ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    หางเครื่อง

    SHARE
    • แนว
    • :
    • บทประพันธ์โดย
    • :
    • บทโทรทัศน์โดย
    • :
    • กำกับการแสดงโดย
    • :
    • ผลิตโดย
    • :
    • ช่องออกอากาศ
    • :
    • อื่นๆ
    • นักแสดงนำ
    • :

    หางเครื่อง ตอนล่าสุด

    ตอนที่ 1

    บนเวทีขนาดใหญ่ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง แสงไฟวิบวับเร้าใจ เสียงดนตรีเพลงลูกทุ่งดังกระหึ่มสะเทือน เลื่อนลั่น

    แดนเซอร์จากสองข้างเวทีออกมาที่หน้าเวที นักร้องนำเดินตามออกมาเต้นอย่างเมามันกลางเวที เต้นมันยิ่งกว่าแดนเซอร์เสียอีก ทำเอาแดนเซอร์ค่อยๆ หยุดมองนักร้องงงๆ ผู้ชมด้านล่างต่างส่งเสียงกรี๊ดสนั่น บ้างก็วิ่งมาคล้องมาลัยติดแบงก์หลายสีให้นักร้องที่กำลังเต้นอยู่บนเวที โฆษกประกาศอย่างตื่นเต้นเร้าใจว่า

    “และนี่ คือนักร้องขวัญใจชาวไร่ ‘เดือน งามพร้อม’ ครับ”

    เดือนยิ้มหวานโค้งคำนับผู้ชมอย่างอ่อนน้อม พลันก็สะดุ้งตกใจเมื่อช้อยแผดเรียกก่อนขึ้นมาบนเวทีด่าลั่น

    “นังเดือน! นังเดือน!! นังนี่งานการไม่ทำ นังเดือน!”

    เดือน...เป็นลูกสาวสวยใสของช้อย แม่ค้าขายปลาในตลาดสด มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักร้องดัง แม้ช้อยจะไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่อาจบั่นทอนความฝันของเดือนได้

    ช้อยพยายามจะให้เดือนเจริญรอยแม่ค้า จะเช่าร้านจากคนที่เลิกขายให้เดือนรับผักมาขายต่อ เดือนทำหน้าเบื่อบอกว่า

    “ไม่อ่ะแม่ ฉันรู้ตัวฉันดีว่าฉันอยากทำอะไร อย่าหาอาชีพใหม่มาให้ฉันเลย”

    “เออ...เต้นกินรำกิน ฉันจะคอยดูละกันว่ามันจะทำให้แกมีกินสมใจอยากไหม ไอ้ลูกคนนี้”

    สองแม่ลูกมักจะโต้แย้งกันอย่างนี้เสมอ แล้วต่างคนต่างก็ก้มหน้าก้มตาเก็บแผงปลากันต่อ

    ooooooo

    ที่วิกลิเก รวิ พระเอกลิเกรูปงามที่พอใจอยู่กับเดือน แต่งหน้าตัวเองจัดจ้านแบบลิเก สำรวจความสวยงามแล้วเดินออกมาเห็นพวกลิเกกำลังซ้อมฟันดาบกับลูกไฟแตกแปลบปลาบ มีสองคนฟันกันเอาเป็น เอาตายจริงจังเกินเหตุ

    “มันซ้อมกันจริงจังไปรึเปล่า” รวิถามขำ ขำบอกว่ามันเคืองกันอยู่เรื่องแม่ยก รวิเลยหยิบดาบคู่แทรกเข้าไปฟันด้วย กลายเป็นฟาดฟันกันแบบสามคน รวิลุยจนดาบของสองคนหลุดมือเขี่ยดาบออกไป ด่าทั้งคู่

    “กินข้าวหม้อเดียวกันแท้ๆ ดีกันซะ แล้วเก็บแรงเอาไว้ออกไปแสดงให้คนดู” พูดแล้วเดินมาหาขำ ขำบอกว่าได้เวลาแล้ว รวิถามว่าคนดูเป็นไง

    “เรื่อยๆ คงพอได้ค่าข้าวมื้อเช้าพรุ่งนี้ล่ะน่า” ขำบอกแล้วเดินออกไปด้านนอกเวทีเพื่อออกแขก

    แม้จะมีคนบางตา แต่ขำก็ออกแขกท่ามกลางเสียงกลองรำมะนาสนุกสนานเร้าใจ เดือนนั่งยิ้มมีความสุขเมื่อลิเกเริ่มออกแขก

    ระหว่างนั้น พิมุก นักมวยหนุ่มอารมณ์ร้อนลูกชายเจ้าของค่ายที่มักจะมีเรื่องชกต่อยกับใครๆเสมอ  เดินมาหน้าวิกลิเกกับบ่างและเตี้ยลูกน้องคู่ใจ เห็นเดือนสาวที่ตนหมายตากำลังดูลิเกตาแป๋วอยู่ก็เกร่เข้าไปหา เห็นเดือนกำลังดูรวิเล่นบทพระเอกสู้กับโจรป่าอยู่อย่างใจจดจ่อหัวเราะใสๆ เหมือนเด็ก บ่างเดินมากระซิบว่า “ลูกพี่สงสัยจะอดนะ”

    “ให้มันรู้ไป” พิมุกพูด จ้องไปที่รวิบนเวทีอย่างเขม่น เตี้ยเดาใจลูกพี่ออกถามว่าเอาไงดี มันคงไม่ลงมาแลกกับเราหรอก “มันไม่ลงมาแลก เราก็ขึ้นไปหามันสิ”

    “มันต้องงี้สิลูกพี่” บ่างกร่างเต็มที่ หยิบแว่นสามมิติจากกระเป๋าเสื้อสามอันแจกคนละอัน พิมุกรับไปใส่ชมว่าแบบนี้ค่อยรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง แล้วทั้งสามก็เดินก๋ากั่นขึ้นไปป่วนบนเวที พิมุกตรงเข้าผลักอกรวิ

    “มีอะไรไว้คุยกันหลังเวทีไหม เราทำงานอยู่” รวิพยายามแก้ไขสถานการณ์ แต่พิมุกไม่หยุด ขำบอกรวิว่าพวกมันหาเรื่องกันชัดๆ พริบตานั้นเองพิมุกก็ซัดรวิที่ยืนเผลออยู่เข้าเต็มรัก พวกลิเกที่ถือดาบอยู่กรูกันเข้ามา ระนาดก็รัวรับทันทีเหมือนท้องเรื่องกำลังออกรบจริงๆ บ่างกับเตี้ยชักปืนออกมา เตี้ยตะโกน “ใครไม่เกี่ยวอย่ายุ่ง เรื่องของผู้ใหญ่” คนดูเลยรู้ว่าเรื่องจริงไม่ใช่ลิเก พากันแตกตื่นวิ่งหนีกันอลหม่าน พิมุกตะโกนว่า

    “ไม่ต้องตกใจ นี่มันคิวบู๊แบบสมจริง เหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงเท่านั้นเอง”

    เดือนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รวิถูกรุมพลาดท่าถูกต่อยร่วง พยายามจะขึ้นไปแก้มือ ถูกเดือนรั้งไว้เตือนสติว่า

    “อย่าเลย พี่สู้เขาไม่ได้หรอก เขามันนักมวยอาชีพ”

    “นี่แค่ทักทายนะ วันหลังเราต้องเจอกันอีก” พิมุกพูดเย้ยแล้วลงจากเวที เตี้ยกับบ่างควงปืนวางก้ามตามนายไป

    ooooooo

    แฟนลิเกหนีกระเจิงไปหมดแล้ว เดือนนั่งทำแผลให้รวิอยู่ ขำเอาผ้าคลุมเครื่องดนตรีลาโรง

    รวิถามเดือนว่ามานั่งดูลิเกคนเดียวไม่เบื่อหรือ เดือนไม่ตอบแต่ถามว่าสู้เขาไม่ได้ใช่ไหม

    “เดือนก็เห็น มันมาหาเรื่อง มันคงหึงที่เดือนมาดูพี่” พูดแล้วส่ายหน้าสมเพช “คนมันหาเรื่อง ลิเกสามมิติคิดได้ไง” พอดีขำมาแบมือขอค่าตัว รวิเอาใส่มือให้ห้าสิบบาท “อดทนนะ ตั้งใจเล่นให้ดี จะพาไปเล่นที่ไอแม๊กซ์เมเจอร์รัชโยธิน”

    เดือนถามขำๆว่าที่นั่นเขาฉายแต่หนังไม่ใช่หรือ ขำพูดประชดว่าหลอกกันไปวันๆ แล้วรวิถามว่าเราไปแจ้งตำรวจดีไหมที่มันมาหาเรื่องเรา รวิส่ายหน้าพูดอย่างไม่หวังพึ่งว่า โรงพักก็พวกมันทั้งนั้น ถามเดือนว่าหิวหรือยัง เดี๋ยวล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปหาบะหมี่กินกันดีกว่า

    ระหว่างรอรวิ เดือนเดินไปหน้าเวที จินตนาการว่าตัวเองกำลังโบกมือกับคนดูอยู่บนเวที ทำตัวเหมือนนักร้องดังกำลังถูกแฟนเพลงห้อมล้อมแล้วร้องเพลงอย่างตั้งอกตั้งใจ

    รวิเดินออกมาเห็นเขายืนมองอยู่ข้างหลังเงียบๆด้วยความสงสารเดือน...

