ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    หางเครื่อง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ก่อนเปิดร้าน รวิและขำต่างซ้อมงานของตัวเอง ขำซ้อมเป็นพิธีกรบนเวที ส่วนรวิซ้อมเป่าแซ็กโซโฟนเพราะทิ้งร้างมาหลายวัน

    นภากับเทพยังคงมาช่วยและเป็นกำลังใจให้รวิอย่างสม่ำเสมอ นภาตั้งข้อสังเกตว่า รู้สึกลิ้นจี่กับเด็กที่มาทำงานให้รวิท่าทางแปลกๆ นภาเชื่อว่าลิ้นจี่ต้องมีแผนอะไรแน่ๆ แต่ไม่กล้าพูดมากเพราะรวิเป็นคนรับไว้ ได้แต่บ่นๆกับเทพว่า “เมื่อไหร่คนดีๆจะทันคนเสียทีนะ”

    “คนดีอาจจะไม่ทันคน แต่คนดีจะมีความดีเป็นเกราะคุ้มครองนะ” เทพปลอบใจกันเอง

    เมื่อรวิโทร.บอกเดือนว่าจะเปิดร้าน เดือนว่างพอดีบอกรวิว่าเปิดร้านทั้งทีไม่มาได้ไง เดือนไม่ยอมบอกรวิเรื่องถูกสายสมรแกล้งพักคิวการถ่ายหนังยาวไม่มีกำหนด แต่ตัวเองแอบกลุ้มจนนอนร้องไห้

    ooooooo

    แม้แก้วจะเจ็บใจที่ถูกศิริพรคาบเสี่ยไปต่อหน้า ต่อตา แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ วันนี้กลับมาเจอเสี่ยกำลังจะกลับ แก้วทักและเตือนเสี่ยเพื่อรักษาสิทธิ์ของตนว่า

    “กลับแล้วเหรอคะเสี่ย จะอะไรยังไงก็แล้วแต่เดือนนี้เสี่ยอย่าลืมจัดการส่วนของแก้วด้วยนะคะ”

    เสี่ยยิ้มแหยๆ แล้วเดินผ่านไป ส่วนศิริพรที่เดินมาส่งเสี่ยที่ประตู สะบัดหน้าเดินกลับเข้าข้างในอย่างยโส แก้วเจ็บ ใจเดินตามไปถามว่า “ตกลงเธอจะเอาไอ้แก่นี่จริงๆใช่ไหม”

    “ยังต้องถามอีกเหรอ”

    “ก็คงไม่ต้องแล้วมั้ง แต่ยังไงฉันก็ต้องได้ในส่วนที่ฉันต้องได้ แล้วฉันก็ต้องได้พี่พิมุกด้วย”

    “โลภจังเลยนะ ก็เอาเหอะ ฉันก็คิดจะช่วยเธออยู่แล้ว แต่คงต้องหลังจากที่กำจัดนังเดือนไปก่อนนะ”

    “แล้วเมื่อไหร่...เมื่อไหร่จะลงมือจริงจังสักที” แก้วโยนกระเป๋าถือไปที่โต๊ะอย่างไม่พอใจ

    “ถ้ารอไม่ได้ก็ไปหาทางจัดการเอาเองก็แล้วกัน” ศิริพรพูดอย่างไม่แยแส เดินเชิดเข้าห้องไป

    แก้วเห็นกระเป๋าถือของศิริพรวางอยู่ มองไปในห้องอย่างระวัง รีบไปเปิดกระเป๋าขโมยปืนที่อยู่ก้นกระเป๋าเอาใส่กระเป๋าตัวเองแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้เดินออกจากห้องไป

    ศิริพรอาบน้ำแต่งตัวออกมาหยิบกระเป๋าถือจะไปข้างนอก เอะใจที่กระเป๋าเบาผิดปกติ พอรื้อกระเป๋าดูจึงรู้ว่าปืนหายไป นิ่งคิดทบทวนแล้วเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

    ooooooo

    เช้านี้ รวินิมนต์พระมาเจิมป้ายร้านและทำบุญเปิด ร้าน เดือนกับป้อมมาร่วมงานต่างดีใจกับความสำเร็จของรวิ

    ลิ้นจี่มาไม่ทันพระสวด เดือนมองลิ้นจี่อย่างแปลกใจ รวิจะชี้แจง ลิ้นจี่ชิงพูดขึ้นก่อนว่า

