ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    หางเครื่อง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เพราะระแวงว่าศิริพรจะมาคาบเสี่ยไปจากตน แก้วไม่อยากให้ศิริพรอยู่ด้วยถามว่ามีเงินทำไมไม่ไปหาเช่าที่อยู่เอง

    “เฮ้อ...เธอนี่เข้าใจอะไรยากนะ เธอเรียกฉันมาให้ช่วย เธอก็ต้องบริการฉันสิ แล้วอีกอย่าง ถ้าไปอยู่ที่อื่นก็ไม่ได้เจอ...” ศิริพรหยุดกึก พอแก้วคาดคั้นถามว่าเจอใคร ศิริพรก็เฉไฉว่า “เอาน่า...ฉันไม่ได้อยู่ฟรีหรอก เดี๋ยวฉันจะจ่ายค่าเช่าให้เธอ แถมให้อีกเท่าตัวเลยดีไหม”

    ขณะศิริพรแกล้งเดินสีไหล่ผ่านแก้วไปนั้น โทรศัพท์ดังขึ้น แก้วจับตามอง เห็นศิริพรรับสายอย่างรำคาญ

    “ฮัลโหล...มีอะไรโทร.มาเป็นสิบสายเนี่ย” แล้วก็เดินคุยโทรศัพท์ออกไป แก้วมองตามอย่างอยากรู้อยากเห็น

    เป็นสายจากพิมุกโทร.มาบอกว่ามีเรื่องสำคัญมากที่อยากถาม ศิริพรตัดบทว่าไม่ว่างเพราะตอนนี้อยู่กรุงเทพฯ เตรียมขึ้นคอนเสิร์ตแทนเดือน

    “ขึ้นคอนเสิร์ตแทนเดือนเนี่ยนะ? โอ้โห ไม่อยากเชื่อ เธอนี่ทำอะไรเกินคาดฉันอยู่เรื่อยเลยนะ แต่เอาเถอะ เดี๋ยวค่อยว่ากันทีหลัง เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ฉันไปหาเธอถึงที่เอง อ๊ะๆ อย่าปฏิเสธนะ เพราะเราต้องคุยกันเรื่องบ้านของเดือน”

    “ได้สิ งั้นพรุ่งนี้เจอกัน” วางสายแล้วศิริพรจิกตาพึมพำ “ยังไงแกก็ต้องเป็นแพะแทนฉัน ไอ้พิมุก!”

    ooooooo

    เพราะถูกชูเกียรติไล่ไม่ให้พักที่คอนโดของเขาอีก ทั้งรวิ เดือน ป้อมและขำจึงช่วยกันตระเวนหาที่พักใหม่ หาอย่างไรก็ไม่ได้ที่ถูกใจ

    “ทำไมมันหายากแบบนี้นะ ไอ้ที่ค่าเช่าถูกๆก็อยู่ตั้งไกล ไอ้ที่ใกล้ๆก็แพงซะจนสู้ไม่ไหว” เดือนบ่นขณะเข้าไปนั่งพักกินน้ำในร้านกาแฟ

    ขำยื่นโบรชัวร์ให้เดือนดูบอกว่านี่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าด้วย ป้อมทำหน้าสยองชี้ให้ดูราคาเสียก่อน ขำยุให้ซื้อเลยจะได้ไม่ต้องเสียค่าเช่า เดือนส่ายหน้าบอกว่าอยากเก็บเงินไว้ปลูกบ้านใหม่ที่บ้านของเรามากกว่า

    ระหว่างนั้น เดือนเห็นขำตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือ– พิมพ์ ถามว่าอ่านอะไร พลางดึงไปดู เห็นรูปตัวเองที่ส่งซองเงินให้รวิแต่ทำหน้าเบลอๆไว้ทั้งสองคน มีบรรยายใต้ภาพว่า

    “ฉีกสัญญา เขี่ยผู้จัดการ นักร้องสาว ด.เด็ก”

    ป้อมอ่านออกเสียงให้ทุกคนฟัง “นักร้องสาว ด.เด็ก ตัดสินใจไม่ขึ้นคอนเสิร์ต ฉีกสัญญากับค่าย แถมเขี่ยผู้จัดการที่เป็นคนปั้นกับมือ เอาค่าเปอร์เซ็นต์ไปเลี้ยงหนุ่มนอกวงการแทน แหม...กตัญญูจริงๆนักร้องสมัยนี้!”

