอนเสิร์ตแทนเดือน

    “ขึ้นคอนเสิร์ตแทนเดือนเนี่ยนะ? โอ้โห ไม่อยากเชื่อ เธอนี่ทำอะไรเกินคาดฉันอยู่เรื่อยเลยนะ แต่เอาเถอะ เดี๋ยวค่อยว่ากันทีหลัง เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ฉันไปหาเธอถึงที่เอง อ๊ะๆ อย่าปฏิเสธนะ เพราะเราต้องคุยกันเรื่องบ้านของเดือน”

    “ได้สิ งั้นพรุ่งนี้เจอกัน” วางสายแล้วศิริพรจิกตาพึมพำ “ยังไงแกก็ต้องเป็นแพะแทนฉัน ไอ้พิมุก!”

    ooooooo

    เพราะถูกชูเกียรติไล่ไม่ให้พักที่คอนโดของเขาอีก ทั้งรวิ เดือน ป้อมและขำจึงช่วยกันตระเวนหาที่พักใหม่ หาอย่างไรก็ไม่ได้ที่ถูกใจ

    “ทำไมมันหายากแบบนี้นะ ไอ้ที่ค่าเช่าถูกๆก็อยู่ตั้งไกล ไอ้ที่ใกล้ๆก็แพงซะจนสู้ไม่ไหว” เดือนบ่นขณะเข้าไปนั่งพักกินน้ำในร้านกาแฟ

    ขำยื่นโบรชัวร์ให้เดือนดูบอกว่านี่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าด้วย ป้อมทำหน้าสยองชี้ให้ดูราคาเสียก่อน ขำยุให้ซื้อเลยจะได้ไม่ต้องเสียค่าเช่า เดือนส่ายหน้าบอกว่าอยากเก็บเงินไว้ปลูกบ้านใหม่ที่บ้านของเรามากกว่า

    ระหว่างนั้น เดือนเห็นขำตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือ– พิมพ์ ถามว่าอ่านอะไร พลางดึงไปดู เห็นรูปตัวเองที่ส่งซองเงินให้รวิแต่ทำหน้าเบลอๆไว้ทั้งสองคน มีบรรยายใต้ภาพว่า

    “ฉีกสัญญา เขี่ยผู้จัดการ นักร้องสาว ด.เด็ก”

    ป้อมอ่านออกเสียงให้ทุกคนฟัง “นักร้องสาว ด.เด็ก ตัดสินใจไม่ขึ้นคอนเสิร์ต ฉีกสัญญากับค่าย แถมเขี่ยผู้จัดการที่เป็นคนปั้นกับมือ เอาค่าเปอร์เซ็นต์ไปเลี้ยงหนุ่มนอกวงการแทน แหม...กตัญญูจริงๆนักร้องสมัยนี้!”

    ป้อมฟันธงว่าเป็นฝีมือชูเกียรติชัวร์ รวิจับมือ

    เดือนให้กำลังใจ เดือนบอกว่าตนไม่เป็นไรและขอตัวไปถ่ายหนังต่อ ต่างบอกกันว่าอย่าคิดมากทั้งที่ลึกๆแล้ว เดือนทั้งกังวลและโมโหไม่น้อย

    ooooooo

    รุ่งขึ้น ศิริพรไปพบพิมุกแต่เช้า พิมุกชูผ้าผืนหนึ่งในมือให้ดูถามว่าคุ้นๆไหม ศิริพรโพล่งไปว่าทำไมตนต้องคุ้นกับผ้าสกปรกของค่ายมวยเขาด้วย

    พิมุกจับผิดทันทีว่ายังไม่ได้บอกเลยว่าเป็นของค่ายมวยตน จ้องหน้าศิริพรถามดุดันว่า

    “ไอ้เรื่องที่เธอชอบทำเลวๆกับคนอื่นน่ะพอจะรู้อยู่บ้างนะ แต่ไม่คิดว่าจะถึงขนาดมาเล่นฉันด้วย เธอรู้ไหม ฉันโดนตำรวจเรียกไปถามกี่ครั้งแล้ว เพราะไอ้หลักฐานบ้าๆ ที่เธอจงใจให้คนอื่นคิดว่าเป็นฉัน”

    “ช่วยไม่ได้ คืนนั้นเธอก็จงใจจะไปพังบ้านนังเดือนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ฉันก็แค่ช่วยเธออีกแรงเท่านั้นเอง”

    “หึ...ยอมรับออกมาจนได้นะ” พิมุกหัวเราะในลำคอ ศิริพรเชิดหน้าอย่างไม่แยแสยุว่าให้เขาโยนความผิดให้ลูกน้องเสียก็สิ้นเรื่อง “ให้ตายเถอะ เรื่องอะไรที่ฉันต้องทำแบบนั้น” ศิริพร

    ย้อนถามว่าหรือเขาจะยอมรับเสียเอง? “นี่เธอ! ที่พูดออกมาเนี่ย ไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ พูดเหมือนกับตัวเองไม่ได้เป็นคนทำอย่างนั้นแหละ”

    ศิริพรย้อนถามหน้าตาเฉยว่า ทำไมตนไม่รู้สึกอะไรเลยล่ะ พิมุกโมโหจนหัวเราะ ชี้ชะตาว่า

    “หึ...ศิริพร เธอนั่นแหละ ที่ต้องเตรียมตัวเข้าไปนอนในคุกก่อนจะได้ขึ้นคอนเสิร์ต!”

    ศิริพรเสนอเงื่อนไขแลกเปลี่ยนว่า เขาจะทำอย่างนั้นไหมถ้าแลกกับการที่ตนจะช่วยกำจัดรวิให้พ้นทาง พิมุกถามว่าตนหูฝาดไปหรือเปล่า เธอน่ะหรือจะกำจัดรวิที่เธอรักมากให้พ้นทาง ศิริพรยิ้มร้ายอย่างมีแผนบอกว่านั่นมันเมื่อก่อน

    “ศิริพร...เธอนี่มันน่ากลัวจริงๆให้ตายเถอะ!” พิมุกส่ายหน้าอย่างเหลือเชื่อจริงๆ

    ooooooo

    วันนี้เดือนไปที่กองถ่ายด้วยสีหน้าไม่ดีนัก ซ้ำยังเห็นคนในกองถ่ายพากันมองแล้วซุบซิบๆกันอีกทำให้ยิ่งไม่สบายใจ พอผู้กำกับเห็นเดือนก็เดินมาบอกว่า

    “น้องเดือน วันนี้คุณทวีศักดิ์ คนที่ให้ทุนสร้างหนังเรื่องนี้น่ะ เดือนยังไม่เคยเจอเลยนี่ วันนี้เขามาดูการถ่ายทำด้วย เดี๋ยวเดือนไปทักทายเขาหน่อยนะ” พลางผู้กำกับก็พาเดือนไปแนะนำ “คุณทวีศักดิ์ครับ นี่น้องเดือน นางเอกของเราครับ”

    ทวีศักดิ์หันมองเดือน เขาตะลึงในความสวย พอเดือนยกมือไหว้ เขาชมตาเป็นประกาย

    “น้องเดือน...ตัวจริงสวยมากเลยนะครับเนี่ย”

    “ขอบคุณค่ะ เดือนยังใหม่กับงานนี้ ถ้ามีอะไรผิดพลาดต้องขอโทษด้วยนะคะ”

    “ไม่เป็นไรครับ ไม่มีใครกล้าโกรธน้องเดือนหรอก” พูดอย่างใจดีแต่ประกายตาไหวระริก เดือนรู้สึกแปลกๆเลยขอไปเตรียมตัวแล้วรีบออกมาเลย ทวีศักดิ์มองตามเดือนอย่างพอใจมาก

    รุ่งขึ้นเดือนบ่นกับรวิที่กองถ่ายว่าทำไมที่อยู่ถึงได้หายากเย็นอย่างนี้ รวิบอกให้ใจเย็นๆ ตนจะอยู่ช่วย หาจนกว่าจะได้ที่อยู่ใหม่ ระหว่างนั้นทวีศักดิ์เข้ามาทักเดือนว่าทำอะไรอยู่ พอเดือนบอกว่ากำลังหาบ้านเช่า เขาเสนอทันทีว่า

    “หาบ้านเช่าเหรอ รีบไหม พอดีผมมีเพื่อน เขาจะปล่อยบ้านให้เช่าอยู่ สนใจไหมล่ะ”

    รวิชิงตอบแทนเดือนว่าไม่สนใจ ทวีศักดิ์มองขวับถามเดือนว่าเพื่อนหรือหน้าตาดีนี่ตอนนี้กำลังขาดบทคนสวนอยู่พอดีเลย ถามรวิว่าสนใจจะเล่นไหม ถามแล้วหันบอกเดือนว่าถ้าสนใจเรื่องบ้านตนจะจัดการให้

    ทวีศักดิ์หางตาใส่รวิแว่บหนึ่งแล้วเดินไป รวิท้อใจ เหนื่อยใจกับพวกเขี้ยวลากดินที่อยู่รอบตัวเดือน

    ooooooo

    แก้วไปที่เวทีซ้อมคอนเสิร์ต พอรู้ว่าศิริพรยัง ไม่มาก็บ่นว่าไม่ทันไรทำเป็นมาสายกะจะแข่งกับตนงั้นหรือ พอเหลือบเห็นเสี่ยก็ทำดี๊ด๊าเข้าไปทัก

    แต่เสี่ยกลับถามถึงศิริพร แก้วชักสีหน้าบอกว่าไม่ทราบ เสี่ยถามว่าอยู่ที่เดียวกันไม่ใช่หรือ

    “เขาออกไปไหนตั้งแต่เช้าไม่รู้ค่ะ ไม่รับผิดชอบเลย”

    “อ้าว...เหรอ...ไม่เป็นไร เดี๋ยวเสี่ยไปหาที่ห้อง” พูดแล้วเสี่ยเดินไปเลย แก้วไม่พอใจ เสี่ยนึกได้หันมาบอกว่า “เอ่อ...หมายถึงไปหาหนูแก้วน่ะ” แก้วเจ็บใจจนแทบจะกรี๊ดออกมาตรงนั้นเลย

    ตกเย็นพอแก้วกลับถึงห้องเจอศิริพรก็กระแนะกระแหนว่าไม่ทันดังก็โดดซ้อมเสียแล้ว ถามว่าหายไปไหนมาทั้งวัน ศิริพรไม่ตอบแต่ยื่นของให้บอกว่าพิมุกฝากมาให้

    “พี่พิมุกเหรอ นี่...นี่พี่พิมุกฝากมาให้จริงๆเหรอ แล้วเธอไปเจอเขาได้ยังไงล่ะ”

    “ก็บังเอิญเจอน่ะ พอดีพิมุกเขามาธุระ เธออยากเจอเขาไหมล่ะ เดี๋ยวฉันช่วยนัดให้ก็ได้” แก้วดีใจจนเนื้อเต้นถามว่านัดได้จริงๆหรือ “ได้สิ แต่พิมุกเขาจะว่างช่วงเย็นๆ คํ่าๆนะ เธอก็ไปหาเขาแล้วก็ค้างกับเขาสักคืนสิ”

    แก้วรับของฝากไปแกะดู ศิริพรเบ้ปากยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างมีแผน แล้วศิริพรก็นัดให้แก้วไปพบพิมุกในคํ่าวันนี้ บอกว่าจะกลับพรุ่งนี้เช้าเลยก็ได้ เพราะคงมีอะไรคุยกันยาว เยอะ แก้วยิ้มแจ่มใสฝากห้องให้ศิริพรช่วยดูให้ด้วย

    พอแก้วดี๊ด๊าออกไป ศิริพรก็โทร.ถึงเสี่ยวาทินทันที

    “เสี่ยคะ แก้วออกไปแล้วค่ะ ขึ้นมาได้เลยค่ะ...แค่นี้นะคะ”

    ooooooo

    รวิไม่อยากให้เดือนยุ่งเกี่ยวกับทวีศักดิ์เพราะเดือนไม่ทันคน แต่เดือนต้องการแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่

    บอกรวิว่าถ้าตนไม่เล่นด้วยใครจะมาทำอะไรได้

    สุดท้ายรวิก็ต้องยอมตามการตัดสินใจของเดือนเพราะไม่รู้จะไปหาบ้านที่ไหนอีกแล้ว

    “รวิ...พี่ว่าเราเช่าบ้านเพื่อนคุณทวีศักดิ์ก็ดีนะ เราไม่ได้อยู่ของเขาฟรีๆ อีกอย่างจะปล่อยให้ไอ้ชูเกียรติมันมาไล่เราอย่างกับหมูหมารึไง” ป้อมหว่านล้อมรวิ ขำเห็นด้วยบอกว่าคงไม่มีใครเลวเท่าชูเกียรติอีกแล้วล่ะ

    “โอเค ยอมก็ยอม แต่เดือนต้องระวังตัวให้มากนะ แล้วให้พี่มาหาเดือนบ่อยๆนะ”

    ooooooo

    ที่โรงแรมม่านรูดแก้วกับพิมุกสำราญรักกันจนอิ่มเอมแล้ว พิมุกลุกขึ้นแก้วถามว่าจะรีบไปไหน เขาตอบอย่างไร้เยื่อใยว่ากลับบ้านสิ จะอยู่ทำไม

    “อะไรกัน...นานๆเราจะได้เจอกันที ค้างด้วยกันเถอะนะ” พิมุกถามว่าไม่อิ่มหรือ เรียกเสี่ยนั่นมาต่อสิ แก้วโกรธถามว่า ทำไมพูดอย่างนี้ พิมุกเลยเปลี่ยนเป็นพูดว่า “โอเค พูดใหม่ แก้วไม่พอใช่ไหม พี่โทร.ตามเสี่ยให้นะ... พอใจยัง??”

    พิมุกเปิดกระเป๋าหยิบเงินโยนให้แก้ว แล้วก็พูดเองเออเองว่า

    “ไม่สิ ตอนนี้เป็นนักร้องดังแล้วนี่ อ่ะๆ เพิ่มค่าตัวให้” พิมุกโยนเงินเพิ่มให้ “ฉันกลับแล้วนะ บอกศิริพรเขาด้วยคืนนี้ฉันไม่ว่างอยู่ยาวๆกับเธอ แปลกนะ เขานึกยังไงถึงจะให้ฉันค้างกับเธอให้ได้”

    ข้อสังเกตของพิมุกทำให้แก้วฉุกคิด ร้อนฉ่าไปทั้งตัว รีบแต่งตัวกลับทันทีเช่นกัน

    พอแก้วกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์แก้วกวาดตามองไป ที่ลานจอดรถเห็นเสี่ยวาทินกำลังเดินอารมณ์ดีไปขึ้นรถ ขับออกไป แก้วเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น คำรามตาแดงกํ่า

    “นังศิริพร!!”

    แก้วพุ่งขึ้นไปผลักประตูห้องโครม เจอศิริพรเพิ่งอาบนํ้าเสร็จนุ่งผ้าขนหนูออกจากห้องนํ้า มองแก้วและถามด้วยนํ้าเสียงรำคาญใจว่า

    “อ้าว...ทำไมกลับมาไว ไม่ค้างกับพิมุกเหรอ”แก้วเขวี้ยงกระเป๋าถือ พุ่งเข้าตบศิริพรจนหน้าหัน ศิริพรหันกลับมาถามตาขวาง “นี่เธอทำบ้าอะไรของเธอเนี่ย!” แก้วยังตบไม่ยั้ง ตบไปด่าไปอย่างคลุ้มคลั่ง

    “แกมันเลว! ศิริพร หลอกให้ฉันออกไปหาพี่พิมุกแล้วแกก็แอบมายุ่งกับเสี่ยของฉัน”

    “แกกับฉันก็เลยไม่ต่างกันหรอก แกเป็นเมียน้อยเสี่ยแต่ก็ออกไปเล่นชู้กับไอ้พิมุก” ศิริพรด่าคืน ถูกแก้วตบจนถลาไปชนโต๊ะ พอหันกลับมาอีกทีศิริพรเปิดกระเป๋าหยิบปืนเล็งใส่แก้ว แก้วตกใจร้องห้ามเสียงหลงอย่าทำอะไรตนเลย “ปากดีให้เหมือนเมื่อกี๊ซิ แล้วดูว่าฉันจะทำอะไร ขนาดบ้านนังเดือนฉันยังเผามาแล้ว กะอีแค่ยิงหัวแกเนี่ยมันไม่ยากหรอก!”

    “ฝีมือแกหรือ” แก้วมองตาค้าง

    “ใช่! ฝีมือฉัน แล้วตอนนี้แกก็ควรจะหุบปากร่วมมือกับฉันจัดการกับนังเดือน เข้าใจไหม!!”

    แก้วหนาวเยือกหลับตาปี๋ด้วยความกลัว ในขณะที่ศิริพรโกรธจนสติแตกนาทีนี้ไม่มีกลัวอะไรอีกแล้ว

    ooooooo

    ร้านอาหารและกาแฟของรวิเสร็จแล้ว วันนี้รวิปีนบันไดยกป้ายร้านขึ้นติดเอง ทุกคนยินดีกับความสำเร็จนี้ ที่ขาดไม่ได้คือเทพกับนภาที่คอยมาเป็นกำลังใจเสมอ

    ไม่ไกลจากร้านนัก ลิ้นจี่ หางเครื่องรุ่นเก่าเมียของโรจน์มาซุ่มดูอยู่ด้วยความมาดร้าย แต่พอจะเข้าไปหารวิ ก็ปั้นหน้าเศร้าบีบน้ำตาเข้าไปร้องไห้คร่ำครวญว่า ตอนนี้ตนแย่มากเพราะที่วงไม่เหลืออะไรแล้ว ซ้ำโรจน์ก็เจ็บออดๆ แอดๆ รวิเห็นใจบอกลิ้นจี่ว่า ถ้ามีอะไรที่ตนพอช่วยได้ก็ให้บอก

    “ลำพังพี่คนเดียวไม่เท่าไหร่หรอก แต่พวกหางเครื่องที่เหลือน่ะสิ ไม่มีทั้งงานทั้งเงิน น่าสงสาร”  พูดพลางสะอื้น ฮักๆ แล้วถามรวิว่า “เปิดร้านใหม่เหรอ ดีจัง ว่าแต่พอจะช่วยรับพี่กับเด็กๆ ไว้สัก 2-3 คนได้ไหม”

    “ร้านฉันเป็นวงโฟล์กซอง ไม่ต้องมีแดนเซอร์ อีกอย่างก็เพิ่งเปิด ยังไม่มีเงินจ้างใครหรอกจ้ะ”

    “พี่มาช่วยเป็นแม่ครัวก็ได้ พวกนั้นก็เอามาเป็นเด็กเสิร์ฟ ขอแค่มีข้าวกินมีเงินนิดๆหน่อยๆ ก็พอแล้ว”

    ขณะรวิอึกอักนั้น ลิ้นจี่รวบรัดรีบขอบใจบอกว่าเดี๋ยวจะให้เด็กๆมาเริ่มงานเลย อวยพรให้เฮงๆๆ จนรวิพูดไม่ออก หันมองพรรคพวกเห็นทุกคนยืนกอดอกอย่างไม่พอใจ รวิก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ

    ooooooo

    ทวีศักดิ์รุกทำคะแนนกับเดือนอย่างรวดเร็วรวบรัด วันนี้ก็เอาดอกไม้ช่อใหญ่มาให้เดือนที่กำลังนั่งแต่งผมอยู่ พอเข้ามาก็ส่งสัญญาณให้ช่างผมชวนป้อมออกจากห้องไป

    ทวีศักดิ์เอาช่อดอกไม้ให้เดือนถามว่าบ้านใหม่โอเคไหม เดือนพูดอย่างเกรงใจว่าค่าเช่าถูกมากซ้ำยังไม่เก็บเงินอีก ทวีศักดิ์คุยโวว่าไม่เป็นไรเพราะเพื่อนตนรวย ไม่เพียงเท่านั้น เขายังมอบกุญแจรถให้เดือนบอกว่าเพื่อเดือนจะได้เดินทางมาทำงานสบายๆ ให้ถือเสียว่าเป็นสวัสดิการจากบริษัทก็แล้วกัน

    เดือนไม่อยากรับ ทวีศักดิ์จับมือเอากุญแจให้ เดือนพยายามจะดึงมือกลับ เป็นจังหวะที่ศิริพรพาแก้วมาที่กองถ่ายอ้างว่ามาเยี่ยมเดือนเห็นเข้าพอดี

    “อุ๊ย!” ศิริพรทำเป็นอุทานตกใจยิ้มเขิน เดือนรีบดึงมือออก ถามศิริพรหน้าตึงว่าพวกเธอมาทำไมกัน?

    “ก็มาดูหล่อนกับผู้ชา...” แก้วพูดไม่ทันจบศิริพรก็แทรกขัดขึ้นว่า

    “พอดีวันนี้ว่างเลยแวะมาทักทายน่ะจ้ะเดือน”

    ทวีศักดิ์ถามว่าสองคนนี้คือ...ศิริพรรีบแนะนำตัวเอง ส่วนทวีศักดิ์ก็แนะนำตัวเองแสดงความยินดีที่ได้รู้จักกัน แก้วกระแซะเข้าไปแนะนำตัวเองบ้าง แล้วหันถามเดือนว่า สบายดีไหม

    “สบายขึ้นเยอะเลย ตั้งแต่ไม่เจอพวกเธอ!” เดือนตอบเสียงขุ่น ศิริพรสะอึกแต่พยายามปั้นยิ้ม ทวีศักดิ์ถูกขัดจังหวะเลยขอตัวออกไป เดือนถามทั้งสองว่า “เธอต้องการอะไรกันแน่”

    ศิริพรเยาะเย้ยว่ามาดูน้ำหน้าเดือนตอนกระเด็นออกจากนักร้อง ส่วนแก้วก็ทำวี้ดว้ายว่ามาเล่นหนังไม่ทันไรมีผู้ชายใหม่มาเลี้ยงแล้วหรือ เก่งจังทั้งสองรุมกันกระแนะกระแหนเดือนจนป้อมทนไม่ได้ ออกมาเผชิญหน้าปะทะคารมแทน พอศิริพรกับแก้วเจอปากกะเทยเข้าก็หมดท่า พากันล่าถอยไป แต่ฝากอาฆาตไว้ว่า

    “ปากดีไปเถอะ เดี๋ยวสักวันจะรู้เอง”

    “เออ...วันไหนล่ะ อย่านานนะยะ ฉันจะรอ” ป้อมปากยื่นปากยาวท้าทายจนทั้งสองเดินหนีไป ศิริพรลากแก้วถูลู่ถูกังออกมา แก้วสะบัดเต็มแรง หันโวยใส่ศิริพร

    “นี่เธอจะบ้าเหรอ ปล่อยให้มันด่าเราฉอดๆอยู่ฝ่ายเดียว”

    “แล้วเธอจะมีเรื่องให้เป็นข่าวรึไง” ศิริพรตวาดจนแก้วเงียบแล้วด่าต่อ “หัดฉลาดหน่อย แค่นี้เราก็มีเรื่องไปปั่นมันเรียกน้ำย่อยแล้ว”

    แก้วถามว่าเรื่องบ้าบออะไรอีก ศิริพรไม่ตอบ ส่ายหน้าระอาความโง่เง่าของแก้วแล้วเดินหนีไป

    ooooooo

    เมื่อลิ้นจี่กลับไปถึงวงโรจน์ เจอพ่อเจ้าประคุณทูนหัวนั่งดื่มอยู่ท่ามกลางเครื่องดนตรีเก่าๆที่ชำรุดแตกหักวางเกลื่อน พอเห็นลิ้นจี่กลับมา โรจน์ถามทันทีว่าเรียบร้อยไหม

    ลิ้นจี่ด่าว่าตนไม่ได้โง่เหมือนตัวเองจะได้ทำพลาดตลอด ถามว่าแล้วเอาเงินที่ไหนไปซื้อเหล้ามากินอีก โรจน์ไม่ตอบ แต่กระดกเหล้าเข้าปากแทน ลิ้นจี่เดาได้ด่าลั่น

    “ไอ้ผัวเฮงซวย! เอาเงินฉันไปอีกแล้วเหรอ”

    “อย่าบ่นได้ไหม เดี๋ยวเสร็จงานนังนั่นมันก็ให้แกมาอีกไม่ใช่เหรอ รีบๆทำตามที่มันบอกให้เรียบร้อยก็แล้วกัน”

    “ทำงานน่ะมันต้องใช้เงินนะโว้ย ไหนจะค่าจ้างนังพวกนั้นอีก”

    โรจน์ด่าว่าแก่ก็แก่ยังจะทำตัวน่าเกลียดอีก ถูกลิ้นจี่ชี้หน้าด่า “ปากดีจังนะ! แล้วไม่ใช่เมียแก่ๆคนนี้เหรอที่ทนอยู่กับแก หน็อย! ดูซิ คนรอบตัวแกมีใครเหลือไหม โน่นหนีไปตั้งวงใหม่กับไอ้ประทีปกันหมดแล้ว”

    “หุบปากไปเลยนะ ช่างหัวพวกมัน แกคอยดูนะ ฉันจะสร้างวงใหม่ขึ้นมาแล้วไอ้พวกนั้นจะต้องกลับมาอ้อนวอนขออยู่กับฉันเหมือนเดิม คอยดู!” ว่าแล้วก็นั่งดื่มกรึ่มอยู่คนเดียว

    ลิ้นจี่สะบัดเข้าบ้านไปอย่างเบื่อหน่าย

    ooooooo

    ที่ห้องซ้อมคอนเสิร์ตในค่ายเพลง ศิริพรเดินกะหนุงกะหนิงเข้ามากับเสี่ย ชูเกียรติเกร่ไปถามแก้วที่ยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ว่า ตกกระป๋องแล้วสินะ

    แก้วแว้ดใส่ว่าไม่เกี่ยวกับเขา ชูเกียรติพูดอย่างสมเพชว่าใครๆ ก็ได้ดีกันไปหมดเหลือแต่บางคนที่ร่วงลง...ร่วงลง

    “สงสารตัวเองเถอะ ไม่มีนังเดือนเปอร์เซ็นต์ก็หายไปเยอะไม่ใช่เหรอ ต๊าย...แล้วนี่จะพอจ่ายหนี้ในบ่อนเหรอ”

    “ไม่เอาน่าแก้ว...เรามันก็คือๆกันนั่นแหละ ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ เมื่อไหร่จะลงมือสักทีล่ะ” แก้วถามว่าลงมืออะไร “พี่ไม่โง่หรอกนะแก้ว ดูก็รู้ว่าเธอกับแม่นักร้องใหม่คนนั้นท่าทางจะทำอะไรกับเดือนสักอย่าง”

    แก้วปรามว่าอย่ามาพูดซี้ซั้ว ชูเกียรติหัวเราะร่าไม่คาดคั้น พูดทิ้งไว้ก่อนไปว่า ถ้าจะให้ช่วยอะไรก็บอกแล้วกัน

    “จะให้นังเดือนมันกลับมาเป็นถังข้าวสารให้ได้ว่างั้นเถอะ” แก้วเบ้ปากใส่ ชูเกียรติยิ้มอย่างไม่ยี่หระ

    ข้างฝ่ายเดือน แม้จะตั้งอกตั้งใจทุ่มเทให้กับการแสดงหนังเต็มที่ แต่ก็เจออุปสรรคขวากหนามมากมาย นอกจากถูกพวกแก้วกับศิริพรมารังควานแล้ว ยังถูกเมียของทวีศักดิ์ที่ระแคะระคายว่าผัวตัวเองมาติดพันเดือนกลั่นแกล้งไม่รู้ตัวอีกด้วย

    วันนี้ขณะเดือนจะมาแต่งผมเตรียมเข้าฉาก แต่ไม่มีใครทำผมให้จนป้อมฮึดจะทำให้เอง จึงรู้จากทีมงานว่าวันนี้เดือนไม่มีคิวเพราะทางนี้เปลี่ยนฉากที่จะถ่าย พรุ่งนี้ มะรืนนี้ก็ไม่มี พูดแค่นี้แล้วเดินหนีไปเฉยเลย ป้อมโวยวายว่าตกลงคิวมีวันไหนกันแน่ บอกเดือนว่าจะไปถามผู้กำกับให้รู้เรื่องแล้วเดินลิ่วไป เดือนร้องห้ามก็ไม่ทันเลยตามไปด้วย

    ผู้กำกับปรารภว่าตนก็หนักใจอยู่เหมือนกัน แล้วบอกตรงๆว่า

    “คุณสายสมรเธอสั่งเปลี่ยนคิวถ่ายทั้งหมดของน้องเดือน นี่เลื่อนออกไปไม่มีกำหนดจนกว่าจะแก้บทเสร็จน่ะ” เห็นเดือนทำหน้างงๆผู้กำกับบอกว่า

    “เอ่อ...เธอเป็นเมียของคุณทวีศักดิ์น่ะ มีคนไปบอกเธอว่าคุณทวีศักดิ์มาติดพันเดือน เธอก็เลย...พี่เองก็ลำบากใจอยู่เหมือนกัน ยังถ่ายไปได้ไม่ถึงไหนเลย”

    ป้อมฮึดฮัดๆ แต่เดือนใจเย็น บอกผู้กำกับก่อนพากันกลับไปว่า

    “ถ้าเปลี่ยนแปลงยังไงรบกวนผู้กำกับช่วยติดต่อมาด้วยนะคะ”

    ooooooo

    ทวีศักดิ์มาถึงกองถ่ายเห็นเดือนกับป้อมกำลังจะกลับ เขาเรียกเดือนถามว่าจะไปไหนถ่ายเสร็จแล้วหรือ เดือนหันมายกมือไหว้แล้วเดินหนีไป

    ทวีศักดิ์ไปเจอทีมงาน  จึงรู้ว่าสายสมรเอาบทไปแก้ใหม่และเลื่อนคิวของเดือนออกไปไม่มีกำหนด เขาดูบทที่แก้แล้วโมโหถึงกับปาบทลงโต๊ะถามว่า

    “แล้วทำไมไม่มีใครบอกฉัน!  แล้วอย่างนี้ชาติไหนหนังฉันมันจะถ่ายเสร็จ!”

    “อย่าใจร้อนสิคะ ฉันให้คนจัดคิวจัดบทมาใหม่แล้วค่ะ” สายสมรเดินเข้ามา  ส่งบทแก้ใหม่ให้ดู  ทวีศักดิ์รับไปดูถามอย่างไม่พอใจว่า

    “นี่มันบ้าบออะไรกัน  มีฉากทุเรศพวกนี้ในหนังผมได้ยังไง!”

    “ทำไมล่ะคะ  หนังฝรั่งเขาก็มีกันเยอะแยะ  แล้วนี่ฉันก็ให้เดือนเขาเด่นกว่าเดิมเยอะเลยนะ รับรองว่าจบเรื่องนี้น้องเดือนของคุณดังระเบิดแน่”

    “คุณไม่มีสิทธิ์ทำอะไรแบบนี้  จำไว้นะ!” ทวีศักดิ์พรวดเข้าบีบหน้าสายสมรอย่างแรง  เธอสะบัดตวาดแว้ด

    “นี่คุณหลงมันมากเลยเหรอ หา!”

    ทวีศักดิ์พูดอะไรไม่ออก  จิกตาใส่แล้วเดินผละไป สายสมรมองตามแค้นใจจนน้ำตาคลอ

    ooooooo

    เย็นแล้ว  ศิริพรควงเสี่ยจะขึ้นไปที่ห้องพักคอนโดของแก้ว  เหลือบเห็นพิมุกยืนอยู่  เธอตกใจบอกให้เสี่ยขึ้นไปก่อน  ปะเหลาะเสี่ยว่าจะไปซื้อเบียร์เย็นๆให้ แล้วจะตามขึ้นไป

    “แหม...น่ารักจริงๆ”  เสี่ยหยิกแก้มหยอกประสาเฒ่าหัวงู

    ศิริพรเดินไปหาพิมุก  เขาพูดประชดว่านักร้องค่ายนี้น่ารักจริงๆ  แบ่งกันกินแบ่งกันใช้ได้ทุกอย่าง  ศิริพรตัดบทว่ามีอะไรก็ว่ามาอย่าพูดมาก  พิมุกถามว่าลืมสัญญาที่ให้กับตนไว้หรือยัง  หรือว่าอยากจะเข้าไปนอนในคุกแทน

    “ฉันให้นังลิ้นจี่เริ่มลงมือไปแล้ว”

    “นังลิ้นจี่เมียไอ้โรจน์เนี่ยนะ  ให้ตายเถอะ  ฉันก็นึกว่าเธอจะมีแผนอะไร  ผัวเมียโง่ๆคู่นั้นมันจะทำอะไรได้”

    “ใช้คนมันต้องใช้ให้เป็น  ไม่ใช่ทำอะไรไร้สมองแบบที่เธอทำ เอาเป็นว่าไม่ต้องห่วง อีกไม่นานเกินรอ รวิจะไม่อยู่ขวางหูขวางตาเธอแน่”

    พิมุกเดินเข้าประชิดศิริพรพูดใส่หน้าว่า

    “ทำให้ได้เหมือนที่ปากพูดก็แล้วกัน”

    ศิริพรสะบัดออกไปอย่างรังเกียจ  หางตาใส่พิมุกพึมพำ

    “เหมือนกับแก  ที่จะอยู่ขวางหูขวางตาฉันอีกไม่นาน!!”

    ooooooo

    ตอนที่ 14

    แม้เดือนจะกลับไปทำตามความฝันของตนที่กรุงเทพฯแล้ว แต่รวิก็ยังเดินหน้ามุ่งมั่นที่จะทำร้านอาหารและกาแฟให้สำเร็จ เพราะทุนรอนน้อยจึงลงมือทำกันเองกับขำ

    ส่วนเดือน เมื่อไปถึงกรุงเทพฯแล้วก็มีบริษัทหนังมาติดต่อให้เล่นหนัง แม้จะไม่ใช่ความฝันของตนแต่เดือนก็รับงานด้วยความเต็มใจและขอบคุณบริษัทที่ ให้โอกาสตน

    ชูเกียรติอวยเต็มที่ รับปากกับทางบริษัทหนังว่าจะล็อกคิวของเดือนให้ทางนี้ก่อนเลย ส่วนเรื่องคอนเสิร์ต ชูเกียรติให้ความหวังว่า ถ้าเคลียร์เรื่องยุ่งๆแล้วเดือนอาจจะได้ขึ้นคอนเสิร์ตเหมือนเดิม

    เมื่อ ประชุมเสร็จ ป้อมรอฟังข่าวอยู่อย่างตื่นเต้นถามว่าเรียบร้อยไหม เดือนบอกว่าเรียบร้อยเดี๋ยวรอวันเปิดกล้องอีกทีส่วนเรื่องเซ็นสัญญาที่ป้อม เตือนให้ระวังนั้น เดือนบอกอย่างมั่นใจว่า

    “เดือนอ่านละเอียดแล้ว คนเขาไม่เลวเหมือนกันทุกคนหรอกจ้ะ” เดือนแกล้งพูดประชดชูเกียรติ

    “เดี๋ยว เราแวะไปคุยกับบริษัทโฆษณาต่อเลยนะ” ชูเกียรติจัดคิวทันทีอ่อยเดือนว่า “เหนื่อยหน่อยนะ เพื่อเงินและก็เพื่ออนาคต เออ...เดี๋ยวพี่ไปรอที่รถนะ”

    พอชูเกียรติเดินไป ป้อมถามเดือนว่า “นี่เราจะปล่อยให้มันสูบเลือดสูบเนื้อ โกงเราไปอย่างนี้เรื่อยๆ เหรอเดือน”

    “ไม่หรอกพี่ป้อม ไว้มีโอกาสก่อน บางทีเราก็ต้องช่วยเร่งกรรมให้คนบางคน”

    เดือนกับป้อมมองตามชูเกียรติไปอย่างรังเกียจ แต่นาทีนี้ เดือนยังต้องพึ่งพาเขาไปก่อน

    ฝ่าย แก้ว ดูรอยช้ำบนใบหน้าตัวเองแล้วยิ่งเจ็บใจกลัวหายไม่ทันขึ้นคอนเสิร์ต พยายามติดต่อเสี่ยให้ช่วย แต่ติดต่อเสี่ยไม่ได้ แก้วปามือถือทิ้งด่าอย่างหัวเสีย

    “โอ๊ย...ไอ้เสี่ยแก่นี่ก็อีกคน ไม่รับสายฉันเหรอ! ไอ้บ้า! กลัวเมียจนหัวหด!!”

    ooooooo

    นภาเดินมากับเทพเพื่อจะไปช่วยรวิแต่งร้าน ระหว่างเดินผ่านตลาด คุยกันโดยไม่รู้ว่าพิมุกตามมาแอบฟัง

    ทั้งสองคุยกันถึงเรื่องบ้านเดือนถูกเผา เทพบอกว่าที่ศิริพรพูดนั้น อาจจะเดาเอาก็ได้ นภาแย้งว่า

    “แหม...ท่าจะเดาแม่นมากนะ ถึงขนาดรู้ว่าเจ้าของค่ายมวยอะไรนั่นน่าจะมีส่วนเผาบ้านยัยเดือนงั้นเหรอ”

    พิมุกเอะใจ เงี่ยหูฟังเครียด

    “นายพิมุกนั่น มันเป็นนักเลง ใครๆ ก็รู้ แถมมาติดพันเดือนอีก ศิริพรเขาก็เลยสงสัยมั้ง” เทพยังมองในแง่ดี

    “อย่าพยายามโลกสวยให้มันมาก มองอะไรตามความเป็นจริงหน่อย ยัยนั่นพูดถึงหลักฐาน...ไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากพวกเราแล้วก็ตำรวจ”

    ทั้งสองเดินผ่านไปเพื่อไปช่วยรวิตบแต่งร้าน

    พิมุกมองตามทั้งสองพึมพำสงสัย...

    “นี่พวกมันหมายถึงอะไรกัน??”

    ooooooo

    แม้ รวิกับเดือนจะอยู่ห่างกัน แต่ต่างก็คิดถึงห่วงใยกันตลอดเวลา รวิโทรศัพท์บอกเดือนว่าร้านเกือบเสร็จแล้วถามเดือนว่าเป็นอย่างไรบ้าง กินข้าวหรือยัง

    “กินแล้วจ้ะพี่รวิ พี่รวิล่ะ อย่าหักโหมมากล่ะ... ตอนนี้เดือนมีงานเข้ามาเรื่อยๆเลยจ้ะ...ไหวจ้ะไม่ต้องเป็นห่วง...เดือน งามพร้อมซะอย่าง เอ๊ะ...พี่รวิ เดี๋ยวเดือนต้องไปแล้วนะ แล้วเดี๋ยวเดือนโทร.หาจ้ะ”

    เดือนวางสายจากรวิยิ้มเขินๆ ในขณะที่รวิก็ยิ้มอย่างมีความสุข หันไปตบแต่งร้านอย่างภูมิใจและมีความหวัง

    เทพกับนภาหิ้วของกินมาฝากเต็มสองมือ รวิดีใจถามว่ามายังไงกันล่ะ?

    “ขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิแล้วต่อรถสองแถวมาเนี่ย”

    รวิแซวว่าอารมณ์ดี เทพถามว่าตัดสินใจแล้วใช่ไหม ให้กำลังใจรวิว่า

    “อย่าคิดมาก คนเราต้องโต ต้องก้าวหน้าเรื่อยๆ

    จะมาอยู่ในวงตลอดไปได้ไง ฉันเองก็ไม่รู้ว่าวงจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน หลังๆงานมันก็น้อยลงทุกที”

    รวิบอกว่าตนก็อยากทำอะไรให้มั่นคง นภาถามว่าตกลงเดือนกลับไปเรียบร้อยแล้วใช่ไหม

    “ครับ ป่านนี้ก็คงยุ่งๆอยู่แล้วครับ เห็นว่ามีคิวมารอเพียบ ไม่รู้จะเป็นไงมั่ง”

    “ก็ดีแล้ว เส้นทางนี้มันยังมีอะไรอีกเยอะที่ยัยนั่นจะต้องเรียนรู้” นภาแทรกขึ้น

    “เหมือนที่ป้าผ่านมาน่ะเหรอ” ขำสอดขึ้น แต่พอนภาหันมองเท่านั้น ก็รีบหลบไปแอบข้างหลังรวิหาผู้คุ้มครอง

    ooooooo

    เดือนงานชุกมาก เดี๋ยวถ่ายรูปฟิตติ้ง เดี๋ยวร่วมพิธีบวงสรวงเปิดกล้อง มีเวลาก็ต้องรีบอ่านบท  ท่องบท และเข้าฉาก

    ระหว่างเดือนทำงานนั้น ป้อมก็เที่ยวอ่อยเที่ยวสีพระเอกอย่างสำราญใจ

    ส่วนชูเกียรติที่คอยเสนอหน้ารับงาน รับเงิน

    นอกนั้นก็เอาแต่นอนหลับอ้าปากกรนคร่อกๆ จนป้อมเบ้ปากนินทากับเดือนว่า

    “ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเล้ย ดีแต่สูบเงินเขา

    อย่างเดียว ดูซิ ปากอย่างกับปลากระโห้โต้ลม”

    ป้อมนึกได้บอกว่าเมื่อกี๊ขำโทร.มาเล่าว่าร้านเกือบเสร็จแล้วแต่งบหมดก่อน รวิกำลังเครียดเรื่อง

    งบหมดอยู่ พอเดือนรู้ก็บอกป้อมว่าเงินเก็บของตนพอมีเหลือ คาดว่าน่าจะพอ

    “นั่นมันเงินที่เดือนจะเก็บไว้จัดงานให้ป้าช้อยนะ” ป้อมติง

    “ไม่ เป็นไรหรอก ตอนนี้ฉันมีงานอีกตั้งหลายงานที่เข้ามานี่” ป้อมติงอีกว่าเดือนจะต้องใช้เงินสร้างบ้านอีก “ช่างเหอะพี่ป้อม เรื่องบ้านยังไงเดือนก็ต้องปลูกมันขึ้นมาใหม่ตรงที่ที่เดือนเคยอยู่กับแม่ แต่ตอนนี้เราต้องช่วยกันก่อน ทั้งพี่ป้อมทั้งพี่ขำก็หุ้นกัน จะตัดฉันออกจากกลุ่มรึไง”

    “ไม่ใช่อย่างนั้น แต่พวกพี่เห็นเดือนมีภาระเยอะแล้ว แถมยังโดนไอ้ปลากระโห้นั่นหักอีกตั้งเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่”

    เดือนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งจึงบอกป้อมอย่างมุ่งมั่นว่า “ฉันว่าเราต้องหาทางจัดการเรื่องนี้แล้วล่ะ”

    ทั้งสองมองชูเกียรติที่นอนกรนคร่อกๆ อย่างหมายมาดที่จะต้องจัดการให้ได้

    รวิ กับขำแต่งร้านใกล้เสร็จแล้ว วางแผนกันว่าแต่งร้านเสร็จจะไปหาเดือนกัน รวิย้ำกับขำว่าอย่าบอกเดือนเรื่องงบแต่งร้านไม่พอเดี๋ยวเดือนจะไม่สบายใจ ปรากฏว่า ขำบอกล่วงหน้าไปเรียบร้อยแล้ว แต่แก้ต่างให้ตัวเองว่าตนบอกป้อมเท่านั้น

    “แล้วคิดว่าพี่ป้อมจะไม่บอกเดือนหรือ” รวิถาม ขำตอบแหยๆว่า

    “บอกชัวร์ๆ แหะๆ”

    ooooooo

    เช้าวันต่อมา ชูเกียรติไปรอเสี่ยที่ค่ายเพลง เจอเจ้าหน้าที่จึงรู้ว่าเสี่ยเดินทางไปต่างจังหวัดจะกลับมาเย็นนี้ ชูเกียรติถามว่าเสี่ยไปไหน

    “ก็คุณนันทนาน่ะ ลากแกไปงานที่ต่างจังหวัดด้วยตั้งแต่วันก่อน เพราะไม่ไว้ใจตั้งแต่ที่จับเรื่องน้องแก้วได้ ว่าแต่พี่เกียรติมีิเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า”

    “ก็ว่าจะมาคุยเรื่องงานคอนเสิร์ตน่ะสิ เอ่อ...เรื่องเดือนน่ะ”

    แก้วผ่านมาได้ยินชื่อเดือนแว่วๆ เห็นประตูแง้มอยู่เลยแอบฟัง

    ชูเกียรติบอกเจ้าหน้าที่คนนั้นว่า ตนจะมาเคลียร์กับเสี่ยอยากให้เดือนได้ขึ้นคอนเสิร์ตครั้งนี้ พอถูกดักคอว่าจะได้ส่วนแบ่งเพิ่มสินะ ชูเกียรติก็ชักสีหน้าใส่ ไม่พอใจที่เพื่อนรู้ทัน

    พอแก้วรู้เจตนาของชูเกียรติก็เจ็บใจบอกกับตัวเองว่า

    “ตราบใดที่อีแก้วยังอยู่ อย่าหวังเลย แล้วฉันจะทำยังไงดีเนี่ย ไอ้เสี่ยกว่าจะกลับก็ตอนเย็น” นิ่งคิดครู่หนึ่งก็วางแผน “ยังไงคืนนี้ต้องดึงตัวเสี่ยออกจากอีแก่ให้ได้”

    ooooooo

    เพื่อจัดการแก้ปัญหาชูเกียรติหลอกให้เดือนเซ็นสัญญาไม่เป็นธรรม เดือนกับป้อมวางแผนมอมและวาง ยาชูเกียรติ คืนนี้จึงนัดมาดื่มกันที่ห้อง

    ยาที่เตรียมมามีทั้งยาเร่งเมาและยาถ่าย นัดแนะกันเรียบร้อยว่าเอาแค่สองหยดก็พอ

    ชูเกียรติมาอย่างแปลกใจที่วันนี้เดือนชวนมานั่งดริ๊งก์กัน แต่ทั้งสองก็ชวนคุยจนชูเกียรติไม่ติดใจสงสัย ก่อนกินดื่มกัน เดือนบอกให้ชูเกียรติไปล้างมือก่อนอ้างว่ามือเขาดำ

    พอชูเกียรติลุกไปล้างมือ เดือนกับป้อมก็ส่งสัญญาณให้กัน ชูเกียรติกลับมาดื่มเบียร์ไม่ทันไรก็เมา คุยโวโอ้อวดถึงศักยภาพของตนในวงการ เดือนก็ปะเหลาะยกยอปอปั้นคะยั้นคะยอให้ดื่มอีกและให้เซ็นชื่อยกเลิกสัญญาที่ทำกันไว้ แต่ชูเกียรติก็ไม่ยอมเซ็นสักที ทั้งสองกระซิบกันว่าหรือเราหยอดยาน้อยไป

    ป้อมรับขวดยาจากเดือนไปเขย่าเพื่อหยอดเพิ่ม แต่เขย่าแรงไปหน่อยเลยหกพรวดลงไปทั้งขวด! พอชูเกียรติยกจะดื่ม ทั้งสองพยายามจะทักท้วงให้เพลาๆ ก่อน ปรากฏว่าไม่ทัน ชูเกียรติยกกระดกทีเดียวหมดแก้ว!

    ครู่เดียว ชูเกียรติก็ปวดมวนท้องจะลุกไปเข้าห้องน้ำ เดือนกับป้อมคะยั้นคะยอให้เซ็นชื่อก่อน เขาบอกว่าไม่ไหวมันมาถึงประตูแล้ว แต่ถูกทั้งสองรั้งไว้จนทนไม่ไหวต้องรีบเซ็นให้ก่อนที่มันจะทะลักออกมา
    “พี่ป้อม เซ็นแล้ว...เดือนเป็นอิสระแล้ว” เดือนร้องบอก ทั้งสองโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจสุดๆ

    ooooooo

    แก้วรอเสี่ยอยู่อย่างร้อนใจจนกระทั่งเสี่ยกลับและหนีเมียมาคุยกันที่ผับ พอแก้วแยกกับเสี่ย ก็คิดหนักเมื่อทบทวนการคุยกันเมื่อครู่นี้...

    แก้วบอกเสี่ยว่ายังไงตนก็ไม่ยอมให้เดือนกลับมาขึ้นเวที เสี่ยชี้ว่าหน้าแก้วก็ยังไม่หาย ซ้ำก็ร้องผิดๆถูกๆ แก้วเสนอว่าเพลงท่อนไหนที่ตนร้องไม่ได้ก็ให้คนอื่นร้องแทน

    “จะให้คนไหนล่ะ ทุกคนเขาก็ร้องเพลงตัวเองหมด ถ้าอยากให้มีคนมาช่วยร้อง แก้วก็หามาสิ หาได้ไหมล่ะ ถ้าไม่ได้ฉันก็ต้องยอมให้เดือนเขาขึ้นเวที”

    คิดแล้วแก้วเครียดถามตัวเองว่า “จะไปหาใครได้ล่ะ อีกไม่กี่วันก็จะถึงอยู่แล้ว...ที่สำคัญจะให้มันมาเด่นเกินหน้าฉันไม่ได้ด้วย...หรือว่า...”

    แก้วตาเป็นประกายเมื่อนึกออกว่าจะแก้ปัญหา อย่างไร

    ooooooo

    หลังจากจัดการให้ชูเกียรติเซ็นยกเลิกสัญญาไม่เป็นธรรมแล้ว เดือนเริ่มจังหวะก้าวที่สอง บ่ายหน้าไปที่ห้องเสี่ยวาทิน เพื่อขอกลับมาขึ้นคอนเสิร์ต

    แต่พอจะยกมือเคาะประตูก็ต้องชะงักเมื่อเสียงศิริพรทักขึ้น

    “อรุณสวัสดิ์จ้ะเดือน”

    “ศิริพร! เธอมาที่นี่ทำไม!” เดือนชักสีหน้าถาม เดินเข้าหาอย่างเอาเรื่อง ศิริพรยิ้มยั่วย้อนถามว่าทำไมตนจะมาไม่ได้ “เธอรีบไปให้พ้นจากที่นี่เลยนะ”

    “เธอจะใจร้ายกับฉันขนาดนั้นเลยเหรอ แค่เรื่องผู้ชายเนี่ยนะ” ศิริพรแกล้งพูดเสียงดังหมายให้ใครๆได้ยิน

    “คนที่ต้องไปน่ะ...คือพวกแกต่างหาก” เสียงแก้ว แทรกเข้ามาเดือนมองขวับถามว่าเธอมีสิทธิ์อะไรไม่ทราบ แก้วตอบเย้ยว่า “สิทธิ์อะไรไม่รู้นะ แต่ที่รู้ๆคนที่ให้ศิริพรมาที่นี่น่ะ คือตัวเสี่ยเอง เสี่ยเขาให้หานักร้องคนใหม่ จะมาช่วยฉันขึ้นคอนเสิร์ตแทนแกไงล่ะ นังเดือน!”

    ขณะเดือนตกใจนั้น แก้วพาศิริพรเดินผ่านเดือนเข้าไปหาเสี่ย ศิริพรเชิดใส่เดือนอย่างเย้ยหยัน สะใจ

    “มาแทนฉันเหรอ?” เดือนพึมพำโกรธจนน้ำตาคลอ

    ooooooo

    แก้วเข้าไปฉอเลาะเสี่ยว่า พาคนที่จะช่วยตนร้องเพลงมาแล้ว พลางหันไปเรียกศิริพรให้เข้าหาเสี่ยอย่างวางท่า

    “สวัสดีค่ะเสี่ย” ศิริพรนวยนาดเข้าไปยกมือไหว้เสี่ยเอ่ยเสียงหวาน เมื่อเสี่ยเงยหน้ามอง ศิริพรก็หรี่ตาให้อย่างยั่วยวน เสี่ยมองอย่างพอใจ จนแก้วทนไม่ได้เรียกเสี่ยให้สนใจตน แล้วแนะนำศิริพรว่า

    “ศิริพรเขาร้องอยู่ที่วงเทพ ฟ้าประทาน อะไรนั่นน่ะ วงดนตรีบ้านนอกน่ะค่ะ เสียงก็พอถูๆไถๆได้ แต่ก็ยังห่าง ไกลจากแก้วอีกเยอะค่ะเสี่ย...เสี่ย...เสี่ยคะ!” แก้วเรียกเสียงดังจนเสี่ยสะดุ้งถามว่ามีอะไรหรือ แก้วงอนที่เสี่ยไม่สนใจฟัง รวบรัดว่า “เอาเป็นว่าตกลงให้ศิริพรมาขึ้นเวทีแทนนังเดือนนะคะ ได้ไหมคะเสี่ย”

    พอเสี่ยบอกว่า ต้องได้อยู่แล้ว ศิริพรก็รีบไหว้ “ขอบพระคุณเสี่ยมากเลยนะคะ” แล้วทิ้งสายตายั่วยวน อีกรอบ

    แก้วมองศิริพรแล้วมองเสี่ยไปมาอย่างระแวง ไม่พอใจ พอออกจากห้องเสี่ย แก้วถามศิริพรทันทีเรื่องสายตาท่าที ที่เธออ่อยเสี่ย ศิริพรทำไก๋ถามว่าพูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่อง

    “ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ ฉันไม่ใช่นังเดือนนะ ฉันอุตส่าห์ให้เธอได้มีโอกาสขึ้นเวทีคอนเสิร์ต ซึ่งชีวิตเธอทั้งชีวิตก็คงไม่มีโอกาส อย่าคิดมาแทงข้างหลังฉันนะ” ศิริพรลอยหน้าถามว่าคิดมากไปรึเปล่า “ฉันเห็นนะ แล้วก็รู้ว่าเธอทำอะไร เธอเป็นบ้าอะไรของเธอ! เธอก็มีไอ้ลิเกนั่นอยู่แล้วนี่”

    “เธอรู้ไหม” ศิริหันเผชิญหน้ายิ้มเยือกเย็น “ถ้าฉันหมดรักสิ่งไหนก็แล้วแต่ ฉันก็ไม่มีวันกลับไปแตะต้องมันอีกเป็นครั้งที่สอง!!”

    “นี่...อย่าบอกนะว่าเธอหมดรักไอ้ลิเกนั่น...แล้วตอนนี้ก็กำลังหาที่หมายใหม่” แก้วถามสีหน้าหวาดหวั่นกับท่าทียั่วยวนของศิริพร พอศิริพรยิ้มเจ้าเล่ห์จะเดินไป แก้วรีบตาม “นี่เดี๋ยวก่อน อย่าได้คิดจะมายุ่งกับเสี่ยของฉันเลยนะ...บอกให้หยุด!!”

    ooooooo

    รวิกับขำช่วยกันตบแต่งร้านเกือบเสร็จแล้ว เขาเพิ่งรู้ว่าขำไปเอาเงินของเดือนมาช่วยซื้ออุปกรณ์ตบแต่งร้าน บอกขำว่าไหนๆ ก็เอามาแล้ว เดี๋ยวตนจะหาเงินไปคืนเดือนเอง

    เทพมาหาพร้อมลูกชิ้นปิ้งมาฝาก ขำเคี้ยวลูกชิ้นตุ้ยๆ พูดเสียงคับปากว่าลูกชิ้นอร่อยจังลุงซื้อจากไหนหรือ

    เทพเคืองที่ถูกขำเรียกลุง ด่าไปก่อนแล้วจึงบอกว่านภาซื้อมาฝาก ขำถามว่าตกลงนภาเขาเป็นคนยังไง

    กันแน่เดี๋ยวก็เชิดเริดหยิ่งแต่บทจะดีก็ดี๊...ดี เทพเล่าเรื่องนภาเขินๆอย่างมีความสุขที่ได้พูดถึงว่า

    “เห็นนภาเชิดๆแบบนั้นน่ะ จริงๆแล้ว นภาไม่ใช่คนร้ายกาจอะไรหรอก ถ้าได้รู้จักกันไปนานๆแล้วจะรู้ว่าเขาใจดีแค่ไหน”

    เพราะตั้งใจจะเอาเงินที่ขำเอาจากเดือนไปคืนเธอ รวิเอาสร้อยทองอันเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายไปขายแล้วชวนขำพรุ่งนี้ไปหาเดือนที่กรุงเทพฯกัน

    ส่วนเดือนที่ยังมีอารมณ์ค้างจากศิริพรกับแก้วอยู่ ทำให้วันนี้เดือนจำบทผิดบ่อย จนผู้กำกับบอกให้ไปพักก่อน ให้กำลังใจว่าใหม่ๆก็เป็นแบบนี้แหละ

    ขณะเดือนนั่งพักนั้นเอง ชูเกียรติเดินอาดๆ เข้ามาต่อว่าเดือนที่ไม่ปลุกกัน จะได้มาดูแลเดือนตามหน้าที่

    “งั้นเดือนคงไม่ต้องรบกวนพี่เกียรติอีกแล้วล่ะค่ะ เพราะต่อจากนี้มันไม่ใช่หน้าที่ของพี่เกียรติอีกต่อไปแล้ว” ชูเกียรติทำหน้างง ป้อมเลยช่วยชี้แจงว่าต่อไปนี้เขาไม่ใช่ผู้จัดการของเดือนอีกต่อไปแล้ว พลางเอาเอกสารให้ดู
    “นี่มันอะไรกันเดือน แบบนี้หมายความว่าไง” ชูเกียรติทั้งโกรธทั้งตกใจ

    “เอกสารขอยกเลิกสถานะความเป็นผู้จัดการและการรับส่วนแบ่งจากงานทุกงานของเดือน พี่เกียรติเป็นคนเซ็นเองนะคะ” เดือนยิ้มอย่างเป็นต่อ ชูเกียรติพูดไม่ออก เขาจ้องหน้าเดือนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เดือนยังคงพูดต่ออย่างใจเย็นว่า “หวังว่าพี่เกียรติคงเข้าใจตามนี้นะคะ”

    ชูเกียรติลำเลิกว่าลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นคนพาเธอเข้าวงการ เดือนยืนยันว่าตนไม่เคยลืม

    “หึ...ไม่เคยลืม แล้วนี่มันอะไรล่ะ อีตอนก่อนจะเข้าวงการอ้อนวอนสารพัด พอได้ดีแล้วก็ถีบหัวพี่ส่ง”

    “พี่เกียรติ! อย่าพูดแบบนี้ ที่ผ่านมาเดือนอดทนทำงานสารพัด ออกงานไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ พี่เกียรติก็ไม่ได้มาดูแลอะไรเดือนเลย ที่สำคัญพี่เกียรติโกงเงินเดือนไปตั้งเท่าไหร่แล้ว พี่น่าจะรู้ดีที่สุด!”