    “คือพอดีพี่มาของานน่ะเดือน เดือนก็รู้นี่ ตั้งแต่เดือนออกไปวงก็ไม่มีคนจ้าง วงเราก็เจ๊ง พี่กับพวกนี้เลยมาของานทำ” แล้วทำเป็นเข้าไปเกาะแขนเดือนปะเหลาะ “นะเดือนนะ ถือว่าช่วยๆกันนะ”

    “เดือนไม่ว่าอะไรหรอกจ้ะ ช่วยๆกันไป”

    ป้อมแทรกขึ้นลอยๆว่า ระวังจะเป็นชาวนากับงูเห่า ยิ่งงูแก่ๆ ยิ่งต้องระวัง ลิ้นจี่ทำเป็นไม่ได้ยิน ยังคงปะเหลาะเดือนขอบอกขอบใจ ยกยอปอปั้นว่า “เดือนทั้งสวยทั้งใจดีเลย”

    เพียงเย็นๆก็เริ่มมีลูกค้าทยอยกันเข้าร้าน เทพช่วยเล่นกีตาร์ให้ รวิเลยขึ้นเวทีคุยกับลูกค้า ขำหันมาเห็นก็ทำหน้างอบ่นว่ารวิมาแย่งซีนตน

    “สวัสดีครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอุดหนุนร้านเรา แล้วสำหรับวันเปิดร้านวันแรกของเราวันนี้ แน่นอนว่าต้องมีอะไรเป็นพิเศษ ขอเชิญทุกท่านพบกับสองนักร้องสาวสุดพิเศษของเรา นภา พาฝัน และเดือน งามพร้อม ครับ”

    ขณะที่นภากับเดือนสลับกันร้องเพลงอย่างไพเราะอยู่บนเวลานั้น เด็กเสิร์ฟที่ลิ้นจี่พามาก็เดินหายไปด้านหลัง ไปคุยกับลิ้นจี่ในครัว ลิ้นจี่ถามว่าทำตามที่ตนบอกหรือเปล่า

    “ก็พยายามอยู่พี่ กำลังเล็งๆอยู่ คนไหนกระเป๋าหนัก” ลิ้นจี่ชมว่าดีแล้ววันนี้ยังไม่ต้องอะไรมากเดี๋ยวไก่ตื่นเด็กเสิร์ฟกังวลถามว่า “หนูไม่โดนจับแน่นะพี่”

    “อุวะ นังนี่ก็บอกไปแล้วไง ยังจะมากลัวโน่นกลัวนี่ จะเอาไหมเงินน่ะ ไปๆๆออกไปได้แล้ว บอกนังสองคนนั้นด้วยอ่อยเหยื่อไว้เยอะๆ ปลามันจะได้ติดเบ็ด”

    ไล่เด็กเสิร์ฟไปแล้ว ลิ้นจี่กลับไปสับหมูที่เขียงตาคอยว่อกแว่กอย่างมีพิรุธ

    หลังจากเดือนร้องเพลงเสร็จ ป้อมที่คอยอยู่อย่างร้อนใจก็รีบเข้าไปบอกว่า

    “เดือน...ตะกี๊ผู้กำกับเขาโทร.มา บอกว่าแก้บท เรียบร้อยแล้ว ให้เดือนกลับไปถ่ายต่อได้เลย”

    เดือนดีใจ แล้วก็ชะงักเมื่อรวิเดินเข้ามาถามว่า กลับไปถ่ายต่อ หมายความว่ายังไง ป้อมรีบแก้ให้ว่า

    “ก็...ก็ไม่มีอะไรหรอกรวิ พอดีเขามีการปรับกันนิดหน่อยน่ะ” รวิย้ำว่าไม่มีอะไรปิดบังตนแน่นะ ถ้ามีแล้วไม่บอกละน่าดู รวิแกล้งขู่ แล้วบิดจมูกเดือนเบาๆอย่างเอ็นดู

    ooooooo

    เดือนได้รับบทที่แก้ไขทันทีที่กลับมา เดือนเร่งอ่านจริงจัง ขณะเดินผ่านร้านสะดวกซื้อ ป้อมขอแวะซื้อน้ำ เดือนก็ยังขอยืนอ่านบทรอที่หน้าร้าน

