ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    หางเครื่อง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เพื่อกันไม่ให้เดือนต้องมาเดือดร้อนกับตน รวิบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เรื่องที่ร้านนี้เดือนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตนแค่ยืมเงินเธอมาลงทุนเท่านั้นเอง

    เดือนพยายามจะท้วงติง แต่ตำรวจฟังรวิแล้วขอสอบปากคำเขาคนเดียว คนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องให้ไปรอข้างนอก

    ออกมารอข้างนอกกันแล้ว เดือนปรารภกับป้อมว่ารวิคิดจะทำอะไรของเขา ป้อมบอกว่ารวิคงไม่อยากให้เธอเดือดร้อนด้วย

    “ก็เลยจะยอมรับคนเดียวเลยงั้นเหรอ ไม่ได้ ฉันต้องเข้าไปคุยให้รู้เรื่อง” เดือนจะย้อนกลับเข้าไปอีก นภามาดักไว้ พูดนิ่งๆ แต่ทำให้เดือนต้องหยุดว่า เข้าไปแล้วจะทำอะไรได้อย่างนั้นหรือ เดือนก็ยังจะเข้า นภาเสียงเข้ม “เดือน! ใช้ความคิด อย่าใช้แต่อารมณ์ นี่ขำกับรวิก็กลายเป็นผู้ต้องสงสัยไปแล้ว แล้วถ้าเธอโดนอีกคนจะเป็นยังไง”

    เดือนก้มหน้าน้ำตาคลอ ป้อมเข้ามากอดให้กำลังใจ เทพปลอบใจว่า

    “ใจเย็นก่อนนะเดือน ตอนนี้ก็แค่โดนสอบปากคำ ถ้ายังไง เราประกันตัวออกไปก่อนแล้วค่อยหาทางกัน”

    จนเย็น ตำรวจจึงเรียกทุกคนเข้าไปในห้องสอบสวน แจ้งว่ารวิกับขำปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ยังไงทางตำรวจก็ต้องขอควบคุมตัวทั้งสองไว้ก่อน เพราะผู้หญิงที่ถูกจับให้การว่าทางร้านเป็นคนจัดการหาลูกค้าให้ ที่สำคัญมีพยานยืนยันว่า เห็นรวิติดต่อกับลูกค้าด้วย

    นภาโต้ว่าพูดแบบนี้ใครๆ ก็พูดได้ เดือนไม่พอใจถามว่าใครมาพูดมั่วๆ แบบนี้

    ทันใดนั้นเอง ลิ้นจี่เดินร้องไห้ฮือๆ เข้ามาต่อว่ารวิว่าทำไมทำกับเด็กของตนแบบนี้ ชี้หน้าด่า

    “รวินะรวิ ใจร้ายที่สุด พี่อุตส่าห์เอาเด็กมาฝากทำงาน ไม่คิดเลยว่าเธอจะส่งเด็กมันไปทำแบบนี้ โธ่ๆๆ” รวิถามว่าตนส่งเด็กอะไรตั้งแต่เมื่อไหร่ “จะมาแก้ตัวอะไรตอนนี้ เธอกับทุกคนให้พี่หาเด็กมา บอกว่าจะให้มาเป็นเด็กเสิร์ฟ ไม่นึกเลย...คนใจร้าย”

    ป้อมทนไม่ไหวด่าว่าโกหกซึ่งหน้า ปรี่เข้าไปจะดึงลิ้นจี่ที่ไปหลบอยู่หลังตำรวจออกมา

    “พอๆๆ หยุด! หยุดทุกคน ไม่งั้นพวกคุณจะโดนข้อหาทะเลาะวิวาทนะครับ”

    ทุกคนชะงักถอยกลับไปอยู่ที่ของตัวเอง รวิบอกตำรวจว่ายังไงตนก็ขอปฏิเสธทุกข้อหา เทพบอกว่าเราจะขอสู้คดี

    “ถ้างั้นก็ต้องประกันตัวออกไป แล้วไปว่ากันตามกระบวนการอีกทีนะครับ” ตำรวจสรุป รวิมองหน้าทุกคน แล้วสบตากับเดือนด้วยสีหน้าวิตกกังวล...

    ooooooo

    บ่างกับเตี้ยแย่งกันคาบข่าวไปบอกพิมุกที่ค่ายมวยว่าเมื่อคืนตำรวจบุกเข้าไปจับขำที่ร้านของรวิ

    “ข้ารู้แล้ว” พิมุกตัดบทอย่างรำคาญ บ่างกับเตี้ยถามว่ารู้จากไหนหรือ “จากไหนพวกเอ็งไม่ต้องสนใจหรอก แต่เดี๋ยวข้ามีงานให้พวกเอ็งทำ”

    เช้าวันรุ่งขึ้น บ่างกับเตี้ยก็ไปปล่อยข่าวที่ตลาดว่ารวิถูกตำรวจจับเรื่องตั้งร้านอาหารและกาแฟบังหน้าค้าผู้หญิง