    ระหว่างนั่งกินบะหมี่กัน รวิถามว่าอุตส่าห์นั่งรถสองแถวมาถึงนี่คงไม่ใช่แค่อยากจะมาดูลิเกใช่ไหม เดือนบอกว่าดูพระเอกลิเกไง รวิถามว่าเบื่ออะไรมาหรือ

    “ก็เดิมๆน่ะแหละ แม่พูดอีกแล้วเรื่องจะให้ไปขายผัก แม่คงกลัวว่าฉันจะเดินสายหายไปเหมือนพ่อมั้ง รู้ข่าวอีกทีพ่อก็โดนลูกหลงวัยรุ่นยิงกันในงานวัดตายคาเวที”

    “ไม่หรอก...แม่เขาก็คงจะกลัวเหมือนที่พี่กลัวน่ะแหละ เดือนจะตามเล่ห์เหลี่ยมคนเขาทันเหรอ”

    รวิเตือนเดือนให้รู้ว่าวงการเพลงน่ากลัว เดือนพูดอย่างมุ่งมั่นว่านี่เป็นทางเดียวที่จะทำให้ตนมีหน้ามีตากับใครเขาได้

    “เอาเถอะ ไม่ว่าเดือนจะทำอะไร จะขายหมึกไข่หรือไปเป็นนักร้อง พี่ก็เอาใจช่วย” รวิพูดจากใจจริง เดือนฟังแล้วยิ้มดีใจ สมใจ

    ที่ร้านข้าวมันไก่ข้างๆนั่นเอง ศิริพรนางเอกคณะงิ้วเอกชนเห็นรวิเดินมาตักน้ำกินก็ดีใจจะรี่เข้าไปหา แต่พอเห็นรวิเอาน้ำตรงไปให้เดือนที่โต๊ะก็ชะงัก แต่ไม่ทันคิดจะทำอะไรต่อก็มีเสียงผู้คนฮือฮากันจับความได้ว่า

    “ไปเร็ว เขาว่านภากาศมาเดินตลาดนัดวันนี้”

    ทั้งศิริพรและเดือนต่างชะเง้อมองผ่านผู้คน เห็นนภากาศเดินเยื้องกรายผ่านผู้คนไปราวกับนางพญา มีคนคอยกันคอยดูแลราวกับไข่ในหิน นภากาศเดินผ่านตรงที่เดือนกับรวินั่งอยู่ เดือนลุกขึ้นยืนยิ้มราวกับต้อนรับผู้ยิ่งใหญ่ นภากาศปรายตามองแล้วเดินผ่านไป

    รวิถามเดือนว่ายืนทำไม เธอบอกว่าไม่รู้ ดูสิถอนสายบัวให้เขาด้วย ศิริพรมองตามนภากาศรู้สึกตัวเองตัวกระจ้อยร่อยกระจิริดเทียบไม่ได้ทาบไม่ติดเลย...

    ooooooo

    ป้อมกะเทยแดนเซอร์รุ่นใหญ่จากบางเสร่ที่ยังไม่ยอมปลดระวางตัวเอง ป้อมสนิทสนมเป็นคู่คิดที่ดีของเดือน สงสารและส่งเสริมความใฝ่ฝันของเดือนเสมอมา

    ตอนที่ 2

    แม้ช้อยจะไม่เห็นด้วยที่เดือนจะไปเป็นนักร้องและแดนเซอร์ แต่ก็คอยดูแลตักเตือนด้วยความห่วงใย วันนี้ก็ถามเดือนว่าไหว้พระบ้างหรือเปล่าช่วงนี้ดูสีหน้าไม่ดีเลย

    “เห็นแม่ไหว้บ่อย ยังไงก็ขอพรเผื่อฉันด้วยแล้วกัน”

    “อ้าวเอ็งนี่มันยังไง ขอพรเอาไว้ให้ท่านคุ้มครองเราให้ห่างจากคนไม่ดี สิ่งไม่ดี พระท่านจะได้ช่วยให้เราแคล้วคลาด”

    คำ เตือนของช้อย ทำให้เดือนนึกถึงรวิ ที่ช่วยตนให้พ้นจากความกักขฬะของพิมุกแล้วเธอเชื่อว่าพระคงส่งเขามาช่วยตน ช้อยยังเตือนลูกด้วยความเป็นห่วงว่า

    “ข้าน่ะมันความรู้น้อย สอนอะไรเอ็งก็ไม่ได้ ที่ทำได้ในฐานะแม่คนหนึ่งก็แค่ความห่วงใย ข้าไม่อยากให้เอ็งต้องเอาตัว เอาชีวิตไปเสี่ยงกับความฝัน ไม่รู้ว่ามันจะคุ้มกันไหม”

    ฟังแม่แล้วเดือนพูดไม่ออก เพราะเพียงวันแรกเธอก็ต้องเผชิญกับเรื่องราวที่น่ากลัวถึงสองครั้งแล้ว ได้แต่มองหน้าแม่ด้วยความซึ้งใจ

    ooooooo

    พิ มุกแค้นรวิที่มาขัดจังหวะตนเรื่องเดือน ดึกคืนนี้จึงส่งลูกน้องไปพังโรงลิเก รวิฟันธงโดยมิพักต้องคิดว่าต้องเป็นฝีมือของพิมุกแน่นอน เขาพาลูกน้องในคณะ 5–6 คนบุกไปที่ค่ายมวยแต่เช้า

    “ไอ้พิมุก ไอ้หมาลอบกัด!” รวิบุกเข้าไปตะโกนอย่างโกรธแค้น แต่กลับถูกพิมุกเยาะเย้ยเหยียดหยันว่าเป็นลิเกกระจั๊ว แค่วิกลิเกเน่าๆก็ไปสร้างใหม่สิ!

    คนเคยประหมัดกันมาก่อน เมื่อพูดไม่เข้าหูกันไม่กี่คำก็พุ่งเข้าตะลุมบอนกัน คนของทั้งสองฝ่ายซัดกันนัวเนีย แต่ไม่ว่าจะดุเดือดเลือดพล่านกันอย่างไร พอตำรวจสองนายขี่มอเตอร์ไซค์มา ทุกอย่างก็หยุดทันที ตำรวจคนหนึ่งถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ อีกคนเดินเลี่ยงไปเซ็นชื่อที่ตู้แดง กลับมาถามว่า “รึว่าต้องเชิญไปโรงพักทั้งหมด”

    ทั้งพิมุกและรวิต่างบอกว่าไม่มีอะไร ไม่มีใครไปรื้อโรงลิเก ไม่มีใครบุกมาที่นี่ ตำรวจพูดอย่างรู้กันว่า

    “ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องไปโรงพักให้เสียเวลา” ว่าแล้วก็พากันขี่มอเตอร์ไซค์ไป

    รวิกับพิมุกต่างพากันนั่งหอบแฮ่ก รวิเอ่ยขึ้นก่อนว่า “ต่างคนต่างอยู่สิวะ ทำไมต้องเที่ยวระรานชาวบ้าน”

    “ฝันไปเถอะไอ้รวิ ตราบใดที่แกยังยุ่งเกี่ยวกับน้องเดือน ฉันไม่มีทางปล่อยแกให้อยู่ดีแน่”

    “ยิ่งแกทำตัวเลวเป็นอันธพาลแบบนี้ เดือนคงมาสนใจแกหรอก”

    “ก็คอยดูไปเองละกันไอ้ลิเกหน้าโง่ ไสหัวพวกแกออกไปจากค่ายมวยฉันได้แล้ว ฉันยังขี้เกียจหาทั่งศพพวกลิเกกะเทยควายอย่างพวกแก”

    แล้ว พิมุกก็ไปที่ตลาดสด เห็นเดือนกำลังก้มหน้าก้มตาท่องเนื้อเพลงอยู่ก็จะเข้าไปหา แต่ถูกแก้วแกล้งเซถลาเข้าไป พิมุกเลยช้อนร่างไว้ แก้วชม้ายมองบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษทีเพราะมีคนผลักตนล้ม กิมส่ายหน้าอย่างระอากับลูกสาวจอมซ่า แต่พิมุกชอบใจมองแก้วตาเป็นมัน ชมว่าขาวดี ว่างๆแวะไปคุยกันที่ค่ายมวยหน่อย เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกัน

    พอเห็นพิมุกมองแก้วตาเป็นมัน กิมก็บอกให้แก้วขอบคุณที่พิมุกชวน บอกพิมุกว่าถ้าแก้วไม่ไปตนจะพาไปส่งเอง

    พิมุกยิ้มพอใจ ปรายตามาทางเดือนแว่บหนึ่งก่อนหันหลังเดินกลับออกไป เดือนเห็นพิมุกไปแล้ว จึงลุกขึ้นบอกป้าจันทร์ว่า

    “ป้าจันทร์จ๋า หนูฝากแผงเดี๋ยวนึงนะจ๊ะ เดี๋ยวมา”

    ooooooo

    รวิกลับไปนั่งซึมดูโรงลิเกที่พังราบ ศิริพรเดินมาถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ รวิพูดสั้นๆ แค่ว่า “พิมุก”

    ศิริ พรถามว่ารวิไปหาเรื่องกับเขาหรือเรื่องเดือน รวิบอกว่าไม่เกี่ยวกับเดือน คาดว่าเขาคงหมั่นไส้ตนมานานแล้วด้วย รวมๆ กันหลายเรื่องเลยลอบกัดเสียทีเดียวเลย แล้วศิริพรก็ยิ่งไม่สบายใจเมื่อรู้ว่าหน้ารวิที่บอบช้ำเพราะต่อยกับพิมุกมา เพราะเป็นที่รู้กันว่าพิมุกนั้นเป็นยังไง

    เดือนเดินอ้าวมาด้วยความ เป็นห่วง แต่พอมาเห็นศิริพรกำลังดูรอยช้ำที่หน้าให้รวิอย่างใกล้ชิดก็ชะงัก ศิริพรได้ทีพูดกันท่าเดือนว่า ให้มาดูฝีมือพิมุกแฟนคลับของเธอเสีย พิมุกคงเข้าใจผิดคิดว่าเธอกับ...รวิรีบขัดขึ้นว่าไม่ใช่อย่างนั้น บอกศิริพรว่าอย่าพูดแบบนั้น เดี๋ยวเดือนเก็บไปคิดมากอีก

    ศิริพรบอก ให้เดือนอยู่คุยกับรวิก่อน ตนจะไปหายามาทาแผลมาให้รวิ พอศิริพรลุกไป รวิก็พูดให้เดือนสบายใจว่าเรื่องไม่ได้เกี่ยวกับเดือนหรอก เดือนพูดอย่างน้อยใจว่า

    “นั่นสิ พี่รวิกับฉันไม่ได้เป็นอะไรกัน”

    รวิ มองหน้าเดือนนิ่ง ต่างสบตาอย่างรู้ใจกัน เดือนบอกรวิว่าตนสังหรณ์ใจอยู่แล้ว ว่ารวิจะมีเรื่องกับพิมุกแล้วมันก็เป็นจริง บอกรวิว่าอีกสักครู่ศิริพรก็คงมาแล้วลุกไป รวิถามว่าเท้าเป็นไงมั่ง

    “จะหายแล้วล่ะ เจ็บที่อื่นมากกว่า” เดือนพูดเหน็บแล้วเดินไปอย่างเจ็บปวดใจ

    ที่ ตลาดสด แก้วกับกิมนั่งมองหน้ายิ้มให้กัน แก้วบอกว่ารู้ว่าแม่คิดอะไรอยู่ กิมถามว่าแก้วรู้จักกับพิมุกมาตั้งนานแต่ทำไมเพิ่งจะมาระริกระรี้เอาตอนนี้

    “ก็...เขาไประริกระรี้กะนังเดือนก่อนนี่ ฉันจะแย่ง!”

    กิมยุให้แก้วแข่งกับเดือน แก้วถามว่าแล้วพิมุกจะชอบตนหรือ เห็นคลั่งเดือนออกอย่างนั้น

    “ฉัน ไม่ได้ให้เขามาชอบแก แกต้องหัดฉลาดใช้ความขาวความสวยแกให้เป็นประโยชน์ ใครให้แกไปเปลืองตัวอย่างนังเดือนกันล่ะ คุณพิมุกน่ะเส้นสายเขาเยอะ”

    แก้วนึกถึงตอนที่ตัวเองแกล้งเซหาพิมุกจนเขาโอบประคองไว้ นึกถึงสายตาพิมุกเวลานั้นแล้วถามแม่ว่า

    “แล้ว ถ้า...ถ้าฉันอยากรู้จักมากกว่าจะใช้แค่เส้นสายเขาล่ะแม่” กิมทำเป็นหูตึงให้แก้วพูดใหม่อีกที แก้วตัดบทว่า “ช่างเหอะแม่...ฉันก็พูดคนเดียวของฉันไปเรื่อยแหละ” แก้วพูดอย่างนั้นแต่จิกตาร้ายที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ

    ooooooo

    ป้อม กับขำนั่งกินส้มตำกันอยู่ในร้าน เดือนเดินหน้าเศร้าเข้ามาร่วมวงด้วย ทั้งสองถามว่าเป็นอะไรหน้าซึมเชียว ป้อมถามว่าทำไมไม่ชวนรวิมากินด้วยล่ะ

    “ราย นั้นน่ะ เขามีคนส่งข้าวส่งน้ำอยู่แล้วทุกวัน ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก...พี่รู้ไหม ทำไมหนูถึงต้องเป็นนักร้องให้ได้ ถ้าหนูเป็นนักร้อง ใครๆ ก็ว่าหนู ดูถูกหนูไม่ได้ พี่รวิน่ะเขามีโรงลิเกเป็นของตัวเอง ศิริพรก็เป็นถึงนางเอกงิ้ว แต่หนูไม่มีอะไรสู้เขาได้เลย วันๆเป็นได้แค่แม่ค้านั่งขายปลาอยู่ที่ตลาด”

    ขำติงว่าเดือนคิดมากไปหรือเปล่า เพราะเห็นรวิเขาก็ออกจะเป็นห่วงเป็นใย ใครเห็นก็รู้ว่าเขาชอบเดือน

    “นั่นสิเดือน บางทีรักกันดูที่การปฏิบัติต่อกันก็น่าจะพอนะ ไม่ต้องพูดไม่ต้องตกลงกันว่าเป็นแฟน แต่ใครมองเธอสองคนก็ดูออกว่ารักกัน” ป้อมยืนยันอีกคน

    “พี่รวิทำกับหนูก็ไม่ต่างกับทำกับศิริพร หนูมองเขาสองคนหนูก็รู้ว่าเขาสองคนรักกัน ศิริพรน่ะช่วยเหลือพี่รวิทุกอย่าง แต่หนูน่ะหาแต่เรื่องมาให้”

    ขำถามว่าจะน้อยใจไปทำไม อย่าคิดมากเลยเดือนเพิ่งจะผ่านเรื่องตกใจมา ป้อมเห็นด้วย ชวนกินกันดีกว่าแล้วจัดแจงตักอาหารให้ เดือนก็ได้แต่นั่งเขี่ยอาหารซึมๆ แต่กินไม่ลง

    ooooooo

    ศิริพรไปเจอพิมุกที่โรงพยาบาล บังเอิญรู้ว่าตนเลือดกรุ๊ปโอเนกกาทีฟเหมือนกัน ซึ่งตำบลนี้มีเพียงสองคนเท่านั้น ศิริพรจึงขู่พิมุกเพื่อไม่ให้มีเรื่องกับรวิว่า

    “ชอบบู๊ไม่ใช่เหรอ เราน่ะทำดีๆกะฉันไว้หน่อยนะ เผื่อต้องการเลือดฉุกเฉิน ฉันอาจจะมีเมตตาบริจาคให้บ้าง” ซึ่งก็มีผลทำให้พิมุกไม่กล้ากับศิริพรนัก

    แม้ว่าเดือนจะเป็นแค่หางเครื่องแต่ความสาว สวย ใส ทำให้แต่ละคืนที่ขึ้นเวทีได้พวงมาลัยแบงก์หลายใบ ได้พวงมาลัยแบงก์มาเท่าไรเดือนก็เอามาให้ช้อยหมด บอกแม่ว่าแค่เป็นหางเครื่องยังได้ขนาดนี้ ถ้าได้เป็นนักร้องจะได้ขนาดไหน

    แก้วเห็นเดือนเริ่มโด่งดังก็อิจฉาคิดหาทางแข่งโดยมีกิมคอยยุยง แก้วจึงปะเหลาะให้เดือนพามาสมัครเป็นหางเครื่องในวงบ้าง โรจน์รับแก้วไว้แต่วันนี้ให้กลับไปก่อนมีโชว์เมื่อไหร่แล้วจะติดต่อไป