    ทั้งสองเสียงดังกันจนใครๆพากันมอง ป้อมบอกคนรอบข้างว่าไม่มีอะไร เข้าใจผิดกันนิดหน่อยเท่านั้น ส่วนเดือนก็บอกว่าไม่มีอะไรแล้วขอตัวไปซ้อมบทต่อ

    ooooooo

    พิมุกเก็บงำความสงสัยในวันที่แอบฟังเทพกับนภาคุยกันขณะเดินผ่านตลาด สบโอกาสวันนี้เจอนภาเดินอยู่คนเดียวจึงสะกดรอยตามหมายถามให้รู้เรื่อง

    เมื่อนภารู้ตัวว่ามีคนเดินตาม หันไปเจอพิมุกถามว่านึกยังไงมาเดินตาม พิมุกบอกว่าตนมีอะไรจะถาม แล้วเกริ่นว่าวันนั้นตนได้ยินเธอเดินคุยกับเทพ เรื่องบ้านของเดือนพวกเธอสงสัยตนและศิริพรถามว่า “ยัยนั่นมาเกี่ยวอะไรด้วย”

    “อยากรู้เรื่องนี้สินะ...แล้วทำไมไม่ไปถามนางเองล่ะ” พิมุกนิ่งอึ้ง นภาเย้ยว่า “อ้อ...ที่แท้ก็ไม่กล้า เอาเถอะจะบอกให้เอาบุญก็ได้ ศิริพรน่ะ เขารู้ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้นอย่างกับตาเห็นแน่ะ รู้กระทั่งว่าเธอทิ้งหลักฐานไว้ด้วย เธอคิดว่ายังไงล่ะ”

    “แล้วเขารู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง” พิมุกร้อนใจ

    “นั่นล่ะ ที่เธอต้องหาคำตอบเอาเอง อ้อ...จะทำอะไรก็รีบๆหน่อยนะ เพราะถ้าผลสรุปของตำรวจออกมาแล้ว คนบางคนอาจจะต้องเข้าไปนอนในนั้นเอง”

    เย็นนี้เอง พิมุกสั่งเตี้ยให้ไปดูว่าศิริพรอยู่บ้านหรือเปล่า ส่วนตัวเองก็กดโทร.ถึงศิริพรไม่หยุด บ่นอย่างหงุดหงิด

    “ไปไหน มือถือก็ไม่รับ...หรือว่า จะใช่อย่างที่คิด! ศิริพร...นังงูพิษ!!”

    ooooooo

    ที่กองถ่ายหนัง ทีมงานบอกเดือนว่าวันนี้ขอถ่ายฉากต่อจากเมื่อวานเลย ถามว่าจำบทได้ไหม

    เดือนพยักหน้าบอกว่าจำได้ ป้อมอวดว่าไม่ต้องห่วงเดือนท่องจนเก็บไปละเมอแล้ว

    “ดีๆขยันแบบนี้รุ่งแน่ ทานอะไรมายัง ไปเตรียมตัวก่อนได้นะ” ทีมงานบอก เดือนพยักหน้าแล้วชวนป้อมไปหาฝ่ายเสื้อผ้า

    ชูเกียรตินั่งดูสัญญาเลิกจ้างศิลปินในสังกัดอยู่ในรถที่จอดอยู่หน้าสถานที่ถ่ายหนังคิดแผนแก้เผ็ดเดือน พอดีเห็นรวิกับขำเดินเด๋อๆเข้ามาในกองถ่าย ชูเกียรติยิ้มอย่างมีแผนเปิดประตูรถออกไปทันที

    รวิกับขำถูกเจ้าหน้าที่กันไม่ให้เข้าในบริเวณกองถ่าย ทั้งสองบอกว่าเป็นเพื่อนกับเดือนก็ถูกหาว่าแอบอ้างโชคดีที่เดือนเหลือบเห็นจึงมารับเข้าไป พอรู้ว่ารวิเอาเงินมาคืน เดือนถามว่าไปเอาเงินมาจากไหน ตนไม่ได้ทวงคืนสักหน่อย

    เดือนไม่รับคืน บอกรวิว่า ถือเป็นเงินเข้าหุ้นด้วยก็แล้วกัน เลยยัดเยียดกันไปมามือกับมือจับกันโดยไม่รู้ตัวเสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้น รวิรีบดึงมือกลับมองหาที่มาของเสียง

    “อย่างนี้นี่เอง ไม่อยากแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้พี่ เพราะอยากจะเอาเงินมาปรนเปรอผู้ชายนี่เอง” ชูเกียรติเยาะเย้ย

    “พูดให้ดีๆนะเว้ย!” รวิฉุนขาด

    “โธ่...เดือนนะเดือน พี่เคยเตือนเดือนแล้วนะจะคบใครให้ดูให้ดี นี่ดูซิ หมดไปกับผู้ชายคนนี้ตั้งเท่าไหร่แล้วล่ะ” รวิปรี่เข้าหาชูเกียรติ เดือนกับป้อมรีบขวางไว้ ชูเกียรติได้ทีเย้ย “ดูๆเป็นอันธพาลอีกต่างหาก พี่เตือนแล้วไม่ฟังระวังไว้เถอะเดือน” พูดแล้วชูเกียรติแหวกคนที่มามุงเดินหนีไประหว่างอยู่ในห้องขณะพักการถ่ายทำ รวิยังพยายามคืนเงินให้เดือน เพราะไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นพวกเกาะผู้หญิงกิน เลื่อนซองเงินไปให้เดือนแล้วทำเมินไม่ฟังคำชี้แจงอะไรอีก เดือนหมั่นไส้เลยกระโดดขี่หลังพยายามยัดเงินใส่กระเป๋าให้

    “เดือน...ทำอะไร...จั๊กจี้...หนักด้วย...เดือน...” รวิโวยวายไปหัวเราะไป ทั้งยังหนักจนเดินโซเซ สุดท้ายหันบอกเดือนว่ายอมแล้ว แก้มเลยไปถูกจมูกเดือนโดยบังเอิญ แต่ทำเอาต่างเขิน

    “เดี๋ยวเดือนต้องไปถ่ายต่อแล้ว เดือนวางเงินไว้นี่นะ ไปเหอะพี่ป้อม” เดือนเดินไปเขินๆ

    “เดี๋ยวพี่กับไอ้ขำแวะไปหาที่ห้องตอนเย็นนะ” รวิร้องบอกแล้วชวนขำไปกัน

    ooooooo

    เดือนกับป้อมกลับไปที่ห้องพักตอนหัวค่ำเจอ ชูเกียรตินั่งหน้าเป็นม้าหมากรุกอยู่ ข้าวของในห้องถูกรื้อ ทิ้งกระจัดกระจาย ชูเกียรติยื่นคำขาดว่า ในเมื่อตอนนี้ เดือนไม่ได้เป็นเด็กของตนแล้วก็ให้ไปหาที่อยู่ใหม่เสีย

    ชูเกียรติมองเดือนอย่างอาฆาตก่อนออกจากห้องยังย้ำว่า

    “ยังไงพวกแกก็ต้องออกไปจากห้องฉัน ฉันให้เวลาพวกแกอาทิตย์นึง ไม่งั้นมีเรื่องแน่” พูดแล้วชี้หน้าเดือนกับรวิ แต่พอรวิสะอึกจะเข้าหาก็จ้ำอ้าวออกไปแทบไม่ทัน

    ทุกคนเดินเข้ามาดูสภาพข้าวของที่ถูกรื้อ เดือนพูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

    “ดีแล้วล่ะ...เราจะได้ไปให้พ้นๆ จากคนเลวๆ แบบนี้เสียที”

    ooooooo

    ตอนที่ 13

    หลังจากเกิดเรื่องบนเวทีจนเดือนถูกเสี่ยสั่งแบนแล้ว บรรดานักข่าวต่างมาเจาะข่าวนี้ที่เวทีซ้อม

    “ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงคะ คุณชูเกียรติ ที่มีข่าวออกมาว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้จะไม่มีน้องเดือน”

    ชูเกียรติที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์หันไปแอบถามแก้วว่าเกิดอะไรขึ้น ตนไม่อยู่วันเดียวทำไมเป็นแบบนี้ แก้วไม่ตอบเขา แต่หันไปตอบนักข่าวเองว่า

    “คือ พอดีมันมีแอคซิเดนท์เล็กน้อยน่ะค่ะ งานนี้เดือนเขาเลยขอบาย” พอนักข่าวถามว่าตกลงเป็นเรื่องอะไรกันแน่ แก้วทำเป็นเอามือทาบอกตกใจ ถามว่าไปเอาข่าวมาจากไหน แต่ทำเป็นบอกว่า “ไม่...แก้วจะไม่บอกว่าเป็นเรื่องแย่งผู้ชายกัน...เดือนเขาก็แค่
    หึงหวงมากไปแค่นั้นเอง”

    “เอา เป็นว่า...คงเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันมากกว่าครับ ยังไง เดี๋ยวพอแค่นี้ก่อนนะครับ” ชูเกียรติตัดบทและชวนไปซ้อมกันดีกว่า นักข่าวเลยขอไปดูการซ้อม ขอให้แก้วโชว์ธีมใหม่ให้ดูด้วย

    แก้วอึกอักพยายามหาทางเลี่ยงแต่ไม่รอด ถูกนักข่าวรบเร้าจนจำต้องขึ้นเวที ชูเกียรติจิกเบาๆว่า

    “ปากดีนัก เอาให้รอดนะ อย่าให้ขายหน้าล่ะ”

    แก้วเหงื่อแตกพลั่กเพราะทั้งจำเนื้อเพลงและท่าเต้นไม่ได้

    ปรากฏ ว่าเป็นการโชว์ที่ขายหน้ามาก แก้วร้องเพลงผิดเพี้ยนและเต้นผิดๆถูกๆ จนพวกนักข่าวพากันหนีกลับหมด พอเลิกซ้อมชูเกียรติเรียกแก้วไปเตือนว่า

    “ถ้า เธอไม่รีบปรับปรุงตัวเองนะ ฉันไม่ยอมให้เธอขึ้นงานคอนเสิร์ตนี้แน่” พอแก้วอ้าปากจะเถียง ถูกชูเกียรติดักคอว่า “แล้วก็ไม่ต้องเอาเสี่ยมาอ้างด้วย นี่ถ้าเสี่ยเขารู้ว่าวันนี้เธอร้องเพลงซะนักข่าวหนีหมด เสี่ยเขาก็ไม่เอาเธอไว้เหมือนกัน”

    แก้วจ้องหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ แต่พอจะไปชูเกียรติถามอีกว่า ผู้ชายที่มามีเรื่องเมื่อวานเป็นใคร แก้วได้ทียิ้มอย่างเป็นต่อ ย้อนถามว่า

    “เอ๊า...เรื่อง แค่นี้ไม่รู้เหรอ ก็ไอ้พระเอกลิเกแฟนเก่าเขาไง อะไร้....อุตส่าห์ให้อยู่คอนโดของตัวเอง แต่ปล่อยให้แฟนเก่าเขามาหาถึงที่”

    พอ ชูเกียรตินึกออก แก้วเย้ยว่า “ป่านนี้มันไปกกกันอยู่ที่คอนโดตัวเองแล้วมั้ง ฮ่ะๆๆ...โอ๊ยยย...ขำ” แก้วหัวเราะร่าออกไป ชูเกียรติกระวนกระวายขึ้นมาทันที

    ooooooo

    เย็นนี้ บรรยากาศในห้องคอนโดที่เดือนอยู่ สดชื่นแจ่มใสเพราะทั้งเดือน รวิ ขำ ป้อม ได้มาอยู่ด้วยกัน ในโอกาสนี้เดือนบอกทุกคนว่าตนจะเลิกเป็นนักร้องแล้ว

    ป้อมกับขำตกใจถามว่าทำไม นี่เป็นเรื่องใหญ่มากเลยนะ

    “เดือนเหนื่อยกับหลายๆ อย่างน่ะ บางทีแม่อาจจะพูดถูกก็ได้นะ ที่ไม่อยากให้เดือนเป็นนักร้อง”

    “เดือน...ถ้าเดือนอยากกลับไปอยู่บ้านเราจริงๆ พวกเราก็ดีใจ แต่คิดดีๆนะ มันเป็นสิ่งที่เดือนรักมากไม่ใช่เหรอ” รวิติงให้คิด เดือนหันมองหน้าเขาบอกว่าบางทีถ้าได้อยู่อย่างสงบๆ อาจจะดีกว่า

    การพูดคุยสะดุดกึกทันที เมื่อมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ป้อมกับขำบอกกันว่า ชูเกียรติ พลันก็ได้ยินเสียงชูเกียรติเรียกเข้ามา “เดือน...เปิดประตู...ทำอะไรกันอยู่น่ะเดือน! พี่บอกให้เปิดประตูไง!!”

    เดือนตั้งสติได้ ดึงมือรวิวิ่งเข้าไปในห้องนอน ป้อมวิ่งตามไปด้วย เหลือแต่ขำที่เดินไปเปิดประตูให้ชูเกียรติ

    ชูเกียรติกวาดตาไปทั่วห้องถามขำว่าเดือนไปไหน ขำบอกว่ายังไม่กลับ สงสัยจะแวะไปซื้อของ

    เจ้ากรรม! มีเสียงกุกกักในห้องนอน ชูเกียรติเดินดิ่งไปทันที ขำรีบขวางไว้บอกว่าป้อมกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ ทำให้ชูเกียรติชะงัก

    รวิกับเดือนแอบอยู่ข้างเตียงด้านใน ความใกล้ชิดทำให้รวิอดใจไม่ได้ยื่นหน้าเข้าไปจะหอมเดือน ถูกเดือนหยิกจนเผลอร้องโอ๊ย...ทำให้ชูเกียรติหันขวับถาม “ใครอยู่ในห้อง!”

    “ฉันเอง เปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ รอก่อน...” ป้อมเสียงห้าวใหญ่ตะโกนออกมา ชูเกียรติทำทีจะเดินออกไปอาศัยทีเผลอของขำหันกลับเดินเบียดขำเข้าไปในห้องจนได้

    “ว้าย...คนบ้า คนผีทะเล คนลามก!!” ป้อมด่าเป็นชุดมือจับผ้าขนหนูสั้นเต่อที่นุ่งอยู่ ผ้าสั้นจน “โจ๊แทบเผลี่ยว” ขนหน้าแข้งดำปื้ดไปทั้งสองข้าง ซ้ำยังวิ่งไล่ต้อนเหมือนจะปล้ำ ทำเอาชูเกียรติสยอง ถอยออกมาแทบไม่ทัน

    พอชูเกียรติออกจากห้องไปแล้ว ป้อมบอกเดือนกับรวิที่ออกจากห้องว่า

    “พี่ว่าวันนี้เรากลับบ้านเรากันก่อนเถอะ จะเอาไง จะเป็นนักร้องต่อหรือไม่เป็นเดี๋ยวค่อยว่ากัน”

    ทุกคนมองหน้ากันถอนใจเซ็งๆ

    ooooooo

    พิมุกกลับไปที่ค่ายมวยอย่างคนหัวใจบอบช้ำ รำพึงรำพันกับบ่างและเตี้ยว่าถูกเดือนหลอกครั้งแล้วครั้งเล่า ถามลูกน้องไม่เต็มบาททั้งสองว่า

    “ต้องทำยังไงวะ ถึงจะให้น้องเดือนมาอยู่กับข้าให้ได้”

    “โธ่พี่...เขาจะมาอยู่ทำไมล่ะ บ้านเขาก็มี ถ้าบ้านเขาไม่มีก็ไปอย่าง”

    “ไม่มีบ้านงั้นเหรอ??” พิมุกปิ๊งไอเดีย

    ศิริพรถูกรวิตัดสัมพันธ์อย่างไร้เยื่อใย จึงเดินทางกลับบ้าน ในมือหิ้วถุงใส่อะไรหนักๆมาด้วย ขณะเดินผ่านบ้านเดือน ได้ยินเสียงอะไรกุกๆกักๆจึงย่องไปแอบดู

    พิมุก บ่าง กับเตี้ย ทุกคนมีผ้าโพกหน้ายืนคุยกันอยู่หน้าบ้าน บ่างกับเตี้ยยืนขาสั่นถามพิมุกว่าจะเอาจริงหรือ ติงว่าอย่าเลย บ่างเสนอว่ายังไงก็ไว้พรุ่งนี้ดีกว่า มืดๆอย่างนี้กลัวผียายช้อยโผล่มา

    “ไอ้พวกโง่...มากลางวันคนก็รู้ว่าเป็นฝีมือข้าสิวะ อย่าปอดแหกให้มาก ขึ้นไปเร็วๆรื้อข้าวของทิ้งไป เอาให้อยู่ไม่ได้เลย”

    เตี้ยกับบ่างเดินขาสั่นตะกายขึ้นบันไดไป พิมุกเหลียวซ้ายแลขวาแล้วจึงตามขึ้นไป

    ศิริพรซุ่มดูอยู่ เห็นข้าวของบนเรือนของเดือนถูกรื้อและโยนลงมากระจัดกระจาย ประตูหน้าต่างถูกงัดออก ศิริพรยิ้มเยาะพิมุกว่าทำอะไรโง่ๆ พอพวกพิมุกพังบ้านแล้วพากันวิ่งลงมา ศิริพรรีบหลบ พอพวกพิมุกหนีไปแล้ว เธอจึงพบว่ามีผ้าโพกหน้าหล่นอยู่ผืนหนึ่ง หยิบขึ้นดูปรากฏว่าที่ผ้ามีสัญลักษณ์ของค่าย พ.พิมุก สกรีนไว้

    “มีปัญญาทำกันได้แค่นี้เหรอ” ศิริพรยิ้มเยาะแล้วเอาแกลลอนน้ำมันในถุงที่หิ้วมาเทใส่วัสดุที่เป็นเชื้อไฟแล้วจุดไฟแช็ก พึมพำร้ายกาจ

    “แม่แกฉันยังเอาตายมาแล้ว ทำไมบ้านแค่นี้ฉันจะเผาไม่ได้!”

    ศิริพรโยนไฟแช็กที่จุดแล้วใส่น้ำมันที่ราดบนเชื้อเพลิง ไฟลุกพึ่บลามไปที่บ้านทันที เธอมองเปลวไฟยิ้มเหี้ยม

    เมื่อชาวบ้านออกมาช่วยกันดับไฟ นภารู้ข่าวจากชาวบ้านตกใจจนลืมความบาดหมางกับเทพรีบโทร.บอกเขาทันที

    ooooooo

    เหตุไฟไหม้บ้านเดือน ทำให้นภาลืมความบาดหมางกับเทพไปชั่วขณะ ช่วยกันหาทางแก้ปัญหา  เทพบอกว่าตนแจ้งไปทางอำเภอแล้ว  ทางนั้นกำลังประสานไปทางรถดับเพลิงอยู่

    ส่วนเบอร์ของเดือนโทร.ไม่ติด เพราะปิดเครื่อง เพื่อนๆของเธอตนก็ไม่มีเบอร์

    เดือน รวิ ขำ และป้อม เดินทางกลับมาถึงท่ารถแล้ว ทุกคนดีใจ สดชื่นกับบรรยากาศเก่าๆ ที่อยู่มาแต่เกิด

    แต่พอเข้าตลาด เดือนถูกแม่ค้าที่คุ้นเคยกันทักว่าทำไมไม่รีบกลับไปดูบ้าน บอกเดือนว่า เมื่อคืนบ้านเดือนไฟไหม้

    เดือนตกใจเข่าอ่อน พอได้สติก็วิ่งอ้าวกลับไปบ้าน ขำกับป้อมและรวิวิ่งตามไปอย่างตกใจเช่นกัน

    ไปถึงหน้าบ้าน เดือนช็อกกับสภาพบ้านที่ถูกไฟไหม้เหลือแต่ตอ เจอเทพกับนภายืนอยู่ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

    “ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อคืนได้ยินชาวบ้านเขาโวยวาย มารู้อีกทีก็เป็นแบบนี้แล้ว” นภาเล่า

    “ตอนนี้ทางตำรวจเขาเก็บหลักฐานบางส่วนไปบ้างแล้วล่ะ เดี๋ยวคงรู้ว่าเกิดจากอะไร”

    เดือนมองบ้านที่เคยอยู่กับแม่แต่เกิด ร้องไห้แทบขาดใจ...

    รวิเดินสำรวจรอบบริเวณบ้าน เจอผ้าถูกไฟไหม้บางส่วน หยิบขึ้นดูพบว่าเป็นผ้าที่สกรีน “พ.พิมุก” ไว้

    “เฮ้ย...นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะ” พิมุกขี่มอเตอร์ไซค์มากับบ่างและเตี้ยร้องถามแปลกใจ

    “ไอ้พิมุก! มึง!!” รวิตวาดใส่พิมุกอย่างโกรธจัด ตรงเข้ากระชากพิมุกลงจากรถต่อยไม่ยั้ง บ่างกับเตี้ยเห็นลูกพี่โดนชกก็รุมกันเข้าไปช่วย แต่ถูกรวิซัดกระเด็น  พิมุก ตั้งตัวได้พุ่งเข้าใส่รวิ ชกต่อยกันเอาเป็นเอาตาย จนเดือนร้องบอกรวิให้หยุด ทำให้รวิชะงัก ถูกพิมุกฉวยโอกาสซัดเข้าหน้าเต็มๆ ป้อมกับเทพเข้าแยกรวิออกมา

    “ไอ้รวิ เล่นทีเผลอเหรอ! ไอ้ขี้ขลาด”

    “แกน่ะสิไอ้ขี้ขลาด แค่ผู้หญิงเขาไม่เล่นด้วยถึงกับต้องบ้ามาเผาบ้านเขาเลยหรือ!” รวิเอาผ้าผืนนั้นมาคลี่ให้ดู “นี่ไงแกยังจะแก้ตัวอีกไหม!!”

    เดือนตะลึงอึ้งถามพิมุกว่าเอากันอย่างนี้เลยหรือ พิมุกยืนยันว่าตนไม่ได้ทำ ถูกทั้งเดือน ป้อมและขำยันว่าหลักฐานชัดขนาดนี้ยังจะปฏิเสธอีกหรือ พิมุกโมโหพุ่งเข้าใส่ เทพรีบเข้ากันไว้

    “พอเลย! นายหยุดแค่นั้น จะทำหรือไม่ทำเดี๋ยวให้ตำรวจเขาพิสูจน์ดูก็รู้ ตอนนี้พวกนายกลับไปก่อนดีกว่า”

    พิมุกฮึดฮัดแต่ยอมกลับ รวิเดินมาโอบเดือนปลอบใจ...

    เวลาเดียวกันกิมก็โทร.บอกแก้วว่าบ้านเดือนถูกไฟไหม้ แก้วหัวเราะสะใจ บอกกิมว่าทางนี้ยังไม่มีใครรู้ เดือนหายไปก็ดีแล้วใครๆจะได้คิดว่าหนีไปกับผู้ชาย

    พูดแล้วจะวางสาย กิมรีบขอเงิน แก้วทำเป็นสัญญาณไม่ดีแล้วตัดสายเลย

    “โทรศัพท์อะไรของมันวะนังแก้ว พูดเรื่องเงินทีไรไม่มีสัญญาณทุกที เฮ้อ...” กิมบ่น พลันก็ชะงักเมื่อเห็นศิริพรเดินกรีดกรายยิ้มกริ่มมา กิมแกล้งกระแอมกระไอจนศิริพรถามว่ามีอะไรหรือ

    กิมถามว่ารู้เรื่องเดือนหรือยัง บ้านเดือนถูกไฟไหม้วอดไปทั้งหลังเลย ศิริพรมองโน่นมองนี่อย่างไม่สนใจ กิมดักคอว่า “หรือว่า...เธอรู้อยู่แล้ว”

    “อ๋อ...ก็ได้ยินมา แล้วไหม้ได้ไงล่ะ”

    “เห็นว่าต้องรอให้ตำรวจมาสืบ ฉันล่ะสะใจจริงๆ สมน้ำหน้ามัน แล้วทีนี้จะไปซุกหัวนอนที่ไหน อ้อ...ลืมไป มันคงไปอยู่กับไอ้พระเอกลิเกแฟนมัน”

    “ก็ช่างมันสิ!” ศิริพรอารมณ์ขึ้นทันที สะบัดไปอย่างหงุดหงิดจนกิมงง พึมพำกับตัวเอง

    “อะไรวะ??”

    ooooooo

    เทพแสดงความเห็นใจเดือน แต่ก็เบาใจที่เดือนยังมีที่พักที่กรุงเทพฯ เดือนบอกว่าตนไม่กลับไปเป็นนักร้องอีกแล้ว

    นภามองขวับพูดอย่างไม่พอใจว่า

    “ไม่ใช่เด็กเล่นขายของนะ มีปัญหาอะไรทำไมไม่กลับไปแก้ หนีแบบนี้มันช่วยอะไรได้” เดือนบอกว่าตนเหนื่อยแล้ว ไม่อยากสู้รบกับใครอีก “แต่เธอก็เซ็นสัญญากับเขาไปแล้วไม่ใช่เหรอ”

    ขำกับป้อมช่วยกันเล่าว่าตอนนี้เสี่ยแบนงานของเดือนทุกอย่างแล้ว เทพถามว่าเกิดอะไรขึ้น ป้อมบอกว่าฝีมือของแก้วไง นภาถามเดือนว่า

    “แล้วเธอก็ยอมแพ้อะไรง่ายๆแบบนี้? ดี...งั้นก็เลิกไปเสีย เจอปัญหาแค่นี้ก็ถอย ก็อย่าเป็นมันเลยนักร้องน่ะ!”

    เทพถามว่าตอนนี้จะเอายังไงดี ป้อมเสนอให้ไปพักกับตนก่อนก็ได้ ขำติงว่าบ้านป้อมทั้งเล็กทั้งเก่าจะอยู่ได้หรือ รวิจะเสนอให้ไปอยู่บ้านตน เดือนบอกทันทีว่า “คงไม่เหมาะหรอกพี่รวิ”

    “มาอยู่บ้านฉันก่อนแล้วกัน” นภาเสนอ ทำเอาทุกคนมองอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง นภาถามทุกคนว่า “อะไร...มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ” พวกนั้นพากันโบกมือส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน

    เดือนลังเลว่าจะเอาอย่างไรดี?

    ooooooo

    พิมุกยังงงไม่หายว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ บ้านเดือนไหม้ได้ยังไง? ฟันธงว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรไม่ ชอบมาพากลแน่ๆ!

    “ใครกันที่มันกล้ามาลองดีกับข้า!” พิมุกคำรามในลำคอ

    ส่วนนภา หลังเหตุการณ์สงบก็นึกได้ว่ายังเคืองเทพอยู่ บอกเทพหน้านิ่งๆว่ายังไงก็ขอบคุณที่อุตส่าห์มา

    “ไม่เป็นไร ขอบคุณเหมือนกันที่เวลามีอะไรแล้วยังนึกถึงพี่เป็นคนแรก เออ...แล้วก็...ตะบองเพชรน่ะมันคงไม่เหมาะจะถือไปอวดใครจริงๆนั่นแหละ แต่นานๆทีมารดน้ำพูดกับมันบ้าง แค่นี้มันก็ไม่ตายแล้วนะ”

    นภาทำหน้าไม่ถูก รู้สึกผิดอยู่บ้าง ได้แต่หลบตาแล้วขอตัวกลับ

    ส่วนรวิ ขำ และป้อม หารือกันว่าจะช่วยเดือนอย่างไรดี

    “ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะเอาเงินเก็บมาลงทุนเปิดร้านเล็กๆ แล้วฉันจะดูแลเดือนเอง” รวิตัดสินใจเสนอ

    ขำกับป้อมถามว่า ร้านเล็กๆที่ว่านั่นร้านอะไรหรือ

    “ฉันจะเปิดร้านอาหารน่ะ มีดนตรีโฟล์กซองเล็กๆ ไปหาเช่าตึกแถวในเมืองน่าจะได้อยู่” ขำถามว่ามีเงินพอหรือ “ถ้ามันไม่พอ ฉันก็จะขายของที่มีอยู่แล้วถ้าไม่พออีก ฉันก็จะไปหากู้มาเพิ่ม” รวิมองทั้งสองยืนยันอย่างมุ่งมั่นจริงจัง

    ooooooo

    นภาพาเดือนไปพักที่บ้าน เดือนเห็นรูปนภาในชุดนักร้องมีพวงมาลัยคล้องเต็มคอ นภาบอกว่าเป็นรูปเมื่อ 4–5 ปีก่อน

    เดือนชมว่าเธอสวยมาก นภาพูดเชิดๆว่า “แน่นอน ใครๆก็บอกว่าฉันทั้งสวยทั้งเสียงดี” พูดแล้วเอารูปที่เดือนหยิบดูวางไว้ที่เดิม บอกเดือนว่า

    “เอาข้าวของไปเก็บสิ ถ้าขาดอะไรก็มาเอาของฉันก่อนก็ได้”

    “ขอบคุณมากนะคะ”

    “พูดมากน่ะ รีบไปจัดการได้แล้ว”

    เดือนเดินเข้าห้อง อดหันมองนภาด้วยความรู้สึกขอบคุณไม่ได้...

    ooooooo

    ที่เวทีซ้อมคอนเสิร์ต เสี่ยนั่งดูแก้วซ้อมปรบมือชอบอกชอบใจทั้งที่แก้วร้องเพลงผิดๆถูกๆ เต้นยึกยือเหมือนไส้เดือนโดนขี้เถ้า

    ชูเกียรติเข้ามาเลียบเคียงเสี่ยว่าไม่ลองคิดเรื่องเดือนใหม่หรือ เสี่ยทำเป็นหูทวนลม ชูเกียรติยังไม่ละความพยายาม...

    “เสี่ยลองคิดดูดีๆนะครับ เดือนน่ะกำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงเลย ทั้งร้องทั้งเต้นก็สุดยอดเลย...นะครับ เสี่ยอย่าเพิ่งแบนเดือนเลย ตอนนี้ลูกค้าหลายรายก็ต้องการเดือนไปร่วมงานเยอะแยะเลยนะครับเสี่ย ผมก็รับเงิน...เอ๊ย...รับงานเขามาแล้ว”

    “แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหมล่ะ เขาโผล่มามั่งไหมล่ะ” เสี่ยหันถามเสียงขุ่นอย่างรำคาญใจ พอชูเกียรติบอกว่าเดือนอาจจะยังตกใจอยู่ เสี่ยตัดบทว่า “หึ! งั้นเหรอ พอเหอะคุณชูเกียรติ เด็กคุณน่ะ น้องแก้วเขาเล่าให้ผมฟังหมดแล้ว ตอนนี้หนีกลับบ้านนอกไปกับผู้ชายเรียบร้อย...”

    ชูเกียรติยังจะหว่านล้อมต่อ แต่ถูกแก้วเข้ามาแจ๋อ้อนเสี่ยคืนนี้ต้องไปค้างกับตน เสี่ยหันไปจี๋จ๋ากับแก้ว ปล่อยชูเกียรติยืนเก้อ เขาชกมือตัวเองพึมพำเครียด

    “สงสัยฉันต้องออกแรงทำอะไรสักอย่างแล้ว ต้องเอาเดือนกลับมาให้ได้!”

    ooooooo

    ที่วงเทพ ขณะรวิ นภา และเทพ นั่งคุยกันอยู่ ศิริพรกรีดกรายเข้ามา เทพถามว่าหิ้วถุงอะไรมามากมาย

    “ขนมน่ะค่ะคุณเทพ วันนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษก็เลยซื้อมาฝาก อ้ะ...นี่ของคุณเทพ...นี่ของก้อง” พูดพลางส่งขนมให้

    “ขอบใจจ้ะ...ลาภปาก เดี๋ยวผมออกไปซื้อน้ำแข็งมาใส่นะ” ก้องกระวีกระวาดออกไป

    “อันนี้ของพี่นภา” ศิริพรยื่นถุงขนมให้นภาผ่านหน้ารวิเหมือนเขาไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น นภาขอบใจแต่ตนไม่ชอบ “งั้นพี่นภาชอบอะไรล่ะคะ วันหลังจะได้ซื้อมาฝาก”

    “ผลไม้...เหมือนเธอไง ชอบ สะตอ...เบอรี่!”

    ศิริพรหุบยิ้มทันที แอบจิกตาใส่นภาที่เชิดไปทางอื่น เทพถามว่าแล้วของรวิล่ะ ศิริพรโบ้ยไปที่โต๊ะบอกว่าวางอยู่โน่น รวิบอกเทพว่าตนไม่ชอบกินเชิญกันตามสบายเลย ศิริพรสอดรู้สอดเห็น ถามว่าคุยอะไรกันอยู่หรือ พอเทพบอกว่าคุยเรื่องเดือนเธอก็แทรกขึ้นทันทีว่า

    “อ๋อ...เรื่องไฟไหม้บ้านเดือนน่ะเหรอคะ น่าสงสารจริงๆ โธ่...พิมุกนี่ก็ใจร้ายจัง ไม่น่าทำกับเดือนได้ลงคอเลย”

    ทุกคนชะงัก รวิถามว่าเธอรู้เรื่องเดือนได้ยังไง ศิริพรอ้างว่าเขารู้กันทั้งนั้น เพราะไฟไหม้บ้านเป็นเรื่องใหญ่

    “ไม่ใช่! เธอรู้ได้ไงว่าพิมุกเป็นคนทำ” รวิซัก

    “ก็...ก็...ฉันเดาเอาน่ะ ก็พิมุกน่ะนิสัยเลวจะตาย เขาทำได้อยู่แล้ว หลักฐานก็มีไม่ใช่เหรอ”

    “ไม่มีใครพูดถึงเรื่องพิมุกเลยนะ แล้วหลักฐานที่ว่าน่ะ ก็ไม่มีใครรู้ นอกจากพวกเราไม่กี่คนที่อยู่ในเหตุการณ์” รวิรุก นภาถามแทรกขึ้นว่า บอกมาสิว่าเธอรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง ศิริพรชักสีหน้าทำเป็นหงุดหงิด

    “โอ๊ย...อะไรกันเนี่ย คนเขาอุตส่าห์เป็นห่วงจะมาซักโน่นซักนี่อะไรกันนักกันหนา อย่ากงอย่ากินมันเลย” ว่าแล้วก็คว้าถุงขนมทั้งหมดที่แจกไปเอาคืน เดินปึงปังออกไปสวนกับก้องหิ้วถุงน้ำแข็งกลับมาพอดี ก้องถามว่าจะไปไหนหรือ

    “กินน้ำแข็งเปล่าไปละกันไอ้ก้องเอ๊ย” เทพตอบแทน

    รวิกับนภามองหน้ากันอย่างสงสัยพฤติกรรมของศิริพร

    ooooooo

    ค่ำนี้ เดือน ขำ กับป้อม พากันไปกินบะหมี่ที่ร้านเจ้าประจำ เดือนพยายามทำร่าเริงชวนคุยว่าไม่ได้กินแบบนี้มานานคิดถึงเหมือนกันนะ

    “เอ่อพี่ป้อม พรุ่งนี้ลองไปดูในเมืองกันดีกว่า เผื่อว่าจะหาอะไรมาขายได้” เดือนชวน ขำโพล่งไปว่าไม่ต้องหาแล้วเพราะรวิจะ...พูดได้แค่นั้นก็หยุดกึกร้องโอ๊ย เพราะที่ใต้โต๊ะโดนป้อมเตะหน้าแข้งอย่างจัง เดือนถามว่าเป็นอะไร

    “เก้าอี้มันหนีบตูดน่ะ ใช่ไหมไอ้ขำ” ป้อมถามนำจ้องหน้าเขม็ง ขำผสมโรงว่าใช่ ป้อมบอกเดือนว่า “พี่ว่าเดือนคิดดีๆ อีกทีก็ได้นะ ยังไงเดี๋ยวเราลองไปคุยกับไอ้เสี่ยนั่นอีกที”

    เดือนส่ายหน้าไม่เอา ขำยุว่าแบบนี้ก็เท่ากับเราปล่อยให้แก้วแย่งซีนไปเลยน่ะสิ

    “ก็ช่างเขาเถอะ เดือนเชื่อนะว่ายังไงคนเราก็ต้องได้รับผลจากสิ่งที่ตัวเองทำ” พูดแล้วชวนกินต่อมื้อนี้ตนเลี้ยงเองป้อมบอกว่าให้ขำจ่ายก็ได้ ขำถูกหักคอ ค้อนป้อมขวับหนึ่ง บอกว่าตนยอมจ่ายแต่ทำเพราะเห็นแก่เดือน

    ooooooo

    เพราะคืนนี้แก้วนัดเสี่ยให้มานอนด้วย ขณะแก้วแต่งตัวรออยู่หน้ากระจก มีเสียงเคาะประตู แก้วดี๊ด๊ารีบไปรับ

    “มาแล้วคะเสี่ยขา” แต่พอเปิดประตูแก้วผงะ เพราะเจอหญิงกลางคนถามว่าหนูแก้วใช่ไหม “ชะ...ใช่...ป้าเป็นใคร มีธุระอะไร”

    “เห็นรูปฉันทุกวันยังจำหน้าฉันไม่ได้อีกเหรอ หรือว่าไม่ได้ใส่ใจคอยจะจ้องแต่ผัวฉัน!” เธอคือนันทนาเมียของเสี่ยนั่นเอง! นันทนาจิกผมแก้วไปตบซ้ายขวาๆไม่ยั้ง

    แก้วปฏิเสธว่าตนไม่มีอะไรกับเสี่ย ตนโดนใส่ร้าย เพราะคนที่มีอะไรกับเสี่ยคือเดือนต่างหาก นันทนาไม่เชื่ออ้างว่าที่ตนได้ยินมาไม่ใช่อย่างนั้น แล้วก็ตบแก้วเสียหนำใจ ปรามว่า

    “ถ้าขืนแกยังมายุ่งกับเสี่ยอีก แกได้ไปร้องเพลงอยู่ในทะเลแน่!”

    พอนันทนากลับไป แก้วในสภาพบอบช้ำจนดูไม่ได้ พึมพำแค้น “ไอ้พี่เกียรติงั้นเหรอ!”

    รุ่งขึ้น แก้วไปที่ค่ายเพลงเจอชูเกียรติพอดี ถูกทักขำๆ ว่าหน้าไปโดนอะไรมา สะดุดรักใครมาเหรอ? แก้วใส่ทันทีว่าเขาเป็นคนบอกเมียเสี่ยเรื่องตนใช่ไหม หาเรื่องตนเพื่อจะเอาเดือนกลับมาเพราะเขาไปรับงานและรับค่าตัวเดือนมาแล้วใช่ไหม

    “รู้ดีจังนะ ในเมื่อรู้แล้วก็สังวรไว้นะ เดือนน่ะเป็นตัวทำเงินของพี่ พี่จะเอาเดือนกลับมาให้ได้ และที่สำคัญ เดือนจะต้องเด่นต้องดังกว่าแก้ว เหมือนคราวนี้ไง ได้ข่าวว่าถ้าหน้าหายไม่ทัน จะโดนระเห็จกลับไปอยู่ตำแหน่งเดิมไม่ใช่เหรอ”

    ชูเกียรติหัวเราะสะใจแล้วเดินหนีไป ทิ้งแก้วให้ยืนกรี๊ดอยู่ตรงนั้น

    ooooooo

    วันนี้ รวิตัดสินใจทุบกระปุกออมสินเพื่อเอาเงินไปลงทุนตามแผนที่คุยไว้กับป้อมและขำ

    ขำกับป้อมขอร่วมหุ้นด้วย รวิปรารภอย่างปลื้มใจว่าถ้าเดือนรู้คงจะดีใจ ขำถามว่า

    “แล้วแน่ใจเหรอว่าเดือนจะไม่กลับไปจริงๆ”

    เป็นคำถามที่ทำให้ทุกคนมองหน้ากันไปมา แต่ก็ตัดสินใจพากันไปหาร้านเพื่อเปิดร้านอาหารและกาแฟในเมือง พอหาได้ถูกใจรวิถามขำกับป้อมว่า “ฉันว่าได้เวลาบอกเดือนแล้วล่ะ” ทั้งสามพากันกลับด้วยความอิ่มเอมใจกับโครงการในฝัน

    วันเดียวกัน เดือนที่ไปพักอยู่บ้านนภา เปิดทีวีดูรายการคอนเสิร์ตลูกทุ่งอย่างใจจดจ่อ ถูกนภามาปิดทีวีถามว่าจะดูไปทำไม ในเมื่อเธอตัดสินใจจะออกจากวงการนี้อยู่แล้ว บ่นว่า ไม่รู้ว่ามันสนุกตรงไหน มานั่งฝืนตัวเองอยู่ได้ แล้วนภาก็เล่าอดีตของตัวเองให้ฟังว่า

    “ฉันก็เคยเจอไม่ต่างจากเธอหรอกนะ” นภาลุกขึ้นไปหยิบกล่องเหล็กเก่าๆในตู้ออกมา เปิดกล่องหยิบกระดาษหนังสือพิมพ์และนิตยสารเก่าๆขึ้นดู เดือนมาดูด้วย เอ่ยขึ้นว่า

    “นี่ทั้งรูปทั้งข่าวที่เกี่ยวกับพี่นภาหมดเลยนี่คะ”

    “อืม...แม่ฉันเป็นคนตัดเก็บไว้น่ะ...แม่ฉันตายไปหลายปีแล้วล่ะ เธอรู้ไหม วันที่แม่ตาย ฉันก็มัวแต่ไปร้องเพลงออกงานยุ่งไปหมด...เธอกับฉันนี่มีอะไรคล้ายๆกันหลายอย่างนะ พอจะเริ่มดังแม่ก็มาตายเหมือนกัน แถมเจอแต่พวกขี้อิจฉาเต็มไปหมด”

    “พี่นภาเคยเจอด้วยเหรอคะ”

    “ไม่ใช่แค่ฉันกับเธอหรอกนะ นักร้องดังๆที่เธอเห็นอยู่ตอนนี้ กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เขาก็เจออะไรกันมาเยอะแยะ แต่พวกนั้นเขาเข้มแข็งกว่าฉันเยอะ ฉันมันอ่อนแอเกินไป ถึงได้มาเป็นแค่นักร้องบ้านนอกแบบนี้ไง”

    “มิน่า...พี่นภาถึง...” เดือนไม่กล้าพูดต่อ

    “อยู่ที่เธอนะ จะเลือกตามฝัน หรือจะอ่อนแอแบบฉัน” นภาพูดพลางเก็บกระดาษและรูปทั้งหมดใส่กล่องเหล็กเอาไปเก็บที่เดิม เดือนมองตามอย่างครุ่นคิด...

    เย็นวันเดียวกัน ชูเกียรติเดินทางมาเพื่อจะพาเดือนกลับไปเป็นนักร้อง เมื่อรู้จากพิมุกว่าบ้านเดือนถูกไฟไหม้ ชูเกียรติก็ยิ่งมั่นใจว่าจะเอาเดือนกลับไปได้ง่ายขึ้น

    ooooooo

    เย็นวันเดียวกัน รวิ ป้อมและขำ เรียกเดือนมาที่บ้านรวิ แล้วเปิดตัวโครงการร้านอาหารและกาแฟมีดนตรีกล่อมให้เดือนดู รวิเล่าอย่างภูมิใจว่า

    “นี่เป็นร้านของเรา พี่ตัดสินใจแล้ว พี่จะเปิดร้านอาหารเล็กๆมีดนตรีเบาๆแล้วเราก็จะ...”

    รวิบอกว่าตนทำร้านนี้เพื่อเดือน ป้อมกับขำก็ช่วยกันเล่าว่ารวิเอาเงินส่วนตัวและไปกู้มาอีกส่วนหนึ่งเพื่อร้านนี้โดยเฉพาะ แต่ดูเดือนไม่ตื่นเต้นเท่าที่ควร รวิถามตรงๆเดือนจึงเล่าอย่างไม่สบายใจว่า

    “คือวันนี้พอเดือนได้คุยกับพี่นภาแล้ว เดือนก็เลยคิดว่า...คิดว่า...” เดือนพูดไม่ออก แต่ชูเกียรติแทรกเข้ามาเสริมว่า

    “คิดว่าเดือนควรจะต้องกลับไป! พี่ได้ข่าวเรื่องบ้านเดือนแล้ว คิดว่าเดือนต้องอยู่ที่นี่ เลยตามมา”

    ป้อมโมโหโพล่งไปว่าเดือนไม่กลับไปหรอก ชูเกียรติถามทันทีว่าจะละเมิดสัญญาหรือ ป้อมเถียงว่าเสี่ยเป็นคนบอกให้ฉีกสัญญาทิ้งแล้ว

    “สัญญากับเสี่ยน่ะเขาให้ฉีกได้ แต่ของฉันน่ะ ถ้าอยากโดนปรับเป็นแสนก็เอาสิ” พลางเอาสัญญาที่หลอกให้เดือนเซ็นให้ดู รวิดูแล้วโมโหด่าว่าโกงกันชัดๆ ชูเกียรติอ้างว่าเดือนเป็นคนเซ็นเอง เดือนโต้ว่าทีแรกเราไม่ได้ตกลงกันแบบนี้

    “เอาเถอะน่าเดือน กลับไปกับพี่เถอะ ยิ่งตอนนี้เดือนก็เดือดร้อนอยู่ด้วย เผื่ออะไรมันจะดีขึ้น”

    “พี่กลับไปก่อนเถอะ เดือนขอคุยกันเองก่อน”

    เมื่อชูเกียรติกลับไป รวิบอกเดือนว่าตนจะหากู้เงินมาจ่ายให้มันเองจะได้หลุดจากสัญญาบ้าๆนี่เสียที เดือนจึงพูดตรงๆกับรวิว่า ถึงไม่มีสัญญานั่น ตนก็อยากจะกลับไป รวิถามอย่างเข้าใจไม่ได้ว่า ทำไม ก็เห็นทีแรกเดือนบอกว่าจะ...

    “เดือนเหนื่อย เดือนท้อ แต่วันนี้ พอเดือนได้คุยกับพี่นภาแล้ว มันทำให้เดือนได้รู้ว่า มันมีอะไรอีกหลายอย่างที่เดือนต้องเจอ แล้วก็ต้องผ่านมันไปให้ได้” รวิมองหน้าเดือนอึ้งพูดไม่ออก เดือนขอร้องว่า “ให้เดือนกลับไปนะ เดือนอยากผ่านมันไปให้ได้ เดือนอยากตามฝันของเดือนให้ได้”

    ทั้งสองมองหน้ากัน รวิดึงเดือนเข้าไปกอดไว้แน่น ครู่หนึ่งต่างผละออกจากกัน ค่อยๆเดินถอยห่างจากกันทั้งที่ยังมองกันด้วยความรักและห่วงใย...

    ooooooo

    ตอนที่ 12

    ที่ห้องซ้อม เดือนกับบรรดาแดนเซอร์เต้นกัน อย่างสวยงาม มีแต่แก้วคนเดียวที่เต้นเก้กังงกเงิ่นเต้นผิดเต้นถูก

    ที่ สำคัญ ระหว่างเต้นยังถูกเดือนแกล้งทุกครั้งที่มีโอกาส จนสุดท้ายท่าเตะ เดือนก็แกล้งเตะโดนแก้วจนหัวคะมำ ซ้ำขำกับป้อมที่จ้องอยู่ ยังเอาผ้าสกปรกไปเช็ดหน้าเช็ดตาให้จนมอมแมมไปหมด
    ชูเกียรติเดินเข้ามาเห็นแดนเซอร์ชายยกเดือน ลอยขึ้นโพสท่าสวยงาม เขาปรบมือชมลั่น

    “โอ้ โห...จุ๊ๆๆยอดเยี่ยมมาก เยี่ยมเลยเดือน ได้ข่าวว่าเดือนคิดธีมมาใหม่ นี่ถ้าวันจริงได้แบบนี้นะจะสุดยอดเลย” ชมเดือนแล้วมองหาแก้ว “แล้วนี่แก้วไปไหนโดดซ้อมอีกล่ะสิ เฮ้อ...จะทำยังไงดีกับเขานะ”

    ปรากฏว่า แก้วนั่งอยู่ที่พื้น  บรรดาแดนเซอร์ที่ห้อมล้อมอยู่แหวกออกเป็นทาง ชูเกียรติตกใจถามแก้วว่าไปทำอะไรอยู่ตรงนั้น แก้วกระฟัดกระเฟียดลุกขึ้นหน้าตามอมแมมผมเผ้ากระเซิง ชี้ไปที่เดือน ป้อมและขำ อย่างโกรธแค้น แต่ทั้งสามหันมองไปทางอื่นทำไม่รู้ไม่ชี้

    “แก้วเขาคงเหนื่อยน่ะค่ะ เลยลงไปนั่งนอนพัก” เดือนบอก

    “โธ่แก้ว...คนอื่นเขาซ้อมแทบเป็นแทบตาย ตัวเองกลับมานอนเนี่ยนะ...แย่จริงๆ”

    “กรี๊ดดดดดด!!!” แก้วแผดเสียงกระทืบเท้าออกไป ชูเกียรติมองตามบ่นงงๆ “เขาเป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย??”

    ชูเกียรติบอกเดือนว่าคืนนี้จะไปค้างที่ห้อง ขำขวางทันทีว่าไม่ได้เพราะคืนนี้ตนจะนอนกับเดือน ชูเกียรติถามเสียงเขียวว่าแกเป็นใคร

    เดือน บอกว่าเป็นเพื่อนสนิทของตน ขำมาขอค้างด้วยสัก 2-3 วันคงไม่มีปัญหาใช่ไหม ชูเกียรติถามว่าทำไมไม่ให้ไปค้างที่อื่น เดือนไม่ตื๊อแต่ขอค่าตัวงานที่ไปล่าสุดซึ่งเขายังไม่ได้จ่ายให้ ตนจะได้ให้ขำไปเปิดห้องค้างที่อื่น

    “เออ...อันที่จริงให้เขาค้างที่คอนโด ก็ได้นะ จะได้ไม่เสียตงเสียตังค์ พี่เองก็นึกขึ้นมาได้ว่ามีธุระด่วน งั้นพี่ไปก่อนนะสวัสดี” ชูเกียรติรีบผละไปเพราะไม่มีเงินให้เดือน ทุกคนได้แต่มองตามเขาไปอย่างสมเพช

    ooooooo

    ที่ห้องซ้อมวงของเทพ นภาและศิริพรกำลังซ้อม เพลงกันอยู่ มือถือศิริพรดังขึ้นเธอมองแล้วกดทิ้ง อึดใจ เดียวก็ดังขึ้นอีก นภารำคาญบอกให้รับเสียก่อนจะได้ไม่รบกวนคนอื่น

    ศิริพรบอกว่าคนโทร.ผิด ก้องไม่เชื่อแย่งมือถือไปดูว่าใครโทร.มา พอเปิดดูก็พูดเสียงดังว่า

    “แก้ว...ชื่อแก้ว...เพื่อนผู้หญิงนี่”

    ศิริพรตามมากระชากมือถือคืนแล้วเดินออกไปคุยข้างนอก รวิมองสงสัยแล้วตามไปแอบฟังหลังต้นไม้

    “แก เป็นบ้าอะไรนักหนา” ศิริพรตวาดทันทีที่กดรับ “โทร.มาถี่ยิบขนาดนี้ เรื่องด่วน...ด่วนอะไรของแกอีก...อะไรนะ...นังเดือนมันหาเรื่องแก...แกก็เอา คืนมันสิ  มาบอกฉันทำไม...อย่ามาทวงบุญคุณ ฉันก็ให้เงินแกทุกครั้งนี่ แล้วครั้งสุดท้ายเรื่องนังเดือน...ฉันก็ให้แกไปตั้งหมื่นแล้ว แก จะเอายังไงอีก หัดใช้สมองคิดเองซะบ้างสิ...แล้วถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องโทร.มา...รอจนกว่าฉัน จะโทร.ไปเอง...แค่นี้นะ!!”

    ศิริพรกระชากเสียงกดวางสายแล้วเดินกระฟัด กระเฟียดกลับไป รวิยืนอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน!

    ooooooo

    เมื่อได้อยู่ด้วยกันสามคน ป้อมพูดอย่างตื่นเต้นว่าอยากให้ถึงงานคอนเสิร์ตเร็วๆจัง เดือนเองก็คิดถึงแม่ บอกกล่าวแม่ลอยๆ

    “เห็นไหมแม่...ฉันก้าวขึ้นไปอีกขั้นแล้วนะ”

    แล้วเดือนก็ยิ่งดีใจ เมื่อชูเกียรติโทร.มาบอกว่าเสร็จงานนี้แล้วมีโฆษณาสนใจให้เธอไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ และอีกเจ้าก็จะให้ไปแคสเล่นหนัง

    “งั้นงานนี้เดือนต้องทำให้เต็มที่เลยนะ” ป้อมกับเดือนกอดกันด้วยความดีใจ ส่วนขำนอนหลับกรนคร่อกๆไปแล้ว

    ที่แท้ชูเกียรติโทร.จากในบ่อน ตานี้เขาเล่นเสียจนหงุดหงิด แต่ก็ยังเล่นอีก จนเพื่อนทักว่าวันนี้ทุนหนา

    “นิดหน่อย พอดีได้เปอร์เซ็นต์งานมานิดหน่อย”

    “แหม...น่าอิจฉาคุณเกียรติจริงๆ ได้ทำงานอยู่กับสาวๆสวยๆเยอะแยะ แถมยังได้เงินใช้อีก” คนเดิมยอ ชูเกียรติหันยิ้มเจ้าเล่ห์บอกว่า

    “ถ้าเสี่ยอยากได้สาวๆไว้ข้างกายสักคนก็บอกผมได้นะครับ เอ้า...ผมเกอีกหมื่น” ว่าแล้วเลื่อนชิพเพิ่มลงไปเล่นต่ออย่างอารมณ์ดี

    ooooooo

    รวิเสียใจมากที่เข้าใจเดือนผิด รุ่งขึ้นสะพาย กระเป๋าเดินแทบจะเป็นวิ่งออกจากบ้าน ศิริพรมาเจอถามว่าจะไปไหน

    “อ๋อ...เอ่อ ...พอดีฉันมีธุระน่ะ จะไปที่อื่นหน่อย” พอถูกศิริพรดักคอว่าจะไปหาเดือนหรือ รวิก็ยิ่งประหม่า ตอบติดอ่าง “ปะ...เปล่า...จะไปหาเพื่อนน่ะ...” พอศิริพร มองอย่างรู้ทัน รวิรีบตัดบทถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า แล้วรีบเดินไปเลย

    รวิ จ้ำอ้าวผ่านหน้าบ้านนภาที่เทพกำลังไปขายขนมจีบอยู่ เทพตะโกนถามว่าจะไปไหนจ้ำอ้าวอย่างกับควายหาย นภาถามว่าจะเข้ากรุงเทพฯหรือ รวิพยักหน้าเศร้าๆ ทั้งสองจึงชวนรวิไปนั่งที่ร้านกาแฟ

    รวิเล่าความไม่สบายใจให้ฟัง เทพปลอบใจว่าไม่ต้องเศร้ารีบไปขอโทษเดือนเสีย รวิถามว่าถ้าเดือนไม่หายโกรธล่ะ?

    “ทำเองก็ต้องหาทางแก้เอง” นภาแทรกขึ้น “มัวแต่มานั่งแบบนี้ ผู้หญิงเขาคงยอมด้วยหรอกนะ”

    “ขอบคุณพี่นภากับคุณเทพมากนะครับ” รวิตัดสินใจหยิบกระเป๋าสะพายลุกขึ้น

    “บอกยัยนั่นด้วย อย่ายอมแพ้อะไรง่ายๆล่ะ” นภาฝากความถึงเดือน

    พอ รวิไปแล้ว เทพหลีนภาต่อ ชวนไปเที่ยวในเมืองกันไหม นภาเบะปากพูดอย่างสมเพช “ฝันไปเถอะ!” และเมื่อเทพตื๊อไม่เลิก นภาตัดสินใจพูดแรงๆ ถามว่ารู้จักต้นตะบองเพชรไหม เทพพาซื่อบอกว่ารู้จัก

    “ตะบองเพชรน่ะ ถ้าแค่เอามาตั้งไว้แก้เหงามันก็พอได้หรอกนะ แต่สารรูปของมันน่ะ ไม่เหมาะที่จะถือไปอวดใครเขาได้หรอก! พูดแค่นี้พี่คงเข้าใจนะ” พูดแล้วนภาเดินเชิดไป

    เทพยืนงงอยู่อึดใจ พอเข้าใจความหมายก็หน้าสลด ไม่นึกว่านภาจะตอกหน้าเอาเจ็บขนาดนี้

    ooooooo

    เดือนทุ่มเทในการซ้อมเพื่องานคอนเสิร์ตครั้งแรกนี้จนไม่ยอมเสียเวลาให้กับการกินและพักผ่อน พอไม่ได้ดั่งใจก็เริ่มหงุดหงิด

    น้องแดนเซอร์หญิงคนหนึ่งทำไม่ได้ดั่งใจถูกเดือนจับหน้าให้เข้าที่ จับพลาดเล็บไปข่วนถูกหน้าน้องคนนั้นจนเลือดซิบๆ เดือนตกใจรีบขอโทษบอกให้ไปทำแผลก่อนแล้วค่อยมาซ้อมต่อ

    แก้วฉวยโอกาสนี้โจมตีเดือนว่า

    “ตอนแรกที่เธอเจ้ากี้เจ้าการมาเปลี่ยนนู่นเปลี่ยนนี่น่ะ ฉันก็ไม่คิดอะไรหรอกนะ แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วล่ะ ว่าเธออยากจะเด่นคนเดียวโดยไม่สนใจคนอื่นเลย”

    แดนเซอร์อีกคนผสมโรงว่า “แบบนี้ไม่ไหวนะเดือน นึกถึงคนอื่นบ้างก็ดีนะ ไม่ใช่แค่เดือนนะที่อยู่บนเวที”

    บรรดาแดนเซอร์ที่ถูกเดือนสั่งให้ซ้อมกันจนเหน็ดเหนื่อยไม่พอใจเดือนอยู่บ้างแล้ว พากันเดินลงจากเวทีไป แม้แต่โปรดิวเซอร์ก็ส่ายหน้าใส่เดือนแล้วเดินลงจากเวที แก้วเดินเฉียดเดือน สะบัดหน้าใส่อย่างสะใจลงจากเวทีไปอีกคน

    ขณะเดือนนั่งกอดเข่าอย่างเศร้าเหงาอยู่บนเวทีคนเดียวนั่นเอง ขำกับป้อมชวนมากินข้าวกัน เดือนบอกให้กินกันไปก่อน ตนรอซ้อมอีกสักรอบค่อยกิน พูดกับขำและป้อมอย่างน้อยใจว่า

    “ฉันก็แค่อยากให้มันออกมาดีที่สุด”

    “อย่าคิดมากเดือน พี่ว่าคนอื่นเขาคงเข้าใจนะขำ เราไปหาอะไรมาให้เดือนรองท้องหน่อยก่อนดีกว่า...” ป้อมพูดไม่ทันจบดีก็ถูกมือลึกลับปิดปากลากออกไปทั้งสองคน

    “ไม่ล่ะ...เดือนไม่หิว พี่ป้อมกับขำอยากกินอะไรก็ไปซื้อเหอะ...อ้าว...” เดือนหันมาอีกทีทั้งสองคนก็หายไปแล้ว

    ขำกับป้อมถูกลากไปที่ซอกตึก จึงรู้ว่ามือลึกลับนั้นคือรวินั่นเอง ป้อมถามว่ามาได้ยังไงเนี่ย ขำถามว่ารู้ได้ไงว่าพวกเราอยู่ที่นี่

    “คือเมื่อวันก่อน ฉันได้ยินศิริพรคุยโทรศัพท์แปลกๆ แล้วก็เกิดคิดได้ว่าฉันเข้าใจเดือนผิดหรือเปล่า ก็เลยตัดสินใจไปซื้อตั๋วรถทัวร์แล้วก็รอเวลา พอถึงเวลาก็ขึ้นรถ พอถึงกรุงเทพฯก็...”