    ส่วนเดือนกับเทพช่วยกันหาเงินมาประกันตัวรวิกับขำออกมา นภาเร่งเดือนให้รีบกลับไปทำงานเดี๋ยวงานเสียจะยิ่งไปกันใหญ่ แล้วนภากับเทพก็ไปส่งเดือนกับป้อม ก่อนไปเทพเตือนสติรวิว่า

    “เดี๋ยวเย็นฉันกลับมาแล้วคอยหาทางกันอย่าเพิ่งทำอะไรใจร้อนล่ะรวิ”

    พอได้รับประกันตัวออกมา ขำก็เริงร่าชวนรวิไปหาอะไรรองท้องสักสองสามชามที่ตลาดกันดีกว่า

    แต่พอเข้าไปในตลาด ทั้งสองก็ถูกทุกสายตามองราวกับเป็นตัวประหลาดที่น่ารังเกียจ

    ขำกับรวิเข้าไปซื้อเงาะกับกิม กิมไม่ขายซ้ำไล่ไปให้พ้นหน้าร้านตนด้วย

    “ไปไกลๆ เลยนะ...ไป๊” กิมไล่แล้วหันไปบอกพวกเด็กผู้หญิงกับเด็กสาว “หนูๆ ออกห่างๆ จากไอ้สองคนนี้มันอันตราย”

    “พูดแบบนี้หมายความว่าไง” ขำฉุน

    “พวกเรา ไอ้พ่อเล้ากับลูกน้องมันมาเดินหาเหยื่อในนี้แล้วใครมีลูกสาวระวังหน่อยนะ” กิมโพนทะนาไม่หยุด

    เสียงป่าวร้องของกิม ทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่มีลูกสาวพากันเอาตัวบังลูกไว้ และพาเลี่ยงให้ไกลจากทั้งสองอย่างรังเกียจ บ้างก็ถึงกับตะโกนด่าเอาของขว้างปา จนรวิบอกขำว่า

    “ไอ้ขำ...ไปกันก่อนเร็ว” รวิลากขำที่พยายามจะอธิบาย ฝ่าวงล้อมพวกแม่ค้าออกไป

    ที่มุมหนึ่งในตลาด บ่างกับเตี้ยซุ่มดูอยู่พากันหัวเราะชอบใจแล้วหันกลับแข่งกันวิ่งกลับไปรายงานพิมุกเอาหน้า

    พิมุกพอใจมาก เอาใบละพันให้คนละใบ เตี้ยกับบ่างดีใจมาก ยกแบงก์ขึ้นจูบอย่างชื่นอกชื่นใจ ชมว่าพี่พิมุกของเราใจดีจัง โชคดีจังที่ได้มาเป็นลูกน้องพี่พิมุก

    “หึๆ ไม่ต้องมาสอพลอ วันไหนที่ไอ้รวิมันหายไปอย่างถาวร ข้าจะเลี้ยงพวกเอ็งยิ่งกว่านี้!” พิมุกเอาเงินล่อแล้วหันไปชกกระสอบทรายเต็มแรงอย่างสะใจ

    ooooooo

    เทพกับนภาไปส่งเดือนถึงกองถ่ายเป็นเวลาบ่ายแล้ว ทั้งเดือนและป้อมไหว้ขอบคุณทั้งสอง เทพบอกเดือนว่าไม่ต้องคิดมากเรื่องรวิ ให้รีบเข้าไปเลยเพราะสายแล้ว

    แต่พอเดือนกับป้อมจะเดินเข้าไปก็ถูกผู้กำกับออกมาดัก เดือนรีบยกมือไหว้

    “กองถ่ายนี้ถึงจะไม่มืออาชีพ แต่ก็ไม่มีใครมาสายหรอกนะ” ผู้กำกับประชด

    “ผู้กำกับ ขอโทษค่ะ พอดีเดือน...”

    “คุณสายสมรรออยู่ รีบเข้าไปพบเดี๋ยวนี้” ผู้กำกับบอกเครียดๆ แล้วเดินเข้าไป

    เดือนกับป้อมสบตาอย่างรู้กันว่า งานเข้าอีกแล้ว...

    เมื่อเข้าไปพบสายสมร เดือนถูกถามว่าเมื่อคืนไปทำอะไรมา แล้วเล่นงานทันทีว่า

    “งามหน้านักนะ ร่านจะคบพ่อเล้าเป็นแฟนเหรอ นี่หล่อนคิดจะทำอาชีพอะไรกันแน่” เดือนบอกว่าเรื่องนั้นตนอธิบายได้ “ฉันไม่อยากฟัง หล่อนรู้ไหมว่า ข่าวมันเกือบจะหลุดออกไปแล้ว ถ้าไม่ใช่นักข่าวที่รู้จักกันโทร.มาบอกฉันก่อน นี่หล่อนกำลังจะทำให้หนังเพลงของทวีศักดิ์ป่นปี้ รู้ตัวไหม!”