    ป้อมฟันธงว่าเป็นฝีมือชูเกียรติชัวร์ รวิจับมือ

    เดือนให้กำลังใจ เดือนบอกว่าตนไม่เป็นไรและขอตัวไปถ่ายหนังต่อ ต่างบอกกันว่าอย่าคิดมากทั้งที่ลึกๆแล้ว เดือนทั้งกังวลและโมโหไม่น้อย

    ooooooo

    รุ่งขึ้น ศิริพรไปพบพิมุกแต่เช้า พิมุกชูผ้าผืนหนึ่งในมือให้ดูถามว่าคุ้นๆไหม ศิริพรโพล่งไปว่าทำไมตนต้องคุ้นกับผ้าสกปรกของค่ายมวยเขาด้วย

    พิมุกจับผิดทันทีว่ายังไม่ได้บอกเลยว่าเป็นของค่ายมวยตน จ้องหน้าศิริพรถามดุดันว่า

    “ไอ้เรื่องที่เธอชอบทำเลวๆกับคนอื่นน่ะพอจะรู้อยู่บ้างนะ แต่ไม่คิดว่าจะถึงขนาดมาเล่นฉันด้วย เธอรู้ไหม ฉันโดนตำรวจเรียกไปถามกี่ครั้งแล้ว เพราะไอ้หลักฐานบ้าๆ ที่เธอจงใจให้คนอื่นคิดว่าเป็นฉัน”

    “ช่วยไม่ได้ คืนนั้นเธอก็จงใจจะไปพังบ้านนังเดือนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ฉันก็แค่ช่วยเธออีกแรงเท่านั้นเอง”

    “หึ...ยอมรับออกมาจนได้นะ” พิมุกหัวเราะในลำคอ ศิริพรเชิดหน้าอย่างไม่แยแสยุว่าให้เขาโยนความผิดให้ลูกน้องเสียก็สิ้นเรื่อง “ให้ตายเถอะ เรื่องอะไรที่ฉันต้องทำแบบนั้น” ศิริพร

    ย้อนถามว่าหรือเขาจะยอมรับเสียเอง? “นี่เธอ! ที่พูดออกมาเนี่ย ไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ พูดเหมือนกับตัวเองไม่ได้เป็นคนทำอย่างนั้นแหละ”

    ศิริพรย้อนถามหน้าตาเฉยว่า ทำไมตนไม่รู้สึกอะไรเลยล่ะ พิมุกโมโหจนหัวเราะ ชี้ชะตาว่า

    “หึ...ศิริพร เธอนั่นแหละ ที่ต้องเตรียมตัวเข้าไปนอนในคุกก่อนจะได้ขึ้นคอนเสิร์ต!”

    ศิริพรเสนอเงื่อนไขแลกเปลี่ยนว่า เขาจะทำอย่างนั้นไหมถ้าแลกกับการที่ตนจะช่วยกำจัดรวิให้พ้นทาง พิมุกถามว่าตนหูฝาดไปหรือเปล่า เธอน่ะหรือจะกำจัดรวิที่เธอรักมากให้พ้นทาง ศิริพรยิ้มร้ายอย่างมีแผนบอกว่านั่นมันเมื่อก่อน

    “ศิริพร...เธอนี่มันน่ากลัวจริงๆให้ตายเถอะ!” พิมุกส่ายหน้าอย่างเหลือเชื่อจริงๆ

    ooooooo

    วันนี้เดือนไปที่กองถ่ายด้วยสีหน้าไม่ดีนัก ซ้ำยังเห็นคนในกองถ่ายพากันมองแล้วซุบซิบๆกันอีกทำให้ยิ่งไม่สบายใจ พอผู้กำกับเห็นเดือนก็เดินมาบอกว่า

    “น้องเดือน วันนี้คุณทวีศักดิ์ คนที่ให้ทุนสร้างหนังเรื่องนี้น่ะ เดือนยังไม่เคยเจอเลยนี่ วันนี้เขามาดูการถ่ายทำด้วย เดี๋ยวเดือนไปทักทายเขาหน่อยนะ” พลางผู้กำกับก็พาเดือนไปแนะนำ “คุณทวีศักดิ์ครับ นี่น้องเดือน นางเอกของเราครับ”

    ทวีศักดิ์หันมองเดือน เขาตะลึงในความสวย พอเดือนยกมือไหว้ เขาชมตาเป็นประกาย

    “น้องเดือน...ตัวจริงสวยมากเลยนะครับเนี่ย”

    “ขอบคุณค่ะ เดือนยังใหม่กับงานนี้ ถ้ามีอะไรผิดพลาดต้องขอโทษด้วยนะคะ”