    “ขอย่อๆ เนื้อๆ” ป้อมขัดคอ

    “ที่ตามเดือนมา ก็เพื่อจะขอโทษน่ะ” รวิโพล่งออกไป ขำกับป้อมมองกันแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ

    ooooooo

    ศิริพรตามไปที่ท่ารถจนรู้ว่ารวิจะไปกรุงเทพฯจึงไปหาพิมุกชวนไปกรุงเทพฯด้วยกัน อ้างว่ามีธุระด่วน ไม่อยากไปคนเดียว แล้วตัดบทนัดพรุ่งนี้เจอกันเลย

    เดือนเดินมองหาป้อมกับขำ ไปเจอรวิเข้า เขารีบเข้าไปจับมือบอกว่า “เดือน พี่มาขอโทษ” เดือนสะบัดมือเดินหนี รวิเดินตามขอร้องให้ฟังตนก่อน

    “ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับพี่”

    “เดือนจะไม่ยกโทษให้พี่เลยหรือ” เดือนสวนไปว่าไม่! “ใจดำ...พี่รู้ว่าพี่ผิด...พี่เสียใจมากนะ ให้โอกาสพี่แก้ตัวนะ”

    “ไม่...พี่เสียใจ แต่เดือนยิ่งกว่าเสียทั้งใจทั้งความ รู้สึก” เดือนสะบัดหน้าเดินหนี

    สายวันรุ่งขึ้น เดือนรีบไปที่เวทีคอนเสิร์ตเพื่อซ้อมตามที่นัดกันไว้ แต่ปรากฏว่าไม่มีใครมาเลย ป้อมพูดปลอบใจว่า

    “เดี๋ยวก็คงมากันมั้งเดือน”

    “ไม่เป็นไร เดี๋ยวเดือนซ้อมร้องเพลงคนเดียวก่อนก็ได้” เดือนเริ่มซ้อมเพลงของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่ขณะเดือนกำลังร้องเพลงอย่างเข้าถึงอารมณ์นั่นเอง จู่ๆก็มีเสียงแซกโซโฟนแทรกขึ้นอย่างไพเราะ ทุกคนหันมองตามเสียง เห็นรวิเดินเป่าแซกโซโฟนขึ้นมาหยุดยืนตรงเดือนพอดีเพลงจบท่อน

    “พี่รวิ...นี่พี่ยังไม่กลับไปอีกเหรอ” เดือนถาม มองไปทางขำกับป้อมทำนองว่าทั้งสองรู้เห็นเป็นใจ ทำเอาทั้งสองโบกมือปฏิเสธพัลวัน

    “ไม่เกี่ยวกับสองคนนั้นหรอก จะให้พี่กลับไปได้ยังไง เรายังไม่เข้าใจกันเลย” รวิเอ่ย

    “เดือนไม่อยากจะเข้าใจอะไรทั้งนั้น”

    “แต่พี่อยากให้เดือนเข้าใจพี่” รวิจับมือเดือนขึ้นกุมไว้ “เดือน...พี่...”

    “พี่รวิ!!” เสียงศิริพรแทรกขึ้นทันที ทั้งรวิและเดือนมองไปเห็นศิริพรยืนอยู่ข้างล่าง ต่างอึ้ง พูดอะไรไม่ออก

    ooooooo

    ศิริพรให้พิมุกกับบ่างและเตี้ยรออยู่ด้านนอก เตี้ยเห็นแก้วเดินควงเสี่ยมาสะกิดให้พิมุกดู ต่างอยากรู้ว่าแก้วมาทำอะไรที่นี่ควงกระแซะใครมา จึงพากันเดินตามไปดู

    ขณะรวิกับเดือนยืนอึ้งนั้น ศิริพรก้าวขึ้นไปบนเวที ตัดพ้อต่อว่ารวิต่อหน้าเดือนที่ยังอึ้งอยู่

    “รวิน่ะ ออกมาก่อนก็ไม่บอก น่าจะปลุกกันสักนิดนึง” พูดแล้วหันไปทางเดือน “เมื่อวานเราเพิ่งมาถึงกันน่ะจ้ะ ก็เลยเปิดห้องที่โรงแรม แหม...น่าจะบอกกันสักนิดว่ามาหาเดือน จะได้มาพร้อมกัน”

    รวิยืนอึ้ง มึน อยู่อึดใจ พอตั้งสติได้ก็บอกเดือนว่าไม่ใช่ และจะชี้แจง ถูกศิริพรพูดแทรกขึ้นอีกว่า

    “ว่าแต่วันนี้มีซ้อมเหรอเดือน คนเงียบจัง” พูดแล้วเดินเข้าไปจับแขนเดือน “อุ๊ยเดือน ระวังนะ เวทีมันสูงถ้าตกลงไปล่ะแย่เลย เหมือนตอนที่แม่แกตกลงมาตายไง!”

    “อย่ามาลามปามแม่ฉันนะ!!” เดือนฉุนขาด จ้องขวับ ศิริพรขยับเข้าใกล้ลดเสียงลงถามเดือนว่า

    “ทำไมล่ะ แกรู้ไหม ทำไมแม่แกถึงตกลงมา... เพราะเขาเห็นรูปทุเรศๆของแกไง แล้วฉันนี่ล่ะที่เป็นคนเอาให้แม่แกดู!!”

    “ศิริพร!! ทำไมเธอถึงเลวได้ขนาดนี้” เดือนเลือดขึ้นหน้า แต่ศิริพรยังคงลอยหน้ายิ้มกริ่มท้าทายต่อว่า

    “จะพูดอะไรก็พูดไป อีกไม่นานเธอก็จะเป็นแค่เดือนดับ...ดับเหมือนชีวิตแม่เธอไง!!” พูดแล้วหันจะเดินไปหารวิ

    เดือนฟิวส์ขาด พุ่งเข้าจิกผมศิริพรกระชากหน้าหงายกลับมาแล้วตบไม่ยั้งจนศิริพรล้มลงไปกอง เดือนขึ้นคร่อมตบต่ออย่างบ้าดีเดือด ขำกับป้อมทำทีเข้าไปห้าม แต่ที่แท้อาศัยความชุลมุนจิกศิริพรขึ้นมาให้เดือนตบ

    แก้วพาเสี่ยวาทินเดินมาถึงเวทีซ้อมคอนเสิร์ต เล่าให้เสี่ยฟังราวกับผู้ควบคุมทีมว่า

    “เนี่ยค่ะ เดือนเขากำลังคิดท่าใหม่ๆอยู่ ส่วนพวกคนอื่นๆเดี๋ยวก็ตามมาค่ะ”

    “นี่มันอะไรกัน” เสี่ยเห็นบนเวทีกำลังตบกันชุลมุน แก้วมองบนเวทีแอบยิ้มสะใจที่เดือนกำลังพลาด แต่พอเหลือบเห็นพิมุกที่ตามมาดูก็หน้าเจื่อน แต่พิมุกไม่สนใจแสยะยิ้มให้แล้วเดินไปดูใกล้ๆเวที

    หลังจากขำกับป้อมช่วยกันจิกแก้วให้เดือนตบแล้วก็ทำเนียนลากเดือนออกมา ศิริพรเห็นคนมามุงดูมากมายก็ทำสำออยพูดเหมือนถูกซ้อมมาปางตาย

    “เดือน...ทำไมเธอใจร้ายแบบนี้ ฉันไม่เคยคิดจะแย่งผู้ชายกับเธอเลยจริงๆนะ” เดือนฟังแล้วงงถามว่าเธอพูดอะไร! ศิริพรยิ่งเรียกคะแนนสงสาร ร้องไห้ยกมือไหว้ “ขอร้องล่ะนะ อย่าทำร้าย อย่าข่มขู่ฉันเพราะผู้ชายอีกเลย”

    เดือนมึนงง แต่พอมองไปข้างล่างเวที เห็นผู้คนพากันซุบซิบมองเดือนด้วยสายตาตำหนิรังเกียจ เดือนแค้นเลยขอแถมอีกรอบ แต่พอเงื้อมือจะตบ ก็ถูกรวิจับไว้ เดือนกำลังเดือดพล่านเลยตบฉาดใหญ่จนรวิหน้าหัน รวิค่อยๆหันมาเลือดกบปากถามน้ำตาคลอ

    “พอใจหรือยังเดือน...” แล้วหันหลังเดินไปทันที ศิริพรสะใจเชิดใส่เดือนแล้วเดินกะปลกกะเปลี้ยตามรวิไป

    เดือนอึ้ง ตกใจที่ตนพลั้งทำเสียภาพลักษณ์เพราะระงับอารมณ์ไม่อยู่ แต่ยิ่งตกใจแทบช็อกเมื่อเหลือบเห็นเสี่ยวาทินจ้องเขม็งมาอย่างโกรธเกรี้ยว สั่งเสียงดังอย่างทรงอำนาจ

    “พอกันทีกับนักร้องที่สร้างแต่เรื่องอย่างเธอ ให้แบนเธอทุกอย่างไว้ก่อน รวมถึงคอนเสิร์ตนี้ด้วย ให้หนูแก้วขึ้นแทนทั้งหมด”

    เดือนตกใจสุดขีด วิ่งลงเวทีมาหาเสี่ย ป้อมกับขำวิ่งตามลงมาด้วยความตกใจไม่น้อยกว่ากัน

    ooooooo

    เดือนพยายามชี้แจงกับเสี่ยถึงสาเหตุที่เกิดเรื่องว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เสี่ยเข้าใจ ถูกเสี่ยตวาดว่า

    “จะให้เข้าใจยังไง...ที่เห็นอยู่นี่ก็ชัดเจนที่สุดแล้ว ตบตีแย่งผู้ชายกัน นี่ถ้าเรื่องไปถึงนักข่าวอะไรมันจะเกิดขึ้นลองคิดดู” เดือนพยายามจะชี้แจง แต่เสี่ยไม่เปิดโอกาส “พอที...ทุกอย่างให้เป็นไปตามที่สั่งตะกี๊...ถ้าไม่พอใจก็ฉีกสัญญาไปได้เลย”

    เสี่ยสั่งแล้วเดินไป แก้วมองเดือนอย่างสะใจก่อนเดินตามเสี่ยไป แต่พอเหลือบเห็นพิมุก แก้วก็ก้มหน้างุด พิมุกไม่สนใจ เดินไปต่อว่าเดือน

    “เดือนหลอกพี่อีกแล้วใช่ไหม นี่พี่คงใจดีกับเดือนมากไปสินะ งั้นคอยดูต่อจากนี้ เดือนจะได้รู้เวลาที่พี่ไม่ใจดีแล้วจะเป็นยังไง”

    บ่างกับเตี้ยทำกร่างเดินเข้ามาอ้าปากจะด่าเดือน แต่เจอขำกับป้อมชี้หน้าก็หุบปากทันทีรีบเดินตามพิมุกไป

    เดือนทรุดนั่งหมดแรง ขำกับป้อมนั่งลงกอดเดือนปลอบ เดือนบอกทั้งสองเสียงแหบแห้ง...

    “มันจบแล้ว ทุกอย่างมันพังหมดแล้ว...” เดือนน้ำตาไหลพรากอย่างสิ้นหวัง ฝันสลายในพริบตา!!

    ooooooo

    ที่อพาร์ตเมนต์แก้ว ศิริพรนั่งไขว่ห้างอยู่หน้ากระจกอย่างอารมณ์ดี แก้วเดินมาถามอย่างไม่พอใจว่า

    “ทำไมเธอไม่บอกฉันว่าจะพาพี่พิมุกมาด้วย!”

    “แล้วทำไมฉันต้องบอกเธอด้วยล่ะ” ศิริพรถามอย่างไม่ยี่หระ พอแก้วจะพูดก็ถูกขัดดักคอว่า “ไม่อยากให้พิมุกรู้เรื่องฉาวๆ ของเธองั้นสิ หึ...พิมุกน่ะ เขารู้ทุกอย่างน่ะแหละ ตั้งแต่อยู่ที่วงเก่าแล้วว่าเธอไปอะไรกับใครบ้าง”

    แก้วโกรธจนหน้าแดงที่ศิริพรทำท่าจะสาวไส้ตน ติงว่ายังไงก็น่าจะบอกตนก่อน ศิริพรลุกขึ้นพูดคอแข็ง

    “ฉันไม่สนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนั้นหรอก ตอนนี้ที่สำคัญ ฉันทำให้นังเดือนมันเป็นเดือนดับได้ ฉันก็พอใจแล้ว”

    พอดีมีเสียงเคาะประตู แก้วบอกศิริพรว่าเธอกลับไปได้แล้ว ศิริพรยิ้มหยันพูดอย่างรู้ทันว่า

    “อ๋อ...ได้สิ ได้เวลาทำงานของเธอแล้วนี่ แหมเก่งจังเลยนะ ขายทั้งเสียง ขายทั้งลีลา แล้วก็ยังขาย...” ศิริพรไม่พูดแต่ใช้สายตามองต่ำลงมาอย่างเหยียดหยาม หยิบกระเป๋าเดินสะบัดออกไป แต่พอเปิดประตูเจอเสี่ยวาทินยืนอยู่ เสี่ยมองศิริพรอย่างสนใจ ศิริพรปรายตามองแก้วที่ยืนจ้องอยู่ แล้วทิ้งสายตาไปทางเสี่ยอย่างยั่วยวนเดินสีเสี่ยออกไป

    “คนรู้จักของแก้วน่ะค่ะ เขากำลังจะกลับแล้ว” แก้วแนะนำพลางดึงเสี่ยเข้าแนบตัวกันท่าศิริพร

    ooooooo

    ที่คอนโดห้องพักของเดือน เดือนขังตัวเองอยู่ในห้องนอน ป้อมกับขำมายืนเคาะประตูเรียกที่หน้าห้อง

    “เดือน...เปิดประตูหน่อย ออกมากินข้าวกินปลาสักหน่อยนะ” ป้อมเสียงอ่อนอย่างห่วงใย

    “อย่าคิดมากสิเดือน...ออกมาคุยกัน ช่วยกันหาทางแก้ไขเถอะนะ” ขำพูดแล้วข้างในยังเงียบกริบ เลยปรึกษาป้อม “เอาไงดีพี่ป้อม เดือนไม่หือไม่อือเลย”

    “เฮ้อ...ข้าก็ไม่รู้ว่ะ เดือน...เดือน...ออกมาเถอะนะ”

    ป้อมกับขำยังคงยืนเรียกและรอเดือนอย่างห่วงใย...

    เดือนอยู่ในห้องนอน...ที่พื้นห้องมีกระดาษเนื้อเพลงที่เตรียมขึ้นคอนเสิร์ตกระจายเกลื่อนพื้น ที่ข้างเตียง เดือนนั่งกอดเข่าร้องไห้ปานหัวใจสลายไปกับฝันที่พังทลายไปในพริบตา...

    ooooooo

    หลังจากถูกนภาตัดสัมพันธ์อย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาแล้ว เทพอกหักจนไม่มีแก่ใจจะทำอะไร เอาแต่ขัดเครื่องดนตรีจนก้องแซวว่าจะขัดให้เลขออกเลยรึไง

    นภามาที่วงเพื่อจะซ้อมเพลง เทพบอกว่าวันนี้งดซ้อมเพราะรวิกับศิริพรไม่อยู่

    “ทุกทีก็ซ้อมได้ ทำไมจะต้องงดล่ะ” นภาข้องใจ เทพพูดกับก้องประชดนภาก่อนเดินผ่านเธอไปว่า

    “ใครจะซ้อมก็ซ้อมนะ พี่กลับล่ะ”

    ซ้ำร้ายกว่านั้น เย็นวันรุ่งขึ้น เมื่อนภาจะมาซ้อมตามปกติ ก็เจอป้ายปิดที่ประตูว่า “งดซ้อม ไม่มีกำหนด”

    “อยู่ๆก็งดซ้อมอีกแล้ว งานก็จะมีอยู่อาทิตย์หน้าแล้วด้วย” ก้องบ่นกับนภาแล้วชวนเพื่อนๆกลับ

    นภายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง จึงตัดสินใจผลักประตูเข้าไปถามเทพว่า ทำไมงดซ้อมอีก งานก็จะถึงแล้วไม่ใช่หรือ

    “ก็คนไม่ครบ รวิกับศิริพรไม่อยู่”

    “ก็ซ้อมกันเท่าที่อยู่ก่อนสิ ไม่ใช่เดี๋ยวหยุด...เดี๋ยวหยุด แล้วถ้าวันจริงเล่นผิดร้องผิดขึ้นมาจะทำยังไง”

    “ไม่ผิดหรอก นักร้องระดับนภาจะผิดได้ยังไง” นภามองขวับถามหมายความว่าไง! “แหม...ก็อดีตนักร้องชื่อดังร้องเองทั้งที จะมีผิดพลาดได้ไง เฮ้อ...แต่นักร้องชื่อดังตอนนี้กลับต้องมาอยู่วงกระจอกๆแบบนี้คงต้องทำใจหน่อยนะ”

    เทพตั้งใจพูดประชดตัวเองแต่ไปสะกิดแผลนภาเข้า เธอหน้าเสียจนเทพตกใจรีบพูดออกตัวว่า

    “เอ่อ...พี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั่นนะ นภา...คือ...”

    “ขอบคุณที่ทำให้ฉันตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้น ฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก จำไว้!!” นภาเดินคอแข็งออกไป

    “นภา...ไม่ใช่อย่างนั้น...โธ่...พูดอะไรไปวะเนี่ยไอ้เทพเอ๊ย...” เทพเขกหัวตัวเองที่พูดพล่อยจนเป็นเรื่อง

    ooooooo

    รวิเสียใจที่ไปง้อเดือนแต่เกิดเรื่องขึ้นบนเวที ตัดสินใจจะกลับบ้าน แต่เมื่อมาถึงท่ารถกลับลังเล ในที่สุดเปลี่ยนใจ

    ป้อมกับขำเฝ้าเดือนอยู่หน้าห้องนอนจนหลับผล็อยถึงเช้า เดือนออกมามองทั้งสองที่หลับอยู่หน้าห้องอย่างรู้สึกขอบคุณในความห่วงใย กลับไปเอาผ้ามาห่มให้

    เมื่อป้อมกับขำตื่นขึ้นมาเห็นผ้าห่มคลุมตัวอยู่ก็รู้ว่าเดือนเอามาให้ แต่คิดว่าเดือนยังคงอยู่ในห้อง ไปพูดที่ประตูว่าหมกอยู่แต่ในห้องเดี๋ยวจะไม่สบาย แต่ทุกอย่างเงียบจนผิดสังเกต เปิดประตูเข้าไปดู

    จึงรู้ว่าเดือนหายไปแล้ว ถามกันว่าเดือนหายไปไหน ก็พอดีมือถือขำมีสายเข้า ขำรีบรับสาย

    “ฮัลโหล...พอดีเลย รวิ! เดือนน่ะ เดือนหายไปไหนไม่รู้!”

    รวิรีบมาที่คอนโด ป้อมบอกว่ายังติดต่อเดือน ไม่ได้เพราะปิดมือถือ ปรึกษากันว่าจะไปหาเดือนที่ไหน เดือนมีเพื่อนที่ไหนบ้าง ปรากฏว่าเดือนมีแต่ขำกับป้อมเท่านั้น ทันใดนั้นมือถือรวิดังขึ้น รวิดูแล้วบ่น...

    “ศิริพรน่ะ โทร.มาตั้งแต่เช้าเป็น 10 สายแล้ว”

    “เอามานี่” ป้อมแย่งมือถือจากรวิกดรับดัดเสียงพูด “หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถแก้คันได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อมาใหม่ชาติหน้าค่ะ” พูดจบก็รีบเอามือถือออกจากหูก่อนโดนด่า แล้วส่งคืนให้รวิ หันมาปรึกษากันต่อว่าจะไปตามหาเดือนได้ที่ไหนดี

    “งั้นก็คงต้องไล่หามันตั้งแต่ที่บริษัท แล้วก็ที่ซ้อม ไปมันทุกที่นั่นแหละ” ขำเสนอ ทุกคนเห็นด้วย ลุกขึ้นพร้อมลุย

    ที่แท้เดือนไปที่บ้านพักคนชรา เธอไปดูแลคนชราที่นั่น ช่วยผู้ดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำให้คนชราที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อย่างไม่รังเกียจ ทั้งยังร้องเพลงและเต้นให้ความบันเทิงแก่คนชรา มีความสุขทั้งคนร้องและคนฟัง

    ooooooo

    ทั้งสามออกตามหาเดือนตามที่ต่างๆที่คาดว่าเดือนจะไป จนสายๆ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเจอ แต่คนที่ไม่อยากเจอกลับเจอ!

    ศิริพรนั่นเอง  เธอตามหารวิจนเจอ ถามว่าทำไมต้องหนีตนด้วย รวิพูดไม่อ้อมค้อมว่า

    “เธอรู้อยู่แก่ใจแล้วนี่ศิริพร เรื่องทุกอย่างที่มันเกิดขึ้น เธอจะบอกว่าไม่ใช่ฝีมือเธองั้นเหรอ!”

    “เธอหมายถึงอะไรฉันไม่เข้าใจ ถ้าเป็นเรื่องเมื่อวาน เธอก็เห็น เดือนเขาหึงไปเอง”

    “งั้นเหรอ...แล้วที่เธอบอกเดือนว่าเราพักด้วยกันล่ะ? แล้วที่เธอร่วมมือกับแก้วทำให้ฉันกับเดือนต้องเข้าใจผิดกันอีกล่ะ” ศิริพรบอกว่าตนไม่รู้เรื่อง แก้วทำอะไรตนไม่เกี่ยวด้วย “หึ! ไม่เกี่ยวหรอ เอาเถอะ ฉันมันก็ไม่มีหลักฐาน แต่เอาเป็นว่าต่อไปนี้ เธออย่ามายุ่งกับฉันและเดือนอีก”

    “อะไรนะ! ต้องถึงขนาดนั้นเลยหรือรวิ?”

    “ที่จริงเธอเองก็เป็นเพื่อนที่ดีของฉันนะ แต่...แต่ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเดือนอีกแล้ว หวังว่าเธอคงเข้าใจนะ”

    พูดเสร็จรวิเดินผละไปอย่างไม่แยแส ศิริพรกำมือแน่นน้ำตาคลอ จิกตาพูดลอดไรฟัน

    “รวิ! คนอย่างศิริพร ไม่ยอมให้ใครมาทำให้เจ็บฟรีๆหรอก ในเมื่อเธอไม่เคยเห็นค่าของฉัน อยากเป็นศัตรูกันก็ได้!”

    ooooooo

    รวิ ขำ กับป้อม ออกตามหาเดือนกันจนเย็น กลับถึงคอนโด ปรากฏว่าเดือนกลับมาทำอาหารไว้รอแล้ว

    “โธ่ถังกะละมังบุบ...หายไปไหนมาเดือน รู้ไหมเขาเป็นห่วงกันแทบแย่” ป้อมตัดพ้อต่อว่าตุปัดตุป่อง

    “นั่นดิ...เนี่ย เรา 3 คนนะ หาเดือนแทบจะทั่ว กทม.อยู่แล้ว”

    “3 คน??” เดือนมองหน้าสองคนงงๆ

    ขณะนั้นเอง รวิเดินยิ้มเจื่อนๆเข้ามาถามเสียงอ่อนโยน “หายไปไหนมาเหรอเดือน พี่เป็นห่วงนะ”

    พอเดือนเห็นรวิ เธอทำปั้นปึ่งมองไปทางอื่น จนขำต้องขอร้องว่า

    “เรื่องอื่นเอาไว้เดี๋ยวค่อยเถียงกันแล้วกัน ตอนนี้ฉันหิวมากเลย กินข้าวกันก่อนเถอะ”

    ป้อมกับขำรีบลุกไปคดข้าว แต่รวิยังนั่งทำตาปริบๆ ขำถามว่าไม่กินเหรอ รวิตอบอย่างน้อยใจว่า

    “เดือนเขายังโกรธอยู่ ฉันไม่กล้ากินหรอก”

    ป้อมเรียกให้มากินเสียเดือนไม่ว่าอะไรหรอก รวิก็ยังนั่งทำหน้าจ๋อยบอกว่าตนไม่กล้า

    แต่เพียงครู่เดียว รวิก็ทำเป็นทนเพื่อนเรียกไม่ได้ลุกไปคดข้าวมากิน พอลงมือเท่านั้นก็กินเอ๊า...กินเอา...เพราะหิวจัด ป้อมกับขำถือช้อนส้อมมองตาค้าง พอรวิกินอิ่ม เห็นป้อมกับขำนั่งมองตนอยู่ ถามว่าทำไมไม่กินล่ะ

    “เห็นแกอิ่ม ฉันก็ดีใจแล้ว” ขำบอก แล้วสะกิดกันออกไป เพื่อเปิดโอกาสให้รวิง้อเดือนได้ไม่ต้องเขิน

    “พี่กับไอ้ขำไปนั่งดูทีวีห้องนู้นนะ” ป้อมบอกพร้อมกับลุกลากกันไป เดือนจะลุกตาม ถูกรวิจับมือไว้ เดือนดุว่า

    “แต๊ะอั๋ง เดี๋ยวโดน” รวิทำหน้าสยองบอกว่าโดนแล้วเมื่อวานนี้ เดือนหันมองหน้าเห็นรอยแผลที่มุมปาก ถามว่าเจ็บมากไหม รวิอ้อนว่าสุดๆ เดือนถามอย่างไม่หายงอนว่า “ก็ใครให้มาขวางล่ะ” พอรวิบอกว่าห่วง เดือนถามว่าห่วงใคร??

    “ห่วงเดือน ห่วงเดือนคนเดียว ห่วงเดือนเท่านั้น” รวิพรั่งพรูความรู้สึกออกมาจนเดือนใจอ่อน ยกมือแตะแผลเบาๆ บอกว่าเดี๋ยวใส่ยาให้นะ...

    เพียงเท่านี้ ความรู้สึกรักและห่วงใยที่มีต่อกันก็กลับคืนมาเหมือนเดิม...

    ooooooo

    ตอนที่ 11

    ชูเกียรติเดินหัวเสียออกจากบ่อนแต่เช้าเพราะเล่นเสียจนหมดตัว

    เดือน กับป้อมรอชูเกียรติมารับไปซ้อม จนสายก็ยังไม่เห็นมา เดือนบ่นว่าไม่รู้จะเอาอย่างไรเดี๋ยวมารับเดี๋ยวไม่มารับ ป้อมเลยยุให้เดือนซื้อรถไว้ใช้เองสักคัน

    “ก็อยากอยู่นะ แต่รอเก็บเงินให้ได้มากกว่านี้หน่อยดีกว่า ถ้าฉันดังกว่านี้ มีงานเยอะกว่านี้ ฉันซื้อแน่ทั้งบ้านทั้งรถ”

    “พี่ ว่าถ้าเอาเงินในส่วนที่ไอ้ชูเกียรติมันอมไปนะ ป่านนี้เดือนคงดาวน์รถได้แล้วล่ะ” ป้อมบ่น เดือนเลยชวนไปแท็กซี่กันดีกว่าเดี๋ยวจะสายเพราะต้องไปซ้อมคอนเสิร์ตด้วย

    พอ เรียกแท็กซี่ คนขับมองหน้าเดือนถามว่าใช่คนที่เป็นนักร้องหรือเปล่า พอเดือนบอกว่าใช่ คนขับแท็กซี่ดีใจมาก บอกว่าลูกชอบเธอมากเปิดเพลงเธอฟังทั้งวัน ป้อมเลยยุว่า แบบนี้ลุงก็บอกลูกเลยว่าวันนี้เจอตัวเป็นๆ  เดือน

    งามพร้อม แล้วลุงแกบอกว่าเดี๋ยวจะกลับไปบอก แล้วขอลายเซ็นเดือนไปฝากลูกด้วย

    “นี่จ้ะ...ฝากบอกน้องให้ช่วยติดตามผลงานของเดือนไปตลอดด้วยนะจ๊ะ” เดือนเซ็นชื่อใส่กระดาษให้

    ooooooo

    สาย วันเดียวกัน ที่ค่ายเพลง แก้วเดินเชิดเข้าไปเห็นพวกตัวประกอบทั้งหลายจับกลุ่มสุมหัวดูอะไรที่หน้าจอ โทรศัพท์และซุบซิบๆกัน แก้วทำทีแถเข้าไปถามว่าดูอะไรกันหรือ

    คนหนึ่งใน นั้นชี้ให้ดู บอกว่าเป็นข่าวของเดือนทั้ง เอฟบี ไอจี ทวิตเตอร์ที่เดือนโพสต์ดูถูกแฟนคลับไว้ อีกคนหนึ่งชี้ให้ดูว่า มีการเพ้อถึงพระเอกเอ็มวีของนางด้วย ถามว่าเมื่อวานแก้วก็ไปด้วยเห็นมีอะไรผิดสังเกตหรือเปล่า

    “ก็...ก็มีบ้า งอ่ะนะ...แก้วไม่อยากพูดเลย จริงๆนะ” แต่พอถูกคะยั้นคะยอไม่กี่คำแก้วก็เล่าอย่างมันปาก “อืม...แต่อย่าไปบอกใครจริงๆนะ กลัวเดือนเขาจะเสียหายน่ะ... ไม่อยากบอกเลย เดือนน่ะ อู๊ยยย...ทั้งกระแซะทั้งเบียด... นอกบทสุดๆ  นี่แก้วไม่อยากพูดนะเนี่ย กลัวเดือนเขาจะเสียหาย นี่...ก็มีการแลกบงแลกเบอร์ขอไลน์กันด้วยนะ”

    ระหว่างฟังแก้วเล่าอย่างออกรสนั้น บางคนถึงกับรีบโทร.หานักข่าวแล้วบอกแก้วว่า

    “น้อง แก้วคะ เพื่อนพี่ที่เป็นนักข่าวเขาอยากถามรายละเอียดน่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ เขาอยากรู้เฉยๆ ไม่เอาไปเขียนหรอกค่ะ” แก้วถลาไปรับโทรศัพท์คุยด้วยทันที

    เดือน กับป้อมมาถึงพอดี ทุกคนหยุดเม้าท์หันมองเดือนเป็นตาเดียว แก้วทักเชิงตำหนิว่าเพิ่งมาหรือ ใครๆเขารอเธออยู่นะ เดือนบอกว่ากำลังจะไปห้องซ้อม แก้วบอกว่าไม่ต้องไปห้องซ้อมหรอก ให้ไปที่ห้องเสี่ยเลย เพราะ...

    “พี่เกียรติเขาก็อยู่ในนั้นแล้ว ไปเร็วๆเข้าเถอะ  แล้วก็ตอบดีๆล่ะ เดี๋ยวเสี่ยเขาอาจจะใจเย็นลงบ้าง” พอเดือนกับป้อมจะไป แก้วรีบบอก “อ้อ...แต่เสี่ยเขาให้เธอเข้าไปคนเดียวนะ พวกผี พวกประหลาดน่ะ เสี่ยเขาไม่ให้เข้า”

    ป้อมฉุนกึกด่าแก้วว่าวอนแต่เช้า เดือนเรียกปรามป้อมบอกให้รอข้างนอกแล้วกัน ตนเข้าไปพบเสี่ยก่อน

    “อือ...เดี๋ยวพี่รออยู่ข้างนอกนี่ล่ะ เผื่อจะได้ตบคน” ป้อมจิกตาใส่แก้ว

    ooooooo

    ในห้องทำงานของเสี่ยวาทิน เสี่ยกำลังนั่งหน้าโกรธจัดอยู่กับชูเกียรติที่นั่งหงอหน้าจ๋อย พอเห็นเดือนเสี่ยทักประชด

    “มาแล้วเหรอ เธอนี่ขยันสร้างเรื่องจริงๆเลยนะ” เดือนถามว่าตนทำอะไรผิดหรือ “ยังมีหน้ามาถามอีก เธอทำอะไรไว้ล่ะ!”

    “เดือน...เดือน เล่นพวกโซเชียลทำไมไม่บอกพี่” ชูเกียรติต่อว่า ทีมงานที่ยืนอยู่ถล่มซ้ำว่า เล่นไม่เท่าไหร่ แต่ที่ไปโพสต์แต่ละอย่างนี่สิ เดือนยิ่งฟังยิ่งงง ถามว่ายังไง...ตนงงไปหมดแล้ว ชูเกียรติเปิดโทรศัพท์ให้ดู “จะอะไรซะอีกล่ะเดือน มันเรื่องอะไรถึงไปโพสต์แบบนั้น แล้วนี่อีก ทำไมไปพาดพิงคนอื่นเขา”

    เดือนปฏิเสธว่าตนไม่รู้ ตนเล่นพวกนี้ไม่เป็น ถูกชูเกียรติหาว่าเธอจะบอกว่าถูกคนอื่นแกล้งอย่างนั้นหรือ เดือนบอกไม่รู้แต่ที่แน่ๆตนไม่ได้ทำ

    “แล้วอันอื่นล่ะครับ ทั้ง เอฟบี ไอจี ถ้าเป็นคนอื่นเขาจะโพสต์หรือรู้ทั้งเวลา ทั้งรูปที่ไปทำงานแต่ละที่ได้ยังไง แม้แต่...เอ่อ...งานนอกที่เดือนไป...”

    ชู เกียรติก้มหน้าอย่างมีพิรุธ เสี่ยจี้ว่า “พูดถึงเรื่องนี้ นี่คุณแอบรับงานนอกไม่ผ่านบริษัทใช่ไหม คุณรู้ไหมทำแบบนี้มันผิดสัญญาร้ายแรงนะ!”

    “ก็พี่ชูเกียรติ...” เดือนอึกอัก ชูเกียรติรีบขัดขึ้นว่า

    “เดือน! ทำไมเดือนทำแบบนี้ พี่บอกแล้วไงจะไปงานที่ไหนต้องบอกพี่ ต้องผ่านบริษัท” ชูเกียรติตีสองหน้า พอเดือนจะโต้ก็ไม่เปิดโอกาส “เนี่ยดูซิ เสียมาถึงพี่ด้วยเลย ต้องขอโทษเสี่ยด้วยนะครับ เดือนแกอาจจะยังไม่รู้กฎระเบียบดี...”

    เสี่ยถามว่าไม่รู้ได้ยังไงในสัญญา ก็ระบุไว้ชัดชูเกียรติรีบตัดไฟแต่ต้นลม ขอโทษเสี่ยและรับปากจะดูแลเดือนให้ดีกว่านี้ ขอโอกาสให้เดือนสักครั้ง

    เดือนจ้องหน้าชูเกียรติ คิดไม่ถึงว่าเขาจะตีสองหน้าและโยนความผิดมาให้ตนทั้งที่ตัวเองเป็นคนทำ!

    ในที่สุด เสี่ยสั่งให้พักงานเดือนเป็นเวลาหนึ่งเดือนจนกว่าจะถึงงานคอนเสิร์ต ระหว่างนี้ให้ซ้อมอย่างเดียว ห้ามรับงานใดๆ ทั้งสิ้น ชูเกียรติยังเสียดายถามเสี่ยว่างานที่รับๆไว้จะทำอย่างไร

    “ก็แคนเซิลเขาไป ไม่ก็ให้หนูแก้วไปแทนไปๆๆ พวกคุณออกไปกันได้แล้ว เห็นหน้าแล้วหงุดหงิด”

    ออกจากห้องทำงานของเสี่ยแล้ว ชูเกียรติพยายามคุยกับเดือน อ้างความจำเป็นที่ต้องบอกเสี่ยไปแบบนั้น

    “จำเป็นเหรอคะ พี่เกียรติมีความจำเป็นอะไรมากเหรอคะถึงต้องโยนความผิดเรื่องรับงานนอกมาให้เดือน ทั้งๆ ที่พี่เองเคยบอกกับเดือนว่าพี่แจ้งบริษัทแล้ว” เดือนเสียงดังจนชูเกียรติขอให้พูดเบาๆ และฟังตนอธิบาย “พอเถอะค่ะ เดือนกินข้าวไม่ได้เล็มหญ้า ถือเสียว่าเป็นบทเรียนก็แล้วกัน”

    เดือนชวนป้อมไปซ้อม บอกว่าต้องซ้อมให้เต็มที่เพราะไหนๆก็มีเวลาตั้งเยอะแล้ว

    ooooooo

    วงของเทพเร่งซ้อมกันเอาจริงเอาจัง เทพปลุกเร้าลูกวงว่า

    “เอ้า...มันๆกันหน่อย งานและเงินรอเราอยู่”

    แต่ก็หลีใส่นักร้องสาวคนใหม่ไปตามประสา

    รวิไม่มีแก่ใจจะซ้อม เป่าแซกโซโฟนเพี้ยนบ้างคร่อมจังหวะบ้าง  จนศิริพรเสนอให้พักก่อนอ้างว่าสงสัยซ้อมหนักไป แต่เมื่อได้คุยกับรวิตามลำพัง เธอถามเขาว่าเป็นอะไร เหนื่อยหรือ แล้วลุกไปเอาน้ำมาให้ ระหว่างนั้น นภาเดินมาพูดกับรวิว่า

    “มืออาชีพน่ะนะ เขาแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเวลางานออกจากกันนะ ฉันไม่รู้หรอกว่าเธอเป็นอะไร แต่นี่คือเวลาซ้อม ช่วยจริงจังกับมันหน่อย อย่าให้คนอื่นเขาต้องเดือดร้อนไปด้วย”

    “ขอโทษครับ” รวิเสียงอ่อย นภาเดาว่าคงเป็นเรื่องเดือนใช่ไหม “เขาจะเป็นยังไงก็ช่างเขาเถอะครับ ผมไม่อยากได้ยินอะไรเกี่ยวกับเขาอีกแล้ว”

    “ได้ยิน? งั้นก็แสดงว่ายังไม่เห็น ยังไม่รู้ว่าความจริงมันเป็นยังไง แต่กลับมานอยด์เองเนี่ยนะ”

    พอดีศิริพรไปเอาน้ำกลับมา ถามนภาอย่างระแวงว่ามีอะไรหรือ นภาบอกว่าไม่เกี่ยวกับเธอ แล้วพูดกับรวิต่อว่า

    “เธอนี่น่าจะกลับไปเป็นพระเอกลิเกเหมือนเดิมนะ” รวิมองเชิงถาม นภาบอกว่า “ก็พระเอกลิเกน่ะ ส่วนมาก ‘มักจะโง่กับเรื่องง่ายๆ’ เสมอแหละ” พูดจบก็สะบัดไป

    ศิริพรมองตามนภาแล้วหันมองรวิเชิงถาม ในขณะที่รวิเครียดจนไม่อยากสนใจใคร สับสนไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป

    ooooooo

    ในงานจัดแถลงข่าวคอนเสิร์ต หลังการแถลงข่าวและเดือนจะเดินออก ก็ถูกนักข่าวกรูกันเข้ามาสัมภาษณ์

    บางคนถามความรู้สึกที่จะได้ขึ้นคอนเสิร์ตครั้งแรกในชีวิต บางคนถามว่าเดือนอาจโดนแบนเพราะแอบรับงานนอก บางคนถามข่าวที่มีการโพสต์ดูถูกแฟนคลับ กระทั่งเรื่องที่มีข่าวลือว่าเดือนแอบจิ้นกับดาราหนุ่มชื่อย่อ ป.ปลา?

    เดือนตอบคำถามแรกอย่างถ่อมตัวว่าตื่นเต้นที่คอนเสิร์ตแรกนี้จะได้ร่วมงานกับพี่ๆที่เป็นนักร้องขวัญใจของตนตั้งแต่ยังไม่เข้าวงการ เรื่องรับงานนอกตนได้ชี้แจงกับผู้ใหญ่แล้วโดยที่เดือนไม่ได้กล่าวโทษใครเลย ส่วนเรื่องโพสต์ดูถูกแฟนคลับนั้น เดือนบอกว่าไม่ใช่ตน ตนไม่เคยเล่นโซเชียลและตนก็รับไม่ได้กับข้อความนั้นๆ ส่วนเรื่องจิ้นกับดาราหนุ่มนั้น เดือนตอบอย่างพยายามอดทนอดกลั้นว่า

    “เดือนไม่มีอะไรจะเถียงค่ะ เพราะว่ามันไม่มีอะไร ขอโทษนะคะ เดือนมีงานต่อค่ะ” แล้วเดือนก็เดินฝ่านักข่าวออกไปโดยมีป้อมช่วยกันให้

    กลับถึงคอนโดคืนนี้ หลังจากดูข่าวการสัมภาษณ์เมื่อกลางที่ถูกตัดต่อก่อนออกทีวีแล้ว เดือนบอกป้อมว่าอยากกลับบ้านไปทำบุญให้แม่ ป้อมเห็นด้วย แต่นึกได้ถามว่าเดือนต้องอยู่ซ้อมไม่ใช่หรือ

    “ช่วงนี้เขาเทรนด์ให้แก้วก่อนน่ะ เดือนเลยขอเขาหยุดสัก 2-3 วัน พี่ๆเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร” เมื่อทุกอย่างลงตัวจึงตกลงจะกลับกันพรุ่งนี้ “กลับบ้านไปถึงแม้จะไม่มีแม่แล้วตอนนี้ แต่เดือนก็ยังมีพี่รวิอยู่” เดือนยังอุ่นใจเมื่อนึกถึงรวิ

    คืนนี้ พิมุกพาเตี้ยกับบ่างสองลูกน้องไม่เต็มบาทไปด้อมๆมองๆที่บ้านเดือน คาดหวังว่าเดือนอาจจะกลับมา แต่ก็ผิดหวัง

    รุ่งขึ้นรวิไปปัดกวาดทำความสะอาดบ้านให้เดือน ทำไปก็อดน้อยใจไม่ได้ว่า เดือนคงไม่ได้กลับมาอยู่บ้านเล็กๆ โทรมๆนี้อีกแล้ว แต่ก็ตั้งใจทำด้วยความเต็มใจและแอบมีความสุข

    เช้าวันเดียวกันนี้ เดือนกับป้อมมาถึงท่ารถ ทั้งสองต่างรู้สึกชื่นใจกับบรรยากาศเก่าๆที่คุ้นชินมาแต่เด็ก แต่มาคราวนี้มีคนชี้ชวนกันดูอย่างจำได้ว่าเดือนเป็นนักร้อง ป้อมเร่งให้รีบไปดีกว่าก่อนที่จะมีเรื่องวุ่นวายกัน

    “ไม่เป็นไรหรอกพี่ป้อม ฉันว่าคนที่นี่ไม่ได้รู้เรื่องพวกนั้นเท่าไหร่...ฉันว่าบางทีชีวิตแบบนี้อาจจะสงบสุขกว่าที่อื่นก็ได้นะ” เดือนมองไปรอบๆยิ้มให้ทุกคนแล้วจึงเดินไปกับป้อม

    ที่บ้านรวิ เจ้าตัวยังนอนคลุมโปงอยู่ ขำมาร้องโหวกเหวกให้ลุกขึ้นมาฟังข่าวดี รวิโผล่จากโปงถามว่าข่าวดีอะไร

    “เมื่อคืนพี่ป้อมโทร.มาบอกว่าจะกลับมาเที่ยวบ้านกับเดือน ฉันโทร.บอกแกตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่แกไม่รับ เอ้าเร็วลุกขึ้นแต่งตัวได้แล้ว เดี๋ยวคงมาถึงกันแล้วมั้ง”

    ฟังแล้วรวิกลับมุดหัวเข้าโปงอย่างเดิม ขำงง ถามว่าเป็นอะไร ทุกทีแค่บอกว่าเดือนมาก็กระโดดแทบไม่ทัน

    ส่วนที่ตลาด ศิริพรไปซื้อกับข้าว ยืนเลือกของที่รวิชอบสั่งเอาอย่างละถุง แม่ค้าถามว่าเอาไปฝากพระเอกลิเกหรือ ศิริพรตอบอย่างภูมิใจว่า “เขาชอบ” พอแม่ค้าถามว่าแบบนี้ไม่กลัวแฟนเขาหึงหรือ ศิริพรชักสีหน้าถามว่าแฟนที่ไหน?

    “อ้าว...ก็น้องเดือนไง ที่ตอนนี้เป็นนักร้องไงล่ะ” อีกคนบอกว่าคงคิดถึงบ้านวันนี้เลยกลับมาแต่เช้า เห็นพวกแถวท่ารถบอกว่ามากับกะเทย ศิริพรรีบจ่ายค่าอาหารบอกว่าไม่ต้องทอนแล้วรีบกลับไปอย่างมีแผนการ

    ooooooo

    เดือนกับป้อมกลับมาถึงบ้าน เดือนแปลกใจที่บ้านสะอาดสะอ้านทั้งที่ไม่ได้อยู่กันตั้งหลายวันแล้ว

    ป้อมเอะใจว่าหรือมีใครมาทำให้?

    ป้อมคาดว่ารวิมาทำให้ เดือนเร่งให้เก็บของเร็วๆ จะได้ไปชวนรวิไปทำสังฆทานให้แม่ด้วยกัน

    แต่พอลงจากเรือน เจอพิมุกกับเตี้ยและบ่างมายืนเก๊กหล่ออยู่ เดือนถอนใจเซ็งๆ ถามว่ามีธุระอะไรหรือ พิมุกอ้อนว่า พูดแบบนี้เสียใจแย่ เพราะตนอุตส่าห์มาดูแลบ้านให้ เดือนไม่เชื่อถามว่าเข้าบ้านตนได้ยังไง ขู่ว่างัดบ้านเข้ามาแบบนี้ตนจะแจ้งความข้อหาโจรกรรม พิมุกเลยบอกว่าตนแค่อยู่ข้างนอก ถามว่าเดือนจะไปไหนเดี๋ยวไปส่ง

    “ไม่ต้อง เดือนไปไหนมาไหนเองได้ ขอตัวนะ” พูดแล้วชวนป้อมเดินไปเลย

    พิมุกเสียหน้าแต่ทำกร่างสั่งบ่างกับเตี้ยแก้เกี้ยวว่า “ไปเว้ย! งั้นวันนี้กลับไปเตรียมแผนมาให้ดีๆก่อน หึ...น้องเดือนหยิ่งอยู่ได้อีกไม่นานหรอก แล้วเธอจะต้องมาอ้อนฉันแทน”

    เมื่อเดือนกับป้อมไปถึงหน้าบ้านรวิ เจอขำนั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่คนเดียว อึดใจเดียวศิริพรก็นวยนาดออกมากับรวิทักเดือนว่ามากันแล้วหรือ เห็นมีข่าวแย่ๆออกมาเต็มเลย เดือนข่มใจบอกว่าจะมาชวนรวิไปทำบุญให้แม่

    “พี่ไม่ว่าง เดี๋ยวจะไปกับศิริพร” รวิตอบอย่างเย็นชา พอเดือนถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า รวิไม่ตอบแต่เดินผ่านเดือนไปเลย เดือนตามไปขอคุยกันให้รู้เรื่อง ก็ถูกสวนกลับมาว่า “พี่ไม่อยากคุยกับเดือน!”

    “ทำไมล่ะ...ทำไมพี่ถึงไม่อยากคุยกับเดือน...เดือนทำอะไรให้พี่โกรธเหรอ พี่บอกเดือนสิ”

    “พี่ไม่รู้ว่าคำพูดของเดือนอันไหนคือความจริงอันไหนคือหน้ากาก”

    “ทำไม...ทำไมพี่คิดว่าเดือนเป็นแบบนั้น” เดือนเสียงสะท้านอย่างสะเทือนใจ

    “เดือนรู้อยู่แก่ใจดีที่สุด แล้วพี่ก็ไม่แน่ใจแล้วด้วย ว่าพี่ยังรู้สึกกับเดือนเหมือนเดิมหรือเปล่า”

    เดือนนํ้าตาคลออย่างสุดที่จะกลั้นไว้ได้...ทั้งสองยังเดินคุยกันไปด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดไม่น้อยกว่ากัน เดือนถือตุ๊กตาไม้ที่รวิแกะให้ก่อนเธอไปอยู่กรุงเทพฯ บอกเขาเสียงสั่นเครือว่า

    “ทำไมล่ะพี่รวิ ทั้งๆที่ฉันเก็บความรู้สึกดีๆของเราไว้ตลอด”

    รวิดึงตุ๊กตาจากเดือนปาลงพื้น เดือนตกใจก้มเก็บ ถูกศิริพรเดินมาทำเป็นไม่เห็นเหยียบมือเดือนแล้วขยี้ก่อนที่จะทำเป็นตกใจ บอกให้เอามือออกทั้งที่ตัวเองยังเหยียบขยี้อยู่ ป้อมกับขำตามมาเจอ ป้อมถามว่าทำอะไรกัน แล้วพุ่งเข้าไปผลักศิริพรออก

    “รวิ! ทำไมแกปล่อยให้เดือนโดนรังแกแบบนี้” ขำไม่พอใจ

    “อีงิ้วผี!! วันนี้ถ้าเลือดชั่วมึงไม่ออก อย่ามาเรียกกูว่าอีป้อม!” ป้อมพุ่งเข้าตะลุมบอนศิริพรตบซ้ายขวา...ซ้ายขวาไม่ยั้ง ศิริพรกรีดร้องโวยวายก็ถูกขำเข้าไปเอามืออุดปาก

    เดือนลุกขึ้นเอามือที่กำตุ๊กตาไม้ขึ้นดู มือแตกเพราะถูกศิริพรเหยียบขยี้ รวิเดินเข้ามาถามอย่างรู้สึกผิดและสงสาร

    “เดือน...เป็นอะไรหรือเปล่า...ไปยอมเจ็บเพื่อมันทำไมกะอีแค่ตุ๊กตากระจอกๆ”

    “ถ้าพี่รักฉัน เท่าที่ฉันรักพี่...พี่จะรู้ว่าฉันยอมเจ็บทำไม” เดือนมองหน้ารวินํ้าตาอาบแก้ม ถือตุ๊กตาเดินผ่านรวิไป...

    รวิอึ้งพูดไม่ออก ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่เทลงมาอย่างหนัก แต่เหมือนเขาไม่รู้สึกอะไรเลย...

    ooooooo

    ป้อมกับขำเดินไปกับเดือน เดือนถามว่าสรุปแล้วรวิโกรธตนเพราะเรื่องนั้นหรือ

    “แหม...เพราะนังแก้วทีเดียว เจ็บใจนัก” ป้อมฮึดฮัด

    “ถ้าพี่รวิไม่เชื่อสักอย่าง ใครก็ทำอะไรไม่ได้ แต่นี่...ช่างเถอะ ว่าแต่ขำบอกเขาหรือเปล่าว่าเรื่องจริงมันเป็นยังไง”

    ขำบอกว่าหมั่นไส้เลยไม่บอก เดือนว่าดีแล้วปล่อยรวิให้เข้าใจไปแบบนั้นแหละ แต่ป้อมยุว่าเดือนต้องจัดการกับพวกนั้นบ้างแล้วนะ ปล่อยให้มันทำอยู่ฝ่ายเดียวได้ไง

    “ไปกันดีกว่า” เดือนบอก ป้อมบ่นทันทีว่าใจอ่อนอีกแล้ว เดือนเลยย้ำ “ไป-เอา-คืนกัน!!”

    ป้อมกับขำมองเดือนอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เดือนบอกทั้งสองอย่างคนที่ฮึดสู้ว่า

    “เดือนใช้ชีวิตแบบขาวๆมาเยอะแล้วนะ ยังไม่วายเจอแต่คนคิดร้าย คราวนี้เดือนขอดำบ้าง ขาวบ้าง เอาแบบเทาๆ ละกัน ให้พวกนั้นได้รู้ว่าเวลาคนโดนทำร้าย มันรู้สึกยังไง!”

    “ต้องอย่างนี้สิเดือน ถึงจะแซ่บเว่อร์เจอราร์ด” ป้อมกระโดดกอดเดือน

    “ว่าแต่จะเอาคืนยังไงล่ะ” ขำถาม เดือนไม่ตอบแต่ยิ้มๆยักคิ้วแผล็บ

    ooooooo

    แก้วซ้อมเพลงอย่างทุลักทุเล ทั้งร้องผิดคีย์เสียงเพี้ยนคร่อมจังหวะ การเต้นก็ยึกยือน่าสมเพช แต่พอชูเกียรติติติงก็อวดดีว่าตนตั้งใจเต็มที่แล้วจะอะไรกันนักหนา

    ชูเกียรติบอกทีมงานว่าซ้อมๆไปก่อนก็แล้วกัน พอถึงเวลาก็ให้เดือนร้องกลบเสียงแก้วเอา

    ส่วนเดือนก็เริ่มแผนทันที วันนี้ไปหาพิมุกที่ค่ายมวย พิมุกมองหื่นถามว่าคิดถึงจนทนไม่ไหวหรือ เดือนหวานกับพิมุกจนเขาปลื้มๆงงๆบอกเดือนว่า

    “เดือนมีอะไรพูดมาได้ตรงๆเลยจ้ะ ถ้าเป็นเรื่องของเดือนน่ะ พี่เต็มที่เสมอ”

    “จริงๆแล้ว เดือนก็อยากจะบอกความรู้สึกกับพี่มาตั้งนานแล้ว แต่ติดตรงที่ว่า...” เดือนทิ้งจังหวะแล้วแอบกดมือถือถึงแก้ว แล้วถาม

    “พี่คิดยังไงกับฉันแน่พี่พิมุก”

    “ไม่น่าถาม เดือนก็รู้อยู่แล้วว่าพี่รักเดือน แต่เดือนนั่นแหละที่คอยหนีพี่ไปหาไอ้รวินั่น”

    “เดือนไม่อยากทำให้เพื่อนต้องเสียใจนี่จ๊ะ” พิมุกถามว่าหมายถึงใคร “ก็แก้วไงจ๊ะ แก้วเขาบอกว่าเขากับพี่รักกัน”

    “อะไรนะ! ยัยแก้วมันพูดอย่างนี้เหรอ ไม่จริงนะเดือนอย่าไปเชื่อ!”

    เดือนกดโทร.ออกถึงแก้วทันที พอแก้วรับสาย เดือนจงใจพูดกับพิมุกดังๆให้เสียงลอดเข้าไปในโทรศัพท์

    “แต่พี่ก็มีอะไรกับแก้วแล้ว”

    “โธ่เดือน...ผู้หญิงแบบนั้น มันก็ไม่ต่างอะไรกับห้องน้ำสาธารณะ ไม่มีใครเขาเอาจริงหรอก”

    “งั้นพี่ช่วยพูดช้าๆชัดๆอีกครั้งสิคะ ว่าพี่กับแก้วไม่ได้เป็นอะไรกัน”

    “เดือนฟังนะ พี่ไม่ได้รักแก้ว...แล้วก็ไม่มีวันรักผู้หญิงแบบนั้นด้วย!”

    เดือนหลอกให้พิมุกพูดส่งไปให้แก้วได้ยินแล้วก็ขอบคุณเขาและขอตัวกลับ พิมุกงงๆแต่ยังตะโกนตามหลังไปว่า

    “เดือน...พี่รักเดือนคนเดียวนะจ๊ะ...เดือน...”

    ส่วนแก้วได้ยินการถามตอบกันทุกคำ กำโทรศัพท์จนมือสั่น คำราม “นังเดือน!!”

    ooooooo

    สายวันนี้ ขณะรวิสตาร์ตรถมอเตอร์ไซค์จะออกข้างนอก ศิริพรก็ออกมาปะเหลาะบอกว่าจะไปจองตั๋วรถทัวร์ อาทิตย์หน้าจะขึ้นกรุงเทพฯ

    บอกแล้วบ่นว่าแดดร้อน แล้วโมเมตีขลุมว่ารวิจะไปส่ง รีบขอบใจเขา โดดขึ้นซ้อนรถทันที รวิเลยจำต้องไป

    เดือนกับป้อมจะกลับพอดีโดยมีขำไปด้วย  เดือน อยากกลับไปซ้อมคอนเสิร์ตและมีไอเดียจะเสนอพวกทีมงานด้วย

    ระหว่างรอรถออก เดือนลงไปเข้าห้องน้ำ

    รวิพาศิริพรมาถึงท่ารถ ขณะศิริพรไปจองตั๋วรวิแวะไปดูนิตยสารที่แผงหนังสือ เป็นนิตยสารที่มีรูปเดือนขึ้นปก ขณะเขาพลิกดูเนื้อในนั้น เดือนออกจากห้องน้ำมาเห็นปกหนังสือที่รวิถืออยู่เลยหยุดดู พอรวิลดหนังสือลงหน้ากับหน้าเลยอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ต่างเขินๆเมินๆ เพราะยังไม่หายเคืองกัน

    เดือนถามรวิว่า จะไปไหนเหรอ รวิตอบอย่างหมางเมินเหินห่างว่า เปล่า เดือนประชดว่าคงไม่ได้มาซื้อหนังสือที่ท่ารถกระมัง รวิประชดคืนว่า “ถ้าซื้อ คงซื้อเล่มอื่น”

    “งั้นเล่มนี้ขอซื้อไปอ่านบนรถนะ” เดือนรับหนังสือจากรวิแล้วจ่ายเงิน

    ศิริพรจองตั๋วกลับมาพอดี เดือนมองรวิพูดลอยๆว่า “มาซื้อตั๋วนี่เอง”

    ทั้งสามต่างพูดเหน็บแนม ประชดเสียดสีกันไปมาแล้วจึงแยกกัน เดือนกับรวิต่างแยกไปกันคนละทางด้วยความรู้สึกเสียใจไม่น้อยกว่ากัน...

    ooooooo

    ศิริพรมีความสุขสะใจมาก ระหว่างซ้อนรถมอเตอร์- ไซค์กลับก็กอดรวิเสียแน่นจนรวิบอกว่าหายใจไม่ออก

    ทันใดนั้น มีรถคันหนึ่งขับแซงไปแล้วถอยกลับมาเปิดกระจกรถทัก

    “โอ๊ะโอ๋...กลางวันแสกๆแนบเนื้อกันซะขนาดนี้” รวิพยายามควบคุมอารมณ์ขับไปเรื่อยๆ พิมุกขับตามทักศิริพร “ไง...ศิริพร ทำสำเร็จแล้วนี่ ดีใจด้วยนะ แต่จริงๆแล้วเธอต้องขอบคุณฉันนะ”

    “ทำไมฉันต้องขอบคุณเธอ”

    “ก็ขอบคุณฉัน ที่ทำให้น้องเดือนมาหลงรัก ทำให้เธอหมดคู่แข่งไง เมื่อเช้า น้องเดือนเขามาสารภาพรักกับฉันแล้ว แหม...มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก” รวิทนไม่ไหวบิดแซงขึ้นไป พิมุกยังตามจี้ “อ้าว...จะรีบไปไหนล่ะ รับความจริงไม่ได้รึไง”

    รวิโมโหขับรถปาดหน้าจนพิมุกต้องหักหลบเสยเข้าข้างทาง พิมุกลงจากรถมาตะโกนด่า

    “ไอ้รวิ!! ไอ้หมาบ้า!!”

    ooooooo

    พอเดือนพาป้อมกับขำกลับมาถึงคอนโด ขำตื่นเต้นมากชมว่าห้องดูดีมากเลย เดือนบอกว่าไม่ใช่ของตน

    “อีกหน่อยก็ซื้อเองได้ เอาให้หรูกว่านี้ก็ยังไหว”ป้อมคุย

    ขำเห็นมีจดหมายหล่นที่พื้น หยิบขึ้นถามว่าจดหมายรักของใครเนี่ย เดือนบอกว่าของชูเกียรติเห็นมีเป็นประจำ บอกขำว่าอย่าไปแกะแต่ไม่ทัน เพราะขำมือไวฉีกแควกเสียแล้ว

    “มือไวไปหน่อย ไหนๆก็แกะแล้วมาอ่านหน่อยดีกว่า” ป้อมเห็นด้วย ขำเลยอ่านออกเสียงให้ฟังกัน...