    โรจน์เห็นความสวยใสและเสียงร้องเพลงของเดือนก็บ่นกับประทีปว่าถ้าได้ปั้นขึ้นมาเป็นนักร้องวงเราคงได้รวยกันแต่ติดที่พิมุกเพราะท่าทางเขาจริงจังกับเดือนมาก โรจน์บอกว่าไม่ใช่แค่พิมุก เพราะเดือนยังถูกนภาที่เป็นดาวของวงคอยสะกัดตลอดเวลาแต่ทำได้เนียนจนไม่มีใครจับได้

    วันนี้ นภาซึ่งเป็นเมียลับๆ ของโรจน์หัวหน้าวงบอกโรจน์ว่าจะไปต่างจังหวัดสักสองสามวัน พอดีโรจน์ได้รับการติดต่อจากค่ายมวยพิมุกให้ไปแสดงในงานเลี้ยงฉลองชกชนะ โรจน์เดาได้ทันทีว่างานนี้พิมุกมีแผนอะไรในใจดังนั้นเมื่อเดือนเต้นเสร็จโรจน์ก็กระซิบบอกเดือนว่า

    “รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว คุณพิมุกรออยู่ในห้อง ทำตัวสบายๆ คนจะดังก็ต้องผ่านอะไรแบบนี้ทั้งนั้น”

    พอขำกับป้อมรู้ก็เป็นห่วงบอกเดือนให้กลับไปดีกว่าเพราะไม่คุ้มแน่

    “แต่ฉันรับปากคุณโรจน์เขาไว้แล้ว ถ้าฉันยอมทำตาม เขาจะให้ฉันเลื่อนขึ้นเป็นนักร้อง เอาเถอะพี่ ฉันต้องไปแล้วพี่ขำไม่ต้องห่วงนะ ฉันเชื่อว่าฉันปลอดภัยออกมาแน่” พอดีโรจน์ให้คนมาตาม เดือนบอกว่ากำลังจะไปย้ำกับขำและป้อมว่า “ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ไม่เสียอะไรฟรีๆแน่”

    ขณะเดือนเดินไปหาพิมุกนั่นเอง ถูกชูเกียรติที่มาในงานนี้ด้วยออกมาดักถามว่า

    “เธอเป็นหางเครื่องเมื่อกี้ใช่ไหม นี่นามบัตรฉันนะ ฉันเปิดโมเดลลิ่งอยู่รู้จักไหม โมเดลลิ่งที่ปั้นคนเป็นดาราเป็นนักร้องน่ะ” เดือนได้ยินคำว่านักร้องก็ตาโต ดูนามบัตรอย่างตื่นเต้น ชูเกียรติสังเกตอยู่เห็นเดือนตื่นเต้นก็หัวเราะบอกว่า “เบื่อจะเต้นเมื่อไหร่ติดต่อมาที่ฉันแล้วกันนะ” พูดแล้วเดินผละไป

    เดือนยิ้มอย่างมีความหวัง เก็บนามบัตรชูเกียรติไว้แล้วเดินไปหาพิมุก ถูกโรจน์ที่มารออยู่กำชับว่า

    “เดือนเป็นเด็กดีนะ พูดง่าย จะได้ดังเข้าใจไหม”

    พอเดือนเข้าไปพบพิมุกที่ห้องส่วนตัว เขาถามว่าวันนี้ไม่กลัวตนหรือ เดือนบอกว่ารู้ว่าเขาไม่ทำอะไรตน

    “ฉลาดพูดจริงๆน้องเดือนของพี่ วันนี้ยังไม่ทำอะไรหรอกจ้ะ แค่อยากมาทำการตกลงอะไรบางอย่างกับน้องเดือน พี่น่ะเป็นถึงเจ้าของค่ายมวย พี่เป็นลูกผู้ชายพอ ถ้าน้องเดือนไม่ยอม พี่ก็ไม่ยุ่ง แต่พี่มีข้อเสนออะไรดีๆ มาให้น้องเดือนบางอย่างเผื่อน้องเดือนจะเอากลับไปคิด” พิมุกมองเดือนยิ้มกริ่มหยั่งเชิงอย่างมีแผน

    ทุกคนรู้ว่าเดือนต้องการเป็นนักร้อง จึงเอาเรื่องนี้มาล่อใจ บอกว่าอ่อนน้อมยอมผู้ใหญ่เข้าไว้สักวันก็จะได้เป็นนักร้องสมใจ ประทีปเองก็บอกว่าต้องทำตัวเชื่อฟังว่าง่าย วันไหนนักร้องขาดโรจน์ก็อาจให้เธอขึ้นแทนก็ได้ ทำให้เดือนยิ่งมีความหวัง

    ลิ้นจี่ที่เป็นหัวหน้าแดนเซอร์และเป็นเมียเก็บของโรจน์ ไม่พอใจเมื่อโรจน์สั่งให้เปลี่ยนตำแหน่งเต้นของเดือนให้มายืนตรงกลาง พอลิ้นจี่ที่หมั่นไส้เดือนและหึงโรจน์ท้วงติง ก็ถูกโรจน์ขู่ว่าตนสั่งอะไรก็ให้ทำตามอย่ามีปัญหาเพราะอายุขนาดเธอ ถ้าเป็นคนอื่นก็โดนปลดไปแล้ว

    “แต่ฉันไม่ยอม แอบชอบมันใช่ไหม บอกฉันมานะ แกกับเด็กนั่นกินกันไปแล้วใช่ไหม” ลิ้นจี่หึงเลือดขึ้นหน้า

    “จะบ้าเหรอ อย่ามาอาละวาดแถวนี้นะ ไว้หน้าฉันบ้าง จะกินหรือไม่กินก็เรื่องของฉัน ก็ไม่แน่นะ ถ้าไม่มีไอ้พิมุกคอยจ้องอยู่ ฉันอาจจะกินจริงๆก็ได้ จะได้มีเหตุผลเขี่ยแกออกไปจากชีวิตฉันเสียทีไง”

    “แกเห็นนังเด็กนั่นดีกว่าฉัน” ลิ้นจี่แผดเสียงอย่างโกรธจัดเป็นจังหวะที่แก้วผ่านมาได้ยินจึงหยุดฟัง

    “เธอจะเข้าใจยังไงก็ได้นะ แต่เอาเป็นว่าคืนนี้ฉันจะต้องเห็นเด็กนั่นอยู่ตรงกลาง เข้าใจไหมคำว่า ‘อยู่ตรงกลาง’ ออกไปได้แล้ว ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว”

    แก้วเห็นลิ้นจี่เดินร้องไห้ออกจากห้องของโรจน์ แก้วยิ้มอย่างมีแผน เข้าไปทักบอกว่าตนจะมาซ้อมเต้นคืนนี้ แล้วเอาผลไม้ให้บอกว่าเอามาฝากและฝากเนื้อฝากตัวด้วยบอกว่าอย่าคิดว่าตนเป็นเพื่อนเดือนเลย ใส่ไฟเดือนว่า

    “เดือนน่ะเขาเป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เขามีความสวยเป็นอาวุธ ผู้ชายที่ไหนก็ยอมเขาหมด” ลิ้นจี่คำรามอย่างเจ็บใจว่ามิน่าพิมุกถึงได้หลงขนาดนี้ โรจน์ก็อีกคน แก้วหูผึ่งเรื่องพิมุกกับเดือน แต่ทำเป็นขอตัวไปห้องซ้อม

    พอดีประทีปขับรถเข้ามามีเดือนนั่งมาด้วย เพราะเขาเจอเดือนระหว่างทางเลยรับมาด้วย ลิ้นจี่เห็นเดือนมากับประทีปก็ยิ่งเชื่อที่แก้วบอกว่าผู้ชายที่ไหนก็ยอมเดือนหมด จิกตามองคำราม

    “นังเดือน กระทั่งประทีปก็ด้วยเหรอนี่ นังแพศยา!”

    ooooooo

    ก่อนงานแสดงเริ่ม นอกจากเดือนจะถูกจัดให้ไปเต้นอยู่ตรงกลางและให้แก้วไปแทนที่เดือนทางริมซ้ายแล้วโรจน์ยังมาบอกเดือนว่าวันนี้ให้ขึ้นร้องเพลงแทนนภาด้วยเพราะนภาไปต่างจังหวัด

    ลิ้นจี่ยิ่งโมโห ถามโรจน์ว่า ถ้านภากลับมาทันมิเอา ตายหรือ โรจน์ตอบอย่างเจ้าเล่ห์ว่า

    “ก็ดับไมค์เตือน ปล่อยเสียงจากไมค์นภาแทน”

    คืนนี้ เดือนจึงถูกลิ้นจี่จิกตามองอย่างหมั่นไส้มาก และแก้วก็มองเดือนอย่างอิจฉาที่นอกจากจะได้เต้นตรงกลาง แล้วยังได้ร้องเพลงด้วย

    และการร้องเพลงของเดือนคืนนี้ก็เป็นไปอย่างที่โรจน์พูด พอนภากลับมาไมค์ของเดือนก็ถูกปิดและเสียงร้องก็กลายเป็นเสียงนภาไป แต่นภาก็อดหวั่นใจไม่ได้เมื่อเห็นคนมาคล้องมาลัยให้เดือนมากกว่าตน