    “ไม่เป็นไรครับ ไม่มีใครกล้าโกรธน้องเดือนหรอก” พูดอย่างใจดีแต่ประกายตาไหวระริก เดือนรู้สึกแปลกๆเลยขอไปเตรียมตัวแล้วรีบออกมาเลย ทวีศักดิ์มองตามเดือนอย่างพอใจมาก

    รุ่งขึ้นเดือนบ่นกับรวิที่กองถ่ายว่าทำไมที่อยู่ถึงได้หายากเย็นอย่างนี้ รวิบอกให้ใจเย็นๆ ตนจะอยู่ช่วย หาจนกว่าจะได้ที่อยู่ใหม่ ระหว่างนั้นทวีศักดิ์เข้ามาทักเดือนว่าทำอะไรอยู่ พอเดือนบอกว่ากำลังหาบ้านเช่า เขาเสนอทันทีว่า

    “หาบ้านเช่าเหรอ รีบไหม พอดีผมมีเพื่อน เขาจะปล่อยบ้านให้เช่าอยู่ สนใจไหมล่ะ”

    รวิชิงตอบแทนเดือนว่าไม่สนใจ ทวีศักดิ์มองขวับถามเดือนว่าเพื่อนหรือหน้าตาดีนี่ตอนนี้กำลังขาดบทคนสวนอยู่พอดีเลย ถามรวิว่าสนใจจะเล่นไหม ถามแล้วหันบอกเดือนว่าถ้าสนใจเรื่องบ้านตนจะจัดการให้

    ทวีศักดิ์หางตาใส่รวิแว่บหนึ่งแล้วเดินไป รวิท้อใจ เหนื่อยใจกับพวกเขี้ยวลากดินที่อยู่รอบตัวเดือน

    ooooooo

    แก้วไปที่เวทีซ้อมคอนเสิร์ต พอรู้ว่าศิริพรยัง ไม่มาก็บ่นว่าไม่ทันไรทำเป็นมาสายกะจะแข่งกับตนงั้นหรือ พอเหลือบเห็นเสี่ยก็ทำดี๊ด๊าเข้าไปทัก

    แต่เสี่ยกลับถามถึงศิริพร แก้วชักสีหน้าบอกว่าไม่ทราบ เสี่ยถามว่าอยู่ที่เดียวกันไม่ใช่หรือ

    “เขาออกไปไหนตั้งแต่เช้าไม่รู้ค่ะ ไม่รับผิดชอบเลย”

    “อ้าว...เหรอ...ไม่เป็นไร เดี๋ยวเสี่ยไปหาที่ห้อง” พูดแล้วเสี่ยเดินไปเลย แก้วไม่พอใจ เสี่ยนึกได้หันมาบอกว่า “เอ่อ...หมายถึงไปหาหนูแก้วน่ะ” แก้วเจ็บใจจนแทบจะกรี๊ดออกมาตรงนั้นเลย

    ตกเย็นพอแก้วกลับถึงห้องเจอศิริพรก็กระแนะกระแหนว่าไม่ทันดังก็โดดซ้อมเสียแล้ว ถามว่าหายไปไหนมาทั้งวัน ศิริพรไม่ตอบแต่ยื่นของให้บอกว่าพิมุกฝากมาให้

    “พี่พิมุกเหรอ นี่...นี่พี่พิมุกฝากมาให้จริงๆเหรอ แล้วเธอไปเจอเขาได้ยังไงล่ะ”

    “ก็บังเอิญเจอน่ะ พอดีพิมุกเขามาธุระ เธออยากเจอเขาไหมล่ะ เดี๋ยวฉันช่วยนัดให้ก็ได้” แก้วดีใจจนเนื้อเต้นถามว่านัดได้จริงๆหรือ “ได้สิ แต่พิมุกเขาจะว่างช่วงเย็นๆ คํ่าๆนะ เธอก็ไปหาเขาแล้วก็ค้างกับเขาสักคืนสิ”

    แก้วรับของฝากไปแกะดู ศิริพรเบ้ปากยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างมีแผน แล้วศิริพรก็นัดให้แก้วไปพบพิมุกในคํ่าวันนี้ บอกว่าจะกลับพรุ่งนี้เช้าเลยก็ได้ เพราะคงมีอะไรคุยกันยาว เยอะ แก้วยิ้มแจ่มใสฝากห้องให้ศิริพรช่วยดูให้ด้วย