    ป้อมบ่นเคืองๆ ว่ายังไม่ทันรู้เรื่องรู้ราวก็แว้ดเอ๊า...แว้ดเอา เก็บกดมากรึไง ป้อมบ่นจนเดือนต้องเตือนให้เบาๆ เพราะกลัวมีเรื่อง สายสมรจ้องจิกป้อมแล้วหันไปด่าเดือนต่อ

    “อยากรู้เหมือนกัน ถ้าทวีศักดิ์เขารู้เรื่องจะเป็นยังไง! หึ แล้วฉันก็ไม่รู้จะปกปิดได้ถึงเมื่อไหร่ ข่าวแบบนี้ล่ะที่นักข่าวชอบกันนัก”

    “คุณสายสมรคะ...” เดือนพยายามจะชี้แจง

    “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ไปถ่ายต่อได้แล้ว ทำงานให้คุ้มค่าจ้างฉันด้วย ไปสิ!”

    ป้อมดึงมือเดือนลากออกไปอย่างแทบจะทนต่อไปไม่ไหวแล้ว

    ooooooo

    บ่ายวันนี้เอง นภาก็จับได้ว่า เรื่องที่ร้านรวินั้น มีลิ้นจี่อยู่เบื้องหลัง เพราะนภาแอบได้ยินลิ้นจี่ด่าเด็กสาวในสังกัดที่มาทวงเงินส่วนที่เหลือ และต่อว่าที่บอกว่าไม่โดนจับแต่ก็โดนจนได้

    “เออน่า แหมทำอย่างกับไม่เคย” ลิ้นจี่จิกตาใส่แล้วควักเงินให้ “เอ้า เอาไป แล้วคืนนี้อย่าลืมนะ นัดแขกไว้ให้แล้ว”

    “ตั้งตัวเป็นเอเย่นต์เลยนะ แล้วนี่อม...เอ๊ย...หักไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้วล่ะ” สาวคนหนึ่งเหน็บ

    “ไม่ต้องพูดมาก ส่วนที่จ้างก็ให้ไปแล้ว ส่วนที่ฉันต้องได้ก็ต้องได้...ไปกันได้แล้ว” ลิ้นจี่ไล่กลัวใครๆ มาเห็น
    แต่หารู้ไม่ว่า นภาทั้งเห็นและได้ยินหมดทุกอย่างแล้ว!

    ตกบ่าย นภาหิ้วถุงอาหารไปที่บ้านรวิ เจอขำนอนกุมท้องเพราะหิวจนแสบไส้ ขำลุกพรวดคว้าหมับทันที บอกนภาว่าแต่เช้าเพิ่งกินบะหมี่แห้งไปห่อเดียว นภาถามว่าแล้วทำไมไม่ไปซื้อ ขี้เกียจละไม่ว่า

    “เปล่าหรอกพี่นภา แต่ไม่มีใครยอมขายอะไรให้เราเลย” รวิบอก

    “อย่าว่าแต่ขายเลยป้า เอาชีวิตรอดออกมาจากตลาดได้ก็บุญแล้ว” ขำพูดอย่างคับแค้นใจ นภาถามว่าทำไมหรือ

    “ก็ไอ้เรื่องที่เราโดนจับนั่นแหละ ตอนนี้เขาเอาไปลือกันแล้วว่า ฉันเป็นพ่อเล้า หลอกผู้หญิงไปขายตัว”

    นภาด่าว่าบ้าชะมัดใครมันเอาไปพูด ขำบอกว่าใครไม่รู้ ตอนนี้รู้แต่ว่าตนกับรวิอยู่ยากแล้ว

    “ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ร้านก็ต้องปิด แถมยังต้องหาเงินสู้คดีอีก”

    “อย่าเพิ่งยอมแพ้ เราน่าจะมีทางอยู่บ้าง” นภาปลอบใจพลางยื่นอาหารให้รวิถุงหนึ่ง

    รวิมองหน้านภาอย่างแปลกใจที่ดูท่าทางรุ่นพี่คนนี้จะมีดีอะไรอยู่

    ooooooo

    เมื่อเดือนมาเข้าฉาก ถูกสายสมรมาดุว่าใส่ชุดอะไรมา แล้วให้ไปเปลี่ยนเป็นชุดที่ตนเลือกให้ ซึ่งเป็นชุดที่มีด้ายหลุดลุ่ยอยู่ด้านหน้า

    ผู้กำกับยืนบอกบทเดือนกับนักแสดงชายว่า...