    ขณะเดือนกำลังมีสมาธิกับการอ่านบทนั่นเอง มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งเสียบเข้ามาจอด ชายที่ซ้อนมาซึ่งใส่หมวก กันน็อกเต็มใบ เดินปรี่มาถามว่า  เธอใช่เดือน งามพร้อม ดาราใหม่ใช่ไหม

    เดือนรู้ถึงอันตรายจะวิ่งเข้าไปในร้าน แต่ไม่ทันถูกมันตบจนล้มแล้วเอาขวดสีชาใบใหญ่เดินย่างสามขุมเข้าหา

    “บอกลาหน้าสวยไปได้เลยคุณดารา!” แล้วมันก็เทน้ำใส่หน้าเดือน เดือนเอามือปิดหน้าร้องสุดเสียง แต่พอมันเทน้ำหมดขวดก็ขว้างขวดทิ้ง ปรามว่า “วันนี้แค่เตือน คราวหน้าของจริง!”

    ป้อมวิ่งออกมาจากร้านประคองเดือนถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เดือนลูบหน้าเบาๆ บอกว่าไม่เป็นอะไร ป้อมให้ไปแจ้งความแต่เดือนไม่อยากเป็นข่าว แล้วรีบชวนป้อมออกจากตรงนั้นเพราะเริ่มมีคนมามุงดูมากขึ้นทุกที

    กลับไปถึงกองถ่าย ผู้กำกับเห็นรอยช้ำเพราะถูกตบที่หน้าถามว่าไปโดนอะไรมา ป้อมแก้ให้ว่าซ้อมบทแล้วพลาดนิดหน่อยเท่านั้น ผู้กำกับบอกให้ไปแต่งหน้ารอได้เลย ก่อนเดือนจะไป ผู้กำกับพูดไม่เต็มเสียงว่า

    “เอ่อ...อีกเรื่องนะน้องเดือน คือช่วงนี้คุณทวีศักดิ์เขาติดงานใหญ่ไม่ได้เข้ามาดู แต่ เอ่อ...คุณสายสมรเธอจะเข้ามาดูแลแทนนะ ยังไงทำอะไรก็ระวังด้วยแล้วกัน”

    “ขอบคุณมากค่ะ” เดือนยิ้มให้ผู้กำกับ ส่วนป้อมชักสีหน้าไม่พอใจ บ่นกับเดือนว่ารอบตัวเรามีแต่คนอันตรายจริงๆ

    เดือนขอให้ช่างแต่งหน้าช่วย ลบรอยตบที่หน้าให้ด้วย ป้อมบอกเดือนว่า นี่ต้องเป็นฝีมือของสายสมรแน่ๆ ทำท่าจะไปถามให้รู้เรื่อง เดือนขอร้องบอกว่าตนไม่อยากมีปัญหาอีก ยอมๆไปดีกว่าไม่ได้เล่นหนัง

    แต่พอเดือนดูบทที่จะเข้าฉากก็หน้าเครียดป้อมเอาไปดูบ่นว่า มีแต่ฉากโดนตบกับเลิฟซีน พอดีผู้กำกับเรียกเข้าฉาก

    ปรากฏว่าเป็นฉากที่เดือนต้องถูกตบ ผู้กำกับคุยกับเดือนและนักแสดงอีกคนที่ต้องเข้าฉากด้วยกัน แล้วเริ่ม ปรากฏว่าเดือนถูกนักแสดงคนนั้นตบจริงๆจนหน้าหัน ตบแล้วทำเป็นขอโทษบอกว่าไม่ตั้งใจ ระหว่างนั้นสายสมรเข้ามาทำทีบอกว่า

    “การแสดงก็ต้องมีพลาดบ้างอะไรบ้าง อยากจะเป็นนักแสดงเรื่องแค่นี้ทนไม่ได้รึไง”

    “ขอโทษค่ะ เดี๋ยวขอใหม่อีกรอบนะคะ” เดือนยอมรับสภาพ

    “ก็ดี งั้นถ่ายต่อได้เลย ชักช้าเสียเวลาเสียเงินด้วย” สายสมรบ่นแล้วเดินผ่านนักแสดงคนนั้นไป แอบส่งสายตาสะใจให้กัน

    หลังจากนั้น นักแสดงคนนั้นแอบไปพบกับสายสมรรับเงินค่าจ้างตบ

    “จะปล่อยให้มันแกล้งอยู่อย่างนี้เหรอ” ป้อมบ่นฮึดฮัดขณะเก็บของเตรียมกลับ

    “ก็คงต้องอดทนไปก่อน” เดือนตอบอย่างเหนื่อย หน่ายมาก

    ooooooo

    ศิริพรเจอแก้วที่ห้องคอสตูมขณะพากันไปเลือกเสื้อผ้า เธอกระซิบถามแก้วว่าเอาของตนไปใช่ไหม แก้วทำไขสือ จนศิริพรบอกว่าแก้วเอาปืนตนไปใช่ไหม!