    พอแก้วดี๊ด๊าออกไป ศิริพรก็โทร.ถึงเสี่ยวาทินทันที

    “เสี่ยคะ แก้วออกไปแล้วค่ะ ขึ้นมาได้เลยค่ะ...แค่นี้นะคะ”

    ooooooo

    รวิไม่อยากให้เดือนยุ่งเกี่ยวกับทวีศักดิ์เพราะเดือนไม่ทันคน แต่เดือนต้องการแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่

    บอกรวิว่าถ้าตนไม่เล่นด้วยใครจะมาทำอะไรได้

    สุดท้ายรวิก็ต้องยอมตามการตัดสินใจของเดือนเพราะไม่รู้จะไปหาบ้านที่ไหนอีกแล้ว

    “รวิ...พี่ว่าเราเช่าบ้านเพื่อนคุณทวีศักดิ์ก็ดีนะ เราไม่ได้อยู่ของเขาฟรีๆ อีกอย่างจะปล่อยให้ไอ้ชูเกียรติมันมาไล่เราอย่างกับหมูหมารึไง” ป้อมหว่านล้อมรวิ ขำเห็นด้วยบอกว่าคงไม่มีใครเลวเท่าชูเกียรติอีกแล้วล่ะ

    “โอเค ยอมก็ยอม แต่เดือนต้องระวังตัวให้มากนะ แล้วให้พี่มาหาเดือนบ่อยๆนะ”

    ooooooo

    ที่โรงแรมม่านรูดแก้วกับพิมุกสำราญรักกันจนอิ่มเอมแล้ว พิมุกลุกขึ้นแก้วถามว่าจะรีบไปไหน เขาตอบอย่างไร้เยื่อใยว่ากลับบ้านสิ จะอยู่ทำไม

    “อะไรกัน...นานๆเราจะได้เจอกันที ค้างด้วยกันเถอะนะ” พิมุกถามว่าไม่อิ่มหรือ เรียกเสี่ยนั่นมาต่อสิ แก้วโกรธถามว่า ทำไมพูดอย่างนี้ พิมุกเลยเปลี่ยนเป็นพูดว่า “โอเค พูดใหม่ แก้วไม่พอใช่ไหม พี่โทร.ตามเสี่ยให้นะ... พอใจยัง??”

    พิมุกเปิดกระเป๋าหยิบเงินโยนให้แก้ว แล้วก็พูดเองเออเองว่า

    “ไม่สิ ตอนนี้เป็นนักร้องดังแล้วนี่ อ่ะๆ เพิ่มค่าตัวให้” พิมุกโยนเงินเพิ่มให้ “ฉันกลับแล้วนะ บอกศิริพรเขาด้วยคืนนี้ฉันไม่ว่างอยู่ยาวๆกับเธอ แปลกนะ เขานึกยังไงถึงจะให้ฉันค้างกับเธอให้ได้”

    ข้อสังเกตของพิมุกทำให้แก้วฉุกคิด ร้อนฉ่าไปทั้งตัว รีบแต่งตัวกลับทันทีเช่นกัน

    พอแก้วกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์แก้วกวาดตามองไป ที่ลานจอดรถเห็นเสี่ยวาทินกำลังเดินอารมณ์ดีไปขึ้นรถ ขับออกไป แก้วเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น คำรามตาแดงกํ่า

    “นังศิริพร!!”

    แก้วพุ่งขึ้นไปผลักประตูห้องโครม เจอศิริพรเพิ่งอาบนํ้าเสร็จนุ่งผ้าขนหนูออกจากห้องนํ้า มองแก้วและถามด้วยนํ้าเสียงรำคาญใจว่า

    “อ้าว...ทำไมกลับมาไว ไม่ค้างกับพิมุกเหรอ”แก้วเขวี้ยงกระเป๋าถือ พุ่งเข้าตบศิริพรจนหน้าหัน ศิริพรหันกลับมาถามตาขวาง “นี่เธอทำบ้าอะไรของเธอเนี่ย!” แก้วยังตบไม่ยั้ง ตบไปด่าไปอย่างคลุ้มคลั่ง

    “แกมันเลว! ศิริพร หลอกให้ฉันออกไปหาพี่พิมุกแล้วแกก็แอบมายุ่งกับเสี่ยของฉัน”

    “แกกับฉันก็เลยไม่ต่างกันหรอก แกเป็นเมียน้อยเสี่ยแต่ก็ออกไปเล่นชู้กับไอ้พิมุก” ศิริพรด่าคืน ถูกแก้วตบจนถลาไปชนโต๊ะ พอหันกลับมาอีกทีศิริพรเปิดกระเป๋าหยิบปืนเล็งใส่แก้ว แก้วตกใจร้องห้ามเสียงหลงอย่าทำอะไรตนเลย “ปากดีให้เหมือนเมื่อกี๊ซิ แล้วดูว่าฉันจะทำอะไร ขนาดบ้านนังเดือนฉันยังเผามาแล้ว กะอีแค่ยิงหัวแกเนี่ยมันไม่ยากหรอก!”