    “ฉากนี้ พอโดนพระเอกกอด ให้นางเอกดิ้นจนหลุดออกมาตบหน้าพระเอกแล้วเดินหนีไป พระเอกเลยวิ่งตามดึงแขนนางเอกกลับมา โอเคนะ แล้วค่อยเข้าร้องเพลงมิวสิคัล”

    แต่พอผู้กำกับสั่งแอคชั่น นักแสดงชายคนนั้นก็ตรงเข้ากอดเดือนแน่น เดือนพยายามดิ้นและพูดตามบท เดือนสะดุ้งเมื่อถูกนักแสดงชายคนนั้นเลื่อนมือลงไปขยำก้น พลางกระซิบเสียงหื่น

    “เขาลือกันในกองว่าน้องเดือนมีแฟนเป็นพ่อเล้าเหรอ บริการเองด้วยหรือเปล่าจ๊ะ”

    เดือนเลือดขึ้นหน้าผลักนักแสดงชายคนนั้นออกลืมตัวตบหน้าไปเต็มแรง แล้วพยายามเดินหนี ถูกนักแสดงคนนั้นตามมากระชากอย่างแรง จนเสื้อที่เนาเป็นด้ายลุ่ยอยู่ขาดออก เดือนตกใจคว้าเสื้อดึงมาปิดไว้ ป้อมตกใจวิ่งเข้าไปกอดเดือนเอาตัวบังไว้พร้อมกับตะโกนให้หยุดถ่าย

    สายสมรทำเป็นเดินเชิดเข้ามาเอ็ดว่า คอสตูมอยู่ไหน ทำไมซื้อชุดแบบนี้มา สั่งว่าทีหลังให้หาชุดที่ทนกว่านี้หน่อย พูดจบก็เดินกรีดกรายผ่านเดือนไป

    “เร็วเหอะ ให้ไว จะได้ถ่ายต่อ” ผู้กำกับเร่งเดือนอย่างหงุดหงิด

    ooooooo

    ที่หน้าค่ายเพลง ชูเกียรติมาดักพบแก้วคุยเรื่องงานโฆษณาต่อ บอกแก้วว่า

    “เดี๋ยวเสร็จงานคอนเสิร์ตแล้วแก้วต้องเข้าไปแคสแล้วนะ” แก้วถามอย่างอวดดีว่าไหนบอกว่าเขาสนใจตนแล้วทำไมต้องไปแคสอีก “เขาก็ต้องแคสเป็นพิธีนั่นล่ะจ้ะ แต่ยังไงลูกค้าเขาก็คงเลือกแก้วอยู่แล้วละ”

    แก้วบอกให้ชูเกียรติช่วยดันตนให้ถึงที่สุดด้วย

    ชูเกียรติกะลิ้มกะเหลี่ยบอกว่าไม่ดันแก้วแล้วจะให้ดันใคร

    “ก็ไม่มีใครให้พี่ดันแล้วไงล่ะ ทุกคนเขารู้นิสัยเรื่องอมเงินของพี่ดี งานนี้ที่แก้วยอมช่วยก็ถือว่าเป็นบุญคุณมากแล้ว สำเหนียกเอาไว้ด้วย” พูดแล้วแก้วเดินเชิดไป

    ขณะชูเกียรติยืนกำหมัดอย่างเจ็บใจอยู่นั่นเอง ศิริพรก็กรายมาพูดลอยๆว่า

    “แหม...น่าเสียดายนะ ถ้าเดือนอยู่ ใครบางคนคงได้อะไรมากกว่านี้” พูดแล้วเดินผ่านไปโบกรถแท็กซี่ออกไป

    ooooooo

    เดือนร้องไห้เจ็บใจที่ถูกแกล้งให้อับอายขายหน้า ป้อมบอกว่าไม่ต้องไปถ่ายมันแล้วหนังบ้าๆแบบนี้

    “ไม่ได้หรอกพี่ป้อม เราต้องหาเงินไปสู้คดีของพี่รวิ ถ้าเดือนไม่ถ่ายหนังแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาล่ะ”

    “โธ่เอ๊ย...แต่เดือนก็ต้องทนถูกพวกมันแกล้งแบบนี้ไปเรื่อยๆเหรอ”

    พอดีศิริพรกรีดกรายเข้ามาเห็นเดือนร้องไห้อยู่ถามว่าเป็นอะไร ป้อมปากยื่นปากยาวไปทันทีว่าใครจุดธูปเรียกมาหรือนังงิ้วผี

    ศิริพรบอกว่าพอดีรู้เรื่องที่ร้านรวิเลยมาถามว่ารวิเป็นอย่างไรบ้าง ถูกป้อมดักคอว่าเป็นห่วงหรือสาระแนกันแน่ ศิริพรพูดเลี่ยงไปว่าก็แค่อยากรู้เท่านั้นเอง แล้วหันไปพูดกับเดือนต่อ

    “เธอนี่ก็น่าสงสารจริงๆนะ มีแต่เรื่อง ไม่เหมือนแก้วที่ตอนนี้รุ่งเอ๊า...รุ่งเอา เห็นว่าจะได้ถ่ายโฆษณาอะไรแทนเธอด้วยนี่”