    “มีหลักฐานไหมล่ะว่าฉันเอาไป ถ้าไม่มีก็อย่ามามโน” แก้วพูดอย่างยโสแล้วถือชุดออกไป ศิริพรโมโหแต่แล้วก็ยิ้มออกมาเหมือนคิดอะไรได้

    “ดี...จะได้กำจัดทีเดียวพร้อมๆกัน” ศิริพรพึมพำสะใจแล้วถือชุดออกไป

    ระหว่างการซ้อมใหญ่คอนเสิร์ตนั้น นักข่าวพากันมาสัมภาษณ์ทั้งแก้วและศิริพร สองสาวต่างก็คุยอวดตัวกันเต็มที่ เมื่อนักข่าวถามว่าที่แล้วมามีการเปลี่ยนแปลง
    นักร้องบ่อยคิดว่าคราวนี้จะมีอีกไหม

    “ไม่มี้...ไม่มีแล้วค่ะ คราวนี้แก้วเป็นตัวจริงคนเดียวเลย ไม่มีเปลี่ยนแปลงแน่นอน”

    ศิริพรหมั่นไส้แอบเบ้ปากใส่ แล้วฉีกยิ้มให้สัมภาษณ์ “ค่ะ พรเองก็จะร้องให้ดีที่สุดแทนในส่วนของเดือน” พอนักข่าวถามว่าเจอเดือนบ้างไหม ศิริพรใส่ไฟว่า

    “พรยังไปหาเขาที่กองถ่ายอยู่เลย ยังได้ยินเขาบ่นๆ เรื่องกองถ่ายไม่มืออาชีพเลย เดือนดูอยู่ไหมจ๊ะ อดทนหน่อยนะจ๊ะ เรื่องร้องเพลงไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะทำให้เต็มที่จ้ะ”

    แต่พอนักข่าวแซะถามว่าเดือนบ่นเรื่องอะไรอีกไหม ศิริพรก็ทำเป็นตัดบทว่าอย่าไปพูดถึงมันดีกว่า ล่อให้นักข่าวไปขุดคุ้ยต่อกันเอง

    หลังจากเดือนหลุดมือไปแล้ว ชูเกียรติก็หาแหล่งสูบเงินใหม่ คราวนี้มาอ่อยแก้วว่ามีโฆษณาเข้ามาตัวหนึ่ง เขาสนใจอยากได้แก้วไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ แก้วทำเป็นเล่นตัวพอเป็นพิธีแล้วเสนอให้ชูเกียรติหักได้แค่ 20 เปอร์เซ็นต์

    “เฮ้ย อะไรกัน ปกติต้อง 30”

    “25 ถ้าไม่เอาก็จบ คิดให้ดีนะพี่เกียรติ ดีกว่าไม่ได้อะไร ไม่มีเงินไปให้พวกเจ้าหนี้”

    ชูเกียรติอยู่ในภาวะจนตรอกจำต้องยอม แก้วเดินเชิดไปอย่างผู้ชนะ ในขณะที่ชูเกียรติจิกตามองตามอย่างเจ็บใจ

    ศิริพรแอบฟังทั้งสองต่อรองกัน พอทั้งสองแยกกันไป ศิริพรก็ยิ้มร้ายอย่างมีแผน

    ooooooo

    ค่ำนี้ ขณะศิริพรนั่งอยู่กับพิมุกในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ระหว่างนั้นเธอคุยโทรศัพท์...