    “เรื่อง...ขอให้ชำระหนี้...เรียน คุณชูเกียรติ ตามที่ท่านได้ค้างชำระค่างวดบัตรเครดิต จำนวน 3 งวด เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น...หากท่านยังคงเพิกเฉย ทางธนาคารมีความจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมายกับท่าน”

    อ่านแล้วขำมองหน้าทั้งสองถาม “ไหนว่ามันรวย...”

    “นี่ขนาดมันอมเงินของเดือนไปตั้งเยอะแล้วนะดูท่าการเงินของเดือนจะไม่ปลอดภัยซะแล้วล่ะ” ป้อมถล่มซ้ำ

    เดือนหยิบซีดีที่เป็นงานคอนเสิร์ตของต่างประเทศเพื่อเปิดศึกษา บอกพี่ๆทั้งสองว่า

    “ฉันคงต้องรีบทำตัวเองให้หลุดพ้นไปจากคนพวกนี้เร็วๆซะที”

    ooooooo

    ที่ห้องประชุมค่ายเพลง เดือนกลับมาเสนอบางอย่างแก่ทีมงาน ทุกคนพอใจมากชมว่าเริ่ดมาก ขอบคุณที่ช่วยคิด และบางคนก็อดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบ กับแก้วว่า

    “จนป่านนี้แล้วทั้งร้องทั้งเต้นยังไม่ได้เรื่องเลย” อีกคนเสริมว่า “กลัวจะพาคนอื่นเสียไปด้วย”

    “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเดือนกับพี่ป้อมจะช่วยดูให้เอง”

    “ต๊าย...น่ารักมากเลย งั้นฝากด้วยนะจ๊ะ อ้อ...อีกเรื่องนึง ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เราจะซ้อมกันที่เวทีจริงแล้วนะจ๊ะ จะได้บล็อกกิ้งแล้วก็รันคิวกันดูด้วย” พี่ทีมงานอีกคนแจ้งแล้วพากันออกไป

    “ได้เวลาสนุกอีกแล้วพี่ป้อม” เดือนเอ่ย ป้อมเดินมาเกาะไหล่เดือนยิ้มให้กันอย่างพอใจ

    ครู่ใหญ่ แก้วกรีดกรายเข้ามา พอเห็นเดือนก็ชักสีหน้าแต่รีบเก็บอาการ ทำเป็นทักแต่กัดในที

    “อ้าว...มาได้แล้วเหรอ นึกว่าอายจนหนีไปเสียแล้ว”

    “ไม่หรอกจ้ะ ตอนนี้พวกพี่ๆเขาไปจัดการเรื่องยุ่งๆให้แล้ว แฟนคลับเขาก็เข้าใจ”

    “หึ...งั้นเหรอ...” แก้วมองไปเห็นขำก็ทำท่าตกใจ “ต๊าย...นี่ขนพวกบ้านนอกมากันเลยเหรอ”

    “ใช่ๆ มากันหมดเลย นี่ๆยัยกิมแม่เธอ ฝากมาบอกว่าส่งเงินให้ใช้บ้างนะ ของขายไม่ค่อยดี” ขำแฉ ฉีกหน้า ป้อมถล่มซ้ำว่า “โธ่ถังกะละมังบุบ มาจากบ้านนอก เหมือนกัน นี่ฉันลืมเธอไปได้ยังไง”

    ทั้งขำและป้อมพูดเสียงดังจงใจแฉจนแก้วหน้าชา หันมองไปรอบตัวเห็นพนักงานและตัวประกอบพากันซุบซิบๆ ก็ยิ่งเสียหน้า

    เดือนชวนแก้วไปซ้อมกัน แต่พอเริ่มซ้อม ทุกคนเต้นกันอย่างสวยงาม มีแต่แก้วคนเดียวที่ยืนเอ๋อเต้นไม่ทันและเต้นไม่เหมือนคนอื่น แต่กลับโวยวาย

    “นี่มันอะไรกัน ทำไมมันไม่เหมือนกับที่ซ้อมมาทีแรก”

    “พอดีฉันคุยกับพวกพี่ๆเขาแล้วว่าจะปรับรูปแบบให้มันดูอลังการหน่อย เป็นคอนเสิร์ตใหญ่ทั้งที” เดือนชี้แจง

    “จะยุ่งยากไปถึงไหน ของเดิมฉันเกือบจะจำได้หมดแล้ว...แล้วนี่อะไร แบบนี้ฉันไม่เต้นด้วยหรอก”

    “อืม...ก็กะอยู่แล้วว่าเธอคงไม่มีปัญญาเต้นหรอก เอาเหอะ เธอลองไปคุยกับพี่ๆเขาใหม่ก็ได้ บอกว่าเธอทำอะไรไม่ได้สักอย่าง!”

    “แกคิดว่าฉันเป็นใครกันยะ ไอ้ท่าง่ายๆ พวกเนี้ย แป๊บเดียวฉันก็ทำได้แล้ว” แก้วอวดดี

    “ตายจริง...ไม่รู้มาก่อนเลย งั้นก็มาซ้อมต่อสิจ๊ะ...” เดือนยิ้มแย้ม เดินเข้าไปกระซิบ “หรือว่าดีแต่ปาก!!” แล้ว สั่ง “โอเคค่ะ...มิวสิก”

    แก้วเดินเข้าประจำตำแหน่งเดิม เดือนแอบยิ้ม พอเพลงขึ้น ทุกคนก็โพสท่า...

    ระหว่างนั้น ชูเกียรติเดินเซ็งๆเข้ามา ทีมงานทักว่า

    “พี่เกียรติเพิ่งมาเหรอ” ถูกตอบกวนๆว่ามานานแล้วมั้ง “แหม...ถามนิดถามหน่อยทำเป็น...เขาซ้อมกันอยู่ในห้องแน่ะ น้องเดือนมาแล้วนะ คิดธีมการแสดงมาให้เราใหม่ด้วย เจ๋งไปเลย”

    “เดือนเนี่ยนะ?? อะไรกัน หายเครียดแล้วเหรอ ผู้หญิงนี่มันตามอารมณ์ไม่ทันเลยว่ะให้ตายเหอะ!”ชูเกียรติทำหน้าสงสัยแล้วเดินไป

    ooooooo

    ตอนที่ 10

    มวยคู่เอกเริ่มแล้ว! กรรมการประกาศบนเวทีว่า

    “และ บัดนี้...ถึงเวลาที่ท่านรอคอยมานานแล้วกับมวยคู่เอกของเรา...มุมน้ำเงิน เจ้าของค่ายมวย พ.พิมุก และเป็นประธานการจัดงานในครั้งนี้ เจ้าของฉายา มังกร แข้งพิฆาต ขอเชิญพบกับ พิมุก เมืองสยามมมมม...ส่วนอีกด้านไม่แพ้กัน มุมแดง...เจ้าของฉายา หลับสนิท ศิษย์หามลงงงงงงง”

    รวิที่กำลังเต้นฟุต เวิร์กอยู่อย่างฮึกเหิมถึงกับแหยบ่นท่ามกลางเสียงโห่ฮาของแฟนมวยว่า “ใครเป็นคนตั้งฉายานั่นวะ” ขำทำไม่รู้ไม่ชี้ยกมือเกาหัวพูดอุบอิบว่า เห็นมันน่ารักดี

    กรรมการประกาศต่อว่า “และบัดนี้ ขอเชิญท่านพบกับ รวิ ศ.ศิลป์งาม” รวิก้าวขึ้นเวทีท่ามกลางเสียงปรบมือ เสียงโห่ร้องและบ้างก็ยังขำกับฉายาเขาอยู่

    คนพากย์มวยวัยดึกที่แม้แต่แรงจะพูดก็ยังลำบาก พากย์เสียงยานยืด จนขำทนไม่ไหวไปพากย์แทน

    ปรากฏ ว่าก่อนหมดยกนี้พิมุกถูกรวิเตะเสยคาง จนทรุดไปกองกับพื้น รวิหันมายิ้มอวดเดือน พอดีระฆังหมดยก แต่พิมุกก็ยังพุ่งเข้าต่อยรวิคว่ำไป ขำพากย์อย่างมีอารมณ์ว่า

    “ระฆังหมดยกไปแล้วนะครับ แต่พิมุกยังเข้าใส่แบบนี้ ขี้โกงกันเห็นๆเลยนะครับ”

    ส่วนพิมุกพอเข้ามุมก็คำราม “ไอ้รวิ ประมาทไปหน่อย เดี๋ยวพ่อจะเอาให้พิการเลย คอยดู!!”

    พอระฆังยกที่สองดังขึ้น ขำก็พากย์ไปด่าไปว่า “หลังจากที่ยกแรกมีการขี้โกงออกแนวพ่อแม่ไม่สั่งสอน ตอนนี้ทั้งคู่เดินเข้าหากันแล้วครับ”

    ปรากฏ ว่ายกนี้รวิโดนหมัดขวาของพิมุกเข้าไปจนถูกนับ อึดใจเดียวก็ลุกขึ้นมา แต่ถูกพิมุกเข้าคลุกวงในตีเข่าต่อยตัดลำตัวจนรวิยืนตัวงอมือกุมซี่โครงปาก แตก

    ยกนี้รวิเดินโซเซเข้ามุมตัวเอง ตาลายจนเห็นพี่เลี้ยง เป็นเดือน รวิยังปากกล้าใจสู้ แต่กุมซี่โครงคราง...อูย...จนเดือนบอกว่าถ้าไม่ไหวก็...ถูกรวิตัดบททันทีว่า

    “ถ้า เรายอมแพ้อะไรง่ายๆ เราก็จะไม่รู้ค่าของความสำเร็จหรอกนะเดือน เดือนเองเป็นคนพิสูจน์ให้พี่เห็นแล้วนี่ ถึงคราวพี่ต้องพิสูจน์บ้างแล้วล่ะ”

    เดือนพยักหน้ายิ้มให้กำลังใจ ก็พอดีเสียงขำพูดขึ้นว่า

    “เอ้ า...ในระหว่างพักยกเรามาส่งกำลังใจให้นักมวยกันทั้งสองฝ่ายดีกว่านะจ๊ะพี่ น้อง เอ้า...รวิสู้ๆ รวิสู้ตาย รวิไว้ลายสู้กับควายก้นหมึก”

    เสียงแฟนมวยเฮฮาหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง

    ooooooo

    พอ จะเริ่มยก 3 พิมุกก็เล่นสกปรก สั่งบ่างที่มาบีบนวดที่มุมให้เอายาทาที่นวม พอระฆังยกสามลั่น พิมุกก็รัวหมัดซ้ำ แถวซ่ีโครงที่บาดเจ็บของรวิ พอมี ช่องโหว่ก็ซัดหมัดใส่เบ้าตาเต็มๆ!

    เกิดผลทันที รวิแสบตาจนน้ำตาไหล ถูกพิมุกเยาะเย้ยว่าแค่นี้ก็ถึงกับน้ำตาไหลแล้วหรือ

    “ไอ้พิมุก! ไอ้ขี้โกง!!” รวิด่า

    “อะไรๆ อย่ามากล่าวหา พี่พิไม่ชอบ เอาไหม เดี๋ยวจะช่วยบอกให้มันโยนผ้าให้ เอ๊ะหรือจะให้น้องเดือน โยนดี แหม...แต่ให้ผู้หญิงออกหน้าแบบนี้ หน้าตัวเมียชัดๆ” พิมุกเยาะเย้ยจนรวิโมโหจะพุ่งเข้าซัดพิมุกแต่น้ำตาไหลจนมองพล่าเลือน เดือนสงสารจนน้ำตาไหล บอกป้อมว่ารวิไม่ไหวแล้ว เดือนคว้าผ้าขนหนูสีขาวที่พาดคอป้อม ถูกรวิตะโกนลั่นว่า

    “อย่านะเดือน! พี่รู้นะว่าเดือนจะทำอะไร พี่ไม่ยอมให้เดือนโยนผ้ายอมแพ้เด็ดขาด! พี่บอกแล้วไง ยังไม่ถึงที่สุดซะหน่อย”

    พอระฆังหมดยกสามดังขึ้น ขำพากย์เสียงอ่อย “หมดยกที่ 3 ครับ ดูท่ารวิจะแย่นะครับ...เฮ้อ...”

    รวิแสบตาจนลืมไม่ขึ้น ป้อมเอาน้ำมาล้างตาให้ เดือนเครียดตัดสินใจเดินไปหาพิมุก พูดขึงขังว่า

    “ฉันขอล่ะนะพี่ ทำอะไรช่วยให้อยู่ในกติกาหน่อยเถอะ” พิมุกทำหน้าตายถามว่าเดือนหมายถึงอะไรหรือ

    “ฉันรู้นะว่าพี่ทำอะไรน่ะ”

    “พี่ก็แค่หยอกเล่นนิดๆหน่อยๆเอง แต่ถ้าเดือนไม่ชอบ พี่ไม่ทำก็ได้ แต่มันก็น่าจะมีอะไรแลกเปลี่ยนนิดนึง เป็นกำลังใจให้พี่พอกรุบกริบ”

    “พี่จะให้ฉันทำอะไร”

    “ตอนนี้พี่อยากได้พี่เลี้ยงดูแลพี่หน่อย ไอ้สองตัวนี้มือมันหนักไม่ไหวเลย”

    เดือนนิ่งไปนิดหนึ่ง ตัดสินใจเอาผ้าขนหนูแอบป้ายยาหม่อง แล้วเข้าไปทำทีเช็ดหน้าให้พิมุก เอาคืนอย่างสะใจ!

    ooooooo

    ที่เวทีดนตรี ศิริพรร้องเพลงอยู่ ส่วนโรจน์ใส่แว่นปิดๆหน้า ตะโกนป่วนขึ้นว่า

    “อ้าวไหนล่ะ แขกรับเชิญพิเศษ เดือน งามพร้อม ไม่เห็นโผล่มาเลย แหกตากันนี่หว่า เอ้าพวกเราดูสิไอ้ วงนี้มันหลอกพวกเรา ไหนบอกว่าเดือนจะขึ้นมาร้องเพลงด้วย...”

    พอชาวบ้านเริ่มบ่นกันพึม โรจน์ก็ป่วนต่อซ้ำยังด่าเดือนด้วยว่า

    “เอ๊ะ หรือนักร้องเดือนอะไรนั่น จะไม่ยอมมาร้อง ใช่สิ...นี่มันบ้านนอกนี่ คงดูถูกพวกเราเลยไม่ยอมมาเล่น...โธ่เอ๊ยดังแล้วลืมตัว”

    โรจน์ปลุกปั่นเสียจนชาวบ้านไม่พอใจ พากันโห่ไล่วงเทพ โรจน์ยิ้มสะใจที่ตัวเองปั่นชาวบ้านให้ลุกขึ้นป่วนได้

    ก้องใจไม่ดี ถามเทพว่าเอาไงดี เลยถูกเทพด่าซ้ำว่าบอกแล้วว่าอย่าเพิ่งรีบประกาศ แล้วเป็นไงล่ะทีนี้

    “เดี๋ยวมวยชกเสร็จก็คงมามั้ง จะไปเร่งตอนนี้ก็คงไม่เหมาะ” นภาเอ่ย

    ศิริพรร้องเพลงจบพอดี เดินสะบัดสะโพกมาพูดแทรกขึ้นว่า

    “ของอย่างนี้ มันอยู่ที่น้ำใจคนด้วยล่ะค่ะคุณเทพ แต่ก็นะ...ถ้าเขามาไม่ได้จริงๆ ฉันก็ร้องแทนได้นะคะเพลงนั้นน่ะ”

    “หึ...แต่เสียงจะสู้เขาได้หรือเปล่าล่ะ” นภาเยาะเย้ย ศิริพรเดินมาจ้องหน้านภา พูดประชดยิ้มๆว่า ก็ให้นภาช่วยไง

    “เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมไปตามเดือนก่อนแล้วกัน” ก้องอาสาแล้วลงจากเวทีแหวกผู้คนไปอย่างเร่งรีบ

    ooooooo

    ที่เวทีมวย...ป้อมเอาน้ำลูบตาให้รวิจนรู้สึกดีขึ้น รวิบอกเดือนให้ซับหน้าให้หน่อย จึงรู้ว่าเดือนไม่อยู่ ก้องที่มาตามเดือนไปร้องเพลงโบ้ยให้รวิดูว่าเดือนกำลังเช็ดหน้าให้พิมุกอยู่

    “ตกลงเดือนเขาเชียร์ใคร คบใครกันอยู่เนี่ย” ก้องถามงงๆ รวิโมโหตอบประชดว่า เดือนคงรำคาญตนที่อ่อนแอไง!

    ระฆังยกที่ 4 ดังขึ้น รวิเด้งออกจากมุม เช็ดเลือดที่มุมปากจ้องไปทางพิมุกหน้าตาดุดันโกรธจัด

    พิมุกเริ่มแสบตา ถามเดือนว่าเอาผ้าอะไรมาเช็ดหน้าให้ เดือนตอบยิ้มๆว่า “เดือนไม่ได้โง่นะ”

    พิมุกเช็ดๆที่ตาตัวเองแล้วเดินออกจากมุม ส่วนเดือนเดินกลับมาที่มุมรวิ เจอก้องยืนรออยู่ ถามว่ามีอะไรหรือ ก้องบอกว่าเดือนรับปากว่าจะไปร้องเพลงให้วงเทพไง เดือนบอกว่าตกลงกันแล้วว่าจะไปร้องตอนรวิชกเสร็จแล้ว

    “แต่ตอนนี้คนดูโวยวายกันใหญ่แล้วนะ”

    “ก็ให้นังงิ้วกับยัยป้านั่นร้องไปก่อนสิ อะไร...นักร้องมีตั้งสองคน” ป้อมสะบัดเสียงใส่

    “นะ...เดือน พี่ขอร้อง” ก้องมองหน้าเว้าวอน เดือนทำท่าลังเล ก้องเลยดึงผ้าขนหนูที่ใช้สำหรับเช็ดหน้าให้รวิพาดบ่าป้อมแทนแล้วคว้ามือเดือนเดินออกไปอย่างเร็ว ป้อมได้แต่มองตาปริบๆ พอดีเสียงขำพากย์มวยดังขึ้น...

    “ยกที่ 4 แล้วนะครับตอนนี้ มาดูกันว่ารวิจะเอาคืนบ้างไหม โอ๊ะๆๆ แต่ดูจากสีหน้าและแววตาแล้ว...ยกนี้อาจมีลุ้นนะครับ งานนี้เจ้ามืออาจมีหนาวนะครับ...”

    ปรากฏว่ายกนี้รวิรุกหนักด้วยแรงแค้น จนพิมุกทรุดลงไปกองให้กรรมการนับ ขำได้ทีพากย์และนับแทนกรรมการอย่างเร็ว จนกรรมการเหล่ใส่เคืองๆ พิมุกพยายามลุกขึ้นจนได้ ขำบ่นอย่างหงุดหงิด

    “ปัดโธ่...น่าเสียดายจริงๆ นับช้าไปนะกรรมการ...”

    เตี้ยกับบ่างเห็นท่าพิมุกจะแย่ จึงดำเนินแผนสำรอง บ่างถามว่าทำยังไง แล้วคิดออกล้วงเอายาขวดเล็กๆออกมา ถามว่า เอามันไปทำอะไรล่ะ

    “แกนี่มันโง่แก้ไม่หายจริงๆเลยนะ เอามานี่ ลูกพี่เขาบอกว่ามันใช้ดมใช้ทาในขวดเดียวกัน ก็ต้องเอาไปให้มันดมสิวะ แบบนี้ไง...ฮึ้ดดดด” เตี้ยที่ด่าบ่างว่าโง่แต่ตัวเองง่าวกว่า เปิดขวดสูดเป็นตัวอย่างให้บ่างดูจนสลบไปจริงๆ

    “จั๊ดง่าวแท้...งานนี้ข้าต้องทำคนเดียวแล้วสิ” บ่างด่าคืนแล้วถือขวดแอบไปแถวที่ป้อมยืนเชียร์รวิอยู่ ป้อมเชียร์มวยมันจนผ้าขนหนูที่พาดบ่าตกไม่รู้ตัว บ่างย่องไปเก็บเทยาใส่แล้วเอาไปวางไว้ที่มุมของรวิก่อนรีบหลบไป

    ooooooo

    ที่เวทีดนตรี โรจน์ยังยืนป่วนอยู่หน้าเวที แกล้งตะโกนยั่วยุให้ชาวบ้านไม่พอใจว่า

    “ตกลงจะเอายังไง...จะให้รอนานแค่ไหน...เห็นคนดูโง่รึไงวะ!”

    ชาวบ้านถูกปั่นก็ของขึ้น พากันโห่ร้องโวยวายไม่พอใจ ศิริพรทำทีปรารถนาดี เดินมาเสนอเทพว่า

    “เอายังไงดีคะคุณเทพ  เดือนเขาคงไม่มาร้องให้เราแล้วล่ะ” เทพร้อนใจบ่นว่าก้องที่ไปตามก็หายไปด้วย นภาเสนอขึ้นว่าเราคงต้องบอกคนดูไปตามจริงแล้ว ศิริพรได้ทีใส่ไฟเดือน “แหม...เดือนนะเดือน รับปากแล้วไม่คิดจะรักษาสัญญาเลย”

    เทพตัดสินใจเดินมาหน้าเวที หยิบไมค์ประกาศ

    “ทุกคนครับ...ต้องขอโทษด้วยจริงๆครับ ตอนนี้คุณเดือนติดภารกิจเร่งด่วน เลยมาร้องให้ไม่ได้... แต่ยังไงวงของเราก็ยังเล่นให้ทุกคนอย่างเต็มที่นะครับ”

    “แหกตากันนี่หว่า! ไม่เอา!! วงก็ขี้โม้ นักร้องก็หยิ่ง ไม่เอาโว้ย!!” คนดูพากันโห่ฮา

    แต่เทพไม่ย่อท้อ หันหลังกลับพยักหน้าให้ดนตรีเตรียมขึ้นเพลง ศิริพรยิ้มสมใจ เดินเชิดหน้าขึ้นเวที ในขณะที่นภาก็ถอนใจแล้วหยิบไมค์มาเตรียมเช่นกัน
    นภาถือไมค์เดินออกไปร้องเพลงอย่างมืออาชีพ ทำให้เสียงโห่ฮาขับไล่ซาลง ต่างฟังอย่างอินไปกับเพลงที่นภาร้อง

    โรจน์เห็นท่าแฟนเพลงจะพอใจ ก็ตะโกนป่วนขึ้นอีกว่า

    “ดูๆเห็นไหม เอานักร้องแก่ๆที่ไหนมาร้องก็ไม่รู้ ไม่ได้เรื่องเลย อ้าวๆจะไปฟังทำไมละนั่น”

    แต่เสียงโรจน์ไม่ขลังเสียแล้ว เพราะแฟนเพลงต่างชื่นชอบและอินกับบทเพลงและการร้องอย่างมืออาชีพของนภาเดินผ่านโรจน์ที่โวยวายเหมือนคนบ้า ไปฟังเพลงที่หน้าเวทีราวกับต้องมนต์...

    ooooooo

    เทพเห็นอารมณ์แฟนเพลงเปลี่ยนไปก็ยิ้มออก

    ขณะดนตรีโซโล่นั้น ศิริพรหน้าเชิดคอแข็งเตรียมก้าวออกไป แต่ถูกเดือนแซงขึ้นไปยืนโดดเด่นอยู่กลางเวทีร้องรับกับนภาอย่างเพราะพริ้ง ทั้งสองยิ้มให้กันและร้องเพลงไปด้วยกันอย่างกลมกลืน คนดูปรบมือกันอย่างพอใจ

    ศิริพรยืนกำไมโครโฟนแน่น ทั้งโกรธทั้งเจ็บใจส่วนโรจน์เมื่อป่วนต่อไปไม่สำเร็จก็ถอดแว่นเดินฮึดฮัดออกไป

    เมื่อร้องเพลงจบ แฟนเพลงปรบมือกึกก้องยาวนาน และพากันมามอบพวงมาลัยชมกันเซ็งแซ่ว่าเดือนทั้งเก่งทั้งสวย เดือนหันไปพานภาออกมารับพวงมาลัยด้วยกัน เมื่อแฟนเพลงวัยรุ่นถามว่าคนที่ร้องด้วยกันเมื่อครู่เป็นใคร เดือนแนะนำอย่างภูมิใจให้เกียรติว่าพี่สาวตนเอง ส่วนแฟนเพลงรุ่นคุณป้าจำได้ เล่าว่า

    “อ๋อ...ป้าจำได้ เมื่อก่อนก็เป็นนักร้องดังเหมือนกันนี่ เออ...เสียงยังไม่ตกเลยแฮะ”

    เดือนพานภาถอยไปยืนกลางเวที เอ่ยขอบคุณแฟนเพลงและให้สัญญาว่าถ้ามีเวลาก็จะมาจัดคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบให้ทุกคนได้ชมกัน

    เมื่อเดินไปหลังเวที เทพปราดเข้ามาขอบคุณเดือนที่มาช่วย

    “ไม่เป็นไรค่ะ คุณเทพเองก็เคยให้โอกาสเดือนมาก่อน เดือนไม่ลืมหรอกค่ะ” เดือนตอบยิ้มแย้มยินดี แต่พอไปเจอศิริพร เดือนถูกพูดประชดว่าโผล่มาได้จังหวะตลอดเลยนะ เดือนตอบด้วยอารมณ์ที่ต่างกับตอบเทพเมื่อครู่นี้ว่า “อืมม...เซ้นส์ฉันดีน่ะ เอ่อ...ฉันขอบใจแล้วก็ขอโทษด้วยนะ ที่ทำให้เธอดับตั้งแต่ยังไม่เกิด” พูดแล้วเดินเชิดไป

    “ผยองไปให้พอก่อนเหอะ แล้วแกจะรู้ว่าฉันทำอะไรได้มากกว่าที่แกคิด!” ศิริพรจิกตามอย่างแค้นใจ

    แต่พอเสร็จหน้าที่ เดือนคิดเป็นห่วงรวิขึ้นมา ถอดรองเท้ายกกระโปรงวิ่งไปที่เวทีมวยสุดฝีเท้า...

    ooooooo

    ปรากฏว่ารวิถูกพิมุกน็อกในยกสี่ ล้มเลือดกบปากหมดสติที่กลางเวทีจะต้องหามลงมาในห้องพักนักมวย

    เดือนถลาเข้าหาด้วยความเป็นห่วง พิมุกเข้ามายิ้มเยาะโดยมีบ่างประคองเตี้ยที่ยังมึนๆอยู่เข้ามาด้วย

    ขำแกล้งถามบ่างว่าเตี้ยไปโดนอะไรมา บ่างเกือบพลั้งปากไป พิมุกเลยไล่ให้ไปรอข้างนอก พูดเยาะเย้ยรวิแล้วถามเดือนว่าจะให้ช่วยอะไรไหม เปรยๆว่าหายแล้วจะเป็นปกติหรือเปล่าก็ไม่รู้ บอกเดือนก่อนออกไปว่า

    “อ้อ...เดี๋ยวว่างๆพี่จะไปหาน้องเดือนนะจ๊ะ...ห้าๆๆ สะใจโว้ย!”

    แม้เดือนจะแค้นใจ แต่ความเป็นห่วงรวิมากกว่า บอกป้อมว่ารีบพารวิไปโรงพยาบาลกันก่อน แต่พอจะเข้าประคองรวิก็กลับพรวดขึ้นเองจับมือเดือนบอกให้พากลับบ้านดีกว่า ทีแรกเดือนก็ตกใจ แต่พอตั้งสติได้ก็หมั่นไส้ทำหน้าง้ำบ่น

    “กวนประสาทแบบนี้นี่แสดงว่าไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม”

    รวิพยายามลืมตาที่ถูกต่อยจนปิดมองทุกคน บอกให้พากลับบ้านเพราะตนไม่ชอบอยู่โรงพยาบาล เดือนถามขำกับป้อมว่าเอาไงดี ขำบอกไม่นอนโรงพยาบาลก็ได้แต่ต้องไปให้หมอตรวจ

    ระหว่างขำกับป้อมไปเก็บของนั่นเอง รวิต่อว่าเดือนว่า ตนแพ้เพราะน้อยใจเดือนที่ไปเช็ดหน้าให้พิมุก แต่พอเดือนชี้แจงว่า ตนเอายาหม่องไปป้ายตาพิมุกล้างแค้นแทนเขาต่างหาก รวิจึงยิ้มออก แต่ก็ขอร้องเดือนว่าต่อไปอย่าทำแบบนี้อีก ตนจะไม่ยอมให้เดือนต้องมาเสี่ยงเพื่อตัวเองเด็ดขาด

    พอดีป้อมกับขำเก็บของเสร็จจึงพากันออกไป

    ooooooo

    หลังจากแก้วจับเสี่ยวาทินได้สำเร็จจนไต่เต้าขึ้นเป็นนักร้อง ได้ทั้งแหวนและสร้อยทองใส่อร่าม ก็วางมาด “เด็กของเสี่ย” กรีดกรายมองข้ามหัวใครๆที่เคยคบหา

    “รู้งี้จับเสี่ยตั้งนานแล้ว ไม่น่าโง่ไปกับไอ้พี่เกียรติเล้ย” แก้วสำลักความสุขที่ได้รับ พลันก็หงุดหงิดเมื่อกิมโทร.มา ขอเงินบ่นว่าใช้เปลืองเพิ่งให้ไป 500 บาทหมดแล้วหรือ

    แล้วก็แปลกใจเมื่อรู้จากกิมว่าเดือนกลับไปดูรวิชกมวยและขึ้นเวทีร้องเพลงด้วย โดยที่ชูเกียรติไม่ได้ไปด้วย แก้วแปลกใจว่าแล้วใครเป็นคนให้เดือนขึ้นร้องเพลง ฉุกคิดอะไรได้ลุกไปคว้าเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำทันที

    ส่วนเดือนพอเสร็จงานเช้าวันรุ่งขึ้นก็ขึ้นรถทัวร์กลับ แต่พอมาถึงคอนโดเจอชูเกียรติมาตีหน้ายักษ์รออยู่แล้ว

    “ตกลงจะบอกได้หรือยังว่าทำไมถึงแอบหนีไปก่อนไม่รอพี่”

    “ที่จริงเดือนก็พยายามปลุกพี่เกียรติแล้วนะคะ แต่ปลุกเท่าไหร่พี่เกียรติก็ไม่ตื่น” เดือนอำหน้าซื่อๆ จึงรู้ว่าที่แท้ชูเกียรติไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อคืนตัวเองนอนกับใคร ชูเกียรติตัดบทถามว่าตกลงเมื่อคืนรวิน็อกยกไหน เดือนบอกว่ารวิโดนน็อก “งั้นเหรอ...แต่ยังไงก็คงแพ้ ช่างเหอะ เดือนเลิกสนใจมันได้แล้ว อย่าลืมสิตอนนี้เดือนเป็นอะไรกับพี่แล้ว”

    เดือนกับป้อมแอบมองกันต่างกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่ รีบขึ้นรถไปกับชูเกียรติ

    ooooooo

    ไปถึงค่ายเพลง ชูเกียรติเร่งเดือนกับป้อมให้รีบเข้าไปเพราะเดี๋ยวจะมีประชุม MV ของเดือนและยังมีเรื่องคอนเสิร์ตอีก

    ทันใดนั้นเอง รถของเสี่ยวาทินเลี้ยวเข้ามาจอด คนขับรถรีบเดินอ้อมมาเปิดประตูหลัง แก้วก้าวลงจากรถอย่างเชิดหยิ่ง พวกเดือนมองหน้ากันงงๆ แก้วทักชูเกียรติแล้วใส่จริตพูดกับเดือนว่า

    “ฉันล่ะดีใจ๊...ดีใจจัง ทุกทีได้เป็นแค่หางเครื่องกระจอกๆ เต้นกระย๊องกระแย๊งดูเธอเด่นมานาน คราวนี้ถึงทีฉันมั่งแล้วนะจ๊ะ”

    “ไม่ผิดหรอกนะที่เธออยากจะเด่นอยากจะดังขึ้นมาบ้าง แต่ก็ไม่ควรไปดูถูกหางเครื่องว่ากระจอกนะ ในวงน่ะทุกคนสำคัญเท่ากันหมด”

    แก้วเดินเชิดเข้าหาเยาะเดือนว่านางเอกจัง แต่อย่าลืมว่าตนมาแล้วเธอเตรียมเป็นเดือนดับได้เลย ชูเกียรติเข้ามาขวางพูดอย่างรำคาญหมั่นไส้ว่าเรื่องอื่นไว้คุยกันทีหลังดีกว่า แก้วเองก็ควรรีบเข้าไปคุยกับโปรดิวเซอร์เสีย

    “ไม่ต้องบอกหรอกค่ะ แก้วรู้หน้าที่ดี พี่เกียรติห่วงตัวเองดีกว่า เร็วๆนี้คงมีเรื่องสนุกแน่” แก้วเหยียดยิ้มแล้วเชิดไป

    แก้วไปซ้อมเพลงในห้องซ้อม แต่ร้องผิดๆถูกๆ เสียงเพี้ยนผิดคีย์จนทั้งโปรดิวเซอร์และผู้ช่วยปวดหัว แต่พอบอกแก้วก็อวดดี ทำฮึดฮัดขอพักเอาดื้อๆจนโปรดิวเซอร์บ่นกับผู้ช่วยว่า

    “แบบนี้อีกกี่ชาติงานมันจะเสร็จวะเนี่ย”

    “ทำไงได้ ตอนนี้นางเลื่อนขั้นไปเป็นเด็กเสี่ยแล้วนี่” ผู้ช่วยส่ายหน้าอย่างหมดปัญญา

    แก้วเดินเชิดผ่านห้องประชุมค่ายเพลงได้ยินเสียงชูเกียรติกำลังคุยงานกันอยู่ แก้วเอาหูแนบแอบฟัง...

    ชูเกียรติคิดว่าคืนนั้นตนนอนกับเดือน เขาจึงแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ วันนี้ก็บอกเดือนว่าอาทิตย์หน้าจะไปถ่ายซีนนี้ที่สวนกันที่เหลือค่อยมาถ่ายที่สตู แต่ห้ามใครบอกนักข่าว อ้างว่าไม่อยากให้วุ่นวาย

    ประชุมเสร็จแก้วลุกขึ้นจะออกไป ชูเกียรติจับมือไว้เตือนว่า พระเอก MV คนนี้เจ้าชู้ให้ระวังตัวด้วย

    “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ร้ายกว่านี้เดือนก็เจอมาแล้ว”

    “พี่ก็ห่วงเฉยๆ ยังไงตอนนี้เดือนกับพี่ก็เป็น...”

    เดือนตัดบททันทีว่าตนขอไปเตรียมตัวก่อนดีกว่าแล้วชวนป้อมออกไปเลย

    แก้วเอามือปิดปากอย่างตื่นเต้นเมื่อจับเค้าได้ว่าเดือนเสร็จชูเกียรติไปแล้ว

    ooooooo

    ศิริพรไปทำผมที่ร้าน ได้ยินพวกช่างคุยกันถึงแฟนคลับของเดือนก็คิดวางแผนทำลายเดือน ออกจากร้านทำผมก็ไปหาเด็กหนุ่มในร้านเกมที่เคยปล่อยคลิปทำลายชื่อเสียงเดือนมาแล้ว

    เด็กหนุ่มถามศิริพรว่าแค้นอะไรนักร้องคนนี้นักหนาถึงได้ทำทั้งเฟซ ทั้งทวิต ทั้งไอจี ศิริพรไม่บอกจ่ายเงินแล้วสั่งก่อนออกไปว่า

    “อย่าลืมนะ หุบปากให้สนิท เดี๋ยวถ้ามีอะไรฉันจะเรียกใช้แกเอง”

    จากนั้น ศิริพรโทร.หาแก้วให้อัพเดตความเคลื่อนไหวของเดือนให้ ส่วนแก้วก็ขอเบอร์ของรวิเป็นการแลกเปลี่ยน

    ฝ่ายชูเกียรติแอบรับงานให้เดือนจนเดือนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน แต่พอเดือนถามว่าเขารับงานส่วนตัวหรือ ชูเกียรติบอกว่าเดี๋ยวจะแจ้งบริษัทเอง ให้เดือนคิดเสียว่าเป็นการโปรโมตซิงเกิลของตัวเองด้วยก็แล้วกัน

    ทั้งที่ชูเกียรติย้ำกับทีมงานแล้วว่าไม่ให้บอกนักข่าวว่าจะไปถ่าย MV ที่สวนสาธารณะเพราะไม่อยากให้วุ่นวาย แต่ปรากฏว่ามีแฟนคลับของเดือนไปรอรับกันมากมาย ทักทายกรี๊ดกร๊าดขอถ่ายรูป ขอลายเซ็นกันจนเจี๊ยวจ๊าวไปหมด

    “พี่เดือนมีคิวที่ไหนอีก ยังไงก็ช่วยอัพบอกพวกเราเหมือนวันนี้ด้วยนะคะ” แฟนคลับคนหนึ่งบอก อีกคนหยิบมือถือขึ้นมาบอกว่า “เดี๋ยวหนูอัพรูปที่ถ่ายคู่กับพี่เดือนขึ้นเฟซดีกว่า”

    ป้อมที่สงสัยอยู่นานเดินเข้าไปขอดู จึงเห็นโพสต์ที่ว่า “คิวถ่าย MV พรุ่งนี้ที่...” เดือนกับป้อมมองหน้ากันงงๆส่งโทรศัพท์คืนให้แฟนคลับแล้วขอตัวไปเตรียมทำงาน

    เสร็จจากงานที่สวนสาธารณะแล้ว ป้อมสะกิดให้เดือนดูแก้วที่กำลังคุยและแลกเปลี่ยนเบอร์โทร.กับพระเอก MV อยู่ เดือนติงว่าเขาอาจจะคุยกันเฉยๆ ก็ได้ ถามป้อมว่าพวกทวิตเตอร์ที่เห็นนั่นใครเป็นคนทำ ป้อมสงสัยว่าบริษัททำให้ แต่เดือนเชื่อว่าไม่ใช่ เพราะถ้าบริษัททำเขาก็ต้องบอกเรา

    “เฮ้อ...จะยังไงก็ช่าง ขออย่าให้เอามาใช้แกล้งเราก็แล้วกัน” ป้อมไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ตัวเองขอก็คือสิ่งที่พวกนั้นทำอยู่!

    ooooooo

    เพราะเมื่อสองวันก่อน รวิไปหาศิริพรเพราะเธอไม่ได้ไปซ้อมเพลงหลายวันแล้ว เจอเธอกำลังนั่งดูอัพเดตของเดือนในเฟซ ในทวิตอยู่ ถามรวิว่าไม่ได้ตามข่าวของเดือนหรือ

    รวิบอกว่าตนไม่ค่อยถนัดเรื่องพวกนี้ ศิริพรจะสอนให้ ถูกขำดักคอว่าอยากใกล้ผู้ชายละไม่ว่า เธอเลยงอนไม่สอนให้ พอรวิเดินออกมาเขาบ่นขำว่า ทำให้ศิริพรงอนเลยไม่สอนให้ตน ขำบอกว่าเรื่องแค่นี้เดี๋ยวให้เด็กแถวบ้านเราสอนให้ก็ได้

    วันนี้รวิถือโทรศัพท์ใหม่ยิ้มหน้าบานมา ถูกขำแซวว่า

    “ลงทุนนะเนี่ย ถึงขนาดเปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนโปรฯ สมัครนู่นนี่นั่นเพื่อผู้หญิงคนนึง”

    “อย่าแซวน่า ไว้อีกหน่อยแกมีแฟนแล้วแกจะรู้” รวิตอบอารมณ์ดี

    เวลาเดียวกัน แก้วที่ตามไปสวนสาธารณะด้วย จนใครๆจะพากันกลับแล้ว แก้วก็ยังแอบพิมพ์อะไรบางอย่างลงในโทรศัพท์ ดูข้อความที่พิมพ์แล้วยิ้มสะใจ รีบตามพวกชูเกียรติกลับไป

    รวิถือโทรศัพท์เดินเข้าไปสั่งนมชมพูแก้วหนึ่ง ขำสั่งเอาสองเลยจะได้กินเป็นเพื่อนคนอินเลิฟ แล้วขอดูว่าเขาเขียนสเตตัสอะไรบ้าง

    รวิกดดูโทรศัพท์ ทีแรกก็ยิ้มแย้มดีใจที่จะได้ติดตามข่าวของเดือน แต่ดูไป...ดูไป...หน้าก็เครียดขึ้นทุกที จนขำชะโงกมาถามว่า

    “มีอะไรรวิ ทำไมทำหน้าแบบนั้น”

    รวิไม่ตอบ แต่ส่งโทรศัพท์ให้ขำอ่านเอาเอง ขำอ่านเสียงดังๆ

    “ถ่าย MV กับพระเอกรูปหล่อ...ทำไมรู้สึกใจเต้นแรงจัง...” / “บางครั้งความรักมันก็เกิดขึ้นแบบไม่รู้ตัว” / “แล้วนี่ใครมาเมนต์ต่อเยอะแยะเนี่ย” / “แอร๊ย...พี่ทำหนูจิ้น” / “แน่ะๆ พี่เดือนคิดอะไร รู้น้า...” / “พระเอกหล่อกับนักร้องสวยเหมาะสมกันฝุดๆ”...

    ขำทำท่าจะอ่านต่อ รวิทนฟังไม่ได้ร้องห้าม

    “ไม่ต้องอ่านต่อแล้ว ถ้ารู้ว่าจะต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ ฉันยอมไม่เห็นไม่รับรู้ดีกว่า”

    “เฮ้ย...ใจเย็นๆ เดือนเขาคงเขียนเล่นๆมั้ง” ขำตบบ่าปลอบใจ

    “เล่นอะไร หวานซะขนาดนั้น” รวินั่งฮึดฮัดจนขำปลอบไม่เป็น ได้แต่นั่งมองอย่างเห็นใจ

    ooooooo

    กลับมาถึงค่ายเพลง ชูเกียรติบอกเดือนว่าวันนี้ตนมีธุระ ให้เดือนกลับแท็กซี่เองก็แล้วกัน

    เดือนบอกป้อมว่าตนขอเข้าห้องน้ำก่อน ป้อมก็จะไปเก็บของเหมือนกัน จึงแยกกันไป แก้วแอบเดินตามเดือนเข้าห้องน้ำ กดโทร.ออกที่ชื่อรวิ แล้วชวนเดือนคุย ในขณะที่รวิรับสายแล้วได้ยินเสียงโต้ตอบกันของแก้วกับเดือน

    แก้วถามว่าพระเอก MV วันนี้หล่อดีไหม เดือนตอบอย่างไม่อยากเสวนาด้วยว่า “ไม่รู้ฉันดูไม่เป็น”

    “แหม...นั่นน่ะสิ ฉันก็ลืมไปว่าหน้าอย่างเธอคงมีปัญญาคงได้แต่พวกลิเกจนๆ”

    “จนแล้วไง ยังไงพวกเราก็เคยจนกันมาก่อน”

    แก้วพยายามยั่วเดือนให้โมโหและให้โต้เถียงกันเรื่องผู้ชาย จนเดือนถามว่า ไม่รู้ว่าแก้วมีอะไรมากหรือเปล่าถึงมาคอยแขวะตน พูดอย่างไม่แยแสและรู้ทันว่า

    “แต่รู้ไว้นะ ว่าฉันก็มีดีไม่ได้น้อยไปกว่าเธอ ถ้าคิดจะหาจริงๆ คงได้มากกว่าพระเอกลิเกจนๆที่เธอว่า” แก้วถามว่าอย่างชูเกียรติหรือ อย่าบอกนะว่าเธอกับเขามีอะไรกันแล้ว “ถ้าใช่แล้วไง ทำไม เธอเสียดายเขางั้นเหรอ แต่เธอก็ไปหาเสี่ยแล้วนี่” แก้วแกล้งยั่วว่าเดือนคงไม่คิดมาหาเสี่ยด้วยใช่ไหม

    “ก็ไม่แน่หรอกนะ เพราะดูท่าเสี่ยเขาให้อะไรๆ ฉันได้มากอยู่ เธอเองก็ระวังไว้แล้วกัน ถ้าฉันตัดสินใจเมื่อไหร่ เธอก็เตรียมตกกระป๋องไปได้เลย” เดือนสะบัดออกไปอย่างไม่พอใจ

    แก้วยิ้มสะใจ ยกมือถือดูเห็นรวิยังฟังอยู่ก็กดตัดสายทิ้งแล้วจึงหัวเราะสะใจ

    รวิได้ยินการโต้เถียงกันทุกถ้อยคำ รวิพึมพำอย่างปวดร้าวใจ “ความจริงมันเป็นอย่างนี้สินะ...เดือน...ไอ้รวิ ไอ้โง่...ไอ้โง่เอ๊ย...” รวิชกต้นไม้แถวนั้นจนหลังมือแตกเลือดออก ซบหน้าร้องไห้กับต้นแขนตัวเอง สะอื้นจนตัวโยน...

    แก้วโทร.บอกศิริพรว่าตนทำงานเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของเธอ ขอให้เอาแบบดับวูบไปเลยไม่ต้องให้มาเสนอหน้าแข่งกับตนอีก ย้ำว่าอย่าลืมไปปลอบใจผู้ชายของเธอด้วย

    ศิริพรไปหารวิ เจอเขาเก็บตัวเงียบในห้องมืดๆ เมื่อเธอเห็นหลังมือที่แตกจนเลือดออกก็ถามอย่างห่วงใยว่ามือไปโดนอะไรมาและเอายามาทำแผลให้ ในยามที่หัวใจสลายเพราะความรัก เมื่อมีอีกคนมาดูแลทำให้รวิคว้ามือศิริพรไปกุม

    “มีแต่เธอสินะ ที่คอยห่วงใยฉันตลอด มีแต่เธอที่ไม่เคยสนว่าฉันจะจนหรือจะรวยหรือจะเป็นแค่ลิเกจนๆกระจอกๆ”

    “พอได้แล้วรวิ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอเป็นอะไร แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าใครจะดูถูกเธอแค่ไหน แต่สำหรับฉัน...

    เธอคือคนที่สำคัญที่สุดนะ” ปลอบแล้วทำเนียนกอดรวิดึงเขามาซบไหล่ตน

    รวิซบไหล่ศิริพรน้ำตาคลอ ในขณะที่ศิริพรเชิดหน้าแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะ

    ooooooo

    ตอนที่ 9

    ออกจากบ้านพิมุก ระหว่างเดินกลับ  เดือนถามว่า คิดว่าวิธีนี้จะได้ผลหรือ ขำฟันธงชัวร์ ป้อมบอกว่าตนส้มหล่นอยู่ดีๆก็ได้เงินเดือนจากศัตรู

    “แบบนี้ พี่ชูเกียรติเขาจะไม่โกรธเหรอ ดีไม่ดีเดี๋ยวพาลไม่ช่วยพูดเรื่องชกมวยของพี่รวิล่ะ จะทำยังไง” เดือนกังวล

    “ไม่ต้องห่วง เรื่องนั้นฉันคิดเอาไว้แล้ว” ขำยืด แต่พอป้อมถามว่าคิดไว้ยังไงก็กลับบอกว่า “ถึงเวลาแล้วรู้เอง”

    เดือนขอร้องว่ายังไงก็อย่าบอกรวิว่าทำไมตนถึงยอมไปอยู่คอนโด ถูกป้อมบ่นว่านางเอกอีกแล้ว เดือนแยกไปทำธุระต่อนัดพรุ่งนี้ค่อยเจอกัน

    ธุระ ของเดือนคือไปที่ห้องซ้อมวงของเทพ ตั้งใจจะไปบอกรวิเรื่องจะเดินทางไปกรุงเทพฯพรุ่งนี้ แต่ยืนลังเลอยู่หน้าห้องจนนภามาเจอ ถามประชดว่า

    “ทำอะไรของเธอเนี่ย จะเข้าหรือไม่เข้า จะทำอะไรก็หัดตัดสินใจให้มันเด็ดขาด นักร้องน่ะต้องกล้าทั้งบนเวทีแล้วก็นอกเวทีด้วย มัวขี้ขลาดอยู่ได้ น่ารำคาญ”

    นภาเดินแซงเข้าห้องไป เดือนจึงเดินตามเข้าไปบอกรวิว่ามีเรื่องจะคุย แล้วพากันเดินออกไปคุยข้างนอก ศิริพรมองอย่างระแวง พยายามโทรศัพท์ถึงแก้วแต่โทร.ไม่ติด

    พอรวิรู้ว่า เดือนจะไปอยู่กรุงเทพฯแม้จะมีป้อมไปอยู่เป็นเพื่อน รวิก็ยังเป็นห่วงตัดพ้อว่าไม่รับความช่วยเหลือจากตน ไม่ยอมรับเงินจากตนแต่กลับยอมไปอยู่กับหมอนั่น เดือนบอกว่าตนอยู่ที่พักสำหรับนักร้องนักแสดงในสังกัด และชูเกียรติก็ไม่ได้ไปอยู่ด้วย รวิก็ยังระแวงว่าชูเกียรติจะย่องไปหา ถึงป้อมจะไปอยู่ด้วยก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมง

    เดือนอ้างความจำเป็น ถูกรวิหาว่าอ้างโน่นอ้างนี่ที่แท้ชอบห้องหรูอยู่สบาย ทำให้เดือนน้อยใจตัดบทประชดว่า

    “ใช่ เดือนอยากอยู่แบบหรูๆ เดือนไม่อยากไปเช่าห้องกระจอกๆ อยู่หรอก ถ้าเข้าใจแล้วงั้นเดือนขอตัว”

    รวิมองเดือนที่เดินจากไป หันไปชกกำแพงทั้งโกรธทั้งเสียใจ เดือนเองก็เสียใจที่ตนทำเพื่อเขาแท้ๆกลับถูกมองผิดๆ

    ooooooo

    แก้ว หิ้วกระเป๋าเตรียมเดินทางไปกับชูเกียรติ ศิริพรมาหาแต่เช้าด่าทอต่อว่าที่โทร.มาแล้วไม่รับสายทั้งที่เงินค่าทำงานก็ เอาไปแล้ว แก้วบอกว่าโทรศัพท์เสีย

    ศิริพรควักเงินกระแทกกระทั้นให้บอกเอาไปซื้อเครื่องใหม่ ย้ำเสียงเข้มว่า

    “แล้วถ้ามีอะไรให้รายงานฉันอย่าลืมนะ อะไรที่ทำให้นังเดือนมันขายหน้าหรือเสียชื่อได้ ทำไปเลย เอาให้มันหลุดไปจากวงการได้ยิ่งดี”

    “รู้แล้วน่า ฉันไปก่อนแล้วกัน ฉันรีบ” ว่าแล้วรีบเดินออกไปกลัวกิมที่จ้องเขม็งอยู่จะมาขอแบ่งเงินที่เพิ่งได้จากศิริพร

    พอเจอกัน แก้วชิงขึ้นนั่งคู่ชูเกียรติที่เป็นคนขับ ส่วนเดือนกับป้อมนั่งเบาะหลัง ระหว่างทางเดือนนั่งนิ่งเงียบ มีแต่ป้อมกับแก้วที่จิกกัดกันไปตลอดทางจนชูเกียรติส่ายหน้าระอาใจ

    ที่ค่ายเพลง...บรรดานักข่าวมารอกันอยู่แล้ว พอรถของชูเกียรติเลี้ยวเข้าลานจอดรถ พวกนักข่าวก็ลุกขึ้นเตรียมพร้อมทันที พอเจอหน้าก็ยิงคำถามกันเป็นชุด จนชูเกียรติต้องขอเวลาเตรียมตัวสักครู่ เดือนมองนักข่าวตื่นๆ ป้อมต้องช่วยมากันนักข่าวพาเข้าไป ผิดกับแก้วที่ยิ้มร่าก๋ากั่นโพสท่าให้ถ่ายรูปและแนะนำตัวเองกับนักข่าวจ๋อยๆ

    “ชื่อแก้วค่ะ เดี๋ยวจะเป็นนักร้องค่ะ...ถ่ายเลยค่ะ

    ถ่ายเยอะๆเลยค่ะ” ป้อมหมั่นไส้เลยยันเสียหัวทิ่มไปในกลุ่มนักข่าวจนแตกกันกระจาย

    ชูเกียรติพาทั้งสามไปทางห้องประชุมค่ายเพลง ให้แก้วกับป้อมรอข้างนอกบอกว่า

    “เราจะประชุมกันก่อนแถลง เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น” แล้วพาเดือนเข้าไป แก้วโกรธจมูกบานแทบจะกรี๊ดออกมา แต่อึดใจเดียวก็คิดอะไรได้ ค่อยๆเลี่ยงจากป้อมไปเงียบๆ

    ooooooo

    ชูเกียรติประชุมทีมงานที่เกี่ยวข้อง เขาส่งสคริปต์ให้เดือน บอกทั้งเดือนและทีมงานว่า

    “ก็ตกลงกันตามนี้นะครับ เราจะให้เดือนตอบตามสคริปต์ที่เราร่างไว้ให้ และขอให้ทุกคนทำความเข้าใจให้เหมือนกันด้วยนะครับ” เดือนนั่งดูสคริปต์ถามว่าตนต้องตอบตามนี้เลยหรือ “ใช่จ้ะ เดือนมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

    “คือเดือนอ่านดูแล้ว มันไม่ใช่เลยนะคะ ที่บอกว่าแกล้งถ่ายเล่นกันกับเพื่อน แล้วอาจจะหลุดไปตอนเอาโทรศัพท์ไปศูนย์ซ่อมเนี่ย...เดือนว่า มันเป็นข้ออ้างเก่ามากนะคะ”

    “เดือน...บางเรื่องเราก็ต้องสร้างสถานการณ์ขึ้นมานะ ขืนเราบอกไปว่ามีคนแอบถ่าย พวกนักข่าวเขาก็ต้องโจมตีอีกว่าระบบเราเป็นยังไง หรือคนของเราเป็นยังไงถึงเกิดเรื่องแบบนี้”

    “แต่เดือนว่า...”

    “เอาตามนี้ล่ะนะ เดี๋ยวเดือนไปแต่งหน้าแต่งตัวก่อนเลย เดี๋ยวพวกพี่ขอประชุมอะไรกันต่ออีกหน่อย” ชูเกียรติตัดบท เดือนจำต้องลุกขึ้นเดินตามช่างแต่งหน้าทำผมไปอย่างไม่เต็มใจ

    แก้วแว่บออกไปหาพวกนักข่าวตีหน้าเศร้าให้สัมภาษณ์ว่าตนกับเดือนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก เดือนอยากเป็นนักร้องตั้งแต่เด็กแล้ว ใส่ไฟว่าเดือนเคยพูด
    ว่าถ้าอะไรที่ทำให้ดังได้เขาก็จะทำ พอนักข่าวถามย้ำ ก็ทำทีพูดออกตัวว่า

    “แต่นี่แก้วไม่ได้หมายความว่าเดือนเขาจงใจถ่ายเองปล่อยเองอะไรเลยนะคะ ไม่เลยค่ะ แก้วไม่มีทางพูดเยี่ยงนั้นแน่ แก้วรักเพื่อนค่ะ”

    ไม่เพียงเท่านั้น แก้วยังใส่ไฟว่า เพราะเรื่องคลิปนี้ทำให้แม่ของเดือนอับอายผู้คนทนไม่ไหวถึงกับตัดสินใจที่จะฆ่า...แก้วพูดได้แค่นั้นก็ถูกป้อมเอามือปิดปากล็อกคอลากออกไป พลางหันบอกพวกนักข่าวที่พากันงงว่า

    “โฮะๆๆ ขอโทษนะคะ คือคนนี้เขาเป็นแดนเซอร์น่ะค่ะ แต่พอดีแอ็กซิเดนท์นิดหน่อย ระหว่างซ้อมหัวไปฟาดพื้นน่ะค่ะ ตั้งแต่นั้นสติก็ไม่ค่อยดี ชอบมโนสร้างเรื่องเอง อย่าไปสนใจนะคะ หุๆหิๆ” ว่าแล้วลากแก้วเข้าข้างในเลย

    ooooooo

    ถึงเวลาออกไปที่ห้องแถลงข่าว ชูเกียรติย้ำกับเดือนอีกครั้งว่า อย่าลืมพูดตามสคริปต์

    พอชูเกียรติพาเดือนออกไปปรากฏตัว ทั้งการถ่ายทอดสดและนักข่าวที่รอสัมภาษณ์ ก็ทำงานทันที ชูเกียรติขยับมาดให้ดูดีก่อนเริ่มแถลงว่า

    “ครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนทั้งหลายที่ให้ความสนใจนะครับ จากกรณีที่คลิปหลุดของนักร้องเราออกไป วันนี้เราก็จะชี้แจงให้ทุกกรณีเลยนะครับ แล้วหลังจากนั้นใครมีคำถามก็เชิญเลยนะครับ”

    เดือนตื่นเต้นจนบีบมือตัวเองแน่น ดีแต่มีป้อมยืนส่งสายตาให้กำลังใจพร้อมๆกับคุมแก้วที่ยืนหน้าบูดอยู่

    “จริงๆแล้วเรื่องราวที่เกิดขึ้น เราขอยอมรับว่าเป็นศิลปินของเราจริงๆ แต่สาเหตุมาจากการหยอกล้อกันโดยไม่ได้ตั้งใจมากกว่า...เรื่องรายละเอียด ผมให้ทางคุณเดือนเป็นผู้ตอบคำถามเองเลยดีกว่าครับ” ชูเกียรติพยักหน้าให้เดือน เดือนขยับตัวอย่างตื่นเต้น เลื่อนสคริปต์มาตรงหน้า พูดไปดูสคริปต์ไปด้วย ชูเกียรติมองอย่างเบาใจว่าเดือนจะพูดตามสคริปต์

    “สวัสดีค่ะ ดิฉัน เดือน งามพร้อม เป็นนักร้องหน้าใหม่ของที่นี่ค่ะ สำหรับกรณีที่เกิดขึ้น ก่อนอื่นเดือนขอยอมรับว่า ผู้หญิงที่อยู่ในคลิปนั้น คือตัวเดือนจริงๆค่ะ ส่วนที่มีการถ่ายและหลุดออกไปนั้น ก็เพราะ...เพราะ...”