    แก้วถามนภาอย่างทึ่งว่า “เธอทำได้ยังไงน่ะ ฉันเห็นคนมาคล้องแบงก์ให้เธอมากกว่านักร้องอีกแน่ะ

    เคยนับไหม แต่ละวันไอ้ที่คล้องอยู่ที่คอน่ะมันเท่าไหร่กัน” เดือนบอกว่าไม่เคยนับ พอได้มาก็ให้แม่หมด

    ป้อมรู้ว่าแก้วคิดอะไรอยู่เตือนว่า “ยังไงก็เห็นกันมาแต่เด็ก จะอิจฉาจะอะไรก็เก็บไว้ในใจ อย่าได้คิดแผนชั่วๆออกมาเด็ดขาด เพราะไอ้ที่เข้าวงมาได้เนี่ยก็เพราะนังเดือน จำใส่หัวไว้บ้างก็ดีนะ” แก้วตวาดว่าพี่ว่าใคร ป้อมลอยหน้าว่า “ใครก็ได้ที่มันมีแผนชั่วๆในหัวน่ะ” พูดแล้วก็เดินไปเลย

    ตอนที่ 3

    รวิที่เดือนกำลังต้องการให้ช่วยเหลือ ถูกศิริพรเป่าหูเสียจนเขวเสียใจไม่ไปดูเดือนแสดงแล้วยังไปดื่มเหล้าจนเมากลับมา ขอไปนอนที่บ้าน ศิริพร บอกว่าไม่อยากกลับบ้าน

    แก้วดี๊ด๊าที่จะได้แทนที่เดือน แต่งหน้าจนเข้ม ถามป้อมว่าหน้าตนเข้มไปไหม ป้อมไม่ตอบแต่แอบด่าว่า

    “คนเราน่ะนะนังแก้ว หน้าตาต่อให้สวยเลอเลิศ เหนือใครๆเขาแค่ไหน แต่ถ้าใจมันไม่สวยมันก็จบแล้ว”

    แก้วไม่พอใจถามว่าด่าตนหรือ ป้อมลอยหน้าไปทางอื่นบอกว่าตนไม่ได้ว่าใคร ถ้าอยากรับก็รับไป พูดแล้วลุกเดินไปเลย แก้วจิกตามองโมโห แต่ไม่กล้าเอาเรื่อง

    เดือนทุบประตูร้องขอความช่วยเหลือจนทรุดนั่งกับพื้นอย่างหมดหวัง แต่แล้วก็โชคดีเมื่อประทีปเดินมาจะเข้าห้องน้ำ เห็นที่ประตูมีกระดาษแปะไว้ว่า “ชำรุด” ก็แปลกใจที่เมื่อค่ำยังเห็นใช้ได้อยู่ ปวดฉี่มากเลยจะปล่อยตรงมุมแถวนั้น เดือนได้ยินเสียงคนข้างนอกก็ร้องขอความช่วยเหลือ ประทีปจึงเปิดประตูให้ ถามเดือนว่ามาติดอยู่ในนี้ได้ยังไง

    “เต้นไปหรือยังคะคุณประทีป เดือนยังไปทันอยู่ไหม” เดือนถามอย่างร้อนใจ พอประทีปบอกว่ายังทันให้รีบไปเลย เดือนก็วิ่งอ้าวไป ประทีปจะตามแต่มองไปเห็นมือถือแช่อยู่ในคอห่านส้วมอีกห้องหนึ่งจึงเก็บขึ้นมา

    ขณะที่แก้วกำลังดี๊ด๊าจะได้แทนที่เดือนอยู่นั่นเอง เดือนวิ่งมาถึงร้องเรียกป้อมกับลิ้นจี่ แก้วเห็นเดือนมาก็เซ็งจนบอกไม่ถูก ฝันสลายในพริบตา

    ประทีปที่เดินตามมา เร่งเดือนให้รีบเช็ดเหงื่อเติมหน้า สั่งทุกคนว่า

    “บอกต่อๆกันด้วยนะ พรุ่งนี้ฉันมีเรื่องจะคุยกับทุกคน”

    ooooooo

    การแสดงผ่านไปด้วยดี แม้แก้วจะเจ็บใจแต่ก็โชว์ได้สวยงามจนได้มาลัยไม่น้อยกว่าเดือน แต่ทั้งสองก็ยังได้น้อยกว่านภา

    ชูเกียรติกับพิมุกดูโชว์ตาเป็นประกายอยู่หน้าเวที ชูเกียรติชมว่าหางเครื่องคณะนี้ดูจะเด่นกว่านักร้องนำเสียอีก แล้วเขาก็เห็นเดือน ชี้ให้พิมุกดู แต่พิมุกมองเลยไปที่แก้ว พึมพำกับตัวเองว่า

    “ยังสอยนังเดือนไม่ได้ เอานังขาวนี่ก่อนก็ได้วะ”

    ป้อมยังติดใจสงสัย พอมาหลังเวทีก็ถามเดือนว่าหายไปไหนมา ให้ขำไปตามหาเสียทั่วก็ไม่เจอ

    “ฉันก็อยู่ในห้องน้ำนั่นแหละ เปิดออกมาไม่ได้ ดีที่คุณประทีปผ่านไปเปิดให้ออกมา” ขำยืนยันว่าตนหาเดือนเสียทั่วเว้นแต่ห้องน้ำที่เขียนปิดไว้ที่ประตูว่า “ชำรุด” นั่นแหละ “ก็แปลกนะ ตอนฉันเข้าไปไม่เห็นมีป้ายแปะไว้ หรือเขาจะมาแปะตอนฉันไปแล้วก็ไม่รู้”

    ประทีปเชื่อว่ามีคนเอาไปแปะไว้ตอนเดือนเข้าห้องน้ำแล้วนั่นแหละ แก้วทำเป็นเจ็บใจประกาศว่า อย่าให้รู้ว่าใครทำ ถ้าเจอจะตบให้! ทุกคนมองแก้วอย่างหมั่นไส้ไม่เชื่อ ขำบ่นว่าตนโทร.เข้ามือถือเดือนก็ไม่รับ เดือนบอกว่าหายไปไหนไม่รู้ ประทีปจึงเอามือถือเปียกน้ำในถุงพลาสติกให้ดูถามว่าอันนี้รึเปล่า แก้วทำตาโตพูดอย่างโกรธแค้นแทนเดือนอีกว่า

    “ต๊าย...ใครมันเอาโทรศัพท์เธอไปทิ้งส้วมเนี่ย เลวจริงๆเปียกหมดเลย”

    ทุกคนสงสัย แต่นภาที่นั่งฟังอยู่ตลอดเวลาก็ตีหน้าเรียบเฉยนิ่งเงียบ จนเมื่อจะแยกย้ายกันกลับ เธอจึงเอ่ยขึ้นว่า

    “วงการนี้ ถ้าไม่แกร่งพอก็อยู่ยาก” แล้วถามแก้วว่า “แก้วรู้ได้ไงว่าคุณประทีปเก็บโทรศัพท์มาจากคอห่านในห้องน้ำ” ป้อมนึกได้บอกว่าคนเก็บเขายังไม่ได้พูดเลยว่าเก็บมาจากไหน เดือนไม่อยากให้มีเรื่องติงว่าคงไม่หรอกมั้ง นภาเลยเตือนว่า “อย่ามานางเอกเลย อยากอยู่รอดก็แกร่งหน่อย” พูดแล้วเดินผละไป

    “ระวังตัวให้มาก นังแก้วนะนังแก้ว หน้าหวานสันดานโจร” ป้อมด่า

    แล้วชูเกียรติก็เข้ามาเปลี่ยนบรรยากาศ ถามเดือนว่าจำตนได้ไหม เดือนมองหน้า “คุณที่เป็น...แมวมอง”

    “ใช่ คราวที่แล้วก็รู้สึกจะเจอกันบังเอิญแบบนี้นะ ยังเก็บนามบัตรฉันอยู่ใช่ไหม อย่าลืมนะ สนใจก็ติดต่อมาแล้วกัน ฉันไปล่ะ”

    ป้อมกับขำตื่นเต้นที่ได้เจอแมวมอง แต่ป้อมก็ติงๆว่าท่าทางเขาน่ากลัวพิลึก ถามเดือนว่ารวิรู้หรือเปล่า ขำเลยนึกได้

    “เออ...ฉันก็สงสัยอยู่ วันนี้รวิพลาดได้ไง ปกติต้องมาคุม โห...พระเอกไม่มาช่วยนางเอกเลย ปล่อยให้อีตาประทีปแย่งคิวพระเอกไปซะนี่”

    “เขาคงเบื่อจะช่วยฉันแล้วมั้ง หาแต่เรื่องให้ ใครจะไปดีเท่า...”