    “งั้นก็เริ่มได้เลย เดี๋ยวฉันจะโทร.แจ้งเอง” วางสายแล้วบอกพิมุกว่า “ท่าทางเราจะได้กำจัดพวกรวิได้เร็วกว่าที่คิดนะ” พิมุกชมว่าเยี่ยมและขอบใจ ศิริพรพูดสบายๆ ว่า “ไม่เป็นไร ถือว่าแลกกัน”

    “แหม...แต่ไม่ค่อยคุ้มเลยนะ ฉันเกือบโดนจับข้อหาวางเพลิง แต่เธอช่วยฉันแค่นี้เอง”

    พอถูกศิริพรปรามว่าอย่าเยอะเพราะเราตกลงกันแล้ว ถามว่าเขายังต้องการอะไรอีก พิมุกมองอย่างโลมเลียบอกว่ายังคิดไม่ออก กระดกเหล้าหมดแก้ว แล้วลุกไปจับผมศิริพรขึ้นดม พอถูกปัดมือออกก็บอกว่า ถ้าคิดออกแล้วจะบอก

    “แทนที่จะมารุ่มร่ามกับฉัน ไปสงเคราะห์คนที่เขาหลงเธอหัวปักหัวปําสักหน่อยไม่ดีกว่าหรือ”

    “นังแก้วน่ะเหรอ หึ!”

    “สักหน่อยน่า ฆ่าเวลาเล่น เรายังต้องใช้ประโยชน์จากมันอีกเยอะนะ”

    พิมุกเดินกลับมานั่งที่เดิมถามเซ็งๆว่า “จะให้มันมาเจอฉันที่ไหน บอกมาอีกทีก็แล้วกัน”

    ศิริพรยกแก้วชูให้พิมุกแล้วจิบอย่างโอเค แต่สายตาแอบมองเขาเหมือนมีแผนอะไรในใจ

    ooooooo

    หลังจากเปิดร้านและมีลูกค้ามาอุดหนุนจนน่าอุ่นใจแล้ว รวิบอกขำว่าจะไปหาซื้อของมาตบแต่งร้าน ขำดักคออย่างรู้ทันว่า ตามสบาย ฝากจุ๊บเดือนด้วยนะ

    รวิไปถึงบ้านเช่าเดือนตอนหัวค่ำ แอบจ๊ะเอ๋จนเดือนตกใจต่อยเปรี้ยงหงายผลึ่ง พอลุกขึ้นมาตาปิดไปข้างหนึ่ง จนเดือนต้องเอาเจลประคบให้

    พอลืมตาได้รวิเห็นรอยช้ำที่แก้มเดือนถามว่าไปโดนอะไรมา เดือนปดว่าผิดคิวนิดหน่อย รวิไม่เชื่อถามว่ามีอะไรปิดกันหรือเปล่า เมื่อได้คำตอบที่ยังคลุมเครือ รวิบอกว่าพรุ่งนี้จะตามไปดูที่กองถ่ายเอง

    ทั้งคู่โต้เถียงกัน รวิจะไปให้ได้ เดือนไม่ยอมให้ไป เถียงกันไม่เลิกจนป้อมเปิดทีวีดูแก้เซ็ง เจอการสัมภาษณ์แก้วกับศิริพรพอดี เดือนหยุดทะเลาะจ้องทีวีตาเป๋ง

    เป็นช่วงที่ศิริพรตอบคำถามของนักข่าวเกี่ยวกับเดือนที่บอกว่าพวกกองถ่ายไม่มืออาชีพพอดี ฟังแล้วเดือนปรารภอย่างกังวลว่า

    “พรุ่งนี้ที่กองถ่ายคงมีมหกรรมต้อนรับเดือนอีกแล้วสิเนี่ย”

    ooooooo

    ระหว่างที่รวิไม่อยู่นั้นที่ร้านเกิดเรื่อง เพราะหญิงสาวที่ลิ้นจี่เอามาเป็นเด็กเสิร์ฟนั้นออกไปกับแขกจนหมด ขำ นภา และเทพจึงต้องเก็บจานเช็ดโต๊ะกันเอง

    ร้ายกว่านั้นคือ ขณะกำลังจะปิดร้าน ตำรวจมาถามหาเจ้าของร้าน แจ้งข้อหาว่ามีการลักลอบขายบริการเพราะตำรวจจับผู้หญิงพวกนั้นได้หมดแล้วทุกคนสารภาพว่าเจ้าของร้านนี้เป็นคนจัดการทั้งหมด