    เดือนพูดทิ้งจังหวะ ในความคิดต่อสู้อย่างหนักว่าจะพูดตามสคริปต์หรือพูดความจริงดี ในที่สุดเดือนตัดสินใจโพล่งไปว่า “เพราะมีคนจงใจแอบถ่ายเดือนค่ะ!!”

    ชูเกียรติที่นั่งวางมาดอยู่ถึงกับสะดุ้งมองเดือนขวับ นักข่าวพากันซุบซิบ ในขณะที่เดือนยังคงพูดต่อไปอย่างสงบ...

    “วันนั้น...เดือนไปเปลี่ยนเสื้อผ้า จะมาฟิตติ้งค่ะ เดือนไม่รู้ว่าใครเป็นคนถ่าย แต่เชื่อว่าเป็นคนในค่ะ...”

    “ผมว่าคงมีการเข้าใจผิดกันนะครับ” ชูเกียรติขัดขึ้นแล้วกระซิบ “เดือน! ทำไมไม่พูดตามสคริปต์!”

    แต่เดือนไม่สนใจ ยังคงพูดต่อไปอย่างมั่นใจ “เดือนคิดว่ามีใครจงใจแกล้งเดือน อาจจะมีคนนอกที่ไม่หวังดีกับเดือนรวมอยู่ด้วยก็ได้ ซึ่งคนพวกนั้นเดือนคิดว่าเดือน พอจะรู้ว่าเป็นใคร แต่ยังไม่มีหลักฐานเลยไม่ขอพูดชื่อ

    ดีกว่า แต่อยากบอกให้เขารู้ว่า บาปกรรมมันมีจริง ทำอะไรไว้ก็ได้แบบนั้น”

    ศิริพรดูการถ่ายทอดสดอยู่จ้องเดือนในทีวีเขม็ง ปักมีดที่กำลังปอกผลไม้ลงอย่างแรง!

    ooooooo

    นักข่าวยังเจาะประเด็นคลิปหลุดต่อไป ถามเดือนว่าคลิปนั้นหลุดไปได้อย่างไร

    เดือนบอกว่าตนไม่ทราบ แต่มั่นใจว่ามีคนจงใจปล่อย นักข่าวถามอีกว่าเป็นแผนโปรโมตหรือเปล่า ชูเกียรติขัดขึ้นว่า

    “พูดอะไรอย่างนั้นครับ ค่ายเพลงของเรามีงบ ประมาณในการโปรโมตเหลือเฟือนะครับ เสี่ยเอง ท่านก็ทุ่มไม่อั้นครับถ้าเพื่อการโปรโมต”

    “เอาล่ะค่ะพี่ๆทุกคน เดือนไม่ทราบว่าตอนนี้เรื่องของเดือนลือกันไปถึงไหนแล้ว เดือนไม่อยากจะแก้ตัวอะไรให้มาก ตอนนี้ทุกคนอาจจะรู้จักเดือนในฐานะนักร้องคลิปหลุด นักร้องโปรโมต หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่นับจากนี้เป็นต้นไป เดือนจะทำให้ทุกคนจำได้แค่ว่า เดือนคือนักร้องคุณภาพที่มีความสามารถ ไม่มีดีแค่หน้าตา...”

    รวินั่งดูทีวีอยู่ที่บ้าน ทีแรกก็ตึงเครียด แต่พอฟังเดือนพูดความตั้งใจมุ่งมั่นของตนก็ยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ แล้วก็ยิ่งภูมิใจมากขึ้นเมื่อเดือนพูดกับนักข่าวต่อไปอย่างมั่นใจว่า

    “ตอนนี้ทุกคนอาจจะรู้จักเดือนในฐานะนักร้องคลิปหลุด นักร้องโปรโมต หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่นับจากนี้เป็นต้นไป เดือนจะทำให้ทุกคนจำได้แค่ว่า เดือนคือนักร้องคุณภาพที่มีความสามารถ ไม่ใช่มีดีแค่หน้าตา เดือนจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นเองค่ะ”

    บรรดานักข่าวพากันมองเดือนอึ้ง มีนักข่าวคนหนึ่งปรบมือขึ้นก่อน ทุกคนเลยปรบมือกันเกรียว แก้วหน้า บอกบุญไม่รับ ชูเกียรติถอนใจซับเหงื่อโล่งอก ทำเป็นยิ้มแย้มปรบมือผสมโรงไปด้วย

    เดือนยิ้มให้บรรดานักข่าวที่ปรบมือให้กำลังใจ เพียงวันแรกที่ได้ออกสื่อก็ทำให้เธอภูมิใจในตัวเองไม่น้อย

    เมื่อแถลงข่าวจบ ชูเกียรติเตือนขณะเดินออกมาด้วยกันว่าคราวหน้าคราวหลังอย่านอกบทอีก เดือนบอกว่าตนไม่อยากโกหก ชูเกียรติย้ำเตือนว่าถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมามันจะเดือดร้อนกันไปหมด

    “ถ้าเราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูดกัน ทำไมเราต้องกลัวล่ะคะ” เดือนถาม

    ชูเกียรติไม่ตอบ แต่เร่งเดือนให้ทยอยเก็บของเพราะอีกไม่กี่วันก็ต้องลงมาอยู่แล้ว เดือนฟังแล้วจ๋อยลงไปอีก

    ooooooo

    กว่าจะกลับถึงบ้านก็ค่ำแล้ว รวิมานอนรอที่แคร่หน้าบ้าน เกือบถูกเดือนเอาไม้ฟาด พอรู้ว่าเป็นรวิเดือนถามว่ามานอนอะไรอยู่ตรงนี้ มีอะไรหรือเปล่า

    รวิชมว่าวันนี้เดือนพูดได้ดีมาก แล้วพูดถึงเรื่องที่เดือนต้องไปอยู่กับชูเกียรติ ขอร้องให้เปลี่ยนใจเสียตนยอมที่จะขี่มอเตอร์ไซค์ไปกลับกรุงเทพฯให้เดือนทุกวันแต่เดือนก็อ้างความจำเป็นของตน รวิน้อยใจหาว่าเดือนเห็นแก่ความสบาย ลุกเดินกลับไป เดือนมองตามน้ำตาคลอ พึมพำอย่างน้อยใจว่า...

    “เหตุผลอย่างเดียวของเดือนที่สำคัญ...คือเดือนจะไม่ยอมเสียพี่ไปอีกคนต่างหาก...พี่รวิ...”

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อเดือน ป้อม และขำ ไปเดินตลาด ก็ถูกชาวบ้านชี้ชวนกันดูว่าเป็นนักร้องที่ให้สัมภาษณ์ออกทีวีเมื่อวานนี้

    บรรดาแม่ค้าที่เคยขายของด้วยกันก็ทักเดือนแสดงความยินดีกับเดือนที่จะได้เป็นนักร้องแล้ว กิมทนฟังไม่ได้พูดเรื่องคลิปหลุดขึ้นมาทำลายภาพพจน์เดือน ซ้ำยังเหยียดเย้ยว่าถ้าตนมีลูกแบบนี้ก็คงชิงตายไปก่อนเหมือนกันนั่นแหละ

    “งั้นก็คงต้องรีบตายเสียตอนนี้เลยนะ” นภาเอ่ยแทรกขึ้น พอกิมหันมองก็เชิดหน้าพูดต่อ “เพราะไอ้ที่ลูกสาวสุดที่รักทำน่ะ มันเละเทะยิ่งกว่านี้เป็นร้อยเท่า”

    “แกอย่ามาพูดซี้ซั้วนะ อีนักร้องตกกระป๋อง” กิมหันด่าทันที นภาถามว่าจะเอาเรื่องไหน เอาตั้งแต่สมัยอยู่ที่วงที่ไปกับเสี่ยอะไรบ้างไหม กิมกลัวแก้วจะถูกสาวไส้เลยไม่กล้าท้า บรรดาแม่ค้าในตลาดก็พากันซุบซิบอย่างรู้กัน นภาจิกตามองกิมแล้วเดินเชิดไปเจอเดือนกับป้อมและขำยืนงงอยู่ ก็พูดใส่เดือนว่า

    “เอาเวลาเศร้าไปทำตัวให้ดูดี ดีกว่าไหม...โลกนี้ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าหรอก ถ้าอยากให้แม่ที่จากไปหมดห่วงก็เลิกทำตัวไม่รู้จักโตเสียทีเถอะ” พูดแล้วทำท่าจะเดินไปนึกอะไรได้หันมาพูดอีก “อ้อ...ที่ฉันพูดเนี่ย ก็แค่หมั่นไส้ ไม่ชอบเห็นใครมาทำตัวอ่อนแอ แต่ยังไงๆสำหรับเธอแล้วก็เป็นแค่นักร้องหน้าใหม่ ไม่มีทางมาเทียบกับมืออาชีพอย่างฉันได้หรอกน่ะ”

    นภาเดินเชิดไปแล้ว ป้อมกับขำหันบอกกันว่านภาพูดเมื่อกี๊เหมือนจะแอบสอนเดือนอยู่นะ ส่วนเดือนฟังนภาแล้วนิ่งคิดก่อนยิ้มออกมาอย่างเข้าใจเจตนา

    แล้วกลางวันนี้เอง เดือน ขำ และป้อมก็พากันไปเดิน ตลาดในตัวเมือง เดือนซื้อเครื่องสำอางทุกอย่าง ซื้อกระทั่งที่ขัดผิวและเสริมอึ๋ม จนป้อมถามว่านึกยังไงมาซื้อของพวกนี้ ปกติเห็นแป้งกระป๋องยังไม่ค่อยจะทาเลยถ้าไม่ได้ออกงาน

    “ก็อย่างที่พี่นภาบอกนั่นแหละ เอาเวลาเศร้ามาดูแลตัวเองดีกว่า ฉันจะต้องดังให้ได้ไวๆ จะได้มาจัดการเรื่องแม่ให้เรียบร้อยสักที”

    ซื้อของจนเสร็จแล้วป้อมจึงนึกได้ว่าขำหายไป เดือนมองออกไปหน้าร้านเห็นขำไปยืนพลิกนิตยสารอยู่หน้าแผงขายหนังสือ พอเดินไปเรียก ขำถึงกับสะดุ้งเฮือกเพราะแอบดูหนังสือประเภทวับๆแวมๆอยู่ รีบบอกแก้เกี้ยวว่าในนี้มีเรื่องของเดือนด้วย แล้วรีบวางพากันเดินกลับไป

    แต่พอขำวางหนังสือลง ก็มีอีกมือหนึ่งมาหยิบไปพลิกดูหน้าที่มีข่าวเดือน...โรจน์นั่นเอง!!  โรจน์จิกตามองตามเดือนไปอย่างโกรธแค้น

    ส่วนชูเกียรติ หลังจากจัดแถลงข่าวเรื่องเดือนไปไม่กี่วัน พนักงานก็เอารายชื่อลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาให้เดือนไปออกงานอีเวนต์มากมาย ชูเกียรติดูรายการแล้วยิ้มแววตาเจ้าเล่ห์ พึมพำว่ายังไม่ทันทำเพลงก็มีงานเข้ามาเสียแล้วบอกลูกน้องว่าเดี๋ยวตนจะโทร.ไปคุยกับลูกค้าเอง ย้ำกับพนักงานว่า

    “ทีนี้ถ้ามีงานของเดือนให้โทร.เข้าเบอร์ฉันโดยตรงเลยนะ”

    พอพนักงานคนนั้นออกไป ชูเกียรติก็เอาสัญญาว่า จ้างผู้จัดการส่วนตัวที่ระบุว่าต้องแบ่งจ่ายตามเปอร์เซ็นต์ที่ได้รับค่าจ้าง 30% ดูสัญญาพึมพำอย่างพอใจ...

    “ขอเป็นผู้จัดการแบ่งสามสิบนะ กันเอง...ตัวทำเงินให้จริง หึๆ สาวน้อยของฉัน”

    ooooooo

    ก่อนเดือนจะออกเดินทาง รวิตั้งอกตั้งใจทำพวงกุญแจและทำป้ายไฟเชียร์เดือน ศิริพรมาเห็นก็ไม่พอใจ พูดประชดว่าไม่รบกวนแล้ว เชิญตามสบาย

    คืนนี้ เดือนมองกระเป๋าที่เตรียมเดินทาง หยิบรูปช้อยมากอด บอกกล่าวแม่ว่า

    “แม่จ๋า...พรุ่งนี้เดือนต้องเข้าไปอยู่กรุงเทพฯแล้วนะจ๊ะ แม่ไม่ต้องห่วงนะ มีพี่ป้อมไปอยู่กะเดือนด้วยอีกไม่นานหรอก เดือนจะกลับมาจัดงานของแม่ให้ยิ่งใหญ่เลยจ้ะ”

    รุ่งขึ้น เดือนไปพบชูเกียรติที่ท่ารถ ปรากฏว่าแก้ว ไม่ได้ไปด้วย เขาบอกว่าจะให้ตามไปทีหลัง ตอนนี้มี แต่งานของเดือนที่เข้ามาด่วน

    ขณะกำลังจะก้าวขึ้นรถนั่นเอง ขำก็ร้องเรียกมาแต่ไกล เดือนหันมามองเห็นขำซ้อนมอเตอร์ไซค์รวิถือป้ายไฟชูหรามาด้วย เดือนขอตัวกับชูเกียรติไปพบ ต่อว่าขำว่าทำอะไรอย่างนี้อายคนอื่นเขา

    รวิเดินเข้าหาเดือน ป้อมกับขำเลี่ยงไปอย่างรู้หน้าที่ รวิมอบพวงกุญแจที่ตั้งใจทำให้เดือนบอกให้เก็บไว้ดีๆ ถ้ายังมีความรู้สึกดีต่อกัน แต่ถ้าวันไหนไม่มีอะไรกันแล้วก็ทิ้งมันไปเสีย

    “จะเอาเข็มมาจิ้มทำคุณไสยซะเลย” เดือนยังงอนๆ ทั้งที่ใจอาลัยที่ต้องจากไป บอกรวิว่าไปถึงแล้วจะโทร.หา แล้วเดินเขินๆไป ไม่ทันดูดีไปขึ้นรถคนอื่นเข้า ต้องรีบลงมาพูดแก้เกี้ยวว่าเบาะนิ่มดี มีเงินก็จะซื้อแบบนี้แหละ รวิมองเดือนทั้งขำทั้งเอ็นดู

    ooooooo

    สถานที่จัดงานชกมวย...

    ศิริพรพาแก้วไปเดินข้างเวที พูดลอยๆกับพิมุกที่เดินตรวจเวทีอยู่ว่า “รู้สึกจะทุ่มทุนสร้างงานครั้งนี้จังเลยนะ”

    “มันแน่นอนอยู่แล้ว ฉันจะทำให้คนทั้งอำเภอ...ไม่สิ ...ทั้งจังหวัดรู้จักค่าย พ.พิมุก ว่าไม่เคยแพ้ใคร” พิมุกโว

    ศิริพรดักคอว่าด้วยการไปกว้านซื้อแชมป์มาแล้วจ้างคู่ต่อสู้ล้มมวยหรือ พิมุกมองขวับตาขวางพูดประชดว่า

    “รู้สึกเธอจะรู้ดีไปหมดทุกเรื่องเลยนะ โดยเฉพาะเรื่องของชาวบ้านเนี่ย”

    “แหม...จริงๆ มันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉันหรอกนะ แต่ฉันก็แค่อยากมาเตือน กลัวว่ามัวแต่สนมวย จนอดมีเมียหรือไม่ก็โดนคนอื่นคาบไปกิน!”

    พิมุกชะงัก คุยโวว่าตนจ้างป้อมไปอยู่เป็นเพื่อนเดือนแล้ว ศิริพรพูดเย้ยว่าระวังให้ดีฝากปลาย่างไว้กับแมวยังไงก็ไม่รอด พูดแล้วศิริพรพาแก้วสะบัดไปพิมุกเริ่มกังวลกลัวจะเสียเดือนไปจริงๆ

    ฝ่ายชูเกียรติเดินหน้ารุกเดือน รวบรัดให้เดือนเซ็นสัญญาให้ตนเป็นผู้จัดการส่วนตัว อ้างว่าวันก่อนเซ็นยังไม่ครบ เดือนรู้ไม่เท่าทันเซ็นให้โดยง่าย ชูเกียรติรีบเก็บเอกสารยิ้มเจ้าเล่ห์กับแผนเกาะเดือนหากินของตน

    เดือนต้องซ้อมอย่างหนัก ซ้อมทั้งร้องทั้งเต้นเข้าห้องโน้นออกห้องนี้จนบ่นกับป้อมว่าทำอะไรกันเยอะอย่างนี้

    มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย ป้อมปลุกใจให้สู้ๆ เดี๋ยววันนี้ ก็เสร็จแล้ว

    หลังจากซ้อมเสร็จ ชูเกียรติมารับเดือนไปคอนโดกัน พาเข้าไปดูห้อง เดือนชมว่าสวยมากคงแพงมากใช่ไหม

    “ก็ไม่เท่าไหร่หรอกจ้ะ ทีแรกก็คิดว่าจะซื้อไว้เล่นๆ

    น่ะจ้ะ แต่คิดอีกทีเอาไว้เป็นที่พักเด็กในสังกัดด้วยเลย”

    ขณะนั้นเอง เดือนเห็นซองจดหมายสีน้ำตาลที่พื้น พอก้มหยิบก็ถูกชูเกียรติเข้ามาดึงไปอย่างเร็วแล้วยัดใส่กระเป๋าทันที บอกว่าเป็นจดหมายพวกเด็กที่อยากเป็นนักร้อง แล้วพาไปดูห้องนอน ป้อมแกล้งกระโดดขึ้นไปกลิ้งบนเตียง ชูเกียรติฉุนมากพึมพำลอดไรฟัน “ที่นอนกู! หน็อยอีกะเทยควาย!!” แล้วขอตัวออกไปเอาของที่รถประเดี๋ยว พอออกจากห้องก็คำรามแค้น

    “ฉันต้องหาวิธีจัดการแยกอีกะเทยนั่นออกไปให้ได้...เดือน...เธอไม่รอดจากฉันแน่ คอยดู...”

    เดือนถามป้อมอย่างกังวลว่าถ้าวันไหนป้อมไม่อยู่ตนจะทำอย่างไร ป้อมเอารูปช้อยในกรอบมาวางบอกว่าตอนนี้ก็พึ่งป้าช้อยไปก่อน พอดีชูเกียรติเข้ามา เดือนขออนุญาตเอารูปแม่มาแขวน เขาอนุญาต ตอบขำๆทำนองว่าจะช่วยอะไรได้...

    “วันนี้เดี๋ยวพี่กลับก่อนดีกว่านะจ๊ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ พี่มารับ” ชูเกียรติบอก เหลือบมองรูปช้อยแว่บหนึ่งแล้ว รีบออกไปเลย

    เดือนกับป้อมเห็นอาการของชูเกียรติแล้วพากัน

    หัวเราะชอบใจ

    ooooooo

    ที่แผงหนังสือในตลาด...รวิเดินผ่านมาเห็นนภากำลังยืนพลิกนิตยสารอยู่พอดี เลยเข้าไปทัก

    “พี่นภา ซื้อหนังสือเหรอครับ” นภาบอกว่าก็พลิกเพลินๆไปงั้นเอง “หนังสือดารานักร้องสินะครับ อืม...เห็นแล้วคิดถึงเดือน อีกหน่อยคงได้ลงแบบนี้” รวิคาดหวัง

    “ก็น่าจะได้อยู่” นภาบอก รวิถอนใจบ่นว่าอีกหน่อยพอโด่งดังเดือนก็คงอยู่ไกลจากตนไปเรื่อยๆ นภาวางนิตยสารบอกรวิว่า “เขาคงไม่ทิ้งเธอไปไหนหรอก” นภามองหน้ารวิ พูดทิ้งไว้ก่อนเดินไปว่า “อยู่ในจุดนั้นน่ะมันเหงากว่าที่คิดนะ”

    เป็นช่วงเวลาที่เดือนกำลังพยายามที่จะก้าวไปยังจุดที่นภาบอกว่า “มันเหงามาก” และวันนี้เธอก็ได้ทำ ซิงเกิลแรกสำเร็จแล้ว

    “เยี่ยมมากเดือน...เดี๋ยวเราจะส่งให้ดีเจคลื่นต่างๆ เปิดอาทิตย์หน้าเลยนะ เตรียมตัวไว้ได้เลยนะเดือน พอปล่อยซิงเกิลแรกแล้ว พี่จะพาเดือนเดินสายสัมภาษณ์ในรายการต่างๆ คราวนี้รับรองดังแน่”

    เดือนกังวลไม่รู้เขาจะชอบเพลงของตนหรือเปล่า ป้อมบอกว่าอย่าคิดมาก ให้เชื่อมั่นตัวเองหน่อย

    “ใช่ๆ อย่าคิดมาก เป็นเด็กของพี่...เอ่อ...พี่หมายถึงเป็นเด็กในสังกัดของพี่ไม่ต้องห่วง รับรองอนาคตซุปตาร์ชัวร์”

    เดือนยิ้มโล่งใจ หยิบพวงกุญแจที่รวิทำให้ขึ้นดู ยิ้มกับพวงกุญแจอย่างมีความสุข

    คืนนี้ เดือนโทรศัพท์นอนคุยกับรวิ บอกเขาว่าอาทิตย์หน้าเพลงของตนก็จะได้เปิดในรายการวิทยุแล้ว บอกรวิให้รอฟังด้วย รวิถามว่าคลื่นไหน พอเดือนบอกก็ร้องอ๋อ เพราะตนฟังประจำอยู่แล้ว

    ทั้งสองคุยกันจนกระทั่งเดือนหลับไปคาโทรศัพท์ รวิยังคุยอย่างมีความสุข แต่เดือนหลับไปแล้ว เขาคิดอะไรบางอย่างที่จะทำในวันที่ดีเจสถานีต่างๆเปิดเพลงของเดือน...

    เพลงของเดือนเปิดไม่กี่วันก็ติดหูชาวบ้าน บ้างร้องบ้างเต้นกันอย่างสนุกสนาน เดือนไปนั่งอยู่กับดีเจคุยกับแฟนเพลง

    รวิพยายามโทร. กดมือเป็นระวิงกดผิดกดถูก

    กว่าจะติดก็กดจนเมื่อย พอติดก็ดีใจร้องบอกขำอย่างตื่นเต้น พอพิธีกรกับเดือนคุยด้วย รวิตื่นเต้นจนพูดตะกุกตะกักติดอ่าง...

    “อยาก...อยากบอกว่ารัก...เอ้ย ไม่ใช่สิ อยากบอกว่าชอบผลงานของน้องเดือน แล้ว...แล้วก็จะเป็นกำลังใจให้ตลอดไปครับ” พอเดือนขอบคุณและถามชื่อ รวิกลับบอกว่า “ผมชื่อ...ชื่อ สเตฟานครับ!” แต่เดือนจำเสียงได้ขอบคุณแล้วกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่

    สายต่อมา พิธีกรถามว่าจะบอกอะไรกับน้องเดือนคะ ปลายสายบอกว่า “อยากจะบอกน้องเดือนว่าคิดถึงมาก

    ถ้าน้องเดือนว่างก็กลับมารำลึกความหลังกับวงของเรา บ้างนะ แต่ถ้าน้องเดือนไม่ว่างก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะไปหาน้องเดือนเร็วๆนี้”

    “แหม...ท่าทางจะเป็นคนรู้จักกันจริงๆด้วย ว่าแต่คุณพี่ชื่ออะไรคะเนี่ย”

    “หึๆ โรจน์ครับ!”

    เดือนหน้าเครียดทันที ไม่รู้ว่าโรจน์จะมาไม้ไหน และต้องการอะไร?!

    ooooooo

    เดือนนั่งเครียดมาในรถของชูเกียรติ เขาถามว่าโรจน์ที่โทร.มาเป็นหัวหน้าวงเก่าของเธอหรือ เดือนบอกว่าเป็นวงแรกที่ตนเคยอยู่

    “พี่ว่าคุ้นๆอยู่นะ รู้สึกจะเป็นลูกหนี้พิมุกด้วยใช่ไหม แล้วเขามีธุระอะไรเหรอ เห็นพูดแปลกๆ” ป้อมตอบแทนว่า สงสัยอยากให้เดือนกลับไป ชูเกียรติโวยวายทันทีว่า “ไม่ได้นะเดือน เราเป็นศิลปินระดับนี้แล้วจะลดตัวลงไปกับพวกวงกระจอกๆไม่ได้นะ” แล้วบอกเดือนว่า “วันนี้เดี๋ยวไปอีก 2 ที่นะเดือน”

    ป้อมติงว่าตกลงเดือนไม่ได้พักเลยหรือ คิวแน่นเอี้ยดทุกวัน ชูเกียรติบอกว่าช่วงนี้กำลังขึ้นโกยได้ก็ต้องโกยไว้ก่อน แล้วอ่อยเดือนว่า “งานยิ่งเยอะ เดือนก็จะยิ่งมีเงินเยอะไง ไม่ดีเหรอ” ป้อมพูดลอยๆว่าก็คงเยอะถ้าไม่โดนหักนู่นหักนี่ ชูเกียรติสะอึกไปนิดหนึ่งก่อนพูดออกตัวอย่างระแวงว่า

    “นี่พี่ก็ไม่ได้อะไรมากมายเลยนะ แบ่งเปอร์เซ็นต์ให้บริษัทแล้วพี่ก็ให้เดือนเต็มๆเลย”

    เดือนยิ้มเจื่อนๆ แม้จะคิดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

    ooooooo

    เพราะรวิต้องขึ้นชกมวย เลยถูกก้องพูดเหน็บว่าคงต้องหาใครมาเป่าแซคแทนเสียแล้ว รวิขอโทษเทพที่ทำให้วุ่นวาย บอกว่าชกเสร็จตนมาเล่นต่อให้ก็ได้

    “เอาเหอะ เรื่องนั้นไม่มีปัญหาแล้ว ทีนี้ที่ฉันอยากจะบอกก็คืองานนี้ช่วยกันให้เต็มที่หน่อยแล้วกัน ถ้าเจ๋งรับรองมีงานมารออีกยาว” เทพเอ่ย

    ก้องเสนอให้เอาเดือนมาเป็นแขกรับเชิญพิเศษรับรองว่าช่วยโปรโมตวงเราได้เยอะเลย นภาเข้ามาพอดี พูดเหน็บว่า

    “เขาเป็นนักร้องระดับนั้นแล้ว จะมาซี้ซั้วขึ้นร้องเองตามใจชอบได้ยังไง”

    “ไม่เห็นจะเป็นไรนี่ เดือนเขาก็ต้องมาดูรวิอยู่แล้ว นายช่วยพูดให้ได้ไหมรวิ ไหนๆก็เบี้ยวงานแล้ว ช่วยวงเราเรื่องแค่นี้คงไม่ยากเกินไปใช่ไหม” ก้องถาม รวิชี้แจงว่า

    “มันไม่ใช่เรื่องให้ใครมาช่วยพูดให้ แต่มันเป็นเรื่องของสัญญา จะไปร้องเพลง จะไปออกงานไหน ก็ต้องให้ต้นสังกัดเขาอนุญาตก่อน”

    “เอาเหอะๆ เดี๋ยวไงผมจะลองถามเดือนดูให้แล้วกัน” รวิตัดบทก่อนที่เดือนจะถูกค่อนแคะมากกว่านี้

    ooooooo

    ที่ห้องอัดค่ายเพลงใหญ่ ชูเกียรติเข้าไปนั่งรออยู่ก่อนแล้ว แก้วเข้ามาเห็นเขาอยู่คนเดียวก็ไปนั่งไขว่ห้างถลกกระโปรงขึ้นสูง พอชูเกียรติเดินมาถามว่าทำอะไร แก้วก็ดึงเสื้อเขาออกจากกางเกง

    พอดีเดือนกับป้อมเข้ามา เดือนรีบขอโทษ ชูเกียรติทักว่ามาเตรียมซ้อมหรือ เดือนบอกว่าไม่เป็นไรเชิญตามสบายแล้วชวนป้อมออกไป ชูเกียรติทำหน้าไม่ถูก หันมาอีกทีแก้วก็ทำปากเซ็กซี่หลับตาพริ้มรอจูบอยู่แล้ว...

    เดือนกับป้อมออกจากห้องไปไม่ทันเดินพ้นประตู แก้วก็ถลาหัวทิ่มเหมือนถูกถีบออกมา

    “ว้าย...ไอ้พี่เกียรติบ้า...ไอ้บ้า!! โว้ยยย!!” แก้วก้มเก็บกระเป๋าเดินกระฟัดกระเฟียดไป เดือนพึมพำอย่างสมเพชว่า...

    “เฮ้อ...แก้วเองจริงๆก็เป็นคนสวยนะ ไม่น่าทำอะไรแบบนี้เลย”

    “เดือนเอ๊ย...ความสวยมันจะหมดไปทันทีนะ ถ้าไม่รู้จักคำว่า ยางอาย!” ป้อมลอยหน้าจีบปากจีบคออย่างดูถูก

    แต่พอแก้วเดินมาแถวร้านกาแฟภายในค่าย เพื่อนร่วมงานถามว่าวันนี้ไม่ซ้อมหรือ เลยถูกแก้วแหวใส่ว่าไม่มีอารมณ์ ไล่จะไปไหนก็ไป พลันแก้วก็ชะงักเมื่อเห็นชายคนหนึ่งที่นอกร้าน ชายคนนั้นดูภูมิฐานได้รับความเคารพนบนอบจากพนักงานก็มองเป๋ง ถามคนแถวนั้นว่า คนนั้นเป็นใคร

    “อ๋อ...เสี่ยวาทิน เจ้าของค่ายเพลงนี้ไง ทำไมหรอ”

    แก้วสนใจจี๋ รีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมตัวเองให้ดูเซ็กซี่ แล้วเดินลอยหน้าไปทางเสี่ยวาทิน ทำเป็นล้มตรงหน้าเสี่ยพอดี!

    เสี่ยสั่งให้ลูกน้องพยุงแก้วขึ้นรถแล้วขับออกไปเลย

    ooooooo

    รวิซ้อมมวยเอาจริงเอาจัง เผลอเหยียบเชือกผูกรองเท้าตัวเองล้มคะมํา พอลุกขึ้นได้ก็มองซ้ายมองขวา โล่งใจที่ไม่มีใครเห็น แต่ที่แท้ถูกเทพเอามือถือถ่ายไว้ขำๆแล้ว

    เทพมาคุยกับรวิให้เขาช่วยพูดให้เดือนมาขึ้นเวที เผื่อจะช่วยโปรโมตให้วงเราได้ รวิบอกว่าตนพอจะพูดได้ แต่ก็อย่างที่นภาบอกเรื่องสัญญาของเดือนกับทางค่าย เทพขอให้รวิช่วยคุยกับเดือนเผื่อเป็นไปได้ แล้วเอามือถือโชว์บอกรวิขำๆ ว่าคลิปเมื่อกี๊จะส่งไปให้เดือนดู

    ขณะเดือนกับป้อมดูคลิปที่รวิหัวคะมำแล้วหัวเราะกันคิกคักนั่นเอง ชูเกียรติมาเจอ เขาไม่พอใจเมื่อเดือนพูดเรื่องจะไปดูรวิชก เขาหาเหตุกันท่า อ้างว่าพอดีลูกค้าเชิญไปงานด้วยถึง 2 งาน

    ที่แท้เป็นแผนของชูเกียรติที่จะแยกป้อมออกไปและตนจะได้เคลมเดือน โดยสั่งป้อมว่าพรุ่งนี้เย็นให้เอาเอกสารกับกระเช้าไปให้ลูกค้า ส่วนเดือนไปกับตนอีกที่หนึ่ง แม้เดือนจะรู้สึกแปลกๆ แต่กลัวจะไม่ได้ไปดูรวิชกเลยรับปากไปก่อน

    ป้อมเอาเอกสารและกระเช้าไปหาที่อยู่ลูกค้าตามที่จดไว้แต่ไม่เจอ เป็นห่วงเดือนเลยโทร.บอกขำว่า

    “ไอ้ขำ...ข้าสงสัยเป็นอย่างที่พวกเราคาดการณ์ไว้แล้วล่ะ เอ็งจัดการสั่งเด็กเอ็งได้เลย เออๆเดี๋ยวข้าจะรีบกลับ”

    ส่วนชูเกียรติหลังจากแกล้งแยกป้อมไปทำงานแล้ว ตัวเองก็เดินฮัมเพลงเข้าไปในห้องทำงาน เจ้าหน้าที่คนหนึ่งถามว่า รู้เรื่องที่เสี่ยโทร.มาเมื่อเช้าหรือยัง ชูเกียรติถามงงๆว่าเรื่องอะไร

    “ก็เสี่ยเขาโทร.มาอยากให้ดันนักร้องใหม่ เห็นว่าจะให้ฟีทเจอริ่งกับเดือนเลยด้วยนะ” ชูเกียรติถามงงๆ ว่านักร้องใหม่ที่ว่าเป็นใครหรือ “จะว่าใหม่ก็ไม่ใหม่หรอกพี่ ก็เด็กพี่อีกคนนั่นแหละ นั่นไงมาพอดี”

    “ฝากตัวอีกครั้งนะคะ พี่เกียรติ!” แก้วนั่นเอง

    เพราะหลังจากแก้วแกล้งล้มและถูกอุ้มขึ้นรถเสี่ยวาทินไปคืนเดียว แก้วก็กลับมาอย่างมีปลอกคอแข็งเลยทีเดียว

    แม้ชูเกียรติจะโทร.คุยกับเสี่ยว่าพื้นฐานแก้วสู้เดือนไม่ได้เลย แต่เมื่อเป็นความต้องการของเสี่ยวาทินเจ้าของค่ายเพลง ชูเกียรติก็ต้องรับปากว่าจะจัดการให้ โดยให้แก้วไปคุยกับโปรดิวเซอร์ก่อน เพราะวันนี้ตนยุ่งมาก รอตนกลับจากต่างจังหวัดกับเดือนก่อนเราค่อยคุยกัน

    ooooooo

    เดือนรออยู่ที่คอนโดเพื่อไปงานกับชูเกียรติตามที่เขาบอก แต่พอเขามาหากลับบอกว่าตนไปงานมาเรียบร้อยแล้ว บอกว่าตนช่วยพูดกับพิมุกแล้วคราวนี้ถึงตาเดือนต้องทำตามสัญญาบ้าง

    ชูเกียรติรุกเข้าหาเดือนทันที เดือนถอยพลางหาทางเอาตัวรอด ปะเหลาะว่าเขาเพิ่งมาเหนื่อยๆ ตนไปเอานํ้าให้ดื่มก่อนดีกว่า ชูเกียรติมองตามเดือนหื่นๆ พลางหยิบแผงยาจากกระเป๋าพึมพำกับตัวเอง

    “คืนนี้ล่ะ พ่อจะไม่ให้ได้หลับได้นอนเลย...โอ๊ย...คึกโว้ยยย...” ว่าแล้วก็ฉีกแผงหยิบยาใส่ปากทำท่าคึกเต็มที่ แต่รีบเกินไปยาติดคอกระเดือกอย่างไรก็ไม่ลง พอเดือนเอานํ้ามาให้ก็คว้าไปดื่ม แล้วชวนเดือนมาทำตามสัญญากันเลย

    เดือนหาทางหลบหลีกบอกให้เขาไปอาบนํ้าก่อน ตนจะไปรอในห้องนอน เดือนหาทางถ่วงเวลาไปเรื่อย เพราะแอบโทร.ไปหาป้อมแล้ว ป้อมบอกว่าอีก 5 นาที

    ตัวช่วยจะมาถึง

    ระหว่างรอใจคอไม่ดีนั่นเอง โทรศัพท์ของเดือนดังขึ้น เดือนรีบกดรับแล้วเดินไปดูตาแมวที่ประตู เห็นสาวประเภท 2 หน้าสวยยืนอยู่ เดือนรีบเปิดประตู ทำท่าถามว่าเฉาะหรือยัง เสียงตอบห้าวใหญ่จนเดือนสะดุ้งว่าเรียบร้อยแล้ว เดือนย้ำว่าห้ามออกเสียงเด็ดขาดให้ทำอย่างเดียว

    เดือนพาสาวนางนั้นไปนอนรอที่เตียง ดับไฟแง้มประตูไว้ พอชูเกียรติอาบน้ำเสร็จเข้าห้องมาเห็นบรรยากาศสลัว ก็ผิวปากพึมพำอารมณ์ดีว่า

    “แหมเตรียมพร้อมเลยนะเดือน ไหนมาให้พี่ชื่นใจก่อนสักทีสิ...อื้มมมม...ชื่นใจ” แล้วนัวเนียบรรเลงอย่างห่ืนจัด จนเดือนที่แอบฟังอยู่ทำหน้าสยองแล้วรีบเลี่ยงออกไป

    ooooooo

    เดือนกับป้อมหนีไปดูศึกชกมวยที่รวิขึ้นชกกับพิมุกจนได้ ทั้งสองไปหารวิที่บ้านก่อน เดือนบอกรวิว่าเป็นห่วงเขา รวิบอกว่าไม่ต้องห่วง ตนมีของขลังช่วย

    ของขลังที่รวิเอามาอวดคือพวงกุญแจตุ๊กตาที่เขาทำให้เดือนและตัวเองคนละชุดนั่นเอง บอกเดือนว่า

    “เชื่อพี่นะ พี่จะไม่เป็นอะไร...พี่มีเด็กบ๊องๆคนนี้ที่ยังต้องดูแลอีก จะเป็นไรได้ไง”

    ทั้งสองมองกันซึ้ง จนป้อมกับขำอินไปด้วย นั่งบิดกระมิดกระเมี้ยนไปมา

    เมื่อพากันไปที่เวทีมวย เดือนใจคอไม่ดีเป็นห่วงรวิจนเดินตามแจ รวิบอกให้เดือนเดินเล่นก่อน ตนจะเข้าไปในที่พักนักมวย ถามเดือนว่าเป็นอะไรวันนี้ตามติดเป็นตังเมเลย

    “เปล่า...ก็แค่สังหรณ์ใจแปลกๆ”

    เทพเดินมาเจอเดือนกับรวิพอดี รวิเพิ่งนึกได้เรื่องที่เทพขอให้คุยกับเดือน เขาบอกเดือนว่า เทพจะขอให้เดือนช่วยขึ้นไปร้องที่วงสักเพลงสองเพลงจะได้ไหม

    “จริงๆทางโน้นเขาก็ห้ามไว้อยู่หรอก แต่คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ใช่ไหมพี่ป้อม” เดือนหันไปถามป้อม ป้อมบอกว่าถ้าพวกเราไม่มีใครพูดแถมชูเกียรติก็ไม่ได้มา ไม่น่าจะมีปัญหา “งั้นก็ได้ค่ะคุณเทพ แต่ยังไงขอให้พี่รวิชกเสร็จก่อนนะคะ”

    “จ้ะ...ไม่มีปัญหา ขอบใจเดือนมากนะจ๊ะ” เทพดีใจมาก

    ooooooo

    พิมุกมาเห็นเดือนอยู่กับรวิก็เข้ามาก่อกวนว่า

    “ไง พ่อนักดนตรี คิดว่าจะหนีไปซะแล้ว” รวิตอบอย่างทันกันว่า คิดเหมือนกันเลย “ปากดีไปเหอะ นี่น้องเดือนวันนี้พี่จะยอมให้เดือนมาเกาะแกะอยู่กับมันก่อนนะ เพราะหลังจากคืนนี้ไป เดือนคงไม่มีโอกาสเห็นหน้ามันแล้ว ไปเว้ยไอ้เตี้ยไอ้บ่าง ปล่อยเขาไว้อาลัยกันให้พอ”

    เป็นคำขู่ที่ทำให้เดือนยิ่งเป็นห่วงรวิ และรวิเองก็อดหวั่นใจการขึ้นชกครั้งนี้ไม่ได้เหมือนกัน

    ขำถามรวิว่าเขาชกเป็นคู่ที่เท่าไหร่ พอรู้ว่าคู่เอก ปิดท้ายเลย ขำยักไหล่พูดอย่างสมเพชว่า

    “เฮียพิมุกแกเข้าใจคิด คงอยากเด่นมาก”

    ส่วนก้องอยากเรียกแฟนเพลงโปรโมตวง ขึ้นเวทีประกาศว่าคืนนี้หลังมวยคู่เอกแล้ววงเทพ ฟ้าประทานจะมีเซอร์ไพรส์ให้ทุกคน เป็นแขกพิเศษนักร้องดาวรุ่งพุ่งแรง เดือน งามพร้อม อดใจรออย่ารีบหนีไปไหนเสียก่อน เทพฟังแล้วไม่พอใจ

    “ก้อง นายนี่ใจร้อนจริงๆ ถ้าเกิดมีอะไรผิดพลาด เดือนเขาขึ้นมาร้องไม่ได้ ไม่หน้าแตกกันทั้งวงหรือ”

    “คุณเทพไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เราก็จะได้ดูน้ำใจของอดีตนักร้องวงเราไงคะ” ศิริพรแทรกเข้ามาอย่างมีแผน

    ooooooo

    ตอนที่ 8

    เช้านี้ขณะเดือนหิ้วถุงอาหารจะกลับบ้าน รวิเดินตามไปเงียบๆ เดือนรู้ตัวแต่ทำเฉยเพราะยังงอนอยู่ พอทนไม่ไหวก็หันมอง รวิหยุดทำไม่รู้ไม่ชี้ เป็นอยู่อย่างนี้สองสามครั้ง

    “นี่พี่จะเดินตามฉันทำไม เป็นพวกโรคจิตรึไง” เดือนทนไม่ไหวหันไปถามเสียงเขียว แต่รวิก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ มองโน่นมองนี่ จนเดือนหงุดหงิดหันเดินต่อ แต่แกล้งเดินเร็วๆ จนหูรองเท้าแตะขาดสะดุดล้ม รวิตกใจรีบเข้าไปประคอง เดือนทั้งโกรธทั้งอาย บ่นว่าจะกวนประสาทกันแต่เช้าเลยใช่ไหม

    เดือนลุกขึ้นมองรองเท้าที่หูขาดข้างหนึ่ง ปัดเสื้อผ้าหยิบรองเท้าข้างนั้นโขยกเขยกไป

    รวิรีบวิ่งตามถามว่าจะเดินแบบนี้ไปถึงบ้านเลยรึไง ถูกสวนมางอนๆว่าไม่ต้องมายุ่ง แต่พอรวิบอกว่าตามใจก็กลับบ่นว่าจะไม่ช่วยกันเลยใช่ไหม ด่าว่าใจดำแล้งนํ้าใจ จนรวิถอดรองเท้าตัวเองให้ใส่ พูดขำๆให้เดือนยอมใส่ว่า

    “ใส่ไปก่อน ดีกว่าเดินเป๋นะ เดี๋ยวใครมาเห็นว่าที่นักร้องชื่อดังเดินแบบนี้เขาได้เอาไปเม้าท์กันแน่ ไป...ไป...”

    พากันเดินไปจนถึงหน้าบ้าน พอเดือนจะขึ้นบ้านรวิเรียกไว้ขอคุยกันหน่อย เดือนจุ๊ปากไม่ให้เสียงดังเพราะแม่ยังนอนอยู่ รวิถามว่าป้าช้อยไม่ได้ไปขายของหรือ

    “พักนี้แม่ไม่สบายบ่อยน่ะพี่รวิ เดือนรู้สึกใจคอไม่ดีเลย” รวิอยากปลอบใจจับมือเดือนไปกุม เดือนดึงมือออกหาว่าเขาแต๊ะอั๋งลวนลาม รวิบ่นว่าเดือนจะทำอะไรไม่ปรึกษากันเลย เดือนโทษว่ารวิเป็นคนทำให้ตนต้องลาออกจากวงเพราะเห็นดีอกดีใจกับนักร้องใหม่ ทำให้ทุกคนคิดว่าตนทิ้งวง

    “คิดเอาเองทั้งนั้น เดือนรู้ไหมว่าเวลาเดือนไปกับไอ้คนนั้น พี่เป็นห่วงเดือนแค่ไหน”

    เดือนเลยนึกได้บอกรวิว่าตนจะไปอยู่กรุงเทพฯ รวิอึ้ง คิดไม่ตกเป็นห่วงเดือนมาก พอกลับถึงบ้าน ขำกับป้อมเอาปลอกหมอนข้างใส่กรวดทรายมาทำเป็นกระสอบทรายไปแขวนให้รวิซ้อมเตรียมขึ้นชก รวิกำลังหงุดหงิดบ่นให้ทั้งสองฟังว่า เดือนจะไปอยู่กรุงเทพฯ ป้อมถามว่าจะไปอยู่กับไอ้โมเดลลิ่งนั่นหรือเปล่า

    “ฉันไม่ยอมหรอก! โธ่!!” รวิหงุดหงิด เดินไปเตะกระสอบทรายที่ข้างในมีแต่กรวดทรายเจ็บจนหน้าแดง ป้อมกับขำจะร้องบอกแต่ไม่ทัน มองรวิทำหน้าสยอง

    ooooooo

    สายวันเดียวกัน ศิริพรเดินมากับแก้ว พากันมาหยุดที่หน้าร้านเกมแห่งหนึ่งมีคนเล่นอยู่ 2-3 คน

    เด็กหนุ่มที่ดูแลร้านเดินออกมา ศิริพรเปิดกระเป๋าหยิบซองใส่เมมโมรี่การ์ดยื่นให้

    “อ่ะ...นี่ ที่ฉันเคยบอกไว้ ทั้งภาพนิ่ง ทั้งคลิป ช่วยจัดการกระจายให้ทั่วๆด้วย” เด็กหนุ่มถามว่าจะให้โพสต์ยังไงดี “เอาเป็น ‘หลุดสยิว ว่าที่นักร้องค่ายยักษ์ใหญ่’ ก็แล้วกัน”

    “จัดให้เจ๊” พูดแล้วทำท่านับเงิน ศิริพรหยิบเงินส่งให้แล้วเดินกลับ แก้วทวงบ้างว่าตนเองก็เหนื่อยและเสี่ยงกว่าจะถ่ายมาได้ ไม่คิดจะมีอะไรนิดๆหน่อยๆให้บ้างหรือ ศิริพรจำต้องหยิบเงินส่งให้ สั่งอย่างดูถูกว่า “แล้วถ้าฉลาดหน่อย พอมีโอกาสก็ช่วยกระจายๆให้พวกสื่อรู้ด้วยก็ดีนะ”

    ooooooo

    โรจน์ไม่พอใจที่เดือนไม่มาซ้อมหลายวันแล้ว และยิ่งหงุดหงิดไม่พอใจเมื่อประทีปเอาใบปลิวงานชกมวยของพิมุกมาให้ดู บอกว่างานนี้มีวงดนตรีด้วย แต่เขาไม่เรียกวงเรา

    “ฉันได้ข่าวว่าไอ้พิมุกมันจ้างวงเทพ ฟ้าประทาน ไปเล่น” ประทีปบอก

    “ได้ยังไง! แบบนี้เห็นทีจะต้องลุยไปถามมันให้ รู้เรื่อง... ไอ้นี่ เดี๋ยวเจอ!” โรจน์เดินออกไปอย่างเอาเรื่องทันที

    อึดใจใหญ่โรจน์ก็ไปถึงบ้านพิมุก ถามว่าทำไม ไม่เอาวงของตนไปเล่นในศึกมวย ทำไมถึงไปจ้างวงของเทพ ฟ้าประทานแทนที่จะเป็นวงของตน

    “เดี๋ยวนี้ฉันจะทำอะไรต้องรายงานแกงั้นเหรอ” พิมุกถามทั้งที่มือยังกดรีโมตเปลี่ยนช่องทีวีอยู่ โรจน์รีบปฏิเสธว่า

    “ปะ...เปล่าจ้ะก็แค่อยากรู้ ที่วงทั้งเครื่องเสียง ทั้งแดนเซอร์ก็ใหญ่กว่าดีกว่าวงโน้นตั้งเยอะ”

    “แต่วงแกไม่มีนักร้องเหลือแล้วนี่” พิมุกพูดไม่ มองหน้า โรจน์บอกว่าตนกำลังจะให้แก้วขึ้นมาเป็นนักร้องแล้ว พิมุกมองหน้าโรจน์ยิ้มหยันๆ ถามว่า “นี่แกไม่รู้จริงๆเหรอว่าแก้วน่ะ มันจะไปเป็นนักร้องกับไอ้เกียรติญาติฉันแล้ว มันไม่มาอยู่กับวงกระจอกๆอย่างแกหรอก”

    พูดแล้วพิมุกจะเดินเข้าข้างใน นึกอะไรได้หันมา พูดอีกว่า “อ้อ...จะบอกเหตุผลอีกข้อนะ ที่ฉันไม่จ้าง วงแกเพราะแกไม่มีปัญญาเก็บน้องเดือนไว้ให้ฉันได้ แค่เหตุผลข้อนี้ แกก็หมดประโยชน์แล้วสำหรับฉัน”

    โรจน์ที่ทำกร่างจะมาต่อว่าพิมุกที่ไม่จ้างวงของตน กลับถูกด่าเสียจนนั่งเหวอ...

    ooooooo

    เพราะเป็นห่วงกลัวเดือนต้องไปอยู่กับชูเกียรติ รวิ ขำ และป้อมจึงรวบรวมเงินเอาไปให้เดือน เพื่อให้เดือนไปเช่าห้องอยู่ต่างหาก

    เดือนไม่กล้ารับ รวิชี้แจงว่าถ้าไม่มีเงินแล้วเดือนจะอยู่ได้อย่างไรไหนจะค่าเช่าค่ามัดจำ ขำก็ขอให้เดือนไป เช่าที่อยู่ต่างหากจะปลอดภัยกว่า

    “เดือนก็ไม่ได้บอกว่าจะไปอยู่กับพี่ชูเกียรติ แล้วเขาก็ไม่ได้ชวนให้เดือนไปอยู่กับเขาสักหน่อย แค่บอกให้เดือนหาที่อยู่ใกล้ๆบริษัทแค่นั้นเอง”

    “หึ เชื่อพี่เหอะร้อยทั้งร้อย เดี๋ยวก็ต้องอ้างนู่นอ้างนี่ หาเรื่องให้เดือนไปอยู่กับมัน” รวิชี้ให้เห็นถึงอุบายของชูเกียรติ แต่เดือนกลับหาว่าพวกรวิคิดมากไปเอง

    ระหว่างนั้นเอง เดือนได้รับโทรศัพท์จากชูเกียรติ เธอรับสายต่อหน้ารวิ ขำ และป้อม...

    “ฮัลโหล...ค่ะ พี่ชูเกียรติ ว่ายังไงคะ...เดือนยังไม่ได้คิดเลย...อะไรนะคะ คอนโดของพี่...เอ่อ...ไม่ดีกว่าค่ะ คะ พี่ดูไว้ให้อีกที่หนึ่ง จะออกค่าเช่าให้เดือน เอ่อ...เดี๋ยวขอเวลาเดือนคิดอีกสักนิดนะคะ ค่ะ แล้วเดือนจะรีบบอก ค่ะ...ขอบคุณค่ะ”

    พอวางสายมองไป เห็นสามหนุ่มจ้องหน้าเขม็งอยู่ รวิย้ำกับเดือนว่า “เดือน ทำอย่างที่พี่บอกเถอะ”

    “ขอเดือนคิดก่อนนะ อีกอย่าง  เดือนไม่ค่อยอยากไปเลย เดือนเป็นห่วงแม่”

    “เอ็งไปเถอะเดือน ไม่ต้องห่วงข้าหรอก” ช้อยพูดขณะเดินลงมาหาเดือน มือถือผ้าเช็ดหน้าปิดปากไว้ แต่พอลงมาก็รีบเอาผ้าเช็ดหน้าซ่อน บอกเดือนว่า “ข้าไม่ได้เป็นอะไร เอ็งไปเถอะ ไปตามความฝันของเอ็ง แม่น่ะห้ามเอ็งมาตลอด แต่เอ็งก็หาทางจะเป็นนักร้องมาตลอด จนวันนี้ โอกาสมันมาถึงเอ็งแล้ว อย่าปล่อยให้มันหลุดลอยไปเลยนะเดือน”

    เดือนน้ำตาคลอดีใจที่แม่เข้าใจ รวิก็รับปากจะดูแลช้อยให้ ป้อมกับขำก็อาสาจะมาอยู่เป็นเพื่อน

    “โอ๊ย...ไม่ต้องหรอก เอ็งสองคนน่ะกินจุจะตาย ข้าเลี้ยงไม่ไหวหรอก ถ้าจะอยู่ก็ไปอยู่เป็นเพื่อนเดือนมันโน่น”

    เดือนโผกอดแม่หัวเราะขำๆ รวิมองเดือนยิ้มๆ แต่ใจกังวลไม่อยากห่างเดือนเลย...

    ooooooo

    เมื่อเดือนไปพบชูเกียรติที่ร้านอาหาร จึงรู้ว่าเขานัดเธอมาคนเดียว เขาถามเดือนเรื่องที่อยู่ เดือนบอกว่า ตนบอกแม่ไว้ว่าจะไปดูประมาณอาทิตย์หน้า

    เดือนจึงรู้ว่าชูเกียรติจะให้เธอไปอยู่คอนโดของเขา เดือนบอกว่าตนจะหาเช่าอยู่เอง แต่ถ้าเขาจะกรุณาก็รบกวนแนะนำที่ให้ก็พอ เรื่องค่าเช่าตนจะออกเอง ชูเกียรติชักสีหน้าพูดประชดว่า “ไม่ยักรู้ว่าเดือนมีเงินขนาดนั้น”

    “พี่รวิค่ะ พี่รวิเขาให้เดือนยืมมา”

    “รวิ? คนพิเศษของเดือนเหรอ” ชูเกียรติถาม ทำเอาเดือนเขิน แต่พอดีมีสายเข้ามือถือ เขาจึงขอตัวออกไปรับสาย

    เป็นสายจากเสี่ยวาทินเจ้าของค่าย ชูเกียรติคุยอย่างนอบน้อม...

    “สวัสดีครับเสี่ย...ครับ ใช่ครับ เดือนเป็นเด็กใหม่ผมเอง...ครับเป็นนักร้องครับ...อะไรนะครับ คลิปหลุด? ยัง...ยังไม่เห็นเลยครับ...ไม่นะครับ ก็เห็นเรียบร้อยดี” ชูเกียรติหันมองเดือนเห็นนั่งดูเมนูอยู่ “ครับๆ เดี๋ยวผมจะไปเดี๋ยวนี้ครับ” แล้วเขาก็เดินกลับไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด บอกเดือนว่ามีธุระด่วนต้องไปก่อนให้เดือนสั่งอะไรทานแล้วกลับบ้านเอง แล้วเอาเงินค่าอาหารและค่ารถให้

    เดือนถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ชูเกียรติอึกอักบอกว่า ไม่มีอะไร แล้วขอตัวไปอย่างเร่งรีบ เดือนมองอย่างสงสัย

    ชูเกียรติกลับไปเปิดคอมฯดูคลิป มีพนักงานหลายคนมาออดูด้วย เขาดูแล้วบอกว่าก็แค่เปลี่ยนเสื้อผ้าธรรมดา ไม่ได้โป๊อะไรมากมายเลย หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่านักร้องของเขาเยี่ยมมาก ดังตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นนักร้อง อีกคนบอกว่านี่มันห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของเรา เพราะโลโก้เด่นเสียขนาดนั้น แสดงว่าถ่ายที่นี่จริงๆ

    นี่เอง ทำให้ชูเกียรติสงสัยว่าภาพมาได้ยังไง เพราะวันนั้นมีแค่เดือนกับแก้วเท่านั้น แล้วเขาก็สบถอย่างฉุนเฉียว

    “แก้ว! โธ่เอ๋ย...ยัยนี่เอง...ร้ายไม่ใช่เล่น” พอดีมีพนักงานเดินมาบอกเขาว่า เสี่ยบอกว่าดูคลิปแล้วให้โทร.กลับ เขาพยักหน้าถอนใจคิดหาทางแก้ตัว พลางเดินกลับไป

    แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า เสี่ยสั่งให้กระจายไปให้ทั่ว จะได้ช่วยทำให้นักร้องคนใหม่ของเราดังเร็วยิ่งขึ้น ถ้าถึงสื่อได้ยิ่งดี จะได้โปรโมตนักร้องโดยไม่ต้องลงทุนไม่ดีรึไง ชูเกียรติพยักหน้า แต่พอวางสายแล้วเขาพึมพำก่อนเดินออกไปว่า

    “เจ้าเล่ห์นักนะไอ้แก่!”

    ooooooo

    ศิริพรหยิบมือถือขึ้นมายิ้มอย่างสะใจ ยืนตั้งหลักอึดใจเดียวก็ตีหน้าตื่นตระหนกเข้าไปในห้องซ้อมดนตรีบอกทุกคนว่า

    “นี่ทุกคนคะ แย่แล้วค่ะ” พอเรียกความสนใจจากทุกคนแล้ว ศิริพรทำเป็นลังเลว่าจะเปิดคลิปให้ดูดีหรือเปล่าทำให้ทุกคนยิ่งอยากดู เลยทำเป็นจำต้องเปิดให้ดู รวิมาเห็นเพื่อนๆมุงดูอะไรอยู่เข้าไปดูบ้าง เขาหน้าเผือดพึมพำ...