    “ฝีมือแกหรือ” แก้วมองตาค้าง

    “ใช่! ฝีมือฉัน แล้วตอนนี้แกก็ควรจะหุบปากร่วมมือกับฉันจัดการกับนังเดือน เข้าใจไหม!!”

    แก้วหนาวเยือกหลับตาปี๋ด้วยความกลัว ในขณะที่ศิริพรโกรธจนสติแตกนาทีนี้ไม่มีกลัวอะไรอีกแล้ว

    ooooooo

    ร้านอาหารและกาแฟของรวิเสร็จแล้ว วันนี้รวิปีนบันไดยกป้ายร้านขึ้นติดเอง ทุกคนยินดีกับความสำเร็จนี้ ที่ขาดไม่ได้คือเทพกับนภาที่คอยมาเป็นกำลังใจเสมอ

    ไม่ไกลจากร้านนัก ลิ้นจี่ หางเครื่องรุ่นเก่าเมียของโรจน์มาซุ่มดูอยู่ด้วยความมาดร้าย แต่พอจะเข้าไปหารวิ ก็ปั้นหน้าเศร้าบีบน้ำตาเข้าไปร้องไห้คร่ำครวญว่า ตอนนี้ตนแย่มากเพราะที่วงไม่เหลืออะไรแล้ว ซ้ำโรจน์ก็เจ็บออดๆ แอดๆ รวิเห็นใจบอกลิ้นจี่ว่า ถ้ามีอะไรที่ตนพอช่วยได้ก็ให้บอก

    “ลำพังพี่คนเดียวไม่เท่าไหร่หรอก แต่พวกหางเครื่องที่เหลือน่ะสิ ไม่มีทั้งงานทั้งเงิน น่าสงสาร”  พูดพลางสะอื้น ฮักๆ แล้วถามรวิว่า “เปิดร้านใหม่เหรอ ดีจัง ว่าแต่พอจะช่วยรับพี่กับเด็กๆ ไว้สัก 2-3 คนได้ไหม”

    “ร้านฉันเป็นวงโฟล์กซอง ไม่ต้องมีแดนเซอร์ อีกอย่างก็เพิ่งเปิด ยังไม่มีเงินจ้างใครหรอกจ้ะ”

    “พี่มาช่วยเป็นแม่ครัวก็ได้ พวกนั้นก็เอามาเป็นเด็กเสิร์ฟ ขอแค่มีข้าวกินมีเงินนิดๆหน่อยๆ ก็พอแล้ว”

    ขณะรวิอึกอักนั้น ลิ้นจี่รวบรัดรีบขอบใจบอกว่าเดี๋ยวจะให้เด็กๆมาเริ่มงานเลย อวยพรให้เฮงๆๆ จนรวิพูดไม่ออก หันมองพรรคพวกเห็นทุกคนยืนกอดอกอย่างไม่พอใจ รวิก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ

    ooooooo

    ทวีศักดิ์รุกทำคะแนนกับเดือนอย่างรวดเร็วรวบรัด วันนี้ก็เอาดอกไม้ช่อใหญ่มาให้เดือนที่กำลังนั่งแต่งผมอยู่ พอเข้ามาก็ส่งสัญญาณให้ช่างผมชวนป้อมออกจากห้องไป

    ทวีศักดิ์เอาช่อดอกไม้ให้เดือนถามว่าบ้านใหม่โอเคไหม เดือนพูดอย่างเกรงใจว่าค่าเช่าถูกมากซ้ำยังไม่เก็บเงินอีก ทวีศักดิ์คุยโวว่าไม่เป็นไรเพราะเพื่อนตนรวย ไม่เพียงเท่านั้น เขายังมอบกุญแจรถให้เดือนบอกว่าเพื่อเดือนจะได้เดินทางมาทำงานสบายๆ ให้ถือเสียว่าเป็นสวัสดิการจากบริษัทก็แล้วกัน

    เดือนไม่อยากรับ ทวีศักดิ์จับมือเอากุญแจให้ เดือนพยายามจะดึงมือกลับ เป็นจังหวะที่ศิริพรพาแก้วมาที่กองถ่ายอ้างว่ามาเยี่ยมเดือนเห็นเข้าพอดี

    “อุ๊ย!” ศิริพรทำเป็นอุทานตกใจยิ้มเขิน เดือนรีบดึงมือออก ถามศิริพรหน้าตึงว่าพวกเธอมาทำไมกัน?