    ลิ้นจี่แอบดูแอบฟังอย่างสะใจ

    คืนเดียวกันที่กรุงเทพฯ ศิริพรเก็บข้าวของย้ายออกจากห้องพักของแก้ว บอกแก้วว่าย้ายออกเพื่อเธอ แก้วถามว่าจะมาไม้ไหนกันอีก ศิริพรแกล้งยิ้มบอกว่า

    “ก็แล้วแต่จะคิดนะ แต่ที่ฉันทำเนี่ยเพื่อเธอกับ

    พิมุกโดยเฉพาะเลยนะ” แก้วถามว่าพิมุกเกี่ยวอะไรด้วย “ก็เห็นเขาบอกว่าอยากจะมาฉลองกับเธอก่อนเธอขึ้นคอนเสิร์ต ฉันเห็นว่าไหนๆก็ไหนๆแล้ว เปิดโอกาสให้เธอเต็มที่เลย ไม่ดีรึไง?”

    ศิริพรเดินมาจับไหล่แก้วที่มองหน้าตนอย่างสับสน บอกว่า...

    “ตอนนี้เธอกำลังจะเป็นนักร้องดังแล้ว พิมุกเขาคงเริ่มเห็นอะไรในตัวเธอแล้วล่ะ แหมน่าอิจฉาจังนะ งานก็รุ่งความรักก็เริ่ด” แก้วลอยหน้าบอกว่าช่วยไม่ได้ ธรรมดาของคนสวย ศิริพรพูดอย่างสะใจว่า “ยินดีด้วยนะจ๊ะ”

    แก้วยิ้มปลื้มหลงตัวเอง หลับหูหลับตาฝันเฟื่อง

    ooooooo

    เมื่อเกิดเรื่องถึงกับถูกตำรวจมาตามจับเจ้าของ ร้าน แต่รวิไม่อยู่ ขำในฐานะที่ดูแลแทนอยู่จึงถูกจับไปขังไว้ที่โรงพัก

    นภากับเทพเป็นธุระช่วยกันจัดการปัญหา รุ่งขึ้นนภาไปที่โรงพัก ส่วนเทพขับรถไปกรุงเทพฯเพื่อรับรวิกลับ

    ที่โรงพัก ขำโวยวายลั่นโรงพักให้ตำรวจปล่อยตัวเดี๋ยวนี้ ตำรวจรำคาญเดินมาขู่ว่าถ้าไม่หยุดโวยวายจะจับขังเดี่ยว พอดีนภามาถึง ขำร่ำร้องให้ช่วยปล่อยตนด้วย

    “ใจเย็นก่อน ยังไงก็ต้องรอรวิมาสอบปากคำเพิ่มเติมก่อน โธ่เอ๊ย...กะอยู่แล้วเชียว เอางูเห่าเข้าบ้าน” นภาบ่นดังๆ ปรายตาไปทางหญิงสาวของลิ้นจี่ที่ถูกขังอยู่ห้องติดกัน

    ooooooo

    เช้าวันเดียวกัน เดือนย่องผ่านรวิที่นอนอยู่ ป้อมกระซิบถามว่าไม่ปลุกจริงๆหรือ เป็นจังหวะที่รวิดึงผ้าห่มให้กระชับพอดี เดือนชะงักทำท่าจุ๊ปากให้ป้อมเงียบๆ กระซิบเบาๆว่า

    “ไม่ล่ะ ขืนไปที่กองถ่าย รับรองยุ่งแน่”

    เดือนกับป้อมไปถึงกองถ่าย พบกับสายตาที่มองมาอย่างไม่เป็นมิตร ทั้งยังซุบซิบและเบ้ปากมาทางเดือนด้วย เดือนทักคนที่เดินผ่านไปมาก็ถูกเมิน เชิดใส่ เมื่อเจอผู้กำกับ เดือนยกมือไหว้ แต่วันนี้ผู้กำกับมองอย่างไม่สนใจ สั่งงานบึ้งๆ

    “เดี๋ยววันนี้ถ่ายฉากที่ 10 ก่อนนะ เข้ากับพระเอก” เดือนทำหน้าวิตกบอกว่า จำได้ว่าฉากนั้นมัน...ผู้กำกับมองขวับถามว่า “ทำไม ทำไม่ได้หรือ”

    “เปล่าค่ะ เพียงแต่เดือนไม่คุ้นกับฉากแบบนี้ ยังไงผู้กำกับช่วยแนะนำด้วยนะคะ”