    ศิริพรมาวางระเบิดแล้วสะบัดออกไปอย่างมีแผน เดือนยิ่งเศร้ากับชะตาชีวิตที่ถูกซัดกระหน่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่ว่าจะต้องเผชิญปัญหาและอุปสรรคอย่างไร เดือนก็ไม่ย่อท้อ มุ่งมั่นที่จะทำงานหาเงินมาช่วยรวิสู้คดีให้ได้

    ooooooo

    เดือนตัดสินใจบากหน้าไปหาชูเกียรติเพื่อของานทำจะได้มีรายได้เพิ่มมาช่วยรวิต่อสู้คดีซึ่งต้องใช้เงินมาก

    ชูเกียรติฉวยโอกาสหักเปอร์เซ็นต์จาก 30 เป็น 50 ซึ่งเดือนก็จำยอม เพราะดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

    เมื่อตกลงกันแล้ว เดือนโทร.บอกรวิ รวิไม่สบายใจบ่นกับขำว่าจะทำอะไรเพื่อตนนักหนา ขำถามว่าแล้วเดือนรู้หรือเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเรา

    “ไม่หรอก เดี๋ยวเป็นห่วงเปล่าๆ ยิ่งขี้กังวลอยู่ด้วย แค่นี้ก็เครียดเรื่องจะช่วยเรายังไงแล้ว”

    “อืม...ตัวเดือนเองก็น่าเป็นห่วงเหมือนกันนะ” ขำพึมพำ

    “เดือนเป็นดารานะ ถ้ามีเรื่องนี้ออกไปจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ ที่ผ่านมาก็เจอมาสารพัด ถ้าเจอเรื่องนี้อีก คงได้ออกจากวงการแบบถาวรแน่ๆ” รวิเป็นห่วง

    ที่ค่ายเพลง ชูเกียรติเอาโปสเตอร์งานคอนเสิร์ตมาให้แก้วกับศิริพรเซ็นเพื่อแจกแฟนเพลงที่มาร่วมเล่นเกม แก้วดี๊ด๊าว่าตอนนี้ตนเป็นดาราแล้วและยังจะได้เป็นนางแบบโฆษณาด้วย

    ศิริพรหางตาใส่แก้วอย่างหมั่นไส้ ส่วนชูเกียรติบอกแก้วด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปว่าเรื่องงานโฆษณาเอาไว้ก่อนแล้วกัน

    “หมายความว่าไง” แก้วชักสีหน้าถาม ชูเกียรติไม่ชี้แจง แก้วตามตื๊อเขาเลยเดินหนี ศิริพรพูดแทรกขึ้นว่า

    “อย่างนี้แหละ ยังไงเขาก็เลือกคนเดิมไว้ก่อน” แล้วยุว่า “เมื่อวานฉันยังเห็นนังเดือนไปหาชูเกียรติอยู่เลย มันคงรู้มั้งว่าเธอจะได้เล่น เลยมาตัดหน้าแกล้งเธอ”

    แก้วโกรธจัด ปาปากกาแล้วหยิบโปสเตอร์ฉีกทิ้งทันที ศิริพรแสยะยิ้มอย่างสะใจแล้วตัวเองก็ลงมือเซ็นโปสเตอร์ต่อ

    ooooooo

    เช้านี้ ป้อมท้องเสียเดือนจึงไปที่กองถ่ายก่อน แต่พอเปิดประตูก็เจอทวีศักดิ์ยืนรออยู่แล้ว

    ระหว่างนั่งรถไปด้วยกัน ทวีศักดิ์บอกว่าตนรู้เรื่องทั้งหมดของเดือนกับผู้ชายคนนั้นแล้ว เสนอเดือนว่า

    “คุณต้องเลิกติดต่อกับผู้ชายคนนั้นนะ” เดือนถามว่าทำไมตนต้องเลิกกับรวิ “ก็ถ้าเป็นข่าวออกไปจะทำยังไง”

    เดือนบอกว่าตนไม่สน ทวีศักดิ์สวนทันทีว่าตนสน เพราะมันต้องมีผลกระทบต่อหนังของตนแน่ หว่านล้อมเดือนว่า “เชื่อผมสิเดือน คุณกำลังจะเป็นดาราดังแล้วนะ”

    “ให้เดือนทิ้งพี่รวิตอนที่กำลังลำบากอยู่ เดือนทำไม่ได้หรอกค่ะ อีกอย่างมันก็ไม่ใช่เรื่องจริงเลยสักนิด”

    ทวีศักดิ์เสนอว่า ตนจะหาทางช่วยรวิเอง คุยอวดว่าตนรู้จักทนายเก่งๆ อยู่หลายคน แต่มีข้อแม้ว่า เดือนต้องเลิกติดต่อกับรวิ!

    ฟังเงื่อนไขของทวีศักดิ์แล้ว รอยยิ้มแห่งความหวังของเดือนก็เจื่อนไปทันที...