    “ไม่ใช่ใช่ไหม...นี่ไม่ใช่เดือนหรอก คนหน้าเหมือนมากกว่า” รวิเดินออกไปทันที นภามองรวิอย่างสงสัย ส่วนศิริพรที่จับตาดูอยู่ ยิ้มอย่างสะใจ

    เช้าวันใหม่ ขำ ป้อมและเดือนไปซื้อกาแฟ ที่ร้านกาแฟเปิดทีวีอยู่ เป็นคลิปเดือนนั่นเอง! พิธีกรบรรยายว่าเป็นคลิปที่กำลังมีการแชร์กันอย่างมาก ระบุว่าหญิงสาวที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นนักร้องลูกทุ่งของค่ายยักษ์ใหญ่ค่ายหนึ่ง สงสัยกันว่าเป็นการหลุดโดยบังเอิญหรือเจ้าตัวเป็นคนปล่อยกันแน่

    ป้อมด่าว่าผู้หญิงสมัยนี้กล้าจริงๆ สงสัยอยากดังมาก ในขณะที่เดือนดูทีวีแล้วหน้าซีดลง...ซีดลง...รวิมาจากไหนไม่รู้ มาถึงก็คว้ามือเดือนบอกให้ไปกับตน แล้วจูงไปอย่างเร็ว ป้อมกับขำเห็นดังนั้นรีบวิ่งตามไป

    ooooooo

    รวิพาเดือนไปที่บ้านตัวเอง ถามเดือนที่นั่งน้ำตาอาบแก้มอยู่ว่าเรื่องมันเกิดขึ้นได้อย่างไร

    เดือนบอกว่าตนไม่รู้เหมือนกันเพราะตนก็แค่เปลี่ยน

    ชุดตามที่ช่างบอกเท่านั้น ขำลุกพรวดถามว่าวันนั้นมีใครอยู่ในห้องบ้าง พอเดือนบอกว่าตนอยู่กับแก้วสองคนเท่านั้น ขำตั้งข้อสังเกตว่าถ้าอยู่กันสองคนทำไมจึงมี

    คลิปเดือนคนเดียว เว้นเสียแต่ว่า “อีกคนเป็นคนถ่าย”

    “ตอนนี้เดือนต้องเข้มแข็งนะ ตั้งสติให้ดี ภาพที่ออกมามันก็ยังไม่ถึงกับน่าเกลียดนัก” รวิเตือน

    เดือนหวาดวิตก กลัวคนอื่นรู้ว่าเป็นตน แม้ในทีวีจะเซ็นเซอร์หน้าแต่ถ้าออกมาตามคลิปในเน็ตหรือตามหนังสือพิมพ์หน้าบันเทิง คนอื่นก็ต้องรู้แน่ว่าเป็นตน... ถามเสียงสะอื้นว่า

    “ฉันจะทำยังไงดี” เดือนโผเข้ากอดรวิร้องไห้สะอึกสะอื้น

    “ไม่เป็นไรนะเดือน เข้มแข็งไว้...ใครจะเข้าใจยังไง แต่พี่รู้ดีว่าเดือนเป็นคนยังไง” รวิกอดเดือนไว้แน่น

    เดือนจะกลับบ้าน รวิมายืนส่งที่หน้าบ้าน ถามว่าแน่ใจนะว่าไม่ต้องไปส่ง เดือนบอกว่าอยากเดินคิดอะไรไปเรื่อยๆ

    “อย่าคิดมากนะเรื่องมันอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด อีกอย่าง...เดือนก็ยังมีพวกพี่อยู่นะ”

    เดือนยิ้มให้แล้วเดินกลับไปช้าๆ ขำกับป้อมก็ขอกลับเหมือนกัน รวิยืนส่งทั้งสามสีหน้ากังวลเป็นห่วงเดือน

    ooooooo

    ที่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยว ศิริพรได้ยินชาวบ้านคุยกันถึงเรื่องคลิปว่าเจ้าตัวคงอยากดัง บ้างก็ว่าดีที่ยังมีเซ็นเซอร์หน้าไม่อย่างนั้นคนเป็นพ่อแม่เห็นเข้าคงอายมากที่มีลูกสาวแบบนี้
    ฟังชาวบ้านแล้วศิริพรฉุกคิดว่า “ถ้าพ่อแม่มา

    เห็นงั้นเหรอ...” คิดแล้วเก็บของลุกเดินออกไปแววตาร้าย... ระหว่างนั้นก็เอารูปเดือนไปขยายใหญ่ พึมพำ “ฉันรู้จ้ะว่าป้าน่ะแก่แล้ว ตาไม่ค่อยดี แบบนี้คงเห็นชัดดีนะ”

    ศิริพรไปหาช้อยที่บ้านทำทีเยี่ยมเยียน พูดถึงเดือนที่จะไปเป็นนักร้องค่ายเพลงดังบอกช้อยเตือนเดือนให้ระวังตัวด้วย แล้วเล่าข่าวคลิปเมื่อเช้าให้ฟัง คุยแล้วแกล้งลืมซองรูปทิ้งไว้ เมื่อช้อยมาเห็นถึงกับช็อก นึกถึงคำพูดของศิริพรเมื่อครู่ที่ว่า

    “เห็นเขาว่านักร้องคนนี้น่ะอยากดัง เลยแกล้งทำคลิปตัวเองตอนเปลี่ยนเสื้อผ้าหลุด คนจะได้เห็นแล้วก็รู้จักเยอะๆ...สมัยนี้ คนเรายอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อความดัง... สงสารก็แต่พ่อแม่ล่ะจ้ะ”

    ช้อยถือรูป มือสั่นระริก น้ำตาไหลอาบหน้า...

    เดือนเดินกลับบ้าน ทันเห็นหลังศิริพรเดินไปไวๆก็นึกสงสัยว่าศิริพรมาทำอะไรที่บ้าน? เดือนรีบเดินไปหน้าบ้านเห็นช้อยกำลังเดินโซซัดโซเซมาที่ประตู สายตาพร่ามัว มือสั่น บ้านหมุน แต่พยายามเกาะขอบประตูมองลงมาข้างล่าง พลันสายตาก็ดับมืดไป เป็นนาทีที่เดือนมาถึงหน้าบ้านเงยหน้ามองเห็นช้อยกำลังตกจากเรือนพอดี!

    “แม่!!!” เดือนร้องสุดเสียง

    ooooooo

    ช้อยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล รวิ ขำ และป้อมเป็นทุกข์เป็นร้อนพากันมาเยี่ยมและให้กำลังใจเดือน

    ทุกคนร้องไห้น้ำตาไหลพราก เมื่อร่างช้อยถูกคลุมด้วยผ้าปิดหมดบนเตียงเข็น เดือนโผกอดรวิร้องไห้โฮ...

    รวิกอดเดือนไว้แน่นปลอบให้กำลังใจ ถามว่าทำไมป้าช้อยถึง...

    “เพราะเดือน...พี่รวิ เดือนเอง เดือนทำให้แม่ต้องตาย...เดือนเอง...”

    “อย่าโทษตัวเองสิเดือน มันไม่ใช่ความผิดของเดือนเลยนะ อีนังแก้วตะหากที่มันถ่ายรูปเดือน...แล้วนี่ก็คงเป็นฝีมือมันที่เอามาให้ป้าช้อยดู ปล่อยมันไว้ไม่ได้แล้ว” ป้อมแค้นมาก

    เดือนบอกว่าไม่ใช่แก้วที่เอารูปมาให้แม่ดู แต่พอรวิถามว่าเดือนรู้หรือว่าใคร  เดือนนิ่งไปทบทวนเหตุการณ์เมื่อตอนสายที่เห็นศิริพรเดินออกไปจากทางเข้าบ้าน...แต่ก็ไม่พูดบอกรวิว่าช่างเถอะ ตนไม่มีหลักฐานอะไร

    รวิบอกเดือนว่าตนจะจัดการเรื่องงานป้าช้อยก่อน บอกป้อมให้อยู่เป็นเพื่อนเดือนด้วย

    เดือนเดินไปซบหน้ากับร่างแม่ใต้ผ้าคลุม คร่ำครวญสะอึกสะอื้นกับร่างของแม่...

    “แม่จ๋า...ทำไมแม่ไม่รอเดือนล่ะจ๊ะ อีกนิดเดียวเอง อีกนิดเดียวเดือนก็จะดัง จะมีเงินเลี้ยงแม่...ไม่ต้องให้แม่ลำบากอีก...ทำไมแม่ไม่รอเดือนล่ะจ๊ะ...แม่จ๋า...” เดือนซบหน้าร้องไห้กับร่างแม่ เห็นแต่หลังที่สะเทือนเพราะแรงสะอื้น

    ooooooo

    ศิริพรไปหารวิที่บ้านชวนไปซ้อมพร้อมกัน รวิบอกว่าวันนี้ตนลาเพราะต้องไปงานศพของป้าช้อย ตนโทร.ลาเทพแล้วพรุ่งนี้คงมาได้

    พอศิริพรรู้ว่าช้อยตายก็หน้าเสีย แต่รีบเก็บอาการแล้วขอตัวไปซ้อมก่อน พอพ้นหน้ารวิก็พึมพำ

    “ถึงกับตายเลยเหรอ ไม่นะ...ไม่เกี่ยวกับฉัน ยัยแก่นั่นมันพลาดไปเอง ไม่เกี่ยวกับฉัน”

    ส่วนแก้วรู้จากกิมว่าช้อยตายก็สะใจว่า ต่อไปนี้เดือน ไม่เพียงเหลือตัวคนเดียวแต่ยังมีเรื่องคลิปหลุดอีกด้วย บอกกิมว่าพรุ่งนี้เห็นทีต้องไปแสดงความเสียใจสักหน่อย

    วันต่อมา แก้วไปนั่งในร้านกาแฟกับศิริพร ลอยหน้าคุยโทรศัพท์กับชูเกียรติ

    “ก็อย่างที่บอกล่ะค่ะพี่เกียรติ เดือนเขาคงไม่ว่างอีกพักใหญ่ เขาคงวุ่นเรื่องงานศพแม่เขาน่ะค่ะ ไหนจะต้องสวด ต้องเผา แถมต้องเอาไปลอย อะไรอีกสารพัด เดือนเขาคงไปออกสื่อไม่ค่อยได้หรอกค่ะ ถ้าไงให้แก้ว...”

    “อยู่วัดไหน เดี๋ยวพี่จะไปร่วมงาน” ชูเกียรติตัดบท แก้วหน้าเสียอึกอัก ชูเกียรติฝากความว่า “โอเค บอกเดือนด้วยนะ เดี๋ยวเย็นนี้พี่จะไป แค่นี้นะแก้ว”

    พอแก้ววางสาย ศิริพรก็ยิ้มในหน้าถามว่า ชูเกียรติไม่ช่วยดันเธอแทนเดือนหรือ ยิ้มเจ้าเล่ห์แนะว่า

    “ถ้าอยากให้เขาช่วยดัน ก็ต้องยอมให้เขาดัน”

    ทั้งคู่คุยกันอย่างต่างข่มและอวดดีใส่กัน ศิริพรตัดบทสรุปว่า

    “เราต้องกัดนังเดือนไม่ปล่อย เอาให้มันดิ้นไม่หลุดจริงๆ” ทั้งสองตกลงเล่นงานเดือนแต่ต่างคนต่างทำ

    เดือนเองยังโศกเศร้าเสียใจ ยิ่งเมื่อได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่เคยทำเคยนุ่งเคยห่มเคยใช้ก็ยิ่งเศร้า ขณะลงเรือนเพื่อไปงานศพแม่ที่วัด คำเตือนของแม่ยังแว่วในสำนึกว่า...

    “ไปเถอะเดือน...ไปตามความฝันของเอ็ง แต่เอ็งจะต้องดูแลตัวเองให้ดี อย่าปล่อยให้ชื่อเสียงเงินทองมานำพาเอ็งไปในทางที่ผิดนะ...”

    ooooooo

    ที่ค่ายเพลง วันนี้มีนักข่าวมารอสัมภาษณ์เดือนกันมากมาย ชูเกียรติให้เด็กไปบอกให้รอก่อนเดี๋ยวตนจะลงไป กำชับเด็กให้หาน้ำท่าให้กินด้วย

    “เป็นอย่างที่เสี่ยมันบอกจริงๆ...คราวนี้ล่ะ ดังไม่รู้เรื่องแน่...เดือน” ชูเกียรติยิ้มเต็มหน้าสมใจนัก

    เมื่อออกไปพบนักข่าว ชูเกียรติถูกรุมถามเรื่องคลิปหลุดของเดือนว่าจริงไหม และที่หลุดนั้นหลุดจริงหรือจงใจเป็นแผนโปรโมต

    “ใจเย็นก่อนครับ เดี๋ยวผมจะตอบให้ทุกคำถามเลย เอาเรื่องแรกก่อนเลยละกัน ผู้หญิงที่อยู่ในคลิปเนี่ย... ใช่ครับเธอเป็นนักร้องใหม่ของค่ายเราเอง แต่สำหรับเรื่องเป็นการปล่อยเองเพื่อโปรโมตน่ะ ทางเราขอยืนยันว่าเราไม่มีนโยบายแบบนั้นนะครับ เราสร้างนักร้องฝีมือคุณภาพจริงๆ ถึงไม่โปรโมตก็ดังได้ครับ”

    เมื่อนักข่าวขอสัมภาษณ์ ชูเกียรติบอกว่าเวลานี้เดือนไม่ได้อยู่ที่นี่ นักข่าวถามว่าน้องคนนั้นชื่อเดือนหรือ เขาตอบยิ้มในหน้าอย่างมีเลศนัยว่า “ครับ...เธอชื่อเดือน งามพร้อม”

    ooooooo

    ที่ศาลาวัด...เทพไปงานสวด เขาแสดงความเสียใจกับเดือน บอกว่าถ้ามีอะไรพอช่วยได้ก็ให้บอกไม่ต้องเกรงใจ

    ในงานศพ มีคนมาไม่กี่คน เป็นคนในวงเทพทั้งหมด ขำพึมพำว่าคนหายไปไหนหมด ไม่คิดจะมาร่วมไว้อาลัยป้าช้อยกันหน่อยรึไง ส่วนนภามานั่งหน้าปึ่งในงาน เห็นเดือนร้องไห้จึงเอาทิชชูให้ซับน้ำตาด้วยท่าทีเย็นชาห่างเหิน แทนที่จะแสดงความเห็นใจปลอบใจกลับพูดให้เจ็บใจว่า

    “ไม่ใช่แม่เธอคนเดียวนะที่ตาย แม่คนอื่นเขาก็เคยตายกันทั้งนั้น” เดือนเงยมองบอกว่าอย่าเพิ่งอะไรกันตอนนี้ได้ไหม นภาถามว่า “โกรธเหรอ ดี เปลี่ยนมันเป็นพลังนะ ฉันไม่อยากสู้กับคนหมดแรงจะบอกให้”

    รวิมาถึงพอดี เขาตรงมาปลอบเดือนว่าอย่าคิดมาก ป้าช้อยไปดีแล้ว ถามเดือนว่าจะสวดกี่วัน เดือนบอกว่าสวด 3 วันพอ ตนไม่มีเงินมากมาย แต่สวดเสร็จแล้วจะเก็บไว้ก่อน รวิกับป้อมถามว่า หมายความว่าไง...

    “เดือนจะเก็บแม่ไว้ก่อน รอวันไหนที่เดือนโด่งดังแล้ว เดือนจะกลับมาจัดงานแม่ให้ยิ่งใหญ่เลย พี่ดูตอนนี้สิ แทบไม่มีใครมาเลย เพราะแม่เป็นแม่ค้าจนๆ ไม่มีใครสนใจ ถ้าเดือนโด่งดังเมื่อไหร่ จะต้องมีคนมาร่วมงานแม่จนนับไม่ถ้วนแน่...เดือนอยากทำให้แม่ไม่ถูกมองข้ามจากใครๆ ถึงจะเป็นอย่างสุดท้ายที่เดือนทำได้ก็เถอะ”

    ขณะนั้นเอง คนที่นั่งอยู่ในศาลาต่างมองไปเป็นตาเดียวเมื่อเห็นพิมุกเดินเข้ามามีบ่างกับเตี้ยเดินกร่างตามมาด้วย พิมุกตรงมาตีหน้าเศร้าแสดงความเสียใจกับเดือนว่า

    “โถ...น้องเดือนของพี่ ตอนนี้ก็มีเหลือตัวคนเดียวแล้วสิ ถ้ายังไงมาอยู่กับพี่ดีกว่านะจ๊ะ”

    เดือนโกรธแต่รักษากิริยา พาพิมุกไปจุดธูปไหว้ เดือนจุดธูปส่งให้ ขำแทรกเข้ามารับแทนแกล้งทำธูปหล่นใส่พิมุก โดนพิมุกจ้องคำราม “ไอ้นี่ มึง!” เดือนขอร้องว่าถ้าจะมามีเรื่องก็เชิญที่อื่นเถิด นี่เป็นงานแม่ตน พิมุกจึงลุกไปนั่งแต่จ้องจิกพวกรวิเรียงตัว

    “เฮ้อ...จะมีตัวซวยแบบนี้มาอีกไหมเนี่ย” ป้อมพึมพำเบาๆ

    มีมาจริงๆ! เพราะที่นอกศาลา แก้วเดินเกาะแขนชูเกียรติเข้ามา เจอศิริพรยืนลังเลอยู่นอกศาลาก็ถามเหน็บว่าทำไมไม่เข้าไป มายืนอ่อยเหยื่ออยู่ได้ ศิริพรเลยแกล้งยิ้มทิ้งสายตาให้ชูเกียรติ ทำให้แก้วโมโหหึงดึงชูเกียรติเข้าไปในศาลา

    ศิริพรมองแก้วกับชูเกียรติอึดใจแล้วจึงเดินตามเข้าไปอย่างมีแผน

    ขำเห็นชูเกียรติกับแก้วมาก็เดินมาบอกป้อมว่า “เฮี้ยนจริงๆพี่ ทักปุ๊บมากันปั๊บเลย” ป้อมบอกว่าดีแล้ว กำลังหาทางเอาคืนให้เดือนอยู่ คนเลวๆมันต้องเจอกับมือแรงๆ

    แก้วเกาะแขนชูเกียรติเข้ามา พอเหลือบเห็นพิมุกก็รีบปล่อยเขยิบออกห่างชูเกียรติทันที พิมุกหางตามองอย่างดูถูก

    เดือนเข้ามาไหว้ชูเกียรติ เขาแสดงความเสียใจกับ เดือน บอกว่าเดี๋ยวมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยหน่อย เดือนถามว่าเรื่องคลิปใช่ไหม เดือนถามชูเกียรติแต่ตาจ้องไปทางแก้ว

    “เดือนรู้แล้วเหรอ... ยังไงก็คงต้องระวังหน่อยนะ เดี๋ยวไว้เสร็จงานแม่เดือนก่อน เราคงต้องมาประชุมกันอีกที นี่สวดกี่คืนล่ะ” เดือนบอกว่า 3 คืน “อืม...มีอะไรขาดเหลือก็บอกพี่นะ” พูดแล้วฉวยโอกาสจับไหล่เดือน รวิเห็นแกล้งเดินปรี่เข้ามา ชูเกียรติรีบปล่อยมือจากไหล่เดือน เดินไปนั่งข้างๆพิมุก ตีหน้าตายชวนคุย เห็นแก้วลังเลจึงเรียกให้มานั่งด้วยกัน แก้วตีหน้าไม่ถูกขอตัวออกไปข้างนอกสักครู่อ้างว่าอากาศในนี้ไม่ถ่ายเท

    แก้วแอบมองพิมุก เห็นท่าทีเขาไม่สนใจตนก็นึกน้อยใจเลยเดินออกไป พิมุกเอียงตัวเข้าหาชูเกียรติพูดโดยไม่มองหน้าว่า “เดี๋ยวเราคงต้องคุยกันยาวหน่อยนะ นายกับฉัน”

    “เรื่องอะไรเหรอ ถ้าเป็นเรื่องฉันกับเดือน...”

    “ไม่ใช่เรื่องนั้น!”

    เสียงเข้มของพิมุกทำให้ชูเกียรติไม่กล้าถามต่อ ส่วนขำกับป้อมเห็นแก้วเดินออกไปนอกศาลาก็สะกิดกันตามไป

    ooooooo

    ป้อมกับขำตามไปช่วยกันยกแก้วไปห้องนํ้าคาดคั้นเรื่องคลิป ศิริพรแอบดูยิ้มสมนํ้าหน้าด่าแก้ว “นังหน้าโง่”

    แก้วทำเป็นไม่รู้เรื่องคลิปของเดือน จนถูกป้อมกับขำจับเอานํ้าราดส้วมกรอกปากก็ยังปากแข็ง จนขำกับป้อมจับหัวจะกดจุ่มอ่างนํ้าราดส้วม ดีแต่เดือนตามมาห้ามทัน

    “อย่าพี่ป้อม! ปล่อยไปเถอะจ้ะคนแบบนี้ วันนี้ฉันอยากทำแต่บุญ จะได้อุทิศให้แม่ ถือซะว่าแผ่เมตตาให้สัมภเวสีก็แล้วกัน” แก้วกรี๊ดที่ถูกด่าสะบัดจะเล่นงานเดือน ถูกป้อมกับขำขวางไว้ทำให้ชะงักเพราะยังแหยงอยู่ เดือนปรามว่า “จำไว้นะแก้ว สิ่งที่เธอทำไว้กับฉันครั้งแล้วครั้งเล่า มันทำลายความรู้สึกดีๆของคำว่าเพื่อนไปหมดแล้ว ต่อจากนี้มันจะเป็นการตอบโต้ ฉันจะไม่ยอมให้เธอหรือใครมาทำร้ายฉันอยู่ฝ่ายเดียวอีกต่อไปแล้ว”

    ป้อมกับขำมองหน้าเดือนปรบมือดีใจมากที่วันนี้เดือนเปลี่ยนไปแล้ว ช่วยกันไล่แก้วไปให้พ้น แก้ววิ่งหนีไปไม่เป็นท่า ในขณะที่เดือนวันนี้ยืนมั่นหนักแน่นเข้มแข็งพร้อมที่จะเผชิญทุกปัญหาที่ถาโถมเข้ามา

    ooooooo

    เช้านี้หลังจากเดือนใส่บาตรแล้ว เห็นรวิเดินมา เดือนทักว่ามาแต่เช้าเลย รวิบอกว่าเป็นห่วงเดือนจนเมื่อคืนนอนไม่หลับ

    “ขอบคุณพี่มากเลยนะ ตอนนี้นอกจากพี่ป้อมกับขำแล้ว ก็มีพี่รวินี่แหละที่จริงใจกับฉันตลอดมา” เดือนชวนรวิกรวดนํ้าด้วยกัน เสร็จแล้วเดือนพูดอย่างสะเทือนใจว่า “เหมือนที่เขาบอกกันไว้ เวลาพ่อแม่ยังอยู่ให้ดูแลอาหารให้ท่านเต็มที่ เพราะถ้าท่านจากไปแล้วใส่บาตรกับข้าวดีแค่ไหนก็ไม่รู้ท่านจะได้กินหรือเปล่า”

    เดือนพูดถึงแม่อย่างรู้สึกผิดว่า “เดือนเองยังไม่มีโอกาสพาแม่ไปกินอะไรดีๆเลย ยังไม่มีโอกาสพาแม่ไปเที่ยวไหน เดือนนี่เป็นลูกที่แย่จังนะพี่รวิ”

    “อย่าคิดอย่างนั้นสิเดือน ตอนที่ป้าช้อยยังอยู่เดือนก็ทำอย่างเต็มที่แล้ว อย่าเก็บมาคิดอีกเลย ตอนนี้ถ้าอยากเป็นลูกที่ดีก็เอาคำที่ป้าช้อยเคยสอนมาใช้ก็พอ”

    เดือนพูดอย่างซึ้งใจว่า นึกไม่ออกว่าถ้าตอนนี้ไม่มีเขาอีกคนตนจะเป็นอย่างไร รวิหัวเราะขยี้หัวเบาๆ บอกเดือนว่า

    “พี่ไม่มีวันทิ้งเดือนไปไหนหรอก ถ้าพี่จะไปจากเดือนมีอยู่สองสาเหตุเท่านั้นแหละ เดือนทิ้งพี่ไปกับพี่ตาย”

    “เดือนไม่ยอมให้พี่เป็นอะไรไปอีกคนหรอก” เดือนทุบรวิอย่างไม่อยากได้ยิน

    “ถ้าจะเป็นอะไรพี่จะขออนุญาตเดือนก่อนครับ” รวิทำหน้าล้อขำๆ จนเดือนหัวเราะออกมา

    ooooooo

    เพราะพิมุกบอกว่ามีเรื่องต้องคุยกัน ชูเกียรติจึงไปหาที่บ้าน พิมุกถามเรื่องคลิป ชูเกียรติตัดบทว่าเรื่องที่น่าสนใจมากกว่าตอนนี้คืออีกไม่นานเดือนต้องไปอยู่ที่ค่ายเพลงแล้ว และรวิก็จะไปเช่าคอนโดอยู่ด้วยกัน

    ได้ผล! พิมุกเดือดดาลขึ้นมาทันทีถามว่าจะจัดการกับรวิอย่างไรดี ชูเกียรติเสนอให้เขาเล่นงานรวิบนเวทีที่ท้าชกมวยกัน เพราะถ้ามีการตายหรือพิการเกิดขึ้น เขาไม่ถือว่าผิดกัน พิมุกยิ้มร้ายกับแผนเหี้ยมของชูเกียรติ

    เวลาเดียวกัน ชูเกียรติก็ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่าจะเปิดตัวนักร้องในคลิปนั้นเร็วๆนี้ เพราะกระแสสังคมเรียกร้องมาก

    ศิริพรติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิด รู้สึกผิดหวังที่คลิปนั้นกลับทำให้เดือนยิ่งโดดเด่น จึงคิดจะเล่นให้หนักกว่าเดิม

    แก้วเอาตัวเข้าแลกเพื่อชิงชูเกียรติให้ได้ หมายกันเดือนไม่ให้ได้เกิดในวงการ หลังจากพากันเข้าม่านรูดแล้ว แก้วอ้อนขอไปอยู่คอนโดกับเขา

    ชูเกียรติปฏิเสธ อ้างว่าเดี๋ยวใครรู้เข้าจะไม่ดี แก้วงอนถามว่าไม่ใช่จะเก็บไว้ให้เดือนหรือ ตัดพ้อทวงถามว่า

    “พี่เคยสัญญาว่าจะดันให้แก้วเป็นนักร้อง ก็ยังไม่ทำสักที แล้วนี่แก้วขอไปอยู่ด้วยก็ยังไม่ได้อีก พี่เกียรติเห็นแก้วเป็นของเล่นเหรอคะ”

    ชูเกียรติหาทางออกด้วยการจะเช่าอพาร์ตเมนต์ให้อยู่ บอกว่าตนให้ได้แค่นี้แหละ แก้วจำต้องยอมเพราะดีกว่าไม่ได้อะไรเลย แต่ก็ย้ำว่า อย่าลืมที่สัญญาไว้กับตนก็แล้วกัน ชูเกียรติลุกขึ้นไปอาบน้ำเพราะเดี๋ยวมีธุระต้องรีบไป

    แก้วฉวยโอกาสที่ชูเกียรติเข้าห้องน้ำหยิบกระเป๋าสตางค์เขามาดู ปรากฏว่ามีเงินอยู่ไม่มากมีแต่ตั๋วม้ากับลอตเตอรี่เต็มกระเป๋า แก้วเห็นนามบัตรนักข่าวใบหนึ่งจึงจิ๊กไว้ แล้วรีบกลับไปนอนที่เตียงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    ooooooo

    เดือนทำตามที่บอกรวิไว้ หลังสวด 3 คืนแล้วก็เก็บศพไว้ โดยมีรวิคอยช่วยเป็นธุระให้ตลอดเวลา เดือนบอกกล่าวแม่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกจากวัดว่า
    “แม่จ๋า...สิ่งไหนที่แม่เคยสอนเดือนไว้ เดือนสัญญา เดือนจะทำตามคำสอนของแม่จ้ะ”

    ส่วนรวิ เสร็จงานช้อยแล้วก็ลงมือซ้อมมวยจริงจัง หมายชกให้ชนะพิมุกให้ได้

    ชูเกียรติดำเนินแผนของตนต่ออย่างแนบเนียน หลังจากชี้ช่องกำจัดรวิอย่างไม่มีความผิดให้พิมุกแล้ว เขาก็หันมาดำเนินแผนกับเดือนต่อ พยายามจะให้เดือนไปอยู่ที่คอนโดของตน เมื่อเดือนปฏิเสธ ก็ถามวัดใจเดือนว่า รู้ใช่ไหมว่าตนคิดอย่างไรด้วย พอเดือนอึกอักลำบากใจ เขาตัดบทว่า

    “อืม...โอเค...แล้วถ้าพี่จะขอให้เดือนเปิดโอกาสให้พี่แลกกับความปลอดภัยของคนสำคัญของเดือนล่ะ”

    พูดให้เดือนสนใจแล้ว ชูเกียรติถามว่าเดือนรู้ใช่ไหมว่าพิมุกจะจัดงานชกมวยและพิมุกจะขึ้นชกเอง จากนั้นทั้งขู่ทั้งยุแหย่ว่า

    “เดือนก็น่าจะรู้นิสัยพิมุกดีนี่ ใช้ทุกวิธีเพื่อให้ตัวเองชนะ พี่ว่านะ งานนี้สงสัยพิมุกคงจัดเต็ม คู่ชกไม่ตายก็คงพิการ แล้วรู้ไหมคู่ชกคราวนี้คือใคร...รวิไง!” พอเห็นเดือนตกใจ ชูเกียรติขู่ต่อว่า

    “พี่ก็ไม่รู้หรอกนะ พิมุกมันจะใช้วิธีไหน แต่ที่แน่ๆ มันคงจัดเต็ม ยิ่งเป็นนายรวิอะไรนั่นด้วยแล้ว หึๆ ไม่รอด!” เดือนตกใจถามว่าจะเล่นสกปรกกันหรือ “พิมุกมันสนซะที่ไหนล่ะ แล้วที่สำคัญ ถ้าเกิดนายรวิเขาเป็นอะไรไป ก็คงไม่มีใครทำอะไรได้หรอกนะ เพราะมันเป็นการชกมวยที่เขาสมัครใจเอง”

    เดือนบอกว่าจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้เด็ดขาด ตนจะไปห้ามรวิเอง ชูเกียรติเตือนว่าเรื่องแบบนี้ผู้ชายเขาไม่ยอมกันหรอก หลอกล่อเดือนว่า

    “เชื่อพี่สิ ทำตามที่พี่บอกเถอะ ให้โอกาสพี่บ้าง... แล้วพี่จะคุยกับพิมุกมันเอง”

    เดือนกลับมาด้วยความหวาดหวั่นฟุ้งซ่านกลัวรวิจะได้รับอันตราย ยิ่งคิดถึงที่รวิบอกว่าจะไม่ทิ้งเดือนไปไหนนอกจากเดือนทิ้งตนหรือความตายเท่านั้น เดือนพึมพำอย่างตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่า

    “ฉันจะไม่มีวันยอมให้พี่เป็นอะไรอย่างเด็ดขาด”

    ooooooo

    รุ่งขึ้น เดือนไปหารวิที่บ้านแต่เช้า มองหน้าถามเคืองๆว่า นึกยังไงถึงจะไปชกมวย  เป็นนักดนตรีดีๆไม่ชอบรึไง

    รวิบอกว่าพิมุกท้าตน เดือนเตือนว่าก็รู้ๆ อยู่ว่า

    พิมุกเป็นคนยังไง รวิยืนยันว่ามันเป็นเรื่องของลูกผู้ชาย เดือนขอร้องให้ยกเลิกเสียเถิด เพราะพิมุกต้องเล่นตุกติกแน่ อย่าเสี่ยงเลย

    เมื่อทั้งขอร้องและหว่านล้อมแล้ว รวิยังยืนยันที่จะขึ้นชกทั้งยังรับรองว่าตนไม่แพ้พิมุกแน่ เดือนเคืองตัดบทว่า งั้นก็ช่วยไม่ได้ แล้วขี่รถกลับเลย

    ด้วยความเป็นห่วงรวิ เดือนตัดสินใจโทรศัพท์บอกชูเกียรติว่าจะไปอยู่คอนโดตามที่เขาเสนอเพื่อแลกกับการให้ชูเกียรติคุยกับพิมุกให้ล้มมวย เพื่อไม่ให้รวิได้รับอันตรายถึงพิการหรือตายในการชกครั้งนี้

    ชูเกียรติอยู่ที่บ้านพิมุก เขารับโทรศัพท์ของเดือนอย่างตื่นเต้น พอวางสายเห็นพิมุกมองอยู่ เขาทำเป็นเล่าว่า

    “พอดีที่บริษัทโทร.มาน่ะ ให้ช่วยดูแลนักร้องใหม่หน่อยเพราะท่าทางจะรุ่ง” พิมุกถามว่าใช่เดือนหรือเปล่า “ใช่...เอ๊ยไม่ใช่ คนนี้เพิ่งมาเมื่อวาน”

    “หึๆ คนนี้ก็คงเสร็จนายอีกตามเคยล่ะสิ จะกับใครยังไงก็เรื่องของนายนะแต่อย่ามายุ่งกับ...!”

    “เฮ้ย...คิดมากอีกแล้ว บอกแล้วไงว่าไม่ๆ เดี๋ยวฉันไปธุระก่อนดีกว่า” ว่าแล้วรีบเดินเลี่ยงไป

    ooooooo

    แก้วโทร.ไปหานักข่าวที่ตนขโมยนามบัตรมาแต่ติดต่อไม่ได้ ต่อมานักข่าวคนนั้นโทร.กลับ แก้วเดินไปหาที่สงบคุยกันที่หน้าร้านขายข้าวแกง แต่บังเอิญไปยืนคุยข้างๆนภาที่ยืนซื้อของอยู่

    นภาได้ยินแก้วกำลังเล่าให้นักข่าวฟังว่าแม่เดือนตายแล้ว กำลังจะใส่ไฟเดือนต่อ นภาเลยแกล้งเดินชนจนมือถือหล่นลงหม้อแกง แก้วฉุนขาดเพราะนอกจากไม่ได้คุยกับนักข่าว โทรศัพท์ตกหม้อแกงแล้วยังต้องชดใช้ค่าแกงทั้งหม้อให้แม่ค้าด้วย

    ส่วนเดือนไปนั่งกินส้มตำกับขำและป้อม เดือนเล่าว่าตนจะไปอยู่คอนโดที่ชูเกียรติจัดให้ เพื่อแลกกับการที่ชูเกียรติจะพูดกับพิมุกให้ยอมล้มมวย

    ป้อมกับขำไม่เชื่อว่าพิมุกจะยอม ถามว่ารวิรู้เรื่องนี้หรือยัง เดือนบอกว่าไม่รู้เพราะถ้ารู้รวิจะต้องไม่ยอมให้ตนไปแน่

    ด้วยความเป็นห่วงว่าเดือนต้องถูกชูเกียรติเข้าหาแน่ ทั้งสองคิดอุบาย พากันไปบอกพิมุก พิมุกแค้นใจมาก เรียกชูเกียรติมาบอกว่าตนจะส่งป้อมไปดูแลเดือนที่

    คอนโด ชูเกียรติถามอย่างไม่พอใจว่า

    “ให้อีกะเทยควายนั่นน่ะนะ แล้วทำไมจะต้องมีคนดูแล ฉันเป็นผู้จัดการอยู่แล้ว ฉันจัดการเองได้ เรื่องงานบ้านอะไรก็จ้างเขาเอา”

    “นายเคยบอกฉันว่าเดือนจะไปอยู่กับไอ้รวิไม่ใช่เหรอ แล้วนายยังบอกฉันอีกว่าเด็กที่จะมาอยู่ที่

    คอนโดนายนั่นเป็นเด็กใหม่ไม่ใช่เดือน”

    ถูกจับโกหกได้เช่นนี้ ชูเกียรติอ้างว่ามีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย เพราะทางบริษัทอยากให้ตนดูแลเดือนให้ใกล้ชิดกว่าเดิม พิมุกถามดักคอว่า ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เห็นเป็นอะไรตนก็แค่ให้คนไปอยู่เป็นเพื่อนเดือนอีกคน ค่าใช้จ่ายตนออกให้ได้ พิมุกตบบ่าชูเกียรติบีบเบาๆ ชูเกียรติยังพยายามจะชี้แจง

    “แต่ว่า...”

    “นายไม่ได้คิดอะไรกับเดือนไม่ใช่เหรอ ไม่น่ามีปัญหานะ เอ๊ะ หรือว่า...คิด!”

    พิมุกทั้งล่อทั้งชนทำเอาชูเกียรติไปไม่เป็น ปฏิเสธ อึกอักติดอ่าง พูดอย่างตกกระไดพลอยโจนว่า...

    “ปะ...เปล่านี่...จะว่าไปแล้วก็ดีเหมือนกันนะ ดีๆจะได้มีคนช่วย” พิมุกยิ้มเหี้ยมปล่อยมือจากบ่า

    ชูเกียรติเดินออกไป

    ชูเกียรติโกรธจนหน้าเครียด พอพิมุกเดินไปแล้ว เขากำหมัดชกมือตัวเองอย่างเจ็บใจ!

    ooooooo

    ตอนที่ 7

    พรุ่งนี้ก็จะไปพบชูเกียรติแล้ว วันนี้เดือนกับป้อมเดินคุยกันไปในตลาด ป้อมย้ำถามอย่างเป็นห่วงว่าแน่ใจแล้วหรือ

    “จ้ะพี่ป้อม...โอกาสมันมาถึงแล้ว เดือนไม่อยากให้มันหลุดไป แล้วอีกอย่าง...ฉันทนเห็นแม่ลำบากอีกต่อไปไม่ได้แล้วจ้ะ”

    “แต่ยังไงก็ระวังตัวไว้ด้วยนะเดือน เขาว่าวงการนี้ทำให้คนเสียมาแล้วหลายคน อย่าไว้ใจใครให้มากเกินไปล่ะ พี่ล่ะเป็นห่วงเราจริงๆ”

    “จ้ะ ฉันจะระวังตัว”

    เวลาเดียวกัน แก้วไปนั่งทำผมที่ร้าน คุยอวดจนช่างอุทานว่า

    “อุ๊ย...แบบ นี้น้องแก้วก็จะได้เป็นนักร้อง ได้ออกทีวีแล้วสินะ” ช่างแกล้งยอว่าดังแล้วช่วยโปรโมตร้านให้ตนด้วย แก้วยักไหล่ทำเชิด พอดีเดือนกับป้อมเดินผ่านหน้าร้าน ช่างทักว่าไปไหนกันมาหรือ เดือนบอกว่าไปซื้อของมา ช่างจ้อให้ฟังเรื่องแก้วจะได้เป็นนักร้องเป็นดาราว่า “เนี่ย พรุ่งนี้แมวมองก็จะพาไปค่ายเพลงแล้ว น่าอิจฉาจัง เดือนไม่อยากเป็นแบบน้องแก้วบ้างเหรอจ้ะ”

    ฟังช่างเล่าแล้ว เดือนกับป้อมมองหน้ากันแบบเข้าใจอะไรบางอย่าง ป้อมเดินไปยืนเท้าสะเอวมองแก้วพูดเหน็บว่า

    “รู้สึก จะหนีกันไม่พ้นจริงๆ เดือนเอ๊ย...สงสัยต้องทำบุญเยอะๆแล้วว่ะ ขนาดจะไปเป็นนักร้อง ยังหนีไม่พ้นผีบ้าตามไปด้วยเลย” แก้วเชิดใส่ว่านักร้องบ้านนอกอย่างนี้เทียบชั้นกับตนไม่ได้หรอก ป้อมเลยจีบปากจีบคอด่า “อูยยย นอกจากแรดแล้วยังโง่อีก...เดือนน่ะเขาจะไปแคสพรุ่งนี้ โมเดลลิ่งเขาจะพาไป อ้อ...คาดว่าคงเป็นคนเดียวกับแกนั่นแหละ แต่แกแน่ใจเหรอว่าเขาจะเอาแกไปเป็นนักร้อง”

    พอแก้วรู้ว่าอีกคนที่ชูเกียรติบอกให้รอจะไปด้วยกันคือเดือน ก็วางท่าข่มทันทีว่า

    “แหม...เดือนดูท่าเธอคงคิดว่าฉันไม่ใช่คู่แข่งสินะ งั้นเรามาคอยดูกันว่าใครกันแน่ที่ค่ายเพลงเขาจะเลือก!!”

    ที่เตียงสระผม นภานอนฟังอยู่ โดยที่แก้วกับเดือนไม่รู้ตัวเลย...

    ooooooo

    ศิริพรยังมุ่งมั่นที่จะมาเป็นนักร้องในวงของเทพเพื่อจะได้ใกล้ชิดและแย่งรวิเป็นของตนให้ได้ ขอร้องรวิให้ฝากตนกับเทพให้ด้วย

    รถโฆษณาการแข่งขันชกมวยของค่าย พ.พิมุก ผ่านมา เดือนกับรวิเห็นรูปโฆษณามีพิมุกยืนเด่นอยู่ตรงกลาง มีเสียงเชิญชวนอย่างน่าสนใจว่า นอกจากจะมีการแข่งชกมวยแล้ว ยังมีความบันเทิงรออยู่มากมาย...

    “หึ...งานนี้ไอ้พิมุกเป็นเจ้าภาพงั้นเหรอ ใครจะอยากไปดูมันวะ” รวิพึมพำ

    “แต่ฉันว่า งานนี้เราอาจจะได้ไปเล่นดนตรีในงานก็ได้นะ” ศิริพรติง

    “ให้ตายสิ ถ้าเป็นแบบนั้นจริง แกล้งป่วยดีไหมเนี่ย เดือนเองก็คงไม่อยากไปด้วย ถ้ารู้ว่าเป็นงานของไอ้พิมุก” รวิหาทางเลี่ยง จึงรู้จากศิริพรว่า เดือนไม่อยู่เพราะมีแมวมองพาไปเป็นนักร้องที่ค่ายเพลงดังแล้ว แก้วก็โชคดีได้ไปด้วยอีกคนแล้วทำเป็นตำหนิเดือนว่าทำไมไม่บอกรวิ

    “เดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะ ว่าจะไปซ้อมต่อน่ะ” รวิ รีบเดินกลับไปด้วยความโกรธเดือน

    รวิลิ่วไปที่ตลาด ต่อว่าเดือนว่าจะไปกับโมเดลลิ่งทำไมไม่บอกตน เตือนว่าคนพวกนั้นไว้ใจได้แค่ไหนก็ไม่รู้

    “ฉันโตแล้วไม่ใช่เด็กๆ ที่จะเอาตัวรอดไม่ได้...และที่ไม่บอกน่ะ เพราะไม่อยากรบกวนเวลาของพี่กับ...” เดือนหยุดนิดหนึ่งจึงพูดประชดต่อ “กับนางเอกงิ้วสาว ผู้พลิกผันตัวเองมาเป็นนักร้อง เพื่อชายที่ตนเองรัก”

    รวิพูดขำๆ ว่าเดือนพูดเป็นละครน้ำเน่าไปได้ แล้วคาดคั้นเรื่องของเดือนต่อ เดือนยืนยันว่าไม่ต้องห่วงตนดูแลตัวเองได้ รวิหน้าเจื่อนขอย้ำเตือนก่อนเดินคอตกกลับไปว่า

    “ถ้าเดือนพูดอย่างนั้น พี่ก็คงไม่ห้าม ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วยแล้วกัน”

    ooooooo

    พอแก้วรู้ว่าคนที่จะไปกับชูเกียรติอีกคนคือเดือนก็เจ็บใจ กลัวตัวเองจะร้องเพลงสู้เดือนไม่ได้

    ระหว่างที่แก้วไปซื้อเสื้อ เจอศิริพรที่ตั้งใจไปดักพบ พาไปนั่งคุยที่ร้านกาแฟ ยุแหย่แก้วว่า

    “ได้ข่าวว่า เธอจะไปที่ค่ายเพลงอะไรนั่นน่ะ แล้วเดือนก็ไปด้วยใช่ไหม เธอมั่นใจหรือว่าจะสู้เดือนได้”

    “ทำไมฉันจะสู้ไม่ได้ ฉันก็แค่อ่อนประสบการณ์กว่าก็แค่นั้นเอง” แก้วอวดดีทั้งที่กลัว

    ศิริพรมองแก้วอย่างดูถูก เปิดกระเป๋าหยิบห่อกระดาษเล็กๆ มาวางบนโต๊ะ แล้วเลื่อนไปตรงหน้าแก้ว แก้วมองห่อกระดาษนั้นสลับกับมองหน้าศิริพรไปมาอย่างระแวง

    “ไม่ต้องกลัวหรอกน่า ไม่ใช่ยาพิษ แค่ช่วยให้หลับได้เร็วและหลับได้ลึกขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าใช้เยอะหน่อยก็ล้มทั้งยืนได้เลยนะ”

    แก้วถามว่าแล้วเอามาให้ตนทำไม ศิริพรแกล้งมองไปทางอื่น แต่ปากก็ยังพูดกับแก้ว...

    “ก็ถ้า...คู่แข่งหมดไปเสียคน โอกาสก็จะเป็นของเธอไม่ใช่เหรอ ยังไงเดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะ ลองคิดดูให้ดี”

    พูดแล้วศิริพรลุกไป ทิ้งยาห่อนั่นไว้ แก้วหยิบยามองอย่างครุ่นคิด

    ooooooo

    เย็นนี้ เดือนไม่สบายไข้ขึ้นจนช้อยไล่ให้ไปกิน ข้าวกินยาเสีย เดือนแข็งใจช่วยช้อยยกของขึ้นบ้านเพลียๆ

    เดือนนอนหลับสนิท จน 8 โมงกว่าเช้าวันรุ่งขึ้น ช้อยมาปลุกบอกว่าเพื่อนมารอแล้ว เดือนรีบลุกขึ้นแต่เซจะล้ม ช้อยประคองจึงรู้ว่ายังตัวร้อนอยู่

    “นี่เอ็งยังไม่หายดีเลยนะเดือน ข้าว่าวันนี้เอ็งไม่ต้องไปหรอก เดี๋ยวข้าไปบอกนังป้อมกับไอ้ขำก่อน”

    “ไม่ได้นะแม่ ยังไงฉันก็ต้องไปให้ได้” เดือนฝืนตัวเองเดินโซเซไปหยิบผ้าขนหนูออกไปหาป้อมกับขำ

    ที่ท่ารถ ชูเกียรติกับแก้วรอเดือนอยู่อย่างร้อนใจ เพราะผิดเวลามากแล้ว แก้วเสนอให้ไปกันก่อนดีไหมคาดว่าเดือนคงไม่มาแล้ว ชูเกียรติให้รอต่อ ฉุกคิดได้ถามว่าเราไปหาเดือนที่บ้านดีไหม ถามแก้วว่ารู้จักบ้านเดือนไหม

    “ไม่ค่ะ...ไม่รู้จักเลยแม้แต่นิดเดียว แก้วว่าเรารอกันที่นี่ดีกว่าค่ะ ถ้าอีกเดี๋ยวไม่มาเราก็ไปกันเถอะ”

    แก้วแอบเบ้ปากไม่พอใจที่ชูเกียรติให้ความสำคัญ เดือนมาก

    เดือนซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ขำให้รีบพาไปที่ท่ารถ ป้อมขี่อีกคันตามไปส่ง พอไปถึงเดือนรีบเข้าไปขอโทษที่มาช้า ชูเกียรติไม่ทันพูดอะไร แก้วก็กระแนะกระแหนว่าไม่รู้จักรักษาเวลา ปล่อยให้คนอื่นรอ ขำบอกว่าเดือนไม่ค่อยสบาย

    “อ้าว...จริงเหรอเดือน ถ้างั้นวันหลังก็ได้นะ เดี๋ยวฉันบอกที่ออฟฟิศเขาให้” ชูเกียรติเสนอ แต่เดือนยืนยันว่าไปได้ ป้อมบอกเดือนว่าถ้ามีอะไรก็ให้โทร.บอกทันที

    “เดือนไม่ได้ไปออกรบนะจ๊ะ...ยังไงก็ขอบคุณพ่อป้อมกับขำนะจ๊ะ แล้วเดี๋ยวยังไงเย็นๆ กลับมาแล้วจะเล่าให้ฟัง”

    พอเดือนไปแล้ว ป้อมกับขำก็ยังเป็นห่วงว่าชูเกียรติจะไว้ใจได้แค่ไหน ขำภาวนาว่าถ้ามีอะไรก็ให้แก้วรับไปคนเดียวก็แล้วกัน แล้วชวนกันกลับ

    ooooooo

    ขณะชูเกียรติขับรถพาสองสาวไปนั่นเอง พิมุกเห็นเดือนกับแก้วไปด้วยเอะใจว่าเด็กที่ชูเกียรติบอกว่าจะพาไปนั่นคือเดือนกับแก้ว คว้าโทรศัพท์โทร.ทันที แต่...ไม่มีสัญญาณ

    พิมุกงุ่นง่าน พยายามโทร.จนติด พิมุกถามทันทีว่า “ตกลงเด็กของนายที่ว่าก็คือเดือนงั้นเหรอ”

    “ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นน้องเดือนคนเดียวกัน...เอาน่า...ยังไงงานนี้ฉันขอแล้วกัน เออๆ รับรองว่าจะมีแต่เรื่องงานเท่านั้น ไม่มีอย่างอื่น ไว้ใจฉันเถอะน่า ถึงฉันจะเป็นแบบนี้แต่ฉันก็ไม่ยุ่งของของเพื่อนหรอก...โอเค...โอเค...แล้วเดี๋ยวไงไว้คุยกันใหม่”

    ชูเกียรติกดวางสายก่อนยิ้มเยาะพูดเย้ย

    “ของอย่างนี้...ใครดีใครได้สิวะ ไอ้พิมุก!”

    เมื่อพาเดือนกับแก้วมาถึงห้องประชุมบริษัท

    ชูเกียรติให้ทั้งสองนั่งรอบอกว่า

    “เดี๋ยวอีกสักพัก กว่าจะมากันครบ นั่งรอไปก่อนนะเดี๋ยวพี่ไปคุยกับเขาก่อน เอ้อ...เดี๋ยวพี่ให้เขาเอาน้ำมาให้นะ” แก้วรีบบอกว่าไม่เป็นไรตนรอได้ ชูเกียรติมองหน้าเดือนถามว่าไหวไหม เดือนบอกว่าไหวและถามทางไปห้องน้ำ

    ระหว่างเดือนลุกไปห้องน้ำนั่นเอง พนักงานเอาน้ำมาให้ แก้ววางมาดบอกว่าให้วางไว้ตรงนั้นแหละ  พนักงานมองอย่างหมั่นไส้ พอพนักงานออกไป แก้วมองซ้ายมองขวาแล้วแอบเอายาเทลงในแก้วน้ำของเดือน

    เดือนเข้าห้องน้ำ เอาน้ำลูบหน้าปลุกใจตัวเองว่า “สู้ๆ เดือน!” สูดลมหายใจลึกๆ แล้วเดินออกไปนั่ง หยิบยาแก้ไข้ออกมากินกับน้ำที่วางอยู่ แก้วแอบยิ้มสะใจ

    ช้อยใจไม่ดีเป็นห่วงเดือน ระหว่างนั่งขายของก็อ่านหนังสือธรรมะ ภาวนา...

    “สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดช่วยคุ้มครองเดือนมันด้วยเถิดเจ้าค่ะ ขอให้มีแต่คนเมตตามัน อย่าให้สิ่งเลวร้ายมาแผ้วพานนังเดือนด้วยเถิด...สาธุ”

    ooooooo

    เดือนเข้าไปนั่งรอในห้องประชุม รู้สึกตาลายผิดปกติ และง่วงนอนมาก แก้วแอบเห็นอาการของเดือนก็ยิ้มสะใจ

    ชูเกียรติเข้ามาบอกว่าเดี๋ยวกรรมการจะมากันแล้ว เห็นหน้าเดือนซีดนั่งโงนเงนเหมือนจะเป็นลมก็ห่วงถามว่าไหวไหม เป็นอะไรหรือเปล่า แก้วก็ทำเป็นตกใจเป็นห่วงถามว่าเป็นอะไร ไหวไหม

    “ไหวไหมเดือน ถ้าไงวันนี้แคนเซิ่ลเขาไปก่อนก็ได้นะ” ชูเกียรติเสนอ เดือนพยายามฝืนตัวเองบอกว่าไหว ตนแค่หน้ามืดนิดหน่อยเท่านั้น แล้วขอไปสูดอากาศข้างนอกสักครู่ แล้วพยายามเดินโซเซออกไป

    ระหว่างนั้น เดือนรู้สึกแย่ แต่เมื่อนึกถึงช้อย นึกถึงความลำบากของแม่ เดือนฮึดขึ้นมาเต็มที่ เดินกลับไปที่ห้องประชุมอย่างมุ่งมั่น ตั้งใจเด็ดเดี่ยว
    ในห้อง แก้วกำลังโพสท่าโชว์สัดส่วนทิ้งสายตายั่วยวนเต็มที่ พอดีชูเกียรติเห็นเดือนเข้ามา เขาบอกกรรมการว่า

    “มาพอดีเลย นี่ไงครับน้องเดือนที่บอก” ชูเกียรติบอกกรรมการ ทุกคนมองเดือนแล้วซุบซิบกันอย่างพอใจ “ถ้างั้นเดี๋ยวให้เดือนออกมาแนะนำตัว แล้วก็ร้องเพลงให้พวกเราฟังเลยดีไหมครับ แก้วพอแล้วจ้ะ มานั่งพักได้”

    แก้วทำท่าอิดออดอยากโชว์ต่อ แต่จำต้องเดินกลับมานั่งอย่างไม่เต็มใจ หางตาใส่เดือนอย่างหมั่นไส้ที่ได้รับความสนใจจากกรรมการ ในขณะที่เดือนลุกเดินไปอย่างมั่นใจ ไปหยุดที่หน้าห้อง หันยิ้มให้กรรมการทุกคนก่อนเอ่ยแนะนำตัว

    “ดิฉัน...เดือน งามพร้อม ค่ะ”

    ooooooo

    ระหว่างที่เดือนร้องเพลง ชูเกียรติมองยิ้มปลื้ม ส่วนกรรมการที่นั่งฟังอยู่ต่างยิ้มพอใจ เมื่อเดือนร้องจบ กรรมการปรบมือพอใจ ชมว่า

    “เยี่ยมมาก...คุณชูเกียรติ คราวนี้คุณหานักร้องคุณภาพมาได้จริงๆ”  ชูเกียรติยิ้มกว้างถามว่าคราวนี้คงถูกใจเสี่ยใช่ไหม กรรมการคนหนึ่งบอกว่า “ก็คิดว่าน่าจะไม่มีปัญหานะ หน้าตาแบบนี้เสียงแบบนี้ สู้กับคู่แข่งได้สบายๆ”

    เมื่อกรรมการลุกเดินออกไปแล้ว ชูเกียรติบอกเดือนว่าคราวนี้เธอต้องดังแน่

    “ขอบคุณมากนะคะคุณชูเกียรติ”

    “เรียกพี่เกียรติก็ได้จ้ะ”

    แก้วทนไม่ได้ที่ตัวเองไม่ได้อยู่ในสายตาชูเกียรติเลย ถามแทรกขึ้นว่า “พี่เกียรติคะ แล้วแก้วล่ะคะ”

    “เออ...แก้ว...เดี๋ยวยังไงพี่จะช่วยฝากให้มาเป็นแดนเซอร์ให้นะ แดนเซอร์ที่นี่ก็มีสิทธิ์ดังได้นะ เอ่อ...ถ้าทำดีๆน่ะ” แก้วฟังแล้วทำท่าจะกรี๊ด แต่ชูเกียรติพูดขึ้นเสียก่อนว่า “ไป...งั้นเดี๋ยววันนี้พี่ไปส่งก่อน แล้วถ้ายังไงเดี๋ยวคงต้องเรียกเข้ามาถ่ายรูปฟิตติ้ง ทำอะไรอีกเยอะแยะ”

    บอกแล้วชูเกียรติเดินออกไป เดือนลุกตาม แต่แก้วยังนั่งหน้าบอกบุญไม่รับอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น

    ooooooo

    เทพเองก็ไม่รู้ว่าเดือนไปกรุงเทพฯกับชูเกียรติ จนรวิที่นั่งเหงาเศร้าสร้อยอยู่บอกว่า เดือนคงไม่มาแล้วเพราะเธอไปแคสงานกับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่แล้ว

    “อ้าว...จริงเหรอเนี่ย แล้วงานที่จะเล่นอาทิตย์หน้า แล้วก็ที่ลูกค้าจองไว้อีกล่ะ จะหานักร้องที่ไหนทันเนี่ย แหม...เดือนก็น่าจะบอกกันสักนิดนึง” เทพบ่น
    ก้องเสนอให้นภาร้องแทน เทพติงว่านภาร้องเพลงช้าได้แต่เพลงเร็วล่ะ? นภาเสนอให้ศิริพรร้อง เพราะเดือนคงไม่กลับมาแล้ว ในที่สุดเทพให้ศิริพรกับนภาแบ่งกันร้องเพลงของเดือนสลับกัน

    พิมุกหงุดหงิดงุ่นง่านไม่หายที่ถูกชูเกียรติฉกเดือนไป

    ด่าว่านี่มันเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดกัน พึมพำอย่างอาฆาตว่า

    “ไอ้เกียรตินะไอ้เกียรติ ถ้าแกคิดจะงาบน้องเดือนละก็...แกได้เจอฉันแน่!!”