    “อย่าเลย พอดีผมมันไม่ใช่มืออาชีพ” ผู้กำกับตอบอย่างหมางเมินเย็นชาจนเดือนหน้าเสีย

    การถ่ายทำเป็นไปอย่างทุลักทุเล จนผู้กำกับบ่นว่า

    “กี่เทคแล้วนี่ แค่ให้พระเอกกอดนี่มันยากตรงไหน”

    “เรื่องแค่นี้ทำเป็นเล่นตัวทำอย่างกับไม่เคย” สายสมรซ้ำเติมอย่างหมั่นไส้ เดือนพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ ไหว้ขอโทษ ขอลองใหม่อีกครั้ง

    “เอ้า...เอาใหม่ ถ้าไม่ได้ก็ยกกองมันเลยวันนี้” ผู้กำกับฉุนเฉียว

    แต่พอเริ่มใหม่ พระเอกพยายามดึงเดือนไปกอดแน่นอย่างไม่ยอมให้ดิ้นหลุดแล้วโน้มตัวลงบนเตียง เดือนเกร็งไปทั้งตัว พยายามไม่คิดอะไร หลับตาปี๋เอนตัวลงตามบท พระเอกโน้มหน้าใกล้เข้าไปทุกที...

    พริบตานั้น รวิโผล่พรวดเข้ามา พอเห็นภาพบาดตาบนเตียง เขาพุ่งเข้าไปกระชากพระเอกออกมาต่อยเปรี้ยงเต็มแรงจนเกิดความชุลมุนขึ้น เดือนอุทานตกใจ “พี่รวิ!”

    แต่นาทีนี้ รวิเลือดขึ้นหน้าจนไม่ได้สติแล้ว เขาพุ่งเข้าไปจะซ้ำพระเอกอีก เดือนวิ่งเข้ามาห้าม ดึงรวิแยกออกมา

    “นี่มันอะไรกัน แล้วแกเป็นใคร เข้ามาได้ยังไง” สายสมรโวยวาย ส่วนรวิยังติดพันอยู่กับพระเอก ชี้หน้าปราม

    “ถ้าขืนแกมายุ่งกับแฟนฉันอีก แกโดนหนักกว่านี้แน่”

    “งั้นก็ช่วยบอกแฟนเธอด้วยนะเดือนถ้าขืนเข้ามายุ่มย่ามเวลาทำงานอีกละก็ เธอมีปัญหาแน่” สายสมรเล่นงานเดือน

    เดือนหน้าเสีย ทั้งเดือนและป้อมช่วยกันลากรวิออกไปข้างนอกอย่างทุลักทุเล

    ooooooo

    พอลากรวิออกมาแล้ว เดือนกับรวิต่างถามกันว่าทำอะไรไป รู้ตัวหรือเปล่า

    “เดือนถ่ายหนัง แล้วนั่นมันก็เป็นฉากที่เดือนกำลังจะผ่านหลังจากที่โดนมาไม่รู้กี่เทค จนพี่เข้ามานี่แหละ!”

    “อ๋อ...นี่แสดงว่าให้มันกอดมันจูบมาทั้งวันแล้วงั้นสิ”

    เมื่อต่างฝ่ายต่างมีอารมณ์ การโต้เถียงจึงรุนแรงและยิ่งไม่เข้าใจกัน ป้อมพยายามเตือนสติให้ใจเย็นๆ ก็ถูกรวิฟ้องว่า

    “พี่ป้อมก็ดูสิ เห็นไหมว่าน้องสาวพี่เขาทำอะไร”

    “รวิ...นั่นมันฉากในหนังจริงๆ” ป้อมช่วยชี้แจง

    รวิยิ่งโมโหบอกว่าถ้ารู้ว่ามีฉากแบบนี้ตนไม่ให้เดือนเล่นหรอก เดือนย้อนถามอย่างโมโหไม่น้อยกว่ากันว่า

    “แล้วคิดว่าถ้าฉันรู้ ฉันจะเล่นเหรอ!”