    ป้อมอยู่ที่บ้าน จู่ๆ รวิก็เข้ามาถามว่าเดือนอยู่ไหน ป้อมบอกว่าเดือนไปกองถ่ายแล้วตนท้องเสียเลยจะตามไปทีหลัง ถามรวิว่าจะไปกองถ่ายหรือจะรออยู่ที่นี่ รวิจะไปกองถ่าย จึงไปด้วยกัน

    เมื่อเดือนเตรียมถ่ายหนังต่อ ปรากฏว่าเดือนหน้าซีดจนเซ ดีที่ทวีศักดิ์รับไว้ทันถามว่าไม่สบายจะถ่ายต่อได้อย่างไร เดือนบอกว่าอยากถ่ายให้งานเสร็จไวๆ ทวีศักดิ์ดักคอว่าเพื่อจะได้ช่วยผู้ชายคนนั้นเร็วๆหรือ

    “ค่ะ เดือนอยากช่วยพี่รวิเร็วๆ”

    “ก็ผมบอกคุณแล้วไงว่าผมจะช่วย แต่เดือนต้องทำตามที่ผมบอก”

    รวิกับป้อมมาถึงพอดี ต่างชะงักไม่เข้าไปแทรก ทวีศักดิ์ยังคงหว่านล้อมเดือนต่อไปว่า

    “เชื่อผม...ผู้ชายคนนั้นจะทำให้คุณติดร่างแหไปด้วย คนอื่นเขาจะมองคุณยังไง คุณกำลังจะดัง กำลังจะรุ่ง อย่าทำให้มันพังเพราะผู้ชายคนนั้นเลย”

    รวิหน้าสลด ตัดใจหันหลังเดินออกไป ป้อมดึงไว้แต่รวิส่ายหน้ามองเดือนอีกทีแล้วเดินคอตกออกไป

    เดือนยืนยันกับทวีศักดิ์ว่าตนไม่มีวันทิ้งรวิเด็ดขาด เขาถามว่า

    “คุณกับเขาไม่ใช่แค่เพื่อนกันใช่ไหม” เดือนอึ้ง ทวีศักดิ์ตัดบทว่า “งั้นก็ขอแค่จนกว่าหนังจะฉาย ช่วยติดต่อกับเขาให้น้อยที่สุดได้ไหม ขอแค่นี้ แล้วผมจะช่วย”

    เดือนยิ้มดีใจ ยกมือไหว้ขอบคุณ แล้วหันไปยิ้มกับป้อมเหมือนอยากจะบอกอะไรแต่ไม่กล้าพูด

    ooooooo

    นภาสืบจนรู้ว่า เด็กสาวที่ถูกตำรวจจับไปนั้น เป็นเด็กในสังกัดของลิ้นจี่ที่แฝงตัวมาขายบริการ ไม่ใช่หางเครื่องอย่างที่ลิ้นจี่โกหก

    พอไปเล่าให้ขำฟัง ขำแค้นใจเอาขยะใส่ถุงดำไปโยนใส่ที่หน้าสำนักงานวงดนตรีของโรจน์ ลิ้นจี่ออกมาด่า ทะเลาะจนกระโจนเข้าหากัน ลิ้นจี่พลาดท่าหัวทิ่มลงในกองขยะจนเลือดกำเดาไหล ขำมองอย่างสะใจก่อนกลับไป

    “ไอ้ขำ! ไอ้เด็กเวร! ไอ้...ไอ้...” ลิ้นจี่ด่าไม่ออกเพราะขยะเต็มหัวหูไปหมด

    พอกลับไปถึงบ้านพัก เทพบ่นว่าทำอะไรไม่ปรึกษากันเลย น่าจะบอกก่อนจะได้เรียกรถขยะทั้งคันไปเทตรงหน้าบ้านเลย

    ส่วนนภาไม่อยู่เพราะไปถ่ายรูปหาหลักฐานผู้หญิงพวกนั้นเพื่อช่วยรวิสู้คดีที่ถูกลิ้นจี่กล่าวหา ขำถามเทพว่าทำไมไม่ไปช่วยนภา เทพบอกว่าอยากไปแต่นภาไม่ให้ไป เลยถูกขำแซวว่านภากลัวเทพจะไปหลีอีหนูพวกนั้นกระมัง ทำเอาเทพเขิน

     ooooooo

    เมื่อเดือนถ่ายหนังเสร็จในตอนเย็น พยายามโทร.หารวิที่หายไป แต่รวิปิดเครื่อง เดือนเป็นห่วงถามป้อมว่าทำไงดี

    ป้อมเชื่อว่ารวิต้องเข้าใจเดือนผิดแน่ๆ เลยหายไปไหนไม่รู้ เดือนคาดว่าอาจจะกลับไปรอที่บ้านแล้วก็ได้ จึงชวนกันกลับ

    “เดือนจะกลับแล้วหรือ ไป...เดี๋ยวผมไปส่ง” ทวีศักดิ์เดินเข้ามาทักแล้วอาสาจะไปส่ง อ้างว่าจะได้คุยกันเรื่องทนายด้วย เดือนมองหน้าป้อมแล้วจำต้องเดินตามทวีศักดิ์ที่ช่วยถือของเดินนำไปขึ้นรถเลย