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น เดือนเจอขำกับป้อมจึงเล่าอาการที่เกิดขึ้นขณะไปแคสที่กรุงเทพฯกับแก้วให้ฟัง ขำตั้งข้อสังเกตว่าอาการที่ว่านั้นไม่น่าจะเกิดจากที่เดือนไม่สบาย ป้อมฟันธงว่าแก้วต้องเล่นตุกติกอะไรแน่ๆ

    แม้เดือนจะไม่แน่ใจกับอาการที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่อยากเชื่อว่าแก้วที่เป็นเพื่อนกันมาแต่เด็กจะทำอะไรขนาดนั้น ป้อมบอกว่าขนาดพี่น้องยังฆ่ากันตายได้เลย เชื่อว่าเดือนต้องถูกแก้วแอบวางยาแน่ๆ

    “ใครวางยาอะไรใครกัน หา!” ช้อยได้ยินแว่วๆถามขณะลงจากบ้านมาหาทั้งสาม

    ขำเกือบพลั้งปากบอกไปดีแต่เดือนขัดขึ้นว่าไม่มีอะไรและป้อมก็โมเมเฉไฉว่า ไม่มีอะไร ขำบอกว่าอีกหน่อยเดือนคงได้เป็นดารา แล้วแอบหยิกขำให้เออออห่อหมกกับตน เดือนเลยรีบเปลี่ยนเรื่องว่า

    “รีบจัดของกันดีกว่า เดี๋ยวสายแล้วลูกค้าหายหมด” เลยเกลื่อนเรื่องเสียจนช่วยไม่ติดใจ

    แต่พอไปจัดแผงขายของ เดือนก็หลุกหลิกมองโน่นมองนี่จนช้อยถามว่าเป็นอะไร เดือนทำเป็นบ่นว่าลูกค้าหายไปไหนหมด แล้วบอกช้อยว่าเดี๋ยวมา จะซื้อก๋วยเตี๋ยวมาฝากด้วย บอกว่าไปแป๊บเดียว แล้วลุกไปเลย

    ooooooo

    เดือนหิ้วกับข้าวหลายถุงไปที่บ้านรวิ มองเข้าไปในบ้านเห็นรวินั่งหันหลังกำลังเตรียมจะกินข้าว ก็พึมพำขำๆ แกมหมั่นไส้ว่า

    “เชอะ น่าจะปล่อยให้กินข้าวเปล่าซะเลย” พลางจะผลักประตูเข้าไป พลันก็ชะงักเมื่อเห็นศิริพรเดินออกมาในมือถือจานอาหารเข้ามานั่งด้วยกัน พูดคุยหัวเราะต่อกระซิกกันอย่างร่าเริง

    เดือนยืนงัน กำถุงอาหารแน่น ศิริพรที่นั่งตรงข้ามกับรวิมองมาเห็นเดือนแต่แกล้งทำเป็นไม่เห็น ยิ่งพูดคุยหัวเราะริกรี้กับรวิมากกว่าเดิม เดือนทนดูไม่ได้สะบัดหน้ากลับไป พอศิริพรเห็นเดือนกลับไปก็ยิ้มสะใจ พูดคุยหยอกล้อกับรวิเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    เดือนหิ้วก๋วยเตี๋ยวกลับมาฝากช้อย บอกแม่ว่าเจ้าโปรดของแม่เลยล่ะ ช้อยถามว่าแล้วของตัวเองล่ะ เดือนบอกว่าไม่ค่อยหิว ให้แม่กินก่อนเลย

    “เอ็งเป็นอะไรหรือเปล่าวะเดือน” ช้อยถามเมื่อเห็นเดือนหงอยๆ เดือนพยายามยิ้มบอกแม่ว่าไม่มีอะไรให้รีบกินเสียเดี๋ยวจะเย็นชืดไม่อร่อย แล้วหันไปทำโน่นทำนี่กลบเกลื่อน แต่ก็ยังไม่อาจลบภาพที่เห็นไปจากความนึกคิดได้ จนต้องสะบัดหน้าไล่ความนึกคิดนั้นแล้วหันไปจัดของเพื่อให้ลืมๆเสีย

    ooooooo

    ที่วงดนตรีเทพ พวกนักดนตรีนั่งเช็ดเครื่องดนตรีกันอย่างขะมักเขม้น ส่วนเทพนั่งคุยอยู่กับศิริพรที่โต๊ะ จัดแบ่งเพลงของเดือนให้ศิริพรกับนภาช่วยกันร้อง

    ศิริพรฝากเนื้อฝากตัวกับนภาเพราะตนมือใหม่ นภาพูดอย่างไว้ตัวว่า ไม่มีปัญหาจะคอยดูคอยแนะนำให้

    “โอเค...งั้นเดี๋ยวเริ่มซ้อมกันเลย” เทพสั่งงาน แต่พอทุกคนจะแยกย้ายกันไปซ้อม เดือนก็ผลักประตูเข้ามา เธอขอโทษทุกคนที่มาสาย ถามว่ายังไม่ได้ซ้อมกันใช่ไหม

    “อ๋อ...ก็กำลังจะซ้อมน่ะ...ว่าแต่เดือนเถอะ วันนี้มาดูพวกเราซ้อมเหรอ” นภาถามเชิงบอกในที ซึ่งเดือนก็ฉลาดพอที่จะฟังออก ถามว่า มาดูซ้อมหมายความว่าอย่างไร เทพจึงพูดในฐานะหัวหน้าคณะว่า

    “อ้าว...ก็เห็นบอกว่า เดือนออกไปอยู่กับค่ายเพลงแล้ว ก็เลยคิดว่า...”

    “แต่เดือนยัง...” เดือนจะชี้แจง ถูกนภาลุกเดินมาประชิด พูดชัดเจนว่า

    “ตอนนี้ก็เลยให้ศิริพรมาแทน...แล้วเราก็แบ่งเพลงกันเรียบร้อยแล้วด้วย...อ้อ แต่ถ้าเดือนจะมานั่งดูพวกเราซ้อมก็ได้นะ ไม่มีปัญหา”

    “ไม่เป็นไรค่ะ งั้นวันนี้เดือนคงไม่รบกวน เดือนขอตัว” เดือนหยิ่งพอที่จะไม่ตอแย แต่พอหันหลังเดินออกมาก็น้ำตาคลอ กำเนื้อเพลงในมือแน่น แต่อึดใจเดียวก็เชิดหน้าเดินไปอย่างมั่นใจ

    ooooooo

    พอศิริพรรู้ว่าแก้ววางยาเดือนไม่ได้ผลก็ด่าว่าขี้ขลาด ปอดแหก เหยื่ออยู่ตรงหน้าแล้วยังปล่อยให้ผยองได้

    แก้วอ้างว่าตนไม่รู้ว่าที่ให้ไปเป็นยาอะไร ขืนใส่ไปหมดเกิดเดือนตายขึ้นมาตนมิซวยหรือ แต่เพื่อจะใช้แก้วทำงานต่อไป ศิริพรบอกว่าที่แล้วก็แล้วไป เรามา “ช่วยให้เดือนดังอย่างที่ตั้งใจก็ได้” แล้วกระซิบบอกแก้ว พอแก้วฟังก็ยิ้มร้าย

    นภาไปตลาดได้ยินพวกที่มุงดูรายการเพลงในทีวีที่หน้าร้านหนึ่ง เตี้ยกับบ่างมุงดูอยู่ด้วยและวิพากษ์วิจารณ์ชื่นชอบนักร้องที่เป็นเด็กใหม่สดซิงว่าไม่เหมือนพวกนักร้องเก่าแก่ตกกระป๋อง นภารับไม่ได้ก้มหน้าเดินหงุดหงิดออกไป ถูกแก้วที่กำลังเดินดูอะไรเพลินชนจนล้มทั้งคู่ แก้วลุกปัดตัวเองโวยว่า

    “โอ๊ย ป้า! ไม่มีตารึไงเดินยังไงเนี่ย...อ้าว...พี่นภา”

    โดนชนจนล้มแล้วยังถูกเรียก “ป้า” อีก นภาฉุนขาด ต่างไม่ยอมกัน สุดท้ายตบตีด่าทอกันลั่นตลาด

    ขำกับป้อมไปลากเดือนมาดู กิมได้ยินลุกตามมาด้วย เดือนเข้าไปแยกทั้งคู่ออก กิมเข้าไปลากแก้วออก เดือนถามนภาว่าเป็นอย่างไรบ้าง กลับถูกนภาตวาดว่าวันหลังไม่ต้องมายุ่ง นึกอะไรได้ก็หันมาด่าต่อ

    “อ้อ...พวกเดียวกันนี่ลืมไป เชิญไปเด่นไปดังกันเหอะ แต่ระวังนะ จะเสียตัวก่อนจะดัง!” ด่าแล้วสะบัดไปเลย

    “เป็นไงล่ะเดือน พี่บอกแล้วโปรดสัตว์ได้บาปแท้ๆ” ป้อมโกรธแทน เดือนได้แต่ส่ายหน้าแล้วพากันเดินกลับไป

    แต่เรื่องกลายเป็นว่า เมื่อรวิเอาเนื้อเพลงไปให้ศิริพร เจอศิริพรกำลังทำแผลให้นภาอยู่ รวิถามว่าไปโดนอะไรมา ศิริพรบอกว่าถูกแก้วหาเรื่อง นภาและเดือนก็เข้าไปช่วยแก้วด้วย ตนไปเจอพอดีเลยพานภามาทำแผล

    รวิไม่เชื่อว่าเดือนจะเป็นคนอย่างนั้น ศิริพรท้าว่าไม่เชื่อก็ตามใจ เดี๋ยวก็รู้เองว่าอะไรเป็นอะไร

    ooooooo

    พิมุกยังติดใจไม่หาย เรียกชูเกียรติมาถามเรื่องเดือนกันอย่างนักเลง ชูเกียรติยืนยันว่าเมื่อรู้ว่าเดือนเป็นเด็กของเขาก็ไม่คิดยุ่ง แต่เรื่องงานต้องขอ

    “ฉันก็หวังว่าเป็นอย่างนั้น เพราะนายก็รู้นิสัยฉันดีนี่ ถ้าใครมายุ่งกับของของฉันแล้วจะเป็นยังไง”พิมุกย้ำเครียด

    ชูเกียรติทำตัวสบายๆ เปลี่ยนมาถามเรื่องที่พิมุกจะจัดชกมวยว่ามีคู่ไหนเด็ดๆพอที่จะให้ตนทำกำไรเล็กๆ

    น้อยๆได้บ้าง พิมุกบอกว่าถ้าอยากเล่นตนจะจัดคู่มันๆให้ รับรองว่ามันหยดแน่

    ตกเย็น ชูเกียรติไปพบแก้วที่ท่ารถตามที่เธอโทร.นัด พอเจอกันชูเกียรติถามว่าหน้าไปโดนอะไรมา แก้วสำออยว่าเรื่องมันยาวเดี๋ยวเราไปหาที่คุยกันเงียบๆดีกว่า ชูเกียรติจึงพาไปนั่งในรถให้แก้วเล่าให้ฟัง แต่พอฟังแก้วเล่าว่ามีเรื่องกับเดือนและถูกเดือนตบ เขาถามอย่างแปลกใจไม่เชื่อว่า จริงหรือ?

    แม้ไม่เชื่อแต่ชูเกียรติก็ขอว่ายังไงก็ต้องทำงานร่วมกัน มีอะไรค่อยๆเคลียร์กันดีไหม แก้วได้ทีฝากเนื้อ ฝากตัวว่า

    “พี่เกียรติช่วยดันแก้วด้วยสิคะ แก้วเชื่อว่าระดับบิ๊กๆอย่างพี่เกียรติต้องทำได้อยู่แล้ว...แล้วถ้าพี่เกียรติช่วยดันแก้ว แก้วก็จะยอมให้พี่เกียรติดัน...หรือมากกว่านั้นก็ยังไหว”

    แก้วอ่อยเสียขนาดนี้ มีหรือจะพ้นมือเสือผู้หญิงอย่างชูเกียรติ

    คืนนี้...ขณะที่ชูเกียรตินอนอยู่กับแก้วนั้น เขาโทรศัพท์ถึงเดือน เตือนว่าพรุ่งนี้ไปรอที่เดิม วางสายจากเดือนแล้ว เขามองแก้วที่หลับอยู่พึมพำ “หึๆ...อีกไม่นานหรอก เธอก็จะได้มานอนข้างๆพี่แบบนี้แหละเดือน...”

    เช้ารุ่งขึ้น ชูเกียรติพาแก้วกับเดือนไปที่ห้องแต่งตัว แก้วเกาะแจแสดงความสนิทสนมกับเขาเป็นพิเศษ

    “เดี๋ยวช่วยจัดการเรื่องหน้าผมให้สองสาวด้วยนะ เสร็จแล้วให้ไปถ่ายรูปทำโปรไฟล์เลยนะ” ชูเกียรติบอกช่าง

    ทำผมแต่งหน้าเสร็จช่างบอกว่าเดี๋ยวให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าถ่ายรูปทำโปรไฟล์กัน เดือนจะเอาไปเปลี่ยนที่ห้องน้ำ ถูกแก้วแขวะว่าจะหน้าบางไปถึงไหน ช่างเองก็เสนอให้เปลี่ยนที่ห้องนี้ก็ได้ ระหว่างที่เดือนเปลี่ยนชุดนั่นเองแก้วเอามือถือไปแอบถ่ายรูปตอนเดือนถอดเปลี่ยนชุดไว้อย่างมีแผนร้าย

    ooooooo

    สายวันนี้ พิมุกพาเตี้ยกับบ่างลูกน้องไม่เต็มบาททั้งสองไปที่ตลาด ตรงไปหาช้อย ช้อยรีบเอาดอกเบี้ยให้ พิมุกไม่รับแต่ต่อรองว่า

    “มาพูดกันจริงๆจังๆดีกว่านะแม่ช้อย ฉันน่ะหลงรักเดือนมาตั้งนานแล้ว แม่ช้อยเองก็รู้ แล้วตอนนี้ ไอ้ชูเกียรติญาติฉัน ก็กำลังจะพาเดือนไปโด่งดัง ถ้าฉันไม่รีบทำอะไรเสียก่อน เกรงว่าเดือนอาจจะหลุดลอยไปไกลเกินเอื้อม”

    พูดแล้วส่งสัญญาณให้เตี้ยกับบ่างไปประกบช้อยไว้ แล้วจึงพูดต่อ

    “ฉันอยากจะขอเดือนไปเป็นเมีย เรื่องสินสอดไม่ต้องห่วง แม่ช้อยอยากได้เท่าไหร่ก็เรียกมา”

    ช้อยบอกว่าเรื่องนี้ตนบังคับเดือนไม่ได้ เดือนจะรักใครชอบใครก็แล้วแต่ ตนจะเที่ยวไปยกให้ใครไม่ได้ พิมุกพยายามเอาความร่ำรวยมาอ่อย เมื่อช้อยยังยืนยันว่าตนไม่อาจตัดสินใจแทนเดือนได้ พิมุกก็ส่งสัญญาณให้เตี้ยกับบ่าง ทั้งสองทำลายข้าวของของช้อยทันที

    รวิกับศิริพรเดินผ่านมาพอดี รวิเห็นข้าวของของช้อยหกกระจัดกระจายก็วิ่งเข้ามาช่วย พิมุกสะอึกออกมาเผชิญหน้าอย่างกระเหี้ยนกระหือรือที่จะมีเรื่องกัน ท้าว่า

    “ถ้าแกแน่จริง ถ้าแกไม่ได้ดีแต่ปาก วันที่ 15 เดือนหน้านี้ ที่งานเวทีมวยของฉัน ฉันขอท้าแกขึ้นชกกับฉันตกลงไหม” รวินิ่งไป ถูกเย้ยว่า “ขี้ขลาดแบบนี้จะไปปกป้องเดือนได้ไง คงตั้งใจเกาะชายกระโปรงเดือนกิน”

    รวิฟิวส์ขาดรับคำท้า ประกาศจะทำให้คนเห็นว่าเวลาเจ้าของค่ายมวยโดนน็อกจะเป็นอย่างไร ศิริพรตกใจเตือนรวิว่า พิมุกต้องมีแผนขี้โกงแน่ๆ

    พิมุกเดินเข้าหาศิริพรอย่างคุกคาม ศิริพรหันไปหยิบมีดที่วางอยู่ใกล้ๆ เอามีดชี้หน้าพิมุกสั่ง...

    “หยุดอยู่แค่ตรงนั้นล่ะพิมุก ไม่ต้องก้าวเข้ามาอีก คงไม่อยากเสียเลือดตอนนี้ใช่ไหม อย่าลืมนะ เธอน่ะ รับเลือดของใครไม่ได้สักคนนอกจาก...”

    ได้ผล! พิมุกถอยไปทันที แต่ยังชี้หน้าศิริพรและรวิ ขู่อย่างไว้เชิงว่า

    “โอเค...งั้นวันนี้ก็พอแค่นี้ก่อน ส่วนแก” พิมุกชี้หน้ารวิ “รับปากฉันแล้ว อย่าปอดแหกหนีไปเสียก่อนล่ะอย่าลืม!” พูดแล้วจะกลับ แต่ยังทำกร่างหันมาทำท่ายกปืนยิงใส่รวิ แล้วจึงเดินกลับไป

    ทั้งรวิและช้อยต่างหนักใจเป็นห่วงเดือน เมื่อรู้ว่า พิมุกเป็นญาติกับชูเกียรติ

    ศิริพรพยายามหว่านล้อมให้รวิเปลี่ยนใจที่จะขึ้นชกกับพิมุกเพราะฝ่ายนั้นเป็นนักมวย ตนขี้เกียจโยนผ้าขาวข้างเวที

    “อย่าเชียวนะ ถ้าฉันจะน็อกก็ให้มันน็อกไปแต่ฉันไม่มีทางยอมแพ้มันแน่” ศิริพรถามว่าทำไมต้องยอมเจ็บตัวแบบนั้นด้วย “ไม่มีผู้ชายคนไหนทนเห็นตัวเองปกป้องผู้หญิงที่ตัวเองรักไม่ได้หรอก”

    ศิริพรได้ฟังถึงกับน้ำตาคลอด้วยความเสียใจที่รวิยังมั่นคงกับเดือนไม่เปลี่ยนแปลง แต่ไม่วายพูดเป่าหูเขาว่า

    “เดือนนี่น่าอิจฉาจังนะ แล้วเจ้าตัวเขารู้มั่งหรือเปล่าเนี่ย ป่านนี้คงเริงร่าอยู่ที่ค่ายเพลงแล้วมั้ง”

    “ช่างเหอะ...เห็นเขามีอนาคต มีความสุขกับสิ่งที่เขารัก ฉันก็ดีใจแล้ว” พูดแล้วเดินนำไปเลย

    ooooooo

    ถ่ายรูปทำโปรไฟล์แล้ว ชูเกียรติเดินมาหาเดือนกับแก้ว บอกว่า

    “เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่อาทิตย์หน้าเดือนจะต้องเข้ามาฝึกร้องเพลงที่นี่ทุกวันนะ จะมีครูคอยสอนให้  แล้วก็อาจจะต้องยุ่งหน่อย เพราะพี่ต้องพาไปเยี่ยมเยียนทักทายสื่อด้วย”

    แก้วดี๊ด๊าว่าตนต้องเตรียมตัวแล้ว ถามว่าแล้วตนจะไปๆ มาๆ ได้ยังไง ชูเกียรติบอกว่าแก้วไม่ต้องไปทุกที่ก็ได้มา แค่ช่วงที่มีซ้อมก็พอ เพราะตอนนี้เสี่ยขอปั้นเดือนคนเดียวก่อน ส่วนของแก้วตนจะช่วยดูให้อีกที แก้วหน้าเสียจะทักท้วง ถูกชูเกียรติมองดุๆ เลยเงียบไป แต่ยังฮึดฮัดฟัดเฟียด

    “แล้วอย่างนี้ใช้เวลานานไหมคะ กว่าจะได้ออกจริงๆ” เดือนถาม

    “ไม่หรอก เพราะทางเสี่ยเขาทำเพลงไปแล้ว เหลือแค่รอนักร้องเท่านั้นเอง”

    เดือนถามว่าเสี่ยที่ว่านั้นคือใคร ชูเกียรติบอกว่าเสี่ยวาทิน เจ้าของค่ายเพลง แล้วชี้ให้ดูรูปเสี่ยที่ถ่ายกับหญิงมีอายุคนหนึ่ง บอกว่านั่นคือคุณนันทนา เมียของเสี่ย พูดแล้วชวนไปทานข้าวกัน แล้วเดี๋ยวจะพาไปส่ง

    ooooooo

    วงดนตรีของเทพกำลังไปได้ดี นภากับศิริพร ร้องเพลงเข้าขากันดี เทพบอกทุกคนว่าหลังจากงานนี้แล้วยังมีงานใหม่ในวันที่ 15 เดือนหน้าอีก

    เทพบอกว่าเป็นงานแข่งชกมวย เจ้าภาพอยากให้มีดนตรีไปบรรเลงด้วย แต่เทพจำชื่อค่ายมวยไม่ได้ รวิเลยบอกว่าค่าย พ.พิมุก บอกเทพว่าตนอาจจะเล่นได้ไม่เต็มที่ เทพถามว่ามีปัญหาอะไรหรือ

    ทุกคนตกใจเมื่อศิริพรบอกว่ารวิต้องขึ้นชกในงานนี้ เทพถามว่าเรื่องมันไปยังไงมายังไงกัน

    “ศึกชิงนาง!!” ศิริพรโพล่งไปอย่างมีอารมณ์ เทพเดาว่าเรื่องเดือนหรือ รวิพยักหน้า ทุกคนพากันอึ้ง เทพเลยเปลี่ยนเรื่องเรียกทุกคนให้รีบมาซ้อมกัน

    ระหว่างชูเกียรติพาเดือนกับแก้วมาส่งบ้านนั้น ชูเกียรติบอกเดือนว่าเธอต้องย้ายมาอยู่ใกล้ๆออฟฟิศเพราะไปๆ มาๆ แบบนี้คงไม่ไหวเดือนตกใจถามว่าตนจะทิ้งแม่ไปได้ยังไงเพราะแม่ไม่ค่อยแข็งแรง

    “เดือน...เดือนต้องเข้าใจนะ ตอนนี้เดือนกำลังจะเป็นศิลปินแล้ว เดือนต้องเข้าไปเรียน ไปซ้อม แล้วยังต้องไปทักทายแนะนำตัวกับสื่ออีก จะมามัวนั่งรถไปๆมาๆ แบบนี้มันไม่ไหวหรอก” เดือนจะชี้แจง ถูกตัดบทว่า “คิดให้ดีนะเดือน แม่เขาคงเข้าใจแหละ ถ้าเพื่ออนาคตของเดือน”

    เดือนอึ้งไป พูดไม่ออก แต่สีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด

    ooooooo

    ค่ำวันนี้ ช้อยฝันว่าพ่อของเดือนมาเรียกบอกว่าได้เวลาแล้ว อีกไม่นานหรอก...แล้วเดินไป ช้อยลุกตามไปเรียกให้รอด้วย เห็นแต่เงาดำรางๆ เดินหายไป
    เสียงรถที่เข้ามาจอดหน้าบ้าน ทำให้ช้อยสะดุ้งตื่น เดือนเดินเข้ามาทักว่าบอกให้แม่นอนก่อนแล้วไง แม่มารอตนหรือถามว่ามารอทำไม ก็บอกแล้วไงว่าคืนนี้กลับดึก

    “ก็ข้าอดห่วงเอ็งไม่ได้นี่หว่า เดือน...คนเป็นแม่น่ะ ลูกจะโตแค่ไหนก็ยังห่วงอยู่เสมอล่ะ ข้าเองก็ไม่รู้จะอยู่รอเอ็งกลับบ้านแบบนี้ไปได้อีกถึงเมื่อไหร่ล่ะ”

    “แม่...แม่พูดอะไรน่ะ ห้ามพูดแบบนี้อีกนะ”

    “คนเราน่ะไม่มีใครหนีความตายไปได้หรอกข้าเองก็อยากจะอยู่จนถึงวันที่เอ็งโด่งดัง ได้เป็นอย่างที่เอ็งตั้งใจไว้ แต่ก็ไม่รู้จะอยู่ได้ถึงวันนั้นหรือเปล่า” เดือนใจไม่ดีบอกแม่ว่าอย่าพูดแบบนี้อีก “เดือน...เอ็งฟังแม่นะ ถ้าเผื่อแม่อยู่ไม่ถึงวันนั้น เอ็งจะต้องดูแลตัวเองให้ดี อย่าปล่อยให้ชื่อเสียงเงินทองมานำพาเอ็งไปในทางที่ผิด...แค่นี้ ข้าก็ตายตาหลับแล้ว”

    เดือนน้ำตาไหล โผกอดแม่ไว้แน่น

    เมื่อกลับห้องนอน เดือนคิดหนัก คิดถึงที่ชูเกียรติจะให้เธอย้ายไปอยู่ใกล้สำนักงาน แต่เมื่อได้เห็นสภาพและได้ยินช้อยพูดเมื่อครู่ เดือนก็ยิ่งรู้สึกกดดันถามตัวเองว่า...

    “ฉันจะทำยังไงดีเนี่ย????”

    ตอนที่ 6

    เช้านี้ รวิได้ยินเสียงบางอย่างผิดปกติที่ข้างบ้าน เดินออกไปดูไม่เห็นมีอะไร จึงกลับมาเอาของขี่มอเตอร์ไซค์จะไปที่ออฟฟิศ เทพ ฟ้าประทาน

    ระหว่างทางนั่นเอง รวิพบหญิงคนหนึ่งนอนฟุบอยู่กลางถนน เขาจอดรถลงไปเพื่อช่วยเหลือ กลายเป็นเตี้ยลูกน้องพิมุกใส่วิกปลอมเป็นผู้หญิง รวิรู้ว่าต้องมีเหตุร้ายแน่ หันหลังวิ่งหนีก็เจอพิมุกกับบ่างยืนดักอยู่

    “ไงพ่อพระเอก ไม่คิดจะช่วยซะหน่อยหรือ”

    “พวกแกมีอะไร” รวิเตรียมพร้อมระวังตัว

    พิมุกเยาะเย้ยว่าเป็นลิเกอย่างเดียวไม่พอต้องเล่นดนตรีเสริมด้วยหรือ ตะคอกว่า อยากไปก็ไปคนเดียว ทำไมต้องเอาเดือนไปด้วย รวิถามว่าเดือนจะอยู่ที่ไหนเกี่ยวอะไรกับเขาด้วย

    “ตอนนี้ไม่เกี่ยว อีกหน่อยก็ต้องเกี่ยว ส่วนแก ขอตอบ แทนความหวังดีสะเออะพาน้องเดือนไปหน่อย ไอ้เตี้ยไอ้บ่าง!” แต่เตี้ยกับบ่างทะเล่อทะล่าพุ่งเข้าไปหลับหูหลับตาต่อยกันเอง พิมุกจึงตบมือเรียกสมุนร่างใหญ่สองคนออกมา

    “จับมัน วันนี้ล่ะไอ้ลิเก...จะทำให้แกทั้งรำทั้งเล่นดนตรีอะไรไม่ได้ทั้งนั้น”

    รวิถูกทำร้ายสะบักสะบอม พาร่างที่บอบช้ำไปที่ออฟฟิศเทพ พอเทพเห็นสภาพรวิก็ถามว่าแบบนี้งานที่จะถึงนี่เล่นไหวหรือ รวิบอกว่าไหว เทพบอกว่าไม่ไหว

    ก็ไม่เป็นไร แล้วเรียกประชุมเพื่อแจ้งให้ทุกคนในวงรู้ว่า ตอนนี้นอกจากเดือนแล้ววงเรายังจะมีนักร้องหญิงคนใหม่ มาเพิ่มอีก

    ก้องดี๊ด๊าถามว่าไปหามาจากไหนหรือ สวยหรือเปล่า

    “หามาจากไหนเหรอ อืม...ก็ใช้วิทยายุทธ์นิดหน่อย น่ะ” เทพยักไหล่ยิ้มๆ ไม่พูดอะไร

    เวลาเดียวกัน นภาก็ไปบอกลาออกจากโรจน์ โรจน์ถามว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า เธอจะย้ายไปอยู่วงอื่นใช่ไหม

    “ฉันจะไปทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน เอาเป็นว่าตั้งแต่พรุ่งนี้ ฉันจะไม่อยู่วงนี้แล้ว” นภาตัดบท

    “นภา ฉันว่าเธอใจเย็นๆ แล้วลองกลับไปคิดใหม่อีกทีนะ ถ้ายังไงเดี๋ยวฉันจะลองปรึกษากันเรื่องเพิ่มค่าตัวให้เธอดีไหม” ประทีปเสนอ

    นภาส่ายหน้าบอกว่าตนตัดสินใจแล้วและคงไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่ม พูดจบก็เดินออกไป ประทีปร้องเรียกให้กลับมาก่อน โรจน์ขัดขึ้นว่า “ช่างมัน มันอยากไปก็ให้มันไป”

    “แต่ตอนนี้วงเราก็มีนภานะที่เป็นเบอร์หนึ่งน่ะ แล้วจะหาใครมาแทนกันล่ะ นี่ถ้าเดือนยังอยู่ก็จะให้ร้องแทนหรอก แต่นี่...”

    “ไม่ต้องไปพูดถึงมัน นังคนทรยศแบบนั้น...ยัยนภา นี่ก็เหมือนกันฉันต้องรู้ให้ได้ว่า ไอ้วงไหนที่มาซิวของเราไป!”

    ooooooo

    แก้วมาถึงห้องซ้อม เห็นพวกแดนเซอร์จับกลุ่ม ซุบซิบกันก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เดินเข้าไปเงี่ยหูฟัง ถูกป้อมกับขำด่าลอยๆว่า พวกสอดรู้สอดเห็น เลยด่ากันอยู่พักหนึ่ง

    “โอ๊ย...หนวกหู เลิกกัดกันเสียที...ทำงานทำการกันได้แล้ว” ลิ้นจี่เข้ามาแว้ด แก้วเถียงว่าทีกับนภาไม่เห็นไปเร่งมั่งเลย เลยถูกลิ้นจี่ด่าสวนว่า “ทีหลังถ้าอยากรู้อะไรก็หัดมาซ้อมให้มันไวๆ หน่อยนะ นังนภาน่ะมันลาออกแล้ว”

    “อ้าว...ลาออกไปไหนล่ะ แล้วลาออกทำไมล่ะ” แก้วตื่นเต้นตาลุก

    “ถ้าแกอยากรู้มาก แกก็แล่นไปถามมันเองสิ หรือแกอยากจะออกตามมันไปอีกคนไหมล่ะ”

    “แหม...พี่ลิ้นจี่น่ะ แก้วก็แค่...”

    “อยากรู้แค่นั้นเอง!!” ป้อมกับขำพูดต่อให้แข่งกันหัวเราะเยาะ แล้วเดินลอยชายผ่านแก้วไป

    ooooooo

    เย็นนี้ ที่ห้องซ้อมวงดนตรีเทพ ก้องถามเทพกับรวิอย่างตื่นเต้นว่า เทพดึงนักร้องมาจากวงฟ้างามหรือ? เป็นวงเดียวกับวงเก่าของเดือนใช่ไหม? และนักเลงที่มาซ้อมรวิก็เป็นพวกเดียวกับวงฟ้างามใช่หรือเปล่า?

    ทั้งเทพและรวิตอบสั้นๆ แต่ชัดเจนว่าใช่...ถูกต้อง ก้องถามอย่างกังวลว่าแล้วมันจะตามมาถึงที่นี่ไหม?

    เทพบอกว่าไม่มีอะไรหรอก รวิก็ยืนยันว่าไม่มีอะไร เพราะถ้าไม่อย่างนั้นตนไม่กล้าพาเดือนมาหรอก

    พอดีเดือนเดินเข้ามา เพียงเห็นสภาพของรวิเธอตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเป็นแบบนี้ ใครทำ พลางเข้าจับตัวสำรวจว่าโดนตรงไหนบ้าง รวิบอกว่าไม่เป็นอะไร ตนแค่ไปฟัดกับหมามานิดหน่อยเท่านั้น

    “ขอโทษนะคะ ฉันมาตามที่นัดไว้ค่ะ” นภาเอ่ยพลางเดินเข้ามา เทพหันไปยิ้มทัก...

    “อ้าว...มาพอดีเลย คราวนี้ก็พร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว”

    เดือนมองนภาอย่างตกใจ ในขณะที่นภาเองเดินเชิดเข้ามาเหมือนไม่เห็นหัวใครเลย เมื่อเดือนเข้าไปแสดงความยินดีที่นภามาอยู่วงเดียวกันและฝากเนื้อฝากตัว นภาปรายตามองพูดหน้านิ่ง...

    “เดือนจำหลักๆ ไว้ข้อเดียวก็พอจ้ะ...อย่าพยายามเทียบชั้นกับมืออาชีพ!” พูดแล้วเดินผ่านไปเลย เดือนหน้าถอดสี นภานั่งมองเดือนนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

    ooooooo

    เมื่อศิริพรรู้ว่ารวิยุบคณะลิเกไปอยู่วงดนตรีเทพ ฟ้าประทาน ซ้ำยังพาเดือนไปเป็นนักร้องที่นั่นด้วย เธอตัดสินใจเก็บชุดงิ้วทั้งหมดเอาชุดนักร้องมาแขวนแทน ทั้งยังฝึกร้องเพลงเอาจริงเอาจัง ข้างตัวมีรูปเดือนถูกกากบาทที่หน้าวางอยู่ด้วย

    วันนี้ ป้อมกับขำและเดือนไปเดินตลาด เดือนซื้อชุดที่ถูกใจมาเตรียมไว้ขึ้นร้องเพลงในงานใหญ่วันมะรืนนี้

    “เอาละเว้ย...สนุกกันละงานนี้ เจ้าภาพรวยเสียด้วย เชิญแขกอย่างกับงานฝังลูกนิมิต” ป้อมคึกเมื่อนึกเห็นภาพงานมะรืนนี้ เดือนที่ยังอ่อนหัดในวงการถามว่ามันยังไงหรือ ป้อมเฉลยว่ามันเป็นงานเดียวกับที่วงฟ้างามจะไปแสดงด้วย ป้อมกับขำจึงรู้จากเดือนว่า นภาได้ย้ายมาอยู่วงเดียวกับตนแล้วด้วยก็อึ้ง

    “งานนี้ข้าว่าได้เห็นหัวหน้าวงเราหัวใจวายตายแน่เลยพี่ป้อม” ขำทำหน้าสยอง

    “เออ...ถ้าเป็นงั้นได้ก็ดี แต่ก็นะเดือน ระวังนภา

    ไว้บ้างก็ดีนะ คนคนนี้ก็ใช่ย่อย” ป้อมเตือน แต่เดือนก็ยังมองว่านภาไม่เห็นจะอะไรกับตน ป้อมเลยย้ำว่า “เออ... มันไม่มีอะไรกับใครหรอก ถ้าไม่มีใครไปดังเกินมันน่ะ”

    แก้วมาแอบฟังอยู่ ทำหน้าเหมือนคิดอะไรได้แล้วหันหลังเดินออกไปทันที ตรงไปที่ห้องซ้อมของโรจน์ ได้ยินโรจน์ ประทีปและลิ้นจี่กำลังปรึกษากันว่าจะไปหานักร้องที่ไหนมาแทนนภา จนแต้มเข้าประทีปเสนอว่าหรือเราจะไปตามนภากลับมาดี? แก้วเข้าไปเสนอตัวทันทีว่า

    “พี่เขาไม่กลับมาหรอกค่ะ เพราะวงใหม่ที่ไปอยู่เห็นว่าดูแลดีจะตาย ค่าตัวก็ให้เยอะกว่าที่นี่อีก” แก้วถูกโรจน์กับประทีปและลิ้นจี่คาดคั้นถามจนยอมบอกว่า “เห็นว่าไปอยู่วงเดียวกับเดือนนี่ล่ะค่ะ จริงๆนะคะ แก้วเห็นกับตา”

    โรจน์แค้นใจพึมพำว่าเทพจะลองดีกับตนอีกแล้วใช่ไหม ประทีปบอกว่าเห็นว่างานมะรืนเจ้าภาพจ้างเทพมาด้วย ทำให้โรจน์ยิ่งหัวเสียถามว่าแล้วจะทำยังไงดี! แก้วขยับเข้าไปทั้งยั่วยวนและเสนอตัวช่วยแก้ปัญหาไปก่อนไหม คุยว่าเรื่องเสียงตนอาจจะสู้เดือนไม่ได้ แต่ถ้าเรื่องลีลาตนชนะขาด ชี้ทางที่จะแก้ปัญหาได้ชะงัดว่า

    “ถ้าเรากลัวว่าแก้วจะร้องสู้เขาไม่ได้ เราก็ทำให้เขาร้องไม่ได้สิคะ”

    โรจน์กับประทีปสบตากัน โรจน์หันมองยิ้มร้ายบอกแก้วว่า

    “หึ...เอาสิ...ถ้าเธอทำให้ไอ้วงนั่นเจ๊งได้นะ ฉันมีรางวัลใหญ่ให้แน่”

    เดือนซ้อมหนักเพื่อเตรียมขึ้นเวทีเป็นนักร้องเต็มตัว กลับถึงบ้านก็บอกช้อยว่าเหนื่อยจัง ปะเหลาะช้อยที่ยังเคืองอยู่ว่า

    “แม่...หายโกรธฉันได้แล้ว พรุ่งนี้ฉันจะไปร้องเพลง

    แล้วถ้าได้ทิปมานะ ฉันจะซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้แม่ด้วยเอาไหม แม่จะได้มีอะไรใหม่ๆไปอวดเขามั่ง”

    “โอ๊ย...ข้าไม่อวดอะไรใครทั้งนั้นล่ะ แค่มีกินไปวันๆ ก็ดีแค่ไหนแล้ว แล้วกว่าจะถึงวันนั้นข้าคงไปอยู่ในหลุมแล้วละมั้ง” ช้อยลูบหัวเดือนเตือนอย่างห่วงใยว่า “เดือน...ข้านะไม่ขออะไรมากหรอก แค่ขอให้เอ็งมีความสุข มีชีวิตที่ถูกที่ควร แค่นี้ข้าก็ตายตาหลับแล้ว”

    ooooooo

    คืนนี้จะได้ขึ้นเวทีกันแล้ว...

    โรจน์กับประทีปซักซ้อมกับแก้วเป็นพิเศษ ประทีปบอกว่าเราขายนักร้องไม่ได้ก็ขายความสวยไว้ก่อน แก้วรับรองว่าคนอย่างตนไม่เคยยอมแพ้ใคร  ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอา ด้วยกล โรจน์ถามว่าเตรียมรับมือสองคนนั้นไว้แล้วใช่ไหม

    “พี่นภาน่ะ ไม่ค่อยห่วงหรอก เพราะแกแก่แล้วร้อง แต่เพลงช้าๆ ไม่มีอะไรดึงดูด แต่ที่ต้องห่วงน่ะคือนังเดือน คงต้องหาทางให้มันร้องไม่ได้” ประทีปเตือนว่าจะทำอะไรก็อย่าให้เดือดร้อนมาถึงพวกตนก็แล้วกัน “แก้วไม่ทำอะไรมากมายหรอกน่า...ไม่ต้องห่วง...เอาแค่พอขำๆ แต่ก็นะ ไม่รู้ว่าเดือนเขาจะขำออกหรือเปล่า ฮ่ะๆ”

    ฝ่ายวงเทพ ฟ้าประทาน เทพขึ้นนั่งที่คนขับรถตู้ของวง ถามพรรคพวกว่าไม่ลืมอะไรกันแล้วนะ  แล้วขับรถไป

    ไปถึงบริเวณงาน เจ้าหน้าที่มาบอกให้จอดใกล้ๆ รถของคณะฟ้างาม แล้วพาคณะเดินไปที่โต๊ะอาหารที่ทางเจ้าภาพจัดไว้ให้ ซึ่งก็อยู่ติดๆกับโต๊ะของวงฟ้างามอีก

    โรจน์เดินถือแก้วเครื่องดื่มเดินมาพูดเหน็บแนมทันที

    “ไงคุณเทพ...เห็นวงเล็กๆแบบนี้ แต่ซิวเด็กผมไปตั้งสองคนเลยนะ”

    “อย่างคุณโรจน์หาเด็กใหม่ๆได้ไม่ยากหรอกมังครับ”

    “ยากไม่ยากไม่รู้นะ แต่คนในวงการเดียวกันไม่ทำแบบนี้กันหรอก” โรจน์จ้องหน้าเทพ อ้าปากจะพูดต่อก็พอดี รวิแทรกเข้ามาพูดขึ้นเสียก่อนว่า

    “คนเราถ้าอยู่ที่ไหนแล้วสบายใจก็อยากจะอยู่ที่นั่น แต่ถ้าอยู่แล้วต้องถูกเอาเปรียบก็ไม่มีใครอยากอยู่กันหรอก”

    โรจน์จ้องหน้ารวิไม่พอใจแล้วเดินกลับไป ป้อมเข้ามาถามเดือนว่าโรจน์มาหาเรื่องหรือ เดือนปัดว่าช่างเขาเถอะแล้วถามป้อมว่าทางวงทำอย่างไรต่อไป จึงรู้จากป้อมว่าโรจน์กับประทีปให้แก้วขึ้นมาร้องแทน นภาที่ฟังอยู่ได้ยิน มองขวับไปทางแก้วที่ยืนแจ๋อยู่  เบ้หน้าอย่างดูแคลน

    ooooooo

    แก้วแกล้งไม่ให้เดือนขึ้นร้องเพลง แอบไปที่รถตู้หยิบชุดของเดือนออกมา พลันก็สะดุ้งเมื่อศิริพรถามจากข้างหลังว่า

    “ชุดนั้นมีอะไรหรือ” แก้วตกใจรีบเอาซ่อน ศิริพรรู้ทันบอกว่า “จะทำอะไรก็รีบๆเข้า นังเดือนมันกำลังลุกมาแล้ว”

    พูดแล้วศิริพรเดินเชิดไป แก้วเอากรรไกรตัดชุดของเดือนจนรุ่งริ่ง พึมพำสะใจ “แก้ผ้าขึ้นไปร้องแล้วกัน นังเดือน!”

    เทพให้นักร้องนักแสดงซ้อมกันเล็กน้อยแล้วบอกให้ไปแต่งตัวเตรียมขึ้นเวที ครู่เดียวเดือนก็เดินหน้าซีดเอาชุดที่ถูกตัดรุ่งริ่งมาให้ดู เทพสบถอย่างหัวเสีย...

    “โธ่เอ๊ย...ฉันประมาทเอง เห็นว่ารถอยู่แค่นี้ไม่น่าจะมีอะไร ก้อง นายไปบอกทางนู้นทีว่าเรามีเอ็กซิเดนท์เล็กน้อย ขอขึ้นเวทีช้าหน่อย”

    นภาทำทีมาแสดงความเห็นใจจะเอาชุดของตนให้ใส่แล้วก็บอกเองว่าคงใส่กันไม่ได้ บอกเดือนว่างานนี้ตนร้องคนเดียวก็แล้วกัน  แล้วจะแบ่งค่าตัวให้ เดือนคิดไม่ทันพูดไม่ออก ทำหน้าจะร้องไห้ ศิริพรแทรกเข้ามาเสนอว่าให้เดือนร้องเถอะ แล้วยุแยงว่า

    “เมื่อกี๊ฉันเห็นเพื่อนเธออยู่ที่วงนู้นน่ะเดือน ที่ชื่อแก้วอะไรนั่น มายืนลับๆล่อๆที่รถ แต่ไม่คิดว่าจะ...” พูดทิ้งไว้แค่นั้นแล้วหันไปพูดกับเทพ “ให้เดือนร้องเถอะนะคะ เรื่องชุดน่ะเดี๋ยวเอาของฉันก็ได้ ฉันมีติดมาในรถสองสามชุด ของใหม่นะเดือน”

    รวิเห็นด้วย บอกเดือนว่าจะไปซื้อใหม่ก็ไม่ทันแล้ว เทพขอบคุณศิริพรที่ช่วยแก้ปัญหาให้

    “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อนาคตฉันอาจจะไปอยู่ในวงคุณก็ได้ใครจะรู้” ศิริพรกรุยทางยิ้มใสซื่อ

    เมื่อได้เวลาขึ้นเวที นภาขึ้นไปร้องเพลงอย่างไพเราะ กลุ่มคนดูที่เป็นผู้ใหญ่ต่างดื่มด่ำกับเพลงในยุคของตน

    บ้างก็ร้องคลอตามเบาๆ ส่วนพวกวัยรุ่นลูกหลานเจ้าภาพพากันนั่งหาวหวอดทำหน้าเซ็ง พอนภาร้องเพลงจบก็มีเสียง ปรบมือเปาะแปะจากกลุ่มผู้ใหญ่ มีลุงแก่ๆคนหนึ่งเดินมายื่นดอกไม้ให้เทพที่ถือกีตาร์อยู่แนะนำเพลงต่อไปว่า

    “เอ้า...เรามาเปลี่ยนบรรยากาศให้คึกคักสนุกสนานกันมั่ง กับนักร้องสาวสุดสวยของเรา เดือน งามพร้อม!”

    พอเดือนก้าวออกมาในชุดสีแดงสด สั้น และผ่าลึก เธอทั้งร้องและเต้นสุดชีวิต มีเสียงปรบมือร้องตามและเต้นกันอย่างสนุกสนานจากพวกวัยรุ่น

    นภาที่เข้าไปหลังเวทีแล้ว แอบมองด้วยความริษยาที่เดือนได้รับเสียงเชียร์มากกว่าตน

    ส่วนแก้ว พอเห็นเดือนออกมาในชุดแดงสดสวยเซ็กซี่ก็ตาวาวพึมพำ “อะไรกัน มันไปเอาชุดจากไหนนี่!”

    มิหนำซ้ำ เมื่อเดือนร้องและเต้นเสร็จ พวกวัยรุ่นต่างรุมกันมาให้ดอกไม้จนรับแทนไม่ทัน มีคนหนึ่งมาบอกเดือนว่า

    “น้องๆ ท่านเรียกไปรับรางวัลแน่ะ”

    เดือนเดินลงจากเวทีไปโต๊ะเจ้าภาพที่ถือซองรางวัลรออยู่แล้ว ท่านชมว่าเดือนร้องและเต้นได้สุดยอดจริงๆ เดือนไหว้อย่างสวยงามรับซองแล้วจะกลับก็ถูกอีกคนหนึ่งเรียกให้มาถ่ายรูปด้วยกัน ถือโอกาสแต๊ะอั๋งโอบเดือนไว้บ้าง โน้มหน้ามาจนเกือบถูกหน้าเดือนบ้าง แม้เดือนจะไม่พอใจแต่ก็ฝืนยิ้ม

    โรจน์กับแก้วต่างยืนมองอย่างอิจฉามาก โรจน์ตำหนิแก้วว่าไหนว่าจะจัดการไม่ให้เดือนได้ขึ้นร้องเพลงได้ไง แก้วแก้ตัวว่าใครจะไปรู้ว่ามันเตรียมพร้อมมาดี โรจน์สั่งแก้วว่า “ถึงตาเธอละ เอาให้เจ๋งกว่ามันแล้วกัน”

    ตอนที่ 5

    วันนี้ แก้วไปที่สำนักงานดนตรีลูกทุ่งของโรจน์ รู้สึกแปลกใจที่ไม่มีใครอยู่เลย เดินไปเปิดตู้เย็นหาของกิน พอปิดตู้เย็นถึงเห็นนภายืนหน้านิ่งอยู่

    “อุ๊ย...พี่นภา ตกใจหมดเลย” นภาไม่เล่นด้วย แก้วพูดพลางหาทางออก “เงียบเนอะวันนี้ ไม่รู้ออกไปไหนกันหมด”

    นภาเดินแอ่นอกเข้าหา แก้วถอยช้าๆ พูดกลัวๆ อย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี ว่า

    “อกพี่ใหญ่ดีเนอะ จะว่าไปแล้ว...เป็นไงมั่งพี่ที่โดนเดือนมันทำร้ายวันนั้น อีนั่นมันทำร้ายน่ะ หน้าหวานสันดานโจรจริงๆ” นภาบอกว่าตนไม่สงสัยเดือน แล้วบอกให้แก้วนั่ง พลางเอาขนมปังทาอะไรบางอย่างเละๆ และเอาแก้วน้ำมีน้ำสีเหลืองๆมาวางตรงหน้า พูดหน้านิ่งว่า

    “บางทีนะ พี่ก็ไม่ค่อยอยากใช้ความรุนแรงแก้ แค้นความรุนแรงหรอก มันไม่ดี อภัยได้ก็อภัยให้กันไป” แก้วทำเป็นดีใจบอกว่าเดือนคงดีใจ นภาบอกแก้วให้กิน ของที่เอามาให้ แก้วพยายามเลี่ยงบอกว่าไม่หิว “กินเหอะ พี่มีน้ำใจ เวลาพี่มีน้ำใจแล้วใครปฏิเสธนี่จะหงุดหงิดมาก ตบคว่ำเลยนะ”

    ฟังแล้วแก้วสยองหาทางเลี่ยง แต่ถูกนภาถามว่าคิดว่าตนเอาขี้ทาขนมปังเอาปัสสาวะรินใส่แก้วมาให้กินหรือ

    ตอนที่ 4

    ด้วยความเป็นห่วงเดือน รวิวานลุงที่เป็นแฟนลิเกพาศิริพรส่งโรงพยาบาลแทน พอเธอรู้ก็ยิ่งแค้นทั้งรวิและเดือน

    พิมุกแกล้งทำเป็นรถเสียกลางทางเปลี่ยวหมายปล้ำเดือน เขาเอาความอยากเป็นนักร้องของเดือนมาล่อว่า

    “ถ้าเธอยอมฉัน ฉันจะทำให้ฝันของเธอเป็นจริง ฉันทำให้เธอเป็นนักร้องชื่อดังมีแต่คนมาล้อมหน้าล้อมหลัง แม่เธอก็จะสบายไปด้วย”

    ทันใดนั้นเอง เสียงนภาแทรกเข้ามาว่า “ยังมีคนใช้กับดักเชยๆแบบนี้จับหนูอีกเหรอ”

    พิมุกชะงักปรามนภาว่า เราไม่เคยมีเรื่องอะไรกันอย่ามายุ่งดีกว่า หาว่านภาแอบตามตนมา เดือนขอให้นภาช่วยตนด้วย นภาบอกว่าตนไม่เกี่ยว พิมุกบอกเดือนว่านภาก็เริ่มต้นแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน นภาจี๊ดขึ้นมากดโทรศัพท์แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย แต่ไม่มีผู้รับสาย

    “จะมาช่วยมันทำไมเนี่ย เกิดจะรักใคร่กันขึ้นมาซะงั้น” พิมุกเขม่น

    “เปล่า ฉันกลัวนังเด็กนี่มันจะดังเหมือนฉันน่ะสิ ถึงไม่อยากให้มันมาใช้วิธีเดียวกัน...พูดเองนี่” แล้วนภาก็กดโทรศัพท์อีก ทำตาโตบอกว่าติดแล้ว “ฮัลโหล...ตำรวจเหรอคะ”

    พิมุกเห็นนภาเอาจริงก็ปล่อยเดือนไล่ตะเพิดว่าจะไปไหนก็ไป เดือนถลามาหานภา นภากดปิดโทรศัพท์มองเดือนอย่างห่างเหินแล้วเดินไป เดือนรีบเดินตาม พลางขอบคุณที่มาช่วยไว้และขอนั่งรถกลับไปด้วย

    นภาพูดประชดเดือนว่า “เชื่อคนง่ายอย่างนี้สิถึงเกือบได้ผัวนักเลง” ด่าเตือนสติเดือนว่า “หน็อย...คิดจะหาทางลัดหวังจะมีคนดัน มันคงดันอย่างเดียว อย่าหวังว่าจะดังเลย โง่เกิ๊นนน...ทำมาหน้าหวานสันดานกาฝาก อยากจะเกาะคนดัง”

    นภายอมให้เดือนนั่งรถไปด้วยแต่ก็ด่าไปตลอดทาง

    มาถึงหน้าบ้านเดือน นภาพูดก่อนเดือนจะลงไปว่า “เจอกันคราวหน้า อย่าหวังว่าฉันจะญาติดีด้วย บอกเลยอีกนานกว่าที่หล่อนจะฉลาดทันคน...ลงไปได้แล้ว”

    พอเดือนลงจากรถก็เจอรวิมายืนรออยู่แล้ว นภาเลยพูดประชดเดือนส่งท้ายว่า

    “เยอะดีนะ วัยสาวน่ะใช้ให้คุ้มนะ มันอยู่กับเธอไม่นานหรอก” พูดแล้วออกรถพรืดไปเลย

    รวิถามเดือนว่าทำไมนภามาส่ง เดือนไม่ตอบกลับย้อนถามว่าเขามาทำไมหรือ รวิบอกว่าตนห่วงกลัวพิมุกจะ...เดือนตัดบทว่าถ้าพิมุกจะ...ป่านนี้คงเรียบร้อยไปแล้ว พูดประชดว่าให้เขาไปดูแลศิริพรเถอะ

    “คิดมากน่า...วันหลังเดือนก็อย่าไปกับไอ้พิมุกอีกสิ”

    เดือนยังงอนยังเคืองไม่หาย แต่เพราะมีใจให้กันอยู่แล้ว รวิชี้แจงไม่กี่คำก็ใจอ่อน รวิจึงรวบรัดว่า

    “เอาเถอะ ยังไงวันนี้ปลอดภัยก็ดีแล้ว เดือนสัญญากับฉันก่อนสิว่า ต่อไปนี้จะอยู่ให้ห่างไอ้พิมุก”

    “เดือนเองก็ไม่อยากจะยุ่งกับมันนักหรอก ถ้าไม่จำเป็น แต่คุณโรจน์น่ะสิ ชอบใช้ให้เดือนไปหาไอ้พิมุกอยู่ได้ คนอื่นมีตั้งเยอะก็ไม่รู้จักใช้ เฮ้อ...พูดถึงคุณโรจน์แล้วก็โมโห...ไม่ยอมให้เดือนร้องเพลงสักที”

    รวิเตือนเดือนว่าสภาพไม่น่าไว้ใจ บอกเดือนให้ลาออกเสียดีไหม เดือนส่ายหน้าทันที ยืนยันว่า ตราบใดที่ตนยังไม่ได้เป็นนักร้องก็จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ รวิถามว่าทำไมถึงอยากเด่นอยากดังขนาดนั้น

    “แล้วมันผิดตรงไหนหรือรวิ การที่ฉันอยากดัง อยากมีชื่อเสียง อยากมีเงินทอง อยากมีอะไรเท่าๆกับคนอื่นมันผิดมากนักเหรอ?” รวิติงว่าไม่จำเป็นต้องเสี่ยงขนาดนั้นเพราะวงดนตรีของเดือนมีแต่เสือสิงห์กระทิงแรด เดือนทำหน้ารั้นถือดีบอกว่า “ฉันดูแลตัวเองได้”

    รวิมองหน้าเดือนอย่างอ่อนใจกับความดื้อรั้น มั่นใจของเธอ

    ooooooo

    รุ่งขึ้น ศิริพรมาเยาะเย้ยพิมุกถึงค่ายมวยว่าแค่ผู้หญิงคนเดียวไม่มีปัญญาจัดการ ถึงกับต้องหัวแตกกลับมา ไม่สมกับเป็นเจ้าของค่ายมวยเลย

    พิมุกบอกว่าเพราะนภาเข้ามาแทรก ศิริพรถามว่านภาปกป้องเดือนหรือ พิมุกส่ายหน้าบอกไม่รู้เดาทาง ไม่ออก ถามศิริพรว่า มาแต่เช้านี่มีแผนอะไรอีกหรือ

    “ก็ถ้ามันรักกันนักก็ทำให้มันแตกกันเสียสิ” แล้วเล่าว่า “อีกสองอาทิตย์จะมีรายการดนตรีสัญจรจากกรุงเทพฯ มาที่นี่ เขาให้คนในพื้นที่ส่งโชว์เข้าร่วมด้วยได้” พิมุกถามว่าแล้วไง “ก็นังเดือน...เอ๊ย...น้องเดือนเขาอยากเป็นนักร้องไม่ใช่หรือ เราก็จัดให้เขาสักหน่อยซิ”

    “เรื่องอะไร ฉันไม่ปล่อยให้เดือนไปหรอก เกิดดังขึ้นมา ก็ทิ้งฉันไปน่ะสิ”

    “แหม...ฉลาดหน่อยสิคะพ่อนักมวย” ศิริพรเดินมานั่งไขว่ห้างตรงหน้าโชว์ขาอ่อนอ่อย “ไม่อยากให้ดังก็ไม่ต้องให้ดังสิ ก็แค่ทำให้มันพังก็พอ เราก็แค่ยืมมือของรวิ ก็เท่านั้นเอง” พิมุกก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ถามว่าแล้วถ้านภาเข้ามายุ่งอีกล่ะ ศิริพรตอบอย่างมันเขี้ยวว่า “ฉันเอง! ตบคนแก่ มันนักล่ะ”

    ooooooo

    ด้วยการคบคิดกันวางแผนของศิริพรกับพิมุก เดือนถูกวางตัวให้ขึ้นร้องเพลงในงานดนตรีสัญจร ทำให้ลิ้นจี่กับนภาไม่พอใจ ลิ้นจี่ถามโรจน์ว่าเพราะเดือนยอมนอนกับโรจน์แล้วใช่ไหมถึงได้ดันให้ขึ้นเป็นนักร้อง

    แม้แต่ประทีปก็แปลกใจ ถามโรจน์ว่าทำไมอยู่ๆถึงให้เดือนขึ้นร้องเพลง ไหนบอกว่าพิมุกห้ามไว้

    “แกอยากรู้ก็ไปถามพิมุกมันเองสิวะ ฉันเองก็ยังงงอยู่เนี่ย อยู่ๆมันก็สั่งมาว่าให้จัดเดือนขึ้นร้องงานนี้” โรจน์ทำท่าปวดหัว ประทีปเชื่อว่าเรื่องนี้ต้องมีแผนอะไรแน่ “ไม่รู้เหมือนกัน ตอนนี้มันสั่งอะไรมาก็ยอมๆมันไปก่อน ให้มีเงินไปใช้หนี้มันเมื่อไหร่ก่อนเหอะ พ่อจะเอาคืนให้หนักเลย!” ประทีปถามเรื่องนภา โรจน์ตัดบทว่า “ทีละเรื่อง เอาทีละเรื่อง”

    เดือนถูกตามตัวไปพบโรจน์ที่ห้องทำงาน บอกเดือนว่าจะให้ขึ้นร้องเพลงในงานดนตรีสัญจร เดือนดีใจมากลิ่วไปหารวิเพื่อบอกข่าวดี แต่พอเล่าให้รวิฟัง เขากลับไม่ตื่นเต้นดีใจกับเธอ หากยังเตือนสติว่า

    ตอนที่ 3

    รวิที่เดือนกำลังต้องการให้ช่วยเหลือ ถูกศิริพรเป่าหูเสียจนเขวเสียใจไม่ไปดูเดือนแสดงแล้วยังไปดื่มเหล้าจนเมากลับมา ขอไปนอนที่บ้าน ศิริพร บอกว่าไม่อยากกลับบ้าน

    แก้วดี๊ด๊าที่จะได้แทนที่เดือน แต่งหน้าจนเข้ม ถามป้อมว่าหน้าตนเข้มไปไหม ป้อมไม่ตอบแต่แอบด่าว่า

    “คนเราน่ะนะนังแก้ว หน้าตาต่อให้สวยเลอเลิศ เหนือใครๆเขาแค่ไหน แต่ถ้าใจมันไม่สวยมันก็จบแล้ว”

    แก้วไม่พอใจถามว่าด่าตนหรือ ป้อมลอยหน้าไปทางอื่นบอกว่าตนไม่ได้ว่าใคร ถ้าอยากรับก็รับไป พูดแล้วลุกเดินไปเลย แก้วจิกตามองโมโห แต่ไม่กล้าเอาเรื่อง

    เดือนทุบประตูร้องขอความช่วยเหลือจนทรุดนั่งกับพื้นอย่างหมดหวัง แต่แล้วก็โชคดีเมื่อประทีปเดินมาจะเข้าห้องน้ำ เห็นที่ประตูมีกระดาษแปะไว้ว่า “ชำรุด” ก็แปลกใจที่เมื่อค่ำยังเห็นใช้ได้อยู่ ปวดฉี่มากเลยจะปล่อยตรงมุมแถวนั้น เดือนได้ยินเสียงคนข้างนอกก็ร้องขอความช่วยเหลือ ประทีปจึงเปิดประตูให้ ถามเดือนว่ามาติดอยู่ในนี้ได้ยังไง

    “เต้นไปหรือยังคะคุณประทีป เดือนยังไปทันอยู่ไหม” เดือนถามอย่างร้อนใจ พอประทีปบอกว่ายังทันให้รีบไปเลย เดือนก็วิ่งอ้าวไป ประทีปจะตามแต่มองไปเห็นมือถือแช่อยู่ในคอห่านส้วมอีกห้องหนึ่งจึงเก็บขึ้นมา

    ขณะที่แก้วกำลังดี๊ด๊าจะได้แทนที่เดือนอยู่นั่นเอง เดือนวิ่งมาถึงร้องเรียกป้อมกับลิ้นจี่ แก้วเห็นเดือนมาก็เซ็งจนบอกไม่ถูก ฝันสลายในพริบตา

    ประทีปที่เดินตามมา เร่งเดือนให้รีบเช็ดเหงื่อเติมหน้า สั่งทุกคนว่า

    “บอกต่อๆกันด้วยนะ พรุ่งนี้ฉันมีเรื่องจะคุยกับทุกคน”

    ooooooo

    การแสดงผ่านไปด้วยดี แม้แก้วจะเจ็บใจแต่ก็โชว์ได้สวยงามจนได้มาลัยไม่น้อยกว่าเดือน แต่ทั้งสองก็ยังได้น้อยกว่านภา

    ชูเกียรติกับพิมุกดูโชว์ตาเป็นประกายอยู่หน้าเวที ชูเกียรติชมว่าหางเครื่องคณะนี้ดูจะเด่นกว่านักร้องนำเสียอีก แล้วเขาก็เห็นเดือน ชี้ให้พิมุกดู แต่พิมุกมองเลยไปที่แก้ว พึมพำกับตัวเองว่า

    “ยังสอยนังเดือนไม่ได้ เอานังขาวนี่ก่อนก็ได้วะ”

    ป้อมยังติดใจสงสัย พอมาหลังเวทีก็ถามเดือนว่าหายไปไหนมา ให้ขำไปตามหาเสียทั่วก็ไม่เจอ

    “ฉันก็อยู่ในห้องน้ำนั่นแหละ เปิดออกมาไม่ได้ ดีที่คุณประทีปผ่านไปเปิดให้ออกมา” ขำยืนยันว่าตนหาเดือนเสียทั่วเว้นแต่ห้องน้ำที่เขียนปิดไว้ที่ประตูว่า “ชำรุด” นั่นแหละ “ก็แปลกนะ ตอนฉันเข้าไปไม่เห็นมีป้ายแปะไว้ หรือเขาจะมาแปะตอนฉันไปแล้วก็ไม่รู้”

    ประทีปเชื่อว่ามีคนเอาไปแปะไว้ตอนเดือนเข้าห้องน้ำแล้วนั่นแหละ แก้วทำเป็นเจ็บใจประกาศว่า อย่าให้รู้ว่าใครทำ ถ้าเจอจะตบให้! ทุกคนมองแก้วอย่างหมั่นไส้ไม่เชื่อ ขำบ่นว่าตนโทร.เข้ามือถือเดือนก็ไม่รับ เดือนบอกว่าหายไปไหนไม่รู้ ประทีปจึงเอามือถือเปียกน้ำในถุงพลาสติกให้ดูถามว่าอันนี้รึเปล่า แก้วทำตาโตพูดอย่างโกรธแค้นแทนเดือนอีกว่า

    “ต๊าย...ใครมันเอาโทรศัพท์เธอไปทิ้งส้วมเนี่ย เลวจริงๆเปียกหมดเลย”

    ทุกคนสงสัย แต่นภาที่นั่งฟังอยู่ตลอดเวลาก็ตีหน้าเรียบเฉยนิ่งเงียบ จนเมื่อจะแยกย้ายกันกลับ เธอจึงเอ่ยขึ้นว่า

    “วงการนี้ ถ้าไม่แกร่งพอก็อยู่ยาก” แล้วถามแก้วว่า “แก้วรู้ได้ไงว่าคุณประทีปเก็บโทรศัพท์มาจากคอห่านในห้องน้ำ” ป้อมนึกได้บอกว่าคนเก็บเขายังไม่ได้พูดเลยว่าเก็บมาจากไหน เดือนไม่อยากให้มีเรื่องติงว่าคงไม่หรอกมั้ง นภาเลยเตือนว่า “อย่ามานางเอกเลย อยากอยู่รอดก็แกร่งหน่อย” พูดแล้วเดินผละไป

    “ระวังตัวให้มาก นังแก้วนะนังแก้ว หน้าหวานสันดานโจร” ป้อมด่า

    แล้วชูเกียรติก็เข้ามาเปลี่ยนบรรยากาศ ถามเดือนว่าจำตนได้ไหม เดือนมองหน้า “คุณที่เป็น...แมวมอง”

    “ใช่ คราวที่แล้วก็รู้สึกจะเจอกันบังเอิญแบบนี้นะ ยังเก็บนามบัตรฉันอยู่ใช่ไหม อย่าลืมนะ สนใจก็ติดต่อมาแล้วกัน ฉันไปล่ะ”

    ป้อมกับขำตื่นเต้นที่ได้เจอแมวมอง แต่ป้อมก็ติงๆว่าท่าทางเขาน่ากลัวพิลึก ถามเดือนว่ารวิรู้หรือเปล่า ขำเลยนึกได้

    “เออ...ฉันก็สงสัยอยู่ วันนี้รวิพลาดได้ไง ปกติต้องมาคุม โห...พระเอกไม่มาช่วยนางเอกเลย ปล่อยให้อีตาประทีปแย่งคิวพระเอกไปซะนี่”

    “เขาคงเบื่อจะช่วยฉันแล้วมั้ง หาแต่เรื่องให้ ใครจะไปดีเท่า...”