    เดือนพูดไม่ทันจบ ป้อมเห็นสีหน้าเธอไม่ดีเลยตัดบทชวนกลับกันดีกว่า ป่านนี้แม่ช้อยเป็นห่วงแย่แล้ว

    ส่วนชูเกียรติกลับมาที่รถพิมุกขอโทษเพื่อนที่มาช้าเพราะไปเจอสาวพอดี พิมุกบอกว่าคิดจะพาไปอวดสักหน่อยว่าเด็กตนแจ่มแค่ไหน แต่ป่านนี้คงกลับไปแล้วล่ะ

    “ไม่เป็นไร ไอ้ที่เมื่อกี๊ฉันไปเจอมาก็...พอได้อยู่” พิมุกถามว่าทำไมไม่สอยมาเสียเลยล่ะ “แกไม่รู้ซะแล้ว...เร็วไปไก่จะตื่นเว้ย”

    พิมุกหัวเราะชอบใจ โอบไหล่พาชูเกียรติเดินไปขึ้นรถ

    ooooooo

    รวินอนที่บ้านศิริพรจนเช้า พอเขาตื่น ศิริพรก็จะไปต้มอะไรมาให้กิน รวิมองสำรวจไปรอบๆ พยายามทบทวนความจำ

    ศิริพรบอกว่าเมื่อคืนเขาเมามากกลับบ้านไม่ไหว แล้วก็...รวิตกใจนึกว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ศิริพรเดาใจออกบอกว่าอย่าคิดมาก แต่ก็แกล้งพูดกำกวมก้ำกึ่ง แล้วสุดท้ายต่างก็หัวเราะขำอย่างรู้กันว่าอำเล่น

    “ขอบคุณมากนะ ที่ไม่ไล่ออกไปนอนตากน้ำค้างน่ะ” รวิตะโกนออกจากห้องน้ำขณะล้างหน้า

    แต่พอศิริพรออกมาส่งรวิที่หน้าบ้าน ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต่างมองยิ้มๆ บางคนแซวว่ามีแขกแต่เช้าเชียว ศิริพรบอกว่ารวิเพิ่งแวะมาตอนเช้านี่เอง ระหว่างนั้นรวิไปสตาร์ตรถมอเตอร์ไซค์แต่ไม่ติด เลยถูกชาวบ้านคนนั้นแซวต่ออย่างคนสนิทกันว่า

    “เมื่อเช้าหรือเมื่อคืน เครื่องมอเตอร์ไซค์เย็นจนสตาร์ตไม่ติดเนี่ย”

    ศิริพรได้แต่ก้มหน้ายิ้มๆ พอรวิสตาร์ตรถติดก็ขี่ออกไป เธอมองตามอย่างครุ่นคิด

    พอตกสาย ศิริพรไปหาช้อยถึงบ้าน ถามว่าได้ข่าวว่าลูกน้องพิมุกบุกมาถึงที่นี่ ช้อยบอกว่าเพราะคราวที่แล้วเลื่อนเขามา คราวนี้เลยตามมาถึงบ้าน ศิริพรแสดงความเป็นห่วงแนะว่า เรื่องนี้เดือนน่าจะช่วยได้

    “จะช่วยยังไงได้ล่ะ ฉันน่ะเป็นคนไม่อยากให้มันไปเต้นกินรำกิน ฉันจะไปเอาเงินจากมันได้ยังไง”

    “นั่นสินะ แต่เดือนเขาอาจจะพูดให้ได้นะแม่ช้อย ช่วงนี้เขาออกจะหวานใส่กัน พิมุกกับเดือนน่ะ”

    ช้อยเอะใจถามว่าที่เมื่อคืนเขาพูดกันว่ามีตีแย่งหางเครื่องกันที่งานวัดก็...ศิริพรตัดบทถามว่าใครตีกัน รวิกับพิมุกหรือ บอกช้อยว่าคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดมากกว่าเพราะ “ก็เห็นๆอยู่คืนนั้นเดือนกลับกับพิมุก แล้วรวิก็... กลับกับฉัน”

    ศิริพรหัวเราะอย่างมีเลศนัย แล้วเอาซองเงินที่เตรียมมาให้ช้อยบอกว่า

    “ช่างเถอะแม่ช้อย เอาเป็นว่า ฉันรู้ดีว่ารวิไม่ได้ ไปแย่งลูกสาวแม่ช้อยกับใคร แต่เรื่องพิมุกน่ะ แม่ช้อยคงต้องไปถามลูกสาวเอาเอง แล้วนี่เก็บไว้นะ มีเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืน ฉันไม่คิดดอกไม่คิดอะไรทั้งนั้น”

    เดือนได้ยินเสียงแม่คุยกับใครที่หน้าบ้าน ถามว่าแม่คุยกับใครหรือ ศิริพรจึงรีบขอตัวกลับ พูดยิ้มๆ ว่าออกมานานเดี๋ยวรวิจะถามหา พอดีเดือนลงบันไดมาถามช้อยว่าใครมาแต่เช้า เห็นมือแม่มีซองเงิน เดือนมองออกไปยังทันเห็นหลังศิริพรไวๆ ถามว่า

    “ศิริพรเหรอแม่...มาทำไม แล้วมือแม่ถือซองอะไรน่ะ” เห็นช้อยอ้ำอึ้งเลยเอาไปดู“เงินนี่แม่...แม่รับเงินจากศิริพรเหรอ แล้ว...แม่เอาไปทำอะไร?”

    พอรู้จากช้อย เดือนถือซองเงินไปที่บ้านศิริพร เจอ รวิอยู่ที่นั่น เดือนยื่นซองเงินให้บอกว่า

    “ฝากคืนให้แฟนพี่ด้วย” รวิทำหน้างงถามว่าใครแฟนตน“ก็...ศิริพรไง ฝากให้ศิริพรด้วยแล้วกัน ขอบใจนะฉันไปล่ะ” พูดแล้วหันหลังจะกลับ รวิบอกว่าศิริพรไม่ใช่แฟนตน ย้อนถามประชดว่า แล้วที่รีบกลับเพราะจะรีบไปหาแฟนใช่ไหม เดือนหันขวับถามว่า“แล้วใครกันแฟนฉันน่ะ”

    รวิบอกว่าพิมุกไง เห็นเธอกลับกับเขาเมื่อคืน เลยถูกเดือนย้อนเอาว่าเขาก็กลับไปกับศิริพรเหมือนกัน แล้วสะบัดจะกลับ รวิรั้งแขนไว้ขอให้คุยกันก่อน เดือนประชดว่าจะคุยอะไร ใกล้เวลาที่ศิริพรจะมาส่งข้าวแล้ว

    รวิยืนยันว่าศิริพรไม่ใช่แฟนตน เดือนก็ยืนยันว่าพิมุกก็ไม่ใช่แฟนตน ต่างจึงมองกันด้วยความรู้สึกดีขึ้น รวิเลยชวนเดือนไปกินมื้อเที่ยงกันไหม เพราะเช้านี้ตนยังไม่ได้กินอะไรเลย

    ระหว่างเดินไปด้วยกันนั่นเอง ถูกชาวบ้านที่เดินสวนมาพูดเข้าหูว่า พระเอกยี่เกนั่นดีจริง เช้าคนสายคน แล้วถามรวิว่าค้างที่ไหนล่ะคืนนี้น่ะ รวิโบกมือไล่ชาวบ้านไปอย่างรู้ว่าเขาหยอกเล่น

    ศิริพรหิ้วอาหารมาให้รวิจริงๆ มาถึงเด็กที่วิกลิเกบอกว่ารวิไม่อยู่เพิ่งออกไปกับเดือนเมื่อกี๊นี้เอง แล้วรับถุงอาหารไปบอกว่าจะเอาไปใส่จานให้ ศิริพรยืนอึ้ง ในใจร้อนรุ่ม

    รวิกับเดือนเคลียร์เรื่องค้างคาใจกันแล้ว รวิบอกเดือนว่าคืนนี้มาให้ได้นะ ขากลับจะไปส่ง

    “แน่นอน...เจอกันคืนนี้” เดือนรับคำอย่างสดชื่นแจ่มใสแล้วแยกย้ายกันไปคนละทาง

    ooooooo

    วันนี้สมาชิกในวงดนตรีมากันพร้อมหน้าตามที่ประทีปสั่งไว้ตั้งแต่วันเกิดเรื่องที่เดือนถูกขังในห้องน้ำ โดยมีโรจน์มาจัดการปัญหา

    ลิ้นจี่ที่เขม่นเดือนอยู่แล้ว เมื่อแก้วสอพลอจึงร่วมมือกันจะเล่นงานเดือน

    จากการสอบถามข้อเท็จจริง ประทีปซักถามแก้วอย่างจับเท็จ ลิ้นจี่ที่หาเรื่องโจมตีเดือน หาว่าเดือนสร้างเรื่องได้ทุกวัน ประทีปอดไม่ได้แทรกขึ้นว่า