    ทั้งสองหยุดเถียงกันทันทีเมื่อรวิได้รับโทรศัพท์ เขายังอารมณ์ค้าง รับสายแล้วกระชากเสียงถาม

    “ฮัลโหล...มีอะไรวะ! อ้าว...คุณเทพ ขอโทษครับ อยู่ที่ไหน...เหรอ...อยู่กับ...อยู่กับพี่ป้อมน่ะครับ” รวิจงใจพูดถึงป้อมคนเดียว แต่พอนิ่งฟังเทพ น้ำเสียงเขาก็ตกใจ “อะไรนะครับ ไอ้ขำโดนจับ! ข้อหาอะไรครับ...ครับๆจะรีบไปเดี๋ยวนี้”

    ป้อมเงี่ยหูฟังอยู่ ถามรวิว่ามีอะไรหรือ รวิหันบอกป้อมหน้าเครียด “คุณเทพโทร.มา บอกว่าไอ้ขำโดนจับที่ร้าน”

    “อะไรนะ” เดือนตกใจจนลืมความโกรธเมื่อครู่ ป้อมเองก็ตกใจถามว่าขำโดนจับเรื่องอะไร

    “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ต้องรีบไปแล้ว คุณเทพกำลังขับรถมารับ” เดือนขอไปด้วย รวิสวนไปทันทีว่า “ไม่ต้องหรอก กลับไปถ่ายฉากเลิฟซีนจิ้นกระจายต่อเถอะ!”

    เดือนฉุน เดินมาชกท้องรวิจนตัวงอ พูดใส่หน้าว่า “ถ้าขืนยังกวนประสาทไม่ดูเวลาอีก โดนหนักกว่านี้แน่”

    “งั้นไปกันเถอะเร็ว!” ป้อมเร่ง แล้วเดินนำไปเลย เดือนรีบตาม ส่วนรวิกุมท้องตัวงอวิ่งตามไป

    ooooooo

    เมื่อเทพมารับทั้งสามขึ้นรถแล้วก็รีบบ่ายหน้ากลับทันที รวิถามว่า

    “มันเรื่องอะไรกันครับคุณเทพ อยู่ๆขำโดนจับได้ยังไง”

    “นั่นสิคะ ขำไปทำอะไรเหรอคะ”

    “คืออย่างนี้ เมื่อคืนอยู่ๆก็มีตำรวจบุกไปที่ร้าน บอกว่ามีคนโทร.ไปแจ้งว่า ร้านเราเปิดร้านบังหน้าแต่จริงๆ แล้วแอบขายบริการ” เทพเล่าไปขับรถไป

    “คุณพระ...ใครมันช่างใส่ร้ายเราได้ แต่ยังไงเราก็ไม่ต้องกลัวเพราะมันไม่ใช่เรื่องจริง” ป้อมปลอบใจ

    เทพเห็นด้วย เดือนถามว่าหมายความว่าอย่างไร? เทพเล่าให้ฟังว่า

    “มีผู้หญิงในร้านเราทำแบบนั้นจริง แล้วก็ถูกจับได้แล้วด้วย เป็นเด็กของยัยลิ้นจี่!”

    ooooooo

    ที่โรงพัก พวกหญิงสาวที่ถูกจับไปขัง พอเห็นลิ้นจี่ก็พากันร้องไห้ระงมบอกให้ประกันตัวพวกตนออกไปด้วย

    “แกจะโวยวายกันทำไม บอกว่าช่วยก็ช่วยสิแต่พวกแกอย่าลืมก็แล้วกัน” ว่าแล้วก็จะกระซิบบอกอะไร แต่เห็นขำจ้องอยู่เลยพูดเป็นนัยว่า “อย่าลืมตามที่บอกไว้ก็แล้วกัน”

    ตกเย็น เทพก็พารวิ เดือนและป้อมมาถึงโรงพัก นภาบอกรวิให้รีบไปคุยกับตำรวจเสีย ตำรวจบอกรวิว่าได้รับแจ้งความว่าที่ร้านเขาแอบขายบริการทางเพศเดือนโต้ทันทีว่าไม่จริง ตำรวจจำได้ว่าเดือนเป็นนักร้อง ถามว่าเธอเกี่ยวอะไรด้วย

    “ร้านนี้ก็เป็นร้านของเดือนเหมือนกันค่ะ” เดือนอ้าง คนที่อยู่บนโรงพักพากันซุบซิบ บางคนก็ถ่ายรูปไว้

    “ถ้างั้น เราคงต้องขอสอบปากคำคุณทั้งคู่แล้วล่ะครับ” ตำรวจแจ้ง รวิกับเดือนสบตากันด้วยความกังวล...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:01 น.