    “ก็มาดูหล่อนกับผู้ชา...” แก้วพูดไม่ทันจบศิริพรก็แทรกขัดขึ้นว่า

    “พอดีวันนี้ว่างเลยแวะมาทักทายน่ะจ้ะเดือน”

    ทวีศักดิ์ถามว่าสองคนนี้คือ...ศิริพรรีบแนะนำตัวเอง ส่วนทวีศักดิ์ก็แนะนำตัวเองแสดงความยินดีที่ได้รู้จักกัน แก้วกระแซะเข้าไปแนะนำตัวเองบ้าง แล้วหันถามเดือนว่า สบายดีไหม

    “สบายขึ้นเยอะเลย ตั้งแต่ไม่เจอพวกเธอ!” เดือนตอบเสียงขุ่น ศิริพรสะอึกแต่พยายามปั้นยิ้ม ทวีศักดิ์ถูกขัดจังหวะเลยขอตัวออกไป เดือนถามทั้งสองว่า “เธอต้องการอะไรกันแน่”

    ศิริพรเยาะเย้ยว่ามาดูน้ำหน้าเดือนตอนกระเด็นออกจากนักร้อง ส่วนแก้วก็ทำวี้ดว้ายว่ามาเล่นหนังไม่ทันไรมีผู้ชายใหม่มาเลี้ยงแล้วหรือ เก่งจังทั้งสองรุมกันกระแนะกระแหนเดือนจนป้อมทนไม่ได้ ออกมาเผชิญหน้าปะทะคารมแทน พอศิริพรกับแก้วเจอปากกะเทยเข้าก็หมดท่า พากันล่าถอยไป แต่ฝากอาฆาตไว้ว่า

    “ปากดีไปเถอะ เดี๋ยวสักวันจะรู้เอง”

    “เออ...วันไหนล่ะ อย่านานนะยะ ฉันจะรอ” ป้อมปากยื่นปากยาวท้าทายจนทั้งสองเดินหนีไป ศิริพรลากแก้วถูลู่ถูกังออกมา แก้วสะบัดเต็มแรง หันโวยใส่ศิริพร

    “นี่เธอจะบ้าเหรอ ปล่อยให้มันด่าเราฉอดๆอยู่ฝ่ายเดียว”

    “แล้วเธอจะมีเรื่องให้เป็นข่าวรึไง” ศิริพรตวาดจนแก้วเงียบแล้วด่าต่อ “หัดฉลาดหน่อย แค่นี้เราก็มีเรื่องไปปั่นมันเรียกน้ำย่อยแล้ว”

    แก้วถามว่าเรื่องบ้าบออะไรอีก ศิริพรไม่ตอบ ส่ายหน้าระอาความโง่เง่าของแก้วแล้วเดินหนีไป

    ooooooo

    เมื่อลิ้นจี่กลับไปถึงวงโรจน์ เจอพ่อเจ้าประคุณทูนหัวนั่งดื่มอยู่ท่ามกลางเครื่องดนตรีเก่าๆที่ชำรุดแตกหักวางเกลื่อน พอเห็นลิ้นจี่กลับมา โรจน์ถามทันทีว่าเรียบร้อยไหม

    ลิ้นจี่ด่าว่าตนไม่ได้โง่เหมือนตัวเองจะได้ทำพลาดตลอด ถามว่าแล้วเอาเงินที่ไหนไปซื้อเหล้ามากินอีก โรจน์ไม่ตอบ แต่กระดกเหล้าเข้าปากแทน ลิ้นจี่เดาได้ด่าลั่น

    “ไอ้ผัวเฮงซวย! เอาเงินฉันไปอีกแล้วเหรอ”

    “อย่าบ่นได้ไหม เดี๋ยวเสร็จงานนังนั่นมันก็ให้แกมาอีกไม่ใช่เหรอ รีบๆทำตามที่มันบอกให้เรียบร้อยก็แล้วกัน”

    “ทำงานน่ะมันต้องใช้เงินนะโว้ย ไหนจะค่าจ้างนังพวกนั้นอีก”