    “จะโทษเดือนซะทีเดียวก็ไม่ถูก ตอนฉันไปเจอประตูห้องน้ำมันถูกล็อกจากด้านนอก” ลิ้นจี่ถามว่าแล้วใครใช้ให้โง่ไปเข้าห้องน้ำเสียล่ะ ประทีปดักคอว่า “แล้วรู้ได้ยังไงว่าห้องน้ำที่ฉันไปเจอมันติดว่า ‘เสีย’ ล่ะ”

    ลิ้นจี่เลิ่กลั่กนึกไม่ทันเลยโบ้ยไปทางแก้วว่า “แก้วไง...นังแก้วมันก็ไปเข้าตรงนั้น มันกลับมาเล่า”

    “อ้าวพี่  ไหงโยนมาให้หนูล่ะ หนูเป็นผู้ถูกกระทำนะ หนูถูกใส่ร้าย” แก้วโวยทั้งที่เหงื่อแตกพลั่ก ป้อมถามว่าใครใส่ร้าย “ก็...เดือนหาว่าหนูเป็นคนเอาโทรศัพท์เขาไปทิ้งส้วม”

    เดือนบอกว่าตนไม่ได้พูดอะไรเลย แก้วเสียศูนย์เลยโบ้ยว่า “ก็ขำบอกว่าคนพูดกันให้แซ่ด”

    “ฮ่ะๆๆร้อนตัว ไม่มีใครเขาพูดอะไรเลย แกพูดออกมาเอง” ขำหัวเราะแก้วที่ร้อนรนจนตั้งตัวไม่ติด พอโรจน์ถามว่าแล้วแก้วทำหรือเปล่า แก้วบีบน้ำตาร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าหมั่นไส้ว่า

    “เอาเหอะ อยากคิดยังไงก็คิดกันไป คิดเลย คิดว่าหนูเป็นคนเอาโทรศัพท์ไปทิ้ง คิดเลยสิว่าหนูเป็นคนขังเดือนไว้ในห้องน้ำ คิดเข้าไปสิ ว่าหนูเป็นคนเอาป้ายไปแปะไม่ให้เข้าไป หนูคงทำเรื่องราวเหล่านั้นแล้วก็เอามาโพนทะนาบอกคนอื่นแบบนั้นหรอกนะ”

    โรจน์รำคาญโบกมือให้ทุกคนหยุด เดือนพูดอย่างเห็นใจแก้วว่า ที่แก้วพูดก็มีเหตุผล คงไม่มีใครบ้าเอาเรื่องที่ตัวเองทำมาโพนทะนาแบบนี้หรอก ป้อมหมั่นไส้เดือน โพล่งขึ้นว่า

    “แหม...มันเขี้ยว ไม่รู้จะตบใครดี อีนี่ก็ซื่อซะ! อีนั่นก็ฉลาดเป็นกรด”

    “พอๆๆจะใครทำก็แล้วแต่ พวกแกอย่าคิดว่าฉันโง่ ถ้าจะแกล้งกันไปหาวิธีอย่างอื่นที่ไม่ทำให้งานฉันเดือดร้อน” ป้อมถามว่าแล้วเขาจะไม่หาตัวคนทำผิดทำชั่วแบบนี้หรือ “ฉันบอกแล้วไง ใครจะฆ่ากันตายก็ช่าง อย่าให้งานฉันเดือดร้อนเป็นพอ” พูดแล้วทำท่าจะออกไป แต่นึกอะไรได้หันมาย้ำ “ที่เรียกมาจะย้ำแค่นี้แหละ แก้ว...เดี๋ยวก่อนกลับแวะหาฉันที่ห้องด้วย”

    เดือนไม่สบายใจ ไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรให้ใครไม่พอใจ กลัวว่าถ้ามีเรื่องบ่อยๆแบบนี้โรจน์ไม่พอใจตนคงอดขึ้นเป็นนักร้องแน่ ป้อมกับขำบอกว่าไม่รู้ก็ไม่ต้องไปคิด แล้วชวนกลับ ป้อมถามเดือนว่าจะกลับบ้านเลยหรือจะไปไหน

    “ตอนนี้ว่างน่ะพี่ อีกทีเลยก็คืนนี้จะไปดูพี่รวิเล่นลิเก ไปด้วยกันไหม” ทั้งขำและป้อมต่างไม่คิดอะไร ป้อมถามหยอกว่าพวกตนคงไม่ไปเป็นก้างขวางคอเดือนนะ “ไม่หรอกพี่ ฉันกับพี่รวิไม่ได้เป็นอะไรกันนี่”

    พอดีแก้วเดินผ่านมา เดือนเลยชวนว่าคืนนี้จะไปดูรวิทีิ่วิกสนใจไหม แก้วฟังอย่างสนใจ

    ooooooo

    โรจน์นั่งคุยกับประทีปในห้องทำงานของเขา ปรารภว่า

    “ทีแรกฉันนึกว่าจะจัดนังเดือน แต่เห็นความแรงเมื่อคืนแล้ว ท่าทางจะคุยไม่ยาก” ประทีปถามว่าแล้วพิมุกไม่โกรธหรือ “ไอ้พิมุกน่ะเหรอ รอบนี้มีใบสั่งมาเลยแหละ บอกอยาก ‘ลอง’ ของก่อนส่งต่อให้คนอื่น ก็ดีเหมือนกัน เก็บนังเดือนไว้ก่อน ไว้ให้มันอยากเป็นนักร้องจัดๆ เวลาเรียกใช้งานพิเศษจะได้ว่าง่ายๆหน่อย ไม่เล่นตัวเยอะ”

    แก้วผลักประตูเข้ามาพอดี โรจน์เรียกให้มานั่งถามว่า

    “จำได้ไหม ที่ฉันเคยคุยกับเธอคราวก่อนเรื่องงานพิเศษน่ะ”

    เย็นนี้เอง แก้วก็ถูกส่งไปให้พิมุกที่ค่ายมวย พิมุกจับหน้าแก้วเงยมอง พูดอย่างพอใจว่า

    “หน้าตาก็ใช้ได้ รูปร่างก็ดี” พิมุกลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าแก้วอย่างใกล้ชิดถามว่า “ก่อนมานี่ โรจน์มันบอกอะไรมาบ้างล่ะ”

    “บอกว่า...ให้มาหาคุณพิมุก มีงานพิเศษให้ทำ เอ้อ...ถ้าคุณพิมุกพอใจก็อาจจะได้รางวัลพิเศษด้วย”

    “ฮ่ะๆๆ แล้วเธอรู้ไหมว่าจะทำยังไงให้ฉันพอใจ” แก้วกระซิบที่ข้างหูว่าไม่แน่ใจว่าเขาจะให้ตนลองไหม “อยากลองเลยตอนนี้ไหมล่ะ” ถามพลางพิมุกลูบไล้ไปตามแขนของแก้ว

    แก้วโน้มตัวไปหาพิมุกอย่างยั่วยวน...

    ooooooo

    กว่าจะถึงเย็นยังมีเวลา ป้อมขอตัวไปอาบน้ำก่อน ส่วนขำก็ได้รับโทรศัพท์มีงานต้องไปทำ เดือนบอกว่าถ้างั้นตนไปหารวิก่อนเลยดีกว่า

    เดือนไปถึงรวิยังไม่ทันได้แต่งตัว ชวนเดือนไปดูตนแต่งตัวไหม เดือนเดินตามไป ทำให้ศิริพรที่มาเห็นพอดีจิกตามองอย่างไม่พอใจ

    ตอนที่ 4

    ด้วยความเป็นห่วงเดือน รวิวานลุงที่เป็นแฟนลิเกพาศิริพรส่งโรงพยาบาลแทน พอเธอรู้ก็ยิ่งแค้นทั้งรวิและเดือน

    พิมุกแกล้งทำเป็นรถเสียกลางทางเปลี่ยวหมายปล้ำเดือน เขาเอาความอยากเป็นนักร้องของเดือนมาล่อว่า

    “ถ้าเธอยอมฉัน ฉันจะทำให้ฝันของเธอเป็นจริง ฉันทำให้เธอเป็นนักร้องชื่อดังมีแต่คนมาล้อมหน้าล้อมหลัง แม่เธอก็จะสบายไปด้วย”

    ทันใดนั้นเอง เสียงนภาแทรกเข้ามาว่า “ยังมีคนใช้กับดักเชยๆแบบนี้จับหนูอีกเหรอ”

    พิมุกชะงักปรามนภาว่า เราไม่เคยมีเรื่องอะไรกันอย่ามายุ่งดีกว่า หาว่านภาแอบตามตนมา เดือนขอให้นภาช่วยตนด้วย นภาบอกว่าตนไม่เกี่ยว พิมุกบอกเดือนว่านภาก็เริ่มต้นแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน นภาจี๊ดขึ้นมากดโทรศัพท์แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย แต่ไม่มีผู้รับสาย