    เดือนพูดไม่ทันจบ ป้อมเห็นสีหน้าเธอไม่ดีเลยตัดบทชวนกลับกันดีกว่า ป่านนี้แม่ช้อยเป็นห่วงแย่แล้ว

    ส่วนชูเกียรติกลับมาที่รถพิมุกขอโทษเพื่อนที่มาช้าเพราะไปเจอสาวพอดี พิมุกบอกว่าคิดจะพาไปอวดสักหน่อยว่าเด็กตนแจ่มแค่ไหน แต่ป่านนี้คงกลับไปแล้วล่ะ

    “ไม่เป็นไร ไอ้ที่เมื่อกี๊ฉันไปเจอมาก็...พอได้อยู่” พิมุกถามว่าทำไมไม่สอยมาเสียเลยล่ะ “แกไม่รู้ซะแล้ว...เร็วไปไก่จะตื่นเว้ย”

    พิมุกหัวเราะชอบใจ โอบไหล่พาชูเกียรติเดินไปขึ้นรถ

    ooooooo

    รวินอนที่บ้านศิริพรจนเช้า พอเขาตื่น ศิริพรก็จะไปต้มอะไรมาให้กิน รวิมองสำรวจไปรอบๆ พยายามทบทวนความจำ

    ศิริพรบอกว่าเมื่อคืนเขาเมามากกลับบ้านไม่ไหว แล้วก็...รวิตกใจนึกว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ศิริพรเดาใจออกบอกว่าอย่าคิดมาก แต่ก็แกล้งพูดกำกวมก้ำกึ่ง แล้วสุดท้ายต่างก็หัวเราะขำอย่างรู้กันว่าอำเล่น

    “ขอบคุณมากนะ ที่ไม่ไล่ออกไปนอนตากน้ำค้างน่ะ” รวิตะโกนออกจากห้องน้ำขณะล้างหน้า

    แต่พอศิริพรออกมาส่งรวิที่หน้าบ้าน ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต่างมองยิ้มๆ บางคนแซวว่ามีแขกแต่เช้าเชียว ศิริพรบอกว่ารวิเพิ่งแวะมาตอนเช้านี่เอง ระหว่างนั้นรวิไปสตาร์ตรถมอเตอร์ไซค์แต่ไม่ติด เลยถูกชาวบ้านคนนั้นแซวต่ออย่างคนสนิทกันว่า

    “เมื่อเช้าหรือเมื่อคืน เครื่องมอเตอร์ไซค์เย็นจนสตาร์ตไม่ติดเนี่ย”

    ศิริพรได้แต่ก้มหน้ายิ้มๆ พอรวิสตาร์ตรถติดก็ขี่ออกไป เธอมองตามอย่างครุ่นคิด

    พอตกสาย ศิริพรไปหาช้อยถึงบ้าน ถามว่าได้ข่าวว่าลูกน้องพิมุกบุกมาถึงที่นี่ ช้อยบอกว่าเพราะคราวที่แล้วเลื่อนเขามา คราวนี้เลยตามมาถึงบ้าน ศิริพรแสดงความเป็นห่วงแนะว่า เรื่องนี้เดือนน่าจะช่วยได้

    “จะช่วยยังไงได้ล่ะ ฉันน่ะเป็นคนไม่อยากให้มันไปเต้นกินรำกิน ฉันจะไปเอาเงินจากมันได้ยังไง”

    “นั่นสินะ แต่เดือนเขาอาจจะพูดให้ได้นะแม่ช้อย ช่วงนี้เขาออกจะหวานใส่กัน พิมุกกับเดือนน่ะ”

    ช้อยเอะใจถามว่าที่เมื่อคืนเขาพูดกันว่ามีตีแย่งหางเครื่องกันที่งานวัดก็...ศิริพรตัดบทถามว่าใครตีกัน รวิกับพิมุกหรือ บอกช้อยว่าคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดมากกว่าเพราะ “ก็เห็นๆอยู่คืนนั้นเดือนกลับกับพิมุก แล้วรวิก็... กลับกับฉัน”

    ศิริพรหัวเราะอย่างมีเลศนัย แล้วเอาซองเงินที่เตรียมมาให้ช้อยบอกว่า

    “ช่างเถอะแม่ช้อย เอาเป็นว่า ฉันรู้ดีว่ารวิไม่ได้ ไปแย่งลูกสาวแม่ช้อยกับใคร แต่เรื่องพิมุกน่ะ แม่ช้อยคงต้องไปถามลูกสาวเอาเอง แล้วนี่เก็บไว้นะ มีเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืน ฉันไม่คิดดอกไม่คิดอะไรทั้งนั้น”

    เดือนได้ยินเสียงแม่คุยกับใครที่หน้าบ้าน ถามว่าแม่คุยกับใครหรือ ศิริพรจึงรีบขอตัวกลับ พูดยิ้มๆ ว่าออกมานานเดี๋ยวรวิจะถามหา พอดีเดือนลงบันไดมาถามช้อยว่าใครมาแต่เช้า เห็นมือแม่มีซองเงิน เดือนมองออกไปยังทันเห็นหลังศิริพรไวๆ ถามว่า

    “ศิริพรเหรอแม่...มาทำไม แล้วมือแม่ถือซองอะไรน่ะ” เห็นช้อยอ้ำอึ้งเลยเอาไปดู“เงินนี่แม่...แม่รับเงินจากศิริพรเหรอ แล้ว...แม่เอาไปทำอะไร?”

    พอรู้จากช้อย เดือนถือซองเงินไปที่บ้านศิริพร เจอ รวิอยู่ที่นั่น เดือนยื่นซองเงินให้บอกว่า

    “ฝากคืนให้แฟนพี่ด้วย” รวิทำหน้างงถามว่าใครแฟนตน“ก็...ศิริพรไง ฝากให้ศิริพรด้วยแล้วกัน ขอบใจนะฉันไปล่ะ” พูดแล้วหันหลังจะกลับ รวิบอกว่าศิริพรไม่ใช่แฟนตน ย้อนถามประชดว่า แล้วที่รีบกลับเพราะจะรีบไปหาแฟนใช่ไหม เดือนหันขวับถามว่า“แล้วใครกันแฟนฉันน่ะ”

    รวิบอกว่าพิมุกไง เห็นเธอกลับกับเขาเมื่อคืน เลยถูกเดือนย้อนเอาว่าเขาก็กลับไปกับศิริพรเหมือนกัน แล้วสะบัดจะกลับ รวิรั้งแขนไว้ขอให้คุยกันก่อน เดือนประชดว่าจะคุยอะไร ใกล้เวลาที่ศิริพรจะมาส่งข้าวแล้ว

    รวิยืนยันว่าศิริพรไม่ใช่แฟนตน เดือนก็ยืนยันว่าพิมุกก็ไม่ใช่แฟนตน ต่างจึงมองกันด้วยความรู้สึกดีขึ้น รวิเลยชวนเดือนไปกินมื้อเที่ยงกันไหม เพราะเช้านี้ตนยังไม่ได้กินอะไรเลย

    ระหว่างเดินไปด้วยกันนั่นเอง ถูกชาวบ้านที่เดินสวนมาพูดเข้าหูว่า พระเอกยี่เกนั่นดีจริง เช้าคนสายคน แล้วถามรวิว่าค้างที่ไหนล่ะคืนนี้น่ะ รวิโบกมือไล่ชาวบ้านไปอย่างรู้ว่าเขาหยอกเล่น

    ศิริพรหิ้วอาหารมาให้รวิจริงๆ มาถึงเด็กที่วิกลิเกบอกว่ารวิไม่อยู่เพิ่งออกไปกับเดือนเมื่อกี๊นี้เอง แล้วรับถุงอาหารไปบอกว่าจะเอาไปใส่จานให้ ศิริพรยืนอึ้ง ในใจร้อนรุ่ม

    รวิกับเดือนเคลียร์เรื่องค้างคาใจกันแล้ว รวิบอกเดือนว่าคืนนี้มาให้ได้นะ ขากลับจะไปส่ง

    “แน่นอน...เจอกันคืนนี้” เดือนรับคำอย่างสดชื่นแจ่มใสแล้วแยกย้ายกันไปคนละทาง

    ooooooo

    วันนี้สมาชิกในวงดนตรีมากันพร้อมหน้าตามที่ประทีปสั่งไว้ตั้งแต่วันเกิดเรื่องที่เดือนถูกขังในห้องน้ำ โดยมีโรจน์มาจัดการปัญหา

    ลิ้นจี่ที่เขม่นเดือนอยู่แล้ว เมื่อแก้วสอพลอจึงร่วมมือกันจะเล่นงานเดือน

    จากการสอบถามข้อเท็จจริง ประทีปซักถามแก้วอย่างจับเท็จ ลิ้นจี่ที่หาเรื่องโจมตีเดือน หาว่าเดือนสร้างเรื่องได้ทุกวัน ประทีปอดไม่ได้แทรกขึ้นว่า

    “จะโทษเดือนซะทีเดียวก็ไม่ถูก ตอนฉันไปเจอประตูห้องน้ำมันถูกล็อกจากด้านนอก” ลิ้นจี่ถามว่าแล้วใครใช้ให้โง่ไปเข้าห้องน้ำเสียล่ะ ประทีปดักคอว่า “แล้วรู้ได้ยังไงว่าห้องน้ำที่ฉันไปเจอมันติดว่า ‘เสีย’ ล่ะ”

    ลิ้นจี่เลิ่กลั่กนึกไม่ทันเลยโบ้ยไปทางแก้วว่า “แก้วไง...นังแก้วมันก็ไปเข้าตรงนั้น มันกลับมาเล่า”

    “อ้าวพี่  ไหงโยนมาให้หนูล่ะ หนูเป็นผู้ถูกกระทำนะ หนูถูกใส่ร้าย” แก้วโวยทั้งที่เหงื่อแตกพลั่ก ป้อมถามว่าใครใส่ร้าย “ก็...เดือนหาว่าหนูเป็นคนเอาโทรศัพท์เขาไปทิ้งส้วม”

    เดือนบอกว่าตนไม่ได้พูดอะไรเลย แก้วเสียศูนย์เลยโบ้ยว่า “ก็ขำบอกว่าคนพูดกันให้แซ่ด”

    “ฮ่ะๆๆร้อนตัว ไม่มีใครเขาพูดอะไรเลย แกพูดออกมาเอง” ขำหัวเราะแก้วที่ร้อนรนจนตั้งตัวไม่ติด พอโรจน์ถามว่าแล้วแก้วทำหรือเปล่า แก้วบีบน้ำตาร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าหมั่นไส้ว่า

    “เอาเหอะ อยากคิดยังไงก็คิดกันไป คิดเลย คิดว่าหนูเป็นคนเอาโทรศัพท์ไปทิ้ง คิดเลยสิว่าหนูเป็นคนขังเดือนไว้ในห้องน้ำ คิดเข้าไปสิ ว่าหนูเป็นคนเอาป้ายไปแปะไม่ให้เข้าไป หนูคงทำเรื่องราวเหล่านั้นแล้วก็เอามาโพนทะนาบอกคนอื่นแบบนั้นหรอกนะ”

    โรจน์รำคาญโบกมือให้ทุกคนหยุด เดือนพูดอย่างเห็นใจแก้วว่า ที่แก้วพูดก็มีเหตุผล คงไม่มีใครบ้าเอาเรื่องที่ตัวเองทำมาโพนทะนาแบบนี้หรอก ป้อมหมั่นไส้เดือน โพล่งขึ้นว่า

    “แหม...มันเขี้ยว ไม่รู้จะตบใครดี อีนี่ก็ซื่อซะ! อีนั่นก็ฉลาดเป็นกรด”

    “พอๆๆจะใครทำก็แล้วแต่ พวกแกอย่าคิดว่าฉันโง่ ถ้าจะแกล้งกันไปหาวิธีอย่างอื่นที่ไม่ทำให้งานฉันเดือดร้อน” ป้อมถามว่าแล้วเขาจะไม่หาตัวคนทำผิดทำชั่วแบบนี้หรือ “ฉันบอกแล้วไง ใครจะฆ่ากันตายก็ช่าง อย่าให้งานฉันเดือดร้อนเป็นพอ” พูดแล้วทำท่าจะออกไป แต่นึกอะไรได้หันมาย้ำ “ที่เรียกมาจะย้ำแค่นี้แหละ แก้ว...เดี๋ยวก่อนกลับแวะหาฉันที่ห้องด้วย”

    เดือนไม่สบายใจ ไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรให้ใครไม่พอใจ กลัวว่าถ้ามีเรื่องบ่อยๆแบบนี้โรจน์ไม่พอใจตนคงอดขึ้นเป็นนักร้องแน่ ป้อมกับขำบอกว่าไม่รู้ก็ไม่ต้องไปคิด แล้วชวนกลับ ป้อมถามเดือนว่าจะกลับบ้านเลยหรือจะไปไหน

    “ตอนนี้ว่างน่ะพี่ อีกทีเลยก็คืนนี้จะไปดูพี่รวิเล่นลิเก ไปด้วยกันไหม” ทั้งขำและป้อมต่างไม่คิดอะไร ป้อมถามหยอกว่าพวกตนคงไม่ไปเป็นก้างขวางคอเดือนนะ “ไม่หรอกพี่ ฉันกับพี่รวิไม่ได้เป็นอะไรกันนี่”

    พอดีแก้วเดินผ่านมา เดือนเลยชวนว่าคืนนี้จะไปดูรวิทีิ่วิกสนใจไหม แก้วฟังอย่างสนใจ

    ooooooo

    โรจน์นั่งคุยกับประทีปในห้องทำงานของเขา ปรารภว่า

    “ทีแรกฉันนึกว่าจะจัดนังเดือน แต่เห็นความแรงเมื่อคืนแล้ว ท่าทางจะคุยไม่ยาก” ประทีปถามว่าแล้วพิมุกไม่โกรธหรือ “ไอ้พิมุกน่ะเหรอ รอบนี้มีใบสั่งมาเลยแหละ บอกอยาก ‘ลอง’ ของก่อนส่งต่อให้คนอื่น ก็ดีเหมือนกัน เก็บนังเดือนไว้ก่อน ไว้ให้มันอยากเป็นนักร้องจัดๆ เวลาเรียกใช้งานพิเศษจะได้ว่าง่ายๆหน่อย ไม่เล่นตัวเยอะ”

    แก้วผลักประตูเข้ามาพอดี โรจน์เรียกให้มานั่งถามว่า

    “จำได้ไหม ที่ฉันเคยคุยกับเธอคราวก่อนเรื่องงานพิเศษน่ะ”

    เย็นนี้เอง แก้วก็ถูกส่งไปให้พิมุกที่ค่ายมวย พิมุกจับหน้าแก้วเงยมอง พูดอย่างพอใจว่า

    “หน้าตาก็ใช้ได้ รูปร่างก็ดี” พิมุกลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าแก้วอย่างใกล้ชิดถามว่า “ก่อนมานี่ โรจน์มันบอกอะไรมาบ้างล่ะ”

    “บอกว่า...ให้มาหาคุณพิมุก มีงานพิเศษให้ทำ เอ้อ...ถ้าคุณพิมุกพอใจก็อาจจะได้รางวัลพิเศษด้วย”

    “ฮ่ะๆๆ แล้วเธอรู้ไหมว่าจะทำยังไงให้ฉันพอใจ” แก้วกระซิบที่ข้างหูว่าไม่แน่ใจว่าเขาจะให้ตนลองไหม “อยากลองเลยตอนนี้ไหมล่ะ” ถามพลางพิมุกลูบไล้ไปตามแขนของแก้ว

    แก้วโน้มตัวไปหาพิมุกอย่างยั่วยวน...

    ooooooo

    กว่าจะถึงเย็นยังมีเวลา ป้อมขอตัวไปอาบน้ำก่อน ส่วนขำก็ได้รับโทรศัพท์มีงานต้องไปทำ เดือนบอกว่าถ้างั้นตนไปหารวิก่อนเลยดีกว่า

    เดือนไปถึงรวิยังไม่ทันได้แต่งตัว ชวนเดือนไปดูตนแต่งตัวไหม เดือนเดินตามไป ทำให้ศิริพรที่มาเห็นพอดีจิกตามองอย่างไม่พอใจ

    ตอนที่ 2

    แม้ช้อยจะไม่เห็นด้วยที่เดือนจะไปเป็นนักร้องและแดนเซอร์ แต่ก็คอยดูแลตักเตือนด้วยความห่วงใย วันนี้ก็ถามเดือนว่าไหว้พระบ้างหรือเปล่าช่วงนี้ดูสีหน้าไม่ดีเลย

    “เห็นแม่ไหว้บ่อย ยังไงก็ขอพรเผื่อฉันด้วยแล้วกัน”

    “อ้าวเอ็งนี่มันยังไง ขอพรเอาไว้ให้ท่านคุ้มครองเราให้ห่างจากคนไม่ดี สิ่งไม่ดี พระท่านจะได้ช่วยให้เราแคล้วคลาด”

    คำ เตือนของช้อย ทำให้เดือนนึกถึงรวิ ที่ช่วยตนให้พ้นจากความกักขฬะของพิมุกแล้วเธอเชื่อว่าพระคงส่งเขามาช่วยตน ช้อยยังเตือนลูกด้วยความเป็นห่วงว่า

    “ข้าน่ะมันความรู้น้อย สอนอะไรเอ็งก็ไม่ได้ ที่ทำได้ในฐานะแม่คนหนึ่งก็แค่ความห่วงใย ข้าไม่อยากให้เอ็งต้องเอาตัว เอาชีวิตไปเสี่ยงกับความฝัน ไม่รู้ว่ามันจะคุ้มกันไหม”

    ฟังแม่แล้วเดือนพูดไม่ออก เพราะเพียงวันแรกเธอก็ต้องเผชิญกับเรื่องราวที่น่ากลัวถึงสองครั้งแล้ว ได้แต่มองหน้าแม่ด้วยความซึ้งใจ

    ooooooo

    พิ มุกแค้นรวิที่มาขัดจังหวะตนเรื่องเดือน ดึกคืนนี้จึงส่งลูกน้องไปพังโรงลิเก รวิฟันธงโดยมิพักต้องคิดว่าต้องเป็นฝีมือของพิมุกแน่นอน เขาพาลูกน้องในคณะ 5–6 คนบุกไปที่ค่ายมวยแต่เช้า

    “ไอ้พิมุก ไอ้หมาลอบกัด!” รวิบุกเข้าไปตะโกนอย่างโกรธแค้น แต่กลับถูกพิมุกเยาะเย้ยเหยียดหยันว่าเป็นลิเกกระจั๊ว แค่วิกลิเกเน่าๆก็ไปสร้างใหม่สิ!

    คนเคยประหมัดกันมาก่อน เมื่อพูดไม่เข้าหูกันไม่กี่คำก็พุ่งเข้าตะลุมบอนกัน คนของทั้งสองฝ่ายซัดกันนัวเนีย แต่ไม่ว่าจะดุเดือดเลือดพล่านกันอย่างไร พอตำรวจสองนายขี่มอเตอร์ไซค์มา ทุกอย่างก็หยุดทันที ตำรวจคนหนึ่งถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ อีกคนเดินเลี่ยงไปเซ็นชื่อที่ตู้แดง กลับมาถามว่า “รึว่าต้องเชิญไปโรงพักทั้งหมด”

    ทั้งพิมุกและรวิต่างบอกว่าไม่มีอะไร ไม่มีใครไปรื้อโรงลิเก ไม่มีใครบุกมาที่นี่ ตำรวจพูดอย่างรู้กันว่า

    “ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องไปโรงพักให้เสียเวลา” ว่าแล้วก็พากันขี่มอเตอร์ไซค์ไป

    รวิกับพิมุกต่างพากันนั่งหอบแฮ่ก รวิเอ่ยขึ้นก่อนว่า “ต่างคนต่างอยู่สิวะ ทำไมต้องเที่ยวระรานชาวบ้าน”

    “ฝันไปเถอะไอ้รวิ ตราบใดที่แกยังยุ่งเกี่ยวกับน้องเดือน ฉันไม่มีทางปล่อยแกให้อยู่ดีแน่”

    “ยิ่งแกทำตัวเลวเป็นอันธพาลแบบนี้ เดือนคงมาสนใจแกหรอก”

    “ก็คอยดูไปเองละกันไอ้ลิเกหน้าโง่ ไสหัวพวกแกออกไปจากค่ายมวยฉันได้แล้ว ฉันยังขี้เกียจหาทั่งศพพวกลิเกกะเทยควายอย่างพวกแก”

    แล้ว พิมุกก็ไปที่ตลาดสด เห็นเดือนกำลังก้มหน้าก้มตาท่องเนื้อเพลงอยู่ก็จะเข้าไปหา แต่ถูกแก้วแกล้งเซถลาเข้าไป พิมุกเลยช้อนร่างไว้ แก้วชม้ายมองบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษทีเพราะมีคนผลักตนล้ม กิมส่ายหน้าอย่างระอากับลูกสาวจอมซ่า แต่พิมุกชอบใจมองแก้วตาเป็นมัน ชมว่าขาวดี ว่างๆแวะไปคุยกันที่ค่ายมวยหน่อย เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกัน

    พอเห็นพิมุกมองแก้วตาเป็นมัน กิมก็บอกให้แก้วขอบคุณที่พิมุกชวน บอกพิมุกว่าถ้าแก้วไม่ไปตนจะพาไปส่งเอง

    พิมุกยิ้มพอใจ ปรายตามาทางเดือนแว่บหนึ่งก่อนหันหลังเดินกลับออกไป เดือนเห็นพิมุกไปแล้ว จึงลุกขึ้นบอกป้าจันทร์ว่า

    “ป้าจันทร์จ๋า หนูฝากแผงเดี๋ยวนึงนะจ๊ะ เดี๋ยวมา”

    ooooooo

    รวิกลับไปนั่งซึมดูโรงลิเกที่พังราบ ศิริพรเดินมาถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ รวิพูดสั้นๆ แค่ว่า “พิมุก”

    ศิริ พรถามว่ารวิไปหาเรื่องกับเขาหรือเรื่องเดือน รวิบอกว่าไม่เกี่ยวกับเดือน คาดว่าเขาคงหมั่นไส้ตนมานานแล้วด้วย รวมๆ กันหลายเรื่องเลยลอบกัดเสียทีเดียวเลย แล้วศิริพรก็ยิ่งไม่สบายใจเมื่อรู้ว่าหน้ารวิที่บอบช้ำเพราะต่อยกับพิมุกมา เพราะเป็นที่รู้กันว่าพิมุกนั้นเป็นยังไง

    เดือนเดินอ้าวมาด้วยความ เป็นห่วง แต่พอมาเห็นศิริพรกำลังดูรอยช้ำที่หน้าให้รวิอย่างใกล้ชิดก็ชะงัก ศิริพรได้ทีพูดกันท่าเดือนว่า ให้มาดูฝีมือพิมุกแฟนคลับของเธอเสีย พิมุกคงเข้าใจผิดคิดว่าเธอกับ...รวิรีบขัดขึ้นว่าไม่ใช่อย่างนั้น บอกศิริพรว่าอย่าพูดแบบนั้น เดี๋ยวเดือนเก็บไปคิดมากอีก

    ศิริพรบอก ให้เดือนอยู่คุยกับรวิก่อน ตนจะไปหายามาทาแผลมาให้รวิ พอศิริพรลุกไป รวิก็พูดให้เดือนสบายใจว่าเรื่องไม่ได้เกี่ยวกับเดือนหรอก เดือนพูดอย่างน้อยใจว่า

    “นั่นสิ พี่รวิกับฉันไม่ได้เป็นอะไรกัน”

    รวิ มองหน้าเดือนนิ่ง ต่างสบตาอย่างรู้ใจกัน เดือนบอกรวิว่าตนสังหรณ์ใจอยู่แล้ว ว่ารวิจะมีเรื่องกับพิมุกแล้วมันก็เป็นจริง บอกรวิว่าอีกสักครู่ศิริพรก็คงมาแล้วลุกไป รวิถามว่าเท้าเป็นไงมั่ง

    “จะหายแล้วล่ะ เจ็บที่อื่นมากกว่า” เดือนพูดเหน็บแล้วเดินไปอย่างเจ็บปวดใจ

    ที่ ตลาดสด แก้วกับกิมนั่งมองหน้ายิ้มให้กัน แก้วบอกว่ารู้ว่าแม่คิดอะไรอยู่ กิมถามว่าแก้วรู้จักกับพิมุกมาตั้งนานแต่ทำไมเพิ่งจะมาระริกระรี้เอาตอนนี้

    “ก็...เขาไประริกระรี้กะนังเดือนก่อนนี่ ฉันจะแย่ง!”

    กิมยุให้แก้วแข่งกับเดือน แก้วถามว่าแล้วพิมุกจะชอบตนหรือ เห็นคลั่งเดือนออกอย่างนั้น

    “ฉัน ไม่ได้ให้เขามาชอบแก แกต้องหัดฉลาดใช้ความขาวความสวยแกให้เป็นประโยชน์ ใครให้แกไปเปลืองตัวอย่างนังเดือนกันล่ะ คุณพิมุกน่ะเส้นสายเขาเยอะ”

    แก้วนึกถึงตอนที่ตัวเองแกล้งเซหาพิมุกจนเขาโอบประคองไว้ นึกถึงสายตาพิมุกเวลานั้นแล้วถามแม่ว่า

    “แล้ว ถ้า...ถ้าฉันอยากรู้จักมากกว่าจะใช้แค่เส้นสายเขาล่ะแม่” กิมทำเป็นหูตึงให้แก้วพูดใหม่อีกที แก้วตัดบทว่า “ช่างเหอะแม่...ฉันก็พูดคนเดียวของฉันไปเรื่อยแหละ” แก้วพูดอย่างนั้นแต่จิกตาร้ายที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ

    ooooooo

    ป้อม กับขำนั่งกินส้มตำกันอยู่ในร้าน เดือนเดินหน้าเศร้าเข้ามาร่วมวงด้วย ทั้งสองถามว่าเป็นอะไรหน้าซึมเชียว ป้อมถามว่าทำไมไม่ชวนรวิมากินด้วยล่ะ

    “ราย นั้นน่ะ เขามีคนส่งข้าวส่งน้ำอยู่แล้วทุกวัน ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก...พี่รู้ไหม ทำไมหนูถึงต้องเป็นนักร้องให้ได้ ถ้าหนูเป็นนักร้อง ใครๆ ก็ว่าหนู ดูถูกหนูไม่ได้ พี่รวิน่ะเขามีโรงลิเกเป็นของตัวเอง ศิริพรก็เป็นถึงนางเอกงิ้ว แต่หนูไม่มีอะไรสู้เขาได้เลย วันๆเป็นได้แค่แม่ค้านั่งขายปลาอยู่ที่ตลาด”

    ขำติงว่าเดือนคิดมากไปหรือเปล่า เพราะเห็นรวิเขาก็ออกจะเป็นห่วงเป็นใย ใครเห็นก็รู้ว่าเขาชอบเดือน

    “นั่นสิเดือน บางทีรักกันดูที่การปฏิบัติต่อกันก็น่าจะพอนะ ไม่ต้องพูดไม่ต้องตกลงกันว่าเป็นแฟน แต่ใครมองเธอสองคนก็ดูออกว่ารักกัน” ป้อมยืนยันอีกคน

    “พี่รวิทำกับหนูก็ไม่ต่างกับทำกับศิริพร หนูมองเขาสองคนหนูก็รู้ว่าเขาสองคนรักกัน ศิริพรน่ะช่วยเหลือพี่รวิทุกอย่าง แต่หนูน่ะหาแต่เรื่องมาให้”

    ขำถามว่าจะน้อยใจไปทำไม อย่าคิดมากเลยเดือนเพิ่งจะผ่านเรื่องตกใจมา ป้อมเห็นด้วย ชวนกินกันดีกว่าแล้วจัดแจงตักอาหารให้ เดือนก็ได้แต่นั่งเขี่ยอาหารซึมๆ แต่กินไม่ลง

    ooooooo

    ศิริพรไปเจอพิมุกที่โรงพยาบาล บังเอิญรู้ว่าตนเลือดกรุ๊ปโอเนกกาทีฟเหมือนกัน ซึ่งตำบลนี้มีเพียงสองคนเท่านั้น ศิริพรจึงขู่พิมุกเพื่อไม่ให้มีเรื่องกับรวิว่า

    “ชอบบู๊ไม่ใช่เหรอ เราน่ะทำดีๆกะฉันไว้หน่อยนะ เผื่อต้องการเลือดฉุกเฉิน ฉันอาจจะมีเมตตาบริจาคให้บ้าง” ซึ่งก็มีผลทำให้พิมุกไม่กล้ากับศิริพรนัก

    แม้ว่าเดือนจะเป็นแค่หางเครื่องแต่ความสาว สวย ใส ทำให้แต่ละคืนที่ขึ้นเวทีได้พวงมาลัยแบงก์หลายใบ ได้พวงมาลัยแบงก์มาเท่าไรเดือนก็เอามาให้ช้อยหมด บอกแม่ว่าแค่เป็นหางเครื่องยังได้ขนาดนี้ ถ้าได้เป็นนักร้องจะได้ขนาดไหน

    แก้วเห็นเดือนเริ่มโด่งดังก็อิจฉาคิดหาทางแข่งโดยมีกิมคอยยุยง แก้วจึงปะเหลาะให้เดือนพามาสมัครเป็นหางเครื่องในวงบ้าง โรจน์รับแก้วไว้แต่วันนี้ให้กลับไปก่อนมีโชว์เมื่อไหร่แล้วจะติดต่อไป

    โรจน์เห็นความสวยใสและเสียงร้องเพลงของเดือนก็บ่นกับประทีปว่าถ้าได้ปั้นขึ้นมาเป็นนักร้องวงเราคงได้รวยกันแต่ติดที่พิมุกเพราะท่าทางเขาจริงจังกับเดือนมาก โรจน์บอกว่าไม่ใช่แค่พิมุก เพราะเดือนยังถูกนภาที่เป็นดาวของวงคอยสะกัดตลอดเวลาแต่ทำได้เนียนจนไม่มีใครจับได้

    วันนี้ นภาซึ่งเป็นเมียลับๆ ของโรจน์หัวหน้าวงบอกโรจน์ว่าจะไปต่างจังหวัดสักสองสามวัน พอดีโรจน์ได้รับการติดต่อจากค่ายมวยพิมุกให้ไปแสดงในงานเลี้ยงฉลองชกชนะ โรจน์เดาได้ทันทีว่างานนี้พิมุกมีแผนอะไรในใจดังนั้นเมื่อเดือนเต้นเสร็จโรจน์ก็กระซิบบอกเดือนว่า

    “รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว คุณพิมุกรออยู่ในห้อง ทำตัวสบายๆ คนจะดังก็ต้องผ่านอะไรแบบนี้ทั้งนั้น”

    พอขำกับป้อมรู้ก็เป็นห่วงบอกเดือนให้กลับไปดีกว่าเพราะไม่คุ้มแน่

    “แต่ฉันรับปากคุณโรจน์เขาไว้แล้ว ถ้าฉันยอมทำตาม เขาจะให้ฉันเลื่อนขึ้นเป็นนักร้อง เอาเถอะพี่ ฉันต้องไปแล้วพี่ขำไม่ต้องห่วงนะ ฉันเชื่อว่าฉันปลอดภัยออกมาแน่” พอดีโรจน์ให้คนมาตาม เดือนบอกว่ากำลังจะไปย้ำกับขำและป้อมว่า “ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ไม่เสียอะไรฟรีๆแน่”

    ขณะเดือนเดินไปหาพิมุกนั่นเอง ถูกชูเกียรติที่มาในงานนี้ด้วยออกมาดักถามว่า

    “เธอเป็นหางเครื่องเมื่อกี้ใช่ไหม นี่นามบัตรฉันนะ ฉันเปิดโมเดลลิ่งอยู่รู้จักไหม โมเดลลิ่งที่ปั้นคนเป็นดาราเป็นนักร้องน่ะ” เดือนได้ยินคำว่านักร้องก็ตาโต ดูนามบัตรอย่างตื่นเต้น ชูเกียรติสังเกตอยู่เห็นเดือนตื่นเต้นก็หัวเราะบอกว่า “เบื่อจะเต้นเมื่อไหร่ติดต่อมาที่ฉันแล้วกันนะ” พูดแล้วเดินผละไป

    เดือนยิ้มอย่างมีความหวัง เก็บนามบัตรชูเกียรติไว้แล้วเดินไปหาพิมุก ถูกโรจน์ที่มารออยู่กำชับว่า

    “เดือนเป็นเด็กดีนะ พูดง่าย จะได้ดังเข้าใจไหม”

    พอเดือนเข้าไปพบพิมุกที่ห้องส่วนตัว เขาถามว่าวันนี้ไม่กลัวตนหรือ เดือนบอกว่ารู้ว่าเขาไม่ทำอะไรตน

    “ฉลาดพูดจริงๆน้องเดือนของพี่ วันนี้ยังไม่ทำอะไรหรอกจ้ะ แค่อยากมาทำการตกลงอะไรบางอย่างกับน้องเดือน พี่น่ะเป็นถึงเจ้าของค่ายมวย พี่เป็นลูกผู้ชายพอ ถ้าน้องเดือนไม่ยอม พี่ก็ไม่ยุ่ง แต่พี่มีข้อเสนออะไรดีๆ มาให้น้องเดือนบางอย่างเผื่อน้องเดือนจะเอากลับไปคิด” พิมุกมองเดือนยิ้มกริ่มหยั่งเชิงอย่างมีแผน

    ทุกคนรู้ว่าเดือนต้องการเป็นนักร้อง จึงเอาเรื่องนี้มาล่อใจ บอกว่าอ่อนน้อมยอมผู้ใหญ่เข้าไว้สักวันก็จะได้เป็นนักร้องสมใจ ประทีปเองก็บอกว่าต้องทำตัวเชื่อฟังว่าง่าย วันไหนนักร้องขาดโรจน์ก็อาจให้เธอขึ้นแทนก็ได้ ทำให้เดือนยิ่งมีความหวัง

    ลิ้นจี่ที่เป็นหัวหน้าแดนเซอร์และเป็นเมียเก็บของโรจน์ ไม่พอใจเมื่อโรจน์สั่งให้เปลี่ยนตำแหน่งเต้นของเดือนให้มายืนตรงกลาง พอลิ้นจี่ที่หมั่นไส้เดือนและหึงโรจน์ท้วงติง ก็ถูกโรจน์ขู่ว่าตนสั่งอะไรก็ให้ทำตามอย่ามีปัญหาเพราะอายุขนาดเธอ ถ้าเป็นคนอื่นก็โดนปลดไปแล้ว

    “แต่ฉันไม่ยอม แอบชอบมันใช่ไหม บอกฉันมานะ แกกับเด็กนั่นกินกันไปแล้วใช่ไหม” ลิ้นจี่หึงเลือดขึ้นหน้า

    “จะบ้าเหรอ อย่ามาอาละวาดแถวนี้นะ ไว้หน้าฉันบ้าง จะกินหรือไม่กินก็เรื่องของฉัน ก็ไม่แน่นะ ถ้าไม่มีไอ้พิมุกคอยจ้องอยู่ ฉันอาจจะกินจริงๆก็ได้ จะได้มีเหตุผลเขี่ยแกออกไปจากชีวิตฉันเสียทีไง”

    “แกเห็นนังเด็กนั่นดีกว่าฉัน” ลิ้นจี่แผดเสียงอย่างโกรธจัดเป็นจังหวะที่แก้วผ่านมาได้ยินจึงหยุดฟัง

    “เธอจะเข้าใจยังไงก็ได้นะ แต่เอาเป็นว่าคืนนี้ฉันจะต้องเห็นเด็กนั่นอยู่ตรงกลาง เข้าใจไหมคำว่า ‘อยู่ตรงกลาง’ ออกไปได้แล้ว ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว”

    แก้วเห็นลิ้นจี่เดินร้องไห้ออกจากห้องของโรจน์ แก้วยิ้มอย่างมีแผน เข้าไปทักบอกว่าตนจะมาซ้อมเต้นคืนนี้ แล้วเอาผลไม้ให้บอกว่าเอามาฝากและฝากเนื้อฝากตัวด้วยบอกว่าอย่าคิดว่าตนเป็นเพื่อนเดือนเลย ใส่ไฟเดือนว่า

    “เดือนน่ะเขาเป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เขามีความสวยเป็นอาวุธ ผู้ชายที่ไหนก็ยอมเขาหมด” ลิ้นจี่คำรามอย่างเจ็บใจว่ามิน่าพิมุกถึงได้หลงขนาดนี้ โรจน์ก็อีกคน แก้วหูผึ่งเรื่องพิมุกกับเดือน แต่ทำเป็นขอตัวไปห้องซ้อม

    พอดีประทีปขับรถเข้ามามีเดือนนั่งมาด้วย เพราะเขาเจอเดือนระหว่างทางเลยรับมาด้วย ลิ้นจี่เห็นเดือนมากับประทีปก็ยิ่งเชื่อที่แก้วบอกว่าผู้ชายที่ไหนก็ยอมเดือนหมด จิกตามองคำราม

    “นังเดือน กระทั่งประทีปก็ด้วยเหรอนี่ นังแพศยา!”

    ooooooo

    ก่อนงานแสดงเริ่ม นอกจากเดือนจะถูกจัดให้ไปเต้นอยู่ตรงกลางและให้แก้วไปแทนที่เดือนทางริมซ้ายแล้วโรจน์ยังมาบอกเดือนว่าวันนี้ให้ขึ้นร้องเพลงแทนนภาด้วยเพราะนภาไปต่างจังหวัด

    ลิ้นจี่ยิ่งโมโห ถามโรจน์ว่า ถ้านภากลับมาทันมิเอา ตายหรือ โรจน์ตอบอย่างเจ้าเล่ห์ว่า

    “ก็ดับไมค์เตือน ปล่อยเสียงจากไมค์นภาแทน”

    คืนนี้ เดือนจึงถูกลิ้นจี่จิกตามองอย่างหมั่นไส้มาก และแก้วก็มองเดือนอย่างอิจฉาที่นอกจากจะได้เต้นตรงกลาง แล้วยังได้ร้องเพลงด้วย

    และการร้องเพลงของเดือนคืนนี้ก็เป็นไปอย่างที่โรจน์พูด พอนภากลับมาไมค์ของเดือนก็ถูกปิดและเสียงร้องก็กลายเป็นเสียงนภาไป แต่นภาก็อดหวั่นใจไม่ได้เมื่อเห็นคนมาคล้องมาลัยให้เดือนมากกว่าตน

    แก้วถามนภาอย่างทึ่งว่า “เธอทำได้ยังไงน่ะ ฉันเห็นคนมาคล้องแบงก์ให้เธอมากกว่านักร้องอีกแน่ะ

    เคยนับไหม แต่ละวันไอ้ที่คล้องอยู่ที่คอน่ะมันเท่าไหร่กัน” เดือนบอกว่าไม่เคยนับ พอได้มาก็ให้แม่หมด

    ป้อมรู้ว่าแก้วคิดอะไรอยู่เตือนว่า “ยังไงก็เห็นกันมาแต่เด็ก จะอิจฉาจะอะไรก็เก็บไว้ในใจ อย่าได้คิดแผนชั่วๆออกมาเด็ดขาด เพราะไอ้ที่เข้าวงมาได้เนี่ยก็เพราะนังเดือน จำใส่หัวไว้บ้างก็ดีนะ” แก้วตวาดว่าพี่ว่าใคร ป้อมลอยหน้าว่า “ใครก็ได้ที่มันมีแผนชั่วๆในหัวน่ะ” พูดแล้วก็เดินไปเลย

    ตอนที่ 1

    บนเวทีขนาดใหญ่ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง แสงไฟวิบวับเร้าใจ เสียงดนตรีเพลงลูกทุ่งดังกระหึ่มสะเทือน เลื่อนลั่น

    แดนเซอร์จากสองข้างเวทีออกมาที่หน้าเวที นักร้องนำเดินตามออกมาเต้นอย่างเมามันกลางเวที เต้นมันยิ่งกว่าแดนเซอร์เสียอีก ทำเอาแดนเซอร์ค่อยๆ หยุดมองนักร้องงงๆ ผู้ชมด้านล่างต่างส่งเสียงกรี๊ดสนั่น บ้างก็วิ่งมาคล้องมาลัยติดแบงก์หลายสีให้นักร้องที่กำลังเต้นอยู่บนเวที โฆษกประกาศอย่างตื่นเต้นเร้าใจว่า

    “และนี่ คือนักร้องขวัญใจชาวไร่ ‘เดือน งามพร้อม’ ครับ”

    เดือนยิ้มหวานโค้งคำนับผู้ชมอย่างอ่อนน้อม พลันก็สะดุ้งตกใจเมื่อช้อยแผดเรียกก่อนขึ้นมาบนเวทีด่าลั่น

    “นังเดือน! นังเดือน!! นังนี่งานการไม่ทำ นังเดือน!”

    เดือน...เป็นลูกสาวสวยใสของช้อย แม่ค้าขายปลาในตลาดสด มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักร้องดัง แม้ช้อยจะไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่อาจบั่นทอนความฝันของเดือนได้

    ช้อยพยายามจะให้เดือนเจริญรอยแม่ค้า จะเช่าร้านจากคนที่เลิกขายให้เดือนรับผักมาขายต่อ เดือนทำหน้าเบื่อบอกว่า

    “ไม่อ่ะแม่ ฉันรู้ตัวฉันดีว่าฉันอยากทำอะไร อย่าหาอาชีพใหม่มาให้ฉันเลย”

    “เออ...เต้นกินรำกิน ฉันจะคอยดูละกันว่ามันจะทำให้แกมีกินสมใจอยากไหม ไอ้ลูกคนนี้”

    สองแม่ลูกมักจะโต้แย้งกันอย่างนี้เสมอ แล้วต่างคนต่างก็ก้มหน้าก้มตาเก็บแผงปลากันต่อ

    ooooooo

    ที่วิกลิเก รวิ พระเอกลิเกรูปงามที่พอใจอยู่กับเดือน แต่งหน้าตัวเองจัดจ้านแบบลิเก สำรวจความสวยงามแล้วเดินออกมาเห็นพวกลิเกกำลังซ้อมฟันดาบกับลูกไฟแตกแปลบปลาบ มีสองคนฟันกันเอาเป็น เอาตายจริงจังเกินเหตุ

    “มันซ้อมกันจริงจังไปรึเปล่า” รวิถามขำ ขำบอกว่ามันเคืองกันอยู่เรื่องแม่ยก รวิเลยหยิบดาบคู่แทรกเข้าไปฟันด้วย กลายเป็นฟาดฟันกันแบบสามคน รวิลุยจนดาบของสองคนหลุดมือเขี่ยดาบออกไป ด่าทั้งคู่

    “กินข้าวหม้อเดียวกันแท้ๆ ดีกันซะ แล้วเก็บแรงเอาไว้ออกไปแสดงให้คนดู” พูดแล้วเดินมาหาขำ ขำบอกว่าได้เวลาแล้ว รวิถามว่าคนดูเป็นไง

    “เรื่อยๆ คงพอได้ค่าข้าวมื้อเช้าพรุ่งนี้ล่ะน่า” ขำบอกแล้วเดินออกไปด้านนอกเวทีเพื่อออกแขก

    แม้จะมีคนบางตา แต่ขำก็ออกแขกท่ามกลางเสียงกลองรำมะนาสนุกสนานเร้าใจ เดือนนั่งยิ้มมีความสุขเมื่อลิเกเริ่มออกแขก

    ระหว่างนั้น พิมุก นักมวยหนุ่มอารมณ์ร้อนลูกชายเจ้าของค่ายที่มักจะมีเรื่องชกต่อยกับใครๆเสมอ  เดินมาหน้าวิกลิเกกับบ่างและเตี้ยลูกน้องคู่ใจ เห็นเดือนสาวที่ตนหมายตากำลังดูลิเกตาแป๋วอยู่ก็เกร่เข้าไปหา เห็นเดือนกำลังดูรวิเล่นบทพระเอกสู้กับโจรป่าอยู่อย่างใจจดจ่อหัวเราะใสๆ เหมือนเด็ก บ่างเดินมากระซิบว่า “ลูกพี่สงสัยจะอดนะ”

    “ให้มันรู้ไป” พิมุกพูด จ้องไปที่รวิบนเวทีอย่างเขม่น เตี้ยเดาใจลูกพี่ออกถามว่าเอาไงดี มันคงไม่ลงมาแลกกับเราหรอก “มันไม่ลงมาแลก เราก็ขึ้นไปหามันสิ”

    “มันต้องงี้สิลูกพี่” บ่างกร่างเต็มที่ หยิบแว่นสามมิติจากกระเป๋าเสื้อสามอันแจกคนละอัน พิมุกรับไปใส่ชมว่าแบบนี้ค่อยรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง แล้วทั้งสามก็เดินก๋ากั่นขึ้นไปป่วนบนเวที พิมุกตรงเข้าผลักอกรวิ

    “มีอะไรไว้คุยกันหลังเวทีไหม เราทำงานอยู่” รวิพยายามแก้ไขสถานการณ์ แต่พิมุกไม่หยุด ขำบอกรวิว่าพวกมันหาเรื่องกันชัดๆ พริบตานั้นเองพิมุกก็ซัดรวิที่ยืนเผลออยู่เข้าเต็มรัก พวกลิเกที่ถือดาบอยู่กรูกันเข้ามา ระนาดก็รัวรับทันทีเหมือนท้องเรื่องกำลังออกรบจริงๆ บ่างกับเตี้ยชักปืนออกมา เตี้ยตะโกน “ใครไม่เกี่ยวอย่ายุ่ง เรื่องของผู้ใหญ่” คนดูเลยรู้ว่าเรื่องจริงไม่ใช่ลิเก พากันแตกตื่นวิ่งหนีกันอลหม่าน พิมุกตะโกนว่า

    “ไม่ต้องตกใจ นี่มันคิวบู๊แบบสมจริง เหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงเท่านั้นเอง”

    เดือนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รวิถูกรุมพลาดท่าถูกต่อยร่วง พยายามจะขึ้นไปแก้มือ ถูกเดือนรั้งไว้เตือนสติว่า

    “อย่าเลย พี่สู้เขาไม่ได้หรอก เขามันนักมวยอาชีพ”

    “นี่แค่ทักทายนะ วันหลังเราต้องเจอกันอีก” พิมุกพูดเย้ยแล้วลงจากเวที เตี้ยกับบ่างควงปืนวางก้ามตามนายไป

    ooooooo

    แฟนลิเกหนีกระเจิงไปหมดแล้ว เดือนนั่งทำแผลให้รวิอยู่ ขำเอาผ้าคลุมเครื่องดนตรีลาโรง

    รวิถามเดือนว่ามานั่งดูลิเกคนเดียวไม่เบื่อหรือ เดือนไม่ตอบแต่ถามว่าสู้เขาไม่ได้ใช่ไหม

    “เดือนก็เห็น มันมาหาเรื่อง มันคงหึงที่เดือนมาดูพี่” พูดแล้วส่ายหน้าสมเพช “คนมันหาเรื่อง ลิเกสามมิติคิดได้ไง” พอดีขำมาแบมือขอค่าตัว รวิเอาใส่มือให้ห้าสิบบาท “อดทนนะ ตั้งใจเล่นให้ดี จะพาไปเล่นที่ไอแม๊กซ์เมเจอร์รัชโยธิน”

    เดือนถามขำๆว่าที่นั่นเขาฉายแต่หนังไม่ใช่หรือ ขำพูดประชดว่าหลอกกันไปวันๆ แล้วรวิถามว่าเราไปแจ้งตำรวจดีไหมที่มันมาหาเรื่องเรา รวิส่ายหน้าพูดอย่างไม่หวังพึ่งว่า โรงพักก็พวกมันทั้งนั้น ถามเดือนว่าหิวหรือยัง เดี๋ยวล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปหาบะหมี่กินกันดีกว่า

    ระหว่างรอรวิ เดือนเดินไปหน้าเวที จินตนาการว่าตัวเองกำลังโบกมือกับคนดูอยู่บนเวที ทำตัวเหมือนนักร้องดังกำลังถูกแฟนเพลงห้อมล้อมแล้วร้องเพลงอย่างตั้งอกตั้งใจ

    รวิเดินออกมาเห็นเขายืนมองอยู่ข้างหลังเงียบๆด้วยความสงสารเดือน...

    ระหว่างนั่งกินบะหมี่กัน รวิถามว่าอุตส่าห์นั่งรถสองแถวมาถึงนี่คงไม่ใช่แค่อยากจะมาดูลิเกใช่ไหม เดือนบอกว่าดูพระเอกลิเกไง รวิถามว่าเบื่ออะไรมาหรือ

    “ก็เดิมๆน่ะแหละ แม่พูดอีกแล้วเรื่องจะให้ไปขายผัก แม่คงกลัวว่าฉันจะเดินสายหายไปเหมือนพ่อมั้ง รู้ข่าวอีกทีพ่อก็โดนลูกหลงวัยรุ่นยิงกันในงานวัดตายคาเวที”

    “ไม่หรอก...แม่เขาก็คงจะกลัวเหมือนที่พี่กลัวน่ะแหละ เดือนจะตามเล่ห์เหลี่ยมคนเขาทันเหรอ”

    รวิเตือนเดือนให้รู้ว่าวงการเพลงน่ากลัว เดือนพูดอย่างมุ่งมั่นว่านี่เป็นทางเดียวที่จะทำให้ตนมีหน้ามีตากับใครเขาได้

    “เอาเถอะ ไม่ว่าเดือนจะทำอะไร จะขายหมึกไข่หรือไปเป็นนักร้อง พี่ก็เอาใจช่วย” รวิพูดจากใจจริง เดือนฟังแล้วยิ้มดีใจ สมใจ

    ที่ร้านข้าวมันไก่ข้างๆนั่นเอง ศิริพรนางเอกคณะงิ้วเอกชนเห็นรวิเดินมาตักน้ำกินก็ดีใจจะรี่เข้าไปหา แต่พอเห็นรวิเอาน้ำตรงไปให้เดือนที่โต๊ะก็ชะงัก แต่ไม่ทันคิดจะทำอะไรต่อก็มีเสียงผู้คนฮือฮากันจับความได้ว่า

    “ไปเร็ว เขาว่านภากาศมาเดินตลาดนัดวันนี้”

    ทั้งศิริพรและเดือนต่างชะเง้อมองผ่านผู้คน เห็นนภากาศเดินเยื้องกรายผ่านผู้คนไปราวกับนางพญา มีคนคอยกันคอยดูแลราวกับไข่ในหิน นภากาศเดินผ่านตรงที่เดือนกับรวินั่งอยู่ เดือนลุกขึ้นยืนยิ้มราวกับต้อนรับผู้ยิ่งใหญ่ นภากาศปรายตามองแล้วเดินผ่านไป

    รวิถามเดือนว่ายืนทำไม เธอบอกว่าไม่รู้ ดูสิถอนสายบัวให้เขาด้วย ศิริพรมองตามนภากาศรู้สึกตัวเองตัวกระจ้อยร่อยกระจิริดเทียบไม่ได้ทาบไม่ติดเลย...

    ooooooo

    ป้อมกะเทยแดนเซอร์รุ่นใหญ่จากบางเสร่ที่ยังไม่ยอมปลดระวางตัวเอง ป้อมสนิทสนมเป็นคู่คิดที่ดีของเดือน สงสารและส่งเสริมความใฝ่ฝันของเดือนเสมอมา

    หางเครื่อง เรื่องย่อละคร

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    ทาสแมว "มิ้นท์" บอกรักด้วย “สแคปบุ๊ก” แฮนด์เมดสุดปัง

    ทาสแมว "มิ้นท์" บอกรักด้วย “สแคปบุ๊ก” แฮนด์เมดสุดปัง
    1 พ.ย. 2563

    00:45 น.