    เดือนนั่งคู่กับทวีศักดิ์ข้างหน้า ป้อมนั่งที่เบาะหลัง นั่งรถไปได้ไม่นาน ทวีศักดิ์ถามเดือนว่าหิวไหม แวะหาอะไรทานก่อนดีไหม เดือนบอกว่าอยากรีบกลับบ้าน

    ทวีศักดิ์ไม่เซ้าซี้ แต่บ่นว่ารถติดจัง ขณะรถติดไฟแดงนั้น เดือนถามเรื่องทนายความที่เขาบอกว่าจะให้มาช่วยรวิ แต่ไม่พูดสักที ทวีศักดิ์ทำเป็นนึกได้บ่นตัวเองว่า

    “อ้อ...ใช่ โทษทีผมลืมไปเลย นามบัตรอยู่ในลิ้นชักฝั่งเดือนน่ะครับ”

    เดือนจับลิ้นชักถามว่านี่หรือแล้วพยายามดึง แต่ดึงไม่ออก ทวีศักดิ์โน้มตัวไปช่วยดึงจนตัวแนบชิดกัน

    รวิดื่มจนค่ำ ขณะเดินโซเซอยู่ที่ทางเท้า รู้สึกคลื่นไส้จะอาเจียน จึงก้มลงเอามือปิดปาก แต่พอเงยหน้าขึ้น เห็นรถของทวีศักดิ์ติดไฟแดงอยู่ และทวีศักดิ์กำลังโน้มตัวเข้าหาเดือน รวิเลือดขึ้นหน้ามองภาพนั้นอย่างหึงหวง จ้องอยู่อย่างนั้นจนทวีศักดิ์ออกรถไป

    ทวีศักดิ์เอานามบัตรของทนายให้เดือนดูบอกว่า นี่เป็นทนายที่เก่งมาก เดือนถามว่าแล้วเขาจะยอมช่วยตนไหม

    “ผมบอกแล้วไง เดี๋ยวผมจัดการให้”

    “แล้ว...ค่าทนาย....” เดือนอ้อมแอ้ม

    “ไม่ต้องห่วง ให้เป็นหน้าที่ของผม ถ้าเดือนไม่สบายใจ ผมหักออกจากค่าตัวที่แสดงก็ได้นะ”

    “ค่ะ...ขอบคุณคุณทวีศักดิ์มากนะคะขอบคุณจริงๆ” เดือนดีใจมาก ทวีศักดิ์พยักหน้ามองเดือนด้วยแววตาอ่อนโยน

     ooooooo

    รวิมาถึงบ้านเช่าของเดือนในตอนเช้า เดือนยังนั่งคอยอยู่ที่โซฟา ป้อมนอนกรนอยู่ใกล้ๆ รวิเดินก้มหน้าเข้ามา เดือนถามอย่างเป็นห่วงว่า

    “พี่รวิ พี่ไปไหนมา ฉันกับพี่ป้อมนั่งรอทั้งคืนเลย”

    รวิไม่ตอบแต่กลับปลุกป้อม บอกว่าตนจะเอาเสื้อผ้าที่เคยทิ้งไว้ ป้อมถามว่าจะเอาไปทำไม ทิ้งไว้ที่นี่บ้างเหมือนขำที่ขนมาตั้งมากมายก็ดีแล้ว

    “ไม่ล่ะ ฉันคงไม่มาที่นี่อีกแล้ว”

    “อะไรกัน ทำไมล่ะพี่รวิ ถ้าพี่โกรธฉันเรื่องเมื่อวาน บอกเลยว่ามันไม่มีอะไร คุณทวีศักดิ์เขาแค่ขอให้เราติดต่อกันน้อยลงเฉพาะช่วงนี้เท่านั้น”

    “จริงๆ เราเลิกติดต่อกันไปเลยก็ได้นะ” รวิประชดอย่างเจ็บปวด เดือนถามว่าหมายความว่ายังไง

    “ไม่รู้สิ พี่รู้สึกเหนื่อย...ตั้งแต่คบกับเดือนมีแต่เรื่องเดือดร้อนเข้ามาให้พี่ตลอดเลย”

    “รวิ แกพูดอะไรของแกเนี่ย” ป้อมฉุน

    “ก็มันจริงนี่พี่ป้อม ฉันเบื่อที่จะต้องมาคอยดูแล คอยตามช่วยคอยตามแก้ ฉันทำสารพัดจนฉันต้องมาเดือดร้อนไปด้วยเห็นไหม” รวิพาลหาเรื่องไปหมดทุกแง่มุม

    “พี่รวิ เดือนไม่เคยคิดจะทำให้พี่เดือดร้อนเลยนะ” เดือนจับมือรวิตัดพ้ออย่างตกใจ น้อยใจ แต่ดูเหมือนทำให้รวิยิ่งโมโห กระชากมือออกพูดแข็งกร้าวกล่าวโทษเดือนว่า

    “ถ้าฉันอยู่กับคนอื่น ป่านนี้ฉันอาจจะสบาย มีร้านใหญ่โตไม่ต้องมาโดนกล่าวหาว่าเป็นพ่อเล้าแบบนี้” เดือนฟังแล้วอึ้งจนพูดไม่ออก รวิเสียงอ่อนลงว่า “ขอโทษนะเดือน แต่พี่ว่าเรา....”