    “จะมาช่วยมันทำไมเนี่ย เกิดจะรักใคร่กันขึ้นมาซะงั้น” พิมุกเขม่น

    “เปล่า ฉันกลัวนังเด็กนี่มันจะดังเหมือนฉันน่ะสิ ถึงไม่อยากให้มันมาใช้วิธีเดียวกัน...พูดเองนี่” แล้วนภาก็กดโทรศัพท์อีก ทำตาโตบอกว่าติดแล้ว “ฮัลโหล...ตำรวจเหรอคะ”

    พิมุกเห็นนภาเอาจริงก็ปล่อยเดือนไล่ตะเพิดว่าจะไปไหนก็ไป เดือนถลามาหานภา นภากดปิดโทรศัพท์มองเดือนอย่างห่างเหินแล้วเดินไป เดือนรีบเดินตาม พลางขอบคุณที่มาช่วยไว้และขอนั่งรถกลับไปด้วย

    นภาพูดประชดเดือนว่า “เชื่อคนง่ายอย่างนี้สิถึงเกือบได้ผัวนักเลง” ด่าเตือนสติเดือนว่า “หน็อย...คิดจะหาทางลัดหวังจะมีคนดัน มันคงดันอย่างเดียว อย่าหวังว่าจะดังเลย โง่เกิ๊นนน...ทำมาหน้าหวานสันดานกาฝาก อยากจะเกาะคนดัง”

    นภายอมให้เดือนนั่งรถไปด้วยแต่ก็ด่าไปตลอดทาง

    มาถึงหน้าบ้านเดือน นภาพูดก่อนเดือนจะลงไปว่า “เจอกันคราวหน้า อย่าหวังว่าฉันจะญาติดีด้วย บอกเลยอีกนานกว่าที่หล่อนจะฉลาดทันคน...ลงไปได้แล้ว”

    พอเดือนลงจากรถก็เจอรวิมายืนรออยู่แล้ว นภาเลยพูดประชดเดือนส่งท้ายว่า

    “เยอะดีนะ วัยสาวน่ะใช้ให้คุ้มนะ มันอยู่กับเธอไม่นานหรอก” พูดแล้วออกรถพรืดไปเลย

    รวิถามเดือนว่าทำไมนภามาส่ง เดือนไม่ตอบกลับย้อนถามว่าเขามาทำไมหรือ รวิบอกว่าตนห่วงกลัวพิมุกจะ...เดือนตัดบทว่าถ้าพิมุกจะ...ป่านนี้คงเรียบร้อยไปแล้ว พูดประชดว่าให้เขาไปดูแลศิริพรเถอะ

    “คิดมากน่า...วันหลังเดือนก็อย่าไปกับไอ้พิมุกอีกสิ”

    เดือนยังงอนยังเคืองไม่หาย แต่เพราะมีใจให้กันอยู่แล้ว รวิชี้แจงไม่กี่คำก็ใจอ่อน รวิจึงรวบรัดว่า

    “เอาเถอะ ยังไงวันนี้ปลอดภัยก็ดีแล้ว เดือนสัญญากับฉันก่อนสิว่า ต่อไปนี้จะอยู่ให้ห่างไอ้พิมุก”

    “เดือนเองก็ไม่อยากจะยุ่งกับมันนักหรอก ถ้าไม่จำเป็น แต่คุณโรจน์น่ะสิ ชอบใช้ให้เดือนไปหาไอ้พิมุกอยู่ได้ คนอื่นมีตั้งเยอะก็ไม่รู้จักใช้ เฮ้อ...พูดถึงคุณโรจน์แล้วก็โมโห...ไม่ยอมให้เดือนร้องเพลงสักที”

    รวิเตือนเดือนว่าสภาพไม่น่าไว้ใจ บอกเดือนให้ลาออกเสียดีไหม เดือนส่ายหน้าทันที ยืนยันว่า ตราบใดที่ตนยังไม่ได้เป็นนักร้องก็จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ รวิถามว่าทำไมถึงอยากเด่นอยากดังขนาดนั้น

    “แล้วมันผิดตรงไหนหรือรวิ การที่ฉันอยากดัง อยากมีชื่อเสียง อยากมีเงินทอง อยากมีอะไรเท่าๆกับคนอื่นมันผิดมากนักเหรอ?” รวิติงว่าไม่จำเป็นต้องเสี่ยงขนาดนั้นเพราะวงดนตรีของเดือนมีแต่เสือสิงห์กระทิงแรด เดือนทำหน้ารั้นถือดีบอกว่า “ฉันดูแลตัวเองได้”

    รวิมองหน้าเดือนอย่างอ่อนใจกับความดื้อรั้น มั่นใจของเธอ

    ooooooo

    รุ่งขึ้น ศิริพรมาเยาะเย้ยพิมุกถึงค่ายมวยว่าแค่ผู้หญิงคนเดียวไม่มีปัญญาจัดการ ถึงกับต้องหัวแตกกลับมา ไม่สมกับเป็นเจ้าของค่ายมวยเลย

    พิมุกบอกว่าเพราะนภาเข้ามาแทรก ศิริพรถามว่านภาปกป้องเดือนหรือ พิมุกส่ายหน้าบอกไม่รู้เดาทาง ไม่ออก ถามศิริพรว่า มาแต่เช้านี่มีแผนอะไรอีกหรือ

    “ก็ถ้ามันรักกันนักก็ทำให้มันแตกกันเสียสิ” แล้วเล่าว่า “อีกสองอาทิตย์จะมีรายการดนตรีสัญจรจากกรุงเทพฯ มาที่นี่ เขาให้คนในพื้นที่ส่งโชว์เข้าร่วมด้วยได้” พิมุกถามว่าแล้วไง “ก็นังเดือน...เอ๊ย...น้องเดือนเขาอยากเป็นนักร้องไม่ใช่หรือ เราก็จัดให้เขาสักหน่อยซิ”

    “เรื่องอะไร ฉันไม่ปล่อยให้เดือนไปหรอก เกิดดังขึ้นมา ก็ทิ้งฉันไปน่ะสิ”

    “แหม...ฉลาดหน่อยสิคะพ่อนักมวย” ศิริพรเดินมานั่งไขว่ห้างตรงหน้าโชว์ขาอ่อนอ่อย “ไม่อยากให้ดังก็ไม่ต้องให้ดังสิ ก็แค่ทำให้มันพังก็พอ เราก็แค่ยืมมือของรวิ ก็เท่านั้นเอง” พิมุกก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ถามว่าแล้วถ้านภาเข้ามายุ่งอีกล่ะ ศิริพรตอบอย่างมันเขี้ยวว่า “ฉันเอง! ตบคนแก่ มันนักล่ะ”

    ooooooo

    ด้วยการคบคิดกันวางแผนของศิริพรกับพิมุก เดือนถูกวางตัวให้ขึ้นร้องเพลงในงานดนตรีสัญจร ทำให้ลิ้นจี่กับนภาไม่พอใจ ลิ้นจี่ถามโรจน์ว่าเพราะเดือนยอมนอนกับโรจน์แล้วใช่ไหมถึงได้ดันให้ขึ้นเป็นนักร้อง

    แม้แต่ประทีปก็แปลกใจ ถามโรจน์ว่าทำไมอยู่ๆถึงให้เดือนขึ้นร้องเพลง ไหนบอกว่าพิมุกห้ามไว้

    “แกอยากรู้ก็ไปถามพิมุกมันเองสิวะ ฉันเองก็ยังงงอยู่เนี่ย อยู่ๆมันก็สั่งมาว่าให้จัดเดือนขึ้นร้องงานนี้” โรจน์ทำท่าปวดหัว ประทีปเชื่อว่าเรื่องนี้ต้องมีแผนอะไรแน่ “ไม่รู้เหมือนกัน ตอนนี้มันสั่งอะไรมาก็ยอมๆมันไปก่อน ให้มีเงินไปใช้หนี้มันเมื่อไหร่ก่อนเหอะ พ่อจะเอาคืนให้หนักเลย!” ประทีปถามเรื่องนภา โรจน์ตัดบทว่า “ทีละเรื่อง เอาทีละเรื่อง”

    เดือนถูกตามตัวไปพบโรจน์ที่ห้องทำงาน บอกเดือนว่าจะให้ขึ้นร้องเพลงในงานดนตรีสัญจร เดือนดีใจมากลิ่วไปหารวิเพื่อบอกข่าวดี แต่พอเล่าให้รวิฟัง เขากลับไม่ตื่นเต้นดีใจกับเธอ หากยังเตือนสติว่า

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “ต่อ-แอฟ” เสิร์ฟความหวานทะลุจอเปิดฉากปาฏิหาริย์รักแท้ ใน “ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ”
    28 ก.ย. 2563

    09:01 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 13:17 น.