    โรจน์ด่าว่าแก่ก็แก่ยังจะทำตัวน่าเกลียดอีก ถูกลิ้นจี่ชี้หน้าด่า “ปากดีจังนะ! แล้วไม่ใช่เมียแก่ๆคนนี้เหรอที่ทนอยู่กับแก หน็อย! ดูซิ คนรอบตัวแกมีใครเหลือไหม โน่นหนีไปตั้งวงใหม่กับไอ้ประทีปกันหมดแล้ว”

    “หุบปากไปเลยนะ ช่างหัวพวกมัน แกคอยดูนะ ฉันจะสร้างวงใหม่ขึ้นมาแล้วไอ้พวกนั้นจะต้องกลับมาอ้อนวอนขออยู่กับฉันเหมือนเดิม คอยดู!” ว่าแล้วก็นั่งดื่มกรึ่มอยู่คนเดียว

    ลิ้นจี่สะบัดเข้าบ้านไปอย่างเบื่อหน่าย

    ooooooo

    ที่ห้องซ้อมคอนเสิร์ตในค่ายเพลง ศิริพรเดินกะหนุงกะหนิงเข้ามากับเสี่ย ชูเกียรติเกร่ไปถามแก้วที่ยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ว่า ตกกระป๋องแล้วสินะ

    แก้วแว้ดใส่ว่าไม่เกี่ยวกับเขา ชูเกียรติพูดอย่างสมเพชว่าใครๆ ก็ได้ดีกันไปหมดเหลือแต่บางคนที่ร่วงลง...ร่วงลง

    “สงสารตัวเองเถอะ ไม่มีนังเดือนเปอร์เซ็นต์ก็หายไปเยอะไม่ใช่เหรอ ต๊าย...แล้วนี่จะพอจ่ายหนี้ในบ่อนเหรอ”

    “ไม่เอาน่าแก้ว...เรามันก็คือๆกันนั่นแหละ ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ เมื่อไหร่จะลงมือสักทีล่ะ” แก้วถามว่าลงมืออะไร “พี่ไม่โง่หรอกนะแก้ว ดูก็รู้ว่าเธอกับแม่นักร้องใหม่คนนั้นท่าทางจะทำอะไรกับเดือนสักอย่าง”

    แก้วปรามว่าอย่ามาพูดซี้ซั้ว ชูเกียรติหัวเราะร่าไม่คาดคั้น พูดทิ้งไว้ก่อนไปว่า ถ้าจะให้ช่วยอะไรก็บอกแล้วกัน

    “จะให้นังเดือนมันกลับมาเป็นถังข้าวสารให้ได้ว่างั้นเถอะ” แก้วเบ้ปากใส่ ชูเกียรติยิ้มอย่างไม่ยี่หระ

    ข้างฝ่ายเดือน แม้จะตั้งอกตั้งใจทุ่มเทให้กับการแสดงหนังเต็มที่ แต่ก็เจออุปสรรคขวากหนามมากมาย นอกจากถูกพวกแก้วกับศิริพรมารังควานแล้ว ยังถูกเมียของทวีศักดิ์ที่ระแคะระคายว่าผัวตัวเองมาติดพันเดือนกลั่นแกล้งไม่รู้ตัวอีกด้วย

    วันนี้ขณะเดือนจะมาแต่งผมเตรียมเข้าฉาก แต่ไม่มีใครทำผมให้จนป้อมฮึดจะทำให้เอง จึงรู้จากทีมงานว่าวันนี้เดือนไม่มีคิวเพราะทางนี้เปลี่ยนฉากที่จะถ่าย พรุ่งนี้ มะรืนนี้ก็ไม่มี พูดแค่นี้แล้วเดินหนีไปเฉยเลย ป้อมโวยวายว่าตกลงคิวมีวันไหนกันแน่ บอกเดือนว่าจะไปถามผู้กำกับให้รู้เรื่องแล้วเดินลิ่วไป เดือนร้องห้ามก็ไม่ทันเลยตามไปด้วย

    ผู้กำกับปรารภว่าตนก็หนักใจอยู่เหมือนกัน แล้วบอกตรงๆว่า

    “คุณสายสมรเธอสั่งเปลี่ยนคิวถ่ายทั้งหมดของน้องเดือน นี่เลื่อนออกไปไม่มีกำหนดจนกว่าจะแก้บทเสร็จน่ะ” เห็นเดือนทำหน้างงๆผู้กำกับบอกว่า

    “เอ่อ...เธอเป็นเมียของคุณทวีศักดิ์น่ะ มีคนไปบอกเธอว่าคุณทวีศักดิ์มาติดพันเดือน เธอก็เลย...พี่เองก็ลำบากใจอยู่เหมือนกัน ยังถ่ายไปได้ไม่ถึงไหนเลย”