    “เข้าใจแล้ว...” เดือนตัดบทเสียงสั่นน้ำตาคลอ “เดือนเข้าใจทุกอย่างแล้ว ที่ผ่านมาเดือนขอโทษที่ทำให้พี่เดือดร้อน ต่อไปนี้ เดือนจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวให้พี่ต้องลำบากใจอีก เดือนจะออกไปจากชีวิตพี่อย่างที่พี่ต้องการ!” พูดจบเดือนหันหลังเดินออกจากบ้านไปทันที

    “รวิ ฉันไม่นึกเลยว่าแกจะเป็นคนแบบนี้ เดือนเขาทำเพื่อแกแค่ไหนแกเคยรู้บ้างไหม” ป้อมชี้หน้าด่ารวิอย่างหมดความเกรงใจแล้วรีบวิ่งตามเดือนออกไป

    รวินิ่งงัน แววตาเศร้า ความเกรี้ยวกราดแข็งกร้าวเมื่อครู่ไม่เหลืออยู่เลย พูดคนเดียวอย่างยอมรับความเจ็บปวดว่า...

    “รู้สิ...เพราะอย่างนี้ไง พี่ถึงยอมให้เดือนมาเดือดร้อนกับพี่ไม่ได้”

    น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาบนใบหน้าที่นิ่งสงบราวกับรูปปั้น...

    นภาไปเก็บข้อมูลเรื่องเด็กขายบริการในสังกัดของลิ้นจี่ได้ทุกขั้นตอนอย่างละเอียด เอากลับมาดูกับเทพและขำที่บ้านของรวิ

    รวิกลับถึงบ้านในสภาพซึมเศร้าทรุดโทรม เทพถามว่าไปไหนมา เขาบอกว่าไปธุระนิดหน่อยมา ขำรีบเรียกมาดูรูปที่นภาแอบถ่ายไว้เป็นหลักฐานเพื่อสู้คดี รวิแค่เหลือบมอง พยักหน้า เอ่ยขอบคุณ โยนกระเป๋าไว้ที่เก้าอี้แล้วเดินออกไปอีกทุกคนมึนงงกับท่าทีแปลกๆ ของรวิ

    “มันจะไปไหนของมันอีกวะนั่น” เทพถามงงๆ

     ooooooo

    ณ สถานที่ถ่ายหนัง...

    ทวีศักดิ์นั่งดูหนังที่ถ่ายเดือนไว้อยู่กับผู้กำกับ สายสมรกรีดกรายมาปรายตามอง พูดกระแนะกระแหนอย่างไม่พอใจว่า

    “ถูกใจมากสินะ นางเอกคนนี้ ถึงได้จ้องเอาๆไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ” ทวีศักดิ์หันพยักหน้าให้ผู้กำกับหยุดแล้วลุกออกไป สายสมรก็ยังพูดตามหลังไปว่า “ว่าไงล่ะ ทำไมไม่ตอบ”

    “ฉันเช็กงานธรรมดามันผิดตรงไหน” ทวีศักดิ์หยุดหันมาถาม ถูกสายสมรถามประชดว่าเช็กทุกส่วนหรือยัง ทั้งส่วนบนส่วนล่าง ทวีศักดิ์มองสายสมรแต่หัวจดเท้า “หัดคิดเรื่องดีๆบ้างนะ อย่าปล่อยให้ความคิดสกปรกๆ มันอยู่ในหัวมากนัก”

    พอดีเดือนกับป้อมเดินเข้ามายกมือไหว้ทวีศักดิ์และสายสมรด้วยสีหน้าไม่ดีนัก ทวีศักดิ์ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ทำไมทำหน้าแบบนั้น เดือนส่ายหน้าพยายามกลั้นน้ำตา เดินเลี่ยงไป

    “เดี๋ยวสิเดือน” ทวีศักดิ์รีบตามไป ถูกสายสมรมาดักไว้จ้องหน้าปราม

    “ทำอะไรรักษาหน้าฉันบ้างนะคุณ อย่าให้มันประเจิด ประเจ้อนัก” ทำให้ทวีศักดิ์ชะงัก มองหน้าสายสมรแสยะยิ้มใส่แล้วเดินหนีไป กระนั้นก็ยังถูกสายสมรแว้ดตามหลัง “นี่คุณ อย่ามาทำท่าแบบนี้ใส่ฉันนะ...คุณ!” ทวีศักดิ์ไม่แม้แต่จะหันมอง สายสมรจึงหันกลับมาจ้องจิกตามเดือนไป คำรามในลำคอ “ดี! ห่วงมันมาก...เดี๋ยวก็จะได้รู้!”

     

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 15:40 น.