    ป้อมฮึดฮัดๆ แต่เดือนใจเย็น บอกผู้กำกับก่อนพากันกลับไปว่า

    “ถ้าเปลี่ยนแปลงยังไงรบกวนผู้กำกับช่วยติดต่อมาด้วยนะคะ”

    ooooooo

    ทวีศักดิ์มาถึงกองถ่ายเห็นเดือนกับป้อมกำลังจะกลับ เขาเรียกเดือนถามว่าจะไปไหนถ่ายเสร็จแล้วหรือ เดือนหันมายกมือไหว้แล้วเดินหนีไป

    ทวีศักดิ์ไปเจอทีมงาน  จึงรู้ว่าสายสมรเอาบทไปแก้ใหม่และเลื่อนคิวของเดือนออกไปไม่มีกำหนด เขาดูบทที่แก้แล้วโมโหถึงกับปาบทลงโต๊ะถามว่า

    “แล้วทำไมไม่มีใครบอกฉัน!  แล้วอย่างนี้ชาติไหนหนังฉันมันจะถ่ายเสร็จ!”

    “อย่าใจร้อนสิคะ ฉันให้คนจัดคิวจัดบทมาใหม่แล้วค่ะ” สายสมรเดินเข้ามา  ส่งบทแก้ใหม่ให้ดู  ทวีศักดิ์รับไปดูถามอย่างไม่พอใจว่า

    “นี่มันบ้าบออะไรกัน  มีฉากทุเรศพวกนี้ในหนังผมได้ยังไง!”

    “ทำไมล่ะคะ  หนังฝรั่งเขาก็มีกันเยอะแยะ  แล้วนี่ฉันก็ให้เดือนเขาเด่นกว่าเดิมเยอะเลยนะ รับรองว่าจบเรื่องนี้น้องเดือนของคุณดังระเบิดแน่”

    “คุณไม่มีสิทธิ์ทำอะไรแบบนี้  จำไว้นะ!” ทวีศักดิ์พรวดเข้าบีบหน้าสายสมรอย่างแรง  เธอสะบัดตวาดแว้ด

    “นี่คุณหลงมันมากเลยเหรอ หา!”

    ทวีศักดิ์พูดอะไรไม่ออก  จิกตาใส่แล้วเดินผละไป สายสมรมองตามแค้นใจจนน้ำตาคลอ

    ooooooo

    เย็นแล้ว  ศิริพรควงเสี่ยจะขึ้นไปที่ห้องพักคอนโดของแก้ว  เหลือบเห็นพิมุกยืนอยู่  เธอตกใจบอกให้เสี่ยขึ้นไปก่อน  ปะเหลาะเสี่ยว่าจะไปซื้อเบียร์เย็นๆให้ แล้วจะตามขึ้นไป

    “แหม...น่ารักจริงๆ”  เสี่ยหยิกแก้มหยอกประสาเฒ่าหัวงู

    ศิริพรเดินไปหาพิมุก  เขาพูดประชดว่านักร้องค่ายนี้น่ารักจริงๆ  แบ่งกันกินแบ่งกันใช้ได้ทุกอย่าง  ศิริพรตัดบทว่ามีอะไรก็ว่ามาอย่าพูดมาก  พิมุกถามว่าลืมสัญญาที่ให้กับตนไว้หรือยัง  หรือว่าอยากจะเข้าไปนอนในคุกแทน

    “ฉันให้นังลิ้นจี่เริ่มลงมือไปแล้ว”

    “นังลิ้นจี่เมียไอ้โรจน์เนี่ยนะ  ให้ตายเถอะ  ฉันก็นึกว่าเธอจะมีแผนอะไร  ผัวเมียโง่ๆคู่นั้นมันจะทำอะไรได้”

    “ใช้คนมันต้องใช้ให้เป็น  ไม่ใช่ทำอะไรไร้สมองแบบที่เธอทำ เอาเป็นว่าไม่ต้องห่วง อีกไม่นานเกินรอ รวิจะไม่อยู่ขวางหูขวางตาเธอแน่”

    พิมุกเดินเข้าประชิดศิริพรพูดใส่หน้าว่า

    “ทำให้ได้เหมือนที่ปากพูดก็แล้วกัน”

    ศิริพรสะบัดออกไปอย่างรังเกียจ  หางตาใส่พิมุกพึมพำ

    “เหมือนกับแก  ที่จะอยู่ขวางหูขวางตาฉันอีกไม่นาน!!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:41 น.